45
ใบงำนท่ี 1
คาชแ้ี จง จงตอบคาถามต่อไปน้ีให้สมบูรณ์
ก1. พระปรีชาสามารถและผลงานของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มีด้าน
ใดบ้าง
คาตอบ
............................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... ..................................................................................
............................................................................................................................. .................
2. จงบอกถึงคุณค่าและความสาคัญของพระปรีชาสามารถและผลงานในด้านต่างๆของ
พลเรือเอก พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักดิ์
คำตอบ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................
46
บทท่ี 3
พระรำชกรณียกิจ กรมหลวงชุมพร
สำระสำคญั
1.พระรำชกรณยี กจิ ของกรมหลวงชุมพร
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงได้รับสมัญญาเป็น องค์บิดาแห่ง
กองทัพเรือ ซ่ึงทหารเรือยกย่องและเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างสูงสุด เนื่องจากพระองค์ทรงริเร่ิม
วางรากฐานกิจการทหารเรือและนาความเจริญม่ันคงและรุ่งเรืองมีสมรรถภาพสู่กองทัพเรือเป็ นที่ประจักษ์
ท่ัวไป ทาให้ทัพเรือไทยทันสมัยมีมาตรฐาน และเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยะประเทศ กองทัพเรือจึง
กาหนดให้ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันอาภากร ซ่ึงเป็นวันคล้ายวันส้ินพระชนม์ เพ่ือเป็นการเทิดทูน
เผยแพร่พระเกยี รติคุณ และแสดงออกซึ่งความกตัญญกู ตเวทตี ่อพระองค์ทา่ น
1.1 ด้ำนกำรทหำร
พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักด์ิ เป็นเจ้านายพระองค์แรก ที่สาเร็จ
การศึกษา วิชาการทหารเรือ จากประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงมีจุดประสงค์ อันแรงกล้าที่จะฝึก ให้
ทหารเรือไทย เดินเรือทะเลได้อย่างชาวต่างประเทศ และ สามารถทาการรบ ทางเรือได้เนื่องจากในอดีต
ประเทศไทย ได้ว่าจ้างชาวต่างชาติ มาเป็นผู้บังคับการเรือ มาโดยตลอด แม้แต่ในคราวที่ พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสฯ ยุโรปครั้งแรก ก็ยังได้ว่าจ้าง " กัปตันคัมมิ่ง" และคณะนายทหาร เรือ
อังกฤษ เป็นผู้เดินเรือ ภายหลังจากที่พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สาเร็จ
การศึกษา และเข้ารับราชการ ทหารเรือแล้ว พระองค์ได้แก้ไข ปรับปรุงระเบียบการ ในโรงเรียนนายเรือ
ทรงเปน็ ครูสอนนกั เรยี นนายเรือ และริเร่ิมการใช้ ระบบการปกครองบังคับบญั ชา ตามระเบยี บ การปกครอง
ในเรือรบ คือการแบ่งให้นักเรียนช้ันสูง บังคับบัญชารองลงมา นอกจากน้ียังทรงจัดเพิ่ม วิชาสาคัญสาหรับ
ชาวเรือข้ึนเพื่อให้สาเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้าลึกได้คือ วิชา ดาราศาสตร์
ตรโี กณมติ ิ อทุ กศาสตร์ การเดนิ เรือเรขาคณติ พชี คณติ ฯลฯ
1.2 ดำ้ นกำรแพทย์
พระองค์ศึกษาอย่างจริงจัง ได้ทรงส่ังกล้องจุลทรรศน์มาสาหรับตรวจโรค มีห้องพิเศษเรยี กว่า ห้อง
เคมีวิทยาศาสตร์ พระองค์ชอบทดลอง มีการค้นคว้าแก้โรคต่าง ๆ เล่นแร่แปรธาตุ สกัดตัวยาจากสมุนไพร
เคร่อื งสกัดตวั ยาน้ที ามาจากต่างประเทศ หอ้ งเคมีเล็กก็จริง แต่ลงทุนมาก มีตวั ยาอันตรายและสาคัญ เปน็ ยา
ผงน้ากรด น้ากล่ัน และตัวยาสกัดออกมาใส่ขวดปิดฉลากภาษาไทย ภาษาต่างประเทศเต็ม 4 ตู้ ลูก 4 คน
(หม่อมเจ้าสมรบาเทอง หม่อมเจ้าเริงจิตรแจรง หม่อมเจ้าดาแคงฤทธิ และหม่อมเจ้าครรชิตพล) จะรักษา
กุญแจคนละตู้ ห้องนัน้ ล่นั กุญแจเสมอ ทรงถือกุญแจเอง ทรงงานเดีย่ วบ้าง กับแพทย์ชาวต่างประเทศบา้ ง มี
ลูก ๆคอยรับใช้ ทรงแต่งองค์อย่างหมอฝรั่ง มีผ้ากันเป้ือน ลูก ๆ เป็นผู้ช่วยก็แต่งตัวเรียบร้อยอย่างเดียวกัน
เครื่องกลั่น ใช้การได้ดี นอกจากสกัดสมุนไพรแล้ว ยังเคยสกัดดอกไม้มาทาน้าหอมอีกด้วย พระองค์ทรง
หมกมุ่นอยู่กับการแยกธาตุ และทดลองท้ังวัน ถึงแม้จะทรงชานิชานาญในกิจการแพทย์ ฝ่ายแผนโบราณ
แล้วก็ตาม แต่จะไมท่ รงยินยอมรักษาใครเป็นอนั ขาด จนกว่าจะไดร้ ับการทดลองเป็นท่ีแม่นยาแล้วว่าเป็นยา
รักษาโรคชนิดพ้ืน ๆ ให้หายขาดได้อย่างแน่นอน ทรงทดลองให้สัตว์เล็ก ๆ กินก่อน เมื่อสัตว์เล็ก กินหาย ก็
47
ทดลองสัตว์โต เมื่อสัตว์โตหายจึงทดลองกับคน แล้วจึงประกาศอย่างเปิดเผยว่า ทรงรักษาโรคน้ันโรคน้ี ให้
หายขาดได้
ผลกำรเรียนรทู้ ค่ี ำดหวงั
1. บอกถงึ ความสาคัญของพระราชกรณยี กจิ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ
ขอบข่ำยเนือ้ หำ
1. พระราชกรณียกิจทางด้านการทหาร
2. พระราชกรณยี กกิจทางด้านการแพทย์
สอ่ื ประกอบกำรเรยี นรู้
1. สอื่ เอกสาร ได้แก่
1.1 ใบความรู้
1.2 ใบงาน
2. ส่ือแหลง่ เรยี นรูใ้ นชุมชน
2.1 ฐานทัพเรือสตั หบี อาเภอสัตหีบ จงั หวัดชลบรุ ี
2.2 ห้องสมดุ ประชาชน "เฉลมิ ราชกมุ าร"ี อาเภอสตั หีบ (ห้องสมุด กศน.อาเภอสัตหบี
เรือ่ งที่ 1 พระรำชกรณียกิจทำงด้ำนกำรทหำร
1. ทำงด้ำนกำรทหำร
ในปี พ.ศ. 2436 เมื่อทรงมีพระชนมายุได้ 13 พรรษา พระองค์เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศ
อังกฤษ พร้อมกบั พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซ่งึ ขณะน้นั ทรงดารงพระอิสรยิ ศกั ดิ์เปน็ สมเดจ็
พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ
ใน พ.ศ. 2439 ทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนายเรืออังกฤษ ต่อจากน้ันได้ทรงศึกษาต่อใน
มหาวิทยาลัยทหารเรือ โรงเรียนปืนใหญ่และโรงเรียนตอร์ปิโด จนได้เล่ือนยศเป็นเรือเอก รวมเวลาที่ทรง
ศึกษาอยู่ในราชนาวีอังกฤษ 6 ปีเศษ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักด์ิ เป็น
เจ้านายพระองค์แรก ท่ีสาเร็จการศึกษา วิชาการทหารเรือ จากประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงมีจุดประสงค์
อันแรงกล้าท่ีจะฝึก ให้ทหารเรือไทย เดินเรอื ทะเลได้อยา่ งชาวต่างประเทศ และ สามารถทาการรบ ทางเรือ
ได้เนือ่ งจากในอดีต ประเทศไทย ได้วา่ จ้างชาวต่างชาติ มาเป็นผู้บงั คบั การเรือ มาโดยตลอด แมแ้ ตใ่ นคราวที่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เสด็จประพาสฯ ยุโรปคร้ังแรก ก็ยังได้ว่าจ้าง " กัปตันคัมมิ่ง" และคณะ
นายทหาร เรืออังกฤษ เป็นผู้เดินเรือ ภายหลังจากที่พล.ร.อ. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดม
ศกั ด์ิ สาเร็จการศึกษา และเขา้ รับราชการ ทหารเรอื แล้ว พระองค์ได้แก้ไข ปรบั ปรงุ ระเบยี บการ ในโรงเรยี น
นายเรอื ทรงเป็นครูสอนนกั เรียนนายเรือ และริเริ่มการใช้ ระบบการปกครองบังคับบัญชา ตามระเบียบ การ
ปกครองในเรือรบ คือการแบ่งให้นักเรียนชั้นสูง บังคับบัญชารองลงมา นอกจากนี้ยังทรงจัดเพิ่ม วิชาสาคัญ
สาหรับชาวเรือขึ้นเพื่อให้สาเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ ทางไกลในทะเลน้าลึกได้คือ วิชา ดาราศาสตร์
ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ การเดินเรือเรขาคณิต พีชคณิต ฯลฯ ในปี พ.ศ. 2443 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงสาเร็จการศึกษาและเสด็จกลบั สู่ประเทศ
ไทย ได้รับพระราชทานยศเป็น นายเรือโท (ปัจจุบันเทียบเท่า นาวาตรี) ทรงปรับปรุงกิจการทหารเรือ เริ่ม
48
จากทรงแก้ไขระเบียบการในโรงเรียนนายเรือ และทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เอง
พระองค์ทรงเลง็ เหน็ ความสาคญั กจิ การทหารเรือไทย โปรดเกลา้ ฯ "
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้พระองค์ออกจาก
ราชการอยู่ช่ัวระยะหนึ่ง ระหว่างนั้นจึงมีโอกาสได้ทรงศึกษาวชิ าแพทย์แผนโบราณจากตาราไทย ทรงเขียน
ตาราสมุดข่อยด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองและรับรักษาโรคให้ประชาชนทั่วไปโดยไม่คิดมูลค่า จึงได้
สมญาว่า "หมอพร" อีก 6 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2460 ประเทศไทยเข้าร่วมสงครามโลกคร้ังท่ี 1
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมหม่ืนชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เสด็จกลับเขา้ รับราชการในตาแหน่ง เจ้ากรมจเรทหารเรือและดารงตาแหนง่ เสนาธิการทหารเรอื ในปี พ.ศ.
2461 ตามลาดับ กอ่ นที่อีก 2 ปีต่อมา พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว จะมีพระบรมราชโองการให้
กรมหม่ืนชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ข้ึนเป็นกรมหลวง มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าพ่ียาเธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สิงหนาม เมื่อพ.ศ. 2448 และ สมเด็จ พระพุทธเจ้าหลวงทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ เสด็จ เปิดโรงเรียนนายเรือในวันท่ี 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 ทรงเป็นผู้วางโครงการจัดตั้งฐาน
ทพั เรอื ท่สี ัตหีบ, ทรงทา่ แผนการทพั เรือ,ทรงจัดการศึกษาทางยุทธวธิ ี กระบวนรบในกองทพั เรอื ใหเ้ รียบร้อย
ยิ่งข้ึน, ปี พ.ศ. 2453 เป็นแผ่นดินของรัชกาลท่ี 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ ทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้าฯให้ทรงดารงตาแหน่งผู้ช่วยเสนาบดี และทรงให้ยก “กรม ทหารเรือ” ข้ึนเป็น “กระทรวง
ทหารเรือ” อีกด้วย ปี พ.ศ. 2460 ได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็น นายพลเรือไทย และได้ทรง
เลือ่ นยศขนึ้ เป็นนายพลเรอื เอกในปีเดียวกัน, ทรงเป็นผู้แทนคณะกรรมการราชนาวี สมาคมแห่งกรุงสยามใน
พระบรมราชูปถัมภ์ออกไปจัดซื้อเรือรบหลวงพระร่วง ณ ประเทศ อังกฤษ และทรง เป็นผู้บังคับการเรือน่า
เรอื รบหลวงพระร่วงเขา้ มาสู่กรุงเทพพระมหานครโดยสวัสดภิ าพ,พระบาทสมเด็จพระ มงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศเป็น กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เม่ือวันท่ี 10
พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 และทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นดารงตาแหน่งเสนาบดี กระทรวง
ทหารเรือ เม่ือคร้ังที่ทรงดารงตาแหน่งเสนาธิการทหารเรือในปี พ.ศ. 2465 ได้กราบบังคมทูลพระราชบิดา
ขอพระราชทานท่ีดินบริเวณ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อต้ังเป็นฐานทัพเรือ อันเป็นรากฐานสาคัญต่อการพัฒนา
กองทัพเรอื ต่อมาในปี 2462 พระองค์ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ โดยนาเรือหลวงพระร่วงจากประเทศอังกฤษ
เข้ามายังกรุงเทพมหานคร นบั เป็นครงั้ แรกที่นายทหารเรอื ไทย เดินเรือไดไ้ กลขา้ มทวีป ทีส่ าคญั พระองคท์ รง
เป็นหัวเร่ียวหัวเเรงท่สี าคญั ท่ีทาให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ทรงเห็นความสาคัญ และโปรดเกล้าฯ
พระราชทาน พระราชวังเดิม ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ เม่ือ วันท่ี 20 พ.ย. 2449 ทาให้กิจการ
ทหารเรือมี รากฐานมั่นคง กองทัพเรือจึงยึดถอื วันดังกล่าวของทุกปีเป็น "วันกองทัพเรอื ”จากการท่ีพระองค์
ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ ที่เล็งเห็นการไกล พระองค์ได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานท่ีดินบริเวณอาเภอสัตหีบ
เพื่อสร้างเป็นฐานทัพเรือเน่ืองจากทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า อ่าวสัตหีบเป็นอ่าว ที่มีขนาดใหญ่ น้าลึกเหมาะ
แก่การฝึกซ้อม ยิงตอร์ปิโดได้และเกาะน้อยใหญ่ ที่รายล้อมรอบสามารถบังคับคลื่นลมได้เป็น อย่างดี อีกทั้ง
เรือภายนอกเม่ือแล่นผ่านพ้ืนที่ดังกล่าว จะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้เลย นอกจากพระองค์ ทรงเป็นนัก
ยุทธศาสตร์แล้ว ด้านการแพทย์พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง และเสด็จไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ให้กับประชาชนด้วยพระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน จนกระทั่งชาวจีนย่านสาเพ็ง มีความซาบซึ้ง
ในพระกรุณาธิคุณ และได้เรียกพระองค์ท่านว่า "เตี่ย" ซึ่งหมายถึง “พ่อ” ทาให้ในเวลาต่อมาทหารเรือได้
เรียกพระองค์ว่า "เสด็จเต่ีย" สาหรบั ในหมคู่ นไขช้ าวไทย ที่พระองคร์ กั ษานั้น มักจะเรียกขานนามพระองคว์ ่า
"หมอพร" เมื่อวันท่ี 1 เมษายน พ.ศ. 2466 เนื่องจากพระองค์ท่านได้ทรงนาความเจริญก้าวหน้ามา สู่
กองทัพไทยอย่างอเนกอนันต์ เหล่าทหารเรือไทยจึงเคารพรักและพร้อมใจกันถวายพระเกียรติของพระองค์
วา่ “พระบิดำแห่ง รำชนำวไี ทย”
49
พระอุป นิ สัยแล ะพระราชกรณี ยกิจพระเจ้ าบ รมวงศ์เธอกรมห ลวงชุมพร เขตอุดม ศักด์ิทรงเป็ น
เจ้านายท่ีไมถ่ ือ พระองค์เลย โปรดทจ่ี ะเข้าไปคลุกคลีกับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่าง ใกลช้ ิดสนิทสนม บางคร้ัง
ก็โปรดท่ีจะพบปะ วิสาสะกับราษฎรสามัญโดยปลอมพระองค์เป็น ราษฎรธรรมดาแล้วเสด็จไปตามสถานที่
ตา่ ง ๆ เช่น โรงยา ฝ่ิน โรงขายสุรา และโรงบ่อน ท่าให้พระองค์ทรงรู้เรอ่ื งราวต่าง ๆ ได้ดี เปน็ ท่ีพอพระราช
หฤทัยของสมเด็จพระบรมชนกนาถอย่างย่ิง ในทางพุทธศาสนาพระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธามาก ถึงกับทรง
ขอเป็นศษิ ย์ของหลวง พ่อศุ ขวัดมะขามเฒ่า ( พระครูวมิ ลคุณากร ) จังหวัดชัยนาท อาจารย์ท่านน้ีอยู่เสมอ
ทรงสร้าง กฏุ ิไวใ้ นวงั ของ พระองค์เพอื่ เป็นทพ่ี ักอาศัยในคราวที่พระอาจารยล์ งมากรุงเทพฯ การฝึกหัดอบรม
นักเรียนนายเรือเม่ือครั้ง พระองค์ทรงดารงตาแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้สั่งสอนอบรม นักเรียน
นายเรือด้วย พระองค์เองโดย ตลอดได้ผลเป็นอย่างดีย่ิง เช่น การหัดแถว หัดยิงปืนใหญ่ สนาม การข้ึนเสา
ลงเสา การติดพรวน แต่งพรวน ฯลฯ พระองค์ทรงฝึกให้นักเรียนมีจติ ใจ เข้มแข็ง และไมก่ ลัวโดยไม่มีเหตุผล
ทรงดูแลทุกข์สุขของนักเรียนอย่าง ใกล้ชิด ทรงเสวยอาหาร เหมือนกับคนอ่ืน ๆไม่มีพิเศษแต่อย่างใด ทรง
เคยรับสั่งว่า “ฉันก็เป็นทหารคนหนึ่ง เหมือนกัน จะกินอาหารพิเศษดีกว่าเพื่อนทหารท้ัง หลายไม่ได้”
พระองค์ทรงโปรดกีฬามาก และมักให้ทหาร ทุกคนเล่นกีฬาเมื่อเลิกจากงานแล้ว ท่าให้ทหารมีสุขภาพ
แข็งแรง และเป็น การปลูกฝังให้ทหาร ทุกคนมีนา้ ใจ เป็นนักกฬี าอีกด้วย กีฬาที่โปรดใหเ้ ล่นคือ งกู ินหาง ชก
มวยทะเล แข่งเรือในทะเล และให้ทหาร ตีกรรเชียงแข่ง กนั เป็นคู่ ๆ พระกรณียกิจ ที่สาคญั อีกอย่างหน่ึงคือ
พระองค์ทรงเป็น ผู้ริเร่ิมตั้งแผนกฌาปนกิจขึ้นในราชนาวิกสภาอีกแผนกหนึ่ง โดยให้ สมาชิกชั้นสามัญ
สัญญาบัตร เสียเงินค่าบารุง คนละ 2 บาท พระองค์ทรงเป็น สมาชิกหมายเลขหน่ึงของแผนกน้ี ทรงได้ต้ัง
ระเบียบ ข้อบังคบั เก่ียวกับทหารกองเกียรติยศ เพื่อเคารพศพตามช้ันของนายทหารวายชนม์ ซ่ึงทางราชการ
กองทพั เรือไดถ้ ือปฏิบัติมาจนตราบ ทกุ วนั นี้
50
เร่ืองที่ 2. พระรำชกรณยี กกิจทำงดำ้ นกำรแพทย์
2. ทำงด้ำนกำรแพทย์
“วชิ าหมอไมม่ ที ส่ี ้นิ สุดลงวา่ เพียงใด ตาราท่ีท่านวางไว้เฉพาะแต่ความรู้เพียงเท่านั้น จะถือเอาเป็น
ท่สี ดุ ยังไม่ได้ เพราะฉะน้ันผู้ทีเ่ ป็นหมอ จึงต้องสะสมตารบั ตารา สืบเสาะ ศึกษา กาหนดจดจาไวเ้ สมอไปจึง
จะเปน็ หมอดไี ด้”
หมอพร
ในขณะท่ี นายพลเรอื ตรี พระเจ้าพ่ียาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหมื่นชุมพรเขตอุดม
ศักดิ์ทรงดารงตาแหน่งผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรืออยู่นั้ น
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ออกจาก
หน้าท่ีราชการประจาเป็นนายทหารกองหนุน ตงั้ แตว่ ันที่ 14 เมษายน 2554 เปน็ ต้นไป ซงึ่ ขณะนั้นกรมหมื่น
ชุมพรเขตอุดมศักดิ์มีพระชันษาเพียง 30 ปีเท่านั้น ระหว่างท่ีกรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์ถูกออกจาก
ราชการน้ัน พระองค์ทรงคิดว่าการเป็นหมออาจจะช่วยชีวิตคนยากจนเป็นการกุศลที่ดีที่สุด ความจริงแล้ว
พระองค์โปรดการเป็นหมอ มาตั้งแต่พระโอรสและพระธิดายังเล็ก ๆ เสด็จไปทะเล เข้าป่า ขึ้นเขา แล้วทรง
เก็บสมุนไพรมาดว้ ยทุกครัง้ สอนให้ลูก ๆ ช่วยเก็บหอบเอามาลงเรอื ด้วย เพือ่ เอาไปทายาแก้ไข้ แก้โรคต่าง ๆ
ทุกคร้ังต้องชว่ ยกันหอบห้ิวพระองคเ์ อาอาจารย์ปอ๊ ดไปด้วย เป็นหมอยาไทย ทา่ นไม่ได้ทรงทาเอง เพราะไม่มี
เวลา ต้องไปฝึกสอนทหารเรือพระองค์ได้เสด็จไปหาพระยาพิษณุประสาทเวช (คง ถาวรเดช) หัวหน้าหมอ
หลวงฝา่ ยยาไทย ขอเป็นลูกศิษย์ท่านก็ยินดีถ่ายทอดความรูใ้ ห้ นอกจากน้ันยงั มีพระอาจารย์อื่น ๆ อีกหลาย
คน เช่น หมอ “โบโตนี่” ชาว อิตาเลียน หมอ “มิตตานี่” ชาวญี่ปุ่น หมอที่เป็นพระชื่อ “อาจารย์ป๊อต” ซ่ึง
ลกู ๆ ของพระองค์เรียกว่า “หลวงลุง”พระองคศ์ ึกษาอย่างจรงิ จัง ไดท้ รงสั่งกล้องจุลทรรศน์มาสาหรบั ตรวจ
โรค มีหอ้ งพิเศษเรียกวา่ ห้องเคมี วิทยาศาสตร์ พระองค์ชอบทดลอง มีการคน้ คว้าแก้โรคต่าง ๆ เล่นแรแ่ ปร
ธาตุ สกัดตัวยาจากสมุนไพร เครื่องสกัดตัวยานี้ทามาจากต่างประเทศ ห้องเคมีเล็กกจ็ รงิ แต่ลงทุนมาก มีตัว
ยาอันตรายและสาคัญ เป็นยาผงน้ากรด น้ากล่ัน และตัวยาสกัดออกมาใส่ขวดปิดฉลากภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศเต็ม 4 ตู้ ลูก 4 คน (หม่อมเจ้าสมรบาเทอง หม่อมเจ้าเริงจิตรแจรง หม่อมเจ้าดาแคงฤทธิ
และหม่อมเจ้าครรชิตพล) จะรักษากุญแจ คนละตู้ ห้องน้ันลั่นกุญแจเสมอ ทรงถือกุญแจเอง ทรงงานเด่ียว
บ้าง กับแพทย์ชาวต่างประเทศบ้าง มีลูก ๆ คอยรับใช้ ทรงแต่งองค์อย่างหมอฝรั่ง มีผ้ากันเป้ือน ลูก ๆ เป็น
ผ้ชู ่วยก็แต่งตัวเรียบร้อยอย่างเดียวกัน เคร่ืองกล่ัน ใช้การได้ดี นอกจากสกัดสมุนไพรแล้ว ยังเคยสกดั ดอกไม้
มาทาน้าหอมอกี ด้วย พระองค์ทรงหมกม่นุ อยูก่ ับการแยกธาตุ และทดลองทั้งวัน ถึงแม้จะทรงชานชิ านาญใน
กิจการแพทย์ ฝ่ายแผนโบราณแล้วก็ตาม แต่จะไม่ทรงยินยอมรักษาใครเป็นอันขาด จนกว่าจะได้รับการ
ทดลองเป็นที่แม่นยาแล้วว่าเป็นยารักษาโรคชนดิ พืน้ ๆ ใหห้ ายขาดไดอ้ ย่างแน่นอน ทรงทดลองใหส้ ัตวเ์ ล็ก ๆ
กนิ กอ่ น เมอ่ื สัตวเ์ ล็ก กินหาย ก็ทดลองสัตว์โต เม่ือสตั วโ์ ตหายจงึ ทดลองกับคน แลว้ จึงประกาศอย่างเปดิ เผย
ว่า ทรงรักษาโรคนั้นโรคน้ี ให้หายขาดได้ สมุนไพรท่ีขายกันมีแท้บ้างไม่แท้บ้าง รับส่ังว่าที่หาได้ในกรุงเทพฯ
ไม่ค่อยแท้ จึงเสด็จเข้าป่าเพ่ือหาสมุนไพรกับเจ้ากรมรังษี (รังษี คาอุไร - หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) และ
อาจารย์ป๊อต ต้องปีนเขาทอ่ งป่าข้ามห้วย หนทาง ลาบาก กว่าจะได้ว่านยาทแี่ ท้และดี ไปบางคร้ังอย่างน้อย
ไม่ต่ากว่า 10 วัน บางทีเป็นเดอื น เจ้ากรมรังษี และมหาดเล็กท่ีตามเสด็จไปด้วยแต่งตัวกันอย่างคนพ้ืนเมือง
ลักษณะเด่นของยาหมอพรจึงเป็นยาที่มีสรรพคุณสูง และ รักษาโรคต่าง ๆ ได้ดี ยาพวกนี้ใช้โกร่งรางเหล็ก
บด แล้วใส่แร่งร่อนเอาผงยาที่ละเอียดป้ันเป็นเม็ด ทีแรกปั้นเห็น ไม่น่าดู จึงส่ังเครื่องจักรจากเมืองนอก เอา
ยาใส่เคร่ืองจักรหมุนอดั ออกมาเป็นเมด็ เครื่องจกั รทนั สมัยใช้ง่าย เด็ก ๆ ก็ทาได้ไม่ต้องออกแรง ลูก ๆ ถ้าไม่
ต้องไปโรงเรียนก็ช่วยผู้ใหญ่ทา เคยปรุงยาหอมชาย ตอนแรกไม่ขาย จะเอาไว้แจก แต่เกรงว่าเขาจะหาว่า
51
พระองค์ท่านจะเกล้ียกล่อมคนไว้เป็นพวก จึงต้องขาย ซองที่ใส่ยาประทับตราพระอาทิตย์ชักรถ ราคาซอง
ละสองสตางคบ์ า้ ง ห้าสตางคบ์ ้าง
กรมหม่ืนชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ ทรงศึกษาและคน้ คว้าจากตาราทั้งภาษาองั กฤษ และตาราแพทยแ์ ผน
โบราณภาษาไทย ตารายาแผนโบราณเล่มท่ีสาคัญท่ีสุดของพระองค์ คือ ตารายาท่ีทรงเขียนลงในสมุดข่อย
ดว้ ยฝีพระหตั ถ์ของพระองค์เอง โดยทรงคน้ ควา้ ตรวจหาตามคัมภีรเ์ กา่ ที่เกอื บจะสญู ส้ินอยู่แล้ว เขยี นเสร็จใน
ปี พ.ศ. 2458พระองคท์ รงตั้งช่ือตารายาไทยสมุดข่อยเล่มน้วี ่า “พระคัมภรี ์อติสาระวรรค โบราณะกรรม แล
ปัจจุบันนะกรรม” ในตอนแรกคนไข้ที่มารักษาไม่รู้จักว่าพระองค์เป็นใคร วันหนึ่งคนไข้อยากรู้จักช่ือถาม
หมอว่า “หมอชื่ออะไร” ทรงคิดอยู่นานไม่อยากดัง จึงทรงเรียกพระองค์เองว่า “หมอพร” แล้วรับสั่งว่าให้
เรยี ก “หมอพร”หมอพรเสด็จรักษาไม่เลือก ยาก ดี มี จน แม้แต่คนในสาเพง็ บ้านกระจอกงอกงอ่ ยพระองค์
ก็เสด็จไปรักษาให้ ได้รถยนต์คันเล็กที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานเม่ือคราวไปทาสวนครัวที่พญาไท
พระราชทานชื่อว่า “เอนกผล”(อาจจะเป็น “เอนกพล”) ใช้เป็นพาหนะไปตามซอก ตรอกเล็ก ตรอกน้อย
โดยมากเสด็จลาพัง พวกคนจีนรู้จักมากและนิยมรักใคร่บูชามาก เม่ือผู้คนพากันรู้ว่า หมอพรรักษาโรคได้
ฉมังนัก จึงทาให้ร่าลือและแตกตื่นกันท้ังบ้านท้ังเมือง จนผู้คนพากัน ตั้งฉายาหมอพรว่า “หมอพรผู้วิเศษ”
บ้าง “หมอเทวดา” บ้าง พระองค์ไม่โปรดให้ใครเรียกพระองค์ว่า“เสด็จในกรมฯ” หรือยกย่องเป็นเจ้านาย
แต่ให้เรียกพระองค์ว่า “หมอพร” เมื่อมีประชาชนมาหาหมอพรให้รักษาก็ทรงต้อนรับด้วยไมตรีจิตและ
รกั ษาให้โดยไม่คิดค่ารักษาแต่ประการใด นอกจากจะเชิญไปรักษาตามบ้าน ซึ่งเจ้าของไข้จะต้องหารถราให้
หมอพรเสดจ็ ไปและกลบั ซ่ึงโดยมากเปน็ เพียงรถมา้ เทา่ น้นั
กิตติศัพท์เล่ืองลือของหมอพร เป็นเหตุให้เพาะความนิยมในพระองค์ได้กว้างขวาง และกิตติศัพท์น้ี
ก็ไปถึงพระกรรณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลท่ี 6 ซึ่งทาให้พิศวงไม่น้อย เหมือนกับว่า
พระเชษฐาของพระองค์ทรงเป็นผู้ที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งทีเดียว ท้ังๆ ท่ียังหนุ่มแน่น พระชันษา 30 ปี
เศษ ทหารเรือกร็ ักใครเ่ รียก “เจ้าพอ่ ” บัดน้ีประชาชนทั้งเมอื งเลื่องลือกนั ว่าเป็นผู้วเิ ศษกนั อกี ที่สาคัญคือไม่
คิดเงินคิดทองคนไข้จึงทาให้วังของพระองค์ท่าน กลายเป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ ท่ีตอ้ นรับผู้คนอย่างแน่นขนัด
ข้ึนมา ทุกวันจะมีคนไปที่วังและทรงต้อนรับด้วยดีทุกคน เม่ือไปถึงก็พากันกราบกรานที่พระบาท ขอให้
“หมอพร” ชว่ ยชุบชวี ติ คนเจ็บคนป่วยพระองค์ก็ทรงเตม็ ใจรกั ษาใหจ้ นหายโดยท่วั กนั
สงครามโลกคร้ังที่ 1 เกิดขึน้ เมื่อเดือนสงิ หาคม พ.ศ.2457
ประเทศสยามเข้าสู่สงครามโลกคร้ังท่ี 1 โดยประกาศสงครามกับเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี เมื่อ
วันท่ี 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 เวลา 0000 วันท่ี 1 สิงหาคม พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายพลเรือตรี พระเจ้าพ่ียาเธอ กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักด์ิ
กลับเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือในตาแหน่งจเรทหารเรือ นับว่าพระองค์ทรงเป็นจเรทหารเรือ
พระองค์แรก ทั้งน้ี เนื่องจากประเทศสยามได้เข้าสู่สงครามโลกคร้ังที่ 1 น่ันเอง และ เพราะทหารเรือยังขาด
ผู้สามารถจริง ๆ อยู่ขณะนั้น วีรกรรม"ไร้ยศ" เม่ือคราวถูกปลดจากราชการ ของ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองคเ์ จ้าอาภากรเกียรตวิ งศ์ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิ"
52
http://pikanasaya.blogspot.com/2014/04/blog-post_2.html?m=1
ใครท่ีเคยตดิ ตามอ่านประวัติของพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ื ก็คงทราบดีอย่วู ่า ณ ชว่ ง
ชีวิตหนึ่งของ "กรมหลวงชุมพร" ได้ถูก"พิษการเมือง" เรื่องข่าวลือว่าคิดเป็นกบฏต่อรัชกาลที่ 6 จนต้องตก
เป็นจาเลยในข้อครหา และนาพาไปสู่การถูกออกจากราชการในช่วงที่ทรงว่างจากงานราชการอยู่ 6 ปี ใน
ระหวา่ งปี พ.ศ. 2454- 2460 นั้น มิได้ทรงน่งิ เฉยต่อไพรฟ่ ้าประชาราษฎร์ และได้ทรงประกาศตนเปน็ "หมอ
พร" คอยรกั ษาผู้เดอื ดร้อนโดยมิได้คดิ ค่ารกั ษาอยูร่ า่ ไป
http://pikanasaya.blogspot.com/2014/04/blog-post_2.html?m=1
วชิ าการแพทย์ท่ีเสด็จในกรมทรงใช้รักษาชาวบ้านนนั้ นับว่ามคี วามพิสดารล้าลึก จนมีผู้นึกว่าพระองคท์ รงใช้
"คุณไสย" เข้าปดั เป่านจนบรรลผุ ล ดังเชน่ ทคี่ ราวหน่งึ มีจีนยา่ นสาเพ็งมากราบพระบาทขอให้ไปชว่ ยรักษาพ่อ
ท่ีเป็นฝีในท้องซึ่งก็เป็นท่ีรู้กันดีอยู่ในสมัยน้ันว่าถ้าเป็นขึ้นมาก็ได้แต่ต้องเตรียมจองศาลาเอาไว้แต่เม่ือ
พระองค์เสด็จไปถึงก็ปรากฎว่าโรคร้ายนั้นได้หายไปโดยฉับพลันเป็นอันว่าช่ือเสียงทา งการแพทย์ของ
พระองค์นัน้ เล่ืองชื่อระบือไกลไปทั่วทง้ั พระนครความจริงตารับวชิ าแพทย์ของ "หมอพร" นนั้ ไมใ่ ช่ไสยศาสตร์
มนต์ดาท่ไี หน
53
http://pikanasaya.blogspot.com/2014/04/blog-post_2.html?m=1
เพียงแต่เป็นความรู้ท่ีท่านไปศึกษามาจากหลายครหู ลายอาจารยเ์ ท่านน้ั เองเม่ือคราวทเ่ี สดจ็ เปน็ นักเรยี นนาย
เรือศึกษาวิชาทหารอยู่ท่ียุโรปก็คงได้ทรงศึกษาวิชาการแพทย์สมัยใหม่มาบ้างต่อจากนั้นก็ทรงได้ศึกษา
วิชาการแพทย์แผนไทยจาก "พระยาพิษณุฯ" หัวหน้าหมอหลวงในราชสานักและยังได้รู้จกั วิธีการนาสมุนไพร
มา "เล่นแร่แปรธาตุ" จากหลวงป่ศู ุขวดั ปากคลองมะขามเฒ่า จนเอามาทาเปน็ ยาชนิดตา่ งๆ ได้อยา่ งชะงัด
https://sites.google.com/site/lelavadee009/home/nwd-phaen-thiy
สาหรับสมุนไพรที่ทรงนามาใช้ประกอบการรักษา เช่น ขิง - แก้ปวดหัว อาเจียน ช่วยย่อยอาหาร ปัสสาวะ
ขัด ขม้ินชัน - ลดกรด แก้อาหารไม่ย่อย โรคกระเพาะ มะระข้ีนก - ลดน้าตาลในเลือด แก้โรคเบาหวาน
ตะไคร้ - รักษาเกล้ือน ลดความดันโลหิต โรคนิ่ว ตำลึง - แก้พิษแมลง แก้อักเสบคัน ใช้ตาพอกแผล
ใบยำ่ นำง - แก้ภูมแิ พ้ รดิ สีดวง ลาไสอ้ กั เสบ พิษสุรา หัวไชเท้ำ - แกน้ ิ่วในไต ไตอักเสบ ไตวาย
54
http://www.thaihealth.or.th/Content/43547-"สมุนไพรไทย"%20เติบโตขน้ึ กว่า%
2030%20.html
ในวิชาแพทย์แผนโบราณน้ันมกี ารวางพื้นฐานรา่ งกายมนุษย์เหมือนกบั โครงสรา้ งของจักรวาลและมี
จดุ แตล่ ะจดุ ประสานงานคลา้ ยดวงดาวนับล้านที่ ทาหนา้ ที่ส่องสว่างแก่โลก จุดต่างๆ เหลา่ นถ้ี ูกเชื่อมโยงดว้ ย
"เส้น"
"เส้น" ในท่ีนี้ไม่ได้หมายถึงเส้นเอ็นดังท่ีวิชาการแพทย์สมัยใหม่เข้าใจกันโดยท่ัวไป แต่เป็นเส้น
"ปราณ" ท่ีทาหน้าที่ "ประสาน" จุดต่างๆ เหล่าน้ีเหมือน "รูหนอน" อวกาศ ท่ีทาหน้าท่ีควบคุมสมดุลของ
จักรวาล และดวงดาวนับลา้ น น้ันก็เสมือนจานวนเซลลท์ ีป่ ระกอบรวมกนั เป็นรา่ งกายนัน่ เอง
http://thn245355social.blogspot.com/2016/09/blog-post_98.html?m=1
ภกิ ษุในสมัยพทุ ธกาลเข้าถึงองคค์ วามรทู้ ่ีล้ายคุ นผ้ี ่านกระบวนการทเ่ี รียกว่า "อสุภกรรมฐาน" คือการ
น่ังสมาธิในป่าช้า ใช้ดวงตาเพ่งมองศพท่ีมีคนทิ้งไว้แล้วค่อยๆ สลายไปตามกาลเวลาเพ่ือให้พ้นจากกิเลส
ตัณหาความยึดมั่นในร่างกายก็แล้วเม่ือสามารถเข้าใจถึงกระบวนการ "สลาย" ความเข้าใจเก่ียวกับการ
"ประสาน" ก็ย่อมมีขึ้นในเวลาเดยี วกนั ฉะนั้นเม่ือพระมหาโมคคัลลานะถูกโจรทบุ ตีจนกระดูกแตกละเอียดจึง
ยังสามารถเบยี ดกายลุกขึ้นนั่ง "ประสาน" แผลแลต่อเวลาชวี ติ เพื่อไปถวายบังคมลาพระสมั มาสมั พุทธเจ้าได้"
เสน้ " ต่างๆ ในรา่ งกายนีใ้ นวิชานวดแผนโบราณท่านว่ามีถงึ 72,000 เส้นทั่วรา่ ง
55
https://dokkaew.wordpress.com/2012/10/20/เส้นประธาน/
แต่เส้นท่ีต่างทาหน้าที่เป็นหัวใจหลักน้ันมีอยู่ 10 เส้น ได้แก่.. อิทา ปิงคลา สุมนา คานธารี หัสติชีวา ปุสะ
ยุสัสวิณี อะลัมภูสะ กุหุ สังขิณี และมีลม "สูรยะกลา นาภี" และ "จัทระกลา นาภี" ทาหน้าที่เสมือนพระ
อาทิตย์และพระจันทร์ ท่ีทาให้ช่วงกลางวันและกลางคืนของรา่ งกายน้ีสมดุล บรรดามหาฤาษีท่ีมีความรู้ใน
ทานองเดียวกันน้ี ได้มีการนาเอาความรุ้ไปบูรณาการจนเกิดเป็นตาราท่า "ฤาษีดัดตน" ที่วัดพระเชตุพน
วมิ ลมังคลาราม หรอื "วัดโพธิ์" ท่ีเปน็ ทร่ี จู้ ักกนั ท่วั ไป มที ้งั หมด 13 ท่า ไดแ้ ก่
http://202.183.204.137/km/?p=6855
1. ยืดกายแบกฟ้า
2. วนั ทาขาเดียว
3. เหน่ียวเท้าคา้ เขา่
4. มอื ทา้ วดันขา
5. กดกายาคา้ ดนิ
6. เหยียบดนิ ผลกั โลก
56
7. โยกเขา่ ยอ้ื ขา
8. กา้ วท่ายกั ษก์ ุมภัณฑ์
9. เหนยี วกัณฐาดันเขา่
10. ศอกทา้ วถา่ งพบั แข้ง
11. แสดงท่ากบลีลา
12. โอบหตั ถารบั เท้า
13. สลบั เขา่ ยอื้ ศอก
และไดม้ ีกลบทบอกใบว้ ิธีทาสาหรบั เฉพาะคนทม่ี ีพื้นฐานความรู้จะเขา้ ใจ ดงั เช่นในทา่ "กบลีลา่ " วา่
ฤาษวี ชริ รู้ศาสตร...สฤษฎกิ าย กบแฮ
ชื่อเทพมณโฑชาย...มากชู้
แกล้ มเขา่ ขาตาย...ตงึ เมื่อย มึนเฮย
เท้าหตั ถช์ ันเขา่ คู้...ท่าแมน้ ชม้ายสิงหฯ์
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen/2007/09/21/entry-1
นอกจากนี้แล้ว เสด็จในกรมมักจะทรงประทาน "คากล่าว" สั้นๆ ให้ผู้ป่วยเพ่ือช่วยเป็นกาลังใจ
ระหว่างเยียวยารักษาเช่น "โอม สะตุ โลหิตัง" ซ่ึงคาๆน้ีสาหรับผู้ท่ีไม่รู้หลักเวยยากรณ์โบราณ ก็อาจปฏิเสธ
ความเป็น "ภาษา"ของคาๆ นี้ไปโดยปริยายแต่แท้จริงแล้วหัวใจของคาน้ีคือ "สะตุ"เป็นคาไทยโบ ราณ
หมายถึงการตกผลึกของสารธรรมชาติ เช่น ผลึกของเกลือในนาเกลือผู้ซึ่งมีความศรัทธาในตัวพระเจ้าบรม
วงศ์เธอกรมหลวงชุมพรฯประกอบกับภาษาบาลีซ่ึงเปน็ หัวใจของพุทธศาสนายอ่ มมีกาลงั ใจแข็งกล้าเพ่ือสู้กับ
"บาดแผลมีเลอื ดไหล"จนอาจทาให้หายไดไ้ วกว่าปกติน่นั เอง
ภูมิความรู้โบราณเหล่านี้ ประกอบกับวิทยาการแพทย์สมัยใหม่จากยุโรปได้ถูกนามา "บูรณาการ"
ภายในห้อง Lab ส่วนพระองค์ท่ีทรงจัดซ้ือเคร่ืองมือแพทย์มาด้วยพระองค์เองเช่นนี้จึงกลายเป็น "ศาสตร์
ส่วนพระองค์" ท่ีไม่มีแพทย์คนไหนในยุคนั้นจะเทียบฝีมือได้และยากจะหาผู้เจนจัดมาสืบทอดเพราะการ
"บรู ณาการ" เชน่ น้ีเปน็ คุณสมบตั ทิ ่ยี ากจะหาพบในตัวบคุ คลๆ เดยี วนั่นเอง
57
https://m.tnews.co.th/contents/362698
เปล่ียนวังเป็นโรงพยำบำล.."เสด็จเตี่ย" โปรดให้เรียก..หมอพร..มำกกว่ำ..เสด็จในกรม..รักษำคนด้วย
อำคม กำรแพทย์โบรำณและปัจจุบนั ..
เร่ืองราวของ “กรมหลวงชุมพรฯ” ตามที่รู้กันว่า กรมหลวงชุมพรท่านรับราชการเป็นทหารเรือ
นอกจากนั้น ท่านยังทรงเช่ียวชาญในทางการแพทย์อย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นแผนไทยโบราณ หรือการรักษา
แบบตะวันตก จนผู้คนยกย่องให้ท่านเป็นหมอเทวดาแห่งยุคน้ันกันเลยทีเดียว ได้นาพระปรีชา ของกรม
หลวงชุมพรฯ เพ่ือประกาศเกียรตคิ ุณ ให้ได้รบั ทราบโดยถว้ นท่ัวกนั อีกครงั้ กรมหลวงชมุ พรฯทาคลอดใหน้ าง
ละครคนท้องเลยแห่ขอให้เป็นหมอตาแย!!โดย โรม บุนนาค ชีวิตของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ไม่ได้
ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลบี กุหลาบอย่างที่ลูกเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินควรจะเป็น แม้จะได้รับยกย่องว่าเป็น “พระ
บิดาแห่งราชนาวีไทย” แต่ขณะทรงปฏิบัติหน้าที่นี้ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระองค์ต้อง “ตกงาน” อย่างไม่
คาดคิด แต่ก็ไม่ทรงปล่อยให้ชีวิตหมดเปลืองไปเปล่าๆ หันไปศึกษาการแพทย์ไทยอย่างคร่าเคร่ง จนได้รับ
กล่าวขานเป็น “หมอเทวดา”นายพลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร บันทึกถึงสาเหตุท่ี นายพลเรือตรีกรม
หลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ถูกออกจากราชการเม่ือวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.
2454 เพราะต้นเหตุมาจาก “ตรุสบ้า”ท้ังน้ี นายเรือตรี ตรุส บุนนาค ซ่ึงมียาว่า “ตรุสบ้า” ได้ด่ืมสุราเมา
แล้วพูดถึงเรื่องเงินเพิ่มอีก 50 บาทนอกเหนือจากเงินเดือนประจา 65 บาท ท่ียังไม่ได้รับ เพราะทางการยัง
พจิ ารณาไม่เสร็จ ทาให้นายเรือตรีตรุสไมพ่ อใจ ประกาศลน่ั วา่ ถา้ ไม่จ่ายกใ็ หร้ ะวังปืนเรอื คาประกาศขณะเมา
ของ “ตรุสบ้า” ถูกนาไปเพ็ดทูลเข้าพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพิโรธ
และโทษว่ากรมหลวงชุมพรฯสั่งสอนผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ดี หนักไปทางก่อกาเริบ อาจจะกลายเป็นพวก
บอลเชวิค ซ่ึงขณะนั้นพวกบอลเชวิคได้ทาการปฏิวัติล้มล้างราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซีย เปล่ียนแปลงการ
ปกครองเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ ทาให้คาว่า “บอลเชวิค” เป็นท่ีหวาดกลัวมาถึงเมืองไทย ประกอบกับมี
ขา่ วซุบซิบกันว่า กรมหลวงชุมพรฯ จะนาทหารเรอื คิดกบฏ สถาปนาสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพิ
นิต เป็นพระเจ้าแผ่นดินพระบิดาแห่งราชนาวีไทย จึงต้อง “ตกงาน” เพราะความเมาของ “ตรุสบ้า”
ผู้ใต้บังคับบัญชานั่นเองแต่ต่อมาในวันท่ี 1 สิงหาคม 2460 กรมหลวงชุมพรฯก็ได้รับโปรดเกล้าฯให้กลับเข้า
รับราชการอกี ในตาแหน่งจเรทหารเรือ และได้เล่ือนยศเป็น นายพลเรือโท ตาแหน่งเสนาธกิ ารทหารเรือ ใน
รัชกาลเดียวกันตอนท่ีต้องออกจากราชการทหารเรือในปี 2454 นายพลเรอื ตรีกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ทรงหันมาใช้เวลาว่างศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจากพระยาพิษณุประสาทเวช หัวหน้าหมอหลวงฝ่ายยา
ไทย ทรงศึกษาอย่างคร่าเคร่ง และเปิดวังของพระองค์เป็นห้องทดลอง เม่ือพบตัวยาขนานใดก็ทดลองกับ
สตั ว์ก่อน จนแน่ใจจงึ นามาใช้กับคน และออกรักษาประชาชนผยู้ ากไร้โดยไม่คดิ ทั้งค่ายาค่ารักษา ในไม่ชา้ วัง
ของพระองค์ก็แปรสภาพเป็นโรงพยาบาล มีการตรวจรักษาด้วยแผนโบราณและสมัยใหม่ โดยใช้วิธีตรวจ
เลือด ตรวจรา่ งกายด้วยเครื่องมือสมัยใหม่ แต่รักษาด้วยยาสมนุ ไพรโบราณส่วนมากเสดจ็ ในกรมฯ จะอยู่ใน
58
ชุดโสร่งสีแดง ไม่ใส่เสื้อ มีเพียงผ้าขาวม้าพาดบ่าเห็นรอยสักเต็มองค์ออกตรวจรักษาคนไข้ พระองค์ไม่
ประสงค์ให้ใครๆ เรียกกันว่า “เสด็จในกรม” แต่โปรดให้เรียกว่า “หมอพร”ทรงวางพระองค์เป็นหมอ
ธรรมดา แต่กติ ตศิ พั ท์การรกั ษาของพระองค์ลอื ล่ันไปทั่วบางกอก ว่าหมอพรเป็นผู้วิเศษ โรคท่ีใครรกั ษาไมไ่ ด้
คนไขก้ าลังจะตายอยู่แลว้ หมอพรยังชบุ ชีวติ ข้ึนมาได้ยังกับหมอเทวดาครั้งหนงึ่ ทรงแต่งชดุ หมอพร นุ่งผา้ มว่ ง
โจงกระเบน สะพายร่วมยาเดินไปรักษาคนไขแ้ ถวสาเพ็ง หญิงชราชาวจีนคนหนง่ึ เข้ามากราบพระบาท ทลู ว่า
สามีของนางเป็นวัณโรคมานานแล้ว รักษามาหลายหมอก็ไม่หายซักที ขณะนี้กาลังพะงาบๆใกล้ตายเต็มทน
ขอทรงโปรดช่วยชีวิตสามีของนางด้วยเถิดหมอพรเข้าไปพินิจพิจารณาอาการของจีนชราที่นอนหายใจ
ครอกๆ ทรงทาพิธีเป่ามนต์และมอบยาไว้ให้ หลังจากนั้นไม่กี่วันพระองค์เสด็จไปดูอาการอีกครั้ง ปรากฏว่า
จีนชราลุกข้ึนมากราบพระบาทประหลกๆ พร้อมกับบอกเมียให้ไปเอาเงินมาลังหน่ึงเพื่อถวายเป็นค่ายา แต่
หมอพรโบกพระหตั ถ์รบั สง่ั ว่า พระองค์ไม่ใช่หมอเซ็งลี้ ขอใหเ้ อาเงินนั้นไปบริจาคการกศุ ลดกี ว่า อย่าว่าแต่จะ
ชบุ ชีวติ คนจะตายใหล้ ุกข้ึนมาได้เลย แม้แต่คนจะคลอด หมอพรก็ทรงทาได้ คืนหน่ึง นางละครคณะปรดี าลัย
คณะละครท่ีดังสุดๆในยุคน้ัน เกิดเจ็บท้องข้ึนมากลางดึกขณะเปิดแสดงอยู่ท่ีวิกนาครเขษม พวกละครว่ิงวุ่น
กันทั้งโรง เพราะไม่รู้ว่าจะหาหมอท่ีไหนมาทาคลอด พลันนึกถึงหมอพร จึงว่ิงไปตามถึงวังนางเล้ิง หมอพร
รับส่ังว่าไม่มีความรู้เร่ืองหมอตาแยเลย แต่เมื่อรบเร้าให้ไป ก็จะไปให้ เผอิญการคลอดครั้งนั้นลุล่วงไปอย่าง
ง่ายดาย ปลอดภัยท้ังแม่และลูก กิตติศพั ท์เรอ่ื งหมอพรทาคลอดให้นางละครคณะปรีดาลัยจึงดังระบือไปทั่ว
เมือง ใครๆที่กาลังตั้งท้องก็อยากจะให้หมอพรไปทาคลอดให้ท้ังนั้นสมเด็จกรมพระยาดารงราชานุภาพ ได้
ทรงกล่าวถึง กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ไว้ว่า ความสามารถซึ่งจะทาการอันทรงจานงให้สาเร็จดังพระ
ประสงค์ เม่ือเป็นทหารเรือคนก็เคารพนบั ถือเรียกกันวา่ “เจ้าพ่อ” เมอื่ มาเป็นหมอพรคนก็ศรัทธาเชื่อถือกัน
ว่าเป็น “หมอเทวดา”วันอาภากร ตรงกับวันท่ี 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันส้ินพระชนม์ของ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงได้รับสมัญญาเป็น องค์บิดาแห่ง
กองทัพเรือ ซึ่งทหารเรือยกย่องและเทิดทูนพระเกียรติคุณอย่างสูงสุด เนื่องจากพระองค์ทรงริเริ่ ม
วางรากฐานกิจการทหารเรือและนาความเจริญม่ันคงและรุ่งเรืองมีสมรรถภาพสู่กองทัพเรือเป็นท่ีประจักษ์
ท่ัวไป ทาให้ทัพเรือไทยทันสมัยมีมาตรฐาน และเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยะประเทศ กองทัพเรือจึง
กาหนดให้ 19 พฤษภาคม ของทุกปี เป็น วันอาภากร ซึ่งเป็นวันคล้ายวันส้ินพระชนม์ เพื่อเป็นการเทิดทูน
เผยแพรพ่ ระเกียรติคณุ และแสดงออกซ่งึ ความกตัญญกู ตเวทีต่อพระองค์ท่าน
พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพระนามเดมิ ว่า พระองคเ์ จ้าอาภากร
เกียรติวงศ์ เป็นพระราชโอรสองค์ท่ี 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติเมื่อ 19
ธันวาคม 2423 เป็นพระเจ้าลูกยาเธอองค์ท่ี 1 ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์
(วร บุนนาค) ผู้บัญชาการทหารเรือวังหลวง ทรงเป็นเจ้านายพระองค์แรกที่สาเร็จการศึกษาวิชาการ
ทหารเรือจากประเทศอังกฤษ ทรงมีจุดประสงค์แรงกล้าจะฝึกให้ทหารเรือไทยเดินเรือทะเลได้อย่างชาว
ต่างประเทศ และสามารถรบทางเรอื ได้ เน่อื งจากอดีตประเทศไทยต้องว่าจ้างชาวต่างชาตมิ าเปน็ ผู้บงั คับการ
เรอื โดยตลอด ภายหลงั พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ สาเร็จการศึกษา และ
เขา้ รบั ราชการทหารเรือแล้ว พระองคไ์ ด้แก้ไขปรบั ปรงุ ระเบยี บวิธปี ฏิบตั ใิ นโรงเรยี นนายเรือ ทรงเปน็ ครสู อน
นักเรียนนายเรือ และริเร่ิมการใช้ ระบบการปกครองบังคับบัญชา ตามระเบียบการปกครองในเรือรบ คือ
แบ่งให้นกั เรยี นชัน้ สงู บังคับบัญชาชน้ั รองลงมา
นอกจากน้ียังทรงจัดเพิ่ม วิชาสาคัญสาหรับชาวเรือขึ้นเพื่อให้สาเร็จการศึกษา สามารถเดินเรือ
ทางไกลในทะเลน้าลึกไดแ้ ก่ การเดนิ เรือ ดาราศาสตร์ ตรโี กณมิติ อุทกศาสตร์ เรขาคณิต พีชคณติ ฯลฯ
เม่ือ พ.ศ.2462 พระองค์ทรงเป็นผู้บังคับการเรือ โดยนา เรือหลวงพระร่วง จากประเทศอังกฤษ เข้ามายัง
59
กรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งแรกที่นายทหารเรือไทยเดินเรือได้ไกลข้ามทวีป ท่ีสาคัญพระองค์ทรงเป็นหัว
เร่ียวหัวเเรงท่ีสาคัญท่ีทาให้พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นความสาคัญและโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระราชวังเดิม ให้เป็นท่ีต้ังของโรงเรียนนายเรือ เม่ือ 20 พ.ย. 2449 ทาให้กิจการทหารเรือ
มั่นคง (กองทัพเรือยึดวันดังกล่าวเป็น วันกองทัพเรือ) จากที่พระองค์ทรงเป็นนักยุทธศาสตร์ท่ีเล็งเห็นการ
ไกล พระองค์ไดท้ ลู เกลา้ ฯ ขอพระราชทานที่ดินบรเิ วณอาเภอสตั หีบ เพอ่ื สร้างเป็นฐานทัพเรอื เนื่องจากทรง
พจิ ารณาวา่ อ่าวสตั หีบเป็นอ่าวขนาดใหญ่น้าลกึ เหมาะแกก่ ารฝกึ ซ้อมยิงตอรป์ โิ ดได้ และเกาะน้อยใหญท่ ีร่ าย
ล้อมรอบสามารถบังคับคล่ืนลมได้ดี อีกทั้งเรือภายนอกเมื่อแล่นผ่านพ้ืนท่ีจะไม่สามารถมองเห็นฐานทัพได้
ด้านการแพทย์ ทรงศึกษาค้นควา้ อย่างจรงิ จงั และใช้เวลาหลังทรงเกษียณเสด็จไปรักษาโรคแก่ประชาชนดว้ ย
พระองค์เอง ไม่ว่าเป็นคนไทยหรือคนจีน จนกระทั่งชาวจีนย่านสาเพ็งซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณเรียก
พระองค์ท่านว่า "เตี่ย" (พ่อ) ซึ่งต่อมาทหารเรอื ได้เรียกพระองค์ว่า "เสด็จเต่ีย" ขณะที่คนไข้ชาวไทยมักเรียก
พระองค์ว่า "หมอพร" พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ทรงประชวร และ
ส้ินพระชนม์ ในขณะที่ประทับอยู่ท่ีหาดทรายรี ปากน้าเมืองชุมพร เมื่อ 19 พฤษภาคม 2466 เวลา 11.40
น. ยงั ความโศกเศรา้ มาสบู่ รรดาทหารเรือย่งิ นกั
กจิ กรรมท้ำบบท
1. กจิ กรรมที่ 1
แบบทดสอบ
เรอื่ ง พระรำชกรณยี กจิ กรมหลวงชมุ พร
คำช้แี จง
1. แบบทดสอบฉบับน้ีทาข้ึน เพ่ือวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนด้านความรู้ของนักศึกษา
2. แบบทดสอบฉบบั นี้มีจานวน 10 ข้อ มลี ักษณะเปน็ ปรนัย 4 ตวั เลือก ใหน้ ักศกึ ษาเลอื กคาตอบ
ถูกต้องทีส่ ุดเพยี งข้อเดียว
กกกกกก3. ก่อนทาแบบทดสอบ นกั ศึกษาต้องเขยี นชอื่ – สกลุ
พระบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ด์ิ มพี ระนามเต็มวา่
ก. พระเจา้ ลูกเธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ
ข. พระองค์เจา้ อาภากร เกยี รติวงศ์
ค. พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองคเ์ จา้ อาภากร เกยี รตวิ งศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักด์ิ
ง. พระองค์เจา้ อาภากร เกยี รติวงศ์ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิ
1. พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ดิ์ ทรงศึกษาวชิ าแขนงใดจากประเทศอังกฤษ
ก. วชิ าการทหารอากาศ
ข. วิชาการทหารเรือ
ค. วิชาการเดนิ เรือ
ง. วิชาการทหารบก
2. วนั เดือนปี ท่ีทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ
ก. 10 พฤศจิกายน 2463
ข. 1 เมษายน 2566
ค. 20 พฤศจกิ ายน 2449
ง. 19 ธันวาคม 2423
60
3. ทรงไปศึกษาวชิ าการทหาร ณ ประเทศองั กฤษต้ังแต่พระชนมายเุ ท่าไร
ก. 13 พรรษา
ข. 18 พรรษา
ค. 20 พรรษา
ง. 16 พรรษา
4. รัชกาลใดเป็นผแู้ ต่งต้งั พระอสิ รยิ ศเป็น กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์
ก. รชั กาลที่ 5
ข. รัชกาลท่ี 4
ค. รัชกาลที่ 7
ง. รัชกาลที่ 6
6.”พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ พระองคเ์ จา้ อาภากรเกียรตวิ งศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด"์ิ อีกชือ่ ว่าอะไร
ก.หมอชมุ พร
ข.หมอปลา
ค.หมอพร
ง.หมอยา
7. ขณะท่ีดารงตาแหน่งกรมหม่นื ชมุ พรเขตอดุ มศกั ดม์ิ ีพระชันษาเท่าใด
ก. 30 ปี
ข. 29 ปี
ค. 28 ปี
ง. 27 ปี
8.นายพลเรือตรีกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ ทรงหันมาใช้เวลาวา่ งศึกษาวิชาแพทยแ์ ผนโบราณจากท่านใด
ก. หมอชาวจนี
ข. นายเรือตรีตรสุ
ค. พระยาพิษณุประสาทเวช
ง. เจา้ ฟา้ กรมพระนครสวรรค์วรพนิ ติ
9."คากล่าว"ใดทเ่ี ป็นกาลังใจระหวา่ งเยยี วยารักษา
ก. "โอม สะตุ โลหิตัง"
ข. "อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ”
ค. ”ทกุ โฺ ข พาเลหิ สวาโส”
ง. “ปญญฺ าชีวี ชีวิตมาหุ เสฏฐฺ ”
10. โรคที่หมอพรรักษาชาวจนี คือข้อใด
ก. อหวิ า
ข. วณั โรค
ค. ไข้ฝีดาษ
ง. หัดเยอรมัน
61
2. กิจกรรมท่ี 2
ใบงำน
เรือ่ ง พระรำชกรณียกิจ
คาสั่ง ให้นักศึกษาตอบคาถามต่อไปนี้
ตาแหนง่ ของพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สงู สุดในราชการทหารคือ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................
พระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ ไดล้ าออกจากทหารเน่ืองมาจากสาเหตุใด
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................
พระบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักดิ์ ไดร้ ับสมัญญานามวา่
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................
พระนามเดมิ ของพลเรือเอกพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ คอื
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................
กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ เสด็จเขา้ ปา่ เพ่อื หาสมุนไพรทายากับท่านใดบา้ ง
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ตารายาทที่ รงเขียนลงในสมุดข่อยดว้ ยฝพี ระหตั ถข์ องพระองค์ มชี อ่ื ว่าอยา่ งไร
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.................................................................................................................
62
บทที่ 4
คุณค่ำ ควำมศรัทธำ
สำระสำคัญ
กกกกกกกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ เป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของ
กองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมูทหารเรือเรียกขานว่า “เสด็จเตี่ย” หรือ “หมอพร” และ “พระบิดา
แห่งกองทัพเรือไทย” ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า “พระบิดาของ
กองทัพเรือไทย” และในปี 2544 แก้ไข เป็น “องค์บิดาของทหารเรือไทย”และในเร่ืองของความเช่ือความ
ศรทั ธาของอนุสาวรีย,์ เหรยี ญท่รี ะลึก ท่ไี ด้จัดสร้างขึ้น
ผลกำรเรยี นรู้ทีค่ ำดหวัง
กกกกกกก1. ใหค้ ุณคา่ และความศรทั ธาทีม่ ตี อ่ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์ได้
กกกกกกก2. เห็นคุณค่า และความศรัทธาต่ออนุสาวรีย์และเหรียญที่ระลึกของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรม
หลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิ
ขอบขำ่ ยเน้ือหำ
1. คุณคา่ ความศรัทธา และ ความเชือ่ ของกรมหลวงชุมพรก
สอื่ และแหลง่ เรยี นรู้
1. ใบงาน
2. ใบความรู้
3. ศกึ ษาจากสถานทจี่ ริง ได้แก่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์ แหลมปเู่ จา้ , สวนกรมหลวง
ชุมพรเขตอุดมศักด์ิ บริเวณหนองตะเคียน และอนุสาวรีย์บริเวณชายหาดบางเสร่ ม.2 ต.สัตหีบ
อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
4. ห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกมุ ารอี าเภอสัตหบี
เร่อื งที่ 1 คุณคำ่ ควำมศรัทธำ
คณุ ค่ำ หมายถงึ ส่ิงทมี่ ีประโยชน์หรอื มีมูลค่าสงู
ควำมศรทั ธำ หมายถึง ความเชื่อ ความเลื่อมใส เช่น สิ้นศรัทธา ฉันมีศรัทธาในความดีของเขา
บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคา ประสาทะ เป็น ศรัทธาประสาทะ. ก. เชื่อ เล่ือมใส เช่น เขา ศรัทธาในการรักษาแบบ
แพทยแ์ ผนโบราณ. (ส. ศรฺ ัทธฺ า)
ปูชนียสถำน หมายถึง สถานท่ีเน่ืองด้วยศาสนา ซึ่งเป็นที่ควรแก่การเคารพบูชา เช่น วัดพระศรี
รัตนศาสดาราม พระปฐมเจดีย.์ ศาล อนุสาวรีย์ ฯลฯ
วัตถุมงคล หมายถึง เคร่ืองรางของขลังท่ีเชื่อว่าจะนาความสุขความเจริญเป็นต้นมาให้ หรือ
ปอ้ งกนั ภยั อนั ตรายต่าง ๆ
วัตถุมงคล เป็นเร่ืองของความเช่ือและศรัทธาในส่ิงของที่สร้างข้ึนมีความสัมพันธ์ทางด้านศาสนา
ตามสมัยนิยมตั้งแต่โบราณกาลมีหลักฐานเปน็ วัตถุมงคลทส่ี ร้างขนึ้ มีอายเุ กา่ แกเ่ กอื บ 2,000 ปี วัตถุมงคลจะ
มมี ากมายในสงั คมไทย เชน่ พระเครื่อง, พระกร่ิง, พระกริ่งปวเรศ, ปลดั ขกิ , ผา้ ยนั ต์, ตะกรุด, มีดหมอ, องค์
เทพทเ่ี ปน็ ทางศาสนาอื่น ๆ เช่น พระพรหม, พระตรมี ูรต,ิ พระราหู
63
วัตถุมงคล ในศาสนาพุทธ หรือเรียกกันโดยท่ัวไปว่า พระเคร่ืองราง หรือ พระเครื่อง คือรูปสมมุติ
ของพระพุทธเจ้าที่มีขนาดเล็ก สร้างเพ่ือเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้า และเพื่อสืบทอดพระศาสนา พระเครื่อง
อาจจะรวมถึงรูปสมมติของพระโพธิสัตว์, พระอริยสงฆ์และเทพเจ้าที่มีขนาดเล็กด้วย วัตถุมงคล ทางพุทธ
ศาสนานัน้ ประกอบดว้ ย 2 ประเภท
1. วัตถมุ งคล ภายนอก เชน่ วัตถุทีส่ ร้างมาจากดิน โลหะ ฯลฯ
2. วัตถุมงคล ภายใน หรือที่เรียกว่า มงคลชีวิต คือคาแนะนาในการดาเนินชีวิตเพื่อความสุขและความ
เจริญกา้ วหน้าของชีวิต ที่พระพทุ ธเจา้ ทรงแสดงไว้ 38 ขอ้ ในมหามงคลสูตรหรือเรยี กวา่ มงคล 38 ประการ
เสดจ็ เตีย่ หมายถึง พลเรอื เอก พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมทศักดิ์
ควำมเชอื่
นยิ ำมควำมเช่ือ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2525:274) ได้ให้ความหมายของคาว่า “เช่ือ”ดังน้ีเห็นตาม
ด้วย มั่นใจ ดังน้ันความเช่ือจึงมีความหมายว่า สภาพที่บุคคลมีความเห็นตามส่ิงใดสิ่งหน่ึงซึ่งจันทร์ศรี นิตย
ฤกษ์ (ม.ป.ป.: 111) ไดใ้ ห้ความหมายขยายความตอ่ ไปอีกว่า การมคี วามเห็นตามดว้ ยนีอ้ าจจะด้วยความรสู้ ึก
หรือไตร่ตรองด้วยเหตุผล เม่ือเกิดความเชื่อแล้วกม็ ักจะมีการแสดงออกท้ังทางกายคือการปฏิบัติ และทาง
วาจาคือการตักเตือนส่ังสอนหรือแจ้งให้ผ้อู ื่นทราบความเชื่อของบุคลกลุ่มใดย่อมมีความสัมพันธอ์ ย่างใกล้ชิด
กับบคุ คลน้นั
ภิญโญ จิตต์ธรรม (2518: 54-72 ) ได้ให้ความหมายไว้ว่าสิ่งหลายสิ่งท่ีมนุษย่ค่อยๆเรียนรู้และทา
ความเข้าใจโลกมาจานวนหลายพันปี และเชอื่ วา่ มอี านาจลึกลับทจ่ี ะทาให้มนุษย์ไดร้ ับผลดีผลร้าย เม่ือมนุษย์
กลัวอานาจของสิ่งลึกลับนั้นก็จะกระทาส่ิงต่างๆ เพ่ือบูชาเช่นบวงสวงต่อสิ่งที่เชื่อเพราะมีความเช่ือว่าสิ่ง
ทัง้ หลายท่มี นุษยเ์ กิดขึน้ ตอ้ งมีผบู้ ันดาลให้เกดิ
จรัส พยัคฆราชศักด์ิ ( ม.ป.ป.: 286-289 ) ได้กล่าวไว้ว่าความเชื่อมีอิทธิพลเหนือสภาพจิตใจของ
มนุษย์ ความเช่ือเป็นสิ่งที่ทาให้มนุษย์ดารงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุขและถ่ายทอดสืบกันมา ความเชื่อเป็นบ่อ
เกิดของขนบธรรมเนียมประเพณีและกาหนดเป็นจารตี ในที่สุด เช่น ความเชื่อเกี่ยวกับภูตผี ก็ต้องเชื่อว่ามีสิ่ง
ท่ีสามารถปราบและป้องกันภูตผีได้ มนุษย์จึงเอาความเชื่อนั้นมาปฏิบัติในกลุ่มของตน นอกจากนั้นได้กล่าว
เพิ่มเติมว่า ความเช่ือมีขึ้นเพ่ือบารุงจิตใจ เมื่อมนุษย์ได้ทาความเดือดร้อน มีความสะเทือนใจหรือหว่ันวิตก
ตอ่ อนั ตรายต่างๆโดยเฉพาะสง่ิ ทีม่ ีอานาจเหนือตน ความเชอ่ื เป็นสงิ่ ทีย่ ึดเหนย่ี วเหล่าน้ีเปน็ บ่อเกดิ ของศาสนา
ในทางมนุษยว์ ิทยาและสังคมวทิ ยาหมายถึง ความเช่ือถือศรัทธาในส่ิงทีเ่ ป็นวิญญาณทัง้ หลาย ตลอดถึงความ
เชอ่ื นั้นยังมอี ทิ ธิพลต่อพฤติกรรมของคนทส่ี าคัญดงั ท่นี ักวิชาการหลายคนกลา่ วไว้
หม่อมเจ้าหญิงพูนพิสมัย ดิศกุล (2504: 1) ได้กล่าวถึงการเกิดความเช่ือว่า ทุกปรากฏการณ์
ธรรมชาติ มีผู้มีอานาจอยู่เบื้องหลังว่า มนุษย์มีความเช่ืออานาจเหนือมนุษย์ ถ้าหากเราวิงวอนขอความ
ช่วยเหลือ อานาจนั้นย่อมช่วยให้เราพ้นไปได้ หากเมื่อพ้นไปแล้วมักแสดงออกอย่างมีความสุขและสมหวัง
และระลึกถงึ บุญคณุ ด้วยการบชู าในสงิ่ ท่ีตนนับถอื นั้น เพอื่ เป็นสิรมิ งคลแก่ตนเอง
รุ่งอรุณ ทีฆชุณหเสรียร (2518: 47 ) ได้ศึกษาเกี่ยวกับความเช่ือกล่าวไว้ว่า “ความเชื่อ” หมายถึง
การยอมรับนับถือหรือยึดม่ันสิ่งใดสิ่งหน่ึง ทั้งท่ีมีตัวตนหรือไม่มีก็ตาม การยอมรับนับถือนี้อาจจะมีหลักฐาน
เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ หรืออาจจะไม่มีหลักฐานท่ีจะนามาใช้พิสูจน์ให้เห็นจริงเกี่ยวกับสิ่งนั้นได้ ความเช่ือ
เกิดขึ้นสมัยใดก็ย่อมเหมาะกับสมัยน้ันๆหรือความเช่ือท่ีเกดิ ขึ้นในสังคมใดก็ยอ่ มเหมาะกับสังคมน้ันสิ่งลึกลับ
ท่ีมีฤทธิ์อานาจเหนือคนอาจบันดาลให้ดีหรือร้ายได้ มักเป็นความเช่ือเก่ียวกับชีวิตและความอยู่รอด ความ
เช่อื เหล่าน้ีจะเก่ียวขอ้ งกบั พธิ ีกรรมตา่ งๆมมากมาย
เรืองอุไร กุศลาสัย ( 2521: 41-42 ) ได้ศึกษาความเชื่อของคนไทยพบว่า ความเชื่อ เกิดข้ึนจาก
64
ความกลัวและอิทธิพลทางศาสนา ความเชื่อของคนไทยส่วนใหญ่เกิดจากความช่างคิดของคนสมัยก่อนแล้ว
หาเหตุผล เม่ือเห็นอย่างไรก็เกิดความเชื่ออย่างน้ันข้ึน ความเช่ือท่ีเกิดจากความกลัวน้ันเกิดจากความไม่รู้
โดยยึดม่ันในอานาจของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีตัวตน ได้แก่ เทวดาเจ้าป่า ผีสาง ความกลัวผีทาให้เกิด
ประเพณีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประเพณีการเกิด ประเพณีการตาย ต้องทาพิธีกรรมบางอย่างขึ้น เช่น กาเซ่น
สรวงผีบา้ น ผีเรือน ผีเจา้ ท่ี ผเี จา้ แปลง เป็นตน้
มณี พะยอมยงค์ (2530: 66-71) ไดศ้ ึกษาความเชือ่ จาผู้เช่ยี วชาญ ผ้รู ู้หลายทา่ น สรุปว่า ความเช่ือ
เป็นธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกรูปทุกนาม ส่ิงที่ผู้คนสัมผัสในกายตนท้ัง 6 จะเป็นต้นเหตุของความเชื่อ
อนั เป็นสัญเจตนาจุดเบื้องต้น ส่วนนามธรรมต่อมาเกิดความเสริมแต่งโดยอาศัยส่ิงแวดล้อมท่ีเราสัมผัส เป็น
เคร่ืองชวนให้เจริญเติบโต เมื่อใจคิดความเช่ือ ด้านรุปธรรมก็เกิดขึ้นเป็นรูปสัญลักษณณ์ รวมความว่าความ
เชือ่ มี 2 ประเภท คือ 1. ความเชอ่ื เป็นนามประธรรม 2. ความเช่อื เป็นรูปธรรม
ควากลัว ความไม่รู้ เป็นส่ิงที่มนษุ ย์อธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาติด้วยไสยศาสตร์เพราะยังขาด
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความเช่ือเป็นพ้ืนฐานให้เกิดการกระทาส่ิงต่างๆ ทั้งด้านดีและด้านร้าย คนโบราณ
จึงสรา้ งศรทั ธาให้แกล่ กู หลานนับเปน็ พ้นื ฐานแหง่ การนบั ถือส่ิงศักด์สิ ิทธิแ์ ละศาสนา
กล่าวโดยสรุป “ความเช่ือ” หมายถึงสภาพที่บุคคลให้ความมั่นใจ เห็นคล้อยตามและพร้อมท่ีจะ
ปฏิบัติตามส่ิงใดสิ่งหนึ่ง โดยไม่จาเป็นต้องมีเหตุผลมาอธิบายเสมอไป ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเพราะศรัทธาหรือ
ความกลัวท่ีแอบแฝงอยุ่ จนนามาซ่ึงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหน่ึงท้ังท่ีมีระเบียบแบบแผนที่เรียกกันว่า
“พธีกรรม” และไม่มีแบบแผนซ่ึงแป็นพฤติกรรมท่วไปของคนท่ีมีความเช่ือของคนที่มีความเช่ือในสังคม
หนึง่ ๆ แลว้ ถ่ายทอดสบื ตอ่ กันมาจนกลายเป็นวฒั นธรรมทางด้านความเช่อื ของคนกลมุ่ นน้ั ๆ
ปชู นยี สถำน
ศาลเจ้า หมายถึง สถานท่ีประดิษฐานเทพเจ้าตามความเช่ือของคนจีน ชาวจีนในเมืองไทยส่วนมากอพยพ
มาจากมณฑลกวางตงุ้ และมณฑลฮกเกยี้ น กลา่ วคือ ชาวจีนกวางตุ้ง ชาวจนี แคะ ชาวจีนไหหลา และชาวจีน
แตจ้ ิว๋ มาจากมณฑลกวางตงุ้ ชาวจนี ฮกเกยี้ นมาจากเมอื งเฉวยี นโจวและจางโจว ของมณฑลฮกเกี้ยน ชาวจีน
เปน็ ผู้ทย่ี ดึ มนั่ ในประเพณีและความเชื่อเดิมอย่างเคร่งครดั
อนุสาวรีย์ หมายถึง สิ่งท่ีสร้างไว้เป็นที่ระลึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์สาคัญเป็นต้น เช่น อาคาร
หลมุ ฝังศพ รปู ป้นั
ศำลและอนุสำวรยี ์ของพลเรือเอกพระเจ้ำบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ
มีท้ังหมด 217 แห่งทั่วประเทศไทย แต่ขอนาเสนอพอสังเขปเพียง 172 แห่งเท่าน้ัน ดังต่อไปน้ี
1.ค่ายจุฬาภรณ์ กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวกิ โยธิน ต.บา้ นทอน อ.เมอื ง จ.นราธวิ าส
2.ปากน้าตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี
3.เกาะเนรมิต ต.กันตงั อ.กนั ตงั จ.ตรงั
4.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ ณ อทุ ยานแหง่ ชาติ ตะรเู ตา เกาะอาดงั จ.ตรงั
5.หม่บู า้ นเพญ็ ทิพย์ ต.พมิ าน อ.เมือง จ.สตูล
6.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ ณ หาดสมิหลา จ.สงขลา
7.ท่าเรือสงขลา อ.สงิ หนคร จ.สงขลา
8. สวนสองทะเล จ.สงขลา
65
9.วัดเวฬุวนาราม หมทู่ ่ี 10 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา
10.แหลมสนออ่ น ปากทางเขา้ ทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา
11.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักด์ิ ณ สะพานหิน จ.ภเู กต็
12.พระอนสุ าวรยี ์ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ ณ ประภาคาร แหลมพรหมเทพ จ.ภเู กต็
13.ฐานทพั เรอื ภูเก็ต อ่าวมะขาม จ.ภเู กต็
14.สานกั สงฆท์ ่าเรือสะพานปลา หมู่ 5 ต.บางร้ิน อ.เมอื ง จ.ระนอง
15.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ ทา่ เรือราชาเฟอรร์ ่ี จ.สุราษฎร์
16. ทา่ เทยี บเรอื สมยั เฟอร์ร่ี อ.ดอนสัก จ.สรุ าษฎรธ์ านี
17.พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ปากแม่น้าตาปี ( ท่าเรือยิบซั่ม ) อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
18.กองบินที่ 7 จ.สุราษฎรธ์ านี
19.เขาหลัก จ.พังงา
20. ฐานทัพเรือพังงา ทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พงั งา
21. ศูนยอ์ นุรกั ษ์พันธเุ์ ต่าทะเล ณ ฐานทพั เรอื พังงา จ.พังงา
22. ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ดิ์ บรเิ วณชายทะเล ต.สะทวิ อ.ปะทิว จ.ชุมพร
23.บา้ นทา่ เสมด็ ต.สพพลี อ.ปะทวิ จ.ชุมพร
24.บ้านบามอามฤต ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร
25.หนา้ ที่วา่ การอาเภอทา่ แซะ จ.ชุมพร
26.วนอทุ ยานเขาพาง อ.ท่าแซะ จ.ชมุ พร
27.หน้าวัดเขากล้วย ต.หาดพนั ไกร อ.เมือง จ.ชุมพร
28.โรงพยาบาลชมุ พร อ.เมือง จ.ชมุ พร
29.โรงพยาบาลชมุ เวช อ.เมือง จ.ชุมพร
30.ต.นาชะองั อ.เมอื ง จ.ชมุ พร
31.คา่ ยเขตอุดมศักดิ์ (ร.25 พัน.1 และจังหวัดทหารบกชมุ พร) อ.เมือง จ.ชุมพร
32.กองกากับการตารวจตระเวนชายแดน ที่ 41 ค่ายอาภากรเกยี รตวิ งศ์ ต.ขนุ กระทิง อ.เมือง จ.ชมุ พร
33.หาดอรุโณทยั ปากนา้ ตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร
34.หน้าทีว่ า่ การอาเภอหลงั สวน จ.ชุมพร
35.ศาลเสดจ็ เตย่ี บนเรอื รบจักรีนฤเบศร อ.หลังสวน จ.ชมุ พร
36.วดั สวนสน ปากนา้ หลงั สวน อ.หลังสวน จ.ชมุ พร
37.หอประชมุ สมาคมชาวประมง ปากนา้ ชุมพร อ.เมอื ง จ.ชุมพร
38.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศกั ดิ์ อ.ปะทิว จ.ชุมพร
39.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักด์ิ ณ วดั เขตอุดมศกั ดิ์ หาดทรายรี จ.ชุมพร
66
40.พ ระ อ นุ ส าว รีย์ ก รม ห ล ว งชุ ม พ รเข ต อุ ด ม ศั ก ดิ์ เข ต ติ ด ต่ อ อ .เมื อ ง -อ .ท่ าแ ซ ะ จ .ชุ ม พ ร
41.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ ทที่ า่ แซะ จ.ชมุ พร
42.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ ท่ีปากตะโก จ.ชมุ พร
43.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ วดั ปากน้า จ.ชมุ พร
44.พระอนุสาวรีย์กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ สวนสาธารณะ อ.เมอื ง จ.ชุมพร
45.เกาะเตา่ จ.ชุมพร
46.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ ใกล้ทางเล่ยี งเมอื งเขา้ สู่ตัว จ.ชุมพร
47.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักด์ิ (ศาลลา่ ง) ณ หาดทรายรี จ.ชมุ พร
48.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ (ศาลบน) ณ หาดทรายรี จ.ชมุ พร
49.ณ สานกั สงฆ์แกว้ ประเสริฐ( ทา่ แอด) อ.ปะทิว จ.ชุมพร
50.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ พระมหาเจดีย์ภักดีประกาศ บ้านกรูด อ.บางสะพาน
จ.ระจวบคีรขี ันธ์
51.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ ณ วนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบรุ ี จ.ประจวบครี ขี ันธ์
52.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิ ตงั้ อย่บู ริเวณเกาะไหหลา จ.ประจวบครี ีขันธ์
53.ปากนา้ ปราน อ.ปราณบรุ ี จ.ประจวบคีรีขันธ์
54.วดั ทางสายเอก ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบครี ขี นั ธ์
55.เกาะหลกั อ.เมอื ง จ.ประจวบครี ีขนั ธ์
56.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ ณ วัดชอ่ งลม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
57.วดั บางขุนไทร ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี
58.พระอนสุ าวรยี ์กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ รมิ ทางเพชรเกษม ระหวา่ งเพชรบรุ ี-สมทุ รสงคราม
59.วัดเขางู ต.เจดีย์หัก อ.เมอื ง จ.ราชบรุ ี
60.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักดิ์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม
67
61.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ดิ์ ณ ดอนหอยหลอด จ.สมทุ รสงคราม
62.วดั ศรีสทุ ธาราม (วดั กาพร้า) ปากแม่น้าทา่ จนี ต.บางหญ้าแพรก อ.เมอื ง จ.สมทุ รสาคร
63.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ ต.บางหญา้ แพรก อ.เมอื ง จ.สมุทรสาคร
64.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ ณ ปากอ่าวสมุทรสาคร จ.สมทุ รสาคร
65.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ ณ วัดโกรกกราก จ.สมทุ รสาคร
68
66.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นางเลิ้ง กรงุ เทพฯ
67.121 ซอยอดุ มสุข สุขุมวิท 103 บางนา พระโขนง กรงุ เทพฯ
68.สนามกฬี าแห่งชาติ ปทมุ วัน กรุงเทพฯ
69.วัดพรพระร่วงประสทิ ธ์ิ แขวงออเงนิ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
70.กรมศุลกากร ทา่ เรือ กทม.
71.วัดทงุ่ เศรษฐี เขตประเวศ กรงุ เทพฯ
72.วัดศรีนวลธรรมวิมล ซอยเพชรเกษม 81 ถ.เพชรเกษม แขวงหนองแขม กรงุ เทพฯ
73.คลองเอกชยั แขวงบางขนุ เทียน เขตจอมทอง กรงุ เทพฯ
74.ถ.พุทธบชู า แขวงบางมด เขตาษฎร์บรู ณะ กรงุ เทพฯ
75.กรมจเรทหารเรือ พระราชวังเดมิ กรุงเทพฯ
76.โรงเรียนพันจ่า กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กรุงเทพฯ
77.กรมการขนสง่ ทหารเรือ อ.อสิ รภาพ กรุงเทพฯ
78.กองดรุ ยิ างศ์ทหารเรอื ถ.อิสรภาพ กรงุ เทพฯ
79.กรมพลาธิการทหารเรือ ถ.อรุณอมรนิ ทร์ กรุงเทพฯ
80.อาคารสงเคราะหน์ ายทหารสญั ญาบัตร กองทัพเรอื ทุง่ มหาเมฆ ถ.นางลนิ้ จี่ กรุงเทพฯ
81.โรงเรียนเตรยี มทหาร พระราม 4 กรุงเทพฯ
82.พระอนุสาวรีย์ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักดิ์ ณ ถนนอิสรภาพ (กรมอทู่ หารเรือ กรงุ เทพฯ)
83.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ อยูภ่ ายในบริเวณ โรงพยาบาล รามา กรุงเทพฯ
84.พระราชวังนางเลิ้ง ทรงมีพระอนุสาวรยี ์กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ(มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล
วทิ ยาเขต พาณชิ พระนคร) ตรงขา้ มทาเนยี บรัฐบาล ใกล้สนามม้านางเลง้ิ
85. วิหารคด วัดโพธท์ิ า่ เตียน กทม.
86.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ อยตู่ รงขา้ มกับ วัดประทีปพลผี ล เข้าทาง สน.เทยี นทะเล อยู่ปาก
ทางเขา้
ม.วงแหวนชชั วาล กรงุ เทพฯ
87.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ ณ วัดรวก จ.กรุงเทพฯ
88.พระอนสุ าวรีย์กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ดิ์ ณ โรงพยาบาลทหารเรอื ถ. พระเจ้าตากสิน จ.กทม.
89.บา้ นเลขที่ 60/9 บรษิ ัทอุตสาหกรรมโคเมท จากัด ถ.เอกชยั ต.บางบอน อ.บางขุนเทยี น กรุงเทพฯ
90.บ้านเลขที่ 588/71 "สนั ติธรรมสงเคราะห์สมาคม"ซอยจรัญสนิทวงศ์ 34 ถ.จรัญสนิทวงศ์ กรงุ เทพฯ
91.สุสานหลวง วดั ราชบพิธสถิตสมี าราม
92.อาคารซที ราน บรษิ ัท ซที รานทราเวลิ จากดั 599/1 ถ.เชือ้ เพลิง คลองเตย กรงุ เทพฯ
93.อาคารพกั อาศัยขา้ ราชการ ส่วนกลาง กองทัพเรือ บคุ คโล กรงุ เทพฯ
94.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สวนลมุ ไนซบ์ าซ่า รมิ ถนนวิทยุ กทม.
95.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักด์ิ ณ วดั สามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม
96.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ ณ กลางสระน้า หน้าอาคารบังคบั การ กรมยุทธศกึ ษา
ทหารเรือ ตาบลศาลายา ห่างจาก พุทธมณฑลประมาณ 5 กิโลเมตร
97.วัดเวฬวุ นาราม ต.ลาพยา อ.บางเลน จ.นครปฐม
98.อนุสรณ์สถาน พระบดิ าสามเหล่าทพั รมิ แม่นา้ นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
99.โรงเรยี นอนุบาลไผทวิทยา อ.เมอื ง จ.นครปฐม
100.วัดดงสักมหาธาตุ อาเภอทา่ มะกา จังหวดั กาญจนบรุ ี
69
101.พระอนสุ าวรีย์ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์ ณ โรงเรยี นนายเรอื จ.สมทุ รปราการ
102.พระอนสุ าวรยี ์ กรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์ เสด็จเตีย่ ฯ ณ กรมอุตนุ ิยม บางนา จ.สมุทรปราการ
103.พระอนุสาวรีย์ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ดิ์ ณ ป้อมพระจุลจอมเกลา้ อ.พระประแดง จ.
สมุทรปราการ
104.วดั โพธิยาราม (วัดทองคง) ต.ทา้ ยบา้ น อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
105.สะพานปลาสมทุ รปราการ ต.ทา้ ยบา้ น อ.เมอื ง จ.สมทุ รปราการ
106.สถานีวิทยุประมงชายฝงั่ คลองดา่ น อ.คลองด่าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
107.อูป่ ราการกลการ ต.ท้ายบา้ น อ.เมอื ง จ.สมทุ รปราการ
108.เรอื นจาสถานีทหารเรือกรงุ เทพ ป้อมพระจลุ จอมเกล้า จ.สมุทรปราการ
109.กรมสรรพาวธุ ทหารเรือ บางนา จ.สมุทรปราการ
110.ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
111.สวนสาธารณะหนองตะเคยี น อ.สัตหบี จ.ชลบรุ (ี พระอนสุ าวรยี ์)
112.สวนสาธารณะหนองตะเคยี น อ.สตั หีบ จ.ชลบรุ ี (ศาล)
113.โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทพั เรือสัตหีบ จ.ชลบุรี
70
114.กองบังคบั การทา่ เรือจุกเสมด็ อ.สัตหบี จ.ชลบุรี
115.ท่ที าการแผนกคลงั อมภัณฑ์2 กรมสรรพาวธุ ทหารเรอื ทุ่งโปรง อ.สตั หีบ จ.ชลบรุ ี
116.กิจการไฟฟา้ สวัสดกิ ารสตั หีบ อ.สัตหบี จ.ชลบรุ ี
117.หน่วยบญั ชาการต่อสอู้ ากาศยานและรกั ษาฝง่ั อ.สตั หีบ จ.ชลบรุ ี
118.ซอย ร.1 พัน.4 ศูนยฝ์ กึ ทหารใหม่ กรมยทุ ธศกึ ษาทหารเรอื อ.สัตหบี จ.ชลบรุ ี
119.รอ้ ย ร.2 พนั .2 ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อ.สัตหบี จ.ชลบุรี
120.โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกติ ์ิ กม.10 อ.สัตหีบ จ.ชลบรุ ี
121.พระอนุสาวรยี ์ พลเรอื เอก พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ เขาทพั พระยา เมอื ง
พัทยา
122.พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยอดเขาพระตาหนัก จ.
พัทยา
123.สถานีตารวจภธู ร อาเภอสตั หบี จ.ชลบรุ ี
124.หนว่ ยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สตั หีบ จ.ชลบรุ ี
125.กองชา่ งโยธา ฐานทัพเรือสตั หบี จ.ชลบุรี
126.สถานตี ารวจภธู ร ตาบลพัทยา เมืองพทั ยา จ.ชลบุรี
127.ภตั ตาคารเรือนทะเลบางเสร่ เลขที่ 25/1 ม.5 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบรุ ี
128.ศนู ย์เกษตรกรรมทหารเรือ บางพระ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
129.สถานีวทิ ยกุ ระจายเสียง สทร.5 พทั ยา เขาทัพพระยา ต.หนองปรอื อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
130.หาดนางรา อ.สัตหบี จ.ชลบุรี
131.ศรรี าชาฮาเบอร์ หาดผาแดง ถ.ชวนิชย์ อ.ศรรี าชา จ.ชลบุรี
132.พระตาหนักเสด็จเตี่ยฯ ภายในค่ายทหารเรือชุมพรเขตอุดมศักด์ิ สัตหีบ จ.ชลบุรี มี 2 สถานที่คือที่
บริเวณวงกลมในค่ายทหารเรอื กบั บนแหลมปเู่ จ้า ภายในคา่ ยทหารเรือเชน่ กนั
71
133.บา้ นสุขาวดี อ.บางละมงุ จ.ชลบรุ ี
134.ศาลกรมหลวงชมุ พรบรเิ วณใกลๆ้ กบั อทุ ยานแหง่ ชาติ เขาแหลมหญา้ -หมู่เกาะเสมด็
135.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักด์ิ อ.เมอื ง จ.ระยอง
136.ศูนย์ซ่อมอากาศยาน กองการบนิ ทหารเรือ สนามบินอู่ตะเภา อ.บา้ นฉาง จ.ระยอง
137.กองพนั ต่อสอู้ ากาศยานที่ 11 กรมต่อสูอ้ ากาศยานที่ 1 หน่วยบญั ชาการตอ่ สอู้ ากาศยานและรักษาฝ่งั
อ.บา้ นฉาง จ.ระยอง
138.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ บา้ นเพ อ.เมือง จ.ระยอง
139.บา้ นกตญั ญู เลขที่ 89/1 บา้ นหว้ ยขวาง ต.สองสลงึ อ.แกลง จ.ระยอง
140.หนา้ พระอโุ บสถวดั กลาง อ.เมอื ง จ.จนั ทบุรี
141.พระรูป บนเขา หนว่ ยเฉพาะกจิ ทหารพรานนาวิกโยธนิ ค่ายเทวาพิทักษ์ อ.โป่งนา้ รอ้ น จ.จนั ทบุรี
142.ศาลหนว่ ยเฉพาะกจิ ทหารพรานนาวิกโยธนิ คา่ ยเทวาพิทกั ษ์ อ.โปง่ นา้ รอ้ น จ.จนั ทบรุ ี
72
143.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์ ณ ปากนา้ ประแสร์ จ.จันทบุรี
144.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ แหลมงอบ ศาลกรมหลวงชุมพรท่ยี ทุ ธนาวีเกาะช้าง จ.ตราด
145.บา้ นคลองมะขาม อ.หาดเลก็ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
146.บา้ นแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมอื ง จ.ตราด
147.วัดอา่ วพร้าว จ.ตราด
148.วดั นกกระจาบ ต.วัดยม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยธุ ยา
149.โรงเรยี นเตรยี มทหาร เลขที่ 9 ม.10 ต.ศรกี ะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก 26110
150.ศูนยเ์ กษตรกรรมโยทกา อ.บางน้าเปรยี้ ว จ.นครนายก
151.ศาลกรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักดิ์ ณ วดั ปากคลองมะขามเฒา่ จ.ชัยนาท
152.วัดปา่ สิริวัฒน์วสิ ทุ ธิ บา้ นเขาโคกเผน่ ต.ทานบ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์
153.ศาลกรมหลวงชุมพร ฯ อยูใ่ นระหวา่ งการกอ่ สรา้ ง อยู่เย้อื งศาล ต.กลางแดด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ประมาณ กม.ที่ 229
154.ต.กลางแดด อ.เมอื ง จ.นครสวรรค์
1552.วัดยางตาล ต.ยางตาล อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์
156.ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ รมิ ถนน สายเข้าเมือง จ.นครสวรรค์
73
157.สถานเี รอื อาเภอเขมราฐ นปข.เขตอบุ ลราชธานี จ.อบุ ลราชธานี
158.วดั บปุ ผาวัน อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธาน(ี อย่ตู ดิ กบั สถานเี รอื อาเภอโขงเจียม นปข.เขตอบุ ลราชธานี )
156.สถานีเรืออาเภอเมอื งมุกดาหาร นปข.เขตนครพนม จ.มุกดาหาร
160.สถานีเรืออาเภอเชียงคาน นปข.เขตหนองคาย จ.เลย
161.สถานีเรอื อาเภอสงั คม นปข.เขตหนอง
162 ศาลกรมหลวงชุมพร วดั เขางู เมืองราชบุรี
เรือ่ งวัตถมุ งคล
รนุ่ ฉก.นย.181
74
เหรยี ญทรงขา้ วหลามตัดกรมหลวงชมุ พรฯ หลวงป่ทู ิม อิสรโิ ก วดั ละหารไร่ ปลุกเสก สรา้ งถวายโดย
ฉก.นย 181 (นาวิกโยธิน) เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ทหารท่ีไปปฏิบัติหน้าท่ีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เม่ือปี พ.ศ
2517 เหรียญกรมหลวงชุมพร ปี 2518 หลวงปู่ทิมวดั ละหารไร่ ปลุกเสก “โค๊ะเฑาว์มหาอุดเต็มใบ” หายาก
มากๆ พิมพ์หลงั ผด เขยี นโดย ชินพร สุขสถิตย์ ในฐานะทีผ่ มเป็นลูกศิษยห์ ลวงปู่ ทิม วัดละหารไร่ สรา้ งพระ
เครื่องให้ท่าน เกือบทั้งหมด และก็ดังทุกรุ่น ทั้งยังได้นา เร่ืองราวอิทธิฤทธ์ิของพระเคร่ืองต่างๆ ท่ีท่านสร้าง
และมีประสบการณ์มา ประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ ไม่อายเลยที่จะ บอกว่าเหรียญเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรฯ ท่ี
หลวงปู่ทิมปลุกเสกให้กับ หน่วย ฉก.นย. 181 เม่ือเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2518 มีพุทธคุณไม่น้อยไปกว่า
เหรยี ญรุ่น ออกพระเมรุปี 2466แต่สนนราคาต่าง กนั ราวกับฟ้ากบั ดนิ แต่เรือ่ งพุทธคุณน้นั ผม ยนื ยันไดเ้ ลยว่า
พอที่จะใช้ทดแทนกนั ได้ ถ้าจะใช้ในเร่ืองของพุทธานุภาพ หรือ เทวานุภาพ ในทางคุ้มครองป้องกันตัว โดยท่ี
ไม่เอาไปใช้ในทางโอ้อวดกันในเรื่อง ของราคาค่าบูชา เพราะเหรียญเสด็จเตี่ยท่ีหลวงปู่ ทิม วัดละหารไร่
ปลุกเสกก็มีประสบ-การณ์เป็นท่ีประจักษ์กันมาแล้วมากมาย ตัวผมเองได้รับเหรียญเสด็จเตี่ยที่หลวงปู่ ทิม
เสกมาจานวนหนึ่ง จึงได้เรียนถาม หลวงปู่ทิมท่านว่าใช้ดีทางไหนครับ หลวงปู่ หลวงปู่ทิมท่านตอบว่า ใช้
แล้วคน ทั้งรักทั้งเกรง ท่านบอกเพียงเท่าน้ันแหละ ก็เพราะว่าหลวงปู่ทิมท่านจะไม่ค่อยพูด ถามคาท่านก็
ตอบคา และก็ไม่เคยคุยโว โอ้อวดว่าของๆ ท่านดีทางไหนอย่างไร เพียงแต่ท่านพูดว่า “ใช้แล้วคนทั้งรัก ทั้ง
เกรง” นั่นก็ถอื ได้ว่าท่านบอกเรามากแล้ว หลวงพ่อสาเนียง อยู่สถาพร พระเกจิอาจารย์องคห์ น่ึงที่ผมเคารพ
นับถือ เมื่อท่านสัมผัสเหรยี ญเจรญิ พร ที่ผมสร้าง ให้หลวงปู่ทิมท่านถึงกับพูดว่า พระสงฆ์ ท่ีทรงอภิญญาถึง
ขนาดน้ียังมีอยู่ในโลก อีกหรือ! เหรียญเจริญพรท่ีท่านปลุกเสก ไว้นี้เทียบได้กับหลวงพ่อศุข วัดมะขามเฒ่า
ปลกุ เสกทีเดยี ว เพราะคาพูด ประโยคที่ว่าน้ีของหลวงพอ่ สาเนยี ง บรรดาลูกศิษย์ของทา่ นท่ีได้ยินไดฟ้ ังจึงพา
กนั จองพระกริง่ ชินบัญชรกันมากราย แมแ้ ต่พระกรงิ่ ชินบัญชรเน้อื ทองคาก็ หลายองค์ และไมน่ ่าสงสยั เลยว่า
เหตุใด ชมรมศิษย์ สมเด็จพุฒาจารย์โต หลวงปู่ทวด และหลวงปู่ศุข จึงติดต่อไปหาผม ขอนาคณะศิษย์ไป
สวดพระคาถาชินบัญชร ในคืนสุดท้ายท่ีหลวงปู่ทิมปลกุ เสกพระกรงิ่ ชนิ บัญชร พร้อมกับนาเหรยี ญวัดผาทั่ง
อันมีเหรียญสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) หลวงปู่ทวด และเหรียญหลวงปู่ศุข ท่ีทาพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ท่ีวัดระฆัง
มาแล้ว ไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกพร้อมพระกริ่ง ชินบัญชร โดยบอกผมว่าเบ้ืองบนส่ัง และ ในท่ีสุดเหรียญ
พระรูปของพระอริยสงฆ์ ท้ัง 3 องค์ ก็เล่นหากันในนามหลวง ปู่ทิมเสก ทีนี้ก็มามองหา “ผู้เสก” ซึ่งจาเป็น
อยา่ งย่ิงท่ีต้องมีความเก่งจรงิ เพราะเป็น ของราชการ ทาไม่ดีเดี๋ยวจะเสียหายไปกัน ใหญ่ในยคุ นั้นไมม่ ีใครดัง
เกิน “ผู้ทรง อภิญญา” แห่งบ้านค่าย “หลวงปู่ทิม อิสริโก” คณะ กรรมการจึงร่างหนังสือข้ึนฉบับหนึ่งให้
เจา้ หน้าที่นาไปกราบขอความเมตตาจาก องค์ท่านให้ปลุกเสกให้ ซง่ึ หลวงปูท่ มิ ก็ ตอบรบั มาว่า “เต็มใจทาให้
ด้วยความ ยินดี” เป็นเหตุให้คณะกรรมการมีกาลัง ใจขึ้นอีกอักโข เม่ือองค์เสกปรากฏชัดคณะกรรมการจึง
ได้จัดตั้งเครื่องสังเวยชุดใหญ่บวงสรวงดวงพระวิญญาณของเสดจ็ เต่ีย ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ บนยอดเขา
แหลมปู่เฒ่า เพ่ือขออนุญาตทาเหรียญ ข้ึนเม่ือวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 จากนั้นก็เร่ิมรวบรวมชนวน
มวล สารต่างๆ ไม่ยอมให้เหรียญรุ่นสาคัญน้ี เป็นเพียง “ทองแดงเปล่า” แต่อย่างใด ลาดับแรกก็นาแผ่น
ทองคา แผ่นเงิน ไป ให้พระท่ีว่าเก่งลงอักขระปลุกเสกดังมี รายนามต่อไปน้ี 1. พระครูภาวนาภิรตั (ทิม อสิ ริ
โก) วัดละหารไร่ ต.ตาสิทธิ์ (ต.หนองละลอกปัจจุบัน) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 2. พระครูภาวนานุโยค (หอม
จันทโชโต) วัดชากหมากป่าเรไร ต.สานัก ท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง 3. พระครูพิพิธวรญาณ (ช่ืน สุจิตโต)
วัดมาบข่า อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 4. พระครูอุดมวิชชากร (เหมือน อินทโชโต) วัดกาแพง ต.มะขามหย่ง อ.
เมือง จ.ชลบุรี 5. พระครูวรพรตศีลขันธ์ (แฟ้ม อภิรโต) วัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) ต.บาง ปลาสรอ้ ย อ.เมือง
จ.ชลบุรี 6. หลวงพ่อทัต วัดช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 7. หลวงพ่อแดง วัดเชิงเขา อ.บาเจาะ จ.
นราธิวาส 8. หลวงพอ่ บัว วดั สารวัน ก่ิง อ.ไม้แก่น (อ.ไม้แก่น-ปัจจุบนั ) จ.ปตั ตานี 9. หลวงพ่อช่ืน วัดหัวเขา
อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ดูรายชอื่ ก็ขนลุกแล้ว ไม่ใช่เทา่ นน้ั นะยังไปเสาะแสวงหาของดจี ากท่อี ่ืนๆ มาหล่อหลอม
75
ร่วมด้วย ท่ีทราบแน่ชัดก็คือ 1. ตะกรุดโทน หลวงพ่อปาน วัด มงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) ต.คลองด่าน อ.
บางบ่อ จ.สมุทรปราการ 2. ตะกรุดโทน หลวงพ่อเหลือ วัด สาวชะโงก อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา 3.
ตะกรุดโทน พระครูพินิจสมา-จารย์ (หลวงพ่อโด่ ไชยเสมอ) วัดนา มะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี 4. ตะกรุด
เก่า ไม่ทราบสานัก จาก ผู้มีจิตศรัทธามอบให้จานวนหลายร้อยดอก 5. ห่วงเหรียญต่างๆ หลายร้อย ห่วง
เมื่อมวลสารครบครัน ก็ทาการ หล่อหลอมโลหะธาตุท้ังหมดให้เป็นเน้ือ เดียวกันแล้วนาไปรีดเป็นแผ่นเข้า
เคร่ือง ป๊ัมซึ่งผู้แกะบล๊อกเหรียญคือ ช่างยิ้ม ยอดเมือง เพราะปั๊มเหรียญเพียงเนื้อ เดียวจึงเสร็จเร็ว ได้ของ
เมื่อวันท่ี 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 นับเหรียญ ท้ังหมดมีจานวน 23,599 เหรยี ญ แยก ออกมาเป็นจานวน
1,000 เหรียญแล้ว นาไปกะไหล่ทอง เพื่อมอบให้กับข้า-ราชการและทหารหาญในหน่วย “ฉก.นย. 181”
และบรรดาผู้มีอปุ การคุณทั้งหลาย เปน็ กรณพี ิเศษ ครัน้ กระบวนการสร้างแลว้ เสร็จก็ขนลงั บรรจพุ ระไปมอบ
ถวายให้หลวงปู่ทิม ท่ีวัดละหารไร่ หลวงปู่ท่านก็เร่ิม ปลุกเสกแบบ “บินเด่ียว” ตามแบบฉบับ ของท่าน ใน
วันท่ี 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ซง่ึ วันนน้ั เป็น วนั คล้ายวนั ส้ินพระ ชนมข์ องเสด็จในกรมฯ พอดี ท่านเมตตา
ทาให้เต็มท่ีถึง 5 วัน ไปขอคืนเม่ือวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2518 ได้เหรียญมาแล้วนามาตอกโค้ด รูปตัว
“เฑาว์มหาอุด” โดยเหรียญชุบทอง ท้ัง 1,000 เหรียญ ได้ตอกโค้ดเอาไว้ท่ี ด้านซ้ายขององค์ทา่ น หรือ ด้าน
ขวามือ ของเราเวลาดูเหรียญ ส่วนเหรียญทอง ผสมธรรมดาก็ตอกท่ีด้านล่างขององค์ท่าน เม่ือตอกโค้ด
เรียบร้อยก็ขน เหรียญทั้งหมดขึ้นไปทาพิธีบวงสรวงต่อ ดวงพระวิญญาณของเสด็จเตี่ยอีกคร้ังท่ี ศาลกรม
หลวงชุมพรฯ บนยอดเขาแหลม ปู่เฒ่าโดยมีการตั้งเครื่องสังเวยและราช วัตรฉัตรธงอย่างสมบูรณ์แบบ มี
พราหมณ์ เป็นผู้ดาเนินการบูชาจนเสร็จพิธี พอกล่าวบูชาเสร็จก็นาน้าพระพุทธมนต์มาประพรมเหรียญจน
ทั่วถึงอีก ครั้ง น่าประหลาดตรงท่ีนับแต่จุดธูปจน เสร็จพิธีการ ธูปดับสนิทในวินาทีสุดท้าย ได้ 29 นาที พอ
ดิบพอดกี ่อนการสรา้ งเหรียญได้มพี ิธบี วงสรวงดวงพระวิญญาณของเสดจ็ เตีย่ ณ ศาลกรมหลวงชมุ พรฯ
มกี ารนาแผ่นทองชนวนไปขอเมตตาจากพระเกจิอาจารย์ชอื่ ดังแห่งยุคหลายท่านไดล้ งอักขระคาถาให้ อาทิ
เชน่
1.หลวงปูท่ ิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง
2.หลวงพ่อหอม วัดชากหมาก จ.ระยอง
3.หลวงพอ่ ชื่น วัดมาบขา่ จ.ระยอง
4.หลวงพอ่ เหมือน วัดกาแพง จ.ชลบุรี
5หลวงพอ่ แดง วัดเชิงเขาจ.นราธิวาส
6.หลวงพอ่ บวั วัดสารวัน จ.ปตั ตานี
7.หลวงพ่อช่นื วัดหวั เขา จ.ปัตตานี
นอกจากนี้คณะกรรมการผู้จัดสร้างยังได้จัดหาตะกรุดของสุดยอดพระเกจิอาจารย์มา หลอมผสม
เปน็ ชนวนเพิ่มเตมิ อกี จากหลายสานกั เชน่
1.ตะกรดุ หลวงพอ่ ปาน วัดวัดบางเห้ยี จ.สมุทรปราการ
2.ตะกรดุ หลวงพ่อเหลอื วัดเขาชะโงก จ.ฉะเชิงเทรา
เหรียญทุกเหรียญของรุ่นนี้เกิดจากการนาเอาชนวนโลหะทั้งหมดที่กล่าวไว้มาหลอม แล้วรีดเป็นแผ่น ก่อน
นาเข้าเคร่ืองปั๊มข้ึนรูป ในวันท่ี 17 พ.ค 2518 จานวนเหรียญท่ีสร้างคือ 20,000 กว่าเหรียญ ในจานวน
ท้ังหมดนี้แยกเอาไปทากะไหล่ทอง 1,000 เหรียญ หลวงปู่ทิมปลุกเสกเดี่ยวเต็มกาลังหลายวัน ในระหว่าง
เดือน พฤษภาคม 2518 หลังจากน้ันคณะกรรมการฯได้นาเหรียญท้ังหมดไปทาพิธีบวงสรวงต่อ ดวงพระ
วิญญาณของเสด็จเต่ียอีกครั้งท่ี ศาลกรมหลวงชุมพรฯ บนยอดเขาแหลม ปู่เฒ่าโดยมีการจัดตั้งพิธอี ย่างเต็ม
รูปแบบมีพราหมณ์ เป็นผู้ดาเนินพิธี เหรียญถูกแจกจ่ายไปยังทหารหาญ และข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าท่ี
ชายแดนภาคใต้ส่วนหนึ่ง นาถวายหลวงปู่ทิม เพื่อบารุงวดั ส่วนหน่ึง กรมนาวิกโยธินกองทัพเรือสัตหีบนาไป
76
ออกให้เช่าบูชาส่วนหน่ึง โดยมีวัตถุประสงค์ เพ่ือหาทุนสวัสดิการกองทัพเรือ และเหลืออีกส่วนหน่ึง
ออกจาหน่ายแก่บุคคลทั่วไป เขียนโดย ชินพร สุขสถิตย์เหรียญพระตาหนักแยกประแสร์ ปี 2518 เหรียญ
เปดิ ศาลกรมหลวงชุมพร ปากน้าประแสร์ ปี 12
เหรียญเปิดศาลกรมหลวงชุมพรชุมพร ปากน้าประแสร์ ปี 12 ซึ่งถือว่าเป็นเหรียญรุ่นแรก ส่วนเหรียญพระ
ตาหนักสามแยกประแสร์ ปี 2518 เป็นเหรียญรุ่นสองก็ว่าได้ พิธีพุทธาภิเษกดีมาก มีพระเกจิอาจารย์สาย
ตะวันออกและจังหวดั ระยองร่วมปลุกเสกหลายองค์ อาธิ หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรสหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่
หลวงพ่อเริ่ม วัดจุกกะเชอ หลวงปู่คร่า วัดวังหวา้ และอีกหลายๆองค์ซึ่งไม่ได้เอ่ยนาม วัตถุประสงค์เพ่ือมอบ
เปน็ ที่ระลกึ ให้กับบรรดาศิษยย์ านุศิษย์ครับ "พระตาหนักสามแยกประแสร์" ท่ีชาวบ้านเรียกติดปากกันท่ีจริง
แล้วสถานท่ีนี้จัดตั้งเป็น มูลนิธิ "พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวง
ชมุ พรเขตอุดมศกั ด์ิ" ปัจจุบันนีไ้ ด้มอบให้เปน็ ทรพั ย์สนิ ของกองทพั เรือไปแลว้ ครับเหรียญน้ีประสบการณ์ดีน่า
เก็บบูชาเปน็ อย่างยิ่งครับผม ราคายังไม่แพง ไมค่ อ่ ยพบในสนามเหรยี ญกรมหลวงชุมพรฯ ปี 2531 หลวงปู่ดู่
ปลุกเสก (ที่ระลกึ การบรู ณะ วิหารนอ้ ย วดั ราชบพิธ)
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ ปี 2531 หลวงปู่ดู่ปลุกเสก (ท่ีระลึกการบูรณะ วิหารน้อย วดั ราชบพิธ) สวยเยี่ยม
...จัดสร้างโดยกองกษาปกณ์ กรมธนารักษ์ ใน ปี 2531 เพื่อเป็นที่ระลึกในการบูรณะวิหารน้อย ในวัดราช
บพิธฯ ซึ่งเป็นที่เก็บพระอัฐิ ของเสด็จเต่ีย (กรมหลวงชุมพรฯ) เหรียญกรมหลวงชุมพร รุ่นน้ีนับว่าเป็น
"เหรยี ญกรมหลวงฯ ท่ีออกแบบได้สวยงามทส่ี ุดต้งั แตท่ เ่ี คยมีการจัดสรา้ ง จัดสร้างโดยกองกษาปณ์ ออกแบบ
และแกะพิมพ์ไดอ้ ย่างสวยงามสุดยอดจริงๆจัดสรา้ งมี
-เน้อื ทองคา
77
-เนอ้ื เงิน
-เนื้อฝาบาตร
-และเนอ้ื ทองแดง
มีพระเกจิอาจารย์ร่วมปลุกเสกมากมาย และที่สุดยอดคือ "หลวงปู่ดู่ วัดสะแก" ท่านร่วมปลุกเสกด้วย
(ด้านหลังเหรียญ ตรงใต้หูเจาะจะเห็นยันต์หลวงปู่ดู่) เหรียญพิธีดีและเจตนาดี มีการจุดเทียนอัญเชิญดวง
วิญญาณเสด็จเต่ียโดยบุตรสาวคนเล็ก ขององค์เสด็จเตี่ย..ผู้ที่ร่วมในพิธีท่านอ่ืนๆ ก็เป็นคนในราชสกุล
"อาภากร" เพราะเป็นงานใหญ่ในคราวท่ีบูรณะวิหารน้อย อันเป็นท่ีเก็บพระอัฐิของเสด็จเต่ีย ซึง่ ประดิษฐาน
อยู่ใน..วัดราชบพิธฯ...เหรียญสภาพสวยเย่ียม..เก็บเดิมๆ สวยสุดยอด..จานวนสร้างน้อยมาก หายาก
ประสบการณ์ดี...กรมหลวงรุน่ แรก หลวงพอ่ สาคร ปี46 เนอ้ื ทองแดง
เหรยี ญกรมหลวงฯ รนุ่ สง่ ทางอากาศ เน้อื ทองทิพย์
วตั ถุประสงคใ์ นการจดั สรา้ ง :
1) เพอ่ื นาไปแจกทหารตารวจปฏิบตั หิ นา้ ท่ี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
2) เพ่ือสมนาคุณแก่ผู้สมทบทุนสร้างพระวิหารบูรพาจารย์ในบริเวณพระวิหาร เสด็จเต่ียกรมหลวงชุมพรฯ
จ.นครปฐม
3) เพื่อสมทบทุนกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และบรรเทาสาธารณะภัยในประเทศไทยเหรียญกรม
หลวงชมุ พรฯ รุน่ ลกู ระเบิด
1. เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ รุ่น ลูกระเบิด ซ่ึงเป็นเหรียญท่ีสร้างมาและมีประสบการณ์เป็นที่รู้จักดีอยู่แล้วฯ
เกิดจากนิมิตท่ีเทพมาเข้าฝันให้สร้าง เป็นลักษณะยันต์อย่างนี้ อาจารย์หม่อมท่านมีอาจารย์ที่ศรัทธาหลาย
78
รูป เช่น พระเทพโมลี เป็นลูกศิษย์ของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ซึ่งเป็นอาจารย์ถวายธรรมะให้แก่ในหลวง
ทกุ ๆวันพระ และเป็นพระอาจารย์ทีไ่ ด้เขา้ พิธตี อนในหลวงทรงผนวช และ หลวงปูจ่ ันทร์หอม ซึง่ เปน็ ลูกศิษย์
ของสมเด็จลุ่น สังฆราชฝั่งลาว อาจารย์หม่อมท่านก็จะสร้างพระถวายอาจารย์เหล่านี้ไว้แต่ไม่มากพระ
ท้ังหมดที่สร้างก็จะถวายให้พระบรมฯ โดยให้ทางวังเก็บบล็อกและทาลายไม่ให้เหลือท่ีโรงงานเป็นอันขาด
(เนอ่ื งจากมคี นโทรไปถามหาซ้อื บลอ็ ค ) ต่อมากพ็ ระบรมฯ แจกให้ทหารสามจงั หวัดภาคใต้ หรอื ไมก่ ็อาจารย์
หม่อมก็จะแจกกอ่ นถา้ เหลอื จากแจกกเ็ กบ็ เข้าวงั สถาน เดียว.....เหรียญแต่ละเหรียญมีที่ปลุกเสกแตกตา่ งกัน
เหรียญกรมหลวงชุมพรฯ ออกท่ีพระตาหนักอยุธยา ปลุกเสกที่น้ันด้วย และนาไปปลุกเสกท่ีชุมพร ปี 48 ท่ี
ศาลกรมหลวงชุมพร และทางอาจารยห์ ม่อมก็ไดม้ อบใหว้ ัดปา่ ฯส่วนหน่งึ วัดป่าก็ได้ปลกุ เสกท่ีวัดราชผาฯ อีก
ครัง้ หนึง่ และได้นาไปปลุกเสกทีว่ ดั ป่าสิริฯ วัดในพระพี่นางฯ อกี ครั้งหน่งึ และพระเครือ่ งทอ่ี ยู่วัดป่ากถ็ วายให้
สมเดจ็ พระพ่นี างฯ อีกคร้ังหนง่ึ เพื่อมอบให้สาหรบั บคุ คลท่ีทาความดี แต่โดยหลักแล้วรุ่นน้จี ะอยู่วังและทหาร
สามจังหวัดภาคใต้ เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ เน้ือทองแดงบริสุทธิ์ มีรูปลักษณะเป็นเหรียญสาม
มติ ิรูปไข่ ขนาด 3x3.5 ซม. ด้านหน้าเป็น รูปกรม-หลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ คร่ึงพระองค์แกะนูนสูงเด่นเป็น
สามมิติ พระพักตร์ชัดเจนสง่างามมาก ขอบเหรียญด้านหน้าวงในเป็นยันต์รูปกงจักรหมุนติดต่อกันไป เพ่ือ
ฟาดฟัดศัตรูหมู่มาร ขอบเหรียญด้านนอกเป็นรูปเข้ียวฉลามเรียงล้อมโดยรอบ ยันต์หัวท้ายของเหรียญ
ด้านหน้าเป็นรูปลูกระเบิดน้อยหน่า และลูกระเบิดสมัยใหม่ เพ่ือใช้ดักกันภัยจากลูกระเบิดทุกชนิด ใต้
องค์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ เป็นยันต์ 2 ระดับ ไล่ระดับกันลงไปคล้ายเป็นแทน่ ที่บูชาพระองค์ เหรียญ
ด้านหลงั เป็นรูปยันต์โบราณพิทักษช์ าติ และเอาชนะศัตรู ด้านบนจารึกคาว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ขอบเหรียญด้านหลังนี้ทาเป็นรูปปลายกระสุนปืนเอ็น 16 เรียงรายรอบด้าน โดยหันปลายกระสุนปืนเข้าหา
ตัวยันต์ เหรียญกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีจุดมุ่งหมายในการทาเพื่อสร้างพลังกู้ชาติ ป้องกันชาติท่ี
เหนียวแน่นที่สุด ยันต์โบราณท่ีลงเป็นยันต์เหนียว มีฌานครบทุกอย่าง สร้างข้ึนในปี พ.ศ. 2548 ประกอบ
พิธพี ทุ ธาภิเษกที่ พระอุโบสถ วัดราชผาติการาม กรงุ เทพฯ และท่ี อุโบสถ วัดป่าสริ วิ ัฒนวิสุทธ์ิในพระองค์ จ.
นครสวรรค์ อานภุ าพเด่น คอื ดุ ฟาดฟันศัตรู และเอาชนะอาวธุ ทกุ ชนิดได้
ราชสกุล ป5ี 2 เนื้อเงนิ
กรมหลวงปี 51 หลวงพ่อคูณ ปลุกเสก
79
เหรียญกรมหลวง ปากน้าประแสร์ รุ่น 2 สร้างโดย สอ.รฝ. เกจิดังปลุกเสกหลายรูป
เหรียญกรมหลวง หลังสามสมอ กะไหล่ทอง
เหรียญกรมหลวงฯ พณิชการพระนคร ป1ี 5
อนสุ ำวรีย์กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศกั ด์ิ
อนุสาวรีย์เสด็จเต่ียบนเขา จุดชมวิวพัทยา อนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ (พัทยา)
อนุสาวรีย์แห่งน้ีจะอยู่บนเขาพระตาหนัก รูปป้ันองค์ท่านสวยงามเด่นสง่าบนยอดเขา ทางข้ึนไม่ยากแต่ท่ี
จอดรถด้านบนจะน้อยไปหน่อย ด้านบนมีจาหน่ายชุดกราบไหว้ด้วยแจกันใส่กุหลาบสีแดง พวงมาลัย ธูป
เทียน ศักดิ์สิทธิ์มากนะมาขอพรกันสมหวังจุดประทัดกันเยอะ มาไหว้ที่น่ีได้ชมวิวพัทยาสวยงามแบบพาโร
นาม่าด้วยศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แหลมปู่เจ้า ต้ังอยู่บนเขาแหลมปู่เจ้า บริเวณใต้สุดของโค้งอ่าว
เตยงาม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 ภายในศาลมีพระรูปและกล่องสาหรับเก็บพระอัฐิของพระองค์ท่าน
ดา้ นบนมีจดุ ชมววิ เขาแหลมป่เู จ้า ท่ีสามารถมองเห็นอ่าวสัตหีบ อ่าวเตยงาม เกาะพระ เกาะเตาหมอ้ รวมถึง
อ่าวไทยไดอ้ ย่างงดงามศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ แหลมปู่เจ้า ใกล้ ๆ กันมีกระโจมไฟชุมพรเขตอุดม
ศักดิ์ ลักษณะเป็นประภาคารรูปครีบกระโดงปลา สูง 19.50 เมตรใช้ส่องสว่างให้เป็นจุดสังเกตแก่คนเรือใน
80
ยามค่าคนื โดยทหารเรอื ต่างขนานนามให้ว่า “ดวงประทีปแหง่ ท้องทะเลไทย”
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอดุ มศักดิ์ แหลมป่เู จา้ สร้างข้ึนเม่ือปี พ.ศ. 2503 สรา้ งขึ้นพร้อมกับกระโจม
ไฟอุดมศักด์ิ ภายในศาลบรรจุรูปหล่อของพระองค์ท่านขนาดความสูง ขนาดเท่าพระองค์จริง เป็นศาลกรม
หลวงชุมพรแห่งเดียวท่ีเก็บบรรจุอัฐิของพระองค์ให้ประชาชนได้เข้ามาสักการะ เขาแหลมปู่เจ้ามีวิว
ทัศนียภาพท่ีโดดเด่น เน่ืองจากต้ังอยู่บนเขาจึงสามารถเห็นทัศนียภาพของท้องทะเลและเกาะแก่งในสัตหีบ
ได้โดยรอบ มจี ุดชมวิวมากมาย เป็นววิ ท่นี กั ถ่ายภาพต้องเก็บไว้ย้าเตอื นความประทับใจทกุ คร้ังท่ีไดม้ าเยือน
ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แหลมปู่เจ้า อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยบัญชาการนาวิก
โยธิน การเดินทางขึ้นไปสักการะพระรูปของเสด็จเต้ีย สามารถเดินทางได้จากทางเส้นทางพื้นท่ี
กองบัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ หรือ มาจากทางหาดเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เส้นทางขึ้นเขา
โคง้ ชัน นกั ทอ่ งเทย่ี วที่ใชร้ ถยนต์ส่วนตวั ข้ึนไปสักการะเอง ตอ้ งใช้เกียรต์ ่า และใช้ความระมัดระวงั ในการขบั ข่ี
1. สวนกรมหลวงชุมพร หรือ สวนกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ต้ังอยู่ท่ีบริเวณหนองตะเคียน ต.สัตหีบ
อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นสวนสาธารณะ ภายในมอี ่างเก็บน้าใหญ่ช่อื วา่ อา่ งเก็บน้าหนองตะเคียน บรรยากาศดี
มาก ลมพัดเยน็ สบาย มที จี่ อดรถกวา้ งขวาง
ควำมเช่ือและพิธีกรรมของทหำรเรือและประชำชนทั่วไปท่ีมีต่อพระอนุสำวรีย์พลเรือเอก พระเจ้ำบรม
วงศเ์ ธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ
จากการศึกษาเรื่องความเชื่อและพิธีกรรมของทหารเรือและประชาชนท่ัวไปที่มีต่อพระอนุสาวรีย์
พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ิ มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาลักษณะความเชื่อ
รูปแบบพิธีกรรมความหมายของสัญลักษณ์ที่ใช้ในพิธีกรรม จุดม่ังหมาย สาเหตุของการมาสักการะพระ
อนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ท่ีมีความเกี่ยวข้อและสัมพันธ์กับ
ทหารเรือและประชาชนทว่ั ไป โดยการใช้วธิ วี ิจัยเชิงสารวจจากแบบสอบถาม การเก็บข้อมูลได้จากทหารเรือ
และประชาชนที่มาประกอบพิธีกรรมบริเวณลานพระอนุสาวรีย์พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวง
ชมุ พรเขตอดุ มศกั ดิ์ทป่ี ระดษิ ฐาน ณ ฐานทัพเรือกรุงเทพ วงั นนั ทอุทยาน เขตบางกอกนอ้ ย กรงุ เทพมหานคร
จานวนทหารเรือ 200 นาย และประชาชน 200 คน สรุปผลการวจิ ัยดังนี้ ผลการศึกษาพบวา่ ลกั ษณะความ
เชื่อของทหารเรือและประชาชนท่ัวไปท่ีมีต่อพระอนุสาวรีย์ฯ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ความเชื่อของ
ทหารเรือมีค่าเฉล่ีย = 3.62 สว่ นประชาชนมีคา่ เฉลีย่ = 3.77 ทหารเรือและประชาชนมีค่าเฉลีย่ ความเช่ือใน
การสร้างพระอนุสาวรีย์ฯ เป็นการแสดงความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อประองค์ในระดับมาก สาหรับ
ความเช่ือของทหารเรือในเร่อื งรูปแบบ พิธีกรรม และสัญลักษณ์ในวันอาภากร 19 พฤษภาคมทุกปี และวัน
สาคัญของทหารเรือไทย จุดมุ่งหมายของการมาสักการะพระอนุสาวรีย์ฯ เพ่ือขอพรและความเป็นสิริมงคล
เม่ือแสดงความเคารพพระอนุสาวรีย์ฯ แล้วรู้สึกสบายใจและนับถือพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีของ
สงั คมไทย สาเหตุของการมาสักการะพระอนสุ าวรีย์ฯ เชื่อว่าทหารเรือและประชาชนท่ัวไปมาขอความมั่นใจ
ในการดาเนินชีวิต คุ้มครองครอบครัวและญาติพี่น้อง ทางานประสบความสาเร็จและเป็นแบบอย่างท่ีดีของ
สังคมไทย จากการะเปรียบเทียบความเช่ือระหว่างทหารเรือและประชาชนทั่วไปโดยใช้ t-test และไคส
แควร์ เป็นรายข้อพบวา่ มบี างข้อแตกตา่ งกนั อย่างมีนัยสาคญั ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .05 โดยสรุปดังนี้ 1. ทหารเรือ
มีความเชื่อเร่ืองการสร้างพระอนุสาวรีย์ฯ “เสด็จเต่ีย” เป็นการแสดงความศรัทธาต่อพระองค์ และเชื่อว่า
“เสด็จเต่ีย” ดลบันดาลให้มีความสุขสมหวังในชีวิตและมีสุขภาพพลานามัยดีมากกว่าประชาชน 2. รูปแบบ
พิธีกรรมและสัญลักษณ์ท่ีใช้ในพิธีกรรม ประชาชนส่วนใหญ่มีความเช่ือเรื่องการนาดอกกุหลาบสีแดงมา
สักการะพระอนุสาวรยี ์ฯ มากกวา่ ทหารเรือ 3. จุดมุ่งหมายของการมาสักการะพระอนุสาวรีย์ฯ ประชาชนมี
จุดมุ่งหมายเพื่อตอบแทน ขอบคุณและแก้บนมากกว่าทหารเรือ 4. สาเหตุความเช่ือของทหารเรือและ
ประชาชนท่ัวไปทีม่ าสักการะพระอนสุ าวรีย์ฯ ประชาชนเชือ่ ว่า “เสด็จเต่ีย” ช่วยคุ้มครองครอบครวั ประสบ
81
ความสาเร็จในดา้ นการงานละม่ันใจในการดาเนินชีวติ มากกว่าทหารเรอื
ควำมศกั ด์สิ ิทธิแ์ ละปำฏิหำริย์ “เสดจ็ เต่ีย”
ประสบการณ์จริง เร่อื งราวเกี่ยวกับอภินิหารและความศักดิ์สทิ ธิ์ของ เสด็จเตี่ย พลเรือเอก พระเจ้า
บรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ ดิฉันเคยได้ยนิ มาหลายเร่ืองด้วยกัน บางเร่ืองก็มีเหตุผลน่าเช่ือถือ
แต่บางเรื่องก็เป็นเรอื่ งเหลอื เชื่อ อยเู่ หนือเหตุผล ญาติของดิฉันไปทาการค้าอย่ทู ่ีจังหวัดชุมพร วันหนึ่งเพื่อน
ของเขาซ่ึงเป็นเจ้าของบังกะโลมาหาที่บ้าน พร้อมกับกล่าวกาลังจะเลิกกิจการ เขาถามญาติดิฉันว่าสนใจจะ
รับซ้ือไวห้ รือไม่ ญาติดฉิ ันเห็นวา่ ทาเลที่ต้ังใช้ได้ และราคาไมแ่ พงจงึ ตอบตกลงหลังจากท่ีญาติของดิฉนั ได้เข้า
ไปดูแลกิจการ ปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักเต็มทุกวัน มีคิวจองยาวเหยียด ในขณะท่ีบังกะโลซึ่งอยู่
ข้างๆซึ่งสถานท่ีโอ่อ่าหรูหรา และราคาถูกกว่า แต่นักท่องเที่ยวกลับไม่สนใจ เวลาผ่านไปประมาณ 5 เดือน
เจ้าของบังกะโล (คนเก่า) ได้มาเย่ียมญาติดิฉัน พอเขาเดินเข้ามาในบังกะโลก็ถึงกับอึ้ง เน่ืองจากบรรยากาศ
ของสถานท่ี เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาถามญาติดิฉันว่าแขกเยอะมั้ย ญาติดิฉันตอบว่าเยอะมาก มี
คิวจองยาวเป็นเดือน พอเขาได้ฟังก็ต้องอุทานออกมาเบาๆ "มันเป็นไปได้ยังไง"จากนั้นก็ได้เล่าความจริงให้
ฟงั ถึงสาเหตุท่ีต้องเลิกทาธุรกจิ บังกะโล คือ ไม่มีนักท่องเทยี่ วเข้ามาพักเลย ในแต่ละเดือนต้องขาดทุนเดือน
ละหลายหมื่นบาท เขาถามญาติดิฉันว่าทาอย่างไรบ้าง เป็นต้นว่า จ้างนักข่าวมาเขียนเชียร์หรือลดราคาค่า
ห้อง ซ่ึงญาติดิฉันตอบไปว่าไม่ได้ทาอะไรเลยสักอย่าง วันแรกท่ีเข้ามาทางาน ก็สั่งให้คนมาทาความสะอาด
สถานท่ี คนงานได้ไปพบภาพของเสด็จเต่ีย กรมหลวงชุมพรฯ อยู่ในห้องเก็บเอกสาร ซึ่งเห็นว่าเป็นการไม่
สมควร จึงได้อัญเชิญภาพของท่านมาไว้ในห้องรับแขกจากนั้นก็จัดหาโต๊ะหมู่บูชา ทุกวันจะต้องเปล่ียน
ดอกไม้ให้ท่าน จัดหาผลไม้และน้าสะอาดมาถวายท่าน งานท้ังหมดที่กล่าวมาผมจะเป็นคนลงมือทาด้วย
ตัวเอง ท่านเปน็ สิ่งศักดิ์สทิ ธ์ิท่ีผมเคารพนับถือมาก ผมจะต้ังจิตอธิษฐานถึงท่าน ขอให้กิจการรุ่งเรือง ซ่ึงแขก
ทเี่ ขา้ มาพักก็เต็มทกุ วัน ในขณะบังกะโลซง่ึ อยู่ติดกันและเป็นค่แู ข็งทางการคา้ พยายามทุกวิถีทาง เป็นตน้ ว่า
ยอมลดราคาให้ถกู ลง แถมอาหารเช้า จัดรถบริการนาเที่ยวทั่วจังหวัด แต่ลูกค้ากลับมาเปิดห้องพักท่ีนี่ ผมมี
ความเชื่อมั่นและศรัทธาเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ จึงกราบไหว้บูชาท่านเป็นประจา จึงทาให้สิ่งดีๆ
ย้อนกลบั มาหาผม ญาตดิ ิฉนั กล่าวกับเพ่ือนของเขา
คาถาบูชาเสด็จเตี่ย กรมหลวงชุมพรฯ
(จดุ ธูป 9 ดอก หรอื 19 ดอก) ต้งั นะโม 3 จบ
ชมุ พรจตุ ติ อิทธิกรณัง สุโข นะโมพทุ ธายะ นะมะพะทะ จะพะกะสะ มะอะอุ
ชุมพรจุตติ อทิ ธิกรณงั สโุ ข นะโมพทุ ธายะ ทะอะระหัง ทะจะพะกะสะ มะอะอุ
พุทธสงั มิ ธัมมะสังมสิ งั ฆะสังมิ ( 3 จบ )
* เครื่องสกั การะ...กหุ ลาบแดง พวงมาลัย ดอกมะลิ น้าตาลเมา ขนมจนี น้าพริก
82
กิจกรรมท้ำยบท
1. กจิ กรรมที่ 1
แบบทดสอบวดั ควำมรู้
เร่ือง คณุ ค่ำ และควำมศรัทธำที่มีต่อพลเรือเอกพระเจำ้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
คำชีแ้ จง
แบบทดสอบฉบบั นี้มจี านวน 10 ขอ้ มลี ักษณะเปน็ ปรนัย 4 ตัวเลอื ก ให้นกั ศึกษาเลือกคาตอบถูกตอ้ งท่สี ุ
เพียงข้อเดียว
1. คาวา่ “ปชู นียบุคคล” คือ ผู้มคี ุณวเิ ศษ 4 ประเภท คือข้อใด
ก. พ่อแม่ / คร-ู อาจารย์ / พระมหากษัตริย์/ พระสงฆ์
ข. พ่อแม่ / คร-ู อาจารย์ / พระมหากษตั รยิ ์/ พระพุทธเจ้า
ค. พอ่ แม่ / ครูอุปชั ฌาย์อาจารย์ / ผนู้ าชุมชน/ พระมหากษตั รยิ ์
ง. พ่อแม่ / ครูอุปชั ฌาย์อาจารย์ / พระมหากษตั รยิ ์/ พระพุทธเจ้า
2. คาว่า “เสด็จเตี่ย” หมายถึงบคุ คลทา่ นใด
ก. พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมทศักด์ิ
ข. พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว
ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ง. พระเจ้าตากสินมหาราช
3. "อำภำกรรำลกึ "ตรงกับข้อใด
ก. วันที่ 19 ธันวาคม ข. วนั ท่ี 20 ธันวาคม ค. วนั ท่ี 21 ธันวาคม ง. วันที่ 22 ธนั วาคม
4. พลเรอื เอกพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอดุ มศักด์ิ มีความสามารถในดา้ นใด
ก. บิดาแห่งกองทัพเรอื ข. ดา้ นการแพทย์ ค. ดา้ นการกีฬา ง. ถูกทกุ ขอ้
5. เหรียญท่ีระลึกรุ่นแรก กรมหลวงชุมพรฯ จดั สรา้ งขน้ึ ในปีใด
ก. พ.ศ. 2466 ข. พ.ศ. 2467 ค. พ.ศ. 2468 ง. พ.ศ. 2469
6. พระอาจารย์ท่ี กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ดิ์ นบั ถอื ฝากตัวเป็นศษิ ย์คือใคร
ก. หลวงปูอ่ ๋ี ข. หลวงปู่คง ค. หลวงปูม่ ่ัน ง. หลวงปู่ศขุ
7. ศาลและอนสุ าวรียข์ องพลเรือเอกพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มีท้งั หมดแห่งใน
ประเทศไทย
ก. 216 แห่ง ข. 217 แห่ง ค. 218 แหง่ ง. 219 แหง่
8. พระอนุสาวรยี พ์ ลเรือเอก พระเจา้ บรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สรา้ งข้นึ ขนาดใหญ่ทีส่ ุดอยู่
ในจงั หวดั ใด
. ก. ชลบรุ ี ข. สงขลา ค. สมุทรสาคร ง. สมุทรสงคราม
9. เหรยี ญเสดจ็ เต่ยี ท่ีไดร้ ับความนิยมอนั ดับท่ี 1 ตลอดกาลเปน็ เหรียญต้นแบบคือข้อใด
ก. เหรยี ญกรมหลวงชมุ พรฯ รุน่ ลูกระเบดิ ข. กรมหลวงปี 51 หลวงพอ่ คูณ
ค. เหรียญกรมหลวงฯ พณิชการพระนคร ปี15 ง. เหรียญท่ีระลึกงานพระเมรุ พ.ศ.2466
83
10. เคร่ืองสักการะตามความเชื่อท่นี ยิ มนาไปสกั การะคอื ขอ้ ใด
ก. กุหลาบแดง พวงมาลัย ดอกมะลิ น้าตาลเมา ขนมจนี นา้ ยา
ข. กุหลาบแดง พวงมาลัย ดอกมะลิ นา้ ตาลเมา ขนมจีนน้าเงย้ี ว
ค. กหุ ลาบแดง พวงมาลยั ดอกมะลิ น้าตาลเมา ขนมจีนนา้ พรกิ
ง. กหุ ลาบแดง พวงมาลัย ดอกมะลิ นา้ ตาลเมา ขนมจนี แกงเขียวหวาน
2. กจิ กรรมท่ี 2
ใบงำน
เรือ่ ง คณุ ค่ำ ควำมศรัทธำ
1. ให้นกั ศึกษา บอกความหมายของหวั ข้อต่อไปน้ี
1.1. คณุ คา่
1.2. ความศรัทธา
1.3. ปูชนียสถาน
1.4. วตั ถุมงคล
1.5. ความเชื่อ
2. ใหน้ ักศกึ ษาบอกลักษณะของเหรยี ญกรมหลวงชมุ พร ดงั ต่อไปน้ี
2.1 รุ่นปากนา้ ประแสร์ ปี12
2.2 รุ่นลกู ระเบดิ
2.3 รุ่นหลวงพ่อสาคร ปี46 เนอ้ื ทองแดง
2.4 รุ่นส่งทางอากาศ เนื้อทองทพิ ย์
2.5 ร่นุ หลงั สามสมอ กะไหลท่ อง
3. จงบอกคาถาบชู า กรมหลวงชุมพร
4. เครอ่ื งสกั การะทน่ี ยิ มนามาบูชา กรมหลวงชมุ พร มอี ะไรบ้าง
5. ให้นกั ศึกษาบอกสถานทีต่ งั้ อนสุ าวรยี พ์ รอ้ มประวตั ขิ องกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศกั ด์ิ มา 1 แห่ง
84
บทที่ 5
กำรสืบสำน และเผยแพร่ เกยี รตคิ ุณกรมหลวงชมุ พร
สำระสำคัญ
กกกกกกก1. กำรเป็นมัคคเุ ทศกอ์ ำสำ
มัคคุเทศก์ หมายถึง ผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ ทาหน้าที่อานวยความสะดวก ให้ข้อมูล
ความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่าง ๆ แก่บุคคลท่ีอยู่ในกลุ่ม
นักท่องเที่ยว ในกรณีทศั นศึกษาท่ีสถานท่ีทางศาสนาหรือประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเท่ียวท่ี
ได้รับความสนใจอื่น ๆ มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่จะได้รับการรับรองจากองค์กรที่เกี่ยวข้องก่อนปฏิบัติหน้าท่ี
มัคคุเทศก์
มัคคุเทศก์อาสา หมายถึง ผทู้ ี่ให้ความชว่ ยเหลอื ทาหนา้ ท่ีอานวยความสะดวก ให้ข้อมูล
ความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม ประวตั ิศาสตร์ และเหตุการณ์รว่ มสมยั ต่างๆ ในสถานที่ท่องเท่ียวแก่บุคคลที่
อยู่ในกลุ่มท่องเทยี่ ว โดยสมัครใจทางานเพ่ือประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็น
เงิน หรือสิง่ อืน่ ใด
คุณลักษณะท่ีดีของมัคคุเทศก์ จะตอ้ งมคี ณุ สมบัตพิ ิเศษหลาย ๆ อย่าง สามารถปรับตัว
ให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสม จาเป็นต้องมีคุณสมบัติ 5
ประการ ดงั นี้ (1) มนษุ ยสมั พันธ์ดี (2) บคุ ลิกภาพ (3) มีความรดู้ ี (4) รักงานรกั หนา้ ท่ี และ (5) มศี ลิ ปะใน การพูด
2. จติ อำสำ
จิตอาสา จติ อาสาจะมลี ักษณะเดยี วกันกับจติ สานึก (ความรู้สกึ ดีหรอื อยากตอบแทนส่งิ ท่ีเป็น
ประโยชน์ต่อตนเอง สังคม โลกมวลมนุษย์) หรือภาวะที่จิตต่ืนและรู้ตัวสามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าจาก
ประสาท สมั ผสั ท้ัง 5 คือ รูป เสียง กล่ิง รส และส่งิ ที่สัมผัสได้ด้วยกาย จติ สาธารณะ จิตสานึกสาธารณะ จิต
บริการ จิตอาสา จิตสานึกทางสังคม คาศัพท์เหล่าน้ีมีลักษณะมีความหมายคล้ายคลึงกันหรือปฏิบัติในแง่
เดียวกัน โดยความหมาย ของศัพท์เหล่าน้ีท่านกล่าวความหมายเอาสรุปได้ 5 ประการ คือ ประการที่ 1 จิต
สาธารณะ คือ จิตสานึกเพื่อส่วนรวมจิตสานึก ประการที่ 2 จิตสาธารณะ คือ จิตอาสา ที่แสดงออกมาในรูป
ของพฤติกรรม ประการท่ี 3 จิตสาธารณะ คือ การสานึกสาธารณะ ซ่ึงหมายถึงการที่บุคคลตระหนักรู้และ
คานึงถึงประโยชน์สุขของส่วนรวมและสังคม มองเห็นคุณค่าของการเอาใจใส่ดูแลรักษาส่ิงต่างๆ ที่เป็นของ
ส่วนรวม ประการท่ี 4 จิตสาธารณะ คือ จิตบริการที่เก่ียวกับการคิด และการปฏิบัติในการให้ความ
ช่วยเหลือผู้อ่ืนเป็นการประพฤติปฏิบัติที่มุ่งความสุขของผู้อ่ืน ประการที่ 5 จิตสาธารณะ คือ จิตสานึกทาง
สังคมที่สานกั งานและคณะกรรมการวจิ ัย แหง่ ชาติได้อธิบายวา่ เป็นการรู้จกั เอาใจใส่เปน็ ธุระ และเข้าร่วมใน
เรอื่ งของส่วนร่วมท่เี ป็นประโยชนต์ ่อ ประเทศชาตมิ คี วามสานึกและยึดม่ันในระบบคณุ ธรรม และจรยิ ธรรมที่
ดงี าม ละอายต่อส่งิ ผดิ เนน้ ความเรียบร้อย ประหยัด และมีความสมดุลระหว่างมนุษยก์ บั ธรรมชาติ
3. วนั กองทัพเรือ
กองทัพเรือ มีกาเนิดควบคู่มากับการสร้างอาณาจักรไทยนับตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นราชธานี กองทัพ
ไทย ในสมัยนนั้ มเี พยี ง ทหารเหล่าเดียว มิได้แบง่ แยกออกเป็น กองทพั บก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
อย่างเช่น ในสมัยปัจจุบัน หากยาตราทพั ไปทางบก ก็เรยี กว่า "ทพั บก" หากยาตราทัพ ไปทางเรือ ก็เรยี กว่า
"ทพั เรือ" การจัดระเบยี บ การปกครอง บังคับบัญชา กองทัพไทย ในยามปกติ สมัยน้ัน ยังไมม่ ี แบบแผน ที่
แน่นอน ในยามศึกสงครามได้ใช้ทหาร"ทัพบก"และ"ทัพเรือ"รวมๆกันไป ในการ ยาตราทัพ เพื่อทาศึก
85
สงคราม ภายในอาณาจักร หรือ นอกอาณาจักร ก็มีความจาเป็น ต้องใช้เรือ เป็นพาหนะในการ ลาเลียง
ทหาร เครอ่ื งศาสตราวุธเรือ นอกจาก จะสามารถ ลาเลียง เสบียงอาหาร ได้คราวละมากๆ แล้ว ยังสามารถ
ลาเลียง อาวุธหนักๆ เช่น ปืนใหญ่ ไปได้สะดวก และ รวดเร็ว กว่าทางบกด้วย จึงนิยม ยกทัพไปทางเรือจน
สุดทางน้าแล้วจึงยกทัพต่อไปบนทางบกเรือรบ ที่เป็นพาหนะ ของกองทัพไทย สมัยโบราณ มี 2 ประเภท
ด้วยกันคือ เรือรบในแม่น้า และ เรือรบในทะเล เมื่อสันนิษฐาน จากลักษณะ ที่ต้ัง ของราชธานี ซ่ึงมี แม่น้า
ล้อมรอบ และ มีแม่น้าลาคลอง เป็นเส้นทาง ในการคมนาคม ตลอดจน ชีวิตความเป็นอยู่ ที่ต้องใช้น้า ใน
การบริโภค และ การเกษตรกรรม แล้ว เรือรบ ในแม่น้า คงมีมาก่อน เรือรบในทะเล เพราะสงคราม ของ
ไทย ในระยะแรกๆ จะเป็น การทาสงคราม ในพื้นท่ี ใกล้เคียงกับ ประเทศไทย กล่าวคือ เป็นการ ทา
สงคราม กับพม่า เปน็ สว่ นมาก
4. วันอำภำกร
วันอาภากร ตรงกับวันท่ี 19 พฤษภาคม ของทุกปี ตรงกับวันคล้ายวันส้ินพระชนม์ของ พระเจ้า
บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์ (19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466) ซึ่ง
เป็นท่เี คารพของทหารเรือไทย ในฐานะท่ีทรงเป็นผู้วางรากฐาน และพัฒนากิจการกองทัพเรือไทย จัดตัง้ ฐาน
ทพั เรือ โรงเรยี นนายเรอื
กองทัพเรือไทยได้กาหนดให้วันท่ี 19 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันอาภากร พร้อมกับขนานพระนาม
พระองค์ทา่ นเปน็ "พระบดิ าของกองทัพเรือไทย" ต้ังแต่ พ.ศ. 2536
กกกกกกก5. กำรประชำสมั พนั ธ์ดว้ ยสอื่ ทีห่ ลำกหลำย
ความหมายของส่ือสังคมออนไลน์ หมายถึง สื่อดิจิทัลที่เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติการทาง
สังคม (Social Tool) เพื่อใช้ส่ือสารระหว่างกันในเครือข่ายทางสังคม (Social Network) ผ่านทางเว็บไซต์
และโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ท่ีมกี ารเชื่อมต่อกับอนิ เทอร์เน็ต โดยเน้นให้ผู้ใช้ท้ังที่เป็นผู้ส่งสารและผู้รับ
สารมีส่วนร่วม (Collaborative) อย่างสร้างสรรค์ ในการผลิตเน้ือหาข้ึนเอง (User-GenerateContent:
UGC) ในรปู ของข้อมลู ภาพ และเสยี ง รวมถงึ การประชาสมั พันธ์ด้วยสอื่ แผน่ พับ
แผ่นพับ หมายถึง ส่ือโฆษณาท่ีเป็นส่ิงพิมพ์ท่ีผู้ผลิตส่งตรงถึงผู้บริโภค มีทั้งวิธีการส่งทาง
ไปรษณีย์ และแจกตามสถานท่ีต่าง ๆ ลักษณะเด่นของแผ่นพับ คือ มีขนาดเล็ก หยิบง่าย ให้ข้อมูล
รายละเอียดได้มากพอสมควร ผู้อ่านสามารถเลือกอ่านเวลาใดก็ได้ ผู้ออกแบบมีเทคนิคการออกแบบตาม
อิสระ หลากหลาย ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่ากว่าส่ิงพิมพ์ชนิดอื่น นอกจากนี้ยังเป็นส่ือท่ีเข้าถึงเป้าหมายได้
อยา่ งแทจ้ รงิ
การทาแผ่นพับท่ีดี ตอ้ งประกอบไปดว้ ย (1) หลักการท่วั ไป การออกแบบแผ่นพับ มี 2 เร่ือง
ที่สาคัญ คือ หลักการท่ี 1 ส่ิงท่ีต้องกาหนดและวางแผนก่อนการออกแบบแผ่นพับ หลักการท่ี 2
องค์ประกอบ และการจัดวางองค์ประกอบในการออกแบบแผ่นพับ (2) ส่ิงท่ีต้องกาหนด และวางแผนก่อน
การออกแบบแผ่นพับ มี 4 ข้อ ดังนี้ การกาหนดขนาดและรูปแบบของแผ่นพับ การกาหนดลักษณะการส่ง
การกาหนดกระดาษ และการกาหนดลาดับของการอ่านตามลักษณะของแผ่นพับ และ (3) องค์ประกอบ
และการจัดวางองค์ประกอบในการออกแบบแผ่นพับที่ต้องกาหนดและวางแผนเฉพาะในส่วนที่เก่ียวข้องกับ
การออกแบบ มี 4 องค์ประกอบ ดังน้ี พาดหัว ภาพประกอบข้อความ ภาพสถานท่ีหลัก และตราสัญลักษณ์
เป็นตน้
86
ผลกำรเรยี นรู้ท่ีคำดหวงั
กกกกกกก1. สามารถบอกกล่าวเล่าขาน หรือเป็นมัคคุเทศก์อาสา แนะนาสืบสาน และเผยแพร่ เกียรติคุณ
กรมหลวงชมุ พรได้
กกกกกกก2. สามารถการประชาสัมพันธ์ แนะนาสืบสาน และเผยแพร่ เกียรติคุณกรมหลวงชุมพรด้วยส่ือที่
หลากหลายได้
ขอบขำ่ ยเน้อื หำ
กกกกกกก1. การเปน็ มคั คเุ ทศกอ์ าสา
2. จิตอาสา
3. วนั กองทพั เรอื
4. วันอาภากร
5. การประชาสัมพนั ธ์ดว้ ยสอื่ ที่หลากหลาย
สื่อแหล่งเรียนรู้
1. สอ่ื เอกสาร ได้แก่
1.1 ใบความรู้
1.2 ใบงาน
1.3 หนังสือสาระการพัฒนาสังคม รายวิชา สค2300132 กรมหลวงชุมพร ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนต้น
2. สอื่ อเิ ลก็ ทรอนิคส์
2.1 Website ได้แก่
2.2.1 พระปรชี าสามารถของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขต
อดุ มศกั ด์ิ
2.2.2 ผลงานของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชมุ พรเขตอุดมศักดิ์
2.2.3 สอ่ื การสอนการจัดรายการนาเทยี่ วในฐานะมคั คุเทศกท์ ้องถ่ิน - YouTube
2.2.4 “เกยี รตยิ ศ..ราชนาวี” สดุ ยอดสารคดวี นั กองทพั เรอื - YouTube
เร่ืองที่ 1กำรเปน็ มคั คุเทศก์อำสำ
กกกกกกก1. กำรเป็นมคั คเุ ทศกอ์ ำสำ
มผี ้ใู หค้ วามหมายของมัคคเุ ทศก์ทีส่ าคัญดังนี้
มัคคุเทศก์ แปลตามศัพท์ หมายถึง ผู้นา หรือ ผู้ช้ีทาง ตรงกับคาในภาษาอังกฤษ
“Guide” หรือ “ Courier” ซึ่งท้ังสองคานี้มีความหมายต่างกัน Guide หมายถึงผู้ที่ทาหน้าที่นาชมสถานท่ี
ต่างๆ ส่วน Courier หมายถึง ผู้ทาหน้าที่อานวยความสะดวกในด้านการนาเที่ยวการเดินทางและการพัก
แรมตามสถานที่ต่างๆ คาทั้งสองคานี้สามารถใช้แทนกันได้แต่สาหรับประเทศนิยมใช้คาว่า Guide หรือ
Tourist Guide มากกวา่ ใช้คาวา่ Courier
มัคคเุ ทศก์ (Guide) หมายถึง ผูใ้ ห้บรกิ ารเป็นปกติธุระในการนานักท่องเทย่ี วไปยังสถานท่ี
ตา่ งๆ โดยใหบ้ ริการเก่ยี วกบั คาแนะนา และความรดู้ า้ นตา่ งๆ แก่นกั ทอ่ งเทยี่ ว
87
มัคคุเทศก์ หมายถึง เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ ข้อมูล ความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างๆ แก่บุคคลท่ีอยู่ในกลุ่มท่องเท่ียว นักท่องเท่ียว เอกเทศ หรือ
นักท่องเที่ยวในกรณีทัศนศึกษาท่ีสถานที่ทางศาสนาหรือประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเท่ียวที่
รับความสนใจอ่ืนๆ มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่จะได้รับการรับรองจากองค์กรที่เก่ียวข้องก่อนปฏิบัติหน้าที่
มัคคเุ ทศก์
กล่าวโดยสรุป มัคคุเทศก์ หมายถึง ผู้ให้ความช่วยเหลือ ทาหน้าที่อานวยความสะดวก
ข้อมูล ความเข้าใจ ทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างๆ แก่บุคคลที่อยู่ในกลุ่ม
ทอ่ งเทย่ี ว นักท่องเท่ียว เอกเทศ หรือนักทอ่ งเที่ยวในกรณีทศั นศึกษาท่ีสถานทท่ี างศาสนาหรอื ประวตั ิศาสตร์
พิพิธภัณฑ์ และสถานที่ท่องเท่ียวท่ีรับความสนใจอ่ืนๆ มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่จะได้รับการรับรองจากองค์กรที่
เก่ยี วข้องก่อนปฏิบัติหน้าที่มคั คเุ ทศก์
1.1 ควำมหมำยมัคคเุ ทศก์อำสำ
มัคคุเทศก์อาสา หมายถึง ผู้ให้ความช่วยเหลือ ข้อมูลความเข้าใจทางด้านวัฒนธรรม
ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างๆแก่บุคคลท่ีอยู่ในกลุ่มท่องเท่ียว โดยสมัครใจทางานเพื่อ
ประโยชน์แห่งประชาชนและสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเงิน หรือส่ิงอ่ืนใดกล่าวโดยสรุป มัคคุเทศก์
อาสา หมายถึง ผู้ให้ความช่วยเหลือ ทาหน้าที่อานวยความสะดวกให้ข้อมูล ความเข้าใจทางด้าน
วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์ร่วมสมัยต่างๆแก่บุคคลท่ีอยู่ในกลุ่มท่องเท่ียว โดยสมัครใจทางาน
เพือ่ ประโยชน์แห่งประชาชนและสงั คม โดยไมห่ วงั ผลตอบแทนเป็นเงิน หรอื สิง่ อนื่ ใด
1.2 คณุ สมบัติสำคญั ของมคั คุเทศกอ์ ำสำ
คณุ สมบัตสิ าคญั ของมคั คเุ ทศก์อาสา มี 3 ประการ ดงั น้ี
ประการท่ี 1 ทางานด้วยความสมัครใจไมใ่ ช่ด้วยการถกู บงั คับหรอื เปน็ เพราะ
หน้าที่
ประการที่ 2 ทางานเพ่ือประโยชน์แก่ประชาชนและสงั คม หรอื
สาธารณประโยชน์
ประการที่ 3 ทาโดยไมห่ วังผลตอบแทน เปน็ เงนิ หรือสิ่งของมีมูลคา่ แทนเงิน
กล่าวโดยสรุป คุณสมบัติสาคัญของมัคคุเทศก์อาสามี 3 ประการ ดังนี้ (1) ทางานด้วย
ความสมัครใจไม่ใชด่ ้วยการถูกบังคับหรือเป็นเพราะหน้าท่ี (2) ทางานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและสังคม
หรือสาธารณประโยชน์ (3) ทาโดยไม่หวังผลตอบแทน เปน็ เงนิ หรอื สิ่งของมีมลู คา่ แทนเงนิ
1.3 บทบำทสำคัญของมคั คุเทศก์
1.3.1 บทบาทความเป็นครู
1) มีความรู้เฉพาะเก่ียวกับสถานท่ีนั้นๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ท้ังประวัติศาสตร์
และปจั จบุ นั
2) มีทักษะวิธีการถ่ายทอดความรู้อย่างมีประสิทธภิ าพ เปรียบเสมือนกับครูสอน
วชิ าการต่างๆให้กบั นักเรียน
3) สามารถใช้อธบิ ายสอดแทรกเพ่ิมเติมความรู้ให้กว้าง
4) ต้องแสวงหาความรู้ ข้อมูลใหม่ๆเพ่ิมเติมอยู่เสมอพร้อมท้ังหม่ันสังเกตสิ่งต่างๆ
รอบตวั ตลอดเวลา
88
1.3.2 บทบาทการเปน็ นักแสดง
1) นอกเหนือความรู้ทางวิชาการแล้ว ควรจะมีกิจกรรมอื่นมาช่วยผ่อน
คลายความเบื่อหน่าย เชน่ เลา่ เรือ่ งสนุกขาขนั นิทาน ร้องเพลง หรอื เกมส์การละเลน่ ต่างๆ
2) กรณีเกิดปัญหาเฉพาะหน้า ต้องแก้ไขปัญหาโดยฉุกเฉิน การ
แสดงออกในท่าท่ีปกติ จะทาให้นักท่องเท่ียวคลายความระส่าระส่ายในเหตุการณ์น้ันหรือแทบจะไม่รู้ว่ามี
ปญั หาเกดิ ข้นึ
1.3.3 บทบาทการเป็นนกั จิตวทิ ยา
1) สังเกตการณ์แสดงออกของอารมณ์ และความพร้อมที่จะรับฟังเร่ือง
ความรแู้ ละความช่วยเหลอื
2) ใช้จิตวิทยาด้วยการแทรกตัวเข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกคน สัมผัส
ความรู้สกึ และความต้องการของนกั ทอ่ งเทยี่ ว
1.3.4 บทบาทการเปน็ นักการทูต
1) ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กองตรวจคนเข้าเมือง ตารวจ
ศุลกากร พนักงานโรงแรม แม้กระทั่งคนใกล้ตัว คือคนขับรถ และในหมู่นักท่องเท่ียวด้วยกันให้มี
ความสัมพันธท์ ี่ดีต่อกัน
2) ปฏิบัติตนให้เหมาะสม เกดิ ภาพลักษณ์ท่ีดีในฐานะเป็นตวั แทนของคน
ในท้องถ่ินกล่าวโดยสรุป มัคคุเทศก์ มีบทบาทที่สาคัญคือ มีความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่ีต้องแนะนาแก่
นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายทอดความรู้นั้นๆได้เป็นอย่างดี โดยแสวงหาขอมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ สามารถจัด
กิจกรรมสร้างความสนุกสนานผ่อนคลาย และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแก่นักท่องเท่ียวเป็นอย่างดี รู้จัก
สังเกตบรรยากาศและอารมณ์ของนักท่องเท่ียวเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ถูกต้อง
และสามารถประสานงานอานวยความสะดวกแก่นักท่องเท่ียวรวมท้ังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของการเป็นคน
ทอ้ งถ่นิ ไดเ้ ป็นอย่างดี
2. หนำ้ ทข่ี องมัคคุเทศก์
2.1 หน้ำที่ของมัคคุเทศก์ หลักๆเลยก็คือมัคคุเทศก์จะเป็นคนท่ีคอยดูแลและให้บริการ
ต่างๆแก่นักท่องเที่ยว ซ่ึงเราก็จะต้องคอยอานวยความสะดวกต่างๆให้แก่นักท่องเที่ยวตลอดในการเดินทาง
ซึ่งเราก็ต้องเป็นคนคอยรับและคอยส่งนักเท่ียวทส่ี นามบินอีกด้วย จากนั้นเราก็จะพานักท่องเท่ียวของเราไป
ส่งท่ีโรงแรม และเราก็จะเป็นคนท่ีพาพวกเขาเที่ยวชมในสถานที่ต่างๆ และก็จะบรรยายให้ความรู้เก่ียวกับ
สถานที่นนั้ ๆด้วย และกต็ ้องดูแลในเรื่องของอาหารการกินและความปลอดภัยของทุกๆคน และเราก็ตอ้ งเป็น
ทส่ี ร้างความบนั เทงิ ให้แกน่ ักทอ่ งเทยี่ ว เพอ่ื ให้บรรยากาศมคี วามสนุกสนาน
2.2 หน้ำท่ีของมัคคุเทศก์ ก็คือมีหน้าท่ีพานักเที่ยวเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ และก็จะต้องมี
ความรู้เพ่อื จะสามารถอธิบายเรือ่ งราวต่างๆของสถานท่ีน้ันๆ อย่างเชน่ เรอื่ งของ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี
วิถชี ีวิต ศาสนา การเมอื ง และสถาบันพระมหากษตั ริย์ ซ่งึ มัคคุเทศก์ก็จะตอ้ งเป็นผู้ที่มีความรอบรู้และข้อมูล
ก็จะต้องมีความถูกต้อง ซึ่งมัคคุเทศก์จะสามารถนาเท่ียวได้ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และยังเป็นผู้เผยแพร่
ภาพพจน์ท่ีดีให้กับถานที่ที่พานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชม ซึ่งก็มีส่วนช่วยในการสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น
อกี ด้วย เพราะถา้ เราพานักเที่ยวไปเทย่ี วในทใ่ี ดทห่ี นึง่ กจ็ ะทาให้ที่นน้ั ๆได้มีรายไดเ้ พิม่ ขึ้น
89
2.3 คณุ สมบตั ิของมคั คุเทศก์ มคั คเุ ทศก์จะตอ้ งมีความอดทน และกอ่ นเดินทางก็จะต้องมี
ความเตรียมตัวก่อนทุกคร้ัง และต้องคนท่ีมีใจรกั งานบรกิ าร มีบุคลิคภาพท่ีดี และตอ้ งใช้ภาษาในการส่ือสาร
ได้ถกู ต้อง มที ศั นคติท่ีดีต่ออาชีพ มีความรู้รอบตวั มีมนุษยส์ มั พนั ธ์ดี มคี วามซ่ือสัตย์ ต้องไม่เลือกท่ีรกั มักท่ชี ัง
สาหรับตอนทางานต้องดูแลทุกคนให้เป็นอย่างดีเท่าเทียมกัน และต้องมีไหวพรบิ ที่ดีในการท่ีจะแก้ไขปัญหา
ต่างๆ สามารถที่จะเป็นคนท่ีจะแก้ไขปัญหาเฉพาะได้ดี และนอกจากนั้นต้องเป็นคนท่ยี อมรับในข้อผิดพลาด
ตา่ งๆและตอ้ งนากลับมาปรบั ปรุงให้ดยี ิ่งๆขึ้นไป อยา่ งสุดท้ายต้องจรรยาบรรณที่ดีในการทาอาชีพมคั คเุ ทศก์
ดว้ ย
2.4 จรรยำบรรณของมคั คเุ ทศก์ มคั คเุ ทศก์มีความสาคญั ต่ออตุ สาหกรรมการท่องเที่ยว
เป็นผู้ที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอยา่ งใกล้ชิด เปน็ ตัวแทนของประเทศในการใหข้ ้อมูลต่างๆ เพ่ือภาพพจน์ท่ี
ดีของประเทศเรา มัคคุเทศก์ก็จะต้องมีผู้ท่ีมีจรรยาบรรณ เพ่ือสร้างภาพพจน์ท่ีดีต่อประเทศและต่ออาชีพ
ด้วย ซ่ึงจรรยาบรรณของมัคคุเทศก์ก็คือ จะต้องเทิดทูนศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยความบริสุทธ์ิใจ ต้องมี
ความเล่ือมใสในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ยึดหม่ันในคาสอนของศาสนาที่เรานับถือ และต้อง
ไม่ดูหม่ินในศาสนาอ่ืนๆ และต้องมีความรับผิดต่อหน้าท่ีของตัวเอง ต้องทางานที่ได้รับมอบหมายให้เป็น
อย่างดี โดยต้องคานึงถึงผลประโยชน์ของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ต้องรักษาชื่อเสียงของตัวเอง โดยการ
ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ไม่ดี หรือฝ่าฝืนศีลธรรมอันดีงาม
ทาให้ตัวเราต้องเสียช่ือเสียง และเราจะต้องมีทัศนะคติท่ีดี มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอๆ และทักษะในการ
ปฏิบัติงาน ในงานวิชาชีพมัคคุเทศก์ และต้องทาตัวให้เป็นตัวอย่างโดยการ ต้องเป็นผู้อนุรักษ์ทรัพยากร
ท่องเที่ยว ทัง้ ทางธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม ตอ้ งปฏบิ ัตติ ามระเบียบแบบแผน ขนบธรรมเนียมประเพณอี ันดี
งาม และตอ้ งประพฤติตนด้วยความสภุ าพ มีความสามัคคีตอ่ ผรู้ ่วมอาชีพ และบุคคลทว่ั ไป
2.5 คุณลักษณะทด่ี ีของมคั คุเทศก์ บคุ คลทตี่ ้องการเปน็ มคั คเุ ทศก์ จะตอ้ งมีคณุ สมบัติ
พิเศษหลาย ๆ อย่างประกอบกัน เช่น ความมีใจรักในอาชีพ มีความอดกล้ัน มีความยืดหยุ่นในการ
ปฏิบัติงาน ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ซ่ือสัตย์ สามารถปรับตัวให้เหมาะสมกับแต่ละ
สถานการณ์จะช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเหมาะสม มัคคุเทศก์เป็นผู้ทาหน้าท่ีดูแลนักท่องเที่ยว
อย่างใกล้ชิดเกือบตลอดเวลาของการนาเที่ยวในแต่ละคร้ัง ดังน้ันในการปฏิบัติงานของมัคคุเทศก์จะเป็นไป
โดยธรรมชาติ ไม่มีการฝืนปฏิบัติ หรือทาหน้าที่หวังเพียงเฉพาะค่าตอบแทน มัคคุเทศก์ท่ีดีต้องมี
คณุ สมบัติ 5 ประการ คือ
1. มนุษยสมั พันธ์ดี
2. บคุ ลิกภาพดี
3. ความรดู้ ี
4. มีความรกั งาน
5. มีศิลปะในการพูด
1. มนษุ ยสมั พนั ธด์ ี มลี กั ษณะ ดงั นี้
1. รู้เขารู้เรา ต้องร้วู ่านักท่องเท่ียวของเราเป็นใคร เป็นชาติใด มีลักษณะนิสัยโดยทั่วไปเป็นอย่างไร
มวี ตั ถุประสงค์ในการเดินทางท่องเทีย่ วเพื่ออะไร เพอ่ื ที่จะได้ปรบั ตวั ใหเ้ ข้ากบั นกั ท่องเที่ยวกล่มุ นน้ั ได้ และให้
การบริการท่ีเหมาะสมเป็นท่ีถูกใจแก่นักท่องเท่ียว เช่น นักท่องเที่ยวชาวไทยชอบซ้ือของมากกว่าชาติอ่ืน ๆ
จะต้องจัดเวลาในการซอื้ ของมากขึ้นกว่ากลุ่มอื่น ๆ สว่ นนักท่องเทย่ี วชาวองั กฤษชอบให้ตรงเวลาและเป็นไป
ตามกฏเกณฑ์ทต่ี ั้งไว้
90
2. มีน้าใจ พร้อมท่ีจะบริการเสมอ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเห็นอกเห็นใจ ในขณะเดียวกัน ก็
จะต้องอดทดอดกล้ัน ไม่แสดงอารมณ์และกริยามารยาทท่ีไม่ดีออกมาให้นักท่องเท่ียวเห็น ต้องควบคุม
อารมณข์ องตนเองได้
3. มีความรับผิดชอบมัคคุเทศก์ต้องคอยดูแลเอาใจใส่สุขภาพและทรัพย์สินแก่นักท่องเที่ยวเมื่อมี
ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเท่ียวในด้านอ่ืน ๆ เช่น ติดต่อส่งข่าวสารกลับประเทศ การติดต่อส่ือสาร
กับคนในท้องถิน่ มัคคุเทศกจ์ ะตอ้ งช่วยแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดขึน้ กับนักทอ่ งเท่ียวไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
4. สร้างความเข้าใจระหว่างคนในชาติและระหว่างชาติ อธิบายให้เห็นถึงความแตกต่างของความ
เชอื่ ศาสนา ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวฒั นธรรม พน้ื ฐานการศึกษา และลักษณะร่วมของคนแตล่ ะชาติ
และไม่ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจหรือความเข้าใจผิดระหว่างชาติ โดยไม่แสดงความ ดูถูกหรือยกย่อง
วฒั นธรรม หรอื บุคคลกลุ่มใดกลุม่ หน่ึงทาให้เกิดความเป็นกันเองระหว่างกลุ่มนกั ท่องเที่ยว ทาใหบ้ รรยากาศ
การทอ่ งเทยี่ วมคี วามสขุ
หลกั มนษุ ยสัมพันธ์ของมัคคเุ ทศก์
หลกั มนษุ ยสัมพนั ธ์ประกอบดว้ ย NURSE&CARE ประกอบด้วย
1. Need คือ การรู้เขารู้เรา มัคคุเทศก์จะต้องรู้ว่านักท่องเที่ยวเป็นใคร ชาติใด มีลักษณะนิสัย
โดยทั่วไปเป็นอย่างไร เพื่อปฏิบัติให้เป็นท่ีถูกใจนักท่องเท่ียว เช่น นักท่องเท่ียวท่ีเป็นคนไทยชอบซ้ือของ
มากกวา่ สงิ่ อน่ื นักท่องเที่ยวท่ีเป็นชาวเกาหลีชอบรับประทานอาหารประเภทผัก เปน็ ต้น
2. Unity คือ สมานฉันท์ มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักอดทน อดกล้ัน ย้ิมแย้ม ไม่นาสิ่งที่ไม่ดีของ
นักทอ่ งเทย่ี วมากล่าว เช่นไมพ่ ดู ถึงสงครามโลกคร้ังท่ี 2 กับนกั ทอ่ งเท่ยี วท่เี ป็นชาวญ่ีป่นุ
3. Responsibility คือ ความรบั ผิดชอบ มัคคุเทศก์จะต้องมีความรับผิดชอบ มัคคุเทศก์จะต้องมี
ความรู้อยา่ งดีในเร่อื งท่ีเลา่ ตอบคาถามได้ แกป้ ัญหาได้ เช่น กรณนี กั ท่องเทีย่ วทาของหายหรอื เกดิ อุบัตเิ หตุ
4. Security คือ ความปลอดภัย มัคคุเทศก์ต้องทาให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึกปลอดภัยมั่นคง ใน
การนาเทีย่ วของมัคคุเทศก์
5. Environment คือ ภาวะแวดล้อม มัคคุเทศก์ต้องเข้าใจว่า นักท่องเท่ียวนั้นต่างก็มีความเชื่อ
ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ตลอดจนพื้นฐานทางการศึกษาแตกต่างกัน ฉะน้ันจะต้อง
ไม่ แ ส ด งอ าก ารดู ถู ก ห รือ ต าห นิ ใช้ ค าพู ด ที่ สุ ภ าพ เช่ น “ก รุณ า” ห รือ “Please” แ ท น ค า
ว่า “อย่า” หรอื “Don’t”
CARE ประกอบดว้ ย
1. Collection มัคคุเทศก์จะต้องเป็นนักสะสม รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ท้ังความรู้เชิงวิชาการและ
เทคนิคการปฏิบัติงาน
2. Content มัคคเุ ทศกจ์ ะตอ้ งรู้จักเก็บรวมรวมเนอ้ื หาสาระตา่ ง ๆ ให้ได้มากและถกู ตอ้ ง
3. Context มัคคุเทศก์จะต้องมีลีลาที่งดงาม สุภาพและเหมาะสม เชน่ รจู้ ักใชถ้ ้อยคาและการแต่ง
กายใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
4. Channel มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักใช้วิธีการส่ือสารที่จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักท่องเที่ยว เช่น
การนาเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ มัคคุเทศก์อาจให้นักท่องเที่ยวชมภาพยนตร์ สไลด์ หรืออ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ
สถานท่นี ้นั ๆ เสียก่อน
5. Communication มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักการใช้สื่อภาษาท่ีดี ซึ่งอาจใช้ได้หลายวิธี เช่น การ
เขียน การพูด การใช้สัญญาณ เสียง แสง สี การเคลื่อนไหว กิริยาท่าทาง รวมตลอดถึงเครื่องหมายภาพ ท่ี
แสดงออกอยา่ งมีระเบียบและหลกั เกณฑ์ ท่มี นุษยใ์ นแตล่ ะหม่รู บั รู้และเข้าใจ นบั ว่าเปน็ สงิ่ ทส่ี าคญั มาก
91
6. Approach มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักวิธนี าเขา้ สู่เรอื่ ง เร่ิมตั้งแต่การแนะนาตัวอย่างสภุ าพและเป็น
กนั เองกับนกั ท่องเทีย่ ว
7. Atmosphere มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักสร้างบรรยากาศความเป็นกันเองกับนักท่องเที่ยวเพ่ือให้
นักท่องเท่ียวเกิดความอบอุ่นใจ ท่องเท่ียวด้วยความสุข และสนุกสนาน รู้จักใช้อารมณ์ขันให้เหมาะสม การ
พูดหรือเล่าเร่ืองตลกควรระมัดระวัง เพราะเรื่องตลกของคนกลุ่มหนึ่งหรือชาติหน่ึงคนอีกกลุ่มหนึ่งหรือชาติ
หนึ่งอาจไม่ตลกก็ได้ ฉะนั้น มัคคุเทศก์จะต้องแน่ใจว่าเร่ืองที่จะเล่าน้ันเป็นเรื่องตลกของคนกลุ่มน้ัน
เนอ่ื งจากคุน้ เคยหรอื เคยอยู่กบั คนกลมุ่ นัน้ หรือชาตนิ ั้น จึงควรจะเล่า แต่ถ้าไมแ่ นใ่ จ ก็ไม่ควรเล่า
8. Attension มัคคุเทศก์จะต้องสนใจ ใส่ใจ และให้เกียรติแก่นักท่องเท่ียวโดยใช้ถ้อยคา น้าเสียง
กิรยิ าท่าทาง การใหเ้ กียรตแิ กผ่ ้อู น่ื ยอ่ มจะมีผลตอบรบั ในทางให้เกยี รติเช่นเดยี วกนั
9. Attitude มัคคุเทศก์จะตอ้ งมีทัศนคตทิ ี่ดตี ่อนักท่องเท่ียว โดยอาจถามถึงเรือ่ งราวที่เกี่ยวข้องกับ
เรือ่ งทน่ี าชมให้ต่อเนือ่ งกับเรอ่ื งราวของนักท่องเที่ยวบา้ ง
10. Action มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักแสดงท่าทางให้เหมาะสม เช่น กระฉบั กระเฉง แจ่มใส ไม่แสดง
อาการกิริยาฮึดฮัด เกรี้ยวกราด มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักแสดงท่าทางท่ีถูกต้องและเหมาะสมเพ่ือเป็นตัวอย่าง
แก่นักทอ่ งเที่ยว เช่น เมื่อพานักท่องเที่ยวเข้าชมในบริเวณวัด เดินผ่านหรือพบพระสงฆ์ มัคคุเทศกค์ วรแสดง
ความเคารพโดยการไหวห้ รือก้มตวั ให้ถูกต้องตามประเพณีไทย
11. Appreciation มัคคุเทศก์ต้องรู้จักปฏิบัติต่อนักท่องเท่ียวด้วยความช่ืนชม และถ้อยทีถ้อย
อาศัยกนั
12. Research มัคคุเทศก์จะต้องมีความจาแม่นยา ทั้งท่ีเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวและเร่ืองราวต่าง ๆ
โดยไม่ตอ้ งอา่ นจากเอกสาร
13. Evaluation มัคคุเทศก์จะต้องรู้จักประเมินผลการปฏบิ ัติงานในหน้าที่และความรับผิดชอบว่า
มีขอ้ ดี ขอ้ เสยี ประการใด เพ่ือทีจ่ ะปรบั ปรงุ ใหด้ ีย่งิ ข้ึนในโอกาสตอ่ ๆ ไป
14. Effectiveness มัคคุเทศก์จะต้องปฏิบัติงานในหน้าท่ีและความรับผิดชอบให้มีประสิทธิภาพ
และปฏบิ ัตใิ หด้ ีที่สุด เพอ่ื ความเจริญก้าวหนา้ ในอาชีพต่อไป
กำรสรำ้ งมนษุ ยสัมพันธ์ของมคั คุเทศกต์ อ่ ผ้ทู ่เี ก่ียวขอ้ ง
มัคคุเทศก์จะปฏิบัติหน้าท่ีให้บรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการได้นั้น ผู้ร่วมงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
เป็นส่วนสาคญั อย่างย่ิง และบุคคลที่มคั คุเทศกค์ วรสร้างมนุษยสมั พนั ธ์ ได้แก่
1. เพื่อนร่วมงำนในบริษทั นำเท่ยี ว
1. กล่าวคาทักทายยมิ้ แย้มแจม่ ใส ตัง้ แตผ่ จู้ ัดการจนถึงพนกั งานทาความสะอาด
2. สร้างความเป็นกันเองกบั เพ่อื นร่วมงาน
3. หลกี เลย่ี งการกล่าวคานินทาเพ่อื นร่วมงาน
4. หากมีปญั หาทีเ่ ก่ยี วกับงานควรตกลงด้วยเหตผุ ล
5. ควรมีของฝากเล็ก ๆน้อย ๆ เช่น พวกของที่ระลึก ขนมต่าง ๆ มาฝากเพ่ือนร่วมงาน เพ่ือ
แสดงความมีนา้ ใจ ใหเ้ หมาะกบั กาลเทศะ มฉิ ะน้นั คนอ่ืนจะมองวา่ ทาเพือ่ ผลประโยชน์
2. เพื่อนมคั คุเทศก์
1. ทักทาย ปราศรัย กรณีที่เปน็ มัคคุเทศก์ใหม่ ควรแนะนาตนเองให้เพอ่ื นมัคคเุ ทศก์ และคนท่ี
เกย่ี วขอ้ งในอาชพี คนอืน่ ๆ รูจ้ ัก
2. หากเป็นเพ่อื นมคั คุเทศก์ทเี่ คยรู้จกั กันมาก่อนควรท่เี ข้าไปทักทาย ถามไถ่เร่ืองการงานท่ีผ่าน
มา
92
3. ให้ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพ่ือนมัคคุเทศก์ที่ทางานในบริษัทนาเที่ยวที่เดียวกัน โดยเฉพาะ
อย่างยง่ิ เรื่องงาน หากเพือ่ นมัคคุเทศก์ติดภารกิจงานอน่ื ควรให้ความชว่ ยเหลือเทา่ ทีส่ ามารถทาได้
4. ไมค่ วรกลา่ วคานินทาเพ่ือนมคั คุเทศก์ให้คนอ่ืนฟังทงั้ คนในบริษทั เดยี วกนั และต่างบริษัท
5. แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารกับมัคคเุ ทศก์คนอื่น ๆ ท่เี ปน็ ประโยชนใ์ นวงการ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งการใช้บริการในสถานประกอบการ ความรู้ใหม่ ๆ เก่ียวกับแหล่งท่องเท่ียว ฯลฯ เพ่ือจะได้ปฏิบัติได้
ถกู ต้องเหมือน ๆ กันและเลือกใชบ้ รกิ ารในราคาท่เี ท่ากัน
3. นักท่องเที่ยว
1. กลา่ วคาทักทาย ยม้ิ แยม้ แจม่ ใส แนะนาตนเองให้กับนกั ทอ่ งเที่ยวรู้จัก
2. เอาใจใส่นักทอ่ งเทย่ี วทกุ คนเทา่ เทยี มกัน ทกุ คนมีความสาคัญเทา่ กนั หมด
3. หลีกเลี่ยงการพูด เกี่ยวกับภาวะแวดล้อมอ่ืน ท่ีทาให้เกิดความขัดแย้ง เช่น พื้นฐานความ
เปน็ อยู่ ศาสนา วฒั นธรรม ทร่ี สู้ กึ เป็นปมด้อย และเกิดความแตกแยก
4. มัคคุเทศก์ควรแสดงตัวเป็นเจ้าบ้านทด่ี ีโดยการให้บริการที่เกดิ ความพึงพอใจกบั นักท่องเที่ยว
ใหเ้ กิดความประทบั ใจมากที่สุด
5. ควรคานึงถึงประโยชนข์ องนักท่องเทยี่ วมากว่าผลประโยชน์ของตนเองทีจ่ ะไดร้ บั
6. เม่ือนักท่องเท่ียวบ่น หรือไม่พอใจในขณะท่ีมัคคุเทศก์กาลังนาเที่ยว หรือไม่ทับใจในแหล่ง
ท่องเที่ยว มัคคุเทศก์อยา่ แสดงอาการโกรธ ราคาญ ควรทจ่ี ะเข้าไปทักทาย พูดคุยทาความเข้าใจ แสดงท่าที
ให้รู้ว่ามัคคุเทศก์ยินดีท่ีจะช่วยเหลือ แก้ไขอย่างจริงใจ สนใจและใส่ใจในสิ่งท่ีเขาต้องการ จะช่วยให้
นกั ท่องเท่ยี วใช้เหตผุ ลพดู คยุ และเข้าใจมัคคุเทศก์มากกวา่ ใช้อารมณ์
4. สถำนประกอบกำร
1. สร้างความคุน้ เคยกบั บคุ ลากรในสถานประกอบการ ม่วา่ จะเป็นแหล่งท่องเทย่ี ว ร้านอาหาร
รา้ นขายของที่ระลึก ฯลฯ
2. เข้าไปทักทาย แนะนาตัวเองกับผู้ท่ีเก่ียวข้องในสถานประกอบการ นอกจากจะพูดทาง
โทรศัพท์หรือการส่งแฟกซ์อย่างเดียว หากรู้จักกันแล้วช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วเจอกันก็ควรที่จะมีการ
ทกั ทาย ถามถึงการทางาน หรอื ธรุ กิจท่ีทาอยู่ในปจั จบุ นั เป็นอยา่ งไรบ้างในชว่ งขณะนี้ พร้อมทั้ง
แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ ต่าง ๆ เกีย่ วกับการมาใชบ้ รกิ ารในสถานประกอบการ โดยเฉพาะเรอื่ ง
ข้อดี ข้อเสีย ของการให้บริการ เชน่ ความสะดวกสบายและความสะอาดของหอ้ งพกั รสชาตขิ อง
อาหาร คุณภาพของสนิ คา้ และบรกิ ารอนื่ ๆ เพ่อื ใหเ้ กิดการปรับปรงุ และพัฒนาทีด่ ขี ึน้ แต่หาก
ความคิดเห็นไมต่ รงกนั ควรยุติการสนทนา
5. พนักงำนขบั รถ
1. ให้ความสาคญั กับคนขบั รถในกรณีทอ่ี อกปฏิบัตนิ าเท่ียว นอกจากจะแนะนาตัวเอง แล้วควร
แนะนาคนขบั รถให้นักทอ่ งเทยี่ วรูจ้ ักดว้ ย
2. หากมปี ัญหาเกีย่ วกบั เส้นทาง ควรปรึกษากบั คนขับรถ เพราะจะทาใหเ้ ขารู้สึกเป็นส่วนหน่ึง
ของการนาเทีย่ ว
3. ควรใหค้ นขับรถมโี อกาสรับประทานอาหารร่วมด้วย และมีสว่ นร่วมในการทากจิ กรรมอน่ื ๆ
4. ควรแบ่งค่าคอมมิสชั่นบางส่วนให้กับคนขับรถ ในกรณีที่มัคคุเทศก์ได้ค่าคอมมิสช่ันจาก
ร้านค้าต่าง ๆ เช่นร้านคา้ ขายของฝาก รา้ นขายของทรี่ ะลกึ ต่าง ๆ ฯลฯ
อาชีพมัคคุเทศก์เป็นอาชีพที่ต้องเป็นผู้นาเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวท้ังชาวไทยและชาว
ต่างประเทศ การปฏิบัติงานให้สาเร็จลุล่วงไปด้วยดีในการจัดนาเที่ยว มัคคุเทศก์ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
กบั ผู้ทเี่ ก่ยี วข้อง ดงั นัน้ จะเสนอแนะในการสรา้ งมนุษยสมั พนั ธท์ ่ีดี ดังน้ี
93
1. ควรระวังในเรื่องสุขภาพ การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ต้องเร่ิมต้นท่ีสุขภาพดี ถ้าบุคคลมีสุขภาพดี
หน้าตากย็ ิ้มแย้มแจ่มใส ทาให้คนอื่นอยากเขา้ ใกล้
2. ควรระงับอารมณ์ไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอารมณ์โกรธ ควรทิ้งอารมณ์ต่าง ๆ พยายามทาอารมณ์ให้
แจ่มใสก่อนจะพูดคยุ กับผู้อื่น
3. การปรับปรุง บุคลิกภาพภายนอกให้เหมาะสม เช่น ปรับปรุงการแต่งกายให้สะอาด เรียบร้อย
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
4. ควรรกั ษาสัญญา มีความรบั ผดิ ชอบตอ่ คาพดู และการกระทาของตนเอง
5. ควรรจู้ ักใหแ้ ละรับอยา่ งเหมาะสม
6. ควรมีความเกรงใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนใกล้ชิด เพราะคนเรามักจะลืมรกั ษาน้าใจ คนทใ่ี กล้ชิด
เสมอ
ข้อควรระวงั ในกำรสรำ้ งมนษุ ยสมั พันธ์
เนอ่ื งจากการสร้างมนุษยสัมพนั ธ์ เป็นการแสดงพฤติกรรมเพ่ือให้ไดร้ ับความรกั ใคร่ น่าเช่ือถอื ไว้ใจ
และร่วมมือร่วมใจในการทากิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรระมัดระวงั ในการทาพฤตกิ รรมดังต่อไปนี้
1. การแสดงสหี น้า กริ ยิ าทา่ ทาง และบุคลิกภาพท่ีไมส่ ภุ าพในกรณีทีไ่ ม่พอใจ
2. การนินทาวา่ รา้ ยผอู้ ่ืน ทงั้ ต่อหนา้ และลบั หลงั
3. การพดู ประชดประชนั และแสดงความไมพ่ อใจ เมือ่ ผ้อู ่นื ถามคาถาม
4. การไม่ฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น คดิ ว่าตนเองเปน็ ผู้รแู้ ตฝ่ ่ายเดียว
5. การโตแ้ ย้ง ถกเถยี ง กอ่ การทะเลาะววิ าท
6. การแสดงความอจิ ฉาตาร้อน และไมม่ คี วามจริงใจตอ่ ผอู้ ่ืน
7. การพูดโออ้ วด พดู แตเ่ รอ่ื งของตนเอง พดู ข่มผู้อ่ืน
8. การแสดงความอจิ ฉาตาร้อน และไม่มีความจรงิ ใจต่อผู้อืน่
9. การเลือกทร่ี ักมกั ทช่ี งั ลาเอียงและการตัดสินใจอย่างไม่เป็นธรรม
10. การไมร่ กั ษาคาพูด จติ ใจรวนเร เชื่อถือไม่ได้
11. การแสดงความโมโห ฉุนเฉียว ใจร้อน ไมม่ คี วามยืดหยุน่ ในการปฏบิ ตั งิ าน
12. การแสดงความจ้จู ี้จุกจกิ เจ้าระเบยี บ จนทาให้ผู้อน่ื ราคาญ
13. การมีอคตทิ ่ีไม่ดีต่อผอู้ ่นื
2. บุคลกิ ภำพดี
บุคลกิ ภาพของมัคคุเทศก์ท่ีดีบุคลิกภาพท่ัวไปประกอบด้วยบุคลิกภาพภายนอกและบุคลิกภาพ
ภายใน บคุ ลกิ ภำพภำยนอกสำหรับมคั คเุ ทศก์ หมายถึงส่งิ ท่ปี รากฏใหเ้ หน็ ไดใ้ นตัวมัคคุเทศก์ ไดแ้ ก่
1. ร่ำงกำย มัคคุเทศก์ควรให้ความสนใจและเอาใจใส่ต่อร่างกายเป็นอันดับแรก โดยพิจารณาที่จะ
ทาใหผ้ ู้ทพ่ี บเห็นเกิดความสบายตา จมกู และอารมณ์ มจี ดุ สาคญั ๆ ในรา่ งกายทตี่ ้องคานึงถงึ คือ
1.1 ผม ไม่ปล่อยให้ยุ่งเหยิง แต่ควรดูแลให้สะอาด และมองดูเรยี บร้อย ท้ังนี้ มิได้หมายถึง
การตกแต่งทตี่ อ้ งสนิ้ เปลืองค่าใชจ้ ่าย
1.2 หนา้ ตา แจม่ ใส ไม่ยู่ย่ี หรอื งว่ งเหงาหาวนอน
1.3 หู จมูก ฟัน ควรดูแลทาความสะอาดให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนจะออกจากบ้าน การแคะ
หจู มกู ฟันในที่สาธารณะหรือตอ่ หนา้ บคุ คลอื่นเปน็ มารยาทท่ีไมส่ ุภาพ ไม่ควรปฏบิ ตั ิ
1.4 เล็บ ตัดให้อยู่ในสภาพท่ีเหมาะสมท้ังเล็บมือและเล็บเท้า ถ้าจะไว้ยาวก็ควรคานึงถึง
ความสะอาด การแคะเล็บในท่ีสาธารณะก็เป็นมารยาทไมค่ วรทาอีกเช่นเดียวกัน
94
2. กำรแต่งกำย ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ โดยคานึงถึงความสะอาดเรียบร้อย และเหมาะสมกับ
สภาพแวดลอ้ มเป็นสาคญั
2.1 เสื้อ กระโปรง หรือกางเกง ควรให้อยู่ในสภาพท่ีควรจะเป็น ทั้งรูปร่าง ลักษณะ และ
สสี ันนอกจากความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ควรคานงึ ถึงกาลเทศะในการใช้เส้ือผา้ ชุดน้ันๆ ด้วย สาหรับเสื้อผ้า
ท่มี ีกระดมุ จะต้องตรวจดูใหค้ รบตามจานวน ถ้าเส้อื ผา้ มีส่งิ ผิดปกติ เช่นมีคราบเหงื่อไคล รอยขาด รูโหว่ ซิป
แตก ฯลฯ ควรปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้อยใู่ นสภาพทีด่ ีกอ่ นท่ีจะนามาใช้
2.2 รองเท้า ถุงเท้าต้องสะอาด ไม่ขาด หรือชารุด และเหมาะสมกับโอกาส หรือสถานที่ท่ี
จะใช้ด้วย การแต่งกายที่สะอาดเรียบร้อยและเหมาะสมกับกาลเทศะ นอกจากจะช่วยสร้างบุคลิกภาพท่ีดี
แล้ว ยังช่วยให้ผู้แต่งกายนั้นมีความม่ันใจในตนเองมากข้ึน และช่วยสร้างบรรยากาศท่ีดีได้อีกด้วยตรงข้าม
หากแต่งกายไม่สะอาดเรียบร้อย และไม่เหมาะสมจะทาให้เกิดความผันแปรแห่งอารมณ์ทั้งแก่ผู้ที่แต่งกาย
และผทู้ ี่พบเหน็
3. กำรพูดจำ ควรระมัดระวงั เกย่ี วกับคาพดู น้าเสียง ปฏกิ ริ ิยาของผู้ฟัง ดังน้ี
3.1 คาพูด ควรระมัดระวังการใช้ถ้อยคาให้สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้คาหยาบหรือคาที่มี
ความหมายสองแงส่ องมุม
3.2 น้าเสียง ไม่พูดห้วน ๆ ตวาด กระโชกโฮกฮาก ให้เน้นน้าหนักเสียงหนักเบาให้
เหมาะสม พดู ใหช้ ัดถอ้ ยชัดคา ไมช่ า้ หรือเร็วจนเกนิ ไป
3.3 ปฏิกิริยาของผู้ฟัง ขณะพูดควรสังเกตปฏิกิริยาของผู้ฟังว่าสนใจหรือต้องการฟังมาก
นอ้ ยเพียงใด มผี ้ใู ดตอ้ งการซักถาม ไมพ่ ดู สวนหรือแยง่ พดู ควรมีจังหวะจะโคนในการพดู ให้เหมาะสม
4. กิริยำมำรยำท หมายถึง การแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง และความประพฤติ จะต้องอยู่ใน
อาการสารวม เช่น ไมล่ ้วง แคะ แกะ เกา ควัก จิม้ ร่างกายในทีช่ มุ ชน และไมก่ ระทาการท่ีควรกระทาในที่ลับ
ไปกระทาในท่แี จ้ง หากจาเป็นจริง ๆ กค็ วรกระทาให้แนบเนียน เชน่ การจาม การไอ หรือเมื่อเกิดอาการคัน
ก็ควรหันความสนใจของผ้ทู อ่ี ยรู่ อบขา้ งไปท่ีอน่ื เสยี ก่อน แลว้ จึงแอบ ๆ ทา
บุคลิกภำพภำยในสำหรับมัคคุเทศก์ หมายถึง สิ่งที่มัคคุเทศก์แสดงออกจากความรู้สึกภายในหรือ
ท่เี รยี กกนั ว่า “จรรยำบรรณของมคั คเุ ทศก์” ท่สี าคญั มีดงั นี้
1. มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพและหน้าท่ีของมัคคุเทศก์ ต่อธุรกิจการท่องเท่ียว และต่อชื่อเสียงของ
ประเทศชาติ
2. มคี วามซือ่ สัตยส์ ุจรติ ต่อนักท่องเทีย่ ว และทกุ ๆ ฝา่ ยท่เี กีย่ วข้อง
3. มสี ติในการปฏบิ ตั ิหน้าที่การงาน
4. มีน้าใจตอ่ นักทอ่ งเทีย่ ว
5. มองโลกในแง่ดี และมมี นษุ ยสมั พนั ธ์
6. มคี วามรบั ผดิ ชอบในหน้าท่ี
จรรยาบรรณของมัคคุเทศก์ท่ีสาคัญดังกลา่ วข้างตน้ น้ี จะช่วยให้การปฏิบัติงานของมัคคุเทศก์สาเร็จ
ลุล่วงไปได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานท่ีมัคคุเทศก์มักจะประสบคือ ปัญหาเฉพาะ
หน้าท่ีจะต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ซึ่งมักจะเป็นปัญหาท่ีไม่คาดคิดมาก่อน บ่อยครั้งปัญหาเกิดข้ึนก่อนท่ี
มัคคุเทศก์จะพบกับนักท่องเท่ียว เช่น นักท่องเที่ยวปวดฟันขณะเดินทาง นักท่องเที่ยวทาฟันปลอมหาย
นักท่องเท่ียวทาแว่นสายตาตกแตก ฯลฯ หากมัคคุเทศก์มีจรรยาบรรณก็ย่อมจะช่วยแก้ปัญหาให้สาเร็จได้
โดยงา่ ย และเปน็ ผลดแี ก่เจ้าของปัญหาอยา่ งแนน่ อน
3. มคี วำมรู้ดี
มคั คเุ ทศกต์ อ้ งมคี วามรู้เรอื่ งสาคัญ 6 ประการ ดังนี้