ปจจัยนาํ เขา กระบวนการ ผล
(Input) (Process) (Ou
3.) ทรัพยากรบุคคล : บุคคลากรของ
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
เปน ผดู าํ เนนิ การวิจยั ดวยตนเอง
4.) องคความรูที่ใชเปนฐานในการวิจยั
: ขอมูลสถิติจากสํานักงานสถิติแหงชาติ
ขอมูลจปฐ. TP-Map และงานวิจัยจาก
แหลง ตาง ๆ อาทิ ฐานขอมลู วิทยานิพนธ
ของมหาวทิ ยาลยั ตา ง ๆ เปนตน
5.) กลไกสนับสนุน :
1. กองทุนพฒั นาบทบาทสตรี
2. กองทุนสงเสริมความเทาเทียม
ระหวา งเพศ
3. พระราชบัญญัติสงเสริมการ
พัฒนาและคุมครองสถาบันครอบครัว
พ.ศ. 2562
4. พระราชบัญญตั ิสงเสริมความเทา
เทียมระหวางเพศ พ.ศ. 25581415
15 พระราชบัญญัติความเทาเทียมทางเพศ พ.ศ. 2558. ราชกิจจานุเบกษา เลม ท่ี 132 ตอนท่ี 18 ก (13 มีนาคม
ลผลิต ผลลพั ธ 26
utput) (Outcome)
ความทา ทายของการวิจัย (Research
challenges)
ม 2558). สบื คนขอ มูลจาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/018/17.PDF
ปจจยั นาํ เขา กระบวนการ ผล
(Input) (Process) (Ou
2.3 กรมกจิ การผูสงู อายุ (ผส.)
1. โจทยวิจยั : 1. การดําเนินการวิจัย : บุคลากรของ - รายงานวจิ ยั
1.) คณะกรรมการผูสูงอายุแหงชาติ กรมกิจการผูสงู อายุเปน ผูดาํ เนนิ การวิจยั - รายงานผลการ
คณะรัฐบาล นโยบายของผูบริหาร ดว ยตนเอง ตา งๆ
ระดับสูงของกระทรวงการพัฒนาสังคม 2. หนวยงานกลางที่กํากับดูแลภารกิจ
และความมั่นคงของมนุษย สถานการณ ดานการวิจัยของกรมกิจการผูสูงอายุ :
ดานผูสูงอายุที่อยูในความสนใจ กรมกจิ การผสู งู อายไุ มม หี นวยงานกลางที่
สาธารณะ นักวิชาการ มูลนิธิตาง ๆ กํากับดูแลภารกจิ ดานการวิจัยของตนเอง
ภ า ค เ อ ก ชน ภ า ค ป ร ะ ชา ชน แ ล ะ แตมี มส.ผส ท่ีเปรียบเสมอื นเปน “think
คณะกรรมการที่เกี่ยวของกับภารกิจของ tank” ของกรม ฯ และ “พันธมิตรและ
กลไกทางวชิ าการท่สี ําคญั ”1718
กรมกจิ การผูสงู อายุ
2.) แผนยุทธศาสตรชาติ แผน
ผูสูงอายุแหงชาติ และแผนแมบทฉบับ
ตา ง ๆ
2. ทุน/แหลงทุน : งบประมาณแผนดิน
ทีไ่ ดรับการจดั สรรจาก สกสว.
18 ขอมลู จากการสมั ภาษณผบู รหิ ารจากกรมกิจการผูสูงอายุ
19 ขอมลู จากการสัมภาษณผูบรหิ ารจากกรมกจิ การผสู ูงอายุ
27
ลผลิต ผลลัพธ ความทา ทายของการวิจยั (Research
utput) (Outcome) challenges)
1. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและ 1. ผลการวิจัยที่จะนําไปสูการปฏิบัติใน
รดําเนินงานโครงการ ความมั่นคงของมนุษย เปนผูรวบรวม เชิงนโยบายตองสามารถนําไปประยุกติ
และสังเคราะหงานวิจัย และกระจายไป ใชไ ดอ ยา งเปน รูปธรรม ไมใชนามธรรม
ยงั หนว ยงานตา ง ๆ 2. กลไกการสื่อสารทางการเมอื งและการ
2. แตทั้งนี้ การสื่อสารเพื่อผลักดันการ ขับเคลื่อนงานวิจัยดานผูสูงอายุไปใช
วิจัยใหเชื่อมโยงไปสูประเด็นเชิงนโยบาย ประโยชนใ หเปนนโยบายสาธารณะมกั มา
มักประสบปญหาบางประการ จากตัวแสดงอื่นที่มีอิทธิพลตอการ
3 . ง า น ว ิ จ ั ย ท ี ่ ถ ู ก ผ ล ั ก ด ั น ไ ป ถึ ง ตดั สนิ ใจในเชิงนโยบาย
คณะรฐั มนตรมี ักจะมาจาก มส.ผส. ไมใช
กรมกิจการผูสูงอายุ1819 โดยเฉพาะอยาง
ยิง่ “รายงานผูส ูงอายุประจําป”
ปจ จัยนําเขา กระบวนการ ผล
(Input) (Process) (Ou
3. ทรัพยากรบุคคล: บุคคลากรของกรม
กจิ การผูส ูงอายเุ ปน ผดู าํ เนินการวิจัยดวย
ตนเอง
4. องคความรูที่ใชเปนฐานในการวิจัย:
กรมกิจการผูสูงอายุมิไดระบุถึงแหลง
ความรูท่ีใชเปนฐานในการขับเคลือ่ นการ
ดําเนินการวิจัย แตจากการศึกษาพบวา
ตลอดระยะเวลาทีผ่ า นมา การดําเนนิ การ
วิจยั ของกรมกจิ การผูสงู อายกุ อนการตรา
พระราชบัญญัติสงเสริมวิทยาศาสตร
วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ที่สงผล
ทําใหเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
กระบวนการวิจัยที่เนนใหบุคลากรของ
หนวยงานภาครัฐเปนผูดําเนินการวิจัย
นั้น มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนา
ผูสูงอายุ (มส.ผส.) เปนผูที่ดําเนินการ
ว ิ จ ั ย แ ล ะ ส น ั บ ส น ุ น อ ง ค ค ว า ม ร ู ด า น
ผูส งู อายุใหแกกรมกจิ การผูส ูงอายุมาโดย
ตลอด ดังนั้น จึงอาจกลาวไดวา องค
ความรูของกรมกิจการผูสูงอายุที่ใชเปน
ฐานในการวิจัยมาจากภาคีเครอื ขา ยดาน
ลผลิต ผลลพั ธ 28
utput) (Outcome)
ความทา ทายของการวิจัย (Research
challenges)
ปจ จยั นาํ เขา กระบวนการ ผล
(Input) (Process) (Ou
วิชาการโดยเฉพาะอยางยิ่ง มส.ผส.
น่ันเอง
5. กลไกสนับสนนุ :
1. กองทุนผสู งู อายุ
2. มส.ผส.
3. พระราชบัญญัตผิ ูสูงอายุแหงชาติ
พ.ศ. 2546 และทแี่ กไ ขเพม่ิ เตมิ 1617
2.4 กรมสงเสริมและพัฒนาคณุ ภาพชีวิตคนพกิ าร (พก.)
1. โจทยวิจัย : 1. การอนุมัติโครงการวิจัยของ ผลงานวจิ ัยสว นใหญ
1) คณะกรรมการสงเสริมและ หนวยงาน : กรมสงเสริมและพัฒนา นวัตกรรมหรือสิ่ง
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแหงชาติ คณุ ภาพชีวิตคนพิการมีคณะอนุกรรมการ คุณภาพชวี ติ คนพกิ
คณะอนุกรรมการสงเสริมการวิจัย ดานการวิจัยเปนผูกลั่นกรองการขอ
นวตั กรรม และเทคโนโลยีเพอื่ การพัฒนา อนุมัติหัวขอการวิจัยของหนวยงาน อีก
คุณภาพชีวิตคนพิการ คณะรัฐบาล ทั้ง ยังมีคณะทํางานจัดทําแผน
นโยบายจากผูบริหารระดับสูงของ ยุทธศาสตรการวิจัย นวัตกรรม และ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต
มั่นคงของมนุษย สมัชชาคนพิการ คนพกิ าร พ.ศ. 2560 – 2564 ทใ่ี ชในการ
แหง ชาติ กําหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจ
ดา นการวจิ ยั ของกรม ฯ
17 กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย. “พระราชบญั ญตั ิผูส งู อายุ พ.ศ. 2546.” พฤศจิกายน
_1.pdf.
ลผลติ ผลลพั ธ 29
utput) (Outcome)
ความทา ทายของการวิจยั (Research
challenges)
ญจะอยูใ นรปู แบบของ ผลงานวิจัยของกรมสงเสริมและพัฒนา 1. ผลงานวิจัยสวนใหญเปนงานในเชิง
งประดิษฐเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการสวนใหญจะอยูใน นวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ แตงาน
การ รูปแบบของนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ การศึกษาที่มุงเนนการผลิตสรางองค
ตน แบบ (model) ดังน้ัน จงึ ไมมกี ารผลิต ความรูดานผูพิการที่จะผลักดันหรือใช
ซํ้าในเชิงพาณิชย หรือเพื่อใชเปน เปนฐานในการขับเคลื่อนนโยบายไมคอย
สวัสดิการแกกลุมผูพิการเนื่องจากมี มี
ตนทุนที่สูง ดังนั้น การผลิตซํ้าเพื่อใชใน 2. ผลการศึกษาสวนใหญแมวาจะอยูใน
เชิงพาณิชย หรือเพ่ือใชเ ปนสวัสดิการแก รปู แบบของนวัตกรรมหรอื สิง่ ประดิษฐแต
กลุมผูพิการจึงเปนหนาที่ของหนวยงาน ก็มีลักษณะบางประการที่คลายคลึงกัน
อน่ื ที่เกย่ี วของ หรือกลาวอยางถึงที่สุดก็คือ “...เปนงาน
2563. สบื คน ขอมลู จาก https://www.dop.go.th/download/laws/regulation_th_20152509163042
ปจ จยั นาํ เขา กระบวนการ ผล
(Ou
(Input) (Process)
2) แผนยุทธศาสตรชาติ 20 ป 2. การดําเนินการวิจัย : บุคลากรของ
แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคน
แหงชาติ และพันธกรณีระหวางประเทศ พิการเปน ผูดําเนินการวิจัยดว ยตนเอง
ดา นผพู กิ าร 3. หนวยงานกลางที่กํากับดูแลภารกิจ
2. ทุน/แหลงทุน : งบประมาณแผนดิน ดานการวิจัยของกรมสงเสริมและ
ที่ไดรบั การจัดสรรจาก สกสว. พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพกิ าร : กลุม วิจัย
3. ทรัพยากรบุคคล: บุคคลากรของกรม และติดตามประเมินผล กองยุทธศาสตร
สง เสริมและพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการ และแผนงาน1920
เปน ผูดําเนนิ การวจิ ยั ดว ยตนเอง
4. องคความรูที่ใชเปนฐานในการวิจัย:
กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคน
พิการไมไ ดกลา วถงึ แหลง ท่ีมาของความรู
มี่ใชในการขับเคลื่อนกระบวนการวิจัย
โดยตรง แตจากการศึกษาพบวา กรม
สง เสริมและพฒั นาคุณภาพชีวติ คนพิการ
มีภาคีเครือขายดานวิชาการจาก
สถาบันการศึกษามากกวา 70 แหง จึง
อาจกลาวไดวา องคความรูและทักษะท่ี
20 กรมสงเสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร. “โครงสรางหนวยงาน.” กรมสงเสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิต
21 ขอ มูลจากการสมั ภาษณผ บู รหิ ารของกรมสง เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชีวิตคนพกิ าร
ลผลิต ผลลัพธ 30
utput) (Outcome)
ความทา ทายของการวิจยั (Research
challenges)
ซํ้า ๆ แคเปลี่ยนพื้นที่เทานั้น...”2021 จึง
สงผลทําใหในระยะหลงั ไมค อยมีงานวจิ ยั
ในรปู แบบของนวัตกรรมใหม ๆ เนื่องจาก
ไมไ ดร ับการอนมุ ตั ใิ นการดําเนินการวิจัย
ตคนพกิ าร. https://dep.go.th/th/about-us/organization-structure.
ปจ จัยนําเขา กระบวนการ ผล
(Input) (Process) (Ou
ใชประกอบการดําเนินการวิจัยของกรม
ฯ มาจากภาคีเครือขายดานวิชาการ
น่ันเอง
5. กลไกสนับสนนุ :
1.) กองทุนสงเสริมและพัฒนา
คุณภาพชีวิตคนพกิ าร
2.) พระราชบัญญัติ สงเสริมและ
พฒั นาคณุ ภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550
2.5 สถาบนั พฒั นาองคก รชุมชน (องคก ารมหาชน) (พอช.)
1. โจทยวิจัย : 1. การอนุมัติโครงการวิจัยและการ - รายงานวจิ ยั
1) นโยบายของรัฐบาล ดาํ เนินการวิจัยของหนว ยงาน : - รายงานผลการดาํ
2) นโยบายของ พม. ทางเลือกที่ 1 : พอช. ยื่นคําขอ ๆ
3) สถานการณทางสังคมของ อนุมัติโครงการวิจัยผานกระทรวง พม.
กลมุ เปาหมายของ พอช. เพื่อให สกสว. เปนผูพิจารณาอนุมัติ
2. ทนุ /แหลงทุน : งบประมาณจากกองทุน ววน. ซึ่งใน
ทางเลือกที่ 1 : งบประมาณแผน ดนิ ทางเลือกนี้ บุคลากรของ พอช. ตองเปน
ทไ่ี ดร บั การจัดสรรจาก สกสว. ผดู ําเนินการวจิ ยั ดวยตนเอง
ทางเลือกที่ 2 : งบประมาณของ ทางเลอื กที่ 2 : พอช. ใชเ งินกองทุน
พอช. เน่ืองจากเปน องคการมหาชน จงึ มี ของตนเองในการสนับสนุนภารกิจดาน
22 ขอ มูลจากการสมั ภาษณผ บู ริหารของสถาบันพฒั นาองคกรชุมชน (องคการมหาชน) พอช.
ลผลิต ผลลัพธ 31
utput) (Outcome)
ความทาทายของการวิจยั (Research
challenges)
จากการศึกษาพบวา งานวิจัยของ พอช. เปนหนวยงานที่มุงเนนการปฏิบัติ
าเนนิ งานโครงการตาง พอช. มีปริมาณคอนขางนอย เนื่องจาก ตามภารกิจ ดังนั้นจึงมักไมคอยไดใช
“เปนหนวยงานปฏิบัติ จึงไมคอยไดใช ผลการวิจัยมาขับเคลื่อนการปฏิบัติงาน
งานวิชาการ”2122 ดังนั้น จึงไมเห็นภาพ อีกทั้ง บุคลากรของ พอช. ไมมีเวลาทํา
ของการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน วิจัยเนื่องจากตองปฏิบัติภารกิจที่เปน
อยา งเปนรปู ธรรม งานประจําตามนโยบายของกระทรวง
อยางไรก็ตาม ภายหลังการ การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
ประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริม มนุษยและรฐั บาล ซึ่งปริมาณของภารกจิ
วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. สวนทางกับจํานวนของบุคลากรกลาวคือ
2562 ซึ่งเปน การปฏิรปู ระบบการวจิ ัยให พอช. มีภารกิจที่คอนขางมากแตมี
ปจ จัยนําเขา กระบวนการ ผล
(Ou
(Input) (Process)
ความเปนอิสระในการบริหารเงินทุนเพื่อ การวจิ ัยดวยการจัดซอ้ื จัดจางเพ่ือใหบุคล
สนับสนุนภารกิจมากกวาหนวยงาน ภายนอกที่มีความรูความสามารถ และ
ภาครฐั อ่ืน ๆ ภายในกระทรวง ท ั ก ษ ะ ด า น ก า ร ว ิ จ ั ย ใ ห เ ป น
3) ทรัพยากรบุคคล: ผูดําเนนิ การวิจัยใหแ ก พอช.
หาก พอช. ขอทุนสนับสนุนการวิจัยจาก
สกสว. บุคลากรของ พอช. ตอง
ดาํ เนนิ การวจิ ยั ดวยตนเอง
หากใชเ งินทนุ ของ พอช. ในการสนับสนนุ
ภารกิจดานการวิจัย พอช. สามารถ
จัดซื้อจัดจางใหอาจารยมหาวิทยาลัย/
นักวิชาการจากสถาบันการศึกษามาเปน
ผูดาํ เนินการวจิ ัยใหแก พอช. กไ็ ด
4) องคความรูที่ใชเปนฐานในการวิจัย
: จากการศึกษาพบวา พอช. ไมไดร ะบุถงึ
องคความรูหรือแหลงทีม่ าของขอมูลที่ใช
เปนบานในการวิจัยที่ชัดเจน แตทั้งน้ี
พอช. เปนหนวยงานที่เนนการปฏิบัติ
มากกวางานวิชาการ ดังนั้น ปญหาท่ี
23 ธรี วัฒน รงั แกว. พอช. จัดเวทีทําแผนพัฒนา วจิ ยั นวตั กรรมชุมชน จัดการความรูและการสอ่ื สาร รวมกนั จดั
20128-30625/
32
ลผลิต ผลลัพธ ความทาทายของการวิจัย (Research
utput)
(Outcome) challenges)
อยูภายใตระบบ อววน. พอช. ไดมีความ อัตรากําลังพลนอยมีเพียง 310 อัตรา
พยายามในการจัดทํา “แผนพัฒนาวิจัย เทานั้น ดังนั้น พอช. จึงมีอุปสรรคในการ
นวัตกรรมชุมชน จัดการความรูและการ ขับเคลื่อนภารกิจดานการวิจัย แต
สื่อสารของสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน อยางไรก็ตาม พอช. จะใชงานวิจัยใน
(องคการมหาชน) (พ.ศ. 2566- ลักษณะประเมินผลเพื่อประเมินผลการ
2570)”2223 เพื่อใชกําหนดทิศทางการวิจยั ดําเนินงานที่ผานมาในแตละป จากท่ี
ของหนวยงาน จึงอาจกลาวไดวา พอช. กลาวมาขางตน จึงเปนการตอกยํ้าวา
กําลังอยูในชวงของการปรับองคกรเพื่อ พอช. เปนหนวยงานที่มุงเนนการปฏิบัติ
รองรบั การปฏบิ ตั ภิ ารกิจดา นวิชาการ มากกวา งานวิชาการ
ดทําแผนระยะ 5 ป คร้งั 1. แกไขครงั้ ลา สดุ 2565. สถาบนั พฒั นาองคกรชมุ ชน. https://web.codi.or.th/202
ปจจัยนําเขา กระบวนการ ผล
(Input) (Process) (Ou
เกดิ ขึ้นจากการปฏิบตั ิงานจงึ มีสว นสําคัญ
ตอการกําหนดหัวขอ การวจิ ัยของ พอช.
ลผลิต ผลลพั ธ 33
utput) (Outcome)
ความทา ทายของการวิจัย (Research
challenges)
34
ทงั้ นี้ จากทกี่ ลา วมาท้งั หมดขา งตน เพอื่ ใหเ หน็ ภาพรวมของกระบวนการวิจยั ทมี่ ีความชดั เจนมากยิ่งข้ึน
คณะผูวิจัยนําเสนอรายละเอียดหวงโซคุณคาของการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนภายใตโครงสรางของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยโดยจําแนกตามหนวยงาน และจะนําเสนอกรณีศึกษา
กระบวนการวิจัยของ สสว. 1-11 โดยละเอียดไวในภาคผนวกเพื่อแสดงใหเห็นภาพสะทอนของการขับเคลื่อน
กระบวนการวิจัยและการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนของหนวยงานภายตาง ๆ ภายใตโครงสรางของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมแลความมน่ั คงของมนุษย
3.2 หว งโซคณุ คา ของการนําผลการวิจยั ไปใชป ระโยชนของหนวยงานตาง ๆ ภายใตโครงสราง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย
นอกจากกระบวนการวิจัยและกระบวนการนาํ ผลการวจิ ยั ไปใชประโยชนของหนวยงานตาง ๆ ภายใต
โครงสรางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยดังที่กลาวมาขางตนแลว จากวัตถุประสงค
การวิจัยที่ตองการศึกษากลไกการตัดสินใจเชิงนโยบายในการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน คณะผูวิจัยจึงขอ
อภิปรายผลการวิเคราะหและสังเคราะหขอมูลโดยแสดงผานหวงโซคุณคาของงานวิจัย (Research Value
Chain) ของหนวยงานระดับกรมหรือเทียบเทากรมภายใตโครงสรางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มน่ั คงของมนุษย เพอ่ื แสดงใหเ ห็นถงึ การเช่ือมโยงของกระบวนการวิจยั และการนําผลการวจิ ัยไปใชประโยชนที่
ครอบคลมุ ท้ังกระบวนการ ท่รี วมไปถงึ พลวัตการปรับตวั ของหวงโซคุณคางานวจิ ยั ท้ังของหนว ยงานตา ง ๆ และ
ในภาพรวมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย โดยในรายละเอียดจะขอนําเสนอในลําดับ
ถดั ไป
หวงโซคุณคาของงานวิจัยในการศึกษานี้ คณะผูวิจัยแบงองคประกอบของกลไกการขับเคลื่อน
กระบวนการศึกษาวิจัยและกระบวนการนาํ ผลการวิจัยไปใชประโยชนออกเปน 5 องคประกอบ ไดแก 1) การ
กําหนดโจทยวิจัย 2) กระบวนการขออนุมัติการวิจัย/งบประมาณ 3) การดําเนินการวิจัย 4) ผลงานวิจัย และ
5) การนําผลการวิจัยไปใชประโยชนยังกลุมเปาหมายตาง ๆ ของแตละหนวยงาน ซึ่งองคประกอบขางตน จะ
เปนการไลเรยี งตามกระบวนการศึกษาวิจยั และการนาํ ผลการวิจัยไปใชประโยชนตามสวนตนของบทนี้ เพื่อให
การวเิ คราะหและสงั เคราะหขอมูลมีความสอดคลองและตอเนื่องเปน ภาพเดียวกนั อีกทั้ง ยังแบงเนื้อหายอยใน
แตละหนวยงานออกเปน 2 ชวงเวลา ไดแก ชวงเวลาที่ 1 กอนการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริม
วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ที่สงผลทําใหเกิดกระบวนการวิจัยภายใตระบบ ววน. และ
ชวงเวลาที่ 2 ภายหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2562 หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง คณะผูวิจัยไดใชการตราและประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร
วิจยั และนวตั กรรม พ.ศ. 2562 และการเรม่ิ ใชกระบวนการวิจยั ภายใตระบบ ววน. เปน “จุดตดั ของเง่ือนเวลา”
ที่ทําใหเห็นถึงพลวัตและการเปล่ียนแปลงในการกระบวนการศึกษาวิจยั และการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน
ของหนวยงานตาง ๆ ภายใตโครงสรางของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยในชวงเวลาที่
35
แตกตางกนั หรือกลาวอยา งถึงท่ีสดุ ก็คือ เปน การแสดงใหเห็นถึงการปรับตวั ของหนวยงานเพ่ือสานภารกิจดาน
การวิจัยตามการบังคบั ใชพระราชบญั ญัติการสง เสริมวทิ ยาศาสตร วจิ ัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 นนั่ เอง
ในสวนนี้ คณะผูวิจัยไดแบงการนําเสนอหวงโซคุณคาของงานวิจัยตามโครงสรางการบริหารของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยออกเปน 2 ระดับ ไดแก 1) หนวยงานบริหารราชการ
สวนกลาง และ 2) หนว ยงานระดับกรม หรอื เทียบเทากรม ประกอบไปดว ย
1. หนวยงานบริหารราชการสว นกลาง:
1.1) กองมาตรฐานการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
1.2) สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ (สสว.) 1-11
2.) หนวยงานระดับกรม หรือเทยี บเทากรม :
2.1) กรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการ
2.2) กรมกิจการสตรแี ละสถาบันครอบครวั
2.3) กรมกจิ การผสู งู อายุ
2.4) กรมสง เสริมและพัฒนาคุณภาพชีวติ คนพกิ าร
2.5) สถาบนั พัฒนาองคก รชมุ ชน (องคการมหาชน)
3.2.1 หวงโซคณุ คา ของงานวิจยั ของหนว ยงานบริหารราชการสวนกลาง:
หนวยบริหารราชการสวนกลาง เปนหนวยงานที่อยูภายใตสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย ซึ่งในการศึกษานี้ หนวยบริหารราชการสวนกลาง ประกอบไปดวย 1) กอง
มาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และ 2) สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวชิ าการ (สสว.)
1-11 โดยในรายละเอียดจะขอนําเสนอ ดังนี้
1) หวงโซคณุ คาของงานวจิ ยั ของกองมาตรฐานการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย (กมพ.)
กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย หรือ กมพ. เปนหนวยงานรายการบริหาร
สวนกลางสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย โดยในปจจุบัน กมพ. มี
อํานาจและดําเนินภารกิจหลักในการ “ศึกษา วิเคราะห วิจัย พัฒนา และจัดการฐานขอ มูลทางสงั คมในสวนที่
เกี่ยวของกับการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย”2324 อีกทั้ง ยังมีหนาที่ในการ “สงเสริมและสนับสนุน
งานวิชาการของกระทรวง”2425 ซึ่งกอนที่คณะผูวิจัยจะไดแสดงใหเห็นถึงหวงโซคุณคาดานการวิจัยของ กมพ.
คณะผูวิจัยขออธิบายถึงการปฏิบัติภารกิจดานการวิจัยในมุมมองเชิงประวัติศาสตรของหนวยงานผาน
24 กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563. ราชกิจจา
นเุ บกษา เลม ที่ 137 ตอนท่ี 41 ก (9 มถิ นุ ายน 2563) : 26 ขอ 13/1. สืบคน ขอมูลจาก http://law.msociety.go.th/law2016/uploads
/lawfile/5ee04407182d5.pdf
25 เพิง่ อาง.
36
พัฒนาการดานกฎหมายและคาํ ส่ังตาง ๆ ทีเ่ กีย่ วขอ ง เพื่อแสดงใหเ ห็นถงึ พลวัตหรือววิ ัฒนาการของภารกิจดาน
การวจิ ยั ของ กมพ. โดยมรี ายละเอียดดังตอ ไปนี้
1) กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย พ.ศ. 2545 : ภายหลังจากการจัดตั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ตาม
พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษยไดแบงสวนราชการออกเปนหนว ยงานตาง ๆ โดย กมพ. ในขณะนั้นมีสถานะเปน “สํานักมาตรฐานการ
พัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย”2526 สงั กดั สาํ นกั งานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย มีอํานาจหนาที่ในกําหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดดานการพัฒนาสังคม และพัฒนาระบบที่เกี่ยวของกับ
งานดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยในภาพรวมของประเทศ อีกทั้ง ยังมีหนาที่ในการศึกษา
วิเคราะห วิจัย และพัฒนาทางวิชาการดานการพัฒนาสังคม สวัสดิการสังคม และความมั่นคงของมนุษย เพ่ือ
นําองคความรูที่ไดจากการปฏิบัติภารกิจขางตน มาหนุนเสริมหรือสนับสนุนการดําเนินภารกิจดานการพัฒนา
และจัดสวัสดิการสังคมของหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนใหมีความเขมแข็ง2627 โดยภารกิจหนาที่ในการ
“ศกึ ษา-วจิ ัย” ไดถูกระบเุ อาไวใ นกฎกระทรวงฉบบั ดังกลาวอยางชดั แจง
2) คําสั่งสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ที่ 488/2558 เรื่อง
จัดตั้งสวนราชการภายในสํานักงานปลัดกระทรวง2728 : คําสั่งดังกลาวเปนผลสืบเนื่องมาจากการประกาศใช
“พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2558” ซึ่งกอนการตราและประกาศใช
พระราชบัญญัติขางตน การดําเนินงานของกระทรวง พม. อยูในลักษณะที่งานดานนโยบาย ดานวิชาการ และ
ดานปฏิบัติ ในแตละกลุมเปาหมายออกจากกัน ทําใหเกิดกระบวนการทํางานที่ซับซอน และภายหลังการตรา
และประกาศใชพระราชบัญญัติดังกลาว ทําใหเกิดการปฏิรูปโครงสรางการแบงสวนราชการภายในกระทรวง
สง ผลมาสูการลดฐานะของสํานักมาตรฐานการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย และยบุ รวมภารกิจดาน
วิชาการของหนวยงานภายในอื่น ๆ ใหมาอยูภายใต “กองวิชาการ” สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงเพียง
หนวยงานเดียว ซึ่งกองวิชาการยังคงดําเนินภารกิจหนาที่ท่ีเกี่ยวของกับการกําหนดมาตรฐานการพัฒนาสงั คม
และความมั่นคงของมนุษย และภารกิจดานการศึกษา วิเคราะห วิจัย และพัฒนางานวิชาการดานการพัฒนา
สังคม แตภารกิจที่เกี่ยวของกับการสรางเกณฑและดัชนีชี้วัดดานการพัฒนาสังคมไดถูกยกเลิกไป และมี
โครงสรางหนาที่ที่นาสนใจถูกเพิ่มเติมเขามาแทน กลาวคือ การใหการสนับสนุนงานวิชาการแกสํานักงาน
สง เสริมและสนับสนุนวิชาการทัง้ 12 สาํ นัก (11 สาํ นักในปจ จุบัน) และการเปน “ศูนยก ลางขอมลู งานวชิ าการ”
26 กฎกระทรวง แบง สว นราชการสาํ นักงานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย พ.ศ. 2545. ราชกจิ จานเุ บกษา เลมที่
119 ตอนที่ 103 ก : 183 ขอ 8.
27 เพงิ่ อา ง, ขอ 8/ ก-ซ
28 สํานักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย. “คําสั่งสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย เร่อื ง จดั ตัง้ สว นราชการภายในสาํ นักงานปลัดกระทรวง.” 6 มีนาคม 2558. http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER3/
DRAWER089/GENERAL/DATA0000/00000158.PDF.
37
ทีจ่ ะตองเผยแพรใหแกป ระชาชนและหนวยงานทีเ่ ก่ียวขอ งดวย ทงั้ น้ี ในโครงสรา งของกองวิชาการ ไดระบุกลุม
งานวจิ ัยเอาไวอยา งชดั แจง ในคําส่งั ดังกลา วดวย
จากที่กลาวมาขางตน แสดงใหเห็นวา แมวาสํานักมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษยจ ะถูกลดฐานะใหเหลือเพยี งกองวิชาการ แตภ ารกจิ หนา ที่ที่เกยี่ วของกับงานดานการศึกษาวิจัยกลับเพ่ิม
มากขึ้น โดยเฉพาะอยางยิ่งการทําหนาที่เปนศูนยขอมูลกลางดานงานวิชาการของกระทรวง หรือซึ่งก็คือ
จะตอ งทําหนา ท่ีในการรวบรวมงานวิจยั และสรา งฐานขอ มลู งานวจิ ัยของกระทรวงนนั่ เอง
3) กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนษุ ย พ.ศ. 25592829 : กฎกระทรวงฉบับน้ีมผี ลผูกพันในทางกฎหมายในการยกเลิกกฎกระทรวง แบงสวนราช
สาํ นักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย พ.ศ. 2545 และกฎหมายอ่ืน ๆ ท่เี กย่ี วขอ ง
โดยบริบทของกฎหมายฉบับนี้ ไดปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนชือ่ หนวยงานจากกองวิชาใหเปน “กองมาตรฐานการ
พฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย” แตโครงสรางหนา ท่ีดานงานวชิ าการและงานวจิ ัยจากกองวชิ าการเดิม
ยงั คงอยู เพยี งแตไดเปลยี่ นรูปแบบในเชิงกฎหมายจาก “งานวิจัย” มาเปน “การพัฒนางานวชิ าการ”2930 ซึ่งเหตุ
ในการตรากฎกระทรวงฉบับนี้ที่สงผลทําใหเกิดการปรับโครงสรางหนาที่ของบางหนวยงานที่รวมไปถึงกอง
วิชาการเปนผลสืบเนื่องมาจากสภาพสังคมไดเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วที่สงผลทําใหภารกิจของกระทรวง
พม. เพิ่มขึ้นดวย ดังนั้น เพื่อใหการดําเนินภารกิจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการเทาทันตอปญหาทางสังคม
และสอดคลอ งกบั สภาพสังคมที่เปลย่ี นแปลง จงึ ตอ งปรบั ปรงุ โครงสรา งการแบง สวนราชการภายในอีกครง้ั หนง่ึ
4) กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 25633031 : กฎกระทรวงฉบับนี้ไดเพิ่มอาํ นาจและหนาท่ีใหแกก องมาตรฐานการพัฒนา
สังคมและความม่ันคงของมนุษย โดยอาจกลาวไดวา นอกเหนือจากการพัฒนางานดานวิชาการที่เกี่ยวของกับ
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยแลว ยังเปนการนําภารกิจหนาที่บางประการที่เคยถูกยกเลิกไปให
กลับมาอยูภายใตโครงสรางหนาที่ของ กมพ. อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกฎกระทรวงฉบับนี้ไดกลับมาระบุหนาที่แรกของ
กมพ. คือ “การศึกษา วิเคราะห วิจัย พัฒนา และจัดทําฐานขอมูลทางสังคมในสวนที่เกี่ยวของกับการพัฒนา
สังคมและความม่นั คงของมนุษย”3132 นอกจากน้ี ยงั ตอ งพฒั นาตวั ช้วี ดั ดานการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของ
มนุษย3233 และขยายขอบเขตการสนับสนุนงานดานวิชาการจากเดิมคือสนับสนุนงานดานวิชาการเฉพาะ สสว.
29 กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย พ.ศ. 2559. ราชกิจจานเุ บกษา เลม ที่
133 ตอนที่ 94 ก (1 พฤศจิกายน 2559). สืบคน ขอมลู จาก http://law.msociety.go.th/law2016/uploads/lawfile/58196aa5e3603
.pdf.
30 เพิ่งอาง, ขอ 13/2
31 กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563. ราชกิจจา
นุเบกษา เลมที่ 137 ตอนที่ 41 ก : 24. สบื คน ขอ มูลจาก http://law.m-society.go.th/law2016/uploads/lawfile/5ee04407182d5.pdf.
32 อา งแลว, ขอ 13/1
33 เพิง่ อาง, ขอ 13/3
38
แตกฎกระทรวงฉบับนี้ไดระบุเอาไวอยางชัดแจงวา กมพ. จะตองสนับสนุนงานวิชาการของกระทรวง3334 ซึ่ง
เทา กบั วา กมพ. จะตอ งดแู ลงานวชิ าการของกระทรวงในภาพรวมท้งั หมดนน้ั เอง
แตทั้งนี้ มีขอสังเกตที่นาสนใจและขอคําถามบางประการ กลาวคือ การปรับปรุงโครงสรางการแบง
สวนราชการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย โดยการตรากฎกระทรวง แบงสวน
ราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 เปนผล
สืบเนื่องจากการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 หรือไม
เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับดังกลาวถูกตราขึ้นเพื่อปฏิรูประบบการวิจัยของประเทศใหเปนไปในทิศทาง
เดียวกัน และเปนการสรางมาตรฐานการวิจัยใหแกหนวยงานตาง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนใหอยูภายใต
มาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น จึงอาจเปนไปไดวา การตรากฎกระทรวงขางตน เปนความพยายามของกระทรวง
พม. ในการปรับตัวและปรับโครงสรางหนา ที่ใหสอดคลองกับบริบทและสภาพแวดลอมการวิจัยที่เปล่ียนแปลง
โดยทําใหภารกิจดานการวจิ ัยเปนหนึ่งในภารกิจหลกั ที่มีความเดนชัดมากกวาแตกอน ผานการระบุหนาที่ดาน
การวิจัยใหเ ปน กฎหมายลายลกั ษณอ ักษร มีสภาพบังคบั และเปลย่ี นแปลงไดยาก
กลา วโดยสรุป กองมาตรฐานไดถูกออกแบบและปรับปรงุ โครงสรา งหนาทีเ่ รื่อยมาตามบริบททางสังคม
ที่เปลี่ยนแปลง โดยในปจจุบันมีสถานะเปน “ศูนยกลางดานการบริหารงานวิจัย งานวิชาการ และการเก็บ
รวบรวมงานวิจัยของกระทรวง พม.” ซึ่งในลําดบั ถดั ไป คณะผูว ิจัยจะขอนาํ เสนอหวงโซค ุณคา งานวิจัยของกอง
มาตรฐานการพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย โดยแสดงไดดงั ภาพท่ี 3.1 หวงโซค ุณคางานวิจัยของกอง
มาตรฐานการพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย
34 เพ่ิงอาง, ขอ 13/4
39
ภาพท่ี 3. 1 หวงโซคณุ คา งานวิจยั ของกองมาตรฐานการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย (กมพ.)
ทมี่ า : คณะผวู จิ ัย
ภาพที่ 3.1 แสดงหวงโซคุณคาของงานวิจัยของกองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย โดยการกําหนดหัวขอการวิจัยของ กมพ. นั้น ทั้งกอนและหลังการตราพระราชบัญญัติสงเสริม
วทิ ยาศาสตร วิจยั และนวตั กรรม พ.ศ. 2562 หรอื การดําเนินการวิจยั ภายใตระบบ ววน. การกาํ หนดหัวขอการ
วิจัยของ กมพ. จะมาจากนโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย นโยบายของ
สํานักงานปลัดกระทรวง นอกจากนี้ กมพ. เปนหนวยงานที่จะตองเฝาติดตามสถานการณทางสังคมและ
รายงานสถานการณดังกลาว เพื่อนําไปใชในการขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาดานสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย ตวั แปรหลกั ทีส่ ําคญั อกี ตัวแปรหนึ่งท่ีมอี ิทธิพลตอ การกาํ หนดหัวขอการวจิ ยั จึงเปน สถานการณทางสังคม
แตทง้ั นี้ ขอบเขตของหวั ขอการวจิ ัยท่ีไดรับอิทธิพลจากสถานการณท างสังคมก็เปนส่ิงทม่ี ีพลวัตกลาวคือ กอนป
2562 ซึ่งยังคงอยูในบริบทการจัดโครงสรางการแบงสวนราชการของสํางานปลัดกระทรวง พม. ตามคําสั่ง
สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ที่ 488/2558 เรื่องจัดตั้งสวนราชการ
ภายในสํานักงานปลัดกระทรวง3435 และกฎกระทรวง แบงสวนราชการสํางานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย พ.ศ. 25593536 ซึ่งในชวงเวลาที่กฎกระทรวงและคําสั่งขางตนยังคงมีผลบังคับใช ได
35 อา งแลว.
36 อางแลว .
40
ระบุอํานาจหนาที่ของ กมพ. เอาไวอ ยางชัดเจนวา จะตอ ง “...สนับสนนุ และสงเสรมิ งานวชิ าการของสํานักงาน
สงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-12”3637 ดังนั้น ขอบเขตของสถานการณทางสังคมจึงมาจากพื้นที่กลุมจังหวัด
ตามการจัดแบง โครงสรางหนาทข่ี อง สสว. ทงั้ 12 สาํ นัก3738 เปนหลัก
แตภายหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2562 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ไดปรับปรุงโครงสรางการแบงสวนราชการของ
สํานักงานปลัดกระทรวงใหม และไดเพิ่มอํานาจและหนาที่ของ กมพ. ผานการตรากฎกระทรวง แบงสวน
ราชการสํานักงานปลดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 โดยระบุวา
กมพ. ตอง “...สงเสริมและสนับสนุนงานวิชาการของกระทรวง” จากที่กลาวมาขางตน จะเห็นไดวาขอบเขต
ของสถานการณทางสังคมที่ กมพ. จะตองรับผิดชอบและมีอิทธิตอการกําหนดโจทยวิจัยนั้น จากเดิมคือไดรับ
อิทธิพลจากพื้นที่กลุมจังหวัดเปนหลัก ไดขยายกวางขึ้นและครอบคลุมท้ังกระทรวง หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง การ
กําหนดหัวขอการวิจัยของ กมพ. สามารถกําหนดจากกลุมเปาหมายของหนวยงานอื่น ๆ ภายในกระทรวงได
นน่ั เอง
การขออนุมัติกระบวนการวิจัยและงบประมาณ และการดําเนินการวิจัยนั้น กอนป 2562 กมพ.
จะตองขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณลวงหนาเพื่อขอใชงบประมาณประจําปในปถัดไปในการ
ดําเนินการวิจัย โดยขออนุมัติจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยโดยตรง และกระทรวง
พม. จะเปนผูกลั่นกรอง อนุมัติโครงการวิจัย และจัดสรรงบประมาณจากงบประมาณแผนดินที่กระทรวง พม.
ไดรับจัดสรรตามงบประมาณประจําปใหแก กมพ. หลังจากนั้น กมพ. จะทําการจัดซื้อจัดจางใหอาจารย
มหาวิทยาลัย และผูเชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาตาง ๆ เปนผูดําเนินการวิจัยใหแก กมพ. แตภายหลังป
2562 หรือภายหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ท่ี
สงผลทําใหเกิดปรับรูปแบบในกระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณใหอยูภายใตระบบ อววน.
กมพ. ยงั คงตอ งขออนุมตั โิ ครงการวิจยั และขอรบั การจัดสรรงบประมาณลวงหนา เพื่อใชงบประมาณประจําปใน
ปถัดไปในการดําเนินงานวิจัย แตทั้งนี้ กมพ. จะขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณจาก สกสว. โดยมี
กระทรวง พม. เปน ผยู ื่นขอรบั การอนมุ ตั ิโครงการดงั กลา ว หลงั จากท่ี สกสว. กลนั่ กรองและอนมุ ตั โิ ครงการวิจัย
แลว สกสว. จะจัดสรรงบประมาณแผนดินจากกองทุน ววน. ใหแกหนวยงานที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณ
และการดําเนินการวิจัยภายใตระบบ อววน. นี้ บุคลากรของ กมพ. จะเปนผูดําเนินการวิจัยดวยตนเอง
เนื่องจากพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มีสภาพบังคับในเชิง
กฎหมายทจ่ี ะตอ งใหบคุ ลากรของหนว ยงานทข่ี อรบั การจดั สรรทุนวจิ ัยเปนผูด าํ เนินการวจิ ยั ดว ยตนเอง
สําหรับผลการวิจัยของ กมพ. จะอยูในลักษณะของรายงานวิจัย ผลการดําเนินโครงการตาง ๆ และ
รายงานสถานการณทางสังคม โดยกอนป 2562 หรือในชวงที่โครงสรางหนาที่ของ กมพ. ยังคงยึดโยงกับ
37 อา งแลง , ขอ13/4
38 ปจจุบันมีเพียง 11 สํานัก ซึ่งเปนผลมาจากการปฏิรูปโครงสรางการแบงสวนราชการตามกฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงาน
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2563
41
กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย พ.ศ. 2559
ลักษณะของงานวิจัยสวนใหญของ กมพ. จะมีลักษณะที่เนนบริบทเชิงพื้นที่ (area-based) ซึ่งอาจเปนผลสืบ
เนือ่ งมาจากกฎกระทรวงฉบบั ดังกลา ว ไดร ะบุขอบเขตงานดา นวชิ าการของ กมพ. ใหตอ งสงเสรมิ และสนับสนุน
งานของ สสว. ซึ่งมีกลุมเปาหมายเปนพื้นทีก่ ลุมจงั หวดั ดังนั้น ผลงานวิจัยของ กมพ. จึงมีลักษณะที่สอดคลอง
กบั สถานการณท างสงั คมในเชงิ บริบทเชิงพน้ื ที่ดว ย แตภายหลงั ป 2562 ซง่ึ เปนชว งท่ี กมพ. ตองปรบั โครงสราง
หนาทใี่ หมต ามการประกาศใชกฎกระทรวง การแบง สว นราชการสาํ นักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ที่ทําใหขอบเขตงานวิชาการของ กมพ. ตองครอบคลุมทั้ง
กระทรวง ดังนั้น งานวิจัยในชวงหลังของ กมพ. จึงมีลักษณะเปนโครงการที่ผลิตสรางองคความรูที่ไมเนน
กลมุ เปา หมายในเชงิ พื้นท่ี แตเ นน โครงการที่เปนกลุมเปา หมายเฉพาะมากยงิ่ ขึ้น
ในประเด็นการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน ทั้งกอนและหลังป 2562 การใชประโยชนจากงานวิจัย
ของ กมพ. มักถูกนําไปใชประกอบการออกมาตรการ แผนงาน รายงานสถานการณทางสังคม และดัชนีชี้วัด
ทางสังคม นอกจากนี้ จากการที่ กมพ. มีสถานะเปนหนวยงานบริหารกลางดานการวิจยั ของกระทรวง พม. ที่
จะตองรวบรวมและสรา งฐานขอมลู กลางทางวิชาการดานสังคม ดงั นนั้ การนําผลการวิจัยไปใชประโยชนในอีก
ลักษณะหนึ่งของ กมพ. จึงอยูในรูปแบบของการเผยแพรองคความรูใหแกหนวยงานตาง ๆ ทั้งภายในและ
ภายนอกทีเ่ กย่ี วของกับการดําเนนิ ภารกิจดานการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย ทร่ี วมไปถึงภาคสวน
สาธารณะดวย แตเปาหมายของการนําผลการวิจัยไปใชประโยชนมีพลวัตและเปลี่ยนแปลงไปตามการปรับ
โครงสรางหนาท่ีของกระทรวง กลาวคอื กอ นการประกาศใชพระราชบัญญัตกิ ารสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและ
นวัตกรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งเปนชวงที่กฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมน่ั คงของมนุษย พ.ศ. 2559 ยงั คงมผี ลบังคบั ใช กลุมเปา หมายหลักของการนาํ ผลการวิจัยของ กมพ.
ไปใชประโยชนคือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน
วิชาการ 1-12 หนวยงานภายในที่เก่ียวของ และภาคประชาชน แตภายหลังจากการตราพระราชบัญญัติการ
สงเสริมวิทยาศาสตร วจิ ยั และนวัตกรรม พ.ศ. 2562 หรือภายใตระบบ อววน. เปนชว งเวลาท่กี ระทรวง พม. ได
ปรับโครงสรางของสํานักงานปลัดกระทรวง โดยไดประกาศใชกฎกระทรวง แบงสวนราชการสํานักงาน
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ดังที่กลาวไวขางตน ทําให
อํานาจหนาที่ของ กมพ. มีขอบเขตในเชิงภารกิจที่กวางขวางมากยิ่งขึ้น โดยเปนการสนับสนุนและสงเสริม
ภารกิจดานวิชาการทีค่ รอบคลุมท้ังกระทรวง ไมใชเพียง สสว. ดังกฎกระทรวงฉบับกอน ดังนั้น กลุมเปาหมาย
หลักของการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนของ กมพ. ในชวงการศึกษานี้จึงประกอบไปดวย กระทรวง พม.
หนวยงานที่เกี่ยวของกับการดําเนินภารกิจดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยทั้งภายในและ
ภายนอกกระทรวง พม. และภาคประชาชน
อยางไรก็ตาม แมวา กมพ. จะเปนหนวยงานบริหารราชการสวนกลางที่ทําหนาที่หลักเปนหนวย
บริหารกลางดานงานวิจัยของกระทรวง พม. แตจากการศึกษาพบวา การนําผลการวิจัยไปใชป ระโยชนใหเปน
มาตรการ แผนงาน รายงานสถานการณทางสงั คม และดัชนชี ้ีวัดดานสงั คมในมติ ติ าง ๆ มรี ปู ธรรมคอนขางนอย
42
มาก แตบทบาทดานการเก็บรวบรวมงานการศึกษาวิจัย หรือบทบาทของการเปน “ฐานขอมูลกลางดาน
วิชาการของกระทรวง พม.” ที่รวบรวมงานวิจัยของหนวยงานภายในทั้งหมดใหอยูภายในระบบฐานขอมูล
เดียวกัน มพี ลวัตและพฒั นาการทีด่ ีข้นึ เปน ลําดับ นอกจากน้ี ในการปรับโครงสรางสํานักงานปลัดกระทรวงคร้ัง
ลาสุดในป 2563 มีการจัดตั้งกองพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม (กพน.) ขึ้นมาใหม มีภารกิจใน
การศึกษาและพัฒนาองคความรูที่นําไปสูนโยบายและนวตั กรรมทางสังคม แตก ย็ ังไมเ ห็นความเช่ือมโยงในทาง
ปฏบิ ตั ริ ะหวา ง กมพ. กบั กพน. อยางชดั เจน
2) หว งโซคุณคาการวจิ ยั ของสํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ (สสว.) 1-11
ภาพท่ี 3. 2 หวงโซค ุณคางานวิจัยของสํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ (สสว.) 1-11
ท่มี า : คณะผวู ิจยั
จากภาพท่ี 3.2 หว งโซค ณุ คา งานวจิ ยั ของสํานักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ (สสว.) 1-11 ซึง่ เปน
หนวยงานหนึ่งภายใตโครงสรางการบริหารราชการสวนกลาง สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย แสดงใหเห็นวา ในการตั้งโจทยวิจัยทั้งกอนป 2562 และหลังป 2562 การกําหนด
หัวขอวิจัยของ สสว. ทั้ง 11 สํานักนั้น สสว. สามารถตั้งโจทยวิจัยไดดวยตนเอง แตทั้งนี้โจทยวิจัยของ สสว.
จะตองเปนไปตามแผนยุทธศาสตรชาติ 20 ป แผนแมบทดานการพัฒนาในมิติตาง ๆ นโยบายของรัฐบาล
นโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และสถานการณทางสังคมที่เปนปญหาใน
43
บริบทเชิงพื้นที่ จึงอาจกลาวไดวา การตั้งโจทยวิจยั ทั้งกอนและหลังป 2562 นั้น ยังคงเดิมและยังคงมีลักษณะ
ตามโครงสรางสายการบังคับบัญชาแบบบนสูลาง (Top-Down) เนื่องจากยังคงตองยึดโยงกับนโยบายของ
หนวยงานระดับบนดังที่กลาวไวขางตน แตสําหรับประเด็นดานกระบวนการอนุมัติโครงการวิจัยและ
งบประมาณและประเด็นการดําเนินการวิจัยนั้น กอนป 2562 การขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณใน
การดําเนินการของ สสว. ทั้ง 11 สํานัก จะเสนอตอกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
โดยตรง และกระทรวงจะเปนผูกลั่นกรอง อนุมตั ิ และจดั สรรงบประมาณในการดําเนินการวิจยั ใหแก สสว. ซึ่ง
การขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณจะตองดําเนินเขียนโครงการลวงหนาเพื่อขอใชงบประมาณจาก
งบประมาณในปถัดไป หลังจากนั้น สสว. จึงทําการจัดซื้อจัดจางอาจารยมหาวิทยาลัย นักวิชาการ หรือ
สถาบันการศึกษาและองคกรตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับประเด็นตามที่ สสว. ตองการใหเปนผูดําเนินการวิจัย
เน่อื งจากวาบุคลการของ สสว. สว นใหญเปน นกั ปฏิบัตกิ ารตามภารกจิ หนาท่ี จึงไมมีทักษะและประสบการณใน
การดําเนินการวิจัยใหถูกตองตามหลักการวิจัย อีกทั้ง ดวยภารกิจหนาที่ซึ่งเปนงานประจําที่มีปริมาณมากอยู
เดมิ จึงอาจสง ผลทําใหบคุ ลากรของ สสว. เองไมส ามารถปฏิบตั ภิ ารกิจดา นวชิ าการไดอยา งเต็มศักยภาพ ดังน้ัน
เพื่อใหตอบสนองตอพันธกิจดานวิชาการของหนวยงาน การจัดซื้อจัดจางอาจารยมหาวิทยาลัย
สถาบันการศึกษา นักวิชาการ และองคกรที่เกี่ยวของจึงเปนทางเลือกที่เหมาะสมและสมเหตุสมผลที่สุดใน
บริบทดังกลาว แตหลังจากป 2562 หรือภายหลังการตราพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและ
นวัตกรรม พ.ศ. 2562 ที่สงผลทําใหเกิดการปฏิรูปในกระบวนการวิจัยของประเทศ และเปนภาระผูกพันที่
หนวยงานของรัฐจะตองสนับสนุนใหบุคลากรในสังกัดเปนผูดําเนินการวิจัยดวยตนเอง กระบวนการวิจัยของ
สสว. จึงเปลี่ยนแปลงไปกลาวคือ การขออนุมัติโครงการวิจัยของ สสว. นั้น จะตองเขียนขอเสนอโครงการวจิ ัย
และขอจัดสรรงบประมาณผานกองมาตรฐานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย สํานักปลัดกระทรวงฯ
ซึ่งกองมาตรฐานจะเปนผูกลั่นกรองหัวขอวิจัยเพื่อไมใหเกิดความซํ้าซอน หรือจัดลําดับความสําคัญของหัวขอ
วิจัยเพื่อใหเปนไปตามนโยบายเรงดวนของทั้งรัฐบาลและกระทรวงฯ หลังจากนั้น จึงสงตอไปยัง
คณะอนุกรรมการวิจัยของกระทรวงฯ เพื่อใหกระทรวงฯ อนุมัติและสงตอเพื่อขออนุมัติโครงการวิจัยและ
งบประมาณจากสกสว. เปน ลาํ ดับสดุ ทา ย และเมอ่ื ขอเสนอโครงการและงบประมาณไดรบั การอนุมัติและไดรับ
การจัดสรรแลว บคุ ลกรผขู อเสนอโครงการจะตองเปนผูดําเนินการวจิ ยั ดว ยตนเอง
ในประเด็นผลการวิจัยและการนําผลการวิจัยไปใชประโยชนทั้งกอนและหลังป 2562 ยังคงเดิม
กลา วคอื เมอ่ื โครงการวจิ ยั เสรจ็ สน้ิ และไดรับผลการศึกษาแลว สสว. จะสงตอชุดความรูทไ่ี ดจ ากการศกึ ษาไปยัง
หนวยงานในพื้นที่ท้ังหนวยงานการปกครอง องคกรปกครองสวนทองถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดย
รูปแบบของผลการศึกษาวิจัยนัน้ มักจะสอดคลองหรือสะทอนปญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นในบริบทเชิงพืน้ ที่ เชน
โครงการวิจัยและพัฒนาการสื่อสารเพื่อยุติปญหาการขอทาน3839 จัดทําโดยสํานักงานสงเสริมและสนับสนุน
39 สาํ นกั งานสง เสริมและสนับสนนุ วิชาการ 3 และสํานักงานสง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 2. โครงการวิจัยและพฒั นาเพอื่ ยตุ ปิ ญหาการ
ขอทาน (รายงานการวจิ ัย). สบื คน ขอมูลจาก http://tpso3.m-society.go.th/images/pdf/pdf1/วจิ ัยสอื่ สารขอทาน%20(ฉบบั โรงพมิ พ)+
ปก.pdf.
44
วิชาการที่ 3 และ 2 (พื้นที่ภาคตะวันออก คลอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด) โดยโครงการดังกลาว องคกรปกครอง
สวนทองถิ่นในพื้นที่ไดนําไปปรับใชเปนมาตรการการรณรงคใหแกประชาชนเพื่อยุติปญหาขอทานผานการ
จัดทําสื่อประชาสัมพันธประเภทตาง ๆ อยางไรก็ตาม จากการศึกษาพบวา การนําผลการวิจัยไปใชประโยชน
ของสสว. เปน รปู ธรรมคอนขางนอย และสว นใหญจ ะอยูในรูปแบบของการเผยแพรองคความรูใหแกหนวยงาน
และประชาชนในพ้นื ท่ีเทาน้ัน
3.2.2 หว งโซค ณุ คา ของงานวจิ ัยของหนวยงานระดบั กรม หรอื เทียบเทากรม:
หนวยงานระดับกรม หรือเทียบเทากรม เปนหนวยงานหลักของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษยที่ดําเนินภารกิจดานนโยบาย ดานวิชาการ และดานการปฏิบัติตามกลุมเปาหมายเฉพาะของ
หนวยงานตาง ๆ 40 จากที่กลาวมาขางตน แตละกรมจึงลวนแลวแตมีหวงโซการวิจัยที่มีลักษณะเฉพาะตาม
39
กลุมเปาหมายของตนเอง ซึ่งในสวนนี้ คณะผูวิจัยไดแบงเนื้อหาออกเปน 5 กรม ตามโครงสรางการบริหาร
ราชการของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย โดยมีรายละเอียดดังนี้
40 พระราชบัญญัติปรับกรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 14). ราชกิจจานุเบกษา เลมที่ 132 ตอนที่ 15 ก (5 มีนาคม 2558).
สืบคนขอมลู จาก https://www.dop.go.th/download/laws/regulation_th_20152509165914_1.pdf
45
1) หว งโซค ณุ คา การวจิ ยั ของกรมพฒั นาสังคมและสวัสดกิ าร (พส.)
ภาพที่ 3. 3 หวงโซคณุ คางานวิจยั ของกรมพัฒนาสงั คมและสวสั ดกิ าร (พส.)
ที่มา : คณะผูวิจัย
จากภาพท่ี 3.3 หว งโซค ณุ คา งานวจิ ยั ของกรมพัฒนาสงั คมและสวัสดิการ (พส.) แสดงใหเ ห็นวา ในการ
ตั้งโจทยวิจัยทั้งกอนป 2562 และหลังป 2562 ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะตองเปนไปตามแผน
ยุทธศาสตรชาติ 20 ป นโยบายของรัฐบาล นโยบายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
และสถานการณทางสังคมที่เนนมิติการพัฒนาสวัสดิการสาธารณะโดยมีกลุมผูดอยโอกาส ผูยากไร คนไรที่พึ่ง
46
และผูประสบปญหาทางสังคมเปนกลุมเปาหมายสําคัญ สําหรับประเด็นดานกระบวนการอนุมัติโครงการวิจัย
และงบประมาณและประเด็นการดําเนินการวิจัยนั้น กอนป 2562 การขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณ
ในการดําเนินการของกรมพฒั นาสังคมและสวสั ดิการจะเสนอตอกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของ
มนุษยโดยตรง และกระทรวงจะเปนผูกลั่นกรอง อนุมัติ และจัดสรรงบประมาณในการดําเนินการวิจัยใหแก
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งการขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณจะตองดําเนินเขียนโครงการ
ลว งหนาเพอื่ ขอใชงบประมาณจากงบประมาณในปถดั ไป หลังจากนั้น กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดิการจึงทําการ
จดั ซื้อจัดจางอาจารยม หาวิทยาลัย นักวิชาการ หรอื สถาบนั การศึกษาและองคก รตาง ๆ ท่เี ก่ยี วขอ งกับประเด็น
ดานสวัสดกิ ารสังคมตามที่กรมพัฒนาสงั คมและสวสั ดิการตองการใหเ ปนผูดําเนินการวิจยั เน่ืองจากบุคลากรไม
มีความรูและทักษะในการทําวิจัย จากที่กลาวมาขางตนจะเห็นไดวา ขั้นตอนการขออนุมัติโครงการวิจัย
งบประมาณ และการดําเนินการวิจัยของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการกอนป 2562 มีลักษณะที่เหมือนกับ
การดําเนินการของ สสว. ดังที่กลาวไวในสวนกอนหนา แตอยางไรก็ตาม กระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัย
และงบประมาณของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการและ สสว. มีองคประกอบที่แตกตางกันบางประการ
กลาวคือ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการมีกลไกสนับสนุนทีท่ ําใหการดาํ เนนิ การวิจัยมีประสิทธิมากยิ่งข้ึน โดย
งบประมาณในการดําเนินการวิจัย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสามารถขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณ
เพ่ิมเติมไดจ าก “กองทุนสง เสรมิ การจัดสรรสวสั ดิการสังคม” ซงึ่ เงินกองทุนดังกลาว บุคลากรภายในหนวยงาน
หรือบุคคลภายนอกสามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนดังกลาวได หรือกรมพัฒนาสังคมและ
สวัสดิการอาจใชเงินจากกองทุนดังกลาวในการจัดซื้อจัดจางอาจารยมหาวิทยาลัย นักวิชาการ หรือ
สถาบันการศึกษาใหมาเปนผูผลิตงานวิจัยที่ตอบสนองตอประเด็นการพัฒนาสวัสดิการสังคมก็ได โดยกองทุน
ดังกลาวจะมีคณะกรรมการบริหารกองทุนเปนผูกลั่นกรอง อนุมัติ และจัดสรรงบประมาณให นอกจากนี้ กรม
พัฒนาสงั คมและสวสั ดกิ ารยังมีพระราชบัญญัติสง เสริมการจัดสวสั ดกิ ารสังคม พ.ศ.2546 และท่ีแกไ ขเพิ่มเติมท่ี
กําหนดบทบาทหนาที่ในการปฏิบัติงานดานการพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ชัดเจน และภายหลังป 2562
กลไกการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจจากกองทุนสงเสริมการจัดสวัสดิการสังคมและพระราชบัญญัติสงเสริม
การจดั สวัสดิการสังคม พ.ศ.2546 และทแ่ี กไขเพิ่มเติมยังคงอยูเชนเดิม จึงอาจกลา วไดว า กรมพัฒนสังคมและ
สวัสดิการมีเครื่องมือทั้งในเชิงกฎหมายและเงินทุนในการปฏิบัติภารกิจที่อาจสงผลทําใหการดําเนินการวิจัย
ของหนวยงานมีประสิทธิภาพและไดรับความสะดวกมากยง่ิ ข้ึน
สําหรับผลการวิจัยและการนําผลการวิจัยไปใชประโยชนทั้งกอนและหลังป 2562 ของกรมพัฒนา
สังคมและสวสั ดกิ ารยงั คงเหมือนเดมิ ไมเ ปล่ียนแปลง และมีความคลา ยคลึงกบั สสว. กลาวคอื กรมพัฒนาสังคม
และสวัสดิการจะนําองคความรูที่ไดจากงานวิจัยมาขับเคลื่อนเปนมาตรการหรือแผนงาน โดยมุงเนนที่การ
พัฒนาการปฏิบัติงานของบุคลากรใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ “โครงการการศึกษาสัดสวนอาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (อพม.) ที่เหมาะสมตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
47
ความมั่นคงของมนุษย”4041 เปนตน ซึ่งงานวิจัยและการใชประโยชนจากงานวิจัยขางตน อาจกลาวไดอยูใน
ลักษณะ “การพัฒนางานประจําสงู านวจิ ยั ” (Routine to Research: R2R) นอกจากการพัฒนาและเสรมิ สราง
ศักยภาพของบุคลากรแลว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการยังมุงเนนการใชประโยชนจากงานวิจัยเพื่อ
ตอบสนองตอกลุมเปาหมายของหนวยงาน เชน “การศึกษาการสงเสริมการจัดสวัสดกิ ารสังคมสาํ หรับกลุมคน
ไทยในตางประเทศ กรณีศึกษากลุมประเทศสแกนดิเนเวีย ประเทศนอรเวย” เปนตน แตอยางไรก็ตาม
คณะผูวิจยั ยงั คงไมเหน็ ความเปน รปู ธรรมทช่ี ดั เจนถึงการนาํ ผลการวจิ ยั ไปใชป ระโยชนข องกรมพัฒนาสังคมและ
สวัสดิการในลกั ษณะของการขับเคลื่อนใหเ ปน นโยบายสาธารณะ
2) หวงโซค ุณคา การวจิ ยั ของกรมกจิ การสตรแี ละสถาบันครอบครวั (สค.)
ภาพที่ 3. 4 หวงโซคณุ คา งานวจิ ัยของกรมกิจการสตรแี ละสถาบนั ครอบครวั (สค.)
ท่ีมา : คณะผูวิจัย
41 รพพี รรณ คาํ หอม และ รณรงค จันได. (2560). สดั สว นอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย (อพม.) ทเ่ี หมาะสมตามภารกิจ
ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย. วารสารสํานักบัณฑิตอาสาสมัคร, ปที่ 14 (1), 77 – 108. https://so05.tci-
thaijo.org/index.php/gvc-tu/article/view/110030/89775.
48
จากภาพที่ 3.4 ซึ่งแสดงหวงโซคุณคางานวิจัยของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) แสดง
ใหเห็นวา การตั้งโจทยวิจัยทั้งกอนและหลังป 2562 ของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นอกจากแผน
แมบทฉบับตาง ๆ ที่เกี่ยวของกบั กิจการสตรรีและสถาบนั ครอบแลว ยังสามารถจําแนกตัวแสดงท่ีมอี ิทธิพลตอ
การกําหนดโจทยว จิ ยั ออกเปน 3 ประเภท ตามโครงสรางลําดับชนั้ สายการบงั คับบัญชา ไดแ ก
1.) โครงสรางสายบังคับบัญชาที่อยูสูงกวาระดับกระทรวง : หนวยงานหรือคณะบุคคลที่มีอิทธิพลตอ
การกาํ หนดโจทยวจิ ัยประเภทนี้ ไดแก คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตรการพฒั นาสตรีแหง ชาติ (กยส.)
คณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตรครอบครัวแหงชาติ (กยค.) คณะกรรมการสงเสริมความเทาเทียม
ระหวางเพศ (สทพ.) คณะกรรมการสงเสริมการพฒั นาและคุมครองสถาบันครอบครวั หรือก็คือคณะกรรมการ
ชาตทิ ีเ่ กย่ี วของกับสงเสรมิ บทบาทสตรี ความเสมอภาคระหวา งเพศ และสถาบันครอบครวั และนโยบายรัฐบาล
2.) โครงสรา งสายบงั คบั บญั ชาระดับกระทรวง : กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย
3.) โครงสรางสายบังคับบัญชาภายในกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว : สามารถจําแนก
หนวยงานภายในท่มี ีอทิ ธิพลตอการกําหนดหวั ขอ การวจิ ยั ตามภารกจิ และกลมุ เปาหมายไดดงั นี้
3.1) ภารกจิ การวจิ ัยดา นสตรี : กองสงเสรมิ ความเสมอภาคระหวา งเพศ
3.2) ภารกิจการวจิ ัยดานครอบครัว : กองสงเสรมิ สถาบันครอบครวั
3.3) ภารกจิ การวิจัยดานความเสมอภาคระหวางเพศ : (ยังไมแนชัด)
สําหรับประเดน็ ดานกระบวนการอนุมตั ิโครงการวิจัยและงบประมาณและประเด็นการดําเนินการวิจัย
นัน้ ทง้ั กอนและหลังป 2562 การขออนุมตั โิ ครงการวิจัยและงบประมาณในการดําเนินการของกรมกิจการสตรี
และสถาบันครอบครัวจะมีความคลายคลึงกับกระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณของกรม
พัฒนาสังคมและสวัสดิการดังที่นําเสนอไวในสวนกอนหนา อีกทั้ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวยังมี
กลไกการสนับสนุนภารกิจดานการปฏิบตั ิและการศึกษาวิจัยเชนเดียวกันกลา วคือ กรมกิจการสตรีและสถาบนั
ครอบครวั มีกองทนุ และกฎหมายเปน ของตนเองโดยจาํ แนกตามกลมุ เปาหมาย
1) กลุมเปาหมายดานสตรี : กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี/ ไมมีกฎหมายท่ีบังคับใชเฉพาะกลุม แตจะใช
กฎหมายอืน่ ๆ ประกอบในการเสรมิ สรา งศักยภาพของกลมุ สตรี
2) กลุมเปาหมายดานสถาบันครอบครัว : ไมแนชัด/ พระราชบัญญัติสงเสริมการพัฒนาและคุมครอง
สถาบนั ครอบครวั พ.ศ. 2562
3) กลุมเปาหมายดานความเสมอภาคระหวางเพศ : กองทุนสงเสริมความเทาเทียมระหวางเพศ/
พระราชบญั ญัตสิ งเสรมิ ความเทาเทียมระหวางเพศ พ.ศ. 2558
แตอยางไรก็ตาม แมวากรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวจะมีเครื่องมือทั้งในเชิงกฎหมายและ
เงินทุนที่สามารถใชเพิ่มศักยภาพในการศึกษาวิจัยเปนของตน แตจากการศึกษาพบวา กรมกิจการสตรีและ
สถาบันครอบครัวไมไดน ําผลการวิจยั ไปใชป ระโยชนอ ยา งเปน รปู ธรรม
49
2) หว งโซค ณุ คาการวจิ ยั ของกรมกจิ การผูสงู อายุ (ผส.)
ภาพท่ี 3. 5 หว งโซค ณุ คา งานวจิ ยั ของกรมกิจการผสู งู อายุ (ผส.)
ทีม่ า : คณะผูวิจัย
จากภาพท่ี 3.5 หวงโซค ุณคา งานวิจัยของกรมกจิ การผสู งู อายุ (ผส.) แสดงใหเหน็ วา การกําหนดโจทย
วิจัยของกรมกิจการผูสูงอายุ ทั้งกอนและหลังป 2562 จะตองยึดโยงกับนโยบายของคณะกรรมการผูสูงอายุ
แหงชาติ นโยบายรฐั บาล นโยบายของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย นอกจากน้ี จะตอง
เปนไปตามกรอบที่แผนแมบทการพัฒนาประเทศดานผูสูงอายุฉบับตาง ๆ ไดกําหนดไว เชน แผนยุทธศาสตร
ชาติ 20 ป โดยเฉพาะอยางยิ่ง “แผนผูสูงอายุแหงชาติ” อีกทั้ง โจทยวิจัยจะตองสอดคลองกับความตองการ
ของภาคประชาชน และหนว ยงานทีด่ ําเนนิ ภารกจิ ทเี่ กี่ยวขอ งกบั ดา นผสู ูงอายุ
สําหรับกระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณนั้น กอนป 2562 กรมกิจการผูสูงอายุจะ
ขออนุมัติโครงการวิจัยและการจัดสรรงบประมาณจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
50
เชนเดียวกับหนวยงานอื่น ๆ ที่กลาวไวในสวนกอนหนา แตทั้งนี้กรมกิจการผูสูงอายุก็มีกลไกสนับสนุนการ
ปฏิบัติภารกิจทั้งในเชิงปฏิบัติและในเชิงวิชาการเปนของตนเองเชนกัน ซึ่งก็คือ “กองทุนผูสูงอายุ” และ
พระราชบัญญัติผูสูงอายุแหงชาติ พ.ศ. 2546 และที่แกไขเพิ่มเติมที่ใชในการกํากับการดําเนินภารกิจของ
หนวยงานโดยตรง และสําหรับการดําเนินการวิจัยนั้น กอนป 2562 กรมกิจการผูสูงอายุจะใชเงินที่ไดรับการ
จดั สรรจากกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย หรือเงินกองทุนผูสงู อายใุ นการจดั ซื้อจัดจางให
อาจารยมหาวิทยาลัย สถาบันวิชาการ หรอื องคก รอืน่ ๆ ทมี่ คี วามสามารถในการทําวิจยั ดานประชากรผูสูงอายุ
เปน ผดู าํ เนนิ การวจิ ัยแทน โดยเฉพาะอยางยง่ิ “มลู นิธิสถาบนั วจิ ยั และพฒั นาผสู งู อาย”ุ หรอื มส.ผส. มกั จะเปน
หนวยงานที่ดําเนินการวิจัยใหแกกรมกิจการผูสูงอายุมาโดยตลอด จนทําให มส.ผส. มีสถานะเปน “Think-
Tank” ของกรมกิจการผูสูงอายุ4142 แมวาจะเปนหนวยงานภายนอกก็ตาม แตภายหลังการตราพระราชบัญญัติ
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 กรมกิจการผูสูงอายุก็เชนเดียวกับหนวยงานอื่น ๆ ของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่จะตองเนนใหบุคลกรของตนเปนผูดําเนินการวิจัยเอง
โดยอาจให มส.ผส. ปรับเปลี่ยนบทบาทจากเดิมคือผูดําเนินการวิจัยมาเปน “ที่ปรึกษาโครงการ” ของกรม
กิจการผสู ูงอายุ
ผลการวิจัยและการนําผลการวิจัยมาใชประโยชนใหเปนนโยบายสาธารณะน้ัน ตลอดระยะเวลาท่ีผาน
มส.ผส. จะเปนตัวแสดงที่สําคัญและมีอิทธิพลในการสงผานองคความรูจากงานวิจัยไปสูวงพิจารณาการ
ตัดสินใจเชิงนโยบายดานผูสูงอายุของรัฐมาโดยตลอด โดยที่การสงเสริมการใชประโยชนจากงานวจิ ัยจากฝาก
ฝงกรมกิจการผูสูงอายุมิไดเห็นอยางเปนรูปธรรมมากนัก ดังนั้น ในประเด็นการนําผลการวิจัยมาใชประโยชน
ตามแนวคดิ หวงโซคณุ คา การวิจัยดานผสู ูงอายนุ นั้ อาจกลาวไดว า บทบาทของตวั แสดงในการสงผานชุดความรู
จากงานวจิ ัยไปสูขั้นแปลงใหเ ปนนโยบายสาธารณะดานผสู งู อายุมไิ ดเ ปลย่ี นแปลงทั้งกอนและหลังป 2562
4) หวงโซค ุณคาการวิจยั ของกรมสง เสริมและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ (พก.)
จากภาพที่ 3.6 หว งโซค ุณคา งานวิจยั ของกรมสงเสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการ (พก.) แสดงให
เห็นวา การกําหนดโจทยว จิ ยั ของกรมสง เสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทั้งกอนและหลังป 2562 มาจาก
หลายตัวแสดงประกอบไปดวย คณะกรรมการสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแหงชาติ รัฐบาล
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และสมัชชาคนพิการ นอกจากนี้ การกําหนดโจทยวิจัย
ของกรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการขางตน จะตองสอดคลองกับแผนแมบทการพัฒนาประเทศ
ดานผูพิการฉบับตาง ๆ และพันธกรณีดานผูพิการระหวางประเทศ อาทิ อนุสัญญาวาดวยสิทธิคนพิการ
(Convention on the rights of persons with disabilities: CRPD)43 เปาประสงคเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
42 ขอ มูลจากการสมั ภาษณผแู ทนกรมกจิ การผสู งุ อายุ
43 กลมุ วจิ ัยและตดิ ตามประเมนิ ผล กองยทุ ธศาสตรแ ละแผนงาน กรมสง เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชวี ิตคนพิการ. แผนการวิจัย นวตั กรรมและ
เทคโนโลยเี พอื่ การพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพกิ าร พ.ศ. 2561 – 2564.
51
(Sustainable Development Goals: SDGs)44 และยทุ ธศาสตรอินชอนเพ่ือ “ทําสิทธิใหเ ปนจรงิ ” (Incheon
Strategy: Make the Right Real)45 เปน ตน
ภาพที่ 3. 6 หว งโซคณุ คา งานวิจยั ของกรมสง เสริมและพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการ (พก.)
ท่มี า : คณะผวู ิจัย
สําหรับการกระบวนการอนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณและการดําเนินการวิจัยของกรมสงเสริม
และพัฒนาคณุ ภาพชีวิตคนพิการนั้น กอ นป 2562 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจะเปน
ผูอนุมัติและจัดสรรงบประมาณใหแกกรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการโดยตรง หรือกรมสงเสริม
และพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการอาจใชง บจาก “กองทุนสง เสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการ” ซ่ึงเปน สวน
44 เพ่ิงอาง.
45 เพ่งิ อาง.
52
หนึ่งของกลไกการสนับสนนุ ภารกิจของหนว ยงานในการจัดซื้อจัดจางใหอาจารยมหาวิทยาลัย และนักวิชาการ
จากสถาบันการศึกษาที่มีความรูความสามารถในการทําวิจัยเปนผูดําเนินการวิจัย โดยกรมสงเสริมและพัฒนา
คุณภาพชีวิตคนพิการมีภาคีเครือขายจากสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนและสงเสริมภารกิจดานการ
ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุมผูพิการไมตํ่ากวา 70 แหง4546 แตภายหลังการประกาศใช
พระราชบัญญัติสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคน
พกิ ารตองปรับตัวดวยการใหบคุ ลากรของหนว ยงานเปน ผูดาํ เนินการวิจัยแทนเชน เดียวกับหนว ยงานอ่ืน ๆ ของ
กระทรวง ฯ โดยภาคีเครือขา ยจากสถาบันการศึกษาไดปรับเปลี่ยนบทบาทของตนจากเดิมคือผูดําเนินการวิจัย
มาเปนที่ปรึกษาโครงการ หรืออาจปรับเปลี่ยนบทบาทเปน “ผูขอรับบริการ” การจัดสรรงบประมาณจาก
กองทนุ สงเสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการเพ่ือใชใ นการผลติ งานวจิ ัยตามหนวยงานของตน
ผลงานวิจัยของกรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนั้น ทั้งกอนและหลังป 2562 สวนใหญ
แลวจะเปนงานวิจัยในเชิงนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐที่มุงเนนใหผูพิการดําเนินชีวิตไดอยางสะดวกสบาย
เชนเดียวกับคนปกติ และเมื่อผลงานวิจัยสวนใหญอยูในลักษณะของสิ่งประดิษฐหรือนวัตกรรม จึงอาจเปน
อุปสรรคตอการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน เนื่องจากวา ผลงานวิจัยขางตนมีลักษณะเปนผลงานตนแบบ
(model) ทม่ี ีเพียงไมกีช่ น้ิ และมีมูลคาสูง ดงั นัน้ การจะนําไปใชประโยชนท้งั ในเชิงสวสั ดิการเพื่อผูพิการหรือใน
เชงิ พาณิชยจึงตอ งเปน หนาที่ของหนว ยงานอ่นื ในการผลักดนั หรือหยิบยกผลงานวจิ ยั ไปใชประโยชน
5) หวงโซค ณุ คาการวิจยั ของสถาบนั พฒั นาองคกรชมุ ชน (องคการมหาชน) (พอช.)
ภาพที่ 3.7 แสดงใหเห็นหวงโซคุณคางานวิจัยของสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคการมหาชน)
(พอช.) โดยการกําหนดหัวขอการวิจัยของพอช. นั้น ทั้งกอนและหลังป 2562 มาจากนโยบายของรัฐบาล และ
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย แตต ัวแสดงทีส่ าํ คัญทสี่ ดุ ทส่ี งผลตอการกําหนดหัวขอการ
วิจัยของพอช. คือ พอช. เอง เนื่องจากพอช. เปนองคกรที่เนนภารกิจดานการปฏิบัติมากกวาภารกิจดาน
วิชาการ เชน โครงการบานมัน่ คง โครงการบา นพอเพยี ง และชุมชนริมคลอง เปน ตน4647 ดังนน้ั พอช. จึงตอ งการ
งานวิจัยในลกั ษณะการประเมินผลการปฏบิ ัตเิ พื่อนําไปเพ่ิมประสิทธิภาพการดําเนินภารกิจของหนวยงาน โดย
กระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณ กอนป 2562 หรือกอนการประกาศใชพระราชบัญญัติ
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 พอช. สามารถจัดซื้อจัดจางอาจารยมหาวิทยาลัย หรือ
นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาตาง ๆ ใหมาเปนผูดําเนินการวิจัยใหแกพอช. โดยใชเงินของหนวยงานเอง
หรืออาจขอรับเงินทุนสนับสนุนจากสํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในลักษณะ “วงเงินรวม”
(Block grants) โดยที่ไมตองขออนุมตั ิผานโครงสรางการบังคับบญั ชาของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษยดังเชนหนวยงานอื่น ๆ ขางตน เพราะพอช. เปนหนวยงานของรัฐในรูปแบบ “องคการ
46 ขอ มูลจากการสมั ภาษณผ แู ทนจากกรมสง เสรมิ และพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตคนพิการ
47 รายงานฉบบั สมบรู ณ โครงการสาํ รวจความพงึ พอใจและพัฒนาการใหบ ริการ ประจาํ ปงบประมาณ 2563 ของสถาบันพฒั นาองคกรชุมชน
(องคก ารมหาชน)
53
มหาชน” ตามพระราชกฤษฏีกาจัดต้งั สถาบนั พัฒนาองคกรชมุ ชน (องคก ารมหาชน) พ.ศ. 25434748 ดงั นั้น พอช.
จึงมีความเปนอิสระในการดําเนินภารกิจประเภทตาง ๆ ที่รวมไปถึงการจัดสรรงบเพื่อดําเนนิ การวิจัยมากกวา
หนวยงานอื่น ๆ ของรัฐดวย แตอยางไรก็ตาม แมวา พอช. จะมีอิสระในการทําวจิ ัยและสามารถจัดสรรเงินทุน
ของหนว ยงานเพื่อทําวจิ ยั ไดด วยตนเอง แตจ ากการศึกษาพบวา พอช. ไมม งี านวิจัยหรืองานการศึกษาท่ีมุงเนน
การสรางความรูใหมมากนัก เนื่องจากลักษณะการปฏิบัติงานของพอช. นั้น อยูในลักษณะ “เนนปญหา...เนน
การปฏิบัติ...ทดลองแลวปรับ”4849 งานวิจัยในฐานขอมูลของพอช. สวนใหญจึงมีลักษณะเปนงานวิจัย
ประเมินผลการปฏิบตั งิ านมากกวา เปนงานวจิ ัยทผ่ี ลติ สรา งองคความรูใ หม
ภาพที่ 3. 7 หว งโซค ุณคางานวิจยั ของสถาบนั พัฒนาองคกรชมุ ชน (องคก ารมหาชน) (พอช.)
ทม่ี า : คณะผวู จิ ยั
และจากที่กลาวมาขางตนวา กอนป 2562 งานวิจัยของ พอช. มีจํานวนไมมากนัก เนื่องจาก “เปน
หนวยปฏิบัติ การวิจัยจึงไมคอยไดใช”4950 ทําใหหลังการตราพระราชบัญญัติสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและ
นวัตกรรม พ.ศ. 2562 ยังคงไมสามารถระบุไดแนชัดวา พอช. ใชเงินทุนของตนเอง หรือเงินทุนสนับสนุนจาก
48 https://web.codi.or.th/wp-content/uploads/2020/03/Praraj-kridsadeeka-CODI-on-web-13-03-63.pdf
49 ขอ มูลจากการสมั ภาษณผ แู ทนสถาบนั พฒั นาองคกรชุมชน (องคก ารมหาชน) (พอช.)
50 ขอมลู จากการสัมภาษณผ แู ทนสถาบันพฒั นาองคก รชมุ ชน (องคการมหาชน) (พอช.)
54
สกสว. ในการดําเนินการวิจัยหรือไม ซึ่งหาก พอช. ขอเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สกสว. พอช. ก็ตองเขาสู
กระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณเชนเดียวกับหนวยงานอื่น ๆ แตอาจแตกตางกันตรงท่ี
พอช. สามารถยื่นขอการจัดสรรงบประมาณจากสกสว. ไดโดยตรง โดยที่ไมตองขอผานกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนษุ ย เพราะ พอช. เปนองคก ารมหาชนในกาํ กบั ของกระทรวงฯ ดังทกี่ ลาวไวขางตน
แตอยางไรก็ตาม ในประเด็นการขออนุมัติการทําวิจัยและการจัดสรรงบประมาณของ พอช. หลังป 2562 มี
ขอสังเกตที่นาสนใจประการหนึ่งกลาวคือ ในป 2565 พอช. ไดจัดทํา “แผนพัฒนาวิจัย นวัตกรรมชุมชน
จัดการความรูและการสื่อสารของสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคการมหาชน) (พ.ศ. 2566- 2570)”5051 ซึ่ง
เปนแผนราย 5 ป เพื่อใชเปนแผนแมบทในการเพ่ิมประสิทธิภาพการทํางานใหมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น5152 ซึ่ง
สถานะปจ จบุ ันของแผนดงั กลาว กาํ ลงั อยใู นชวงดําเนินการจัดทาํ ยังไมแลวเสร็จ แตกเ็ ปนหมุดหมายที่แสดงให
เห็นถึงการปรับตัวของ พอช. ในการปฏิบัติภารกิจดานการศึกษาวิจัยที่มีความชัดเจนและเปนรูปธรรมมาก
ย่ิงขนึ้
สําหรับการดําเนินการวิจัยนั้น กอนป 2562 ดังที่กลาวไวขางตน วา พอช. จะจัดซื้อจัดจางใหอาจารย
มหาวิทยาลัย นักวิชาการ และสถาบันการศึกษาใหเปนผูดําเนินการวิจัยใหแก พอช. โดย พอช. จะเปนผู
กําหนดหัวขอหรือกรอบในการทําวิจัย แตภายหลังป 2562 หรือภายหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติ
สง เสริมวิทยาศาสตร วจิ ัยและนวตั กรรม พ.ศ. 2562 พอช. อาจมีทางเลอื กในการดําเนนิ ภารกจิ ดานการวิจัยใน
2 แนวทาง กลาวคือ แนวทางแรก ขออนุมัติโครงการวิจัยและเงินทุนสนับสนุนการวิจัยจากสกสว. ซึ่งใน
แนวทางนี้ บุคลากรของ พอช. จะตองเปนผูดําเนินการวิจัยดวยตนเอง เนื่องจากเปนภาระผูกพันที่เกดิ ขึ้นจาก
สภาพบังคับของ พรบ. ดังกลาว หรือแนวทางที่ 2 พอช. สามารถจัดซื้อจัดจางบุคลากรภายนอกใหเปน
ผูดําเนินการวิจัยได (เหมือนกอนป 2562) โดยการใชเงินทุนขององคกรเอง เนื่องจาก พอช. เปนองคการ
มหาชนที่มีความเปนอิสระมากกวาหนวยงานราชการอื่น ๆ จึงสามารถใชเงินทุนของหนวยงานในการทําวิจัย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทํางานใหสูงที่สุดได จากที่กลาวมาทั้งหมดขางตนอาจเปรียบไดวา พอช. มีกลไก
สนับสนุนการดําเนินภารกิจทั้งดานการปฏิบัติและดานวิชาการเชนกัน ซึ่งเปนผลสืบเนื่องมาจากรูปแบบของ
องคก รท่ีเปนองคก ารมหาชนน่ันเอง
แตอยางไรก็ตาม จากการศึกษาพบวา หากบุคลากรของ พอช. เปนผูดําเนินการวิจัยดวยตนเอง อาจ
เปนอุปสรรคตอ พอช. เนื่องจากวา พอช. มีวัฒนธรรมองคกรทีม่ ุงเนนการปฏิบัติมากกวาการผลิตงานวชิ าการ
ดังทก่ี ลาวไวขา งตน อกี ทงั้ บคุ ลากรของหนว ยงานท้งั หมดมีเพียง 310 อตั รา5253 เทา น้ัน ซ่ึงบุคลากรเหลาน้ีลวน
แลว แตมีภาระงานประจําทมี่ ากดว ยกันท้งั ส้ิน ดงั นน้ั การเพม่ิ ภารกจิ ดา นการวิจยั อาจจะเปนการเพ่ิมภาระงาน
ใหแ กพอช. ใหเพ่ิมมากขน้ึ ดว ยเชนกนั
51 https://web.codi.or.th/20220128-30625/
52 https://web.codi.or.th/20220128-30625/
53 ขอ มูลจากการสัมภาษณผ แู ทนสถาบันพฒั นาองคก รชุมชน (องคการมหาชน) (พอช.)
55
ผลงานวิจัยและการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนของ พอช. นั้น ดังที่กลาวมาแลวขางตนวา พอช.
เปนหนวยงานที่เนนภารกิจดานการปฏิบัติ ดังนั้น ผลการศึกษาวิจัยจึงถูกนํามาใชในการปรับปรุงการปฏิบัติ
ภารกิจมากกวาที่จะเปนการผลิตสรางองคความรูใหม จากที่กลาวมาขางตน จึงทําใหการนําผลการวิจัยไปใช
ประโยชนของพอช. มคี วามเปนรูปธรรมคอ นขา งนอ ย
3.3 หว งโซคุณคาของการนําผลการวจิ ัยไปใชป ระโยชนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความม่ันคงของมนุษยใ นภาพรวม และการปรับตัวในชว งเปล่ียนผานของการประกาศใช
พระราชบญั ญัตสิ งเสริมวทิ ยาศาสตร วจิ ยั และนวัตกรรม พ.ศ. 2562
จากที่กลาวมาทั้งหมดขางตน เปนภาพของกระบวนการวิจัยและกระบวนการนําผลการวิจัยไปใช
ประโยชนที่เชื่อมโยงไปถึงหวงโซคุณคาของงานวิจัยของแตละหนวยงานที่อยูภายใตโครงสรางของกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ซึ่งในสวนนี้ คณะผูวิจัยจะขออภิปรายเพ่ือแสดงใหเห็นถึงหวงโซ
คุณคาของงานวิจัยในภาพรวมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และการปรับตัวใน
ระยะเปลี่ยนผานของการประกาศใชพระราชบัญญัติสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวตั กรรม พ.ศ. 2562 โดย
ในรายละเอยี ดจะขอนําเสนอในลาํ ดบั ถัดไป
56
3.3.1 หว งโซคุณคาของการนําผลการวิจยั ไปใชป ระโยชนข องกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คง
ของมนุษยใ นภาพรวม
ภาพที่ 3. 8 หว งโซค ณุ คา ของการนาํ ผลการวิจยั ไปใชประโยชนของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย
ท่ีมา : คณะผวู ิจยั
ภาพที่ 3.8 แสดงใหเห็นหวงโซคุณคาของการนําผลการวิจัยไปใชประโยชนของกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย ซึ่งในภาพรวมนั้นจะเห็นวา หวงโซคุณคางานวิจัยของกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษยนั้นมีความคลายคลึงกับหวงโซคุณคางานวิจัยของหนวยงานภายใตสังกัด
กระทรวงฯ ดังท่ีกลาวไวในสว นกอ นหนา โดยในรายละเอยี ดสามารถสรุปไดด งั น้ี
1) การกําหนดหัวขอวิจัย : ทั้งกอ นและหลงั การประกาศใชพ ระราชบัญญตั ิสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัย
และนวัตกรรม พ.ศ. 2562 การกําหนดหัวขอวิจัยในภาพรวมของกระทรวง พม. จะมาจากนโยบายของรัฐบาล
กรรมการชาติชุดตาง ๆ ที่มีภารกิจเกี่ยวขอ งหรือสอดคลองกับพนั ธกิจของหนวยงานยอ ยภายใตโครงสรา งของ
กระทรวง พม. อีกทั้ง การกําหนดหัวขอวิจัยยังตองสอดคลองกับแผนยุทธศาสตรชาติ 20 ป แผนแมบทตาง ๆ
และสถานการณทางสังคมที่เปนปญหาและเกี่ยวของกับพันธกิจของกระทรวง พม. แตทั้งนี้ การกําหนดหัวขอ
วิจัยทั้งกอนและหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562
ยังคงอยูในลักษณะของการกําหนดโจทยวิจัยตามกลุมเปาหมายหลักของหนวยงานยอยภายในกระทรวง เชน
กรมกิจการเด็กและเยาวชน ยังคงดําเนินการวิจัยที่เกี่ยวของกับเด็กและเยาวชน หรือกรมกิจการสตรีและ
57
สถาบันครอบครัว ยังคงดําเนนิ การวิจัยที่เกี่ยวขอ งกับดานสตรี ความเสมอภาคทางเพศ และสถาบันครอบครวั
เปนตน หรือกลาวอยางถึงทีส่ ุดก็คือ ลักษณะของงานวิจัยยังคงอยูในลักษณะของการแยกสวนกนั ไมไดบูรณา
กลุมเปา หมายระหวา งกนั
2) กระบวนการอนุมัติการทาํ วิจยั และงบประมาณ : กอนป 2562 หรือกอ นการตราพระราชบัญญัติ
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจะ
ไดรับการจัดสรรเงินงบประมาณประจําปเพื่อดําเนินภารกิจตาง ๆ จากงบประมาณแผนดิน ซึ่งกระทรวง พม.
จะตองตั้งงบประมาณการการดําเนินภารกิจดานวิชาการและเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติงบประมาณ
จากงบประมาณรายจา ยประจําปใ นปถ ดั ไป หรือกลา วอยางถึงที่สุดกค็ ือ จะตองต้ังเบกิ งบประมาณดานวิชาการ
เพื่อขอใชงบในปถัดไป หลังจากนั้น กระทรวง พม. ก็จะจัดสรรใหแกหนวยงานภายในตาง ๆ ที่ขออนุมัติ
โครงการวิจัยและงบประมาณ ซึ่งในประเด็นนี้ กระทรวง พม. จึงมีสถานะเปนทั้งผูกลั่นกรองและผูอนุมัติการ
ทําวิจัยและงบประมาณใหแกหนวยงานภายในไดอ ยา งอิสระและตามความเหมาะสม
แตภายหลังป 2562 กระบวนการขออนุมัติการทําวิจัยและงบประมาณของกระทรวง พม. ได
เปลี่ยนแปลงไป กลาวคือ การดําเนินการวิจัยของกระทรวง พม. ตองอยูภายใตระบบ อววน. การขอจัดสรร
งบประมาณเพ่ือดาํ เนนิ การวิจยั ของกระทรวง ฯ จงึ ตองขออนมุ ัตแิ ละความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสงเสริม
วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ซ่ึงลักษณะของงบประมาณที่ไดรับการจัดสรรจะอยูในลักษณะของ
งบประมาณสนบั สนนุ งานพนื้ ฐาน (fundamental fund) แตห ากหนว ยงานเปนผูข อรบั การจัดสรรงบประมาณ
จะอยูในลักษณะของงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ (strategic Fund) ซึ่งบริหารโดยหนวยบริหาร
จัดการโปรแกรม (Program Management Unit: PMU) ตางๆ กลาวโดยสรุป ภายหลังป 2562 บทบาทของ
กระทรวง พม. ไดลดลงและเหลือเพียงการเปน “คนกลาง” ในการกลั่นกรองและสงตอขอเสนอโครงการวิจัย
เทานั้น แตผูที่มีบทบาทหลักในการจัดสรรงบประมาณคือ สกสว. ทําใหการใชงบประมาณเพื่อการทําวิจัยใน
ภาพรวมของกระทรวง พม. มอี สิ ระท่ีลดลง
3) การดําเนินการวิจัย : กอนป 2562 หนวยงานภายในของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษยจะทําการจัดซื้อจัดจางใหอาจารยมหาวิทยาลัย นักวิชาการ และสถาบันการศึกษามาเปน
ผูดําเนินการวิจัย แตภายหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2562 ซ่งึ เปน การปฏริ ปู ระบบวจิ ยั ของประเทศใหอยูภายใตระบบ อววน. สงผลทาํ ใหก ระทรวงการพฒั นาสังคม
และความมั่นคงของมนุษยจะตองมุงเนนใหบุคลากรซึ่งเปนขาราชการของกระทรวงเปนผูดําเนินการวิจัยดวย
ตนเอง
4) ผลงานวิจยั : ผลงานวจิ ยั ทัง้ กอ นและหลงั การประกาศใชพ ระราชบญั ญตั สิ ง เสริมวิทยาศาสตร วจิ ัย
และนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ยังคงอยูในลักษณะของผลงานวิจัยตามกลุมเปาหมายของหนวยงานยอยภายใน
กระทรวงฯ แตการเก็บรวบรวมงานวิจัยนั้น กอนป 2562 งานวิจัยจะถูกเก็บรวบรวมไวตามฐานขอมูลของ
หนวยงาน ไมไดถูกจัดเก็บเอาไวภายในฐานขอมูลเดียวกัน แตภายหลังป 2562 การเก็บรวบรวมงานวิจัยของ
กระทรวง พม. มพี ัฒนาการในทางที่ดขี ึ้น กลา วคอื กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษยซึ่ง
58
เปนหนวยงานบริหารสวนกลาง สังกัดสาํ นักปลัดกระทรวง พม. ไดเขามามีบทบาทในการเก็บรวบรวมงานวจิ ัย
ใหอยูภายในระบบฐานขอมูลเดียวกัน โดยแยกประเภทตามกลุมเปาหมายหรือตามหนวยงานตนสังกัดที่ผลิต
งานวจิ ยั และจะเผยแพรง านวจิ ยั ใหแ กหนวยงานภายในเพือ่ นําไปใชประโยชน5354
5) การนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน : ทั้งกอนและหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติสงเสริม
วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 การใชประโยชนจากงานวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษยยังคงไมมีความชัดเจนและเปนรูปธรรมมากนัก การสรางนโยบายสาธารณะในมิติดาน
สังคมยังคงอาศัยการชี้นําจากหนวยงานอื่นหรือกลุมบคุ คลอื่นที่มีความเช่ียวชาญในดานตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับ
การพัฒนาสังคมและมีอิทธิพลทางความคิดตอการตัดสินใจเชิงนโยบายของคณะรัฐบาล เชน สภาพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ หรือ มส.ผส. เปนตน โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
ยังคงรบั บทบาทเปน “ผูต าม” ในการรบั คําแนะนําหรอื นํานโยบายมาปฏิบัติ
ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศใชพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2562 หรอื ภายหลังการปฏริ ปู การวิจยั ใหอยภู ายใตระบบระบบการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม
(อววน.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยไดด ําเนินการขออนุมัติการทาํ วิจยั และการจัดสรร
งบประมาณจาก สกสว. ประจําปง บประมาณ 2564 ท้งั สนิ้ 2 แผนงาน ซง่ึ ประกอบไปดว ย 7 ชุดโครงการ และ
24 โครงการยอย5455 ซึ่งจากการสังเคราะหขอมูลพบวา แตละหนวยงานยังคงดําเนินการกําหนดหัวขอ วิจัยตาม
กลุมเปาหมายและตามภารกิจหลักของตนเอง ซึ่งหัวขอการวิจัยดังกลาวสอดคลองกับนโยบายของรัฐบาล
นโยบายของกระทรวง พม. และสถานการณทางสังคมของกลุมเปาหมายตาง ๆ ทั้งที่เปนวาระแหงชาติและ
ปญหาในบริบทเชิงพื้นที่ นอกจากนี้ ยังกําหนดหัวขอโครงการวิจัยที่มุง เนนการเสริมสรางศักยภาพและทักษะ
ของบุคลากรดานการดําเนินงานวิจัยของกระทรวงอีกดวย โดยในรายละเอียดดังที่แสดงในตารางที่ 3.2 แสดง
โครงการวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณจาก
กองทนุ ววน. ประจําปง บประมาณ 2564
54 ขอ มูลจากการสมั ภาษณผ ูแทนกรมกิจการสตรแี ละสถาบนั ครอบครัว
55 ขอ มลู จาก “สรปุ โครงการตามแผน ววน. พม. ป 2564”
59
ตารางที่ 3. 2 โครงการวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่ขอรับการจัดสรรงบประมาณจาก
กองทุน ววน. ประจําปง บประมาณ 2564
ชดุ ช่อื หนวยงานที่ งบประมาณ
โครงการ ดําเนนิ งาน ป 2564
แผนปฏิบตั ิการดานวทิ ยาศาสตร วิจัยและนวตั กรรม พม. (หนวย : บาท)
สป. พม. 78,320,000
ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย
พอช. 38,320,000
ลาํ ดับที่ 1 แผนงาน : เตรียมความพรอมคนและสังคมดวยระบบกลไกการ พอช.
6,038,000
บริการทางสังคมทีม่ ีประสทิ ธิภาพของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ สสว. 7
4,364,000
ความมน่ั คงของมนุษยภ ายใตบ ริบทสังคมสงู วัย สสว. 10
สสว. 4 684,000
ชุดโครงการสงเสริมพัฒนาแกนนําชุมชนผูนําการเปลี่ยนแปลงชุมชน สสว. 6
สสว. 5 990,000
1 นักวิจัยทองถิ่นนวัตกรรมทางสังคมชุมชน เพื่อเปนกลไกสําคัญในการ สสว. 11 2,100,000
สสว. 4
พฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ยแบบมสี ว นรว มของภาคีเครอื ขาย สสว. 8 200,000
สค.
1.1) การศึกษาพื้นที่ตนแบบในการพัฒนาชุมชนนเขมแข็งพึ่งพาตนเอง 400,000
และเทาทนั ตอ การเปล่ียนแปลง โดยอาศยั การดําเนินงานบูรณาการ 300,000
1,000,000
1.2) รูปแบบที่เหมาะสมในการเตรียมความพรอมและความเทาทันทาง
200,000
การเงินที่เหมาะสมสําหรับคนกอนวัยเกษียณเพื่อสรางหลักประกันที่ 6,000,000
มั่นคงสําหรับการเขาสูผูสูงอายุ กรณีศึกษาภาคกลางตอนบนและ
ภาคเหนอื ตอนลาง
1.3 กลยุทธการจัดการชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุมชาติพนั ธ
ในบรบิ ทพหวุ ัฒนธรรมภาคใต
2 แนวทางการบูรณาการพัฒนาอยางมีสวนรวมเพื่อการสง เสริมศักยภาพ
และการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของผูสงู อายุในศตวรรษที่ 21
2.1) การสงเสริมการใชนวตกรรมเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของผสู งู อายไุ ทย
2.2) กระบวนการสรางคุณคาในตนเองของผูสูงอายุภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง สูยากยกระดับชุมชนอยางบูรณาการ
4.0
2.3) การสงเสริมคณุ ภาพชวี ิตของผูสงู อายุโดยการมีสวนรวมของคนทกุ
ชว งวยั ในครอบครวั และชใุ ชน
2.4) แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผูสูงอายใุ นทองถิ่นโดยใชโรงเรียน
ผูส ูงอายเุ ปนฐาน
2.5) แนวทางการพัฒนาศักยภาพผูสูงอายุในชุมชน โดยความรวมมือ
ของภาคีเครอื ขา ย
3 ชุดโครงการพัฒนาระบบและกลไก ศพค. เสริมสรางครอบรัวเขมแข็ง
และมีจติ สํานกึ ความเปนไทย ดํารงชวี ติ แบบพอเพียงมากขึ้น
60
ชุด ชื่อ หนว ยงานท่ี งบประมาณ
โครงการ ดาํ เนนิ งาน ป 2564
3.1) การพัฒนารูปแบบและมาตรการขับเคลื่อนการเสริมพลังสุขภาวะ สค. (หนว ย : บาท)
ครอบครัวเชงิ พน้ื ท่ี 1,500,000
4,500,000
3.2) การพัฒนานวัตกรรมการเฝาระวังสถานการณครอบครัวเชิงพื้นที่ สค. 7,900,000
โดยชุมชน 2,800,000
5,100,000
4 การพฒั นาเมืองดวยการมีสว นรวมของภาครฐั และเอกชน กคช. 5,302,000
1,000,000
4.1) โครงการศึกษาความเปนไปไดในการสรางรายไดแกผูสูงอายุโดย กคช.
การแบง ทอี่ ยูอ าศยั ใหเ ชา 1,000,000
4.2) โครงการศึกษาแนวทางและความเปนไปไดในการจัดทําโครงการ กคช. 2,302,000
ฟน ฟชู มุ ชนเมือง ตามแผนพัฒนาเมอื งและยทุ ธศาสตรของภาครฐั
1,000,000
5 ชุดโครงการวิจัยบมเพาะนักวิจัยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ กมพ.
ม่นั คงของมนุษยด วยความรวมมือของภาควิชาการ 10,980,000
1,040,000
5.1) การสงเสริมสนับสนนุ นักวิจัยระดบั กลางดานการพัฒนาสังคมและ กมพ.
ความม่นั คงของมนษุ ย 954,000
5.2) การสงเสริมสนับสนนุ นกั วิจัยดานการพฒั นาสังคมและความม่นั คง 632,000
ของมนุษยใหมีศักยภาพสูงเปนกําลังในการเพิ่มประสิทธิภาพของ กมพ.
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย
5.3) โครงการพัฒนาระบบกลไกบริหารงานวิจัยเพื่อสนับสนุนพัฒนา กมพ.
นกั วิจัยกระทรวง พม.
5.4) การพัฒนาความรวมมือภาคีเครือขาย ภาครัฐ ภาควิชาการ
ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการสรางและขับเคลื่อนกลไก
เพื่อใหเกิดความมั่นคงทางสังคมในระดับพื้นที่สงเสริมใหชุมชนมีสวน กมพ.
รวมในการตัดสินใจในการกําหนดทิศทางการพัฒนาและบริหารจัดการ
ทรัพยากรในทองถ่นิ
6 พัฒนาระบบบริหารจัดการการบริการทางสังคม แบบบูรณาการเพ่ือ กมพ.
อนาคต “ความปนปว นของเทคโนโลยี” สาํ หรับคนทุกชว งวัย
6.1) รูปแบบการจดั ตัง้ ศนู ยเตือนภยั และเฝาระวังสถานการณท างสงั คม สสว. 1
กลไกกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย
6.2) แนวทางการจดั สวัสดกิ ารทเ่ี หมาะสมสาํ หรับกลมุ เปา หมายตงั้ ครรภ สสว. 2
ในวัยรุน
6.3) รปู แบบท่เี หมาะสมของการจดั บริการทางสังคมสาํ หรับผูสูงอายุท่ีมี
ภาระเลี้ยงดูครอบครัว : ศึกษาเฉพาะกรณีในเขตกลุมจังหวัดภาคกลาง สสว. 3
ตอนลาง
61
ชดุ ชือ่ หนว ยงานที่ งบประมาณ
โครงการ ดาํ เนนิ งาน ป 2564
6.4) การศึกษาแบบปฏิบัติที่ดีในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาเด็ก ดย. (หนวย : บาท)
ปฐมวัย สถานรองรบั เดก็ เอกชน สสว. 9 5,700,000
6.5) แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีสวนรวมของภาคีเครือขาย ก.ส.ค. 600,000
ดูแลผูสูงอายุในชุมชนเพื่อการยกระดับการรับมือสถานการณภัยพิบัติ สป.พม.
เขตจังหวดั ภาคเหนือตอนบน กมพ. 2,054,000
กมพ.
6.6) การพัฒนาตัวชี้วัดระดับความสําเร็จในการทําโครงการ ซีเอสอาร กมพ. 40,000,000
ของภาคธุรกิจที่มีสวนสนับสนุนการบรรลุเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 40,000,000
(SDGs) 29,310,600
ลาํ ดับท่ี 2 แผนงาน : การวิเคราะหสมรรถนะรายบุคคลเพื่อสรา งตน แบบอาชพี ใหม 10,689,400
ในรปู แบบ Reskill หรอื Upskill
การวิเคราะหสมรรถนะรายบคุ คลเพอื่ สรางตนแบบอาชีพใหมในรูปแบบ
Reskill หรือ Upskill
1.1) ปจจัยแหงความสําเร็จในการสรางตนแบบประชาชนที่เขาสูอาชีพ
ใหม เพื่อสรางรายไดแ ละลดความเหลอื่ มล้ําดา นรายได
1.2) โครงการสรางตนแบบระบบในการเก็บขอมูลศักยภาพประชาชน
รายบุคคลเพอื่ ลดความเหลอ่ื มลา้ํ โดยการพัฒนาเขา สูอ าชีพใหม
จากที่กลาวมาทั้งหมดขางตน เปนภาพรวมของหวงโซคุณคางานวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษยใ นภาพรวม ซงึ่ จะเหน็ ไดว า การประกาศใชพระราชบญั ญตั สิ ง เสริมวิทยาศาสตร วจิ ัย
และนวัตกรรม พ.ศ. 2562 เปน มดุ หมายหรอื นัยสาํ คัญทสี่ ง ผลกระทบ ผลสะทอน และผลสะเทือนตอ ระบบการ
วิจัยของประเทศ และผลักใหการดําเนินงานวิจัยของหนวยงานตาง ๆ ตองอยูภายใตระบบ อววน. ที่ทําให
หนวยงานตา ง ๆ ตอ งปรับตัวใหเขากับการวิจยั ภายใตร ะบบใหม ซ่งึ ในชวงท่ีทําการศึกษาน้ีเปน ชว งรอยตอ หรือ
อยูใ นชว งระยะเปล่ียนผานของระบบ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยกไ็ ดปรับตวั ใหเขา
กับระบบ อววน. ดวยเชนกัน หรืออาจกลาวไดวา กําลังอยูในชวงของการ “ติดตั้งระบบปฏิบัติการภายใน”
เพื่อรองรับการดําเนินภารกิจดานการวิจัยแบบใหมดังกลาว ดังนั้น ในสวนถัดไปคณะผูวิจัยจะแสดงใหเห็นถึง
พลวัตการปรับตัวของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยในระยะเปลี่ยนผานของการ
ประกาศใชพระราชบญั ญัติสง เสรมิ วิทยาศาสตร วจิ ัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562
62
3.3.2 การปรับตวั ในชวงเปลี่ยนผานของการประกาศใชพ ระราชบัญญตั สิ งเสริมวิทยาศาสตร วจิ ัยและ
นวัตกรรม พ.ศ. 2562
เมื่อกลาวถึง “สิ่งที่ปรับตัว” ก็มีความจําเปนอยูเองที่จะตองกลาวถึง “สิ่งที่ไมปรับตัว” ดวยเชนกัน
โดยขอสังเกตจากการศึกษาพบวา สิ่งที่ยังคงเดิม หรือกระบวนการวิจัยและการใชประโยชนจากงานวิจัยของ
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนษุ ย ประกอบไปดวย
1. ลักษณะการตั้งโจทยวิจัยยงั คงเดิม กลาวคือ เปนไปตามกลุมเปา หมายตามพันธกิจของหนวยงาน
ตาง ๆ ตามโครงสรางของกระทรวง พม. อีกทั้ง การกําหนดโจทยวิจัยยังคงมีลักษณะตามโครงสรางสายการ
บังคับบัญชาในลักษณะจากบนสูลาง (Top-Down) เนื่องจากตองทําตามนโยบายของหนวยงานระดับบนที่สูง
กวา เชน นโยบายของคณะรัฐบาล นโยบายของคณะกรรมการชาติชุดตาง ๆ อีกทั้ง ยังตองสอดคลองกับแผน
แมบ ทตา ง ๆ อาทิ แผนยทุ ธศาสตรชาติ 20 ป แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ หรอื แผนชาติในมิติตาง
ๆ ซึ่งหากไมกําหนดโจทยวิจัยใหมีความสอดคลองกับนโยบายของคณะบุคคลและแผนดังกลาวขางตน ก็อาจ
ไดรับการประเมินคะแนน KPI หรือ OKRs ในระดับตํ่า ซึ่งก็เปนภาพสะทอนไดในทางหนึ่งวา การดําเนินงาน
วจิ ยั ของหนว ยงานตา ง ๆ ของกระทรวงพม. ไมมคี วามเปนอิสระและยึดติดกบั กรอบที่ซบั ซอ นหลายเงื่อนไข
2. แตละหนวยงานยังคงทํางานแยกสวนกันโดยปฏิบัติภารกิจตามกลุมเปาหมายของตนเอง หรือ
อยูในลักษณะ “ไซโล” (silo) ตามการแบงโครงสรา งหนาท่ีภายในของกระทรวง ฯ และขาดการเชื่อมประสาน
ภารกิจในลกั ษณะบูรณาการการทาํ งานรว มกนั นอกจากน้ี กลไกสนบั สนุนการปฏิบตั ภิ ารกจิ ของบางหนวยงาน
โดยเฉพาะอยางยิ่งกองทนุ ตามกลุมเปาหมายตา ง ๆ ยังคงอยู แตจ ากการศกึ ษามีขอสงั เกตทน่ี า สนใจวา กองทุน
ตามกลุมเปาหมายตาง ๆ มิไดมีนัยสําคัญตอการขับเคลื่อนภารกิจดานการวิจัยและการนําผลการวิจัยไปใช
ประโยชนใ หมีประสิทธภิ าพและเปน รปู ธรรมเทาท่คี วร
นอกจากนี้ จากการท่ีแตละหนวยงานมุงใหความสําคัญกับการดําเนินการวิจัยเพื่อตอบสนองตอ
กลุมเปาหมายหลักของตนเอง โดยไมไดบูรณการการทําวิจัยระหวางหนวยงาน อาจทําใหประชากรบาง
กลมุ เปน ผทู ี่ “ถกู ท้ิงไวขา งหลัง” และไมไ ดรับการแกไขปญหา เนอื่ งจากวา ในสภาพความเปนจรงิ ในเชงิ สังคม
นั้น ประชากรซึ่งเปนเปาหมายหลักของการพัฒนาและแกปญหาในเชิงสังคม มีประเด็นปญหาที่เหลื่อมซอน
หรือซอนทับกันในหลายประเด็น มิไดจัดประเภทของประชากรตามกลุมเปาหมายของหนวยงานภายใต
กระทรวง พม. อยางตรงไปตรงมายกตัวอยางเชน “เปนผูสูงอายุ-เพศหญิง-มีความพิการทางสายตา” หรือ
“ผสู งู อายุ-มีความบกพรองทางรา งกาย-เปนคนไรบาน” จากท่กี ลาวมาขางตน จะเห็นไดวา โจทยท่ีนําไปสูการ
ต้ังกลุม เปา หมายใหเ ปนประเด็นปญหาเพ่ือรอการแกไข มีความทบั ซอ นของประเด็นปญ หาในเชิงสังคมและทับ
ซอนในเชิงกลุมเปาหมายที่หลากหลาย หากตั้งโจทยหรือกําหนดหัวขอวิจัยตามกลุมเปาหมายของหนวยงาน
เปนหลัก อาจทําใหกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย “ตกหลน” ในการนับรวมประชากร
ซึ่งเปนเปาหมายของนโยบายสาธารณะดานการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษยท่ีไมครอบคลุมทกุ กลุม
คน และทําใหการแกปญหาดวยนโยบายสาธารณะไมมีประสิทธิภาพเพราะไมเทาทันกับสถานการณท างสังคม
ตามความเปนจรงิ
63
3. การขอจัดสรรงบประมาณเพ่ือทําวิจัยยงั เปน การเขียนโครงการลว งหนา ทําใหป งบประมาณกับ
หัวขอการวิจัยยังคงไมสัมพันธกัน กลาวคือ สถานการณณทางสังคมที่เปนปญหาจนกอใหเกิดความพยายาม
ในการศึกษาวิจัยเพื่อแกปญหานั้น เปนส่ิงที่มีพลวัตและเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา และอาจยุติหรือจบลง
กอนที่โครงการศึกษาวิจัยจะไดรับการอนุมติ ดังนั้น แมวา การศึกษาวิจัยตอปรากฎการณทางสังคมที่
ผลกระทบนั้นไดยุติหรือจบลงไปแลว จะทําใหการเขาถึงขอมูลเปนเรื่องงาย แตผลของการศึกษาวิจัยนั้น อาจ
ไมสามารถนํามาใชแกปญหาไดอยา งมีประสิทธิภาพ เนื่องจากผลของการศึกษาไมเทาทันตอปรากฎการณทาง
สังคมที่เกิดขึ้น แมวา ผลการศึกษาจะนั้นไดแสดงความเขาใจตอรากของปญหาและเสนอทางแกไขไดอยาง
เทยี่ งตรงและมปี ระสทิ ธภิ าพก็ตาม
4. การนําผลการวจิ ัยไปใชประโยชนยงั คงไมม คี วามเปน รูปธรรมชัดเจน ซึ่งในประเดน็ นี้ อาจเกดิ ขึ้น
จากวัฒนธรรมองคกรที่ไดรับการสืบทอดจนกลายมาเปน “มรดกเชิงโครงสราง” ที่ไดรับจาก “กรม
ประชาสงเคราะห” ที่เนนการปฏิบัติเพื่อสงเคราะหชวยเหลือมากกวา การผลิตสรา งองคความรูเพื่อปองกันภัย
อันตรายสาธารณะใหแกสังคม แตอยางไรก็ตาม ก็ตองกลาวอยางเปนธรรม ณ ที่นี้วา ชวงเวลาในการศึกษานี้
(2563 – 2565) เปน ชว งรอยตอ หรอื ชวงเปล่ยี นผา นของระบบการวจิ ัยแบบใหมภ ายใตร ะบบ อววน. การวิจัย
ของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษยจ ึงยงั ไมมีเสถยี รภาพ หรือเขาสูส ภาวะคงที่ เพราะเปน
สภาพแวดลอมที่เต็มไปดวยเงื่อนไขการดําเนินการวิจัยแบบใหม จึงอาจกลาวไดวา งานการศึกษาวิจัยของ
กระทรวง พม. จึงยัง “ไมเขารูปเขารอย” หรือดําเนินการศึกษาวิจัยไดเต็มตามศักยภาพตามความมุงหวังของ
ระบบการวิจัย อววน. ที่ถูกสรางขึ้นใหมตามพระราชบัญญัติการสงเสริมวทิ ยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2562 แตอยางไรก็ตาม คณะผูวิจัยหวังเปนอยางยิ่งวา กระบวนการศึกษาวิจัยและการนําผลการวิจัยไปใช
ประโยชนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจะมีประสิทธิภาพในการสรางองคความรู
เพอื่ เปลี่ยนแปลงและพฒั นาสังคมใหด ยี ิ่งข้ึนในอนาคต
สําหรับส่งิ ท่เี ปลีย่ นแปลง หรอื พลวัตของการปรับตัวของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษยภายหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562
ประกอบไปดว ย
1. เกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานะของตัวแสดงในหวงโซคุณคา กลาวคือ กอนการประกาศใช
พระราชบัญญตั ิสง เสริมวทิ ยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมั่นคง
ของมนุษย และหนว ยงานตา ง ๆ ภายใตโครงสรา งของกระทรวง ฯ มีสถานะเปน “ผใู ชประโยชนจากงานวิจัย”
(Research User) โดยมีอาจารยมหาวิทยาลยั นกั วิชาการ สถาบนั การศึกษา และองคกรอนื่ ๆ ท่เี ก่ียวของเปน
ผูดําเนินการวิจัยจากการจัดซื้อจัดจางซึ่งมีสถานะเปน “ผูผลิตงานวิจัย” (Research Producer) ในบริบท
ดังกลา ว กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ยเปนตัวแสดงท่ีมีอิทธพิ ลและมอี ิสระตอการอนุมัติ
โครงการวิจยั และงบประมาณท่ีใชในการทําวจิ ยั ใหแกหนว ยงานภายในตาง ๆ ตามความเหมาะสม แตภายหลัง
การประกาศใชพ ระราชบัญญัตสิ งเสริมวิทยาศาสตร วิจยั และนวัตกรรม พ.ศ. 2562 ทีเ่ ปน การผลกั ใหกระทรวง
การพัฒนาสังคมคมและความมั่นคงของมนุษยตองเขาสูระบบการวิจัยภายใตระบบ อวนน. ไดนําไปสูการ
64
เปลี่ยนแปลงสถานะในหวงโซคุณคาของการวิจัย โดยทําใหกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษยตองเปนทั้ง “ผูผลิตและผูใชประโยชนจากงานวิจัย” (Research User-Producer) เนื่องจากบุคลากร
ของหนวยงานยอยตาง ๆ ซึ่งเปนขาราชการของกระทรวง ฯ ตองเปนผูดําเนินการวิจัยดวยตนเองตามสภาพ
บังคับที่เกิดขึ้นจากพระราชบัญญัติดังกลาว นอกจากสถานะที่เปลี่ยนแปลงขางตนแลว กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษยยังถูกลดบทบาทในสายพานการผลิตงานวิจัย กลาวคือ จากเดิมที่กระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยนั้นมีอิทธิพลและอํานาจในการตดั สนิ ใจอนุมัติและใหความเห็นชอบ
ในการทําวิจัยและจัดสรรงบประมาณดานการวิจัยใหแกบุคคลหรือองคกรตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอก
หนวยงาน แตภายใตระบบ อววน. นี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยถูกลดบทบาทให
เหลือเพียง “ผูกลั่นกรอง” หรือ “คนกลาง” ในการสงตอขอเสนอโครงการวิจัยไปสูสกสว. เทานั้น หรือกลาว
อกี นัยหนึง่ ภายใตส ภาพแวดลอมการวจิ ัยแบบใหม สกสว. เปนตัวแสดงที่สาํ คัญท่ีสรา งแรงกระเพื่อมทําใหเกิด
การเปล่ยี นแปลงในหวงโซคุณคาของงานวจิ ัย อกี ทั้ง ยังมอี ิทธิพลและอาํ นาจการตดั สินใจตอการผลิตสรางองค
ความรูของกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย
2. การแตง ตงั้ คณะทํางานเพ่ือรองรับสภาพแวดลอมการวจิ ัยทเี่ ปลี่ยนแปลง : กระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย และหนวยงานภายใตโครงสรางของกระทรวง ไดพยายามปรับตัว หรือปรับ
องคกรใหเขา กับระบบการวิจยั แบบใหมดวยการแตง ตง้ั คณะกรรมการและคณะอนกุ รรมการบรหิ ารงานวิจัยชุด
ตา ง ๆ เพอ่ื สรางกลไกในการขับเคล่ือนงานวิจัยของกระทรวง ฯ เชน “คณะกรรมการบรหิ ารนโยบาย งานวิจัย
และนวัตกรรม” ซึ่งเปนคณะกรรมการระดับกระทรวงที่มีอํานาจในการกลั่นกรองและใหความเห็นชอบ
โครงการวจิ ัยตา ง ๆ ของกระทรวง ตามพระราชบัญญัตสิ ง เสริมวทิ ยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 25625556
หรือ “คณะทํางานจัดทําแผนยุทธศาสตรการวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตคน
พกิ าร พ.ศ. 2560 – 2564”5657 ของกรมสงเสริมและพฒั นาคุณภาพชวี ิตคนพิการ เปนตน อีกทัง้ ยังมีการจัดทํา
แผนยุทธศาสตรการวิจัยของกระทวง ท่เี ปรยี บเสมือนเปนหางเสือดา นการวจิ ัยเพ่ือใชในการกาํ หนดทิศทางการ
ทําวจิ ยั ใหม คี วามชัดเจนและทําใหก ารทาํ วิจยั ของหนว ยงานตา ง ๆ สอดประสานเปนไปในทิศทางเดยี วกัน
3. กระบวนการที่ซับซอนมากยิ่งขึ้นและทักษะการวิจัยที่ไมไดเตรียมการ: จากที่กลาวมาขางตนวา
กระบวนการวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ยก อนการประกาศใชพระราชบัญญตั ิ
การสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 การอนุมัติโครงการวิจัยและงบประมาณอยูในดุลย
พินิจและอํานาจการตัดสนิ ใจของกระทรวง ดังนั้น ขั้นตอนการขออนุมัตโิ ครงการและงบประมาณจงึ ไมม ีความ
สลับซับซอน แตเมื่อกระบวนการวิจัยเขาสูระบบการวิจัยภายใตระบบ อวนน. ที่ทําใหกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนษุ ยตอ งเปน ผกู ล่นั กรอง เสนอโครงการวิจัย และขอจัดสรรงบประมาณจาก สกสว.
ซงึ่ เปน กระบวนการการขออนุมัตโิ ครงการวจิ ยั และงบประมาณทเี่ พ่มิ เตมิ ข้ึนมาอีกชน้ั หนงึ่ สง ผลมาสูการเกิดขึ้น
56 คาํ สัง่ กระทรวง พม. ท่ี 639/2563
57 แผนการวจิ ยั นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ พ.ศ. 2561 – 2564
65
โครงสรางที่ทับซอนกันมากยิ่งขึ้น ในประเด็นดังกลาวแสดงใหเห็นไดจากการแตงตั้งคณะกรรมการบริหาร
งานวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยซึ่งเปนการเพิ่มขึ้นของสายโครงสรางการ
บังคับบัญชาตามภารกิจดานการวจิ ัย และนอกจากโครงสรางที่เพิ่มขึ้นแลว ผลสะทอนที่ตามมาของโครงสราง
ดังกลา วกค็ อื ระยะเวลาในการอนมุ ัติโครงการวจิ ยั และงบประมาณท่เี พิ่มขน้ึ ตามโครงสรา งทซ่ี ับซอนขึน้ ดวย
นอกจากน้ี การเขาสูสภาพแวดลอมการวิจัยแบบใหมภายใตระบบ อววน. โดยที่ไมไดเตรียมความ
พรอมดานทกั ษะการทาํ วจิ ยั ใหแกบุคลากร อาจเปนการสรางอุปสรรคตอการขบั เคล่ือนงานวิจยั ของกระทรวงท่ี
ขับเคลื่อนไปดวยความลาชา เนื่องจากบุคลากรสวนใหญเปนนักปฏิบัติการจึงมีความคุนชินกับงานปฏิบัติ อีก
ทั้ง กอ นการประกาศใชพระราชบญั ญัติการสงเสรมิ วิทยาศาสตร วิจัยและนัวตกรรม พ.ศ. 2562 กระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยไดใหบุคคลภายนอกผูมีความรูความเชี่ยวชาญดานการวิจัยเปน
ผดู าํ เนนิ การวิจัยเพื่อตอบสนองตอภารกิจดานวชิ าการมาโดยตลอด ดงั น้ัน สภาพบงั คับในเชงิ กฎหมายท่ีเกิดขึ้น
จากพระราชบัญญัติฉบับดังกลาวในการที่ใหบุคคลากรของกระทรวงตองเปนผูทําวิจัยดวยตนเองโดยที่ไมได
เตรียมความพรอมดานทักษะการวิจัยที่ถูกตอง จึงอาจเปนการสรางปญหาใหแกบุคลากรของกระทรวงการ
พัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษยในระยะเปลี่ยนผานดว ย
ทัง้ นี้ จากการศึกษามีขอสังเกตที่สําคัญอยา งนอย 2 ประการ ท่ีเกี่ยวของกบั หวงโซคุณคาของการวิจัย
ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ไดแก ประการแรก ศักยภาพของหวงโซคุณคา
งานวจิ ัยของบางหนว ยงานที่มปี ระสิทธภิ าพสูง มกั ไดร บั อิทธิพลจากอํานาจทางการเมืองจากภายนอกท่ีสูง
กวา ซึ่งเปนขอสังเกตจากการที่บางหนวยงานหรือบางกรมนั้น มีความเหลื่อมซอนกับวงรอบแหงอํานาจการ
ตัดสินใจทางการเมืองที่สูงกวาระดับกระทรวง กลาวคอื บางหนว ยงานหรือบางกรมสามารถเชอื่ มตอกับอํานาจ
การตัดสินใจทางการเมืองจากตัวแสดงทางการเมืองที่มีลําดับชั้นโครงสรางการบงั คับบัญชาที่สูงกวากระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เชน กรมกิจการสตรีสามารถเชื่อมตอกับคณะกรรมการชาติถึง 3
ชุด ซึ่งคณะกรรมการชาติแตละชุดลวนแลวแตมีอํานาจในการตัดสินใจในการใชทางเลือกเชิงนโยบายในการ
สนับสนุนภารกิจของกรมกิจการสตรีได โดยเฉพาะอยางยิ่ง การอนุมัติการใชเงินกองทุนเพื่อสานภารกิจของ
หนว ยงานใหม ีประสิทธภิ าพ มีความรวดเร็ว และเทาทนั ตอ สถานการณท่เี ปนปญหาของกลุมเปา หมาย เปนตน
ดังนั้น จึงอาจกลาวไดวา การเชื่อมตอกับวงรอบแหงอํานาจการตัดสินใจทางการเมืองที่มีหนาที่ในการออก
นโยบายสาธารณะตามกลุมเปาหมายเฉพาะที่สูงกวา ยอมทําใหการปฏิบัติภารกิจตามกลุมเปาหมายของ
หนวยงานเปน ไปดวยความสะดวกและมปี ระสทิ ธิภาพมากกวาหนวยงานที่ไมไดเชือ่ มตอ ไมไดมีกฎหมาย หรือ
คณะกรรมการชาติในดานนั้น ๆ หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง สายใยที่เชื่อมโยงระหวางหนวยงานกับคณะกรรมการ
ชาติในดานตาง ๆ ที่มีลําดับชั้นสูงกวาระดับกระทรวงสามารถเปนภาพสะทอนของการจัดลําดับความสําคัญ
ของผบู ริหารประเทศหรอื นโยบายของรัฐบาลไดวา ใหความสําคญั กับเรอื่ งใดเปนสาํ คัญกอนหลงั น่นั เอง
ประการท่สี อง เมื่อกลาวถึงการแนบชิดกบั วงรอบแหงอํานาจการตัดสินใจทางการเมืองท่ีสงผลตอการ
ผลกั ดันองคความรูใหเปนนโยบายสาธารณะ กม็ ีความจําเปน อยูเองทจี่ ะตอ งกลาวถึง “ความเปนการเมือง” ใน
การผลักดันองคความรูจากการวิจัยใหเขาสูการพิจารณาวาระในเชิงนโยบาย หรือก็คือ “ความเปนการเมือง
66
ของนโยบายสาธารณะ” ซึ่งในประเด็นน้ี ก็จะตองมีตัวแสดงท่ีมอี ิทธิพลทางการเมอื งที่มอี ํานาจในการครอบงํา
ทางความคิดเขามาเกี่ยวของ โดยอาศยั การส่ือสารเพ่ือถายทอดคุณคา จากงานวจิ ยั บางประการทจี่ ะนําไปสูการ
ตัดสินใจของผูมีอํานาจในการสรางนโยบายสาธารณะ ซึ่งในประเด็นนี้ก็คือ “กลองดํา” (Black box) ที่
คณะผวู จิ ยั เองไมสามารถเขาถึงได แตจ ากการศึกษากส็ ะทอนภาพใหเหน็ วา การจะผลักประเด็นการวิจัยใหอยู
ในความสนใจของผูมีอํานาจการตัดสนิ ใจทางการเมืองน้ัน จะตองอาศัยการส่ือสารโนมนาวเพื่อล็อบบี้ (lobby)
หรือการเจรจาตอรอง ที่รวมไปถึง charisma ของผูนําเสนอคุณคาในเชิงนโยบายสาธารณะของงานวิจัยท่ี
ตอ งการจะผลักใหเปน นโยบายสาธารณะดว ย ดังน้นั การนาํ ผลการวจิ ัยไปใชป ระโยชนจ งึ ไมสามารถแยกขาด
จากอาํ นาจทางการเมอื งได หรือกลาวอยางถึงที่สุดก็คือ “ความรูและอํานาจจึงเปนคูกัน ไมสามารถหลีกเล่ียง
ซึง่ กนั และกันได” ท่ถี งึ แมวาผลงานวิจัยจะมีคุณคาในเชิงวิชาการและมีคุณคาตอสงั คมมากนอยแคไหนก็ตาม ก็
ขึ้นอยกู ับวา ผูมีอํานาจการตดั สินใจทางการเมืองจะเหน็ คุณคาหรือผลประโยชนจ ากการแปลงองคความรูใหเปน
นโยบายสาธารณะหรือไม หรือผูที่มีอิทธิพลทางความคิดตอการตัดสินใจทางการเมืองงในประเด็นปญหา
สาธารณะตาง ๆ หรือเรยี กอยางลาํ ลองวา “เจาของวงการ” จะเห็นคุณคา ของงานวจิ ัยและสงตอคุณคาน้ันไปสู
วงการเมืองที่มีอาํ นาจตดั สินใจในเชิงนโยบายสาธารณะหรอื ไม
จากที่กลาวมาทั้งหมดขางตนจึงแสดงใหวา การนําผลการวิจัยไปใชประโยชนใหเปนนโยบาย
สาธารณะนั้นไมไดกระทําอยางตรงไปตรงมาตามหวงโซคุณคาของการวิจัย ขึ้นอยูกับวา (1.) “ใคร” เปน
เจาของอํานาจความรูที่ชี้นําสังคมในมิติตา ง ๆ และเห็นคุณคาการหยิบยกงานวิจัยนั้น ๆ มาใช (2.) งานวิจัยที่
ถกู ทาํ ใหเ ปน นโยบายสาธารณะนัน้ ๆ ใหผลประโยชนก บั ใคร หรอื ใครคือผมู สี วนไดเ สีย ? และ (3.) งานวิจัยน้ัน
ๆ ใหประโยชนแกผูที่นํามาใชหรือไม ? และอยางไร ? ขอคําถามขางตน ลวนเปนเงื่อนไขที่สงผลตอการนํา
ผลการวิจัยมาใชประโยชนใหเปนรูปธรรมในฐานะของนโยบายสาธารณะแทบทั้งสิ้น สําหรับประเด็นนี้ เปน
เพียงขอ สังเกตท่ไี ดจ ากการศกึ ษาเทานน้ั คณะผวู จิ ยั จงึ ตอ งขอยุติประเด็นดงั กลา วแตเ พยี งเทาน้ี
3.4 การวิเคราะหค วามตองการใชประโยชนจ ากงานวิจัย (demand-sided analysis) ของ
หนวยงานในกระทรวงรวมถึงภาคที เี่ ก่ียวขอ ง
3.4.1 ความตองการใชป ระโยชนจ ากงานวจิ ัยของหนว ยงานตาง ๆ ในกระทรวง (Research users)
ในประเด็นความตองการใชประโยชนจากงานวิจัยของหนวยงานตาง ๆ ภายใตกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษยนั้น คณะผูวิจัยไดสังเคราะหความตองการในการทําวิจัยของหนวยงานระดับ
ตาง ๆ จากการสัมภาษณเชิงลึกและการสนทนากลุมผูบริหารระดับสูงของหนวยงานระดับกรมหรือเทียบเทา
กรม และผูแทนหนวยงานบริหารทั้งสวนกลางและสวนภูมิภาค การสังเคราะหขอมูลจากแผนยุทธศาสตรการ
วิจัยของบางหนวยงาน รวมไปถึงการรวมประชุมพิจารณาประเด็นเพื่อจัดเวทีวิชาการทางสังคมเพื่อกําหนด
67
ทิศทางงานวิจัยแหงอนาคต5758 ที่จัดขึ้นโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย ซึ่งคณะผูวิจยั
ไดจําแนกความตองการในการทําวิจัยของหนวยงานภายใตกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษยออกเปน 2 ระดับไดแก 1) หนวยงานบริหารกลางสังกัดสํานักปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย และ 2) หนวยงานระดับกรมหรือเทียบเทากรม โดยรายละเอียดสามารถแสดงไดดังตารางที่
3.3 แสดงความตองการในการทําวิจัยโดยจําแนกตามหนวยงานระดับตาง ๆ
ตารางท่ี 3. 3 ความตอ งการใชป ระโยชนจ ากงานวิจัยในประเด็นตา งๆ โดยจาํ แนกตามหนว ยงานภายในกระทรวงพัฒนาสงั คม
และความม่ันคงของมนุษย
หนวยงาน ประเดน็ ท่ีตอ งการในการทาํ วจิ ัย
1. หนวยงานบรหิ ารกลางสงั กัดสํานกั ปลัดกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย (สป.พม.)
1.1 หนวยงานบริหารกลาง
1.1.1 กองตอ ตา นการคา 1.) รปู แบบการคา มนษุ ยแนวใหมโ ดยเฉพาะอยา งยิ่งในชวงการแพรร ะบาดของโรคโควิด-
มนษุ ย 19
2.) Road Map สู Tier 1 ของการจดั อนั ดับสถานการณก ารคามนษุ ยใ นประเทศ
1.2 หนว ยงานบรหิ ารกลางสว นภมู ิภาค
1.2.1 สาํ นักงานสนับสนุนและ งานวิจัยที่มีลักษณะพัฒนาจากงานประจําไปสูงานวิจัยหรือ R2R (Routine-to-
สงเสริมวิชาการ 1-11 Research) และมีวัตถุประสงคสําคัญเพื่อแกไขปญหาสังคมในบริบทเชิงพื้นท่ี5859 เชน
(สสว. 1-11) งานวิจัยเพื่อแกปญหาแมวัยใสในจังหวัดที่พบสถิติการตั้งครรภไมพรอมของเด็กและ
เยาวชนสงู เปน ตน
2. หนว ยงานระดับกรมหรอื เทียบเทากรม
2.1 กรมพัฒนาสงั คมและ 1) การวจิ ัยเพื่อสรา งนวัตกรรมในระดับพ้นื ที่
สวสั ดิการ 2) การวิจัยเพอื่ พฒั นาคน โดยเฉพาะอยา งยิง่ บคุ ลากรของกรมพฒั นาสังคมและสวัสดกิ าร
3) การคืนสถานะพลเมอื งใหแกคนไรท พ่ี ง่ึ และการปอ งกนั การกลบั มาเปน คนไรท ่พี ่ึงซาํ้
4) การสงเสริมกระบวนการเรียนรูดิจิทัลใหแกกลุมราษฎรบนพื้นที่สูง รวมไปถึงการ
สง เสรมิ การสรา งงานและอาชีพ
2.2 กรมกิจการผสู งู อายุ 1) นวัตกรรมการออมสําหรับผูสูงอายุที่นําไปสูความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่สามารถนําไป
ปฏิบัติใชไดอยางเปนรูปธรรม เชน การออมรูปแบบใหมอยาง “ทองคําเขียว” (ตนไมที่
สรางมลู คา เพิม่ ได)
2) อาชีพรูปแบบใหมสําหรับผูสูงอายุ รวมไปถึงลักษณะอาชีพ อัตราคาแรง และชั่วโมง
การทํางานท่ีเหมาะสมสําหรับผสู งู อายุ เชน อาชพี จองควิ เปนตน
3) รัฐสวสั ดกิ ารแนวใหมสําหรบั ผสู ูงอายุ “...ควรใหเปนบคุ คลหรอื ครัวเรอื น ?” (UBI)
58 เวที Social Forum เร่ือง “การประชุมพิจารณาประเด็นเพ่ือจดั เวทวี ิชาการทางสังคมเพอื่ กาํ หนดทศิ ทางงานวิจัยแหง อนาคต” จัดข้ึนโดย
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย วนั พฤหสั บดที ่ี 22 กรกฎาคม 2564 ซง่ึ ในการประชุมดงั กลา วไดม กี ารนําเสนอหวั ขอ วิจัย
จากผแู ทนหนวยงานตาง ๆ ทตี่ อ งการดาํ เนนิ การวิจัยในอนาคต
59 สังเคราะหจ ากการสนทนากลุมเฉพาะ (focus group discussion)