- 81 -
5.2 ปจจัยที่เกี่ยวของกับการเกิดดินถลม
การวิเคราะหพนที่ที่มีโอกาสเกดดินถลมดวยวิธี Bivariate approach (Frequency ratio)
ื้
ิ
ั
ี่
อาศัย 7 ปจจัยที่เกยวของกับดินถลม (Landslide controlling factors) มาหาคาความสัมพนธระหวาง
รองรอยดินถลมในอดีตในรูปแบบอัตราสวนความนาจะเปน (b/a) หรือความหนาแนนของการกระจายตัว
ของดินถลมในแตละกลุมยอยในปจจัยที่เกี่ยวของกับดินถลม รายละเอียดแสดงในตารางที่ 5.1
5.2.1 กลุมวิทยาหิน (Lithology)
้
หินแตละชนิดมความแตกตางทงทางกายภาพ และคุณสมบัติทางเคมี ทำใหพนทีมีความเสยง
ี
ี
้
่
่
ื
ั
ตอการเกดดินถลมมากนอยแตกตางกนออกไป ดังนั้นเพอใหการวิเคราะหคาความออนไหวตอดินถลมมี
ิ
ั
ื่
ื้
ความถูกตอง ในพนที่จังหวัดอุทัยธานีจำแนกกลุมวิทยาหินออกเปน 17 กลุม (รูปที่ 5.2) คือ 1) หินกรวดมนที่
ิ
มีเม็ดกรวดเปนแรควอตซและเศษหิน (CG1) 2) หนทรายเนื้อเกรยแวก (SS1) 3) หินทรายอารโคส หินทราย
ี
ื้
ึ่
เนอควอตซ (SS2) 4) หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอยดกงแปรสภาพ (SS3) 5) หินตะกอนเนื้อ
ี
ิ
ึ่
ละเอียด บางสวนกงแปรสภาพ (FS1) 6) หินตะกอนเนื้อละเอยดเนื้อปนปูน (FS3) 7) หนตะกอนเนื้อละเอยด
ี
หินโคลน หินโคลนปนซากพช (FS4) 8) หินคารบอเนต (CB1) 9) หินคารบอเนตเนื้อดิน (CB2) 10) หนตะกอน
ิ
ื
เนื้อผลึกซิลิกา (CH) 11) หินแปรสัมผัสที่มากดวยแรควอตซ (CT) 12) หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ (F-MET1)
ึ
13) หินแกรนิต (GR) 14) หินอคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจางถงปานกลาง (VOL1) 15) ตะกอนเชิงเขา
ั
(COL) 16) ตะกอนน้ำพา (AL) และ17) ตะกอนตะพักลำน้ำ (TER) พบการกระจายตัวของรองรองดินถลม
หนาแนนมากในหินแกรนิต (48.28% ของรองรอยดินถลมทั้งหมด) นอกจากนี้ยังพบการกระจายตัวของ
รองรอยดินถลม (% of Landslide scar) ในหินทรายเนื้อเกรยแวก (31.62) หินตะกอนเนื้อละเอยดบางสวน
ี
กึ่งแปรสภาพ (6.06) และหินตะกอนเนื้อละเอียดเนื้อปนปูน (5.38)
5.2.2 หนารับน้ำฝน (Aspect)
ี่
หนารับน้ำฝนมีความเกยวของกับบริเวณดานรับแสงแดด ลม และน้ำฝน ซึ่งสงผลตอ
การเกิดดินถลม หนารับน้ำฝนสามารถแบงออกเปน 10 กลุม คือ 1) พื้นที่ราบ Flat 2) ทิศเหนือ North
ิ
ี
(0-22.5 องศา) 3) ทิศตะวันออกเฉยงเหนือ Northeast (22.5-67.5 องศา) 4) ทศตะวันออก East
(67.5-112.5 องศา) 5) ทิศตะวันออกเฉียงใต Southeast (112.5-157.5 องศา) 6) ทิศใต South
(157.5-202.5 องศา) 7) ทศตะวันตกเฉียงใต Southwest (202.5-247.5 องศา) 8) ทศตะวันตก West
ิ
ิ
ี
(247.5-292.5 องศา) 9) ทิศตะวันตกเฉยงเหนือ Northwest (292.5-337.5 องศา) และ 10) ทิศเหนือ
ั
North (337.5-360 องศา) (รูปที่ 5.3) จากการเปรียบเทียบกบรองรอยดินถลม พบวาหนารับน้ำฝนที่มี
ั
ี
ความสัมพนธตอการเกิดดินถลม (Fr ≥ 1) คือ ทิศตะวันออกเฉยงใต (Fr = 2.25) ทิศใต (Fr = 2.04)
ั
ทิศตะวันตกเฉียงใต (Fr = 1.45) และทิศตะวันออก (Fr = 1.10) ซึ่งนาจะมีสัมพนธกบ 3 มรสุมคือ มรสุม
ั
ตะวันออกเฉียงเหนือ พายุหมุนเขตรอน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต (รายละเอียดเพมเติมในรูปที่ 3.1 บทที่3)
ิ่
- 82 -
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกับปจจัยที่ควบคุมการเกิดดินถลม
% of % of Frequency
ปจจัย ลำดับ กลุม
total area Landslide ratio (b/a)
1. วิทยาหิน 1 CG1: หินกรวดมนที่มีเม็ดกรวดเปนแรควอตซและเศษหิน 0.49 0.13 0.26
(Lithology) 2 SS1: หินทรายเนื้อเกรยแวก 8.76 31.62 3.61
3 SS2: หินทรายอารโคส หินทรายเนื้อควอตซ 0.26 0.08 0.33
4 SS3: หินทรายแทรกสลับกับหินตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ 4.88 0.85 0.17
5 FS1: หินตะกอนเนื้อละเอียด บางสวนกึ่งแปรสภาพ 2.48 6.06 2.45
6 FS3: หินตะกอนเนื้อละเอียดเนื้อปนปูน 4.88 5.38 1.10
7 FS4: หินตะกอนเนื้อละเอียด หินโคลน หินโคลนปนซากพืช 0.47 0.34 0.73
8 CB1: หินคารบอเนต 10.00 3.35 0.33
9 CB2: หินคารบอเนตเนื้อดิน 8.22 0.42 0.05
10 CH: หินตะกอนเนื้อผลึกซิลิกา 0.01 0.00 0.00
11 CT: หินแปรสัมผัสที่มากดวยแรควอตซ 0.60 0.08 0.14
12 F-MET1: หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ 6.98 3.39 0.49
13 GR: หินแกรนิต 13.18 48.28 3.66
14 VOL1: หินอัคนีภูเขาไฟประกอบดวยแรสีจางถึงปานกลาง 0.14 0.00 0.00
15 COL: ตะกอนเชิงเขา 13.17 0.00 0.00
16 AL: ตะกอนน้ำพา 21.80 0.00 0.00
17 TER: ตะกอนตะพักลำน้ำ 2.46 0.00 0.00
2. หนารับ 1 Flat (-1) 1.84 0.00 0.00
น้ำฝน 2 North (0-22.5) 6.24 1.06 0.17
(Aspect) 3 Northeast (22.5-67.5) 11.93 4.16 0.35
4 East (67.5-112.5) 14.18 15.66 1.10
5 Southeast (112.5-157.5) 11.64 26.18 2.25
6 South (157.5-202.5) 12.50 25.54 2.04
7 Southwest (202.5-247.5) 11.96 17.31 1.45
8 West (247.5-292.5) 13.20 7.59 0.58
9 Northwest (292.5-337.5) 10.61 1.70 0.16
10 North (337.5-360) 5.90 0.81 0.14
3. ทิศทาง 1 1 (90 deg) 19.76 20.75 1.05
การไหลของนํ้า 2 2 (135 deg) 6.46 19.56 3.03
(Flow 3 4 (180 deg) 19.20 28.68 1.49
direction) 4 8 (225 deg) 6.80 12.47 1.84
5 16 (270 deg) 18.08 11.03 0.61
6 32 (315 deg) 5.73 1.23 0.22
7 64 (0 deg) 17.25 3.73 0.22
8 128 (45 deg) 6.72 2.55 0.38
4. ระยะหาง 1 0-200 18.88 21.37 1.13
จากโครงสราง 2 200-400 17.00 24.50 1.44
ทาธรณีวิทยา 3 400-600 13.64 16.36 1.20
(เมตร) 4 600-800 10.20 11.15 1.09
- 83 -
่
ั
ตารางที่ 5.1 ความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกับปจจยทีควบคุมการเกิดดินถลม (ตอ)
% of total % of Landslide Frequency
ปจจัย ลำดับ กลุม
area (a) scar (b) ratio (b/a)
The 5 800-1000 7.36 9.67 1.31
distance 6 1000-1200 5.22 7.12 1.36
to structure 7 1200-1400 3.77 4.32 1.15
(m.) 8 1400-1600 2.84 2.67 0.94
9 1600-1800 2.25 1.61 0.72
10 1800-2000 1.84 0.76 0.42
11 2000-2200 1.55 0.47 0.30
12 2200-2400 1.33 0.00 0.00
13 2400-2600 1.18 0.00 0.00
14 2600-2800 1.06 0.00 0.00
15 2800-3000 0.96 0.00 0.00
16 > 3000 10.94 0.00 0.00
5 .ระดับ 1 < 0 10.50 0.00 0.00
ความสูง 2 0-200 34.81 2.76 0.08
(เมตร) 3 200-400 13.03 14.89 1.14
Elevation 4 400-600 12.77 20.54 1.61
(m.) 5 600-800 12.84 18.07 1.41
6 800-1000 10.68 12.13 1.14
7 1000-1200 3.53 10.82 3.07
8 1200-1400 1.26 12.90 10.20
9 1400-1600 0.53 7.76 14.76
10 1600-1800 0.06 0.13 2.21
6. ความ 1 0-10 59.31 2.21 0.04
ลาดชัน 2 10-20 21.03 17.31 0.82
(องศา) 3 20-30 12.74 33.56 2.64
Slope 4 30-40 5.41 30.08 5.56
(degree) 5 40-50 1.27 14.43 11.37
6 50-60 0.20 2.12 10.73
7 60-70 0.04 0.26 6.69
8 70-80 0.01 0.04 8.02
7. การใช 1 แหลงน้ำ (Water) 1.26 0.00 0.00
ประโยชน 2 พื้นที่ปามีตนไมใหญ (Trees) 47.01 82.14 1.75
ที่ดิน 3 ทุงหญา (Grass) 0.07 0.00 0.00
(Land use)
ึ
่
ื
ื
4 พชพรรณในพ้นทีลุมน้ำทวมถง 0.44 0.00 0.00
(Flooded Vegetation)
5 พื้นที่เกษตรกรรม (Crops) 35.02 0.00 0.00
6 พุมไม (Scrub/Shrub) 12.68 17.77 1.40
7 สิ่งปลูกสราง (Built Area) 3.49 0.09 0.02
8 พื้นที่โลงไมมีพืชพรรณใบเขียว (Bare Ground) 0.01 0.00 0.00
- 84 -
ี่
รูปที่ 5.2 แผนที่แสดงกลุมวิทยาหิน 17 กลุม ในพื้นทจังหวัดอุทัยธานี
- 85 -
ี่
รูปที่ 5.3 แผนที่แสดงหนารับน้ำฝน 10 กลุม ในพื้นทจังหวัดอุทัยธานี
- 86 -
5.2.3 ทิศทางการไหลของน้ำ (Flow direction)
ิ
ึ
ี่
ทิศทางการไหลของน้ำเปนปจจัยที่เกยวของกับการเกดดินถลม บงบอกถงทิศทางการไหล
ของทางน้ำ และการกดเซาะในพนที่ ทิศทางการไหลของน้ำสามารถแบงออกเปน 8 กลุม มีระยะหางแตละ
ื้
ั
ี
กลุม 45 องศา คือ 1) ทิศตะวันออก (90 deg) 2) ทิศตะวันออกเฉยงใต (135 deg) 3) ทิศใต (180 deg)
4) ทิศตะวันตกเฉียงใต (225 deg) 5) ทศตะวันตก (270 deg) 6) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (315 deg)
ิ
7) ทิศเหนือ (0 deg) และ 8) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (45 deg) (รูปที่ 5.4) จากการเปรียบเทียบกับ
รองรอยดินถลมพบวาทิศทางการไหลของน้ำทมีความสัมพนธตอการเกดดินถลม (Fr ≥ 1) คือ
ิ
ี่
ั
ทิศตะวันออกเฉียงใต (Fr = 3.03) ทิศตะวันตกเฉยงใต (Fr = 1.84) ทิศใต (Fr = 1.49) และทิศตะวันออก
ี
(Fr = 1.05) ตามลำดับ
5.2.4 ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา (The distance to structure)
ี
ั
โครงสรางทางธรณีวิทยาเปนปจจัยที่สงผลกบเสถยรภาพของชั้นดิน/หิน ที่แสดงถึงการผุพง
ั
เนื่องจากมีกลุมรอยเลื่อนแมปง กลุมรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กลุมรอยเลื่อนเจดียสามองค และกลุมแนวแตก
พาดผานในพนที่จังหวัดอทัยธานี (รายละเอียดเพมเติมหัวขอที่ 3.5 บทที่ 3) ระยะหางจากโครงสรางทาง
ุ
ื้
ิ่
ธรณีวิทยาแบงออกเปน 16 ชวง มีระยะหางแตละชวง 200 เมตร (รูปที่ 5.5) พบวาพื้นทที่อยูใกลบริเวณ
ี่
ี
โครงสรางทางธรณีวิทยาและมระยะหางไมเกิน 1,400 เมตร มีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญกับ
การกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1) โดยมีความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกับระยะหาง
ระหวาง 200-400 เมตร (Fr = 1.44) ระยะหางระหวาง 1,000-1,200 เมตร (Fr = 1.36) ระยะหาง
ระหวาง 800-1,000 เมตร (Fr = 1.31) ระยะหางระหวาง 400-600 เมตร (Fr = 1.20) ระยะหางระหวาง
1,200-1,400 เมตร (Fr = 1.15) ระยะหางระหวาง 0-200 เมตร (Fr = 1.13) และระยะหางระหวาง 600-
800 เมตร (Fr = 1.09) ตามลำดับ
5.2.5 ระดับความสูง (Elevation)
ู
ุ
ั
ระดับความสูงของพื้นที่จงหวัดอทัยธานีถกจำแนกออกเปน 9 ชวง มีระยะหางแตละชวง
ื่
ี่
200 เมตร (รูปที่ 5.6) เพอใหเห็นความแตกตางของพื้นที่ พบวาพนทที่อยูในชวงระดับความสูงตั้งแต
ื้
200-1,800 เมตร มีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1)
ั
โดยมีความสัมพันธระหวางรองรอยดินถลมกบระดับความสูง 1,400–1,600 เมตร (Fr =14.76) ระดับ
ความสูง 1,200–1,400 เมตร (Fr =10.20) ระดับความสูง 1,000–1,200 เมตร (Fr =3.07) ระดับความสูง
1,600–1,800 เมตร (Fr =2.21) ระดับความสูง 400–600 เมตร (Fr =1.61) ระดับความสูง 600–800
เมตร (Fr = 1.41) ระดับความสูง 800–1,00 เมตร (Fr =1.14) และระดับความสูง 200–400 เมตร
(Fr =1.14) ตามลำดับ
- 87 -
ี
่
ี
ุ
รูปที่ 5.4 แผนที่แสดงทิศทางการไหลของน้ำ 8 กลม ในพนทจังหวัดอุทัยธานี มระยะหางแตละกลม 45 องศา
ุ
ื
้
- 88 -
รูปที่ 5.5 แผนที่แสดงระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา 16 ชวง ในพื้นที่จังหวดอุทัยธานี มีระยะหาง
ั
แตละชวง 200 เมตร
- 89 -
รูปที่ 5.6 แผนที่แสดงระดับความสูง 9 ชวง ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี มีระยะหางแตละชวง 200 เมตร
- 90 -
5.2.6 ความลาดชัน (Slope)
มุมของความลาดชัน (Slope angle) เปนปจจัยหลักของการวิเคราะหเสถียรภาพความลาดชัน
ุ
ื้
(Lee and Min, 2001) ในพนที่จังหวัดอทัยธานีแบงความลาดชันออกเปน 8 ชวง มีระยะหางแตละชวง
10 องศา มีความลาดชันตั้งแต 0-80 องศา (รูปที่ 5.7) พบวาพนที่ที่มีความลาดชันที่อยูในชวงตั้งแต
ื้
20–80 องศา มีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญกับการกระจายตัวของรองรอยดินถลม (Fr ≥ 1) โดยมี
ั
ความสัมพนธระหวางรองรอยดินถลมกบความลาดชัน 40-50 องศา (Fr = 11.37) ความลาดชัน
ั
50-60 องศา (Fr = 10.73) ความลาดชัน 70-80 องศา (Fr = 8.02) ความลาดชัน 60-70 องศา
(Fr = 6.69) ความลาดชัน 30-40 องศา (Fr = 5.56) และความลาดชัน 20-30 องศา (Fr = 2.64)
ี
็
ตามลำดับ อยางไรกตามพบวาพื้นที่ที่มความลาดชันสูงกวา 80 องศา ไมพบรองรอยดินถลม เนื่องจากเปน
พนที่ที่รองรับดวยหินแข็งเปนสวนใหญ มีความคงทน แข็งแรง และใหชั้นดินนอย
ื้
5.2.7 การใชประโยชนที่ดิน (Land use)
การใชประโยชนที่ดินหรือลักษณะของสิ่งปกคลุมดินเปนปจจัยที่สงผลตอเสถียรภาพของ
ชั้นดิน/หิน และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการไหลของน้ำบริเวณผิวดิน ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานีแบงลักษณะ
ุ
การใชประโยชนที่ดินออกเปน 8 กลุม คือ 1) แหลงน้ำ (Water) 2) พื้นที่ปามีตนไมใหญ (Trees) 3) ทงหญา
ุ
ื้
(Grass) 4) พืชพรรณในพนที่ลุมน้ำทวมถง (Flooded Vegetation) 5) พนที่เกษตรกรรม (Crops) 6) พมไม
ื้
ึ
(Scrub/Shrub) 7) สิ่งปลูกสราง (Built Area) และ 8) พนที่โลงไมมีพืชพรรณใบเขียว (Bare Ground)
ื้
ั
ี่
(รูปท 5.8) จากการเปรียบเทียบกับรองรอยดินถลม พบวาการใชประโยชนที่ดินที่มีความสัมพนธตอ
ุ
ื้
การเกิดดินถลม (Fr ≥ 1) คือ พนที่ปามีตนไมใหญ (Trees) (Fr = 1.75) และพมไม (Scrub/Shrub)
(Fr = 1.40) ตามลำดับ
- 91 -
รูปที่ 5.7 แผนที่แสดงความลาดชัน 8 ชวง ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี มีระยะหางแตละชวง 10 องศา
- 92 -
รูปที่ 5.8 แผนที่แสดงการใชประโยชนที่ดิน 8 กลุม ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี
- 93 -
5.3 การใหคาน้ำหนัก (Weighting)
การใหน้ำหนักกับปจจัยที่นำมาวิเคราะหในแบบจำลอง อนเนื่องมาจากแตละปจจัยที่นํามา
ั
ั
วิเคราะหมีคาความสำคัญไมเทากัน เปนการวิเคราะหหลังการหาคาความสัมพันธกบการกระจายตัวของ
ิ
ดินถลมกบปจจัยทง 7 ชนิด โดยพจารณาจากคาอัตราสวนความนาจะเปน (b/a) หรือความหนาแนนของ
ั
ั้
ี่
ี่
การกระจายตัวของดินถลมในแตละกลุมยอยในปจจัยที่เกยวของกบดินถลมทมีคามากกวาหนึ่ง ((b/a) ≥ 1)
ั
ดวย 3 วิธี คือ
1) การใหคาน้ำหนักแบบ Reliability weighting (RP) พบวาปจจัยความลาดชันเปนปจจัย
ั
หลักที่มีความสัมพนธกบการกระจายตัวของดินถลม รองลงมาเปนวิทยาหิน ระดับความสูง หนารับน้ำฝน
ั
การใชประโยชนที่ดิน ทิศทางการไหลของน้ำ และระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา ตามลำดับ
ดังตารางที่ 5.2
ตารางที่ 5.2 การใหน้ำหนักดวยวิธี Reliability weighting เรียงจากมากไปหานอย
Reliability Type of Factors Rank Wi W(Nj) Wi*100
4.10 Slope 1 7 0.25 25.00
3.12 Lithology 2 6 0.21 21.43
1.78 Elevation 3 5 0.18 17.86
1.68 Aspect 4 4 0.14 14.29
1.67 Land use 5 3 0.11 10.71
1.56 Flow direction 6 2 0.07 7.14
1.05 The distance to structure 7 1 0.04 3.57
2) การใหคาน้ำหนักแบบ Accountability weighting (AP) พบวาระดับความสูงเปนปจจัย
หลักที่มีความสัมพันธกับการกระจายตัวของดินถลม รองลงมาเปนระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา
ิ
หนารับน้ำฝน การใชประโยชนที่ดิน ทศทางการไหลของน้ำ ความลาดชัน และวิทยาหน ตามลำดับ
ิ
ดังตารางที่ 5.3
ตารางที่ 5.3 การใหน้ำหนักดวยวิธี Accountability weighting เรียงจากมากไปหานอย
Accountability Type of Factors Rank Wi W(Nj) Wi*100
0.97 Elevation 1 7 0.25 25.00
0.94 The distance to structure 2 6 0.21 21.43
0.85 Aspect 3 5 0.18 17.86
0.82 Land use 4 4 0.14 14.29
0.81 Flow direction 5 3 0.11 10.71
0.80 Slope 6 2 0.07 7.14
0.53 Lithology 7 1 0.04 3.57
- 94 -
ั
3) การใหคาน้ำหนักแบบเฉลี่ย Average weighting (Av) ระหวาง AP และ RP ปจจยหลัก
ั
ที่มีความสัมพันธกบการกระจายตัวของดินถลมคือ ระดับความสูง รองลงมาคือ หนารับน้ำฝน ความลาดชัน
ระยะหางจากโครงสรางทางธรณีวิทยา การใชประโยชนที่ดิน วิทยาหิน และทิศทางการไหลของน้ำ
ตามลำดับ ดังตารางที่ 5.4
ตารางที่ 5.4 การใหน้ำหนักดวยวิธีเฉลี่ย Average weighting เรียงจากมากไปหานอย
Rank Type of Factors RP AP Average
1 Elevation 17.86 25.00 21.43
2 Aspect 14.29 17.86 16.07
3 Slope 25.00 7.14 16.07
4 The distance to structure 3.57 21.43 12.50
5 Land use 10.71 14.29 12.50
6 Lithology 21.43 3.57 12.50
7 Flow direction 7.14 10.71 8.93
5.4 พื้นที่ความออนไหวตอการเกิดดินถลม
คาดัชนีคาความออนไหวของพื้นที่ดินถลม (LSI) สามารถจำแนก 5 ระดับ วิธีการ STDV
ี
ดังตารางท 5.5 คือ 1) ระดับต่ำมาก (Very low) มพนที่ครอบคลุมประมาณ 55 ตารางกิโลเมตร คิดเปน
ื้
ี่
รอยละ 1.71 2) ระดับต่ำ (Low) มีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 1,093 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 33.92
3) ระดับปานกลาง (Moderate) มีพนที่ครอบคลุมประมาณ 1,636 ตารางกโลเมตร คิดเปนรอยละ 50.78
ื้
ิ
4) ระดับสูง (High) มีพนที่ครอบคลุมประมาณ 334 ตารางกโลเมตร คิดเปนรอยละ 10.39 และ
ื้
ิ
ื้
5) ระดับสูงมาก (Very high) มีพนที่ครอบคลุมประมาณ 103 ตารางกิโลเมตร คิดเปนรอยละ 3.20
(รูปที่ 5.9) โดยพื้นที่ออนไหวตอการเกดดินถลมสามารถจำแนกตามตำบลไดดังตารางท 5.6
ิ
ี
่
ตารางที่ 5.5 ระดับความออนไหวตอการเกิดดินถลม 5 ระดับ จำแนกตามวิธี STDV
ื
้
ระดบความออนไหวตอการเกิดดนถลม พนท ี่
ั
ิ
รอยละ
Landslide susceptibility level ตร.กม.
ระดับต่ำมาก (very low) 55.19 1.71
ระดับต่ำ (low) 1,093.30 33.92
ระดับปานกลาง (moderate) 1,636.82 50.78
ระดับสูง (high) 334.81 10.39
ระดับสูงมาก (very high) 103.05 3.20
- 95 -
รูปที่ 5.9 แผนที่พื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมจังหวัดอุทัยธานี
- 96 -
ตารางที่ 5.6 พื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมจำแนกตามตำบล
ิ
ระดบความออนไหวตอการเกิดดนถลม (ตร.กม.)
ั
อำเภอ ตำบล ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก
(very low) (low) (moderate) (high) (very high)
เมืองอุทัยธานี อุทัยใหม 0.32 0.62 0.18 0.01 0.00
สะแกกรัง 0.00 0.02 0.00 0.00 0.00
ดอนขวาง 0.02 0.02 0.00 0.00 0.00
หนองไผแบน 0.08 0.07 0.00 0.00 0.00
หนองพังคา 0.00 0.01 0.00 0.00 0.00
ทุงใหญ 0.04 0.20 0.14 0.08 0.01
ทัพทัน เขาขี้ฝอย 0.16 0.52 0.27 0.06 0.03
โคกหมอ 0.72 5.64 4.70 0.56 0.21
หนองกระทุม 0.37 0.65 0.08 0.00 0.00
ตลุกดู 0.80 1.59 0.27 0.06 0.00
สวางอารมณ หนองหลวง 0.26 7.13 9.51 2.11 0.39
พลวงสองนาง 0.43 0.90 0.20 0.03 0.00
ไผเขียว 1.00 2.67 0.55 0.14 0.09
บอยาง 0.24 0.21 0.01 0.00 0.00
หนองฉาง หนองยาง 0.14 0.04 0.00 0.00 0.00
หนองนางนวล 0.17 0.15 0.01 0.00 0.00
ทุงโพ 0.13 0.83 0.38 0.14 0.06
เขาบางแกรก 0.43 1.76 0.56 0.32 0.07
เขากวางทอง 0.15 3.82 2.26 0.63 0.44
หนองขาหยาง หนองไผ 0.06 0.20 0.04 0.00 0.00
ทุงพึ่ง 0.01 0.02 0.00 0.00 0.00
บานไร บานไร 8.74 53.90 44.22 10.25 2.62
ทัพหลวง 5.09 27.98 7.24 0.99 0.34
หวยแหง 7.76 13.46 2.22 0.17 0.12
คอกควาย 1.17 42.15 180.21 58.47 15.40
วังหิน 0.95 3.83 1.18 0.41 0.20
เมืองการุง 1.23 3.93 0.72 0.06 0.05
- 97 -
ตารางที่ 5.6 พื้นที่ออนไหวตอการเกิดดินถลมจำแนกตามตำบล (ตอ)
ั
อำเภอ ตำบล ระดบความออนไหวตอการเกิดดินถลม (ตร.กม.)
ต่ำมาก ต่ำ ปานกลาง สูง สูงมาก
(very low) (low) (moderate) (high) (very high)
แกนมะกรูด 1.68 678.47 826.17 141.87 45.60
หนองจอก 3.09 6.85 2.02 0.23 0.06
หูชาง 1.20 2.81 0.43 0.01 0.00
บานบึง 0.22 3.84 2.59 0.51 0.06
บานใหมคลองเคียน 0.25 0.58 0.12 0.02 0.02
หนองบมกลวย 0.14 1.00 0.34 0.02 0.01
เจาวัด 1.17 20.49 49.37 10.77 2.37
ลานสัก ลานสัก 0.11 0.49 0.06 0.03 0.11
ปาออ 0.35 4.27 2.17 0.60 0.18
ระบำ 0.45 141.44 414.82 83.18 26.17
น้ำรอบ 0.23 1.12 0.62 0.42 0.22
ทุงนางาม 0.53 5.07 2.97 1.34 0.84
หวยคต สุขฤทัย 0.09 0.30 0.08 0.02 0.00
ทองหลาง 13.62 49.61 78.83 21.15 7.44
หวยคต 1.55 4.63 1.25 0.15 0.03
- 98 -
5.5 การตรวจสอบความถูกตองของแบบจําลอง
ู
จากการตรวจสอบความถกตองของแบบจำลองโดยวิธีการหาพื้นที่ใตกราฟ (Area under
ิ
the curve, AUC) ดังตารางที่ 5.7 โดยการสรางกราฟระหวางดัชนีรอยละของคาความออนไหวตอการเกด
ดินถลม(Susceptibility index) (แกน X) และคาสะสมของรองรอยดินถลม (Cumulative landslide %)
(แกน Y) (รูปที่ 5.10) โดยแบงทั้งสองคาออกเปน 100 ชวง ชวงละ 1% ของคาสะสมทั้งหมด
ี
โดยคา susceptibility จะมคาลดลงจากซายไปขวา (Very high to very low) สวนคารองรอยดินถลม
ี
ื้
ี่
ู
จะมีคาเพิ่มขึ้นจากลางไปบน พนทใตกราฟที่มความถกตองและนาเชื่อถือจะอยูในชวง 0.5 ถึง 1.0
ยิ่งคาเขาใกล 1.0 มากเทาไหรแบบจำลองยิ่งมีความนาเชื่อถือมากเทานั้น นอกจากนี้ถาพิจารณาจาก
จำนวนดินถลมที่อยูในแตละชวง แบบจำลองที่ดีคาความออนไหวตอการเกิดดินถลมอยูในชวงสูงมาก
ื้
(Very high susceptibility class) จะมีจำนวนดินถลมในพนที่มากที่สุด และคาดินถลมจะลดลงเรื่อย ๆ
ตามคาความออนไหวที่มีคาลดลง
ตารางท่ 5.7 แสดงคาความถูกตองของแบบจำลอง
ี
ชวงคาความออนไหว รอยละของดินถลม รอยละสะสมของดินถลม
(Susceptibility Range) (% landslide) (% Cumulative Landslide)
100-100 0.00 0.00
90-100 49.29 49.29
80-100 15.48 64.77
70-100 9.32 74.09
60-100 7.90 81.99
50-100 6.16 88.15
40-100 5.53 93.68
30-100 3.79 97.47
20-100 1.74 99.21
10-100 0.79 100.00
0-100 0.00 100.00
- 99 -
รูปที่ 5.10 กราฟ AUC แสดงคาความถูกตองของแบบจำลองดินถลม
จากการตรวจสอบแบบจำลองวิธีการหาพนที่ใตกราฟ (ตารางท 5.7) พบวาชวงรอยละ
ี่
ื้
ิ
90-100 (10%) ซึ่งคาความออนไหวตอการเกดดินถลมอยูในชวงสูงมาก (Very high susceptibility)
จะเห็นไดวาดินถลมที่พบในชวงนี้มีคารอยละ 49.29 ชวงรอยละ 80-100 (10%) ซึ่งคาความออนไหวตอ
การเกดดินถลมอยูในชวงสูงถงสูงมาก (High to Very high susceptibility) จะเห็นไดวาดินถลมที่พบ
ิ
ึ
ื
ในชวงนี้มคารอยละ 15.48 ซึ่งเมื่อรวมกนแลวคารอยละดินถลมมีคา 64.77 ซึ่งถอวาเปนคาเกินครึ่งนึง
ี
ั
ของจำนวนดินถลมทงหมด และพนที่ใตกราฟมีคา 0.7736 หรือรอยละ 77.36 แสดงวาแบบจำลองนี้
ั้
ื้
มีคาความถูกตองอยูในเกณฑพอใช (Fair)
บทที่ 6
ื
ี
่
การสำรวจรองรอยดินถลมในพนทสำรวจ
้
ั
ุ
ื้
ี่
จากการสำรวจรองรอยดินถลมในพนทจงหวัดอทัยธานี พบรองรอยดินถลมในพนทศึกษา
ี่
ื้
ทั้งหมด 11 รอย แบงเปนดินถลมชนิดเลื่อนไถล (Slides) ทั้งหมด 5 รอย ดินถลมชนิดไหล (Flow)
ทั้งหมด 5 รอย และดินถลมชนิดรวงหลน (Falls) 1 รอย สวนใหญพบกระจายตัวอยูในขอบเขตพื้นที่
อำเภอบานไร รองลงมาเปนอำเภอหวยคต และอำเภอลานสัก ตามลำดับ (ตารางที่ 6.1) อยูในหินฐาน
กลุมวิทยาหินทั้งหมด 8 กลุม มีรายละเอียดดังนี้
ู
ตารางท่ 6.1 ขอมลรองรอยดินถลมในพนที่จังหวัดอุทัยธานี
้
ี
ื
ลำดับ ประเภท กลุม หมูบาน ตำบล อำเภอ จังหวัด Zone UTM E UTM N
ดินถลม วิทยาหิน
1 Earth slide SS1 คลองเสลา แกนมะกรูด บานไร อุทัยธานี 47P 531347 1672246
ู
2 Earth slide CB2 แกนมะกรด บานไร อุทัยธานี 47P 542801 1670458
3 Debris slide FS1 บานไร บานไร อุทัยธานี 47P 542732 1663978
4 Rock slide CT โปงขอย ทองหลาง หวยคต อุทัยธานี 47P 553874 1695760
5 Debris slide SS3 หวยคต หวยคต อุทัยธานี 47P 561228 1691411
6 Debris flow FS1 บานไร บานไร อุทัยธานี 47P 542828 1663896
7 Debris flow GR แกนมะกรูด บานไร อุทัยธานี 47P 533393 1673399
8 Debris flow GR คอกควาย บานไร อุทัยธานี 47P 544042 1685877
9 Debris flow GR ทองหลาง หวยคต อุทัยธานี 47P 549107 1697879
10 Debris flow F-MET1 เขาเขียว ระบำ ลานสัก อุทัยธานี 47P 536195 1731376
11 Rock fall CB1 ลานสัก ลานสัก อุทัยธานี 47P 560652 1713687
- 102 -
6.1 ประเภทดินถลมชนิดเลื่อนไถล (Slides)
ดินถลมชนิดเลื่อนไถลสามารถแบงออกเปน 2 ประเภท ตามลักษณะของระนาบการเคลื่อนที่
ไดแก การเลื่อนไถลบนระนาบโคง (Rotational slide or Slump) ระนาบของการเคลื่อนที่จะมีลักษณะ
โคงคลายชอน (spoon-like shape) หรือรูปประทุนหงาย (concave-upward failure surfaces) และ
การเลื่อนไถลบนระนาบเรียบ (Translational slide) ระนาบของการเคลื่อนที่จะมีลักษณะคอนขางขนาน
กับความลาดชัน หรือตามระนาบรอยแตก และทิศทางการวางตัวของชั้นหิน สามารถจำแนกชนิดยอยของ
ดินถลมชนิดเลื่อนไถลไดขึ้นอยูกับชนิดของวัสดุธรณี (รายละเอียดเพิ่มเติมในบทที่ 2)
จากการสำรวจดินถลมชนิดเลื่อนไถลในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พบรองรอยดินถลมทั้งหมด 5 รอย
อยูในลักษณะภูมิประเทศเปนที่ลาดเชิงเขา บริเวณที่มการตัดไหลเขาทำถนน และทำพื้นที่การเกษตร
ี
ครอบคลุมขอบเขตพนที่อำเภอบานไร และอำเภอหวยคต พบดินถลมชนิดการเลื่อนไถลทั้งหมด 3 แบบ
ื้
อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 5 กลุม ไดแก 1) ดินถลมชนิดเลื่อนไถลของดิน (Earth slide) พบอยูใน
ิ
หินฐานกลุมวิทยาหน SS1 จำพวกหนทรายเนื้อเกรยแวก และหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 จำพวก
ิ
หินคารบอเนตเนื้อดิน 2) ดินถลมชนิดเลื่อนไถลของเศษหินและดิน (Debris slide) พบอยูในกลุมวิทยาหิน
FS1 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอยดบางสวนกึ่งแปรสภาพ และกลุมวิทยาหิน SS3 จำพวกหินทรายแทรก
ี
ิ
สลับหินตะกอนเนื้อละเอยดกงแปรสภาพ และ 3) ดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของหน (Rock slide) พบอยู
ี
ึ่
ในหินฐานกลุมวิทยาหิน CT จำพวกหินแปรสัมผัสที่มากดวยแรควอตซ มีรายละเอียดดังนี้
6.1.1 อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดเลื่อนไถลในอำเภอบานไรทั้งหมด 3 รอย ครอบคลุม
ขอบเขตตำบลแกนมะกรูด และตำบลบานไร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 3 กลุม ไดแก กลุมวิทยาหน
ิ
SS1 กลุมวิทยาหิน CB2 และกลุมวิทยาหิน FS1 มีรายละเอียดดังนี้
6.1.1.1 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
(1) บริเวณพื้นที่การเกษตร บานคลองเสลา สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของดินบน
ระนาบโคง (Earth slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 5 เมตร สูง 3 เมตร อยูในหินฐาน
กลุมวิทยาหิน SS1 จำพวกหินทรายเนื้อลิทิกแวก สีเทาปนเขยว เม็ดตะกอนขนาดละเอยดถงปานกลาง
ี
ึ
ี
แทรกสลับดวยหินดินดาน มีวัสดุธรณีประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยมของหินทรายเนื้อลิทิกแวก สีเทา
ึ
ี
ปนเขยว ขนาดกรวดกลางถงกรวดใหญ มีปริมาณเศษหนนอยกวารอยละ 20 ของวัสดุธรณีทั้งหมด ปะปน
ิ
ั
กบตะกอนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลเขม (รูปที่ 6.1)
- 103 -
(2) บริเวณพื้นทตัดเขาทำถนน ทางหลวงชนบท อน.4004 สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อน
ี่
ไถลของดินบนระนาบโคง (Earth slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 10 เมตร
ยาว 5 เมตร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 จำพวกหินปูนเนื้อดิน สีเทาถึงเทาเขม แทรกสลับดวย
หินดินดานกงแปรสภาพ มีวัสดุธรณีประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยมของหินปูนเนื้อดิน สีเทาถึงเทาเขม
ึ่
ึ่
และหินดินดานกงแปรสภาพ สีเทาเงินปนน้ำตาล ผิวหนามันวาวคลายเนื้อหินฟลไลต ขนาดกรวดกลางถง
ึ
ั
กรวดใหญ มีปริมาณเศษหินนอยกวารอยละ 20 ของวัสดุธรณีทั้งหมด ปะปนกบตะกอนดินทรายปน
ทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง (รูปที่ 6.2)
6.1.1.2 ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
ิ
ื้
บริเวณพนที่ตัดเขาทำถนน ทางหลวงพเศษ 4031 สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของ
เศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 4 เมตร
สูง 5 เมตร อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินชนวน สีเทาดำ มีวัสดุธรณีประกอบดวย เศษหน
ิ
กรวดเหลี่ยมของหินชนวน สีเทาดำ ขนาดกรวดใหญถึงกรวดใหญมาก มีปริมาณเศษหินมากกวารอยละ 20
ของวัสดุธรณีทั้งหมด ปะปนกับตะกอนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล (รูปที่ 6.3)
6.1.2 อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดเลื่อนไถลในอำเภอหวยคต ทั้งหมด 2 รอย
ครอบคลุมขอบเขตตำบลทองหลาง และตำบลหวยคต อยูในหนฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 2 กลุม ไดแก
ิ
กลุมวิทยาหิน CT และกลุมวิทยาหิน SS3 มีรายละเอียดดังนี้
ั
6.1.2.1 ตำบลทองหลาง อำเภอหวยคต จังหวดอุทัยธานี
ื้
บริเวณพนที่ตัดเขาทำถนน บานโปงขอย สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของหิน
บนระนาบเรียบ (Rock slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 3 เมตร สูง 5 เมตร อยูใน
หินฐานกลุมวิทยาหิน CT จำพวกหินควอรตไซต สีขาวปนเทา แทรกสลับดวยหินทรายเนื้อแข็ง มีวัสดุธรณี
ประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยมของหินควอรตไซต และหินทรายเนื้อแข็ง ขนาดกรวดใหญมาก และ
แรควอตซ (รูปที่ 6.4)
6.1.2.2 ตำบลหวยคต อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี
ุ
บริเวณพนที่ตัดเขาทำถนน ทางเขาวนอทยานหวยคต สำรวจพบดินถลมชนิดการเลื่อนไถล
ื้
ของเศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 6 เมตร
สูง 4 เมตร อยูในหนฐานกลุมวิทยาหิน SS3 จำพวกหินทราย แทรกสลับดวยหินควอรตไซต มีวัสดุธรณี
ิ
ประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยมของหินทรายและหินควอรตไซต ขนาดกรวดใหญถึงกรวดใหญมาก
มีปริมาณเศษหินมากกวารอยละ 20 ของวัสดุธรณีทงหมด ปะปนกับตะกอนดินทรายปนทรายแปง
ั้
สีน้ำตาลแดง (รูปที่ 6.5)
- 104 -
รูปที่ 6.1 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของดินบนระนาบโคง (Earth slide) บริเวณพื้นที่การเกษตร
ู
บานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรด อำเภอบานไร จังหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 531347E 1672246N สูงจาก
ั
ระดับน้ำทะเล 411 เมตร
รูปที่ 6.2 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของดินบนระนาบโคง (Earth slide) บริเวณทางหลวงชนบท
อน. 4004 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 542801E 1670458N สูงจาก
ั
ระดับน้ำทะเล 584 เมตร
- 105 -
รูปที่ 6.3 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) บริเวณ
ทางหลวงพิเศษ 4031 ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 542732E 1663978N
สูงจากระดับน้ำทะเล 443 เมตร
รูปที่ 6.4 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของหินบนระนาบเรียบ (Rock slide) บริเวณบานโปงขอย
ั
ตำบลทองหลาง อำเภอหวยคต จังหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 553874E 1695760N สูงจากระดับน้ำทะเล
162 เมตร
- 106 -
รูปที่ 6.5 ลักษณะดินถลมชนิดการเลื่อนไถลของเศษหินและดินบนระนาบโคง (Debris slide) บริเวณ
วนอุทยานหวยคต ตำบลหวยคต อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 561228E 1691411N
สูงจากระดับน้ำทะเล 133 เมตร
6.2 ประเภทดินถลมชนิดไหล (Flows)
ดินถลมชนิดไหลเปนการเคลื่อนที่ในลักษณะคลายของไหล (Flow-like movement)
ของวัสดุแหงหรือวัสดุที่อิ่มตัวไปดวยน้ำลงมาตามความลาดชันและแรงโนมถวงของโลก สามารถจำแนก
ชนิดยอยของดินถลมชนิดไหลไดหลากหลายชนิดขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ เชน ชนิดของมวลวัสดุ ลักษณะ
ภูมิประเทศ ความลาดชันทางน้ำ และความชื้นในดิน เปนตน (รายละเอยดเพิ่มเติมในบทที่ 2)
ี
จากการสำรวจดินถลมชนิดการไหลในพนทจังหวัดอุทัยธานี พบรองรอยดินถลมทั้งหมด
ื้
ี่
5 รอย อยูในลักษณะภูมิประเทศเปนพนที่ราบเชิงเขา บริเวณพนที่การเกษตร และบริเวณรองน้ำ
ื้
ื้
ิ
ื้
ครอบคลุมขอบเขตพนที่อำเภอบานไร อำเภอหวยคต และอำเภอลานสัก เกดดินถลมชนิดไหลในลักษณะ
ิ
ี
ั
ของเศษหนและดินไหล (Debris flow) เปนการเคลื่อนที่อยางรวดเร็วมาก โดยมน้ำเปนตัวกลางพดพา
ั
เอาเศษหิน ตะกอนดิน และซากตนไมไหลลงมากองทบถมบริเวณที่ราบเชิงเขาในลักษณะของเนินตะกอน
รูปพัดหนาหบเขา กระจายตัวอยูเปนบริเวณกวาง และกระจายตัวอยูในรองน้ำ พบอยูในหนฐาน
ิ
ุ
ึ่
กลุมวิทยาหินทั้งหมด 3 กลุมไดแก กลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินตะกอนเนื้อละเอียดบางสวนกงแปรสภาพ
ิ
กลุมวิทยาหน GR จำพวกหินแกรนิต และกลุมวิทยาหน F-MET1 จำพวกหินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ
ิ
มีรายละเอียดดังนี้
- 107 -
6.2.1 อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดไหลในอำเภอบานไร ทั้งหมด 3 รอย ครอบคลุม
ั้
ขอบเขตตำบลแกนมะกรูด และตำบลคอกควาย อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทงหมด 2 กลุม ไดแก
กลุมวิทยาหิน FS1 และกลุมวิทยาหิน GR มีรายละเอียดดังนี้
6.2.1.1 ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
ิ
ื้
บริเวณพนที่ตัดเขาทำถนน ทางหลวงพเศษ 4031 สำรวจพบดินถลมชนิดการไหลของ
เศษหินและดิน (Debris flow) มีขนาดของรองรอยดินถลมโดยประมาณกวาง 4 เมตร สูง 5 เมตร
อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน FS1 จำพวกหินชนวน สีเทาดำ มีวัสดุธรณีประกอบดวย เศษหินกรวดเหลี่ยม
ึ
ั
ของหินชนวน สีเทาดำ ขนาดกรวดใหญถงกรวดใหญมาก ปะปนกบตะกอนดินทรายปนทรายแปง
สีน้ำตาล (รูปที่ 6.6)
6.2.1.2 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวดอทัยธานี
ั
ุ
บริเวณพนที่การเกษตร ริมทางหลวงแผนดินหมายเลข 3011 สำรวจพบดินถลมชนิดการไหล
ื้
ของเศษหินและดิน (Debris flow) แผกระจายเปนบริเวณกวางในพนที่การเกษตร อยูในหินฐาน
ื้
ิ
กลุมวิทยาหิน GR จำพวกหินแกรนิต มีวัสดุธรณีประกอบดวย บล็อกหนแกรนิตเนื้อดอก รูปรางกึ่งมน
ขนาดกรวดใหญมาก ปะปนกับตะกอนดินทราย (รูปที่ 6.7)
6.2.1.3 ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
บริเวณพื้นที่การเกษตร บานดง สำรวจพบดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน
ื้
ื้
ี่
(Debris flow) แผกระจายเปนบริเวณกวางในพนที่หมูบานและพนทขางเคียง อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน
GR จำพวกหินแกรนิต มีวัสดุธรณีประกอบดวย บล็อกหนแกรนิตเนื้อดอก รูปรางกึ่งมนถงมน ขนาดกรวด
ิ
ึ
ใหญมาก ปะปนกับตะกอนดินทราย (รูปที่ 6.8)
6.2.2 อำเภอหวยคต จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดไหลในอำเภอหวยคต จำนวน 1 รอย บริเวณรองน้ำ
ภายในวัดปามโนราห ตำบลทองหลาง เปนดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow)
ิ
ี
แผกระจายตามรองน้ำ อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน GR จำพวกหนแกรนิต มวัสดุธรณีประกอบดวย
ึ่
บล็อกหินแกรนิตเนื้อสม่ำเสมอ รูปรางกงมนถึงมน ขนาดกรวดใหญถึงใหญมาก ปะปนกับตะกอนดินทราย
(รูปที่ 6.9)
- 108 -
6.2.3 อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดไหลในอำเภอลานสัก จำนวน 1 รอย บริเวณรองน้ำ
ี
ภายในเขตหนวยปองกนรักษาปาที่ นว.1 (แมกะสี) บานเขาเขยว ตำบลระบำ เปนดินถลมชนิดการไหล
ั
ของเศษหนและดิน (Debris flow) แผกระจายตามรองน้ำ อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 จำพวก
ิ
หินแปรทมีริ้วขนาน ไดแก หินชีสต มีวัสดุธรณีประกอบดวย บล็อกหนชีสต และหินแกรนิต รูปรางกงมน
ิ
ึ่
ี่
ถึงมน ขนาดกรวดใหญมาก ปะปนกับตะกอนดินทราย (รูปที่ 6.10)
รูปที่ 6.6 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณทางหลวงพิเศษ 4031
ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 542828E 1663896N สูงจากระดับน้ำทะเล
439 เมตร
- 109 -
รูปที่ 6.7 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณพื้นที่การเกษตรริมทาง
หลวงแผนดินหมายเลข 3011 ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร จังหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 533393E
ั
1673399N สูงจากระดับน้ำทะเล 464 เมตร
รูปที่ 6.8 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณพื้นที่การเกษตรบานดง
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 544042E 1685877N สูงจากระดับน้ำทะเล
ั
290 เมตร
- 110 -
รูปที่ 6.9 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บรเวณรองน้ำ วัดปามโนราห
ิ
ตำบลทองหลาง อำเภอหวยคต จังหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 549107E 1697879N สูงจากระดับน้ำทะเล
ั
225 เมตร
รูปที่ 6.10 ลักษณะดินถลมชนิดการไหลของเศษหินและดิน (Debris flow) บริเวณรองน้ำ บานเขาเขียว
ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 536195E 1731376N สูงจากระดับน้ำทะเล
260 เมตร
- 111 -
6.3 ประเภทดินถลมชนิดรวงหลน (Falls)
ิ
ี่
ดินถลมชนิดรวงหลนเปนการเคลื่อนทที่เกดขึ้นอยางรวดเร็วมาก (Extremely rapid) เปน
การหลุด รวง กระดอน และกลิ้งอยางเปนอสระภายใตแรงโนมถวงของโลกจากหนาผาหรือพื้นที่ลาดชันที่มี
ิ
ี่
ิ
ี
มุมเอียงเทสูง มักเกดตามระนาบพื้นผิวที่มการเคลื่อนทดวยแรงเฉอนนอยหรือไมมีเลย เชน รอยแตกหรือ
ื
รอยแยกในชั้นหิน สามารถจำแนกชนิดยอยของดินถลมชนิดรวงหลนไดขึ้นอยูกับชนิดของวัสดุธรณี
(รายละเอียดเพิ่มเติมในบทที่ 2)
จากการสำรวจดินถลมชนิดรวงหลนในพื้นที่จังหวัดอทัยธานี พบรองรอยดินถลมจำนวน
ุ
ิ
ื้
1 รอย ในลักษณะภูมิประเทศเปนหนาผาหนพนที่อำเภอลานสัก เกิดดินถลมชนิดหินรวง (Rock fall)
ิ
เปนการหลุดรวงของหนภายใตแรงโนมถวงของโลกจากหนาผาหิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB1
จำพวกหินคารบอเนต มีรายละเอียดดังนี้
6.3.1 อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
จากการสำรวจพบรองรอยดินถลมชนิดรวงหลนในอำเภอลานสัก จำนวน 1 รอย บริเวณถ้ำ
เขาพระยาเรือ ตำบลลานสัก เปนดินถลมชนิดหินรวง (Rock fall) จากการหลุดรวงของบล็อกหินขนาด
ใหญกระจายตัวอยูตามเชิงเขา อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB1 จำพวกหินปูนเนื้อโดโลไมต สีเทาถึงเทาดำ
ึ่
มีวัสดุธรณีประกอบดวย บล็อกหินปนเนื้อโดโลไมต รูปรางเหลี่ยมมุมถึงกงเหลี่ยมมม ขนาดกรวดใหญมาก
ู
ุ
(รูปที่ 6.11)
ิ
รูปที่ 6.11 ลักษณะดินถลมชนดรวงหลนของหิน (Rock fall) บริเวณเชิงเขา ถ้ำเขาพระยาเรือ ตำบลลานสัก
ั
ั
ั
อำเภอลานสก จงหวดอุทัยธานี พิกัด 47P 560652E 1713687N สูงจากระดับน้ำทะเล 122 เมตร
- 113 -
บทที่ 7
การทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของดิน
7.1 การเก็บตัวอยางแบบถูกรบกวน (disturbed sampling)
การเก็บตัวอยางดินในพื้นที่สำรวจใชวิธีการเกบตัวอยางแบบถกรบกวน (Disturbed
ู
็
ื่
ื้
sampling) เพอนำมาทดสอบคุณสมบัติทางกายของดินสำหรับการวิเคราะหพนที่เสี่ยงภัยดินถลม
็
ั
ิ
โดยใชหลักการเกบตัวอยางดินหรือหินผุอางองเกณฑการผุพงของมวลหินประยุกตจาก Ruxton and
Berry (1957) Dearman (1976) Fookes (1997) และ Hearn (2016) ดังตารางที่ 7.1 ซึ่งตัวอยางดิน
ที่เกบจากภาคสนามจะถูกจัดเกบไวในถุงกระสอบทมีการปดปากถุงอยางมิดชิด โดยบนกระสอบจะแสดง
ี่
็
็
็
ิ
รายละเอียดของจุดเกบตัวอยาง ไดแก เลขที่จุดสำรวจ วันที่เก็บตัวอยาง พกดเก็บตัวอยาง ความสูงจาก
ั
ระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ตั้ง สถานที่ หมูบาน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาพวาดหนาตัดชั้นดิน/ชั้นหินระยะ
เก็บตัวอยางดิน และชนิดของหินฐาน (รูปที่7.1) โดยพิจารณาเลือกตำแหนงเก็บตัวอยางดังนี้
1) เลือกหนาตัดดิน (soil profile) ที่แสดงลำดับชั้นดิน/หินที่ชัดเจน และเปนดินที่อยู
ที่เดิม แสดงเกณฑการผุพังตั้งแตระดับ 1-6 (zone I-VI)
ก) zone I ชั้นหินตนกำเนิด (parent rock) แสดงชั้นหินสด (fresh bedrock)
ข) zone II ชั้นหินมีการผุพังเล็กนอยตามรอยแตก
ค) zone III เปนชั้นที่แสดงหินเปนหลัก
ั
ง) zone IV ชั้นดินและหนผุที่เกดจากการผุพังจากหินดาน มีลักษณะผุพงสูง (highly
ิ
ิ
weathered) บางสวนพบหินกอนที่มีลักษณะมนกลม
จ) zone V ชั้นดิน ที่เกิดจากการผุพังอยางสมบูรณ (completely weathered)
ฉ) zone VI ชั้นดินที่พัฒนาเปนดินที่อยูที่เดิมโดยสมบูรณ (fully developed residual soil)
็
ั
ี่
็
2) ตำแหนงทเลือกเกบตัวอยางดิน เลือกเกบดินตามเกณฑการผุพงระดับ 4 (zone IV)
ี่
ั
ซึ่งเปนบริเวณทมีการผุพงสูง มีชั้นดินหนา และมีเปอรเซ็นตของหินแข็งต่ำ (< 50%) ตามตัวอยางรูปที่ 7.2
และรูปที่ 7.3 กรอบสีแดง โดยเลือกจากชั้นดินที่อยูใกลกับเกณฑการผุพงตั้งแตระดับ 3 (zone III) เปน
ั
็
ั
ชั้นหินที่มีอัตราการผุพังปานกลางที่ประกอบดวยเศษหินพื้นแตกหกปนตะกอนดิน โดยเกบตัวอยางดิน
อยางนอย 15-20 กิโลกรัม บรรจุลงในกระสอบที่เตรียมไว และมัดปากถุงกระสอบใหแนนหนา
- 114 -
ี
3) เก็บรายละเอยด ตำแหนง และรางภาพหนาตัดของชั้นดินหรือหิน บันทึกลงในแบบฟอรม
แผนดินถลม และกระสอบที่ใชเก็บตัวอยาง
ื้
จากการสำรวจและเกบตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพนที่สำรวจ ไดทำการเก็บตัวอยางดิน
็
ทั้งหมด 13 ตัวอยาง (ตารางที่ 7.2) ครอบคลุมขอบเขตอำเภอบานไร และอำเภอลานสัก จังหวัดอทัยธานี
ุ
และอำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค อยูในหนฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 6 กลุม ไดแก กลุมวิทยาหิน SS1
ิ
กลุมวิทยาหิน SS3 กลุมวิทยาหิน CB2 กลุมวิทยาหิน CT กลุมวิทยาหิน F-MET1 และกลุมวิทยาหิน GR
(รูปที่ 7.4)
ตารางที่ 7.1 เกณฑการผุพังของมวลหิน (ดัดแปลงจาก Ruxton and Berry (1957) Dearman (1976)
Fookes (1997) และ Hearn (2016))
ุ
ั
เกณฑการผุพง การผพง คำอธบาย
ิ
ั
่
ิ
ั
ู
T ดินทีเกดโดยการพดพา ดินที่ถกกัดกรอนสลายตัวออกจากหินดานแลว
(transported soil) ถูกพัดพาไปสะสมตัวที่อื่น เชน เศษหินเชิงเขา
(colluvium)
ี
VI พฒนาเปนดินทอยูทเดิมโดยสมบูรณ เนื้อหินทั้งหมดกลายเปนดิน โครงสรางของมวล
ี
่
่
ั
(fully developed residual soil) หินและองคประกอบของวัสดุถูกทำลาย
้
ั
้
ื
ิ
V ผุพังโดยสมบูรณ เนอหนทงหมดถกยอยสลายเปนดิน
ู
ดินที่อยูที่เดิม IV (completely weathered) โครงสรางดังเดิมของมวลหนสวนใหญคงสภาพเดม
้
ิ
ิ
ผุพังสูง
มากกวารอยละ 50 ของเนื้อหินถูกยอยสลาย
(highly weathered) กลายเปนดิน สีเปลี่ยน หนาตัดชั้นหินอาจปรากฏ
ลักษณะของแกนหิน (core stone) ที่ไมมี
การเชื่อมประสานกัน
III ผุพังปานกลาง นอยกวารอยละ 50 ของเนื้อหินถูกยอยสลาย
ชั้นหิน และหินผุ II ผุพังเล็กนอย (slightly weathered) เนื้อหินมีการผุพังเล็กนอย มวลหนมีความสมบูรณ
แกนหินยังคงแข็งแรง
(moderate weathered)
ิ
I หินสด (fresh) ไมปรากฎการผุพังของมวลหิน
- 115 -
หมายเลขจุดเก็บตัวอยาง/
ST.1 / 20.06.2021 วันเดือนปที่เก็บตัวอยาง
47P 530344E / 1674542N 400 m.
บานคลองเสลา ต.แกนมะกรูด พิกัดตำแหนงเก็บตัวอยาง (ระบบ UTM)
อ.บานไร จ.อทัยธานี ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ุ
0 m.
Top soil
60 m. SS1: ที่ตั้ง หมูบาน ตำบล อำเภอ
เก็บตัวอยาง Greywacke จังหวัด ที่เก็บตัวอยาง
100 m. 60-80 cm.
ิ
หนฐาน: หินทราย
กลุมวิทยาหินและชนิดของหินฐาน
ภาพวาดหนาตัดชั้นดิน
ู
รูปที่ 7.1 รายละเอียดขอมลการเก็บตัวอยางตะกอนดินบนถุงกระสอบ
รูปที่ 7. 2 ภาพรางหนาตัดการพุผังของหินแกรนิตแสดงระดับการผุพังตั้งแตระดับ I-VI กรอบสีแดงคือ
ตำแหนงที่เลือกเก็บตัวอยางดิน (Modified from Ruxton and Berry, 1957)
- 116 -
รูปที่ 7.3 ตัวอยางหนาตัดดินที่แสดงระดับการผุพังของหินแกรนิต (zone III-VI) กรอบสีแดงแสดงตำแหนง
เก็บตัวอยางดิน
- 11 7 -
บอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บอขุดน้ำเพื่อการเกษตร เปดหนาดินเพื่อทำถนน เปดหนาดินในพื้นที่เกษตร เปดหนาดินในพื้นที่เกษตร บอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน หนาตัดดินบริเวณพื้นที่อยูอาศัย บอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน เปดหนาดินในพื้นที่เกษตร เปดหนาดินเพื่อทำถนน
คำอธิบาย เปดหนาดินเพื่อนำไปใชประโยชน
Sample Depth (cm.) 360-390 60-80 140-190 290-330 70-90 350-400 120-160 100-130 70-90 60-80 120-150 30-40 150-170
UTM N 1665351 1674542 1675431 1672862 1681953 1681748 1680615 1681644 1717169 1712910 1730552 1728737 1739092
UTM E 555176 530344 530462 540182 547461 547200 545635 550659 551929 546817 539001 551733 533327
Zone 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P 47P
จังหวัด อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี อุทัยธานี นครสวรรค นครสวรรค
อำเภอ บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร บานไร ลานสัก ลานสัก ลานสัก แมเปน แมเปน
ตำบล บานไร แกนมะกรูด แกนมะกรูด แกนมะกรูด คอกควาย คอกควาย คอกควาย คอกควาย ระบำ ระบำ ระบำ แมเปน แมเปน
ตารางที่ 7.2 แสดงตำแหนงเก็บตัวอยางแบบไมคงสภาพในพื้นที่สำรวจ
หมูบาน คลองเสลา คลองเสลา ปางสวรรค ปางสวรรค โปงมะคา เขาเขียว
หินทรายแทรกสลับกับหิน หินทรายเนื้อเกรยแวก หินทรายเนื้อเกรยแวก หินคารบอเนตเนื้อดิน หินคารบอเนตเนื้อดิน หินคารบอเนตเนื้อดิน หินแกรนิต หินแปรสัมผัสที่มากดวยแร หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ หินแกรนิต หินแกรนิต หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ หินแปรที่มีริ้วขนานเกรดต่ำ
กลุมหิน ตะกอนเนื้อละเอียดกึ่งแปรสภาพ
วิทยาหิน SS3 SS1 SS1 CB2 CB2 CB2 GR CT F-MET1 GR GR F-MET1 F-MET1
Station UTI131 UTI14 UTI15 UTI28 UTI49 UTI52 UTI53 UTI55 UTI09 UTI79 UTI89 UTI02 UTI112
ลำดับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
- 118 -
รูปที่ 7.4 แผนที่แสดงตำแหนงการเก็บตัวอยางดินในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี
- 119 -
7.2 ขอมูลของตัวอยางดินแบบไมคงสภาพ
7.2.1 อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
็
ุ
ทำการสำรวจและเกบตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพื้นที่อำเภอบานไร จังหวัดอทัยธานี
จำนวน 8 ตัวอยาง ครอบคลุมขอบเขตตำบลบานไร ตำบลแกนมะกรูด และตำบลคอกควาย อยูในหินฐาน
กลุมวิทยาหินทั้งหมด 5 กลุมไดแก กลุมวิทยาหิน SS3 กลุมวิทยาหิน SS1 กลุมวิทยาหิน CB2
กลุมวิทยาหิน GR และกลุมวิทยาหิน CT มีรายละเอียดดังนี้
7.2.1.1 ตำบลบานไร
ุ
บริเวณบอขุดดินเพอนำไปใชประโยชน ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอทัยธานี
ื่
พกด 47P 555176 E 1665351 N สูงจากระดับน้ำทะเล 174 เมตร เก็บตัวอยางที่ความลึก 360-390
ิ
ั
็
เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหน SS3 เปนหินทรายเนื้อแขง สีน้ำตาลปนเหลือง แทรก
ิ
สลับกับหินดินดานเนื้อแข็ง ตัวอยางเปนดินทราย เนื้อดินคอนขางหยาบ สีน้ำตาลปนแดง เมื่อสัมผัสแลว
รูสึกสากมือ (รูปที่ 7.5)
7.2.1.2 ตำบลแกนมะกรูด
(1) บริเวณบอขุดน้ำเพื่อการเกษตรบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
็
จังหวัดอุทัยธานี พิกัด 47P 530344 E 1674542 N สูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร เกบตัวอยาง
ที่ความลึก 60–80 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน SS1 เปนหินทรายเนื้อเกรยแวก
ี
สีน้ำตาลอมเขยว ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เนื้อดินละเอยด เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
ี
เล็กนอย (รูปที่ 7.6)
ื่
(2) บริเวณเปดหนาดินเพอทำถนนบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
ุ
็
จังหวัดอทัยธานี พกด 47P 530462 E 1675431 N สูงจากระดับน้ำทะเล 389 เมตร เกบตัวอยาง
ิ
ั
ิ
ที่ความลึก 140-190 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน SS1 เปนหนทรายเนื้อเกรยแวก
สีน้ำตาลอมเขยว ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เนื้อดินละเอียด เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
ี
เล็กนอย (รูปที่ 7.7)
ื้
(3) บริเวณเปดหนาดินในพนที่เกษตร บานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอทัยธานี พกด 47P 540182 E 1672862 N สูงจากระดับน้ำทะเล 660 เมตร เกบตัวอยาง
ุ
ิ
็
ั
ที่ความลึก 290–330 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 เปนหินปูนเนื้อผลึก สีเทาเขม
ปนน้ำตาล ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินคอนขางละเอยด เมื่อสัมผัสแลว
ี
รูสึกสากมือเล็กนอย (รูปที่ 7.8)
- 120 -
ก
ข ค
ิ
่
ื
ุ
่
ี
รูปท 7.5 (ก) เกบตัวอยางบรเวณบอขุดดินเพอนำไปใชประโยชน ตำบลบานไร อำเภอบานไร จังหวัดอทัยธาน ี
็
ที่ความลึก 360-390 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายเนื้อแข็ง กลุมวิทยาหิน SS3
(ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทราย เนื้อดินคอนขางหยาบ สีน้ำตาลปนแดง เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
- 121 -
ก
ข ค
ู
รูปที่ 7.6 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดน้ำเพื่อการเกษตรบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 60–80 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายเนื้อเกรยแวก
ี
กลมวิทยาหน SS1 (ค) ลกษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สน้ำตาล เนือดนละเอยด เมอสัมผัสแลว
ี
ิ
้
ิ
ุ
ั
่
ื
รูสึกสากมือเล็กนอย
- 122 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.7 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินเพื่อทำถนนบานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 140-190 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายเนื้อเกรยแวก
้
ี
กลมวิทยาหน SS1 (ค) ลกษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สน้ำตาล เนือดนละเอยด เมอสัมผัสแลว
ื
่
ิ
ี
ิ
ุ
ั
รูสึกสากมือเล็กนอย
- 123 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.8 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินในพื้นที่เกษตร บานคลองเสลา ตำบลแกนมะกรูด อำเภอบานไร
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 290–330 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินปูนเนื้อผลึก
ี
กลุมวิทยาหิน CB2 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สน้ำตาลปนแดง เนือดินคอนขางละเอยด
ี
้
เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือเล็กนอย
- 124 -
7.2.1.3 ตำบลคอกควาย
ื้
(1) บริเวณเปดหนาดินในพนที่เกษตร ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอุทัยธานี
พกด 47P 547461 E 1681953 N สูงจากระดับน้ำทะเล 204 เมตร เกบตัวอยางที่ความลึก 70–90
็
ั
ิ
เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหนฐานกลุมวิทยาหิน CB2 เปนหินแคลกซิลิเกต สีเทา ตัวอยางเปนดินทราย
ิ
ปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินคอนขางละเอียด เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือเล็กนอย (รูปที่ 7.9)
(2) บริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บานปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร
ั
็
ุ
จังหวัดอทัยธานี พิกด 47P 547200 E 1681748 N สูงจากระดับน้ำทะเล 204 เมตร เกบตัวอยางที่
ความลึก 350-400 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน CB2 เปนหินแคลกซิลิเกต สีเทา
ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนเหลือง เนื้อดินคอนขางหยาบ เมอสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
ื่
(รูปที่ 7.10)
ื่
(3) บริเวณบอขดดินเพอนำไปใชประโยชน สวนเกษตรปางสวรรค บานปางสวรรค
ุ
ุ
ั
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอทัยธานี พกด 47P 545635 E 1680615 N สูงจากระดับน้ำทะเล
ิ
็
ิ
221 เมตร เกบตัวอยางที่ความลึก 120–160 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหนฐานกลุมวิทยาหิน GR
ี
่
เปนหินแกรนิตเนื้อสมำเสมอ ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เนื้อดินคอนขางละเอยด
เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ (รูปที่ 7.11)
ื่
(4) บริเวณบอขุดดินเพอนำไปใชประโยชน บานนอย ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัด
อุทัยธานี พิกด 47P 550659 E 1681644 N สูงจากระดับน้ำทะเล 209 เมตร เก็บตัวอยางทความลึก 100-
ี่
ั
130 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหนฐานกลุมวิทยาหิน CT เปนหนทรายแปงเนื้อแขง สีน้ำตาลปนแดง
็
ิ
ิ
ื
ื่
ตัวอยางเปนดินเหนียว สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินละเอียด เมอสัมผัสแลวรูสึกสากมอเล็กนอย (รูปที่ 7.12)
7.2.2 อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี
็
ั
ุ
ทำการสำรวจและเกบตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพนที่อำเภอลานสัก จังหวัดอทยธานี
ื้
จำนวน 3 ตัวอยาง ครอบคลุมขอบเขตตำบลระบำ อยูในหินฐานกลุมวิทยาหินทั้งหมด 2 กลุม ไดแก
กลุมวิทยาหิน F-MET1 และกลุมวิทยาหิน GR มีรายละเอียดดังนี้
7.2.2.1 ตำบลระบำ
ื่
(1) บริเวณเปดหนาดินเพอนำไปใชประโยชน วัดเขาอริโยทย ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
ั
ุ
จังหวัดอทัยธานี พกัด 47P 551929 E 1717169 N สูงจากระดับน้ำทะเล 160 เมตร เกบตัวอยางท ี่
็
ิ
ความลึก 70–90 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหน F-MET1 เปนหินควอตซไมกาชีสต
ิ
สีเทา ตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินหยาบ เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
(รูปที่ 7.13)
- 125 -
ก
ข ค
้
ื
ิ
่
ี
ุ
รูปที 7.9 (ก) เก็บตัวอยางบรเวณเปดหนาดินในพนทเกษตร ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวัดอทัยธานี
่
ที่ความลึก 70-90 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแคลกซิลิเกต กลุมวทยาหิน CB2
ิ
ิ
้
่
(ค) ลักษณะตัวอยางเปนดนทรายปนทรายแปง สนำตาลปนแดง เนือดนคอนขางละเอียด เมอสัมผัสแลวรูสึก
้
ิ
ื
ี
สากมือ
- 126 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.10 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บานปางสวรรค ตำบลคอกควาย อำเภอ
บานไร จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 350-400 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินแคลกซิลิเกต
ี
้
ื
ิ
ื
้
ุ
กลมวิทยาหน CB2 (ค) ลกษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สนำตาลปนเหลอง เนอดนคอนขางหยาบ
ิ
ั
เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
- 127 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.11 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน สวนเกษตรปางสวรรค บานปางสวรรค
ั
ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร จังหวดอุทัยธานี ที่ความลึก 120–160 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของ
ิ
หินฐานเปนหินแกรนิตเนื้อสม่ำเสมอ กลุมวทยาหิน GR (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง
สีน้ำตาล เนื้อดินคอนขางละเอียด เมอสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
ื
่
- 128 -
ก
ข ค
รูปที่ 7.12 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณบอขุดดินเพื่อนำไปใชประโยชน บานนอย ตำบลคอกควาย อำเภอบานไร
จังหวดอุทัยธานี ที่ความลึก 100-130 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินทรายแปงเนื้อแข็ง
ั
กลุมวิทยาหิน CT (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินเหนียว สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินละเอียด เมอสัมผัสแลวรสึก
ู
ื่
สากมือเล็กนอย
- 129 -
ก
ข ค
ื
ั
ั
่
ิ
รูปที่ 7.13 (ก) เก็บตัวอยางบริเวณเปดหนาดินเพอนำไปใชประโยชน วดเขาอรโยทย ตำบลระบำ อำเภอลานสก
ั
จังหวัดอุทัยธานี ที่ความลึก 70–90 ซม. จากผิวดิน (ข) ลักษณะของหินฐานเปนหินควอตซไมกาชีสต
กลุมวทยาหิน F-MET1 (ค) ลักษณะตัวอยางเปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาลปนแดง เนื้อดินหยาบ
ิ
เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ
- 130 -
(2) บริเวณหนาตัดดินบริเวณพนที่อยูอาศัย บานโปงมะคา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
ื้
ุ
็
ิ
จังหวัดอทัยธานี พกัด 47P 546817 E 1712910 N สูงจากระดับน้ำทะเล 190 เมตร เกบตัวอยางท ี่
ความลึก 60-80 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหน GR เปนหินแกรนิตเนื้อดอก ตัวอยาง
ิ
เปนดินทราย สีเทาขาวปนน้ำตาล เนื้อดินคอนละเอียด เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ (รูปที่ 7.14)
(3) บริเวณบอขุดดินเพอนำไปใชประโยชน บานเขาเขยว ตำบลระบำ อำเภอลานสัก
ื่
ี
็
จังหวัดอทัยธานี พกัด 47P 539001 E 1730552 N สูงจากระดับน้ำทะเล 248 เมตร เกบตัวอยางท ี่
ุ
ิ
ความลึก 120–150 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน GR เปนหินแกรนิตเนื้อดอก ตัวอยาง
เปนดินทรายปนทรายแปง สีน้ำตาล เนื้อดินหยาบ เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือ (รูปที่ 7.15)
7.2.3 อำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค
ทำการสำรวจและเกบตัวอยางดินแบบไมคงสภาพในพนที่อำเภอแมเปน จังหวัดนครสวรรค
็
ื้
จำนวน 2 ตัวอยาง ครอบคลุมขอบเขตตำบลแมเปน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 มีรายละเอียดดังนี้
7.2.3.1 ตำบลแมเปน
ี่
ื้
(1) บริเวณเปดหนาดินในพนทเกษตร วัดปาเขารัศมี ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน จังหวัด
นครสวรรค พกัด 47P 551733 E 1728737 N สูงจากระดับน้ำทะเล 139 เมตร เกบตัวอยางที่ความลึก
ิ
็
ิ
30–40 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหนฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 เปนหินควอตซไมกาชีสต ตัวอยางเปน
ดินทราย สีเทาขาวปนน้ำตาล เนื้อดินละเอียด เมื่อสัมผัสแลวรูสึกสากมือเล็กนอย (รูปที่ 7.16)
(2) บริเวณเปดหนาดินเพอทำถนน วัดเจดียขาว ตำบลแมเปน อำเภอแมเปน จังหวัด
ื่
็
นครสวรรค พิกด 47P 533327 E 1739092 N สูงจากระดับน้ำทะเล 261 เมตร เกบตัวอยางที่ความลึก
ั
150–170 เซนติเมตรจากผิวดิน อยูในหินฐานกลุมวิทยาหิน F-MET1 เปนหินควอตซไมกาชีสต ตัวอยาง
เปนดินทราย สีน้ำตาล เนื้อดินคอนขางหยาบ เมอสัมผัสแลวรูสึกสากมือ (รูปที่ 7.17)
ื่