ก
ข
หนงั สือเรียนสาระการพฒั นาสังคม
กรมหลวงชุมพร สค 2300132
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอสัตหีบ
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจงั หวดั ชลบุรี
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ก
คำนำ
กกกกกกกเอกสารหลักสูตรรายวิชา สค2300132 กรมหลวงชุมพร ศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จัดทาข้ึนเพื่อให้นักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสตั หบี จังหวดั ชลบุรี ได้ศึกษาเรียนรู้เกยี่ วกับ
พระประวัติกรมหลวงชุมพร พระปรีชาสามารถและผลงาน พระราชกรณียกิจกรมหลวงชุมพร คุณค่า
ความศรัทธาและการสืบสาน และเผยแพร่ เกียรติคุณกรมหลวงชุมพร ด้วยการบอกกล่าวเล่าขาน หรือ
เป็นมัคคุเทศก์อาสาควบคู่กับการทาส่ือประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่มากราบไหว้ขอพร ตลอดจน
ศรัทธาต่อกรมหลวงชุมพร และเกิดความภาคภูมิใจในการเป็นคนอาเภอสัตหีบ ส่งผลให้นักศึกษาเห็น
คุณค่า เกิดความภาคภูมิใจ ระลึกถึงกรมหลวงชุมพร สามารถนาความรู้ และทักษะที่ได้รับไปใช้ใน
ชีวิตประจาวัน และเกิดความรักในถ่ินฐานบ้านเกิด ซ่ึงเป็นแหล่งเรียนรู้ สักการะของคนในชุมชนให้คง
อยคู่ ู่ท้องถนิ่ ตลอดไป
กกกกกกกเอกสารฉบบั นี้ประกอบดว้ ย (1) ผังมโนทัศน์ (2) คาอธบิ ายรายวิชา (3) รายละเอยี ดคาอธบิ าย
รายวิชา (4) โครงสร้างหลักสูตร (5) รายละเอียดของหัวเร่ืองพระประวัติ หัวเร่ืองพระปรีชาสามารถและ
ผลงาน หัวเร่ืองพระราชกรณียกิจกรมหลวงชุมพร หัวเร่ืองคุณค่า ความศรัทธาและการสืบสาน และหัว
เร่อื งเผยแพร่ เกียรตคิ ณุ กรมหลวงชุมพร (6) บรรณานุกรม และ (7) ภาคผนวก
กกกกกกกเอกสารฉบับน้ีสาเร็จลุล่วงได้ด้วยดีเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจาก นายอนุชา พงษ์เกษม
ผู้อานวยการสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดชลบุรี นางสาว
อุไรรัตน์ ชนะบารุง รองผู้อานวยการสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
จังหวัด ตลอดจนผู้ร่วมพัฒนาหลักสูตร ได้แก่ ข้าราชการครู บรรณารักษ์ ครูอาสาสมัครการศึกษานอก
โรงเรียน ครู กศน.ตาบล ครูศูนย์การเรียนชุมชน ครูสอนผู้พิการและบรรณารักษ์อัตราจ้าง ศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ ขอขอบพระคุณและขอขอบคุณทุกท่าน
มา ณ ทน่ี ีด้ ้วย
(นางสรุ ัสวดี เล้ียงสพุ งศ์
ผอู้ านวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอสัตหีบ
ข
คำนยิ ม
หนังสือเรียนรายวิชากรมหลวงชุมพร สค2300132 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นเอกสารประกอบวิชาเลือกเสรีสาระการพัฒนาสังคม
ที่มีคุณค่าต่อการศึกษาเรียนรู้ของนักศึกษาเก่ียวกับพระประวัติ พระปรีชาสามารถและผลงาน
พระกรณียกิจ เกียรติคุณของพระองค์ท่าน ด้วยการบอกกล่าวเล่าขาน หรือเป็นมัคคุเทศก์อาสาควบคู่
กับการทาส่ือประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนท่ีมาท่องเที่ยวและกราบไหว้ขอพร ตลอดจนความศรัทธา
เพ่ือความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ส่งผลให้นักศึกษาเห็นคุณค่า เกิดความภาคภูมิใจ
ระลึกถึงพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ สามารถนาความรู้ ที่ได้รับไปปรับใช้เป็น
แนวทางในการดารงชีวิตประจาวัน และเกิดความรักในถ่ินฐานบ้านเกิด ซ่ึงเป็นแหล่งเรียนรู้ สักการะ
ของคนในชุมชน
ขอชื่นชม นางสุรัสวดี เลี้ยงสุพงศ์ ผู้อานวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ และคณะครู ได้แก่ ข้าราชการครู ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียน
ครู กศน.ตาบล บรรณารักษ์ ครูศูนย์การเรียนชุมชน และครูผู้สอนคนพิการ สังกัดศูนย์การศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอสัตหีบ ตลอดจนผู้มีส่วนร่วมในการจัดทาหนังสือเรียนรายวิชา
เลือกเสรีกรมหลวงชุมพร สค2300132 ที่ร่วมมือร่วมใจจัดทาข้ึนจนสาเร็จลุล่วงและนาไปใช้ในการ
จัดการศกึ ษาให้กับนกั ศกึ ษามา ณ ท่ีนี้ดว้ ย
(นายอนุชา พงษเ์ กษม)
ผอู้ านวยการสานักงานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั จังหวดั ชลบรุ ี
ค
สำรบญั
หนา้
คาแนะนาการใช้หนังสือเรียน................................................................................................... 1
โครงสรา้ งรายวชิ า.................................................................................................................... 2
กกกสรปุ สาระสาคญั ................................................................................................................ 2
กกกผลการเรียนรทู้ ีค่ าดหวงั ..................................................................................................... 8
กกกขอบข่ายเน้ือหา............................................................................................................... .. 9
กกกสื่อประกอบการเรยี นร.ู้ ..................................................................................................... 9
บทท่ี 1 พระประวัติกรมหลวงชมุ พร....................................................................................... 10
สาระสาคญั ........................................................................................................................ 10
ผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวัง..................................................................................................... 12
ขอบขา่ ยเนือ้ หา.................................................................................................................. 12
ส่ือประกอบการเรียนร.ู้ ...................................................................................................... 12
เรอ่ื งท่ี 1 พระประวัตกิ รมหลวงชุมพร................................................................................ 13
กิจกรรมท้ายบท................................................................................................................ 26
บทท่ี 2 พระปรชี าสามารถและผลงาน.................................................................................... 29
สาระสาคัญ........................................................................................................................ 29
ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวงั ..................................................................................................... 30
ขอบขา่ ยเนือ้ หา.................................................................................................................. 30
ส่ือประกอบการเรยี นร.ู้ ...................................................................................................... 30
เรือ่ งที่ 1 พระปีชาสามารถ.............................................................................................. 30
เรอ่ื งที่ 2 ผลงาน............................................................................................................... 32
กิจกรรมทา้ ยบท................................................................................................................ 43
บทที่ 3 พระราชกรณียกจิ กรมหลวงชมุ พร............................................................................ 46
สาระสาคญั ........................................................................................................................ 46
ผลการเรียนรูท้ ี่คาดหวงั ..................................................................................................... 47
ขอบข่ายเน้อื หา.................................................................................................................. 47
ส่ือประกอบการเรยี นร.ู้ ...................................................................................................... 47
เรอ่ื งท่ี 1 พระราชกรณยี กิจทางดา้ นการทหาร.................................................................. 47
เรอ่ื งท่ี 2 พระราชกรณียกิจทางด้านการแพทย.์ ................................................................ 50
กิจกรรมท้ายบท................................................................................................................ 59
บทที่ 4 คุณค่า ความศรทั ธา................................................................................................... 62
สาระสาคัญ........................................................................................................................ 62
ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั ..................................................................................................... 62
ขอบขา่ ยเนอื้ หา.................................................................................................................. 62
สื่อประกอบการเรยี นรู้....................................................................................................... 62
ง
สำรบญั (ต่อ)
หน้า
เรอ่ื งท่ี 1 คุณค่า ความศรัทธาและความเชื่อ...................................................................... 62
กจิ กรรมทา้ ยบท................................................................................................................ 82
บทท่ี 5 การสบื สานและเผยแพร่เกียรติคณุ ...................................................................... 84
สาระสาคญั ........................................................................................................................ 84
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวัง..................................................................................................... 86
ขอบขา่ ยเนื้อหา.................................................................................................................. 86
สื่อประกอบการเรียนร้.ู ...................................................................................................... 86
เรอื่ งที่ 1 การเป็นมัคคเุ ทศกอ์ าสา...................................................................................... 86
เรอ่ื งท่ี 2 จิตอาสา.............................................................................................................. 95
เร่ืองที่ 3 วนั กองทัพเรือ..................................................................................................... 99
เรอ่ื งท่ี 4 วันอาภากร......................................................................................................... 105
เรือ่ งที่ 5 การประชาสัมพันธด์ ว้ ยสอื่ ทีห่ ลากหลาย............................................................. 107
กจิ กรรมทา้ ยบท................................................................................................................ 116
บรรณานกุ รม............................................................................................................................ 119
ภาคผนวก................................................................................................................................. 122
ก. เฉลยกจิ กรรมท้ายบท.................................................................................................... 123
ข. คาส่ังแต่งตงั้ คณะกรรมการจดั ทาหนังสอื เรียน............................................................. 125
ค. ประกาศอนญุ าตให้ใช้หนงั สือเรยี น.............................................................................. 128
1
คำแนะนำกำรใชห้ นงั สือเรยี น
หนังสือเรียน สาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค2300132 กรมหลวงชุมพร ระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น เป็นสื่อเอกสารเพ่ือช่วยให้นักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษ าตามอัธยาศัยอาเภ อสัตหี บ จังห วัดช ลบุ รี เกิดการเรียน รู้ตาม ห ลักสูต รรายวิช า
สค 2300132 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของสถานศึกษา และผู้ที่สนใจเกี่ยวกับกรมหลวงชุมพร ได้ศึกษา
เรียนรู้ โดยเฉพาะนักศึกษาท่ีลงทะเบียนเรียนหลักสูตรรายวชิ าน้ีจานวน 2 หน่วยกิต จานวน 80 ช่ัวโมง ได้
ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ให้บรรลุมาตรฐานของหลักสูตรในการศึกษาหนังสือเรียนเล่มน้ี ให้นักศึกษาปฏิบัติตาม
คาแนะนาตอ่ ไปนี้ จงึ จะทาให้การเรยี นรหู้ นงั สอื เรียนมปี ระสิทธภิ าพและเกิดประสทิ ธผิ ล
1. ให้นักศึกษาศึกษาโครงสร้างรายวิชา ประกอบด้วย สรุปสาระสาคัญ ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง
ขอบข่ายเน้ือหา และส่ือประกอบการเรียนรู้รายวิชานี้ให้เข้าใจ ก่อนท่ีจะศึกษาเนื้อหาในแต่ละบทในลาดับ
ตอ่ ไป
2. ให้นักศึกษา ศึกษารายละเอียดของเนื้อหารายวิชา ในแต่ละบท มีท้ังหมด 5 บท ในแต่ละบท
ประกอบด้วย สาระสาคัญ ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวัง ขอบข่ายเนอ้ื หา สื่อประกอบการเรียนรแู้ ละรายละเอียด
ของแต่ละเร่ืองในบทนั้น ๆ ต่อจากน้ันให้ทากิจกรรมท้ายบท เพ่ือสรุปความรู้ท่ีได้ศึกษาเน้ือหา หลังจากน้ัน
สามารถตรวจสอบผลการตอบหรือทากิจกรรมท้ายบทได้จากเฉลยกิจกรรมท้ายบท ถ้ากรณีผลการ
ตรวจสอบคาตอบไม่ถูกต้อง ให้นักศึกษาทบทวนด้วยการกลับไปศึกษาเน้ือหาในบทน้ัน ๆ ใหม่อีกครั้งหน่ึง
หรือจนกว่าจะตอบได้ถูกต้อง นอกจากน้ีนักศึกษาสามารถนาผลการตอบกิจกรรมที่ได้ทา ไปพูดคุย
แลกเปลี่ยนกับครูผู้สอนรายวิชานี้ หรือเพื่อนนักศึกษาที่ลงทะเบียนรายวิชาน้ีหรือนักศึกษาคนอื่น ๆ ใน
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลายระดับเดียวกันได้
3. หนังสอื เรียนเลม่ นี้ ประกอบด้วย 5 บท
บทที่ 1 เรอ่ื งพระประวัติกรมหลวงชุมพร
บทที่ 2 พระปรชี าสามารถและผลงาน
บทท่ี 3 พระราชกรณียกจิ กรมหลวงชุมพร
บทท่ี 4 คณุ คา่ ความศรัทธา
บทที่ 5 การสบื สาน และเผยแพร่ เกยี รตคิ ณุ กรมหลวงชุมพร
2
โครงสรำ้ งหลักสตู ร รำยวิชำ สค2300132 กรมมหลวงชมุ พร
จำนวน 2 หน่วยกิจ ระดับมัธยมศึกษำตอนตน้
สรปุ สำระสำคญั
1. บทที่ 1 พระประวตั ิกรมหลวงชุมพร
1.ประวัตคิ วำมเป็นมำของกรมหลวงชุมพร
นายพลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (19 ธันวาคม พ.ศ.
2423 – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) มีพระนามเดิมคือ พระเจ้ำลูกยำเธอ พระองค์เจ้ำอำภำกร
เกียรติวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว พระองค์ทรงไดร้ ับสมญั ญานามวา่ "องคบ์ ิดาของทหารเรือไทย"
พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่
ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเต่ีย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี
2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย"และในปี 2544 แก้ไข
เปน็ "องคบ์ ดิ าของทหารเรอื ไทย
ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้มีการจัดสร้างศาลและพระอนุสาวรีย์พล
เรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ รวมท้ังสิ้น 217 แห่งท่ัวประเทศไทย เช่น
โรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อาเภอเมือง จังหวัดชุมพร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือ
สัตหีบ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ อาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หรือที่พระตาหนักที่
หาดทรายรี จงั หวดั ชมุ พร ประวัติพระครวู รเวทมุนี (หลวงพอ่ อ)๋ี เจา้ อาวาสวัดสตั หีบ
1.1 ชีวติ ส่วนพระองค์
ทางด้านชีวิตส่วนพระองค์อภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพย์
สัมพันธ์ พระธิดาในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ
วงศ์วรเดช เมื่อวันท่ี 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ
กรุณาพระราชทานน้าสังข์ในพิธีอภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง แต่ใน
ภายหลัง พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจา้ ทิพยสัมพันธ์ ทรงน้อยพระทยั พระองคเ์ จ้าอาภากรเกียรตวิ งศ์ และปลง
ชีพพระองค์เองดว้ ยยาพิษ
3
1.2 รำชตระกลู
พระรำชตระกูลในสำมรุ่นของพระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ด์ิ
พระปยั กำฝำ่ ยพระชนก:
พระอยั กำฝ่ำยพระชนก: พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้
พระบาทสมเดจ็ พระจอม นภาลยั
เกล้าเจ้าอยหู่ วั พระปัยยิกำฝ่ำยพระชนก:
พระชนก: สมเดจ็ พระศรีสุรเิ ยนทราบรมราชนิ ี
พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจา้ อย่หู วั พระปัยกำฝ่ำยพระชนก:
พระอยั ยกิ ำฝ่ำยพระ สมเดจ็ พระบรมราชมาตามหัยกาเธอ
ชนก: กรมหมน่ื มาตยาพิทกั ษ์
สมเด็จพระเทพศริ นิ ทราบ
พระเจำ้ บรม รมราชินี พระปยั ยกิ ำฝ่ำยพระชนก:
วงศเ์ ธอ หมอ่ มน้อย
กรมหลวง
ชุมพรเขตอุดม พระปยั กำฝำ่ ยพระชนน:ี
ศักดิ์
สมเดจ็ เจ้าพระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ์
พระอยั กำฝ่ำยพระชนน:ี
(ช่วง บุนนาค)
เจ้าพระยาสุรวงษ์
ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) พระปยั ยิกำฝำ่ ยพระชนน:ี
ทา่ นผู้หญิงกลิน่
พระชนน:ี
เจา้ จอมมารดาโหมด
ในรชั กาลท่ี 5 พระปยั กำฝำ่ ยพระชนนี:
พระอัยยกิ ำฝ่ำย ไมม่ ีข้อมูล
พระชนนี:
ท่านผู้หญงิ อ่ิม พระปยั ยิกำฝำ่ ยพระชนน:ี
ไมม่ ีขอ้ มลู
4
1.3 พระเกยี รตยิ ศ
พระอสิ รยิ ยศ
- พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ (19 ธันวาคม พ.ศ.2423–20 พฤศจกิ ายน
พ.ศ.2447)
- พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักด์ิ (20 พฤศจิกายน พ.ศ.2447–23 ตุลาคม
พ.ศ.2453)
- พระเจ้าพย่ี าเธอ กรมหมื่นชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ (23 ตลุ าคม พ.ศ.2453 –11 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
2463)
- พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (11 พฤศจิกายน พ.ศ.2463–10 กรกฎาคม
พ.ศ.2478)
- พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิ (10 กรกฎาคม พ.ศ.2478)
1.4 กำรศึกษำ
ทรงเข้าเป็นนักเรียนในโรงเรียนพระตาหนักสวนกุหลาบ เม่ือมีพระชันษาได้ 13 ปี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาต่อ
ณ ประเทศอังกฤษ พร้อมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะน้ันทรงดารงพระอิสริยศักด์ิ
เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในปี พ.ศ. 2436 ทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรือ
อังกฤษ ในปี พ.ศ. 2439 ต่อจากน้ันทรงศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทหารเรือ โรงเรียนปืนใหญ่ และโรงเรียน
ตอร์ปิโด จนไดเ้ ลอ่ื นยศเปน็ เรือเอก รวมเวลาทท่ี รงศึกษาอยใู่ นราชนาวีอังกฤษ 6 ปีเศษ
2. บทที่ 2 พระปรชี ำสำมำรถและผลงำน
1.พระปรชี ำสำมำรถ
เสด็จเตี่ย ทรงเป็น "ชายชาติทหาร" อย่างเต็มตัว ยามใดที่พอจะมีเวลาว่างจากงานราชการจะ
โปรดทางานอดิเรก ซง่ึ มที งั้ ด้านการกฬี า ศิลปะการตอ่ สปู้ อ้ งกันตัว และงานดา้ นศิลปวัฒนธรรม
ด้ำนกำรกีฬำ
กฬี าที่ทรงโปรดมากคือการแล่นเรอื ใบ ยามวา่ งพระองค์จะทรงแล่นเรือใบ โดยทรงถือท้าย
เรอื ด้วยพระองคเ์ อง และยงั ทรงฝึกพระชายา พระโอรสและพระธิดาหัดแลน่ เรือใบเพ่ือความเพลิดเพลินและ
ใหค้ นุ้ กบั ทะเล นอกจากนย้ี งั ทรงโปรดกฬี าฟตุ บอลและ ฮอกกี้
ด้ำนศลิ ปะกำรตอ่ สู้ปอ้ งกันตวั
ทรงโปรดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวหลายประเภทเช่น มวย และ กระบ่ีกระบอง ทรง
ฝกึ หัดท้ังมวย และกระบี่กระบองอย่างเช่ยี วชาญ จนยากทจ่ี ะหาใครเทียบเคยี งได้
ด้ำนดนตรี
ทรงมีพรสรรค์ด้านดนตรีต้ังแต่ทรงพระเยาว์ ทรงเป็นนักดนตรีโดยสายเลือดจากพระ
มารดา ทรงเครื่องดนตรีไทยได้แทบทุกชนิดท้ังประเภท ดีด สี ตี เป่า เช่นขลุ่ย ระนาด ซอ และไม่ว่า
พระองค์จะทรงหยิบจับเครื่องดนตรีใด ก็สามารถเล่นได้ดีทั้งส้ิน สาหรับเคร่ืองดนตรีฝร่ัง ทรงสามารถด้าน
เปียโนและขบั ร้องไดอ้ ย่างดี
5
ดำ้ นศิลปะกำรแสดง
พระอัจฉรยิ ภาพอีกดา้ นหนึ่งของเสด็จเต่ีย คือ ด้านศิลปะการแสดง และศิลปะการแสดงที่
ท่านโปรดมากคือ "โขน" ถึงกับมีการเรียนกับครู ชื่อพระยาพรหมา พระองค์ทรงหัดโขนอย่างจริงจัง และมี
การเล่นโขนกันระหว่างเจา้ นายหลายพระองค์ อยู่หลายครงั้
2. ผลงำน
1. มวยไทย
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นเจ้านายอีกหน่ึง
พระองค์ในประวัติศาสตร์ไทยที่ทรงสนใจ-สนับสนุนมวยและนักมวย ทรงเป็นผู้มีความสามารถด้านมวย
ไทย และในสมัยรชั กาลท่ี 6 ทรงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักมวยต่างจังหวัด ท้ัง นายทบั จำเกำะ, นายยงั หำญ
ทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ และนายพูน ศักดา ซึ่งเป็นนักมวยท่ีมีฝีมือชาวโคราช และทรงสนับสนุน
ทหารเรือที่มีความสามารถในการชกมวยไทยอีกด้วย ทรงส่งนายยัง หาญทะเล เข้าชกชิงถ้วยชนะเลิศมวย
ไทย ทรงชุบเล้ยี งนายทหารเรอื ที่มคี วามสามารถในการชกมวย และกระบ่ีกระบอง ไว้มากมายหลายคนดว้ ย
ทรงเห็นความสาคัญว่าศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวมีความสาคัญและยังเป็นวิธีการหน่ึงท่ีช่วยสร้างความ
แขง็ แกร่ง และเปน็ การติดเขีย้ วเลบ็ ให้เหล่าทหารเรืออีกดว้ ย.
2. ด้ำนศิลปะ
เสด็จเต่ียทรงมีความสามารถในด้านศิลปะ เขตอุดมศักด์ิ ยังมีความสามารถในด้าน
ศิลปะ โดยพระองค์ได้ทรงเขียนภาพพุทธประวัติไว้ท่ีผนังโบสถ์ของวัดปากคลองมะขามเฒ่า อาเภอวัด
สงิ ห์ จังหวัดชัยนาท อันเป็นภาพเหตกุ ารณ์ท่ีพระโคตมพุทธเจ้าทรงพบปัญจวัคคีย์ ผลงานวาดทางพุทธศิลป์
ของเสด็จเต่ียน้ียังคงปรากฏสืบมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน
ลึกซึง้ อีกทัง้ ภาพลอ้ ฝีพระหตั ถ์ทแ่ี สดงให้เห็นถึงอารมณ์ขนั ของพระองค์ได้เปน็ อย่างดี
3. งำนพระนพิ นธ์
เสด็จเตี่ยทรงโปรดอีกอย่างคืองานด้านการประพันธ์ สังเกตว่าท่านทรงเช่ียวชาญทั้ง
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ้าอ่านบันทึกหรือผลงานท้ังร้อยแก้วและร้อยกรองท่ีปรากฏในรูปคาสอน บท
กวี และเน้ือเพลง จะเห็นว่าทรงใช้ภาษาสื่อความหมายได้ชัดเจน ถ้อยคาเรียบงา่ ย แต่มีพลัง ถา้ เป็นบทร้อย
กรอง พระองค์โปรดการใช้คาประพันธ์ประเภทกลอนเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหามักมีคติเตือนใจ ให้ข้อคิดในการ
ทางานตา่ งๆทส่ี ามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้ ทกุ เพศ ทุกวัย และไม่จากัดดว้ ยเวลา.
3. บทที่ 3 พระรำชกรณยี ิจกรมหลวงชมุ พร
1.พระรำชกรณียกจิ ของกรมหลวงชุมพร
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงได้รับสมัญญาเป็น องค์บิดาแห่ง
กองทัพเรือ ซึ่งทหารเรือยกย่องและเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างสูงสุด เน่ืองจากพระองค์ทรงริเริ่ม
วางรากฐานกิจการทหารเรือและนาความเจริญม่ันคงและรุ่งเรืองมีสมรรถภาพสู่กองทัพเรือเป็นที่ประจักษ์
ทั่วไป ทาให้ทัพเรือไทยทันสมัยมีมาตรฐาน และเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยะประเทศ กองทัพเรือจึง
กาหนดให้ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันอาภากร ซึ่งเป็นวันคล้ายวันส้ินพระชนม์ เพ่ือเป็นการเทิดทูน
เผยแพรพ่ ระเกยี รตคิ ณุ และแสดงออกซึง่ ความกตัญญกู ตเวทีต่อพระองค์ทา่ น
1.1 ดำ้ นกำรทหำร
พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักด์ิ เป็นเจ้านายพระองค์แรก ที่สาเร็จ
การศึกษา วิชาการทหารเรือ จากประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงมีจุดประสงค์ อันแรงกล้าที่จะฝึก ให้
6
ทหารเรือไทย เดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และ สามารถทาการรบ ทางเรือได้เน่ืองจากในอดีต
ประเทศไทย ได้ว่าจ้างชาวต่างชาติ มาเป็นผู้บังคับการเรือ มาโดยตลอด แม้แต่ในคราวที่ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสฯ ยุโรปครั้งแรก ก็ยังได้ว่าจ้าง " กัปตันคัมมิ่ง" และคณะนายทหาร เรือ
อังกฤษ เป็นผู้เดินเรือ ภายหลังจากท่ีพล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สาเร็จ
การศึกษา และเข้ารับราชการ ทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไข ปรับปรุงระเบียบการ ในโรงเรียนนายเรือ
ทรงเปน็ ครูสอนนักเรยี นนายเรือ และริเริม่ การใช้ ระบบการปกครองบังคับบญั ชา ตามระเบียบ การปกครอง
ในเรือรบ คือการแบ่งให้นักเรียนช้ันสูง บังคับบัญชารองลงมา นอกจากน้ียังทรงจัดเพ่ิม วิชาสาคัญสาหรับ
ชาวเรือขึ้นเพื่อให้สาเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้าลึกได้คือ วิชา ดาราศาสตร์
ตรโี กณมิติ อุทกศาสตร์ การเดนิ เรือเรขาคณิต พีชคณติ ฯลฯ
1.2 ด้ำนกำรแพทย์
พระองค์ศึกษาอย่างจริงจัง ได้ทรงสั่งกล้องจุลทรรศน์มาสาหรับตรวจโรค มีห้องพิเศษเรียกว่า ห้อง
เคมวี ทิ ยาศาสตร์ พระองคช์ อบทดลอง มีการคน้ คว้าแกโ้ รคตา่ ง ๆ เล่นแร่แปรธาตุ สกัดตัวยาจากสมนุ ไพร
เคร่ืองสกดั ตัวยานท้ี ามาจากต่างประเทศ ห้องเคมีเล็กกจ็ ริง แตล่ งทนุ มาก มตี วั ยาอันตรายและสาคัญ เปน็ ยา
ผงนา้ กรด นา้ กลั่น และตวั ยาสกดั ออกมาใสข่ วดปิดฉลากภาษาไทย ภาษาต่างประเทศเต็ม 4 ตู้ ลกู 4 คน
(หม่อมเจ้าสมรบาเทอง หม่อมเจ้าเริงจิตรแจรง หม่อมเจ้าดาแคงฤทธิ และหม่อมเจ้าครรชิตพล) จะรักษา
กญุ แจคนละตู้ ห้องนั้นลนั่ กุญแจเสมอ ทรงถือกุญแจเอง ทรงงานเด่ียวบ้าง กับแพทย์ชาวต่างประเทศบา้ ง มี
ลกู ๆ คอยรับใช้ ทรงแต่งองคอ์ ย่างหมอฝรั่ง มีผ้ากันเปื้อน ลูก ๆ เป็นผู้ช่วยก็แต่งตวั เรียบร้อยอย่างเดียวกัน
เครอ่ื งกลัน่ ใช้การได้ดี นอกจากสกัดสมนุ ไพรแลว้ ยังเคยสกัดดอกไมม้ าทานา้ หอมอกี ด้วย
พระองค์ทรงหมกมุ่นอยู่กับการแยกธาตุ และทดลองทั้งวัน ถึงแม้จะทรงชานิชานาญในกิจการ
แพทย์ ฝ่ายแผนโบราณแล้วก็ตาม แตจ่ ะไม่ทรงยนิ ยอมรักษาใครเปน็ อันขาด จนกวา่ จะได้รับการทดลองเป็น
ท่ีแม่นยาแล้วว่าเป็นยารักษาโรคชนิดพื้น ๆ ให้หายขาดได้อย่างแน่นอน ทรงทดลองให้สัตว์เล็ก ๆ กินก่อน
เมื่อสัตว์เล็ก กินหาย กท็ ดลองสัตว์โต เมื่อสัตว์โตหายจึงทดลองกับคน แล้วจึงประกาศอย่างเปิดเผยว่า ทรง
รกั ษาโรคนั้นโรคน้ี ใหห้ ายขาดได้
4. บทท่ี 4 คุณค่ำ ควำมศรทั ธำ
พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ เป็นผวู้ างรากฐานการบรหิ ารงานของ
กองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมูทหารเรือเรียกขานว่า “เสด็จเตี่ย” หรือ “หมอพร” และ “พระบิดา
แห่งกองทัพเรือไทย” ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า “พระบิดาของ
กองทัพเรือไทย” และในปี 2544 แก้ไข เป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย”และในเร่ืองของความเชื่อความ
ศรัทธาของอนุสาวรยี ์,เหรียญท่ีระลึก ทไี่ ดจ้ ดั สรา้ งขนึ้
5. บทที่ 5 กำรสืบสำน และเผยแพร่ เกียรตคิ ณุ กรมหลวงชมุ พร
กกกกกกก1. กำรเปน็ มคั คุเทศกอ์ ำสำ
มัคคุเทศก์ หมายถึง ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ทาหน้าท่ีอานวยความสะดวก ให้ข้อมูล
ความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่าง ๆ แก่บุคคลท่ีอยู่ในกลุ่ม
นักท่องเที่ยว ในกรณีทัศนศึกษาที่สถานท่ีทางศาสนาหรือประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และสถานท่ีท่องเที่ยวที่
ได้รับความสนใจอื่น ๆ มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่จะได้รับการรับรองจากองค์กรท่ีเก่ียวข้องก่อนปฏิบัติหน้าที่
มคั คุเทศก์
7
มัคคุเทศก์อาสา หมายถึง ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ทาหน้าที่อานวยความสะดวก ให้ข้อมูลความเข้าใจ
ทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างๆ ในสถานท่ีท่องเที่ยวแก่บุคคลท่ีอยู่ในกลุ่ม
ท่องเท่ียว โดยสมัครใจทางานเพ่ือประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือ
สง่ิ อ่ืนใด
คุณลักษณะที่ดีของมัคคุเทศก์ จะต้องมีคุณสมบัติพิเศษหลาย ๆ อย่าง สามารถปรับตัวให้
เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อยา่ งเหมาะสม จาเป็นตอ้ งมีคุณสมบัติ 5 ประการ
ดงั นี้ (1) มนุษยสัมพนั ธด์ ี (2) บุคลกิ ภาพ (3) มีความรู้ดี (4) รกั งานรักหน้าที่ และ (5) มีศิลปะใน การพูด
2. จิตอำสำ
จติ อาสา จติ อาสาจะมลี กั ษณะเดยี วกันกบั จิตสานกึ (ความรสู้ กึ ดีหรืออยากตอบแทนสงิ่ ท่เี ป็น
ประโยชน์ต่อตนเอง สังคม โลกมวลมนุษย์) หรือภาวะท่ีจิตต่ืนและรู้ตัวสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าจาก
ประสาท สมั ผสั ท้ัง 5 คือ รูป เสียง กลิ่น รส และส่ิงทสี่ มั ผสั ไดด้ ้วยกาย จิตสาธารณะ จิตสานกึ สาธารณะ จิต
บริการ จิตอาสา จิตสานึกทางสังคม คาศัพท์เหล่านี้มีลักษณะมีความหมายคล้ายคลึงกันหรือปฏิบัติในแง่
เดียวกัน โดยความหมาย ของศัพท์เหล่าน้ีท่านกล่าวความหมายเอาสรุปได้ 5 ประการ คือ ประการท่ี 1 จิต
สาธารณะ คือ จิตสานึกเพ่ือส่วนรวมจิตสานึก ประการที่ 2 จิตสาธารณะ คือ จิตอาสา ที่แสดงออกมาในรูป
ของพฤติกรรม ประการที่ 3 จิตสาธารณะ คือ การสานึกสาธารณะ ซ่ึงหมายถึงการที่บุคคลตระหนักรู้และ
คานึงถึงประโยชน์สุขของส่วนรวมและสังคม มองเห็นคุณค่าของการเอาใจใส่ดูแลรักษาสิ่งต่างๆ ท่ีเป็นของ
ส่วนรวม ประการท่ี 4 จิตสาธารณะ คือ จิตบริการท่ีเกี่ยวกับการคิด และการปฏิบัติในการให้ความ
ช่วยเหลือผู้อ่ืนเป็นการประพฤติปฏิบัติท่ีมุ่งความสุขของผู้อื่น ประการที่ 5 จิตสาธารณะ คือ จิตสานึกทาง
สังคมที่สานักงานและคณะกรรมการวิจัย แห่งชาตไิ ด้อธิบายวา่ เป็นการรู้จักเอาใจใส่เปน็ ธุระ และเข้าร่วมใน
เร่ืองของส่วนร่วมท่เี ป็นประโยชนต์ อ่ ประเทศชาตมิ คี วามสานกึ และยึดมนั่ ในระบบคณุ ธรรม และจริยธรรมท่ี
ดีงาม ละอายตอ่ สง่ิ ผดิ เนน้ ความเรยี บรอ้ ย ประหยัด และมีความสมดลุ ระหว่างมนุษยก์ ับธรรมชาติ
3. วนั กองทัพเรือ
กองทัพเรือ มีกาเนิดควบคู่มากับการสร้างอาณาจักรไทยนับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กองทัพ
ไทย ในสมัยนน้ั มีเพยี ง ทหารเหล่าเดียว มิได้แบง่ แยกออกเป็น กองทพั บก กองทัพเรือ และกองทพั อากาศ
อย่างเช่น ในสมยั ปจั จบุ ัน หากยาตราทัพ ไปทางบก ก็เรียกว่า "ทัพบก" หากยาตราทัพ ไปทางเรอื ก็เรียกว่า
"ทพั เรือ" การจัดระเบยี บ การปกครอง บังคบั บัญชา กองทัพไทย ในยามปกติ สมยั น้นั ยังไมม่ ี แบบแผน ที่
แนน่ อน ในยามศึกสงครามได้ใช้ทหาร"ทัพบก"และ"ทัพเรอื "รวมๆกันไปในการ ยาตราทพั เพอื่ ทาศึกสงคราม
ภายในอาณาจกั ร หรือ นอกอาณาจักร ก็มีความจาเป็น ต้องใช้เรือ เป็นพาหนะในการ ลาเลียงทหาร เคร่ือง
ศาสตราวุธเรือ นอกจาก จะสามารถ ลาเลียง เสบียงอาหาร ได้คราวละมากๆ แล้ว ยังสามารถ ลาเลียง
อาวธุ หนักๆ เช่น ปนื ใหญ่ ไปไดส้ ะดวก และ รวดเรว็ กว่าทางบกดว้ ย จึงนิยม ยกทพั ไปทางเรือจนสดุ ทางน้า
แล้วจึงยกทัพต่อไปบนทางบกเรือรบ ท่ีเป็นพาหนะ ของกองทัพไทย สมัยโบราณ มี 2 ประเภท ด้วยกันคือ
เรือรบในแม่น้า และ เรือรบในทะเล เม่ือสันนิษฐาน จากลักษณะ ท่ีต้ัง ของราชธานี ซึ่งมี แม่น้าล้อมรอบ
และ มีแม่น้าลาคลอง เป็นเส้นทาง ในการคมนาคม ตลอดจน ชีวิตความเป็นอยู่ ที่ต้องใช้น้า ในการบริโภค
และ การเกษตรกรรม แล้ว เรือรบ ในแม่น้า คงมีมาก่อน เรือรบในทะเล เพราะสงคราม ของไทย ใน
ระยะแรกๆ จะเป็น การทาสงคราม ในพ้ืนท่ี ใกล้เคียงกับ ประเทศไทย กล่าวคือ เป็นการ ทาสงคราม กับ
พม่า เป็นสว่ นมาก
8
4. วันอำภำกร
วันอาภากร ตรงกับวันท่ี 19 พฤษภาคม ของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้า
บรมวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) ซึ่ง
เป็นทีเ่ คารพของทหารเรือไทย ในฐานะท่ีทรงเป็นผู้วางรากฐาน และพฒั นากิจการกองทัพเรอื ไทย จัดตั้งฐาน
ทัพเรือ โรงเรียนนายเรอื
กองทัพเรือไทยได้กาหนดให้วันท่ี 19 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันอาภากร พร้อมกับขนานพระนาม
พระองคท์ า่ นเปน็ "พระบิดาของกองทัพเรอื ไทย" ตัง้ แต่ พ.ศ. 2536
กกกกกกก5. กำรประชำสัมพันธด์ ้วยสือ่ ทหี่ ลำกหลำย
ความหมายของส่ือสังคมออนไลน์ หมายถึง ส่ือดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทาง
สังคม (Social Tool) เพ่ือใช้สื่อสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์
และโปรแกรมประยุกตบ์ นสื่อใดๆ ท่ีมีการเชือ่ มต่อกับอนิ เทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ทั้งท่ีเป็นผู้ส่งสารและผู้รับ
สารมีส่วนร่วม (Collaborative) อย่างสร้างสรรค์ ในการผลิตเนื้อหาขึ้นเอง (User-GenerateContent:
UGC) ในรูปของข้อมูล ภาพ และเสียง รวมถงึ การประชาสมั พันธด์ ว้ ยส่อื แผน่ พับ
แผ่นพับ หมายถึง สื่อโฆษณาท่ีเป็นส่ิงพิมพ์ที่ผู้ผลิตส่งตรงถึงผู้บริโภค มีทั้งวิธีการส่งทางไปรษณีย์
และแจกตามสถานท่ีต่าง ๆ ลักษณะเด่นของแผ่นพับ คือ มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมลู รายละเอียดได้มาก
พอสมควร ผู้อ่านสามารถเลือกอ่านเวลาใดก็ได้ ผู้ออกแบบมีเทคนิคการออกแบบตามอิสระ หลากหลาย
ค่าใช้จ่ายในการผลิตตา่ กว่าส่ิงพิมพช์ นิดอืน่ นอกจากน้ียังเป็นสอ่ื ท่ีเข้าถงึ เป้าหมายได้อยา่ งแทจ้ รงิ
การทาแผ่นพับท่ีดี ต้องประกอบไปด้วย (1) หลักการท่ัวไป การออกแบบแผ่นพับ มี 2 เรื่องท่ี
สาคัญ คือ หลักการที่ 1 สิ่งทีต่ ้องกาหนดและวางแผนก่อนการออกแบบแผน่ พบั หลักการที่ 2 องค์ประกอบ
และการจัดวางองค์ประกอบในการออกแบบแผ่นพับ (2) สิ่งท่ีต้องกาหนด และวางแผนก่อนการออกแบบ
แผ่นพับ มี 4 ข้อ ดังน้ี การกาหนดขนาดและรูปแบบของแผ่นพับ การกาหนดลักษณะการส่ง การกาหนด
กระดาษ และการกาหนดลาดับของการอ่านตามลักษณะของแผ่นพับ และ (3) องค์ประกอบ และการจัด
วางองค์ประกอบในการออกแบบแผ่นพับที่ต้องกาหนดและวางแผนเฉพาะในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับการ
ออกแบบ มี 4 องค์ประกอบ ดังนี้ พาดหัว ภาพประกอบข้อความ ภาพสถานท่ีหลัก และตราสัญลักษณ์
เป็นตน้
ผลกำรเรยี นทีค่ ำดหวัง
1. บอกประวตั ิความเป็นมาของกรมหลวงชมุ พรได้
2. ผูเ้ รยี นสามารถบอกพระปรีชาสามารถและผลงานด้านต่างๆของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิได้
3. ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสาคัญของพระปรีชาสามารถและผลงานด้านต่างๆของพลเรือเอก
พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ดไิ์ ด้
4. บอกถงึ ความสาคัญของพระราชกรณียกจิ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ด์ิ
5. ให้คุณค่า และความศรทั ธาทม่ี ีตอ่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ดิ์ได้
6. เห็นคุณค่า และความศรัทธาต่ออนุสาวรีย์และเหรียญที่ระลึกของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร
เขตอุดมศักด์ิ
7. สามารถบอกกล่าวเล่าขาน หรือเป็นมัคคุเทศก์อาสา แนะนาสืบสาน และเผยแพร่ เกียรติคุณ
กรมหลวงชุมพรได้
9
กกกกกก8. สามารถการประชาสัมพันธ์ แนะนาสืบสาน และเผยแพร่ เกียรติคุณกรมหลวงชุมพรด้วยสื่อท่ี
หลากหลายได้
ขอบข่ำยเนือ้ หำ
บทท่ี 1 เร่ืองพระประวตั ิ
บทท่ี 2 พระปรีชาสามารถและผลงาน
บทท่ี 3 พระราชกรณียกิจกรมหลวงชุมพร
บทท่ี 4 คณุ คา่ ความศรัทธา
บทที่ 5 การสืบสาน และเผยแพร่ เกยี รติคุณกรมหลวงชมุ พร
สื่อประกอบกำรเรยี นรู้
1. สอ่ื เอกสารไดแ้ ก่
1.1 ใบความรู้
1.2 ใบงาน
1.3 หนงั สอื เรยี นสาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค2300132 กรมหลวงชมุ พร ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
1.4 พระปรชี าสามารถของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
1.5 ผลงานของพลเรอื เอก พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์
2. ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
2.1 Website ได้แก่
2.1.1 เรอ่ื ง พระประวตั ิพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ ผู้เขยี นมูลนธิ วิ ิกิ
มีเดยี สืบค้นจากhttps://th.wikipedia.org/wiki/พระเจ้าบรมวงศ์เธอ_กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
2.1.2 เร่อื ง พระประวัติพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ ผเู้ ขยี น Seal 2
thai สืบคน้ จาก http://www.seal2thai.org/etc/chumporn/
3. สอ่ื แหล่งเรียนรู้ในชมุ ชน
3.1 ฐานทัพเรือสัตหีบ อาเภอสตั หบี จงั หวัดชลบรุ ี
3.2 หอ้ งสมุดประชาชน "เฉลมิ ราชกุมาร"ี อาเภอสัตหบี (ห้องสมุด กศน.อาเภอสัตหีบ
3.3 ศึกษาจากสถานที่จริง ได้แก่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ แหลมปู่เจ้า , สวนกรมหลวงชุมพรเขต
อดุ มศักด์ิ บรเิ วณหนองตะเคียน และอนุสาวรยี ์บริเวณชายหาดบางเสร่ ม.2 ต.บางแสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
10
บทที่ 1
พระประวตั ิกรมหลวงชุมพร
สำระสำคัญ
1.ประวตั คิ วำมเป็นมำของกรมหลวงชุมพร
นายพลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 –
19 พ ฤ ษ ภ าค ม พ .ศ . 2466) มี พ ระน าม เดิ ม คื อ พ ระเจ้ ำลู ก ย ำเธ อ พ ระอ งค์ เจ้ ำอ ำภ ำก ร
เกียรติวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสพระองค์ท่ี 28 ในพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว พระองคท์ รงไดร้ บั สมัญญานามวา่ "องคบ์ ิดาของทหารเรือไทย"
พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือ
เรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มี
ประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า "พระบิดาของกองทัพเรือไทย"และในปี 2544 แก้ไขเป็น
"องคบ์ ดิ าของทหารเรอื ไทย
ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้มีการจัดสร้างศาลและพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระ
เจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ รวมท้ังส้ิน 217 แห่งท่ัวประเทศไทย เช่น โรงพยาบาลชุมพร
เขตอุดมศักด์ิ อาเภอเมือง จังหวัดชุมพร โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ โรงพยาบาล
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ อาเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หรือที่พระตาหนักท่ีหาดทรายรี จังหวัดชุมพร
ประวตั ิพระครวู รเวทมุนี (หลวงพอ่ อ๋)ี เจ้าอาวาสวดั สตั หีบ
1.1 ชีวิตส่วนพระองค์
ทางด้านชีวิตส่วนพระองค์อภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาใน
สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เม่ือวันท่ี
28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ กรุณาพระราชทาน
น้าสังขใ์ นพิธอี ภิเษกสมรส ณ พระที่นง่ั จกั รีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง แต่ในภายหลัง พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ ทรงน้อยพระทัยพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ และปลงชีพพระองค์เอง
ด้วยยาพษิ
11
1.2 รำชตระกูล พระรำชตระกูลในสำมรนุ่ ของพระเจำ้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์
พระเจ้ำบรม พระชนก: พระอยั กำฝำ่ ยพระชนก: พระปยั กำฝ่ำยพระชนก:
วงศ์เธอ พระบาทสมเด็จพระ พระบาทสมเดจ็ พระจอม พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัย
กรมหลวง จุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั
เกล้าเจา้ อย่หู ัว พระปัยยิกำฝ่ำยพระชนก:
ชุมพรเขตอุดม พระชนนี: สมเดจ็ พระศรสี ุริเยนทราบรมราชินี
ศกั ด์ิ เจ้าจอมมารดาโหมด ใน พระอยั ยกิ ำฝำ่ ยพระ
ชนก: พระปัยกำฝำ่ ยพระชนก:
รัชกาลที่ 5 สมเด็จพระบรมราชมาตามหยั กาเธอ
สมเดจ็ พระเทพศริ นิ ทราบ
รมราชินี กรมหม่นื มาตยาพิทกั ษ์
พระอัยกำฝ่ำยพระชนน:ี พระปัยยิกำฝำ่ ยพระชนก:
เจา้ พระยาสรุ วงษ์ หม่อมน้อย
ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) พระปัยกำฝำ่ ยพระชนนี:
สมเด็จเจา้ พระยาบรมมหาศรีสุรยิ วงศ์
พระอัยยิกำฝ่ำย
พระชนนี: (ชว่ ง บุนนาค)
ทา่ นผู้หญิงอ่ิม
พระปยั ยิกำฝำ่ ยพระชนนี:
ทา่ นผูห้ ญงิ กลิ่น
พระปยั กำฝำ่ ยพระชนนี:
ไมม่ ีข้อมูล
พระปัยยิกำฝ่ำยพระชนน:ี
ไม่มีข้อมูล
12
1.3 กำรศึกษำ
ทรงเข้าเป็นนักเรียนในโรงเรียนพระตาหนักสวนกุหลาบ เมื่อมีพระชันษาได้ 13 ปี
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาต่อ
ณ ประเทศอังกฤษ พร้อมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งขณะนั้นทรงดารงพระอิสริยศักด์ิ
เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ในปี พ.ศ. 2436 ทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรือ
อังกฤษ ในปี พ.ศ. 2439 ต่อจากน้ันทรงศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทหารเรือ โรงเรียนปืนใหญ่ และโรงเรียน
ตอรป์ ิโด จนไดเ้ ลอ่ื นยศเป็นเรือเอก รวมเวลาทีท่ รงศกึ ษาอยู่ในราชนาวอี ังกฤษ 6 ปเี ศษ
1.4 พระเกียรติยศ
พระอสิ ริยยศ
- พระเจา้ ลูกยาเธอ พระองค์เจา้ อาภากรเกยี รตวิ งศ์
(19 ธนั วาคม พ.ศ.2423–20 พฤศจิกายน พ.ศ.2447)
- พระเจ้าลกู ยาเธอ กรมหม่นื ชุมพรเขตอดุ มศักด์ิ
(20 พฤศจิกายน พ.ศ.2447–23 ตุลาคม พ.ศ.2453)
- พระเจา้ พยี่ าเธอ กรมหมนื่ ชุมพรเขตอุดมศักด์ิ
(23 ตลุ าคม พ.ศ.2453 –11 พฤศจิกายน พ.ศ.2463)
- พระเจ้าพ่ียาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์
(11 พฤศจิกายน พ.ศ.2463–10 กรกฎาคม พ.ศ.2478)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ดิ์ (10 กรกฎาคม พ.ศ.2478)
ผลกำรเรียนร้ทู ี่คำดหวัง
1.บอกประวัตคิ วามเป็นมาของกรมหลวงชุมพรได้
ขอบข่ำยเน้ือหำ
1. พระประวัติกรมหลวงชมุ พร
1.1 ชีวิตสว่ นพระองค์
1.2 ราชตระกลู
1.3 พระเกียรตยิ ศ
1.4 การศกึ ษา
สื่อประกอบกำรเรียนรู้
1. สอื่ เอกสารไดแ้ ก่
1.1 ใบความรู้
1.2 ใบงาน
1.3 หนงั สอื เรียนสาระการพัฒนาสังคม รายวชิ า สค2300132 กรมหลวงชมุ พร ระดับ
มธั ยมศึกษาตอนต้น
2. สอ่ื อิเลก็ ทรอนิกส์
2.1 เรือ่ ง พระประวัติพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ผู้เขียนมลู นธิ วิ กิ มิ ีเดยี
สืบค้นจากhttps://th.wikipedia.org/wiki/พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ_กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์
13
2.2 เร่อื ง พระประวตั ิพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ผู้เขียน Seal 2 thai
สบื ค้นจาก http://www.seal2thai.org/etc/chumporn/
เร่อื งท่ี 1 พระประวัตกิ รมหลวงชมุ พร
นายพลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 –
19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) มีพระนามเดิมคือ พระเจ้ำลูกยำเธอ พระองค์เจำ้ อำภำกรเกียรติวงศ์ ทรงเป็น
ต้นราชสกุล "อาภากร" เป็นพระราชโอรสพระองค์ท่ี 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ า
เจ้าอยู่หวั พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า "องค์บดิ าของทหารเรอื ไทย"พระองคท์ รงเป็นผู้วางรากฐานการ
บริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเต่ีย" หรือ "หมอ
พร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า
"พระบิดาของกองทัพเรือไทย"และในปี 2544 แกไ้ ขเป็น "องค์บดิ าของทหารเรือไทย
ภายหลังจากการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ ได้มีการจัดสร้างศาลและพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรม
วงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ รวมทั้งสิ้น 217 แห่งท่ัวประเทศไทย[3] เช่น โรงพยาบาลชุมพรเขต
อุดมศักดิ์ อาเภอเมือง จังหวัดชุมพร[4] โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ โรงพยาบาล
สมเด็จพระนางเจ้าสริ กิ ิต์ิ อาเภอสตั หบี จงั หวดั ชลบุรี[5] หรือทพี่ ระตาหนักทหี่ าดทรายรี จงั หวดั ชุมพร
1. พระประวตั ิ
พระบิดาแหง่ ทหารเรือไทย พระองคท์ ่านเป็นที่เคารพรักของเหล่าทหารเรอื ชาวประมง และปราชา
ชนท่ัวไปโดยเฉพาะชาวชุมพรนั้นกล่าวได้ว่า แทบทุกบ้านจะมีพระรูปของพระองค์ท่านไว้บูชา ด้วยทรงเป็น
ท่ีเคารพศรัทธาย่งิ จนมีพระสมัญญาว่า "เสดจ็ เตย่ี "
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิทรงเป็นพระเจา้ ลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัว
รัชกาลท่ี 5 ประสูติเม่ือ วันท่ี 19 ธ.ค. 2423 พระนามเดินมว่า พระองค์เจ้าชายอาภากรเกียรติวงศ์ทรงเข้า
รับการศกึ ษาเบื้องต้นในพระบรมมหาราชวัง และเป็นนักเรียนโรงเรียนหลวง ณ พระตาหนักสวนกุหลาบอยู่
จนถึงโสกันต์
ในปี พ.ศ.2436 เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัวทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาต่อท่ีประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจา้ ฟ้ามหา
14
วชิราวุธ และทรงศึกษาต่อในวิชาการทหารเรือ ทรงสอบผ่านหลักสูตรช้ันสูงสดุ ของโรงเรียนนายเรืออังกฤษ
จากนัน้ จงึ เสดจ็ นิวตั สิ สู้ ยาม
ในปี พ.ศ.2447 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาอิสริยยศขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม มีพระ
นามตามพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหม่ืนชุมพรเขตอุดมศักดิ์สิงหนาม ขณะท่ีดารงตาแหน่ง
เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทรงดาริถึงการปรับปรุงกิจการทหารเรือ โดยทหารเรือสยามควรปฏิบัติงาน
แทนนายทหารเรอื ต่างชาติที่ราชสานักสยามจ้างไว้ได้ อันถือเป็นการวางรากฐานวิชาการทหารเรือตามแบบ
ตะวันตกเป็นครั้งแรกในสยามและในปี พ.ศ. 2448 ทรงกราบทูลพระราชบิดาเพ่ือขอพระราชทานท่ีดินใน
การจัดต้ังโรงเรียนนายเรอื ที่บริเวณพระราชวังเดมิ ฝ่ังธนบรุ ี หลังจากนั้นได้กอ่ ตง้ั โรงเรียนพลทหารเรอื ในเขต
จังหวัดชายทะเล เช่น สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สมุทรปราการ จนั ทบุรี ระยอง และชลบรุ ี
เม่ือคร้ังท่ีทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือในปี พ.ศ. 2465 ได้กราบบังคมทูลพระราชบิดาขอ
พระราชทานที่ดินบริเวณ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อต้ังเป็นฐานทัพเรือ อันเป็นรากฐานสาคัญต่อการพัฒนา
กองทพั เรอื ตอ่ มา
พระราชกรณียกิจที่สาคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ทรงเป็นหมอยาไทยในช่วงที่พระองค์ทรงออกจาก
ประจาการระหว่างปี พ.ศ. 2466 ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนไทยจากพระยาพิษณุฯ หัวหน้าหมอหลวงแห่ง
พระราชสานกั หวั หน้าฝ่ายยาไทยแหง่ ประเทศไทย ซง่ึ ได้ทรงรักษาประชาชนทั่วไปจนร้จู กั กันดใี นนาม "หมอ
พร"
ในปี พ.ศ. 2463 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เล่ือนพระอิสริยยศเป็นพลเรือเอก พระเจ้าพี่ยาเธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิสิงหนาม หลังจากนั้น พ.ศ. 2466 ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงดารง
ตาแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ จนกระทั่งประชวรพระโรคภายใน จึงกราบบังคมทูลลาออกจาก
ราชการและเสด็จไปประทับที่ชายทะเลหาดทรายรี ทางใต้ของปากน้า จ. ชุมพร และสิ้นพระชนม์ เมื่อวันท่ี
19 พ.ค. 2466 ขณะมีพระชนมายเุ พยี ง 44 พรรษา
1.1 ชวี ิตสว่ นพระองค์
ทางด้านชีวิตส่วนพระองค์อภิเษกสมรสกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ พระธิดาใน
สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เม่ือวันท่ี
28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ กรุณาพระราชทาน
นา้ สังขใ์ นพิธอี ภิเษกสมรส ณ พระท่ีนงั่ จกั รีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง แต่ในภายหลัง พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ ทรงน้อยพระทัยพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ และปลงชีพพระองค์เองด้วย
ยาพิษ
1.1.1 พิธีสมรสพระรำชทำน
สมเด็จพระเจ้านอ้ งยาเธอ เจ้าฟา้ ภาณรุ งั ษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธว์ งศว์ รเดช ทรง
เป็น พระราชโอรส ลาดบั ท่ี 45ในรัชกาลท่ี 4 และทรงเป็น พระอนุชา ท่ีสมเดจ็ พระพุทธเจ้าหลวง ทรงพระ
เมตตา และสนิทสนมยิ่งนัก (ทรงเป็น "เสด็จตา" ของพระองค์เจ้าภาณุพพันธ์ยุคล) สมเด็จพระเจ้าน้องยา
เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีฯ ทรงมีพระธิดาองค์โต หม่อมเจ้าหญิงทิพยสัมพันธ์ ครั้นพอเสด็จในกรมฯ สาเร็จ
การศึกษาจากอังกฤษ กลับมารับราชการแล้วน้ัน สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ก็ได้ทรงสู่ขอพระธิดาองค์โต
ของพระอนุชามาพระราชทานเสกสมรสให้ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีงานมงคลพิธี ณ
พระท่ีน่ังจักรีมหาปราสาท พระราชทานน้าพระมหาสังข์ มีเล้ียงน้าชา ประชุมพระบรมวงศานุวงศ์ และมี
งานราตรสี โมสร ซึ่งถือวา่ เป็นครงั้ แรกทพี่ ธิ เี สกสมรส จดั งานราตรสี มโภชคู่บ่าวสาว ใหเ้ ชิญทั้งไทย ทง้ั ฝรง่ั มี
การเต้นราอย่างธรรมเนียมสากลด้วย เป็นพิเศษ และ พระราชทานวังใหม่ ให้ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษมแต่
15
ทว่าเป็นที่สลดสะเทือนใจนัก เพราะหลังจากเสกสมรสไม่ก่ีปีต่อมา ความรักของหม่อมเจ้าหญิงทิพยสัมพันธ์
กับเสด็จในกรมฯ ก็มิได้ราบร่ืนงดงาม ตามพระประสงค์ของ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง หม่อมเจ้าหญิงทิพย์
สมั พันธ์ ทรงมเี หตุให้น้อยพระทัย พระสวามี ทรงดื่มยาพษิ ส้นิ ชีพิตักษัย สมเดจ็ พระพทุ ธเจ้าหลวง ทรงสลด
พระทัยนัก เนื่องเพราะทรงเป็นผู้สู่ขอ ด้วยพระองค์เอง และทรงเป็นพระปิตุลาโดยตรง ของหม่อมเจ้าหญิง
อีกด้วย เหตุน้ี สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง จึงทรงมีพระเมตตา ต่อพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ของหม่อมเจ้า
หญิงเป็นพิเศษ ทรงโปรดเกล้าฯ ตัง้ ข้นึ เป็นพระองค์เจ้า คอื พระเจ้าวรวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา
และเปน็ "หลานรกั " ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงพระเมตตาเอ็นดูเปน็ พเิ ศษ
ทรงฉำยร่วมกับหม่อมเจำ้ ทิพยสัมพนั ธ์ พระชำยำ
1.1.2 พระโอรสและพระธิดำ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีพระโอรสเกิดแก่หม่อมเจ้าทิพย์
สัมพันธ์ พระชายา พระธิดาจอมพลเรือ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมวงศาภิมุข เจ้าฟ้า กรมพระยาภาณุพันธ์
วงศ์วรเดช 2 พระองค์ คอื
1. พลโท พลเรอื โท พลอากาศโท พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจา้ อาทติ ย์ทิพอาภา
2. พลอากาศโท หม่อมเจา้ รงั ษิยากร อาภากร
พระโอรสและพระธิดา อนั เกิดแกห่ ม่อม ดงั รายพระนาม ต่อไปนี้
1. หม่อมเจ้าหญงิ จารุพัตรา อาภากร
2. หม่อมเจา้ หญงิ ศริ ิมาบงั อร (อาภากร) เหรยี ญสุวรรณ
3. หม่อมเจา้ สมรบาเทอง อาภากร
4. หม่อมเจ้าหญิง เริงจติ รแจรง อาภากร
5. พนั เอก หม่อมเจ้าดาแคงฤทธิ์ อาภากร
6. พลเรอื เอกหม่อมเจ้าครรชิต อาภากร
7. หม่อมเจ้ารุจยากร อาภากร
16
จำกซำ้ ยหมอ่ มเจ้ำ สมรบำเทอง อำภำกร หม่อมเจำ้ ครรชติ อำภำกร หม่อมเจ้ำหญงิ เรงิ จิตรแจรง
อำภำกรกรมหมนื่ ชมุ พร เขตอุดมศักดิ์ หม่อมเจำ้ ดำแคงฤทธิ์ อำภำกร
1.1.3 รบั รำชกำร
เสด็จกลับประเทศไทย ในวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2443 จึงได้รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท
(ปัจจุบันเทียบเท่า นาวาตรี) ทรงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมท่ี "กรมหมื่นชุมพร
เขตอุดมศักดิ์" ดารงตาแหน่ง รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ และทรงดารงตาแหน่ง เจ้ากรมยุทธศึกษา
ทหารเรือ ใน พ.ศ. 2449 พระองค์ได้ทรงแก้ไขปรับปรุงระเบียบการในโรงเรียนนายเรือ ทรงเป็นครูสอน
นักเรียนนายเรือ ทรงจัดเพิ่มเติมวชิ าสาคัญสาหรับชาวเรือ เพ่ือให้เม่ือสาเร็จการศึกษาแล้ว สามารถเดนิ เรือ
ทางไกลในทะเลน้าลึกได้ คือวิชาดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ พีชคณิต อุทกศาสตร์ การเดินเรือเรขาคณิตทรง
เป็นเร่ียวแรงสาคัญท่ีทาให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสาคัญและโปรดเกล้าฯ
พระราชทาน พระราชวังเดิม ให้เป็นที่ต้ังของโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 ทาให้
กิจการทหารเรือมีรากฐานมั่นคง และกองทัพเรือจึงยึดถือวันดังกล่าวของทุกปีเป็น "วันกองทัพเรือ"
นอกจากนยี้ ังทรงดารงตาแหนง่ องคมนตรีในพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จ
พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั
พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้พระองค์ออกจากราชการอยู่ชั่ว
ระยะหนึ่ง ได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ จากตาราไทย ทรงเขียนตาราสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของ
พระองค์เอง และรับรักษาโรคให้ประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดมูลค่า ทรงคิดแต่เพียงค่าครูเท่านั้น ทรงเรียก
พระองคเ์ องว่า "หมอพร
พ.ศ. 2460 ประเทศไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกคร้ังที่หน่ึง และกองทัพเรือยังขาดผู้มีความรู้
ความสามารถ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าพี่ยาเธอ
17
กรมหม่ืนชุมพรเขตรอ์ ุดมศักด์ิ เสด็จกลับเข้ารับราชการในตาแหน่ง จเรทหารเรอื และดารงตาแหน่ง เสนาธิ
การทหารเรือ
พ.ศ. 2462 ทรงได้รับแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษออกไปจัดหาซ้ือเรือในภาคพ้ืนยุโรป เรือที่จะ
จัดซ้ือนี้ได้รับพระราชทานนามว่า "เรือรบหลวงพระร่วง" ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ นาเรือรบหลวงพระร่วง
เดินเรือข้ามทวีปจากประเทศองั กฤษ เขา้ มายังกรงุ เทพมหานคร ด้วยพระองคเ์ อง
พ.ศ. 2463 มีพระบรมราชโองการให้เลื่อนพระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหม่ืนชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ข้ึนเป็น
กรมหลวงมีพระนามตามจารกึ ในพระสพุ รรณบฏั วา่ พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ สิงหนาม
ทรงศักดินา 15000 ฯลฯ (คา "เขต" ในพระนามเปลี่ยนเป็น "เขต" ด้วย) ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ที่เล็งเห็น
การไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานท่ีดินบริเวณอาเภอสัตหีบ สร้างเป็นฐานทัพเรือ เมื่อ พ.ศ.
2465 เนื่องจากทรงเห็นว่า อา่ วสัตหบี เป็นอา่ วที่มีขนาดใหญ่ น้าลึกเหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงตอร์ปิโด มีเกาะ
น้อยใหญ่รายล้อม สามารถบังคับคลื่นลมได้เป็นอย่างดี นอกจากน้ีเม่ือเรือภายนอกแล่นผ่านบริเวณนี้จะไม่
สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2466 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เสด็จใน
กรมฯ ทรงดารงตาแหน่งเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ต่อจากจอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า
บริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต นับเป็นตาแหน่งทางราชการตาแหน่งสุดท้ายในพระชนม์ชีพ
ของพระองค์
1.1.4 งำนอดเิ รก
ถ้าจะพูดกันอย่างชาวบ้านสามัญชน ก็กล่าวได้ว่าเสด็จในกรมฯ หรือพระนามที่ชาวจีน นิยมเรียก
ขานด้วยความรักเทิดทูนบูชา ในพระองค์ผู้เปรียบเหมือน "พ่อ" จึงออกพระนามว่า "เสด็จเต่ีย" น้ัน
พระองค์ทรงเป็น "ชายชาติทหาร" อย่างเต็มตัว ฉะน้ันการกีฬาท่ีทรงโปรดเป็นงานอดิเรก ก็คอื การเล่นกีฬา
แล่นเรือใบ ยามใดท่ีพอจะมีเวลาว่าง จากราชการแล้ว พระองค์ทรงโปรด ท่ีจะใช้เวลากับการแล่นเรือใบ
โดยทรงถือท้ายเรือด้วยพระองค์เอง และยังทรงฝึกหัดให้ชายา และพระโอรสพระธิดา ได้หัดแล่นเรือใบใน
ทะเล เพ่ือให้มีความกล้าหาญ นอกจากความเพลิดเพลิน แล้วจะได้คุ้นเคย และถือทะเลเป็นเสมือนบ้าน ได้
อีกความรูส้ ึกหน่ึงด้วย
นอกจากกีฬาแล่นเรือใบแล้ว กีฬาอีกประเภทที่ทรงโปรดก็คือ "มวย" และ "กระบี่กระบอง"
เสดจ็ เต่ยี ทรงฝึกหัดทงั้ มวย และกระบกี่ ระบองอยา่ งเช่ียวชาญ จนยากท่ีจะหาใครเทยี บเคียงได้ และพระองค์
ยังได้ ทรงสนับสนุนทหารเรือท่ีช่าชอง มีความสามารถในการชกมวยไทยอีกด้วย ทรงส่งนายยัง หาญทะเล
เข้าชกชิงถ้วยชนะเลิศ ในการชกมวยไทย ซึ่งสมัยน้ันนักมวยยังใช้เชือกคาดมือชก พระองค์ทรงชุบเลี้ยง
นายทหารเรือ ที่มีความสามารถในการชกมวย และกระบี่กระบอง ไว้มากมายหลายคน เนื่องเพราะทรงเห็น
ความสาคัญ ของศิลปะการต่อสู้แบบไทยแท้และเป็นวิชาสาคัญในการป้องกันตัวอีกด้วย แต่ก็มิใช่แค่การ
กีฬาเท่าน้ัน ที่เป็นงานอดิเรกหรือฮ้อบบี้ที่ทรงโปรดปราน การศิลปะหรือเชิงวิจิตรศิลป์ ก็ยังเป็นอีกงาน
อดิเรกหนึ่ง ซึ่งเสด็จเตี่ย ทรงมีพระปรีชาสามารถ เป็นพิเศษ พระองค์ทรงเขียนภาพพุทธประวัติ ไว้ท่ีผนัง
โบสถ์วดั ปากคลองมะขามเฒ่า อาเภอวัดสิงห์ จงั หวัดชัยนาท ซ่ึงก็ยงั คง ปรากฏอยู่มาตราบจนทุกวันนี้ ภาพ
พทุ ธประวัตนิ ้ัน เปน็ ตอนพระพุทธเจา้ กบั เบญจวัคคยี ์ ภาพฝีพระหัตถ์อนั งามวิจิตรท่ีฝนังโบสถ์นน้ั ก็บ่งบอก
ได้เป็นอย่างดี ถึงพระปรีชาสามารถ ในเชิงศิลปะของเสด็จเต่ีย และยังแสดงถึงพระทัย ที่ละเอียดอ่ืนลึกซึ้ง
อกี ดว้ ย เสด็จในกรมหลวงฯ ทรงมีนิสัยในทางดนตรี โดยเฉพาะในเรอ่ื งการแต่งเพลง ทรงพระปรีชาสามารถ
เป็นเยี่ยม ทรงนิพนธ์บทเพลงไว้หลายเพลง บทเพลงเหล่านั้น มีสาระสาคัญ ในการปลุกปลอบใจให้เข้มแข็ง
ในยามทุกข์ส่งเสริมกาลังใจให้รักชาติ รักเกียรติ รักวินัยในยามสงบ และให้เกิดมุมานะกล้าตาย ไม่เสียดาย
18
ชีวิตในยามศึก บทเพลงเหล่านั้น บรรดาทหารเรือท้ังหลาย ได้รับไว้เป็นพระอนุสรณ์ แห่งพระองค์ท่าน
เกยี่ วกบั บทเพลงพระพิพนธ์ นั้นนาวาตรหี ลวงรักษาราชทรัพย์ (รกั ษ์ เอกะวิภาค) เขียนจดหมายไว้ดงั นี้
"... เรื่องเพลงทหารเรือท่ีเจ้าพ่อทรงแต่ง เม่ือทหารสวดมนต์ไหว้พระแล้ว ให้ทหารร้องเพลงเพื่อ
ปลุกใจเวลาที่ผมประจาอยู่กับเจ้าพ่อ เมื่อยกกองทหารไปต้ังที่บางพระ ทหารกรุงเทพฯ กับทหารหัวเมือง
ร้องเพลงผิด ๆ ถูก ๆ ไม่เป็นระเบียบเจ้าพ่อจึงส่งั ให้เรือเอกหลวงอาจณรงค์ เลขานกุ ารของเจ้าพอ่ เขียนตาม
คาบอกเสร็จแล้วใช้พิมพ์ดีดพิมพ์ แล้วลงพระนาม "อาภากร" ให้เอาไปปิดไว้ท่ีกองบัญชาการ ให้หัวหน้ากอง
ทหารต่าง ๆ มาคัดเอาไปสอนทหาร ผมได้คัดมา 1 ฉบับด้วยเหมือนกัน และได้จดลงในสมุดใหญ่เก็บรักษา
ไวท้ บ่ี า้ นมาจนถงึ บัดนี้ เทา่ ท่ผี มไดย้ ินร้องกันเวลานี้ มแี ต่เพลง
1. ฮะเบสสมอพลัน ออกสนั ดอนไป ...
2. เกิดมาทงั้ ที มันกม็ อี ยู่แตท่ ุกขภ์ ัย ...
3. เกดิ มาทั้งที มันก็ดอี ยู่แต่เม่ือเปน็ ... "
ครั้นถึงวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2454 พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้พระองค์ ออก
จากราชการอยู่ ชั่วระยะหนึ่ง รวมเวลาท่เี สดจ็ ในกรมฯ ทรงรบั ราชการครงั้ แรก 11 ปี
สาเหตุที่ออก ก็เพราะวา่ มีพวกทหารเรือไปเที่ยว พบกับทหารมหาดเล็ก เกิดเร่ืองวิวาท กัน
ขน้ึ เร่ืองทราบไปถึง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 6 เข้า ทรงไม่พอพระทัย รับส่ังให้เจ้าคุณรามราฆพ ไปทูลเสด็จ
ในกรมฯ ให้ส่งทหารเรือท่ีวิวาทกับ ทหารมหาดเล็กไปให้ ท่านไม่ยอมส่งให้ ได้ให้ทูลพระเจ้าอยู่หัวว่า เป็น
เร่ืองของคนวิวาทกัน ซ่ึงจะว่าข้างใดเป็นผู้ผิดไม่ได้ และท่านก็รักทหารเรือ ของท่านเหมือนกับลูก ท่านไม่
เคยส่งลูกไปให้ใครเขาเฆี่ยนตี ถ้าจะตีก็จะตีเสียเอง พระเจ้าอยู่หัวทรงกริ้วรับส่ังว่า ถ้าท่านไม่ส่งไปให้ก็ต้อง
ให้ออก เพราะวา่ ทางานร่วมกนั ไมไ่ ด้ เสดจ็ ในกรมฯ จึงตอ้ งออกจากราชการในคราวน้ัน
นอกจากน้ันในตอนฝึกเสือป่า ก็มีเรื่องไม่เป็นที่พอพระทัย คือซ้อมรบมีกันหลายฝ่าย พระ
เจ้าอยู่หัวก็ทรงซ้อมรบด้วยหลายครั้ง ปรากฏว่าฝ่ายลูกน้อง เสด็จในกรมฯ ไปจับเอาพระเจ้าอยู่หัว และ
องครักษ์มาโดยไม่ทราบว่าเป็น พระเจ้าอยู่หัว แล้วมาทูลเสด็จในกรมฯ ว่าตนได้จับฝ่ายตรงข้ามได้สองคน
เข้าใจว่าจะเป็นคนสาคัญ เสด็จในกรมฯ ได้แอบดูก็รู้ว่าเป็น พระเจ้าอยู่หัว จึงรับส่ังให้ปล่อยไป โดยให้
ลูกน้องของพระองค์ แกล้งลืมกุญแจไว้ เพราะถ้าปล่อยโดยตรง รัชกาลที่ 6 ก็จะไม่โปรดอีก จะกริ้วเอา
เปล่าๆ จะหาว่าเสด็จในกรมฯ ทรงแกล้งแพ้ ในระยะนั้นมีข่าวลือว่า เสด็จในกรมฯ ทรงคิดจะขบถ หาก
สาเรจ็ จะยกให้ กรมพระนครสวรรค์ฯ เป็นพระเจ้าแผ่นดนิ และเสด็จในกรมฯ จะเป็นวงั หน้า เน่ืองจากเสด็จ
ในกรมฯ และกรมพระนครสวรรค์ เป็นพ่ีน้องท่ีรักกันมาก เพราะถูกอธั ยาศัยกัน อีกท้ังฝ่ายมารดาก็ต่างเป็น
คนในตระกูลบนุ นาคดว้ ยกัน คนเปน็ จานวนมาก จึงเช่ือวา่ เปน็ เรือ่ งจริง กรมพระนครสวรรค์ฯ เอง ก็ทรงเสีย
พระทัยมาก คิดจะ กราบถวายบังคมลาออกจากราชการอยู่หลายคร้ัง แต่มีคนทูลอ้อนวอน ไม่ให้ออกก็เลย
อ่อนพระทยั ระงบั การลาออก
19
1.2 รำชตระกูล
พระรำชตระกลู ในสำมรนุ่ ของพระเจ้ำบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ
พระอัยกำฝ่ำยพระชนก: พระปัยกำฝ่ำยพระชนก:
พระบาทสมเดจ็ พระจอม พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หล้า
เกล้าเจา้ อยหู่ ัว นภาลัย
พระเจำ้ บรมวงศ์ พระชนก: พระอัยยิกำฝ่ำยพระ พระปัยยกิ ำฝ่ำยพระชนก:
เธอกรมหลวง พระบาทสมเดจ็ ชนก: สมเด็จพระศรีสุรเิ ยนทราบรม
ชมุ พรเขตอุดม พระจุลจอมเกล้า สมเด็จพระเทพศิริน ราชินี
ศกั ด์ิ เจ้าอยู่หวั ทราบรมราชินี
พระปัยกำฝ่ำยพระชนก:
สมเดจ็ พระบรมราชมาตามหยั
กาเธอ กรมหมื่นมาตยาพิทักษ์
พระปยั ยกิ ำฝ่ำยพระชนก:
หมอ่ มน้อย
กรมหลวงชุมพร พระอัยกำฝ่ำยพระชนนี: พระปัยกำฝ่ำยพระชนนี:
เขตอุดมศักดิ์ พระชนนี: เจ้าพระยาสุรวงษ์ สมเดจ็ เจา้ พระยาบรมมหา
เจา้ จอมมารดา ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ศรีสรุ ยิ วงศ์ (ชว่ ง บนุ นาค)
โหมด ในรชั กาล พระปัยยิกำฝำ่ ยพระชนน:ี
ที่ 5 พระอัยยกิ ำฝ่ำย ท่านผหู้ ญิงกลน่ิ
พระชนน:ี
ทา่ นผูห้ ญิงอิ่ม พระปยั กำฝำ่ ยพระชนน:ี
ไม่มีขอ้ มลู
พระปยั ยกิ ำฝ่ำยพระชนนี:
ไม่มีขอ้ มลู
1.3 พระเกียรติยศ
พระอสิ ริยยศ
- พระเจา้ ลกู ยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
(19 ธนั วาคม พ.ศ.2423–20 พฤศจิกายน พ.ศ.2447)
- พระเจา้ ลกู ยาเธอ กรมหมน่ื ชมุ พรเขตอุดมศักดิ์
(20 พฤศจิกายน พ.ศ.2447–23 ตุลาคม พ.ศ.2453)
- พระเจา้ พยี่ าเธอ กรมหมนื่ ชมุ พรเขตอุดมศกั ดิ์
(23 ตุลาคม พ.ศ.2453 –11 พฤศจิกายน พ.ศ.2463)
- พระเจา้ พี่ยาเธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์
(11 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2463–10 กรกฎาคม พ.ศ.2478)
- พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ (10 กรกฎาคม พ.ศ.2478)
20
1.3.1 เคร่อื งรำชอิสริยำภรณใ์ นประเทศ
พระองค์ได้รบั พระราชทานเครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณ์ตระกูลต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้
- พ.ศ. 2443 เครอ่ื งขตั ตยิ ราชอิสริยาภรณ์อันมีเกยี รติคุณรงุ่ เรืองย่งิ มหาจักรีบรมราชวงศ์
(ม.จ.ก.)
Order of the Royal House of Chakri (Thailand)
- พ.ศ.2463 เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ์อันเปน็ โบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ (น.ร.)
(ฝ่ายหน้า)
Order of the Nine Gems (Thailand)
- พ.ศ.2443 เครอ่ื งราชอสิ ริยาภรณจ์ ลุ จอมเกล้า ช้ันปฐมจุลจอมเกลา้ วเิ ศษ (ป.จ.ว.)
Order of Chula Chom Klao - Special Class (Thailand)
- พ.ศ.2464 เครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ์รัตนวราภรณ์ (ร.ว.)
Ratana Varabhorn Order of Merit
- พ.ศ.2440 เครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ์จลุ จอมเกล้า ชน้ั ปฐมจลุ จอมเกล้า (ป.จ.) (ฝา่ ยหน้า)
Order of Chula Chom Klao - 1st Class (Thailand)
- พ.ศ.2461 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเปน็ ทีเ่ ชิดชยู ่งิ ช้างเผอื ก ช้ัน 1 ประถมาภรณช์ ้างเผือก
(ป.ช.)
Order of the White Elephant - 1st Class (Thailand)
- พ.ศ.2448 เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ์อนั มเี กยี รตยิ ศย่งิ มงกฎุ ไทย ช้นั 1ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
(ป.ม.) (ขณะน้นั มหาสรุ าภรณ์)
Order of the Crown of Thailand - 1st Class (Thailand)
- พ.ศ.2461 เครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์อนั มศี ักด์ิรามาธิบดี ชน้ั ท่ี 2 มหาโยธิน (ม.ร.)
21
Order of Rama 2nd Class
- พ.ศ. ไมป่ รากฎ เหรียญรตั นาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชน้ั ท่ี 2 (จ.ป.ร.2)
King Rama V Royal Cypher Medal (Thailand)
- พ.ศ. ไม่ปรากฏ เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 ช้ันที่ 1 (ว.ป.ร.1)
- King Rama VI Royal Cypher Medal (Thailand)
- พ.ศ.2443 เหรยี ญดษุ ฎีมาลา เข็มศิลปวทิ ยา (ร.ด.ม.(ศ))
Dushdi Mala - Military (Thailand).
- พ.ศ. ไมป่ รากฏ เหรยี ญจกั รมาลา (ร.จ.ม.)
Chakra Mala Medal (Thailand)
เครือ่ งรำชอิสรยิ ำภรณต์ ่ำงประเทศ
- เคร่อื งราชอิสริยาภรณ์นกั บญุ มอริซและลาซารัส ชน้ั ท่ี 1, ประเทศอติ าลี
- เครอ่ื งราชอิสริยาภรณ์อาทติ ย์อทุ ัย ชั้นที่1 ประเทศญี่ปนุ่
พระสมญั ญำนำม
พระบิดาแหง่ กองทัพเรือไทย
กกกกกกก1.3.2 พระยศ
พระยศทหำร
- นายพลเรอื เอก
พระยศเสือป่ำ
- นายหมู่ใหญ่
- นายกองตรี
- นายกองโท
22
นำยพลเรือเอก นำยกองโท กองเสือป่า
พระเจำ้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ นายกองโท
รบั ใช้ กองทพั เรือสยาม
ชั้นยศ พลเรือเอก
กกกก
1.4 กำรศกึ ษำ
การศึกษา เม่ือเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ยังทรงพระเยาว์ ทรงได้รับการศึกษาช้ันแรก ใน
พระบรมมหาราชวัง มีพระยาอศิ รพันธ์โสภร (พูน อิศรางกูร) เป็นพระอาจารย์ และทรงศึกษา ภาษาอังกฤษ
กบั Mr.Morant ซ่ึงเป็นชาวองั กฤษ และไดท้ รงเข้าเป็นนกั เรียนในโรงเรยี นหลวง ณ พระตาหนักสวนกุหลาบ
อยูจ่ นถงึ ทรงโสกันต์
ในปี พ.ศ.2436 เม่ือเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ ทรงมีพระชนมายุได้ 13 พรรษา
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวไดท้ รงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ ให้เสดจ็ ในกรมฯ เสดจ็ ไปทรงศึกษา
ต่อ ณ ประเทศอังกฤษ พร้อมกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 6 ซ่ึงในขณะน้ัน ทรง
ดารงพระอิสริยศักดิ์เป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ โดยมีเจ้าพระยา พระเสด็จสุเรน
ทราธิบดี เม่ือคร้ังมีบรรดาศักด์ิเป็นสมเด็จพระมนตรีพจนกิจ เป็นพระอภิบาล ได้เสด็จออกจากกรุงเทพฯ
โดย ร.ล.มกุฎราชกุมาร (ลาที่ 1) เม่ือ 20 สิงหาคม พ.ศ.2436 ไปยังสิงคโปร์ ต่อจากนั้น ได้ทรงโดยสารเรือ
เมล์ ช่ือ "ออเดรเบิด" ไปถึงเมืองตูรินในอิตาลี เม่ือวันที่ 4 ตุลาคม แล้วเสด็จโดยทางรถไฟไปยังกรุงปารีส
และลอนดอนตามลาดบั ในขนั้ แรก เสด็จในกรมฯ ได้เสดจ็ ประทบั ร่วมกบั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าฯ
ท่ี "ไบรตัน" และ "แอสคอต" เพ่ือทรงศึกษาภาษา และวิชาเบื้องต้น เสด็จในกรมฯ ได้เคยตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ไปเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถ วิคตอเรียท่ีพระราชวังวินด์เซอร์ ตลอดจน
ตามเสด็จไปทัศนศึกษาท้ังในอังกฤษและประเทศในยุโรป จนกระท่ังถึงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2438 เสด็จใน
กรมฯ จึงเสด็จไป เข้าโรงเรียนส่วนบุคคล สาหรับกวดวิชาเพ่ือเตรียมเข้าศึกษาในโรงเรียนนายเรืออังกฤษ
ต่อไป โรงเรียนที่ทรงไปกวดวิชาน้ีมีชื่อว่า The Seines ต้ังอยู่แขวงกรีนิช ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุง
ลอนดอน มนี าย Littlejohns เปน็ ครใู หญ่ ผลการศกึ ษาน้ี พระอภบิ าล ได้ทรงกราบบงั คมทูลรายงานวา่
"... ความรู้ภาษาอังกฤษดีข้ึนตามธรรมดา แต่วิชากระบวนทหารเรือช้ันต้น ก็วิ่งขึ้นเร็วตาม
สมควร แต่การเล่นแข็งแรง เช่น ฟุตบอล เป็นต้น นับว่าเป็นชั้นยอดของโรงเรียน เกือบว่าไม่มีใครอาจเข้า
เทยี บเทียม..."
23
เรือหลวงมกุฎราชกุมาร (ลาที่ 1)
ทรงฉายในประเทศองั กฤษ ประมาณ พ.ศ.2436 – 2437
เมื่อเสด็จในกรมฯ ทรงกวดวิชาแล้ว จึงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรืออังกฤษ ในราวปี พ.ศ.
3439 การศึกษาในโรงเรียนนายเรือของอังกฤษน้ันจะต้องฝึกหัดศึกษา หลับนอน อยู่ในเรือ ประมาณ 3 - 4
เทอม เม่ือสอบความรู้ได้แล้วจะมีฐานะเป็นนักเรียนทาการนายเรือ (Midshipman) และไปฝึกในเรือรบ
ประจากองเรือต่างๆ อีกประมาณ 1 - 2 ปี และก็จะทาการสอบ เพื่อเป็นนายเรือตรี ต่อจากน้นั ศึกษาต่อใน
มหาวิทยาลัยทหารเรือ โรงเรียนปืนใหญ่ และโรงเรียนตอรป์ ิโด จนได้เล่ือนยศเป็นเรือเอก เท่ากับนายทหาร
รุ่นเดียวกัน เม่ือเสด็จในกรมฯ ทรงเป็นนักเรียนทาการนายเรือ ในราชนาวีอังกฤษ ทรงเล่าว่า "...เม่ือเป็น
นักเรียนทาการนายเรือ ในราชนาวีอังกฤษ ได้มีโอกาสขึ้นทาการปราบจลาจล ท่ีเกาะครีท ท่ีทะเลเมดิเตอร์
เรเนียน เป็นเวลาราว 3 เดอื น ต้องนอนกลางดิน กินกลางทราย หนาวก็หนาว ในสนามรบต้องนอนกบั ศพท่ี
ตายใหม่ๆ และบางคราวซ้ายังอดอาหาร ต้องจับหอยทากมาเสวยกับหัวหอม ศพที่ถูกยิงท่ีท้องนับว่าเหม็น
ร้ายกาจมาก ถึงจะเป็นศพตายใหม่ๆ ก็ตาม..." รวมเวลาท่ีเสด็จในกรมฯ ทรงศึกษาอยู่ในราชนาวีอังกฤษ 6
ปเี ศษ
ในขณะที่เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นนักเรียนนายเรืออยู่ท่ีประเทศอังกฤษน้ัน ประจวบกับ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ ฯ เสด็จประพาสยุโรป เป็นครั้งแรก เม่ือ พ.ศ.2440 เสด็จในกรมฯ ทรงขอ
ลาทางโรงเรียนมารับเสด็จสมเด็จพระบรมชนกนาถ โดยเข้าร่วมกระบวนเสด็จท่ีเกาะลังกา จึงทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับตาแหน่งนักเรียนนายเรือในเรือพระที่น่ังมหาจักรี ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้
บัญชาการเรือ และได้ทรงถือท้ายเรือพระท่ีน่ังมหาจักรีด้วยพระองค์เอง เพ่ือทรงแสดงความสามารถให้
24
ปรากฏแก่พระเนตรสมเด็จพระบรมชนกนาถ นอกจากน้ันในลายพระหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา้ ฯ ทีพ่ ระราชทานสมเดจ็ พระศรพี ชั รินทราบรมราชินนี าถ ไดก้ ลา่ วถงึ เสด็จในกรมฯ ความวา่
"...ในเวลาที่เขียนหนังสืออยู่น้ี อาภากร กับหลวงสุนทรมาถึง อาภากรโตขึ้นมาก และขาวข้ึน
เขาแต่งตัวมิดชิพแมน (Midshipman) มาพร้อมแล้ว ฉันได้มอบให้อยู่ในบังคับกัปตันเป็นสิทธิขาด เว้นแต่
วันนี้ เขาอนุญาตให้มากนิ ข้าวกับฉันวันหนง่ึ ..." เม่ือเสดจ็ ในกรมฯ เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จ พระจลุ จอมเกลา้ ฯ
ในเรือพระที่น่ังมหาจักรีแล้ว สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงมีพระราชปรารภ เก่ียวกับเสด็จในกรมฯ ว่า "...
ชายอาภากรนั้น อัธยาศัยเป็นคนซ่ือมาแต่เดิม เป็นผู้ท่ีสมควรแก่วิชาที่เรียนอยู่แล้ว ไม่เป็นคนท่ีมีอัธยาศัยท่ี
จะใช้ฝีปากได้ในกิจการพลเรือน แต่ถ้าเป็นการในหน้าท่ีอันเดียว ซึ่งชานาญคงจะม่ันคงในทางน้ันและ
ตรงไปตรงมา การที่ได้พบคราวน้ีนับว่าอัธยาศัยดีข้ึนกว่าแต่ก่อนมาก" เมื่อพระองค์ได้ตามเสด็จสมเด็จพระ
บรมชนกนาถไปในเรือพระที่น่ังจนถึงประเทศอังกฤษแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงศึกษา
วชิ าการทหารเรอื ตอ่ ไป หลังจากทรงสาเร็จการศกึ ษาที่โรงเรียนนายองั กฤษแล้วก็เสด็จกลบั ประเทศไทยโดย
ทางเรอื ดังปรากฏรายละเอยี ด ในหนงั สือราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ท่ี 17 ร.ศ.119 ดงั น้ี
"...ได้เสด็จลงเรือเมล์เยอรมัน ช่ือ "เบเยน" ท่ีเมืองเยนัว เมือ่ วันท่ี 10 พฤษภาคม รัตนโกสนิ ทร
ศก 119 วันที่ 7 มถิ ุนายน รัตนโกสินทรศก 119 ถึงเมืองสงิ คโปร์ หลวงภักดบี รมนารถและหลวงสุนทรโกษา
ได้ออกรับเสด็จ ได้เสด็จพกั อยู่ที่สิงคโปรค์ นื หนึ่ง รงุ่ ขน้ึ วนั ท่ี 8 มถิ ุนายน รตั นโกสินทรศก 119 ได้เสด็จลงเรือ
เมล์ช่ือ "สิงคโปร์" ออกจากสิงคโปร์ ต่อมาวันที่ 11 มิถุนายน รัตนโกสินทรศก 119 เวลาทุ่มเศษถึงปากน้า
โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจกั ษ์ศิลปคม พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหม่ืนพิทยาลาภพฤฒิ
ธาดา และพระยาสีหราชเดโชไชย หลวงปฏิยัตินาวายุกต์ นาเรือสุริยะมณฑลออกไปคอยรับเสด็จอยู่ ณ ที่
น้ัน แล้วทรงเรอื ไฟมาข้ึนท่ีเมืองสมุทรปราการ ทางรถไฟจากท่ีน่ันมาถึงสเตชั่นหัวลาพองเวลายามเศษ แล้ว
เสด็จทรงรถต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวไดท้ รงเสด็จพระราชดาเนินโดยรถยนต์พระท่ีนงั่ เพอ่ื เสด็จไป
รับ พ ร ะ เจ้ าลู ก ย าเธ อ พ ระ อ งค์ เจ้ า อ า ภ า ก รเกี ย รติ ว งศ์ ท่ี ส เต ช่ั น ร ถ ไฟ เส ด็ จ ถึ งแ ล้ ว ได้
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในรถพระท่ีนงั่ ที่ถนนเจริญกรุง แล้วเสดจ็ กลับพระบรมมหาราชวงั ครน้ั รุ่งข้นึ วนั ที่
12 มิถุนายน รัตนโกสินทร์ศก 119 เวลาสองทุ่มเศษ โปรดเกล้าฯ ให้มีการเล้ียงพระบรมวงศานุวงศ์
พระราชทานเปน็ เกยี รติแก่พระเจ้าลกู ยาเธอ พระองคเ์ จา้ อาภากรเกยี รติวงศ์ ท่พี ลับพลาสวนดุสิตดว้ ย..."
เสด็จในกรมฯ จึงนับเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์แรกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว ท่ีได้เสด็จไปทรงศกึ ษาเกี่ยวกับวชิ าการทหารเรือ ยังต่างประเทศ ทง้ั นเ้ี พราะ พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ ฯ ทรงมีพระราชดารวิ ่า
"...กิจการทหารเรือไทยเทา่ ที่ได้เป็นอยู่ในขณะนน้ั ตอ้ งอาศยั ชาวตา่ งประเทศเป็นผบู้ ังคับบัญชา
การเรือและป้อมอยเู่ ปน็ อันมากจึงไม่สู้จะมีความมั่นคงเทา่ ใดนัก ดังจะเห็นได้จาก เหตุการณ์ ร.ศ.112 (พ.ศ.
2463) เป็นตัวอย่างอันดี ฉะน้ัน จึงนับว่าเป็นพระราชดาริที่เหมาะสม ในการส่งพระราชโอรสไปทรงศึกษา
วิชาการทหารเรอื ในคร้ังน.ี้ .."
25
ทรงเคร่ืองแบบนักเรียนทาการนายเรือ เมื่อมาเฝ้าสมเดจ็ พระชนกนาถ ทเ่ี มือง เบงกอล พ.ศ.2440
เรอื พระทีน่ ัง่ มหาจักรี
ทรงเคร่ืองแบบนักเรียนนายเรือไทย ทรงฉายประมาณ ก.ย. 2440
https://sites.google.com/site/salkrmhlwngchumphr/home/dddd
26
กจิ กรรมท้ำยบท
1. กิจกรรมท่ี 1
แบบทดสอบ หัวเร่ืองที่ 1 พระรำชประวตั ิกรมหลวงชุมพร
1. นายพลเรือเอก พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ ประสูติเมื่อวนั ที่เทา่ ไร
ก. 16 ม.ค. 2423
ข. 19 พ.ค. 2423
ค. 23 มิ.ย. 2423
ง. 19 ธ.ค. 2423
2. นายพลเรือเอก พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงดารงตาแหนง่ อะไร ก่อนท่จี ะ
ประชวรดว้ ยพระโรคภายใน
ก. เสนาธิการทหารเรอื
ข. เสนาบดีกระทรวงทหารเรือ
ค. เจา้ กรมยทุ ธศกึ ษาทหารเรือ
ง. รองผู้บัญชาการกรมทหารเรอื
3. ขอ้ ใดไม่ใชว่ ชิ าท่ีทรงจดั เพ่ิมเติมสาหรบั ชาวเรอื
ก. พชี คณิต
ข. ดาราศาสตร์
ค. อุตนุ ิยมวิทยา
ง. การเดนิ เรือเรขาคณิต
4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่พระยศเสอื ป่า
ก. นายหมใู่ หญ่
ข. นายกองตรี
ค. นายกองโท
ง. นายกองเอก
5. หลังจากทรงสาเร็จการศึกษาทีโ่ รงเรียนนายอังกฤษแลว้ ก็เสดจ็ กลบั ประเทศไทยโดยทางเรือ ดังปรากฏ
รายละเอียด ในหนังสอื ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ใด
ก. เลม่ ท่ี 17 ร.ศ.119
ข. เล่มที่ 20 ร.ศ.119
ค. เล่มที่ 25 ร.ศ.119
ง. เลม่ ท่ี 27 ร.ศ.119
6. นายพลเรือเอก พระเจำ้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์ พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า
อย่างไร
ก. องค์บดิ าของทหารเรือไทย
ข. องคบ์ ิดาของทหารบกไทย
ค. องค์บิดาของทหารอากาศไทย
ง. องคบ์ ิดาของทหารพรานไทย
27
7. กีฬาท่ี นายพลเรอื เอก พระเจำ้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงโปรดเป็นงานอดิเรก
ได้แก่กฬี าชนิดใด
ก. ตะกรอ้
ข. หมากรกุ
ค. ฟุตบอล
ง. เรือใบ
8. นายพลเรอื เอก พระเจ้ำบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ด์ิ ทรงเปน็ พระราชโอรสในรัชกาลใด
ก. รชั กาลท่ี 3
ข. รัชกาลท่ี 4
ค. รชั กาลที่ 5
ง. รชั กาลที่ 6
9. นายพลเรอื เอก พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สน้ิ พระชนม์เม่ือวนั ท่ีเทา่ ไร
ก. 16 ม.ค. 2466
ข. 19 พ.ค. 2466
ค. 23 มิ.ย. 2466
ง. 19 ธ.ค. 2466
10. ภายหลงั จากการส้ินพระชนม์ของพลเรอื เอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ ได้มี
การจดั สรา้ งศาลและพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ ทัว่
ประเทศไทยรวมทง้ั สนิ้ กแี่ ห่ง
ก. 215 แห่ง
ข. 216 แห่ง
ค. 217 แหง่
ง. 218 แห่ง
2. กจิ กรรมท่ี 2
คำชี้แจง
กกกกกกก1. ใบงานนีจ้ ดั ทาขึน้ เพอื่ ใหน้ ักศกึ ษามีความร้แู ละประสบการณใ์ นเรื่อง พระประวัติ
กกกกกกก2. ใหน้ กั ศกึ ษาปฏิบัติตามข้ันตอนตอ่ ไปน้ี
กกกกกกกกกก2.1 ให้นักศึกษาค้นคว้าประเด็น เรือ่ งพระประวัติ จากสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ได้แก่ สื่อ
หนังสือที่เก่ียวข้อง สืบค้นจากอินเทอร์เน็ต และศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน (ห้องสมุด “เฉลิมราช
กุมารี”อาเภอสัตหีบ) จากสื่อหนังสือ รวมถึงศึกษาจากใบ ความรู้เรื่อง พระประวัติกกกกกกกกกกกกกกกก
2.2 ให้นักศึกษารวมรวบข้อมลู ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าในข้อ 2.1 เปน็ รปู เล่มรายงาน ส่งครผู ู้สอนเม่ือวันท่ี
มาพบกลุม่ เสรจ็ สนิ้ ในวันท.่ี ........ เดือน ............................ พ.ศ. …………….
กกกกกกกกกก2.3 นักศึกษามาพบกลุ่มในวันท่ีที่ได้กาหนดไว้ในข้อ 2.2 อภิปรายข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้า ได้
แลกเปลีย่ นกบั เพ่ือนนักศึกษาและครูผสู้ อน อภปิ ราย วิเคราะห์ขอ้ มูลที่ศึกษาแลกเปล่ียนกับครู
กกกกกกกกกก2.4 สรุปการเรียนรู้ท่ีได้จากการอภิปรายและวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้ร่วมกัน บันทึกลงใน
เอกสารการเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.)
กกกกกกกกกก2.5 นักศึกษานาผลสรุปการเรียนรู้ท่ีได้ไปทดลอง ปฏิบัติตอบคาถามในใบงานฉบับน้ี แล้ว
บันทึกคาตอบท่ีได้ลงในเอกสารการเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) ส่งครูผู้สอนหลังเสร็จส้ินการพบกลุ่ม ใน
วันท่ี......... เดือน ............................ พ.ศ. …………….
28
คำถำม
กกกกกกก1. นายพลเรอื เอก พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ มีพระนามเดิมวา่ อะไร ทรง
เปน็ ต้นราชสกลุ อะไร และทรงไดร้ บั สมญั ญานามว่าอะไร
2. ใน พ.ศ. 2449 นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดไิ์ ด้ทรงแก้ไขปรับปรุง
ระเบยี บการในโรงเรยี นนายเรอื อย่างไรบ้าง
ก3. พระองค์ไดร้ ับพระราชทานเคร่อื งราชอสิ รยิ าภรณต์ ระกลู ตา่ ง ๆ อะไรบ้าง เมอ่ื ปี พ.ศ. ใด
ก4. นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสด็จเข้าศึกษาในโรงเรียนนายเรือ
อังกฤษเมื่อ ปี พ.ศ. ใด ทไ่ี หน และเม่อื ทรงสาเร็จการศึกษาทรงไดร้ ับยศอะไร
5. นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ นับเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์
แรกของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้เสด็จไปทรงศึกษาเก่ียวกับวิชาการทหารเรือยัง
ต่างประเทศ ท้งั นีเ้ พราะเหตุใด
29
บทท่ี 2
พระปรชี ำสำมำรถและผลงำน
สำระสำคัญ
1.พระปรชี ำสำมำรถ
เสด็จเต่ีย ทรงเป็น "ชายชาติทหาร" อย่างเต็มตัว ยามใดที่พอจะมีเวลาว่างจากงานราชการจะ
โปรดทางานอดิเรก ซึ่งมที ั้งด้านการกฬี า ศิลปะการตอ่ สู้ป้องกนั ตวั และงานดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม
ดำ้ นกำรกฬี ำ
กฬี าที่ทรงโปรดมากคอื การแลน่ เรือใบ ยามวา่ งพระองค์จะทรงแล่นเรือใบ โดยทรงถือท้าย
เรอื ด้วยพระองค์เอง และยังทรงฝึกพระชายา พระโอรสและพระธิดาหดั แล่นเรอื ใบเพ่อื ความเพลิดเพลินและ
ให้คุ้นกบั ทะเล นอกจากนยี้ ังทรงโปรดกีฬาฟุตบอลและ ฮอกกี้
ด้ำนศิลปะกำรตอ่ ส้ปู ้องกนั ตวั
ทรงโปรดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวหลายประเภทเช่น มวย และ กระบ่ีกระบอง ทรง
ฝกึ หดั ท้ังมวย และกระบ่ีกระบองอยา่ งเชี่ยวชาญ จนยากทจ่ี ะหาใครเทียบเคยี งได้
ด้ำนดนตรี
ทรงมีพรสรรค์ด้านดนตรีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงเป็นนักดนตรีโดยสายเลือดจากพระ
มารดา ทรงเครื่องดนตรีไทยได้แทบทุกชนิดท้ังประเภท ดีด สี ตี เป่า เช่นขลุ่ย ระนาด ซอ และไม่ว่า
พระองค์จะทรงหยิบจับเคร่ืองดนตรีใด ก็สามารถเล่นได้ดีท้ังส้ิน สาหรับเครื่องดนตรีฝรั่ง ทรงสามารถด้าน
เปยี โนและขบั รอ้ งได้อยา่ งดี
ด้ำนศิลปะกำรแสดง
พระอัจฉริยภาพอีกดา้ นหน่ึงของเสด็จเตี่ย คือ ด้านศิลปะการแสดง และศิลปะการแสดงท่ี
ท่านโปรดมากคือ "โขน" ถึงกับมีการเรียนกับครู ช่ือพระยาพรหมา พระองค์ทรงหัดโขนอย่างจริงจัง และมี
การเล่นโขนกนั ระหวา่ งเจ้านายหลายพระองค์ อย่หู ลายครง้ั
2. ผลงำน
1. มวยไทย
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นเจ้านายอีกหน่ึง
พระองค์ในประวัติศาสตร์ไทยท่ีทรงสนใจ-สนับสนุนมวยและนักมวย ทรงเป็นผู้มีความสามารถด้านมวย
ไทย และในสมัยรัชกาลท่ี 6 ทรงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักมวยต่างจังหวัด ทั้ง นายทบั จำเกำะ, นายยงั หำญ
ทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ และนายพูน ศักดา ซึ่งเป็นนักมวยที่มีฝีมือชาวโคราช และทรงสนับสนุน
ทหารเรือท่ีมีความสามารถในการชกมวยไทยอีกด้วย ทรงส่งนายยัง หาญทะเล เข้าชกชิงถ้วยชนะเลิศมวย
ไทย ทรงชุบเลี้ยงนายทหารเรอื ท่ีมีความสามารถในการชกมวย และกระบก่ี ระบอง ไว้มากมายหลายคนดว้ ย
ทรงเห็นความสาคัญว่าศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวมีความสาคัญและยังเป็นวิธีการหนึ่งท่ีช่วยสร้างความ
แข็งแกรง่ และเป็นการตดิ เขีย้ วเลบ็ ใหเ้ หล่าทหารเรืออีกดว้ ย.
2. ด้ำนศลิ ปะ
เสด็จเต่ียทรงมีความสามารถในด้านศิลปะ เขตอุดมศักดิ์ ยังมีความสามารถในด้าน
ศิลปะ โดยพระองค์ได้ทรงเขียนภาพพุทธประวัติไว้ท่ีผนังโบสถ์ของวัดปากคลองมะขามเฒ่า อาเภอวัด
สิงห์ จังหวดั ชัยนาท อันเป็นภาพเหตุการณ์ที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงพบปัญจวัคคีย์ ผลงานวาดทางพุทธศิลป์
ของเสด็จเต่ียนี้ยังคงปรากฏสืบมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นงานท่ีมีความละเอียดอ่อน
30
ลึก ซ้ึ ง อี ก ท้ั งภ าพ ล้ อ ฝี พ ระหั ต ถ์ ที่ แส ด งให้ เห็ น ถึ งอ ารม ณ์ ขั น ข อ งพ ระองค์ ได้ เป็ น อ ย่างดี
3. งำนพระนพิ นธ์
เสด็จเต่ียทรงโปรดอีกอย่างคืองานด้านการประพันธ์ สังเกตว่าท่านทรงเช่ียวชาญทั้ง
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ถ้าอ่านบันทึกหรือผลงานทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองที่ปรากฏในรูปคาสอน บท
กวี และเนื้อเพลง จะเห็นว่าทรงใช้ภาษาสื่อความหมายได้ชัดเจน ถ้อยคาเรียบง่าย แต่มีพลัง ถ้าเป็นบทร้อย
กรอง พระองค์โปรดการใช้คาประพันธ์ประเภทกลอนเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหามักมีคติเตือนใจ ให้ข้อคิดในการ
ทางานตา่ งๆท่สี ามารถนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้ ทุกเพศ ทุกวยั และไมจ่ ากัดดว้ ยเวลา.
ผลกำรเรียนรูท้ ่ีคำดหวัง
1. ผู้เรียนสามารถบอกพระปรีชาสามารถและผลงานด้านต่างๆของพลเรือเอก พระเจา้ บรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ได้
2. ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสาคัญของพระปรีชาสามารถและผลงานด้านต่างๆของพลเรือเอก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักดไิ์ ด้
ขอบขำ่ ยเน้อื หำ
1. พระปรีชาสามารถของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
2. ผลงานของพลเรอื เอก พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ
ส่ือประกอบกำรเรยี นรู้
1. ส่อื เอกสาร ไดแ้ ก่
1.1 ใบความรู้
1.2 ใบงาน
1.3 หนังสือสาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค2300132 กรมหลวงชุมพร ระดับ
มัธยมศึกษาตอนต้น
2. สือ่ อเิ ลก็ ทรอนคิ ส์
2.1 Website ได้แก่
2.2.1 พระปรีชาสามารถของพลเรือเอก พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขต
อุดมศกั ดิ์
2.2.2 ผลงานของพลเรอื เอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์
เรอื่ งท่ี 1 พระปรีชำสำมำรถ
เสด็จเตี่ย ทรงเป็น "ชายชาติทหาร" อย่างเตม็ ตัว ยามใดทพี่ อจะมเี วลาว่างจากงานราชการจะโปรด
ทางานอดิเรก ซ่ึงมีท้ังด้านการกีฬา ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว และงานด้านศิลปวัฒนธรรม พระปรีชา
สามารถของเสด็จเต่ียไม่ว่าจะด้านใดจะเป็นที่เล่ืองลือสมแล้วกับคาสอนของพระองค์ที่ว่า กริยาเจ กริยา
เถนัง ทัง้ พระองค์ยังมวี ธิ กี ารสอนท่ีดี คอื ทาให้ดู
1.1 ด้ำนกำรกีฬำ
กีฬาที่ทรงโปรดมากคือการแล่นเรือใบ ยามว่างพระองค์จะทรงแล่นเรือใบ โดยทรงถือท้ายเรือด้วย
พระองค์เอง และยังทรงฝึกพระชายา พระโอรสและพระธิดาหัดแล่นเรือใบเพ่ือความเพลิดเพลินและให้คุ้น
กับทะเล นอกจากน้ยี งั ทรงโปรดกฬี าฟุตบอลและ ฮอกกี้
31
1.2 ด้ำนศลิ ปะกำรต่อสปู้ อ้ งกันตัว
ทรงโปรดศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวหลายประเภทเช่น มวย และ กระบี่กระบอง ทรงฝึกหัดท้ังมวย
และกระบีก่ ระบองอยา่ งเช่ยี วชาญ จนยากที่จะหาใครเทียบเคยี งได้
1.3 ด้ำนดนตรี
หม่อมเจ้าหญิงเริงจิตรแจรง อาภากร พระธิดาของเสด็จเตี่ยทรงเล่าประทานว่า เสด็จเตี่ยทรงมีพร
สรรค์ด้านดนตรีตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทรงเป็นนักดนตรีโดยสายเลือดจากพระมารดา ทรงเครอื่ งดนตรีไทยได้
แทบทุกชนิดท้ังประเภท ดีด สี ตี เป่า เชน่ ขลยุ่ ระนาด ซอ และไม่ว่าพระองคจ์ ะทรงหยิบจับเคร่ืองดนตรใี ด
ก็สามารถเล่นได้ดีทั้งส้ิน สาหรับเคร่ืองดนตรีฝรั่ง ทรงสามารถด้านเปียโนและขับรอ้ งได้อย่างดี แม้ในพระ
ประวัติจะไม่ปรากฏผลงานด้านดนตรีของเสด็จเตี่ยเด่นชัดนัก แต่ด้วยความสนพระทัยและพระปรีชา
สามารถก็มีส่วนให้การดนตรีไทยและการแต่งเพลงได้พัฒนาก้าวหน้า ด้วยทรงจัดให้มีการประชันวงดนตรี
ทรงอนุรักษ์ครูดนตรีไทย ทรงพัฒนาความสามารถของนักดนตรีและจากการนี้ทาให้เพลงสามชั้นและเพลง
เถาเกดิ ขึ้นในวงการดนตรขี องไทย
ขณะทรงศึกษาในยุโรป สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์ุวงศ์วรเดชเสด็จยุโรป และมีการเล่น
ละครถวายท่ีสถานทูตกรงุ ปารีส ในคืนวันที่ 27 กรกฎาคม ร.ศ.115 เสด็จเตี่ยได้ทรงร้องเพลงเดี่ยวช่ือ "For
me, For me" ในการแสดงครั้งนี้ด้วย และหลังเสด็จกลับประเทศไทย ยังได้ทรงนาความรู้ทางดนตรีสากล
มาประยกุ ต์ใช้ในการนิพนธ์เพลงหลายเพลงเก่ียวกับทหารเรือหลายเพลง
ยงั โปรดการท่องกลอนและบทละครได้คล่องแคล่วทั้งจากวรรณคดีเรื่องอิเหนา และรามเกียรติ์ ทรง
ขับเสภาได้ไพเราะมาก ทรงเคยขับเสภาถวายพระบรมราชชนก หรือรัชกาลท่ี 5ปรากฏว่าผู้ได้ฟังต่างขนลุก
ทุกคน
เสด็จเต่ียยังทรงสอนพระโอรสและพระธิดาให้เล่นดนตรีอีกด้วย เม่ือประทับ ณวังนางเลิ้ง ได้ทรง
จดั ตั้งวงดนตรปี ี่พาทย์ของพระองค์เอง ทรงอุปการะนักดนตรีไว้หลายคนเช่น ครูสิน สินธุธนาคร และเป็นท่ี
โปรดปรานขนาดทรงจัดให้พักอยู่ใกล้ท่ีประทับ ทรงดูแลอย่างดีและยามครูป่วยไข้ ก็ทรงรักษาให้ด้วย
พระองคเ์ อง
1.4 ด้ำนศิลปะกำรแสดง
พระอัจริยภาพอีกดา้ นหนึ่งของเสด็จเตี่ย คอื ด้านศิลปะการแสดง และศิลปะการแสดงท่ีทา่ นโปรด
มากคือ "โขน" ถงึ กับมีการเรยี นกบั ครู ช่ือพระยาพรหมา พระองค์ทรงหัดโขนอย่างจริงจัง และมกี ารเล่นโขน
กันระหว่างเจา้ นายหลายพระองค์ อย่หู ลายครงั้
เสด็จเตี่ยเคยเล่นโขนถวาย ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ด้วย และมีครั้งหนึ่งได้เล่นถวาย ล้นเกล้าฯ
รัชกาลที่ 6 ตอน "ทศกัณฐ์ลงสวน" เสด็จเต่ียทรงเล่นเป็นทศกัณฐ์ ทรงเก้ียวนางสีดาด้วยท่าทางเจ้าชู้
กรุ้มกร่ิม เหมือนยิ้มออกมานอกหัวโขน คนชมเปาะว่าทรงเล่นถึงบท ขนาดคนชมเห็นหัวโขนย้ิมได้
หม่อมเจ้าหญิง เริงจิตรแจรง อาภากร พระธิดาของเสด็จเตี่ยยังได้ทรงบันทึกไว้ว่า...
"...มีเรอ่ื งขาขันนอกบท กรมหม่ืนไชยาศิริสุรโิ ยภาส (พระเจา้ บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุริยงประยรุ พันธ์ พระ
อนุชาของเสด็จเต่ีย) ทรงเลน่ เป็นหนุมาน เสด็จพ่อ (กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ) ทรงเล่นเป็นทศกณั ฐ์ หนุ
มานมาคลอเคลยี ลูบคลาแขง้ ทศกณั ฐ์ แลว้ ถอนขนหน้าแข้งทศกัณฐ์ เลยโดนทศกณั ฐ์ ถบี ออกมา..."
32
เร่ืองที่ 2 ผลงำน
1.1 มวยไทย
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ เป็นเจ้านายอีกหนึ่ง
พระองค์ในประวัติศาสตร์ไทยที่ทรงสนใจ-สนับสนุนมวยและนักมวย ทรงเป็นผู้มีความสามารถด้านมวย
ไทย และในสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงเป็นผู้ฝึกสอนให้กับนักมวยต่างจังหวัด ทั้ง นายทับ จาเกาะ, นายยัง หาญ
ทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ และนายพูน ศักดา ซ่ึงเป็นนักมวยที่มีฝีมือชาวโคราช และทรงสนับสนุน
ทหารเรือที่มีความสามารถในการชกมวยไทยอีกด้วย ทรงส่งนายยัง หาญทะเล เข้าชกชิงถ้วยชนะเลิศมวย
ไทย ทรงชบุ เลีย้ งนายทหารเรอื ท่ีมคี วามสามารถในการชกมวย และกระบ่กี ระบอง ไว้มากมายหลายคนด้วย
ทรงเห็นความสาคัญว่าศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวมีความสาคัญและยังเป็นวิธีการหน่ึงท่ีช่วยสร้างความ
แข็งแกร่ง และเป็นการตดิ เข้ียวเลบ็ ให้เหล่าทหารเรอื อกี ด้วย.
เขต ศรียาภัย ผู้เช่ียวชาญเรื่องมวยไทยเคยเล่าไว้ว่า เสด็จในกรมฯ ทรงรับอุปการะ
นักมวยฝีมือดีจากจังหวัดต่างๆ ให้หลับนอนท่ีวังเปรมประชากร (ตรงข้ามทาเนียบรัฐบาล) บรรดานักมวย
ท่ีมาอยู่ท่ีวังน้ันมาจากหลากหลายท่ีมาเป็นนักมวยฝีมือดีแทบทั้งส้ิน โดยเฉพาะในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกลา้ ฯ ให้พระยานนทิเสนสุเรนทรภกั ดี (แม็ก เศียรเสว)ี แม่กอง
เสือป่าจัดแข่งมวยท่ีสนามหญ้าหน้าสามัคยาจารย์สมาคม ในพื้นท่ีโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยการจัดแข่ง
ครั้งเป็นไปเพื่อหารายได้สมทบเพ่ือซ้ือปืนให้กองเสือป่า การแข่งขันครั้งน้ีเองทาให้มีนักมวยฝีมือดีจากทุก
สารทิศหลั่งไหลเข้ามาในพระนคร พวกน้ีเป็นนักมวยจากการเลือกโดยสมุหเทศาภิบาลและข้าหลวง (ผู้ว่า
ราชการจังหวัด) เม่ือเข้ามาแล้วพวกเขาก็กระจายพักอาศัยตามบ้านผู้อาสาอุปการะและสโมสร ส่วนหน่ึงก็
สมัครใจพักที่สโมสรเสือป่า ท่ีเรียกกันว่าสวนดุสิต สมัยนั้นรม่ รื่นมีตน้ ไม้หลากหลายชนิด ในพ้ืนที่แถบนั้นยัง
ใช้เป็นจดุ เปรยี บคูแ่ ละใช้ถา่ ยภาพโฆษณากนั ท่แี ถวสนามเสือปา่ รมิ ลานพระบรมรูปทรงมา้ เบด็ เสรจ็
ช่วงพ.ศ. 2464 มีนกั มวยท่ีถกู ส่งมาจากเมืองมวย (นครราชสมี า) อยา่ งทบั จาเกาะ และยงั
หาญทะเล นายทับ จาเกาะ น้ีเองพักที่วังเปรมประชากรจากการบอกเล่าของผู้รู้เร่ืองหมัดมวยโบราณอย่าง
เขต ศรียาภัย ซึ่งเขต ยังเล่าต่อว่า มีเสียงลือว่า ยุคนั้นไม่ค่อยมีใครอยากจับคู่กับ “มวยในกรม” เนื่องจาก
นักมวยท่ีพักในวังเปรมประชากรเป็นพวกที่แพ้ยาก เพราะเสด็จในกรมฯ จะรับส่ังให้โบย 30 ที เสียงเล่าลือ
นี้ถูกปฏิเสธจากปากคาผู้คลุกคลีใกล้ชิดมวยไชยา พุมเรียง และสุราษฎร์ธานี ซ่ึงมีโอกาสกินอยู่หลับนอนใน
วังเปรมประชากร ซ่ึงเขต ยืนยนั ว่า เขาไม่พบเหน็ พฤติกรรมดังท่ีเลา่ ลือกันมาแตอ่ ย่างใด แม้ว่าเสด็จในกรมฯ
มักมีช่ือเสียงในเรื่องลักษณะ “ความเป็นนักเลง” แต่พระองค์เป็นเชื้อพระวงศ์ช้ันสูงมีน้าพระทัย ไม่ได้เป็น
ประเภท “นักเลงโต”
นอกจากน้ี พระองค์ยังทรงเชี่ยวชาญการชกต่อยต้ังแต่ดารงพระยศเป็นพระองค์เจา้ อาภากรเกียรติ
วงศ์ และยังเคยถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ด้วยแขนแก่พระโอรส ม.จ. สมรบาเทอง แน่นอนว่า เสด็จในกรมฯ
ทรงทราบเหตผุ ลการแพช้ นะของนักมวยอยา่ งดี และยังทรงควบคมุ การฝึกซ้อมดว้ ยพระองค์เอง โดยมี น.ท.
พระชลัมพิสัยเสนี ร.น. เป็นผู้ช่วย ว่ากันว่า พระองค์มิได้ตั้งค่ายหรือคณะมวยเพื่อเหตุอย่างค่ายมวยใน
สมัยใหม่ เพียงแต่ท่านมีน้าพระทัยโปรด “ลูกผู้ชาย” ท่ีมีฝีมือและเป็นนักสู้ไม่ว่าจะมาจากส่วนไหนของ
ประเทศ นอกจากน้ี เสด็จในกรมฯ ยังทรงเห็นการณ์ไกล ควบคุมนักชกเม่ือออกนอกวังด้วย ขอร้องให้
ตารวจจับกุมนักมวยในอุปการะของพระองค์ท่ีอาจด่ืมเหล้าเมามายประพฤติเส่ือมเสียส่งเข้ามาในวังเปรม
ประชากรพร้อมข้อหา เพราะไม่ต้องการให้คนไม่รู้จักชีวิตในเมืองต้องเสียงกับคดีด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ผู้รู้ด้านมวยยังเล่าด้วยว่า “กล่าวกันว่า เสด็จในกรมฯ ทรงมีกโลบายทรงชาระคนเมาเพียงรับส่ังให้กักตัวไว้
ภายในห้องรโหฐานส่วนพระองค์ ซงึ่ มหี ัว (โขน) พระพิราพประดิษฐานบูชาอยู่ รุ่งเช้านักมวยขเ้ี มามิได้รอกิน
ข้าวพร้อมกับนักมวยคนอ่ืนๆ รีบออกจากวังหลบหน้าอันซีดเซียวไปตั้งแต่บัดนั้น โดยไม่บอกเล่าเก้าสิบให้
33
ผู้ใดทราบเหตุผล ต่อมาปรากฏว่าพวกนักมวยในความอุปการะของเสด็จในกรมฯ ต่างพากันหวาดเกรงถูก
กักตัวในห้อง ‘หัวโขน’ จนไม่มีใครกล้าประพฤติเกเร และความก็แดงออกมาภายหลังว่า นักมวยขี้เมานั้นที่
แท้เป็นคนแปลกหน้า ซงึ่ แอบอ้างเพ่ืออาศัยบารมีเสด็จในกรมฯ ตบตาตารวจจนถูก ‘ทับ’ อยู่ในห้องหวั โขน
จนพูดไม่ออก…เนอื่ งจากผู้เขยี นเรือ่ งราวด้านมวยในไทยเล่าวา่ มีโอกาสอาศัยอยู่ในวังเปรมประชากรถึง 2 ปี
จึงไดท้ ราบกติ ติศัพทท์ างกฤตยาคมของเสดจ็ ในกรมฯ และประสบการณอ์ ศั จรรย์อีกหลายประการ
เขต อธิบายเสริมด้วยว่า เมื่อฝึกซ้อม พระองค์ยังให้นักมวยคาดเชือกแทนนวม และมีปี่กลองให้สมจริงและ
เพ่ือให้คึกคะนองจริงจังขึ้น เม่ือทรงประทับก็มักทรงร้องเตือนให้นักมวยคอยระวัง “ช่องว่าง” และยังโปรด
ให้รวมกลุ่มเจรจาหารือติชมการฝึกซ้อมเพ่ือแก้ไขข้อบกพร่องกัน แล้วจึงโปรดให้ลงว่ายน้าในสระภายใน
บริเวณวัง (ภายหลังถมพ้ืนที่ไปแลว้ ) ขณะท่ีอาหารการกินกใ็ ห้ถึงขนาด เปน็ อาหารจากน้ามือของหม่อมสอง
พน่ี ้อง ซ่ึงโปรดให้ดูแลนกั มวยเป็นพิเศษ ขอ้ ความตอนหนึ่งซ่ึงเขต เขยี นลงในฟ้าเมืองไทย ปีท่ี 5 ฉบับที่ 217
วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2516 มีว่า“…บรรดานักมวยที่กินอยู่หลับนอนในวังเปรมประชากรไม่ต้องถูกหัก
เบี้ยเลี้ยงใดๆ จะไปไหนมาไหนก็แสนสะดวก เพราะมีรถยนต์ฟอรด์ สองแถวสีตะกั่วให้ใช้ ภายใต้การควบคุม
ของ ‘คณุ พ่อชลัมฯ’ นอกจากการฝึกซอ้ มจรงิ จังของนักมวยฝมี อื ดี ซง่ึ เสดจ็ ในกรมฯ ทรงอุปการะใหอ้ ยู่ดีกิน
ดีแล้ว นักมวยในความอุปการะของเสด็จในกรมฯ ยงั ได้รับความคุ้มครองโดยปริยาย พ้นจากอิทธพิ ลของผู้มี
อานาจ (บางคน) ซึ่งสามารถบงการให้นักมวยคนใดแพ้หรือชนะอีกด้วย เพราะบารมีเสด็จในกรมฯ ปกป้อง
ขัดขวางผู้ประกอบมิจฉาชีพดังกล่าว จึงเกิดเสียงเล่าลือทานองให้รา้ ยเสด็จในกรมฯ ในครั้งนั้นแต่เม่ือนานๆ
เข้าเสด็จในกรมฯ ไม่อาจทนฟังกระแสลมร้าย ซึ่งไม่เคยพัดให้ใครดีได้ จึงวันหน่ึงและต่อหน้า ‘แฟนมวย’ ที่
พลกุ พล่านเฉลียงสโมสรเสือป่า เพราะวันน้ันเป็นวันนัดเปรียบมวย เสด็จในกรมฯ ถึงกับทรงยืนขึ้นจากพระ
เก้าอ้ี ใช้ด้ามกล้องยาสูบจากพระโอษฐ์ช้ีหน้ากาบุรุษผู้นิยมใช้อานาจมืด ท่ามกลางกรรมการเปรียบมวย
พร้อมกับรับสั่งอย่างเฉียบขาดว่า ‘…ฉันรู้ดี ต่อไปให้ปิดปำกเสียบ้ำง มิฉะน้ันฉันจะต้องเป็นคนปิดเอง’
เสยี งอกศุ ลซึง่ นับวา่ กระทบทาลายเกยี รตเิ สดจ็ ในกรมฯ จึงยตุ ิลงตัง้ แตบ่ ดั น้ัน”
1.2 ทบั จำเกำะ
มาพดู ถึงฝีไมล้ ายมือของนักมวยนามทับ จาเกาะ กันบ้าง เขต เล่าวา่ เขาเปน็ นักมวยเตะและต่อยวง
กว้างแบบ “เหว่ียงควาย” พันหมัดด้วยด้ายดิบรอบๆ แขนจดข้อศอกตามความนิยมจากท้องถิ่น คู่มือของ
นายทับ จาเกาะ เช่ือกันวา่ เป็นมวยดจี ากมหาสารคาม แต่วนั น้ันเป็นนายทับ ที่เตะเล่นงานคู่ต่อแข่งจนนักสู้
จากมหาสารคามลุกข้ึนได้เพียงหัวและตัว แล้วก็ล้มพลิกเอาข้างลงกับพื้นเวทีอีกหน สั่นหัว และยอมแพ้ใน
เวลาอันรวดเร็ว คนมวยในพระนครฯ จาต้องหานักมวยมาเปรียบสู้กับนักมวยจากโคราช ได้ชื่อนาย
ประสิทธิ์ บุณยารมณ์ ครูพลศึกษา (สมัยนั้นเรียกมวยนักเรียน) ถูกส่งเข้าเปรียบและกลายเป็นคู่มวยวัน
อาทิตย์ไปเขต เล่าเพมิ่ เติมเรอ่ื งการฝกึ ซ้อมเตรียมตวั ก่อนชกว่า “…ทางฝ่ายนายทับ จาเกาะ เม่ือฉุกคิดว่าได้
คู่กับมวยนักเรียนจึงทาให้เกิดความรู้สึกเงียบเหงาเศร้าสร้อยชอบกล และไม่มีอารมณ์จนขาดซ้อมหลายวัน
เสดจ็ ในกรมฯ ถึงกบั รับสั่งให้ตามตัว มหาดเล็กไปพบนายทับ จาเกาะ นอนมือกา่ ยหน้าผากลืมตาในหอ้ งพัก
เมื่อได้แจ้งว่าเสด็จในกรมฯ รับส่ังให้หาและนาตัวนายทับ จาเกาะ มาเฝ้า แล้วเสด็จในกรมฯ ทรงซักไซ้ถึง
เหตุผลของการขาดซ้อม นายทบั จาเกาะ ได้กราบทูลถึงความกังวลใจในการได้คกู่ ับมวยนกั เรียน และ ‘ฝมี ือ
อย่างไรไม่กลัว’ กลัวแต่ถูกบังคับให้แพ้ จึงป่วยการซ้อม เสด็จในกรมฯ รับส่ังปลอบใจว่า ไม่ต้องกลัวใคร
เพราะไม่ได้นุ่งซิ่นและได้มีรับสั่งให้พระชลัมพิสัยเสนี นาเรือกลไฟเล็กของกองเรือกลไปเผดียง หลวงพ่อศุข
(พระครูวิมลคุณากร) วัดมะขามเฒ่า เมืองชัยนาท เพื่อประกอบพิธี ‘แต่งตัว’ ให้นายทับ จาเกาะ เมื่อได้ตัว
หลวงพ่อศุขมาแล้ว ปรากฏว่านายทับ จาเกาะ คอ่ ยสบายอารมณข์ ึน้ อยา่ งแปลกตา กินเป็ดยา่ งซ่ึงหม่อมสอง
พ่ีน้องซ้ือจากตลาดนางเล้ิงปรนปรืออย่างไม่อ้ัน และเต็มใจซ้อมทุกวัน จนปรากฏผลเป็นท่ีพอพระทัยเสด็จ
ในกรมฯ” ว่ากันว่า วันอาทิตย์ท่ีกาหนดแข่งน้ัน ก่อนขึ้นชก เขต เล่าถึงการดูแลนายทับ โดยให้นายทับ จา
34
เกาะ อาบน้าชาระกายตามแบบประเพณีโบราณ แลว้ อาบน้ามนตก์ ลางหาวของหลวงพ่อศุข ซึง่ ทาพิธีตลอด
หลายวันแล้ว เมื่อเสร็จส้ินด้านพิธีการแล้วนักมวยก็ข้ึนรถออกจากวังเปรมประชากร มุ่งหน้าไปท่ีสนามมวย
สวนกุหลาบ
เขต บรรยายสภาพการชกไฟต์น้ันว่า เม่ือถึงจุดไคลแม็กซ์ นายทับ เป็นฝ่ายต่อยเตะพ่อเจ้าคุณ
ประสิทธ์ิ แม้จะเห็นกันว่าคงทนไม่ได้นาน แต่มนุษย์ใจสิงห์ คุณประสิทธ์ิ กัดฟันสู้จนสิ้นยก แต่ก็อวสานเสีย
เมอ่ื ถงึ คร้ังน้ีกย็ ิ่งทาให้เกิดเสียงถกเถยี งกันว่า ใครควรจะขึ้นสู้กับนายทับ จาเกาะระหว่างท่ีมีเสียงถกเถียงกัน
มีข่าวแพร่ออกมาพอดีว่า มีมวยจีนมาจากฮ่องกงในความอุปการะของสโมสรสามัคคีจีนสยาม และอีก
กระแสหน่ึงมีวา่ มวยดมี าจากท่ีราบสงู แตเ่ คราะหร์ ้ายที่คู่มวยครั้งนป้ี ่วยเป็นตาก้งุ ยงิ ก่อนข้ึนชก แพทย์จึงไม่
อนญุ าตให้ชก
1.3 ยัง หำญทะเล
หลังจากนายทับ จาเกาะ กลับภูมิลาเนาเดิมแล้ว จึงเกิดเสียงเรียกร้องให้คู่หูของนายทับ คือ “ยัง
หาญทะเล” เป็นตัวยืน ให้สนามหาคู่ที่เหมาะเข้าเปรียบ พระยานนทิสุเรนทรภักดี จึงเข้าปรึกษาหารือ
ข้าราชการผู้ใหญ่และเพือ่ นท่ีเป็นพ่อค้า ไม่นานกม็ ีข่าวลือแพร่วา่ มีมวยจนี ฝมี อื เย่ียมมาจากฮอ่ งกง บางเสยี ง
ก็ว่าเป็นจีนกวางตุ้งในไทย เป็นอาจารย์ใหญ่มวยจีนในสาเพ็ง มีข่าวหลุดมาว่า มวยจากฮ่องกงนามว่า จี๊
(โฮ้วจงกุน)ฉา่ ง ว่องไวเย่ียงลิง หมัดสองข้างหงิกงอส่ายไปมาคล้ายหัวงูเห่า การชกในมวยสนามสวนกุหลาบ
คร้ังนั้นได้รับความสนใจจากชาวไทยและชาวจีน ข้าราชการต้องกวดขันตรวจอาวุธอย่างเข้มข้น มวยสนาม
สวนกุหลาบมีกาหนดชก 11 ยก (ตามระเบียบมวยสนามสวนกุหลาบ พ.ศ. 2464) เม่ือล่ามแปลภาษาแจ้ง
กติกากนั เรยี บร้อย แยกย้ายเข้ามมุ การชกก็เร่ิมต้น
จากการบอกเล่าของเขต การชกเป็นไปอย่างดุเดือด ช่วงต้นอาจยังเป็นการดูเชิงกัน ฝั่งนายยัง สู้
ดว้ ยเชงิ มวย แกล้งชาเลืองย่างเพ่ือลอ่ ให้อีกฝา่ ยเข้าทา่ กล แกว่งแขนทง้ั สองขา้ งสา่ ยสลบั เหมือนตะเกยี บปลา
กัดฉากฉะ (หลีกและตีตอบ) กาป้ันหัวนกอินทรีของจี๊ฉ่าง เมื่ออีกฝ่ายจับทางไม่ถูกก็อัดเข่าตรงเข้าหน้าอกจ๊ี
ฉ่างจนหงายหลังก้นกระแทก แตโ่ ชคดสี าหรับจฉี๊ ่างท่กี ลองสัญญาณหมดยกดังขนึ้ ก่อน
…นายยัง หาญทะเล กาชัยเหนือจี๊ฉ่างในการต่อสู้อันนับเป็นประวัติการณ์เพราะเคารพและเชื่อฟังครูผู้สอน
ให้ “หนีเอาชัย” (Run a Victory) ก็ใครเล่าท่ีทรงภมู ิปัญญาสอนได้ดังกล่าว ถ้ามิใช่เสด็จในกรมหลวงชุมพร
เขตอุดมศักด์ิแห่งราชวงศ์จักรี ผู้คอยชักใยนายยัง หาญทะเล ด้วยสายพระเนตรอันแหลมคม เมื่อปี พ.ศ.
2464 หรอื เจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ แห่งกาลปจั จุบนั !”
หลังจากความพ่ายแพ้ของจ๊ีฉ่างแล้ว เกิดเสียงเล่าลืออีกว่า จ๊ีฉ่างไม่ได้เป็นนักมวยฮ่องกง แต่เป็น
ชาวจีนท่ีเร่ขายยาแถวสาเพ็ง แต่ก็มีเสียงโต้เถียงว่าเป็นมวยฮ่องกงจริง และควรให้มีการแก้มือให้เห็นผลอีก
ครงั้ เขต เล่าวา่ ภายหลงั จ๊ีฉ่างขอกลับฮ่องกงโดยดว่ น กลบั กลายเป็นคนไทยกบั คนจนี ท่ีโต้เถียงไม่เป็นอันยุติ
เกิดมวยให้ตารวจเปน็ กรรมการตัดสนิ กันหลายคู่
1.4 งำนศลิ ปะ
เสด็จเตี่ยทรงมีความสามารถในด้านศิลปะ เขตอุดมศักด์ิ ยังมีความสามารถในด้านศิลปะ โดย
พระองค์ได้ทรงเขียนภาพพุทธประวัติไว้ที่ผนังโบสถ์ของวัดปากคลองมะขามเฒ่า อาเภอวัดสิงห์ จังหวัด
ชยั นาท อนั เปน็ ภาพเหตกุ ารณ์ท่ีพระโคตมพุทธเจา้ ทรงพบปัญจวัคคีย์ ผลงานวาดทางพุทธศลิ ป์ของเสด็จเตี่ย
นี้ยงั คงปรากฏสืบมาจนถึงปจั จบุ ัน และได้รับการกลา่ วขานวา่ เปน็ งานท่ีมีความละเอยี ดอ่อนลึกซึ้ง
ภายในอุโบสถของวดั ปากคลองมะขามเฒา่ จงั หวัดชัยนาท มีภาพจติ รกรรมฝาผนังทส่ี าคัญอย่าง
มาก เขยี นข้นึ ในสมัยรัชกาลท่ี5 ราวปี พ.ศ.2464 โดยประมาณ ต้ังอยู่ในสว่ นของผนงั หุ้มกลองด้านหน้าพระ
ประธาน คอื ภาพจติ รกรรมฝีพระหัตถข์ อง “กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์” พระองคท์ รงเขียนเรอ่ื งราว
เก่ียวกับพุทธประวัติ ตอนมารผจญ ด้วยฝพี ระหัตถข์ องพระองคเ์ องร่วมกับขา้ ราชบรพิ าร ส่วนผนังดา้ นลา่ ง
35
ระหว่างชอ่ งประตูเขยี นภาพจิตรกรรมเรอ่ื งพทุ ธประวัติ ตอนนางสชุ าดาถวายขา้ วมธุปายาส โดยมี หม่อม
เจ้าจารภุ ตั รา อาภากร พระธดิ าองคโ์ ต ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีส่วนรว่ มในการเขียนภาพ
จติ รกรรมนด้ี ้วย ท้งั สองพระองคไ์ ด้ทรงเขยี นภาพโดยใชเ้ ทคนคิ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี ผสมผสานกับ
การเขียนภาพจิตรกรรมเทคนิคแบบตะวนั ตกจะเห็นไดจ้ ากมกี ารใช้แสงเงาเข้ามาเขียนภาพ การจดั
องค์ประกอบภาพทาไดอ้ ยา่ งลงตัว มกี ารเขียนสอดแทรกภาพเหมือนข้าราชบริพารที่ตามเสด็จดว้ ย เชน่
นายทหารแมค่ รวั เป็นต้น ส่วนสาคญั อีกอย่างหน่งึ ท่ีไม่เหมือนจติ รกรรมฝาผนงั ท่อี น่ื ๆ คือในสว่ นลายชายรว้ิ
ด้านซา้ ย และขวาของภาพจิตรกรรม มีการจารึกอักษรขอมตัวบรรจง
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิทรงมีความรู้ความสามารถในด้านคาถาเป็นอย่างมาก โดยมีพระครู
วิมลคุณากร หรือท่ีรู้จักกันคือ หลวงปู่ศุข เกสโร เป็นพระอาจารย์ท่ีกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิให้ความ
เคารพนับถือเป็นอย่างมาก คาถาที่เขียนไว้คือ คาถา “ชัยมังคะละอัฏฐะกะคาถา”หรือเรียกกันส้ันๆว่า
คาถาพาหงุ ซง่ึ เปน็ คาถาทแี่ ปลว่า “การชนะมารท้งั 8 ประการ อนั เปน็ มงคลสูงสุดของพระพุทธเจ้า”
จารึกอักษรขอมเป็นคาถาที่สอดคล้องกับจิตรกรรม และเรื่องราวของภาพมารผจญเป็นอย่างมาก และมี
จารึกต่อท้ายด้วยตัวอักษรไทยความว่า พระเจ้าพ่ียาเธอกรมหม่ืนชุมพรเขตอุดมศักดิ์ นายเทียบ นายรังสี
นายแฉลม้ นายผ่อน ได้เขยี นไว้ ลงท้ายความว่าเพ่ือศุขประโยชน์ภายหนา้ นิพพาน ปจั โย โหตุ
36
ภาพน้อี ยู่บนผนังด้านในระหว่างประตทู างเข้า เป็นภาพพุทธประวัตติ อนมารผจญ ภาพแสดง
ให้เห็นถึงอารมณ์ขันของพระองค์ได้เป็นอย่างดี เพราะกล่าวกันว่าทรงล้อเลียนหญิงคนครัวโดยการ
เขียนภาพลงไปด้วย แล้วยังมีภาพของชายผิวขาวคนหน่ึงถือขวดเหล้านอนลอยในน้า ซึ่งชาวบ้านบอก
ว่าเป็นภาพของตาบญุ ชาวบ้านละแวกนั้นที่ทรงเขยี นลอ้ เพราะตาบุญติดเหลา้
1.5 งำนพระนพิ นธ์
เสด็จเต่ียทรงโปรดอีกอย่างคืองานด้านการประพันธ์ สังเกตว่าท่านทรงเชี่ยวชาญท้ังภาษาไทยและ
ภาษาอังกฤษ ถ้าอ่านบันทึกหรือผลงานทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองท่ีปรากฏในรูปคาสอน บทกวี และเน้ือ
เพลง จะเห็นว่าทรงใช้ภาษาสื่อความหมายได้ชัดเจน ถ้อยคาเรียบง่าย แต่มีพลัง ถ้าเป็นบทร้อยกรอง
พระองคโ์ ปรดการใชค้ าประพนั ธ์ประเภทกลอนเป็นส่วนใหญ่ เนอ้ื หามักมคี ติเตือนใจ ให้ขอ้ คิดในการทางาน
ต่างๆที่สามารถนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ ทุกเพศ ทกุ วยั และไม่จากัดด้วยเวลา.
เพลงดอกประดู่ (เพลงสัญลักษณข์ องกองทพั เรือไทย)
ฮะเบสมอพลนั ออกสันดอนไป ลดั ไปเกาะสีชงั จนกระทงั่ กระโจมไฟ
เหลียวหาข้าศึกมิได้นกึ จะกลับมาใน ถึงตายตายไปตายใหแ้ กช่ าติของเรา
พวกเราดรู ู้เจ็บแลว้ ต้องจา ลบั ดาบไว้พลางขา้ งบนยอดก๊าฟจะนา
สยามเป็นชาตขิ องเราธงทุกเสาชักขน้ึ ทุกลา ถงึ เรือจะจมในนา้ ธงไม่ต่าลงมา
เกดิ มาเปน็ ไทยใจรว่ มกันแหละดี รักเหมือนพี่เหมือนน้องชว่ ยกนั ป้องปฐพี
สยามเป็นชาติของเราอยา่ ให้เขามาย่ามายี ถงึ ตายตายใหด้ ีตายในหนา้ ท่ีของเรา
37
เพลง ดอกประดู่ หรอื ที่นิยมเรียกกันอกี อย่างว่าเพลง หะเบสสมอพลัน เป็นบทเพลงพระนิพนธ์ใน
พลเรือเอก พระเจ้ำบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ำอำภำกรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิเดิม
เรียกช่ือว่า "Comin Thro' the Rye" ตามช่ือทานองเพลงเดิมในภาษาอังกฤษ (เพลงนี้เป็นเพลงสก็อต
เข้าใจกันว่าดัดแปลงทานองมาจากเพลง Auld Lang Syne อีกทีหนึ่ง) แรงบันดาลใจสาคัญในการทรง
นิพนธ์เพลงนี้คือเหตุการณ์วิกฤตการณ์ปากน้า ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) ซึ่งเป็นที่จดจากันได้ดีทุกคนสาหรับ
คนไทยในยคุ น้นั สันนิษฐานวา่ ทรงนพิ นธ์เพลงดอกประดูเ่ ม่อื พ.ศ. 2448
เพลงนี้ถือเป็นเพลงสัญลักษณ์ของกองทัพเรือไทยที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็ นที่มาของการ
เปรยี บเทียบตนเองของทหารเรือไทยวา่ เปน็ "ลกู ประด"ู่ มาจนถงึ ทุกวนั น้ี
ประดู่ หมายถึง ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และความเป็นน้าหน่ึงใจเดียวกัน จะก่อให้เกิด
พลังอันยิ่งใหญ่ของความร่วมมือร่วมใจกัน คนโบราณจึงนิยมปลูกต้นประดู่ เพ่ือกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนใน
บ้าน มีความรักใคร่สามัคคี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน บ้านท้ังหลัง จึงมีแต่ความสงบสุข ทุกคนจะร่วมมือร่วม
แรงใจกนั เสมอราวกบั ดอกของต้นประดู่
ดอกประดู่มีกล่ินหอมอ่อนๆ เวลาบานจะพร้อมใจกันผลิบานเหลืองอร่ามไปท้ังต้น พอวันเดียวก็ปลิด
ดอกร่วงพรูพร้อมกัน ทาให้นึกถึง เพลง ดอกประดู่ที่แสดงถึงสานึกความรักชาติของทหารเรือ ราชนาวีไทย
(Royal Thai Navy)และอยากให้สานึกน้ีจงหย่งั รากฝังลึกในหวั ใจคนไทยทุกคน
จงพร้อมเพรียงกัน รักสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยกันรักษาชาติบ้านเมือง อย่างมีพลังเข้มแข็ง ให้
เหมือน"ตน้ ประด่"ู
เพลงศลี แปดสำหรับทหำร
เพลงศีลแปดสาหรับทหาร เป็นบทพระนิพนธ์ท้ังคาร้องและทานองโดย พลเรือเอก พระเจ้าบรม
วงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื้อหาเป็นกลอนสุภาพ ใช้ภาษา
ชัดเจน เข้าใจง่าย จุดประสงค์ในการนิพนธ์คือส่ังสอนให้ทหารเรือเป็นคนดี มีศีลธรรม น่าเสียดายที่หาฟัง
เพ ล งนี้ ได้ ย าก ถึ งอ ย่ า งไรเพ ล งนี้ มี เน้ื อ ร้ อ งน่ าส น ใจ ม า ก จึ งข อ อั ญ เชิ ญ ล งไว้ ณ ที น้ี ...
เกิดเปน็ ชายฝ่ายชลพลรบ
ตอ้ งรู้จบในหัวใจฝ่ายทหาร
มีแปดบทจดจาใหช้ านาญ
จะเปน็ การรู้สกึ ไดฝ้ ึกตน
อันข้อความตามทม่ี ีในบท
โดยกาหนดบทสอนสุนทรผล
38
ข้อหนึ่งจะตอ้ งกลา้ หาญจติ ทานทน
สูศ้ ึกจนชวี าตมข์ าดทาลาย
แตไ่ ม่ควรหาญกลา้ ในทา่ ผดิ
กระทาผิดกิจจรงิ สง่ิ ทัง้ หลาย
ไม่ควรการหาญคนไปจนตาย
เปน็ น่าอายอดสดู ูไมค่ วร
สองขอ้ ห้ามตามท่มี ใี นบท
มไิ ด้ปดปกปิดทาผดิ ผวน
ถงึ ทาผิดไซร้ส่งิ ไม่ควร
รบั โดยด่วนเสยี ดีกวา่ อย่าด้ือดงึ
ข้อสามอยา่ คิดจิตโลภละโมบมาก
ถงึ จนยากอย่าพงึ คิดพินิจถึง
เราเปน็ ทหารหาญชาญศกึ นกึ คะนึง
หาแค่ซง่ึ นา้ นวลให้ควรการ
ขอ้ สผี่ ูม้ คี ุณการณุ รัก
จงรู้จักคณุ ท่านหมั่นสมาน
กตญั ญูต่อนายจนวายปราณ
คิดหกั หาญแค่ไพรีทีบ่ ีฑา
อกี บ้านเกิดเมืองนอนบิดรนน้ั
ข้อสาคญั ควรจะรักให้หนักหนา
ตอ้ งรู้จกั รักชาตอิ าตมา
คิดตง้ั หนา้ พรกั พร้อมสามัคคี
ขอ้ ห้าสาหดให้อดทน
ถงึ อับจนอย่าเป็นทกุ ข์ให้สุขี
ทงั้ ลาบากยากแคน้ แสนทวี
ถงึ ราคีป่วยไข้ไมส่ บาย
เราเป็นทหารชาญศกึ นกึ ประจญ
มไิ ดบ้ น่ ออกปากวา่ ยากหลาย
กระทาหน้าทใ่ี หต้ ลอดจนวอดวาย
คงเปน็ ชายข้ึนชือ่ ให้ลือนาม
ข้อหกบาบัดระมดั จิต
ประพฤติกิจสภุ าพไมห่ ยาบหยาม
ทงั้ กริ ยิ าดีพร้อมละม่อมงาม
ไมล่ วนลามประมาทชาติบคุ คล
ขอ้ เจ็ดหา้ มขาดอย่าอาจหาญ
ประพฤติการผิดเช่นไม่เป็นผล
อันทรัพย์สนิ เงินทองใชข่ องตน
ของบคุ คลหวงห้ามอยา่ นามา
อย่าลักลอบของทา่ นเปน็ การผิด
39
ประพฤตกิ จิ โจรกรรมทามจิ ฉา
อีกลกู เขาเมยี เขาอย่าลอบรักอย่าลกั พา
เสพกามาผดิ เลห่ ป์ ระเพณี
ข้อทแี่ ปดชี้แจงแสดงอรรถ
มนษุ ยส์ ัตว์ได้ทกุ ข์ไม่สุขี
ใหม้ ีจติ เมตตาคดิ ปรานี
ไมเ่ ลอื กที่รักชงั ท้งั ประมวญ
รวมแปดขอ้ เทา่ น้มี ีกาหนด
ตามแบบบททค่ี ิดไมผ่ ิดผวน
ควรทหารทุกคนตอ้ งบน่ จา
ทกุ เช้าคา่ ใหร้ ะลกึ นึกถงึ เอย
เพลง "เดนิ หน้ำ
ลกู เตยี่ เดนิ หน้า..!
แม้ทุกข์สุขอย่างไรในชวี ติ
ลูกตงั้ จติ อธษิ ฐานผ่านถงึ พอ่
ขอพลงั เดนิ หนา้ ไม่ทดทอ้
บารมีเสดจ็ พอ่ ปอ้ งผองภัย
"เกิดมาทั้งที มันก็มอี ย่แู ต่ทุกข์ภัย
วนั นเี้ คราะห์ดี รุ่งขนึ้ พรุง่ น้ี จะเปน็ อย่างไร
ดีเคยพบ ชัว่ เคยเหน็ จนเคยเป็น มีเคยได้
อนาคตเราไมร่ ู้ ถึงไม่รู้ กต็ อ้ งเดนิ ไป…"
ขา้ งต้นน้ีคอื สว่ นหน่ึงของเพลง "เดนิ หนา้ "เพลงพระนิพนธ์ที่ไพเราะเพลงหนึ่งของเสด็จเต่ีย มีทานอง
จากของเก่าคือเพลง "คุณลุง คุณปา้ "
เสด็จเต่ียทรงมีความมุง่ ม่ันท่ีจะอบรมทหารเรือและนักเรยี นนายเรือให้มีความรักชาติและกล้าหาญ
แม้ในยามว่าง นอกจากทรงให้ทหารร้องเพลงร่วมกันเพื่อสร้างความรัก สามัคคี และเกิดความบันเทิงแล้ว
พระองคย์ งั ทรงนิพนธเ์ พลงที่มเี น้ือหาปลุกใจให้ฮึกเหิม และพรอ้ มจะสละชีพเป็นชาติพลอี ีกดว้ ย
เพลง "เดินหน้า" ท่ีพวกเราทราบกันดีว่ามีเน้ือหาปลุกใจ แต่หากจะมองให้ลึกลงไปแล้ว ยัง
สอดแทรกแนวคิด และชีวิตท่ีพระองค์ทรงประสบ โดยมีเนื้อหาบางตอนที่มีลักษณะตัดพ้อ ดังปรากฏใน
ความว่า "เกิดมาทั้งทีมันก็ดีอยู่แตเ่ มื่อเป็น อีกสามร้อยปีก็ไม่มี ใครจะเห็น ใครเขาจะนึก ใครเขาจะฝัน เขาก็
ลืมกัน เหมือนตวั เล็น" บางตอน ยงั ได้สะท้อนถึงชีวิตของเสด็จเตี่ย ว่าทรงมุ่งม่ันพัฒนาให้งานเจริญก้าวหน้า
แต่ก็ไม่สามารถหลีกพ้นคาตาหนิ คานินทาได้ ดังข้อความ "วันนี้ยอ พรุ่งน้ีด่า" และถึงอย่างไรพระองค์ก็ทรง
หยิ่งในศักดิ์ศรี เพราะ "ไม่ใช่ขี้ข้า ปากของใคร" และพระองค์ก็มิได้ใส่ใจ ยังคงมุ่งในการทรงงานต่อไปอย่าง
จริงจัง
เพลงน้ียังแสดงถึงสัจธรรมของชีวิต อันบ่งบอกถึงภูมธิ รรมของเสด็จเต่ียในด้านพุทธศาสนาอีกด้วย
ทว่ี ่า..."เกิดมาทงั้ ที มันก็มีอยู่แต่ทุกข์ภัย วนั นี้เคราะห์ดี รงุ่ ข้นึ พรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร" พระองค์มไิ ด้หว่ันไหวใน
ความไม่จีรังของชีวิต ทรงเข้าใจในโลกธรรม 8 อย่างถ่องแท้ ดังแสดงไว้ในข้อความ " ดีเคยพบ ชั่วเคยเห็น
จนเคยเป็น มีเคยได้" และยังทรงแทรกคาสอนไว้ว่า " อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ ก็ต้องเดินไป …"
40
พวกเราในฐานะเป็นลูกเสด็จเต่ีย ฟังเพลงน้แี ล้ว คงไดข้ ้อคิดและพลงั ใจในการกา้ วต่อ..หากจะตอ้ ง
กา้ วถอยหลงั บา้ ง ก็ต้องยอม เพอื่ จะกา้ วตอ่ ไปขา้ งหนา้ ได้อยา่ งยาวไกล.
เพลงดำบของชำติ
"ดาบของชาต.ิ . เพลงนี้มีตานาน"
ดาบดตี อ้ งคมกลา้ ฆา่ ศตั รดู ว้ ยคมเดยี ว
ดาบ-ใจ รวมหนง่ึ เกลียว ไมม่ พี า่ ยแกน่ วิ รณ์
ดาบกลา้ อันเรอื งฤทธิ์ สรู ยิ ทิตย์สถาพร
คอื องค์ อาภากร ดาบศักดส์ิ ทิ ธสิ์ ถิตไทย.
เสดจ็ เตี่ย มิได้ทรงพระปรชี าสามารถด้านการนพิ นธเ์ พลงมาร์ชเชน่ เพลง ดอกประดู่ เพลง
เดินหนา้ เทา่ นั้น แต่ยงั ทรงนพิ นธ์เพลงคลาสสิก ท่ีคนฟงั ฟังแล้วขนลุกซู่ นนั่ คือเพลง "ดาบของชาติ" ดงั มีเน้ือ
รอ้ งต่อไปนี้
ดาบของชาติเล่มนี้ คอื ชีวติ เรา
ถงึ จะคมอยดู่ ี ลับไว้
สาหรบั สู้ไพรี ให้ชาติ เรานา
ใหม้ ติ รให้เมยี ให้ ลกู แลช้ าตไิ ทย
นาวาเอกหลวงสารวจวิถีสมุทร (ฟุ้ง พร้อมสัมพันธ์) ซึ่งเป็นนักเรียนนายเรือสมัยเสด็จเตี่ย เล่าถึง
ประวัติเพลงน้วี า่ ครง้ั หน่ึงโรงเรยี นนายเรอื จัดใหม้ ีงานเน่อื งในวนั ที่พระพทุ ธเจ้าหลวงเสด็จพระราชดาเนินมา
เปิดโรงเรียนเวียนมาถึง คือวันท่ี 20 พฤศจิกายน ซึ่งนายทหารเรือถือว่าเป็นวันกองทัพเรือ โดยทูลเชิญ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ (รชั กาล6) เสด็จมาในงานด้วย ระหว่างงานเล้ียงพระกระยาหาร นกั เรียนนาย
เรอื ผ้หู นึ่ง ชือ่ สน่ัน ซึ่งเป็นมหาดเล็กของเสด็จเตีย่ ดว้ ย ไดล้ ุกขึน้ และถอดมีดเหน็บออกจากฝกั ออกไปราและ
ร้องเพลงหนา้ พระที่นั่ง
เพลงที่นักเรียนนายเรือสนั่นร้องนั้นคือเพลงพระนิพนธ์ “ ดาบของชาติ " เหตุนี้อาจจะเป็นสาเหตุ
อีกประการหนึ่ง ท่ีทาให้เสด็จเตี่ยถูกพักจากราชการทหารเรือ ความจริงแล้วเพลงน้ีหายสาบสูญไปนาน
จนกระทง่ั ปี พ.ศ. 2515 กองทัพเรือไดท้ าแผ่นเสยี งขนาด 12 นิว้ เป็นครง้ั แรกขึน้ พอเพลงนม้ี กี ารบันทึกเสียง
ออกมา ปรากฏว่าคนฟังต่างน้าตาคลอด้วยท่วงทานองเพลงที่มีการเรียบเรียงอย่างไพเราะ อ้อยอิ่ง หนัก
แน่น มีกลิ่นอายของความถวิลหาและความเสียสละอยู่ในที ท่ีสาคัญเนื้อร้องได้สะท้อนจิตวิญญาณของ
เสด็จเต่ยี ไว้ว่า ในพระทัยของพระองค์มเี พียงชาติและความผาสุกของคนในชาติเทา่ น้นั
41
พระนิพนธ์
พลเรือเอก พระเจำ้ บรมวงศเ์ ธอ พระองค์เจ้ำอำภำกรเกยี รตวิ งศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ด์ิ
กยิรำเจ กยิรำเถน
"จะทำสงิ่ ไร ควรทำให้จริง"
" ทางานทาจริงเจ้า จงทา Work While you Work
ระหว่างเลน่ ควรจา เล่นแท้ Play While you Play
หนทางเช่นน้ีนา เป็นสขุ That is the Way
กอ่ ใหเ้ กิดรน่ื เรงิ แม้ นับถือทวีคูณ To be cheerful and gay
ทุกสงิ่ ทาเชน่ นน้ั ควรตรอง All that you do
โดยแน่สดุ ทานอง ทร่ี ู้ Do With your might
สง่ิ ใดทาเป็นลอง ครงึ่ ครงึ่ Things done by half
สง่ิ นัน้ ไม่ควรกู้ ก่อใหเ้ ป็นจรงิ " Are never done right
42
พระนพิ นธ์
พลเรอื เอก พระเจำ้ บรมวงศ์เธอ พระองค์เจำ้ อำภำกรเกียรตวิ งศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ
“...ตอกตะปู ลงตรง นะเจ้าเด็ก
เสียงเป๊ก ตีตรง ลงท่ีหวั
เมอ่ื เจา้ ตีเหล็ก นะเจ้าเด็ก เจา้ อย่ากลวั
ตีเมอื่ ตัว เหลก็ ยังแดง เป็นแสงไฟ
เมือ่ งานมี ทต่ี ้องทา นะเจา้ เด็ก
เปน็ ขอ้ เอก ทาจริง ไม่ทงิ้ ไถล
ทเี่ ขาข้ึน ยอดได้ สะบายใจ
กเ็ พราะได้ ปนี เดิน ขนึ้ เนนิ มา
ถา้ เด็กใด ยนื แช อยู่แต่ลา่ ง
แหงนคว้าง มองแล สเู่ วหา
จะข้นึ ได้ อย่างไร นะลูกยา
ทาแตท่ ่า แต่ไม่ลอง ทานองปีน
ถึงหกลม้ หกลุก นะลูกแก้ว
อยา่ งทาแซ่ว เสยี ใจ ไม่ถวลิ
ลองเถดิ ลอง อีกนะ อยา่ ราคนิ
ท่สี ดุ สน้ิ เจา้ คงสม อารมณเ์ อย...”
บทกวีข้างต้นคือผลงานพระนิพนธ์ของเสด็จเตีย่ ซึ่งมีเนือ้ หาสอนเกี่ยวกับการทางาน จะทาการใด
ให้ตั้งใจ ให้รีบทา เปรียบเหมือนตีเหล็ก ต้องตีเมื่อเหล็กร้อน ต้องมานะอดทน และพยายาม แม้ล้มก็ต้องลุก
และทางานต้องเป็นทางาน เม่ือเล่นก็เปน็ เลน่
43
กิจกรรมทำ้ ยบท
1. กจิ กรรมที่ 1
แบบทดสอบ เร่ือง พระปรีชำสำมำรถและผลงำน
คำช้แี จง 1. แบบทดสอบมที ั้งหมด 10 ข้อ คะแนน 10 คะแนน ใช้เวลา 10 นาที
2. ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบที่ถูกทส่ี ดุ แลว้ ทาเครื่องหมาย x ลงในช่อง ให้ตรง กับข้อทน่ี ักเรยี น
เลอื กตอบ
1.พระปรชี าสามารถของเสด็จเต่ยี ด้านใดทไ่ี ม่ปรากฏผลงานเดน่ ชัด ในพระประวตั ิ
ก. ดา้ นกีฬา
ข. ดา้ นดนตรไี ทย
ค. ด้านจิตรกรรม
ง. ดา้ นศิลปะการแสดง
2. เสด็จเต่ียทรงสง่ ใคร เข้าชกชงิ ถว้ ยชนะเลิศมวยไทย
ก. นายพนู ศักดา
ข. นายทับ จาเกาะ
ค. นายยงั หาญทะเล
ง. นายตู้ ไทยประเสริฐ
3. เสด็จในกรมฯ ทรงมีกโลบายทรงชาระคนเมารับส่ังให้กักตัวไว้ภายในห้องรโหฐานส่วนพระองค์ ซึ่งมีหัว
(โขน) ใดประดิษฐานบูชาอยู่
ก. พเิ ภก
ข. พระราม
ค. พระอนิ ทร์
ง. พระพริ าพ
4. ภาพฝีพระหัตถ์ที่พระองค์ทรงเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ตอนมารผจญ ได้มีการจารึกอักษรขอม
เป็นคาถาบทใดไว้
ก. คาถาชนิ บญั ชร
ข. ชัยมังคะละอฏั ฐะกะคาถา
ค. พระคาถารัตนมาลา(อติ ปิ ิโส)
ง. พระคาถามงคลจกั รวาลท้งั แปดทศิ
5.ทรงเขยี นภาพพทุ ธประวัติไว้ทผี่ นังโบสถ์วดั ใด
ก. วดั โพธ์ิ
ข. วดั มหาธาตุ
ค. วดั ปากคลองมะขามเฒา่
ง. วัดพระศรีรตั นศาสดาราม
6. พระปรชี าสามารถดา้ นดนตรีของเสดจ็ เตย่ี มสี ่วนให้เพลงใดเกดิ ขึ้นวงการดนตรีไทย
ก. เพลงตับ
ข. เพลงเถา
ค. เพลงเกล็ด
ง. เพลงหนา้ พาทย์
44
7.เพลงใดเป็นเพลงพระนพิ นธข์ องกรมหลวงชุมพรที่เปน็ เพลงสญั ลักษณ์ของกองทัพเรอื ไทย
ก.เพลงศลี แปด
ข.เพลงดอกประดู่
ค.เพลงเดนิ หน้า
ง.เพลงดาบของชาติ
8.เพลง เดินหนา้ ของกรมหลวงชมุ พร ไดท้ านองมาจากเพลงใด
ก.เพลงดาวดวงเดอื น
ข.เพลงดอกประดู่
ค.เพลงคณุ ลงุ คุณปา้
ง.เพลงดาบของชาติ
9.แรงบนั ดาลใจสาคญั ในการทรงนิพนธ์เพลงดอกประดู่ คือเหตุการณ์ใด
ก.เหตกุ ารณ์วกิ ฤตการณ์ปากนา้ ร.ศ. 112
ข.เหตกุ ารณ์พฤษภาทมฬิ
ค.เหตกุ ารณ์ 16 ตลุ า
ง.สงครามโลกครง้ั ท่ี 2
10.ทหารเรอื ไทยเปรยี บเทียบตนเองตามขอ้ ใด
ก.เตา่ ทะเล
ข.ชายชาตทิ หาร
ค.กระดกู ของชาติ
ง.ลกู ประดู่
2. กจิ กรรมที่ 2
ใบงำน
เรอ่ื ง พระปรีชำสำมำรถและผลงำน
คาชแี้ จง
1. ใบงานน้ีจัดทาข้ึนเพ่ือให้นักศึกษามีความรู้และประสบการณ์ในหัวเรื่องที่ พระปรีชาสามารถและผลงาน
ด้านตา่ งๆของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ
กกกกกก2. ใหน้ ักศึกษาปฏบิ ตั ติ ามข้ันตอนตอ่ ไปน้ี
กกกก2.1 ให้นักศึกษาค้นคว้าประเด็น ด้านต่างๆของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขต
อุดมศักดิ์ จากส่ือการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย ได้แก่ สื่อหนังสือท่ีเก่ียวข้อง (2 เล่ม) สืบค้นจากอินเตอร์เน็ต (2
เวบ็ ไซด)์ และศึกษาจากแหล่งเรยี นรใู้ นชมุ ชน (หอ้ งสมุดประชาชนเฉลริ าชกุมารีอาเภอสตั หีบ)
กกกกกกกกกก2.2 ให้นักศกึ ษารวมรวบข้อมูลที่ไดจ้ ากการศึกษาค้นคว้าในขอ้ 2. 1 ลงในเอกสารการเรียนรู้
ด้วยตนเอง (กรต.) ส่งครผู ู้สอนเมอื่ วนั ท่ีมาพบกลุ่มเสรจ็ สน้ิ ในวนั ท่.ี ....... เดอื น .............. พ.ศ. .......................
กกกกกกกกกก2.3 นักศึกษามาพบกลุ่มในวันที่ท่ีได้กาหนดไว้ในข้อ 2.2 อภิปรายข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าได้
แลกเปลีย่ นกับเพอ่ื นนักศึกษาและครผู สู้ อน อภปิ ราย วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทีศ่ ึกษาแลกเปล่ียนกบั ครู
กกกกกกกกกก2.4 สรุปการเรียนรู้ท่ีได้จากการอภิปรายและวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้ร่วมกัน บันทึกลงใน
เอกสารการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (กรต.)
กกกกกกกกกก2.5 นักศึกษานาผลสรุปการเรียนรู้ที่ได้ไปทดลอง ปฏิบัติตอบคาถามในใบงานฉบับนี้ แล้ว
บันทึกคาตอบท่ีได้ลงในเอกสารการเรียนรู้ด้วยตนเอง (กรต.) ส่งครูผู้สอนหลังเสร็จสิ้นการพบกลุ่มในวันท่ี
....... เดือน ................. พ.ศ. ...........