The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม
โดย นายไพโรจน์ มินเด็น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by minden family, 2022-08-31 21:34:39

เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม

เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม
โดย นายไพโรจน์ มินเด็น

Keywords: เทคนิคการไกล่เกลี่ยแบบอิสลาม,ไพโรจน์ มินเด็น,ไพโรจน์,มินเด็น

51


นักวิชาการบางท่านไดก้ ล่าวว่าการท9ีผูห้ ญิงคลุมฮิญาบก็เสมือนกับไข่มุกซ9ึงถูกปกป้องดว้ ยกับ
เปลือกหอยท9ีแข็งแรง อนั จะสง่ ผลทาํ ใหไ้ ข่มกุ มีความบรสิ ทุ ธิŒปราศจากมลทินหรอื ส9ิงปนเปืPอนในนาPํ
ทะเล เฉกเช่นเดียวกบั การท9ีสตรคี ลมุ ฮิญาบนนัP ก็เป็นการปกปอ้ งเรอื นรา่ งในสว่ นตอ้ งหา้ มของสตรี
จากการถกู ลวนลามทางสายตาและทางจิตใจจากภายนอกน9นั เอง

ปัญหาในการใช้กฎหมายชะรีอะฮ์

ปัญหาท9ีเกิดขึนP นีมP ิใช่ปัญหาจากปัจจยั ภายในท9ีเป็นเนือP หาสาระของชะรีอะฮ์ หากแต่เกิด
จากปัจจยั ภายนอกท9ีมาจากนาPํ มือของมนษุ ยอ์ นั เน9ืองจากสภาพความไมส่ มบรู ณแ์ ละยงั คงมีความ
บกพรอ่ งของมนษุ ยน์ 9นั เอง ปัญหาดงั ท9ีจะกล่าวต่อไปนีสP ่วนหน9ึงเป็นส9ิงท9ีไดร้ บั รูจ้ ากผทู้ 9ีประสบกบั
เหตกุ ารณห์ รอื มีสว่ นเก9ียวขอ้ งกบั การใชบ้ งั คบั กฎหมายชะรอี ะฮใ์ นสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ อีก
สว่ นหนง9ึ เกิดจากการวิเคราะหป์ ัญหาท9ีเกิดขนึP จรงิ

1. มุสลมิ จาํ นวนไม่น้อยไม่มคี วามรู้ในสารัตถะของชะรีอะฮ์
ช่างเป็นส9ิงท9ีไม่น่าเช9ือเลยว่าจะมีมสุ ลิมจาํ นวนไม่นอ้ ยไม่มีความรูใ้ นเนือP หาของชะรีอะฮท์ 9ี

พวกเขาไดป้ ฏิบตั ิอย่ใู นชีวิตประจาํ วนั แต่มนั ก็เป็นความจริงเพราะมสุ ลิมปฏิบตั ิจนเคยชินโดยไม่
สนใจท9ีจะศกึ ษาเนือP หาสาระท9ีแทจ้ รงิ ม่งุ จะเอาแต่สิทธิหรอื ประโยชนท์ 9ีจะไดร้ บั โดยไม่สนใจหนา้ ท9ี
และความรบั ผิดชอบท9ีจะตอ้ งปฏิบตั ิดว้ ย เชน่ รูแ้ ตเ่ พียงวา่ ผชู้ ายมีสทิ ธิŒท9ีจะสามารถมีภรรยาไดถ้ งึ i
คน แต่ไม่ตระหนกั ถึงความรบั ผิดชอบในหนา้ ท9ีของสามีท9ีตอ้ งมีต่อสมาชิกในครอบครวั อย่างเท่า
เทียมและเป็นธรรม

2. การไม่เข้าใจในเป้าหมายหรือเจตนารมณท์ แHี ทจ้ ริง

52


ในการทาํ หนา้ ท9ีตามฐานะต่างๆ ในครอบครวั มสุ ลิมเป็นการทาํ ตามประเพณีท9ีสืบทอดต่อ
กันมามากกว่าการตระหนักว่าเป็ นกฎหมายท9ีจะต้องมีการบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลอย่างเต็มท9ี และหากไม่ทาํ ใหค้ รบถว้ นสมบรู ณก์ ็อาจจะถกู ลงโทษทงัP ในโลกนีแP ละโลก
หนา้ ได้ ในบางกรณีการทาํ หนา้ ท9ีก็เป็นการทาํ หนา้ ท9ีโดยไม่คาํ นึงถึงเป้าหมายและเจตนารมณ์ท9ี
แทจ้ รงิ ในการบญั ญัติของพระผเู้ ป็นเจา้ ทงัP นีอP าจจะเน9ืองมาจากมีมสุ ลิมจาํ นวนไม่นอ้ ยไม่สนใจท9ี
จะศกึ ษาหรอื หาความเขา้ ใจเก9ียวกบั เป้าหมายหรอื เจตนารมณท์ 9ีแทจ้ รงิ ในการบญั ญัติหลกั การใน
เรอ9ื งตา่ งๆ

3. มกี ารบดิ เบอื นหลักคาํ สอนของอสิ ลามเพอืH นาํ ไปใช้ในทางทไีH ม่ถกู ตอ้ ง

ปัญหานีนP ่าจะเป็นผลมาจากการท9ีมสุ ลิมไม่มีความรูเ้ ร9อื งชะรอี ะฮท์ 9ีแทจ้ รงิ จึงทาํ ใหเ้ ขาตอ้ ง
เช9ือผู้รูห้ รือโต๊ะครูท9ีตนเองนับถือ เม9ือผู้รูส้ อนหรือพูดส9ิงใดก็เช9ือเลยโดยไม่มีการตรวจสอบ
พยานหลกั ฐานท9ีมีตวั บทจากอลั กรุ อานและอลั ฮะดีษ หลงั จากนนัP ก็จะปฏิบตั ิตามคาํ ส9งั สอนอย่าง
เช9ือม9นั ว่าเป็นส9ิงท9ีถูกตอ้ ง แมว้ ่าผูร้ ูค้ นนันP จะอรรถาธิบายอลั กุรอานในลกั ษณะท9ีแตกต่างไปจาก
แนวทางของอะฮลิซซุนนะฮท์ 9ีตนเองยึดถือ อนั เน9ืองมาจากความไม่รูน้ 9นั เอง อย่างไรก็ตาม ปัญหา
การตีความและการบิดเบือนหลกั การ จะเห็นไดจ้ ากการมีกล่มุ ต่างๆ เกิดขึนP ไม่ว่าจะเป็นพวกคอ
วารจิ ญห์ รอื กลมุ่ ไอเอส กลมุ่ อะไรท9ีออกนอกแนวทางอะลสิ ซนุ นะวลั ญะมาอะฮล์ ว้ นแลว้ แตเ่ กิดจาก
การตีความและการบดิ เบือนทงัP สนิP ซง9ึ ตรงนีทP าํ ใหภ้ าพของชะรอี ะฮก์ ลายเป็นอยา่ งอ9ืนไป

4. การนาํ ไปใช้อย่างไม่ครบถว้ นทงัP ระบบ

ปัญหาในทางปฏิบตั ิท9ีเกิดขนึP อีกประการหน9ึงคือการนาํ หลกั ชะรอี ะฮไ์ ปใชอ้ ย่างไม่ครบถว้ น
ตวั อย่างเช่น การท9ีลกู ชายไดร้ บั มรดกตามหลกั อิสลามจาํ นวนสองส่วน ส่วนลกู สาวไดเ้ พียงหน9ึง
ส่วน แต่เม9ือลกู ชายไดร้ บั สดั ส่วนท9ีมากกว่าลกู สาวไปแลว้ กลบั ไม่ปฏิบตั ิหนา้ ท9ีในการเป็นวะลีคอส
ใหก้ ับพ9ีสาวนอ้ งสาวนัPนตามความรบั ผิดชอบท9ีอิสลามไดก้ าํ หนดไว้ หรือจะกล่าวใหเ้ ขา้ ใจแบบ
ง่ายๆ ก็คือ เอาแต่สิทธิแต่ไม่ยอมทาํ หนา้ ท9ีและรบั ผิดชอบ ปากีสถานเป็นประเทศหน9ึงในหลายๆ
ประเทศท9ีใชก้ ฎหมายชะรอี ะฮ์ แลว้ เกิดปัญหา คือ คนในประเทศนอกจากจะไมม่ ีความรูใ้ นชะรอี ะฮ์

53


มองชะรอี ะฮเ์ ป็นเหมือนกบั ประเพณีเป็นส9งิ ท9ีตอ้ งทาํ ปัญหาการนาํ มาไมใ่ ชค้ รบถว้ นทงัP ระบบก็เป็น
ปัญหาสาํ คญั ย9ิงท9ีทาํ ใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ กฎหมายชะรอี ะฮ์ เช่น หนา้ ท9ีของผชู้ ายในการใหส้ ิทธิ
แก่ภรรยาแต่ละคน คนท9ีมีภรรยาหลายคนก็ตอ้ งทาํ ใหค้ รบถว้ นในสิทธิต่างๆ ท9ีกาํ หนดเร9อื งการอยู่
เวร เร9อื งนะฟะเกาะฮ์ หรอื เร9อื งคา่ เลียP งดู ตวั อย่างเช่น คนสามจงั หวดั ชายแดนภาคใตม้ องวา่ การมี
ภรรยา 4 คนเป็นเร9อื งปกติ เน9ืองจากบรรดาโต๊ะอีหม่าม โต๊ะครูทาํ กนั หลายคนจึงอยากมีภรรยา 4
คนดว้ ย แตไ่ ม่รูห้ รอกวา่ สิทธิหนา้ ท9ีความรบั ผิดชอบคืออะไร เป็นเหมือนแฟช9นั เป็นเหมือนตวั อย่าง
การมีภรรยามากของคนไทยเดิมถือว่ามีบารมี มีทาสบรวิ ารมากเป็นคา่ นิยมของคนไทยในสมยั นนัP
ดว้ ยซาPํ ไป บางคนไม่รูช้ ะรอี ะฮท์ 9ีแทจ้ รงิ ถึงรูแ้ ตก่ ็ไม่เขา้ ใจเจตนารมณท์ 9ีแทจ้ รงิ วา่ ตอ้ งการอะไร แลว้
ก็เอาแตป่ ระโยชนส์ ว่ นตวั โดยไมไ่ ดค้ าํ นงึ วา่ ตอ้ งรบั ผิดชอบอะไร หนา้ ท9ีของตวั เองมีอะไรบา้ ง ผชู้ าย
ได้ 2 ส่วน ผูห้ ญิงได้ 1 ส่วน เอาแค่นีแP ต่อย่างอ9ืนไม่สนใจ ถามว่าการท9ีผูช้ ายได้ 2 ส่วน หมายถึง
ผชู้ ายเหนือกวา่ ผหู้ ญิงในเรอ9ื งการทาํ อิบาดะหห์ รอื ไม่ ผชู้ ายมีกาํ ลงั มากกวา่ แข็งแรงกวา่ ผหู้ ญิง แลว้
ความรบั ผิดชอบมีมากกว่าหรือไม่ ถามว่าเวลาพ่อแม่เจ็บป่ วย ผูช้ ายไปอยู่เฝ้าไขเ้ ป็น 2 เท่าของ
ผหู้ ญิงหรือไม่ ไม่เคยปรากฏ มีแต่ลกู สาวอย่ตู ลอดเวลาแต่ได้ 1 ส่วน ตรงประเด็นนีทP 9ีบางคนจึงมี
ความเหน็ วา่ ไมเ่ ป็นธรรม เพราะผชู้ ายบางคนรบั รูแ้ ตส่ ทิ ธิ แตไ่ มร่ ูถ้ งึ หนา้ ท9ีและความรบั ผิดชอบ

5. เกดิ ปัญหาเกยHี วกับการนาํ ไปปรับใช้และการตอ่ ยอดในรายละเอยี ด

มีนกั วิชาการศาสนาบางท่านไดก้ ลา่ วไวว้ า่ หลกั กฎหมายชะรอี ะฮเ์ ปรยี บเสมือนตน้ ไมใ้ หญ่
ท9ีมีรากฐานเร9ืองการศรทั ธาหรือรูก่ ่นอีหม่านท9ีม9นั คงแข็งแรง มีลาํ ตน้ ท9ีใหญ่ มีก9ิงกา้ นสาขาท9ีสง่า
งามก็คือ รูก่ ่นอิสลาม แต่ขาดดอกและผลท9ีจะใหค้ วามอ9ิมและความสดช9ืนหอมหวานท9ีมสุ ลิมทกุ
คนสามารถใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาํ วันได้ท่ามกลางโลกท9ีเปล9ียนแปลงก้าวหน้าทางด้าน
เทคโนโลยีและวิทยาการดา้ นต่างๆ ซ9งึ ในทกุ วนั นีผP ทู้ 9ีทาํ หนา้ ท9ีบญั ญัติกฎหมายออกมาลว้ นแลว้ แต่
บัญญัติกฎหมายมนุษย์ขึนP มาใช้ ไม่ได้มีการต่อยอดจากชะรีอะฮ์ท9ีเป็ นแก่นแท้เพ9ือให้เกิด
รายละเอียดในการบงั คบั ใชก้ บั สงั คมและชีวิตของคนท9ีมีการเปล9ียนแปลงไปเทา่ ท9ีควร ดงั จะเห็นได้
จากการท9ีในการใชช้ ีวิตประจาํ วนั เวลาเราขบั รถผ่าไฟแดงหรือทะเลาะกันในครอบครวั กบั พ9ีนอ้ ง

54


เราแกป้ ัญหาโดยใชช้ ะรีอะฮไ์ หม เรานึกถึงชะรีอะฮท์ 9ีจะมาตดั สินก่อนหรือไม่ หรือเราใชก้ ฎหมาย
มนษุ ยโ์ ดยไม่คิดว่าชะรีอะฮว์ ่าอย่างไร เราเป็นมสุ ลิมทงัP ค่สู มควรนาํ ชะรีอะฮม์ าตดั สินกนั ดีกว่าว่า
ใครผิดใครถกู นอกจากนีปP ัญหาอิจญต์ ิฮาดยงั คงเป็นปัญหารว่ มสมยั เพราะจะมีแนวความคดิ หลาย
ความคิด บางกลมุ่ ก็บอกว่าการอิจญต์ ิฮาดไดป้ ิดประตไู ปแลว้ มซั ฮบั ตอ้ งมีแค่นีP ใครยดึ ตามมซั ฮบั
ไหนก็ตอ้ งยึดตามนนัP ไม่สามารถท9ีจะผสมปนเปกนั ได้ แต่บางสายก็จะบอกว่าการอิจญต์ ิฮาดยงั มี
ได้ แตเ่ ฉพาะเรอ9ื งไหนไดบ้ า้ ง เรอ9ื งท9ีเก9ียวขอ้ งกบั ปัญหารว่ มสมยั (กอ้ ฎอยามอุ าซอเราะฮ)์ เทา่ นนัP

ขอยกตวั อย่างเร9ืองแรกท9ีมาเลเซีย ผชู้ ายเขามีภรรยาได้ i คน แต่การท9ีสามีจะแต่งงานกบั
ภรรยาคนท9ี ^ ไดแ้ ตเ่ ดิมแลว้ ตอ้ งใหภ้ รรยาคนแรกเซ็นตย์ ินยอมก่อน ผลปรากฏวา่ อย่มู าสามีก็บอก
ว่าใหภ้ รรยาเซ็นตใ์ บยินยอมหรือมอบอาํ นาจจะไปโอนท9ีดิน ภรรยาก็เซ็นตผ์ ลปรากฎความจรงิ ว่า
เป็นการเซ็นตย์ ินยอมไปแต่งงานกบั ภรรยาคนท9ีสอง เพราะมาเลเซียมองว่า ถา้ ไม่ใหค้ วามยินยอม
กบั ภรรยาคนแรก ครอบครวั จะอย่กู นั ไม่ไดไ้ ม่สงบ ครอบครวั ทะเลาะแตกแยกกนั เพราะฉะนนัP การ
เซ็นตย์ ินยอมไม่ไดห้ มายถึงว่าเพ9ิมหลกั การของชะรอี ะฮ์ แต่เป็นการรกั ษาครอบครวั ใหอ้ ยู่ มีความ
ม9นั คง มีความเขา้ ใจกนั การออกกฎเกณฑเ์ ร9ืองชะรีอะฮท์ 9ีเป็นการต่อยอดเช่นนีไP ม่ใช่การบิดเบือน
หรือเปล9ียนแปลง ต่อมามาเลเซียเปล9ียนวิธีการโดยการแต่งตัPงคณะกรรมการขึนP มาชุดหน9ึง
คณะกรรมการประกอบดว้ ยคนท9ีมีความรูค้ นท9ีอยใู่ นทอ้ งถ9ินนนัP เวลาใครจะมีภรรยาคนท9ี ^ ตอ้ งมา
ใหก้ รรมการพิจารณาก่อน โดยจะพิจารณา ^ ปัจจยั ปัจจยั แรกคือทางดา้ นการเงิน พูดง่ายๆ ว่า
สามีมีการเงินเป็นอย่างไร รายไดเ้ ป็นอย่างไร ครอบครวั มีรายไดท้ างไหนอีก แลว้ สามีจะเลียP ง
ภรรยาเลียP งลูกท9ีออกมาได้อย่างไร มีความพรอ้ มไหมทางด้านการเงิน อีกปัจจัยหน9ึงคือเร9ือง
อารมณ์ สามีคนนีเP ป็นคนท9ีควบคุมอารมณ์ตัวเองไดไ้ หม นอกจากควบคุมอารมณ์ตัวเองแลว้
สามารถควบคุมอารมณ์ของภรรยาและลกู ๆ ท9ีจะเกิดไดห้ รือไม่ ถา้ คุณยงั ไม่มีความพรอ้ มก็ใหม้ ี
ไม่ได้ เขามองว่าการกระทาํ เหล่านีเP ป็นส9ิงจาํ เป็นสาํ หรบั ครอบครวั ความม9นั คงในครอบครวั จึงจะ
เกิดขึนP ไม่ใช่มีคนใหม่แลว้ เกิดบา้ นแตก เวลาทะเลาะกันก็อยู่กันไม่ได้ ลูกมีปัญหา ภรรยาก็มี
ปัญหา น9ีคือปัญหาของการอิจญต์ ฮิ าดท9ีมนั เกิดขนึP ในยคุ ปัจจบุ นั ท9ีมาเลเซีย

55


ส่วนประเทศซาอุดีอาระเบีย มีการกาํ หนดเร9ืองการแต่งงานแบบมิสยาร เน9ืองจากแต่เดิม
การแต่งงานทาํ ไดย้ ากมากเพราะการแต่งงานจะตอ้ งมีมะฮรั ท9ีเหมาะสมแลว้ ยงั ตอ้ งเลียP งดผู หู้ ญิง
คนนนัP เหมือนกบั ท9ีพ่อแม่เขาเลียP งดู การแต่งงานจึงเกิดขึนP นอ้ ย ดงั นนัP จึงมีการออกฮูก่มเร9ืองการ
แต่งงานแบบมิสยารคือ การแต่งงานโดยท9ีผหู้ ญิงลดเง9ือนไขในการแต่งงานใหน้ อ้ ยลง เช่น นะฟะ
เกาะฮอ์ าจจะไม่มีก็ได้ เพราะผหู้ ญิงเขามีความพรอ้ มเร9ืองการเงินอย่แู ลว้ มีความพรอ้ มเร9ืองอ9ืนๆ
ผหู้ ญิงจงึ ยอมสละสิทธิในหลายๆ เร9อื งเพ9ือแบง่ เบาภาระของผชู้ าย อนั นีเP ป็นส9ิงท9ีอลุ ามะอฟ์ ัตวาวา่
ทาํ ไดแ้ ละยอมใหผ้ หู้ ญิงสละสทิ ธิบางอยา่ ง อีกตวั อยา่ งหนง9ึ คือ กรณีของประเทศจอรแ์ ดนท9ีไดม้ ีการ
ออกกฎหมายยกเวน้ โทษใหก้ บั ชายผทู้ 9ีทาํ การข่มขืนผหู้ ญิง แต่ต่อมาไดส้ าํ นึกผิดและยินดีแต่งงาน
กบั หญิงนนัP โดยหญิงยินยอมและสามารถอย่รู ว่ มกนั เป็นสามีภรรยาท9ีดีเป็นเวลาถงึ สามปี ชายผนู้ นัP
จะไดร้ บั การอภยั โทษจากโทษอาญาดงั กลา่ ว

ตอนนีปP ระเทศไทยก็มีการอิจญ์ติฮาดแลว้ ล่าสุดฮุก่มปากัตท9ียะหา จังหวัดยะลา ฮูก่ม
แปลวา่ กฎเกณฑ์ ปากตั แปลวา่ รว่ มกนั คือการออกกฎเกณฑข์ องชมุ ชนรว่ มกนั ในภาษาอาหรบั จะ
เรียกว่าฮกู ่มมวุ าฟาเกาะฮ์ หมายความว่า หลายๆ ฝ่ ายมาประชมุ ตกลงกนั โดยอาศยั ยึดหลกั ท9ีว่า
‫ اﻟ ُﻤ ْﺴ ِﻠ ُﻤ ْﻮ َن ِﻋ ْﻨﺪَ ُﺷ ُﺮ ْو ِط ِﮭ ْﻢ‬มุสลิมนัPนต้องปฏิบัติตามเง9ือนไขท9ีได้วางกันไว้ เช่นในกัมปงนีPมี
เง9ือนไขอย่างนีP ในการออกกฎเกณฑ์นัPนจะมีทัPงตาํ รวจ ท้องถ9ิน โต๊ะอีหม่าม และคนในชุมชน
รว่ มกนั ออกกฎเกณฑ์ เน9ืองจากเกิดปัญหามีวยั รุน่ รวมตวั กนั ท9ีปœัมนาPํ มนั เพ9ือจีบสาวและมีการแย่ง
ชิงกัน มีการลงไมล้ งมือกัน มีการพกอาวุธ มีมีดมีปืนและมีการทาํ รา้ ยกัน กรณีจึงออกฮูก่มมา
เพ9ือท9ีจะปรามพวกนีถP า้ มารวมตวั กนั ทงัP ผหู้ ญิงผชู้ ายท9ีสามารถแตง่ งานกนั ไดท้ 9ีมาอย่รู ว่ มกนั โดยไม่
มีมะหร์ อม ก็จะถกู เตือนก่อนโดยการเรยี กพ่อแม่ ทาํ ตามแบบอย่างของมาเลเซียท9ีมีตาํ รวจศาสนา
คนก็วิจารณ์กันอย่างมาก เน9ืองจากมีกฎข้อหน9ึงท9ีแรงคือ การบังคับให้แต่งงาน ก็เป็ นการ
วิพากวิจารณฮ์ กู ่มปากตั ซ9งึ แสดงใหเ้ ห็นว่าประเทศไทยก็เร9มิ มีกฎเกณฑเ์ หลา่ นีเP กิดขึนP แลว้ ดงั นนัP
ควรตอ้ งมาคิดถงึ กระบวนการ ขนัP ตอนและองคก์ รวา่ ควรจะเป็นอยา่ งไร และผลการบงั คบั ใชใ้ นทาง
กฎหมายดว้ ยวา่ เป็นอยา่ งไร

56


ข้อความคดิ เกย0ี วกับการแก้ปัญหาความขัดแย้ง
ในทศั นะของอสิ ลาม

ตามหลกั การศาสนาอิสลามมนุษยไ์ ดถ้ กู พระผูเ้ ป็นเจา้ สรา้ งขึนP มาเพ9ือท9ีจะเป็นผูแ้ ทนหรือ
ผูป้ กครองสรรพส9ิงทงัP หลายท9ีพระองคท์ รงสรา้ งขึนP มาทงัP หมดบนหนา้ แผ่นดิน โดยมีวตั ถปุ ระสงค์
หรอื เป้าหมายเพ9ือท9ีจะทาํ ใหส้ รรพส9ิงทงัP หลายท9ีอย่บู นหนา้ แผ่นดินมีความสงบสขุ รวมทงัP ตอ้ งการ
ใหม้ ีความรกั ความเอ็นดเู มตตา มีความยตุ ิธรรมเกิดขนึP ในระหวา่ งมนษุ ยด์ ว้ ยกนั ดว้ ยเหตนุ ีP จงึ เป็น
การยอมรบั โดยปรยิ ายวา่ บนโลกใบนียP ่อมมีปัญหาความขดั แยง้ เกิดขนึP อย่างแน่นอนและมนษุ ยถ์ กู
สรา้ งมาเพ9ือใหม้ ีภารกิจท9ีสาํ คญั ในการแกไ้ ขหรอื ระงบั ความขดั แยง้ ดงั กลา่ วใหห้ มดสินP ไปดว้ ย ดงั
พระดาํ รสั ของพระองคท์ 9ีไดท้ รงตรสั ไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซเู ราะฮอ์ ลั บาก่อเราะฮ์ อายะฮท์ 9ี
30 วา่

‫َوإِ ْذ ﻗَﺎ َل َرﺑﱡ َﻚ ِﻟ ْﻠ َﻤ َﻼ ِﺋ َﻜ ِﺔ إِ ِﻧّﻲ َﺟﺎ ِﻋ ٌﻞ ِﻓﻲ ا ْﻷَ ْر ِض َﺧ ِﻠﯿﻔَﺔً ۖ ﻗَﺎﻟُﻮا أَﺗَ ْﺠﻌَ ُﻞ ِﻓﯿ َﮭﺎ َﻣﻦ ﯾُ ْﻔ ِﺴﺪُ ﻓِﯿ َﮭﺎ‬
ۗ ‫َوﯾَ ْﺴ ِﻔ ُﻚ اﻟ ِﺪّ َﻣﺎ َء َوﻧَ ْﺤ ُﻦ ﻧُ َﺴﺒِّ ُﺢ ﺑِ َﺤ ْﻤ ِﺪ َك َوﻧُﻘَ ِﺪّ ُس ﻟَ َﻚ ۖ ﻗَﺎ َل إِ ِﻧّﻲ أَ ْﻋﻠَ ُﻢ َﻣﺎ َﻻ ﺗَ ْﻌﻠَ ُﻤﻮ َن‬
ความว่า “และจงราํ ลกึ ถึงขณะท9ีพระเจา้ ของเจา้ ไดต้ รสั แก่มะลาอิกะฮฺว่า แทจ้ รงิ ขา้ จะใหม้ ี
ผูแ้ ทนคนหน9ึงในพิภพ มะลาอิกะฮฺไดท้ ูลขึนP ว่า พระองคจ์ ะทรงใหม้ ีขึนP ในพิภพซ9ึงผูท้ 9ีบ่อน
ทาํ ลายและก่อการนองเลือดในพิภพกระนนัP หรอื ? ทงัP ๆ ท9ีพวกขา้ พระองคใ์ หค้ วามบรสิ ทุ ธิŒ
พรอ้ มดว้ ยการสรรเสริญพระองค์ และเทิดทูนความบริสุทธิŒในพระองค์ พระองคต์ รสั ว่า
แทจ้ รงิ ขา้ รูย้ 9ิงในส9งิ ท9ีพวกเจา้ ไมร่ ู”้

57


นอกจากนีแP ลว้ พระองคย์ งั ทรงบนั ดาลใหก้ ารใชช้ ีวิตในโลกนีขP องมนษุ ยน์ นัP เป็นบททดสอบ
แก่มนษุ ยเ์ พ9ือพิสจู นว์ ่ามนษุ ยผ์ ใู้ ดจะมีอีหม่านท9ีเขม้ แข็งต่อพระองค์ และผใู้ ดจะปฏิบตั ิความดีหรอื
ผลงานท9ีดีย9ิงกว่ากนั ดงั พระดาํ รสั ของพระองคท์ 9ีไดท้ รงตรสั ไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซูเราะฮ์
อลั กะฮฟิ อายะฮท์ 9ี `

ۗ ‫ِإﻧﱠﺎ َﺟﻌَ ْﻠﻨَﺎ َﻣﺎ َﻋﻠَﻰ ا ْﻷَ ْر ِض ِزﯾﻨَﺔً ﻟﱠ َﮭﺎ ِﻟﻨَ ْﺒﻠُ َﻮ ُھ ْﻢ أَﯾﱡ ُﮭ ْﻢ أَ ْﺣ َﺴ ُﻦ َﻋ َﻤ ًﻼ‬

ความว่า “แทจ้ รงิ เราไดท้ าํ ใหส้ 9ิงท9ีอย่บู นแผ่นดินเป็นท9ีประดบั สาํ หรบั มนั เพ9ือเราจะทดสอบ
พวกเขาวา่ ผใู้ ดในหมพู่ วกเขามีผลงานท9ีดีเย9ียม”

และในซเู ราะฮอ์ ลั มลุ ก์ อายะฮท์ 9ี ^

ۗ ‫اﻟﱠ ِﺬي َﺧﻠَ َﻖ ا ْﻟ َﻤ ْﻮ َت َوا ْﻟ َﺤﯿَﺎةَ ِﻟﯿَ ْﺒﻠُ َﻮ ُﻛ ْﻢ أَﯾﱡ ُﻜ ْﻢ أَ ْﺣ َﺴ ُﻦ َﻋ َﻤ ًﻼ ۚ َو ُھ َﻮ ا ْﻟﻌَ ِﺰﯾ ُﺰ ا ْﻟﻐَﻔُﻮ ُر‬

ความว่า “พระผทู้ รงใหม้ ีความตายและใหม้ ีความเป็น เพ9ือจะทดสอบพวกเจา้ ว่า ผใู้ ดบา้ ง
ในหมพู่ วกเจา้ ท9ีมีผลงานดีย9ิง และพระองคเ์ ป็นผทู้ รงอาํ นาจ ผทู้ รงใหอ้ ภยั เสมอ”

จากพระดาํ รสั ของพระองคด์ งั กล่าวแสดงใหเ้ ห็นว่า ทกุ ส9ิงทกุ อย่างในโลกนีพP ระองคไ์ ดท้ รง
กาํ หนดใหม้ าประสบกบั มนษุ ย์ หาใช่เหตบุ งั เอิญไม่ หากแตเ่ ป็นพระประสงคข์ องพระองคท์ 9ีตอ้ งการ
จะทดสอบมนุษยท์ ังP สินP ไม่ว่าเร9ืองนัPนจะเป็นเร9ืองดีหรือเป็นเร9ืองท9ีไม่ดีก็ตาม ดว้ ยเหตุนีP ปัญหา
ความโกรธ ความไม่พอใจ หรือปัญหาความขดั แยง้ จึงเป็นเร9ืองปกติท9ีสามารถเกิดขึนP ไดเ้ สมอและ
ทกุ คนตอ้ งประสบ คงจะไม่มีใครท9ีไม่เคยทะเลาะหรอื ขดั แยง้ กบั ผใู้ ด ปัญหาความขดั แยง้ หรอื การ
เกิดขอ้ ผิดพลาดขึนP จึงเป็นส9ิงปกติของมนุษยท์ 9ีอาจจะเกิดขึนP ไดเ้ สมอ ในบางกรณีอาจเป็นการ
ขดั แยง้ ในระดบั เลก็ เช่น การทะเลาะวิวาทกนั ในดา้ นคาํ พดู ระหวา่ งบคุ คลท9ีอย่ใู กลช้ ิดกนั เช่น สามี
ภรรยาหรือเพ9ือนฝงู แต่ในบางกรณีก็เป็นความขดั แยง้ ในระดบั ท9ีใหญ่โต เช่น การขดั แยง้ ระหว่าง
กลมุ่ ชน ระหวา่ งเชือP ชาติ หรอื ระหวา่ งการนบั ถือศาสนาท9ีแตกตา่ งกนั เป็นตน้ ปัญหาเหลา่ นีเP กิดขนึP
เป็นประจาํ ตามปกติของการใชช้ ีวิตอยู่รว่ มกันในโลกใบนีP แต่ส9ิงสาํ คญั ย9ิงกว่าปัญหาเหล่านีกP ็คือ
วิธีการท9ีจะใชส้ าํ หรบั ระงับขอ้ พิพาทหรือระงับขอ้ ขัดแยง้ มีความเหมาะสมกับสถานการณ์หรือ

58


เหตกุ ารณด์ งั กลา่ ว รวมทงัP วิธีการนนัP มีประสิทธิภาพในการระงบั ขอ้ พิพาทไดเ้ ป็นผลสาํ เรจ็ จรงิ และ
สามารถยตุ ปิ ัญหาไดอ้ ยา่ งย9งั ยืนหรอื ไม่

สาํ หรบั ในแนวความคิดของหลกั การศาสนาอิสลามแลว้ ปัญหาทุกอย่างมีทางออกเสมอ
สาํ หรบั มุสลิม ทังP นีเP พราะเม9ือพระผูเ้ ป็นเจา้ ไดท้ รงประทานปัญหาใหเ้ กิดขึนP แลว้ พระองคจ์ ะทรง
ประทานทางออกใหเ้ สมอ น9ีคือหลักการศรทั ธาหรือความเช9ือของมุสลิมทุกคน นอกจากนีแP ลว้
ปัญหาตา่ งๆ ท9ีบางคนไมส่ ามารถคิดคน้ หาทางออกหรอื หาขอ้ ยตุ ิไดน้ นัP ในหลกั ความคิดของอิสลาม
ก็มีหลกั การศรทั ธาท9ีชดั เจนเช่นกนั กลา่ วคือ แทจ้ รงิ ในความยากนนัP มีความง่าย ซง9ึ พระองคไ์ ดท้ รง
ตรสั ไวถ้ งึ สองครงัP อนั เป็นการแสดงใหเ้ หน็ ถงึ วา่ ในทกุ ความยากนนัP พระองคไ์ ดท้ รงประทานคาํ ตอบ
ไวอ้ ยู่ในความยากนันP แลว้ เพียงแต่มนุษยจ์ ะสามารถมองเห็นหรือนึกคิดขึนP มาไดห้ รือไม่เท่านันP
หากมนษุ ยค์ นใดมีความพยายามก็จะไดร้ บั ผลสาํ เรจ็ แตห่ ากมนษุ ยค์ นใดไมม่ ีความพยายามก็จะ
ไมป่ ระสบความสาํ เรจ็

ซเู ราะฮอ์ ตั ตอ้ ลา๊ ก อายะฮท์ 9ี ^-h

ۗ ‫َ ﯾَ ْﺠﻌَﻞ ﻟﱠﮫُ َﻣ ْﺨ َﺮ ًﺟﺎ‬i‫َو َﻣﻦ ﯾَﺘﱠ ِﻖ ﱠ‬
ความวา่ “และผใู้ ดยาํ เกรงอลั ลอฮฺ พระองคก์ ็จะทรงหาทางออกใหแ้ ก่เขา”

ۚ ‫َ ﺑَﺎ ِﻟ ُﻎ أَ ْﻣ ِﺮ ِه‬i‫ِ ﻓَ ُﮭ َﻮ َﺣ ْﺴﺒُﮫُ ۚ إِ ﱠن ﱠ‬i‫َوﯾَ ْﺮ ُز ْﻗﮫُ ِﻣ ْﻦ َﺣ ْﯿ ُﺚ َﻻ ﯾَ ْﺤﺘَ ِﺴ ُﺐ ۚ َو َﻣﻦ ﯾَﺘَ َﻮ ﱠﻛ ْﻞ َﻋﻠَﻰ ﱠ‬

ۗ ‫ُ ِﻟ ُﻜ ِّﻞ َﺷ ْﻲ ٍء ﻗَ ْﺪ ًرا‬i‫ﻗَ ْﺪ َﺟﻌَ َﻞ ﱠ‬

ความว่า “และจะทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่เขาจากท9ีท9ีเขามิได้คาดคิด และผู้ใด
มอบหมายแด่อลั ลอฮฺ พระองคก์ ็จะทรงเป็นผพู้ อเพียงแก่เขา แทจ้ รงิ อลั ลอฮฺเป็นผทู้ รงบรรลุ
ในกิจการของพระองค์ โดยแน่นอนสาํ หรบั ทกุ ส9ิงอย่างนนัP อลั ลอฮฺทรงกาํ หนดกฎสภาวะไว้
แลว้ ”

และในซเู ราะฮอ์ ลั อินชิรอฮ อายะฮท์ 9ี _-j

‫ﻓَﺈِ ﱠن َﻣ َﻊ ا ْﻟﻌُ ْﺴ ِﺮ ﯾُ ْﺴ ًﺮا ۗ ِإ ﱠن َﻣ َﻊ ا ْﻟﻌُ ْﺴ ِﺮ ﯾُ ْﺴ ًﺮ ۗا‬

59


ความว่า “ฉะนันP แทจ้ ริงหลงั จากความยากลาํ บากก็จะมีความง่ายแทจ้ ริงหลงั จากความ
ยากลาํ บากก็จะมีความงา่ ย”
จากท9ีไดก้ ล่าวมาขา้ งตน้ ทัPงหมดจะเห็นไดว้ ่าในหลักการหรือแนวความคิดของอิสลามเก9ียวกับ
ปัญหาความขดั แยง้ นนัP สามารถสรุปไดว้ ่า ทกุ ปัญหานนัP ย่อมมีทางออกเสมอและในทกุ ขอ้ ขดั แยง้
หรอื ขอ้ พิพาทนนัP ยอ่ มสามารถท9ีจะยตุ หิ รอื ไกลเ่ กล9ยี ไดเ้ ชน่ กนั

วธิ ีการแก้ไขปัญหาหรือความขัดแย้ง
ตามหลักการอสิ ลาม

ในเม9ือพระผู้เป็ นเจ้าได้ทรงประทานพระมหาคัมภีรอ์ ัลกุรอานมาเป็ นทางนําสาํ หรับ
มนษุ ยชาติแลว้ พระองคจ์ งึ ย่อมทรงกาํ หนดวิธีการในการแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ ท9ีจะตอ้ งเกิดขนึP
อย่างเป็นปกติไวว้ ่า จะตอ้ งใชห้ ลกั การหรือเคร9ืองมือใดในการนาํ มาใชแ้ กป้ ัญหาท9ีเกิดขึนP ระหว่าง
มนษุ ยด์ ว้ ยกนั ดงั พระดาํ รสั ของพระองคใ์ นซเู ราะฮอ์ นั นะฮล์ ู่

‫َوﻧَ ﱠﺰ ْﻟﻨَﺎ َﻋﻠَ ْﯿ َﻚ ا ْﻟ ِﻜﺘَﺎ َب ﺗِ ْﺒﯿَﺎﻧًﺎ ِﻟّ ُﻜ ِّﻞ َﺷ ْﻲ ٍء َو ُھﺪًى َو َر ْﺣ َﻤﺔً َوﺑُ ْﺸ َﺮ ٰى ِﻟ ْﻠ ُﻤ ْﺴ ِﻠ ِﻤﯿ َﻦ‬
ความวา่ “และเรา (อลั ลอฮ) ไดท้ รงประทานกรุ อานนีมP าเป็นท9ีแจง้ ชดั ในทกุ เรอ9ื งและเป็นทาง
นาํ และเป็นความเมตตาและเป็นการแจง้ ขา่ วดีกบั ผทู้ 9ีเป็นมสุ ลมิ ”

60


ท่านอบั ดลุ ลอฮอิบนมุ สั อดู้ (รอ่ ดิยลั ลอฮอุ นั ฮ)ุ ไดอ้ ธิบายอายะฮน์ ีบP อกว่าคาํ ว่า ‫ﺗِ ْﺒﯿَﺎﻧًﺎ ِﻟّ ُﻜ ِّﻞ‬
‫ َﺷ ْﻲ ٍء‬หมายถึงทกุ ศาสตรอ์ ย่ใู นกรุ อานทงัP หมดเพราะฉะนนัP จะเห็นไดว้ ่าทกุ เร9อื งอิสลามมีทางออก
เพียงแตจ่ ะทาํ อยา่ งไรในการสกดั ออกมาใหไ้ ด้

และในซเู ราะฮ์ อนั นิสาอ์ อายะฮท์ 9ี _l วา่

‫ۖ ٰذَ ِﻟﻓَﺈِ َﻚن َﺗَﺧﻨَْﯿﺎ ٌﺮَز َ ْوﻋأَﺘُ ْﻢْﺣ ﻓِ َﺴ ُﻲﻦ‬ ‫اﻟ ﱠﺮ ُﺳﻮ َل َوأُو ِﻟﻲ ا ْﻷَ ْﻣ ِﺮ ِﻣﻨ ُﻜ ْﻢ‬ ‫َ َوأَ ِطﯿﻌُﻮا‬i‫آ َﻣﻨُﻮا أَ ِطﯿﻌُﻮا ﱠ‬ ‫ﯾَﺎ أَﯾﱡ َﮭﺎ اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ‬
ۚ ‫ﺗُ ْﺆ ِﻣﻨُﻮ َن ﺑِﺎ ﱠ•ِ َوا ْﻟﯿَ ْﻮ ِم ا ْﻵ ِﺧ ِﺮ‬ ‫ِ َواﻟ ﱠﺮ ُﺳﻮ ِل ِإن ُﻛﻨﺘُ ْﻢ‬i‫ِإﻟَﻰ ﱠ‬ ُ‫َﺷ ْﻲ ٍء ﻓَ ُﺮدﱡوه‬
ۚ ‫ﺗَﺄْ ِوﯾ ًﻼ‬

ความว่า “ผศู้ รทั ธาทงัP หลาย ! จงเช9ือฟังอลั ลอฮฺ และเช9ือฟังรอ่ ซูลเถิด และผปู้ กครองในหมู่

พวกเจา้ ดว้ ย แต่ถา้ พวกเจา้ ขัดแยง้ กันในส9ิงใดก็จงนาํ ส9ิงนัPนกลบั ไปยังอัลลอฮฺและร่อซูล

หากพวกเจา้ ศรทั ธาต่ออลั ลอฮฺและวนั ปรโลก น9นั แหละเป็นส9ิงท9ีดีย9ิงและเป็นการกลบั ไปท9ี

สวยงามย9ิง”

คาํ ว่า “ผนู้ าํ ในหม่สู เู จา้ ...” ในตฟั ซีรจะอธิบายว่าเป็นฟุกาฮาอก์ ็แลว้ แต่การตีความ แต่ท9ีจะ
เอาก็คือ ‫ ﻓَﺈِ ْن ﺗَﻨَﺎ َز ْﻋﺘُ ْﻢ ﻓِﻲ َﺷ ْﻲ ٍء‬ตรงนีสP าํ คญั “แตเ่ ม9ือพวกเจา้ ขดั แยง้ กนั ในส9งิ ใด ِi‫ﻓَ ُﺮدﱡوهُ ِإﻟَﻰ ﱠ‬
‫ َواﻟ ﱠﺮ ُﺳﻮ ِل‬ก็จงกลบั ไปยงั อลั ลอฮและรอ่ ซูล้ ” อนั นีคP ือจุดสาํ คญั เป็นหลกั ท9ีจะเอามายึดว่า ถา้ เรา
เกิดขอ้ ขดั แยง้ เราจาํ ตอ้ งกลบั ไปสู่อลั ลอฮหรือรอซูล้ ตรงนีอP ลั กุรอานเป็นคาํ ส9งั ใช้ ُ‫ ﻓَ ُﺮدﱡوه‬เป็น
คาํ ส9งั ใชแ้ น่นอน ท9ีสาํ คญั ‫ إِ ْن ُﻛ ْﻨﺘُ ْﻢ ﺗُ ْﺆ ِﻣﻨُﻮ َن ﺑِﺎ ﱠ•ِ َوا ْﻟﯿَ ْﻮ ِم ا ْﻵ ِﺧ ِﺮ‬หากพวกท่านศรทั ธาในอลั ลอฮ
และวนั อาคีเราะหใ์ หก้ ลบั ไป ถา้ ไม่ศรทั ธาไม่ตอ้ งกลบั อนั นีคP วามหมายในเชิงตรงกนั ขา้ ม เพราะกุ
รอานบอกว่า หากท่านศรทั ธาต่ออัลลอฮและวันปรโลก ‫ ذَ ِﻟ َﻚ َﺧ ْﯿ ٌﺮ َوأَ ْﺣ َﺴ ُﻦ ﺗَﺄْ ِوﯾ ًﻼ‬การท9ีเรา
กลบั ไปมันดีย9ิงดีมากท9ีสุดและสวยงามย9ิง พูดง่ายๆ ว่าการท9ีเราใชห้ ลกั การของอลั ลอฮและรอซู้
ลในการตดั สิน ในทุกปัญหาท9ีเกิดขึนP มนั จะเป็นการกลบั ท9ีสวยงามย9ิงในฐานะท9ีเราเป็นผูศ้ รทั ธา
ตอ่ อลั อฮและวนั อาคีเราะห์

61


จากขอ้ ส9งั ใชใ้ นบทบญั ญัติดงั กลา่ วชีใP หเ้ ห็นแนวทางหรอื วิธีการในการแกไ้ ขปัญหาไดอ้ ย่าง
ชดั เจนวา่ หากมีขอ้ ขดั แยง้ เกิดขนึP มอุ มินหรอื ผศู้ รทั ธาก็จะตอ้ งนาํ ขอ้ ขดั แยง้ นนัP กลบั ไปยงั คมั ภีรอ์ ลั
กรุ อานและซุนนะฮข์ องท่านศาสดามฮู าํ หมดั (ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั ) เพ9ือพิเคราะหว์ ่าขอ้
ขดั แยง้ นันP ควรจะใชว้ ิธีการใดและตดั สินอย่างไร ซ9ึงการใชว้ ิธีการดงั ท9ีกาํ หนดไวย้ ่อมถือเป็นการ
แกไ้ ขปัญหาท9ีสวยงามและดีย9ิงในทศั นะของอิสลามน9นั เอง

รูปแบบการแก้ไขปัญหาตามวถิ อี สิ ลาม
ในแตล่ ะระดบั ของความขัดแย้ง

จากผลการศึกษาวิจยั เพ9ือคน้ หาแนวทางการแกไ้ ขปัญหาตามวิถีอิสลามในรูปแบบต่างๆ
เทา่ ท9ีสามารถสบื คน้ ไดจ้ ากขอ้ มลู ขอ้ เขียนและบทความวิชาการในปัจจบุ นั สามารถสรุปไดด้ งั นีP

1. การน9ิงเฉย
2. การขอโทษและการใหอ้ ภยั
3. การตอบโตด้ ว้ ยกบั ส9งิ ท9ีดีกวา่
4. การปรกึ ษาหารอื รว่ มกนั
5. การปลกี ตวั ออกหรอื ฮิจเราะฮ์
6. การไกลเ่ กล9ยี ประนีประนอม
7. อนญุ าโตตลุ าการ

62

8. กระบวนการศาล

9. อาํ นาจผปู้ กครองสงู สดุ

10. การตอ่ สแู้ ละทาํ สงคราม

ซ9ึงในแต่ละรูปแบบหรือวิธีการแก้ไขปัญหาตามวิถีอิสลามนีมP ีปัจจัยหรือองคป์ ระกอบ
รวมทงัP เง9ือนไขเก9ียวกบั การนาํ มาปรบั ใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ระดบั ความรุนแรงของการขดั แยง้ ซง9ึ จะได้
กลา่ วในรายละเอียดตอ่ ไป

1. การพดู ดแี ละนิ0งเฉย

คาํ พดู ท9ีดี ซเู ราะฮอ์ ิบรอฮีม อายะฮ์ 24
‫ُ َﻣﺜَ ًﻼ َﻛ ِﻠ َﻤﺔً َطﯿِّﺒَﺔً َﻛ َﺸ َﺠ َﺮ ٍة َطﯿِّﺒَ ٍﺔ أَ ْﺻﻠُ َﮭﺎ ﺛَﺎﺑِ ٌﺖ َوﻓَ ْﺮ ُﻋ َﮭﺎ ﻓِﻲ اﻟ ﱠﺴ َﻤﺎ ِء‬i‫أَﻟَ ْﻢ ﺗَ َﺮ َﻛ ْﯿ َﻒ َﺿ َﺮ َب ﱠ‬

‫ُ اﻷَ ْﻣﺜَﺎ َل ِﻟﻠﻨﱠﺎ ِس ﻟَﻌَﻠﱠ ُﮭ ْﻢ ﯾَﺘَﺬَ ﱠﻛ ُﺮو َن‬i‫ﺗُ ْﺆﺗِﻲ أُ ُﻛﻠَ َﮭﺎ ُﻛ ﱠﻞ ِﺣﯿ ٍﻦ ﺑِﺈِ ْذ ِن َر ِﺑّ َﮭﺎ َوﯾَ ْﻀ ِﺮ ُب ﱠ‬
ความวา่ “เจา้ มิเห็นดอกหรอื วา่ อลั ลอฮทรงยกอทุ าหรณไ์ วว้ า่ อปุ มาคาํ พดู ท9ีดีด9งั ตน้ ไมท้ 9ีดี ราก
ของมนั ฝังแนน่ ลกึ ม9นั คง และก9ิงกา้ นของมนั ชขู นึP ไปในทอ้ งฟา้ ”

ซเู ราะฮน์ ีอP า่ นแลว้ เขา้ ใจไดท้ นั ที เจา้ ไมเ่ ห็นหรอกหรอื วา่ สงั เกตไหม อลั ลอฮขนึP คาํ วา่ ‫أَﻟَ ْﻢ ﺗَ َﺮ‬
ในทุกวนั นีกP ารเรียนเทคนิควิธีการพูดท9ีบอกว่า ตน้ ต9ืนเตน้ กลางกลมกลืน จบจบั ใจ เราเรียนแลว้
เป็นพิธีกรเป็นวิทยากรไดเ้ ก่งมาก หลกั การนีมP าจากอลั กุรอาน แต่เราไม่เคยถอดบทเรียน ‫أَﻟَ ْﻢ ﺗَ َﺮ‬
ตน้ ต9ืนเตน้ ขนึP ตน้ ดว้ ยการตงัP คาํ ถามหรอื ขนึP ตน้ ดว้ ยคาํ สาบาน ‫ َواﻟ ِﺘّﯿ ِﻦ َواﻟ ﱠﺰ ْﯾﺘُﻮ ِن‬ทาํ ไมตอ้ งสาบาน
กบั มะเด9ือกบั มะกอกมนั สาํ คญั อะไร อลั ลอฮตอ้ งการดึงความสนใจใหค้ นสนใจในอลั กรุ อาน น9ีคือ

63


ตน้ ต9ืนเตน้ และกลางกลมกลืน คือเนือP หาเป็นสจั ธรรม จบจบั ใจดว้ ยกบั ُ‫ ِﺻ ْﯿﻐَﺔُ اﻟ ُﻤﺒَﺎﻟَﻐَﺔ‬น9ีมาจาก
กุรอานทัPงหมด เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า ً‫ُ َﻣﺜَ ًﻼ َﻛ ِﻠ َﻤﺔً َط ِﯿّﺒَﺔ‬i‫ َﻛ ْﯿ َﻒ َﺿ َﺮ َب ﱠ‬อัลลอฮได้ทรงยก
อทุ าหรณไ์ วว้ า่ อปุ มาคาํ พดู ท9ีดีนนัP ‫ َﻛ َﺸ َﺠ َﺮةٍ َط ِﯿّﺒَ ٍﺔ‬เปรยี บเหมือนตน้ ไมท้ 9ีดี ดีอยา่ งไร ‫أَ ْﺻﻠُ َﮭﺎ ﺛَﺎ ِﺑ ٌﺖ‬
‫ َوﻓَ ْﺮ ُﻋ َﮭﺎ ﻓِﻲ اﻟ ﱠﺴ َﻤﺎ ِء‬เพราะรากของมันฝังแน่นม9ันคงในขณะท9ีก9ิงก้านมันทะยานชูขึนP ท้องฟ้า
‫ ﺗُ ْﺆﺗِﻲ أُ ُﻛﻠَ َﮭﺎ ُﻛ ﱠﻞ ِﺣﯿ ٍﻦ ِﺑﺈِ ْذ ِن َرﺑِّ َﮭﺎ‬ผลของมนั ออกมาทกุ กาลเวลาโดยอนมุ ตั ขิ องอลั ลอฮ ‫َوﯾَ ْﻀ ِﺮ ُب‬
‫ُ اﻷَ ْﻣﺜَﺎ َل ِﻟﻠﻨﱠﺎ ِس ﻟَﻌَﻠﱠ ُﮭ ْﻢ ﯾَﺘَﺬَ ﱠﻛ ُﺮو َن‬i‫ ﱠ‬และอลั ลอฮไดย้ กอทุ าหรณแ์ ก่ปวงมนษุ ยเ์ พ9ือเขาจะไดร้ าํ ลกึ
ไดค้ ิดไดต้ ระหนกั อลั ลอฮทรงบอกว่าคาํ พูดท9ีดีมนั เหมือนกับตน้ ไมท้ 9ีมีรากฐานท9ีม9นั คงและแผ่ก9ิง
กา้ นออกไป ตฟั ซีรอธิบายวา่ น9ีมนั เหมือนตน้ ไมท้ 9ีใหด้ อกผล ใหค้ วามรม่ เย็น ใหค้ วามหอมหวาน ให้
ไดก้ ินผลท9ีรสชาติดี น9ีคือคาํ พูดท9ีดี แต่คาํ พูดท9ีเลวอายะฮต์ ่อไปก็จะพูดเหมือนตน้ ไมท้ 9ีมนั ถกู ถอน
รากออกมาและเห9ียวเฉา

สว่ นการน9ิงเฉย มาจากหลกั ฐานฮา่ ดีษซอเฮียœ ะฮม์ สุ ลมิ ท9ีวา่

‫َﻣ ْﻦ َﻛﺎ َن ﯾُ ْﺆ ِﻣ ُﻦ ِﺑﺎ ﱠ•ِ َوا ْﻟﯿَ ْﻮ ِم ا ْﻵ ِﺧ ِﺮ ﻓَ ْﻠﯿَﻘُ ْﻞ َﺧ ْﯿ ًﺮا أَ ْو ِﻟﯿَ ْﺼ ُﻤ ْﺖ‬

ความวา่ “ผใู้ ดก็ตามท9ีศรทั ธาตอ่ อลั ลอฮและวนั สนิP โลก เจา้ จงพดู ในส9งิ ท9ีดีหรอื ไมก่ ็น9ิงเสยี ”

เป็นฮาดีษท9ีรายงานโดยบคุ อรแี ละมสุ ลิม ความหมายก็คือว่า ท่านรอซูล้ ( ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะ
ลยั ฮิวะสลั ลมั ) ไดก้ ลา่ ววา่ ผใู้ ดก็ตามท9ีศรทั ธาตอ่ อลั ลอฮและวนั ปรโลก ‫ ﻓَ ْﻠﯿَﻘُ ْﻞ َﺧ ْﯿ ًﺮا‬เป็นคาํ ส9งั ใชว้ า่
จงกล่าวดว้ ยกับคาํ พูดท9ีดี ‫ أَ ْو ِﻟﯿَ ْﺼ ُﻤ ْﺖ‬หรือไม่ก็น9ิงเสีย ถ้ากล่าวดีไม่ไดใ้ หน้ 9ิง น9ีคือวิธีระงับขอ้
พิพาทแบบต9าํ สดุ ถา้ คณุ พดู ดีไมไ่ ดใ้ หค้ ณุ น9ิงเสยี ถา้ พดู ตอ้ งพดู ในส9งิ ดี

ท่านทราบหรือไม่ว่าทุกวนั นีทP 9ีทะเลาะกันเพราะคาํ พูดเยอะท9ีสุดและเป็นจุดเร9ิมตน้ ท9ีเป็น
ชนวนของทุกเร9ืองมาจากคาํ พูด อายะฮก์ ุรอานในซูเราะฮอ์ ิบรอฮีมจึงเป็นสจั ธรรม คาํ พูดท9ีดีมีดี
มหาศาล แต่คาํ พดู ท9ีช9วั ท9ีไม่ดีมนั แย่มากๆ และมนั ทาํ ใหค้ นทะเลาะกนั คาํ พดู คาํ เดียวกนั ทาํ ใหค้ น
สงู สง่ และตกต9าํ ได้ สงั เกตท9ีผ่านมาคนท9ีตกต9าํ เพราะวา่ คาํ พดู ท9ีไม่ดี เรม9ิ แรกอาจพดู คยุ กนั แคเ่ ลน่ ๆ
มีการอภิปรายกนั แสดงความคิดเห็นแลว้ ก็ตอ่ ไปก็โตเ้ ถียงกนั เอาชนะกนั ตอ่ ไปก็พฒั นาขนึP เป็นการ

64


ทะเลาะ และมีการชีวP า่ ใครผิดใครถกู ในท9ีสดุ ก็เกิดสงคราม น9ีคือการยกระดบั เพราะมนั มีชยั ตอนมา
ผสมดว้ ย ดงั ท9ีไดก้ ล่าวไปแลว้ ว่าเวลาทะเลาะกนั มนั ไม่ใช่เสน้ ตรง แต่มนั เป็นวงกลม เพราะฉะนนัP
ศาสดาจึงบอกว่าใหพ้ ูดส9ิงดี ถา้ พูดดีไม่ได้ ใหน้ 9ิงเสีย แต่เราไม่เคยน9ิง เราน9ิงในส9ิงท9ีไม่ควรน9ิง การ
เงียบบางอย่างไม่ดีโดยเฉพาะอย่างย9ิงภรรยาเงียบจงจาํ หรือระวงั ไวเ้ ว่า มนั อาจจะเกิดขอ้ ปัญหา
ตามมา ถา้ เงียบเม9ือไหรม่ ีเร9ือง หา้ มถามว่า ท9ีเธอเงียบมีอะไรหรือ อาจระเบิดทนั ทีเลย ท9ีเงียบนนัP
มนั มีสาเหตจุ ากไม่พอใจหรือเบ9ือ แค่รอเวลาจะจดุ ระเบิดต่อไป ฉะนนัP การเงียบหรือการน9ิงในบาง
เร9อื งไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การน9ิงเฉยก็เป็นวิธีท9ีสามารถระงบั ขอ้ ขดั แยง้ เบือP งตน้ ไดด้ ี โดยเฉพาะ
อย่างย9ิงในกรณีท9ีทะเลาะกนั ในเร9อื งมีปากมีเสียงระหวา่ งกนั รูปแบบและวิธีการระงบั ขอ้ พิพาทโดย
การน9ิงเฉยนีถP ือว่าเป็นการยุติขอ้ ขัดแยง้ ในรูปแบบท9ีนุ่มนวลและอ่อนมากท9ีสุด แต่ทว่าในทาง
ตรงกนั ขา้ ม วิธีการดงั กลา่ วอาจจะมีความเหมาะสมและสามารถใชไ้ ดผ้ ลดีท9ีสดุ ในบางสถานการณ์
ก็ได้ ซง9ึ มกั จะใชก้ บั กรณีของขอ้ พิพาทดงั ตอ่ ไปนีP คือ

1- เรอ9ื งท9ีมีสาระเลก็ นอ้ ย มิไดม้ ีความสาํ คญั มากนกั และหากทาํ การโตต้ อบไปแลว้ ก็อาจจะ
มีผลเสยี มากกวา่ ผลดี การน9ิงเฉยจงึ เป็นวิธีการท9ีนา่ จะดีท9ีสดุ

2- เร9ืองท9ีไม่เก9ียวขอ้ งกับความเสียหายหรือจะตอ้ งชดใชห้ รือจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือ
ตอ้ งเยียวยารกั ษาแกไ้ ขความบาดเจ็บ เพราะถา้ มีความเสียหายเกิดขึนP คงไม่อาจท9ีจะน9ิงเฉยได้
หากแตต่ อ้ งมีการพดู จาแลว้ ก็ใชว้ ิธีการแกไ้ ขปัญหาในรูปแบบอ9ืน

3- เร9ืองท9ีไม่เก9ียวขอ้ งกับความผิดและความถูกตอ้ ง เช่น เร9ืองของความเห็นเก9ียวกับการ
ตดั สนิ ใจระหวา่ งสามีภรรยา หรอื เรอ9ื งปัญหาเลก็ นอ้ ยภายในครอบครวั เป็นตน้

4- เร9อื งท9ีไม่ใช่หนา้ ท9ีความรบั ผิดชอบของตน หากแต่เป็นเร9อื งท9ีเก9ียวขอ้ งกบั คนอ9ืน ท9ีเราไม่
จาํ เป็นตอ้ งมีสว่ นเขา้ ไปเก9ียวขอ้ งก็ได้

5- เรอ9ื งท9ีตนไมม่ ีความรูค้ วามสามารถเพียงพอท9ีจะใหค้ วามเหน็ หรอื ชว่ ยเหลอื ได้

65


น9ีคือวิธีการระงบั ขอ้ พิพาทในวิถีอิสลามเบือP งตน้ และงา่ ยท9ีสดุ แตต่ อ้ งรูเ้ ร9อื งท9ีน9ิงดว้ ยวา่ เร9อื ง
อะไร เพราะมนั จะไมเ่ กิดวงกลมแลว้ มนั ไม่เกิดการตอ่ ยอดกนั ไม่เกิดการยกระดบั ความรุนแรงเพ9ิม
มากขนึP โดยเฉพาะผหู้ ญิง ทา่ นศาสดาไดก้ ลา่ ววา่

َ‫َﻣ ْﻦ ﯾَ ْﻀ َﻤ ْﻦ ِﻟﻲ َﻣﺎ ﺑَ ْﯿ َﻦ ﻟَ ْﺤﯿَ ْﯿ ِﮫ َو َﻣﺎ ﺑَ ْﯿ َﻦ ِر ْﺟﻠَ ْﯿ ِﮫ أَ ْﺿ َﻤ ْﻦ ﻟَﮫُ ا ْﻟ َﺠﻨﱠﺔ‬

ความว่า “ผใู้ ดก็ตามท9ีรบั รองหรอื รกั ษาหรอื ประกนั ใหก้ บั ฉนั กบั ส9ิงท9ีอย่รู ะหว่าง 2 เครา คือ
ลินP และส9ิงท9ีอยรู่ ะหวา่ ง 2 ขา คืออวยั วะเพศ ถา้ ประกนั 2 ส9ิงนีไP ด้ َ‫ أَ ْﺿ َﻤ ْﻦ ﻟَﮫُ ا ْﻟ َﺠﻨﱠﺔ‬ทา่ นจะประกนั
การไดส้ วรรคก์ บั เขา” เพราะฉะนนัP ลินP กบั อวยั วะเพศตอ้ งระวงั ลินP น9ีคือผหู้ ญิง อวยั วะเพศคือผชู้ าย
ซ9ึงส่วนใหญ่เป็นอย่างนัPนเพราะผูห้ ญิงจะมีการนินทา การอิจฉา มันเกิดจากการพูดทังP หมด ถา้
ระวงั เร9ืองคาํ พูดไดโ้ ดยเฉพาะอย่างย9ิงภรรยาหรือผูห้ ญิงปัญหาก็จะไม่เกิด อนั นีคP ือรูปแบบท9ีหน9ึง
การน9ิงเฉย อย่างไรก็ตาม การเลือกใชว้ ิธีการน9ิงเฉยจะตอ้ งพิจารณาใหม้ ีความไม่เหมาะสมตาม
สถานการณด์ ว้ ยวา่ ส9ิงใดท9ีสมควรจะทาํ หรอื ไม่ และในเวลาใด ไม่ใช่น9ิงเฉยไปซะทกุ เร9อื ง เพราะวา่
ในบางกรณีอาจจาํ เป็นจะตอ้ งมีการพูดคยุ เพ9ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจมากกว่าการน9ิงเฉยในลกั ษณะ
ของการยอมรบั

66


2. การขอโทษ – การใหอ้ ภยั

ในมมุ มองของอิสลามปัญหาความขดั แยง้ นนัP ส่วนหน9ึงเกิดจากอารมณ์ (นฟั ซู) และเสียง
กระซิบกระซาบของชยั ตอน คนท9ีเขม้ แข็งไม่ไดห้ มายถึงคนท9ีแข็งแรงทางรา่ งกาย หากแต่เขม้ แข็ง
ทางจิตใจ ทา่ นศาสดากลา่ ววา่

‫ إِﻧﱠ َﻤﺎ اﻟ ﱠﺸ ِﺪﯾﺪُ اﻟﱠ ِﺬي ﯾَ ْﻤ ِﻠ ُﻚ ﻧَ ْﻔ َﺴﮫُ ِﻋ ْﻨﺪَ اﻟﻐَ َﻀ ِﺐ‬،‫ﻟَ ْﯿ َﺲ اﻟ ﱠﺸ ِﺪﯾﺪُ ﺑِﺎﻟ ﱡﺼ َﺮ َﻋ ِﺔ‬
ความว่า “ไม่ใช่คนท9ีเขม้ แข็งคือคนท9ีคว9าํ คู่ต่อสูไ้ ด้ แต่คนท9ีเขม้ แข็งนัPนคือ คนท9ีสามารถ
ควบคมุ อารมณ์ (นฟั ซ)ู ของเขาไดใ้ นขณะท9ีเขาโกรธ”
เพราะฉะนนัP บคุ คลท9ีเขม้ แข็งคือ บคุ คลท9ีอดทนต่อความโกรธ การระงบั ความโกรธเป็นส9ิงท9ี
ย9ิงใหญ่มากในสายตาของอิสลาม และการท9ีจะสามารถระงับความโกรธได้นัPนก็ต้องมีการ
ปรบั เปล9ยี นวิธีคดิ ใหมใ่ นเรอ9ื งการตอบโตก้ บั อารมณด์ งั กลา่ วใหไ้ ด้

การปรับเปลยีC นวธิ ีคดิ เพอืC ขจดั ความโกรธ

นกั วิชาการอธิบายวา่ ความขดั แยง้ ไมใ่ ชต่ วั ปัญหาแตว่ ิธีการตอบโตค้ วามขดั แยง้ ตา่ งหากคือ
ปัญหา ส9ิงท9ีเกิดขนึP ทกุ วนั นีคP ือ การตอบโตค้ วามขดั แยง้ กลบั กลายเป็นปัญหารุนแรงมากย9ิงขนึP บาง
คนหนีปัญหาก็ไม่ใช่ทางออกท9ีดีเพราะถา้ ปัญหาใหญ่ ปัญหาสาํ คญั กรณีนีหP นีไม่ได้ เพราะฉะนนัP
การหนีปัญหาไม่ใช่ทางออก ไม่ใช่คาํ ตอบ การแสดงความรบั ผิดชอบคือ ชยั ชนะท9ีแทจ้ รงิ ทางออก
ท9ีดีคือ การขอโทษและใหอ้ ภยั

67


วิธีการขอโทษนีPมีความสําคัญ เป็ นอย่างย9ิงเน9ืองจากสามารถนําไปใช้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นอย่างย9ิง การขอท9ีไม่ถือว่าเป็นส9ิงท9ีน่าอาย หากแต่เป็นการแสดง
ใหเ้ ห็นถึงความกลา้ หาญ ของบุคคลนัPน คือ การขอโทษ ส่วนการใหท้ 9ีย9ิงใหญ่ท9ีสุดและไม่ตอ้ ง
สูญเสียส9ิงใดเลย คือ การใหอ้ ภัย รวมทังP บุคคลท9ีใหอ้ ภัยย่อมถือไดว้ ่าเป็นผูม้ ีความยาํ เกรงท9ีจะ
ไดร้ บั สวนสวรรคซ์ 9ึงถูกจัดเตรียมไวโ้ ดยมีความกวา้ งเท่ากับชันP ฟ้าและแผ่นดินเป็นการตอบแทน
ดงั ปรากฏตามหลกั ฐานจากพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ในซเู ราะฮอ์ าละอิมรอน ในอายะฮท์ 9ี 133

‫َو َﺳﺎ ِر ُﻋﻮا ِإﻟَ ٰﻰ َﻣ ْﻐ ِﻔ َﺮةٍ ِّﻣﻦ ﱠر ِﺑّ ُﻜ ْﻢ َو َﺟﻨﱠ ٍﺔ َﻋ ْﺮ ُﺿ َﮭﺎ اﻟ ﱠﺴ َﻤﺎ َوا ُت َوا ْﻷَ ْر ُض‬
‫أُ ِﻋﺪﱠ ْت ِﻟ ْﻠ ُﻤﺘﱠ ِﻘﯿ َﻦ اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ ﯾُﻨ ِﻔﻘُﻮ َن ﻓِﻲ اﻟ ﱠﺴ ﱠﺮا ِء َواﻟ ﱠﻀ ﱠﺮا ِء‬

‫ُ ﯾُ ِﺤ ﱡﺐ ا ْﻟ ُﻤ ْﺤ ِﺴﻨِﯿ َﻦ‬i‫َوا ْﻟ َﻜﺎ ِظ ِﻤﯿ َﻦ ا ْﻟﻐَ ْﯿ َﻆ َوا ْﻟﻌَﺎ ِﻓﯿ َﻦ َﻋ ِﻦ اﻟﻨﱠﺎ ِس ۗ َو ﱠ‬

ความว่า “และพวกเจา้ จงรีบเรง่ กันไปส่กู ารอภัยโทษจากพระเจา้ ของพวกเจา้ และไปส่สู วรรคซ์ 9ึง
ความกวา้ งของมนั นนัP คือบรรดาชนัP ฟ้าและแผ่นดิน โดยท9ีมนั ถกู เตรยี มไวส้ าํ หรบั บรรดาผทู้ 9ียาํ เกรง
คือบรรดาผทู้ 9ีบรจิ าคทงัP ในยามสขุ สบาย และในยามเดือดรอ้ น และบรรดาผขู้ ่มโทษและบรรดาผใู้ ห้
อภยั แก่เพ9ือนมนษุ ยแ์ ละอลั ลอฮน์ นัP ทรงรกั ผกู้ ระทาํ ดีทงัP หลาย”

จากบทบัญญัติในโองการนีชP ีใP หเ้ ห็นถึงบุคคลท9ีจะไดร้ บั สวรรคเ์ ป็นการตอบแทน หน9ึงคือ ผูซ้ 9ึง
บรจิ าคทรพั ยส์ นิ ไปในทางของอลั ลอฮทงัP ยามสขุ และยามทกุ ข์ สองคือคนท9ีระงบั ความโกรธ สามคือ
คนท9ีใหอ้ ภยั กบั มนษุ ย์ น9ีคือคนท9ีอลั ลอฮทรงเตรยี มสวรรคไ์ วใ้ หซ้ 9งึ ความกวา้ งของสวรรคเ์ ท่ากบั ชนัP
ฟ้าและแผ่นดิน การใหอ้ ภยั นีสP าํ คญั มาก เพราะหากเราใหอ้ ภยั แก่ผคู้ น นอกจากจะไดส้ วรรคต์ อบ
แทนแลว้ ยงั จะทาํ ใหข้ อ้ พิพาทนนัP ยตุ ิลงดว้ ย ถา้ เราระงบั หรอื ตดั วงจรอบุ าทไม่ใหม้ ีความผิด ไม่ใหม้ ี
ความโกรธ มะอฟั กนั แลว้ เร9ืองต่างๆ ก็จะจบลงไปในที%สุด นอกจากนียP งั มีฮ่าดีสจาํ นวนมากมายท9ี
ระบวุ า่ เขาผนู้ นัP จะไดร้ บั สวนสวรรคเ์ ป็นการตอบแทน เชน่

‫ﻻ ﺗﻐﻀﺐ وﻟﻚ اﻟﺠﻨﺔ‬

ความวา่ “จงอยา่ โกรธแลว้ ทา่ นจะไดร้ บั สวรรค”์

68


ดังจะเห็นไดจ้ ากเวลาเราเดินทางไปประเทศซาอุดิอาระเบียเพ9ือไปทาํ ฮัจยห์ รืออุมเราะห์
บางคนอาจไดเ้ ห็นชาวอาหรบั ทะเลาะกนั มีการสง่ เสียงดงั มากเหมือนจะตีกนั แตไ่ มต่ ี ไดแ้ ตเ่ สียงดงั
ทาํ ท่าแต่ไม่ลงไมล้ งมือ ต่อมาก็จะมีคนมาเตือนหรอื บางคนก็เอากระดาษมาเขียนแลว้ ย9ืนใหแ้ ต่ละ
คน พออ่านเสร็จก็ต่างคนต่างแยกยา้ ยหรือขนาดรถชนกันก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในกระดาษนีP
เขียนว่า ُ‫ َﻻ ﺗَ ْﻐ َﻀ ْﺐ َوﻟَ َﻚ ا ْﻟ َﺠﻨﱠﺔ‬อย่าโกรธแลว้ สวรรคจ์ ะเป็นของท่าน น9ีคือฮาดีษของท่านนบี
ท9ีว่าอัลลอฮจะประทานสวรรคใ์ หก้ ับคนท9ีไม่โกรธ เพราะฉะนัPนการระงับความโกรธเป็นอะไรท9ี
ย9ิงใหญ่มาก

แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบยHังยนื

การตดั วงจรหรือตวั กระตุน้ ใหห้ มดไป คือ ความผิด ความโกรธ นัฟซู แลว้ คิดถึงการตอบ
แทนจากอลั ลอฮท9ีดีกวา่ ปรบั ปรุงนิสยั ใหด้ ีใหค้ อ่ ยๆหมดสนิP ไปโดยตอ้ งมีการตงัP ใจแนว่ แนต่ อ่ อลั ลอฮ
และพยายามเตือนตวั เองตลอดเวลาวา่ ตอ้ งทาํ ใหไ้ ดแ้ ลว้ ตอ้ งมอบหมายตอ่ อลั ลอฮ

วิธีการหรอื แนวทางของอิสลามในการระงบั ความโกรธก็คือ การท9ีเรารูว้ า่ ความโกรธมาจาก
ชยั ตอนและนฟั ซูเพราะฉะนนัP ในหลกั การอิสลามมีฮะดีษของท่านศาสดาท9ีบอกว่า ถา้ เกิดในขณะ
ยืนอยใู่ หน้ 9งั ถา้ น9งั ก็จบั ใหน้ อน ถา้ เปล9ยี นอิรยิ าบถจะทาํ ใหค้ วามโกรธลดนอ้ ยลง

เทคนิคท9ีใชใ้ นการระงบั เพราะความโกรธอีกวิธีหน9ึง ซ9ึงอยู่ในหนังสือตซั กียะตุล้ นุฟูสของ
ทา่ นอิหมา่ มฆอ่ ซาลแี ละทา่ นอิบนกุ อยยิม คือ

1. การลืม – เร9อื งตา่ งๆ ในอดีตท9ีไมเ่ ป็นประโยชนแ์ ละความไมด่ ีของคนอ9ืนโดยหวงั การตอบ
แทนในโลกหนา้

2. การเลกิ – ส9งิ ท9ีไมด่ ีของเราเองในปัจจบุ นั โดยตงัP ใจวา่ จะยตุ จิ รงิ ๆ คอ่ ยๆ ละเวน้ แตท่ าํ เป็น
ประจาํ ไม่หวนกลบั มาทาํ อีก ก็คือ เตาบะตนั นะซูฮา คือเสียใจอย่างสดุ ซึงP ในความผิดท9ีไดท้ าํ มา
และหยดุ ท9ีจะกระทาํ ตอ่ ไปและตงัP ใจวา่ จะไมก่ ลบั ไปทาํ อีก และเกรงกลวั การลงโทษของอลั ลอฮ

69


3. ความละอาย – ท9ีจะทาํ ส9ิงไม่ดีในอนาคตเน9ืองจากมีอลั เอียœ ะซานและละอายท9ีจะตอ้ งไป
พบตอ่ พระองคอ์ ลั ลอฮ

นอกจากนีทP ่านอิหม่ามฆ่อซาลีไดพ้ ูดไวว้ ่า การลืมและความหวงั สองอย่างนีมP นั เป็นส9ิงท9ี
มีฮิกมะฮม์ าก การลืมบางส9ิงดีกว่าการจาํ โดยเฉพาะความไม่ดีของคนอ9ืนใหล้ ืมใหถ้ ือว่าเป็นเร9ือง
เล็กนอ้ ยโดยเฉพาะสามีภรรยาใหล้ ืมดีกว่า ในทางจิตวิทยาทางการแพทยด์ า้ นกายวิภาคมีอวยั วะ
หน9ึงท9ีเรียกว่า ”อะมิกดาล่า (Amygdala)” มันมีขนาดเท่ากับเม็ดอัลมอน อยู่ท9ีสมอง 2 ซีก มัน
จดจาํ ในส9ิงท9ีไม่ดีและมนั ทาํ ใหเ้ กิดอารมณแ์ ละเกิดความโกรธ ผหู้ ญิงจะเม็ดใหญ่ เพราะฉะนนัP ถา้
เราลืมได้ (ก็อลั ฮมั ดลุ ิลP ลาฮ)์ เป็นประโยชนท์ 9ีสดุ แลว้ และอีกอนั หน9ึงคือ การนึกถึงการตอบแทนใน
โลกหนา้ จะทาํ ใหม้ ีความรูส้ กึ ว่าเราขอยอมแพ้ ยอมท9ีจะลืม ยอมท9ีจะไม่สนใจเร9ืองนีP และตงัP ใจจะ
เลกิ จรงิ ๆ สว่ นการละอายนนัP ในพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อา่ นไดบ้ ญั ญตั ไิ วว้ า่

‫َوأَ ﱠﻣﺎ َﻣ ْﻦ َﺧﺎ َف َﻣﻘَﺎ َم َرﺑِّ ِﮫ َوﻧَ َﮭﻰ اﻟﻨﱠ ْﻔ َﺲ َﻋ ِﻦ ا ْﻟ َﮭ َﻮى ﻓَﺈِ ﱠن ا ْﻟ َﺠﻨﱠﺔَ ِھ َﻲ ا ْﻟ َﻤﺄْ َوى‬
ความว่า “ส่วนบรรดาผูซ้ 9ึงเกรงกลัวหรือละอายต่อการไปพบต่อพระผูเ้ ป็นเจา้ ในวนั อาคี
เราะหท์ 9ีจะมีบาปติดตวั ไป เกรงกลวั และยบั ยงัP นฟั ซูและอารมณไ์ ด้ อลั ลอฮจะใหส้ วรรคเ์ ขา
ช9ือวา่ มะอว์ า”

‫َوأَن ﺗَ ْﻌﻔُﻮا أَ ْﻗ َﺮ ُب ِﻟﻠﺘﱠ ْﻘ َﻮ ٰى‬

ความวา่ “การท9ีพวกเจา้ ใหอ้ ภยั นนัP เป็นส9งิ ท9ีใกลก้ บั ความยาํ เกรงมากท9ีสดุ ”

‫إِﻧﱠ َﻤﺎ ﯾُ َﻮﻓﱠﻰ اﻟ ﱠﺼﺎ ِﺑ ُﺮو َن أَ ْﺟ َﺮ ُھ ْﻢ ﺑِﻐَ ْﯿ ِﺮ ِﺣ َﺴﺎ ٍب‬

ความว่า “แทจ้ รงิ บรรดาผอู้ ดทนนนัP จะไดร้ บั การตอบแทนรางวลั ของพวกเขาอย่างสมบรู ณ์
โดยไมต่ อ้ งคาํ นวณ”

รูปแบบและวธิ ีการนาํ มาใช้

วิธีการระงบั ขอ้ ขดั แยง้ หรือขอ้ พิพาทในรูปแบบนีสP ามารถนาํ ไปใชก้ บั ปัญหาไดห้ ลากหลาย
มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเร9ืองเล็กนอ้ ยหรือเร9ืองใหญ่โตขนาดไหน แต่หากสามารถใหอ้ ภยั กนั ไดย้ ่อม

70


ถือเป็นส9ิงท9ีประเสรฐิ สดุ เน9ืองจากมนั สามารถเยียวยาและระงบั ในเร9ืองของอารมณแ์ ละความรูส้ กึ
ทางดา้ นจิตใจไดเ้ ป็นอย่างดี สามารถนาํ ไปใชไ้ ดแ้ มว้ ่าตนเองจะเป็นฝ่ ายถกู ตอ้ งหรอื เป็นฝ่ ายผิดก็
ตาม และจะเป็นผลทาํ ใหล้ ดการเผชิญหนา้ กนั ซ9ึงจะทาํ ใหเ้ กิดผลเสียมากกว่าผลดีและอาจทาํ ให้
ปัญหาไมส่ ามารถยตุ ไิ ด้

3. การตอบโตด้ ว้ ยกับสงิ0 ทด0ี กี ว่า

โดยธรรมชาติของการขดั แยง้ ยอ่ มก่อใหเ้ กิดความไมเ่ ขา้ ใจกนั จากนนัP ก็อาจมีปากมีเสียงกนั
มีการตอบโตก้ ัน และเพ9ิมความรุนแรงมากขึนP ๆ แลว้ พัฒนาไปสู่การพิพาทในท9ีสุด ดว้ ยเหตุนีP
วิธีการหน9งึ ท9ีจะระงบั ความขดั แยง้ ไดอ้ ยา่ งเป็นผล คือ การตอบโตด้ ว้ ยส9งิ ท9ีดีกวา่ เพราะนอกจากจะ
มิไดเ้ ป็นการสรา้ งความรุนแรงใหเ้ พ9ิมมากขึนP แลว้ ยงั สามารถทาํ ใหค้ วามรุนแรงลดนอ้ ยลงอีกดว้ ย
บุคคลท9ีจะสามารถใชว้ ิธีการนีไP ดย้ ่อมเป็นบุคคลท9ีมีวาสนาท9ีดีย9ิงและเป็นผูท้ 9ีพระผูเ้ ป็นเจา้ ทรง
ยกระดับให้เหนือกว่าบุคคลอ9ืนในฐานะบุคคลท9ีมีความอดทนย9ิง และเป็นผูท้ 9ีอยู่ในแนวทางท9ี
ถกู ตอ้ งดว้ ย ดงั พระดาํ รสั ของพระองคใ์ นซเู ราะฮฟ์ ซุ ซลิ ตั อายะฮท์ 9ี 34

‫َو َﻻ ﺗَ ْﺴﺘَ ِﻮي ا ْﻟ َﺤ َﺴﻨَﺔُ َو َﻻ اﻟ ﱠﺴ ِﯿّﺌَﺔُ ۚ ا ْدﻓَ ْﻊ ﺑِﺎﻟﱠ ِﺘﻲ ِھ َﻲ أَ ْﺣ َﺴ ُﻦ‬
‫ﻓَﺈِذَا اﻟﱠ ِﺬي ﺑَ ْﯿﻨَ َﻚ َوﺑَ ْﯿﻨَﮫُ َﻋﺪَا َوةٌ َﻛﺄَﻧﱠﮫُ َو ِﻟ ﱞﻲ َﺣ ِﻤﯿ ٌﻢ‬

ความว่า “และความดีและความช9วั นนัP หาเท่าเทียมกนั ไม่ เจา้ จงขบั ไล่ (ความช9วั ) ดว้ ยส9ิงท9ี
มนั ดีกว่า แลว้ เม9ือนนัP ผทู้ 9ีระหว่างเจา้ กบั ระหว่างเขาเคยเป็นอริกนั ก็จะกลบั กลายเป็นเย9ียง
มิตรท9ีสนิทกนั ”

71

และในซเู ราะฮอ์ นั นะหลุ อายะฮท์ 9ี 125

ۚ ‫ا ْد ُع ِإﻟَ ٰﻰ َﺳ ِﺒﯿ ِﻞ َرﺑِّ َﻚ ﺑِﺎ ْﻟ ِﺤ ْﻜ َﻤ ِﺔ َوا ْﻟ َﻤ ْﻮ ِﻋ َﻈ ِﺔ ا ْﻟ َﺤ َﺴﻨَ ِﺔ ۖ َو َﺟﺎ ِد ْﻟ ُﮭﻢ ِﺑﺎﻟﱠﺘِﻲ ِھ َﻲ أَ ْﺣ َﺴ ُﻦ‬
ۚ ‫إِ ﱠن َرﺑﱠ َﻚ ُھ َﻮ أَ ْﻋﻠَ ُﻢ ﺑِ َﻤﻦ َﺿ ﱠﻞ َﻋﻦ َﺳﺒِﯿ ِﻠ ِﮫ ۖ َو ُھ َﻮ أَ ْﻋﻠَ ُﻢ ﺑِﺎ ْﻟ ُﻤ ْﮭﺘَ ِﺪﯾ َﻦ‬

ความวา่ “จงเรยี กรอ้ งสแู่ นวทางแห่งพระเจา้ ของสเู จา้ โดยสขุ มุ และการตกั เตือนท9ีดี และจง
โตแ้ ยง้ พวกเขาดว้ ยส9ิงท9ีดีกวา่ แทจ้ รงิ พระเจา้ ของท่านเป็นผทู้ รงรอบรูว้ า่ ใครหลงทางไปจาก
ทางของพระองค์ และพระองคท์ รงรูด้ ีย9ิงถงึ บรรดาผทู้ 9ีอยใู่ นทางท9ีถกู ตอ้ ง”

ตวั อย่างหน9ึงท9ีเกิดขนึP กบั ท่านศาสดามฮู าํ หมดั (ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั ) ซง9ึ ท่านก็ได้
ปฏิบตั ิโดยใชว้ ิธีการหรอื รูปแบบนีใP นการแกไ้ ขปัญหาก็คือ ในขณะท9ีท่านเดินผ่านบา้ นหลงั หน9งึ เป็น
ประจาํ ปรากฏว่า มีหญิงต่างศาสนิกคนหน9ึงไดก้ วาดเอาขยะ ส9ิงสกปรก หรือบางครงัP ก็เทนาPํ ลงมา
จากชนัP บนเพ9ือท9ีจะใหต้ กลงมาใส่ยงั ตวั ท่านศาสดามฮู าํ หมดั (ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั ) แต่
ท่านก็ไม่ไดว้ ่ากล่าวหรือเอาเร9ืองแต่ประการใด อยู่มาวนั หน9ึงท่านเดินผ่านหนา้ บา้ นหลงั นีอP ีกเช่น
เคย แต่คราวนีกP ลบั ไม่มีการกระทาํ เหมือนท9ีเคยปฏิบตั ิ ท่านก็รูส้ กึ แปลกใจจึงไดไ้ ต่ถามเพ9ือนบา้ น
ขา้ งเคียงก็ไดร้ บั ทราบวา่ หญิงคนนีไP มส่ บาย ทา่ นศาสดาจงึ ไดไ้ ปเย9ียมผหู้ ญิงคนนีเP พ9ือถามถงึ ความ
เจ็บป่ วยและช่วยเหลือนาง ในท9ีสดุ หญิงคนนีซP าบซึงP ในนาPํ ใจของท่านศาสดาจึงยอมรบั ดว้ ยการ
ปฏิญาณตนเพ9ือเขา้ รบั เป็นมสุ ลมิ เน9ืองจากการกระทาํ ของทา่ นศาสดาดงั กลา่ ว

อีกตวั อย่างหน9งึ เม9ือครงัP ท9ีทา่ นศาสดาไดไ้ ปเผยแพรท่ 9ีตออีฟแลว้ ถกู ขวา้ ง และมะลาอีกะฮข์ องภเู ขา
จะมาทาํ ลาย แต่ศาสดาไม่ให้ทาํ ลายชาวเมืองตออีฟ และขอดุอาให้ชาวเมืองตออีฟ ตอนนีP
ชาวเมืองตออีฟลกู หลานของเขาเป็นศนู ยก์ ลางการเผยแพรศ่ าสนาอิสลาม ศาสดาตอบโตด้ ว้ ยส9ิงท9ี
ดีกว่า แต่เรามกั ไม่ค่อยไดใ้ ชว้ ิธีการนีเP พราะอะไรทราบหรือไม่ คาํ ตอบคือ ความในตอนทา้ ยของซู
เราะฮฟ์ ซุ ซลิ ตั อายะฮท์ 9ี 34

‫َو َﻣﺎ ﯾُﻠَﻘﱠﺎ َھﺎ ِإ ﱠﻻ اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ َﺻﺒَ ُﺮوا َو َﻣﺎ ﯾُﻠَﻘﱠﺎ َھﺎ ِإ ﱠﻻ ذُو َﺣ ٍّﻆ َﻋ ِﻈﯿ ٍﻢ‬

72


ความวา่ “และไมม่ ีผใู้ ดไดร้ บั มนั (คณุ ธรรมดงั กลา่ ว) นอกจากบรรดาผอู้ ดทน และจะไมม่ ีผใู้ ด
รบั มนั นอกจากผทู้ 9ีมีโชคลาภอนั ใหญ่หลวง”

คนท9ีจะสามารถใช้วิธีการนีไP ด้จะต้องเป็นคนท9ีมีความอดทนและต้องเป็นผู้ท9ีมีวาสนาท9ี
ย9ิงใหญ่เทา่ นนัP

วธิ ีคดิ แบบใหม่ก่อนทจีH ะทะเลาะกัน
- ส9ิงไม่ดีมีอายสุ นัP แต่เราทาํ ใหม้ นั หวนขึนP มา คาํ พดู ท9ีพดู ว่าไวน้ นัP หายไปนานแลว้ แต่ท9ีมนั

อย่คู ือเราจาํ มนั แผลท9ีเขาชกเรา บาดแผลท9ีเขาเคยต่อยเรา ป่ านนีหP ายหมดแลว้ แต่ส9ิงท9ียงั อย่คู ือ
ความเจ็บปวดท9ีอยใู่ นใจ เพราะฉะนนัP การตอบโตด้ ว้ ยส9งิ ท9ีดีกวา่ จงึ เป็นเรอ9ื งของหวั ใจอยา่ งเดียวเลย
มนั เป็นเรอ9ื งของการหกั หา้ มจิตใจ

- การรกั กนั ไม่ใช่วา่ ตอ้ งชอบทกุ อยา่ ง ดงั นนัP การโกรธกนั ก็เป็นเพียงบางเร9อื ง เวลาเรารกั ใคร
เราก็ไม่ไดร้ กั เขาทกุ เร9ือง เวลาโกรธกนั ก็โกรธบางเร9ือง แต่เรากลบั สนใจเอาเร9ืองโกรธบางเร9ืองเป็น
เรอ9ื งใหญ่

- การทะเลาะกันจะเกิดขึนP เม9ือมีคู่กรณี ^ ฝ่ ายซ9ึงทัPงสองฝ่ ายย่อมตอ้ งมีส่วนผิดดว้ ยกัน
ฉะนนัP การยอมรบั ผิดและการมีสว่ นรว่ มแกไ้ ขปัญหาจงึ จะประสบความสาํ เรจ็

- การทะเลาะกนั มกั เกิดจากเสียงกระซิบเก9ียวกบั เหตกุ ารณใ์ นอดีต จึงควรขจดั มนั ดว้ ยการ
มองขา้ มไปหรอื โดยการคดิ ถงึ ขอ้ ดีเพ9ือมาหกั ลา้ งความไมด่ ี

วธิ ีการคนื ดหี รือการฟืU นความสัมพนั ธท์ ดีC ี

- ใหน้ ึกถึงความดีของแต่ละฝ่ายท9ีอย่กู นั มายาวนานเม9ือเปรยี บเทียบกบั ความไม่ดีบางเร9อื ง
เข่น สามีกบั ภรรยาย่อมมีความดีมากกวา่ ความไม่ดีอย่แู ลว้ เวลาทะเลาะกนั ก็แคเ่ ร9อื งบางเร9อื งท9ีไม่
ดีแตส่ ว่ นใหญ่ดีและไมเ่ คยนาํ มาลบลา้ งกนั อลั กรุ อานในซเู ราะฮฮ์ ดู อายะฮท์ 9ี 114

‫إِ ﱠن ا ْﻟ َﺤ َﺴﻨَﺎ ِت ﯾُ ْﺬ ِھ ْﺒ َﻦ اﻟ ﱠﺴ ِﯿّﺌَﺎ ِت‬

73


ความวา่ “แทจ้ รงิ ความดีนนัP ลบลา้ งความผิด”

ขา้ พเจา้ เคยเอามาใชไ้ ดเ้ พราะมีคนทาํ ไม่ดีกบั ขา้ พเจา้ ท9ีสมควรจะโกรธมากแต่พอขา้ พเจา้
นกึ ถงึ ความดีของเขา ความดีของเขามีมากมาย ชว่ ยเหลอื เราอยา่ งเตม็ ท9ีเพราะฉะนนัP ความโกรธมนั
จะหายไปทนั ที น9ีคือวิธีการตอบโตด้ ว้ ยส9งิ ท9ีดีกวา่

- ใหอ้ าศยั ความเมตตาอาทรต่อกนั เพราะว่าชีวิตค่นู นัP นอกจากจะมีความรกั ใหแ้ ก่กนั แลว้
ส9งิ หน9งึ ท9ียอ่ มจะตอ้ งมีควบคกู่ นั ไปดว้ ยก็คือ ความเมตตาอาทรตอ่ กนั คมั ภีรอ์ ลั กรุ อานในซเู ราะฮอ์ รั
รูม อายะฮท์ 9ี ^b กลา่ ววา่

‫َو ِﻣ ْﻦ آ َﯾﺎ ِﺗ ِﮫ أَ ْن َﺧ َﻠ َﻖ َﻟ ُﻜﻢ ِّﻣ ْﻦ أَﻧﻔُِﻓ ِﺴﻲ ُﻜ ْٰذَﻢ ِﻟأَ َ ْﻚز ََوﻵا َﯾﺎًﺟﺎ ٍتِﻟّﺘَِﻟّ َﻘْﺴ ْﻮُﻜ ٍﻨُمﻮَﯾاﺘَ َﻔِإ َﻟﱠﻜ ْﯿ ُ َﺮﮭﺎو ََون َﺟ َﻌ َﻞ َﺑ ْﯿ َﻨ ُﻜﻢ ﱠﻣ َﻮدﱠةً َو َر ْﺣ َﻤﺔً ۚ ِإ ﱠن‬
ความว่า “หน9ึงจากสญั ญาณทงัP หลายของพระองคค์ ือ ทรงสรา้ งค่คู รองใหแ้ ก่พวกเจา้ จากตวั ของ
พวกเจา้ เพ9ือพวกเจา้ จะไดม้ ีความสขุ อย่กู บั นาง และ ทรงมีความรกั ใครแ่ ละความเมตตาระหว่าง
พวกเจา้ แทจ้ รงิ ในการนีP แนน่ อน ยอ่ มเป็นสญั ญาณแก่หมชู่ นผใู้ ครค่ รวญ”

คาํ ว่า ً‫ َو َﺟﻌَ َﻞ ﺑَ ْﯿﻨَ ُﻜﻢ ﱠﻣ َﻮدﱠةً َو َر ْﺣ َﻤﺔ‬อลั ลอฮทรงสรา้ งระหว่างพวกท่านใหม้ ีความรกั ระหว่าง
สามีภรรยาและตามดว้ ยคาํ ว่าเราะมะฮด์ ว้ ย คือความเมตตาอาทรกนั แต่ถามว่าเวลาเราแต่งงาน
เรามีความเมตตาอาทรต่อกนั หรือไม่ เม9ือนึกถึงอายะฮน์ ีนP อกจากจะตอ้ งมีความรกั ต่อกนั แลว้ เรา
ควรจะมีความเมตตาอาทรตอ่ ภรรยาดว้ ย มนั จงึ จะสามารถอย่ดู ว้ ยกนั ไดต้ ลอดไปเพราะจะลืมส9ิงท9ี
ไมด่ ีของภรรยา

- สรา้ งจดุ เร9มิ ตน้ ของการปรบั ปรุงความสมั พนั ธร์ ะหว่างกนั ใหด้ ีมากขึนP และมีเหตมุ ีผลมาก
ย9ิงขนึP เชน่ การใชค้ าํ พดู ท9ีสภุ าพ ออ่ นโยน

- อาจมีการตกลงกติกาและเง9ือนไขรว่ มกนั สาํ หรบั ป้องกนั ปัญหาท9ีอาจเกิดขึนP และทาํ ลาย
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ในอนาคต เชน่ หา้ มกิน หา้ มเสพ ใหเ้ ตือนก่อน

- ตอ้ งขจดั ความหวาดระแวงกันออกไปจากจิตใจใหไ้ ดโ้ ดยการสร้ างความม9นั ใจใหแ้ ต่ละ
ฝ่ายวา่ เหตกุ ารณเ์ ชน่ เดมิ จะไมห่ วนกลบั มาอีก

74


เหล่านีเP ป็นรายละเอียดท9ีขา้ พเจา้ ยกตวั อย่างใหเ้ ห็นภาพว่าจะตอ้ งทาํ อย่างไรในการท9ีจะ
ไม่ใหเ้ กิดปัญหาเกิดขึนP การยบั ยงัP และการตอบโตด้ ว้ ยความดีมนั ตอ้ งประกอบกนั หลายอย่าง ให้
มองว่าเวลาเราทะเลาะกนั หรือขดั แยง้ กนั มนั เป็นจดุ หน9ึงท9ีชีใP หเ้ ห็นว่าเรามีปัญหากนั แลว้ แสดงว่า
เราหรือเขาทาํ ไม่ดีแน่นอน หรือตอ้ งทาํ ผิดอย่างแน่นอน ใหม้ าทบทวนตัวเองว่าจะปรบั ปรุงใหด้ ี
อยา่ งไร ตอ้ งละหมาดตะฮญั ›ดุ ใหม้ ากขนึP ตอ้ งขอดอุ าใหม้ าก ซกิ รุล้ ลอฮใหม้ าก อสั ตฆั ฟิรุล้ ลอฮให้
มากแลว้ ทกุ อยา่ งก็จะดีขนึP เอง การท9ีมีจดุ ปัญหาเกิดขนึP คือ จดุ ท9ีเราตอ้ งเปล9ยี นแปลงตวั เอง

4. การปรึกษาหารือร่วมกัน

วิธีการนีนP บั ไดว้ ่าเป็นวิธีการท9ีมีความสาํ คญั เป็นอย่างย9ิงเน9ืองจากสามารถใชไ้ ดท้ งัP ในเชิง
การป้องกันไวก้ ่อนท9ีปัญหาจะเกิดและในเชิงการแกไ้ ขเยียวยาปัญหาความขดั แยง้ ท9ีเกิดขึนP แลว้
กรณีท9ีเป็นการป้องกนั มิใหป้ ัญหาความขดั แยง้ หรือขอ้ พิพาทเกิดขึนP หากไดม้ ีการปรกึ ษาหารือ
รว่ มกนั ก่อนในกิจการงานใดของพวกเขาท9ีคิดว่าอาจจะเกิดปัญหาในอนาคตได้ ซ9งึ เท่ากบั เป็นการ
รบั ฟังความคิดเห็นของทกุ ฝ่ายซง9ึ อาจจะมีความคิดเห็นท9ีแตกตา่ งหรอื หลากหลาย แลว้ หลงั จากนนัP
จึงหลอ่ หลอมรวมเป็นความคิดเห็นเดียวกนั และเม9ือผมู้ ีอาํ นาจไดต้ ดั สินใจแลว้ เร9อื งนนัP ก็เป็นอนั ยตุ ิ
สาํ หรบั ในกรณีท9ีปัญหาเกิดขนึP แลว้ การปรกึ ษาหารอื รว่ มกนั ก็สามารถใชไ้ ดเ้ ป็นอยา่ งดีเช่นกนั ทงัP นีP
โดยการนาํ ปัญหาความขดั แยง้ หรือขอ้ พิพาทเหล่านนัP มาปรกึ ษาหารือรว่ มกนั ว่าจะหาแนวทางใน
การแกไ้ ขหรอื ทางออกอยา่ งไร ซง9ึ ก็เป็นการรบั ฟังมมุ มองความแตกตา่ งของแตล่ ะฝ่ายท9ีมีปัญหาตอ่
กนั ในเร9ืองความไม่เขา้ ใจหรือการไม่ยอมรบั ในความคิดเห็นของอีกฝ่ ายหน9ึง ดว้ ยเหตนุ ีP มติหรือ
ขอ้ สรุปท9ีไดจ้ ากการปรกึ ษาหารอื จงึ มกั เป็นขอ้ สรุปท9ีมีความสมบรู ณค์ รบถว้ นอยา่ งรอบดา้ น วิธีการ

75


ปรกึ ษาหารือรว่ มกนั นีมP ีปรากฏตามหลกั ฐานจากพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กุรอานในซูเราะฮอ์ ซั ซูรอ อา
ยะฮท์ 9ี hk

ۚ ‫َواﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ ا ْﺳﺘَ َﺠﺎﺑُﻮا ِﻟ َﺮ ِﺑّ ِﮭ ْﻢ َوأَﻗَﺎ ُﻣﻮا اﻟ ﱠﺼ َﻼةَ َوأَ ْﻣ ُﺮ ُھ ْﻢ ُﺷﻮ َر ٰى ﺑَ ْﯿﻨَ ُﮭ ْﻢ َو ِﻣ ﱠﻤﺎ َر َز ْﻗﻨَﺎ ُھ ْﻢ ﯾُﻨ ِﻔﻘُﻮ َن‬
ความว่า “และบรรดาผตู้ อบรบั ต่อพระเจา้ ของพวกเขาและดาํ รงละหมาด และกิจการของ
พวกเขามีการปรกึ ษาหารือระหว่างพวกเขาและเขาบรจิ าคส9ิงท9ีเราไดใ้ หเ้ คร9ืองปัจจยั ยงั ชีพ
แก่พวกเขา”

และในซเู ราะฮอ์ าละอิมรอน อายะฮท์ 9ี b_l

ۖ ‫ﻈﺎ َﻏ ِﻠﯿ َﻆ ا ْﻟﻘَ ْﻠ ِﺐ َﻻﻧﻔَ ﱡﻀﻮا ِﻣ ْﻦ َﺣ ْﻮ ِﻟ َﻚ‬ž َ‫ِ ِﻟﻨ َﺖ ﻟَ ُﮭ ْﻢ ۖ َوﻟَ ْﻮ ُﻛﻨ َﺖ ﻓ‬i‫ﻓَﺒِ َﻤﺎ َر ْﺣ َﻤ ٍﺔ ِّﻣ َﻦ ﱠ‬
ۖ ‫ﻓَﺎ ْﻋ ُﻒ َﻋ ْﻨ ُﮭ ْﻢ َوا ْﺳﺘَ ْﻐ ِﻔ ْﺮ ﻟَ ُﮭ ْﻢ َو َﺷﺎ ِو ْر ُھ ْﻢ ِﻓﻲ ا ْﻷَ ْﻣ ِﺮ‬

ۚ ‫َ ﯾُ ِﺤ ﱡﺐ ا ْﻟ ُﻤﺘَ َﻮ ِّﻛ ِﻠﯿ َﻦ‬i‫ِ ۚ إِ ﱠن ﱠ‬i‫ﻓَﺈِذَا َﻋ َﺰ ْﻣ َﺖ ﻓَﺘَ َﻮ ﱠﻛ ْﻞ َﻋﻠَﻰ ﱠ‬
ความว่า “เน9ืองดว้ ยความเมตตาจากอลั ลอฮน9นั เอง เจา้ (มฮุ มั มดั ) จึงไดส้ ภุ าพอ่อนโยนแก่
พวกเขา และถา้ หากเจา้ เป็นผปู้ ระพฤติหยาบชา้ และมีใจแข็งกระดา้ งแลว้ ไซร้ แน่นอนพวก
เขาก็ย่อมแยกตวั ออกไปจากรอบๆ เจา้ กนั แลว้ ดงั นนัP จงอภยั ใหแ้ ก่พวกเขาเถิด และจงขอ
อภยั ใหแ้ ก่พวกเขาดว้ ย และจงปรกึ ษา หารือกบั พวกเขาในกิจการทงัP หลาย ครนัP เม9ือเจา้ ได้
ตดั สนิ ใจแลว้ ก็จงมอบหมายแดอ่ ลั ลอฮเถิด แทจ้ รงิ อลั ลอฮทรงรกั ใครผ่ มู้ อบหมายทงัP หลาย”

การปรกึ ษาหารอื หรอื ท9ีเรยี กวา่ “ระบบชรู อในอิสลาม”

ความหมายในทางหลกั ภาษาคือ การปรกึ ษาหารือ ขอคาํ เสนอแนะ ส่วนความหมายทาง
หลกั นิติศาสตรอ์ ิสลามคือ การประชมุ ในกิจการหน9งึ ๆ เพ9ือหารอื กนั ระหวา่ งผเู้ ขา้ รว่ มประชมุ โดยม่งุ
ประสงคท์ 9ีจะบรรลสุ คู่ วามเหน็ ท9ีดีและเหมาะสมในกิจการนนัP ๆ

ลักษณะของเรCืองทคีC วรนาํ มาใช้

76


- เร9อื งท9ีตอ้ งการหาวิธีท9ีดีท9ีสดุ นกั วิชาการอิสลามอธิบายไวว้ า่ การชรู อไม่ใช่ประชาธิปไตย
ไมใ่ ชเ่ สยี งขา้ งมาก ชรู อเป็นหลกั อิสลาม ชรู อเปรยี บเสมือนนาPํ ผงึP นาPํ ผงึP ดีกวา่ นาPํ ตาลตรงไหน เพราะ
มนั ไม่ไดม้ าจากผงึP เพียงตวั เดียว มนั มาจากผงึP เป็นรอ้ ยๆ เป็นพนั ๆ ตวั กวา่ จะไดน้ าPํ ผงึP หยดหน9งึ และ
ผึงP แต่ละตวั ก็ไม่ไดเ้ อาเกสรจากดอกไมเ้ พียงดอกเดียว แต่มนั เอาเกสรมาจากดอกไมห้ ลากหลาย
ดอกมาก กวา่ จะไดน้ าPํ ผงึP หยดหน9งึ เพราะฉะนนัP นาPํ ผงึP จงึ หอมหวานมากกวา่ นาPํ หวานทกุ ชนิดในโลก
นีP ในอลั กรุ อานไดก้ ล่าวถึงนาPํ ผึงP ท9ีมีความมหศั จรรยใ์ นการรกั ษาแบบอิสลาม การชรู อเป็นการรบั
ฟังความคิดเห็นของคนหลากหลายเฉกเช่นเดียวกับนาPํ ผึงP เพราะฉะนัPนใครตอ้ งการวิธีท9ีดีท9ีสุด
หาทางออกท9ีดีท9ีสดุ ชรู อคือคาํ ตอบ หากจะคดั เลือกผนู้ าํ เพ9ือหาคนท9ีดีท9ีสดุ รูอ้ ลั กรุ อานมาก รูอ้ ลั ฮะ
ดีษมากตอ้ งใชว้ ิธีการชรู อ น9ีคือวิธีการของอิสลาม

- ในกรณีท9ียงั ไม่มีขอ้ มลู เพียงพอจะตดั สินใจ ควรใหม้ ีการชรู อเพ9ือรบั ฟังขอ้ มลู จากทกุ ฝ่ าย
ก่อน แลว้ จงึ คอ่ ยตดั สนิ ใจ

- เร9ืองสาํ คญั ท9ีตอ้ งถามความเห็นของคนส่วนใหญ่ พูดง่ายๆว่าเราตอ้ งฟังผลกระทบ ท่าน
บอกว่าทาํ อย่างนีไP ด้ แลว้ เขายอมรบั ไหม ชมุ ชนยอมรบั ไหม สมมตุ ิว่าจะเลือกคนนีเP ป็นอิมาม เรา
ตอ้ งฟังเสยี งคนสว่ นใหญ่ การชรู อสามารถชว่ ยได้

- เร9ืองท9ีสามารถร่วมมือกันไดเ้ พ9ือผสานความรูส้ ึกเขา้ ดว้ ยกัน มีเสียงหลายเสียง มีกลุ่ม
หลายกลมุ่ ในมสั ยิดนีP หากเราเป็นผนู้ าํ เราควรตอ้ งทาํ การชรู อ เพ9ือใหเ้ รอ9ื งท9ีมีความเหน็ ไมล่ งรอยกนั
เกิดความเขา้ ใจกนั มากขนึP

วธิ ีปฏบิ ตั ใิ นการชูรอ

เม9ือเราไดร้ บั ทราบหลกั การของการชรู อแบบท9วั ไปและเร9ืองท9ีสมควรเขา้ ส่กู ารชรู อแลว้ ใน
การปฏิบตั ิจริง ผทู้ 9ีเขา้ รว่ มการชูรอสมควรจะตอ้ งพยายามยึดแนวทางดงั ต่อไปนีดP ว้ ย ทงัP นีเP พ9ือให้
การชรู อนนัP เป็นไปตามเปา้ หมายท9ีไดว้ างไว้

b. ตงัP เหนียตดว้ ยความบรสิ ทุ ธิŒใจเพ9ือหวงั ความโปรดปรานจากอลั ลอฮ

77


^. ตะวจั ›ฮุ ตอ่ อลั ลอฮอยา่ งเตม็ เป9ียม

h. มีความรกั เพ9ืออลั ลอฮ มีความเป็นพ9ีนอ้ งกันและประชุมเพ9ือม่งุ หวงั มติต่างๆ ไปปฏิบตั ิ
อยา่ งมงุ่ ม9นั

i. ผนู้ าํ ประชมุ ไม่จาํ เป็นตอ้ งขอความเห็นทกุ คน แต่ตอ้ งใหเ้ กียรติกบั ทกุ คนหมายถึงถา้ เขา
อยากพดู ตอ้ งใหเ้ ขาไดพ้ ดู

_. เม9ือถกู ถามความคิดเห็นในประเด็นใด จงใหค้ วามคิดเห็นดว้ ยความรกั ความอ่อนโยน
ไมใ่ ชเ่ พ9ือสนบั สนนุ หรอื คดั คา้ น

j. อยา่ ไดร้ ูส้ กึ วา่ ความเหน็ ของทา่ นดีท9ีสดุ จนรบี รอ้ นจะใหผ้ นู้ าํ ปฏิบตั ติ าม

`. จงมอบความคิดเห็นท9ีดีท9ีสดุ จากท่าน แต่ใหส้ าํ นึกว่าความคิดเห็นของท่านเป็นส9ิงท9ีแย่
ท9ีสดุ ก็ได้

k. จงใหค้ วามเหน็ โดยยดึ ประโยชนข์ องศาสนา ผลประโยชนข์ องอมุ มะฮ์

l. ใหเ้ กียรตใิ หค้ ณุ คา่ กบั ทกุ ความเหน็ ในท9ีประชมุ

bo. อย่าดถู ูกความเห็นของคนอ9ืน เพราะทุกความเห็นอาจนาํ ไปส่คู วามคิดสรา้ งสรรคท์ 9ีดี
ย9ิงขนึP ไปอีก

bb. ตระหนกั วา่ ความเห็นของท่านมาจากนฟั ซู และความออ่ นแอของท่าน หากถกู ปฏิเสธก็
จงขอบคณุ อลั ลอฮ ถา้ หากถกู ยอมรบั ก็จงอิสตฆิ ฟารใหม้ ากๆ

b^. อยา่ ไดเ้ สนอความคดิ เหน็ ท9ีอาจนาํ ไปสคู่ วามแตกแยกและทะเลาะวิวาท

bh. ความเหน็ เป็นของทา่ น แตข่ อ้ สรุปเป็นของทกุ คน

bi. มติท9ีไดม้ าจากพระอาํ นาจของพระองค์ สกู่ ารตดั สินใจของผนู้ าํ ผ่านการมีสว่ นรว่ มของ
ผเู้ ขา้ ประชมุ ทกุ ทา่ น

78


b_. ความเห็นส่วนใหญ่หรือส่วนนอ้ ย ไม่ไดม้ ีผลต่อการตดั สินใจของผูน้ าํ การประชุม แต่
หากวา่ ความเหน็ สว่ นใหญ่นนัP นาํ มาซง9ึ ความรกั ความดีงามมากกวา่ ก็สง่ เสรมิ ใหเ้ ลอื กขอ้ เสนอนนัP

bj. ผนู้ าํ การประชมุ จาํ เป็นตอ้ งทาํ การตดั สินใจในเร9ืองต่างๆ ดว้ ยความบรสิ ทุ ธใ์ จ ซ9ือสตั ย์
และรอบคอบ และไมก่ ่อใหเ้ กิดความแคลงใจใดๆ ในหมผู่ เู้ ขา้ รว่ มประชมุ

b`. สรา้ งบรรยากาศปรกึ ษาหารอื ใหม้ าก
bk. เคารพและปฏิบัติตามมติดว้ ยความนอบนอ้ ม ตระหนักเสมอว่ามติท9ีไดม้ าจากการ
ประชมุ นนัP เป็นส9งิ ท9ีดีท9ีสดุ ท9ีจะนาํ มาซง9ึ ความดีงามและความสาํ เรจ็
bl. มติท9ีไดห้ ากยากท9ีเราจะยอมรบั มนั ก็จงซอบรั และตออตั แต่หากมตินนัP เราพอใจและ
ยอมรบั ได้ ก็จงตอ่ อตั และซอบรั
^o. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึนP หลังจากมีมติแลว้ ขอใหน้ ้อมรบั และราํ ลึกอยู่เสมอว่าเป็นการ
กาํ หนดของพระองคผ์ ทู้ รงอาํ นาจ
ขอ้ ปฏิบตั ิเหล่านีเP ป็นตวั อย่างในการนาํ วิธีการชรู อมาใชใ้ นการป้องกนั ปัญหาและระงบั ขอ้
พิพาทท9ีเกิดขนึP ภายในองคก์ รไดเ้ ป็นอยา่ งดี

5. การปลกี ตวั ออกหรือฮจิ เราะฮ์

ผคู้ นโดยท9วั ไปมกั จะหลงลืมรูปแบบหรือวิธีการแกไ้ ขปัญหาขอ้ ขดั แยง้ ดว้ ยวิธีการนีP ทงัP ๆท9ี
เป็นวิธีการท9ีท่านศาสดามฮู าํ หมดั (ศ็อลลลั ลอฮฮอุ ะลยั ฮิวะสลั ลมั ) ไดใ้ ชใ้ นการดาํ รงชีวิตและแกไ้ ข

79


ปัญหาท9ีเกิดขึนP ในขณะท9ีท่านไดเ้ ผยแพรศ่ าสนาอิสลามในยุคแรก ณ นครมกั กะฮ์ เม9ือท่านไดถ้ กู
ขดั ขวาง ต่อตา้ น รวมถึงการทาํ รา้ ยรา่ งกาย จนกระท9งั ท่านไดร้ บั วะฮียใ์ หต้ อ้ งอพยพตวั ท่านและ
สาวกไปยงั นครมะดีนะฮ์ อนั เป็นวิธีการท9ีดเู หมือนวา่ จะพา่ ยแพ้ แตใ่ นความเป็นจรงิ แลว้ นาํ มาซง9ึ ชยั
ชนะหรอื ความสาํ เรจ็ ของทา่ นศาสดาในการเผยแผอ่ ิสลาม และภายหลงั ทา่ นก็สามารถพิชิตนครมกั
กะฮก์ ลบั คืนมาไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเสยี เลอื ดเนือP แตอ่ ยา่ งใด

ความหมายของคาํ ว่า “ฮจิ เราะฮ”์

ในทางภาษาหมายถงึ การแยกตวั ของส9งิ หนง9ึ ออกจากอีกส9งิ หนง9ึ การละทิงP ออกจากบา้ นเกิด
เมืองนอนหรอื ดนิ แดนท9ีอยอู่ าศยั ของตน

วิธีการนีปP รากฏตามหลกั ฐานจากพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กุรอานในซูเราะฮอ์ นั นิสาอ อายะฮท์ 9ี
100

ۚ ً‫ِ ﯾَ ِﺠ ْﺪ ﻓِﻲ ا ْﻷَ ْر ِض ُﻣ َﺮا َﻏ ًﻤﺎ َﻛﺜِﯿ ًﺮا َو َﺳﻌَﺔ‬i‫َو َﻣﻦ ﯾُ َﮭﺎ ِﺟ ْﺮ ِﻓﻲ َﺳ ِﺒﯿ ِﻞ ﱠ‬
‫ِ َو َر ُﺳﻮ ِﻟ ِﮫ‬i‫َو َﻣﻦ ﯾَ ْﺨ ُﺮ ْج ِﻣﻦ ﺑَ ْﯿ ِﺘ ِﮭ ُﻤ َﮭﺎ ِﺟ ًﺮ ا ِإﻟَﻰ ﱠ‬

ۚ ‫ُ َﻏﻔُﻮ ًرا ﱠر ِﺣﯿ ًﻤﺎ‬i‫ِ ۗ َو َﻛﺎ َن ﱠ‬i‫ﺛُ ﱠﻢ ﯾُ ْﺪ ِر ْﻛﮫُ ا ْﻟ َﻤ ْﻮ ُت ﻓَﻘَ ْﺪ َوﻗَ َﻊ أَ ْﺟ ُﺮهُ َﻋﻠَﻰ ﱠ‬

ความวา่ “และผใู้ ดท9ีอพยพไปในทางของอลั ลอฮฺ เขาก็จะพบในผืนแผ่นดินซง9ึ สถานท9ีอพยพ
ไปอันมากมายและความม9ังค9ังดว้ ย และผูท้ 9ีออกจากบา้ นของเขาไปในฐานะผูอ้ พยพไป
ยงั อลั ลอฮและรอ่ ซูลของพระองคแ์ ลว้ ความตายก็มาถึงเขา แน่นอนรางวลั ของเขานนัP ย่อม
ปรากฏอยแู่ ลว้ ณ อลั ลอฮฺ และอลั ลอฮฺนนัP เป็นผทู้ รงอภยั โทษผทู้ รงเมตตาเสมอ”

จากบทบญั ญตั ิของคมั ภีรด์ งั กลา่ วชีใP หเ้ ห็นวา่ การอพยพไปในหนทางของอลั ลอฮนนัP เป็นส9งิ
ท9ีประเสริฐและสามารถกระทาํ ไดห้ ากมีความจาํ เป็นหรือมีสถานการณ์เขา้ องคป์ ระกอบหรือมี
ปัจจยั ครบถว้ นวา่ จาํ เป็นหรอื ถงึ เวลาท9ีจะตอ้ งฮิจเราะฮแ์ ลว้ ดงั ท9ีพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อานในซเู ราะฮ์
อนั นะหล์ ุ อายะฮท์ 9ี ib ไดบ้ ญั ญตั เิ ง9ือนไขของการฮิจเราะฮไ์ วว้ า่

ۖ ً‫ِ ِﻣﻦ ﺑَ ْﻌ ِﺪ َﻣﺎ ُظ ِﻠ ُﻤﻮا ﻟَﻨُﺒَ ِّﻮﺋَﻨﱠ ُﮭ ْﻢ ﻓِﻲ اﻟﺪﱡ ْﻧﯿَﺎ َﺣ َﺴﻨَﺔ‬i‫َواﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ َھﺎ َﺟ ُﺮوا ﻓِﻲ ﱠ‬

80


ۚ ‫َو َﻷَ ْﺟ ُﺮ ا ْﻵ ِﺧ َﺮ ِة أَ ْﻛﺒَ ُﺮ ۚ ﻟَ ْﻮ َﻛﺎﻧُﻮا ﯾَ ْﻌﻠَ ُﻤﻮ َن‬

ความวา่ “และบรรดาผทู้ 9ีอพยพในเรอ9ื งของอลั ลอฮห์ ลงั จากท9ีพวกเขาถกู ขม่ เหง และแน่นอน
เราจะใหท้ 9ีพาํ นกั ท9ีดีแก่เขาในโลกนีP และแน่นอนรางวลั ของวนั ปรโลกนนัP ย9ิงใหญ่กว่า หาก
พวกเขารู้

คาํ ว่า “ถกู ข่มเหง” คือ เง9ือนไขสาํ คญั ของการฮิจเราะฮ์ ท9ีผ่านมามกั จะมีการฮิจเราะฮโ์ ดยไม่
ถกู ตอ้ ง เพราะหลกั เกณฑใ์ นการฮิจเราะฮเ์ ช่น การแยกมสั ยิดใหม่นนัP เขา้ เง9ือนไขการฮิจเราะฮแ์ ลว้
หรอื ยงั ถกู ข่มเหงแลว้ หรอื ยงั ถา้ ถึงขนัP จงึ ควรจะฮิจเราะฮ์ ท่านศาสดาตอ้ งการฮิจเราะฮม์ ากแตว่ ะฮี
ไม่ลง จนกระท9งั มีวะฮีถึงไดฮ้ ิจเราะฮไ์ ป แต่เราถึงขนัP นันP ไหมท9ีฮิจเราะฮเ์ พราะเราตอ้ งการอาํ นาจ
ตอ้ งการตาํ แหน่งจึงเกิดการแตกแยกกนั อนั ท9ีจรงิ ท่านศาสดาไดท้ าํ การฮิจเราะฮไ์ ปท9ีมาดีนะฮแ์ ลว้
แลว้ ศาสดากลบั มาฟืPนฟทู 9ีมกั กะฮด์ ว้ ยโดยไม่เสียเลือดเนือP เลย การฮิจเราะฮไ์ ปเพ9ือส9ิงท9ีดีกว่า การ
ฮิจเราะฮเ์ ป็นอิบาดะฮ์ ทาํ แลว้ ไดก้ ศุ ลผลบญุ ตอบแทน ถา้ ตายไปไดเ้ ขา้ สวรรค์ แตต่ อ้ งมีเหนียตเพ9ือ
อัลลอฮเพ9ือไปในส9ิงท9ีดีกว่า เพราะในหน้าแผ่นดินมีความโปรดปรานมากมายมหาศาล การ
ฮิจเราะฮท์ 9ีถกู ตอ้ งนนัP ตอ้ งมีเง9ือนไขวา่ มีการลงไมล้ งมือ มีการข่มเหง หรอื อธรรมเกิดขนึP ก่อนแลว้ ถึง
คอ่ ยฮิจเราะฮ์

ประโยชนข์ องการฮจิ เราะฮ์

การฮิจเราะฮน์ ันP นอกจากจะนาํ มาซ9ึงผลสมั ฤทธิŒตามเป้าหมายคือ การไปยงั สถานท9ีท9ีจะ
สามารถปฏิบัติตนเป็นบ่าวและเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าได้แล้ว ยังเป็นผลทาํ ให้เกิดการ
เปล9ียนแปลง การพัฒนา ความเจริญกา้ วหนา้ ทางดา้ นวตั ถุและดา้ นจิตวิญญาณอีกดว้ ย และท9ี
สาํ คญั ท9ีสดุ คือ รางวลั ท9ีจะไดร้ บั การตอบแทนในวนั ปรโลกท9ีย9ิงใหญ่

81


6. การไกล่เกลยี0 ประนีประนอม

การแกไ้ ขปัญหาความขดั แยง้ หรอื ขอ้ พิพาทตามรูปแบบและวิธีการนีดP เู หมือนจะเป็นวิธีการ
สมยั ใหม่ แตใ่ นความเป็นจรงิ แลว้ ทงัP การไกลเ่ กล9ียและการประนีประนอมมีบญั ญตั ิไวต้ งัP แตใ่ นอดีต
และถกู ระบุอย่ใู นหลกั การของอิสลาม ดงั ท9ีไดบ้ ญั ญัติไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กุรอานซูเราะฮอ์ ลั หุ
จญรอ็ ต อายะฮท์ 9ี bo

‫َ ﻟَﻌَﻠﱠ ُﻜ ْﻢ ﺗُ ْﺮ َﺣ ُﻤﻮ َن‬i‫إِﻧﱠ َﻤﺎ ا ْﻟ ُﻤ ْﺆ ِﻣﻨُﻮ َن إِ ْﺧ َﻮةٌ ﻓَﺄَ ْﺻ ِﻠ ُﺤﻮا ﺑَ ْﯿ َﻦ أَ َﺧ َﻮ ْﯾ ُﻜ ْﻢ ۚ َواﺗﱠﻘُﻮا ﱠ‬
ความวา่ “แทจ้ รงิ บรรดาผศู้ รทั ธานนัP เป็นพ9ีนอ้ งกนั ดงั นนัP พวกเจา้ จงไกลเ่ กล9ียประนีประนอม
กนั ระหว่างพ9ีนอ้ งทงัP สองฝ่ายของพวกเจา้ และจงยาํ เกรงอลั ลอฮฺเถิด หวงั ว่าพวกเจา้ จะไดร้ บั ความ
เมตตา”
ในอัลกุรอานใช้คําว่า ‫ ُﺻ ْﻠﺢ‬หลายแห่งมากท9ีกล่าวถึงเร9ืองไกล่เกล9ียประนีประนอม
ความหมายหรอื นิยามของคาํ นีคP ือ

‫ ﻋﻘﺪ وﺿﻊ ﻟﺮﻓﻊ اﻟﻤﻨﺎزﻋﺔ‬: ‫اﻟﺼﻠﺢ‬
ความวา่ “นิตกิ รรมสญั ญาท9ีไดจ้ ดั ทาํ ขนึP เพ9ือยตุ ขิ อ้ พิพาท”
สมมตุ ิมีขอ้ พิพาทเกิดขึนP แลว้ ค่กู รณียินยอมท9ีจะทาํ สญั ญากนั เพ9ือทาํ ใหข้ อ้ ขดั แยง้ หมดไป
การทาํ ขอ้ ตกลงเพ9ือใหข้ อ้ ขดั แยง้ หมดสินP ไป คือ การทาํ สญั ญาประนีประนอมยอมความนันP เอง
เพราะฉะนนัP การไกล่เกล9ียประนีประนอมจะผูกพนั ทางนิติศาสตรใ์ นลกั ษณะของสญั ญา ถา้ ไม่มี
สญั ญาจะไม่ผูกพันคู่กรณี เพราะฉะนัPนถา้ หากไกล่เกล9ียประนีประนอมแลว้ ทาํ ขอ้ ตกลงร่วมกัน
ไมไ่ ด้ เรอ9ื งก็ไมจ่ บ ขอ้ ขดั แยง้ ยงั อยตู่ อ้ งมีการชีขP าดหรอื ตดั สนิ แตถ่ า้ หากทาํ ขอ้ ตกลงกนั ได้ หมายถงึ

82


คู่กรณียินยอมจะทาํ ขอ้ สญั ญาอนั หน9ึงเพ9ือท9ีจะระงบั ความขดั แยง้ ใหห้ มดไป เช่นนีถP ือว่าใชไ้ ดใ้ น
หลกั การของมซั ฮบั ตา่ งๆ

ความหมายโดยสรุป

b. มีลกั ษณะเป็นนิตกิ รรมอยา่ งหนง9ึ

^. เกิดขนึP โดยความสมคั รใจของคกู่ รณี

h. มีลกั ษณะตา่ งตอบแทนซง9ึ กนั และกนั

ประเภทของการไกล่เกลยCี ข้อพพิ าท

b. ขอ้ พิพาทระหวา่ งคสู่ งคราม

^. ขอ้ พิพาทท9ีเก9ียวขอ้ งกบั การกิศอศ

h. ขอ้ พิพาทท9ีเก9ียวขอ้ งกบั ทรพั ยส์ นิ

i. ขอ้ พิพาทระหวา่ งสามีภรรยา

_. ขอ้ พิพาทระหวา่ งผทู้ 9ีมีความสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดกนั

นอกจากนีP ยงั มีการไกลเ่ กล9ียประนีประนอมเก9ียวกบั สิทธิระหว่างสามีภรรยา เช่น ค่ามะฮรั
สว่ นแบง่ เวร คา่ อปุ การะ เลยีP งดทู 9ีคา้ งจา่ ย เป็นตน้

การไกลเ่ กล9ียประนีประนอมเก9ียวกบั การหยา่ (ฏอ้ ล๊าก) การซือP หยา่ (คลุ อ)์ เช่น คา่ อปุ การะ
เลยีP งดทู 9ีคา้ งจา่ ย คา่ อปุ การะเลยีP งดหู ลงั การหยา่ คา่ สนิ จา้ ง คา่ ดแู ลบตุ รหรอื คา่ ใหน้ มบตุ ร

การไกลเ่ กล9ยี ประนีประนอมเก9ียวกบั ทรพั ยส์ นิ มรดกในลกั ษณะของตะคอรุจญ์

ขอ้ พิพาทท9ีสามารถใชว้ ิธีการไกลเ่ กล9ยี ประนีประนอมได้ คือ

- เรอ9ื งสามีภรรยา

83

- เรอ9ื งทะเลาะวิวาทเลก็ นอ้ ย

- เรอ9ื งหนีสP นิ

- เรอ9ื งการสงบศกึ

- เรอ9ื งผสานความสามคั คี

- เรอ9ื งการละเมิดท9ีสามารถตกลงกนั ได้

- เรอ9ื งท9ีควรใชแ้ นวทางสายกลางแกไ้ ข

เงอืC นไขก่อนทาํ การไกล่เกลยCี

การไกลเ่ กล9ียประนีประนอมของอิสลามแตกตา่ งจากการไกลเ่ กล9ียประนีประนอมของสากล

อลั ลอฮทรงตรสั ไวใ้ นซเู ราะฮอ์ ลั หจุ รอ็ ต อายะฮท์ 9ี l ความวา่

‫ٱ ۡﻷُ ۡﺧ َﺮ ٰى‬ ‫إِﺑَ ۡۡﯿﺣﻨَﺪَ ُٰﮭﯨ َﻤُﮭﺎ َﻤﺎﺑِﭑۡﻟ َﻋﻌَﻠَ ۡﺪﻰِل‬ ‫ﯨﻔَﺘَﺎ ِن ِﻣ َﻦ ٱۡﻟ ُﻤ ۡﺆ ِﻣ ِﻨﯿ َﻦ ٱ ۡﻗﺘَﺘَﻠُﻮ ۟ا ﻓَﺄَ ۡﺻ ِﻠ ُﺤﻮ ۟ا ﺑَ ۡﯿﻨَ ُﮭ َﻤ ۖﺎ ﻓَﺈِ ۢن ﺑَﻐَ ۡﺖ‬¤ ‫َوإِن َط ۤﺎ‬
‫َوأَ ۡﻗ ِﺴ ُﻄ ۤﻮ ۟ا‬ ‫ٱﯾُ ﱠِۚ•ِﺤ ﻓَﱡﺐﺈِ ٱۡنﻟ ُﻤﻓَ ۡۤﺎﻘ َءِﺴ ۡ ِتﻄﯿﻓَ َﺄﻦَ ۡﺻ ِﻠ ُﺤﻮ ۟ا‬ ‫ِإﻟَ ٰۤﻰ أَ ۡﻣ ِﺮ‬ ‫ﺗَ ِﻔ ۤﯽ َء‬ ‫َﺣﺘﱠ ٰﻰ‬ ‫ﺗَۡﺒ ِﻐﯽ‬ ‫ٱﻟﱠ ِﺘﯽ‬ ‫ﻓَﻘَ ٰـﺘِﻠُﻮ ۟ا‬
َ•‫ِإ ﱠن ٱ ﱠ‬

ความว่า “และหากมีสองฝ่ ายจากบรรดาผูศ้ รทั ธาทะเลาะวิวาทกนั พวกเจา้ ก็จงไกล่เกล9ีย

ระหวา่ งทงัP สองฝ่าย หากฝ่ายหน9ึงในสองฝ่ายนนัP ละเมิดอีกฝ่ายหน9ึง พวกเจา้ ก็จงปรามฝ่าย

ท9ีละเมิดจนกว่าฝ่ ายนัPนจะกลบั สู่พระบัญชาของอัลลอฮ ฉะนัPนหากฝ่ ายนัPนกลบั (สู่พระ

บญั ชาของอลั ลอฮ) แลว้ พวกเจา้ ก็จงประนีประนอมระหวา่ งทงัP สองฝ่ายดว้ ยความยตุ ิธรรม

และพวกเจา้ จงใหค้ วามเท9ียงธรรม (แก่ทงัP สองฝ่ าย) เถิด แทจ้ ริงอลั ลอฮทรงรกั ใครบ่ รรดา

ผใู้ หค้ วามเท9ียงธรรม”

จากอายะฮน์ ีชP ีใP หเ้ ห็นว่าหากจะทาํ การไกลเ่ กล9ียกรณีท9ีมีการกระทาํ ความผิดนนัP จะเร9มิ ไดก้ ็

ต่อเม9ือถา้ เกิดมีการกระทาํ ละเมิดเกิดขึนP ตอ้ งปรามก่อนซ9ึงการไกล่เกล9ียประนีประนอมสากลไม่
สนใจเร9ืองการกระทําความผิดหรือการละเมิดเพราะเป็ นเร9ืองอีกคดีหน9ึง แต่การไกล่เกล9ีย

84


ประนีประนอมของอิสลามจะดกู ่อนวา่ หากมีการละเมิดอีกฝ่ายก่อนหรอื ไม่ ละเมิดในท9ีนีคP ือการฝ่า
ฝืนบทบญั ญตั ิทาํ ผิดในเรอ9ื งสทิ ธิของอลั ลอฮหรอื สทิ ธิของมนษุ ย์ ถา้ เกิดการละเมิดก่อน ก็ตอ้ งปราม
ก่อนใหผ้ ลู้ ะเมิดนนัP ยอมรบั ก่อนว่าเขาฝ่าฝืน ถา้ เขายอมรบั จึงจะทาํ การไกลเ่ กล9ีย ไม่ใช่เอาคนท9ีผิด
มาไกล่เกล9ียกบั คนท9ีถกู โดยไม่สนใจว่าเขาผิดหรือถกู น9ีคือความแตกต่าง เพราะฉะนนัP ผไู้ กล่เกล9ีย
จะตอ้ งคาํ นึงก่อนเสมอว่ามีการทาํ ผิดหรือไม่ เพราะการทาํ ความผิดนนัP เป็นจดุ หน9ีงท9ีทาํ ใหเ้ กิดฟิ ต
นะฮ์ ทาํ ใหเ้ กิดขอ้ ขดั แยง้ กนั มากขึนP ถา้ คณุ ไม่แกค้ วามผิด ฟิ ตนะฮจ์ ะแกไ้ ม่หาย บางคนเขา้ ใจว่า
ตวั เองไกลเ่ กล9ยี ประนีประนอมไดท้ งัP ท9ียงั ไมแ่ กค้ วามผิด แลว้ คณุ ก็จะวนอยกู่ บั ปัญหา

สว่ นการประนีประนอมนนัP ไดถ้ กู ระบใุ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซเู ราะฮอ์ นั นิสาอฺ อายะฮ์
ท9ี b^k

‫َو ِإ ِن ا ْﻣ َﺮأَةٌ َﺧﺎﻓَ ْﺖ ِﻣﻦ ﺑَ ْﻌ ِﻠ َﮭﺎ ﻧُ ُﺸﻮ ًزا أَ ْو ِإ ْﻋ َﺮا ًﺿﺎ ﻓَ َﻼ ُﺟﻨَﺎ َح َﻋﻠَ ْﯿ ِﮭ َﻤﺎ أَن ﯾُ ْﺼ ِﻠ َﺤﺎ ﺑَ ْﯿﻨَ ُﮭ َﻤﺎ‬
ۚ ‫ُﺻ ْﻠ ًﺤﺎ ۚ َواﻟ ﱡﺼ ْﻠ ُﺢ َﺧ ْﯿ ٌﺮ ۗ َوأُ ْﺣ ِﻀ َﺮ ِت ا ْﻷَﻧﻔُ ُﺲ اﻟ ﱡﺸ ﱠﺢ‬
ۚ ‫َ َﻛﺎ َن ِﺑ َﻤﺎ ﺗَ ْﻌ َﻤﻠُﻮ َن َﺧﺒِﯿ ًﺮا‬i‫َو ِإن ﺗُ ْﺤ ِﺴﻨُﻮا َوﺗَﺘﱠﻘُﻮا ﻓَﺈِ ﱠن ﱠ‬

ความว่า “และหากหญิงใดเกรงว่าจะมีการป9ึงชาหรอื มีการผินหลงั ใหจ้ ากสามีของนางแลว้
ก็ไม่มีบาปใดๆ แก่ทัPงสองท9ีจะตกลงประนีประนอมกันอย่างใดอย่างหน9ึง และการ
ประนีประนอมนนัP เป็นส9ิงดีกว่า และจิตใจคนนนัP ถกู ใหม้ ีความตระหน9ีมาดว้ ย และหากพวก
เจา้ กระทาํ ดี และมีความยาํ เกรงแลว้ แทจ้ ริงอัลลอฮฺนัPนทรงรูอ้ ย่างถ9ีถว้ นในส9ิงท9ีพวกเจา้
กระทาํ กนั ”

จากบทบัญญัติดังกล่าวแสดงใหเ้ ห็นว่าวิธีการไกล่เกล9ียและการประนีประนอมนัPนเป็น
หลกั การอิสลาม แมว้ า่ รูปแบบหรอื วิธีการนนัP อาจจะมิไดม้ ีการระบรุ ายละเอียดท9ีชดั เจนเช่นการไกล่
เกล9ยี และการประนีประนอมในปัจจบุ นั ก็ตาม

รายละเอียดเก9ียวกับวิธีการ ขัPนตอน ตลอดจนเทคนิคท9ีใช้ในการไกล่เกล9ียและ
ประนีประนอมตามแนวทางท9ีสอดคลอ้ งกบั หลกั การอิสลามจะไดน้ าํ เสนอในหวั ขอ้ ตอ่ ๆ ไป

85


]. อนุญาโตตุลาการ

คาํ ว่า “อนุญาโตตลุ าการ” ดเู หมือนเป็นเร9ืองใหม่และมิใช่เร9ืองท9ีเก9ียวกับหลกั การอิสลาม
แตท่ 9ีจรงิ ไดม้ ีการบญั ญตั ไิ วใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซเู ราะฮอ์ นั นิสาอ์ อายะฮท์ 9ี h_

‫َو ِإ ْن ِﺧ ْﻔﺘُ ْﻢ ِﺷﻘَﺎ َق ﺑَ ْﯿﻨِ ِﮭ َﻤﺎ ﻓَﺎ ْﺑﻌَﺜُﻮا َﺣ َﻜ ًﻤﺎ ِّﻣ ْﻦ أَ ْھ ِﻠ ِﮫ َو َﺣ َﻜ ًﻤﺎ ِّﻣ ْﻦ أَ ْھ ِﻠ َﮭﺎ ِإن ﯾُ ِﺮﯾﺪَا‬
‫َ َﻛﺎ َن َﻋ ِﻠﯿ ًﻤﺎ َﺧ ِﺒﯿ ًﺮا‬i‫ُ ﺑَ ْﯿﻨَ ُﮭ َﻤﺎ ۗ ِإ ﱠن ﱠ‬i‫ِإ ْﺻ َﻼ ًﺣﺎ ﯾُ َﻮ ِﻓّ ِﻖ ﱠ‬

ความวา่ “และหากพวกเจา้ หว9นั เกรงการแตกแยกระหวา่ งเขาทงัP สอง (สามีภรรยา) ก็จงสง่ ผู้
ตดั สินคนหน9ึงจากครอบครวั ของฝ่ ายชายและผตู้ ดั สินคนหน9ึงจากครอบครวั ของฝ่ ายหญิง
หากทงัP สองปารถนาใหม้ ีการประนีประนอมกนั แลว้ อลั ลอฮก็จะใหค้ วามสาํ เรจ็ ในระหว่าง
ทงัP สอง แทจ้ รงิ อลั ลอฮเป็นผทู้ รงรอบรู้ ผทู้ รงตระหนกั ย9ิง”
จากความหมายในอายะฮน์ ีบP อกใหร้ ูว้ ่า ถา้ เร9ิมมีปัญหาระหว่างสามีภรรยาตอ้ งใหญ้ าติซ9ึง
แต่งตงัP จากฝ่ ายชายและฝ่ ายหญิงมาอย่างละคน แลว้ มาคุยกันว่าเร9ิมมีปัญหากันแลว้ สมควรท9ี
จะตอ้ งปรบั ปรุงกนั อย่างไรก่อนท9ีจะบานปลายกลายเป็นการเลิกกนั เร9ืองอย่างนีคP รอบครวั ของทงัP
สองฝ่ายตอ้ งรบั รูเ้ พราะเวลาเลกิ กนั จะเสยี หายทงัP สองครอบครวั
หลกั การอิสลามไดใ้ หค้ วามสาํ คญั กับการหย่ามากถึงกับตอ้ งมีการตงัP คณะกรรมการหรือ
อนุญาโตตุลาการจากทงัP สองฝ่ าย เราไม่ค่อยไดน้ าํ ชะรีอะฮใ์ นเร9ืองนีมP าปฏิบตั ิกันจริงจงั ปัญหา
ครอบครวั ปัญหาการหย่ารา้ งจึงเกิดขึนP บ่อยเพราะสามีภรรยามกั จะหย่ารา้ งกนั ดว้ ยอารมณ์ หรือ
สามารถกล่าวได้อย่างภูมิใจว่าไม่มีระบบกฎหมายใดในโลกท9ีมีวิธีการเช่นนีP ท9ีใช้ช9ือว่า

86


อนญุ าโตตลุ าการ น่าจะใกลเ้ คียงท9ีสดุ เพราะถกู ตงัP มาฝ่ายละคนเพ9ือมาตดั สินวา่ ใครผิดใครถกู แลว้
ฝ่ ายชายต้องปรบั ปรุงอย่างไร ฝ่ ายหญิงต้องปรบั ปรุงอย่างไรเพ9ือไม่ให้แตกแยกกัน หรือต้อง
ปรบั ปรุงทัPงสองฝ่ ายเพราะว่าต่างครอบครวั มาอยู่ดว้ ยกัน ตอนแรกก็อาจจะรกั กัน ก็ดีกันไปทุก
อย่าง แต่ตอนโมโหหรือทะเลาะกนั ก็ยกแต่ความไม่ดีของแต่ละคน ตอนแรกเอาความดีเขา้ หากนั
แต่ตอนหลงั เปิดเผยธาตแุ ทแ้ ลว้ มนั จงึ ทาํ ใหอ้ ย่กู นั ไม่ได้ เพราะฉะนนัP อนญุ าโตตลุ าการจะมาเป็นผู้
ปรบั วา่ ผชู้ ายและผหู้ ญิงตอ้ งปรบั ปรุงตวั อยา่ งไรเพ9ือท9ีจะไมใ่ หแ้ ตกแยก ดงั นนัP จะเหน็ ไดว้ า่ ไมใ่ ชส่ ามี
จะใชอ้ าํ นาจหย่าได้ จริงอยู่ว่าการหย่าเป็นส9ิงท9ีทาํ ไดเ้ ป็นส9ิงท9ีฮาลาล แต่จะขอเตือนว่าก่อนท9ีจะ
หยา่ สมควรท9ีจะนาํ วิธีการในเรอ9ื งนีมP าใชก้ ่อน

อีกประเดน็ หน9งึ ตามหลกั ชะรอี ะฮใ์ นอลั กรุ อานไดก้ ลา่ วไวว้ า่ ‫ اﻟ ﱠﻄ َﻼ ُق َﻣ ﱠﺮﺗَﺎ ِن‬การหยา่ นนัP
มีสองครงัP หรอื สองวาระ หมายถึง การหย่าท9ีสามารถคืนดีกนั ไดม้ ี ^ ครงัP แต่ครงัP ท9ี h คืนดีกนั ไม่ได้
ความต่อมากล่าวว่า ‫ ﻓَﺈِ ْﻣ َﺴﺎ ٌك ِﺑ َﻤ ْﻌ ُﺮو ٍف أَ ْو ﺗَ ْﺴ ِﺮﯾ ٌﺢ ِﺑﺈِ ْﺣ َﺴﺎ ٍن‬เวลาเราจะอะก็อดนิกะฮเ์ ราจะ
อ่านอายะฮ์นี Pแต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เคยใช้เลยอาจจะเป็ นเพราะไม่ได้แปลให้ฟั งหรือเปล่า
‫ ﻓَﺈِ ْﻣ َﺴﺎ ٌك ِﺑ َﻤ ْﻌ ُﺮو ٍف‬หมายถึง ยบั ยังP หรือเวน้ ว่างดว้ ยกับความดีก่อน ความหมายคือคาํ ว่า ٌ‫َﻋ ْﻘﺪ‬
แปลว่าผูก แต่เวลาหย่าใชค้ าํ ว่า ‫ َط َﻼ ُق‬ไม่ไดแ้ ปลว่า หย่า แต่ควรใชค้ าํ ว่า “คลายนิติสมั พันธ์”
แตง่ งานหรอื นิกะฮค์ ือ การผกู นิติสมั พนั ธ์ แตก่ ารฏอ้ ล๊ากคือ การคลายนิติสมั พนั ธ์ การคลายคือการ
ออกห่างๆ น9ีคือ ‫ إِ ْﻣ َﺴﺎ ٌك ِﺑ َﻤ ْﻌ ُﺮو ٍف‬คือ ใหย้ บั ยงัP กนั ก่อน เพราะหย่าหน9ึงกบั หย่าสอง ยงั สามารถ
ยบั ยงัP กนั ได้ คืนดีกนั ไดภ้ ายในอิดดะฮ์ แต่สามีมกั ไม่ทาํ หย่าทีเดียวสามฏอ้ ล๊ากเลย น9ีคือปัญหา
เพราะกรณีนีคP ืนดีไม่ได้ เจตนารมณ์ของชะรีอะฮต์ อ้ งการท9ีจะใหม้ ีการยับยังP ช9ังใจก่อน ‫إِ ْﻣ َﺴﺎ ٌك‬
‫ ﺑِ َﻤ ْﻌ ُﺮوف‬ต่อมาจึง ‫ أَ ْو ﺗَ ْﺴ ِﺮﯾ ٌﺢ ِﺑﺈِ ْﺣ َﺴﺎ ٍن‬น9ันคือ ถา้ หากจะแยกกันก็แยกกันแบบดี ดว้ ยความดี
งาม ค่กู รณีไม่เคยมีความรูเ้ ร9ืองชะรีอะฮต์ รงนีวP ่าเวลาหย่าใหค้ าํ นึงว่าการหย่าหน9ึงหรือหย่าสองฏ้
อล๊ากนนัP ขนึP อย่กู บั ความตออตั ของภรรยาว่าควรจะหย่าระดบั ไหน ไม่ใช่เกินเลยเอาความโมโหมา
เป็นจุดในการหย่า การท9ีใหห้ ย่าหน9ึงก่อนก็เพ9ือใหภ้ รรยาไดป้ รบั ปรุงตวั คือ คลายสมั พนั ธก์ นั ก่อน
เพ9ือใหภ้ รรยาปรบั ปรุงตวั เป็นคนดีแลว้ กระชบั ใหแ้ นน่ กวา่ เดมิ

87


ปัญหาท9ีเกิดขึนP ระหว่างสามีภรรยาในปัจจบุ นั นีมP กั ไม่ไดใ้ ชว้ ิธีการในเร9อื งอนญุ าโตตลุ าการ
มาแกไ้ ขก่อน ทงัP ท9ีเป็นวิธีการระงบั ขอ้ ขดั แยง้ ตามหลกั การอิสลามท9ีมีประสิทธิภาพมาก เน9ืองจาก
เป็นการแกไ้ ขปัญหาโดยใหญ้ าติของทงัP สองฝ่ายคือฝ่ายสามีและภรรยาไดม้ ารบั รูแ้ ละช่วยกนั แกไ้ ข
ปัญหาท9ีเกิดขึนP อนั เป็นวิธีการแกไ้ ขปัญหาท9ีละมนุ ละม่อมและชาญฉลาดย9ิงนกั แตกต่างกบั การ
แกไ้ ขปัญหาในปัจจบุ นั ท9ีมองว่าปัญหาของสามีภรรยาเป็นเร9อื งสว่ นตวั หรอื เป็นเร9อื งในครอบครวั ท9ี
บคุ คลอ9ืนไม่ควรจะมาเขา้ มาเก9ียวขอ้ ง ซ9งึ ตรงกนั ขา้ มกบั หลกั การอิสลามท9ีมองว่าการแต่งงานหรอื
การหย่ารา้ งเป็นเร9อื งท9ีเก9ียวขอ้ งกบั ญาติของทงัP สองฝ่ายเพราะการแตง่ งานมิไดม้ ีความหมายเพียง
ผกู พนั ระหวา่ งหญิงกบั ชายเทา่ นนัP หากแตม่ ีการเช9ือมสมั พนั ธร์ ะหวา่ งสองครอบครวั ท9ีจะหลอ่ หลอม
รวมเป็นทองแผ่นเดียวกนั ดงั นนัP ทกุ ส9ิงทกุ อยา่ งท9ีเกิดขนึP ระหวา่ งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจงึ สมควรท9ี
ญาตแิ ละคนทงัP สองตระกลู จะตอ้ งรบั รูแ้ ละมีสว่ นรว่ มในการแกไ้ ขปัญหาอยา่ งหลกี เล9ยี งไมไ่ ด้

88


^. กระบวนการศาล

โดยแน่นอนอย่างย9ิงในหลักการของอิสลามย่อมมีรูปแบบหรือวิธีการระงับขอ้ พิพาทท9ี
สาํ คญั ย9ิงก็คือ กระบวนการศาล ทงัP นีเP น9ืองจากตามหลกั การอิสลามถือเป็นส9ิงจาํ เป็นท9ีตอ้ งมีหรือ
เกิดขึนP ในสังคมหรือท9ีเรียกว่า "ฟัรดูกิฟายะฮ"์ ทัPงนีเP พ9ือใหม้ ีบุคคลผูท้ าํ หนา้ ท9ีตัดสินขอ้ พิพาทท9ี
เกิดขึนP ระหว่างกันใหไ้ ดข้ อ้ ยุติท9ีทุกฝ่ ายยอมรบั และมีความเป็นธรรม อนั จะเป็นผลทาํ ใหส้ งั คมมี
ความสงบสขุ และอยรู่ ว่ มกนั ไดอ้ ยา่ งสนั ติ

บทบญั ญตั ิเก9ียวกบั การตดั สนิ คดีและการใหค้ วามยตุ ิธรรมมีปรากฏอยใู่ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั
กุรอานเป็นจาํ นวนมากมาย รวมทัPงมีการกาํ หนดทัPงเนือP หาสารบัญญัติและวิธีสบัญญัติของ
กฎหมายชะรอี ะฮไ์ วอ้ ย่างครบถว้ น สว่ นหน9ึงท9ีบญั ญัติไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อานในซูเราะฮอ์ นั
นิสาอ อายะฮท์ 9ี _k

‫َ ﯾَﺄْ ُﻣ ُﺮ ُﻛ ْﻢ أَن ﺗُ َﺆدﱡوا ا ْﻷَ َﻣﺎﻧَﺎ ِت ِإﻟَ ٰﻰ أَ ْھ ِﻠ َﮭﺎ‬i‫ِإ ﱠن ﱠ‬
ۚ ‫َو ِإذَا َﺣ َﻜ ْﻤﺘُﻢ ﺑَ ْﯿ َﻦ اﻟﻨﱠﺎ ِس أَن ﺗَ ْﺤ ُﻜ ُﻤﻮا ﺑِﺎ ْﻟﻌَ ْﺪ ِل‬
ۚ ‫َ َﻛﺎ َن َﺳ ِﻤﯿﻌًﺎ ﺑَ ِﺼﯿ ًﺮا‬i‫َ ﻧِ ِﻌ ﱠﻤﺎ ﯾَ ِﻌ ُﻈ ُﻜﻢ ِﺑ ِﮫ ۗ ِإ ﱠن ﱠ‬i‫إِ ﱠن ﱠ‬
ความว่า “แทจ้ ริงอลั ลอฮฺทรงใชพ้ วกเจา้ ใหม้ อบคืนบรรดาของฝากแก่เจา้ ของของมนั และ
เม9ือพวกเจา้ ตดั สินระหว่างผคู้ น พวกเจา้ ก็จะตอ้ งตดั สินดว้ ยความยตุ ิธรรม แทจ้ รงิ อลั ลอฮฺ
ทรงแนะนาํ พวกเจา้ ดว้ ยส9งิ ซง9ึ ดีจรงิ ๆ แทจ้ รงิ อลั ลอฮฺเป็นผทู้ รงไดย้ ินและทรงเหน็ ย9ิง”
และในซเู ราะฮอ์ นั นิสาอ อายะฮท์ 9ี bh_

89


ِ•‫ﯾَﺎ أَﯾﱡ َﮭﺎ اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ آ َﻣﻨُﻮا ُﻛﻮﻧُﻮا ﻗَ ﱠﻮا ِﻣﯿ َﻦ ِﺑﺎ ْﻟ ِﻘ ْﺴ ِﻂ ُﺷ َﮭﺪَا َء ِ ﱠ‬
ۚ ‫َوﻟَ ْﻮ َﻋﻠَ ٰﻰ أَﻧﻔُ ِﺴ ُﻜ ْﻢ أَ ِو ا ْﻟ َﻮا ِﻟﺪَ ْﯾ ِﻦ َوا ْﻷَ ْﻗ َﺮﺑِﯿ َﻦ‬

ۚ ‫ﺎ أَ ْو ﻓَ ِﻘﯿ ًﺮا ﻓَﺎ ﱠ•ُ أَ ْوﻟَ ٰﻰ ﺑِ ِﮭ َﻤﺎ ۖ ﻓَ َﻼ ﺗَﺘﱠﺒِﻌُﻮا ا ْﻟ َﮭ َﻮ ٰى أَن ﺗَ ْﻌ ِﺪﻟُﻮا‬ž‫إِن ﯾَ ُﻜ ْﻦ َﻏ ِﻨﯿ‬
ۚ ‫َ َﻛﺎ َن ﺑِ َﻤﺎ ﺗَ ْﻌ َﻤﻠُﻮ َن َﺧﺒِﯿ ًﺮا‬i‫َو ِإن ﺗَ ْﻠ ُﻮوا أَ ْو ﺗُ ْﻌ ِﺮ ُﺿﻮا ﻓَﺈِ ﱠن ﱠ‬

ความว่า “ผูศ้ รทั ธาทงัP หลาย จงเป็นผูท้ 9ีดาํ รงไวซ้ 9ึงความยุติธรรม จงเป็นพยานเพ9ืออลั ลอฮฺ
และแมว้ า่ จะเป็นอนั ตรายแก่ตวั ของพวกเจา้ เอง หรอื ผบู้ งั เกิดเกลา้ ทงัP สองและญาติท9ีใกลช้ ิด
ก็ตาม หากเขาจะเป็นคนม9งั มีหรือคนยากจน อลั ลอฮฺก็สมควรย9ิงกว่าเขาทงัP สอง ดงั นนัP จง
อย่าปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ ต9าํ ในการท9ีพวกเจ้าจะมีความยุติธรรม และหากพวกเจ้า
บดิ เบือนหรอื ผินหลงั ให้ แทจ้ รงิ อลั ลอฮฺทรงรอบรูอ้ ยา่ งถ9ีถว้ นในส9งิ ท9ีพวกเจา้ กระทาํ กนั ”

นอกจากนีใP นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซเู ราะฮอ์ ลั มาอิดะฮ์ อายะฮท์ 9ี k

ۖ ‫ﯾَﺎ أَﯾﱡ َﮭﺎ اﻟﱠ ِﺬﯾ َﻦ آ َﻣﻨُﻮا ُﻛﻮﻧُﻮا ﻗَ ﱠﻮا ِﻣﯿ َﻦ ِ ﱠ•ِ ُﺷ َﮭﺪَا َء ِﺑﺎ ْﻟ ِﻘ ْﺴ ِﻂ‬
ۚ ‫َو َﻻ ﯾَ ْﺠ ِﺮ َﻣﻨﱠ ُﻜ ْﻢ َﺷﻨَﺂ ُن ﻗَ ْﻮ ٍم َﻋﻠَ ٰﻰ أَ ﱠﻻ ﺗَ ْﻌ ِﺪﻟُﻮا‬

ۚ ‫َ َﺧ ِﺒﯿ ٌﺮ ِﺑ َﻤﺎ ﺗَ ْﻌ َﻤﻠُﻮ َن‬i‫َ ۚ ِإ ﱠن ﱠ‬i‫ا ْﻋ ِﺪﻟُﻮا ُھ َﻮ أَ ْﻗ َﺮ ُب ِﻟﻠﺘﱠ ْﻘ َﻮ ٰى ۖ َواﺗﱠﻘُﻮا ﱠ‬

ความว่า “ผศู้ รทั ธาทงัP หลาย จงเป็นผูป้ ฏิบตั ิหนา้ ท9ีดว้ ยดีเพ9ืออลั ลอฮ เป็นพยานดว้ ยความ
เท9ียงธรรมและจงอยา่ ใหก้ ารเกลียดชงั พวกหน9งึ พวกใดทาํ ใหพ้ วกเจา้ ไมย่ ตุ ิธรรม จงยตุ ิธรรม
เถิด มนั เป็นส9ิงท9ีใกลก้ บั ความยาํ เกรงย9ิงกว่า และพึงยาํ เกรงอลั ลอฮเถิด แทจ้ รงิ อลั ลอฮนนัP
เป็นผทู้ รงรอบรูอ้ ยา่ งละเอียดในส9งิ ท9ีพวกเจา้ กระทาํ กนั ”

บทบญั ญัติท9ีกล่าวมาขา้ งตน้ นีเP ป็นเพียงตวั อย่างบางส่วนท9ีเก9ียวกับกระบวนการยุติธรรม
ทางศาล ซง9ึ มีรายละเอียดมากมายและคงไมส่ ามารถท9ีจะนาํ เสนอไดท้ งัP หมด

90


r. อาํ นาจผู้ปกครองสูงสุด

ตามหลกั การอิสลามไดม้ ีการกาํ หนดและใหค้ วามสาํ คญั กบั องคก์ รผนู้ าํ เป็นอย่างมาก โดย
นอกจากจะใหม้ ีอาํ นาจในการปกครองดูแลความเป็นอยู่ท9ีดีของคนในสงั คมแลว้ ผูป้ กครองยงั มี
หนา้ ท9ีท9ีจะตอ้ งระงบั ขอ้ ขดั แยง้ หรือขอ้ พิพาทท9ีอาจเกิดขึนP ระหว่างคนในสงั คมเพ9ือทาํ ใหเ้ กิดความ
ยุติธรรมและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข รวมทัPงมีอาํ นาจในการตัดสินใจให้ผู้ท9ีอยู่ใต้
ปกครองตอ้ งปฏิบัติตาม ซ9ึงการใชอ้ าํ นาจชีขP าดขอ้ พิพาทเร9ืองใดของผูป้ กครองสูงสุดนีถP ือเป็น
รูปแบบหรือวิธีการหน9ึงในการระงับความขัดแยง้ ท9ีไดผ้ ลดีและมีประสิทธิภาพย9ิง อีกทัPงการใช้
อาํ นาจของผปู้ กครองสงู สดุ นีอP าจจะเกิดภายหลงั จากท9ีไดม้ ีการปรกึ ษาหารอื กบั ผทู้ 9ีเก9ียวขอ้ งอย่าง
รอบดา้ นแลว้ โดยมกั จะใชด้ ว้ ยความออ่ นโยนและมีเมตตาธรรมกบั ผทู้ 9ีอยใู่ ตป้ กครอง
ในซเู ราะฮอ์ าละอิมรอน อายะฮท์ 9ี b_l

ۖ ‫ﻈﺎ َﻏ ِﻠﯿ َﻈﺎ ْﻟﻘَ ْﻠ ِﺐ َﻻﻧﻔَ ﱡﻀﻮا ِﻣ ْﻦ َﺣ ْﻮ ِﻟ َﻚ‬ž َ‫ِ ِﻟﻨ َﺖ ﻟَ ُﮭ ْﻢ ۖ َوﻟَ ْﻮ ُﻛﻨ َﺖ ﻓ‬i‫ﻓَ ِﺒ َﻤﺎ َر ْﺣ َﻤ ٍﺔ ِّﻣ َﻦ ﱠ‬
ۖ ‫ﻓَﺎ ْﻋ ُﻒ َﻋ ْﻨ ُﮭ ْﻢ َوا ْﺳﺘَ ْﻐ ِﻔ ْﺮ ﻟَ ُﮭ ْﻢ َو َﺷﺎ ِو ْر ُھ ْﻢ ِﻓﻲ ا ْﻷَ ْﻣ ِﺮ‬

ۚ ‫َ ﯾُ ِﺤ ﱡﺐ ا ْﻟ ُﻤﺘَ َﻮ ِّﻛ ِﻠﯿ َﻦ‬i‫ِ ۚ ِإ ﱠن ﱠ‬i‫ﻓَﺈِذَا َﻋ َﺰ ْﻣ َﺖ ﻓَﺘَ َﻮ ﱠﻛ ْﻞ َﻋﻠَﻰ ﱠ‬
ความว่า “เน9ืองดว้ ยความเมตตาจากอลั ลอฮน9นั เอง เจา้ (มฮุ มั มดั ) จึงไดส้ ภุ าพอ่อนโยนแก่
พวกเขา และถา้ หากเจา้ เป็นผปู้ ระพฤติหยาบชา้ และมีใจแข็งกระดา้ งแลว้ ไซร้ แน่นอนพวก
เขาก็ย่อมแยกตวั ออกไปจากรอบๆ เจา้ กนั แลว้ ดงั นนัP จงอภยั ใหแ้ ก่พวกเขาเถิด และจงขอ

91


อภยั ใหแ้ ก่พวกเขาดว้ ย และจงปรกึ ษาหารือกบั พวกเขาในกิจการทงัP หลาย ครนัP เม9ือเจา้ ได้
ตดั สนิ ใจแลว้ ก็จงมอบหมายแดอ่ ลั ลอฮเถิด แทจ้ รงิ อลั ลอฮทรงรกั ใครผ่ มู้ อบหมายทงัP หลาย”

st. การตอ่ สู้หรือทาํ สงคราม

วิธีการระงบั ขอ้ พิพาทรูปแบบนีถP ือวา่ เป็นวิธีการท9ีรุนแรงมากท9ีสดุ และจะกระทาํ ในกรณีท9ีไม่
สามารถดาํ เนินการโดยวิธีการอ9ืนไดแ้ ลว้ เท่านันP หลกั เกณฑท์ 9ีใชใ้ นการพิจารณาว่าสมควรใชว้ ิธี
ระงับขอ้ พิพาทในรูปแบบนีไP ดแ้ ก่ ขอ้ ขัดแยง้ ท9ีเป็นเร9ืองเก9ียวกับความผิดและความถูกตอ้ ง หรือ
เก9ียวขอ้ งกับหลกั การของศาสนาท9ีสาํ คญั โดยเป็นเร9ืองท9ีเก9ียวขอ้ งกับขอ้ ใชใ้ หป้ ฏิบตั ิและขอ้ หา้ ม
ปฏิบตั ิ หรอื เร9อื งท9ีเก9ียวขอ้ งกบั แพ้ - ชนะ หรอื กรณีการละเมิดท9ีไม่สามารถอภยั หรอื ประนีประนอม
ได้ หรอื กรณีท9ีถกู รุกรานหรอื ถกู ขบั ไลอ่ ยา่ งไมเ่ ป็นธรรม เป็นตน้

อย่างไรก็ตาม การจะใชว้ ิธีระงับขอ้ พิพาทดว้ ยวิธีการนีมP ีหลักเกณฑ์และเง9ือนไขดังพระ
ดาํ รสั ของพระองคท์ 9ีไดท้ รงตรสั ไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กุรอาน ซูเราะฮอ์ ลั บาก่อเราะฮ์ อายะฮท์ 9ี
191

ۚ ‫َوا ْﻗﺘُﻠُﻮ ُھ ْﻢ َﺣ ْﯿ ُﺚ ﺛَ ِﻘ ْﻔﺘُ ُﻤﻮ ُھ ْﻢ َوأَ ْﺧ ِﺮ ُﺟﻮ ُھﻢ ِّﻣ ْﻦ َﺣ ْﯿ ُﺚ أَ ْﺧ َﺮ ُﺟﻮ ُﻛ ْﻢ‬
ۖ ‫َوا ْﻟ ِﻔﺘْﻨَﺔُ أَ َﺷﺪﱡ ِﻣ َﻦ ا ْﻟﻘَﺘْ ِﻞ ۚ َو َﻻ ﺗُﻘَﺎ ِﺗﻠُﻮ ُھ ْﻢ ِﻋﻨﺪَ ا ْﻟ َﻤ ْﺴ ِﺠ ِﺪ ا ْﻟ َﺤ َﺮا ِم َﺣﺘﱠ ٰﻰ ﯾُﻘَﺎ ِﺗﻠُﻮ ُﻛ ْﻢ ﻓِﯿ ِﮫ‬

‫ﻓَﺈِن ﻗَﺎﺗَﻠُﻮ ُﻛ ْﻢ ﻓَﺎ ْﻗﺘُﻠُﻮ ُھ ْﻢ ۗ َﻛ ٰﺬَ ِﻟ َﻚ َﺟ َﺰا ُء ا ْﻟ َﻜﺎ ِﻓ ِﺮﯾ ۚ َﻦ‬
ความว่า “และจงประหตั ประหารพวกเขา ณ ท9ีใดก็ตามท9ีพวกเจา้ พบพวกเขา และจงขบั ไล่
พวกเขาออกจากท9ีท9ีพวกเขาเคยขบั ไล่พวกเจา้ ออก และการก่อความว่นุ วายนนัP รา้ ยแรงย9ิง

92


กว่าการประหตั ประหารเสียอีก และจงอย่าสรู้ บกบั พวกเขา ณ อลั -มสั ยิดิลฮะรอม จนกว่า
พวกเขาจะทาํ รา้ ยพวกเจา้ ในท9ีนันP หากพวกเขาทาํ รา้ ยพวกเจา้ แลว้ ก็จงประหัตประหาร
พวกเขาเสยี เชน่ นนัP แหละคือการตอบแทนแก่ผปู้ ฏิเสธศรทั ธา”

เป้าหมายในการทาํ สงครามในทศั นะของอิสลามนนัP มีความชดั เจนอย่างย9ิงว่า ประสงคท์ 9ี
จะใหเ้ กิดความสนั ติสขุ มิไดต้ อ้ งการท9ีจะใหเ้ กิดความว่นุ วายขึนP บนพืนP แผ่นดินหรอื เป็นการอธรรม
ต่อผอู้ 9ืนแต่ประการใด ดงั ท9ีพระองคไ์ ดท้ รงตรสั ไวใ้ นพระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซูเราะฮอ์ ลั มาอิดะฮ์
อายะฮท์ 9ี h^

‫ِﻣ ْﻦ أَ ْﺟ ِﻞ ٰذَ ِﻟ َﻚ َﻛﺘَ ْﺒﻨَﺎ َﻋﻠَ ٰﻰ ﺑَ ِﻨﻲ ِإ ْﺳ َﺮاﺋِﯿ َﻞ أَﻧﱠﮫُ َﻣﻦ ﻗَﺘَ َﻞ ﻧَ ْﻔ ًﺴﺎ ﺑِﻐَ ْﯿ ِﺮ ﻧَ ْﻔ ٍﺲ أَ ْو ﻓَ َﺴﺎ ٍد ﻓِﻲ ا ْﻷَ ْر ِض‬

ۚ ‫ﻓَ َﻜﺄَﻧﱠ َﻤﺎ ﻗَﺘَ َﻞ اﻟﻨﱠﺎ َس َﺟ ِﻤﯿﻌًﺎ َو َﻣ ْﻦ أَ ْﺣﯿَﺎ َھﺎ ﻓَ َﻜﺄَﻧﱠ َﻤﺎ أَ ْﺣﯿَﺎ اﻟﻨﱠﺎ َس َﺟ ِﻤﯿﻌًﺎ‬
ۚ ‫َوﻟَﻘَ ْﺪ َﺟﺎ َءﺗْ ُﮭ ْﻢ ُر ُﺳﻠُﻨَﺎ ﺑِﺎ ْﻟﺒَ ِﯿّﻨَﺎ ِت ﺛُ ﱠﻢ ِإ ﱠن َﻛﺜِﯿ ًﺮا ِّﻣ ْﻨ ُﮭﻢ ﺑَ ْﻌﺪَ ٰذَ ِﻟ َﻚ ِﻓﻲ ا ْﻷَ ْر ِض ﻟَ ُﻤ ْﺴ ِﺮﻓُﻮ َن‬

ความวา่ “เน9ืองจากเหตนุ นัP แหละ เราจงึ ไดบ้ ญั ญตั แิ ก่วงศว์ านอิสรออีลวา่ แทจ้ รงิ ผใู้ ดฆา่
ชีวิตหนง9ึ โดยมิใชเ่ ป็นการชดเชยอีกชีวิตหนง9ึ หรอื มิใชเ่ น9ืองจากการบอ่ นทาํ ลายในแผน่ ดนิ
แลว้ ก็ประหนง9ึ เขาไดฆ้ า่ มนษุ ยท์ งัP มวล และผใู้ ดไวช้ ีวิตนนัP ก็ประหนง9ึ วา่ เขาไวช้ ีวิตมนษุ ย์
ทงัP มวล และแทจ้ รงิ นนัP บรรดารอ่ ซลู ของเราไดน้ าํ หลกั ฐานตา่ งๆ อนั ชดั แจง้ มายงั
พวกเขาแลว้ หลงั จากนนัP ไดม้ ีจาํ นวนมากมายในหมพู่ วกเขาเป็นผฟู้ ่ มุ เฟื อยในแผน่ ดนิ ”
จากตวั อย่างของรูปแบบและวิธีการในการระงบั ความขดั แยง้ หรือขอ้ พิพาทตามหลกั การ
อิสลามทงัP bo วิธีดงั ท9ีกลา่ วมาขา้ งตน้ จะเห็นไดว้ า่ มีความสมบรู ณค์ รอบคลมุ ทงัP ขอ้ ขดั แยง้ ในระดบั
เล็กจนกระท9ังขอ้ ขัดแยง้ หรือขอ้ พิพาทในระดับท9ีใหญ่โตระดับประเทศชาติ ซ9ึงชีใP หเ้ ห็นถึงความ
สมบูรณ์ครบถว้ นของหลกั ชะรีอะฮท์ 9ีพระองคไ์ ดท้ รงบัญญัติใหม้ นุษยเ์ พ9ือใชเ้ ป็นแนวทางในการ
ดาํ เนินชีวิตในโลกนีไP ดอ้ ยา่ งเป็นธรรม อนั จะนาํ มาซง9ึ ความสงบสขุ ของมวลมนษุ ยท์ งัP หมด

93


เทคนิคการนาํ วธิ ีการไกล่เกลยี0 มาใช้
แก้ไขปัญหาครอบครัวมุสลมิ

ดงั ท9ีไดก้ ล่าวมาแลว้ ว่าวิธีการหรือรูปแบบในการแกไ้ ขปัญหาขอ้ ขดั แยง้ นันP มีหลากหลาย
ดงั นันP ในการท9ีจะนาํ เคร9ืองมือเหล่านีมP าใชใ้ นการแกไ้ ขปัญหาครอบครวั มุสลิม นอกจากจะตอ้ ง
พิจารณาใหม้ ีความเหมาะสมกบั ปัญหาของครอบครวั มสุ ลมิ แลว้ ยงั ตอ้ งพิจารณาแนวทางท9ีมีความ
เหมาะสมกับบริบทของสงั คมมสุ ลิมอีกดว้ ย โดยเฉพาะอย่างย9ิงปัญหาเร9ืองครอบครวั มสุ ลิมเป็น
ปัญหาท9ีละเอียดอ่อน บางกรณีสะสมมาเป็นเวลายาวนานและมีความเก9ียวขอ้ งกบั วิถีอิสลามดงั ท9ี
ไดน้ าํ เสนอในช่วงตอนตน้ แลว้ ดว้ ยเหตนุ ีP จงึ เลือกใชว้ ิธีการไกลเ่ กล9ียแบบมีคนกลางเป็นผไู้ กลเ่ กล9ีย
เน9ืองจากคิดว่าน่าจะเป็นทางออกท9ีดีท9ีสุดและเหมาะสมท9ีสุดสาํ หรบั ใชใ้ นการแก้ไขปัญหาขอ้
ขดั แยง้ ท9ีเกิดขนึP ระหวา่ งสามีภรรยาหรอื ครอบครวั ทงัP นีP เน9ืองดว้ ยเหตผุ ลท9ีวา่ วิธีการแกไ้ ขปัญหาขอ้
ขดั แยง้ ท9ีดีและเหมาะสมนนัP จะตอ้ งมีเง9ือนไข i ประการ ดงั นีคP ือ

b. สามารถแกไ้ ขปัญหาใหล้ ดนอ้ ยลง มิใชส่ รา้ งปัญหาใหเ้ พ9ิมมากขนึP
^. สามารถสรา้ งความเขา้ ใจท9ีดีระหวา่ งกนั มิใชเ่ พ9ิมขอ้ ขดั แยง้ ใหค้ กู่ รณี
h. ควรคาํ นงึ ถงึ ผลท9ีจะเกิดขนึP ในอนาคต มากกวา่ ส9งิ ท9ีเกิดขนึP ในอดีต
i. คกู่ รณีควรมีสว่ นรว่ มในการแกไ้ ขปัญหาหรอื ขอ้ ขดั แยง้ นนัP ดว้ ย
สาเหตปุ ระการหน9งึ ท9ีเลือกวิธีการไกลเ่ กล9ียนีเP น9ืองจากปัญหาเร9อื งครอบครวั มสุ ลิม คกู่ รณี
คือสามีภรรยาและลูกหรือบุคคลในครอบครวั ซ9ึงมีความสัมพันธ์กันอย่างใกลช้ ิดและจะตอ้ งมี
ความสมั พนั ธก์ นั ตลอดไปตงัP แต่ในอดีต ปัจจบุ นั และในอนาคตดว้ ย ดงั นนัP การใชว้ ิธีการไกล่เกล9ีย
จึงน่าจะเป็นการประนีประนอมสรา้ งความเขา้ ใจไดด้ ีกว่าวิธีการอ9ืน ทงัP นีเP พราะนอกจากค่กู รณีทงัP

94


สองฝ่ ายจะไดม้ ีโอกาสพูดคุยกันและมีส่วนร่วมในการแกไ้ ขปัญหาหรือคน้ หาทางออกท9ีดีท9ีสุด
รว่ มกนั ซง9ึ จะเป็นการลดปัญหาท9ีเกิดขนึP ใหน้ อ้ ยลงแลว้ คกู่ รณียงั ไดร้ บั ฟังเหตผุ ลของแตล่ ะฝ่ายอนั
จะเป็นผลทาํ ใหม้ ีความเขา้ ใจและมีการยอมรบั กนั มากขนึP ซง9ึ อาจจะนาํ มาสคู่ วามสาํ เรจ็ ในการท9ีจะ
คืนดีกนั ไดด้ ว้ ย

สาํ หรบั เหตผุ ลท9ีเลือกวิธีการไกลเ่ กล9ียแบบมีคนกลางเป็นผไู้ กลเ่ กล9ียนีเP น9ืองจากเห็นวา่ กรณี
ของการขดั แยง้ ระหวา่ งสามีภรรยาหรอื บคุ คลในครอบครวั นนัP สว่ นใหญ่ค่กู รณีทงัP สองฝ่ายมกั เป็นผู้
ท9ีมีความสมั พนั ธใ์ กลช้ ิดระหวา่ งกนั ดงั นนัP หากมีการทะเลาะหรอื ขอ้ ขดั แยง้ เกิดขนึP แลว้ ทงัP สองฝ่าย
มกั จะไมร่ บั ฟังเหตผุ ลของอีกฝ่ายหน9งึ อยา่ งแน่นอน กรณียอ่ มไม่สามารถใหค้ กู่ รณีพดู คยุ ซง9ึ กนั และ
กนั ได้ จาํ เป็นจะตอ้ งมีคนกลางซง9ึ เป็นผทู้ 9ีมีความน่าเช9ือถือ เป็นคนท9ีมีความรูแ้ ละไดร้ บั การยอมรบั
จากคกู่ รณีทงัP สองฝ่ายมาทาํ หนา้ ท9ีไกลเ่ กล9ียขอ้ พิพาท ซง9ึ อาจจะเป็นผลทาํ ใหส้ ามีภรรยาหรอื คกู่ รณี
สามารถเขา้ ใจกนั และยอมรบั ซง9ึ กนั และกนั รวมทงัP สามารถคืนดีกนั ไดใ้ นท9ีสดุ

มุมมองของอสิ ลามเกยCี วกับการแก้ไขปัญหา

อลั ลอฮ (ซบุ ฮานะฮวู า่ ตะอาลา) ไดก้ ลา่ ววา่

‫إِ ﱠن َﻣ َﻊ ا ْﻟﻌُ ْﺴ ِﺮ ﯾُ ْﺴ ًﺮا‬

ความวา่ “แทจ้ รงิ ในความยากนนัP มีความงา่ ย”

ขอ้ คิดท9ีไดจ้ ากอายะฮน์ ีคP ือทกุ เรอ9ื งสามารถแกไ้ ขไดห้ มด น9ีเป็นการยืนยนั วา่ ในความยากนนัP
มีความง่ายถา้ หากใชค้ วามพยายามทาํ มนั ใหส้ าํ เรจ็ นอกจากนีP พระองคย์ งั ทรงกาํ ชบั ในซูเราะฮ์
อตั ตอลาก อายะฮท์ 9ี ^ วา่

‫َ ﯾَ ْﺠﻌَ ْﻞ ﻟَﮫُ َﻣ ْﺨ َﺮ ًﺟﺎ َوﯾَ ْﺮ ُز ْﻗﮫُ ِﻣ ْﻦ َﺣ ْﯿ ُﺚ َﻻ ﯾَ ْﺤﺘَ ِﺴ ُﺐ‬i‫َو َﻣ ْﻦ ﯾَﺘﱠ ِﻖ ﱠ‬
ความว่า “และผูใ้ ดก็ตามท9ียาํ เกรงหรือตักวาต่อพระองค์ พระองคก์ ็จะประทานทางออก
ใหก้ บั เขา และพระองคจ์ ะประทานรสิ กีใหเ้ ขาโดยมิอาจคาํ นวนนบั ได”้

95

และอีกอายะฮห์ นง9ึ

‫َ ﯾَ ْﺠﻌَﻞ ﻟﱠﮫُ ِﻣ ْﻦ أَ ْﻣ ِﺮ ِه ﯾُ ْﺴ ًﺮا‬i‫َو َﻣﻦ ﯾَﺘﱠ ِﻖ ﱠ‬

ความวา่ “และใครก็ตามท9ียาํ เกรงตอ่ อลั ลอฮ อลั ลอฮก็จะประทานความงา่ ยดายใหก้ ารงาน
ของเขา”

จากสองอายะฮน์ ีไP ดข้ อ้ ความคิดในหลกั การอิสลามว่า ทกุ ปัญหามีทางแกแ้ ละทางแกอ้ ย่ทู 9ี
ความยาํ เกรง ถา้ ยงั ไม่มีความตกั วาหรือยงั ฝ่ าฝืนไม่ปฏิบตั ิตามหลักการขอ้ ใชห้ รือฝ่ าฝืนขอ้ หา้ ม
ปัญหาก็ยงั ไม่ไดถ้ กู แก้ เพราะฉะนนัP การท9ีจะเขา้ มาส่กู ารไกล่เกล9ีย ผไู้ กล่เกล9ียจะตอ้ งมีการตกั วา
ก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนคู่กรณีอาจจะมีปัญหาเร9ืองตักวาหรืออีมาน เพราะฉะนัPนเราตอ้ งปรบั
ทศั นคติ ซง9ึ ในหวั ขอ้ ถดั ไปจะมีขนัP ตอนการปรบั ทศั นคตขิ องอิสลามเพ9ือท9ีจะใหค้ กู่ รณีเขา้ ใจหลกั การ
อิสลามท9ีถกู ตอ้ งและกลบั มาอยใู่ นหนทางและช่วยกนั ขอดอุ า ละหมาดตะฮจั ›ดุ หรอื อิสติคอเราะฮ์
แลว้ คอ่ ยมาทาํ การไกลเ่ กล9ียมนั ถงึ จะสาํ เรจ็ เพราะหากยงั ไมต่ กั วา ก็จะยงั ไมม่ ีทางออก ตอ้ งเรม9ิ ตน้
จากส9ิงนีแP ละตอ้ งมาช่วยกันในการหาทางออกดว้ ย อิสลามไม่ไดใ้ หค้ วามสาํ คญั ท9ีปัญหา แต่ให้
ความสาํ คญั ท9ีความยาํ เกรงมากกว่า หากแกไ้ ขความยาํ เกรงไดก้ ่อนแลว้ ก็จะมองเห็นทางออก น9ี
คือขอ้ ความคดิ ของอิสลามในการแกป้ ัญหา

96


เป้าหมายทพ0ี งึ ประสงคใ์ นการไกล่เกลยี0

เม9ือคกู่ รณีท9ีขดั แยง้ หรอื พิพาทกนั เป็นสามีภรรยาหรอื บคุ คลในครอบครวั ยอ่ มเป็นท9ีแน่นอน
ว่าเป้าหมายท9ีพึงประสงคใ์ หไ้ ดร้ บั จากการไกลเ่ กล9ียครงัP นีP มิใช่ตอ้ งการผชู้ นะหรอื ผแู้ พ้ หรอื ใหฝ้ ่ าย
หน9ึงฝ่ ายใดเป็นผผู้ ิดท9ีตอ้ งปราชยั และตอ้ งถกู ลงโทษแต่อย่างใด หากแต่ตอ้ งการใหค้ ่กู รณีทงัP สอง
ฝ่ายชนะทงัP คโู่ ดยตา่ งฝ่ายตา่ งยอมโอนออ่ นเขา้ หากนั ทงัP นีเP พราะในขณะท9ีแตง่ งานหรอื สมรสกนั นนัP
ไดก้ ระทาํ ดว้ ยความยินยอมหรอื การรบั รูข้ องญาติทงัP สองฝ่ายและดว้ ยกบั ความดีงาม ดงั นนัP เม9ือจะ
เลิกจากกนั หรอื แยกทางกนั ก็สมควรท9ีจะตอ้ งจากกนั ดว้ ยความดีเช่นเดียวกนั ดงั ท9ีถกู บญั ญัติไวใ้ น
พระมหาคมั ภีรอ์ ลั กรุ อาน ซเู ราะฮอ์ ลั บาก่อเราะฮ์ อายะฮท์ 9ี ^^l

ۗ ‫اَﻟ ﱠﻄ َﻼ ُق َﻣ ﱠﺮﺗَﺎ ِن ۖ ﻓَﺈِ ْﻣ َﺴﺎ ٌك ِﺑ َﻤ ْﻌ ُﺮو ٍف أَ ْو ﺗَ ْﺴ ِﺮﯾ ٌﺢ ﺑِﺈِ ْﺣ َﺴﺎ ٍن‬
ความว่า “การหย่านัPนมีสองครงัP แลว้ ใหม้ ีการยับยังP ไวโ้ ดยชอบธรรมหรือไม่ก็แยกทางกัน
พรอ้ มดว้ ยกบั ความดี”
ดว้ ยเหตนุ ีP เปา้ หมายหลกั ท9ีตอ้ งการหรอื พงึ ประสงคท์ 9ีจะใหเ้ กิดขนึP คือ
b.เพ9ือใหค้ กู่ รณีกลบั คืนดีกนั เหมือนเดมิ
น9ีคือเป้าประสงคข์ องการไกล่เกล9ีย ถา้ ทาํ ใหท้ ะเลาะกนั มากขนึP อนั นีไP ม่ใช่เป้าประสงคข์ อง
การไกล่เกล9ีย การไกล่เกล9ียตอ้ งทาํ ใหป้ ัญหานอ้ ยลงและเขา้ ใจกันมากขึนP ไม่ใช่ใชว้ ิธีการเกลียP
กลอ่ มใหค้ ่กู รณียอมกนั แต่ทวา่ ยงั คา้ งคาอย่ใู นใจ เช่น เกลียP กลอ่ มใหเ้ ลิกกบั ภรรยาคนนีหP รอื ใหล้ ด

97


ค่านะฟะเกาะฮ์ แต่เขายงั ติดอย่ใู นใจเพราะค่าใชจ้ ่ายมีมากจรงิ ๆ หรืออาจถกู บงั คบั ใหล้ ดลงโดยท9ี
ไม่มีเหตมุ ีผล การกระทาํ ดงั กลา่ วมีแต่สรา้ งความคา้ งคาใจใหอ้ ีกฝ่ายและปัญหาก็ไม่จบ ถา้ ปัญหา
ไมจ่ บก็ไมถ่ ือวา่ เป็นเปา้ ประสงคข์ องการไกลเ่ กล9ยี

^. หากเป็นไปไมไ่ ดก้ ็ใหค้ กู่ รณีแยกทางกนั ดว้ ยความดีหรอื ความเขา้ ใจกนั

h. ใหค้ าํ นงึ ถงึ ผลกระทบท9ีอาจจะเกิดขนึP ในอนาคตเพ9ือหาทางปอ้ งกนั รว่ มกนั

i. ใหค้ าํ นงึ ถงึ ความสมั พนั ธข์ องลกู หรอื บคุ คลในครอบครวั ดว้ ย

กลา่ วคือ ใหม้ องทางออก มองอนาคตท9ีจะตอ้ งอยดู่ ว้ ยกนั หรอื มีความสมั พนั ธก์ นั ตอ่ ไป สว่ น
อดีตนนัP มนั ไมส่ ามารถยอ้ นกลบั ไปได้ แตส่ ามารถแกไ้ ขส9งิ ท9ีจะเกิดขนึP ในอนาคต น9ีคือเปา้ หมายหรอื
เปา้ ประสงคห์ ลกั ของการไกลเ่ กล9ยี

ทังP i เป้าหมายนีคP ือส9ิงท9ีสมควรจะตอ้ งทาํ เม9ือเปรียบเทียบระหว่างหลกั อิสลามกับหลกั
สากลใกลเ้ คียงกนั มาก เพียงแต่ของสากลลงรายละเอียด แต่ของอิสลามมีหลกั การเป็นวตั ถดุ ิบอนั
ลาPํ คา่ แตข่ าดการตอ่ ยอดถอดบทเรยี นในรายละเอียด

ส9ิงท9ีตอ้ งคาํ นงึ และระวงั เสมอในการไกลเ่ กล9ียก็คือ การตงัP เปา้ หมายท9ีตอ้ งการใหส้ มั ฤทธิŒผล
ทงัP นีเP พราะว่าหากไม่มีการตงัP เป้าหมายแลว้ ผลของการไกล่เกล9ียย่อมไม่สามารถคาดการณไ์ ดว้ ่า
จะออกมาในรูปใดและจะเป็นผลสมั ฤทธิŒท9ีดีท9ีสดุ หรอื ไม่ บางครงัP ไกลเ่ กล9ียเสรจ็ แลว้ แมค้ กู่ รณีไดร้ บั
ความพอใจหรือชนะบางส่วน หากแต่ไม่สามารถกลับคืนดีกันได้ ซ9ึงกรณีเช่นนียP ่อมไม่สามารถ
กลา่ วไดว้ า่ การไกลเ่ กล9ยี สาํ เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคห์ รอื เปา้ หมายท9ีตอ้ งการได้

98


หลักการพนืH ฐานของการไกล่เกลยี0

1. หลักความสมัครใจ

เป็นหลกั การท9ีสาํ คญั อย่างย9ิงสาํ หรบั การไกล่เกล9ียโดยคู่กรณีทังP สองฝ่ ายจะตอ้ งมีความ
สมัครใจท9ีจะทําการไกล่เกล9ียกันอย่างจริงใจ มิได้ถูกบังคับหรือถูกกดดันโดยคู่กรณีหรือ
บคุ คลภายนอก ทงัP นีเP พราะหากคกู่ รณีไม่สมคั รใจยอ่ มไมส่ ามารถท9ีจะทาํ ใหค้ กู่ รณีเปิดเผยปัญหาท9ี
แท้จริงและร่วมมือกันในการค้นหาทางออกท9ีเห็นพ้องต้องกันได้ รวมทัPงยินดีท9ีจะปฏิบัติตาม
ขอ้ ตกลงท9ีไดจ้ ากการไกล่เกล9ียครงัP นีP เม9ือค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายตอ้ งสมคั รใจในการยินยอมท9ีจะเร9ิมสู่
กระบวนการไกลเ่ กล9ียแลว้ คกู่ รณียงั สามารถท9ีจะยตุ ิหรอื สินP สดุ การไกลเ่ กล9ียไดท้ กุ เวลาโดยไม่ตอ้ ง
ขอความยินยอมจากผู้ใดทัPงสินP หลักความสมัครใจนีจP ึงถือเป็นหลักการสาํ คัญท9ีจะต้องมีอยู่
ตลอดเวลาตราบเท่าท9ีมีการไกล่เกล9ีย ซ9ึงตรงกับหลกั อิสลามท9ีการไกล่เกล9ียจะตอ้ งเกิดจากการ
ยินยอมของทงัP สองฝ่ายเพราะมนั เป็นสญั ญาท9ีผกู พนั ธก์ นั

c. หลักการรับผิดชอบของคู่กรณีในการหาทางออก

ผไู้ กลเ่ กล9ียตอ้ งแจง้ ใหค้ กู่ รณีทงัP สองฝ่ายไดท้ ราบถงึ บทบาทหนา้ ท9ีของผไู้ กลเ่ กล9ียและคกู่ รณี
ว่ามีในเร9อื งใดบา้ ง เพ9ือท9ีจะไดร้ บั รูห้ นา้ ท9ีของตนเองและของผไู้ กลเ่ กล9ีย ซ9งึ หนา้ ท9ีความรบั ผิดชอบ
ในการหาทางออกนนัP เป็นของค่กู รณี ส่วนผไู้ กล่เกล9ียจะทาํ หนา้ ท9ีเป็นเพียงสะพานหรือคนกลางท9ี
จะช่วยเหลือเท่านนัP แต่ทกุ อย่างตอ้ งมาจากค่กู รณีเช่น ขอ้ เสนอหรือขอ้ ตกลงรว่ มกนั เป็นตน้ ทงัP นีP
โดยผไู้ กลเ่ กล9ียจะชว่ ยคกู่ รณีโดยการตงัP คาํ ถามเพ9ือใหค้ กู่ รณีสามารถคิดหรอื คน้ หาทางออกดว้ ยกบั
ตวั ของคกู่ รณีเอง มิไดเ้ ป็นทางออกท9ีมาจากผไู้ กลเ่ กล9ียโดยตรง อนั จะเป็นผลทาํ ใหค้ กู่ รณียินดีท9ีจะ

99


ปฏิบัติตามเพราะเป็นส9ิงท9ีตนเองเสนอและยินยอมร่วมกับอีกฝ่ ายหน9ึงน9ันเอง แต่หากเป็นการ
ประนีประนอม ผปู้ ระนอมยอ่ มมีหนา้ ท9ีรบั ผิดชอบในการช่วยเหลือคกู่ รณีไดม้ ากกวา่ ผไู้ กลเ่ กล9ียโดย
สามารถชีแP นะแนวทางหรือแนะนาํ ทางออกในเร9ืองต่างๆ ใหแ้ ก่ค่กู รณีได้ โดยค่กู รณีก็มีหนา้ ท9ีตอ้ ง
ชว่ ยกนั หาทางออก มิใชผ่ ไู้ กลเ่ กล9ยี แตเ่ พียงฝ่ายเดียว

e. คาํ นึงถงึ อนาคตมากกว่าอดตี

จากขอ้ ความคิดท9ีว่า ส9ิงไม่ดีนันP จะมีอายุสนัP มากและจบสินP ลงไปเรียบรอ้ ยแลว้ หากท9ีมนั
ยงั คงวนเวียนอย่ใู นสมองเราเพราะว่าเรากลบั ไปหวนคิดถึงส9ิงไม่ดีนนัP อีก ทงัP ท9ีมนั เป็นส9ิงท9ีไม่น่าจะ
จดจาํ ดว้ ยซาPํ ไป และท9ีสาํ คญั มนั เป็นเพียงอดีตท9ีไม่อาจยอ้ นคืนมาไดอ้ ีกถา้ หากเราไม่ใสใ่ จมนั ดว้ ย
เหตนุ ีP ผไู้ กล่เกล9ียจึงตอ้ งพยายามสรา้ งความเขา้ ใจใหก้ บั ค่กู รณีว่าการไกล่เกล9ียครงัP นีเP น9ืองจากทงัP
สองฝ่ ายประสงคท์ 9ีจะทาํ หรือตอ้ งการความสมั พนั ธท์ 9ีจะเกิดขึนP ในอนาคตมากกว่าปัญหาหรือขอ้
ขดั แยง้ ท9ีเกิดขนึP ในอดีต ทงัP นีเP พราะหากคกู่ รณีใหค้ วามสาํ คญั หรอื มงุ่ ท9ีจะพิจารณาแตเ่ ฉพาะปัญหา
ในอดีตก็จะทาํ ใหค้ ู่กรณีทัPงสองฝ่ ายย่อมไม่สามารถมองเห็นปัญหาของตนเองเพ9ือหาทางออก
รว่ มกนั ได้ แต่ต่างฝ่ ายต่างจะตอ้ งลดทิฐิของตวั เองในขอ้ ขดั แยง้ ดงั กล่าวและรว่ มมือกนั ในการท9ีจะ
คน้ หาทางออกใหมๆ่ ซง9ึ จะนาํ มาซง9ึ ความสมั พนั ธท์ 9ีดีในอนาคตตอ่ ไป

โดยท9ีไม่สามารถย้อนอดีตได้ ดังนัPน จึงต้องทําอนาคตให้ดีขึนP หมายถึง ต้องทําให้
ความสัมพันธ์ในอนาคตใหด้ ีขึนP ถ้าขัดแยง้ เร9ืองความสัมพันธ์ ถ้าขัดแยง้ เร9ืองขอ้ มูล ขอ้ มูลตอ้ ง
ชดั เจนขนึP ในอนาคต ถา้ ขดั แยง้ ในเรอ9ื งผลประโยชน์ ผลประโยชนอ์ าจจะลงตวั กนั มากขนึP ถา้ ขดั แยง้
กันเร9ืองโครงสรา้ ง ต้องเข้าใจโครงสรา้ งกันมากขึนP ถ้าขัดแย้งทางด้านคุณค่า ต้องได้รบั การ
ยกระดบั คณุ คา่ หรอื เกียรตยิ ศกนั มากขนึP

h. หลักเปิ ดกว้างของผลลัพธ์

ในการไกลเ่ กล9ียค่กู รณีทงัP สองฝ่ายจะตอ้ งเปิดใจใหก้ วา้ งในผลลพั ธท์ 9ีจะเกิดขนึP จากการไกล่
เกล9ีย ทงัP นีโP ดยจะตอ้ งไม่ยึดติดกับส9ิงท9ีตนเองตอ้ งการใหส้ าํ เร็จตามท9ีคาดคิดไวเ้ ท่านันP เพราะถา้

100


หากค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายม่งุ แต่จะใหส้ 9ิงท9ีตนเองคิดสมั ฤทธิŒผลเท่านนัP ก็อาจจะทาํ ใหเ้ กิดความขดั แยง้
ใหม่ขึนP มาอีกและไม่อาจคน้ หาขอ้ ตกลงในการแกไ้ ขปัญหารว่ มกนั ได้ โดยหลกั ของการไกล่เกล9ีย
แลว้ มิใช่เป็นการไกล่เกล9ียหรือต่อรองในส9ิงท9ีแต่ละฝ่ ายตอ้ งการซ9ึงแต่ละฝ่ ายย่อมประสงคท์ 9ีจะให้
ความตอ้ งการของตวั เองไดร้ บั ทงัP หมด แตใ่ นความเป็นจรงิ แลว้ มกั จะไม่ไดค้ รบตามท9ีแตล่ ะฝ่ายคิด
เอาไวเ้ พราะการไกลเ่ กล9ียนนัP เป็นการคน้ หาความตอ้ งการในพืนP ท9ีท9ีนอกเหนือจากความประสงคท์ 9ี
ค่กู รณีคิดเอาไวห้ รอื คาดไวต้ งัP แต่ตน้ ทงัP นีเP น9ืองจากในการไกลเ่ กล9ียมกั จะมีทางออกนอกเหนือจาก
ส9ิงท9ีคาดหมายไวเ้ สมอซ9ึงจะทาํ ใหค้ ู่กรณีทงัP สองฝ่ ายไดร้ บั ผลสาํ เร็จตามท9ีตอ้ งการแบบ win-win
หากแต่ว่าค่กู รณีทงัP สองฝ่ ายตอ้ งเปิดใจกวา้ งในเร9ืองผลลพั ธท์ 9ีจะไดจ้ ากการไกล่เกล9ียครงัP นีP อนั นีP
เป็นหลกั สากลท9ีสาํ คญั ท9ีสดุ เพราะวา่ ถา้ คกู่ รณีตงัP จดุ ยืนของตนเองไวโ้ ดยไมเ่ ปิดกวา้ ง ผลลพั ธก์ ็คือ
จะไกล่เกล9ียไม่สาํ เรจ็ ในอายะฮก์ รุ อานท9ีบอกว่า แทจ้ รงิ ความยากนนัP มีความง่าย ความหมายคือ
ตอ้ งแยกองคป์ ระกอบกนั ไมใ่ ช่ความยากและความงา่ ยคืออนั เดียวกนั แตค่ วามหมายคือเรามองวา่
มีปัญหามีความยาก แต่ท9ีจริงมนั มีทางออกอ9ืนท9ีสามารถเยียวยาเร9ืองนีไP ดง้ ่ายกว่า แต่ถา้ เรามอง
ตรงความยาก เราก็จะหาทางออกไม่ได้ มันตอ้ งมีวิธีการมอง และเราตอ้ งเปิดกวา้ งเร9ืองผลลพั ธ์
กล่าวคือ การเปล9ียนจุดยืนเป็นผลประโยชน์ เช่น ค่กู รณีตงัP ธงมาแลว้ ว่าตอ้ งหย่าหรือตอ้ งจ่ายค่า
เลียP งดหู น9งึ ลา้ นบาทน9ีคือจดุ ยืน เราตอ้ งบอกคกู่ รณีวา่ เขา้ ใจวา่ ทกุ คนมีจดุ ยืนไดแ้ ตใ่ นการไกลเ่ กล9ีย
เราตอ้ งเปิดกวา้ งเร9อื งผลลพั ธ์ เปล9ียนจดุ ยืนเป็นผลประโยชนเ์ พ9ือสนองความตอ้ งการในจดุ ยืนของ
เขาได้ สนองไดเ้ หมือนกันแต่วิธีการต่างกันเพราะเราจะตอ้ งคน้ หาความตอ้ งการท9ีแทจ้ ริงหรือ
มูลเหตุจูงใจในจุดยืนของเขา หาตน้ เหตุของปัญหาแลว้ แกต้ น้ เหตุแลว้ ปลายเหตุหรือจุดยืนก็จะ
เปล9ียนแปลงได้ น9ีคือตอ้ งเปิดกวา้ งเร9อื งผลลพั ธ์ การไกลเ่ กล9ียตอ้ งไม่ปิดกนัP ความคิดเห็นซ9งึ อาจจะ
ไม่ตรงกับจุดยืนท9ีตงัP มา แต่ตอ้ งเปิดกวา้ งเพราะว่าอลั ลอฮจะประทานทางออกให้ ซ9ึงทางออกจะ
เป็นอะไรก็สุดแลว้ แต่อลั ลอฮจะประทานฮิดายะฮใ์ หแ้ ก่คู่กรณีและผูไ้ กล่เกล9ียท9ีจะตอ้ งพยายาม
ชว่ ยเหลอื กนั และตอ้ งขอดอุ าใหม้ าก


Click to View FlipBook Version