- 131 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.14 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณหนาตัดดินบริเวณพื้นที่อยอาศัย บานโปงมะคา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
ู
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 60–80 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อดอก
ั
กลุมวิทยาหิน GR (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย สีเทาขาวปนน้ำตาล เนื้อดินคอนละเอียด เมื่อสมผัสแลว
รูสึกสากมือ
- 132 -
ก
ข ค
ิ
รูปที่ 7.15 (ก) เก็บตัวอยางบรเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บานเขาเขียว ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 120-150 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อดอก
ู
กลุมวิทยาหิน GR (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เนื้อดินหยาบ เมื่อสัมผัสแลวรสึก
สากมือ
- 133 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.16 (ก) เก็บตัวอยางบรเวณเปดหนาดินในพื้นที่เกษตร วัดปาเขารัศม ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน
ิ
ี
ั
จังหวดนครสวรรค ที่ความลึก 30–40 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินควอตซไมกาชีสต
กลุมวทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย สีเทาขาวปนน้ำตาล เนื้อดินละเอียด เมื่อสัมผัส
ิ
แลวรูสึกสากมือเล็กนอย
- 134 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.17 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินในพื้นที่เกษตร วดเจดียขาว ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน
ั
ั
จังหวดนครสวรรค ที่ความลึก 150–170 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินควอตซไมกาชีสต
กลุมวทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย สีน้ำตาล เนื้อดินคอนขางหยาบ เมื่อสัมผัสแลว
ิ
รูสึกสากมือ
- 135 -
7.3 วิธีการวิเคราะหคุณสมบัติทางกายภาพของดิน
ี่
การจำแนกกลุมดิน ดังแสดงในตารางท 7.3 โดยใชระบบมาตรฐานของ Unified Soil
Classification (รูปที่ 7.18 และรูปท 7.19) เปนระบบการจําแนกดินที่ใชกนอยางกวางขวางใน
ั
ี่
ั
ั
งานวิศวกรรมโยธา โดยทำการจําแนก 3 วิธีการ คือ (1) การหาคาพิกดอตตะเบิรก (Atterberg’s Limits)
(2) การทดสอบหาคาความถวงจำเพาะเม็ดดิน (Specific Gravity of Soil) และ (3) การหาขนาดเม็ดดิน
(Grain Size Analysis) และมีขั้นตอนในการจำแนกดังนี้
1 แบงตามลักษณะขนาดเม็ดดิน เปนดินพวกเม็ดหยาบไดแก กรวด (Gravel) และทราย
ี
ิ
(Sand) และพวกเม็ดละเอยด ไดแกดนเหนียว (Clay) และดินทราย (Silt)
2. แบงยอยตามลักษณะการกระจายตัวของเม็ดดิน แบงเปน 2 จำพวกใหญ ๆ คือ (1) ดินที่
ึ
มีการคละขนาดตะกอนดี (Well Graded Soil) คือดินที่มีขนาดเม็ดตะกอนตั้งแตขนาดละเอียดจนถง
็
ขนาดหยาบปะปนกน และ (2) ดินที่มีการคละขนาดตะกอนไมดี (Poorly Graded Soil) คือ ดินที่มีเมด
ั
็
ขนาดเทา ๆ กัน หรือขนาดเมดตะกอนขาดชวง หรือขาดตะกอนขนาดใดขนาดหนึ่งไป
3. แบงยอยตามคา Atterberg’s Limits คือ จุดการเปลี่ยนสถานภาพของมวลดิน
ิ
ั
โดยอาศัยคาความชื้นในสถานภาพพลาสติกของดิน (Plasticity Index, P.I.) ซึ่งไดจากผลตางของพกด
ั
เหลว (Liquid Limit, L.L.) และพิกดพลาสติก (Plastic Limit, P.L.) โดยคาดัชนีพลาสติกเปนตัวแสดงถึง
ความเหนียวของดินและความไวของการเปลี่ยนสถานะตอความชื้นของมวลดิน เชน ดินเม็ดละเอยดที่มี
ี
ี
คาดัชนีพลาสติกสูง เรียกวา High Liquid Limit และดินเม็ดละเอยดที่มคาดัชนีพลาสติกต่ำ เรียกวา
ี
Low Liquid Limit สำหรับดินเม็ดหยาบนั้น เปนชนิดดินที่มีคาดัชนีพลาสติกต่ำ หรือไมมีคาดัชนีพลาสติก
(Non Plastic)
ั
โดยการจําแนกกลุมดินนั้น ใชอกษรยอ 2 ตัว ทำใหจดจำไดงาย และมีความหมายในตัวเอง
เชน G = Gravel (กรวด)‚ S = Sand (ทราย)‚ M = Silt (ดินทรายแปง)‚ C = Clay (ดินเหนียว)‚
W = Well Graded (เม็ดคละ)‚ P = Poorly Grade (เม็ดไมคละ)‚ H = High Liquid Limit (L.L. มีคาสูง)‚
ึ
L = Low Liquid Limit (L.L. มีคาต่ำ) หรือ O = Organic (ดินมีอนทรียสารปนมาก) เมื่อถงขั้นสุดทาย
ิ
้
จะมีอักษรยอแทน 2 ตัว (ในกรณีกำกึ่งใช 4 ตัว) เชน CH, GW, SP หรือ GM-CG, ML-CL
- 136 -
Hydrometer 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1
Sieve Analysis 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1
Specific Gravity 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1
Atterberg’s Limits 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1
ตารางที่ 7.3 แสดงรายละเอียดตำแหนง ระดับความลึก จำนวน และประเภทงานทดสอบของตัวอยางแบบไมคงสภาพ
Sample Depth (cm.) 360-390 60-70 140-190 290-330 70-90 350-400 130-160 100-130 70-90 60-80 120-150 30-40 150-170
UTM N 1665351 1674542 1675431 1672862 1681953 1681748 1680615 1681644 1717169 1712910 1730552 1728737 1739092
UTM E 555176 530344 530462 540182 547461 547200 545635 550659 551929 546817 539001 551733 533327
Zone 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P
จังหวัด อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี นครสวรรค นครสวรรค
อำเภอ บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร ลานสัก ลานสัก ลานสัก แมเปน แมเปน
ตำบล บานไร แกนมะกรูด แกนมะกรูด แกนมะกรูด คอกควาย คอกควาย คอกควาย คอกควาย ระบำ ระบำ ระบำ แมเปน แมเปน
หมูบาน คลองเสลา คลองเสลา ปางสวรรค ปางสวรรค โปงมะคา เขาเขียว
วิทยา หิน SS3 SS1 SS1 CB2 CB2 CB2 GR CT F-MET1 GR GR F-MET1 F-MET1
Station UTI131 UTI14 UTI15 UTI28 UTI49 UTI52 UTI53 UTI55 UTI09 UTI79 UTI89 UTI02 UTI112
ลำดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
- 137 -
รูปที่ 7.18 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification
- 138 -
รูปที่ 7.19 แสดงระบบจําแนกดินโดยระบบ Unified Soil Classification
- 139 -
7.3.1 การหาคาพิกัดของอัตตะเบิรก (Atterberg’s Limit)
ใชมาตรฐานการทดสอบอางองจาก ASTM D 427 และ ASTM D 4318 ทำการหาคาพกด
ิ
ิ
ั
เหลว (Liquid Limit) พกัดพลาสติก (Plastic Limit) ซึ่งเปนดัชนี (Index) สำคัญที่ใชในการบอกลักษณะ
ิ
และจำแนกประเภทของดิน (Soil Classification)
1) คาพกัดเหลว (Liquid Limit) ของดิน คือคาความชื้นของดินเมื่อนำมาผสมและบรรจุใน
ิ
กระทะมาตรฐาน แลวปาดดวยมดปาดรองมาตรฐาน จึงทำการทดลองคาเคาะระหวาง 10-40 ครั้ง
ี
(รองดินชนปด 13 มลลิเมตร) แลวนำผล (จำนวนครั้งในการเคาะตอคาความชื้น) มาเขียนกราฟ
ิ
ื
ั
้
ั
่
้
ความสมพนธระหวางคาความชนตอจำนวนครงในการเคาะ พจารณาอานคาความชนทีคาเคาะ 25 ครง
้
ั
้
ิ
ั
ื
ิ
ั
2) คาพกดพลาสติก (Plastic Limit) ของดินคือคาความชื้นของดินเมื่อสามารถปนเสนดิน
ขนาดเสนผานศูนยกลาง 1/8 นิ้ว แลวเริ่มปรากฏรอยแตกบนเสนดินนั้น
7.3.2 การวิเคราะหหาขนาดของเม็ดดิน (Graine Size Analysis)
ใชมาตรฐานการทดสอบอางองจาก ASTM D 422 - 63 เพอหาคาขนาดของเม็ดดินและการ
ิ
ื่
ิ
กระจายตัวของเม็ดดิน การทดสอบแบงเปน 2 วิธี โดยพจารณาตามความเหมาะสมของขนาดเมดดินและ
็
ตามชนิดของดินตัวอยางที่นำมาทดสอบ
1) วิธีรอนผานตะแกรง (Sieve Analysis) ใชวิธีการรอนเปยก (Wet Sieve) ใชทดสอบดิน
ประเภทที่มีเมดละเอยด ครั้งแรกทำการลางดินผานตะแกรงเบอร 200 จนน้ำใส (แสดงวาดินเม็ดละเอยด
็
ี
ี
ั
ผานตะแกรงหมดแลว) สวนที่คางนำไปอบแหง แลวนำมารอนผานตะแกรงที่มีขนาดมาตรฐาน (ซึ่งใชกบ
ตัวอยางที่มีขนาดเม็ดใหญกวา 0.075 มิลลิเมตร) ชั่งหาน้ำหนักของตัวอยางดินทคางในแตละตะแกรง
ี่
แลวคำนวณหาเปอรเซ็นตของตัวอยางดินที่ผานตะแกรงรอนแตละขนาดโดยน้ำหนัก จากนั้นนำคาทไดมา
ี่
เขียนเสนความสัมพันธในกราฟ Semi-log
2) วิธีไฮโดรมิเตอร (Hydrometer Test) ใชวิธีการทดสอบจากน้ำดินเหนียวที่ลางผาน
ตะแกรงเบอร 200 โดยผสมน้ำดินเหนียวใหเขากัน เทน้ำดินเหนียวใสกระปองปนดิน (Dispersion Cup)
ี่
เติมน้ำยาที่เตรียมไว นำเขาเครื่องปนผสมดินประมาณ 10 นาที นำตัวอยางทปนแลวใสกระบอกเติมน้ำ
จนถงขีด 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร เขยาใหเขากน จากนั้นจมไฮโดรมิเตอรลงในกระบอกแลวอานคา
ั
ุ
ึ
เมื่อชวงเวลาผานไปตามเวลาที่กำหนด พรอมทั้งอานคาอุณหภูมิของตัวอยางเปนครั้งคราว จนกระทั่งคา
ที่อานคงที่หรือเปลี่ยนแปลงนอยมาก จึงหยุดการทดสอบ ทำการเขยากระบอกเทน้ำดินเหนียวออก
ึ
จากกระบอกใสภาชนะ ลางเศษดินที่กนกระบอกใหหมด แลวจงนำไปอบใหแหง
- 140 -
7.3.3 การทดสอบหาความถวงจําเพาะของดิน (Specific Gravity of Soil)
การทดสอบหาคาความถวงจำเพาะของเม็ดดิน (Specific Gravity of Soil) ใชมาตรฐานการ
ิ
ทดสอบอางองจาก ASTM D 854-83 ทำการทดสอบโดยนำดินตัวอยางที่แหงประมาณ 50 กรัม
มาทดสอบโดยนำมาผสมน้ำกลั่นแลวกวนใหเขากันโดยใชเครื่องปน เทสวนผสมน้ำดินลงในขวดหาคาความ
ถวงจำเพาะขนาด 500 ลูกบาศกเซนติเมตร ทำการตมไลฟองอากาศ ประมาณ 10 นาที จนฟองอากาศ
หมดแลวปลอยใหเย็นที่อุณหภูมิหอง จากนั้นนำไปชั่งน้ำหนักและวัดอุณหภูมิของน้ำดินในขวด เทสวนผสม
ในขวดคาความถวงจำเพาะลงในถาดนำไปอบใหแหง เพื่อชั่งน้ำหนักดินแหงที่แนนอนอีกครั้ง
7.4 คุณสมบัติทางกายภาพของดิน
ี่
ื้
ผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดินขั้นพื้นฐานในพนทสำรวจจำนวน 13 ตัวอยาง
ดังแสดงในตารางที่ 7.4 และตารางที่ 7.5 สามารถจําแนกประเภทของดินตามระบบมาตรฐานของ
Unified Soil classification (USC) ออกเปนทั้งหมด 6 กลุมดิน ดังนี้
7.4.1 กลุม SP-SM (Poorly graded sands - Silty sands)
ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายที่ครึ่งหนึ่งของสวนที่เปนเม็ดหยาบ มีขนาดคละกันไมดี
ทรายปนกรวดมีเม็ดละเอยดปนบางหรือไมมีเลย (SP) ถึงกลุมทรายมีตะกอนทรายปน ทราย-ตะกอนทราย
ี
ี
ั
ผสมกน (SM) โดยมีดินเม็ดละเอยดผานตะแกรงเบอร 200 อยูระหวาง 5% - 12% คาความถวงจําเพาะ
ของดินประมาณ 2.64 จำนวน 1 ตัวอยาง ไดแก UTI79 บริเวณบานโปงมะคา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อดอกในกลุมวิทยาหิน GR
7.4.2 กลุม SM (Silty sands)
ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายเม็ดละเอยดปนทราย มีตะกอนทรายปน ทราย-
ี
ั
ตะกอนทรายผสมกน ขนาดคละกนดี โดยมดินเม็ดละเอยดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 12%
ี
ี
ั
มีคาดัชนีพลาสติก ( Plasticity Index, P.I. ) นอยกวา 4% หรือไมมีคาดัชนีพลาสติก ( Non Plastic )
คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.66 – 2.67 จำนวน 2 ตัวอยาง ไดแก
1) UTI02 บริเวณวัดปาเขารัศมี ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค หินฐานเปน
หินควอตซไมกาชีสตในกลุมวิทยาหิน F-MET1
2) UTIUTI112 บริเวณวัดเจดียขาว ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค หินฐาน
เปนหินควอตซไมกาชีสตในกลุมวิทยาหิน F-MET1
- 141 -
Soil Group (USCS) MH SC CL MH ML MH SC MH SC SP-SM SC SM SM
Specific Gravity 2.67 2.64 2.76 2.66 2.65 2.67 2.65 2.67 2.65 2.64 2.64 2.66 2.67
PI ( %) 19.11 10.07 16.06 17.73 16.74 21.79 20.66 16.23 20.50 6.87 20.22
Atterberg’sLimits PL ( %) 32.79 16.85 20.16 37.04 26.94 28.92 22.58 36.58 21.47 22.76 22.63 Non-plastic Non-plastic
LL ( %) 51.90 26.92 36.22 54.77 43.68 50.71 43.24 52.81 41.97 29.63 42.85
UTM N 1665351 1674542 1675431 1672862 1681953 1681748 1680615 1681644 1717169 1712910 1730552 1728737 1739092
ตารางที่ 7.4 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (คาพิกัดอัตตะเบิรก และความถวงจําเพาะของเม็ดดิน)
UTM E 555176 530344 530462 540182 547461 547200 545635 550659 551929 546817 539001 551733 533327
จังหวัด อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี นครสวรรค นครสวรรค
อำเภอ บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร ลานสัก ลานสัก ลานสัก แมเปน แมเปน
ตำบล บานไร แกนมะกรูด แกนมะกรูด แกนมะกรูด คอกควาย คอกควาย คอกควาย คอกควาย ระบำ ระบำ ระบำ แมเปน แมเปน
หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอน เนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ หินทรายเนื้อเกรยแวก หินทรายเนื้อเกรยแวก หินคารบอเนตเนื้อดิน หินคารบอเนตเนื้อดิน หินคารบอเนตเนื้อดิน หินแกรนิต หินแปรสัมผัสที่มากดวยแร หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ หินแกรนิต หินแกรนิต หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ
กลุมหิน
วิทยาหิน SS3 SS1 SS1 CB2 CB2 CB2 GR CT ควอตซ F-MET1 GR GR F-MET1 F-MET1
ลำดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
- 142 -
MH SC CL MH ML MH SC MH SC SP- SM SC SM SM
(USCS)
Soil Group
0.001 53.55 20.58 23.19 47.16 27.10 52.23 16.52 36.41 21.37 4.02 16.37 5.72 2.36
0.002 55.48 23.97 26.83 48.36 28.00 54.09 17.29 38.18 22.09 4.90 16.41 7.54 2.59
0.005 68.30 31.91 35.88 52.96 33.19 59.57 19.40 55.78 24.36 6.52 19.96 13.21 4.11
0.009 75.58 35.39 40.42 57.81 36.90 63.82 21.17 66.38 26.18 7.73 21.60 16.25 5.03
0.019 90.38 40.01 45.37 67.20 43.25 69.50 26.61 83.39 27.57 9.11 24.75 20.19 6.91
Grain Size Analysis, mm. 0.037 0.07 91.81 95.51 44.58 48.91 50.50 56.31 77.37 85.76 47.79 51.01 72.85 75.59 30.10 31.42 87.38 91.00 30.39 32.35 10.50 11.01 27.35 28.92 23.68 26.33 11.58 16.33
ตารางที่ 7.5 แสดงผลการทดสอบดินขั้นพื้นฐาน (การหาขนาดเม็ดดินดวยวิธีรอนผานตะแกรง และวิธีไฮโดรมิเตอร)
0.42 0.15 98.06 98.89 60.48 77.96 61.21 68.94 97.82 99.27 56.59 61.53 78.46 81.92 33.60 42.13 92.17 93.32 35.77 44.62 13.32 28.72 30.10 37.62 32.14 50.39 26.49 54.41
2.00 99.55 85.11 77.06 99.80 70.87 90.82 70.63 94.95 73.77 64.39 66.40 90.58 94.43
4.76 100.00 90.18 89.20 100.00 84.09 98.15 93.66 96.93 92.61 94.91 94.19 99.33 96.74
9.53 100.00 93.90 97.01 100.00 92.57 100.00 98.88 100.00 99.21 100.00 100.00 100.00 96.92
UTM N 1665351 1674542 1675431 1672862 1681953 1681748 1680615 1681644 1717169 1712910 1730552 1728737 1739092
UTM E 555176 530344 530462 540182 547461 547200 545635 550659 551929 546817 539001 551733 533327
จังหวัด อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี นครสวรรค นครสวรรค
อำเภอ บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร ลานสัก ลานสัก ลานสัก แมเปน แมเปน
ตำบล บานไร แกน มะกรูด แกน มะกรูด แกน มะกรูด คอก ควาย คอก ควาย คอก ควาย คอก ควาย ระบำ ระบำ ระบำ แมเปน แมเปน
หินทรายแทรกสลับกับ กึงแปรสภาพ หินทรายเนือเกรยแวก ้ หินทรายเนือเกรยแวก ้ หินคารบอเนตเนื้อดิน หินคารบอเนตเนื้อดิน หินคารบอเนตเนื้อดิน หินแกรนิต หินแปรสัมผัสที่ มากดวยแรควอตซ หินแปรที่มีริ้วขนาน เกรดต่ำ หินแกรนิต หินแกรนิต หินแปรที่มีริ้วขนาน เกรดต่ำ หินแปรที่มีริ้วขนาน เกรดต่ำ
กลุมหิน หินตะกอนเนือละเอียด ้
วิทยา หิน SS3 ่ SS1 SS1 CB2 CB2 CB2 GR CT F-MET1 GR GR F-MET1 F-MET1
ลำดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
- 143 -
7.4.3 กลุม SC (Clayey sands)
ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายเมดละเอียดปนทราย มีเศษดินเหนียวปน ทราย-
็
ดินเหนียวผสมกัน ขนาดคละกันไมดี โดยมีดินเม็ดละเอียดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 12% มีคาดัชนี
พลาสติก (Plasticity Index, P.I.) มากกวา 7% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.64 - 2.65
จำนวน 4 ตัวอยาง ไดแก
1) UTI14 บริเวณบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หนฐาน
ิ
เปนหินทรายเนื้อเกรยแวกในกลุมวิทยาหิน SS1
2) UTI53 บริเวณสวนเกษตรปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอทัยธานี
ุ
หินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อสม่ำเสมอในกลุมวิทยาหิน GR
ั
3) UTI09 บริเวณวัดเขาอริโยทัย ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จงหวัดอุทัยธานี หินฐานเปน
หินควอตซไมกาชีสตในกลุมวิทยาหิน F-MET1
4) UTI89 บริเวณบานเขาเขียว ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอทัยธานี หินฐานเปน
ุ
หินแกรนิตเนื้อดอกในกลุมวิทยาหิน GR
7.4.4 กลุม MH (Inorganic silts)
ดินพวกเม็ดละเอยดเปนดินกลุมตะกอนทรายอนินทรียและทรายละเอียดหรือตะกอนทราย
ี
ปนไมกาหรือดินเบา ตะกอนทรายที่ยืดหยุน โดยมดินเมดละเอยดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50%
ี
็
ี
มีคาพิกัดเหลว (Liquid Limit, L.L.) มากกวา 50% คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.66-2.67
จำนวน 4 ตัวอยาง ไดแก
ิ
1) UTI131 บริเวณตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หนฐานเปนหินทรายเนื้อ
แขงแทรกสลับกับหินดินดานเนื้อแข็งในกลุมวิทยาหิน SS3
็
2) UTI28 บริเวณบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หนฐาน
ิ
เปนหินปูนเนื้อผลึกในกลุมวิทยาหิน CB2
3) UTI52 บริเวณบานปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐาน
เปนหินแคลกซิลิเกตในกลุมวิทยาหิน CB2
4) UTI55 บริเวณตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปนหินทรายแปง
เนื้อแข็งในกลุมวิทยาหิน CT
- 144 -
7.4.5 กลุม ML (Inorganic silts and very fine sand)
ดินพวกเม็ดละเอยดเปนดินในกลุมตะกอนทรายอนินทรียและทรายละเอยดมาก
ี
ี
หินฝุนทรายละเอยดปนตะกอนทรายหรือดินเหนียวมีความเหนียวเล็กนอย โดยมีดินเม็ดละเอยดผาน
ี
ี
ตะแกรงเบอร 200 มากกวา 50% มีคาพกัดเหลว (Liquid Limit, L.L.) นอยกวา 50% มีคา Atterberg
ิ
limits อยูใตเสน A คาความถวงจาเพาะของดินประมาณ 2.65 จำนวน 1 ตัวอยาง ไดแก UTI49 บริเวณ
ํ
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปนหินแคลกซิลิเกตในกลุมวิทยาหิน CB2
7.4.6 กลุม CL (Clay of low to medium plasticity)
ดินพวกเม็ดละเอียดเปนดินในกลุมดินเหนียวอนินทรีย มีความเหนียวต่ำ-ปานกลาง
ดินเหนียวปนทราย ดินเหนียวปนตะกอนทราย โดยมีดินเม็ดละเอยดผานตะแกรงเบอร 200 มากกวา
ี
50% มีคาพิกดเหลว (Liquid Limit, L.L.) นอยกวา 50% มีคา Atterberg limits อยูเหนือเสน A
ั
คาความถวงจําเพาะของดินประมาณ 2.76 จำนวน 1 ตัวอยาง ไดแก UTI15 บริเวณบานคลองเสลา
ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี หินฐานเปนหินทรายเนื้อเกรยแวกในกลุมวิทยาหิน SS1
บทที่ 8
บทสรุปและขอเสนอแนะ
8.1 บทสรุป
ิ
ุ
ื้
ั
การศึกษาพื้นที่ออนไหวตอการเกดดินถลมในพนที่จงหวัดอทัยธานี โดยการวิเคราะหขอมูล
ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร ดวยแบบจําลองทางสถิติ Bivariate probability และการใหคาน้ำหนัก
ี่
ิ
ั
(Weighting) พจารณาจาก 7 ปจจัยที่เกยวของกบการเกิดดินถลม ไดแก วิทยาหิน หนารับน้ำฝน
ทิศทางการไหลของน้ำ ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา ระดับความสูง ความลาดชัน และการใช
ประโยชนที่ดิน สามารถสรุปผลจากการวิเคราะหไดดังนี้
1. ปจจัยที่มีความสัมพนธกบการเกิดดินถลมในพนที่จังหวัดอุทัยธานี เรียงลำดับตาม
ื้
ั
ั
ความสำคัญมากไปนอย คือ (1) ระดับความสูง (2) หนารับน้ำฝน (3) ความลาดชัน (4) ระยะหางจาก
้
โครงสรางทางธรณีวิทยา (5) การใชประโยชนที่ดิน (6) วิทยาหิน และ (7) ทิศทางการไหลของนำ ตามลำดับ
2. การกระจายตัวของรองรอยดินถลมสวนใหญพบอยูในพื้นทที่มีระดับความสูงตั้งแต
ี่
1,400-1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีความลาดชันอยูในชวง 40-60 องศา บริเวณพื้นที่ปาที่ม ี
ตนไมใหญ และสามารถพบไดในกลุมวิทยาหิน GR จำพวกหินแกรนิต กลุมวิทยาหิน SS1 จำพวกหินทราย
ึ่
เนื้อเกรยแวก กลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอยดบางสวนกงแปรสภาพ และกลุมวิทยาหิน
ี
FS3 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียดเนื้อปนปูน
3. พื้นที่ความออนไหวตอการเกิดดินถลมจำแนกออกเปน 5 ระดับ
ื้
1) ระดับต่ำมาก (Very low) มีพนที่ประมาณ 55 ตารางกโลเมตร คิดเปนรอยละ 1.71
ิ
ของพื้นทออนไหวตอการเกิดดินถลมทั้งหมด
ี่
ิ
2) ระดับต่ำ (Low) มีพื้นที่ประมาณ 1,093 ตารางกโลเมตร คิดเปนรอยละ 33.92
ั้
ของพื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมทงหมด
ี
3) ระดับปานกลาง (Moderate) มพนที่ประมาณ 1,636 ตารางกิโลเมตร คิดเปน
ื้
รอยละ 50.78 ของพื้นที่ออนไหวตอการเกดดินถลมทั้งหมด
ิ
ื้
4) ระดับสูง (High) มีพนที่ประมาณ 334 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 10.39
ของพื้นท ออนไหวตอการเกิดดินถลมทั้งหมด
ี่
5) ระดับสูงมาก (Very high) มีพื้นที่ประมาณ 103 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 3.20
ั้
ของพื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมทงหมด
- 146 -
4. การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดินขั้นพนฐาน สามารถจําแนกประเภทของดิน
ื้
ออกเปนทั้งหมด 6 กลุม ดังนี้
1) ดินกลุม SP-SM (Poorly graded sands - Silty sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเปน
ั
ดินในกลุมทรายที่ครึ่งหนึ่งของสวนที่เปนเม็ดหยาบ มีขนาดคละกนไมดี ทรายปนกรวด
ี
ึ
ี
มีเม็ดละเอยดปนบางหรือไมมเลย (SP) ถงกลุมทรายมตะกอนทรายปน ทราย-ตะกอน
ี
ี
ื้
ี่
ทรายผสมกัน (SM) พบกระจายตัวในพนทที่มหินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อดอกใน
กลุมวิทยาหิน GR
2) ดินกลุม SM (Silty sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายเม็ดละเอียด
ปนทราย มีตะกอนทรายปน ทราย-ตะกอนทรายผสมกน ขนาดคละกันดี พบกระจายตัว
ั
ในพนที่ที่มีหินฐานเปนหินควอตซไมกาชีสตในกลุมวิทยาหิน F-MET1
ื้
3) ดินกลุม SC (Clayey sands) คือ ดินพวกเม็ดหยาบเปนดินในกลุมทรายเมดละเอยด
ี
็
ปนทราย มีเศษดินเหนียวปน ทราย-ดินเหนียวผสมกน ขนาดคละกันไมดี พบกระจายตัว
ั
ี่
ในพนที่ทมีหินฐานประกอบดวย หินทรายเนื้อเกรยแวกในกลุมวิทยาหิน SS1 หินแกรนิต
ื้
ในกลุมวิทยาหิน GR และหินควอตซไมกาชีสตในกลุมวิทยาหิน F-MET1
4) ดินกลุม MH (Inorganic silts) คือ ดินพวกเม็ดละเอยดเปนดินกลุมตะกอนทราย
ี
ี
อนินทรียและทรายละเอยดหรือตะกอนทรายปนไมกาหรือดินเบา พบกระจายตัวในพื้นที่
ที่มีหินฐานประกอบดวย หินทรายเนื้อแขงแทรกสลับกับหินดินดานเนื้อแข็งในกลุมวิทยา
็
หิน SS3 หินปูนเนื้อผลึกและหินแคลกซิลิเกตในกลุมวิทยาหิน CB2 และหินทรายแปง
เนื้อแข็งในกลุมวิทยาหิน CT
5) ดินกลุม ML (Inorganic silts and very fine sand) คือ ดินพวกเมดละเอยดเปน
็
ี
ี
ดินในกลุมตะกอนทรายอนินทรียและทรายละเอยดมากหินฝุนทรายละเอยดปนตะกอน
ี
ทรายหรือดินเหนียวมีความเหนียวเล็กนอย พบกระจายตวในพนที่ที่มีหินฐานเปนหินแคลก
ั
ื้
ซิลิเกตในกลุมวิทยาหิน CB2
ี
6) ดินกลุม CL (Clay of low to medium plasticity) คือ ดินพวกเม็ดละเอยดเปน
ดินในกลุมดินเหนียวอนินทรีย มีความเหนียวต่ำ-ปานกลาง ดินเหนียวปนทราย
ิ
ื้
ดินเหนียวปนตะกอนทราย พบกระจายตัวในพนที่ที่มีหนฐานเปนหินทรายเนื้อเกรยแวก
ในกลุมวิทยาหิน SS1
- 147 -
8.2 ขอเสนอแนะ
ื่
1. การศึกษาหาแนวทางเพอวิเคราะหพนที่ออนไหวตอการเกดดินถลมใหทันสมย และเปน
ิ
ั
ื้
ปจจุบันนั้น ตองอาศัยขอมูลที่มีการปรับปรุงแกไขอยูเสมอ จึงจะเกิดความถูกตองของแบบจำลองมากที่สุด
2. ขอมูลทนำมาใชในการวิเคราะหตองที่มีความถกตอง ควรมีการจัดเกบฐานขอมูลใหอยูใน
ู
ี่
็
ั
ิ
่
ื
ุ
่
ู
รปแบบของระบบสารสนเทศภูมศาสตร เพอใหงายตอการใชงานและการปรบปรง เปลียนแปลง แกไขขอมูล
ใหมีความเปนปจจุบัน และถูกตองมากที่สุด
ี
3. การใชภาพถายดาวเทียมที่มีความละเอยดสูง และการออกภาคสนาม เพื่อเกบขอมล
ู
็
ั
ู
ู
่
ี
ู
ั
้
ู
ิ
ทงขอมลดานธรณวิทยาและขอมลรองรอยดนถลมควบคกน จะทำใหไดขอมูลทีถกตอง และทำใหการทำ
แผนที่รองรอยดินถลมและแผนที่พื้นที่ออนไหวตอการเกดดินถลมมีความถูกตอง แมนยำมากยิ่งขึ้น
ิ
ื้
4. การทำรายละเอียดของการใชประโยชนของพนที่อาจจะชวยในการอธิบายการเปลี่ยนแปลง
ของสภาพแวดลอมที่มีผลตอการเกิดดินถลมได
เอกสารอางอิง
ื
ั
ิ
กรมทรัพยากรธรณี, 2551, การจำแนกเขตเพอการจัดการดานธรณีวทยาและทรัพยากรธรณี จังหวดอุทัยธาน: กรุงเทพฯ, กรมทรัพยากร
่
ี
ิ
ธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตและสงแวดลอม, 92 หนา.
่
ิ
ี่
_______________, 2550ข, ธรณีวิทยาประเทศไทย (พมพครั้งท 2 ฉบับปรับปรุง): กรุงเทพฯ กรมทรัพยากรธรณี, 628 หนา.
ิ
_______________, 2556, แผนที่ธรณีวิทยา ฉบับพกพา มาตราสวน 1:1,000,000 (Geological map of Thailand, scale
1:1,000,000): กรุงเทพฯ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตและสิ่งแวดลอม.
ิ
กรมอุตุนยมวิทยา, 2564, สภาพอากาศและสภาพภูมิอากาศ [Online]: แหลงที่มา: https://www.tmd.go.th/index.php
ิ
[2563, กุมภาพนธ 22]
ั
ิ
ั
ิ
คณะทรัพยากรธรรมชาต มหาวทยาลยสงขลานครินทร, 2540, การจัดการสาธารณภัยในภาคใตของประเทศไทย (สงขลา):
ั
ิ
คณะทรัพยากรธรรมชาต มหาวทยาลยสงขลานครินทร.
ิ
ชูศักดิ์ คีรีรัตน, 2554, ปฐพีกลศาสตร: กรุงเทพฯ, ทอป, 813 หนา.
นิพนธ ตั้งธรรม และปรีชา คูรัตน, 2516, ดินเลื่อนไหลในปาดิบเขาดอยปย เชียงใหม การวิจัยลุมน้ำหวยคอกมา 16 ตุลาคม
ุ
2516: มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร คณะวนศาสตร ภาควิชาอนรักษวิทยา.
ุ
ั
ั
้
ั
ิ
ุ
้
นิวต เรืองพานิช, 2513, ความสมพันธระหวางปริมาณฝนและลักษณะการไหลของนำในลำธาร ลุมนำหวยคอกมา ดอยปย
จังหวัดเชียงใหม: กรุงเทพฯ, การวิจัยลุมน้ำคอกมา เลมท 6 วิชาอนุรักษวิทยา คณะวนศาสตร
ี่
มหาวทยาลัยเกษตรศาสตร.
ิ
ั
ุ
ู
ิ
บริษัท เว็บสวัสดี จำกัด (มหาชน), 2560, ขอมลการเดนทางไปจังหวดจันทบรี, บริษัท เว็บสวัสดี จำกัด (มหาชน) [Online]: แหลงที่มา:
http://www.sawadee.co.th/thai/chantaburi/transportation.html [2563, กุมภาพนธ 22]
ั
ปริญญา นุตาลัย และวันชัย โสภณสกุลรัตน, 2532, การปองกันอุทกภัยภาคใต: เอกสารประกอบการสัมมนา เลมที่ 1 วันที่
ี
17-18 สิงหาคม 2532 โรงแรมเจบ หาดใหญ สงขลา, 34 หนา.
ิ
ุ
ึ
ิ
ุ
ั
ุ
พิสุทธิ์ วจารสรณ สรินทร ไวยเจริญ สถิระ อุดมศรี อนวตร โพธมาน และสพร บญประคบ, 2533, รายงานการศกษาสาเหต ุ
ุ
ั
และการประเมินความเสียหายบริเวณพื้นที่อุทกภัยของจังหวัดนครศรีธรรมราช และสุราษฎรธานี ในสวนทเกี่ยวของกับ
ี่
ั
ิ
ลกษณะดนและธรณีวทยา: กรุงเทพฯ, กองสำรวจดนและจำแนกดน กรมพฒนาทดนและสหกรณ.
ี
ั
่
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
ิ
่
มณเฑียร กังศศิเทียม, 2543, กลศาสตรของดนดานวศวกรรม: กรุงเทพฯ, บริษัท อัมรินทรพริ้นต้ง แอนด พับลิชชง จำกัด,
371 หนา.
ี่
ิ
ั
ี
ั
ึ
ิ
ั
เมธา ศรีทองคำ, 2561, การศกษาลกษณะและสมบัติของดินทมีวตถุตนกำเนิดจากหนแกรนตบริเวณจังหวดอุทัยธาน: กรุงเทพฯ,
ี
่
ั
ิ
ิ
กลมสำรวจจำแนกดน กองสำรวจและวจัยทรัพยากรดน กรมพฒนาทดน กระทรงเกษตรและสหกรณ, 151 หนา.
ิ
ุ
ิ
ิ
ุ
ราชบัณฑิตยสถาน. (2544). พจนานกรมศัพทธรณีวทยา ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 384 หนา.
ิ
สำนกงานโครงการพฒนาแหงสหประชาชาต (UNDP), 2559, คูมือการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัต: กรุงเทพฯ, สำนกงาน
ิ
ั
ั
ั
ั
ิ
โครงการพฒนาแหงสหประชาชาต สำนกงานประเทศไทย.
ั
ื้
ศูนยวิจัยปาไม, 2537, รายงานฉบับสุดทายโครงการศึกษาเพื่อกำหนดพนที่เสี่ยงตอการเกิดอุทกภัยและภัยธรรมชาติในพนท ี่
ื้
ิ
้
ุ
ลุมนำภาคใต: กรุงเทพฯ, สำนักงานกองทนสนับสนุนการวจัย.
ิ
ื้
ิ
ศศวิมล นววิธไพสฐ, 2551, รายงานการวิเคราะหพนที่เสี่ยงภัยดินถลม จังหวัดพังงา: รายงานวชาการ, กองธรณีวิทยา
ิ
่
ี
สิ่งแวดลอม, กรมทรัพยากรธรณี, ฉบับท กธส 7/2551, 76 หนา.
ิ
ิ
ิ
วรวุฒ ตันติวานช, 2535, ธรณีวิทยาภัยพบัติ เนื่องจากแผนดนถลมที่บานกระทูนเหนือ จังหวัดนครศรีธรรมราช: รายงาน
ิ
ิ
วชาการ, กองธรณีวทยา, กรมทรัพยากรธรณี, ฉบับที่ 1, 30 หนา.
ิ
สถาบนสารสนเทศทรัพยากรนำและการเกษตร (องคการมหาชน), 2561, [Online]: แหลงทมา:
ั
่
ี
้
http://www.thaiwater.net/current/YearlyReport2018/rain.html [2563, กุมภาพันธ 22]
- 149 -
- 150 -
Akgün, A., and Bulut, F., 2007, "GIS-based landslide susceptibility for Arsin-Yomra (Trabzon, North Turkey)
region: Environmental geology, v. 51, no. 8, p.1377-1387.
Anbalagan, R., 1992, Landslide hazard evaluation and zonation mapping in mountainous terrain:
Engineering. Geology., v. 32, p.269-277.
Anonymous, (n.d). Retrieved January 6, 2021, from
http://nfile.snru.ac.th/download.aspx?cv=1&NFILE=TEACHER_157_12082015220052848.pdf
Aleotti, P., and Chowdhury, R., 1999, Landslide hazard assessment: summary review and new
perspectives: Bulletin of Engineering Geology and the Environment, v. 58, no. 1, p.21-44.
Ayalew, L., and Yamagishi, H., 2005, The application of GIS-based logistic regression for landslide
susceptibility mapping in the Kakuda-Yahiko Mountains: Central Japan, v. 65, no. 1–2, p.15-31.
ASTM, 2000, Standard Test Methods for Liquid Limit, Plastic Limit, and Plasticity Index of Soils - D4318-84:
West Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.14.
______________, 2000, Standard Test Method for Particle Size Analysis of Soils - D422-63: West
Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.8.
______________, 2000, Standard Test Methods for Specific Gravity of Soil Solids by Water Pycnometer -
D854-02: West Conshohocken, Pennsylvania, USA, ASTM International, p.7.
Bunopas, S., 1981, Paleogeographic history of western Thailand and adjacent parts of Southeast Asia – A
plate tectonics interpretation: Victoria University of Willington, unpublished Ph.D. thesis, 810 p.;
reprinted 1982 as Geological Survey Paper no.5, Geological Survey Division, Department of Mineral
Resources, Thailand.
Carrara, A., and R., Pike, 2008, GIS technology and models for assessing landslide hazard and risk:
Geomorphology (Amsterdam), v. 94. p.3-4.
Cardinali, M., Reichenbach, P., Guzzetti, F., Ardizzone, F., Antonini, G., and Galli, M., 2002, A
geomorphological approach to the estimation of landslide hazards and risks in Umbria, Central Italy:
Natural Hazards and Earth System Sciences, v. 2, p.57-7.
Cevik, E., and T., Topal, 2003, GIS-based landslide susceptibility mapping for a problematic segment of
the natural gas pipeline, Hendek (Turkey): Environmental geology, v. 44, no. 8, p.949-962.
Chung, C. F., and Fabbri, A. G., 2003, Validation of spatial prediction models for landslide hazard
mapping: Natural Hazards v. 30, no. 3, p.451-472.
Craig, R. F., 2004, Craig's soil mechanics (7 ed.): Taylor & Francis, 464 p.
th
Cruden, D., and Varnes, D., 1996, ‘Landslide Types and Processes’, In S. R. Turner (ed) Landslides
Investigation and Mitigation: Transportation research board national research council, Special Report,
v. 247, p.36–75.
Dahal, R., Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Dhakal, S., and Paudyal, P., 2008, Predictive
modelling of rainfall-induced landslide hazard in the Lesser Himalaya of Nepal based on weights-of-
evidence: Geomorphology, v. 102, no. 3-4, p.496-510.
_______________, Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Masuda, T., and Nishino, K., 2008, GIS-based
weights-of-evidence modelling of rainfall-induced landslides in small catchments for landslide
susceptibility mapping: Environmental Geology, v. 54, no. 2, p.311-324.
- 151 -
_______________, Hasegawa, S., Nonomura, A., Yamanaka, M., Masuda, T., and Nishino, K., 2008, GIS-based
weights-of-evidence modelling of rainfall-induced landslides in small catchments for landslide
susceptibility mapping: Environmental Geology, v. 54, no. 2, p.311-324.
Dai, F. C., and Lee, C. F., 2001, Terrain-based mapping of landslide susceptibility using a geographical
information system: a case study: Canadian Geotechnical Journal, v.38, no.5, p.911-923.
_______________, 2002, Landslide characteristics and slope instability modelling using GIS, Lantau Island
Hong Kong: Geomorphology, v. 42, no. 3–4, p.213-228.
Dearman, W.R., 1974, Weathering classification in the characterisation of rock for engineering purposes in
British practice: Bulletin of the International Association of Engineering Geology, v.9, p.33-42.
______________, 1976, Weathering classification in the characterisation of rock - A revision: Bulletin of
the International Association of Engineering Geology, v.13, p.123-127.
______________, 1991, Engineering geological mapping. Butterworth-Heinemann, 396 p.
Ercanoglu, M., and Gokceoglu, C., 2004, Use of fuzzy relations to produce landslide susceptibility map of
a landslide prone area (West Black Sea Region, Turkey): Engineering Geology, v. 75, no. 3-4, 229-250.
Ermini, L., Catani, F., and Casagli, N., 2005, Artificial Neural Networks applied to landslide susceptibility
assessment: Geomorphology, v. 66, no. 1-4, p.327-343.
Garson, MS., Mitchell AHG., and Trit AR., 1975, The Geology of the Phuket - Phangnga Area in Peninsula,
Thailand: London, HMSO.
Guzzetti, F., Carrara, A., Cardinali, M., and Reichenbach, P., 1999, Landslide hazard evaluation: a review of
current techniques and their application in a multi-scale study: Central Italy, Geomorphology, v. 31,
no. 1-4, p.181-216.
Hasanat, M. H. A., Ramachandram, Dhanesh and Rajeswari, 2010, Bayesian belief network learning
algorithms for modeling contextual relationships in natural imagery: a comparative study: Artificial
Intelligence Review, v. 34, no. 4, p.291-308.
He, Y., and Beighley, R. E., 2008, GIS-based regional landslide susceptibility mapping: a case study in
southern California: Earth Surface Process and Landforms, v. 33, p.380–393.
Hewlett, J. D., and Hibbert, A. R., 1967, Factors affecting the response of small watersheds to
precipitation in humid areas: Forest hydrology, v. 1, p.275-290.
Hearn, G. J., 2016, A3 Slope materials, landslide cause and landslide mechanisms. Engineering Geology Special
Publications, v.24, p.15-57.
Hillel, D., 2008, Soil in the Environment, Academic Press, p.15-26.
Hoover, M. D., and Hursh, 1943, Influence of topography and soil‐depth on runoff from forest land: Eos.
Transactions American Geophysical Union, v. 24, no. 2, p. 693-698.
_______________, 1950, Hydrologic characteristics of South Carolina piedmont forest soil: Soil Science
Society of America Proceedings, v. 14, p. 353-358.
Hornbeck, J. W., and K.G. Reinhart, 1964, Water Quality and Soil Erosion as Affected in Steep Terrain:
Journal of Soil and Water Conservation, v. 19, no. 1, p.23-27.
Khampilang, N., 2015, Landslide assessment in a remote mountain region: a case study from the Toktogul
region of Kyrgyzstan: Central Asia, Ph.D. Thesis, University of Portsmouth.
- 152 -
Kingbury, A.P., Hastie, J.W., and Harrington, A.J., 1991, Reginal landslip hazard assessment using a
Geographic Information System, In D., H., Bell, ed., landslides Glissements de terrain. Edited: Geology
Department, Univ. of Canterbury, Christchurch New Zealand: Balkerma, Rotterdam: Rotterdam,
p.995–1,000.
Lessing, P., Messenia, C. P., and Fonner, R. F., 1983, Landslides risk assessment: Environmental Geology,
v. 5, no. 2, p.93-99.
Malamud, B. D., Turcotte, D. L., Guzzetti, F., and Reichenbach, P., 2004, Landslide inventories and their
statistical properties: Earth Surface Processes and Landforms, v. 29, no. 6, p.687-711.
Matsukura, Y., and Tanaka, Y., 1983, Stability analysis for soil slips of two gruss-slopes in Southern
Abukuma Mountains: Japan. Trans. Japan.
Mehrotra, G. S., Sarkar, S., and Dhamaraju, R., 1991, Landslide hazard assessment in Rishikeshtehri Area,
Garhwal Himalaya, India, In D. H. Bell, ed., Landslides Glissement De Terrain: Geology Department,
University of Canterbury, Christchurch, New Zealand.
Miller, S., 2007, Geographical Information Systems (GIS) applied to Landslide Hazard Mapping and
Evaluationin North-East Wales: Liverpool, University of Liverpool.
Nakapadungrat, S., Beckinsale, R.D., and Suensilpong, S., 1984, Geochronology and geology of Thai
granites: Conference on Application of Geology and the National Development, Chulalongkorn
University, Bangkok, November, v. 19–22, p.75–93.
Nandi, A., and Shakoor, A., 2010, A GIS-based landslide susceptibility evaluation using bivariate and
multivariate statistical analyses: Engineering Geology, v. 110, no. 1- 2, p.11-20.
Nawawitphisit, S., 2010, Using GIS and remote sensing techniques to predict landslides in Southwest
Guatemala: M.Sc. Dissertation, University of Bristol.
Neuhäuser, B., and Terhorst, B., 2007, Landslide susceptibility assessment using “weights-of-evidence”
applied to a study area at the Jurassic escarpment (SW-Germany): Geomorphology v. 86, no. 1-2,
p.12-24.
Okagbue, C. O., 1989, Predicting landslips caused by rainstorms in residual/colluvial soil of Nigerian
hillside slopes: Natural Hazards, v. 2, p.133–141.
Ohlmacher, G. C., and Davis, J. C., 2003, Using multiple logistic regression and GIS technology to predict
landslide hazard in northeast Kansas USA: Engineering Geology, v. 69, no. 3–4, p.331-343.
Park, N. W. and Chi K. H., 2008, Quantitative assessment of landslide susceptibility using high‐resolution
remote sensing data and a generalized additive model: International Journal of Remote Sensing,
v. 29, no. 1, p. 247-264.
Pradhan, B., and Lee, S., 2010, Delineation of landslide hazard areas on Penang Island, Malaysia, by using
frequency ratio, logistic regression, and artificial neural network models: Environmental Earth
Sciences, v. 60, no. 5, p.1037-1054.
Putthapiban, P., 1984, Geochemistry, Geochronology and tin mineralization of Phuket granites, Phuket,
Thailand: unpublished Ph.D. thesis, La Trobe University Victoria, Australia, 421 p.
Nianxueo, Z., and S., Zhupingo, 1992, Probability analysis of rain-related occurrence and revival of
landslides in Yunyang-Fengjie area in East Sichuan. International symposium on landslides.
- 153 -
Nwajide, C. S., Okagbue, C. O., and Umeji, A. C., 1988, Slump-debris flows in the Akovolwo mountains
area of Benue State, Nigeria: Natural Hazards, v. 1, p.145–154.
Regmi, K.., Naidoo, J., and Pilkinng, P., 2010, Understanding the processes of translation and
transliteration in qualitative research: International Journal of Qualitative Methods, v., 9, no. 1,
p.16-26.
Rice, R. M., and Foggin, G. T., 1971, Effects of high intensity storms in soil slippage on mountainous water-
sheds in southern California: Water Resource Research, v., 7, no. 6, p.1485–1496.
Selby, M.E., 1993, Hillslope materials and processes. Oxford University Press, Oxford.
Serizawa, M., 1981, On runoff phenomena during a storm in a small basin of uppermost reach of River
Yamaguchi. Hydrology, v. 11, p.8-15.
Soeters, R., and van Westen, C. J., 1996, Slope instability recognition, analysis, and zonation: Washington,
DC, Transportation Research Board.
Suzen, M., and Doyuran, V., 2004, Data driven bivariate landslide susceptibility assessment using
geographical information systems: a method and application to Asarsuyu catchment; Turkey:
Engineering Geology, v. 71, p.303-321.
Tangtham, N., 1999, Observed and hypothetical effect over time of the terraced forest plantation on soil
and water losses at Doi Angkhang highland project: Chiang Mai.
Teerarungsigul, S., 2006, Landslide prediction model using remote sensing, GIS and field geology: a case
study of Wang Chin district, Phrae province, Northern Thailand: Suranaree University of Technology,
Nakhon Ratchasima, 190 p.
Thiery, Y., Malet, J. P., Sterlacchini, S., Puissant, A., and Maquaire, O., 2007, Landslide susceptibility
assessment by bivariate methods at large scales: Application to a complex mountainous
environment: Geomorphology, v. 92, no. 1-2, p.38-59.
Trimble, G. R., Hale C. E., and Potter, H. S., 1951, Effect of Soil Cover Condition on Soil-Water
Relationhips: Station Paper NE-39. Upper Darby, PA: U.S. Department of Agriculture, Forest Service,
Northeastern Forest Experiment Station, 44 p.
Tsukamoto, Y., 1966, Raindrops under forest canopies and splash erosion: Bull Tokyo Univ Agri Tech For,
v. 5, p. 65-74.
UNISDR., 2004, Living with Risk: A global review of disaster reduction initiatives Neneva: United Nations,
v. 1.
Van Den Eeckhaut, Vanwalleghem, M., Peosen, T., Govers, J., Verstraeten, G., Vandekerckhove, G., and
Liesbeth, 2006, Prediction of landslide susceptibility using rare events logistic regression: a case-study
in the Flemish Ardennes (Belgium): Geomorphology, v. 76, no. 3-4, p.392-410.
Van Westen, C. J., Castellanos, E., and Kuriakose, S. L., 2008, Spatial data for landslide susceptibility,
hazard, and vulnerability assessment: An overview, Engineering Geology, v. 102, no. 3–4, p.112-131.
_______________, Quan Luna, B., Vargas Franco, R., Malet, J. P., Jaboyedoff, M., Horton, P., and Kappes, M.,
2010, Development of training materials on the use of Geo-information for Multi-Hazard Risk
Assessment in a Mountainous Environment, in Proceedings of the Mountain Risks International
Conference: Firenze, Italy, 24–26 November 2010, p.469–475.
- 154 -
Varnes, D.J., 1978, Slope movement types and processes: Landslides analysis and control special report
176. National Academy of Sciences.
_______________, 1984, Landslide Hazard Zonation: a review of principles and practice: UNESCO,
Darantiere, Paris, 61 p.
Wichai Pantanahiran, 1994, The use of landsat imaery and digital terrain models to assess and predict
landslide activity in tropical areas: a dissertation submitted in partial fulfillment of the requirments
for the degree of doctor of philosophy in natural resources, University of Rhode Island, 56 p.
Yalcin, A., 2008, GIS-based landslide susceptibility mapping using analytical hierarchy process and
bivariate statistics in Ardesen (Turkey): Comparisons of results and confirmations: Catena, v. 72, no. 1,
p.1-12.
_______________, Reis, S., Aydinoglu, A. C., and Yomralioglu, T., 2011, A GIS-based comparative study of
frequency ratio, analytical hierarchy process, bivariate statistics and logistics regression methods for
landslide susceptibility mapping in Trabzon, NE Turkey: Catena, v. 85, no. 3, p.274-287.
Yesilnacar, E., and Topal, T., 2005, Landslide susceptibility mapping: A comparison of logistic regression
and neural networks methods in a medium scale study, Hendek region (Turkey): Engineering
Geology, v. 79, no. 3-4, p.251-266.
Yilmaz, I., 2009, Landslide susceptibility mapping using frequency ratio, logistic regression, artificial neural
networks and their comparison: a case study from Kat landslides (Tokat—Turkey): Computers &
Geosciences, v. 35, no. 6, p.1125-1138.