๏ บัดนั้น สองทูตทูลแจ้งแถลงไข ข้า ข้ได้ยิ ด้ยิ นตระหนักประจักษ์ใจ ท้า ท้ วดาหาตรัสใช้เสนี ให้รีบไปแจ้งเหตุพ ตุ ระเชรษฐา กับพาราสิงหัดส่าหรี ๏ อนุชากาหลัง ลั ธิบดี อีกบุรีระดูจรกา เห็นกษัตริย์ทั้ง ทั้สี่ธานีนั้น จะมาช่วยป้องกันกรุงดาหา เมื่อวัน วั ข้า ข้ ออกจากเมืองมา เสนาก็ไปพร้อมกัน ๔๖
ถอดคำ ประพันธ์ สองทูตทูลความอีกครั้ง รั้ ข้ไข้ ด้ยิ ด้ยิ นได้ต ด้ ระหนักในใจว่าท้า ท้ วดาหาตรัสให้ เสนารีบไปแจ้งเหตุแ ตุ ก่เ ก่ชษฐา กับ กั เมืองสิงหัสส่าหรีอีกทั้ง ทั้ พระอนุขาแห่งกาหลัง ลั ทั้ง ทั้ ยัง ยั เมืองแห่งระตูจ ตู รกา เห็นว่ากษัตริย์ทั้ง ทั้สี่เมืองนั้นจะมาช่วยป้องกัน กั เมืองดาหา เมื่อตอนที่ข้ ที่ า ข้ ออกมาจากเมืองนั้น เสนาก็ไปพร้อมกัน กั ด้วย ๔๗
๏ เมื่อนั้น ท้า ท้ วกระหมังกุห กุ นิงแข็ง ข็ ขัน ขั ได้ฟัด้ ง ฟั กริ้วโกรธดัง ดั เพลิง ลิกัลป์ จึงกระชั้นสรหนาทประภาษไป ถึงว่า ว่ กษัตริย์ทั้ง ทั้สี่กรุง จะมาช่วยรบพุ่งเป็น ป็ศึกใหญ่ กูก็ กู ไมีครั่น รั่ คร้ามขามใคร จะหักให้เป็น ป็ ภัสม์ธุลี ธุ ล ลี ง ว่า ว่ พลางทางมีพจนารถ สั่งอำ มาตย์ตะหมังตำ หงง เร่งเกณฑ์พวกพลรณรงค์ ที่สที่ ามารถอาจองในสงคราม เลือ ลื กสรรโยธีทั้ ธี ง ทั้สี่หมู่ เคยทำ ลายค่า ค่ ยคูข คู วากหนาม ๔๘
แต่ก ต่ องร้อยรบพันไม่ครั่น รั่ คร้าม ให้ครบสามสิบหมื่นพื้นตัว ตั ดี เอาวิหยาสะกำ เป็น ป็ กองหน้า ตรวจตราเตรียมกระบวนถ้ว ถ้ นถี่ อันกองหลัง ลั รั้ง รั้ พลมนตรี ทั้ง ทั้สองศรีอนุชาผู้ใผู้ จภักดิ์ กูจ กู ะเป็น ป็ จอมพลโยธา หนุนทัพ ทั ลูกยาเข้า ข้โหมหัก ไม่เกรงวงศ์เทวาสุรารักษ์ ให้ปรากฏยศศักดิ์เ ดิ์สียดครั้ง รั้ นี้ ครั้น รั้ เสร็จสั่งมหาเสนา จึงถามขุนโหราทั้ง ทั้สี่ เราจะยกพลไกรไปต่อ ต่ ดี พรุ่งนี้ดีร้ ดีร้ ายประการใด ๔๙
ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่า ฝ่ ยท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงได้ฟัง ฟั ก็ยิ่ ก็ยิ่ ง ยิ่ กริ้วโกรธยิ่ง ยิ่ นัก จึงประภาษไป ถึงว่า ว่ กษัตริย์ทั้ง ทั้สี่เมืองจะมาช่วยท้า ท้ วดาหารบเป็น ป็ศึกใหญ่ ตัว ตั กูก็ กู ไก็ ม่เกรงกลัว ลัใคร จะหักล้า ล้ งให้เป็น ป็ ธุลี ธุ จ ลี งได้ พูดพร้อมสั่งอำ มาตย์ะหมังตำ มะหงงให้เร่งเกณฑ์ไพร่พล ที่ม ที่ าความคราม ให้เลือ ลื กสรทหารทั้ง ทั้สี่หมู่ที่เ ที่ คยทำ ลายค่า ค่ ยทำ ลายศัตรูมาแต่กองร้อย ให้มารบในฉับพลับ ลั อย่า ย่ หาให้ได้ค ด้ รบสามสิบหมื่นนายที่มี ที่มี พื้นฐานการรบดี นำ เอาวิหยาสะกำ เป็น ป็ กองหน้า คอยตรวจตราเตรียมกระบวนทัพให้ถี่ถ้ ถี่ ว ถ้ น ส่วนกองหลัง ลั รั้ง รั้ ที่พ ที่ ลมนตรีของทั้ง ทั้สองอนุชา กูจ กู ะเป็น ป็ จอมพลทัพ ทั คอยหนุนทัพ ทั ลูก ให้เข้า ข้โจมตี ไม่เกรงวงศ์เทวาแต่อ ต่ ย่า ย่ งใด ให้ปรากฎถึงยศศักดิ์ใดิ์ นครั้ง รั้ นี้ ครั้น รั้ แล้ว ล้ เสด็จสั่ง มหาเสนาถามขุนโหราทั้ง ทั้สี่คนว่า ว่ การที่เ ที่ ราจะยกทัพไปต่อ ต่ ตีในวันพรุ่งนี้ จะดีร้ายประการใด ๕๐
๏ บัดนั้น พระโหราราชครูผู้ใผู้ หญ่ รับรสพจนารถภูว ภู ในย คลี่ตำ ลี่ ตำรับขับ ขัไล่ไล่ปมา เทีย ที บดูดวงชะตาพระทรงยศ กับโอรสถึงมาตชันษา ทั้ง ทั้ ขั้น ขั้โชคโยคยามยาตรา พระเคราะห์ขัด ขั ฤกษ์พาสารพัน จึงทูลว่า ว่ ถ้า ถ้ ยกวัน วั พรุ่งนี้ จะเสียชัยไพรีเป็น ป็ แม่นมั่น มั่ งดอยู่อ ยู่ ย่า ย่ เสด็จ ด็สักเจ็ดวัน วั ถ้า ถ้ พันนั้นก็เห็นไม่เป็น ป็ไร ขอพระองค์จงกำ หนดงดยาตรา ฟัง ฟั คำ โหราหาฤกษ์ใหม่ อันการยุทธ์ยิงชิงชัย หนักหน่วงน้ำ พระทัย ทั ดูให้ดี ๕๑
ถอดคำ ประพันธ์ เมื่อโหราได้ฟัด้ ง ฟั องกษัตริย์กล่า ล่ วดัง ดั นั้นจึงคลี่ตำ ลี่ ตำราพลางคำ นวณเหตุ เทีย ที บดวงชะตาของพระองค์กับ กัโอรสจึงเห็นว่าอาจถึงฆาต ทั้ง ทั้โชคที่ไที่ ม่อาจชัดเจน อีกทั้ง ทั้ เคราะห์ในตอนนี้ที่เ ที่ป็น ป็ ตัว ตั บดบังฤกษ์ทั้ง ทั้ หลาย จึงทูลไปว่าถ้าหากยกทัพ ทัในวันพรุ่งนี้ จะไม่อาจมีชัยเป็น ป็ แน่ ขอให้งดไปเจ็ดวัน ถ้า ถ้ พ้นจากเจ็ดวันนี้ก็ยั ก็ยั งพอทำ เนาได้ ขอให้พระองค์ทรงสั่งให้งดศึกแล้ว ล้ หาเวลาเพื่อให้ตัวโหราเองหาฤกษ์ใหม่ เพราะการศึกชิงชัยชนะนี้ต้อ ต้ งหนักหน่วงน้ำ พระทัย ทัให้มั่น มั่ ๕๒
เมื่อนั้น ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงเรืองศรี ได้ฟัด้ ง ฟัโหราพาที จึงมีพจนารถประภาษไป เมื่อเราบัญชาการกำ หนดทัพ ทั แล้ว ล้ จะกลับ ลั งดอยู่อ ยู่ ย่า ย่ งไรได้ อายแก่ไพร่ฟ้า ฟ้ เสนาใน จะว่า ว่ กลัว ลั ฤทธิไกรไพริน จำ จะไปต้า ต้ นต่อ ต่ รอฤทธิ์ ถึงม้วยมิดมิให้ใครดูหมิ่น มิ่ เกียรติยศจะไว้ใว้ นธรณินทร์ จนสุดสิ้นดินแดนแผ่น ผ่ ฟ้า ฟ้ ประการหนึ่ง นึ่ ถ้า ถ้ ว่า ว่ ช้าวัน วัไป ทัพ ทัใหญ่จ ญ่ ะมาพร้อมยัง ยั ดาหา จะต้อ ต้ งหักหนักมือโยธา เห็นจะยากยิ่ง ยิ่ กว่า ว่ นี้ไป สุดแท้แ ท้ ต่บุ ต่ บุญกับกรรม จะฟัง ฟั ดำ โหรานั้นหาไม่ ตรัสพลางเสด็จ ด็ คลาไคล เข้า ข้ในไพชยนต์มนเทีย ที รทอง ๕๓
ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่า ฝ่ ยเท้า ท้ กะหมังกุห กุ นิงได้ฟัด้ ง ฟั ดัง ดั นั้นก็บอกกลับ ลัไปว่าเมื่อตนนั้นมีคำ สั่งให้จัดทัพ ออกไปแล้ว ล้ จะต้อ ต้ งสั่งยกเลิก ลิไปให้อับอายเหล่า ล่ เสนาหรือประชาชนได้อย่า ย่ งไร พวกเขาจะคิดเอาว่าตนนั้นเกรงกลัว ลั ต่อ ต่ อำ นาจของฝ่า ฝ่ ยตรงข้าม จึงจำ เป็น ป็ ต้อ ต้ งออกทัพ ทัไปสู้ศึกเพราะถึงตัว ตั ตายก็ไม่อาจให้ใครดูหมิ่น มิ่ ได้ จะทิ้ง ทิ้ เกีย กี รติยศ ให้จารึกไว้ใว้ นแผ่น ผ่ ดินตราบจนวัน วั ที่โที่ ลกจะสูญสิ้นไป อีกทั้ง ทั้ ถ้ายังยกทัพไปช้ากว่านี้ เกรงว่า ว่ ทางดาหาจะมีทัพ ทัใหญ่ม ญ่ าช่วย แล้ว ล้ การศึกจะยากยิ่ง ยิ่ กว่านี้ไปอีก จึงสุดแท้ แต่บุ ต่ บุญกับ กั กรรมเท่า ท่ นั้นแล้ว ล้ พระองค์ก็เ ก็สด็จ ด็ ออกไปยังที่พั ที่พัโดยไม่ฟัง ฟั คำ กล่า ล่ วของโหราเลย ๕๔
๏ เมื่อนั้น ฝ่า ฝ่ ยวิหยาสะกำ เรืองศรี ครั้น รั้ หักศึกมีชัยได้บุ ด้ บุ รี ให้ตรวจเตรียมโยธีทุ ธี ทุ กกระทรวง แล้ว ล้ ยกพลนิกายกองหน้า ยาตราดำ เนินนำ ทัพ ทั หลวง ดีเ ดี มืองรายทางทั้ง ทั้ปวง เลยล่ว ล่ งไปตามมรคา ๏ สิบวัน วั ดั้น ดั้ เดินในไพรพง ก็สิ้นดงตกทุ่งกรุงตาหา แลไปเห็นกำ แพงพารา ทั้ง ทั้ มหาปราสาทเรียงรัน จึงยับ ยั ยั้ง ยั้ฟัง ฟั องค์พระทรงยศ จะกำ หนดให้ตั้ง ตั้ ค่ายมั่น มั่ กองทัพ ทั นับแสนแน่นนันต์ พร้อมกัน กั หยุดอยู่ที่ชที่ ายไพร ๕๕
ถอดคำ ประพันธ์ กลับ ลั มาฝ่า ฝ่ ยวิหยาสะกำ ที่อ ที่ อกศึกได้รั ด้รั บชัยและเมืองอีกฝ่า ฝ่ ยแล้ว ล้ จึงสั่งให้เตรียมทัพ ทั ทุกหมู่ยก พลไปตีเ ตี มืองทุกเมืองที่เ ที่ ดินทางผ่า ผ่ น เป็นเวลาสิบวันที่เ ที่ ดินทางอยู่ในป่าก็พั ก็พั นออกมายัง ทุ่ง ทุ่ ของกรุงดาหา เห็นถึงกำ แพงเมืองและมหาปราสาทเรียงรายจึงหยุดไว้ แล้ว ล้ ตั้ง ตั้ ค่าย กองทัพ ทั นับแสนคนที่แ ที่ น่นขนัดจึงหยุดพร้อมกันที่ชที่ ายป่า ป่ ๕๖
เมื่อนั้น ท้า ท้ วกระหมังกุห กุ นิงเป็น ป็ใหญ่ เร่งรีบพลสกลไกร มาใกล้ทิ ล้ทิ วทุ่ง ทุ่ ธานี เห็นละหานธารน้ำ ไหลหลั่ง ลั่ ร่มไทรใบบังสุริย์ศรี จึงดำ รัสตรัสสั่งเสนี ให้ตั้ง ตั้ ที่น ที่ าคนามตามตำ รา ๕๗
ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่า ฝ่ ยเท้า ท้ กะหมังกุห กุ นิงก็รี ก็รี บเกณฑ์ทัพ ทั พลมาใกล้ๆ ล้ กับ กั ทุ่งเห็น ลำ ธารน้ำ ที่ไที่ หลเอื่อย อีกทั้ง ทั้ ร่มไทรจึงสั่งให้ตั้ง ตั้ ทัพ ทั ๕๘
บัดนั้น ตะหมังรับสั่งใส่เกศา ออกมาเกณฑ์กันดัง ดั บัญชา ให้โยธาถางที่นี่ ที่นี่ นัน ทำ ค่า ค่ ยหน้าค่า ค่ ยหลัง ลั ตั้ง ตั้ บรรจบ ยกหอรบขึ้น ขึ้ปรับสับวิหลั่น ลั่ ชักปีก ปี กาขึงไปถึงกัน ผูกราวสามชั้นขัน ขัชะเนาะ หว่า ว่ งป้อมเป็น ป็ จังหวะระยะแย่ง ย่ ใส่บังตางาแซงมั่น มั่ เหมาะ พูนดินเต็ม ต็ ตามสนามเพลาะ ไม้ไผ่เ ผ่ จาะรวงปล้อ ล้ งเป็น ป็ช่องปืน ปื บ้างปลูกโรงรถคชา ทั้ง ทั้ ที่ผู ที่ ผู กช้างม้ามิให้ตื่น ตื่ เสาตะลุงหลัก ลั แหล่ง ล่ แปลงปืน ปื พ่างพื้นปราบเลี่ย ลี่ นเดีย ดี นตา บ้างเร่งทำ ตำ หนักน้อยใหญ่ เพิงรายรอบในซ้ายขวา ข้า ข้ งนอกค่า ค่ ยปัก ปั ขวากดาษดา ชักเขื่อ ขื่ นเข้า ข้ หาประจบมุม บ้างจัดคนลำ ลองทุกกองเกณฑ์ ออกตระเวนนั่น นั่ ทางวางหลุม คอยเล็ก ล็ ลอดสอดแนมจับกุม กุ ชั้นในให้ประชุม ชุ จตุร ตุ งค์ ๕๙
ถอดคำ ประพันธ์ ดะหมังได้ฟัด้ ง ฟั คำ สั่งจึงเกณฑ์คนให้ถางที่แ ที่ ล้ว ล้ ทำ ค่ายหน้าหลัง ลั บรรจบกัน อีกทั้ง ทั้ ยัง ยั ยกหอรบ ปรับให้ค่อ ค่ ยๆขยับ ยั เข้า ข้ หาข้า ข้ศึกตั้ง ตั้ปีก ปีซ้ายขวาให้ขึงเชือกผูก ราวสามชั้นพร้อมขันซะเนาะ ระหว่า ว่ งป้อม กะระยะแล้ว ล้ใส่บังตาและงาแชงเพื่อกันศัตรูให้มั่น มั่ แล้ว ล้ ตักดินมาใส่สนามเพลาะ เจาะไม้ไผ่เ ผ่ป็น ป็ช่องปืน ปื บ้างก็สก็ ร้างโรงเลี้ย ลี้ งเหล่า ล่ ช้าง ม้า ทั้ง ทั้ ผูกเหล่า ล่ สัตว์ไม่ให้ตื่น ผูกเสา ตะลุงช้างเป็น ป็ แห่งๆ และแปลงปืน ปื พื้นก็ปก็ ราบให้เรียบเตียน บ้างก็เร่งทำ ตำ หนักน้อยใหญ่ ทำ เพิงรายรอบทั้ง ทั้ซ้ายขวา นอกค่า ค่ ยก็ปัก็ ก ปั ขวากมากมาย ชักกำ แพงเข้า ข้ หามุมประจบกัน กั บ้าง ก็จั ก็จั ดคนลำ ลองทุกกอง ออกตระเวนพร้อมวางกับ กั ดัก คอยสอดส่องลาดเลา ส่วนชั้นในก็ เรียกให้ประชุมทัพ ทั ทั้ง ทั้สี่ ๖๐
เมื่อนั้น ท้า ท้ วกระหมังกุห กุ นิงสูงส่ง เห็นค่า ค่ ยเสด็จ ด็ พลัน ลั มั่น มั่ คง จึงชวนองค์โอรสธิบดี ตรัสเรียกสองราชอนุชา เสด็จ ด็ จากรถาเรืองศรี พร้อมด้ว ด้ ยกิดาหยัน ยั เสนี รลีขี้ ลีขี้ น ขี้สุวรรณพลับ ลั พลา ๖๑
ถอดคำ ประพันธ์ เมื่อท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงเห็นค่า ค่ ยเสร็จมั่น มั่ คงแล้ว ล้ ก็ชวนบุตรและน้องชายทั้ง ทั้สอง ให้เสด็จ ด็ ลงจากรถพร้อมด้ว ด้ ยเหล่า ล่ มหาดเล็ก ล็ แล้ว ล้ เดินทางไปยังที่พั ที่ พั ก ๖๒
๏ บัดนั้น กองร้อยคอยเหตุข้ ตุ า ข้ งตาหา ออกสอดแนมอยู่น ยู่ อกพารา เห็นไพรียกมาถึงชายไพร กระบวนทัพ ทั หน้าหลัง ลั มาตั้ง ตั้ ลง ทิวธงซ้อนซับไม่นับได้ เสียงคนอัดตัด ตัไม้ ราบไปทั้ง ทั้ป่า ป่ พนาลี ต่า ต่ งคนต่า ต่ งเผ่น ผ่ ขึ้น ขึ้ หลัง ลั ม้า พลางประมาณหลายตาดูถ้ว ถ้ นถี่ แล้ว ล้ อ้อมออกนอดทุ้ง ทุ้ ทัน ทั ที ขับ ขั ควบชีเข้า ข้ เวีย วี งชัย ๏ ครั้ง รั้ ถึงจึงไปแจ้งกิจจา แก่ปาเตะเสนาผู้ใผู้ หญ่ เล่า ล่ ความแต่ต้ ต่ น ต้ จนปลายไป โดยได้เ ด้ ห็นสิ้นทุกสิ่งอัน ๖๓
ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่า ฝ่ ยกองร้อยรักษาการณ์รอบข้า ข้ งตาหาออกสอดแนมอยู่นอกเมือง ได้เ ด้ ห็นทัพ ทั ที่ ยกมาถึงชายป่า ป่ กระบวนทัพ ทั ทั้ง ทั้ หน้าหลัง ลั ล้อ ล้ มทั้ง ทั้ หนาแน่น ผืน ผื ธงซ้อนทับ ทั กัน มากมายจนมิอาจนับได้ ทั้ง ทั้ เสียงคนอื้ออึง เสียงตัด ตัไม้ ราบไปทั้ง ทั้ป่า ต่างคนต่า ต่ งก็ รีบขึ้น ขึ้ หลัง ลั ม้าแล้ว ล้ กะสายตาดูกองทัพอย่า ย่ งถี่ถ้ ถี่ ว ถ้ น จึงอ้อม ออกมานอกทุ่ง ทุ่ แล้ว ล้ ควบม้าคู่ก คู่ ายเข้า ข้ เมืองทัน ทั ที เมื่อเข้า ข้สู่เมืองจึงรีบไปแจ้งข่าวแก่เ ก่สนาชั้นผู้ใหญ่ เล่า ล่ ความถึงสิ่งที่ไที่ ด้เห็นมาทุกๆสิ่งตั้ง ตั้ แต่ต้นจนจบ ๖๔
๏ บัดนั้น ปาเตะตกใจไหวหวั่น วั่ ให้จดเอาถ้อ ถ้ ยคำ สำ คัญ คั แล้ว ล้ ผายผัน ผั เข้า ข้ พระโรงรจนา ๏ จึงก้มเกล้า ล้ประณตบทบงสุ์ ทูลพระองค์ทรงพิภพดาหา ว่า ว่ ไพรีตีเ ตี มืองล่ว ล่ งมา รี้พลโยธามากมาย ม้ารถคชกรรม์ครั่ง รั่ ครึ้น รึ้ ดัง ดั เสียงคลื่น ลื่ในสมุทรไม่ขาดสาย บัดนี้มาตั้ง ตั้ อยู่เ ยู่ นินทราย ที่ชที่ ายทุ่ง ทุ่ กับบป่า ป่ ต่อ ต่ กัน ๖๕
ถอดคำ ประพันธ์ ครั้น รั้ เสนาได้ยิ ด้ยิ นข่า ข่ วดัง ดั นั้นก็ต ก็ กใจหวั่น วั่ ไหว จึงให้เหล่า ล่ ทหารจดเอาใจความคำ สำ คัญ แล้ว ล้ รีบพาเข้า ข้ไปยัง ยั ท้อ ท้ งพระโรงทัน ทั ที เสนาก้ม ก้ หัวบังคมทูลท้าวดาหาถึงข่า ข่ วว่ามี ทัพ ทั ตีเ ตี มืองยกมา ไพร่พลในกองทัพ ทั มากมาย ทั้ง ทั้ เสียงม้า เสียงรถ และเสียงช้าง ต่า ต่ งอื้ออึงลั่น ลั่ ครื้นไม่ขาดสายดัง ดั เสียงคลื่น ลื่ในมหาสมุทร และในตอนนี้ทัพ ทั นั้นก็ไก็ ด้ เข้า ข้ มาตั้ง ตั้ อยู่ ณ เนินทรายที่เ ที่ชื่อมต่อ ต่ ของชายทุ่ง ทุ่ และป่าแล้ว ล้ ๖๖
๏ เมื่อนั้น องค์ศรีปัต ปั หรารังสรรค์ ได้ฟัด้ ง ฟัปาเตะทูลพลัน ลั พระทรงธรรม์ตรึกรึกนึกใน อีนศึกครั้ง รั้ นี้ซึ่ง ซึ่ มีมา เพราะเขาขอบุษบาเราไม่ให้ จึงเป็น ป็ เสี้ยนศัตรูหมู่ภัย น้อยใจด้ว ด้ ยอิเหนานัดดา แกล้ง ล้ จะให้เกิดการโกลาหล ร้อนรนไปทั่ว ทั่ ทุกเส้นหญ้า ญ้ เสื่อมเดชเพศพงศ์เทวา ศึกมาถึงราชธานี คอดพลางทางสั่งเสนาใน เร่งให้เกณฑ์คนขึ้น ขึ้ หน้าที่ รักษามั่น มั่ ไว้ใว้ นบุรี จะดูทีข้ ที า ข้ศึกซึ่ง ซึ่ ยกมา อนึ่ง นึ่ จะคอยท่า ท่ ม้าใช้ ที่ใที่ ห้ไปแจ้งเหตุพ ตุ ระเชษฐา กับสองศรีราชอนุชา ยัง ยั จะมาช่วยหรือประการใด แม้นจะเคือ คื งขัด ขั ตัด ตั รอน ทั้ง ทั้สามพระนครหาช่วยไม่ แต่ผู้ ต่ ผู้ เ ผู้ ดีย ดี วจะเคี่ย คี่ วสงครามไป จะยากเย็น ย็ เป็น ป็ กระไรก็ตามที แม้นจะเคือ คื งขัด ขั ตัด ตั รอน ทั้ง ทั้สามพระนครหาช่วยไม่ แต่ผู้ ต่ ผู้ เ ผู้ ดีย ดี วจะเคี่ย คี่ วสงครามไป จะยากเย็น ย็ เป็น ป็ กระไรก็ตามที ๖๗
ถอดคำ ประพันธ์ เมื่อท้า ท้ วดาหาได้ฟัด้ ง ฟั ดัง ดั นั้นแล้ว ล้ในใจก็ทรงคิดไตร่ตรองถึงสาเหตุของศึกนี้ที่ มีเพราะ ตัว ตั พระองค์ เองที่ไที่ ม่สามารถยกบุษบาให้แก่ฝ่ก่ า ฝ่ ยนั้นได้ จึงเป็น ป็สาเหตุใ ตุ ห้เกิดศัตรู ครั้น รั้ แล้ว ล้ ก็นึ ก็นึ กน้อยใจไปถึงอิเหนาผู้ เป็น ป็ หลานที่แ ที่ กล้ง ล้ให้เกิดเหตุการณ์ วุ่น วุ่ วายเช่นนี้ ทั้ง ทั้ ร้อนรนไปทั่ว ทั่ ทุกเขต ทั้ง ทั้ เสื่อมเสียไปยังชื่อเสียงวงศ์ เทวา อีกทั้ง ทั้ศึกก็มาถึงเมืองแล้ว ล้ คิดพลางก็สั่ก็สั่ งให้เหล่า ล่ เสนาอำ มาตย์ให้เร่งมือเกณฑ์คนเข้ารบ รักษา เมืองไว้ให้มั่น มั่ คง พลางรับสั่งให้ดูท่า ท่ ทีข้ ที า ข้ศึกที่ย ที่ กมา เหตุห ตุ นึ่ง นึ่ ก็เ ก็ป็น ป็ไปได้ว่ ด้ว่ าจะรอดูข่า ข่ วจากม้าเร็วที่ เร็วที่ สั่งให้ ไปแจ้งเหตุกั ตุ บ กั ผู้ เป็น ป็ พี่แ พี่ ละอีกสองผู้เป็น ป็ น้องว่าจะมาช่วยหรือไม่ แม้ว่าเมื่อทั้ง ทั้ สามนครไม่มาช่วยอาจจะ มีขุ่น ขุ่ เคือ คื งน้ำ ใจอยู่บ้าง แต่อ ต่ ย่า ย่ งไรตนก็จ ก็ ะปราบศัตรูยุติ สงครามแม้จะยากเย็นเท่า ท่ ไรก็ต ก็ าม ๖๘
๏ มาจะกล่า ล่ วบทไป ถึงสุหรานากงเรืองศรี กับเสนากาหลัง ลั บุรี ยกพลมนตรีรีบมา แรมร้อนนอนป่า ป่ สิบห้าวัน วั ก็ลุถึงเขตขัณ ขั ฑ์ดาหา ได้ข่ ด้ า ข่ วปัจ ปั จามิตรติดพารา ก็เร่งยกโยธาเข้า ข้ กรุงไกร ๏ ครั่น รั่ ถึงกึ่ง กึ่ กลางพระนคร จึงให้หยุดพลนิกรน้อยใหญ่ แล้ว ล้ชวนตำ มัหงงคลาไคล เข้า ข้ไปที่เ ที่ฝ้า ฝ้ พระผ่า ผ่ นฟ้า ฟ้ ๖๙
ถอดคำ ประพันธ์ กล่า ล่ วไปถึงฝ่า ฝ่ ยสุหรานากงกับ กั เหล่า ล่ เสนาเมืองกาหลัง ลัได้ย ด้ กพลกองทัพ ทั เร่งรีบเดินทางมา รอนแรมกินนอนในป่า ป่ เป็น ป็ เวลาทั้ง ทั้สิ้นสิบห้าวันก็ถึงเขตเมืองดาหาได้ยินถึงข่า ข่ ว ศัตรูที่ย ที่ ก ทัพ ทั มาประชิดเมืองแล้ว ล้ ก็เ ก็ ร่งเดินทางเข้า ข้ไปในเมืองทัน ทั ที เมื่อเดินทางมาถึง กลางเมือง สุหรานากงก็ห ก็ ยุดพลกองทัพไว้และชวนตำ มะหงงเดินทางไปเข้า ข้ เฝ้า ฝ้ ท้า ท้ วดาหา ๗๐
๏ เมื่อนั้น พระองค์ทรงพิภพดาหา เห็นสุหรานากงพระนัดดา กับเสนากาหลัง ลั บุรี จึงมีบัญชาปราศรัย เราขอบใจอนุชาทั้ง ทั้สองศรี ให้มาบกช่วยต่อ ต่ ดี ก็เห็นชอบท่ว ท่ งทีดี ที นั ดีนั ก แต่ก ต่ ารศึกครั้ง รั้ นี้ไม่ควรเป็น ป็ เกิดเข็ญ ข็ เพราะชูก ชู อัปลัก ลั ษณ์ จะมีคู่ชคู่ ายผู้ชผู้ ายก็ไม่รัก จึงหักให้สาสมใจ อันองค์พระบรมเชษฐา เห็นจะให้ใครมาหรือหาไม่ เจ้ามาในทางพนาลัย ลั ยัง ยัได้ข่ ด้ า ข่ วบ้างหรือนัดดา ๏ เมื่อนั้น สุหรานากาวงศา ก้มเกล้า ล้ ทูลสนองพระบัญชา ข้า ข้ มาแจ้งข่า ข่ วที่ก ที่ ลางคัน คั พระปิ่น ปิ่ ภพกุเ กุ รปัน ปั ธานี ให้กะหรัดตะปาตีเ ตีป็น ป็ ทัพ ทั ขัน ขั ธ์ ยกจากเวีย วี งชัยได้ห ด้ ลายวัน วั บรรจบกันกับระเด่น ด่ มนตรีมา ๗๑
ถอดคำ ประพันธ์ เมื่อท้า ท้ วดาหาได้ท ด้ อดพระเนตรเห็นถึงสุหรานากงผู้เ ผู้ป็น ป็ หลานกับ กั เหล่า ล่ เสนาแห่ง เมือง กาหลัง ลั ก็ไก็ ด้พู ด้ พู ดคุย คุ และขอบคุณ คุ น้องชายของพระองค์ทั้ง ทั้สองที่ย ที่ กทัพ ทั มาช่วยตน แต่ สงครามครั้ง รั้ นี้นั้นไม่ควรจะเกิดขึ้น ขึ้ เลย เพราะเหตุข ตุ องมันคือ คื ลูกสาวของตนที่อั ที่อัปลัก ลั ษณ์จะ มีคู่ทั้ คู่ ง ทั้ ที่ฝ่ที่ า ฝ่ ยชายก็ไก็ ม่รัก จึงหักหาญน้ำ ใจกันเช่นนี้ แล้ว ล้ไตร่ถามถึงผู้เ ผู้ป็น ป็ พี่ว่ พี่ ว่ าจะส่งให้ใครมา หรือไม่ สุหรานากงก็ต ก็ อบไปว่า ว่ ท้า ท้ วกุเ กุ รนได้ให้กะหรัดตะปาตีย ตี กทัพ ทั มาสมทบกับอิเหนาา ๗๒
๏ เมื่อนั้น พระองค์ทรงพิภพดาหา ฟัง ฟัสุหรานากงนัดดา จึงมีบัญชาว่า ว่ ไป อันกระหรัดตะปาตีจ ตี ะมาช่วย พอจะเห็นจริงด้ว ด้ ยไม่สงสัย แต่อิ ต่ อิ เหนาเขาจะมาทำ ไม ผิดไปเจ้าอย่า ย่ เจรจา พระเชษฐาให้สารไปกี่ค กี่ รั่ง รั่ เข้า ข้ นังไม่จากหมันหนา จนสลัด ลั ตัด ตั การวิวาห์ ศึกติดพาราก็เพราะใคร เห็นจะรักเมียจริงยิ่ง ยิ่ กว่า ว่ ญาติ ไหนจะคลาดจากเมืองหมันหนาได้ ถึงมาตรจะมาก็จำ ใจ ด้ว ด้ ยกลัว ลั ภัยพระราชบิดา เราอย่า ย่ คอยเข้า ข้ เลยนะหลานรัก กัมพักตร์รบศึกไปดีก ดี ว่า ว่ แต่ว่ ต่ า ว่ วัน วั นี้เจ้าเหนื่อยมา จงไปพักโยธาให้สำ ราญ ๗๓
๏ เมื่อนั้น สุหรานากงใจหาญ ก้มเกล้า ล้สนองพจมาน อีกการสงครามครั้ง รั้ นี้ จะขอเอาเมืองขึ้น ขึ้ บรรดามา กับโยธาสิงหัดส่าหรี ยกออกโรมรันประจัญตี ดูที่ฝีที่ มื ฝีมื อปัจ ปั จามิตร ถ้า ถ้ เห็นศึกย่น ย่ ย่อ ย่ ท้อ ท้กำ ลัง ลั จะโหมหักมิให้ตั่ง ตั่ ต่อ ต่ ติด จะอาสากว่า ว่ สิ้นสุดฤทธิ์ ชีวิตอยู่ใยู่ ต้บ ต้ าทบงสุ์ ๗๔
ถอดคำ ประพันธ์ ท้า ท้ วดาหาได้ฟัด้ ง ฟั เช่นนั้นก็ปก็ ระชดอิเหนาว่า กะหรัดตะปาตีมาช่วยก็ไก็ ม่เป็นที่น่ ที่น่ าแปลกใจ แต่ อิเหนาเล่า ล่ เขาจะมาทำ ไมท้า ท้ วกุเ กุ รปั่น ปั่ เรียกให้กลับ ลั กี่ค กี่ รั้ง รั้ ก็ไก็ ม่ยอมจากเมืองหมันหยาจน ตัด ตั ขาดการแต่ง ต่ งาน มีศึกประชิดเมืองก็เ ก็ พราะใคร เห็นทีค ที งจะรักเมียมากกว่าญาติ ถ้า ถ้ มาก็ เห็นว่า ว่ คงจะมาเพราะกลัว ลั ท้า ท้ วกุเ กุ รปัน ปั เสียมากกว่า แล้ว ล้ ท้า ท้ วดาหาบอกสุหรานากงว่าคงไม่ ต้อ ต้ งคอยอิเหนาหรอก แล้ว ล้ให้สุหรานากงไปพักผ่อ ผ่ น สุหรานากงจึงขอถวายชีวิตให้เพื่อ รับใช้ท้า ท้ วดาหา และอาสาไปออกรบกับทัพ ทั ของท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิง ๗๕
๏ บัดนั้น ผ่า ผ่ ยตะหมังกุเ กุ รปัน ปั กรุงศรี ครั้ง รั้ ถึงหมันหยาธานี ก็ตรงไปยัง ยั ที่ปที่ ระเสบัน ขึ้น ขึ้ บนชานพักตำ หนักนอก พอเห็นเสด็จ ด็ ออกกิดาหยัน ยั จึง้ข้า ข้ไปใกล้อ ล้ งค์พระทรงธรรม์ อภิวัน วั ท์แล้ว ล้ ถวายสารา ๏ เมื่อนั้น พระโฉมยงวงศ์สัญแตหวา คลี่สลี่ ารสมเด็จ ด็ พระบิดา พลางทอดทัศทั นาทัน ทัใด ตะหมังกุเ กุ รปัน ปั เฝ้า ฝ้ ถวายสารท้า ท้ วหมันหยาแชะอิเหนา ๗๖
๏ ในลัก ลั ษณ์นั้นว่า ว่ ปัจ ปั จามิตร มาตั้ง ตั้ ติดดาหากรุงใหญ่ จงเร่งรีบรี้พลสกลไกร ไปช่วยชิงชัยให้ทัน ทั ที ถึงไม่เลี้ย ลี้ งบุษบาเห็นว่า ว่ ชั่ว แต่เ ต่ ขารู้อยู่ว่ ยู่ า ว่ ตัว ตั นั้นเป็น ป็ พี่ อันองค์ท้า ท้ วดาหาธิบดี นั้นมิใช่อาหรือว่า ว่ ไร มาตรแม้นเสียเมืองดาหา จะพลอยอายขายหน้าหรือหาไม่ ซึ่ง ซึ่ เกิดศึกสาเหตุเ ตุ ภทภัย ก็เพราะใครทำ ความไว้ง ว้ ามพักตร์ ครั้ง รั้ หนึ่ง นึ่ ก็ให้เสียวาจา อายชาวดาหาอาณาจักร ครั้ง รั้ นี้เร่งคิดดูจงนัก จะซ้ำ ให้เสียศักดิ์ก็ดิ์ ตามที แม้นมิยกพลไกรไปช่วย ถึงเราม้วยก็อย่า ย่ มาดูผี อย่า ย่ ดูทั้ง ทั้ เปลวอัดดี แต่วั ต่ น วั นี้ขาดกันจนบรรลัย ลั ๗๗
ถอดคำ ประพันธ์ กล่า ล่ วถึงดะหมังจากเมืองกุเ กุ รปัน ปั เมื่อเดินทางมาถึงเมืองหมันหยาก็ต ก็ รงไปยัง ยั เรือนพักของ อิเหนาเข้า ข้ เฝ้า ฝ้ ถวายพระราชสารแก่อิ ก่ อิ เหนา อิเหนาคลี่สลี่ ารของท้า ท้ วกุเ กุ รปัน ปั ออกอ่าน ซึ่ง ซึ่ ใน สารนั้นกล่า ล่ วว่าตอนนี้มีข้า ข้ศึกมาตั้ง ตั้ ทัพ ทัประชิดเมืองดาหา ขอให้อิเหนารีบยกพลไปตีให้ทัน ทั ท่ว ท่ งที ถึงไม่เห็นแก่บุ ก่ บุ ษบาก็ข ก็ อให้เห็นแก่ท้า ท้ วดาหาผู้เป็น ป็ อา ศึกครั้ง รั้ นี้เกิดขึ้น ขึ้ ก็เพราะใครไป ทำ งามหน้าไว้ใว้ ห้ เสียคำ พูดให้อายชาวเมืองดาหา ครั้ง รั้ นี้จะเมินเฉยอีกทำ ให้เสียศักดิ์ศดิ์ รีก็ แล้ว ล้ แต่ใต่ จ ถ้า ถ้ไม่มาช่วยก็ข ก็ าดกันอย่า ย่ ได้เ ด้ ผาผีกั ผี น กั อีกเลย ๗๘
๏ครั้น รั้ อ่านสารเสร็จสิ้นพระทรงฤทธิ์ ถอนฤทัย ทั คิดแล้ว ล้สงสัย บุษบาจะงามสักเพียงไร จึงต้อ ต้ งใจระตูทุ ตู ทุ กบุรี หลงรักรูปนางแต่อ ต่ ย่า ย่ งนั้น จะพากันมาม้วยไม่พอที่ แม้นงามเหมือนจินตะหราวาตี ถึงจะเสียชีวีก็วี ควรนัก แล้ว ล้ ว่า ว่ แก่ดะหมังเสนา เราจะยกโยธาไปโหมหัก มิให้เสียวงศาสุรารักษ์ งดสักเจ็ดวัน วั จะยกไป ๏บัดนั้น ดะหมังบังคมประนมไหว้ ทูลว่า ว่ ช้านักพระภูว ภู ไนย เกลือ ลื กไปไม่ทัน ทั จะเสียที เชิญเสด็จ ด็ คลาไคลไปก่อน แล้ว ล้ จึงค่อ ค่ ยผัน ผั ผ่อ ผ่ นมากรุงศรี อันข้า ข้ศึกซึ่ง ซึ่ ยกมาต่อ ต่ ดี ป่า ป่ นนี้จะประซิดติดกรุงไกร ๗๙
ถอดคำ ประพันธ์ ๘๐ เมื่ออิเหนาได้อ่ ด้อ่ านดัง ดั นั้น ก็ถ ก็ อนใจด้ว ด้ ยความสงสัยว่าบุษบาจะงามถึงเพียงไหนเชียวจึง ถูก ถู ใจระตูทุ ตู ทุ กเมือง แค่ เพียงเห็นรูปก็จ ก็ ะพากัน กั มาตายเสียแล้ว ล้ หากงามเหมือนจินตะหราก็ว่าไปอย่า ย่ ง จึงบอกแก่ ะหมังไปว่า ว่ จะยกทัพ ทัไปในอีก ๗วัน วั แต่ด ต่ ะหมังรีบทูลว่าต้องรีบไปในทัน ทั ที เพราะตอนนี้ข้า ข้ศึก ยกทัพ ทั มาติดพระนครแล้ว ล้
๏เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์เทวาอัชฌาสัย สุดที่จ ที่ ะบิดเบือนเลื่อ ลื่ นวัน วัไป ด้ว ด้ ยเกรงในบิตุเ ตุ รศตัด ตั มา ความกลัว ลั ความรักสลัก ลั ทรวง ให้เป็น ป็ ห่วงหนหลัง ลักังวลหน้า แต่เ ต่ รรวนหวนนึกตรึกตรา พระราชาสะท้อ ท้ นถอนใจ จึงตำ รัสตรัสสั่งตำ มะหงง เร่งเตรียมจตุร ตุ งค์ทัพ ทัใหญ่ ม้ารถดชสารชาญชัย รีบรัดจัดไว้ใว้ ห้ครบครัน เลือ ลื กสรรโยธาจงสามารถ ที่อ ที่ ยู่ค ยู่ งองอาจแข็ง ข็ ขัน ขั แต่ปืต่ น ปื ดึงก็ถึงทัน ทั ควัน วั เข้า ข้โรมรุกบุกบันฟัน ฟั แทง เราจะตัด ตัศึกใหญ่ใญ่ ห้ย่อ ย่ ย่น ย่ ด้ว ด้ ยกำ ลัง ลั รี้พลเข้ม ข้ แข็ง ข็ แม้นไพรีหนีมือกลางแปลง เห็นหักได้ได้ ม่แคลงวิญญาณ์ ฤกษ์รุ่งพรุ่งนี้จะยกไป ชิงชัยช่วยกรุงดาหา สั่งเสร็จเสด็จ ด็ ทรงอาชา ไปเฝ้า ฝ้ ท้า ท้ วหมันหยาฉับพลัน ลั ๘๑
๏ ครั้น รั้ ถึงนิเวศน์วัง วัใน ลงจากมโนมัยผายผัน ผั ยุรยาตรนาดกรจรจรัล เข้า ข้ พระโรงสุวรรณทัน ทัใด ๏ บัดนั้น คะหมังกุเ กุ รปัน ปั กรุงใหญ่ จึงรีบไปหาเสนาใน แถลงไขข้อ ข้ ความตามคดี ๏ บัดนั้น อำ มาตย์หมันหยากรุงศรี ได้แ ด้ จ้งแห่งดะหมังเสนี. ก็พาไปยัง ยั ที่พ ที่ ระโรงดัล ดั ๘๒
๏ ก้มเกล้า ล้ประณตบทมาลย์ พระผู้ผ่ ผู้ า ผ่ นเวีย วี งชัยไอศวรรย์ ทูลเบิกคะหมังเสนานั้น. ว่า ว่ พระปิ่น ปิ่ กุเ กุ รปัน ปัใช้มา ๏บัดนั้น ดะหมังผู้มี ผู้มี ยศถา นบนิ้วบังคมคัล คั วัน วั ทา ทูลถวายสาราพระภูมี ภู มี ๘๓
ถอดคำ ประพันธ์ ๘๔ อิเหนาเกรงกลัว ลั ท้า ท้ วกุเ กุ รปัน ปั พระบิดาสุดที่จ ที่ ะเลื่อ ลื่ นวันไป ทั้ง ทั้ รักทั้ง ทั้ กลัว ลั ห่วงหน้าพะวงหลัง ลั คิดแล้ว ล้ ก็ท ก็ อดถอนใจจึงสั่งตำ มะหงงให้รีบจัดทัพ ทัใหญ่ทั้ ญ่ ง ทั้ ทัพ ทั ม้า ทัพ ทั รถ ทัพ ทัช้างเลือ ลื กทหารที่มี ที่มี ความสามารถทั้ง ทั้ ทหารปืน ปื และทหารดาบ อิเหนาจะตัด ตัศึกใหญ่ด้ ญ่ ว ด้ ยกำ ลัง ลั ที่เ ที่ ข้ม ข้ แข็ง ข็ แม้นข้า ข้ศึกหนีก็จ ก็ ะทำ ลาย ให้สิ้นไป ถือ ถื เอาฤกษ์พรุ่งนี้จะยกทัพ ทัไปช่วยเมืองดาหาเมื่อสั่งเสร็จอิเหนา ก็ไก็ปเข้า ข้ เฝ้า ฝ้ ท้า ท้ วหมันหยา เมื่อไปถึงเขตวัง วัในก็ล ก็ งจากหลัง ลั ม้าเข้า ข้ ท้อ ท้ งพระโรงทัน ทั ที ะหมังเมืองกุเ กุ รปัน ปั ก็เ ก็ ข้า ข้ เฝ้า ฝ้ ท้าว หมันหยาเช่นกัน กั แล้ว ล้ ถวายสารแก่ เจ้าเมืองหมันหยา
๏เมื่อนั้น ระดูหมันหยาเรืองศรี รับสารมาจากเสนี แล้ว ล้ คลี่อ ลี่ อกอ่านทัน ทัใด ๏ในลัก ลั ษณ์อักษรสารา ว่า ว่ ระดูหมันหยาเป็น ป็ ผู้ใผู้ หญ่ มีราชธิดายาใจ แกล้ง ล้ให้แต่ง ต่ ตัว ตัไว้ยั่ ว้ ว ยั่ชาย จนลูกเราร้างคู่ดู คู่ ดู นาหวัน วั ไปหลงรักผูกพันมั่น มั่ หมาย จะให้ชิงผัว ผั เขาเอาเด็ด ด็ ดาย ช่างไม่อายไพร่ฟ้า ฟ้ประชาชน บัดนี้ศึกประชิดติดคาหา กิจจาลือ ลื แจ้งทุกแห่งหน เสียงานการวิวาห์จลาจล ต่า ต่ งคนต่า ต่ งข้อ ข้ งหมองใจ การสงครามครั้ง รั้ นี้มิไปช่วย ยัง ยั เห็นชอบด้ว ด้ ยหรือไฉน จะตัด ตั วงศ์ตัด ตั ญาติให้ขาดไป ก็ตามแต่น้ำ ต่ น้ำใจจะเห็น ๘๕
ถอดคำ ประพันธ์ ๘๖ ท้า ท้ วหมันหยารับสารจากะหมังคลี่อ ลี่ อกอ่านทันทีใที นสารมีใจความว่า ตัวท้า ท้ วหมันหยามี ลูกสาวให้แต่ง ต่ ตัว ตั ยั่ว ยั่ชายจนอิเหนาต้อ ต้ งร้างคู่ไคู่ป หลงรักไปติดพันช่างไม่อายผู้ค ผู้ น ตอนนี้มี ศึกประชิดเมืองดาหา จนเกิดเรื่องวุ่น วุ่ วายเสียงานการวิวาห์ไปหมดต่างคนก็หมางใจกัน กัใน การสงครามครั้ง รั้ นี้ถ้า ถ้ไม่ไปช่วยก็จะตัด ตั ญาติขาดมิตรกันไปก็แ ก็ ล้ว ล้ แต่ใจ
ㆍ ทรงอ่านสารเสร็จสิ้นเรื่อง กลัว ลั จะเคือ คื งขุ่น ขุ่ ข้อ ข้ งหมองศรี จึงยื่น ยื่สารให้ระเด่น ด่ มนตรี แล้ว ล้ มีพจนารถวาจา เห็นงามอยู่แ ยู่ ล้ว ล้ หรือหลานรัก เจ้าหาญหักไม่ฟัง ฟั คำ ข้า ข้ มาพลอยได้ค ด้ วามผิดด้ว ด้ ยนัดตา เมื่อกระนี้จะว่า ว่ ประการใด แม้นมิยกพลขัน ขั ธ์ไปพันดู หาให้อยู่กัยู่ บจินตะหราไม่ อย่า ย่ หน่วงหนักชักช้าเร่งคลาไคล รีบไปให้ทัน ทั ทวงที อันระเด่น ด่ ตาหยนวงศา จงคุม คุ พลหมันหยากรุงศรี สมทบทัพ ทั ระเด่น ด่ มนตรี ได้ฤ ด้ กษ์รุ่งพรุ่งนี้จงยาตรา ㆍ เมื่อนั้น พระโฉมยงพงศ์อสัญแดหวา รับสั่งแล้ว ล้ บังคมลา ไปปราสาทจินตะหราวาตี ๘๗
ถอดคำ ประพันธ์ ๘๘ เมื่ออ่านสารแล้ว ล้ ท้า ท้ วหมันหยากลัว ลั ท้า ท้ วกุเ กุ รปัน ปั ขุ่น ขุ่ เคืองจึงยื่นสารให้แก่อิเหนาและกล่า ล่ วว่า เห็นหรือไม่อิเหนาหลานรักเจ้าไม่เชื่อฟัง ฟั คำ จึงทำ ให้มีความผิดไปด้วย แล้ว ล้ เร่งให้อิเหนารีบ ยกทัพ ทัไปช่วยเมืองดาหาหากไม่ไปก็จะไม่ให้อยู่กั ยู่ บ กั นางจินตะหรา พร้อมทั้ง ทั้ให้ระเด่นดาหยน คุม คุ กองทัพ ทั ของเมืองหมันหยาไปด้ว ด้ ย ได้ฤ ด้ กษ์ยกทัพไปในตอนเช้าพรุ่งนี้ อิเหนารับคำ สั่งแล้ว ล้ ลาไปยัง ยัปราสาทนางจินตะหรา
๏ครั้น รั้ ถึงห้องสุวรรณบรรจง นั่ง นั่ แนบแอบองค์นางโฉมศรี ทอดถอนฤทัย ทั พลางทางพาที ภูมี ภู มี แจ้งความแก่ทรามวัย วั บัดนี้ตะหมังเสนา ถือ ถืสารพระบิดามาให้ เป็น ป็ เหตุด้ ตุ ว ด้ ยดาหาเวีย วี งชัย เกิดการศึกใหญ่ไญ่ พรี ให้พี่ก พี่ รีธาทัพ ทั ขัน ขั ธ์ ไปข่ว ข่ ยป้องกันกรุงศรี จะรีบยกพหลมนตรี พรุ่งนี้ให้ทัน ทั พระบัญชา อยู่จ ยู่ งดีเ ดี ถิดพี่จ พี่ ะลาน้อง อย่า ย่ หม่นหมองเศร้าสร้อยละห้อยหา เสร็จศึกวัน วัใดจะไคลคลา กลับ ลั มาสู่สมภิรมย์รัก ๘๙
ถอดคำ ประพันธ์ ๙๐ เมื่อไปถึงก็เ ก็ ข้า ข้ แนบชิดนางทอดถอนใจแล้ว ล้ แจ้งเรื่องราวแก่น ก่ างว่าดะหมังถือ ถืสารจากพระ บิดาว่า ว่ เมืองดาหาเกิดศึกให้อิเหนารีบยกทัพ ทัไปช่วยในวันพรุ่งนี้ขอให้นางจงอยู่ดีอย่าโศก เศร้าเสียใจเสร็จศึกแล้ว ล้ จะรีบกลับ ลั ทัน ทั ที
๏เมื่อนั้น จินตะหราวาตีมี ตีมีศักดิ์ ฟัง ฟั ตรัสขัด ขั แค้น ค้ ฤทัย ทั นัก สะบัดพักตร์พื้นหลัง ลัไม่บังคม แล้ว ล้ ตอบถ้อ ถ้ ยน้อยหรือพระทรงฤทธิ์ ช่างประดิษฐ์คิ ฐ์คิ ดความพองามสม ล้ว ล้ นกล่า ล่ วแกล้ง ล้ แสร้งเสเล่ห์ ล่ ห์ ลม คิดคมแยบคายหลายชั้น พระจะไปดาหาปราบข้า ข้ศึก หรือรำ ลึก ลึ ถึงคู่ตุ คู่ น ตุ าหงัน ด้ว ด้ ยสงครามในจิตยัง ยั ติดพัน จึงบิดผัน ผั พจนาไม่อาลัย ลั ไหนพระผ่า ผ่ นฟ้า ฟ้สัญญาน้อง จะปกป้องครองความพิสมัย ไม่นิราศแรมร้างห่างไกล จนบรรลัย ลั มอดม้วยไปด้ว ด้ ยกัน พระวาจาน่าเชื่อเป็น ป็ พันนัก จึงหลงรักภักดีไดี ม่เดีย ดี ดฉันท์ พาชื่อสุจริตคิดสำ คัญ คั หมายมั่น มั่ ว่า ว่ เมตตาปรานี มิรู้มาอาภัพกลับ ลั กลาย จะหลีก ลี เลี่ย ลี่ งเบี่ย บี่ งบ่ายหน่ายหนี ยัง ยัสมคำ สัญญาที่พ ที่ าที กี่ร้ กี่ ร้ อยปีพ ปี ระจะกลับ ลั คืน คื มา ๙๑
ถอดคำ ประพันธ์ ๙๒ นางจินตะหรา ได้ฟัด้ ง ฟั ก็แ ก็ ค้น ค้ใจสะบัดหน้าหันหลัง ลัให้พร้อมกับตัด ตั พ้อต่อว่าอิเหนาว่าจะไป ปราบข้า ข้ศึกหรือจะกลับ ลัไปหวนคืน คืสู่คู่ห คู่ มั้น มั้ เก่ากัน กั แน่ ไหนบอกว่าจะไม่ไปไหนจนกว่าจะตาย จากกัน กั นางก็ห ก็ ลงเชื่อ ไม่รู้ว่าภายหลัง ลั จะมาเป็น ป็ เช่นนี้ แล้ว ล้ อีกนานเท่า ท่ ไหร่เล่า ล่ อิเหนาจะ กลับ ลั มา
๏เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์เทวัญ วั อสัญหยา โลม นางพลางกล่า ล่ ววาจา จงฝืน ฝื มาพาทีกัที บพี่ชพี่ าย ซึ่ง ซึ่ สัญญาว่า ว่ ไว้กัว้ บนวลน้อง จะคงครองไมตรีไม่หนีหน่าย มิได้แ ด้ กล้ง ล้ กลอกกลับ ลั อภิปราย อย่า ย่ สงกาว่า ว่ จะวายคลายรัก จะจำ จากโฉมเฉลาเยาวเรศ เพราะเกรงเดชบิตุร ตุ งค์ทรงศักดิ์ ข้อ ข้ ความงามแคลงกินแหนงนัก ด้ว ด้ ยเจ้าไม่ประจักษ์ที่จ ที่ ริงใจ สมเด็จ ด็ พระบิดาให้หาพี่ ใช่แต่ค ต่ รั้ง รั้ นี้นั้นหาไม่ ถึงสองครั้ง รั้ พี่ขั พี่ ด ขั รับสั่งไว้ ยัง ยั มิได้บ ด้ อกเจ้าให้แจ้งการ บัดนี้เกิดศึกก็สุดคิด จนจิตที่จ ที่ ะขัด ขั พระบรรหาร สารามีมาเป็น ป็ พยาน พระยื่น ยื่สารให้นางทัศทั นา ๙๓
ถอดคำ ประพันธ์ ๙๔ อิเหนาชี้แจงว่า ว่ ไม่เคยคลายความรักในตัว ตั จินตะหราเลย แต่ต ต่ นมีเหตุจำ ตุจำเป็นต้อ ต้ งไป เพราะ ท้า ท้ วกเรปั่น ปั่ให้กลับ ลัสองครั้ง รั้ แล้ว ล้ แต่ค ต่ รั้ง รั้ นี้เกิดศึกสงคราม ไม่อาจจะขัด ขัได้ แล้ว ล้ จึงยื่นสาร ให้จินตะหราอ่าน
๏เมื่อนั้น โฉมยงองค์ระเด่น ด่ จินตะหรา ค้อ ค้ นให้ไม่แลดูสารา กัลยาคั่ง คั่ แค้น ค้ แน่นใจ แล้ว ล้ ว่า ว่ อนิจจาความรัก พึ่ง พึ่ ประจักษ์ดั่ง ดั่สายน้ำ ไหล ตั้ง ตั้ แต่จ ต่ ะเชี่ยวเป็น ป็ เกลีย ลี วไป ที่ไที่ หนเลยจะไหลคืน คื มา สตรีใดในพิภพจบแดน ไม่มีใครได้แ ด้ ค้น ค้ เหมือนอกข้า ข้ ด้ว ด้ ยใฝ่รั ฝ่ รั กให้เกินพักตรา จะมีแต่เ ต่ วทนาเป็น ป็ เนืองนิตย์ โอ้ว่า ว่ น่าเสียดายตัว ตั นัก เพราะเชื่อลิ้น ลิ้ หลงรักจึงจิต จะออกชื่อลือ ลืชั่วไปทั่ว ทั่ ทิศ เมื่อพลั้ง ลั้ คิดผิดแล้ว ล้ จะโทษใคร เสียแรงหวัง วัฝั่ง ฝั่ฝากชีวี พระจะมีเมตตาก็หาไม่ หมายบำ เหน็จจะรีบเสด็จ ด็ไป ก็รู้เท่า ท่ เข้า ข้ใจในทำ นอง ด้ว ด้ ยระเด่น ด่ บุษบาโฉมตรู ควรคู่ภิ คู่ ภิ รมย์สมสอง ไม่ต่ำ ศักดิ์รู ดิ์ รู ปชั่วเหมือนตัว ตั น้อง ทั้ง ทั้ พวกพ้องสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ ๙๕