118
13 ในปจจุบัน ทานคิดวาหนวยงานของทานมีงานวิจัยหรืองานการศึกษาท่ี - กลไกการผลักดัน/สงเสริมการใช
เพียงพอตอการนําไปประยุกตใชกับการดําเนินงานตามภารกิจของ ประโยชนจากผลงานวิจัยเพื่อภารกจิ
กระทรวง พม. หรือเพือ่ ตอบสนองตอกลุมเปา หมายหรือไม/ อยา งไร ของกระทรวง พม.
14 ทานประสบปญหาการนําผลงานวิจัยหรือผลการศึกษาจากหนวยงานอืน่ ๆ
ภายในกระทรวง หรือจากหนวยงานภายนอกมาประยุกตใชกับการศึกษา
ของทานบา งหรือไม/ หากมี ปญหาหรอื อุปสรรคดงั กลาวมีลกั ษณะอยา งไร
15 ปญ หาและอุปสรรคในการทาํ วจิ ัยในหนวยงานของทา นมอี ะไรบาง
16 ทานคิดวามีปจจยั ภายนอกท่ีชว ยหนนุ เสรมิ หรือเปน อปุ สรรคตอ การทําวิจัย
ของหนว ยงานของทานหรอื ไม/ อยางไร
17 ทานคิดวามีปญหาหรืออุปสรรคตอการที่หนวยงานอื่นหรือบุคคลอื่นนํา
ผลการวิจัยที่เปนผลผลิตของทานไปใชประโยชนตอหรือไม/ หากมี ปญหา
ดงั กลา วมีลกั ษณะอยางไร
18 ทานคิดวามีปจจัยภายนอกที่ชวยหนุนเสริม หรือเปนอุปสรรคตอการนํา
งานวิจัยของหนว ยงานทานไปใชป ระโยชนหรือไม/ อยา งไร
19 หัวขอใดหรือประเด็นใดท่ีหนวยงานของทานใหค วามสนใจ หรือเห็นสมควร
ท่จี ะกาํ หนดเปนหวั ขอ ในการทําวจิ ยั ในคร้งั ตอ ๆ ไป
20 ขอเสนอแนะเชิงนโยบายตอกระบวนการทําวิจัย และการนําผลงานวิจัยไป
ใชป ระโยชนใ นอนาคต
2) แนวคาํ ถามในการสมั ภาษณเชิงลึก/ประชมุ กลุมยอ ยกลุมผูบ ริหารระดับกอง กรมหรือเทียบเทา กรมของ
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
วตั ถปุ ระสงค ประเดน็ คาํ ถาม
1. วเิ คราะหผูใชป ระโยชนจากงานวจิ ัย (User (1) ตัวแสดงทส่ี ําคัญ (หนวยงาน/คณะทาํ งาน/กลไกรูปแบบตา งๆ) ใน
analysis) และรูปแบบการใชป ระโยชนจ าก การกาํ หนดนโยบายท้ังในระดับภาพรวมของกระทรวง กรม และของ
งานวจิ ัยในภารกิจของกระทรวง แตละหนว ยงานยอ ย
(2) ตัวแสดงท่สี ําคัญ (หนว ยงาน/คณะทํางาน/กลไกรปู แบบตา งๆ) ใน
การนาํ ผลงานวิจยั ไปประโยชนในภารกิจในระดบั กรม
(3) รูปแบบหลกั ในการนําผลงานวจิ ยั ไปประโยชนในภารกิจของ
กระทรวง และในระดับกรมเปนอยา งไร
(4) กระบวนการพฒั นาคาํ ถามวจิ ยั หรอื การกําหนดองคความรทู จี่ าํ เปน
สาํ หรบั การกําหนดหรือตัดสินใจเชิงนโยบายทง้ั ในระดับภาพรวมของ
กรม และของแตล ะหนวยงานยอ ย
(5) แหลง คน ควา ขอมลู และผลงานวิจยั ทใ่ี ชในการนาํ ไปอางองิ การ
กําหนดนโยบายและปฏิบัติงานมแี หลง ใดบาง
119
วัตถปุ ระสงค ประเดน็ คาํ ถาม
2. วเิ คราะหค วามตองการนาํ ผลการวจิ ยั ไปใช (1) ในชวง 5 ปที่ผานมา (พ.ศ.2559-2563) องคค วามรูหรือประเดน็
ประโยชน (demand-sided) ของหนวยงาน วจิ ยั ที่หนว ยงานสามารถนาํ มาใชประโยชนใ นการกําหนดนโยบายและ
ในกระทรวง แกไขปญหาไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพ
(2) ในอกี 5 ปขางหนา (พ.ศ.2564-2568) องคความรหู รือประเดน็
3. วิเคราะหเงื่อนไข ขอจาํ กัด ตลอดจนปจ จัย วิจยั ใด ท่ีหนวยงานตอ งการนํามาใชเพ่ือกาํ หนดนโยบายและวางแผน
ทเ่ี กย่ี วของในการดาํ เนนิ งานวิจัยของ รองรับความทา ทายท่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต
กระทรวงการพฒั นาสังคม เชน แหลงขอ มลู (3) จากการใชป ระโยชนจ ากงานวจิ ัยที่ผา นมา รูปแบบของการไดมาซง่ึ
ทกั ษะในการทําวจิ ัย เปน ตน องคความรูหรอื ผลงานวิจัยทีจ่ ะสามารถนาํ มาใชป ระโยชนใ นการ
4. วเิ คราะหกรณีศึกษาการตัดสนิ ใจเชิง กาํ หนดนโยบายและนําไปสกู ารปฏบิ ตั ไิ ดจรงิ นน้ั ควรเปน อยางไร (เชน
นโยบายทม่ี ีการนาํ ผลงานวจิ ัยไปใชประโยชน ทํางานวจิ ัยโดยนักวชิ าการ/ผเู ชีย่ วชาญจากภายนอกหนวยงาน ทํางาน
จากงานวิจยั ของหนว ยงานในกระทรวง วจิ ัยรวมระหวางบคุ ลากรภายในและนักวิชาการ/ผูเ ชย่ี วชาญจาก
5. ขอเสนอตอกลไกสนบั สนุนการเช่อื มโยง ภายนอก ทํางานวจิ ัยโดยบคุ ลากรภายในเพียงอยางเดยี ว เปน ตน )
ผลงานวจิ ัยทั้งภายในหนว ยงานและภาคนี อก (1) ผลงานวจิ ยั หรอื งานวิชาการในรปู แบบใด ท่ีไมส ามารถนาํ ไปใช
หนวยงานเพือ่ การผลกั ดันงานตามภารกิจ ประโยชนใ นการกาํ หนดนโยบายและดาํ เนินการเพ่ือแกไ ขปญหาได
อยางมีประสิทธิภาพ เพราะเหตุใด
(2) เง่ือนไข และขอจํากดั ทส่ี าํ คัญในการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน
ในการกําหนดนโยบายและดาํ เนินการแกไขปญหาตามภารกจิ ของ
หนวยงาน
(3) แนวทางการพฒั นาศกั ยภาพบคุ ลากรภายในหนว ยงานเพือ่ ทําวิจัย
ควรเปน อยางไร
ยกตัวอยา งกรณีศึกษาทมี่ ีการนําผลงานวิจยั ไปใชใ นการกําหนด
นโยบาย สามารถดาํ เนนิ การแกไ ขปญหาไดเปนผลสําเรจ็ (ปจจยั /
เงอื่ นไขทส่ี ง ผลตอความสําเร็จ)
กลไกสนบั สนุนการเชอ่ื มโยงผลงานวิจยั ท้ังภายในหนว ยงานและภาคี
นอกหนว ยงานเพอื่ นาํ ไปสูการกาํ หนดนโยบายและการดําเนินงาน
แกไ ขปญหาอยา งมปี ระสทิ ธิภาพควรเปน อยางไร
ภาคผนวก 2
รายชอ่ื ผใู หขอ มลู
1. รายชื่อผใู หส มั ภาษณเชิงลึกผูบรหิ ารหรือผแู ทนหนว ยงานระดบั กอง กรม หรือเทียบเทา
กรมภายใตสังกัดของกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย
……………………………………………………..
หนวยงาน ผูใหสัมภาษณ วัน - เวลาทด่ี ําเนนิ การสมั ภาษณ
1) หนวยงานระดบั กอง
1.1 กองมาตรฐานพัฒนาสังคม นางสาวจรี ดา ธรรมาภิมขุ วนั พฤหัสบดีท่ี 16 กนั ยายน 2564
และความมัน่ คงของมนุษย สงั กดั ผอู ํานวยการกลมุ การวิจัยและพฒั นา เวลา 13.30 – 15.00 น.
สป.พม.
1.2 กองตอตานการคามนุษย นางวรรณภา สุขคง วนั พธุ ท่ี 6 ตลุ าคม 2564
สังกดั สป.พม. ผอู ํานวยการกองตอตา นการคามนุษย เวลา 13.30 – 15.00 น.
2.) หนวยงานระดบั กรม
2.1 สถาบันพัฒนาองคกรชุมชน นายอมั พร แกวหนู วนั ศุกรท ่ี 2 เมษายน 2564
(องคการมหาชน) รองผูอํานวยการ พอช. เวลา 10.00 – 12.00 น.
2 . 2 ก รม พั ฒน าส ั ง ค ม แ ล ะ นางสาวซาราห บนิ เยาะ วันพธุ ท่ี 19 เมษายน 2564
สวสั ดิการ รองอธบิ ดกี รมพฒั นาสงั คมและสวัสดิการ
2.3 กรมกิจการสตรีและสถาบัน นางสาวราภรณ พงศพนิตานนท วันศุกรท ่ี 23 เมษายน 2564
เวลา 13.30 – 15.00 น.
ครอบครัว ผูเ ช่ียวชาญเฉพาะดา นครอบครวั
2.4 กรมสงเสริมและพัฒนา 1. นางสาวพัฒนา วชั รงค วนั จันทรที่ 26 เมษายน 2564
คณุ ภาพชวี ิตคนพิการ ผูอํานวยการกลุมวิจัยและติดตาม เวลา 10.00 – 12.00 น.
ประเมนิ ผล
2. นางสาวพรอนันต บุญเลิศ
นักสังคมสงเคราะหป ฏบิ ัติการ
3. นายอดลุ ย ไทยเจรญิ
นกั พฒั นาสังคม
2.5 กรมกิจการผสู งู อายุ นางสาวจารวุ รรณ ศรภี กั ดี วันศกุ รที่ 7 มกราคม 2565
ผอู ํานวยการกลมุ นโยบายและยุทธศาสตร เวลา 13.30 – 15.00 น.
121
2. รายชอื่ ผใู หส มั ภาษณเชงิ ลึกผูผ ลิตงานวิจัยและมีสว นเกีย่ วขอ งกับการผลกั ดนั งานวิจัยไปใช
ประโยชนใ นเชงิ นโยบายสาธารณะ
……………………………………………………..
งานวจิ ัย/ ชอ่ื – นามสกุล วัน-เวลาท่ดี าํ เนินการ ชองทางการ
นโยบาย สมั ภาษณ สมั ภาษณ
สาธารณะ
ดา นผสู งู อายุ ศ.ดร. วรเวศม สวุ รรณระดา วันพฤหัสบดีท่ี 1 ธันวาคม 2564 สัมภาษณผ า น Zoom
เวลา 10.00 – 11.00 น.
ดานผสู งู อายุ/ อ.พญ. วชั รา ริว้ ไพบูลย วันจนั ทรท ่ี 7 กุมภาพันธ 2565 สมั ภาษณผ า น Zoom
ดา นผูพิการ เวลา 13.30 – 15.30 น.
ดานผูพิการ อ. มณเฑียร บุญตนั วนั พธุ ท่ี 2 กมุ ภาพันธ 2565 สมั ภาษณผ าน Zoom
เวลา 10.00 – 11.15 น.
ดา นคนไรบ าน นายอนรรฆ พทิ ักษธานนิ วันพุธท่ี 13 เมษายน 2565 สัมภาษณผ า น Zoom
เวลา 14.00 – 15.30 น.
3. ผเู ขาการอภิปรายกลุมเฉพาะ
หนวยงาน สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วิชาการ 1 – 11 ตาํ แหนง
วันศกุ รท ่ี 22 มกราคม 2564 เวลา 13.00 – 15.00 น.
…………………………………………………………………………………………
ชื่อ – สกุล
สสว. 1 นางวรรทณา นวลยอ ง นกั พัฒนาสังคมชาํ นาญการพเิ ศษ
(ปทมุ ธาน)ี นางประไพศรี คํามุง นักพัฒนาสงั คมชํานาญการ
นางสาวขนิษฐา นักพฒั นาสงั คม
สสว. 2 นางรุงทวิ า สดุ แดน ผูอ ํานวยการ
(ชลบุรี) นายณัฐวุฒิ สินธาราศิริกลุ ชยั
นางนศิ านาถ ศรสี ังวร นักพัฒนาสงั คมชํานาญการพเิ ศษ
สสว.3 นกั พัฒนาสงั คมปฏิบตั กิ าร
(นครปฐม) นางสาวขนษิ ฐา ตรากลาง
นางสาวอารยา จา โนนสงู ผูแ ทนจาก สสว. 3
สสว.4
(นครราชสีมา) นางอรทยั แพงโสภา นักพฒั นาสังคมปฏิบตั ิการ
นกั พฒั นาสังคม
สสว. 5
(ขอนแกน) นกั พัฒนาสังคมชาํ นาญการพเิ ศษ
หนว ยงาน ชอื่ – สกลุ 122
สสว.6 นางสาวศรวี รรณ สระแกว ตําแหนง
นางสุดา สหุ ลง
สสว.7 นางสาวชลธษิ า ถาดวจิ ติ ร นกั พัฒนาสงั คมชํานาญการพเิ ศษ
(ลพบรุ ี) นางสาวยุวันดา เนือ้ เทศ ผูอาํ นวยการ
สสว.8 นายพงษภทั ร แสงพฑิ ูร นักพฒั นาสังคมปฏบิ ตั ิการ
(อตุ รดิตถ) นางสรัลชนา หงซว ิวัฒน พนกั งานบริการ
นางสาวทพิ วดี มะฮง
สสว.9 ผแู ทนจาก สสว. 8
(เชียงใหม)
ผูแทนจาก สสว. 9
สสว.10
(นครศรีธรรมราช) นักพัฒนาสังคมชาํ นาญการพเิ ศษ
นักสงคมสงเคราะหช าํ นาญการ
สสว.11
(สงขลา) พนกั งานบริการ
ผแู ทนจาก สสว. 11
ภาคผนวก 3
ตวั อยา งงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ งกับการคามนษุ ย ตัง้ แตป 2557
ลาํ ดับ ช่อื ผลงาน/ ปท ี่ดําเนนิ โครงการ ผจู ัดทาํ หนว ยงาน
ท่ี
1. งานวจิ ยั ภายใตกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย
1.1 รายงานการศึกษารูปแบบและเสนทางที่นําไปสูการตก - ไมปรากฏชื่อผูจ ัดทาํ กรมพัฒนาสงั คมและสวัสดกิ าร
เปนผูเ สียหายจากการคามนุษย
ปที่ดําเนนิ โครงการ : ไมปรากฏปท ีจ่ ัดทํา
1.2 โครงการวิจัยเสนทางการคามนุษยขามชาติ: กลไกการ 1. อัจฉรา ชลายนนาวนิ สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ
ขับเคลื่อนกระบวนการปองกันและแกไขปญหาการคา 2. กีรติกา กรี ตพิ งษไ พศาล วิชาการ 6 (ขอนแกน)
มนุษยในพ้นื ทเี่ สยี่ งระหวางประเทศ
ปท ีด่ ําเนนิ โครงการ : 2563
1.3 โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาอาสาสมัคร พม.ใหเปน 1. ไพบูลย นาคเจือ สํานักงานสง เสริมและสนับสนนุ
วชิ าการ 3 (ชลบุรี)
แกนนาํ ชมุ ชนในการปองกนั ปญหาการคามนษุ ย 2. นศิ านาถ ศรีสังวร
ปท ีด่ าํ เนินโครงการ : 2563 3. พนดิ า แนน อดุ ร
1.4 การสรางและพัฒนากระบวนการทาํ งานเครือขายปญหา สุทธริ ัตน โทชนบท และคณะ สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุน
คามนษุ ยท ่ีเหยื่อเปน เด็กและสตรใี นประเทศไทย วชิ าการ 3 (ชลบุร)ี
ปท ่ดี ําเนนิ โครงการ : 2560
1.5 การศึกษาการสรางและพัฒนากระบวนการทํางาน พิรยิ า เลิศมงคลนาม และคณะ สํานกั งานสงเสรมิ และสนับสนนุ
เครือขายปญหาคามนุษยที่เหยื่อเปนเด็กและสตรีใน วิชาการ 2
ประเทศไทย
ปทด่ี ําเนินโครงการ : 2562
1.6 รายงานผลการสํารวจครั้งที่ 3 โครงการวัดอุณหภูมิทาง - ไมปรากฏชอ่ื ผจู ัดทํา สาํ นักงานสงเสริมและสนับสนุน
สังคม (TPSO Poll) เรื่อง ความคิดเห็นของประชาชนท่ี วชิ าการ 10
มีตอปญ หา “การคา มนษุ ย”
ปท ด่ี าํ เนนิ โครงการ : 2560
2. งานศกึ ษาวิจัยจากสถาบันทางวชิ าการ
2.1 การคามนุษย: สถานการณ ปญหาและความชวยเหลือ จตรุ งค บุณยรตั นสุนทร ศนู ยศ กึ ษาสันตภิ าพและความ
ผูเสยี หาย ขัดแยง จุฬาลงกรณ
ปที่ดําเนินโครงการ : 2561 มหาวิทยาลยั .
2.2 การปองกันและแกไขปญหาการคามนุษย: ศึกษา 1. สภุ างค จันทวานิช ศนู ยว ิจยั การยายถ่ินแหงเอเชีย
สถาบนั เอเชียศึกษา จฬุ าลงกรณ
เปรียบเทียบสหรัฐอเมรกิ า ไตห วนั และไทย 2. วรัญญา จิตรผอง
ปท่ีดาํ เนนิ โครงการ : 2560 3. พศกร โยธนิ นรี นาท มหาวทิ ยาลยั
124
ลําดบั ชือ่ ผลงาน/ ปท ด่ี าํ เนินโครงการ ผูจดั ทํา หนว ยงาน
ท่ี
ศนู ยว จิ ัยการยายถน่ิ แหงเอเชยี
2.3 รายงานวิจัยกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในคดีคา สภุ างค จนั ทวานิช และคณะ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ
มหาวทิ ยาลยั
มนษุ ยในประเทศไทย ศนู ยว จิ ัยการยา ยถน่ิ แหง เอเชยี
สถาบนั เอเชยี ศึกษา จุฬาลงกรณ
ปทด่ี าํ เนนิ โครงการ : 2559 มหาวทิ ยาลยั และศูนยยโุ รป
ศกึ ษาแหง จุฬาลงกรณ
2.4 รายงานผลการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายการแกไข - ไมปรากฏช่อื ผจู ัดทาํ มหาวทิ ยาลยั
โรงเรยี นนายรอยตํารวจ
ปญ หาการทําประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร
โรงเรียนนายรอ ยตํารวจ
การควบคุมการคามนษุ ยและแรงงานบงั คับ พ.ศ.2559
วทิ ยาลัยปองกันราชอาณาจักร
ปท ีด่ าํ เนนิ โครงการ : 2559
วทิ ยาลยั ปองกันราชอาณาจักร
2.5 ปญหาอปุ สรรคการดําเนินคดีอาญาการคามนุษย 1. กติ ติ์ธนทตั เลอวงศร ตั น 2.
วทิ ยาลยั ปอ งกันราชอาณาจักร
ปท ่ีดําเนนิ โครงการ : 2560 วรธัช วชิ ชวุ าณชิ ย คณะรฐั ศาสตร
จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลัย
3.สฤษด์ิ สืบพงษศริ ิ
กองตอ ตา นการคามนุษย
2.6 คูมือถอดบทเรียนมาตรการที่เหมาะสม เพื่อใหประเทศ 1. กิตตธ์ิ นทตั เลอวงศรตั น 2. กระทรวงการพฒั นาสังคมและ
ความมน่ั คงของมนษุ ย
ไทยสามารถยกระดับการบริหารจัดการกระบวนการ วรธชั วิชชวุ าณชิ ย
ยตุ ธิ รรมเรอื่ งคามนุษยใ หด ีขึ้น 3.สฤษดิ์ สบื พงษศริ ิ
ปท ด่ี ําเนนิ โครงการ : 2560
3. งานวิจยั ระดบั บุคคล/วิทยานิพนธ
3.1 แนวทางกําหนดมาตรการทางกฎหมายเพื่อการแกไข ชาํ นาญพจน พูลเกษ
ปญหาการคามนุษยใ นประเทศไทย
ปท่ีดําเนินโครงการ : 2561
3.2 ปญหาการลวงละเมิดทางเพศตอเด็กและการคา มนุษยท่ี จินตนนั ท ชญาตร ศภุ มติ ร
เกิดจากสอ่ื ลามกอนาจารเดก็ อันสงผลตอ การสรางความ
มัน่ คงทางเศรษฐกิจและสังคม
ปที่ดาํ เนนิ โครงการ : 2560
3.3 แนวทางการแกไขปญหาคา มนุษยใ หม ปี ระสทิ ธิภาพ วราภรณ จนั ทนากลู
ปท ด่ี ําเนินโครงการ : 2560
3.4 การเปลี่ยนปญหาการคามนุษยใหเปนประเด็น “ความ สทุ ธพิ งศ วรอุไร
มั่นคง” ในประเทศไทย: การวเิ คราะหวัจนกรรม
ปทดี่ ําเนินโครงการ : 2560
ระดบั : วทิ ยานิพนธรัฐศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑิต
4. คมู อื การปฏิบตั ิงาน
4.1 คูมือการปราบปรามการคามนุษยและคุมครองชวยเหลอื - ไมป รากฏชอื่ ผจู ัดทาํ
ผเู สียหายจากการคา มนษุ ย
ปทดี่ ําเนินโครงการ : 2560
ลําดบั ช่อื ผลงาน/ ปท ่ีดําเนนิ โครงการ ผจู ัดทาํ 125
ท่ี
หนว ยงาน
4.2 คูมือการสงกลับและการคืนสูสังคมของผูเสียหายจาก - ไมปรากฏช่ือผจู ดั ทํา
กระทรวงการพัฒนาสังคมและ
การคา มนุษยช าวไทย ความมน่ั คงของมนุษย
ปท ีด่ ําเนนิ โครงการ : 2562 กองตอตานการคา มนุษย
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและ
4.3 นโยบาย ยุทธศาสตรและมาตรการปองกันและ - ไมป รากฏช่อื ผูจดั ทาํ ความมั่นคงของมนษุ ย
กองตอ ตานการคามนษุ ย
ปราบปรามการคามนุษย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560-2564 กระทรวงการพฒั นาสังคมและ
ความม่นั คงของมนษุ ย
ปท่ดี าํ เนนิ โครงการ : 2561
4.4 ตัวอยางและกรณีศึกษาในการปราบปรามการคามนุษย - ไมป รากฏชื่อผจู ัดทํา
และคมุ ครองชว ยเหลอื ผูเสยี หายจากการคามนุษย
ปท่ีดําเนินโครงการ : 2560
ภาคผนวก 4
กระบวนการวจิ ยั และการนําผลงานวจิ ยั ไปใชป ระโยชนข องสํานักงานสง เสรมิ และ
สนบั สนนุ วิชาการ (สสว.) 1-11
สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ หรือ “สสว.” เปนหนวยราชการบริหารสวนกลางใน
ภูมิภาค ภายใตโครงสรางของสํานักปลัดกระทรวง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย116117 มี
หนาที่ในการพัฒนา สงเสริม และสนับสนุนงานดานวิชาการ รวมไปถึงการศึกษาและจัดทําองคความรูหรือ
ยุทธศาสตรท จี่ ําเปนตอการแกไขปญหาและพัฒนาสภาพแวดลอมทางสังคมท่ีสอดคลองกับบริบทเชิงพื้นที่และ
กลุมเปาหมาย อีกท้ัง ยังมีหนาที่ในการใหคาํ ปรึกษาแกหนว ยงานบริการทุกกลุมเปาหมายของกระทรวงพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย รวมไปถึงหนวยงานภายนอกที่เกี่ยวของกับการดูแลสวัสดิภาพและความ
มั่นคงดานสังคมของประชาชน อาทิ องคกรปกครองสวนทองถิ่น องคกรภาคเอกชน และประชาชน117118 โดย
สสว. แบง โครงสรา งองคกรออกเปน 11 เขตพ้ืนท1ี่18119 ครอบคลมุ ทั้ง 77 จังหวัด โดยแบง เขตพื้นที่ออกเปนกลุม
จังหวัดตาง ๆ ดงั นี้
1. สํานักงานสง เสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 (สสว. 1 - ปทมุ ธานี) : รับผิดชอบ 8 จังหวัด ไดแก
กรงุ เทพมหานคร นนทบุรี นครนายก ปทุมธานี พระนครศรอี ยธุ ยา สมทุ รปราการ สระบรุ ี และอา งทอง
2. สาํ นกั งานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 2 (สสว. 2 - ชลบรุ ี) : รบั ผดิ ชอบ 7 จังหวัด ไดแก
จนั ทบรุ ี ฉะเชงิ เทรา ชลบุรี ตราด ปราจนี บรุ ี ระยอง และสระแกว
3. สํานกั งานสงเสรมิ และสนบั สนนุ วิชาการ 3 (สสว. 3 - นครปฐม) : รับผิดชอบ 8 จังหวดั ไดแ ก
กาญจนบรุ ี นครปฐม ประจวบครี ขี นั ธ เพชรบรุ ี สพุ รรณบุรี ราชบรุ ี สมทุ รสงคราม และสมทุ รสาคร
4. สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนนุ วชิ าการ 4 (สสว. 4 – นครราชสีมา) : รบั ผดิ ชอบ 6 จงั หวดั ไดแ ก
ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรมั ย ยโสธร ศรษี ะเกษ และสรุ นิ ทร
5. สํานักงานสงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 5 (สสว. 5 - ขอนแกน ) : รบั ผิดชอบ 7 จงั หวดั ไดแก
ขอนแกน มหาสารคาม รอยเอด็ เลย หนองบวั ลาํ ภู หนองคาย และอดุ รธานี
6. สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนนุ วชิ าการ 6 (สสว. 6 - กาฬสินธ)ุ : รบั ผิดชอบ 7 จังหวดั ไดแก
117 เดมิ สสว . มี 12 สาํ นัก หรอื 12 พนื้ ที่ แตหลักจากการปรับปรุงโครงสรางกระทรวงการพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ยใ นป 2563
สงผลทําให สสว. เหลือเพียง 11 สํานัก หรือ 11 พื้นที่เทานั้น ดูเพิ่มเติมไดจาก กฎกระทรวงแบงสวนราชการสํานักงานปลัดกระทรวง
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย. (2563, 9 มิถุนายน). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 137 หรือสืบคนขอมูลเพิ่มเติมไดจาก
http://law.m-society.go.th/law2016/ uploads/lawfile/5ee04407182d5.pdf.
118 เพิง่ อา ง. หนา 27.
119 สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 3 จังหวดนครปฐม. (ม.ป.ป.). ประวัติความเปนมา. สืบคนจาก http://tpso4.m-
society.go.th/index.php/th/2017-04-09-05-39-56/2017-05-16-14-49-20
127
กาฬสินธุ นครพนม บงึ กาฬ มกุ ดาหาร สกลนคร อุบลราชธานี และอาํ นาจเจริญ
7. สาํ นักงานสง เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 7 (สสว. 7 - ลพบรุ ี) : รบั ผิดชอบ 6 จงั หวดั ไดแ ก
ชยั นาท นครสวรรค พิจติ ร ลพบรุ ี สงิ หบ ุรี และอุทยั ธานี
8. สาํ นักงานสงเสริมและสนบั สนุนวิชาการ 8 (สสว. 8 – อุตรดติ ถ) : รับผิดชอบ 6 จงั หวัด ไดแ ก
กําแพงเพชร ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ สุโขทยั และอตุ รดติ ถ
9. สํานกั สง เสรมิ และสนับสนุนวชิ าการ 9 (สสว. 9 – เชียงใหม) : รับผดิ ชอบ 8 จงั หวดั ไดแ ก
เชยี งราย เชียงใหม นาน พะเยา แพร แมฮ อ งสอน ลาํ ปาง และลาํ พูน
10. สํานักสง เสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 10 (สสว. 10 – สุราษฎรธ าน)ี : รับผิดชอบ 7 จังหวัด ไดแก
กระบ่ี ชุมพร นครศรธี รรมราช พงั งา ภเู ก็ต ระนอง และสุราษฎรธานี
11. สํานกั สงเสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 11 (สสว. 11 – สงขลา) : รบั ผิดชอบ 7 จังหวัด ไดแ ก
ตรงั นราธวิ าส ปต ตานี พทั ลุง ยะลา สงขลา และสตลู
ดังทก่ี ลา วมาขา งตน วา การจดั โครงสรางองคก รของ สสว. โดยแบงเปน กลุมจงั หวดั ตาง ๆ ที่ครอบคลุม
ทุกพื้นท่ีของประเทศ และจากหนา ท่ีขององคกรในการผลิตสรางองคความรูท่ีเกี่ยวขอ งกบั การแกไขปญหาและ
พัฒนาสังคมและสวัสดิภาพของประชาชนที่สอดคลองกับบริบทความแตกตางเชิงพื้นที่ สสว. จึงมีบทบาท
สําคัญที่เปรยี บเสมือน “คลงั สมอง” (think tank) ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยในการ
เกบ็ รวบรวมขอมูลทเี่ กยี่ วขอ งกับประเด็นปญ หาทางดานสงั คมท่กี ระจัดกระจายอยูในทุกพ้นื ท่ขี องประเทศ และ
นําไปผลิตสรางเปนองคความรู งานวิจัย หรืองานการศึกษาที่จะถูกนําไปใชประโยชนในการการพัฒนา
ยุทธศาสตรและแผนนโยบายที่จะนําไปสูการแกไขปญหาสาธารณะในระดับตาง ๆ ที่เหมาะสมและสอดคลอง
กับภูมิทัศนและสถานการณดานเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมในระดับประเทศ ซึ่งจากการที่คณะผูวิจัยได
สํารวจและทบทวนงานวิจัยและงานการศึกษาของหนวยงานตาง ๆ ภายใตสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย ตั้งแตป 2557 – 2561 ซึ่งมีงานวิจัยและงานการศึกษาที่ถูกเก็บรวบรวมไวทั้งสิ้น 190
โครงการ ในจํานวนดังกลาวพบวา หนวยงานที่ผลิตงานวิจัยและงานการศึกษาที่มีจํานวนมากที่สุดคือ สสว.
โดยมีจํานวนชน้ิ งานทง้ั สิ้น 46 โครงการ หรอื คดิ เปน รอ ยละ 24 ของงานวจิ ัยทง้ั หมด
จากที่กลาวมาทั้งหมด สสว. จึงเปน “ตัวแสดง” (actor) หรือ “ผูเลน” ที่มีบทบาทสําคัญใน
กระบวนการวิจัยและการผลิตสรางองคความรู และนําองคความรู งานการศึกษา และงานวิจัยตาง ๆ ไปใช
ประโยชนตอการผลักดันนโยบายและยุทธศาสตร หรือเปนรากฐานทางความคิดตอการพัฒนาแผนงานของ
กระทรวงพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษยและหนวยงานตา ง ๆ ท้ังภายในและภายนอกทเี่ กีย่ วของ จาก
บทบาทดงั กลาว คณะผวู ิจัยจึงเหน็ สมควรที่จะจดั ทําการสมั ภาษณ สสว. ทุกเขตพ้นื ท่แี บบสนทนากลมุ (focus
group) เพ่ือใหไ ดขอมลู เกยี่ วกบั กระบวนการตดั สินใจในการกําหนดประเด็นวจิ ัย รวมไปถงึ กระบวนการทําวิจัย
ปจจัย สภาพแวดลอม และเงื่อนไขตาง ๆ ที่สงผลตอการทําวิจัยและการนําวจิ ัยไปใชประโยชนในระดับตา ง ๆ
128
ซึ่งจากการสัมภาษณผูอํานวยการหรือผูแทนจากสํานักสงเสริมและสนับสนุนวิชาการทั้ง 11 สํานัก119120 มี
ประเดน็ ทน่ี า สนใจหลายประการ ซ่ึงผวู จิ ยั ไดจ าํ แนกขอมูลจากการสมั ภาษณและเน้ือหาของรายงานออกเปน 5
หัวขอ ไดแก 1. ปจจัยนําเขา (Input) 2. กระบวนการ (Process) 3. ผลผลิต (Output) 4. ความทาทายของ
การวจิ ยั (Research challenges) และ 5. สว นสรุป โดยในรายละเอยี ดจะขอกลาวในลําดบั ถัดไป
1. ปจจัยนาํ เขา (Inputs)
จากการสัมภาษณ สสว. คณะผูวิจัยไดแบงปจจัยนําเขาซึ่งเปนทรัพยากรที่สําคัญและสงผลตอ
กระบวนการวจิ ยั ของ สสว. ออกเปน 6 ปจ จัย ไดแ ก (1.) โจทยว ิจยั (2.) สถานการณทางสังมคม (3.) นโยบาย
(4.) ทุน/แหลงทนุ (5.) ทรัพยากรบุคคล และ (6.) ความรู โดยในรายละเอยี ดจะขอกลา วในลําดบั ถดั ไป
1.1 โจทยวิจัย : การตั้งโจทยวิจัยของ สสว. แตละพื้นที่นั้น จะตองประกอบไปดวยอยางนอย 4
เงื่อนไขจึงจะสามารถต้ังโจทยวจิ ัยและขออนุมัตโิ ครงการได ไดแก (1.) โจทยวิจัยดงั กลาวจะตอ งสอดคลองกบั
สถานการณที่เปน ประเดน็ ปญหาในพ้ืนท่ี หรือเปน ประเด็นทอ่ี ยูในความสนใจสาธารณะ หรอื เปนวาระแหงชาติ
(2.) จะตองตรงกับวัตถุประสงคของนโยบายของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย และ (3.)
โจทยวิจัยดังกลาว จะตองสอดคลองกับประเด็นที่สํานักงานวิจัยแหงชาติ (วช.) หรือสํานักงานคณะกรรมการ
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปนผูกําหนด และ (4.) โจทยวิจัยในหัวขอดังกลาวจะตอง
สอดคลองกบั แหลง ทนุ ผูอนุมัตโิ ครงการวิจัย
1.2 สถานการณ : สถานการณทเี่ ปนประเด็นปญหาในเชงิ พ้ืน หรอื เปน วาระแหงชาติซึ่งเปน “สารต้ัง
ตน” ในการกําหนดหวั ขอวิจัยหรือโจทยวิจัยนนั้ จะสอดคลอ งกบั สถานการณท างสังคมที่เกิดข้นึ แบบปกติ หรือ
เกิดขึ้นในชีวิตประจําวันของประชาชนทั้งในระดับเชิงพื้นที่หรือระดับประเทศ ทั้งที่เปนประเด็นที่อยูในความ
สนใจสาธารณะ หรือเปนประเดน็ ที่ประชาคมโลกกําลังตระหนักและเหน็ วาเปน วาระเรงดวนท่ีจะตองเรงแกไ ข
เชน ปญ หาการอนรุ กั ษทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ปญหาการคา มนุษย หรอื ปญ หาดา นชาติพันธุ เปน
ตน ทั้งนี้ สถานการณทางสังคมที่เปนตัวแปรสําคัญในการตั้งโจทยวิจัยของ สสว. คณะผูวิจัยขอจําแนก
120 สัมภาษณแ บบการอภิปรายกลุมเฉพาะ (focus group) เมอ่ื วนั ศุกรท ี่ 22 มกราคม 2564 ทัง้ น้ี การอางอิงหรือยกคําพูด ประโยค หรือ
ขอความอื่นใดจากการสัมภาษณ สสว. ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ คณะผูวิจัยจะใชพยัญชนะภาษาไทย “ก - ฮ” เปนสัญลักษณแทนตัวเลข
หนวยงาน หรือพื้นที่กลุมจังหวัด อาทิ “สสว. – ก” “สสว. – ช” โดยลําดับของพยัญชนะภาษาไทยขางตนมิไดมีนัยหรือสื่อความถึงการ
เรยี งลําดับในเชิงตวั เลขท่ยี ึดโยงกับเขตพ้นื ท่ีของหนวยงาน เชน สสว. - ก มิไดหมายความถึง สสว. – 1 หรอื สสว. - ข ไมไดส อ่ื ความถึง สสว.
– 2 เปน ตน อกี ท้ัง พยัญชนะดงั กลาวมิใชส ญั ลักษณโดยยอท่ีอาจสอื่ ความถึงเขตกลมุ จงั หวดั หรอื ช่อื จงั หวดั ซ่ึงเปน ท่ีตั้งและเปนพ้ืนท่ีในความ
รับผิดชอบของ สสว. เชน สสว. - ก มิไดหมายถึง สสว. – กาฬสินธุ หรือกลุมจังหวัดในความรับผิดชอบของ สสว. - กาฬสินธุ หรือ สสว.-ข
มไิ ดส ือ่ ความถึง สสว. - ขอนแกน หรอื กลมุ จงั หวดั ในความรับผดิ ชอบของจงั หวัดขอนแกน เปนตน คณะผูวิจยั เพียงแตใชในการอา งองิ ขอความ
ประโยค หรือคําพูดเมื่อเห็นวาเปนสาระสําคัญ หรือจําเปนเพื่อใหขอคนพบมีความสมบูรณและชัดเจนมากยิ่งขึ้นเทาน้ัน แตทั้งนี้หากเห็นวา
ขอ เทจ็ จริงใดเปนขอมูลเชิงประจักษ คณะผวู จิ ัยจะกลา วอางถึง สสว. ในเขตพื้นท่นี ้ันโดยตรง เชน การยกตัวอยา งงานวจิ ัยที่ทําแลวเสร็จ เปน
ตน
129
สถานการณทางสังคมท่ีนําไปสูการตัง้ โจทยวจิ ยั ออกเปน 2 กรณี ไดแก กรณีที่ 1: สถานการณทางสังคมในเชิง
พนื้ ที่ และ กรณีท่ี 2: สถานการณท างสงั คมทีเ่ ปนวาระแหง ชาติ
สาํ หรบั กรณีที่ 1: สถานการณท างสังคมในเชิงพื้นท่ีท่ีมีลักษณะทว่ั ไป สสว. ในแตละพ้ืนท่ีมีอิสระและ
ความสามารถในการหยิบยกสถานการณทางสังคมที่กําลังเปนปญหาในระดับพื้นที่หรือกลุมจังหวัดในความ
รับผิดชอบของตนมาตั้งโจทยวิจัยไดดวยตนเอง โดยคํานึงถงึ ความเหมาะสมในเร่ืองของความแตกตา งทางดา น
ประชากรหรือกลุมเปาหมาย ภูมิศาสตร วัฒนธรรมหรือประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวของทางดานสังคม เพื่อมุง
ตอบสนองตอประเด็นปญหาสาธารณะในเชิงพื้นที่ โดยมีตัวเลขทางสถิติในประเด็นตาง ๆ เปนหลักฐานเชิง
ประจักษถึงระดับความรุนแรงของประเด็นปญหาดังกลาว อาทิ สสว. 9 - เชียงใหม มีพื้นที่ในความรับผดิ ชอบ
ครอบคลุมกลุมจังหวัดภาคเหนือตอนบนและเปนพื้นที่ที่มีกลุมชาติพันธุและอาศัยอยูบนพื้นที่สูง ไดทํา
โครงการวิจยั เร่อื ง “ภูมปิ ญญาเชงิ อัตลกั ษณข องผสู งู วัยกลุมชาติพันธุบนพื้นทีส่ ูงในพืน้ ท่ภี าคเหนือตอนบน”120121
(ขอมูลจากการสัมภาษณ สสว., 2564) หรือ สสว. 2 - ชลบุรี ประสบปญหาการคามนุษยในพื้นที่จึงไดจัดทํา
“โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาอาสาสมัคร พม. ใหเปนแกนนําชุมชน ในการปองกันปญหาการคามนุษย”
122 (ขอมูลจากการสัมภาษณ สสว., 2564) เปนตน กลาวโดยสรุป บริบทความแตกตางของสถานการณและ
121
เงื่อนไขในเชิงพื้นที่ นําไปสูความอิสระของ สสว. ในการตั้งโจทยวิจัยหรือหัวขอวิจัยของตนเอง จึงสงผลให
ลักษณะงานวิจัยของ สสว. ในแตละพื้นที่มีความแตกตางกัน แตทั้งนี้จะตองสอดคลองกับนโยบายและ
ตอบสนองตอ ยทุ ธศาสตรข องกระทรวงพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ยดว ย
สําหรับ กรณีที่ 2: สถานการณท างสังคมที่เปน วาระแหงชาติ หรอื เปน วาระเรงดว นทรี่ ัฐบาลกําหนดให
เปน ยทุ ธศาสตรชาติ หรือเปน สถานการณเรงดวนทจี่ ะตองเรงคลี่คลายปญ หา กระทรวงพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษยในฐานะหนวยงานหนึ่งของรัฐบาลอาจจะกําหนดเปนประเด็น หรือเปนกรอบนโยบายกวาง ๆ
ให สสว. หยิบประเด็นดังกลาวมาเปนสารตั้งตนหรือมาใชเปนกรอบในการกําหนดหัวขอวิจัยและพิจารณาวา
ในบรบิ ทเชิงพื้นที่ของตนน้ันมีประเด็นปญหาสาธารณะ หรอื ตวั แปรท่ีสอดคลองกบั กรอบหรือนโยบายดังกลาว
หรือไม หากมีความสอดคลองกันก็สามารถนําประเด็นดังกลาวไปประยุกตใชกับการตั้งโจทยวิจัยและการ
ดําเนนิ การวจิ ัยโดยคาํ นงึ ถงึ ตวั แปรหรือกลุมเปาหมายในเชิงพ้นื ท่ีท่ตี องสอดคลองกบั ยุทธศาสตรก ารพัฒนาของ
กระทรวง อาทิ ประเดน็ ดา นสงั คมสูงวยั (aging society) ประเด็นดา นการใชค วามรุนแรงในเด็กและครอบครัว
เปนตน หรือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยอาจมีคําสั่งโดยตรงเปนการเฉพาะให สสว. ทํา
วจิ ยั ในประเด็นใดประเด็นหนง่ึ เมอ่ื เห็นวา เปนวาระสาํ คญั หรือเรงดวน
121 ดูขอมูลเพิ่มเติมไดจาก สํานักงานสนับสนุนและสงเสริมวิชาการ 10. (2561). รายงานวิจัยภูมิปญญาเชิงอัตลักษณของผูสูงอายุกลุมชาติ
พันธุบนพื้นที่สูงในพื้นท่ีภาคเหนือตอนบน. สืบคนจากhttps://drive.google.com/file/d/1n0EJcgyaLkm5u9z4zzPkZ5yTV0C24byp/
view?usp=sharing.
122 ดูขอมูลเพิ่มเติมไดจาก สํานักงานสนับสนุนและสงเสริมวิชาการ 3. (2563). โครงการวิจัยแนวทางการพัฒนาอาสาสมัครใหเปนแกนนํา
ชมุ ชนในการปองกนั ปญหาการคามนุษย. สบื คน จาก http://tpso3.m-society.go.th/images/pdf/pdf1/%E0%B9%80%E0%B8%A5%
E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%20%E0%B8%AD%E0%B8%9
E%E0%B8%A1.pdf
130
แตทัง้ น้ี สถานการณทางสงั คมท่ีเปนวาระแหง ชาติหรอื เปนประเด็นปญหาสาธารณะทจ่ี ะตองเรงศึกษา
และแกไขอยา งเรงดว น หรอื เพ่ือใหเกิดการพัฒนาทางสังคมอยางตอเน่ืองและย่งั ยนื สสว. เขตพ้นื ท่ใี ดพนื้ ที่หน่ึง
อาจรับหนาที่เปน “หัวหนาทีมวิจัย” หรือเปนผูตั้งโจทยวิจัยหลักรวมถึงกรอบการดําเนินงานโดยมี สสว. เขต
พนื้ ทีอ่ ่ืน ๆ เปน เสมอื น “ผูชวยวจิ ยั ” ในการเก็บบรวบรวมขอมูลและดาํ เนินการวจิ ัย ยกตัวอยางเชน “โครงการ
จัดตั้งศูนยเตือนภัยทางสังคม”122123 (social warning) ซึ่งเปนนโยบายและความตองการของกระทรวงพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษยในการสรางเครื่องมือดังกลาว โดยมี สสว.1 – ปทุมธานี เปนคณะวิจัยหลัก
และ สสว. เขตพื้นที่อื่น ๆ เปนคณะวิจัยที่ทํางานคูขนานและบูรณาการรวมกันกับ สสว. 1 เพื่อใหการ
ดําเนินการวจิ ยั ครอบคลมุ ทุกพ้ืนทข่ี องประเทศ (ขอ มลู จากการสัมภาษณ สสว., 2564) เปนตน
ทีก่ ลาวมาขา งตน เปนสถานการณทางสงั คมที่เกิดในภาวะปกติ และ มลี กั ษณะทั่วไปท่สี งผลตอการตั้ง
โจทยวิจัยของ สสว. ทั้งนี้ คณะผูวิจัยจะตองขอกลาวถึงสถานการณทางสังคมที่ไมปกติ หรือเปนวิกฤติ (Crisis
circumstances) เอาไว ณ ที่นี้ดวย เพราะมีขอสังเกตบางประการที่นาสนใจกลาวคือ สถานการณทางสังคม
และเศรษฐกิจที่ไมปกติ หรือเปนวิกฤติระดับชาติและ/หรือระดับโลก อาทิ การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (Covid-19) ยอมสงผลตอการกําหนดหัวขอวิจัยหรือโจทยวิจัย การขออนุมัติโครงการและงบประมาณ
การวิจยั (ในประเด็นสถานการณทางสังคมท่ีวิกฤติอาจเปนทั้งโอกาสและอปุ สรรคตอการดําเนินงานวิจัย ซึ่งใน
รายละเอียดคณะผูวิจัยจะขอกลาวในสวนตอ ๆ ไป) และ/หรือความเรงดวนในการทําวิจัยและการสรางองค
ความรูใหมเพื่อตอบสนองตอวิกฤติดังกลาวอยางเรงดวน เพื่อที่จะใชเปนแบบแผนในการปฏิบัติเพื่อแกไข
สถานการณหรือการถอดบทเรียนเพื่อที่จะมุงสูการแกไขสถานการณที่อาจเกิดซํ้าในอนาคต (future
orientation) ซึ่งการทําวิจัยและผลของการวิจัยนั้นจะตองยึดโยงกับการคาดการณสภาพสังคมและเศรษฐกิจ
ในอนาคต แตเนื่องดวยความไมแนนอนของสถานการณวกิ ฤติที่ไมสามารถคาดเดาระยะเวลาของผลกระทบท่ี
เกิดขน้ึ ไดอยางแมนยํา ผลของการศึกษาหรือการวจิ ยั จงึ อาจไมตรงกับสภาพความเปนจริงท้งั ในปจจุบันและใน
อนาคต การกําหนดหัวขอวิจัยที่ยึดโยงกับสถานการณทางสังคมและเศรษฐกิจที่ไดรับผลกระทบจาก
สถานการณว ิกฤติและยังมีพลวตั สูง จงึ อาจเปน ทัง้ ความทาทายและอปุ สรรคตอ การทาํ วจิ ัย แตท ง้ั น้ี กต็ อ งกลา ว
เอาไวอยางเปนธรรม ณ ที่นี้ดวยวา การวิจัยหรือกระบวนการวิจัยในประเด็นที่มีความทาทายในบริบทของ
สถานการณทางสงั คมและเศรษฐกจิ ทมี่ ีพลวัตสูง หรอื ทีเ่ รียกวา “เปน เหตุการณที่ยงั ไมจบ” (ongoing events)
เปนเรื่องยากตอนักวิจัยโดยทั่วไปเพราะไมสามารถคาดเดาหรือทํานายผลที่อาจเกิดขึ้นได ดังนั้น จึงอาจจะ
ขึ้นอยูกับการกําหนดเนื้อหา พื้นที่ กลุมตัวอยาง ระยะเวลา รวมไปถึงเครื่องมือ และวิธีการเขาถึงขอมูลของ
นักวิจัยเองวาจะเขาถึงและเก็บขอมูลไดมากนอยเพียงใด เพราะในอีกดานหนึ่ง สถานการณที่วิกฤติก็ยอมจะ
เปนโอกาสของนักวิจัยที่จะรับทราบขอมูลที่ตรงกับสภาพความเปนจริงมากที่สุดทั้งในดานของเวลา และ
123 ขอมูลจากการสมั ภาษณซ ึง่ สอดคลองกับสรุปโครงการตามแผน ววน. พม. ป 2564 ดขู อมูลเพม่ิ เตมิ ไดจ าก กองมาตรฐานการพฒั นาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย. (2563). สรุปโครงการตามแผน ววน. พม. ป 2564. สืบคนจาก http://www.dsdhss.m-society.go.th/wp-
content/uploads/2021/01/สรุปโครงการตามแผน-ววน.-พม.-ป2564.pdf
131
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับกลุม เปาหมายในแตละพื้นที่ ในประเด็นนี้จึงอาจจะขึ้นอยูก ับทกั ษะและความเชี่ยวชาญ
ของนกั วจิ ัยเองวา จะมีความสามารถมากนอยเพียงใดในการเขาถงึ ขอมูลและการสรุปผลการวิจัย
1.3 นโยบาย : สําหรับประเด็นทางดานนโยบายที่เกี่ยวของกับการพัฒนาองคความรูและสงเสริม
ทางดา นวิชาการของกระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยนนั้ และทนี่ อกเหนือไปจากการตั้งกรอบ
หรอื ยุทธศาสตรจ ากรัฐบาล และ/หรอื กระทรวงพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ยด ังที่กลาวไวในสวนการ
ตงั้ โจทยวจิ ัยแลว จากการสํารวจและทบทวนการวิจัยและงานการศึกษาภายใตสังกดั ของกระทรวงพฒั นาสังคม
และความมั่นคงของมนุษยตั้งแตป 2557 – 2561 คณะผูวิจัยพบวา แนวโนมการทําวิจัยและการเก็บรวบรวม
งานวิจยั ของกระทรวงพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษยน ั้นลดลงอยา งตอเนื่องตั้งแตช วงป 2559 เปนตน
มา ซึ่งจากการสัมภาษณ สสว. ทําใหทราบขอสังเกต 2 ประการที่อาจเปนสาเหตุที่ทําใหการวิจัยภายใตคําสั่ง
ของกระทรวง ฯ ลดลงกค็ ือ หนง่ึ การปฏริ ปู การวจิ ยั และ สอง งบประมาณการทําวิจยั ทล่ี ดนอยลง
สําหรับการปฏิรปู ระเบียบและวิธีการศึกษาวิจัยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย
เกิดขึ้นมาจากการที่รัฐบาลไดตรา “พระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
2562” 124 โดยเจตนารมณในการตราพระราชบญั ญตั ินี้เพื่อใหการวจิ ยั และการพฒั นานวตั กรรมในศาสตรแขนง
123
ตาง ๆ ถูกนํามาใชในการขับเคลือ่ นและเสรมิ สรางความแขง็ แกรง ใหกับมิติทางเศรษฐกิจและมิตทิ างสังคมของ
ประเทศ โดยมุงเนนที่การเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยจากศาสตรตาง ๆ เพื่อนํามาปรับใชกับการกําหนด
นโยบายเพื่อนําไปสูการปฏิบัติไดอยางเปนรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งอํานาจของการตราพระราชบัญญัติดังกลาว
ครอบคลุมหนว ยงานของรัฐทุกหนวยงาน124125 และมีผลผูกพันธทาํ ใหกระทรวงพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของ
มนุษยในฐานะ “หนวยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม”125126 มีคําสั่งกระทรวง ที่ 639/2563 ลงวันที่ 30
กันยายน 2563 เรื่อง “แตงตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย งานวิจัยและนวัตกรรม”126127 เพื่อสนองตอความ
รับผิดและรับชอบ และประสานหนาที่ตามพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.
124 พระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562. (2562, 25 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม 136 หรือ
สบื คนขอ มลู ไดจาก https://www.nxpo.or.th/th/wp-content/uploads/2019/05/พระราชบญั ญัตกิ ารสงเสริมวิทยาศาสตร- การวจิ ัยและ
นวตั กรรม-พ.ศ..๒๕๖๒.pdf.
125 เพิ่งอาง. มาตรา 11 วรรค 3
126 พระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 3 ระบุวา “...หนวยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม
หมายความวา หนวยงานของรัฐและเอกชน รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาที่ดําเนินการเกี่ยวกับการวิจัยและนวัตกรรม...” ดังนั้น กระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยและหนวยงานในสังกัดทุกระดับไมวาจะเปนกรม กอง สํานักงาน จึงอยูในฐานะ “หนวยงานของรัฐ”
ตามพระราชบัญญัติฉบบั ดังกลา ว และมภี ารผกู พนั ทจี่ ะตอ งปฏบิ ัตภิ ารกจิ ดานการวจิ ัยตามพระราชบญั ญตั ฉิ บบั นด้ี ว ย.
127 คําสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่ ๖๓๙/๒๕๖๔ เรื่อง “แตงตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย งานวิจัยและ
นวัตกรรม” สืบคนจาก http://www.dsdhss.m-society.go.th/wp-content/uploads/2021/01/%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0
%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87-639-2563.pdf.
132
2562 128 โดยมปี ลัดกระทรวงพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนุษยเปนประธานกรรมการ โดยคณะกรรมการ
127
ชุดดังกลาวมีอํานาจและหนาที่ในการสงเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงในดานการวิจัย
และนวัตกรรม เพื่อใหมีความรู ทักษะ และศักยภาพดานการวิจัยและการพัฒนานวัตรกรรม ซึ่งผลของ
พระราชบัญญัติและคําสั่งของกระทรวงดังกลาวขางตน ทําใหระบบการขออนุมัติและดําเนินการวิจัยของ
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยถูกผลักเขาสูระบบการขออนุมัติการวิจัยระบบใหมตาม
หลักเกณฑที่ระบุไวในพระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร การวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2562 129 และ
128
โครงสรางหนา ท่ีของขาราชการในสงั กัดกระทรวงพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ยตอ งยดึ ถอื และปฏบิ ตั ิ
ซง่ึ เปน การปฏิรปู กระบวนการวิจยั ของกระทรวงและหนวยงานภายในโดยเฉพาะอยา งย่ิง สสว. ไปโดยปรยิ าย
การปฏิรูปดังกลาวสงผลกระทบตอภูมิทัศนหรือนิเวศการวิจัย เพราะมีการนํา “เปาหมายและ
ผลสัมฤทธิ์สําคัญ”129130 หรือ “OKRs” (Objective and Key Results) ที่กําหนดโดยสํานักงานคณะกรรมการ
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม หรือ “สกสว.” มาใชในการขออนุมัติหรือผานโครงรางการวิจัย
รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ สถานการณดังกลาวเปนการผลักให สสว. ตองเขาสูระบบการทําวิจัยตาม
“นโยบาย ยุทธศาสตร และแผนดานวิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม” หรือ “ววน.” (ซึ่งจะสงผลตอ ลกั ษณะ
ของทุนวิจัยและขออนุมัติงบประมาณการวิจยั ของ สสว. ดวยโดยในรายละเอียดจะขอกลาวในหวั ขอทุน) และ
ตองยึดเครื่องมอื OKRs เปนตัวช้ีวัดความสําเรจ็ ที่สําคัญดานหนึ่งขององคก ร130131 อีกทั้ง OKRs ยังเปนเครือ่ งมือ
เชิงนโยบายที่ยึดหลักการตามยุทธศาสตรชาติที่มุงเนนการพัฒนาในทุกกลุมเปาหมายทั้งในระดับพื้นที่และ
ระดับชาติ131132 จึงมีความสอดคลองในหลักการ พันธกิจ และเปาหมายการทําวิจัยของ สสว. กลาวโดยสรุป
สกสว. และ ววน. เปนอีกตัวแสดงหนึ่งทีม่ ีอิทธพิ ลตอการกําหนดและการตัดสินใจในการตั้งหัวขอการวจิ ัยและ
กระบวนการวจิ ัยของ สสว. เปนอยา งมาก นอกจากน้ี การประเมนิ ผลตามเครื่องมือ OKRs เปนกลไกที่สามารถ
128 โดยอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 21 แหง พระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผน ดิน พ.ศ. 2534 ในการแตงตัง้ และจัดโครงสราง
องคก รเพ่อื สนับสนนุ การทาํ วจิ ัยแนวใหม.
129 พระราชบัญญัติการสงเสริมวิทยาศาสตร วจิ ัยและนวตั กรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 17 ระบุวา “...ใหห นวยงานในระบบวจิ ัยและนวัตกรรมท่ี
จะของบประมาณจัดทําคําของบประมาณดังตอไปนี้...(2) คําของบประมาณเพื่อโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร เทคโนโลยี และโครงการวิจัย
และนวัตกรรม ใหเสนอตอ กสว. ตามหลักเกณฑที่ กสว. กําหนด และให กสว. พิจารณาคําขอและผลการดําเนินงานของหนวยงานแตละ
หนวยในปท ่ผี า นมาประกอบการจดั สรรเงินกองทุนใหเ ปน งบประมาณของหนวยงานนนั้ ...”
130 ดูขอมูลเพิ่มเติมไดจาก สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม. (ม.ป.ป.). เปาหมายและผลสัมฤทธิ์สําคัญ
(Objectives and Key Results: OKRs). สบื คน จาก https://www.tsri.or.th/th/page/What-is-Objectives-and-Key-Results-OKRs.
131 ตัวชี้วัดความสําเร็จขององคกรดังกลาว สามารถศึกษาหรือพิจารณาไดจากการจัดทํา “แผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ป (พ.ศ. 2563 –
2565) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย” โดยในแผนดังกลาวไดระบุถึงผลที่คาดหวังจากการขับเคลื่อน
กระบวนการวิจัย โดยอยูในหัวขอ “3.2.4 แผนปฏิบัติราชการ เรื่อง ยกระดับองคกรสูความเปนผูน ําทางสังคม” ตัวชี้วัดและคาเปาหมายที่
“(2.3) รอยละของผลสัมฤทธิ์ในการยกระดับคุณภาพทางสังคมจากผลการวิจัย” ดูเพิ่มเติมไดจาก “แผนปฏิบัติราชการระยะ 3 ป (พ.ศ.
2563 – 2565) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย” หนา 33 สืบคนจาก http://ebooks.m-
society.go.th/ebooks/download/458.
132 เพิ่งอาง.
133
ดูดซับ (absorb) หลักการและกระบวนการวิจัยของ สสว. ไดเปนอยางดี อีกทั้งยังสามารถไปกันไดดีกับการ
กําหนดเปาหมายการวจิ ัย และการขบั เคลื่อนการวจิ ัยไปสกู ารปฏิบตั ิ (ในเชงิ หลักการหรือในเชงิ นามธรรม)
นอกจากนโยบายท่ีมกี ารนาํ เครื่องมือ OKRs มาใชขางตน แลว นโยบายการทําวิจัยและการพัฒนาองค
ความรูข องกระทรวงพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษยย งั ตองยึดโยงกับ “ระบบขอมูลสารสนเทศวิจัยและ
นวัตกรรมแหงชาติ” หรือ “ระบบ NRIIS” (National Research and Innovation Information System)
ของสํานักงานคณะกรรมการสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม หรือ สกสว. ดวย ซึ่งทั้งสองหลักเกณฑ
ขางตนเปนกระบวนการใหมที่สงผลทําใหการดําเนินการวิจัยมีความสลับซับซอนมากยิ่งขึ้น และการขอ
งบประมาณเพ่ือการทาํ วจิ ยั มคี วามยากขึ้น
จากท้ังสองเงื่อนไขขางตนจึงอาจสงผลตอจํานวนงานวิจยั ท่ลี ดลงอยางตอเน่ืองรวมไปถึงความตอเน่ือง
ในการทําวจิ ยั อกี ดว ย ซึ่งในประเดน็ นโยบายการปฏิรูปกระบวนการทาํ วิจัยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย สสว.-ข ใหความเห็นเอาไวอยางนาสนใจวา “...การปฏิรูปการวิจัยทําใหการวิจัยปนปวน...
งบประมาณก็นอยลง...เพราะเปนระบบใหม เลยยังไมแนนอน แตคิดวาป 64 นาจะดีขึ้น...” กลาวโดยสรุป
กระบวนการทําวิจัยของ สสว. ในปจจุบัน (2564) จะตองยึดเครื่องมือ OKRs และ NRIIS ตามนโยบายของ
กระทรวงพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนษุ ย ซ่งึ เปน กระบวนการใหมจึงยงั ไมม ีเสถียรภาพเชิงระบบ เพราะ
บคุ ลากรตองอาศยั การเรียนรูในการเขาถงึ ระบบ รวมทั้งจะตองอาศยั ระยะเวลาการทําวิจัยท่ีจะสะทอนผลของ
การศึกษาและระบบการทําวิจัยวามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม สถานการณดังกลาวจึงสงผลตอภูมิ
ทัศนการวิจัยและสถานะของงานวิจัยของ สสว. และยังเปนขอจํากัดของนักวิจัยที่จะตองอาศัยระยะเวลาใน
การปรบั ตวั เพือ่ ใหเขา กับระบบการวิจัยใหมด วย
ถึงแมวาการปฏิรูปการทําวิจัยและกระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยแบบใหมจะสงผลกระทบและ
เปนอุปสรรคตอกระบวนการวิจัยของ สสว. ในทุกพื้นที่ แตดวยนโยบายของผูบริหารกระทรวง พม. และ
บทบาทของผูประสานงานสวนกลางซึ่งก็คือ “กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย” ก็
พยายามที่จะประสานงานและแกไขสถานการณเฉพาะหนาใหกระบวนการวจิ ัยของ สสว. สามารถดําเนินการ
ตอไปไดอยางราบรื่นที่สุด ซึ่ง สสว. - ง ไดกลาวถึงสถานการณและบทบาทการแกไขปญหาของกระทรวง ฯ
เอาไวว า “...สว นกลางก็พยายามประสานงานเพื่อปรบั แกแ ตกเ็ รง รีบดว ยเง่ือนไขของเวลา ซง่ึ จากวาระของทาน
ปลัดกระทรวง132133 ที่พยายามผลักดันนโยบายขับเคลื่อนการทําวิจัยและหาแหลงทุนจาก สกสว. ...จึงเปนการ
แกปญหาเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนการทําวิจัย” ซึ่งในประเด็นนี้ มีขอสังเกตที่นาสนใจประการหน่ึงที่สงผล
ตอ ความรวดเรว็ และความตอเน่ืองในการดําเนินการวจิ ัยของ สสว. ก็คอื การใหค วามสําคัญของผูบริหารท่ีมีตอ
นโยบายโดยเฉพาะอยางยิ่งการทําวิจัยของ สสว. ซึ่งเปนเสมือนขุมคลังทางปญญาของกระทรวงพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย ซึ่งจากการสัมภาษณไ ดสะทอนภาพวา การใหความสําคัญกับการวจิ ยั ของผูบ ริหาร
ยอมมีอทิ ธพิ ลตอ กระบวนการวจิ ัย ความรวดเรว็ และความตอเนอ่ื งในการทําวิจยั เชนกัน หากนโยบายดานการ
133 คําสั่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยที่ ๖๓๙/๒๕๖๔ เรื่อง “แตงตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบาย งานวิจัยและ
นวตั กรรม”, อา งแลว .
134
ทําวิจัยถูกใหความสําคัญเปนอันดับตน ๆ ปญหาในเชิงนโยบายและในเชิงระบบก็จะไดรับการแกไขอยาง
รวดเร็วและตอเนื่อง แตหากไมไดรับความสําคัญ หรือไดรับความสนใจนอยกวานโยบายดานอื่น ๆ
กระบวนการวิจัยก็จะมีความลาชา ไมตอเนื่อง ดังนั้น วิสัยทัศนของผูบริหารจึงมีอิทธิตอนโยบายการทําวิจัย
ดวยเหตุผลที่กลาวมาขางตน แตสิ่งที่ชวนใหตั้งคําถามตอมาก็คือ ภาพสะทอนประสิทธิภาพของระบบและ
ความตอเนื่องในการดําเนินนโยบายที่เกี่ยวของกับการวิจัยนั้นยึดโยงกับวิสัยทัศนสวนบุคคลของผูบริหารใช
หรือไม? หรือเปนสิ่งที่ควรยึดโยงกับระบบมากกวาตัวบุคคล? และหากเปลี่ยนตัวผูบริหารจะสงผลตอ
ประสทิ ธภิ าพของนโยบายและระบบการดาํ เนนิ การวจิ ยั หรือไม? ซ่ึงในประเดน็ ตา ง ๆ เหลา น้ี เปน ตัวแปรหน่งึ ท่ี
ผูวิจัยใหความสาํ คญั และจะไดท ําการศึกษาในเชงิ ลกึ เพ่อื หาขอ คนพบตอไป
ทั้งนี้ จากการสัมภาษณ สสว. มีประเด็นหนึ่งที่นาสนใจและตองขอกลา วเพิ่มเตมิ เอาไวก ็คือเรื่องความ
ตระหนักรูในปญหารวมกันของประชาคมโลก หรือในการเมืองระหวางประเทศ เพราะเปนอีกเงื่อนไขหรือ
ตัวชี้วัดหนึ่งทส่ี ง ผลกระทบตอการตง้ั เง่อื นไขเชงิ นโยบายในการกําหนดหวั ขอการวจิ ัยและการพฒั นาองคความรู
ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยเ ชนกัน เพราะกระทรวงพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของ
มนุษยในฐานะหนวยงานหน่ึงของรัฐบาลจะตอ งทาํ งานที่สอดคลองกับเปา หมายการพัฒนาอยางยั่งยนื (SDGs)
ที่ถูกกําหนดโดยองคการสหประชาชาติ (United Nations : UN) ซึ่งเปนหนวยงานระหวางประเทศที่ประเทศ
ไทยและรัฐบาลเปนสมาชิกอยู ดังนั้น การขับเคลื่อนนโยบายในทุกองคาพยพของรัฐบาลไทยจึงตองสอดคลอ ง
และสอดรับกับเปาหมายดังกลาวดวย จึงสงผลใหกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจะตอง
ขับเคลื่อนนโยบายในดานตาง ๆ ที่สอดคลองกับเปาหมายการพัฒนาอยางยั่งยืน และทําให สสว. ซึ่งเปน
หนวยงานยอยที่มีหนาที่ในการวิจัยและผลิตสรางองคความรูที่ใชเปนรากฐานในการพัฒนาสังคมจะตองนํา
เปาหมายการพัฒนาอยางยั่งยืนขององคการสหประชาชาติมาเปนกรอบในการกําหนดหัวขอการวิจัยให
สอดคลองกับเปาหมายดังกลาวดวยเชนกัน ดังตัวอยางการวิจัยในบางโครงการที่ สสว. บางพื้นที่หยิบยก
เปาหมายการพัฒนาอยางยั่งยืนมาปรับใชกบั การตั้งโจทยวิจัย เชน สสว. 7 ไดนําเปาหมายที่ 5 เรื่องความเทา
เทียมระหวางเพศ133134 (gender equality) มาปรับใชในการกําหนดหัวขอวิจัยเรื่อง “แนวทางการสงเสริม
บทบาทสตรีในการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมเพื่อปองกันและแกไขปญหาความรุนแรงใครครอบครัว”134135
(ขอมูลจากการสัมภาษณ สสว., 2564) โดยมีวัตถุประสงคการวจิ ัยเพื่อขับเคล่ือนและสง เสริมบทบาทของเพศ
หญิงในการเขาไปมีสวนรวมกับการพัฒนาชุมชน ซึ่งวัตถุประสงคของหัวขอวิจัยดังกลาวก็สอดคลองกับ
เปา หมายการพฒั นาอยา งยั่งยืน ในประเดน็ ความเสมอภาคระหวางเพศ เปนตน
1.4 ทุน/แหลงทุน : ในประเด็นที่เกี่ยวของกับทุนนั้น ดังที่ไดกลาวเอาไวในสวนตนวา ทุนนับวาเปน
อุปสรรคหน่ึงตอ การกาํ หนดหวั ขอ วิจัยและการดาํ เนนิ งานวจิ ัย ซง่ึ จากการสัมภาษณพ บวา แหลงทุนหลกั ในการ
134 SDGMOVE. ( ม . ป . ป . ) . Goal5: Gender Equality. ส ื บ ค น จ า ก https://www.sdgmove.com/2016/10/06/goal-5-gender-
equality/.
135 Takkey Chaiyasing. (2563). แนวทางการสงเสริมบทบาทสตรีในการขับเคลื่อนงานพัฒนาสังคมเพื่อปองกันและแกไขปญหาความ
รนุ แรงใครครอบครัว. สืบคนจาก https://pubhtml5.com/wiyn/sepc/basic.
135
ดําเนินการวิจัยของ สสว. มาจากงบประมาณของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยโดยตรง ซ่ึง
กระทรวง พม. ไดรับการจัดสรรจาก สกสว. มาอีกชั้นหนึ่งตามระบบการขออนุมัติการวิจัยและการจัดสรร
งบประมาณเพื่อการวิจัยแบบใหม แตทั้งนี้ โครงการวิจัยและงบประมาณเพื่อการวิจัยของ สสว. ที่ถูกนําเสนอ
โดยกระทรวง พม. จะไดร ับการอนุมตั หิ รอื ไมนั้น ขน้ึ อยูกับความเห็นชอบของ สกสว. 136 โดยมี “คณะกรรมการ
135
สงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” หรือ กสว. เปนผูมีอํานาจและหนาที่ในการอนุมัติการจัดสรร
งบประมาณในอีกชั้นหนึ่งเพื่อใหโครงการวิจัยที่ถูกเสนอมานั้นมีทิศทางที่สอดคลองกับยุทธศาสตร และ
แผนงานดานการวจิ ยั ของประเทศ หรอื กลา วอกี นัยหนงึ่ กสว. และ สกสว. ลวนแลว แตมีอิทธิพลตอ การกําหนด
และตัดสินใจในหลักการของโครงการวิจัยรวมไปถึงงบประมาณที่เหมาะสมตอการดําเนินโครงการวิจัยตาง ๆ
ของกระทรวง พม. และ สสว. ดว ย
นอกเหนือไปจากเงินทุนหลักจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยในการดําเนินการ
วิจัย มีบางในบางปงบประมาณที่ สสว. ขอการจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนตาง ๆ อาทิ กองทุนเพื่อ
ปองกันและปราบปรามการคามนุษย กองทุนผูพิการ และกองทุนผูสูงอายุ เปนตน เพื่อใหเห็นภาพที่ชัดเจน
มากยิ่งขึ้น คณะผูวิจัยขอยกตัวอยางโครงการวิจัยที่ขอจัดสรรงบประมาณจากกองทุนตาง ๆ ภายนอก
งบประมาณหลักของกระทรวง ฯ อาทิ “โครงการวจิ ัยแนวทางการพัฒนาอาสาสมคั ร พม. ใหเปน แกนนาํ ชมุ ชน
ในการปองกันการแกปญหาการคามนุษย”136137 ซึ่งทําการศึกษาและวิจัยโดย สสว. 2 – ชลบุรี และขอจัดสรร
งบประมาณบางสว นจากกองทุนเพอ่ื ปองกนั และปราบปรามการคามนษุ ย เปน ตน
แตการขอจัดสรรงบประมาณจากเงินกองทุนตาง ๆ จะเกิดขึ้นไมบอยครั้งนัก เนื่องจากหลักการของ
โครงรางวิจัยหรือโครงการวิจัยอาจไมตรงกับจุดประสงคของกองทุนที่ตั้งไว และ/หรือไมตรงกับพันธกิจของ
หนวยงานผูใหทุน เชน โครงการวิจัยที่เกี่ยวของกับสุขภาพที่ถึงแมวาจะเกี่ยวของกับมิติทางดานสังคมและ
ความม่นั คงของประชากรซึ่งเปนภารกิจหน่งึ ที่ สสว. ในฐานะหนว ยงานภายใตสังกัดกระทรวงพัฒนาสังคมและ
136 พระราชบญั ญตั สิ ภานโยบายการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร วิจยั และนวัตกรรมแหง ชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 41 ,มาตรา 44 และ มาตรา 57
ระบุวา
“มาตรา 41 กสว. มีหนาท่ีและอํานาจ ดังตอไปนี้...(6) บริหารกองทุนสงเสริมวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมตามมาตรา 54 ให
เปน ไปตามระเบยี บที่สภานโยบายกําหนด...”,
“มาตรา 44...ให สกสว. มหี นาทแ่ี ละอาํ นาจ ดงั ตอไปน้ี...(7) กลัน่ กรองคาํ ของบประมาณของหนว ยงานในระบบวิจยั และนวัตกรรม
ใหส อดคลองกับแผนดานวทิ ยาศาสตร วิจยั และนวตั กรรมของประเทศ...”
“มาตรา 57 การใชจายเงนิ กองทุนใหเปนไปตามที่ กสว. กําหนด โดยใหใ ชตามวตั ถปุ ระสงคข องกองทุนเพ่อื กจิ การ ดังตอ ไปน้ี
(1) การจัดสรรเปนเงินอุดหนุนทั่วไปแกหนวยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม ใหสอดคลองกับแผนดานวิทยาศาสตร วิจัยและ
นวตั กรรมของประเทศ และหลกั เกณฑตามมาตรา 41 (4) จากกฎหมายทง้ั 3 มาตราของพระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ีจงึ อาจนาํ ไปสกู ารตีความไดวา
กสว. และ สกสว. มีอํานาจหนาทีใ่ นการอนุมัติการดําเนินโครงการวิจยั และงบประมาณเพื่อการวิจัยของหนวยงานภาครัฐซึ่งมีบทบาท
เปน หนว ยงานดานการวจิ ัยดวยน่นั เอง. ดูขอ มูลเพ่มิ เติมไดจ าก พระราชบัญญตั สิ ภานโยบายการอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม
แหง ชาติ พ.ศ. 2562. ราชกจิ จานุเบกษา (2562, 1 พฤษภาคม). เลม ที่ 136 ตอนที่ 57 ก. สบื คนขอมลู จาก https://www.nxpo.or.th/th/wp-
content/uploads/2019/05/1-สภานโยบายการอุดมศกึ ษา.pdf.
137 อา งแลว .
136
ความมั่นคงของมนุษยจะตองดําเนินการผลิตสรางองคความรูเพื่อตอบสนองตอภารกิจดังกลาว แตแหลงทุน
หรือเงินกองทุนจากหนวยงานดานสุขภาพอาจมีหลักการที่ครอบคลุม หรือหลักเกณฑการขออนุมัติทุนท่ี
เฉพาะเจาะจง ซึ่งโครงการวิจัยของหนวยงานที่รับผิดชอบหลักดานสุขภาพในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุข
อาจจะเหมาะสมและสอดคลองกับหลักการของเงินกองทุนดังกลาวมากกวา ดังน้ัน ประเด็นดานความเดนชัด
ของพันธกจิ ของหนวยงานกส็ งผลตอหลกั การและการจัดสรรงบประมาณเพื่อการวจิ ยั และความเหล่ือนซอนใน
พันธกิจและภารกิจของหนวยงานภาครัฐก็เปนอุปสรรคตอการจัดหาแหลงทุนวิจัยของ สสว. เชนกัน ซึ่งจาก
ความคดิ เห็นของ สสว. – ข ท่กี ลาวเอาไวจ ะชวยขยายอาณาบรเิ วณของปญหาเรื่องการจดั สรรงบประมาณใหมี
ความชัดเจนมากยง่ิ ขนึ้ “...เพราะ (การทาํ งานของ สสว.) ไมเกย่ี วของกบั เร่ืองสุขภาพ...แตพอเปนเรื่องสุขภาพ
กจ็ ะเปนเรอ่ื งของหนวยงานของกระทรวงสาธารณสุข ดงั นน้ั จะเห็นไดว า เนื้อหาของงานไมมีความเกี่ยวของกับ
สสว. ...”
ในประเด็นลักษณะของทุน จากการสัมภาษณพบวา หลักการขอจัดสรรงบประมาณของ สสว. ใน
ปจ จบุ ันมลี กั ษณะเปน การขอทนุ เปนกอน หรือ “Block Grant” โดยมี สกสว. เปนหนวยงานหลกั ในการอนุมัติ
หลกั การและการจัดสรรงบประมาณของโครงการ (ดังที่กลาวไวในหวั ขอนโยบาย) โดย สสว. - ฉ. ใหความเห็น
ในกรณีการขอทุนในลักษณะดังกลาววา “...คลายกับการขอทุนเพื่อดําเนินการวิจัยของมหาวทยาลัย...” ซ่ึง
หากพิจารณาตามหลักการและกระบวนการขออนุมัติโครงการวิจัยของ สกสว. เงินทุนอุดหนุนในการทําวิจัย
ของ สสว. จะอยูในลักษณะ “ทุนสนับสนุน ววน. พื้นฐาน” (fundamental fund) ซึ่งเปนการจัดสรรทุนวิจัย
จากงบประมาณแผนดินในประเภท “Basic Function Fund” จาก “หนวยงานบริหารจัดการโปรแกรม”
(Program Management Unit: PMU)138 ซึ่งเปนการจัดสรรงบประมาณใหกับหนวยงานที่ไมใช
สถาบันการศึกษาในการทําวิจัยเพื่อตอบสนองตามพันธกิจของตนเอง ดังนั้น วัตถุประสงคของการขอและ
จดั สรรงบประมาณในลักษณะเงินกอนแก สสว. กเ็ พือ่ ใหตอบโจทยการวจิ ัยทเี่ ปนวาระสําคัญของประเทศ ซึ่งก็
สอดคลองกับเง่อื นไขการตง้ั โจทยวิจยั ของ สสว. ดังทไี่ ดกลาวไวข างตน
แมวา สสว. จะไดรับจัดสรรเงินทุนวิจัยในลักษณะเงินกอนจาก ววน. แตดวยความสลับซับซอนของ
ระบบการขออนุมตั โิ ครงรา งวจิ ัยและทนุ รวมไปถงึ เกณฑตัวชี้วดั ตา ง ๆ ทาํ ใหการสง ผานงบประมาณมายงั สสว.
มคี วามลา ชาและสงผลตอการดําเนนิ งานและความตอเนื่องในการดําเนินงานวิจัย และจากการสัมภาษณพบวา
สสว. ทุกพื้นที่ยังไมไดรับงบประมาณเพื่อดําเนินงานวิจัยในป 2564 แมวาโครงการวิจัยจะไดรับการอนุมัติ
งบประมาณแลวก็ตาม สภาวการณดังกลาวทําใหคณะวิจัยของ สสว. บางแหงเกิดความกังวลในคุณภาพของ
งานวิจัยผนวกกับขอจํากัดของเวลาที่จะตองเสร็จตามกําหนดของกรอบปงบประมาณ ซึ่ง สสว. - ก. กลาวถึง
ขอกังวลในประเด็นนี้ไววา “...กลัวจะไดแค “งานกระดาษ”...เพราะเหลือเวลาไมมากในขณะที่งบยังไมได...”
อีกทั้ง จากการสัมภาษณก็พบวา สสว. ไมมีศักยภาพในการจัดสรรงบประมาณจากแหลงอื่น ๆ ที่ไมไดขึ้นตอ
138 สํานักงานนวัตกรรมแหงชาติ. (2562). บทบาทหหนาที่ของหนวยบริหารโปรแกรม (Program Management Unit : PMU) ในการ
ขับเคลื่อน ววน. ของประเทศ. สืบคนจาก https://www.nia.or.th/frontend/article/iiltxaflqlj/editor/files/NIA%20Strategy
%20and%20PMU%20Concept%20-%20%20Presentation.pdf.
137
กระทรวง กองทนุ ววน. หรือกองทุนอื่น ๆ หรือกลา วอยา งถงึ ท่ีสดุ วา “...ไมมีศกั ยภาพทจ่ี ะหาเงินจากแหลงอ่ืน
มาหมุน...” (สสว. – ข.) จากขอเท็จจริงดังกลาว จึงอาจสรุปไดวา หาก สสว. ไมไดรับการจัดสรรงบประมาณ
อยางรวดเร็วและเพียงพอ หรือตรงตามกําหนดระยะเวลา อาจสง ผลตอ การดําเนินงานวิจยั ระยะเวลาที่หดส้ัน
ลง ประสทิ ธิภาพ ความตอ เนื่อง และคณุ ภาพของผลงานวจิ ยั ได
นอกจากประเด็นเรื่องความลาชาของการจัดสรรงบประมาณวิจัยดังที่ไดกลาวไวขางตน ประเด็น
ปญหาที่พบอีกประการหนึ่งคือ หัวขอวิจัยกับปงบประมาณไมสัมพันธหรือไมสอดคลองกับสถานการณทาง
สังคมที่เกิดขึ้นในสภาพจริง ดังที่ไดกลาวไวในหัวขอโจทยวิจัยวา การตั้งโจทยวิจัยของ สสว. จะเชื่อมโยงกับ
สถานการณทางสังคมทั้งในบริบทพื้นที่ และ/หรือที่เปน วาระแหงชาติ การตั้งหวั ขอวิจัยและการเขียนโครงราง
วจิ ยั จึงยึดโยงกับสถานการณที่เกดิ ข้นึ ณ หวงเวลาน้ัน และขออนมุ ัติโครงการและงบประมาณในปงบประมาณ
ถัดไป ซึ่งเมื่อโครงการไดรับการอนุมัติและจัดสรรงบประมาณแลว อาจพบวา สถานการณทางสังคมที่ถูกหยบิ
ยกมาเปน หวั ขอวิจัยน้ันไดร บั การแกไ ขหรือคลค่ี ลายไปในทางทดี่ ขี ้ึน หรือไมไดอยูใ นความสนใจสาธารณะและท่ี
เปนวาระแหงชาติอีกตอไป หรือนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงเปล่ียน สภาวการณเชนนี้ยอมสงผลกระทบ
ตอกระบวนทัศนในการศึกษาวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย รวมไปถึงกลุมเปาหมายที่จะตองปรับเปลี่ยนไปตามบริบท
ของสภาพสงั คมทีเ่ ปลี่ยนแปลง ซ่ึง สสว. - ง. ไดกลาวถงึ ขอเท็จจริงซ่งึ เปนภาพสะทอนของปญ หาดังกลาวเอาไว
วา “...เขยี น (โครงการวจิ ัย) ป 62...เพื่อของบของป 64...ซึ่งตอนนัน้ ตัวเลขสถิตแิ ละสถานการณมันเปล่ียน...”
ทั้งนี้ หากนักวิจัยของ สสว. จะเขียนโครงการวิจัยที่ครอบคลุมประเด็นปญหาที่มุงหวงเวลาอนาคตเพื่อตอบ
โจทยสภาพการณจริงที่อาจเกิดขึ้นในหวงเวลาดังกลาว และตอบสนองตอยุทธศาสตรหรือนโยบายสําคัญใน
ปงบประมาณนั้น ๆ กเ็ ปนส่ิงทท่ี าํ ไดย ากดวยเหตผุ ลอยางนอย 2 ประการ ประการแรก หวั ขอ วิจัยหรือประเด็น
วิจัยไมตอบโจทยหรือสอดคลองกับกรอบนโยบายของกระทรวงและแหลงทุนในปจจุบัน และประการที่สอง
สภาพสังคมมีพลวัตสูงและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงเปนเรื่องยากที่จะระบุหัวขอการทําวิจัยอยางแคบหรือ
อยางเฉพาะเจาะจง ดังนั้น นี่จึงเปนอีกปญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความเหลื่อมซอนของปงบประมาณกับพลวัต
ของสถานการณทางสังคมที่ไมคูขนานกัน และเปนความทาทายของ สสว. ในการกําหนดหัวขอวิจัยใหตรงกับ
สภาพความเปนจริงโดยมหี ว งเวลาและสถานการณท างสงั คมเปน ตวั แปรท่สี ําคญั
ขอกลาวยอนถึงสถานการณทางสังคมที่ไมปกติหรือเปนสถานการณที่วิกฤติที่กระทบตอมิติทางดาน
สังคมและเศรษฐกจิ ในวงกวา ง โดยเฉพาะอยา งยง่ิ สถานการณก ารแพรระบาดของโรคโควิด-19 ไดสงผลกระทบ
ผลสะทอน และผลสะเทือนตอการดําเนินงานวิจัยโดยเฉพาะอยางยิ่งดานงบประมาณการวิจัยโดยตรง เพราะ
ในดานระเบียบวิธีวิจัย ทําใหการวิจัยไมสามารถเขาถึงกลุมเปาหมาย การดําเนินงานวิจัยตองหยุดชะงักและ
ขาดความตอเนื่อง ทําใหตองปรับระเบียบวิธีวิจัยใหมใหสอดคลองกับบริบททางสังคมและความเปนไปไดใน
การเขาถึงขอมูลโดยตองคํานึงถึงความปลอดภัยจากความเสี่ยงในการแพรระบาดของเชื้อไวรัสดังกลาว
นอกจากนี้ จากการสัมภาษณพ บวา ในชวงกระแพรระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกแรก (ตั้งแตชวงมนี าคม
2563) การดําเนินการวิจัยของ สสว. ในบางพื้นทแี่ ละในบางโครงการถูกดึงงบประมาณกลับไป (สสว. - ซ.) ทํา
ใหการวิจัยไมสามารถดําเนินการและจะตองยุติลงในที่สุด จากปญหาดังกลาวนํามาสูขอสังเกตที่นาสนใจวา
138
เมื่อเกิดสถานการณที่วิกฤติที่สงผลกระทบตอสังคมในวงกวาง สสว. และหนวยงานระดับบนจะมีมาตรการ
รองรับปญ หาดังกลาวอยางไร เพื่อใหการวจิ ัยและการทํางานของ สสว. ไมห ยุดชะงัก
1.5 ทรัพยากรบุคคล : ปจจัยนาํ เขา ทส่ี ําคญั อีกปจ จยั หนง่ึ ของกระบวนการทําวจิ ยั คือทรัพยากรบุคคล
หรอื กลา วอยา งถึงท่สี ุดก็คอื บุคลากรทด่ี ําเนนิ การวิจัย ซ่ึงจากการสมั ภาษณ สสว. พบวา ประเดน็ ดา นทรพั ยากร
บุคคลเปนประเด็นท่ี สสว. ทกุ พนื้ ทีใ่ หความสาํ คญั เพราะ “...งานวิจยั เปน งานสําคญั ...และเปน งานรากฐานของ
พม....” (สสว. - ฉ) เพราะตองเปนผผู ลิตสรางองคความรูท ี่จะนําไปสยู ทุ ธศาสตรการแกป ญหาและพัฒนาสังคม
แตปญหาที่สําคัญที่สุดของ สสว. ที่กําลังเผชิญอยูในปจจบุ ันก็คือ จากนโยบายที่เนนการปฏริ ูประบบวจิ ัยแบบ
ใหมข องกระทรวงพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย สง ผลใหบ ุคลากรในสงั กัดของ สสว. จะตองเพิ่มความ
เขมขนในการทําวิจัยดวยตนเอง แตบุคลากรในสังกัดสวนใหญเคยชินกับงานสายปฏิบัติการมากกวาสาย
วชิ าการ (สสว. - ก.) อกี ทั้ง ตําแหนงงานในหนว ยงานไมมีตาํ แหนงนักวจิ ัยเปนการเฉพาะในสงั กัดของ สสว. จึง
ไมคุนชินหรือมีประสบการณ ทักษะ หรือความรูที่จะสนองตอบตอระบบการวิจัยใหมไดอยางรวดเร็ว หรือ
กลาวอยางถึงที่สุด สถานะของ สสว. ณ ปจจุบัน ซึ่งเปนหนวยงานที่ตองผลิตสรางองคความรูที่ตองปอนเขา สู
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยเพื่อใชเปนรากฐานในการสรางนโยบายเพื่อพัฒนาสังคม แต
กลับไมมีผูเชี่ยวชาญเปนการเฉพาะในการผลิตสรางองคความรูเปนของตนเอง ซึ่งในอดีตที่ผานมา สสว. เคย
พยายามแกป ญ หาการขาดแคลนบุคลากรดานการวิจัยดวยการเปดรบั สมัครบุคคลภายนอกที่มวี ฒุ ิการศึกษาใน
ระดบั ปรญิ ญาโทท่ีมคี วามรูความสามารถในการทําวจิ ัยเพื่อมาบรรจเุ ปน ขา ราชการในสงั กัด เพราะเง่อื นไขอยาง
นอยที่สุดก็คือ บุคคลดังกลาวไดผานการทําวิจัยเพื่อขอสําเร็จการศึกษาและมีวุฒิการศึกษาจาก
สถาบันการศึกษาเปนเครื่องรับรอง ซึ่งทักษะและความรูดังกลาวจะสามารถขับเคลื่อนการทําวิจัยท่ีตอบสนอง
ตอพันธกิจขององคกรไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อถูกบรรจุและแตงตั้งเปนขาราชการจะอยูในตําแหนง
“นักพัฒนาสังคม” ซึ่งเปนตําแหนงในสายวิชาการ และมีการอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะและศักยภาพในการทํา
วิจยั ใหบ รรลเุ ปา หมายขององคก ร
แตขาราชการในตําแหนงดังกลาวมักปฏิบัติงานไดไมนาน เนื่องดวยปญหาตาง ๆ โดยเฉพาะอยางย่ิง
ปญหาดาน “เสนทางความกาวหนาในสายอาชีพ” (career path) เพราะจุดสูงสุดหรือตําแหนงสูงสุดของ
นกั พัฒนาสังคมก็คือ “นกั พัฒนาสงั คมชํานาญการพิเศษ” (ขอ มูลจากการสัมภาษณ สสว., 2564) ซ่ึงยังคงเปน
งานในสายวชิ าการ ตําแหนง นกั พัฒนาสังคมชํานาญการพิเศษจึงเปนเพดานสูงสดุ ท่บี ุคลากรในตาํ แหนงนักวิจัย
ของ สสว. จะสามารถเปนได และโดยปกติเมือ่ ถงึ ตาํ แหนง นี้ หรอื ไดเ ล่อื นตาํ แหนงทีส่ ูงขึ้น บุคคลดังกลา วก็มักท่ี
จะขอโอนยายหนวยงาน อาทิ ยายหนวยงานจาก สสว. ไปเปนขาราชการในหนวยงานพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษยในจังหวัดตา ง ๆ หรือ “พมจ.” (ขอมูลจากการสัมภาษณ สสว., 2564) ซึ่งเปนงานอํานวยการ
ในสายงานบริหารและมีเสนทางความเจริญกาวหนาในอาชีพที่สูงกวา จึงอาจกลาวไดวา ตําแหนงงานที่ถูก
กําหนดโดยโครงสรางองคกรเปนอุปสรรคตอความเจริญกาวหนาในอาชีพและทําใหขาราชการในตําแหนง
นักวิจัยไมมีแรงผลักดันหรือแรงจูงใจในการทํางานในตําแหนงดังกลาว หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง ดวยระบบและ
โครงสรางหนาที่ตามตําแหนงงานของ สสว. ที่ไมปรับใหสอดคลองกับเปาหมายและพันธกิจทั้งของกระทรวง
139
พฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษยและของ สสว. เอง จึงเปนระบบที่ไมสนับสนุนและไมมีกลไกตอบสนอง
ตอความตองการทํางานในสายอาชีพขาราชการที่เปนนักวิจัยเฉพาะทางและกลายเปน “กับดักเชิงระบบ”
(functional trap/systematic trap) ที่ทําใหการดําเนินงานวิจัยซึ่งเปนภารกิจหลักของ สสว. ไมมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิพล ซึ่งในประเด็นดังกลาว มีผูใหความคิดเห็นเอาไวในทํานองเดียวกันวา “....เรา
(สสว.) ไมโต พอคนเกง มา พอเขาโต เขาก็ไป งานเลยไมต อเนื่อง...” (สสว. - ซ.) และ “...ถา เขาอยากโตตองไป
สายอน่ื ...” (สสว. - ฉ.) สถานการณเ ชน นี้อาจอนมุ านไดวา สสว. มีอัตราการหมุนเวยี นของกําลงั พล (turnover
rate) ในตาํ แหนง ขาราชการท่ีเกีย่ วของกับการวจิ ัยที่สงู จนนาํ มาสูการไมมีขาราชการในตาํ แหนงนักวิจัยเฉพาะ
ทางในปจจุบนั
ในประเด็นปญหาดังกลาว สวนราชการระดับบนหรือก็คือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนษุ ยเคยแกปญ หาการขาดแคลนบุคลากรผูเ ช่ียวชาญและมีทักษะการในการทําวิจยั ดวยการนําขาราชการที่มี
อยูมาฝกอบรมทักษะการในการทําวิจัยแตก็ขาดความตอเนื่อง ทําใหในปจจุบัน สสว. ตองแกปญหาดวยการ
จางอาจารยมหาวิทยาลัยซึ่งเปนการจางบุคคลภายนอก (outsourcing) มาดําเนินการวิจัยหรือเปนผูคิด
ระเบียบวิธวี ิจัย หรือวิเคราะหขอมลู ใหกบั สสว. ซ่ึง สสว. ในทุกเขตพนื้ ท่ตี า งใหขอมูลในทาํ นองเดยี วกันวา ตาง
ก็จางอาจารยมหาวิทยาลัยเปนผูดําเนินการวิจัยใหกับ สสว. ทั้งสิ้น โดย สสว. ในแตละพื้นที่จะเปนผูตั้งโจทย
หรือกรอบการวิจัยอยางกวา ง และมีอาจารยมหาวิทยาลยั เปน ผคู อยสนบั สนุนการดําเนนิ การวิจัยใหสัมฤทธ์ิผล
ตามเปาหมายซึ่งจะเปน “...การเติมเต็มในทางวิชาการใหสมบูรณที่สุด...” (สสว. - ข.) ซึ่งถึงแมวาจะสามารถ
แกไขการขาดแคลนกําลังคนผูมีความชํานาญในการทําวิจัยและทําใหการผลิตสรางองคความรูผานงานวิจัย
สามารถดาํ เนินไปไดอยางตอเน่ือง มีประสิทธภิ าพ และประสทิ ธิพล แตสภาวการณดงั กลาวก็นํามาสูอีกปญหา
หนงึ่ ของ สสว. ก็คอื ปญหาดา นภาพลกั ษณขององคกรเพราะมีบุคคลจากหนวยงานอนื่ หรอื หนว ยงานภายนอก
ตั้งคําถามตอ สสว. เอาไวอยางนาสนใจวา “สสว. ทําวิจัยมาตั้งนาน...ทําไมตองพึ่งอาจารยมหาวิทยาลัยจาก
ภายนอก?” (สสว. - ซ.)
จากปญหาดานบุคลากรท้ังหมดทีก่ ลา วเอาไวข างตน สสว. ทุกพื้นที่เห็นพองตอ งกันวาควรดําเนินการ
แกไขอยางเรง ดวน และจะเปนการดีกวา ถา สสว. มขี าราชการในตาํ แหนง นักวจิ ยั เฉพาะทางในสังกดั ของตนเอง
นอกจากนี้ ควรสรา งกลไกหรือระบบที่เอ้ือตอการเจริญเติบโตในสายอาชีพนักวิจัยเพื่อใหมีขวัญและกําลังใจใน
การทํางาน ซึ่งในประเด็นดานกลไกที่ชวยหนุนเสริมกําลังใจและเปนแรงผลักดันในการทํางานของบุคลากร
สสว. - ฉ ไดเสนอแนวทางเอาไววา “...ควรมีแตมสะสมเพือ่ การเติบโตในตําแหนงและอาชีพ...” ซึ่งก็เปนภาพ
สะทอนของการประเมินผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะของบุคลากรหากมีตําแหนงนักวิจัย ซึ่งก็เปนแนวทางที่อาจ
นําไปศึกษาถึงความเปนไปไดในการเปดรับบุคลากรมาดํารงตําแหนงดังกลาว หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ
ทํางานของบุคลากรที่มีอยูในปจจุบัน ซึ่งในประเด็นดานการสรางกลไกเพื่อรองรับการประเมินขาราชการใน
ตําแหนงนักวิจัยไมไดอยูในเนื้อหาหลักของรายงานฉบับนี้ เปนแตเพียงขอสังเกตที่สะทอนผานผูใหสัมภาษณ
เทา น้นั คณะผวู ิจยั จึงขอยตุ ปิ ระเดน็ ดังกลาวเอาไวแตเพียงเทา น้ี
140
อน่งึ จากแนวนโยบายใหมข องกระทรวงทต่ี องการปฏิรูปกระบวนการวิจยั ดังที่กลาวไวในสวนนโยบาย
สงผลทําใหบุคลากรของ สสว. ตองปรับตัวและมีความเขมขนในการทําวิจัยที่เพิ่มขึ้น หรือกลาวอีกนัยหนึ่ง
นโยบายดงั กลาวพยายามเสริมสรา งสมรรถนะและศักยภาพในการทาํ งานวิจัยใหกับบุคลากรในองคกรมากกวา
ที่จะเนนไปที่การจางบคุ ลากรภายนอกมาเปนผูล งมือปฏิบัติหลัก แนวนโยบายดังกลา วจึงอาจชวยแกไขปญหา
เรื่องการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลที่มีความรูและความเชี่ยวชาญดานการวิจัยได เพราะจะเปนการสราง
ความรูในการทําวิจัยใหแกบุคลากรภายในอยางยั่งยืนและตรงกับสภาพปญหามากที่สุด แตอยางที่กลาวมา
ขา งตน วา แนวนโยบายน้ีเปน แนวนโยบายใหม รวมถงึ เปนกระบวนการใหม บุคลากรของ สสว. จงึ ยงั ไมคุนเคย
จงึ ตอ งอาศยั ระยะเวลาในการเรยี นรู ฝก ฝน และปรับตวั เพ่ือใหสามารถตอบสนองตอระบบใหมดังกลา วได
1.6 องคความรู : เมื่อถามถึงองคความรูที่ใชเปนฐานในการผลิตสรางองคความรูใหม หรือเพ่ือ
ขับเคลื่อนงานวิจัยใหม สสว. ยังไมไดชี้ใหเห็นภาพที่ชัดเจนวา ใชองคความรูจากแหลงใดที่นอกเหนือไปจาก
สถานการณทางสังคมในเชิงพื้นทีห่ รือทีเ่ ปนวาระแหงชาติ แตมี สสว. ในบางพื้นที่ที่เสนอภาพกวางของการนํา
องคความรูมาขับเคลื่อนกระบวนการวิจัย หรือเพื่อตั้งโจทยวิจัย อาทิ สสว. – ง. และ สสว. – จ. ใชสถิติใน
ประเด็นตาง ๆ ทางสังคมมาใชประโยชนโดยใชเปนตัวกําหนดโจทยวิจัย รวมถึงหาชองวางของงานวิจัยที่มีอยู
เดิม หรือ สสว. – จ. จะพิจารณาจากสถิติในภาพรวมของประเทศ หรือในกลุมจงั หวัดวา มปี ระเดน็ ใดทางสังคม
ที่มีอัตราความนากังวลท่ีสูงขึ้นและสมควรนําไปสูการสรางงานวิจัยเพื่อตอบสนองตอการแกปญหาในประเดน็
ดังกลาว หรอื รวมไปถงึ การสาํ รวจและทบทวนงานวิจยั ทม่ี ีอยูภายในกระทรวงพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของ
มนุษยวางานวิจัยในเรื่องใดที่มีชองวางเพื่อที่จะนําไปสูการวิจัยเพื่ออุดชองวางในองคความรูประเภทดังกลาว
ซึ่ง สสว. – จ. ใชประโยชนจากองคความรูในลกั ษณะดังกลาวและกําลังพัฒนากลายเปน หัวขอวจิ ัยที่เกี่ยวขอ ง
กบั ความตอ งการรับบรกิ ารพิเศษของผูสงู อายุพกิ ารทจ่ี ะขอใชง บประมาณในป 2565 เปน ตน
จากการสมั ภาษณในขอคําถามท่ีเกย่ี วของกับองคความรูที่ใชเ ปน รากฐานในการทําวิจัย คณะผูวิจัยยัง
ไมไ ดเ ห็นภาพที่ชัดเจนวา สสว. ใชองคความรูจ ากแหลงใดเปนสําคญั ดังท่ีกลา วไวขางตน ซง่ึ เปนส่ิงท่ีคณะผูวิจัย
จะตองคนควาตอไป แตมีขอสังเกตและภาพสะทอนจากการสัมภาษณในประเด็นที่เกี่ยวของกับการเก็บ
รวบรวมขอมูลงานวิจัยของ สสว. ทุกพื้นที่วา ณ ปจจุบัน (2564) งานวิจัยและงานการศึกษาของ สสว. ในแต
ละพื้นที่จะกระจายอยูในหนาเว็บไซตหรือที่เปนฐานขอมูลของแตละพื้นที่เอง โดยยังไมมีการสรางระบบ
ฐานขอมูลกลางที่เช่ือมตอและรวบรวมงานวิจัยของ สสว. ทุกเขตพื้นที่มาไวในระบบฐานขอมูลเดียวกัน อีกท้ัง
หนาเว็บไซตหรือระบบฐานขอมูลกลางของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยก็ปรากฏงานวิจัย
ของ สสว. เพียงไมกี่โครงการหรือมีไมครบ ซึ่งก็สอดคลองกับผลสํารวจและทบทวนงานวิจัยภายใตการเก็บ
รวบรวมกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยในเบอ้ื งตนของคณะผูวิจยั ซงึ่ ในประเด็นนี้อาจสรุปได
วา การขาดการรวบรวมขอมูลเอาไวในระบบฐานขอมูลกลางหรือจัดเก็บเอาไวในระบบฐานขอมูลเดียวกันจึง
อาจเปน ขอ จาํ กดั ในการดึงทรัพยากรดา นองคค วามรูทีม่ ีอยเู ดิมมาใชประโยชน และทาํ ใหไ มเ ห็นภาพทช่ี ดั เจนวา
องคกรมีการนําความรูที่มีอยูเดิมมาใชอยางไร และ/หรืองานวิจัยในแตละประเภทมีความตอเนื่องในการผลิต
141
สรางองคความรูหรือไม แตจากการสัมภาษณพบวา มีแนวคิดและความพยายามที่จะรวบรวมงานวิจัยจากทุก
เขตพน้ื ทีแ่ ละสรางเปน ระบบฐานขอมลู กลางของ สสว. ในอนาคต (สสว. - ง.)
เนือ้ หาในหัวขอปจจัยนําเขา คณะผูวิจัยขอยุติเอาไวแ ตเ พียงเทาน้ี ในสว นถัดไปคณะผูวิจัยจะนําเสนอ
หัวขอ ท่ี 2 คอื กระบวนการวิจยั ซ่ึงในรายละเอียดจะขอกลา วในลําดบั ถดั ไป
2. กระบวนการ (Process)
จากหัวขอปจ จัยนําเขาท่กี ลาวไวส ว นตนของรายงานฉบับนจ้ี ะนาํ มาสูกระบวนการวจิ ัยของ สสว. ซ่ึงใน
หวั ขอ น้ี คณะผวู ิจยั จะแบงประเด็นที่ไดจากการสัมภาษณออกเปน 3 ประเดน็ ไดแก 1. การดาํ เนินการวิจัย 2.
ระเบียบวิธวี ิจัยและปญ หาทเ่ี กี่ยวของกับระเบยี บวธิ ีวจิ ยั และ 3. ภาพรวมของกระบวนการวิจยั
2.1 การดําเนินการวิจัย : จากการสัมภาษณสัมภาษณพบวา สสว. ทุกเขตพื้นที่จะจัดจางอาจารย
มหาวิทยาลัยทั้งในพื้นที่ หรือนอกพื้นที่ที่มีความรูความสามารถ มีประสบการณ และมีทักษะใน
กระบวนการวิจัยมาเปนที่ปรึกษา หรือเปนผูคิดระเบียบวิธิวิจัย และวิเคราะหผลของขอมูล ซึ่งสาเหตุที่จาง
บุคคลภายนอกมาเปนผูดําเนินการวิจัยก็สืบเนื่องมาจากปญหาการขาดแคลนบุคลากรภายในที่มีความ
เชี่ยวชาญในการทําวิจัย และไมมีองคความรูหรือทักษะในการทําวิจัยซึ่งนําไปสูความกังวลของ สสว. ใน
ความถูกตองและความเชื่อมั่นในผลการวิจัย ดังที่ สสว. - ข. ไดกลาวสะทอนประเด็นปญหานี้เอาไววา “...
เนื่องจากเพิ่งมาทํา (วิจัย) ไดไมนาน...การวเิ คราะหขอมูลเปนเร่ืองยากตอการแปรผล...เพราะไมมีความรู...แต
อาจารยมหาวิทยาลัยจะคอยชี้แนะกระบวนการวิเคราะหขอมูล...” ซึ่งก็เปนปญหาการคลาดแคลนบุคลากรท่ี
กระทบตอองคความรูขององคกรในการดําเนินภารกิจดังที่ไดเสนอไวในสวนตนของรายงานฉบับนี้ แตทั้งนี้
สสว. จะเปนผูควบคุมการทําวิจัย ซึ่งเปรียบเสมือนเปน “ผูจัดการ” เพื่อไมใหการปฏิบัติของผูดําเนินการวิจยั
หลุดประเด็นหรือหลุดออกจากกรอบวิจัยที่ไดตั้งเอาไว และมีอาจารยมหาวิทยาลัยเปนเสมือน “เมนเตอร”
(mentor) (สสว. - ข.) ที่คอยใหคําปรึกษาแกผูปฏิบัติงาน (ซึ่งประเด็นปญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีความ
ชํานาญในการทําวิจัยและแนวทางแกปญหาในประเด็นดังกลาว คณะผูวิจัยไดกลาวเอาไวในสวนปจจัยนําเขา
หัวขอทรพั ยากรบุคคลแลว จงึ ไมขอกลาวซํา้ ณ ท่ีนี)้ แตท ้งั น้ี การดึงอาจารยม หาวทิ ยาลัยจากภายนอกก็มีประ
โยชยอยางนอย 2 ประการ กลาวคือ ประการแรก เปนการสรางภาคีเครือขายนักวิจัยรวมกันระหวาง สสว.
และบุคลากรจากสถาบันการศึกษาซึ่งจะเปนการสานประโยชนทางวิชาการรวมกัน และประการที่สอง
บุคลากรจาก สสว. ที่มีหนาที่เกี่ยวของกับการวิจัยจะไดรับโอกาสในการเรียนรูทักษะและไดรับประสบการณ
ตรงจากการทาํ วิจยั ไปพรอมกนั ดวย
2.2 ระเบียบวธิ วี จิ ัยและปญหาที่เกีย่ วของกับระเบยี บวธิ ีวิจัย : เม่อื ถามถงึ ประเด็นปญหาทเี่ กี่ยวของ
กับระเบียบวิธีวิจัย ดังที่กลาวไวในสวนกอนหนาแลววา บุคลากรของ สสว. ไมมีทักษะหรือความเชี่ยวชาญใน
การดําเนินงานวจิ ัยจงึ จัดจางบุคลากรจากหนวยงานภายนอกโดยเฉพาะอยางยิ่งอาจารยม หาวิทยาลัยทั้งจาก
ในพื้นที่และนอกพื้นที่มาเปนผูดําเนินการวิจัย เปนที่ปรึกษาโครงการ หรือเปนผูคิดระเบียบวิธีวิจัยและ
วิเคราะหขอมูล ซึ่งเปนการสะทอนภาพของความเชื่อมั่นของ สสว. ที่มีตออาจารยมหาวิทยาลัยซึ่งเปน
142
บคุ คลภายนอกวา นาจะเปน ผเู ชย่ี วชาญ มีทกั ษะ และมปี ระสบการณในการทาํ วิจัยมากกวาบคุ ลากรของ สสว.
ดังนั้น อาจารยมหาวิทยาลัยจึงมีบทบาทสําคัญตอการวิเคราะหขอมูลและการแปรผลขอมูลในงานวิจัย ของ
สสว. ทง้ั ในอดีตและปจ จุบนั
นอกจากเรื่องการวเิ คราะหและแปรผลขอมลู แลว การเก็บขอมลู ก็เปนอีกหนึ่งปจจัยสาํ คัญทีส่ งผลตอ
คุณภาพของงานวิจัยของ สสว. จากการสัมภาษณพบวา สสว. มักจะใชบุคลากรของตนเองในการเก็บรวบรวม
ขอมูลหรือเขาถึงขอมูลโดยมีอาจารยมหาวิทยาลัยเปนผูคอยใหคําแนะนําในกระบวนการวิจัยและระเบียบวิธี
วิจยั แตทั้งนี้กม็ ีปญ หาสําคัญอยา งนอย 2 ประการ ที่มกั จะเกิดขึน้ กบั การเกบ็ ขอมูลกลาวคือ ประการแรก การ
ขาดกําลังพลในการเขาถึงขอมูล และ ประการที่สอง ความยากในการเขาถึงขอมูลซึ่งเปนกลุมเปาหมายของ
การวจิ ัย
ปญหาประการแรก การขาดกําลังพลเพื่อเก็บขอมูลนั้น สสว. ในพื้นที่มักจะสรางภาคีเครือขายวิจัย
รวมกับหนวยงานบริการชุมชนในพื้นที่ อาทิ อพม. โดย สสว. จะเปนผูจัดอบรมและถายทอดความรูในวิธีการ
การเก็บขอมูลใหกับอาสาสมัครตาง ๆ ซึ่งวิธีการนี้จะชวยลดขอจํากัดในปญหาเรื่องการขาดแคลนกําลังพลใน
การเก็บขอมูลได แตสําหรับปญหาประการที่สอง ความยากในการเขาถึงขอมูล จากการสัมภาษณพบวา การ
วิจัยในบางประเด็นหลังจากที่ไดรับการอนุมัติโครงการวิจัยแลว ไมสามารถเขาถึงกลุมเปาหมายหรือเขาถึง
ขอมูลไดยาก อันเนื่องมาจากมีความอันตราย ความสุมเสี่ยง หรือความเปราะบางทั้งที่เกิดขึ้นจากการเขาถึง
ขอมูลหรือกลุมเปาหมายของการวิจัย และการเขาถึงพื้นที่ซึ่งเปนบริบทเฉพาะซึ่งอาจเปนอันตรายตอนักวิจัย
และกลุมเปาหมาย อาทิ การเขาถึงเยาวชนผูเสพยาเสพติด (สสว. – ซ.) หรือ “กลุมผีนอย” ซึ่งเปนแรงงานที่
ลกั ลอบไปทํางานในตางประเทศอยางผดิ กฎหมาย (สสว. – ฝ.) เปน ตน จากตัวอยางขางตน จงึ สงผลทําใหการ
วิจัยตองปรับกระบวนการและนําไปสูการปรับระเบียบวิธีวิจัยหรือเครื่องมือที่ไมตรงกับวัตถุประสงคของการ
วิจัยในที่สุด
นอกจากนี้ ชวงเวลาในการเขาถึงกลุมเปาหมายก็เปนขอจํากัดที่สําคัญดานหนึ่ง เพราะในบางกรณี
ชวงเวลาในการเขา ถึงกลุม เปาหมายอาจยดึ โยงกับมิติดา นประเพณี ศาสนา และวัฒนธรรมในบริบทเชิงพืน้ ท่ที ่ี
สงผลตอวิถีชีวิตและความเขมขนในวัตรปฏิบัติของกลุมเปาหมาย ซึ่งอาจเปนการปดกั้นตนเองออกจากบริบท
ทางสังคมอื่น ๆ ดังที่ สสว. - ซ. ไดยกตัวอยางอุปสรรคและขอจํากัดในการเขาถึงขอมูลที่เกิดขึ้นจากบรบิ ทเชิง
วัฒนธรรม อาทิ กลุมเปาหมายที่เปนชาวมุสลิมในชวง “การถือบวช” หรือ “การถือศีลอด” หรือที่รูจักกันใน
ชื่อ“เดือนรอมฎอน”138139 ซึ่งเปนชวงเวลาที่ศาสนิกชาวมุสลิมจะประพฤติตนตามวัฏปฏิบัติของศาสนาอิสลาม
อยางเครงครัด เชน การงดรับประทานอาหารหลังดวงอาทิตยลับขอบฟา การไมพูดคุยกันในสิ่งที่ไมเปนสาระ
การละมาดวันละ 5 เวลา เปนตน ซึ่งชวงเวลาของการถือศีลอดจะใชเวลาประมาณ 29 – 30 วัน ซึ่งเปน
ระยะเวลาทคี่ อ นขา งนานจึงอาจเปน อุปสรรคตอ การเกบ็ ขอมลู ของนักวจิ ยั ดงั ที่กลาวไวข างตน
139 มติชนออนไลน. (2562). ‘รอมฎอน’ เดือนศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม. สืบคนขอมูลจาก https://www.matichon.co.th/bullet-news-
today/news_1467025.
143
จากประเด็นปญหาเรื่องความยากหรืออุปสรรคในการเขาถึงขอมูลและกลุมเปาหมายนั้น จากการให
สัมภาษณของ สสว. ทําใหทราบวา การใชหรือการสรางภาคีเครือขายนักวิจัยโดยใชอาสาสมัครบริการ
ประชาชนในพื้นที่ หรือคนในชุมชนเพื่อเก็บขอมูลการวิจัยและการเขาถึงกลุมเปาหมาย จะเปนอีกเครื่องมือ
หนึ่งท่ีมีประสทิ ธภิ าพในการชวยอุดชอ งวางหรือบรรเทาปญหาเรื่องการเขาถงึ ขอมลู ท่ียากไดท ี่นอกเหนือไปจาก
ปญหาเรื่องการขาดแคลนกําลังพลในการเก็บขอมูลอีกดวย ยกตัวอยางเชน สสว. ในบางเขตพื้นที่จะให อพม.
เปนผูเก็บขอมูลการวิจัย เพราะ อพม. เปนผูที่มีภูมิลําเนาหรืออาศัยอยูในพื้นที่นั้น ๆ จึงเปนผูที่มีความคุนชนิ
กับบรบิ ทเชิงพ้ืนที่ อีกทง้ั ยงั เปน ผทู อี่ าจคุนเคยหรือรูจักกับคนในชุมชน กลา วโดยสรุป การใชบุคคลในพื้นท่ีซึ่ง
มีสถานะทางสังคมกึ่งขาราชการ หรือเปนผูที่สังกัดหนวยงานอาสาสมัครบริการประชาชนหนวยงานใด
หนวยงานหนงึ่ ซ่ึงเปนผทู ีม่ คี วามคนุ เคยและคุนชินกบั คนในชุมชนมาเปนผเู กบ็ รวบรวมขอมลู จะเปนประโยชน
และอํานวยความสะดวกในการเขาถึงขอมูลการวิจัยหรือกลุมเปาหมาย เพราะเปนผูที่มีความรูในมิติ
ความสัมพันธท างสังคมในพื้นทีซ่ ึ่งจะเปนการลดอุปสรรคของนกั วจิ ยั ที่ตองเผชิญกับอันตรายจากความเสี่ยงใน
เชิงพื้นที่ หรือไมมีความคุนเคยกับกลุมเปาหมาย อีกทั้ง ยังชวยลดระยะเวลาในการเขาถึงขอมูลใหสั้นลงและ
เขาถึงกลุมเปาหมายที่ตองการไดอยางรวดเร็วและตรงกับวัตถุประสงคของการวิจัยมากที่สุด เพราะบุคคลใน
พื้นที่ยอมรูสภาพความเปนจริงในพื้นที่นั้น ๆ ไดดีกวานักวิจัยซึ่งเปนบุคคลนอกพ้ืนที่ การเขาถึงขอมูลใน
ลักษณะเชนนี้ยอมสงผลตอคุณภาพของของงานวิจัยที่สะทอนความเที่ยงตรงของขอมูลไดอยางแมนยําและมี
ความนาเชื่อถือ ดังนั้น การสรางเครือขายนักวิจัยโดยการสานประโยชนและบูรณาการรวมกันระหวาง
หนวยงานบริการประชาชนในทองถิ่น หรือคนในพื้นท่ีจะชวยลดปญหาดานการขาดแคลนบุคลากรในการ
เขาถงึ ขอมลู ชวยอาํ นวยความสะดวกในการเขาถึงขอมูล และชว ยลดความเสย่ี งภัยที่อาจเกิดข้นึ จากการเขาถึง
ขอมูลของนักวิจัยโดยตรง และทําใหคุณภาพของขอ มูลทีเ่ กบ็ มาไดนั้นมีความเท่ียงตรง (reliability) และความ
นาเช่อื ถอื (validity) ทีต่ รงกับสภาพความเปน จรงิ ในบรบิ ทเชงิ พื้นทมี่ ากทส่ี ุด
นอกจากน้ี เวลาและงบประมาณเปนอีกเงื่อนไขทสี่ าํ คัญตอกระบวนการวจิ ัย จากการสัมภาษณพบวา
เงื่อนเวลาเปนอุปสรรคที่ทําใหเกิดขอจํากัดในการเก็บรวมรวมขอมูล โดยมีสาเหตุมาจากงบประมาณที่จัดสรร
ลาชาจากระบบการขออนุมัติที่สลับซับซอนดังที่กลาวไวในสวนตน จึงทําใหการเก็บขอมูลเกิดความลาชาใน
ขณะทีร่ ะยะเวลาส้ินสุดโครงการ (ตามปงบประมาณ) ยงั คงเปน กําหนดเดิม ดงั ท่ี สสว. - ช. ไดส ะทอนภาพของ
ปญหาดังกลาวเอาไววา “...การเริ่มดําเนินการวิจัยสวนใหญจะสามารถดําเนินการไดในไตรมาสที่ 2 อัน
เนื่องมาจากการไดรับงบประมาณลาชา สงผลใหกระทบกับแผนงานขั้นตอนการวิจัยที่ไดวางเอาไว...”
สถานการณเชนนี้จึงสงผลกระทบตอกระบวนการวิจัยในทุกมิติ โดยเฉพาะอยางยิ่งทําให สสว. ในบางพื้นที่มี
ระยะเวลาในการทําวิจัยที่ลดนอยลงและสงผลกระทบตอคุณภาพของงานวิจัยดังที่ สสว. - ก. กลาวเสริมใน
ประเด็นดังกลาววา “...ระยะเวลาเก็บขอมูลมันสั้นไป...ทําใหการเก็บขอมูลไมสมบูรณ...ทําใหเกิดขอจํากัดใน
การวิเคราะหและเขียนงานวิจัย...” เงื่อนไขดานเวลาที่ลดนอยลงอันเนื่องมาจากงบประมาณที่จัดสรรลาชาจึง
เปน อีกหนึ่งกลไกที่เปน กับดกั เชงิ ระบบทีส่ งผลตอ การดอยคางานวจิ ยั โดยปริยาย
144
หลังจากที่ดําเนินการวิจัยเสร็จสิ้นแลว สสว. จะมีการเผยแพรงานวิจัยผานชองทางตาง ๆ ใหแก
หนว ยงานและบุคคลภายนอกเพ่ือนําไปใชประโยชนหรือเปนองคความรูทจี่ ะนําไปใชศึกษาวิจัยหรือพัฒนาเปน
แผนงานของหนวยงานตาง ๆ ตอไป อาทิ องคกรปกครองสวนทองถิ่น องคกรภาครัฐและเอกชน ภาคประชา
สงั คม และประชาชนท่ัวไป โดยมีทั้งท่ีเผยแพรผ านชอ งทางออนไลนอยางเวบ็ ไซตของ สสว. ในแตล ะพื้นท่ี หรือ
ผานชองทางแอพพลิเคชั่นไลน (Line) ดังที่ สสว. 2 – ชลบุรี และ สสว. 7 – ลพบุรี (ขอมูลจากการสัมภาษณ
สสว., 2564) ใชเ ปน ชอ งทางหนง่ึ ในการสื่อสารกบั สาธารณะ
2.3 ภาพรวมของกระบวนการวจิ ัย : เมื่อถามเพ่อื เนนประเดน็ ปญ หาในภาพรวมของ สสว. วา ประสบ
ปญหากบั การดาํ เนินงานวิจยั หรือไม คําตอบของ สสว. สวนใหญก ลับมีทศิ ทางไปในทาํ นองเดียวกันวา “...ไมมี
ปญหา...เพราะเรากําหนดเองและพิจารณาจากบริบทพื้นที่...” (สสว. - จ.) และ “...ปญหาสว นใหญ (การขาด
แคลนกําลังคน การเขาถึงขอมูล เวลา และอื่น ๆ)...เปนปญหาเล็กนอย...” (สสว. – ง) การสะทอนภาพของ
ปญหาที่กลับทิศทางกับการสัมภาษณขางตนอาจเกิดจากคานิยมและความเชื่อขององคกรในการจาง
บุคคลภายนอกผูมีความรูและความเช่ยี วชาญมาเปน ผดู าํ เนนิ การวจิ ยั ดงั การใหส ัมภาษณข อง สสว. - ข. “...ดึง
อาจารยมหาวิทยาลัยมาชวย ดึง พมจ. มาเปนนักวิจัยรวม...ทําใหไมมีปญหา...” ในทางหนึ่ง การจางหรือการ
สรางเครือขายการทํางานกับบคุ คลภายนอกผูมีทักษะตรงกับพันธกิจขององคกรยอมเปนเรื่องที่ดี เพราะทําให
ภารงานตามพันธกิจมีประสิทธิภาพและสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค แตในอีกทางหนึ่ง เทากับวาเปน “การ
โยน” หรือ “การปดปญหา” ไปใหกับผูปฏิบัติงาน แตทั้งนี้ ปญหาที่เกิดขึ้นกับการวิจัยในมุมหนึ่งคือ “ความ
ยาก” ของการทาํ งานหรอื การสานภารกิจใหส ําเร็จลุลวง ซง่ึ กค็ อื “ยาขม” ที่ทกุ องคกรจะตองประสบ แตถายา
ขมท่ีตองเผชญิ น้นั เกดิ ขึ้นจากคําส่งั หรอื นโยบาย “...ก็เปนสง่ิ ท่ีจะตอ งทาํ ปฏิเสธไมไ ด. ..” (สสว. - ข.)
3. ผลลพั ธ (output)
ดังที่คณะผูวิจัยไดนําเสนอไปในสองหัวขอขางตน คือ ปจจัยนําเขา และกระบวนการวิจัย ในสวนนี้
คณะผูวิจัยจะขอนําเสนอการวิเคราะหขอมูลจากการสัมภาษณในหัวขอผลลัพธจากการวิจัยซึ่งเปนประเด็นท่ี
เชือ่ มโยงมาจากปจจัยนําเขาและกระบวนการวจิ ัย ซง่ึ ในหวั ขอ นี้คณะผวู ิจยั จะมงุ เนนไปท่ี (1) การนําวิจัยไปใช
ประโยชนและ (2) ความไมชัดเจนของการนําผลการวิจัยไปใชประโยชน โดยรายละเอียดจะขอนําเสนอใน
ลําดับถัดไป
3.1 การนําวิจัยไปใชประโยชนเปนประเด็นหลักของงานวิจัยฉบับนี้ ซึ่งจากการสัมภาษณ สสว.
พบวา การนําวิจัยของ สสว. ไปใชประโยชนมักจะเชื่อมโยงกับแผนงานขององคกรปกครองสวนทองถิ่น หรือ
สอดคลองกับกลุมเปาหมายของหนวยงานตาง ๆ กลาวคือ สสว. แตละพื้นที่จะประชาสัมพันธหรือสงตอ
งานวิจัยของตนเองไปยังหนวยงานตาง ๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน ซึ่งหนวยงานตาง ๆ โดยเฉพาะอยางย่ิง
องคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือหนวยราชการในพื้นที่ก็จะนํางานวิจัยของ สสว. ที่มีอยูและที่สอดคลองกับ
ความตองการในการแกปญหาทางสังคมตาง ๆ ในบริบทเชิงพื้นที่ หรือนําไปใชขับเคลื่อนในการสรางนโยบาย
โครงการ หรือแผนแมบทในการแกปญหาและพัฒนาสังคม ในประเด็นนี้ สสว. 10 – สุราษฎรธานี ได
145
ยกตัวอยางการนํางานวิจัยไปใชประโยชนที่เห็นเปนรูปธรรมของหนวยงานในพื้นที่ คือ “รายงานวิจัยรูปแบบ
การปอ งกนั และแกไขปญหาขอทานแบบมีสว นรวม”139140 ซึง่ เปนการบูรณาการการทําวิจัยรว มกันระหวาง สสว.
1-11 โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการนําผลการวิจัยดังกลาวไปปรับใชเพื่อแกไขปญหาขอทานในพื้นท่ี
เกาะสมุย จ.สุราษฎรธานี โดยมีการประชาสัมพันธแกสาธารณะในวงกวางภายใตคําขวัญ (slogan) ที่วา
“เลอื ก-กอ น-ให ใหอ ยางมีเหตุผล” ซ่งึ จากการนาํ วจิ ัยไปใชป ระโยชนในลักษณะดังกลาวก็เปน ภาพสะทอนของ
การตั้งโจทยวิจัยของ สสว. ที่จะตองสอดคลองกับสภาพปญหาทางสังคมในบริบทเชิงพื้นที่และมุงเนนไปท่ี
กลุมเปาหมาย (ดังที่กลาวเอาไวใ นสวนปจ จัยนําเขา หัวขอโจทยวิจัยและสถานการณทางสังคม) ทั้งนี้ จากการ
นําการวิจัยไปใชประโยชนทําใหเห็นภาพของตัวแสดงอื่น ๆ ที่อยูในวงรอบของการวิจัยไดชัดเจนมากยิ่งขึ้น
กลาวคือ องคกรปกครองสวนทองถิ่น หนวยงานราชการอื่น ๆ หนวยงานภาคเอกชน ภาคประชาชน และ
ประชาชนทว่ั ไปผูเปนกลมุ เปาหมายของงานวจิ ัยตาง ๆ นับไดว า เปน “ผูม สี วนไดเ สีย” (stakeholders) กบั การ
วิจัยและการนําการวิจยั ไปใชประโยชน ซึ่งตัวแสดงตาง ๆ เหลานี้ลวนตอ งสัมพันธและมีอิทธิพลตองานวิจัยไม
มากกน็ อย ซง่ึ เปน ประเดน็ ท่ีคณะผูวิจัยจะตองทําการศึกษาตอไป
เมื่อถามถึงสาเหตุที่หรือเงื่อนไขที่หนวยงานอื่น ๆ นําผลงานวิจัยของ สสว. ไปใชประโยชนในการ
ผลักดันเชงิ นโยบาย หรอื ประยุกตใชเปนแผนแมบท สสว. สวนใหญไดสะทอนความคิดเห็นในประเด็นดังกลาว
โดยอาจแบงออกเปน 3 สาเหตุหลักดวยกัน กลาวคือ 1. ความเชื่อมั่นของหนวยงานอื่นที่มีตอ สสว. กลาวคือ
หากพิจารณาถึงหนวยงานที่ทําการเก็บรวบรวมขอมูลและผลิตสรางองคความรูที่เกี่ยวของกับสถานการณ
ปญหาในบริบทเชิงพื้นที่ สสว. มีหนาที่โดยตรงในการตอบสนองตอหนาที่และความรับผิดชอบในมิติดังกลาว
เชน กองอาํ นวยการรักษาความมัน่ คงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. จะแสดงความตองการในงานวิจัยท่ี
เกี่ยวของกับประเด็นดานการคามนุษยเสมอ เพราะเปนประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับพันธกิจหลักของ กอ.รมน.
(สสว. - ข.) 2. ภารกิจของหนว ยงานอน่ื ๆ มคี วามเกีย่ วขอ งกับงานวิจยั ของ สสว. โดยตรง ดังท่ีแสดงตวั อยางไว
ในขอที่ 1 และ 3.) การของบประมาณเพื่ออนุมัติโครงการของหนวยงานอื่น ๆ ซึ่งการของบประมาณเพื่อขอ
ดําเนินโครงการตาง ๆ จะตองอางอิงขอ มูลจากผลงานวจิ ยั เพื่อสรางขอยืนยันหรือเปนหลักฐานเชงิ ประจกั ษให
เห็นความสําคัญของปญหาและความสําคัญของโครงการท่จี ะตองดําเนินการเพื่อแกไขปญหาดงั กลาว งานวิจัย
ของ สสว. จึงมกั ถูกหนว ยงานอื่น ๆ นําไปใชประโยชนดวยเหตผุ ลท่ีกลาวมาขา งตน
แตทั้งนี้ การนําไปใชประโยชนจากงานวิจัยดังกลาว คณะผูวิจัยยังไมเห็นภาพที่ชัดเจนเพราะยังขาด
ผลกระทบ ผละสะทอน และผลสะเทือนจากการนําวิจัยของ สสว. ไปใชประโยชนทั้งในมิติสาธารณะ มิติเชิง
พื้นที่ หรือมิติเฉพาะตอกลุมเปาหมาย เพราะมีแตเพียงนําไปใชในการกําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร หรือ
แผนงานของหนวยงานปกครองในพน้ื ที่เทา น้ัน
3.2 ความไมชัดเจนของการนําวิจัยไปใชประโยชนอาจเกิดจากสาเหตุ 2 ประการ กลาวคือ 1. การ
ไมมีระบบติดตามผลซึ่งจะเปนกลไกที่สะทอนถึงผลลัพธของงานวิจัย และ 2. ไมมีกลไกการประสาน
140 ดูขอมูลไดจาก สํานักงานสงเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1-12. (2561). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณโครงการวิจัยรูปแบบการปองกันและ
แกไขปญ หาขอทานแบบมีสว นรวม. สืบคน จาก https://drive.google.com/file/d/1XIo9EGyT6zNpl8_mx5y8heZnm7K8pVq8/view.
146
ผลประโยชนรวมในการนําองคความรูจากงานวิจัยไปใชประโยชนระหวาง สสว. กับหนวยงานอื่น ซึ่งจากการ
ยกตัวอยา งโครงการรูปแบบการปองกันและแกไขปญหาขอทานแบบมีสว นรว มขางตน สสว. 10 - สรุ าษฎรธ านี
ก็กลาวถึงประเด็นปญหาในทํานองเดียวกันวา “...สิ่งที่ขาดคือ...การติดตามผลจากการนําวิจัยไปใชประโยชน
...” จึงอาจกลาวไดวา ทําใหกระบวนการวิจัยขาดชวงและองคความรูไมตอเนื่อง ทําใหไมเห็นภาพของ
ความสาํ เรจ็ จากการนาํ งานวิจยั ไปใชประโยชนท่ีชัดเจนและสงผลสะเทือนตอการเปล่ยี นแปลงและพัฒนาสังคม
อยางยง่ั ยนื
4. ความทาทายของการวจิ ยั (Research challenges)
จากบริบทการทําวิจัยของ สสว. และจากการตั้งขอสังเกตของคณะวิจัยดังที่ไดกลาวไวทั้งหมดขา งตน
คณะผวู จิ ยั ยังมขี อสงั เกตอีก 7 ประการท่ีนาํ ไปสคู วามทาทายกระบวนการวิจัยของ สสว. โดยมีรายละเอียดดงั นี้
ความทาทายประการแรก การตั้งโจทยวิจัยของ สสว. แมวาจะสามารถตั้งโจทยวิจัยตามความสนใจ
ของแตละเขตพื้นท่ีไดดวยตนเอง แตโจทยวิจัยดังกลาวถูกยึดติดกับ “กรอบ” และเงื่อนไขที่สลับซับซอน
โดยเฉพาะอยางยิ่งกรอบนโยบายการขออนุมัติโครงการและการจัดสรรงบประมาณการวิจัยของ สกสว. และ
ววน. ทําใหกลายเปน “เพดาน” หรือเปนเงื่อนไขบังคับวา สสว. “ทําอะไรไดบาง” และ “ทําอะไรไมไดบาง”
สงผลทําใหทางเลือกในการเลือกหัวขอทําวิจัยของ สสว. นั้นมีนอย หรือแคบ งานวิจัยหรืองานการศึกษาท่ี
ปรากฏในปจจุบันจึงมีลักษณะเปนไปในทิศทางเดียวกัน หรือมีความคลายคลึงกัน ไมมีประเด็นอะไรที่เปน
ความทา ทายใหม หรือเปน ประเด็นใหม เพียงแตเปนการวจิ ัยหรืองานการศึกษาที่อิงกับสถานการณ และ/หรือ
บริบทเชงิ พืน้ ทีเ่ ทาน้นั น่ีจงึ อาจเปน ประเด็นหน่ึงที่เปนความทาทายของ สสว. และหนวยงานที่เกี่ยวของในการ
สลัดทิ้งกรอบ หรือ “ปลดแอก” ตนเองออกจากกรอบ เพื่อใหเกิดความทาทาย และการสรางหัวขอวิจัยที่มี
ความสรางสรรค หรอื เปนนวตั กรรมทางสงั คมที่สามารถตอบสนองตอปญหาไดตรงกบั สภาพความเปนจริงมาก
ทส่ี ุด
ความทาทายประการที่สอง หากพิจารณาจากบริบทสถานการณในเชิงพื้นที่ ซึ่ง สสว. ในแตละเขต
พื้นที่มีอิสระในการกําหนดหัวขอ วจิ ัยไดดว ยตนเองเปน หลกั การตั้งโจทยว ิจยั และการผลิตงานวิจยั ซึ่งเปนหน่งึ
ในภารกิจของ สสว. ตามโครงสรางอํานาจและโครงสรางหนาที่ของหนวยงานตาง ๆ ภายใตกระทรวงพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษยจะเปนไปในลักษณะจาก “จากลางสูบน” (bottom – up) เพราะโดย
หลกั การแลวงานวจิ ัยและงานการศึกษาตาง ๆ จะถกู นาํ ไปใชเปน แหลงอางอิง หรอื นาํ ไปถอดบทเรียนเพื่อปรับ
ใชเปน แผนแมบท หรือถูกผลกั ใหเ ปนวาระเชงิ นโยบายทีน่ าํ ไปสกู ารพฒั นาเปนนโยบายปฏิบตั ิในระดับบน และ
ระดับตาง ๆ ตอไป แตหากพิจารณาโดยยึดประเด็นที่เปนวาระแหงชาติที่ถูกกําหนดโดยรัฐบาล หรือนโยบาย
และกรอบยุทธศาสตรของกระทรวงที่ตองการแกไขปญหาสังคมในมิติตาง ๆ รวมไปถึงเกณฑการขออนุมัติราง
โครงการวจิ ยั และงบประมาณจาก สกสว. และ ววน. ซึ่งเปนเงือ่ นไขสําคัญของการตัง้ โจทยวจิ ยั ของ สสว. อาจ
อนมุ านไดว า การทาํ งานวจิ ัยเพื่อตอบสนองตอภารกิจขององคกรและสังคมเปนไปในลักษณะ “จากบนลงลาง”
(top-down) จึงอาจกลาวไมไดอยางเต็มที่วา “สสว. มีอิสระในทางวิชาการ” ซึ่งในประเด็นนี้เปนเพียง
147
ขอสังเกตประการหนึ่งที่คณะผูวิจัยจะตองทําการศึกษาที่จะนําไปสูนิยามในลักษณะการทํางานวิจัยของ สสว.
ตอ ไป
ความทาทายประการที่สาม จากสถานการณทางสังคมทั้งในบรบิ ทเชิงพื้นที่และที่เปนวาระแหงชาติท่ี
นํามาสูโจทยวิจัยและกระบวนการวิจัย เปนไปในลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (action research) โดยมี
ปญหาในบริบทเชงิ พน้ื ท่ี หรอื กลุมเปาหมายเปนตวั ตงั้ ในการนําไปสโู จทยวจิ ัย ซ่งึ เปน ไปในลกั ษณะการวิจัยที่มุง
ตอบสนองตอประเด็นปญหาในเชิงพื้นที่ (area-based research) และปญหาในเชิงกลุมเปาหมาย (target-
based research) เปน หลกั เม่อื การวจิ ัยไดดําเนนิ การสําเร็จลลุ ว งแลวไมม ีการพัฒนาตอยอดองคความรู ทั้งน้ี
ขอจํากัดดังกลาว อาจมีสาเหตุมาจากกรอบนโยบายและพันธกิจขององคกรที่มุงแกไขปญหาสังคมโดยตองยึด
โยงกับเง่ือนไขของเวลา (ปง บประมาณ) และบรบิ ทเชิงพน้ื ท่ีมากกวา ทจ่ี ะเปนการสรา งองคค วามรอู ยางตอเนื่อง
จึงเปนความทาทายที่สําคัญอีกประการหนึ่ง ซึ่งอาจเปนกับดักเชิงระบบที่ทําใหผลงานวิจัยไมมีความตอเนื่อง
และไมมีความยัง่ ยนื ในการนาํ ผลของการวจิ ยั ไปสกู ารปฏบิ ัติ
ความทาทายประการทส่ี ี่ ความตง้ั ใจที่อยากจะทาํ งานวิจัยของนกั วิจัยเอง ดังท่ีกลาวไปขางตนวา การ
ตั้งโจทยวิจัยที่ตอ งยึดโยงกับนโยบายของกระทรวง สถานการณทางสังคม และแหลงทุน อาจสงผลใหงานวจิ ัย
และงานการศึกษาไมมีประเด็นอะไรที่เปนประเด็นใหม หรือสรางองคความรูที่มีลักษณะหลากหลาย เพราะ
ทางเลือก หรือตัวเลือกหัวขอวิจัยนั้นมีจํากัด ความตองการหรือแรงขับที่จะกําหนดหัวขอวิจัยของนักวิจัยใน
พืน้ ท่ีจงึ ตอ งถูกกําหนดหรือถกู ผูกตดิ กบั ประเด็นดังกลาวดวยเชนกัน ดังนั้น จึงอาจสง ผลตอความคิดสรางสรรค
ในการกําหนดหัวขอวิจัย หรือโจทยวจิ ยั ใหม หรืออาจรวมไปถึงความทาทาย ศักยภาพ และแรงผลักดนั ในการ
ทํางานของบุคลากรในองคก รดว ย
ความทาทายประการที่หา การเรงขีดความสามารถและการเสริมสมรรถนะ ประสบการณ ความรู
ตลอดจนทักษะในกระบวนการวิจัยใหกับบุคลากร รวมไปถึงการสรางระบบฐานขอมูลการวิจัยที่มีเสถียรภาพ
และเขา ถึงไดอยางมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อกี ทัง้ สรางแรงจูงใจใหกับบุคลากรดว ยการปรับปรุงและพัฒนา
กลไกในการเติบโตทางสายอาชีพที่สอดคลองกับความตองการของบุคลากร อาจจะเปนอีกปจจัยหนึ่งที่ชวย
สรางภูมิคุมกันทางปญญาใหกับ สสว. ในการปองกันการสูญเสียบุคลากรผูมีความรูความสามารถ และชวย
เสริมสรา งระบบการวิจัยใหม คี วามแขง็ แกรง อีกดว ย
ความทาทายประการที่หก ในประเด็นการจางอาจารยมหาวิทยาลัยซึ่งเปนบุคคลภายนอกมา
ขบั เคลอ่ื นกระบวนการวิจัยของ สสว. หากอาจารยมหาวทิ ยาลัยจากภายนอกไมต อบรบั การเขารว มทาํ วิจัย จะ
สงผลตอการอนุมัติโครงรางวิจัย การดําเนินการวจิ ัย และความตอเนื่องในการทําวิจัยหรือไม หรือกลาวอีกนยั
หนึ่ง ความตองการทําวิจัยของบุคลากรผูมีความรูความเชี่ยวชาญและทักษะการทําวิจัยจากภายนอกจะสงผล
ตอ กระบวนการวจิ ยั ของ สสว. อยางมีนัยสําคัญหรือไม
ความทาทายประการที่เจ็ด ในปจจุบัน (2564) มีการราง “พระราชบัญญัติสงเสริมการใชประโยชน
ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ...” ซึ่งกระทรวงวิอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมเปนผูเสนอราง
พระราชบัญญตั ดิ ังกลา ว และคณะรฐั มนตรไี ดเ หน็ ชอบในรางพระราชบญั ญัติดงั กลาวแลวเมื่อวนั ท่ี 22 ธันวาคม
148
2563 141 และคาดวา จะมีการประกาศใชพระราชบญั ญตั ิฉบับดังกลาวโดยเร็ว เพอ่ื ใหสอดคลองกับความจําเปน
140
เรงดว นในการปฏริ ูปประเทศทางดานเศรษฐกิจและสังคม141142 โดยใจความสําคัญของรา งพระราชบัญญัติฉบับน้ี
เพื่อผลักดันและสนับสนุนการนําผลการวจิ ัยไปใชประโยชน “ในเชิงพาณิชยหรือสาธารณะประโยชน หรือเพื่อ
การศึกษา คนควา ทดลอง หรือวิจัย”142143 (ตามมาตรา 3) ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงตอการปรับเปลี่ยนโครงสราง
ความสัมพันธระหวาง “ผูใหทุน” ซึ่งเปนหนวยงานรัฐ และ “ผูรับทุน” ซึ่งเปนหนวยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ
หนวยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา หรือสถาบันการวิจัย ซึ่งเปนคูสัญญาของผูใหทุน143144 จะตองมีพันธะ
ทางกฎหมายระหวางกันในเรือ่ งสิทธิ กรรมสิทธิ์ และการนําผลงานวิจัยไปใชประโยชน ถึงแมวา หากพิจารณา
อยางผิวเผินรางพระราชบัญญัติฉบับนี้มุงการสรางภาระผูกพันธในเชิงพาณิชยระหวางรัฐกับเอกชน หรือ
ระหวางเอกชนดวยกันเองมากกวาที่จะมุงเนนผลประโยชนในเชิงสาธารณะ แตก็มีประโยคหนึ่งที่สามารถ
นําไปสูการตีความในเจตนารมณในขอกฎหมายที่ครอบคลุมไปไกลกวาประโยชนในเชิงพาณิชยคือ
“ผลงานวจิ ัยและนวตั กรรม” น้นั คลอบคลมุ “...ประโยชนอ ยางอ่นื ในทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเปน พื้นฐาน
ของการพัฒนาประเทศ...”144145 ซึ่งประโยชนอยางอื่นในทางสังคมและเปนไปเพื่อสาธารณะประโยชน เปนหนึ่ง
ในพันธกจิ หลกั ของ สสว. ดวยเชน กนั อีกทั้ง สสว. ยงั เปนหนวยงานของรัฐท่ีไดร ับเงินสนบั สนุนการทําวิจัยจาก
งบประมาณแผนดินเปนหลัก จากเหตุผลทั้งสองประการขางตน จึงสามารถอนุมานไดวา สสว. ยอมไดรับ
ผลกระทบในวิถีการวิจัยและการผลิตสรางองคความรูจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ไมมากก็นอย แตผลกระทบ
ดังกลาวจะสงผลตอรปู แบบการทาํ วิจยั ของ สสว. อยางไร จะเปนแรงเสียดทานหรือเปน แรงกระตุนในการผลิต
งานวิจัยและการนาํ ผลงานวจิ ัยของ สสว. ไปใชประโยชนหรอื ไมและมากนอยเพียงใด เปนสง่ิ คณะผูวิจัยจะตอง
ประเมินและทําการศึกษาตอ ไปใสนอนาคต
5. สรปุ : ภาพรวมการดาํ เนินการวจิ ัยของ สสว.
กลาวโดยสรุป กระบวนการวิจัยของ สสว. ทั้งหมดตั้งแต “ตนนํ้า-กลางนํ้า-ปลายนํ้า” จะประกอบไป
ดวย 1. ปจจัยนําเขาที่นําไปสูการสรางกระบวนการวิจัยของ สสว. ซึ่งจะประกอบไปดวย สถานการณทาง
สงั คมในเชงิ พน้ื ท่ี หรอื ทเี่ ปน วาระแหงชาติ ยทุ ธศาสตรชาติ หรือยุทธศาสตรก ระทรวง โดยอาจมตี วั เลขทางสถิติ
และงานวจิ ยั ทีม่ อี ยเู ดิมเปน หลักฐานเชงิ ประจักษถึงความเขม ขน ในประเด็นปญหาทางสงั คมในดานตาง ๆ ซึง่ จะ
141 สอวช. (2563). ครม. เห็นชอบ ราง พ.ร.บ. สงเสริมการใชประโยชนผ ลงานวจิ ัยและนวตั กรรม พ.ศ. … ผลกั ดันเปนวาระเรง ดวนสอดคลอง
การปฏิรูปประเทศดานเศรษฐกิจ พรอมเขาสูการพิจารณาของคณะกรรมาธิการรวมสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภา กอนประกาศใช คาดวา
แลว เสรจ็ ภายใน 3 เดือน. สืบคนจาก https://www.nxpo.or.th/th/6549/.
142 เพ่ิงอา ง.
143 ดูเพ่ิมเติมไดจ าก บันทึกขอ ความ ท่ี สผ ๐๐๑๗.๐๘/ วนั ท่ี มกราคม ๒๕๖๒ เรอื่ ง “รา งพระราชบัญญตั ิสง เสรมิ การใชป ระโยชนผลงานวจิ ัย
และนัวตกรรม พ.ศ. ...” สํานักกรรมาธิการ ๑ คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สืบคนจาก https://edoc.parliament.go.th/
getfile.aspx?id=704518&file=Economic025.Q1.pdf&download=1. ในสว นเอกสารแนบ หนา 2-3.
144 เพ่งิ อาง.
145 เพิ่งอาง.
149
นํามาสูการตั้งโจทยหรือหัวขอวิจัยในแตละพื้นที่ หรือเปนการตั้งหัวขอวิจัยแบบบูรณาการทุกภาคสวนของ
สสว. โดยมี สสว. พื้นที่ใดพืน้ ท่ีหน่ึงเปน “หัวหนาทีมหลัก” ในการขับเคล่ือนกระบวนการวจิ ยั โดยมี สสว. เขต
พนื้ ที่อืน่ ๆ เปน “ทมี วจิ ยั ” หรอื “ผชู วยวจิ ัย” แตทั้งนี้ หวั ขอ วจิ ยั ดงั กลาวจะตอ งสอดคลอ งกบั ประเด็นการวิจัย
ท่ี สกสว. เปน ผูกําหนด โดยตอ งขออนุมัตโิ ครงการและการจัดสรรงบประมาณการวจิ ยั จาก ววน. อกี ทงั้ ยงั ตอง
สอดคลอ งกับเครื่องมือ OKRs และระบบ NRIIS ในประเดน็ ดานผดู าํ เนินการวจิ ยั สสว. ทกุ พืน้ ที่จะจางอาจารย
มหาวิทยาลัยซึ่งเปนบุคคลภายนอกมาเปนผูดําเนินการวิจัย หรือเปนที่ปรึกษาโครงการ โดย สสว. ยังคงเปนผู
ควบคุมการปฏิบัติการวิจัยทั้งหมด ซึ่งจะนําไปสู 2. กระบวนการวิจัย ซึ่งกระบวนการวิจัยของ สสว. จะใช
บุคลากรของ สสว. ในแตละพื้นที่เปนผูเก็บขอมูลการวิจัยเอง แตถาประสบปญหาดานการขาดแคลนกําลังพล
ในการเก็บขอมูล หรอื ความเส่ียงภัยจากการเขาถงึ ขอมูล สสว. จะสรางภาคเี ครือขายนักวจิ ัยรวมกับหนวยงาน
บริการประชาชนในทองที่ เชน อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย หรือ “อพม.” ซ่งึ จะเปนผูที่
มีความรแู ละคุนเคยกบั บริบททางสงั คมในทองที่ อีกทัง้ ยงั มคี วามคุนชินกบั กลมุ เปา หมายของงานวิจัย จงึ ทําให
มีศักยภาพและประสิทธิภาพในการเขาถึงขอ มูลไดดีกวาการใชน ักวิจัยซ่ึงเปนบุคคลภายนอกพื้นท่ี ซึ่งหลักจาก
เก็บรวบรวมขอมูลแลวก็จําไปสูขั้นตอนการวิเคราะหและประมวลผลขอมูล ซึ่งในขั้นตอนนี้ ณ สถานการณ
ปจจุบัน (ป 2564) จากการสัมภาษณพบวา บทบาทในการวิเคราะหและประมวลผลขอมูลยังเปนหนาที่ของ
อาจารยมหาวิทยาลัยซึ่งเปนบุคคลภายนอก เพราะมีความรูและทักษะในการแปรผลขอมูลใหมีความเท่ียง
ความตรง และความนาเชื่อถือของขอมูลไดดีกวา ซงึ่ หลังจากแปรผลขอมูลและสรปุ ผลการวิจยั แลว สสว. จะมี
การประชาสมั พันธง านวิจัยของตนผา นหนาเว็บไซตของแตล ะพื้นที่ หรอื ผานชองทางการส่ือสารเชิงดิจิทัลตาง
ๆ (digital communication channels) แกสาธารณะ อาทิ แอพพลิเคช่นั ไลน เปนตน
องคประกอบสุดทาย 3. ผลลัพธที่ไดจากการวิจัยจะถูกเผยแพรสูองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
หนวยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในฐานะผูมีสวนไดเสียกับงานวิจัยดังกลาว โดย
หนวยงานปกครองสวนทองถิ่นหรือหนว ยงานราชการในทองที่มักจะนาํ งานวิจัยของ สสว. ไปใชอางอิงเพื่อตอ
ยอดองคความรูและผลักดันกลายเปนแผนนโยบาย ยุทธศาสตร หรือโครงการในการพัฒนาสังคมตาง ๆ แต
ท้งั นี้ กระบวนการวจิ ยั ขา งตน ยงั ขาดความตอเน่ืองในวัดและประเมนิ ผลผลลัพธทีเ่ กิดข้ึนจากการวิจยั รวมไปถึง
ภาพของการวิจัยท่ีถูกนําไปใชประโยชนในการเปลี่ยนแปลงสังคมอยางชัดเจน และเพื่อใหเห็นภาพของ
กระบวนการวิจัยของ สสว. ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น คณะผูวิจัยจึงจัดทําแผนภาพกระบวนการวิจัยดังที่นําเสนอ
ขา งลา งนี้
ภาพกระบวนการวจิ ัยของสาํ นกั งานส
สง เสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ (สสว.)
ภาคผนวก 5
ประมวลโครงการวจิ ยั เก่ยี วกับ “ผูส งู อายุ” ในป พ.ศ. 2559-2563
จากระบบขอมลู สารสนเทศวจิ ยั และนวัตกรรมแหง ชาติ
ป พ.ศ. 2559
ชอ่ื โครงการ ช่อื นกั วิจัย หนว ยงาน
1. สขุ ภาพและระบบบริการสาธารณสขุ
กรอบการยอมรับการแพทยทางไกลสาํ หรับ นางอัจฉรา ธารอุไรกลุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระ
การใหบ รกิ ารเชงิ รุกในสงั คมผสู ูงอายุ จอมเกลา ธนบรุ ี
ผลของการสวดมนตและการแผเมตตาตอ นายนิวตั ิ เทพาวราพฤกษ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
คลื่นสมองและการทํางานของระบบ
ประสาทอัตโนมัติในกลุมนักศึกษา
การพฒั นาผลิตภัณฑขา วไรซเ บอรร ีเ่ สรมิ ดร. มะลิ สโรบล มหาวิทยาลยั ราชภัฏ
โภชนาการแบบกึง่ สาํ เร็จรปู ท่ีมแี อนโธไซ มหาสารคาม
ยานินสูงเพ่อื สุขภาพสาํ หรับผูสงู อายุ
การสง เสริมการดูแลสขุ ภาพของผสู งู อายุ นางสาวอรนุช วงศว ฒั นาเสถียร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
โดยใชภ ูมิปญ ญาพืน้ บา นของไทยแบบมสี วน มหาสารคาม
รว มของชมุ ชน ตําบลแวงนาง อาํ เภอเมือง
จังหวดั มหาสารคาม
การพัฒนารูปแบบการออกกําลังกายโดยใช ผชู วยศาตราจารย ดร. ศรญั ญา มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยสี รุ
การฟอนราํ พ้นื บานเปนฐานสาํ หรับผสู งู อายุ จฬุ ารี นารี
จังหวดั สรุ ินทร
การวัดและวเิ คราะหสัดสว นรางกายของผูใช รศ.ดร. พรศิริ จงกล มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีสรุ
รถเขน็ น่ัง นารี
การศกึ ษาและพฒั นาระบบสนบั สนุนการ นายอทุ ศิ จติ เงนิ กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
ดูแลสขุ ภาพและการคุมครองผูบรโิ ภคใน
กลุมผสู งู อายทุ ี่อาศัยลําพังโดยการมีสวนรว ม
ของรัฐ ทองถ่นิ และชุมชน
ตํารับอาหารพืน้ เมืองในการปองกันภาวะ ผศ. ปย ะภร ไพรสนธิ์ มหาวทิ ยาลยั แมฟาหลวง
โลหิตจางจากการขาดสารอาหารในผูส งู อายุ
ภาคเหนือตอนบน
152
ชื่อโครงการ ชอื่ นกั วจิ ัย หนว ยงาน
การศกึ ษาความสัมพันธระหวางคา ดชั นมี วล นางสาวกวีญา สนิ ธารา มหาวิทยาลยั บูรพา
กาย คาดัชนีความสูงของโคงฝา เทา และ
การทรงตวั ในผสู ูงอายุ
การพฒั นารูปแบบการสงเสริมสุขภาพ นางศรีวรรณ ทาวงศมา กรมอนามัย
ผูสงู อายุชาวไทยภเู ขาเผา กะเหรยี่ ง พื้นที่
หมูบา นพัฒนาเพ่ือความมั่นคงพ้ืนที่ชายแดน
ตามแนวทางพระราชทานพระบาทสมเด็จ
พระเจาอยหู วั ฯ จังหวัดแมฮองสอน
ระบบการสงเสริมสุขภาพผสู ูงอายุ นายเอกชัย เพยี รศรีวชั รา กรมอนามยั
มาตรฐานบริการสง เสริมสขุ ภาพผสู ูงอายุใน นายเอกชยั เพยี รศรวี ชั รา กรมอนามัย
โรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล
มาตรฐานบรกิ ารสง เสรมิ สุขภาพผูสงู อายุใน นางสาวพวงเพ็ญ ชัน้ ประเสริฐ กรมอนามัย
โรงพยาบาลชมุ ชน
การพฒั นาระบบดูแลสุขภาพผสู งู อายใุ น นางนัยนา หนนู ิล มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ
ชุมชนจงั หวัดนครศรีธรรมราช
การประยุกตใ ชภ ูมปิ ญญาทองถน่ิ เพื่อการ นางสาวสายฝน เอกวรางกรู มหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ
สรา งเสริมสุขภาพผูสูงอายุในชมุ ชน
การปอ งกันและการจัดการปญหาสขุ ภาพ ผศ.ดร. เรวดี เพชรศิราสณั ห มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ
ทัว่ ไปท่ีพบบอยในผูสูงอายุ
การจดั การปญหาความเจ็บปวยเรือ้ รงั ของ นางสาวเจนเนตร พลเพชร มหาวิทยาลยั วลัยลกั ษณ
ผสู งู อายุในชุมชน
การลดคาใชจา ยดานการรกั ษาพยาบาลขอ อาจารย ดร. อรทัย นนทเภท มหาวิทยาลยั วลัยลักษณ
ผูสงู อายุ โรงพยาบาลสงเสรมิ สุขภาพระดับ
ตาํ บลบา นประดหู อม อําเภอทา ศาลา
จงั หวดั นครศรธี รรมราช
การพฒั นารูปแบบการจัดการกฬี าเพ่ือ นายวิชติ อิม่ อารมย มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร
สุขภาพเชิงสรา งสรรคส าํ หรบั ผสู งู อายุ
จงั หวดั นครปฐม
การวเิ คราะหสถานการณการดูแลผูสูงอายุที่ นางสาวไพรวัลย โคตรตะ มหาวิทยาลยั ราชภัฏ
มีภาวะสมองเส่ือมในจังหวัดอุบลราชธานี อบุ ลราชธานี
การประยุกตใชระบบควบคุมสาหรบั รถนง่ั ผู ผูช วยศาสตราจารย คมสัน มุยสี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏราํ ไพ
พิการชนดิ มือบังคับการเคลื่อน พรรณี
ชอื่ โครงการ ชือ่ นักวจิ ัย 153
หนว ยงาน
การพฒั นาแอพพลิเคชั่นสนบั สนุนการดูแล นางปตพิ ร จูปราง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าช
สขุ ภาพของผูสงู อายุบนอปุ กรณไรสาย มงคลกรุงเทพ
มหาวิทยาลัยการกีฬา
นวัตกรรม Balance testing fun ทีม่ ีผลตอ ผศ.ดร. อภิวันท โอนสูงเนนิ แหงชาติ
ความสามารถในการทรงตัวของผูสูงอายุ มหาวทิ ยาลัยการกีฬา
แหง ชาติ
การออกกาํ ลังกายแบบผสมผสานเพอ่ื นางพรรณิภา กาวิละ มหาวิทยาลยั การกีฬา
พัฒนาความสามารถในการทรงตวั ของ แหง ชาติ
ผูสงู อายใุ นพืน้ ทภี าคเหนือ ตอนบน จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั
ผลของการใชรูปแบบการเตน แอโรบิก นายกฤษณะ อรณุ โชติ จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั
สาํ หรบั ผูม ภี าวะนํ้าหนักตัวเกินในคนอวน
และผสู งู อายุ จงั หวดั ปทุมธานี มหาวทิ ยาลัยกาฬสนิ ธุ
การขาดวิตามินดแี ละภาวะกระดกู พรุนใน นายสารชั สนุ ทรโยธนิ มหาวิทยาลยั ราชภัฏบรุ รี มั ย
ผูสูงอายุท่ีติดเช้ือเอชไอวีและไมต ิดเชื้อเอช มหาวิทยาลัยราชภัฏบรุ รี มั ย
ไอวีในประเทศไทย มหาวทิ ยาลยั นราธิวาสราช
นครินทร
การวเิ คราะหหาปจ จยั เสย่ี งและการตดิ ตาม ศาสตราจารย นายแพทย
ความเส่ยี งตอ การหกลม ในชวงเวลากลางคนื รุงโรจน พทิ ยศริ ิ มหาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ
ของผสู งู อายโุ ดยใชผูปว ยพารกินสันเปน ราชวทิ ยาลัย
ตนแบบในการศึกษา
การวจิ ยั เชงิ ปฏบิ ัติการแบบมีสวนรว ม เพ่ือ นายธวชั ชัย เคหะบาล
พฒั นานโยบายสาธารณะเพอื่ สขุ ภาพ
ผูสงู อายใุ นทองถ่นิ :กรณีศกึ ษาตําบลยอด
แกง อําเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ
การพัฒนารปู แบบกิจกรรมทางกายทม่ี ีผล นายกริชเพชร นนทโคตร
ตอ สุขภาพของผสู ูงอายุ
การพัฒนาทา มวยไทยโบราณที่มีผลตอ นายบาล ชะใบรัมย
สมรรถภาพทางกายของผสู งู อายุ
ประสบการณของผูสงู อายใุ นการใชภูมิ นางสาวรสสุคนธ แสงมณี
ปญ ญาทองถน่ิ ในการดแู ลตนเองขณะที่มี
ภาวะความดันโลหิตสงู ทามกลางความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมในจงั หวดั
นราธิวาส
รปู แบบพฤติกรรมสรา งเสริมสุขภาพของ ฤทธิชัย แกมนาค
ผสู งู อายโุ รงเรยี นผสู งู อายวุ ัดหัวฝาย ตําบล
สันกลาง อําเภอพาน จังหวัดเชยี ราย
154
ชอื่ โครงการ ช่ือนกั วิจัย หนวยงาน
มหาวิทยาลัยนเรศวร
การสาํ รวจสมนุ ไพรสําหรบั โรคท่ีเกิดจาก รศ. กรกนก อิงคนนิ นั ท มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงใหม
การเส่ือมในผูส งู อายุ โดยรอบมหาวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชยี งใหม
นเรศวร ระยะ 2
มหาวิทยาลัยราชภฏั เชยี งใหม
การพัฒนาระบบสารสนเทศเพือ่ ใหความรู นางสาวภัทราพร พรหมคําตนั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชียงใหม
โรคหลอดเลือดสมองตบี กรณีศกึ ษา: มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชยี งใหม
โรงพยาบาลนครพิงค จังหวัดเชยี งใหม มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
มหาวิทยาลยั มหิดล
การพัฒนารูปแบบการเสรมิ สรา งสุขภาพ รองศาสตราจารย ดร. สามารถ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
ผูส งู อายุโดยใชภ มู ิปญ ญาพนื้ บานลานนา ใจเต้ีย มหาวิทยาลยั มหดิ ล
เปนฐาน องคก ารบริหารสว นตาํ บลสะลวง
อําเภอแมริม จงั หวดั เชยี งใหม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าช
มงคลอีสาน
การศกึ ษาภาวะสขุ ภาพและพฤตกิ รรมการ นางสาวณัทธร สขุ สที อง
สรา งเสริมสขุ ภาพของผูสงู อายุ
การพฒั นาบทเรียนวิทยาศาสตรทองถิ่น รองศาสตราจารย ดร. สามารถ
เรอื่ ง การเสริมสรางสุขภาพจิตผสู ูงอายุดวย ใจเตีย้
ภมู ปิ ญญาพื้นบานลา นนาดานจิตบาํ บัด
การพฒั นารปู แบบการเสริมสรา งภาวะ นางมจุ ลนิ ท แปงศิริ
โภชนาการผสู งู อายดุ วยภมู ปิ ญญาพื้นบา น
ลานนาดา นอาหารพ้ืนบาน
แผนงานวิจัยเพอ่ื พัฒนายาและผลิตภัณฑ ศ.ดร. ปทุมรัตน ตจู ินดา
สําหรับการรักษาและบรรเทาอาการของโรค
ท่ีเกิดในผสู งู อายุ
ระบบเฝาระวังและแจง เตือนการลมสาํ หรับ ผศ.ดร. ลลิตา นฤปย ะกลุ
ผทู พุ ลภาพและผสู ูงวัย
งานวจิ ัยทางชวี วทิ ยาศาสตรค อมพิวเตอร ผศ.ดร. ลลติ า นฤปย ะกลุ
เพ่ือสขุ ภาพและการมีอายสุ ูงข้ึนของ
ประชากรไทย
การวเิ คราะหต น ทนุ ตอประสิทธิผลของ นางสาววิราพรรณ วิโรจนรัตน
โปรแกรมการควบคมุ ตวั เองโดยใชร ูปแบบ
พยาบาลเปนผนู ําในการดแู ลสุขภาพของ
ผสู งู อายุ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในชุมชน
เคร่อื งยกผสู ูงอายุควบคุมดว ยโปรแกรมแอน นายสมใจ อารยวฒั น
ดรอย
ช่ือโครงการ ชอื่ นกั วจิ ัย 155
หนวยงาน
โครงการวจิ ยั และพัฒนาผลติ ภณั ฑจ าก นางรัตนศิริ จิวานนท สถาบนั วิจยั วิทยาศาสตรและ
สมนุ ไพรตานเชอ้ื ราบริเวณซอกพบั ใน เทคโนโลยีแหง ประเทศไทย
ผสู ูงอายุ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยแี หงประเทศไทย
วจิ ัยและพัฒนาผลิตภณั ฑนวตั กรรมใหมจ าก นายสทิ ธิพงศ สรเดช
สมุนไพรเพอ่ื ยอมสผี มและชะลอความเสือ่ ม มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าช
ของเซลลเ สน ผมสําหรับผูส งู อายุโดยใช มงคลอีสาน
เทคโนโลยไี มโครอิมลั ชัน สถาบนั วจิ ยั วทิ ยาศาสตรแ ละ
เทคโนโลยีแหงประเทศไทย
เครอ่ื งยกผสู ูงอายุควบคมุ ดว ยโปรแกรมแอน นายสมใจ อารยวฒั น สถาบันวจิ ัยวทิ ยาศาสตรแ ละ
ดรอย เทคโนโลยแี หง ประเทศไทย
โครงการวจิ ยั และพัฒนาผลติ ภัณฑจ าก นางรตั นศริ ิ จวิ านนท มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราช
สมุนไพรตานเชื้อราบริเวณซอกพับใน มงคลอสี าน
ผสู งู อายุ สถาบันวจิ ยั วทิ ยาศาสตรและ
เทคโนโลยีแหง ประเทศไทย
วจิ ยั และพฒั นาผลติ ภัณฑน วัตกรรมใหมจาก นายสทิ ธิพงศ สรเดช สถาบนั วจิ ัยวทิ ยาศาสตรแ ละ
สมุนไพรเพอ่ื ยอมสีผมและชะลอความเสื่อม เทคโนโลยีแหง ประเทศไทย
ของเซลลเสน ผมสําหรบั ผูสงู อายโุ ดยใช
เทคโนโลยีไมโครอิมัลชัน มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราช
มงคลอีสาน
เครื่องยกผูสงู อายุควบคุมดวยโปรแกรมแอน นายสมใจ อารยวฒั น สถาบนั วิจัยวทิ ยาศาสตรแ ละ
ดรอย เทคโนโลยีแหง ประเทศไทย
สถาบนั วิจัยวิทยาศาสตรและ
โครงการวิจัยและพัฒนาผลติ ภณั ฑจ าก นางรัตนศริ ิ จิวานนท เทคโนโลยแี หง ประเทศไทย
สมนุ ไพรตา นเช้อื ราบรเิ วณซอกพบั ใน
ผูสูงอายุ
วิจยั และพฒั นาผลติ ภณั ฑน วตั กรรมใหมจ าก นายสทิ ธพิ งศ สรเดช
สมุนไพรเพื่อยอมสผี มและชะลอความเสอ่ื ม
ของเซลลเ สนผมสําหรบั ผสู งู อายุโดยใช
เทคโนโลยีไมโครอิมัลชัน
เครอ่ื งยกผูสงู อายุควบคุมดว ยโปรแกรมแอน นายสมใจ อารยวฒั น
ดรอย
โครงการวิจยั และพัฒนาผลิตภัณฑจาก นางรัตนศริ ิ จวิ านนท
สมุนไพรตา นเชื้อราบริเวณซอกพบั ใน
ผสู งู อายุ
วจิ ยั และพัฒนาผลิตภัณฑน วัตกรรมใหมจ าก นายสทิ ธพิ งศ สรเดช
สมุนไพรเพอื่ ยอมสีผมและชะลอความเสอ่ื ม
156
ช่ือโครงการ ช่อื นักวิจัย หนว ยงาน
ของเซลลเสน ผมสําหรบั ผูส งู อายโุ ดยใช
เทคโนโลยีไมโครอิมลั ชัน
การศกึ ษาคุณสมบัตเิ กาะติดกับเซลลบุผนงั ดร. มัสลิน นาคไพจิตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร
ทางเดินอาหารของมนุษยข อง สายพันธุ
Lactobacillus plantarum และผลตอ
จุลินทรียใ นลําไสข องผสู ูงอายุ
การพัฒนาผลิตภัณฑถนอมผวิ สาํ หรับ รองศาสตราจารย ดร. หทยั รัตน มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
ผูสงู อายทุ ี่มีสว นผสมของน้ํามันราํ ขาวก่าํ ท่ี ริมคีรี
ถกู กักเก็บในนีโอโซม
การพัฒนารปู แบบการสง เสริมสุขภาพ นางราตรี เรืองไทย มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร
ผูสงู อายทุ ั้งดานรางกายและจิตใจสําหรบั
ศูนยส ง เสรมิ สขุ ภาพ
ผลของการบรโิ ภคสารสกัดจากบวั บกตอ ดร. จตุพร เพ่มิ ทรัพยทวี มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร
การทาํ งานของเอนไซมอะซตี ิลโคลนี เอสเตอ
เรสและตัวบงช้ีภาวะอักเสบในผูสูงอายทุ ่ีมี
ความผิดปกติเล็กนอยดานความจาํ และ
ความเขาใจของสมอง
การศึกษาเชงิ วเิ คราะหเ ปรยี บเทียบปจจัยที่ รศ.ดร. กลุ วดี โรจนไ พศาลกจิ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏราช
สงผลตอ สุขภาวะของผสู งู อายุในชนบทและ นครินทร
ผสู งู อายใุ นเขตเมอื งในประเทศไทย
การออกแบบและพัฒนาพรมแจงเตือน นางสาววราภรณ ทุมชาติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ลาํ ปาง
สําหรับการหกลมของผสู งู อายุ
การพัฒนาแนวปฏบิ ตั ิการพยาบาลเพ่อื ผศ.ดร. ปะราลี โอภาสนนั ท มหาวิทยาลยั พะเยา
ปอ งกันการหกลม สําหรับผูสูงอายุในชุมชน
การพฒั นาผลติ ภัณฑแผน ปะสมุนไพรไทย ผศ.ดร. กรวินทวชิ ญ บญุ พสิ ทุ ธิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
เพอ่ื บรรเทาอาการปวดและอักเสบจากตํารา นนั ท มงคลธัญบุรี
โรคนิทานคาํ ฉันท 11 ท่ีกักเก็บในนาโน
แคปซูลสําหรับผสู งู อายุ
การศึกษาฤทธต์ิ า นปวดและอักเสบของ ผศ.ดร. กรวินทว ชิ ญ บญุ พิสุทธิ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราช
ตาํ รบั ยาสมนุ ไพรไทยจากตาํ ราโรคนทิ านคาํ นันท มงคลธญั บรุ ี
ฉนั ท 11เพื่อประยุกตใชในผสู งู อายุ
การวิจยั และพฒั นาผลิตภณั ฑแผน ปะจาก รองศาสตราจารย ดร. ปรยี า มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราช
วสั ดุชีวภาพดวยเทคนคิ การ ประกอบไดเ อง ภรณ ไชยสตั ย มงคลธญั บรุ ี
157
ชอื่ โครงการ ชือ่ นักวจิ ัย หนว ยงาน
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
สําหรบั สง ผา นยาสมุนไพรไทย เพือ่ บรรเทา มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
อาการปวดและอักเสบในผสู งู อายุ มหาวิทยาลัยขอนแกน
การพฒั นาการตรวจประเมนิ และการรักษา รศ.ดร. สกุ ลั ยา อมตฉายา มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน
สําหรบั ผูป ว ยบาดเจบ็ ไขสนั หลงั ผูป ว ยโรค มหาวิทยาลัยขอนแกน
หลอดเลือดสมอง และผูส ูงอายุ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน
มหาวิทยาลยั ขอนแกน
อุปกรณวดั กระดูกสนั หลงั คอมโดยใชระยะ นางสาวมณีพรรณ เหลา โพธ์ิศรี มหาวิทยาลัยขอนแกน
จากผนงั : การวัดกระดูกสนั หลังคอ มทใี่ ชไ ด กรมการแพทย
งาย
ตัวบงชีท้ างชวี เคมที ่เี ก่ยี วกับภาวะเครียด นางนงนุช เศรษฐเสถียร
ออกซิเดชัน การอกั เสบ กระบวนการหาม
เลือด และสภาวะทางภูมคิ มุ กัน รวมทง้ั ยีน
โพลิมอรฟซึมตอความเสย่ี งของโรคหัวใจ
และหลอดเลือดในผสู งู อายุ
ภาวะเครยี ดออกซเิ ดชนั และยีนโพลมิ อรฟ นางนงนชุ เศรษฐเสถียร
ซึมของซปุ เปอรอ อกไซดด ีสมิวเตสตอความ
เสี่ยงตอโรคหวั ใจและหลอดเลือดในผูส ูงอายุ
ระดบั ตัวบง ชท้ี ่เี กีย่ วของกบั การอกั เสบใน นายชาตรี เศรษฐเสถียร
เลือดและยีนโพลมิ อรฟซึมท่ีเกีย่ วขอ งท่ี
สมั พันธกับปจจัยเสี่ยงตอโรคหัวใจและ
หลอดเลอื ดในผูสูงอายุ
ตัวบง ชีท้ างชีวภาพและสภาวะทางภูมิคุมกัน รศ.ดร. ชาญวทิ ย ลลี ายุวฒั น
ท่สี มั พนั ธก บั ความเสยี่ งในการเปน โรคหวั ใจ
และหลอดเลือดในผูส ูงอายุ
ความสัมพันธร ะหวา งตัวบงชีก้ ระบวนการ รศ.ดร. นันทรัตน โฆมานะสนิ
หามเลือดทีเ่ กี่ยวของกบั การอักเสบและโพลี
มอรฟซึมของยนี ท่ีเกย่ี วของกับความเส่ียงตอ
การเกดิ โรคหัวใจและหลอดเลือดในผูส งู อายุ
การรักษาความดนั โลหิตสูงโดยไมใ ชย าใน ดร. ชลุ ี โจนส
ผูสงู อายทุ ่ีมภี าวะความดนั ซสิ โทลกิ สูงชนดิ
ไมท ราบสาเหตุ: ผลของการฝกหายใจชา
แบบมีและไมมีแรงตาน
การพัฒนาชุดแบบทดสอบระดบั สมรรถภาพ นายสพุ ิชชพงศ ธนาเกยี รติ
ทางกายในการทํากิจวตั รประจาํ วันที่ ภญิ โญ
158
ช่อื โครงการ ชอ่ื นกั วจิ ัย หนว ยงาน
สมั พนั ธตอความเสีย่ งดา นความบกพรอง กรมการแพทย
ทางการเคลือ่ นไหวสาํ หรับผสู ูงอายไุ ทย
กรมการแพทย
การพัฒนาภาพสญั ลกั ษณท างเภสัชกรรม นางสาวสวุ ิมล พงษสมบูรณ
บนฉลากยาโรคความดันโลหิตสงู ในผูสงู อายุ กรมการแพทย
ไทย กรมการแพทย
กรมการแพทย
การพฒั นารูปแบบการปรบั เปลย่ี น นางวาสนา มากผาสุข กรมการแพทย
พฤติกรรมเพื่อปองกนั ภาวะแทรกซอนใน
ผสู งู อายุโรคเรื้อรงั กรมการแพทย
คลนิ กิ ทนั ตกรรมผสู ูงอายุที่เหมาะสมสาํ หรับ นายอรรถสทิ ธิ์ ศรสี ุบัติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ประเทศไทย ราชวทิ ยาลัย
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ
การพัฒนารปู แบบคลนิ กิ ทันตกรรมผูสงู อายุ นางฉววี รรณ ภักดธี นากุล ราชวิทยาลัย
ท่ีเหมาะสมสําหรบั ประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณ
ราชวิทยาลยั
ประเมินความคุมคา คลินิกทันตกรรม นายอรรถสิทธิ์ ศรีสบุ ัติ มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ผสู ูงอายทุ เ่ี หมาะสมสําหรบั ประเทศไทย ราชวิทยาลยั
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
พฒั นารปู แบบการดแู ลระยะยาวสาํ หรบั ดร. ฬฬุ ีญา โอชารส ราชวิทยาลยั
ผสู งู อายโุ รคหลอดเลือดสมองภายหลงั
จาํ หนายออกจากโรงพยาบาล
ระดบั และปจจัยดานสขุ อนามัยอนื่ ทมี่ ผี ลตอ นายกิตติชาติ อินทุสร
ฮอรโมน (Testrosterone ) ในผชู ายวัยกอน
เกษยี ณและสูงอายุในเขตจังหวัดชลบุรี
บูรณาการพทุ ธธรรมกับระบบการดแู ล รศ.ดร. พระราเชนทร
สขุ ภาพระยะยาวสาํ หรับผสู งู อายุ ของ (ราเชนทร ไชยเจรญิ )
อาํ เภอศรีวิไล จงั หวัดบึงกาฬ
ศกึ ษาการเสรมิ สรางสขุ ภาวะผสู ูงอายุตาม นายประยงค ศรไชย
หลกั พระพทุ ธศาสนาในจังหวัดอบุ ลราชธานี
การพฒั นาและเสริมสรา งสุขภาวะผูสงู อายุ พระครูศรีวรพินจิ คมฺภรี ญาโณ
ตามแนวพระพุทธศาสนาในจังหวัดพะยา
การพฒั นาและเสรมิ สรา งสขุ ภาวะผูสูงอายุ พระครูศรีวรพินิจ คมฺภรี ญาโณ
จงั หวัดพะเยา ตามหลักพทุ ธธรรม
การพัฒนาและเสริมสรา งสุขภาวะของ ผศ. จกั รแกว นามเมือง
ผสู งู อายุ โดยวิถีวฒั นธรรมเชงิ พุทธใน
จังหวดั พะเยา
159
ชอื่ โครงการ ชื่อนกั วิจัย หนว ยงาน
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
การศกึ ษาองคป ระกอบและเกณฑช้ีวดั ใน เสาวนีย ไชยกลุ ราชวิทยาลยั
การเสรมิ สรางสุขภาวะของผสู ูงอายตุ ามแนว
พระพทุ ธศาสนา ในจังหวดั พะเยา มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ
ราชวิทยาลยั
การศึกษานโยบาย กลไก และกระบวนการ พระครวู รวรรณวิฑรู ย ฟก แกว
เสรมิ สรา งสขุ ภาวะผสู งู อายุขององคกร มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณ
ปกครองสวนทองถ่ินจังหวัดพะเยา ราชวทิ ยาลยั
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณ
การจดั การความรแู ละเครอื ขายองคกรสุข ผศ.ดร. สเุ ทพ สารบรรณ ราชวทิ ยาลยั
ภาวะของผูส ูงอายุในจังหวัดพะเยา มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ
การพฒั นาและเสริมสรางสขุ ภาวะผูสงู อายุ ดร. พระราชปรยิ ัติ ปน ะดวง มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ
ตามแนวพระพุทธศาสนาในจังหวัดพะยา
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราช
การพัฒนาตํารับอาหารพ้ืนบานเสริม ผศ.ดร. ชฎามาศ ขาวสะอาด มงคลรตั นโกสนิ ทร
แคลเซียมสาํ หรับผูสงู อายไุ ทย มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าช
มงคลรัตนโกสินทร
ปจ จัยเชงิ สาเหตุและผลของพฤตกิ รรมการ นางสาวยพุ ิน พิพฒั นพวงทอง
ทาํ งานในแพทยแผนไทยประจาํ สถาบัน กองบริหารแผนและ
การแพทยแผนไทยเนตรดาวเพ่ือเสรมิ สราง งบประมาณการวจิ ยั (กบง.)
สุขภาพผูสงู อายุ
กองบรหิ ารแผนและ
พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของ นางสาวศริ ิสุข นาคะเสนยี งบประมาณการวจิ ยั - ทุน
ผูสงู อายุในกรุงเทพมหานคร บณั ฑิต (กบง.)
กองบริหารแผนและ
การพฒั นาเครื่องมือสงเสริมสุขภาพอยาง นายสุรเชษฐ ลมิ้ เฉลิม งบประมาณการวิจยั - ทนุ
งายจากคลังปญญาผสู งู อายุเพ่ือเพ่ิม บณั ฑิต (กบง.)
สมรรถภาพทางกายของผูส งู อายุ
โครงการวจิ ยั นวัตกรรมเครื่องด่ืมอิมัลชัน นายวชิ ชา ตรสี ุวรรณ
จากวตั ถุดิบไทย สผู รู ักสขุ ภาพและผสู งู อายุ
ทวั่ โลก
ผลของการฝกบรหิ ารกลามเนื้อองุ เชิงกราน เรือเอกหญิง โชติกา สุจารี
แบบผสมผสานตอความรนุ แรงของการกลั้น
ปส สาวะไมอยูในผสู ูงอายุหญงิ
ผลของโปรแกรมการโคช ตอการ นางสาวนยั นป พร จนั ทรธิมา
เตรยี มพรอมและภาระของผูดูแลผูส ูงอายทุ ี่
เปนโรคหลอดเลือดสมอง
160
ชอื่ โครงการ ชอื่ นักวิจัย หนวยงาน
การศกึ ษาและพัฒนากายอปุ กรณช วยพยงุ นายธเนศ โชติกรรณยุธร กองบริหารแผนและ
ผสู ูงอายุ งบประมาณการวิจยั - ทุน
บัณฑิต (กบง.)
การผลิตผงใยอาหารทมี่ สี ารตานอนมุ ลู อสิ ระ นางสาวอนสุ รา พลบจู กองบรหิ ารแผนและ
จากเปลือกเสาวรสสีมวงและการประยุกตใ ช งบประมาณการวจิ ัย - ทนุ
เปนสว นผสมของอาหารจําลองสําหรบั บัณฑิต (กบง.)
ผสู งู อายุ กองบริหารแผนและ
พฒั นาสตู รอาหารดัดแปลงเน้ือสัมผัสสําหรับ นางสาวบุญญริน ชาครยิ านกุ ูล งบประมาณการวิจยั - ทนุ
ผสู ูงอายุทม่ี ภี าวะกลนื ลาํ บาก บณั ฑิต (กบง.)
กองบรหิ ารแผนและ
การพัฒนาแบบคัดกรองภาวะขาดโปรตีน นางสาวฐติ ิมา โพธิ์ชยั งบประมาณการวิจยั - ทุน
และพลังงานในผสู งู อายุทพ่ี ักอาศัยในสถาน บัณฑติ (กบง.)
สงเคราะหคนชราของรัฐ กลมุ ทรพั ยากรบุคคล (ทบ.)
กลมุ ทรพั ยากรบุคคล (ทบ.)
การพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อชวยใน นางสาวอาพัทธ เตียวตระกูล
การทรงตัวและปองกนั การหกลมในผสู ูงอายุ กลมุ ทรพั ยากรบุคคล (ทบ.)
แนวทางการสรางศกั ยภาพชมุ ชนในการ นางอาทิตยา วงั วนสินธุ กลุมทรพั ยากรบุคคล (ทบ.)
สนบั สนุนการจัดการดูแลสุขภาพตนเองใน
ผสู งู อายทุ เ่ี ปนเบาหวานชนิดที่ 2 มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
เพชรบูรณ
ผลของกลุมบําบดั ดวยการแกไขปญหา นางสาวเกษร สายธนู กลมุ ทรัพยากรบุคคล (ทบ.)
รว มกบั การเจริญสติตอภาวะซึมเศรา ของ
ผูสูงอายทุ เ่ี ปนโรคเรื้อรงั ในชมุ ชนเทศบาล
ตําบลธาตุ อําเภอวารินชาํ ราบ จังหวดั
อบุ ลราชธานี
ผลของการออกกําลงั กายแกวงแขนตอความ นายปย ะพงษ ประเสรฐิ ศรี
ดนั โลหิต ปจจัยเสย่ี งของโรคหัวใจและ
หลอดเลอื ด และการปรบั เปลี่ยนประสาท
อัตโนมัติของหวั ใจในผสู งู อายุโรคความดนั
โลหติ สูง
ผลของการปรับสมดุลรางกายดว ยมณเี วช นางเพชรธยา แปนวงษา
ตอ อาการปวดเม่ือยกลามเน้อื ในผูส ูงอายุ
ผลของการออกกําลงั กายแกวงแขนตอความ นายปยะพงษ ประเสริฐศรี
ดนั โลหติ ปจ จัยเสี่ยงของโรคหัวใจและ
หลอดเลอื ด และการปรบั เปลี่ยนประสาท
161
ชอื่ โครงการ ช่อื นักวจิ ัย หนวยงาน
อตั โนมตั ิของหวั ใจในผูสงู อายุโรคความดนั มหาวิทยาลยั ราชภฏั
โลหิตสงู เพชรบรู ณ
กองบรหิ ารแผนและ
ผลของการปรบั สมดลุ รา งกายดว ยมณเี วช นางเพชรธยา แปนวงษา งบประมาณการวิจยั (กบง.)
ตอ อาการปวดเมื่อยกลา มเนื้อในผสู งู อายุ กองบรหิ ารแผนและ
งบประมาณการวิจัย (กบง.)
การศกึ ษาการดําเนนิ มาตรการปองกนั การ กองบริหารแผนและ
พลดั ตกหกลม และภาวะสมองเสอื่ มของ งบประมาณการวิจัย (กบง.)
ผสู งู อายุในชุมชนในประเทศไทย
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีพระ
การใชว ปิ ส สนากรรมฐานลดความเครยี ด พระเมธสี ุตาภรณ (เหมอื น ยาง จอมเกลาธนบุรี
ผูสูงอายใุ นจงั หวัดนครราชสมี าและจังหวดั นอก) มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร
ชัยภมู ิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั
เพชรบูรณ
ระบบวิเคราะหความแปรปรวนของการเดนิ นายเทอดศกั ด์ิ ลวิ่ หาทอง มหาวิทยาลัยราชภฏั พิบูล
แบบสวมใสไดโดยใชเซนเซอรวดั ความเรง สงคราม
และเซนเซอรว ัดความเรง เชิงมุมเพ่ือประเมนิ
ความเสี่ยงในการหกลม ของผูสงู อายุ มหาวทิ ยาลัยนราธวิ าสราช
นครินทร
2. การศกึ ษาและการเรียนรูตลอดชีวิต
หนวยประสานการนําสงขอมูลมลั ตมิ เี ดยี ผศ.ดร. พรชัย มงคลนาม
สาํ หรบั ผูส งู อายุผา นสมารททีวแี ละแทบ็ เล็ต
คอมพวิ เตอร
การศกึ ษาแนวทางสง เสริมการถายทอด นางจิตตรา มาคะผล
วฒั นธรรมอาหารของผูสูงอายุในอาเซยี น
รปู แบบวถิ ีชีวติ ภมู ปิ ญ ญาทองถิน่ ของ นางสาวปวิตรา โคบาํ รงุ
ผูสูงอายเุ พ่ือการถายทอดสุขภาวะสาํ หรบั
ชมุ ชน ในจังหวัดเพชรบรู ณ
การสือ่ สารอยางมีสว นรว มเพื่อสรางสรรค นายยรรยงวรกร ทองแยม
สือ่ สงเสริมสขุ ภาพจิตผูสูงอายุ กรณีศึกษา
ชมุ ชนบรมไตรโลกนาถ 21 อาํ เภอเมอื ง
จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
ผลของโปรแกรมฝกสมองตามหลักวถิ ชี ีวิต นางสาวอนงค ภิบาล
มุสลิมตอ พทุ ธปิ ญญาในผสู ูงอายมุ ุสลิมที่
เส่ยี งตอโรคสมองเสอื่ ม ในจังหวดั นราธิวาส
162
ชื่อโครงการ ช่ือนกั วิจัย หนว ยงาน
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าช
ความสัมพันธร ะหวางความรคู ําทับศัพท นางกรกมล ศรเี ดือนดาว มงคลกรงุ เทพ
ภาษาองั กฤษกบั คุณภาพการบรโิ ภคขาวสาร มหาวิทยาลัยราชภฏั เชียงใหม
ของผูสงู อายใุ นกรงุ เทพมหานคร
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งใหม
การพฒั นารูปแบบการสรา งเสรมิ สขุ ภาพ อาจารย ดร. จิตมิ า กตัญู
ทางจิตวิญญาณของผสู ูงอายุดวยภมู ปิ ญ ญา มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงใหม
พ้นื บา นลานนา
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชยี งใหม
การสรา งเสรมิ สขุ ภาพทางสังคมในผูสูงอายุ นางสาวกานตช ญั ญา แกวแดง
โดยการเรียนรแู บบพุทธรวมกับภมู ิปญญา มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราช
พน้ื บานลานนา วทิ ยาลยั
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าช
การถา ยทอดภมู ปิ ญญาการดูแลสขุ ภาพดาน นางสาวศริ ิจนั ทร อปุ าละ มงคลพระนคร
เครอ่ื งนงุ หมของผสู ูงอายุชนเผา กะเหรีย่ งใน
ตาํ บลสะลวง อําเภอแมร มิ จังหวดั เชยี งใหม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยสี รุ
นารี
การศึกษาความตอ งการทางดานเทคโนโลยี นางสาวกาญจนา ขัติทะจักร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุร
สารสนเทศและการการส่ือสารของผสู งู อายุ นารี
ในเขตชมุ ชนเทศบาลเมืองเมืองแกนพฒั นา มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสนุ ัน
อาํ เภอแมแตง จงั หวัดเชยี งใหม ทา
รูปแบบการสง เสริมและปองกันปญ หา นางบานชนื่ นักการเรียน
สขุ ภาพจิตตามหลักวฒุ ธิ รรม 4 สาํ หรบั
ผสู ูงอายุในจังหวัดสมทุ รสงคราม
ภูมปิ ญ ญาทองถ่ินดานอาหารพ้นื บานจงั หวัด รศ. จฑุ ามาศ พรี พัชระ
เพชรบรุ ขี องกลมุ ผสู งู อายุบานหว ยทราย
เหนอื เพ่ือการถายทอดและเสริมสรา ง
สมรรถนะการเรยี นรผู า นระบบออนไลน
แนวทางการออกแบบเว็บเพือ่ ผสู งู อายุ: แนว นายสรชยั กมลลิ้มสกลุ
ทางการนําเสนอเนื้อหาตามหลักฐานดาน
มนุษยปจ จยั
ขนาดมือและเทา ของผูส ูงอายุสาํ หรบั การ รศ.ดร. พรศิริ จงกล
ออกแบบผลติ ภัณฑ
การศกึ ษาการออกแบบสญั ลักษณกราฟก ผชู วยศาสตราจารย ดร.
และจติ วิทยาสที มี่ ผี ลตอการรับรูและความ ปรีชญา ครูเกษตร
เขา ใจของผสู งู อายุ เพื่อนาํ มาใชในการ
ออกแบบบนบรรจุภณั ฑยา
163
ชื่อโครงการ ช่ือนักวจิ ัย หนวยงาน
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สวนสนุ ัน
แนวทางการออกแบบกราฟกบนบรรจภุ ัณฑ ผูช ว ยศาสตราจารย ดร. พิบูล ทา
อาหารสาํ เรจ็ รูปของไทยสําหรับผสู ูงอายใุ น ไวจติ รกรรม กองบริหารแผนและ
ประเทศญ่ีปนุ งบประมาณการวจิ ยั - ทนุ
บณั ฑติ (กบง.)
การพฒั นาสมรรถนะการใชเ ทคโนโลยี นางวีนารัตน แสวงกิจ กองบรหิ ารแผนและ
สารสนเทศสาํ หรบั ผสู ูงอายุในจังหวดั งบประมาณการวิจัย - ทุน
เชียงราย โดยใชร ูปแบบการฝก อบรมฐาน บณั ฑิต (กบง.)
สมรรถนะ กลุม ทรัพยากรบุคคล (ทบ.)
กองบริหารแผนและ
ผลของโปรแกรมการสง เสริมการรบั รู นางสาวหทยั ทพิ ย ใจปต ิ งบประมาณการวิจัย (กบง.)
สมรรถนะแหง ตนตอ ความกลัวการหกลมใน
ผสู ูงอายทุ ่ีไดร ับการผา ตดั เปล่ียนขอสะโพก มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ลาํ ปาง
เทียม
สาํ นักงานปลัดกระทรวงการ
ระบบสารสนเทศจดั การความรภู มู ิปญ ญา นางสาวอรยา สขุ นติ ย พัฒนาสังคมและความมนั่ คง
การทอผา ของผสู งู อายใุ นเขตภาคใตต อนบน ของมนุษย
สํานักงานปลัดกระทรวงการ
การประเมินการเขาถึงเวบ็ ไซตไทยที่คน ดร เกวลนิ อังคณานนท พัฒนาสังคมและความมน่ั คง
พกิ ารและผสู งู อายุเขาถึงได ของมนุษย
มหาวทิ ยาลยั กาฬสินธุ
3. การมีงานทาํ และการสรา งรายได
มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ธนบรุ ี
การศกึ ษาบทบาทขององคกรปกครองสวน รศ. วิไลลักษณ พรมเสน
ทองถิ่นในจงั หวัดลําปางตอการสงเสรมิ การ
มงี านทาํ และการสรางรายไดแกผสู งู อายุ
กลยทุ ธสงเสริมการออมใหแ กวัยผูใหญเพ่ือ นางสาวซาราห บนิ เยา ะ
เตรยี มการเขาสวู ยั ผสู งู อายุ
การพัฒนาศักยภาพดา นอาชพี ของผูส งู อายุ นายสเุ มษ สายสงู
เพอ่ื ลดการพึ่งพาสงั คม
ทองถน่ิ จังหวัดกาฬสินธกุ บั การเสริมสรา ง นางสาวณภทั ร สรอ ยจิต
ศักยภาพการออมของประชากรวยั กลางคน
เพื่อเตรียมความพรอมเขา สูสังคมผูสูงอายุ
การมสี วนรว มของชมุ ชนในการพฒั นาอาชีพ นางพิมพงา เพง็ นาเรนทร
เพอ่ื เพมิ่ รายไดข องผสู งู อายุ ในชนบท
164
ชือ่ โครงการ ชอื่ นักวิจัย หนวยงาน
การพัฒนาอาหารพน้ื บานตามสายนา้ํ คลอง นางพูลทรัพย อนิ ทรสังข มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าช
ทาแพ จงั หวดั นครศรีธรรมราช เพอ่ื เพิ่ม มงคลศรีวิชัย
มลู คา ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง นางสาวอมรรตั น อภินนั ทมห สถาบันบัณฑติ พฒั นบริหาร
หลักประกันรายไดเ พือ่ การพัฒนาอยาง กลุ ศาสตร
ยงั่ ยนื นางสาวดารารตั น อานันทนะสุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบรหิ าร
การมงี านทําและการเกษียณของผูสูงอายุ วงศ ศาสตร
ไทย: รอบท่ี 2 อ. ดร. ทองใหญ อัยยะวรากูล สถาบนั บัณฑิตพฒั นบรหิ าร
ความมน่ั คงทางเงินของผูส งู อายไุ ทย: รอบท่ี นางสาวเพยี งตะวนั พลอาจ ศาสตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชยี งใหม
2 ผชู วยศาสตราจารยว า ที่ ร.ต.
หญิง จินตนา อนิ ภักดี มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชียงใหม
การสรางเสรมิ การขยายโอกาสในการ
ทาํ งาน และจดั การสวสั ดกิ ารผูสงู อายุชุมชน นางศศพร มุงวิชา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
ริมเหนือ อําเภอแมริม จงั หวดั เชยี งใหม มงคลพระนคร
ภายใตแนวคิดความรบั ผดิ ชอบตอสังคมของ นางศศพร มงุ วิชา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าช
องคกรธุรกิจนอกชุมชน นางศศพร มุงวิชา มงคลพระนคร
การพฒั นาผลิตภณั ฑเ สนใยกลว ยหอมทอง มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าช
ยอ มสธี รรมชาติ สาํ หรับการนําไปใช นางสาวณัฐชา ธาํ รงโชติ มงคลพระนคร
ประโยชนดา นการจักสาน เพื่อสง เสริม มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราช
อาชีพใหแ กผสู ูงอายุบา นชอ แล ตาํ บลชอแล นายอาํ นวย ปาอาย มงคลพระนคร
อาํ เภอแมแ ตง จงั หวดั เชียงใหม มหาวิทยาลัยราชภฏั ราช
กลยทุ ธการตลาดสนิ คา SME กลุม นครินทร
เครอื่ งสําอางสมุนไพรไทยเพื่อสขุ ภาพ
สําหรบั ผสู ูงอายุไทย
ผลติ ภัณฑ SME กลุมเคร่ืองสาํ อางสมุนไพร
ไทยเพอ่ื สขุ ภาพสาํ หรบั ผูสงู อายไุ ทย
การขยายโอกาสทางการตลาดสนิ คา SME
กลมุ เครื่องสาํ อางสมุนไพรไทยเพอ่ื สุขภาพ
สาํ หรับผูสงู อายุไทย
การวางแผนการตลาด สินคา SME กลุม
เครอ่ื งสําอางสมุนไพรไทยเพ่ือสุขภาพ
สําหรับผูสูงอายไุ ทย
ภาวะหนส้ี ินและการจดั การการเงินของ
ผสู ูงอายใุ นประเทศไทย
165
ชอื่ โครงการ ชอื่ นักวจิ ัย หนว ยงาน
กองบริหารแผนและ
การศึกษาสถานการณป จจุบนั ของการจาง ศ.ดร.วรเวศม สวุ รรณระดา งบประมาณการวจิ ยั (กบง.)
งานตอ เน่ืองในสถานประกอบการและ กองบริหารแผนและ
ทศั นคติของนายจา งในภาคเอกชน งบประมาณการวจิ ัย (กบง.)
การพัฒนาระบบงานเพื่อสรา งเครอื ขายผสู ูง นายกฤษฎา บุศรา กองบรหิ ารแผนและ
วัยทีม่ ีศักยภาพเชงิ รกุ ในการรองรับการ งบประมาณการวจิ ัย (กบง.)
ดาํ เนินธรุ กิจของผูป ระกอบการดว ย กองบรหิ ารแผนและ
วทิ ยาการขอมลู งบประมาณการวิจัย (กบง.)
ขอเสนอการพัฒนาการดําเนินงานสงเสริม มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
ศักยภาพผูสงู อายุ
มหาวิทยาลยั ราชภัฏ
การพฒั นาแผนยุทธศาสตรงานวจิ ัยเรือ่ ง นายถาวร สกุลพาณชิ ย มหาสารคาม
Active and Productive Aging ระยะที่ สถาบันเทคโนโลยพี ระจอม
สอง เกลาเจา คณุ ทหารลาดกระบงั
มหาวิทยาลยั ราชภฏั เชยี งราย
4. การพฒั นาคุณภาพชวี ิต สังคมและวฒั นธรรม
มหาวทิ ยาลัยการกีฬา
รปู แบบแรงสนบั สนนุ ทางสังคมตอการ นางสาวสภุ าภรณ สดุ หนองบัว แหง ชาติ
พฒั นาคุณภาพชีวติ ของผูสูงอายุในเขต
ชายแดนไทย-พมา : กรณีศกึ ษาหมบู า นเลต
องคุ ตาํ บลแมจนั อาํ เภออุมผาง จงั หวัดตาก
การเรียนรูราํ วงชาวบานอยา งมีสว นรว มโดย รศ. ประสพสุข ฤทธเิ ดช
องคกรชมุ ชน เพ่ือเสริมสรางสขุ ภาวะของ
ผูส ูงอายุ
การประเมนิ เคร่ืองมือออกแบบบรรจภุ ณั ฑ นางสาวญาดา ชวาลกลุ
เพอ่ื ส่ือสารวธิ ีการเปดสาํ หรับผสู งู อายไุ ทย
การบูรณาการรปู แบบการพฒั นาศกั ยภาพ อาจารย ดร. เศรษฐชัย ใจฮึก
การพึ่งตนเองในกลมุ ผสู ูงอายุและหมอเมือง
แบบยั่งยืน โดยเคร่อื งมอื และกระบวนการ
ทางเทคโนโลยีสารสนเทศตาํ บลทา กอ
อาํ เภอแมส รวย จังหวัดเชียงราย
ผลของการใชร ปู แบบการสง เสรมิ นางรชาดา เครอื ทิวา
นันทนาการสาํ หรับประชาชนทสี่ อดคลอง
กบั แผนพฒั นานันทนาการแหงชาติ ทม่ี ตี อ
การพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของผูสงู อายุใน
สถานสงเคราะหคนชราในภาคกลาง
166
ช่ือโครงการ ช่ือนกั วิจัย หนว ยงาน
กลยุทธก ารสรา งความเขม แข็งของเครอื ขา ย นางสาวกีรติกา กรี ติพงษไพศาล สาํ นักงานปลัดกระทรวงการ
ผูสูงอายุ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและ พัฒนาสงั คมและความมัน่ คง
ความมัน่ คงของมนษุ ย ของมนุษย
ส่ือประชาสมั พนั ธทีม่ ีผลตอพฤติกรรมการ ผศ. วชริ า รินทรศ รี มหาวทิ ยาลัยราชภัฏ
ทองเที่ยวเชิงสุขภาพของผูส งู อายจุ ังหวดั นครสวรรค
นครสวรรค
การสือ่ สารแบบมสี ว นรว มในการพัฒนา รศ.ดร. จุไรรตั น ทองคาํ ชนื่ มหาวิทยาลัยราชภฏั จนั ทร
ศักยภาพชมรมผูสงู อายเุ พ่อื เสริมสรางสุข วิวัฒน เกษม
ภาวะของผสู ูงอายใุ นเขตจตุจักร
กรุงเทพมหานคร
คุณภาพชวี ติ ของผสู ูงอายภุ ายใตก ารดแู ล นางปยวรรณ เสรีพงศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าช
ของสมาชิกในครอบครัว กรณีศกึ ษา จังหวดั มงคลศรีวชิ ยั
นครศรีธรรมราช
ความอยดู ีมีสุขของผสู ูงอายุไทย รอบที่ 2 นางสาวดารารตั น อานันทนะสุ สถาบนั บัณฑิตพฒั นบริหาร
วงศ ศาสตร
ครอบครัวและระบบการเก้ือหนนุ ของ รศ. ดร. เดือนเพ็ญ ธรี วรรณ สถาบนั บัณฑติ พฒั นบริหาร
ผูสูงอายไุ ทย: รอบที่ 2 วิวฒั น ศาสตร
สขุ ภาพและความคาดหวังในชวี ิตของ ผศ.ดร. ปรีชา วจิ ติ รธรรมรส สถาบนั บัณฑติ พฒั นบรหิ าร
ผูสูงอายไุ ทย: รอบท่ี 2 ศาสตร
แผนกลยุทธก ารเพมิ่ ขดี ความสามารถของ นางสาวแสงจนั ทร เกษากิจ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชยี งใหม
องคกรผสู ูงอายุและผูพิการของชุมชน
จงั หวดั เชียงใหม ภายใตก รอบประชาคม
อาเซียน ปที่ 2
รูปแบบการพัฒนาศักยภาพและเสรมิ สราง ผศ.ดร. เพ็ญจันทร เชอรเ รอร มหาวิทยาลยั มหดิ ล
ความม่ันคงทางสังคมผสู งู อายุ
การมสี วนรว มของชุมชนในการพัฒนา รองศาสตราจารย ดร. สนุ ทร มหาวิทยาลยั ราชภัฏชยั ภูมิ
คณุ ภาพชวี ิตของผูส ูงอายุในสังคมไทย ปญ ญะพงษ
การศกึ ษาพฤติกรรมการซ้ือสินคา สมุนไพร นางสาวกมลพร นครชยั กลุ มหาวิทยาลยั อบุ ลราชธานี
แปรรปู ของผสู งู อายุในจงั หวัด อุบลราชธานี
การพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตใหกับผสู งู อายุในการ นายนริ ุตติ์ ชัยโชค มหาวิทยาลัยราชภฏั เชียงราย
แปรรูปผลิตภัณฑทางการเกษตร ตาํ บลสันส
ลี อําเภอเวยี งปา เปา จังหวดั เชยี งราย