The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การค้นคว้าอิสระหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บัณฑิตวิทยาลัย มรส, 2023-08-22 13:55:39

รวมบทคัดย่อ งานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา

การค้นคว้าอิสระหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

รวมบทคัดย่องานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา การค้นคว้าอิสระหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 151 การวิจัยเชิงปฏิบัติการพัฒนาสมรรถนะครูในการด าเนินงานระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนวัดพุฒ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 Action Research of Teacher Competency Development in the Operation of Student Care System at Watput School under Suratthani Primary Educational Service Area Office 1 อรอุมา สุขแก้ว1 , ผศ.ดร.นัฎจรี เจริญสุข 2 และ ผศ.ดร.สิริสวัสช์ ทองก้านเหลือง2 1หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา ปีการศึกษา 2563 2ที่ปรึกษาการค้นคว้าอิสระ, อาจารย์ประจ าคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพจริงและสภาพที่คาดหวังในการด าเนินงาน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2) พัฒนาสมรรถนะครูในการด าเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ 3) ประเมินความพึงพอใจในการพัฒนาสมรรถนะครูในการด าเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนโรงเรียนวัดพุฒ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 โดยใช้ การวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของเคมมิสและแม็คแท็กการ์ด ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การ วางแผน การปฏิบัติการ การสังเกตการณ์ และการสะท้อนผล ด าเนินการ 2 วงรอบ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูโรงเรียนวัดพุฒ จ านวน 10 คนโดยการเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้ แบบสอบถามสภาพจริงและสภาพที่คาดหวัง จ านวน 43 ข้อมีค่าอ านาจจ าแนก 0.37-0.64 มีค่าความ เชื่อมั่น 0.89 แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการจ านวน 30 ข้อมี ค่าความยากง่าย 0.53-0.72 มีค่าอ านาจจ าแนก 0.31-0.62 มีค่าความเชื่อมั่น 0.98 แบบสังเกต พฤติกรรมจ านวน 6 ข้อมีค่าความเชื่อมั่น 0.89 แบบนิเทศก ากับติดตามจ านวน 43 ข้อมีค่าความ เชื่อมั่น 0.90 แบบประเมินทักษะการด าเนินงานจ านวน 38 ข้อมีค่าความเชื่อมั่น 0.90 และแบบ ประเมินความพึงพอใจจ านวน 10 ข้อมีค่าอ านาจจ าแนก 0.32-0.73 มีค่าความเชื่อมั่น 0.97 วิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การด าเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนวัดพุฒในสภาพ จริงมีค่าเท่ากับ 2.50 อยู่ในระดับน้อยและสภาพคาดหวังเท่ากับ 4.79 อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผลการ พัฒนาสมรรถนะครูกลุ่มเป้าหมายทั้ง 10 คน พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้ความเข้าใจก่อนพัฒนา เท่ากับ 42.67 หลังการพัฒนาเท่ากับ 95.33 ผลการประเมินทักษะการด าเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนมีค่าเฉลี่ย 4.74 อยู่ในระดับมากที่สุด และผลการนิเทศติดตามการด าเนินงานระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนอยู่ในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 98.20 และ3) ระดับความพึงพอใจของครูที่มี ต่อการพัฒนาสมรรถนะครูในการด าเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีค่าเฉลี่ย 4.94 อยู่ในระดับ มากที่สุด ข้อเสนอแนะจากการวิจัย การด าเนินระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนจะประสบความส าเร็จได้


รวมบทคัดย่องานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา การค้นคว้าอิสระหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา 152 นั้น ต้องด าเนินงานภายใต้การมีส่วนร่วมซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารที่ดีและการท างานเป็นทีมของทุก ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ค าส าคัญ: การพัฒนาสมรรถนะครู ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ความรู้ความเข้าใจในระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ทักษะในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ABSTRACT The objectives of this research were 1) to study actual and desirable states in the operation of student care system; 2) to develop teacher competency in the operation of student care system; and 3) to evaluate satisfaction of teacher competency development in the operation of student care system at Watput school under the Suratthani Primary Educational Service Area Office 1. This study was an action research based on Kemmis & McTaggart’s concept which operated 2 cycles with 4 steps including planning, action, observation, and reflection. The sample consisted of 10 teachers in Watput school who were selected by purposive sampling method. Data were collected by using actual and desirable states questionnaire, pretest and posttest, observation form, supervision form, operation skill assessment form, and a satisfaction questionnaire. Percentage and mean were the basic statistical devices, and content analysis were used to analyze the data. The research findings were as follows. 1) The operation of the student care system at Watput school in the actual was at low level with the average of 2.50, and the desirable state was at the highest level with the average of 4.79. 2) The results of the competency development of 10 teachers revealed that the average score of knowledge and understanding before and after attending the development were 42.67 and 95.33, respectively. The result of the development of teacher competency showed that the teachers could apply the skills for the operation of student care system at the highest level with an average of 4.74 and the finding of supervision was at the highest level with the development level of 98.20 %. 3) The evaluation of the satisfaction was at the highest level with an average of 4.94. The suggestion of this research that the successful operation of the student care system requires participation with good communication and teamwork of all sectors involved. Keywords: teacher competency development, student care system, understanding of student care system, skill of student Care system


Click to View FlipBook Version