๙๘
ท่ี เรยี นร/ู้ (ช่วั โมง) คะแนน
ตวั ชี้วดั
5. 我的爸爸是 ต.1.2 ป.6/4 - 读生词和 写生 7 40
工程师。 ต.1.2 ป.6/5 词 อา่ นคำศัพทแ์ ละเขยี น
พอ่ ของฉันเป็นวิศวกร ต.4.1 ป.6/1 ศัพท์
-读课文和会话
อา่ นบทเรียนและพูดบท
สนทนา
-做练习和活动
ทำแบบฝกึ หดั และทำ
กิจกรรม
6. 多少钱? ต.1.1 ป.6/3 - 读生词和 写生 7 40
ราคาเทา่ ไร ต.1.3 ป.6/2
ต.2.1 ป.6/1 词 อ่านคำศพั ท์และเขยี น
ต.2.1 ป.6/2 ศัพท์
-读课文和会话
อา่ นบทเรยี นและพูดบท
สนทนา
-做练习和活动
ทำแบบฝึกหัดและทำ
กจิ กรรม
-สอบเก็บคะแนน
รวม 40 200
๙๙
การวัดและประเมินผล
แนวทางการวัดและประเมินผล
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ
ความสำคัญ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็น
กระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ ของผู้เรียนตามมาตรฐานการ
เรียนรู้/ตัวชี้วัด ของหลักสูตร นำผลไปปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนรู้และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินผลการ
เรียน โดยมีองค์ประกอบของการวัดผลและประเมินการเรียนรู้ที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ได้กำหนด จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณ,กษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการ
เรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีขีด
ความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก กำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด ที่
กำหนดในสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ มคี วามสามารถดา้ นการอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขียน มีคณุ ลกั ษณะที่พึง
ประสงค์และเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
การวัดและประเมินผลรายกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ผู้สอนวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ผู้เรียนตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน ตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่
หลากหลาย จากแหล่งข้อมูลหลาย ๆ แหล่ง เพ่ือให้ได้ผลการประเมินที่สะท้อนความรู้ความสามารถที่แท้จริงของ
ผเู้ รยี นโดยการวัดและประเมินผลการเรียนรู้อยา่ งต่อเนื่องไปพรอ้ มกับการจัดการเรียนการสอนโดยสังเกตพฒั นาการ
และความประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เช่นการ
๑๐๐
ประเมินการปฏิบัติงาน การประเมินจากโครงงาน การประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นต้น ควบคู่กับการใช้การ
ทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุลและครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านเจตคติ โดยให้ความสำคัญกับ
การประเมนิ ผลระหว่างเรยี นมากกว่าการประเมนิ ปลายป/ี ปลายภาค และใช้เปน็ ข้อมูลเพอ่ื การประเมนิ การเลื่อนชั้น
และการจบการศกึ ษา
และเพ่ือให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพผู้สอนต้องตรวจสอบความรู้ความสามารถที่แสดง
พัฒนาการของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และผู้เรียนต้องรับผิดชอบและตรวจสอบความก้าวหน้าของ
ตนเองอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน หน่วยการเรียนรู้เป็นส่วนที่ผู้สอนและผู้เรียนใช้ตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้หรือยัง การประเมินในระดับช้ันเรียนต้องอาศัยทั้งผลการประเมินย่อยเพ่ือพัฒนา และการประเมินผลรวม
เพอื่ สรปุ ผลการเรยี นร้เู มอ่ื จบหนว่ ยการเรียนรแู้ ละจบรายวิชา
วิธีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนรู้ที่วางไว้ควรมีแนวทาง
ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. ต้องวัดทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมรวมท้ัง
โอกาสในการเรียนของผเู้ รยี น
๒. วิธีการวดั ผลและประเมินผล ตอ้ งสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั /ผลการเรียนรทู้ ก่ี ำหนดไว้
๓. ตอ้ งเก็บขอ้ มูลทไี่ ด้จากการวดั ผลและประเมินผลตามความเปน็ จรงิ และต้องประเมนิ ผลภายใตข้ ้อมูลทีม่ ีอยู่
๔. ผลการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรขู้ องผเู้ รยี นตอ้ งนำไปสกู่ ารแปลผลและลงข้อสรุปท่สี มเหตสุ มผล
๕. การวัดผลตอ้ งเที่ยงตรงและเป็นธรรม ท้งั ดา้ นของวธิ กี ารวดั โอกาสของการประเมิน
วตั ถปุ ระสงคข์ องการวดั ในรายวชิ า กลุม่ สาระภาษาต่างประเทศ
๑. เพื่อวินิจฉัยความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมของผู้เรียนและ
เพื่อสง่ เสริมผูเ้ รยี นให้พฒั นาความรคู้ วามสามารถและทักษะได้เตม็ ศักยภาพ
๒. เพ่ือใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับให้แก่ตัวผู้เรียนเองว่าบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้มาก
น้อยเพียงใด
๓. เพอื่ ใช้เปน็ ขอ้ มูลสรุปผลการเรียนรู้และเปรียบเทยี บถึงระดบั พฒั นาการของการเรยี นรู้
การวัดผลประเมนิ ผลตามสภาพจริง
กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนมีหลากหลายเช่นกิจกรรมในห้องเรียน กิจกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมการสำรวจ
กจิ กรรมการตรวจสอบ การทดลอง กิจกรรมศึกษาค้นคว้า กิจกรรมศึกษาปัญหาพิเศษหรอื โครงงาน ฯลฯ อย่างไรก็
ตามในการทำกิจกรรมต้องคำนึงว่าผู้เรียนแต่ละคนมีศักยภาพท่ีแตกต่างกัน ผู้เรียนแต่ละคนจึงอาจทำงานช้ิน
เดียวกันได้เสร็จในเวลาท่ีแตกต่างกัน และผลของงานท่ีได้อาจแตกต่างกันด้วย เมื่อผู้เรียนทำกิจกรรมเหล่านี้เสร็จ
แล้วก็จะต้องเก็บรวบรวมผลงาน เช่น รายงาน ชิ้นงาน บนั ทกึ และรวมถงึ ทักษะปฏิบัตติ ่างๆ เจตคติ ความรกั ความ
ซาบซึ้ง กิจกรรมที่ผู้เรียนได้ทำเหล่าน้ีต้องใช้วิธี ประเมินท่ีมีความแตกต่างกัน เพ่ือช่วยให้สามารถประเมินความรู้
ความสามารถและความรู้สึกนึกคิดทแี่ ท้จริงของผู้เรียนได้ การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงจะมีประสิทธิภาพก็
ต่อเมื่อมีการประเมินหลายๆ ด้าน หลากหลายวิธี ในสถานการณ์ต่าง ๆกันสอดคล้องกับชีวิตจริง และต้องประเมิน
อย่างตอ่ เนื่องเพื่อจะได้ข้อมลู ที่มากพอท่ีจะสะท้อนของผเู้ รียนได้
ลักษณะสำคญั ของการวดั และประเมินผลจากสภาพจรงิ
๑. การวัดประเมินผลตามสภาพจริง มีลักษณะที่สำคัญคือใช้วิธีการประเมินกระบวนการคิดท่ีซับซ้อน
ความสามารถในการปฏิบัติงาน ศักยภาพผู้เรียนในด้านของผู้ผลิตและกระบวนการท่ีได้ผลผลิตมากกว่าท่ีจะ
ประเมนิ ว่าผเู้ รียนจดจำความรอู้ ะไรบ้าง
๑๐๑
๒. เป็นการประเมินความสามารถของผู้เรียนเพื่อวินิจฉัยผู้เรียนในส่วนท่ีควรส่งเสริมและส่วนท่ีแก้ไขปรับปรุง
เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนไดพ้ ัฒนาอยา่ งเต็มศักยภาพตามความสามารถ ความสนใจและความต้องการของแต่ละบุคคล
๓. เป็นการประเมินที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมประเมินผลงานของตนเองและของเพื่อนร่วมห้อง เพ่ือ
สง่ เสรมิ ให้ผ้เู รยี นรจู้ ักตนเอง เช่ือมั่นในตนเอง สามารถพัฒนาตนเองได้
๔. ข้อมูลที่ได้จากการประเมินจะสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเรียนการสอนและการวางแผนการสอนของผู้สอน
ว่าสามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจและความต้องการของผ้เู รียนแต่ละบุคคลไดห้ รือไม่
๕. ประเมนิ ความสามารถของผู้เรียนในการถ่ายโอนการเรยี นไปสชู่ วี ติ จริงได้
๖. ประเมินดา้ นตา่ งๆดว้ ยวธิ ที ีห่ ลากหลายในสถานการณ์ต่าง ๆอย่างตอ่ เน่ือง
วธิ กี ารและแหล่งข้อมูลท่ีใช้
เพ่ือให้การวดั และประเมนิ ผลสะท้อนความสามารถทแ่ี ท้จริงของผู้เรยี นผลการประเมินอาจไดม้ าจากแหลง่ ข้อมูล
และวธิ กี ารต่างๆดงั ต่อไปนี้
๑.การประเมินผลกลุ่ม (Group Assessment) ความสามารถที่จะทำงานในฐานะสมาชิกท่ีมีประสิทธิภาพของ
กลุ่มถือเป็นทักษะสำคัญในการจัดการเรียนรู้ทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเป็นศูนยก์ ลาง การทำกิจกรรมตอ้ งเน้นย้ำการทำงานเป็น
กลุ่มทมี่ ีการจัดการด้านความพร้อมทม่ี ีคุณภาพและมีการประเมินผลท่ีละเอียดรอบคอบ การทำงานกลุ่มของผู้เรียน
จะมคี ุณภาพสงู สดุ รวมทง้ั มีความสนกุ สนาน เพลดิ เพลินเม่อื มกี ารปฏิบตั ดิ งั นี้
๑) จัดบรรยากาศใหเ้ หมาะสม ชว่ ยให้ผู้เรียนทราบและเข้าใจว่าการทำงานกลุ่มจะใหผ้ ลดีแก่ผู้เรียนอย่างไร
ผลงานกลมุ่ จะประเมินดว้ ยวิธใี ด
๒) จดั ใหผ้ ู้เรยี นทราบวา่ งานของกลุ่มจะประเมินเมอ่ื ใดลว่ งหน้าเพือ่ ผู้เรียนจะได้ไม่กดดนั และวิตกกังวลว่า
ผู้สอนจะประเมินเมอื่ ใด
๓) การกำหนดคะแนนไมค่ วรมากเกินไป เพราะหลักการต้องการจะพัฒนาการทำงานรว่ มกนั
๔) แจ้งเกณฑ์การประเมินให้ผู้เรียนได้ทราบ และบอกเกณฑ์บางส่วนให้ พร้อมทั้งให้ผู้เรียนเพ่ิมเติมเกณฑ์
ของตนเองได้ จึงคอ่ ยตดั สนิ ใจวา่ แตล่ ะเกณฑ์จะให้คะแนนอย่างไร
๕) จัดเวลาให้ผู้เรียนได้มีการสำรวจว่าคุ้มค่าแก่การเรียนรู้หรือไม่ เป็นการให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์ผลสำเร็จ
ของตนเอง มีเวลาแยกแยะวา่ ยังมจี ดุ ใดที่สามารถทำได้ดยี ิ่งขน้ึ อีก
๖) ผู้สอนต้องม่ันใจและกระจ่างชัดเจนว่า สิ่งที่ประเมินผล คือ ผลผลิตจากงานของกลุ่มหรือประเมิน
กระบวนการทำงาน กระบวนการและผลผลิตเป็นคนละเรื่องกัน และจำเป็นต้องมีแนวทางการประเมินท่ีแตกต่าง
กัน ในการทำกิจกรรมกลุ่ม บางกิจกรรมใช้การประเมินผลผลิต แต่บางกิจกรรมอาจใช้เพื่อการประเมินผล
กระบวนการปฏิบัติเทา่ นัน้
๗) ต้องระวังอันตรายจากการประเมินงานกลุ่มเป็นรายบุคคล เพราะจะนำไปสู่ความรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจและ
การโต้แย้งอย่างรุนแรงได้ ต้องมีการแจ้งเกณฑ์ล่วงหน้า มีการอภิปราย มีข้อตกลงตั้งแต่แรกเริ่มลงมือปฏิบัติ
กจิ กรรม การประเมนิ ผลบคุ คลควรจะทำตอ่ เมือ่ ผู้เรียนทง้ั กลมุ่ ได้รบั การพฒั นาความมัน่ ใจและความเชื่อถือ
๘) พิจารณาการจัดกลุ่ม จะให้ผู้เรียนจัดกลุ่มเองหรือไม่หรือจะใช้การสุ่มจัดผู้เรียนเข้ากลุ่มเพ่ือความ
เหมาะสมในการคละ ความสามารถของผู้เรียนในกลุ่ม หรือผู้สอนจัดผู้เรียนให้สมดุลเพ่ือคละประสบการณ์ ความรู้
ความสามารถและทักษะของผู้เรียน วิธีน้ีมีประโยชน์เพื่อจัดกลุ่มการเรียนรู้แบบร่วมมืออย่างมีคุณภาพแต่ต้องการ
ทักษะการประสานงานที่สูงมาก
๒. การประเมินตนเอง (Self-Assessment) ในการเสนอผลงาน ผู้สอนควรฝึกให้ผ้เู รียนมีการประเมินตนเองท้ัง
ด้านความคิด และด้านความรู้สึก โดยให้ผู้เรียนได้พูดถึงงานของตนเอง มีข้ันตอนกระบวนการทำอย่างไร มี
๑๐๒
จุดบกพร่อง จุดดีตรงไหน ผู้เรียนได้ความรู้อะไรบ้างและผู้เรียนมีความรู้สึกอย่างไรต่องานท่ีทำ ขณะเดียวกันก็เปิด
โอกาสใหเ้ พือ่ นไดม้ กี ารวพิ ากษ์วิจารณ์งานของผ้เู รียนอันจะนำไปส่คู วามภาคภูมิใจ
๓. การเขียนรายงาน (Self - Report) เป็นการให้ผู้เรียนเขยี นรายงานเกยี่ วกบั พฤตกิ รรมของตนเอง เหมอื นการ
สมั ภาษณ์เพยี งแตไ่ ม่มีคนคอยตั้งคำถามเทา่ นั้นเอง
จากวิธีการประเมิน ดังกล่าวสามารถนำมาจัดแสดงวิธีการและเคร่ืองมือประเมินผลการเรียนรู้ขอ งสาระการ
เรียนรใู้ นด้านความรู้ ด้านทกั ษะกระบวนการ และด้านคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มได้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ควรจัดให้ครอบคลุมทั้งด้าน
ความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละ
ตัวช้ีวัดตามท่ีหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดไว้ ควรมุ่งเน้นการวัดสมรรถภาพ
โดยรวมของผู้เรียนเป็นหลัก จุดประสงค์หลักของการวัดประเมินไม่ใช่อยู่ที่การวัดผลเพื่อตัดสินผลการเรียนของ
ผเู้ รียนเพียงอยา่ งเดียว แต่เป็นการวัดและประเมนิ ผลเพ่ือนำผลการประเมินไปใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอน
เพือ่ ชว่ ยพฒั นาให้ผเู้ รยี นสามารถเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพและเต็มตามศกั ยภาพ
คุณภาพของผ้เู รยี นทีต่ อ้ งประเมนิ
การวัดและประเมินผลของกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศน้ันแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ กำหนดให้ทำการวัดและประเมินผลตามมาตรฐานและตัวช้ีวัด ตัวชี้วัดในการวัดและประเมินผล ที่ต้อง
นำมาพจิ ารณา ดังน้ี
๑. ด้านความรู้
ในการวัดประเมินผลดา้ นความร้ตู อ้ งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ๔ สาระ ดังนี้
๑.๑ ภาษาเพือ่ การส่ือสาร
๑.๒ ภาษาปละวัฒนธรรม
๑.๓ ภาษากับความสัมพนั ธก์ บั กล่มุ สาระการเรียนรู้อน่ื
๑.๔ ภาษากับความสมั พนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
๒. ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ
การวัดประเมินผลด้านทักษะ / กระบวนการ เป็นการวัดความสามารถของผู้เรียนครอบคลุม
ประเดน็ ท่ตี ้องประเมินดังนี้
๒.๑ การแกป้ ญั หา
๒.๒ การให้เหตผุ ล
๒.๓ การสือ่ สาร การส่อื ความหมาย และการนำเสนอ
๒.๔ การเช่อื มโยง
๒.๕ ความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์
๓. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
การวัดประเมินผลด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ครอบคลุมประเดน็ ที่ตอ้ งประเมินดังนี้
๓.๑ ทำงานอยา่ งเป็นระเบียบ
๓.๒ มรี ะเบียบวินยั
๓.๓ มีความรอบคอบ
๓.๔ มคี วามรับผิดชอบ
๓.๕ มวี ิจารณญาณ
๑๐๓
๓.๖ มีความเชอ่ื มนั่ ในตนเอง
๓.๗ ตระหนักในคุณค่าและมีเจตคติทด่ี ตี อ่ วิชาภาษาต่างประเทศ
องคป์ ระกอบของการจดั การเรียนการสอน
ในการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนต้องจัดกิจกรรมเพ่ือให้ผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ มีพัฒนาการตาม
ตัวช้ีวัดท่ีกำหนดไว้ ซ่ึงต้องอาศัยการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว้ องค์ประกอบของการ
สอนทัง้ สามส่วนมคี วามสำพนั ธก์ ับดังภาพ
ตวั ชีว้ ดั การเรียนรู้
กิจกรรมการเรียน การวดั ละประเมินผล
การสอน การเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ สามารถกำหนดวิธีการและเคร่ืองมือสำหรับวัดและ
ประเมินผลภายใต้กรอบของตัวชี้วัด วิธีวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้ท่ีสำคัญได้แก่ การสอบ การ
สังเกต การสัมภาษณ์ และการประเมินช้ินงาน สำหรับเครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบทดสอบ แบบสังเกต และ
แบบประเมินคณุ ภาพ ตามลำดบั การสร้างเครื่องมอื และเกณฑ์การประเมนิ ทำไดโ้ ดยวเิ คราะห์ตัวชว้ี ดั
เกณฑก์ ารประเมนิ
เกณฑ์การประเมินที่นำเสนอน้ีเพื่อเป็นแนวทางหึครูผู้สอนใช้เป็นกรอบในการประเมินคุณภาพของผู้เรียน
ในด้านต่าง ๆ ดงั นี้
๑. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนผลการเรียนร้โู ดยการสอบ
สำหรับแบบทดสอบท่ีเป็นปรนัยเลือกตอบ สามารถกำหนดเกณฑ์ในการให้คะแนนอย่างกว้าง ๆ คือ
ตอบถกู ได้ ๑ คะแนน ตอบผิดได้ ๐ คะแนน
๑๐๔
สำหรบั แบบทดสอบทเ่ี ป็นอตั นยั หรอื แบบความเรยี นสามารถกำหนดตัวบ่งชแี้ ละเกณฑ์ในการให้คะแนน
มากกว่าสองระดับ เช่น อาจกำหนดคะแนนเต็มเป็น ๔ คะแนน แล้วพิจารณากำหนดเกณฑ์การให้คะแนน
ลดหลน่ั ลงมา สำหรับนกั เรยี นท่ีแสดงผลการเรยี นยงั ไมถ่ งึ เกณฑ์กำหนด
เกณฑ์การให้คะแนนผลการทำข้อสอบแบบอัตนัยท่ีพิจารณาจากการแสดงวิธีการหาคำตอบ และ
ความถูกตอ้ งของคำตอบ
คะแนน / ความหมาย ผลการทำข้อสอบที่ปรากฏให้เห็น
๔ ดมี าก
๓ ดี การแสดงวธิ ีทำชดั เจน สมบรู ณ์ คำตอบถูกตอ้ ง ครบถ้วน
๒ พอใช้ การแสดงวิธีทำยังไม่ชัดเจนดีนัก แต่อยู่ในแนวทางท่ีถูกต้อง คำตอบถูกต้อง
ครบถ้วน
๑ ควรแกไ้ ข
การแสดงวิธีทำยังไม่ชดั เจน หรือไม่แสดงวิธีทำ คำตอบถูกต้องครบถ้วน หรอื การ
๐ ต้องปรบั ปรงุ แสดงวธิ ีทำชัดเจน สมบรู ณ์ แตค่ ำตอบไม่ถูกต้อง ขาดการตรวจสอบ
การแสดงวิธีทำยังไม่ชัดเจนดีนัก แต่อยู่ในแนวทางท่ีถูกต้อง คำตอบไม่ถูกต้อง
หรือ ไมแ่ สดงวิธที ำ และคำตอบท่ีได้ไมถ่ ูกตอ้ งแต่อยู่ในแนวทางทถี่ กู ตอ้ ง
ทำได้ไมถ่ ึงเกณฑ์
นอกจากการพิจารณาจากการแสดงวิธีการในการหาคำตอบและความถูกต้องของคำตอบแล้ว เกณฑ์ใน
การให้คะแนนแบบทดสอบอัตนัยอาจพิจารณาจากด้านอ่ืน ๆ อีกก็ได้ สำหรับเกณฑ์ในการให้คะแนนของการ
สังเกต การสัมภาษณ์ และการประเมินช้ินงานสามารถสร้างเกณฑ์ในทำนองเดียวกับเกณฑ์การให้คะแนนด้าน
ทักษะ / กระบวนการทางภาษาต่างประเทศก็ได้
๒. เกณฑ์การให้คะแนนดา้ นทักษะ / กระบวนการทางภาษาตา่ งประเทศ
แบบแยกองคป์ ระกอบ
ทักษะกระบวนการ การแกป้ ญั หา
คะแนน / ความหมาย ความสามารถในการแกป้ ญั หาทปี่ รากฏใหเ้ หน็
๔ ดมี าก ใช้ยุทธวิธีการดำเนินการแก้ปัญหาสำเร็จ อย่างมีประสิทธิภาพ อธิบายถึงเหตุผลในการ
ใชว้ ธิ ีการดงั กล่าวไดเ้ ขา้ ใจชัดเจน
๓ ดี ใช้ยุทธวิธีการดำเนินการแก้ปัญหาสำเร็จ แต่น่าจะอธิบายถึงเหตุผลในการใช้วิธีการ
ดังกล่าวไดด้ ีกวา่ นี้
๒ พอใช้ ใช้ยุทธวิธีการดำเนินการแก้ปัญหา สำเร็จเพียงบางส่วน อธิบายถึงเหตุผลในการใช้
วิธกี ารดงั กลา่ วไดบ้ างสว่ น
๑ ตอ้ งปรบั ปรุง มีร่องรอยการดำเนินการแก้ปัญหาบางส่วน เร่ิมคิดว่าทำไมจึงต้องใช้วิธีการนั้นแล้วหยุด
อธิบายต่อไม่ได้ แก้ปญั หาไม่สำเร็จ
๐ ไม่พยายาม ทำได้ไม่ถงึ เกณฑ์ขา้ งต้นหรือไม่มรี อ่ งรอยการดำเนินการแกป้ ัญหา
๑๐๕
ทกั ษะกระบวนการ การใหเ้ หตุผล
คะแนน / ความหมาย ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ลที่ปรากฏใหเ้ ห็น
๔ ดีมาก มีการอา้ งองิ เสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจอยา่ งสมเหตุสมผล
๓ ดี มกี ารอ้างอิงถูกตอ้ งบางสว่ น และเสนอแนวคิดประกอบการตัดสนิ ใจ
๒ พอใช้ เสนอแนวคดิ ไมส่ มเหตผุ ลในการประกอบการตดั สินใจ
๑ ตอ้ งปรับปรุง มีความพยายามเสนอแนวคดิ ประกอบการตัดสนิ ใจ
๐ ไม่พยายาม ไมม่ ีแนวคิดประกอบการตดั สินใจ
ทักษะกระบวนการ การเช่อื มโยง
คะแนน / ความหมาย ความสามารถในการเชอื่ มโยงท่ปี รากฏใหเ้ หน็
๔ ดมี าก นำความรู้ หลักการ และวิธีการทางภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงกับสาระ
ภาษาต่างประเทศ/ สาระอ่ืน / ในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยในการแก้ปัญหา หรือ
ประยุกต์ใชไ้ ดอ้ ย่างสอดคลอ้ งและเหมาะสม
๓ ดี นำความรู้ หลักการ และวิธีการทางภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงกับสาระ
ภาษาต่างประเทศ/ สาระอื่น / ในชีวิตประจำวัน เพ่ือช่วยในการแก้ปัญหา หรือ
ประยุกตใ์ ชไ้ ด้บางสว่ น
๒ พอใช้ นำความรู้ หลักการ และวิธีการทางภาษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงกับสาระ
ภาษาต่างประเทศได้บางส่วน
๑ ตอ้ งปรับปรุง นำความรู้ หลกั การ และวธิ กี ารทางภาษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงยงั ไมเ่ หมาะสม
๐ ไม่พยายาม ไมเ่ ชอ่ื มโยงกับสาระอื่นใด ๆ
ทักษะกระบวนการ ความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์
คะแนน / ความหมาย ความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ทป่ี รากฏให้เหน็
๔ ดมี าก มีแนวคดิ / วธิ ีการแปลกใหม่ท่สี ามารถนำไปปฏิบตั ไิ ดถ้ ูกตอ้ งสมบูรณ์
๓ ดี มีแนวคิด / วิธีการแปลกใหม่ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้องแต่นำไปปฏิบัติแล้วไม่
ถูกต้องสมบูรณ์
๒ พอใช้ มีแนวคดิ / วิธกี ารไมแ่ ปลกใหม่แต่นำไปปฏบิ ตั ไิ ด้ถูกตอ้ งสมบูรณ์
๑ ต้องปรบั ปรงุ มีแนวคดิ / วิธีการไม่แปลกใหม่และนำไปปฏบิ ตั แิ ล้วยังไมส่ มบูรณ์
๐ ไมพ่ ยายาม ไมม่ ผี ลงาน
๓. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคแ์ บบแยกองค์ประกอบ
คุณลักษณะ มคี วามรับผิดชอบ
คะแนน / ความหมาย คุณลกั ษณะทป่ี รากฏใหเ้ ห็น
๓ ดมี าก - ส่งงานกอ่ นหรอื ตรงตามกำหนดเวลานัดหมาย
๒ ดี ๑๐๖
๑ พอใช้
- รับผิดชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมายและปฎิบัตเิ องจนเป็นนิสัย เป็นระบบแกผ่ ู้อ่ืน และ
แนะนำชกั ชวนให้ผู้อ่ืนปฏบิ ัติ
- สง่ งานชา้ กวา่ กำหนด แตไ่ ด้มกี ารติดตอ่ ชแี้ จงครผู ้สู อน มเี หตุผลทร่ี ับฟงั ได้
- รับผดิ ชอบในงานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ปฎิบัติเองจนเป็นนสิ ัย
- สง่ งานช้ากวา่ กำหนด
- ปฏิบตั ิงานโดยต้องอาศยั การชี้แนะ แนะนำ ตักเตือนหรืใหก้ ำลงั ใจ
คณุ ลักษณะ มีระเบียบวินัย
คะแนน / ความหมาย คณุ ลักษณะท่ีปรากฏใหเ้ หน็
๓ ดมี าก - สมุดงาน ชน้ิ งาน สะอาดเรียบรอ้ ย
- ปฏิบัตติ นอยูใ่ นขอ้ ตกลงทกี่ ำหนดให้รว่ มกนั ทุกครัง้
๒ ดี - สมดุ งาน ช้ินงาน ส่วนใหญ่สะอาดเรียบร้อย
- ปฏิบัตติ นอยใู่ นข้อตกลงท่กี ำหนดใหร้ ่วมกนั เปน็ สว่ นใหญ่
๑ พอใช้ - สมุดงาน ชิ้นงาน ไมค่ ่อยสะอาดเรยี บร้อย
- ปฏิบตั ติ นอยู่ในขอ้ ตกลงท่ีกำหนดใหร้ ว่ มกันเปน็ บางครง้ั ตอ้ งอาศัยการแนะนำ
คุณลกั ษณะ ทำงานเป็นระบบรอบคอบ
คะแนน / ความหมาย คุณลกั ษณะที่ปรากฏให้เห็น
๓ ดีมาก - มกี ารวางแผนการดำเนนิ งานเป็นระบบ
- การทำงานมคี รบทุกขนั้ ตอน ตัดขั้นตอนที่ไม่สำคญั ออก
- จดั เรียงลำดับความสำคญั กอ่ น – หลงั ถูกต้องครบถว้ น
๒ ดี - มกี ารวางแผนการดำเนินงาน
- การทำงานไม่ครบทกุ ขั้นตอน และผดิ พลาดบา้ ง
- จัดเรยี งลำดบั ความสำคัญก่อน – หลงั ได้เป็นส่วนใหญ่
๑ พอใช้ - ไม่มกี ารวางแผนการดำเนนิ งาน
- การทำงานไม่มีขั้นตอน มีความผิดพลาดต้องแกไ้ ข
- ไมจ่ ดั เรยี งลำดับความสำคญั
๔. เกณฑก์ ารประเมินชิ้นงานแบบองค์รวม
คะแนน / ความหมาย คุณภาพของช้ินงานท่ปี รากฏใหเ้ ห็น
๔ ดีมาก - คดิ คำนวณหรือเสนอรูปแบบวธิ ีการหาคำตอบไดอ้ ยา่ งถูกต้องแมน่ ยำ
- แสดงวิธกี ารหรอื การหาเหตผุ ล สนบั สนุนการหาคำตอบได้ครบถ้วนสมบูรณ์
- มองเห็นความเช่อื มโยงหรือการขยายผลไปสู่หลักการของปญั หาได้อย่างสมบูรณ์
- มีองค์ประกอบของชิ้นงานครบถ้วน ๓ รายการ(รูปแบบรายงาน ความถกู ต้องชดั เจนใน
การเขยี นหรอื พิมพ์ การจดั รปู เลม่
๓ ดี - คำนวณหรือวิธกี ารหาคำตอบถูกต้อง
- แสดงวิธีการหรอื การหาเหตุผล สนบั สนนุ การหาคำตอบได้บางส่วน
- เชื่อมโยงไปสูห่ ลักการของปัญหาไดบ้ างสว่ น
๑๐๗
๒ พอใช้ - มีองคป์ ระกอบของชน้ิ งานไม่น้อยกว่า ๒ รายการ
๑ ตอ้ งปรบั ปรงุ - การคำนวณมีขอ้ ผดิ พลาดบางส่วน
- แสดงเหตผุ ล สนับสนุนการหาคำตอบเล็กนอ้ ย
- แสดงการเช่ือมโยงหลกั การการแก้ปัญหาได้เล็กนอ้ ย
- มอี งคป์ ระกอบของชนิ้ งานไมน่ ้อยกว่า ๒ รายการ
- ไม่มชี ิน้ งาน
๕. เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคแ์ บบองคร์ วม
คะแนน / ความหมาย คุณลักษณะทีป่ รากฏใหเ้ หน็
๓ ดมี าก ส าม า ร ถ ป ฏิ บั ติ ได้ ด้ ว ย ต น เอ งห รื อ เป็ น แ บ บ อ ย่ า งแ ก่ ผู้ อื่ น ได้ ใน ก าร ป ฏิ บั ติ งา น ท า ง
ภาษาต่างประเทศอยา่ งมีระบบ มรี ะเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วจิ ารณญาณ มีความเช่ือมั่นในตนเอง
๒ ดี สามารถปฏิบัติตนตามคำแนะนำหรือชี้แนะในการปฏิบัติงานทางภาษาต่างประเทศอย่าง
มีระบบ มีระเบียบวินัย มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความ
เชอื่ ม่ันในตนเอง
๑ พอใช้ ไมส่ ามารถปฏบิ ัติตนตามคำแนะนำหรือช้แี นะด้วยตนเอง แต่ต้องมีการกำกับและตดิ ตาม
อยู่เสมอในการปฏิบัติงานทางภาษาต่างประเทศอย่างมีระบบ มีระเบียบวินัย มีความ
รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความเช่อื มัน่ ในตนเอง
แนวปฏบิ ตั ิในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
การวัดและป ระเมินผลการเรียน รู้ของผู้เรียน ต้องอยู่บ นห ลักการพ้ื นฐานสองป ระการคือ
การประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบ
ผลสำเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ของนักเรียนซ่งึ เป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผล
การเรียนรู้ในระดบั ชนั้ เรียน ระดบั สถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพ
นักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหนา้ และความสำเร็จทางการ
เรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้นักเรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็ม
ตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา มี
รายละเอียด ดังน้ี
๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวดั และประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ครู ผู้สอน
ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
ซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การ
ใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมิน
เพือ่ น ผปู้ กครองรว่ มประเมิน ในกรณที ีไ่ ม่ผ่านตวั ชีว้ ดั ใหม้ ี การสอนซอ่ มเสริม
๑๐๘
การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนมีพั ฒ นาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะตอ้ งไดร้ บั การ
พัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย
ทัง้ นโี้ ดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชี้วัด
๒. การประเมนิ ระดับสถานศกึ ษา เป็นการประเมนิ ทสี่ ถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพ่ือให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ
เรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑ์ระดบั ชาติ ผลการประเมนิ ระดบั สถานศึกษาจะเป็นขอ้ มูลและสารสนเทศเพอื่ การ
ปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรอื วิธกี ารจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายง านผลการจัดการศึกษาต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ผปู้ กครองและชุมชน
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพนักเรียน
ที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบน
พน้ื ฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจำแนกตามสภาพปัญหาและความตอ้ งการ ไดแ้ ก่ กลุ่มนักเรียนท่ัวไป กลุ่ม
นักเรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่มนักเรียนที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและ
พฤติกรรม กลุ่มนักเรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกาย
และสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้
ทันท่วงที ปิดโอกาสใหผ้ ้เู รยี นได้รบั การพฒั นาและประสบความสำเรจ็ ในการเรยี น
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษ าให้สอดคล้องและเป็นไป ตามหลักเกณ ฑ์และแน วปฏิบัติท่ีเป็นข้อกำห นดของห ลั กสูตร
สถานศกึ ษา เพือ่ ให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทกุ ฝา่ ยถือปฏบิ ัติร่วมกนั
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรียน
๑. การตัดสนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนานักเรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บ
ข้อมูลของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทงั้ สอนซอ่ มเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็ม
ตามศักยภาพ
ระดบั ประถมศกึ ษา
(๑) ผูเ้ รียนต้องมีเวลาเรียนไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนท้งั หมด
(๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวน
ตวั ชว้ี ดั
(๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “ ๑ ” จึงจะถือว่าผ่าน
เกณฑต์ ามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(๔)นักเรียนตอ้ งไดร้ ับการประเมนิ และมผี ลการประเมิน การอา่ น
๑๐๙
คดิ วิเคราะห์และเขียน ในระดบั “ ผ่าน ” ขึ้นไป มีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ในระดับ“ ผ่าน ” ข้ึน
ไป และมีผลการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนานักเรียน ในระดบั “ ผ่าน ”
ระดับมัธยมศึกษา
(๑)ตดั สินผลการเรยี นเปน็ รายวชิ า ผู้เรยี นต้องมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรยี น
ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมดในรายวชิ านนั้ ๆ
(๒)นักเรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวน
ตวั ชี้วัด
(๓) นักเรยี นต้องได้รับการตัดสินผลการเรยี นทุกรายวิชา ไม่น้อยกวา่ ระดับ “ ๑ ” จึงจะถือว่าผ่าน
เกณฑ์ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
(๔) นักเรยี นต้องไดร้ ับการประเมิน และมผี ลการประเมนิ การอ่าน
คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดับ “ ผ่าน ” ขนึ้ ไป มีผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในระดบั “ ผ่าน ” ข้ึน
ไป และมีผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนานกั เรยี น ในระดับ “ ผ่าน ”
การพิจารณาเลื่อนช้ันทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียง
เล็กน้อย และพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เล่ือนช้ันได้ แตห่ ากนักเรียนไม่ผ่าน
รายวชิ าจำนวนมาก และมแี นวโน้มวา่ จะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชน้ั ทส่ี ูงข้ึน ให้ต้ังคณะกรรมการพิจารณาให้
เรยี นซำ้ ชนั้ ได้ ทงั้ นี้ให้คำนึงถงึ วฒุ ิภาวะและความร้คู วามสามารถของนักเรยี นเป็นสำคัญ
๑.๒ การให้ระดับผลการเรยี น
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือระดับ
คุณภาพการปฏบิ ัตขิ องนักเรียน เปน็ ระบบตัวเลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเปน็ ๘ ระดบั ดังน้ี
ระดบั ผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ
๔ ผลการเรยี นดีเยยี่ ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ผลการเรยี นดีมาก ๗๕ - ๗๙
๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ผลการเรียนคอ่ นขา้ งดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรียนน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙
๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑข์ นั้ ต่ำ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรยี นต่ำกวา่ เกณฑ์ ๐ - ๔๙
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ
ประเมนิ เป็น ดเี ย่ียม ดี ผ่าน และไม่ผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม
และผลงานของผูเ้ รียน ตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากำหนด และใหผ้ ลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน
ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการ
เรยี นเป็น ๘ ระดบั ดงั น้ี
๑๑๐
ระดับผลการเรยี น ความหมาย ช่วงคะแนนรอ้ ยละ
๔ ผลการเรียนดเี ยย่ี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ผลการเรียนดมี าก ๗๕ - ๗๙
๓ ผลการเรยี นดี ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ผลการเรียนคอ่ นข้างดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรยี นน่าพอใจ ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ผลการเรียนพอใช้ ๕๕ - ๕๙
๑ ผลการเรียนผ่านเกณฑข์ น้ั ต่ำ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรยี นต่ำกว่าเกณฑ์ ๐ - ๔๙
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับผลการ
ประเมินเป็น ดีเย่ียม ดี ผ่าน และไมผ่ า่ น
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม
และผลงานของผูเ้ รยี น ตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนด และให้ผลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเป็นผ่าน และไมผ่ า่ น
๑.๓ การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรียนเป็นการส่ือสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบความก้าวหน้า ในการ
เรียนรู้ของนักเรียน ต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรืออย่าง
นอ้ ยภาคเรียนละ ๑ คร้ัง
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดบั คุณภาพการปฏิบัติของนักเรยี นท่ีสะท้อนมาตรฐาน
การเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้
๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษา กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการศึกษาเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา
และระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
๒.๑ เกณฑ์การจบระดบั ประถมศึกษา
(๑) นักเรยี นเรยี นรายวิชาพ้ืนฐาน และรายวชิ า/กจิ กรรมเพิ่มเตมิ ตามโครงสรา้ งเวลาเรยี น ทกี่ ำหนด
(๒) นักเรียนต้องมผี ลการประเมินรายวิชาพนื้ ฐาน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามทกี่ ำหนด
(๓) นกั เรยี นมผี ลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี นในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมนิ ตามท่กี ำหนด
(๔) นักเรียนมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ในระดบั ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามท่ีกำหนด
(๕) นกั เรียนเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นและมผี ลการประเมินผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่กำหนด
๒.๒ เกณฑ์การจบระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
(๑) นักเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติมไม่เกิน ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน ๖๖หน่วย
กิต และรายวิชาเพม่ิ เติมตามทก่ี ำหนด
(๒) นักเรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน ๖ ๖
หน่วยกติ และรายวชิ าเพ่ิมเติมไม่น้อยกว่า ๑๑ หนว่ ยกิต
(๓ ) นั กเรียน มี ผลการป ระเมิน การอ่าน คิดวิ เคราะห์ และเขียน ใน ระดับ ผ่าน เกณ ฑ์
การประเมนิ ตามทกี่ ำหนด
(๔) นักเรยี นมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ในระดบั ผา่ นเกณฑ์การประเมินตามที่กำหนด
๑๑๑
(๕) นกั เรียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ีกำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้คณะกรรมการ
ของสถานศกึ ษา ดำเนินการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรตู้ ามหลักเกณฑ์ในแนวปฏบิ ัติการวัดและประเมินผลการ
เรียนรู้ของหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ ท่ีเกี่ยวข้อง
กับพัฒนาการของผู้เรยี นในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังน้ี
๑. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทก่ี ระทรวงศึกษาธิการกำหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตาม
รายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็น
รายบุคคล เม่ือผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา(ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) จบการศึกษาภาคบังคับ(ชั้น
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓) จบการศึกษาข้นั พื้นฐาน(ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖) หรอื เม่อื ลาออกจากสถานศึกษาในทุกกรณี
๑.๒ ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักด์ิและสิทธ์ิของผู้จบการศึกษา ท่ี
สถานศึกษาให้ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้จบการศึกษาขั้นพ้ืนฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน
๑.๓ แบบรายงานผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชือ่ และข้อมูลของผู้
จบการศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา(ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖) ผ้จู บการศึกษาภาคบังคับ(ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓) และผูจ้ บ
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน(ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๖)
๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำข้ึนเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับ
นักเรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรยี น และ เอกสารอ่นื ๆ ตามวัตถุประสงค์ของการนำเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของนักเรียนในกรณีตา่ งๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปล่ยี น
รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อ่นื ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรยี นควรดำเนินการในชว่ งก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรยี นแรกท่สี ถานศกึ ษา
รับผู้ขอเทียบโอนเป็นผูเ้ รยี น ทั้งนี้ นกั เรยี นที่ไดร้ บั การเทียบโอนผลการเรยี นตอ้ งศกึ ษาต่อเนื่องในสถานศึกษาท่ีรับ
เทียบโอนอย่างนอ้ ย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาที่รบั นักเรียนจากการเทียบโอนควรกำหนดรายวิชา/จำนวนหน่วย
กติ ที่จะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพจิ ารณาการเทียบโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดังนี้
๑. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอื่น ๆ ทใ่ี ห้ขอ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรยี น
๑๑๒
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ ท้ัง ภาคความรู้และ
ภาคปฏบิ ตั ิ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัติในสภาพจริง
การเทยี บโอนผลการเรยี นให้เป็นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏิบตั ิ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
การบรหิ ารจัดการหลักสูตร
๑. การบริหารงานวชิ าการ
โรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน มีคณะกรรมการบริหารวิชาการประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รอง
ผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้างานวิชาการ หัวหน้าระดับชั้น ป. ๑ – ๓ หัวหน้าระดับชั้น ป.๔ – ๖ หัวหน้า
ระดบั ชั้นอนุบาล หัวกลุ่มสาระ ๘ กลุ่มสาระ ครูฝ่ายงานทะเบียนวิชาการ ครูฝา่ ยงานกิจกรรมนักเรยี น ประธาน
คณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เป็นคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรของโรงเรียน โดยอยู่ภายใต้ความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานของโรงเรียน ซ่ึงประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในชุมชน และตัวแทน
ผู้ปกครองนักเรียน ในส่วนการบริหารงานวิชาการในแต่ละระดับชั้น หัวหน้าระดับช้ันและหัวหน้ากลุ่มสาระเป็น
ผู้ดำเนินการร่วมกับครูประจำชั้นและครูประจำวิชามีการกำหนดแผนปฏิบัติงานวิชาการ และงานกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียนอย่างชัดเจน เพ่ือให้การใช้หลักสูตรมีประสิทธิภาพย่ิงข้ึน จึงกำหนดกิจกรรมด้านวิชาการ และกิจกรรม
พัฒนาผู้เรยี น ดงั นี้
๑.๑ โครงการตามแผนพัฒนาประจำปีของโรงเรียน โรงเรียนได้จัดทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งได้จัดทำขึ้นเพ่ือ
สนองยุทธศาสตร์การบริหารของโรงเรียน เช่น โครงการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โครงการส่งเสริม
การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ีเนน้ ผ้เู รยี นเป็นสำคัญ
๑.๒ กิจกรรมส่งเสรมิ การเรียนรูก้ ลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ๘ กลุ่มสาระ มีดังนี้
โครงการความเป็นเลิศทางวิชาการ โครงการนักเรียนใฝ่รู้ใฝ่เรียนและรักการอ่าน โครงการพัฒนาแหล่ง
เรียนรู้และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนแบบบูรณาการ โครงการเรียนรู้สู่โลกกว้าง โครงการเสริมสร้างและ
พฒั นาอนามยั สว่ นบคุ คลของนักเรยี น โครงการความเป็นเลศิ ทางวชิ าการ
๒. การบรหิ ารทั่วไป
คณะกรรมการบริหารงานท่ัวไป ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน
หวั หนา้ งานบริหารท่ัวไป ดูแลในเรื่องของงานบริหาร งานอาคารสถานทแี่ ละส่ิงแวดลอ้ ม งานชมุ ชนสัมพันธ์ งาน
อนามัย งานสาธารณูปโภคและงานดูแลนักเรียน ซ่ึงแต่ละฝ่ายมีแผนปฏิบัติงานดำเนินการในรูปของ
คณะกรรมการ
๓. การบริหารงานบุคคลากร
คณะกรรมการบริหารบคุ คลประกอบด้วย ผอู้ ำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้างาน
บุคลากร หัวหน้างานวิชาการ หัวหน้างานบริหารท่ัวไป หัวหน้างานธุรการและการเงิน หัวหนาระดันชั้นเรียน
และหัวหน้ากลุ่มสาระ โดยทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนในด้านการพัฒนาบุคลากรในโรงเรียนให้ปฏิบัติหน้าที่
ตามความสามารถและความถนัด รวมทั้งการส่งบุคลากรเข้าร่วมประชุมสัมมนา อบรมพัฒนากิจกรรมการเรียน
การสอน ดูงานที่เก่ียวขอ้ งกบั การพัฒนาวิชาการอย่างต่อเน่ือง ตลอดจนการสนับสนุนบุคลากรให้มีความก้าวหน้า
ในวิชาชพี ในการทำผลงานวชิ าต่าง ๆ
๔. การบริหารงบประมาณ
คณะกรรมการบริหารงบประมาณ ประกอบดว้ ย ผอู้ ำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน งาน
พัสดุครุภัณฑ์ งานธุรการการเงิน หัวหน้าระดับช้ัน หัวหน้ากลุ่มสาระซึ่งแต่ละงานมีการปฏิบัติงานในรูปของ
๑๑๓
คณะกรรมการเงินที่ได้รับจัดสรรให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาวิชาการ กาเรียนการสอนมีการวางแผนจัดทำ
งบประมาณรายรบั รายจ่าย มีการใชเ้ งินตามแผนพัฒนาประจำปีอย่างมีประสิทธิภาพโดยโดยมีการตรวจสอบบัญชี
จากผู้ตรวจสอบบัญชีของสำนักงานเขตพ้ืนท่ีอย่างสม่ำเสมอ และมีการจัดทำรายงานการใช้จ่ายงบประมาณต่อ
หน่วยงานตน้ สังกัดเปน็ ประจำทกุ เดือน
๕. อื่น ๆ
๕.๑ การประเมินการใช้หลักสูตรเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารหลักสูตร เพ่ือให้การใช้หลักสูตรเป็นไป
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ โรงเรยี นจึงกำหนดแนวทางการประเมินการใช้หลักสตู ร ดังนี้
๕.๑.๑ ประเมนิ การใชห้ ลกั สตู ร
๕.๑.๒ ประเมนิ ระหว่างการใชห้ ลกั สตู ร
๕.๑.๓ ประเมินหลงั การใช้หลกั สตู ร
การประเมินก่อนการใชห้ ลักสูตร โรงเรยี นชมุ ชนวัดขันเงินดำเนินการโดยให้คณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ัน
พื้นฐาน ตลอดจนครูผู้สอนของกลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นผู้ประเมินหลักสูตรในด้านโครงสร้างของหลักสูตร
มาตรฐานการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา ตัวช้ีวัดการเรียนรู้ วางแผนการจัดการเรียนรู้ และการวัดผลและ
ประเมินผลเพ่ือตรวจสอบความชัดเจนถูกต้องและสมบูรณ์ตามหลักการของการจัดทำหลักสูตร นำผลที่ได้มา
ปรับปรุงแกไ้ ขส่วนทีบ่ กพร่องเพ่อื ให้มีความสมบูรณ์ก่อนนำหลกั สตู รไปใช้
การประเมินระหว่างการใชห้ ลกั สตู รจะมีการประเมินควบคู่ไปกับการปรบั ปรงุ แก้ไข
การประเมนิ หลงั การใช้หลักสตู รเปน็ การประเมนิ เพอ่ื สรุปผลการใชห้ ลักสูตรของโรงเรยี นทุกๆดา้ น
๕.๒ การผลิตส่ือการเรียนรู้ และการประเมินการใช้ส่ือการเรียนรู้ โรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน กำหนด
หลกั การและแนวคิดในการผลติ สื่อการเรียนรดู้ ังน้ี
๕.๒.๑ เป็นสื่อการเรียนรู้ทเี่ กิดจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ของครูหรอื นักเรียน
๕.๒.๒ เป็นส่ือการเรียนรู้ที่ครูและนักเรียนช่วยกันวางแผนจัดทำ และพัฒนาขึ้นใช้ในการเรียนการ
สอนรว่ มกนั
๕.๒.๓ รูปแบบของส่ือการเรียนการสอนต้องหลากหลาย และสอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ธรรมชาติ
ของกล่มุ สาระการเรียนรู้และศกั ยภาพ
ท้ังนีส้ ่อื การเรียนร้ทู ่ีนำมาใช้ในการจัดการเรียน มีทง้ั สือ่ ใกล้ตวั สือ่ ธรรมชาติ สื่อส่ิงพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี
และส่ืออื่น ๆ ส่วนการประเมินการใช้สื่อการเรียนรู้ ประเมินจากบันทึกผลการใช้ส่ือการเรียนรู้ในการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนในแตล่ ะครง้ั แล้วนำผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงแกไ้ ขโดยครูผูส้ อน ครูหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
และงานวชิ าการดำเนินรว่ มกัน
๕.๓ การประกันคุณภาพการศึกษา โรงเรียนจัดให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา เพ่ือพัฒนา
คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับช้ัน และงานทุกงานของโรงเรียน ซ่ึงการประกันคุณภาพน้ี
ประกอบด้วยระบบประกนั คณุ ภาพภายใน ระบบประกนั คณุ ภาพภายนอก
๕.๓.๑ ระบบประกนั คณุ ภาพภายใน
โรงเรยี นได้ดำเนนิ การให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบรหิ ารการศึกษาอย่างต่อเน่ือง โดยมี
การจัดทำรายงานคุณภาพการศึกษาประจำทุกปี เพ่ือนำเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครู
นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ซ่ึงนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และการรับรองการ
ประกนั คุณภาพภายนอก
๕.๓.๒ ระบบการประกันคณุ ภาพภายนอก
๑๑๔
โรงเรียนมีกระบวนการบริหารการศึกษา โดยคำนึงถึงมาตรฐานวิชาการในกรอบหลักสูตร
และเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา และโรงเรียนได้ผ่านการประเมินจากหน่วยงานรับรองมาตรฐาน และประเมิน
คณุ ภาพการศกึ ษาในรอบสองแลว้ และโรงเรียนไดเ้ ตรยี มพร้อมที่จะเขา้ รับการประเมินในรอบต่อไป
๑๑๕
อภธิ านศพั ท์
การเดาความหมายจากบรบิ ท (context clue)
การเดาความหมายของคำศัพท์หรอื ข้อความท่ไี มท่ ราบความหมายโดยไมต่ ้องเปิดพจนานุกรม เปน็ การเดา
ความหมายน้นั โดยอาศยั การชี้แนะจากคำศัพท์หรอื ข้อความที่แวดลอ้ มคำศัพท์หรือข้อความ
ทอี่ ่าน เพอ่ื ช่วยในการทำความเข้าใจหรือตีความหมายของคำศัพทห์ รือขอ้ ความที่ไม่เข้าใจความหมาย
การถ่ายโอนขอ้ มลู
การแปลงข้อมลู ทผ่ี ้สู ง่ สารต้องการจะส่ือสารให้ผูร้ ับสารเข้าใจความหมายในรปู แบบทต่ี ้องการ เชน่ การถา่ ย
โอนข้อมลู ทีเ่ ปน็ คำ ประโยค หรอื ขอ้ ความไปเป็นข้อมูลที่เป็นกราฟ สัญลักษณ์ รูปภาพ แผนผัง แผนภูมิ ตาราง
ฯลฯ หรอื การถ่ายโอนขอ้ มลู ท่เี ป็นกราฟ สัญลักษณ์ รปู ภาพ แผนผงั แผนภมู ิ ตาราง ฯลฯ ไปเป็นขอ้ มูลทเ่ี ป็นคำ
ประโยค หรือข้อความ
ทักษะการส่ือสาร
ทักษะการฟงั การพูด การอ่าน และการเขยี น ซ่ึงเป็นเคร่ืองมือในการรับสารและส่งสารด้วยภาษานัน้ ๆ ได้
อย่างสือ่ ความหมาย คล่องแคล่ว ถูกต้อง เขา้ ถึงสารได้อยา่ งชดั เจน
บทกลอน (nursery rhyme)
บทร้อยกรองสำหรับเด็ก ทม่ี ีคำคล้องจองและมีความไพเราะ เพอ่ื ชว่ ยให้จดจำได้ง่าย
บทละครสั้น (skit)
งานเขยี นหรอื บทละครสน้ั ที่มีการแสดงออกด้วยท่าทางและคำพูด ทำให้เกดิ ความสนกุ สนาน อาจเป็นเรอ่ื ง
ทีม่ าจากนิทาน นิยาย ชีวิตของคน สตั ว์ ส่งิ ของ หรือตัดตอนมาจากงานเขียน
ภาษาทา่ ทาง
การสื่อสารโดยการแสดงทา่ ทางแทนคำพดู หรือการแสดงท่าทางประกอบคำพูด เพื่อให้ความหมายมคี วาม
ชดั เจนยิ่งขึน้ การแสดงท่าทางต่างๆ อาจแสดงไดล้ ักษณะ เช่น การแสดงออกทาง
สหี น้า การสบตา การเคลือ่ นไหวศรี ษะ มอื การยกมอื การพยักหน้า การเลกิ ค้วิ เป็นตน้
วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
วิถกี ารดำเนนิ ชีวติ ของคนในสังคมท่ีใช้ภาษานัน้ นับต้ังแต่วิธีการกนิ อยู่ การแต่งกาย การทำงาน การ
พกั ผ่อน การแสดงอารมณ์ การสอื่ ความ ค่านิยม ความคิด ความเชอื่ ทัศนคติ ขนบธรรมเนียมประเพณี เทศกาล
งานฉลอง และมารยาท เป็นต้น
ส่ือท่ไี ม่ใชค่ วามเรยี ง (non-text information)
ส่ิงทใ่ี ช้สอ่ื สารแทนคำ วลี ประโยค และข้อความ เช่น กราฟ สัญลกั ษณ์ รูปภาพ สิง่ ของ แผนผัง แผนภมู ิ
ตาราง เปน็ ตน้
๑๑๖
ประกาศโรงเรยี นชมุ ชนวัดขันเงนิ
เรื่อง ใหใ้ ช้หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนชุมชนวัดขนั เงิน พทุ ธศักราช ๒๕65
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖0) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
__________________________________
ด้วยคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ. 1239/2560 ลว. 7 สิงหาคม 2560 เร่ือง ให้ใช้
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานสอดคล้องกับสภาพความเปล่ียนแปลงทาง
เศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม สภาพแวดลอ้ ม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทีเ่ จริญก้าวหน้าอยา่ งรวดเร็ว
เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนของชาติให้สามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศการ
ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0
โลกในศตวรรษท่ี 21 และทดั เทียมกับนานาชาติ ผเู้ รียนมีศักยภาพในการแข่งขันและการดำรงชีวิตอย่างสร้างสรรค์
ในประชาคมโลก ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ฉะน้ัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ
แก้ไขเพ่ิมเติม(ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญั ติระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 กระทรวงศึกษาจงึ ได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั กลุ่มสาระการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 แทนมาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ในหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ทั้งน้ีหลักสูตรสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการ
การสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เม่ือวันที่ 26 เดือน เมษายน พ.ศ. 2565 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรสาระการเรียนรู้
ภาษาตา่ งประเทศ โรงเรียนชมุ ชนวดั ขันเงนิ ตัง้ แตบ่ ัดน้เี ป็นตน้ ไป
ประกาศ ณ วันท่ี 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
....................................................... ..........................................................
(ว่าทเี่ รอื ตรบี งกช อนุกาญจนวีระ) (นางสาวภนิดา นพชำนาญ)
กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิปฏบิ ตั หิ นา้ ท่แี ทน
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนชมุ ชนวัดขนั เงิน
โรงเรียนชมุ ชนวัดขนั เงิน
๑๑๗
บันทกึ ขอ้ ความ
ส่วนราชการ โรงเรยี นชมุ ชนวดั ขนั เงิน อำเภอหลงั สวน จังหวดั ชุมพร
ท่ี พเิ ศษ/2565 วันที่ 5 พฤษภาคม 2565
เรือ่ ง พจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบหลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช
2565
เรยี น คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน
ส่ิงท่ีส่งมาด้วย หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช 2565 จำนวน 1 เล่ม
ดว้ ยคณะทำงานได้จัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช
2565 เพื่อเปน็ แนวทางดำเนินงานในการปฏบิ ัติงาน จัดกระบวนการเรยี นการสอน บัดนี้การดำเนินการดังกล่าวได้
แลว้ เสรจ็ เรียบร้อยแลว้
ในการน้โี รงเรียนชุมชนวดั ขันเงิน ได้เสนอหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ฉบับปรับปรุง
พุทธศักราช 2565 ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณาให้ความเห็นชอบ
จงึ เรียนมาเพอื่ ทราบและพิจารณาให้ความเหน็ ชอบ
ขอแสดงความนับถอื
(นางสาวภนิดา นพชำนาญ)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนชมุ ชนวัดขนั เงิน
..................................................................................................................................................................
ความเหน็ คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
เหน็ ชอบ จัดทำหลักสตู รกลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช 2565
ไมเ่ ห็นชอบ จัดทำหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช 2565
(วา่ ท่ีเรือตรีบงกช อนกุ าญจนวรี ะ)
กรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ปิ ฏิบัติหน้าทแ่ี ทน
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน
โรงเรียนชมุ ชนวดั ขันเงิน
๑๑๘
คำสง่ั โรงเรียนชมุ ชนวดั ขันเงิน
ที่ 43 / ๒๕๖5
เรือ่ ง แต่งตง้ั คณะกรรมการปรบั ปรงุ หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ปีการศึกษา ๒๕๖5
*********************************
ตามที่โรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน ดำเนินการจัดทำหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ส่กู ารปฏิบัติในโรงเรียนและ
ห้องเรยี นนั้น
โรงเรียนได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เพ่ือให้ตรงกับความ
ต้องการของผู้เรียน สอดคล้องกับบริบทของโรงเรยี นและนโยบายหนว่ ยงานต้นสังกดั
อาศัยระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ ว่าดว้ ยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษา
ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ข้อ ๕ และประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ เม่ือวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ โรงเรียนชุมชนวัดขันเงิน จึงแต่งตั้งคณะกรรมการปรับปรุง
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ของโรงเรยี นชุมชนวดั ขันเงนิ ดังนี้
คณะกรรมการปรับปรุงหลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
๑. นางสาวภนิดา นพชำนาญ ประธานกรรมการ
๒. ว่าทร่ี ้อยตรีหญงิ จิรวรรณ แซ่ชี รองประธานกรรมการ
๓. นางสาวจอมขวญั ศกั ด์ติ ระกูล รองประธานกรรมการ
๔. นางสาวรัตนา สรอ้ ยทอง รองประธานกรรมการ
๕. นางสาวสมฤทัย เพชรโสม รองประธานกรรมการ
๓. นางอบุ ลรัตน์ จนั ทรแ์ กว้ กรรมการ
๕. นายอาดลุ ย์ ศรวี ิไล กรรมการ
๖. นางสาวศศวิ ิมล มีลาภ กรรมการ
๗. นางสาวเทดิ ขวญั ชริ าพร กรรมการ
๘. นางสาวกันติชา ศกั ดิ์แสง กรรมการ
๙. นางสาวลกั ษณพร นุ้ยพิน กรรมการ
๑๐. นางสาววรรณวสิ า พนั ธเ์ุ สนีย์ กรรมการ
๑๑. นางสาวหสั ยา หมวดสุข กรรมการและเลขานกุ าร
คณะกรรมการดำเนินการ มหี นา้ ที่และดำเนินการจดั การตามขน้ั ตอนท่ีกำหนด ดงั นี้
๑. วางแผนการดำเนินงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กำหนดสาระรายละเอียดของ
หลักสูตรระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และแนวทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียน ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกิจ สังคม
ศิลปวฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ
๑๑๙
๒. จัดทำคู่มือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศนิเทศ
กำกับ ติดตาม ให้คำปรึกษา เก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลและ
การแนะแนวให้สอดคลอ้ งและเป็นไปตามหลกั สตู รการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน
๓. ส่งเสริมและสนบั สนุนการพัฒนาบุคลากรเก่ียวกับการพัฒนาหลกั สตู ร การจดั กระบวน การเรยี นรู้ การวดั และ
ประเมินผลและการแนะแนวให้เป็นไปตามจุดหมายและแนวทางการดำเนินการของหลักสูตร
๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ และชุมชน เพ่ือให้การใช้หลักสูตรเป็นไป
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพและมีคุณภาพ
๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน
ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องและนำข้อมูลป้อนกลับจากฝ่ายต่าง ๆ มาพิจารณาเพื่อปรับปรุงและพัฒนา
หลกั สูตรของกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ
๖. ส่งเสริมสนบั สนุนการวจิ ัยเกีย่ วกบั การพัฒนาหลักสตู ร และกระบวนการเรยี นรู้
๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับชั้น และช่วงชั้น ของกลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาตา่ งประเทศในแตล่ ะปีการศกึ ษา เพือ่ ปรบั ปรุงแกไ้ ข และพฒั นาการดำเนินงานด้านตา่ ง ๆ ของสถานศึกษา
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตรระดับกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ในรอบปีที่ผ่านมา แล้ว ใช้ผลการประเมิน เพ่ือวางแผนพัฒนาการปฏิบัติงานของครู
และการบริหารหลกั สูตรปีการศกึ ษาตอ่ ไป
๙. รายงานผลการปฏิบตั ิงานและผลการบริหารหลักสูตรของกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ โดย
เน้นผลการพัฒนาคุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับ
เหนอื สถานศกึ ษา สาธารณชน และผเู้ กีย่ วขอ้ ง
๑๐. ใหด้ ำเนินการประชมุ คณะกรรมการอยา่ งน้อยภาคเรยี นละ ๒ ครงั้
ทั้งนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งต้ังปฏิบัติหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์
ทต่ี งั้ ไว้ ตงั้ แต่บัดน้ีเปน็ ตน้ ไป
ทั้งน้ี ตั้งแตว่ นั ท่ี 1 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖5
ส่งั ณ วนั ท่ี 1 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖5
(นางสาวภนิดา นพชำนาญ)
ผู้อำนวยการโรงเรยี นชุมชนวัดขนั เงนิ
๑๒๐
คณะทำงานจดั ทำหลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
โรงเรียนชุมชนวัดขันเงนิ
ที่ปรกึ ษา ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นชุมชนวดั ขนั เงนิ
นางสาวภนดิ า นพชำนาญ รองผู้อำนวยการโรงเรียนชมุ ชนวดั ขันเงนิ
นางสาวรตั นา สรอ้ ยทอง รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นชุมชนวัดขันเงิน
นางสาวจอมขวญั ศักด์ิตระกูล รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนชมุ ชนวัดขันเงนิ
ว่าที่ร้อยตรีหญงิ จริ วรรณ แซ่ชี ผชู้ ่วยผ้อู ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
นางสาวสมฤทัย เพชรโสม
คณะทำงาน ครโู รงเรยี นชมุ ชนวัดขนั เงิน
นางสาวหัสยา หมวดสขุ ครโู รงเรยี นชุมชนวดั ขนั เงิน
นางอบุ ลรัตน์ จนั ทร์แกว้ ครโู รงเรียนชมุ ชนวดั ขนั เงิน
นายอาดลุ ย์ ศรีวิไล ครโู รงเรียนชมุ ชนวัดขันเงิน
นางสาวศศวิ ิมล มีลาภ ครูโรงเรยี นชมุ ชนวดั ขนั เงิน
นางสาวเทดิ ขวญั ชิราพร ครโู รงเรียนชุมชนวดั ขันเงนิ
นางสาวกนั ติชา ศกั ด์ิแสง ครโู รงเรียนชุมชนวดั ขันเงนิ
นางสาววรรณวิสา พันธเ์ุ สนีย์ ครโู รงเรยี นชมุ ชนวัดขันเงนิ
นางสาวลกั ษณพร นุย้ พนิ