- 77 -
4.5 การวิเคราะห์แบบจำลองดินถล่มทางคณิตศาสตร์
ปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์ความอ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มทั้ง 7 ชนิด (ข้อมูลวิทยาหิน
ความลาดชัน ระดับความสูง หน้ารับน้ำฝน ดัชนีพืชพรรณ ธรณีวิทยาโครงสร้าง และทางน้ำ) โดยจะถูกแบ่งเป็น
กลุ่มย่อย (reclassify) เพื่อเป็นการจัดกลุ่มข้อมูลก่อนการประมวลผล และทำชั้นระยะกันชน (multi-buffer)
สำหรับข้อมูลธรณีวิทยาโครงสร้างและทางน้ำ รายละเอียดดังตารางที่ 4.6 การจัดเก็บฐานข้อมูลจะอยู่ในรูปแบบ
กริด (raster data) ที่มีขนาดความละเอียด 10x10 เมตร เพื่อนำไปใช้ประมวลผลในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์
โดยแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ดังรูปที่ 4.3 โดยแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
รูปที่ 4.3 แผนภูมิการวิเคราะห์แบบจำลองดินถล่ม
- 78 -
ตารางที่ 4.6 ปัจจัยที่นำมาใช้ในแบบจำลองดินถล่ม
ปัจจัย กลุ่ม Classes
1. วิทยาหิน 1 CG1 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเป็นแร่ควอตซ์และเศษหิน
(Lithology) 2 CG2 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเป็นหินปูน
3 CG3 หินกรวดมนสีน้ำตาลแดง
4 SS1 หินทรายเนื้อเกรย์แวก
5 SS2 หินทรายอาร์โคส หินทรายเนื้อควอตซ์
6 SS3 หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ
7 SS4 หินทรายสีน้ำตาลแกมม่วง ชั้นหนา
8 FS1 หินตะกอนเนื้อละเอียด บางส่วนกึ่งแปรสภาพ
9 FS2 หินตะกอนเนื้อละเอียดเชื่อมประสานด้วยเหล็กออกไซด์
10 FS3 หินตะกอนเนื้อละเอียด เนื้อปนปูน
11 FS4 หินตะกอนเนื้อละเอียด หินโคลน หินโคลนปนซากพืช
12 CB1 หินคาร์บอเนต
13 CB2 หินคาร์บอเนตเนื้อดิน
14 CH หินตะกอนเนื้อผลึกซิลิกา
15 CT หินแปรสัมผัสที่มากด้วยแร่ควอตซ์
16 F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ
17 F-MET2 หินตะกอนกึ่งแปรสภาพ
18 MU1 หินอัคนีชนิดเมฟิกและอัลตราเมฟิก
19 MU2 หินเซอร์เพนทีไนท์พบร่วมกับหินอัคนีชนิดอัลตราเมฟิก
20 GR หินแกรนิต
21 VOL1 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบด้วยแร่สีจางถึงปานกลาง
22 VOL2 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบด้วยแร่สีจาง
23 GY หินกีเซอไรต์
24 COL ตะกอนเชิงเขา
25 AL ตะกอนน้ำพา
26 TER ตะกอนตะพักลำน้ำ
27 BEA ตะกอนชายหาด และตะกอนสันทรายเก่า
28 MC ตะกอนป่าชายเลน และตะกอนที่ราบน้ำทะเลขึ้นถึง
- 79 -
ตารางที่ 4.6 ปัจจัยที่นำมาใช้ในแบบจำลองดินถล่ม (ต่อ)
ปัจจัย กลุ่ม Classes
2. หน้ารับน้ำฝน 1 Flat (-1)
(Aspect) 2 North (0-22.5)
3 Northeast (22.5-67.5)
4 East (67.5-112.5)
5 Southeast (112.5-157.5)
6 South (157.5-202.5)
7 Southwest (202.5-247.5)
8 West (247.5-292.5)
9 Northwest (292.5-337.5)
10 North (337.5-360)
3.ทิศทางการไหล 1 1 (90 deg)
ของน้ำ (Flow 2 2 (135 deg)
Direction) 3 4 (180 deg)
4 8 (225 deg)
5 16 (270 deg)
6 32 (315 deg)
7 64 (0 deg)
8 128 (45 deg)
4.ระดับความสูง 1 0-200
(เมตร) 2 200-400
(Elevation) 3 400-600
4 600-800
5 800-1000
6 1000-1200
7 1200-1400
8 1400-1600
9 1600-1800
10 1800-2000
11 2000-2200
12 มากกว่า 2200
- 80 -
ตารางที่ 4.6 ปัจจัยที่นำมาใช้ในแบบจำลองดินถล่ม (ต่อ)
ปัจจัย กลุ่ม Classes
5.ความลาดชัน 1 0-10
(องศา) (Slope) 2 10-20
3 20-30
4 30-40
5 40-50
6 50-60
7 60-70
8 70-80
9 80-90
6.การใช้ประโยชน์ 1 Water แหล่งน้ำ
ที่ดิน (LU) 2 Trees พื้นที่ป่ามีต้นไม้ใหญ่
3 Grass ทุ่งหญ้า
4 Flooded Vegetation พืชพรรณในพื้นที่ลุ่มน้ำท่วมถึง
5 Crops พื้นที่เกษตรกรรม
6 Scrub/Shrub พุ่มไม้
7 Built Area พื้นที่สิ่งปลูกสร้าง
8 Bare Ground พื้นที่โล่งไม่มีพืชพรรณใบเขียว
7. ระยะห่างจาก 1 0-200
โครงสร้าง (เมตร) 2 200-400
(The distance to
structure) 3 400-600
4 600-800
5 800-1000
6 1000-1200
7 1200-1400
8 1400-1600
9 1600-1800
10 1800-2000
11 2000-2200
12 2200-2400
13 2400-2600
14 2600-2800
15 2800-3000
16 >3000
- 81 -
4.5.1 Area cross tabulation
้
ิ
การนำข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับดินถล่มมาหาความสัมพันธ์กับขอมูลดินถล่มที่เกดขึ้นในอดีต
หรือแผนที่ร่องรอยดินถล่ม (ลักษณะจุด) โดยจุดประสงค์ของวิธีนี้ คือ การเปรียบเทียบลักษณะพื้นที่เดียวกัน
บนข้อมูลสองตัว การรวมข้อมูลที่มีพื้นที่ทับซ้อนกันของแต่ละปัจจัยกับจุดร่องรอยดินถล่มในอดีต และนำ
ออกมาในรูปแบบตาราง โดยคำนวณพื้นที่ของปัจจัยแต่ละกลุ่มที่ทับซ้อนกับจุดดินถล่ม การสร้างตารางนำเอา
ตัวแปรมาไขว้กันตามแนวนอนและแนวตั้ง ตารางที่ได้แสดงรายละเอียดของตัวแปรหนึ่งในแต่ละอีกค่าตัวแปร
หนึ่งที่ใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรทั้งสอง
4.5.2 Frequency ratio (Fr)
การประเมินผลของความน่าจะเป็นของการเกิดดินถล่มด้วยแบบจำลองทางสถิติ Bivariate
statistical model (ตัวอย่างดูได้จาก Teerarungsigul (2006) และ Nawawitphisit (2010) ด้วยการหา
ความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องระหว่างดินถล่มและปัจจัยที่ควบคุมดินถล่ม โดยแต่ละปัจจัยสามารถคำนวณหาได้จาก
สมการที่ 1
% ของดินถล่มในกลุ่มย่อยของปัจจัย (b)
Fr ของแต่ละกลุ่มของปัจจัย = สมการที่ 1
% ของพื้นที่ในกลุ่มย่อยของปัจจัย (a)
เมื่อได้ความสัมพนธ์ของดินถล่มและปัจจัยแต่ละกลุ่มแล้ว ค่า Frequency ratio ของแต่ละกลุ่ม
ั
ของปัจจัย จะถูกนำมาคำนวณเพื่อหาความอ่อนไหวของพื้นที่ดินถล่ม (Landslide susceptibility index, LSI)
ตามสมการที่ 2
LSI = Fr1 + Fr2 + Fr3 + … + Frn สมการที่ 2
4.5.3 การให้น้ำหนัก (weighting)
เนื่องจากค่าความสำคัญของปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์การเกิดดินถล่มนั้นไม่เท่ากัน การนำ
วิธีการให้น้ำหนักกับแต่ละปัจจัยมาใช้เพื่อเพิ่มความถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น (ตัวอย่างดูได้จาก
Pantanahiran (1994) และ Teerarungsigul (2006)) ในรายงานนี้นำ 2 วิธีการให้น้ำหนักมาหาค่าเฉลี่ย โดย
แต่ละวิธีการมีการคำนวณ คือ
1. Reliability probability method (RP) = the value of factor corresponding to
landslide
∑ % จุดดินถล่มในกลุ่มย่อยของปัจจัย ที่มีค่า Fr≥1
RP= สมการที่ 3
∑ % ของพื้นที่ในกลุ่มย่อยของปัจจัย
2. Accountability probability method (AP) = the value of landslide accounted
for by factor
∑ % จุดดินถล่มในกลุ่มย่อยของปัจจัย ที่มีค่า Fr≥1
AP= สมการที่ 4
∑ % ของพื้นที่ทั้งหมด
- 82 -
3. ค่าเฉลี่ยทั้งสองวิธีด้านบน (RP และ AP)
RP + AP
Average = สมการที่ 5
2
เมื่อได้ค่าน้ำหนักเฉลี่ยของแต่ละปัจจัยจะถูกนำมาคูณกับ ค่า Frequency ratio ของแต่ละ
กลุ่มของปัจจัย และจะถูกนำมาคำนวณเพื่อหาความอ่อนไหวของพื้นที่ดินถล่ม
4.6 การตรวจสอบแบบจำลองดินถล่ม (validation)
ในการทำแผนที่พื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็นมาก คือ การ
ตรวจสอบโมเดล (Chung and Fabbri, 2003) การตรวจสอบที่ได้ผลจริง คือ การที่มีเหตุการณ์ดินถล่มเกิดขึ้น
จริงในบริเวณที่โมเดลได้ทำนายไว้ หรือ ที่เรียกว่า “Wait and See” (Neuhauser and Terhorst, 2007) แต่
ปัญหาก็คือต้องรอเป็นเวลานานกว่าเหตุการณ์ดินถล่มจะเกิดขึ้นหรืออาจจะไม่เกิดเลย (Van Den Eeckhaut
and others, 2006) การทำนายหรือโมเดลก็กลายเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ไปเลย ดังนั้นแทนที่จะรอให้ธรรมชาติ
เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าโมเดลที่ทำถูกต้องหรือไม่ การทดสอบทางคณิตศาสตร์จึงถูกนำมาช่วยในการบ่งชี้ความถูกต้อง
ของโมเดล (Carrara & Pike, 2008) ซึ่งโมเดลที่ดีต้องมีความน่าเชื่อถือทางสถิติด้วย
4.6.1 สมมุติฐาน
สมมุติฐานหลักในการตรวจสอบแบบจำลองดินถล่มสามารถแบ่งออกเป็น 2 สมมุติฐานหลัก คือ
(1) เหตุการณ์ดินถล่มที่เกิดขึ้นสัมพันธ์กับตัวแปรต่าง ๆ เช่น ธรณีวิทยา ภูมิประเทศ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ป่าไม้
เป็นต้น และ (2) เหตุการณ์ดินถล่มที่จะเกิดในอนาคตถูกกระตุ้นโดยตัวแปรเฉพาะ ได้แก่ ปริมาณน้ำฝน
แผ่นดินไหว เป็นต้น
4.6.2 เทคนิคที่ใช้ในการตรวจสอบ
วิธีการสำหรับตรวจสอบแบบจำลองดินถล่มมีอยู่หลายวิธี วิธีที่นิยมใช้กันมีทั้ง
เชิงคุณภาพ (qualitative method) จะใช้วิธีการซ้อนทับข้อมูลดินถล่มบนแบบจำลองการเกิดดินถล่มและ
วิเคราะห์ด้วยตาเปล่า และเชิงปริมาณ (quantitative) จะใช้ความเกี่ยวข้องของดินถล่มและโซนของพิบัติภัยดิน
ถล่มโดยการคำนวณทางคณิตศาสตร์เข้ามาช่วย ตัวอย่างเทคนิคที่ใช้ ได้แก่
(1) การตรวจสอบภาคสนามและการซ้อนทับแบบง่าย (ground-truthing and simple
overlay) ในการประเมินพื้นที่อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่ม การตรวจสอบแบบจำลองสามารถทำได้โดยการไป
ตรวจสอบภาคสนาม หรือใช้การแปลภาพถ่ายทางอากาศ
(2) กราฟบอกความถูกต้องของโมเดล (success rate curve) กับกราฟความถูกต้องของ
การทำนาย (prediction rate curve) สามารถเป็นตัวทดสอบความถูกต้องของโมเดลได้ ซึ่งทั้งสองวิธีนี้
มีลักษณะคล้ายคลึงกันต่างกันตรงที่ข้อมูลดินถล่มที่ใช้ในการตรวจสอบโมเดลแบบกราฟบอกความถูกต้องของ
โมเดล ใช้ข้อมูลดินถล่มชุดเดียวกับข้อมูลดินถล่มที่ใช้ในการสร้างโมเดล ซึ่งสามารถบอกได้ว่าโมเดลที่ทำออกมามี
ค่าความถูกต้องหรือมีผลลัพธ์ดีขนาดไหน แต่การตรวจสอบโมเดลแบบกราฟความถูกต้องของการทำนาย ใช้
ข้อมูลดินถล่มคนละชุดกับดินถล่มที่ใช้ในการสร้างโมเดล ซึ่งผลของการตรวจสอบสามารถบอกได้ว่าโมเดลที่สร้าง
ขึ้นมีความถูกต้องมากน้อยเพยงใดและใช้ในการทำนายการเกิดดินถล่มในอนาคตได้หรือไม่ สามารถทำได้โดย
ี
การเปรียบเทียบร่องรอยดินถล่มกับระดับความอ่อนไหว (susceptibility classes) ที่ได้จากโมเดล โดยมี
- 83 -
วิธีการง่าย ๆ โดยใช้โปรแกรมทาง GIS ในการรวม (ซ้อนทับ) ข้อมูลดินถล่มและข้อมูลความอ่อนไหว
ี
ิ
(susceptibility) จะได้ตำแหน่งพกเซล (pixel) ที่มีค่าดินถล่มและไม่มดินถล่ม แล้วนำผลรวมของตำแหน่งที่มีค่า
ดินถล่มไปสร้างกราฟ โดยค่าความอ่อนไหวจะอยู่ในแนวนอน (X-axis) ค่าผลรวมตำแหน่งที่มีดินถล่มอยู่ใน
แนวตั้ง (Y-axis)
(3) การตรวจสอบแบบจำลองโดยใช้วิธีกราฟแสดงความถูกต้อง การตรวจสอบแบบจำลองใน
รายงานฉบับนี้เลือกใช้วิธีกราฟแสดงความถูกต้อง โดยใช้ร่องรอยดินถล่มชุดเดียวกับที่ใช้ในการทำแบบจำลอง
่
เป็นการนำค่าตำแหน่งของความออนไหวมาสร้างกราฟร่วมกับค่าการสะสมตัวของตำแหน่งดินถล่มที่ตกอยู่บน
พื้นที่อ่อนไหวนั้น ๆ ดังรูปที่ 4.4
(4) การแปลความหมายกราฟ กราฟที่ได้เรียกว่า Success rate curve ซึ่งสามารถคำนวณ
พื้นที่ใต้กราฟได้ เรียกว่า AUC-Area under curve ดังตาราง 4.7 ถ้าหากเส้นกราฟอยู่บนเส้นทแยงมุมของค่า
0 ถึง 1 (หรือ 0 ถึง 100%) แสดงว่ากราฟมีความเหมาะสม ยิ่งเส้นกราฟอยู่เหนือเส้นทแยงมุมขึ้นไปมาก
เท่าไหร่แสดงว่าแบบจำลองมีความเหมาะสมมากเท่านั้น (Remondo et al., 2003) และถ้าหากค่า AUC
ใกล้ 1 มากเท่าใด แสดงว่า แบบจำลองนั้นมีค่าความถูกต้องและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำนายพื้นที่
อ่อนไหวต่อการเกิดดินถล่มได้
ตารางที่ 4.7 ตารางแสดงช่วงค่า AUC ที่ใช้อ้างอิงความถูกต้องของโมเดล (Hasanat and others, 2010)
AUC Performance
0.90-1.00 Excellent (A)
0.80-0.90 Good (B)
0.70-0.80 Fair (C)
0.60-0.70 Poor (D)
0.50-0.60 Fail (F)
- 84 -
รูปที่ 4.4 ตัวอย่างกราฟแสดงความถูกต้อง (success rate curve) ของแบบจำลอง
บทที่ 5
้
ี
ื
่
ิ
การวิเคราะหพนทออนไหวตอการเกิดดนถลม
การวิเคราะหพื้นที่ออนไหวตอดินถลมเปนการวิเคราะหพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดดินถลมใน
อนาคต ดวยระบบสารสนเทศภูมิศาสตรและเทคนิคการรับรูระยะไกล โดยใชแบบจำลองทางสถิติ
Bivariate probability และการใหคาน้ำหนัก (weighting) ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ ผลการวิเคราะห
อธิบายคาความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมและปจจัยที่ควบคุมดินถลม 7 ปจจัย คือ วิทยาหิน หนารับ
น้ำฝน ระยะหางจากทางน้ำ ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา ระดับความสูง ความลาดชัน และการ
ใชประโยชนที่ดิน และการใหคาน้ำหนักกับปจจัยที่เกี่ยวของกับดินถลม
5.1 แผนที่รองรอยดินถลม
แผนที่แสดงตำแหนงของดินถลมที่เกิดในอดีตจนถึงปจจุบัน ไดจากการแปลภาพถาย
ดาวเทียมในชวง 45 ป ที่ผานมา ระหวางป พ.ศ. 2520 – 2564 และการสำรวจในพื้นที่เสี่ยงภัย
แผนดินถลม พบรองรอยดินถลม จำนวน 2,947 รอย (รูปที่ 5.1) และพบวาพื้นที่เสี่ยงภัยสวนใหญอยู
ตามภูเขาสูงและที่ลาดเชิงเขา ที่มีลักษณะธรณีวิทยาประกอบดวยหินดินดาน หินโคลน หินทรายเนื้อปนกรวด
และหินแกรนิต โดยพื้นที่เสี่ยงภัยแผนดินถลมที่พบการกระจายตัวของรองรอยดินถลมมากที่สุด อยูบริเวณ
ตำบลน้ำหมัน อำเภอทาปลา ตำบลแมพูล ตำบลนานกกก อำเภอลับแล และตำบลบานดานนาขาม อำเภอ
เมืองอุตรดิตถ พบเปนดินถลมสวนใหญ เปนการเลื่อนไถลระนาบเรียบ และการรวงหลนของหิน เชน ใน
ื่
ื่
บริเวณที่มีการตัดไหลเขาตัดถนนเพอใชสัญจร หรือตัดไหลเขาเพอสรางทอยูอาศัย เปนตน
ี่
แผนที่รองรอยดินถลมสามารถบอกถึงการกระจายตัวของดินถลมในพื้นที่ตาง ๆ และ
การเคลื่อนยายตำแหนงดินถลมในอดีตจนถึงปจจุบัน อยางไรก็ตามในเบื้องตนแผนที่รองรอยดินถลมนั้นยัง
ไมสามารถบอกถึงกลไกลการเกดดินถลมและปจจัยที่เปนตัวกระตุนหรือเรงใหเกิดดินถลม แตถาหากนำไป
ิ
วิเคราะหเพื่อหาความสัมพันธกับปจจัยหลักที่เกี่ยวของกับดินถลม อาจจะเปนแนวทางในการทำนาย
ตำแหนงดินถลมในอนาคตได ดังนั้นการทำแผนที่พื้นที่รองรอยดินถลม จึงมีความสำคัญมากในการ
วิเคราะหพื้นที่มีโอกาสเกิดดินถลมในอนาคต นอกจากนี้การจัดทำขอมูลรองรอยดินถลมที่มีรายละเอียดถึง
ขนาดพื้นที่ ชนิด และความสดใหมของการเกิดดินถลมยังมีประโยชนตองานวิศวกรรม และงานฟนฟูพื้นที่
่
5.2 ปจจยทีเกียวของกับดนถลม
ั
่
ิ
การวิเคราะหพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดดินถลมดวยวิธี Bivariate approach (Frequency
ratio) อาศัย 6 ปจจัยที่เกี่ยวของกับดินถลม (landslide controlling factors) มาหาคาความสัมพันธ
ระหวางรอยดินถลมในอดีตในรูปแบบอัตราสวนความนาจะเปน (b/a) หรือความหนาแนนของการกระจาย
ตัวของดินถลมในแตละกลุมยอยในปจจัยที่เกี่ยวของกับดินถลม ในตารางที่ 5.1
- 86 -
รูปที่ 5.1 แผนที่รองรอยดินถลมแสดงรองรอยดินถลม ในชวง 45 ปที่ผานมา (พ.ศ. 2520-2564)
- 87 -
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธระหวางรอยดินถลมกับปจจัยที่ควบคุมการเกิดดินถลม
% of total % of Landslide Frequency
ปจจัย ลำดับ กลุม
area (a) scar (b) ratio = (b/a)
1. วิทยาหิน 1 CG1 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเปนแรควอตซและเศษหิน 0.02 0.00 0.00
(Lithology) 2 CG2 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเปนหินปูน 0.09 0.19 2.07
3 CG3 หินกรวดมนสีน้ำตาลแดง 0.12 0.02 0.16
4 SS1 หินทรายเนื้อเกรยแวก 3.29 2.65 0.81
5 SS2 หินทรายอารโคส หินทรายเนอควอตซ 8.85 6.01 0.68
้
ื
้
6 SS3 หินทรายเนือควอตซแทรกสลบหินตะกอนละเอยดก่งแปรสภาพ 1.20 0.17 0.14
ี
ั
ึ
7 SS4 หินทรายสีน้ำตาลแกมมวง ชั้นหนา 0.66 0.00 0.00
8 FS1 หินตะกอนเนอละเอยด บางสวนกึงแปรสภาพ 35.05 67.39 1.92
่
้
ี
ื
ี
่
9 FS2 หินตะกอนเนอละเอยดเชือมประสานดวยเหลกออกไซด 20.09 17.22 0.86
ื
้
็
10 CB หินคารบอเนต 0.95 0.80 0.84
11 CT หินแปรสัมผัสที่มากดวยแรควอตซ 0.01 0.02 1.26
้
ิ
่
ี
12 F-MET1 หินแปรทมรวขนานเกรดต่ำ 3.52 0.43 0.12
ี
13 F-MET2 หินตะกอนกึ่งแปรสภาพ 0.41 0.00 0.00
14 MU1 หินอคนีชนิดเมฟกและอลตราเมฟก 2.20 1.08 0.49
ั
ั
15 MU2 หินเซอรเพนทีไนทพบรวมกับหินอัคนีชนิดอัลตราเมฟก 0.08 0.02 0.24
16 GR หินแกรนิต 1.09 1.49 1.37
ิ
ี
ั
17 VOL1 หนอคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสจางถึงปานกลาง 2.01 0.99 0.49
ิ
ี
ั
18 VOL2 หนอคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสจาง 1.24 0.32 0.26
19 COL ตะกอนเชิงเขา 1.66 0.62 0.37
20 AL ตะกอนน้ำพา 12.38 0.28 0.02
21 TER ตะกอนตะพักลำน้ำ 3.48 0.30 0.09
2. หนารับ 1 Flat (-1) 1.47 0.00 0.00
น้ำฝน 2 North (0-22.5) 6.31 5.70 0.90
(Aspect)
3 Northeast (22.5-67.5) 10.42 12.92 1.24
4 East (67.5-112.5) 12.19 16.22 1.33
5 Southeast (112.5-157.5) 11.85 15.76 1.33
6 South (157.5-202.5) 13.72 16.47 1.20
7 Southwest (202.5-247.5) 12.32 12.97 1.05
8 West (247.5-292.5) 13.56 10.90 0.80
9 Northwest (292.5-337.5) 11.61 5.70 0.49
10 North (337.5-360) 6.55 3.36 0.51
- 88 -
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธระหวางรอยดินถลมกับปจจัยที่ควบคุมการเกิดดินถลม (ตอ)
% of total % of Landslide Frequency
ปจจัย ลำดับ กลุม
area (a) scar (b) ratio = (b/a)
3.ทิศทางการ 1 1 (90 deg) 15.78 20.87 1.32
ไหลของน้ำ 2 2 (135 deg) 7.63 10.56 1.38
(Flow 3 4 (180 deg) 18.96 20.63 1.09
Direction)
4 8 (225 deg) 8.00 8.75 1.09
5 16 (270 deg) 19.24 14.15 0.74
6 32 (315 deg) 7.37 4.11 0.56
7 64 (0 deg) 16.48 12.22 0.74
8 128 (45 deg) 6.55 8.71 1.33
4.ระดับความสูง 1 0-200 0.00 0.00 0.00
(เมตร) 2 200-400 21.97 5.25 0.24
(Elevation)
3 400-600 30.30 28.26 0.93
4 600-800 21.59 26.22 1.21
5 800-1000 12.54 17.36 1.38
6 1000-1200 6.81 12.58 1.85
7 1200-1400 3.65 5.76 1.58
8 1400-1600 2.01 2.71 1.35
9 1600-1800 0.88 1.16 1.32
10 1800-2000 0.22 0.62 2.87
11 2000-2200 0.03 0.09 2.82
12 มากกวา 2200 0.00 0.00 0.00
5.ความลาดชัน 1 0-10 39.08 6.21 0.16
(องศา) 2 10-20 31.34 25.72 0.82
(Slope)
3 20-30 20.15 31.21 1.55
4 30-40 7.85 27.53 3.51
5 40-50 1.45 8.77 6.06
6 50-60 0.13 0.49 3.80
7 60-70 0.01 0.07 7.32
8 70-80 0.00 0.00 0.00
9 80-90 0.00 0.00 0.00
6.การใช 1 Water แหลงน้ำ 1.48 0.00 0.00
ประโยชนทดน 2 Trees พื้นที่ปามีตนไมใหญ 54.13 80.22 1.48
่
ี
ิ
(Land use)
3 Grass ทุงหญา 0.14 0.11 0.79
่
ื
4 Flooded Vegetation พืชพรรณในพ้นทีลมนำทวมถึง 0.05 0.00 0.00
้
ุ
5 Crops พื้นที่เกษตรกรรม 14.13 1.44 0.10
6 Scrub/Shrub พุมไม 27.26 17.89 0.66
7 Built Area พื้นที่สิ่งปลูกสราง 2.79 0.34 0.12
8 Bare Ground พื้นที่โลงไมมีพืชพรรณใบเขียว 0.01 0.00 0.00
- 89 -
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธระหวางรอยดินถลมกับปจจัยที่ควบคุมการเกิดดินถลม (ตอ)
% of total % of Landslide Frequency
ปจจัย ลำดับ กลุม
area (a) scar (b) ratio = (b/a)
7. ระยะหาง 1 0-200 26.96 26.74 0.99
จาก
โครงสราง 2 200-400 22.53 21.57 0.96
(เมตร) (The 3 400-600 16.58 18.50 1.12
distance to
structure) 4 600-800 11.06 13.03 1.18
5 800-1000 7.04 8.20 1.16
6 1000-1200 4.32 4.88 1.13
7 1200-1400 2.57 2.75 1.07
8 1400-1600 1.56 1.76 1.13
9 1600-1800 0.94 1.12 1.19
10 1800-2000 0.62 1.18 1.91
11 2000-2200 0.42 0.24 0.58
12 2200-2400 0.32 0.04 0.12
13 2400-2600 0.26 0.00 0.00
14 2600-2800 0.22 0.00 0.00
15 2800-3000 0.19 0.00 0.00
16 >3000 4.43 0.00 0.00
- 90 -
5.2.1 ระดับความสูง (elevation)
ระดับความสูงของพื้นที่ถูกจำแนกออกเปน 10 ชวง มีชวงหาง 200 เมตรของแตละกลุม
(รูปที่ 5.2) เพื่อใหเห็นความแตกตางของพื้นที่ มีชวงระดับความสูงตั้งแต 200-2,000 เมตร มีความสัมพันธ
อยางมีนัยสำคัญกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1) โดยมีความสัมพันธสูงสุดระหวางรองรอย
ดินถลมในอดีตกับระดับความสูง 1,800–2,000 เมตร (Fr=2.868) ระดับความสูง 2,000–2,200 เมตร
(Fr=2.824) ระดับความสูง 1,000–1,200 เมตร (Fr=1.848) ระดับความสูง 1,200–1,400 เมตร
(Fr=1.577) ระดับความสูง 800–1,000 เมตร (Fr=1.385) ระดับความสูง 1,400–1,600 เมตร (Fr=1.348)
ระดับความสูง 1,600–1,800 เมตร (Fr=1.317) ระดับความสูง 600–800 เมตร (Fr=1.214) ตามลำดับ
5.2.2 วิทยาหิน (lithology)
หินแตละชนิดมีความแตกตางทั้งทางกายภาพ และคุณสมบัติทางเคมี ทำใหพื้นที่มีความ
เสี่ยงตอการเกิดดินถลมมากนอยแตกตางกันออกไป ดังนั้นเพื่อใหการวิเคราะหคาความออนไหวตอดินถลม
มีความถูกตอง ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถสามารถจำแนกวิทยาหินออกเปน 16 กลุม จากวิทยาหิน ทั้งหมด
21 กลุม (รูปที่ 5.3) คือ (1) CG1 หินกรวดมน ที่มีเม็ดกรวดเปนแรควอตซและเศษหิน (2) CG2 หินกรวด
มน ที่มีเม็ดกรวดเปนหินปูน (3) CG3 หินกรวดมนสีน้ำตาลแดง (4) SS1 หินทรายเนื้อเกรยแวก (5) SS2
ิ
ึ
่
ื
ั
หินทรายอารโคส หนทรายเนือควอตซ (6) SS3 หินทรายเนอควอตซแทรกสลบหินตะกอนละเอยดกงแปร
้
ี
้
สภาพ (7) SS4 หินทรายสีน้ำตาลแกมมวง ชั้นหนา (8) FS1 หินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ (9) FS2
หินตะกอนเนื้อละเอียดสีน้ำตาลแดง (10) CB1 หินคารบอเนต (11) CT หินแปรสัมผัสที่มากดวยแรควอตซ
(12) F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ (13) F-MET2 หินตะกอนกึ่งแปรสภาพ (14) MU1 หินอัคนี
ชนิดเมฟกและอัลตราเมฟก (15) หินเซอรเพนทีไนทพบรวมกับหินอัคนีชนิดอัลตราเมฟก (16) GR
หินแกรนิต (17) VOL1 หินอัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจางถึงปานกลาง (18) หินอัคนีภูเขาไฟ
ั
ประกอบดวยแรสีจาง (19) COL ตะกอนเชิงเขา (20) AL ตะกอนน้ำพา และ (21) TER ตะกอนตะพก
ลำน้ำ พบการกระจายตัวของรองรอยดินถลมหนาแนนมากในกลุมวิทยาหิน FS1 ซึ่งเปนหินตะกอนเนื้อ
ละเอียด เม็ดตะกอนขนาดดินเหนียวถึงทรายแปงเปนสวนใหญ (67.39% ของรองรอยดินถลม) จำพวก
หินดินดาน หินทรายแปง และหินโคลน เนื้อหินคอนขางผุพัง การเรียงตัวของตะกอนเปนชั้นดี พบการแปร
สภาพเล็กนอย และวิทยาหินกลุมดังกลาวพบมากดานตะวันตกของจังหวัดอุตรดิตถ นอกจากนี้ยังพบการ
กระจายตัวของรอยดินถลม (% of Landslide scar) ใน FS2 หินทรายแปง (17.22) SS2 หินทรายอาร
โคส หินทรายเนื้อควอตซ (6.01) หินทรายแปง (2.68) SS1 หินทรายเนื้อเกรยแวก (2.65) GR หินแกรนิต
(1.49) และ MU1 หินอัคนีชนิดเมฟกและอัลตราเมฟก (1.08)
5.2.3 ทิศทางน้ำไหล (flow direction)
ทิศทางน้ำไหลเปนปจจัยที่เกี่ยวของกับการเกิดดินถลม บงบอกถึงทิศทางการไหลของ
ทางน้ำ และการกัดเซาะในพื้นที่ ทิศทางน้ำไหลสามารถแบงออกเปน 8 กลุม มีระยะหางแตละชวง
45 องศา คือ 1) ทิศตะวันออก (90 deg) 2) ทิศตะวันออกเฉียงใต (135 deg) 3) ทิศใต (180 deg)
4) ทิศตะวันตกเฉียงใต (225 deg) 5) ทิศตะวันตก (270 deg) 6) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (315 deg)
7) ทิศเหนือ North (0 deg) และ 8) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ Northeast (45 deg) (รูปที่ 5.4) จากการ
เปรียบเทียบกับรองรอยดินถลมพบวา ทิศทางน้ำไหลที่มีความสัมพันธตอการเกิดดินถลม คือ
ทิศตะวันออกเฉียงใต (Fr = 1.39) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (Fr = 1.33) ทิศตะวันออก (Fr = 1.32)
ทิศตะวันตกเฉียงใต (Fr = 1.09) และทิศใต (Fr = 1.09) ตามลำดับ
- 91 -
5.2.4 ความลาดชัน (slope)
มุมของความลาดชัน (Slope angle) เปนปจจัยหลักของการวิเคราะหเสถียรภาพความ
ื
้
ั
ั
ี
่
ลาดชน (Lee and Min, 2001) ในพนทศึกษาแบงความลาดชนออกเปน 7 ชวง ระยะหางแตละชวง 10 องศา
มีความลาดชันตั้งแต 0-80 องศา (รูปที่ 5.5) พบวามีการกระจายตัวของรองรอยดินถลมมีความสัมพันธกับ
พื้นที่ที่มีความลาดชันเปนชวงกวาง ตั้งแต 20–70 องศา (Fr ≥ 1) และความสัมพันธสูงสุดกับการกระจาย
ตัวของรองรอยดินถลม ในบริเวณความลาดชัน 60-70 องศา (Fr = 7.32), ความลาดชัน 40-50 องศา
(Fr = 6.06) , ความลาดชัน 50-60 องศา (Fr = 3.80) ,ความลาดชัน 30-40 องศา (Fr = 3.51), และความ
ลาดชัน 20-30 องศา (Fr = 1.55) ตามลำดับ อยางไรก็ตามพบวาที่พื้นที่ความลาดชันสูงมากตั้งแต 70
็
ิ
ี
องศา ไมพบรองรอยดินถลม เนื่องจากพื้นที่รองรับดวยหนแขงเปนสวนใหญมความคงทน แข็งแรง และให
ชั้นดินนอย
5.2.5 ทิศทางรับน้ำฝน (aspect)
ทิศทางรับน้ำฝนมีความเกี่ยวของกับบริเวณดานรับแสงแดด ลม และน้ำฝน ซึ่งสงผลตอ
การเกิดดินถลม ทิศทางรับน้ำฝนสามารถแบงออกเปน 10 กลุม คือ 1) พื้นที่ราบ Flat 2) ทิศเหนือ North
(0-22.5 องศา) 3) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ Northeast (22.5-67.5 องศา) 4) ทิศตะวันออก East (67.5-
112.5 องศา) 5) ทิศตะวันออกเฉียงใต Southeast (112.5-157.5 องศา) 6) ทิศใต South (157.5-202.5
องศา) 7) ทิศตะวันตกเฉียงใต Southwest (202.5-247.5 องศา) 8) ทิศตะวันตก West (247.5-292.5
องศา) 9) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ Northwest (292.5-337.5 องศา) และ 10) ทิศเหนือ North (337.5-
ี
360 องศา) (รูปที่ 5.6) จากการเปรียบเทียบกับรองรอยดินถลมพบวา ทิศทางรับน้ำฝนที่มความสัมพันธตอ
ิ
ื
การเกดดินถลม คอ ทศตะวันออก (Fr = 1.33) ทิศตะวันออกเฉยงใต (Fr = 1.33) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ี
ิ
(Fr = 1.24) ทิศใต (Fr = 1.20) และทิศตะวันตกเฉียงใต (Fr = 1.05) และซึ่งนาจะมีสัมพันธกับมรสุมที่
ไดรับอิทธิพลจากพายุหมุนเขตรอน ซึ่งเปนฝนจากพายุดีเปรสชันที่พัดมาจากทะเลจีนใต (รูปที่ 3.2 บทที่3)
5.2.6 การใชประโยชนที่ดิน (landuse)
การใชประโยชนที่ดินในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ สามารถแบงออกไดเปน 8 แบบ คือ
แหลงน้ำ (water) พื้นที่ปามีตนไมใหญ (tree) ทุงหญา (grass) พืชพรรณในพื้นที่ลุมน้ำทวมถึง (food
vegetation) พื้นที่เกษตรกรรม (crops) พุมไม (scrub/Shrub) พื้นที่สิ่งปลูกสราง (built area) พื้นที่โลง
ไมมีพืชพรรณใบเขียว (bare ground) (รูปที่ 5.7) เปนอีกหนึ่งปจจัยที่สงผลตอเสถียรภาพของชั้นดิน/หิน
ซึ่งบางพื้นที่ที่มีการใชประโยชนที่ดิน อาจจะทำใหเกิดการสูญเสียหนาดินหรือพื้นที่ปกคลุมชั้นดิน มีการ
ี
สูญเสียเสถยรภาพของชั้นดิน/หิน ทำใหเพิ่มอัตราการเลื่อนไถลหรือไหลของชั้นดิน/หิน พบวาในพื้นที่
พุมไม มีความสัมพันธกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr = 0.66) และพื้นที่ปามีไมตนไมใหญ
มีความสัมพันธสูงสุดกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr = 1.48)
- 92 -
5.2.7 ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา (the distance to structure)
โครงสรางทางธรณีวิทยาเปนปจจัยที่สงผลกับเสถียรภาพของชั้นดิน/หิน ที่แสดงถึงการ
่
ี
ี
ผุพัง เนื่องจากมีแนวรอยเลื่อยแมปง พาดผานในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ (ธรณประวัติ,บทท 3) สามารถแบง
ออกเปน 16 ชวง มีระยะหางแตละชวง 200 เมตร (รูปที่ 5.8) พบวาพื้นที่ที่อยูใกลบริเวณโครงสรางทาง
ธรณีวิทยาและมีระยะหางไมเกิน 2,000 เมตร มีความสัมพันธกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1)
โดยพื้นที่ที่อยูหางจากบริเวณโครงสรางทางธรณีวิทยาระหวาง 1,800-2,000 เมตร มีความสัมพันธสูงสุด
กับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr = 1.91) ระยะหางระหวาง 1,600-1,800 เมตร (Fr = 1.19)
ระยะหางระหวาง 600-800 เมตร (Fr = 1.18) ระยะหางระหวาง 800-1,000 เมตร (Fr = 1.17) ระยะหาง
ระหวาง 1,000-1,200 เมตร (Fr = 1.13) ระยะหางระหวาง 1,600-1,800 เมตร (Fr = 1.2) ระยะหาง
ระหวาง 400-600 เมตร (Fr = 1.12) และระยะหางระหวาง 1,200-1,400 เมตร (Fr = 1.07) ตามลำดับ
- 93 -
ั
ี
ิ
ุ
ู
รูปที่ 5.2 แผนที่แสดงระดับความสง 9 ชวง ในพนทจังหวดอตรดตถ มีระยะหางแตละชวง 200 เมตร
้
่
ื
- 94 -
ิ
รูปที่ 5.3 แผนที่แสดงกลมวทยาหิน 16 กลุม ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ
ุ
- 95 -
ุ
รูปที่ 5.4 แผนที่แสดงทิศทางการไหลของน้ำ 8 กลุม มีระยะหางแตละกลม 45 องศา
- 96 -
รูปที่ 5.5 แผนที่แสดงความลาดชันของพื้นที่ 8 ชวง มีระยะหางแตละชวง 10 องศา
- 97 -
้
ั
ี
่
่
ู
รปท 5.6 แผนทีแสดงหนารับนำฝน 10 กลุม ในพืนทจงหวัดอุตรดิตถ
้
่
ี
- 98 -
้
ุ
่
ั
ิ
ี
ั
่
ี
รปท 5.7 แผนทีแสดงการใชประโยชนทดิน 8 กลม ในพืนทจงหวดอุตรดตถ
ู
่
่
ี
- 99 -
ิ
รูปที่ 5.8 แผนที่แสดงระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวทยา 16 ชวง มีระยะหางแตละชวง 200 เมตร
- 100 -
5.3 การใหน้ำหนักกับปจจัย (weighting)
การใหน้ำหนักกับปจจัยที่นำมาวิเคราะหในแบบจำลอง อันเนื่องมาจากแตละปจจัยที่นำมา
ั
วิเคราะหมีคาความสำคัญไมเทากัน เปนการวิเคราะหหลังการหาคาความสัมพันธกบการกระจายตัวของดิน
ถลมกับปจจัยทั้ง 7 ชนิด โดยพิจารณาจากคาอัตราสวนความนาจะเปน (b/a) หรือความหนาแนนของการ
กระจายตัวของดินถลมในแตละกลุมยอยในปจจัยที่เกี่ยวของกับดินถลมที่มีคามากกวาหนึ่ง
((b/a) ≥ 1) ดวย 3 วิธี คือ
1) การใหคาน้ำหนักแบบ Reliability weighting (RP) พบวาปจจัยทางความลาดชัน เปนปจจัย
หลักที่มีความสัมพันธกับการกระจายตัวของดินถลม รองลงมาเปนวิทยาหิน การใชประโยชนที่ดิน ระดับ
ความสูง ทิศทางรับน้ำฝน ทิศทางการไหลของน้ำ และระยะหางจากโครงสราง ตามลำดับ ดังตารางที่ 5.2
ตารางที่ 5.2 การใหน้ำหนักดวยวิธี Reliability weighting เรียงจากมากไปหานอย
Reliability Type of Factors Rank Wi W(Nj) Wi*100
2.301 Slope 1 7 0.25 25.00
1.906 Lithology 2 6 0.21 21.43
1.482 Land Use 3 5 0.18 17.86
1.393 Elevation 4 4 0.14 14.29
1.229 Aspect 5 3 0.11 10.71
1.222 Flow Direction 6 2 0.07 7.14
1.151 Structure 7 1 0.04 3.57
2) การใหคาน้ำหนักแบบ Accountability weighting (AP) พบวาการใชประโยชนที่ดิน เปน
ปจจัยหลักที่มีความสัมพันธกับการกระจายตัวของดินถลม รองลงมาเปนทิศทางรับน้ำฝน ทิศทางการไหล
ของน้ำ วิทยาหิน ความลาดชัน ความสูง และระยะหางจากโครงสราง ตามลำดับ ดังตารางที่ 5.3
ตารางที่ 5.3 การใหน้ำหนักดวยวิธี Accountability weighting เรียงจากมากไปหานอย
Accountability Type of Factors Rank Wi W(Nj) Wi*100
0.802 Land Use 1 7 0.25 25.00
0.743 Aspect 2 6 0.21 21.43
0.695 FD 3 5 0.18 17.86
0.691 Lithology 4 4 0.14 14.29
0.681 Slope 5 3 0.11 10.71
0.665 Elevation 6 2 0.07 7.14
0.514 structure 7 1 0.04 3.57
- 101 -
3) การใหคาน้ำหนักแบบเฉลี่ย Average weighting (Av) ระหวาง AP และ RP ปจจัยหลักที่มี
ความสัมพันธกับการกระจายตัวของดินถลมคือการใชประโยชนที่ดิน รองลงมาคือความลาดชัน วิทยาหิน
ทิศทางรับน้ำฝน ทิศทางการไหลของน้ำ ความสูง และระยะหางจากโครงสราง ตามลำดับ ดังตารางที่ 5.4
ตารางที่ 5.4 การใหน้ำหนักดวยวิธีเฉลี่ย Average weighting เรียงจากมากไปหานอย
Rank Type of Factors RP AP Average
1 Land Use 17.86 25.00 21.43
2 Slope 25.00 10.71 17.86
3 Lithology 21.43 14.29 17.86
4 Aspect 10.71 21.43 16.07
5 FD 7.14 17.86 12.50
6 Elevation 14.29 7.14 10.72
7 structure 3.57 3.57 3.57
5.4 พื้นที่ความออนไหวตอการเกิดดินถลม
คาดัชนีคาความออนไหวของพื้นที่ดินถลม (LSI) สามารถจำแนก 5 ระดับ วิธีการ STDV
ดังตารางที่ 5.5 คือ 1) ระดับต่ำมาก (very low) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 191 ตารางกิโลเมตร
2) ระดับต่ำ (low) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 1,844 ตารางกิโลเมตร 3) ระดับกลาง (moderate) มีพื้นที่
ครอบคลุมประมาณ 2,673 ตารางกิโลเมตร 4) ระดับสูง (high) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 726 ตาราง
กิโลเมตร และ 5) ระดับสูงมาก (very high) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 154 ตารางกิโลเมตร (รูปที่ 5.9)
โดยพื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมสามารถจำแนกตามตำบลไดดังตารางที่ 5.6
ตารางที่ 5.5 ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม 5 ระดับ จำแนกตามวิธี STDV
ิ
้
ระดับความออนไหวตอการเกดดินถลม พืนท ่ ี เปอรเซ็นต
Landslide susceptibility level ตร.กม.
ระดับต่ำมาก (very low) 191.09 3.42
ระดับต่ำ (low) 1844.03 33.00
ระดับกลาง (moderate) 2673.00 47.83
ระดับสูง (high) 726.20 12.99
ระดับสูงมาก (very high) 154.46 2.76
- 102 -
ตารางที่ 5.6 ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม 5 ระดับ (ตร.กม.) จำแนกรายตำบล
ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม (ตร.กม.)
อำเภอ ตำบล ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก
(very low) (low) (moderate) (high) (very high)
เมือง 1 ทาเสา 0.02 0.29 1.59 0.27 0.00
2 ปาเซา 0.17 0.65 0.11 0.00 0.00
3 หาดกรวด 0.08 0.09 0.03 0.00 0.00
4 น้ำริด 0.28 1.21 2.70 0.45 0.00
5 งิ้วงาม 0.19 3.62 14.65 2.72 0.25
6 บานดานนาขาม 0.86 10.47 98.62 44.10 7.67
7 บานดาน 0.68 2.69 3.09 0.20 0.01
8 ผาจุก 5.96 13.63 3.62 0.32 0.02
9 วังดิน 0.52 6.30 3.39 1.26 0.17
10 แสนตอ 1.09 3.44 4.19 0.16 0.00
11 หาดงิ้ว 2.25 5.08 0.91 0.09 0.01
12 ขุนฝาง 0.77 9.96 32.40 8.41 1.43
13 ถ้ำฉลอง 1.16 9.86 10.20 0.95 0.09
14 ทาอิฐ 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
15 คุงตะเภา 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
16 วังกะพี้ 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
17 บานเกาะ 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
ตรอน 18 วังแดง 0.00 0.01 0.16 0.01 0.00
19 หาดสองแคว 0.32 0.06 0.00 0.00 0.00
20 น้ำอาง 15.11 13.61 2.73 0.23 0.01
21 บานแกง 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
22 ขอยสูง 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
ทาปลา 23 ทาปลา 16.26 63.76 26.23 3.39 0.38
24 หาดลา 5.58 15.35 1.15 0.00 0.00
25 ผาเลือด 13.26 153.19 124.81 21.43 1.43
26 จริม 8.14 38.54 20.31 3.94 0.47
27 น้ำหมัน 0.52 13.49 93.17 98.71 35.09
- 103 -
ตารางที่ 5.6 ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม 5 ระดับ จำแนกรายตำบล (ตอ)
ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม (ตร.กม.)
อำเภอ ตำบล ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก
(very low) (low) (moderate) (high) (very high)
ทาปลา 28 ทาแฝก 20.95 232.99 244.96 63.58 7.95
29 นางพญา 3.27 23.67 95.37 36.91 9.40
30 รวมจิต 3.70 8.01 1.01 0.04 0.00
น้ำปาด 31 แสนตอ 5.26 65.05 70.21 19.87 3.19
32 บานฝาย 7.23 39.57 64.49 16.52 3.33
33 เดนเหล็ก 1.72 46.93 79.46 15.93 2.19
34 น้ำไคร 5.93 75.15 101.61 27.57 4.65
35 น้ำไฝ 0.02 69.50 232.51 49.14 10.93
36 หวยมุน 0.08 137.10 120.74 21.11 6.41
ฟากทา 37 ฟากทา 0.72 70.96 162.29 34.98 7.28
38 สองคอน 0.74 39.94 75.23 15.62 2.53
39 บานเสี้ยว 0.19 28.88 40.11 9.09 1.55
40 สองหอง 0.04 16.45 51.85 16.16 3.64
บานโคก 41 มวงเจ็ดตน 0.09 98.78 118.10 11.44 1.67
42 บานโคก 0.12 61.22 39.44 2.72 0.34
43 นาขุม 0.28 89.39 67.93 8.71 1.53
44 บอเบี้ย 0.22 102.14 274.47 50.38 8.81
ลับแล 45 ศรีนพมาศ 0.01 0.01 0.00 0.00 0.00
46 แมพูล 0.04 1.38 47.24 58.39 17.62
47 นานกกก 0.00 0.94 29.18 25.98 5.37
48 ฝายหลวง 1.26 6.45 25.31 8.22 1.47
49 ชัยจุมพล 2.94 13.79 8.99 4.38 0.80
50 ทุงยั้ง 0.08 0.85 0.17 0.00 0.00
ดานแมคำ
51 มัน 0.01 0.13 0.02 0.00 0.00
52 ไผลอม 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
- 104 -
ตารางที่ 5.6 ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม 5 ระดับ จำแนกรายตำบล (ตอ)
ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม (ตร.กม.)
อำเภอ ตำบล ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก
(very low) (low) (moderate) (high) (very high)
ทองแสนขัน 53 ผักขวง 8.37 30.50 45.20 10.76 1.57
54 บอทอง 14.50 108.20 165.94 23.06 3.71
55 ปาคาย 5.71 18.95 10.70 1.77 0.29
56 น้ำพ ี้ 17.71 41.09 21.83 3.07 0.48
พิชัย 57 ทาสัก 5.32 3.64 1.10 0.15 0.02
58 บานโคน 0.14 0.21 0.05 0.01 0.00
59 นาอิน 2.03 4.57 1.67 0.18 0.04
60 นายาง 9.32 42.34 31.61 3.79 0.69
61 บานดารา 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
62 ไรออย 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
63 คอรุม 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
64 ทามะเฟอง 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
65 พญาแมน 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
66 บานหมอ 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
67 ในเมือง 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
- 105 -
รูปที่ 5.9 แผนที่พื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมจังหวัดอุตรดิตถ
- 106 -
5.5 การตรวจสอบความถูกตองของแบบจำลอง
จากการตรวจสอบความถูกตองของแบบจำลองโดยวิธีการหาพื้นที่ใตกราฟ (Area under
the curve, AUC) โดยการสรางกราฟระหวางดัชนีรอยละของคาความออนไหวตอการเกิดดินถลม
(Susceptibility index) (แกน X) และคาสะสมของรองรอยดินถลม (Cumulative landslide %)
(แกน Y) โดยแบงทั้งสองคาออกเปน 100 ชวง ชวงละ 1% ของคาสะสมทั้งหมด โดยคา susceptibility
จะมีคาลดลงจากซายไปขวา (Very high to very low) สวนคารองรอยดินถลมจะมีคาเพิ่มขึ้นจากลางไป
บน พื้นที่ใตกราฟที่มีความถูกตองและนาเชื่อถือจะอยูในชวง 0.5 ถึง 1.0 ยิ่งคาเขาใกล 1.0 มากเทาไหร
แบบจำลองยิ่งมีความนาเชื่อถือมากเทานั้น นอกจากนี้ถาพิจารณาจากจำนวนดินถลมที่อยูในแตละชวง
แบบจำลองที่ดี คาความออนไหวตอการเกิดดินถลมอยูในชวงสูงมาก (Very high susceptibility class)
จะมีจำนวนดินถลมในพื้นที่มากที่สุดและคาดินถลมจะลดลงเรื่อย ๆ ตามคาความออนไหวที่มีคาลดลง
ตารางที่ 5.7 แสดงคาความถูกตองของแบบจำลอง
ชวงคาความออนไหว รอยละของดินถลม รอยละสะสมของดินถลม
(Susceptibility Range) (% landslide) (% Cumulative Landslide)
100-100 0.00 0.00
90-100 92.39 92.39
80-100 4.98 97.37
70-100 2.58 99.94
60-100 0.06 100.00
50-100 0.00 100.00
40-100 0.00 100.00
30-100 0.00 100.00
20-100 0.00 100.00
10-100 0.00 100.00
0-100 0.00 100.00
- 107 -
Success Rate Curve for Uttraradit
100.00
90.00
80.00
Cumulative percentage of landslide occurrence
70.00
60.00
AUC = 0.8937
= 89.37%
50.00
40.00
30.00
20.00
10.00
0.00
0 10 20 30 40 50 60 70 80 90 100
Landslide susceptibility index rank (%)
รูปที่ 5.10 กราฟ AUC แสดงคาความถูกตองของแบบจำลองดินถลม
ี่
จากการตรวจสอบแบบจำลองวิธีการหาพื้นที่ใตกราฟ จากตารางท 5.7 พบวาชวงรอยละ
90-100 (10%) ซึ่งคาความออนไหวตอการเกิดดินถลมอยูในชวงสูงมาก (Very high susceptibility)
จะเห็นไดวาดินถลมที่พบในชวงนี้มีคารอยละ 92.39 ชวงรอยละ 80-100 (10%) ซึ่งคาความออนไหวตอ
การเกิดดินถลมอยูในชวงสูงถึงสูงมาก (High to Very high susceptibility) จะเห็นไดวาดินถลมที่พบ
ในชวงนี้มีคารอยละ 4.98 ซึ่งเมื่อรวมกันแลวคารอยละดินถลมมีคา 97.37 ซึ่งถือวาเปนคาเกินครึ่งนึงของ
จำนวนดินถลมทั้งหมด และพื้นที่ใตกราฟมีคา 0.8937 หรือรอยละ 89.37 (รูปที่ 5.10) แสดงวา
แบบจำลองนี้มีคาความถูกตองอยูในเกณฑดีมาก (Excellent)
บทที่ 6
การสำรวจร่องรอยดินถล่มในพื้นที่สำรวจ
ผลการสำรวจร่องรอยดินถล่มภาคสนามในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พบร่องรอยดินถล่มในพนที่
ื้
ศึกษาจำนวน 9 ร่องรอย แบ่งเป็นดินถล่มชนิดเลื่อนไถล (slides) ทั้งหมด 7 รอย และดินถล่มชนิดร่วง
หล่น (falls) 2 รอย ส่วนใหญ่กระจายตัวทางเหนือลาดมาทางตะวันตกของจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ตำบล
นางพญา ตำบลน้ำหมัน ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา ตำบลขุนฝาง อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ และตำบลแม่พล
ู
อำเภอลับแล ตามลำดับ (ตาราง 6.1) โดยพบร่องรอยดินถล่มกระจายตัวในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน ทั้งหมด
4 หน่วยหิน (รูปที่ 6.1) มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ตารางที่ 6.1 ข้อมูลร่องรอยดินถล่มในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์
ลำดับ ประเภท กลุ่ม หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด Zone UTM E UTM N
ดินถล่ม วิทยาหิน
1 Debris slide F-MET2 ต้นแดง นางพญา ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47P 645100 1985797
2 Debris fall F-MET2 น้ำพร้า นางพญา ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47P 648302 1984041
3 Debris slide F-MET2 กิ่วเคียน นางพญา ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47P 645757 1981520
4 Debris slide FS1 ผาลาด น้ำหมัน ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47P 636379 1972646
5 Debris slide FS1 ทรายงาม น้ำหมัน ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47P 638354 1977192
6 Rock slide F-MET2 กะจัด ผาเลือด ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47P 652283 1957796
7 Rock fall FS1 ผามูบ แม่พูล ลับแล อุตรดิตถ์ 47P 605754 1963593
8 Debris slide FS1 ผามูบ แม่พูล ลับแล อุตรดิตถ์ 47P 603459 1964764
9 Rock slide SS1 ขุนฝาง ขุนฝาง เมืองอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์ 47P 628924 1965165
- 110 -
รูปที่ 6.1 แผนที่แสดงตำแหน่งร่องรอยดินถล่มในพื้นที่สำรวจ จังหวัดอุตรดิตถ์
- 111 -
6.1 ประเภทดินถล่มชนิดเลื่อนไถล (slides)
ดินถล่มชนิดเลื่อนไถลสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะของระนาบการเคลื่อนที่
ได้แก่ การเลื่อนไถลบนระนาบโค้ง (rotational slide or slump) ระนาบของการเคลื่อนที่จะมีลักษณะ
โค้งคล้ายช้อน (spoon-like shape) หรือรูปประทุนหงาย (concave-upward failure surfaces) และ
การเลื่อนไถลบนระนาบเรียบ (translational slide) ระนาบของการเคลื่อนที่จะมีลักษณะค่อนข้างขนาน
กับความลาดชัน หรือตามระนาบรอยแตก และทิศทางการวางตัวของชั้นหิน สามารถจำแนกชนิดย่อยของ
ดินถล่มชนิดเลื่อนไถลได้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุธรณี (รายละเอียดเพิ่มเติมในบทที่ 2)
จากการสำรวจดินถล่มชนิดเลื่อนไถลในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พบร่องรอยดินถล่มทั้งหมด
7 รอย ส่วนมากปรากฎในลักษณะภูมิประเทศแบบภูเขาสูงและที่ลาดเชิงเขา บริเวณที่การตัดไหล่เขาเพื่อ
ทำถนน หรือสร้างที่อยู่อาศัย พบในพื้นที่ อำเภอท่าปลา และอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ พบดินถล่มชนิด
การเลื่อนไถล 2 แบบ คือ ดินถล่มชนิดเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (debris slide) และดินถล่มชนิดการ
เลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ (rock slide) พบอยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน ทั้งหมด 3 กลุ่ม ได้แก่ หินฐาน
กลุ่มวิทยาหิน F-MET2 จำพวก หินฟิลไลต์ หินชนวน และหินดินดานกึ่งแปรสภาพ หินฐานกลุ่มวิทยา FS1
จำพวกหินทรายกึ่งแปรสภาพ หินทรายแป้ง และหินดินดาน และหินฐานกลุ่มวิทยาหิน SS1 จำพวก
หินทรายเม็ดตะกอนขนาดละเอียดถึงขนาดหยาบ และหินทรายที่มีการแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อ
ละเอียด มีรายละเอียดดังนี้
6.1.1 อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
จากการสำรวจพบรอยดินถล่มชนิดเลื่อนไถลในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งหมด
5 รอย ครอบคลุมขอบเขตตำบลนางพญา ตำบลน้ำหมัน และตำบลผาเลือด อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน
ทั้งหมด 2 หน่วย ได้แก่ F-MET2 และ FS1 มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
6.1.1.1 ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
(1) บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทางไปบ้านต้นแดง สำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล
ของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 1.5 เมตร สูง 0.5 เมตร
อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน F-MET2 จำพวก หินฟิลไลต์ สีม่วงอมชมพู การมีเรียงตัวเป็นริ้ว หินชนวน และ
หินดินดาน สีน้ำตาลปนเหลือง มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินของหินชนวน สีเทาอ่อน ผิวผุปานกลางถึง
ผุมาก และตะกอนดินละเอียด (fine soil) สีส้มแกมเหลือง ของหินฟิลไลต์ (รูปที่ 6.2)
(2) บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทาง สำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหิน
และดินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 4 เมตร สูง 5 เมตร อยู่ในหินฐานกลุ่ม
วิทยาหิน F-MET2 จำพวก หินดินดานกึ่งแปรสภาพ สีเทาอมเชียว เนื้อผุปานกลางถึงมาก และ หินทรายกึ่ง
แปรสภาพ สีเขียวอมเทา เนื้อหินแสดงการผุพังมาก มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินของหินทราย สีเทา
อ่อน ผิวผุปานกลางถึงผุมาก ปะปนกับตะกอนทรายหยาบ สีน้ำตาล (รูปที่ 6.3)
- 112 -
ก
ข
รูปที่ 6.2 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ (debris slide) ในหิน
ฐานกลุ่ม F-MET2 ของหินฟิลไลต์ หินชนวน และหินดินดาน บริเวณเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่าน บ้าน
ต้นแดง ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0645100E 1985797N ระดับ
ความสูงจากระดับน้ำทะเล 427 เมตร
ก แสดงภาพลักษณะดินเลื่อนไถล ข แสดงลักษณะเศษหินที่เลื่อนไถลลงมา
- 113 -
6.1.1.2 ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
(1) บริเวณพื้นที่ตัดเขามีการตัดพื้นที่เพอสร้างที่อยู่อาศัย สำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล
ื่
ของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 30 เมตร สูง 7 เมตร อยู่ใน
หินฐานกลุ่มวิทยาหิน FS1 จำพวก หินทราย สีเหลืองอมขาว เนื้อผุมาก แทรกสลับด้วยหินทรายเนื้อละเอียด
เนื้อผุมาก มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินของหินทราย ปะปนกับตะกอนทรายแป้ง สีเทา (รูปที่ 6.4)
(2) บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทางหมู่บ้านทรายงาม สำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อน
ไถลของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 10 เมตร สูง 6 เมตร
อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน FS1 จำพวก หินทรายกึ่งแปรสภาพ เนื้อค่อนข้างผุ สีเทาเข้มแทรกสลับหินชนวน
สีเหลืองอมขาว เนื้อผุมาก มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินของหินทรายปะปนกับตะกอนดินละเอียด
สีน้ำตาลปนแดง (รูปที่ 6.5)
6.1.1.3 ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทางบ้านกะจัด ตามทางหลวงหมายเลข 5054 ขนานแม่น้ำ
น่าน สำรวจพบลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่ม
โดยประมาณกว้าง 6 เมตร สูง 10 เมตร อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน F-MET2 จำพวก หินฟิลไลต์
หินดินดานกึ่งแปรสภาพ สีน้ำตาลเหลือง เนื้อผุมาก มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินแตกหักเป็นหลัก
(รูปที่ 6.6)
ิ
รูปที่ 6.3 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหนและดินบนระนาบเรียบ (debris slide) ในหิน
ฐานกลุ่ม F-MET2 ของหินทรายและหินดินดานกึ่งแปรสภาพ บริเวณเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่าน
บริเวณบ้านกิ่วเคียน ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0645757E
1981520N ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 219 เมตร
- 114 -
รูปที่ 6.4 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ (debris slide) ใน
หินฐานกลุ่ม FS1 ของหินทราย และหินทรายแป้ง บริเวณเนินเขาที่มีการตัดหน้าเขาเพื่อสร้างที่อยู่
อาศัย บ้านผาลาด ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0636379E
1972646N ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 219 เมตร
รูปที่ 6.5 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ (debris slide) ใน
หินฐานกลุ่ม FS1 ของหินทรายกึ่งแปรสภาพและหินดินดาน บริเวณเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่าน
บ้านทรายงาม ตำบลน้ำหมัน อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0638354E 1977192N
ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 248 เมตร
- 115 -
รูปที่ 6.6 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ (rock slide) ในหินฐานกลุ่ม F-MET2
ของหินฟิลไลต์ หินดินดานกึ่งแปรสภาพ บนเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่าน บริเวณบ้านกะจัด ตำบล
ผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0652283E 1957796N ระดับความสูงจาก
ระดับน้ำทะเล 107 เมตร
6.1.2 อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
จากการสำรวจพบรอยดินถล่มชนิดเลื่อนไถลในอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
ทั้งหมด 1 รอย ครอบคลุมขอบเขตตำบลขุนฝาง อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหินทั้งหมด 1 หน่วย ได้แก่ SS1 มี
รายละเอียดดังต่อไปนี้
ตำบลขุนฝาง อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์
บริเวณพื้นที่ตัดเขาบริเวณเนินเขาที่มีการตัดหน้าเขาเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยบ้านขุนฝาง สำรวจพบ
ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 6 เมตร
สูง 5 เมตร อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน SS1 จำพวก หินทราย สีเทา เนื้อผุปานกลาง พบเนื้อไมกาสูง มีวัสดุ
ธรณีประกอบด้วย เศษหินแตกหักเป็นหลัก (รูปที่ 6.7)
- 116 -
รูปที่ 6.7 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ (rock slide) ในหินฐานกลุ่ม SS1 ของ
หินทราย บริเวณเนินเขาที่มีการตัดหน้าเขาเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย บ้านขุนฝาง ตำบลขุนฝาง อำเภอเมือง
อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0628924E 1965165N ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล
158 เมตร
6.1.3 อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
จากการสำรวจพบรอยดินถล่มชนิดร่วงหล่นในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งหมด 1 รอย
ครอบคลุมขอบเขตตำบลแม่พูล อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหินทั้งหมด 1 หน่วย ได้แก่ FS1 มีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทางหมู่บ้านผามูบ สำรวจพบดินถล่มชนิดการเลื่อนไถล
ของเศษหินและดินบนระนาบเรียบ มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 6 เมตร สูง 4 เมตร อยู่ใน
หินฐานกลุ่มวิทยาหิน FS1 จำพวก หินทราย และหินดินดานกึ่งแปรสภาพ เนื้อค่อนข้างผุ สีเหลืองอมขาว
เนื้อผุมาก มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินของหินทรายปะปนกับตะกอนดินละเอียด สีน้ำตาลปนเหลือง
(รูปที่ 6.8)
- 117 -
รูปที่ 6.8 ลักษณะดินถล่มชนิดการเลื่อนไถลของเศษหนและดินบนระนาบเรียบ (debris slide) ในหิน
ิ
ฐานกลุ่ม FS1 ของหินดินดานกึ่งแปรสภาพ และหินทราย บริเวณเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่านบ้าน
ผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0603459E 1964764N ที่ระดับความสูง
จากระดับน้ำทะเล 462 เมตร
6.2 ประเภทดินถล่มชนิดร่วงหล่น (falls)
ดินถล่มชนิดร่วงหล่นเป็นการเคลื่อนที่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก (Extremely rapid) เป็น
่
การหลุด ร่วง กระดอน และกลิ้งอย่างเป็นอิสระภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลกจากหน้าผาหรือพื้นที่ลาดชันทีมี
มุมเอียงเทสูง มักเกิดตามระนาบพื้นผิวที่มีการเคลื่อนที่ด้วยแรงเฉือนน้อยหรือไม่มีเลย เช่น รอยแตกหรือ
รอยแยกในชั้นหิน สามารถจำแนกชนิดย่อยของดินถล่มชนิดร่วงหล่นได้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุธรณี
(รายละเอียดเพิ่มเติมในบทที่ 2)
จากการสำรวจดินถล่มชนิดร่วงหล่นในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ พบรอยดินถล่มจำนวน 2 รอย
ในลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหน้าเขา พื้นที่อำเภอลับแล และอำเภอท่าปลา เกิดดินถล่มชนิดหินร่วง
(rock fall) เป็นการหลุดร่วงของหินภายใต้แรงโน้มถ่วงของโลกจากหน้าผาหิน พบอยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยา
หิน FS1 จำพวกหินทรายกึ่งแปรสภาพ และหินดินดาน และ หินฐานกลุ่มวิทยาหิน F-MET2 จำพวก
หินดินดานกึ่งแปรสภาพ มีรายละเอียดดังนี้
6.2.1 อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
จากการสำรวจพบรอยดินถล่มชนิดร่วงหล่นในอำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งหมด
1 รอย ครอบคลุมขอบเขตตำบลน้ำหมัน อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหินทั้งหมด 1 หน่วย ได้แก่ F-MET2
มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- 118 -
ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทางหมู่บ้านน้ำพร้า ตามทางหลวงหมายเลข 1163
อุตรดิตถ์-แพร่ สำรวจพบลักษณะดินถล่มชนิดร่วงหล่นของหิน มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง
10 เมตร สูง 30 เมตร อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน F-MET2 จำพวก หินดินดานกึ่งแปรสภาพ สีเทาเข้ม
เนื้อผุปานกลาง แทรกสลับกับหินทรายกึ่งแปรสภาพ สีเขียวอมเทา มีวัสดุธรณีประกอบด้วย บล็อคหินของ
หินดินดานสีน้ำตาลปนเหลือง ปนกับเศษหินขนาดเล็ก (รูปที่ 6.9)
6.2.2 อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
จากการสำรวจพบรอยดินถล่มชนิดร่วงหล่นในอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งหมด 1 รอย
ครอบคลุมขอบเขตตำบลแม่พลู อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหินทั้งหมด 1 หน่วย ได้แก่ FS1 มีรายละเอียด
ดังต่อไปนี้
ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
บริเวณพื้นที่ตัดเขาทำถนนระหว่างทางหมู่บ้านผามูบ สำรวจพบลักษณะดินถล่มชนิดร่วงหล่น
ของหิน มีขนาดของรอยดินถล่มโดยประมาณกว้าง 1.5 เมตร สูง 3 เมตร อยู่ในหินฐานกลุ่มวิทยาหิน FS1
จำพวก หินดินดาน สลับกับหินทรายกึ่งแปรสภาพ สีเขียวอมเทา มีวัสดุธรณีประกอบด้วย เศษหินของ
หินดินดานสีเทาอมเขียวปนกับเศษหินขนาดเล็กสีน้ำตาลปนเหลือง (รูปที่ 6.10)
รูปที่ 6.9 ลักษณะดินถล่มชนิดร่วงหล่นของหิน (rock fall) ในหินฐานกลุ่ม F-MET2 ของหินดินดานกึ่ง
แปรสภาพ บริเวณเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่าน บริเวณบ้านน้ำพร้า ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา
จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0648302E 1984041N ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 349 เมตร
- 119 -
รูปที่ 6.10 ลักษณะดินถล่มชนิดร่วงหล่นของหิน (rock fall) ในหินฐานกลุ่ม FS1 ของหินดินดาน และ
หินทรายกึ่งแปรสภาพ บริเวณเนินเขาที่มีการตัดถนนผ่าน บ้านผามูบ ตำบลแม่พูล อำเภอลับแล
จังหวัดอุตรดิตถ์ พิกัด 47P 0605754E 1963593N ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 176 เมตร
บทที่ 7
การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดิน
7.1 การเก็บตัวอยางแบบไมคงสภาพ (disturbed sampling)
การเก็บตัวอยางดินในพื้นที่สำรวจใชวิธีการเก็บตัวอยางแบบถูกรบกวน (disturbed
sampling) เพื่อนำมาทดสอบคุณสมบัติทางกายของดินสำหรับการวิเคราะหพื้นที่เสี่ยงภัยดินถลม
โดยใชหลักการเก็บตัวอยางดินหรือหินผุอางอิงเกณฑการผุพังของมวลหินประยุกตจาก Ruxton and
ิ
Berry (1957) Dearman (1976) Fookes (1997) และ Hearn (2016) ดังตารางที่ 7.1 ซึ่งตัวอยางดนที ่
เก็บจากภาคสนามจะถูกจัดเก็บไวในถุงกระสอบที่มีการปดปากถุงอยางมิดชิด โดยบนกระสอบจะแสดง
รายละเอียดของจุดเก็บตัวอยาง ไดแก เลขที่จุดสำรวจ วันที่เก็บตัวอยาง พิกัดเก็บตัวอยาง ความสูงจาก
ระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ตั้ง สถานที่ หมูบาน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาพวาดหนาตัดชั้นดิน/ชั้นหินระยะ
ี่
เก็บตัวอยางดิน และชนิดของหินฐาน (รูปท 7.1) พิจารณาเลือกตำแหนงเก็บตัวอยางดังนี้
1) เลือกหนาตัดดิน (soil profile) ที่แสดงลำดับชั้นดิน/หินที่ชัดเจน และเปนดินที่อยู
ที่เดิม แสดงเกณฑการผุพังตั้งแตระดับ 1-6 (zone I-VI)
ก) zone I ชั้นหินตนกำเนิด (parent rock) แสดงชั้นหินสด (fresh bedrock)
ข) zone II ชั้นหินมีการผุพังเล็กนอยตามรอยแตก
ค) zone III เปนชั้นที่แสดงหินเปนหลัก
ง) zone IV ชั้นดินและหินผุที่เกิดจากการผุพังจากหินดาน มีลักษณะผุพังสูง (highly
weathered) บางสวนพบหินกอนที่มีลักษณะมนกลม
จ) zone V ชั้นดิน ที่เกิดจากการผุพังอยางสมบูรณ (completely weathered)
ฉ) zone VI ชั้นดินที่พัฒนาเปนดินที่อยูที่เดิมโดยสมบูรณ (fully developed residual soil)
2) ตำแหนงที่เลือกเก็บตัวอยางดิน เลือกเก็บดินตามเกณฑการผุพังระดับ 4 (zone IV)
ซึ่งเปนบริเวณที่มีการผุพังสูง มีชั้นดินหนา และมีเปอรเซ็นตของหินแข็งต่ำ (< 50%) ตามตัวอยางรูปท 7.2
ี่
และรูปท 7.3 กรอบสีแดง โดยเลือกจากชั้นดินที่อยูใกลกับเกณฑการผุพังตั้งแตระดับ 3 (zone III) เปน
ี
่
ชั้นหินที่มีอัตราการผุพังปานกลางที่ประกอบดวยเศษหินพื้นแตกหักปนตะกอนดิน โดยเก็บตัวอยางดิน
อยางนอย 15-20 กิโลกรัม บรรจุลงในกระสอบที่เตรียมไว และมัดปากถุงกระสอบใหแนนหนา
3) เก็บรายละเอียด ตำแหนง และรางภาพหนาตัดของชั้นดินหรือหิน บันทึกลงใน
แบบฟอรมแผนดินถลม และกระสอบที่ใชเก็บตัวอยาง
ี่
จากการสำรวจและเก็บตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพื้นทสำรวจ ไดทำการเกบตัวอยาง
็
ดินทั้งหมด 41 ตัวอยาง (ตารางที่ 7.2) ครอบคลุมขอบเขตอำเภอทองแสงขัน อำเภอทาปลา อำเภอน้ำ
ิ
ิ
ปาด อำเภอบานโคก อำเภอพิชัย อำเภอฟากทา อำเภอเมืองอุตรดตถ และอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดตถ
อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 10 หนวย ไดแก หนวยหิน SS1 หนวยหิน SS2 หนวยหิน SS3 หนวย
หิน GR หนวยหิน MU1 หนวยหิน F-MET1 หนวยหิน F-MET2 หนวยหิน FS1 หนวยหิน FS2 และหนวย
หิน VOL1 (รูปที 7.4)
่
- 122 -
ตารางที 7.1 เกณฑการผุพังของมวลหิน (ดัดแปลงจาก Ruxton and Berry (1957) Dearman (1976)
่
Fookes (1997) และ Hearn (2016))
ั
เกณฑการผพัง การผุพง คำอธิบาย
ุ
T ดินที่เกิดโดยการพดพา ดินที่ถูกกัดกรอนสลายตัวออกจากหินดานแลวถูก
ั
(transported soil) พัดพาไปสะสมตัวที่อื่น เชน เศษหินเชิงเขา (colluvium)
VI พัฒนาเปนดินที่อยูที่เดิม เนื้อหินทั้งหมดกลายเปนดิน โครงสรางของมวลหิน
ู
โดยสมบรณ (fully และองคประกอบของวัสดุถูกทำลาย
developed residual soil)
ดินที่อยูที่เดิม V ผุพังโดยสมบูรณ เนื้อหินทั้งหมดถูกยอยสลายเปนดิน โครงสรางดั้งเดิม
(completely weathered) ของมวลหินสวนใหญคงสภาพเดิม
ผุพังสูง
IV
ดิน สีเปลี่ยน หนาตัดชั้นหินอาจปรากฏลักษณะของ
(highly weathered) มากกวารอยละ 50 ของเนื้อหินถูกยอยสลายกลายเปน
แกนหิน (core stone) ที่ไมมีการเชื่อมประสานกัน
ู
III ผุพังปานกลาง นอยกวารอยละ 50 ของเนื้อหินถกยอยสลาย
(moderate weathered) แกนหินยังคงแข็งแรง
ชั้นหิน และหินผุ II ผุพังเล็กนอย เนื้อหินมีการผุพังเล็กนอย มวลหินมีความสมบูรณ
(slightly weathered)
I หินสด (fresh) ไมปรากฏการผุพังของมวลหิน
หมายเลขจุดเก็บตัวอยาง/
ST.1 / 22.01.2021 วันเดือนปที่เก็บตัวอยาง
47P 642584E / 1954241N 79 m.
พิกัดตำแหนงเก็บตัวอยาง (ระบบ UTM)
บานนาตารอด ต.หาดงิ้ว
ุ
อ.เมืองอุตรดิตถ จ.อตรดิตถ ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
0 m.
Top soil
60 m. SS1: ที่ตั้ง หมูบาน ตำบล อำเภอ
เก็บตัวอยาง Greywacke จังหวัด ที่เก็บตัวอยาง
100 m. 20-70 cm.
หินฐาน: หนทราย
ิ
กลุมวิทยาหินและชนิดของหินฐาน
ภาพวาดหนาตัดชั้นดิน
รูปที่ 7.1 รายละเอียดขอมูลการเก็บตัวอยางตะกอนดินบนถุงกระสอบ
- 123 -
ื
รูปที่ 7.2 ภาพรางหนาตัดการพุผังของหินแกรนิตแสดงระดับการผุพังตั้งแตระดับ I-VI กรอบสีแดงคอ
ตำแหนงที่เลือกเก็บตัวอยางดิน (ดัดแปลงจาก Ruxton and Berry, 1957)
รูปที่ 7.3 ตัวอยางหนาตัดดินที่แสดงระดับการผุพังของหินแกรนิต (zone III-VI) กรอบสีแดงแสดงตำแหนง
เก็บตัวอยางดิน
- 124 -
รูปที่ 7.4 แผนที่แสดงตำแหนงการเก็บตัวอยางดินในพื้นที่สำรวจ
ตารางที่ 7.2 แสดงข้อมูลการเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่สำรวจ
ลำดับ Station หน่วยหิน กลุ่มหิน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด Zone UTM E UTM N Sample Depth คำอธิบาย
(cm.)
1 UTT006 F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนาน วังถ้ำ น้ำพี้ ทองแสงขัน อุตรดิตถ์ 47Q 642935 1946050 50-80 เปิดหน้าดินเพื่อสร้างที่อยู่
เกรดต่ำ อาศัย
2 UTT005 GR หินแกรนิต น้ำพี้ บ่อทอง ทองแสงขัน อุตรดิตถ์ 47Q 639379 1938467 200-300 บ่อขุดดินเพื่อนำไปใช้
ประโยชน์
3 UTT022 SS2 หินทรายอาร์โคส หิน แสนขัน บ่อทอง ทองแสนขัน อุตรดิตถ์ 47Q 642585 1932013 230-290 หน้าตัดดินในพื้นที่เกษตร
ทรายเนื้อควอตซ์
4 UTT012 SS2 หินทรายอาร์โคส หิน น้ำหมีน้อย ผักขวง ทองแสงขัน อุตรดิตถ์ 47Q 653633 1938738 30-60 หน้าตัดดินบริเวณอ่างเก็บน้ำ
ทรายเนื้อควอตซ์
5 UTT009 F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนาน น้ำสิงห์ ท่าปลา ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 644430 1966369 60-80 หน้าตัดดินในพื้นที่เกษตร
เกรดต่ำ
6 UTT038 MU1 หินอัคนีชนิดเมฟิก ห้วยไผ่ ท่าแฝก ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 670866 1977395 60-80 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
และอัลตราเมฟิก
7 UTT039 MU1 หินอัคนีชนิดเมฟิก งอมสัก ท่าแฝก ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 676660 1988146 100-140 หน้าตัดดินในพื้นที่เกษตร
และอัลตราเมฟิก - 125 -
8 UTT010 F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนาน น้ำพร้า นางพญา ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 647894 1987421 30-70 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
เกรดต่ำ
9 UTT011 SS3 หินทรายแทรกสลับ ต้นแดง นางพญา ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 645101 1985795 10-30 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
กับหินตะกอนเนื้อ
ละเอียดกึ่งแปรสภาพ
10 UTT002 F-MET2 หินตะกอนกึ่งแปร ค่าย น้ำหมัน ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 637130 1968992 30-60 เปิดหน้าดินเพื่อสร้างที่อยู่
สภาพ อาศัย
11 UTT003 FS1 หินตะกอนเนื้อ ปางหมิ่น น้ำหมัน ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 636362 1972651 20-120 เปิดหน้าดินเพื่อสร้างที่อยู่
ละเอียด บางส่วนกึ่ง อาศัย
แปรสภาพ
12 UTT004 GR หินแกรนิต ต๊ะ น้ำหมัน ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 635244 1973832 80-110 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
13 UTT008 F-MET1 หินแปรที่มีริ้วขนาน ผาเลือด ผาเลือด ท่าปลา อุตรดิตถ์ 47Q 652990 1961759 90-160 หน้าตัดดินในพื้นที่เกษตร
เกรดต่ำ
ตารางที่ 7.2 แสดงข้อมูลการเก็บตัวอย่างดินในพื้นที่สำรวจ (ต่อ)
ลำดับ Station หน่วยหิน กลุ่มหิน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด Zone UTM E UTM N Sample Depth คำอธิบาย
(cm.)
14 UTT026 FS2 หินตะกอนเนื้อ นาพาย เด่นเหล็ก น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 690405 1971067 60-80 เปิดหน้าดินเพื่อสร้างที่อยู่
ละเอียดเชื่อม อาศัย
ประสานด้วยเหล็ก
ออกไซด์
15 UTT037 FS1 หินตะกอนเนื้อ วังน้ำต้น ท่าแฝก น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 671061 1972876 50-120 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
ละเอียด บางส่วนกึ่ง
แปรสภาพ
16 UTT013 SS1 หินทรายเนื้อเกรย์ น้ำไคร้ น้ำไคร้ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 656030 1946206 40-70 บ่อขุดดินเพื่อนำไปใช้
แวก ประโยชน์
17 UTT014 FS2 หินตะกอนเนื้อ สวน แสนตอ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 649813 1929908 60-160 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
ละเอียดเชื่อม
ประสานด้วยเหล็ก
ออกไซด์
18 UTT023 VOL1 หินอัคนีภูเขาไฟ คันนาทุ่ง แสนตอ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 675311 1965760 30-70 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน - 126 -
ประกอบด้วยแร่สีจาง
ถึงปานกลาง
19 UTT024 FS1 หินตะกอนเนื้อ คันนาทุ่ง แสนตอ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 675107 1969572 30-90 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
ละเอียด บางส่วนกึ่ง
แปรสภาพ
20 UTT025 FS1 หินตะกอนเนื้อ คันนาทุ่ง แสนตอ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 675612 1972123 80-130 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
ละเอียด บางส่วนกึ่ง
แปรสภาพ
21 UTT035 FS1 หินตะกอนเนื้อ คันนาทุ่ง แสนตอ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 675136 1967722 50-100 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
ละเอียด บางส่วนกึ่ง
แปรสภาพ
22 UTT036 VOL1 หินอัคนีภูเขาไฟ คันนาทุ่ง แสนตอ น้ำปาด อุตรดิตถ์ 47Q 675772 1971139 170-220 เปิดหน้าดินเพื่อทำถนน
ประกอบด้วยแร่สีจาง
ถึงปานกลาง