หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
โรงเรียนชุมชนวัดขนั เงนิ
พุทธศักราช ๒๕๖5
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖0)
สังกดั สำนกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาชมุ พร เขต ๒
อำเภอหลังสวน จงั หวัดชมุ พร
กระทรวงศึกษาธกิ าร
ก
คำนำ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลักสูตรที่คณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พ้ืนฐานได้ดำเนินการพัฒนาหลังจากการใช้หลักสูตรการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๔ และจากข้อมูลของผลการ
ศึกษาวิจัย ติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ กับข้อมูลจากแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ.๒๕๕๐ – ๒๕๕๔) เพ่ือให้มีความเหมาะสม ชัดเจนย่ิงขึ้น ทั้ง
เป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ การกำหนด
วิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ี
ชัดเจน โดยมอบหมายให้เขตพ้ืนท่ีและสถานศึกษาที่จัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ เปน็ กรอบและทศิ ทางในการพฒั นาหลักสตู รและจดั การเรียนการสอน
โรงเรียนชุมชนวัดขันเงินจึงได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ปี
การศึกษา ๒๕๖5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖4) น้ีข้ึนประกอบด้วย วิสัยทัศน์ เป้าหมาย สมรรถนะผู้เรียน
โครงสร้างหลักสูตร เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล เพอื่ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการปฏบิ ตั ิและจัดการเรียนรู้
ขอขอบคุณคณะครูและคณะผู้ที่เกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในการจัดทำทุกฝ่าย คณะกรรมการสถานศึกษา
นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน ที่ทำใหก้ ารจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ปีการศึกษา
๒๕๖5 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.๒๕๖4) สำเรจ็ ไดด้ ว้ ยดี
คณะผ้จู ดั ทำ
สารบญั
หนา้
คำนำ ------------------------------------------ ข
สารบญั ------------------------------------------
บทนำ ------------------------------------------ ก
วิสยั ทัศน/์ หลักการ/จุดหมาย ------------------------------------------ ข
สมรรถนะผ้เู รียน/คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ ------------------------------------------ ๑
คณุ ภาพผเู้ รียน ------------------------------------------ ๒
โครงสรา้ งเวลาเรียน ------------------------------------------ ๓
มาตรฐาน ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรู้ ------------------------------------------ ๕
คำอธบิ ายรายวชิ าสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ------------------------------------------ ๗
โครงสร้างรายวิชา ------------------------------------------ ๑๑
การวัดและประเมนิ ผล ------------------------------------------ 51
อภิธานศพั ท์เฉพาะ ------------------------------------------ ๖7
คณะผูจ้ ดั ทำ ------------------------------------------ 99
๑15
๑20
๑
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
บทนำ
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน ได้จัดทำข้ึนโดยใช้กรอบและ
แนวทางทีห่ ลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้วางไว้โดยให้ท้องถ่ินได้มีส่วนร่วมในการ
กำหนดทศิ ทางการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันเพื่อสนองเจตนารมณ์ของหลักสูตรแกนกลางที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชน
ไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานมีคุณภาพด้านความรู้และทักษะท่ีจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมี
การเปลย่ี นแปลงและแสวงหาความรู้เพ่อื พัฒนาตนเองอย่างต่อเนอ่ื งตลอดชีวติ
ความสำคญั ของสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ
ในสงั คมโลกปัจจบุ นั การเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศมคี วามสำคญั และจำเป็นอย่างย่งิ ในชีวิตประจำวนั
เนือ่ งจากเปน็ เคร่ืองมือสำคัญในการตดิ ต่อส่ือสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้าง
ความเขา้ ใจเก่ยี วกับวฒั นธรรมและวสิ ัยทศั น์ของชมุ ชนโลก และตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและ
มุมมองของสังคมโลก นำมาซึ่งมิตรไมตรีและความรว่ มมือกับประเทศต่างๆ ชว่ ยพฒั นาผู้เรยี นใหม้ คี วามเข้าใจ
ตนเองและผอู้ ่นื ดีข้นึ เรยี นรู้และเข้าใจความแตกตา่ งของภาษาและวฒั นธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี การคดิ
สังคม เศรษฐกจิ การเมือง การปกครอง มีเจตคติท่ีดตี ่อการใช้ภาษาตา่ งประเทศ และใช้ภาษาต่างประเทศเพื่อการ
สือ่ สารได้ รวมท้งั เข้าถงึ องค์ความรตู้ า่ งๆ ไดง้ ่ายและกว้างขึ้น และมวี สิ ัยทศั นใ์ นการดำเนนิ ชวี ิต
ภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน ซึ่งกำหนดให้เรียนตลอดหลักสูตรการศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอ่ืน เช่น ภาษาฝร่ังเศส เยอรมัน จีน ญ่ีปุ่น อาหรับ บาลี และ
ภาษากลุ่มประเทศเพ่ือนบ้าน หรือภาษาอ่ืนๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะจัดทำรายวิชาและจัดการ
เรียนรู้ตามความเหมาะสม
สาระสำคัญของกลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ ม่งุ หวงั ใหผ้ ้เู รียนมีเจตคติที่ดีต่อภาษาตา่ งประเทศ สามารถใช้
ภาษาต่างประเทศ ส่ือสารในสถานการณ์ตา่ ง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาตอ่ ในระดับท่สี ูงขึ้น รวมทัง้
มคี วามรู้ความเขา้ ใจในเรอ่ื งราวและวฒั นธรรมอันหลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถา่ ยทอดความคิดและ
วัฒนธรรมไทยไปยงั สงั คมโลกได้อย่างสร้างสรรค์ ประกอบด้วยสาระสำคัญ ดงั น้ี
ภาษาเพือ่ การสือ่ สาร การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการฟงั -พูด-อ่าน-เขยี น แลกเปลยี่ นข้อมลู ข่าวสาร
แสดงความรสู้ ึกและความคดิ เหน็ ตีความ นำเสนอขอ้ มลู ความคิดรวบยอดและความคิดเหน็ ในเรื่องต่างๆ และ
สรา้ งความสมั พันธ์ระหวา่ งบคุ คลอย่างเหมาะสม
ภาษาและวัฒนธรรม การใช้ภาษาตา่ งประเทศตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษาความสัมพันธ์ ความ
เหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับ
วัฒนธรรมไทย และนำไปใช้อย่างเหมาะสม
ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชือ่ มโยงความรกู้ ับ
กล่มุ สาระการเรียนรอู้ ืน่ เป็นพน้ื ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และ
เปิดโลกทัศน์ของตน
ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั ชุมชนและโลก การใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้ังในห้องเรียน
และนอกห้องเรยี น ชุมชน และสงั คมโลก เปน็ เคร่ืองมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ
ประกอบอาชีพ และแลกเปล่ยี นเรยี นร้กู ับสังคมโลก
๒
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี ๑ ภาษาเพ่ือการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตคี วามเร่อื งทฟ่ี ังและอา่ นจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความคดิ เหน็ อย่างมเี หตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ยี นขอ้ มลู ข่าวสาร แสดงความรู้สึก และความคิดเหน็
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดู และการ
เขียน
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ ได้อย่าง
เหมาะสมกับกาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
สาระท่ี ๓ ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ่นื
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืน และเปน็ พ้นื ฐานในการ
พัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั น์ของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสัมพันธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทัง้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครอื่ งมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ียนเรียนรูก้ ับสงั คมโลก
วิสัยทัศน์
การศึกษาภาษาต่างประเทศสำหรับหลักสูตรการศึกษาแกนกลางข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปิด
โอกาสให้เยาวชนทกุ คนได้เรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ อย่างตอ่ เน่ืองและตลอดชีวิตตามศักยภาพ ท้ังนี้เพือ่ ให้เยาวชน
เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางภาษาต่างประเทศที่พอเพียง สามารถนำความรู้ ทักษะทางภาษาต่างประเทศท่ี
จำเป็นไปพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ใหด้ ียิง่ ขน้ึ รวมท้ังสามารถนำไปเป็นเครื่องมอื ในการเรยี นรู้ส่งิ ต่าง ๆ และเปน็ พ้ืนฐาน
สำหรับการศึกษาต่อ ดังนั้นจึงเป็นความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ี ต้องจัดสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมแก่ผู้เรียน
แตล่ ะคน ท้ังนี้เพอ่ื ให้บรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่หี ลักสตู รกำหนดไว้
สำหรับผู้เรียนที่มีความสามารถทางด้านภาษาต่างประเทศ และต้องการเรียนภาษาต่างประเทศมากข้ึน
ให้ถือเป็นหน้าท่ีของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดโปรแกรมการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนได้มีโอกาส
เรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมตามความถนัดและความสนใจ ท้ังน้ีเพื่อให้เป็นผ้เู รียนมีความรู้ทท่ี ัดเทียมกับนานา
อารยประเทศ
หลกั การ
หลักสตู รสถานศึกษากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน ได้ใชห้ ลักการพฒั นาหลักสูตรตาม
แบบของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐานซ่ึงมีหลักการทส่ี ำคัญ ดังนี้
๓
๑. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็น
เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐาน ของความเป็นไทย
ควบค่กู บั ความเป็นสากล
๒. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพ่ือปวงชน ท่ีประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ
๓. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้
สอดคลอ้ งกับสภาพและความต้องการของท้องถน่ิ
๔. เป็นหลักสตู รการศึกษาที่มโี ครงสรา้ งยืดหย่นุ ท้งั ด้านสาระการเรียนรู้ เวลาและการจัด การเรียนรู้
๕. เป็นหลกั สตู รการศึกษาทเี่ นน้ ผ้เู รียนเปน็ สำคัญ
๖. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์
จดุ หมาย
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศโรงเรียนชุมชนวดั ขันเงิน มีความมุ่งหมายในการพัฒนาผ้เู รยี น
ให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมายเพื่อให้
เกดิ กับผ้เู รยี น เม่อื จบการศึกษาข้ันพื้นฐาน ดังน้ี
๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนบั ถอื ยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๒. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยี และมที กั ษะชวี ติ
๓. มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตทดี่ ี มสี ขุ นสิ ยั และรกั การออกกำลงั กาย
๔. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในวิถีชีวิตและการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ
๕. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาส่ิงแวดล้อม มีจิต
สาธารณะทีม่ งุ่ ทำประโยชนแ์ ละสรา้ งสิ่งท่ดี ีงามในสงั คม และอยู่รว่ มกันในสงั คมอยา่ งมีความสขุ
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มี
คณุ ภาพตามมาตรฐานมสี มรรถนะสำคัญและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดังน้ี
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
สมรรถนะสำคัญ ๕ ประการ คอื
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วธิ กี ารสือ่ สาร ท่ีมีประสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่มี ตี อ่ ตนเองและสงั คม
๔
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสกู่ ารสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือ
การตดั สินใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี ารตัดสินใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบทเ่ี กิดขึน้ ต่อตนเอง สงั คมและส่ิงแวดลอ้ ม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวติ ประจำวนั การเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งต่อเนอื่ ง การทำงาน และการอยู่รว่ มกันในสังคมด้วยการสรา้ ง
เสริมความสมั พันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตัวใหท้ ันกับ
การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผูอ้ ื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทำงาน การ
แก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมคี ุณธรรม
คณุ ลกั ษณะของผเู้ รียนท่พี ึงประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระภาษาต่างประเทศโรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและ
พลโลก ดงั นี้
๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หมายถึง การปฏิบัติตนเป็นคนดีในสังคม มีความรักชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์
๒. ซอ่ื สัตย์สจุ ริต หมายถึง ปฏิบตั ติ นอยา่ งตรงไปตรงมา ทั้งกาย วาจา ใจ
๓. มีวินัย หมายถึง ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของโรงเรียน ครอบครัวชุมชน และกิจกรรมในห้องเรียน เช่น
สมุดงาน ชิ้นงาน สะอาดเรยี บรอ้ ยปฏิบัติตนอยู่ในข้อตกลงทก่ี ำหนดให้รว่ มกัน ทุกครั้ง
๔. ใฝ่เรียนรู้ หมายถึง ลักษณะของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นในการเรียน รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรทู้ ่ีหลากหลาย และสามารถถ่ายทอดเผยแพร่ องคค์ วามร้ใู หก้ บั ผอู้ ื่น
๕. อย่อู ย่างพอเพยี ง หมายถงึ มคี วามเป็นอยอู่ ย่างพอเพยี ง รูจ้ กั การดำรงชวี ติ ใหม้ ีคุณค่า
๖. มุง่ มน่ั ในการทำงาน หมายถึง มงุ่ ม่ันทำงานอย่างรอบคอบ จนประสบผลสำเรจ็
๗. รักความเป็นไทย หมายถึง มีความตระหนักเห็นคุณค่าของความเป็นไทย และมีเจตคติที่ดี รักษา
เอกลักษณ์ ไทย และขนบธรรมเนยี มประเพณี
๘. มีจิตสาธารณะ หมายถึงมีความสำนึกและมุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งท่ีดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกัน
ในสังคมอยา่ งมคี วามสขุ
คุณภาพผ้เู รียน
จบชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๓
๕
ปฏิบัติตามคำส่ัง คำขอร้องที่ฟัง อ่านออกเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ ประโยคง่ายๆ และบทพูดเข้า
จังหวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น บอกความหมายของคำและกลมุ่ คำที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคำถามจาก
การฟงั หรอื อ่านประโยค บทสนทนาหรอื นิทานงา่ ยๆ
พูดโต้ตอบด้วยคำสั้นๆ ง่ายๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คำสั่งและคำขอร้องง่ายๆ
บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและให้ข้อมูลเกย่ี วกับตนเองและเพือ่ นบอกความรู้สกึ ของตนเองเกี่ยวกับ
สิง่ ตา่ งๆ ใกลต้ ัวหรือกจิ กรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี งั
พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คำตามประเภทของบุคคล สัตว์และส่ิงของ
ตามทฟ่ี ังหรืออ่าน
พูดและทำท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคำศัพท์ง่ายๆ
เกี่ยวกับเทศกาล /วันสำคัญ /งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรมทเ่ี หมาะกับวัย
บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คำ กลุ่มคำ และประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศ และ
ภาษาไทย
บอกคำศัพทท์ ่เี กี่ยวข้องกบั กลุม่ สาระการเรยี นรอู้ นื่
ฟัง/พูดในสถานการณง์ า่ ยๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ ในหอ้ งเรยี น
ใช้ภาษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคำศัพท์ทเ่ี ก่ียวข้องใกล้ตวั
มีทกั ษะการใช้ภาษาตา่ งประเทศ (เนน้ การฟงั -พูด) สื่อสารตามหัวเรือ่ งเกยี่ วกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สงิ่ แวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองดม่ื และเวลาว่างและนนั ทนาการ ภายใน
วงคำศพั ทป์ ระมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คำ (คำศัพท์ทเี่ ปน็ รปู ธรรม)
ใชป้ ระโยคคำเดียว (One Word Sentence) ประโยคเดีย่ ว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โตต้ อบตามสถานการณ์ในชีวิตประจำวนั
จบช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
ปฏิบัตติ ามคำสง่ั คำขอร้อง และคำแนะนำทฟ่ี ังและอา่ น อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ นิทาน และบท
กลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือก /ระบุประโยคและข้อความตรงตามความหมายของสัญลักษณ์หรือ
เคร่ืองหมายท่ีอา่ น บอกใจความสำคัญ และตอบคำถามจากการฟงั และอ่าน บทสนทนา นทิ านง่ายๆ และเรอื่ งเลา่
พูด /เขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้คำสั่ง คำขอร้อง และให้คำแนะนำ พูด/เขียนแสดง
ความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูดและเขียนเพื่อ
ขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พูด /เขียนแสดงความรู้สึกเก่ียวกับเร่ืองต่างๆ
ใกลต้ วั กจิ กรรมต่างๆ พร้อมท้งั ให้เหตผุ ลส้ันๆ ประกอบ
พูด/เขียนให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิและตาราง
แสดงข้อมลู ตา่ งๆ ท่ีฟังและอา่ น พูด/เขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรอื่ งตา่ งๆ ใกล้ตัว
ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรม ของ
เจา้ ของภาษา ให้ข้อมูลเก่ียวกับเทศกาล /วันสำคัญ /งานฉลอง /ชีวิตความเป็นอยขู่ องเจ้าของภาษาเข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ
บอกความเหมือน / ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรค
ตอน และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรียบเทียบความเหมือน /
ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณขี องเจ้าของภาษากับของไทย
๖
ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งการเรียนรู้ และนำเสนอด้วย
การพูด/การเขียน
ใชภ้ าษาส่อื สารในสถานการณต์ ่างๆ ทเ่ี กิดขน้ึ ในห้องเรยี นและสถานศึกษา
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และรวบรวมขอ้ มลู ต่างๆ
มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศ (เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขียน) ส่ือสารตามหัวเรื่องเกี่ยวกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เครื่องด่ืม เวลาว่างและนันทนาการ สุขภาพและสวัสดิการการซื้อ-ขาย
และลมฟา้ อากาศ ภายในวงคำศัพท์ประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ (คำศพั ท์ทเ่ี ป็นรปู ธรรมและนามธรรม)
ใช้ประโยคเด่ยี วและประโยคผสม (Compound Sentences) ส่อื ความหมายตามบรบิ ทต่างๆ
โครงสรา้ งหลักสูตรเวลาเรียนโรงเรยี นชุมชนวดั ขันเงิน ๗
กลุม่ สาระการเรียนรู้/กิจกรรม ป.๑ เวลาเรยี น (ช่ัวโมง/ปี) ป.๖
ระดบั ประถมศึกษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ๒๐๐ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ๑๖๐
ภาษาไทย ๒๐๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ (8๐) ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ (๑๒๐)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐
- วิทยาศาสตร์ (12๐) (8๐) (8๐) (๑๒๐) (๑๒๐) ๔๐
- วิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี ๔๐ (๑๒๐)
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๘๐ ๘๐ ๔๐
- ประวตั ศิ าสตร์ 8๐ ๔๐ ๔๐
- ศาสนาศีลธรรม จริยธรรม (12๐) (12๐) (๑๒๐) (๑๒๐) ๘๐
- หนา้ ที่พลเมอื ง วฒั นธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
และการดำเนินชีวิตในสงั คม ๔๐ ๘๐
- เศรษฐศาสตร์ 4๐ 8๐ 8๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
- ภูมิศาสตร์ ๑2๐ ๔๐
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๘๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๔๐
การงานอาชพี 80 4๐ 4๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ - ๑2๐ ๑2๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐
๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียน (พืน้ ฐาน) -
รายวิชา/กิจกรรม ๔๐ 80 80 ๔๐ ๔๐ ๔๐
- - ๔๐ ๔๐ ๔๐
ทส่ี ถานศกึ ษาจดั เพิ่มเติมตามความพรอ้ มและ 12๐
จุดเน้น - - ๔๐ ๔๐ ๑๖๐
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่อื สาร (๘๐) ๔๐
ภาษาจีน ๓๐ 12๐ 12๐ ๑๖๐ ๑๖๐ (๘๐)
การศกึ ษาค้นคว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1, ๔๐ ๓๐
IS2, IS3) Research and Knowledge ๑๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
Formation (๘๐) (๘๐) (๘๐) (๘๐) ๑๐
การปอ้ งกันการทุจรติ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
รวมเวลาเรียน (เพิ่มเติม) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมนักเรยี น
- ลูกเสือเนตรนารี
- ชุมนมุ
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะ
๘
ประโยชน์
กจิ กรรมเสริมจดุ เน้นของสถานศกึ ษา (๑2๐) (๑2๐) (๑2๐) (๘๐) (๘๐) (๘๐)
- เสริมจุดเน้นสถานศึกษา/ภาษาจีนเพื่อ ๔๐ ๔๐ ๔๐ - - -
การอ่านเขยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ 40 40 40
- เสริมจุดเน้นสถานศึกษา/ภาษาจีนเพื่อ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
การสอ่ื สาร
- ซ่อมเสริมตามจุดเน้นของสถานศึกษา/
ประชมุ
รวมเวลาเรยี น (กิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น) ๒40 ๒4๐ ๒4๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐
รวมเวลาท้งั หมด ๑,๒๐๐ ช่วั โมง ๑,๒๐๐ ชวั่ โมง
โรงเรียนชุมชนวัดขันเงินได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าท่ีพลเมือง โดยบูรณาการกับการเรียนรู้ใน
รายวิชาพ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยวัดผลรวมอยู่ในรายวิชานั้น ๆ
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ จัดไวใ้ นชวั่ โมง ลูกเสอื
จำนวนช่ัวโมงท่ีจัดให้นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 เรียน ทั้งปีเท่ากับ 1,200 ช่ัวโมง แผนการ
เรียนรู้/จุดเน้นการพัฒนาผู้เรียนท่ีต้องการเน้นเป็นพิเศษ คือ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เพ่ือพัฒนาการอ่าน
ออกเขียนได้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพ่ือเพ่ิมทักษะกระบวนการสื่อสาร คิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์
คิดสร้างสรรค์ท่ีดีมีประโยชน์มีความสนใจใฝ่รู้ใฝ่เรียน และหลักสูตรเพ่ิมเติม รายวิชาการป้องกันการทุจริต โดย
จดั การเรียนการสอนและวัดผลประเมินผลเป็นรายปี
สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1-6 นั้น จากการประเมินผลระดับโรงเรียน ระดับท้องถ่ิน และ
ระดับชาติ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีมติรว่ มกันให้จัดทำกจิ กรรมสอน
เสริมประสบการณ์พิเศษเพ่ือเพ่ิมศักยภาพนักเรียนจำนวนช่ัวโมง 120 ช่ัวโมง ในช่ัวโมงสอนเสริมจุดเน้นของ
สถานศึกษาในรายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ภาษาจีนเพื่อการอ่านเขียน และภาษาจีนเพื่อการส่ือสาร ใน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-3 กิจกรรมสอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพื่อเพ่ิมศักยภาพนักเรียน เสริมจุดเน้นของ
สถานศึกษาในรายวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ภาษาจีน และภาษาจีนเพ่ือการส่ือส าร ในระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 4 – 6 สอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพ่ือเพ่ิมศักยภาพนักเรียน เสริมจุดเน้นของสถานศึกษา
ภาษาจีนเพ่ือการ่านเขียน โดยไม่นำคะแนนและระดับผลการเรียนไปคิดรวมและตัดสินการเล่ือนชั้นของนักเรียน
ในระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1-3 ในรายวิชาการภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่ือสาร จำนวน 80 ช่ัวโมง และระดับชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร จำนวน 40 ช่ัวโมง ภาษาจีน จำนวน 40 ชั่วโมง การศึกษา
ค้นคว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ (IS1, IS2, IS3) Research and Knowledge Formation จำนวน 40 ช่ัวโมง และ
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 1-6 การป้องกันการทจุ ริต จำนวน 40 ช่ัวโมง เป็นรายวชิ าเพมิ่ เตมิ ของสถานศกึ ษา ใน
โครงสรา้ งของหลักสูตรโรงเรยี นชมุ ชนวัดขันเงนิ พ.ศ. 2565 มีรายวิชาและจำนวนชั่วโมงดงั นี้
สอนเสรมิ /จดุ เน้นของสถานศึกษาชน้ั ป.1-3 จำนวน 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์ 1 ช่ัวโมง
1. สอนเสริมจุดเน้นของสถานศกึ ษา/ภาษาจีนเพือ่ การอ่านเขียน จำนวน 1 ชว่ั โมง
2. สอนเสริมจุดเนน้ ของสถานศึกษา/ภาษาจนี เพอื่ การสื่อสาร จำนวน 1 ชว่ั โมง
3. สอนเสริมจุดเน้นของสถานศึกษา/โรงเรยี นวิถพี ทุ ธ/ประชุม จำนวน
สอนเสริม/จดุ เน้นของสถานศึกษาชั้น ป.4 – 6 จำนวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ 1 ชัว่ โมง
1. สอนเสริมจุดเนน้ ของสถานศกึ ษา/ภาษาจนี เพือ่ การส่ือสาร จำนวน
2. สอนเสริมจดุ เนน้ ของสถานศกึ ษา/โรงเรียนวถิ ีพทุ ธ/ประชมุ จำนวน ๙
1 ชว่ั โมง
โครงสร้างเวลาเรยี น
หลักสูตรสถานศกึ ษากลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนดงั น้ี
สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชาภาษาองั กฤษพนื้ ฐาน
ระดับชน้ั รหสั วชิ า ชอื่ รายวชิ า จำนวนช่ัวโมง/ปี/ภาค
ภาษาอังกฤษ ๑2๐
ประถมศึกษาปีท่ี ๑ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑2๐
ภาษาองั กฤษ ๑2๐
ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๘๐
ภาษาอังกฤษ ๘๐
ประถมศึกษาปีที่ ๓ อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๘๐
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ อ ๑๔๑๐๑
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ อ ๑๕๑๐๑
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ อ ๑๖๑๐๑
รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ิมเตมิ
ระดับชั้น รหสั วชิ า ชื่อรายวิชา จำนวนชวั่ โมง/ป/ี ภาค
ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 อ ๑๑2๐๑ ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร 8๐
ประถมศกึ ษาปที ่ี 2 อ ๑๒2๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 8๐
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 อ ๑๓2๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 8๐
ประถมศึกษาปีที่ ๔ อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ๔๐
ประถมศึกษาปีท่ี ๕ อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร ๔๐
ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ อ ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๔๐
รายวิชาภาษาจีน รหัสวชิ า ช่ือรายวชิ า จำนวนช่วั โมง/ปี/ภาค
ระดับชนั้ จ14201 ภาษาจนี เพม่ิ เติม ๔๐
จ15201 ภาษาจนี เพิ่มเติม ๔๐
ประถมศึกษาปีที่ ๔ จ16201 ภาษาจนี เพม่ิ เติม ๔๐
ประถมศึกษาปที ี่ ๕
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
๑๐
รายวิชาเสรมิ จุดเน้นสถานศึกษา ภาษาจีนเพื่อการอ่านเขยี น
ระดบั ชน้ั รหัสวิชา ชื่อรายวชิ า จำนวนชว่ั โมง/ป/ี ภาค
๔๐
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ - เสรมิ จดุ เนน้ สถานศึกษา
๔๐
ภาษาจีนเพ่ือการอ่านเขยี น
๔๐
ประถมศึกษาปีที่ ๒ - เสริมจุดเนน้ สถานศึกษา
ภาษาจนี เพื่อการอา่ นเขยี น
ประถมศกึ ษาปที ี่ ๓ - เสริมจดุ เน้นสถานศึกษา
ภาษาจีนเพ่ือการอ่านเขยี น
รายวิชาเสริมจุดเน้นสถานศกึ ษา ภาษาจนี เพ่อื การส่ือสาร
ระดับชนั้ รหสั วิชา ช่ือรายวิชา จำนวนชั่วโมง/ปี/ภาค
๔๐
ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ - เสริมจุดเนน้ สถานศึกษา ๔๐
๔๐
ภาษาจนี เพ่ือการสื่อสาร ๔๐
๔๐
ประถมศึกษาปที ่ี ๒ - เสริมจุดเน้นสถานศึกษา ๔๐
ภาษาจนี เพื่อการส่ือสาร
ประถมศึกษาปีที่ ๓ - เสรมิ จุดเน้นสถานศึกษา
ภาษาจนี เพื่อการสื่อสาร
ประถมศึกษาปที ี่ ๔ - เสรมิ จดุ เนน้ สถานศึกษา
ภาษาจนี เพื่อการสื่อสาร
ประถมศึกษาปที ่ี ๕ - เสรมิ จุดเน้นสถานศึกษา
ภาษาจนี เพ่ือการสื่อสาร
ประถมศึกษาปีที่ ๖ - เสริมจุดเน้นสถานศึกษา
ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร
มาตรฐาน ตัวชีว้ ัด
และสาระการเรียนรู้
๑๑
๑๒
ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง
สาระที่ ๑ ภาษาเพื่อการสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งที่ฟังและอา่ นจากสื่อประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมเี หตผุ ล
ชน้ั ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
ป.๑ ๑. ปฏบิ ตั ิตามคำสั่งงา่ ยๆ ท่ีฟัง คำส่งั ที่ใช้ในห้องเรยี น เชน่ Stand up./Sit down./
Listen./ Repeat./Quiet!/ Stop! etc.
๒. ระบุตวั อกั ษรและเสยี ง อา่ นออก ตัวอักษร (letter names) เสยี งตัวอักษรและสระ
เสยี งและสะกดคำงา่ ยๆ ถูกต้องตาม (letter sounds) และการสะกดคำ
หลกั การอา่ น หลกั การอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสียงพยญั ชนะต้นคำและพยัญชนะทา้ ยคำ
- การออกเสียงเน้นหนัก-เบา (stress)ในคำและ
กลมุ่ คำ
- การออกเสียงตามระดับเสยี งสงู -ตำ่ (intonation)
ในประโยค
๓. เลือกภาพตรงตามความหมาย คำ กลมุ่ คำ และความหมาย เก่ยี วกบั ตนเอง
ของคำและกล่มุ คำที่ฟัง ครอบครวั โรงเรียน สิ่งแวดล้อมใกล้ตวั อาหาร
เครื่องด่ืม และนนั ทนาการ ภายในวงคำศัพท์
ประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ คำ (คำศัพท์ท่ีเปน็ รปู ธรรม)
๔. ตอบคำถามจากการฟังเร่ือง บทอา่ นเกย่ี วกับเร่ืองใกล้ตัว หรอื นทิ านท่ีมี
ใกล้ตวั ภาพประกอบประโยคคำถามและคำตอบ
- Yes/No Question เชน่
Is it a/an..? Yes, it is./No, it is not. etc.
- Wh-Question เช่น
What is it? It is a/an... etc.
ป.๒ ๑. ปฏบิ ัตติ ามคำสง่ั และคำขอรอ้ ง คำสั่งและคำขอรอ้ งทีใ่ ชใ้ นห้องเรยี น
งา่ ย ๆ ท่ฟี งั - คำสั่ง เชน่ Show me a/an.../ Open your book.
Don’t talk in class. etc.
- คำขอร้อง เช่น Please come here./ Come here,
please. Don’t make a loud noise, please./
Please don’t make a loud noise. etc.
๑๓
ช้นั ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๒.ระบุตัวอักษรและเสยี ง อ่านออก ตวั อักษร เสยี งตัวอักษรและสระ การสะกดคำ และ
เสยี งคำ สะกดคำ และอ่านประโยค ประโยค หลกั การอา่ นออกเสียง เช่น
งา่ ยๆ ถกู ต้องตามหลักการอา่ น - การออกเสยี งพยัญชนะตน้ คำและพยัญชนะท้ายคำ
- การออกเสยี งเน้นหนกั -เบา ในคำและกล่มุ คำ
- การออกเสียงตามระดบั เสยี งสูง-ต่ำ ในประโยค
๓. เลือกภาพตรงตามความหมายของ คำ กลมุ่ คำ ประโยคเด่ยี ว (simple sentence) และ
คำ กลมุ่ คำ และประโยคที่ฟัง ความหมาย เกีย่ วกับตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น
สิง่ แวดล้อมใกลต้ ัว อาหาร เครอื่ งดื่ม และ
นนั ทนาการ เป็นวงคำศัพทส์ ะสมประมาณ ๒๕๐-
๓๐๐ คำ (คำศัพท์ทเี่ ป็นรปู ธรรม)
๔. ตอบคำถามจากการฟังประโยค ประโยค บทสนทนา หรอื นิทานท่ีมภี าพประกอบ
บทสนทนา หรอื นทิ านงา่ ยๆ ท่ีมีภาพ ประโยคคำถามและคำตอบ
ประกอบ - Yes/No Question เชน่
Is this/that a/an..? Yes, it is./No, it isn’t. etc.
- Wh-Question เชน่
What is this/that/it? This/that/It is a/an…
How many…? There is/are…
Where is the…? It is in/on/under… etc.
ป.๓ ๑. ปฏิบัติตามคำสั่ง และคำขอรอ้ งที่ คำส่งั และคำขอร้องที่ใชใ้ นห้องเรยี น
ฟงั หรืออา่ น - คำสง่ั เชน่ Give me a/an.../Draw and color the
picture./ Put a/an…in/on/under a/an…/ Don’t eat
in class. etc.
- คำขอร้อง เชน่ Please take a queue./ Take a
queue, please./Don’t make a loud noise,
please./Please don’t make a loud noise./ Can you
help me, please? etc.
๒. อ่านออกเสยี งคำ สะกดคำ อ่าน คำ กลมุ่ คำ ประโยคเดย่ี ว และบทพูดเขา้ จังหวะ
กลุ่มคำ ประโยค และบทพดู เขา้ และการสะกดคำการใช้พจนานุกรม
จังหวะ (chant) งา่ ยๆ ถูกตอ้ งตาม หลกั การอา่ นออกเสยี ง เชน่
หลกั การอ่าน - การออกเสยี งพยัญชนะตน้ คำและพยัญชนะท้ายคำ
- การออกเสียงเน้นหนกั -เบา ในคำและกลุ่มคำ
- การออกเสียงตามระดับเสยี งสงู -ตำ่ ในประโยค
๑๔
ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
๓. เลือก/ระบภุ าพ หรือสัญลกั ษณต์ รง กลุ่มคำ ประโยคเดีย่ ว สญั ลกั ษณ์ และความหมาย
ตามความหมายของกลุ่มคำและ เก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สงิ่ แวดล้อม
ประโยคที่ฟัง ใกล้ตวั อาหาร เครื่องดื่ม และนันทนาการ เปน็
วงคำศพั ทส์ ะสมประมาณ ๓๕๐-๔๕๐ คำ (คำศพั ท์
ทีเ่ ปน็ รูปธรรม)
๔. ตอบคำถามจากการฟังหรืออ่าน ประโยค บทสนทนา หรือนิทานทีม่ ภี าพประกอบ
ประโยค บทสนทนา หรอื นิทาน ประโยคคำถามและคำตอบ
งา่ ยๆ - Yes/No Question เชน่ Is/Are/Can…?
Yes,…is/are/can./No,…isn’t/aren’t/can’t.etc.
- Wh-Question เชน่ What is this/that/it?
This/that/It is a/an…How many…? There
is/are…Where is/are…? It is in/on/under…
They areetc.
ป.๔ ๑. ปฏิบตั ิตามคำสัง่ คำขอรอ้ ง และ คำส่งั และคำขอร้องทใ่ี ช้ในห้องเรยี น และ
คำแนะนำ (instructions) งา่ ยๆ ท่ีฟัง คำแนะนำในการเล่นเกม การวาดภาพ หรือการ
หรอื อ่าน ทำอาหารและเคร่ืองด่ืม
- คำสง่ั เช่น Look at the…/here/over there./ Say
itagain./ Read and draw./ Put a/an…in/on/under
a/an…/ Don’t go over there. etc.
- คำขอร้อง เช่น Please take a queue./ Take a
queue, please./ Can you help me, please? etc.
- คำแนะนำ เชน่ You should read
everyday./Think before you speak./ คำศพั ทท์ ่ี
ใช้ในการเล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./
Roll the dice./ Count the number./ Finish./
คำบอกลำดับข้ันตอน First,... Second,…
Then,… Finally,... etc.
๒. อา่ นออกเสียงคำ สะกดคำ อา่ น คำ กลุ่มคำ ประโยค ข้อความ บทพูดเข้าจงั หวะ
กล่มุ คำประโยค ข้อความง่ายๆ และการสะกดคำ
และบทพดู เขา้ จังหวะถูกตอ้ งตาม การใชพ้ จนานุกรม
หลักการอา่ น หลกั การอ่านออกเสียง เช่น
๑๕
ช้นั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
๓. เลือก/ระบุภาพ หรือสัญลกั ษณ์ - การออกเสียงพยญั ชนะตน้ คำและพยัญชนะทา้ ยคำ
หรอื เครอ่ื งหมายตรงตามความหมาย - การออกเสียงเนน้ หนัก-เบา ในคำและกลมุ่ คำ
ของประโยคและข้อความสั้นๆ ทฟี่ งั - การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ตำ่ ในประโยค
หรอื อา่ น
กลุ่มคำ ประโยคเดี่ยว สัญลักษณ์ เครื่องหมาย และ
๔. ตอบคำถามจากการฟังและอา่ น ความหมาย เกีย่ วกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
ประโยค บทสนทนา และนทิ าน ส่ิงแวดล้อม อาหาร เครอื่ งด่มื เวลาว่างและ
งา่ ยๆ นันทนาการ สุขภาพและสวสั ดิการ การซ้ือ -ขาย
และลมฟ้าอากาศ และเป็นวงคำศัพทส์ ะสม
ป.๕ ๑. ปฏบิ ัติตามคำส่ัง คำขอร้อง และ ประมาณ ๕๕๐-๗๐๐ คำ (คำศพั ท์ทเี่ ป็นรูปธรรม
คำแนะนำงา่ ยๆ ที่ฟงั และอา่ น และนามธรรม)
ประโยค บทสนทนา นิทานท่ีมีภาพประกอบ
คำถามเกี่ยวกบั ใจความสำคญั ของเรื่อง เชน่ ใคร
ทำอะไร ท่ีไหน
- Yes/No Question เช่นIs/Are/Can…?
Yes,…is/are/can./No,…isn’t/aren’t/can’t.
Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc.
- Wh-Question เชน่ Who is/are…? He/She
is…/They are…What…?/Where…? It is …/They
are…What...doing? …is/am/are… etc.
- Or-Question เชน่ Is this/it a/an...or a/an…? It is
a/an… etc.
คำสง่ั และคำขอร้องท่ีใชใ้ นห้องเรียน ภาษาทา่ ทาง
และคำแนะนำในการเล่นเกม การวาดภาพ หรือการ
ทำอาหารและเครื่องดื่ม
- คำส่งั เช่น Look at the…/here/over there./ Say
itagain./ Read and draw./ Put
a/an…in/on/undera/an…/ Don’t go over there.
etc.
คำขอรอ้ ง เช่น Please take a queue./ Take a
queue, please./ Can/Could you help me,
please? etc.
- คำแนะนำ เชน่ You should read everyday./
๑๖
ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
๒. อ่านออกเสยี งประโยค ข้อความ Think before you speak./ คำศพั ท์ท่ีใชใ้ นการ
และบทกลอนส้ันๆ ถูกตอ้ งตาม เล่นเกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the
หลักการอา่ น dice./ Count the number./ Finish./ คำบอกลำดับ
ขน้ั ตอน First,… Second,… Next,… Then,…
๓. ระบ/ุ วาดภาพ สญั ลกั ษณ์หรือ Finally,… etc.
เครือ่ งหมายตรงตามความหมายของ
ประโยคและข้อความสัน้ ๆ ท่ีฟงั หรอื ประโยค ข้อความ และบทกลอน
อ่าน การใช้พจนานุกรม
หลักการอา่ นออกเสียง เช่น
๔. บอกใจความสำคัญ และตอบ - การออกเสยี งพยัญชนะต้นคำและพยัญชนะท้ายคำ
คำถามจากการฟงั และอา่ นบท - การออกเสยี งเนน้ หนกั -เบา ในคำและกลุ่มคำ
สนทนา และนิทานง่ายๆ หรือ - การออกเสยี งตามระดบั เสยี งสงู -ต่ำ ในประโยค
เรือ่ งสน้ั ๆ - การออกเสยี งเช่ือมโยง (linking sound) ใน
ข้อความ
- การออกเสยี งบทกลอนตามจังหวะ
ลมุ่ คำ ประโยคผสม ข้อความ สญั ลักษณ์
เครือ่ งหมาย และความหมายเกีย่ วกบั ตนเอง
ครอบครัว โรงเรยี น สิ่งแวดล้อม อาหาร เคร่ืองดืม่
เวลาวา่ งและนันทนาการ สุขภาพและสวสั ดกิ าร
การซอ้ื -ขาย และลมฟ้าอากาศ และเปน็ วงคำศพั ท์
สะสมประมาณ ๗๕๐-๙๕๐ คำ (คำศัพท์ที่เปน็
รปู ธรรมและนามธรรม)
ประโยค บทสนทนา นิทาน หรอื เรื่องสั้นๆ
คำถามเก่ยี วกับใจความสำคญั ของเรื่อง เชน่ ใคร
ทำอะไร ท่ีไหน เมื่อไร
- Yes/No Question เช่นIs/Are/Can…?
Yes,…is/are/can./
No,…isn’t/aren’t/can’t.
Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc.
- Wh-Question เชน่
Who is/are…? He/She is…/They are…
What…?/Where…? It is …/They are…
What...doing? …is/am/are… etc.
๑๗
ช้นั ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ป.๖ ๑. ปฏิบตั ติ ามคำสัง่ คำขอร้อง และ - Or-Question เชน่
Is this/it a/an...or a/an…? It is a/an… etc.
คำแนะนำที่ฟังและอ่าน
คำสัง่ คำขอรอ้ ง ภาษาทา่ ทาง และคำแนะนำใน
๒. อ่านออกเสียงข้อความ นิทาน การเลน่ เกม การวาดภาพ การทำอาหารและ
และบทกลอนส้ันๆ ถูกตอ้ งตาม เครอื่ งด่ืม และการประดิษฐ์
หลักการอ่าน - คำส่ัง เช่น Look at the…/here/over there./ Say
itagain./ Read and draw./ Put a/an…in/on/under
๓. เลือก/ระบุประโยค หรือข้อความ a/an…/ Don’t go over there. etc.
ส้ันๆ ตรงตามภาพ สญั ลักษณ์ หรอื - คำขอร้อง เช่น Please look up the meaning in a
dictionary./ Look up the meaning in a
dictionary, please./ Can/Could you help me,
please? etc.
- คำแนะนำ เชน่ You should read everyday./
Think before you speak./ คำศัพทท์ ่ใี ช้ในการ
เลน่ เกม Start./ My turn./ Your turn./ Roll the
dice./ Count the number./ Finish./คำบอกลำดับ
ขน้ั ตอน First,… Second,… Next,… Then,…
Finally,… etc.
ขอ้ ความ นิทาน และบทกลอน
การใชพ้ จนานุกรม
หลักการอ่านออกเสียง เช่น
- การออกเสยี งพยัญชนะตน้ คำและพยัญชนะท้ายคำ
- การออกเสยี งเนน้ หนกั -เบา ในคำและกลมุ่ คำ
- การออกเสยี งตามระดับเสยี งสงู -ตำ่ ในประโยค
- การออกเสยี งเช่อื มโยง (linking sound) ใน
ข้อความ
- การออกเสยี งบทกลอนตามจงั หวะ
ประโยค หรอื ข้อความ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย
และความหมายเก่ียวกบั ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น
๑๘
ช้นั ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง
เครื่องหมายท่ีอา่ น ส่งิ แวดลอ้ ม อาหาร เครื่องดืม่ เวลาว่างและ
นนั ทนาการ สุขภาพและสวสั ดกิ าร การซื้อ -ขาย
และลมฟ้าอากาศ และเป็นวงคำศัพทส์ ะสม
ประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คำ (คำศัพท์ทเี่ ป็น
รูปธรรมและนามธรรม)
ป.๖ ๔. บอกใจความสำคัญและตอบ ประโยค บทสนทนา นทิ าน หรือเรอื่ งเลา่
คำถามจากการฟังและอ่านบท คำถามเกี่ยวกบั ใจความสำคญั ของเรื่อง เชน่ ใคร
สนทนา นทิ านงา่ ยๆ และเรอื่ งเล่า ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ทำไม
- Yes/No Question เช่นIs/Are/Can…?
Yes,…is/are/can./No,…isn’t/aren’t/can’t.
Do/Does/Can/Is/Are...? Yes/No… etc.
- Wh-Question เชน่ Who is/are…? He/She is…/They
are…What…?/Where…? It is …/They are…What...doing?
…is/am/are… etc.
- Or-Question เช่นIs this/it a/an...or a/an…? It is
a/an…Is/Are/Was/Were/Did…or…? etc.
สาระท่ี ๑ ภาษาเพอื่ การส่ือสาร
มาตรฐาน ต ๑.๒ มที ักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความร้สู ึก
และความคิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
ช้นั ตวั ชวี้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. พูดโตต้ อบด้วยคำส้ันๆ ง่ายๆ ใน บทสนทนาที่ใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
การสอ่ื สารระหว่างบุคคลตามแบบที่ ขอโทษ และประโยค/ข้อความทใี่ ชแ้ นะนำตนเอง
ฟงั เช่น Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/
Good evening/ I am…/ Goodbye./ Bye./ Thank
you./ I am sorry. etc.
๒. ใชค้ ำสง่ั ง่ายๆ ตามแบบท่ีฟัง คำสั่งที่ใช้ในห้องเรียน
๓. บอกความต้องการง่ายๆ ของ คำศัพท์ สำนวน และประโยคทีใ่ ช้บอกความ
ตนเองตามแบบที่ฟัง ต้องการ เช่น I want…/Please,… etc.
๔. พูดขอและใหข้ ้อมลู งา่ ยๆ คำศัพท์ สำนวน และประโยคท่ีใชข้ อและให้ขอ้ มูล
เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบท่ีฟัง เก่ียวกับตนเอง เชน่ What’s your name?/ My name
is…/ I am…/ How are you?/ I am fine. etc.
๑๙
ชนั้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.๒ ๑. พูดโตต้ อบดว้ ยคำสั้นๆ งา่ ยๆ ใน บทสนทนาท่ีใช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
การสื่อสารระหวา่ งบุคคลตามแบบท่ี ขอโทษ และประโยค/ข้อความทใี่ ช้แนะนำตนเอง
ฟงั เชน่ Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/
Good evening/ How are you?/ I’m fine./ I am… /
Goodbye./ Bye./ Thank you./ I am sorry. etc.
๒. ใช้คำส่ังและคำขอร้องงา่ ยๆ ตาม คำส่งั และคำขอร้องทีใ่ ช้ในห้องเรียน
แบบทฟี่ ัง
๓. บอกความต้องการงา่ ยๆ ของ คำศัพท์ สำนวน และประโยคทใ่ี ช้บอกความ
ตนเองตามแบบท่ีฟงั ตอ้ งการ เชน่ I want…/ Please,… etc.
๔. พดู ขอและให้ข้อมูลง่ายๆ คำศัพท์ สำนวน และประโยคทใ่ี ช้ขอและให้ข้อมลู
เกย่ี วกบั ตนเองตามแบบท่ีฟงั เกีย่ วกบั ตนเอง เช่น What’s your name?/ My name
is…/ I am…/ How are you?/ I am fine. etc.
ป.๓ ๑. พูดโตต้ อบด้วยคำส้นั ๆ ง่ายๆ ใน บทสนทนาทใ่ี ช้ในการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ
การส่อื สารระหวา่ งบุคคลตามแบบที่ ขอโทษ และประโยค/ขอ้ ความที่ใช้แนะนำตนเอง
ฟงั เชน่ Hi/ Hello/ Good morning/ Good afternoon/
Good evening/ I am sorry./ How are you? I’m
fine.Thank you. And you?/ Nice to see you./ Nice
to see you too./ Goodbye./Bye./ See you soon/
later./ Thanks./ Thank you./ Thank you very
much./ You’re welcome. etc.
๒ .ใชค้ ำสั่งและคำขอร้องงา่ ยๆ ตาม คำสงั่ และคำขอรอ้ งทใี่ ช้ในห้องเรยี น
แบบทฟ่ี ัง
๓. บอกความต้องการง่ายๆ ของ คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใชบ้ อกความต้องการ
ตนเองตามแบบท่ีฟงั เช่น Please,…/ May I go out?/ May I come in? etc.
๔. พูดขอและใหข้ ้อมูลงา่ ยๆ คำศัพท์ สำนวน และประโยคทใ่ี ช้ขอและให้ข้อมูล
เกีย่ วกบั ตนเอง และเพ่ือนตามแบบ เก่ยี วกับตนเอง และเพื่อน เช่น
ทีฟ่ งั What’s your name? My name is…
How are you? I am fine.
What time is it? It is one o’clock.
What is this? It is a/an…
๒๐
ช้นั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
How many…are there? There is a/an…/There are…
Who is…? He/She is… etc.
๕. บอกความร้สู ึกของตนเอง คำและประโยคท่ีใชแ้ สดงความรู้สกึ เช่น ดใี จ
เกย่ี วกบั สิง่ ตา่ งๆ ใกล้ตัว หรอื เสยี ใจ ชอบไมช่ อบ เชน่ Yeah!/ Great!/ Cool!/
กิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟัง I’m happy./ I like cats./ I don’t like snakes. etc.
ป.๔ ๑. พดู /เขียนโตต้ อบในการสือ่ สาร บทสนทนาทใี่ ชใ้ นการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
ระหว่างบุคคล ขอโทษ การพดู แทรกอยา่ งสภุ าพ ประโยค/
ขอ้ ความท่ใี ช้แนะนำตนเอง เพ่อื น และบุคคลใกล้
ตัว และสำนวนการตอบรับ เช่น Hi/Hello/Good
morning/Good afternoon/Good evening/I am
sorry./How are you?/I’m fine. Thank you. And
you?/ Hello.I am… Hello,…I am… This is my
sister.Her name is… Hello,…/Nice to see you.
Nice to see you too./Goodbye./ Bye./See you
soon/later./ Thanks./Thank you./Thank you very
much./You’re welcome./It’s O.K. etc.
๒ .ใชค้ ำส่ัง คำขอร้อง และคำขอ คำส่งั คำขอร้อง และคำขออนญุ าตที่ใชใ้ น
อนญุ าตง่ายๆ หอ้ งเรียน
๓. พูด/เขยี นแสดงความตอ้ งการ คำศัพท์ สำนวน และประโยคท่ีใชแ้ สดงความ
ของตนเอง และขอความชว่ ยเหลือ ตอ้ งการและขอความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ า่ งๆ
ในสถานการณ์งา่ ยๆ เชน่ I want …/ Please…/ May…?/ I need your
help./ Please help me./ Help me! etc.
๔. พดู /เขยี นเพ่ือขอและให้ข้อมูล คำศัพท์ สำนวน และประโยคท่ใี ชข้ อและให้ขอ้ มลู
เกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และ เก่ียวกบั ตนเอง สง่ิ ใกล้ตวั เพื่อน และครอบครัว
ครอบครวั เช่นWhat’s your name? My name is…
What time is it? It is one o’clock.
What is this? It is a/an…
How many…are there? There is a/an…/There are…
Where is the…? It is in/on/under…etc.
๒๑
ช้นั ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๕. พดู แสดงความรูส้ กึ ของตนเอง คำและประโยคท่ีใช้แสดงความรสู้ กึ เชน่ ดีใจ
เกย่ี วกับเร่ืองต่างๆ ใกลต้ วั และ เสียใจ ชอบ ไม่ชอบ รกั ไมร่ ัก เช่น
กจิ กรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟงั I/You/We/They like…/He/She likes…
I/You/We/They love…/He/She loves…
I/You/We/They don’t like/love/feel…
He/She doesn’t like/love/feel…
I/You/We/They feel… etc.
ป.๕ ๑. พดู /เขยี นโต้ตอบในการ บทสนทนาทใี่ ชใ้ นการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ
ส่ือสารระหว่างบคุ คล ขอโทษ ชมเชย การพดู แทรกอยา่ งสภุ าพ ประโยค/
ข้อความท่ใี ชแ้ นะนำตนเอง เพ่ือน และบุคคลใกล้
ตัว และสำนวนการตอบรบั เชน่ Hi/ Hello/ Good
morning/ Good afternoon/ Good evening/ I am
sorry./ How are you?/ I’m fine. Thank you. And
you?/ Hello. I am…/ Hello,…I am… This is my
sister. Her name is… /Hello,…/ Nice to see you.
Nice to see you too./ Goodbye./ Bye./ See you
soon/later./ Good/Very good./ Thanks./ Thank
you./ Thank you very much./ You’re welcome./
It’s O.K. etc.
๒. ใชค้ ำสง่ั คำขอร้อง คำขอ คำสั่ง คำขอรอ้ ง คำแนะนำที่มี ๑-๒ ขน้ั ตอน
อนุญาต และใหค้ ำแนะนำงา่ ยๆ
๓. พดู /เขยี นแสดงความต้องการ คำศัพท์ สำนวน และประโยคทีใ่ ช้บอกความต้องการ ขอความ
ขอความชว่ ยเหลอื ตอบรับและ ช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือ เชน่
ปฏเิ สธการให้ความชว่ ยเหลอื ใน Please…/ May…?/I need…/ Help me!/ Can/ Could…?/
สถานการณ์ง่ายๆ Yes,.../No,…etc.
๔. พดู /เขยี นเพ่ือขอและใหข้ ้อมลู คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใช้ขอและให้ขอ้ มลู
เก่ยี วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั เก่ียวกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรือ่ งใกล้ตวั
และเร่อื งใกล้ตวั เช่นWhat do you do? I’m a/an…
What is she/he? …is a/an (อาชพี )
How old/tall…? I am…
Is/Are/Can…or…? …is/are/can…
๒๒
ช้นั ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
Is/Are…going to…or…? …is/are going to… etc.
๕. พดู /เขยี นแสดงความร้สู ึกของ คำและประโยคทใ่ี ชแ้ สดงความรูส้ ึก เชน่ ชอบไมช่ อบ ดีใจ เสียใจ
ตนเองเกย่ี วกับเรื่องตา่ งๆ ใกล้ตวั มคี วามสขุ เศร้า หิว รสชาตเิ ชน่
และกจิ กรรมตา่ งๆ พร้อมทั้งให้ I’m…/He/She/It is…/You/We/They are…
เหตผุ ลสั้นๆ ประกอบ I/You/We/They like…/He/She likes…because…
I/You/We/They love…/He/She loves…because…
I/You/We/They don’t like/love/feel…because…
He/She doesn’t like/love/feel…because…
I/You/We/They feel…because… etc.
ป.๖ ๑. พดู /เขยี นโตต้ อบในการ บทสนทนาท่ใี ช้ในการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ
สอื่ สารระหวา่ งบคุ คล ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสภุ าพ ประโยค/
ข้อความท่ใี ชแ้ นะนำตนเอง เพื่อน และบุคคลใกล้
ตวั และสำนวนการตอบรับ เชน่ Hi/ Hello/ Good
morning/ Good afternoon/ Good evening/ I amsorry./
How are you?/ I’m fine./Very well./ Thank you. And
you?/ Hello. I am… Hello,…I am…
This is my sister. Her name is… Hello,…/ Nice to
see you. Nice to see you, too./ Goodbye./ Bye./
See you soon/later./ Great!/ Good./ Very good.
Thank you./ Thank you very much./ You’re
welcome./ It’s O.K./ That’s O.K./ That’s all right./
Not at all./Don’t worry./Never mind./ Excuse me./
Excuse me, Sir./Miss./Madam. etc.
๒. ใช้คำส่ัง คำขอร้อง และให้ คำส่งั คำขอร้อง และคำแนะนำทมี่ ี ๒-๓ ขนั้ ตอน
คำแนะนำ
๓. พดู /เขยี นแสดงความต้องการ คำศัพท์ สำนวน และประโยคที่ใชบ้ อกความ
ขอความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และ ต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรบั และปฏเิ สธ
ปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลอื ใน การให้ความช่วยเหลือ เช่น Please…/ May…?/ I
สถานการณง์ ่ายๆ need…/ Help me!/ Can/Could…?/ Yes,.../No,…etc.
๒๓
ชนั้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๔. พูดและเขียนเพอื่ ขอและให้ คำศัพท์ สำนวน และประโยคทีใ่ ชข้ อและให้ข้อมลู
ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เพื่อน เกย่ี วกับตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตวั
ครอบครัว และเร่อื งใกลต้ วั เชน่
What do you do? I’m a/an…
What is she/he? …is a/an (อาชพี )
How old/tall…? I am…
Is/Are/Can…or…? …is/are/can…
Is/Are…going to…or…? …is/are going to…etc.
๕. พูด/เขียนแสดงความรสู้ ึกของ คำและประโยคทีใ่ ช้แสดงความรู้สกึ และการให้
ตนเองเกีย่ วกับเรอ่ื งตา่ งๆ ใกล้ตัว เหตผุ ลประกอบ เช่น ชอบ/ไม่ชอบ ดีใจ เสยี ใจ
กิจกรรมตา่ งๆ พร้อมทั้งใหเ้ หตุผล มคี วามสขุ เศร้า หวิ รสชาติ สวย นา่ เกลียด
สัน้ ๆ ประกอบ เสียงดัง ดี ไม่ดี เช่น
I’m…/He/She/It is…/You/We/They are…
I/You/We/They like…/He/She likes…because…
I/You/We/They love…/He/She loves…because…
I/You/We/They don’t like/love/feel…because…
He/She doesn’t like/love/feel…because…
I/You/We/They feel…because… etc.
สาระที่ ๑ ภาษาเพอ่ื การสื่อสาร
มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพดู
และการเขยี น
ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. พดู ให้ข้อมลู เก่ยี วกบั ตนเองและ คำและประโยคท่ใี ชใ้ นการพดู ใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับ
เรื่องใกล้ตัว ตนเอง บคุ คลใกลต้ วั และเรื่องใกล้ตัว เช่น บอกช่อื
อายุ รปู รา่ ง สว่ นสงู เรียกสิ่งต่างๆ จำนวน ๑-๒๐
สี ขนาด สถานทอี่ ยู่ของสิ่งของ
ป.๒ ๑. พดู ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั ตนเองและ คำและประโยคทใี่ ช้ในการพดู ให้ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง บคุ คล
เร่อื งใกลต้ ัว ใกล้ตัว และเร่ืองใกล้ตวั เช่น บอกชอ่ื อายุ รปู ร่าง ส่วนสงู
เรียกส่งิ ต่างๆ จำนวน ๑-๓๐สี ขนาด สถานท่ีอยขู่ องส่ิงของ
๒๔
ชัน้ ตวั ช้วี ดั สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
ป.๓ ๑. พูดให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเองและ คำและประโยคทีใ่ ช้ในการพดู ใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกบั
เรื่องใกลต้ วั ตนเอง บุคคลใกล้ตัว และเร่ืองใกล้ตวั เชน่ บอกชือ่
อายุ รปู รา่ ง สว่ นสูง เรียกสิ่งต่างๆ จำนวน ๑-๕๐
สี ขนาด สถานท่ีอยู่ของสิ่งของ
๒. จัดหมวดหมคู่ ำตามประเภทของ คำ กลุ่มคำท่ีมีความหมายเกี่ยวกับบคุ คล สตั ว์ และ
บุคคล สตั ว์ และสง่ิ ของ ตามที่ฟงั สิ่งของ เชน่ การระบ/ุ เชอื่ มโยงความสัมพนั ธ์ของ
หรืออา่ น ภาพกับคำ หรือกลมุ่ คำ โดยใช้ภาพ แผนภมู ิ
แผนภาพ แผนผงั
ป.๔ ๑. พูด/เขยี นให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง ประโยคและขอ้ ความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง
และเร่อื งใกลต้ วั บุคคล สตั วแ์ ละเร่อื งใกลต้ วั เช่นช่อื อายุ รูปร่าง สี ขนาด
รูปทรง สิ่งต่างๆ จำนวน๑-๑๐๐ วัน เดอื น ปี ฤดกู าล ท่ีอยู่
ของสิ่งตา่ งๆเคร่ืองหมายวรรคตอน
๒. พูด/วาดภาพแสดงความสัมพนั ธ์ คำ กลมุ่ คำที่มีความหมายสัมพนั ธ์ของสิง่ ต่างๆ
ของส่ิงตา่ งๆ ใกลต้ ัวตามที่ฟงั หรอื ใกลต้ ัว เชน่ การระบุ/เชือ่ มโยงความสมั พันธ์ของ
อ่าน ภาพกบั คำ หรือกลมุ่ คำ โดยใชภ้ าพ แผนภมู ิ
แผนภาพ แผนผงั
๓. พดู แสดงความคิดเหน็ งา่ ยๆ ประโยคทใี่ ชใ้ นการแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับ
เกีย่ วกับเรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั เร่อื งตา่ งๆ ใกล้ตัว
ป.๕ ๑. พดู /เขยี นใหข้ ้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง ประโยคและขอ้ ความทีใ่ ช้ในการให้ขอ้ มลู เก่ียวกับ
และเรอ่ื งใกลต้ วั บคุ คล สตั ว์ สถานที่ และกิจกรรมตา่ งๆ เช่น ขอ้ มลู
ส่วนบคุ คล เรื่องต่างๆ ใกล้ตัว จำนวน ๑-๕๐๐
ลำดบั ที่ วัน เดอื น ปี ฤดูกาล เวลา สภาพดินฟ้า
อากาศ อารมณ์ ความรูส้ ึก สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่
ของส่งิ ตา่ งๆ
เครื่องหมายวรรคตอน
๒. เขียนภาพ แผนผงั และแผนภมู ิ คำ กลุม่ คำประโยคท่ีแสดงข้อมลู และความหมาย
แสดงขอ้ มูลตา่ งๆ ตามที่ฟงั หรืออา่ น ของเรื่องต่างๆ ภาพ แผนผงั แผนภูมิ ตาราง
๓. พดู แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับ ประโยคท่ใี ชใ้ นการพดู แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั
เรื่องตา่ งๆ ใกลต้ วั กิจกรรมหรือเรอื่ งต่างๆ ใกล้ตัว
๒๕
ชนั้ ตวั ชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.๖ ๑. พดู /เขียนให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง ประโยคและขอ้ ความทใ่ี ช้ในการใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกับ
เพ่อื น และสิ่งแวดลอ้ มใกล้ตวั ตนเอง กิจวัตรประจำวัน เพ่ือน สง่ิ แวดลอ้ มใกล้ตัว
เช่น ข้อมูลสว่ นบคุ คล เรยี กสิ่งตา่ งๆ จำนวน ๑-
๑,๐๐๐ ลำดับท่ี วนั เดอื น ปี ฤดกู าล เวลา กจิ กรรม
ที่ทำ สี ขนาด รูปทรง ที่อยู่ของสิง่ ต่างๆ ทศิ ทาง
ง่ายๆ สภาพดนิ ฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก
เครอ่ื งหมายวรรคตอน
๒. เขียนภาพ แผนผัง แผนภูมิ และ คำ กลมุ่ คำและประโยคทม่ี ีความหมายสมั พันธ์กับ
ตารางแสดงข้อมลู ตา่ งๆ ที่ฟังหรือ ภาพ แผนผงั แผนภมู ิ และตาราง
อา่ น
๓. พูด/เขียนแสดงความคดิ เห็น ประโยคที่ใชใ้ นการแสดงความคิดเหน็
เก่ียวกับเรอ่ื งต่างๆ ใกลต้ ัว
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้อย่าง
เหมาะสมกบั กาลเทศะ
ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. พดู และทำท่าประกอบ ตาม
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เชน่ การใชส้ ีหนา้
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ทา่ ทางประกอบการพดู ขณะแนะนำตนเอง การ
สมั ผัสมือ การโบกมือ การแสดงอาการตอบรบั หรือ
๒. บอกชือ่ และคำศัพทเ์ กี่ยวกับ ปฏิเสธ
เทศกาลสำคญั ของเจา้ ของภาษา
๓. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ คำศัพทเ์ กยี่ วกบั เทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา
วัฒนธรรมทเ่ี หมาะกับวยั เชน่ วนั ครสิ ตม์ าส วนั ขึ้นปีใหม่วนั วาเลนไทน์
ป.๒ ๑. พูดและทำท่าประกอบ ตาม กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เช่น การเล่นเกม
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา การร้องเพลง การเลา่ นิทานประกอบทา่ ทาง
วนั ครสิ ต์มาส วันขนึ้ ปใี หม่วันวาเลนไทน์
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การใช้สหี น้า
ทา่ ทางประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การ
สมั ผัสมอื การโบกมอื การแสดงอาการตอบรับหรือ
ปฏเิ สธ
๒๖
ช้ัน ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๒. บอกชอ่ื และคำศัพทเ์ กีย่ วกับ คำศัพท์เกี่ยวกับเทศกาลสำคัญของเจ้าของภาษา
เทศกาลสำคัญของเจา้ ของภาษา เชน่ วนั คริสตม์ าส วันขึ้นปีใหม่วนั วาเลนไทน์
๓. เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาและ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เชน่ การเล่นเกม
วัฒนธรรมที่เหมาะกบั วัย การร้องเพลง การเลา่ นิทานประกอบท่าทาง
วันครสิ ตม์ าส วนั ขึน้ ปีใหมว่ นั วาเลนไทน์
ป.๓ ๑. พูดและทำท่าประกอบ ตาม มารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เช่น
มารยาทสังคม/วฒั นธรรมของ การขอบคุณ ขอโทษ การใชส้ ีหนา้ ท่าทางประกอบ
เจา้ ของภาษา การพดู ขณะแนะนำตนเอง การสมั ผัสมอื การโบก
มอื การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ
๒. บอกช่อื และคำศัพท์ง่ายๆ คำศัพทเ์ กี่ยวกับเทศกาล/วนั สำคญั /งานฉลอง และ
เกยี่ วกับเทศกาล/วันสำคญั /งานฉลอง ชีวิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา เชน่ วนั คริสต์มาสวัน
และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ ข้ึนปีใหม่ วนั วาเลนไทน์ เครื่องแตง่ กาย อาหารเคร่ืองดื่ม
ภาษา
๓. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เชน่ การเล่นเกม
วัฒนธรรมท่ีเหมาะกบั วยั การรอ้ งเพลง การเลา่ นิทานประกอบท่าทาง
วนั คริสตม์ าส วันขน้ึ ปีใหม่วนั วาเลนไทน์
ป.๔ ๑. พดู และทำท่าประกอบอยา่ งสภุ าพ มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา เชน่
ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรม การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สีหนา้ ทา่ ทางประกอบ
ของเจา้ ของภาษา การพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผสั มือ การโบก
มือ การแสดงความรสู้ ึกชอบ/ไม่ชอบ การแสดง
อาการตอบรับหรือปฏเิ สธ
๒. ตอบคำถามเกี่ยวกบั เทศกาล/ คำศัพทแ์ ละข้อมลู เก่ยี วกบั เทศกาล/วนั สำคัญ/งาน
วนั สำคญั /งานฉลองและชวี ติ ความ ฉลอง และชีวิตความเปน็ อยู่ของเจา้ ของภาษา เช่น
เปน็ อยูง่ ่ายๆ ของเจ้าของภาษา วันครสิ ตม์ าส วันขึน้ ปีใหม่ วนั วาเลนไทน์
เครื่องแตง่ กาย ฤดกู าล อาหาร เคร่ืองด่ืม
๓. เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและ กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม
วัฒนธรรมที่เหมาะกบั วัย การรอ้ งเพลง การเลา่ นิทานประกอบท่าทาง บทบาท
สมมุติ วนั คริสต์มาส วันขน้ึ ปใี หมว่ ันวาเลนไทน์
๒๗
ชั้น ตัวช้ีวดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.๕ ๑. ใชถ้ ้อยคำ นำ้ เสียง และกริ ิยา
การใช้ถอ้ ยคำ นำ้ เสยี ง และกิริยาท่าทาง ตาม
ท่าทางอยา่ งสภุ าพ ตามมารยาท มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เชน่
สงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของ การขอบคุณ ขอโทษ การใชส้ ีหนา้ ทา่ ทาง
ภาษา ประกอบการพูดขณะแนะนำตนเอง การสัมผัสมือ
การโบกมือ การแสดงความรู้สึกชอบ/ไม่ชอบ การ
๒. ตอบคำถาม/บอกความสำคญั ของ กลา่ วอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏิเสธ
เทศกาล/วันสำคญั /งานฉลองและ
ชวี ติ ความเปน็ อยู่งา่ ยๆ ของเจ้าของ ขอ้ มูลและความสำคัญของเทศกาล/วนั สำคญั /งาน
ภาษา ฉลองและชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เช่น
๓. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วนั คริสต์มาส วนั ข้นึ ปใี หม่วันวาเลนไทน์
วฒั นธรรมตามความสนใจ เครื่องแตง่ กาย ฤดกู าล อาหาร เคร่ืองดืม่
ป.๖ ๑. ใช้ถอ้ ยคำ น้ำเสยี ง และกิริยา กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เช่น การเลน่ เกม
ทา่ ทางอย่างสุภาพเหมาะสม ตาม การรอ้ งเพลง การเล่านิทาน บทบาทสมมุติ
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของ วันขอบคุณพระเจา้ วันครสิ ต์มาส วนั ข้ึนปใี หม่
เจ้าของภาษา วนั วาเลนไทน์
๒. ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกบั เทศกาล/วนั การใชถ้ ้อยคำ น้ำเสยี ง และกิรยิ าท่าทาง ตาม
สำคญั /งานฉลอง/ชวี ิตความเป็นอยู่ มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
ของเจา้ ของภาษา เช่น การขอบคุณ ขอโทษ การใช้สหี น้าท่าทาง
ประกอบการพดู ขณะแนะนำตนเอง การสมั ผัสมือ
๓. เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษาและ การโบกมือ การแสดงความรู้สกึ ชอบ/ไม่ชอบ
วฒั นธรรมตามความสนใจ การกลา่ วอวยพร การแสดงอาการตอบรับหรือปฏเิ สธ
ข้อมูลและความสำคญั ของเทศกาล/วนั สำคัญ/
งานฉลองและชวี ิตความเปน็ อยขู่ องเจา้ ของภาษา
เช่น วันคริสตม์ าส วันขึ้นปใี หม่วันวาเลนไทน์
เครือ่ งแตง่ กายตามฤดกู าล อาหาร เครื่องดมื่
กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม เชน่ การเลน่ เกม
การร้องเพลง การเลา่ นิทาน บทบาทสมมุติ
วนั ขอบคุณพระเจา้ วนั ครสิ ต์มาส วนั ขนึ้ ปใี หม่
วนั วาเลนไทน์
๒๘
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับภาษา
และวฒั นธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ชน้ั ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
ป.๑ ๑.ระบุตัวอกั ษรและเสียงตัวอักษร ตัวอกั ษรและเสียงตัวอักษรของภาษาตา่ งประเทศ
ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย และภาษาไทย
ป.๒ ๑.ระบตุ ัวอกั ษรและเสยี งตัวอักษร ตวั อกั ษรและเสียงตวั อักษรของภาษาตา่ งประเทศ
ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย และภาษาไทย
ป.๓ ๑. บอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คำ ความแตกตา่ งของเสยี งตัวอกั ษร คำ กลมุ่ คำ และ
กล่มุ คำ และประโยคง่ายๆ ของ ประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ป.๔ ๑. บอกความแตกตา่ งของเสียงตวั อักษร คำ ความแตกตา่ งของเสียงตัวอักษร คำ กลมุ่ คำ และ
กลุ่มคำ ประโยค และข้อความของ ประโยคของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
๒. บอกความเหมือน/ความแตกตา่ งระหวา่ ง ความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล และ
เทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรมของ งานฉลองตามวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของ
เจ้าของภาษากับของไทย ไทย
ป.๕ ๑. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการ ความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างการออกเสยี ง
ออกเสียงประโยคชนดิ ตา่ งๆ การใชเ้ ครื่องหมาย ประโยคชนดิ ตา่ งๆ ของเจา้ ของภาษากับของไทย
วรรคตอน และการลำดบั คำ(order)ตาม การใช้เครื่องหมายวรรคตอนและการลำดับคำ
โครงสรา้ งประโยค ของภาษาตา่ งประเทศและ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและ
ภาษาไทย ภาษาไทย
๒. บอกความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่าง ความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาลและ
เทศกาลและงานฉลองของเจา้ ของภาษากับของ งานฉลองของเจ้าของภาษากับของไทย
ไทย
ป.๖ ๑. บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งการ ความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างการออกเสียง
ออกเสยี งประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครอื่ งหมาย ประโยคชนดิ ตา่ งๆ ของเจ้าของภาษากบั ของไทย
วรรคตอน และการลำดับคำตาม การใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอนและการลำดับคำ
โครงสรา้ งประโยค ของภาษาต่างประเทศและ ตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศและ
ภาษาไทย ภาษาไทย
๒๙
ชนั้ ตวั ชว้ี ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๒. เปรยี บเทียบความเหมอื น/ความแตกต่าง การเปรยี บเทยี บความเหมือน/ความแตกตา่ ง
ระหวา่ งเทศกาล งานฉลองและประเพณีของ ระหว่างเทศกาล งานฉลอง และประเพณขี อง
เจา้ ของภาษากบั ของไทย เจ้าของภาษากับของไทย
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพนั ธก์ ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ นื่
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเชอื่ มโยงความรกู้ บั กล่มุ สาระการเรยี นรู้อ่ืน และเป็นพนื้ ฐานในการ
พฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทศั นข์ องตน
ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ป.๑ ๑. บอกคำศัพท์ทีเ่ กี่ยวข้องกบั กลมุ่ คำศัพท์ทีเ่ ก่ียวข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่
สาระการเรียนรู้อื่น
ป.๒ ๑. บอกคำศัพท์ท่เี กีย่ วข้องกบั กลมุ่ คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลมุ่ สาระการเรียนรู้อืน่
สาระการเรียนรู้อื่น
ป.๓ ๑. บอกคำศัพท์ทเ่ี ก่ยี วข้องกับกลมุ่ คำศัพทท์ ่ีเกย่ี วข้องกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้อื่น
สาระการเรยี นรู้อน่ื
ป.๔ ๑. ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ทเี่ กีย่ วข้องกับ การคน้ คว้า การรวบรวม และการนำเสนอ คำศัพทท์ ่ี
กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ น่ื และนำเสนอด้วยการ เกย่ี วขอ้ งกบั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อน่ื
พูด / การเขยี น
ป.๕ ๑. คน้ คว้า รวบรวมคำศัพท์ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับ การค้นคว้า การรวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์
กลุม่ สาระการเรียนรูอ้ ื่นและนำเสนอดว้ ยการ ทเี่ กย่ี วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรยี นร้อู ื่น
พูด / การเขียน
ป.๖ ๑. ค้นควา้ รวบรวมคำศพั ท์ท่เี ก่ียวข้องกบั การคน้ คว้า การรวบรวม และการนำเสนอคำศัพท์
กลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่ จากแหล่งเรียนรู้ ทเ่ี กีย่ วข้องกบั กลุม่ สาระการเรียนรู้อ่นื
และนำเสนอดว้ ยการพดู / การเขยี น
๓๐
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และสังคม
ชน้ั ตัวชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
ป.๑ ๑. ฟัง/พดู ในสถานการณ์งา่ ยๆ ที่ การใช้ภาษาในการฟงั /พดู ในสถานการณง์ ่ายๆ ที่
เกิดขึ้นในห้องเรยี น เกิดข้ึนในห้องเรยี น
ป.๒ ๑. ฟงั /พดู ในสถานการณ์งา่ ยๆ ท่ี การใช้ภาษาในการฟัง/พดู ในสถานการณง์ ่ายๆ ที่
เกิดข้นึ ในห้องเรยี น เกดิ ขน้ึ ในห้องเรียน
ป.๓ ๑. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ที่ การใช้ภาษาในการฟัง/พดู ในสถานการณ์ง่ายๆ ที่
เกดิ ขน้ึ ในห้องเรยี น เกิดขึน้ ในห้องเรียน
ป.๔ ๑. ฟังและพูด/อ่านในสถานการณ์ท่ี การใชภ้ าษาในการฟงั และพูด/อ่านในสถานการณ์
เกิดขึ้นในห้องเรียนและสถานศึกษา ทีเ่ กดิ ขึ้นในหอ้ งเรียน
ป.๕ ๑. ฟงั พดู และอ่าน/เขียนใน การใช้ภาษาในการฟงั พูด และอ่าน/เขยี นใน
สถานการณต์ ่างๆ ทีเ่ กิดข้ึนใน สถานการณต์ ่างๆ ท่ีเกดิ ข้นึ ในหอ้ งเรยี น
ห้องเรียนและสถานศึกษา
ป.๖ ๑. ใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์ การใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณต์ ่างๆท่ีเกิดข้นึ
ตา่ งๆ ทเี่ กิดขน้ึ ในห้องเรยี นและ ในห้องเรียนและสถานศึกษา
สถานศึกษา
สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาต่างประเทศเป็นเครือ่ งมอื พน้ื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี และการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรู้กบั สังคมโลก
ช้นั ตัวช้ีวัด สาระการเรียนร้แู กนกลาง
ป.๑ ๑. ใชภ้ าษาตา่ งประเทศ เพื่อรวบรวม การใช้ภาษาต่างประเทศในการรวบรวมคำศัพท์ท่ี
คำศัพท์ที่เกย่ี วขอ้ งใกลต้ วั เกยี่ วขอ้ งใกล้ตวั จากสื่อตา่ งๆ
ป.๒ ๑. ใช้ภาษาต่างประเทศ เพ่ือรวบรวม การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศพั ท์ที่
คำศัพทท์ ี่เก่ยี วขอ้ งใกลต้ ัว เกี่ยวขอ้ งใกลต้ วั จากสื่อตา่ งๆ
ป.๓ ๑. ใช้ภาษาตา่ งประเทศ เพื่อรวบรวม การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการรวบรวมคำศพั ท์ที่
คำศัพท์ที่เกย่ี วข้องใกล้ตวั เกีย่ วขอ้ งใกลต้ วั จากสื่อต่างๆ
ป.๔ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ และ การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสืบค้นและการ
รวบรวมขอ้ มูลต่างๆ รวบรวมคำศพั ท์ที่เกย่ี วข้องใกลต้ วั จากสือ่ และ
แหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
ป.๕ ๑. ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ การใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสบื ค้นและการ
และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ รวบรวมคำศพั ท์ที่เกีย่ วข้องใกล้ตัว จากส่อื และ
แหล่งการเรยี นรู้ตา่ งๆ
ป.๖ ๑. ใชภ้ าษาต่างประเทศในการสืบค้น การใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ และการ
และรวบรวมข้อมลู ต่างๆ รวบรวมคำศัพท์ทเ่ี กย่ี วข้องใกล้ตัว จากสอ่ื และ
แหลง่ การเรียนรูต้ ่างๆ
๓๑
ตัวชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้ ภาษาจีน ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 4
มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรอื่ งทีฟ่ งั และอา่ นจากสอื่ ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคดิ เห็น
อยา่ งมีเหตผุ ล
ช้ัน ตัวชวี้ ัดช้นั ปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี
ป.4 1. ปฏบิ ัติตามคำสัง่ คำขอร้อง และ ⬧ คำสง่ั คำขอร้อง และคำแนะนำท่ีใช้ในห้องเรียน
คำแนะนำงา่ ยๆ ที่ฟังหรืออ่าน เชน่ การเล่นเกม การวาดภาพ กฎระเบียบของห้องเรยี น
ตัวอย่าง
看黑板kànhēibǎn 、看地图kàndìtú
再说一遍zàishuōyībiàn
读后请画画儿dúhòuqǐnghuàhuàr
放在里面fàngzàilǐmiàn、不要去
búyàoqù
请排队qǐngpáiduì
你应该天天练习nǐyīnggāitiāntiānliànxí
你要用心听nǐyàoyòngxīntīng
上课不可以吃东西
2. ประสมเสียง อา่ นออกเสียงคำ กลมุ่ คำ shàngkèbúkěyǐchīdōngxi
ประโยค ขอ้ ความ และบทฝึกออกเสียง ⬧ หลกั การออกเสียง
ตามหลกั การออกเสยี ง ⬧ การประสมเสยี ง
⬧ คำ กลุม่ คำ ประโยค ข้อความ และบทฝกึ ออกเสยี ง
3. ระบุภาพ สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ⬧ การใชพ้ จนานุกรม
ตรงตามความหมายของคำ กลุ่มคำ
ตัวอยา่ ง
วรรณยุกตเ์ สยี ง 3 ตามด้วยเสียง 3 ตอ้ งออกเสยี งตัว
แรกเปน็ เสยี ง 2 เช่น Nǐhǎo、hěnměi、hǎojiǔ
⬧ กล่มุ คำ ประโยคความเดียว สัญลกั ษณ์ เครื่องหมาย
ท่ีมีความหมายเกีย่ วกบั ตนเอง ครอบครัว โรงเรยี น
ประโยค และข้อความส้ันๆ ที่ฟังหรืออ่าน อาหาร สิ่งแวดล้อมรอบตวั เครอื่ งดมื่ งานอดิเรก
4. ตอบคำถามจากการฟงั และอา่ น นนั ทนาการ คำศพั ท์สะสม 300-350 คำ
ประโยค บทสนทนา หรอื นิทานง่ายๆ ⬧ ประโยค บทสนทนา นทิ านทมี่ ีภาพประกอบ
⬧ คำถามเกย่ี วกับใจความสำคัญของเรอื่ ง เชน่ ใคร
ทม่ี ีภาพประกอบ ทำอะไร ท่ีไหน
ตัวอยา่ ง
……谁? ……sheí? ……什么? ……shénme?
……哪里? ……nǎli?
……在做什么? ……zàizuòshénme?
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก และ
ความคิดเหน็ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
ช้นั ตัวช้ีวดั ช้ันปี สาระการเรยี นร้ภู าษาจีน
๓๒
ป.4 1. พูดหรือเขียนโตต้ อบ ⬧ บทสนทนาทีใ่ ช้ในการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ
ในการสื่อสารระหวา่ ง ขอโทษ
บคุ คล ⬧ ประโยค ขอ้ ความทใ่ี ชแ้ นะนำตนเอง เพ่ือน และบคุ คลใกลต้ ัว สำนวนการ
ตอบรบั
ตัวอย่าง
我是…… wǒshì…… 、这是我的…… zhèshìwǒde……
那是我的…… nàshìwǒde……
他是…… tāshì……
谢谢xièxiè 、不用谢búyòngxiè
不客气búkèqì、对不起duìbuqǐ
没关系méiguānxi
2. ใช้คำสัง่ คำขอร้อง ⬧ คำส่ัง คำขอรอ้ ง คำขออนุญาตท่ใี ช้ในห้องเรยี น
และคำขออนญุ าตง่ายๆ ตวั อย่าง
请进qǐngjìn 、 请坐qǐngzuò
注意听zhùyìtīng
注意看zhùyìkàn、我可以进来吗?wǒkěyǐjìnláima?
我可以去……吗?wǒkěyǐqù…ma?
3. พดู หรอื เขยี นแสดง ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ใี ช้แสดงความต้องการ และขอความช่วยเหลอื ใน
ความต้องการ สถานการณ์ต่างๆ
ของตนเอง และขอ ตัวอย่าง
ความช่วยเหลอื 我要…… wǒyào……
ในสถานการณ์ตา่ งๆ 请帮我…… qǐngbāngwǒ……
4. พูดหรือเขยี นเพอ่ื ขอ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาทีใ่ ช้ขอและให้ขอ้ มูลเกีย่ วกบั ตนเอง เพ่ือน
และใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับ ครอบครัว และส่ิงใกล้ตัว
ตนเอง เพื่อน ตัวอยา่ ง
ครอบครัวและ 你住在哪儿?nǐzhùzàinǎr?
สงิ่ ใกล้ตัว 我住在……wǒzhùzài…
你家有几口人?nǐjiāyǒujǐkǒurén?
我家有……口人。wǒjiāyǒu……kǒurén.
我在……学校上学。wǒzài……xuéxiàoshàngxué.
我和同学一起去……wǒhétóngxuéyìqǐqù……
ชัน้ ตัวชว้ี ดั ชน้ั ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจนี
5. พูดแสดงความรู้สกึ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาทใ่ี ชบ้ อกความร้สู กึ ของตนเอง เชน่ ดีใจ เสียใจ ชอบ
ของตนเองเก่ียวกบั เรื่อง ไม่ชอบ รกั ไม่รกั
ใกลต้ ัว และกจิ กรรม ตวั อย่าง
๓๓
ตา่ งๆ ตามแบบที่ฟัง 觉得juéde、喜欢xǐhuan、爱ài、高兴gāoxìng
伤心shāngxīn、我很高兴。wǒhěngāoxìng.
我很伤心。wǒhěnshāngxīn.、我爱唱歌。wǒàichànggē.
我觉得中文不难。wǒjuédezhōngwénbúnán.
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรอื่ งตา่ งๆ โดยการพูด
และการเขยี น
ชนั้ ตัวช้วี ัดช้ันปี สาระการเรียนรู้ภาษาจนี
ป.4 1. พดู หรอื เขียนให้ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาทีใ่ ช้ในการพดู และเขียนข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง และ
ขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเอง เรือ่ งใกล้ตัว เช่น ชอ่ื อายุ รปู รา่ ง สี ขนาด รปู ทรง ส่งิ ต่างๆ ตัวเลข วนั เดอื น ปี
และเร่อื งใกล้ตัว ฤดกู าล ตำแหนง่ ของสงิ่ ของ
⬧ เครื่องหมายวรรคตอน
ตัวอย่าง
圆yuán、方fāng、角jiǎo、长cháng、短duǎn
夏季xiàjì、 雨季yǔjì、凉季liángjì 、春chūn
夏xià、秋qiū、冬dōng
早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ
下午xiàwǔ、晚上wǎnshang
逗号(,) dòuhào 、问号(?)wènhào
句号(。) jùhào 、顿号(、)dùnhào
我家有一张圆桌。Wǒjiāyǒuyīzhāngyuánzhuō.
方桌在左边。fāngzhuōzàizuǒbian .
我的童子军三角巾在书包里。
wǒdetóngzǐjūnsānjiǎojīnzàishūbāolǐ.
2. พดู หรือวาดภาพ ⬧ คำ กลุ่มคำท่มี ีความหมายสัมพันธก์ ับสง่ิ ต่างๆ ใกล้ตัว
แสดงความสมั พนั ธข์ อง ตวั อย่าง
สง่ิ ตา่ งๆ ใกล้ตัวท่ีฟัง 在……上/下zài……shàng / xià
หรืออา่ น 在……旁边zài……pángbiān
我的书在桌子上。wǒdeshūzàizhuōzǐshàng.
他坐在我的旁边。tāzuòzàiwǒdepángbiān.
3. พูดแสดงความ ⬧ ประโยคท่ีใชพ้ ูดแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั เร่ืองใกล้ตัว
คดิ เหน็ งา่ ยๆ เกยี่ วกบั ตัวอย่าง
เร่ืองใกลต้ วั 姐姐很漂亮。jiějiěhěnpiàoliang.
他很帅。tāhěnshuài.
สาระท่ี 2: ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
ชั้น ตวั ช้ีวัดชั้นปี สาระการเรยี นรูภ้ าษาจีน
๓๔
ป 4. 1. พดู และแสดงออกอยา่ งสุภาพ ตาม ⬧ การทกั ทายอยา่ งสภุ าพ
มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของจนี ⬧ มารยาทสังคมและวฒั นธรรมของจีน เชน่ การคำนบั ในการ
ทักทาย การย้มิ ตอบรบั การยืนอยา่ งสำรวมเพอื่ แสดงความ
2. ตอบคำถามเก่ียวกับเทศกาล วัน เคารพและให้เกียรติ
สำคญั ตวั อยา่ ง
งานฉลองของจนี 你好!nǐhǎo!、 您好!nínhǎo!
3. เข้ารว่ มกิจกรรมทางภาษาและ 老师好!lǎoshīhǎo!(พร้อมคำนับ)
วฒั นธรรมของจนี ทเ่ี หมาะสมกบั วยั 同学们好!tóngxuémenhǎo!
孙丽,你好!sūnlì, nǐhǎo!
⬧ คำศพั ท์ และข้อมูลเกย่ี วกับเทศกาล วันสำคัญ
งานฉลองของจีน
ตัวอย่าง
节日jiérì、春节chūnjié 、清明qīngmíng
端午duānwǔ 、中秋节zhōngqiūjié
⬧ กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจนี เชน่
การเล่นเกม การร้องเพลง การตดั กระดาษ
ตัวอย่าง
剪纸jiǎnzhǐ 、 儿歌érgē、放fàng
做风筝zuòfēngzhēng 、猜谜语cāimíyǔ
跳舞tiàowǔ 、体操tǐcāo
มาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
ชนั้ ตัวชี้วดั ช้ันปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน
ป.4 1. บอกความเหมือน หรอื ความ ⬧ ความเหมือน และความแตกต่างของเสยี ง ตวั อักษร คำ
แตกตา่ งของเสียงตวั อักษร คำ กล่มุ คำ กลมุ่ คำ และประโยคและข้อความ ของภาษาจนี กบั ภาษาไทย
ประโยค และข้อความของภาษาจีนกับ เช่น
ภาษาไทย - เสยี งในภาษาจีน: เสียงพยญั ชนะ/ เสยี งสระ/ เสียงวรรณยกุ ต์
- ตัวอกั ษรจนี : ลำดับขดี
- คำ: การประสมคำ
- ประโยค: โครงสรา้ งประโยคความเดียว
ชั้น ตวั ช้วี ดั ชน้ั ปี สาระการเรยี นรู้ภาษาจีน
๓๕
2. บอกความเหมือนหรอื ความ ⬧ ความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาล และงาน
แตกตา่ งระหว่างเทศกาล และงาน ฉลองตามวฒั นธรรมของจนี กับวฒั นธรรม
ฉลอง ตามวัฒนธรรมของจีนกบั ของไทย
วฒั นธรรมของไทย ตัวอย่าง
元旦yuándàn(新年xīnnián)、母亲节
mǔqīnjié 父亲节fùqīnjié
สาระท่ี 3: ภาษากบั ความสมั พนั ธ์กบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อื่น
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรูก้ บั กลุ่มสาระการเรยี นรู้อนื่ และเปน็
พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน
ชัน้ ตัวชว้ี ดั ชัน้ ปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี
ป.4 1. คน้ คว้า รวบรวมคำศพั ท์ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับ ⬧ คำศพั ท์ทเี่ กี่ยวข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อืน่
กลมุ่ สาระการเรียนรู้อน่ื และนำเสนอดว้ ย ⬧ แหลง่ ขอ้ มลู ตา่ งๆ
⬧ วิธีการนำเสนอ
การพดู หรือเขยี น ⬧ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ได้แก่
- 数学shùxué
- 自然科学zìránkēxué
- 社会科学shèhuìkēxué(地理dìlǐ、
历史lìshǐ、宗教与文化
zōngjiàoyǔwénhuà)
- 泰语tàiyǔ
- 外语wàiyǔ(英语yīngyǔ 、汉语
hànyǔ)
- 卫生与体育wèishēngyǔtǐyù
- 艺术yìshù(手工艺shǒugōngyì、绘
画huìhuà
音乐yīnyuè、舞蹈wǔdǎo)
- 职业与技科zhíyèyǔkējì
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสงั คม
ช้ัน ตัวชวี้ ดั ชน้ั ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจนี
ป.4 1. ฟังและพดู หรืออ่านประโยค หรือ
⬧ ประโยค หรือบทสนทนาในสถานการณ์ทเ่ี กิดขนึ้ ใน
บทสนทนาในสถานการณ์ที่เกิดขน้ึ ใน หอ้ งเรียนและสถานศึกษา
ห้องเรยี นและสถานศึกษา ⬧ นำคำศพั ท์ ประโยค และบทสนทนาทไ่ี ด้เรยี นรู้มา
ประยุกต์ใช้ตามสถานการณ์จริง
ชั้น ตัวชว้ี ดั ชัน้ ปี ตัวอย่าง
看黑板kànhēibǎn 、看地图kàndìtú
再说一遍zàishuōyībiàn 、
สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน
๓๖
读后请画画儿dúhòuqǐnghuàhuàr
放在里面fàngzàilǐmiàn 、不要去
búyàoqù
请排队qǐngpáiduì、
你应该天天练习nǐyīnggāitiāntiānliànxí
你要用心听nǐyàoyòngxīntīng
上课不可以吃东西
shàngkèbúkěyǐchīdōngxi
มาตรฐาน ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เครอื่ งมอื พื้นฐานในการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปลยี่ นเรยี นรกู้ บั สงั คมโลก
ชน้ั ตัวชี้วัดชัน้ ปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจนี
ป.4 1. ใช้ภาษาจนี ในการรวบรวมคำศัพทท์ ่ี ⬧ การใช้ภาษาจนี ในการรวบรวมคำศพั ท์ท่เี ก่ยี วขอ้ งกับ
เกย่ี วข้องกบั สง่ิ ใกล้ตัว สงิ่ ใกล้ตวั จากส่อื ต่างๆ
ตัวอยา่ ง
人物rénwù 、 食物shíwù 、动物
dòngwù
职业zhíyè 、报纸bàozhǐ
日常用品rìchángyòngpǐn 、时间
shíjiān、地点dìdiǎn
网络wǎngluò
๓๗
ตัวชวี้ ดั และสาระการเรยี นรู้ ภาษาจนี ระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องทีฟ่ ังและอ่านจากสอื่ ประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมีเหตุผล
ชัน้ ตัวชี้วัดช้ันปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี
ป.5 1. ปฏบิ ัติตามคำสง่ั คำขอรอ้ ง และ ⬧ คำสั่ง คำขอรอ้ ง และคำแนะนำทใ่ี ช้ในห้องเรียน
คำแนะนำง่ายๆ ท่ีฟงั และอา่ น เช่น การเลน่ เกม การวาดภาพ
ตัวอยา่ ง
请放下去qǐngfàngxiàqù 、请回答
qǐnghuídá
注意听zhùyìtīng、请排队qǐngpáiduì
请帮我…… qǐngbāngwǒ……
请等一下qǐngděngyíxià
慢慢说mànmànshuō 、不要吵闹
búyàochǎonào
你应该多看多写
nǐyīnggāiduōkànduōxiě
先举手,再说话
2. อ่านออกเสียงประโยค ข้อความ และ yàoshuōhuàxiānjǔshǒu
บทกลอนสน้ั ๆ ตามหลักการออกเสยี ง ⬧ หลกั การออกเสยี ง
⬧ ประโยค ข้อความ และบทกลอนสั้นๆ
⬧ การใชพ้ จนานกุ รม
3. ระบภุ าพ สญั ลักษณ์ เครื่องหมาย ตรง ตัวอยา่ ง
ตามความหมายของกลมุ่ คำ ประโยค และ การเปลยี่ นเสียงของ yī 一 、bù 不
⬧ กล่มุ คำ ประโยคความรวม ข้อความ สญั ลักษณ์
เคร่ืองหมาย ทมี่ ีความหมายเก่ยี วกับตนเอง ครอบครัว
ข้อความส้ันๆ ทฟ่ี ังหรอื อา่ น โรงเรียน ส่ิงแวดลอ้ ม อาหาร เคร่ืองด่ืม งานอดเิ รก
สุขภาพ นันทนาการ การซ้ือ-ขาย
4. บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม คำศัพท์สะสม 400-450 คำ
จากการฟงั และอ่านบทสนทนา นทิ าน ⬧ ประโยค บทสนทนา นทิ านง่ายๆ หรือเรือ่ งสัน้ ๆ
ง่ายๆ หรือเรอ่ื งสัน้ ๆ ⬧ คำถามเก่ียวกบั ใจความสำคญั ของเร่ือง เชน่ ใคร
ทำอะไร ท่ีไหน เม่ือไร
ตวั อยา่ ง
……谁?……sheí?
……什么?……shénme?
……哪里?……nǎli?
……在做什么?……zàizuòshénme?
……什么时候?……shénmeshíhòu?
๓๘
มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรูส้ ึก และ
ความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพ
ชน้ั ตวั ชว้ี ัดช้ันปี สาระการเรียนรู้ภาษาจีน
ป.5 1. พูดหรอื เขยี นโต้ตอบ ⬧ บทสนทนาทใี่ ช้ในการทักทาย กลา่ วลา ขอบคุณ
ในการสื่อสารระหว่าง ขอโทษ
บคุ คล ⬧ ประโยค ขอ้ ความ หรือภาษาท่ีใชแ้ นะนำตนเอง เพื่อน และบุคคลใกลต้ วั
สำนวนการตอบรบั
2. ใชค้ ำส่ัง คำขอร้อง ตัวอย่าง
คำขออนุญาต และ 老师好!lǎoshīhǎo! 、我叫…… wǒjiào……
คำแนะนำง่ายๆ 他是我的…… tāshìwǒde……
那是他的…… nàshìtāde……
您贵姓?nínguìxìng? 、这是…… zhèshì……
谢谢xièxie 、不用谢búyòngxiè
不客气búkèqì、对不起duìbuqǐ
没关系méiguānxi、没什么méishénme
⬧ คำสงั่ คำขอรอ้ ง คำขออนุญาต และคำแนะนำงา่ ยๆ
ตัวอยา่ ง
请打开窗qǐngdǎkāichuāng
请站起来qǐngzhànqǐlái
(请)给我看看(qǐng) gěiwǒkànkan
老师,我们可以去……吗?
lǎoshī , wǒmenkěyǐqù...ma?
这样做zhèyàngzuò
你应该…… nǐyīnggāi……
3. พดู หรอื เขียนแสดง ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ีใช้บอกความต้องการ
ความต้องการ
ขอความช่วยเหลอื ขอความชว่ ยเหลอื การตอบรบั และปฏเิ สธในสถานการณ์ตา่ งๆ
ตอบรับและปฏเิ สธ
ในสถานการณต์ า่ งๆ ตวั อย่าง
A: 借一下你的铅笔, 可以吗?
jiè yí xià nǐ de qiān bǐ , kěyǐ ma?
B:可以kěyǐ。
对不起,…… duìbuqǐ ……
A: 请问, 洗手间在哪儿?
qǐngwèn,xǐshǒujiānzàinǎr?
B: 在左边/对不起,不知道。
zàizuǒbian/duìbuqǐ,bùzhīdào.
๓๙
ช้ัน ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี สาระการเรียนรภู้ าษาจีน
4. พดู หรือเขยี นเพื่อขอ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้ขอและให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครวั
และให้ข้อมลู เก่ยี วกบั และเร่ืองใกลต้ ัว
ตนเอง เพ่ือน ครอบครัว ตวั อยา่ ง
และ 你从哪里来?nǐcóngnǎlilái?
เร่ืองใกล้ตวั 我从……来。wǒcóng……lái.
你的电话号码是多少?nǐdediànhuàhàomǎshìduōshǎo?
02 - ……(การอ่านหมายเลข เลข 1 อา่ นว่า yāo)
你在哪儿出生?nǐzàinǎerchūshēng?
我在……出生。wǒzài……chūshēng.
你的生日是几月几号?nǐdeshēngrìshìjǐyuèjǐhào?
我的生日是……。wǒdeshēngrìshì……
5. พูดหรือเขยี นแสดง ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาที่ใช้แสดงความรสู้ กึ
ความรสู้ กึ ของตนเอง และการให้เหตผุ ล เช่น ชอบ ไม่ชอบ ดีใจ เสียใจ
เก่ยี วกับเร่ืองใกล้ตวั มคี วามสุข เศรา้ หวิ รสชาติ
และกิจกรรมตา่ งๆ ตัวอย่าง
พรอ้ มให้เหตผุ ลสน้ั ๆ 觉得juéde 、喜欢xǐhuan、爱ài
ประกอบ 高兴gāoxìng、伤心shāngxīn
快乐kuàilè 、开心kāixīn、好吃hàochī
好喝hǎohē、我喜欢wǒxǐhuan
不喜欢唱歌bùxǐhuanchànggē
爸爸回来了, 我很高兴。
bàbahuíláile ,wǒhěngāoxìng.
我考不好,很伤心。
wǒkǎobùhǎo ,hěnshāngxīn.
今天是我的生日,我觉得很快乐、开心。
jīntiānshìwǒdeshēngrì,wǒjuédehěnkuàilè ,kāixīn.
我饿了,要去吃饭。Wǒ’èle ,yàoqùchīfàn.
这个苹果很好吃。zhègepíngguǒhěnhǎochī.
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอื่ งตา่ งๆ โดยการพดู
๔๐
และการเขยี น
ชน้ั ตัวชว้ี ัดช้นั ปี สาระการเรยี นร้ภู าษาจีน
ป.5 1. พดู หรือเขียนให้ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาทใี่ ชใ้ นการพูดและเขียนข้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง และ
ขอ้ มลู เกยี่ วกับตนเอง
และเรื่องใกล้ตัว เร่อื งใกลต้ วั เชน่ ข้อมลู สว่ นบุคคล ส่ิงต่างๆ กจิ กรรม ตวั เลข ลำดบั ที่ วัน เดือน
ปี สี ฤดกู าล เวลา สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความรู้สึก ขนาด รูปรา่ ง
ตำแหน่งของส่งิ ของ
⬧ เครื่องหมายวรรคตอน
ตวั อยา่ ง
圆yuán、方fāng、角jiǎo 、长cháng、短duǎn
夏季xiàjì、 雨季yǔjì、凉季liángjì、春chūn
夏xià、秋qiū、冬dōng
早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ
下午xiàwǔ、晚上wǎnshang、时间shíjiān
逗号(,) dòuhào 、问号(?)wènhào
句号 (。) jùhào 、顿号(、)dùnhào
感叹号(!)gǎntànhào、冒号(:)màohào
泰国一年有三季:夏季、雨季、冬季。
tàiguóyīniányǒusānjì:xiàjì, yǔjì,dōngjì.
2. เขยี นภาพ แผนผัง ⬧ คำ กล่มุ คำ ประโยคทแ่ี สดงข้อมลู ของเรื่องตา่ งๆ ที่มีความหมายสมั พันธ์กับ
และตาราง แสดงขอ้ มลู ภาพ แผนผัง และตาราง
ตา่ งๆ ตามที่ฟงั หรือ ตัวอยา่ ง
อ่าน 在……里边zài…lǐbian、在……后边zài…hòubian
这是学校的地图,图书馆在教室的后边。
Zhè shì xué xiào de dìtú ,tú shū guǎn zài jiào shì de hòu bian.
这是我的卧室,电视在桌子上。
Zhè shì wǒ de wò shì,diàn shì zài zhuō zǐ shàng.
3. พูดแสดงความ ⬧ ประโยคทใี่ ชพ้ ูดแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั กิจกรรม หรือเรอ่ื งใกลต้ วั
คดิ เห็นเก่ียวกับ ตวั อย่าง
กิจกรรม หรือเร่ืองใกล้ 我喜欢打球。wǒxǐhuandǎqiú.
ตวั
มาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหวา่ งภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใช้ได้
อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
๔๑
ชั้น ตวั ชว้ี ดั ช้ันปี สาระการเรยี นรู้ภาษาจีน
ป.5 1. ใชถ้ ้อยคำ นำ้ เสยี ง และกิริยาทา่ ทาง ⬧ ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง ตามมารยาทสงั คมและ
อย่างสภุ าพ ตามมารยาทสังคมและ วัฒนธรรมของจีน
วฒั นธรรมของจนี ตวั อย่าง
请…… qǐng……
请问,您贵姓?qǐngwèn, nínguìxìng?
2. ตอบคำถาม หรือบอกความสำคัญ ⬧ ขอ้ มูล และความสำคญั ของเทศกาล วันสำคญั
ของเทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และ งานฉลอง และชวี ิตความเปน็ อยู่ของจีน
ชีวติ ความเปน็ อยู่ของจีน ตวั อยา่ ง
节日jiérì、春节chūnjié
清明qīngmíng 、 端午duānwǔ
中秋节zhōngqiūjié、儿童节értóngjié
元旦yuándàn、 母亲节mǔqīnjié
父亲节fùqīnjié 、 圣诞节shèngdànjié
3. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษาและ ⬧ กิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมของจนี เชน่
วัฒนธรรมของจนี ทีเ่ หมาะสมกบั วัย
การเลน่ เกม การร้องเพลง การตัดกระดาษ ศลิ ปะการ
ปอ้ งกันตัว
ตวั อย่าง
剪纸jiǎnzhǐ 、儿歌érgē、放fàng
做风筝zuòfēngzhēng 、猜谜语cāimíyǔ
跳舞tiàowǔ 、体操tǐcāo
书法shūfǎ 、 象棋xiàngqí
มาตรฐาน ต 2.2 เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนำมาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ชนั้ ตัวชวี้ ัดชนั้ ปี สาระการเรียนรูภ้ าษาจีน
ป.5 1. บอกความเหมือน หรือความ ⬧ ความเหมอื นและความแตกต่างระหว่างการออกเสียง
แตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยค ประโยคชนิดต่างๆ ของภาษาจนี กับภาษาไทย
ชนิดตา่ งๆ การใชเ้ ครื่องหมายวรรค ⬧ การใชเ้ ครอื่ งหมายวรรคตอน และการลำดับคำ ตาม
ตอน และการลำดับคำ ตามโครงสรา้ ง โครงสร้างประโยคของภาษาจีนและภาษาไทย เช่น
ประโยคของภาษาจนี และภาษาไทย - เสยี งในภาษาจีน: เสียงพยญั ชนะ/ เสยี งสระ/ เสียงวรรณยุกต์
- ตวั อกั ษรจีน: ลำดับขีด
- คำ: การประสมคำ
ชนั้ ตวั ช้วี ดั ชัน้ ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจีน
- ประโยค: โครงสร้างประโยคความเดียว
๔๒
2. บอกความเหมือน หรือความ - เครอ่ื งหมายวรรคตอน
แตกต่างระหวา่ งเทศกาล และงาน ⬧ ความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งเทศกาล และงาน
ฉลอง ตามวฒั นธรรมของจีนกับ
วัฒนธรรมของไทย ฉลอง ตามวฒั นธรรมของจีนกับวฒั นธรรม
ของไทย
ตัวอยา่ ง
春节chūnjié 、泼水节pōshuǐjié(宋干节
sònggànjié)
教师节jiàoshījié 、儿童节értóngjié
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่อื มโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรยี นร้อู น่ื และเป็น
พื้นฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
ชน้ั ตวั ชี้วัดชั้นปี สาระการเรยี นรภู้ าษาจีน
ป.5 1. คน้ คว้า รวบรวมคำศัพท์ทีเ่ กีย่ วข้องกบั ⬧ คำศพั ท์ทีเ่ กี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
กล่มุ สาระการเรยี นรู้อ่ืน และนำเสนอด้วย ⬧ แหล่งขอ้ มูลต่างๆ
⬧ วิธีการนำเสนอ
การพูดหรือเขียน ⬧ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่
- 数学shùxué
- 自然科学zìránkēxué
- 社会科学shèhuìkēxué(地理dìlǐ、
历史lìshǐ
宗教与文化zōngjiàoyǔwénhuà)
- 泰语tàiyǔ
- 外语wàiyǔ(英语yīngyǔ、汉语
hànyǔ)
- 卫生与体育wèishēngyǔtǐyù
- 艺术yìshù(手工艺shǒugōngyì、绘
画huìhuà
音乐yīnyuè、舞蹈wǔdǎo)
- 职业与科技zhíyèyǔkējì
มาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ท้ังในสถานศึกษา ชมุ ชน และสงั คม
ชัน้ ตัวช้วี ดั ชนั้ ปี สาระการเรียนร้ภู าษาจีน
๔๓
ป.5 1. ฟัง พูด และอา่ นหรือเขยี นประโยค ⬧ ประโยค หรือบทสนทนาในสถานการณ์ทีเ่ กิดข้ึน
หรอื บทสนทนา ในสถานการณ์ที่เกิดขน้ึ ใน ในห้องเรยี นและสถานศึกษา
⬧ นำคำศัพท์ ประโยค และบทสนทนาที่ได้เรียนรู้
ห้องเรยี นและสถานศึกษา
มาประยุกต์ใชต้ ามสถานการณจ์ รงิ
ตัวอย่าง
要说话先举手yàoshuōhuàxiānjǔshǒu
请放下去qǐngfàngxiàqù 、请回答
qǐnghuídá
注意听zhùyìtīng、请排队qǐngpáiduì
请帮我qǐngbāngwǒ 、请等一下
qǐngděngyíxià
慢慢说mànmànshuō 、不要吵闹
búyàochǎonào
你应该多看多写
nǐyīnggāiduōkànduōxiě
要说话先举手yàoshuōhuàxiānjǔshǒu
มาตรฐาน ต 4.2 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมือพนื้ ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปล่ียนเรยี นรกู้ บั สังคมโลก
ช้นั ตวั ชี้วดั ชนั้ ปี สาระการเรยี นรู้ภาษาจีน
ป.5 1. ใชภ้ าษาจีนในการสืบค้น และรวบรวม ⬧ การใช้ภาษาจีนในการสืบค้น และรวบรวมคำศัพท์
คำศัพทท์ ่ีเกีย่ วขอ้ งกับส่ิงใกล้ตัว ท่ีเก่ยี วข้องกบั สิ่งใกล้ตวั จากส่ือตา่ งๆ
ตัวอย่าง
人物rénwù 、 食物shíwù 、动物
dòngwù
职业zhíyè 、报纸bàozhǐ
日常用品rìchángyòngpǐn 、时间shíjiān
地点dìdiǎn
网络wǎngluò
ตวั ชีว้ ดั และสาระการเรียนรู้ ภาษาจีน ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจและตีความเรื่องท่ฟี งั และอ่านจากส่ือประเภทตา่ งๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ล
ชัน้ ตัวชว้ี ัดชัน้ ปี สาระการเรียนรภู้ าษาจีน
ป.6 1. ปฏบิ ตั ติ ามคำส่ัง คำขอร้อง และ ⬧ คำสั่ง คำขอร้อง และคำแนะนำ เชน่ การเล่นเกม
๔๔
คำแนะนำท่ฟี ังและอา่ น การวาดภาพ
ตวั อย่าง
请排队qǐngpáiduì 、分组fēnzǔ 、准
备zhǔnbèi
开始kāishǐ 、请站起来qǐngzhànqǐlái
再做一次zàizuòyícì
请帮助他qǐngbāngzhùtā
请再画qǐngzàihuà
注意听zhùyìtīng
要回答先举手yàohuídáxiānjǔshǒu
先听后说xiāntīnghòushuō
2. อา่ นออกเสียงข้อความ นิทาน และ ⬧ หลักการออกเสียง
⬧ ข้อความ นทิ าน และบทกลอน
บทกลอน ตามหลักการออกเสียง ⬧ การใช้พจนานกุ รม
ตวั อยา่ ง
การออกเสยี งเบา 轻声qīngshēng
การออกเสยี งมว้ นลิ้น儿化音érhuàyīn
3. ระบุประโยค ข้อความสั้นๆ ตรงตามภาพ ⬧ ประโยค ขอ้ ความ สญั ลักษณ์ เคร่ืองหมายที่มี
สญั ลกั ษณ์ หรือเครอื่ งหมาย ท่ีฟังหรืออา่ น ความหมายเก่ยี วกับตนเอง ครอบครวั โรงเรียน
สงิ่ แวดลอ้ ม อาหาร เครอื่ งดืม่ งานอดเิ รก นันทนาการ
สขุ ภาพ สวัสดกิ าร การซื้อ-ขาย และลมฟา้ อากาศ
คำศัพท์สะสม 500-550 คำ
4. บอกใจความสำคญั และตอบคำถาม ⬧ ประโยค บทสนทนา นิทาน หรือเรื่องเลา่
จากการฟงั และอา่ นบทสนทนา นทิ าน ⬧ คำถามเกยี่ วกบั ใจความสำคัญของเร่ือง เชน่ ใคร
หรอื เรอ่ื งเลา่ ง่ายๆ ทำอะไร ท่ีไหน เม่ือไร อย่างไร ทำไม
ตัวอยา่ ง
……谁?……shuí?
……什么?……shénme?
……哪里?……nǎli?
……在做什么?……zàizuòshénme?
……什么时候?……shénmeshíhòu?
怎么样?zěnmeyàng?、为什么?
wèishénme?
มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมูลข่าวสาร แสดงความรสู้ ึก และ
ความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธภิ าพ
ช้นั ตวั ช้วี ดั ช้นั ปี สาระการเรียนรู้ภาษาจีน
ป.6 1. พูดหรือเขียนโตต้ อบ ⬧ บทสนทนาทีใ่ ช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ
ในการสื่อสารระหวา่ ง ขอโทษ
๔๕
บคุ คล ⬧ ประโยค ข้อความท่ใี ชแ้ นะนำตนเอง เพ่ือน และบุคคลใกล้ตวั และสำนวนการ
ตอบรบั
ตวั อย่าง
大家好! dàjiāhǎo! 、明天见! míngtiānjiàn!
我是…… wǒshì……、那是我…… nàshìwǒ……
认识你rènshinǐ 、我很高兴。wǒhěngāoxìng.
我也是。wǒyěshì.、好的hǎode
我也去。wǒyěqù.
2. ใช้คำส่ัง คำขอร้อง ⬧ คำส่ัง คำขอร้อง คำขออนุญาต และคำแนะนำ
คำขออนญุ าต และ
คำแนะนำ ตวั อย่าง
不要…… búyào…、请坐好qǐngzuòhǎo
老师,我们可以去……吗?
lǎoshī,wǒmenkěyǐqù……ma?
你要认真…… nǐyàorènzhēn……
你应该…… nǐyīnggāi……
3. พูดหรือเขียนแสดง ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ใี ช้บอกความต้องการ การขอความชว่ ยเหลือ การ
ความต้องการ ตอบรับและปฏิเสธในสถานการณต์ า่ งๆ
ขอความช่วยเหลอื ตอบ ตวั อยา่ ง
รบั และปฏิเสธ 不bù、没méi、
ในสถานการณ์ตา่ งๆ 我要一张纸wǒyàoyīzhāngzhǐ
A: 请帮我们……扫地……。
qǐngbāngwǒmen……sǎodì……
B: 可以,不可以kěyǐ ,bùkěyǐ / 我没空。wǒméikòng.
ช้ัน ตัวช้ีวัดชั้นปี สาระการเรยี นรูภ้ าษาจีน
๔๖
4. พูดหรือเขียนเพือ่ ขอ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาทใี่ ช้ขอและให้ข้อมูลเก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน
และให้ข้อมลู เกย่ี วกบั ครอบครวั และเร่ืองใกลต้ ัว
ตนเอง เพ่ือน ตวั อยา่ ง
ครอบครัว และเรือ่ ง 同学们好!tóngxuémenhǎo!
ใกลต้ ัว 我是……人。wǒshì……rén.
我住在……。wǒzhùzài……
我在……学校读书、学习上学。
wǒzài…xuéxiàodúshū,xuéxí,shàngxué.
这是我的……。zhèshìwǒde……
我的爱好是……。wǒdeàihàoshì……
我读上……年级。Wǒdúshàng…… niánjí.
我在学习……(中文/ 英文)。
wǒzàixuéxí…(zhōngwén , yīngwén).
我想当…… (医生)、 (老师) 、(军人)。
wǒxiǎngdāng…… (yīshēng), (lǎoshī) ,(jūnrén).
5. พดู หรอื เขียนแสดง ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาท่ใี ช้แสดงความร้สู กึ และการใหเ้ หตุผลประกอบ
ความรูส้ ึกของตนเอง เช่น ชอบ ไมช่ อบ ดีใจ เสยี ใจ มคี วามสุข เศร้า หิว รสชาติ สวย นา่ เกลยี ด
เกย่ี วกบั เร่ืองใกลต้ วั ดี ไมด่ ี
กิจกรรมต่างๆ พร้อมให้ ตวั อย่าง
เหตผุ ลสั้นๆ ประกอบ 觉得juéde、喜欢xǐhuan、爱ài
高兴gāoxìng、伤心shāngxīn
难过nánguò、快乐kuàilè、开心kāixīn
甜tián 、酸suān、咸xián 、辣là
淡dàn、苦kǔ 、香xiāng、好看hǎokàn
不好看bùhǎokàn、可爱kě’ài
不可爱bùkě’ài、美丽měilì
美丽búměilì、漂亮piàoliang
不漂亮búpiàoliang
我考了第一名,我非常高兴。
wǒkǎoledìyīmíng, wǒfēichánggāoxìng.
妈妈带我去玩,我很快乐。
māmādàiwǒqùwán, wǒhěnkuàilè.
我饿了,我们去吃饭吧。
wǒ'èle, wǒmenqùchīfànba.
茉莉花很香。mòlìhuāhěnxiāng.
มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพูด
และการเขียน
๔๗
ชน้ั ตวั ชี้วัดช้ันปี สาระการเรียนรภู้ าษาจนี
ป.6 1. พูดหรอื เขยี นให้ ⬧ ประโยคและสำนวนภาษาทใ่ี ชใ้ นการพูดและเขยี นข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง กิจวตั ร
ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง ประจำวัน เพอื่ น ส่ิงแวดล้อมใกล้ตวั เช่น ขอ้ มลู ส่วนบคุ คล ตัวเลข
และเร่ืองใกลต้ วั ลำดับท่ี วัน เดือน ปี ฤดกู าล เวลา กจิ กรรม สี ขนาด รปู ทรง ตำแหน่งของสง่ิ ของ
ทิศทางงา่ ยๆ สภาพดินฟ้าอากาศ อารมณ์ ความร้สู ึก
⬧ เครอื่ งหมายวรรคตอน
ตัวอย่าง
圆yuán、方fāng、角jiǎo 、 长cháng、短duǎn
夏季xiàjì 雨季yǔjì、凉季liángjì 、春chūn、夏xià
秋qiū、冬dōng、东dōng、南nán、西xī、北běi
早上zǎoshang、上午shàngwǔ、中午zhōngwǔ
下午xiàwǔ、晚上wǎnshang、时间shíjiān
逗号(,) dòuhào 、 问号(?)wènhào
句号(。) jùhào 、 顿号(、)dùnhào
感叹号(!)gǎntànhào 、冒号(:)màohào
引号(“…”) yǐnhào
中国一年有四季:春季、夏季、秋季、冬季。
zhōngguóyīniányǒusìjì:chūnjì , xiàjì, qiūjì ,dōngjì.
普吉在泰国的南部。pǔjízàitàiguódenánbù.
2. เขยี นภาพ แผนผงั ⬧ คำ กลมุ่ คำ ประโยคทแี่ สดงข้อมูลของเร่ืองตา่ งๆ ทีม่ ีความหมายสมั พันธ์กบั
และตาราง แสดงขอ้ มูล ภาพ แผนผงั และตาราง
ต่างๆ ทฟี่ ังหรอื อา่ น ตวั อยา่ ง
这是我的课程表,上午有两节汉语课,一节泰
语课,下午有两节英语课,一节体育课。
Zhè shì wǒde kè chéng biǎo,shàngwǔ yǒu liǎng jié hànyǔ
kè, yī jié tàiyǔ kè,xiàwǔ yǒu liǎng jié yīngyǔ kè,yī jié tǐyù
kè.
这是我们班的值日表。
Zhè shì wǒmen bān de zhí rì biǎo.
3. พูดหรือเขียนแสดง ⬧ ประโยคท่ีใช้พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั
ความคิดเหน็ เกีย่ วกับ เร่ืองใกล้ตัว
เรอ่ื งใกลต้ วั ตวั อยา่ ง
我觉得汉语不难。wǒjuédehànyǔbùnán.
มาตรฐาน ต 2.1 เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา และนำไปใชไ้ ด้
อยา่ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ