-การแต่งกายชาย-หญิง ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีจุดเด่นคืออะไร -การแต่งกายชาย-หญิง ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นแตกต่างกับสมัยปัจจุบันหรือไม่อย่างไร ๒.ขั้นสอน ๑. ครูเปิ ดโปรแกรมน าเสนอ (PowerPoint) เรื่อง การแต่งกายชาย-หญิง ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ให้นักเรียนดู จากน้นั ใหน้กัเรียนช่วยกนัวิเคราะห์เครื่องแต่งกาย ๒.ครูน าภาพการแต่งกายชาย-หญิง ในสมยัรัตนโกสินทร์ตอนตน้ ให้นักเรียนดูพร้อมท้งัอธิบาย รายละเอียด ต้งัแต่เครื่องประดบัศีรษะ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดบัท้งัชุดการแสดง ๓.นกัเรียนออกมานา เสนอผลงานหนา้ช้นัเรียน ๕.นกัเรียนแลกเปลี่ยนผลงานกบัเพื่อนในช้นัเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหวา่งเพื่อนในช้นัเรียน ๓.ข้ันสรุป ๑.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุป เรื่อง การแต่งกายระบา นาฏยภาษา พร้อมท้งัอธิบาย ประโยชน์ที่ไดร้ับจากการเรียน โดยครูคอยใหค้วามรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ยงัไม่สมบูรณ์ ๔.ขั้นฝึ กฝน ๑.ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน ร่วมกันท ากิจกรรม ๓.๒ เรื่องอธิบายท่าร า ระบ านาฏยภาษา โดยให้นักเรียน ศึกษาและสืบค้นเกี่ยวกับจุดประสงค์ของการแสดงนาฏศิลป์ ประเภทต่างๆ แล้วตอบค าถามให้สมบูรณ์ จากหนังสือ เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นาฏศิลป์๖ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่๖ ของบริษทั ส านักพิมพ์เอมพันธ์ จ ากัดหรืออินเทอร์เน็ต แล้ว ๕.ขั้นน าไปใช้ ๑.นักเรียนสามารถน าความรู้เรื่องการแต่งกายไปปรับ ใชใ้นกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจดัข้ึน เช่นงานวนัภาษาไทย ๑.ข้ันน าเข้าสู่บทเรียน ชั่วโมงที่๓
๑.นกัเรียนร่วมกนัแสดงความคิดเห็น ในเรื่องการสร้างสรรคก์ารแสดง โดยครูใชค้า ถาม ดงัน้ี -ถ้านักเรียนคิดสร้างสรรค์การแสดงประจ าโรงเรียนนักเรียนจะคิดการแสดงชุดใด - สิ่งใดที่เป็นแนวคิดสา คญั ในการคิดชุดการแสดงสร้างสรรค์ - จากที่นกัเรียนไดค้ิดสร้างสรรคก์ารแสดงประจา โรงเรียนไปน้นันกัเรียนคิดว่าการแสดงของกลุ่ม นักเรียนสอดคล้องกับโรงเรียนอย่างไร - นักเรียนเคยชมการแสดงสร้างสรรค์ประจ าโรงเรียนของโรงเรียนอื่นหรือไม่ - นักเรียนคิดว่าการแสดงประจ าโรงเรียนน าไปแสดงในโอกาสใดได้บ้าง ๒.ขั้นสอน ๑.นักเรียนชมวิดีโอการแสดงระบ านาฏยภาษา เพื่อวิเคราะห์ถึงจุดเด่นของลักษณะการแสดง ๒. ครูนา เสนอเน้ือหาเรื่อง ระบา นาฏยภาษา เกี่ยวกบั ประวตัิความเป็นมา ลกัษณะและวิธีการแสดง เน้ือเพลง โอกาสที่ใช้แสดง เป็นการแสดงสร้างสรรค์ที่ประดิษฐ์ข้ึนเพื่อใช้ประกอบการเรียนในเรื่องภาษาท่าร าทาง นาฏศิลป์ ประกอบด้วย ภาษาท่าร าทางนาฏศิลป์ จ านวน ๓๕ ท่า ท่าร าเพลงเร็ว และเพลงลา เหมาะส าหรับใช้ แสดงในงานรื่นเริงทวั่ ไป โดยศึกษาเพิ่มเติมจากหนงัสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นาฏศิลป์๖ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่๖ ของบริษัท ส านักพิมพ์เอมพันธ์ จ ากัด ๓.ข้ันสรุป ๑.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุป เรื่อง การแต่งกายระบา นาฏยภาษา พร้อมท้งัอธิบาย ประโยชน์ที่ได้รับจากการเรียน โดยครูคอยใหค้วามรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ยงัไม่สมบูรณ์
๔.ขั้นฝึ กฝน ๓.นกัเรียนฝึกขบัร้องบทร้องระบา นาฏยภาษา ดงัน้ี ๓.๑ ครูเปิ ด PowerPoint เน้ือเพลงระบา นาฏยภาษา (ร้องเพลงขอมสุวรรณ) ให้นักเรียนดู จากน้นั ให้ นกัเรียนช่วยกนัอ่านเน้ือเพลง พร้อม ๆ กนั ๓.๒ ครูเปิ ดเพลงขอมสุวรรณ ให้นักเรียนฟัง พร้อมกับให้นักเรียนร้องตาม ๓.๓ นักเรียนร้องเพลงขอมสุวรรณ ทีละท่อน พร้อมกบั ใหต้บมือตามจงัหวะ จากน้นัครูใหน้กัเรียน ฝึ กร้องเพลงขอมสุวรรณเองโดยครูคอยดูแลและให้ค าแนะน าในส่วนที่ยังปฏิบัติไม่ถูกต้อง โดยให้ เพื่อนในช้นัเรียนคอยแนะนา และใหค้วามช่วยเหลือกนัจนนกัเรียนสามารถปฏิบตัิได้ ๔.นักเรียนร่วมกันร้องเพลงขอมสุวรรณพร้อม ๆ กัน ๕.ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ ๓.๓ ภาษาท่าในบทเพลง โดยระบุชื่อท่าแล้วถ่ายภาพมาติดในช่องให้ตรงกับ ค าอธิบายที่ก าหนดให้ ๕.ขั้นน าไปใช้ ๑.นักเรียนน าแผนผังความคิดไปจัดบอร์ดภายในอาคารเรียนเพื่อเผยแพร่ความรู้ ข้ันน าเข้าสู่บทเรียน ชั่วโมงที่๔ ๑.นกัเรียนร่วมกนัแสดงความคิดเห็น ในเรื่องการสร้างสรรคก์ารแสดง โดยครูใชค้า ถาม ดงัน้ี - จากที่นกัเรียนไดค้ิดสร้างสรรคก์ารแสดงประจา โรงเรียนไปน้นันกัเรียนคิดว่าการแสดงของกลุ่ม นักเรียนจะมีประโยชน์ต่อโรงเรียนหรือไม่ - นักเรียนคิดว่าการแสดงประจ าโรงเรียนน าไปแสดงในโอกาสใดได้บ้าง
๒.ขั้นสอน ๑. ครูน าเสนอผลงานสร้างสรรรค์ทางด้านนาฏศิลป์ให้นักเรียนรับชม ๒. ครูนา เสนอเน้ือหาเรื่องผลงานสร้างสรรค์ในส่วนของ แนวคิด แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ๓.ข้ันสรุป ๑.นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุป เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานนาฏศิลป์พร้อมท้งัอธิบาย ประโยชน์ที่ไดร้ับจากการเรียน โดยครูคอยใหค้วามรู้เพิ่มเติมในส่วนที่ยงัไม่สมบูรณ์ ๔.ขั้นฝึ กฝน ๑.นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ ๖-๗ คน คละกันตามความสามารถแล้วออกแบคิดการแสดงสร้างสรรค์ทาง นาฏศิลป์ แล้วน าเสนอเป็ นคลิปวีดีโอของแต่ละกลุ่ม ๒.นักเรียนร่วมกันออกแบบ ท่าทาง ประกอบการแสดง ๕.ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมที่ ๓.๔ แนวคิดในการสร้างสรรค์ชุดการแสดงนาฏศิลป์โดยแลกเปลี่ยนกับเพื่อน ในช้นัเรียน และเลือกการแสดงของเพื่อนที่ตนสนใจแล้วบันทึกลงตามหัวข้อ ๕.ขั้นน าไปใช้ ๒.นักเรียนน าผลงานของตัวเองไปเผยแพร่เพื่อเป็ นความรู้ให้กับผู้ที่สนใจ ๘.กิจกรรมเสนอแนะ ๑.กิจกรรมส าหรับกลุ่มสนใจเป็ นพิเศษ -นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็ น ๕ กลุ่ม ร่วมกันจัดท าป้ายนิเทศเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับ นาฏยศัพท์ ๒.กิจกรรมส าหรับฝึ กทักษะเพ
-นกัเรียนศึกษาพิธีไหวค้รูทางนาฏศิลป์เพิ่มเติมทางอินเทอร์เนต ๙.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑.สื่อวีดีทัศน์ ๒.ใบงาน ๓.สถานที่ต่างๆ เช่นห้องนาฏศิลป์ ๔.อินเทอร์เน็ต ๕.หนงัสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน นาฏศิลป์๖ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่๖ ของบริษทัสา นกัพิมพเ์อมพนัธ์ จ ากัด ๙. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑.อธิบายผลงานสร้างสรรค์ได้ อย่างถูกต้อง ตรวจใบงานเรื่องระบำนาฏย ภาษา เฉลยหนังสือเสริม ประสบณ์การ นาฏศิลป์ ๖ ช้นัมธัยมศึกษาปีที่๖ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๖๐ ๒.สืบค้นและน าเสนอ กระบวนการประดิษฐ์ท่าร า ใหม่ๆ กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินการทำ กิจกรรม ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๖๐ ๓.เห็นคุณค่าของผลงาน สร้างสรรค์ทางด้านนาฏศิลป์ และมีเจนคติที่ดีต่อวิชา นาฎศิลป์ สังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับ ดี ขึ้นไป
แบบประเมินการแสดงนาฏศิลป์ (ระบ านาฏยภาษา) กลุ่มที่.................เรื่อง............................................................................................................................. ......... รายวิชา...................................................รหัสวิชา..........................................ชั้นมัธยมศึกษาปีที่...................... คำชี้แจง ให้ครูทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. วิธีการนำเสนอ ๒. ปฏิบัติท่ารำถูกต้องตามจังหวะ ๓. ความพร้อมเพรียงในการแสดง ๔. ระยะเวลาในการนำเสนอ คะแนนรวม ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน (………………………….……) …………/…………/……….
เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๔ ดีมาก ๔ ดี ๓ ปานกลาง ๒ พอใช้ ๑ ควรปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ศ 31101 (สาระนาฏศิลป์) แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง เพลงรำแม่ศรีไตรสิกขา ครูผู้สอน นายธนศักดิ์เพ็งคา ปั้ง เวลา ๕ ชั่วโมง ๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า นาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในการแสดง ตัวชี้วัด ศ ๓.๑ (๕) วิเคราะห์แก่นของการแสดงนาฏศิลป์ และการละครที่ต้องการสื่อความหมาย ในการแสดง ๒. สาระสำคัญ รำแม่ศรีไตรสิกขา เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเพื่อบูรณาการใช้ใน การเรียนการสอน โดยใช้ภาษาท่ารำทางนาฏศิลป์ เป็นการรำเดี่ยวหรืออาจปรับเปลี่ยนท่ารำและการแปรแถวเป็นการ รำหมู่ได้ตามความเหมาะสม บรรเลงดนตรีด้วยวงปี่พาทย์เครื่องห้า เครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่ บทร้อง ร้องเพลงศรีนวล ผู้แสดงสวมใส่ผ้าหน้านางสีขาว ห่มสไบสีขาว ใส่เครื่องประดับแบบนางใน ๓. สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายประวัติความเป็นมาของ รำแม่ศรีไตรสิกขา ได้ เช่น การแต่งกายท่ารำ ดนตรีที่ใช้ในการแสดง ๒. สามารถปฏิบัติร้องและรำแม่ศรีไตรสิกขาได้ ๓. เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ได้ มีเจนคติที่ดีต่อวิชานาฎศิลป์
๔. สาระการเรียนรู้ ๑. นาฏศิลป์สร้างสรรค์ (รำแม่ศรีไตรสิกขา) ๕. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสารและปฏิบัติได้ ๒. ความสามารถในการคิด ๓.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งมั่นในการทำงาน ๓. รักความเป็นไทย ๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ เข้าสู่บทเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการบูรณาการการแสดงสร้างสรรค์ที่นักเรียนรู้จักหรือเคย ชม แล้วครูถามนักเรียนว่า ถ้านักเรียนจะบูรณาการการแสดงสร้างสรรค์กับวิชาต่าง ๆ นักเรียนจะ บูรณาการการแสดงกับวิชาอะไร ๒. ครูเปิดเพลงศรีนวลให้นักเรียนฟังแล้วให้นักเรียนสร้างสรรค์ท่ารำให้เหมาะสมกับเนื้อเพลง อย่างอิสระ ๓. ครูเปิด PowerPoint การแต่งกายรำแม่ศรีไตรสิกขา ให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันวิเคราะห์ เครื่องแต่งกาย
๔. ครูพาดัดตัวเตรียมพร้อมเข้าสู้การปฏิบัติท่ารำ ขั้นสอน ๑. ครูเปิดวิดีโอการแสดงรำแม่ศรีไตรสิกขา ให้นักเรียนชมเพื่อวิเคราะห์ถึงจุดเด่นของการแสดง สร้างสรรค์ ๒. ครูสนทนากับนักเรียนเรื่อง รำแม่ศรีไตรสิกขา พร้อมเปิด PowerPoint ประกอบการอธิบายเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมา ลักษณะและวิธีการแสดง เนื้อเพลง โอกาสที่ใช้แสดง รำแม่ศรีไตรสิกขา เป็น ระบำที่ประดิษฐ์ขึ้นโดยนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเพื่อบูรณาการใช้ในการเรียนการ สอน โดยใช้ภาษาท่ารำทางนาฏศิลป์ เหมาะสำหรับใช้แสดงในงานอวยพรทั่วไป ๓. นักเรียนร่วมกันสืบค้นหาข้อมูลด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม จากหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน นาฏศิลป์ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ อินเทอร์เน็ต หรือสื่อเรียนรู้อื่นๆ ๔. ครูเปิดเพลงรำแม่ศรีไตรสิกขา ให้นักเรียนฟัง พร้อมกับให้นักเรียนลองร้องตาม ๕. ครูสอนนักเรียนร้องเพลงรำแม่ศรีไตรสิกขา ทีละท่อน พร้อมให้ตบมือตามจังหวะ จากนั้นครูให้ นักเรียนฝึกร้องเพลงรำแม่ศรีไตรสิกขาเอง โดยครูคอยดูแล และแนะนำในส่วนที่ยังปฏิบัติ ไม่ถูกต้องจนนักเรียนสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องด้วยตนเอง ๖. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๒ กลุ่มใหญ่เท่าๆกันทำกิจกรรม ร้องเพลงศรีนวลและปฏิบัติท่ารำทั้ง ๓๘ท่า ไปทีละวรรค - กลุ่มที่ ๑ ร้องเพลงศรีนวล (ทำนองเก่า) - กลุ่มที่ ๓ ร้องเพลงศรีนวล (ทำนองพื้นบ้าน) ๗. นักเรียนฝึกร้องเพลงโดยครูเปิดเนื้อเพลงจาก PowerPoint ให้นักเรียนดู ๘. นักเรียนออกมาขับร้องหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่มพร้อมปฏิบัติท่ารำ
๙. นักเรียนร่วมกันประเมินกลุ่มที่ออกมาขับร้องหน้าชั้นเรียนตามหลักการประเมินการขับร้องและ ประเมินปฏิบัติท่ารำ ๑๐. ครูสั่งใบงานที่ ๓.๖ เรื่อง การแสดงนาฏศิลป์สร้างสรรค์ ๑) ชื่อชุดการแสดง ๒) จุดประสงค์ในการแสดง ๓) บทเพลงและดนตรีประกอบการแสดง ๔) การแต่งกาย ๕) โอกาสที่ใช้ในการแสดง ๑๑. ครูพานักเรียนทบทวนปฏิบัติท่ารำของรำแม่ศรีไตรสิกขาไปทีละท่าจนครบ ๓๘ ท่า โดยรำตาม ไปที่ละวรรค ๑๒. ครูจับท่ารำให้นักเรียนให้ถูกต้องตามแบบแผนของนาฏยภาษา ๑๓. ครูสั่งงานให้นักเรียนปฏิบัติท่ารำโดยการถ่ายวิดีโอเป็นการสอบ และนำไปเผยแพร่ ขั้นสรุป ๑. ครูสอบถามนักเรียนว่าการที่นักเรียนสามารถขับร้องและปฏิบัติท่ารำแม่ไตรสิขาได้ด้วยตนเองได้ หรือไม่อย่างไร ๒. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นและอภิปรายสรุปเรื่องรำแม่ศรีไตรสิกขา โดยครูคอยให้ความรู้ เพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ ๓. ครูสอบถามการทำกิจกรรมว่ามีกลุ่มใดที่เกิดปัญหาหรืออุปสรรคในการทำกิจกรรมและใช้แนวทาง ใดการแก้ปัญหาและครูให้เพื่อนในชั้นเรียนร่วมกันเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพิ่มเติมเพื่อ ป้องกัน ๔. ครูนัดหมายส่งวีดีโอเผยแพร่ปฏิบัติท่ารำ พร้อมตรวจแบบเสริมฝึกหัด นาฏศิลป์ ๖
ขั้นเผยแพร่ผลงาน นักเรียนนำวิดีโอการแสดงไปเผยแพร่บนสื่ออินเทอร์เน็ต โดยสร้างช่องทางการเผยแพร่เป็น ของห้องนักเรียนเอง ๘. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ สื่อการเรียนรู้ ๑. สื่อ(PowerPoint) เรื่องรำแม่ศรีไตรสิกขา ๒. นักเรียนร่วมกันศึกษาทำกิจกรรมปฏิบัติท่ารำเรื่อง รำแม่ศรีไตรสิกขา ใบงาน ๓.๖ ๑) ชื่อชุดการแสดง ๒) จุดประสงค์ในการแสดง ๓) บทเพลงและดนตรีประกอบการแสดง ๔) การแต่งกาย ๕) โอกาสที่ใช้ในการแสดง รำแม่ศรีไตรสิกขา จากเสริมแบบฝึกหัด นาฏศิลป์ ๖ อินเทอร์เน็ตหรือแหล่งเรียนรู้ภายในบริเวณโรงเรียน ๓. การใช้เทคโนโลยีซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงวิดีโอและ ข้อมูลต่าง ๆ ทำให้ผู้สอนสามารถนำ สื่อจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
๘.๒ แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน 2. สื่ออินเตอร์เน็ต 3. (PowerPoint) เรื่อง (รำแม่ศรีไตรสิกขา) ๔. แบบหนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๙. กระบวนการวัดและประเมินผล ๑. วิธีการวัดและประเมินผล - แบบประเมินการแสดง เรื่อง รำแม่ศรีไตรสิกขา - แบบหนังสือเสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๒. เครื่องมือ - แบบประเมินการแสดง เรื่อง รำแม่ศรีไตรสิกขา ๓. เกณฑ์การประเมิน การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่านตั้งแต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผ่าน ๑ รายการ ถือว่า ไม่ผ่าน
๑๐.การประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรม จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ การ วัดผล ๑. อธิบายประวัติความเป็นมา ของรำแม่ศรีไตรสิกขาได้ เช่น การแต่งกาย ท่ารำ ดนตรีที่ใช้ในการแสดง โอกาสที่ใช้แสดง .ประเมินจากเฉลย หนังสือเสริมฝึก ประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๖ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๖ แบบประเมินจากเฉลยหนังสือ เสริมฝึกประสบการณ์ นาฏศิลป์ ๖ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๗๐% ๑. สามารถปฏิบัติร้องและรำรำ แม่ศรีไตรสิกขา ประเมินการแสดง นาฏศิลป์ แบบประเมินการแสดงนาฏศิลป์ ๗๐% ๑. เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ได้ มีเจนคติที่ดีต่อวิชานาฎศิลป์ สังเกตการณ์ตอบ คำถาม สังเกตการตอบคำถาม ๗๐%
แบบประเมินการแสดงนาฏศิลป์ (รำแม่ศรีไตรสิกขา) กลุ่มที่.................เรื่อง............................................................................................................................. ............ รายวิชา...................................................รหัสวิชา..........................................ชั้นมัธยมศึกษาปีที่...................... คำชี้แจง ให้ครูทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. วิธีการนำเสนอ ๒. ปฏิบัติท่ารำถูกต้องตามจังหวะ ๓. ความพร้อมเพรียงในการแสดง ๔. ระยะเวลาในการนำเสนอ คะแนนรวม ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน (………………………….……) …………/…………/……….
เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๙-๒๐ ดีมาก ๑๗-๑๘ ดี ๑๔-๑๖ ปานกลาง ๑๑-๑๓ พอใช้ ต่ำกว่า ๑๑ ควรปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ศ ๓๓๑๐๑(สาระนาฏศิลป์) แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่๑ พื้นฐานศิลปะการแสดงไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๖ เรื่อง ศิลปะการแสดงประเภทที่ไม่มีเรื่องราว (ระบ า ร า ฟ้อน เซิ้ง ) เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นายธนศักดิ์ เพ็งค าปั้ง ๑.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์ อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๑ มีทักษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๓ ใชค้วามคิดริเริ่มในการแสดงนาฏศิลป์เป็นคู่และหมู่ ๒. สาระส าคัญ ศิลปะการแสดงเป็ นเสมือนเครื่องมือที่มนุษย์เราใช้เป็ นตัวกลางในการเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกความคิดของ ตน เพื่อถ่ายทอดให้บุคคลอื่นได้เข้าใจและรับรู้ถึงที่ตนต้องการจะแสดงออก
ศิลปะการแสดงแบ่งเป็ น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ๑ ประเภทมีเรื่องราว เช่นโขน ละครไทย ภาพยนต์ หุ่น ลิเก โนรา และ ๒ ประเภทไม่มีเรื่องราวเช่น ระบา ร า ฟ้อน เซิ้ง ๓. สาระส าคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายความแตกต่างของระบา ร า ฟ้อน เซิ้งได้ ๒. เขียนความหมายของ ระบา ร า ฟ้อน เซิ้งได้ ๓. เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ ไทย มีเจนคติที่ดีต่อวิชานาฎศิลป์ ๔.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.สาระการเรียนรู้ ศิลปะการแสดงประเภทที่ไม่มีเรื่องราว (ระบา ร า ฟ้อน เซิ้ง)
๖..คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - รักความเป็นไทย นักเรียนสามารถใช้ภาษาในการพูด อ่าน เขียนได้อย่างถูกต้อง - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน นักเรียนตั้งใจ สนใจการเรียน - มุ่งมั่นในการทำงาน นักเรียนสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ด้วยตนเอง - มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ตรงต่อเวลา - รักความสามัคคี นักเรียนเข้าใจตนเองและผู้อื่น สามารถปรับตัวทำงานกับผู้อื่นได้ ๗.ชิ้นงานภาระงาน -ใบงาน -การตอบคำถาม ๘. การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ ๑.ข้ันน าเข้าสู่บทเรียน ๑.ครูสอบถามนกัเรียนเคยชมการแสดง ระบา ร า ฟ้อน เซิ้ง หรือไม่ ใหน้กัเรียนเล่าประสบการณ์ที่เคยรับชม ให้ เพื่อนฟัง ๒.ครูเปิดการการแสดง เซิ้งแหยไ่ข่มดแดง ใหน้กัเรียนรับชม แลว้ถามนกัเรียนวา่เป็นการแสดงประเภทใด
๒.ขั้นสอน ๑.ครู เปิ ดสื่อการสอน PowerPoint ระบา ร า ฟ้อน เซิ้ง ๒.ครูอธิบายความแตกต่างของการแสดงแต่ละประเภท ๓.ครูยกตัวอย่าง การแสดงแต่ละประเภทให้นักเรียนชม -ระบ าเทพบันเทิง -ร าโคม -ฟ้อนเง้ียว -เซิ้งกระติบขา้ว ๔.นักเรียนสอบถามในส่วนที่ไม่เข้าใจ ๕.ครูอธิบายเพิ่มเติม ๓.ข้ันสรุป ๑.นกัเรียนร่วมกนัสรุป ความแตกต่างของการแสดงแต่ละประเภท เป็นความรู้ของช้นัเรียน ๔.ขั้นฝึ กฝน
๑.ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๕-๖ คน สืบคน้การแสดงที่เกี่ยวกบัระบา ร า ฟ้อน เซิ้งกลุ่มละหน่ึงชุดการแสดง ๒.ใหแ้ต่ละกลุ่มออกมานา เสนอ หนา้ช้นัเรียน ๕.ขั้นน าไปใช้ ๑.นกัเรียนนา ความรู้ที่ไดร้ับ และไดส้ืบคน้เพิ่มไปเผยแพร่ใน อินเทอร์เน็ต เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผทู้ี่สนใจ ๙.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑.สื่อวีดีทัศน์ ระบ าร า ฟ้อน เซิ้ง ๒.การน าเสนอ ๓.สถานที่ต่างๆ เช่นห้องนาฏศิลป์ ๔.อินเทอร์เน็ต ๕. PowerPoint
เกณฑ์การประเมินการตอบค าถามและอภิปรายในชั้นเรียน (เรื่อง เกณฑ์การประเมินการตอบค าถามและอภิปรายในชั้นเรียน (เรื่อง ระบ าร า ฟ้อน เซิ้ง) ประเด็น การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน /ระดับคุณภาพ ดีมาก (๕) ดี (๔) ปานกลาง (๓) พอใช้ (๒) ปรับปรุง (๑) ๑. ตอบค าถามได้ ถูกต้องเสนอ ตนเองในการ ตอบค าถาม ช่วยผู้อื่นใน การตอบ ค าถาม ตอบค าถามเรื่อง ระบ า ร า ฟ้อน เซิ้งได้ ถูกต้องสมบูรณ์ตรง ประเด็น ละเอียด ชัดเจนและมีการ ขยายความ ตอบค าถามเรื่อง ระบ า ร า ฟ้อน เซิ้งได้ถูกต้อง ๑๐๐% ตรงประเด็น ตอบค าถามเรื่อง ระบ า ร า ฟ้อน เซิ้งได้ถูกต้อง ๘๐% ยังไม่ตรง ประเด็นท้งัหมด ตอบค าถามเรื่อง ระบ า ร า ฟ้อน เซิ้งได้ถูกต้อง ๕๐% ยังไม่ตรง ประเด็นท้งัหมด ตอบค าถามเรื่อง ระบ า ร า ฟ้อน เซิ้งได้ถูกต้อง ต ่ากว่า ๕๐% หรือตอบ ไม่ถูกเลย ๒. เสนอตนเอง ในการตอบ ค าถาม รีบยกมือเสนอตนเอง ในการตอบค าถาม เป็ นคนแรกเป็ นประจ า ยกมือเสนอตนเอง ในการตอบค าถาม เป็ นประจ า ยกมือเสนอตนเอง ในการตอบค าถาม บ่อยคร้ัง แต่ไม่เป็น ประจ า หมายถึง ยกมือเสนอ ตนเองในการตอบ ค าถามบ้าง ไม่เสนอตนเองในการ ตอบค าถามเลย ๓. ช่วยผู้อื่น ในการตอบ ค าถาม ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ได้ดี ให้ค าแนะน า และ เป็ นที่พึ่งของเพื่อน ๆ ทุกคนได้เป็ นอย่างดี ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ได้ให้ค าแนะน า และ เป็ นที่พึ่งของเพื่อน ๆ ได้ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ได้ดี ในบางเวลา ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น อย่างไม่ค่อยเต็มใจ ท างานเพียงล าพังผู้ เดียว
เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓-๑๕ ดีมาก ๑๐-๑๒ ดี ๗-๙ ปานกลาง ๔-๖ พอใช้ ๑-๓ ควรปรับปรุง
แบบประเมินการน าเสนอหน้าชั้นเรียน ( ระบ าร า ฟ้อน เซิ้ง ) กลุ่มท..........ี่.......เรื่อง......................................................................................................................................... รายวิชา...................................................รหัสวิชา..........................................ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่...................... ค าชี้แจง ให้ครูท าเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. มีความพร้อมในการน าเสนอ ๒. ความถูกตอ้งของขอ้มูลเน้ือหาสาระ ๓. การใช้ภาษาในการสื่อสาร คะแนนรวม ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน ( ) …………/…………/……….
แผนการจัดการเรียนรู้๗ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ศ ๓๓๑๐๑(สาระนาฏศิลป์) แผนการจัดการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่๑ พื้นฐานศิลปะการแสดงไทย ภาคเรียนที่ ๑ ปี การศึกษา ๒๕๖๖ เรื่อง ศิลปะการแสดงประเภทที่มีเรื่องราว (โขน ) เวลา ๑ ชั่วโมง ครูผู้สอน นายธนศักดิ์ เพ็งค าปั้ง ๑.มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์ อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดอย่างอิสระ ชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ตัวชี้วัด ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๑ มีทักษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ ศ ๓.๑ ม.๔-๖/๓ ใชค้วามคิดริเริ่มในการแสดงนาฏศิลป์เป็นคู่และหมู่ ๒. สาระส าคัญ ศิลปะการแสดงเป็ นเสมือนเครื่องมือที่มนุษย์เราใช้เป็ นตัวกลางในการเชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกความคิดของ ตน เพื่อถ่ายทอดให้บุคคลอื่นได้เข้าใจและรับรู้ถึงที่ตนต้องการจะแสดงออก ศิลปะการแสดงแบ่งเป็ น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ ๑ ประเภทมีเรื่องราว เช่นโขน ละครไทย ภาพยนต์ หุ่น ลิเก โนรา และ ๒ ประเภทไม่มีเรื่องราวเช่น ระบา ร า ฟ้อน เซิ้ง ๓. สาระส าคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายที่มาและความส าคัญของโขน ละคร ได้อย่างถูกต้อง ๒. เปรียนเทียบวิเคราะห์การแสดงโขนละครได้ ๓. เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ ไทย มีเจนคติที่ดีต่อวิชานาฎศิลป์ ๔.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา ๕.๔ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕.๕ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๕.สาระการเรียนรู้ ศิลปะการแสดงประเภทที่มีเรื่องราว (โขน) ๖..คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - รักความเป็นไทย นักเรียนสามารถใช้ภาษาในการพูด อ่าน เขียนได้อย่างถูกต้อง - ใฝ่รู้ใฝ่เรียน นักเรียนตั้งใจ สนใจการเรียน - มุ่งมั่นในการทำงาน นักเรียนสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้ด้วยตนเอง - มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ตรงต่อเวลา - รักความสามัคคี นักเรียนเข้าใจตนเองและผู้อื่น สามารถปรับตัวทำงานกับผู้อื่นได้ ๗.ชิ้นงานภาระงาน
-ทดสอบ -การตอบคำถาม ๘. การจัดกจิกรรมการเรียนรู้ ๑.ข้ันน าเข้าสู่บทเรียน ๑.ครูสอบถามนักเรียนเคยชมการแสดง โขน หรือไม่ ให้นักเรียนเล่าประสบการณ์ที่เคยรับชม ให้เพื่อนฟัง ๒.ครูเปิ ดการการแสดง โขน ให้นักเรียนรับชม แล้วถามนักเรียนว่าเป็ นการแสดงประเภทใด ๒.ขั้นสอน ๑.ครู เปิ ดสื่อการสอน PowerPoint โขน ท้งั๕ ประเภท -โขนกลางแปลง -โขนนงั่ราว -โขนหน้าจอ -โขนโรงใน -โขนฉาก ๒.ครูอธิบายความแตกต่างของการแสดงโขนแต่ละประเภท โขนกลางแปลง
เป็นการเล่นโขนกลางแจ้งไม่มีการสร้างโรงแสดงใช้ภูมิประเทศและธรรมชาติเป็นฉากในการแสดง ผู้แสดง ทั้งหมดรวมทั้งตัวพระต้องสวมหัวโขนนิยมแสดงตอนยกทัพรบ วิวัฒนาการมาจากการเล่นชักนาคดึกด าบรรพ์ เรื่องกวนน ้าอมฤตที่ใช้เล่นในพิธีอินทราภิเษก โขนนั่งราว หรือเรียกอีกอย่างว่าโขนโรงนอกวิวัฒนาการมาจากโขนกลางแปลงเป็นโขนที่แสดงบนโรงที่ปลูกสร้างขึ้นส าหรับ แสดง ตัวโรงมักมีหลังคาคุ้มกันแสงแดดและสายฝนไม่มีเตียงส าหรับผู้แสดงนั่ง มีเพียงราวท าจากไม้ไผ่วางพาด ตามส่วนยาวของโรงเท่านั้น โขนโรงใน เป็ นโขนที่น าศิลปะการแสดงของละครใน เข้ามาผสมผสานระหว่างโขนกับละครใน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โขนหน้าจอ เป็ นโขนที่แสดงหน้าจอหนังใหญ่ซึ่งใช้ส าหรับแสดงหนังใหญ่หรือหนังตะลุง โดยผู้แสดงโขนออกมาแสดง สลับกับการเชิดตัวหนัง ที่ฉลุแกะสลักเป็ นตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์อย่างสวยงามวิจิตรบรรจง เรียกว่า "หนังติด ตัวโขน" โขนฉาก เป็นการแสดงโขนที่ถือกา เนิดข้ึนคร้ังแรกในสมยัของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้เจา้อยหู่วัรัชกาลที่5 โปรด ให้มีการจัดฉากในการแสดงแบบละครดึกด าบรรพ์ประกอบตามท้องเรื่องแบ่งเป็ นฉากเป็ นองก์ เข้ากับเหตุการณ์ และสถานที่ จึงเรียกว่าโขนฉาก ๔.นักเรียนสอบถามในส่วนที่ไม่เข้าใจ ๕.ครูอธิบายเพิ่มเติม
๓.ข้ันสรุป ๑.นักเรียนร่วมกันสรุป ความแตกต่างของการแสดงโขนแต่ละประเภท เป็นความรู้ของช้นัเรียน ๔.ขั้นฝึ กฝน ๑.ให้นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน โดยตอบค าถามให้ถูกต้อง ๕.ขั้นน าไปใช้ ๑.นกัเรียนนา ความรู้ที่ไดร้ับ และไดส้ืบคน้เพิ่มไปประยุกต์ใช้หากมีอากาสได้รับชมการแสดงโขนประเภทต่างๆ ๙.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑.สื่อวีดีทัศน์ โขน ๒.การน าเสนอ ๓.สถานที่ต่างๆ เช่นห้องนาฏศิลป์ ๔.อินเทอร์เน็ต ๕. PowerPoint
๑๐. การวัดและประเมินผล การวัดผลประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ๑.อธิบายที่มาและความส าคัญ ของโขน ละคร ได้อย่างถูกต้อง น าเสนอ แบบประเมินการ นา เสนอหนา้ช้นัเรียน ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๖๐ ๒.เปรียนเทียบวิเคราะห์การ แสดงโขนละครได้ แบบทดสอบ เฉลยแบบทดสอบ ได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ร้อยละ ๖๐ ๓.เห็นคุณค่าของนาฏศิลป์ และ มีเจนคติที่ดีต่อวิชา นาฎศิลป์ สังเกตการตอบคำถามมใน ชั้นเรียน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับ ดี ขึ้นไป
แบบประเมินการน าเสนอหน้าชั้นเรียน ( โขน กลุ่มท..........ี่.......เรื่อง......................................................................................................................................... รายวิชา...................................................รหัสวิชา..........................................ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่...................... ค าชี้แจง ให้ครูท าเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑ์การประเมิน ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. มีความพร้อมในการน าเสนอ ๒. ความถูกตอ้งของขอ้มูลเน้ือหาสาระ ๓. การใช้ภาษาในการสื่อสาร คะแนนรวม ลงชื่อ……………………………….ผู้ประเมิน ( ) …………/…………/……….