รายงานผลการวิจัย เรื่อง องค์ความรู้ ลีซู
1 ค ำน ำกำรจัดพิมพ์ องคค์วามรู้ทอ้งถิ่นของชนเผ่าลีซูเล่มน้ีไดก้า เนิดจากการรวบรวมเน้ือหาจากผูรู้้ชนเผ่าลีซูและจาก งานวิจยัต่างๆของพิพิธภณัฑ์ชาวเขาเชียงใหม่ โดยได้เชิญผูรู้้หลายๆ ด้านจากหมู่บ้านต่างๆ เพื่อมาร่วม รวบรวม เรียบเรียงเน้ือหาใหม่ใหม้ีความสมบูรณ์มากยงิ่ข้ึน ดงัน้นัคณะผจู้ดัทา จึงขอขอบคุณคณะผู้รู้ / ผู้เชี่ยวชาญชนเผา่ลาหู่ที่ไดเ้สียสละเวลา ให้ความร่วมมือ และทางพิพิธภณัฑ์ที่ไดใ้ห้ขอ้มูลงานวิจยัเรื่องต่างๆที่มีอยู่ ในการถ่ายดอดองค์ความรู้เป็นหนังสือรูปเล่ม เพื่อนา ไปใช้สืบทอดให้แก่ลูกหลานชนเผ่าลีซูได้เรียนรู้ และขอขอบคุณทางมูลนิธิ Pestalozzi Children’s Foundation (PCF) ที่เห็นความส าคญัขององค์ความรู้ชนเผ่าลีและสนับสนุนงบประมาณในการจดัพิมพ์ หนงัสือองคค์วามรู้ทอ้งถิ่นในคร้ังน้ีดว้ยดี คณะผูจ้ดัทา หวงัเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือองค์ความรู้ท้องถิ่นลาหู่ฉบับน้ีคงจะเป็นประโยชน์แก่ ลูกหลานของชนเผา่ลีซูและท่านที่ผสู้นใจที่จะศึกษา เรียนรู้ต่อไป ธันวำคม 2553 คณะผู้จัดทำ
2 ค ำน ำ การศึกษาเป็ นกลไกในการพัฒนาประชากรของประเทศ อันหมายถึงประเทศชาติได้รับการพัฒนาด้วย ระบบการจัดการศึกษาไทย ประกอบการศึกษาระดับอุดมศึกษา มัธยมศึกษา และระดับประถมศึกษา โดยมี หลกัสูตรแห่งชาติเป็นกลไกที่ส าคญัซ่ึงกรอบเน้ือหาของหลกัสูตรไดร้ับอิทธิพลมาจากกระบวนการศึกษา ของชาติตะวนัตก โดยประเทศไทยไดป้รับปรุงและพฒันาให้มีความสอดคลอ้งและเหมาะสมกบัสภาพภูมิ ประเทศ ภูมิอากาศ และวถิีชีวติของคนไทยเพื่อที่ประเทศไทยจะมีการพฒันาที่ยงั่ยนื ระบบการศึกษาที่เป็นพ้ืนฐานที่ส าคญัของการให้การศึกษาของประเทศไทยคือการศึกษาภาคบงัคบั 9 ปี สังกดัสา นกัการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน ซ่ึงเป็นหน่วยงานการศึกษาที่ส าคญัของชาติโดยมีหลกัสูตรแกนกลางเป็ น กลไกที่ส าคญัเน้ือหาหลกัสูตรไดม้ีไดม้ีการปรับปรุงพฒันาให้ทนัต่อเหตุการณ์และทนัต่อยุคต่อสมยัคือ หลักสูตร พ.ศ. 2542 และแกไ้ข พ.ศ. 2545 และมีการปรับปรุงเน้ือหาให้มีความสอดคลอ้งกบัสภาพปัจจุบนั ใน พ.ศ.2551 เมื่อดูในภาพรวมของเน้ือหาของหลกัสูตรแลว้จะพบวา่เป็นการจดัการศึกษาเพื่อเตรียมคนเขา้ สู่ระบบสังคมเมือง ในส่วนความรู้ภูมิปัญญา จะมีการกล่าวค่อนข้างน้อยมาก และได้มีการออก พระราชบญัญตัิการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 และแกไ้ข พ.ศ.2545 เพื่อใหส้อดคลอ้งกบัสถานการณ์ปัจจุบนั การปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจดัการศึกษา ร่วมกบัทางโรงเรียน เพื่อกา หนดทิศทางและเน้ือหา การเรียนรู้ของเยาวชนในชุมชนของตนเอง เพื่อศึกษาเรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกบัตวัของเด็กและเยาวชนเอง มากข้ึน ส าหรับพ้ืนที่ส าหรับภาคเหนือของภาคเหนือประกอบดว้ยกลุ่มชาติพนัธ์หลายเผ่าหลายกลุ่มพนธ์ ใน ั แต่ละกลุ่มชาติพนัธ์ต่างมีขนบธรรมเนียมประเพณีวฒันธรรม วิถีการด าเนินชีวิต โครงสร้างทางสังคม และเศรษฐกิจของตนเอง ขนบธรรมเนียมประเพณีอนัดีงามเหล่าน้ีนบัวนัจะค่อยๆ เลือนรางจางหายไป และ มีความรุนแรงมากข้ึน ซ่ึงสาเหตุหน่ึงมาจากกระบวนการพฒันาทางสังคมและแผนเศรษฐกิจของประเทศ ในส่วนการศึกษารัฐเป็นผูด้า เนินการโดยยึดหลกัสูตรแห่งชาติแมเ้ปิดโอกาสให้เรียนรู้องค์ความรู้ภูมิปัญญา ของชนเผา่ ในแต่ละกลุ่ม ทา ใหม้ีช่องวา่งทางวฒันธรรมมากข้ึน ในสภาพความเป็นจริงน้นันโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเปิดช่องวา่งให้มีการจดัการศึกษา การเรียนการ สอนหลกัสูตรทอ้งถิ่นตามสถานศึกษาทอ้งถิ่นต่างๆของประเทศไทย เพื่อให้เด็กไดเ้รียนรู้สภาพการดา เนิน ชีวิตที่แท้จริ ง ท้ังสังคมภายนอกและภายในชุมชน ปัจจุบันจากการศึกษาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการศึกษาพอสรุปได้ว่าการใช้หลักสูตรท้องถิ่นหรือการพฒันาหลักสูตรมีน้อยมาก ท้ังน้ีอัน เนื่องจากปัจจยัและเหตุผลหลายประการ ดงัน้นัจึงเกิดแนวคิด และเป็นแนวทางในการพฒันาหลกัสูตรที่มี ความสอดคล้องกบัระบบสังคมในเมือง และสังคมในชนบท จึงได้มีการพฒันาหลักสูตรท้องถิ่นโดย
3 องค์กรชุมชน ที่ได้ตระหนักถึงปัญหาการเสื่อมสลายของวัฒนธรรม เริ่มที่จะมีความรุนแรงมากข้ึน หากไม่ มีการอนุรักษ์และรักษาไวส้ ักวนัหน่ึงชนรุ่นหลังจะไม่มีวฒันธรรมที่เป็นของตนเอง ทางองค์กรชุมชน โครงการพฒันาการศึกษาทางเลือกแบบมีส่วนร่วมของเด็กเยาวชนชนเผา่ ในไทย ไดร้ับการสนบัสนุนจาก องค์กรพัฒนาเอกชนชาวเขา คือ สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ช.ท/IMPECT) หน่วยงานของรัฐท้งัระบบส่วนกลางระดบัภูมิภาค และระดบัทอ้งถิ่น ซ่ึงประกอบดว้ย ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติส านักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาเชียงใหม่เขต 3 โรงเรียนต ารวจ ตระเวนชายแดนบา้นหนองแขม ตา บลเมืองนะ อา เภอเชียงดาว จงัหวดัเชียงใหม่ โครงการน้ีไดน้า ร่องกบั 9 ชนเผา่ลีซูลาหู่อาข่า เมี่ยน มง้ดาราอางคะฉิ่น ลเวอ๊ะกระเหรี่ยง คณะผจู้ดัทา โครงการพฒันาหลกัสูตรทอ้งถิ่ที่เป็นคู่มือองคค์วามรู้ภูมิปัญญาทอ้งถิ่นลีซูน้ีหวงัเป็นอยา่งยิ่งวา่ เป็นประโยชน์อยา่งยิ่งส าหรับผูน้า ไปใช้ผูท้ี่เกี่ยวขอ้ง ตลอดจนบุคคลที่มีความสนใจในภูมิปัญญาของชน เผา่ลีซูและสนใจในการพฒันาหลกัสูตร เพื่อที่จะเป็นแม่แบบในการขยายความคิดเพื่อที่จะพฒันาหลกัสูตร ทอ้งถิ่นในชนเผ่าอื่นๆ ท้งัน้ีเพื่อให้พฒันาชนเผา่ ให้รักถิ่นฐาน มีความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และเป็นคนไทยเช้ือสายลีซูหรือเป็นคนสองวฒันธรรม ที่มีคุณภาพเพื่อพฒันาชาติไทย โดยมีความ หลากหลายทางวฒันธรรมนา ไปสู่การพฒันาประชากร และพฒันาประเทศชาติที่ยงั่ยนืต่อไป ธันวำคม 2553 คณะผู้รวบรวมและผู้จัดทำ
4 สำรบัญ เรื่อง หน้ำ บทที่ 1 ประวัติศำสตร์ชำติพันธ์ลซีู11 1.1 ประวตัิการยา้ยถิ่นฐาน 11 1.2 ประวัติความเป็ นมา 12 บทที่ 2 กฎระเบียบจำรีตประเพณีครอบครัวและกำรปกครองพื้นบ้ำน 14 2.1 โครงสร้างการปกครองของลีซู 14 2.2 การสืบสายตระกูลในสังคมลีซู 15 2.3 สถาบันครอบครัวและเครือญาติ 15 2.4 ชีวิตครอบครัวและการสร้างครอบครัว 16 2.4.1 ระบบครอบครัว 16 2.4.2 การเก้ียวพาราสี 17 2.4.3 การใหม้ดัจา แก่หญิงสาว 20 2.4.4 การคืนมัดจ า 20 2.4.5 พิธีกรรมเกี่ยวกบัการทา นายดว้ยกระดูกไก่ 21 2.4.6 การพาตวัหญิงสาวไปอยดู่ว้ย 22 2.5 พอ่สื่อคนกลาง 23 2.5.1 การเจรจาเรื่องค่าตวั24 2.5.2 ค่าสินสอดตัวหญิงสาว 24 2.5.3 เงินค่าขา้มรุ่นหรือแต่งก่อนพี่ชายพี่สาว 25 2.5.4 การปรับสินไหม 25 2.6 หลงัการพาหญิงสาวไปอยดู่ว้ย 25 2.7 การแต่งงาน 26 2.8 ขอ้หา้มขอ้นิยมในการเก้ียวพาราสีและแต่งงาน 27 2.9 การหยา่ร้าง 29 2.9.1 พอ่หมา้ยแม่หมา้ย 30
5 สำรบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้ำ 2.10 การตาย 31 2.10.1 การเคลื่อนย้ายและฝังศพ 31 2.10.2 การเซ่นไหวบ้รรพบุรุษผลู้่วงลบัแลว้ 32 2.11 ลักษณะนิสัยของชาวลีซู 34 2.12 ค่านิยมที่สา คญั ในการอบรมลูกหลาน 35 2.13 ลักษณะของคนดี 35 2.14 ลักษณะของผู้ที่จะเป็ นภรรยาที่ดี 36 บทที่ 3 บ้ำนและชุมชน 37 3.1 การต้งัหมู่บา้นลีซู 37 3.2 ลักษณะบ้านลีซู 37 3.3 ความเชื่อหลกัเกี่ยวกบับา้น 39 3.4 ผหีรือเทวดาที่เชิญมาใหคุ้ม้ครองหมู่บา้นลีซู40 บทที่4 เศรษฐกจิชุมชนและกระบวนกำรผลติ 42 4.1 ลักษณะการเกษตรลีซู 42 4.2 อาชีพนอกจากการเกษตร 42 4.2.1 การตีเงิน 42 4.2.2 การทอผ้า 43 4.2.3 การเย็บปักลายผ้าหรือการเย็บปักลายประดิษฐ์ 44 4.2.4 การท าเครื่องดนตรี 45 4.2.5 การตม้กลนั่สุรา 46 4.2.6 การค้าขาย 47 4.3 ลกัษณะการถ่ายทอดอาชีพ 49 4.4 การใช้ประโยชน์ที่ดิน 49 4.5 ลกัษณะการเป็นอยใู่นชีวติประจา วนั50 4.6 ทรัพย์สินและมรดก 51
6 สำรบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้ำ 4.7 การใช้แรงงาน 52 บทที่ 5 โภชนำกำร 55 5.1 อาหารและเครื่องดื่ม 55 5.2 ประเภทของอาหารและการได้มา 55 5.3 เครื่องดื่ม 56 5.4 การรับประทานอาหาร 56 5.4.1 มารยาทการรับประทานอาหารและการดื่ม 57 5.5 อาหารห้ามและนิยมบริโภค 58 5.6 อาหารสา หรับคนเฉพาะกลุ่ม 59 5.6.1 อาหารของผู้ป่ วย 59 5.6.2 อาหารของหญิงมีครรภ์ 59 5.6.3 อาหารของหญิงหลังคลอด 59 5.6.4 อาหารของเด็ก 60 5.6.5 อาหารของหมอผี 60 5.6.6 อาหารของหมือมือผะ 60 5.7 อาหารในโอกาสพิเศษ 61 5.7.1 อาหารในพิธีแต่งงาน 61 5.7.2 อาหารในวนัข้ึนปีใหม่61 5.8 ข้าวซ้อมมือ 62 5.8.1 ลักษณะโครกกระเดื่องต าข้าวโดยใช้พลังงานธรรมชาติ 63 5.8.2 การหุงข้าว 63 5.9 การประกอบและปรุงอาหาร 64 5.10 เครื่องปรุงแต่งอาหาร 65 5.10.1 สิ่งที่ใชป้รุงแต่งอาหาร 65
7 สำรบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้ำ 5.11 เครื่องมือเครื่องใช้ 65 5.12 การท าความสะอาดเครื่องมือ 66 5.13 การเก็บรักษาและการถนอมอาหาร 66 5.14 การจัดเครื่องใช้และที่วางอาหาร 66 5.15 การถนอมอาหาร 66 5.15.1 การหมักดอง 66 5.15.2 การตากแห้ง 67 5.16 การปลูกพืชผักสวนครัว 67 5.17 ประเภทพืชผักสวนครัวที่นิยมปลูก 67 5.18 การเตรียมพ้ืนที่ปลูกผกัสวนครัว 67 5.19 การปลูกการดูแลรักษา 68 บทที่ 6 นิเวศวทิยำชำติพนัธ์ลซีู69 6.1 ความเชื่อ 69 6.2 การอนุรักษ์ทรัพยากร 70 6.3 องค์ความรู้ในการจัดการดิน 70 6.3.1 ความเชื่อเกี่ยวกบัดิน 70 6.3.2 การจัดประเภทของดิน 70 6.3.3 การอนุรักษ์ดิน 71 6.3.4 กฎขอ้หา้มเกี่ยวกบัดิน 71 6.4 องคค์วามรู้ในการจดัการน้า 71 6.4.1 ตา นานเกี่ยวกบัน้า 72 6.4.2 การอนุรักษน์ ้า 72 6.5 การจัดการสัตว์ 72 6.5.1 สัตวเ์ล้ียง 72
8 สำรบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้ำ 6.5.2 สัตว์ป่ า 72 6.5.3 การใช้ประโยชน์จากสัตว์ 73 6.5.4 การอนุรักษ์สัตว์ 73 6.6 องค์ความรู้ในการจัดการป่ า 73 6.6.1 การจัดประเภทป่ า 73 6.7 การจ าแนกป่ าตามสภาพภูมิประเทศ 73 6.7.1 การจ าแนกป่ าตามการใช้ประโยชน์ 73 6.7.2 ป่ าพิธีกรรมกบัความเชื่อชนเผา่ลีซู74 6.7.2.1 ประเภทป่ าพิธีกรรม 75 6.7.2.2 ประเภทพ้ืนที่ป่าเพื่อการอนุรักษ์และใช้สอย 76 6.8 กฎข้อห้ามของการเข้าป่ า 76 6.9 ภูมิปัญญาการจดัการทรัพยากร ดิน น้า ป่าของชนเผา่ลีซู77 6.9.1 พิธีอ้ีด่ามาหลวัะ 77 6.9.2 แผนงานในการจดัการทรัพยากร ดิน น้า ป่า 80 บทที่ 7 ประเพณีควำมเชื่อในกำรดูแลสุขภำพ 81 7.1 ประเพณีเกี่ยวกบัชีวติ81 7.1.1 ประเพณีเกี่ยวกบัการเกิด 81 7.1.2 ประเพณีเกี่ยวกบัการแต่งงาน 82 7.1.3 ประเพณีเกี่ยวกบัการตาย 83 7.1.4 การเรียกขวัญ 84 7.1.5 การเซ่นไหวผ้ดีิน 85 บทที่ 8 ศิลปะวรรณกรรม 86 8.1 ภูมิปัญญาพ้ืนบา้นดา้นศิลปะดนตรีของชนเผา่ลีซู86 8.2 เรื่องเล่า ตา นานและประวตัิศาสตร์ที่เกี่ยวขอ้งกบัดนตรีลีซู 86 8.3 เครื่องดนตรี(ประเภท/ชนิด วิธีการผลิต ) 87
9 สำรบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้ำ 8.3.1 ประเภทเป่ า ผิว 87 8.3.2 ประเภทดีด(สาย) 90 8.4 กระบวนการเรียนรู้(ข้อห้าม พิธีกรรม/โอกาส) 92 8.5 การใช้ประโยชน์/โอกาสที่ใช้ 93 บทที่ 9 ศำสนำและโลกทัศน์ 95 9.1 เรื่องการกา เนิดเผา่พนัธุ์มนุษยต์ ่างๆ ในโลก(นิยายปร าปรา) 95 9.2 ขนบธรรมเนียมและความเชื่อถือ 96 9.2.1 พิธีกรรมเล้ียงผหีรืออาปาโหม่ฮีเป็นพิธีกรรมของชาวเขาเผา่ลีซู97 9.2.2 การท าพิธีเรียกขวัญ (โซฮาคู ) 98 9.2.3 พิธีไล่ผรี้ายมิใหท้า อนัตรายแก่ผมู้ีชีวติ 98 9.2.4 ผปีระจา หมู่บา้น(อาปาโหม่ฮี) 99 9.2.5 หมอผี 99 9.3 ประเพณีที่สา คญัและขอ้พึงระวงัสา หรับประเพณีต่างๆ 100 9.3.1 ปีใหม่ 100 9.3.2 วันไหว้ อาปาโหม่ฮี(เออ๊เย ป๋า) 102 9.3.3 วนัดา หวัหลุมฝังศพของบรรพบุรุษ (เหน่ฮีฉวั ) 103 9.3.4 วนัไหวผ้ใีหญ่เจา้ที่(อี๊ดะ มากวั๊) 103 9.3.5 วนัไหวผ้ไีร่ (อาเมีย เหน่กวั๊) 104 9.3.6 วนัเซ่นไหวห้ิ้งบรรพบุรุษในบา้น 104 9.3.7 วนักินขา้วใหม่105 9.4 ประเพณีเกี่ยวกบัการเกิด 105 9.4.1 ประเพณีเกี่ยวกบัการแต่งงาน 107 9.4.2 ประเพณีเกี่ยวกบัการตาย 108 9.4.3 การเรียกขวัญ (ชวง ฮา คัว) 109 9.4.4การเซ่นไหวผ้ดีิน (เนวู้เหวู่หนี่กวั)๊ 109 9.5 การนับวันเดือนปี 110
10 9.5.1 วนัดีวนัไม่ดี 112 9.5.1.1 กิจกรรมทางการเกษตร 113 9.5.1.2 กิจกรรมทางสังคม 115 9.5.2 วันหยุดจรเฉพาะครัวเรือนและญาติพี่น้อง 120 9.5.3 วนัหยดุจรของหมู่บา้น 120 9.6 วันส าคัญในรอบปี 122 9.6.1 วนั ปีใหม่ 122 9.6.2 วนั ปีใหม่นอ้ย “เอ้อยี่ปา” 124 9.6.3 พิธีเซ่นไหวผ้บีรรพบุรุษที่หลุมฝังศพ “หลี่ฮีฉัว” 125 9.6.4 พิธีถวายผลผลิต “ฌือแพก้วั” 126 9.6.5 พิธีกินขา้วใหม่“จอาเซวุจอ่า” 127
11 บททที่ 1 ประวัติศำสตร์ชำติพันธ์ลีซู 1.1 ประวัติกำรย้ำยถิ่นฐำน ชนเผา่ลีซูเป็นชนเผา่หน่ึงที่มีภูมิลา เนาอยูท่างตน้แม่น้า โขงและแม่น้า สาละวนิในประเทศธิเบต ตอ่มา ไดม้ีการอพยพเขา้มาอยูแ่ถบทิศตะวนัตกเฉียงเหนือของมณฑลยูนนานของประเทศจีน ในช่วงเวลาที่อาศยั อยู่ในมณฑลยูนนานน้นั ไดเ้กิดการสู้รบกบัชนเผา่อื่นหลายคร้ัง Leact ไดก้ล่าววา่ลีซูเคยทา สงครามสู้รบ กบัพวกเมโสโปเตเมียและยงัรวมไปถึงการสู้รบกบัจีนดว้ย แต่ก็ตอ้งพ่ายแพต้่อจีน เนื่องจากการที่จีนได้ สกดัก้นัการลา เรียงเสบียงอาหารของลีซูโดยเฉพาะเกลือซ่ึงเป็นอาหารหลกัส าคญัของชนเผา่ลีซู ท าให้ลีซู แตกทพักระจดักระจายไป ต่อมาลีซูก็อพยพถอยลงทางใตเ้รื่อย ๆ เพื่อแสวงหาแหล่งที่ดินทา มาหากินที่ อุดมสมบูรณ์กวา่เดิม และไดอ้พยพกนัเป็นกลุ่ม ๆ เขา้ไปต้งัถิ่นฐานอยูป่ระเทศพม่า อินเดีย และประเทศ ไทย สา หรับพวกที่ไม่ไดอ้พยพ ก็ยงัคงอาศยัอยใู่นมณฑลยนูนานของประเทศจีน ซ่ึงยงัคงมีลีซูอาศยัอยเู่ป็น จ านวนมาก สา หรับการอพยพของลีซูที่เขา้มาอยใู่นไทยน้นัจากการบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ไดข้อ้เท็จจริงวา่ชน เผ่าลีซูไดม้ีการอพยพเขา้มาอยูใ่นเขตการปกครองของชาวไทยใหญ่ในรัฐฉาน ประเทศพม่า อยา่งไรก็ตาม ชาวลีซู สามารถภายใต้การปกครองของรัฐฉานได้ประมาณ 20-30 ปีเท่าน้นัก็ตอ้งแยกตวัออกมา เนื่องจาก ชาวลีซูมีค่านิยมและวฒันธรรมที่รักความสงบ ไม่สามารถอยูภ่ายใตก้ารปกครองของฉานได้จากน้นัจึงได้ แยกตวัออกมาจากภายใตก้ารปกครองของรัฐฉานและเคลื่อนยา้ยชุมชนมาอยา่งต่อเนื่อง ในช่วงน้ีเอง ที่ชา วลีซูถูกแบ่งกลุ่มการอพยพเป็นหลายๆกลุ่ม ส่วนกลุ่มที่เขา้มาต้งัถิ่นฐานในราชอาณาจกัรไทยมีสองกลุ่ม ใหญ่ๆ โดยชาวลีซูกลุ่มแรกไดเ้ขา้มาต้งัถิ่นฐานอยใู่นราชอาณาจกัรไทยในช่วงปีพ.ศ.2440-2456 เกิดชุมชน ชาวลีซูในราชอาณาจกัรไทย ชื่อชุมชนห้วยหมาก ต้งัอยู่บริเวณตา บลแม่สลอง เขตอา เภอแม่ฟ้าหลวง จงัหวดัเชียงราย ต่อมาในปีพ.ศ.2459 กลุ่มตระกูลที่นา โดย “หยา่จา (แซ่ยา่ง )” “เบี่ยเป้ียะขื่อ( ตามี่)” “ซย่ อหมิ(แซ่หมี่)”เดินทางมาต้งัถิ่นฐานในบริเวณหมู่บ้านห้วยส้าน ตา บลห้วยชมพูอา เภอเมือง จงัหวดั เชียงราย จากน้ัน กระจายตวักนัต้งัชุมชนไป มาอยู่บริเวณดอยช้าง ตา บลวาวีอา เภอแม่สรวย จงัหวดั เชียงราย ส่วนกลุ่มที่สองเข้ามาในราชอาณาจกัรไทยในช่วงปีพ.ศ.2445-2460 เข้ามาจากเขตติดต่อ ชายแดนไทย – พม่า บริเวณอา เภอฝาง จงัหวดัเชียงใหม่และผ่านเขา้มาต้งัชุมชนในเขตบริเวณดอยสาม หมื่น ตา บลเมืองคอง อา เภอเชียงดาว จงัหวดัเชียงใหม่ ปัจจุบนัชาวลีซูกระจายชุมชนอยูใ่นเขตพ้ืนที่9 จงัหวดัภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ในเขตจงัหวดัเชียงใหม่มีชาวลีซูอาศยัอยู่ มากที่สุด รองลงมาคือจงัหวดัเชียงราย และแม่ฮ่องสอน ตามลา ดบัส่วนทารงภาคเหนือตอนล่างจะมีชาว
12 ลีซูอาศยัอยมู่ากในเขตจงัหวดัตาก นอกจากน้ียงักระจายชุมชนอยูใ่นจงัหวดัพะเยากา แพงเพชร เพชรบูรณ์ สุโขทยัลา ปาง จากการส ารวจประชากร ชาวเขาในประเทศไทยพบว่ามีลีซูที่อาศยัอยู่ในประเทศไทย จ านวน 33,171 คนจากปี 2545 ของสถาบันวิจัยชาวเขา 1.2 ประวัติควำมเป็ นมำ ลีซู หมายถึง ชนเผา่ผูฝ้่ายรู้แห่งชีวิต มีความหมายจากรากศพัท์2คา คือคา วา่“ลี” มาจากคา วา่อิ๊หลี่ ซ่ึงหมายถึง จารีตประเพณีวฒันธรรม และวิถีปฏิบตัิแห่งชีวิต ส่วนคา ที่สองคือคา วา่“ซู”มีความหมายวา่ ศึกษา เรียนรู้ท้งัเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบตัิชนเผ่าลีซูเป็นชนเผ่าที่สืบเช้ือสายมาจากชนชาติธิเบตและจีน เป็นชนกลุ่มเช้ือสายจากกลุ่ม โล– โล มีตน้กา เนิดมาจากชนผิวเหลืองหรือมองโกลอยด์ที่สืบทอดเผา่พนัธุ์ ต่อกนัมาจนถึงปัจจุบนัชนเผา่ลีซูแบ่วออกเป็น 2 เช้ือสายหลกัๆ คือลีซูดา (ลีซูซยา-ซยา)และลีซูลาย(ลีซูจ่า แหละ) แต่ชนเผา่ลีซูที่อาศยัอยใู่นประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นชนเผา่ลีซูสายลีซูลาย(ลีซูจ่าแหละ) และลีซูดา (ลีซูซยา-ซยา)ส่วนใหญ่จะอยู่ใน พม่า จีน และอินเดีย ท้งัสองกลุ่มมีภาษาและการแต่งกายต่างกนับ้าง เล็กน้อย รูป ลกัษณะการแต่งกายของชนเผา่ลีซูลาย ลซีูลำย (Flowery or variegated Lisu) ชาย สวมกางขากวา้งยาวถึงหนา้แขง้คลา้ยกางเกงจีน สีที่นิยมคือสีฟ้า สีเขียวตองอ่อน แต่คนแก่นิยมใช้สี ดา สวมลกัษณะคลา้ยเส้ือแจค๊เกตสีดา ทา ดว้ยผา้กา มะหยี่ประดบัดว้ยแผน่ โลหะเงินบางเป็นรูปวงกลม เยบ็ ติดกบัเส้ือเรียงแถวกนัท้งัขา้งหนา้และขา้งหลงัเส้ือกา มะหยนี่ ้ีจะสวมใส่ในวนั ปีใหม่หรือเมื่อเวลาชายหนุ่ม ไปเก้ียวพาราสีสาวเท่าน้นัแต่ตามปกติอยูก่บับา้นหรือออกไปทา งานในไร่เขาจะใส่เส้ือเชิ้ตธรรมดาน นิยม ใช้ผ้าพันหนา้แขง้สีดา ใส่รองเทา้ยาง บางคนชอบโพกศีรษะดว้ยผา้ขาว ซ่ึงโดยมากเป็นผา้ขนหนู
13 หญิง การแต่งกายเหมือนกนัทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หญิงสาว หญิงมีสามีหรือหญิงชรา นุ่งกางเกงสีดา ยาวเลยข่าวเล็กนอ้ยมีเส้ือคลุมยาวซ่ึงนิยมสีฟ้าหรือสีเขียว สวมทบักางเกงยาวลงมาถึงหนา้แขง้ต้งัแต่เอวลง มาจะผา่ ไวท้ ้งัสองขา้ง แขนยาวที่ปกคอติดแถบผา้สีดา ยาวประมาณ 1คืบ ช่วงตน้แขนและบริเวณหน้าอก ซ่ึงถดัลงมาจากแถบผา้สีดา น้นัมีผา้แถบเล็กๆ ยาวๆต่างสีเยบ็ติดกนัเป็นแผน่ทา ใหดู้เป็นลายริ้ว ดว้ยเหตุน้ีจึง มีชื่อวา่ลีซูลาย ที่เอวมีผา้ดา ผืนใหญ่คาดไวโ้ดยรอบ ปลายผา้คาดน้ีเหน็บซ่อนไวด้า้นหลงัผูห้ญิงนิยมใช้ ผา้โพกศีรษะเช่นเดียวกบัผูช้ายและนิยมใช้ผา้เช่นเดียวกนัเมื่อมีพิธีการหรืองานฉลองจะมีการประดบัอก และเบ้ืองหลงัด้วยเหรียญรูบีและกระดุมเงิน เครื่องประดบัอีกอย่างหน่ึงคือ “หาง”ใช้ท้งัหญิงและชาย (ยกเวน้ชายชรา)หางน้ีจะทา ดว้ยเชือกแต่ทา ดว้ยผา้เยบ็ดว้ยมือเป็นเส้นเล็กๆ คนหน่ึงๆ จะมีหางประมาน 220 เส้น ผกูหอ้ยไวท้้งัขา้งหนา้และขา้งหลงัเป็นสีสันต่างๆ กนั ลซีูด ำ (Black Lisu) ชำย สวมกางเกงคลา้ยคนจีนนิยมใชส้ีฟ้า สีตองอ่อนและสีดา ยาวจรดขอ้เทา้ สวมเส้ือดา ทา ผา้ดว้ยกา มะหยี่ ไม่มีเครื่องประดบัเหมือนลีซูลาย หญิง นิยมสวมกระโปรงยาวเลยหวัเข่า สีขาวกบัสีดา สลบักนัเป็นหางยาว เน้ือผา้ทา ทา จากเปลือกไมน้า มา เยบ็ติดกนัเส้ือแขนยาวสีม่วงหรือสีดา มีเครื่องเงินประดบัเพียงเล็กน้อยไม่นิยมใช้ผา้โพกศีรษะ ท้งัหญิง และชายไม่นิยมใชห้างเป็นเครื่องประดบัเหมือนลีซูลาย ภำษำ ภาษาที่ใชพู้ดกนัเป็นภาษากลุ่มธิเบต-พม่า เป็นภาษาที่ไม่มีตวัอกัษรไวใ้ชส้า หรับขีดเขียน คณะธรรม ทูตคริสต์ไดน้า เอาอกัษรโรมนัมาใช้เขียนภาษาลีซูแต่ประเทศไทยยงัไม่มีการนา อกัษรโรมนัมาใชม้ากนกั ภาษาลีซูเป็ นภาษาที่ยากแก่การเรียนสา หรับคนที่ไม่ใช่ชาวลีซูอาจจะเป็นเพราะเพราะวา่ชาวลีซูเป็นพวกยา้ย ถิ่นฐานบ่อยและใช้ชีวิตกบัสังคมชนเผ่าอื่นๆ หลายเผ่าจึงทา ให้ลีซูเป็นนักภาษา คือ นอกจากภาษาของ ตนเองแลว้ยงัสามารถพูดภาษาอื่นๆ ไดอ้ีกหลายภาษา เช่น ภาษาลาหู่ภาษายูนนาน ภาษาอาข่า ภาษาไทย ใหญ่และภาษาทอ้งถิ่นภาคเหนือของประเทศไทยดว้ย ลีซูมีคา นา หน้าว่า “อา”ใช้ได้ท้งัผูห้ญิงและผูช้าย พวกที่มีเช้ือสายจีนฮ่อบางทีเติมคา วา่“เลา”แทนคา วา่”อา”นา หนา้บางคนใชส้องอยา่ง
14 บทที่ 2 กฎระเบียบจำรีตประเพณีครอบครัวและกำรปกครองพื้นบ้ำน 2.1 โครงสร้ำงกำรปกครองของลซีู ตามประเพณีที่ถือปฏิบตัิกนัมาแต่ด้งัเดิม ผูน้า หมู่บา้นลีซูจะเป็นบทบาทของผชู้าย ท้งัน้ีสังคมลีซูแบ่ง พ้ืนที่สาธารณะใหเ้ป็นพ้ืนที่ของผชู้าย ซ่ึงมีบทบาทเป็นผูน้า และเป็นผทู้ี่ประกอบพิธีกรรมการติดต่อกบัเทพ ที่คนลีซูเคารพนบัถือการสืบทอดตา แหน่งผูน้า จะผ่านการสืบสายโลหิต แต่ปัจจุบนัธรรมเนียมดงักล่าวได้ เปลี่ยนแปลงไป โดยผูอ้าวุโสเป็นผูช้ายภายในหมู่บา้นจะเป็นผูค้ดัเลือกหวัหนา้ โดยมองจากความสามารถ มนุษย์สัมพันธ์ การเป็นแบบอยา่งที่ดีความเหมาะสมของบทบาทผูน้า เมื่อมีเรื่องส าคัญที่ต้องตัดสินใจผู้น า หมู่บ้านจะไม่ตดัสินโดยพลการ แต่ต้องรอจนกว่าผูอ้าวุโสในหมู่บ้านให้ความเห็นชอบ หากเป็นเรื่อง เล็กๆนอ้ยๆที่ตอ้งพิจารณาและแกไ้ขผนู้า หมู่บา้นสามารถดา เนินการพิจารณาตดัสินโดยไม่ตอ้งขอความเห็น จากบรรดาผอู้าวุโส โครงสร้างทางสังคมของชนเผา่ลีซูประกอบดว้ยบุคคลต่างๆที่มีบทบาทในการเป็นผูน้า ที่แตกต่างกนัดงัต่อไปน้ีคือ ฆวำทูว์คือ ผู้น าชุมชนจะเป็ นชาย เป็ นบุคคลที่ถูกเลือกจากชุมชนเพื่อท าหน้าที่ในการปกครองดูแลชุมชน และหมู่บา้น และไกล่เกลี่ยขอ้พิพาทต่างๆในชุมชน ในอดีต ฆวาทูวจ์ะเป็นผูอ้าวุโสที่ขุมชนให้ความเคารพ นบัถือและยอมรับให้เป็นผูน้า ของชุมชน แต่ในปัจจุบนัตา แหน่งจะถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นผูน้า ทางการหรือ ผใู้หญ่บา้นที่ไดร้ับการเลือกต้งัจากชุมชนแลว้ไดร้ับการแต่งต้งัจากทางการ มือหมือผะ คือ ผูน้า ทางดา้นความเชื่อที่จะดูแลเทพอาปาโหม่ผูน้า ที่ทา หน้าที่น้ีจะตอ้งเป็นผูช้ายเท่าน้นั โดยเป็นตวัแทนของชุมชนในการติดต่อสื่อสารระหวา่งคนกบัเทพทางดา้นความเชื่อของคนลีซูซ่ึงตา แหน่ง น้ีจะถูกกา หนดหรือเลือกโดย“อาปาโหม่” นนั่คือไดม้าจากพิธีการเสี่ยงทายและในแต่ละชุมชนจะมีมือหมื่อ ผะไดเ้พียงคนเดียว ทา หนา้ที่ในพิธีกรรมต่างๆและเป็นตวักลางระหวา่งเทพที่พิทกัษห์มู่บา้น “อาปาโหม่” มี หนา้ที่ประกาศวนัศีลและวนัสา คญัต่างๆตามปฏิทินลีซูของชุมชน รูป หมือมือใหพ้รลูกบา้นช่วงปีใหม่
15 หนี่ผะ คือ หมอทรงที่มีหน้าที่ติดต่อกับอา นาจศักด์ิสิทธ์ิที่ดูแลสุขภาพ เป็นบุคคลที่ทา หน้าที่ในการ ติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษยก์บัเทพที่ดูแลทางด้านสุขภาพอนามยัของคนในชุมชนฉะน้ัน เมื่อบุคคลใน หมู่บา้นเกิดไม่สบาย เจ็บป่วย ทางครอบครัวจะมาอญัเชิญ หนี่ผะเพื่อที่จะประกอบพิธีกรรมหาสาเหตุของ การไม่สบายและแนวทางแกไ้ข ซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็นการรักษาทางดา้นจิตวญิญาณ เช่น การเรียกขวัญ การ สร้างสะพาน เป็ นต้น โชวโหม่วโชตี คือ ผูอ้าวุโสของชุมชนซ่ึงประกอบไปด้วยท้งัผูห้ญิงและผูช้ายถือว่าเป็นผูท้ี่มีประสบการณ์ ชีวิต ซ่ึงหมายถึงมีองคค์วามรู้ภูมิปัญญาการดา รงชีวิตแลแประเพณีวฒันธรรมผคู้นจะตอ้งเคารพนบัถือแมว้า่ ผู้หญิงจะมีบทบาทในฐานะผู้อาวุโสแต่จะมีหน้าที่เกี่ยวกบังานที่เกี่ยวกบัสังคม เช่น งานแต่งงาน เท่าน้นัซ่ึง เป็นงานที่ไม่เกี่ยวกบัความเชื่อหรือพิธีกรรม จากโครงสร้างทางสังคมลีซูจะเป็นโครงสร้างอา นาจที่ชายเป็นส่วนใหญ่โดยผา่นโครงสร้างการเป็น ผนู้า มีการแบ่งพ้ืนที่ผชู้ายเป็นพ้ืนที่สาธารณะ พบวา่ผนู้า และผปู้ระกอบพิธีกรรมต่างๆ เป็นบทบาทของผชู้าย และยงัเป็นพ้ืนที่การเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์สามารถที่จะมารวมตัวหรือที่ปรึกษาพูดคุยในที่ สาธารณะ เมื่อโครงสร้างสังคมที่เป็นโครงสร้างทางอา นาจที่ไม่เท่าเทียมกนัระหว่างเพศโดยที่กนัผูห้ญิง ออกจากโครงสร้างสังคมของการเป็นผูน้า ดงัน้นั โครงสร้างสังคมลีซูเป็นโครงสร้างที่ระบบชายเป็นใหญ่ หรือระบบประชาธิปไตยนนั่เอง 2.2 กำรสืบสำยตระกูลในสังคมลซีู ในการสืบตระกูลสังคมลีซูจะให้ความส าคญั ฝ่ายชายเนื่องจากมีความเชื่อเมื่อพ่อแม่ตายแลว้ลูกจะตอ้ง ดูแลเซ่นไหวบ้นหิ้งบูชา ให้ความส าคัญกับผูช้ายโดยการสืบสายโลหิตทางฝ่ายบิดาเมื่อบุตรชายคนโต แต่งงานเขา้บา้นฝ่ายชาย เมื่อแต่งงานจะตอ้งอยกู่บัพอ่แม่จนกวา่นอ้งชายจะแต่งงานพี่ชายก็จะแยกครอบครัว เดี่ยวเพราะถือวา่บุตรชายเป็นผไู้ดร้ับมรดกสืบแซ่สกุล 2.3 สถำบันครอบครัว และเครือญำติ ลกัษณะครอบครัวของลีซูคือ มีท้งัครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยาย ในครอบครัวประกอบไปดว้ย พ่อ แม่ลูกกับย่า จะอยู่ด้วยกันประมาณ 3 รุ่น โดยทวั่ ไปในสังคมลีซูพ่อและแม่จะมีช่วงช้ันตามลา ดับ ความสา คญัภายในครอบครัวที่มีการแบ่งพ้ืนที่ลูกสะใภไ้ม่สามารถร่วมรับประทานอาหารกบัพอ่สามีพี่ชาย สามีลุง ส่วนลูกเขยไม่สามารถร่วมรับประทานอาหารกบัแม่เมียได้ถือวา่จะตอ้งเคารพและให้เกียรติจะอยู่ กบัลูกชายคนสุดทอ้งเป็นผทู้ี่เล้ียงดูตลอดจนกวา่พอ่แม่จะเสียชีวติและมรดกทรัพยส์ินจะตกกบัลูกคนสุดทอ้ง
16 ที่เล้ียงดูมีลกัษณะเป็นครอบครัวขยาย มีพอ่เป็นหวัหนา้ครอบครัวที่ลูกทุกคนจะตอ้งเคารพนบัถือ เมื่อผูช้าย แต่งงานแลว้จะนา ภรรยามาอยบู่า้นของตน ส่วนการนบัญาติจะนบัถือตามศกัด์ิและอายเุป็นสา คญั 2.4 ชีวิตครอบครัวและกำรสร้ำงครอบครัว 2.4.1 ระบบครอบครัว ครอบครัวลีซูโดยทวั่ ไป มีลกัษณะเป็นครอบครัวเดี่ยว ประกอบดว้ย พ่อ แม่ลูก แต่ก็มีบางครอบครัวมีลักษณะเป็นครอบครัวขยาย ซ่ึงประกอบไปด้วยผูท้ ี่แต่งงานแล้วอยู่ใน ครัวเรือนเดียวกนัต้งัแต่2คู่ข้ึนไป อาจเป็นพ่อแม่คู่หน่ึง บุตรชายกบัสะใภอ้ีกคู่หน่ึง หรือบุตรสาวกบับุตร เขยอีกคู่หน่ึง ท้งัน้ีจะรวมไปถึงบุตรหลานที่ยงัไม่ไดแ้ต่งงาน และลุงป้า นา้อา ปู่ยา่ตา ยาย คนใดคนหน่ึง หรือหลายคน อาจจะอาศยัอยใู่นครอบครัวดว้ย ที่อยู่อาศยัของคู่บ่าวสาว เมื่อแรกแต่งงานใหม่สามีภรรยาจะอาศยัอยู่ในครอบครัวของบิดามารดา ฝ่ายใดฝ่ายหน่ึง แต่โดยมากนิยมอยู่ในครอบครัวของบิดามารดาฝ่ายชาย แต่ท้ังน้ีย่อมข้ึนอยู่กับสภาพ ครอบครัวของบิดามารดาฝ่ายหญิง คือ หากน้องสาวหรือน้องชายแต่งงานและไดอ้าศยัอยู่ในบา้นเดียวกนั เขาก็แยกครอบครัวออกไปได้มีขอ้แมอ้ยา่งหน่ึงคือถา้บิดามารดาแก่เฒ่าไม่มีใครเล้ียงดูท้งัสองก็จา เป็นตอ้ง อยอู่าศยักบับิดามารดาตลอดไป เรื่องที่อยูอ่าศยัหลงัแต่งงาน เป็นเรื่องที่มกัเกิดปัญหาอยู่เสมอเนื่องจากผูท้ี่มีบุตรสาว เมื่อแต่งงาน แลว้ไม่ยินยอมใหบุ้ตรสาวของตนยา้ยไปอยหู่มู่บา้นอื่น แมว้า่เขาจะมีบุตรหลายคนก็ตาม การที่บุตรของตน อาศยัอยูใ่นหมู่บา้นเดียวกนัหลายๆ ครัวเรือน ย่อมจะเป็นการสร้างกลุ่มเครือญาติให้มีสมาชิกเพิ่มมากข้ึน อนัเป็นการสร้างความอบอุ่น ความมงั่คงทางจิตใจ มีความผูกพนัระหวา่งญาติพี่น้องอยา่งเหนียวแน่นและ ช่วยเหลือกิจกรรมทางเศรษฐกิจซ่ึงกนัและกนัเป็นตน้วา่การใชแ้รงงานในไร่หรือร่วมพิธีกรรมดา้นความ เชื่อถือเช่น การเรียกขวญัการช่วยเหลือซ่ึงกนัและกนัเมื่อญาติพี่น้องไดร้ับความเดือดร้อน เช่นการให้ยืม สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค หรือทรัพยส์ิน นอกจากน้ีสิ่งส าคญัอีกประการหน่ึงที่ลีซูนิยมให้บุตรหลาน ของตนใหอ้ยชู่ ิดกบัตน เพื่อสถานภาพทางสังคมของตนไดร้ับการยอมรับวา่เป็นผอู้าวโุส มีคนเคารพนบัถือ ยา เกรงมาก เกิดความภาคภูมิใจและไม่ตอ้งห่วงใยหรือทุกข์ร้อนว่าบุตรหลานของตนจะตกระกา ลา บาก เพราะไดอ้ยใู่กลๆ้กบัตนเอง เคยมีกรณีขดัแยง้กันในเรื่องที่อยู่อาศยัหลงัแต่งงาน บุตรเขยตอ้งการไปอยู่หมู่บ้านตน แต่บิดา มารดาฝ่ายหญิงไมย่นิยอมใหบุ้ตรสาวของตนยา้ยเป็นเหตุให้หยา่ขาดจากกนัหรือทะเราะกนั
17 2.4.2 กำรเกี้ยวพำรำสี ชายหญิงเมื่อเติบโตข้ึนจะเริ่มรู้จกัเก้ียวพาราสีกนัต้งัแต่วยัรุ่นอายุ๑๕ – ๑๖ ปีข้ึนไป การเก้ียวพาราสีกนัมีอยู่หลายแบบ ซ่ึงท้งัน้ีแล้วแต่โอกาส เวลา สถานที่และตวบุคคลเป็ น ั สา คญั โดยจะกล่าวถึงแบบอยา่งการเก้ียวพาราสีของลีซูดงัน้ี เก้ียวกนั ในไร่หรือขณะเดินทางไปไร่เมื่อชายหนุ่มไดท้ราบหรือเห็นหญิงสาวอยใู่นไร่ ไม่มีพอ่แม่หรือญาติ ที่เป็นชายของหญิงสาวที่อาวุโสกวา่เธออยู่ณ ที่น้นัก็จะเขา้ไปพูดจาเก้ียวพาราสีเขา้ไปยืนหรือนงั่อยูใ่กล้ กบัเธอ อาจจะจบัมือถือแขนได้ไม่ผิดประเพณีแต่ท้งัน้ีหากหญิงสาวไม่ไดม้ีใจชอบ หรือเห็นวา่ชายหนุ่ม เป็นคนไม่ดีเธอก็อาจจะไม่พูดจาโตต้อบ ไม่มองหน้าและแสดงปฏิกิริยาให้ชายหนุ่มทราบว่าเธอไม่ได้ สนใจใยดีในตวัเขาแต่ประการใดเลย ตวัอย่าง คา พูดจาที่ใช้ในการเก้ียวพาราสีเมื่ออยู่กนัสองคน หรืออาจมียาติที่เป็นน้องหรือหลานของหญิง สาวอยู่ณ ที่น้นัดว้ย ชายหนุ่มมกัจะพูดวา่“เป็นคนยากจนเงินทองไม่มีญาติพี่นอ้งก็มากรูปร่างหนา้ตาก็ไม่ หล่อไม่มีคนมาช่วยทา งาน ท้งังานในบา้นและงานในไร่เห็นวา่เธอเป็นคนขยนัมีน้า ใจดีเป็นคนสวย เป็นคน แขง็แรง รักพอ่แม่ญาติพี่นอ้ง จึงมีใจคิดถึงเธออยากไดเ้ธอมาเป็นคู่ครอง” หญิงก็จะตอบวา่“ไม่จริงเธอไม่ไดเ้ป็นคนขยนัหรือสวยงามดงัที่เธอคิดหรอกก็ยากจนเหมือนกนั ญาติพี่น้องก็มีมาก ผูช้ายรูปไม่หล่อไม่ส าคญัส าคญัอยู่ที่จิตใจ ไม่แน่ใจเพราะไม่รู้ความจริงว่าคิดถึงและ ตอ้งการฉนัแทจ้ริงแค่ไหน ฉนักลวัวา่จะพูดคา หวานที่โกหกแก่ฉนั” เก้ียวกนัที่ครกกระเดื่องตา ขา้ว ครกกระเดื่องตา ขา้ว ต้งัอยูน่อกบา้นซ่ึงอยใู่นบริเวณบา้นของแต่ละครัวเรือน แต่ก่อนมีครกกระเดื่องตา ข้าวอยู่ทุกหลังคาเรือน เดียวน้ีนิยมหันไปสีข้าวที่โรงสีข้าวกันมาก เพราะ สะดวกสบายกวา่ครกกระเดื่องจึงค่อยๆ หมดไป อยา่งไรก็ตามหมู่บา้นที่อยูห่ ่างไกล ไม่มีโรงสีขา้วก็ยงัใช้ ครกกระเดื่องต าข้าว รูป หญิงสาวลีซูต าข้าวครกกระเดื่อง
18 หน้าที่ต าข้าวตามปรกติเป็ นหน้าที่ของฝ่ ายหญิง ครอบครัวที่มีบุตรสาวบุตรก็จะทา หน้าที่ดงักล่าวน้ีตาม ประเพณีการตา ขา้วจะตา ในเวลาค่า คืนหลงัจากที่รับประทานอาหารม้ือเยน็กนัเรียบร้อยแลว้หญิงสาวมกัจะ ชวนเพื่อนมาช่วยตา ขา้วเพื่อนของเธออาจจะเป็นหญิงสาวดว้ยกนัหรือเป็นแม่หมา้ยแม่ร้างก็ได้และบางคร้ัง จะมีชายหนุ่มคนบ้านเดียวกันมานัดแนะกับหญิงสาวว่าในค่า คืนน้ีขอให้เธอและเพื่อนออกมาตา ข้าว เนื่องจากมีเพื่อนชายมาจากหมู่บา้นอื่น จะไดม้าพบปะพูดจาตามประสา ณ ครกกระเดื่อง ลกัษณะการเก้ียวพาราสีชายหนุ่มเมื่อไดย้ินเสียงครกกระเดื่องตา ขา้ว (หากมีการนดัแนะกนัอาจไม่ไดย้ิน เสียนครกกระเดื่องตา ขา้วเพราะเธอตา เบาๆ) ก็จะรีบแต่งตวัผดัแป้ง หวีผมแลว้ก็ชกัชวนเพื่อนชาย ๒-๓ คน เดินถือไฟฉายไปตามเสียงครกตา ขา้ว ถึงสถานที่หญิงสาวกา ลงัตา ขา้วกนัอยู่เขาก็จะไต่ถามดูว่า สาวที่ กา ลงัตา ขา้วน้นัมีใครบา้ง เพราะมองหน้ากนั ไม่เห็นเนื่องจากไม่ไดจุ้ดตะเกียงหรือเทียนไข เขาตา ขา้วกนั โดยไม่ตอ้งพ่ึงพาแสงสวา่ง สา หรับครกที่มีขา้วเปลือกอยนู่้นัเธอจุดไฟหรือใชไ้ฟฉายนานๆ คร้ัง เมื่อชายหนุ่มไดท้ราบดีแลว้วา่สาวที่ตา ขา้วอยูน่้นัมีใครบา้ง เป็นบุตรหลานของใครแซ่สกุลอะไร หากเป็น ญาติพี่น้องหรือมีแซ่สกุลเดียวกนักบัหญิงสาวก็จะเขา้ไปเก้ียวพาราสีไม่ได้ข้นัตอนต่อไปคือเขาจะพูดจา หยอกล้อหญิงสาวทุกคนหรือเฉพาะหญิงสาวที่ตนสนใจ และอาจจะเข้าใกล้ชิดด้วยการสัมผัสหรือจับต้อง มือเพื่อช่วยตา ขา้วไดโ้ดยไม่ผดิประเพณีแต่อยา่งใด จะมีการพูดจาหยอกลอ้เล่นกนัอยา่งสนุกสนาน และไม่ ต้องมีความละอายแก่ผูใ้ดเพราะมองไม่เห็นหนา้กนั ไดช้ดัเจนซ่ึงขณะเดียวกนัเธอก็ทา งาน คือตา ขา้วไปดว้ย ตลอดเวลา สร้างความพึงพอใจแก่ผูม้าเยือนเป็นอนัมาก บิดามารดาหรือญาติพี่น้องจะไม่ยุ่งเกี่ยวปล่อยให้ เก้ียวพาราสีกนัตามสบาย ระยะเวลาที่ตา ขา้วไม่มีกา หนดแน่นอนข้ึนอยกู่บัความพอใจของฝ่ ายหญิง อาจจะ เริ่มตา ขา้วต้งัแต่๒๐.๐๐ นาฬิกา เลิกประมาณ ๒๒-๒๓ หรือ ๒๔ นาฬิกาเศษ ซ่ึงแลว้แต่ความเหมาะสม หลงัจากเลิกตา ขา้วแลว้ก็จะกลบับา้นนอน บางคนอาจจะมีความชอบพอรักใคร่กนัพิเศษ ก็อาจจะคุยกนัสอง ต่อสอง ณ ที่น้นัหรือที่อื่นต่อขา้งๆ บา้น กำรร้องเพลงโต้ตอบกัน(ลีซูเรียกว่ำกวั่วกวัว ตั๋ว) เวลาที่วา่งจากงานในชีวิตประจา วนัเช่นเวลากลางคืน หลงัรับประทานอาหารม้ือเยน็เรียบร้อยแลว้หรือเวลากลางวนัซ่ึงเป็นวนัศีลหยดุทา งานในไร่ชายอาจจะนดั หมายกบัหญิงสาวในหมู่บา้นเพื่อร้องเพลงโตต้อบกนั โดยบอกสถานที่และเวลาคร่าวๆกบัฝ่ายหญิงไว้ผูท้ี่ นดัหมายจะเป็นผูท้ี่มีสามีหรือภรรยาแลว้ก็ไดม้ิใช่เรื่องแปลก แต่บุคคลที่ไปร้องเพลงจะตอ้งมีชายหนุ่มและ หญิงสาวไม่ไดแ้ต่งงานอยูใ่นกลุ่มดว้ยมิฉะน้นัแลว้เขาก็คงจะไม่นดัหมายกนัเพราะไม่มีตวับุคคลที่มุ่งหวงั จะเก้ียวพาราสีกนั ลักษณะการร้องเพลงโต้ตอบกันน้ันจะมีฝ่ายชายประมาณ ๓-๕ คน ฝ่ ายหญิงประมาณ ๓-๕ คน เช่นเดียวกนั โดยมีพี่เล้ียงหรือผูส้อนร้องเพลงโตต้อบเป็นผูช้ายฝ่ายละ ๑ คน เมื่อมากนัตามนดัหมายพร้อม
19 แลว้แต่ละฝ่ายจะนงั่อยูก่บัพ้ืน โขดหินหรือขอนไม้โดยนงั่อยหู่ ่างกนั ประมาณ ๕-๑๐ เมตร ฝ่ายที่เริ่มตอ้ง ร้องเพลงจะเป็นฝ่ายชาย แลว้ฝ่ายหญิง ก็จะร้องโตต้อบหลงัจากน้นัก็ร้องสนบักนั ไปเรื่อยๆ ผูส้อนหรือพี่ เล้ียงตอ้งสอนให้ตอบดว้ยคา พูดที่ต่อเนื่องและมีความหมายที่ทา ให้อีกฝ่ายหน่ึงตอ้งคิดตอบโตใ้นทนัทีที่ฝ่าย หน่ึงร้องเพลงออกมา คนในกลุ่มของอีกฝ่ายหน่ึงก็จะร้องเพลงโตต้อบตามคา บอกหรือคา สอนน้นัการร้อง เพลงโตต้อบตามปรกติจะใช้เวลานานหลายช้วัโมง ผูท้ี่ร้องเพลงแต่ละกลุ่มจะมีความสุขและพอใจอยา่งยิ่ง เมื่อไดร้วมกลุ่มกนัแสดงออกในดา้นเสียงและคา ร้องที่เปล่งออกมาให้อีกฝ่ายหน่ึงรวมท้งัสมาชิกในหมู่บา้น ไดร้ับรู้รับฟังกนัหากเป็นเวลากลางวนัจะเริ่มต้งัแต่เวลาประมาร ๑๐.๐๐ นาฬิกา และจะเลิกเวลาประมาณ ๑๗.๐๐ นาฬิกา หากเวลากลางคืนจะเริ่มประมาณ ๒๐.๐๐ นาฬิกาเศษและเลิกเที่ยงคืนบางคร้ังเลิกตี๒ หรือ ตี ๓ ก็มี กำรเต้นร ำในวันปีใหม่ วนั ปีใหม่ลีซูตามปรกติจะตรงกบัวนัตรุษจีน การเตน้ร าจะเริ่มข้ึนที่บา้นหมอเมือง และเตน้ ไปรอบๆ ตน้ ปีใหม่ที่นา มาปักไวห้น้าบา้น หลงัจากเตน้ร า ๒-๓ ช้วัโมงแลว้ก็จะไปเตน้ร าที่หน้า บา้นของสมาชิกหมู่บา้นทุกหลงัคาเรือน ชายหนุ่มและหญิงสาวจะสวมใส่เส้ือผา้ชุดใหม่มีเครื่องเงินประดับแพรวพราว การเต้นร าจะเต้นเป็น วงกลมโดยจบัมือกนัเตน้กนัไปตามจงัหวะเพลงดนตรีซ่ึงมีคนเป่าแคน ดีดซึง หรือเป่าขลุ่ย เด็กๆ ก็มกัจะ ออกมาเตน้ร าดว้ย ส่วนคนเฒ่าคนแก่จะเป็นผคู้อยนงั่ดูบุตรหลานของตนเองเตน้ร า ขณะที่เตน้ร ากนัน้ีเอง ชายหนุ่มคนใดชอบพอหญิงสาวคนไหนก็จะเขา้ไปจบัเธอและเตน้ร ากนั ไป ชายจะ กระซิบกระซาบกบัหญิงดว้ยคา พูดหวานๆ พูดคุยกนั๒ คน ซ่ึงถา้ถูกอกถูกใจ สบอารมณ์เป็นที่ยิ่งฝ่ายชายก็ จะออกปากฝากรักมอบหวัใจไวแ้ด่เธอผูเ้ดียว แต่หญิงก็ไม่ตายใจหรือหลงเชื่อคา พูดฝ่ายชายโดยง่าย เธอก็ ทราบดีวา่นี่เป็นเพียงการเก้ียวพาราสีกนัเธอจะชอบรักหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหน่ึง อยา่งไรก็ตามชายบางคนก็ มีความเพียรพยายามที่จะใกลช้ิด ถา้มีการเตน้ร าที่บา้นของใครก็พยายามไปจบัมือเตน้ร ากบัคนที่ตนเองชอบ พอใจเท่าน้นัซ่ึงก็อาจจะผูกมดัจิตใจของหญิงสาวจนกระทงั่ยอมรับสิ่งของมดัจา จากชายที่บอกฝากความรัก กบัเธอก็ได้ของมดัจา อาจจะเป็นกา ไรเงินนาฬิกาขอ้มือ เงินหรือสิ่งหน่ึงสิ่งใดก็ได้โดยหญิงสาวจะไม่ แพร่งพรายให้ใครทราบเลยวา่ ไดร้ับมดัจา จากชายคนหน่ึงไวแ้ลว้ผลจากการเตน้ร าในวนั ปีใหม่มีชายหญิง หลายคู่ที่ไดแ้ต่งงานอยูก่ ินดว้ยกนัหลงัปีใหม่ผา่นไปไม่นาน ซ่ึงเป็นเรื่องแสดงให้เห็นวา่ชายหญิงไดเ้ก้ียวพา ราสีกนัอยา่งอิสระเป็นโอกาสอนัดีหรือโอกาสทองของท้งัสองฝ่ายที่จะมาพบใกลช้ิดกนั ในลกัษณะน้ีเพียงปี ละหน่ึงคร้ัง
20 รูป การเตน้ ในวนัเทศกาลปีใหม่ 2.4.3 กำรให้มัดจ ำแก่หญงิสำว(ลีซูเรียกว่ำ หญ๋ำหยุพฟอู) หลงัจากที่ชายหนุ่มไดม้ีใจการพบปะ เก้ียวพาราสีกบัหญิงสาวจนกระทงั่เป็นที่เขา้ใจกนัดีและเกิดความรักความเห็นใจซ่ึงกนัและกนัท้งัสองฝ่าย แลว้ชายก็จะใหม้ดัจา กบัหญิง สิ่งที่จะมดัจา จะเป็นเงินหรือสิ่งของก็ได้ซ่ึงเปรียบเสมือนกบั ให้ของหม้นัแก่ หญิงในสังคมไทยเรา แต่วิธีแตกต่างกนัคือถา้มดัจา เป็นเงินอาจจะใช้เงินแถบ (เงินเหรียญรูปี อินเดียในปี พ.ศ.๒๕๑๒ เงิน ๑ แถบ เท่ากับ ๒๐ บาท , พ.ศ.๒๕๒๘ เท่ากบั๖๕ บาท และ พ.ศ.๒๕๒๙ เท่ากับ ๗๐ บาท) หรือเงินบาทก็ได้การมดัจา ตอ้งให้เป็นเลขคู่เช่น ๒ แถบ ๔ แถบ ๑๐ แถบ ๑๐๐ , ๒๐๐ , ๕๐๐ , ๑,๐๐๐ บาท จะให้ ๓ แถบ ๕ แถบ หรือ ๑๐๑ , ๒๑๑ ไม่ได้เพราะเป็นเลขคี่โดยปรกติชายจะให้มดัจา แก่ หญิงคร้ังเดียวและท้งัสองจะปิดเรื่องน้ีเป็นความลบัไม่เปิดเผยใหใ้ครไดท้ราบแมแ้ต่พอ่แม่ของตน ซ่ึงอาจจะ เป็ นเวลา ๑ เดือน ๒ เดือน หรือเวลา ๑ ปีก็ได้และความลบัน้ีจะเปิดเผยเมื่อท้งัสองแน่ใจว่าจะแต่งงานอยู่ ดว้ยกนัวนัเวลาที่ชายจะให้เงินหรือสิ่งของมดัจา แก่หญิง ไม่ไดค้า นึงวา่จะเป็นวนัหรือเวลาใด เขาจะใหเ้มื่อ มีโอกาส ซ่ึงไม่มีใครพบเห็น จะเป็นวนัศีลของลีซูก็ได้ไม่มีขอ้หา้มแต่อยา่งใด 2.4.4 กำรคืนมัดจ ำ เมื่อชายให้มดัจา แก่หญิงสาวแลว้หากเกิดการผิดใจกนัหรือมีเหตุอยา่งใด อย่างหน่ึงซ่ึงไม่อาจจะแต่งงานกนั ได้ชายก็จะขอมดัจา คืนจากหญิง ถา้หากหญิงเป็นฝ่ายที่ขอถอนคา มนั่ สัญญาจากชาย เธอก็ยินยอมพร้อมที่จะคืนมดัจา ให้แก่ชาย แต่หากชายขอถอนคา มนั่สัญญาเนื่องจากพบรัก ใหม่กบัหญิงคนอื่นหรือทราบจากคา ทา นายดว้ยกระดูกไก่วา่ ไม่สมควรจะแต่งงานกบัหญิงที่ตนรัก ก็จะขอ มดัจา คืนจากหญิงโดยไม่ให้เธอไดล้่วงรู้เรื่องดงักล่าว ซ่ึงหญิงอาจคืนมดัจา ใหแ้ต่โดยดีแต่ถา้หากเธอทราบ
21 วา่ชายคนรักแอบไปมีรักใหม่หรือไดรู้้เรื่องการทา นายจากกระดูกไก่วา่เธอไม่เหมาะจะแต่งงานกนักบัเขา เธอไม่ยอมคืนมดัจา ใหก้ ็ได้ ขณะที่ชายไดใ้ห้มดัจา แก่หญิงแลว้หากเกิดจนัทรุปราคา (ลีซูเรียกว่าอาบาเบ้ียะแปลวา่พระจนัทร์ เสีย) หญิงจะตอ้งคืนมดัจา ใหก้บัชาย เพราะการเกิดเหตุการณ์ธรรมชาติเช่นน้ีลีซูมีความเชื่อวา่เป็นลางบอก เหตุไม่ดีจึงตอ้งคืนมดัจา หากท้งัสองมีความรักใคร่กนัจริง ชายก็จะหาโอกาสที่เหมาะให้มดัจา แก่หญิงอีก คร้ังหน่ึง เรื่องการขอคืนมดัจา เพราะการทา นายจากกระดูกไก่เป็นเรื่องที่ฝ่ายชายไดใ้ห้ญาติพี่นอ้งของตนได้ ทา พิธีแลว้มีคา ทา นายวา่แต่งงานอยูก่ ินกบัหญิงที่ตนปักใจรักน้นั ไม่ดีแน่จึงจา เป็นตอ้งหาหาทางขอมดัจา คืน ชายหนุ่มเมื่อตนมนั่หมายแน่ใจว่าจะแต่งงานอยู่กินดว้ยกนักบัหญิงสาวที่ตนรักก่อนที่จะนดัพาตวั หญิงสาวไปอยูด่ว้ย เขาจะบอกพ่อแม่ให้ทราบวา่เขาไดร้ักชอบพอกบัหญิงสาวคนใด ซ่ึงโดยมากพ่อแม่จะ ไม่ขดัขอ้ง เพราะมีทศันคติว่าเป็นความอิสระของบุตรที่จะเลือกคู่ครองของตนเอง อย่างไรก็ตาม มีความ จา เป็นตอ้งทราบจากคา ทา นายด้วยกระดูกไก่เสียก่อน ผลของการทา นาย ถ้ามีลักษณะดีจึงสมควรจะ แต่งงานกนัถา้ไม่ดีก็ไม่ควรจะแต่งงานกบัหญิงสาวคนน้นัซ่ึงโดยทวั่ ไปชายหนุ่มก็จะเชื่อถือตามคา ทา นาย 2.4.5 พิธีกรรมเกี่ยวกบักำรท ำนำยด้วยกระดูกไก่ การทา พิธีเพื่อทราบคา ทา นาย จะเริ่มดว้ยฝ่าย ชายหรือญาติพี่น้องของตนก็ได้แต่ตอ้งเป็นผูช้ายและรู้เรื่องพิธีกรรม นา ไก่ตวัผู้๑ ตวั(ไก่มีชีวิต) สุรา ๑ ถว้ย น้า ชา ๑ ถว้ย หรือถา้ไม่มีสุราจะใชน้ ้า ชา ๒ ถว้ยก็ได้แต่ถา้ไม่มีท้งัสุราและน้า ชา จะใช้น้า เปล่าท้งั๒ ถว้ยก็ได้ขา้วสาร ๑ ถ้วย ธูป ๒ คู่สิ่งของดงักล่าวน้ีนา ไปที่ศาลเจา้ประจา หมู่บา้น(อาปาโหม่ฮี)รินสุราน้า ชา หรือน้า ลงในถว้ยที่ต้งัอยบู่นหิ้งบูชา จุดธูป มือ ๒ ขา้งจบัไก่ไวแ้ลว้บอกเจา้ที่ประจา หมู่บา้นวา่ตนไดร้ักกบั หญิงสาวคนหน่ึง ชื่ออะไรแซ่สกุลอะไรเป็นลูกหลานของใคร ตนมีความประสงคจ์ะแต่งงานอยูก่ ินดว้ยกนั กบัหญิงสาวคนน้ีเสร็จพิธีแลว้ก็ฆ่าไก่ที่จบัไวแ้ลว้นา ไก่ที่ฆ่ากลบัมาบา้นลวกน้า ร้อนถอนขนแลว้ตม้ไก่จน สุกดีนา ไก่ดงักล่าวพร้อมดว้ยขา้วสุก ๒ ถว้ย สุรา น้า ชาหรือน้า ไปเปลี่ยนของเก่ารินเททิ้งเสียจุดธูปใหม่อีก ๒ คู่ ไก่วางไวใ้นถาด แลว้ก็บอกเจา้ที่ประจา หมู่บา้นวา่ขอให้เจา้ที่ช่วยปกป้องคุม้ครองดูแลรักษาชีวิตของ เขาขอให้เขาท้งั๒ ไดแ้ต่งงานและอยูก่ ินดว้ยกนัอยา่งมีความสุขเสร็จพิธีแลว้นา ไก่กลบัมาที่บา้น แล่เน้ือไก่ ออก เอากระดุกไก่บริเวณสะโพกท้งัสองขา้งมาใชส้า หรับทา นายวา่ควรแต่งงานกบัหญิงที่ตนรักหรือไม่ การดุกระดูกไก่ตอ้งใหค้นที่มีความรู้ในเรื่องน้ีเป็นผูท้า นาย ซ่ึงโดยปรกติแลว้ลีซูผูช้ายที่เป็นคนเฒ่า คนแก่มีความรู้ในเรื่องน้ีกนัแทบทุกคน
22 กรณีดูกระดูกไก่เพื่อจะแต่งงาน กระไก่ที่เป็นตะโพกขา้งซา้ยแทนผูช้าย ตะโพกขางขวาแทนผู้หญิง ้ (กรณีดูกระดูกไก่เมื่อเกิดเจบ็ ป่วย กระดูกขา้งซ้ายแทนคนกระดูกขา้งขวาแทนผีถา้ผูป้่วยเป็นชายให้ดูท่อน บนของกระดูกไก่ถา้ผูป้่วยเป็นหญิงให้ดูท่อนล่างของกระดูกไก่) โดยปรกติกระดูกไก่จะมีรูเล็กๆ อยูข่า้งละ ๑ รูเขาจะใชไ้มเ้ล็กๆ ขนาดไมจ้ิ้มฟันเหลาปลายให้แหลม ค่อยๆ ใชน้ ิ้วมือเคาะไมเ้ล็กๆ ให้ลงไปในรูจน สุด ปลายไมก้็จะช้ีไปทางใดทางหน่ึง ซ่ึงเขาจะนา กระดูกท้งัสองอนัมีไมเ้ล็กๆ ปักอยู่มาดูประกบกนัเพื่อ ทา นายวา่สมควรหรือไม่ที่ท้งัสองจะแต่งงานอยกู่ ินดว้ยกนั การทา นายถา้กระดูกท้งัสองไม่มีรูเลย ทา นายวา่ดีที่สุดอยดู่ว้ยกนัยดืยาวนาน ถา้กระดูกท่อนบนมีรู ท่อนล่างไม่มีรูอยูด่ว้ยกนั ไม่ยืดไม่ควรแต่งงานกนัถา้ท่อนล่างมีสองรูท่อนบนมี๑ รูอยูด่ว้ยกนั ได้แต่ฝ่าย ชายต้องเสียเงินทองมาก หากดูกระดูกไก่แลว้คา ทา นายมีผลออกมาว่าไม่ดีชายจะปกปิดความลบัสุดยอดน้ีไว้เพราะเรื่องน้ี ล่วงรู้ถึงหญิงคนรักเมื่อใด เธอย่อมปฏิเสธการคืนเงินหรือสิ่งของที่ชายมดัจา ไว้การที่ชายไดใ้ห้มดัจา แก่ หญิงไวแ้ลว้อาจจะมีการลกัลอบไดเ้สียกนัเป็นคร้ังคราวตามแต่โอกาส เรื่องพรหมจรรยข์องหญิงสาวจึง มิไดเ้ป็นเรื่องที่มีคุณค่าในทศันะของลีซูอยา่งไรก็ดี หากหญิงมีครรภก์ ่อนแต่งงาน ยอ่มเป็นที่โจษจนักนัท้งั หมู่บา้นหญิงจะมีความรู้สึกอบัอาย ซ่ึงหากเป็นเช่นน้ีหญิงสาวบางคนจะหนีไปอยูก่บัญาติพี่นอ้งในหมู่บา้น แห่งอื่น(กรณีไม่มีชายหนุ่มยอมรับวา่เคยไดเ้สียเธอ หรือมีผูย้อมรับยอมถูกปรับสินไหม แต่ไม่ยอมรับหญิง ไปเป็นภรรยา) หญิงบางคนมีชายหลายคนเคยไดเ้สียกบัเธอ จนในที่สุดก็ต้งัครรภข์้ึนมา เธอจะบอกพ่อแม่ของเธอ วา่ชายคนใดที่แอบไดเ้สียกบัเธอ ซ่ึงคนที่เธอรักชอบพอเป็นพิเศษนนั่แหละจะถูกกล่าวหาเพียงคนเดียว ซ่ึง ฝ่ายชายผูโ้ชคดี(บางคนก็วา่ตวัเองโชคร้าย) ก็จะตอ้งยอมรับเธอเป็นภรรยา หรือมิฉะน้นัก็จะตอ้งถูกปรับ สินไหมเป็นเงินทดแทนกนัตามประเพณีสา หรับค่าสินไหมยอ่มแลว้แต่จะตกลงกนั ชายหนุ่มบางคนเมื่อใหม้ดัจา แก่หญิงสาว บางทีพ่อแม่ญาติพี่นอ้งไม่เห็นดว้ยจึงพยายามชกัจูงโนม้ นา้วจิตใจให้ไปสนใจกบัหญิงอื่น ซ่ึงหากเขาไดเ้ปลี่ยนใจหนไปรักหญิงอื่นด้วยการคล้อยตามความเห็นของ ั พ่อแม่หรือญาติพี่นอ้งแลว้เขาก็จะขอคืนมดัจา คืนจากเธอ เธอทราบเรื่องก็ยอ่มจะไม่ยอมคืนมดัจา ให้พร้อม กบัคา พูดตดัพอ้ต่อวา่จะใหเ้สียใจไปถึงไหน เท่าน้ียงัไม่พอยงัจะมาขอมดัจา คืนอีกหรือ 2.4.6 กำรพำตัวหญิงสำวไปอยู่ด้วยกัน หลงัจากที่ฝ่ายชายไดบ้อกให้พ่อแม่ของตนไดท้ราบวา่ ตนมีความรักกบัหญิงคนใด เป็นลูกหลานของใคร ซ่ึงไดใ้หม้ดัจา แก่หญิงสาวไวแ้ละไดดู้ผลการทา นายจาก กระดูกไก่แลว้ปรากฏวา่เหมาะสมที่จะแต่งงานกบัหญิงสาวที่ตนออกบากฝากรักแลว้ชายหนุ่มก็จะหาโอกาส
23 นัดหมายกบัหญิงสาวเพื่อให้เธอหนีตามเขาไปอยู่ดว้ยกนัซ่ึงโดยมากจะนัดพบกนัเวลาเย็นหรือกลางคืน หญิงสาวจะมาตามนดัตามเวลาและสถานที่ตกลงกนัแลว้ชายหนุ่มก็จะพาหญิงสาวไปเก็บตวัหรือซ่อนตวั อยทู่ ี่บา้นของตนหรือบา้นญาติ นอกจากจะใช้วิธีนัดหมายแล้วอาจจะใช้วิธีเรียกหญิงสาวออกมานอกบ้าน แล้วฝ่ ายชายให้เพื่อนๆ ช่วยกนัฉุดไปก็ได้หรือถา้ทราบดีว่าหญิงสานอนอยู่ณ ที่ใดจะใช้ไมแ้หย่ให้หญิงสาวรู้ตวัและให้เธอออก จากบา้นหนีตามเขาไปก็ได้ ข้อนิยม การนดัพาตวัหญิงสาวจะตอ้งเลือกวนัที่เป็นวนัดีคือวนัหนูวนัววัวนักระต่าย วนัแพะ วนัไก่ท้งัน้ีไม่ตอง้ คา นึงถึงว่า วนัดังกล่าวตรงกับวนัศีลหรือเพราะมิใช่เป็นเรื่องผิดศีล สิ่งส าคญัคือต้องคิดคา นึงว่า วนั ดงักล่าวตรงกบัวนัที่เป็นตวัสัตวอ์ะไร ข้อห้ำม วนัที่ถือกนัวา่เป็นวนัไม่ดีที่สุด คือวนังูใหญ่และวนังูเล็ก การนดัพาตวัสาวมาในวนัท้งัสอง น้ีจะมีบาป เคราะห์ร้ายต่างๆ จะติดตวัตามหญิงสาวมาดว้ย ซ่ึงจะเป็นเหตุให้ครอบครัวหายนะ ล่มจม ใน อนาคตได้ชายจึงตอ้งงดการนดัหมายกบัสาวในวนัดงักล่าว 2.5 พ่อสื่อคนกลำง หลงัจากที่ชายหนุ่มไดพ้าตวัหญิงสาวไปอยู่ที่บา้นของตนหรือบา้นญาติเรียบร้อยแลว้ก็จะบอกให้ พอ่แม่หรือญาติพี่นอ้งจดัพาคนกลาง 2คน ซ่ึงจะตอ้งเป็นผชู้ายเป็นผทู้ี่แต่งงานแลว้มีแซ่สกุลแตกต่างกบัตน และกบัหญิงสาวดว้ย(กรณีหาคนกลาง 2คนไม่ได้จะใชเ้พียง 1คนก็ได)้ คนกลางที่ทา หนา้ที่ติดต่อกบัพ่อแม่ฝ่ายหญิงลีซูเรียกวา่“ปูสชิผะ” เขาจะน าสุรา 1 ขวด ไปคารวะ และบอกวา่ลูกสาวของท่านไม่ไดห้ายไปไหนเวลาน้ีหนีไปอยู่กบัชายหนุ่มลูกเตา้เหล่าใครในหมู่บา้นแห่ง ไหนเรียบร้อยแลว้ขออยา่ ไดเ้ป็นห่วงหรือวิตกกงัวลใจ ทา ใจให้สบายๆ และขอเชิญพ่อแม่ญาติพี่น้องของ หญิงสาวไดด้ื่มสุราที่นา มาน้ีตามประเพณีมีความเชื่อถือและปฏิบตัิสืบต่อกนัมาคือถา้หากพ่อแม่หญิงสาว ดื่มสุราแลว้ก็หมายความว่ายินยอมที่จะยกลูกสาวให้ชายหนุ่ม ถา้ยงัไม่ดื่ม หมายถือยงัไม่ยินยอม การไม่ ยินยอมโดยง่าย ก็มกัจะมีเหตุกล่าวอา้งว่า จะตอ้งถามใจของบุตรสาวเสียก่อน ถา้บุตรยินดีพอใจจะอยู่กบั ชายหนุ่ม ตนก็พร้อมที่จะดื่ม ซ่ึงคนกลางจะตอ้งใชว้าทะเจรจาชกัจูงให้พ่อแม่และญาติพี่นอ้งของหญิงสาว ดื่มสุราที่เตรียมมาให้จนได้
24 เมื่อพ่อแม่ญาติพี่น้องดื่มสุราพอเป็นพิธีแลว้คนกลาง 2คน ก็จะกลายเป็น “เถา้แก่” ซ่ึงลีซูเรียกว่า “หญื่หมู่ผา่” ทา หน้าที่เจรจาต่อรอง เรื่องค่าตวัของหญิงสาวต่อไป จนกระทงั่เป็นที่ตกลงกนัระหว่างพ่อแม่ ของหญิงสาวและพอ่แม่ของชายหนุ่มใหเ้สร็จเรียบร้อย 2.5.1 กำรเจรจำเรื่องค่ำตัว คนกลางหรือเถา้แก่2คน จะทา หน้าที่เจรจากบัพ่อแม่ของหญิงสาว เมื่อไดค้วามวา่เรียกร้องเงินค่าตวัเท่าไหร่ก็จะนา ความไปบอกกบัพ่อแม่ฝ่ายชาย พ่อแม่ฝ่ายชายก็จะต่อรอง ราคาแลว้คนกลางก็นา ความไปบอกพ่อแม่ของหญิงสาวเดินไปเดินมาระหวา่งบา้นท้งัสองน้นัจนกวา่ท้งัสอง ฝ่ายจะพอใจและตกลงกนั (หากฝ่ายชายอยูก่นัคนละหมู่บา้นจะใชบ้า้นญาติหรือคนรู้จกักนัเป็นบา้นฝ่ายชาย ที่คนกลางมาเจรจาดว้ย) ซ่ึงตอ้งใชเ้วลานานพอสมควร บางทีเริ่มตน้ต้งัแต่เชา้จนกระทงั่ถึงเที่ยงคืน ถา้ยงัไม่ สามารถตกลงกนัได้ก็เริ่มเจรจาวนัรุ่งข้ึนกนัอีก ซ่ึงอาจใชเ้วลาถึง 2วนั2คืน แต่ถา้ต่างฝ่ายต่างยอมผอ่นปรน แก่กนัก็อาจจะใชเ้วลานอ้ยกวา่น้ี ค่าตวัหญิงสาวผูกพนักบัเรื่องที่อยู่อาศยัของท้งัสองคนดว้ยกล่าวคือจะให้ท้งัสองอยูก่บัพ่อแม่ฝ่าย ชายหรือฝ่ายหญิงถา้พ่อแม่ของฝ่ายหญิงมีบุตรคนเดียวหรือมีหลายคนแต่แยกครอบครัวออกไปหมดแล้ว ยอ่มตอ้งการให้ฝ่ายชายเขา้มาอาศยัอยูก่บัครอบครัวของตน (Matrilocal)แต่ถา้ยงัมีบุตรหลายคนอาศยัอยูก่บั ตนก็อาจจะไม่ติดใจที่จะใหบุ้ตรสาวไปอยใู่นครอบครัวของฝ่ายชาย (Patrilocal) 2.5.2 ค่ำสินสอดตัวหญิงสำว หากฝ่ายหญิงไปอยใู่นครอบครัวฝ่ายชาย พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเรียก ค่าตวัสูงมาก ต้งัแต่15,000-40,000 บาท ซ่ึงข้ึนอยูก่บัความพอใจที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงจะเรียกร้องโดยที่เขาจะ คา นึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของฝ่ายชายดว้ย จา นวนเงินดงักล่าวที่เป็นค่าตวัของหญิงสาวน้ีฝ่ายชายจะให้ หมดคร้ังเดียวทนัทีที่ฝ่ายหญิงไปอยกู่บัฝ่ายชาย หรืออาจจะใหไ้วจ้า นวนหน่ึงและมีขอ้ตกลงวา่จะให้จนหมด สิ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ขอ้ตกลงดงักล่าวน้ีจา เป็นอยา่งยิ่งที่ฝ่ายชายตอ้งหา เงินมาให้ตามกา หนดเวลา มิฉะน้นัพ่อแม่หญิงสาวก็อาจนา บุตรสาวของตนกลบัคืนและยึดเงินที่ให้ไวแ้ลว้ โดยอา้งเหตุผลผดิสัญญาก็ได้ ปัจจุบนั ฝ่ายชายหากหาเงินมาให้เป็นค่าตวัหญิงสาวไม่ได้ก็อาจจะพ่ึงโรงรับจา น าในเมือง น า เครื่องเงินเครื่องประดบัที่ค่าไปจา นา ไวก้บัโรงรับจา นา แลว้เอาเงินมาใหก้บัพอ่แม่ของหญิงสาว ภายในเวลา ที่ตกลงกนัไว้ หากตกลงกนัวา่ ฝ่ายชายไปอยูใ่นบา้นของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ราคาค่าตวัอาจจะไม่สูงนกัอาจจะเป็น จ านวนเงิน 5,000-10,000 บาท อยูก่ ินดว้ยกนัเล้ียงดูและทา งานให้กบัพ่อแม่ฝ่ายหญิง แลว้กา หนดเวลาไว ้
25 เช่น 1 , 2 , 3 หรือ 5 ปีก็ได้หรือไม่ก าหนดเวลาไว้ก็ได้การอยู่อาศัยในครอบครัวพ่อแม่ฝ่ายหญิง จา เป็นตอ้งช่วยทา งานในไร่ในบา้นตามช้ีแนะหรือคา สั่งของพ่อแม่ฝ่ายหญิง และเมื่อถึงเวลาอนัควร เช่น น้องๆ หรือพี่ๆ ของภรรยาได้แต่งงาน เขาก็อาจจะขอแยกตัวไปต้งัครอบครัวใหม่เป็นครอบครัวเดี่ยว (Nuclear Family)ของตนเองได้แต่ท้งัน้ียอ่มข้ึนอยกู่บัการยนิยอมของพอ่แม่ฝ่ายหญิงเป็นสา คญั 2.5.3 เงินค่ำข้ำมรุ่นหรือแต่งก่อนพี่ชำยพี่สำว กรณีที่ฝ่ายหญิงที่พี่น้องทอ้งเดียวกนัหลายคน พี่ชายหรือพี่สาวยงัไม่ไดแ้ต่งงาน แต่นอ้งสาวแต่งงานก่อน ฝ่ายชายที่มาแต่งงานดว้ยจะตอ้งเสียค่าลา้งหน้า (ลีซูเรียกวา่ผิสฉึเมียสฉึ) ให้แก่พี่ของเธอ โดยพ่อแม่เป็นผูท้ี่เรียกร้องค่าลา้งหน้าดงักล่าวให้และคนกลาง ท้งัสองก็จะทา หนา้ที่เจรจาต่อรองราคาดว้ย หากพ่อแม่ของหญิงสาวเห็นใจก็จะเรียกร้องราคาไม่สูงนกัเช่น 500 , 700 หรือ 1,000 บาท แต่หากพิจารณาแลว้เห็นวา่ ฝ่ายชายมีฐานะทางเศรษฐกิจดีอาจจะเรียกร้องค่าง ลา้งหนา้1 หมื่นต่อพี่1คนก็มี 2.5.4 กำรปรับสินไหมเป็ นเงินกินเปล่ำ เมื่อฝ่ายชายนดัหมายกนักบัหญิงสาว เพื่อพาตวัเธอไป อยูด่ว้ยกนัจะตอ้งพาเธอไปอยู่บา้นของตนหรือบา้นญาติของตน ห้ามพาเธอไปอยูบ่า้นฝ่ายหญิง มิฉะน้นั จะต้องถูกปรับสินไหมทดแทน การลกัพาตวัหญิงสาวไปอยูก่บัตนน้นัหากหญิงสาวกา ลงันอนอยูแ่ลว้ ฝ่ายชายเรียกหรือให้เพื่อน เรียกเธอออกมานอกบา้น แลว้ใช้วิธีฉุดเธอไป หากพ่อแม่ไดย้ินและทราบเรื่อง ฝ่ ายชายจะถูกปรับสินไหม เป็นเงินกินเปล่าอาจจะเป็นจา นวนเงิน 2,000-5,000 บาท อีกกรณีหน่ึง คือ หากฝ่ายชายไดท้ราบว่าหญิงสาวนอนอยู่ที่ใดแล้วใช้ไมเ้ล็กๆแหย่ถูกตวัเธอให้ รู้ตวัเพื่อให้เธอออกมานอกบา้น และพาเธอไปดว้ยกนัหากทิ้งไมไ้วข้า้งบา้น ลืมเก็บไปทิ้งเสียให้พน้ตา พ่อแม่จบั ไดม้ีหลกัฐานคือไมแ้หย่ ฝ่ายชายจะตอ้งถูกปรับสินไหมไม่ต่า กวา่250 บาท หรือปรับเป็นเงิน แถบไม่ต่า กวา่25 แถบข้นัไป 2.6 หลงักำรพำตัวหญงิสำวไปอยู่ด้วยกนั เมื่อฝ่ายชายพาตวัไปอยู่ดว้ยที่บา้นของตนหรือญาติแลว้ ไม่มีขอ้ห้ามเรื่องการหลบันอนดว้ยกนัแต่ ท้งัน้ีหากหญิงสาวไม่แน่ใจวา่พ่อแม่ท้งัสองฝ่ายจะตกลงกนั ไดห้รือไม่หรือเกิดการเปลี่ยนใจโดยกะทนัหัน หลงัจากที่หนีตามฝ่ายชายไปแลว้ก็อาจจะยงัไม่ยอมให้ฝ่ายชายร่วมหลบันอนกบัเธอ ซ่ึงตามปรกติโดยทวั่ ๆ ไปแลว้เมื่อท้งัสองรักใคร่กนัหนีตามกนัไปแลว้ก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาในเรื่องเช่นน้ี
26 2.7 กำรแต่งงำน หลงัจากที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายตกลงราคาค่าตวัของหญิงสาวกนัไดแ้ลว้พอ่แม่และญาติของ ฝ่ายชายจะนา สุรา 1 ขวด มาคารวะพ่อแม่ฝ่ายหญิง กล่าวขอบคุณที่ยกบุตรสาวให้เป็นบุตรสะใภข้องตน คนยินดีพอใจเป็นอยา่งยงิ่และขอใหทุ้กคนดื่มเพื่อความสุขความเจริญทวั่หนา้กนัทุกคน พ่อแม่ท้งัสองฝ่ายจะตกลงกนัถึงเรื่องพิธีแต่งงาน ซ่ึงถา้ฝ่ายชายพร้อม ก็จะกา หนดวนัคือ ดูวนัดี เป็นวนัทา พิธีแต่งงาน แต่ถา้ยงัไม่พร้อม ก็ให้บ่าวสาวไปไหวผ้ีบรรพบุรุษในบา้นพ่อแม่ท้งัสองฝ่ายแลว้ก็อยู่ กินดว้ยกนัไปก่อน อาจจะอยกู่ ินดว้ยกนั1 ปี2 ปีหรือมากกวา่น้ีซ่ึงบางคนมีบุตรเกิดมา 2คนแลว้จึงทา พิธี แต่งงานก็มีอยา่งไรก็ดีเขาจะไม่ใหเ้กินกวา่10 ปีเพราะเป็นการละอายต่อบุตรและญาติพี่นอ้ง พิธีแต่งงานตอ้งสิ้นเปลืองค่าใชจ้่ายมาก เพราะตอ้งเตรียมขา้ว สุราอาหาร (หมูไก่ผกัฯลฯ) ให้ พร้อม จะตอ้งเชิญแขกซ่ึงเป็นญาติท้งัสองฝ่ายและสมาชิกในหมู่บา้นมากินเล้ียงฉลองกนัหากเชิญแขกมา มาก ค่าใชจ้่ายก็มากเป็นเงาตามตวั พิธีแต่งงำน เมื่อกา หนดวนัดีเป็นวนัทา พิธีแต่งงานแลว้ท้งัชายและหญิงจะแต่งกายดว้ยเส้ือผา้ชุดใหม่มี เครื่องประดบัทา ดว้ยเงินอยา่งแพรวพราว (หากไม่มีอาจยืมจากญาติพี่น้องก็ได)้โดยทา พิธีและกินเล้ียงกนั ณ บา้นที่ท้งัสองคนอาศยัอยู่ (อาจจะเป็นบา้นของพ่อแม่ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงหรือบา้นของตนเองซ่ึงไดแ้ยก ครอบครัวออกมาแล้ว) พิธีแต่งงานเริ่มดว้ยชายและหญิงในหมู่บา้นแต่งกายดว้ยเส้ือผา้ชุดใหม่มีเครื่องเงินประดบักนัอยา่ง สวยงาม มาเตน้ร ากนัที่หน้าบา้น มีผูช้ายคนหน่ึงทา หน้าที่ดีดซึงหรือเป่าแคนหรือเป่าขลุ่ยผูเ้ตน้ร าจะเตน้ เป็ นวงรอบตามจังหวะเสียงเพลง เจา้ภาพจะให้เพื่อนบา้นหรือญาติช่วยกนัฆ่าหมูและไก่เพื่อใช้ส าหรับเซ่นไหวบู้ชาผีบรรพบุรุษใน บา้นและใชส้า หรับกินเล้ียงฉลองกนั ญาติพี่นอ้งเพื่อนบา้นรวมท้งัเจา้หน้าที่ที่ปฏิบตัิงานในหมู่บา้นที่ไดร้ับเชิญมาเป็นแขกในพิธีจะมาร่วมงาน กนัอยา่งพร้อมหนา้ ขั้นตอนของพิธี เริ่มพิธีโดยจุดธูป โดยแต่ละแซ่สกุลใชธู้ปไม่เท่ากนัคือแซ่มี่6คู่, งวัผา่5คู่, หยา่จา 3คู่ แลว้นา ไปปักไว้ณ หิ้งบูชาผีในบา้น เจา้บ่าวและเจา้สาวมายืนเคียงคู่กนัอยูก่ลางบา้น โดยหนัหนา้ไปหาหิ้ง บูชาผีเจา้บ่าวยืนตรงโดยใช้มือท้งัสองขา้งประสานกนัยกข้ึนให้อยู่เหนือศีรษะ แล้วค่อยๆ ยกมือให้โคง้ ต่า ลงไปขา้งหนา้พร้อมกบัทา ตวัให้โคง้ลงดว้ย ทา เชนน้ี4คร้ังแลว้คุกเข่าลง ทา เช่นน้ีอีก3คร้ังสลบักนั ไป ส่วนเจา้สาวจะนงั่พบัเพียบหมอบลงติดพ้ืนบา้น หนา้ซบลงที่มือไม่มองสิ่งใดท้งัสิ้น เมื่อเจา้บ่าวไดเ้ซ่นไหว้
27 บูชาผีเป็นเวลาประมาณ 1 ชวั่ โมง ญาติพี่น้องและแขกที่มาร่วมงานได้กล่าวว่าให้หยุดไดแ้ลว้เจา้บ่าวจึง หยดุและเจา้สาวก็ลุกข้ึน เจา้บ่าวและเจา้สาวเสร็จจากเซ่นไหวผ้บีรรพบุรุษแลว้ก็ออกมาไหวญ้าติพี่นอ้งที่มีอาวโุสกวา่ตนและ ไหวแ้ขกที่เคารพนบัถือ ท้งัสองจะไหวแ้ขกเพียงคนละ1คร้ัง มีถว้ยสุราต้งัไวแ้ละมีตะเกียบหน่ึงคู่ไวท้ี่ปาก ถว้ย ญาติพี่นอ้งและแขกที่มาร่วมงานจะนา เงินใส่ถว้ยเพื่อเป็นขวญัส าหรับคู่บ่าวสาว เสร็จพิธีแลว้ก็เริ่มกิน เล้ียงฉลองกนั 2.8 ข้อห้ำมข้อนิยมในกำรเกี้ยวพำรำสีและกำรแต่งงำน ข้อห้ำม หา้มเก้ียวพาราสีหญิงสาวดว้ยการถูกเน้ือตอ้งตวัขณะที่มีคนอื่นพบเห็นหรือขณะที่อยใู่นหมู่บา้น ญาติพี่น้อง (ยกเวน้ลูกพี่ลูกนอ้งที่ต่างแซ่สกุล) หรือผูท้ี่อยู่ในแซ่สกุลเดียวกนัห้ามเก้ียวพาราสีหรือแต่งงาน กนั ห้ามนา คนรักหรือภรรยาไปพลอดรักหรือร่วมหลบันอนดว้ยกนั ในบา้นของคนที่อยูค่นละแซ่สกุล แมว้า่จะ เป็นคนเผา่เดียวกนัต่างเผา่กนัหรือคนไทยพ้ืนเมืองก็ตอ้งหา้มไม่มีขอ้ยกเวน้ การพูดจาเก้ียวพาราสีห้ามกระทา ขณะที่มีญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงที่เป็นผูช้ายซ่ึงอาวุโสกวา่หญิงสาวอยู่ณ ที่น้นั หา้มผชู้ายถูกเน้ือตอ้งตวัหญิงสาวขณะร้องเพลงโตต้อบกนั หญิงสาวที่หนีตามชายหนุ่มไปอยูด่ว้ยกนัขณะที่มีการเจรจาต่อรองเรื่องค่าตวัหญิงสาวอยนู่้นัหา้มหญิงสาว เดินทางกลับไปบ้านของตนเอง การแต่งงาน เมื่อฝ่ายหน่ึงมีบุตรชายแต่งงานกับบุตรสาวของอีกฝ่ายหน่ึง จะให้บุตรสาวของฝ่ายแรก แต่งงานกบับุตรชายของอีกฝ่ายหน่ึงในทา นองแลกเปลี่ยนบุตรเขยบุตรสะใภก้นัและกนัไม่ได้มีความเชื่อวา่ หากทา เช่นน้ีจะทา ใหคู้่สมรสคู่หน่ึงดีอีกคู่หน่ึงจะไม่ดีเช่น คู่แรกอาจจะร่ ารวยแต่คู่หลงัจะยากจน ชายหญิงที่มีภรรยาหรือสามีแลว้และยงัอยดู่ว้ยกนั ไม่สมควรที่จะไปเก้ียวพาราสีผูอ้ื่น หรือยินดีพอใจใหค้น อื่นมาเก้ียวพาราสีตนอีก ข้อนิยม ชาย-หญิง นิยมเก้ียวพาราสีกนัต้งัแต่อายปุระมาณ 15-16 ปีข้ึนไป นิยมการแต่งงานกนั ในเผา่เดียวกนัมากกวา่การแต่งงานกบันอกเผา่การแต่งงานนอกเผา่มีอยบู่า้ง เช่น หญิง ลีซอแต่งงานกบัคนไทย จีนฮ่อ ชายลีซอแต่งงานกบัลาหู่ อาข่า
28 นิยมการแต่งงานแบบผวัเดียว เมียเดียว มากกวา่การมีผวัเดียวหลายเมีย การเก้ียวพาราสีโดยวิธีร้องเพลงโตต้อบกนัจะไม่เลือกฤดูกาลกระทา ไดต้ลอดปีซ่ึงข้ึนอยูก่บัวนัเวลาใดที่ วา่ง จะเป็นเวลากลางวนัหรือกลางคืนก็ได้ กำรเกี้ยวพำรำสีในวันปีใหม่เมื่อมีการเตน้ร า ชายจะจบัมือหญิงเตน้ร าไปรอบวง โอกาสที่ชายหนุ่มจะออก ปากฝากรักกบัหญิงสาว นิยมพูดจากระซิบต่อเธอในเวลากลางคืน ในโอกาสที่ไม่มีผคู้นมากนกั การพาตวัหญิงสาวไปอยูด่ว้ย ชายหนุ่มนิยมใชว้ธิีนดัหมายให้ไปพบกนั ในวนัเวลาและสถานที่ณ ที่หน่ึงที่ ใดมากกวา่วิธีอื่น หากเธอมาตามนดัก็จะพาเธอไป ไม่นิยมใช้วิธีฉุดหรือวิธีใช้ไมแ้หย่ให้เธอออกมานอก บา้น เพราะ2วธิีหลงัน้ีเสี่ยงต่อการถูกปรับสินไหมทดแทนเป็นเงินกินเปล่า การแต่งงานอยู่กินดว้ยกนัหากฝ่ายชายไม่มีเงินให้ค่าตวัของฝ่ายหญิง นิยมให้ฝ่ายชายไปอยูใ่นครอบครัว พอ่แม่ฝ่ายหญิง ราคาค่าตวัของหญิงสาว พ่อแม่นิยมเรียกร้องเป็นเงินจา นวนสูงหรือราคาแพง เนื่องจากมีความคิดที่วา่ ฝ่าย ชายจะไม่ละทิ้งหรือหยา่ร้างไดง้่าย เพราะเสียดายเงินค่าตวัที่ตอ้งจ่ายไปแลว้ ข้อนิยมเฉพำะ การเก้ียวพาราสีหรือการแต่งงาน มีขอ้นิยมเฉพาะหรือลกัษณะพิเศษที่ชายและหญิงที่เป็นญาติพี่น้องกนั โดยเป็ นลูกพี่ลูกน้องกนัสามารถแต่งงานกนัได ้ซ่ึงจะเป็นญาติพี่นอ้งทางบิดา หรือทางมารดาก็ได้ลีซอมีคา เรียก ชื่อ ชาย หญิง ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกนัและสามารถแต่งงานกนั ได้คือ “ลูเปี ยว” อาจจะแปลว่าคู่หมาย แฟนหรือเพื่อน ซ่ึงนิยมให้บุตรของตนไดแ้ต่งงานกนัเพราะจะทา ให้ความสัมพนัธ์ระหว่างญาติพี่น้องมี ความแน่นแฟ้นและรักใคร่กนัมากข้ึน ชายหญิงที่เก้ียวพาราสีหรือแต่งง่านกนั ในลกัษณะดงักล่าว เขียนเป็น รูปสัญลกัษณ์ไดด้งัน้ี ทำงฝ่ ำยบิดำ พี่น้องท้องเดียวกัน บิดา มารดา บิดา มารดา(พี่สาวหรือน้องสาว) บุตร เก้ียวพาราสีหรือแต่งงานกนัได้บุตร แมว้า่บิดามรรดาของบุตรที่เป็นคู่หมาย (ลูเปียว)กนัก็มิใช่วา่จะเป็นเรื่องไม่ดีหรือมีความเสียหายแต่ประการ ใด
29 การแต่งงานกนัระหวา่งญาติพี่นอ้ง จะตอ้งเป็นผทู้ี่เกิดอยูใ่นลา ดบัช้นั (Generation)เดียวกนัหากใน ช้นับุตรแต่งงานกนัแลว้ ในลา ดบัช้นัต่อไปคือช้นัหลานก็แต่งงานกนั ได้ถา้มีชายหญิงที่เป็นญาติพี่นอ้งที่มี ลกัษณะความสัมพนัธ์เป็นคู่หมาย(ลูเปียว) ซ่ึงกนัและกนั ข้อห้ำมเด็ดขำด ขอ้ห้ามประการหน่ึงดงักล่าวมาแลว้วา่ผทู้ี่อยูใ่นแซ่สกุลเดียวกนัเก้ียวพาราสีหรือแต่งงานกนัไม่ได้ ฉะน้นับุตรที่เกิดมาไม่วา่จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาวจะเก้ียวพาราสีหรือแต่งงานกบับุตชายหรือบุตรสาว ของนอ้งชายหรือพี่ชายของบิดาไม่ได้เนื่องจากอยใู่นแซ่สกุลเดียวกนัเขียนสัญลกัษณ์ไดด้งัน้ี พี่น้องท้องเดียวกัน บิดา มารดา(พี่สาว,น้องสาว) บิดา(น้องชาย,พี่ชาย) มารดา บุตร บุตร เก้ียวพาราสีหรือแต่งงานกนัไม่ได(้หา้ม) ไม่เป็ นข้อห้ำม แต่ไม่นิยม หากเป็นญาติพี่นอ้งในระดบัเดียวกนัต่างแซ่สกุลกนัแต่ไม่นิยมเก้ียวพาราสีหรือแต่งงานกนัคือชาย หญิงที่เป็นบุตรของน้าหรือป้า (น้องสาวหรือพี่สาวของมารดา) ซ่ึงไม่ไดม้ีขอ้ห้ามกา หนดเป็นประเพณีว่า กระทา การดงักล่าวไม่ได้เพียงแต่ไม่นิยมทา เท่าน้นั ในความจริงอาจจะพบเห็นมีการแต่งงานกนัเช่นน้ีอยู่ บา้งแต่ก็มีนอ้ยมาก 2.9 กำรหย่ำร้ำง ตามประเพณีลีซูเมื่อสามีภรรยาไม่ตอ้งการหรือสามารถอยู่ดว้ยกนัก็หยา่ร้างกนั ได้ไม่มีขอ้ห้าม ซึ่งอาจพบเห็นชายหญิงที่หยา่ร้างมีอยบู่า้งในแต่ละหมู่บา้น แต่ไม่มากนกั สาเหตุของการหยา่ร้างมีหลายประการ เช่น อุปนิสัยใจคอเขา้กนั ไม่ได้สามีเป็นบุคคลที่ประพฤติมิ ชอบ ชอบแต่เล่นการพนนัดื่มสุรา เกียจคร้านทา งานหรือสูบฝิ่น กรณีหยา่ร้างกนั โดยสาเหตุจากภรรยามีชูก้ ็ มีบ้าง นอกจากน้ันอาจจะเป็นกรณีที่บิดามารดาของภรรยาไม่ต้องการให้บุตรสาวและบุตรเขยอพยพ ครอบครัวไปอยู่หมู่บ้านอื่น แต่บุตรเขยไม่ยินยอมหรือตนเองจะยา้ยไปอยู่หมู่บ้านอื่น และต้องการให้ บุตรสาวกบับุตรเขยยา้ยตามไปดว้ย บุตรเขยปฏิเสธที่จะยา้ยไปครอบครัวติดตามไป (บิดามารดาญาติพี่นอ้ง
30 ของบุตรเขยอาจจะไม่ยินยอมให้ยา้ย) หากเป็นลกัษณะที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยนิยอมโอนอ่อนผอ่นตามกนัเช่นน้ีก็ จะทา ใหส้ามีภรรยาแยกกนัอยเู่กิดการหยา่ร้างกนัไดเ้หมือนกนั หญิงบางคนอยูก่ ินกบัสามีไดไ้ม่ถึง 10 วนัหรืออยู่ดว้ยกนัเพียง 1 เดือนเศษ ก็หยา่ร้างกนัเพราะเขา้ กบัญาติพี่นอ้งของสามีไม่ไดห้รืออาจเป็นเพราะทศันะคติความคิดเห็นไม่ตรงกนั ไปดว้ยกนั ไม่ได้ส าหรับ การแต่งงานใหม่ของหญิงเมื่อไดห้ยา่ร้างคร้ังหน่ึงแลว้ถา้ยงัไม่มีบุตรค่าตวัของเธอมิไดล้ดลงไปดว้ย ฝ่ายใดขอหยา่ร้างฝ่ายน้นัตอ้งเสียงเงิน อาจจะเป็นสามีหรือภรรยาเป็นฝ่ายขอหยา่ซ่ึงข้ึนอยูก่บัสาเหตุเป็นส าคญัหากภรรยามีชูแ้น่นอนวา่ ฝ่ายสามี จะขอหย่า หากสามีไม่มีความรับผิดชอบในครอบครัว เกียจคร้านทา งาน ดื่มสุราเป็นอาจิณ สูบฝิ่น ฝ่าย ภรรยาจะเป็นฝ่ายขอหยา่กรณีแยกกนัอยูเ่พราะฝ่ายหน่ึงอพยพไปอยูบ่า้นอื่น ถือวา่ต่างฝ่ายต่างตกลงขอหยา่ ดว้ยกนัท้งัคู่ ฝ่ายใดเป็นผขู้อหยา่ก่อน ฝ่ายน้นัเป็นผูเ้สียเงิน สามีขอหยา่จะไม่ไดเ้งินค่าซ้ือตวัภรรยาคืน ภรรยาขอหยา่ตอ้ง เสียเงินค่าซ้ือตวัเธอคืนใหส้ามี ในสังคมลีซอซ่ึงยงัคงยืดถือระบบจารีตประเพณีค่อนขา้งเคร่งครัดอยู่เช่นน้ีการหยา่ร้างเกิดข้ึนไม่มากจาก การสังเกตโดยทวั่ๆ ไปจะพบว่าหมู่บา้นแห่งหน่ึงๆ น้นัอาจจะมีชายหรือหญิงที่หย่าร้างเพียง 1-2 คน บาง หมู่บา้นไม่มีเลยแม่วา่ผูช้ายบางคนชอบดื่มสุรา เล่นการพนนัหรือ สูบฝิ่น แต่เมื่อมีบุตรแลว้ภรรยาจะทนอยู่ ร่วมกนัต่อไป เพื่ออนาคตของบุตรจึงไม่หยา่ร้าง บุตรจะอยู่กบัใครเมื่อมีกำรหย่ำร้ำง บุตรทุกคนไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต้องใช้แซ่สกุลของบิดา หากบิดามารดาหย่าร้างกนัย่อมข้ึนอยู่กับ ขอ้ตกลงท้งั2ฝ่ายวา่จะให้อยกู่บัฝ่ายใด หากมีบุตรต้งัแต่2คน ข้ึนไปอาจจะแบ่งกนัไปเล้ียงดูหรือฝ่ายใดฝ่าย หน่ึงจะรับเล้ียงดูบุตรท้งัหมดก็ได้และหากมีการแบ่งบุตรกนัไปเล้ียงดูบุตรที่อยกู่บับิดาหรือมารดาก็ยงัคงใช้ แซ่สกุลของบิดาต่อไป 2.9.1 พ่อหม้ำย แม่หม้ำย พบเห็นมีอยูทุ่กหมู่บา้น เมื่อสามีหรือภรรยาฝ่ายหน่ึงฝ่ายใดตายลงอนั เนื่องจากสาเหตุใดๆ ก็ตาม ฝ่ายที่ยงัมีชีวิตอยกู่ ็เป็นหมา้ยเขาจะไม่รีบหาสามีหรือภรรยาคนใหม่ในทนัทีท้งัน้ี เพราะยงัคงมีความรักความอาลยัคู่ชีวิตที่จากไป อีกท้งัมีความคิดถึงเรื่องบุตร หากแต่งงานใหม่จะมีปัญหา เรื่องคู่สมรสใหม่กับบุตรว่าจะเข้ากันได้หรือไม่บางคนอายุก็มากแล้วด้วยความคิดที่ประสงค์ให้ชีวิต ครอบครัวของตนมีความสุขตามอตัภาพ จึงไม่อยากจะแต่งงานใหม่ยอมเป็นพอ่หมา้ยหรือแม่หมา้ยไปจนแก่ เฒ่าและตายไปในที่สุด
31 2.10 กำรตำย การตายของลีซอมี2แบบ คือ ตายดีและตายร้าย หรือตายไม่ดี ตำยดี คือเกิดมามีชีวติอยจู่นแก่เฒ่าแลว้ก็ตาย ตำยร้ำย คือ ตายผิดปกติเช่น ถูกปืนยงิตายถูกตน้ ไมล้ม้ทบัถูกสัตวร์้ายกดัตาย หรือเจบ็ ป่วยเป็นไขต้าย หรือ คลอดลูกตาย คนตายดีน้นันิยมฝัง ส่วนคนตายร้ายนิยมเผาแลว้เก็บกระดูกไปฝังอีกคร้ังหน่ึงคนตายดีถา้มีบุตรชายนิยมฝัง ไวบ้นเนินเขาหรือภูเขาสูงถา้ไม่มีบุตรชายมีแต่บุตรหญิงหรือไม่มีบุตรจะฝังไวท้ี่หรือไม่สูงก็ได้ ส าหรับคนเจ็บป่ วยที่ยงัไม่แก่เฒ่าหากตายที่อื่น เช่นวา่ตายอยูใ่นโรงพยาบาลก็จะนา ศพกลบัมาเผาแลว้เก็บ กระดูกไปฝังโดยไม่นา ศพเขา้ไปทา พิธีในบา้น บางคนยากจนไม่มีเงินใชจ้่ายในการนา ศพกลบัก็อาจจะมอบ ศพให้กบัทางโรงพยาบาล หากผูป้่วยตายอยใู่นหมู่บา้นลีซอแห่งอื่น ญาติพี่นอ้งก็จะเผา่แลว้เก็บกระดูกไปฝัง ในบริเวณใกลห้มู่บา้นแห่งน้นั เด็กหรือคนหนุ่มสาวที่ยงัไม่มีภรรยาหรือมีแลว้แต่ยงัไม่มีบุตร ตายแลว้อาจจะฝังไวใ้กลล้า หว้ยหรือบนภูเขา แลว้แต่จะเห็นเหมาะสม ตายแลว้ไม่มีการเซ่นไหวก้นัอีกต่อไป คนตายที่มีบุตรชาย (ไม่วา่ผตู้ายจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม) บุตรและญาติพี่นอ้งจะตอ้งไปทา พิธีเซ่นไหวบู้ชา ณ หลุมฝังศพปีละคร้ังครบ 3คร้ังแลว้จึงหยุด เชื่อกนัวา่หลงัจาก3 ปีแลว้วญิญาณคนตายจะไปเกิดที่อื่น เมื่อ มีคนตายในบา้นเขาจะเอาศพใส่โลงต้งัไวใ้นบา้นอาจจะไว้2-3 วนัหรือมากกวา่น้ีเมื่อเป็นวนัดีจะนา ศพไป เผาหรือฝัง ส าหรับเด็กๆ ถา้ตายลงจะนา ไปฝังในวนัน้นัเลยทีเดียว ไม่มีพิธีกรรมแต่อยา่งใด คนที่มีสามีภรรยาบุตรหลายคนแลว้เมื่อตายลงเขาจะบอกญาติพี่น้องและเพื่อนบา้นซ่ึงคนเหล่าน้ีก็จะร่วม เป็นเกียรติแก่ผูเ้ป็นเจา้ของบา้นมีการเฝ้าศพท้งักลางวนักลางคืน จะมีการเล่นไพ่เล่นเสี่ยงทายกนัระหว่าง หนุ่มสาว ดื่มสุรา รับประทานอาหาร สูบบุหรี่และกินหมากพูดจาคุยกนัอยา่งสนุกสนานตลอดเวลาที่ศพยงั อยทู่ ี่บา้นเพื่อใหเ้จา้ของบา้นคลายความทุกขโ์ศรกลง “ศพของชนชาติที่ลา้หลงัจะปรากฏให้เห็นชดัอยูอ่ยา่งหน่ึงวา่คนเหล่าน้นัมีความเชื่อวา่คนตายไปแลว้ยงัคงมี ชีวติเป็นผีสิงอยทู่ ี่หลุมฝังศพ ดว้ยเหตุน้ีจึงนา เอาอาวุธเครื่องมือและเครื่องใชส้อยต่างๆ ตลอดจนอาหารขา้ว น้า อนัจา เป็นแก่ชีวิตใหม่ของผูต้ายไปวางไว้ใกลห้ลุมฝังศพ เป็นอนัวา่เมื่อตายแลว้เดิมยงัอยูก่บัครอบครัว ในกระท่อมเดียวกนัต่อมาภายหลงัจึงไปอยทู่ ี่หลุมฝังศพ ลีซูก็มีความเชื่อเช่นน้ีอยเู่หมือนกนัคือญาติพี่นอ้ง ของคนตายจะนา เครื่องใช้เส้ือผา้ยา่ม มีด เมล็ดฝิ่น และเมล็ดผกัชนิดต่างๆ ไปไวใ้กลห้ลุมฝังศพ” 2.10.1 กำรเคลื่อนย้ำยและฝังศพ เวลาทีเอาศพจากบา้นเพื่อนา ไปเผาหรือฝัง หากเป็นผใู้หญ่แลว้ จะน าศพออกทางประตูบา้นโดยตรงไม่ได้ตอ้งพงัฝาบา้นหรือฝาขา้งประตูประเพณีดงักล่าวน้ีคลา้ยกบัคน
32 ไทย ซ่ึงศาสตราจารยพ์ระยาอนุมานราชธนไดอ้ธิบายไวว้่า “ศพออกทางประตูเรือนไม่ได้ตอ้งพงัฝาออก อธิบายได้ว่าเพราะประตูแคบไม่สะดวกสู้พงัฝาแล้วเอาออกทางที่พงัไม่ได้เหตุผลอีกอย่างหน่ึง คือ ผีจะ หาทางกลบัเขา้บา้นไม่ได้ตอนตะวนัตกและใตอ้าฟริกา ประเทศชวา มลายูหมู่เกาะฟิจิจีน ธิเบต ตาด และ เอสกิโม ลว้นมีขอ้ห้ามไม่ให้กลบับา้นถูก ถา้ออกทางประตูธรรมดาเป็นอปัมงคลเพราะประตูใชส้ าหรับคน เป็ น” การเคลื่อนยา้ยศพของลีซูเพื่อนบา้นและญาติพี่นอ้งจะช่วยกนัแบกหามโดยมีหมอเมืองหรือผทู้ี่รู้และ ทา พิธีตามประเพณีไดเ้ป็นผูน้า บุตรหลานญาติพี่น้องเดินตามหลงับุคคลผูน้้ีเป็นผูถ้ือสิ่งของ เครื่องใช้ของ ผูต้ายและเครื่องเซ่นไหวผ้ีบางอยา่ง เช่น ธูป น้า ขา้วสารไข่ไก่และลูกไก่ที่มีชีวิตติดตวัไปดว้ย เป็นสิ่งที่น่า สังเกตวา่ ในพิธีกรรมเกี่ยวกบัคนตายน้ีหมอผไีม่มีหนา้ที่เกี่ยวขอ้งแต่อยา่งใด เมื่อไปถึงสถานที่ที่จะฝังศพ หมอเมืองจะจุดธูปบูชาผีที่ดิน ณ บริเวณน้ันเสียก่อนสวดออ้นวอน สักครู่หน่ึง แลว้ยนืหนัหลงัไปทางทิศตะวนัตกโยนไข่ไก่สดไปขา้งหลงัใหต้กลงพ้ืนดินหากผูต้ายชอบที่จะ อยู่ที่ไหนไข่ก็จะแตกตรงน้ัน บางทีโยนไข่ลงพ้ืนที่ดินแล้วไม่แตกซ่ึงเขามีความเชื่อถือเกี่ยวกบัเรื่องน้ีว่า หากไข่ตกไม่แตกแสดงวา่ผูต้ายไม่ชอบที่จะอยตู่รงน้นัตอ้งเลือกที่ทา พิธีสวดแลว้โยนไข่ไก่กนั ใหม่จนกวา่ ไข่จะแตกจึงเริ่มถางหญา้และขดุหลุมเพื่อฝังศพโดยขดุดินให้ลึกลงไปประมาณ 2 เมตร ขุดหลุมเสร็จแลว้ก็นา ศพลงหลุม ถ้าศพใส่ไวใ้นโลงตอ้งเปิดฝาออก ถา้ไม่ไดใ้ส่โลงตอ้งนา ผา้ที่ ห่อหุม้ศีรษะออก จากน้นัจึงใชด้ินกลบใหนู้นข้ึนเป็นหลงัเต่า ศพที่ฝังตอ้งหนัศีรษะไปทางทิศตะวนัตกเช่นเดียวกบัความเชื่อถือของคนไทยซ่ึงศาสตราจารย์พระ ยาอนุมานราชธน ไดอ้ธิบายไวว้า่“ทิศตะวนัตะวนัตกเป็นทิศไม่ดีเพระมีความเชื่อวา่มีแต่ตกไม่มีข้ึน เท่ากบั เป็นทางไปสู่ความตายเหตุในคติของคนไทยจึงถือวา่ตะวนัตกเป็นทิศของคนตาย” มีประเพณีการหยอกเล่นกนัอยา่งหน่ึงเกี่ยวกบัคนตาย คือเมื่อเสร็จพิธีฝังแลว้เดินทางกลับบ้าน เขา จะเอาน้า มนัหมูดินโคลน และข้ีเขม่าไฟ มาป้ายทาเส้ือผา้และร่างกายของคนอื่นๆ ที่ไปร่วมพิธีดว้ย เล่นกนั อยา่งสนุกสนานท้งัหนุ่มสาวและเด็ก ส่วนคนเฒ่าคนแก่น้นัผใู้ดจะไปป้ายทาเส้ือผา้เขา จะตอ้งบอกกล่าวขอ โทษเสียก่อน ประเพณีดงักล่าวน้ีแต่ละปีเมื่อถึงวนัเซ่นไหวผ้คีนตายก็จะมีอีก เหตุที่นา ดินโคลน น้า มนัหมูหรือเขม่าไฟมาป้ายเล่นกนัก็เพื่อมิให้ผนีา พาคนที่มีชีวิตไปอยดู่ว้ยใน เมืองผเีพราะเมื่อผเีห็นคนหนา้ตาสกปรก เส้ือผา้ไม่สะอาดก็ไม่ตอ้งการจะพาไปอยดู่ว้ย 2.10.2 กำรเซ่นไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ(ลีซูเรียกว่ำ หลี่ฮีฉัว) เป็นประเพณีการเซ่นไหวบรรพ้ บุรุษผลู้่วงลบัที่มีบุตรชาย ซ่ึงผตู้ายตายยงัไม่ครบ 3 ปีและตอ้งทา พิธีใหค้รบ 3คร้ังคือ
33 ครั้งที่ 1 ท าพิธีในวันที่น าศพไปฝังหรือเผา ครั้งที่ 2 ท าพิธีในวันหลี่ฮีฉัว ครั้งที่ 3 ทา พิธีในวนัหลี่ฮีฉวั(กา หนดวนัเซ่นไหวผ้หีลงัจากวนั ปีใหม่2 เดือน 2วนั ) พิธีการเซ่นไหว้ใชห้มู1 ตวัสุราธูป ขา้วสุขกระดาษ ส าหรับบุตรชายที่มีภรรยาแลว้แลว้ไดแ้ยกตวัไปต้งั ครอบครัวใหม่จะตอ้งนา ไก่ตวัผแู้ละสุราไปเซ่นไหวบู้ชาดว้ย หมูและไก่นา ไปฆ่า ณ สุสาน เสร็จพิธีแลว้มีการรับประทานอาหารกนัที่นั่นหลงัจากรับประทาน อาหารแลว้ก็จะมีการเล่น โดยเอาน้า มนัหมูดินโคลน และข้ีเขม่ามาป้ายทาตามตวัแก่กนัและกนัเมื่อเดินทาง กลบัถึงหมู่บา้นเขาก็อาจจะไล่เล่นป้ายทาผูท้ี่อยูใ่นหมู่บา้นอยา่งสนุกสนานกนัต่อไปอีก ไม่มีการถือสาและ โกรธกนั ไม่ได้เพราะถือเป็นประเพณีซ่ึหากจะเปรียบไปแลว้ก็คลา้ยกบัการสาดน้า กนั ในวนัสงกรานตข์อง ประเพณีไทย ในวนัที่มีพิธีหลี่ฮีฉัวน้ีสมาชิกในหมู่บา้นส่วนใหญ่จะหยุดงาน ผูท้ี่จะหยอกเล่นกนัตอ้งสวม ใส่เส้ือผา้เก่าๆ เพราะถูกป้ายทาแลว้จะทา ใหส้กปรกมาก เขาจะหยอกเล่นจนถึงเวลาประมาณ 18.00 น.จึงหยุด เมื่อหยุดการเล่นแล้วก็พากันไปอาบน้ า เปลี่ยนเครื่องแต่งตวัใหม่แลว้เขา้มารับประทานอาหาร ดื่มสุรา ดื่มน้า ชาพูดคุยกนัอย่างสนุกสนานในบา้น ของเจ้าภาพ การใช้น้ ามนัหมูดินโคลน ข้ีเขม่าไปป้ายทาเส้ือผา้และร่างกายของกนัและกนัเขาให้เหตุผลว่า เพื่อให้ผู้ตายได้อยูเ่ป็นสุข และให้ผูท้ี่เป็นบุตรหลานญาติพี่นอ้งคลายความทุกขโ์ศกลง และทา ให้การทา มา หากินบงัเกิดผลดี ข้อห้าม มีข้อห้ำมอยู่บำงอย่ำงคือ ภายในบา้นจะหยอกลอ้เล่นการป้ายหรือทาสิ่งของดงักล่าวไม่ได้ยกเวน้ สา หรับแซ่สกุลโกวผ่า่ (แสนเช่า) ไม่มีขอ้หา้มแต่อยา่งใด ศพหรือกระดูกที่ฝังอยู่ในดินน้ันหากยงัไม่ครบสามปีห้ามขุดหรือเคลื่อนยา้ยไปที่อื่น ลีซูในแซ่ สกุลโกว่ผ่ามีข้อห้ามปลีกย่อยออกไปอีก คือ ผูต้ายที่เป็นย่าห้ามขุดหรือเคลื่อนยา้ยตลอดไปแม้จะครบ กา หนด 3 ปีแลว้ก็ยงัหา้มอยู่เคยมีคนพบเห็นอยรู่ายหน่ึงซี่งมีเรื่องเกิดข้ึนคือฝ่ ายหนึ่งมีความจ าเป็ นที่จะต้อง สร้างถนนผา่นสุสานของผตู้าย แต่ลีซูไม่นิยมใหข้ดุเคลื่อนยา้ยในที่สุดตอ้งเลี่ยงไปสร้างทางอื่น บิดามารดาตายยงัไม่ครบ 3 ปีบุตรชายห้ามยา้ยที่อยูไ่ ปยงัหมู่บา้นอื่น ตอ้งรอให้เวลาครบ 3 ปีแลว้ จึงยา้ยที่อยไู่ด้ส่วนบุตรสาวไม่มีขอ้ห้าม คนที่ตายในเดือนที่9 หา้มฝังดิน ตอ้งเผาศพเสียก่อนแลว้จึงเก็บกระดูกไปฝัง
34 2.11 ลักษณะนิสัยหรือควำมนิยมที่เด่น 7 ประกำร คือ 1 การตอ้นรับด้วยสุรา (ยีผื่อดวั๋) ชาวลีซูถือว่าการต้อนรับผูม้าเยือนที่บา้นด้วยเหล้าเป็นการให้ เกียรต์ิแสดงความนบัถือต่อกนัเมื่อกินเหลา้พอสมควรแลว้จะไดพู้ดคุย ร้องเพลง สนุกกนั ให้เต็มที่(แต่ผูท้ี่ กินเหล้าจะรู้ตวัเสมอเมื่อรู้สึกว่าเมามากก็จะพกัหรือหลบไปนอน ไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือก่อเรื่อง เสียหาย ซึ่งถือเป็ นความผิดต้องถูกลงโทษด้วยการปรับไหม) 2 การดื่มน้า ชา (ฉ่าหยีดว)ั๋ ชาวลีซูมกัจะมีใบชาแหง้ติดบา้นไวเ้ป็นประจา เมื่อมีแขกมาหาก็รับแขก ดว้ยชา หรือสุราพร้อมๆกนัหลงัอาหารก็มกัดื่มน้า ชาตบทา้ย เวลาที่นงั่คุยกนัขา้งเตาไฟก็มกัจิบน้า ชาร้อน ไปพลางๆ ช่วยใหร้่างกายอบอุ่น ถือวา่การดื่มน้า ชาเป็นปัจจยัสา คญัอยา่งหน่ึงของชีวติ 3 การกินหมากพลูหรือการสูบบุหรี่เรามกัเห็นผูอ้าวุโสลีซูท้งัหญิงและชายกินหมากจนฟันดา เหตุผลคือเพื่อรักษาฟันให้แข็งแรงทนทานไม่เป็นโรคเกี่ยวกบั ฟัน ประโยชน์อีกอยา่งหน่ึงของการกินหมาก ก็คือ เมื่อเดินทางไปไหนคนกินหมากจะบา้นน้า หมากไวเ้ป็นระยะๆ สีแดงของน้า หมากก็จะติดอยทู่ ีพ้ืนดิน กอ้นหินหรือตน้ ไม้ทา ให้จา ทิศทางไดง้่ายไม่หลงทาง แต่ชาวลีซูสมยัใหม่ไม่ค่อยกินหมากกลวัฟันจะดา ไม่ สวย การสูบบุหรี่เป็นเรื่องปกติของผชู้ายลีซูทวั่ ไป นิยมสูบบุหรี่ที่มวนดว้ยใบขา้วโพดแหง้ ใบยาสูบไดจ้าก การปลูกเองหรือซ้ือยาเส้นจากตลาด ผชู้ายลีซูให้เหตุผลวา่จา เป็นตอ้งสูบบุหรี่เพราะเวลาอยใู่นไร่นามีแมลง รบกวนมาก พ่นควนับุหรี่ไล่แมลงหนีหมด บางคนบอกวา่สูบบุหรี่ทา ให้ไม่เปร้ียวปาก และบางคนก็บอก วา่การสูบบุหรี่ทา ให้ขา้งในร่างกายอบอุ่น หมากพลูและบุหรี่เป็นสิ่งที่เจา้ของบา้นจะนา มารับแขกอยูเ่สมอ หากแขกกินหรือสูบไม่ได้ควรปฏิเสธอยา่งสุภาพ หรือจะรับมาถือไวก้็ไดเ้พื่อไม่ใหเ้สียน้า ใจ 4 การร้องเพลงโตต้อบกนั (หมู่กวั่กวาตวั๋) หญิงชายชาวลีซูจากหมู่บ้านอื่น เมื่อมาพบกนัมกัจะ ชกัชวนกนั ไปร้องเพลงโตต้อบ โดยฝ่ายเจา้ของหมู่บา้นเมื่อเห็นแขกต่างถิ่นมาเยี่ยมก็จะแสดงความยินดี แลว้พูดว่า พี่สาว หรือพี่ชาย เป็นการเรียกอยา่งยกย่องให้เกียรต์ิวา่เป็นผูท้ี่นบัถือ นาน ๆ มาพบกนัทีไป ร้องเพลงโตต้อบกนัดีกวา่สถานที่ร้องเพลงมกัเป็นศาลาทางเขา้หมู่บา้น หรือริมลา ห้วยที่ห่างหมู่บา้นไป หน่อย และมกัร้องเพลงเวลากลางคืนจนถึงรุ่งเชา้การร้องเพลงโตต้อบ ฝ่ายหญิงและฝ่ายชายตอ้งหาพวกมา อยา่งนอ้ยฝ่ายละ3-4 คน ประโยชน์ของการร้องเพลงนอกจากเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกนัแลว้เน้ือเพลงยงัเป็นการถามไถ่ซักถามประวตัิลา ดบัญาติแซ่สกุลอีกด้วย คนที่บอกบทเพลงได้ นบัว่าเป็นคนฉลาดไหวพริบดีเพราะน้อยคนที่จะบอกบทได้กบัร้องเพลงได้ดว้ย คนที่ร้องเพลงไดอ้ย่าง เดียวจึงตอ้งหาคนบอกบทเป็นมาสอนให้มิฉะน้นัก็จะร้องไม่ได้ 5 การเล่านิทาน (มะมวูย่จอา) ปกติผูอ้าวุโสจะเล่านิทานให้ลูกหลานฟังเวลากลางคืนที่มีเวลาวา่ง และหลายๆคนมาชุมนุมกนัเพื่อเป็นการอบรมสั่งสอน ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานเขา้ใจความคิด คา ตกัเตือน
35 และความเป็นมาของบรรพบุรุษ (ความเชื่อของลีซูจะไม่เล่านิทานตอนกลางวนัถือวา่จะนา อปัมงคลมาให้) นอกจากน้ีเมื่อมีแขกชาวลีซูมาเยี่ยมการเล่านิทานก็เป็นการสืบสาวลา ดบัญาติไปในตวัดว้ย การเล่านิทาน เป็นสิ่งที่ชาวลีซูชื่นชอบมาก แมแ้ต่ผใู้หญ่ที่มีครอบครัวแลว้ก็ยงัมาลอ้มวงฟัง 6 การเล่นดนตรีเครื่องดนตรีของลีซูที่นิยมกนัมากคือ ซิง (ฌือบือ) กบัแคน (ฝู่หลู) หนุ่มลีซู มักจะฝึ กดนตรีอายุได้ 12-13 ปีส่วนใหญ่พ่อจะทา ซึงให้ลูกชายได้ใช้ฝึ กซ้อม ตัวซึงท าด้วยไม้และหนัง ตะกวด เวลาที่งานไม่ชุกนกัหนุ่มลีซูจะเอาไปฝึกดีดที่ไร่ดว้ย การดีดซึงก็มีจงัหวะสนุกสนาน เลา้ใจ การ เดินทางไปเที่ยวต่างหมู่บา้นหนุ่มจะพกเครื่องดนตรีติดตวัไปดว้ย ส่วนแคน (ฝู่หลู) น้นัมี3 ชนิด แคน ชนิดส้ัน ชนิดกลาง และชนิดใหญ่ทา ดว้ยน้า เตา้และปลอ้งไผเ่ล็กๆ ที่คดัเป็นพิเศษ ปัจจุบนัช่างทา ฝู่หลูได้ หายากเขา้ทุกทีการจะเป็นเจา้ของฝู่หลูไดจ้ึงตอ้งเดินทางไปถึงหมู่บา้นที่มีช่างทา อยู่ (เช่นที่บา้นลีซูห้วยตน้ ตอง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่บา้นลีซูฮาโกโม อ.แม่จนัจ.เชียงราย ) และสั่งจองล่วงหนา้คนที่สามารถเป่าฝู่หลู ไดใ้นแต่ละหมู่บา้นจึงมีไม่มากเพราะการหาซ้ือฝู่หลูทา ไดย้าก และการฝึกเป่าฝู่หลูก็ยากกวา่ดว้ย การเล่น ดนตรีถือเป็นเรื่องของผชู้าย ไม่ถือเป็นบทบาทของผหู้ญิง 7 การเต้นร า (กวาเชี๋ย) ชาวลีซูส่วนใหญ่ชอบเตน้ร ามากท้งัเด็กและผูใ้หญ่โดยเตน้ตามเสียงเพลง ของฝู่หลูหรือฌือบือ ในงานพิธีที่แสดงถึงความรื่นเริงยินดีท้งัเด็กผูใ้หญ่จะมาเตน้ร าด้วยกนั โดยเฉพาะ อย่างยิ่งวนั ปีใหม่ที่ทุกคนจะแต่งตวัสวยงามเต็มที่หรือในงานแต่งงาน แขกที่มาจะเตน้ร าร้องเพลงอย่าง สนุกสนาน เพื่ออวยพรใหคู้่บ่าวสาว 2.12 ค่ำนิยมที่ส ำคัญในกำรอบรมลูกหลำน การอบรมบุตรหลานให้เป็นคนดีน้นัคนเฒ่าคนแก่จะอบรมดว้ยนิทานสุภาษิตคา พงัเพยเปรียบเทียบ เสมอ เช่นคา พงัเพยวา่“บา้นของใครก็ให้กวาดเฉพาะบา้นของตน” (อะมาฮีอะมาเซวู) หมายถึงไม่ควรยุง่ เกี่ยวกบัธุระของคนอื่น ใหใ้ส่ใจเฉพาะเรื่องของตนเท่าน้นัคลา้ยกบัสุภาษิตของไทยที่วา่“ไฟในอยา่นา ออก ไฟนอกอยา่นา เขา้” 2.13 ลักษณะของคนดี การเป็นคนดีที่คนเฒ่าคนแก่อบรมสั่งสอนลูกหลานอยเู่สมอมีดงัน้ี 1 เป็นคนขยนัตงั่ใจทา มาหากิน ไม่เกียจคร้านเอาแต่นงั่ๆ นอนๆ 2 ไม่ลกัขโมยของคนอื่น 3 ไม่สูบฝิ่น 4 ไม่ผดิลูกเมียของคนอื่น ถา้รักชอบกนัตอ้งทา ใหถู้กประเพณี
36 5 ไม่เล่นการพนนั 6 มีจิตใจซื่อตรง ไม่หลอกลวงผอู้ื่น 7 ไม่ทา ร้ายหรือฆ่าผอู้ื่น 8 เคารพผูอ้าวุโส เชื่อฟังคา สั่งสอนของผูอ้าวุโส ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ปู่ย่า ตายาย ของตน ถา้ผู้ อาวุโสสั่งสอนลูกหลานของเขาก็ต้งัใจฟังดว้ย เพราะเขาอาจตอ้งการสอนเราดว้ย ฟังไวท้า ให้ไดป้ระโยชน์ หา้มทา ร้ายพอ่แม่หรือผอู้าวโุส ท้งัการล่วงเกินดว้ยวาจา หรือการทา ร้ายทุบตีถือเป็นบาปหนกั 9 คบแต่คนดีไม่คบคนไม่ดีเช่น คนที่ข้ีขโมยหรือชอบเล่นการพนนั 10 ไม่เล่นอาวธุหรือของมีคมของผอู้ื่น นอกจากดูลกัษณะของคนดีโดยทวั่ ไปแลว้เมื่อจะเลือกคู่ครอง ค่านิยมเกี่ยวกบัผทู้ี่จะเป็นสามีหรือภรรยาที่ดี มีดงัน้ี 2.14 ลกัษณะของผู้ทจี่ะเป็นภรรยำทดี่ี 1 ขยนัทา งาน ไม่กลวังานหนกั ไม่กลวัแดดฝน ( เหมวูยีจอากว้วั ) 2 เยบ็เส้ือผา้เก่ง (หมายถึงเยบ็ผา้ลีซูทอยา่ม ซ่ึงสมยัก่อนตอ้งใชม้ือท้งัสอง ไม่ใชจ้กัรเยบ็ผา้เหมือน ปัจจุบัน ) 3 ดูแลเล้ียงดูพ่อแม่พี่นอ้งดี(โชหมู่งีสอะงีมาไต้กว้วั )ไม่ตะหนี่ถี่เหนียวจนเกินควร รู้จกัเอาใจ4 4 ใส่คนเฒ่าคนแก่ทา อาหารใหก้ินถูกปาก 5 มีวาจาดีไม่พูดจาวา่ร้าย ไม่ยงุ่เกี่ยวเรื่องของคนอื่น 6 เป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ช่วยเหลือสามีได้ 7 เป็ นผู้ที่รู้ประเพณีดี 8 เป็นคนดีไม่เคยทา ผดิบาป นอกจำกนีผู้้หญงิลซีูควรมีกจิวตัรประจ ำวนัดังนี้ ตื่นแต่เช้า ตา ขา้ว จดัการให้อาหารหมูไก่ ปัดกวาดบา้น หุงตม้อาหารแล้วไปไร่ถือว่าผูห้ญิงเป็นผูดู้แล บา้นเรือนและสัตวเ์ล้ียง ตอ้งหาอาหารมาเล้ียงสัตวด์ว้ย ( เกี่ยวหญา้ ใบบอน ตดัตน้กลว้ยมาเล้ียงหมู) การไปเที่ยวบา้นคนอื่นโดยไม่มีธุระจา เป็นถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทา แต่ถา้ไม่นงั่เยบ็เส้ือผา้ดว้ยกนั ไปช่วยกนั ต าขา้ว หรือเขาเชิญไปช่วยงานพิธีเช่น แต่งงาน เรียกขวญัจึงไปได้หากตอ้งการไปเยี่ยมเพื่อนบา้นควรไป ในวนัศีล หากหญิงใดไปเยี่ยมเพื่อนบา้นตงั่แต่เชา้ตรู่โดยไปซ้า ที่บา้นเดียวติดต่อกนัถึง 3วนัจะถูกเจา้ของ บา้นปรับไหม ถือวา่เป็นเรื่องไม่ดี
37 บทที่ 3 กำรต้ังหมู่บ้ำนลซีู 3.1 บ้ำนและชุมชน ลกัษณะบา้นเรือน ภูมิประเทศที่ชอบอยู่สมยัก่อนชาวลีซูปลูกฝิ่นเป็นรายไดห้ลกัดงัน้นัการเลือก ที่อยู่จึงตอ้งเลือกที่อากาศเยน็ซ่ึงเหมาะที่จะปลูกฝิ่นได้ดีและมีแหล่งน้า เพียงพอส าหรับดื่มใช้รวมท้งั สา หรับการเพาะปลูกพืชสวนครัวกบั ใหส้ ัตวเ์ล้ียง เช่น หมูมา้ดว้ย เมื่อเลือกที่ต้งัหมู่บา้นไดแ้ลว้ชาวบา้นตอ้งช่วยกนัสร้างศาลเทพเจา้ประจา หมู่บา้นก่อน (เรียกวา่“อาปาโหม่ ฮี”) เพื่อที่ “อาปาโหม่ฮี” จะไดคุ้ม้ครองชาวบา้นใหอ้ยเู่ยน็เป็นสุข ทา เลที่ต้งัมกัเป็นไหล่เขา โดยการสร้างบา้นจะสร้างตามแนวภูเขาให้ความยาวของตัวบ้านทอดขนานแนว ภูเขา หนั ประตูบา้นออกจากดา้นภูเขา ซ่ึงภูเขาจะบงัลมให้บา้นจึงไม่ถูกแรงลมปะทะแมจ้ะเกิดลมภายใุหญ่ ในบางคร้ังก็ไม่เป็นอนัตราย การต้งับา้นจะต้งัให้บา้นซอ้นกนั โดยประตูตรงกนัไม่ได้เพราะเคราะห์ร้าย จากบา้นหน่ึงจะออกไปอีกบ้าน หน่ึงทนัทีถา้ประตูอยใู่นแนวเดียวกนัจึงตอ้งต้งับา้นใหเ้หลื่อมกนัผทู้ี่อายนุอ้ยกวา่จะต้งับา้นอยดู่า้นล่างของ ผูอ้าวุโสกว่าไม่ได้ผูอ้าวุโสกว่าจะตอ้งต้งับ้านอยู่ด้านล่าง แล้วผูอ้าวุโสน้อยกว่าต้งัอยู่ด้านบน เชื่อว่าผู้ อาวโุสจะไดช้่วยค้า จุน อุม้ชูคนหนุ่มกวา่ ไว้ถา้คนหนุ่มสร้างบา้นอยูด่า้นล่างจะแบก(ช่วยเหลือ)ผอู้าวุโส กวา่ ไม่ไหว รูป การสร้างบ้านลีซู 3.2 ลักษณะบ้ำนลซีูบ้ำนลซีูมีอยู่2 ลกัษณะคือ บ้ำนติดดิน “เมฉาฮี”สร้างบา้นคร่อมดินใชพ้ ้ืนดินเป็นพ้ืนบา้น ฝาบา้นอาจทา ดว้ยไมไ้ผ่เรียกว่า “มาเปี ยฮี” หรือท าด้วยดินผสมฟาง “ละปะขี่ฮี”ก็ได้หลงัคาบา้นมุงดว้ยหญา้คา
38 บ้ำนยกพื้น “คะฉ่าฮี”จะทา บนั ใดให้ตรงกบั ประตูบา้นเลยไม่ได้ตอ้งทา บนั ใดข้ึนชานเรือนแล้วจึงเดินเขา้ ประตูบา้นอีกต่อหน่ึง โดยทวั่ ไปชาวลีซูมกันิยมสร้างบา้นแบบบา้นติดดิน เพราะบา้นยกพ้ืนตอ้งใชไ้มม้ากกวา่ท้งัไมเ้สา และไม้ พ้ืนบา้น แต่บา้นติดดินใช้เพียงเสาและโครงบา้น โครงหลงัคา กบั ไมฝ้า ประหยดัแรงงานในการเตรียม วสัดุการก่อสร้างก็ง่ายกวา่แลดูแลรักษาง่ายกวา่ ส่วนส าคญัภายในบา้นลีซูภายในบา้นลีซูส่วนใหญ่จะดูสะอาด เรียบร้อย จดัเป็นสัดส่วน พ้ืนบา้นจะ ไดร้ับการปัดกวาดใหดู้เรียบเสมอส่วนที่สา คญัภายในบา้นลีซูมีดงัน้ี ประตูบา้น บา้นลีซูมีประตูทางเขา้เพียงประตูเดียวอยดู่า้นหนา้ของบา้น หิ้งบูชาบรรพบุรุษ “ต๋าเบี๊ยะ”อยูด่า้นในของบา้นตรงขา้มกบั ประตูบา้น เป็นที่วางถว้ยเล็กๆ ส าหรับใส่น้า เหลา้หรือน้า ชา ส าหรับบูชาบรรพบุรุษ จา นวนถว้ยบูชาบนต๋าเบียะของแต่ละตระกูลจะไม่เท่ากนัมีต้งัแต่ 4 ถ้วยไปจนถึง 18 ถ้วย เตาไฟ มี 2 ชนิด คือ เตาไฟเหล็ก “โฆ่จู”๊หรือเตาสามขา ใชส้ าหรับเป็นที่หุงหาอาหารประจา วนัถือวา่มีผี เตาอยู่ที่นี่เวลาทา ผิดใดๆ ในบา้นตอ้งปักธูปเซ่นไหว้เวลาอากาศหนาวเยน็สมาชิกในครอบครัว เพื่อน บา้น หรือแขกที่มาเยี่ยมจะลอ้มคุยกนัรอบเตาไฟเล็กน้ีเตาไฟอีกชนิดหน่ึงคือเตาไฟใหญ่“โฆ่” มักท าด้วย ดินก่อข้ึนมา เตาน้ีมีเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกมาก สา หรับต้งักระทะใบบวัตม้อาหารหมูหรือน่ึงข้าวตอน มีพิธีกรรมใหญ่เช่น พิธีแต่งงาน ใกลเ้ตาไฟเล็กซ่ึงเป็นที่หุงหาอาหาร จะมีช้นัวางถว้ยชาม วางอุปกรณ์ทา อาหาร และวางภาชนะใส่น้า ดื่มน้า ใช้วางไวเ้ป็นสัดส่วน บางครอบครัวจะแยกส่วนที่ทา อาหารและรับประทานอาหารไปไวอ้ีกห้องหน่ึงที่ต่อออกไป เป็นส่วน ห้องครัวโดยเฉพาะ หรือปลูกหอ้งครัวแยกเลยอีกต่างหาก หอ้งนอน หอ้งนอนของผใู้หญ่และหนุ่มสาวจะก้นัเป็นสัดส่วน เก็บเส้ือผา้ขา้วของส่วนตวัในน้นั แคร่ส าหรับรับแขก เป็นแคร่ไม้ไผ่ส าหรับให้แขกที่มาเยี่ยมเยียนนั่งเล่น นอนเล่น หรือนอนค้างแรม ครอบครัวที่มีเด็กหลายคนอาจให้เด็กๆ นอนรวมกันที่แคร่น้ีเมื่อโตเป็นหนุ่มจึงก้ันห้องนอนให้ใหม่ เมื่อใดที่มีแขกมาตอ้งการคา้งแรมในบา้น เด็กๆ ก็จะแยกยา้ยไปนอนห้องผูใ้หญ่กนัชวั่คราว จนกวา่แขกจะ ลากลับ ที่รับประทานอาหาร ชาวลีซูมีโต๊ะส าหรับรับประทานอาหาร เมื่อไม่ใชจ้ะต้งัพิงไวท้ี่ฝาบ้าน ปกติสมาชิก ครอบครัวจะต้ังโต๊ะกินข้าวตรงที่ว่างใกล้ๆ “ต๋ าเบียะ”แขกที่มาเยือนจะได้ร่วมโต๊ะอาหารกับหัวหน้า
39 ครอบครัวหรือสมาชิกฝ่ายชายเด็กๆ กบัผูห้ญิงต้งัวงต่างหากอยูใ่นครัว หรืออาจรอให้แขกอิ่มแลว้จึงต้งัวง ต่อไป 3.3 ควำมเชื่อหลัก ในที่น้ีจะกล่าวถึงความเชื่อหลกัเกี่ยวกบัองคป์ระกอบส าคญัของหมู่บา้นและความเชื่อหลกัเกี่ยวกบั ศาสนา ความเชื่อเกี่ยวกบัองคป์ระกอบที่สา คญัของหมู่บา้น การต้งัหมู่บา้นไดต้อ้งประกอบดว้ยปัจจยัที่สา คญัดงัน้ี ตอ้งมีสามสกุลข้ึนไป การที่จะต้งัหมู่บา้นได้ตอ้งมีคนอยูร่วมกนัอยา่งนอ้ย 3 สกุลเป็นข้ึนไปท้งัน้ีเพราะ เหตุผลหลายอยา่งคือ - การแต่งงาน เนื่องจากชาวลีซูตอ้งแต่งงานกบัต่างนามสกุลกนัแต่งกบัคนนามสกุลเดียวกนัไม่ไดถ้ือเป็น อปัมงคล เสือจะกดัหรือฟ้าจะผ่า ดงัน้นัการอยู่รวมกนัหลายนามสกุลจึงช่วยเรื่องการเลือกคู่ครองภายใน หมู่บา้นเดียวกนัได้ - การทา พิธีต่าง ๆ เช่น เรียกขวญัตอ้งเชิญผอู้าวโุสมาอยา่งนอ้ย 3 นามสกุลจึงจะสมบูรณ์ - การตดัสินคดีเมื่อมีกรณีพิพาทหรือการทา ผิดใดๆ ข้ึนในหมู่บา้น การตดัสินคดีตอ้งประกอบด้วย ผู้ อาวโุส 3 นามสกุลข้ึนไปจึงจะถือวา่ยตุิธรรม ต้องมีหมือมือผะ คือคนที่ทา หนา้ที่ดูแลศาลเทพเจา้ประจา หมู่บา้น “อาปาโหม่ฮี” หมือมือผะ จะเป็ นตัวแทน ติดต่อกบัเทพเจา้ประจา หมู่บา้น ทุกวนัศิล หมือมือผะ จะนา ธูป ขา้ว น้า เหลา้ ไปเปลี่ยนบูชาให้อาปา โหม่และจะร้องตะโกนบอกชาวบา้นตอนเช้าตรู่ก่อนวนัศิล 1 วนัว่าพรุ่งน้ีเป็นวันศิล “ซ๊ะแหน่จ้ือ” เพื่อ ชาวบา้นจะไดรู้้ตวัวา่วนัรุ่งข้ึนจะไปทา งานในไร่นาหรือใชอ้าวธุใชข้องมีคมไม่ได้ หมือมือผะ เป็นผูน้า ในพิธีปีใหม่กินขา้วใหม่และพิธีต่างๆที่ส าคญัของหมู่บา้น เมื่อมีสมาชิกใหม่จะเขา้ มาขออาศยัอยู่ในหมู่บา้น ก็ตอ้งมาบอกหมือมือผะให้นา ไปทา พิธีต่ออาปาโหม่ฮีนอกจากน้ีเมื่อมีการทา ความผดิเกี่ยวกบัความเชื่อและประเพณีหมือมือผะจะเป็นผปู้รับไหม ต้องมีฆว่ำทูผะ คือผูน้ าหมู่บ้านด้านการปกครองทา หน้าที่ดูแลความสงบในหมู่บา้น จดัาการกบัคนที่ กระทา ความผิด เช่น ลกัขโมย ทะเลาะวิวาท หากหมู่บา้นใดไม่มีฆวา่ทูผะก็ให้กลุ่มผูอ้าวุโสของหมู่บา้น ทา หนา้ที่ช่วยกนัดูแลความสงบเรียบร้อยของหมู่บา้นได้ ต้องมีกลุ่มผู้อำวุโส “ชูโหม่ชูตี” คือคนที่รู้ประเพณีเป็นที่นบัถือของชาวบา้น ที่จะใหค้า ปรึกษาและสั่งสอน เรื่องประเพณีแก่ชาวบา้นได้ทา พิธีบางอยา่งเช่นเรียกขวญได้ ั
40 หมอผี “หนี่ผะ” ทา หนา้ที่รักษาโรคภยัที่เกิดจากการผิดผีการจะเป็นหนี่ผะ ไดต้อ้งเป็นดว้ยการที่มีผีมาสม ร่าง มาบอกอนุญาตให้เป็น หนี่ผะ ไดเ้ท่าน้นัผูท้ี่เป็นหนี่ผะจึงมีเฉพาะบางหมู่บา้น เมื่อมีความจา เป็นตอ้ง ใชห้นี่ผะช่วยทา พิธีก็ตอ้งไปตามหาถึงหมู่บา้นที่มีหนี่ผะ อยู่ ความเชื่อดา้นศาสนา แต่ด้งัเดิมมาชาวลีซูมานบัถือผีซ่ึงมีท้งัผีดีและผีร้าย ผีดี(ซ่ึงน่าจะเรียดเทพเจา้หรือ เทวดามากกวา่ ) เช่น เทวดาใหญ่ผเู้ป็นเจา้ที่เจา้ทางในละแวกน้นัและเทวดาผูร้ักษาหมู่บา้น ซ่ึงปรกติจะให้ คุณ แต่ถา้คนไปล่วงเกินก็ให้โทษ เช่น ผีน้า ผไีฟ และผีร้ายคือ ผตีายโหง ผีจรจดัชาวลีซูมีความเชื่อและ ปฏิบตัิต่อผเีหล่าน้นัดงัต่อไปน้ี 3.4 ผหีรือเทวดำทเี่ชิญมำให้คุ้มครองรักษำหมู่บ้ำน อี้หด่ำมำ คือผีใหญ่หรือเทวดาใหญ่ผูเ้ป็นเจา้ที่ดูแลขุนเขาและพ้ืนที่ละแวกน้นัเมื่อตกลงจะต้งัหมู่บา้นที่ใด หมือมือผะ จะทา พิธีเชิญ อ้ีหด่ามา มาสิงอยูใ่ตต้น้ ไมใ้หญ่ใกลศ้าลเจา้ประจา หมู่บา้น อาปาโหม่ฮีโดยจะ ทา หิ้งเล็กๆให้เป็นที่อยูใ่ตต้น้ ไมน้ ้นัแลว้ทา พิธีเซ่นไหว้อ้ีหด่ามา ทุกคร้ังที่มีประเพณีที่ส าคญัและทุกคร้ัง ที่มาเซ่นไหว้อาปาโหม่ฮี อำปำโหม่ ความหมายตามภาษาลีซู อาปา = ปู่, โหม่= แก่อาปาโหม่จึงหมายความถึงบรรพบุรุษผูท้า หน้าที่ดูแลทุกคนในหมู่บา้น ซ่ึงเปรียบเสมือนลูกหลาน เพื่อให้ลูกหลานทุกคนอยูด่ ีมีสุขทา มาหากินไดผ้ล บริบูรณ์หากสมาชิกในหมู่บา้นปฏิบตัิตนใหถู้กตอ้งตามจารีตประเพณีก็จะไดร้ับความคุม้ครองไดด้ี คัวรือ ทา หน้าทีดกัและป้องกนัผีร้ายที่มีผูป้ล่อยมา เพื่อไม่ให้ผีร้ายน้นั ไปทา อนัตรายผูค้น หมือมือผะ จะ เชิญ ควัรือ มาอยขู่า้ง อาปาโหม่ฮีโดยควัรือจะอยอู่ ีกฝั่งหน่ึงของ อ้ีหด่ามา แต่ควัรือจะอยทู่ ี่ตน้ ไมเ้ล็กๆ ท้งัอ้ีหด่ามา อาปาโหม่และควัรือ มีความสา คญัต่อชาวลีซูพอๆกนัชาวบา้นจะทา พิธีเซ่นไหวผ้หีรือเทพเจา้ สา คญัท้งั3 ฝ่ายน้ีพร้อมๆกนั ในวนั ปีใหม่กบัวนัเออ้ยปี่า และอาจมาทา พิธีเซ่นไหวอ้ีกเฉพาะบุคคลเมื่อมี การเจ็บป่วยในบา้น และมีผูท้า นายวา่ตอ้งมาแกค้วามผิดที่อาปาโหม่ฮีซ่ึงโดยทวั่ ไปหมายความรวมๆท้งั อ้ีหด่ามา อาปาโหม่และควัเรือ ผทีี่มีอยโู่ดยปกติแต่ไม่เชิญมาคุม้ครองหมู่บา้น ผเีหล่าน้ีมีอยทู่วั่ ไป ปรกติจะใหคุ้ณแก่มนุษย์แต่ถา้ใครไป ล่วงเกิน ทา ผิด ก็อาจถูกล่วงเกิน ตอ้งทา พิธีเซ่นไหวโ้ดยให้ผูรู้้เช่น หมอผีหรือผูอ้าวุโสเป็นผูน้า ทา พิธีที่ สา คญัมีดงัน้ี อำจยำหนี่ (ผีน ้ำ) คือผทีี่อยตู่ามลา หว้ยนอ้ยใหญ่ทวั่ ไป ก๊ะหนี่ (ผีหินผำ) คือผทีี่อยตู่ามหนา้ผาหิน หรือภูเขาที่เป็นหิน เนวู่เหวู่(ผดีิน) คือผทีี่อยใู่นดินซ่ึงเป็นที่ต้งับา้นเรือน
41 อำตู๊หนี่(ผีไฟ) ถา้เกิดไฟไหมใ้นบา้นโดยไม่มีสาเหตุหรือไฟป่าลามมาติดบา้น ถือวา่เป็นเพราะผีไฟโกรธ ตอ้งทา พิธีเซ่นไหว้ หมือฌำหนี่ (ผีดวงอำทิตย์) อำบำฌือหนี่ (ผีดวงจันทร์) ท้งั2 ชนิดหลงัให้คุณแก่มนุษยเ์ป็นประจา อยู่แลว้ลีซูบางสกุลที่เชื่อถือประเพณีแบบจีนฮ่อจึงทา พิธีเซ่น ไหว้ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ด้วย ผีร้ำย ที่บางคนอาจเคราะห์ร้าย อาจถูกสิงสู่ทา ใหเ้กิดความเจบ็ ป่วย มี2 ชนิดคือ ฉะหนี่ คือผตีายโหง ที่ตายเหตุผดิปกติถูกทา ร้ายหรือเกิดอุบตัิเหตุ ภี้พือหนี่ คือผจีรจดั ไม่มีที่อยู่ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ คนที่เจ็บป่วยเพราะเหตุจากการกระทา ของผี2 ชนิดน้ีตอ้งให้ผูรู้้ทา พิธีให้โดยเฉพาะ ซ่ึงปกติจะไม่ค่อย พบบ่อยนกั
42 บทที่ 4 เศรษฐกจิชุมชนและกระบวนกำรผลติ 4.1 ลกัษณะทำงเศรษฐกจิของชำวลซีู คือการเกษตร ซ่ึงเป็นอาชีพหลกัที่ทา กนัมาต้งัแต่บรรพบุรุษ โดยเหตุที่ลักษณะภูมิประเทศและ สิ่งแวดล้อมบริเวณใกล้หมู่บ้านเต็มไปด้วยภูเขาและป่าไม้ประกอบกับความรู้ความช านาญที่ได้รับการ ถ่ายทอดสืบต่อ ๆ กนัมาจากพ่อแม่ทา ให้ลีซูมีการทา ไร่หมุนเวียนและเล้ียงสัตวจ์นถึงทุกวนัน้ีแมว้่าจะมี ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม ประชากรเพิ่มมากข้ึน ที่ดินส าหรับการทา มาหากินมีอยูจ่า นวน จา กดัฐานะความเป็นอยู่การศึกษาและสาธารณะสุข โดยทวั่ ไปอาจจะดีข้ึนกว่าเดิม แต่ลีซูส่วนใหญ่ก็ ยงัคงยึดอาชีพดา้นการเกษตรเป็นหลกัในการดา รงชีวิตของเขา ท้งัน้ีอาชีพนอกการเกษตรก็มีอยูบ่า้ง แต่ก็ เป็ นอาชีพรองที่ไดท้า ควบคู่กนัไปกบัการเกษตร ลกัษณะกำรเกษตรของลซีู กำรเพำะปลูกพืช พืชทปี่ลูกมี2 ประเภท ประเภทแรก ปลูกไวก้ินเป็นอาหารในครัวเรือน ได้แก่ข้าว ข้าวโพด พืชผกัชนิดต่างๆ เช่น ถั่ว ฟัก ฟักทอง เผือก มัน กะหล ่าปลี มะเขือเทศ ฯลฯ ประเภทที่สอง ปลูกไว้ส าหรับขายเป็นเงินสด ได้แก่ฝิ่น ขา้วโพด (ส่วนหน่ึงไวเ้ล้ียงสัตว)์งากาแฟ ถั่ว เหลืองถวั่แดง มนัฝรั่ง ฯลฯ กำรเลี้ยงสัตว์สัตวท์ ี่เล้ียงไดแ้ก่หมูไก่เป็ด ววัมา้ฬ่อควาย ฯลฯ หมูและไก่เล้ียงไวใ้ชใ้นพิธีกรรมเล้ียงผแีละเป้นอาหาร มา้และฬ่อเล้ียงไวบ้รรทุกสิ่งของ โดยเฉพาะการบรรทุกผลผลิตในไร่ไปเก็บไวท้ี่บา้น เป็ดเล้ียงไวก้ินไข่และเน้ือ ววัเล้ียงไวส้า หรับขาย ควายเล้ียงในหมู่บา้นที่มีนาดา ใชส้า หรับไถนา 4.2 อำชีพนอกจำกกำรเกษตร 4.2.1 กำรตีเงิน ลีซูบางคนมีฝีมือในการตีเงินเป็นเครื่องประดบัหมู่บา้นลีซูแห่งหน่ึงมกัจะมีช่างตี เงินอยู่1-2 คน แต่บางแห่งก็ไม่มีข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับช่างเงิน คือ มีเฉพาะผูช้าย และผูจ้ะเป็นช่าง ประเภทน้ีไดจ้ะตอ้งฝึกหดัเรียนรู้กรรมวธิีการตีเงินจากผูอ้ื่นที่ชา นาญงานดา้นน้ีโดยเฉพาะ
43 วัตถุดิบที่ใช้ การตีเงินเขาจะใช้โลหะเงินเป็ นวัตถุดิบอาจจะเป็นเงินแท่งหรือเงินเหรียญรูปี อินเดียก็ได้การตีเงินใหเ้ป็นเครื่องประดบัโดยมากจะไม่นิยมใชโ้ลหะเงิน 100 % แต่จะใชโ้ลหะเงินชนิด 80- 95 % ซ่ึงได้ผ่านกรรมวิธีผสมกบั โลหะชนิดอื่นมาแล้ว หากใช้เงินอย่างเดียวจะมีลกัษณะอ่อน ทา ให้เสีย รูปทรงไดง้่าย เครื่องมือเครื่องมือตีเงินมีหลายชนิด บางชนิดทา ข้ึนเอง บางชนิดก็หาซ้ือมาจากตลาด เครื่องมือชนิดที่ทา ข้ึนเอง ไดแ้ก่เตาไฟทา มาจากดินเหนียว สูบลม ส าหรับใชเ้ป่าไฟให้มีความร้อน สูง ขอนไม้ที่เป็ นฐานในการตีเงิน เครื่องมือที่หาซ้ือมาจากตลาด ไดแ้ก่คอ้น สิ่ว ตะใบ เหล็กสกดัคีม ที่ใช้ส าหรับตดัเงินให้เป็นแท่ง ยาวหรือตัดให้เป็ นรูปวงกลม ฯลฯ กระบวนการผลิต การตีเงินเป็นศิลป์ที่ใชค้วามรู้ความสามารถของแต่ละบุคคลการตีเงินจะเริ่มตน้ดว้ยการ จุดไฟใหลุ้กแดง เผาถ่านไม้ไม่นิยมใชฟ้ืนเพราะมีควนัไฟมากไฟลุกไหมด้ีแลว้จะนา โลหะเงินมาเผาให้แดง แล้วตีให้เป็นแท่งยาวและกลมใชเ้หล็กดดัให้เป็นวงกลมคลา้ยกกบัลวดสปริง หลงัจากน้นัเขาจะนา มาเผาไฟ ใหโ้ลหะเงินร้อนจดัจนแดงอีกคร้ังหน่ึงแลว้ตีใหเ้ป็นรูปลกัษณะเครื่องประดบักายอยา่งหยาบๆเสียก่อน เช่น ทา เป็นรูปร่างของกา ไลขอ้มือวงแหวน ต่างหูต่อจากน้นัจะใช้ฝีมืออย่างละเอียดอ่อนในการสกดัเจาะให้มี ลวดลายตามแบต่างๆที่ตอ้งการ รูป การท าเครื่องเงินลีซู 4.2.2 กำรทอผ้ำ การทอผา้ของลีซูทา กนัน้อยการทอผา้ยงัคงพบเห็นอยู่บา้ง โดยเฉพาะทอผา้ เพื่อทา ถุงและผา้โพกศรีษะของฝ่ายหญิง ส าหรับการทอผา้เพื่อตดัเยบ็เส้ือผา้ของหญิงหรือชายหรือเด็กไม่ นิยมทา กนัเนื่องจากทา ไดช้ ้าเสียเวลามากจึงชอบที่จะหาซ้ือผา้จากตลาดมาตดัเยบ็ ใช้กนั ในครอบครัวของ
44 ตน อย่างไรก็ตามหญิงลีซูที่อยู่ในวยัสูงอายุบางคนก็ทอผา้เพื่อทา ถุงย่ามยึดเป็นอาชีพไดอ้ย่างหน่ึงเพื่อขาย ใหแ้ก่นกัท่องเที่ยวหรือนา มาขายในเมือง วัตถุดิบ ผูห้ญิงลีซูเมื่อเติบโตเป็นสาวแลว้ทอผา้เป็นกนัส่วนมากวตัถุดิบที่ใช้คือฝ้ายหรือเส้นดา้ยฝ้ายบาง ทอ้งที่ปลูกข้ึนเองถ้าไม่ได้ปลูกก็หาซ้ือฝ้ายจากตลาด ปัจจุบนันิยมซ้ือเส้นด้ายที่มีขายทวั่ ไปมาทอเป็นผา้ มากกวา่เพราะไม่ตอ้งผา่นกรรมวธิีการปั่นฝ้ายและการกรอเป็นเส้นด้ายอีก วัตถุดังที่ได้จำกต้นพืชบำงชนิด เช่น ตน้กนัชง ซ่ึงชาวเขาเผ่ามง้นิยมใช้กนัมาก ลีซูไม่นิยมนา มาใช้เป็น วัตถุดิบส าหรับการทอผ้า อุปกรณ์กำรผลติ อุปกรณ์ที่มีไม่มากและเป็นแบบง่ายๆ คือ มีหูกทอผา้ชนิดทอดว้ยมือเป็นแบบนงั่ทอกบัพ้ืน มีหนงั แผน่บางๆ โดยมากเป็นหนงัววัใชร้ัดรอบเอวดา้นหลงัของผูท้อผา้แลว้ผูกโยงติดกบัหูก เพื่อทา ให้เส้นดา้ยที่ ทอไม่หยอ่นยาน กระบวนการทอผ้า ผูท้อผา้จะนงั่อยู่กบัพ้ืนบา้น เส้นดา้ยที่ซ้ือมาหรือกรอดว้ยตนเองจะนา มาจดัเรียงเป็นเส้นใส่ในหูก หูกปลายขา้งหน่ึงจะผูกติดอยู่กบัขา้งฝาบา้น อีกขา้งหน่ึงจะติดอยูก่บัตวัผูท้อผา้การทอจะใช้ลูกกระสวยพุ่ง ดว้ยมือไปขา้งซ้ายทีหน่ึงขา้งขวาทีหน่ึง เป็นดงัน้ีจนกระทงั่ ไดผ้นืผา้ยาวตามที่ตอ้งการจึงเริ่มตน้ ใหม่ส าหรับ เน้ือผา้ทอมีความกวา้งไม่มากขนาดกวา้งไม่เกิน 50 ซม. เพราะหากกวา้งเกินไป การทอด้วยมือจะกระทา ไม่ได้ กำรเย็บปักลำยผ้ำหรือกำรเย็บปักลำยประดิษฐ์ ผูห้ญิงลีซูมกัจะซ้ือผา้มาตดัเยบ็เป็นเส้ือผา้ของเด็กกางเกงของผูช้ายเส้ือของชายหนุ่มที่ใช้ส าหรับ สวมใส่ในพิธีส าคญัและชุดของผูห้ญิง เศษผา้ที่เหลือจากการตดัเยบ็จะนา มาเยบ็ ปักเป็นลายผา้เป็นลายต่างๆ แทบทุกสี มีลวดลายที่เป็นแบบฉบับของลีซูเอง ลายผา้ที่เยบ็ ปักจะเยบ็ ปักดว้ยมือหรือบางครอบครัวก็ใช้จกัรเยบ็ผา้ลายผา้ที่ทา เสร็จแลว้จะนา มา เยบ็ตดักบัเส้ือของผูห้ญิง หมวกของเด็กผูห้ญิง เศษผา้ที่เหลือจากการตดัเยบ็จะนา มาเยบ็ ปักเป็นภู่ห้อยยาว ประมาณ 40-50 ซม. เป็นภู่ห้อยพวงใหญ่ติดอยูด่า้นหนา้และดา้นหลงัคาดติดไวก้บัเอวของหญิงและชาย ซ่ึง เป็นเครื่องประดบัอยา่งหน่ึงมีพิธีเตน้ร าในวนั ปีใหม่หรือใชเ้ป็นเครื่องประดบั ในวนัแต่งงาน หน้าที่เย็บปักลายผ้าเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง ในวนัศีลหรือวนัที่เขาไม่ได้ไปท างานในไร่จะ สังเกตเห็นผู้หญิงลีซูเย็บปักลายผ้ากนัเป็นประจา เขาทา ข้ึนเพื่อใช้ในครอบครัวหรือเพื่อขายเป็นสสินค้า ใหก้บันกัท่องเที่ยว
45 รูป การตัดเย็บผ้าลีซู วตัถุดิบ เขานิยมซ้ือผา้และเส้นดา้ยจากตลาดมาเยบ็ ปักดว้ยตนเอง เขม็เยบ็ผา้ก็ซ้ือมาไม่ไดผ้ลิตข้ึนเอง กระบวนการผลิต ไม่มีกระบวนการยุง่ยากสลบัซบัซ้อนมากนัก ผู้หญิงลีซูทุกคนท าได้ ลักษณะลายผ้าที่ปัก กนัส่วนใหญ่คลา้ยคลึงกนัซ่ึงเขาไดล้อกเลียนแบบลายผา้ต่อๆกนัจากผมู้ีความชา นาญในดา้นน้ี ในหมู่บา้นที่มีนกัท่องเที่ยวเขา้มาอยเู่ป็นประจา พบวา่มีหญิงลีซูไดย้ึดอาชีพน้ีเป็นอาชีพรอง เยบ็ ปัก ลายผา้เป็นรูปร่างต่างๆสา หรับขายเป็นสินคา้ประเภทของที่ระลึกใหแ้ก่นกัท่องเที่ยว 4.2.4 กำรท ำเครื่องดนตรี เครื่องคนตรีของลซีูมีซึงแคน และขลุ่ย ซึง มี 3 สำย ทา จากไมเ้น้ืออ่อนหรือไม้เน้ือแข็งก็ได้ไม้หาได้จากป่าตรงส่วนหัวของซึงเป็นรูก วงกลมคล้านกลอง ค้านหนึ่งเป็ นไม้อีกด้านหนึ่งบุดว้ยหนงัสัตว์เช่น หนงัววัเกง้ตะกวด ฯลฯ ใชล้วด 3 สาย หาซ้ือจากตลาดนา มาประกอบกนั แคน ทา จากลูกน้า เตา้และไมไ้ผ่ประเภทหน่ึงซ่ึงมีปลอ้งห่างและเน้ือบางน้า เตา้ลีซูปลูกข้ึนเอง ไม้ ไผ่หาได้จากผ่า เขาน าลูกน้า เตา้ประกอบกบั ไมไ้ผ่ลา เล็กๆหลายอนั ใช้ยางไมช้นิดหนึ่งมีสีด าน ามาเชื่อม ติดกนัระหวา่งลูกน้า เตา้กบัไม้แคนลีซูมีเสียงสูงต่า หลายเสียง ขลุ่ย ทา ด้วยไม้ไผ่อันเดียว ยาวประมาณ 30-50 ซม. เจาะรูไว้ 7 รูขลุ่ยมีเสียงสูงต่า หลายเสียง เช่นเดียวกนัการทา ขลุ่ยตอ้งนา ไมไ้ผ่มาลนไฟแลว้จึงเจาะรูตกแต่งให้ดูสวยงาม อุปกรณ์ที่ใช้ไดแ้ก่มีด สิ่ว ไม้มีลีซูผชู้ายบางคนเท่าน้นัที่มีความรู้ความสามารถในการทา เครื่องดนตรีได้เครื่องดนตรีโดยเฉพาะซ่ึงนนั่ เป็นที่นิยมในหมู่ชายหนุ่มลีซูอย่างมากในหมู่บา้นยามค่า คืนมกัจะได้ยินเสียงชายหนุ่มดีดซึงชนิด 3 สาย เพื่อฝึกหดัการเล่นและเตน้ร าอยเู่สมอซ่ึงเป็นความเพลิดเพลินอยา่งหน่ึงของของเขาดว้ย
46 ส าหรับผูท้ี่มีอาชีพทา เครื่องดนตรีขายเป็นสินคา้ก็อยูบ่า้งแต่ไม่ไดย้ึดเป็นอาชีพหลกัหรืออาชีพรอง เพียงเป็นการทา ข้ึนเพื่อขายชวั่คร้ังชวั่คราวเท่าน้นัลกัษณะการขายจะขายให้แก่ลีซูดว้ยกนัเพื่อนา ไปใชข้าย ใหก้บันกัท่องเที่ยวสา หรับเป็นที่ระลึก หรือขายใหก้บัพอ่คา้ในเมืองเพื่อนา ไปขายต่ออีกทอดหน่ึง 4.2.5 กำรต้มกลนั่สุรำ สุราเป็นที่นิยมดื่มกนัโดยทวั่ ไปในหมู่ลีซูเมื่อมีแขกเขา้ไปเยยี่มเยยีนบา้น ใดหากรู้จกัคุน้เคยกนัดีนานๆพบกนัสักคร้ังเจา้ของบา้นมกัจะนา เอาสุรามา ตอ้นรับด้วยสุรา สุราของลีซูทา จากขา้วโพดหรือขา้ว เขาจะซ้ือส่าเหลา้ (ยสีต)์จากตลาดนา มาเป็นเช้ือหมกัเมื่อหมกั ไดท้ ี่ดีแลว้จึงนา ขา้วโพดหรือขา้วมาตม้กลนั่เป็นสุรา อุปกรณ์การผลิต โรงตม้กลนั่สุรา มกัจะปลูกสร้างไวน้อกบา้นขนาดประมาณ 3 เมตร มุงด้วยหญ้าคาหรือสังกะสี ภายในมีถงัไมห้รือโอ่งบรรจุขา้วหมกัหรือขา้วโพดหมกัไวจ้า นวนมาก มีเตาไฟใหญ่หมอ้ตม้และหมอ้กลนั่ หยดน้า ซ่ึงมีท่อเล็กๆต่อออกมาใหสุ้ราที่กลนั่หยดไหลรินลงสู่ภาชนะที่รองรับ เช้ือเพลิงโดยมากก็ใชไ้มแ้หง้ กระบวนการผลิต เมื่อนา ขา้วหรือขา้วโพดที่หมกัไดท้ ี่แลว้ลงสู่หมอ้ตม้ผูต้ม้จะตอ้งคอยดูเช้ือเพลิงอยตู่ลอดเวลาถา้หาก ไฟลุกไหมร้้อนจดัเกินไปน้า ที่กลนั่เป็นสุราจะไหลรินออกมาอยา่งรวดเร็วรสสุราจะจืด ถา้หากไฟลุกไหม้ ไม่แรงนกัทา ใหน้ ้า ในหมอ้ตม้เดือดเล็กนอ้ยการกลนั่ตวัเป็นหยดน้า สุราก็ไหลรินนอ้ยเกินไป บางทีก็ไม่มีน้า ไหลรินหรือมีเล็กนอ้ยรสชาติก็อาจจะเขม้ข้ึนเกินไป จึงจา เป็นตอ้งใหอ้ยใู่นข้นัพอดีซ่ึงผชู้า นาญการตม้กลนั่ สุราเท่าน้นัที่จะทราบไดเ้ป็นอยา่งดี ผปู้ระกอบอาชีพตม้กลนั่สุรา โดยมากเป็นผทู้ี่มีครอบครัวแลว้ไดร้ับการถ่ายทอดอาชีพมาจากบรรพบุรุษหรือจากญาติพี่นอ้งบางที ก็เป็นชาวจีนฮ่อที่ต้งัอยู่บา้นเรือนอยูใ่นหมู่บา้นลีซูการตม้กลนั่สุราโดยมากไม่ไดท้า กนัตลอดปีผูต้ม้กลนั่ ต้องมีความอดทนมากในการดูแล มักจะไม่ค่อยต้มกันใหม่เพราะต้องใช้เวลาหลายวนัถ้าซ้ือสุราจาก ทอ้งตลาดก็จะสะดวกรวดเร็วและราคาก็ไม่ต่างกนัมากนกั ข้อห้าม ในขณะที่มีการต้มกลนั่สุรากนัอยนู่้นับางคนบางแซ่สกุลมีขอ้หา้มอยูว่า่หา้มบุคคลภายนอกเดินเขา้ ไปใกลเ้ตาไฟในขณะน้นัมีความเชื่อถือวา่หากมีใครเขา้ไปสังเกตการณ์ตม้กลนั่สุราจะทา ให้สุรามีรสชาติ จืดจางลงไป จึงเป็นเรื่องที่ควรระวงัถา้จะเขา้ไปสังเกตดูการตม้กลนั่สุรา ควรที่จะสอบถามเจา้ของเสียก่อน หากเขาไม่ยินดีที่จะให้เขา้ไปใกล้ก็ควรจะเขา้ใจถึงความเชื่อถือของเขาในเรื่องน้ีโดยไม่เขา้ไปใกลส้ถานที่ ดงักล่าว
47 อาชีพนอกจากการเกษตรที่ทา กนัอยใู่นหมู่บา้น จะเป็นอาชีพรองจากอาชีพการเกษตรเขาจะทา เมื่อ มีเวลาวา่งจากฤดูการเก็บเกี่ยวหมดแลว้ หรือทา เมื่อมีผตู้อ้งการซ้ือหรือตอ้งการบริการจากเขา รูป การตม้กลนั่สุราลีซู 4.2.6 กำรค้ำขำย ลีซูโดยมากไม่นิยมทา ตวัเป็นพ่อคา้อาจจะมีอุปนิสัยประจา เผ่าอย่างหน่ึงคือ ไม่ถนัดหรือไม่มีความชา นาญในเรื่องของธุรกิจการคา้ก็เป็นได้ท้งัน้ีในหมู่บา้นลีซูโดยทวั่ ไปไม่มีลีซูยึด อาชีพคา้ขายเป็นหลกัมีอยูบ่า้งบางรายที่คา้ขายสินคา้เล็กๆนอ้ยๆโดยยดึเป็นอาชีพรอง โดยมากชาวจีนฮ่อต้งั ร้านคา้อยใู่นหมู่บา้น บางคร้ังก็มีคนไทยพ้ืนเมืองนา สินคา้เขา้ไปขายในหมู่บา้น ชนิดของสินค้าที่ขายในร้าน มักจะขายสินค้าจ าพวกขนมหวานส าหรับเด็ก อาหารแห้ง อาหาร กระป๋อง น้า มนัก๊าดส าหรับจุดตะเกียง รองเทา้ฟองน้า ไมข้ีดไฟ เทียนไข ฯลฯ สินคา้ต่างๆเหล่าน้ีเขาซ้ือมา จากตลาดในเมืองแลว้นา มาขายใหแ้ก่ชาวบา้นทวั่ๆไป การรับซื่อผลผลิตการเกษตรหรือผลผลิตจากอาชีพนอกเกษตรโดยรับช้ือจากลีซูดว้ยกนัแลว้นา ไห ขายใหแ้ก่พอ่คา้คนไทยพ้ืนเมือง ยงัไม่มีการกระทา กนั การน าสินค้าไปขายในหมู่บ้านอื่น เขาอาจจะฆ่าหมูหรือฆ่าววัแล้วบรรทุกใส่หลังม้าหรือใส่ รถจกัรยานยนตเ์ร่ขายให้แก่ชาวลีซูดว้ยกนัหรือชาวเขาเผา่อื่นหรือขายให้กบัคนไทยพ้ืนเมือง ในพ้ืนที่บริเวณ ไม่ไกลจากหมู่บา้นเท่าใดนัก การขายสินคา้ในลกัษณะดงักล่าวนานๆประมาณ 1-3 เดือน หรือระยะเวลา นานกวา่น้ีอาจจะมีสักคร้ังหน่ึง ภาวการณ์ขายสินค้าในอดีตและปัจจุบัน ในอดีต ระยะเวลาที่ผ่านมาประมาณ 15-20 ปี (พ.ศ.2505-2510) ในระยะเวลาดงักล่าวน้นัการขาย สินคา้ของลีซูเกี่ยวกบัผลผลิตที่เกิดข้ึนจากอาชีพนอกจากการเกษตร มีจา นวนนอ้ยเช่น สุราที่ทา จากขา้วหรือ
48 ขา้วโพด เครื่องประดบัเครื่องจกัรสานจา พวกตะกร้าทา จากหวายหรือไม่ไผ่ลีซูจะขายสิ่งเหล่าน้ีให้กบัลีซู ดว้ยกนัซ่ึงอาจจะอยู่ในหมู่บา้นเดียวกนัหรือคนละหมู่บา้นก็ได้การขายสินคา้อยา่งอื่น เช่น เส้ือผา้หรือลาย ปักประดิษฐ์สิ่งทอยงัไม่แพร่หลายคนไทยหรือชาวต่างชาติยงัไม่รู้จกัดีหรือยงัไม่นิยมใชก้นัมากนกั ในปัจจุบนัอาจแยกกล่าวไดเ้ป็นประเภทต่างๆ ไดด้งัน้ี สุรำลีซู ภาวการณ์ผลิตมีน้อย ความตอ้งการบริโภคยงัไม่สูง เนื่องจากลีซูท้งัหญิงและชายจะนิยม ดื่มสุรากนั เฉพาะเวลามีเทศการเท่าน้นัราคาในหมู่บา้นขวดละ20-30 บาท (พ.ศ.2526) เหตุที่มีการผลิตน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่มิไดข้ออนุญาตจากทางราชการเพื่อตม้กลนั่สุราอุตสาหกรรมในครัวเรือนชนิดดงักล่าวจึง มกัจะกระทา กนั ในบางฤดูกาลเท่าน้นัเช่น มกัจะตม้กลนั่สุราช่วงระยะก่อนปีใหม่ลีซูประมาณ 1-2 เดือน เพื่อ ใช้ในพิธีกรรมในวนั ปีใหม่หรือหากมีการแต่งงานก็จะเตรียมตม้กลนั่สุราไวส้ าหรับทา พิธีและใช้ตอ้นรับ แขก ผู้ต้มกลั่นสุรำเป็นอำชีพ คือ ทา ตลอดท้งัปีก็มีอยู่บา้งเหมือนกนัแต่มีอยู่จา นวนน้อย หมู่บา้นหน่ึง อาจจะมีเพียงครอบครัวเดียวหรือสองครอบครัวเท่าน้นัที่กระทา การดงักล่าว บางหมู่บา้นก็ไม่มีเลย ปัจจุบนั ลีซูคนไทย ชาวเขาเผา่อื่นๆก็นอยมดื่มสุราลีซูกนัมากข้ึน เครื่องประดับเงิน ภาวการณ์ผลิตเพิ่มข้ึนไม่มาก เนื่องจากโลหะเงินแทม้ีราคาแพงมากไม่สะดวก แก่การไม่เก็บรักษา เพราะตอ้งใชค้วามดูแลระมดัระวงัอยตู่ลอดเวลาลีซูส่วนใหญ่จึงไม่ไดซ้้ือเครื่องประดบั เงินเพิ่มข้ึนมากนัก อย่างไรก็ตามหากเขาจะซ้ือขายอลกเปลี่ยนเครื่องประดบัเงินดงักล่าวก็สามารถที่จะ ติดต่อซ้ือขายจากร้านคา้ในเมืองไดโ้ดยไม่ยากลีซูมกัจะมีร้านคา้ขาประจา ที่รู้จกักนัดีในหมู่พวกของเขา เสื้อผ้ำลำยปักประดิษฐ์ และเครื่องดนตรี เส้ือผา้ของชายหญิงลีซูรวมท้งัของเด็ก มีกางเกง เส้ือ หมวกเข็มขดัทา ดว้ยผา้ย่าม และกระเป๋าเล็กๆส าหรับลายปักประเภทลวดลายต่างๆ เขาเยบ็ ปักบนผืนผา้ สี่เหลี่ยม เพื่อนา ไปเยบ็เป็นปลอกหมอนหรือเครื่องประดบัอยา่งอื่น ส่วนเครื่องดนตรีที่ทา ข้ึนเพื่อขาย ไดแ้ก่ ซึงแคนน้า เตา้ขลุ่ย ทา จากไมไ้ผ่ความตอ้งการของตลาดมีแนวโน้มมากข้ึน ภาวการณ์ผลิตจึงเพิ่มมากข้ึน ตามตวัโดยเฉพาะในตวัเมืองใหญ่ร้านคา้จะรับซ้ือผลผลิตการฝีมือเหล่าน้ีโดยลีซูนา มาขายส่งให้กบัร้านคา้ หรือบางทีพ่อคา้จะเดินทางไปสั่งจา้งให้ลีซูทา ส าหรับการตดัเยบ็ผา้แต่ละชนิดลูกคา้มกัจะไม่นิยมเส้ือผา้ที่ ตดัเยบ็ดว้ยจกัรเยบ็ผา้แต่นิยมเยบ็ผา้ดว้ยมือ หมู่บา้นบางแห่ง มีนกัท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเขา้ไปเที่ยวอยูเ่ป็นประจา จึงเป็นโอกาสของลีซู ในหมู่บา้นที่จะผลิตสินคา้จา พวกเส้ือผา้และลายปักประดิษฐเ์สนอขายใหแ้ก่นกัท่องเที่ยว การขายสิ่งของให้แก่นกัท่องเที่ยว ดูเหมือนยงัไม่มีระเบียบวินยัหรือกฎเกณฑ์ที่ถูกที่ควรยงัไม่มีการ จดัต้งักลุ่ม หรือจดัต้งัร้านคา้ขายสินคา้ดงักล่าวลกัษณะที่เป็นอยูใ่นปัจจุบนัคือเมื่อนกัท่องเที่ยวเดินทางไป
49 ถึงหมู่บา้น จะมีลีซูโดยเฉพาะผูห้ญิงและเด็ก นา เอาสินคา้มาห้อมล้อมเสนอขายแก่ผูม้าเยือน ดูเหมือนจะ สร้างความร าคาญแก่เขามากกวา่ความนิยมชมชอบที่จะซ้ือสินคา้ ขอ้จา กดัอยา่งหน่ึงของสินคา้เหล่าน้ีคือยงัไม่มีมาตรฐานที่กา หนดข้ึนส าหรับเป็นขอ้คา นึงหรือสิ่งที่ จา เป็นตอ้งถือในการผลิตสินคา้แต่ละชนิด ดงัน้ันการผลิตในลกัษณะต่างคนต่างทา จึงกล่าวได้ว่ายงัผลิต สินคา้ในลกัษณะที่ไม่ไดม้ีมาตรฐาน ความตอ้งการและการยอมรับของตลาดจึงยงัไม่แพร่หลายมากนกั 4.3 ลักษณะกำรถ่ำยทอดอำชีพ อาชีพนอกจากการเกษตรลกัษณะอาชีพบางอยา่งถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษแต่บางอยา่งถ่ายทอดให้ กนัไม่ได้นอกจากเรียนรู้จากสถาบนักาศึกษา มีความรู้ความสามารถทา งานเป็นอาชีพไดต้ามที่ไดเ้ล่าเรียนมา อาชีพที่ถ่ายทอดไดจ้ากบรรพบุรุษ ไดแ้ก่งานช่างฝีมือต่างๆ เช่น การตีเหล็ก ตีเงิน จกัสาน งานเยบ็ ปักลายผา้หรือเยบ็ ปักลายผา้ประดิษฐ์การตดัเยบ็เส้ือผา้นอกจากน้ีก็มีงานอยา่งอื่น เช่น การตม้กลนั่สุรา หา ของป่าการล่าสัตว์สา หรับการเผาถ่านยงัไม่มีการเผาใชห้รือเผาสา หรับขายกนั อาชีพที่ถ่ายทอดไม่ได้ไดแ้ก่อาชีพที่ตอ้งศึกษาหาความรู้จากสถาบนัการศึกษาหรือการฝึกอบรม รวมท้ังความสนใจ ความรกในงานอาชีพที่ถนัด เช่น การรับราชการเป็น ครู ต ารวจ ทหาร หรื อเป็ น มคัคุเทศก์ลูกจา้งพนกังานขององคก์ารหรือของบริษทัหา้งร้าน เป็นตน้ การถ่ายทอดอาชีพจากบรรพบุรุษน้ันหากพิจารณากนัถึงระบบครอบครัวก็มีลกัษณะการถ่ายทอด จากบิดาไปยงับุตรชายหรือจากมารดาไปยงับุตรสาวเช่น หากบิดาเป็นช่างตีเงิน ช่างตีเหล็ก หรือนกัตม้กลนั่ สุรา บุตรชายก็อาจจะไดร้ับการเรียนฝึกหัดจนกระทงั่ทา งานเป็นช่างฝีมือหรือนกักลนั่สุราแทนได้ทา นอง เดียวกนับุตรสาวมกัจะไดร้ับการสั่งสอนฝึกหดัจากมารดาให้รู้จกัตดัเยบ็ผา้เยบ็ ปักลายผา้หรือลายผา้ประดิษฐ์ จนกระทงั่มีความรู้ความสามารถในงานฝีมือดงักล่าว ทดัเทียมกบัมารดาของตนไดเ้ช่นเดียวกนั แต่ก็มีขอ้ยกเวน้วา่การถ่ายทอดอาชีพน้นั ไม่จา เป็นตอ้งถ่ายทอดจากบรรพบุรุษไปสู่บุตรหลานเสมอ ไป ผูท้ ี่อาวุโสกว่าหรือเพื่อนบ้านหรือญาติพี่น้องก็สามารถถ่ายทอดวิชาความรู้จากบุคคลหน่ึงไปยงัอีก บุคคลหน่ึงได้ถา้หากเขายนิดีไม่ปิดบังวิชาความรู้ 4.4 กำรใช้ประโยชน์ที่ดิน แบบอยา่งการใชป้ระโยชน์ที่ดิน คือการทา ไร่หมุนเวียนซ่ึงจะเริ่มดว้ยการสา ราจพ้ืนที่ดินและป่าไมท้ ี่ มีความอุดมสมบูรณ์เมื่อเลือกพ้ืนที่ที่ไดส้ ารวจแลว้ก็จะการตดัโค่นตน้ ไมแ้ลว้ปล่อยทิ้งไวใ้ห้ตน้ ไมใ้บไม้ แห้ง โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือนแลว้จะจุดไฟเผา หลงัจากน้นัจะเก็บกิ่งไมท้ ี่เผาไหมไ้ม่หมดมารวมเป็น