S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ค ม อการใช กระบวนการพยาบาล ู ื และบ นท กทางการพยาบาล ั ึ กล มการพยาบาล ุ โรงพยาบาลนครปฐม
S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ค าน า ํ ํ ค ม อ ู ื การใช กระบวนการพยาบาล และบ นท กทางการพยาบาล ั ึ ฉบ บน ั ี้ จ ดท าข นเพ อเป นแนวทางส าหร บ ั ํ ึ้ ่ื ํ ัพยาบาล ใ ิ ั ิ ึ่ ั ิทยาศาสตร มาแก ป ญหาให นการปฏบตการพยาบาล โดยใชกระบวนการพยาบาล ซงเปนหลกการทางว ผ ป วย/ ู ผ ร บบร การ ู ั ิ และเป นค ม อส าหร บการบ นท กทางการพยาบาล แบบ ู ื ํ ั ั ึ Focus charting ท งน ั้ ี้เน องจาก ่ืบ ั ึ นทก ทางการพยาบาลในโรงพยาบาลนครปฐมม ความหลากหลาย ม กเป นข อม ล ี ั ู Routine ไม ส อให เห นการใช ื่ ็ กระบวนการพยาบาล ทาํ ใหไมเหน็ความเปนเฉพาะรายบคุคล ทมีสขุภาพไมสามารถนาํ ไปใชประโยชนไดทมีพฒันาคณุภาพบรกิารและมาตรฐาน กลมุการพยาบาล ตระหนกัถงึปญหาและคว ํ ั ามสาคญของการใช กระบวนการพยาบาลและบ นท กทางการพยาบาล จ งได จ ด ั ึ ึ ั ต งคณะกรรมการพ ฒนาการใช กระบวนการพยาบาล ั้ ั และค ณภาพบ นท กทางการพยาบาล ร วมแลกเปล ยนเร ยนร ก บท ม ุ ั ึ ี่ ี ู ั ี NNWN จากหน วยงานและหอผ ป วยต างๆ แล ว ู จ ด ั ท าค ม อกา ํ ู ื รใช กระบวนการพยาบาลและบ นท กทาง ั ึ การพยาบาล โรงพยาบาลนครปฐมข น โดย ึ้ รวบรวมเน อห ื้ า จากวารสาร งานว จ ย ิ ั การแลกเปล ยนเร ยนร ของท ม เพ อ ี่ ี ู ี ื่ ใช เป นแนวทางให พยาบาลในโรงพยาบาลนครปฐม สามารถปฏ บ ต ิ ั ิการพยาบาลโดยใช กระบวนการพยาบาล ร วมก บบ นท กทางการพยาบาลได อย างถ กต อง ครบถ วน ั ั ึ ู และเป นแนวทางเด ยวก น ี ั คณะกรรมการพ ฒนาค ณภาพการบ นท กทางการพยาบาล ั ุ ั ึ ก นยายนัพ.ศ. 2566
S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 สารบ ญ ั หน า กระบวนการพยาบาล (Nursing Process) 1 บนัทกึทางการพยาบาล (Nursing Documentation) 12 การตรวจประเม นค ณภาพการบ นท กเวชระเบ ยนผ ป วยใน ิ ุ ั ึ ี ู ตามเกณฑ ส าน กงานหล กประก น ํ ั ั ัส ขภาพแห งชาต ุ ิ 17 แนวทางการบ นท ก ั ึ Nursing Document 19 Nursing Care Plan (1) 20 Nursing Progress Note (2) 21 แบบประเม นสภาพผ ป วยแรกร บ ิ ู ั 24 ฟอร มปรอท 28 ใบแจงการใหยา 32 ใบแจ งการให เล อด ื 33 Record Vital Signs 34 ใบบ นท กจ านวนน าท เข า ั ึ ํ ้ํ ี่ -ออกทางร างกาย 35 Nakhonpathom Hospital Diabetic Chart 36 Neurological Flow Sheet 37 แบบประเม นและเฝ าระว งความเส ยงการเก ดแผลกดท บโรงพยาบาลนครปฐม ิ ั ี่ ิ ั 40 แบบประเม นความเส ยงต อการพล ดตกหกล ม ( ิ ี่ ั Fall Risk Assessment) 42 หน งส อแสดงความย นยอมและไม ให ความย นยอมในการตรวจร กษา โรงพยาบาลนครปฐม ั ื ิ ิ ั 44 หน งส อแสดงความย นยอมร บโลห ตและส วนประกอบของโลห ต โรงพยาบาลนครปฐม ั ื ิ ั ิ ิ 47 แบบบ นท กแผนการสอนการด แลส ขภาพ ( ั ึ ู ุ Discharge Planning) และสร ปจ าหน าย ุ ํ 49 ต วอย างการเข ยน ั ี Focus, Goal/Outcomes, Assessment และ Intervention 1. เก ด ิ แผลกดท บั 51 2. จําหนายกลบับานโดยแพทยอนญุาต 51 3. ต ดเช อ ิ ื้………….......................………(ระบตุําแหนงแผล/อวยัวะ) 52 4. ี ํ เตรยมความพรอมกอนการจาหนาย Discharge Planning 53 5. เตร ยมความพร อมก อนท า ี ํ…….....................……..…...(ผาตดั/ ั ) หตถการ 54 6. เตร ยมความพร อมก อนท า ี ํ ……….............……………….(ห ตถการ/ตรวจพ เศษ) ั ิ 55 7. เตร ยมความพร อมมารดาก อนทารกจ าหน าย ี ํ 56 8. เตร ยมช วยแพทย ท า ................................................(ห ตถการ/ตรวจพ เศษ) ี ํ ั ิ 56 9. ู ทองผก 57 10. ื ทองอด 57 11. ประส ทธ ภาพในการท างานของไตลดลง ิ ิ ํ 58 12. ิ ิ ํ ั ี ั ประสทธภาพการทางานของหวใจลดลง/มภาวะหวใจลมเหลว/Risk for CHF 58 13. ผ ป วยเส ยช ว ต ู ี ี ิ 59 14. ม ภาวะซ ด (จาก ี ี acute/chronic) 60
S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 สารบ ญ ั (ต อ ) หน า 15. ม ภาวะ ี DKA 60 16. ไม ส ขสบายเน องจากปวด ุ ื่ ……...................................…(แผล/อว ยวะ) ั 61 17. ไม ส ขสบายเน องจากม ไข ุื่ี 61 18. …............................................................………. ยายไป 62 19. ร บย ายผ ป วยจาก..... ั ู ................................................... 62 20. ร บใหม ั 63 21. ั ลากลบบาน 63 22. ิ ั ี่ ั …......…(ญาต /บ ดา/มารดา) ว ตกก งว วตกกงวลเกยวกบ ิ ิ ิ ั ลเก ยวก บ............(โรค/การร กษา) ี่ ั ั 64 23. ส งเสร มการหายของแผล ิ 64 24. เส ยงต อการเก ดแผลกดท บ่ี ิ ั 65 25. เส ยงต อการต ดเช อ่ี ิ ื้……................……(ระบตุาํแหนงแผล/อวยัวะ)/ ี่ ิ ื้ เสยงตอการตดเชอของ แผลผ าต ดท ม สายระบายออกจากแผล ั ี่ ี /เส ยงต อการต ดเช อบร เวณกระจกตา ี่ ิ ื้ ิ 66 26. เส ยงต อการเก ดภาวะแทรกซ อนหล งท า่ี ิ ั ํ……..................….....……………..(ผาตดั/หตัถการ) 66 27. เส ยงต อการเก ด/เก ด ่ี ิ ิ CLABSI 67 28. เส ยงต อต ดเช อทางเด นป สสาวะ่ี ิ้ื ิ 68 29. เส ยงต อภาวะพร องออกซ เจน่ี ิ /Risk for hypoxia 69 30. เส ยงต อภาวะเล อด ออกง าย หย ดยาก่ี ื ุ70 31. เส ยงต อการเก ด ่ี ิ Hypoglycemia/Hyperglycemia 71 32. เส ยงต อการเก ด ่ี ิ septic shock/เก ดภาวะ ิ septic shock 72 33. เส ยงต อการเก ด ่ี ิ VAP/เก ด ิ VAP 72 34. Agitation 73 35. Cardiac arrest 74 36. Consult…………......……… 74 37.Electrolyte Imbalance 75 38.End of life care 75 39. Hypercalcemia 76 40. Hyperglycemia 77 41. Hypoglycemia 77 42. Hyperkalemia 78 43. Hypomagnesemia 79 44. Hypernatremia 79 45. Hypocalcemia 80 46. Hypokalemia 80 47. Hyponatremia 81 48. Hypotension 82 49. Hypoxia 82
S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 สารบ ญ ั (ต อ ) หน า 50.Palliative care 83 51.Refer Out/Refer back 84 52.Respiratory distress 85 53.Risk for fall 86 54. Risk for Hypovolemic shock/Hypovolemic shock 86 55. risk for Respiratory distress 87 56. Urinary retention 87 ต วอย าง ั Mind Map โรคส าค ญ ํ ั 89 ต วอย างการเข ยน ั ี Focus โรคส าค ญ ํ ั 92 เอกสารอ างอ ง ิ 103 ภาคผนวก แบบประเม นการใช กระบวนการพยาบาลจากบ นท กทางการพยาบาล ิ ั ึ 105 แบบตรวจประเม นค ณภาพการบ นท กเวชระเบ ยนผ ป วยใน ิ ุ ั ึ ี ู 108 ตวัอยางแบบทดสอบความสามารถในการวนิจิฉยัการพยาบาลของพยาบาลวชิาชพี 109 QR code คมูอืการใชกระบวนการพยาบาล และบนัทึกทางการพยาบาล 111 ทมีพฒันาคณุภาพบนัทกึทางการพยาบาล และการใชกระบวนการพยาบาล (NNWN) 112
1 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 1. กระบวนการพยาบาล (Nursing Process) เป นเคร องม อส าหร บพยาบาลใช ในการปฏ บ ต การพยาบาล ื่ ื ํ ั ิ ั ิ ให ม ค ณภาพในท กม ต ของการพยาบาล และ ี ุ ุ ิ ิ ท กสถานบร การ เพ อแก ป ญหาส ขภาพอย างเป น ุ ิ ื่ ุ ระบบแก ผ ร บบร การเป นรายบ คคล ูั ิ ุแ ึ่ ต องอาศ ยองค บบองครวม ซง ั ความร ทางการพยาบาล ทฤษฎ การพยาบาล หล กทางว ทยาศาสตร ู ี ั ิ ในการว เคราะห เพ อค นหาป ญหา ิ ื่ ท มาของ ี่ ป ญหา เป นการน าความร จากทฤษฎ ํ ูี ู ิ ั ิ ุ ั ิ ึ่ ไปสการปฏบต โดยใชเหตผล การตดสนใจ และการแกปญหา ซงจะสงผลให เกดิคณุภาพการบริการทางการพยาบาล ค ณล กษณะของกระบวนการพยาบาล ุ ั - ผ ู ู ปวยเปนศนยกลาง - ม เป าหมาย ี (Purposeful) - เป นระบบ (System) - เป นพลว ตร ั (Dynamic) - ี ิ ั ั มปฏสมพนธ (Interaction) - ม ความย ดหย น ี ื ุ (Flexible) - อย บนพ นฐานทฤษฎ ู ื้ ี (Theoretically base) กระบวนการพยาบาล เป นการปฏ บ ต ท ม ิ ั ิ ี่ ี 5 ข นตอน ั้ “ADPIE” 1. A : Assessment การประเม นภาวะส ขภาพ ิ ุ 2. D : Nursing Diagnosis การว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ั 3. P : Planning การวางแผนการพยาบาล 4. I : Implementation การปฏ บ ต การพยาบาล ิ ั ิ 5. E : Evaluation การประเม นผลการพยาบาล ิ ในแต ละข นตอน ั้ จะต อเน องและท บซ อนก น ื่ั ัซ่งึมรีายละเอยีด ดงัตอ ไปนี้1. A : Assessment การประเม นภาวะส ขภาพ ิ ุ เป นข นตอนแรกท ส าค ญ ั้ี่ํ ัมาก ํ ู ั้ เพราะจะนาไปสขนตอน ต อไป เป นการรวบรวมข อม ลอย างเป นระบบ ู เพ อค นหาป ญหาและความต องการ ประเม นท งด านร างกาย ื่ ิ ั้ จ ต ิ ใจ อารมณสงัคม จติวญิญาณ เศรษฐกจิจากการซกัประวัติตรวจรางกาย ผลทางหองปฏิบตัิการ เพอ่ืใชเปนขอมูลใน การว น จฉ ยการพยาบาลในข นท ิ ิ ั ั้ ี่ 2 ต อไป การประเมนิภาวะสขุภาพ ทาํเมอ่ืใดบาง : การประเมนิภาวะสขุภาพ สามารถประเมนิ ื่ เมอ - แรกร บ ั - ระหว างเวร /การด แล ู - ิ ุ ั้ ี่ ู ี ี่ ประเมนทกครงทผปวยมอาการเปลยนแปลง โดยมขีนั้ตอนการดาํเนนิการ คอื 1.1 เกบ็รวบรวมขอมลู (Collecting Data) 1.2 การตรวจสอบข อม ล ( ู Validating data) 1.3 จ าแนกประเภทของข อม ล/ ํ ู การจ ดหมวดหม ข อม ล ั ู ู (Organizing data) 1.4 การว เคราะห ข อม ล ( ิ ู Analyzing of data) 1.5 บ ั ึ ู นทกขอมล (Recording/ Documentation data)
2 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 1.1 เก บรวบรวมข อม ล ็ ู (Collecting Data) เราจะได ข อม ลส ขภาพของผ ป วยจาก ู ุ ู 1.1.1 การส มภาษณ ั (Interview) การซ กประว ต ค าบอกเล าของผ ป วยและญาต ั ั ิ ํ ู ิ 1.1.2 การส งเกต ั (Observe) อย างต อเน อง ื่ 1.1.3 การตรวจร างกาย (Physical examination/Physical assessment) ตามระบบต งแต ั้ ศ รษะ ี -เท า โดยการ ด คล า เคาะ ฟ ง ูํ (ผปู วยทางออรโธปดิกสใชการ ดูคลาํขยบัวัด) 1.1.4 การตรวจทางห องปฏ บ ต การ ิัิ Lab, X-Ray และการตรวจพ เศษต าง ิ ๆ ชน ดของข อม ล ิ ู ท่รีวบรวมแบงเปน 1. ข อม ลอ ตน ย ู ั ั (Subjective Data: S) เป น ข อม ล ู /ข อเท จจร ง ็ ิ เป นความร ส กหร ออาการ ู ึ ื (symptoms) ที่ไดมาจากผรูับบริการโดยตรง ผ ป ว จากการบอกเลาของู ยหรือบุคคลท่ีเกี่ยวของ ไดแกญาติผูดูแล ตัวอยางขอมูล เชนรสูกึเหนอื่ย ปวด 2. ข อม ลปรน ย ู ั (Objective Data: O) เป น ข อม ลท ว ดได มองเห น ได ย น ส มผ ส หร อได กล น ูี่ั ็ ิ ั ั ื ่ิ ไดมาจาก อาการแสดง การส งเกต ัการตรวจรางกาย การตรวจทางหองปฏิบตัิการ การบนัทึกตางๆ ข ี ุ องทมสขภาพ และรายงาน ในแฟ มประว ต ของผ ป วย เช น ั ิ ู pain score 7/10, BP 110/70 mmHg, ด มน า ื่ ้ํ 800 ml, ป สสาวะส เหล องใสออก ี ื 400 ml, ผล X-Ray ปอดปกต เป นต น ิ 1.2 การตรวจสอบข อม ล ( ู Validating data) โดย 1.2.1 ตรวจสอบให แน ใจว าข อม ลการประเม นได ร บการตรวจสอ ู ิ ั บซ า เพ อย นย นว าข อม ลท ไ้ํ ื่ื ั ู่ีด ถ กต อง ู และเป นความจร ง ิ 1.2.2 ข อม ล ู Objective และข อม ล ู Subjective ม ความสอดคล องก น ี ั 1.2.3 ตรวจสอบใหแนใจวาพยาบาลไมไดขอสรปุโดยไมมขีอมลูทสี่นบัสนนุ 1.2.4 ตรวจสอบใหแนใจวาขอความท่กีาํกวมหรือคลมุเครอืไดรบัการชแี้จงอยางชดัเจน 1.2.5 ได ร บรายละเอ ยดท ถ กมองข ามเพ ม ั ี ี่ ู ิ่ 1.2.6 แยกระหว างส งท เป นจร ง ิ่ ี่ ิ ก บการต ความ ั ี หร อสร ปของพยาบาล เช น พยาบาลส งเกต ื ุ ั พบว า แผลมสีแีดง รอน บวม แลวสรปุไดวาแผลตดิเชอื้1.3 จ าแนกประเภทของข อม ล ํ ู หร อ ื การจ ดหมวดหม ข อม ล ั ู ู (Organizing data) เพ่ือใหสะดวกในการ วนิจิฉยัการพยาบาลอยางเปนระบบ และนาํ ไปสกูารปฏบิตักิารพยาบาลอยางครอบคลมุ 1.3.1 การรวมกล มข อม ล เป นกระบวนการจ ดข อม ลท ม ความส มพ นธ ก นอย กล มเด ยวก น เพ อหา ุ ู ั ู ี่ ี ั ั ั ู ุ ี ั ื่ ป ญหาของ ผรูบับรกิาร 1.3.2 ร ปแบบการประเม น ู ิ : - Hierarchy of needs : ความต องการพ นฐานส วนบ คคล ต องได ร บการตอบสนองก อน ื้ ุ ั - Body system model : การท างานในระบบต างๆ ํ ของร างกาย - Functional health pattern : แบบแผนการท างาน ํ - Theory of self care : ความสามารถในการตอบสนองความต องการการด แลตนเอง ู และ ระบคุวามบกพรองในการดแูลตนเองที่มอียู 1.4 การว เคราะห ข อม ล ิ ู (Analyzing of data) - เป นการใช เหต และผล ในการว เคราะห ข อม ลท เก บรวบรวมมา ุิ ู่ี ็
3 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 - เปนการสงสญัญาณใหรูวาผูรบับรกิารมีปญหาทางสขุภาพหรือไม - พ จารณาจากส งบ งบอกของป ญหา ( ิ ิ่ Cues) ท ส าค ญ ได แก อาการและอาการแสดง ี่ ํ ั - ส่งิบงบอกจะนําไปสกูารคนหาความตองการหรอืปญหา 1.5 บ นท กข อม ล ั ึ ู (Recording/Documentation data) ตรง ิ (แบบบ นท กข นอย แต ละ ตามจรงั ึ ึู้ โรงพยาบาล) - กอนทจี่ะบนัทึก จะตองรวบรวมขอมลูใหเปนหมวดหมู - ตองบนัทกึปราศจากอคติ ื ํ ี ื ิ ็ ั หรอลาเอยง หรอการใชความคดเหนสวนตว - พยาบาลตองไมเอาคาํพดูนนั้ไปแปลความหรือสรปุความออกมา - การบนัทกึตองกระชบักะทดัรดัสนั้แตไดใจความ - หล กเล ยงการบ นท กว า ี ี่ ั ึ “ด ี” “ปกต ิ” และ “เล กน อย ็ ” จะต องบ นท กให ช ดเจนว าม ล กษณะอย างไร ั ึ ั ีั ทวี่าดีหรอืปกติมอีะไรเปนตวัวดั - พ ั ิ ู ั ี ยาบาลตองตดสนวาขอมลใดตองรายงานแพทยทนท - ข อม ลท สะท อนความผ ู ี่ ิดปกตทิี่สาํคญัเชนหวัใจเตนเร็วผดิจังหวะ รนุแรง หายใจลาํบาก ห ื ิ รอวตก ก งวลในระด บส ง จะต องรายงาน ั ั ู เครอื่งมอืทใี่ชในการเกบ็รวบรวมขอมลู เคร องม อท ช วยในการเก บรวบรวมข อม ล เพ อให ได ข อม ลท ครอบคล ม ท น ยม ได แก ื่ ื ี่ ็ ู ื่ ู ี่ ุ ี่ ิ 11 แบบแผนส ขภาพ ุ กอรดอน และขอวนิจิฉยัทางการพยาบาลของ NANDA 13 แบบแผน แบบประเม นส ขภาพของกอร ดอน ิ ุ 11 แบบแผน การซ กประว ต ผ ป วย ั ั ิ ู /ญาต ิ (Subjective Data) การสงัเกต การตรวจรางกาย/ ิ / ผลตรวจพเศษ ห องปฏ บ ต การ ิ ั ิ (Objective Data) 1. การร บร ภาวะส ขภาพและการจ ดการส ขภาพ ั ู ุ ั ุ (Health Perception/Health Management) - พฤต กรรมส ขภาพ ิ ุ (การตรวจร างกายประจ าป ํ การป องก น ั ิ ุ ู การสงเสรมสขภาพ การดแลตนเอง และฟ นฟ ส ขภาพ ู ุ ) - ประวตัิการเจบ็ ปวย - ความคาดหว งในการร กษา ั ั - ล กษณะท วไป และความพ การ ั ั่ ิ - ความสะอาดร างกาย - ความร วมม อในการร กษาของผ ป วยและครอบคร ว ื ั ู ั 2. โภชนาการและการเผาผลาญ(Nutrition/ Metabolic) - พฤต กรรมการร บประทานอาหาร ิ ั (จ านวนม อ เวลา ํ ื้ ปรมิาณ ชนดิอาหารทชี่อบ การเคยี้ว กลนื) - การด มน า ื่ ้ํ (ชนดินา้ํดมื่ปรมิาณตอวนั) - เคร องด ม และ ื่ ื่ Alcohol - น ้ํ ั ู ิ ั ิ าหนก สวนสง ผวหนง รมฝปาก ตอมไทรอยด - ประเม นภาวะโภชนาการจาก ิ BMI - ประเม นภาวะขาดสารอาหาร ิ (ล น เล บ้ิ ็ ) - ประเม นพล งงานท ควรได ร บต อว น ิ ั ี่ ั ั - ผลการตรวจ Blood Electrolyte, Liver function test, ระบบ GI เป นต น ั3. การข บถ าย ั (Elimination) - ถ ายป สสาวะ /อ จจาระ ุ (ความถ จ านวน ล กษณะ ี่ ํ ั ) - ความผ ดปกต การข บถ าย ิ ิ ั - ป ญหาการข บถ าย การแก ไข ั - การใส สายสวนป สสาวะ - การตรวจท อง - การตรวจป ญหาของระบบทางเด นป สสาวะ เช น ิ ตรวจ Costovertebral angle-CVA เป นต น
4 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 การซ กประว ต ผ ป วย ั ั ิ ู /ญาต ิ (Subjective Data) การสงัเกต การตรวจรางกาย/ ิ / ผลตรวจพเศษ ห องปฏ บ ต การ ิ ั ิ (Objective Data) 3. การข บถ าย ั (Elimination) ต อ - Stool exam, UA, IVP, kidney function, Gastroscopy เปนตน 4. ก จกรรมการออกก าล งกาย ิ ํ ั (Activity/Exercise) - ํ ั (ประเภท ความถ ระยะเวลา การออกกาลงกาย่ี ) - ข อจ าก ดในการท าก จว ตรประจ าว น ํ ั ํ ิ ั ํ ั - ความผ ดปกต ของแขน ขา การเคล อนไหว ิ ิ ื่ - ส งเกตความสามารถในการท าก จกรรม ั ํ ิ - ประเม นความสามารถท าก จกรรม เช น ิ ํ ิ ADL, Motor power, การต ดของข อ ิ - Vital signs, Heart rate, Respiratory rate, EKG, Hct, Oximetry, CXR 5. การพ กผ อน นอนหล บ ั ั (Sleep/Reset) - พฤต กรรมการนอนหล บ ระยะเวลานอนหล บ ิ ั ั - ป ญหาการนอนหล บ และการแก ไข ั - ั ิ ั ประวตการใชยานอนหลบ - ป จจ ยเส ยงต อการถ กรบกวนการนอน ั ี่ ู - ส งเกตพฤต กรรม เช น ง วง อ อนเพล ย ใต ตา ั ิ ี - การตรวจพ เศษ เช น ิ sleep test 6. สต ป ญญาและการร บร ิ ั ู (Cognitive-Perceptual) - การมองเหน็ ไดยนิความคิด ความจํา การรับรูเวลา สถานท บ คคล ี่ ุ - การร บรส ั กล น ความเจ บปวด ต าแหน ง ิ่ ็ ํ - ล กษณะความปวด ความถ ระยะเวลา ั ี่ - ระด บความร ส กต ว ั ู ึ ั (GCS) - การประเม น ิ IQ - ผลการตรวจทางระบบประสาท CT scan, MRI - การมสีวนรวมในการดแูลตนเอง 7. การร บร ตนเองและอ ตมโนท ศน ั ู ั ั (SelfPerception/Self-Concept) - สภาพอารมณ ความร ส ก ูึ (เครยีด วติกกงัวล กลวั) - ความร ส กต อตนเองเก ยวก บ ร ปร าง หน าตา ูึ ่ี ัู ความสามารถ การเปล ยนแปลงร างกาย การเส ย ี่ ี อว ยวะ เป นต น ั - ส งเกตล กษณะส หน า ท าทาง การเคล อนไหว ั ั ี ื่ เส ยงพ ด ปฏ ก ร ยาเม อเก ดความเคร ยด การกล าวถ ง ี ู ิ ิ ิ ื่ ิ ี ึ ตนเอง 8. บทบาทและส มพ นธภาพ ั ั (Role/Relationship) - ั ั ุ ํ ั ี ิ บทบาทในครอบครว สงคม บคคลสาคญในชวต - ปญหาการสื่อสาร การสนบัสนุนทางสงัคม ชมุชน - ความส มพ นธ ในครอบคร ว ั ั ั - ม ญาต ี ิ/เพ อนมาเย ยม ื่ ี่ - พฤต กรรมท แสดงออก การโต ตอบก บผ มาเย ยม ิ ี่ ั ู ี่ 9. เพศส มพ นธ และการเจร ญพ นธ ั ั ิ ั ุ (Sexuality/ Reproductive) - ความผ ดปกต ทางเพศ ิ ิ /อ ั วยวะเพศ - ั ิ ็ ี่ ั ู ั ั ื ั ุ ประวตการเจบปวยเกยวกบมดลก รงไข อวยวะสบพนธ โรคต ดต อทางเพศส มพ นธ ิ ั ั - ั ิ ั้ ุ ํ ิ ี ประวตการตงครรภ การแทง การคมกาเนด การม ประจ าเด อน ํ ื - การตรวจต อมล กหมาก ตรวจภายใน หร อตรวจ ู ื เต านม 10. การปรบัตัวและการเผชิญความเครยีด (Coping/ Stress Tolerance) - ส งท ท าให เคร ยด ว ธ การจ ดการก บความเคร ยด่ิ ี่ํ ี ิี ั ั ี - ความต องการความช วยเหล อหร อสน บสน นการแก ป ญหา ื ื ั ุ - ส หน า ท าทางี
5 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 การซ กประว ต ผ ป วย ั ั ิ ู /ญาต ิ (Subjective Data) การสงัเกต การตรวจรางกาย/ ิ / ผลตรวจพเศษ ห องปฏ บ ต การ ิ ั ิ (Objective Data) 11. ค ณค าและความเช อ ุ ื่ (Value/Belief) - ความเช อ ศาสนา การปฏ บ ต ก จกรรมทางศาส่ื ิัิินา - ส่งิยดึเหนยี่วจิตใจ/สิ่งท่มีีคุณคา - สงัเกต การแสดงถึงความเชื่อ เชนมรีปูพระพทุธรปูสรอยพระ วตัถุมงคล การประเมนิภาวะสขุภาพผปูวย ตามกลุมขอวนิจิฉยัการพยาบาล NAANDA การซ กประว ต ผ ป วย ั ั ิ ู /ญาต ิ (Subjective Data) การสงัเกต การตรวจรางกาย/ ิ / ผลตรวจพเศษ ห องปฏ บ ต การ ิ ั ิ (Objective Data) 1. ก จกรรม ิ /การพ กผ อน ั (Activity/Rest) - อาช พ ี - การท าก จว ตรประจ าว น ํ ิ ั ํ ั - งานอด เรกิ / ํ ั การออกกาลงกาย - การพ กผ อนนอนหล บ ั ั /ป ญหาการนอน - ข อจ าก ดการท าก จกรรม ํ ั ํ ิ /ออกก าล งกาย ํ ั - ม ผ ด แลีู ู - ต ื่ ี่ ั อบสนองของรางกายจากการเคลอนไหวเกยวกบ ระบบหวัใจ การหายใจ เชนเหนื่อยงาย ใจสนั่- การตรวจ range of motion (ROM) ของข อต อ - ความผ ดปกต ของโครงสร างร างกาย ิ ิ 2. การไหลเวียนโลหติ (Circulation) - ประว ต เก ยวก บห วใจหลอดเล อด เช น ความด นโลห ตส ง ั ิ ี่ ั ั ื ั ิ ู โรคห วใจ ั /ห ั ิ ิ ู ิ ื วใจเตนผดปกต ไขรมาตก หลอดเลอด อกัเสบ เลอืดออกตามรางกาย - ชาตามแขน-ขา/ขาบวม - ั ิ ื ประวตไอเปนเลอด เขาบวม - ป สสาวะออกน อย - ส ญญาณช พ ั ี BP, T, PR, RR - Heart sound, rate, rhythm - Breath sound - Capillary refill - การตรวจส ผ ว เย อบ ตา บาดแผล ี ิ ื่ ุ - การตรวจ EKG หร อตรวจทางห องปฏ บ ต การอ น ื ิ ั ิ ื่ ๆ 3. ความสมบ รณ ของจ ตใจ ู ิ (Ego integrity) - ส งท ท าให เก ดความเคร ยด่ิ ี่ํ ิ ี /ว ิ ั ตกกงวล - ว ธ การจ ดการก บอารมณ ิ ี ั ั - ส มพ นธภาพก บผ อ นั ั ัูื่/ค ั รอบครว - ั ื /ความเช อ การนบถอศาสนา่ื/ความตองการในการ เจ บป วยคร งน ็ ั้ ี้ - เ ี ู ั ี สยงพด ลกษณะสหนา ทาทาง - ป ิ ิ ิ ื่ ิ ี ฏกรยา เมอเกดความเครยด 4. การขับถาย (Elimination) - ั ุ /จ านวน การขบถายอจจาระ ํ /ล กษณะ ั - การใช ยาข บถ าย ั /ยาระบาย - ป ญหาการข บถ าย ั (ท องเด น ท องผ ก ถ ายเป นเล อด ิ ู ืม ร ดส ดวงทวารหน ก ี ิ ี ั ) - ั /ความถ การขบถายปสสาวะ ี่ (กลางว นั/ก ื ) ลางคน ลกัษณะปสสาวะ - ประวตัิเกยี่วกับโรคไต/ท ิ างเดนปสสาวะ - การตรวจหน าท อง ทวารหน ก ั - การตรวจทางห องปฏ บ ต การ เช น ิ ั ิ Urine exam, Stool exam, Urine culture 5. อาหารและนํา้(Food & fluid) - ชน ดของอาหารท ร บประทาน ิ ี่ ั /ไม ร บประทาน ั - น าหน ก ส วนส ง ้ํ ั ู
6 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 การซ กประว ต ผ ป วย ั ั ิ ู /ญาต ิ (Subjective Data) การสงัเกต การตรวจรางกาย/ ิ / ผลตรวจพเศษ ห องปฏ บ ต การ ิ ั ิ (Objective Data) 5. อาหารและนํา้(Food & fluid) ต อ - พฤต กรรมการร บประทานอาหาร ิ ั - ข อจ าก ด ํ ั /ป ญหาการร บประทานอาหาร เช น กล น ั ื ลาํบาก คลนื่ไสเบื่ออาหาร ทองอดืเปนตน - อาหารท แพ ี่ /อาการแพ - การด มน า ื่ ้ํ (ประเภทน า ้ํ /ความถ ่/ีป ิ ) รมาณ - อาการท เก ยวข อง เช น น าหน กลด ห วบ อย เป นต น ี่ี่ ้ํ ั ิ - ภาวะโภชนาการจาก BMI - ตรวจร างกาย เช น ความต งต วของผ วหน ง บวม ึ ั ิ ั ตามต ว ท องมาน ไทรอยด โต ั Bowel sound - การตรวจทางห องปฏ บ ต การ เช น ิ ั ิ Blood Electrolyte, liver function test, X-Ray หร อ ืCT ระบบ GI 6. ส ขอนาม ยส วนบ คคล ุ ั ุ (Hygiene) - ้ํ ํ การอาบนา ทาความสะอาดรางกาย - การปฏ บ ต ด วยตนเอง ิ ั ิ /ม ผ ด แล ีู ู- ส ั่ ภาพทวไป ความสะอาดรางกาย 7. การร บร และประสาทส มผ ส ั ู ั ั (Neurosensory) - อาการทางระบบประสาท เช น เว ยนศ รษะ ปวดศ รษะ ี ี ี บานหมนุเปนตน - ประวตัิโรคทางระบบประสาท เชนชกั โรคหลอด เลอืดสมอง เปนตน - อาการอ อนแรง - ็ ิ ั ิ่ ั ั ั การมองเหน ไดยน การรบกลน การรบรส การสมผส - ตรวจร างกาย เช น Reflex, motor power, ระด บ ั ความร ส กต ว ู ึ ั (GCS) - การร บร ั ู ั ี่ ิ ํ วน เวลา สถานท ความคด ความจา สต ป ญญา ิ - ล กษณะใบหน า ั แขน ขา ทาทาง - ผลตรวจทางหองปฏบิตัิการ/ก ิ ารตรวจพเศษทาง ระบบประสาท 8. ความเจบ็ ปวย ไมสขุสบาย (Pain/Discomfort) - ต าแหน งการเจ บปวด ล กษณะการปวด ความถ ํ ็ ั ี่ ระยะเวลา อาการรวม การราวไปตําแหนงอนื่- ั ี่ ํ ึ้ ปจจยททาใหปวดมากขน - ว ธ การแก ไขอาการปวด ิ ี - ประเม นระด บความปวด ิ ั (pain score) จาก numeric pain scale หร อ ื Face pain scale - สังเกตสีหนาทาทาง พฤตกิรรม - การเปล ยนแปลงของ ่ี BP, PR, (จะส งเม อม ความ ู ื่ ี เจ บปวด ็ ) 9. การหายใจ (Respiratory) - อาการทางเด นหายใจ เช น ไอ ม เสมหะ หอบเหน อย ิ ี ื่ เปนตน - การเจ บป วย เช น ว ณโรคปอด ปอดต ดเช อ ็ ั ิ ื้ COPD Asthma เป นต น - ั ิ ุ ี่ ประวตการใชบหร/เล กบ หร ิุ่ี - ยาท ใช เก ยวก บทางเด นหายใจ ี่ ี่ั ิ - อ ตราการหายใจ ความถ การขยายต วของทรวงอก ั่ี ัการใชกลามเนื้อชวยหายใจ - ส ผ ว ปลายม อ ปลายเท า ี ิ ื - ระด บออกซ เจนในเล อด ั ิ ื - ผลตรวจ CXR หรอืตรวจอนื่ๆ 10. ความปลอดภ ย ั (Safety) - ประวตัิเกยี่วกับภูมิแพยา อาหาร สารเคมีปฏิกิรยิา ตอบสนองต อส งท แพ ิ่ ี่ - ส งกระต นการแพ ่ิุ /ยาร กษาการแพ ั - ประวตัิการรับวัคซีน/ภ ู ิ ุ ั มคมกนโรค - ั ิ ิ ื้ ประวตการตดเชอ - ความแข งแรงของกล ามเน อ ็ ื้ - ล กษณะการเคล อนไหว ั ื่ - การตรวจส ขภาพประจ าป ุ ํ - สภาพแวดล อม ความปลอดภ ย ท พ กอาศ ย ั่ีั ั - ผลตรวจพ เศษอ น ิ ื่ ๆ
7 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 การซ กประว ต ผ ป วย ั ั ิ ู /ญาต ิ (Subjective Data) การสงัเกต การตรวจรางกาย/ ิ / ผลตรวจพเศษ ห องปฏ บ ต การ ิ ั ิ (Objective Data) 10. ความปลอดภ ย ั (Safety) (ต อ) - ั ิ ั ุ ั ิ ุ ประวตการไดรบอบตเหต - การใส อ ปกรณ เสร มในร างกาย ุ ิ - ข อจ าก ดการมองเห น การได ย น การทรงต ว ํ ั ็ ิ ั 11. อนามัยทางเพศและการเจรญิพนัธุ(Sexuality) - ป ญหาการม เพศส มพ นธ ี ั ั - การป องก นโรคต ดต อทางเพศส มพ นธ ั ิ ั ั เพศหญ ง ิ : - ประจําเดือน จาํนวนวนัแตละครงั้ความสม่ําเสมอ - สารคดัหลงั่ผิดปกติสีกลนิ่อาการรวม - การได ร บฮอร โมน ั /ยาคุมกาํเนดิ - การตรวจเต านมด วยตนเอง เพศชาย : - การมสีารคดัหลงั่จากอวยัวะเพศ - ั ิ ํ ั่ ู ประวตการทาหมน การตรวจตอมลกหมาก - ตรวจเต านม - ค ิ ิ ั ื ั ุ วามผดปกตของอวยวะสบพนธ - ผลตรวจพ เศษอ นๆ ิ ื่ - ตรวจต อมล กหมาก ู - ผลตรวจพ เศษอ นๆ ิ ื่ 12. ปฏสิมัพันธทางสงัคม (Social interaction) - สถานภาพสมรส - จ านวนสมาช กในครอบคร ว ํ ิ ั - ล กษณะครอบคร วั ั - รายได ของครอบคร ว ั - บทบาทในครอบคร ว ั - ความส มพ นธ ในครอบคร ว ั ั ั - ป ญหาการต ดต อส อสาร ิ ื่ - ส งเกตปฏ ส มพ นธ ก บครอบคร ว ั ิั ั ั ั - ป ญหาการต ดต อส อสาร ิ ื่ /การใช อ ปกรณ ช วยในการ ุ ส อสาร ื่ 13. การเรยีนรู(Teaching/learning) - ระด บการศ กษา ั ึ - ี ู ี มปญหา การพด อาน เขยน - ความเช อเร องการด แลส ขภาพ่ื ืู่ ุ 2. D : Nursing Diagnosis การว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ั เป นการระบ ความต องการ ุ /ป ญหาของ ผใูชบรกิาร ซงึ่เปนการตดัสนิใจทางคลนิกิของพยาบาลตอบุคคล ครอบครวัทตี่อบสนองตอความเจบ็ ปวย การระบปุ ญหาของผปูวย แ สองประเภท ค อ บงเปน ื 2.1 ก ิ ิ ั ุ ี่ ิ ึ้ ิ ื ี่ ิ ึ้ ึ่ ั ารวนจฉยทางการพยาบาล: ปญหาสขภาพทเกดขนจรงหรอทอาจเกดขนซงสามารถจดการได โดยบทบาทอ สระ ิ ของพยาบาล 2.2 ป ญหาการท างานร วมก น: ํ ั ภาวะแทรกซ อนทางสร รว ทยาบางอย างท พยาบาลเฝ าต ดตามเพ อ ี ิ ี่ ิ ื่ ตรวจหาการเปล ยนแปลง พยาบาลจ ดการป ญหาการท างานร วมก น ี่ ั ํ ั โดยใช ว ธ การ ิ ี ตามท แพทย ส งและพยาบาลส ง ี่ ั่ ั่ เพ อลดภาวะแทรกซ อนของเหต การณ ื่ ุ
8 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ส วนประกอบของข อว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ั : ท น ยมค อตามร ปแบบของ ี่ ิ ื ู NANDA ซง่ึมสีวนประกอบและลกัษณะคือ 1. เปน ปญหาสขุภาพในภาวะเจบ็ ปวย 2. ี ุ ิ มขอบเขตครอบคลมรางกาย จตใจ 3. เก ดจากการต ดส นใจอย างม ว จารณญาณของพยาบาล ิ ั ิ ีิ4. ม ส วนประกอบ ี 2 สวน คือปญหา หรือสิ่งท่คีาดวาเปนปญหา และปจจัยที่เกยี่วของ หรือสาเหตุป ญหาส ขภาพ ุ + เน ื่องจาก + สาเหต / ุป จจ ยท ท าให เก ดข น ั ี่ ํ ิ ึ้ เชน - ม ี ิ ื่ ี ภาวะพรองออกซเจน เนองจาก การตบแคบของหลอดลม - เส ยงต อภาวะต ดเช ี่ ิ ื้อ เน องจาก เน อเย อบาดเจ บ ื่ ื้ ื่ ็ ชน ดของข อว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ิ ั 2.1 ปญหาสขุภาพทเี่กดิขนึ้แลว (Actual Problem) เช น - ม ภาวะพร องออกซ เจน ี ิ เน องจากการต บแคบการหดเกร งของหลอดลม ื่ี ็ - ค ุ ื่ ู ี ั ณคาแหงตนลดลงเนองจากสญเสยอวยวะ - ปร มาณเล อดท ออกจากห วใจในหน งนาท ลดลงเน องจากการบ บต วของห วใจลดลง ิ ื ี่ั ึ่ี ื่ี ั ั 2.2 ปญหาทม่ีโีอกาส/ ี่ ิ ( เสยงตอการเกด Potential Problem) เพราะม ป จจ ยเส ยง ี ั ี่ เช น - เส ยงต อภาวะพร องออกซ เจนเน องจากต ดเช อท ปอด ี่ ิ ื่ ิ ื้ ี่ - เ ี่ ุ ั ้ํ ื สยงตอการควบคมระดบนาตาลในเลอดไมได เน องจากพฤต กรรมการร บประทานอาหารไม เหมาะสม ื่ิ ั 2.3 อาจเก ดป ญหา และอาจบอกถ งสาเหต ของป ญหาด วย ิ ึ ุ (Possible Problem) เช น - อาจเก ดภาวะท องผ ก เน องจากด มน า ิ ู ื่ ื่ ้ํ น อยและไม ชอบทานผ ก ั - อาจมแีผลกดทบัเน่อืงจากไมสามารถเคลอื่นไหวรางกายได 2.4 ข อว น จฉ ยการพยาบาลส ขภาพด ิ ิ ั ุ ี/การส งเสร มส ขภาพ ิ ุ /ฟ นฟ สภาพ เช น ู - ควบคมุระดบันา้ํตาลในเลอืดไดเนอื่งจากมคีวามพรอมในการปฏบิตัติัวเกยี่วกบั โรคเบาหวาน - ม ภาวะโภชนาการเหมาะสมเน องจากม ความร ในการร บประทานอาหารและออกก าล งกาย ี ื่ีู ั ํ ัข อว น จฉ ยทางการพยาบาล การระบ ิ ิ ั ุสาเหต ควรเข ยนในล กษณะท แก ไข ุ ี ั ี่ หร อเปล ยนแปลงได ข อความท ื ี่ ี่ ใช ไม เส ยงต อความผ ดทางกฎหมาย ี่ ิ ต วอย างการว น จฉ ยตามแบบของกอร ดอน ั ิ ิ ั 11 แบบแผน การว น จฉ ยตามแบบของกอร ดอน ิ ิ ั 11 แบบแผน การวนิจิฉยัตามแบบของกอรดอน 11 แบบแผน 1. การร บร ภาวะส ขภาพและการจ ดการส ขภาพ ั ู ุ ั ุ (Health Perception/Health Management) - เ ี่ ั ื ้ํ สยงตอการพลดตกหกลม หรอหกลมซา - ม ภาวะต ดเช อ ี ิ ื้ /หร อเส ยง ื ี่- การจ ดการเก ยวก บแผนการร กษาไม เหมาะสม ั่ี ั ั 2. โภชนาการและการเผาผลาญ (Nutrition/Metabolic) - ม ี ุ ความไมสมดลขอล Electrolyte ในร างกาย /หร อ ื เส ยง ี่ - ม ี ้ํ /หร อเส ยง ภาวะพรองสารนา ื ี่ (Dehydration) - ภาวะท พโภชนาการ เก นุิ/ห ื ่ํ รอตา - ไ ั ้ํ ี ดรบสารนาไมเพยงพอตอความตองการของรางกาย - คล นไส อาเจ ยน ื่ ี - ภาวะน าตาลในเล อดต า ้ํ ื ่ํ /ส ง หร อเส ยงูื ี่- ภาวะกรดค โตนค งจากเบาหวาน ี ั่
9 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 การว น จฉ ยตามแบบของกอร ดอน ิ ิ ั 11 แบบแผน การวนิจิฉยัตามแบบของกอรดอน 11 แบบแผน 3. การข บถ าย ั (Elimination) - กล นป สสาวะไม อย ั่ ู - ป สสาวะค งค าง ั่ - ป สสาวะแสบข ด ั - ท องผ ก ู /ท องเด น ิ - เล อดออกทางเด นอาหารส วนต น ื ิ /ปลาย 4. ก จกรรมการออกก าล งกาย ิ ํ ั (Activity/Exercise) - ค ํ ิ วามสามารถการทากจกรรมลดลง - ร างกายอ อนเพล ย ี - ปร มาณเล อดออกจากห วใจในหน งนาท ลดลง ิ ื ั ึ่ ี - หยาเคร่อืงชวยหายใจไมได - มีภาวะเจบ็แนนหนาอก/หวัใจเตนผดิจงัหวะ - พ ู ั ี่ ั ........................(ระบ รองในการดแลตวเองเกยวกบ ุ) 5. การพ กผ อน นอนหล บ ั ั (Sleep/Reset) - พ กผ อน ั /หล บไม เพ ยงพอ ั ี - หล บยาก ั 6. สต ป ญญาและการร บร ิ ั ู (Cognitive-Perceptual) - การร บร ผ ดปกต ั ู ิ ิ (ว น เวลา สถานท ั ี่) - หลงล ม ื - สมาธ ส น ิ ั้ - หลงผ ด ิ 7. การรับรูตนเองและอัตมโนทัศน(SelfPerception/Self-Concept) - การส ญเส ยภาพล กษณ ู ี ั - ส ญเส ยพล งอ านาจ ูี ั ํ- ซ มเศร า ึ - ส นหว ง้ิ ั 8. บทบาทและส มพ นธภาพ ั ั (Role/Relationship) - ส ญเส ยบทบาทผ ด แล ูีูู- ส ญเส ยบทบาทความเป นบ ดา ูี ิ-มารดา - ถ กแยกจากส งคมูั 9. เพศส มพ นธ และการเจร ญพ นธ ั ั ิ ั ุ (Sexuality/Reproductive) - ไม สามารถม เพศส มพ นธ ได ี ั ั - ต ดเช ิ ื้อโรคตดิตอทางเพศสมัพนัธ - สารค ดหล งผ ดปกต ออกจากอว ยวะเพศ ั ั่ ิ ิ ั 10. ก ั ั ิ ี ารปรบตวและการเผชญความเครยด (Coping/Stress Tolerance) - ว ตกก งวล ิ ั - เคร ยด ี - กล ว ั - เส ยงต อการท าร ายร างกาย ี่ ํ - เส ยงต อการฆ าต วตาย ี่ ั 11. ค ณค าและความเช อ ุ ื่ (Value/Belief) - ม ข อจ าก ดในการปฏ บ ต ก จ ี ํ ั ิ ั ิ ิ /พ ธ กรรมทางศาสนาหร อ ิ ี ื ความเชอ่ื - ความเข าใจผ ดของความเช อ ิ ื่ 3. P : Planing การวางแผนการพยาบาล เม อได ข อว น จฉ ยการพยาบาล และข อม ลสน บสน นข อ ื่ ิ ิ ั ู ั ุ ว น จฉ ยการพยาบาล ล าด บต อไปค อ การก าหนดว ตถ ประสงค การก าหนดเกณฑ ผลล พธ ทางการพยาบาล ซ งต อง ิ ิ ั ํ ั ื ํ ั ุ ํ ั ึ่ สอดคล องก บป ญหา การวางแผนการพยาบาล ั ประกอบด วย - จ ดล าด บความส าค ญของป ญหา ั ํ ั ํ ั - ก าหนดเป าหมายและเกณฑ การประเม นผล ํ ิ - ก าหนดก จกรรมว าจะท าอะไร อย างไร เม อใด ํ ิ ํ ื่- เข ยนแผนการพยาบาล ี
10 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 การกําหนดเกณฑผลลัพธทางการพยาบาล (Outcome) 1. ุ ี่ ู ( ควรมงทผปวย Client-centered outcome) 2. สอดคลองกบัขอวนิิจฉยัการพยาบาล 3. ม ความเป นไปได ตามสภาพ ี ร างกาย จ ต ิ ใจ และ ส งคม ั 4. ว ดได ั ต วช ว ดมาจากการว ด การส งเกต การตรวจร างกาย ผลการตรวจทางห องปฏ บ ต การ ค าบอกเล า ั้ีั ั ั ิัิ ํ ของผ ป วยและครอบคร ว ฯลฯ ู ั 5. หล กเล ยงนามธรรม หร อส ง ี ี่ ื ิ่ ท ต องแปลความหมายของข อม ลน น ี่ ู ั้ ๆ ทงั้นตี้องสมัพนัธกบัขอวนิิจฉยัการพยาบาล และวตัถปุระสงค ี ิ ิ่ และหากมเกณฑการประเมนสงใด จะตอง มกีจิกรรมการพยาบาลนนั้ดวย ต วอย าง ั ข อว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ั ว ตถ ประสงค ั ุ เกณฑ การประเม น ิ ม ภาวะพร องออกซ เจน ี ิ (ป ) ญหา ข อม ลสน บสน น ู ั ุ S : ผปูวยใหประวตัิวาหายใจเหนื่อย O : RR 30/min, O2 Sat.94% ใช กล ามเน อช วยหายใจ ื้ 1. เพ อให ร างกายได ร บ ื่ ั ออกซ เจนอย างเพ ยงพอ ิ ี 1. อ ตราการหายใจอย ระหว าง ัู 16-20/min 2. ระด บ ั O2 Sat. ≥ 95% 3. ไม ม อาการแสดงของภาวะพร องออกซ เจน ี ิ เชนกระสบักระสาย ปลายมือเทาเยน็ซดี ใช กล ามเน อหน าท องในการหายใจ ื้ 4. ผ ป วยบอกว าหายใจสะดวก ไม ม หอบ ู ี เหน ื่อย + เน องจาก ื่ + การต บแคบหร อการหดเกร งของ ี ื ็ หลอดลม (สาเหต ุ) ข อม ลสน บสน น ู ั ุ O : ฟ งเส ยงปอดพบ ี wheezing both lung 2. เพ อลดการต บแคบหร อ ื่ ี ื หดเกร งของหลอดลม ็ 5. ฟ งเส ยงปอดท งสองข างปกต ี ั้ ิ หล กในการก าหนดก จกรรมพยาบาล ั ํ ิ - ส ั ิ ิ ั /เป าหมาย อดคลองกบขอวนจฉย - ครอบคล ม ุ4 ิ ิ ิ ั ั ู มต สงเสรม ปองกน รกษา ฟนฟ - ครอบคล ม ุ 4 ด าน ร างกาย อารมณ ส งคม จ ตว ญญาณ ั ิ ิ - ค ู ั ี ู วรใหผปวยและครอบครวมสวนรวมในการดแลตนเอง - ครอบคล มก จกรรมท เก ยวก บการร กษา ความปลอดภ ย ป องก นอ นตรายท อาจเก ดข นุิ ี่ี่ั ั ั ั ั่ี ิ ึ้ - ไม ข ดต อแผนการร กษา ควา ั ั ื่ ั มเชอ ศาสนา วฒนธรรม 4. I : Implementation การปฏ บ ต การพยาบาล ิ ั ิ เป นข นตอนการน าแผนการพยาบาลท วางไว มา ั้ ํ ี่ ปฏบิตัจิรงิกบัผปูวย และตองบนัทกึไวเปนหลกัฐาน บทบาทหนาทขี่องพยาบาล แบงเปน
11 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 - บทบาทท เป นอ สระ ี่ ิ (Independent Intervention) - บทบาทก งอ สระ ึ่ ิ (Interdependent Intervention) - บทบาทไม อ สระ ิ (Dependent Intervention) บทบาทอ สระ ิ บทบาทไม อ สระ ิ แนะน าการปฏ บ ต ต วหล งผ าต ด ํ ิ ั ิ ั ั ั การฉ ดยา ี การเช ดต วลดไข ็ ั การให เล อด ื การจัดทานอนศีรษะสงูการช วยแพทย เจาะปอด ปลอบใจ ใหกาํลงัใจ ใหคลายกงัวล การสวนป สสาวะ การพล กตะแคงต ว ิ ั การให สารน าทางหลอดเล อด ้ํ ื การด แลให ผ ป วยร บประทานอาหารเฉพาะโรค ู ู ั การให ยาร บประทาน ั ควรปฏิบตักิิจกรรมที่พยาบาลสามารถทําไดโดยอิสระกอน ท่จีะทํากิจกรรมที่ตองขึ้นกับการสั่งการของ บ คคลอ น ส งส าค ญร ุ ื่ ิ่ ํ ั วมก บการปฏ บ ต ก จกรรมการพยาบาลค อการประเม นการท าก จกรรม ั ิ ั ิ ิ ื ิ ํ ิ และรวบรวมข อม ล ู เพ อ ื่ ปรบั ปรงุแผน ิ่ ิ และวางแผนการพยาบาลเพมเตม 5. E : Evaluation การประเม นผลการพยาบาล ิ เปนการประเมินผลการดแูลที่เกดิจากการปฏบิัติของ พยาบาล โดยประเมินตามเกณฑทตี่ั้งไวหากยังไมผานเกณฑการประเมิน ใหดําเนินตามข้ันตอน “ADPIE” อ ก ี อย างต อเน อง ข อสร ปการประเม น ื่ ุ ิ 5.1 เปาหมายบรรลุตามเกณฑที่ตงั้ไวปญหาไดรับการแกไขหมดไป 5.2 เป าหมายบรรล ุบางส วน อาจม การปร บเปล ยนแผนเล กน อย ี ั ี่ ็ 5.3 เป าหมายไ ม บรรล ควรปร บปร งแผนการพยาบาล ุัุ ื ิ ู ื่ ิ ิ ั หรอประเมนขอมลใหม เพอสรางขอวนจฉย การพยาบาลทแี่มนยาํขน้ึปญหาการใชกระบวนการพยาบาล 1. ม การใช ี กระบวนการพยาบาลในการปฏ บ ต งาน ิ ั ิ แต ย ังไม ครบท กข ุ ั้นตอน แต ละข ั้นตอนย ังท า ํ ไม ครบถ วน ประเม นภาวะส ขภาพผ ป วยไม ครบถ ว ิ ุ ู น ต งว ตถ ประสงค การพยาบาลไม ช ดเจน ไม สอดคล องก บข อ ั้ ั ุ ั ั ว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ั อาจม สาเหต จาก ี ุ - ขาดท กษะในการประเม นภาวะส ขภา ั ิ ุ พ ขาดท กษะในการประเม นป ญหาของผ ร บบร การ ั ิ ู ั ิ - ข ั ั และซ กประว ต การเจ าดทกษะการสงเกตั ัิ ็ ู บปวยไดไมถกตอง - เขยีนขอวนิจิฉยัการพยาบาลไมครบถวน ไมครอบคลมุปญหาดานจติใจของผปูวย - ความไม ช า ํน ํ หนดข อว น จฉ ย าญในการกา ิ ิ ั ม หลากหลายความค ด หลากหลายร ปแบบ ี ิ ู - Competency ของพยาบาล 2. ป จจ ยท ั ี่เป นอ ปสรรคต อการน ากระบวนการพยาบาลไปใช ุ ํ ใ ิ ั ิ ู นการปฏบตงาน ไดแก การขาดความร และท กษะในการใช ั กระบวนการพยาบาล 3. แบบฟอร มบนัทึกการพยาบาลมกีารบนัทกึซา้ํ ั ซอนกน ไม ม ร ปแบบการบ นท กทางการพยาบาลท ี ู ั ึ ี่ใช ได ง าย สะดวก รวดเร ็ว ขาดค ม อการเข ยนข อว ู ื ี ิน ิจฉ ยการพยาบาล ั4. การน ากระบวนการพยาบาลไปใช ในการปฏ บ ต งานไม ช ํ ิัิ ั ื่อง ขาดการน เทศ ท ดเจนและไมตอเน ิ ี่เป น ระบบ ไม ม ระบบท ี ี่ปร ึกษา เพ ื่อให การช วยเหล อ ื
12 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ปจจ ยท ม ผลต ั ี่ ี อการพ ฒนาสมรรถนะการใช ั กระบวนการพยาบาล 1. ความร ูความเขาใจเก่ียวกบักระบวนการพยาบาลไม ี อการค ดว เคราะห เพยงพอต ิ ิ และการน าไปใช ํ ใน การใหการพยาบาลผ ูปวยได อยางเหมาะสม 2. ความร ูความเขาใจเก ยวก บเร องโรคและพยาธ สร รภาพ (ความร ี่ั ื่ิ ีูที่มีแยกโรค จึงเช่ือมโยงกลไกการ เปล ยนแปลงของโรคหลายโรคไ ี่ ม ได ) 3. ม ประสบการณ ี ในการว เคราะ ิ ห ในการจ ดล า ั ํ ด บความส า ั ํ ค ญของป ั ญหา และก จกรรมกา ิ รพยาบาลนอย 4. ต วอ ั ย าง ในการเข ยน ี พยาธ สร รภาพและกระบวนการพยาบาลท ม ความช ดเจนในต าราแต ิ ี ี่ ี ั ํ ละเลม ม ี ความแตกตาง หลากหลาย ท า ํ ใหเก ดความเข ิ าใจส บสน ั 5. ฝกว เคราะ ิ ห และเข ยนการบ นท กการพยาบาลี ั ึ โดยใชกระบวนการพยาบาลจากโจทยสถานการณจร ง ิ ใหมากข นก ึ้ อนน า ํไปใชในสถานการณจร ง ิ 6. การใชหน งส ออ ั ื างอ ิงไม มากพอตอการว เคราะ ิ ห ปญหา และน ากระบวนการไปใช ํ ในการใหการ พยาบาลผ ูปวยไดอย าง ครอบคล ม ท าให ุ ํ ผ ูปวยจะไ ดร บการพยาบาลท ด และเหมาะสมก บป มไ ั ี่ ี ั ญหาความตองการ 7. ขาดท กษะในการ ั ส ม ั ภาษณและการรวบรวมขอม ลอย ู างเป นระบบจากผ ูร บบร การ และเห นค ณค ั ิ ็ ุ า และความส าค ญของ ํ ั กระบวนการพยาบาลไปใชในการพยาบาลนอย 2. บ นท กทางการพยาบาล ั ึ (Nursing Documentation) บ นท กทางการพยาบาล ั ึ ม ความส าค ญส าหร บว ชาช พพยาบาล ี ํ ั ํ ั ิ ี เพราะเป นหล กฐานท แสดงถ งการ ั ี่ ึ ปฏ บ ต งาน ิ ั ิ ของพยาบาล เป นส งย นย นว าพยาบาลได ิ่ ื ั ด แลผ ป วยจร ง ถ าพยาบาลสามารถบ นท กทางการพยาบาลได ู ู ิ ั ึ ถ กต อง ครบถ วน ตามมาตรฐานการบ นท ก บ นท กทางการพยาบาลน นจะม ประโยชน เป นอย างมาก เช น เป น ู ั ึ ั ึ ั้ ี เครื่องมือสื่อสารระหวางพยาบาลที่เกยี่วของ และสหสาขาวิชาชพีทาํ ใหทราบสภาวะผูปวย นําไปสูการดูแลผูปวย ได อย า ื่ ํ ั ึ ิ ั ิ ั ิ งตอเนอง เปนประโยชนสาหรบการศกษา การสอน การวจย การเบกคารกษาพยาบาลและบรการทาง การแพทย ผ ป วยใน ู (DRG) และสามารถใช เป นหล กฐานทางกฎหมายเม อม กรณ ฟ องร องได ั ื่ ี ี ในป จจ บ นย งพบป ญหาเก ดการฟ องร ุ ั ั ิ องทางการแพทย เพ มมากข นเร อย ิ่ ึ้ ื่ ๆ บ นท กทางการพยาบาล ั ึ ถ อ ื เป นหล กฐานทางกฎหมายท ส าค ญอย างหน งท ใช พ ส จน ข อเท จจร งของป ญหาท เก ดข น ถ าพยาบาลบ นท กได ั ี่ ํ ั ึ่ ี่ ิ ู ็ ิ ี่ ิ ึ้ ั ึ ครบถวน ครอบคลมุและถกูตองตามความเปนจรงิที่เกดิขนึ้กจ็ะชวยใหรอดพนจากการถกูดาํเนนิคดตีามกฎหมาย แต หากการบ นท กไม ครอบคล มหร อไม ถ กต อง ก สามารถใช เป ั ึ ุ ื ู ็ นหล กฐานประกอบในการด าเน นคด ทางกฎหมายได ั ํ ิ ี เชนกนับ นท กทางการพยาบาล ั ึ ค อ ื การเข ยนบ นท กเป นลายล กษณ อ กษรเก ยวก บ ภาวะส ขภาพ อาการ ป ญหาของ ี ั ึ ั ั ี่ ั ุ ผ ร บบร การ ู ั ิ ก จกรรมท พยาบาลปฏ บ ต และผลการพยาบาล โดยครอบคล มท งด านร างกาย จ ตใจ อารมณ และ ิ ี่ ิ ั ิ ุ ั้ ิ ส งคม เพ อให ผ ร บบ ั ื่ ู ั ร การได ร บการด แลท ง การร กษา การป องก น การส งเสร ม และการฟ นฟ ส ขภาพ โดยม การ ิ ั ู ั้ ั ั ิ ู ุ ี บ นท กอย างสม าเสมอและต อเน อง ใช เป นหล กฐานการปฏ บ ต งานของพยาบาลและแสดงถ งค ณภาพการด แล ั ึ ่ํ ื่ ั ิ ั ิ ึ ุ ู ผรูบับรกิาร ความส าค ญของการบ นท กทางการพยาบาล ํ ั ั ึ 1. เปนหลกัฐานแสดงถงึกจิกรรม/การปฏบิตัิงานของพยาบาลในการดแูลผูรบับรกิาร 2. เป นเคร องม อช วยในการค นหาป ญหา การวางแผนการพยาบาล และใช เป นแนวทางในการให การ ื่ ื พยาบาล และตดิตามประเมนิผล ชวยใหผรูบับรกิารไดรับการดแูล แกไขปญหาอยางตอเนอื่ง รวมทงั้ไดรบัการดูแล ท ปลอดภ ย ี่ ั
13 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 3. เป นเอกส ารท ช วยให เก ดการเร ยนร แนวทางในการให การพยาบาล การค นหาป ญหาในโรคต างๆ ี่ ิ ี ู ส า ํ หร บผ ท เร มเข าส ว ชาช พพยาบาล ั ู ี่ ิ่ ู ิ ี 4. เป นข อม ลท ใช ส อสารให พยา ู ี่ ื่ บาลและบ คลากรในท มส ขภาพ ท ด แล ุ ี ุ ี่ ู เก ยวก บภาวะและความก าวหน า ี่ ั ในอาการผรูบับรกิาร ทาํ ใหเกดิการดแูลผรูบับริการอยางถ กต อง ู และต อเน อง ื่ 5. ใชเปนเกณฑในการจาํแนกผรูบับรกิาร 6. น ามาใช เป นเคร องม อในการตรวจสอบค ณภาพการพยาบาลได ํ ื่ ื ุ 7. ใชเปนเครื่องมือในกระบวนการประกันคุณภาพการดูแลรักษาผูรับบริการ และเปนหลักฐานในการ รบัรองคณุภาพบรกิารพยาบาลและโรงพยาบาล 8. การบนั ึ ี่ ี ุ ิ่ ิ ั ิ (DRG) ทกทมคณภาพชวยเพมการเบกคารกษาพยาบาลและบรการทางการแพทย 9. ใชเปนหลกัฐานทางกฎหมาย 10. เปนขอมลูทมี่ปีระโยชนในดานการศึกษา วจิยัเพ่อืพฒันาคณุภาพของการพยาบาล สภาการพยาบาล ก าหนด มาตรฐานหล กของบร การพยาบาลและผด งครรภ เพ อน าไปส การบร การ ํ ั ิ ุ ื่ ํ ู ิ พยาบาลท ม ค ณภาพ ได แก ี่ ี ุ 1. มาตรฐานการบร หารองค กรบร การพยาบาลและการผด งครรภ ิ ิ ุ ได แก การบร หารจ ดการทร พยากร ิ ั ั บ คคล ุ การจ ดระบบกระบวนการให การพยาบาล เป นต น ั 2. มาตรฐานการปฏ บ ต การพยาบาลและผ ิ ั ิ ด งครรภ ุ ม เป าหมายหล ก เพ อให ผ ร บ ี ั ื่ ู ั บร การม ส ขภาพท ด ิ ี ุ ี่ ี ปญหาสขุภาพไดรบัการแกไข โดยพยาบาลตองปฏิบัติการพยาบาล 5 มาตรฐาน ดงันี้ มาตรฐานท 1 : ี่ ต องใช กระบวนการพยาบาล ิ ั ิ ู ั ิ ในการปฏบตพยาบาล แกผรบบรการ มาตรฐานที่2 : การรกัษาสทิธผิปูวย จรรยาบรรณวชิา ี ชพ มาตรฐานท 3 : ี่ การพ ฒนาค ณภาพการปฏ บ ต การพยาบา ั ุ ิ ั ิ ล เช น การน าความร จากการว จ ยมา ํ ู ิ ั ประย กต ใช ุ มาตรฐานท 4 : ี่ การจ ดการ การด แลต อเน อง เช น การพ ฒนาศ กยภาพผ ร บบร การในการด แลตนเอง ัู ื่ ั ั ูั ิูการใช แหล งประโยชน ในการด แลตนเอง ู มาตรฐานท 5 : ี่ การบ นท กและการรายงานบ นท ก ั ึ ั ึ ให ครอบคล ม ครบถ วน ถ กต อง เป นจร ง ช ดเจน ุ ู ิ ั กะทดัรดัมคีวามตอเนอื่ง และสามารถใชเพอื่ประเมนิคณุภาพบริการพยาบาลได 3. มาตรฐานผลล พธ การพยาบาลและการผด งครรภ ั ุ เป นส งท ใช ประเม นค ณภาพของบร การพยาบาล ิ่ ี่ ิ ุ ิ โดยประเมนิจากผลลพัธของการปฏบิตักิารพยาบาลวาบรรลตุามเปาหมายทกี่ําหนดหรือไมมาตรฐานบ นท กทางการพยาบาล ั ึ ตามแนวทางของ สภาการพยาบาล 1. ต องม ความครอบคล มการพยาบาลในท กระยะ อย างต อเน อง ต งแต แรกร บจนถ งจ าหน าย และบ นท ก ี ุ ุ ื่ ั้ ั ึ ํ ั ึ ในผ ป วยท กราย ู ุ 2. ม ความช ดเจน ี ั ในกระบวนการพยาบาลท กข นตอน ุ ั้ 3. ม การใช แบบฟอร มการบ นท กท ม มาตรฐาน ท าให สามารถบ นท กได อย างครบถ วนและแปลผลการ ี ั ึ ี่ ี ํ ั ึ บ นท กได อย างแม นย า ั ึ ํ 4. ผลการบนัทึกสามารถสะทอนคณุภาพการพยาบาลและการผดงุครรภได 5. ม ระบบการตรวจสอบค ณภาพและความสมบ รณ ของบ นท กทางการพยาบาล เพ อการปร บปร งอย าง ีุ ู ั ึ่ื ัุสมาํ่เสมอ
14 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 หล กการ ั บ นท กทางการพยาบาล ตามแนวทางของ ั ึ สปสช. กาํหน ี ั ึ ุ ดใหการเขยนบนทกทางการพยาบาลครอบคลม ในเร อง ื่ การด แลเอาใจใส ให การพยาบาลแบบองค รวม ู (Caring) การตอบสนองความต องการของผ ป วย ู (Giving) ความพร อมช วยเหล อสน บสน น ื ั ุ (Supporting) การสอนใหคาํแนะนาํ (Teaching) การต ดตามตามแผนท วางไว ิ ี่ (Monitoring) ลายม อช อพยาบาลท สามารถส อถ งเจ าของลายม อช อได ื ื่ ี่ ื่ ึ ื ื่ บ นท กท เข ยนโดยน กศ กษาพยาบาลไม สามารถใช ในการประ ั ึ ี่ ี ั ึ เม น ยกเว นม ลายม อช อของพยาบาลเจ าของเวร ิ ี ื ื่ ลงลายมอืชอื่กาํกบัการเข ยนบ นท กทางการพยาบาลท ด : ี ั ึ ี่ ี กองการพยาบาล 1. บ นท กข อม ลท เป นจร ง สมบ รณ ครบถ วน ั ึ ู ี่ ิ ู 2. ม ความช ดเจน ม ความต อเน อง ี ั ี ื่ 3. มลีาํดบัวนัที่เวลากาํกบัอยางชดัเจน 4. ใชอักษรยอทเี่ปนสากล 5. ลงนามผบูนัทึก หากแกไขตองมลีายเซน็กาํกบั6. สามารถต ดตามและแสดงป ญหาความก าวหน าของผ ป วยได ิ ู แนวในก ั ึ ั C : กองการพยาบาล ารบนทกทางการพยาบาลตามหลก 4 1. ความถ กต อง ู (Correct) ั ึ ู ี่ ู ิ ื่ ื ถ กต องตามเกณฑ การบ นท ก : บนทกขอมลทถกตองเปนจรง เชอถอได ู ั ึ บ นท กก จกรรมการพยาบาล ผลการปฏ บ ต การพยาบาล ผลล พธ ได สอดคล องก น ระยะความถ ในการบ นท ก ั ึ ิ ิ ั ิ ั ั ี่ ั ึ ส มพ นธ ก บอาการผ ป วย ั ั ั ู 2. ความครบถ วน (Complete) : บ นท กข อม ลครบถ วน ครอบคล ม ป ญหา ร างกาย จ ตใจ อารม ส งคม ั ึ ู ุ ิ ั เศรษฐก จ ระบ ก จกรรมแก ป ญห ิ ุ ิ าครอบคล ม 4 ม ต ค อการด แล ร กษา ป องก น ฟ นฟ ห วข อตามการตรวจสอบ ุิิ ืูั ั ูั การบ นท กเวชระเบ ยน ั ึ ี 3. ความช ดเจน ั (Clear) : บันทึกขอมลูดวยตัวอักษร ตวัเลข ชดัเจน อานงาย ใชตวัยอสากล บนัทกึดวย หมกึสนีา้ํเ ิ /ด า ไม ม รอยลบ งนํ ีหากตองการเปลี่ยนขอความตองขีดฆา ใหเห็นขอความเดมิแลวลงชื่อกาํกบั4. ได ใจความ (Concise) : ขอความที่บันทึกกะทดัรัด สนั้ตรงประเดน็ตามสภาพความเปนจรงิอานแลว ได ใจความ หล กการบ นท กทางการพยาบาล ั ั ึ 1. บ นท กในเวลาท ถ กต อง ั ึ ี่ ู : เข ยนว น เวลาช ดเจน บ นท กี ั ั ั ึทันทีหลงัเหตกุารณไมบ ันทกึกอนปฏบิตัิจรงิ2. บนัทกึโดยใชภาษา วธิกีารที่ถกูตอง ชดัเจน ใช ค ากะท ดร ดได ใจความ ใช ส ญล กษณ ค าย อสากล ไม ใช ํ ั ั ั ั ํ ภาษาพ ด ถ าเข ยนผ ดให ข ดเส นผ าน 1 เส น แต ย งมองเห นข อความเด ม เข ยนให อ านง าย ช ดเจน เข ยนด วยหม กด า ู ี ิ ี ั ็ ิ ี ั ี ึ ํ หร อน าเื้ํงิน กอนจบเขียนเสนจบใหเรียบรอย อยาปลอยชองวาง เพราะจะเปดโอกาสใหบคุคลอื่นมาเพ่มิไดเขียนชื่อ ต าแหน งผ เข ยนให ช ดเจน ํ ู ี ั 3. ส งท ควรได ร บการบ นท กให ครบถ วน ิ่ ี่ ั ั ึ : การเปล ยนแปลงด านพฤต กรรม ด านร างกาย อาการ อาการ ี่ ิ แสดงที่ไมปกติขอบงชี้ถึงการเกดิภาวะแท ิ ั ิ ๆ การตรวจเย ยมโดยบ คลากรทาง รกซอน การปฏบตการพยาบาลตาง ี่ ุ การแพทย ผลการปฏ บ ต การพยาบาล ผลการร กษา ผลการตรวจ ควรบ นท กอย างต อเน อง ิ ั ิ ั ั ึ ื่
15 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 รปูแบบการบนัทกึทางการพยาบาล 1. การบ นท กแบบเล าเร องราว ั ึ ื่ (Narrative record) เป นว ธ การบ นท กท พยาบาลบอกเล าเร องราวตาม ิ ี ั ึ ี่ ื่ ส งท ส งเกตได อาจบรรยายสร ปตามล าด บเหต การณ ท เก ดข น ก อน หล ง หร อบรรยายสร ปเก ยวก บป ญหา การ ิ่ ี่ ั ุ ํ ั ุ ี่ ิ ึ้ ั ื ุ ี่ ั พยาบาล และการตอบสนองของผ ป วย ู 2. การบนัทกึโดยใชระบบปญหา (problem oriented record) 2.1 ร ปแบบท 1 ู ี่ ประกอบด วย SOAP 2.2 ร ปแบบท 2 ประกอบด วย ู ี่ SOAPIE S คอืขอมลูทไี่ดจากการซักประวตัิหรอืคาํบอกเลาของผปูวย (subject data) O คอืขอมลูทไี่ดจากการสงัเกตหรอืการตรวจรางกายผปู วย (objective data) A ค อการประเม นป ญหาของผ ป วย ื ิ ู (assessment) P ค อการวางแผนแก ป ญหา ื (plan) I คอืการปฏบิตักิารพยาบาล (implementation) E ค อประเม นผลของกระบวนการพยาบาล ื ิ (Evaluation) 3. ร ปแบบการบ นท กโดยใช แบบซ บ อ ู ั ึ ี ี ี (CBE = Charging By Exception) เป นร ปแบบ การบ นท ก ู ั ึ ทางการ ี่ ั ึ ู ี่ ิ ิ ื ิ่งท เบ ยงเบนไปจากปกต เพ อให บ นท กได สะดวกรวดเร ว การ พยาบาลทบนทกเฉพาะขอมลทผดปกตหรอสี่ี่ิ่ื ั ึ ็บ นท กชน ดน ั ึ ิ ี้ต องม การ ีบนัทกึขอมลูปกตขิองผปูวย ู ั ควบคกนไป 4. ร ปแบบการบ นท กโดยใช กระบวนการพยาบาล ( ู ั ึ Nursing process record) เป นว ธ หร อเคร องม อ ิ ี ื ื่ ื หร อแนวทางการปฏ บ ต ท สามารถน าหร อแยกแยะให ื ิ ั ิ ี่ ํ ื เป นข นตอน ความเป นเหต เป นผล ั้ ุ และความเป นอ สระของ ิ ว ชาช พ เป นการบ นท กท ม การระบ ป ญหา บอกถ งการวางแผน การปฏ บ ต การพยาบาล และผลของการปฏ บ ต ม ิ ี ั ึ ี่ ี ุ ึ ิ ั ิ ิ ั ิ ี ส วนการบ นท ก 3 ส วน ค อ การว น จฉ ยการพยาบาล ก จกรรมการพยาบาล การประเม นผลการพยาบาล ั ึ ื ิ ิ ั ิ ิ 5. การบ นท กแบบช เฉพาะ ั ึ ี้ (Focus charting record) เป นร ปแบบการบ นท กทางการพยาบาล ท บอก ู ั ึ ี่ ใหทราบถึงปญหาของผูปวย สิ่งที่ผูปวยตองการ หรือสภาพผูปวย ซึ่งอาจเปนอาการหรือพฤตกิรรมท่เีปลี่ยนแปลง โดยช เฉพาะ ี้ (Focus) หร อ ระบ เหต การณ ส าค ญ ท ื ุ ุ ํ ั ี่เก ดข นก บผ ป วย โดยบ นท กค า/ ิ ึ้ัู ั ึ ํ ี ี่ ํ ัญท สามารถส อสาร วลทสาค ี่ ื่ ข อม ลท เก ดข นก บผ ป วย ก บท มผ ด แลร กษา สามารถ ู ี่ ิ ึ้ ั ู ั ี ู ู ั เข ยนแบบ ี Nursing Diagnosis ได เช น แผลกดท บระด บ 2 ั ั เสย่ีงตอการเกดิแผลกดทบัเปนตน จ ดประสงค ของการบ นท กช แบบช เฉพาะ ุ ั ึ ี้ ี้ (Focus charting) 1. ลดความซา้ํซอนในการบนัทึก 2. ทําใหงายตอการบนัทึกเปนระบบ มองเห็นการใชกระบวนการพยาบาลอยางชัดเจน 3. ช ช ดในป ญหาท ผ ร บบร การให ความส าค ญ ไม จ าเป นต องเป นเพ ยงป ญหา แต อาจเป นส งท ผ ร บบร การ ี้ ั ี่ ู ั ิ ํ ั ํ ี ิ่ ี่ ู ั ิ สนใจ เชนตองการทราบแนวทางการดแูลเดก็ทารก เปนตน 4. งายตอการสบืคนขอมลู5. ท าํ ใหมกีารรวบรวมปญหาไดอยางมปีระสทิธิภาพ การบ นท กแบบ ั ึ Focus charting ประกอบด วย 2 ส วน 1. ส วน Focus List หร อ ื Nursing Diagnosis และ Goal/outcome 2. ส วนท เป นเน อหา ี่ ื้Progress note ประกอบด วย Focus, Assessment, Intervention และ Evaluation โด ี ั ึ ด งน ยแตละสวนมโครงสรางของบนทก ั ี้ 1. ส วนสร ปท ใช อ างอ ง ุ ี่ ิ (Focus List) เป นการบ นท กรายการ ( ั ึ List) ประเด น ็ (Focus) หร อข อว น จฉ ย ื ิ ิ ั ทางการพยาบาล (Nursing Diagnosis) เปนการแสดงรายการ Focus เร ยงล า ี ํ ด บต งแต ร บ ั ั้ ั ผ ป วยไว ในความด แลจน ู ู
16 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ผ ป วยจ าู ํห รงพยาบาล นายออกจากโ Focus List ช วยท าให เห นภาพรวมของป ญหา และความต องการของผ ป วยใน ็ ู แต ละช วงเวลาขณะอย ในโรงพยาบาล ู ท า ํให การวางแผนการด แลม ความต อเน องและเป นองค รวมมากข น ู ี ื่ ึ้ Goal/Outcomes เป นบ นท กท เก ยวก บเป าหมายหร อผลล พธ ท คาดหว งในการให การพยาบาลผ ป วยท ั ึ ี่ ี่ ั ื ั ี่ ั ู ี่ สอดคลองกบั ประเดน็สาํ ั คญ Focus โดยแสดงถ งการตอบสนองของผ ป วย ( ึ ู Patient response) สะท อนให เห นว า ็ ปญหาไดรบัการแกไข หรอืตอบสนองความตองการของผปูวย (patient needs) การบ นท ก ั ึ Goal/Outcome 1. เป นขอความที่บอกผลลัพธของผปูวยเมื่อสิ้นสดุการดูแล เปนการกาํหนดทศิทางในการดแูลผูปวย 2. เป นข อค ี่ ุ ี่ ี ึ้ หล งได ร บกา วามทแสดงสภาวะสขภาพทดขน ั ั รพยาบาล การด แลร กษา ู ั 3. เป นเป าหมายของผ ป วย ู ไมใชของพยาบาล 2. สวนของบนัทกึความกาวหนา (Focus note หรือ Progress note) มสีวนประกอบยอย 2 สวน 2.1 Focus 2.2 ส วนท เป นรายละเอ ยด ค อ ี่ ี ื AIE A : Assessment ู ี่ ั ุ Focus ข อม ล ขอมลทสนบสนน ู Subjective data และ Objective data - Subjective data เปนขอมูลท่ีไ ั ื ํ กล าว หร อค า ดจากการสมภาษณ สอบถาม หรอคา ื ํ ถาม ของผปูวย หรอืขอมลูทไ่ีดจากญาติครอบครวัหรอืบุคลากรในทมีสขุภาพอนื่ - Objective data เป ู ี่ การส งเกตพฤต กรรม ข อม ลการ นขอมลทไดจากการตรวจรางกาย ั ิ ู ตรวจวนิจิฉยัหรือผลการตรวจทางหอ ิ ั ิ ั ึ หร อข อม ลอ นๆ นอกเหน อจากส ง งปฏบตการบนทกทางการแพทยื ูื่ื ิ่ท่ผีูปวยพูด I : Intervention สิ่งท่ปีฏิบตัิทันทีหรือจะปฏิบตัิหรือแผนการดูแล เปนการปฏบิัตกิจิกรรมการ ด แลท ให ผ ป วยท สอดคล องก บประเด นส า ู ี่ ู ี่ ั ็ ํ ค ญ ั Focus และเป นไปตามหล กการทางว ทยาศาสตร โดยอาศ ยความร ั ิ ั ู ความสามารถ ท กษะและการต ดส นใจของพยาบาลท สามารถปฏ ั ั ิ ี่ ิบ ต ได ั ิ รวมท งก จกรรมการปฏ บ ต ตามแผนการ ั้ ิ ิ ั ิ ร กษาของแพทย และการประสานงานก บท มด แลร กษา ั ั ีูัก ิ ี่ ิ ั ิ ั่ ิ จกรรมทพยาบาลปฏบตโดยทวไปประกอบกจกรรม หล กๆ ด งน ั ั ี้ - กจิกรรมการพยาบาลทปี่ฏบิัตติามแผนการรักษาของแพทย - กจิกรรมที่เกยี่วกบัการใหสุขวทิยาโดยทั่วไป - กจิกรรมที่เก่ยีวกับการจัดการสิ่งแวดลอม - กจิกรรมที่เกยี่วกบัการชวยเหลอืแกผ ปูวย - กจิกรรมที่เกยี่วกบัความปลอดภยั - กจิกรรมที่เกยี่วกบัการปองกนัภาวะแทรกซอน - กจิกรรมชวยเหลอื ปองกนั ฟนฟูรกัษา E : Evaluation ผลการตอบสนองของผ ป วยต อการปฏ บ ต การพยาบาล/การร กษา เ ู ิ ั ิ ั ป นประโยค ท แสดงให เห นผลล พธ ของการปฏ บ ต การพยาบาลว าบรรล เป าหมาย ี่ ็ ั ิ ั ิ ุ หร อเป นไปในท ศทางท จะบรรล เป าหมาย ื ิ ี่ ุ บ นท กส วนน ใช พ จารณาต ดส นว า ข นตอนต างๆ ในการด แลร กษาม ประส ทธ ภาพในการแก ป ญหา หร อตอบส ั ึ ี้ ิ ั ิ ั้ ู ั ี ิ ิ ื นอง ความตองการของผปู วยไดดมีากนอยเพยีงใด เปนการชวยใหผูรวมทีมการดแูลผปูวยทราบถงึการเปลยี่นแปลงของ ผ ป วย ต งแต ู ั้ ก อนให การด แลร กษาจนถ งให การ ู ั ึ พยาบาลเสร จส นในแต ละเวร เพ อสา ็ ิ้ ื่ มารถต ดตามแก ไขป ญหาและ ิ ให การด แลอย างต อเน อง และสามารถใช ในการตรวจสอบ ู ื่ เพ อการร บรองค ณภาพการปฏ บ ต การพยาบาลว าเป นไป ื่ัุิัิ ตามมาตรฐาน ประเด นส าค ญท ควรน ามาก าหนดเป น ็ ํ ั ี่ ํ ํ Focus 1. การเปล ยนแปลงสภาวะ/ ี่ อาการของผ ป วยฉ บพล น เู ั ัชนหายใจลาํบากความดันโลหติต่ํา/ส ู ั ู งชก ไขสง
17 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 2. การเปลยี่นแปลงที่เกดิกบัภาวะสขุภาพ เชน ร ั ู ึ ั ั ู ุ ี่ ะดบความรสกตวลดลง การไมรบรตอบคคล และสถานท 3. พฤต กรรมท แสดงให เห นถ งส งท เป นห วง เช น ว ตกก งวลต อการนอนโรงพยาบาล หร อ ความร ท กษะ ิ ี่ ็ ึ ิ่ ี่ ิ ั ื ู ั การด แลแผลกดท บ การ ู ั Feed อาหาร 4. ปญหาทเี่กย่ีวกบัการทาํหนาที่ของรางกาย เชนความตองการนา้ํอาหาร ั การหายใจ การขบถาย 5. ความต องการด านความร หร อการปร กษา เช น ความร ในการลดไข การบร หารข อไหล การค มก าเน ด ู ื ึ ู ิ ุ ํ ิ 6. ข อม ลท เป นงาน ู ี่ routine ของพยาบาลท ม ในเอกสาร ่ีี Flow sheet อ่นืๆ ไมนาํมาบันทึกซ้ํา 7. เหต การณ ท ส าค ญในการร กษา ุ ี่ํ ั ั โดยเฉพาะท่ีเกี่ยวของกับค ั refer การคลอด วามปลอดภย เชน การ การให เล อด การสวนป สสาวะ การผ าต ด การให ยา ื ั Chemotherapy การเปล ยนแปลงของส งส งตรวจ ี่ ่ิ 8. การปร กษาแพทย หร อท มด แลร กษาว ชาช พอ น เช น ึ ื ี ู ั ิ ี ื่ น กกายภาพบ าบ ด ั ํ ั โภชนาการ ความสอดคล องระหว าง Focus Charting และ Nursing Process Focus Charting Nursing Process Focus จ ดเน น ป ญหา ุ ข อว น จฉ ยการพยาบาล ิ ิ ั A: Assessment ข อม ลสน บสน น ู ั ุ การรวบรวมข อม ล ู I: Intervention, การวางแผนและการพยาบาลต อเน อง ื่ การวางแผนและการพยาบาลต อเน อง ื่ E: Evaluation) ประเมนิผลท่ผีปูวยแ ู ้ํ ละรวบรวมขอมลซา ประเมนิผลที่ผ ป วย ู และรวบรวมข อม ลซ า ู ้ํ การตรวจประเม นค ณภาพการบ นท กเวชระเบ ยนผ ป วยใน ตามเกณฑ ส าน กงานหล กประก น ิ ุ ั ึ ี ู ํ ั ั ั ส ขภาพแห งชาต ุ ิ (สปสช.) (ส าน กงานหล กประก นส ขภาพแห งชาต ํ ั ั ัุ , 2563) ิNurse’s note : บนัทกึทางการพยาบาล เอกสารห ั ท ใช ประกอบการประเม นประกอบด วย ลก ี่ ิ 1. ั ึ ( ใบบนทกการพยาบาล Nurses’ note) 2. เอกสารท ใช เป นข อม ลประกอบในการประเม น ได แก ี่ ู ิ 2.1 บ นท กทางการพยาบาล ั ึ (nursing documents) อ่นื ใบประเม นสมรรถ ๆ เชน ิ นะแรกร บ บ นท ก ั ั ึ การให ยา ใบ บ นท ก ั ึสัญญาณชพี ฟอรม ปรอท 2.2 ใบบ นท กของสหสาขาว ชาช พ เช น ั ึ ิ ี ใบค าส งการร กษาของแพทย ํ ั่ ั progress note เวชระเบ ยน ี ผ ป วยนอก ผลการตรวจทางห องปฏ บ ต การ ใบประเม น ู ิ ั ิ ิ /ประเม นซ า เช น ิ ้ํ (Search Out Severity Score : SOS score) เปนตน 3. บ ั ึ ี่ ี ั ึ ู ิ ยกเว นพยาบาลว ชาช พได นทกทเขยนโดยนกศกษาพยาบาลไมสามารถใชเปนขอมลในการประเมน ิ ี ลงลายมอืชื่อก า ํก บการบ นท กน น และต องสามารถระบ ได ว าเป นผ ใด ั ั ึ ัุ้ ู 4. กรณ เวชระเบ ยนในระบบอ เล กทรอน กส ต องสามารถส บค นในระบบ ี ี ิ ็ ิ ื log in ได ว าช อพยาบาลผ ใดเป น ื่ ู ผ บ นท ก ู ั ึ โดยม เกณฑ ประเม นการให คะแนน ี ิ 9 ข อ เกณฑ ข อท ี่ 1 การประเม นแรกร บ ิ ั ม ก ี ารบ นท กท สะท อนข อม ลส า ั ึ ี่ ูํคัญ ไดแก 1.1 อาการส า ํ ค ัญ : อาการ ี่ ู ั ากท ส ดท ต องม ทผปวยกงวลม ี่ ุ ี่ าพบแพทย โดยระบ อ ุ าการหล ก เพ ยง ั ี 1-2 อาการ ระยะเวลาท เก ดอ ี่ ิ าการ ประว ต กัิาร ็ ุ ั ี ี่ ี่ ื ารซ กถ เจบปวยปจจบนและอดตทเกยวของ คอก ั ามถ งอ ึ าการ หร อ ื เหต ก ุ ารณ ก ารเจ บป วยต งแต เร มต นของก ็ ั้ ิ่า ็ ึ ุ ั ามล า รเจบปวย จนถงปจจบนต ํ ด บเวล ั า ท เก ดข นน น ี่ ิ ึ้ ั้ 1.2 อาการผ ป ู วยแรกร บ ครอบคล มต ั ุ ามสภาวะของผ ป วย และระบ เวล ู ุาแรกรบัผปูวยไวในความดแูล
18 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 เกณฑ ข อท ี่ 2 การระบ ป ญหาทางการพยาบาล ุ ม ก ี ารระบ ป ญห ุ าการพยาบาลท ส า ี่ ํ ค ญสอดคล องก บ ั ั อาการ อาการแสดงด านร างกาย และ/หร อด ื านจ ตใจ อ ิ ารมณ ส งคม และจ ตว ญญ ั ิ ิ าณ ต งแต แรกร บจนกระท ง ั้ ั ั่ จ า ํหน าย เกณฑ ข อท ี่ 3 ก จกรรมการพยาบาล ิ 3.1 ระบ ก จกรรมก ุ ิ ารพยาบาล ท ครอบคล มอ ีุ่ากา ื าท ส า รแสดง หรอปญห ี่ ํ ค ญต ั ามสภาวะ ของผ ป วย ู 3.2 ม ก ี ารประเม นซ า ิ้ํผปูวยไดรับกา ิ ้ํ ตามช วงเวล รประเมนซา าท เหม ี่ าะสม เพ อประเม นก ื่ ิ ารตอบสนอง ต อก ารร กษ ั าพยาบาล โดยในบ นท กก ั ึ ารพยาบาล ควรระบ อาการหร อ อาการแสดงท ไม ปกต หร อร นแรงข นุื ี่ ิ ืุ้ึห ื ข อ รอ บ งช ถ งการเก ดภาวะแทรกซ อน ี้ ึ ิ อย างเหมาะสม ท นเหต การณ ั ุ (early detection) และต ดส นใจรายงานแพทย ได ั ิ เหมาะสม ท นเวลาั 3.3 ระบ ก จกรรมท ตอบสนอง ต อกุิ ี่าร ี่ ั ี ุ าพในป ญห ตรวจเยยมรวมกบทมสขภ า หร อก จกรรมท ส า ื ิ ี่ ํ ค ญ ั เกณฑ ข อท ี่ 4 การประเม นการตอบสนองต อการร กษาพยาบาล ิ ั 4.1 ม บ นท กก ี ั ึ ารเปล ยนแปลงของก ี่ ารเจ บป วย ท ตอบสนองต อก จกรรมก ็ ี่ ิ ารพยาบาล หร อ ก ื ารร กษ ั า ของแพทย 4.2 ม ี ั ึ ารตรวจ หร อก บนทกก ื ารให ก ารร กษ ั าท ส า่ีํ ั (ถ คญ าม ี) เช น ก ารเจาะปอด การผ าต ด โดยบ นท ก ั ั ึ ว นเด อนป และเวล ั ื า อาการก อน ขณะ และหล งท า ั ํตลอดจนผลที่ไดเชน น้ําจากการเจาะปอดลกัษณะเปนอยางไร จ า ํนวนเท าใด ส งไปตรวจว น จฉ ยอะไรบ ิิ ั าง เกณฑ ข อท ี่ 5 การให ข อม ลระหว างการร กษา ู ั ม บ นท กก ี ั ึ ารให ข อม ลท จ า ู่ีํเ ารช วยเหล อด ปนและก ื าน ร างกาย และหร อ ด ื านอารมณ จ ตใจ และค า ิ ํ ปร กษ ึ าท ี่เหมาะสมสอดคล องก บป ญห ั าความต องก ารของผ ป วย ู / ครอบครวั เกณฑ ข อท ี่ 6 การเตร ยมความพร อมผ ป วยเพ อการด แลต อเน องท บ าน ี ู ืู่ ื่ี่ (Discharge plan) 6.1 ม ก ี ารบ นท กระบ อ ั ึ ุ าการ หร อป ญห ื าส า ํค ัญ หร อคว ื ามต องก ารของผปูวยที่อาจ ิ ึ้ ั ํ หน เกดขนหลงจา าย 6.2 ม ก ี ารบ นท ก ั ึ 6.2.1 การให ข อม ลท จ า ู ี่ ํ เป นและก ารช วยเหล อให เก ดก ื ิ ารเร ยนร ส า ี ู ํ หร บก ั ารด แลตนเองให ม ู ี พฤต กรรมส ขภิุาพท่ีเอื้อตอการ ี ุ าพด มสขภ ี และหร ออ ื าจม ก ี ารจ ดก จกรรม เสร มท กษะท จ า ั ิ ิ ั่ีํเ ู / ปนใหแกผปวย ครอบครวัสามาร ิ ั ิ ถปฏบตไดดวยตนเอง 6.2.2 ม ก ี ารระบ ข อม ล ท สะท อนคว ุ ู ี่ ามก าวหน าในการเร ยนร และหร อ ฝ กท กษะของผ ป วย ี ู ื ั ู / ครอบครวั เกณฑ ข อท ี่ 7 การประสานการด แลต อเน อง ู ื่ 7.1 ม ก ี ารระบ ป ญห ุ า ความต องก าร ข อม ลอ ู าการของผ ป วยท ต องได ร บก ู ี่ ัาร ู ื่ ั้ ดแลตอเนอง ทงใน โรงพยาบาล ื และในเครอขาย/ชมุชน 7.2 ม บ นท กก ี ั ึ ารน ดหม ัายผปูวยกลับมาร ั ารร กษ บกัา ื่ ื่ ี ี้ ั้ างการช วยเหล อ ตอเนองเมอมขอบงช รวมทงแนวท ื และให ค า ํ ปร กษึา เกณฑ ข อท ี่ 8 การจ าหน ายผ ป วย ํ ู 8.1 ม ก ี ารสร ปอ ุ าการ อาการแสดงและส ญญ ั าณช พ รวมท งผลก ี ั้ ารประเม นคว ิ ามพร อมของ ผ ป วย ู และหร อ ื ผ ด แลก อนจ าูู ํ หนาย
19 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 8.2 ม ก ี ารระบ ุก จกรรมก ิ ารพยาบาลท สอดคล องก บอ ี่ ั าการ และอาการแสดงของผ ป วย ก อน ู จ า ํหน าย เชนคาํแนะนํากอนกลบับาน กา ู ื่ ารน ดตรวจคร งต อไป รดแลตอเนอง และกั้ั ( ถาม ี) 8.3 ระบ ข อม ลผ ป วยเพ อต องส งต อสถุูู ื่ า ิ าร หร อหน วยง นบรก ื านท เก ยวข อง ี่ ี่ เกณฑ ข อท ี่9 ั ึ ั ื ื ื่ การบนทกวนเดอนป เวลา และการลงลายมอชอ 9.1 การบ นท กว นเด อนป และเวล ั ึ ั ื า 9.1.1 แรกร บั ุ ั เด อน ระบวน ื ป และเวล า ั ู ามด แล แรกรบผปวยไวในคว ู 9.1.2 ระหว างการด แล ู : 9.1.2.1 ม บ นท กว นเด อนป และเวล ี ั ึ ั ื าช ดเจนในแต ละเหต ก ั ุ ารณ และส มพ นธ ก บ ั ั ั การ เปล ยนแปลง และก ี่ ารต ดส นใจร ั ิายงา าท เหม นแพทยในเวล่ีา ั ารณ และก ะสม ทนก ารตอบสนอง 9.1.2.2 ม บ นท กว นเด อนป และเวล ี ั ึ ั ื า ในค า ํส งก่ัา ั าของแพทย กรณ รรกษ ีม ก ี ารเปล ยนแปลง ี่ การร กษ ั า 9.1.2.3 ม บ นท กว นเด อนป ี ั ึ ั ื และเวลาในใบการให ย า (medication administration record) ท สอดคล องก บค า ี่ ั ํ ส ั่งการร กษ ั า 9.1.3 ก อนจ า ํ หนาย ระบ ว นเด อนป ุ ั ื และเวลา ท จ า่ีํ หนายช ดเจน ั 9.2 การบ นท กและลงล ั ึาย ื ื่ มอชอ 9.2.1 บ นท กด วยล ั ึ ายม อท อ ื ี่ านออกได 9.2.2 ม ก ี ารลงลายม อช อ และน ื ื่ ามสก ล ของพย ุ าบาลว ช ิ าช พผ บ นท กท กคร ง โดยส ีู ั ึุั้ามา ุ รถระบได ว าเป นผ ใด ู ยกเว นใบบ นท กก ั ึ ารให ย า (medication administration record) ท ให ลงเฉพ ี่า ื่ ุ ะชอ ไมตองระบ นามสก ลได โดยอน โลมให ผ ุ ุ านเกณฑ เน องจ่ืากมขีอจาํก ั ื้ ี่ ารบ นท ก ดของพนทในกั ึหมายเหต ห ก ุั 1 คะแนน จาก ี่ ี ี ารบ นท กไม ต อเน องท กว นและท กเวร คะแนนทไดในกรณมก ั ึ ื่ ุ ั ุ แนวทางการบ นท ก ั ึ Nursing Document Nursing Care Plan (1) เป นการบ นท กรายการประเด น ( ั ึ ็ Focus) หร อข อว น จฉ ยทางการพยาบาล ( ื ิ ิ ั Nursing Diagnosis) เป น แบบบนัทกึทใี่ชควบคูกบัการบนัทกึสวนของเนื้อหา โดยทาํหนาที่เปนดชันีหรือการอางองิสงิ่ทเี่ปนปญหาหรอืความ ต องการของผ ป วย แบบบ นท กน เป นการแสดงรายการ ู ั ึ ี้ Focus เร ยงล าด บต งแต ร บผ ป วยไว ในความด แล ี ํ ั ั้ ั ู ู จนผ ป วย ู จ าหน ายออกจากโรงพยาบาล ํ ว ตถ ประสงค การใช ั ุ 1. เพ อเป นการสร ป ื่ ุ ประเด นป ญหา ็ ความต องการของผ ป วยต งแต แรกร บจนถ งจ าหน าย ู ั้ ั ึ ํ และใช เป น ข อม ลอ างอ งในการด แลผ ป วยได อย างรวดเร ว ู ิ ู ู ็ สงผลใหการวางแผนการดแูลมคีวามตอเนื่อง และเป นองค รวม 2. เพ อใช ก าหนดเป าหมายและผลล พธ การพยาบาลท คาดหว งในการให การ ื่ ํ ั ี่ ั พยาบาลผ ป วย สอดคล อง ู ก บ ั ประเด นส าค ญ ็ ํ ั Focus โดยแสดงถ งการตอบสนองของผ ป วย สะท อนให เห นป ญหาได ร บการตอบสนองความ ึ ู ็ ั ต องการ ของผปูวย แนวทางในการเข ยน ี Focus 1. เป นขอมูลท่ีแสดงถึงก ี่ ื ู ี ั ี ิ ิ ารเปลยนแปลงสภาวะหรออาการของผปวยอยางเฉยบพลน มความผดปกต ของสญัญาณชพีหรอืเปน trigger เช น เหน อย ไข ส ง ความด นโลห ตเพ มข นหร อลดลง ื่ ู ั ิ ิ่ ึ้ ื
20 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 2. เป นการเปล ยนแปลงท เก ดข นก บสภาวะส ขภาพหร อพฤต กรรมของผ ป วย เช น ไม ร บร ต อเวลา และ ี่ ี่ ิ ึ้ ั ุ ื ิ ู ั ู สถานท หร อระี่ืด ั ู ึ ั ี่ บความรสกตวเปลยนแปลง 3. เปนพฤตกิรรมของผปูวยแตละคนทแี่สดงใหเหน็ถงึสงิ่ที่เปนหวงกงัวลในขณะนนั้เชน nausea, chest pain ว ตกก งวลต อโรคของตนเอง ิ ั 4. เหตกุารณสาํคญัเกยี่วกับการดแูลหรือการรักษาของผปูวย โดยเฉพาะที่เก่ยีวของกบัความปลอดภัยของ ผ ป ู วย เช น การได ร บเล อด การให ออกซ เจน การผ าต ด การให ยาเคม บาบ ด ั ื ิ ั ี ั 5. การเฝาระวังหรือการชวยแกปญหาท่ีเกี่ยวกับการทําหนาที่ของรางกาย เชน ความตองการน้ําและ อาหาร การปสสาวะ การขบัถาย 6. การสอนหร อการให ค าปร กษาต างๆ เช น สอนการฉ ดยาอ นซ ล นด วยตนเอง ื ํ ึ ี ิูิ ํ ํ ื่ ุ ํ ิ ใหคาแนะนาเรองคมกาเนด 7. การปร กษาท มด แลร กษา สหสาขาว ชาช พอ นๆ ท ม ส วนร วมในการวางแผนการด แลผ ป วย เช น การ ึ ี ู ั ิ ี ื่ ี่ ี ู ู ปรกึษาเภสชักร หรอืนกักายภาพบําบดั8. ส งส าค ญท ค นพบอ นๆ ท ได จากการประเม นและการประเม นช าตลอดระยะเวลาในการให การด แล ิ่ ํ ั ี่ ื่ ี่ ิ ิ ้ํ ู ร กษา ั 9. ก จว ตร ิ ั ประจ าว นท เปล ยนแปลงและการเปล ยนแปลงไปจากแบบแผนส ขภาพ ํ ั ี่ ี่ ี่ ุ สามารถเข ยน ี Focus ด วยภาษาท เข าใจได ง าย ี่ หล กเล ยงภาษาท ต องแปลความ เช น ปวด ปวดแผล ี ี่ ี่ 10. เม อทราบสาเหต ของป ญหาท เก ดข น ควรปร บร ปแบบการเข ยนโดยใช แนวทางการเข ยนแบบข อ ื่ ุ ี่ ิ ึ้ ั ู ี ี ว น จฉ ยทางการพยาบาล ิ ิ ั แบบบ นท ก ั ึ Focus และ Goal/outcome NURSING CARE PLAN (1) No Focus Goal/ Outcome ActiveResolved Nursing Care Plan (1) ม แนวทางการ ี บ นท ก ั ึดงันี้ 1. No บ นท กหมายเลขเร ยงล าด บตามเวลาท ประเม นพบประเด นส าค ญ ป ญหาและความต องการของ ั ึ ี ํ ั ี่ ิ ็ ํ ั ผปูวย/ครอบครัว ขอวนิจิฉยัการพยาบาล ทบี่นัทกึใน Nursing Focus กรณ ประเม นพบประเด นส าค ญเด มท บรรล ี ิ ็ ํ ั ิ ี่ ุ เปาหมายไปแลว (Resolved) ใหใชหมายเลขลาํดบัซํา้ 2. Focus เป นการบ นท กประเด น ั ึ ็ส ํ ั ู ี ั ั ี่ ั ึ าคญของผปวย และเปนขอความเดยวกนกบทบนทกใน Nursing Progress Note (2) เร ยงล า ี ํ ด บเหต การณ ต งแต แรกร บ ั ุ ั้ ั จนถ งจ าหน าย โดยจะเป นการสะท อนให เห นภาพรวมของ ึ ํ ็ ต ดสต กเกอร ช อ ิ ิ๊ ื่ -นามสก ล ผ ป วยุู 1 2 3 4 5 6
21 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ประเด นส าค ญป ญหาและความต องการของผ ป วย/ครอบคร ว ข อว น จฉ ยการพยาบาล รวมท งการด แลร กษาท ็ ํ ั ู ั ิ ิ ั ั้ ู ั ี่ ผ ูป วยได ร บ ั 3. Goals/Outcomes มแีนวทางการบนัทกึดงันี้ - ม งผลล พธ ของผ ป วย โดยเป นพฤต กรรมของผ ป วย เช น ไม พบแผลกดท บข ุ ั ู ิ ู ั ณะพ กร กษาต วใน ั ั ั โรงพยาบาล เป นต น - ม ความเป นไปได จร ง สามารถท าให บรรล ผลล พธ ได ขณะอย ร กษาในโรงพยาบาล ี ิ ํ ุ ั ู ั - วดัผลและสงัเกตไดเชนผปูวยสามารถฉดียา Insulin ดวยเทคนคิทถี่กูตอง เปนตน - ชดัเจนและกระชับ เชนผปูวยทราบวนัเวลา สถานทใี่นการมาตรวจตามนดัภายหลงัจาํหนาย เปนตน - ม กรอบเวลาช ดเจน เช น ไม ม ไข อ ณหภ ม กาย ี ั ี ุ ู ิ 36.5-37.4 ๐ C ตลอดระยะเวลาท พ กร กษาต วใน ี่ ั ั ั โรงพยาบาล เป นต น 4. Active เป นการบ นท ก ว น เด อน ป ท พบป ญหาและความต องการของผ ป วย/ครอบคร ว ประเด นส าค ญ ั ึ ั ื ี่ ู ั ็ ํ ั หร อข อว น จฉ ยการพยาบาล เช น 24 ส.ค. 65 ื ิ ิ ั , 31/11/65 เปนตน 5. Resolved เป นการบ นท ก ว น เด อน ป ั ึ ั ื ท บรรล ตามเป าหมายหร อผลล พธ ท ได ก าหนดไว เช น 31 ส.ค. ี่ ุ ื ั ี่ ํ 65, 3/09/65 เปนตน 6. ต ด ิ สต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ๊ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู บรเิวณมมุลางดานขวามือ หมายเหต ุ 1. การบ นท ก ั ึ Focus จะต องบ นท กให เป นป จจ บ น ั ึ ุ ั บ นท กท กคร งท ม การเปล ยนแปลงป ญหาและความ ั ึุ้ั ี่ี ี่ต องการหร อประเด นส าค ญ ื ็ ํ ั 2. ประเดน็สาํคญั ใดทยี่งัไม Resolved เม อย ายผ ป วยไปหอผ ป วยอ น ย งคงไม ลงว นท ในช อง 5 และต อง ื่ ู ู ื่ ั ั ี่ ด แลต อเน อง ู ื่ และมกีารเขยีนตอ ใน Nursing Progress Note (2) ต วอย าง ั Focus Nursing Care Plan (1) NO Focus Goal/Outcomes ActiveResolved1. เกดิแผลกดทับ ขนาด จ านวน ํ และระด บของแผลกดท บ ั ั 24 ส.ค. 65 31 ส.ค. 65 แผลไม เพ มมากข นตลอดระยะเวลาการ ิ่ ึ้ ร กษาต วในโรงพยาบาล ั ั 2. ไมสขุสบายเนื่องจากปวด อาการปวดท เลาลง ุ 2 ก.ย. 65 5 ก.ย. 65 Pain score ≤ 3 คะแนน (เต ม 10 ็ คะแนน) Nursing Progress Note (2) เป นส วนของเน อหาการบ นท กแบบบรรยาย โดยม การแยกส วนให เห นช ดเจน ื้ ั ึ ี ็ ั เพ อให ง ายต อการส อสาร ื่ ื่ โดยน า ํ focus ใน Nursing Care Plan (1) มาบ นท ก ั ึ การร กษา ั พยาบาล และผลของการร กษา ั พยาบาล รวมท ง ั้ เหตกุารณสาํคญัท่เีกดิขนึ้กบัผปูวย โดยมกีารบนัทกึในสวนของ Assessment, Intervention และ Evaluation ว ตถ ประสงค ั ุ 1. เพ อส อสารให ท มด แลทราบประเด นป ญหา/ข อม ลการประเม นผ ป วย และก จกรรมการพยาบาล ื่ ื่ ี ู ็ ู ิ ู ิ ท ี่ ผปูวยไดรบัรวมทงั้ปญหาที่ตองดแูลตอเนื่องและการประเมนิผลการใหการพยาบาล 2. เปนสวนทสี่ะทอนใหเหน็การใชกระบวนการพยาบาลในทุกขนั้ตอน ต ดิ
22 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 Nursing Progress Note (2) Nursing Progress Note (2) Date/Time Focus Progress Note (A: Assessment, I: Intervention, E: Evaluation)Recorder แบบบ นท ก ั ึ Nursing Progress Note (2) ม แนวทาง ี การบ นท ก ั ึ ด งน ั ี้ 1. Date/Time บ ั ึ ั ื ั ึ -16) เวรบ ายบ นท ก (16 นทก วน เดอน ป และเวร โดย เวรเชาบนทก (8 ั ึ -24) และเวรด ก ึ บ นท ก (24 ั ึ- ั ั ึ -8) 8) ตวอยางการบนทก เชน 24 ส.ค. 65 (24 , 3 ก.ย. 65 (8-1 6) เปนตน และ Time สามารถบ นท ก ั ึ เวลาที่พบปญหาหรือความตองการของผูปวย ขอวินิจฉัยการพยาบาล ประเมินพบประเด็นสําคัญตามเวลาที่ปฏ บ ต การพยาบาลจร ง และ เวลาท ประเม นผลล พธ ทางการพยาบาล โดยไม ต องบ นท กหน วยของเวลา ต วอย าง ิ ั ิ ิ ี่ ิ ั ั ึ ั การบ นท ก เช น 8:15 ั ึ , 15:05, 20:40 เป นต น 2. Focus บ นท กป ญหาหร อความต องการของผ ป วย ประเด นส าค ญ ข อว น จฉ ยการพยาบาล โดยใช ั ึ ื ู ็ ํ ั ิ ิ ั คาํเดยีวกบัทร่ีะบุใน Nursing Care Plan (1) 3. Nurse’s Progress Note บนัทกึโดยใชรปูแบบ AIE ด งน ั ี้ A หมายถ ง ึ Assessment โดยบ นท กข อม ล ั ึ ู Subjective Data (S) และ Objective Data (O) ท ี่ สน บสน นข อความ ั ุ Focus หรอือธบิายเหตุการณสาํ ั ี่ ั ็ คญทสงเกตเหนได I หมายถ ง ึ Intervention โดยบนัทกึสงิ่ทปี่ฏบิตัทินัทีหรอืจะปฏบิตัิหรอืแผนการดแูลทมี่พีนื้ฐานจาก ข อม ล ู Assessment E หมายถ ง ึ Evaluation โดยบันทึกการตอบสนองของผปูวยตอ Intervention หร อผลล พธ ของการ ื ั รกัษาพยาบาล และบนัทกึใหสอดคลองกบั Goals/Outcomes ท บ นท กไว ใน ี่ ั ึ Nursing Care Plan (1) 4. Recorder เขยีนชอ่ืผบูนัทกึและตาํแหนง ใหอานออกไดโดยงาย 5. ต ด ิ สต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ๊ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู บรเิวณมมุลางดานขวามือ ต วอย าง ั Nursing Progress Note (2) Date Focus Progress note (A: Assessment, I : Intervention, E: Evaluation) Recorder 24 ส.ค. 65 ไม ส ขสบายเน องจากม ุ ื่ ี A : อณุหภมูิรางกาย 38๐ C ผวิกายรอน 10.00 น. ไข I : - เช ดต วลดไข ็ ั - ว ด ั ส ญญาณช พ ั ีทกุ4 ช วโมง่ั - ด แลให ยาลดไข /ยาปฏ ช วนะ ตามแผนการร กษา ู ิ ี ั - ดูแลใหผูปวยไดรับน้ํา/สารนํา้อยางเพียงพอ - ประเมนิสาเหตุของไขเชนสงัเกตลกัษณะของปสสาวะ Name……………………........................Age………… Ward………..…………... HN ……………… AN……………........4 3 1 5 2 F/M – NUR – REC –002 Rev.0 Eff. 04/04/2556 ตดิสติ๊กเกอรช่ือ-นามสก ลผ ป วย ุ ู
23 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 Date Focus Progress note (A: Assessment, I : Intervention, E: Evaluation) Recorder ไอ หร อืแผล - กรณ ไข ไม ลด รายงานแพทย เพ อพ จารณา ี ื่ ิ Septic work up - สงตรวจ Lab และต ดตามผล ส งเกตอาการเปล ยนแปลง ิ ั ี่ 14.00 น. E : อณุหภมูิรางกาย 37.4 ๐ C ั ั ไดรบยาตามแผนการรกษาของ แพทย ผ ป วยบอกว าส ขสบายข น ู ุ ึ้ สมศร สวยส ด ี ุ RN 14.30 น. ไม ส ขสบายเน องจาก ุ ื่ A : ผปูวยบอกปวดศรีษะ pain score = 7 ส หน าไม ส ขสบาย ี ุ ปวดศ รษะ ี I : - รายงานแพทย เพ อพ จารณาให ยาลดปวด ่ื ิ - ด แลให ยาแก ปวดตามแผนการร กษาู ั - ิ ประเมน pain score/Sedation scoreหล งได ร บยาแก ปวด ั ั - ว ดัสญัญาณชีพหลงัไดรับยาแกปวด - ส งเกตอาการข างเค ยงหล งได ร บยาแก ปวด ั ี ั ั - จ ดท านอนให ส ขสบาย ั ุและ ั ิ่ ี จดสงแวดลอมใหเงยบสงบ เพ อเอ อต อการพ กผ อนของผ ป วย ื่ ื้ ั ู 16.00 น. E : pain score = 4 ส หน าสดช นข น ี ื่ ึ้ สมศร สวยส ด ี ุ RN
24 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบประเม นสภาพผ ป วยแรกร บ ิ ู ั ติดสตกิ๊เกอรช ื่อ-น ุ ู ามสกลผปวย
25 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566
26 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบประเม นสภาพผ ป วยแรกร บ ิ ู ั ม แนวทางการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ ใช ประเม นผ ป วยท ร บใหม ท กราย โดยท าเคร องหมาย ิ ู ี่ ั ุ ํ ื่ หน าข อความ ท ตรงก บสภาพ/ข อม ลของผ ป วย ี่ ั ู ู รายการบ นท กม 24 ข อ ั ึ ี ดงัน้ี1. ว นท เด อน ป เวลา ั ี่ ื ท ผ ป วยมาถ ง ีู่ ึห นวยงาน 2. รบัผปูวยจาก.......... (OPD ER อ นๆ..... ื่ ..... ส งต อมาจาก..... .....) 3. มาถงึหอผปูวยโดย......... (เดนิมา รถนงั่รถนอน ......... ผนูาํมาโรงพยาบาล..........) 4. ผ ให ข อม ลู ู.......... (ผปู วย ญาติผนูําสง อ่นืๆ..........) 5. อาการส าค ญท มาโรงพยาบาล.... ํ ั ี่ .......ให บ นท กอาการท เป นสาเหต ั ึ ี่ ุน าผ ป วยมาโรงพยาบาล โดยระบ ํ ู ุ อาการหล กเพ ยง ั ี 1-3 อาการ และระยะเวลาท เจ บป วย เช น เป นไข มา 1 ส ี่ ็ ัปดาห พร อมระบ การว น จฉ ยเบ องต น ุ ิ ิ ั ื้ 6. ประว ต เจ บป วยป จจ บ น ัิ ็ ุั ั ึ ื ุ ็ ั้ ิ่ ็ ใหบนทกอาการหรอเหตการณการเจบปวยตงแตเรมตนของการเจบปวย จนถ งป จจ บ น ตามล าด บเวลาการเก ด ึ ุ ั ํ ั ิ เช น 1 ส ปดาห ก อนมาโรงพยาบาล ั ม ไข 3 ี ว นก อนมาโรงพยาบาล ั ม ไอ ี ม ี เสมหะ น าม กไหล ้ํ ู 7. สญัญาณชพีแรกรับ ไดแกอณุหภมูิชีพจร อตัราการหายใจ ความดนัโลหติ8. การรับรูและการตอบสนอง ใหบันทึก ระดับความรูสึกตัว (รูตัวดีสับสน ซึม ไมรูสึกตัว) ู การพด อาการรบกวน (ปวดบร เวณ...... ิ .... ระบ ระด บคะแนนปวด.... ุ ั ......) 9. ประว ต การเจ บป วยในอด ต ให บ ั ิ ็ ี ันท ก โรคประจ าต ว ประว ต การเข าร กษาต วในโรงพยาบาล (ระบ ึ ํ ั ั ิ ั ั ุ ประว ต เวลาคร งส ดท ายท ผ ป วยนอนโรงพยาบาล สาเหต /โรคท ท าให ต องนอนโรงพยาบาล) ประว ต การผ าต ด (ระบ ั ิ ั้ ุ ี่ ู ุ ี่ ํ ั ิ ั ุ ประว ต เวลาคร งส ดท ายท ผ ป วยผ าต ด สาเหต ั ิ ั้ ุ ี่ ู ั ุท ต องผ าต ด) ่ี ั ั ิ ็ ุ ั ุ ประวตการเจบปวยของบคลในครอบครว (ระบ ความสมัพนัธกบัผปูวย โรคทเี่ปน ) สงิ่เสพตดิ (การสบูบหุรี่การดมื่สรุา ระบจุาํนวน ระยะเวลา) 10. ประว ต การแพ ยา ระบ ชน ดยา อาหาร สารท แพ ั ิ ุ ิ ี่ 11. การหายใจ ให บ นท ก ล กษณะทางเด นหายใจ (โล งด อ ดกล นบางส วน อ ดก นท ั ึ ั ิ ี ุ ั้ ุ ั้ ั้งหมด) ล กษณะการ ั หายใจ (ปกติหายใจหอบ หายใจลาํบาก ไมหายใจ ชวยโดย..........) ี ะ ไอม เสมหะ ข บออกได การไอ (ไมไอ ไอไมมเสมห ี ั ข บออกยาก ั ) เส ยงปอด ( ี Normal sound Wheezing Crepitation อน่ืๆ..........) 12. การไหลเว ยนโลห ต ให บ นท ก ต าแหน งท คล าช พจร พร อมระบ ว ี ิ ั ึ ํ ี่ ํ ี ุ าคล าได ช ดหร อไม หร อว าคล าไม ได ํ ั ื ื ํ ตําแหนงที่มีเลือดออก (ระบุบริเวณที่มีเลือดออก จาํนวนเลือดท่ีออก) อาการรบกวน (เวียนศีรษะ เจ็บหนาอก เหน อยง ายเม อออกแรง เหน อยแม ขณะพ ก ใจส น) ื่ ื่ ื่ ั ั่ 13. สขุอนามยัผวิหนงัมรีายการบนัทกึ ไดแกผวิ (ปกติซดีเ ี ิ ื ็ ื้ ขยวบรเวณ............... แดง เหลอง เยน ชน/ เหง อออก) ความต งต ว (ด ลดลง) ความแข งแรง ( ื่ ึ ั ี ็ Intact แห ง ม ผ น ม รอยแดงฟกซ า ม แผลบร เวณ............ขนาด ี ื่ ี ้ํ ี ิ ของแผล..........) ผม (สะอาด poor hygiene) เล บ ็ (สะอาด poor hygiene) 14. ค าแนะน า ให บ นท กว าได ให ค าแนะน าก บใคร (ผ ป วย ญาต ไม ได ให ค าแนะน า) เร องท ให ค าแนะน า ํ ํ ั ึ ํ ํ ั ู ิ ํ ํ ื่ ี่ ํ ํ (การใชอ ปุกรณ/สถานที่ระเบยีบการเยย่ีม การขอความชวยเหลอืการเกบ็ของมคีาการลงนามยนิยอม อนื่ๆ.........) 15. ภาวะโภชนาการ ม ห วข อในการประเม น 4 ห วข อ ได แก ี ั ิ ั ผ ป วยม น าหน กลดลงโดยไม ได ต งใจในช วง ู ี ้ํ ั ั้ 6 เด อนท ผ านมา ผ ป วยได ร บอาหารน อยกว าท เคยได ( ื ี่ ู ั ี่ > 7 ว น) ั BMI < 18.5 หร อ ื > 25 กก/ตร.ม. ผ ป วยม ภาวะ ู ี โรควกิฤตหรอืกงึ่วกิฤตรวมดวย หมายเหต ุ ถ า ≥2 ข อ ท าการประเม นภาวะโภชนาการต อ ถ า ํ ิ < 1 ข อ ให ค ดกรองซ า ั ้ํ ส ปดาห ละ ั 1 คร ง ในช วงท อย โรงพยาบาล ั้ ี่ ู การรบั ประทานอาหาร มหีวัขอ ในบนัทกึ ไดแกความอยากอาหาร (ปกติเบอื่อาหาร) อาการรบกวน (ไมม ี) อาเจ ยน ท องอ ด ปวดท องบร เวณ............ เค ยวล าบาก) ช องปาก (ปกต แผลในปาก ล นเป นฝ า ฟ นผ ม ฟ นปลอม ี ื ิ ี้ ํ ิ ิ้ ุ ี
27 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 อ นๆ ื่ ) อ ปน ส ยการร บประทานอาหาร (ตรงเวลา ไม ตรงเวลา ร บประทานจจ บจ บ) ร บประทานอาหารว นละ..... ุิั ั ัุิ ั ั.....คร ง อาหารท ชอบ (ประเภท ั้ ี่ /รสชาต ) อาหารท ไม ร บประทาน ความเช อเร องอาหารแสลง (ไม ม ม (ระบ )...........) ิ ี่ ั ื่ื่ ี ีุการดมื่นาํ้(ปกตินอย มาก) ต ดสต กเกอร ท ป ิ ิ ี่ ระกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู ี่ ิ ุ ื ทบรเวณมมบนดานขวามอ 16. การข บถ ายป สสาวะ ระบ จ านวนคร งในการถ ายป สสาวะ (ถ ายป สสาวะกลางว น.........คร ง ั ุ ํ ั้ ั ั้ (ต งแต ั้ เวลา 6.00 น. - 18.00 น.) กลางค น ื ........คร ง ั้ (ต งแต เวลา ั้ 18.00 น. – 6.00 น.) อาการรบกวน (ไมม ีปสสาวะลาํบาก กลนั้ไมไดถายกะปรดิกะปรอย ใสสายสวน สวนทงิ้เปนครงั้คราว ม ี ู ื่ (ระบ )... รเปดทางหนาทอง อนๆ ุ ...........) 17. การขบัถายอจุจาระ ระบวุาผปูวยถายอุจจาระทกุวนัหรือไมวนัละกคี่รงั้ถาไมถายทกุวนักวี่นัถงึถาย อ จจาระ ุ ต องม การใช ยาระบายหร อไม ถ าใช ค อยาอะไร อาการรบกวน (ปกต ท องเส ย ท องผ ก ถ ายด า ม ร เป ดทาง ี ื ื ิ ี ู ํ ี ู หน าท อง ร ดส ดวงทวาร อ นๆ (ระบ ).. ิ ี ื่ ุ ........) 18. ความปลอดภ ยการเคล อนไหว ม ห วข อในการบ นท ก ั ื่ ี ั ั ึ ได แก การมองเห น (ช ดเจน ไม ช ดเจน ตาบอด ็ ั ั ข าง... ....... อ ปกรณ ช ุ วย (ระบ ). ุ.........) การพดู (ชดัเจน ไมชดัเจน หูหนวก อุปกรณช วย (ระบ)ุ...... ิ ิ ....) การเดน (เดน ได เอง อาศ ยคนช วย อ ปกรณ ช วย (ระบ )............) การเคล อนไหว (ปกต กล ามเน ออ อนแรงบร เวณ........... อ มพาต ั ุ ุ ื่ ิ ื้ ิ ั (ระบ อว ยวะ....... ุั. ู ั .) ..) กระดกหก.............. 19. ความสามารถในการปฏบิตัิมหีวัขอ ในการบนัทกึ ไ ั ํ ดแก การรบประทานอาหาร ทาความสะอาดปาก ฟนแตงตวัอาบนา้ํขบัถาย ใหประเมนิระดบัความสามารถในแตละเรื่องวาผปูวยทาํ ไดเองในระดบั ไหน ไดแกทาํเอง ไดทง้ัหมด ทาํเองไดบางสวน ทาํเองไมไดเลย ใชอ ปุกรณชวย (ระ ุ บ) 20. การพ กผ อนและการนอนหล บ ม ห วข อในการบ นท ก ั ั ี ั ั ึ ได แก จํานวนช่วัโมงในการนอนแตละวนันอน กลางวนัหรอืไมสงิ่ชวยใหนอนหลบั (ไมม ีใชยานอนหลบั (ระบ)ุ.......... อ่นืๆ.......... ี ั ) อาการรบกวน (ไมม นอนไมหลบ นอนหลบัยาก นอนหลบัๆ ื่ อ นๆ..........) ตนๆ ฝนราย่ื21. การเจร ญพ นธ ม ห วข อในการบ นท ก ิ ัุ ีั ั ึ ไดแกความวติกกังวลเรื่องเพศสมัพันธกบัการเจบ็ ปวย ปญหา การม ประจ าเด อน ว ธ การค มก าเน ด ประว ต การม ประจ าเด อนคร งส ดท าย ( ี ํ ื ิ ี ุ ํ ิ ั ิ ี ํ ื ั้ ุ LMP) 22. สภาพจติใจ อารมณสงัคม มหีวัขอ ในการบนัทึก ไดแก การแสดงออกดานพฤต กรรม (เฉยๆ กระวน ิ กระวาย ไมสนใจผอูื่น ถอนหายใจบอยๆ รองไหกาวราว เอะอะโวยวาย ไมรวมมอือ่นืๆ............) การแสดงออก ทางอารมณ (ส หน าม ความก งวล โกรธ หง ดหง ด ต นเต น กล ว อ นๆ..........) ล กษณะน ส ยอารมณ โดยท วไป (อารมณ ด / ี ี ั ุ ิ ื่ ั ื่ ั ิ ั ั่ ี ใจเย น อารมณ ร อน ็ โมโหง าย ชอบส งสรรค เก บต ว เจ าระเบ ยบ ง ายๆ ั ็ ั ี ตามสบาย อ นๆ.............) ื่ 23. ค ณค าและความเช อ ม ห วข อในการประเม นความเช อของผ ป วย ได แก ความเช อเก ยวก บสาเหต ุ ื่ ี ั ิ ื่ ู ื่ ี่ ั ุ ความเจ็บปวย ความเชื่อเก่ียวกับการรักษาในโรงพยาบาล สิ่งยึดเหนี่ยวทางใจขณะเจ็บปวย ความ ตองการการ ปฏ บ ต ก จกรรมทางศาสนา ิ ั ิ ิ 24. แหล งประโยชน ในช มชน ให บ นท กช อสถานบร การสาธารณส ขใกล บ าน ุ ั ึ ื่ ิ ุ อสม./พยาบาลประจ า ํ ครอบครวั
28 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบฟอร มปรอท 1 2 3 4 5 6 7 9 10 11 13 8 12 14 15 16 17 18 19 20 ติดสตกิ๊เกอรช ื่อ-น ุ ู ามสกลผปวย
29 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ฟอร มปรอท ม แนวทางการบ นท กด งน ี ั ึ ั ี้ 1. ร บใหม จาก ั (OPD/ER)........เวลา........น. ร บ ั Refer จากรพ. ..........เวลา.........น. เป นการบ นท กข อม ล ั ึ ู การร บใหม จาก ั OPD/ER/โรงพยาบาลอ นๆ ื่ ส งต วมา (โดยไม ผ าน ั ER) ตามด วยเวลา โดยลงเวลาตามใบ Summary ด วยปากกาน าเง น ้ํ ิ ในแนวนอน 2. Date เปนการบนัทกึวนัที่เดอืน พ.ศ. ที่รับผูปวย ด ้ํ ิ 65 หร อ 2/2/65 วยปากกานาเงน เชน 2 ก.พ. ื 3. Day After 3.1 Admission การลงบ นท กล าด บของว นท อย ร กษาในโรงพยาบาล ด วยปากกาน าเง น ลงในช อง ั ึ ํ ั ั ี่ ู ั ้ํ ิ Admission ชองแรกดวย 1 ในวนัทรี่บัผปูวยครงั้แรก 3.2 Operation หมายถ ง การลงบ นท กล า ึ ั ึ ํ ด บเลขของจ านวนว นท หล งผ าต ด ั ํ ั่ี ั ัห ื ั ี รอหลงคลอด ม รายละเอ ยดการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ 3.2.1 การผ าต ด ให ลงส ญล กษณ ั ั ั X (ส แดง) ี ในช อง Operation ในว นท ท าผ าต ด และเร มบ นท ก ั ี่ ํ ั ิ่ ั ึ ลําดบัของจํานวนวันหลังผาตดัในชองถัดไปดวยตัวเลขสีแดง โดยเร่ิมเลข 1 แทนหล งผ าต ดว นท ั ั ั ี่ 1 และบ นท กใน ั ึ ช องต อๆ ไปในแตละวนัดวยเลข 2, 3, 4.....ฯ ตามลําดบักรณผีปู วยผาตดัหลายครั้ง ใหบนัทกึทําเครอื่งหมาย X ลง ในชอง Operation ทบัลาํดบัเลขของจํานวนวนัหลงัผาตัดทตี่รงกับวันทผี่าตัดครงั้ใหมและในชองถดัไปของแตละวัน ใหบนัทกึลาํดบัเลขของจาํนวนวนัหลงัผาตัดในแตละครั้งใหครบถวน โ ี ื่ ั่ ั ั ี่ จะ ดยมเครองหมายคน (,) โดยตวเลขตวท 1 แทนลําดับเลขของจํานวนวันหลังผาตัดครั้งแรก ตัวเลขตัวที่2 แทนลําดับเลขของจํานวนวันหลังผาตัดครั้งท่ี2 และเร อยไปตามล าด บ ื่ ํ ั พร อมก บเข ยนชน ดการผ าต ดในแนวขวาง ในช องว นท ผ ป วยผ าต ด เช น ั ี ิ ั ั ี่ ู ั Explore Lap ̅Appendectomy 3.2.2 การคลอด ใส ส ญล กษณ ในช อง ั ั Operation ในว นคลอด ถ าเป นการคลอดทางช องคลอด ั ให บ นท กโดยท าส ญล กษณ ั ึ ํ ั ั >O< (วงกลมส น าเง น ส วนเส น ี ้ํ ิ >< ใช ส แดง) และใส เลข ี 1 ในวงกลมด วยส แดง และ ี บนัทกึวนัตอๆ ไ ปดวยเลข 2, 3, ..…ฯ กรณ คลอดหล งเวลา ี ั 18.00 น. ให ใส เลข 1 ในวนัถดัไป และวนัตอๆ ไป เปน 2, 3, …..ฯ เช นก น หร อกรณ ท เป นการผ าต ดคลอด ให บ นท กเช นเด ยวก บการผ าต ด โดยการท าเคร องหมาย ั ื ี ี่ ั ั ึ ี ั ั ํ ื่ X (ส ี แดง) และเร มบ นท กล าด บของจ านวนว นหล งคลอด ในช องถ ดไปด วย 1 เป นหล งผ าต ดว นท 1 และบ นท กในช อง ิ่ ั ึ ํ ั ํ ั ั ั ั ั ั ี่ ั ึ ต อๆ ไป ในแต ละว นด วยเลข 2 ั , 3, ....ฯ ตามล าด บ ด วยปากกาแดง ํ ั และให เข ยน ี C/S แนวขวางในช องว นท ผ ป วย ั ี่ ู ได ร บการผ าต ดคลอด กรณ คลอดปกต ให เข ยนแนวขวางคลอดเวลา ....................น. เช น คลอด ั ั ี ิ ี เวลา 19.50 น. 4. อ ณหภ ม ุ ู ิ เป นการบ นท กระด บอ ณหภ ม ต งแต แรกร บ ลงในช องระด บอ ณหภ ม ด วยจ ดส น าเง น โดย ั ึ ั ุ ู ิ ั้ ั ั ุ ู ิ ุ ี ้ํ ิ บ นท กในช องเวลา ั ึ 2.00น., 6.00น., 10.00น., 14.00น., 18.00น. หร อ 22.00น. ณ ช วงเวลา ท ื ี่ใกล เค ยงก บเวลาท ี ั ี่ ร บผ ป วย ั ู พร อมท งเข ยนต ว ั้ ี ั T บรเิวณหนาจดุบนัทึกอณุหภมูคิรงั้แรก หลงัจากนนั้ใหลงบนัทึกทกุ4 ชวั่โมง ลากเสนตอระหวางจดุระดบัอณุหภมูทิบี่นัทกึไวเดมิดวยปากกานา้ํเงินเช นก น ั 5.Pulse เป นการบ นท กจ า ั ึ ํ นวนคร ้ัง ี ี ของผ ป วย การเตนของชพจร ในเวลา 1 นาทู เ ื่ ั ั ึ มอแรกรบ บนทกใน ช องช พจรของว นท ท ร บผ ป วยใหม ด วยจ ดส ี ั ี่ ี่ ั ู ุ ีแดง โดยบ นท กในช องเวลา 2.00 ั ึ น., 6.00 น., 10.00 น., 14.00 น., 18.00 น. หร อ 22.00 ืน. ณ ชวงเวลา ที่ใกลเคียงกับเวลาที่รับผูปวย พรอม ั เข ยนต ว กบ ี ั P (ส แดง) ี บร เวณหน าจ ด ิ ุ บ นท ก ั ึ ช พจรคร งแรก ี ั้ หล งจากน นให ลง ั ั้ บ นท ก ั ึ ท ก 4 ช วโมง ลากเส นต อระหว างจ ดระด บอ ณหภ ม ท บ นท กไว เด ม ุ่ั ุัุ ูิ ี่ั ึ ิด วยปากกา แดง ั เชนกน 6. Respiration เป นบ นท กต วเลขจ า ั ึ ั ํ นวนคร งข้ัอ ั ู ั ี งการนบการหายใจผปวยแรกรบในเวลา 1 นาท (Respiration rate/Min) ลงในช องของว นท เด อน ป ท ร บใหม ท ตรงก บช องเวลาท บ นท กระด บอ ณหภ ม และ ั ี่ ื ี่ ั ี่ ั ี่ ั ึ ั ุ ู ิ จ า ํ นวนคร งของช พจรแรกร บใหม ้ั ี ั ห ื ด วยปากกาส น า รอยาย ี ้ํ เง น โดยไม ต องลงหน วยน บ ิ ั ั ั้ บ นท ก หลงจากนนใหลง ั ึ ท ก ุ 4 ช วโ ั่ มง กรณ ผ ป วยใช เคร องช วยหายใจ ให ใส อ กษร ี ู ื่ ั B กรณ ใช ี Bird respirator หร อ ื V กรณ ใช ี Ventilator แล ว ตามดวยจาํนวนครงั้ทผี่ปูวยหายใจ (อาจตรงหรือไมตรงกบัทตี่ง้ัเครอื่งไว)
30 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 7. B.P. (Systolic/Diastolic) เป นการบ นท กเฉพาะต วเลขท เป นค าความด นโลห ตซ สโตล ค และไดแ ั ึ ั ี่ ั ิ ิ ิ อสโตล ค ิ ท ว ดได ของผ ป วยแรกร บใหม หร อ ี่ ั ู ั ื ร บ ั ย ายท กประเภท ท กเพศ และท กว ย ลงในช องส า ุ ุ ุ ั ํ หร บบ นท ก ั ั ึ B.P. Systolic และ B.P. Diastolic โดยบ นท กในช องเวลา 2.00 ั ึ น., 6.00 น., 10.00 น., 14.00 น., 18.00 น. หร อ 22.00 ื น. ณ ช วงเวลา ท ใกล เค ยงก บเวลาท ร บผ ป วย ี่ ี ั่ีัู ด ้ํ ิ หล งจากน นให ลง วยปากกานาเงน ั ั้ บ นท ก ั ึ ท ก 4 ช วโมงุ่ัหร อเวรละ ื 1 คร ง ั้ ตามประเภทของผปูวย 8. Weight (kgs/gms)/Hight (cms) เป นการบ นท กข อม ลน า ั ึ ู ้ํ หน กและส วนส ง ั ู เม อแรกร บ และต อเน อง ื่ั ่ือาท ตย ละคร ิ ั้ง ด วยปากกาส น า ี ้ํ เง น ิ โดยนา้ํหนกับนัทกึหนวยเปนกิโลกรมัสวนในเดก็ทารกแรกเกิด บนัทึกเปนกรมั 9. Diet เปนการบันทึกขอมลูประเภทอาหารทผี่ปู วยไดรับในแตละวนัตามแผนการรักษาของแพทยเชนอาหารอ อน อาหารธรรมดา BD. 100 cc X 4F นม 10 cc X 8F เปนตนก ี ้ํ ี รณงดนาและอาหารเขยนวา NPO 10. Pain Score การบ นท กค าคะแนนความปวดด วยจ ดส น าเง น โดยบ นท กลงในช องเวลา 02.00 ั ึ ุ ี ้ํ ิ ั ึ น., 06.00 น., 10.00 น., 14.00 น., 18.00 น. หร อ 22.00 น. ช วงเวลาใดเวลาหน งท ตรงหร อใกล เค ยงก บเวลาท ร บ ื ึ่ ี่ ื ี ั ี่ ั ใหม หร อร บย าย หล งจาก ื ั ั น นให ล้ั ง ั ึ ุ บนทกทก 4-8 ช วโมง ลากเส นตรงต อระหว างจ ดระด บคะแนนความปวดท ั่ ุ ั ี่ บ นท กไว เด มด วยปากกาส น าเง นเช นก น ั ึ ิ ี ้ํ ิ ั 11. Sedation score เต มคะแนนท ประเม นได ให ตรง/ใกล เค ยงก บช วงเวลาท ประเม น โดยประเม นท ก ิ ี่ ิ ี ั ี่ ิ ิ ุ .................ช วโมง ั่ (ตามสภาพผ ป วย) ู 12. Fall score โ ิ ี่ ั ดยประเมนความเสยงตอการพลดตกหกลม (ใช Morse Fall Risk Assessment) บ นท ก ั ึ คะแนนท ประเม นได ให ตรง/ ี่ิ ใกลเคียงกับชวงเวลาทปี่ระเมนิ โดยประเมนิครงั้แรกที่รบัผูปวยไวในความดแูล (รับใหม/ ร บย าย) ถ าได คะแนน ั MFS อย ในช วง 0 ู -50 คะแนน ให ประเม นต อท ก 7 ว น ถ าคะแนน ิ ุ ั MFS > 51 คะแนน ให ประเมนิตอทกุ3 วนั13. Braden score ประเม นและเฝ าระว งความเส ยงในผ ป วยกล มเส ยงเม อแรกร บ และประเม นซ าท ก ิ ั ี่ ู ุ ี่ ื่ ั ิ ้ํ ุ สปัดาหไดแก ไมรสูกึตวัอมัพาต ถกูจาํกดัการเคลื่อนไหว หลงัผาตัดไดรบัยาระงบัความรสูึก/ชวยเหลือตัวเองไ มได น าหน กเก น ้ํ ั ิ BMI > 30 อายุ70 ปขน้ึไป/ม ี ํ ื่ ื้ ั ื ็ ี ุ ั ี ความจาเสอม โรคเรอรงหรอมะเรงมภาวะทโภชนาการ (ระดบ 4/ภาวะซด/ อ ลบ ม นต า) ั ู ิ ่ํ เต มคะแนนท ประเม นได ให ตรง/ ิ ี่ ิ ใกล เค ยงก บช วงเวลาท ประเม น ี ั ่ี ิ14.Fluid Intake - ในช อง Oral Fluid ให บ นท กยาก น น า อาหาร ( ั ึ ิ ้ํ BD/นม) ท ผ ป วยได ร บใน 24 ช วโมง ี่ ู ั ั่ - ในช อง Parenteral ให บ นท กสารน าต าง ั ึ ้ํ ๆ ท ผ ป วยได ร บ ี่ ู ั เช น IV Fluid TPN เล อด ื เป นต น ท ี่ ผปูวยไดรบัใน 24 ชวั่โมง 15. Fluid Output - Urine บ นท กจ านวน ั ึ ํ urine ท ออกใน 24 ช วโมง ี่ ั่ - Emesis บ นท กจ านวนั ึ ํ ี ท ออกใน 24 ช วโมง อาเจยน ี่ ั่ - Drainage บ นท กส งท ออกมาจาก ั ึ ิ่ ี่ drain ต าง ๆ เช น ICD, Radivac drain, Jackson drain นํ้าที่ได จากการเจาะท อง เจาะปอด ท ออกใน 24 ช วโมง่ี ั่ - Aspirate บ นท กจ านวน ั ึ ํ content ทดี่ดูออกมาจากทาง NG ใน 24 ช วโมง ั่ 16.Stool เปนการบนัทกึขอมลูจาํนวนครงั้ของการขบัถายอุจจาระ ใน 1 วัน โดยบนัทึกทุก 12 ชั่วโมง - ช องตรงก บเวลา 2 ั น. - 6 น. เป นจ านวนคร งของการข บถ าย ํ ั้ ั อ จจาระ ุ ต งแต เวลา ั้ 18.00 น. – 06.00 น. - ช องตรงก บเวลา ั 18 น. - 22 น. เป นจ านวนคร งของการข บถ าย ํ ั้ ั อ จจาระ ุ ต งแต เวลา 06.00 ั้ น.- 18.00 น.
31 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 หมายเหต ุบางหนวยงาน เชน หองผูปวยหนักกุมารเวชกรรม บันทึกจํานวนครั้งของการขับถาย อ ุจจาระ ท ก ุ 8 ชว่ัโมง (เ ึ วร ดก เช า บ าย) 17. Urine เปนการบนัทกึขอมลูจาํนวนครั้งของการขบัถายปสสาวะใน 1 ว ั ั ึ ุ ั่ น โดยบนทกทก 12 ชวโมง - ช องตรงก บเวลา 2 ั น. - 6 น. เป นจ านวนคร งของการข บถ ายป สสาวะ ต งแต เวลา ํ ั้ ั ั้ 18.00 น. - 06.00 น. - ช องตรงก บเวลา ั 18 น. - 22 น. เป นจ านวนคร งของการข บ ํ ั้ ั ถ ายป สสาวะ ต งแต เวลา 06.00 ั้ น.- 18.00 น. หมายเหต ุบางหนวยงาน เชน หองผูปวยหนักกุมารเวชกรรม บันทึกจํานวนครั้งของการขับถาย ป สสาวะท ก ุ 8 ช วโมง ( ั่ เวร ด ึก เช า บ าย) 18. Medication/ Rx - บ ั ึ นทกยา Antibiotic ทผ่ีปูวยไดรบัดวยปากกาสแีดงกรณเีปนยาฉดีกรณยีากนิใหเขยีนดวยปากกา น าเง น ้ํ ิ - บ นท กห ตถการท ผ ป วยได ร บ เช น ั ึ ั ีู่ ั ETT. No. 3 ข ด 8 ี , LP, Doubble Lumen Rt. Leg Fr.4 ยาว 5 cms, UAC No. 5 ข ด ี 10 เป นต น ด วยปากกาส แดง ี - กรณ มารดาหล งคลอด ใช ส าหร บลงบ นท กล กษณะน าคาวปลา ( ี ั ํ ั ั ึ ั ้ํ Lochia) ได แก rubra serosa alba และระด บยอดมดล ก ( ั ู High fundus : HF) เชน 3นว้ิ โดยใหบนัทกึวนัละครงั้ 19. บ นัทึกประเภทการจําหนายผูปวย กรณี ํ ุ จาหนายโดยแพทยอนญาต Refer หน กล บ ให บ นท กด วย ี ั ั ึ ปากกาส น าเง น เช น จ าหน ายโดยแพทย อน ญาต เวลา 18.00 ี ้ํ ิ ํ ุ น. จ าหน ายโดย ํ Refer ไปโรงพยาบาลศ ร ราช เวลา ิ ิ 17.30 น. ส วนกรณ เส ยช ว ต ให บ นท กด วยส แดง เช น จ าหน ายเส ยช ว ต เวลา 20.05 ี ี ี ิ ั ึ ี ํ ี ี ิ น. เส ยช ว ตเวลา 18.55 ี ี ิ น. Dead เวลา 21.25 น. เป นต น 20. ต ด ิ สต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ๊ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู บร เวณกล องม มล างด านขวาม อ ิ ุ ื
32 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ใบแจ งการให ยา ม แนวทางการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ แยกรายการบ นท กในแต ละใบ ด งน ั ี ั ี้ - ยาร บประทาน ั One day - ยาร บประทาน ั Continuous - ยาฉ ด ี One day - ยาฉ ด ี Continuous - ยาทา/ ยาพน ถ าม เพ ยง ี ี 1-2 รายการ รวมในใบยาฉ ด ได ี 1. บนัทกึวนัเดือน ปท ี่ ใหยา เชน 6/6/66, 6 ม .ย. ิ 66 2. บ นท กช อยา ขนาดยา ทางท ให ความถ ในการให เช น ั ึ ื่ ี่ ี่ Genta 20 mg. V OD. 3. ลงลายมอืชอ่ืผคูดัลอกยา จากคาํสงั่แพทย 4. ลงลายมอืชอ่ืผตูรวจสอบ เพอื่ทวนสอบการคดัลอดกบัคําสงั่การรกัษาของแพทยอกีครั้ง 5. บ นท กเวลาท ก าหนด เช น ั ึ ี่ ํ - กรณ ให ยาท ก 24 ช วโมง ( ี ุ ั่ OD) บ นท กเป น ั ึ 10 น./12 น./18 น./24 น. - กรณ ให ยาท ก 8 ช วโมง บ นท กเป น ี ุ่ั ั ึ 6 น. 14 น. 22 น. - กรณ ให ยาท ก 6 ช วโมง บ นท กเป น 6 ี ุ่ั ั ึ น. 12 น. 18 น. 24 น. - กรณ ให ยาท ก 12 ช ี ุ ั่วโมง บ นท กเป น 6 น. ั ึ และ 18 น./10 น. และ 22 น./12 น. และ 24 น. 6. เวลา เป นการบ นท กเวลาท ให ยาก บผ ป วย ั ึ ี่ ั ู โดยบ นท กเป น ั ึ real time เชน 17.43 น. 7. ลงชอื่ผใูหยา โดยเขยีนดวยลายมอืที่อานออก 1 2 ตดิสตกิ๊เกอรช ื่อ- ุ ู นามสกล ผปวย ผ ค ดลอก ู ั ................/ผ ตรวจสอบ 3 ู .............. 4 6 5 7 8 9 ผ ค ดลอก ู ั ................/ผ ตรวจสอบ ู .............. 3 4 ผคูดัลอก................/ ู ผตรวจสอบ .............. 3 4
33 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 8. ต ด ิ สต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ๊ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู บร เวณกล องท ม มขวาล างของ ิ ี่ ุ แบบฟอร ม 9. บ นท กข อม ลการแพ ยาหร อไ ั ึ ู ื ม กรณ ผ ป วยม ประว ต การแพ ยา ี ู ี ั ิ หร อพบผ ป วยม อาการแพ ยา ให ท า ื ู ี ํ เคร องหมาย ื่ ในช องหน าข อความ แพ ยา พร อมท งระบ ช อยาท แพ ไว ด วย ส วนกรณ ัุ้่ื่ี ีไ ํ ื่ มแพยา ใหทาเครองหมาย ในช องหน าข อความ “ไม ม ี” ใบแจ งการให เล อด ื ใบแจ งการให เล อด ื มแีนวทางการบนัทกึดงันี้1. ั ึ ุ ื ู บนทกกรปเลอดของผปวย 2. บ นท ก ั ึ Rh ของผ ป วย ู 3. ลงว น เด อน ป ั ื ท ผ ป วยได ร บเล อด ี่ ู ั ื 4. ลงชนิดเลือดทผีู่ปวยไดรับ พรอม กรุปเลือดที่ผปู วยไดรบัเชน LPRC gr. O, FFP gr. B, Cryoprecipitate 11 ตดิสติ๊กเกอรช่อื-นามสกุล ผปูวย 1 2 3 4 5 8 6 9 10 7
34 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 5. ให ใส เคร องหมาย ื่- ( ั ิ ั ิ ื่ ู ิ ิ ุ ั ยตภงค) เดมจะใสชอผบรจาคโลหต แตปจจบนไมตองใสแลว 6. ใส หมายเลขของเล อด/ผล ตภ ณฑ จากเล อดท ผ ป วยได ร บ ื ิ ั ื ีู่ ั7. บ นท กจ านวนเล อด/ผล ตภ ณฑ จากเล อดท ผ ป วยได ร บ เช น 1 ั ึ ํ ื ิ ั ื ีู่ ั Unit 350 ml 20 ml 8. บ นท กเวลาท เร มให เล อด/ผล ตภ ณฑ เช น 10.35 ั ึ ี่ ิ่ ื ิ ั น. 9. บ นท กช อผ ให เล อด และ/ ั ึ ื่ ู ื ช อผ ตรวจสอบ เช น ช ต มา/ดวงพร ื่ ู ุ ิ 10. ระหว างให เล อด และหล งให เล อด ส งเกต ปฏ ก ร ยาจากการให เล อด เช น ผ น ปวดศ รษะ ไอ คล นไส ื ั ื ั ุ ิ ิ ิ ื ื่ ี ื่ อาเจียน ปสสาวะแดง แนนหนาอก ฯลฯ เปนตน ถาพบอาการใดใหบันทึกลงไป พรอมบันทึกช่ือพยาบาลผูพบ อาการผ ดปกต ิ ิ 11. ตดิสตกิ๊เกอรท ี่ประกอบดวย ช่ือ นามสกุล อายุ HN, AN หอผ ป วย ู บร เวณม มล างด านขวาม อ ิ ุ ื ใบ Record Vital Signs Record Vital Signs Date Time T P R BP CVP Hct. O2Sat Urine/hr อาการผบู้นัทกึ ใบ Record Vital Signs ม แนวทางการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ กรณีผูปวยมีอาการเปลี่ยนแปลง ตองสังเกตอาการใกลชิด มีความจ ํ ั ึ ั ี ี่ าเปนตองบนทกสญญาณชพถกวา ปกติเชนทกุ15 นาที30 นาที1 ชวั่โมง 2 ชวั่โมง ใหบนัทกึในใบ Record Vital Signs โดย 1. บ นท กว นท เด อน ป ั ึ ั ี่ื 2. บ นท กเวลาท ว ดส ญญาณช พ หร อว ดค า ั ึ่ีั ั ี ื ั CVP, Hct, O2 Sat, Urine/hr 3. ั ึ ุ ู ิ ี บนทกอณหภม หนวยเปน องศาเซลเซยส 4. บ นท กช พจร หน วยเป น ั ึ ี ครง้ั/นาที5. บ นท กอ ตราการหายใจ หน วยเป น คร ง/นาท ั ึ ั ้ั ี6. บ นท กค าความด นโลห ต หน วยเป น ั ึ ั ิ mmHg. 1 6 5 4 13 ติดสตกิ๊เกอรช ื่อ-น ุ ู ามสกล ผปวย 2 3 7 8 10 9 11 12
35 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 7. บ นท กกรณ ม การตรวจว ดค า ั ึ ี ี ั CVP หน วยเป น cmH2O 8. บ นท กค า ั ึ Hct. หน วยเป น เปอร เซ นต ็ 9. บ นท กค า ั ึ O2 Sat. หนวยเปนเปอรเซน็ต 10. บ นท ก ั ึ Urine/hr หน วยเป น ซ ซ ี ี 11. ในช องอาการ ให บ นท กอาการท ส าค ญของผ ป วยขณะน น เช น หายใจเหน อย เปล ยนเป นออกซ เจน ั ึ ี่ํ ัู ั้่ื ี่ ิHFNC 30 LPM FiO2 0.5 เร มยา ิ่ Dopamine 20 cc/hr (20 mcg/Kg/min) 12. ื่ ู ั ึ ื ี่ ใหลงชอผบนทก ในแตละชวงเวลาดวยลายมอทอานออก 13. ิ ิ ี่ ช อ นามสก ล อาย ตดสตกเกอรทประกอบดวย่ืุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู ี่ ิ ุ ื ทบรเวณมมลางดานขวามอ หมายเหต ุ หากรายการใดไม ม การว ดในช วงเวลาท ม การลงบ นท กให ใส เคร องหมาย ี ั ี่ ี ั ึ ื่ - (ย ต ภ งค ) ั ิ ั ใบบ นท กจ านวนน าท เข า ั ึ ํ ้ํ ี่ -ออกทางร างกาย ใบบนัทกึจาํนวนนาํ ีÊทเÉ ้ -ออกทางร างกายขา ่ ว นท ั ีÉเวร น ํา ีÊทÉนาํเข้าสู่ร่างกาย น ํา ีÊทÉอ ่ อกจากรางกายผ้บูันทกึสารน าทางหลอดเล อด ํÊ ื ทางปาก ทางสายยางรวมป สสาวะ ั DrainageContent รวมชน ด ิจาํนวน จาํนวนทÉ ้ ใีห …../……/..… เชา้ บ่าย ด ก ึ รวม 24 ชม. 6 ต ดสต กเกอร ช อ ิ ิ๊ ื่ -นามสก ลผ ป วย ุ ู 1 2 3 4 3 5
36 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 ใบบ นท กจ านวนน าท เข า ั ึ ํ ้ํ ี่ – ออกทางร างกาย มีแนวทางการบนัทึก ดงันี้1. ในช อง น าท เข า ํ้ี่สูรางกาย ใ ั ึ จ านวน หบนทก ํ ยาก น น า อาหาร ( ิ ้ํ BD/นม) สารน าต าง ้ํ ๆ (IV Fluid TPN) เลอืด ี ื ยาฉดทางหลอดเลอด ท ผ ป วยได ร บใน ี่ ู ั แต ละเวร 2. ในช อง น าท ํ้ี่อ ให บ นท ก อกจากรางกาย ั ึ จ านวน ป สสาวะ ( ํ Urine) อาเจ ยน ี (Emesis) ส งท ออกมาจาก ่ิ ี่drain ต าง ๆ เช น ICD, Radivac drain, Jackson drain น าท ได จากการเจาะท อง เจาะปอด ้ํ ี่ ท ออกในแต ละเวร ี่ 3. ชองรวม 24 ชั่วโมง เปนการรวมนา้ํที่เขาสูรางกาย และนํ้าทอี่อกจากรางกาย ใน 24 ชั่วโมง 4. บ นท กช อผ บ นท กในแต ละเวร ั ึ ืู่ ั ึ 5. ร ํ ั้ ื่ วมจานวนทงหมดเมอครบ 3 เวร และน าผ ํ ลท ได ไปลงบ นท กใน ี่ ั ึ ช อง Fluid intake และ Fluid output ในฟอร ปรอท 6. ต ดสต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ ิ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ท บร เวณม มล างด านขวาม อ ู ี่ ิ ุ ื Diabetic Chart NAKHONPRATHOM HOSPITAL DIABETIC CHART Diabetic Chart ม แนวทางการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ 1. บ นท ก ว นท เด อน ป ั ึ ั ี่ ื 2. บ นท กเวลา ั ึ 3. บ นท กค า ั ึ Blood sugar ท ตรวจได ่ี 4. บ นท กยาท ผ ป วยได ร บ ั ึ ี่ ู ั 5. ลงชอื่ผบูนัทกึดวยลายมอืทอี่านออก 6. ต ดสต กเกอร ท ิ ิ ี่ประกอบ ด วย ช อ นามสก ล อาย ืุ่ ุ HN, AN หอผ ป วย ท บร เวณม มล างด านขวาม อ ู ี่ ิ ุ ื 1 2 3 4 5 6 ติดสตกิ๊เกอรช ื่อ-น ุ ู ามสกล ผปวย
37 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 Neurological Flow Sheet 1 2 3 4 5 6 7 8 9 11 10 ต ดสต กเกอร ช อิ ิ๊ ื่-น ุ ู ามสกล ผปวย
38 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 Neurological Flow Sheet ม แนวทางการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ 1. ลงว นท เด อน พ.ศ. ท ปฏ บ ต การประเม น ั ี่ ื ี่ ิ ั ิ ิ Neuro signs 2. ลง เวลา ทปี่ฏบิตัิการประเมนิ Neuro signs 3. ประเม นการล มตา ิ ื : คะแนนเต ม 4 คะแนน ม ห วข อในการประเม น และการให คะแนน ด งน ็ ี ั ิ ั ี้ ให คะแนน 4 คะแนน เม อผ ป วยล มตาได เอง ื่ ู ื ให คะแนน 3 คะแนน เม อ ื่ ผ ป วยล มตา ู ื ื่ ั่ เมอสง ให คะแนน 2 คะแนน เม อผ ป วยล มตา ื่ ู ื เม อเจ บ ื่ ็ ให คะแนน 1 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ไม ล มตา ื 4. ประเม นการพ ดท ด ท ส ด ิ ู ี่ ี ี่ ุ : คะแนนเต ม ็ 5 คะแนน ม ห วข อในการประเม น และการให คะแนน ด งน ี ั ิ ั ี้ ให คะแนน 5 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู พ ดค ยได ไม ส บสน ู ุ ั ให คะแนน 4 คะแนน เม อผ ป วยพ ดค ยได ื่ ู ู ุ แต ส บสน ั ให คะแนน 3 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู พ ดเป นค า ู ํ ๆ ให คะแนน 2 คะแนน เม อผ ป วย ืู่ ิ ํ ู สงเสรมไมเปนคาพด ให คะแนน 1 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ไม ออกเส ยง ี 5. ื่ ี่ ี ี่ ุ : คะแนนเต ม การเคลอนไหวทดทสด็ 6 ี ั ิ ั ี้ คะแนน มหวขอในการประเมน และการใหคะแนน ดงน ให คะแนน 6 คะแนน เม อผ ป วย ืู่ ํ ั่ สามารถทาตามสงได ให คะแนน 5 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ทราบต าแหน งท เจ บ ํ ี่ ็ ให คะแนน 4 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ช กแขนขาหน ั ี ให คะแนน 3 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ม แ ี ขนงอผ ดปกต ิ ิ ให คะแนน 2 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ม แขนเหย ยดผ ดปกต ี ี ิ ิ ให คะแนน 1 คะแนน เม อผ ป วย ื่ ู ไม ม การเคล อนไหว ี ื่ 6. รวมคะแนน : คะแนนท ได จากการรวม ี่ ในหัวขอ การลมืตา การพูดทดี่ทีี่สดุการเคลอื่นไหวที่ดีท่สีดุ การแปลผลคะแนนรวม 15 คะแนน หมายถ ง ึ Normal 13-14 คะแนน หมายถ ง ึ Mild head injury 8-12 คะแนน หมายถ ง ึ Moderate head injury < 8 คะแนน หมายถ ง ึ Severe head injury 7. ด ูPupil ด านซ าย และขวา : เปนการบนัทึกขนาดและปฏกิิรยิาตอแสง เ ื่ ี่ มอใชไฟฉายสองไปทตาแต ละข าง - บ นท กขนาดของ ั ึ pupil (1-9 mm) - ปฏ ก ร ยาต อแสง ิ ิ ิ บ นท ก ด งน ั ึ ั้ี R หมายถ ง ึ ม ปฏ ก ร ยาต อแสงไฟฉาย ี ิ ิ ิ (Reaction) S หมายถ ง ึ ชากวา ปกติ(Sluggish) N หมายถ ง ึ ไม มปีฏกิิรยิาตอแสงไฟฉาย (No Reaction) C หมายถ ง ึ ตาป ด (Close) 8. Motor Power ของแขน ขา ท ง ั้ 2 ข าง : บนัทกึกาํลงัของ แขน ขา แตละขาง - กรณ ลงบ นท กแขน/ ี ั ึ ขา ด านขวา ให เข ยนต วอ กษร ี ั ั R ลงในช องท ตรงก บระด บ ของ ี่ ั ั Motor Power ของผ ป วย ู - กรณ ลงบ นท กแขน/ขา ี ั ึ ด าน ซ าย ี ั ั ใหเขยนตวอกษร L ลงในชองท่ตีรงกบัระดบัของ Motor Power ของผ ป วย ู - การลงระด บ ของ ั Motor Power ม 5 ระด บ ค อ ี ั ื
39 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 gr. 0 หมายถ ง ึ ไม ม การ ี เคล อนไหว ื่ gr. 1 หมายถ ง ึ ไม เคล อนไหว ื่ แต ม การหดร ดต วของกล ามเน อ ี ั ั ื้ gr. 2 หมายถ ง ึ ขย บในแนวราบ ั ตานแรงโนมถวงไมได gr. 3 หมายถ ง ึ อ อนแรงมาก สามารถยกต านแรงโน มถ วงได แต ต านแรงผ ตรวจไม ได ู gr. 4 หมายถ ง ึ อ อนแรงเล กน อย ็ ู ตานแรงผตรวจไดพอควร gr. 5 หมายถ ง ึ ก าล งปกต ํ ั ิ 9. บ นท กช อผ ประเม น ด วยลายม อท อ านออก ั ึ ื่ ู ิ ื ี่ 10. กรณ ท เด กอาย ี ี่ ็ ุ < 5 ป ให ด ูscale verbal ตามตารางด านบน 11. ต ดสต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ ิ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ู ท บร เวณม มล างด านขวาม อ ี่ ิ ุ ื
40 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบประเม นและเฝ าระว งความเส ยงการเก ดแผลกดท บโรงพยาบาลนครปฐม ิ ั ี่ ิ ั 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
41 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบประเม นและเฝ าระว งความเส ยงการเก ดแผลกดท บ ิ ั ี่ ิ ั ม แนวทางการบ นท ก ด งน ี ั ึ ั ี้ 1. ต ดสต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ ิ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ท บร เวณม ม ู ี่ ิ ุ บนด าน ซ าย ม อ ื 2. บ นท กว นท ั ึ ั ี่ เด อน ป ท ื ี่ Admit บ นท กว น เด อน ป ท จ าหน าย บ นท กจ านวนว นนอนโรงพยาบาลรวม ั ึ ั ื ี่ ํ ั ึ ํ ั ..............ว น ั 3. ประเม นแรกร บว าผ ป วยม แผลกดท บหร อไม ถ าม เป นแผลท มาจากบ าน หร อมาจากหน วยงานอ น ิ ั ู ี ั ื ี ี่ ื ื่ พรอมประเมนิระดบัความลกึของแผล (ระดบั 1- 4) 4. บ นท กช อโรคท ผ ป วยมาร บการร กษา ั ึ ื่ ี่ ู ั ั (Dx.) 5. บนัทกึโรครวม 6. ประเม น ิ ประเภทผ ป วย ู ได แก ไม ร ส กต ว อ มพาต ถ กจ าก ดการเคล อนไหว หล งผ าต ดได ร บยาระง บ ู ึ ั ั ู ํ ั ื่ ั ั ั ั ความร ส ก/ ู ึ ช วยเหล อต วเองไม ได น าหน กเก น ื ั ้ํ ั ิ BMI > 30 อาย 70 ป ข นไป/ม ความจ าเส อม โรคเร อร งหร อมะเร งม ุ ึ้ ี ํ ื่ ื้ ั ื ็ ี ภาวะท ุพโภชนาการ (ระด บ ั 4/ภาวะซีด/อัลบมูินตํา่) 7. ว นท ประเม นความเส ยง ั ี่ ิ ี่ 8. ประเม นและเฝ าระว งความเส ยงในผ ป วยกล มเส ยงเม อแรกร บ และประเม นซ าท กส ปดาห ิ ั ี่ ู ุ ี่ ื่ ั ิ ้ํ ุ ั ส งท ต อง ่ิ ี่ประเม น ิ ได แก ระด บความร ส กต ว ั ู ึ ั การเป ยกช น ื้ การท าก จกรรม ํ ิ การเคล อนไหว่ืภาวะโภชนาการ ี ี การเสยดสและ แรงเส ียดทาน 9. รวมคะแนนท ได จากการประเม นในข อ 7 ี่ ิ 10. จดัระดบัความเสยี่ง ระดบัความเสยี่งจําแนกตามคะแนน ดงันี้ H : เสยี่งสงูคะแนน < 12 M : เส ยงปานกลาง ี่ คะแนน 13-14 L : เส ยงต า่ี่ํ คะแนน 15-16 และ 18 ในอาย ุ > 70 ป 11. ประเม ินว าม แผลกดท บเก ดข นหร อไม ี ั ิ ึ้ ื ถ าม ม ก แผล ี ีี่ ระด บแผลกดท บ ม 4 ระด บ ั ั ี ั ระด บ 1 ม รอยแดงไม จางหายใน 24 ช วโมง ั ี ั่ ระด บ 2 ผ วหน งเป นรอยถลอกหร อพองเป นต มน า ั ิ ั ื ุ ้ํ ระด บ 3 แผลล กถ งช นใต ผ วหน ง ั ึ ึ ั้ ิ ั ระด บ 4 แผลล กถ งเน อเย อ กล ามเน อ กระด ก ั ึ ึ ื้ ื่ ื้ ู 12. ลงช อผ ื่ ูบ นท กด วยลายม อท อ านออก ั ึ ื ี่ 13. บนัทึกกจิกรรมพยาบาลทผี่ปู วยไดรับ ไดแกต ิ ั ึ ิ ั ุ ั่ ใส ท นอนลม ดปาย/ใสใบบนทกการพลกตวทก 2 ชวโมง ี่ จ ดท านอน/ใส อ ปกรณ ป องก น ั ุ ั ด แลผ วหน ง ู ิ ั ก จกรรมให ความร /แจกเอกสาร ิ ู 14. ก อนจ าหน ายผ ป วย สร ปแผลกดท บระด บ 2 ํ ู ุ ั ั -4 ม ท งหมดก แผล ว น ี ั้ ี่ ั ท จ าหน าย ล กษณะของแผล ี่ ํ ั แผลหาย/ย ั ี ั ิ ั งมแผลกดทบบรเวณ..................../ระดบ..............
42 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบประเม นความเส ยงต อการพล ดตกหกล ม ( ิ ี่ ั Fall Risk Assessment) 1 2 3 4 5 6 7 8 9
43 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 แบบประเมนิความเสยี่งตอการพลดัตกหกลมมแีนวทางการบนัทกึดงันี้1. ต ดสต กเกอร ท ประกอบด วย ช อ นามสก ล อาย ิ ิ ี่ ื่ ุ ุ HN, AN หอผ ป วย ท บร เวณม ม ู ี่ ิ ุ บนด านซายม ื อ 2. บ นท ก ั ึ Diagnosis……........…. ว นท ั ี่Admit……....……… ว นท ร บย าย.... ั ี่ ั ............... 3. บันทึกการประเมนิ ปจจยัเสี่ยงตอการพลดัตกหกลมของผูปวย ไดแก - ป ั ิ ั ระวตการพลดตกหกลม - การเคล อนไหว/การเด น/ก าล งกล ามเน อ ท ไม ปกต ื่ ิ ํ ั ื้ ี่ ิ - การใช ยาท เป นป จจ ยเส ยงต อการ ี่ ั ี่ - อ ุ (≥ 65 าย ; ≤ 10 ป ) พล ดตกหกั ลมสงู - ม ภาวะพร องการได ย น ี ิ การมองเห น ็ - ม อาการป สสาวะบ อย/กล นป สสาวะไม อย ี ั้ ู - ม ี ี ี ึ อาการเวยนศรษะ มนงง - การผดิรปูและอาการเจบ็ ปวดท่ีเทาเวลาเดนิ - โรคระบบทางเดนิหายใจ โรคทางเดนิหายใจอดุกลนั้เรอื้รงั โรคซมึเศรา โรคขออกัเสบ - พฤต กรรมการท าก จกรรมน อย ิ ํ ิ - การร บร ของประสาทส มผ สส วนปลายลดลง เช นผ ป วยเบาหวาน ั ูั ั ู - สภาวะทางจติใจ (สบัสน ความจําบกพรอง มีพยาธสิภาพทางสมอง ี ี่ มภาวะเปลยนแปลงทางสมอง) 4. ประเม น ิ ยาท ี่ผปูวยไดรบัที่เปน ั ี่ ั ู ปจจยเสยงตอการพลดตกหกลมสง 5. ประเม นความเส ยงต อการพล ดตกหกล ม ( ิ ี่ ั Morse Fall Risk Assessment) เต มคะแนนท ประเม นได ิ ี่ ิ ให ตรง/ ใกล เค ยงก บช วงเวลาท ประเม น ี ั ี่ ิ โดยประเม นเม อคร งแรกท ร ิ ื่ ั้ ี่ ับผ ป วยไว ในความด แล (ร บใหม / ู ู ั ร บย าย) ถ าได ั คะแนน MFS อย ในช วง 0 ู -50 คะแนน ให ประเม นต อท ก 7 ว น ถ าคะแนน ิ ุ ั MFS > 51 คะแนน ให ประเม นต อท ก ิ ุ 3 ว ัน 6. รวมคะแนนทปี่ระเมนิไดจากขอ 5 7. ประเมนิระดบัความเสยี่งตอการพลดัตกหกลม 8. บ นท กช อผ ประเม นด วยลายม อท อ านออก ั ึ ื่ ู ิ ื ี่
44 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 หนงัสอืแสดงความยินยอมและไมใหความยินยอมในการตรวจรกัษา โรงพยาบาลนครปฐม เวลา ..................... เวลา ..................... F/M-PHY-PFR-002 Rev.0 Eff. 09/09/2562 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 16 17 18 19
45 S/D-I-NUR-QPS-001 Rev.0 Eff. 19/09/2566 หนงัสอืแสดงความยินยอมและไมใหความยินยอมในการตรวจรกัษา โรงพยาบาลนครปฐม ม แนวทางการ ี บนัทกึดงันี้บนัทกึทกุครงั้ที่รบัผปู วยนอนรกัษาตวัในโรงพยาบาล หรอืเมอื่มกีารทําหตัถการตางๆ ซง่ึเปนการที่ผปู วย เซน็ชอื่ไวเปนหลกัฐาน ใ ี ี่ ู ั ุ ึ นกรณทผปวยยงอายไมถง 18 ป ญาติ(บดิา/มารดา) เปนผเูซน็ชอื่ในการใหการยนิยอมใหแพทย ท าการร กษาตามโรคท ผ ป วยเป น ํ ั ี่ ู หร อย น ื ิ ยอมให แพทย ท าห ตถการต าง ํ ั ๆ เช น เจาะหล ง ( ั LP) ใส สายสวน หลอดเล อดด าส วนกลาง ( ื ํ Double/Tripple Lumen) เจาะปอด ฯลฯ เป นต น สวนที่1 1. บ ันทึกรายละเอยีดตามชองวาง ตางๆ ไดแกคํานาํหนาชอื่-สกุล อายุของผูปวย 2. กรณผีปู วยเปนผูเซน็ยนิยอมรกัษา ใหเขยีนชอื่-ส ุ ู ี ู ั ุ ิ ิ ิ กลผปวย กรณผปวยยงไมบรรลนตภาวะ ญาต (บดิา/มารดา) เปนผูเซน็ยนิยอม ใหเขยีนช่อื-ส ุ ิ ิ กล ญาต (บดา/มารดา) 3. บนัทึกความสมัพนัธท ี่เกย่ีวของกบัผปูวยในฐานะ.......(บดิา/มารดา) 4. บ นท ก ั ึช่ือ- ุ ผ ป วย สกล ู 5. ระบุโรค/อาการทผี่ปูวยเปน 6. บนัทึกวิธกีารรักษา 7. บนัทึกทางเลือกในการรกัษา 8. บ นท กข อด ั ึ ี 9. บ นท กข อเส ย ั ึ ี 10. บ นท กภาวะแทรกซ อนท อาจเก ดข น ั ึ ี่ ิ ึ้ 11. บ นท กระยะเวลาในการร กษาโดยประมาณ ั ี ั 12. ท าเคร องหมาย ํ ื่ ิ ื ิ ู ิ ในชอง ยนยอม หรอ ไมยนยอม ตามความประสงคของผปวย/ญาต 13. ท า ํเคร องห ื่ มาย ในช อง ผ ป วยมาคนเด ยว/ผ ป วยย งไม บรรล น ต ภาวะ/ ู ีู ั ุิิ ู ู ึ ั ผปวยไมรสกตว ตามสภาพ ผ ป วย ู 14. ผปูวยเซน็ชอื่ใหการยนิยอมรักษาในชองลงนามผอูนญุาต หากผปูวยยงัไมบรรลนุติิภาวะใหบดิา/ มารดาเซ นเป นผ อน ญาต ็ ู ุ เวลา ..................... F/M-PHY-PFR-002 Rev.0 Eff. 09/09/2562 1 2 3 4 5 6 6 7 8