The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มแผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guide_inspirit, 2021-12-19 09:24:40

เล่มแผนการจัดการเรียนรู้

เล่มแผนการจัดการเรียนรู้

8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ

รายการวัด - ไดไ มนอยกวา 2
คะแนน ระดับ
1. สังเกต และอธบิ าย - การตอบคำถามระหวา ง - การซกั ถาม คณุ ภาพดี ถอื วา ผา น
สมบตั ิของของแข็ง (K) เรยี น การประเมินดาน
- ตรวจการทำแผนผงั ความรู
ความคิดเร่ือง สมบตั ขิ อง
ของแขง็ สมุดประจำตวั

2. ใชเครอื่ งมือเพ่ือวัดมวล - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ไดไมนอยกวา2
และปริมาตรของสสารที่อยู ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลงาน/ผลการ คะแนน ระดับ
กิจกรรม ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม คุณภาพดี ถอื วาผา น
ในสถานะของแขง็ ได (P) - ตรวจการทำกจิ กรรม - กิจกรรมหนตู อบได การประเมินดาน
หนา 27
หนตู อบไดในสมุด กระบวนการ

ประจำตวั

3. ใหความรวมมอื ในการ - สังเกตความมีวินยั - แบบสังเกตความมี - ไดไ มนอยกวา 2
ทำกจิ กรรมกลุม (A) ใฝเ รียนรู และมุงม่นั วนิ ัย รบั ผดิ ชอบ ใฝ คะแนน ระดับ
ในการทำงาน เรยี นรแู ละมงุ ม่ันในการ คณุ ภาพดี ถือวา ผา น
ทำงาน การประเมินดานเจต
คติ

9 เกณฑก ารประเมนิ ผลงานนักเรียน เกณฑก ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเด็นการประเมนิ คา นำ้ หนัก แนวทางการใหคะแนน
การใหคะแนน คะแนน
หลงั ทำกิจกรรม
3 ทำแผนผังความคิดเร่อื ง สมบัตขิ องของแข็ง โดยมเี น้ือหาถูกตอ งครบถว น
พรอ มท้งั วาดรปู และยกตวั อยางของแข็งจำนวน 3 ชนดิ

2 ทำแผนผงั ความคดิ เรอื่ ง สมบัตขิ องของแขง็ โดยมีเน้ือหาถูกตอ งครบถว น
พรอมท้งั วาดรปู และยกตวั อยางของแข็งไมครบ 3 ชนดิ
1 ทำแผนผงั ความคดิ เรื่อง สมบัติของของแขง็ โดยมีเน้ือหาถูกตอง/ไมถูกตอง
ไมครบถว น พรอมท้งั วาดรปู และยกตวั อยา งของแข็งไมครบ 3 ชนิด
การใหค ะแนนการจัด 3 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองไดด ี มกี ารนำเสนอขอมูลเขาใจงาย
กระทำและส่ือความหมาย มีลำดบั ขัน้ ตอน ระบุช่อื ตารางบันทึกผลการทดลอง หัวเรอ่ื งตารางบันทกึ ผล
ตารางบันทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอ ง ครบถว น
การทดลอง 2 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได มีการนำเสนอขอมูลเขา ใจงาย
มีลำดับขั้นตอน ระบชุ อื่ ตารางบันทกึ ผลการทดลอง หัวเรื่องตารางบันทกึ ผล
แตบ นั ทกึ ผลการทดลองไมถูกตอง
1 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได แตการนำเสนอขอมูลเขา ใจยาก
ไมม ลี ำดับข้ันตอน ไมระบชุ ือ่ ตารางบนั ทึกผลการทดลอง ไมม ีหวั เร่ืองตาราง
บนั ทึกผล และบันทึกผลการทดลองไมถ ูกตอง
ใหค วามรว มมือในทำกจิ กรรมรวมกับผูอน่ื ตลอดทง้ั คาบเรียน ไมกอความ

3 วุนวายหรือปญ หาที่รบกวนการเรยี นของผูอืน่ เชน พูดเสียงดงั โวยวาย ลุก

เดนิ ไปมา หรือชวนผอู ่ืนคุยเลน ขณะครทู ำการสอน

การใหค ะแนนความ ใหค วามรวมมือในทำกจิ กรรมรว มกับผอู ่ืนเปนบางครัง้ ในคาบเรยี น และกอ
รว มมอื ในการทำกิจกรรม 2 ความวุน วายหรอื ปญ หาที่รบกวนการเรียนของผูอ่ืน เชน พูดเสียงดงั
รวมกับผูอ่ืน
โวยวาย ลุกเดนิ ไปมา หรือชวนผูอื่นคุยเลน ขณะครสู อน

ไมใหค วามรวมมือในทำกิจกรรมรว มกบั ผูอ น่ื ทำใหเกิดความวนุ วายหรือ
1 ปญ หาท่รี บกวนการเรียนของผอู ่นื เชน พดู เสียงดังโวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา

หรือ ชวนผอู ื่นคุยเลน ขณะครูทำการสอน

ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดาน K P A แลว หาคาเฉลย่ี )

คะแนนรวมเฉล่ีย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช

ดงั นน้ั นักเรียนตอ งไดค ะแนนเฉลี่ยทุกประเดน็ การประเมิน ไมตำ่ กวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดบั คณุ ภาพดี ถอื วา ผานเกณฑก ารประเมนิ

แบบบันทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรยี นรขู องนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 4/1
คำช้ีแจง: ทำเคร่อื งหมาย  ในชอ งคาน้ำคะแนนแตละดา นตามจุดประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดา นความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดา นเจตคติ (A)คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คานำ้ หนกั คะแนน คา นำ้ หนักคะแนน คา นำ้ หนกั คะแนนระดับ
1 เด็กชาย จกั รวาล มะริด 3 2 1 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เดก็ ชาย จนั ทรัช ต๊บิ ปะระ
✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

3 เดก็ ชาย ปรพิ ล หอมบุปผา ✓ ✓✓ 8 ดี

4 เด็กชาย ปญญาพัฒน ออ นดา ✓ ✓✓ 8 ดี

5 เด็กชาย พทั ธดนย อินตอน ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

6 เดก็ ชาย รฐั ภูมิ สังขบัวแกว ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

7 เดก็ ชาย สมยศ กิ่งแกว ✓✓ ✓ 8 ดี

8 เด็กชาย สทุ ธิภัทร ถาวร ✓✓ ✓ 8 ดี

9 เดก็ ชาย อทิ ธิเชษฐ จนุ คง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เด็กหญิง กนกกร กันทะวงศ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
11 เดก็ หญิง จันทริ า บุตรสา ✓ ✓ 8 ดี
12 เดก็ หญิง ณฐั ติกาล เกตเุ ล็ก ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
13 เด็กหญิง ธญั รัตน ทิพเนตร ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
14 เดก็ หญงิ ธรี สดุ า คำหลา ✓ ✓ 8 ดี
15 เด็กหญงิ ภัทรภร นอย ✓ ✓ 8 ดี
16 เดก็ หญงิ ศิรริ ตั น โคกสถาน ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ ✓

17 เด็กหญงิ ศศชิ า ชาวดง ✓✓ ✓ 8 ดี

18 เด็กหญิง กญั จณา ประจุพร ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

เกณฑก ารพิจารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดา น K P A แลว หาคาเฉลี่ย)
- คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถงึ ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉลยี่ 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉล่ียทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทา นนั้

ถึงจะผา นการเรียนรูตามตวั ชวี้ ดั
ผลการประเมนิ การเรียนรขู องนกั เรียน

ผูเรียนท่ี ผาน ตวั ช้วี ัด
มีจำนวน……………18……………คน คดิ เปน รอ ยละ……………………100…………………..

ผเู รียนท่ี ไมผา น ตัวชีว้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปนรอยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรขู องนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปท ี่ 4/2

คำชีแ้ จง: ทำเครือ่ งหมาย  ในชอ งคาน้ำคะแนนแตล ะดา นตามจดุ ประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score
ดา นความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A)
เลข ชอ่ื -นามสกุล/ คา น้ำหนักคะแนน คานำ้ หนกั คะแนน คา นำ้ หนกั คะแนน คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรียน 3 21 3 2 1 3 21 ระดับ
คุณภาพ

1 เด็กชายธนชยั พรมไชย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
ดมี าก
2 เด็กชายนภสนิ ธุ์ เทพทอง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

3 เด็กชายพีรวิชญ์ ใจอา้ ย ✓ ✓ ✓ 9 ดี
ดมี าก
4 เดก็ ชายวรปรชั ญ์ ทานะแจ่ม ✓ ✓ ✓ 8 ดมี าก
5 เดก็ ชายศกุ ลภทั ร เผอื ดผ่อง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
6 เด็กชายสหสั ภพ นะหนู ✓ ✓ ✓ 9
7 เด็กหญิงกญั ญรตั น์ อ่อนทอง ✓ ✓ ✓ 9 ดี
8 เดก็ หญิงชะนสิ รา เมทาวงศ์ ✓ ✓ 8 ดี
9 เด็กหญิงชตุ ิกาญจน์ เมาสาย ✓ ✓ ✓ 8 ดมี าก
10 เด็กหญิงทตั ติยาพร ชนะชยั ✓ ✓ ✓ 9
✓ ดี
ดีมาก
11 เด็กหญิงธญั ญน์ ริ ชาโสโรรมั ย์ ✓✓ ✓ 8
ดี
12 เด็กหญิงนนั ทน์ ภสั ปัญญาธิ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
ดีมาก
13 เด็กหญิงนิชาภทั ร แสนสีหา ✓✓ ✓ 8

14 เดก็ หญิงประภาวรนิ ทร์ แหว้ เพ็ชร ✓ ✓ ✓ 9

15 เด็กหญิงภทั รวรรณ เมนชนั ✓ ✓ ✓ 9

16 เด็กหญิงวรทิ ธิธ์ ร เสนามนตรี ✓✓ ✓ 8 ดี

17 เดก็ หญิงสพุ ตั รา ศรกี ลา่ํ ✓✓ ✓ 8 ดี

18 เด็กหญิงอมรรตั น์ เทือกถา ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

19 เด็กหญิงเกศกนก มศี ริ ิ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

20 เดก็ หญิงวรรณา จนั ทรพ์ รม ✓✓ ✓ 8 ดี

21 เดก็ หญิงสลุ ิสา เฉพาะตรง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

เกณฑก ารพิจารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดา น K P A แลวหาคาเฉลย่ี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถึง ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตองไดคะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมนิ ไมต ำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปเทา นั้น

ถึงจะผานการเรยี นรตู ามตวั ช้ีวดั
ผลการประเมนิ การเรียนรขู องนกั เรียน

ผเู รยี นที่ ผาน ตวั ชว้ี ดั
มีจำนวน………………21…………คน คดิ เปนรอ ยละ………………100……………………..

ผเู รียนท่ี ไมผาน ตัวชวี้ ดั
มีจำนวน…………………………คน คดิ เปน รอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................









แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 5 ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ 4
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เรื่อง สมบตั ิของของเหลว
รายวชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 เรอ่ื ง วัสดุและสสาร ปก ารศกึ ษา 2564
ภาคเรยี นท่ี 2
ผสู อน นางสาวกมลพรรณ แตงสวุ รรณ

1. มาตรฐานการเรียนรู
ว 2.1 เขา ใจสมบตั ิของสาร องคป ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร ะหวางสมบัติของสารกบั โครงสรา ง

และแรงยดึ เหน่ียวระหวางอนุภาค หลกั และธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสาร การเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏิกิริยาเคมี

ตัวชี้วดั
ว 2.1 ป.4/3 เปรยี บเทยี บสมบัติของสสารท้ัง 3 สถานะ จากขอมูลทไ่ี ดจากการสังเกต มวล

การตอ งการที่อยู รปู รางและปรมิ าตรของสสาร
ว 2.1 ป.4/4 ใชเ ครอื่ งมอื เพื่อวดั มวล และปรมิ าตรของสสารทงั้ 3 สถานะ

2. จุดประสงคก ารเรียนรู

1. อธบิ ายสมบัติของของเหลวได (K)

2. ใชเ ครอื่ งมอื เพ่ือวัดมวล และปริมาตรของสสารท่ีอยูในสถานะของเหลวได (P)

3. ใหค วามรวมมอื ในการทำกิจกรรมกลมุ และมคี วามรบั ผิดชอบในการสง งานตรงเวลา (A)

3. สาระการเรียนรู

สมบตั ิของของเหลว มีมวล และตอ งการที่อยมู รี ูปรา งเปลีย่ นแปลงตามภาชนะท่ีบรรจุ มีปรมิ าตรคงที

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

สมบัติของของเหลว คือ มีมวล ตองการที่อยู สามารถสัมผัสได มีรูปรางเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่
บรรจุ มีปริมาตรคงที่ มีอนุภาคอยูหางกันมากกวาของแข็ง ทำใหเคลื่อนไหวไดมากขึ้น และระดับผิวหนา
ของของเหลวจะอยใู นแนวราบเสมอ

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ รียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค

สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินยั
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทักษะการสำรวจคน หา
3) ทักษะการระบุ
4) ทกั ษะการสรปุ อางอิง
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรียนรู

 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู (5Es)

ข้นั นำ

ขน้ั กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนวา นักเรียนทราบหรือไมวา วันนี้จะไดเรียนรูเกี่ยวกับเรื่องอะไร
แลว ใหนกั เรยี นชวยกนั ตอบคำถาม จากนัน้ ครูแจงช่ือเร่ืองทีจ่ ะเรยี นรู และตวั ชี้วดั ใหนกั เรียนทราบ
2. ครูนำน้ำใสถุงพลาสติกใส จากนั้นมัดปากถุงพลาสติกใสใหแนน แลวใหนักเรียนสังเกต จากนั้นครูต้ัง
คำถามถามนกั เรียนวา นำ้ ท่ีอยูในถงุ ใบน้ีมีสถานะใด โดยครใู หนกั เรยี นตอบคำถามอยางอสิ ระ
(แนวตอบ : ของเหลว)

ข้ันสอน

ขัน้ สำรวจคนหา (Explore)
1. ครูใหนักเรียนลองจับและยกถุงน้ำทีละคน จากนั้นครูตั้งคำถามถามนักเรียนวา นักเรียนคิดวาน้ำมีมวล
หรือไม ถา มีมวล นกั เรียนจะพสิ จู นอ ยางไร
(แนวตอบ : มีมวล พิสจู นไ ดโดยการนำไปชงั่ ดวยเคร่อื งช่ัง)

2. นกั เรียนรวมกนั ตอบคำถาม โดยครยู งั ไมเ ฉลยคำตอบ
3. ครตู ง้ั คำถามถามนักเรยี นวา สสารที่อยใู นสถานะของแข็งมสี มบตั อิ ยางไร
4. นกั เรียนทุกคนรวมกันแสดงความคดิ เหน็ อยางอิสระในการตอบคำถาม โดยครูยงั ไมเ ฉลย
5. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา นักเรียนจะไดคำตอบจากการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของของเหลว ตอน

ท่ี 1 จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 28
6. ครใู ชรูปแบบการเรยี นรูแบบรวมมือ เทคนิค LT มาจัดกระบวนการเรยี นรู โดยใหนกั เรยี น แบง กลมุ

กลุม ละ 4 คน จากนน้ั กำหนดใหสมาชกิ แตล ะคนภายในกลมุ มบี ทบาทหนาทข่ี องตนเอง ดงั นี้
สมาชกิ คนที่ 1 : ทำหนา ที่เตรยี มอุปกรณตางๆ
สมาชิกคนที่ 2 : ทำหนาทอ่ี า นลองทำดู ทำความเขาใจ และนำมาอธบิ ายให สมาชิกภายในกลมุ ฟง
สมาชิกคนที่ 3 : ทำหนา ท่ีบันทกึ ผลการทดลอง
สมาชิกคนที่ 4 : ทำหนาทนี่ ำเสนอผลการทดลอง

7. ใหสมาชิกคนที่ 1 เตรียมและตรวจสอบอุปกรณทั้งหมดที่ใชในการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของ
ของเหลว ตอนที่ 1 จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร หนา 28

8. ใหส มาชิกคนที่ 2 อธิบายวิธที ำกจิ กรรมใหเพอ่ื นภายในกลมุ ฟง เพื่อใหป ฏบิ ัตติ ามไดถ กู ตอ ง
9. ครใู หสมาชิกทุกคนในกลมุ ชวยกันลงมือทำกิจกรรม โดยปฏิบตั ิกิจกรรม ตอนที่ 1 ดงั นี้

1) รว มกันอภิปรายเกีย่ วกับสสารทอ่ี ยูใ นสถานะของเหลวและสมบัติของของเหลว
2) เทน้ำเปลาใสแกวพลาสติกครึ่งแกว จากนั้นคาดคะเนมวลของน้ำและบันทึกผลลงในสมุด

ประจำตัวนกั เรียน
3) นำนำ้ ในแกว พลาสตกิ ไปช่ังหามวลเพ่ือตรวจสอบการคาดคะเน แลว บนั ทกึ ผล
4) ใชหลอดฉีดยาดูดน้ำโดยไลอากาศออกใหหมด แลวใชนิ้วมือกดปลายหลอดฉีดยาใหแนน จากนั้น

ใชน้ิวมืออกี ขางดนั กา นหลอดฉีดยาไว สังเกตและบนั ทกึ ผลลงในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น หรือบันทึก
ขอมลู ลงในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 36
ขั้นสำรวจคน หา (Explore)
10. ครูตั้งคำถามถามนักเรียนวา สสารที่อยูในสถานะของเหลวมีรูปรางและปริมาตรคงที่หรือไม โดยให
นักเรียนรวมกนั ตอบคำถามอยางอิสระ
(แนวตอบ : มีรปู รางเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ แตมีปริมาตรคงท)่ี
11. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา นักเรียนจะไดคำตอบจากการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของของเหลว
ตอนที่ 2-3 จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร หนา 28-29
12. ครูใหสมาชิกคนที่ 1 เตรียมและตรวจสอบอุปกรณทั้งหมดที่ใชในการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของ
ของเหลว ตอนที่ 2-3 จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร หนา 28-29
13. สมาชกิ คนที่ 2 อธิบายวิธที ำกิจกรรมใหเ พอื่ นภายในกลุมฟง เพ่อื ใหป ฏบิ ัตติ ามไดถกู ตอ ง
14. สมาชกิ ทกุ คนในกลมุ ชว ยกนั ลงมือทำกิจกรรม ตอนที่ 2 โดย ปฏิบตั ิกิจกรรม ดังนี้
1) เติมนำ้ เปลา ใสบกี เกอร 2 ใบ ใบละเทา ๆ กนั

2) คาดคะเนวา เมื่อรินน้ำหวานสีแดง 20 มิลลิลิตร ใสในบีกเกอร 1 ใบ โดยไมคนจะเกิดผลอยางไร
แลว บันทกึ ขอมูลลงในสมดุ ประจำตัวนักเรียน หรอื บันทึกลงในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร หนา 36

3) ทดลองเพื่อตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยรินน้ำหวานสีแดง 20 มิลลิลิตร ใสในบีกเกอรที่มีน้ำ
1 ใบ สงั เกตและบันทกึ ผล

15. สมาชกิ ทุกคนในกลุม ชวยกนั ลงมือทำกิจกรรม ตอนที่ 3 โดย ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ดังน้ี
1) คาดคะเนวา เมื่อเติมน้ำสีฟาใสลงในกลองพลาสติกใส ขวดพลาสติกใส และบีกเกอรจนเต็มทุกใบ
รปู รา งของน้ำสฟี า จะเปน อยา งไร แลวบันทึกขอมูลลงในสมุดประจำตวั นักเรยี น
2) ทดลองเพื่อตรวจสอบผลการคาดคะเน โดยเติมน้ำสีฟาใสในกลองพลาสติกใส ขวดพลาสติกใส
และบกี เกอร แลวสังเกตรปู รางของนำ้ สฟี า และบนั ทึกผล
3) เลือกภาชนะที่ใสน้ำสีฟา 1 ใบ จากนั้นเทน้ำออกครึ่งหนึ่ง แลวจับภาชนะวางในลักษณะตางๆ
เพอ่ื สงั เกตระดบั ผวิ หนา ของนำ้ สีฟา วา มีลักษณะอยางไร
4) สังเกตและวาดรูปลักษณะผิวหนาของน้ำสีฟาลงในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือบันทึกขอมูล
ลงในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร หนา 37

ข้ันอธิบายความรู (Explain)
1. นักเรียนแตล ะกลมุ สง ตัวแทนออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนาช้ันเรยี นทีละกลุม
2. นักเรียนทุกคนรวมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมใหไดวา น้ำอยูในสถานะของเหลว มีมวล
ตอ งการท่อี ยู มีปรมิ าตรคงที่ และมีรปู รา งเปลีย่ นแปลงตามภาชนะท่ีบรรจุ

ข้ันสรุป

ข้ันขยายความเขา ใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 35-36 และชวยกันคิด
วิธีการนำเสนอวิธีการหามวลและหาคาปริมาตรของของเหลว เชน ทำเปนแผนภาพ การสาธิตวิธีการ
ทดลอง เปน ตนเพือ่ เตรยี มออกมานำเสนอหนา ชั้นเรียน
2. นักเรียนแตล ะกลมุ ออกมานำเสนอวธิ กี ารหามวลและหาคาปริมาตรของของเหลว
3. นักเรยี นกลุมอน่ื ๆ ผลดั กันใหค ะแนนกลมุ ท่อี อกมานำเสนอ จากนัน้ ครรู วบรวมคะแนนแลว นำมารวมกับ
คะแนนของครู กลมุ ใดไดค ะแนนรวมสูงสดุ คอื กลมุ ท่ีชนะ
4. ครมู อบรางวัลใหก ลมุ ทชี่ นะ เพอ่ื เปนกำลังใจ และใหเ พื่อนกลุม อื่น ๆ รว มกนั ยนิ ดีดว ยการปรบมือ
5. ครูเขียนชื่อสสารตางๆ เชน ลูกโปง น้ำสมสายชู เกาอี้ น้ำมันพืช ขนมปง เปนตน บนกระดาน จากน้ัน
ใหน ักเรยี นชว ยกนั ตอบวา สสารน้นั อยใู นสถานะของเหลวหรอื ไม เพราะเหตใุ ด
(แนวตอบ : นำ้ สมสายชู น้ำมันพืช เปนสสารที่อยูในสถานะของเหลว เพราะมมี วล ตองการท่ีอยู สามารถ
สัมผัสได มีรูปรางเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ มีปริมาตรคงที่ และระดับผิวหนาของ
ของเหลว จะอยูในแนวราบ เสมอ สวนลูกโปง เกาอี้ และขนมปง เปนสสารที่อยูในสถานะ
ของแขง็ เพราะมีมวล ตอ งการที่อยู สามารถสมั ผัสได มรี ูปรา งและปรมิ าตรคงท)่ี

6. ครูแบงนักเรียนออกเปน 2 กลุม จากนั้นใหสมาชิกในแตละกลุมเลือกหัวหนากลุมและรองหัวหนากลุม
พรอมทัง้ ต้ังชอ่ื กลุม ของตนเอง

7. ครูแจงใหน ักเรยี นทราบวา จะใหนักเรียนเลน เกม แลว แจงช่ือเกม วัตถุประสงค และกติกาในการเลนเกม
ดงั น้ี
- ช่ือเกม คือ ติดภาพสารท่ีอยใู นสถานะของเหลว
- วตั ถปุ ระสงค คือ เพ่ือใหนักเรยี นสามารถวเิ คราะหและอธิบายสารที่อยูในสถานะของเหลวได
- กติกา คือ กลุม ทต่ี ิดภาพสสารท่ีอยูในสถานะของเหลวไดมากและถูกตองทส่ี ุดในเวลาที่ครูกำหนด
จะเปน กลมุ ท่ชี นะ

8. ครอู ธิบายวิธกี ารเลนเกมตามลำดับข้ันตอน เพื่อใหน ักเรียนมคี วามรคู วามเขาใจทีถ่ ูกตองชัดเจน ดังน้ี
1) แตละกลุมจะมีเวลากลุมละ 10 นาที เพื่อใหชวยกันนำภาพสสารทีอ่ ยูใ นสถานะของเหลวที่ครเู ตรียม
ไวใหไ ปตดิ ไวบนกระดาน
2) แตละกลุมเขาแถวเรียงตอนลึก จากนั้นใหออกมาเลือกบัตรภาพของสสารที่อยูในสถานะของเหลว
ทวี่ างรวมกบั สสารท่อี ยใู นสถานะอนื่ ๆ แลว นำไปติดไวบ นกระดานคนละชือ่
3) เมื่อติดเสร็จใหวิ่งไปตอทายเพื่อนในแถวเดิม คนถัดไปออกไปเลือกบัตรภาพเหมือนคนแรกทำแบบน้ี
ไปเร่อื ยๆ เมือ่ ครสู ั่งใหห ยุด ใหนักเรียนหยุดเขียนและนง่ั ลงทนั ที

9. นกั เรยี นทบทวนลำดับขน้ั ตอนการเลน เกม 1 รอบ กอ นการเลน จริง
10. สมาชิกในแตละกลุมรวมกันเลนเกม “ติดภาพสสารที่อยูในสถานะของเหลว” โดยครูคอยสังเกต

ควบคมุ ดูแล และกระตนุ ใหนักเรียนมสี ว นรว มในการปฏิบตั กิ ิจกรรม
11. ครตู รวจสอบความถูกตอง และมอบรางวัลใหก ลมุ ที่ชนะ
12. นักเรียนแตละคนทำกิจกรรมหนูตอบไดจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 29 ลงในสมุดประจำตัว

นกั เรียน
13. ครตู งั้ คำถามเพ่ือใหน ักเรยี นรวมกนั อภิปรายวา เพราะเหตใุ ดของเหลวจงึ ไมส ามารถรักษารปู รางให

คงที่ไดเ หมือนของแขง็
(แนวตอบ : เพราะอนุภาคของของเหลวอยูหางกนั ทำใหเ คลื่อนท่ีไดม ากขึ้น)
14. นักเรียนแตละกลุมชว ยกันสบื คน ขอมลู จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 33 และรวมกนั
แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั คำถาม
15. นักเรียนแตละกลมุ สง ตัวแทนออกมาเขยี นคำตอบหนา กระดาน
16. ครูและนักเรียนทกุ คนรวมกนั ตรวจคำตอบบนกระดาน

ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูใหนักเรียนสรุปความรูจากการเรียนจนไดขอสรุปรวมกันวา สสารที่อยูในสถานะของเหลว มีมวล

ตอ งการที่อยู สามารถสมั ผสั ได มีรูปรา งเปลย่ี นแปลงตามภาชนะท่ีบรรจุ มีปรมิ าตรคงที่ มอี นุภาคอยูหาง
กันมากกวาของแข็ง ทำใหเคลือ่ นทไี่ ดมากข้ึน และระดบั ผวิ หนาของของเหลว จะอยูในแนวราบเสมอ
2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา ช้ันเรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรม เรอื่ ง สมบัตขิ องของเหลว ในสมุดประจำตัวนกั เรยี น
4. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนูตอบไดในสมดุ ประจำตวั นกั เรียน

7.1 สือ่ การเรยี นรู
1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนวยการเรียนรูที่ 3 วัสดแุ ละสสาร
2) วัสดุ-อุปกรณการทดลองในกิจกรรมที่ 2 เชน น้ำผสมสีฟา น้ำเปลา น้ำหวานสีแดง บีกเกอร
กระบอกตวง หลอดฉีดยา แกวพลาสติกใส ขวดพลาสติกใส กลองพลาสติกใส เครื่องชั่งดิจิทัล
เปนตน
3) สมดุ ประจำตัวนกั เรียน

7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองสมดุ
2) หองเรยี น
3) อินเทอรเ น็ต

8. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครือ่ งมอื เกณฑก ารประเมิน

รายการวดั

1. อธิบายสมบัตขิ อง - การตอบคำถามระหวา ง - การซกั ถาม - ไดไมนอยกวา 2
ของเหลวได (K) เรียน
- ตรวจใบงาน - ใบงานเรอื่ ง สมบัติของ คะแนน ระดับคุณภาพ
เรอ่ื ง สมบัตขิ องของเหลว ของเหลว ดี ถือวาผา นการ
ประเมินดานความรู

2. ใชเ ครอ่ื งมือเพ่ือวัดมวล - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ไดไมน อยกวา 2
และปริมาตรของสสารท่ีอยู ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ นำเสนอผลงาน/ผลการ คะแนน ระดับคุณภาพ
กจิ กรรม ปฏิบตั ิกจิ กรรม ดี ถอื วาผานการ
ในสถานะของเหลวได (P) - ตรวจการทำกจิ กรรม - กิจกรรมหนตู อบได ประเมินดา น
หนา 29 กระบวนการ
หนูตอบไดในสมุด

ประจำตัว

3. ใหค วามรว มมอื ในการ - สงั เกตความมีวนิ ยั - แบบสงั เกตความมี - ไดไ มนอยกวา 2
ทำกิจกรรมกลุม และมี ใฝเรยี นรู และมุงม่นั วนิ ัย รับผิดชอบ ใฝ คะแนน ระดบั คุณภาพ
ความรับผดิ ชอบในการสง ในการทำงาน เรียนรูและมุง ม่ันในการ ดี ถอื วา ผานการ
งานตรงเวลา (A) ทำงาน ประเมนิ ดานเจตคติ

9 เกณฑก ารประเมนิ ผลงานนกั เรียน เกณฑก ารประเมนิ (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมนิ คา นำ้ หนกั แนวทางการใหค ะแนน
คะแนน

การใหค ะแนน 3 ทำใบงาน เร่ือง สมบัตขิ องของเหลว ไดค ะแนน 9-10 คะแนน
หลงั ทำกิจกรรม 2 ทำใบงาน เร่ือง สมบัติของของเหลว ไดคะแนน 6-8 คะแนน

1 ทำใบงาน เรื่อง สมบตั ขิ องของเหลว ไดค ะแนน 1-5 คะแนน

การใหคะแนนการจดั 3 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองไดดี มกี ารนำเสนอขอมลู เขาใจงาย
กระทำและสื่อความหมาย มีลำดบั ขนั้ ตอน ระบชุ ื่อตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เรอ่ื งตารางบันทึกผล
ตารางบนั ทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอง ครบถว น
การทดลอง 2 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได มีการนำเสนอขอมูลเขา ใจงา ย
มีลำดบั ขนั้ ตอน ระบชุ ่ือตารางบันทึกผลการทดลอง หัวเร่อื งตารางบันทึกผล
แตบันทึกผลการทดลองไมถูกตอง
1 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได แตก ารนำเสนอขอมูลเขา ใจยาก
ไมมลี ำดบั ขน้ั ตอน ไมระบุชอื่ ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ไมม ีหวั เรอ่ื งตาราง
บนั ทึกผล และบันทึกผลการทดลองไมถูกตอ ง

การใหค ะแนนความ ใหความรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกับผอู น่ื ตลอดท้ังคาบเรยี น ไมก อความ
รว มมือในการทำกจิ กรรม 3 วุนวายหรือปญหาท่ีรบกวนการเรียนของผูอ่ืน เชน พดู เสียงดงั โวยวาย ลกุ
รวมกบั ผูอน่ื
เดนิ ไปมา หรือชวนผอู นื่ คยุ เลน ขณะครูทำการสอน

ใหความรว มมือในทำกิจกรรมรวมกับผูอ น่ื เปนบางคร้ังในคาบเรยี น และกอ
2 ความวนุ วายหรอื ปญหาท่ีรบกวนการเรียนของผูอืน่ เชน พูดเสียงดงั

โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรือชวนผอู ่นื คุยเลน ขณะครูสอน

ไมใ หค วามรวมมือในทำกจิ กรรมรว มกบั ผอู ื่น ทำใหเ กดิ ความวนุ วายหรือ
1 ปญ หาท่รี บกวนการเรยี นของผอู ่นื เชน พูดเสียงดังโวยวาย ลกุ เดินไปมา

หรอื ชวนผอู ่ืนคยุ เลน ขณะครูทำการสอน

ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดาน K P A แลว หาคาเฉลย่ี )

คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดีมาก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช

ดังน้ัน นักเรยี นตอ งไดคะแนนเฉลี่ยทุกประเด็นการประเมิน ไมตำ่ กวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถอื วาผา นเกณฑก ารประเมนิ

แบบบนั ทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรียนรูของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปท ี่ 4/1
คำชี้แจง: ทำเครือ่ งหมาย  ในชองคาน้ำคะแนนแตละดานตามจุดประสงคก ารเรียนรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดา นความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรียน คาน้ำหนกั คะแนน คาน้ำหนกั คะแนน คาน้ำหนกั คะแนน ระดับ
1 เดก็ ชาย จกั รวาล มะริด 321 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เด็กชาย จนั ทรัช ตบิ๊ ปะระ
✓ ✓✓ 8 ดี
3 เด็กชาย ปริพล หอมบุปผา ✓ 9 ดมี าก
✓✓
4 เด็กชาย ปญ ญาพัฒน ออนดา ✓ 9 ดมี าก
✓✓
5 เด็กชาย พัทธดนย อินตอน ✓ 8 ดี
✓✓
6 เดก็ ชาย รัฐภมู ิ สังขบัวแกว ✓ 8 ดี
7 เด็กชาย สมยศ กิง่ แกว ✓✓
8 เดก็ ชาย สุทธภิ ัทร ถาวร ✓ 8 ดี
✓ ✓ ✓ 8 ดี
9 เดก็ ชาย อิทธิเชษฐ จุนคง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เด็กหญิง กนกกร กนั ทะวงศ ✓ ✓
11 เดก็ หญงิ จันทิรา บุตรสา ✓ 9 ดมี าก
12 เดก็ หญิง ณัฐติกาล เกตเุ ล็ก ✓ ✓✓ 8 ดี
13 เด็กหญิง ธญั รัตน ทิพเนตร ✓ ✓✓ 8 ดี
14 เด็กหญงิ ธรี สุดา คำหลา ✓ ✓✓ 8 ดี
15 เด็กหญิง ภัทรภร นอ ย ✓ ✓✓ 8 ดี
16 เดก็ หญงิ ศิริรตั น โคกสถาน ✓✓ 9 ดมี าก
✓ ✓✓ 9 ดีมาก
✓ ✓✓ 9 ดีมาก
✓ ✓✓

17 เด็กหญงิ ศศชิ า ชาวดง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
18 เดก็ หญิง กัญจณา ประจุพร ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

เกณฑก ารพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลวหาคา เฉล่ีย)
- คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถึง ดีมาก
- คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลย่ี 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลี่ยทกุ ประเด็นการประเมนิ ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปเทาน้นั

ถงึ จะผานการเรยี นรตู ามตัวชีว้ ดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนกั เรียน

ผูเรียนท่ี ผา น ตวั ชวี้ ัด
มีจำนวน……………18……………คน คิดเปนรอ ยละ………………100………………………..

ผเู รยี นท่ี ไมผา น ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปน รอยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................

แบบบนั ทึกการประเมนิ คุณภาพการเรียนรขู องนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปท ี่ 4/2
คำชี้แจง: ทำเครื่องหมาย  ในชองคา นำ้ คะแนนแตล ะดานตามจดุ ประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ช่อื -นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A)คะแนนรวม
ที่ รหสั นกั เรยี น คานำ้ หนักคะแนน คา นำ้ หนกั คะแนน คาน้ำหนกั คะแนนระดับ
1 เด็กชายธนชยั พรมไชย 3 21 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เด็กชายนภสินธุ์ เทพทอง
3 เด็กชายพรี วิชญ์ ใจอา้ ย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

✓ ✓✓ 8 ดี

✓ ✓✓ 8 ดี

4 เดก็ ชายวรปรชั ญ์ ทานะแจ่ม ✓✓ ✓ 8 ดี

5 เด็กชายศกุ ลภทั ร เผือดผ่อง ✓✓ ✓ 8 ดี

6 เด็กชายสหสั ภพ นะหนู ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

7 เด็กหญิงกญั ญรตั น์ อ่อนทอง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

8 เด็กหญิงชะนสิ รา เมทาวงศ์ ✓✓ ✓ 8 ดี

9 เด็กหญิงชตุ ิกาญจน์ เมาสาย ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

10 เด็กหญิงทตั ติยาพร ชนะชยั ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

11 เด็กหญิงธัญญน์ ริ ชาโสโรรมั ย์ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
12 เด็กหญิงนนั ทน์ ภสั ปัญญาธิ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดีมาก
13 เด็กหญิงนชิ าภทั ร แสนสหี า ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
14 เดก็ หญิงประภาวรนิ ทร์ แหว้ เพ็ชร ✓ ✓
15 เดก็ หญิงภทั รวรรณ เมนชนั ✓

16 เด็กหญิงวรทิ ธิ์ธร เสนามนตรี ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดีมาก
17 เดก็ หญิงสพุ ตั รา ศรกี ลา่ํ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ 8 ดี
18 เดก็ หญิงอมรรตั น์ เทอื กถา ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 8 ดี
19 เด็กหญิงเกศกนก มีศิริ ✓

20 เดก็ หญิงวรรณา จนั ทรพ์ รม ✓

21 เดก็ หญิงสลุ สิ า เฉพาะตรง ✓

เกณฑการพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคา เฉลย่ี )
- คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลี่ยทกุ ประเด็นการประเมนิ ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา นั้น

ถึงจะผานการเรียนรูต ามตัวชว้ี ัด
ผลการประเมินการเรยี นรขู องนักเรยี น

ผเู รยี นท่ี ผาน ตัวช้ีวดั
มจี ำนวน…………21………………คน คิดเปน รอยละ…………………100……………………..

ผูเรียนที่ ไมผ า น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปนรอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................





ใบงาน

เรื่อง สมบตั ิของของเหลว

จุดประสงค

1. สงั เกตสมบัติของของเหลว
2. ใชเครื่องมือเพ่ือวัดมวลและปริมาตรของของเหลว

คำถามหลงั ทำกิจกรรม

ตอนท่ี 1

1. มวลของแกว กอ นและหลงั เติมน้ำเหมือนหรอื ตางกนั อยา งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2. นำ้ มมี วลหรอื ไม รูไดอ ยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนท่ี 2

1. เม่อื รินนำ้ หวานสีแดงใสลงในบกี เกอรโ ดยท่ไี มค นจะเกิดผลอยา งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. บรเิ วณทน่ี ้ำหวานสีแดงลงไปอยูในแกว เคยเปน ท่ีอยูของสงิ่ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. นำ้ ตอ งการที่อยหู รือไม รไู ดอ ยา งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ตอนท่ี 3
ตาราง ผลการสงั เกตรูปรา งของน้ำเมื่ออยใู นภาชนะตางๆ
ภาชนะ รปู รา งของนำ้

กลอ งพลาสติกใส

ขวดพลาสติกใส

บีกเกอร

1. รปู รางของนา้ํ ในภาชนะเหมอื นหรือแตกตางกนั หรือไม อยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จากกจิ กรรมสรุปไดวาอยา งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….









แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6 ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 4
กลุม สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เรื่อง สมบัติของแกส
รายวิชา วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เวลา 1 ช่ัวโมง
หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 เรอื่ ง วัสดุและสสาร ปการศึกษา 2564
ภาคเรยี นที่ 2
ผสู อน นางสาวกมลพรรณ แตงสวุ รรณ

1. มาตรฐานการเรยี นรู
ว 2.1 เขาใจสมบตั ิของสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธร ะหวา งสมบตั ิของสารกบั โครงสรา ง

และแรงยดึ เหนี่ยวระหวา งอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี

ตัวช้ีวดั ป.4/3 เปรียบเทียบสมบัติของสสารทั้ง 3 สถานะจากขอมูลที่ไดจากการสังเกต มวล
ว 2.1 การตองการที่อยู รปู รา งและปริมาตรของสสาร
ว 2.1
ป.4/4 ใชเ ครอื่ งมือเพอ่ื วัดมวล และปรมิ าตรของสสารทงั้ 3 สถานะ

2. จุดประสงคการเรยี นรู

1. อธิบายสมบัติของแกสได (K)

2. ใชเคร่อื งมอื เพ่ือวัดมวล และปรมิ าตรของสสารท่ีอยูในสถานะของแกส ได (P)

3. ใหความรว มมอื ในการทำกิจกรรมกลมุ และมีความรับผดิ ชอบในการสง งานตรงเวลา (A)

3. สาระการเรียนรู

สมบตั ิของแกส มีมวล ตอ งการทอี่ ยู มรี ปู รา งและปริมาตรเปลี่ยนไปตามภาชนะที่แกสบรรจุ

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

สมบัติของแกส คือ มีมวล ตองการที่อยู สามารถสัมผัสได มีรูปรางและปริมาตรเปลี่ยนแปลงตาม

ภาชนะทบี่ รรจุ มอี นุภาคกระจายหา งจากกันมากกวา ของเหลว ทำใหเคลอ่ื นทีไ่ ดทกุ ทศิ ทาง

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเรยี นรู

1) ทักษะการสังเกต 3. มงุ ม่ันในการทำงาน

2) ทกั ษะการสำรวจคนหา

3) ทกั ษะการระบุ

4) ทกั ษะการสรปุ อา งอิง

3. ความสามารถในการแกปญหา

4. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ

5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรยี นรู

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู (5Es)

ข้ันนำ

ขั้นกระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามนักเรียนวา นักเรียนทราบหรือไมวา วันนี้จะไดเรียนรูเกี่ยวกับเรื่องอะไร
แลวใหนักเรยี นชว ยกันตอบคำถาม จากน้นั ครแู จงชือ่ เรอ่ื งที่จะเรยี นรู และตวั ชว้ี ัดใหน ักเรียนทราบ
2. ครูขออาสานักเรียน 1 คน มาเปาลมใสลูกโปง 1 ใบ แลวใชหนังยางมัดไวใหแนน ครูใหนักเรียนในชั้น
เรียนสงั เกตลกู โปง
3. ครตู งั้ คำถามถามนักเรยี นเพื่อกระตุนความคิดวา นกั เรยี นคดิ วา ในลกู โปง ที่เปา แลวมีอะไรอยูขา งใน และ
อยใู นสถานะใด
(แนวตอบ : อากาศ อยูในสถานะแกส )

ขัน้ สอน

ข้ันสำรวจคน หา (Explore)
1. ครูตัง้ คำถามถามนกั เรียนวา แกสมีรูปรางคงที่หรือไม โดยใหน ักเรียนรว มกันตอบคำถามอยา งอิสระ
(แนวตอบ : แกส มรี ปู รางเปล่ียนแปลงตามภาชนะท่บี รรจุ)

2. นักเรยี นทกุ คนรวมกันอภปิ รายและตอบคำถามไดอ ยา งอสิ ระ โดยครูยังไมเ ฉลยคำตอบ
3. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวานักเรียนจะไดคำตอบจากการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของแกส

ตอนที่ 1 จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 30
4. ครูแบง กลมุ ใหนกั เรียน กลมุ ละ 4 คน โดยคละตามความสามารถ
5. ครูใชวิธีสอนโดยใชการสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยครูจับฉลากเลือก

นักเรียน 2 กลุม จากนั้นใหออกมาสาธิตการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของแกส ตอนที่ 1 จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร หนา 30
6. นักเรียนแตละกลมุ ชวยกันสงั เกตการสาธติ การทำกจิ กรรมจากกลมุ สาธติ
7. สมาชิกทุกคนในกลุมชวยกันนำผลการสังเกตบันทึกลงในสมุดประจำตัวนักเรียนหรือในแบบฝกหัด
วทิ ยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 41
8. ครูตั้งคำถามถามนักเรียนวา แกสมีมวลหรือไม และนักเรียนสามารถหาคำตอบไดอยางไร” จากน้ัน
นักเรยี นรวมกันอภปิ ราย โดยยงั ไมเฉลยคำตอบ
9. ครูใชวิธีสอนโดยใชการสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยครูจับฉลากเลือก
นักเรียน 2 กลุม จากนั้นใหออกมาสาธิตการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของแกส ตอนที่ 2 จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร หนา 30-31
10. นักเรยี นแตละกลมุ ชว ยกนั สังเกตการสาธติ การทำกจิ กรรมจากกลุมสาธติ
11. สมาชกิ ในกลุม ชว ยกันนำผลการสังเกตบันทกึ ลงในสมดุ ประจำตัวนกั เรียน
12. ครูตั้งคำถามถามนักเรียนวา สสารที่อยูในสถานะแกสมีปริมาตรคงที่หรือไม โดยใหนักเรียนรวมกัน
ตอบคำถามอยา งอิสระ

(แนวตอบ : แกสมีปรมิ าตรเปลี่ยนแปลงตามภาชนะท่บี รรจุ)
13. ครอู ธิบายใหนักเรยี นฟง วา นกั เรยี นจะไดค ำตอบจากการทำกิจกรรม เร่ือง สมบัตขิ องแกส

ตอนท่ี 3 จากหนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร หนา 30-31
14. ครูแบงกลมุ ใหน ักเรียน กลมุ ละ 4 คน โดยคละตามความสามารถ
15. ครูใชวิธีสอนโดยใชการสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยครูจับฉลากเลือก

นักเรียน 2 กลุม จากนั้นใหออกมาสาธิตการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของแกส ตอนที่ 3 จากหนังสือ
เรียนวทิ ยาศาสตร หนา 30-31
16. นกั เรยี นแตละกลมุ ชว ยกันสงั เกตการสาธิตการทำกิจกรรมจากกลมุ สาธิต
17. สมาชกิ ทกุ คนในกลุมชวยกนั นำผลการสงั เกตบันทึกลงในสมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
18. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จแลว ใหครูถามนักเรียนวา สสารที่อยูในสถานะแกสตองการที่อยูหรือไม โดยให
นกั เรียนรวมกนั ตอบคำถามอยางอสิ ระ
(แนวตอบ : แกส ตอ งการท่ีอยู)

19. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา นักเรียนจะไดคำตอบจากการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของแกส
ตอนที่ 4 จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร หนา 30-31

20. ครูใชวิธีสอนโดยใชการสาธิต (Demonstration) มาจัดกระบวนการเรียนรู โดยครูจับฉลากเลือก
นักเรียน 2 กลุม จากนั้นใหออกมาสาธิตการทำกิจกรรม เรื่อง สมบัติของแกส ตอนที่ 4 จากหนังสือ
เรยี นวิทยาศาสตร หนา 30-31

21. นักเรยี นแตล ะกลมุ ชวยกันสงั เกตการสาธิตการทำกจิ กรรมจากกลมุ สาธิต
22. สมาชิกในกลุม ชว ยกนั นำผลการสงั เกตบันทกึ ลงในสมดุ ประจำตวั นักเรียน
ข้นั อธิบายความรู (Explain)
1. นักเรยี นแตล ะกลมุ สงตวั แทนออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนาชน้ั เรียนทลี ะกลมุ จนครบทุกกลุม
2. นักเรียนรวมกันอภิปรายและสรุปผลการทำกิจกรรมใหไดวา อากาศในลูกโปงอยูในสถานะแกส มีมวล

ตอ งการที่อยู มีรปู รางและปริมาตรเปลีย่ นแปลงตามภาชนะที่บรรจุ

ขนั้ สรุป

ขนั้ ขยายความเขาใจ (Elaborate)
1. นักเรียนแตละคนทำกิจกรรมหนูตอบได จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 31 ลงในสมุดประจำตัว
นักเรียน
2. ครูชูบัตรภาพตางๆ เชน สมุด น้ำดื่ม อากาศในบอลลูน อากาศในลูกโปง กอนหิน ไอน้ำ เปนตน จากนั้น
ใหน กั เรยี นชว ยกันตอบวา สสารใดอยูในสถานะแกส เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : อากาศในบอลลูน อากาศในลูกโปง และไอน้ำ เปนสสารที่อยูในสถานะแกส เพราะมีมวล
ตอ งการทีอ่ ยู สามารถสัมผัสได มีรปู รา งและปรมิ าตรเปลย่ี นแปลงตามภาชนะท่บี รรจ)ุ
3. ครูตั้งประเดน็ คำถามเพื่อใหนักเรยี นรวมกันอภิปรายวา แกสมีอนุภาคเหมอื นกันหรือแตกตา งกับของแข็ง
และของเหลวหรอื ไม อยางไร
(แนวตอบ : แตกตางกัน เพราะอนภุ าคของแกสกระจายหา งจากกันมากกวา ของเหลว ทำใหเ คลือ่ นท่ีไดทุก
ทิศทาง)
4. นักเรียนแตละกลุมชวยกันสืบคนขอมูลจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร หนา 34 จากนั้นรวมกันแสดงความ
คิดเหน็ เกย่ี วกบั คำถาม
5. นกั เรยี นแตล ะกลุมสง ตัวแทนออกมาเขยี นคำตอบหนา กระดาน แลวรวมกันตรวจสอบคำตอบ
6. ครูถามคำถามทาทายการคิดขั้นสูงจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 34 วา ถานักเรียนตองการเลน
ลูกโปง แตไมมีแรงในการเปาลมเขาไปภายในลูกโปง นักเรียนจะเลือกใชวิธีการใดแทนการเปาลม
เพราะอะไร
(แนวตอบ : เลือกใชน้ำ เพราะน้ำอยูในสถานะของเหลว มีรูปรางเปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ จึง
สามารถบรรจลุ งในลกู โปง ได และสามารถนำลกู โปง มาเลน ไดเ ชนกนั )

7. นักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 35-36 และศึกษาจาก วีดีโอ
เรื่องสถานะของสสาร จากนั้นชวยกันคิดวิธีการนำเสนอวิธีการหามวลและหาคาปริมาตรของแกส เชน
ทำเปน แผนภาพ การสาธติ วธิ กี ารทดลอง เปน ตน เพอ่ื เตรียมออกมานำเสนอหนา ช้ันเรยี น

8. นักเรียนแตล ะกลมุ ชวยกนั ออกมานำเสนอวธิ กี ารหามวลและหาคา ปรมิ าตรของแกส
9. นักเรียนกลุมอื่นๆ ผลัดกันใหคะแนนกลุมที่ออกมานำเสนอ จากนั้นครูรวบรวมคะแนนแลวนำมา รวมกับ

คะแนนของครู กลุมใดไดค ะแนนรวมสูงสุด คือ กลมุ ทช่ี นะ
10. ครูมอบรางวัลใหกลมุ ทีช่ นะ เพื่อเปน กำลังใจ
11. นกั เรยี นแตละคนทำกจิ กรรมสรุปความรูบ ทที่ 2 ลงในสมุดประจำตวั นักเรียน
12. นักเรียนแตละคนทำกิจกรรมฝกทักษะบทที่ 2 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 37-38 ลงในสมุด

ประจำตัวนกั เรียน
13. นักเรียนแตล ะคนทำกจิ กรรมทา ทายการคิดขัน้ สงู บทที่ 2 ลงในสมดุ ประจำตวั นกั เรียน
14. นกั เรยี นกลมุ เดมิ ชว ยกันทำกิจกรรมสรางสรรคผลงาน จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร หนา 38
ข้นั ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ใหน ักเรยี นดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 36 จากน้ันครถู ามนักเรียนเปน
รายบุคคลตามรายการขอ 1-5 จากตาราง เพื่อเปนการตรวจสอบความรูความเขาใจของนักเรียน
หลังจากการเรียน หากนักเรียนคนใดตรวจสอบตนเองโดยใหอยูในเกณฑที่ควรปรับปรุง ใหครูทบทวน
บทเรียนหรือหากจิ กรรมอ่ืนซอ มเสรมิ เพอื่ ใหนักเรียนมคี วามรูความเขาใจในบทเรยี นมากขน้ึ

2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนาช้ันเรียน

3. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรม เรือ่ ง สมบัติของแกส ในสมุดประจำตวั นกั เรียน
4. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบไดใ นสมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
5. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมสรปุ ความรูบทที่ 2 ในสมุดประจำตัวนักเรยี น
6. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมฝกทกั ษะบทท่ี 2 ในสมดุ ประจำตัวนักเรียน
7. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมทา ทายการคดิ ขั้นสูงบทท่ี 2 ในสมุดประจำตัวนกั เรียน
8. ครูตรวจชิ้นงานสมดุ ภาพจำแนกสถานะของสสาร และการนำเสนอช้ินงาน/ผลงาน หนา ชัน้ เรียน

7. สื่อ/แหลง การเรยี นรู

7.1 ส่ือการเรยี นรู
1) หนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 วสั ดุและสสาร
2) วัสดุ-อุปกรณการทดลองในกิจกรรม เชน คานไม เชือก หลอดดูด น้ำเปลา เครื่องชั่งดิจิทัล น้ำ

ผสมสฟี า ลูกโปง กะละมัง หนังยาง หลอดฉีดยา แกว พลาสตกิ ใส เปนตน
3) บัตรภาพตัวอยางสสาร
4) วดี โี อ เรอ่ื ง สถานะของสสาร

5) วสั ดุ-อปุ กรณก ิจกรรมสรางสรรคผลงาน
6) สมุดประจำตวั นักเรยี น
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หอ งสมุด

2) หองเรยี น
3) อินเทอรเนต็

8. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑการประเมนิ

รายการวดั - ไดไ มน อยกวา 2
คะแนน ระดบั คุณภาพ
1. อธบิ ายสมบตั ขิ องแกส - การตอบคำถามระหวา ง - การซกั ถาม ดี ถอื วาผานการ
ได (K) เรยี น ประเมินดา นความรู
- ตรวจกิจกรรมฝก ทักษะ - กิจกรรมฝก ทักษะ
ตอนท่ี 2 หนา 37 ตอนท่ี 2 หนา 37

2. ใชเครอ่ื งมือเพื่อวัดมวล - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ไดไ มนอยกวา2
และปริมาตรของสสารที่อยู ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลงาน/ผลการ คะแนน ระดบั คุณภาพ
กจิ กรรม ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ดี ถือวาผา นการ
ในสถานะแกส ได (P) - ตรวจการทำกิจกรรม - กจิ กรรมหนูตอบได ประเมินดา น
หนา 31
หนตู อบไดในสมดุ กระบวนการ

ประจำตัว

3. ใหค วามรว มมอื ในการ - สังเกตความมีวินยั - แบบสงั เกตความมี - ไดไ มนอยกวา 2
ทำกจิ กรรมกลุม และมี ใฝเ รียนรู และมุงมน่ั วนิ ัย รับผิดชอบ ใฝ คะแนน ระดบั คุณภาพ
ความรับผิดชอบในการสง ในการทำงาน เรียนรแู ละมุงม่ันในการ ดี ถือวา ผานการ
งานตรงเวลา (A) ทำงาน ประเมนิ ดานเจตคติ

9 เกณฑก ารประเมินผลงานนักเรียน เกณฑการประเมนิ (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมนิ คานำ้ หนกั แนวทางการใหคะแนน
คะแนน

การใหคะแนน 3 ทำกิจกรรมฝก ทักษะ ตอนที่ 2 หนา 37 ไดถูกตองจำนวน 5 ขอ
หลงั ทำกจิ กรรม 2 ทำกจิ กรรมฝกทักษะ ตอนท่ี 2 หนา 37 ไดถ ูกตองจำนวน 3-4 ขอ

1 ทำกจิ กรรมฝกทักษะ ตอนท่ี 2 หนา 37 ไดถูกตองจำนวน 1-2 ขอ

การใหคะแนนการจดั 3 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองไดดี มกี ารนำเสนอขอมลู เขาใจงา ย
กระทำและสื่อความหมาย มีลำดับขนั้ ตอน ระบชุ ือ่ ตารางบันทึกผลการทดลอง หวั เรอื่ งตารางบันทึกผล
ตารางบันทึกผล และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอ ง ครบถวน
การทดลอง 2 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได มกี ารนำเสนอขอมูลเขา ใจงาย
มลี ำดับขนั้ ตอน ระบชุ อ่ื ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เร่อื งตารางบนั ทกึ ผล
แตบันทกึ ผลการทดลองไมถกู ตอง
1 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได แตก ารนำเสนอขอ มูลเขา ใจยาก
ไมม ีลำดับขน้ั ตอน ไมร ะบุช่ือตารางบันทกึ ผลการทดลอง ไมมหี ัวเรื่องตาราง
บันทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไมถ ูกตอ ง
ใหความรว มมือในทำกิจกรรมรว มกบั ผอู ื่นตลอดทั้งคาบเรยี น ไมก อความ

3 วนุ วายหรอื ปญหาทีร่ บกวนการเรียนของผูอน่ื เชน พดู เสยี งดังโวยวาย ลุก

เดินไปมา หรือชวนผอู น่ื คยุ เลน ขณะครทู ำการสอน

ใหความรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกับผอู ่ืนเปน บางครงั้ ในคาบเรยี น และกอ
2 ความวุนวายหรือปญหาทรี่ บกวนการเรยี นของผูอื่น เชน พูดเสยี งดัง

โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรอื ชวนผอู น่ื คุยเลน ขณะครสู อน

การใหคะแนนความ ไมใหความรวมมือในทำกจิ กรรมรว มกบั ผูอน่ื ทำใหเกิดความวุนวายหรือ
รวมมือในการทำกจิ กรรม 1 ปญหาทรี่ บกวนการเรยี นของผอู นื่ เชน พูดเสยี งดังโวยวาย ลกุ เดินไปมา
รวมกบั ผอู น่ื
หรือ ชวนผอู ่นื คยุ เลน ขณะครูทำการสอน

ระดับคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดา น K P A แลวหาคาเฉล่ยี )

คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช

ดังนนั้ นกั เรียนตอ งไดค ะแนนเฉลี่ยทกุ ประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถอื วาผานเกณฑการประเมิน

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรขู องนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปท่ี 4/1
คำชแี้ จง: ทำเคร่ืองหมาย  ในชองคาน้ำคะแนนแตละดานตามจดุ ประสงคก ารเรียนรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นักเรยี น คา นำ้ หนักคะแนน คา น้ำหนักคะแนน คา นำ้ หนักคะแนน ระดับ
1 เด็กชาย จกั รวาล มะริด 321 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เดก็ ชาย จันทรชั ต๊บิ ปะระ
✓ ✓✓ 8 ดี
8 ดี
✓ ✓✓

3 เด็กชาย ปรพิ ล หอมบุปผา ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

4 เดก็ ชาย ปญ ญาพัฒน ออ นดา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

5 เดก็ ชาย พัทธดนย อินตอน ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

6 เดก็ ชาย รัฐภมู ิ สังขบ ัวแกว ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
7 เด็กชาย สมยศ ก่งิ แกว ✓ ✓ ✓ 8 ดี
8 เดก็ ชาย สุทธิภัทร ถาวร ✓ 8 ดี
✓ ✓

9 เดก็ ชาย อทิ ธิเชษฐ จุนคง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เด็กหญิง กนกกร กนั ทะวงศ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
11 เดก็ หญงิ จันทริ า บตุ รสา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
12 เดก็ หญงิ ณัฐติกาล เกตเุ ลก็ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
13 เด็กหญิง ธัญรตั น ทิพเนตร ✓ ✓ 8 ดี
14 เดก็ หญงิ ธรี สดุ า คำหลา ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
15 เดก็ หญงิ ภทั รภร นอย ✓ ✓ 8 ดี
16 เด็กหญิง ศริ ิรตั น โคกสถาน ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓

17 เด็กหญงิ ศศิชา ชาวดง ✓✓ ✓ 8 ดี

18 เด็กหญิง กญั จณา ประจุพร ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

เกณฑก ารพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลว หาคา เฉล่ยี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้ึนไปเทา นนั้

ถึงจะผา นการเรียนรูตามตวั ช้ีวัด
ผลการประเมนิ การเรียนรูข องนักเรียน

ผูเรยี นที่ ผา น ตวั ชวี้ ดั
มีจำนวน………………18…………คน คดิ เปน รอยละ…………………100………………………..

ผูเรียนท่ี ไมผา น ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปนรอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

แบบบันทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนรขู องนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท่ี 4/2
คำช้แี จง: ทำเครอื่ งหมาย  ในชองคา น้ำคะแนนแตล ะดา นตามจุดประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A)คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คานำ้ หนกั คะแนน คานำ้ หนักคะแนน คานำ้ หนักคะแนนระดับ
1 เด็กชายธนชยั พรมไชย 3 21 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เด็กชายนภสนิ ธุ์ เทพทอง
3 เด็กชายพรี วิชญ์ ใจอา้ ย ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

4 เดก็ ชายวรปรชั ญ์ ทานะแจ่ม ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 8 ดี
5 เดก็ ชายศกุ ลภทั ร เผือดผอ่ ง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ 9 ดีมาก
6 เด็กชายสหสั ภพ นะหนู ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดมี าก
7 เด็กหญิงกญั ญรตั น์ อ่อนทอง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

8 เดก็ หญิงชะนิสรา เมทาวงศ์ ✓

9 เด็กหญิงชตุ ิกาญจน์ เมาสาย ✓

10 เดก็ หญิงทตั ติยาพร ชนะชยั ✓

11 เดก็ หญิงธญั ญน์ ิรชาโสโรรมั ย์ ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดมี าก
12 เด็กหญิงนนั ทน์ ภสั ปัญญาธิ ✓ ✓ 8 ดี
13 เดก็ หญิงนิชาภทั ร แสนสหี า ✓ ✓ ✓ 8 ดี
14 เดก็ หญิงประภาวรนิ ทร์ แหว้ เพ็ชร ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
15 เดก็ หญิงภทั รวรรณ เมนชนั ✓ ✓

16 เด็กหญิงวรทิ ธิธ์ ร เสนามนตรี ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ 9 ดีมาก
17 เด็กหญิงสพุ ตั รา ศรกี ลา่ํ ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 8 ดี
18 เด็กหญิงอมรรตั น์ เทือกถา ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดมี าก
19 เด็กหญิงเกศกนก มศี ิริ ✓ ✓

20 เดก็ หญิงวรรณา จนั ทรพ์ รม ✓

21 เด็กหญิงสลุ ิสา เฉพาะตรง ✓

เกณฑก ารพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดา น K P A แลว หาคา เฉล่ีย)
- คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉลย่ี ทุกประเด็นการประเมิน ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา น้นั

ถงึ จะผานการเรียนรูตามตวั ช้ีวดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูข องนักเรยี น

ผเู รยี นที่ ผา น ตัวชี้วดั
มีจำนวน……………21……………คน คิดเปน รอ ยละ………………100…………………..

ผูเรยี นท่ี ไมผาน ตัวชว้ี ัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปนรอยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................





แผนการจัดการเรียนรูท่ี 7 ชั้นประถมศึกษาปท่ี 4
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เร่ือง เรียนรูระบบสุรยิ ะ
รายวิชา วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เวลา 1 ช่วั โมง
หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจนั ทร ปการศึกษา 2564
ภาคเรยี นที่ 2
ผูส อน นางสาวกมลพรรณ แตงสุวรรณ

1. มาตรฐานการเรียนรู
ว 3.1 เขาใจองคประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิดอและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแลก็ ซี ดาวฤกษ

และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏสิ ัมพันธภ ายในระบบสรุ ยิ ะที่สง ผลตอสงิ่ มชี วี ติ และการประยุกตใ ชเทคโนโลยอี วกาศ

ตวั ช้ีวัด
ว 3.1 ป.4/3 สรา งแบบจำลองแสดงองคป ระกอบของระบบสุรยิ ะ และอธบิ ายเปรยี บเทยี บคาบ

การโคจรของดาวเคราะหต างๆ จากแบบจำลอง

2. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1. บอกสว นประกอบของระบบสรุ ยิ ะได (K)

2. สบื คนขอ มลู เก่ียวกับดวงอาทิตยละดาวเคราะหบริวารได (P)

3. มคี วามสนใจใฝเรียนรู (A)

3. สาระการเรยี นรู

ระบบสุรยิ ะเปน ระบบทม่ี ดี วงอาทติ ยเปนศูนยก ลาง และมดี าวบริวารโคจรอยูโดยรอบระบบสรุ ิยะ

ประกอบดว ย ดวงอาทิตย ดาวเคราะหแ ปดดวง ดาวเคราะหแ คระ ดาวเคราะหนอย ดาวหางอกุ กาบาต

และวัตถุขนาดเลก็ อ่ืนๆ

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

ระบบสุรยิ ะเปนระบบของดวงดาวท่ตี ง้ั อยใู นดาราจกั รทางชางเผือก ซ่งึ มีดวงอาทิตยเปน ศูนยก ลาง

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

สมรรถนะสำคญั ของผูเ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ มัน่ ในการทำงาน
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการสำรวจคนหา
3) ทักษะการสรุปอางองิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู

 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู (5Es)

ขัน้ นำ

ข้นั กระตนุ ความสนใจ (Engage)
14. ครสู นทนากับนักเรียนโดยถามวา นกั เรียนทราบหรือไมว า วันน้จี ะไดเ รียนรูเก่ียวกับเร่ืองอะไร แลว

ใหนักเรียนชว ยกันตอบคำถาม จากน้ันครูแจง ช่ือเรอ่ื งที่จะเรยี นรู และตวั ชีว้ ดั ใหนักเรยี นทราบ
15. นักเรียนทำแบบทดสอบกอนเรียน เพ่อื วัดความรูเ ดมิ ของนักเรยี นกอนเขา สูกิจกรรม
16. นักเรียนแตล ะคนอานสาระสำคัญและดภู าพ หนวยการเรียนรูที่ 4 ระบบสุริยะและการปรากฏของ

ดวงจันทร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 40 แลวใหนักเรียนทุกคนรวมกันแสดง

ความคิดเห็นอยางอิสระวา เรามองเห็นดวงจนั ทรไดใ นเวลากลางวนั หรือกลางคืน
(แนวตอบ : เรามองเห็นดวงจันทรไดทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน แตมองเห็นไดในบางวันและ
บางเวลา)
17. นักเรียนแตละคนเรียนรูคำศัพทที่เกี่ยวของกับการเรียนในบทที่ 1 โดยครูเปนผูอานนำและให

นกั เรียนอานตาม ดังนี้

Solar System (‘โซลึ ‘ซสิ ตมึ ) ระบบสรุ ิยะ
Star (สตา) ดาวฤกษ
Planet (‘แพล็นนิท) ดาวเคราะห
Comet (‘ค็อมเม็ท) ดาวหาง
Dwarf Planet (ดวอฟ ‘แพลน็ นทิ ) ดาวเคราะหแ คระ

18. นักเรียนดูภาพจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 41 จากนั้นครูถามคำถามสำคัญประจำบทวา
นักเรียนรูจักดวงดาวใดในระบบสุริยะบาง จากนั้นครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น
อยางอิสระในการตอบคำถาม
(แนวตอบ : เชน ดวงอาทิตย ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยูเรนสั
ดาวเนปจูน เปน ตน)

19. นักเรียนแตละคนวาดภาพพรอมระบายสีองคประกอบของระบบสุริยะที่นักเรียนรูจักลงในสมุด
ประจำตัวนักเรียน

ขั้นสอน

ขน้ั สำรวจคน หา (Explore)
20. ครูนำบัตรภาพระบบสุริยะ มาใหนักเรียนสังเกตและรวมกันแสดงความคิดเห็นวา เปนภาพจำลอง
ของอะไร และตองการแสดงใหเราทราบเร่อื งอะไร
2. ครูสุมนกั เรียน 2-3 คน ใหอ อกมาแสดงความคิดเหน็ หนา ชนั้ เรียน
3. ครูอธิบายเชื่อมโยงใหนักเรียนเขาใจถึงระบบสุริยะที่มีดวงอาทิตยเปนศูนยกลาง และมีดาวบริวาร
โคจรโดยรอบ ไดแก ดาวเคราะหแปดดวง ดาวเคราะหแคระ ดาวเคราะหนอย ดาวหาง อุกกาบาต
และวัตถุขนาดเล็กอ่ืนๆ
4. ครูแบงนักเรียนออกเปนกลุม กลุมละ 4 คน โดยคละกันตามความสามารถ คือ เกง ปานกลาง
(คอนขา งเกง) ปานกลาง (คอนขา งออน) และออน แลวใหแ ตล ะกลุมรว มกันศกึ ษาความรู เร่ือง ระบบ
สรุ ยิ ะ จากหนังสอื เรียน หรอื แหลง ขอมูลอน่ื ๆ
5. นักเรียนแตละคนในกลุมทำใบงาน เรื่อง ระบบสุริยะ ตามแผนที่ไดวางไว เสร็จแลวทบทวน
คำตอบที่ถกู ตอ งของใบงาน

ข้นั อธิบายความรู (Explain)

1. นักเรียนแตละคนในกลุมผลัดกันอภิปรายคำตอบในใบงาน เรื่อง ระบบสุริยะ ของตนเองให
เพอ่ื นในกลุมฟง หากมีสวนท่บี กพรอ งใหเพอ่ื นในกลุมชว ยแกไขและเพิ่มเตมิ คำตอบใหถ ูกตอ ง

2. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน เพื่อออกมานำเสนอคำตอบในใบงาน เรื่อง ระบบสุริยะ
หนา ชน้ั เรยี น โดยมคี รคู อยตรวจสอบความถกู ตอ งและเสนอแนะเพ่มิ เตมิ ในสว นทบ่ี กพรอง

3. ครูนำบัตรภาพระบบสุริยะใหนักเรียนดูอีกครั้ง และอธิบายเพิ่มเติม เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู
ความเขา ใจมากย่งิ ขน้ึ

ขั้นสรุป

ข้ันขยายความเขาใจ (Elaborate)
ครูต้งั คำถามถามนักเรียนเพ่อื ขยายความรูใหน ักเรยี น โดยถามคำถามนกั เรยี น ดังนี้
● ดวงอาทิตยม ีความสำคญั ตอระบบสรุ ยิ ะหรือไม อยา งไร

(แนวตอบ : ดวงอาทิตยมีความสำคัญตอระบบสุริยะ เนื่องจากดวงอาทิตยเปนแหลงพลังงาน
ความรอ นและแสงสวางแกดาวเคราะหด วงอน่ื ๆ)

● เพราะเหตุใดเราจงึ มองเห็นดวงอาทิตยเ ปน วงกลมโตอยูบนทองฟา
(แนวตอบ : เพราะดวงอาทติ ยเปน ดาวฤกษทอี่ ยูใกลโลกมากทสี่ ดุ )
ขัน้ ตรวจสอบผล (Evaluate)
9. ครสู มุ นกั เรยี น 2-3 คน แลวใหบอกความรูท ่ไี ดจ ากการเรียนในสองช่ัวโมงน้ี โดยใหเ พอ่ื นในชั้นเรียน

ชวยกันแสดงความคดิ เหน็ วา ถูกตอ งหรือไม และมคี รูคอยแนะนำสว นทีบ่ กพรอง
10. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบกอนเรยี น เพ่ือตรวจสอบความเขาใจกอ นเรียนของนักเรียน
11. ครปู ระเมินผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล

พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนาช้นั เรยี น

12. ครตู รวจสอบการวาดภาพองคประกอบของระบบสุรยิ ะ
13. ครตู รวจสอบผลการทำใบงาน เร่ือง ระบบสุรยิ ะ

7. สือ่ /แหลง การเรียนรู

7.1 ส่ือการเรียนรู
7) หนงั สอื เรยี นวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 ระบบสุรยิ ะและการปรากฏของ

ดวงจนั ทร
8) ใบงาน เร่อื ง ระบบสรุ ิยะ
9) สมุดประจำตวั นกั เรยี น
7.2 แหลง การเรยี นรู
1) หองสมดุ
2) หองเรยี น
3) อนิ เทอรเนต็

8. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี าร เคร่อื งมอื เกณฑการประเมิน

รายการวดั - ไดไ มนอยกวา 2
คะแนน ระดบั คุณภาพ
1. บอกสว นประกอบของ - ตรวจใบงานเรอ่ื ง ระบบ - ใบงานเร่อื ง ระบบ ดี ถอื วาผานการ
สุรยิ ะ สุริยะ ประเมินดา นความรู
ระบบสรุ ยิ ะได (K)

2. สืบคน ขอ มลู เกย่ี วกบั - การตอบคำถามระหวา ง - การซักถาม - ไดไมน อยกวา2
ดวงอาทติ ยละดาว เรยี น คะแนน ระดับคุณภาพ
เคราะหบรวิ ารได (P) -ตรวจกจิ กรรมฝกทักษะ - กิจกรรมฝก ทักษะหนา ดี ถอื วาผานการ
หนา 60 60 ประเมินดาน
กระบวนการ

3. ใหความรว มมอื ในการ - สงั เกตความมีวินยั - แบบสงั เกตความมี - ไดไ มน อยกวา 2
ทำกิจกรรมกลุม และมี ใฝเ รียนรู และมงุ ม่นั วินัย รบั ผดิ ชอบ ใฝ คะแนน ระดับคุณภาพ
ความรับผดิ ชอบในการสง ในการทำงาน เรยี นรูและมงุ มั่นในการ ดี ถือวาผานการ
งานตรงเวลา (A) ทำงาน ประเมนิ ดานเจตคติ

9 เกณฑก ารประเมนิ ผลงานนักเรยี น เกณฑก ารประเมนิ (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมนิ คา น้ำหนกั แนวทางการใหค ะแนน
คะแนน

การใหคะแนนหลังทำ 3 ทำใบงานเรื่อง ระบบสุรยิ ะ ไดถ กู ตองจำนวน 9-10 คะแนน
กิจกรรม 2 ทำใบงานเรื่อง ระบบสรุ ยิ ะ ไดถ กู ตองจำนวน 6-8 คะแนน

1 ทำใบงานเร่ือง ระบบสรุ ยิ ะ ไดถูกตองจำนวน 1-5 คะแนน

การใหค ะแนนการจดั 3 ทำกจิ กรรมฝก ทักษะหนา 60 ไดถูกตอ งจำนวน 9-10 คะแนน
กระทำและสื่อความหมาย 2 ทำกิจกรรมฝก ทักษะหนา 60 ไดถ ูกตอ งจำนวน 6-8 คะแนน

1 ทำกจิ กรรมฝก ทักษะหนา 60 ไดถูกตอ งจำนวน 1-5 คะแนน

ใหความรว มมือในทำกิจกรรมรว มกบั ผอู น่ื ตลอดทงั้ คาบเรียน ไมกอความ
3 วนุ วายหรอื ปญหาทีร่ บกวนการเรยี นของผูอืน่ เชน พดู เสียงดงั โวยวาย ลุก

เดินไปมา หรือชวนผูอ่ืนคยุ เลน ขณะครูทำการสอน

การใหค ะแนนความ ใหความรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกับผอู ่ืนเปนบางครงั้ ในคาบเรยี น และกอ
รว มมือในการทำกจิ กรรม 2 ความวนุ วายหรอื ปญ หาที่รบกวนการเรยี นของผูอนื่ เชน พูดเสยี งดงั
รวมกบั ผูอน่ื
โวยวาย ลกุ เดินไปมา หรอื ชวนผอู น่ื คุยเลน ขณะครูสอน

ไมใหความรว มมือในทำกจิ กรรมรว มกับผูอ่ืน ทำใหเ กิดความวนุ วายหรอื
1 ปญหาทร่ี บกวนการเรยี นของผูอนื่ เชน พดู เสียงดงั โวยวาย ลุกเดนิ ไปมา

หรอื ชวนผูอ ่ืนคยุ เลน ขณะครูทำการสอน

ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลว หาคา เฉลีย่ )

คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช

ดังน้ัน นักเรยี นตอ งไดคะแนนเฉล่ียทกุ ประเดน็ การประเมิน ไมต ่ำกวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถอื วาผา นเกณฑการประเมิน


Click to View FlipBook Version