The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ati002009, 2022-03-23 23:10:43

02 รายงานอุตรดิตถ์2564

- 177 -



















































ข ค




















รูปที่ 7.43 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินเพื่อทำถนน บานบอแกว-บานผามูบ ตำบลแมพลู อำเภอลับแล
จังหวัดอุตรดิตถ ที่ความลึก 10-100 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินดินดานเนื้อฟลไลต กลุมวิทยา
หิน FS1 (ค) หนาตัดดินของชั้นดินและหินผุที่เกิดจากหินหินดินดานเนื้อฟลไลตที่มีระดับการผุพังของมวลหินสูง
(zone IV) (ง) ลักษณะตัวอยางเปนดินเหนียวปนทรายแปง สีสมแกมแดง เนื้อดินมีลักษณะละเอียด คอนขางชื้น
สัมผัสรูสึกนุมมือ

- 178 -



















































ข ค

























รปที 7.44 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินเพอทำถนน บานบอแกว-บานผามบ ตำบลแมพลู อำเภอลับแล


จังหวัดอุตรดิตถ ที่ความลึก 30-90 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินดินดานเนื้อฟลไลต กลุม

วิทยาหิน FS1 (ค) หนาตัดดินของชั้นดินและหินผุที่เกิดจากหินดินดานเนื้อฟลไลตที่มระดับการผุพังของมวลหิน

สูง (zone IV) (ง) ลักษณะตัวอยางเปนดินเหนียว สีสมจาง เนื้อดินมีลักษณะละเอียด รวน สัมผัสรุสึกนุมมือ

- 179 -



















































ข ค




















ื่


ู

รปที 7.45 (ก) เก็บตัวอยางบรเวณเปดหนาดินเพอสรางที่อยอาศยบานนานกกก ตำบลนานกกก อำเภอลับแล


จังหวัดอุตรดิตถ ที่ความลึก 10-80 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายกึ่งแปรสภาพ กลุม
วิทยาหิน FS1 (ค) หนาตัดดินของชั้นดินและหินผุที่เกิดจากหินทรายกึ่งแปรสภาพที่มระดับการผุพงของมวล


หินสูง (zone IV) (ง) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลออน เนื้อดินมีลักษณะคอนขาง
ละเอียด ชื้น

- 180 -







7.3 วธีการวเคราะหคณสมบติทางกายภาพของดิน
การศึกษาในครั้งนี้วิเคราะหคุณสมบัติทางกายภาพพื้นฐานดิน 10 กลุมวิทยาหิน
มีความสำคัญอยางยิ่งตอการจำแนกชนิดของดิน (soil classification) ออกเปนชนิดตาง ๆ ซึ่งการจำแนกดน






ใชระบบดนเอกภาพ (Unified Soil Classification; USC) เปนระบบการจำแนกดนทใชกนอยางกวางขวาง
ในงานวิศวกรรมโยธา โดยทำการทดสอบ 3 วิธีการ คือ (1) การหาคาขีดจำกัดของอัตตะเบิรก (Atterberg’s
Limits) (2) การทดสอบหาคาความถวงจำเพาะของเม็ดดิน (Specific Gravity of Soil) และ
(3) การหาขนาดเม็ดดิน (Grain Size Analysis) และมีขั้นตอนในการจำแนกดังนี้
1) แบงตามลักษณะขนาดเม็ดดิน คือ ดินเม็ดหยาบ ไดแก กรวด (gravel) และทราย

(sand) ดินเม็ดละเอียด ไดแก ดินเหนียว (clay) และดนทรายแปง (silt)
ี่
2) แบงยอยตามลักษณะการกระจายตัวของเมดดิน แบงเปน 2 จำพวกใหญๆ คือ 1) ดินทม ี








เม็ดคละกนดี (well graded soil) คือดินทมขนาดเมดดินตงแตละเอยดจนถงหยาบปะปนกน และ 2) ดินทม ี






ขนาดเม็ดไมคละ (poorly graded soil) คือดินที่มีขนาดเม็ดขาดชวงหรือขาดขนาดใดขนาดหนึ่งไป
และดินที่มีเม็ดขนาดเทา ๆ กันทั้งหมด
3) แบงยอยตามคาขีดจำกัดของอัตตะเบิรก คือ จุดการเปลี่ยนสถานภาพของมวลดิน
โดยอาศัยคาความชื้นในสถานภาพพลาสติกของดิน (Plasticity Index, P.I.) ซึ่งไดจากผลตางของขีดจำกด

เหลว (Liquid Limit, L.L.) และขีดจำกัดพลาสติก (Plastic Limit, P.L.) โดยคาดัชนีพลาสติกเปนตัวแสดงถง ึ

ความเหนียวของดินและความไวของการเปลี่ยนสถานะตอความชื้นของมวลดิน เชน ดินเม็ดละเอียดที่มีคา
ดัชนีพลาสติกสูง เรียกวา high liquid limit และดินเม็ดละเอียดที่มีคาดัชนีพลาสติกต่ำ เรียกวา

low liquid limit สำหรับดินเม็ดหยาบนั้นเปนชนิดดินที่มคาดัชนีพลาสติกต่ำ หรือไมมีคาดัชนีพลาสติก (non
plastic)
โดยการจำแนกกลุมดินนั้น ใชอักษรยอ 2 ตัว ทำใหจดจำงาย และมีความหมายในตวเอง

(รูปที 21 และรูปที่ 22) เชน G = Gravel (กรวด)‚ S = Sand (ทราย)‚ M = Silt (ดินทรายแปง)‚

C = Clay (ดินเหนียว)‚ W = Well graded (เม็ดคละ)‚ P = Poorly grade (เม็ดไมคละ)‚ H = High
liquid limit (L.L. มีคาสูง)‚ L = Low liquid limit (L.L. มีคาต่ำ) หรือ O = Organic (ดินมีอินทรียสาร
ปนมาก) เมื่อถึงขั้นสุดทาย จะมีอักษรยอแทน 2 ตัว (ในกรณีก้ำกึ่งใช 4 ตัว) เชน CH, GW, SP หรือ
GM-CG, ML-CL


7.3.1 การหาคาขดจำกัดของอตตะเบิรก (Atterberg’s Limits)




การหาคาขีดจำกัดของอัตตะเบิรก ใชมาตรฐานการทดสอบอางอิงจาก ASTM D427
และ ASTM D4318 ทำการหาคาขีดจำกัดเหลว (liquid limit) ขีดจำกัดพลาสติก (plastic limit) ซึ่งเปน
ดัชนี (index) สำคัญที่ใชในการบอกลักษณะและจำแนกประเภทของดิน (soil classification)
1) คาขีดจำกัดเหลว (liquid limit) ของดินคือคาความชื้นของดินเมื่อนำมาผสมและ

บรรจุในกระทะมาตรฐาน แลวปาดดวยมีดปาดรองมาตรฐาน จึงทำการทดลองคาเคาะระหวาง 10-40 ครัง
(รองดินชนปด 13 มิลลิเมตร) แลวนำผล (จำนวนครั้งในการเคาะตอคาความชื้น) มาเขียนกราฟ
ความสัมพันธระหวางคาความชื้นตอจำนวนครั้งในการเคาะ พิจารณาอานคาความชื้นที่คาเคาะ 25 ครั้ง
2) คาขีดจำกัดพลาสติก (plastic limit) ของดินคือคาความชื้นของดินเมื่อสามารถปน
เสนดินขนาดเสนผานศูนยกลาง 1/8 นิ้ว แลวเริ่มปรากฏรอยแตกบนเสนดินนั้น

- 181 -



7.3.2 การวิเคราะหหาขนาดของเม็ดดิน (Grain size analysis)

ใชมาตรฐานการทดสอบอางอิงจาก ASTM D422-63 เพื่อหาคาขนาดของเม็ดดินและ
การกระจายตัวของเม็ดดิน เพื่อใชประโยชนในการจำแนกและเปนคุณสมบัติพื้นฐานของดิน การทดสอบ
แบงเปน 2 วิธี ขึ้นอยูกับขนาดของเม็ดดิน โดยมีรายละเอียดของการทดสอบดังนี้

1) วิธีรอนผานตะแกรง (Sieve analysis) ใชวิธีการรอนเปยก (wet sieve) ใชทดสอบ
ดินประเภทที่มีเม็ดละเอียด ครั้งแรกทำการลางดินผานตะแกรงเบอร 200 จนน้ำใส (แสดงวาดินเมด

ละเอียดผานตะแกรงหมดแลว) สวนที่คางนำไปอบแหง แลวนำมารอนผานชุดตะแกรงที่มีขนาดมาตรฐาน

(ซึ่งใชกับตวอยางที่มีขนาดเม็ดใหญกวา 0.075 มิลลิเมตร) ชั่งหาน้ำหนักของตัวอยางที่คางในแตละ
ตะแกรง แลวคำนวณหาเปอรเซ็นตของเม็ดตัวอยางที่ผานตะแกรงรอนแตละขนาดโดยน้ำหนัก จากนั้น
นำคาที่ไดมาเขียนเสนความสัมพันธในกราฟ semi-log
2) วิธีไฮโดรมิเตอร (Hydrometer test) ใชวิธีการทดสอบจากน้ำโคลนที่ลางผานตะแกรง
เบอร 200 โดยผสมน้ำโคลนใหเขากัน เทน้ำโคลนใสกระปองปนดิน (dispersion cup) เติมน้ำยาทเตรียมไว
ี่
นำเขาเครื่องปนผสมดินประมาณ 10 นาที นำตัวอยางที่ปนแลวใสกระบอกเติมน้ำจนถงขด 1,000 ลูกบาศก 


เซนติเมตร เขยาใหเขากันแลวจุมไฮโดรมิเตอรและอานคาเมื่อชวงเวลาผานไปตามเวลาที่กำหนด และอาน
คาอุณหภูมิของตัวอยาง จนกระทั่งคาที่อานเปลี่ยนแปลงเล็กนอยหรือคงที่ จึงหยุดการทดสอบ เขยา
กระบอกเทน้ำโคลนออกจากกระบอกใสภาชนะลางเศษดินทกนกระบอกใหหมดนำไปอบใหแหง
ี่

7.3.3 การทดสอบหาความถวงจำเพาะของดิน (Specific Gravity of Soil)



การทดสอบหาคาความถวงจำเพาะของเมดดิน (Specific Gravity of Soil) ใชมาตรฐาน
การทดสอบอางอิงจาก ASTM D854-83 ทำการทดสอบโดยนำดินตัวอยางที่แหงประมาณ 50 กรัม
มาทดสอบโดยนำมาผสมน้ำกลั่นแลวกวนใหเขากันโดยใชเครื่องปน เทสวนผสมน้ำดินลงในขวดหาคาความ


ถวงจำเพาะขนาด 500 เซนติเมตร ทำการตมไลฟองอากาศ ประมาณ 10 นาที จนฟองอากาศหมดแลว
ปลอยใหเย็นที่อุณหภูมิหอง จากนั้นนำไปชั่งน้ำหนักและวัดอุณหภูมิของน้ำดินในขวด เทสวนผสมในขวด

คาความถวงจำเพาะ ลงในถาดนำไปอบ ใหแหงเพื่อชั่งน้ำหนักดินแหงที่แนนอนอีกครั้ง

- 182 -





































































รูปที 7.46 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification

- 183 -































































รูปที 7.47 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification


- 184 -








7.4 คณสมบติทางกายภาพของดินของจังหวดอุตรดิตถ


ผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดินขั้นพื้นฐานของจังหวัดอุตรดิตถ จำนวน
41 ตัวอยาง ดังแสดงในตารางที่ 7.3 และตารางที่ 7.4 สามารถจําแนกประเภทของดินตามระบบมาตรฐาน

ของ Unified Soil classification (UCS) ออกเปนทังหมด 6 กลุมดิน ดังนี้


7.4.1 กลุม SM (silty sands)
เปนดินในกลุมทรายมีตะกอนปน ทราย-ตะกอนทรายผสมกันมากกวา 12% ขนาดคละ
กันดี ไมมีคา Plasticity (Non Plastic) คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.68 - 2.70 จำนวน

1 ตัวอยาง ไดแก 

- Station UTT005 บริเวณบานน้ำพี ตำบลบอทอง อำเภอทองแสงขัน หินฐานเปน

หินแกรนิต GR


7.4.2 กลุม SC (clayey sands)

เปนดินในกลุมทรายมดินเหนียวปนหรือทราย-ดินเหนียวผสมกันมากกวา 12% ขนาด

คละกันไมดี มี Plasticity มากกวา 7% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.69 - 2.71 จำนวน
3 ตัวอยาง ไดแก 

- Station UTT009 บริเวณบานน้ำสิงห ตำบลทาปลา อำเภอทาปลา หินฐานเปนหิน

แปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ F-MET1
- Station UTT023 บริเวณบานคันนาทุง ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด หินฐานเปนหิน

อัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจางถึงปานกลาง VOL1

- Station UTT029 บริเวณบานมวงเจ็ดตน ตำบลมวงเจ็ดตน อำเภอทองบานโคก
หินฐานเปนหินทรายเนื้อเกรยแวก SS1


7.4.3 กลุม MH (inorganic silts)

เปนดินในกลุมตะกอนทรายอนินทรีย มีคาขีดเหลวมากกวา 50% มีคาความถวงจําเพาะ

ของดินเทากับ 2.56 จำนวน 9 ตัวอยาง ไดแก 

- Station UTT003 บริเวณบานปางหมิ่น ตำบลน้ำหมัน อำเภอทาปลา หินฐานเปนหิน

ตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

- Station UTT024 บริเวณบานคันนาทุง ตำบลแสนตอ อำเภอทองน้ำปาด หินฐานเปน

หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

- Station UTT035 บริเวณบานคันนาทุง ตำบลแสนตอ อำเภอทองน้ำปาด หินฐานเปน

หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

- 185 -



- Station UTT040 บริเวณบานหัวนา ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด หินฐานเปน
หินทรายเนื้อเกรยแวก SS1

- Station UTT028 บริเวณบานหวยครั่ง ตำบลบานโคก อำเภอบานโคก หินฐานเปน
หินทรายอารโคส SS2

- Station UTT020 บริเวณบานนาอิน ตำบลนาอิน อำเภอพิชัย หินฐานเปนหินทราย
แทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ SS3

- Station UTT019 บริเวณบานไฮฮา ตำบลบานดานนาขาม อำเภอเมืองอุตรดิตถ

หินฐานเปนหินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

- Station UTT017 บริเวณบานบอแกว บานผามูบ ตำบลแมพูล อำเภอลับแล หินฐาน
เปนหินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

- Station UTT018 บริเวณบานนานกกก ตำบลนานกกก อำเภอลับแล หินฐานเปน
หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1


7.4.4 กลุม ML (inorganic silts and very fine sand)

เปนดินในกลุมตะกอนทราย ทรายละเอียดปนตะกอนทราย หรือตะกอนทรายปน
ดินเหนียว ผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50% ขนาดคละกันไมดี มี Plasticity นอยกวา 4% คา


ความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.67 - 2.69 จำนวน 7 ตัวอยาง ไดแก 
- Station UTT006 บริเวณบานวังถ้ำ ตำบลน้ำพ อำเภอทองแสงขน หินฐานเปนหินแปร
ี้

ที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ F-MET1
- Station UTT011 บริเวณบานตนแดง ตำบลนางพญา อำเภอทาปลา หินฐานเปน
หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ SS3

- Station UTT004 บริเวณบานตะ ตำบลน้ำหมัน อำเภอทาปลา หินฐานเปนหินแกรนิต GR

- Station UTT037 บริเวณบานวังน้ำตน ตำบลทาแฝก อำเภอน้ำปาด หินฐานเปน
หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1


- Station UTT025 บริเวณบานคันนาทุง ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด หินฐานเปน
หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

- Station UTT041 บริเวณบานหัวนา ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด หินฐานเปน

หินทรายอารโคส หินทรายเนื้อควอตซ SS2
- Station UTT032 บริเวณบานหวยไผ ตำบลบอเบี้ย อำเภอบานโคก หินฐานเปน
หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด FS2



7.4.5 กลุม CH (clay of high plastic)

เปนดินในกลุมดินเหนียวทผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50% มีคา Liquid Limit


มากกวา 50% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.69 จำนวน 7 ตัวอยาง ไดแก 

- 186 -




- Station UTT012 บริเวณบานน้ำหมีนอย ตำบลผักขวง อำเภอทองแสงขน หินฐานเปน

หินทรายอารโคส หินทรายเนื้อควอตซ SS2
- Station UTT038 บริเวณบานหวยไผ ตำบลทาแฝก อำเภอทาปลา หินฐานเปน
หินอัคนีชนิดเมฟกและอัลตราเมฟก MU1

- Station UTT039 บริเวณบานงอมสัก ตำบลทาแฝก อำเภอทาปลา หินฐานเปน
หินอัคนีชนิดเมฟกและอัลตราเมฟก MU1

- Station UTT002 บริเวณบานคาย ตำบลน้ำหมัน อำเภอทาปลา หินฐานเปน

หินตะกอนกึ่งแปรสภาพ F-MET2

- Station UTT013 บริเวณบานน้ำไคร ตำบลน้ำไคร อำเภอน้ำปาด หินฐานเปน
หินทรายเนื้อเกรยแวก SS1


- Station UTT001 บริเวณบานนาตารอด ตำบลหาดงิ้ว อำเภอเมืองอุตรดิตถ หินฐาน
เปนหินทรายเนื้อเกรยแวก SS1

- Station UTT016 บริเวณบานบอแกว_บานผามูบ ตำบลแมพูล อำเภอลับแล หินฐาน
เปนหินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1


7.4.6 กลุม CL (clay of low to medium plasticity)

เปนดินในกลุมดินเหนียวทผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50% มีคา Liquid Limit



นอยกวา 50% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.67 - 2.70 จำนวน 14 ตัวอยาง ไดแก 
- Station UTT022 บริเวณบานแสนขัน ตำบลบอทอง อำเภอทองแสงขัน หินฐานเปน

หินทรายอารโคส หินทรายเนื้อควอตซ SS2
- Station UTT010 บริเวณบานน้ำพรา ตำบลนางพญา อำเภอทาปลา หินฐานเปนหิน
แปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ F-MET1

- Station UTT008 บริเวณบานผาเลือด ตำบลผาเลือด อำเภอทาปลา หินฐานเปนหิน
แปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ F-MET1


- Station UTT026 บริเวณบานนาพาย ตำบลเดนเหล็ก อำเภอน้ำปาด หินฐานเปนหิน
ตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด FS2

- Station UTT014 บริเวณบานสวน ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด หินฐานเปนหิน
ตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด FS2

- Station UTT036 บริเวณบานคันนาทุง ตำบลแสนตอ อำเภอน้ำปาด หินฐานเปนหิน
อัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจางถึงปานกลาง VOL1

- Station UTT031 บริเวณบานภูตาง ตำบลบอเบี้ย อำเภอบานโคก หินฐานเปนหิน


ทรายอารโคส หินทรายเนื้อควอตซ SS2

- 187 -



- Station UTT033 บริเวณบานหวยไผ ตำบลบอเบี้ย อำเภอบานโคก หินฐานเปนหิน
ทรายเนื้อเกรยแวก SS1

- Station UTT030 บริเวณบานมวงเจ็ดตน ตำบลมวงเจ็ดตน อำเภอบานโคก หินฐาน

เปนหินทรายอารโคส หินทรายเนื้อควอตซ SS2
- Station UTT021 บริเวณบานนาอิซาง ตำบลนายาง อำเภอพิชัย หินฐานเปนหินทราย
แทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ SS3

- Station UTT027 บริเวณบานเดิ่น ตำบลสองหอง อำเภอฟากทา หินฐานเปนหิน

ตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด FS2

- Station UTT034 บริเวณบานหวยกานเหลือง ตำบลฟากทา อำเภอฟากทา หินฐาน
เปนหินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานดวยเหล็กออกไซด FS2

- Station UTT007 บริเวณบานหวยฉลอง ตำบลถ้ำฉลอง อำเภอเมืองอุตรดิตถ หินฐาน

เปนหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ F-MET1

- Station UTT015 บริเวณบานนัวดุม ตำบลแมพล อำเภอลับแล หินฐานเปนหินตะกอน


เนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ FS1

ตารางที่ 7.3 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (ค่าพิกัดอัตตะเบิร์ก ความถวงจําเพาะของเม็ดดิน)

Soil Group Atterberg’sLimits
ลำดับ Station Zone UTM E UTM N Sample Specific Gravity ชนิดหิน
Depth (cm.) (USCS) LL ( %) PL ( %) PI ( %)

1 UTT006 47Q 642935 1946050 50-80 ML 47.16 32.08 15.08 2.69 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ


2 UTT005 47Q 639379 1938467 200-300 SM Non-plastic 2.63 หินแกรนิต

3 UTT022 47Q 642585 1932013 230-290 CL 49.31 22.50 26.81 2.70 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์

4 UTT012 47Q 653633 1938738 30-60 CH 50.63 27.04 23.59 2.68 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์

5 UTT009 47Q 644430 1966369 60-80 SC 51.05 26.38 24.67 2.65 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ

6 UTT038 47Q 670866 1977395 60-80 CH 65.22 28.05 37.17 2.65 หินอัคนีชนิดเมฟิกและอัลตราเมฟิก


7 UTT039 47Q 676660 1988146 100-140 CH 67.43 26.62 40.81 2.67 หินอัคนีชนิดเมฟิกและอัลตราเมฟิก - 188 -

8 UTT010 47Q 647894 1987421 30-70 CL 46.04 23.12 22.92 2.70 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ

9 UTT011 47Q 645101 1985795 10-30 ML 39.76 28.83 10.93 2.67 หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปร
สภาพ
10 UTT002 47Q 637130 1968992 30-60 CH 52.05 28.33 23.72 2.67 หินตะกอนกึ่งแปรสภาพ

11 UTT003 47Q 636362 1972651 20-120 MH 52.84 30.43 22.41 2.66 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ

12 UTT004 47Q 635244 1973832 80-110 ML Non-plastic 2.67 หินแกรนิต


13 UTT008 47Q 652990 1961759 90-160 CL 31.70 17.89 13.81 2.70 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ

14 UTT026 47Q 690405 1971067 60-80 CL 49.25 22.72 26.53 2.71 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็กออกไซด์

ตารางที่ 7.3 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (ค่าพิกัดอัตตะเบิร์ก ความถวงจําเพาะของเม็ดดิน) (ต่อ)

Soil Group Atterberg’sLimits
ลำดับ Station Zone UTM E UTM N Sample Specific Gravity ชนิดหิน
Depth (cm.) (USCS) LL ( %) PL ( %) PI ( %)

15 UTT037 47Q 671061 1972876 50-120 ML Non-plastic 2.69 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ


16 UTT013 47Q 656030 1946206 40-70 CH 55.75 25.89 29.86 2.70 หินทรายเนื้อเกรย์แวก

17 UTT014 47Q 649813 1929908 60-160 CL 32.46 20.82 11.64 2.72 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็กออกไซด์

18 UTT023 47Q 675311 1965760 30-70 SC 39.20 17.75 21.45 2.66 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบด้วยแร่สีจางถึงปานกลาง

19 UTT024 47Q 675107 1969572 30-90 MH 59.80 41.36 18.44 2.68 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ

20 UTT025 47Q 675612 1972123 80-130 ML 49.65 31.19 18.46 2.69 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ


21 UTT035 47Q 675136 1967722 50-100 MH 55.03 33.73 21.30 2.69 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ - 189 -

22 UTT036 47Q 675772 1971139 170-220 CL 38.99 20.60 18.39 2.70 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบด้วยแร่สีจางถึงปานกลาง

23 UTT040 47Q 685829 1956278 60-90 MH 53.85 32.76 21.09 2.66 หินทรายเนื้อเกรย์แวก

24 UTT041 47Q 681282 1958326 40-80 ML 41.33 26.63 14.70 2.68 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์

25 UTT031 47Q 708785 2021577 130-180 CL 33.00 22.82 10.18 2.71 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์

26 UTT032 47Q 721810 2022884 270-320 ML 35.66 25.39 10.27 2.66 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็ก
ออกไซด์
27 UTT033 47Q 723175 2024429 150-200 CL 42.79 23.91 18.88 2.70 หินทรายเนื้อเกรย์แวก

28 UTT028 47Q 723395 1991948 10-60 MH 51.16 38.15 13.01 2.66 หินทรายอาร์โคส

ตารางที่ 7.3 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (ค่าพิกัดอัตตะเบิร์ก ความถวงจําเพาะของเม็ดดิน) (ต่อ)

Soil Group Atterberg’sLimits
ลำดับ Station Zone UTM E UTM N Sample Specific Gravity ชนิดหิน
Depth (cm.) (USCS) LL ( %) PL ( %) PI ( %)

29 UTT029 47Q 724793 2000259 100-200 SC 34.94 21.71 13.23 2.65 หินทรายเนื้อเกรย์แวก


30 UTT030 47Q 727447 2002807 40-70 CL 38.08 22.23 15.85 2.70 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์

31 UTT020 47Q 627735 1909884 250-340 MH 64.62 38.18 26.44 2.70 หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปร
สภาพ
32 UTT021 47Q 631177 1918291 450-550 CL 46.90 24.24 22.66 2.68 หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปร
สภาพ
33 UTT027 47Q 688179 1977845 180-220 CL 38.45 20.79 17.66 2.69 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็ก
ออกไซด์
34 UTT034 47Q 706440 1998402 210-280 CL 26.41 13.81 12.60 2.71 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็ก
ออกไซด์ - 190 -
35 UTT001 47Q 642584 1954241 40-90 CH 51.82 23.23 28.59 2.70 หินทรายเนื้อเกรย์แวก

36 UTT007 47Q 646332 1952035 180-200 CL 37.18 21.87 15.31 2.68 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ

37 UTT019 47Q 618811 1968621 20-70 MH 56.19 32.09 24.10 2.65 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ

38 UTT015 47Q 606775 1956578 20-80 CL 47.72 27.46 20.26 2.69 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ

39 UTT016 47Q 602658 1963850 10-100 CH 53.82 27.46 26.36 2.71 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ

40 UTT017 47Q 603706 1964787 20-90 MH 56.04 32.63 23.41 2.65 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ


41 UTT018 47Q 613964 1959929 10-80 MH 58.00 32.76 25.24 2.68 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ

ตารางที่ 7.4 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (การหาขนาดเม็ดดิน วิธีร่อนผ่านตะแกรงและวิธีไฮโดรมิเตอร)

ลำดับ Station Zone UTM E UTM N Sample Soil Grain Size Analysis, mm.
Depth Group
(cm.) 12.70 9.53 4.76 2.00 0.42 0.15 0.07 0.037 0.019 0.009 0.005 0.002 0.001
(USCS)

1 UTT006 47Q 642935 1946050 50-80 ML 94.94 86.84 64.33 56.56 54.60 53.20 51.47 47.37 38.87 33.06 29.43 28.12 2.69

2 UTT005 47Q 639379 1938467 200-300 SM 95.19 93.57 88.19 51.60 37.74 32.06 27.04 21.85 17.91 14.65 10.41 9.17 2.63

3 UTT022 47Q 642585 1932013 230-290 CL 94.53 89.15 85.10 81.90 78.03 74.31 70.82 67.54 62.64 60.31 51.89 46.20 2.70

4 UTT012 47Q 653633 1938738 30-60 CH 100.00 99.66 99.03 98.24 94.96 87.88 82.80 77.57 70.89 65.98 56.84 54.63 2.68


5 UTT009 47Q 644430 1966369 60-80 SC 95.72 71.13 49.81 43.12 41.24 40.05 38.64 35.51 30.48 27.47 23.40 22.36 2.65

6 UTT038 47Q 670866 1977395 60-80 CH 100.00 99.31 90.84 80.16 75.45 72.22 67.73 51.07 41.46 39.78 33.75 31.42 2.65 - 191 -

7 UTT039 47Q 676660 1988146 100-140 CH 100.00 100.00 99.30 97.18 94.64 92.52 89.01 87.60 80.64 75.46 62.80 57.69 2.67

8 UTT010 47Q 647894 1987421 30-70 CL 100.00 99.46 98.35 97.26 96.57 96.19 91.72 90.32 72.33 61.17 42.01 33.63 2.70

9 UTT011 47Q 645101 1985795 10-30 ML 92.61 87.90 81.22 72.01 68.11 66.26 63.49 58.17 45.38 37.63 18.89 14.34 2.67


10 UTT002 47Q 637130 1968992 30-60 CH 99.47 96.21 92.03 88.09 82.51 78.50 75.82 74.62 68.70 64.29 55.32 51.70 99.47

11 UTT003 47Q 636362 1972651 20-120 MH 92.27 87.97 84.96 83.18 78.86 75.02 72.38 72.38 68.11 63.90 52.84 49.46 92.27

12 UTT004 47Q 635244 1973832 80-110 ML 100.00 100.00 98.76 94.29 81.17 72.48 69.26 58.01 39.79 31.43 14.86 10.98 100.00

13 UTT008 47Q 652990 1961759 90-160 CL 95.99 87.59 76.77 66.32 56.58 50.45 48.28 44.40 36.39 30.53 21.97 17.82 95.99

14 UTT026 47Q 690405 1971067 60-80 CL 100.00 97.96 92.68 86.13 83.63 82.05 78.16 78.16 70.96 66.47 59.85 56.01 100.00

ตารางที่ 7.4 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (การหาขนาดเม็ดดิน วิธีร่อนผ่านตะแกรงและวิธีไฮโดรมิเตอร) (ต่อ)

ลำดับ Station Zone UTM E UTM N Sample Soil Grain Size Analysis, mm.
Depth Group
(cm.) 12.70 9.53 4.76 2.00 0.42 0.15 0.07 0.037 0.019 0.009 0.005 0.002 0.001
(USCS)

15 UTT037 47Q 671061 1972876 50-120 ML 100.00 100.00 99.55 97.98 96.44 95.18 91.03 83.59 63.50 46.27 24.09 20.27 100.00

16 UTT013 47Q 656030 1946206 40-70 CH 94.75 83.19 74.57 72.63 71.81 69.71 66.59 65.60 58.18 54.38 49.31 47.65 94.75

17 UTT014 47Q 649813 1929908 60-160 CL 100.00 99.87 99.42 96.29 88.95 76.19 68.06 58.96 50.72 46.50 38.92 37.45 100.00

18 UTT023 47Q 675311 1965760 30-70 SC 98.79 92.32 67.37 47.38 42.08 39.66 37.35 32.53 29.49 27.25 23.17 21.87 98.79


19 UTT024 47Q 675107 1969572 30-90 MH 96.81 90.28 80.77 78.57 77.56 76.81 73.69 73.69 73.69 72.65 62.05 60.14 96.81

20 UTT025 47Q 675612 1972123 80-130 ML 100.00 100.00 99.72 93.94 87.06 83.69 79.95 79.95 78.20 73.48 60.46 54.64 100.00 - 192 -

21 UTT035 47Q 675136 1967722 50-100 MH 98.29 93.59 80.76 71.53 66.86 64.05 61.28 56.36 48.42 41.46 34.24 31.33 98.29

22 UTT036 47Q 675772 1971139 170-220 CL 99.16 97.80 93.95 74.36 60.26 53.45 42.66 34.17 25.88 22.33 17.10 15.01 99.16

23 UTT040 47Q 685829 1956278 60-90 MH 100.00 100.00 100.00 98.26 93.59 89.71 86.25 84.89 78.15 76.15 63.74 61.40 100.00


24 UTT041 47Q 681282 1958326 40-80 ML 96.11 95.64 95.30 93.61 87.01 81.61 78.18 74.49 65.52 60.97 55.18 53.05 96.11

25 UTT031 47Q 708785 2021577 130-180 CL 100.00 99.53 99.17 95.57 71.83 62.90 58.62 52.86 50.19 48.79 40.24 38.93 100.00

26 UTT032 47Q 721810 2022884 270-320 ML 100.00 98.76 95.10 89.94 80.50 72.17 65.74 58.77 49.82 44.61 37.29 34.74 100.00

27 UTT033 47Q 723175 2024429 150-200 CL 100.00 94.71 89.37 87.18 86.74 85.47 81.34 72.20 64.51 58.09 48.46 44.71 100.00

28 UTT028 47Q 723395 1991948 10-60 MH 100.00 90.84 79.90 72.37 70.08 68.50 60.02 55.71 48.44 44.58 37.60 35.27 100.00

ตารางที่ 7.4 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (การหาขนาดเม็ดดิน วิธีร่อนผ่านตะแกรงและวิธีไฮโดรมิเตอร) (ต่อ)

ลำดับ Station Zone UTM E UTM N Sample Soil Grain Size Analysis, mm.
Depth Group
(cm.) 12.70 9.53 4.76 2.00 0.42 0.15 0.07 0.037 0.019 0.009 0.005 0.002 0.001
(USCS)

29 UTT029 47Q 724793 2000259 100-200 SC 90.99 83.55 73.73 71.03 58.26 48.50 44.50 39.96 36.23 33.47 28.47 27.53 90.99

30 UTT030 47Q 727447 2002807 40-70 CL 99.55 98.63 97.76 96.65 87.09 75.83 68.42 61.44 55.70 51.48 43.84 42.23 99.55

31 UTT020 47Q 627735 1909884 250-340 MH 98.40 93.60 89.26 85.02 82.35 81.13 77.60 77.60 74.97 63.06 37.17 28.47 98.40

32 UTT021 47Q 631177 1918291 450-550 CL 100.00 99.24 97.80 92.29 84.76 74.61 67.77 63.38 60.18 56.01 47.51 44.22 100.00


33 UTT027 47Q 688179 1977845 180-220 CL 100.00 98.46 97.04 95.97 90.62 82.64 77.03 66.83 58.03 53.49 47.79 45.44 100.00

34 UTT034 47Q 706440 1998402 210-280 CL 98.59 96.55 93.85 88.62 81.71 75.76 67.62 58.31 49.08 41.23 32.78 29.21 98.59 - 193 -

35 UTT001 47Q 642584 1954241 40-90 CH 100.00 91.01 82.58 75.62 71.57 69.27 66.13 66.13 61.97 53.87 36.08 28.92 100.00

36 UTT007 47Q 646332 1952035 180-200 CL 100.00 94.87 86.65 76.42 65.72 60.81 58.17 53.36 44.72 41.42 32.51 29.69 100.00

37 UTT019 47Q 618811 1968621 20-70 MH 100.00 97.89 96.19 95.04 89.50 84.60 81.64 81.64 76.91 69.19 52.01 49.37 100.00


38 UTT015 47Q 606775 1956578 20-80 CL 96.59 93.33 88.28 83.95 80.86 79.06 75.79 75.79 65.30 56.19 34.81 27.88 96.59

39 UTT016 47Q 602658 1963850 10-100 CH 100.00 95.99 90.22 85.39 81.69 79.35 76.33 76.33 62.13 51.05 30.57 27.76 100.00

40 UTT017 47Q 603706 1964787 20-90 MH 100.00 99.67 98.43 96.89 95.88 95.09 92.02 92.02 88.34 71.22 43.40 33.57 100.00

41 UTT018 47Q 613964 1959929 10-80 MH 92.71 82.90 64.35 58.38 55.10 52.67 50.87 50.87 48.01 45.02 37.66 36.30 92.71



บทที่ 8


สรุปและข้อเสนอแนะ




8.1 บทสรุป

การศึกษาพื้นที่อ่อนไหวต่อการดินถล่มในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลใน
ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ด้วยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้วยวิธีทางสถิติ bivariate probability และ

weighting พิจารณาทั้งจาก 7 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดดินถล่ม ได้แก่ วิทยาหิน หน้ารับน้ำฝน
ระยะห่างจากทางน้ำ ระยะห่างจากโครงสร้างทางธรณีวิทยา ระดับความสูง ความลาดชัน และการใช้
ประโยชน์ที่ดิน สามารถสรุปผลจากการวิเคราะห์ ได้ดังนี้

1) ปัจจัยที่ควบคุมการเกิดดินถล่มในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พบว่ามีความสัมพันธ์กับ
การกระจายตัวของร่องรอยดินถล่ม เรียงลำดับความสำคัญจากมากไปหาน้อย ได้แก่ 1) การใช้ประโยชน์
ที่ดิน 2) ความลาดชัน 3) วิทยาหิน 4) หน้ารับน้ำฝน 5) ทิศทางกรไหลของน้ำ 6) ระดับความสูง และ
7) ระยะห่างจากโครงสร้าง ตามลำดับ


2) การกระจายตัวของร่องรอยดินถล่ม พบส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำที่เป็นพื้นที่ป่า ที่มีความ
ลาดชันตั้งแต่ 30-70 องศา ณ ที่ความสูงตั้งแต่ 600-2,000 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง และสามารถพบ
ในกลุ่มวิทยาหิน FS1 MET1 และ SS1 จำพวกตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ จำพวก หินทรายแป้ง
หินดินดาน และหินโคลน
3) พนที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ จำแนกออกได้เป็น 5 ระดับ

ื้
(1) ระดับต่ำมาก (Very low) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 191 ตารางกิโลเมตร
คิดเป็นร้อยละ 3.42 ของพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มทั้งหมด
(2) ระดับต่ำ (Low) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,844.03 ตารางกิโลเมตร คิดเป็นร้อย

ละ 33.00 ของพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มทั้งหมด
(3) ระดับปานกลาง (Moderate) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,673 ตารางกิโลเมตร
คิดเป็นร้อยละ 47.83 ของพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มทั้งหมด
(4) ระดับสูง (High) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 726.20 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น

ร้อยละ 12.99 ของพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มทั้งหมด
(5) ระดับสูงมาก (Very high) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 154.46 ตารางกิโลเมตร คิดเป็น
ร้อยละ 2.76 ของพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มทั้งหมด
4.) การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดินขั้นพื้นฐาน สามารถจำแนกประเภทของดิน

ออกเป็นทั้งหมด 6 กลุ่ม ดังนี้
(1) ดินกลุ่ม SM (silty sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเป็นดินในกลุมทรายเม็ด
ละเอียดปนทราย มีตะกอนทรายปน ทราย-ตะกอนทรายผสมกัน ขนาดคละกันดี พบกระจายตัวในพื้นที่
หินฐานเป็นหินแกรนิต ในกลุ่มวิทยาหิน GR

(2) ดินกลุ่ม SC (clayey sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเป็นดินในกลุมทรายเม็ด
ละเอียดปนทราย มีเศษดินเหนียวปน ทราย-ดินเหนียวผสมกัน ขนาดคละกันไม่ดี พบกระจายตัวในหินฐาน

- 196 -

ประกอบด้วย หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ ในกลุ่มวิทยาหิน F-MET1 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบด้วยแร่
สีจางถึงปานกลาง ในกลุ่มวิทยาหิน VOL1 และหินทรายเนื้อเกรย์แวกในกลุ่มวิทยาหิน SS1

(3) ดินกลุ่ม MH (inorganic silts) คือ ดินพวกเม็ดละเอียดเป็นดินกลุ่มตะกอนทราย

อนินทรีย์และทรายละเอียดหรือตะกอนทรายปนไมก้าหรือดินเบา พบกระจายตัวในพื้นที่ หินฐานเป็นหิน
ตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน FS1 หินทรายเนื้อเกรย์แวก ในกลุ่มวิทยาหิน
SS1 หินฐานเป็นหินทรายอาร์โคส ในกลุ่มวิทยาหิน SS2 และหินฐานเป็นหินทรายแทรกสลับกับหินตะกอน
เนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน SS3

(4) ดินกลุ่ม ML (inorganic silts and very fine sand) คือ ดินพวกเม็ดละเอียด

เป็นดินในกลุมตะกอนทรายอนินทรีย์และทรายละเอียดมากหินฝุ่นทรายละเอียดปนตะกอนทรายหรือดิน
เหนียวมีความเหนียวเล็กน้อย พบกระจายตัวในพื้นที่ หินฐานเป็นหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ ในกลุ่มวิทยา
หิน F-MET1 หินทรายอาร์โคส ในกลุ่มวิทยาหิน SS2 หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียด

กึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน SS3 หินตะกอนเนื้อละเอียดบางส่วนกึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน FS1
และหินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็กออกไซด์ ในกลุ่มวิทยาหิน FS2

(5) ดินกลุ่ม CH (clay of high plastic) คือ ดินพวกเม็ดละเอียดเป็นดินในกลุ่ม
ดินเหนียว อนินทรีย์มีความเหนียวสูง ดินเหนียวมีความหนืดสูง พบกระจายตัวในพื้นที่ หินฐานเป็นหิน
ตะกอนกึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน F-MET2 หินทรายเนื้อเกรย์แวก ในกลุ่มวิทยาหิน SS1 หินหินทราย

อาร์โคส ในกลุ่มวิทยาหิน SS2 ตะกอนเนื้อละเอียดบางส่วนกึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน FS1 และหิน
อัคนีชนิดเมฟิกและอัลตราเมฟิก ในกลุ่มวิทยาหิน MU1

(6) ดินกลุ่ม CL (clay of low to medium plasticity) คือ ดินพวกเม็ดละเอียด
เป็นดินในกลุ่มดินเหนียวอนินทรีย์ มีความเหนียวต่ำ-ปานกลาง ดินเหนียวปนทราย ดินเหนียวปนตะกอน
ทราย พบกระจายตัวในพนที่ หินฐานเป็นหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ ในกลุ่มวิทยาหิน F-MET1 หินทราย
ื้
เนื้อเกรย์แวก ในกลุ่มวิทยาหินSS1 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์ ในกลุ่มวิทยาหิน SS2 หินทราย
แทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ ในกลุ่มวิทยาหิน SS3 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อม
ประสานด้วยเหล็กออกไซด์ ในกลุ่มวิทยาหิน FS1 หินตะกอนเนื้อละเอยดเชื่อมประสานด้วยเหล็กออกไซด์

ในกลุ่มวิทยาหิน FS2 และหินอัคนีภูเขาไฟประกอบด้วยแร่สีจางถึงปานกลาง ในกลุ่มวิทยาหิน VOL1


8.2 ข้อเสนอแนะ

ื้

1) การศึกษาหาแนวทางเพอวิเคราะห์พนที่ออนไหวต่อการเกิดดินถล่มให้ทันสมัย และเป็น
ื่
ปัจจุบันนั้น ต้องอาศัยข้อมูลที่มีการปรับปรุงแก้ไขอยู่เสมอ จึงจะเกิดความถูกต้องของแบบจำลองมากที่สุด
2) ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ต้องที่มีความถูกต้อง ควรมีการจัดเก็บฐานข้อมูลให้อยู่
ในรูปแบบของระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานและการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข
ข้อมูลให้มีความเป็นปัจจุบันและถูกต้องมากที่สุด

3) การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความละเอียดสูง และการออกภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูล
ทั้งข้อมูลด้านธรณีวิทยาและข้อมูลร่องรอยดินถล่มควบคู่กัน จะทำให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และทำให้การทำ


ื้

แผนที่ร่องรอยดินถล่มและแผนที่พนที่ออนไหวต่อการเกดดินถล่มมีความถกต้อง แม่นยำมากยิ่งขึ้น
4) การทำรายละเอียดของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่อาจจะช่วยในการอธิบายการ
เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการเกิดดินถล่มได้

เอกสารอ้างอิง




กรมทรัพยากรธรณี, 2551, การจำแนกเขตเพื่อการจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี จังหวัดอุตรดิตถ์: กรุงเทพฯ, กรมทรัพยากรธรณี
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 97 หน้า.
ี่
, 2550, ธรณีวิทยาประเทศไทย (พิมพ์ครั้งท 2 ฉบับปรับปรุง): กรุงเทพฯ กรมทรัพยากรธรณี, 628 หนา.

, 2556, แผนที่ธรณีวิทยา ฉบับพกพา มาตราส่วน 1:1,000,000 (Geological map of Thailand, scale
1:1,000,000): กรุงเทพฯ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
กรมอุตุนิยมวิทยา, 2564, สภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ [Online]: แหล่งที่มา: https://www.tmd.go.th/index.php
[2563, กุมภาพันธ์ 22]
คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวทยาลัยสงขลานครินทร์, 2540, การจัดการสาธารณภัยในภาคใต้ของประเทศไทย (สงขลา): คณะ


ทรัพยากรธรรมชาติ มหาวทยาลัยสงขลานครินทร์.
ชูศักดิ์ คีรีรัตน, 2554, ปฐพีกลศาสตร์: กรุงเทพฯ, 813 หน้า.


นิพนธ์ ตั้งธรรม และปรีชา คูรัตน, 2516, ดินเลื่อนไหลในป่าดิบเขาดอยปุย เชียงใหม่ การวิจัยลุ่มน้ำห้วยคอกม้า 16 ตุลาคม 2516:
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะวนศาสตร์ ภาควิชาอนุรักษวทยา.

นิวัต เรืองพานช, 2513, ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณฝนและลักษณะการไหลของน้ำในลำธาร ลุ่มน้ำห้วยคอกม้า ดอยปุย


จังหวัดเชียงใหม่: กรุงเทพฯ, การวิจัยลุ่มน้ำคอกม้า เล่มท 6 วิชาอนุรักษ์วิทยา คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ี่
บริษัท เว็บสวัสดี จำกัด (มหาชน), 2560, ข้อมูลการเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี, บริษัท เว็บสวัสดี จำกัด (มหาชน) [Online]: แหล่งที่มา:
http://www.sawadee.co.th/thai/chantaburi/transportation.html [2563, กุมภาพันธ์ 22]

ปริญญา นุตาลัย และวันชัย โสภณสกุลรัตน, 2532, การป้องกันอุทกภัยภาคใต: เอกสารประกอบการสัมมนา เล่มที่ 1 วันที่ 17-18

สิงหาคม 2532 โรงแรมเจบี หาดใหญ่ สงขลา, 34 หน้า.

พิสุทธิ์ วิจารสรณ์ สุรินทร์ ไวยเจริญ สถิระ อุดมศรี อนุวตร โพธมาน และสุพร บญประคับ, 2533, รายงานการศึกษาสาเหตุและ


การประเมินความเสียหายบริเวณพื้นที่อุทกภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะ

ี่
ดินและธรณีวิทยา: กรุงเทพฯ, กองสำรวจดินและจำแนกดิน กรมพัฒนาทดินและสหกรณ์.
มณเฑียร กังศศิเทียม, 2543, กลศาสตร์ของดินด้านวิศวกรรม: กรุงเทพฯ, บริษัท อัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด, 371 หนา.




เมธา ศรีทองคำ, 2561, การศึกษาลักษณะและสมบัตของดินทมีวตถุต้นกำเนิดจากหินแกรนตบริเวณจังหวัดอุทัยธาน: กรุงเทพฯ, กลุ่ม

ี่

สำรวจจำแนกดิน กองสำรวจและวิจัยทรัพยากรดิน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรงเกษตรและสหกรณ์, 151 หนา.


ราชบัณฑิตยสถาน, (2544), พจนานกรมศัพท์ธรณีวิทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 384 หนา.

วรวุฒ ตันติวานิช, 2535, ธรณีวิทยาภัยพิบัติ เนื่องจากแผ่นดินถล่มที่บ้านกระทูนเหนือ จังหวัดนครศรีธรรมราช: รายงานวิชาการ,
กองธรณีวิทยา, กรมทรัพยากรธรณี, ฉบับท 1, 30 หนา.
ี่

สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน), 2561, [Online]: แหล่งที่มา:
http://www.thaiwater.net/current/YearlyReport2018/rain.html [2563, กุมภาพันธ์ 22]
สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP), 2559, คู่มือการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติ: กรุงเทพฯ, สำนักงาน
โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ สำนักงานประเทศไทย.
ศูนย์วิจัยป่าไม้, 2537, รายงานฉบับสุดท้ายโครงการศึกษาเพื่อกำหนดพนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยและภัยธรรมชาติในพื้นที่ลุ่มน้ำ
ื้
ภาคใต: กรุงเทพฯ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.

ศศิวิมล นววิธไพสิฐ, 2551, รายงานการวิเคราะห์พนที่เสี่ยงภัยดินถล่ม จังหวัดพังงา: รายงานวิชาการ, กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม,
ื้

กรมทรัพยากรธรณี, ฉบับที่ กธส 7/2551, 76 หนา.

- 198 -


Akgün, A., and Bulut, F., 2007, "GIS-based landslide susceptibility for Arsin-Yomra (Trabzon, North Turkey)
region: Environmental geology, v. 51, no. 8, p.1377-1387.
Anbalagan, R., 1992, Landslide hazard evaluation and zonation mapping in mountainous terrain: Engineering.
Geology., v. 32, p.269-277.
Anonymous, (n.d). Retrieved January 6, 2021, from
http://nfile.snru.ac.th/download.aspx?cv=1&NFILE=TEACHER_157_12082015220052848.pdf
Aleotti, P., and Chowdhury, R., 1999, Landslide hazard assessment: summary review and new perspectives:
Bulletin of Engineering Geology and the Environment, v. 58, no. 1, p.21-44.
Ayalew, L., and Yamagishi, H., 2005, The application of GIS-based logistic regression for landslide susceptibility
mapping in the Kakuda-Yahiko Mountains: Central Japan, v. 65, no. 1–2, p.15-31.
ASTM, 2000, Standard Test Methods for Liquid Limit, Plastic Limit, and Plasticity Index of Soils - D4318-84: West
Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.14.
______________, 2000, Standard Test Method for Particle Size Analysis of Soils - D422-63: West
Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.8.
______________, 2000, Standard Test Methods for Specific Gravity of Soil Solids by Water Pycnometer - D854-
02: West Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.7.
Bunopas, S., 1981, Paleogeographic history of western Thailand and adjacent parts of Southeast Asia – A plate
tectonics interpretation: Victoria University of Willington, unpublished Ph.D. thesis, 810 p.; reprinted 1982
as Geological Survey Paper no.5, Geological Survey Division, Department of Mineral Resources, Thailand.
Carrara, A., and R., Pike, 2008, GIS technology and models for assessing landslide hazard and risk:
Geomorphology (Amsterdam), v. 94. p.3-4.
Cardinali, M., Reichenbach, P., Guzzetti, F., Ardizzone, F., Antonini, G., and Galli, M., 2002, A geomorphological
approach to the estimation of landslide hazards and risks in Umbria, Central Italy: Natural Hazards and
Earth System Sciences, v. 2, p.57-7.
Cevik, E., and T., Topal, 2003, GIS-based landslide susceptibility mapping for a problematic segment of the
natural gas pipeline, Hendek (Turkey): Environmental geology, v. 44, no. 8, p.949-962.
Chung, C. F., and Fabbri, A. G., 2003, Validation of spatial prediction models for landslide hazard mapping:
Natural Hazards v. 30, no. 3, p.451-472.
Craig, R. F., 2004, Craig's soil mechanics (7 ed.): Taylor & Francis, 464 p.
th
Cruden, D., and Varnes, D., 1996, ‘Landslide Types and Processes’, In S. R. Turner (ed) Landslides Investigation
and Mitigation: Transportation research board national research council, Special Report, v. 247, p.36–75.
Dahal, R., Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Dhakal, S., and Paudyal, P., 2008, Predictive modelling
of rainfall-induced landslide hazard in the Lesser Himalaya of Nepal based on weights-of-evidence:
Geomorphology, v. 102, no. 3-4, p.496-510.
_______________, Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Masuda, T., and Nishino, K., 2008, GIS-based
weights-of-evidence modelling of rainfall-induced landslides in small catchments for landslide
susceptibility mapping: Environmental Geology, v. 54, no. 2, p.311-324.
_______________, Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Masuda, T., and Nishino, K., 2008, GIS-based
weights-of-evidence modelling of rainfall-induced landslides in small catchments for landslide
susceptibility mapping: Environmental Geology, v. 54, no. 2, p.311-324.
Dai, F. C., and Lee, C. F., 2001, Terrain-based mapping of landslide susceptibility using a geographical
information system: a case study: Canadian Geotechnical Journal, v.38, no.5, p.911-923.
_______________, 2002, Landslide characteristics and slope instability modelling using GIS, Lantau Island Hong
Kong: Geomorphology, v. 42, no. 3–4, p.213-228.
Dearman, W.R., 1974, Weathering classification in the characterisation of rock for engineering purposes in
British practice: Bulletin of the International Association of Engineering Geology, v.9, p.33-42.

- 199 -


______________, 1976, Weathering classification in the characterisation of rock - A revision: Bulletin of the
International Association of Engineering Geology, v.13, p.123-127.
______________, 1991, Engineering geological mapping. Butterworth-Heinemann, 396 p.
Ercanoglu, M., and Gokceoglu, C., 2004, Use of fuzzy relations to produce landslide susceptibility map of a
landslide prone area (West Black Sea Region, Turkey): Engineering Geology, v. 75, no. 3-4, 229-250.
Ermini, L., Catani, F., and Casagli, N., 2005, Artificial Neural Networks applied to landslide susceptibility
assessment: Geomorphology, v. 66, no. 1-4, p.327-343.
Garson, MS., Mitchell AHG., and Trit AR., 1975, The Geology of the Phuket - Phangnga Area in Peninsula,
Thailand: London, HMSO.
Guzzetti, F., Carrara, A., Cardinali, M., and Reichenbach, P., 1999, Landslide hazard evaluation: a review of
current techniques and their application in a multi-scale study: Central Italy, Geomorphology, v. 31, no.
1-4, p.181-216.
Hasanat, M. H. A., Ramachandram, Dhanesh and Rajeswari, 2010, Bayesian belief network learning algorithms
for modeling contextual relationships in natural imagery: a comparative study: Artificial Intelligence
Review, v. 34, no. 4, p.291-308.
He, Y., and Beighley, R. E., 2008, GIS-based regional landslide susceptibility mapping: a case study in southern
California: Earth Surface Process and Landforms, v. 33, p.380–393.
Hewlett, J. D., and Hibbert, A. R., 1967, Factors affecting the response of small watersheds to precipitation in
humid areas: Forest hydrology, v. 1, p.275-290.
Hearn, G. J., 2016, A3 Slope materials, landslide cause and landslide mechanisms. Engineering Geology Special
Publications, v.24, p.15-57.
Hillel, D., 2008, Soil in the Environment, Academic Press, p.15-26.
Hoover, M. D., and Hursh, 1943, Influence of topography and soil‐depth on runoff from forest land: Eos.
Transactions American Geophysical Union, v. 24, no. 2, p. 693-698.
_______________, 1950, Hydrologic characteristics of South Carolina piedmont forest soil: Soil Science Society
of America Proceedings, v. 14, p. 353-358.
Hornbeck, J. W., and K.G. Reinhart, 1964, Water Quality and Soil Erosion as Affected in Steep Terrain: Journal
of Soil and Water Conservation, v. 19, no. 1, p.23-27.
Khampilang, N., 2015, Landslide assessment in a remote mountain region: a case study from the Toktogul
region of Kyrgyzstan: Central Asia, Ph.D. Thesis, University of Portsmouth.
Kingbury, A.P., Hastie, J.W., and Harrington, A.J., 1991, Reginal landslip hazard assessment using a Geographic
Information System, In D., H., Bell, ed., landslides Glissements de terrain. Edited: Geology Department,
Univ. of Canterbury, Christchurch New Zealand: Balkerma, Rotterdam: Rotterdam, p.995–1,000.
Lessing, P., Messenia, C. P., and Fonner, R. F., 1983, Landslides risk assessment: Environmental Geology, v. 5,
no. 2, p.93-99.
Malamud, B. D., Turcotte, D. L., Guzzetti, F., and Reichenbach, P., 2004, Landslide inventories and their
statistical properties: Earth Surface Processes and Landforms, v. 29, no. 6, p.687-711.
Matsukura, Y., and Tanaka, Y., 1983, Stability analysis for soil slips of two gruss-slopes in Southern Abukuma
Mountains: Japan. Trans. Japan.
Mehrotra, G. S., Sarkar, S., and Dhamaraju, R., 1991, Landslide hazard assessment in Rishikeshtehri Area,
Garhwal Himalaya, India, In D. H. Bell, ed., Landslides Glissement De Terrain: Geology Department,
University of Canterbury, Christchurch, New Zealand.
Miller, S., 2007, Geographical Information Systems (GIS) applied to Landslide Hazard Mapping and Evaluationin
North-East Wales: Liverpool, University of Liverpool.
Nakapadungrat, S., Beckinsale, R.D., and Suensilpong, S., 1984, Geochronology and geology of Thai granites:
Conference on Application of Geology and the National Development, Chulalongkorn University,
Bangkok, November, v. 19–22, p.75–93.

- 200 -


Nandi, A., and Shakoor, A., 2010, A GIS-based landslide susceptibility evaluation using bivariate and
multivariate statistical analyses: Engineering Geology, v. 110, no. 1- 2, p.11-20.
Nawawitphisit, S., 2010, Using GIS and remote sensing techniques to predict landslides in Southwest
Guatemala: M.Sc. Dissertation, University of Bristol.
Neuhäuser, B., and Terhorst, B., 2007, Landslide susceptibility assessment using “weights-of-evidence” applied
to a study area at the Jurassic escarpment (SW-Germany): Geomorphology v. 86, no. 1-2, p.12-24.
Okagbue, C. O., 1989, Predicting landslips caused by rainstorms in residual/colluvial soil of Nigerian hillside
slopes: Natural Hazards, v. 2, p.133–141.
Ohlmacher, G. C., and Davis, J. C., 2003, Using multiple logistic regression and GIS technology to predict
landslide hazard in northeast Kansas USA: Engineering Geology, v. 69, no. 3–4, p.331-343.
Park, N. W. and Chi K. H., 2008, Quantitative assessment of landslide susceptibility using high‐resolution
remote sensing data and a generalized additive model: International Journal of Remote Sensing, v. 29,
no. 1, p. 247-264.
Pradhan, B., and Lee, S., 2010, Delineation of landslide hazard areas on Penang Island, Malaysia, by using
frequency ratio, logistic regression, and artificial neural network models: Environmental Earth Sciences, v.
60, no. 5, p.1037-1054.
Putthapiban, P., 1984, Geochemistry, Geochronology and tin mineralization of Phuket granites, Phuket,
Thailand: unpublished Ph.D. thesis, La Trobe University Victoria, Australia, 421 p.
Nianxueo, Z., and S., Zhupingo, 1992, Probability analysis of rain-related occurrence and revival of landslides
in Yunyang-Fengjie area in East Sichuan. International symposium on landslides.
Nwajide, C. S., Okagbue, C. O., and Umeji, A. C., 1988, Slump-debris flows in the Akovolwo mountains area of
Benue State, Nigeria: Natural Hazards, v. 1, p.145–154.
Regmi, K.., Naidoo, J., and Pilkinng, P., 2010, Understanding the processes of translation and transliteration in
qualitative research: International Journal of Qualitative Methods, v., 9, no. 1, p.16-26.
Rice, R. M., and Foggin, G. T., 1971, Effects of high intensity storms in soil slippage on mountainous water-
sheds in southern California: Water Resource Research, v., 7, no. 6, p.1485–1496.
Selby, M.E., 1993, Hillslope materials and processes. Oxford University Press, Oxford.
Serizawa, M., 1981, On runoff phenomena during a storm in a small basin of uppermost reach of River
Yamaguchi. Hydrology, v. 11, p.8-15.
Soeters, R., and van Westen, C. J., 1996, Slope instability recognition, analysis, and zonation: Washington, DC,
Transportation Research Board.
Suzen, M., and Doyuran, V., 2004, Data driven bivariate landslide susceptibility assessment using geographical
information systems: a method and application to Asarsuyu catchment; Turkey: Engineering Geology, v.
71, p.303-321.
Tangtham, N., 1999, Observed and hypothetical effect over time of the terraced forest plantation on soil and
water losses at Doi Angkhang highland project: Chiang Mai.
Teerarungsigul, S., 2006, Landslide prediction model using remote sensing, GIS and field geology: a case study
of Wang Chin district, Phrae province, Northern Thailand: Suranaree University of Technology, Nakhon
Ratchasima, 190 p.
Thiery, Y., Malet, J. P., Sterlacchini, S., Puissant, A., and Maquaire, O., 2007, Landslide susceptibility assessment
by bivariate methods at large scales: Application to a complex mountainous environment:
Geomorphology, v. 92, no. 1-2, p.38-59.
Trimble, G. R., Hale C. E., and Potter, H. S., 1951, Effect of Soil Cover Condition on Soil-Water Relationhips:
Station Paper NE-39. Upper Darby, PA: U.S. Department of Agriculture, Forest Service, Northeastern Forest
Experiment Station, 44 p.
Tsukamoto, Y., 1966, Raindrops under forest canopies and splash erosion: Bull Tokyo Univ Agri Tech For, v. 5,
p. 65-74.

- 201 -


UNISDR., 2004, Living with Risk: A global review of disaster reduction initiatives Neneva: United Nations, v. 1.
Van Den Eeckhaut, Vanwalleghem, M., Peosen, T., Govers, J., Verstraeten, G., Vandekerckhove, G., and
Liesbeth, 2006, Prediction of landslide susceptibility using rare events logistic regression: a case-study in
the Flemish Ardennes (Belgium): Geomorphology, v. 76, no. 3-4, p.392-410.
Van Westen, C. J., Castellanos, E., and Kuriakose, S. L., 2008, Spatial data for landslide susceptibility, hazard,
and vulnerability assessment: An overview, Engineering Geology, v. 102, no. 3–4, p.112-131.
_______________, Quan Luna, B., Vargas Franco, R., Malet, J. P., Jaboyedoff, M., Horton, P., and Kappes, M.,
2010, Development of training materials on the use of Geo-information for Multi-Hazard Risk Assessment
in a Mountainous Environment, in Proceedings of the Mountain Risks International Conference: Firenze,
Italy, 24–26 November 2010, p.469–475.
Varnes, D.J., 1978, Slope movement types and processes: Landslides analysis and control special report 176.
National Academy of Sciences.
_______________, 1984, Landslide Hazard Zonation: a review of principles and practice: UNESCO, Darantiere,
Paris, 61 p.
Wichai Pantanahiran, 1994, The use of landsat imaery and digital terrain models to assess and predict
landslide activity in tropical areas: a dissertation submitted in partial fulfillment of the requirments for
the degree of doctor of philosophy in natural resources, University of Rhode Island, 56 p.
Yalcin, A., 2008, GIS-based landslide susceptibility mapping using analytical hierarchy process and bivariate
statistics in Ardesen (Turkey): Comparisons of results and confirmations: Catena, v. 72, no. 1, p.1-12.
_______________, Reis, S., Aydinoglu, A. C., and Yomralioglu, T., 2011, A GIS-based comparative study of
frequency ratio, analytical hierarchy process, bivariate statistics and logistics regression methods for
landslide susceptibility mapping in Trabzon, NE Turkey: Catena, v. 85, no. 3, p.274-287.
Yesilnacar, E., and Topal, T., 2005, Landslide susceptibility mapping: A comparison of logistic regression and
neural networks methods in a medium scale study, Hendek region (Turkey): Engineering Geology, v. 79,
no. 3-4, p.251-266.
Yilmaz, I., 2009, Landslide susceptibility mapping using frequency ratio, logistic regression, artificial neural
networks and their comparison: a case study from Kat landslides (Tokat—Turkey): Computers &
Geosciences, v. 35, no. 6, p.1125-1138.






Click to View FlipBook Version