The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มแผนการจัดการเรียนรู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by guide_inspirit, 2021-12-19 09:24:40

เล่มแผนการจัดการเรียนรู้

เล่มแผนการจัดการเรียนรู้

แบบบันทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรขู องนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปท่ี 4/1
คำชแี้ จง: ทำเคร่ืองหมาย  ในชองคาน้ำคะแนนแตละดานตามจดุ ประสงคก ารเรียนรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นักเรยี น คา นำ้ หนักคะแนน คา น้ำหนักคะแนน คา นำ้ หนักคะแนน ระดับ
1 เด็กชาย จกั รวาล มะริด 321 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เดก็ ชาย จันทรชั ต๊บิ ปะระ
✓ ✓✓ 8 ดี
8 ดี
✓ ✓✓

3 เด็กชาย ปรพิ ล หอมบุปผา ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

4 เดก็ ชาย ปญ ญาพัฒน ออ นดา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

5 เดก็ ชาย พัทธดนย อินตอน ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

6 เดก็ ชาย รัฐภมู ิ สังขบ ัวแกว ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
7 เด็กชาย สมยศ ก่งิ แกว ✓ ✓ ✓ 8 ดี
8 เดก็ ชาย สุทธิภัทร ถาวร ✓ 8 ดี
✓ ✓

9 เดก็ ชาย อทิ ธิเชษฐ จุนคง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เด็กหญิง กนกกร กนั ทะวงศ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
11 เดก็ หญงิ จันทริ า บตุ รสา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
12 เดก็ หญงิ ณัฐติกาล เกตเุ ลก็ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
13 เด็กหญิง ธัญรตั น ทิพเนตร ✓ ✓ 8 ดี
14 เดก็ หญงิ ธรี สดุ า คำหลา ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
15 เดก็ หญงิ ภทั รภร นอย ✓ ✓ 8 ดี
16 เด็กหญิง ศริ ิรตั น โคกสถาน ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓

17 เด็กหญงิ ศศิชา ชาวดง ✓✓ ✓ 8 ดี

18 เด็กหญิง กญั จณา ประจุพร ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

เกณฑก ารพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลว หาคา เฉล่ยี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้ึนไปเทา นนั้

ถึงจะผา นการเรียนรูตามตวั ช้ีวัด
ผลการประเมนิ การเรียนรูข องนักเรียน

ผูเรยี นที่ ผา น ตวั ชวี้ ดั
มีจำนวน………………18…………คน คดิ เปน รอยละ…………………100………………………..

ผูเรียนท่ี ไมผา น ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปนรอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

แบบบันทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนรขู องนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท่ี 4/2
คำช้แี จง: ทำเครอื่ งหมาย  ในชองคา น้ำคะแนนแตล ะดา นตามจุดประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A)คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คานำ้ หนกั คะแนน คานำ้ หนักคะแนน คานำ้ หนักคะแนนระดับ
1 เด็กชายธนชยั พรมไชย 3 21 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เด็กชายนภสนิ ธุ์ เทพทอง
3 เด็กชายพรี วิชญ์ ใจอา้ ย ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

4 เดก็ ชายวรปรชั ญ์ ทานะแจ่ม ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 8 ดี
5 เดก็ ชายศกุ ลภทั ร เผือดผอ่ ง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ 9 ดีมาก
6 เด็กชายสหสั ภพ นะหนู ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดมี าก
7 เด็กหญิงกญั ญรตั น์ อ่อนทอง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

8 เดก็ หญิงชะนิสรา เมทาวงศ์ ✓

9 เด็กหญิงชตุ ิกาญจน์ เมาสาย ✓

10 เดก็ หญิงทตั ติยาพร ชนะชยั ✓

11 เดก็ หญิงธญั ญน์ ิรชาโสโรรมั ย์ ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดมี าก
12 เด็กหญิงนนั ทน์ ภสั ปัญญาธิ ✓ ✓ 8 ดี
13 เดก็ หญิงนิชาภทั ร แสนสหี า ✓ ✓ ✓ 8 ดี
14 เดก็ หญิงประภาวรนิ ทร์ แหว้ เพ็ชร ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
15 เดก็ หญิงภทั รวรรณ เมนชนั ✓ ✓

16 เด็กหญิงวรทิ ธิธ์ ร เสนามนตรี ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ 9 ดีมาก
17 เด็กหญิงสพุ ตั รา ศรกี ลา่ํ ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 8 ดี
18 เด็กหญิงอมรรตั น์ เทือกถา ✓ ✓ 8 ดี
✓ ✓ 9 ดมี าก
19 เด็กหญิงเกศกนก มศี ิริ ✓ ✓

20 เดก็ หญิงวรรณา จนั ทรพ์ รม ✓

21 เด็กหญิงสลุ ิสา เฉพาะตรง ✓

เกณฑก ารพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดา น K P A แลว หาคา เฉล่ีย)
- คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉลย่ี ทุกประเด็นการประเมิน ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ข้ึนไปเทา น้นั

ถงึ จะผานการเรียนรูตามตวั ช้ีวดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูข องนักเรยี น

ผเู รยี นที่ ผา น ตัวชี้วดั
มีจำนวน……………21……………คน คิดเปน รอ ยละ………………100…………………..

ผูเรยี นท่ี ไมผาน ตัวชว้ี ัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปนรอยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................





ใบงาน

เรื่อง ระบบสุรยิ ะ
คำช้แี จง : ใหน ักเรยี นสบื คน ขอ มลู เรอ่ื ง ระบบสรุ ิยะ แลว ตอบคำถามพรอ มระบายสีใหส วยงาม

1. ระบบสรุ ยิ ะ คืออะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………

2. ศนู ยก ลางของระบบสรุ ิยะ คอื อะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………

3. ระบบสุรยิ ะประกอบดวยดาวเคราะห 8 ดวง ไดแ กอ ะไรบาง
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………

4. ดาวเคราะหด วงใดบาง ท่อี ยใู กลดวงอาทติ ยม ากกวา โลก
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………

5. ดาวเคราะหด วงใดบาง ท่ีอยหู างจากดวงอาทติ ยม ากกวาโลก
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………









แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 8 ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 4
กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เรอ่ื ง แบบจำลองระบบสุรยิ ะ
รายวชิ า วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
หนว ยการเรยี นรูท ี่ 4 เร่ือง ระบบสรุ ิยะและการปรากฏของดวงจันทร เวลา 1 ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
ผูสอน นางสาวกมลพรรณ แตงสุวรรณ

1. มาตรฐานการเรยี นรู
ว 3.1 เขาใจองคป ระกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ อและวิวัฒนาการของเอกภพ กาแลก็ ซี ดาวฤกษ

และระบบสรุ ิยะ รวมทัง้ ปฏิสัมพันธภายในระบบสรุ ยิ ะทสี่ งผลตอสง่ิ มีชีวติ และการประยุกตใ ชเทคโนโลยอี วกาศ
ตวั ชี้วัด
ว 3.1 ป.4/3 สรา งแบบจำลองแสดงองคป ระกอบของระบบสุริยะ และอธิบายเปรียบเทียบคาบ
การโคจรของดาวเคราะหตา งๆ จากแบบจำลอง

2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1. อธิบายเปรียบเทียบคาบการโคจรรอบดวงอาทติ ยข องดาวเคราะหได (K)

2. สรา งแบบจำลองเพ่อื อธิบายสวนประกอบของระบบสุรยิ ะและคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยของ

ดาวเคราะหได (P)

3. ใหความรว มมือในการทำกิจกรรมกลุมได (A)

3. สาระการเรียนรู

ดวงอาทิตยเปนดาวฤกษที่เปนศูนยกลางของระบบสุริยะ และมีบริวารโคจรอยูโดยรอบ ซึ่งดาวเคราะห

แตล ะดวงจะมคี าบการโคจรรอบดวงอาทติ ยแ ตกตางกัน

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ระบบสุรยิ ะเปน ระบบทมี่ ดี วงอาทิตยเปนศูนยกลาง และมดี าวบริวารโคจรอยโู ดยรอบ คือ ดาวเคราะห
แปดดวง คือ ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยูเรนัส และดาวเนปจูน

นอกจากนี้ ระบบสุรยิ ะยังมีดวงจนั ทรท ี่เปนดาวบริวารของดาวเคราะห ดาวเคราะหแคระ ดาวเคราะหนอย
ดาวหาง อุกกาบาต และวตั ถุขนาดเลก็ อ่นื ๆ ซึง่ ดาวพุธ คอื ดาวเคราะหท ี่มคี าบการโคจรรอบดวงอาทิตยส้ัน
ที่สดุ และดาวเนปจูนคือดาวท่ีมีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยยาวที่สุด

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี นและคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค

สมรรถนะสำคัญของผูเรียน คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มีวนิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเรียนรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจคนหา
3) ทักษะการระบุ
4) ทกั ษะการเปรยี บเทยี บ
5) ทักษะการสรปุ อางองิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชท ักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. กิจกรรมการเรียนรู

 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู (5Es)

ขั้นนำ

ขัน้ กระตุน ความสนใจ (Engage)
20. ครูสนทนากับนักเรียนโดยถามวา นักเรยี นทราบหรือไมวา วนั น้ีจะไดเ รียนรเู กี่ยวกบั เร่ืองอะไร แลว
ใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบคำถาม จากนน้ั ครแู จงชอื่ เร่ืองที่จะเรยี นรู และตวั ชว้ี ดั ใหนกั เรียนทราบ
21. ครูใหน กั เรยี นเลนเกม Hangman เกีย่ วกบั ช่ือดวงดาวในระบบสุริยะ โดยปฏบิ ัติ ดังน้ี
1) ครขู ีดเสนตามตัวอักษรของช่ือดวงดาวในระบบสุรยิ ะ เชน โ_ ก (โลก)
2) ใหนักเรียนชวยกันบอกตัวอักษรครั้งละ 1 ตัว ถาบอกถูก ครูเขียนลงในชองวาง ถาไมถูกใหครู
วาดเสน คร้ังละ 1 เสน เปน ตวั Hangman
3) หากนกั เรียนบอกตวั อักษรผดิ คร้ังที่ 8 ตวั Hangman จะถกู แขวนคอ
22. นักเรียนชว ยกนั รวบรวมชือ่ ดวงดาวที่ตอบถกู
23. นกั เรยี นชวยกนั บอกส่ิงทรี่ หู รอื ประสบการณเดิมเกยี่ วกบั ระบบสรุ ยิ ะ

ขัน้ สอน

ขน้ั สำรวจคนหา (Explore)

21. ครูทบทวนความรูของนักเรียน โดยนำบัตรภาพดาวเคราะหในระบบสุริยะ มาใหนักเรียนดู แลวให

นกั เรยี นสงั เกตและรว มกันแสดงความคดิ เห็นวา คือภาพของดาวเคราะหดวงใด

22. นักเรียนแตละคนศึกษาขอมูลเกี่ยวกับองคประกอบของระบบสุริยะจากหนังสือเรียน หนา 42

จากนนั้ ครูถามคำถามนักเรียนวา ดาวเคราะหในระบบสุรยิ ะมีดาวอะไรบา ง โดยครูยงั ไมเ ฉลย
(แนวตอบ : ดาวพุธ ดาวศุกร โลก ดาวองั คาร ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร ดาวยเู รนัส และดาวเนปจูน)
23. ครูอธิบายใหนักเรยี นฟงวา นักเรียนจะไดคำตอบจากการทำกจิ กรรม เรื่อง แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ
จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนา 43
24. ครูแบงกลุมนักเรียนแบบคละความสามารถ (เกง-คอนขางเกง-ปานกลาง-ออน) ใหอยูในกลุม
เดยี วกนั กลมุ ละ 3-4 คน โดยครเู ปนผูเ ลอื กนักเรยี นเขากลมุ
25. นกั เรียนทุกคนในกลุมปฏิบัติตามข้ันตอนการทำกิจกรรม เรือ่ ง แบบจำลองระบบสรุ ิยะ จากหนังสือ
เรียน หนา 43 โดยใหไปสืบคนเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของระบบสุริยะ สวนประกอบของระบบ
สุริยะและคาบการโคจรของดาวเคราะหต า งๆ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 44-59 และจาก
แหลง ขอ มูลอน่ื ๆ เชน หองสมดุ อนิ เทอรเนต็
26. นักเรียนแตละกลุมนำขอมูลที่ไดจากการสืบคนมาอภิปรายรวมกัน จากนั้นใหชวยกันออกแบบ
แบบจำลองระบบสุริยะ แลววาดภาพและบันทึกขอมูลแบบจำลองระบบสุริยะลงในสมุดประจำตัว
นักเรยี น
27. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนเพื่อใหออกมานำเสนอภาพแบบจำลองระบบสุริยะ พรอมอธิบาย
สวนประกอบ ของระบบสรุ ยิ ะและคาบการโคจรของดาวเคราะหตางๆ ทไ่ี ดอ อกแบบไว
28. ครคู อยแนะนำเพม่ิ เตมิ ในสวนทีบ่ กพรอง และใหขอ เสนอแนะในสว นทคี่ วรแกไ ข
29. นักเรยี นแตละกลุม ชวยกันปรบั ปรุง และแกไ ขภาพแบบจำลองตามที่ครเู สนอแนะ
30. นักเรียนทุกคนชวยกันแสดงความคิดเห็นวา นักเรียนไดรับประโยชนจากการวางแผนออกแบบ
แบบจำลองระบบสุริยะ กอนสรา งแบบจำลองหรือไม อยา งไร
31. นักเรียนรวมกลุมเดิม จากนั้นชวยกันสรางแบบจำลองตามที่ไดออกแบบไว โดยใชอุปกรณจาก
กจิ กรรม เรือ่ ง แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร หนา 43

ขนั้ อธิบายความรู (Explain)
17. ครตู ้งั คำถามเพอ่ื ทบทวนความรนู ักเรยี นวา ดาวดวงใดเปน ศูนยกลางของระบบสรุ ยิ ะ
(แนวตอบ : ดวงอาทิตย)
18. นกั เรียนแตล ะกลุม ออกมานำเสนอแบบจำลองทไ่ี ดส รางข้ึนหนา ชนั้ เรียน พรอ มอธบิ ายสว นประกอบ
ของระบบสุริยะ และคาบการโคจรของดาวเคราะหตางๆ ในระบบสุริยะ โดยมีครูคอยแนะนำ
เพมิ่ เติมในสว นท่ีบกพรอ ง
19. นักเรียนทุกคนรวมกันแสดงความคิดเห็นจนไดขอสรุปวา ระบบสุริยะเปนระบบที่มีดวงอาทิตย
เปนศูนยกลาง และมีดาวบริวารโคจรอยูโดยรอบ ระบบสุริยะประกอบดวย ดวงอาทิตย
ดาวเคราะห 8 ดวง รวมทั้งดวงจันทรบริวาร ดาวเคราะหแคระ ดาวเคราะหนอย ดาวหาง
อุกกาบาต และวัตถุขนาดเล็กอื่นๆ ดาวเคราะหที่มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยสั้นที่สุดในบรรดา

ดาวเคราะหทั้ง 8 ดวง คือ ดาวพุธ และดาวเคราะหที่มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตยยาวที่สุด คือ
ดาวเนปจนู

ขน้ั สรุป

ขนั้ ขยายความเขา ใจ (Elaborate)

5. นกั เรยี นแตละคนทำกจิ กรรมหนูตอบไดจ ากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร หนา 43 ลงในสมุดประจำตัว

นักเรียน

6. นกั เรยี นแตละคนทำกจิ กรรมสรปุ ความรปู ระจำบทท่ี 1 ลงในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น
7. นักเรียนแตละคนทำกิจกรรมฝกทักษะบทที่ 1 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 60-61 ลงใน

สมุดประจำตัวนักเรยี น เปน การบาน แลวนำมาสง ครใู นชว่ั โมงถดั ไป

8. นักเรียนแตล ะคนทำกจิ กรรมทา ทายการคิดข้ึนสูงในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น เปนการบาน แลว นำมา

สง ครใู นช่วั โมงถัดไป

9. นักเรียนแตละกลุมทำกิจกรรมสรางสรรคผลงานบทที่ 1 จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร หนา 61

เปนการบา น แลวนำมาสง ครใู นชัว่ โมงถดั ไป

10. นกั เรียนแตละคนทำใบงานเรอื่ ง คาบการโคจรของดาวเคราะหใ นระบบสุรยิ ะ

ข้ันตรวจสอบผล (Evaluate)
14. ใหนกั เรยี นดตู ารางตรวจสอบตนเอง จากหนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร หนา 59 จากน้นั ครถู ามนักเรียน
เปนรายบุคคลตามรายการขอ 1-5 จากตาราง เพื่อเปนการตรวจสอบความรูความเขาใจของ
นักเรยี นหลงั จากการเรียน หากนกั เรียนคนใดตรวจสอบตนเองโดยใหอยูในเกณฑท ี่ควรปรับปรุง ให
ครูทบทวนบทเรียนหรือหากิจกรรมอื่นซอมเสริม เพื่อใหนักเรียนมีความรูความเขาใจในบทเรียน
มากขน้ึ
15. ครูประเมินผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลมุ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา ช้ันเรียน
16. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรม เร่ือง แบบจำลองระบบสรุ ยิ ะ ในสมุดประจำตวั นกั เรียน
17. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมหนตู อบไดใ นสมดุ ประจำตวั นกั เรียน
18. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมสรุปความรูบทท่ี 1 ในสมดุ ประจำตัวนกั เรียน
19. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมฝกทักษะบทท่ี 1 ในสมุดประจำตวั นักเรยี น
20. ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรมทาทายการคดิ ข้นั สงู บทท่ี 1 ในสมุดประจำตัวนกั เรียน
21. ครูตรวจชิ้นงานเกมที่ชวยในการเรียนรูเกี่ยวกับระบบสุริยะ และการนำเสนอชิ้นงาน/ผลงาน
หนาชนั้ เรยี น

7.1 สือ่ การเรียนรู
10) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.4 เลม 2 หนวยการเรียนรูท่ี 4 ระบบสรุ ยิ ะและการปรากฏของ
ดวงจันทร
11) วัสดุ-อปุ กรณการทดลองในกิจกรรม เชน ฟว เจอรบ อรด กระดาษแขง็ กระดาษสี ลกู ปงปอง ดิน
น้ำมนั ลกู บอลพลาสตกิ กาว กรรไกร สีไม เปนตน

12) บตั รภาพดาวเคราะหใ นระบบสุรยิ ะ
13) วสั ด-ุ อปุ กรณก จิ กรรมสรางสรรคผ ลงาน
14) สมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองสมดุ
2) หอ งเรียน
3) อนิ เทอรเนต็

8. การวดั และประเมนิ ผล

รายการวัด วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑการประเมิน
1. อธิบายเปรียบเทียบคาบ - การตอบคำถาม - การซกั ถาม - ไดไมน อยกวา 2
การโคจรรอบดวงอาทติ ย ระหวา งเรียน - ใบงานที่ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
ของดาวเคราะหได (K) - ตรวจใบงานที่ ถือวา ผา นการประเมนิ
ดานความรู
2. สรางแบบจำลองเพือ่ - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมนิ การ
อธบิ ายสวนประกอบของ ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ นำเสนอผลงาน/ผลการ - ไดไ มน อยกวา2
ระบบสรุ ยิ ะและคาบการ กิจกรรม ปฏบิ ัติกจิ กรรม คะแนน ระดบั คุณภาพดี
โคจรรอบดวงอาทติ ยข อง ถอื วา ผานการประเมิน
ดาวเคราะหได (P) ดา นกระบวนการ

3. ใหค วามรวมมือในการ - สังเกตความมีวินยั - แบบสงั เกตสงั เกตความ - ไดไมน อยกวา 2
ทำกจิ กรรมกลมุ ได (A) รับผิดชอบ ใฝเรยี นรู มีวินัย รบั ผดิ ชอบ ใฝ คะแนน ระดับคุณภาพดี
และมุงม่ันในการ เรียนรูแ ละมงุ ม่ันในการ
ทำงาน ทำงาน ถอื วา ผา นการประเมนิ
ดานเจตคติ

9 เกณฑก ารประเมินผลงานนักเรียน เกณฑก ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมิน คาน้ำหนกั แนวทางการใหคะแนน
คะแนน

การใหค ะแนน 3 ทำใบงาน เรื่อง คาบการโคจรของดาวเคราะหใ นระบบสุริยะ ไดค ะแนน
หลงั ทำกิจกรรม 6-8 คะแนน
2 ทำใบงาน เร่ือง คาบการโคจรของดาวเคราะหในระบบสรุ ิยะ ไดค ะแนน
3-5 คะแนน
1 ทำใบงาน เร่ือง คาบการโคจรของดาวเคราะหในระบบสุริยะ ไดค ะแนน
การใหค ะแนนการจัด 1-2 คะแนน
3 สรา งแบบจำลองไดถูกตองสามารถอธบิ ายขอมูลไดครบถว น นำวสั ดใุ นการ
กระทำและส่ือความหมาย สรางแบบจำลองมาครบถวน นำเสนอขอมูลไดเขาใจงาย เปนลำดับขนั้ ตอน
2 สรา งแบบจำลองไดถ ูกตอ งสามารถอธิบายขอมลู ไดครบถวน นำวสั ดใุ นการ
สรางแบบจำลองมาไมค รบ นำเสนอขอมูลไดเขาใจงาย เปน ลำดับข้ันตอน
1 สรา งแบบจำลองไดถูกตอ งสามารถอธิบายขอมูลไมครบถว น นำวสั ดุในการ
สรางแบบจำลองมาไมค รบ นำเสนอขอมูลเขา ใจยาก ไมเ ปนลำดบั ขน้ั ตอน
ใหค วามรว มมือในทำกิจกรรมรวมกับผอู ื่นตลอดทัง้ คาบเรียน ไมกอความ

3 วนุ วายหรอื ปญ หาท่รี บกวนการเรยี นของผูอนื่ เชน พูดเสียงดงั โวยวาย ลกุ

เดนิ ไปมา หรือชวนผูอ ืน่ คุยเลน ขณะครูทำการสอน

การใหค ะแนนความ ใหค วามรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกบั ผูอื่นเปน บางคร้งั ในคาบเรยี น และกอ
รว มมอื ในการทำกิจกรรม 2 ความวนุ วายหรือปญหาทร่ี บกวนการเรียนของผูอื่น เชน พูดเสยี งดงั
รวมกับผูอื่น
โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรือชวนผูอืน่ คุยเลน ขณะครสู อน

ไมใหค วามรว มมือในทำกิจกรรมรวมกบั ผอู ื่น ทำใหเกิดความวนุ วายหรอื
1 ปญหาทรี่ บกวนการเรยี นของผอู ่นื เชน พดู เสียงดังโวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา

หรอื ชวนผูอน่ื คยุ เลน ขณะครูทำการสอน

ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคา เฉลี่ย)

คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดมี าก
คะแนนรวมเฉลีย่ 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลยี่ 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช

ดังนั้น นกั เรียนตอ งไดคะแนนเฉลย่ี ทุกประเดน็ การประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคณุ ภาพดี ถือวา ผา นเกณฑการประเมนิ

แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพการเรยี นรูของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 5/1
คำชแ้ี จง: ทำเคร่อื งหมาย  ในชอ งคา นำ้ คะแนนแตละดา นตามจดุ ประสงคการเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดา นความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นักเรียน คานำ้ หนกั คะแนน คา น้ำหนักคะแนน คาน้ำหนักคะแนน ระดับ
1 เด็กชาย มนัส อยรู ัตน 321 32 1 3 21 คุณภาพ
2 เดก็ ชาย อรรถวัต พีขุนทด

3 เดก็ ชาย ธนศักด์ิ ชูมภูยศ

4 เด็กชาย ธรี ภทั ร สุปญ ญา

5 เดก็ ชาย ภทั ทากร อนิ เฟอง
6 เด็กชาย ภัทรวทิ ย ผาไสว
7 เดก็ ชาย ศริ ิศักดิ์ สอนวเิ ศษ

8 เด็กชาย พัสกร บทู อง
9 เด็กชาย บรรพต บญุ นอย
10 เดก็ ชาย เสฏฐวุฒิ ชัยเดช

11 เด็กชาย ณฐั วัตร ปญญาเฟอง
12 เดก็ หญงิ บณุ ยาพร กันทะวงศ

13 เดก็ หญงิ อยั ลดา ดสู วา ง
14 เดก็ หญิง กลีบเงิน แสนบวั คำ

15 เดก็ หญิง เจนจีรา สฟี อง

16 เด็กหญิง มาลนี ี แชว ะ

17 เด็กหญงิ พวดี โลนชุ ติ
18 เด็กหญิง ปยวฒั น อาจารย

เกณฑการพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลว หาคาเฉลย่ี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลยี่ ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปเทานน้ั

ถงึ จะผานการเรยี นรูตามตวั ชีว้ ดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนักเรยี น

ผเู รียนที่ ผา น ตัวชวี้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปนรอ ยละ………………………………………………..

ผูเรียนที่ ไมผ าน ตัวช้วี ดั
มีจำนวน…………………………คน คดิ เปน รอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................

แบบบันทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรยี นรูของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท่ี 5/2
คำชีแ้ จง: ทำเคร่อื งหมาย  ในชองคา น้ำคะแนนแตล ะดานตามจุดประสงคการเรยี นรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ชอ่ื -นามสกุล/ ดา นความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดา นเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คาน้ำหนักคะแนน คาน้ำหนกั คะแนน คานำ้ หนักคะแนน ระดับ
1 เดก็ ชาย วิภู ตากัน 321 32 1 3 21 คุณภาพ

2 เด็กชาย ภานุวฒั น ปานสมพงษ

3 เดก็ ชาย สินิกร สงิ หจานุสงค

4 เด็กชาย ปรัตถกร พลจร

5 เด็กชาย สรรคสิริ สภุ ามงคล
6 เดก็ ชาย ปญ ญา พ่ึงเพงิ้

7 เด็กชาย รณกฤต วงศอ ายตาล

8 เดก็ ชาย ธนกฤต เครือทราย

9 เดก็ ชาย จอมขวัญ แกว บุญเรือง

10 เด็กชาย วมิ ลรัตน ภักดี

11 เด็กชาย วชริ าภรณ ไชยโย
12 เดก็ หญิง พรนภสั พูลลน

13 เดก็ หญงิ สวุ ภทั ร กันทะวงศ

14 เด็กหญิง ขวัญพัฒน โพสา

15 เด็กหญงิ ชนาภา หวนั ทา

16 เด็กหญงิ ชนกิ า รจนา
17 เด็กหญิง สุชญั ญา สุภามงคล
18 เด็กหญงิ ธนชั พร สายดว ง
19 เด็กหญงิ สพุ ิชญา บำรงุ ชนม

เกณฑการพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดาน K P A แลวหาคาเฉลีย่ )
- คะแนนรวมเฉล่ีย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลย่ี 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลีย่ ทุกประเดน็ การประเมิน ไมต ำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้ึนไปเทานัน้

ถงึ จะผานการเรียนรตู ามตัวช้ีวดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนักเรียน

ผเู รยี นที่ ผาน ตวั ชีว้ ัด
มีจำนวน…………………………คน คิดเปนรอ ยละ………………………………………………..

ผเู รยี นท่ี ไมผา น ตัวชว้ี ัด
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปน รอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ………………........................................................

10.บันทกึ ผลการจัดการเรียนรู
10.1 ผลการสอน / ผลการเรียนรู
ดานความรู / ความเขาใจ (A)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ดานทักษะ / กระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ดา นคุณลักษณะที่พึงประสงค (A)

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

10.2 ปญหา / อปุ สรรค
………………………ไมไดใ ชส อน……………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

10.3 แนวทางการแกป ญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชื่อ…………………………………ครูผูส อน
(…………………………………………)
………………./……………/……………..

11. ขอเสนอแนะ / ความคดิ เหน็ หลังใชแ ผนการจดั การเรียนรู
11.1 คุณครพู ี่เลี้ยง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชือ่ ……………………………………….……………….
(……………………………………………)
คุณครพู เ่ี ลี้ยง

…………………/…………………../…………………

11.2 ผูอำนวยการสถานศกึ ษา
..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…

ลงชอื่ ……………………………………….………
(นายรัชศาล คมุ ครอง)

ผูอำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบานสามหลงั (ประชารงั สวรรค)
…………………/…………………../…………………

ใบงาน

เรื่อง คาบการโคจรของดาวเคราะหในระบบสรุ ยิ ะ

ดาวเคราะห คาบการโคจรรอบดวงอาทติ ย 1 รอบ ใชเ วลา

1. ดาวพุธ

2. ดาวศกุ ร

3. โลก

4. ดาวองั คาร

5. ดาวพฤหสั บดี

6. ดาวเสาร

7. ดาวยูเรนสั

8. ดาวเนปจนู

แผนการจัดการเรยี นรู
รายวชิ า วทิ ยาศาสตรทว่ั ไป

ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 5

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ 5
กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี เรอ่ื ง การเปล่ียนแปลงทางเคมี
รายวิชา วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
หนวยการเรยี นรทู ี่ 5 เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลง เวลา 1 ชวั่ โมง
ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564
ผูสอน นางสาวกมลพรรณ แตงสุวรรณ

1. มาตรฐานการเรยี นรู
ว 2.1 เขา ใจสมบัติของสาร องคป ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธระหวา งสมบตั ิของสารกบั โครงสรา ง

และแรงยดึ เหนย่ี วระหวา งอนุภาค หลักและธรรมชาตขิ องการเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร การเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี

ตวั ชี้วัด
ว 2.1 ป.5/3 วเิ คราะหก ารเปลีย่ นแปลงของสารเมอ่ื เกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมี โดยใชหลักฐาน

เชิงประจกั ษ

2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. วิเคราะหก ารเปล่ยี นแปลงของสารเมอ่ื เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีได (K)
2. ปฏิบัตกิ ิจกรรมการเปล่ียนแปลงทางเคมีไดอยา งถกู ตองและเปน ลำดับขัน้ ตอน (P)
3. มีความใฝเ รยี นรูแ ละใหความรวมมอื ในการทำกิจกรรมกลมุ (A)

3. สาระการเรยี นรู
เมอ่ื ผสมสาร 2 ชนิด ข้ึนไปแลว มสี ารใหมเกิดขึน้ ซง่ึ มีสมบัตติ างจากสารเดิมหรือเมื่อสารชนดิ

เดียวเกดิ การเปลย่ี นแปลงแลวมสี ารใหมเ กดิ ขึ้น การเปลย่ี นแปลงน้ีเรยี กวา การเปลย่ี นแปลงทางเคมี ซงึ่ สังเกต
ไดจ ากมสี ีหรอื กล่ินตา งจากสารเดิม หรือมฟี องแกส หรอื มีตะกอนเกดิ ขึ้น หรอื มีการเพิม่ ขนึ้ หรอื ลดลงของอณุ หภูมิ

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเปลี่ยนแปลงทางเคมี คือ การเปลี่ยนแปลงของสารชนิดเดียว หรือการทำปฏิกิริยาระหวางสาร

2 ชนิด ขึ้นไปแลวเกิดสารใหมข้ึน ซึ่งมีสมบัติตางไปจากสารเดิม และเมื่อเกิดการเปลีย่ นแปลงแลว จะทำให
กลับมาเปน สารเดมิ ยาก โดยการเปลยี่ นแปลงทางเคมหี รือการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีที่ทำใหเกิดสารใหม สามารถ
สังเกตไดจากการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ของสาร เชน การมีสีที่ตางจากเดิม การมีกลิ่นที่ตางจากเดิม การมี
ฟองแกสเกิดข้ึน การมีอณุ หภูมเิ พิม่ ขึ้นหรือลดลง การมตี ะกอนเกิดขนึ้ เปน ตน

5. สมรรถนะสำคัญของผเู รียนและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค
สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวินัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเรียนรู
3. ซ่อื สตั ย สุจริต
1) ทกั ษะการสังเกต 4. มุงมั่นในการทำงาน
2) ทกั ษะการทดลอง
3) ทกั ษะการต้งั สมมตฐิ าน
4) ทักษะการทำงานรวมกนั
5) ทักษะการพยากรณหรือการคาดคะเน
6) ทกั ษะการตีความหมายขอมลู และลง
ขอ สรปุ
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ติ
4. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรียนรู
 แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู (5Es Instructional Model)

ข้ันนำ

ขัน้ ที่ 1 กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครทู กั ทายกับนกั เรียน จากนัน้ แจง จดุ ประสงคก ารเรียนรูใหน ักเรียนทราบ
2. ครูพดู คยุ สนทนากบั นกั เรยี น จากนั้นครถู ามนกั เรียนวา “ตอนเชา /ตอนเที่ยง นักเรยี นรับประทาน
อะไรบา ง” โดยใหนักเรยี นรว มกันอภิปรายแสดงความคดิ เห็นอยา งอสิ ระไมม ีการเฉลยวาถูก
หรอื ผดิ
(แนวตอบ : ขนึ้ อยูกับส่ิงทีน่ ักเรียนรับประทาน เชน ไสกรอกทอด ไขดาว ไขเ จียว ไขตม หมูทอด
ไกทอด เปน ตน)
3. ครูยกตัวอยา งอาหารทนี่ ักเรยี นรับประทาน เชน ไขตม แลวครูตงั้ ประเด็นคำถามกระตุนความคิด
นักเรียนวา “นกั เรยี นคิดวาไขตม เปน การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพของไข หรอื ไม อยางไร”
(แนวตอบ : ไมใ ชการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เนื่องจากไขเมอื่ เพิม่ ความรอ นจนสุก จะเปลีย่ น
สถานะจากของเหลวเปนของแข็ง แตเมื่อไขต ม ที่สุกแลว ลดความรอนลง จะไมสามารถเปลี่ยน
สถานะกลับเปน ของเหลวดงั เดมิ ได)
4. นักเรยี นดูภาพในบทที่ 2 การเปล่ียนแปลงทางเคมี จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
จากนน้ั ครูถามคำถามสำคัญประจำบทวา “จากภาพเกิดการเปลยี่ นแปลงทางเคมีหรอื ไม
เพราะเหตุใด” โดยใหนักเรียนแตละคนรว มกนั อภปิ รายเพ่ือหาคำตอบ
(แนวตอบ : เปนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เนอื่ งจากเหลก็ เม่อื โดนนำ้ และอากาศทำใหเ กดิ สนิม
เหลก็ ทำใหส ขี องเหลก็ เปลีย่ นไปจากเดิม และเกิดสนมิ เหลก็ ซ่งึ เปน สารใหม)
5. นักเรยี นเรยี นรูคำศัพทท ีเ่ กี่ยวขอ งกับการเรยี นในบทที่ 2 การเปลย่ี นแปลงทางเคมี

จากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยครขู ออาสาสมคั รนกั เรียน จำนวน 1 คน
ใหเ ปน ผูอา นนำ และใหน กั เรียนทอ่ี ยใู นชนั้ เรยี นเปน ผอู านตามทีละคำ ดังนี้

Chemical Change (‘เค็มมิคลั เชนจ) การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
Changes of Color (ชนจ ออฟว ‘คลั เลอ) สีเปลีย่ น
Rust (รสั ท) สนมิ

6. นักเรยี นทำกิจกรรมนำสูการเรียน โดยอา นสถานการณ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
แลวตอบคำถาม ลงในสมดุ ประจำตัวนกั เรยี น

ข้นั สอน

ข้ันท่ี 2 สำรวจคนหา (Explore)
1. ครนู ำลูกอม 4 รสชาติ ไดแก ลูกอมรสโคลา ลูกอมรสสตอวเบอรร่ี ลกู อมรสมิน้ ต และลูกอม
รสมะนาว มาวางไวหนา ชน้ั เรียน โดยใหน กั เรียนแตล ะคนเลอื กลูกอมคนละ 1 เมด็ รสชาตใิ ดก็ได
จากนนั้ ครูแจงใหน ักเรียนแบงกลุมออกเปนกลุมละ 4 คน โดยแตละกลุมจะตองประกอบไปดว ย
นกั เรียนท่มี ลี ูกอมครบทั้ง 4 รสชาติ ไดแ ก ลกู อมรสโคลา ลูกอมรสสตอวเบอรรี่ ลูกอมรสมิน้ ต
และลกู อมรสมะนาว
2. เมื่อนกั เรยี นแบง กลมุ เรยี บรอ ย ใหนกั เรียนแตละกลุมรวมกนั ศึกษาคน ควา ขอมูลเกีย่ วกับ
เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงทางเคมขี องสาร จากหนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 หรอื แหลงการ
เรยี นรตู าง ๆ เชน อินเทอรเน็ต
3. นกั เรยี นแตล ะกลุมรว มกนั อภปิ รายเรอื่ งทไี่ ดศึกษา จากนัน้ ใหน ักเรียนแตล ะคนเขยี นสรุปความรู
ทไี่ ดจ ากการศึกษาคน ควาลงในสมุดประจำตวั นักเรียน เพือ่ นำสงครูทา ยช่ัวโมง
4. ครูตงั้ ประเด็นคำถามกระตุนความสนใจนักเรียนวา “การเปลย่ี นแปลงใดบา ง ที่เปน
การเปล่ียนแปลงทางเคมี” โดยใหแ ตล ะกลุมรว มกันอภปิ รายเพอ่ื หาคำตอบ
(แนวตอบ : การเผาไหม การเกิดสนมิ การทำขนมครก ไขตม การสุกของสตอวเ บอรร่)ี
5. ครูจัดเตรียมวัสด-ุ อปุ กรณทใี่ ชใ นกจิ กรรม การเปลีย่ นแปลงทางเคมีของสาร
จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 มาวางไวหนาชนั้ เรียน ดงั น้ี
- ชอนโลหะ 1 คนั - กระดาษ 1 แผน
- ไมขีดไฟ 1 กลัก - ผงชรู สแท 1ซอง
- กระกองโลหะ 1 ใบ - ขวดแกว ปากแคบ 1 ใบ
- ชุดตะเกยี งแอลกอฮอล 1 ชุด - ผงฟู 1 ซอง
- ลกู โปง 1 ใบ - น้ำสม สายชู 1 ขวด
- กรวยกรอกนำ้ 1 อนั - หลอดดูดนำ้ 1 หลอด
- หลอดทดลองขนาดเลก็ 1 หลอด - น้ำปูนใส 1/2 ของหลอดทดลองขนาดเล็ก
6. นกั เรยี นแบงกลมุ (กลุม เดิม) จากนั้นใหนักเรยี นแตละกลุมจัดเตรยี มอุปกรณ
ที่ใชใ นกิจกรรม การเปล่ียนแปลงทางเคมขี องสาร จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2
7. ครูแจงจดุ ประสงคข องกจิ กรรม การเปลีย่ นแปลงทางเคมีของสาร ใหน ักเรยี นทราบ เพื่อเปน

แนวทางการปฏบิ ตั ิกิจกรรมท่ีถูกตอง
8. นักเรียนแตละกลุมรวมกนั ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม การเปล่ยี นแปลงทางเคมขี องสาร โดยปฏบิ ตั ิ

กจิ กรรม ดงั นี้
1) ศึกษาขน้ั ตอนการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมจากหนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 อยา งละเอียด

หากมีขอสงสยั ใหส อบถามครู
2) รวมกนั กำหนดปญหาและตง้ั สมมตฐิ านในการปฏิบตั ิกิจกรรม แลว บันทกึ ผลลงในสมุดประจำตวั

นักเรยี น
3) รวมกันปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามขน้ั ตอนใหครบถว นและถูกตอ งทกุ ขนั้ ตอน จากนน้ั บนั ทกึ ผลลงใน

สมุดประจำตัวนกั เรยี น หรือแบบฝก หดั วิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
9. นักเรยี นแตละกลุมรวมกนั วิเคราะหผลการปฏิบตั ิกิจกรรม แลวอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง

ขน้ั สอน

ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู (Explain)
10. นกั เรยี นแตล ะกลุม ออกมานำเสนอผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมหนา ช้นั เรียน เพอ่ื แลกเปล่ียนความคดิ
จนครบทุกกลมุ ในระหวา งที่นักเรยี นนำเสนอครูคอยใหข อเสนอแนะเพ่ิมเติม เพ่ือใหน ักเรยี น
มคี วามเขาใจท่ีถูกตอง
11. นักเรยี นและครรู วมกนั สรุปความรทู ี่ไดจ ากการปฏิบตั ิกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ของสาร ซงึ่ ไดขอสรุปรวมกันวา “เม่อื เผากระดาษหรอื ผงชูรสแท พบวากระดาษหรือผงชูรสแท
จะไหม กลายเปนเถาถานสีดำ เมอ่ื เปา ลมใสน ำ้ ปูนใส พบวา น้ำปูนใสจะขุน และมตี ะกอนเกิดขน้ึ
เมือ่ เทผงฟูลงในนำ้ สมสายชู พบวามฟี องแกสเกิดข้ึน”
12. นกั เรยี นแตละคนทำกจิ กรรมหนตู อบได จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยตอบ
คำถามลงในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น

ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
13. ครูตง้ั ประเดน็ คำถามกระตนุ ความคิดนักเรยี นวา “เราสามารถสังเกตไดอยางไรวา สารใหมท ีเ่ กิดขึน้
การจากเปลยี่ นแปลง เปนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี”
(แนวตอบ : สารท่ไี ดมสี ตี า งจากสารเดมิ สารทีไ่ ดม ีกล่นิ ตางจากสารเดมิ เกดิ แสงหรอื เสยี งขนึ้
เกิดฟองแกส ขนึ้ มีการเพิ่มข้นึ หรอื ลดลงของอุณหภูมิ เกดิ ตะกอนขึน้ )
14. นกั เรียนแบง กลุม (กลมุ เดิม) จากนนั้ ใหแตล ะกลมุ รวมกันศกึ ษาคน ควา ขอมูล
เพ่ิมเติมเกีย่ วกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ผลดีและผลเสียจากการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมีของสาร
จากหนังสือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 หรือแหลง การเรียนรูตา ง ๆ เชน อินเทอรเน็ต
15. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ใหน ักเรียนเขาใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมขี องสารวา “การเปล่ียนแปลง
ทางเคมีของสารตา งจาการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพของสาร โดยการเปลย่ี นแปลงทางเคมขี อง
สารจะทำใหเ กดิ สารใหม สมบัตขิ องสารใหมท ่ีไดเปล่ียนไปจากเดมิ เปนการเปลย่ี นแปลง
องคป ระกอบภายในของสาร และสารใหมที่ไดกลับคืนสูสภาพเดมิ ไมไดหรือทำไดย าก”
16. ครูเปดโอกาสใหน ักเรยี นซักถามเนือ้ หาเก่ยี วกบั เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงทางเคมีของสาร
และใหค วามรูเพิ่มเตมิ จากคำถามของนักเรียน

17. นกั เรียนแตล ะคนทำใบงานที่ 1 เรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงทางเคมีของสาร
18. นักเรียนแตละคนเขียนสรุปสาระสำคญั ประจำ บทท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางเคมี โดยเขียน

เปนแผนผงั มโนทัศน ลงในสมุดประจำตวั นกั เรยี น
19. นักเรียนแตล ะคนทำกิจกรรมฝก ทกั ษะ บทท่ี 2 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี จากหนงั สือเรยี น

วทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 ลงในสมดุ ประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝก หัดวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
20. นักเรียนแบง กลุม ๆ ละ 4 คน จากน้นั ใหแ ตล ะกลมุ รวมกันศกึ ษากจิ กรรมสรางสรรคผลงงาน

จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยใหเลือกผกั หรือผลไมก ลุมละ 1 ชนดิ ชวยกันสังเกต
และบันทึกผลการเปลี่ยนแปลงทางเคมอี ยา งนอ ย 1 สัปดาห แลว นำขอมลู ที่ไดจ ากการสังเกตมา
จดั ทำเปนรายงาน เรื่อง การเปล่ียนแปลงทางเคมีของผกั และผลไม

ขนั้ สรุป

ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรยี นแตล ะคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
จากนัน้ ครถู ามนกั เรยี นเปน รายบุคคลตามรายการขอ 1-5 เพื่อเปนการตรวจสอบความรู
ความเขา ใจของนักเรียนหลังจากการเรยี นจบบทที่ 2 การเปลย่ี นแปลงทางเคมี
2. ครูประเมินผล โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนาชนั้ เรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมนำสูการเรียน ในสมุดประจำตัวนักเรียน หรือแบบฝก หดั
วิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
4. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม การเปล่ยี นแปลงทางเคมีของสาร ในสมดุ ประจำตัว
นกั เรยี น
5. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได ในสมดุ ประจำตวั นกั เรียน
6. ครูตรวจสอบผลการทำใบงานท่ี 1 เรื่อง การเปลยี่ นแปลงทางเคมขี องสาร
7. ครตู รวจผลการทำกิจกรรมสรปุ สาระสำคญั ประจำ บทที่ 2 การเปล่ียนแปลงทางเคมี
ในสมดุ ประจำตวั นักเรยี น
8. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมฝก ทักษะ บทท่ี 2 การเปลีย่ นแปลงทางเคมี ในสมดุ ประจำตัว
นักเรยี น
9. ครูตรวจสอบรายงาน เรือ่ ง การเปลยี่ นแปลงทางเคมีของผักและผลไม ของนักเรียนแตละกลมุ
10. นกั เรยี นและครรู ว มกันสรุปเกย่ี วกบั การเปล่ยี นแปลงทางเคมีของสาร ซงึ่ ไดข อสรปุ รวมกนั วา
“การเปลยี่ นแปลงทางเคมีของสาร คอื การเปลยี่ นแปลงของสารชนดิ เดยี ว หรอื การทำปฏิกริ ยิ า
ระหวางสาร 2 ชนดิ ขนึ้ ไปแลว เกิดสารใหม ซ่ึงมีสมบตั ิตา งไปตา งเดมิ และทำใหกลบั มาเปนสารเดมิ
ไดยาก โดยสามารถสงั เกตการเปลี่ยนแปลงท่เี กิดขนึ้ จากสารใหมไ ดหลายอยา ง เชน สีทจ่ี ากตา ง
เดมิ กลิน่ ทีต่ า งจากเดิม อาจมีเสยี งหรอื แสงเกดิ ข้นึ มีฟองแกส เกิดขึ้น มีการเพิ่มข้นึ หรือลดลงของ
อุณหภูมิ หรือมีตะกอนเกิดขึ้น”

7. สอ่ื /แหลงการเรียนรู
7.1 สอ่ื การเรียนรู
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 หนว ยการเรยี นรูท่ี 5 การเปล่ียนแปลง
2) ใบงานที่ 1 เรื่อง การเปลีย่ นแปลงทางเคมขี องสาร
3) วัสด-ุ อปุ กรณทใี่ ชใ นกิจกรรม การเปล่ียนแปลงทางเคมีของสาร
4) ลูกอม 4 รสชาติ
5) สมดุ ประจำตวั นักเรยี น

7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หอ งเรียน
2) อนิ เทอรเ นต็

8. การวัดและประเมินผล วิธีการ เคร่ืองมือ เกณฑก ารประเมนิ
รายการวัด - ตรวจใบงานท่ี 1 เร่อื ง - ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง - ไดไมนอยกวา 2
การเปลีย่ นแปลงทาง การเปล่ยี นแปลงทางเคมี คะแนน ระดับคุณภาพดี
1. วเิ คราะหการ เคมีของสาร ของสาร ถอื วาผา นการประเมิน
เปลย่ี นแปลงของสารเมอ่ื ดา นความรู
เกดิ การเปล่ียนแปลงทาง
เคมีได (K)

2. ปฏิบตั ิกิจกรรมการ - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมนิ การ - ไดไ มนอยกวา2
เปลย่ี นแปลงทางเคมีได ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลงาน/ผลการ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
อยา งถูกตองและเปนลำดับ กิจกรรม ปฏิบัตกิ ิจกรรม ถือวา ผา นการประเมนิ
ขั้นตอน (P) ดานกระบวนการ

3. มคี วามใฝเรยี นรูและให - สังเกตความมวี นิ ยั - แบบสงั เกตสังเกตความ - ไดไมน อยกวา 2
ความรวมมือในการทำ รับผิดชอบ ใฝเ รียนรู มวี ินัย รับผิดชอบ ใฝ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
กจิ กรรมกลุม (A) และมุง มนั่ ในการ เรียนรแู ละมงุ ม่ันในการ
ทำงาน ทำงาน ถอื วา ผา นการประเมิน
ดา นเจตคติ

9 เกณฑการประเมินผลงานนกั เรียน เกณฑก ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเดน็ การประเมนิ คา นำ้ หนกั แนวทางการใหคะแนน
คะแนน

การใหคะแนนตอบ 3 ตอบคำถามทายกิจกรรมและคำถามระหวา งเรียน ถูกตอ ง จำนวน 9-10
คำตอบหลังทำกจิ กรรม คะแนน

2 ตอบคำถามทายกิจกรรมและคำถามระหวางเรยี น ถูกตอง จำนวน 6-8
คะแนน

1 ตอบคำถามทายกิจกรรมและคำถามระหวางเรียน ถูกตอ ง จำนวน 1-5
คะแนน
การใหคะแนนการจดั 3 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองไดดี มีการนำเสนอขอมลู เขาใจงา ย
กระทำและสื่อความหมาย มีลำดับข้ันตอน ระบุชือ่ ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เรอื่ งตารางบันทกึ ผล
ตารางบนั ทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอ ง ครบถว น
การทดลอง 2 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได มีการนำเสนอขอมูลเขา ใจงา ย

มีลำดับขนั้ ตอน ระบุชอ่ื ตารางบนั ทึกผลการทดลอง หัวเรอ่ื งตารางบันทึกผล
แตบนั ทกึ ผลการทดลองไมถกู ตอ ง
1 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได แตก ารนำเสนอขอมูลเขาใจยาก
ไมม ีลำดบั ขั้นตอน ไมระบุช่อื ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ไมม ีหัวเรื่องตาราง
บันทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไมถ กู ตอ ง
ใหความรว มมือในทำกิจกรรมรวมกับผอู ่นื ตลอดท้ังคาบเรียน ไมกอความ

3 วุนวายหรือปญหาทรี่ บกวนการเรยี นของผูอ่นื เชน พดู เสียงดังโวยวาย ลกุ

เดินไปมา หรือชวนผูอืน่ คยุ เลน ขณะครูทำการสอน

การใหค ะแนนความ ใหความรว มมือในทำกิจกรรมรวมกับผอู ่นื เปน บางครั้งในคาบเรียน และกอ
รว มมอื ในการทำกิจกรรม 2 ความวุนวายหรอื ปญ หาท่ีรบกวนการเรียนของผูอ่ืน เชน พูดเสยี งดงั
รว มกับผูอ ่ืน
โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรอื ชวนผูอ ื่นคุยเลน ขณะครูสอน

ไมใ หความรว มมือในทำกิจกรรมรวมกบั ผอู ่ืน ทำใหเ กิดความวุน วายหรอื
1 ปญหาทร่ี บกวนการเรยี นของผูอ ่ืน เชน พดู เสียงดังโวยวาย ลุกเดนิ ไปมา

หรอื ชวนผูอ่นื คุยเลน ขณะครูทำการสอน

9.2 ระดับคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคา เฉลยี่ )

คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉลีย่ 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99 หมายถึง พอใช

ดงั น้นั นักเรยี นตองไดคะแนนเฉลยี่ ทุกประเด็นการประเมิน ไมต ำ่ กวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคณุ ภาพดี ถอื วาผานเกณฑการประเมนิ

แบบบนั ทกึ การประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรูข องนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ 5/1
คำชี้แจง: ทำเคร่อื งหมาย  ในชองคาน้ำคะแนนแตล ะดา นตามจุดประสงคการเรียนรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score

เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดา นเจตคติ (A)คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คา น้ำหนกั คะแนน คา นำ้ หนกั คะแนน คานำ้ หนักคะแนนระดับ
1 เดก็ ชาย มนสั อยรู ัตน 3 2 1 3 2 1 3 21 คุณภาพ
2 เด็กชาย อรรถวัต พีขุนทด
✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

3 เด็กชาย ธนศักดิ์ ชมู ภยู ศ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

4 เด็กชาย ธรี ภัทร สปุ ญญา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

5 เดก็ ชาย ภัททากร อินเฟอง ✓✓ ✓ 8 ดี

6 เด็กชาย ภัทรวทิ ย ผาไสว ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

7 เดก็ ชาย ศริ ศิ ักดิ์ สอนวิเศษ ✓✓ ✓ 8 ดี

8 เด็กชาย พัสกร บูทอง ✓ ✓ ✓ 8 ดี
9 เด็กชาย บรรพต บญุ นอย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เดก็ ชาย เสฏฐวุฒิ ชยั เดช ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

11 เด็กชาย ณัฐวตั ร ปญ ญาเฟอง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

12 เด็กหญงิ บุณยาพร กนั ทะวงศ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

13 เด็กหญิง อัยลดา ดูสวาง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

14 เดก็ หญงิ กลีบเงนิ แสนบวั คำ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

15 เดก็ หญิง เจนจรี า สีฟอง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

16 เด็กหญงิ มาลีนี แชว ะ ✓✓ ✓ 8 ดี

17 เด็กหญิง พวดี โลนุชิต ✓ ✓ ✓ 8 ดี
18 เด็กหญงิ ปยวฒั น อาจารย ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

เกณฑก ารพจิ ารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดาน K P A แลว หาคาเฉลี่ย)
- คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้ึนไปเทาน้ัน

ถงึ จะผานการเรยี นรูตามตวั ช้ีวดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนกั เรียน

ผูเรียนที่ ผา น ตัวชีว้ ดั
มีจำนวน………………18…………คน คดิ เปน รอ ยละ…………………100………………………..

ผเู รยี นท่ี ไมผ า น ตัวชี้วัด
มีจำนวน…………………………คน คิดเปนรอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................

แบบบันทกึ การประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรูข องนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที่ 5/2

คำช้แี จง: ทำเคร่อื งหมาย  ในชอ งคาน้ำคะแนนแตล ะดา นตามจดุ ประสงคก ารเรียนรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score
ดา นความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A)
เลข ชือ่ -นามสกุล/ คาน้ำหนกั คะแนน คา นำ้ หนกั คะแนน คา นำ้ หนกั คะแนน คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรียน 321 32 1 3 21 ระดับ
คุณภาพ

1 เด็กชาย วิภู ตากัน ✓✓ ✓ 8 ดี
ดี
2 เด็กชาย ภานุวฒั น ปานสมพงษ ✓ ✓ ✓ 8 ดี
ดมี าก
3 เด็กชาย สินกิ ร สิงหจ านสุ งค ✓ ✓✓ 8 ดมี าก
ดมี าก
4 เด็กชาย ปรัตถกร พลจร ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
ดีมาก
5 เดก็ ชาย สรรคส ริ ิ สภุ ามงคล ✓ ✓ ✓ 9 ดี
ดีมาก
6 เดก็ ชาย ปญ ญา พ่ึงเพิ้ง ✓ ✓ ✓ 9 ดี
ดมี าก
7 เด็กชาย รณกฤต วงศอา ยตาล ✓ ✓ ✓ 9 ดี
ดี
8 เดก็ ชาย ธนกฤต เครือทราย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
ดีมาก
9 เด็กชาย จอมขวญั แกว บุญเรือง ✓ ✓ ✓ 8

10 เด็กชาย วิมลรัตน ภกั ดี ✓ ✓ ✓ 9

11 เด็กชาย วชิราภรณ ไชยโย ✓ ✓ ✓ 8
12 เด็กหญงิ พรนภสั พูลลน ✓ ✓ ✓ 9

13 เด็กหญิง สุวภัทร กันทะวงศ ✓✓ ✓ 8

14 เดก็ หญิง ขวญั พัฒน โพสา ✓✓ ✓ 8

15 เดก็ หญิง ชนาภา หวนั ทา ✓ ✓ ✓ 9

16 เดก็ หญิง ชนกิ า รจนา ✓ ✓ ✓ 9

17 เดก็ หญิง สชุ ญั ญา สภุ ามงคล ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

18 เดก็ หญงิ ธนัชพร สายดวง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก

19 เดก็ หญงิ สุพชิ ญา บำรงุ ชนม ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก

เกณฑก ารพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคาเฉลยี่ )
- คะแนนรวมเฉล่ยี 3.00 หมายถึง ดีมาก
- คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉลย่ี 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตองไดค ะแนนเฉลีย่ ทุกประเด็นการประเมิน ไมต ่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้ึนไปเทานน้ั

ถงึ จะผา นการเรยี นรตู ามตวั ช้ีวัด
ผลการประเมินการเรยี นรขู องนักเรียน

ผเู รยี นที่ ผา น ตวั ชี้วดั
มจี ำนวน……………19……………คน คดิ เปน รอยละ…………………100………………………..

ผเู รียนที่ ไมผาน ตัวช้วี ัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปน รอ ยละ………………………………………………..

1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................





ใบงานที่ 1

เรื่อง การเปล่ียนแปลงทางเคมีของสาร

เดก็ หญงิ ก. ซอื้ แกงกะทิจากตลาด ชว งเชา จากนน้ั เดก็ หญิง ก. ตง้ั แกงกะทิทิง้ ไวบ นโตะ อาหาร
ในชวงเยน็ เด็กหญงิ ก. นำแกงกะทิมาเทใสจานเพอ่ื รับประทาน พบวา แกงกะทิมีกล่ินเหม็น
จากขอมูลดังกลา ว นักเรยี นคดิ วา การเปลย่ี นแปลงของแกงกะทิ เปน การเปล่ยี นแปลงทางเคมี
หรือไม สังเกตไดอ ยางไร
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................

ใหน กั เรียนนำคำในสีเ่ หล่ยี มดา นลา งนี้ เตมิ ลงในชอ งวา งดานลา ง

เกดิ สารใหม เปล่ียนแปลงรปู ราง เปล่ยี นสถานะกลบั สมบัติของสาร
คงเดมิ
ภายนอก สสู ภาพเดมิ ไมไ ด

เปลย่ี นสถานะ สมบัตขิ องสาร ไดสารเดมิ เปลย่ี นแปลง
กลับไปกลับมาได เปลีย่ นแปลง องคป ระกอบภายใน

การเปลย่ี นแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ





แผนการจดั การเรยี นรูที่ 2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี 5
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
รายวชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เร่ือง การเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลับไดแ ละผันกลบั ไมไ ดข องสาร
หนว ยการเรียนรูท่ี 4 เรอ่ื ง การเปลย่ี นแปลง เวลา 1 ชัว่ โมง
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2564
ผูส อน นางสาวกมลพรรณ แตงสุวรรณ

1. มาตรฐานการเรียนรู
ว 2.1 เขาใจสมบัติของสาร องคประกอบของสสาร ความสมั พนั ธระหวา งสมบตั ิของสารกับโครงสรา ง

และแรงยึดเหนย่ี วระหวา งอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสาร การเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี

ตัวช้ีวดั
ว 2.1 ป.5/4 วเิ คราะหแ ละระบกุ ารเปลย่ี นแปลงทผ่ี ันกลบั ไดแ ละการเปลย่ี นแปลงทผี่ นั กลับไมไ ด

2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1. วิเคราะหแ ละระบุการเปลีย่ นแปลงทางเคมที ่ผี ันกลบั ไมได (K)
2. ปฏิบัตกิ ิจกรรมเพอ่ื ระบกุ ารเปลี่ยนแปลงทางเคมีทผ่ี ันกลบั ไดไดอยา งถูกตอง (P)
3. มีความใฝเ รยี นรูและใหค วามรว มมอื ในการทำกจิ กรรมกลุม (A)

3. สาระการเรยี นรู

เมอื่ สารเกิดการเปลี่ยนแปลงแลว สารสามารถเปลี่ยนกลบั เปนสารเดิมได เปน การเปลย่ี นแปลงที่
ผนั กลับได เชน การหลอมเหลว การกลายเปนไอ การละลาย แตส ารบางอยางเกิดการเปล่ียนแปลงแลว ไม
สามารถเปล่ยี นกลับเปน สารเดิมได เปนการเปลีย่ นแปลงท่ีผันกลับไมได เชน การเผาไหม การเกดิ สนิม

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนแปลงแลวสามารถเปลี่ยนกลบั เปนสารเดิมได เรียกวา การเปลี่ยนแปลงที่ผนั
กลับได เชน การหลอมเหลว การกลายเปนไอ การแข็งตัว การละลาย เปนตน สวนสารที่เกิดการ
เปลี่ยนแปลงแลวไมสามารถเปลี่ยนกลับเปนสารเดิมได เรียกวา การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไมได เชน
การเผาไหม การสกุ ของผลไม การเกิดสนิม เปน ตน

5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. ความสามารถในการสือ่ สาร 1. มีวินัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเรยี นรู
3. ซ่ือสัตย สุจรติ
1) ทกั ษะการสังเกต 4. มุงมน่ั ในการทำงาน
2) ทักษะการทดลอง
3) ทกั ษะการต้งั สมมติฐาน
4) ทกั ษะการทำงานรวมกนั
5) ทักษะการตีความหมายขอมลู และลง
ขอสรปุ
3. ความสามารถในการใชท กั ษะชีวติ
4. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู

 แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ กี ารสอน/เทคนคิ : สืบเสาะหาความรู (5Es Instructional Model)

ขั้นนำ
ขั้นที่ 1 กระตุนความสนใจ (Engage)

1. ครูทักทายกับนักเรยี น จากนัน้ ครทู บทวนความรเู ดิมเกี่ยวกับ เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงทางเคมี
และการเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ โดยครแู จกกระดาษสีเหลือง และสแี ดง ใหนกั เรียนคนละ 2 สี
จากนั้นครชู ีแ้ จงใหน ักเรยี นปฏบิ ัติ ดงั นี้
• กระดาษสีเหลอื ง แทนการเปลยี่ นแปลงทางกายภาพ
• กระดาษสีแดง แทนการเปลยี่ นแปลงทางเคมี

2. ครูยกตัวอยา งการเปลี่ยนแปลงของสารในชวี ติ ประจำวัน 10 ตวั อยาง เชน การเผากระดาษ
จากนนั้ ใหนักเรยี นแตล ะคนวิเคราะหวา “ตัวอยางดังกลา วเปนการเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ
หรอื การเปล่ยี นแปลงทางเคมี”

3. นกั เรียนยกกระดาษสี เพอื่ ตอบคำถาม หากนักเรยี นตอบถกู จะไดคะแนนรวม 1 คะแนน
จากนั้นครรู วบรวมคะแนนสะสมของนักเรียนแตละคน โดยครกู ลาวชน่ื ชมนกั เรียนทไ่ี ดค ะแนน
สงู สุด

4. นกั เรียนดูภาพในบทที่ 3 การเปล่ียนแปลงทผ่ี ันกลับไดและผันกลบั ไมไดของสาร จากหนงั สอื เรยี น
วทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 จากนน้ั ครูถามคำถามสำคญั ประจำบทวา “การเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลับ
ไมไดค ืออะไร” โดยใหน ักเรยี นแตละคนรว มกนั อภิปรายแสดงความคดิ เห็นโดยไมมีการเฉลยวา

ถูกหรือผิด
(แนวตอบ : การเปลีย่ นแปลงทผี่ ันกลับไมได คือ การทสี่ ารเกิดการเลี่ยนแปลงแลวไมส ามารถ
เปลี่ยนกลับเปน สารเดมิ ได)
5. นกั เรียนเรียนรูค ำศัพทท่ีเกี่ยวขอ งกับการเรยี นในบทที่ 3 การเปลย่ี นแปลงที่ผนั กลับไดและผนั กลบั
ไมไ ดของสาร จากหนังสือเรยี นวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยครูขออาสาสมัครนกั เรียน
จำนวน 1 คน ใหเ ปนผอู า นนำ และใหนักเรียนท่ีอยูในชน้ั เรียนเปน ผอู า นตามทีละคำ ดังนี้

Irreversible Change (อริ ิ’ เวอซบึ ึล เชนจ) การเปลยี่ นแปลงทผ่ี ันกลับไมได
Reversible Change (ริ’ เวอซบึ ลึ เชนจ) การเปลีย่ นแปลงท่ีผันกลับได
Melting (‘เมล็ ทงิ ) การหลอมเหลว
Dissolution (ดสิ โซ’ ลูชนั ) การละลาย

6. นักเรยี นทำกิจกรรมนำสกู ารเรียน โดยอานสถานการณ จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2
แลว ตอบคำถาม ลงในสมดุ ประจำตวั นกั เรียน

ข้ันสอน

ข้ันท่ี 2 สำรวจคน หา (Explore)
1. นกั เรียนแบง กลุม ๆ ละ 4 คน ตามความสมคั รใจ จากน้ันใหน ักเรยี นแตละกลุม รวมกันศึกษา
คน ควาขอมลู เกยี่ วกับ เร่อื ง การเปลี่ยนแปลงท่ผี ันกลบั ได และผันกลบั ไมไดของสาร จากหนังสือ
เรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 หรือแหลง การเรยี นรูตา ง ๆ เชน อินเทอรเ น็ต
2. นกั เรียนแตละกลุมรว มกันอภปิ รายเรื่องทไ่ี ดศึกษา จากนั้นใหน กั เรียนแตละคนเขยี นสรุปความรู
ท่ีไดจ ากการศึกษาคน ควาลงในสมุดประจำตวั นักเรียน
3. ครูต้งั ประเดน็ คำถามกระตุนความสนใจนกั เรยี นวา “การหลอมเหลวของน้ำแขง็ ขวั้ โลก เปน การ
เปล่ียนแปลงทผี่ นั กลบั ไดห รือไม เพราะเหตุใด” โดยใหแตละกลุมรวมกนั อภปิ รายเพื่อหาคำตอบ
(แนวตอบ : การหลอมเหลวของนำ้ แข็งข้วั โลก เปนการเปลีย่ นแปลงทผี่ นั กลบั ได เพราะในปจ จุบัน
ขัว้ โลกมีอณุ หภมู สิ ูงข้นึ จึงทำใหนำ้ แขง็ เกดิ การละลาย แตถ า ขัว้ โลกมอี ณุ หภูมทิ ี่ลดลงจนถงึ ระดบั
หน่ึง จะทำใหน ำ้ แขง็ ท่เี คยละลายเกดิ การแขง็ ตวั เชนเดมิ )

ขัน้ สอน

ขั้นท่ี 2 สำรวจคนหา (Explore) (ตอ)
4. ครจู ดั เตรยี มวสั ด-ุ อุปกรณทใี่ ชใ นกจิ กรรม ดอกอญั ชันเปลี่ยนสี จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร
ป.5 เลม 2 มาวางไวหนาชน้ั เรียน ดังนี้
- ดอกอัญชนั สด 5 ดอก - แทง แกว คนสาร 2 อัน
- น้ำเปลา 250 มิลลิลิตร - น้ำมะนาว 250 มิลลลิ ติ ร
- บกี เกอรขนาด 500 มลิ ลลิ ติ ร - ไมข ดี ไฟ 1 กลัก
- หลอดหยด 3 อนั - นำ้ สบู 250 มิลลิลิตร
- หลอดทดลอง 1 หลอด - ชุดตะเกยี งแอลกอฮอล 1 ชุด

5. นักเรยี นแบงกลมุ จากนัน้ ใหนกั เรียนแตละกลุม จดั เตรยี มอุปกรณทใี่ ชในกิจกรรม ดอกอญั ชนั
เปล่ยี นสี จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2

6. ครูแจงจุดประสงคข องกจิ กรรมที่ 1 ดอกอญั ชนั เปลี่ยนสี ใหน กั เรียนทราบ เพอ่ื เปนแนวทางการ
ปฏิบตั กิ ิจกรรมท่ีถูกตอง

7. นักเรียนแตล ะกลุมรว มกนั ปฏิบตั ิกจิ กรรมท่ี 1 ดอกอญั ชันเปลี่ยนสี โดยปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ดงั นี้
1) ศึกษาขน้ั ตอนการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมจากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 อยางละเอียด
หากมีขอสงสยั ใหส อบถามครู
2) รวมกนั กำหนดปญ หาและตั้งสมมตฐิ านในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม แลวบันทึกผลลงในสมดุ ประจำตัว
นักเรียน
3) รวมกันปฏิบตั กิ ิจกรรมตามข้นั ตอนใหค รบถว นและถูกตองทกุ ขั้นตอน จากน้ันบนั ทึกผลลงใน
สมุดประจำตัวนกั เรียน หรอื แบบฝกหัดวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2

8. นักเรียนแตล ะกลุมรวมกันวิเคราะหผ ลการปฏิบตั ิกจิ กรรม แลว อภิปรายผลและสรปุ ผลการทดลอง

ขัน้ สอน

ขั้นที่ 3 อธิบายความรู (Explain)
9. นักเรียนแตละกลุมออกมานำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมหนา ชนั้ เรยี น เพอ่ื แลกเปลย่ี นความคดิ
จนครบทุกกลมุ ในระหวา งท่ีนกั เรียนนำเสนอครูคอยใหข อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพ่ือใหนักเรยี น
มคี วามเขาใจทีถ่ ูกตอง
10. นักเรยี นและครรู ว มกนั สรุปความรูทไี่ ดจ ากการปฏิบตั กิ ิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลยี่ นสี
ซ่งึ ไดข อสรุปรว มกนั วา “เมอ่ื นำดอกอัญชนั ไปตม ในนำ้ เดอื ด จะไดน้ำอญั ชันทมี่ นี ้ำเงนิ เมือ่ นำน้ำ
มะนาวหยดลงในนำ้ อัญชันทมี่ ีสีน้ำเงนิ จะเกดิ การเปล่ยี นสีของนำ้ อญั ชนั เปนสมี วง และเมื่อนำน้ำ
สบหู ยดลงในน้ำอญั ชันท่ีมีสมี วง จะเกดิ การเปล่ยี นสีของน้ำอัญชนั เปนสีนำ้ เงนิ ซ่ึงจากการทดลอง
ดงั กลา วสรปุ ไดว าการเปลย่ี นสีของน้ำอัญชนั เปน การเปล่ยี นแปลงทางเคมีท่ีผันกลบั ได”
11. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมใหน กั เรียนเขา ใจวา “การเปล่ียนแปลงทางเคมี มีดว ยกนั 2 ประเภท คอื
การเปล่ยี นแปลงทางเคมีท่ีผันกลับได ยกตัวอยา งเชน การเปล่ียนสขี องนำ้ อญั ชนั และ
การเปลย่ี นแปลงทางเคมีทผี่ นั กลบั ไมได เชน การเผาไหมของกระดาษ เปนตน ”
12. ครตู ัง้ ประเดน็ คำถามกระตุนความคดิ นักเรยี นวา “นอกจากการเผาไหมข องกระดาษ นกั เรยี นคดิ วา
เราสามารถพบเหน็ ตัวอยางของการเปลี่ยนแปลงทางเคมที ่ีผนั กลับไมได ท่เี กิดขึ้นในชีวิตประจำวนั
อะไรอีกบา ง” โดยใหแตละกลุม รวมกนั อภปิ รายเพ่อื หาคำตอบ
(แนวตอบ : การเกิดสนิมของเหล็ก การสกุ ของผลไม เปนตน)
13. นักเรียนแตล ะคนทำกิจกรรมหนูตอบได จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยตอบ
คำถามลงในสมดุ ประจำตัวนักเรียน

ขัน้ ที่ 4 ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
14. ครูต้ังประเดน็ คำถามกระตุนความคิดนักเรียนวา
“การละลายของสารในน้ำ เปนการเปลีย่ นแปลงท่ีผนั กลับไดห รือผนั กลบั ไมไ ด”
(แนวตอบ : การละลายของสารในน้ำเปน การเปลย่ี นแปลงทผ่ี ันกลับได โดยเมื่อเพิ่มความรอนให

อณุ หภูมสิ งู ในระดบั หนงึ่ สารเดมิ จะเปลี่ยนสถานะเปนสถานะเดิมกอ นทำการละลายกบั น้ำ)
15. นกั เรยี นแตล ะคนศึกษาคนควาขอมูลเพ่มิ เติมเกี่ยวกบั เรื่อง การเปล่ียนแปลงท่ผี นั กลับไดของสาร

และการเปลีย่ นแปลงทผี่ ันกลับไมไดของสาร จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 หรอื แหลง
การเรียนรูต าง ๆ เชน อินเทอรเน็ต จากนัน้ เขยี นสรุปความรูท่ีไดจากการศึกษาคนควา ลงใน
สมดุ ประจำตวั นกั เรยี น
16. ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ ใหนักเรยี นเขาใจเกยี่ วกับการเปลยี่ นแปลงท่ีผนั กลบั ไดแ ละผนั กลับไมไดของสาร
วา “การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ เปนการเปลีย่ นแปลงทผ่ี นั กลับได สว นการเปลีย่ นแปลงทาง
เคมี สวนใหญเ ปนการเปล่ยี นแปลงที่ผันกลับไมไ ด ยกเวน สารบางชนดิ ทเ่ี ม่ือเกดิ ปฏิกริ ยิ าทางเคมี
แลว สามารถผนั กลบั ได เชน สีของดอกอัญชัน เปนตน”
17. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามเนอื้ หา เรื่อง การเปลย่ี นแปลงทผี่ นั กลบั ไดและผันกลับไมได
ของสาร และใหค วามรเู พิ่มเติมจากคำถามของนกั เรยี น
18. นกั เรียนตอบคำถามทาทายการคิดข้ันสูง จากหนงั สือเรยี น วทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 ลงในสมุด
ประจำตัวนักเรยี น หรือแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 จากนั้นนักเรียนแตละคนทำ
ใบงานที่ 2 เรอ่ื ง การเปลีย่ นแปลงท่ีผันกลับไดและผันกลับไมไดของสาร
19. นักเรียนแตล ะคนเขยี นสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 3 การเปลยี่ นแปลงทผ่ี นั กลับไดและผันกลบั
ไมไดของสาร โดยเขยี นเปน แผนผงั มโนทัศน ลงในสมุดประจำตัวนักเรยี น
20. นักเรียนแตล ะคนทำกจิ กรรมฝกทักษะ การเปล่ียนแปลงท่ีผนั กลบั ไดและผนั กลบั ไมได
ของสาร จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 ลงในสมดุ ประจำตวั นกั เรยี น
21. นักเรยี นแบงกลุม ๆ ละ 3 คน ตามความสมัครใจ จากน้ันใหแตละกลุมรวมกนั ศึกษากิจกรรม
สรา งสรรคผ ลงาน จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 แลว ชว ยกนั สำรวจเกย่ี วกบั
เร่อื ง การเปลยี่ นแปลงทีผ่ ันกลบั ไดของสาร หรือการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับไมไ ดของสารทเ่ี กิดข้ึน
ในชวี ติ ประจำวนั จากนน้ั รวบรวมขอมูลและจดั ทำเปนใบความรู พรอมตกแตง ใหสวยงาม

ข้ันสรุป

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรียนแตล ะคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
จากนน้ั ครูถามนกั เรียนเปน รายบคุ คลตามรายการขอ 1-5 เพอ่ื เปนการตรวจสอบความรู
ความเขาใจของนกั เรียนหลงั จากการเรียนจบบทที่ 3 การเปลย่ี นแปลงทผ่ี นั กลบั ไดและผันกลับ
ไมไดข องสาร
2. ครปู ระเมนิ ผล โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนาชั้นเรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมนำสูการเรียน ในสมุดประจำตัวนกั เรียน
5. ครตู รวจสอบผลการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดอกอัญชนั เปลย่ี นสี ในสมุดประจำตัวนักเรียน
6. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได ในสมดุ ประจำตวั
7. ครูตรวจ คำถามทา ทายการคดิ ข้ันสูง ในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น
8. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานที่ 2 เร่ือง การเปลีย่ นแปลงท่ีผันกลบั ไดและผนั กลบั ไมไดของสาร
9. ครูตรวจผลการทำกจิ กรรมสรปุ สาระสำคัญประจำ บทที่ 3 การเปลย่ี นแปลงที่ผนั กลับไดและ

ผนั กลับไมไดของสาร ในสมุดประจำตวั นักเรยี น
10. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมฝก ทักษะ การเปล่ยี นแปลงทผี่ ันกลับไดและผนั กลบั ไมไ ด

ของสาร ในสมดุ ประจำตัวนกั เรียน
11. ครตู รวจชน้ิ งาน/ผลงาน ใบความรู เร่อื ง การเปล่ียนแปลงท่ีผนั กลับไดและผันกลบั ไมไดข องสาร

ในชวี ติ ประจำวัน ของนักเรยี นแตล ะกลุม
12. นกั เรียนและครรู ว มกันสรุปเก่ียวกับการเปลย่ี นแปลงทผ่ี ันกลบั ไดแ ละผันกลบั ไมไดของสาร

ซงึ่ ไดขอสรุปรวมกันวา “การเปลย่ี นแปลงที่ผนั กลับไดของสาร คือ การที่สารเกดิ การเปล่ียนแปลง
แลว สามารถเปล่ยี นกลับเปน สารเดิมได เชน การหลอมเหลว การกลายเปนไอ การเปล่ียนสขี อง
ดอกอญั ชนั สว นการเปล่ียนแปลงทผ่ี นั กลบั ไมได การท่ีสารเกิดการเปล่ียนแปลงแลวไมสามารถ
กลับเปนสารเดมิ ได เชน การเผาไหม การเกดิ สนมิ ”

7. ส่ือ/แหลงการเรียนรู

7.1 สือ่ การเรียนรู
1) หนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 หนว ยการเรียนรทู ่ี 5 การเปลีย่ นแปลง
2) ใบงานที่ 2 เร่ือง การเปล่ียนแปลงที่ผนั กลบั ไดแ ละผันกลับไมไ ดของสาร
3) วัสด-ุ อปุ กรณท่ใี ชใ นกิจกรรม ดอกอญั ชันเปลยี่ นสี
4) กระดาษสีเหลอื ง และสีแดง
5) สมดุ ประจำตวั นักเรียน

7.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองเรยี น
2) อนิ เทอรเ นต็

8. การวัดและประเมนิ ผล เกณฑก ารประเมิน
รายการวัด วิธีการ เคร่อื งมือ - ไดไมน อยกวา 2
1. วิเคราะหและระบุการ - ตรวจใบงานท่ี 2 เร่ือง - ใบงานที่ 2 เรอื่ ง คะแนน ระดับคุณภาพดี
เปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผัน การเปลย่ี นแปลงทผ่ี นั การเปลีย่ นแปลงท่ผี นั ถือวาผา นการประเมิน
กลับไมไ ด (K) กลบั ไดและผันกลบั กลบั ไดและผนั กลับไมไ ด ดานความรู
ไมไ ดข องสาร ของสาร

2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพื่อระบุ - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมนิ การ - ไดไ มนอยกวา2
การเปลย่ี นแปลงทางเคมีท่ี ผลงาน/ผลการปฏบิ ตั ิ นำเสนอผลงาน/ผลการ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
ผันกลับไดไดอยา งถูกตอง กิจกรรม ปฏิบัติกจิ กรรม ถือวา ผา นการประเมนิ
(P) ดา นกระบวนการ

3. มีความใฝเ รยี นรแู ละให - สังเกตความมวี ินัย - แบบสังเกตสงั เกตความ - ไดไมนอยกวา 2
ความรวมมือในการทำ รับผดิ ชอบ ใฝเรยี นรู มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ ใฝ คะแนน ระดับคุณภาพดี
กจิ กรรมกลมุ (A) และมุงม่นั ในการ เรียนรูและมงุ ม่ันในการ
ทำงาน ทำงาน

รายการวัด วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑก ารประเมิน
ถอื วาผา นการประเมนิ

ดานเจตคติ

9 เกณฑการประเมนิ ผลงานนักเรยี น เกณฑก ารประเมิน (Rubrics Score)

ประเด็นการประเมนิ คา นำ้ หนกั แนวทางการใหค ะแนน
คะแนน

การใหคะแนนหลังทำ 3 ทำใบงานที่ 2 เรอื่ ง การเปล่ียนแปลงท่ีผันกลับไดแ ละผนั กลับไมไ ดข องสาร
กิจกรรม ถกู ตอ ง จำนวน 10-12 คะแนน
2 ทำใบงานท่ี 2 เร่ือง การเปล่ยี นแปลงทผ่ี ันกลบั ไดแ ละผนั กลับไมไดข องสาร
ถูกตอง จำนวน 7-9 คะแนน
1 ทำใบงานที่ 2 เรื่อง การเปลีย่ นแปลงทผี่ นั กลบั ไดแ ละผนั กลับไมไ ดข องสาร
การใหคะแนนการจดั ถูกตอ ง จำนวน 1-6 คะแนน
3 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองไดด ี มีการนำเสนอขอ มูลเขาใจงาย
กระทำและส่ือความหมาย มลี ำดับขั้นตอน ระบชุ ่ือตารางบันทึกผลการทดลอง หัวเร่อื งตารางบันทึกผล
ตารางบันทกึ ผล และบันทึกผลการทดลองไดถูกตอ ง ครบถว น
การทดลอง 2 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได มีการนำเสนอขอมูลเขา ใจงาย
มลี ำดับขนั้ ตอน ระบุชื่อตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เรื่องตารางบันทึกผล
แตบันทึกผลการทดลองไมถกู ตอ ง
1 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได แตการนำเสนอขอ มลู เขา ใจยาก
ไมม ีลำดบั ขั้นตอน ไมร ะบุชือ่ ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง ไมม ีหัวเร่ืองตาราง
บนั ทกึ ผล และบันทึกผลการทดลองไมถูกตอ ง
ใหความรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกบั ผอู นื่ ตลอดท้งั คาบเรยี น ไมก อความ

3 วุนวายหรือปญหาท่ีรบกวนการเรียนของผูอ่นื เชน พูดเสียงดังโวยวาย ลุก

เดนิ ไปมา หรือชวนผอู นื่ คยุ เลน ขณะครทู ำการสอน

การใหค ะแนนความ ใหค วามรว มมือในทำกิจกรรมรว มกบั ผอู ่ืนเปน บางครงั้ ในคาบเรยี น และกอ
รว มมอื ในการทำกิจกรรม 2 ความวนุ วายหรอื ปญ หาท่รี บกวนการเรยี นของผูอนื่ เชน พูดเสยี งดงั
รวมกับผอู ืน่
โวยวาย ลุกเดินไปมา หรือชวนผอู ่นื คุยเลน ขณะครสู อน

ไมใหความรว มมือในทำกิจกรรมรว มกับผอู น่ื ทำใหเกิดความวนุ วายหรือ
1 ปญหาทีร่ บกวนการเรียนของผอู ่นื เชน พูดเสยี งดังโวยวาย ลุกเดินไปมา

หรือ ชวนผูอ่ืนคุยเลน ขณะครูทำการสอน


Click to View FlipBook Version