The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattikan_naphat, 2021-12-07 10:51:08

แผนจัดการเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 6

186

ข้ันท่ี 5 ขน้ั ประเมิน (Evaluation) (10 นาที)

7) ครแู ละนกั เรียนอภิปรายผลการทำกจิ กรรม วสั ดุผสม จะไดข้ ้อสรุปว่า

ซงึ่ ส่ิงที่ไดเ้ รียนรู้จากบทเรียนนี้คือ วัสดรุ อบตวั ได้แก่ พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ และวัสดุ

ผสม ซึ่งแต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพต่างกัน จึงนำไปใช้ประโยชน์ต่างกัน พอลิเมอร์จัดกลุ่มไดเ้ ป็นพลาสตกิ

ยาง เส้นใย ทั้งสามกลุ่มเป็นฉนวนไฟฟ้าและฉนวนความร้อนเหมือนกัน แต่มีสมบัติด้านความเหนียว และการ

ทนความร้อนต่างกัน สำหรับเซรามิกมีสมบัติแข็งแต่เปราะ ทนต่อการสึกกร่อน เป็นฉนวนความร้อนและ

ฉนวนไฟฟ้า โลหะมีสมบัติแข็งและเหนียว สามารถตีให้เป็นแผ่นหรือยืดเป็นเส้นได้ นำไฟฟ้าและนำความร้อน

ไดด้ ี สว่ นวัสดุผสมเกดิ จากการนำวัสดุตา่ งชนิดกนั มาประกอบกนั เพื่อใหไ้ ดว้ ัสดใุ หม่ท่ีมีสมบัติตามต้องการและ

ดกี วา่ วสั ดตุ ้ังต้น

8) ครูตรวจสอบการส่งแบบบันทึกการคน้ ควา้ ของนักเรียนและให้คะแนนประเมินตามเกณฑ์

การประเมิน (Rubrics Score)

9. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

1 อปุ กรณท์ ำกิจกรรม: อปุ กรณ์ที่ใชใ้ นการสืบคน้ เช่น โทรศพั ท์เคล่ือนท่ี คอมพิวเตอรท์ ่ีเช่อื มตอ่

อนิ เทอรเ์ น็ต

2 ใบกจิ กรรม: ใบกจิ กรรมท่ี 5.9 วสั ดุผสมมสี มบตั เิ ป็นอย่ำงไร

3 แบบบันทกึ กจิ กรรม: แบบบันทึกการคน้ คว้ากิจกรรมท่ี 5.9 วสั ดุผสมมสี มบตั เิ ป็นอยำ่ งไร

4 แหล่งเรียนรู:้ หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

เล่ม 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551

(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธิการ

187

9. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล

ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้ วิธีการวดั เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์ทใี่ ชใ้ นการประเมิน

1. ระบสุ มบตั ทิ างกายภาพบาง - ตรวจการตอบคำถาม - คำถามท้ายกิจกรรมที่ 5.9 - ได้ไมน่ ้อยกว่า 2 คะแนน

ประการของวสั ดผุ สมได้ ท้ายกิจกรรมที่ 5.9 วสั ดผุ สมมสี มบตั เิ ป็น ระดับคณุ ภาพดี ถือวา่ ผ่าน

(ด้านความรู้: K) อย่ำงไร จำนวน 6 ข้อ การประเมินดา้ นความรู้

2. การใช้ทักษะตีความหมาย - ตรวจการทำแบบ - แบบบนั ทึกการค้นคว้า - ได้ไม่น้อยกวา่ 2 คะแนน

ขอ้ มูลและลงข้อสรุป บันทกึ การคน้ คว้า กิจกรรมที่ 5.9 ระดับคุณภาพดี ถือว่า

ความหมายและสมบตั ิ กิจกรรมที่ 5.9 วสั ดุผสมมสี มบตั เิ ป็น ผ่านการประเมิน

บางประการของวสั ดผุ สม อยำ่ งไร ดา้ นกระบวนการ

(ดา้ นกระบวนการ: P)

3. ระเบียบวนิ ัยในการ - สงั เกตการณ์ไดร้ ับ - เกณฑก์ ารประเมนิ ระเบียบ - ไดไ้ มน่ ้อยกวา่ 2 คะแนน

เรียนรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ มอบหมายบทบาท วินยั ในการ เรยี นร้ทู าง ระดับคุณภาพดี ถือวา่

(ดา้ นเจตคต:ิ A) และภาระงานภายใน วิทยาศาสตร์ ผา่ นการประเมิน

ชั้นเรยี น ด้านเจตคติ

188

11. เกณฑ์การให้คะแนน

ประเดน็ การประเมนิ คา่ น้ำหนัก แนวทางการใหค้ ะแนน
คะแนน
การใหค้ ะแนนตอบ ตอบคำถามท้ายกิจกรรมที่ 5.9 ถกู ต้อง จำนวน 5-6 ขอ้
คำถามทา้ ย 3 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.9 ถกู ต้อง จำนวน 3-4 ข้อ
กจิ กรรมท่ี 5.9 2 ตอบคำถามทา้ ยกิจกรรมท่ี 5.9 ถูกต้อง จำนวน 1-2 ขอ้ หรือ ไม่ถกู ต้อง
1 บันทกึ ผลลงในตารางบนั ทึกผลการทำกิจกรรม โดยตีความหมายขอ้ มลู
การใหค้ ะแนนการบนั ทกึ และลงข้อสรุปจากการผลการลงขอ้ สรปุ ความหมายและสมบตั ิบาง
แบบบันทึกการค้นควา้ 3 ประการของวสั ดผุ สมไดถ้ กู ต้อง ครบถ้วน ตามความเป็นจริงโดยไมเ่ พิ่ม
ความคดิ เห็นส่วนตวั ลงในแบบบันทึกการคน้ คว้า ครบทกุ ประเด็น
กิจกรรมท่ี 5.9 2 สอดคล้องกบั เนื้อหาในกิจกรรม
บนั ทึกผลลงในตารางบันทึกผลการทำกจิ กรรม โดยตคี วามหมายขอ้ มลู
1 และลงข้อสรปุ จากการผลการลงขอ้ สรปุ ความหมายและสมบตั บิ าง
ประการของวสั ดุผสมได้ ตามความเป็นจรงิ ลงในแบบบันทึกการค้นคว้า
แต่ยังมีข้อผิดพลาด
บันทกึ ผลลงในตารางบันทกึ ผลการทำกจิ กรรม โดยตคี วามหมายข้อมูล
และลงข้อสรปุ จากการผลการลงข้อสรุปความหมายและสมบตั ิบาง
ประการของวัสดผุ สมได้ ไม่ถูกต้อง มีข้อผิดพลาดทต่ี อ้ งแก้ไขปรบั ปรุง

คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดมี าก
คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช้

189

แบบบันทกึ การประเมินคุณภาพการเรียนรู้ของนกั เรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3

รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน (ว23102) หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 5 ปฏกิ ิรยิ าเคมีและวสั ดุในชีวติ ประจำวนั I

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 10 เร่อื ง สมบตั ิของวสั ดผุ สม .

คำชแี้ จง: ทำเครื่องหมาย ✓ ในช่องค่าน้ำคะแนนแตล่ ะด้านตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยประเมนิ ตาม

เกณฑ์ (Rubrics Score)

เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นกระบวนการ (P) ด้านเจตคติ (A) คะแนนรวม
ที่ รหสั นักเรยี น
ค่านำ้ หนักคะแนน ค่าน้ำหนักคะแนน คา่ นำ้ หนักคะแนน ระดับ ุคณภาพ

321 32 1 32 1

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

190

เกณฑ์การพจิ ารณาคณุ ภาพ หมายถึง ดีมาก
คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 2.99 หมายถงึ พอใช้
คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99

ต้องไดค้ ะแนนเฉลย่ี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ ำ่ กว่า 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทา่ น้นั
ถึงจะผา่ นการเรียนรตู้ ามตวั ชว้ี ัด

ผลการประเมินการเรยี นรขู้ องนักเรยี น
ผู้เรียนที่ ผ่าน ตวั ชี้วัด
มีจำนวน…………………………คน คิดเปน็ รอ้ ยละ………………………………………………..
ผ้เู รยี นท่ี ไมผ่ า่ น ตวั ช้วี ดั
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................

191

บันทึกหลงั กระบวนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. สรปุ ผลการจดั การเรยี นรู้
1.1 ด้านความรู้ (K)
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
1.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
1.3 ดา้ นเจตคติ (A)
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
1.4 ผลการประเมินสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
1.5 ผลการประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................

2. ปัญหาอปุ สรรค และแนวทางการแกไ้ ข/พฒั นา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
3. แนวทางปรบั ปรงุ กจิ กรรมการเรยี นการสอน เพื่อเพม่ิ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

ลงชอื่ ..................................................
(นางสาวภิญญาพัชญ์ รศั มจี ันทร)์
ตำแหนง่ ครูผูช้ ว่ ย

192

ส่ือการเรยี นรู้แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 10: กจิ กรรมท่ี 5.9

ใบกิจกรรมที่ 5.9 วสั ดผุ สมมีสมบตั ิเป็นอยา่ งไร

หนงั สอื เรยี นรำยวชิ ำพน้ื ฐำนวทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3 เล่ม 2 ตำมหลกั สตู ร
แกนกลำงกำรศกึ ษำขนั้ พน้ื ฐำน พทุ ธศกั รำช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุงพ.ศ. 2560) สสวท.
กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร หน้ำ 46

กจิ กรรมท่ี 5.9 วัสดผุ สมมีสมบัติเป็นอยา่ งไร?

จดุ ประสงค์ สบื ค้นข้อมลู และอธบิ ายสมบัติและประโยชนข์ องคอนกรตี เสริมเหลก็ และพลาสติก
วสั ดอุ ปุ กรณ์ เสรมิ ใยแกว้
อปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการสืบค้น เช่น โทรศัพท์เคลื่อนท่ี คอมพิวเตอร์ท่เี ช่อื มตอ่ อินเทอรเ์ น็ต

วิธีดาเนิ น 1. สบื คน้ ขอ้ มลู เกย่ี วกบั องคป์ ระกอบ สมบตั ิ และประโยชน์ของคอนกรตี เสรมิ
กิจกรรม เหลก็ และพลำสตกิ เสรมิ ใยแกว้ บนั ทกึ ผล

2. รว่ มกนั อภปิ รำยและนำเสนอขอ้ มลู เกย่ี วกบั สมบตั แิ ละประโยชน์ของคอนกรตี

เสรมิ เหลก็ และพลำสตกิ เสรมิ ใยแกว้

สื่อการเรยี นร้/ู • แหลง่ กำรเรยี นรอู้ ่นื ๆ เชน่
แหลง่ เรยี นรู้
ภำณุวฒั น์ จอ้ ยกลดั และ สุนติ ิ สุภำพ. คอนกรตี เสรมิ เหลก็ : จำกแหล่งกำเนดิ สู่
สยำมประเทศ http://eitprblog.blogspot.com/2014/04/blog-post_17.html

CPAC Concrete Academy. ควำมรคู้ อนกรตี https://www.cpacacademy.com/

วสั ดผุ สม
http://ie.eng.cmu.ac.th/IE2014/elearnings/2014_08/23/%E0%
B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88
%2014%20Composite%20material.pdf

วสั ดุผสม คลงั ขอ้ มลู งำนวจิ ยั มหำวทิ ยำลยั เทคโนโลยรี ำชมงคลธญั บรุ ี
http://www.research.rmutt.ac.th/?tag=%E0%B8%A7%E0%B8
%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E
0%B8%AA%E0%B8%A1

193

คำถามท้ายกิจกรรม

1. คอนกรตี เสรมิ เหล็กประกอบดว้ ยวัสดชุ นิดใดบา้ งและวสั ดนุ น้ั มีสมบตั ิอยา่ งไร
2. เพราะเหตุใดจึงต้องนำเส้นลวดเหลก็ มาเสรมิ คอนกรตี
3. พลาสติกเสริมใยแกว้ ประกอบดว้ ยวสั ดุชนิดใดบา้ งและวัสดุนัน้ มสี มบัติอยา่ งไร
4. เพราะเหตใุ ดจึงต้องใชใ้ ยแกว้ มาเสริมพลาสติก
5. การนำวัสดุหลายชนดิ มาผสมกันเปน็ วัสดใุ หม่มีวัตถุประสงคเ์ พื่ออะไร
6. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร

194

สื่อการเรยี นรู้แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10: แบบบนั ทกึ กำรคน้ ควำ้ กจิ กรรมท่ี 5.9

แบบบนั ทึกการค้นคว้ากิจกรรมท่ี 5.9 วสั ดผุ สมมีสมบตั ิเป็นอย่างไร
ชอื่ -นามสกุล..........................................................................................ชนั้ .................เลขท.ี่ ..........กลมุ่ ท.ี่ ...........

 บนั ทกึ ผลการทำกจิ กรรม ตัวอย่างวสั ดุผสม
สมบตั แิ ละประโยชน์
คอนกรีตเสริมเหลก็ พลาสติกเสรมิ ใยแก้ว

ส่วนประกอบของวสั ดุ

คณุ สมบตั ิเด่นของวัสดุ
การนำไปใช้ประโยชน์

195

รปู ภาพแสดงวัสดุ

แนบทา้ ยแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10: การใหค้ ะแนนด้านกระบวนการ (P)

196

แนวทางบนั ทกึ การค้นคว้ากิจกรรมท่ี 5.9 วสั ดผุ สมมสี มบตั ิเป็นอย่างไร
 บันทกึ ผลการทำกิจกรรม

สมบัติและประโยชน์ ตวั อยา่ งวสั ดุผสม

คอนกรตี เสริมเหลก็ พลาสตกิ เสรมิ ใยแก้ว

คอนกรีต ประกอบด้วยปูนซีเมนต์ หิน ประกอบด้วยวสั ดุ 2 ชนดิ คอื พลาสติก
สว่ นประกอบของวสั ดุ ทราย นำ้ โดยคอนกรตี เสรมิ เหลก็ เปน็ และเส้นใยแก้ว มารวมกนั โดย
ทีว่ ัสดทุ งั้ สองชนดิ ยงั คงสมบัติทาง
วสั ดผุ สมท่ีมีคอนกรตี เป็นวสั ดุหลัก กายภาพและสมบัติทางเคมเี หมือนเดมิ
และมีเส้นลวดเหล็กเป็นวสั ดุเสรมิ แรง มนี ้ำหนกั เบาเหมือนพลาสตกิ แต่สมบัติ
ทนทานต่อสภาพแวดลอ้ ม รบั แรงอัดได้ดี
บางประการทด่ี เี หมือนแกว้ คือมีความ
คุณสมบัตเิ ดน่ ของวสั ดุ ชว่ ยเพ่มิ ประสิทธภิ าพการรบั นำ้ หนัก
แขง็ แรงมากขนึ้ ทนความร้อน ทนตอ่

การกดั กร่อน

คอนกรีตเสริมเหล็ก จะมเี ส้นลวดเหล็ก ในพลาสตกิ เสรมิ ใยแกว้ มีพลาสติก เช่น

หลักการทำงาน เปน็ วัสดุเสรมิ แรง และมีคอนกรตี เปน็ วัสดุ พอลเิ อสเทอร์เปน็ วัสดหุ ลกั และมเี ส้นใย
ของวสั ดุ ที่รับแรงอัดไดส้ ูง ในขณะที่เส้นลวดเหล็กมี แก้ว ซึง่ เปน็ เส้นใยของแกว้ ที่ปัน่ ให้
ความสามารถในการรับแรงดงึ สงู เม่ือนำ ละเอียดเป็นเสน้ บาง ทำหนา้ ท่ีเปน็ วสั ดุ
เหล็กมาใช้งานร่วมกับคอนกรีตจะเกดิ การ เสริมแรง นอกจากเสน้ ใยแก้วแลว้ ยัง
ถ่ายเทแรงระหวา่ งคอนกรีตและเหลก็ อาจใช้เสน้ ใยคารบ์ อนเปน็ วัสดเุ สริมแรง
ทำให้ความสามารถในการรบั แรงของ ไดด้ ว้ ย
คอนกรีตเสรมิ เหล็กสงู กวา่ คอนกรีต

และเส้นลวดเหล็ก

นิยมใช้คอนกรตี เสริมเหลก็ เป็นโครงสร้าง ประโยชนไ์ ด้อยา่ งหลากหลาย เชน่
การนำไปใช้ประโยชน์ ของอาคารสว่ นต่าง ๆ เชน่ ตอม่อ
งานโครงสรา้ ง งานตกแตง่ อุตสาหกรรม
เสา คาน สะพาน พื้นสนามบิน ด้านเคมี ยานพาหนะ

197

รปู ภาพแสดงวัสดุ

198

แนบท้ายแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 10: การให้คะแนนดา้ นความรู้ (K)

เฉลยใบกิจกรรมที่ 5.9 วสั ดผุ สมมีสมบตั ิเป็นอย่างไร

เฉลยคำถามทา้ ยกิจกรรม

1. คอนกรีตเสริมเหล็กประกอบด้วยวัสดชุ นิดใดบ้างและวัสดุน้นั มีสมบตั ิอย่างไร
แนวคำตอบ คอนกรีตเสริมเหลก็ ประกอบดว้ ยปนู ซีเมนต์ หิน ทราย นำ้ และลวดเหลก็ ปูนซีเมนตไ์ ด้

จากการนำแคลเซียมคาร์บอเนตจากหนิ ปนู ผสมกบั หินดนิ ดานหรอื ดนิ เหนียวแล้วนำไปเผาท่อี ุณหภมู ิ 1400 ถงึ
1600 องศาเซลเซยี ส จากนนั้ นำไปบดกับยิปซั่มเพือ่ เพม่ิ ความแข็งแรงจนกลายเป็นปนู ซีเมนต์ ซึ่งมีลักษณะเปน็
ผงร่วนไม่เกาะกัน จึงไมท่ นตอ่ แรงอัดและแรงดึงหิน เปน็ ของแข็งท่ปี ระกอบดว้ ยแรช่ นิดเดียวหรือหลายชนิด
รวมตวั กนั อย่เู ปน็ ก้อนวตั ถุ แข็งแรง ความสามารถในการทนต่อแรงอดั และแรงดงึ ต่างกนั ขนึ้ อยกู่ ับชนดิ ของ
หนิ ทราย เปน็ เศษหินเศษแร่ขนาดเลก็ ท่ีแตกออกมาจากหินทมี่ ขี นาดใหญ่ มลี กั ษณะซยุ ร่วน ไม่ยดึ เกาะกัน
ลวดเหล็ก เปน็ เหลก็ ทดี่ งึ ใหเ้ ป็นเสน้ ยาว แข็งแรง เหนียว ไม่เปราะแตกงา่ ย

2. เพราะเหตใุ ดจงึ ต้องนำเส้นลวดเหล็กมาเสริมคอนกรีต
แนวคำตอบ คอนกรีตมีความแข็งแรง รบั แรงอัดได้ดี แตร่ ับแรงดงึ ไดน้ ้อย การนำเส้นลวดเหลก็ มา

เสรมิ คอนกรตี ทำให้คอนกรตี เสริมเหลก็ สามารถรบั แรงอดั และแรงดงึ ไดม้ ากขึ้น

3. พลาสตกิ เสริมใยแก้วประกอบด้วยวสั ดุชนิดใดบา้ งและวัสดนุ ั้นมสี มบัติอย่างไร
แนวคำตอบ พลาสติกเสรมิ ใยแกว้ ประกอบดว้ ยพลาสติกและเส้นใยแก้ว
- พลาสติกเปน็ พอลเิ มอร์ มีน้ำหนักเบา ไม่นำไฟฟา้ และไมน่ ำความร้อน ไมด่ ูดซึมนำ้ และ

สามารถนำมาข้ึนรูปเป็นรปู ทรงตา่ ง ๆ ได้ง่าย
- เส้นใยแก้วเป็นเซรามิก มสี มบตั ิแข็งแตเ่ ปราะแตกงา่ ย ไมน่ ำไฟฟ้าและไมน่ ำความร้อน

4. เพราะเหตุใดจึงตอ้ งใช้ใยแก้วมาเสรมิ พลาสตกิ
แนวคำตอบ เพราะการใชใ้ ยแก้วเสรมิ พลาสติกชว่ ยทำใหว้ สั ดมุ ีความแข็งแรงมากข้นึ แต่มีนำ้ หนัก

น้อยกว่าใยแก้วซง่ึ เป็นเซรามกิ มีความตา้ นทานการกัดกร่อนสูงขึ้น

5. การนำวัสดุหลายชนิดมาผสมกันเปน็ วัสดุใหม่มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พื่ออะไร
แนวคำตอบ การนำวสั ดหุ ลายชนิดมาผสมกันเป็นวสั ดใุ หม่มีวัตถปุ ระสงค์เพื่อให้ไดว้ ัสดุใหม่ที่มสี มบตั ิ

ตรงตามความต้องการ และดีกว่าวัสดุเดมิ

6. จากกจิ กรรม สรุปได้วา่ อย่างไร
แนวคำตอบ วัสดผุ สม เชน่ คอนกรีตเสริมเหล็ก พลาสติกเสริมใยแก้ว ไดจ้ ากการนำวัสดุหลายชนิด


Click to View FlipBook Version