The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดทำโดย เลขที่ 2 13 14 16 17 18 19 20 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

อิเหนา ตอน ศึกกะหมังกุหนิง

จัดทำโดย เลขที่ 2 13 14 16 17 18 19 20 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3

ถอดคำ ประพันธ์ ๑๔๖ สังคามาระตโกรธมากร้องว่าไอ้ข้า ข้ศึกว่าจาหยาบคายมาถามเอาอะไรนักหนา จึงตอบว่า "สุดแต่ว่ ต่ า ว่ จิตพิศวาส ก็นั ก็นั บเป็น ป็ วงศ์ญาติกัน กัได้" หลัง ลั จากที่เ ที่ จรจาได้สักพักก็ลงมือรบกัน ทั้ง ทั้สองสู้ด้ว ด้ ยทวนบนหลัง ลั ม้าอย่างกล้า ล้ หาญ สง่งามร่ายรำ ยักย้า ย้ ยเปลี่ย ลี่ นแปลกระบวนท่า เพลงทวนอย่า ย่ งชำ นิชำ นาญ ในที่สุที่ สุ ดสังคามาระตา ก็แ ก็ กล้ง ล้ ลวงให้วิหยาสะกำ แทงทวนแล้ว ล้ ทำ ทีพ่ ทีพ่ ายหนี วิหยาสะกำ หลงกลชักม้าเลี้ย ลี้ วตาม สังคามาระตาตลบหลัง ลั กลับ ลั มาทัน ทั ที แล้ว ล้ แทงทวนสอดลอดเกราะของวิหยาสะกำ ทำ ให้วิหยาสะกำ ตกจากหลัง ลั ม้าตายทัน ทั ที


๏ เมื่อนั้น วิหยาสะกำ เข้ม ข้ แข็ง ข็ ขับ ขั ม้าเลี้ย ลี้ วล่อ ล่ ต่อ ต่ แย้ง ย้ กรายพระแสงทวนรำ เป็น ป็ ทำ นอง กลอกกระหยับ ยั กลับ ลั แทงซ้ายขวา สังคามาระตาปัด ปัป้อง ถ้อ ถ้ ยทีห ที นีไล่รั ล่ รั บรอง เปลี่ย ลี่ นท่า ท่ ทวนทองแทงกัน ๏ เมื่อนั้น สังคามาระตาแข็ง ข็ ขัน ขั ขับ ขั มาไวว่อ ว่ งป้องประจัญ เป็น ป็ เชิงชั้นชิงชัยในทีท ที วน ร่ายรับกลับ ลั แทงไม่แพลงพล้ำ วิหยาสะกำ ผัด ผั ผัน ผั หันหวน ต่า ต่ งเรียงเคีย คี งร่ายย้า ย้ ยกระบวน ปะทะทวนรวนรุกคลุกคลี ๏ เมื่อนั้น วิหยาสะกำ เรืองศรี ชักม้าวงวิ่ง วิ่ ชิงที โหมหักไพรีด้ว ด้ ยแรงฤทธิ์ ๑๔๗


โถมแทงแล้ว ล้ แปลงเปลี่ย ลี่ นกระบวน ทบทวนม้าที่นั่ ที่นั่ ง นั่ ไม่พลั้ง ลั้ ผิด หมายเขม้นเข่น ข่ ฆ่าปัจ ปั จามิตร ตามติดต้า ต้ นทานราญรอน ๏ เมื่อนั้น สังคามาระตาชาญสมร รบรับเคี่ย คี่ วขับ ขั อัสดร ยอกย้อ ย้ นเปลี่ย ลี่ นกลรณรงค์ กลับ ลั กลอกรำ ร่ายกรายพระแสง ปะทะแทงหลวงไปให้ไหลหลง แล้ว ล้ ทำ เสียเชิงชักม้าทรง ตลบวงเวีย วี นหันไปทัน ทั ที ๏ นัยน์เนตรมุ่งหมายวิหยาสะกำ เห็นถลำ เลี้ย ลี้ วไล่ไล่ ด้ที่ ด้ที่ พระแทงสอดลอดเกราะถูก ถู ไพรี ตกจากพาชีมรณา ๑๔๘


ถอดคำ ประพันธ์ ๑๔๙ เมื่อท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงเห็นวิหยาสะกำ ถูก ถู อาวุธ วุ ตกจากหลัง ลั ม้าก็โก็ กรธ ยิ่ง ยิ่ นัก ซักม้าแกว่ง หอกเข้า ข้ใส่สังคามาระตาทัน ทั ที อิเหนาจึงรีบควบม้าเข้า ข้ มาขวาง พุ่งหอกสกัด กัไว้ แต่ท้าวกะห มังกุห กุ นิงก็รั ก็รั บไว้ไว้ ด้ ทั้ง ทั้สองรุกไล่กั ล่ กั นไปมา ในที่สุที่ สุ ดอิเหนาชักม้าออกรอ ไม่บุกเข้า ข้ไป คิดว่าท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงนั้นมีฝีมื ฝีมื อในการใช้เพลงทวนบนหลัง ลั ม้า ยากต่อ ต่ การเอาชนะ จึงต้อ ต้ งออก อุบายให้รบด้ว ด้ ยเพลงดาบ จึงจะสามารถเอาชนะได้ อิเหนาจึงท้าให้ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงมาสู้ กัน กั ด้ว ด้ ยดาบ


๏ เมื่อนั้น ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงใจกล้า ล้ เห็นโอรสต้อ ต้ งศัสตรา ตกจากอาชาบรรลัย ลั กริ้วโกรธโกรธาบ้าจิต จะรอรั้ง รั้ ยั้ง ยั้ คิดก็หาไม่ แก่วงหอกคู่ขั คู่ บ ขั อาชาไนย เข้า ข้ รุกไล่สัล่ สั งคามาระตา ๏ เมื่อนั้น พระสุริยวงศ์พงศ์อสัญแดหวา เห็นไพรีรุกไล่อ ล่ นุชา พระขับ ขั ม้าถลัน ลั ออกกั้น กั้ กาง กลับ ลั กลอกหอกทรงพุ่งสกัด ระตูรั ตู รั บผัน ผั ผัด ผัไม่ขัด ขั ขว้า ว้ ง พระชักอาชาไนยไว้ว ว้ าง สะบัดย่า ย่ งเชือนชายย้า ย้ ยทำ นอง ๏ เมื่อนั้น ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงไวว่อ ว่ ง ขับ ขั ม้าวกวิ่ง วิ่ ชิงคลอง เคล่า ล่ คล่อ ล่ งกลับ ลั กลอกหอกซัด ขยับ ยั กรผ่อ ผ่ นพุ่งข้า ข้ งละที ระเด่น ด่ มนตรีป้องปัด ปั ระตูต ตู ามตินพันด้ว ด้ ยสันทัด ทั ผัน ผั ผัด ผั อาวุธ วุ กันไปมา ๑๕๐


๏ เมื่อนั้น พระผู้พ ผู้ งศ์เทวัญ วั อสัญหยา รับพลางทางชักอาชา รั้ง รั้ รารอไว้ไว้ ม่รอนราญ จึงคิดว่า ว่ ระตูผู้ ตู ผู้ นี้ ผู้นี้ ท่ว ท่ งทีสที ามารสอาจหาญ ทั้ง ทั้ อาวุธ วุ ต่า ต่ งต่า ต่ งก็ชำ นาญ จะผลาญบนหลัง ลั ม้าเห็นยากใจ ๏ อย่า ย่ เลยจะชวนตีก ตี ระบี่ ได้ที ด้ ฆ่ ทีฆ่ าเสียให้ได้ คิดแล้ว ล้ จึงร้องประกาศไป ดูก่อนภูว ภู ไนยธิบดี เรารบกันบนหลัง ลั อาชา ต่า ต่ งกล้า ล้สามารถไม่ถอยหนี มาจะลงพื้นปัถ ปั พี ตีก ตี ระบี่ใบี่ ห้เห็นฝีมื ฝีมื อกัน ว่า ว่ พลางลงจากอัสดร พระกรทรงกระบี่ผ บี่ าดผัน ผั รำ รายหันเหียนเวีย วี นระวัน วั หมายมั่น มั่ เข่น ข่ ฆ่าระวี ๑๕๑


๏ เมื่อนั้น ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงเรืองศรี จึ่ง จึ่ ถอดโกลนโจนจากพาชี ภูมี ภู มีไม่ยั้ง ยั้ รั้ง รั้ รา ทรงกระบีรำ เรียงเคีย คี งร่าย ประปรายปลายกระบี่แ บี่ ล้ว ล้ให้ท่า ท่ กระหยับ ยั หันผาหลัง ลั ออกมา แล้ว ล้ กลับ ลั หน้าจ้วงโจมเข้า ข้ฟัน ฟั แทง ๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์เทวากล้า ล้ แข็ง ข็ กลับ ลั กระบี่ใบี่ ห้ท่า ท่ เปลื่ย ลื่ นแปลง ต่อ ต่ แย้ง ย้ ย่า ย่ งเท้า ท้ เข้า ข้ชิด แทงต้อ ต้ งระตูแ ตู ล้ว ล้ฟัน ฟัซ้ำ ไม่ชอกช้ำ ผิวหนังแต่สัต่ สั กหนิด ต่า ต่ งทรงศักดาวราฤทธิ์ เลี้ย ลี้ วไล่ต ล่ ามติดต้า ต้ นทาน ๏ เมื่อนั้น ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ มิงห้าวหาญ แกว่ง ว่ กระบี่ผั บี่ ด ผั ผัน ผัประจัญบาน ไม่ย่อ ย่ ท้อ ท้ ต่อ ต่ ต้า ต้ นราญรบ แทงทะลวงจ้วงฟัน ฟั ทัน ทั ที ระเด่น ด่ มนตรีหลีก ลี หลบ กระบี่ต่ บี่ อ ต่ กระบี่ตี บี่ ก ตี ระทบ เป็น ป็ประกายกลุ้ม ลุ้ กลบกันไปมา ๑๕๒


๏ เมื่อนั้น ระเด่น ด่ มนตรีใจกล้า ล้ เห็นระตูต่ ตู อ ต่ ตีมี ตีมีศักดา คงทั้ง ทั้ศัสตราอาวุญวุ ท่ว ท่ งหนีทีไที ล่ไล่ วว่อ ว่ ง เพลงกระบี่ตี บี่ ก ตี ล่อ ล่ งเป็น ป็ ที่สุที่ สุ ด ยากที่ใที่ ครจะรอตอยุทธ์ เป็น ป็ บุรุษผู้ห ผู้ นึ่ง นึ่ ในแดนไตร จำ กูจ กู ะสังหารผลาญด้ว ด้ ยกรีช ซึ่ง ซึ่ เทวศร์ประสิทธ์ประสาทให้ ๏ คิดพลางชักกริชฤทธิไกร แล้ว ล้ ร้องว่า ว่ ไปมิได้ช้ด้ช้ า ดูก่อนระตูภู ตู มี ภู มี เพลงกระบีตีกัตี นจนสิ้นท่า ท่ ต่า ต่ งคนไม่แพ้ฤทธา เรามารำ กริชสู้กัน ว่า ว่ พลางทางถอดกริชกราย เยื่อ ยื่ งร่ายรำ บิดผัน ผั กวักำ วั กำระหัตถ์ตัสตั เรียกกระตูพ ตู ลัน ลั พระทำ ทีเ ที ย้ย ย้ หยัน ยัไพรี ๑๕๓


๏ เมื่อนั้น ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงเรืองศรี ได้ฟัด้ ง ฟัชื่นชมยินดี ครั้ง รั้ นี้อิเหนาจะวายชนม์ อันเพลงกฤชชวามลายู กูรู้ กูรู้ สันทัด ทัไม่ขัด ขัสน คิดแล้ว ล้ชาญกฤชฤทธิรณ รายรำ ทำ กลมารยา กรขวานั้นกุม กุ กริชกราย พระหัตถ์ซ้ายนั้นถือ ถื เช็ดหน้า เข้า ข้ประทะประกริชด้ว ด้ ยฤทธา ผัด ผั ผัน ผัไปมาไม่ครั่น รั่ คร้าม ๏ เมื่อนั้น ระเด่น ด่ มนตรีชาญสนาม พระกรกรายฉายกริชติดตาม ไม่เข็ด ข็ ขามคร้ามถอยคอยรับ หลบหลีก ลีไวว่อ ว่ งป้องกัน ผัด ผั ผัน ผั หันออกกลอกกลับ ลั ปะทะแทงแสร้งทำ สำ ทับ ทั ย่า ย่ งกระหยับ ยั รุกไล่มิ ล่ มิได้ยั้ ด้ ง ยั้ ๏ เห็นระตูถ ตู อยเท้า ท้ก้าวผิด พระกรายกริชแทงอกตลอดหลัง ลั ล้ม ล้ ลงด่า ด่ วดิ้น ดิ้สิ้นกำ ลัง ลั มอดม้วยชีวัง วัปลดปลง ๑๕๔


ถอดคำ ประพันธ์ ๑๕๕ ท้า ท้ วกะหมังกุ หนิงก็รั ก็รั บคำ ชักดาบออกมาจ้วงฟัน ฟั อย่า ย่ งคล่อ ล่ งแคล่ว ล่ เมื่อผ่านไปได้พั ด้พั กใหญ่ อิเหนานึกในใจว่าท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงก็เ ก็ ก่ง ก่ เพลงดาบ ยากที่ใที่ ครจะทัด ทั เทีย ที ม จึงต้อ ต้ งสู้ด้ว ด้ ย กริชซี่งองค์เทวัญประทานให้ จึงจะเอาชนะได้ อิเหนาก็ร้ ก็ร้ องท้า ท้ ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงให้มารำ กริชสู้อีกเช่นกัน กั ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงก็ชักกริชเข้าปะทะต่อ ต่ สู้อย่างไม่ครั่น รั่ คร้าม จนเมื่ออิเหนา เห็นท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงก้าวเท้า ท้ ผิด จึงแทงกริชทะลุอกไปถึงหลัง ลั ทำ ให้ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิง สิ้นใจตายทันที


๏ เมื่อนั้น กะหรัดตะปาตีสูตี สู งส่ง ทั้ง ทั้ ระเด่น ด่ ดาหยนสุริย์วงศ์ สุรานากงทรงฤทธิ์ เห็นระเด่น ด่ มนตรีต่อ ต่ สู้ แทงระตูแ ตู ม่ทัพ ทั ดับ ดั จิต สามองค์ทรงม้ากระชั้นชิด จะสังหารผลาญชีวิตไพรี ต่า ต่ งเข้า ข้ ลุยไล่ไล่ ม่รอรั้ง รั้ ท้า ท้ วปาหยัง ยัประหมันผัน ผั หัน ทหารโห่เอาชัยได้ที ด้ที ตามตีโตี ยธาฝ่า ฝ่ ฝัน ฝั ๏ เมื่อนั้น องค์ระตูป ตู าหยัง ยัประหมัน สุดที่จ ที่ ะรับรองป้องกัน พลขัน ขั ธ์พังพ่ายตายยับ ยั ไพร่พลัด ลั จากนายกระจายหนี เห็นเสียทีตี ที ม้ ตีม้ าควบขับ ขั ปลอมพลปนไปในกองทัพ ทั ไม่ผัน ผั หน้ามารับแต่สัต่ สั กคน บ้างบ่าวเข้า ข้ คนละบ่าพานายวิ่ง วิ่ ประเจียดเครื่องเปลื้อ ลื้ งทิ้ง ทิ้ไว้เ ว้ กลื่อ ลื่ นกล่น ล่ ๑๕๖


บ้างหนามเกี่ย กี่ วหัวหูไม่รู้ตน ซุก ซุ ซนด้น ด้ไปแต่ลำ ต่ ลำพัง บ้างเททิ้ง ทิ้ไถ้ข้ ถ้ า ข้ วเขนงปืน ปื รื้อตื่น ตื่ เสียงเพื่อนกันข้า ข้ งหลัง ลั ที่ถู ที่ ก ถู ปืน ปืป่ว ป่ ยขาละล้า ล้ ละลัง ลั อุตส่าห์คลานเซซังซุก ซุ ไป ๏ ครั้น รั้ มาถึงท้า ท้ ยค่า ค่ ยมั่น มั่ ท้า ท้ วประหมันปาหยัง ยั เป็น ป็ใหญ่ จึงหยุดปรึกษากันทัน ทัใด อันเราจะหนีไปเห็นไม่พ้น ครั้น รั้ จะคืน คื เข้า ข้ ค่า ค่ ยรายรับ ไม่ทัน ทั ทีก ที องทัพ ทั ยัง ยัสับสน จะซ้ำ เสียเสนีรี้พล จำ จะผ่อ ผ่ นให้พ้นมรณา มาเราจะเข้า ข้ บังคมคัล คั พระผู้พ ผู้ งศ์อสัญแดหวา จึงให้ยกธงอัปรา โยธายั้ง ยั้ หยุดพร้อกันฯ ๑๕๗


๏ สององค์ลงจากอาชา เสด็จ ด็ มากับหมู่กิดาหยัน ยั เสนาแวดล้อ ล้ มแน่นนันต์ จรจรัลมาสมรภูมิ ภู มิชัย ๏ ครั้น รั้ ถึงจึงแจ้งกิจจา แก่ตำ มะหงงเสนาผู้ใผู้ หญ่ เราผู้น้ ผู้น้ องระตูผู้ ตู ผู้ บ ผู้ รรลัย ลั ตั้ง ตั้ใจจะมาเฝ้า ฝ้ บาทบงสุ์ ๏ บัดนั้น จึงมหาเสนาตำ มะหงง พาระตูพี่ ตู พี่ น้ พี่ น้ องทั้ง ทั้สององค์ มาเฝ้า ฝ้ พระสุริย์วงศ์ทรงธรรม์ ๏ วัน วั ทาทูลแถลงแจ้งคดี บัดนี้ท้า ท้ วปาหยัง ยักับประหมัน น้องระตูผู้ ตู ผู้ ม้ ผู้ม้ วนชีวัน วั บังคมคัล คั พระภูว ภู ไนย ๑๕๘


ถอดคำ ประพันธ์ ๑๕๙ กะหรัดตะปาตี ระเด่น ด่ ดาหยน สุหรานากง เห็นอิเหนาสังหารท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงสิ้นชีวิตลง ทั้ง ทั้สามจึงชักม้าเข้า ข้สังหารข้า ข้ศึก จนระตูป ตู าหยัง ยั กับระตูป ตู ระหมันพ่ายหนีไประตูป ตู ะหมัน และระตูป ตู าหยัง ยัสุดที่จ ที่ ะทัด ทั ทานได้ก็ ด้ แ ก็ ตกพ่ายไปลต่า ต่ งกระจัดกระจายกัไปคนละทิศคนละ ทางบ้างปลอมปนกับ กั พลทหาร บ้างบ่าวหามใส่บ่แป้งทิ้ง ทิ้ ตกกระจายเกลื่อ ลื่ น บ้างหนาม เกี่ย กี่ วหัวหูก็ไก็ ม่รู้สึกตัว ตั บ้างก็ห ก็ นีไปตามลำ พัง ข้า ข้ งก็ทิ้ง ทิ้ปืน ปื หนีไปแอบหลัง ลั เพื่อน พวกถูก ถู ปืน ปื ก็เ ก็ซซังคลานหนี ระตูทั้ ตู ง ทั้สองเมื่อกลับ ลั ถึงค่ายก็ปก็ รึกษากัน กั ขอยอมแพ้แก่อิเหนา เพื่อ เป็น ป็ การรักษาชีวิตและรี้พลไว้ แล้ว ล้ ระตูทั้ ตู ทั้ ง ทั้สองก็เข้า ข้ เฝ้า ฝ้ อิเหนา


๏ เ มื่ อ นั้ น สอ ง ระ ดู ตั วตัสั่น ห วั่ นวั่ไ ห ว ก้ม ก ร า บ บ า ท มู ล แ ล้ วล้ทู ลไ ป ภู ว ภู ไ น ยไ ด้ ทด้ รง พ ร เ ม ต ต า ข้ าข้น้ อ ย ทั้ งทั้สอ ง เ ป็นป็ไ พ รี โท ษผิ ด ค รั้งรั้นี้ ห นั ก ห น า จ งโปรด ปรา น ประ ท า น ชีว า ไ ว้ เว้ป็นป็ ข้ าข้ใ ต้ เต้บื้ อ ง บ ท ม า ล ย์ ข อ เ อ า พ ระ เ ด ชปกเ ก ศเก ล้ าล้ ต ร า บ เ ท่ าท่ สิ้น ชีวั งวัสัง ข า ร ถึ ง ปีจปีะ มี บ ร ร ณ า ก า ร ม า ถ ว า ย น า ม บุ ร า ณ ประ เ พ ณี ๏ เ มื่ อ นั้ น ระ เ ด่ นด่ ม น ต รี เ รือ ง ศรี ฟังฟัระ ดู สอ ง ร า พ า ที ภู มี ภู มีจึ ง ต รั สต อ บไ ป ซึ่งซึ่ท่ าท่ น ม า ว อ น ง้ อ ข อโท ษ เ ร า จ ะ ถื อถืโก ร ธ นั้ น ห าไม่ อั น เ ชษฐ า นั ด ด า ซึ่งซึ่บ ร ร ลั ยลั เ พ ร า ะใ จโอ หั งกำ ลั งลัพ า ล ท่ าท่ น รั บ ศพ ทั้ งทั้สอ ง นั้ น พ ากันก ลั บลัไ ปยังยัถิ่ นถิ่ฐ า น บู ชา เ พ ลิ งลิ ปลง ส่ง สก า ร ใ ห้ พ ร้อ ม พ ง ศ์ว ง ศ์ว า น ใ น ธ า นี ๑๖ ๐


ถอดคำ ประพันธ์ ๑๖๑ ระตูป ตู ะหมันและระตูป ตู าหยัง ยั ต่า ต่ งกลัว ลั จนตัว ตัสั่นแจ้งแก่อิเหนาว่าทั้ง ทั้สองมีความผิดหนัก หนาแต่ข ต่ อประทานชีวิตไว้จะขอเป็น ป็ ข้า ข้ รับใช้ต่อ ต่ อิ เหนาจนกว่าจะตายและจะส่งบรรณาการ มาถวายตามประเพณี อิเหนาก็รั ก็รั บไว้เป็น ป็ เมืองขึ้น ขึ้ แล้ว ล้ให้ทั้ง ทั้สองนำ ศพของท้า ท้ วกะหมังกุ หนิง และวิหยาสะกำ ไปทำ พิธีต ธี ามราชประเพณี แล้ว ล้ อิเหนาก็มาดูศพวิหยาสะกำ เห็นศพ ถูก ถู ทิ้ง ทิ้ อยู่พิ ยู่ พิ จารณาดูแล้ว ล้ ก็ใก็ จหายเพราะยังเป็น ป็ หนุ่มอยู่รู ยู่ รู ปร่างก็สก็ วยงามนับว่าสมชาย ชาตรี ฟัน ฟั แดงดัง ดั แสงทับ ทั ทิม หน้าตางดงามรับกับ กั คิ้ว คิ้ ผมปลายงอนงามรูปร่างสมส่วน อย่า ย่ งนี้บิดาจึงรักรักรักหนาจนต้อ ต้ งมาตายเพราะลูก หากจรกางดงามอย่างวิหยาสะกำ ก็ จะไม่ร้อนใจว่าจะมาปะปนศักดิ์กั ดิ์กั น แล้ว ล้ อิเหนาก็ขึ้ ก็ขึ้ น ขึ้ ม้ากลับ ลั ที่พั ที่พั กไป


๏ ตรัสพลางย่า ย่ งเยื้อ ยื้ งยุรยาตรา องอาจไกรสรสีห์ สองระดูตามเสด็จ ด็ จรลี ไปที่วิ ที่วิ หยาสะกำ ตาย มาเห็นศพทอกทิ้ง ทิ้ กลิ้ง ลิ้ อยู่ พระพินิจพิศดูแล้ว ล้ใจหาย หนุ่มน้อยโสภาน่าเสียดาย ควรจะนับว่สว่ ชายโฉมยง ทนต์แดงดัง ดั แสงทับ ทั ทิม เพริศพริ้มเพรารับกันขนง เกศาปลายงอนงามทรง เอวองค์สารพัดไม่ขัด ขั ตา กระนี้หรือบิดามิพิศวาส จนพินาศด้ว ด้ ยโอรสา แม้นว่า ว่ นะตูจ ตู รกา งามเหมือนวิหยาสะกำ นี้ จะมิได้ร้ ด้ร้ อนรนด้ว ด้ ยปนศักดิ์ น่ารักรูปทรงส่งศรี ตรัสแล้ว ล้ ลีล ลี าขึ้น ขึ้ พาลี กลับ ลัไปยัง ยั ที่พ ที่ ลับ ลั พลาพลัน ลั ๑๖๒


๏ เมื่อนั้น สองระตูวิ ตู วิโยคโศกศัลย์ กอดศพเชษฐาเข้า ข้ จาบัลย์ พิไรร่ำ รำ พันโศกา ๏ โอ้ว่า ว่ พระองค์ผู้ท ผู้ รงยศ พระเกียรติปรากฏในแหล่ง ล่ หล้า ล้ สงครามทุกครั้ง รั้ แต่ห ต่ ลัง ลั มา ไม่เคยอัปราแก่ไพรี ครั้ง รั้ นี้ควรหรือพินาศ เบาจิตคิดประมาทไม่พอที่ พราะรักบุตรสุดสวาทแสนทวี จำ ทัด ทั ทานภูมี ภู มีไม่เชื่อฟัง ฟั อนิจจาวิหยาสะกำ เอ๋ย เวรสิ่งใดเลยแต่ห ต่ นหลัง ลั เสียงแรงเรืองฤทธีมี ธีมีกำ ลัง ลั มาวอดวายชีวัง วั แต่ยั ต่ ง ยั เยาว์ ตั้ง ตั้ แต่นี้ ต่ นี้ไปไม่เห็นหน้า กลับ ลั คืน คื พาราจะเงียบเหงา สองกษัตริย์กำ สรดซบเซา ให้ละห้อยสร้อยเศร้าวิญญาณ์ ๑๖๓


ถอดคำ ประพันธ์ ๑๖๔ ระตูป ตู ะหมันและระตูป ตู าหยังกอดศพท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงพี่ชพี่ ายร้องไห้รำ พันออกมาด้วยความ เศร้าว่า ว่ ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิงนั้นมีชื่อเสียงเกีย กี รติยศปรากฎไปทั่ว ทั่ ทุกแผ่น ผ่ ดินทำ สงครามทุก ครั้ง รั้ ที่ผ่ ที่ า ผ่ นมาไม่เคยพ่ายแพ้ครั้ง รั้ นี้เป็นเพราะคิดประมาทรักลูกมากเกินไปจะทัด ทั ทาน อย่า ย่ งไรก็ไก็ ม่ฟัง ฟั อนิจจาวิหยาสะกำ คงเป็น ป็ เวรกรรมแต่ค ต่ รั้ง รั้ ก่อ ก่ น เสียแรงที่มี ที่มี กำ ลัง ลั มีความ กล้า ล้ หาญต้อ ต้ งมาตายตั้ง ตั้ แต่ยั ต่ ง ยั อายุน้อย ต่อ ต่ ไปนี้คงไม่ได้เ ด้ ห็นหน้า กลับ ลั บ้านเมืองไปคงจะมี แต่ค ต่ วามเงียบเหงา ทั้ง ทั้สองระตูต่ ตู ต่ างโศกเศร้าเสียใจ


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(1) 1. คุณ คุ ค่า ค่ ด้า ด้ นเนื้อหา แนวคิด เรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมัง มั กุห กุ นิง เป็น ป็ เรื่องที่แสดงให้เห็นถึง ถึ ความรักของพ่อที่มีต่ มีต่ อลูก รักและตามใจทุกอย่าง แม้นกระทั่วตัวตายก็ยอมฉาก ตอนศึกกะหมัง มั กุห กุ นิงจะปรากฎฉากรบที่ ชัดเจน มีก มี ารตั้งค่าย การใช้อาวุธ และการต่อสู้ของตัวละครสำ คัญปมขัดแย้ง ตอนศึกกะหมัง มั กุห กุ นิง มีห มี ลายข้อแย้ง แต่ละปมปัญ ปั หาเป็น ป็ เรื่องที่อาจเกิดได้ในชีวิตจริง และสมเหตุสมผล เช่น ๑๖๕


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(2) - ปมแรก คือ ท้าวกุเ กุ รปัน ปัให้อิเหนาอภิเษกกับ กั บุษ บุ บา แต่อิเหนาหลงรักจินตะหรา ไม่ย ม่ อมอภิเ ภิ ษกกับ กั บุษ บุ บา - ปมที่สที่ อง คือ ท้าวดาหาขัดเคืองอิเหนา ยกบุษ บุ บาให้จรกา ทำ ให้ท้าวกุเ กุ รปัน และพระญาติทั้งหลายไม่พ ม่ อพระทัย - ปมที่สที่ าม ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิงมาสู่ขอบุษ บุ บาให้วิหยาสะกำ แต่ท้าวดาหายกให้ จรกาไปแล้ว จึงเกิด กิศึกชิงนางขึ้น - ปมที่สี่ที่สี่ อิเหนาจำ เป็น ป็ ต้องไปช่วยดาหา จินตะหราคิดว่าอิเหนาจะไปอภิเษกกับ บุษ บุ บา จินตะหราขัดแย้งในใจตนเอง หวั่นใจกับ กัสถานภาพของตนเอง ๑๖๖


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(3) ปมที่สามเป็น ป็ปัญ ปั หาที่สำ คัญที่สุด เมื่อ มื่ ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิงคิดจะทำ สงครามกับกรุง ดาหาเพื่อชิงนางบุษ บุ บามาให้วิหยาสะกำ โอรสองพระองค์ ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิงหารือ กับ กั ระตูปาหยังและท้าวปะหมัน มั ผู้เป็น ป็ อนุซา ทั้งสองทัดทานว่าดาหาเป็น ป็ เมือ มื งใหญ่ ของกษัตริย์วงศ์อสัญแดหวาผู้มีฝีมี มื ฝี อ มื เลื่อ ลื่ งลือ ลืในการสงคราม ส่วนกะหมัง มั กุห กุ นิง เป็น ป็ เพียงเมือ มื งเล็ก ๆ คงจะสู้ศึกไม่ได้แต่ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิงก็ไม่ฟัม่ ฟั งคำ ทัดทาน เพราะรักลูกมากจนไม่อ ม่ าจทนเห็นลูกทุกข์ทรมานได้ แม้จะรู้ว่าอาจสู้ศึกไม่ไม่ ด้ แต่ก็ ตัดสินใจทำ สงครามด้วยเหตุผลที่บอกแก่อ ก่ นุชาทั้งสองว่า ๑๖๗


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(4) แม้วิหยาสะกำ มอดม้วย พี่ก็ พี่ ค ก็ งตายด้ว ด้ ยโอรสา ไหนไหนจะตายวายชีวา ถึงเร็วถึงช้าก็เ ก็ หมือนกัน ผิดก็ทำ ก็ ทำสงครามดูตามที่ เคราะห์ดีก็ ดีก็ จะได้ดังใฝ่ฝัฝ่ น ฝั พี่ดั พี่ ง ดั พฤกษาพนาวัน จะอาสัญเพราะลูกเหมือนกล่า ล่ วมา ๑๖๘


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(5) 2. คุณ คุ ค่า ค่ ด้า ด้ นวรรณศิลป์ การใช้คำ และโวหาร เรื่องอิเหนา ตอนศึกกะหมัง มั กุห กุ นิง มีก มี ารใช้ภาษาที่สละสลวย ให้อารมณ์อันลึก ลึซึ้งกิน กิใจ อีกทั้งมีโวหารเปรียบเทียบให้เห็นภาพพจน์ให้เกิด กิ ความ รู้สึกสะเทือนอารมณ์ ที่สำ คัญยังแฝงด้วยข้อคิดที่มีคุณค่ายิ่ง ยิ่ อีกมากมาย ดัง ดั นี้ ๑๖๙


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(6) การใช้ภาษาสละสลวยงดงาม มีการเล่น ล่ คำ เล่น ล่ สัมผัสผั พยัญ ยัชนะเพื่อให้เกิดความไพเราะ เช่น ตอนอิเหนาชมดง ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อึงมี เบญจวรรณจับวัลย์ชาลี เหมือ มื นวันพี่ไกลสามสุดามา นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา จากพรากจับจากจำ นรรจา เหมือ มื นจากนางสการะวาตี ๑๗๐


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(7) การใช้โวหารเปรียบเทีย ที บ คือ คืโวหารอุปมาเป็นการสร้างอารมณ์ให้กับผู้อ่าน กวีเปรียบได้ชัดเจน เช่น กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย เราเป็น ป็ เมือ มื งน้อยกระจิหริด ดัง ดั หิ่ง หิ่ ห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์ เห็นผิดระบอบบุร บุ าณมา ๑๗๑


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(8) การใช้โวหารเปรียบเทีย ที บ คือ คืโวหารอุปมาเป็นการสร้างอารมณ์ให้กับผู้อ่าน กวีเปรียบได้ชัดเจน เช่น กรุงกษัตริย์ขอขึ้นก็นับร้อย เราเป็น ป็ เมือ มื งน้อยกระจิหริด ดัง ดั หิ่ง หิ่ ห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์ เห็นผิดระบอบบุร บุ าณมา ๑๗๒


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(9) ปาหยังกับ กัปะหมัน มัประเมิน มิ กำ ลัง ลัฝ่า ฝ่ ยตนว่าเป็น ป็ เพียงเมือ มื งเล็ก ๆเท่านั้น คงสู้วงศ์เทวา ไม่ไม่ ด้ จึงไม่ค ม่ วรสู้เป็น ป็ การเตือนสติให้หยุด ยุ คิด แต่ก็ไม่ไม่ ด้ผล ปัญ ปั หาใหญ่จึ ญ่ จึ งตามมา หรือจากคำ คร่ำ ควรญของจินตะหรา ที่เปรียบความรักเหมือ มื นสายน้ำ ไหลที่ไหลไป แล้วจะไม่มี ม่ วั มีวั นย้อนกลับ ลั ที่มาของสำ นวน "ความรัก เหมือ มื นสายน้ำ ไม่มี ม่ วั มีวั นไหลย้อนกลับ ลั" คำ คร่ำ ครวญของจินตะหราเป็น ป็ เพราะเกิดความ ไม่มั่ ม่ มั่ น มั่ใจในฐานะของตนเอง เกิด กิ ความรู้กขึ้นมาว่าตนอาจต้องสูญเสียคนรัก เพราะข่าว การแย่งบุษ บุ บาแสดงว่าบุษ บุ บาต้องสวยมาก อีกทั้งยังเป็น ป็ คู่หมั้น มั้ ของอิเหนามาก่อน ยิ่ง ยิ่ ทำ ให้รู้สึกหวาดหวั่น ดัง ดั คำ ประพันธ์ที่ ธ์ที่ อ่านแล้วจะเกิด กิ อารมณ์สะเทือนใจ สงสาร และเห็นใจว่า ๑๗๓


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(10) แล้วว่าอนิจจาความรัก พึ่ง พึ่ ประจักษ์ดั่ง ดั่สายน้ำ ไหล ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็น ป็ เกลีย ลี วไป ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา ตรีใดในพิภพจบแดน ไม่มี ม่ ใมี ครได้แค้นเหมือ มื นนอกข้า ด้วยใฝ่รั ฝ่ รั กให้เกิด กิ พักตรา จะมีแ มี ต่เวทนาเป็น ป็ เนืองนิตย์ ๑๗๔


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(11) 3. คุณ คุ ค่า ค่ ด้า ด้ นสังคม ประเพณีและความเชื่อ แม้บทละครเรื่องอิเหนาจะมีที่ มีที่ มาจากชวา แต่รัชกาลที่ 2 ทรงดัด ดั แปลงแก้ไขให้เข้ากับ กั ธรรมเนียมประเพณีของบ้านเมือ มื งของไทย เราจึง สามารถหาความรู้เรื่องเหล่า ล่ นี้จากวรรณคดีเ ดี รื่องอิเหนาได้อย่างถูก ถู ต้องซึ่งปรากฎ อยู่ห ยู่ ลายตอน เช่น ตอนท้าวดาหาเสด็จออกรับทูตเมือ มื งกะหมัง มั กุห กุ นิง เมื่อ มื่ นั้น พระองค์ทรงพิภพดาหา ครั้นสุริย์ฉายบ่ายสามนาฬิกา ก็โสรจสรงคงคาอ่าองค์ ทรงเครื่องประดับ ดัสรรเสร็จ แล้วเสด็จย่างเยื้องยูร ยู หงส์ ออกยังพระโรงคัลบรรจง นั่งลงบนบัลลังก์รู ก์ รู จี ยาสาบังคมบรมนาถ เบิกทูตถือราชสารศรี จึงดำ รัสตรัสสั่งไปทันที ให้เสนีนำ แขกเมือ มื งมา ๑๗๔


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(12) 3. คุณ คุ ค่า ค่ ด้า ด้ นสังคม ประเพณีและความเชื่อ แม้บทละครเรื่องอิเหนาจะมีที่ มีที่ มาจากชวา แต่รัชกาลที่ 2 ทรงดัด ดั แปลงแก้ไขให้เข้ากับธรรมเนียมประเพณีของบ้านเมือ มื งของไทย เราจึง สามารถหาความรู้เรื่องเหล่า ล่ นี้จากวรรณคดีเ ดี รื่องอิเหนาได้อย่างถูก ถู ต้องซึ่งปรากฎ อยู่ห ยู่ ลายตอน เช่น ตอนท้าวดาหาเสด็จออกรับทูตเมือ มื งกะหมัง มั กุห กุ นิง เมื่อ มื่ นั้น พระองค์ทรงพิภพดาหา ครั้นสุริย์ฉายบ่ายสามนาฬิกา ก็โสรจสรงคงคาอ่าองค์ ทรงเครื่องประดับ ดัสรรเสร็จ แล้วเสด็จย่างเยื้องยูร ยู หงส์ ออกยังพระโรงคัลบรรจง นั่งลงบนบัลลังก์รู ก์ รู จี ยาสาบังคมบรมนาถ เบิกทูตถือ ถื ราชสารศรี จึงดำ รัสตรัสสั่งไปทันที ให้เสนีนำ แขกเมือ มื งมา ๑๗๖


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(12) นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึง ถึ ความเชื่อเรื่องโชคชะตา การเชื่อเรื่องคำ ทำ นาย ดัง ดั ที่ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิงให้โหรมาทำ นายก่อ ก่ นจะยกทัพไปเมือ มื งดาหา โหรก็ทำ นายว่า บัดนั้น พระโหราราชครูผู้ใหญ่ รับรสพจนารถภูว ภู ไนย คลี่ตำ รับขับไล่ไล่ ปมา เทียบดูดวงชะตาพระทรงยศ กับ กัโอรสถึง ถึ ฆาตชันษา ทั้งชั้นโชคโยคยามยาตรา พระเคราะห์ขัดฤษ์พาสารพัน จึงทูลว่าถ้ายกวันพรุ่งนี้ จะเสียชัยไพรีเป็น ป็ แม่น ม่ มั่น งดอยู่อ ยู่ ย่าเสด็จสักเจ็ดวัน ถ้าพ้นนั้นก็เห็นไม่เ ม่ป็น ป็ไร ๑๗๗


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(13) แม้ตอนที่อิเหนาจะยกทัพไปช่วยเมือ มื งดาหาก็ต้องดูฤกษ์ยาม มีก มี ารทำ พิธีตัดไม้ ข่มนามหรือพิธีฟัธีฟั นไม้ข่มนาม โดยนำ เอาต้นไม้ที่มีชื่มีชื่ อร่วมตัวอักษร กับ กัชื่อฝ่า ฝ่ ย ข้าศึก มาฟันให้ขาดประหนึ่งว่าได้ฟันข้าศึก และยังมีพิ มีพิ ธีเ ธี บิกโขลนทวาร ซึ่งทำ พิธี ตามตำ ราพราหมณ์ โดยทำ เป็น ป็ประตูสะด้วยใบไม้ สองข้างประตูมีพ มี ราหมณ์นั่ง ประพรมน้ำ มนต์ให้ทหารที่เดิน ดิ ลอดประตู ทั้ง 2 พีธีนี้ ธีนี้ ทำ เพื่อความเป็น ป็สิริมงคล และสร้างขวัญกำ ลัง ลัใจให้ทหาร ดัง ดั คำ ประพันธ์ต่ ธ์ต่ อไปนี้ พอได้ศุภกฤกษ์ก็ลั่น ลั่ ฆ้อง ประโคมคึกถึก ถึ ก้องท้องสนาม ประโรหิตตัดไม้ข่มนาม ทำ ตามตำ ราพิชัยยุท ยุ ธ์ ชีพ่อก็เบิกโขลนทวาร โอมอ่านอาคมคาถา เสด็จทรงช้างที่นั่งหลัง ลั คา คลาเคลื่อนโยธาทุกหมวดกอง ๑๗๘


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(14) 4. คุณ คุ ค่า ค่ ด้า ด้ นแนวคิดและคติชีวิต สะท้อนภาพชีวิตของบรรพบุรุ บุ ษ - การแบ่งชนชั้นวรรณะ เช่น การไม่ย ม่ อมไปเกลือ ลื กกลั้วกับ กั วงศ์ตระกูล กู อื่นนอกจาก วงศ์เทวาด้วยกัน กั ทำ ให้เกิดการแต่งงานระหว่างพี่น้องสายเลือ ลื ดเดีย ดี วกัน กั - ไม่มี ม่ สิมีสิ ทธิ์เ ธิ์ ลือ ลื กคู่ครองด้วยตนเอง ต้องปฏิบั ฏิบั ตตามความพอใจของผู้ใหญ่ - สภาพความเป็น ป็ อยู่ร่ ยู่ ร่ มเย็นเป็น ป็สุข มีก มี ารละเล่น ล่ ต่าง ๆ มากมาย - มีค มี วามเชื่อทางไสยศาสตร์ เช่น การแก้บน การใช้เครื่องรางของขลัง ลั การดูฤกษ์ ยาม - ด้านกุศ กุ โลบายการเมือ มื ง มีก มี ารรวบรวมเมือ มื งที่อ่อนแอกว่าเข้ามาเป็น ป็ เมือ มื งบริวาร ๑๗๙


คุณ คุ ค่า ค่ จากการอ่าน(15) ความเข้าใจธรรมชาติมนุษย์ - ธรรมชาติในเรื่องความรักของคนวัยหนุ่มสาว มัก มั ขาดความยั้งคิด เอาแต่ใจ ตนเองเป็น ป็ใหญ่ ไม่คำ ม่ คำนึงถึง ถึ ความทุกข์ใจของพ่อแม่ - ธรรมชาติของอารมณ์โกรธ มัก มั ทำ ให้วู่วามตัดสินใจผิดพลาดอันจะก่อ ก่ ให้เกิด กิ ปัญ ปั หาตามมาภายหลัง ลัได้ ๑๘๐


คุณค่าจากการอ่าน(16) 5. คุณ คุ ค่า ค่ ด้า ด้ นการนำ เสนอตัว ตั ละคร ท้า ท้ วกุเ กุ รปัน ปั- ถือ ถื ยศศักดิ์ไดิ์ม่ไว้หน้าใคร ไม่เกรงใจใคร เช่น ในราชสาส์นถึง ถึ ระตูหมันหยา กล่า ล่ วตำ หนิระตูหมันหยาอย่างไม่ไว้หน้าว่า เป็น ป็ใจให้จินตหราแย่งคู่หมั้น มั้ บุษบา สอนลูกให้ ยั่วยวนอิเหนา เป็น ป็ ต้นเหตุให้บุษบาร้างคู่ตุนาหงัน ท้า ท้ วดาหา - หยิ่ง ยิ่ ในศักดิ์สดิ์ รี ใจร้อน เช่น ตัดสินใจรับศึกกะหมัง มั กุห กุ นิงโดยไม่สม่ นใจว่าจะมี ใครมาช่วยหรือไม่เป็น ป็ คนรักษาสัจจะ รักษาเกีย กี รติยศชื่อเสียงเป็น ป็ อย่างยิ่ง ยิ่ เมื่อ มื่ได้ยกนาง บุษบาให้จรกาไปแล้ว เมื่อกะหมังกุห กุ นิงมาสู่ขออีกจึงปฏิเ ฏิสธ อิเหนา - รอบคอบ มองการณ์ไกล ตอนที่สังคามาระตารบกับ กั วิหยาสะกำ อิเหนาได้เตือน สังคามาระตาว่าไม่ชำ นาญกระบี่ อย่าลงจากหลัง ลั ม้า เพราะ เพลงทวนนั้นชำ นาญอยู่แ ยู่ ล้วจะ เอาชนะได้ง่ายกว่ามีความรับผิดชอบ รักชื่อเสียงวงศ์ตระกูล กู เมื่อ มื่ เกิด กิศึกกะหมัง มั กุห กุ นิง แม้ จะเคยดื้อ ดื้ ดึง ดึ เอาแต่ใจตัวเอง หา ลัก ลั ษณะนิสัยข้อนี้เหมือ มื นกับ กั ท้าวกุเ กุ รปัน ปั อิเหนาบอกจินตะ หราว่า ๑๘๑


คุณค่าจากการอ่าน(17) แม้เสียดาหาก็เสียวงศ์ อัปยศถึง ถึ องค์อสัญหยา รู้กาลเทศะ รู้สำ นึกผิด เมื่อยกทัพมาดาหา ไม่ก ม่ ล้าเข้าเฝ้า ฝ้ ท้าวดาหาทันที ขอพักพลนอก เมืองและทำ การรบแก้ตัวก่อ ก่ น จึงให้ตำ มะหงงไปเฝ้า ฝ้ ท้าวดาหาและรายงานว่า ให้ข้าทูลองค์พระทรงฤทธิ์ ด้วยโทษผิดติดพันอยู่ห ยู่ นักหนา จะขอทำ การสนองพระบาทา เสร็จแล้วจึงจะมาอัญชลี จินตะหรา - คารมคมคาย พูดจาตัดพ้ออิเหนา มีการเปรีบบเทียบ เหน็บแนมด้วยความ น้อยใจ ท้า ท้ วกะหมังกุห กุ นิง - รักลูกยิ่ง ยิ่ ชีวิต ยอมทำ ทุกอย่างเพื่อลูก แม้ตัวเองจะต้องตายก็ยอม วิหยาสะกำ - เอาแต่ใจตนเอง จะเอาอะไรก็ต้องได้ ดัง ดั ที่ท้าวกะหมัง มั กุห กุ นิง บอกปาหยังกับ กั ปะ หมันว่าเอ็นดูนัดดาโศกาลัย ลั ว่ามิได้อรไทจะมรณา รักศักดิ์ศดิ์ รี ๑๘๒


คุณค่าจากการอ่าน(18) อิเหนา เป็น ป็ วรรณคดีที่ ดีที่ เป็น ป็ มรดกของชาติที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานตามเนื้อ เรื่อง ความไพเราะของรสวรรณคดี และสะท้อนให้เห็นถึงภูมิ ภู ปัมิปั ญญาของบรรพชน ที่ได้ถ่า ถ่ ยทอดสภาพของสังคมไทย ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ความคิด ความ เชื่อแบบไทย ๆสอดแทรกไว้ได้อย่างมีศิมีศิ ลป์ ทั้งยังแฝงด้วยข้อคิด คติธรรมที่ สามารถนำ ไปปรับใช้ในชีวิตอีกด้วย ๑๘๓


กระทรวง หมู่ คำ ศัพท์ กระยาหงัน สวรรค์ กราย เคลื่อ ลื่ นไหวอย่างมีท่ มีท่ าที คำ ว่า กรายพระแสง กรายทวน กรายกริช หมายความว่า แสดงลีลาในการใช้อาวุธดัง ดั กล่า ล่ ว ก่อ ก่ นเข้าประชิดตัวฝ่า ฝ่ ย ตรงข้าม กลับ ลั กลอก พลิก ลิไปพลิก ลิ มา ในที่นี้หมายถึง ถึ ท่วงทีในการใช้อาวุธ ต่อสู้กัน กั ด้วยการพลิก ลิ หรือขยับอาวุธไปมากล่า ล่ ว ในที่นี้หมายถึงสู่ขอ ใน ความว่า"พอกะหมั้งกุห กุ นิงรู้ไป ก็ซ้ำ ให้มากล่า ล่ วกัล กั ยา" ใช้ว่า กล่าขาน กะระตะ กระตุ้นให้ม้าเดิน ดิ หรือวิ่ง วิ่ กั้น กั้ หยั่น ยั่ อาวุธสำ หรับเหน็บดิด ดิ ตัว ใบมีด มี ตั้งแต่กัน (ส่วนที่ถัดจากโคนอาวุธสำ หรับหยั่งลงในด้ามอาวุธ) ถึงปลายนั้นเท่ากัน ข้างปุ่ม ปุ่ ที่ฝัก ฝั อาวุธเช่น กั้นหยั่นสำ หรับคล้องห่วงเพื่อยึดตัวอาวุธไว้กับ กัฝัก ฝั เมื่อ มื่ จะชักออกมาจึงจะปลดห่วงที่คล้องออกจากปุ๊ม ปุ๊ นั้น ๑๘๔


คำ ศัพท์ กิริณี ช้างเพศเมีย เกย ที่สำ หรับกษัตริย์เสด็จขึ้นช้างทรงหรือม้าทรง แก้วพุกาม แก้วมณีอันมีค่าจากเมืองพุกามในพม่า เขนงปืน เขาสัตว์ที่ใช้ใส่ดินปืน ปื โขลนทวาร ประตูป่า ป่ เมื่อจะออกศึกมีการทำ พิธีตามตำ ราพราหมณ์เพื่อความเป็น ป็ชัยมงคล โดยทำ เป็น ป็ กรอบประตูสะด้วยใบไม้ สองข้างประตูมีพราหมณ์นั่งประพรม น้ำ มนตร์ให้ทหารที่เดินลอดประตูออกไป งาแซง ไม้เสี้ยมปลายแหลม วางเอนเรียงเป็น ป็ ลำ ดับสำ หรับป้องกันข้าศึก จตุรงค์ กองทัพสี่เหล่า คือกองทัพช้าง ม้า รถ และพลเดินเท้า ช่วงชิงผลไม้กันดังผลไม้ ผลไม้ในที่นี้หมายถึงนารีผล ซึ่งเป็น ป็ชื่อต้นไม้ในป่า ป่ หิมพานต์ มีผลเป็น ป็ รูปสตรี เหล่าวิทยาธรมักจะมาแย่งชิงกันเก็บ บางทีถึงขนาดสู้รบฆ่าฟันกัน ๑๘๕


คำ ศัพท์ ชักปีกกา จัดทัพให้มีกองขวาและกองซ้ายคล้ายปีก ปี กา ชีพ่อ นักบวช ในที่นี้คือ พราหมณ์ผู้ทำ พิธี ดวงยิหวา ดวงชีวาหรือดวงใจ หมายถึง ผู้เป็น ป็ ที่รักยิ่ง ยิ่ ตะหมัง เป็น ป็ชื่อหนึ่งในตำ แหน่งขุนนางผู้ใหญ่ใญ่ นชวา มี 4 ตำ แหน่งคือยาสา ตำ มะหงง ปูนตา และตะหมัง มั ดัสกร ศัตรู ดูผี หมายถึงเยี่ยมเคารพศพ ในความว่า “ถึงเราม้วยก็อย่ามาดูผี” ตรัสเตร็จ สว่างเป็น ป็ประกายงดงาม ตรึกไตร คิดใคร่ครวญ ตุนาหงัน หมั้นหมาย แต่ปีนตึงก็ถึงทันควัน เมื่อได้ยินเสียงปีน ปี ก็ไปที่นั่นทันที ยังมิทันที่ควันปีน ปี จะจาง หมายความว่า มีความกล้าหาญและพร้อมจะสู้รบ ๑๘๖


คำ ศัพท์ ถอดโกลน ชักเท้าออกมาจากโกลนซึ่งเป็น ป็ ห่วงที่ห้อยลงมาจากอานม้าสำ หรับสอดเท้า ยันเวลาขี้นหรือลงจากหลังม้า ไถ้ ถุง ถุ สำ หรับใส่เงินและสิ่งของ โดนมากมักใช้คาดไว้ที่เอว ทนาย สมัยก่อนหมายถึงผู้รับใช้ของเจ้านายและขุนนาง ท่า คอย ในความว่า “น้องจะนับวันท่าภูว ภู ไนย” นามครุฑปักษา นามครุฑา ครุฑนาม การตั้งค่ายเป็น ป็ รูปครุฑ บทจร ไป บุหรง นก เบาความ ไม่คิดให้รอบคอบ ประเจียด ผ้าที่ลงอาคม ใช้ป้องกันอันตรายในการสู้รบ ประเสบัน ตำ หนัก ป่วยขา บาดเจ็บที่ขา ๑๘๗


คำ ศัพท์ ปัก ปั มาหงัน ชื่อเมือ มื งของระดูผู้เป็น ป็ บิดาของสังคามาระดา พหลพลขัน ขั ธ์ กองทัพใหญ่ ฟัน ฟัไม้ข่ม ข่ นาม พิธีที่ ธีที่ ทำ ก่อ ก่ นออกรบเพื่อเป็น ป็ การบำ รุงขวัญทหาร โดยนำ เอา ต้นไม้ที่มีชื่มีชื่ อ ร่วมตัวอักษรกับ กัชื่อข้าศึกมาทำ พิธีฟัธีฟั นให้ขาประหนึ่งว่าได้ฟันข้าศึก มุรธาวารีภิเษก น้ำ ที่ผ่านพิธีก ธี รรมเพื่อทำ ให้เป็น ป็ น้ำ ศักดิ์สิดิ์สิ ทธิ์ ย่า ย่ งทีสที ะเทิน การเดิน ดิ อย่างเร็วของช้าง ระเด่น ด่ มนตรี เป็น ป็ คำ เรียกอิเหนา ระเด่น ด่ เป็น ป็ คำ เรียกโอรสหรือธิด ธิ ากษัตริย์ แปลว่าเจ้าฟ้า ระตู เป็น ป็ ดำ เรียกเจ้าเมือ มื งที่มิใมิช่วงศ์เทวัญ ลัก ลั ษณ์ จดหมาย ใช้ว่า สาร หรือ สารา ก็มี ล่า ล่ สำ ชื่อระตูผู้เป็น ป็ พี่ชายของจรกา ๑๘๘


คำ ศัพท์ เลี้ย ลี้ ง ในที่นี้หมายถึง ถึ รับเป็น ป็ ภรรยา ในความว่า "ถึง ถึไม่เ ม่ ลี้ยงบุษ บุ บาเห็นว่าชั่ว" วงศ์เทวัญ วั อสัญหยา เชื้อสายกษัตริย์ที่สืบวงศ์มาจากเทวดา วิหลั่น ลั่ ค่ายที่ทำ ให้ขยับรุกเข้าไปหาข้าศึกทีละน้อยๆ ใช้ว่า ปิห ปิ รั่น ก็มี ศรีปัต ปั รา กษัตริย์ผู้เป็น ป็ใหญ่ ในที่นี้หมายถึง ถึ ท้างดาหา ศัสตรา อาวุธ สองไข ม่า ม่ น 2 ชาย ที่แหวกกลางรวบชายไปผูกไว้ที่ด้านข้างทั้งสอง ส่งสการ คือสังสการ พิธีกรรมเกี่ยวกับ กั การปลงศพ เสาตะลุง เสาใหญ่สำญ่ สำหรับผูกช้าง อะหนะ ลูก อัธยา มาจากอัธยาศัย หมายถึง ถึ ความประสงค์ ในความว่า “ก็ตามใจไม่ขั ม่ ขั ด อัธยาศัย” ใช้คำ ว่า อัชฒา ซึ่งมาจาก อัชฒาสัย ๑๘๙


คำ ศัพ ท์ อั ปรา ม า จ า ก คำ ว่ า อั ปรา ชัย ห ม า ย ค ว า ม ว่ า ย อ ม แ พ้ อ า สัต ย์ ไ ม่ ซื่ม่ซื่อ ต รง อึ ง อุ ต ม์ เสีย ง ดั งดัม า ก ๑ ๙๐


๑๙๑


ค ณ ะ ผู้ จั ดทำ ๑ ๙๒ ๑. น า ย ภั ท ร พ ง ษ์ วิ สุท ธิ ศัก ดิ์ เ ล ข ที่ ๒ ๒. น า ง สา ว ก น ก ณัฐ ต อ ง อ่ อ น เ ล ข ที่ ๑ ๓ ๓. น า ง สา ว ชัญ ญ พั ชร์ พ ริ้ ม ข จี พ ง ศ์ เ ล ข ที่ ๑ ๔ ๔. น า ง สา ว พ ร ล ภั ส เ ถ า เ ข็ มข็ เ ล ข ที่ ๑๖ ๕. น า ง สา ว ธ นั ชญ า พิ ทั กทัษ์โก ศล เ ล ข ที่ ๑ ๗ ๖. น า ง สา ว ธั ญธั ชน ก เ ที ยที น มี เ ล ข ที่ ๑ ๘ ๗. น า ง สา ว น ร ร ธ ม ณ ฑ์ สุข สัม พั น ธ์ เ ล ข ที่ ๑ ๙ ๘. น า ง สา ว ธั ญธั ชน ก ศรี ม่ ว ง เ ล ข ที่ ๒ ๐ ชั้น มั ธ ย ม ศึก ษา ปีที่ปีที่ ๔/๓


ง า น วิ จั ย ที่ เที่กี่ ยกี่ว ข้ อ ง ๑ ๙๓


Click to View FlipBook Version