68
หนวยงาน ประเด็นที่ตองการในการทําวจิ ัย
4) การสงเสรมิ ใหภาคเอกชนเขา มาดแู ลผสู งู อายไุ รที่พึง่
2.3 กรมกจิ การเดก็ และ 5) อปุ กรณช วยสนับสนุนการดํารงชีวิตของผูส งู อายุ
เยาวชน5960 6) ระบบการดูแลผูสูงอายุโดยใชชุมชนเปนฐานเพื่อลดการสงผูสูงอายุไปยังสถานพักพิง
โดยเนนการสง เสรมิ บทบาทของครอบครัว
2.4 กรมกจิ การสตรีและ 7) การมสี ว นรว ม ความมั่นคง และภาวะสขุ ภาพของผูส ูงอายุ
สถาบนั ครอบครัว 8) ผูสงู อายุในเมอื งในมิติตาง ๆ
9) การเสรมิ พลังเพื่อสบื ทอดวฒั นธรรมในมิติตาง ๆ ใหแกการรวมกลุมของผูสูงอายุ เชน
2.5 กรมพัฒนาคณุ ภาพชีวิต การสืบทอดองคความรูและภูมิปญญาของผูสูงอายุในชมรมผูสูงอายุประเภทตาง ๆ เปน
คนพกิ าร6061 ตน
10) การเชื่อมตอระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ใหเช่ือมตอกบั ฐานขอ มลู ประชากรผสู งู อายุ
1) สังคมดิจิทัลและการสรา งโอกาสเชิงดจิ ทิ ัลใหแ กเด็กและเยาวชน
2) ความตองการวิจัยในประเด็นเด็กและเยาวชนท่ีถูกสง ตอไปยังหนวยงานระดับพ้นื ทีจ่ ะ
แปรเปลี่ยนไปตามบรบทิ เชงิ พื้นที่ อาทิ การทําวิจัยในประเด็นเด็กและเยาวชนของ สสว.
ยังคงอยใู นกรอบ “ยุวอาชญากร” เปนตน
3) ชองวางของชวงวัย (generation gap) ระหวางกลุมเด็กและกลุมประชากรในรุนตาง
ๆ
4) การเตรียมทักษะอาชีพสําหรับเดก็ และเยาวชน
5) การเสริมพลังทางสังคมเพื่อปกปองคุมครองความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและ
เยาวชนในชวงการแพรระบาดของโรคโควดิ -19 และหลงั โควิด-19 (Post-Covid)
6) การกลั่นแกลง ดวยวาจา (bully) ในสถานศกึ ษา
1) การเพ่ิมบทบาทของสตรีในการมสี วนรวมทางการเมอื ง
2) กลไกการพัฒนาบทบาทของสตรแี ละสถาบันครอบครวั ในระดบั ทอ งถนิ่
3) รูปแบบของครอบครวั แนวใหมและฐานขอมลู ของกลมุ LGBTQ+
4) การจัดพน้ื ทก่ี ารเรียนรสู ําหรับครอบครัว
5) การจัดทาํ งบประมาณทคี่ ํานึงถึงเพศสภาวะ (Gender Responsive Budget: GRB)
6) การขบั เคลื่อนประเดน็ ขมขนื กระทําชาํ เราใหเ ปนวาระแหง ชาติและพัฒนาการทางดาน
กฎหมายในความผิดทางเพศ
1) การปองกนั ภาวะความพกิ าร
2) ระบบคมุ ครองทางสังคมสาํ หรับผพู ิการ
3) การผลิตสรางองคความรูดานผูพิการที่สามารถนําไปปฏิบัติใชไดจริงทั้งทางเศรษฐกิจ
และสังคม
60 สังเคราะหจ ากการประชุมพิจารณาประเดน็ เพื่อจัดเวทวี ชิ าการทางสังคมเพื่อกาํ หนดทิศทางงานวจิ ัยแหงอนาคตท่ีจัดขึ้นโดยกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย
61 ประเด็นความตองการในการทําวิจัยของกรมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการต้ังแตประเด็นที่ 5 -12 มาจาก “แผนการวิจัย นวัตกรรมและ
เทคโนโลยเี พ่ือการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ คนพกิ าร พ.ศ. 2561 – 2564”
หนว ยงาน 69
2.6 สถาบันพัฒนาองคกร ประเด็นท่ตี อ งการในการทาํ วิจยั
ชุมชน (องคก ารมหาชน) 4) การพัฒนาคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางอาชีพสําหรับผูพิการที่นําไปสู
(พอช.) ความสามารถในการเล่อื นชนั้ ทางอาชีพ
5) สุขภาวะของผูพิการ เชน การศึกษาวิจัยสรางองคความรูดานการสงเสริมสขุ ภาพ การ
พฒั นาระบบบรกิ ารสขุ ภาพทนั สมัยสําหรบั ผพู กิ าร การเพ่ิมทักษะการดูแลสุขภาพใหแกผู
พกิ ารรายใหม ครอบครัวของผพู กิ าร รวมไปถึงผูดูแล เปน ตน
6) การศกึ ษาของเด็กและเยาวชนพกิ ารและการศึกษาตอเนอื่ งตลอดชีวติ
7) การลดความยากจน การทาํ งาน และการจา งงานผพู ิการ
8) เทคโนโลยแี ละนวัตกรรมเพือ่ สนับสนนุ การจัดสภาพแวดลอมท่เี อ้ือตอ คนพกิ าร
9) การพฒั นาขอ มลู และการใชเทคโนโลยีดจิ ิทัลเพ่อื สนบั สนนุ การเขาถงึ ของผูพกิ าร
10) สตรีพกิ าร
11) การจดั การภยั พบิ ตั เิ พอ่ื ลดความเส่ยี งภัยใหแกผูพิการในสถานการณว ิกฤตติ าง ๆ
12) การพฒั นาระบบบริการของหนวยงานหรือองคก รตาง ๆ ที่ใหบรกิ ารแกผูพิการ
1) การประเมินผลตอบแทนทางสงั คม (Social Return on Investment) ท่ีมุง เนน ความ
คุมคา ในการลงทุน
2) รายไดพ ้ืนฐานถว นหนา (Universal Basic Income: UBI)
3) การประเมินความคุมคาในการจัดตั้งและการดําเนินงานของหนวยงานภาครัฐ หรือ
หนวยงานในกํากับของรัฐประเภทตาง ๆ เชน หนวยงานระดับกรมกับองคการมหาชน
เปนตน
4) การพฒั นากลไกการพฒั นาโครงการตา ง ๆ ทมี่ ุงเนน ผลลัพธ
ประเด็นงานวิจัยที่ตองการใชประโยชนของหนวยงานในกระทรวง มีทั้งแบบเนนกลุมเปาหมาย
(Targeted group-based) และเนนประเด็นศึกษา (Issue-based) ซึ่งจากตารางขางตนมีขอ สังเกตที่นาสนใจ
ประการหนึ่ง คือ ความตองการในการทําวิจัยของแตละหนวยงานนั้นจะมุงเนนที่กลุมเปาหมายในเชิงภารกิจ
ของหนวยงานเปนหลัก แตในสภาพความเปนจริงของบริบททางสังคม สภาพบุคคลของบุคคลบางกลุมมีความ
ซบั ซอนในเชิงประเดน็ และทบั ซอนในเชิงกลุมเปาหมายของหนวยงานตา ง ๆ อาทิ “ผสู งู อาย-ุ เพศหญิง-มีความ
พิการทางสายตา-อยูคนเดียว” จากการยกตัวอยางขางตน จึงนํามาสูขอคําถาม 2 ประการ กลาวคือ ประการ
แรก หนวยงานใดจะเปนผูรับผิดชอบกลุมบุคคลดังกลาว และประการที่สอง จะมีความเปนไปไดหรือไม และ
มากนอยเพียงใดในการกาวขามพรมแดนการทําวิจัยของแตละประเด็นใหอยูในลักษณะบูรณาการหัวขอการ
วจิ ยั รวมไปถงึ การประสานความรว มมือในการทําวิจัยของหนว ยงานตาง ๆ เพอื่ ตอบสนองตอทกุ กลุมประชากร
ที่ดํารงอยูในสังคมใหไดมากที่สุด ซึ่งในประเด็นนี้เปนประเด็นที่คณะผูวิจัยหรือผูที่สนใจศึกษาจะตองศึกษา
ตอไปในอนาคต
70
3.4.2 ความตองการงานวจิ ัยในอนาคตของกลุมผผู ลิตงานวิจัยและภาคีในการขบั เคล่อื นนโยบายสาธารณะ
(Research suppliers)
ผลจากการสัมภาษณเชิงลึกและการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวของ คณะผูวิจัยไดทําการรวบรวมความ
ตองการงานวิจัยที่จําเปนตอการนํามาใชขับเคลื่อนนโยบายในอนาคตใน 2 กลุมเปาหมาย คือ กลุมผูสูงอายุ
และกลุมคนพกิ าร ซึ่งมีรายละเอียดดังน้ี
ประเดน็ ผสู ูงอายุ
รายงานสถานการณผูสงู อายุไทยถือเปนแหลงขอมูลสําคัญแหลง หนึง่ ท่กี รมกิจการผสู งู อายุไดนําไปใช
เปนแหลงอางอิงสําคัญในการกําหนดนโยบายดานผูสูงอายุในแตละป รวมถึงผลักดันประเด็นปญหาผูสูงอายุ
และขอเสนอแนะเชิงนโยบายจากรายงานดังกลาวใหเปนวาระแหงชาติเพื่อใหเกิดการขับเคลื่อนอยางเปน
รูปธรรมตอไป ดังนนั้ จึงไดร วบรวมงานวจิ ยั เดน ดานผูสงู อายุ และขอเสนอแนะเชิงนโยบายจากรายงานดังกลาว
ในชวงเวลา 5 ปยอนหลัง (พ.ศ. 2559-2563) เพื่อใหเห็นถงึ การเปลีย่ นแปลงของประเด็นดานผูส ูงอายทุ ี่มีการ
ทําวิจยั และบางประเด็นถกู ยกระดับข้ึนมาเปนนโยบายสําคัญในการขับเคลื่อนงานดานผูสูงอายุของกรมกิจการ
ผูสูงอายุ รวมถึงหนวยงานอืน่ ๆ ทีเ่ ก่ียวของ
ตารางที่ 3. 4 งานวิจัยเดนดานผูสูงอายุและขอเสนอแนะเชิงนโยบายจากรายงานสถานการณผูสูงอายุไทยระหวางป พ.ศ.
2559-2563
ป พ.ศ. งานวิจัยเดนดานผสู งู อายใุ นแตล ะรอบป ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
จากรายงานสถานการณผูสงู อายไุ ทย
2559 1. การศึกษาความสําเร็จในการแปลงนโยบายดาน ขอเสนอแนะเชิงนโยบายเพ่อื สุขภาพอนามัยผูส ูงอายุ
สุขภาพผูสูงอายุสูการปฏิบัติของโรงพยาบาลในสังกัด 1. การเสริมสรางสุขภาพอนามัยและสรางรูปแบบ การ
กระทรวงสาธารณสขุ : กรณีศกึ ษาคลนิ กิ ผสู งู อายุ ใหบริการดานสุขภาพแกผูสูงอายุอยางทั่วถึงและเทา
2. โครงการศกึ ษาตนแบบของการบูรณาการระบบการ เทยี ม ตัวอยา งขอ เสนอยอ ย เชน
ดูแลผสู ูงอายรุ ะยะยาวในกลุมผูสงู อายุทีม่ ภี าวะพง่ึ พิง 1.1 พัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบไรรอยตอเพื่อเพ่ิม
3. การทบทวนเอกสารดานสุขภาพและการดูแลระยะ โอกาสการเขาถึงบริการโดยจัดรถโดยสารรับสง
ยาวของผสู ูงอายุท่ีเกีย่ วของกับกฎหมาย ผูสูงอายุ
4. ถอดบทเรียนสถานประกอบการทม่ี ีการจางแรงงาน 1.2 เพิ่มประสิทธิผลของการดูแลผูสูงอายุนอก
สูงวัย สถานพยาบาลโดยเฉพาะการดูแลระยะยาวที่บาน
5. ผลสมั ฤทธิก์ ารใชบริการสุขภาพในกลุมผูสูงอายุและ และชมุ ชน
ผลกระทบตอคาใชจายสุขภาพของภาครัฐในอนาคต 1.3 เพิ่มประสิทธิผลการสงเสริมสุขภาพ/ปองกันโรค
ในชวงป พ.ศ. 2554-2564 โดยเฉพาะอยางยิ่งเบาหวานความดันเลือด การหก
6. การศกึ ษาศตวรรษิกชนคนรอ ยปใ นประเทศไทย ลม และสขุ ภาพจิต
71
ป พ.ศ. งานวจิ ยั เดน ดา นผสู งู อายุในแตล ะรอบป ขอ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
จากรายงานสถานการณผ สู งู อายไุ ทย
7. การสังเคราะหงานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ 1.4 จัดระบบบรกิ ารสาธารณสุขใหเอ้ือตอการใหบ ริการ
ระหวางลักษณะทางจิตและสังคมที่เกี่ยวของกับ ผูสูงอายุที่อยูในชุมชน เชน สงเสริมการจัดตั้งศูนย
คณุ ภาพชีวติ ของผูสงู อายุในประเทศไทย ฟน ฟูสขุ ภาพและระบบการดแู ลระยะกลางในชมุ ชน
8. ระบบการดแู ลทางสังคมสําหรบั ผูส ูงอายุ 2. การสนับสนุนใหผูสูงอายุอยูในที่อยูอาศัยที่ชวย
สงเสริมใหม ีคุณภาพชีวิตที่ดี
2.1 สนับสนุนใหผูสูงอายุคงอยูในที่อยูอาศัยเดิม ใน
ครอบครัว ชุมชน และสิ่งแวดลอมที่ตนคุนชิน โดย
ปรับปรุงสถานที่ และส่ิงกอสรางทั้งภายในบานและ
ภายนอกบา นใหเอือ้ ตอ การใชชีวิตของผูสงู อายุ
2.2 สนบั สนนุ คนในครอบครัวท่ที าํ หนา ทดี่ แู ลผสู งู อายุ
2.3 สงเสริมใหองคกรปกครองสว นทอ งถิ่น (อปท.) และ
เครือขายในชุมชนมีสวนรวมในการสรางกลไกเฝา
ระวังดูแลผูสูงอายุ เชน มีระบบอาสาสมัครเยี่ยม
บา นศูนยด ูแลผูสูงอายกุ ลางวนั
2.4 สงเสริมให อปท. และชุมชน ปรับปรุงสิ่งแวดลอม
และจัดบริการสาธารณะโดยเฉพาะการขนสง
สาธารณะท่ีเอ้อื ตอ การใชช ีวิตนอกบานของผสู ูงอายุ
2.5 ยกระดับมาตรฐานของที่อยูอาศัย ไมวาจะ
ดําเนินการโดยรัฐหรือเอกชน สําหรับผูสูงอายุที่
จาํ เปนตอ งไปอยูในที่อยอู าศยั ใหม
3. การสนับสนนุ ใหผ สู ูงอายุดาํ รงชีวิตอยูอยางม่ันคงและ
มศี ักดิ์ศรี
3.1 สรางภูมิคุมกันใหผูสูงอายุในการปกปองตนเองจาก
ภัยรอบดานดวยการใหขาวสาร ความรู รวมทั้ง
พัฒนาเครื่องมือ/กลไก/เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับ
การดาํ รงชวี ิตอยา งปลอดภยั และมศี กั ดศ์ิ รี
3.2 ลด “วยาคติ” (ageism) หรือแนวความคิดเชิงลบ
ตอ ผูสูงอายใุ นหมูประชากรทุกเพศทุกวัย
3.3 สนบั สนนุ ใหก ลมุ /ชมรมผูสงู อายมุ ีบทบาทและความ
เขม แข็ง
3.4 ใหท กุ หนวยงาน ครอบครวั และสถาบันการศกึ ษา มี
สวนรวมรณรงคใหประชาชนมีคานิยมเอื้ออาทร
เห็นคุณคา และแสดงความกตัญูกตเวทีตอ
ผสู ูงอายุ
72
ป พ.ศ. งานวิจัยเดนดานผสู งู อายใุ นแตล ะรอบป ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
จากรายงานสถานการณผ สู งู อายไุ ทย
4. การสงเสริมใหผูสูงอายุมีหลักประกันรายไดที่มั่นคง
และย่ังยืน
4.1 สง เสรมิ ใหม กี ารจา งงานผสู ูงอายุ
4.2 สรางมโนทัศนใหมเกี่ยวกับนิยามผูสูงอายุเพื่อให
สังคมเห็นวาผูสูงอายุยังมีพลังและมีศักยภาพเปน
ผผู ลิตในตลาดแรงงานได
4.3 ปรบั แกระเบยี บ/กฎเกณฑ/กฎหมาย ทีเ่ ปนอุปสรรค
ตอการจางงานผูสูงอายุ รวมทั้งการขยายอายุ
เกษยี ณของขาราชการและพนกั งานรฐั วสิ าหกจิ
4.4 สงเสริมใหประชาชนมีความรูและวางแผนการออม
เงินและใชจายอยางประหยัดเพื่อเปนเงินออมไวใช
จายยามชรา
4.5 สนับสนุนใหก องทุนการออมแหง ชาติมีความเขม แขง็
และมีการบรหิ ารจัดการทดี่ ี
4.6 มุงพัฒนาระบบบํานาญใหครอบคลุมผูสูงอายุอยาง
ถวนหนา รวมทั้งปรับปรุงระบบเบี้ยยังชีพให
เหมาะสมกบั คาครองชพี /ภาวะเงินเฟอทสี่ งู ขึน้
5. จดั ทาํ แผนชวยเหลือผสู งู อายเุ มื่อเกดิ ภัยพบิ ัติ
2560 1. การถอดบทเรียนตวั อยา งท่ดี ีของโรงเรยี นและชมรม ขอเสนอแนะเชงิ นโยบายในดา นการสูงวยั อยางมพี ลงั
ผสู ูงอายุทม่ี กี ิจกรรมถา ยทอดความรู 1. ขอเสนอเชิงนโยบายดานสุขภาพของผูสูงอายุ มี
2. การศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิตของผูสูงอายุ ตัวอยางขอ เสนอยอ ย เชน
ไทย 1.1 ปองกันและลดภาระโรคซึ่งเกิดจากความพิการ โรค
3. การศึกษาแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมท่ี เรอ้ื รงั และการตายกอนวยั สมควร
เหมาะสมของประเทศไทย 1.2 พัฒนาความตอเนื่องของระบบบริการสุขภาพและ
4. การติดตามและประเมินผลแผนผูสูงอายุแหงชาติ สังคมที่ราคาเหมาะสม เขาถึงไดมีคุณภาพสูง และ
ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545 - 2564) ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2555 เหมาะกับคนทุกวัย ซึ่งตรงกับความตองการและ
- 2559) สทิ ธิของทง้ั ชายและหญงิ เมอ่ื มีอายมุ ากข้ึน
5. การศึกษารปู แบบการใหบรกิ ารการบริหารและการ 1.3 จัดใหมีการฝกอบรม และการศึกษาแกผูดูแล
จัดการท่พี กั สาํ หรบั ผูสงู อายุ ผูส ูงอายุ
6. การพัฒนารูปแบบการจัดการสิ่งแวดลอมโดย 2. ขอ เสนอแนะเชิงนโยบายดานการมีสว นรวม
ผูสูงอายุในพ้ืนที่ชนบทของประเทศไทย 2.1 จัดใหผูคนมีโอกาสในการศึกษา และเรียนรูตลอด
7. การศึกษาปญหาและความเสี่ยงในการถูกละเมิด เสน ทางชีวิต
สิทธิและประเมินสถานการณเพื่อพิทักษสิทธิของ 2.2 รับรูและทําใหเกิดการมีสวนรวมอยางมีพลังของ
ผูสูงอายุ ผูคนในกิจกรรมพัฒนาเศรษฐกิจ การทํางานทั้งใน
ระบบและนอกระบบ และกจิ กรรมอาสาสมคั รตา งๆ
73
ป พ.ศ. งานวจิ ัยเดนดา นผสู ูงอายใุ นแตล ะรอบป ขอ เสนอแนะเชิงนโยบาย
จากรายงานสถานการณผ สู ูงอายุไทย
ใหสอดคลองและเปนไปตามความสามารถ
ความชอบ และความตองการของแตละบุคคล
ตลอดเวลาท่ผี คู นเจรญิ วยั ขึน้
2.3 สงเสริมใหผูคนมีสวนรวมอยางเต็มที่ในชีวิต
ครอบครวั และชุมชนตลอดเวลาทีเ่ จรญิ วยั ขึน้
3. ขอเสนอแนะเชิงนโยบายดา นความมน่ั คง
3.1 ใหมหี ลกั ประกนั ในการคมุ ครองความปลอดภัย และ
ศักดิ์ศรี (เกียรติภูมิ)ของผูสูงอายุ โดยคํานึงถงึ ความ
ตองการและสิทธิดานความมั่นคงทางกายการเงิน
และสังคม เม่ือคนมอี ายุสงู ขึน้ เร่อื ยๆ
3.2 ลดความเหลื่อมลํ้าในสิทธิที่เกี่ยวกับความมั่นคง
และความจาํ เปน ของสตรีสูงอายุ
4. การสนับสนุนใหผูสูงอายุอยูในที่อยูอาศัยที่ชวย
สง เสริมใหม ีคณุ ภาพชีวติ ที่ดี
5. การสนับสนนุ ใหผ สู งู อายดุ ํารงชีวิตอยูอยางมั่นคงและ
มศี กั ด์ศิ รี
6. การสงเสริมใหผูสูงอายุมีหลักประกันรายไดที่มั่นคง
และย่ังยืน
7. จดั ทําแผนชว ยเหลือผูสงู อายุเมือ่ เกิดภัยพิบัติ
หมายเหตุ: ขอเสนอที่ 4-7 เปนขอเสนอเดิมที่ใหมีการ
ดาํ เนินการอยา งตอเนื่องจากป พ.ศ. 2559
2561 1. กลไกการสงเสริมการมีงานทําของผูสูงอายุที่เปน ขอเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสงเสริมใหผูสงู อายุยงั คง
แรงงานนอกระบบ อยูในกาํ ลงั แรงงานนานทส่ี ดุ
2. นโยบายการจางงานบุคลากรผูสูงอายุในธุรกิจ 1. การเสริมทักษะ หรือเพิ่มทักษะใหมใหกับแรงงาน
โรงแรมเครือขา ยไทย สงู อายุภายใตแนวคิดการเรยี นรตู ลอดชวี ิต
3. การสงเสริมการมีรายไดและการมีงานทําของ 2. การสรางแรงจูงใจการทํางานใหกับแรงงานสูงอายุ
ผูสูงอายุ ตามนโยบายประชารฐั เพื่อสังคม (E6) ดวยการออกแบบการทํางานที่ยืดหยุน เหมาะสมกับ
4. การถอดบทเรียนสถานประกอบการที่มีการจาง ความตอ งการและเงอ่ื นไขตามวัยของแรงงาน
แรงงานสงู วยั 3. การสรางแรงจูงใจ และขยายสิทธิประโยชนใหกับ
5. การศึกษาสถานการณปจจุบันของการจางงาน นายจางท่จี างงานผูสูงอายุ
ตอเนื่อง ในสถานประกอบการและทัศนคติของ 4. การขยายอายุในการเริ่มรับสิทธิประโยชนกรณีชรา
นายจางในภาคเอกชน ภาพใหยาวนานกวาที่อายุ55 ปขึ้นไป ในกรณีของ
6. การขยายอายุการทํางานในภาคเอกชนที่เปน แรงงานภาคเอกชนที่อยูภายใตร ะบบประกันสงั คม
แรงงานในระบบในภาคอุตสาหกรรมขายสงขายปลีกฯ
ภาคอตุ สาหกรรมโรงแรมและภัตตาคาร
74
ป พ.ศ. งานวจิ ยั เดนดา นผูสงู อายุในแตละรอบป ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
จากรายงานสถานการณผ ูสูงอายไุ ทย
5. หามาตรการสงเสรมิ ใหแ รงงานนอกระบบเปนสมาชิก
กองทุนการออมแหงชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อมีหลักประกัน
ดา นรายไดยามชราภาพ
6. เพม่ิ บทบาทองคกรปกครองสว นทอ งถิน่ และกจิ กรรม
CSR ของภาคเอกชน ในการสงเสริมสรางงานแกแรงงาน
สูงอายโุ ดยเฉพาะกลมุ แรงงานนอกระบบ
7. ปรับแกระเบียบ กฎเกณฑ กฎหมายที่เปนอุปสรรค
ตอการจา งงานผสู งู อายุรวมท้ังการขยายอายุเกษียณของ
ขาราชการและพนกั งานรฐั วสิ าหกิจ
8. สรางมโนทัศนใหมเกี่ยวกับนิยามผูสูงอายุ เพื่อให
สังคมเห็นวาผูสูงอายุยังมีพลังและมีศักยภาพเปนผูผลติ
ในตลาดแรงงานได
2562 1. การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมสําหรับผูสูงอายุ ขอ เสนอแนะเชงิ นโยบายเพ่ือการจดั สวสั ดิการผูสงู อายุ
เพือ่ ลดความเหล่ือมลาํ้ ทางสงั คม 1. การทบทวนและคํานึงถึงความยั่งยืน และภาระ
2. การวิจัยเพื่อพฒั นาระบบการดูแลระยะยาว (Long- ทางดานงบประมาณอยางจริงจังตอการจัดสวัสดิการ
term care) สําหรับผูสูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงภายใต สังคมสาํ หรับผูสงู อายผุ านโครงการตา งๆ ของภาครัฐ ใน
ระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง ชาติ การชวยเหลือหรือสงเสริมสวัสดิการสังคมสําหรับ
3. การประเมินผลระบบการใหบริการการดูแลระยะ ผสู งู อายทุ ่ีมีการดําเนนิ การในปจ จุบนั
กลาง (Intermediate care) 2. ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน เกี่ยวกับปรัชญาในการจัด
4. ขอเสนอการพัฒนาการดําเนินงานสงเสรมิ ศักยภาพ สวัสดิการสังคมใหกาวทันกับการเปลี่ยนแปลงในบริบท
ผสู ูงอายุ ของสังคมไทย และมีความเปนสากลมากยิ่งขึ้น ทั้ง
5. ขอเสนอเชิงนโยบายการพัฒนาระบบหลักประกัน สําหรับผูสูงอายุและประชากรกลุมวัยอื่นในสังคมไทย
ถว นหนา การดแู ลระยะยาวในประเทศไทย ดวยการกาวใหพนจากแนวคิดที่มุงเนน “การ
สงเคราะห” ซงึ่ มีกลมุ เปา หมายทค่ี อนขา งเฉพาะเจาะจง
เพื่อเดินหนาไปสูการยอมรับแนวคิดการจัดสวัสดิการ
สังคมบนพืน้ ฐานของ “สทิ ธพิ ลเมอื ง”
3. การกระจายความรับผิดชอบในการจัดสวัสดิการ
สังคมผานการสราง “หุนสวน” ดวยการใหภาคสวน
ตางๆ ที่มีศักยภาพในสังคม ทั้งจากครอบครัว
อาสาสมัคร ชุมชนทองถิ่น สถาบันศาสนา และภาค
ประชาสังคม รวมถงึ ภาคเอกชน เขา มามสี ว นรว มและ
สนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคมสําหรับผูสูงอายุอยาง
เปนรูปธรรม การลดบทบาทการเปน “เจาของ” และ
การเพม่ิ บทบาทการเปน “เจา ภาพ” ในการจดั สวัสดกิ าร
ของรัฐ
75
ป พ.ศ. งานวิจัยเดนดานผูสงู อายุในแตล ะรอบป ขอ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
จากรายงานสถานการณผสู ูงอายุไทย
2563 1. ผลกระทบของ COVID-19 ตอผูสูงอายไุ ทย ขอเสนอแนะเชิงนโยบายดานผลกระทบของโควิด-19
2. การสํารวจความเปนอยูและความตองการดาน ตอ ผูสูงอายใุ นประเทศไทย
บริการและการดูแลสําหรับผูสูงอายุที่มีรายไดนอย 1. ขอเสนอแนะดานเศรษฐกิจ
ในชวงระหวางและหลังการใชมาตรการปดเมืองอัน 1.1 สรางหลักประกันทางเศรษฐกิจที่เปน “มาตรการ
เนื่องมาจากการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโร ระยะยาว” สาํ หรบั ผสู ูงอายุ โดยพจิ ารณาศึกษาการ
นา 2019 ในประเทศไทย ปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผูสูงอายุ ใหเพียงพอตอการ
2. การจัดบริการสังคมทางเลือกสําหรับผูสูงอายุใน ดํารงชวี ิตของผูส งู อายุ
สถานการณวกิ ฤต: กรณีศึกษาชวงการแพรร ะบาดของ 1.2 บูรณาการฐานขอมูลดานสวัสดิการทุกประเภทและ
โรคโควดิ 19 ทุกโครงการของภาครัฐเขาดวยกัน และเปดให
3. โครงการการพัฒนาแนวทางการดําเนินงานเพื่อให หนวยงานที่เกี่ยวของสามารถเขาถึงขอมูลไดอยาง
เกิดการจัดการชุดขอมูลทางสังคมและสุขภาพของ เปน ระบบ
ประชาชนรายเขตกรุงเทพมหานคร 2. ขอเสนอแนะดานสขุ ภาพ
4. โครงการติดตามเฝาระวังสถานการณและแนวโนม 2.1 เรงจัดหาวัคซีนปองกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่มี
ดานผูส ูงอายุ (Ageing Watch) ภายใตโครงการ “จุฬา คุณภาพและความปลอดภัย โดยจัดใหมีปริมาณที่
อาร”ี เพียงพอกับประชากรในประเทศ จัดสรรชนิดของ
วัคซีนใหสอดคลองกับสภาพรางกายและเงื่อนไข
ทางสุขภาพของประชากรกลมุ วัยตางๆ และกระจาย
การฉีดวัคซีนใหครอบคลุมประชากรทุกเพศทุกวัย
อยางเหมาะสม ทว่ั ถงึ และเปน ธรรม
2.2 พัฒนาระบบขนสงยาทางไปรษณียใหมีความ
ตอเนื่องสําหรับผูสูงอายุในทุกสิทธิสุขภาพ รวมถึง
ต อ ย อ ด ไ ป ส ู ร ะ บ บ ก า ร ร ั ก ษ า ท า ง ไ ก ล ใ ห เ ป น
ประโยชนต อการสงเสริมการสงู วยั อยางมีพลังและมี
สุขภาวะ ทั้งนี้ระบบดังกลาวควรนํามาใชเพื่อเพ่ิม
ความสะดวกในการเขาถึงบริการ แตตองไมทําให
คุณภาพการรกั ษาลดลง
3. ขอเสนอแนะดานขอ มลู ขา วสาร
3.1 ปรับปรุงวิธีการในการเขาถึงสวัสดิการและความ
ชวยเหลือตางๆ ของภาครัฐ เพื่อใหผูสูงอายุไดรับ
การดูแลอยางเหมาะสมและทั่วถึงเปนพิเศษ (เชน
วิธกี ารลงทะเบยี น)
3.2 สง เสริมใหก ารเขา ถึงระบบอนิ เทอรเ นต็ เปนสิทธิขั้น
พนื้ ฐานท่ปี ระชาชนทุกคนและผูสงู อายุควรไดรับ
4. ขอเสนอแนะดานที่อยูอาศัย: ผลักดันใหการปรับปรุง
ซอมแซมที่อยูอาศัยและการจัดบริการในระดับชุมชน
76
ป พ.ศ. งานวจิ ัยเดน ดา นผูสูงอายใุ นแตละรอบป ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย
จากรายงานสถานการณผูสงู อายไุ ทย
สําหรับผูสูงอายุ เปนนโยบายหลักในการจัดการที่อยู
อาศัยสาํ หรบั ผสู งู อายเุ พ่อื สง เสรมิ แนวทาง “การสงู วัยใน
ที่อยูอ าศัยเดิม” (Ageing in place)
5. ขอเสนอแนะดานบริการทางสังคมทั่วไป: พิจารณา
เพิ่มกําลังคนในระบบอาสาสมัคร จัดทําระบบขอมูล
และนําระบบรางวัลหรือคาตอบแทนมาใชในทางปฏิบัติ
แกอาสาสมัครหรือผูดูแล ทั้งในรูปแบบการดูแลที่เปน
ทางการและไมเ ปน ทางการ
นอกจากนี้ เม่อื พิจารณาจากโครงการวจิ ยั ที่ไดรบั การสนับสนุนจากงบประมาณแผนดิน สาํ นกั งานการ
วิจัยแหงชาติ (วช.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม ในระบบขอมูลสารสนเทศ
วิจัยและนวัตกรรมแหงชาติ (National Research and Innovation Information System: NRIIS) พบวา
งานวิจัยดานผูสูงอายุมีจํานวนมากพอสมควรและทํามาอยางตอเนื่อง ซึ่งหากพิจารณายอนหลัง 5 ป
(ปงบประมาณ) มีงานวิจัยที่ไดรับการสนับสนุนภายใตทุนหลักดังกลาวถึง 1,045 โครงการ6162 เฉพาะใน
ปงบประมาณ 2559-2561 กอนเกิดวกิ ฤตโิ ควดิ -19 มีจาํ นวนโครงการดา นผูสงู อายุทีไ่ ดรับการสนบั สนุนมากถึง
818 โครงการ โดยประเด็นงานวิจัยสวนใหญมุงศึกษาและพัฒนานวัตกรรมดานสุขภาพของผูสูงอายุเปนหลัก
เชน งานวิจัยที่เกี่ยวกับการปองกันและสงเสริมสุขภาพ งานวิจัยดานการรักษาและฟนฟูทั้งดานรางกายและ
จติ ใจของผสู งู อายุ รองลงมาเปน กลุมงานวิจัยเกี่ยวกบั การจัดสวัสดกิ ารสาํ หรบั ผูสงู อายุในรปู แบบตางๆ บทบาท
ขององคกรปกครองสวนทองถ่ินในดําเนนิ งานดานผูสงู อายุ การสงเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจผานการออม
การมีงานทํา และการเพิ่มรายไดใหกับผูส ูงอายุ และกลุมงานวิจัยเชิงสงั คมและวัฒนธรรมเพือ่ สงเสริมคุณภาพ
ชวี ิตผสู งู อายุ
เมื่อพิจารณาถึงในอีก 5 ปขางหนา (พ.ศ.2565-2569) องคความรูหรือประเด็นวิจัยใด ที่ทาง
กระทรวงฯ ตองนํามาใชเพื่อกําหนดนโยบายและวางแผนรองรับความทาทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการ
สัมภาษณผ เู ชี่ยวชาญดานผูสูงอายุ ไดระบุถงึ ประเดน็ สําคัญท่สี อดคลองกบั ขอเสนอแนะเชงิ นโยบายในรายงาน
สถานการณผูสงู อายุไทยทีผ่ า นมา คือ การออกแบบและพัฒนาระบบสวัสดกิ ารสําหรับกลุมผูส งู อายุท่ีจะมีความ
หลากหลายมากขึ้น และการเตรียมรองรับเรื่องการสูงวัยในที่เดิม (Ageing in place)6263 นอกจากนี้ ยังมี
งานวิจัยเชิงสังเคราะหอีกงานหนึ่งที่เปนเสมือนเครื่องมือในการฉายภาพทิศทางงานวิจัยดานผูสูงอายุของไทย
ในอนาคต คือ รายงานการการทบทวน สังเคราะห และจัดทําขอเสนอยุทธศาสตรการขับเคลื่อนงาน
62 คน หาดว ยคําวา “ผูสงู อาย”ุ และคัดเลือกเฉพาะงานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วของกับผสู ูงอายโุ ดยตรงทั้งในช่ือเรอ่ื งและคําสําคญั ชว งเวลาปง บประมาณ
2559-2563 จาก https://nriis.go.th/nrpm_SearchOnProject.aspx
63 วรเวศม สวุ รรณระดา, สัมภาษณ, 1 ธนั วาคม 2564.
77
ผูสูงอายุไทย ของศาสตราจารย ดร.วรเวศม สุวรรณระดา และคณะ6364 โดยไดรวบรวมขอมูลโครงการวิจัย
หรือแผนงานวจิ ยั ท่ีสําคัญของหนว ยงานทเ่ี ก่ยี วของกบั การวิจยั งานดานผสู ูงอายุตั้งแตป พ.ศ. 2557 ถึงปจจุบัน
ซึ่งประกอบดวย 5 แหลงทุนหลัก ไดแก มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผูสูงอายุไทย (มส.ผส.) สํานักงาน
คณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) และสํานักงานการวิจัยแหง ชาติ (วช.) ซึ่งผลจากการ
วิเคราะหส ถานการณการสรางองคความรูของหนวยงานตา งๆ สถานการณท างประชากรของประเทศไทย และ
การขับเคลื่อนงานผูสูงอายุที่ผานมา องคความรูที่ควรไดรับการคนควาเชิงลึกตอไปควรจะครอบคลุมประเด็น
ตา งๆ ตอไปน้ี
1) การศกึ ษาประชากรสูงอายเุ ฉพาะกลุม
2) การศึกษาเชิงสถาบันที่เกี่ยวเนื่องกับพฤติกรรมของหนวยงานที่เกี่ยวของกับการขับเคลื่อนงาน
ผูสงู อายแุ ละโอกาสการเปลย่ี นแปลงพฤติกรรมระดบั สถาบนั
3) ทัศนคติของประชาชนในเรื่องของ Social Justice (Universal VS Targeting) กับการมีสวนรวม
ในการสรางระบบการคมุ ครองทางสังคมเพ่ือรองรับการใชช ีวิตยามชราภาพ
4) แหลงทม่ี าของเงนิ เพื่อรองรบั สังคมสงู วยั
5) การขับเคลื่อนงานผูสูงอายุขององคกรปกครองสวนทองถิ่นในเชิงระบบและปฏิสัมพันธกับการ
บรหิ ารราชการสว นกลางและสว นภมู ิภาค
6) การพฒั นาฐานขอมูลเกย่ี วกับการขบั เคล่อื นงานผูสูงอายใุ นระดับพ้ืนท่ี
7) บทบาทของภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนงานผสู งู อายุในรปู แบบตางๆ
8) บทบาทของรัฐบาลกับการสนับสนุนภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนงาน
ผสู งู อายุ
ทั้งนี้ การวิเคราะหทิศทางความตองการงานวิจยั เพื่อมาสนับสนุนในกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ดานผูสูงอายุนัน้ จําเปนตองใหความสําคัญงานวิจัยท่ีสะทอ นใหเห็นถึงแนวโนมการเปล่ียนแปลงทางประชากร
ที่จะเกิดขึ้น รวมถึงงานวิจัยเชิงสํารวจความตองการและทัศนคตขิ องประชาชนตอการสรางระบบคุมครองทาง
สังคมเพื่อรองรับการใชชีวิตยามชราภาพ ดังนั้น การวิจัยพื้นฐาน (Basic research) ยังคงตองไดรับการ
สนบั สนนุ ตอไป ในขณะที่ ประเภทงานวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ตั ิการเพ่ือทดลองขบั เคล่อื นงานผูสงู อายุโดยองคกรปกครอง
สวนทองถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในแตละพื้นที่ ก็มีความจําเปนเชนกันเพื่อใหสอดรับกับกลุม
ประชากรสูงอายทุ ี่มคี วามหลากหลายแตละกลมุ ในแตละพ้ืนที่
64 วรเวศม สวุ รรณระดา และคณะ, 2565. รายงานวิจัยฉบบั สมบูรณการการทบทวน สังเคราะห และจัดทาํ ขอเสนอยทุ ธศาสตรก ารขับเคลอ่ื น
งานผูสงู อายไุ ทย. กรงุ เทพฯ: สาํ นกั งานสนับสนุนการสรา งเสรมิ สุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสถาบนั วิจยั และพฒั นาผูสงู อายุไทย (มส.ผส.).
78
ประเด็นคนพกิ าร
ประเด็น “คนพิการ” มพี ฒั นาการทางกฎหมายมาอยางตอเน่ืองในหวงเวลา 30 ปท ่ผี านมา เร่ิมตั้งแต
มีการตราพระราชบัญญัติการฟนฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 จนมาถึงพระราชบัญญัติสงเสริมและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2556 โดยเนนการเปล่ียนแปลง
เชิงแนวคิดในการจัดการปญหาเรื่องคนพิการ เริ่มดวยแนวคิดเรื่องการสงเคราะหหรือแนวคิดเชิงการกุศล
(Charity Model) ที่เนนการใหความชวยเหลือมากกวาการเสริมพลัง ตอมามีแนวคิดที่สงผลตอการพัฒนา
คุณภาพชีวติ คนพิการคือ แนวคิดความพิการเชิงการแพทย (Medical Model) ท่ีมองวาความพิการคือ “ความ
บกพรองทางกายภาพ” (Impairment) หรือความบกพรองทางรางกายที่ตองไดรับการรักษาและฟนฟูเพื่อให
กลับคืนสูสถานะปกติ ซึ่งเปนปญหาของแตละบุคคลความพิการ นําไปสูแนวคิดในการฟนฟูสมรรถภาพคน
พิการ อีกแนวคิดที่สําคัญคือ แนวคิดความพิการเชิงสังคม (Social Model) ซึ่งพยายามตอตานมุมมองความ
พิการในกระแสหลักที่มองเหตุแหงความพิการจากมุมมองทางการแพทยเปนหลัก โดยกระบวนทัศนนี้มองวา
คนพิการถูกทําใหกลายเปนคนพิการโดยสภาพแวดลอมทางกายภาพ (เชน การจัดสถานที่ อุปกรณตางๆ เปน
ตน) และสภาพแวดลอมทางสังคมและวฒั นธรรม (เชน ความเชื่อ และทัศนคติของคนในสังคม เปนตน) ความ
พิการเปนเรื่องของการถูกปฏิบัติอยางไมเปนธรรมทางสังคมอันเนื่องมาจากอคติ นําไปสูการเคลื่อนไหวทาง
สังคมเพื่อสิทธิมนุษยชนของคนพิการ เปดแนวคิดเรื่องการดํารงชีวิตโดยอิสระ (Independent living: IL)
รวมถึงแนวคิดการออกแบบเพื่อมวลชนหรืออารยสถาปตย (Universal design) 65 อยางไรก็ตาม การ
64
ขับเคลื่อนเชิงแนวคิดจนนําไปสูความเปลี่ยนแปลงในตัวบทกฎหมายนั้นมาจากฐานของกลุมตัวแทนคนพิการ
เปนหลัก เชน การตอสูในการมีอํานาจเหนือการกําหนดนโยบายดานคนพิการของประเทศโดยผูทรงคุณวุฒิที่
เปน คนพิการหรอื องคก รท่ีเปน ตัวแทนคนพกิ าร เปนตน
ในขณะที่การผลิตงานวิจัยเพื่อตอบสนองตอประเด็นปญหาของคนพิการนั้นคอนขางกระจัดกระจาย
ไมมีการกําหนดแนวทางในการขับเคลื่อนที่ชัดเจนเหมือนเชนในกรณีของประเด็นผูสูงอายุ ประการสําคัญคือ
ยังไมมีการสังเคราะหงานวิจัยและองคความรูด านคนพิการอยางเปนระบบและสามารถนําไปใชในการกําหนด
ทิศทางนโยบายดานคนพิการระดับประเทศได งานสังเคราะหงานวิจัยดานคนพิการที่มีอยูยังไมอัพเดท และ
รวบรวมขอมูลเฉพาะของบางหนวยงานเทา น้ัน อยางไรก็ดี มีการสังเคราะหงานวจิ ัยดานคนพิการท่ีสะทอนให
เหน็ ถึงสถานะองคความรูดา นน้ี รวมถงึ ขอ เสนอแนะเชิงนโยบายท่ีบางประเด็นยังคงตองการสานตอในปจจุบัน
คอื งานของ จตรุ งค บุณยรัตนสุนทร และคณะ6566 ที่ไดสงั เคราะหงานวจิ ัยดานคนพิการดําเนินการคัดสรรและ
เลือกงานวิจัยดานคนพิการที่ดําเนินการโดยคณะสังคมสงเคราะหศาสตรและสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัย
หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเปนอีกแหลงผลิตงานงานวิชาการหลักๆ ใหกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความ
65 สรุปและปรับจาก กมลพรรณ พันพึ่ง. (2556) เอกสารประกอบการสอน วิชา ประชากรเปาหมายกับการบริหารการพัฒนา
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. กันยายน.
66 จตุรงค บุณยรัตนสุนทร และคณะ. (2556) การสังเคราะหงานวิจัยดานคนพิการ. http://www.tddf.or.th/research/
detail.php?contentid=0155&postid=0004673¤tpage=6
79
ม่นั คงของมนุษย โดยรวบรวมและคัดเลือกงานวิจยั ในชวงป พ.ศ. 2550-2554 จํานวน 9 เร่ือง ซ่งึ สามารถสรุป
ขอ คนพบและขอเสนอแนะไดด ังน้ี
ขอคน พบ ขอเสนอแนะ
1. สิ่งที่คนพิการตองการคือโอกาสในการทํางาน การศึกษา 1. การสรางสังคมบูรณาการ(Inclusive Society) เพื่อทุก
และการเขาถึงบริการสาธารณะตาง ๆ เชนเดียวกับคนปกติ คนในสังคมรวมถึงคนพิการเปนทิศทางหลักที่ตองยึดไวเปน
ซึ่งเปนสิ่งที่รัฐตองลงทุน เพราะหากทําไดคนพิการจะไม กรอบในการพฒั นาคณุ ภาพชีวติ คนพิการ
เปนภาระแกสังคม แตจะเปนทรัพยากรมนุษยที่สามารถ 2. เพื่อสรางหลักประกันใหคนพิการเขาถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน
สรา งผลผลิตใหกับประเทศไดดวย
จําเปนจะตองจัดใหคนพิการเขาถึงและใชประโยชนไดจาก
2. คนพิการยังตองเผชิญกับปญหาอุปสรรคในการเขาถึง ผลิตภัณฑ อุปกรณ และเครื่องชวยความพิการ รวมถึง
สิทธิของคนพิการ โดยเฉพาะอยางยิ่ง การเขาถึงขอมูล เทคโนโลยีสิ่งอํานวยความสะดวกเพื่อการดํารง
ขา วสารและบรกิ ารสาธารณะของหนว ยงานรฐั การสง เสรมิ ชีวิตประจําวัน ตลอดจนเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
คนพกิ ารใหสามารถเขาถงึ และใชประโยชนไดจากสิทธิอยาง สื่อสาร ขอมูลขาวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม
เทาเทียมและเปนธรรม และไมเลือกปฏิบัติตอคนพิการ รวมถงึ เทคโนโลยีสง่ิ อาํ นวยความสะดวกเพ่ือการสื่อสาร
รวมถึงผูดูแลคนพิการ จึงยังควรเปนประเด็นสําคัญท่ีตอง 3. การใหความรูผูปกครองและจัดตั้งกลไกเฝาระวังและ
ดําเนนิ การอยา งจริงจัง
ปองกันการแสวงหาประโยชน การใชความรุนแรง และการ
3. คนพิการหญิงทางสติปญญามักจะตกเปนเหยื่อของการ ลว งละเมิดตอคนพิการ
ถูกละเมดิ ทางเพศ 4. รัฐ และองคกรดานคนพิการตองรวมมือกันจัดใหมี
4. ขอคนพบจากงานวิจัยเรือ่ ง “การพัฒนารปู แบบแผนการ หนวยงานในระดับพื้นที่ในการใหบริการและใหคําปรึกษา
ออมเงนิ ของคนพกิ าร (Disability Saving Plan)” ควรทาํ ให เพื่อใหคนพิการเขาถึงสิทธิตามกฎหมายและตอบสนอง
คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอยางมีศักดิ์ศรี มีหลักประกันใน ความจําเปน ของคนพกิ ารแตล ะประเภท
การดาํ รงชีพในยามชราภาพ เชนเดียวกบั กลมุ ผสู งู อายุท่ัวไป 5. ภาครัฐตองปรับปรุงกลไกดานการเงิน การคลังและ
และกลุมแรงงานนอกระบบที่ไดรับการคุมครองตาม
พระราชบญั ญัติกองทนุ การออมแหงชาติ งบประมาณเพ่ือใหเกิดความคลองตัวและมีประสิทธิภาพใน
การสง เสรมิ และพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ
6. องคกรปกครองสวนทองถิ่นตองมีบทบาทมากขึ้นในการ
พัฒนาคณุ ภาพชีวติ คนพิการในพ้นื ท่ี
7. การสรางความเขมแข็งขององคกรดานคนพิการและ
เครือขายในการขับเคลื่อนการดําเนนิ งานดานคนพกิ ารอยาง
เปนระบบและมีประสิทธภิ าพโดยการสงเสรมิ และสนบั สนนุ
ใหมีการรวมตัว จัดตั้ง และสรางความเขมแข็งขององคกร
ดานคนพิการทุกประเภททั้งในระดับจังหวัดและทองถ่ิน
สงเสริมและสนับสนุนทรัพยากร โดยเฉพาะดานการเงิน
และวิชาการ แกองคกรดานคนพิการใหสามารถบริหาร
จัดการ รวมทั้งสนับสนุนใหองคกรดานคนพิการและ
80
ขอ คนพบ ขอ เสนอแนะ
เครือขายมีบทบาทเปนสวนหนึ่งของคณะกรรมการในทุก
ระดับและทกุ มิติในฐานะหนุ สว นการพฒั นา
8. การสรางเสริมเจตคติเชิงสรางสรรคตอความพิการและ
คนพิการโดยการสรางเสริมความรู ความเขาใจ และ
ตระหนักรูเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของความเปนมนุษย ศักยภาพ
และการดํารงชีวิตอิสระ สิทธิ และหนาที่ของคนพิการยัง
เปนเรื่องที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง หนวยงานภาครัฐ
และภาคเอกชนจึงควรรวมมือกันจัดกิจกรรมในการสราง
เสริมเจตคติ เชิงสรางสรรคตอความพิการ คนพิการ ความ
พิการ ผูดูแล ผูชวยคนพิการ และครอบครัว มิฉะนั้น คน
พกิ ารจะถูกเลือกปฏิบตั ิ
9. การศึกษาและแกไขกฎหมายท่ีเกี่ยวของกับการสงเสริม
แผนการออมของคนพกิ าร รวมถึงการจดั ตัง้ กองทุนการออม
ของคนพกิ าร
สําหรับสถานะองคความรูดานคนพิการในปจจุบัน เมื่อพิจารณาจากขอมูลโครงการวิจัยที่ไดรับการ
จัดสรรงบประมาณในชวง 5 ป ยอนหลังคือ ปงบประมาณ 2559-2563 จากระบบขอมูลสารสนเทศวิจัยและ
นวัตกรรมแหงชาติ (National Research and Innovation Information System: NRIIS) พบวางานวิจัยท่ี
เก่ียวกับคนพิการมีคอนขา งนอยเม่ือเปรียบเทยี บกับงานของกลุม ผูส ูงอายุ โดยมเี พียง 42 โครงการ6667 สวนใหญ
เปนงานวิจัยที่เกี่ยวกับการออกแบบสภาพแวดลอมทางกายภาพ การออกแบบและพัฒนาอุปกรณสําหรับคน
พิการเปนหลัก รองลงมา คือ การสงเสริมการจัดสวัสดิการสังคม และการแสวงหาแนทางพัฒนาคุณภาพชีวิต
คนพิการ โดยเฉพาะในดานเศรษฐกิจ นอกเหนือจากนั้น พบวาประเด็นวิจัยคอนขา งกระจัดกระจาย เชน การ
จดั การศกึ ษาสําหรบั คนพิการ การสงเสรมิ ดา นการสื่อสารผา นอินเทอรเนต็ การจดั การทองเทย่ี วเพ่ือรองรับคน
ทีม่ คี วามตอ งการเขา ถึงเปน พเิ ศษ เปนตน
เมื่อพิจารณาถึงในอีก 5 ปขางหนา (พ.ศ.2565-2569) องคความรูหรือประเด็นวิจัยใด ที่ทาง
กระทรวงฯ ตองนํามาใชเพื่อกําหนดนโยบายและวางแผนรองรับความทาทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากการ
สัมภาษณผูเชี่ยวชาญดานคนพิการ6768 ไดระบุถึงประเด็นสําคัญของงานวิจัยดานคนพิการที่เปนที่ตองการใน
อนาคต โดยเริ่มจากการเปลี่ยนเชิงแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจากในปจจุบันที่มีการกลาวถึง
เรื่อง Inclusive Policy ซึ่งอาจจะยังไมเพียงพอสําหรับกรณีคนพิการ จําเปนตองพิจารณาไปถึง Inclusive
67 คน หาดว ยคาํ วา “คนพกิ าร” และคดั เลอื กเฉพาะงานวิจยั ท่เี กี่ยวขอ งกบั ผสู งู อายโุ ดยตรงทั้งในชือ่ เรื่องและคําสาํ คญั ชวงเวลา
ปง บประมาณ 2559-2563 จาก https://nriis.go.th/nrpm_SearchOnProject.aspx
68 มณเฑยี ร บญุ ตนั , สัมภาษณ, 3 กมุ ภาพันธ 2565. และ วัชรา ร้วิ ไพบูลย, สมั ภาษณ, 7 กมุ ภาพนั ธ 2565.
81
Equality หรือความเทาเทียมและเปนธรรมอยางถวนหนา เนนการมีสวนรว มและเสริมพลงั ใหกับคนพิการทุก
คน สําหรับประเด็นงานวจิ ัยในอนาคตที่ฝายผลิตงานวิจัยและผูที่มีสว นในการขับเคลื่อนนโยบายดานคนพิการ
สะทอนมา สามารถสรปุ ไดดงั นี้
1) เพิม่ การผลิตงานวิจัยบนฐานของ Welfare-based มากกวา Human Rights-based
2) เพิม่ งานวจิ ัยประเภท Functional design infrastructure และบริการสนบั สนุนใหครอบคลุมทุก
ประเภทความพิการ
3) การศกึ ษาชุดสทิ ธปิ ระโยชนท เี่ หมาะสมสาํ หรบั คนพิการแตล ะกลมุ
4) เพิ่มงานวิจัยดา นการจัดการศึกษาสําหรับคนพิการ โดยเนนคุณภาพของการจดั การศึกษา
5) การศกึ ษาเรอ่ื งการสราง Learning capability ของคนพิการตามชว งวัย
6) การศึกษาเรื่อง Inclusive education/learning ที่สอดรับกับความตองการพิเศษของกลุมคน
พิการจากนั้นออกแบบและจัดการเรียนรูที่ยืดหยุนและเหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู
ของคนพิการแตล ะกลมุ
7) การศึกษา Cross-Categorical Special Education สําหรบั คนพกิ ารหลายประเภท
นอกจากน้ี ยงั จาํ เปน ตองมีการเพ่ิมอปุ ทานของงานวิจัยดา นคนพิการ โดยการสรา งผูเชี่ยวชาญดานคน
พิการทั้งในลักษณะของนักวิชาการ และการพัฒนาคนพิการขึ้นมาเปนผูเชี่ยวชาญเอง มีกระบวนการควบคุม
คณุ ภาพของการทาํ วิจยั รวมถงึ มผี ปู ระเมนิ งานวิจัยท่ีมีความเชย่ี วชาญ เพื่อสง เสรมิ ใหม งี านวจิ ยั ดานคนพิการท่ี
มคี ุณภาพและตอบโจทยป ญ หาคนพิการเขาสูกระบวนการนําไปใชประโยชนเชิงนโยบายเพิ่มมากข้นึ
3.5 บทสรปุ การนําผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชนในกระทรวง พม.
1) งานวิจัยในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยมีอยูจํานวนมาก แตจากการ
สังเคราะหขอมูลพบวา งานวิจัยจะถูกรวบรวมเอาไวตามกลุมเปาหมายภารกิจ หรือกลาวอยางถึงที่สุดก็คือ
งานวิจัยจะถูกรวบรวมเอาไวในฐานขอมูลของแตละหนวยงาน โดยที่ไมมีการเชื่อมระบบการเก็บรวบรวม
ผลงานวิจัยใหอยูในระบบฐานขอมูลเดียวกัน นอกจากนี้ ยังพบอีกวา งานวิจัยกอนการประกาศใช
พระราชบญั ญัติการสงเสริมวทิ ยาศาสตร วจิ ัย และนวตั กรรม พ.ศ. 2562 หรอื กอ นการปฏริ ูปกระบวนการวิจัย
ตามระบบ อววน. งานวิจัยสว นใหญข องกระทรวง พม. ถูกดําเนนิ การโดยอาจารยม หาวทิ ยาลยั หรอื นักวชิ าการ
จากสถาบันการศึกษาตาง ๆ ซึ่งเปนบุคคลภายนอกที่หนวยงานไดจัดซื้อจัดจางใหดําเนินการวิจัยตามความ
ตองการของหนวยงาน ดังนั้น บุคลากรของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยจึงไมมีทักษะ
และประสบการณในการทําวจิ ยั
2) ผลงานวิจัยที่ถูกรวบรวมเอาไวขาดการสังเคราะหและจัดการความรูใหอยูในรูปแบบที่สามารถใช
ประโยชนไ ด อีกทั้ง ยงั ขาดกลไกหรอื ชองทางท่ีเปน รูปธรรมในการเผยแพรง านวิจัยที่จะสงผลทาํ ใหง านวิจัยเกิด
การนําไปใชประโยชน
82
3) ผลงานวิจัย และหนวยวิจัยมีลักษณะที่แยกขาดออกจากกัน อีกทั้ง ยังไมมีกลไกในการผลักดัน
ผลงานวิจัยไปใชประโยชน จงึ สงผลทําใหก ารใชประโยชนจ ากงานวิจัยของกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความ
มั่นคงของมนุษยไมมีประสิทธิภาพและไมเปนรูปธรรม แมจะมีการจัดตั้ง “กองพัฒนานโยบายและนวัตกรรม
ทางสังคม”6869 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยโดยมีการวิจัยและองค
ความรดู านสงั คมเปน ฐาน กย็ งั ไมเ ห็นภาพของความเชอ่ื มโยงงานวิจยั ทัง้ ภายในและภายนอกกระทรวง
4) การแบงโครงสรางกระทรวงตามกลุมเปาหมาย ทําใหความตองการงานวิจัยถูกจํากัดเฉพาะ
กลุมเปาหมายที่หนวยงานรับผิดชอบเทานั้น และดวยบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนษุ ยทเ่ี ปนฝา ย “ตัง้ รับ” ในเชิงนโยบายมาโดยตลอด หรอื กลา วอยางตรงไปตรงมา กระทรวง พม. ดาํ เนิน
ภารกิจตามโครงสรางการบังคับบัญชาจากรัฐบาลโดยเนนที่การปฏิบัติเพื่อตอบสนองตอนโยบายเปนหลัก จึง
ทําใหความตองการงานวิจัยอยูในลักษณะตั้งรับ หรือ “ทําตามคําสั่ง-นโยบาย” ขาดมุมมองเชิงรุกถึงฉากทัศน
(scenario) ของการขับเคลอ่ื นสังคมบนฐานของภารกิจดา นการวิจัย
5) ความชัดเจนของการผลักดันใหเกิดการใชประโยชนจากงานวิจัยดานการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย ตลอดระยะเวลาที่ผานมาพบวา สวนใหญแลวเปนบทบาทของตัวแสดงจากภายนอกที่มี
อิทธิพลตอการตัดสินใจเชิงนโยบาย หรือเปนเจาของความรูที่สามารถชี้นําสังคมได โดยเฉพาะอยางยิ่งใน
ประเดน็ นโยบายสาธารณะดานผสู งู อายุและคนพกิ าร
69 กฎกระทรวง แบง สว นราชการสาํ นักงานปลดั กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2563
บทที่ 4
กลไกการตดั สินใจเชงิ นโยบายกบั การนาํ ผลงานวจิ ัยไปใชป ระโยชน
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย
4.1 บทนํา
การนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ถือเปนเปาหมายหนึ่งที่สําคัญของการ
ศกึ ษาวิจยั ผลการศกึ ษาในบทที่ 3 แสดงใหเ ห็นถงึ ขีดจํากัดในการทําวิจยั และการใชป ระโยชนจากงานวิจัยของ
หนวยงานภายในกระทรวง เนื้อหาในบทนี้ จะแสดงใหเห็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนนโยบายและแนวทาง
ปฏิบัติใน 5 กรณีศึกษา ซึ่งจะแสดงใหเห็นหวงโซเชิงคุณคาของการทําวิจัยและการนําผลงานวิจัยไปใช
ประโยชน ลักษณะการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน รวมไปถึงปจจัยที่เกี่ยวของกับการนําผลงานวิจัยไปใช
ประโยชนดวย
คณะผวู จิ ัยไดเ ลอื กกรณศี กึ ษาการตัดสินใจเชิงนโยบาย 5 เร่ือง ไดแ ก
กรณีที่ 1 นโยบายการปองกันและปราบปรามการคามนุษย จุดเดนของกรณีนี้คือแรงกดดันจาก
ภายนอกทําใหรัฐบาลไทยตองกําหนดมาตรการปองกันและปราบปรามการคามนุษยอยางเขมงวด จัดระบบ
การจัดทํารายงานระดับชาติ (country report) เพื่อยกระดับประเทศไทยใหพนจากระดับ 3 (Tier 3) ใน
รายงานการคามนุษยของกระทรวงการตางประเทศสหรัฐอเมริกา (Trafficking in Person Report- TIP
Report) และ IUU ของสหภาพยุโรป ความกาวหนาที่สําคัญคือ การที่สถานะของประเทศไทยไดรับการ
ยกระดับใหอยูในระดับที่ 2 อยางตอเนื่อง ดังนั้นจึงเปนเรื่องนาสนใจวา ในกระบวนการดําเนินงานดังกลาว มี
การใชประโยชนเชงิ นโยบายหรือไม อยา งไร เพราะอะไร
กรณีที่ 2 การราง พ.ร.บ.สงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคม พ.ศ.... ซึ่งตอมาถูกปรับเปน
ราง พ.ร.บ.องคกรไมแสวงผลกําไร ซึ่งกอใหเกิดการตอตานจากภาคประชาสังคมอยางยิ่ง กรณีศึกษานี้ เปน
กรณีที่แสดงถึงความสลับซับซอนของกระบวนการนโยบาย ซึ่งแมจะมีความพยายามในการใชองคความรูทาง
วิชาการในการรางกฎหมาย พรอมกับกระบวนการมีสวนรวมของภาคสวนตางๆ แตกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย ก็ไมสามารถมีบทบาทนําในกระบวนการนโยบายเรื่องน้ีได จนทําใหถูกนําไปผนวก
กบั ราง พ.ร.บ.องคกรไมแ สวงกาํ ไร ซ่ึงมเี จตนารมณของกฎหมายทแี่ ตกตางกนั
กรณที ี่ 3 การผลกั ดนั นโยบายศนู ยบ ริการคนพิการ เปนตัวอยางของกรณีศกึ ษาทเี่ ครอื ขายองคกรคน
พกิ ารใชความรูจากการศึกษาวิจัย เปน สวนสนบั สนุนการล็อบบี้เพื่อใหเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในเรื่อง
ศนู ยบริการคนพิการ
กรณที ่ี 4 การผลกั ดนั นโยบายสวัสดกิ ารผสู ูงอายุ เปน ตัวอยางของการสรางแพลทฟอรมและบทบาท
ของสถาบันที่เปนคลังสมองในการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องสวัสดิการผูสูงอายุ ซึ่งแมจะมีทรัพยากร มีงานวิจัย
84
สนับสนุนอยูจํานวนมาก แตในที่สุดนโยบายบํานาญผูสูงอายุ ก็กลายเปนทางเลือกเชิงนโยบายหนึ่งที่ไมไดถูก
นําไปใชแ ทนกองทนุ การออมแหงชาติ (กอช.)
กรณีที่ 5 แนวทางการดําเนินงานเกี่ยวกับคนไรบาน เปนตัวอยางของกรณีที่เครือขายวิจัยจาก
ภายนอก ทํางานวิจัยและผลักดันรวมกับหนวยงานในกระทรวงอยางตอเนื่อง มีการนําเอาขอมูล ระเบียบ
วธิ กี ารศกึ ษาไปใชประโยชน รวมถึงมคี วามพยายามในการทํางานวจิ ัยเพ่ือแกไขปญ หาคนไรบานรวมกัน
กรณีศึกษาทั้ง 5 จะแสดงใหเห็นถึงรูปแบบการนําผลงานไปใชประโยชน เงื่อนไขที่สําคัญที่ทําใหเกิด
การนําผลงานวิจยั ไปใชประโยชน รวมทัง้ สถานะของงานวิจยั ในกระบวนการนโยบาย/ภาคปฏิบตั กิ ารดว ย
4.2 กรณศี ึกษาการปอ งกันและปราบปรามการคามนุษย
ปญ หาการคามนษุ ยในประเทศไทยถูกหยบิ ยกมาเปน ประเด็นสําคัญเชงิ นโยบายเม่ือประเทศไทยถูกจัด
อันดับอยูในระดับ 3 (Tier-3) ในรายงานการคามนุษยของกระทรวงการตางประเทศสหรัฐอเมริกา (TIP
Report) และการไดใบเหลือง (yellow card) ในเรื่องการทําประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไรการ
ควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing Measures: IUU) ซึ่งมีผลตอการรับความ
ชวยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกา และการคาขายสินคาประมงไปยังประเทศยุโรป ประกอบกับการท่ี
สื่อมวลชนเผยแพรขาวชาวประมงที่เปนเหยื่อคามนุษยในประเทศอินโดนีเซียในป 2558691 แรงกดดันทั้งจาก
นานาชาติและภาคประชาสังคมทั้งภายในและตางประเทศ ทําใหรัฐบาลไทยตองหันมาใหความสําคัญและ
จรงิ จังกบั การแกไ ขปญ หาการคามนุษยอยางเขมงวด
4.2.1 กลไกนโยบายในการปอ งกนั และปราบปรามการคา มนุษย
ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติปองกันและปราบปรามการคามนุษย พ.ศ.2551 เปนฉบับแรกซึ่งมีการ
แกไขในป พ.ศ.2562 ในกฎหมาย กําหนดใหมีคณะกรรมการปองกันและปราบปรามการคามนษุ ย (ปคม.) ซ่ึง
ประกอบดวยนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวของ ผูทรงคุณวุฒิ โดยมีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย และหนวยงานในกระทรวง คือ กองตอตานการคามนุษย เปนฝายเลขานุการ
ภายใตค ณะกรรมการ ปคม. ยังมกี ารตงั้ คณะกรรมการอีกหลายชุด ไดแก คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย
5 คณะ ประกอบดว ยคณะอนุกรรมการปราบปรามการคา มนุษย อนุกรรมการดา นสตรี ดานการใชแรงงานเด็ก
แรงงานบงั คบั และแรงงานตา งดาว คณะอนกุ รรมการแกไขการทําประมงผดิ กฎหมาย (IUU Fishing)
1 รายละเอยี ดดูใน Jumnianpol, S., Nuangjamnong N, Srakaew, S. Trafficking of Fishermen in Southeast Asia: Sovereignty
Question and Regional Challenges in Hernandez, C., Kim, E., Mine, Y., Xiao, R. (eds) Human Security and Cross-Border
Cooperation in East Asia. Security, Development and Human Rights in East Asia. Palgrave Macmillan, Cham.
https://doi.org/10.1007/978-3-319-95240-6_12
85
การขับเคลื่อนภารกิจดานการปอ งกันและปราบปรามการคามนุษย กองตอตานการคามนุษยจะเปน
ฝายเลขานุการของคณะกรรมการปอ งกันและปราบปรามการคามนษุ ย ซึ่งการขับเคลื่อนงานดานการปองกนั
และปราบปรามการคา มนษุ ยจะอยูในลกั ษณะ “3ป” หรือ “3P”702 กลา วคือ
ดานที่ 1 การปราบปราม (Prosecution) : การดําเนินคดีหรือจับกุมที่เกี่ยวของกับการดําเนินการ
ทางอาญาในฐานความผิดดานการคามนุษย ซึ่งดานที่ 1 นี้เปนอํานาจหนาที่ของหนวยงานฝายความมั่นคง
ไดแ ก ตํารวจ อัยการ หรือ ศาล เปนตน
ดานที่ 2 การปกปอง (Protection) : เปนการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวของกับหลักการสิทธิมนุษชนขั้น
พื้นฐานในการฟนฟูเยียวยาทั้งทางรางกายและสภาพจิตใจใหแกผูที่ไดรับผลกระทบจากการคามนุษย713 ซ่ึง
ภารกิจดานที่ 2 นี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เปนหนวยงานหลักที่อยูในฐานะ
“เจาภาพ” ในการดําเนินภารกิจดานการปกปองผูเสียหายจากการคามนุษย โดยเปนการบูรณาการทุก
หนวยงานหรือทุกกลุมภารกิจภายในกระทรวงที่เกี่ยวของกับกลุมเปาหมายของการปองกันและปราบปราม
การคา มนษุ ย อาทิ
- สถานคุมครองผูเสียหายจากการคามนุษยที่อยูในการกํากับดูแลของกระทรวง พม. มี
ท้งั หมด 8 แหง
- ถา หากผเู สยี หายเปนกลุมเด็กและเยาวชน จะมีบา นพกั เด็กและครอบครวั ในทุกจังหวัดที่ทํา
หนาที่ในการฟนฟูและเยียวยาสภาพจิตใจของกลุมเด็กและเยาวชาซึ่งเปนผูเสียหายไมใหไดรับความ
กระทบกระเทือน (intact) ท้ังทางกายและจติ ใจ
- ถาหากผูเสียหายเปนกลุมเปราะบาง เชน คนไรบาน คนขอทาน คนไรที่พึ่ง ฯลฯ จะมีศูนย
คุมครองคนไรที่พึ่งของแตละจังหวัดเขามาประสานและดูแลกลุม เปาหมายดังกลาว โดยมี พมจ. ของ
แตละจังหวัดเปนศูนยกลางของการประสานงาน กองคามนุษยเปนผูสนับสนุนภารกิจ และมีผูวา
ราชการจงั หวัดเปน ประธานคณะกรรมการในการขับเคลอื่ นภารกจิ ในระดบั พ้นื ที่อีกดวย
ดานที่ 3 การปองกัน (Prevention) : เปนการดําเนินภารกิจเพื่อสกัดกั้นไมใหสถานการณการคา
มนุษยเกิดขึ้นในอนาคต724 โดยภารกิจดานที่ 3 นี้ กระทรวงแรงงานเปนหนวยงานหลักในการดําเนินภารกิจ
ดังกลาว เนื่องจากสาเหตุที่สําคัญประการหนึ่งที่ทําใหเกิดการคามนุษยคือความเหลื่อมลํ้าทางดานเศรษฐกิจ
และสังคม รวมไปถึงการวางงานที่นําไปสูการขาดแคลนรายไดทีเ่ พียงพอตอการดํารงชีวิต735 ดังนั้น การปองกัน
ผูเ สียหายจากการคา มนุษยรูปแบบหน่ึงคือการจัดหางานท่ีทาํ ใหเกิดรายไดท่ีเหมาะสมใหแกผูที่มีความเส่ียงตอ
การเปน ผเู สยี หายของขบวนการคา มนษุ ย
2 กิตสุรณ สังขสุวรรณ. (2558). “การแกไขปญหาการคามนุษยดวยมาตรการ“3P” Resolving Human Trafficking with the “3P”
Paradigm” วารสารสังคมศาสตร มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ, 18 (มกราคม-ธันวาคม): 314-334.
3 กิตสุรณ สงั ขสวุ รรณ. (2558). เพ่ิงอา ง. น. 323.
4 กิตสุรณ สงั ขสวุ รรณ. (2558). อางแลว . น. 324
5 กิตสรุ ณ สังขสวุ รรณ. (2558). อางแลว . น. 325
86
สําหรับการขบั เคลื่อนนโยบายและภารกิจดานการปองกันและปราบปรามการคามนุษยที่เก่ียวของกับ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยและกองตอตานการคามนุษย คณะผูวิจัยไดสังเคราะห
โครงสรา งอํานาจและหนา ที่จากกฎหมายท่เี ก่ียวของและจากการสมั ภาษณซ่ึงสามารถแสดงไดดังภาพที่ 4.1
ภาพท่ี 4. 1 กลไกการดําเนนิ งานปองกันและปราบปรามการคา มนุษยใ นสว นของกระทรวง พม.
พม. มีคณะอนุกรรมการกํากับและติดตามการคามนุษย โดยมี รมต. พม. เปนประธาน ในการจัดทํา
ทํา “รายงานผลการดําเนินงานปองกันและปราบปรามการคามนุษยของประเทศไทย” (Trafficking in
Persons Report: TIP Report) เพื่อรายงานสถานการณการคามนุษยในประเทศไทยตอสหรัฐอเมริกาเพ่ือ
นําไปสูการประเมินจัดระดับประเทศไทยในรายงานการคามนุษยในแตละป ทั้งนี้ มีหนวยงานที่เกี่ยวของเปน
คณะกรรมการ เชน สํานกั งานตํารวจแหง ชาติ กระทรวงแรงงาน แรงงาน กรมประมง เปนตน หรือกลา วอีกนัย
หนึ่ง หนวยงานที่รับผิดชอบการปฏิบัติภารกิจการปองกันและปราบปรามการคามนุษยในแตละดาน (การ
ปราบปราม การปกปอง การปองกัน : 3P/3ป) จะดํารงตําแหนงเปนคณะกรรมการของคณะอนุกรรมการ
ดังกลาว โดยมีกระทรวงการตางประเทศทําหนาที่ประสาน และนําสงรายงานดงั กลาวไปยงั หนวยงานดานการ
ปองกันและปราบปรามการคามนุษยระหวางประเทศ และกองตอตานการคามนุษยจะทําหนาที่เปน “...เปน
87
ศูนยกลางประสานงานและรวมมือกับสวนราชการหนวยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวของทั้งภายในและ
ตา งประเทศในการดาํ เนินการตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการคา มนษุ ย...”746
ภาพ 4.1 แสดงใหเห็นวา แมปญหาการคามนุษยจะมีผูมีสวนไดสวนเสียหลายฝาย และมี
สื่อสารมวลชนและองคกรภาคประชาสังคมเปนผูจุดประเด็นใหเกิดการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแกไขปญหา
ดังกลาวอยางจริงจัง การปองกันและปราบปรามการคามนุษยมีขอบขายการดําเนินงานที่ครอบคลุมหลายมิติ
ทัง้ งานปราบปราม การปองกนั และการชว ยเหลอื เยียวยา ในสว นของงานปราบปราม เปน ความรับผิดชอบหลัก
ของหนวยงานดานความมนั่ คง การดําเนนิ งานงานในสวนของประมงทะเล เปนความรับผิดชอบของกรมประมง
และศูนยอํานวยการรักษาผลประโยชนของชาติทางทะเล (ศรชล.) การดําเนินงานที่เกี่ยวของกับแรงงาน เปน
ความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงาน ในขณะที่กระทรวง พม. รับผิดชอบงานที่เปนปลายทาง คือการ
ชวยเหลอื เยียวยาผเู สียหาย และการจัดระบบเพื่อทํารายงานการปองกันและปราบปรามการคามนุษยประจําป
ดังนั้น ในกระบวนการนโยบายและแกไขปญหา ภาครัฐยังคงเปนตัวแสดงหลัก และแมวาภารกิจการปองกัน
และปราบปรามการคามนุษยจะมีอยูหลายมิติ แตหนวยงานของกระทรวง พม. ใหความสําคัญกับงานจัดทํา
รายงานและการเยียวยาเหย่ือกระบวนการคามนษุ ย โดยมกี องตอตา นการคามนษุ ยเปนกลไกหลัก
4.2.2 กระบวนการวิจยั และนาํ ผลงานวจิ ัยไปใชป ระโยชนในนโยบายการปอ งกันและปราบปรามการคา
มนษุ ย
พม. มีคณะอนุกรรมการกํากับและติดตามการคามนุษย โดยมี รมต. พม. เปนประธาน ในการจัดทํา
ทํา “รายงานผลการดําเนินงานปองกันและปราบปรามการคามนุษยของประเทศไทย” (Trafficking in
Persons Report: TIP Report) เพื่อรายงานสถานการณการคามนุษยในประเทศไทยตอสหรัฐอเมริกาเพ่ือ
นําไปสูการประเมินจัดระดับประเทศไทยในรายงานการคามนุษยในแตละป ทั้งนี้ มีหนวยงานที่เกี่ยวของเปน
คณะกรรมการ เชน สํานกั งานตาํ รวจแหงชาติ กระทรวงแรงงาน แรงงาน กรมประมง เปน ตน หรอื กลาวอีกนัย
หนึ่ง หนวยงานที่รับผิดชอบการปฏิบัติภารกิจการปองกันและปราบปรามการคามนุษยในแตละดาน (การ
ปราบปราม การปกปอง การปองกัน : 3P/3ป) จะดํารงตําแหนงเปนคณะกรรมการของคณะอนุกรรมการ
ดังกลาว โดยมีกระทรวงการตางประเทศทาํ หนาท่ีประสาน และนําสง รายงานดังกลาวไปยงั หนวยงานดา นการ
ปองกนั และปราบปรามการคา มนษุ ยระหวางประเทศ
ในประเดน็ การคุม ครองชว ยเหลือผูเสียหายจากการคามนุษยน้ัน ภารกิจดงั กลา วของกระทรวง พม. มี
ตนกําเนิดมาจากกรมประชาสงเคราะห ดังนั้น ในความคิดเห็นของผูรับผิดชอบภารกิจ กระทรวง พม. จึงเปน
“มืออาชีพในการดูแลเรื่องการชวยเหลือเรือ่ งการคามนุษย” อีกทั้งยังมีทักษะหรือความสามารถเฉพาะทางใน
การดําเนินภารกิจดังกลาวดวย อีกดานหนึ่ง กองตอตานการคามนุษยยังเปนหนวยงานเฉพาะของกระทรวง
พม. ในการทําหนาที่ประสานและบูรณาการความรวมมือในการขับเคลื่อนภารกิจดานการปองกันและ
6 แผนภูมิโครงสรา งการแบงสวนราชการ สํานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย, อางแลว.
88
ปราบปรามการคามนุษยรวมกับหนวยงานภาคีในลักษณะ “คณะทํางานสหวิชาชีพ” ซ่ึงประกอบไปดวย เจา
พนักงานปกครองและฝายความมน่ั คง เจา หนา ท่ีจาก พม. เจาหนาท่จี ากกระทรวงแรงงาน เปนตน
จุดเดนอีกประการหน่งึ ที่แสดงใหเ ห็นถงึ ศักยภาพในการขับเคล่อื นภารกจิ ของกองตอตา นการคามนุษย
คือในวันตอตานการคามนุษยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผานมานั้น หลายภาคสวนไดชื่นชมการทํางานดานการ
ปองกันและปราบปรามการคามนุษยของประเทศไทย โดยเฉพาะอยางยิ่ง เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจํา
ประเทศไทยไดชื่นชมการดําเนินงานของ “สถานคุมครองสวัสดิภาพผูเสียหายจากการคามนุษย” ซึ่งเปน
นโยบายของกระทรวง พม. ในการปรับวิธกี ารดําเนินงานของสถานคุมครองดงั กลาวใหอยใู นลักษณะ “Happy
Shelter”757 หรือ “สถานคุมครองแหงความสุข” ของภูมิภาคอาเซียน และอยากใหประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
อาเซยี นไดนาํ นโยบายนไ้ี ปประยกุ ตใ ช768
ขอมูลขางตน แสดงใหเหน็ การจัดลําดับความสําคญั ในการดําเนินงานที่เก่ียวของกบั การคามนษุ ยข อง
กองตอตานการคามนุษย และนโยบายการดําเนินงานของกระทรวง พม. ที่เกี่ยวของกับปลายทาง คือ การ
จัดทาํ รายงานและการคุมครองผูเสียหายเปน สําคัญ อยางไรกด็ ี หากพจิ ารณาการนําผลงานวจิ ยั ไปใชประโยชน
ในการดําเนินการที่เกี่ยวของกับการปองกันและปราบปรามการคามนุษยของกระทรวง พม. พบวา นับตั้งแต
ปญหาการคามนุษยปะทุขึ้นมาอีกครั้งในป 2557 นอกจากความเคลื่อนไหวในแวดวงนโยบายแลว ในสถาบัน
วิชาการ เกิดอุตสาหกรรมการวิจัยการปองกันและปราบปรามการคามนุษยอยางมากมาย ในชวงเวลา 8 ปที่
ผา นมา มีงานวจิ ยั จาํ นวนมากทั้งทีเ่ ปน งานวจิ ัยของสถาบันการศึกษา งานวิจัย/วิทยานิพนธระดับปจเจกบุคคล
ในสวนของกระทรวง พม.เอง ก็มีงานวิจัยหลายชิ้นทั้งที่เปนงานวิจัยของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และ
งานวจิ ยั ของ สสว. (รายละเอยี ดดูในภาคผนวก 3) แตดูเหมือนไมมจี ุดเช่ือมโยงเชงิ นโยบายระหวางงานวิจัย
กับกระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายที่มีอยู สวนหนึ่งอาจเปนเพราะงานวิจัยที่มีอยูไมตองกับความตองการ
ของหนว ยงาน ขอมลู จากการสมั ภาษณ พบวา ผรู บั ผดิ ชอบภารกจิ ใหข อ มลู วา “กองตอ ตา นการคา มนุษยไมได
มียุทธศาสตรการวิจัยเปนการเฉพาะ” แตเนนการทําวิจัยเพื่อพัฒนาประจําและปรับปรุงระบบการทําใหมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น และแมจะเห็นความจําเปนในการศึกษาวิจัยเพื่อคนหาแนวทางใหมๆ ในการชวยเหลือ
เยยี วยาเหยือ่ จากกระบวนการคามนุษย แต “ทุกคนคิดวางานวจิ ยั เปน งานรอง ไมใ ชงานหลกั ” จึงไมไ ดใ หค วาม
สนใจในการนาํ ผลการศึกษาวจิ ัยทีม่ ีอยูมาใชประโยชน และในการปฏิบัติงานกเ็ ปน การแกไขปญหาเฉพาะหนา
จากประสบการณที่ทํางานอยูมากกวา ท่ีจะใชป ระโยชนจากงานวิจัย/การศึกษา เชน กรณีการขยายเพดานเงิน
ชวยเหลือจากเหยื่อการคามนุษย ที่ใชประสบการณในการบริหารจัดการเคสเปนกรณีศึกษาเพื่อแกไขปญหา
ขอ จาํ กดั เรื่องเงินเยียวยา779
7 https://www.thairath.co.th/news/local/2036761
8 https://www.aseanact.org/story/happy-shelters-thai/
9 เพดานในการใหค วามชว ยเหลือเหย่ือคา มนษุ ยตอ ผูเสยี หายเดิมอยทู ่ี 3,000 บาทตอราย แตเมือ่ มเี หย่ือการคามนษุ ยร ายหนง่ึ แสดงความ
ประสงคข อเงนิ ชวยเหลือไปเพือ่ เรยี นภาษาเพอ่ื เตรยี มไปตางประเทศ จงึ มีความพยายามแกไขขอจาํ กดั และอนุมัตใิ หเงนิ ใหเ หย่ือรายนไ้ี ปเกิน
กวา เพดานท่มี ีอยู และเปน เหตุหนง่ึ ในการเปลีย่ นแปลงกฎเกณฑเ รื่องเพดานเงินชวยเหลือ (ผูอํานวยการกองตอ ตา นการคา มนุษย, สัมภาษณ,
6 ตุลาคม 2564)
89
กองตอตานการคามนุษยมี “กองทุนเพื่อการปองกันและปราบปรามการคามนุษย” เปนเครื่องมือ
สําคัญในการดําเนินงาน นอกเหนือไปจากการจายเงนิ เพื่อชวยเหลือเยียวยาเหยือ่ คามนษุ ย การอบรม สัมมนา
แลว ยังมีการใชเงินจากกองทุนในการพัฒนาองคความรูและเครื่องมือในการทํางานดวย เชน โครงการจัดทํา
ระบบฐานขอมูลและรายงานสถิติการคามนุษยรายวันผานแอพพลิเคชั่น “Protect-U”7810 โดยไดรับการ
สนับสนุนการจัดทําระบบดังกลาวจาก สํานักนวัตกรรมดานซอฟตแวร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และ
“โครงการสมารทกองทุน”เพื่อคนหาอุปสรรคและชองวาที่จะนําไปสูการขับเคลื่อนภารกิจของกองทุนใหมี
ประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงโครงการ “Road Map สู Tier 1” ซึ่งเปนโครงการที่มอบหมายใหนักวิชาการ
จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรเปนผูดําเนินงาน ในภาพรวม เงินกองทุนที่ถูกใชเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ให
ความสําคัญที่การพัฒนาฐานขอมูล และแนวปฏิบัติในการดําเนินงานมากกวาที่จะเปนการพัฒนาองคความรู
หรืองานวิจัยที่มีความสลับซับซอน และในการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายหรือกลไกการดําเนินงานก็เปนไปเพื่อ
ตอบสนองการจัดทํารายงานเปนสําคัญ เชน การแตงตั้ง “คณะอนุกรรมการรวมวาดวยการตอตานการคา
มนุษยไทย-สหรฐั ” ซึ่งเปนกลไกการทํางานรว มกับคณะทํางานของสหรัฐอเมรกิ า เพื่อรายงานสถานการณดา น
การคา มนุษยระหวางรฐั บาลไทย-สหรัฐอเมริกาเปน การเฉพาะ
ในความรับผดิ ชอบของกระทรวง พม. ผรู ับผดิ ชอบภารกิจ ตระหนกั ถึงจุดออนในการดําเนินงานที่ขาด
องคความรูในการขับเคลื่อนงาน รวมไปถึงปญหาและความทาทายใหมๆ ในภารกิจการปองกันและชวยเหลือ
เยียวยาเหยื่อคามนุษย ประเด็นปญหาที่สําคัญหรือการคามนุษยในรูปแบบใหมๆ รูปแบบของเหยื่อหลัง
สถานการณการแพรระบาดของโรคโควิด-19 เห็นความจําเปนในการศึกษาวิจัยซึ่งจําเปนตองมีนักวิชาการ/
สถาบนั เขามาศึกษาวจิ ัย แตไมใ หค วามสาํ คัญกบั การดาํ เนนิ การเองหรอื ใหห นว ยงานภายในเปน ผูดาํ เนนิ การ
4.3 การรา ง พ.ร.บ.สนบั สนุนและสง เสริมองคก รภาคประชาสังคม พ.ศ....
ทีม่ าสาํ คัญของการจดั ทํารางพระราชบัญญตั สิ งเสริมและสนับสนุนองคก รประชาสังคม พ.ศ.... มาจาก
การออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการสงเสริมและพัฒนาประชาสังคม พ.ศ.25587911 ซึ่งกําหนดใหมี
คณะกรรมการสงเสริมและพัฒนาองคกรประชาสังคม (คสป.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่
นายกรัฐมนตรีมอบหมายเปนประธาน กําหนดใหอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเปนฝายเลขานุการ ใน
สวนของ คสป. ทเ่ี ปน กรรมการผทู รงคุณวุฒิ มวี าระการดาํ รงตําแหนง 4 ป
10 https://www.matichon.co.th/local/news_1940603
11 ระเบยี บสาํ นักนายกรฐั มนตรีวา ดวยการสงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสงั คม พ.ศ.2558. ราชกิจจานเุ บกษา เลม 132 ตอนพิเศษ
194 ง, 24 สงิ หาคม 2558.
90
คณะกรรมการสง เสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคม (คสป.)
นายกรฐั มนตรหี รอื รองนายกรัฐมนตรที ีไ่ ดร บั มอบหมาย
รัฐมนตรปี ระจาํ สํานักนายกรัฐมนตรีหรอื ผูชวยรัฐมนตรี ผูทรงคุณวฒุ ิซึง่ นายกรัฐมนตรแี ตง ตง้ั
มณเฑยี ร บญุ ตัน
กรรมการโดยตาํ แหนง 7 คน กรรมการผูท รงคณุ วุฒิ 9 คน 5 ดา น
ปลดั สาํ นักนายกรัฐมนตรี กรรมการและเลขานกุ าร - การเสรมิ สรางความ
ปลดั กระทรวงการคลงั เขมแข็ง
ปลดั กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย อธบิ ดกี รมพฒั นาสังคมและสวสั ดกิ าร
ปลดั กระทรวงมหาดไทย - สง เสริมสทิ ธมิ นุษยชน
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคม ผชู วยเลขานุการ 2 คน หรอื สิทธพิ ลเมือง
แหง ชาติ
ผูจดั การกองทุนสนับสนุนการสรางเสรมิ สุขภาพ - สงเสริมความเปน ธรรม
ผูอาํ นวยการสาํ นกั งานสรา งเสริมกิจการเพื่อสงั คมแหงชาติ และลดความเหลอ่ื มลํ้า
- กลมุ ประชากรและ
ผูดอ ยโอกาส
- กฎหมาย
ภาพท่ี 4. 2 โครงสรางคณะกรรมการสง เสริมและพัฒนาองคก รภาคประชาสังคม
ที่มา: คําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรีที่ 44/2559 เรื่องแตงตั้งกรรมการและเลขานุการ กรรมการผูทรงคุณวุฒิและรอง
ประธานกรรมการคนท่ีสองในคณะกรรมการสง เสริมและพัฒนาองคก รภาคประชาสงั คม 24 กุมภาพันธ 2559
คสป. มีหนาทใ่ี นการสงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาสงั คม ลดความเหลื่อม
ลา้ํ พัฒนาคุณภาพชวี ิตและสุขภาวะของประชาชน ชมุ ชน รวมทง้ั สรา งความเขมแข็งและพึ่งตนเองได โดยตอง
มีการจัดทําแผนงานสงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคม สนับสนุนการศึกษาวิจัยและฝกอบรม การ
พัฒนาศกยภาพและธรรมาภิบาลขององคกรภาคประชาสังคม จัดทําฐานขอมูลองคกรภาคประชาสังคม และ
จัดทํานโยบายสาธารณะที่เสนอโดยองคกรประชาสังคม กําหนดหลักเกณฑการจัดสรรเงินอุดหนุนหรือความ
ชวยเหลือแบบอื่นเพื่อสนับสนุนโครการและกิจกรรม จัดใหมีการจัดประชุมรับฟงความคิดเห็นของประชาชน
และผูมีสวนไดสว นเสยี เกีย่ วกบั บทบาทขององคกรภาคประชาสังคมในการพัฒนาประเทศปละ 1 ครง้ั
ผลงานที่ชัดเจนที่สุดของ คสป. คือการจัดทํารางพระราชบัญญัติสงเสริมและสนับสนุนองคกรประชา
สังคม พ.ศ.... ซึ่งสาระสําคัญคือการสรางมาตรการ กลไกสนับสนุนใหองคกรภาคประชาสังคมไดมีบทบาทใน
การเปนหุนสวนการพัฒนา ในฐานะผูมีสวนเกี่ยวของใน คสป. ผูใหขอมูลทานหนึ่งกลาววา ในการดําเนินงาน
รางกฎหมายของ คสป. มีการจัดทําขอมูลวิชาการศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายในลักษณะเดียวกันใน
ตางประเทศ เพื่อประโยชนในการยกรางกฎหมาย และกระทรวงฯ ไดจัดเสนอใหคณะรัฐมนตรีรับทราบครั้ง
91
แรกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2558 โดยในวันที่ 7 มกราคม 2562 รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (พลเอก ฉัตรชัย
สาริกัลปยะ) ใหก ระทรวงฯ รับรางไปหารอื รวมกบั หนวยงานอน่ื ๆ ท่เี กี่ยวของ
สาระสําคัญในราง พ.ร.บ.ที่มีขอขัดแยงประการแรกคือ การจัดตั้งกองทุนสงเสริมและพัฒนากองทุน
สงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชาสังคม ซึ่ง คสป. ยินยอมตัดหมวด 3 กองทุนสงเสริมและพัฒนาองคกร
ภาคประชาสงั คม และใหมีการจดั ต้งั สาํ นกั งานสง เสรมิ และพฒั นาองคกรภาคประชาสังคมภายใตกฎหมายฉบับ
นี้ เพื่อเปน กลไกเขา มาชว ยทําหนา ทใ่ี นงานพัฒนาสังคม โดยมกี ารจัดการรับฟงความคิดเห็นตอราง พ.ร.บ.ตาม
ขน้ั ตอน และเสนอคณะรัฐมนตรีอกี ครัง้ เมื่อเม่ือวนั ท่ี 17 ธันวาคม 25638012
อยางไรก็ดี ขนานไปกับการเคลื่อนไหวของ คสป. สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไดจัดทําราง
กฎหมายอีกฉบับที่เกี่ยวของกับองคกรภาคประชาสังคมคือ ราง พ.ร.บ. กฎหมายวาดวยการดําเนินงานของ
องคกรไมแสวงหารายไดหรือกําไรมาแบงปนกัน พ.ศ.... ตามขอสั่งการของนายกรัฐมนตรี8113 ซึ่งสํานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาไดศึกษากฎหมายจากหลายประเทศ และไดรับมอบหมายใหจัดทําและเสนอราง
กฎหมายตอคณะรัฐมนตรี
สาระสําคัญที่รางกฎหมายฉบับนี้ แตกตางจากราง พ.ร.บ. สงเสริมและสนับสนุนองคกรภาคประชา
สังคม คือ ในขณะที่รางของ คสป. มีจุดเนนที่การสงเสริมและสนับสนุน แต ราง พ.ร.บ. ของสํานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎกี ามจี ุดเนนท่ีการควบคุมองคกรภาคประชาสังคมหรือ “องคกรไมแ สวงหากําไรมาแบงปน
กัน”โดยเฉพาะในเรื่องของการเงิน โดยในเหตุผลความจําเปนในการตรากฎหมาย ระบุถึงปญหา “การ
หลกี เลี่ยงภาษี ซงึ่ เปน การหลอกลวงประชาชน” รวมไปถึงการรับเงนิ หรือทรพั ยส ินจากผบู ริจาคในตางประเทศ
มาใชในกิจกรรมที่ “อาจสงผลตอความสัมพันธระหวางราชอาณาจักรไทยกับประเทศเพื่อนบาน หรือที่สงผล
กระทบตอความสงบเรียบรอยในราชอาณาจักร”8214 ดังนั้น รางกฎหมายฉบับนี้จึงเนน การควบคุมและกํากับ
การดําเนินงานใหเปดเผย โปรงใส โดยเนนที่การเปดเผยที่มาและจํานวนของทรัพยสิน และในกรณีที่องคกร
ภาคประชาสังคมจะรบั เงินบริจาคจากตางประเทศมาใชในการทํากิจกรรม สามารถกระทาํ ไดเฉพาะกิจกรรมที่
รฐั มนตรกี าํ หนดเทานนั้ 8315
ตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการของราง พ.ร.บ. ฉบับของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ 2564 ใหสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับรางพระราชบัญญตั ิสงเสริมและพัฒนา
12 หนังสอื กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่ พม 0608/17883 วนั ท่ี 17 ธนั วาคม 2563 ถึงเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรี
เรอ่ื ง รางพระราชบญั ญตั สิ งเสรมิ และพัฒนาองคก รภาคประชาสงั คม พ.ศ....
13 หนังสอื สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า ที่ นร 0913/26 ถึงเลขาธิการสํานกั นายกรัฐมนตรี วนั ท่ี 8 กุมภาพันธ 2564 กลา วท่มี าของ
กฎหมายไวอยา งชดั เจนวา “...นายกรัฐมนตรจี ึงมีขอ สง่ั การ (เนนโดยผูวจิ ยั ) ใหสํานักงานกฤษฎกี าศึกษากฎหมายวาดว ยการดาํ เนินงานของ
องคก รท่ไี มแสวงหารายไดหรือกาํ ไรมาแบงปน กันของตางประเทศเพือ่ หาหลักการที่เหมาะสมมาใชในการยกรา งกฎหมายในทาํ นองเดียวกัน
ของประเทศไทย...”
14 เหตผุ ลในการตรารา งพระราชบัญญตั วิ าดวยการดาํ เนนิ งานขององคกรท่ีไมแ สวงหารายไดหรือกําไรมาแบงปน กนั พ.ศ.... ออนไลน เขาถงึ ได
จาก http://dopacrr.dopa.go.th/draft_law/app/upload/00000401.pdf
15 หนังสือสาํ นกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร 0913/26, อา งแลว.
92
องคกรภาคประชาสังคม พ.ศ. ไปประกอบการยกรางกฎหมายวา ดวยการดําเนินงานขององคกรไมแ สวงกําไร8416
โดยนัย มติ ครม. 23 กุมภาพันธ 2564 แสดงใหเห็นถึงการใหความสําคัญกับหลักการการควบคุมเหนือการ
สนับสนุนองคกรภาคประชาสังคมแบบ คสป. หรือกระทรวง พม. และใหใชรางของสํานักงานกฤษฎีกาเปน
หลัก รางของกระทรวง พม. กลายเปนรอง หรือเปนเพียงสวนประกอบเทานั้น หลังการปรับปรุงสํานักงาน
กฤษฎีกาไดเสนอรางกฎหมายฉบับนี้ โดยรับหลักการในขอกําหนดตามมาตรฐานสากลดานการปองกันและ
ปราบปรามการฟอกเงนิ และการตอตา นการสนับสนนุ ทางการเงินแกการกอการรายและการแพรขยายอาวุธท่ี
มีอานุภาพทําลายลางสูง (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism-
AML/CFT) จํานวน 8 ประเด็นที่สํานักงานปราบปรามการฟอกเงินเสนอ (มติ ครม. 29 มิถุนายน 2564)
รวมถึงความเห็นขององคกรตาง ที่เกี่ยวของ และเปลี่ยนแปลงผูรักษาการจากรัฐมนตรีวาการ
กระทรวงมหาดไทยมาเปนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย ประเด็นในราง
พ.ร.บ.ฉบับ คสป. ทถี่ ูกรบั ไปในราง พ.ร.บ.ฉบับใหมคือ การมีกลไก “คณะกรรมการสงเสริมและพัฒนาองคกร
ไมแสวงหากําไร” เพื่อทําหนาที่แทน คสป. ซึ่งมี รมต. พม. เปนประธานและมีอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและ
สวัสดิการเปนเลขานุการ ประเด็นที่ไมถูกรับไปคือการจัดตั้งสํานักงานสงเสริมและพัฒนาองคกรภาคประชา
สังคมขึ้นมาเปนการเฉพาะ แตผลักใหภารกิจนี้เปนงานประจําของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ8517 ซึ่งราง
กฎหมายฉบับน้ไี ดร บั ความเห็นชอบจาก ครม. ในวันท่ี 4 มกราคม 2565
เมอื่ คณะรฐั มนตรรี บั หลักการของราง พ.ร.บ.องคก รไมแ สวงกําไร กอใหเกิดแรงตอ ตานจากองคกรภาค
ประชาสงั คม และองคกรภาคประชาชนอยางมาก มกี ารจัดเสวนาเพ่ือคดั คานรางกฎหมายฉบับนี้จากเครือขาย
คัดคานรางกฎหมายควบคุมภาคประชาชนเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ 25658618มีการเดินขบวนและยื่นรายช่ือ
คัดคานกฎหมาย 13,379 รายชื่อตอนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2565 ซึ่งเปนวันสุดทายของการรับฟงความคิดเห็น8719 หลังจากการ
คดั คาน กระทรวง พม. ไดข ยายเวลารบั ฟง ความคิดเห็นออกไปจนถึงวนั ท่ี 1 เมษายน 2565
แมว ากรณศี ึกษาราง พ.ร.บ.สง เสรมิ และพัฒนาองคกรภาคประชาสงั คม ยังไมมีขอ ยุติที่ชดั เจน แตการ
ถูกปรับเปลี่ยนเปนราง พ.ร.บ.ไมแสวงหากําไร แสดงใหเห็นความสลับซับซอนของกระบวนการนโยบายที่
กระทรวงการพัฒนาสังคมมีบทบาทเปนรองในกระบวนการนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม เพราะมีตัว
16 รางพระราชบญั ญัติวาดว ยการดําเนนิ งานขององคก รทไ่ี มแ สวงหารายไดหรือกาํ ไรมาแบงปนกัน พ.ศ. ... , สาํ นกั งานคณะกรรมการ
กฤษฎีกา ออนไลน เขาถึงไดจาก https://www.krisdika.go.th/detail-law-draft-under-consideration-by-the-office-of-the-council-of-
state?billCode=279&type=billMain
17 หนังสอื สาํ นักงานคณะกรรมการกฤษฎกี าท่ี นร 0907/3158 ถงึ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี วนั ท่ี 21 ธนั วาคม 2564
18 กองบรรณาธกิ าร TCIJ, วงเสวนาชีร้ ัฐหวงั “ลม กระดานองคก รไมแ สวงผลกาํ ไร” ดวย “กฎหมายควบคุมภาคประชาสงั คม” 14 กมุ ภาพนั ธ
2565 ออนไลน เขาถึงไดจ าก https://www.tcijthai.com/news/2022/2/scoop/12216
19 BBC News ไทย, พ.ร.บ.เอน็ จีโอ: รางกฎหมายทีถ่ ูกมองวา จาํ กัดสิทธิภาคประชาสงั คม, 25 มีนาคม 2565 ออนไลน เขาถงึ ไดจ าก
https://www.bbc.com/thai/thailand-60872014
93
แสดงที่มีอิทธิพลเหนือกวากระทรวงการพัฒนาสงั คม เมื่อเปนเชนนี้ แมจะมีการใชองคค วามรูท างวิชาการ แต
ความรทู ่ใี ชก เ็ ปนรองความรูแบบอื่นๆ หรือมอี ํานาจไมเทาความรแู บบอื่น
4.4 การขับเคล่อื นนโยบายเพื่อการเพิม่ ประสิทธภิ าพศนู ยบรกิ ารคนพิการท่ัวไปโดยองคก รคน
พกิ าร
ในกรณีถัดมา การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพศูนยบริการคนพิการทั่วไปโดยองคกร
คนพิการ แมวาศูนยบริการคนพิการ ไดรับการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคน
พิการ พ.ศ.2550 แกไขเพิ่มเติม พ.ศ.2556 มาตรา 20 (3) ซึ่งกําหนดใหมีการจัดตั้งศูนยบริการคนพิการ 2
ประเภท คือ ศูนยบริการคนพิการระดับจังหวัด และศูนยบริการคนพิการทั่วไป ที่ดําเนินการโดยองคกร
ปกครองทองถิ่น หนวยงานภาครัฐ องคกรพิการหรือองคกรเพื่อคนพิการ8820 ปญหาสําคัญของนโยบายนี้อยูท่ี
การวางหลักเกณฑที่เปนอุปสรรคตอ การรับรองศูนยบริการคนพิการที่ดําเนินงานโดยองคกรพิการหรือองคกร
เพือ่ คนพกิ าร รวมไปถึงขาดกลไกสนบั สนุนทเ่ี พยี งพอ ในกรณีนี้ มลู นธิ สิ ถาบันวจิ ัยและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คน
พิการ (Thailand Research Institute for Empowerment of Persons with Disability Foundation –
TRIP) และเครอื ขา ยองคกรคนพิการถือเปนกลไกสาํ คัญในการผลกั ดนั เพื่อใหเกิดการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่ม
สมรรถนะใหศ นู ยบ รกิ ารคนพกิ าร
4.4.1 กลไกนโยบาย
การรวมกลุมของคนพิการมีความหลากหลาย แยกไปตามประเภทของความพิการ แตมีสภาคนพิการ
ทุกประเภทแหงประเทศไทยท่ีเชื่อมโยงทั้งการเคลือ่ นไหวภายในและตางประเทศ กลุมคนพิการ ถือเปนกลุมที่
มีประสบการณก ารเคลือ่ นไหวอยางยาวนาน เริ่มจากการตอสูเพื่อลดอคติ การตีตรา การเปลี่ยนกระบวนทศั น
ในการสนับสนุนคนพิการ จากสงเคราะหมาเปนแนวคิดเรื่องสิทธิและการเสริมพลัง8921 จุดเดนที่สําคัญของ
เครือขายคนพิการจงึ เปนเรื่องของประสบการณในการเคลือ่ นไหวที่ยาวนาน และผูนําทีไ่ ดรับการยอมรับทั้งใน
ระดับชาติและนานาชาติ ผลกระทบที่สําคัญของการเคลื่อนไหวกอใหเกิดพระราชบัญญัติสงเสริมและพัฒนา
คุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 ซึ่งกําหนดใหมีคณะกรรมการสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
แหงชาติ (กพช.) เปนกลไกนโยบายระดับชาติ และมีกองทุนสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเปน
ทรัพยากรท่สี าํ คญั ในการดาํ เนินงาน มกี ารประชุมสมชั ชาคนพกิ ารระดบั ชาติเปน ประจาํ ทุกป แตกเ็ ปนท่ยี อมรับ
วาการสรางการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่เกิดขึ้น เปนเรื่องของการผลักดันเคลื่อนไหว (movement) ของ
เจาของปญหามากกวาใชค วามรู เพราะความรูเปน เรือ่ งทถ่ี ูกกดทบั 9022
20 พระราชบัญญัติสง เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพกิ าร พ.ศ.2550
21 สุพรรณี เกลือ่ นกลาด, สุภรธรรม มงคลสวสั ดิ,์ ขบวนการทางสงั คมของคนพิการไทย, บทความนาํ เสนอในการสัมมนาวชิ าการระดบั ชาติ
ดา นคนพกิ าร ครัง้ ท่ี 9
22 พญ. วชั รา รว้ิ ไพบลู ย, คณบดีวิทยาลัยราชสดุ า มหาวทิ ยาลยั มหิดล, สัมภาษณ, 7 กุมภาพนั ธ 2565.
94
สําหรับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาคณุ ภาพชีวิตคนพิการ หรือ TRIP เปนกลไกใหมที่เพิ่งจัดตัง้ ขนึ้
ในป 2556 โดยมติสมัชชาเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ในนามของคณะกรรมการเครือขายคนพิการเพื่อการ
ปฏิรูปประเทศ เพื่อใหเปนหนวยทางวิชาการเพื่อสรางความรูท่ีเนนจากปฏิบัติการที่คนพิการรวมกําหนด
เปาหมายและทิศทางการพฒั นา (Empowerment Research) เจตนารมณในชวงกอตั้งคอื การพฒั นางานวิจัย
ตอเนื่อง เพื่อใหเกิดความเขมแข็ง แต “พอเปลี่ยนผูบริหารไป ก็คิดวา TRIP เปนเพียง NGO หนึ่งที่มาขอรับ
ทนุ ”9123ปจ จบุ นั TRIP มบี คุ ลากรไมมากนัก มีโครงการรวมกับสถาบันวิชาการบางแหง โดยอาศัยทรัพยากรจาก
แหลงทุนอื่นๆ มาใชในการทํางาน ไดแก กองทุนเพื่อพัฒนาและคุณภาพชีวิตคนพิการ ฝายวิจัยทองถิ่น
สาํ นกั งานกองทุนสนบั สนุนการวิจยั (สกว.) และสํานกั งานกองทุนสรางเสริมระบบสุขภาพ (สสส.) และกองทุน
เปดอื่นๆ เปนตน ผลจากการวิจัยจะถูกนําไปเปนเครื่องสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายกับเครือขายโดยตรง
ดงั นน้ั แมจ ะถกู ออกแบบใหเปนหนว ยคลงั สมอง (think tank) แตเน่อื งจากไมม ีทรัพยากรของตนเองที่เพียงพอ
ดังนั้น จะเห็นไดวาแมเครือขายคนพิการจะเปนเครือขายนโยบายที่มีความเขมแข็ง แตเนื่องจากขาดการ
สนบั สนนุ ทรพั ยากรทตี่ อเน่ือง ทาํ ใหย งั ขาดความเขม แขง็ ในเชงิ วิชาการและวจิ ัยอยมู าก
4.4.2 การนําผลงานวจิ ัยไปขบั เคล่ือนนโยบายศูนยบริการคนพกิ ารท่วั ไปโดยองคก รคนพิการ
สําหรบั การขบั เคลื่อนประเด็นการพัฒนาสมรรถนะของศนู ยบ ริการคนพิการทั่วไปโดยองคกรคนพิการ
ถือเปนตัวอยางหนึ่งที่มีการเชื่อมโยงระหวางงานวิจัยกับการขับเคลื่อนนโยบาย โดยอาศัยชุดงานวิจัย 3 ชุด
ไดแก งานวิจัยเพื่อทองถิ่นเพื่อขับเคลื่อนศูนยบริการคนพิการ (2558-2559) ไดรับการสนับสนุนจากฝายวิจัย
เพื่อทองถิ่น สกว. ซึ่งเปนงานวิจัยที่แสดงใหเห็นถึงศักยภาพในการดําเนินงานของศูนยบริการคนพิการทั่วไป
โดยองคกรคนพิการ งานตอมาเปนโครงการพัฒนารูปแบบการจัดบริการทางสังคมของศูนยบริการคนพิการ
ทั่วไปโดยองคกรคนพิการ ไดรับงบประมาณจากกองทุนเพื่อพัฒนาและคุณภาพชีวิตคนพิการ และโครงการ
พัฒนาแบบจําลองระบบบริการในศูนยบริการคนทั่วไปเพื่อการเขาถึงสุขภาวะ ไดรับการสนับสนุนจาก สสส.
งานวิจัยทั้ง 3 ชุด แสดงใหเห็นขอเท็จจริงเชิงประจักษถึงสมรรถนะของศูนยบริการคนพิการ แนวทางการ
จัดบริการ ตนทุน รวมไปถึงรูปแบบการบริหารจัดการงบประมาณเพื่อ (ซื้อ) สนับสนุนใหศูนยบรกิ ารคนพิการ
สามารถดําเนินการไดอยางยั่งยืน ปจจุบัน TRIP และเครือขายคนพิการกําลังอยูในระหวางการขอแกไข
กฎกระทรวงเพ่ือลดขอ จํากัดใหก บั ศนู ยบริการทั่วไปโดยองคกรคนพกิ าร
การขับเคลื่อนประเด็นนี้มีเครื่องมือที่สําคัญหลายประการ ไดแก ชุดความรูหรืองานวิจัยที่กลาวถึง
ขา งตน อยางไรก็ดี ผูทีม่ ีบทบาทในการขับเคล่ือนนโยบายใหขอมลู วา ในการขับเคล่ือนนโยบายดังกลาว ลําพัง
ผลการศึกษาวิจัยไมเพียงพอที่จะขับเคลื่อนนโยบายใหประสบความสําเร็จได หากปราศจากกระบวนการ
ขับเคลื่อนนโยบาย หรือล็อบบ้ีฝายตางๆ ใหรวมกันผลักดันนโยบายดังกลาว เชน ในกรณีที่หนวยงานราชการ
23 มณเฑยี ร บญุ ตัน. ประธานมลู นธิ สิ ถาบนั วจิ ัยและพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพิการ, วุฒสิ มาชิก. สัมภาษณ. 7 กุมภาพันธ 2565.
95
ไมตอบสนองตอปญหาเกี่ยวกับคนพิการ จะมีการเคลื่อนไหวของคนพิการ และอาศัยบทบาทของคณะอนุ
กรรมาธกิ ารในวฒุ สิ ภา เพื่อกระตุนใหเ กิดการตอบสนองผา นกลไกรัฐสภา
ดังนั้น เงื่อนไขความสําเร็จที่สําคัญของการขับเคลื่อนนโยบายนี้ จึงเปนการผนึกกําลังของเครือขาย
นโยบายหลายสว นทเ่ี ชื่อมโยงกัน ทง้ั ที่เปน เครอื ขายคนพกิ าร คณะอนุกรรมาธกิ ารในวุฒสิ ภา เครอื ขา ยวิชาการ
ดา นคนพกิ าร สว นการใชป ระโยชนจากการวจิ ัย แมจะมีการนําไปใชประโยชนโ ดยตรง แตก ย็ งั มสี ถานะเปนรอง
เพราะถึงที่สุดแลว ผลจากการวิจัย มีสถานะเปนทางเลือกนโยบายทางเลือกหน่ึงเทานั้น ซึ่งผูกําหนดนโยบาย
อาจจะไมต ัดสินใจเลอื ก หากปราศจากการสนับสนุนจากกลไกนโยบายและผูมสี วนไดสว นเสยี
4.5 กรณีศกึ ษาการผลกั ดันนโยบายสวัสดกิ ารผูสูงอายุ
การดาํ เนนิ งานดา นผสู ูงอายุถือเปนประเด็นรว มที่ทุกภาคสว นในสงั คมเห็นพองกันตอ งมีการขับเคลื่อน
เพื่อใหเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผูสูงอายุไทย เนื่องจากสถานะของผูสูงอายุในสังคมไทยน้ันแตกตางจาก
ประชากรกลุมอื่นๆ ซึ่งหากเปรียบกับกรณีคนพิการที่ถึงแมจะมีพัฒนาการทางกฎหมายมากอน แตดวย
เครือขายวิชาการดานผูสูงอายุซึ่งมีความเขมแข็ง และมีทรัพยากรมากกวา ทําใหการขับเคลื่อนนโยบายดาน
ผูสูงอายุในปจจุบันดูเหมือนจะไปไดเร็วกวา ซึ่งตัวแสดงสําคัญในการขับเคลื่อนงานดานผูสูงอายุและ
เปรียบเสมือนเปนคลังสมองในการขับเคลื่อนนโยบายดานผูสูงอายุในระดับชาติคือ มูลนิธิสถาบันวิจัยและ
พัฒนาผูสงู อายไุ ทย (มส.ผส.) ซ่งึ เปน ตวั อยางของการสรางแพลทฟอรม และบทบาทของสถาบนั ที่เปนคลังสมอง
ในการขับเคลื่อนนโยบายเรื่องสวัสดิการผูสูงอายุ อยางไรก็ดี แมจะมีทรัพยากร และมีงานวิจัยสนับสนุนอยู
จํานวนมาก แตใ นทีส่ ดุ นโยบายระบบบํานาญแหงชาติ กก็ ลายเปนทางเลือกเชิงนโยบายหน่ึงท่ีไมไดถูกนําไปใช
แทนท่ีดว ยกองทนุ การออมแหง ชาติ (กอช.))
4.5.1 กลไกนโยบาย
กรมกิจการผูสูงอายุ เปนสวนราชการที่มีฐานะเปนกรมในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มนั่ คงของมนุษย กอ ตั้งขน้ึ เม่ือวนั ที่ 6 มีนาคม 2558 ตามพระราชบัญญัตปิ รับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับ
ที่ 14) พ.ศ. 2558 มีภารกิจหลกั ในการสงเสริมและพัฒนาศกั ยภาพ การจัดสวัสดิการ และการคุมครองพิทักษ
สิทธผิ สู ูงอายุ โดยการเสนอนโยบาย การพฒั นางานวชิ าการดานมาตรการ กลไก องคค วามรู และนวัตกรรมใน
การปฏิบัติงาน รวมถึงสงเสริมและสนับสนุนในเชิงวิชาการและการปฏิบัติงานในพื้นที่เปาหมายภายใตการบรู
ณาการความรวมมือของทุกภาคสวนที่เกี่ยวของ โดยมีการจัดทําแผนงานบูรณาการสรางความเสมอภาคเพื่อ
รองรับสังคมผูสูงอายุตั้งแตป พ.ศ. 2560 และตอมาในป พ.ศ. 2563 ชื่อเปนแผนงานบูรณาการเตรียมความ
พรอมเพื่อรองรับสังคมสงู วัย ทั้งนี้ แผนงานบูรณาการฯ ดังกลาวเปนกรอบในการเชื่อมโยงการดําเนินงานของ
หนวยงานที่เกี่ยวของจากกระทรวงตางๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผูสูงอายุในทุกมิติ รวมถึงการเตรียมความ
พรอ มใหกับประชากรในวยั อืน่ ๆ ดวย
96
นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการผูสูงอายุแหงชาติ หรือ กผส. จัดตั้งขึ้นภายใตพระราชบัญญัติผูสูงอายุ
พ.ศ. 2546 โดยมีนายกรัฐมนตรเี ปนประธานกรรมการ และใหมีสัดสวนของกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิท่ีไดรับการ
แตกตางจากภายนอก ซึ่งถือเปนการเปดโอกาสใหมีนักวิชาการ หรือผูทรงคุณวุฒิจากหลากหลายดานท่ี
เกี่ยวของกับผูสูงอายุเขาไปมีบทบาทในการกําหนดนโยบายบนฐานขององคความรู กผส. นั้นมีอํานาจหนาท่ี
สําคัญในการกําหนดนโยบายและแผนหลักเกี่ยวกับการคุมครอง การสงเสริม และการสนับสนุน สถานภาพ
บทบาท และกิจกรรมของผูสูงอายุโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี รวมถึงการกําหนดระเบียบในการ
บริหารกองทุนผูส ูงอายุ และการเสนอรายงานสถานการณเก่ียวกับผูสูงอายขุ องประเทศตอคณะรัฐมนตรีอยาง
นอยปละหนึ่งครั้ง9224 ซึ่งในสวนนี้ก็มีมูลนิธิสถาบันวิจัยผูสูงอายุไทย (มส.ผส.) ที่ไดรับมอบหมายจาก กผส. ให
เปนหนวยงานหลักในการจัดทํารายงาน และขอเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเสนอตอคณะรัฐมนตรี โดยเร่ิม
ดําเนนิ การมาต้งั แตป พ.ศ. 2549
4.5.2 กระบวนการวจิ ัยและนาํ ผลงานวิจยั ไปใชป ระโยชน
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผูสูงอายุไทย หรือ มส.ผส. ไดจัดตั้งขึ้นตามมติการประชุม
คณะกรรมการผสู ูงอายุแหงชาติ ครง้ั ที่ 2/2549 เม่อื วันที่ 27 กรกฎาคม 2549 โดยมวี ัตถปุ ระสงคในการจัดตั้ง
เพื่อศึกษาวิจยั และรวบรวมความรูเ กยี่ วกบั ผสู ูงอายทุ ั้งไทยและตางประเทศ และสงเสรมิ การพฒั นารูปแบบการ
ดําเนินการดานผูสูงอายุสําหรับใชในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผูสูงอายุไทย ตลอดจนเผยแพรความรูและ
วิทยาการเกี่ยวกับผูสูงอายุใหแกสังคมโดยรวม9325 นอกจากนี้ ยังเปนแพลตฟอรมที่รวบรวมนักวิชาการและ
ผูทรงคุณวุฒิดานผูสูงอายุในทุกมิติจากแทบทุกสถาบันการศึกษา โดยทําหนาที่ทั้งศึกษาวิจัยเพื่อแสวงหาองค
ความรูใหม การนําองคความรูมาสื่อสารสาธารณะ และผลักดันนโยบายผานคณะกรรมการผูสูงอายุแหงชาติ
นอกจากนี้ มส.ผส. ยังเปนผูรับผิดชอบหลักในการจัดรายงานสถานการณผูสูงอายุประจําป ซึ่งรวบรวมการ
เปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับผสู ูงอายุท่ีสําคัญในรอบป รวมถึงสรุปขอ เสนอแนะเชงิ นโยบายเพ่ือใหเกิดการขับเคล่ือน
ตอไป ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายผูสูงอายุจึงมีฐานความรูและฐานงานวิจัยจํานวนมากที่ มส.ผส.และ
เครือขายเปนผูผลักดันและนํามาใชประโยชนในการตัดสินใจ เชนเดียวกับกรณีของการขับเคลื่อนเรื่องระบบ
บํานาญแหง ชาติ เพอื่ สรางความม่นั คงทางเศรษฐกิจและเปนหลักประกนั รายไดใหผ ูสงู อายใุ นยามชราภาพ
ทั้งนี้ ในป พ.ศ. 2558 มส.ผส. จัดเวทีเสวนาวิชาการ “เดินหนาปฏิรูประบบบํานาญแหงชาติเพ่ือ
ผูสูงอายุ” เพื่อกระตุนใหสังคมไทยตื่นตัวเรื่องวิกฤติการออมเพื่อชราภาพ เนื่องจากสถานการณการ
เปลี่ยนแปลงทางประชากรในอีก 15 ปขางหนา (ประมาณป พ.ศ. 2573) ประเทศไทยจะมีสัดสวนผูสูงอายุสงู
ถงึ รอยละ 25 หรือคดิ เปน 1 ใน 4 ของประชากรไทย ซงึ่ มีฐานจากงานวิจัยของ รองศาสตราจารย ดร.วรเวศม
24 พระราชบญั ญตั ผิ สู งู อายุ มาตรา 9(10)
25 มลู นิธสิ ถาบนั วจิ ยั และพัฒนาผูสูงอายไุ ทย (มส.ผส.). https://thaitgri.org/?page_id=35858
97
สุวรรณระดา9426 (ตําแหนงทางวิชาการในขณะนั้น) เรื่อง “ประเด็นบํานาญพื้นฐานเพื่อการออกแบบระบบ
บํานาญแหงชาติ” ประกอบกับอีกงานวิจัยหนึ่งของทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เรื่อง
การบูรณาการระบบบํานาญแหงชาติ9527 โดยงานของ รองศาสตราจารย ดร.วรเวศม สุวรรณระดา ยังไดไป
นําเสนอในทีป่ ระชุมคณะกรรมการผูส ูงอายแุ หงชาติ ซึ่งในขณะนั้นกก็ ําลงั มปี ระเด็นอภิปรายทางเลือกระหวาง
ระบบบํานาญแหงชาติที่จะเปนบํานาญพื้นฐานสําหรับผูสูงอายุทุกคน กับกองทุนการออมแหงชาติซึ่งมุงสราง
ระบบการออมเพื่อยามชราภาพเฉพาะกลุมที่ไมไดอยูภายใตระบบสวัสดิการหรือสิทธิประโยชนอื่นใดจาก
หนว ยงานของรฐั รัฐวิสาหกจิ หรือองคก รปกครองสวนทองถ่ิน ซ่งึ หากเลอื กทางที่เปน ระบบบํานาญแหงชาติ ก็
มีขอเสนอสําคัญคือ เมื่อตองมีการเตรียมงบประมาณเพิ่มมากขึ้น จึงจําเปนตองมีการขยายฐานภาษีอากรใหมี
ความกวางขวางมากข้ึนเพอ่ื เพ่มิ รายรับของรฐั บาล ซง่ึ ยอ มกระทบในหลายภาคสว น
ในขณะที่กองทุนการออมแหงชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแหงชาติ พ.ศ.
2554 โดยเริ่มเปดดําเนินการกองทุนฯ คร้ังแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2558 ภายใตการกํากับดูแลของ
กระทรวงการคลัง มีวัตถุประสงคในการสงเสริมการออมใหกับสมาชิก ไดแก ผูประกอบอาชีพอิสระซึ่งมิไดรับ
บําเหน็จบํานาญของรฐั รวมถึงเปนหลักประกันบํานาญใหก ับสมาชกิ และภายในปเดียวกันกับที่เปดกองทุนก็มี
การออกกฎกระทรวงกําหนดกองทุนหรือระบบบํานาญอื่นที่สมาชิกไมมีสิทธิสมัครเปนสมาชกิ ของกองทุนการ
ออมแหงชาติ พ.ศ. 2558 กําหนดใหบุคคลที่มีสิทธิเปนสมาชิกกองทุนการออมแหงชาติตองไมเปนสมาชิก
กองทนุ หรอื อยใู นระบบบํานาญอ่ืนของหนว ยงานรัฐ ท้ังหมด 24 หนว ยงาน
อยางไรก็ดี แม มส.ผส.และเครือขายวิชาการดานผูสงู อายุพยายามผลักดันระบบบาํ นาญแหงชาติ แต
ในช้ันของการตัดสนิ ใจ ผกู าํ หนดนโยบายเลอื กที่จะใชก องทุนการออมแหง ชาติเปนแนวทางในการจัดสวัสดิการ
สําหรับผูสูงอายุ กรณีนี้ชี้ใหเห็นวา แมจะมีงานวิจัยเปนฐาน มีการสังเคราะห สื่อสารงานวิจัยและขับเคลื่อน
นโยบายมาเปน ระยะเวลาหนึ่ง แตก ย็ ังไมประสบความสาํ เรจ็ ในการขบั เคลอ่ื นนโยบาย เน่อื งจากในการตัดสนิ ใจ
เชิงนโยบาย ผลจากงานวิจัยมีฐานะเปนทางเลือกนโยบายทางเลือกหนึ่ง ซึ่งอาจจะถูกหยิบยกมาพิจารณา
หรอื ไมก ็ได
ในปจจุบัน (พ.ศ. 2565) ทาง มส.ผส. ไดหยิบยกเอาเรื่องระบบบํานาญแหงชาติกลับมาขับเคลื่อนอีก
ครง้ั หนงึ่ ภายใตส ถานการณการเปลี่ยนแปลงทางประชากรทสี่ ดั สวนผสู ูงอายุเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว ประกอบกับ
เกดิ วิกฤติการแพรระบาดโควิด-19 ทเี่ ผยใหเ หน็ ถงึ ปญหาเชงิ โครงสรางเรือ้ รังคือ ประชากรสูงอายขุ องไทยยังคง
ยากจน และพึ่งพาเพียงแคเบีย้ ยังชพี ผูสูงอายุจากภาครัฐเทานัน้ การขับเคลื่อนครั้งนี้เกดิ ขึน้ จากที่มีการสํารวจ
ผลกระทบจากการใชมาตรการปดเมืองตอสภาพความเปนอยูและการเขาถึงบริการ เฉพาะของผูสูงอายุที่มี
รายไดนอย ซึ่งเปนผูไดรับบัตรสวัสดิการแหงรัฐ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตเมืองของจังหวัดอื่น และเขต
26 วรเวศม สวุ รรณระดา. (2558). รายงานวิจัยฉบับสมบรู ณ โครงการวิจัยประเด็นบาํ นาญพ้นื ฐานเพ่ือการออกแบบระบบบาํ นาญแหง ชาติ.
มลู นธิ สิ ถาบนั วจิ ยั และพัฒนาผูส ูงอายไุ ทย.
27 สถาบันวจิ ยั เพ่ือการพัฒนาประเทศไทย. (2558). รายงานฉบับสมบรู ณ การบรู ณาการระบบบํานาญแหง ชาต.ิ มูลนธิ สิ ถาบนั วิจยั และพัฒนา
ผสู งู อายุไทย.
98
ชนบท โดยพบวาผูสูงอายุที่มีรายไดนอยเกือบทั้งหมด ไดรับและพึ่งพารายไดจากเบี้ยยังชีพผูสูงอายุ ใน
ขณะเดียวกัน สวนใหญก็ไมมีการออม ในขณะที่เบี้ยยังชีพอยูในระดับที่ตํ่าเกินไป ทั้งนี้ การแพรระบาดของ
COVID-19 มีผลอยางมากตอความมั่นคงดานเศรษฐกิจของผูสูงอายุ ทั้งผลกระทบตอรายไดของผูสูงอายุและ
ลูกหลาน ดังนั้น ระบบบํานาญจึงถือเปนระบบความคุมครองทางสังคมสําหรับผูสูงอายุในการชวยบรรเทา
ปญหาความยากจนลงได9628 ซึ่งตองมีการติดตามการขับเคลื่อนประเด็นนี้จากฐานของงานวจิ ยั วาจะสามารถทาํ
ใหเ กดิ การเปลย่ี นแปลงในระดบั นโยบายไดห รือไม
4.6 กรณีศึกษาแนวทางการดําเนนิ งานเก่ยี วกับคนไรบา น
ประเดน็ คนไรบา นเพง่ิ ไดร ับความสนใจในเชงิ นโยบายสาธารณะอยา งจรงิ จงั เมื่อประมาณป พ.ศ. 2558
เปนตนมา ในสมัย พล.ต.อ.อดุลย แสงสิงแกว เปนรัฐมนตรีวาการกระทรวง พม. เริ่มมีนโยบายใหแกไขปญหา
คนไรบานอยางเปนรูปธรรม รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะคนไรบานใหดีขึ้น ภายใตการ
มอบหมายใหส ถาบันพฒั นาองคกรชมุ ชน (องคก ารมหาชน) หรือ พอช. จดั ทําแผนงานแกไขปญหาประชาชนที่
มีความเดือดรอนและตองการที่อยูอาศัยทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงกลุมคนไรบานดวย9729 ทั้งนี้จุดเริ่มตนสําคัญของ
การจุดประเด็นเรื่องคนไรบานในสังคมไทยใหเปนที่รับรูมากขึ้น โดยเฉพาะในระดับนโยบายสาธารณะคือ
องคกรพัฒนาเอกชนที่ขับเคลื่อนงานดานคนจนเมืองและความมั่นคงที่อยูอาศัย รวมกับเครือขายคนไรบาน
เครือขายนักวิชาการ และแหลงทุนหลัก คือ สํานักงานกองทุนสรางเสรมิ สุขภาพ (สสส.) ดําเนินการสํารวจคน
ไรบานและมีขอเสนอแนะเชิงนโยบายออกมา ซึ่งในป 2559 ผลจากการแจงนับคนไรบานภายในคืนเดียวตาม
ระยะเวลาที่กําหนด (Homeless Point-In-Time Count) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบคนไร
บาน จํานวน 1,307 คน 30 และตอมาในป 2562 พบคนไรบานจํานวน 1,259 คน 31 เมื่อมีขอมูลตัวเลขการ
98 99
สํารวจคนไรบา น ทาํ ใหเ ร่มิ มกี ารรบั รถู ึงการมอี ยขู องปญหาคนไรบ า นในเมืองมากข้นึ
4.6.1 กลไกนโยบาย
การพัฒนาคุณภาพชีวิต “คนไรบาน” เริ่มขึ้นเมื่อป พ.ศ. 2551 โดยเครือขายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิ
พัฒนาที่อยูอาศัย รวมกับกลุมคนไรบาน จัดทําโครงการเสริมสรางความเขมแข็งและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุม
คนไรบ าน เสนอตอ คณะอนุกรรมการบา นมัน่ คง สถาบันพฒั นาองคกรชมุ ชน (องคการมหาชน) หรอื พอช. เพ่ือ
สนับสนุนใหเกิดการปองกันและแกไขปญหาคนไรบานในทุกมิติ ทั้งการสรางความมั่นคงในการอยูอาศัย การ
28 “ชงจดั ตั้งระบบบาํ นาญแหงชาติ แกปญ หาสูงวัยยากจน ไรเงินออม,” กรุงเทพธรุ กิจ.
https://www.bangkokbiznews.com/social/1003821
29 “ตัวแทนกลมุ คนไรบานขอบคณุ "บ๊ิกอู" แกปญ หาคนไรบา นอยา งเปนรปู ธรรม,” MGR Online,
https://mgronline.com/uptodate/detail/9600000079464.
30 อนรรฆ พิทักษธานนิ และคณะ. (2559). รายงานวจิ ัยโครงการสาํ รวจขอ มลู ทางประชากรเชงิ ลึกของคนไรบ านในเขตกรุงเทพมหานครและ
พนื้ ทีเ่ กย่ี วเนอื่ ง. กรุงเทพฯ: สํานกั งานกองทุนสนับสนนุ การสรา งเสริมสุขภาพ (สสส.).
31 สมาคมคนไรบาน. (2562). โครงการสํารวจคนไรบ าน. สํานักงานกองทุนสนับสนนุ การสรา งเสรมิ สุขภาพ (สสส.): กรุงเทพฯ.
99
พฒั นาอาชีพและรายได การพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต รวมท้ังการพัฒนาเชิงสงั คมดา นตางๆ เพื่อยกระดับการพัฒนา
ขีดความสามารถในการบริหารจัดการตนเองของแกนนําและสมาชิกกลุมคนไรบาน โดยดําเนินการภายใน
ระยะเวลา 1 ป โดยเรม่ิ ต้งั แตเดือนเมษายน 2551 – มนี าคม 2552
ตอมาในป พ.ศ. 2558 เครือขายคนไรบาน เครือขายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิพัฒนาที่อยูอาศัย ได
รว มกันผลักดันใหเ กิดนโยบายท่อี ยูอาศัยสําหรบั คนไรบ าน โดยการจัดทาํ แผนการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ กลุมคนไร
บาน เสนอตอกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย ซึ่งไดมีการจัดประชุมพิจารณาเห็นชอบ
แผนดังกลาว เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 โดยที่ประชุมไดมอบหมายใหสถาบันพัฒนาองคกรชมุ ชน (องคการ
มหาชน) จัดทําแผนงาน/โครงการ แผนการสนับสนนุ เปาหมายการดําเนินงาน รวมทั้งยกรา งกลไกการทํางาน
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไรบานเพื่อใหเกิดทิศทางการทํางานรวมกัน10032 ซึ่งเปนชวงเดียวกันกับที่ทางสํานัก
สนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุมเฉพาะ (สํานัก 9) สาํ นกั งานกองทนุ สนับสนนุ การสรางเสริมสุขภาพ เริ่มจัดต้ัง
แผนงานพัฒนาองคความรูคนไรบ าน รวมกับทางสถาบันวจิ ัยสังคม จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั เริ่มมีการพัฒนา
ระเบียบวิธีการแจงนับคนไรบานอยางเปนระบบ และนําขอมูลมาใชเปนฐานในการขับเคลื่อนทั้งในระดับ
นโยบายและระดบั ปฏบิ ตั กิ าร
ดังน้นั จะเหน็ ไดวา ในชว งแรกของการดําเนนิ งานประเด็นคนไรบา น มีกลไกสาํ คญั ที่รับผดิ ชอบหลักคือ
พอช. ซึง่ มีสถานะเปนองคการมหาชนภายใตการกํากับดูแลของกระทรวง พม. เปนหนว ยงานท่ีดูแลเรื่องความ
มั่นคงดานที่อยูอาศัยของกลุมเปราะบางเปนหลัก อยางไรก็ตาม เมื่อพิจารณากลไกในการทํางานเพื่อแกไข
ปญหาคนไรบานภายใตกระทรวง พม. พบวากรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่รับผิดชอบดูแลคนไรที่พึ่งทั่ว
ประเทศ แตไมมีหนวยงานที่ดูแลคนไรบา นโดยตรง ดังนั้น การดําเนินงานที่เกี่ยวของกบั คนไรบานจะไปอยกู ับ
กองคมุ ครองสวสั ดิภาพและเสริมสรางคุณภาพชีวิต กรมพัฒนาสังคมและสวสั ดิการ ท่ีดูแลสถานคุมครองคนไร
ที่พึ่งเปนหลักตามพระราชบัญญัติคุมครองคนไรที่พึ่ง พ.ศ. 2557 ในขณะที่ ภาควิชาการและ สสส. รวมถึง
เครือขายคนไรบาน พยายามที่จะเขาไปทํากิจกรรมอยา งตอเนื่องรวมกับหนวยงานดังกลา ว เพื่อใหงานพัฒนา
คุณภาพชวี ติ คนไรบา นยังคงไดร บั ความสําคญั ในกลไกทางการของภาครฐั
4.6.2 กระบวนการวจิ ัยและนําผลงานวจิ ัยไปใชป ระโยชน
การขับเคลื่อนเพื่อแกไขปญหาเกี่ยวกับคนไรบานเริ่มจากองคกรภายนอกกระทรวง มีมูลนิธิพัฒนาท่ี
อยูอาศัย (มพศ.) เปนแกนหลัก รวมกับกลุมคนไรบาน และมีองคกรที่เกี่ยวของกับการพัฒนาที่อยูอาศัยอยาง
พอช. ซึ่งผลักดันใหเกิดศูนยคนไรบานในหลายแหง ภายใตภายใตแผนยุทธศาสตรการพัฒนาที่อยูอ าศัย 10 ป
(พ.ศ. 2559 - 2568) มกี ารจดั ทาํ โครงการพัฒนาคุณภาพชวี ติ กลุมคนไรบาน ในระยะเวลา 2 ป (พ.ศ. 2560 –
2561) จัดสรรงบประมาณ จํานวน 118.6 ลานบาท เปาหมาย 698 ครัวเรือน เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ซ้ือ
ที่ดิน และสรางศูนยคนไรบานนํารองใน 3 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม และขอนแกน เพื่อใชเปน
32 สาํ นกั บานม่ันคง สถาบนั พัฒนาองคก รชมุ ชน (องคก ารมหาชน). (2562). บา นหลังใหม. ..ของคนไรบาน. https://web.codi.or.th/wp-
content/uploads/2019/05/BMK12092560-4.pdf
100
สถานที่ในการตั้งหลักชีวิต และพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไรบาน ผานการทํากิจกรรมตางๆ รวมกัน
รวมถึงมีการจัดตั้ง “คณะกรรมการพัฒนากลุมคนไรบานแบบบูรณาการและมีสวนรวมจากภาคีทุกภาคสวน”
ภายใตกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย ประกอบดว ย หนว ยงานภาครฐั ภาคประชาสังคม
นักวิชาการ และเครือขายคนไรบาน โดยมีบทบาทกําหนดแนวทางการดาํ เนินงานพัฒนากลุมคนไรบาน ตั้งแต
การสํารวจขอมูล การสรุปบทเรียนแนวทางการพัฒนาคนไรบาน และพัฒนาทิศทาง แนวนโยบาย มาตรการ
แผนงานตางๆ ในการพฒั นากลุมคนไรบา น
อยางไรก็ดี การดาํ เนินการสรา งศูนยพ กั คนไรบา นดังกลา ว เปนเพียงสว นหน่ึงทช่ี ว ยรองรบั ปญ หาคนไร
บาน แตยังไมสามารถหยุดวงจรการเปนคนไรบาน การปองกันคนไรบานหนาใหม รวมถึงยังไมสามารถแกไข
ปญหาคนไรบานไดอ ยางยั่งยืน ตอมา เริ่มมีงานวิชาการท่ีศึกษาวิจัยเกี่ยวกับคนไรบานมากขึ้นเรื่อยๆ สสส. ให
ทุนสนับสนุนโครงการสรางเสริมสุขภาวะคนไรบานอยางตอเนื่อง มีการทํางานเชื่อมโยงกับกองคุมครองสวัสดิ
ภาพและเสรมิ สรางคุณภาพชีวิต กรมพัฒนาสงั คมและสวสั ดิการ ซึง่ มบี ทบาทความรับผิดชอบในการดูแลคนไร
ที่พึ่ง มากขึ้น จนในที่สุด เกิดการลงนามในขอตกลงรวมกันระหวางหนวยงานกระทรวง พม. เครือขายองคกร
ภาคประชาสังคม และสถาบันวิชาการเพื่อใหมีการสํารวจขอมูลคนไรบานเมือ่ วันที่ 1 เมษายน 2562 โดยองค
ความรทู ี่สําคัญจากโครงการวิจัยที่ถูกนําไปใชค ือ ระเบียบวธิ ีการสํารวจประชากรท่ีเขาถึงยาก (hard-to-reach
population) จากแผนงานวิจยั เพื่อใชเปนฐานขอมลู พัฒนาที่อยูอาศัยและคุณภาพชีวติ ของคนไรบ า นและคน
ท่หี ลุดจากวงจรการเปนคนไรบานอยา งยงั่ ยืน
นอกจากนี้ ในชวงสถานการณโควิด-19 ที่คาดการณวาจะมีคนไรบานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นท่ี
กรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
จงึ บรู ณาการเครือขา ยคนไรบ าน และกรุงเทพมหานคร ลงพืน้ ทส่ี าํ รวจ และใหความชวยเหลอื คนเรร อน ไรบ าน
อยางตอเน่ือง10133 และในชว งเดือนกุมภาพนั ธ 2565 ไดม ีโครงการความรวมมือระหวางแผนงานคนไรบาน สสส.
กับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในการทําโครงการวิจัยเชิงทดลองเพื่อพัฒนาที่อยูอาศัยสําหรับคนไรบาน
(sandbox) อันเกิดขึ้นบนฐานของงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการปองกันคนไรบานหนาใหมที่จัดทําโดยแผนงาน
พฒั นาองคความรูฯ คนไรบานของสถาบันเอเชยี ศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ซ่ึงคาดการณว าจํานวนคนไร
บานใน กทม.มีแนวโนมเพิ่มขึ้นรอยละ 30 จากสถานการณการระบาดของโควิด-19 ที่สงผลกระทบทาง
เศรษฐกิจและปากทอง ของกลุมเปราะบางในเขตเมือง โดยนายอนุกูล ปดแกว อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและ
สวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย (พม.) นางภรณี ภูประเสริฐ ผูอํานวยการสํานัก
สนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุมเฉพาะ (สํานัก 9) สสส. รศ.ดร.นวลนอย ตรีรัตน ผูอํานวยการสถาบันเอเชีย
ศึกษา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลยั พรอมดวยเครือขายคนไรบาน มูลนิธิพัฒนาทีอ่ ยูอาศัย สถาบันพัฒนาองคกร
ชมุ ชน (พอช.) ไดลงพนื้ ทีพ่ บคนไรบานบริเวณหวั ลาํ โพง พรอ มเปดตวั “นวตั กรรมการจัดบริการท่ีอยูอาศัยและ
ความชวยเหลือฉุกเฉินบนฐานการมีสวนรวมของคนไรบาน” ทั้งนี้ การพัฒนานวัตกรรมฯ ดังกลาวเริ่ม
33 “กรมพฒั นาสังคมและสวสั ดิการระดมเครอื ขายลงพ้นื ท่ชี ว ยเหลอื คนไรบา น,” ไทยรัฐ, 23 กรกฎาคม 2564.
https://www.thairath.co.th/news/local/2148048
101
ดําเนินการตั้งแตช ว งเดอื นมกราคมที่ผานมา อยูในชวงของการประเมินผลและการออกแบบเพื่อตอบโจทยเชงิ
ระบบและการขยายผลในระยะยาว10234
สําหรับในการขับเคลื่อนประเด็นคนไรบาน ผูที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเด็นชี้ใหเห็นวา แมวา
กระทรวงฯ จะมีการตั้งกรรมการรวม แตก็ไมไดมีการประชุมอยางตอเนื่อง ดังนั้น เงื่อนไขสําคัญที่ทําใหการ
ขับเคลื่อนเรื่องคนไรบานมีความกาวหนาเปนเรื่องของการรวมมือทํางานรวมกันอยางตอเนื่องของเครือขาย
คนไรบานและกระทรวง พม. ซึ่งความรวมมือในการทํางานนี้ไมไดจํากัดเฉพาะเรื่องคนไรบาน แตขยายไปถึง
เรื่องการเคลื่อนไหวเพื่อ “คนไทยไรสิทธิ” หรือคนไรสถานะดวย ซึ่งมีสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ
(สป.สช.) เปนหนวยงานนําในการคนหาคนไทยที่ตกหลนจากทะเบียนราษฎรใหสามารถเขาถึงสิทธิในการ
รักษาพยาบาลได โดยสรุป การผลักดันประเด็นคนไรบานบนฐานขอมูลเชิงวิชาการจากเครือขายวิจัยจาก
ภายนอก โดยทํางานวิจัยและผลักดันรวมกับหนวยงานในกระทรวง พม. อยางตอเนื่อง มีการนําเอาขอมูล
ระเบียบวิธีการศึกษาไปใชประโยชน รวมถึงมีความพยายามในการทํางานวิจัยเพื่อแกไขปญหาคนไรบาน
รวมกัน ถอื เปนกลไกสําคัญในการขบั เคลอ่ื นการแกไขปญหาคนไรบ า นในระดบั นโยบายสาธารณะ
4.7 บทสรุป
ตารางท่ี 4. 1 เปรยี บเทยี บกรณีศกึ ษาการผลกั ดันผลงานวิจัยไปใชป ระโยชนภายใตก ระทรวง พม.
กรณีศึกษา หนวยงานรบั ผดิ ชอบ ตวั แสดงหลัก งานวจิ ัย/องคค วามรู ผลลพั ธเ ชิงนโยบาย/
ท่ีใช แนวปฏิบตั ิ
การปอ งกนั และ คณะกรรมการปอ งกนั กระทรวงแรงงาน
ปราบปรามการคา ใชขอ มลู /การทํา การปรบั อันดบั ของ
มนุษย (พ.ร.บ. และปราบปราม กระทรวงการ ฐานขอมลู ใหเ ปน ประเทศไทยใน TIP
ปองกันและ ปจ จบุ นั ในสวนของ Report และ IUU
ปราบปรามการคา การคา มนษุ ย (ปคม.) ตา งประเทศ การแกไขปญหาและ
มนษุ ย พ.ศ.2551) พม. ไมม ีการใช ชว ยเหลือเหยอื่ คา
ปลัดกระทรวงเปน กรมประมง งานวิจัย มนษุ ย
ราง พ.ร.บ.สง เสรมิ
และพัฒนาองคกร เลขานกุ าร กองทัพเรือ
ภาคประชาสังคม
(กองตอตานการคา มูลนธิ ิเครอื ขา ย
มนษุ ยส าํ นกั งาน สงเสรมิ คณุ ภาพชีวติ
ปลัดกระทรวงเปน แรงงาน (LPN)
หนว ยงานเลขานุการ) สือ่ สารมวลชน
คณะกรรมการ องคกรภาคประชา รายงานการศึกษา มติ ครม. 23
ภายในศึกษา
สง เสรมิ และพัฒนา สงั คม เปรียบเทยี บ กม. กุมภาพนั ธ 2564
ประชาสงั คมของ เหน็ ชอบหลักการราง
องคกรภาคประชา ประเทศตางๆ กฎหมายวาดวยการ
สังคม (คสป.) ดาํ เนนิ งานของ
องคก ารไมแสวงหา
(กรมพฒั นาสังคมและ รายไดหรอื กําไรมา
สวสั ดิการ)
34 “หลายหนวยงานเรง พัฒนาความรวมมือชวยเหลือคนไรบ านใหมที ี่อยอู าศัย,” โพสตท ูเดย, 16 กุมภาพนั ธ 2565.
https://www.posttoday.com/social/general/675810
102
กรณีศึกษา หนว ยงานรับผิดชอบ ตวั แสดงหลกั งานวจิ ยั /องคความรู ผลลพั ธเชงิ นโยบาย/
ทใ่ี ช แนวปฏิบัติ
แบง ปน กันที่
สํานกั งาน
คณะกรรมการ
กฤษฎีกาเสนอ และ
รับรา ง พ.ร.บ.สง เสรมิ
และพฒั นาประชา
สังคม ของกระทรวง
พฒั นาสังคมไป
ประกอบการยกราง
กฎหมาย
นโยบายศนู ยบ ริการ คณะกรรมการ มูลนธิ สิ ถาบนั วจิ ัยและ ชุดโครงการวิจยั เพ่อื ขอเสนอเชิงนโยบาย
คนพกิ าร สง เสริมและพฒั นา พัฒนาคุณภาพชีวติ ทอ งถ่นิ จํานวน 5 เพ่ือเพ่มิ ประสิทธภิ าพ
คุณภาพชีวติ คนพิการ คนพิการ โครงการ รวมกบั ใหศ ูนยบรกิ ารคน
แหงชาติ และ องคก รคนพกิ าร งานวิจยั ทไี่ ดรับ พิการทัว่ ไปท่ี
คณะอนกุ รรมการ สมัชชาคนพิการ งบประมาณจาก ดําเนินการโดยคน
บริหารกองทุน (กรม แหง ชาติ สสส. พิการเอง (อยรู ะหวา ง
สง เสรมิ และพฒั นา คณะอนกุ รรมาธกิ าร การผลกั ดนั นโยบาย)
คุณภาพชวี ติ คน กจิ การคนพิการ
พกิ าร) วฒุ ิสภา
นโยบายสวัสดกิ าร คณะกรรมการ มูลนธิ ิสถาบนั วจิ ยั และ แผนงานวิจัย และชุด กองทุนการออม
ผสู ูงอายุ ผูสงู อายุแหงชาติ พัฒนาผสู ูงอายุไทย โครงการวิจัยซึ่ง มส. แหงชาติ
(กรมกิจการผูส งู อายุ) (มส.ผส.) เครอื ขาย ผส. ไดร บั งบประมาณ
ผูสูงอายุ สมชั ชา จากสาํ นกั งาน
ผูสงู อายแุ หงชาติ คณะกรรมการวจิ ัย
แหงชาติอยางตอ เนื่อง
แนวทางการ กองคุม ครองสวัสดิ เครอื ขา ยวิชาการคน แผนงานวจิ ัยเพ่ือ การวิจยั เชิงทดลอง
ดาํ เนนิ งานเกย่ี วกับ ภาพและเสรมิ สรา ง ไรบ าน สนบั สนุนคณุ ภาพ เพ่ือพัฒนาโมเดลทอ่ี ยู
คนไรบาน คณุ ภาพชีวติ กรม มลู นิธิพัฒนาท่อี ยู ชวี ิตคนไรบ าน (สสส.) อาศัยระยะส้นั สาํ หรบั
พัฒนาสงั คม อาศัย (มพศ.) คนไรบ าน
ท่มี า: สังเคราะหโ ดยคณะผวู ิจัย
กรณีศึกษาการตัดสินใจเชิงนโยบายทั้ง 5 กรณี แสดงใหเห็นถึงความ (ไม) เชื่อมโยงระหวางการใช
ประโยชนจากงานวิจยั กับกระบวนการตัดสินใจไดอยางชดั เจน มขี อคนพบทีส่ าํ คัญเร่ืองการนําผลงานวิจัยไปใช
103
ประโยชน และเงอ่ื นไขสนบั สนนุ การนาํ ผลงานวิจัยไปใชประโยชนในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนษุ ยดังนี้
1. งานวิจัยมีสถานะเปน “ทางเลือกเชิงนโยบาย” ทางเลือกหนึ่งเทานั้น ไมใชนโยบายสําเร็จรูป ดัง
จะเห็นไดจากกรณีการผลักดันนโยบายบํานาญผูสูงอายุ จะมีงานวิจัยเปนฐานสนับสนุน มีกระบวนการสื่อสาร
สาธารณะอยา งตอ เนอ่ื ง สอดคลองกับทิศทางนโยบายการวจิ ยั เร่ืองสังคมผูสงู อายุ รวมไปถึงมเี ครือขา ยนโยบาย
ทีเ่ ขม แขง็ แตกไ็ มส ามารถผลกั ดันนโยบายผสู งู อายุเปนนโยบายหลักในเรื่องสวสั ดิการผูสงู อายไุ ด
2. การขับเคลื่อนใหเกิดการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนสวนใหญเกิดขึ้นจากองคกรที่เปนเจาของ
ปญ หา ซ่ึงอยภู ายนอกกระทรวง พม.
3. งานวิจัยที่ถูกนําไปใชประโยชนเชิงนโยบาย ไมไดมาจากผลงานวิจัยฉบับสมบูรณโดยตรง แต
จําเปนตองผานกระบวนการจัดการความรู การสื่อสารสาธารณะเพื่อแสวงหาแนวรวมเชิงนโยบาย งานวิจัย
หนึ่งๆ อาจถูกนําไปใชประโยชนไดหลายสวน ทั้งสวนที่เปนขอมูล ขอเสนอแนะ รวมไปถึงระเบียบวิธีการ
ดําเนินงาน
4. แมจะมีกระบวนการจัดการความรูจากการวิจัย การสื่อสารนโยบาย แตหากปราศจาก
กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายจากเจาของปญหา หรือผูมีสวนไดสวนเสีย ก็ไมสามารถนําผลงานวิจัยสู
กระบวนการนโยบายได
5. กระทรวง พม. ไมใชองคกรที่มีอาํ นาจหลัก (authorize) ในกระบวนการนโยบายการพัฒนาสังคม
แตม ีอาํ นาจอ่ืนที่เหนือกวา ดวยความสัมพันธเ ชิงอํานาจในลกั ษณะนี้ ทาํ ใหแ มจะมีการพัฒนางานวิจัยและองค
ความรู แตความรูทไ่ี ด ก็ยังมีสถานะเปน รองในกระบวนการตดั สินใจเชงิ นโยบายอยูดี
บทท่ี 5
บทสรปุ และขอเสนอแนะ
5.1 บทนํา
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย เปนกระทรวงที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ
ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 โดยรวบรวมจากหนวยงานที่สําคัญคือ กรมประชาสงเคราะห
สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมและประสานงานเยาวชนแหงชาติ (สยช.) สํานักงานงานคณะกรรมการ
สงเสริมและประสานงานสตรีแหงชาติ (กสส.) กองพฒั นาสตรี เด็กและเยาวชน กรมการพัฒนาชมุ ชน การเคหะ
แหงชาติ และสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (พอช.) (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย,
2561) ยุทธศาสตรกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย 20 ป (พ.ศ.2561-2580) กําหนด
วสิ ัยทัศนของกระทรวงไววา “สรา งสงั คมดี คนมีคุณภาพ” มีพันธกิจหลัก 4 ประการ ไดแ ก
(1) พัฒนาคนและสงั คมใหม ีคุณภาพเต็มศักยภาพและมีภูมคิ ุมกันตอการเปลี่ยนแปลง
(2) สรางเสรมิ เครอื ขา ยจากทกุ ภาคสว นในการมีสว นรวมพัฒนาสงั คม
(3) พัฒนาองคค วามรู ขดี ความสามารถและระบบการบริหารจดั การดานการพฒั นาสงั คม
(4) จัดระบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อใหประชาชนมีหลักประกันและมี
ความม่ันคงในชีวิต
ปจจุบนั นอกเหนือจากสํานักงานปลดั กระทรวงและสํานักงานรัฐมนตรแี ลว แบงโครงสรางเปน 6 กรม
ตามกลุมเปาหมายหลัก ไดแก กรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมกิจการผูสูงอายุ กรมกิจการสตรีและสถาบัน
ครอบครวั กรมสง เสริมและพฒั นาคณุ ภาพชีวิตคนพิการ กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดิการ มีภารกิจในการพัฒนา
สังคม จัดสวัสดิการสังคมในภาพรวม การสังคมสงเคราะห และใหบริการกลุมเปาหมายอื่นๆ ไดแก คนไรที่พง่ึ
ขอทาน นิคมสรางตนเอง ชนเผา (ราษฎรบนพื้นที่สูง) และกลุมเปาหมายพิเศษ โดยมีการเคหะแหงชาติ ใน
ฐานะรัฐวิสาหกิจ และสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (พอช.) องคการมหาชน เปนหนวยงานภายใตกํากับของ
กระทรวง
หากพิจารณาจากประวัติความเปนมาและโครงสรางของกระทรวง พบวา มีกับดักซึ่งมาจากมรดก
ประวัติศาสตรอยางนอ ย 3 ประการ ทีม่ ผี ลตอ การนาํ ผลงานวจิ ัยไปใชป ระโยชน
ประการแรก ประสบการณในการทํางานเชิงปฏิบัติการ (operation) โดยเฉพาะการสงเคราะห
ผูดอยโอกาสกลุมตางๆ ถือเปนประสบการณที่มีอิทธิพลตอการปฏิบัติงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษยอยางมาก ดวยธรรมชาติของการทํางานเชิง “สงเคราะห” “ผูดอยโอกาสจากการ
พฒั นา” การทํางานของกระทรวงฯ จึงเปน “ปลายทาง” และ “ตั้งรบั ” นโยบายการพัฒนาท่ีมาจากหนวยงาน
อน่ื ๆ เปน สําคัญ กลา วอกี นยั หน่ึง กระทรวงฯ ขาดอํานาจ (authority) ในการกําหนดนโยบายเพื่อพัฒนาสังคม
การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายสวนใหญเปนผลมาจากหนวยงานอื่นๆ ที่มีอิทธิพลมากกวา เชน สภาพัฒนา
105
เศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (การกําหนดประเด็นในแผนพัฒนา ยุทธศาสตรชาติ 20 ป การจัดทําแผนแมบ ท)
กระทรวงการคลงั (นโยบายบตั รสวสั ดกิ ารแหงรัฐ) เปน ตน
ดังน้ัน การริเริ่มวิจัย พัฒนา รวมไปถึงการใชประโยชนจากงานวิจยั และองคความรู จึงกลายเปนเรื่อง
รอง และเปนเร่ืองยากทีจ่ ะนาํ ไปสูการผลักดันนโยบายหรือการใชป ระโยชนจ ากงานวจิ ัยจากภายใน
อยางไรก็ดี ภายใตโครงสรางสํานักงานปลัดกระทรวง มีสํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ
(สสว.) 11 แหงทั่วประเทศ ในฐานะหนวยงานคลังความรู (think tank) ระดับพื้นที่ (ภาค) แตดวยขอจํากัด
เรื่องทรัพยากร (และศักยภาพของบุคลากร) ทําใหงานวิจัยมีลักษณะกระจัดกระจาย ไมสามารถสราง
ผลกระทบ (impact) ไดอ ยา งชดั เจน
ประการที่สอง โครงสรางกระทรวงที่แบงความรับผิดชอบไปตามกลุมเปาหมายเฉพาะ ทําใหการ
ทํางานมีลกั ษณะเปน ไซโล (silo) ขาดการบรู ณาการระหวา งกลมุ เปา หมาย1031 ดงั น้ัน ถึงแมจ ะมงี านวจิ ัย กก็ ระจัด
กระจายไปตามกลุมเปาหมายตางๆ ดังสะทอนไดจากความตองการงานวิจัยในบทที่ 3 (หัวขอ 3.4) ที่แตละ
หนว ยงานก็จํากดั ความตองการวจิ ัยไปตามขอบเขตกลุมเปา หมายท่ตี นรับผิดชอบ และเนนไปที่การตั้งรับ (การ
ชวยเหลือ เยียวยา) มากกวาการสรางประเด็นเชิงรกุ ในขณะเดียวกัน โครงสรางหนวยงานที่ไมใหความสําคัญ
กับงานวิจัยและวิชาการโดยตรง มีเพียงหนวยงานระดับกลุมงานที่รับผิดชอบงานวิจัย/วิชาการ แมจะมีสํานัก
สงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 11 แหง แตภารกิจในการดําเนินงานวิชาการ/วิจัยก็ไมไดมีผลกระทบชัดเจน
(ขาด think thank)
ในขณะที่หนวยงานในกํากับอยางการเคหะแหงชาติ มีหนวยงานวิจัยที่ชัดเจน จึงเปนหนวยงานที่มี
ผลงานวิจัยจํานวนมากกวาหนวยงานอื่นๆ สวนสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (องคกรมหาชน) เปนหนวยงานท่ี
เนน การปฏบิ ัติการ ดงั นั้น งานวจิ ัยและวชิ าการจงึ เปน สวนหน่ึงของสํานักพฒั นานวตั กรรมชมุ ชน จดั การความรู
และการสอ่ื สารเทาน้ัน
ดวยโครงสรางการภารกิจที่แยกกลุมเปาหมาย ประกอบกับความไมเขมแข็งและประสิทธิภาพท่ี
แตกตา งกันของหนวยงานวิจยั จงึ กลายเปน ขีดจํากดั ท่สี ําคญั ของการพฒั นางานวิจัย และการนําผลงานวิจัยไป
ใชป ระโยชนข องกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย
1 ประเด็นนีถ้ กู ระบุไววา เปนจดุ ออ นหน่ึงในการจดั ทํายุทธศาสตรก ระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย พ.ศ.2560-2564
(2558) ซึง่ จดั ทําโดยคณะเศรษฐศาสตร มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
106
ตารางท่ี 5. 1 หนว ยงานท่ีมหี นาท่ีรบั ผดิ ชอบงานวิจัย/วชิ าการในกระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย
หนว ยงาน หนว ยงานรบั ผดิ ชอบดานการวิจยั /วชิ าการ
สาํ นักงานปลดั กระทรวง กลุมการวิจัยและการพัฒนา (กลุมวิเคราะหและเฝาระวังสถานการณทางสังคม)
กองมาตรฐานการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนุษย1042
สํานักสง เสริมและสนบั สนุนวิชาการ 1-11
กรมกิจการผสู งู อายุ กลมุ วชิ าการ กองบริหารกองทนุ ผูสูงอายุ
กรมพฒั นาสังคมและสวสั ดกิ าร กลุมงานวจิ ยั และติดตามประเมินผล กองยุทธศาสตรแ ละแผนงาน
กรมกจิ การเดก็ และเยาวชน กลุมนโยบายและยุทธศาสตร กองยุทธศาสตรแ ละแผนงาน
กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพ กลมุ วิจยั และตดิ ตามประเมนิ ผล กองยทุ ธศาสตรแ ละแผนงาน
ชวี ิตคนพกิ าร
ก ร ม ก ิ จ ก า ร ส ต ร ี แ ล ะ ส ถ า บั น กลมุ วิจยั และตดิ ตามประเมนิ ผล กองยุทธศาสตรแ ละแผนงาน
ครอบครัว
สถาบนั พัฒนาองคก รชุมชน สํานักพัฒนานวัตกรรมชุมชน จดั การความรูแ ละสื่อสาร
การเคหะแหง ชาติ ฝา ยวชิ าการและพัฒนานวัตกรรมเพอ่ื ท่อี ยูอาศยั กองวิจยั และพัฒนาทอี่ ยูอาศัย
สํานักงานพัฒนาสังคมและความ กลุมนโยบายและวชิ าการ
มน่ั คงมนุษยจังหวดั 76 จังหวดั
ประการสุดทาย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยมีจุดเดนสําคัญเรื่องการมี
ทรัพยากรนอกเหนือกองทุน ววน. ที่มีวัตถุประสงคหลักในการชวยเหลือกลุมเฉพาะแตละกลุม และ
งบประมาณสวนใหญของกองทุนใชจายเพื่อกลุมเปาหมายเฉพาะ กองทุนบางแหง ไดกําหนดวัตถุประสงคที่
เกี่ยวของกับการศึกษาวิจัยเพื่อกลุม เปาหมายดงั กลาวดว ย และไดสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาวิจัย เชน
กองทุนผูสูงอายุ เคยใหทุนวิจัยกับวิทยาลัยประชากรศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยในการศึกษาการเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพของกองทุนผสู ูงอายุ กองทุนสง เสรมิ และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ไดสนับสนุนโครงการวิจัย
เรื่องการพัฒนาคุณภาพชวี ติ คนพิการผานระบบการคุมครองทางสังคมเพื่อคนพิการตลอดชวงชวี ิตใหกับมลู นิธิ
สถาบันวิจัยเพอื่ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตคนพิการ (TRIP) และการพัฒนานวัตกรรมทางสงั คมเพ่ือคนพิการใหกับ
องคกรตางๆ อยางไรก็ดี กองทนุ สวนใหญก ็มไิ ดใหความสาํ คัญในเรอื่ งการพฒั นาระบบและองคค วามรูมากนัก
2ตามกฎกระทรวงแบงสว นราชการสํานกั งานปลดั กระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย พ.ศ.2559 มกี ารยุบกอง
วชิ าการ ปรับสํานกั มาตรฐานการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ยใ หเ ปน “กอง” ซ่งึ มีภารกิจหน่ึงในการพัฒนางานวชิ าการ สว นภารกจิ
ทีเ่ กย่ี วของกบั การศึกษา วิเคราะห พัฒนา วิจยั และจัดการฐานขอมลู ทางสงั คม เพิ่มมาในป 2563 (กฎกระทรวงแบง สวนราชการสํานัก
ปลดั กระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2563)
107
ตารางท่ี 5. 2 กองทนุ ภายใตก ารดูแลของหนวยงานในสังกดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย
กองตอตานการคามนุษย สํานักงาน กองทนุ เพอื่ การปองกันและปราบปรามการคามนษุ ย1053
ปลดั กระทรวง
กรมกิจการผูสงู อายุ กองทุนผูสงู อายุ1064
กรมพฒั นาสงั คมและสวัสดกิ าร กองทุนสง เสรมิ การจดั สวสั ดิการสังคม1075
กรมกิจการเดก็ และเยาวชน กองทุนคุมครองเดก็ 1086
กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต กองทุนสงเสริมและพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ คนพกิ าร1097
คนพกิ าร
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กองทนุ สง เสรมิ ความเทาเทียมระหวางเพศ1108
บริบทเชิงประวัติศาสตรเหลานี้ถือเปนเงื่อนไขสําคัญที่มีผลตอการพัฒนางานวิจัย และการนํา
ผลงานวิจัยไปใชประโยชนขององคกร ดังนั้น การทําความเขาใจเงื่อนไขเหลานี้ จะทําใหสามารถเขาใจบริบท
เงื่อนไขของขอ คน พบในแตล ะเรื่องได
ในสว นตอ ไป คณะผูวิจยั จะนาํ เสนอขอ คน พบจากการศึกษาใน 3 ประเดน็ ไดแก
(1) ผูใช ความตอ งการการวิจัย การนาํ ผลงานวิจัยไปใชประโยชนและรูปแบบการนําผลงานวิจัยไปใช
ประโยชนจ ากงานวิจัยของหนวยงานในกระทรวง ผานการวิเคราะหก ารปรบั เปลี่ยนหวงโซค ุณคา
ของการวจิ ัยในกระทรวง พม.
(2) กลไกการตัดสินใจเชิงนโยบายทีม่ ตี อการนําผลงานวจิ ัยไปใชประโยชน
(3) แนวทางการสรางกลไกผลักดัน/สงเสริมการใชประโยชนจากผลงานวิจัยในกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย
3 กองทนุ มวี ตั ถุประสงคห ลักในการชวยเหลือผูเสียหาย คุมครองความปลอดภยั ใหผ เู สยี หาย ปอ งกนั และปราบปรามการคา มนุษยแ ละการ
บรหิ ารจัดการกองทนุ
4 1 ใน 4 พันธกจิ ของกองทุนคือ การพัฒนาองคความรูและระบบบริหารจัดการใหส อดคลองกับหลักธรรมาภิบาล
5 วัตถุประสงคห ลกั คอื เพื่อสง เสรมิ สวสั ดิการสังคมโดยองคกรภาคประชาชน
6 กองทนุ มีวัตถปุ ระสงคเ พอ่ื เปน ทนุ ใชจ า ยในการสงเคราะห คุมครองสวัสดิภาพและสง เสรมิ ความประพฤติเดก็ รวมทงั้ ครอบครวั และ
ครอบครัวอปุ ถัมภข องเด็ก
7 มวี ตั ถปุ ระสงคเพือ่ เปน ทุนสําหรับการใชจ ายเก่ยี วกบั การคมุ ครองและพฒั นาสมรรถภาพคนพกิ าร การศกึ ษาและการประกอบอาชพี ของคน
พกิ าร รวมทงั้ การสงเสริมและสนบั สนนุ การดาํ เนนิ งานขององคก รทเี่ ก่ยี วขอ งกับคนพกิ าร
8 ใชเ พ่ือกจิ กรรมหรือกจิ การทเี่ กย่ี วของกบั การสง เสริมความเทาเทยี มระหวางเพศ คมุ ครองและปองกนั มิใหมกี ารเลอื กปฏบิ ัตโิ ดยไมเปน ธรรม
ระหวา งเพศ เพอ่ื ชว ยเหลือ ชดเชยและเยยี วยาหรือบรรเทาทกุ ขแ กบุคคลซ่งึ เปน ผเู สียหาย เพอื่ สดอสองดแู ลและใหค าํ แนะนาํ หรือปรกึ ษา
เก่ียวกับการดาํ เนินของตามพระราชบัญญตั ิ เพอื่ สงเสริมการศึกษา การวิจยั และการเผยแพรค วามรูเ ก่ียวกบั กบั ปอ งกันมิใหม กี ารเลอื กปฏบิ ัติ
โดยไมเ ปน ธรรมระหวางเพศ และเพ่ือการติดตอและประสานงาน
108
5.2 ผลการศกึ ษา
5.2.1 การปรับเปลยี่ นหวงโซคุณคา ของการวจิ ัย: การเปล่ียนแปลงบทบาทและความสัมพนั ธของผผู ลติ
และผใู ชง านวิจัย
ระยะที่ศึกษาวิจัย เปนชวงระยะเวลาแหงการเปลี่ยนผานระหวางระบบการวิจัยแบบเกา ไปสูระบบ
การวิจัยภายใต อววน. โดยการเปลี่ยนแปลงที่สาํ คัญคือ ความสัมพันธระหวางผูผลิตกับผูใชงานวิจัย ในระบบ
การวิจัยแบบเดิม งบประมาณที่ใชในการวิจัยมีที่มาจากสองสวน สวนแรก คือ หนวยงานภายใตกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย กําหนดโจทยวิจัยและของบประมาณประจําปไดโดยตรง สวนที่สอง
เปนการเสนอของบประมาณการวิจัยจากทนุ วิจัยเงินงบประมาณแผนดนิ หรืองบประมาณจากแหลงอื่นๆ เม่ือ
ไดงบประมาณมาแลว ทุกหนวยงาน มักจะใชวิธีการจัดจางที่ปรึกษา ซึ่งเปนสถาบันวิชาการเขามาดําเนินการ
ศกึ ษา (เปน ผผู ลิตงานวจิ ัย) สวนหนว ยงานเปนผูใ ชผ ลงานวิจัย แตส ําหรับในระบบการวจิ ัยภายใต อววน. การ
เสนองบประมาณในสวนวิจัยของกระทรวงในสวนของงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานพื้นฐาน (fundamental
fund) จะตองเสนอใหคณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เปนผูตั้งคําขอ
งบประมาณ (พรบ. กสว. มาตรา 17) ดังนั้น จึงไมสามารถตั้งงบประมาณเพื่อการวิจัยไดอยางเปนอิสระ แต
ตอ งเสนองบประมาณใหส อดคลองกับนโยบายและยุทธศาสตรก ารวิจยั ของประเทศ และทสี่ าํ คญั ท่สี ุด การวิจัย
ภายใตระบบ ววน.นี้ หนวยงานไมสามารถจัดจางที่ปรึกษาเพื่อทําการวิจัยได โดยนัยนี้ ระบบ ววน.จึงมีผลให
ผูผลิตและผูใชผลงานวิจัยเปน คนกลุมเดียวกัน ดังนั้น ในระยะเวลาทีท่ ําการศึกษา บุคลากรที่เกี่ยวของกบั การ
วิจัยในกระทรวงการพฒั นาสงั คม โดยเฉพาะกองมาตรฐานการพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย ซ่งึ เปนผู
ประสานงานหลักในเรื่องบทบาทในการศึกษาวิจัยของหนวยงาน จึงอยูในระหวางการปรับตัว ปรับทักษะเพ่ือ
ทําการวิจยั และกําหนดกลไกเพ่ือวางยุทธศาสตรในการวิจัยของหนวยงาน ทั้งในรูปของคณะกรรมการบริหาร
งานวิจัย นโยบายและนวัตกรรม (ระดับกระทรวง) ซึ่งมีการแตงตั้งคณะทํางานขับเคลื่อน ติดตามและ
ประเมนิ ผลโครงการท่ีไดร ับรการสนับสนุนงบประมาณดานการวจิ ัย ประจําปง บประมาณ 2564 จํานวน 7 ชุด
1119 และการจัดเวที Social Forum อยางตอเนือ่ ง อีกชองทางหนึ่งเปนงบประมาณวิจัยเพื่อสนับสนุนงานเชิงกล
ยุทธ (strategic fund) ซึ่งบริหารโดยหนวยบริหารจัดการโปรแกรม (Program Management Unit-PMU)
ตางๆ ซึ่งหากหนวยงานมีความตองการก็ตองยื่นขอเสนอการวิจัยไปตามชองทางที่กําหนด (ออนไลน) ซ่ึง
ชองทางนี้ มีคูแขงที่เปนสถาบันทางวิชาการตางๆ และหนวยงานอื่นๆ มากขึ้น ยิ่งไปกวานั้นขอจํากัดที่สําคัญ
ของระบบการบริหารงบประมาณของ PMU คือ การคัดเลือกโครงการวิจัยในรอบแรกๆ เปนการสื่อสารแบบ
ทางเดียว ซ่งึ นกั วจิ ยั ไมมโี อกาสไดช ี้แจงหรือปรบั แกเอกสาร จนเมื่อไดร บั การคัดเลอื กโครงการแลว จึงจะมีการ
สื่อสารสองทางระหวาง PMU กับนักวิจัย ดังนั้น จึงเปนเรื่องยากที่หนวยงานในกระทรวงจะไดรับงบประมาณ
การวจิ ัยจาก PMU
9คาํ สั่งคณะกรรมการบรหิ ารนโยบาย งานวจิ ยั และนวัตกรรมท่ี 1/2654 (วนั ที่ 17 กุมภาพันธ 2564)
109
ดังนั้น นอกจากขอจํากัดเรื่องทักษะในการทําวิจัย และการผลักดันผลงานวิจัยไปใชประโยชนของ
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความม่นั คงของมนษุ ย โจทยส าํ คัญในที่น้ี กลายเปน เรอื่ งการเปลย่ี นแปลงหวงโซ
คุณคาของงานวิจัยภายในหนวยงานของรัฐ โดยผนวกรวมผูผลิตและผูใชประโยชนจากงานวิจัยไวดวยกัน
โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาพระราชบัญญัติสงเสริมการใชประโยชนจากงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2564
กําหนดใหผูรับทุนหรือนักวิจัยมีหนาที่ในการบริหารจัดการผลงานวิจัยและนวัตกรรม และรายงานการใช
ประโยชนตอผูใหทุนภายใน 2 ป (มาตรา 12) ยิ่งแสดงใหเหน็ การผนวกรวมระหวางผูผลิตและผูใชผลงานวจิ ยั
และนวัตกรรมไวดวยกนั ดังนั้น ความทาทายที่สําคัญในยุคปจจุบันคอื การนิยามวา ใครจะเปน “ผูใชงานวจิ ัย”
ทีแ่ ทจ ริงในอนาคต
5.2.2 ประสบการณว ิจัยและการนาํ ผลงานวจิ ัยไปใชประโยชน
ขอมูลจากการสัมภาษณผูใหขอมูลหลักในทุกหนวยงาน ยืนยันตรงกันวา ผลงานวิจัยที่ผานมาของ
กระทรวง มกั จะเปน ผลงานของท่ีปรกึ ษาจากหนวยงานภายนอก รวมไปถงึ งานวิชาการ/วจิ ัยของสาํ นักสงเสริม
และสนับสนุนวิชาการดว ย บุคลากรในกระทรวงจึงมีบทบาทเปน ผูกําหนดโจทยวจิ ยั และเปนผูกํากับงานวจิ ัย
ผานกระบวนการตรวจรับงานเปน หลกั
ในสวนของงานวิจัย จากการทบทวนผลงานวิจัยของกระทรวงในบทที่ 2 คณะผูวิจัย พบวา แมจะมี
งานวิจัยเปนจํานวนมาก แตกระทรวงตองพึ่งพางานวิจัยจากภายนอกเปนหลัก ประเด็นการวิจัยกระจัด
กระจายไปตามกลุมเปาหมาย แมสํานักงานปลัดกระทรวง จะพยายามรวบรวมผลงานวิจยั แตก็ยังไมสามารถ
ทําฐานขอมูลทีเ่ ช่อื มผลงานวจิ ยั ของทุกหนว ยงานเขาดวยกันได
110
ตารางที่ 5. 3 ตัวอยางผผู ลติ งานวจิ ัยใหแตละหนวยงาน
หนว ยงาน ผผู ลิตงานวจิ ยั
สํานกั งานปลัดกระทรวง
กองตอ ตานการคามนุษย เชาวริน สกุลวรากลาง คณะวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีมหานคร
อารีรัตน อดิศัยเดชรินทร คณะสังคมสงเคราะหศาสตร มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร
กรมกิจการผูสงู อายุ วรเวศม สวุ รรณระดา
วทิ ยาลัยประชากรศาสตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั
สถาบันวิจยั ประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหดิ ล
กรมพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ าร ระพพี รรณ คาํ หอม (2559)
สํานกั งานศนู ยว ิจัยและใหค าํ ปรกึ ษาแหงมหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
กรมกิจการเด็กและเยาวชน สมชัย จิตสุชน (2559)
วิมลทิพย มุสิกพันธและคณะ (2560) สถาบันแหงชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและ
ครอบครัว
ม่ิงขวญั คงเจรญิ (2558) คณะศกึ ษาศาสตร มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรวโิ รฒ
ศรศี ักด์ิ ไทยอารี (2560) สภาองคการเดก็ และเยาวชน ในพระราชูปถมั ภ
สมพงษ จติ ระดับและคณะ (2562) คณะครุศาสตร จุฬาลงกรณม หาวิทยาลยั
ชานนท โกมลมาลยและคณะ (2562) คณะสังคมสงเคราะหศาสตร
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพ สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา เจาคณุ ทหารลาดกระบัง
ชีวติ คนพิการ สมาคมคนตาบอดแหงประเทศไทย
วทิ ยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลยั มหดิ ล
มลู นธิ ิสถาบนั วิจยั เพือ่ การพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพกิ าร
ก ร ม ก ิ จ ก า ร ส ต ร ี แ ล ะ ส ถ า บั น สุพจน เดน ดวงและคณะ (2558) มหาวิทยาลยั มหิดล
ครอบครวั ภุชงค เสนานุช มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร
สถาบนั พฒั นาองคก รชุมชน ไมไดมีงานวิจัยของตนเองชัดเจน แตมีจุดเดนในการสังเคราะหและสื่อสารงาน
วชิ าการของตนเองรวมกบั ภาคี
การเคหะแหง ชาติ รศ.ดร.วันเพญ็ วิโรจนกูฎ สมาคมวศิ วกรรมส่งิ แวดลอมแหงประเทศไทย
ดร.ธนภณ พนั ธเสนอ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
รศ.ดร.ฉวีวรรณ เดนไพบลู ย มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
รศ.ดร.วทิ วสั รงุ เรืองผล มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร
นพิ นธ กลนิ่ ชีวติ คณะสถาปต ยกรรมศาสตร มหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ
ผศ.ดร.ธราวฒุ ิ บุญเหลอื คณะสถาปต ยกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ดร.ปราโมทย ประสาทกลุ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
ผศ.ดร.อรรจน เศรษฐบุตร จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย
บรษิ ัทโบลลเิ กอร แอนด คอมพานี (ประเทศไทย) จํากดั
111
สําหรับงานวิชาการ/วิจัยที่หนวยงานของกระทรวงดําเนินการเองนั้น สวนใหญมีลักษณะเปนรายงาน
ผลการดําเนินงาน หรือการประเมินโครงการที่หนวยงานดําเนินการมิไดเปนผลงานวิจัยที่มีการตั้งโจทยวิจัย มี
กรอบแนวคิด หรอื วิธีการวิเคราะหขอ มูลท่ีสลบั ซบั ซอน งานมีลกั ษณะเปนการรายงาน “ขอมลู ” มากกวา การ
สรา ง “องคค วามรู” หรือแสวงหา “นวตั กรรม” เพอื่ การแกไขปญ หาใหมๆ จากการทบทวนงานวิจยั พบวา แม
จะมงี านวิจัยในกลุม เรื่องใกลเคยี งกนั แตกข็ าดการสังเคราะหประเด็น หรือหยิบยกประเดน็ ข้นึ มาเปนนโยบาย
ในกรณีของการเคหะแหงชาติซึ่งเปนรัฐวิสาหกิจ แมจะมีงานวิจัยจํานวนมาก แตงานทั้งหมดก็อาศัย
บุคลากรจากภายนอก เปนการตั้งโจทยวิจัยเพื่อหาทางออกหรือแนวปฏิบัติเฉพาะเรื่อง เชน การวิจัยบทบาท
ของการเคหะแหงชาติในการพัฒนาที่อยูอาศัยสําหรับผูยากจนในชนบท (2557) การศึกษาพฤติกรรมการใช
สอยพื้นที่ภายในอาคารและพื้นที่สวนกลางในโครงการพัฒนาที่อยูอาศัยสําหรับผูมีรายไดนอยของการเคหะ
แหงชาติ (2558) การเสริมความแข็งแรงของโครงสรางอาคารที่มีอยูเดิมของการเคหะแหงชาติเพื่อรองรับภัย
แผนดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โครงการวิจัยและพัฒนาการสํารวจและการคาดประมาณความตองการท่ี
อยอู าศัยของประเทศไทยในชว งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (2558)
สําหรับสถาบันพัฒนาองคกรชุมชน (พอช.) ในฐานะองคการมหาชน ก็เปนอีกหนวยงานที่เนนการ
ปฏิบัติการ บทบาทดานงานวิจัยและวิชาการ ไมคอยชัดเจนนัก มีความพยายามในการพัฒนางานวิจัยรวมกับ
สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยทํางานรวมกับเครือขายระดับ
พื้นที่ เชน โครงการการพัฒนาชุมชนเขมแข็งพึ่งพาตนเองและเทาทันตอการเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยการ
ดําเนินงานอยางบูรณาการ กรณีศึกษาบทเรียนจากชุมชนทองถิ่นพื้นที่ 5 จังหวัด: จ.ชัยนาท จ.ปราจีนบุรี
จ.เชียงใหม จ.มหาสารคามและ จ.สตูล เมื่อเปรียบเทียบกับหนวยงานอื่นๆ แตบทบาทการทําวิจัยและการนํา
ผลงานวิจัยไปใชประโยชนก็มิไดชัดเจนนัก แต พอช. มีจุดเดนในการสื่อสารชุดขอมูลความรู และแนวปฏิบัติ
ไปสกู ารขับเคลือ่ น (movement) กับภาคีเครอื ขาย
ประสบการณงานวิจัยและการใชประโยชนจากงานวิจยั ของกระทรวง พม. ชี้ใหเห็นถึง ภาวะการแยก
สว นระหวางงานวิจัยกับการใชป ระโยชนจ ากงานวจิ ัย โดยเฉพาะงานวิจยั ที่บุคลากรกระทรวงดําเนนิ การเอง มี
การนํามาใชประโยชนเ ชงิ รูปธรรมนอยมาก แมหนว ยงานในกระทรวงจะมีงานวจิ ยั อยจู ํานวนมาก แตข าดการ
เอามาใชงาน สวนหนึ่งเปนเพราะขาราชการในหนวยงาน และแมแตตัวนักวิจัย ขาดความมั่นใจในเรื่องความ
ถูกตอ งเชิงระเบยี บวิธี ดังน้นั งานวจิ ัยทีด่ าํ เนินการเสรจ็ แลว ก็ทาํ ไดเ พียงเผยแพรไวในเว็บไซตหรือในหองสมุด
ไมไดมีการดําเนินการตอแตอยางใด สวนในระดับพ้ืนที่ มีความพยายามในการสง ตอผลการวิจัยใหหนว ยงานที่
เกี่ยวของ เชน องคกรปกครองทองถิ่น และทําชุดความรูเพื่อสื่อสารสาธารณะดวย แตก็ไมไดเห็นผลในเชิง
ปฏิบัติ11210 อยา งไรกด็ ี สาํ หรบั สสว. ในฐานะหนวยงานวชิ าการสว นกลางที่อยูในภูมิภาค 11 แหง ในชวง 2-3 ป
หลงั มาน้ี มคี วามพยายามดาํ เนินการวิจัยรว มในหวั ขอเดียวกัน เชน อนาคตการจัดสวสั ดิการสังคมไทย เมื่อเขา
สปู ระชาคมอาเซียนภายใตภารกิจของกรมพฒั นาสังคมและสวสั ดิการ (2558) ดาํ เนินการโดย สสว. 1-12 ซึ่งมี
10 ตวั อยางจากงานวจิ ยั เร่ืองโครงการวจิ ัยและพัฒนาการส่ือสารเพ่ือยตุ ิขอทาน (2561) จัดทาํ โดยสํานกั งานสนบั สนนุ และสง เสริมวิชาการ 3
(สสว.3) และ 2 (สสว.2)
112
ขอเสนอสําคัญคือการมีนโยบายสงเสริมการจดั สวัสดิการสังคมแบบพหุวัฒนธรรม การตั้งประชาคมสวัสดิการ
อาเซียน (ASEAN Welfare) แตก็ยงั ไมพ บวา มกี ารนําขอเสนอจากงานวจิ ัยไปใชอยา งชัดเจน
5.3 การใชประโยชนจากงานวจิ ยั สกู ารผลักดันนโยบาย (Policy-Research Nexus) ดานการ
พัฒนาสังคม
ขอคนพบในหัวขอ 5.2.1 แสดงใหเห็นขอจํากัดในการผลักดันงานวิจัยไปสูนโยบายจากภายใน
องคาพยพของกระทรวงเอง เนื้อหาในสวนนี้วิเคราะหเปรียบเทียบกรณีศึกษานโยบาย 5 เรื่อง ไดแก นโยบาย
การปองกันและปราบปรามการคามนุษย กระบวนการรางกฎหมายองคกรไมแสวงกําไร นโยบายดา นผูสูงอายุ
นโยบายดานคนพิการ และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับคนไรบาน เนื้อหาในบทที่ 4 แสดงใหเห็นที่มาท่ีไปของนโยบาย
กระบวนการขับเคลื่อนและผลักดัน การใชองคความรูจากหนวยงานภายนอก และผลลัพธจากการขับเคลื่อน
ของนโยบายท้ัง 5 เร่ือง
หากพจิ ารณาจากการขบั เคล่ือนเชงิ นโยบาย โดยจาํ แนกนโยบายตามตัวแสดงในการดาํ เนินนโยบาย 2
กลุม คือ กลุมที่ดําเนินการโดยหนวยงานรัฐ ไดแก นโยบายการปองกันและปราบปรามการคามนุษย และ
กระบวนการรางกฎหมายสงเสริมและพัฒนาประชาสงั คม11311 และกลุมที่ดําเนินโดยการผลักดันจากหนวยงาน
ภายนอก ไดแ ก นโยบายเรือ่ งคนพกิ าร ผูสูงอายุ และคนไรบาน
สําหรับในกลุมแรก การดําเนินงานโดยหนวยงานรัฐ โดยเฉพาะในสวนของนโยบายปองกันและ
ปราบปรามการคา มนษุ ย เปนประเดน็ ท่ปี ระเทศไทยตอบสนองตอแรงกดดนั ภายนอกประเทศ โดยเฉพาะจากคู
คาที่เปน มหาอํานาจ ทง้ั TIP Report จากสหรัฐอเมรกิ า และ IUU Report จากสหภาพยโุ รป การถูกจัดอันดับ
ใน Tier 3 มีผลกระทบตออุตสาหกรรมประมงทะเลอยางมาก ประกอบกับการเคลื่อนไหวขององคกรพัฒนา
เอกชน (มูลนิธิเครือขายสงเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน) รวมกับสื่อสารมวลชน (ชอง 3) ที่แสดงใหเห็นขอมูล
ขบวนการคามนุษยขา มชาตใิ นประเทศอินโดนีเซยี ทําใหร ัฐบาลไทยตองตอบสนองกับปญหาการคามนุษยอยาง
ทนั ทวงที นอกจากปฏิบตั ิการการชวยเหลอื ฉุกเฉิน การกวดขนั จับกุม รฐั บาลไทยจาํ เปนตองปรับปรุงมาตรการ
ปองกันและปราบปรามการคามนุษย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เปนฝายเลขาของคณะกรรมการ ให
ความสําคญั กับงานชว ยเหลอื เยียวยาเหย่ือการคา มนษุ ย ขอ มลู จากการสมั ภาษณแ สดงใหเ ห็นวา ความสาํ เร็จใน
การยกระดับประเทศไทยจาก Tier 3 เกิดจากความพยายามในการปองกันและปราบปรามการคามนุษย การ
จัดทําระบบขอมูลเชื่อมโยงระหวางหนวยงานเพื่อการจัดทํารายงานการคามนุษย ในสถานการณดังกลาว
แมว า สถาบนั วชิ าการหลายแหงจะมีการทําวิจยั เรื่องการคา มนษุ ยจ าํ นวนมาก11412 การปรับเปลีย่ นนโยบายเปน ไป
11 เกดิ จากระเบียบสํานกั นายกรัฐมนตรีวา ดวยการสง เสริมและพฒั นาองคกรภาคประชาสังคม พ.ศ.2558 และคาํ สงั่ สาํ นักนายกที่ 44/2559
เรื่องแตง ตง้ั กรรมการและเลขานุการ กรรมการผทู รงคุณวฒุ ิ และรองประธานคนทีส่ องในคณะกรรมการสง เสริมและพฒั นาองคกรภาคประชา
สงั คม (คสป.) วนั ที่ 24 กุมภาพนั ธ 2559 ซึง่ กําหนดใหอธบิ ดีกรมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการเปน คณะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ
12 จากการคน ขอมลู ในระบบคลงั ขอ มลู งานวจิ ยั ไทย พบผลงานวจิ ยั เกี่ยวกบั การคา มนษุ ย 19 เรอื่ ง ในจาํ นวนน้เี ปน งานทจี่ ัดทําหลงั ป 2557
จาํ นวน 13 เรือ่ ง
113
เพอื่ ตอบสนองกับสถานการณเรง ดว นมากกวาทจ่ี ะมีการสรางองคความรู หรือการใชป ระโยชนจากงานวิจัยท่ีมี
อยู กลา วอกี นัยหนงึ่ การวจิ ัยกลายเปน เร่ืองแยกสวนกบั กระบวนการดําเนินงานและกระบวนการนโยบาย
กรณีศึกษาราง พ.ร.บ.สง เสรมิ และพัฒนาองคก รภาคประชาสังคม ที่ถูกปรับเปลี่ยนเปนราง พ.ร.บ.ไม
แสวงหากําไร แสดงใหเห็นความสลับซับซอ นของกระบวนการนโยบายท่ีกระทรวงการพัฒนาสังคมมีบทบาท
เปนรองในกระบวนการนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาสังคม เพราะมีหนวยงานอื่นที่มีอิทธิพลเหนือกวา
กระทรวงการพัฒนาสงั คม เมือ่ เปน เชน นี้ แมจ ะมีการใชองคความรูทางวิชาการ แตค วามรทู ีใ่ ชก็เปนรองความรู
แบบอนื่ ๆ หรอื มีอํานาจไมเ ทา ความรแู บบอ่นื
กลุมที่สอง การผลักดันกระบวนการนโยบายจากองคกรภายนอก 3 กรณีศึกษา ทั้งสามกรณีมี
ลักษณะรวมกันคือ มีองคกรเจา ภาพ/เจาของปญ หาทีเ่ ขา มาผลักดันกระบวนการนโยบาย ในกรณีนโยบายการ
จดั สวัสดิการผูสูงอายุ มี มส.ผส. เปน platform ทีม่ จี ุดแขง็ ในการขับเคลือ่ นงานวิจัยและองคความรเู พือ่ พัฒนา
คุณภาพชีวิตผูสูงอายุ ทั้งผลักดันใหเกิดการวิจัยเพื่อแสวงหาองคความรูใหม การนําองคความรูมาสื่อสาร
สาธารณะ และผลกั ดนั นโยบายผา นคณะกรรมการผสู งู อายุแหงชาติ ดังนั้น การขบั เคลอ่ื นนโยบายผูสูงอายุจึงมี
ฐานความรูและฐานงานวิจัยจํานวนมากที่ มส.ผส.และเครือขายเปนผูผลักดันและนํามาใชประโยชนในการ
ตัดสินใจ แตก็ไมอาจรับประกันไดวาในชั้นการตัดสินใจ ผูกําหนดนโยบายเลือกที่จะใชระบบบํานาญแหงชาติ
เปน แนวทางการจัดสวสั ดิการหลักสาํ หรับผสู งู อายุ กรณนี ้ชี ีใ้ หเห็นวา แมจ ะมงี านวิจยั เปน ฐาน มีการสังเคราะห
สื่อสารงานวิจัยและขับเคลื่อนนโยบายมาเปนระยะเวลาหนึ่ง แตก็ยังไมประสบความสําเร็จในการขับเคลื่อน
นโยบาย ในการตดั สนิ ใจเชิงนโยบาย ผลจากงานวิจัยมีฐานะเปนทางเลือกนโยบายทางเลือกหนง่ึ ซ่ึงอาจจะถูก
หยิบยกมาพจิ ารณาหรือไมก็ได
ในกรณีถัดมา การขับเคลื่อนนโยบายเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพศูนยบริการคนพิการทั่วไปโดยองคกร
คนพิการ ซึ่งมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และเครือขายองคกรคนพิการถือเปนกลไก
สําคัญในการผลักดันเพื่อใหเกิดการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มสมรรถนะใหศูนยบริการคนพิการ หาก
เปรียบเทียบกับการขับเคลื่อนโยบายเรื่องผูสูงอายุซึ่งมีจุดเดนเรื่องการสรางองคความรูและจัดการความรู
จุดเดนของเครือขายคนพิการคือการมีเครือขายนโยบายที่เขมแข็ง และสามารถใชประโยชนจากงานวิจัยมา
เสริมพลังกระบวนการล็อบบี้ได แมวาจะมีทรัพยากรในการทําวิจัยนอยกวาประเด็นผูสูงอายุก็ตาม เงื่อนไข
ความสําเร็จที่สําคัญเปนการผนึกกําลังของเครือขายนโยบายหลายสวน ทั้งที่เปนเครือขายคนพิการ คณะอนุ
กรรมาธิการในวุฒสิ ภา เครอื ขายวชิ าการดานคนพิการ หากเปรยี บเทยี บกับเครือขายวิชาการดานผูสูงอายุซึ่งมี
ความเขมแข็ง และมีทรัพยากรมากกวา เครือขายวิชาการดานคนพิการ ยังเปนเครือขายเล็ก ซึ่งจําเปนตอง
ระดมหาทรพั ยากรจากหนวยงานตา งๆ มาทาํ วิจยั และแมจะมปี ระสบการณในการเคลอ่ื นไหวมาเปน ระยะเวลา
ยาวนานกวา แตเนื่องจากประเด็นคนพิการ เปนประเด็นชายขอบ และเปนกลุมคนที่ถูกตีตรา (stigmatized)
มาโดยตลอด การขับเคลื่อนประเด็นคนพิการจึงมีอุปสรรคมากกวา และจําเปนตองใชพลังทางการเมือง
มากกวา
114
กรณีสุดทาย การขับเคลื่อนแนวทางการดาํ เนินงานเกี่ยวกับคนไรบาน ในการขับเคล่ือนประเดน็ คนไร
บาน ผูท่ีมบี ทบาทในการขับเคลื่อนประเด็นชใ้ี หเ หน็ วา แมวากระทรวงฯ จะมีการตั้งกรรมการรวม แตก็ไมไดมี
การประชุมอยางตอเนื่อง แตเงื่อนไขที่ทําใหการขับเคลื่อนมีความกาวหนาเปนเรื่องของการรวมมือทํางาน
รวมกันอยางตอเนื่องของเครือขายคนไรบานและกระทรวง ซ่ึงความรวมมือในการทํางานนี้ไมไดจํากัดเฉพาะ
เร่อื งคนไรบ า น แตขยายไปถึงเร่ืองการเคล่อื นไหวเพ่อื “คนไทยไรสทิ ธ”ิ หรือคนไรสถานะดว ย
โดยสรุป กรณีศึกษาทั้งหมดแสดงใหเห็นกลไกการตัดสินเชิงนโยบายที่มีตอการนําผลงานวิจัยไปใช
ประโยชน ทั้งในการขับเคลื่อนนโยบาย/แนวปฏิบัติที่แตกตางกัน แตจุดรวมที่สําคัญคือ งานวิจัย/วิชาการไม
ถูกนําไปใชประโยชนโดยตรงในกระบวนการนโยบายซึ่งมีความสลับซับซอน งานวิจัยมีฐานะเปนเพียง
ทางเลือกนโยบาย หรือแนวปฏิบัติแบบหนึ่ง ซึ่งผูกําหนดนโยบายหรือผูมีบทบาทในการปฏิบัติเลือกที่จะใช
หรือไมก็ได และเงื่อนไขสําคัญที่ผูกําหนดนโยบาย/ผูปฏิบัติจะนําผลการศึกษาวิจัยไปใช ประกอบดวยเงื่อนไข
ทางการเมือง เงื่อนไขเรื่องความสัมพันธระหวางหนวยงาน รวมไปถึงความสัมพันธระหวางปจเจกบุคคลดวย
นอกจากนี้ งานวิจัยที่ถูกนํามาใชในการขับเคลื่อนนโยบาย ไมไดเปนงานวิจัยทั่วไป แตเปนงานวิจัยที่ตองการ
การยอย และมีการจัดทําองคความรูใหงายตอการสื่อสาร ทั้งตอสาธารณะและตอผูกําหนดนโยบาย โดยนัยน้ี
กระบวนการผลักดันใหมีการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน จําเปนตองคํานึงถึงกระบวนการสื่อสาร และกลไก
ในการสอ่ื สารผลงานวิจยั ดวย
นอกจากน้ี จากประสบการณขับเคลื่อนนโยบายเครือขายคนพิการ และการทํางานเรื่องคนไรบาน
ชี้ใหเห็นบทบาทขององคกรอื่นๆ ที่สนับสนุนทุนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในสวนอื่นๆ เชน สสส.11513 ที่เปดโอกาส
ใหภาคีนโยบายสามารถขอทุนสนับสนุนการวิจัย/ปฏิบัติการที่สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายและ/หรือ
13 โดยปกติ สสส.จะไมใ หท นุ วิจยั ในลักษณะเดียวกับ สกสว. หรือ วช. แตจ ะใหทนุ ในงานทม่ี ีการปฏิบตั กิ ารขับเคลื่อนประเด็นทช่ี ัดเจน
115
แนวทางปฏิบัติที่เปนนวัตกรรม ประเด็นใหม ซึ่งเปนการปดชองวางการใหทุนวิจัยจากงบประมาณแผนดินซึ่ง
จาํ เปนตองใหความสาํ คัญกบั ยทุ ธศาสตรการวิจัยระดับชาตเิ ทา นั้น
5.4 บทสรปุ และขอ เสนอแนะ
คําถามวจิ ยั สําคัญในงานวิจัยฉบับน้ีคอื กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ยมีงานวิจัย
และการใชประโยชนจากงานวิจัยอยางไร และจะพัฒนาแนวทางการสรางกลไกการผลักดันและสง เสรมิ การใช
ประโยชนจากผลงานวจิ ัยในกระทรวงไดอยางไร คณะผูวจิ ัยไดวเิ คราะหใ หเหน็ บริบทของกระทรวง ผลงานวิจัย
และการใชผลงานวจิ ัย รวมท้ังกรณศี กึ ษาการตดั สินใจเชิงนโยบายในเรื่องตางๆ และสามารถสรุปรวบยอดไดวา
แมวาหนวยงานในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย จะมีงานวิจัยจํานวนมาก แตลําพัง
เฉพาะงานวิจัย ไมสามารถนํามาใชประโยชนไดโดยตรง หากขาดการสังเคราะห ยอยประเด็นและสื่อสาร
งานวิจัย ซึ่งในปจจุบันกระทรวงฯ ไมมีกลไกในการดําเนินงานในลักษณะดังกลาว ประกอบกับการจัดวาง
ตาํ แหนง (positioning) ของกระทรวงในการเปนฝา ยตั้งรับนโยบายและผลจากนโยบายของหนวยงานอ่ืน การ
มีบทบาทรองในกระบวนการนโยบายที่เกี่ยวของกับการพัฒนา ความสลับซับซอนและความเปนการเมืองใน
กระบวนการนโยบาย ทําใหไมเ ห็นการใชป ระโยชนจ ากงานวิจยั ในกระบวนการนโยบายมากเทา ใดนัก
ขอพจิ ารณาอกี ประการหน่งึ คืองานวิจัยในงานของกระทรวงพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยทํา
หนาที่อะไร (function) หากจําแนกประเภทการใชงานวิจัยออกเปน 3 ประเภท ไดแก งานวิจัยเพื่อปรับปรุง
กระบวนการทํางาน (routine to research – R2R) งานวิจัยเพื่อการเคลื่อนไหวทางสังคม (research to
movement – R2M) และงานวิจัยเพอื่ ผลักดันนโยบาย (research to policy) จะเห็นไดว า งานวจิ ัยสวนใหญ
ในกระทรวง พม. ยงั เปนงานวจิ ัยเพื่อตอบโจทยง านประจําหรืองานเฉพาะหนาเปน หลกั และแทนที่จะเปนการ
วจิ ัยเพ่ือผลกั ดันนโยบาย แนวทางการทํางานวิจัยของกระทรวงเปนการทํางานวจิ ัยเพ่ือตั้งรับตามนโยบายที่ถูก
กําหนดมามากกวา ในขณะที่งานวิจัยของ พอช. ซ่งึ เปน หนว ยงานทม่ี เี ปาหมายเฉพาะ ใหค วามสาํ คัญกับการใช
งานวจิ ัยเพือ่ การขับเคลือ่ นงานพัฒนาศกั ยภาพชมุ ชน
บทเรียนการเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันนโยบายของหนวยงานจากภายนอกกระทรวงชี้ใหเห็นวา ในการ
ผลักดันนโยบายหนึ่งๆ จําเปนตองใชลงทุนทรัพยากร และขับเคลื่อนอยางตอเนื่อง บางนโยบายใชเวลานับ
หลายปกวาจะมีความกาวหนา นอกจากนี้ยังตองมีภาคีหรือเครือขายที่รวมกันขับเคล่ือนนโยบายดังกลาวดว ย
ซึ่งวิธีคิดเรื่องตัวชี้วัด (Key Performance Indicator-KPI) หรือ Objective Key Results (OKRs) ในปจจุบัน
ไมเปดโอกาสใหมีการตั้งเปาหมายในลักษณะดังกลาว ยิ่งไปกวานั้น ในการทําวิจัยหรือขับเคลื่อนนโยบายดาน
สงั คม ยังมีปจจยั ท่มี อี ิทธพิ ลแทรกแซงไดอ กี หลายทิศทาง แมจ ะตอบโจทย OKRs ได แตกไ็ มอาจรบั รองไดวามา
จากงานวิจยั จากหนว ยงานเดยี ว
ในสถานการณการเปลี่ยนแปลงบริบทและโครงสรางงานวิจัยของประเทศ เมื่อหนวยงานผูรับทุน
จะตอ งเปนผดู ําเนนิ การทําวิจยั และผลกั ดนั ใหเ กดิ การใชประโยชนจากผลงานวิจยั ในอนาคต จําเปนตองนิยาม
วา ใครคือผูใชป ระโยชนจากงานวิจัยที่แทจริง และจะใชประโยชนในรปู แบบใด หากเปนผูก ําหนดนโยบาย ทํา
116
อยางไรจะใหผลงานวิจัยเปนทางเลือกเชิงนโยบายที่สําคัญ และหากเปนผูปฏิบัติ จะแปลงผลการวิจัยไปสู
แนวทางปฏิบัตทิ ่ีเปนรปู ธรรมและไดร บั การยอมรบั มากขึ้นไดอยางไร
มีขอพิจารณาเพื่อการปรับปรุงการดําเนินงานในภารกจิ ที่เกี่ยวของกับการวิจัยและการนําผลงานวจิ ัย
ไปใชป ระโยชนด ังนี้
4. การสรางกลไกเพื่อผลักดันใหเกิดงานวิจัย และการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชนในระดับ
กระทรวง ผลการศกึ ษาแสดงใหเห็นภาวะทโ่ี ครงสรา งกระทรวงมีความออนแอในเร่ืองภารกิจการวจิ ยั ช้ีใหเห็น
ความจําเปนในการพฒั นากลไกท่ีเปนคลังสมอง (think tank) ของกระทรวง ดังนั้น จึงมีความจาํ เปนตองปรบั
บทบาทหนว ยวจิ ยั ที่มีอยใู นปจจุบนั ใหท ําหนา ทมี่ ากกวาการทํางานธุรการและรายงานผลการดําเนนิ งานในแบบ
ทว่ั ไป แตตอ งเพ่มิ บทบาทการกาํ หนดยทุ ธศาสตรง านวิจัยและการนาํ ผลงานวิจัยไปใชประโยชนดวย
5. การสงเสริมการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน ผานกระบวนการจัดการความรู และสื่อสาร
ความรูจากงานวิจัยทั้งภายในและนอกกระทรวง ผลการศึกษาแสดงใหเห็นวา ลําพังรูปเลมผลงานวิจัย ไมถูก
นาํ ไปใชประโยชนไดโ ดยตรง แตจําเปนตอ งมกี ารยอย สือ่ สารขอมลู ไปยงั ผมู สี วนไดสวนเสยี ในเรื่องน้นั ๆ ซ่ึง ผล
จากงานวิจัยหนึ่งๆ สามารถใชประโยชนไดทั้งเรื่องระเบียบวิธี ขอมูล และขอเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนั้น ใน
อนาคต การวิจยั ของกระทรวง จําเปน ตอ งออกแบบกระบวนการวจิ ยั ที่เชื่อมโยงกับการสื่อสารผลการวิจัย และ
การขับเคล่ือนประเดน็ กบั ผมู ีสว นไดส วนเสยี ดว ย
6. ในบริบทของระบบการใหทุนในการวิจัยในปจจุบัน ซึ่งแยกความสัมพันธระหวางกระทรวงกับ
สถาบันการศึกษาออกจากกัน แตละฝายจําเปนตองทําผลงานวิจัย/และใชประโยชนจากงานวิจัยของตนเอง
กระทรวงจําเปนตองพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการศึกษาวิจัยใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน
จําเปนตองเพิ่มบทบาทในการสราง platform เพื่อเชื่อมโยงเครือขายสถาบันการศึกษา องคกรภาคประชา
สังคม และผูมีสวนไดสวนเสียแตละกลุม เพื่อใหเกิดการผลักดันงานวิจัย และนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน
รวมกนั
ภาคผนวก 1
เคร่ืองมือการวจิ ัย
1) แนวคําถามการสัมภาษณแบบอภิปรายกลุมเฉพาะ (focus group) สํานักงานสงเสริมและสนับสนุน
วิชาการ 1 – 11
ขอท่ี คาํ ถาม ผลทค่ี าดวาจะไดร บั
1 ทา นมคี วามคิดเห็นวา การทํางานวจิ ยั และการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน
ในภาพรวมของกระทรวง พม. หรอื ของหนว ยงานตาง ๆ ภายในกระทรวงมี
ลักษณะอยา งไร
2 ทานมีความคิดเห็นวา ในปจจุบันการทํางานวิจัยในภาพรวมของกระทรวง
3 พม. มุงเนนไปท่ปี ระเด็นใด หรอื กลุม เปา หมายใดเปน สาํ คญั - ลักษณะของความตองการการวิจัย
และรูปแบบการนําไปใชประโยชน
ในการดําเนินงานตามภารกิจของกระทรวง พม. หรือของหนวยงานของ จากงานวิจัยของหนวยงานใน
ทานในแตละครั้งนั้น มีการนําผลงานวิจัยหรือผลการศึกษากอนหนามา กระทรวง
ประยุกตใชก ับการดําเนินงานหรือไม/ หากมี งานการศึกษาดังกลาวมาจาก
หนวยงานใดและรูปแบบการนาํ มาประยกุ ตใชม ีลักษณะอยางไร
4 ในปจจุบัน งานวิจัยหรืองานการศึกษาของหนวยงานของทาน มีลักษณะ
อยางไร หรอื มุงเนนทป่ี ระเดน็ ใด/ กลุม เปาหมายใดเปนสําคญั
5 การทํางานวิจัย/งานการศึกษาในแตละครั้ง ทานและหนวยงานของทาน
กําหนดหวั ขอการวจิ ยั จากปจ จัยใดเปน สําคญั
6 ทานและหนวยงานของทานมีวิธีการในการกําหนดหัวขอ รวมถึง - กลไกการตัดสินใจเชิงนโยบายของ
กระบวนการวจิ ยั อยา งไร กระทรวง พม. และลักษณะงานวิจัย
7 หนวยงาน หรือคณะทํางานใดที่มีสวนเกี่ยวของในการตัดสินใจเชิง ที่ถูกนาํ ไปใชประโยชน
กระบวนการในการกาํ หนดหัวขอรวมถึงการทําวิจัย - การเชื่อมโยงผูผลิตองคความรูที่
8 เม่ือกาํ หนดหัวขอ การวจิ ยั แลว ใครเปนผทู ําวิจัย/งานการศึกษา เกี่ยวของกับผูใชประโยชนของ
9 คณะผูวิจยั มกี ระบวนการในการทาํ วจิ ยั อยา งไร งานวจิ ัยในภารกิจของกระทรวง พม.
10 ใครหรอื หนวยงานใดบา งท่นี ําผลการวจิ ัย/งานการศึกษาของหนวยงานทาน - การพฒั นาศักยภาพบุคลากรในการ
ทําวิจัยและพัฒนาชองทางในการใช
ไปใชป ระโยชน
11 งานวิจัยของหนวยงานของทานที่ถูกนําไปใชประโยชนสวนใหญมีลักษณะ ประโยชนจากงานวิจัยจากแหลงอ่ืน
ๆ
อยา งไร/ และถูกนําไปใชอ ยา งไร
12 ทานใชอ งคค วามรู ขอ มูล รวมถึงทรัพยากรในการทําวิจัยจากแหลง ใดบาง