The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

องค์ความรู้เผ่าลีซู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khankaew Rtavlx, 2024-04-10 03:19:38

องค์ความรู้เผ่าลีซู

องค์ความรู้เผ่าลีซู

50 กองเผาอีกคร้ังหน่ึง อยา่งไรก็ตาม ตน้ ไมใ้หญ่ที่ถูกตดัโค่นและตอไมย้งัคงเหลืออยูอ่ยา่งระเกะระกะบนพ้ืน ที่ดินจะทา การเพาะปลูก เศษไมแ้ละเถา้ถ่านจะเป็นปุ๋ยอยา่งดีในการเพาะปลูกพืช เมื่อยา่งเข่าฤดูฝน เขาจะเริ่มลงมือเพาะปลูก อาจจะปลูกขา้วไร่หรือขา้วโพดและฝิ่น ท้งัน้ียอ่มแลว้แต่ความ เหมาะสมของที่ดินและความประสงคข์องเจา้ของที่ดินวา่จะปลูกพืชชนิดใด พ้ืนที่ที่มีลกัษณะเหมาะแก่การ ปลูกขา้วจะเป็นพ้ืนที่ที่อากาศค่อนขา้งร้อน มีแสงแดดส่องถึงท้งัเชา้และบ่าย ส่วนพ้ืนที่ที่ปลูกขา้วโพดแลว้ ปลูกฝิ่นน้นัจะตอ้งอยูบ่นภูเขาสูง อากาศค่อนขา้งเยน็พ้ืนที่ที่จะไดร้ับแสงแดดเวลาเชา้หรือเวลาบ่ายเท่าน้นั อยา่งไรก็ตามพ้ืนที่บางแห่งมีระดบัความสูงจากระดบัน้า ทะเลไม่มากนกั ฝิ่นข้ึนไม่ดีไม่มีดอก เขาจะปลูก ขา้วโพดหรือพืชผกัอยา่งอื่นที่เหมาะสมเพื่อขายผลผลิตเป็นเงินสด เช่นบริเวณพ้ืนที่ราบเชิงเขา ฝิ่ น ฝิ่นเป็นพืชท่า รายไดเ้ป็นเงินสดอย่างดีแก่ชนเผ่า สามารถปลูกข้ึนไดด้ีเฉพาะพ้ืนที่สูงที่มีสภาพภูมิ ประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสมเท่าน้นั ฝิ่นเป็นผลผลิตที่มีราคาสูง ขนส่งสะดวกเก็บไวไ้ดน้าน ไม่เน่า เสีย และมีพ่อคา้ไปรับซ้ือถึงหมู่บา้น ในอดีตที่ผ่านมาลีซูเป็นเผ่าที่ปลูกฝิ่นมากเป็นอนัดบั2 รองจากชน เผา่มง้ แมว้า่ลีซูจะทราบดีวา่ ฝิ่นเป็นสิ่งไม่ดีแต่อาชีพดงักล่าวไดท้า มาเป็นเวลาชา้นานต้งัแต่บรรพบุรุษที่อาศยัอยู่ ในประเทศจีนและพม่าแลว้ ประกอบกบัความรู้ความชา นาญบวกกบัราคาของฝิ่นสูงจึงเป็นเหตุจูงใจให้เขา น้นั ปลูกฝิ่น พืชชนิดต่าง ๆ ที่เขาไดร้ับการส่งเสริมแนะนา ให้ปลูกแทนฝิ่นมกัจะมีขอ้จา กดัเรื่องการขนส่ง สภาพของผลผลิตบางชนิดเก็บไวไ้ม่ไดน้านปัญหาเรื่องราคาไม่คงที่ตลาดแคบ พืชบางชนิดต้องใช้เวลา ยาวนานในการผลิต และเขายงัไม่มีความรู้ความชา นาญในการปลูกพืชที่ไดร้ับการแนะนา ให้ปลูกเท่าที่ควร ปัญหาต่าง ๆ เหล่าน้ีจึงเป็นเหตุที่ทา ให้เขาปลูกพืชที่มีราคาดีและมีความชา นาญ ปัจจุบนัการปลูกฝิ่นไดล้ด พ้ืนที่นอ้ยลงและไดม้ีการหยดุการปลูกฝิ่นในชุมชนลีซู 4.5 ลกัษณะกำรเป็นอยู่ในชีวติประจ ำวนั ลีซูเป็นคนรักความสงบ มีชีวิตอยูอ่ยา่งง่าย ๆ อุปนิสัยขยนัขนัแข็งในการทา งานมีความรักช่วยเหลือ ซ่ึงกนัและกนัยามเดือดร้อน และมีความคิดความหวงัจะสร้างฐานะทางเศรษฐกิจในครอบครัวของตนให้ดี ข้ึนอยเู่สมอ กิจวตัรประจา วนัผูห้ญิงจะตื่นแต่เช้าเพื่อหุงหาอาหาร ตกัน้า ลา้งถ้วยชาม ปัดกวาด ในบา้นและบริเวณ นอกบา้นผูช้ายมกัจะตื่นนอนทีหลงัวนั ปกติธรรมดาที่มิใช่วนัศีล เมื่อรับประทานอาหารเช้ากนัเรียบร้อย แลว้ท้งัชายและหญิงก็จะเตรียมตวัเดินทางไปทา งานไร่ถา้ไร่อยูไ่กลเขาจะนา ขา้วไปรับประทานกลางวนั กนั ในไร่หรืออาจจะนา อาหารพร้อมดว้ยอุปกรณ์ไปทา กินในกระท่อมที่พกักลางไร่ก็ได้


51 งานในไร่ข้ึนอยูก่บัแต่ละฤดูกาลและพ้ืนที่เพาะปลูก ฤดูฝนงานในไร่มีมาก แทบจะไม่มีเวลาไปทา อยา่งอื่น เขาตอ้งปลูกพืช ถางหญา้พรวนดิน ฉีดยาฆ่าแมลงกา จดัวชัพืช ใส่ปุ๋ย เป็นระยะๆ จนกระท้งัถึงเวลาเก็บ เกี่ยว งานเหล่าน้ีจะช่วยกนัทา ท้งัชายและหญิง งานในไร่ที่เป็นหนา้ที่ของฝ่ายชายโดยเฉพาะไดแ้ก่การเลือก และการส ารวจหาพ้ืนที่เพาะปลูกที่เหมาะสม การตดั ฟันโค่นตน้ ไม้ ส่วนงานอื่น ๆ ก็ช่วยกนัทา ท้งัหมด และมีงานอยา่งหน่ึงที่เกี่ยวกบัดา้นความเชื่อถือคือการทา พิธีเซ่นไหวบู้ชาผีหรือบางคร้ังก็มีการทา พิธีเรียก ขวญัซ่ึงเป็นหนา้ที่ของฝ่ายชายฝ่ายหญิงเป็นเพียงผรู้่วมพิธีดงักล่าว การหาฟืนและแบกหามมาหุงตม้อาหาร เกี่ยวหญา้คามามุงหลงัคาบา้น เกี่ยวขา้วเก็บขา้วโพด กรีดฝิ่น ท้งั ชายและหญิงหรือสามีภรรยาช่วยกนัทา ทุกอยา่ง จากการสังเกตชีวติประจา วนัของเขา อาจจะกล่าวไดว้า่ชาย และหญิงทา งานหนกัเท่ากนัมิใช่วา่หญิงทา งานหนกักวา่ชายดงัที่มีนกัวชิาการบางท่านเขียนไว้ 4.6 ทรัพย์สินและมรดก ทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่เป็ นอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะที่ดิน ส่วนใหญ่ยงัไม่มีหลกัฐานการถือครองที่ดินที่ ถูกตอ้งตามกฎหมาย ทรัพยส์ินอยา่งอื่น เช่นบา้นเมื่ออยูอ่าศยัณ ที่แห่งใด ก็ปลูกสร้างข้ึนเอง โดยมากจะ ปลูกสร้างเองอยา่งง่าย ๆ สิ่งของเครื่องใชใ้นแต่ละครัวเรือน เช่น เครื่องครัว เครื่องมือการเกษตร ลีซูจะหา ซ้ือจากร้านคา้ในทอ้งถิ่นหรือในเมือง ส่วนเส้ือผา้นิยมซ้ือผา้มาตดัเยบ็ ใชเ้องตามรูปแบบประจา เผา่ของตน สิ่งอา นวยความสะดวก เช่น วิทยุจกัรเยบ็ผา้รถจกัรยาน รถจกัรยานยนต์รถยนต์มีแนวโนม้การใชส้อย เพิ่มมากข้ึนท้งัน้ีเพราะ เมื่อเขามีกา ลงัหรืออา นาจซ้ือมากข้ึน ก็จะพยายามที่จะซ้ือสิ่งอา นวยความสะดวก เหล่าน้ีไปใช้ ทรัพย์สินที่เป็นข้อนิยม ซ่ึงเขาจะมีไว้แทบทุกครัวเรือน ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหน่ึงของลีซูคือ เครื่องประดับเงิน เป็นเงินบริสุทธ์ิ80-90 % นิยมเก็บไว้เมื่อถึงวนั ปีใหม่หรือพิธีแต่งงาน ก็จะน า เครื่องประดบัดงักล่าวมาตกแต่ง เส้ือผา้ให้สวยงามท้งัชายและหญิงโดยให้บุตรชายและบุตรสาวแต่งตวั ออกมาเตน้ร าหรือสวมใส่ในพิธีแต่งงาน ตามปกติการแต่งกายในชีวิตประจา วนั ไม่นิยมการแต่งตวัด้วย เครื่องประดบัเงิน จะใชต้ ่อเมื่อถึงเวลาที่เป็นวนัส าคญัตามประเพณีเท่าน้นัทรัพยส์ินชนิดน้ีเป็นค่านิยมอยา่ง หน่ึงที่แสดงถึงความมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มงั่คงั่มีเครื่องเงินมากเท่าใดก็ยอ่มแสดงถึงความร่ ารวย ความมี ฐานะดีเท่าน้นัเพราะเครื่องประดบัเงินมีราคาสูงมากชุดแต่งกายของชายหรือหญิงชุดหน่ึง ๆ จึงมีราคาไม่ นอ้ยกวา่1 หมื่นบาทข้ึนไป


52 มรดก มรดกที่เป็นวตัถุสิ่งของซ่ึงที่บรรพบุรุษไดม้ีหรือเก็บรักษาไวส้า หรับบุตรหลานของตน ไดแ้ก่ที่ดิน ทา มาหากิน บา้นเรือนและสิ่งของเครื่องใชท้ ี่มีอยใู่นบา้นรวมท้งัเงินและของมีค่าต่าง ๆ ดว้ย โดยปกติที่ดินจะจดัแบ่งสรรให้แก่บุตรชายที่แต่งงานแลว้จา นวนคนละเท่า ๆ กนัส่วนบุตรสาวไม่แบ่งให้ เพราะบุตรสาวเมื่อแต่งงานแลว้ก็จะไปอาสัยอยกู่บัฝ่ายชาย หากไม่ไดแ้ต่งงานก็จะอยูใ่นบา้นของพอ่แม่ซ่ึงมี ที่ดินทา มาหากินอยแู่ลว้ขอ้ยกเวน้คือ ถา้หากไม่มีบุตรชายมีแต่บุตรหญิง เขาก็จะใหบุ้ตรเขยเขา้มาอาศยัอยู่ ในบา้น ที่ดินที่มีอยู่ก็จะมอบเป็นมรดกให้กบับุตรสาวและบุตรเขยเมื่อตนแก่เฒ่าแลว้ ส่วนทรัพยส์ินอยา่ง อื่น เช่น เงินหรือเครื่องประดบัอาจจะแบ่งเป็นส่วน ๆ มอบใหบุ้ตรชายและบุตรสาวเมื่อไดแ้ต่งงานหรือเมื่อ เขาแยกครอบครัวไปต้งับา้นเรือนต่างหาก มรดกที่เป็นชิ้นเป็นอนั ไดส้ะสมไวเ้ป็นเวลานานและสืบทอดต่อ ๆ กนัไปชวั่ลูกชวั่หลาน คือเครื่องประดบั เงิน เป็นทรัพยส์ ินที่มีคุณค่าและถือว่าเป็นมรดกอนัล้า ค่ายิ่งกว่าทรัพยส์ ินประเภทอื่น หากไม่ยากจนทุกข์ ยากจริงเขาจะไม่ยอมขายเป็นอนัขาด ส าหรับที่ดินโดยมากไม่มีกรรมสิทธ์ิหรือไม่มีการถือครองที่ดินที่ ถูกตอ้งตามกฎหมาย และดว้ยเหตุที่มีการยา้ยถิ่นฐานกนัอยูเ่สมอ จึงไม่มีความคิดในลกัษณะที่วา่ที่ดินเป็น ทรัพยส์มบตัิที่มีคุณค่ามากกวา่เครื่องประดบัเงิน ส่วนบา้นโดยมากก็เป็นวตัถุที่ปลูกสร้างข้ึนอยา่งง่าย ๆ ไม่ มนั่คงถาวรเท่าใดนกัเมื่อยา้ยที่อยกู่ ็อาจจะขายใหก้บัผอู้ื่น 4.7 กำรใช้แรงงำน การจา้งคนส่วนใหญ่เป็นการจา้งแรงงานดา้นการเกษตรเช่น ถางหญา้บุกเบิก พ้ืนที่แห่งใหม่เก็บเกี่ยว ผลผลิตในไร่หาฟืนและแบกฟืน ฯลฯ ลกัษณะการจา้ง อาจกล่าวใน 2ลักษณะ คือ เป็ นนายจ้างและเป็ นลูกจ้าง นายจ้างลีซูมกัจะจา้งผูท้ี่เสพฝิ่นใหม้าเป็นลูกจา้งของตน โดยมากเป็นชาวเขาเผา่กะเหรี่ยง มูเซอและ คนไทยพ้ืนเมืองที่มีภูมิลา เนาอยูใ่นทอ้งที่ใกลห้มู่บา้นลีซูการจา้งแรงงานจะคิดเป็นวนัหรือจา้งเหมางานเป็น ชิ้นก็ได้ท้งัน้ีแลว้แต่จะตกลงระหวา่งที่กา ลงัทา งานนายจา้งจะจดัอาหารรับประทานและนอนอยใู่นบา้นของ ตนหรือนอนในไร่โดยไม่หกัค่าใชจ้่ายใดๆนบัเป็นสวสัดิการอยา่งหน่ึงแต่ถา้หากงานน้นั ไม่ตอ้งใชเ้วลามาก นกัเช่น ตกัน้า หาฟืน นายจา้งก็อาจจะไม่ตอ้งให้ลูกจา้งนอนในบา้นของตน เมื่อทา งานเสร็จแลว้อาจจะให้ รับประทานอาหาร 1 ม้ือจ่ายค่าแรงงานลูกจา้งก็กลบับา้นของตน ลีซูจ้างให้คนอื่นท างาน เนื่องจากแรงงานในครอบครัวบางครอบครัวไม่เพียงพอ สมาชิกใน ครอบครัวหนึ่ งอาจจะมี 6-8คน แต่ผูท้ ี่อยู่ในวยัแรงงานอาจมีเพียง 2-3คน เท่าน้ัน นอกน้ันเป็นเด็กและ คนชรา เขาจึงจา เป็นตอ้งจา้งผูอ้ื่นมาทา งานในไร่หรือในบา้นของตน นอกจากน้ีบางครอบครัวซ่ึงมีฐานะ


53 พอมีพอกิน แต่พ้ืนที่ทา มาหากินเพิ่มข้ึน เพื่อจะไดป้ลูกพืชและหวงัว่าจะไดผ้ลผลิตเพิ่มมากข้ึนกวา่เดิม อนั หมายถึงการยกฐานะทางเศรษฐกิจใหด้ีข้ึน ก็จา เป็นตอ้งจา้งคนอื่นใหม้าทา งานใหก้บัตน งานที่ลีซุจ้างให้คนอื่นท ามีหลายชนิดเป็นตน้วา่งานบา้นก็ไดแ้ก่ตกัน้า หาฟืน ตดัไมม้าสร้างยุง้ฉาง ขา้วขา้วโพด หรือปลูกสร้างคอกสัตว์ฯลฯ ส่วนงานในไร่ไดแ้ก่ถางหญา้ขุดดิน เก็บกิ่งไมห้รือหญา้รวม กองแลว้เผา พรวนดินตน้พืชที่ปลูกแลว้เกี่ยวขา้ว เก็บขา้วโพด กรีดฝิ่น แบกขา้วหรือขา้วโพดมาใส่ยุง้ฉาง ข้าว ทา ร้ัวบริเวณไร่ขา้วและไร่ขา้วโพด ฯลฯ มกัจะพบเห็นในหมู่บา้นลีซูอยู่แทบทุกหมู่บา้นว่าเขาไดจ้า้งชาวเขาเผ่าอื่นหรือคนไทยพ้ืนเมืองมา ทา งานใหก้บัตนตามฤดูกาลที่จา เป็น ลูกจา้ง ลีซูไม่ชอบที่จะเป็นลูกจา้งทา งานบา้นหรืองานในไร่ใหก้บัผูอ้ื่นท้งัน้ีเพราะมีความรู้สึกวาได้ ่ ตกเป็นเบ้ียล่างหรือเป็นผทู้ี่ไม่มีอิสระไดค้่าตอบแทนนอ้ยดอ้ยกวา่เพื่อนบา้นในสายตาของลีซูโดยทวั่ ไป เขาจึงไม่ชอบเป็นลูกจา้ง ไม่วา่จะเป็นการจา้งจาดเพื่อนบา้น หมู่บา้นเดียวกนัจากหมู่บา้ยใกลเ้คียง จากชาวเขาเผา่อื่นหรือคนไทยพ้ืนเมือง หรือจากโครงการที่เขา้ไปดา เนินงานในพ้ืนที่ก็ตาม นอกเสียจากว่า ไดค้่าตอบแทนสูงกวา่อตัราปกติหรือมีสวสัดิการที่ดีหรือเป็นงานที่มนั่คงถาวร เขาจึงยนิดีที่จะทา อย่างไรก็ดีขอ้เท็จจริงดงักล่าวน้ีมีขอ้ยกเวน้บา้งคือลีซูบางคนเสพฝิ่นย่อมจา เป็นที่จะตอ้งหางาน หรือเงินมาซ้ือฝิ่นเสพอยทูุ่กวนัจึงยอมที่จะเป็นลูกจา้งทา งานในไร่ใหก้บัผูอ้ื่น งานในไร่หรืองานบา้นเป็นงานที่ทุกคนทา ได้ญาติพี่นอ้งหรือเพื่อนบา้นที่อยูใ่นหมู่บา้นเดียวกนัจึง มกัจะมีการแลกเปลี่ยนแรงงานกนัมากกวา่ที่จะจา้งแรงงานในหมู่พวกเดียวกนัการเป็นลูกจา้งในโครงการที่ เขา้ไปดา เนินงานในพ้ืนที่ที่หมู่บา้นชาวเขา หากเป็นงานที่ตอ้งใชค้วามสามารถเหนือกวา่งานในไร่เช่น เป็น เจา้หน้าที่ประชาสัมพนัธ์ครูล่าม ย่อมได้รับการยกย่องยอมรับกนัว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติมนั่คง ตอ้งใช้ ความรู้ความสามารถรายได้จะมากหรือน้อยก็ไม่เป็นสิ่งที่ต้องคา นึงเท่าใดนักในความรู้สึกของพวกเขา ลูกจา้งประเภทที่ตอ้งใชค้วามสามารถเหล่าน้ีลีซูรุ่นหนุ่มหรือรุ่นใหม่(young generation) มีความต้องการ มี ความหวงัและใฝ่ฝันที่จะทา เป็นอาชีพหลกัเพราะมีความคิดวา่เป็นงานที่ไม่ตอ้งใช้กา ลงักายมากนกัแต่ใน ความรู้ความสามารถ มีเกียรติและมีรายไดป้ระจา แน่นอน ค่าตอบแทน ค่าจา้งแรงงานที่ตอบแทนแก่ผูร้ับจา้งหรือลูกจา้ง นายจา้งอาจจะจ่ายให้เป็นสิ่งของ หรือเป็นเงินสดก็ได้ท้งัน้ีแลว้แต่ท้งัสองฝ่ายจะตกลงกนัอาจกล่าวในรายละเอียดไดด้งัน้ี ค่าตอบแทนเป็นสิ่งของ ผเู้สพฝิ่นที่มีอาชีพตอ้งการค่าตอบแทนเป็นสิ่งของมากกวาเงินสด เพราะน า ่ สิ่งของมาบริโภคได้โดยตรง ไม่ต้องน าเงินไปซ้ือสิ่งของอีกต่อไป สิ่งของที่ได้เป็นค่าตอบแทนจากการ


54 ทา งาน โดยมากเป็นฝิ่น ขา้วสาร น้า มนัหมูเป็นหลกัส่วนสิ่งของประกอบอยา่งอื่นก็อาจจะมีบา้ง เช่น เทียน ไขยาแกไ้ข้ยาแกป้วด หรืออาหารบางชนิดถา้มี ส าหรับอัตราค่าตอบแทนน้นั ในแต่ละทอ้งที่ยอ่มแตกต่างกนัออกไปและข้ึนอยกู่บัความสามารถใน การทา งานของแต่ละบุคคลดว้ยผูเ้ป็นนายจา้งอาจจะคิดในอตัราวนัละ 25-35 บาทต่อคน แลว้คิดราคาของ สิ่งของโดยปริมาณหรือน้า หนักของสิ่งของมีจา นวนปริมาณเท่ากบัราคาดงักล่าว หรือหากจะเหมางานทา เป็นชิ้น ก็จะตกลงกนัวา่จะจา้งเป็นฝิ่นหรือขา้วสารจา นวนเท่าไร ค่าตอบแทนเป็นเงินสด การจา้งถางหญา้เก็บเกี่ยวขา้วโพดอาจจา้งเป็นรายวนัหรือเหมางานเป็น พ้ืนที่ก็ได้เงินสดอาจจะจ่ายให้ลูกจา้งส่วนหน่ึงก่อนเพื่อนา ไปซ้ือขา้วหรือสิ่งของที่จา เป็น เมื่อทา งานเสร็จ ตามที่ตกลงกนัแลว้ผจู้า้งก็จะจ่ายเงินใหก้บัลูกจา้งทนัที อตัราค่าจา้งในการทา งานในไร่ประมาณ 25-35 บาท ต่อคนต่อวนัถา้หากเป็นงานเหมา เหมาเป็น พ้ืนที่หรือเหมาโดยเอาจา นวนน้า หนกั ปริมาณของผลผลิตที่เก็บเกี่ยวไดเ้ป็นหลกัก็ได้เช่น จา้งเก็บขา้วโพด 1 ปี บ เป็ นจ านวนเงิน 2-5 บาท หาฟื นไม้แห้งจ านวน 1กองใหญ่ในราคา 10 บาท เป็ นต้น หมายเหตุค่าจา้งที่เป็นเงินอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพเศรษฐกิจและยคุสมยั


55 บทที่ 5 โภชนำกำร 5.1 อำหำรและเครื่องดื่ม ลักษณะอาหารและเครื่องดื่มของลีซู 5.2 ประเภทของอำหำรและกำรได้มำ อาหารในชีวิตประจ าวัน มีอาหารหลักคือข้าว เป็ นข้าวเจ้าซึ่งนิยมรับประทานข้าวที่เป็ นพันธุ์ของลีซู เอง นอกจากน้ีก็มีพืชผกัและเน้ือสัตวช์นิดต่างซ่ึงอาจแบ่งประเภทอาหารไดด้งัน้ี ประเภทเน้ือสัตว์ไดแ้ก่เน้ือ มีหมูไก่เน้ือสัตวป์่า มีหมูป่า เกง้เสือกระรอก นกลีซูเล้ียงหมูและไก่ ไวส้ าหรับใชใ้นพิธีกรรม ส าหรับสัตวป์่าลีซูนิยมล่าสัตวป์่ากนัมาก ปัจจุบนัสัตวป์่าหลงเหลืออยจู่า นวนนอ้ย เขานิยมล่าสัตวป์่ากนั ในวนัศีลซ่ึงเป็นวนัหยุดทา งานกนัท้งัหมู่บา้น นอกจากน้นัอาหารประเภทถวั่ชนิดต่างๆ ลีซูนิยมปลูกข้ึนเอง มีถวั่ลนัเตาถวั่ฝักยาวถวั่แปบ ถวั่พูถวั่แดง ฯลฯ ประเภทแป้งและน้า ตาล ไดแ้ก่ขา้วลีซูนิยมปลูกขา้วข้ึนเอง เป็นขา้วเจา้พนัธุ์ของลีซูขา้วเหนียวมี ปลูกกนับา้ง ใชส้ าหรับทา ขนม ลีซูไม่นิยมรับหระทานขา้วเหนียวเป็นอาหารประจา วนับางครอบครัวไม่ได้ ปลูกขา้ว ปลูกขา้วโพดหรือพืชอยา่งอื่นขายไดเ้งินสดก็นา มาซ้ือขา้วไวร้ับประทาน น้า ตาลโดยมากทา จาก ออ้ยซ่ึงปลูกข้ึนเอง บางทีก็ซ้ือมาจากตลาด ประเภทไขมนั ไดแ้ก่ไขมนัสัตวแ์ละไขมนัพืช ลีซูใชน้ ้า มนัหมูส าหรับปรุงอาหารในชีวติประจา วนั ไขมนัววัมีอยบู่า้ง น้า มนัโดยมากซ้ือจากตลาด ประเภทผักและผลไม้ ลีซูปลูกพืชผักไว้รับประทานเป็นอาหารหลายชนนิด เช่น ผกั ฟักทอง แตงกวากะหล่า ปลีผกักาด ผกัประเภทถวั่ชนิดต่างๆ พริก มะเขือ มะเขือเทศ ผลไมท้ ี่ปลูกกนัคือกลว้ยลิ้นจี่ส้มโอ มะม่วงผกัและผลไมท้ ี่หาไดจ้ากป่า ไดแ้ก่หน่อไม้เห็ด ลูก กอ มะขามป้อม มะไฟป่ า ปกติลีซูรับประทานอาหารวันละ 3 ม้ือ หากหยุดงานอยูก่บับา้นอาจจะรับประทานเพียงวนัละ2 ม้ือ เวลาออกไปทา งานไร่จะนา ขา้วและกบัขา้วติดตวัไปรับประทานกนั ในไร่ตอ้งนา เอาขา้วสาร เกลือ น้า มนั หมูหมอ้จาน ชอ้น ติดตวัไปดว้ย สา หรับพืชผกัที่จะรับประทานจะหาเอาในไร่หรือในป่า


56 5.3 เครื่องดื่ม ลีซูมีเครื่องดื่มที่นิยมดื่มกนัทวั่ ไปคือ น้า ชา และสุรา น้า ผลไมห้รือน้า ชนิดอื่นยงัไม่มีและยงัไม่ นิยมดื่มกนัน้า ชาและสุราเป็นของพ้ืนบา้นที่ใชส้า หรับตอ้นรับแขก ใชใ้นพิธีกรรมเซ่นไหวบู้ชาผแีละใชใ้น งานเล้ียงฉลองวนั ปีใหม่พิธีเกิด แต่งงาน ตาย น้า ชา ทา จากใบชา บางหมู่บา้นปลูกชาเอง บางหมู่บา้นปลูกไม่ไดเ้พราะสภาพพ้ืนที่และสภาพภูมิอากาศไม่ เหมาะสม แต่จะหาซ้ือใบชาจากในเมืองหรือจากร้านคา้ในทอ้งถิ่น ลีซูนิยมนา ใบชามาควั่ใหม้ีกลิ่นหอมแลว้ จึงชงกบัน้า เดือด เขานิยมดื่มน้า ชาร้อนๆ แกก้ระหายและถือเป็นประเพณีอยา่งหน่ึง เมื่อมีแขกเข้ามาในบ้าน ควรจะตม้น้า ชาใหแ้ขกดื่ม สุราลีซูทา สุราข้ึนเอง มี2 ชนิด คือ สุราข้าวเจ้าและสุราข้าวโพด (ข้าวเปลือก) เขาจะซ้ือส่าเหลา้หรือยสีตม์า จากในเมืองนา มาหมกัไวก้บัขา้วหรือขา้วโพด เมื่อไดท้ ี่ดีแลว้จึงนา ไปตม้กลนั่ตามกรรมวิธีหรือเทคนิคของ เขา การผลิตสุราข้ึนใช้เอง คือใชใ้นพิธีกรรมหรือตอ้นรับแขกน้นับางหมู่บา้นขออนุญาตจากทางราชการ แต่บางแห่งไม่ไดข้ออนุญาต อยา่งไรก็ตามผูผ้ลิตและจา หน่ายสุราอาจจะอยูห่มู่บา้นแห่งอื่น ผลิตแลว้นา มา ขายใหก้บัลีซูก็ได้โดยเฉพาะช่วงระยะเวลาก่อนถึงปีใหม่ของลีซูจะมีชาวเขาเผา่อื่นหรือจีนฮ่อนา สุราที่ผลิต ข้ึนไปขายในหมู่บา้นลีซูและถา้หากลีซูไม่สามารถหาซ้ือสุราตา หรับที่ผลิตจากขา้วหรือขา้วโพดได้เขาก็ อาจจะหาซ้ือสุราจากร้านคา้แต่ไม่ค่อยชอบนกัอา้งว่าสุราที่ผลิตจากโรงงานในเมืองน้นัรสชาติไม่ถูกใจ และราคาก็แพงเกินไป มีคา พงัเพยของลีซูเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เป็นภาษาลีซูวา่“ฉ่าหยดีู๋ฌึผดึู๋จอาจอ่า ส่าจิจอ่า ยกีูเฉวุตูบี่คะ” แปลวา่“ดื่มสุรากินขา้วกินหมาก สูบบุหรี่และร่วมประเพณี” ซ่ึงคา พงัเพยดงักล่าวน้ีย่อมเป็นการสะทอ้น ถึงค่านิยม แบบอยา่งหรือลกัษณะการดา เนินชีวติประจา วนัของลีซูอยา่งหน่ึง 5.4 กำรรับประทำนอำหำร การจัดสถานที่และการจัดอาหาร ลีซูรับประทานอาหารวันละ 3 ม้ือ เช่นเดียวกันกับคนไทยเรา สถานที่ส าหรับการรับประทานอาหารมกัอยูก่ลางบา้นตรงกบัหิ้งบูชาผีในบา้น ถา้หากหิ้งบูชาผีและประตู บา้นอยูเ่ย้ืองไปทางซ้ายหรือทางขวาของตวับา้น สถานที่ส าหรับรับประทานอาหารก็จะอยูต่รงกบัหิ้งบูชาผี แต่ท้งัน้ีก็มิได้ถือปฏิบตัิเช่นน้ีอย่างเคร่งครัด อาจจะใช้สถานที่แห่งใดที่เห็นว่าเหมาะสมภายในบ้านเป็น สถานที่รับประทานอาหารก็ได้อาหารที่จดัไวจ้ะใส่ถว้ยหรือจานหรือชาม ขา้วจะใส่ถว้ยตามจา นวนสมาชิก ที่ตอ้งการรับประทานร่วมกนัและมีถว้ยใหญ่หรือกะละมงัใส่ขา้วไวส้ าหรับสมาชิกที่ตอ้งการรับประทาน อาหารเพิ่มเติม


57 หากมีแขกมารับประทานอาหารร่วมกบัเจา้ของบา้น และตอ้งการที่จะรับประทานพร้อมกบัสมาชิก ทุกคนในบา้น ถา้หากสถานที่ไม่เพียงพอก็อาจจะจดัอาหารเป็น 2 ชุด ส าหรับแขก หัวหน้าครอบครัว ภรรยา หัวหน้าครอบครัว บุตรชายจ านวน 1 ชุด อีกชุดหนึ่ งส าหรับผู้หญิงและเด็ก บางทีเขาอาจจะให้แขกและ หัวหน้าครอบครัวรับประทานกนัจนอิ่มเสียก่อน อาหารที่เหลือภรรยาหัวหน้าครอบครัวผูห้ญิงและเด็กจะ รับประทานกนัต่อไป รูป การรับประทานอาหารของลีซู 5.4.1 มำรยำทในกำรรับประทำนอำหำรและกำรดื่ม การรับประทานอาหาร เขาจะนงั่ยองๆลอ้ม วงกันรับประทานอาหารแต่ละม้ือ อาหารจะตกัใส่ถ้วยชามหรือจานน ามาต้งัไวบ้นโตกหรือโต๊ะเล็กรูป สี่เหลี่ยมผืนผา้หวัหนา้ครอบครัวมกัจะนงั่อยูใ่นทิศทางที่หนัออกไปทางประตูบา้น ซ่ึงจะอยูใ่กลห้ ิ้งบูชาผี มากที่สุด และถือวา่เป็นส่วนหวัหรือเป็นบริเวณที่นงั่ของผูอ้าวุโส ส่วนสมาชิกคนอื่นๆในบา้นก็จะนงั่ตาม ความเหมาะสม ซ่ึงไม่มีกฎเกณฑอ์นั ใด การรับประทานอาหาร นิยมใชต้ะเกียบคีบอาหารเขา้ปาก เด็กๆยงัใชต้ะเกียบไม่เป็นก็ใชช้อ้นตกัอาหาร อาหารส าหรับแขก อาหารส าหรับแขกเจา้ของบา้นจะจดัอาหารชนิดต่างๆที่รับประทานประจา ให้แขกรับประทาน ถา้ หากเป็นแขกซ่ึงเป็นญาติลา ดับข้นัอาวุโสหรือเป็นเจา้หน้าที่องค์การ สถาบันเจา้ของบ้านจะจดั ให้แขก รับประทานกนัก่อน รับประทานอาหารกนัอิ่มแล้ว เจา้ของบา้นรวมท้งัสมาชิกในบา้นจึงรับประทานกนั ต่อไปภายหลงั ปกติเขาจะให้เกียรติแก่แขกโดยให้แขกสั่งหัวโต๊ะซ่ึงอยูต่รงกบัหิ้งบูชาผีในบา้นหรือตรงหัว โต๊ะด้านซ้ายมือ


58 มารยาทขณะรับประทานอาหาร เขาจะไม่พูดจาเรื่องน่าเกลียดน่ากลวัหรือเรื่องที่เป็นอปัมงคล เวลาจาม หรือไอก็หนัหนา้ไปทางอื่น ใครรับประทานอิ่มแลว้ก็ลุกจากวงอาหารไปได้ไม่ตอ้งรอใหอ้ิ่มพร้อมกนัแต่ถา้ ยงัไม่อิ่มถือถว้ยหรือจานขา้วเดินรับประทานไปเรื่อยๆถือวา่ ไม่สุภาพ การดื่ม นอกจากน้ันก็ยงัมีการดื่มน้ าชาและดื่มสุรา การดื่มจะนั่งหรือยืนดื่มก็ได้ไม่มีขอ้ห้ามหรือเสีย มารยาท น้า ชาถา้ดื่มไม่หมดก็เททิ้ง แต่สุราถา้ดื่มไม่หมดจะใหค้นอื่นดื่มต่อก็ได้ท้งัน้ีผูท้ี่ดื่มต่อน้นัตอ้งเป็น เพื่อนหรือมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกบัตน การยื่นแกว้หรือถว้ยสุราที่ดื่มแลว้แต่ยงัไม่หมดให้แก่ผูอ้าวุโสกว่า ถือวา่เป็นเรื่องที่เสียมารยาท ไม่ควรกระทา การดื่มสุรา ลีซูบางคนชอบดื่มมากดื่มจนติดนิสัย การดื่มสุราจนเมามายถึงขนาดเดินโซเซครองสติไม่ได้ พูดจาฟังไม่รู้เรื่องหรือหาเรื่องทะเลาะกบัคนอื่น ย่อมเป็นสิ่งที่ทา ให้ขาดคนเคารพนบัถือ และเป็นไม่ดีใน สายตาของลีซู รูป การต้งัอาหารรับแขก 5.5 อำหำรห้ำมและนิยมบริโภค โดยทวั่ ไปลีซูไม่มีขอ้ห้ามเรื่องอาหารส าหรับคนธรรมดา แต่มีขอ้ห้ามส าหรับคนบางคน และบาง กลุ่ม คือ ผปู้่วย หญิงหลงัคลอดบุตร เด็กทารก หมอเมือง หมอผี ส่วนอาหารที่นิยมบริโภคน้ัน ไม่มีอาหารชนิดใดที่นิยมบริโภคเป็นพิเศษ อาหารหลักมีข้าว ผกัและ เน้ือสัตวด์งัไดก้ล่าวมาแลว้ ส าหรับรสของอาหาร ลีซูนิยมอาหารรสจืด รสเผด็เปร้ียว รสเปร้ียวจดัหรือ เคม็จดัไม่นิยมรับประทาน


59 5.6 อำหำรส ำหรับคนเฉพำะกลุ่ม 5.6.1 อำหำรของผู้ป่วย ผูท้ ี่ป่วยเป็นไข้ลีซูจะห้ามรับประทานอาหารบางอย่าง คือ แตงกวา แตงไทย อ้อย เนื่องจากมีความเชื่อวา่ผูป้่วยเป็นไขน้ ้นั ในร่างกายมีความร้อนสูงอาหารที่กล่าวน้ีมีความเยน็ อยใู่นตวัหากรับประทานเขา้ไปแลว้จะทา ใหค้วามร้อนในร่างกายกระทบกบัความเยน็จากอาหารอาการของ ผู้ป่ วยจะทรุดหนักลงไปอีก บางคนอาจถึงตายได้ หากผู้ป่ วย ป่ วยเป็ นไข้มาลาเรีย ห้ามรับประทานพืชผักดงักล่าวที่มีความเยน็แลว้ยงัห้ามรับประทาน เน้ือหมูป่าดว้ย ส่วนเน้ือสัตวช์นิดอื่นรับประทานได้ ผทู้ี่เป็นไขห้วดันิยมให้รับประทานพืชผกัที่มีรสขม มีความเชื่อวา่ขมเป็นยาอยา่งหน่ึง พืชผกัผลไม้ หรือขนมที่มีรสเปร้ียวหรือรสหวานจะห้ามรับประทาน เพราะมีความเชื่อว่าเมื่อรับประทานแล้วอาการไข้ ของผู้ป่ วยจะทรุดหนักลง ผปู้่วยจะรับประทานอาหารชนิดใดไดห้รือไม่ยอ่มข้ึนอยกู่บัอาการของโรคโดยทวั่ ไปเมื่อเกิดความ เจบ็ ป่วย เขาจะให้ดื่มน้า ร้อนหรือน้า ที่ตม้ สุกแลว้รับประทานอาหารชนิดอ่อนประเภทขา้วตม้หรือชนิดอื่นๆ ผปู้่วยก็รับประทานได้ยกเวน้อาหารดงักล่าวมาแลว้เท่าน้นัอยา่งไรก็ตาม ลีซูบางคนก็มีความเชื่อถือและงด เวน้อาหารสา หรับผปู้่วยบางชนิดกวา่น้ี 5.6.2 อำหำรของหญิงมีครรภ์ หญิงมีครรภ์รับประทานอาหารไดเ้ช่นเดียวกบัคนธรรมดา ไม่มี ขอ้หา้มหรือขอ้ยกเวน้ ในเรื่องอาหารแต่อยา่งใด 5.6.3 อำหำรของหญิงหลังคลอด หญิงหลงัคลอดจะอยู่ไฟเป็นเวลา 7วนัระยะอยู่ไฟให้ดื่มน้า ร้อนห้ามดื่มน้า เยน็หลงัจาก7วนั ไหแล้วจึงจะดื่มน้า เยน็ ได้ระยะต้งัแต่คลอดบุตรจนถึงครบระยะเวลา 1 เดือน ให้มาในราคาของบุตรรับประทานขา้วกบั ไก่ตม้หรือไข่ตม้ผกัทุกชนิดห้ามรับประทาน ยกเว้นผักขม นา มาตม้กบัไก่รับประทานได้นอกจากไก่แลว้ก็มีเน้ือสัตวป์่าเพียงชนิดเดียวที่รับประทานได้คือเน้ือหมี ยงัมีข้อปลีกย่อยส าหรับอาหาร คือ ไก่ที่น ามาให้หญิงหญิงคลอดบุตรรับประทานเป็นอาหาร ประจา วนัน้นัหากไก่มีขนสีเหลืองท้งัตวัหรือสีเหลืองแซมอยู่บา้งเล็กน้อย หรือไก่ที่มีขนสีขาวท้งัตวัห้าม นา มารับประทานและหากเป็นไก่ตวัผูต้อ้งเป็นไก่ที่ยงัขนั ไม่ได้หรือหากขนั ไดแ้ลว้ตอ้งตอนเสียก่อน ไก่ที่ รับประทานไดน้ ้นัจะตอ้งนา มาปรุงดว้ยการตม้เท่าน้นัจะนา มาปิ้งหรือทอดไม่ได้


60 5.6.4 อำหำรของเด็ก เด็กเล็กต้งัแต่แรกเกิดจนอายุได้ประมาณ เดือนให้รับประทานนมของ มารดาอยา่งเดียว หลังจากอายุได้3 เดือนแล้วมารดาจะหัดให้เด็กรับประทานข้าวบดใช้ต าข้าวให้ละเอียด หรือบางทีมารดาจะเค้ียวขา้วใหล้ะเอียดและคายออกมาให้บุตรรับประทาน หากน้า นมมารดามีไม่เพียงพอ มกัจะซ้ือนมขน้หวานมาเล้ียงเด็ก เด็กอายุได้ประมาณ 1 ปี ครึ่ ง มารดาจะให้หยา่นม หลงัจากน้นัก็รับประทานอาหารได้เช่นเดียวกบัผใู้หญ่แต่ถา้มารดาต้งัครรภก์ ่อนหนา้น้ีก็จะใหเ้ด็ก หยา่นมทนั ทีเขามีความเชื่อวา่ ถา้มารดาต้งัครรภแ์ลว้เด็กยงักินนมอยู่จะทา ใหเ้ด็กทอ้งเสียอยเู่ป็นประจา เด็กในระยะต้งัแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 5ขวบมกัจะมีโรคภยัไขเ้จ็บอยูเ่สมอในหมู่บา้นที่มีเจา้หน้าที่ ของรัฐหรือของเอกชนปฏิบตัิงานอยูป่ระจา ก็จะไดร้ับการป้องกนัและรักษาพยาบาลเบ้ืองตน้อาการของโรค บางชนิดไม่ทราบสาเหตุก็อาจจะขอให้หมอผีเขา้ทรงเพื่อบา บดัรักษาหรือบางคร้ังบิดาหรือญาติพี่นอ้งจะทา พิธีเรียกขวญั ใหก้บัเด็กเพื่อใหข้วญัของเด็กอยกู่บัตวัมีจิตใจเป็นปรกติและมีสุขภาพร่างกายแขง็แรง 5.6.5 อำหำรของหมอผี หมอผีรับประทานอาหารทุกชนิดไดเ้ช่นเดียวกบัคนทวั่ ไป ยกเวน้ หรือมีข้อห้ามในการรับประทานอาหารบางชนิด คือ หวัหอม กระเทียม อาหารที่ใชน้ ้า มนัทอด เน้ือสัตว์ ป่าบางชนิด คือ เสือ หมีงูลิง ค่าง ชะนีหมอผีล่าสัตวป์่าไดทุ้กชนิด แต่เขาจะไม่รับประทานเป็นบาง ชนิด แมจ้ะเดินทางไปหมู่บา้นอื่นหรือไปตลาดก็ไม่รับประทาน นอกจากน้ียงัห้ามผูอ้ื่นนา อาหารชนิดต่างๆดงักล่าวเขา้ไปในบา้นหมอผีดว้ย ส าหรับภรรยาและบุตรหลาน ของหมอผีเมื่ออยูใ่นบา้นก็รับประทานอาหารดงักล่าวไม่ไดห้ากรับประทานอาหารดงักล่าวที่อื่น ก็ไม่มีขอ้ หา้มแต่ประการใด การที่หมอผีงดเวน้รับประทานอาหารบางชนิด ให้เหตุผลว่า เนื่องจากผีไม่ชอบ ผีที่จะมาเขา้สิงในร่างกาย น้นัจะคอยดูแลเขาอยตู่ลอดเวลา หากหมอผีไม่เชื่อหรือไม่งดเวน้การรับประทานอาหารชนิดที่เป็นขอ้ห้าม ก็อาจจะเกิดความเจบ็ ป่วยหรือมีอนัเป็นไปอยา่งใดอยา่งหน่ึงได้ 5.6.6 อำหำรของหมอเมือง หมอเมืองเป็นผูท้ ี่มีหน้าที่เกี่ยวกับพิธีกรรม ณ ศาลผีประจ า หมู่บา้น รับประทานอาหารได้เช่นคนทวั่ ไป แต่มีขอ้ยกเวน้รับประทานเน้ือสัตวป์่าบางชนิด คือ เน้ือของ เสือลิง ชะนีลิงค่าง หมอเมืองให้ขอ้เท็จจริงวา่ การรับประเน้ือสัตวป์่าดงักล่าวน้ีเป็นความเช้ือที่สืบต่อกนั มา ไม่ไดม้ีเหตูผลอยา่งอื่น ก่อนการเป็นหมอเมืองหรือไดล้าออกจากตา แหน่งหมอเมืองแลว้ก็รับประทาน ได้ไม่มีขอ้ห้าม


61 กำรประกอบอำหำร สถำนที่ประกอบอำหำร อยูภ่ายในบา้นดา้นขวาหรือดา้นซ้ายก็ได้เตาไฟนิยมใชเ้หล็ก3 ขา หรือกอ้นหิน 3 ก้อน ส าหรับต้งัหมอ้หรือกระทะ หรืออาจใช้ก้อนหิน 2 ก้อน วางขา้งละ หน่ึงก้อน ใช้เหล็กแผ่น 2 อัน วางทบักอ้นหิน แลว้ใชห้มอ้หรือกระทะวางบนเหล็กอีกทีหนึ่ง เตาเหล็ก 3 ขา หรือเหล็กแผน่หาซ้ือจากตลาดทอ้งถิ่นหรือในเมือง กอ้นหินหาไดจ้ากทอ้งถิ่น วสัดุที่ใชก้ารหุงตม้นิยมใชฟ้ืน เช่น เศษไม้ตน้ ไม้หรือตอไมแ้ห้ง เป็นเช้ือเพลิงในการหุงตม้ยงัไม่นิยม การใชถ้่าน ดงัน้นัมกัจะมีควนัไฟคลุง้ตลอดเวลาที่ปรุงอาหารหรือตม้น้า 5.7 อำหำรในโอกำสพิเศษ 5.7.1 อำหำรในพิธีแต่งงำน ขา้วเป็นอาหารหลกัเน้ือสัตวแ์ละพืชผกัที่นา มารับประทานกบัขา้ว คือหมูไก่และพืชผกัที่ปลูกไวใ้นไร่เช่น ฟัก ฟักทอง ผกักาด ฯลฯ หมูและไก่ส่วนมากเล้ียงไวเ้องหาก ไม่มีอาจจะซ้ือจากเพื่อนบา้น ส าหรับพืชผกัชนิดต่างๆน้นัหากจดัพิธีแต่งงานในพิธีการที่ยงัมีผกัสดในไร่ มกัจะใช้ผกัสดมาปรุงอาหารกบัเน้ือสัตว์ถา้เป็น ฤดูกาลที่ไม่มีผกัสดก็อาจจะใช้ผกัดอง หรือเดินทางไกล ซ้ือผกัสดจากตลาด อาหารในพิธีแต่งงานจะนา เอาไก่หรือเน้ือหมูมาตม้กบัผกัใส่เกลือเล็กนอ้ย มนัหมูที่เคี่ยวน้า มนัออกหมดแลว้ นา มาควั่ใส่เกลือ นอกจากน้ีก็มีลาบเน้ือ เลือดและเครื่องในหมูลาบสดหรือลาบสุกก็ได้ใส่ใบหวัหอมและ เกลือเล็กน้อย นอกจากอาหารแล้ว เจ้าภาพจะต้องจัดหาสุราและน้ าชามาเล้ียงต้อนรับแขกที่มาในงานแต่งงานด้วย เครื่องดื่มดงักล่าวเป็นสิ่งจา เป็นที่เจา้ภาพจะตอ้งจดัหามาให้ไดแ้ละเตรียมไวใ้ห้เพียงพอ และอาจจะจดัหา หมากพลูบุหรี่หรือยาสูบรวมท้งัเมี่ยงส าหรับแขกไดด้ื่มหรือขบเค้ียวกนัอยา่งอิ่มหนา ส าราญและเกิดความ สนุกสนาน ความพอใจด้วย 5.7.2 อำหำรในวันขึ้นปี ใหม่ ขนม ทุกหลงัคาเรือนจะทา ขนมส าหรับเซ่นไหวบู้ชาผีและ ส าหรับรับประทานลีซูทา ขนม ข้าวปุก เรียกกนั ในภาษาลีซูว่า เบี่ยปาปา มีวิธีทา ขนมชนิดน้ีโดยน าข้าว เหนียวมาน่ึงใหสุ้กดีแลว้นา มาใส่ในครกตา ขา้วใส่งาและเกลือลงไปตา คลุกเคลา้ดว้ยกนัเล็กนอ้ย เมื่อละเอียด แลว้นา มาป้ันเป็นกอ้นแบนๆและเป็นแผน่กลมใส่ใบตองพบับิดกอ้นขนม เสร็จแลว้รับประทานไดท้นัที การตา ขา้วปุกจะตา กนั ในวนัสิ้นปีหนุ่มสาวช่วยกนัตา คนแก่ที่เป็นหญิงช่วยกนั ป้ันขนมเมื่อตา ขา้ว ละเอียดได้ที่ดีแล้ว


62 รูป กำรทำ ข้ำวปุ๊กลซีู อาหารหลกัในวนั ปีใหม่อาจจะพิเศษกวา่อาหารประจา วนัคือจะมีสุรา ไก่ตม้ ใส่เกลือเน้ือหมูตม้ กับผกักาดดองหรือผกักาดสดหรือต้มกับฟัก กากหมูที่ได้เจียวน้ ามนัออกหมดแล้วจะน ามาควั่ใส่เกลือ เล็กนอ้ยเน้ือหมูและเลือดหมูอาจจะทา ลาบสดหรือลาบสุกก็ได้ เน้ือหมูและไก่จะนา มาปรุงเป็นอาหารหลงัจากที่ไดเ้ซ่นไหวบู้ชาผีประจา หมู่บา้นและผีบรรพบุรุษ ในครัวเรือนของตนแล้ว 5.8 ข้ำวซ้อมมือ หมู่บา้นลีซุที่อยูห่ ่างไกลถนนยงัเขา้ไม่ถึงหรือไม่มีและไม่มีโรงสีต้งัอยใู่นหมู่บา้นหรือใกลห้มู่บา้น เขายงัคงใช้ครกกระเดื่องตา ขา้วแต่ถา้หากเป็นหมู่บา้นที่มีโรงสีขา้วในหมู่บา้นหรือมีโรงสีขา้วนอกหมู่บา้น ใช้เวลาการเดินด้วยเท้าประมาณ 2-3 ชวั่ โมงก็มกัจะนา ขา้วเปลือกไปสีที่โรงสี อย่างไรก็ตาม บางครอบครัวคงใช้ครกกระเดื่องตา ขา้ว ซ่ึงการใช้ครกกระเดื่องน้ีอาจจะเป็นครก กระเดื่องที่ใช้แรงงานจากคนหรือใช้พลังงานจากน้า (หากมีน้า ธรรมชาติปริมาณมากและไหลตลอดปีหรือ ช่วงระยะเวลาหน่ึง) ลกัษณะครกกระเดื่องของชาวลีซูที่ใช้ตา ขา้วอาจมีลกัษณะคล้ายกนักบัชาวเขาบางเผ่าการตา ขา้ว เป็นหน้าที่ของผูห้ญิง มกันิยมตา ขา้วเวลาค่า หรือกลางคืน ผูห้ญิงสาวที่ยงัไม่ได้แต่งงานมกัจะทา หน้าที่น้ี โดยมากจะช่วยกนัตา อยา่งนอ้ย 2คน และใชเ้วลาตา ขา้วระหวา่ง 17.00 น.ถึงเที่ยงคืน ครกกระเดื่องน้ีจะตอ้งต้งัอยู่นอกบา้นใกลก้บับา้นของเจา้ของบา้น อยู่ตรงประตูบา้นหรือตรงกบั ประตูศาลผปีระจา หมู่บา้นไม่ได้ ครกกระเดื่องน้ียงัมีความส าคญัที่เป็นประเพณีอย่างหน่ึงของเขาคือเป็นสถานที่เก้ียวพาราสีกนั ระหวา่งหนุ่มสาวคราใดที่มีกิจกรรมการตา ขา้ว เสียงตา ขา้วจะดงัไดย้ินกนัท้งัหมูบา้น เป็นโอกาสของชาย หนุ่มที่จะไปเก้ียวพาราสีหญิงสาวผตู้า ขา้ว ซ่ึงประเพณีดงักล่าวในปัจจุบนัมกัจะไม่ค่อยพบเห็น เพราะลีซูหนั


63 มานิยมสี ข้าวโดยใช้เครื่ องจักร คือ สีข้าวจากโรงสีเพราะเขามีความคิดว่า เป็นการสะดวก รวดเร็ว ประหยดัเวลามากกว่าการตา ข้าวด้วยครกกระเดื่อง แต่คุณค่าทางอาหารที่ได้รับจากการตา ข้าวจากครก กระเดื่องกบัการสีขา้วในโรงสีมีความแตกต่างกนัเขาอาจจะไม่ทราบ 5.8.1 ลักษณะครกกระเดื่องต ำข้ำวโดยใช้พลังงำนธรรมชำติ เทคโนโลยีในเรื่องการใช้พลังงาน น้ าธรรมชาติส าหรับตา ข้าวดังกล่าวน้ีอาศัยหลักคานดีดคานงดัและแรงดึงดูดของโลก จะกระทา ได้ใน หมู่บา้นที่มีปริมาณน้า ธรรมชาติมากและน้า ไหลอยตู่ลอดปีหรือช่วงระยะเวลาที่มีฝนตกชุกเขาจะหาสถานที่ ที่เหมาะสมมีความลาดชันเล็กน้อยในบริเวณน้ัน ครกกระเดื่องที่ใช้แรงงานจากคนส าหรับตา ขา้วแต่มีขอ้ แตกต่างกนัตรงส่วนปลายกา้นครกกระเดื่อง จะใชไ้มข้นาดใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมขุดเจาะไมน้ ้นั ให้เป็นหลุม ตรงกลาง ไม่ใหม้ีรูรั่วและอยตู่ ิดกบักา้นกระเดื่อง น้า ธรรมชาติที่ไหลมา เขาจะทา ทางน้า ไหลลงสู่หลุมไทป้ลายกา้นกระเดื่องเมื่อน้า ไหลเตม็หลุม กา้น กระเดื่องก็จะยกไมต้า ให้สูงข้ึน ขณะเดียวกนัน้า ในหลุมไมก้็จะไหลออกไมต้า และกา้นกระเดื่องก็จะยกลง ไมต้า ก็จะทา หนา้ที่ตา ขา้วในครก ลกัษณะครกดงักล่าวน้ีไม่ตอ้งใชแ้รงงานจากคน หากมีน้า ไหลมากขา้วครกหน่ึงจะใชเ้วลาประมาณ 3-5 ชวั่ โมงก็ใชไ้ด้หากน้า ไหลชา้อาจจะใชเ้วลาประมาณ 1-2วัน จึงจะต าข้าวได้หนึ่งครก อย่างไรก็ตาม ครกที่ใช้พลังงานน้ าจะพบเห็นน้อย เพราะในหมู่บ้านแต่ละแห่งน้ าธรรมชาติที่มี ปริมาณไหลมากและทา เลเหมาะสมสา หรับต้งัครกกระเดื่องดงักล่าวน้ีหาไดไ้ม่ง่ายนกั ข้อเสียของครกพลงัน้ าคือ ทา งานได้ช้า ตอ้งดูแลอยู่ตลอด อาจจะมีสัตวเ์ล้ียงเข้าไปกินขา้วเป็น อาหารหรืออาจมีผู้อื่นลักขโมยข้าวไป สถานที่ปรุงอาหารจะไม่ให้อยูต่รงกบัหิ้งบูชาผแีละประตูบา้น เนื่องจากที่เตาไฟลีซูถือวา่มีผีเตาไฟสิงสถิตย์ อยดู่ว้ย ดงัน้นัผเีตาไฟจะอยใู่นแนวตรงกบัผบีรรพบุรุษและผปีระตูบา้นไม่ได้ บางครอบครัวมีเตาไฟเล็กและเตาไฟใหญ่เตาไฟเล็กใชส้ าหรับปรุงอาหารประจา วนัเตาไฟใหญ่(ก่อดว้ยดิน เหนียวเป็นรูปโคง้ส าหรับต้งักระทะใหญ่หรือขุดหลุมลงไปในดิน) ใชส้ าหรับตม้อาหารเช่น ผกัขา้วโพด เพื่อท าเป็นอาหารเล้ียงสัตว์และใช้ประกอบอาหารในพิธีปีใหม่ ในพิธีแต่งงาน หรือในพิธีกรรมที่ จ าเป็ นต้องหุงต้มอาหารเป็ นปริมาณมาก 5.8.2 กำรหุงข้าว การหุงขา้วเป็นหน้าที่ฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายชายก็ทา หน้าที่น้ีได้หากจา เป็น เช่น ฝ่ายหญิงเจ็บป่วยหรือเดินทางไปที่อื่น เด็กท้งัชายและหญิงอายุ 10-12 ปีบิดามารดาจะสอนให้รู้จักวิธีหุง ข้าวลีซูนิยมหุงขา้วโดยไม่เช็ดน้า ใชห้มอ้ที่ไม่มีหูหิ้วต้งัเตาไฟจนกระท้งัน้า เดือดและน้า เกือบจะแห้งจึงยก


64 ลง นา ถ่านไปเกลี่ยขา้งๆเตา ดึงเอาฟืนที่กา ลงัลุกไฟร้อนจดัออกจากเตาแลว้จึงเอาหมอ้ขา้วต้งัไวข้า้งเตาหรือ บ น เต าไ ฟ ก็ไ ด้ เพื่ อ ใ ห้ ข้ า ว ใ น ห ม้ อ ไ ด้ รั บ ค ว า ม ร้ อ น อี ก ป ร ะ ม า ณ 5-10 น า ที อาจชิมข้าวดูหากสุกดีแล้วจึงยกหม้อข้าวลง รูป กำรหุงข้ำวของหญงิลซีู 5.9 กำรประกอบและกำรปรุงอำหำร การประกอบและการปรุงอาหาร เป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิงเช่นเดียวกับการหุงข้าว อาหารมีหลายชนิด ประเภทอาหารสด ตม้ผดัและแกง ยา่งหรือปิ้ง ลีซูนิยมรับประทานอาหารรสจืดและอาจจะมีรสเผด็ดว้ย ประเภทอาหารสด ไดแ้ก่ผกัชนิดต่างๆ เช่น ถวั่ฝักยาว แตงกวา พริก มะเขือ กะหล่า ปลีผกัชีตน้หอม ถวั่พู ประเภทตม้ไดแ้ก่หน่อไม้ยอดฟักทอง ผกักาด ประเภทผัดหรือทอด ได้แก่ ไข่เป็ด ไข่ไก่เน้ือหมูปลา และผกับางชนิด เช่น ถวั่ลนัเตา หน่อไม้ใช้ น้า มนัหมูเป็นหลกัในการประกอบอาหาร ประเภทแกง นิยมใชแ้กงจืด แกงเผด็ ฟัก ฟักทอง เห็ด มนัฝรั่ง ผกักาดชนิดต่างๆ ถวั่แปบ จะมีวิธีแกง คือใส่น้า ลงในกระทะหรือหมอ้แลว้ใส่ผกัลงไป หากมีเน้ือสัตว์เช่น เน้ือหมูไก หรือมีเน้ือสัตวป์่าก็ใส่ไป ก่อน ตม้จนสุกแลว้จึงใส่ผกั ในเกลือ สุกดีแลว้จึงนา มารับประทานกบัขา้วได้ ประเภทยา่งหรือปิ้งไดแ้ก่เน้ือหมูเน้ือววั ไก่ ปลา หรือเน้ือสัตวป์่า พืชผกัที่นา มาเป็นอาหารจะลา้งดว้ยน้า สะอาด แลว้จึงนา มารับประทานหรือปรุงใหสุ้กเสียก่อน


65 ลกัษณะอาหารของลีซูอาจจะกล่าวไดว้า่มีความสะอาดเพราะโดยมากเขาจะปรุงอาหารให้สุกก่อนแลว้จึง รับประทาน ที่นิยมรับประทานดิบไม่ทา ใหสุ้ก คือผกัสด แหนม ผกัดอง รูป การประกอบอาหารเมื่อมีงานนอกชุมชน 5.10 เครื่องปรุงแต่งอำหำร เครื่องปรุงแต่งอาหารของลีซูบางชนิด ซ่ึงเป็นพืชที่ปลูกข้ึนเอง เช่น พริก พริกไทย มะเขือเทศชนิดเล็ก ตน้หวัหอมพนัธุ์พ้ืนเมืองที่ปลูกข้ึนไดเ้ฉพาะบนภูเขา ขิง ตะไคร้กระเทียม ส าหรับในปัจจุบนัลีซูรู้จกัใช้ ผงชูรส น้า ปลา ซีอิ้ว น้า ตาล พริกไทย กะปิซ่ึงหาซ้ือไดจ้ากตลาด นา มาใส่อาหารที่ใช้รับประทานกนั โดยทวั่ ไป โดยเฉพาะผงชูรสรู้จกัใชก้นัแทนทุกหลงัคาเรือน 5.10.1 สิ่งที่นิยมใช้ปรุงแต่งอำหำร สารปรุงแต่งอาหารที่มีอยู่ทุกครัวเรือนคือ เกลือ ซ่ึงเป็น สิ่งที่ขาดไม่ได้ 5.11 เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องใช้ในการประกอบอาหาร นิยมซ้ือถ้วย จาน ชาม ช้อน หม้อ กระทะ จากท้องถิ่นหรือในเมือง หมอ้นิยมใช้หมอ้ไม่มีหูกระทะหรือภาชนะอื่นๆที่มีลกัษณะเป็นเครื่องใช้เช่นเดียวกบัของคนไทยเรา มี เครื่องใชท้ ี่ทา ข้ึนเองคือตะเกียบ มกัจะทา จากไมไ้ผ่ครกตา พริกทา จากไม้เขียงส าหรับหั่นหรือสับอาหาร ทา จากไมเ้หมือนกนั ภาชนะที่ใชส้า หรับใส่น้า ในปัจจุบนั โดยมากมกัใชถ้งัพลาสติกและถงัสังกะสีมีอยบู่า้นที่ยงัคงใชก้ระบอก ไมไ้ผ่ส าหรับใส่น้า ดื่ม ปรุงอาหารและล้างภาชนะ กาตม้น้า มกัจะพบเห็นแทบทุกครอบครัว ยกเว้นบาง ครอบครัวที่ยากจนมากอาจจะไม่มีกาน้า ใช้ตม้น้า ร้อนส าหรับชงน้า ชาซ่ึงเป็นเครื่องดื่มในการตอ้นรับแขก หรือใชต้ม้น้า ใหผ้เู้จบ็ ป่วยภายในครอบครัว


66 5.12 กำรท ำควำมสะอำดเครื่องมือ ภาชนะที่ใช้ในการปรุงอาหารและใช้ส าหรับประทานอาหารจะใช้น้า สะอาดลา้งภาชนะที่มีไขมัน ติดอยู่ลา้งออกยาก มกัจะใชน้ ้า ร้อนลวกแลว้ใช้น้า อุ่นลา้งอีกคร้ังหน่ึง เครื่องมือที่สกปรกมากจะใช้ข้ีเถา้ถู เสียก่อนแลว้จึงลา้งดว้ยน้า ความเปลี่ยนแปลงที่พบเห็นอยู่ในปัจจุบนัลีซูหันมาใช้ผงซักฟอกที่ซ้ือจากตลาดนา มาใช้ล้างทา ความสะอาดเครื่องมือในการปรุงอาหารหรือภาชนะที่ใส่อาหารที่มากข้ึน 5.13 กำรเก็บรักษำอำหำรและถนอมอำหำร ตูส้ าหรับเก็บและรักษาอาหารของลีซูมีมีการเก็บอาหารจึงเก็บไว้ณ ที่ช้ันวางสิ่งของภายในครัว ข้าวหรือแกงมีฝาหม้อปิ ด ส่วนกบัขา้วอยา่งอื่นเมื่อรับประทานแลว้ยงัเหลืออยู่จะอยูใ่นถว้ยจานวางไส้ที่ช้นั วางของอย่างไม่เป็นระเบียบและไม่สะอาดนกัแมลง มด อาจไต่ตอม สัตวเ์ล้ียง เช่น ไก่แมวอาจจะข้ึนไป กิน เนื่องจากไม่มีที่เก็บไวอ้ย่างมิดชิด เมื่อรับประทานกนัแล้วอาหารที่เหลือจะนา มาอุ่นหรือปรุงใหม่ให้ ร้อนแลว้จึงนา มารับประทานอีกในม้ือต่อไป หากมีเหลือเล็กน้อยจะนา ไปเป็นอาหารแก่สัตวเ์ล้ียง หมูไก่ และสุนัข 5.14 กำรจัดเครื่องใช้และที่วำงอำหำร เครื่องใช้มีถว้ย จาน ชาม ช้อน ตะเกียบ กะละมงัลีซูนิยมใช้ตะเกียบเช่นเดียวกบัชาวจีนส าหรับนา อาหาร เขา้ปากขณะเดียวกนัก็ใช้ช้อนตกัอาหารที่มีน้า แกง เด็กจะใช้ช้อนหรือบางทีก็ใช้มือส าหรับรับประทาน อาหาร ชอ้นกลางยงัไม่นิยมใชก้นั ที่วางอาหารส่วนมากจะท าเป็นโต๊ะเล็กๆรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า สูงจากพ้ืนประมาณ 50 ซม. บาง ครอบครัวนิยมใชโ้ต๊ะกลมซ่ึงทางภาคเหนือเรียกกนัวา่ขนั โตกส าหรับวางอาหาร มีเกา้อ้ีนงั่ขนาดเล็กวางกบั พ้ืนส าหรับนงั่ยองๆรับประทาน ซ่ึงเป็นลกัษณะการรับประทานอาหารครอบครัวที่มีบา้นแบบอยูค่ร่อมกบั ดิน สา หรับครอบครัวที่มีบา้นแบบยกพ้ืนบา้นสา หรับรับประทานอาหารก็ได้ 5.15 กำรถนอมอำหำร วธิีต่างๆที่ใชใ้นการถนอมอาหาร 5.15.1 กำรหมักดอง ใชเ้กลือเป็นส่วนประกอบในการหมกั ดองอาหาร ใบผักกาดหรือดอกผักกาด คลุกกบัเกลือแลว้ใส่ลงในไหดองไวป้ระมาณ 7วนัก็นา มารับประทานได้อาจจะเก็บไวน้านถึง 1 เดือน ส่วน


67 ประเภทเน้ือสัตว์เช่น เน้ือหมูหมูป่า เกง้ ปลา นา มาสับให้ละเอียดคลุกกบัเกลือแลว้ใส่กระบอกไมไ้ผว่างไว้ ประมาณ 5-7วนัก็นา ออกมารับประทานได้ 5.15.2 กำรตำกแห้ง เพียงนา เอาผกัเช่น หน่อไม้ใบผกักาด หรือเน้ือสัตว์จา พวกปลาที่หาไดจ้าก ลา ห้วยหนั่เป็นชิ้นๆให้ไดร้ับแสงแดด 3-5วนัแลว้นา เก็บไวน้า มาใชร้ับประทานเมื่อตอ้งการเก็บไวไ้ดน้าน ประมาณ 1 เดือน นอกจากน้ีก็มีเมล็ดพืชบางชนิด เช่น เมล็ดทานตะวนัเมล็ดขา้วฟ่าง ถวั่ลิสงถวั่เขียวถวั่ เหลือง นา มาตากจนแหง้แลว้เก็บไวแ้ละใชร้ับประทานเมื่อถึงเวลาจา เป็นหรือตอ้งการ รูป การเตรียมรากหอมเพื่อดอง 5.16 กำรปลูกพืชผกัสวนครัว ลีซูโดยทวั่ ไปยงัไม่นิยมปลูกพืชผกัสวนครัวไวส้ าหรับเป็นอาหารประจา วนั ไวข้า้งบ้านโดยมาก พืชผกัชนิดต่างๆจะปลูกไวค้วบคู่กลัป์พืชไร่เช่น ขา้วในไร่ไร่ขา้วโพด และไร่ฝิ่น ท้งัน้ีเพราะมีการเล้ียงสัตว์ เช่น หมูและไก่กนัแทบทุกหลงัคาเรือน สัตวเ์ล้ียงมกัจะเขา้ไปทา ลายพืชผกัที่ปลูกใกลบ้า้น แมจ้ะทา ร้ัวก้นัไว้ ก็ตาม อีกประการหน่ึงพ้ืนที่บริเวณบา้นอาจจะมีน้อย 5.17 ประเภทพืชผกัสวนครัวทนี่ิยมปลูก พืชผกัสวนครัวที่นิยมปลูกกนัมีพริก มะเขือ ขิง ข่า ตะไคร้ถั่วฝักยาว ถั่วพูถั่วแปบ ถั่วลันเตา มะเขือเทศ หัวหอม พนัธุ์พ้ืนเมืองของลีซุ(ซูปูแหละ)ผกัชีฟัก ฟักทอง แตงกวา ส าหรับ มะกรูด มะนาว มะขาม ยงัไม่นิยมปลูกและนิยมรับประทานกนัรวมท้งัผกับางชนิด เช่น ผกับุง้คะน้า บวบ ส่วนใหญ่ยงัไม่ นิยมรับประทานเช่นเดียวกนั 5.18 กำรเตรียมพื้นที่


68 การปลูกพืชผักสวนครัวในไร่ขา้ว ไร่ขา้วโพด หรือไร่ฝิ่น จะเตรียมพ้ืนที่โดยหักลา้งถางพงตน้ ไม้ และวชัพืชเป็นอนัดบัแรก ปล่อยให้แห้งแล้วเผาแลว้ปลูกขา้วหรือขา้วโพด เมื่อปลูกพืชเมล็ดลงไปในพ้ืน ที่ดินแลว้ก็จะนา เอาพืชผกัชนิดต่างๆปลูกควบคู่กบัพืชท้งัสองดงักล่าว ส าหรับไร่ฝิ่น ฝิ่นจะปลูกดว้ยการ หวา่นเมล็ดในไร่ขา้วโพดหลงัจากเก็บเกี่ยวขา้วโพดแลว้และขณะที่หวา่นฝิ่นก็หวา่นเมล็ดพืชที่รับประทาน ไดค้วบคู่ลงไปเช่นเดียวกนั การปลูกพืชผกัในไร่ข้าว มีจา นวนพืชผกับางชนิดเท่าน้ัน ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับชนิดของพืชผกัเช่น แตงกวา แตงไทย ทานตะวัน ข้าวฟ่ างและข้าวโพดส าหรับรับประทาน ส่วนใหญ่ลีซูจะปลูกผกัไวใ้นไร่ ขา้วโพดหรือไร่ฝิ่น การปลูกพืชผกัสวนครัวโดยไม่ไดป้ลูกพืชชนิดอื่นในพ้ืนที่เฉพาะแห่ง ยงัไม่นิยมทา กนั การปลูก การปลูกพืชผกันิยมใชก้ารหวา่น หรือการหยอดเมล็ด ท้งัน้ีข้ึนอยกู่บัชนิดของพืชผกั ประเภทผกักาด ผักชี กะหล ่าปลีจะใชก้ารหวา่นเมล็ด ประเภทถวั่เช่น ถวั่พูถวั่แปบ ถวั่ลนัเตาถวั่ฝักยาวใชว้ธิีหยอดเมล็ดใน หลุมที่ขดุไว้การหยอดเมล็ดจะรวมถึงพืชผกัประเภท ฟัก ฟักทองแตงกวาแตงไทย น้า เตา้ดว้ย นอกจากน้ีก็ มีการปลูกโดยใชห้วัหรือรากเช่น เผอืกขิง มนัฝรั่ง ตะไคร้ 5.19 กำรปลูกดูแลรักษำและกำรเกบ็ พืชผกัที่ปลูกในไร่โดยมากไม่ไดม้ีการให้น้า ไม่ไดใ้ช้ยาฆ่าแมลงหรือใส่ปุ๋ยการปราบวชัพืชและ พรวนดินจะทา ควบคู่กนั ไปกบัการดูแลรักษาพืชหลกัคือ ตน้ขา้วขา้วโพดและฝิ่น ปกติจะมีการถางหญา้ พรวนดินในไร่ดงักล่าวฤดูกาลละ2คร้ังแต่ถา้หากมีฝนตกชุกวชัพืชงอกงามก็อาจจะถางหญา้ถึง 3คร้ัง ส าหรับการเก็บพืชผกัเขาจะเก็บมารับประทานต่อเมื่อพืชผกัชนิดน้ันๆเจริญเติบโตพอที่จะ รับประทานไดแ้ลว้พืชผกัที่นา ใบมารับประทาน เช่น ผกักาด ผกัชีกะหล่า ปลีจะเก็บมารับประทานเมื่อใบ ยงัอ่อนและสด ส าหรับพืชที่ให้ผลประเภทถวั่ชนิดต่างๆขา้วโพด จะเก็บมารับประทานขณะที่ยงัอ่อนอยู่ ส่วนผลฟักทอง ฟักขา้วฟ่าง มนัเทศเผอืก มนัฝรั่งจะเก็บมารับประทานเมื่อผลเมล็ดหรือหวัของมนัแก่แลว้ พืชผกัประเภทหลงัน้ีสามารถเก็บไวไ้ดน้าน เมื่อมีความจา เป็นจึงนา มาปรุงเป็นอาหารสา หรับรับประทาน การเก็บเมล็ดพนัธุ์พืชผกัต่างๆ เขาจะนา เมล็ดพืชผกัแขวนหรือผ่ึงไวบ้นแคร่เหนือเตาไฟเล็กภายใน บา้น เพื่อใหค้วนัไฟรมใหแ้หง้สนิทและเป็นการป้องกนัแมลงที่จะมาทา ลายเมล็ดพนัธุ์ใหเ้สียหายดว้ย


69 บทที่ 6 นิเวศวิทยำชำติพันธ์ลซีู 6.1 ควำมเชื่อ ตามโครงสร้างทางสังคมลีซูไดก้า หนดความสัมพนัธ์ระหวา่งคนกบัเทพที่ดูแลทรัพยากรโดยผา่นพิธี กรรมการอนุญาตในการใช้ทรัพยากรในระดับการใช้ทรัพยากรจะเป็นบทบาทของผูช้ายในการติดต่อ สัมพนัธ์ในระบบความเชื่อของลีซูกบัทรัพยากรธรรมชาติเทพอิ๊ด่ามาเป็นเจา้ของและเป็นผูดู้แลความอุดม สมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติไม่วา่จะเป็นที่ดิน ป่าไม้น้า และพรรณพืชต่างๆ ทรัพยากรต่างๆ ไม่สามารถ ใช้อยา่งไม่ประหยดัได้แต่จะมีกฎเกณฑ์และกติการ่วมของชุมชน โดยกติกาที่ใชค้ืออา นาจเหนือธรรมชาติ คือ ทรัพยากรธรรมชาติแต่ละชนิดจะมีผูดู้แลเช่น น้า จะมีภูติน้า เป็นคนดูแล ตน้ ไมก้็จะมีภูติไมดู้แลจะเห็น ได้ว่าระบบการจดัการความสัมพนัธ์ระหว่างคนใช้กบัทรัพยากรอยา่งเป็นระบบ มีอา นาจเหนือธรรมชาติ กา กบัอยโู่ดยคา วา่ภูติหรือผเีป็นอา นาจที่สามารถที่จะมาใชก้บัคนในการควบคุมการใชท้รัพยากรธรรมชาติ แบบพึ่งพาอาศัยได้ การกา หนดกฎเกณฑ์ของสังคมกบัการใชท้รัพยากรในสังคมลีซูระบบความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้งลว้นเป็นส่วนหน่ึงของวถิีชีวิตของคนลีซูดงัจะเห็นไดจ้ากการแสดงออกทางวฒันธรรม ประเพณี บทเพลง ตา นาน และนิทาน ซ่ึงส่วนใหญ่บ่งบอกลกัษณะการแสดงออกในแนวการพ่ึงพากนัอยา่งเป็นระบบ ป่าอิ๊ด่ามาคือเป็นพ้ืนที่ป่าภูเขาสูงใหญ่เกินบริเวณกวา้งเหนือหมู่บา้น เป็นป่าที่ใหญ่ที่สุดของบริเวณที่มีการ ทา พิธีกรรม ป่าอิ๊ด่ามาจะต้งัอยู่ไกลจากชุมชนอย่างน้อย 2กิโลเมตร ซ่ึงนิยมต้งัไวบ้นสันเขาใหญ่มีตน้ ไม้ นานาชนิด ชนเผ่าลีซูจะทา พิธีกรรมอย่างน้อยปีละหน่ึงคร้ังจะมีคนดูแล ซึ่ งท าหน้าที่คุ้มครอง ปกป้อง พฤติกรรมของคนในชุมชน หากมีการละเมิดกฎข้นัแรกผูดู้แลจะทา โทษเอง หากเป็นความผิดร้ายแรงจะมี การสาปแช่งโดยให้เทพเป็นผูล้งโทษต่อไป ป่าในบริเวณห้ามใครเขา้ไปทา ลายตน้ ไม้และล่าสัตว์ดงัน้นั ใน บริเวณป่าน้ีจะมีความหลากหลายและความสมบูรณ์ทางชีวภาพสูง ป่าอาปาโหม่ฮีคือ บริเวณป่าซ่ึงเป็นที่อยู่อาศยัของเทพอาปาโหม่ฮีที่ดูแลชุมชน เทพองค์น้ีมีความสัมพนัธ์ ใกลช้ิดกบัชุมชน ที่ต้งัของเทพจะตอ้งอยเู่หนือชุมชน เพราะถือวา่เป็นเทพที่มีความศกัด์ิสิทธ์ิและจะตอ้งไม่ อยู่กลางหรือทา้ยหมู่บา้น และบริเวณที่อยู่อาศยัของเทพจะมีสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์มีความร่มรื่นใน บริเวณที่อยขู่องเทพไม่สามารถตดัหรือทา ลายตน้ ไมเ้ป็นอนัขาด ดงัน้นั ป่าบริเวณน้ีจึงมีความอุดมสมบูรณ์สูง และมีพรรณไม้ที่มีความหลากหลายมากชนิด ป่าบริเวณฝังศพ คนลีซูจะไม่มีป่าชา้เป็นที่ฝังศพรวมกนัโดยเฉพาะแต่ส่วนใหญ่จะนา ไปฝังที่ไร่ของ ตนเองหรือในป่าที่มีสภาพแวดลอ้มที่ดีข้ึนอยู่กบัญาติพี่น้องผูต้าย หรือการเลือกพ้ืนที่ของผูต้ายเอง ดงัน้ัน


70 เวลาฝังศพคนตายจะมีการเสี่ยงทายหาสถานที่เพื่อฝังศพ โดยการโยนไข่ถา้ไข่แตกบริเวณใดก็หมายความวา่ ผตู้ายพอใจใหบ้ริเวณน้นัเป็นสถานที่ฝังศพของตนเอง 6.2 กำรอนุรักษ์ทรัพยำกร แนวทางดา เนินวิถีชีวติให้สมดุลกบัธรรมชาติการจดัการทรัพยากรดิน น้า ป่า ตามระบบภูมิปัญญา ของชนเผา่ลีซู ชาวชนเผา่ลีซูใหก้ารนิยามป่าวา่ ป่าหมายถึง ผนืดินแม่น้า ลา ธาร สัตวป์่าและพืชพนัธุ์ต่างๆที่ไม่มี ผใู้ดถือครองแต่มีเทพเจา้แห่งป่า “อิ๊ด่ามา” ซึ่งเป็ นเทพที่บูชา (เทพเจ้าสูงสุด) ให้มาดูแลปกปักรักษาและใน พ้ืนที่ป่าน้นัเป็นพ้ืนที่สาธารณะที่ทุกคนมีส่วนไดร้ับผลประโยชน์อยา่งเท่าเทียมกนัเพียงแต่ผูท้ี่จะเขา้ไปใช้ ประโยชน์จากป่าจะตอ้งแจง้ใหเ้ทพ อิ๊ด่ามา ทราบก่อนท่าน้นั 6.3 องค์ควำมรู้ในกำรจัดกำรดิน 6.3.1 ควำมเชื่อเกี่ยวกับดิน ชนเป่าลีซูเชื่อว่า ดินมีเจา้ของซ่ึงเป็นเทพชื่อ“จาถู่สื่อผ่า จาถู่สื่อ มา” เป็นผูดู้แลรักษา ความเชื่อดงักล่าวปรากฏอยู่ในบทสวดของพิธีกรรมที่เกี่ยวขอ้งกบัชนเผ่าลีซูยงให้ ั ความหมายอยา่งลึกซ้ึงวา่ดินเป็นแม่ของสรรพสิ่งท้งัหลายบนโลก เนื่องจากดินเป็นผูใ้หก้า เนิดสิ่งมีชีวิตบน ผวิโลก ดงัน้นัชาวลีซูจึงห้ามลบหลู่ดิน และการใชป้ระโยชน์จากดินแต่ละคร้ังจะตอ้งทา พิธีขอขมาเทพดิน และทุกสิ้นปีจะตอ้งมีการทา พิธีกรรมเพื่อขอขมา และขอพรจากเทพดินในการทา มาหากินในปีถดัไป ซ่ึง พิธีกรรมที่เกี่ยวขอ้งกบัดินไดแ้ก่พิธี“เมชาหนี่เตี๊ยะ” ชนเผา่ลีซูเชื่อวา่ดินจะมีสิ่งมีชีวติมากมายซ่ึงมีท้งัขนาดเล็กและขนาดใหญ่สัตวท์ ี่อยูใ่นการททา การ เพาะปลูกพืช นอกจากน้ีชนเผา่ลีซูยงัเชื่อวา่ดินมีชีวิตและสามารถตายได้หากผูใ้ช้ไม่ดูแลรักษาให้ดีดินจะ ตาย นนั่หมายความวา่ดินในบริเวณน้นัจะไม่สามารถใชท้า มาหากินไดอ้ีกต่อไป 6.3.2 กำรจัดประเภทของดิน เผา่ลีซูไดม้ีการจดัแบ่งดินตามลกัษณะการใชป้ระโยชน์ออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ จอหงี่เป็นดินร่วนมีลกัษณะดินเหนียวปนอยดู่ว้ยเหมาะแก่การเพาะปลูกและมีความหลากหลายทางพืชพนัธุ์ นยู่เฮ่ฝวุฝวุเป็นดินที่ไม่มีการจบัตวักันเป็นก้อน มีเน้ือลักษณะฝอย เป็นพ้ืนที่ไม่เหมาะกับการเกษตร เนื่องจากสภาพดินเสื่อมง่ายอีกท้งัยงัมีการพงัทลายของหนา้ดินสูง


71 ลูขู่จยูคือดินทราย ชนเผา่ลีซูไม่นิยมใชด้ินประเภทน้ีในการทา การเกษตรมากนกัอยา่งไรก็ตามบางพ้ืนที่ยงั มีการปลูกยาสูบและถวั่ลิสง 6.3.3 กำรอนุรักษ์ดิน ชนเผา่ลีซูจะมีการอนุรักษด์ินโดยการไม่ทา ไร่หรือสวนในพ้ืนที่ที่มีความ ลาดชนัมากเกินไป ถา้หน้าดินถูกทา ลาย เป็นสาเหตุแห่งการพงัทลายของหน้าดินไดง้่ายกว่าพ้ืนที่ลาดชนั นอ้ย ประกอบกบั ในทางจิตวทิยาชนเผา่มีความเชื่อวา่ ในบริเวณเหล่าน้นัเป็นที่สิงสถิตของเทพป่าและการ ทา การเกษตรของลีซูมีการพกัฟ้ืนดิน โดยการทิ้งไร่ซากไวไ้ม่ต่า กวา่ 5 ปี หรือมีการฝังหญ้ากลบเพื่อให้ดิน มีปุ๋ย พร้อมกนัน้ียงัถือเป็นการกา จดัวชัพืชในไร่นอกจากน้ีชนเผา่ลีซูยงัไดม้ีการทา พิธีกรรม เพื่อแสดงออก ถึงการใหค้วามเคารพต่อเทพดิน เป็นตน้ 6.3.4 กฎข้อห้ำมเกี่ยวกับดิน เนื่องจากชนเผา่ลีซูมีความเชื่อวา่ดินคือ แม่ของสรรพสิ่ง ดงัน้นั จึงตอ้งปฏิบตัิต่อดินดว้ยความเคารพ เช่น - ตอ้งทา พิธีขอขมาและขอพรจากเทพแห่งดินทุกคร้ังที่มีการใชป้ระโยชน์จากดิน เช่น การสร้าง บา้น การเลือกพ้ืนที่เพื่อการเกษตร การเลือกพ้ืนที่เพื่อการฝังศพ เป็นตน้การทา พิธีขอพรน้นัจะนิยมทา ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปีโดยจะทา ในไร่และทา พิธีกรรมที่บา้นทุกสิ้นปีหรือสิ้นฤดูเก็บเกี่ยว ท้งัน้ี เพื่อขอใหเ้ทพดินใหพ้รและช่วยรักษาโรคภยับางอยา่งดว้ย - หา้มลบหลู่ดิน ท้งัการกระทา และความคิดที่มิควร - การเลือกพ้ืนที่จะตอ้งมีการเสี่ยงทายโดยเสี่ยงทายจากกระดูกไก่เสี่ยงทายโดยใช้ไมข้าวและดา หรือเสี่ยงทายโดยใช้เมล็ดข้าว 7 เม็ด 6.4 องค์ควำมรู้ในกำรจัดกำรน ำ้ ชนเผ่าลีซูเชื่อวา่น้า มีเจา้ของ โดยมีเทพ “จือดู่สื่อผา่จือดู่สื่อมา” เป็นผูป้กป้องคุง้ครองน้า ดงัน้นั ชนเผา่ลีซูจะมีกาทา พิธีเกี่ยวกบัน้า อยา่งเป็นทางการอยา่งน้อยปีละ 1คร้ัง โดยนิยมทา ในวนัข้ึนปีใหม่ของ ทุกปี โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ซึ่งประกอบด้วย กระดาษสา น้า 2แกว้ขา้ว2ถ้วย ธูป 4 ดอก และต้องท าตอน เชา้มืดในขณะที่มีการตกัน้า เป็นคร้ังแรกในปีใหม่เพราะเชื่อวา่ถา้ใครตกัน้า เป็นคนแรกจะไดร้ับพรจากเทพ น้า นอกจากน้ีชาวลีซูยงัตอ้งมีการทา พิธีเพื่อรักษาโรคภยั โดยเฉพาะโรคผิวหนังที่เป็ นผื่นคันในลักษณะ เป็นตุ่มใสๆ ซ่ึงชาวลีซูเชื่อวา่เป็นเพราะผปู้่วยไดล้ะเมิดเทพแห่งน้า เช่นทิ้งสิ่งสกปรกลงน้า ฯลฯ


72 6.4.1 ต ำนำนเกี่ยวกับน ้ำ ความเชื่อเดิมทีน้า จืดกบัน้า ทะเลเป็นพี่นอ้งกนัแต่เนื่องจากไม่ซื่อสัตย์ ต่อกนัจึงก่อใหเ้กิดความขดัแยง้และตอ้งแยกกนัอยตู่้งัแต่น้นัเป็นตน้มา การแบ่งประเภทน้า ลีซูแบ่งน้า ออกเป็น 4 ชนิด ไดแ้ก่ อาจาจาหมู่ย คือ น้า ที่ออกจากพ้ืนที่สูง ซ่ึงนิยมใชใ้นการอุปโภคบริโภค โป่อาจา คือ น้า ที่ออกจากน้า โป่ง ซ่ึงชาวลีซูจะใชน้ ้า น้ีในการบา บดัรักษาโรคผวิหนงับางชนิด แฮ่กาอาจา คือ น้า ที่เกิดจากหินปูน ไม่นิยมบริโภค เนื่องจากเชื่อวา่จะทา ใหเ้กิดโรคภยั จือขี่อาจา คือ น้า ข้ีสนิม เป็นน้า ที่เกิดจากการขงัและมีสนิมมาก 6.4.2 กำรอนุรักษ์น ้ำ ชนเผา่ลีซูไม่นิยมตดัไมใ้นเขตป่าตน้น้า ซ่ึงเชื่อวา่มีเทพน้า ดงัน้นั ป่าตน้น้า ของชุมชนลีซูจึงมีความส าคญัยิ่ง และมีขอ้ห้ามไม่ให้ชนเผา่ทิ้งสิ่งสกปรกลงแม่น้า เพราะจะกระทา ผิดต่อ เทพแห่งน้า หากฝ่าฝืนเทพน้า จะทา ใหเ้ป็นโรค โดยเฉพาะจะทา ให้เกิดโรคตุ่มคนัโดยไม่รู้สาเหตุการแกไ้ข คือจะตอ้งทา พิธีขอขมาเทพน้า 6.5 กำรจัดกำรสัตว์ ชนเผ่าลีซูนิยามคา ว่าสัตวว์ ่า หมายถึง สิ่งมีชีวิตทุกชนิดท้งัที่บินได้และบินไม่ได้ชาวลีซูเชื่อว่า สัตว์ป่ ามีเจ้าของโดยมีเทพ “อิ๊ด่ามา” เป็นผูค้อยดูแลรักษาถ้าหากมีการล่าสัตวจ์ะต้องขออนุญาตก่อน มิฉะน้นัจะล่าสัตวไ์ม่ได้ชนเผา่ลีซูแบ่งสัตวอ์อกเป็น 2 กลุ่ม คือ 6.5.1 สัตว์เลี้ยง เช่น สุกร ไก่สุนขัววัมา้ลาและแมว โดยสุกรและไก่จะมีความส าคญัต่อ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเป็นสื่อในการติดต่อกบัเทพและสิ่งศกัด์ิสิทธ์ิในการประกอบพิธีกรรม ส่วนสัตวท์ ี่เล้ียงไวใ้ชง้านโดยเฉพาะการขนส่งผลิตผลทางการเกษตรสิ่งของและการคมนาคม คือ ม้าและลา ส่วนสัตวเ์ศรษฐกิจของลีซูคือ ววัควาย 6.5.2 สัตว์ป่ ำ คือ สัตวท์ ี่เจริญเติบโตและใชช้ีวิตอยูใ่นป่าเองตามธรรมชาติส่วนใหญ่แลว้ชนเผ่า ลีซูจะล่าสัตวป์่าเพื่อเป็นอาหาร ซ่ึงสัตวท์ ี่นิยมล่ากนั ไดแ้ก่เกง้หมูป่า ไก่ป่า กระรอก และนก ส่วนนกกา และชะนีไม่นิยมล่า เพราะมีความเชื่อวา่ผทู้ี่ฆ่าสัตว์2 ชนิดน้ีจะประสบภยัพิบตัิ การจดัประเภทสัตว์เผา่ลีซูจดัแบ่งสัตวอ์อกเป็น 3 ประเภทหลกั ไดแ้ก่ สัตวบ์ก ไดแ้ก่สัตวท์ุกชนิดที่อยบู่นบก ยกเวน้กบ สัตว์น ้ำ ไดแ้ก่สัตวท์ุกชนิดที่อยใู่นน้า รวมท้งกบด้วย ั


73 แมลง จะประกอบไปดว้ยสัตวเ์ล็กที่อยบู่นบกและในน้า เช่น ผ้งึแมลงปอ ผเีส้ือ ฯลฯ 6.5.3 กำรใช้ประโยชน์จำกสัตว์ ชนเผา่ลีซูจะใชป้ระโยชน์จากสัตว์3 ลกัษณะ ไดแ้ก่ สัตวเ์พื่อประกอบพิธีกรรม ไดแ้ก่ ไก่และสุกร สัตว์เพื่อการบริโภคเป็ นอาหาร ได้แก่สัตวบ์ก สัตวน์ ้า และแมลง สัตวท์ ี่ไม่นิยมใชเ้ป็นอาหาร ไดแก่เน้ือหมา มา้และแมว และอื่นๆที่อยใู่นตระกูลน้ี สัตวเ์พื่อใชแ้รงงาน ไดแ้ก่มา้ลา สุนขัและแมว 6.5.4 กำรอนุรักษ์สัตว์ส่วนใหญ่ชาวลีซูไม่นิยมฆ่าสัตวใ์นระหวา่งที่ภรรยาของตนเองต้งัครรภอ์ยู่ เนื่องจากเชื่อว่าหากฆ่าสัตวเ์มื่อไร จะทา ให้ลูกที่คลอดออกมามีลกัษณะไม่สมบูรณ์นอกจากน้ีแลว้หาก ได้สัตว์ป่ ามา 1 ตวัจะตอ้งแบ่งกนับริโภคในชุมชน ถา้มีคนเดินผา่นมาในขณะที่กา ลงัแบ่งเน้ืออยู่ก็ตอ้งแบ่ง ใหค้นน้นัดว้ย เพราะเชื่อวา่มีบุญร่วมกนัมา เป็นตน้ 6.6 องค์ควำมรู้ในกำรจัดกำรป่ำ ชนเผ่าลีซูเชื่อวา่ผืนป่าทุกชนิดจะมีเทพ อิ๊ด่ามาเป็นผูป้กป้องคุง้ครองและรักษาป่าในขณะเดียวกนั ตน้ ไมน้านาชนิดน้นัก็จะมีเทพ “สื่อดู่สื่อผา่สื่อดู่สื่อมา” เป็นเจา้ของตน้ ไม้หากมีการทา กิจกรรมใดๆในป่า จะต้องมีการขอขมาและตอ้งแจง้ใหเ้ทพแห่งป่าแต่ละองคไ์ดร้ับทราบก่อน ไม่เช่นน้นัจะไดร้ับภยัพิบตัิ 6.7 กำรจัดประเภทป่ ำ ชนเผา่ลีซูสามารถจดัแบ่งประเภท 3 วิธี คือ 6.7.1 กำรจ ำแนกป่ำตำมสภำพภูมิประเทศ แบ่งเป็น - เขตป่าดิบช้ืน (อาจญาหมู่ย) เป็นป่าที่ส าคญัยิ่งส าหรับการดา เนินชีวิตซ่ึงชนเผ่าลีซูถือวา่ ป่าใน เขตเยน็เป็นป่าที่น้า ออกหรือมีน้า อุดมสมบูรณ์มีคา กล่าวของชนเผา่ลีซูวา่“น้า แหง้อยา่ลงล่าง แต่ให้ข้ึนบน” ซ่ึงหมายถึง ถา้หากน้า ในห้วยแห้ง อยา่ลงไปหาน้า ในพ้ืนที่ที่ต่า เพราะเราจะอดน้า ตายเสียก่อน แต่ให้เดิน ข้ึนที่สูง แลว้จะไดพ้บน้า จากคา กล่าวดงักล่าว จะเห็นไดว้่า ในเขตป่าดิบช้ืนจะเป็นตน้กา เนิดของน้า และ สิ่งมีชีวิตอื่นๆมากมาย มีพืชพนัธุ์นานาชนิด เช่น หวาย เฟิร์น ไมก้่อ นอกจากน้ีแลว้ยงัเป็นเขตป่าสมุนไพร ซ่ึงจะมียาสมุนไพรมากมายในบริเวณน้ีชนเผา่ลีซูไม่นิยมทา กิจกรรมการเกษตรที่เขม้ขน้เนื่องจากวา่เป็นเขต ป่าอุดมสมบูรณ์แต่สามารถจะขอป่าและสมุนไพรไดบ้า้ง ในอดีตจะมีการทา ไร่ฝิ่น ซ่ึงในไร่ฝิ่นจะมีการ ปลูกพืชแบบผสมผสาน ดงัน้นั ในไร่ฝิ่นและป่าในเขตดิบช้ืนถือไดว้า่เป็นคลงัอาหารอนัสมบูรณ์ของชุมชน ลีซู


74 เขตป่ าร้อน (ลยูมยู)่เป็นบริเวณป่าที่ชนเผา่ลีซูนิยมทา กิจกรรมเกษตรปลูกพืชจา พวกพืชไร่และนิยมเก็บหา ไมใ้ชใ้นการสร้างบา้นเรือน เช่น ไมไ้ผ่เป็นตน้ ป่าในเขตร้อนเป็นป่าไม่ผลดัใบ ส่วนใหญ่เป็นไมเ้น้ือแข็ง ที่เหมาะกบัการใชป้ระโยชน์พนัธุ์ไมท้ ี่ข้ึน เช่น ไผ่ ไมส้ ัก ไมส้น กลว้ย หวายขนาดเล็ก ฯลฯ นอกจากน้ี ยงัเป็นที่อยูอ่าศยัของสัตวป์่า เช่น ไก่ป่า หมูป่า กระรอก และนกนานาชนิด เนื่องจากป่าบริเวณน้ีมีอาหาร สมบูรณ์และมีความหลากหลายทางพนัธุ์พืชอยา่งรกรุงรัง จึงเป็นที่หลบซ่อนตวัของสัตวใ์นการหนีภยัไดด้ี และสภาพอากาศก็เหมาะแก่การดา รงชีพของสัตวอ์ีกดว้ย เขตป่าก่ึงร้อนก่ึงเยน็ (หม่าลูยห์ม่าจา) เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด เนื่องจากมีความหลากหลายทาง พนัธุ์พืช ชนเผ่าลีซูนิยมใช้พ้ืนที่บริเวณน้ีเป็นที่ต้ังชุมชนซ่ึงจะพบว่าชนเผ่าลีซูจะต้ังชุมชนอยู่สูงจาก ระดบัน้า ทะเลประมาณ 800-1,200 เมตร ความสูงช่วงน้ีเป็นความสูงที่มีป่าหรือพืชพนัธุ์ที่อยูใ่นลกัษณะก่ึง ร้อนก่ึงเยน็และเพื่อให้ใชท้รัพยากรไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ ชนเผา่ลีซูจึงเลือกพ้ืนที่ที่เป็นป่าก่ึงเยน็ก่ึงร้อน ในการปลูกข้าว ปลูกพืช และพืชไร่อื่นๆ ใช้ไม้ในการสร้างบ้านเรือน ตลอดจนเป็นแหล่งอาหารป่า เนื่องจากบริเวณพ้ืนที่ป่าน้ีจะมีสัตวท์ ี่อยู่ท้งัเขตเยน็และเขตร้อนมาหารอาหารกิน ในขณะเดียวกนักิจกรรม ทางเกษตรต่างๆของสังคมลีซูเองก็นิยมทา กนั ในบริเวณน้ีมาก 6.7.2 กำรจ ำแนกป่ ำตำมกำรใช้ประโยชน์ สังคมชนเผ่าลีซูไดส้ืบทอดระบบการทา เกษตรกรรมมาต้งัแต่อดีต ประสบการณ์ของบรรพชนลีซู จากหลายช่วงอายุคนน้นั ไดส้ ่งผลให้ชนเผา่ลีซูมีระบบการเกษตรที่มีความยงั่ยืน ท้งัการใชป้ระโยชน์จากป่า และดิน ทา ให้การกินอยูข่องชนเผา่ลีซูไม่เคยอดอยากเป็นที่ยอมรับกนัวา่ชนเผา่ลีซูมีประชากรที่มีรูปร่างสูง ใหญ่ซ่ึงเป็ นการสะท้อนให้เห็นถึงระบบการจัดการในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ (โดยเฉพาะป่าไม)้ ในดา้นทา การเกษตร เพื่อให้เกิดความมนั่คงทางอาหาร ซ่ึงชนเผา่ลีซูไดจ้ดัแบ่งป่าตาม วตัถุประสงคข์องการใชป้ระโยชน์ไวด้งัน้ี - ป่ารับแสงอาทิตย์(ต๊ะหยา่ ) ป่าบริเวณน้ีจะเป็นป่าที่ไดร้ับแสงอาทิตยม์ากและมีการถ่ายเทอากาศ ไดด้ีชนเผา่ลีซูนิยมปลูกพืชสายพนัธุ์ที่ตอ้งการแสงมากเป็นที่น่าสังเกตวา่การทา การเกษตรในบริเวณน้ีส่วน ใหญ่จะไดผ้ลผลิตสูง ส่วนพืชผกัจะไม่นิยมปลูกมากเพราะมีช่วงของการเก็บกินผกัสดน้นัเนื่องจากมีแสง มาก มีความช้ืนต่า ผกัจะตายเร็ว ป่าในบริเวณน้ีจะมีสัตวเ์ล็กสัตวใ์หญ่อาศยัอยู่และหากินในเวลาช่วงเช้า และค ่า - ป่าลบัแสงอาทิตย์คือสภาพป่าที่ไดร้ับแสงอาทิตยน์ ้อย หรือมีช่วงเวลาในการรับแสงอาทิตยต์ ่า ทา ให้มีความช้ืนสูง ชาวลีซูจะนิยมปลูกพืชที่ต้องการแสงแดดน้อยป่าบริเวณน้ีมีความหลากหลายทาง


75 ชีวภาพสูงมาก เนื่องจากเป็นที่อยอู่าศยัของสัตวแ์ละพืชแต่เป็นที่น่าสังเกตวา่สัตวจ์ะนิยมมาอาศยัและหากิน ในช่วงบ่าย ซ่ึงหากชนเผ่าลีซูจะล่าสัตวเ์พื่อเป็นอาหารของครอบครัวก็จะนิยมล่าในช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยดูจากลกัษณะการหากินของสัตวแ์ต่ละช่วงเวลาเป็นอนัดบัแรก ป่าในบริเวณน้ียงัมีพืชจา พวกหวายเป็น จา นวนมากและส่วนใหญ่เป็นป่าตน้กา เนิดของสายน้า ดว้ย 6.7.3 ป่ำพิธีกรรมกับควำมเชื่อของชนเผ่ำลีซู วิถีชีวิตของชนเผ่าลีซูไดผู้กพนัอยูก่บั ป่ามาช้า นาน ซึ่งจะเห็นได้จากการแสดงอกทางวัฒนธรรม ประเพณี บทเพลง ตา นาน และนิทาน ซ่ึงส่วนใหญ่ เป็นลกัษณะการแสดงออกในแนวพ่ึงพากนัและกนัอยา่งเป็นระบบ ในที่น้ีจะกล่าวถึงการใชป้ระโยชน์จาก ป่า ในลกัษณะต่างๆ ดงัน้ี 6.7.3.1 ประเภทป่ ำพิธีกรรม ป่าประกอบพิธีกรรม มีความส าคญัต่อการดา เนินกิจกรรมทาง ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมของชนเผา่ลีซูมาก ป่าพิธีกรรมดงัน้ี 1. ป่าอาปาโหม่ฮีคือ ป่าบริเวณศาลปู่เจา้ซ่ึงเป็นเทพที่มีหนา้ที่ปกป้องคุม้ครองชุมชนและมีความส าคญั อยา่งมากในชุมชนของชนเผา่ลีซูเนื่องจากชุมชนจะอาศยัอยูไ่ดห้รือไม่ข้ึนอยกู่บั ป่า “ป่าอาปาโหม่” ซึ่งป่ า บริเวณน้ีจะมีผูดู้แลที่เป็นตวัแทนของเทพหน่ึงองค์ต่อหน่ึงชุมชน เรียกว่า “หมือมือ” ท าหน้าที่ดูแลความ เรียบร้อยของชุมชน และบริเวณป่าอาปาโหม่ฮีน้ีจะมีกิจกรรมที่เป็นทา ลายไม่ได้เช่น ห้ามล่าสัตว์หรือหา พืชพนัธุ์ต่างๆ ดงัน้นับริเวณป่าอาโหม่ฮีจะมีพืชและสัตวจ์า นวนมาก 2. ป่าอิ๊ด่ามา เป็นป่าที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณที่มีการทา พิธีกรรม ป่าอิ๊ด่ามาจะต้งัไกลจากชุมชนอยา่งน้อย 2 กิโลเมตร ซ่ึงจะนิยมต้งัไวบ้นเส้นเขาใหญ่มีตน้ ไมน้านาชนิด ชนเผา่ลีซูจะทา พิธีกรรมอยา่งนอ้ยปีละ 2คร้ัง มีผู้ดูแลศาลเจ้า 1 คน ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบ ดูแลศาลอิ๊ด่ามา จะทา หนา้ที่คุม้ครองปกป้องพฤติกรรมของคนใน ชุมชนลีซูหากมีการละเมิดกฎในข้นัแรกผดูู้แลจะทา โทษเอง หากเป็นความผดิร้ายแรง จะมีการสาปแช่งให้ เทพเป็นผลู้งโทษต่อไป ป่าในบริเวณน้ีห้ามใครเขา้ไปทา ลายตน้ ไมแ้ละล่าสัตว์ดงัน้นั ในบริเวณป่าน้ีจะมี ความหลากหลายทางชีวภาพอยพู่อสมควร 3. ป่าบริเวณฝังศพ ชนเผา่ลีซูไม่ฝังศพในบริเวณสถานที่เดียวกนัอนัเนื่องมาจากความพอใจของญาติพี่นอ้ง และการเลือกพ้ืนที่ของผูต้ายเอง ดงัน้นัเวลาฝังศพคนตายจะมีการเสี่ยงทายหาสถานที่เพื่อฝังศพโดยการโยน ไข่ถา้ไข่แตกบริเวณใดก็หมายความวา่ผตู้ายมีความพอใจในบริเวณสถานที่น้นัๆ อยา่งไรก็ตามในบริเวณที่มี การฝังศพจ านวน 3ศพ ข้ึนไป สังคมลีซูจะไม่นิยมไปรบกวนป่าบริเวณน้นัซ่ึงก็จะทา ให้ป่าบริเวณน้นัเป็น พ้ืนที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางชีวภาพสูงคือจะมีท้งัพืชพนัธุ์และสัตวม์าก


76 6.7.3.2 ประเภทพื้นที่ป่ำเพื่อกำรอนุรักษ์และใช้สอย พ้ืนที่ป่าอนุรักษ์หรือป่าหวงห้าม ส่วน ใหญ่จะเป็นป่าตน้น้า และป่าที่มีความชนัมาก เนื่องจากลีซูชื่อวา่ ป่าในบริเวณดงักล่าวจะมีเทพอาศยัอยู่แต่ ป่าในบริเวณน้ีหา้มเฉพาะการทา ลายป่าเท่าน้นัเนื่องจากจะทา ให้เทพโกรธเคืองและจะท าโทษด้วยการท าให้ เจบ็ ป่วย แต่จะสามารถทา กิจกรรมอื่นๆ เช่น หาอาหาร และยาสมุนไพรได้ 1. พ้ืนที่ทา การเกษตรกรรม ป่าในบริเวณน้ีจะสามารถแบ่งไดท้ ้งัพ้ืนที่เขตเยน็ -ร้อน หรือก่ึงร้อนก่ึงเยน็ก็ได้ เพียงแต่ว่าป่าในบริเวณที่ท าการเกษตรจะต้องไม่ชันจนเกินไปและจะต้องไม่อยู่ในป่าต้นน้ า ป่าท า การเกษตรของชนเผา่ลีซูส่วนใหญ่จะเป็นป่าไผส่ าหรับปลูกขา้วและพริก เนื่องจากการทา ไร่ขา้วและพริก น้นัตอ้งการพ้ืนที่ที่มีการเผาเพราะบริเวณป่าไผ่เวลาเผาไฟจะไหมด้ีและเหมาะแก่การทา การเกษตร ส่วน การปลูกพืชผักอื่นๆจะนิยมปลูกในบริเวณป่าหลบแดดและไม่จา เป็นวา่ ไฟจะไหมด้ีหรือไม่ดีอยา่งไรก็ตาม การใชพ้ ้ืนที่เพื่อการเกษตรจะตอ้งมีการทา พิธีขอขมา “เทพอิ๊ด่ามา”ก่อน 2. พ้ืนที่ป่าเพื่อหาอาหารและยาสมุนไพร ในชุมชนลีซูจะหาอาหารและยาสมุนไพรไดทุ้กพ้ืนที่แต่ถา้เป็น สัตวจ์ะไม่นิยมหาในบริเวณป่าที่เป็นป่าพิธีกรรม การหาอาหารและยาสมุนไพรของชนเผ่าลีซูจะมีการ กา หนดรัศมีการหาอาหารที่แตกต่างกนัระหวา่งผูช้ายกบัผูห้ญิง คือผูช้ายจะนิยมหาอาหารประเภทสัตวแ์ละ พืชหายาก ส่วนผูห้ญิงจะหาในระยะที่ห่างจากชุมชนไม่เกิน 6กิโลเมตร อาหารที่หาส่วนใหญ่จะเป็นพวก พืชผัก เห็ด และไมผ้ลเป็นหลกัอยา่งไรก็ตามจะสังเกตไดว้า่ผูห้ญิงลีซูจะมีบทบาทในการหาสมุนไพรและ มีความเชี่ยวชาญดา้นสมุนไพรพ้ืนบา้นมากกวา่ผชู้าย 3. ป่าเพื่อการใชส้อย ในวิถีชนเผา่ลีซูจะมีกฎเกณฑใ์นการใชไ้มแ้ละการเลือกตน้ ไม้ชาวลีซูจะไม่นิยมใช้ ตน้ ไมท้ ี่ถูกฟ้าผ่า ตน้ ไมท้ ี่เคยถูกทา พิธีกรรมมาก่อน ชาวลีซูนิยมใช้ไมใ้นกิจกรรมต่างๆที่แตกตางกนัซ่ึง ส่วนใหญ่ข้ึนอยกู่บัวตัถุประสงคข์องการเลือกใช้ 3.1 การสร้างบา้นเรือน นิยมใชไ้มไ้ผใ่นการทา ฝากบั โครงหลงัคาและใชห้ญา้คาเป็นหลงัคาบา้น ส่วนเสาบา้นนิยมใชต้น้ก่อและตน้เดือย เนื่องจากผา่ง่ายและคงทน 3.2 การทา โลงศพ ชาวลีซูนิยมใชไ้มก้่ึงแข็งก่ึงอ่อน ส่วนใหญ่นิยมใช้ตนัจา ปีจา ปาและตอ้งเป็น ตน้ ไมท้ ี่เคยถูกฟ้าผ่า หรือทา พิธีกรรมมาก่อน การใช้ไมเ้พื่อการทา โลงศพจะตอ้งทา พิธีกรรมขอจากเทพ ต้นไม้ “สื่อ ดู่สื่อผา่”ก่อน 6.8 กฎข้อห้ำมของกำรเข้ำป่ ำ เวลาเขา้ป่าเพื่อประกอบพิธีกรรมต่างๆ มีกฎขอ้ห้ามคือ ไม่ตะโกน ไม่กลิ้งกอ้นหินลงเขา การไม่ ทา กิจกรรม 2 สิ่งในเวลาเดียวกนัเช่น การตกัน้า และเก็บฟืน หรือการลากฟืน นอกจากน้ียงัห้ามตกัน้า โดย


77 ใช้หมอ้เป็นตน้กฎเกณฑ์เหล่าน้ีแสดงให้เห็นถึงความเชื่อของชาวลีซูในป่ามีสิ่งศกัด์ิสิทธ์ตามความ เคารพต่อป่า รูปแบบการอนุรักษท์รัพยากร ดิน น้า ป่า ของชนเผา่ลีซูมีความเชื่อมโยงกบัความเชื่อและศรัทธา ต่อสิ่งศกัด์ิสิทธ์ตามความเชื่อและประเพณีวฒันธรรมด้ังเดิมของชนเผ่า โดยความเชื่อเหล่าน้ีได้ผ่าน กระบวนการคิด กลนั่กรองและทดลองปฏิบตัิตามความเชื่อในพิธีกรรมต่างๆมาหลายต่อหลายชวั่คนและ ความเชื่อเหล่าน้ีก็ไดม้ีการถ่ายทอดใหช้นแต่ละรุ่น โดยผา่นพิธีกรรม ความเชื่อและแนวปฏิบตัิสืบต่อกนัมา ในกรณีน้ีจะขอยกตวัอยา่งพิธีกรรมในการอนุรักษ์ทรัพยากร ดิน น้า ป่า ของชนเผา่ลีซูคือ พิธีกรรม “อิ๊ด่า มาหลัวะ” คา วา่“หลัวะ” หมายถึงการประทานหรือถวาย ดงัน้นัพิธีกรรม “อิ๊ด่ามาหลวัะ” จึงหมายถึง การถวายผืนป่าให้เทพเจา้อิ๊ด่ามา ซ่ึงเป็นเทพผูคุ้ม้ครองเทือกเขาและผืนป่าในบริเวณที่ประกอบพิธีและเป็น การขอพร เพื่อการด าเนินชีวิตที่ดีของสมาชิกในชุมชนสืบไป พิธีอิ๊ด่ามาหลวัะ 6.9 ภูมิป ญญำกำรจัดกำรทรัพยำกร ดิน น ำ้ป่ำ ของชนเผ่ำลซีู “อิ๊ด่ามาหลวัะ” เป็นพธีกรรมในการถวายหรือคืนป่าให้เทพเจา้แห่งขนุเขา ซ่ึงเป็นการแสดงถึงการ ขอบคุณต่อเทพเจา้ต่างๆ เช่น อาปาโหม่มีซือสื่อผา่ มีซือสื่อมาและโดยเฉพาะเทพ “อิ๊ด่ามา” ที่ให้การดูแล รักษาและอวยพรให้สมาชิกในชุมชนมีพืชผล ป่าไม้อากาศแม่น้า ลา ธารและสัตวป์่าอย่างอุดมสมบูรณ์ เป็นการคืนผนื ป่าใหเ้ทพโดยจะไม่มีการเขา้ไปในพิธีกรรมในการตดัไมห้รือล่าสัตวป์่า ในบริเวณผนื ป่าที่ได้ ท าพิธีคืนให้เทพ เวน้แต่การเก็บผกัเห็ด ยาสมนัไพรเท่าน้นัเนื่องจากในบทสวดในพิธีจะมีการสาปแช่งต่อผู้ เขา้ไปทา ลายไวว้า่หากผใู้ดฝ่าฝืนขอใหป้ระสบภยัพิบตัิเกิดความพินาศอยา่งไม่สามารถประเมินค่าไดอ้ีก 6.9.1 พิธีอิ๊ด่ำมำหลัวะ เป็ นภูมิปัญญาในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของบรรพบุรุตชนเผา่ลีซู โดยได้มีการที่สอดแทรกสาระภูมิปัญญา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติเข้าไว้ในความเชื่อ พิธีกรรมและ แนวปฏิบตัิจนไดร้ับการยอมรับจากสังคมลีซูและมีการสืบทอดกนัมาชา้นาน วา่พิธีกรรมน้ีมีความศกัด์ิสิทธ์ิ จริง ช่วงเวลำที่ควรประกอบพิธีกรรมอิ๊ด่ำมำหลัวะ 1. เดือน 6ลีซูซ่ึงตรงกบัเดือน กรกฎาคม เป็นพิธีกรรมอวยพร 2. หลงัพิธีซือแปะกวั๊ะ7วนัตรงกบัเดือนสิงหาคม เป็นพิธีกรรมขอบคุณเทพเจา้ เดือน 10 ของลีซูตรงกบัเดือน พฤศจิกายน เป็นพิธีกรรมมื๊อกวั๊ะ


78 กู่เชี๋ยะอาบา (ช่วงปีใหม่) ในวนัที่3 ตรงกบัเดือนกุมภาพันธ์ เป็ นพิธีกรรมด าหัว เทพ “อิ๊ด่ามา” ขั้นตอนกำรประกอบพิธีอิ๊ด่ำมำหลัวะ 1. ผู้อาวุโสในชุมชนจะดูฤกษ์ยามที่เหมาะสมในการท าพิธีกรรม 2. ผอู้าวโุสเลือกสถานที่ที่เหมาะสมแก่การทา พิธีกรรม โดยการสา รวจหาผืนป่าที่มีตน้ ไมท้ี่สมบูรณ์ ที่สุดในบริเวณใกลเ้คียงกนัจา นวน 3 ตน้เพื่อใช้ส าหรับอญัเชิญเทพเจา้ต่างๆ 3องค์คืออิ๊ด่ามา มีซือด่ามา และหวะลวสู้ื่อผา่เพื่อแจง้ใหท้ราบและมาร่วมพิธี 3. จดัทา ศาลเจา้และแคร่บูชาและแบ่งช่องของแคร่บูชาออกเป็น 4 ช่อง เพื่ออญัเชิญเทพเจา้ 4องค์ คือ ฆวาซืออาปาโหม่หวะลวูส้ื่อผา่ (เทพผูดู้แลป่าในผืนน้นั )อิ๊ด่ามอ(ผูร้ับเน้ือสัตว)์ผูช้่วยเทพผูดู้แลผืนป่า ในบริเวณน้นั 4. เชิญเทพเจา้มีซือด่ามอ (เทพเจา้แห่งลม)ก่อนเป็นอนัดับตน้ๆโดยมีอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วย เทียน 4แท่งขา้วสาร1กา มือ ชา 4 ห่อยาเส้น 4 ห่อ 5. เชิญเทพเจา้ที่อยูใ่กลเ้คียงกบัเทือกเขาที่ท าพิธีโดยเฉพาะ “หวะลวู้สื่อผะ หวะลวู้สื่อมา”อุปกรณ์ที่ ใช้ในการท าพิธีกรรมประกอบด้วย เทียน 4แท่ง ขา้วสาร1 กา มือ ชา 4 ห่อ ยาเส้น 4 ห่อ 6. อัญเชิญเทพ”อิ๊ด่ามา” (ผูอ้งคน์ ้ีไม่รับเน้ือสัตวท์ุกชนิด)อุปกรณ์ในการทา พิธีประกอบดว้ย เทียน 1 เล่ม ข้าว 2 กา มือ ชา 4 ห่อ ยาเส้น 4 ห่อ 7. ผูท้า พีไปประจา อยูห่น้าแคร่บูชาเทพเจา้แลว้จึงท่องบทสวดพร้อมๆกนั โดยมีเทพองค์ต่างๆและ วสัดุอุปกรณ์ที่ใชใ้นการทา พิธีดงัต่อไปน้ี รูป การเตรียมอุปกรณ์พิธีอิด่ามาหลวัะ


79 เทพที่ต้องมีกำรอัญเชิญ 1. อาปาโหม่จะใชไ้ก่ตวัผู้1 ตัว ตัวเมีย 1 ตวัน้า 2แกว้ขา้ว2ถ้วย 2. หวะลวู้สื่อมา อุปกรณ์ใช้หมูตัวผู้ 1 ตัว ข้าว2ถว้ย น้า 2แกว้ 3. อิ๊ด่ามา ใชห้มูที่ยงัไม่ฆ่า ตวัผู้1 ตวัน้า 2แกว้ขา้ว2ถ้วย 4. ฆวาชือ คือเทพผูดู้แลป้องกนัรักษาและป้องกนัการทา ไสยศาสตร์ของมาร ให้ใช้ไก่ตวัผู้1 ตัว ตัวเมีย 1 ตวัน้า 2แกว้ขา้ว2 ถ้วย 8. ผรู้่วมพิธีนา ตะหลิวไปผกูติดกบัตน้ ไมท้ี่ตนอยากใหเ้ทพมาสถิต เพื่อปกปักรักษาตน้ ไมท้ี่ตนเองเลือก 9. ผรู้่วมพิธีนา ตน้กลา้ไม้มาปลูกในบริเวณประกอบพิธีกรรม รูป ทา พิธีอิด่ามาหลัวะ ควำมหมำยของบทสวด เทพเจา้ผูดู้แลรักษาพ้ืนพิภพทวั่ผืนป่าแห่งน้ีวนัน้ีถึงวนัที่ลูกหลานของท่านจะอญัเชิญมาเป็นสักขี พยานในการทา พิธีกรรมตามประเพณีพวกเราจึงไดส้รรหาและรวบรวม ธงเงินธงทอง ใบชา ยาเส้น ไก่ผู้ไก่ แม่และหมูมาถวายท่าน ขอท่าน โปรดมารับเครื่องบรรณาการที่พวกเราน ามาถวายด้วยเถิด พร้อมด้วยผืนป่ า แห่งน้ีเราขอคืนให้ท่านช่วยอวยพรให้มีความสมบูรณ์ท้งัตน้ ไมใ้หญ่เล็ก นกน้อยฝูงใหญ่สัตวป์่าฝูงใหญ่มี มากข้ึนทุวนัตลอดจนขอให้ท่านขอจงสาปแช่งผูน้้นั ให้มีอนัเป็นไป และขอให้หมู่บา้นน้ีปราศจากคา ติฉิน นินทา รังเกียจจากผูอ้ื่น ท้งัน้ีพวกเรามาทา ประพิธีตามประเพณีเพื่อให้ท่านช่วยคุม้ครองรักษาสรรพสิ่ง ท้งัหลายในผืนป่าแห่งน้ีและถือเป็นการทา พิธีศกัด์ิสิทธ์ิในการคืนผืนป่าให้ท่านอย่างสมบูรณ์อีกท้งัขอให้ ท่านจงอวยพร ญาติพี่นอ้ง มิตรสหายที่มาร่วมพิธีใหอ้ยดู่ ีมีสุข พน้จากโรคภยัไขเ้จบ็ท้งัปวงดว้ยเทอญ การผสมผสานภูมิปัญญาด้งัเดิมกบัวทิยาการสมยัใหม่ในการจดัการทรัพยากร


80 ในปัจจุบันชนเผ่าลีซูมีการน าเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยเสริมสร้างศักยภาพการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติดิน น้า ป่า ให้มีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน เช่น การใช้แผนที่ดาวเทียม การวดัพ้ืนที่การใช้ โมเดล ในการวางแผนจดัการที่ดิน เป็นตน้ทา ให้การวางแผนเป็นระบบ มีความถูกตอ้งแม่นยา และเชื่อถือ มากยงิ่ข้ึน กระบวนกำรสร้ำงควำมเข้ำใจร่วมกัน ในการพฒันาระบบการจดัการทรัพยากร ดิน น้า ป่า ที่มีความเหมาะสมกบัสภาพพ้ืนที่และวิถีชีวิต ของชนเผา่ลีซูในปัจจุบนั โดยผสมผสานระหวา่งภูมิปัญญาด้งัเดิมกบัความรู้ใหม่ชุมชนไดด้า เนินการอย่าง เป็นข้นัตอน 6.9.2 แผนงำนหลักในกำรจัดกำรทรัพยำกรดิน น ้ำ ป่ ำ มีดังนี้ - ประชุมเพื่อแนะนา แนวคิดเบ้ืองตน้ - ร่วมกนัเก็บและวเิคราะห์ขอ้มูลการใชท้รัพยากรของชุมชน - จัดเวทีพูดคุยอย่างสม่า เสมอ ท้งัเวทีเล็กภายในชุมชนและเวทีเชื่อมระหว่างชุมชนมีการศึกษาดูงานใน ชุมชนอื่น - วางแผนการดา เนินงานร่วมกนั โดยชุมชนเป็นหลกัส่วนเจา้หน้าที่เป็นผูส้นับสนุนส่งเสริมในส่วนที่ ชุมชนยังขาด - ดา เนินกิจกรรมตามแผนงาน เช่น - แบ่งเขตป่า และต้งัคณะกรรมการรับผดิชอบดูแล - ทา โมเดลการแบ่งเขตพ้ืนที่ประเภทต่างๆของชุมชน - วางกฎเกณฑร์่วมกนั ในการใชแ้ละรักษาทรัพยากรของชุมชน - ประกอบพิธีกรรมตามจารีต เพื่อผลในการอนุรักษ์ทรัพยากร - สรุปบทเรียนการด าเนินงาน - ปรับปรุงและพัฒนาแผนงานต่อไป


81 บทที่ 7 ควำมเชื่อในกำรดูแลสุขภำพ 7.1 ประเพณีเกี่ยวกับชีวิต นอกจากประเพณีส าคญัที่คนท้งัหมู่บา้นเชื่อถือและร่วมพิธีกรรมอยา่งพร้อมเพรียงกนัแลว้ ในช่วงชีวิต ของแต่ละคนก็ยงัมีประเพณีส าคญัที่ยึดถือปฏิบตัิอีกคือ พิธีเกี่ยวกบัการเกิด การแต่งงาน การตายการเรียก ขวญัจะกล่าวโดยยอ่ดงัน้ี 7.1.1 ประเพณีเกี่ยวกับกำรเกิด เมื่อมีเด็กเกิดใหม่ในบา้น เจา้ของบา้นจะปักตะเหลวไวห้นา้บา้น เพื่อเป็นสัญลกัษณ์ให้รู้กนัมารดาของเด็กจะ “อยูเ่ดือน” เป็นเวลา 30 วนัระหวา่งการอยูเ่ดือน มารดาจะกิน อาหารพิเศษ คือเน้ือไก่และไข่ไก่โดย 7วนัแรก มารดาจะกินผกัไม่ไดเ้ลย หลงัจากน้นัจะกินไดเ้ฉพาะผกั บางอยา่งที่ไม่แสลงอาหารเหล่าน้ีจะตม้ในภาชนะต่างหากไม่กินปะปนกบัผูอ้ื่น มารดาจะเดินทางออกจาก บา้นไม่ได้ตอ้งอยใู่นบริเวณบา้นเท่าน้นั บิดาของเด็กตอ้งหยุดงานอย่างน้อย 7 วนัเพื่อช่วยหุงหาอาหาร ปรนนิบตัิภรรยาในระยะที่ถือว่า ร่างกายอ่อนแอ ช่วยตวัเองไม่ได้พน้จากน้นัจึงใหม้ารดาหรือญาติคนอื่นมาช่วยแทนได้ พิธีต้งัชื่อเด็กจะจดัข้ึนเมื่อเด็กชายมีอายุ3วนัแต่เด็กหญิงจะเขา้พิธีต้งัชื่อเมื่ออายุได้2วนั โดยพ่อแม่ จะเชิญผู้อาวุโสมา 3 นามสกุล ฆ่าไก่หรือหมูตวัเล็กไปเซ่นไหว้“อาปาโหม่ฮี”และ “ต๋าเปี ยะ” ในบ้าน แล้ว เชิญผูอ้าวุโสมาร่วมรับประทานอาหารและมดัมือให้พรเด็กแขกที่เชิญมาจะให้เงินเป็นของขวญัแก่เด็กดว้ย โดยจะวางเงินลงในถว้ยที่บรรจุน้า และมีตะเกียบ 1คู่วางไขวไ้ว้ ชื่อของชาวลีซูโดยปกติมี2 ชื่อ ชื่อแรกเป็นชื่อธรรมดาที่จะเรียกตามลา ดบัดงัน้ี ลูกชาย ลูกชาย ลูกสาว ลูกสาว ลูกคนที่หนึ่ง อาเบผะ อาหมี่มะ ลูกคนที่สอง อาเหละผะ อาเหลมะ ลูกคนที่สาม อาซาผะ อาซามะ(มิ) ลูกคนที่สี่ อาสือผะ อาสือมะ ลูกคนที่ห้า อาหวผู่ะ อาหวมู่ะ ลูกคนที่หก อาหลูผะ อาหลูมา ลูกคนที่เจ็ด อาฉือผะ อาฉือมะ


82 ลูกคนที่แปด อาป่ าผะ อาป๋ ามะ ลูกคนที่เกา้ อาจี่วผะ อาจี่มะ ท้งัน้ีการลา ดบัลูกชาย ลูกสาว จะแยกกนัเป็นลูกชายคนที่หน่ึง สอง สาม ลูกสาวคนที่หน่ึง สอง สาม...ถา้ในหมู่บา้นมีชื่อซ้า กนัหลายคนจะมีสร้อยทา้ยเพื่อช้ีเฉพาะเช่น อาเบอ่ง อาเบกวั๊ผะ หรืออาซาเตอๆ อาซาโป่ะทะ เป็นตน้ โดยปกติทุกคนจะเรียกชื่อแรกน้ีเป็นประจา ชื่อที่ต้งัโดย “อาปาโหม่ฮี” เป็นชื่อที่รู้เฉพาะพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ในบา้นไม่นิยมเรียกกนั ในหมู่พี่ น้องเพื่อนฝูง อาจเป็ นเพราะชื่อยาว 3 พยางคข์้ึนไป ข้ึนตน้ดว้ยชื่อสกุล เช่น เด็กชายนามสกุลเปี๊ยะผะ จะ ได้ชื่อ “เปี๊ยะจิงใฉ่” เป็ นต้น เด็กลีซูส่วนใหญ่จะมี“พ่อ+แม่บุญธรรม” ซ่ึงถือวา่เมื่อเด็กเจ็บป่วยอยู่มีคนเขา้มาในบา้น พ่อแม่จะ ให้คนน้ันมดัมือเด็ก ขอยกเด็กให้เป็นลูกบุญธรรม ถา้เด็กน้ันหายป่วย กลบัแข็งแรงสดชื่น ถือว่าผูท้ี่ผูก ขอ้มือให้เด็กน้ันควรเป็นพ่อหรือแม่บุญธรรมจริง จะมีการทา พิธีมดัมือ ดา หัวขอฝากตวัเป็นลูกบุญธรรม (สะแมะ) โดยพอ่บุญธรรม (อาบ่าแมะ) หรือแม่บุญธรรม (อามาแมะ)จะต้งัชื่อใหม่ให้เด็กและชื่อน้ีจะเป็นที่ เรียกเด็กตลอดชีวติเราอาจพบวา่ชาวลีซูมีชื่อเป็นจีนฮ่อ เช่น ชื่ออาเปา (ชาย) อาหยี่อายงิ (หญิง) หรือชื่อ มูเซอ เช่น นาก่วย (หญิง) ชื่อคา เมือง ซ่ึงก็เป็นเพราะชื่อเหล่าน้ีต้งัโดยพอ่แม่บุญธรรมที่มีเช้ือสายต่างๆกนั น้นัเอง ข้อควรระวัง บา้นที่มีเด็กเกิดใหม่ยงัไม่ไดต้้งัชื่อ คนนามสกุลอื่นจะเขา้ไปไม่ไดถ้า้คนน้นั ไม่รู้จริงๆ ตอ้งทา พิธีผูกขอ้มือให้เด็ก ถา้เห็นมีตะเหลวปักอยูห่น้าบา้น ตอ้งการเขา้ไปเยี่ยมควรขออนุญาตเจา้ของบา้นก่อน ถ้าเขาอนุญาตจึงเข้าไปได้ 7.1.2 ประเพณีเกี่ยวกับกำรแต่งงำน เมื่อหนุ่มสาวลีซูมีอายุพอสมควรแก่การมีเรือน ชายหนุ่มจะ เสาะแสวงหาหญิงสาวที่ถูกใจดว้ยตนเอง อาจเป็นสาวลีซูในหมู่บา้นเดียวกนัหรือต่างหมู่บา้น เมื่อแต่งงานแลว้หญิงจะไปอยูบ่า้นชายหรือชายไปอยูบ่า้นหญิง ก็แลว้แต่ท้งัคู่จะตกลงกนัตามความจา เป็น ของแต่ละครอบครัว ในที่น้ีจะขอเล่าถึงประเพณีแต่งงานแบบลีซูอยา่งยอ่ดงัน้ี ตามปกติเมื่อหนุ่มสาวดูใจกนัพอสมควร และตกลงใจจะอยกู่ ินกนั (โดยฝ่ายหญิงรับหม้นัไวเ้ป็นเงินสดหรือ ของมีค่า เช่น นาฬิกา ก าไลมือ ล่วงหน้าแล้ว) ชายหนุ่มจะพาผู้หญิงไปอยู่บ้านตนล่วงหน้า 1 วนั วนัรุ่งข้ึนค่อยจดัผูแ้ทนมาเจรจาสู่ขอ การเจรจาน้ีจะใช้เวลานานมาก นานนับเป็นวนัเพื่อตกลงค่าสินสอด


83 และตกลงวา่เมื่อแต่งงานแลว้ ฝ่ายหญิงจะอยูท่ ี่ไหน เมื่อตกลงไดจ้ะนดัวนัแต่งงานเพื่อดา หวัพ่อแม่ผูอ้าวุโส และญาติมิตร ซ่ึงปกติจะจดัข้ึนโดยเร็วที่สุดภายใน 3-4 วัน วนัแต่งงาน เพื่อนบา้นท้งัหมดจะมาช่วยกนัช่วยทา อาหารรับแขก ให้ศิลให้พร ตอนกลางคืนจะมี การร้องเพลงโตต้อบกนัจนดึกดื่นหรือถึงรุ่งเช้า หรืออาจมีการเตน้ร าดว้ย แขกที่มาร่วมงานอาจให้เงินเป็น ของขวญัแก่คู่บ่าวสาวในช่วงเวลาที่เล้ียงอาหาร ซ่ึงมกัเป็นตอนบ่าย อาหารที่เล้ียงกนั ในวนัแต่งงาน มกัตกัให้มากจนเหลือเฟือ เพื่อเป็นเคล็ดวา่คู่บ่าวสาวจะทา มาหากิน ไดม้ากจนเหลือกินเหลือใช้ งานแต่งงานเป็นงานมงคล มีแต่ความสนุกสนาน เพื่อเป็นการให้พรแก่คู่บ่าวสาว ทุกคนใน หมู่บา้นท้งัเด็กและผใู้หญ่จึงเตม็ใจไปช่วยเหลือกนัคนที่ไม่ไปช่วยถือวา่ ไม่นบัถือกนั ข้อควรระวัง ขณะที่คู่บ่าวสาวกา ลงัเดินทางไปทา พิธีดา หัวพ่อแม่และผูอ้าวุโส ห้ามใครเดินผ่ากลางระหว่างเจา้บ่าว เจ้าสาว ขณะที่ทา พิธีในบา้น หา้มหมาเขา้ไปในบริเวณบา้น และหา้มคนเดินผา่กลางระหวา่งคู่บ่าวสาว อาหารที่ทา เล้ียงแขก ไม่นิยมใส่ผกัแต่นิยมเล้ียงเน้ือสัตวล์ว้นๆ โดยทา ลาบ ผดัหรือตม้แสดงวา่ต่อไปคู่ บ่าวสาวจะดีกินดีจะอยดู่ ีมีสุข ไดก้ินเน้ือกินของดีๆ 7.1.3 ประเพณีเกี่ยวกับกำรตำย ถ้าผูต้ายเป็นเด็กหรือเป็นคนที่ยงัไม่มีครอบครัวญาติมิตรก็จะ นา ไปฝังแต่ถา้ตายโหงจะใชว้ธิีเผา แลว้ทา อาหารเล้ียงกนั ในหมู่ผทู้ี่มาช่วย เป็นอนัเสร็จพิธี ตอนกลางคือเพื่อนบา้นจะมาอยูเ่ป็นเพื่อนที่บา้นผูต้าย เพื่อให้คลายจากความทุกขเ์ศร้า โดยจะเล่น เกมส์ต่างๆ เพื่อความเพลิดเพลิน เช่น ผูห้ญิงจบักลุ่มเล่นหมากเก็บ ผูช้ายเล่นเกมส์กระดาน ใช้เม็ด ข้าวโพดเป็ นตัวเดิน หรือเล่นไพ่อาจอยูจ่นถึงสว่างหรือถึงตอนดึก รวมเวลา 3 คืน เจา้ของบา้นจะตม้น้า ชามาให้แขกเหลื่อ เมื่อมีคนตาย สมาชิกในบา้นจะยิงปืนข้ึนฟ้าเพื่อเป็นการบอกกล่าวให้เพื่อนบา้นรู้และเพื่อเปิดทาง ให้ผูต้ายไปสวรรค์เนื่องจากผูต้ายอาจทา บาป เคยทา ร้ายสัตวต์ ่างๆไว ้วิญญาณสัตวจ์ึงมาขวางทางอยู่เมื่อ ยงิปืนวญิญาณท้งัหลายก็กระจดักระจายไป เปิดทางใหผ้ตู้ายไปสวรรคไ์ด้ ถา้ผูต้ายเป็นผูใ้หญ่มีลูกชายหลายคน และมีฐานะพอสมควร จะต้งัศพไวห้ลายวนัเพื่อให้คนไป บอกกล่าวลูกหลานญาติมิตรทิ่อยถู่ ิ่นอื่นใหม้าร่วมงานศพ


84 ลูกชายของผู้ตายจะชวนเพื่อนหน่ึงคนไปบอกกล่าวเพื่อนร่วมหมู่บา้นทุกหลงัคาเรือน โดยเอาธูป ไปปักหนา้บา้นและคา นบัลูกชายผตู้ายตอ้งสา รวม พูดจากบั ใครไม่ได้ เพื่อนบา้นจะช่วยเหลืองานโดยเอาไก่ขา้วสาร กระดาษเงิน กระดาษทอง ธูป หรือเงินมาช่วย ตามที่มีถา้ลูกหลานผตู้ายไม่ไดท้า โลงศพเตรียมไว้เพื่อนบา้นก็จะไปช่วยกนัทา จนเสร็จ ระหวา่งที่ศพยงัไม่ไดน้า ไปฝัง ทุกคนในหมู่บา้นจะไปทา งานไม่ไดต้อ้งไปช่วยงานศพ กลางคืน เพื่อนบา้นก็จะไปอยเู่ป็นเพื่อนที่บา้นผตู้ายจนครบ 7 วนั กิจกรรมการศึกษาหรือการพฒันาในช่วงน้ีจึงตอ้งพกัไวก้่อน เพราะชาวบา้นตอ้งช่วยกนัจนกว่าจะ เสร็จ ขอ้ควรระวงัเกี่ยวกบังานศพ ตอ้งระวงัไม่ใหแ้มวกระโดดขา้มศพ เพราะผตู้ายจะลุกข้ึนมาจากโลง ตอ้งมีคนเฝ้าศพตลอดเวลา คอยเอาหนามโบกปัดเพื่อกนัแมลงและกนัแมว ในกรณีที่มีสุริยะคราสหรือจนัทรคราสระหวา่งที่ต้งัศพไว้หา้มส่งเสียงร้องหรือเคาะปี๊บ หรือทา ใหเ้กิดเสียง ดงัดว้ยวธิีอื่นๆ (ตามความเชื่อของลีซูที่คิดวา่พระอาทิตยห์รือพระจนัทร์ถูกกบอมเอาไว้จึงตอ้งส่งเสียงดงัตี เกราะเคาะไมย้ิงปืนให้กบตกใจ จะไดป้ล่อยพระจนัทร์พระอาทิตย์ออกมา) เพราะจะทา ให้ผูต้ายตกใจลุก ข้ึนมาดูด้วย การป้องกนั ไม่ให้ผูต้ายลุกข้ึนมา แก้เคล็ดโดยเอาดินวางไวบ้นโลง 3 กอ้น กบัจอบ 3 ใบ เพื่อแสดงวา่เอาโลงไปฝังดินเอาไวแ้ลว้ ศพลุกข้ึนไม่ได้และใหเ้อาไมก้วาดเก่าๆวางไวบ้นโลง 7 อนัดว้ย นอกจากประเพณีเกี่ยวกบัการเกิด แต่งงาน การตาย ซ่ึงทุกคนตอ้งไดเ้ขา้พิธีแลว้ยงัมีประเพณีเกี่ยวกบัชีวิต ที่สา คญัอีกบางอยา่งดงัน้ี 7.1.4 กำรเรียกขวัญ (ชวง ฮำ คัว) เมื่อคนในบา้นเจบ็ ป่วยบ่อยๆ อาจเป็นคนเดียวหรือหลายคน ผอู้าวโุสอาจบอกใหเ้รียกขวญั (ซ่ึงอาจรู้จากการดูกระดูกไก่เพื่อรักษาใหห้ายป่วย) การเรียกขวัญท าได้หลายแบบ อาจท าในบ้านแบบเรียกขวญัสองช้นัหรือเรียกขวญั ใหญ่แบบสาม ช้นัหรือทานศาลา หรือทา สะพานก็ได้ซ่ึงการเรียกขวญัชนิดต่างๆ เหล่าน้ีตอ้งเชิญผรูู้้มาทา พิธีให้ สิ่งที่ใชเ้ซ่นไหวอ้าจเป็น ไข่ไก่ ไก่หรือหมูแลว้แต่ชนิดของงาน ในวนังานลูกหลานจะอยชู่ ่วยกนัเชิญผอู้าวโุสที่รู้ประเพณีมาช่วยและอาจเชิญเพื่อนบา้นที่นบัถือมา ช่วยดว้ย เมื่อทา พิธีและร่วมรับประทานอาหารร่วมกนัแลว้ผมู้าร่วมงานจะมดัมือใหศ้ิลใหพ้รแก่ผปู้่วย


85 7.1.5 กำรเซ่นไหว้ผดีิน (เนวู้เหวู่หนี่กวั๊) ชาวลีซูนบัถือแม่ธรณีวา่มีบุญคุณต่อคน แต่บางคร้ัง คนอาจทา ผดิทา ใหผ้ีดินโกรธคนในบา้นจึงเจบ็ ป่วย จึงตอ้งเซ่นไหวข้อขมาโดยเชิญผูรู้้ประเพณีมาทา พิธีให้ เชิญพอ่แม่ผทู้ี่นบัถือมาช่วยกนั เมื่อเริ่มพิธี(กลางคืน ) สมาชิกจะช่วยกนัเคาะกระบอกไมไ้ผ่กบั ฟืน และฆ่าหมู่หรือไก่เพื่อเซ่น ไหว้เสร็จแลว้ทุกคนก็กินอาหารร่วมกนัเป็นอนัเสร็จพิธี ข้อควรระวัง ถา้เริ่มพิธีแลว้ (คือเริ่มเคาะกระบอกไมไ้ผ่) ไม่วา่จะมีใครมาร้องเรียกหรือเคาะประตูคนในบา้นซ่ึงทา พิธี อยจู่ะขานตอบหรือเปิดประตูรับไม่ได้ อาหารที่ทา ในพิธีน้ีถา้กินไม่หมด เก็บไวไ้ม่ได้ตอ้งเผาทิ้ง


86 บทที่ 8 ศิลปะวรรณกรรม 8.1 ภูมิปัญญำพืน้บ้ำนด้ำนศิลปะดนตรีของชำวลซีู ชำวลซีูเป็นชนเผา่พ้ืนเมืองกลุ่มหน่ึงที่อาศยัอยูบ่นพ้ืนที่สูงของประเทศไทยจากประวตัิศาสตร์ของ ชาวลีซูทุกยุคทุกสมยัชาวลีซูยงัคงมีประเพณีและวฒันธรรมที่คงความเป็นเอกลกัษณ์เฉพาะตนที่ควบคู่กบั การดา เนินชีวติของชนเผา่มาโดยตลอด ซ่ึงในกิจกรรมต่างๆของประเพณีและวฒันธรรมน้นัจะแสดงออกถึง ความมีคุณค่า,ความประณีต,ความสวยงามและอตัลกัษณ์ของตนเองไดเ้ป็นอยา่งดี สังคมชนเผ่าลีซูมีองค์ความรู้ภูมิปัญญาดา้นต่างๆ มากมาย โดยมีกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดสืบทอด มาอยา่งต่อเนื่องต้งัแต่คร้ังบรรพชนจนถึงปัจจุบนัความเชื่อแบบด้งัเดิม ตลอดจนประเพณีวัฒนธรรม มรดกทางวฒันธรรมชนเผ่าลีซูประการหน่ึงที่มีความโดดเด่นและส าคญัเป็นอยา่งยิ่งที่ตอ้งอนุรักษ์ไว้ก็คือ ศิลปะดนตรีชนเผา่ลีซูซ่ึงแทท้ ี่จริงแลว้ดนตรีชนเผา่ลีซูมีความสัมพนัธ์ที่ลึกซ้ึงกบัการดา รงรักษาเอกลกัษณ์ และวฒันธรรมดา้นอื่นๆของชนเผา่เป็นอยา่งมากและถือไดว้า่เป็นจุดที่ก่อเกิดของประเพณีและกิจกรรมทาง วฒันธรรมที่ดีงามต่างๆ โดยจะสังเกตุไดจ้ากวิถีการดา รงชีวิตของชนเผา่ลีซูตอ้งใชด้นตรีเป็นส่วนประกอบ หน่ึงที่เป็นหลกัเสมอเช่น เทศกาลปีใหม่,แต่งงาน,งานทา บุญและงานมงคลต่างๆ เป็ นต้น 8.2 เรื่องเล่ำ ต ำนำนและประวตัิศำสตร์ทเี่กยี่วข้องกบัดนตรีลซีู เครื่องดนตรีลีซูเป็นการละเล่นที่มีมาต้งัแต่อดีต ประวตัิความเป็นมายงัไม่สามารถยนืยนัถึงที่มาที่ไป ที่แน่ชดัได้รู้เพียงวา่บรรพบุรุษเป็นผูค้ิดคน้ข้ึนมาเช่นเครื่องดนตรีชนิดที่เรียกวา่“ซือบือ” แต่เดิมน้นัเครื่อง ดนตรีแคนของลีซูน้ันไม่มีบางชนิดเชื่อว่าได้ดดัแปลงและพฒันามาจากเครื่องดนตรีของชนเผ่าลาหู่คือ แคน เนื่องจากอดีตวิถีชีวิตของชนเผ่าลีซูมีความใกลช้ิดกบัลาหู่มากจะสังเกตไดจ้ากภาษาพูด วฒันธรรม หลายๆอยา่งมีความคลา้ยคลึงกนัมาก ส่วนเครื่องดนตรีขลุ่ยน้นั โดยคา บอกเล่าจากผูรู้้ผูเ้ฒ่าผอู้าวุโส เครื่อง ดนตรีมีประวตัิความเป็นมาจากเรื่องเล่าหรือนิทานปรัมปรา มีการระลึกชาติได้นกพูดภาษาคนได้เด็กกา พร้า และคนแคระเป็ นต้น เครื่องดนตรีลีซูน้ันมีอยู่และควบคู่มากับวิถีชีวิตชนเผ่าลีซูมาช้านาน ในยามว่างชาวลีซูนิยมเล่น ดนตรีเพื่อความเพลิดเพลิน ใช้เป็นสื่อในการเก้ียวพาราสีส าหรับหนุ่มสาวคลายความเหนื่อยเมื่อยลา้หรือ แมก้ระทงั่การสื่อสารให้กา ลงัใจในสมยัก่อนช่วงที่ชนเผา่ลีซูยงัอาศยัอยใู่นประเทศจีนหลายพนั ปีมาแลว้ยงั เล่นดนตรีประกอบจงัหวะในงานเฉลิมฉลองให้กบันกัรบลีซูที่ไปทา ศึกกลบัมาดว้ย เชื่อวา่มีอยู่2 ช่วงที่เป็น


87 ประวตัิศาสตร์การทา สงครามหรือไปเป็นทหารช่วยร่วมรบกบัฮ่องเตส้มยัราชวงคห์มิง โดยมีนายพลแม่ทพั หวงัเขา้มาเป็นแม่ทพัและไดร้ับชยัชนะและในที่สุดนายพลแม่ทพัก็ไดก้ลบั ไปในวงัของฮ่องเต้และไดร้ับ โทษประหารชีวิตจากการยุแหยข่องอา มาตยแ์ละขนัทีในวงั ในช่วงวนั ปีใหม่นอ้ย(อ้ือยีปา)ซ่ึงเป็นการเฉลิม ฉลองปีใหม่ของผูช้าย ชาวลีซูจึงมีความเชื่อวา่เป็นการระลึกถึงนายพลแม่ทพัอยูใ่นกลุ่มชนเผ่าลีซูที่ยงัมิลืม ท้งัลีซูในประเทศจีน ไทยบางส่วน และพม่าบางส่วน ผูช้ายคนไหนเล่นดนตรีไดด้ีก็จะเป็นที่ถูกอกถูกใจของ หญิงสาวเสมอมาต้งัแต่อดีตจนถึงปัจจุบนั เครื่องดนตรีลีซูมีเอกลกัษณ์เฉพาะตวัท้งัวสัดุอุปกรณ์ดนตรีมีเน้ือหาและความไพเราะที่ลงตวักบั ชนิด มีความเป็นเป็นด้งัเดิมในดา้นรูปลกัษณ์ตลอดมา มีจงัหวะการเตน้ร าประกอบเพลงคงเดิม การเล่นจะ นิยมเล่นเพียงชิ้นเดียว ไม่มีการเล่นผสมกันเนื่องจากเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีความเป็นเอกอยู่ในตัว ตลอดจนจงัหวะการเตน้ก็ต่างกนัดว้ย 8.3 เครื่องดนตรี(ประเภท/ชนิด วิธีกำรผลิต ) ประเภทเครื่องดนตรีมี 2 ประเภท คือ 8.3.1 ประเภทเป่ ำ ผิว ได้แก่ แคน(ฝู่หลู)แคนของชนเผ่าลีซูมีอยู่3 ชนิดหรือ3ขนาด โดยท้งัสามขนาดจะมีรูปแบบที่คลา้ยกนั เพียงแต่มีรูปร่างที่ต่างกนัมีเสียงที่ต่างกนั ไดแ้ก่ แคนเล็ก(ปำลฝิู่หลู)แคนชนิดน้ีจะมีรูปร่าง เสียงที่เล็กแหลมและไพเราะตามขนาด มีขนาดความยาวโดยเฉลี่ย ไม่เกินหน่ึงศอก สามารถพกพาไปมาสะดวกแคนชนิดน้ีเป็นที่นิยมมากในหมู่กลุ่มวยัรุ่นถึงวยักลางคน รูป การเป่ าปาลิฝู่ หลู


88 แคนขนำดกลำง(ฝู่หลูแลแล) มีรูปแบบและลกัษณะที่เหมือนกบัแคนขนาดใหญ่(ฝ่หูลูนาอู่)เพียงแต่มีขนาดที่ เล็กและเสียงจะเล็กกวา่ความยาวไม่เกินคร่ึงวาและไม่ยาวเกินถึง 1วา แคนชนิดน้ีเป็นที่นิยมเล่นกนัมากใน กลุ่มคนวยักลางคนถึงวยัชราโดยเฉพาะวยัผเู้ฒ่าผอู้าวโุส จะนิยมเล่นกนัมากที่สุด รูป ผูรู้้เล่น ฝ่หูลูนาอู่กบัฝ่หูลูแลแล แคนขนำดใหญ่ (ฝู่หลูนำอู่) เป็นแคนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาท้งั3 ชนิดมีรูปร่างที่ใหญ่ยาวและมี น้า หนกัการเป่าตอ้งใชล้มมากผทู้ี่สามารถเป่าไดต้อ้งรู้จกับงัคบัการหายใจเขา้ออกไดเ้ป็นอยา่งดีมีความยาว ประมาณ 1 วาลกัษณะเสียงจะทุม้แต่อ่อนนุ่ม เหมาะที่จะเป่าในเวลาพลบค่า ให้กบัวยักลางคน วยัทองแก่ เฒ่าเป็นอยา่งยงิ่เพราะวยัน้ีจะเตน้ ไม่รุนแรงและรวดเร็วเหมือนกลุ่มเยาวชนที่ตอ้งการจงัหวะเร็วและแรงแต่ ตอ้งการหยอกลอ้พูดเล่นในวงเตน้มีจงัหวะตามเน้ือเพลงพร้อมเพรียง ลักษณะที่ดีของแคน(ฝู่หลู) ฝู่หลูที่ดีน้นัเมื่อเป่าแลว้จะมีเสียงที่ไพเราะตามแต่ชนิด มีระดบัเสียงที่ลงตวัใน แต่ละลา คือตอ้งมีเสียงดงัทุกลา เมื่ออุดรูเป่า เสียงจะตอ้งไม่บอดท้งั5ลา ลิ้นแคนตอ้งแข็งแรงสามารถเป่าได้ นานโดยไม่เสีย สามารถทนต่อแอลกอฮอลไ์ด้ วิธีกำรผลิต ทา จากน้า เตา้ที่แก่แล้ว ได้แก่น้า เตา้เล็ก น้า เตา้ขนาดกลาง และน้า เตา้ขนาดใหญ่ซ่ึงแต่ละ ขนาดก็จะไปทา แต่ละชนิด ในอดีตชนเผา่ลีซูนิยมปลูกในไร่สวน ในหมู่บา้น และถา้เผ่าของตนไม่มีก็ตอ้ง เอาอยา่งหน่ึงเป็นสิ่งของนา ไปแลกกบัน้า เตา้เผา่อื่นๆที่มีโดยในอดีตไม่จา เป็นตอ้งนา เงินธนบตัรไปซ้ือ ซ่ึง ปัจจุบนัชนเผ่าลีซูก็นิยมวิธีน้ีอยู่แคนน้า เตา้เป็นแคนทา จากน้า เตา้และไมไ้ผ่เมืองเยน็ซ่ึงชนเผ่าลีซูเรียกว่า “หมะเห่”และวสัดุข้ีผ้ึงตามธรรมชาติเป็นหลกัส่วนลิ้นแคนหรือที่ชนเผา่ลีซูเรียกวา่“ลาจือ”น้นัตอ้งเป็นไม้ ไผ่ที่แก่และตอ้งบ่มอย่างดีเมื่อขูดผิวดูแล้วจะมีสีแดงนิดๆ(ผูรู้้ได้บอกไว)้วิธีการทา แคนท้งั3 ชนิดจะไม่ ต่างกนัคือสิ่งแรกตอ้งเลือกน้า เตา้ที่แห้งหรือแก่ให้เจาะรูที่ตวัน้า เตา้5 รูท้งัดา้นหนา้และหลงัให้ตรงกนัแบบ มีสัดส่วน แลว้เอาเมล็ดและเยื่อในออกให้หมด ลา้งดว้ยน้า ให้สะอาด ในส่วนของการทา ลา ไมไ้ผจ่ะมีความ


89 ยาวไม่สม่า เสมอกนัท้งัหมดมีเพียงลา ที่ใชห้วัแม่โป้งกดและลา ที่ใชน้ ิ้วช้ีกดตอ้งเท่ากนัเสร็จแลวเจาะรูท าเป็ น ้ ลิ้นแต่ละลา โดยตา แหน่งการทา ลิ้นตอ้งให้มีความเหมาะสม การทา ลิ้นตอ้งให้มีขนาดที่ต่างกนัแลว้แต่เสียง ฤดูกาลที่ควรผลิตตอ้งเป็นฤดูฝน จะทา ใหล้ิ้นแคนคงที่และจะไม่เพ้ียน ไม่ช้ืน และไม่แตกร้าวเมื่อถึงฤดูร้อน และหนาว ขลุ่ย(จี่หลี่) ขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีอีกชนิดหน่ึงในประเภทเครื่องเป่า เดิมใช้ไม้ไผ่ซ่ึงเป็นชนิด เดียวกบัที่ใช้ทา แคนแต่จะใช้ลา ไมท้ ี่มีขนาดใหญ่กว่า โดยเฉลี่ยเส้นผ่าศูนยก์ลางประมาณ 1 นิ้วความยาว ประมาณ 55 เซนติเมตร ปัจจุบันได้มีการน าท่อพลาสติก(ท่อ PVC)ที่มีขนาดพอดีมาใช้ทา ขลุ่ยกันบ้าง เนื่องจากไมไ้ผเ่ริ่มหายากข้ึนแต่คุณสมบตัิใชไ้ดไ้ม่แพล้า ไมไ้ผ่ ขลุ่ยลีซูมี2 ชนิดคือขลุ่ยธรรมดาหรือขลุ่ยตรง ซ่ึงเป็นขลุ่ยที่เป่าจากปลายอีกดา้นหน่ึง(เหมือนขลุ่ย วงดนตรีไทยทวั่ ไป)และชนิดที่สองคือขลุ่ยที่เป่าจากขา้งลา หรือเรียกว่าขลุ่ยขวาง หรือขลุ่ยผิว ภาษาลีซู เรียกวา่“จี่หลี่บะก๊ะ”ขลุ่ยชนิดน้ีจะมีคุณสมบตัิที่ต่างจากชนิดแรกคือเสียงจะอ่อนนุ่มและไพเราะกว่าการ ฝึกฝนต้องใช้เวลานาน เพราะการเป่าใช้ลักษณะผิวปากและต้องใช้ลมปากให้ถูกประกอบกับใช้แรง ค่อนขา้งมากผทู้ี่ไม่มีความชา นาญพอก็จะแยกเสียงท้งัสองชนิดไม่ออก ดา้นเน้ือหาเพลงและท านอง จังหวะ การเตน้ก็จะเหมือนกนั ลักษณะที่ดีของขลุ่ย ขลุ่ยลีซูที่ดีมีคุณภาพน้นัจะตอ้งมีความพอดีในทุกๆจุดคือกระบอกขลุ่ยตอ้งมีความ ยาวและขนาดเส้นผ่าศูนยก์ลางที่พอดีไม่ให้ยาวหรือส้ันเกินไป การเจาะรูกา หนดเสียงจะตอ้งไม่ห่างหรือ ใกลเ้กินไป ช่องกา หนดของเสียงตอ้งอยู่ห่างกนัพอดีกบัรูกา หนดเสียง ด้านที่ติดกบัรูกา หนดเสียงขา้งล่าง จะตอ้งมีรูที่เล็กกว่าช่องเป่าดา้นบนนอกจากมีลา ที่เหมาะสมแลว้เสียงจะตอ้งดีมีความไพเราะ สามารถไล่ เสียงต้งัแต่เสียงสูงลงมาถึงเสียงต่า และขลุ่ยที่ใชใ้นวงเตน้ร าไดน้ ้นัตอ้งมีเสียงที่ดงัพอสมควรคนที่อยูใ่นวง สามารถได้ยินชัดเจนด้วย วิธีกำรผลิต ทา จากไมไ้ผล่า ที่สนิท มีขนาดต้งัแต่30มิลลิเมตรถึง 50มิลลิเมตร มีช่องรูอยู่6 ช่อง พร้อมช่อง ปากกล่องเสียงดนตรี1 ช่อง รวมเป็น 7 ช่อง ทา้ยขลุ่ยไม่มีการปิดช่อง ตอ้งเปิดช่องรูไว้และจะตอ้งอุดช่องไวท้ี่ช่องกล่องเสียงไวพ้อประมาณไม่ ปิดท้งัหมด และจะทบัดว้ยพลาสติกไวโ้ดยหลวมๆเพื่อปรับปรุงแต่งเสียงให้มีความไพเราะเพราะพริ้ง เหมาะ กบับรรยากาศรื่นเริงในงานน้นัๆเป็นตน้


90 มำกู(M – KU) เป็นเครื่องดนตรีอีกประเภทหน่ึง มีลกัษณะและรูปร่างที่แตกต่างจากเครื่องดนตรี ทวั่ ไป คือ มีรูปร่างที่เล็กมากเสียงอ่อนและค่อย ตอ้งฟังใกล้แต่คุณสมบตัิไม่แพก้บัเครื่องดนตรีชนิดอื่น คือ สามารถเล่นไดไ้พเราะและน่าฟังมากและมีประสิทธิภาพในการเล่นเพลงไดม้ากกวา่เครื่องดนตรีชนิดน้ีไม่ เหมาะและเล่นในเทศกาลปีใหม่งานแต่งงาน งานทา บุญ งานเชงเมง้ไหวบ้รรพชน ไม่มีกฎห้ามแต่มนัเสียง เบาเกินไปที่จะทา ใหค้นอื่นๆไดย้นิแต่จะเหมาะสา หรับในยามวา่งหรืออื่นๆที่ไม่ใชใ้นการเตน้ ปัจจุบนัเครื่องดนตรีชนิดน้ีไม่มีโอกาสให้เห็นมากนกัหรือไม่เห็นเลยก็วา่ ได้เพราะลีซูรุ่นใหม่เป่า ไม่ค่อยเป็น และไม่สามารถใชใ้นวงเตน้ ได้ทา ใหไ้ม่มีความนิยม แต่ยงัมีผทู้ี่เล่นและเป่าไดอ้ยู่เครื่องดนตรีมา กูจะมีอยู่2 ชนิดคือ มำกูชนิดที่ท ำด้วยทองเหลือง ชนิดน้ีใช้วสัดุทองเหลืองท้งัหมด มีความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตรความ กวา้ง 1เซนติเมตรและยาวประมาณ 2.50 นิ้ว ตรงปลายลิ้นจะมีลกัษณะแบบอ่อนและพบังอใชเ้ป็นที่บิดเล่น เสียงวธิีใชค้ือคาบไวใ้นปากแลว้เป่าโดยใชน้ ิ้วโป้งคอยบิดปลายลิ้นของมากูใหเ้ป็นจงัหวะเพลง มำกูชนิดที่ท ำมำจำกไผ่จะมีรูปร่างที่ใหญ่และยาวกวา่มากูทองเหลืองแต่เสียงไม่แตกต่างกนัมากนกัมากู ชนิดน้ีจะมีที่จบัดว้ย โดยใชม้ือหน่ึงจบัมากูมาใกลป้ากและเป่าอีกมือหน่ึงใช้คอบปิดปลายให้เกิดเสียงเป็น จงัหวะ ต่างจากชนิดมากูทองเหลืองตรงที่คาบไวใ้นปาก มากูชนิดน้ีมีความยาวประมาณ 6.50 นิ้วกวา้ง 1 เซนติเมตรและหนาประมาณ 4 มิลลิเมตร 8.3.2 ประเภทดีด(สำย) ได้แก่ ซึง(ชือบือ) เป็ นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายหรือดีดชนิดเดียวที่มีลกัษณะลา ตวัเป็นไมส้่วนใหญ่ นิยมไมเ้น้ืออ่อนและแมลงทา ลายยากเช่นไมส้ ัก ไมจ้า ปา ไมข้นุน ไมม้ะแฟง ไมร้ักไมก้่อเป็นตน้ซึงลีซู แบ่งเป็น 3 ชนิดคือ1.ซึงขนาดเล็ก 2. ซึงขนาดกลาง 3.ซึงขนาดใหญ่หนา้ลา โพงของซึงขึงดว้ยหนงัตะกวด หรือแลน หนงังู(ด้งัเดิม) หนงัสัตวท์ ้งัสองชนิดสามารถใชแ้ทนกนัได้หนงัสัตวต์ ่างๆจะตอ้งมีอายปุระมาณ 3 – 5 ปีจึงจะเหมาะเพราะเหนียวและดีมีสายทองเหลืองหรือสายกีตาร์ทวั่ๆไปซ่ึงเป็นสาย เบอร์E1 จ านวน 3 สายไว้ดีด เครื่องดนตรีประเภทดีดน้ีจะตอ้งทา ในฤดูฝนคือเตรียมวสัดุอุปกรณ์ประเภทไมต้่างๆไว้ในฤดูร้อนหรือหนาว เมื่อทา ให้แห้งสนิทแลว้ควรเอาหนงัสัตวต์ ่างๆ ความตอ้งการน้นันา มาครอบตีให้แน่นสนิทในฤดูฝนเพื่อตึง ให้แขง็เมื่อถึงฤดูหนาวและร้อน จะทา ให้เครื่องดนตรีแข็งตึงและมีเสียงไพเราะเสนาะหูกงัวานไปไกล ทุม้ เสียงงาม ประเภทเพลงที่ใช้ส่วนใหญ่จะสอดคลอ้งกบัวิถีชีวิต เช่น เพลงตา น้า พริก–ยา พริกดว้ยกนั“พริก หอมซูผกัชียา ทานกนัพริก หอมซูผกัชียา ดื่มกนัที่ลา ห้วยหญิงอาข่าก็ยา กินกนัที่ลา ห้วยหญิงอาข่ายา ดื่ม


91 กนัเครื่องดนตรีซ่ึงมีสายหลกั3 เส้น หรือ3 สายเป็นส่วนประกอบ และดีดดว้ยเขาควาย2 พี่นอ้งเอ๋ยจงลงมา กินกนัเถอะ สามพี่น้องเอ๋ยจงมาดื่มยา กินกนั” หมายถึงการมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม ชนเผ่าลีซูที่เช้ือเชิญ ชวนสาวๆที่กา ลงัทา งานและเป็นช่วงเวลาอาหารกลางวนันนั่เอง รูป ผู้รู้ ดีดฌือบือ ช่วงเทศกาลปีใหม่ ลักษณะที่ดีของซึง ลกัษณะของซึงที่ดีที่เหมาะกบัการใช้งานจริงๆน้ันตอ้งมีความสมบูรณ์ทุกส่วนคือ ขนาดของลา โพงจะตอ้งใหญ่พอดีกบัความยาวของช่วงคอซึงความหนาของผนงัลา โพงจะตอ้งไม่หนาหรือ บางเกินไป ส าหรับไมท้ ี่จะนา มาทา ซึงตอ้งเป็นไมเ้น้ือแห้ง ส าหรับหนงัที่จะขึงลา โพงน้นัจะตอ้งเป็นหนงั จ าพวกตะกวด และงู น ามาขึงตากให้แหง้เรียบร้อยแลว้มีขนาดความกวา้งพอดีกบัตวัลา โพงก่อนนา หนงัมา ขึงลา โพงน้นัตอ้งนา ไปแช่น้า ให้อ่อนเสียก่อน แลว้จึงนา มาขึงติดดว้ยตะปูเล็กๆหลงัจากนา มาขึงแลว้ห้ามมิ ใหล้า โพงถูกน้า เด็ดขาด เพราะจะทา ใหห้นงัเสียและเสียงจะเพ้ียนได้ ในส่วนของสายซึงน้นัจะตอ้งขึงใหต้ึงและหยอ่นไม่เท่ากนั ในขณะใชง้านแลว้แต่บทเพลงที่จะเล่น ปิ ค(บึจิ) เป็นอุปกรณ์ในการดีดซึง ซ่ึงจะมีรูปร่างไม่เหมือนกบั ปิคสากลทวั่ๆไป ปิคลีซูจะมีลกัษณะเป็นทรง กรวยขา้งในจะกลวงให้นิ้วช้ีสามารถสอดใส่เขา้ไปเพื่อใช้ดีดสายซึงได้ปิคลีซูทา มาจากเขาสัตวท์ ี่มีความ แข็งแรง ยิ่งแข็งยิ่งดีอาทิเช่น เขาควาย ววัเป็นตน้การทา ปิคจะตอ้งเหลาให้ปลายแหลม เพื่อจะทา ให้เสียงที่ ดีดชัดเจนมีความไพเราะ โดยเฉลี่ยปิ คที่เหมาะสมจะยาวประมาณ 1-2 นิ้ว


92 8.4 กระบวนกำรเรียนรู้(ข้อห้ำม พธิีกรรม/โอกำส) กระบวนการเรียนรู้องค์ความรู้ด้านดนตรีชนเผ่าลีซูน้ัน ต้งัแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบนัจะไม่มีเป็น ตวัอกัษรที่เขียนข้ึนมาเพื่อเป็นหลกัสูตรในการสืบทอดถ่ายทอด แต่จะนิยมสืบทอดถ่ายทอดโดยการสังเกตุ จดจา ฝึกฝน และปฏิบตัิตามผรูู้้ที่เล่นไดอ้ยแู่ลว้เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่สืบทอดกนัตลอด ความแตกต่างในการเรียนรู้เครื่องดนตรีในสมยัก่อนและปัจจุบนัน้ัน เป็นไปตามความเจริญของ บา้นเมืองดว้ยเช่นสมยัก่อนชนเผา่ลีซูมีความเป็นอยูแ่บบเรียบง่ายอาศยัอยูบ่นพ้ืนที่สูง มีวฒันธรรมที่งดงาม แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แน่นอนว่าการเรียนรู้ที่ได้ปลูกฝังกันมารุ่นต่อรุ่นย่อมมีความส าคญัผูช้ายลีซู สมยัก่อนมีความต้งัใจและใหค้วามสา คญัต่อการเรียนรู้เป็นอยา่งมากเพราะนนั่คือศกัด์ิศรีความสามารถและ ที่ส าคญัยิ่งเป็นการสื่อสารถึงเพศตรงขา้มให้เกิดความสนใจถา้ผูช้ายคนใหนเล่นเครื่องดนตรีไดก้ ็จะเป็นที่ สนใจของเพศตรงขา้ม แต่ปัจจุบนัดงัที่กล่าวไวว้า่เป็นไปตามความเจริญของบ้านเมืองท าให้วัฒนธรรมและ ความเป็นอยูเ่กิดการเปลี่ยนแปลงไปมากแมก้ระทงั่ความสนใจในเรื่องเครื่องดนตรีก็นอ้ยลงอยา่งเห็นไดช้ดั ผูช้ายเล่นเครื่องดนตรีไม่เป็น ไม่รู้จกัเครื่องดนตรีหรือบางชนิดถึงข้นั ใกล้จะสูญหายเช่นมากูคนรุ่นใหม่ เคลื่อนยา้ยไปสู่ในเมืองมาก นี่เป็นปัญหาที่ทุกวนัน้ีจา เป็นตอ้งฟ้ืนฟู โอกาสและสถานที่ในการเรียนรู้เครื่องดนตรีการเรียนรู้โดยทวั่ ไปส่วนใหญ่จะเป็นในโอกาสที่มี เทศกาลเช่นปีใหม่งานบุญ เป็นตน้ สมยัก่อนนิยมเรียนรู้กนั ในบา้นของผูรู้้เครื่องดนตรีหลงัจากกลบัจากไร่ ตอนเย็นหลังทานอาหารแล้วการเรียนรู้ถา้มีความต้งัใจก็สามารถฝึกฝนไดเ้ร็วแต่จะให้มีความชา นาญและ เล่นในวงเตน้ ไดต้อ้งใชเ้วลาเป็นปีเช่นกนั ในดา้นของพิธีกรรมที่เกี่ยวขอ้งกบัการเรียนรู้น้นั โดยปกติแลว้จะ ไม่มีแต่เป็นลกัษณะการใหเ้งินแก่ผทู้ี่เป็นครู(สมยัก่อนเป็นเงินแถบ)เป็นพิธีเท่าน้นัแต่ปัจจุบนัก็ไม่นิยมทา กนั แลว้จะมีแต่เพียงการดา หวัครูปีละคร้ังส่วนใหญ่จะทา กนั ในช่วงเทศกาลปีใหม่ซ่ึงตรงกบัวนัตรุษจีนของทุก ปี ส าหรับขอ้ห้ามหรือความเชื่อเกี่ยวกบัเกี่ยวกบัการเรียนรู้หรือการเล่นเครื่องดนตรีเครื่องดนตรีบาง ชนิดก็มีความเชื่อเขา้มาเกี่ยวดว้ยเช่น ชาวลีซูจะไม่นิยมฝึกหรือเล่นในวาระดงัน้ี ตอนเช้าก่อนทานขา้ว เชื่อว่าถ้าใครเล่นเวลาน้ันก็จะถูกสาปแช่งจากเทพ เทวดา จะทา ให้มีความยากจน ลา บากในอนาคต พรสวรรค์จะไม่มีจะกลายเป็นคนขอทาน แต่เวน้ ในช่วงที่มีเทศกาลตามประเพณีเช่นปี ใหม่เป็นตน้ เมื่อยามมีเพื่อนบ้านล้มป่วยหรือไม่สบายเพราะถือวา่เป็นการเหยยีบหยามหรือเป็นการซ้า เติมคนป่วย ทา ลาย มิตรไมตรีต่อกนั


93 หา้มเล่นหรือเป่าในป่าช่วงกลางคืนที่อยูโ่ดยลา พงัเพราะชนเผา่ถือวา่จะมีภยัอนัตรายจากภูตผีปีศาจจะมาเล่น ด้วย โดยเฉพาะผีกองกอยหรือภาษาลีซูเรียกวา “หนี่ก่าก่า” 8.5 กำรใช้ประโยชน์/โอกำสที่ใช้ เครื่องดนตรีทุกชนิดมีการใชป้ระโยชน์ที่คลา้ยๆกนัซ่ึงส่วนใหญ่จะใช้ในเทศกาลที่เป็นมงคลเกือบ ท้งัสิ้นเช่น 1. เทศกำลปี ใหม่ ก็จะมีการเฉลิมฉลองมีการเล่นเพื่อส่งทา้ยปีเก่าตอ้นรับปีใหม่โดยการใชเ้ครื่องดนตรีชนิด ต่างๆวนไปตามบา้นทุกบา้นเพื่อให้รู้วา่ ปีเก่ากา ลงัผา่นไปและปีใหม่กา ลงัเขา้มา ซ่ึงในวนัเทศกาลปีใหม่ทุก บา้นจะหยดุการทา งานไม่ไปไร่ไปนาจะเฉลิมฉลองกนั ในหมู่บา้นโดยการใชเ้ครื่องดนตรี 2. กำรแต่งงำน จะใช้เครื่องดนตรีชนิดต่างๆในการเตน้เพื่อแสดงความยินดีและขอให้มีความสุขอยู่กนั นานๆ ซึ่งการเตน้จะเนน้จงัหวะที่สนุกสนานและเร้าใจ เครื่องดนตรีที่เล่น ซึงแคน 3. งำนบุญ สร้างศาลา บวงสรวงเทพเจา้ ใชเ้ครื่องดนตรีเป็นสื่อเพื่อให้รับรู้วา่ทา บุญดว้ยความบริสุทธ์ิและมี ความสุขที่ไดท้า บุญ จงัหวะท่าเตน้มีท้งัเร็วและชา้ก็ได้เครื่องดนตรีที่เล่น ซึง มากูแคน 4. วันไหว้ฮวงจุ้ยบรรพชนของตระกูล ก็จะใช้เครื่องดนตรีเป็นสื่อเพื่อให้บรรพชนรับรู้วา่ ไดส้ร้างที่อยู่ให้ ใหม่แลว้จงัหวะที่เตน้ก็จะไม่รุนแรงเครื่องดนตรีที่เหมาะสมไดแ้ก่ซึง ซ่ึงเป็นเครื่องดนตรีที่มีเน้ือหาอาลยั อาวรอยดู่ว้ยเป็นตน้ แต่ขณะเดียวกนัสามารถใชใ้นการดา เนินชีวิตประจา วนัและโอกาสอื่นๆไดด้ว้ย ยกตวัอยา่งเช่นการ เล่นซึงสามารถขบักล่อมความรักความเศร้าโศกเสียใจการทา งานหนกัได้โดยเฉพาะในยามที่ทา งานลงแขก น้นัเครื่องดนตรีซึงให้ความเพลิดเพลินสุขส าราญ พร้อมกบัร้องเพลงลงแขกได้ในสมยัก่อนชนเผา่ลีซูดีดซึง ในการไปทา งานไร่ฝิ่นตามเทือกเขาสูง ที่ๆมีอากาศบริสุทธ์ิมีเสียงนกร้องฟังเสนาะหูนกปู่โตง้ร้องรับ หรือ ในช่วงเช้ือเชิญดื่มสุราขา้วโพดอนัหอมหวนให้กบัหนุ่มสาวต่างหมู่บา้นและในหมู่บา้น เครื่องดนตรีมากู สมยัก่อนนิยมเล่นเพื่อกล่อมให้เด็กทารกหยุดร้องไห้และให้นอนหลบั โดยจะมีเน้ือร้องเพลงที่ดีดจากบท เพลงซึงไดทุ้กเพลง เช่น บทเพลงยา ตา พริก บทเพลงคิดถึงหรืออาลยัอาวรณ์บทเพลงนกฟ้ายา่งกรายเป็นตน้ ถา้ร้องกบัดีดซึงพร้อมกนัทา ใหเ้ด็กไดห้ลบั โอกาสที่ใชไ้ดค้ือยามค่า คืนที่เงียบสงดั โดยจะเล่นในเวลาตา ขา้ว และพกัผอ่นในยามวา่งของหนุ่มสาวในเวลาเที่ยงวนัหรือหลงัอาหาร หรือหนุ่มสาวจะเล่นดีดในเวลาเดินทาง ไปทา งานในไร่สวน สมยัก่อนจะเล่นดีดเพลงกนั ในช่วงปลูกฝิ่น ตามภูเขาสูงอากาศเยน็จะทา ให้เดินข้ึนเขา ไม่เหนื่อยและเดินทางเร็วเครื่องดนตรีมากูในอดีตยงัเป็นของหม้นัของสัญญากนัของหนุ่มสาวดว้ย เพราะ


94 เป็นเครื่องดนตรีที่น่ารัก เก๋สวยและเล็ก สามารถพกพาไปง่าย สะดวกยามคิดถึงก็จะเอาออกมาเป่าดีดได้ ทันที


95 บทที่ 9 ศำสนำและโลกทัศน์ 9.1 เรื่องกำรกำ เนิดเผ่ำพนัธ์ุมนุษย์ต่ำงๆ ในโลก(นิยำยปร ำปรำ) ในอดีตยงัมีชายหญิงคู่หน่ึงเป็นพี่น้องกนั ฝ่ายชายเป็นพี่ฝ่ายหญิงเป็นน้อง ท้งัคู่อาศยัอยู่ในผล น้า เตา้เมื่อเติบโตข้ึนเป็นหนุ่มสาว ในกาลคร้ังน้นั ปรากฏวา่ ฝนไม่ตกตามฤดูกาลทา ให้พืชพนัธุ์ธญัญาหาร เหี่ยวแหง้ตายหมด ท้งัสองจึงมีความเป็นอยอู่ยา่งแร้นแคน้อดอยาก ท้งัสองไม่ทราบจะท าประการใดในการ แก้ปัญหาดงักล่าวน้ีชายผูเ้ป็นพี่ได้หาวิธีโดยสวดอ้อนวอนต่อเทพเจา้ “วูซา”ซ่ึงเป็นเทพเจา้อยู่บนฟ้าให้ ช่วยเหลือเขาท้งัสอง การสวดออ้นวอนเทพเจา้ได้ผล คือเทพเจา้ได้ประทานฝนลงมาบนพ้ืนโลก ทา ให้ พ้ืนดินชุ่มช้ืน พืชผกัหญา้ข้ึนมาอย่างเขียวขจีทา ให้โลกมีความอุดมสมบูรณ์อีกคร้ังหน่ึง เมื่อท้งัสองมี ความอยดู่ ีกินดีก็เกิดความคิดวา่จะไม่มีลูกหลานสืบทอดดา รงเผา่พนัธุ์มนุษยต์ ่อไป จึงไดป้รึกษากนัวา่จะ ทา อย่างไรดีท้งัสองรู้ดีวา่เมื่อเป็นญาติพี่น้องกนัก็แต่งงานกนั ไม่ได้เมื่อแต่งงานกนั ไม่ได้จะแต่งกบคนั อื่นก็ไม่มีเป็นอยา่งน้ีเขาจะทา อยา่งไร นอ้งผูเ้ป็นหญิงเห็นกอ้นหินใหญ่2กอ้นอยูบ่นยอดภูเขา หิน 2กอ้น มีลกัษณะคลา้ยกอ้นเดียวแต่ถูกแบ่งคร่ึงตรงกลางจึงไดส้วดมนต์ออ้นวอนอธิษฐานต่อเทพเจา้ว่า หากหิน กอ้นใหญ่ท้งั2 กลิ้งตกลงไปคนละดา้นของภูเขาแลว้กลิ้งไปพบกนัได้เขาท้งัสองจะแต่งงานกนัหญิงผเู้ป็น นอ้งไดบ้อกเล่าให้ชายผูเ้ป็นพี่ฟังแลว้พากนั ไปดูที่ตีนเขาวา่หินท้งั2กอ้นจะตกลงมาพบกนัหรือไม่แลว้ก็ ไดป้รากฏตามที่เขาอธิษฐานไว้คือ หินท้งั2กอ้นตกลงมาพบกนัท้งัสองจึงแต่งงานกนั โดยคิดวา่เทพเจา้ ได้อนุญาตให้เขาอยูร่ ่วมกนัฉนัท์สามีภรรยา เวลาผ่านไปไม่นานนกันอ้งผูเ้ป็นภรรยาก็ต้งัครรภ์เมื่อครบ กา หนดเวลาก็คลอด แต่แทนที่จะคลอดออกมาเป็นเด็กตวัเล็กๆ กลบักลายเป็นลูกน้า เตา้ชายผูเ้ป็นสามีจึง ไดก้ราบเทา้ถามเทพเจา้ว่า เหตุใดจึงมีลูกเป็นน้า เตา้เป็นเหตุการณ์ที่แปลกมากเทพเจา้ไดต้อบว่า ไม่ตอ้ง สงสัย กลบั ไปเปิดดูในผลน้า เตา้ก็จะพบคนจา นวน 201คน มี101 ภาษา ชายไดก้ลบั ไปบอกภรรยาด้วย ความดีใจ และท้งัสองไดเ้ปิดน้า เตา้ดว้ยความระมดัระวงัและพบวา่ ในผลน้า เตา้น้นัมีผูช้ายจา นวน 101คน ผูห้ญิงจา นวน 100คน ชายและหญิงจา นวนท้งัหมดน้ีเป็นตน้กา เนิดชาติพนัธุ์มนุษยข์องโลก มีอยู่101 ภาษา หรือ101 เช้ือชาติซ่ึงชายหญิงคู่หน่ึงในจา นวนน้ีคือตน้กา เนิดเช้ือชาติของเผา่ลีซูในจา นวนชาย 101 คนน้นัมีอยหู่น่ึงคนไม่มีคู่ครอง เพราะหญิงมีเพียง 100คนเทพเจา้บนฟ้าไดแ้นะนา ใหช้ายคนน้ีไปหาคู่ครอง ในป่า แลว้หาลิงมาเป็นภรรยา ซ่ึงเขาก็ทา ตามคา แนะนา ของเทพเจา้หลงัจากน้นัลิงก็ไดก้ลายเป็นคน และ ไดม้ีบุตรหลานสืบทอดต่อๆ กนัมาจนถึงปัจจุบนันิยายปรัมปราจากคา บอกเล่าของลีซูยงัมีเรื่องเช่นน้ีอีก ซ่ึงมีเน้ือเรื่องไม่เหมือนกนัแต่ก็มกัจบลงคลา้ยๆ กนั ประวัติศาสตร์ลีซูมีไม่มากนกัเพราะลีซูไม่มีภาษาเขียนจึงไม่มีการจดบนัทึง มีแต่การบอกเล่าต่อๆ มาเป็นรุ่น


96 9.2 ขนบธรรมเนียมและควำมเชื่อถือ ชาวลีซูน้ันนับถือผีซ่ึงเชื่อว่าผีน้ันมีท้ังให้ดีและให้ร้าย ท้ังมีประจา อยู่ในที่ต่างๆในบ้านเรือน หมู่บา้น ตามไร่ห้วย หนองลา ธาร ดอย บา้งก็เที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร่อนอยู่ฉะน้นัดว้ยความเกรงกลวัวิญญาณ ภูตผปีีศาจน้ีพวกเขาจึงตอ้งมีการสร้างศาลไวส้ าหรับเคารพบูชา เซ่นไหวก้นัอยูเ่สมอ ท้งัน้ีเพื่อมิให้ผรี้ายมา ทา อนัตรายตนและขณะเดียวกนัก็ตอ้งการให้ผดีีมาปกปักรักษาคุม้ครองให้ตนอยรู่ ่มเย็นเป็ นสุข ให้พืชที่ปลูก บริบูรณ์พิธีกรรมต่างๆเกี่ยวกบัพิธีกรรมไหวผ้ีไหวว้ญิญาณซ่ึงตอ้งปฏิบตัิเป็นประจา อยา่งเคร่งครัด การนับถือผีหรือบรรพบุรุษ ชาวลีซูนบัถือผีมีการไหวเ้จา้ไหวบ้รรพบุรุษของตน และมีพิธีขบัไล่ผีสิงดว้ย พวกเขาเชื่อวา่ โลกน้ี เต็มไปด้วยผีดีและผีร้าย ผีดีน้ันจะคอยปกปักรักษาพวกเขาให้อยู่อย่างร่มเยน็เป็นสุขถา้ไม่มีการเซ่นไหว้ เสมอผีดีอาจา ร้ายเอาไดเ้หมือนกนัส่วนผีร้ายน้นัเป็นผีหิวโหย ท่องเที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร่อนคอยแต่จะทา ร้ายท่า เดียว ไม่อาจเข้ามารบกวนถึงหมู่บ้านได้เพราะมีผีดีซ่ึงเป็นผีประจ าบ้านเรือนและประจ าหมู่บ้าน บา้นคอยคุม้ครองป้องกนัภยัให้อยู่ถึงแมก้ระน้นัก็ตาม ผีร้ายอาจสิงสู่ผูค้นในเวลาออกนอกหมู่บา้นไปในป่า หรือตามห้วยลา ธารไดเ้หมือนกนัเช่น ผนี้า ซ่ึงเขาเรียกวา่อิยาเห ผปี่า เรียกวา่เน่ด่ามา หรือผีไร่ที่เรียกวา่อา มิเน่เป็นตน้ชาวลีซูเชื่อว่าผีที่ดีมีน้อย ไม่คอยทา อะไรคน แต่ผีที่ชวั่ร้ายมีมากและโกรธเคืองง่ายด้วย เป็น ตน้เหตุของความเจ็บป่วยเป็นตน้เหตุแห่งความลม้เหลวในการปลูกพืชและความวบิตัิทุกชนิด เขาเชื่อวา่การ เซ่นสรวงบูชาดว้ยเน้ือสัตวแ์ละเครื่องสักการะจะทา ใหผ้ สีงบลงได้ ถา้ผูใ้ดถูกผีน้า ทา ร้ายจะตอ้งมีการทา สะพานกบัลา ธารที่ตนผ่านมาก่อนการเจ็บป่วย เพราะเชื่อวา่ผี น้า แห่งน้นัทา ร้ายจะตอ้งเซ่นดว้ยไก่และสุรา ณ สถานที่แห่งน้นั โดยหมอผีทา การปัดเป่าขบัไล่ผใีหอ้อกจาก ร่างกายของผูเ้จ็บป่วยผีป่าก็ทา นองเดียวกนัตอ้งมีการเซ่นดว้ยไก่และสุราแต่ไม่ตอ้งทา สะพานอยา่งการเซ่น ผนี้า ผทีี่ชาวลีซูเกรงกลวัมากคือผีหลวงหรืออี๊ด่วมอ ซ่ึงเชื่อกนัวา่ ประจา อยบู่นยอดเขาสูงห่างไกลจากก หมู่บา้น ณ ที่น้นัเขาไดส้ร้างศาลเจา้เอาไวพ้ร้อมกบั ปักธงหางวา่วเล็กๆมีร้ัวลอ้มรอบเป็นบริเวณที่ไม่มีผูใ้ด กลา้เขา้ใกล้เพราะเขาเชื่อวา่ผีหลวงโกรธเคืองง่ายเวลาผีหลวงโกรธจะโยนกอ้นหินใหญ่ลงมาหรือลากท่อน ไม้ใหญ่ซ่ึงได้ยินแต่เสียงไม่เห็นตัว บางคร้ังบันดาลให้เกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลมพายุบ้านเรือนและต้นไม้ ระเนระนาด ผีรองลงมาคือผีเมือง บางทีเรียกวา่อาปาโหม่ฮีผีน้ีมีศาลประทบัอยู่บนเนินเขานอกหมู่บา้นทา ร้ัว ล้อมรอบบริเวณน้นัผีเมืองก็คือผีหมู่บา้น ถา้เปรียบเทียบกบัชาวเขาเผ่าอื่นผีเมืองก็คือผีหมู่บา้นนนั่เองผีน้ี จดัเป็นผีดีคอยปกปักรักษาคุง้ครองป้องกนัภยัอนัตรายให้แก่ชาวลีซูการเล้ียงผีหมู่บา้นหรือผีเมืองน้ันมี


97 ประจา ปีพร้อมกบัผีหลวง ในเทศกาลวนัข้ึนปีใหม่ทุกปีหรือเวลามีเหตุกาลผิดปกติเช่น ผูค้นภายในหมู่บา้น เจบ็ ป่วยกนัมาก หรือมีโรคระบาดเกิดข้ึน ชาวบา้นทุกหลงัคาเรือนที่เป็นชายจะมาที่ศาลเจา้ประจา หมู่บา้นเพื่อฆ่าหมูใหญ่1 ตัว สุรา 1ขวด ฆ่า หมูเสร็จแลว้นา มาตม้เป็นเครื่องเซ่น ปักไมเ้ป็นแท่นบูชา มีธงทิวหางว่าว ให้หมอผีประกอบอัญเชิญ สวด มนต์วิงวอนให้พน้ โรคภยัไขเ้จ็บ เอากระดาษเงินกระดาษทองหรือกระดาษสีปิดที่แท่นบูชา รอจนเห็นวา่ผี สังเวยเครื่องเสร็จแลว้นา เอาอาหารเครื่องเซ่นมาเล้ียงกนัณ ทีนนั่ ไม่นา กลบัคืนมารับประทานที่บา้นเป็นอนั ขาด บางแห่งมีการเล้ียงผีเมืองหรือเป็นหมู่บา้นในเดือนกนัยายน เช่น หมู่บา้นสันกา แพงอา เภอแม่จนั จงัหวดัเชียงราย ฆ่าหมู1 ตวั ไก่2 ตวัหา้มผหู้ญิงมาร่วมพิธีดว้ย ผหีลวงถือเป็นผีที่ร้ายมากผถูู้กผหีลวงทา ร้ายตอ้งหกัคอไก่นอกจากเซ่นผหีลวงตามปกติธรรมดาจึง อนุญาตใหเ้ชือดคอไก่ได้ผถูู้กผหีลวงทา ร้ายมีนอ้ยคนที่จะรอดชีวติพวกลีซูจึงกลวักนัมาก 9.2.1 พิธีกรรมเลีย้งผีหรืออำปำโหม่ฮีเป็นพิธีกรรมของชำวเขำเผ่ำลีซูซ่ึงนบัถือสืบต่อกนัมา เขา จะประกอบพิธีเล้ียงผีประจา หมู่บา้นในวนัข้ึน 15ค่า กรณีที่มีคนป่วยก็จะมีการเล้ียงผีอีกเช่นกนัพิธีกรรมทา ก่อนเที่ยง มีหมอผี1 คน แต่งกายดว้ยผา้สีขาว สีดา เขียว มีผา้โพกศรีษะสีขาว เป็นผูป้ระกอบพิธีชาวเขาท้งั หมู่บา้นรวมท้งัเด็กๆ จะพากนั ไปยงัศาลซ่ึงสร้างข้ึนภายในวนัน้นัศาลมุงดว้ยเครื่องสังเวยจุดธูปเทียนทา พิธี และชาวลีซูคนอื่นๆก็ทา ตาม และตอนใกลจ้ะเสร็จพิธีจะให้ชาวเขาลีซูถามขอ้ สงสัยต่างๆจากหมอผีได้ใช้ เวลาประกอบพิธีประมาณ 2 ชวั่ โมง เครื่องเซ่น มีดอกไม้ธูปเทียน ผา้สีต่างๆ หมู1 ตวั ไก่5 ตัว (ใช้วิธีต้ม เป็ นตัว) เหล้า 2 ขวด ถว้ยแกว้ 2 ใบ รูป การทา บุญอาปาโหม่ฮี


98 9.2.2 กำรทำ พิธีเรียกขวัญ เรียกว่ำ โซฮำคู โดยเจา้ของบา้นจะซ้ือสุกร1 ตัว (ประมาณ 10กก.) ข้าว สุก 2ถัง และเครื่องปรุงอาหาร ชุป สุรา ประมาณ 5-10ขวด แอบหมากเงิน (ที่ใส่หมาก พลูทา ดว้ยเงินขนาด เล็ก มีฝาปิด) เอาถว้ยใส่น้า สะอาดวางลงบนโตก มีตน้ ไมป้ ักไวล้อ้มรอบโตกและมุม วงรอบดว้ยดา้ยดิบ และ เชิญหมอผีมาท าพิธีที่บ้านคนแกคนแรกทีได้รับเชิญจะตอ้งนา เงิน (เหรียญเงิน) ใส่ลงไปในถว้ยที่ใส่น้า แลว้ เจา้ของบา้นจะเก็บเงินเหล่าน้ีข้ึนจากถว้ยเอามาใส่ได้ใชเ้ชือกผกูนา มาแขวนไวค้อคนที่ขวญัเสีย หลงัจากน้นั เขาจะฆ่าสุกร ชา แหละเน้ือนา มาประกอบอาหารเขานา เอาหวัขา หางและเครื่องในมาตม้ให้สุกและนา ใส่ ภาชนะวางลงไปในโตก หลงัจากน้นัหมอผจีะกล่าวเชิญขวญัและเชิญผบีา้นผเีรือนให้มากินเครื่องเซ่นสังเวย แลว้หมอผกี็เอาดา้ยดิบซ่ึงเรียกวา่ซื่อยา่ฉวั่มาผกูคอและขอ้มือของคนที่เสียขวญัพร้อมท้งักล่าวปลอบขวญั และให้พรเพื่อเป็นมิ่งขวญัต่อไป เสร็จแลว้เจา้ของบา้นและเชิญแขกที่มาร่วมงานดื่มสุราและรับประทาน อย่างสนุกสนาน คนแก่ที่มาร่วมงานน้ีมีท้งัหญิงและชายและเป็นผูท้ ี่ชาวเขายกย่องนบัถือ และเขาจะตอ้ง มาร่วมในการทา พิธีทุกคร้ัง 9.2.3 พิธีไล่ผีร้ำยมิให้ท ำอันตรำยแก่ผู้มีชีวิต ลีซูเป็นเผ่าที่เชื่อถือเรื่องผีอย่างเคร่งครัด ความ เจ็บป่วยที่เกิดข้ึนหรือในหมู่บา้นผูใ้ดถูกของมีคม ถูกปืนยิงก็ถือว่าผีเป็นผูด้ลใจให้เป็นไปเช่นน้นั ปลูกขา้ว ปลูกฝิ่นไม่ไดผ้ลดีที่เชื่อวา่ผกีระทา ความเชื่อของเขามีอยวู่า่ผีมีอิทธิพลเหนือการกระทา ใดๆของชาวลีซูการ ที่จะแกไ้ขไดม้ีวธิีเดียวคือ บูชาเซ่นไหว้ การไล่ผีร้ายมีให้ทา อนัตรายแก่ผูย้งัมีชีวติเป็นพิธีกรรมอยา่งหน่ึงของชาวลีซูที่หมู่บา้นลีซูบา้นลุ่ม อา เภอแม่แตงจงัหวดัเชียงใหม่การทา พิธีไล่ผรี้ายสืบสาเหตุมาจากวา่สมาชิกในหมู่บา้นแห่งหน่ึงเดินทางไป ไร่ผูเ้ดินตามหลงัถือปืนอยู่ปืนเกิดลนั่เองถูกผูเ้ดินขา้งหนา้ถึงแก่ความตายหลงัจากการทา ศพเรียบร้อยแลว้ ญาติผูต้ายมีความคิดวา่การตายลกัษณะเช่นน้ีผีร้ายเป็นผูบ้งการให้เป็นไปเช่นน้นัและอาจจะเกิดเหตุร้ายอนั ไม่คาดฝันแก่ญาติของเขาอีก จึงตอ้งมีพิธีไล่ผรี้าย ในการทา พิธีน้ีญาติผูต้ายจะตอ้งบอกกล่าวให้ญาติของตนซ่ึงอยู่ณ หมู่บา้นอื่นๆให้มาร่วมพิธีก่อน ถึงกา หนดพิธี1วนัสมาชิกในหมู่บา้นไดช้่วยกนัสร้างซุม้ ในป่าใกลล้า หว้ยสา หรับเป็นสถานที่ทา พิธีซุม้เป็น รูปยาวกว้างประมาณ 2 เมตร ยาวประมาณ 5-6 เมตร มีซุ้มของฝ่ ายหญิงมี 7กอง ในวนัพิธีสมาชิกในหมู่บา้น หยุดงาน 1 วัน ทุกคนไปยังสถานที่ดงักล่าวเริ่มพิธีดว้ยผอู้าวโุสในหมู่บา้น 4คน สวดอ้อนวอนบูชาผี หมอผี ทา หน้าที่เขา้ทรง เชิญวิญญาณผีเขา้มาสิงในร่างตน จากน้นัญาติผูต้ายทุกคนตอ้งเดินขา้มกองไฟที่กา ลงัลุก ภายในซุ้มน้นัท้งัหญิงและชายเดินขา้มกองไฟฝ่ายตนคนละ 3 รอบ ส าหรับเด็กจะมีผูใ้หญ่คอยคุมหรือจูง


99 ขา้มกองไฟน้นัสมาชิกที่ไปร่วมพิธีจะเป็นผูย้กไมซ้ีกซ่ึงช้นัอยรู่ะหวา่งกองไฟปัดเป่าที่ร่างของญาติผูต้ายทุก คนแลว้ตอ้งรีบวงิ่กลบัไปยงับา้นของตน ผกี็จะไม่กลา้ทา อนัตรายแก่ญาติของผตู้ายที่ยงัมีชีวติอยอู่ ีกต่อไป ในพิธีพิธีกรรมเซ่นสรวงบูชา ใชลู้กไก่8 ตัว และสุนัข 1 ตวัสุนขัน้นัฆ่าให้ผรี้ายรับประทานแลว้ทิ้ง ไวใ้นป่า เสร็จพิธีแล้วทุกคนจะกลบัมายงัหมู่บา้น เจา้ภาพจะนา สุราอาหารมาเล้ียงดูกนัสนทนากนัอย่าง สนุกสนานเฮฮา 9.2.4 ผีประจ ำหมู่บ้ำน(อำปำโหม่ฮี) ลกัษณะของหมู่บ้านลีซูที่ขาดไม่ได้อย่างหน่ึงคือ ทุกๆ หมู่บา้นจะตอ้งมีศาลผีที่ประจา หมู่บา้น ผีประจา หมู่บา้นเป็นผีที่ลีซูนับถืออย่างเคร่งครัด คลา้ยเป็นเทพเจา้ Godของลีซูถา้ไม่มีผีศาลดงักล่าวถือวา่เป็นหมู่บา้นลีซูที่ไม่สมบูรณ์แบบ เขามีความเชื่อวา่ผีน้ีจะเป็นผูท้ี่ปก ปักรักษาคุม้ครองชีวิตทุกชีวิตในหมู่บา้น เป็นผูดลบันดาลให้สังคมลีซูมีความสุขให้เขาพ้นจากโรคภัยไข้ ้ เจ็บ คุม้ครองสัตวเ์ล้ียงตลอดจนพืชผลในไร่จะไดร้ับผลดีหรือไม่ก็ข้ึนอยูก่บัผีประจา หมู่บา้นน้ีลีซูจะสร้าง เป็นที่อยูข่องผีมุงหลงัคาดว้ยหญา้คา มีศาลต้งัอยูภ่ายในที่กา บงัน้ีปีหน่ึงจะมีพิธีกรมเซ่นสรวงบูชาดว้ยหมู หรือไก่เพื่อความสุขของสมาชิกในหมู่บา้นทุกๆคน เขาจะทา พิธีกรรมและเมื่อมีคนเกิด คนตาย สัตวเ์ล้ียง เช่น มา้หมูเกิดจะตอ้งทา การเซ่นสรวงบูชาหรือหากมีสมาชิกในหมู่บา้นเกิดเจ็บป่วย จะบูชาผีให้ปัดเป่าทา ให้คนไข้ได้หายจากโรคร้าย เขาไดต้้งัใหผ้อู้าวโุสในหมู่บา้นคนหน่ึงเป็นผูดู้แลรักษาผปีระจา หมู่บา้น เรียกวา่หมอเมือง ตา แหน่ง หมอเมืองน้ีไม่สืบสายไปยงัลูกหลาน หมอเมืองจะเป็นผูน้า ในการทา พิธีเซ่นสรวงบูชาผีในวนัข้ึนปีใหม่ซ่ึง ตรงกบัเทศกาลตรุษจีนหรือหลงั 1วนั ในวนักินขา้วใหม่ขา้วโพดใหม่หมอเมืองจะตอ้งจดจา วนัเดือนปีใน วันส าคญัส าหรับการทา พิธีปละยงัเป็นผูบ้อกประกาศให้สมาชิกทุกครัวเรือนทราบวา่เมื่อไรเป็นวนัถือศีล (วนัถือศีลของลีซูกา หนด 14-15วนัต่อคร้ัง) หมอเมืองนบัวา่เป็นผูอ้าวโุสในหมู่บา้น ทุกคนให้ความนบัถือ มี ขอ้กา หนดตามประเพณีของลีซูวา่หมอเมืองจะตอ้งไม่กินเน้ือสัตวบ์างชนิด เช่น งูเสือ หมีเป็นผูส้่วนในการ ออกความคิดเห็นในการเลือกที่อยหู่รือยา้ยที่อยใู่หม่ในหมู่บา้นหน่ึงๆจะมีหมอเมืองเพียง 1คน 9.2.5 หมอผี ผนู้า ทางศาสนาหรือหมอผคีือผทู้ี่เชิญวญิญาณของผีให้เขา้มาสิงในร่างของตนแลว้ สามารถทราบไดว้า่ผเู้จบ็ ป่วยน้นัเกิดข้ึนเพราะทา สิ่งใดที่ผดิซ่ึงทา ใหผ้ีชนิดหน่ึงชนิดใดโกรธและตอ้งทา พิธี เซ่นไหวผ้ีน้ันๆด้วยหมูหรือไก่หรือให้ทา บุญด้วยการสร้างสะพานหรือศาลาพกัร้อนแล้วผีจะหายโกรธ โรคภยัไขเ้จ็บก็จะไม่กา เริบต่อไป ลีซูมีความเชื่อเรื่องผวีา่มีจริงแทบทุกหมู่บา้นมีหมอผอียปู่ระจา บางหมู่บา้น มีหมอผีหลายคน เช่น ที่ดอยชา้งมีหมอผี7-8คน (หมู่บา้นดอยชา้งอยใู่นเขต ตา บลขุนกรอา เภอเมืองจงัหวดั


Click to View FlipBook Version