กิจกรรม กระบวนการเกิดเมฒและหมอก
จดุ ประสงค
ใชแบบจำลองอธิบายและเปรียบเทยี บการเกิดเมฒและหมอก
วสั ดุ/อปุ กรณ
1. นำ้ แขง็ 1 แกว 6. ธูป 2 ดอก
2. นำ้ รอน 200 มิลลลิ ติ ร 7. ไมขดี ไฟ 1 กลัก
3. ขวดพลาสติก 2 ใบ
4. กระบอกตวง 1 ใบ
ขนั้ ตอนการปฎบิ ตั ิกจิ กรรม
1. ตัดขวดนำ้ แบง เปนสองสว น โดยใหสว นทีอ่ ยูข างบนเปน สว นที่ 1 และสวนทีอ่ ยูขางลา งใหเ ปน สวนท่ี 2
2. ตวงนำ้ อุน ลงในขวดนำ้ พลาสตกิ ทง้ั 2 ใบ ใบละ 100 มิลลิลติ ร
3. เม่อื ใสน้ำอนุ ลงไปในขวดพลาสติกใบที่ 1 แลว ใหใชข วดพลาสติกสว นท่ี 2 ปด และใสน้ำแขง็ ไวข างบน
จากนัน้ สงั เกตเปน เวลา 3 นาทีและบนั ทึกผล
4. สวนขวดพลาสตกิ ใบท่ี 2 ใหจดุ ธูปแลว ดบั ไฟ จากนน้ั จอธูปลงไปในขวดน้ำพลาสตกิ ที่ใสน้ำอุนไวแลว รอจน
ควนั ธูปลอยเต็มขวดพลาสตกิ สวนที่ 1 แลว ใชข วดพลาสตกิ สวนที่ 2 ปดพรอมใสน ้ำแขง็ ไวข างบน สังเกตดา นใน
ขวดเปนเวลา 3 นาทแี ละบันทกึ ผลการเปล่ียนแปลง
ตารางบันทกึ ผลการทดลอง
ตารางที่ 1 ผลการสงั เกตส่ิงทเี่ กดิ ข้นึ ทวี่ างเหนือผิวน้ำข้ึนไปในภาชนะสวนที่ 2
บรเิ วณตางๆท่ีสังเกต ผลการสังเกต
ขวดที่ 1 บรเิ วณที่วา งเหนือผิวน้ำขึ้นไปในภาชนะ
สวนที่ 2 กอ นจุดธปู
ขวดที่ 2 บริเวณทวี่ างเหนือผิวน้ำข้ึนไปในภาชนะ
สว นที่ 2 หลังจดุ ธปู แลว
จงตอบคำถามตอไปน้ี
1. สวนประกอบของแบบจำลองแตล ะสวนเปรยี บไดกับส่งิ ใดในธรรมชาติ
1.1 ภาชนะท่ีใสนำ้ แข็ง เปรยี บไดกับ……………………………………………………………………………………
1.2 น้ำอนุ เปรียบไดกับ……………………………………………………………………………………………………..
1.3 บริเวณที่วางเหนอื ผิวน้ำภายในภาชนะ เปรียบไดก บั ………………………………………………………
1.4 ควนั ธปู เปรยี บไดกับ……………………………………………………………………………………………………
2. สงิ่ ทเี่ กดิ ขึ้นบริเวณท่ีวางเหนอื ผวิ น้ำข้ึนไปกอนจดุ ธปู แตกตางจากหลงั จุดธปู หรือไม อยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จากกจิ กรรมน้ี สรุปไดวา อยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 5
เร่ือง เมฆและหมอก
คำชแี้ จง : ใหน กั เรียนตอบคำถามใหถูกตอง
1. เมฆเกิดขน้ึ ข้ึนไดอ ยา งไร
..........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. ชนิดของเมฆเม่ือแบง ตามความสูงแบงได 3 ประเภท ไดแก
2.1.....................................................................................................................................................
2.2.....................................................................................................................................................
2.3.....................................................................................................................................................
3. เมฆช้ันต่ำเปน เมฆท่ีอยูในระดับความสงู ไมเกนิ 2,000 เมตรไดแ ก
3.1.....................................................................................................................................................
3.2.....................................................................................................................................................
3.3.....................................................................................................................................................
4. เมฆชน้ั กลางเปน เมฆท่ีอยใู นระดับความสงู ไมเ กิน 6,000 เมตร ไดแก
4.1......................................................................................................................................................
4.2......................................................................................................................................................
5. เมฆชั้นสูง อยใู นระดับความสงู มากกวา 6,000 เมตร ไดแก
5.1.......................................................................................................................................................
5.2.......................................................................................................................................................
5.3.......................................................................................................................................................
6. การจำแนกเมฆตามรปู รางลักษณะแบง เปน ๓ ประเภท ไดแ ก
6.1........................................................................................................................................................
6.2........................................................................................................................................................
6.3........................................................................................................................................................
7. เมฆทท่ี ำใหเกดิ ฝนฟาคะนองจัดอยูในเมฆชนั้ ใด
.............................................................................................................................................................
8. เปน เมฆท่ีอยูใกลพ้นื โลกมากทส่ี ดุ มสี ีเทา เปน แผนคือลักษณะของเมฆใด
................................................................................................................................................................
9. เมฆท่กี อตัวในแนวต้ังไดแ ก
9.1..........................................................................................................................................................
9.2..........................................................................................................................................................
10. ใหน ักเรียนบอกความหมายและการเกดิ ของหมอก
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 6 ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 5
กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เรอื่ ง การเกดิ นำ้ คา งและน้ำคางแขง็
หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 เรอ่ื ง ปรากฎการณล มฟา อากาศ เวลา 1 ชว่ั โมง
ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2564
ผสู อน นางสาวกมลพรรณ แตงสวุ รรณ
1. มาตรฐานการเรียนรู
ว 3.2 เขาใจองคป ระกอบ และความสมั พันธของระบบโลก กระบวนการเปลยี่ นแปลงภายในโลกและ
บนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟาอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมทั้งผลตอส่งิ มชี ีวติ และ
สิ่งแวดลอม
ตัวช้ีวดั
ว 3.2 ป.5/4 เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำคา ง และนำ้ คางแข็ง จากแบบจำลอง
2. จุดประสงคการเรยี นรู
1. อธิบายการเกดิ น้ำคา งและน้ำคางแข็งได (K)
2. ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเกิดน้ำคางและนำ้ คา งแขง็ ไดอ ยา งถูกตองและเปน ลำดบั ขน้ั ตอน (P)
3. ใหความรวมมือในการทำกิจกรรมกลุมและมีความรบั ผดิ ชอบในการสง งานตรงเวลา (A)
3. สาระการเรียนรู
ไอน้ำในอากาศจะควบแนนเปน ละอองน้ำเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เชน เกลือ ฝุนละออง ละอองเรณู
ของดอกไม เปน อนภุ าคแกนกลาง เมอื่ ละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลมุ รวมกนั ลอยอยสู ูงจากพน้ื ดินมาก เรียกวา
เมฆ แตละอองน้ำท่ีเกาะกลุมรวมกันอยูใกลพื้นดิน เรียกวา หมอก สวนไอน้ำที่ควบแนนเปนละอองน้ำเกาะอยู
บนพนื้ ผิววตั ถใุ กลพ น้ื ดิน เรยี กวา นำ้ คาง ถาอุณหภมู ิใกลพ้นื ดินตำ่ กวา จุดเยอื กแข็งน้ำคา งกจ็ ะกลายเปน น้ำคางแขง็
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
ไอน้ำที่ควบแนนเปนละอองน้ำเกาะอยูบนพื้นผิววัตถุใกลพื้นดิน เรียกวา น้ำคาง ถาอุณหภูมิใกล
พ้นื ดนิ ต่ำกวาจดุ เยือกแขง็ นำ้ คา งกจ็ ะกลายเปนน้ำคางแข็ง
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียนและคุณลกั ษณะอันพึงประสงค
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ รียนรู
1) ทักษะการสงั เกต 3. ซอื่ สตั ย สุจริต
2) ทกั ษะการทดลอง 4. มงุ มั่นในการทำงาน
3) ทกั ษะการตงั้ สมมตฐิ าน
4) ทักษะการสรางแบบจำลอง
5) ทกั ษะการทำงานรว มกัน
6) ทกั ษะการกำหนดและควบคุมตวั แปร
7) ทกั ษะการตีความหมายขอมลู และลงขอ สรปุ
8) ทักษะการจัดกระทำและสอ่ื ความหมาย
ขอ มูล
3. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรยี นรู
แนวคดิ /รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : สืบเสาะหาความรู (5Es Instructional Model)
ข้ันนำ
ขัน้ ท่ี 1 กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครทู กั ทายกับนกั เรยี น แลวแจงจดุ ประสงคการเรยี นรทู ี่จะเรียนใหน ักเรยี นทราบ
2. ครนู ำบัตรภาพน้ำคา ง และนำ้ คางแขง็ มาใหนักเรียนดู โดยครตู ิดไวบ นกระดาน ดังนี้
3. จากนัน้ ครูต้งั ประเด็นคำถามกระตนุ ความสนใจนักเรียนจากบตั รภาพ โดยใหนกั เรียนแตล ะคน
รวมกนั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยางอิสระโดยไมมีการเฉลยวาถูกหรอื ผดิ ดังนี้
- นำ้ คา งเกดิ ขนึ้ ไดอยางไร
(แนวตอบ : นำ้ คาง เกิดจากไอน้ำที่ควบแนนเปนละอองน้ำเกาะอยบู นพื้นผิววตั ถใุ กลพน้ื ดิน)
- น้ำคางแขง็ เกิดขึ้นอยา งไร
(แนวตอบ : น้ำคา งแข็ง เกิดจากนำ้ คา งอณุ หภมู ิใกลพ้ืนดนิ ตำ่ กวา จุดเยอื กแข็งน้ำคา งกจ็ ะ
กลายเปนนำ้ คางแขง็ )
- น้ำคา งและนำ้ คา งแข็งเหมือนกนั หรือแตกตางกนั อยางไร
(แนวตอบ : แตกตางกันน้ำคางมีสถานะเปน ของเหลว แตน ้ำคา งแข็งมีสถานะเปน ของแข็ง)
ข้นั สอน
ขั้นที่ 2 สำรวจคนหา (Explore)
1. ครจู ดั เตรียมวสั ดุ-อปุ กรณท่ีใชใ นกิจกรรม กระบวนการเกิดน้ำคางและนำ้ คา งแข็ง
จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 มาวางไวหนาชน้ั เรยี น ดงั นี้
- เกลอื 1 ถงุ - ชอนโตะ 1 คนั
- แกว สแตนเลส 2 ใบ - นำ้ แข็ง 1 แกว
- บัตรภาพนำ้ คางและน้ำคางแขง็ 1 ชดุ
2. นกั เรยี นแบง กลุม โดยครเู ตรียมสลากหมายเลขกลุม 1-5 จากนัน้ ใหนักเรียนแตละคนออกมาหยบิ
สลาก ซงึ่ นกั เรยี นที่ไดห มายเลขเดยี วกันจะอยกู ลุมเดียวกนั ซงึ่ แตล ะกลมุ จะมสี มาชกิ ภายใน
กลมุ 5 คน
3. นกั เรยี นแตล ะกลุมจดั เตรยี มอปุ กรณท ใี่ ชในกจิ กรรม กระบวนการเกดิ นำ้ คางและน้ำคา งแข็ง
จากหนังสอื เรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
4. ครูแจง จุดประสงคข องกจิ กรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำคางและน้ำคา งแข็ง ใหนักเรยี นทราบ
เพือ่ เปน แนวทางการปฏิบัติกิจกรรมท่ีถูกตอง
5. นักเรียนแตละกลมุ รวมกนั ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม กระบวนการเกิดนำ้ คา งและนำ้ คา งแข็ง โดยปฏบิ ัติ
กจิ กรรม ดังน้ี
1) ศกึ ษาขนั้ ตอนการปฏิบัติกจิ กรรมจากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 อยางละเอียด
หากมีขอสงสัยใหส อบถามครู
2) รวมกันกำหนดปญ หาและตัง้ สมมติฐานในการปฏิบตั กิ จิ กรรม แลวบันทึกผลลงในสมุดประจำตวั
นกั เรียน
3) รวมกันปฏิบตั ิกิจกรรมตามขนั้ ตอนใหค รบถวนและถูกตอ งทุกขนั้ ตอน จากน้ันบันทกึ ผลลงใน
สมดุ ประจำตวั นกั เรยี น
6. นักเรียนแตละกลุมรวมกนั วเิ คราะหผลการปฏิบัติกจิ กรรม แลวอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง
ขนั้ สอน
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู (Explain)
7. นกั เรียนแตล ะกลุมออกมานำเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหนาชนั้ เรยี น เพ่ือแลกเปลย่ี นความคิด
จนครบทุกกลมุ ในระหวา งที่นักเรยี นนำเสนอครูคอยใหขอเสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพ่ือใหน ักเรียน
มคี วามเขาใจทถ่ี ูกตอง
8. นกั เรยี นและครูรวมกนั สรปุ ความรูท ่ีไดจ ากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้ำคา ง
และนำ้ คางแข็ง
9. นักเรยี นแตละคนทำกิจกรรมหนูตอบได จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยตอบคำถาม
ลงในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น
10. นกั เรยี นแตละกลุม ศึกษาคน ควา ขอมลู เพิ่มเตมิ เกย่ี วกบั เรอื่ ง นำ้ คา งและน้ำคา งแขง็ จากหนงั สือ
เรยี นวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 หรอื แหลงการเรยี นรตู า ง ๆ เชน อินเทอรเ น็ต หองสมุด
แลวนำความรทู ีไ่ ดมารวมกันอภปิ รายและบันทึกขอ มลู ลงในสมุดประจำตวั นักเรยี น
11. ครสู มุ เลขทนี่ ักเรยี น จำนวน 2-3 คน ใหอ า นผลการคน ควา ของตนเองใหเพื่อน ๆ ฟง
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา ใจ (Elaborate)
12. ครูตั้งประเดน็ คำถามกระตุนความคิดนักเรียน โดยใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั อภิปราย
แสดงความคดิ เห็นเพื่อคำตอบ ดงั น้ี
- เราจะพบน้ำคางไดท่ีใดบาง
(แนวตอบ : จะพบนำ้ คา งไดตอนเชา ตรู ซง่ึ จะเกาะอยูบ นใบหญา บนใยแมงมมุ ที่ขึงอยูตามตนไม)
- นำ้ คา งทพี่ บบนใยแมงมมุ มลี ักษณะอยางไร
(แนวตอบ : มลี กั ษณะเหมอื นเพชรเมด็ เล็ก ๆ รอยกันเปนพวง)
- การเกดิ น้ำคา งแข็งสงผลอยางไรบาง
(แนวตอบ : อาจสงผลทำใหผลผลติ ทางการเกษตรเสยี หาย และหากเกิดเปนจำนวนมาก
ติดตอกันหลายวันอาจเปน สาเหตหุ นึง่ ของอบุ ัตเิ หตบุ นถนนได)
- นำ้ คางแขง็ ทีเ่ กดิ ขน้ึ ทางภาคเหนอื เรยี กวา อะไร
(แนวตอบ : เหมยขาบ หรือแมค ะนิ้ง)
13. ครอู ธิบายใหนกั เรียนเขาใจเก่ียวกับ เรอื่ ง นำ้ คา งแข็งวา “นำ้ คางแขง็ จะเกิดในชวงฤดูหนาว
ทางภาคเหนอื ของประเทศไทย หรือทเ่ี รยี กวา เหมยขาบ หรือแมคะนิง้ อยูบนดอยสงู ๆ ทำใหม ี
นกั ทองเท่ียวเดนิ ทางไปชมเปนจำนวนมาก”
14. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซกั ถามเนือ้ หาเกย่ี วกบั เรอ่ื ง การเกดิ นำ้ คางและนำ้ คางแข็ง และใหความรู
เพมิ่ เติมจากคำถามของนกั เรียน โดยครใู ช วีดโี อ เรื่อง การเกิดน้ำคางและนำ้ คา งแข็ง
ในการอธบิ ายเพ่มิ เติม
15. นักเรียนแตล ะคนทำใบงาน เรอื่ ง นำ้ คา งและน้ำคางแข็ง จากนัน้ ครูสุมนักเรียน 2 คน
ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครูใหนักเรยี นรวมกันพจิ ารณาวา คำตอบใดถูกตอ ง
จากน้นั ครูเฉลยคำตอบทีถ่ ูกตองใหน ักเรยี น
ข้นั สรุป
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมนิ ผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนาช้ันเรียน
2. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมที่ 2 กระบวนการเกดิ นำ้ คา งและน้ำคางแขง็ ในสมุดประจำตัว
นักเรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทำกิจกรรมหนูตอบได ในสมุดประจำตัวนักเรียน
4. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานท่ี 6.4.1 เรื่อง น้ำคางและนำ้ คา งแขง็
5. นกั เรยี นและครรู วมกันสรุปเกีย่ วกบั การเกดิ น้ำคา งและน้ำคางแข็ง ซึง่ ไดขอสรปุ รวมกันวา
“น้ำคางเกดิ จากการกล่ันตวั เมื่อไอน้ำในอากาศกระทบกบั บริเวณผิววัตถุทเี่ ยน็ กวา และน้ำคางแข็ง
เกิดจากอากาศท่ีเยน็ จดั ซ่ึงอุณหภมู ลิ ดลงอยางตอเนื่องจนถงึ จุดตำ่ กวาจุดเยือกแขง็ น้ำคา งก็จะ
เกดิ การแข็งตวั กลายเปน น้ำคางแขง็ ”
7. สือ่ /แหลง การเรียนรู
7.1 สือ่ การเรียนรู
1) หนังสอื เรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 หนว ยการเรยี นรทู ี่ 6 แหลง น้ำและลมฟาอากาศ
3) ใบงาน เรือ่ ง น้ำคางและน้ำคางแข็ง
4) วสั ดุ-อุปกรณทใ่ี ชใ นกจิ กรรม กระบวนการเกดิ นำ้ คางและนำ้ คางแขง็
5) วีดีโอ เร่อื ง การเกดิ นำ้ คา งและนำ้ คา งแขง็
6) บัตรภาพน้ำคาง และน้ำคา งแข็ง
7) สลากหมายเลขกลมุ 1-5
8) สมดุ ประจำตวั นักเรยี น
8.2 แหลงการเรยี นรู
1) หองเรยี น
2) หองสมุด
3) อนิ เทอรเ นต็
8. การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือ เกณฑก ารประเมิน
รายการวดั วธิ กี าร - การซกั ถาม - ไดไมน อยกวา 2
1. อธิบายการเกิดน้ำคาง - การตอบคำถาม คะแนน ระดับคุณภาพดี
และน้ำคางแขง็ ได (K) ระหวางเรียน - ใบงานท่ี 6 เรือ่ ง ถือวาผา นการประเมิน
- ตรวจใบงานที่ 6 เร่ือง การเกิดนำ้ คางและ ดา นความรู
การเกดิ นำ้ คางและ น้ำคางแข็ง
นำ้ คา งแข็ง - แบบประเมนิ การ - ไดไมนอยกวา2
2. ปฏิบตั กิ จิ กรรมการเกดิ - ตรวจการนำเสนอ นำเสนอผลงาน/ผลการ คะแนน ระดับคุณภาพดี
นำ้ คางและนำ้ คางแข็งได ผลงาน/ผลการปฏบิ ัติ ปฏิบตั กิ ิจกรรม ถือวาผานการประเมนิ
อยางถูกตองและเปน ลำดบั กจิ กรรม ดา นกระบวนการ
ขั้นตอน (P)
3. ใหความรวมมือในการ - สังเกตความมีวินัย - แบบสงั เกตสังเกตความ - ไดไ มนอยกวา 2
ทำกจิ กรรมกลุม และมี รับผดิ ชอบ ใฝเรียนรู มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ ใฝ คะแนน ระดับคุณภาพดี
ความรับผิดชอบในการสง และมุง มน่ั ในการ เรียนรูแ ละมุงมั่นในการ
งานตรงเวลา (A) ทำงาน ทำงาน ถือวา ผานการประเมิน
ดานเจตคติ
9 เกณฑก ารประเมนิ ผลงานนกั เรยี น เกณฑก ารประเมนิ (Rubrics Score)
ประเด็นการประเมิน คา นำ้ หนกั แนวทางการใหคะแนน
คะแนน
การใหค ะแนนหลังทำ 3 ทำใบงานที่ 6 เรอื่ ง การเกิดน้ำคางและนำ้ คา งแข็ง เน้ือหาถูกตองครบถว นมี
กิจกรรม การอธบิ ายครบทุกประเด็นคือ การเกิด ลักษณะและบริเวณท่พี บ
2 ทำใบงานที่ 6 เร่ือง การเกิดน้ำคา งและน้ำคางแขง็ เน้ือหาถูกตองแตไม
ครบถว นทุกประเดน็
1 ทำใบงานที่ 6 เร่อื ง การเกดิ น้ำคางและน้ำคางแขง็ เน้ือหาไมถกู ตองและ
ตอบไมครบทุกประเด็น
การใหค ะแนนการจัด 3 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองไดดี มีการนำเสนอขอมลู เขา ใจงาย
กระทำและสื่อความหมาย มลี ำดบั ขั้นตอน ระบุชือ่ ตารางบันทึกผลการทดลอง หัวเรอ่ื งตารางบันทึกผล
และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอง ครบถว น
2 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได มกี ารนำเสนอขอมูลเขา ใจงา ย
มลี ำดบั ข้นั ตอน ระบชุ ่อื ตารางบนั ทึกผลการทดลอง หวั เรอ่ื งตารางบนั ทกึ ผล
แตบ ันทึกผลการทดลองไมถูกตอง
1 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได แตก ารนำเสนอขอ มูลเขา ใจยาก
ไมม ีลำดบั ข้นั ตอน ไมร ะบชุ ือ่ ตารางบันทกึ ผลการทดลอง ไมม หี ัวเรื่องตาราง
บันทึกผล และบนั ทึกผลการทดลองไมถ กู ตอ ง
ใหความรว มมือในทำกจิ กรรมรว มกบั ผูอ ่นื ตลอดทั้งคาบเรียน ไมกอความ
3 วนุ วายหรือปญ หาท่ีรบกวนการเรียนของผูอ่ืน เชน พูดเสียงดังโวยวาย ลกุ
เดินไปมา หรือชวนผูอ น่ื คยุ เลน ขณะครูทำการสอน
การใหค ะแนนความ ใหค วามรวมมือในทำกิจกรรมรวมกบั ผูอน่ื เปน บางครง้ั ในคาบเรยี น และกอ
รว มมือในการทำกจิ กรรม 2 ความวนุ วายหรอื ปญหาทีร่ บกวนการเรียนของผูอืน่ เชน พูดเสียงดงั
รวมกับผอู นื่
โวยวาย ลกุ เดินไปมา หรือชวนผูอืน่ คุยเลน ขณะครสู อน
ไมใ หความรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกับผูอ่นื ทำใหเ กิดความวนุ วายหรือ
1 ปญหาทร่ี บกวนการเรียนของผอู ืน่ เชน พูดเสยี งดังโวยวาย ลุกเดินไปมา
หรอื ชวนผูอน่ื คยุ เลน ขณะครูทำการสอน
ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคาเฉล่ยี )
คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช
ดังนัน้ นกั เรียนตอ งไดค ะแนนเฉล่ียทุกประเด็นการประเมิน ไมต ่ำกวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถอื วาผานเกณฑก ารประเมนิ
แบบบันทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนรขู องนักเรียนช้ันประถมศึกษาปท ี่ 5/1
คำชแ้ี จง: ทำเคร่ืองหมาย ในชองคา น้ำคะแนนแตล ะดา นตามจดุ ประสงคการเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score
ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดา นเจตคติ (A)
เลข ชอ่ื -นามสกุล/ คา นำ้ หนกั คะแนน คา น้ำหนกั คะแนน คา นำ้ หนักคะแนน คะแนนรวม
ท่ี รหัสนักเรียน ✓ 2 1 3 2 1 3 2 1 ระดับคุณภาพ
1 เด็กชาย มนสั อยรู ตั น ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
ดีมาก
2 เด็กชาย อรรถวัต พีขนุ ทด ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
ดมี าก
3 เด็กชาย ธนศกั ด์ิ ชมู ภยู ศ ✓ ✓ ✓ 9
ดี
4 เด็กชาย ธรี ภัทร สุปญ ญา ✓ ✓ ✓ 9 ดี
ดี
5 เดก็ ชาย ภัททากร อนิ เฟอง ✓ ✓ ✓ 8 ดมี าก
6 เด็กชาย ภัทรวทิ ย ผาไสว ✓ ✓ ✓ 8 ดีมาก
7 เดก็ ชาย ศริ ศิ ักด์ิ สอนวเิ ศษ ✓ ✓ 8 ดีมาก
✓ ดมี าก
ดี
8 เด็กชาย พัสกร บูทอง ✓ ✓ ✓ 9 ดี
ดีมาก
9 เด็กชาย บรรพต บญุ นอย ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
ดี
10 เด็กชาย เสฏฐวฒุ ิ ชัยเดช ✓ ✓ ✓ 9
11 เดก็ ชาย ณฐั วัตร ปญ ญาเฟอง ✓ ✓ ✓ 9
12 เดก็ หญงิ บณุ ยาพร กนั ทะวงศ ✓ ✓ ✓ 8
13 เด็กหญิง อัยลดา ดสู วาง ✓✓ ✓ 8
14 เด็กหญิง กลบี เงนิ แสนบัวคำ ✓ ✓ ✓ 9
15 เด็กหญงิ เจนจรี า สีฟอง ✓ ✓ ✓ 9
16 เด็กหญงิ มาลนี ี แชวะ ✓ ✓✓ 8
17 เดก็ หญิง พวดี โลนุชิต ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
18 เด็กหญงิ ปยวัฒน อาจารย ✓ ✓ ✓ 8 ดี
เกณฑการพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคาเฉลีย่ )
- คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถึง ดีมาก
- คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลยี่ 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตอ งไดคะแนนเฉล่ยี ทุกประเด็นการประเมนิ ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทาน้นั
ถงึ จะผา นการเรียนรูตามตวั ช้วี ัด
ผลการประเมินการเรียนรขู องนักเรียน
ผูเรียนท่ี ผา น ตวั ช้ีวดั
มีจำนวน……………18……………คน คิดเปนรอยละ……………………100…………………..
ผูเรียนที่ ไมผ า น ตวั ช้ีวัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปน รอยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
แบบบนั ทึกการประเมินคุณภาพการเรียนรูของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี 5/2
คำชี้แจง: ทำเครื่องหมาย ในชอ งคาน้ำคะแนนแตละดานตามจุดประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score
เลข ชอ่ื -นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A)คะแนนรวม
ที่ รหสั นกั เรยี น คานำ้ หนกั คะแนน คา นำ้ หนกั คะแนน คานำ้ หนกั คะแนนระดับ
1 เดก็ ชาย วภิ ู ตากนั 3 2 1 3 2 1 3 21 คุณภาพ
✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
2 เดก็ ชาย ภานุวฒั น ปานสมพงษ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
3 เด็กชาย สนิ ิกร สงิ หจ านุสงค ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
4 เดก็ ชาย ปรตั ถกร พลจร ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
5 เด็กชาย สรรคส ิริ สภุ ามงคล ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
6 เดก็ ชาย ปญญา พึ่งเพ้งิ ✓✓ ✓ 8 ดี
7 เดก็ ชาย รณกฤต วงศอา ยตาล ✓ ✓ ✓ 8 ดี
8 เด็กชาย ธนกฤต เครือทราย ✓ ✓✓ 7 ดี
9 เด็กชาย จอมขวัญ แกว บุญเรือง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เด็กชาย วมิ ลรตั น ภกั ดี ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
11 เด็กชาย วชริ าภรณ ไชยโย ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
12 เดก็ หญิง พรนภสั พลู ลน ✓✓ ✓ 8 ดี
13 เด็กหญิง สวุ ภทั ร กนั ทะวงศ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
14 เดก็ หญิง ขวญั พัฒน โพสา ✓ ✓✓ 8 ดี
15 เดก็ หญงิ ชนาภา หวันทา ✓✓ ✓ 8 ดี
16 เด็กหญงิ ชนิกา รจนา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
✓ ✓ 9 ดีมาก
17 เด็กหญงิ สชุ ัญญา สภุ ามงคล ✓ ✓ ✓ 8 ดี
✓ 8 ดี
18 เด็กหญิง ธนชั พร สายดวง ✓ ✓
19 เด็กหญิง สุพิชญา บำรงุ ชนม ✓
เกณฑการพิจารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลว หาคาเฉลี่ย)
- คะแนนรวมเฉล่ีย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลยี่ 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตองไดค ะแนนเฉลีย่ ทกุ ประเดน็ การประเมนิ ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทานั้น
ถึงจะผา นการเรยี นรตู ามตวั ช้วี ัด
ผลการประเมินการเรยี นรขู องนกั เรยี น
ผเู รียนที่ ผาน ตัวช้วี ดั
มจี ำนวน……………19……………คน คดิ เปนรอยละ……………………100…………………..
ผูเรยี นท่ี ไมผ า น ตวั ชี้วัด
มีจำนวน…………………………คน คดิ เปน รอ ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………........................................................
ใบงานท่ี 6
เร่อื ง นำ้ คา งและน้ำคางแข็ง
คำชแ้ี จง : ใหน ักเรยี นพจิ ารณาภาพที่กำหนดให แลวอธิบายใตภาพมาพอสังเขป
1.
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
2.
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 7 ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี 5
กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เรือ่ ง การเกิดหยาดน้ำฟา
รายวิชา วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 เรือ่ ง ปรากฎการณลมฟาอากาศ เวลา 1 ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2564
ผูสอน นางสาวกมลพรรณ แตงสวุ รรณ
1. มาตรฐานการเรยี นรู
ว 3.2 เขาใจองคประกอบ และความสมั พนั ธของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและ
บนผิวโลก ธรณีพบิ ตั ภิ ยั กระบวนการเปลีย่ นแปลงลมฟาอากาศและภมู ิอากาศโลกรวมท้ังผลตอส่ิงมีชวี ติ และ
ส่งิ แวดลอ ม
ตวั ช้ีวัด
ว 3.2 ป.5/5 เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากขอมูลทร่ี วบรวมได
2. จดุ ประสงคก ารเรียนรู
1. อธบิ ายการการเกดิ หยาดน้ำฟาได (K)
2. ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมการเกดิ หยาดน้ำฟาไดอ ยา งถูกตองและเปนลำดบั ข้นั ตอน (P)
3. ใหค วามรวมมือในการทำกิจกรรมกลุมและมีความรบั ผดิ ชอบในการสงงานตรงเวลา (A)
3. สาระการเรยี นรู
ฝน หิมะ ลูกเห็บ เปนหยาดน้ำฟาซึ่งเปนน้ำที่มีสถานะตาง ๆ ที่ตกจากฟาถึงพื้นดิน ฝนเกิดจาก
ละอองนำ้ ในเมฆที่รวมตัวกนั จนอากาศไมส ามารถพยุงไวไดจึงตกลงมา หมิ ะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับ
เปน ผลกึ นำ้ แข็ง รวมตวั กนั จนมนี ำ้ หนกั มากขน้ึ จนเกนิ กวาอากาศจะพยุงไวจ ึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำท่ี
เปลยี่ นสถานะเปนน้ำแข็งแลว ถูกพายุพัดวนซำ้ ไปซำ้ มาในเมฆฝนฟาคะนองท่ีมีขนาดใหญแ ละอยูในระดับสูงจน
เปนกอนนำ้ แข็งขนาดใหญข้นึ แลวตกลงมา
4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ฝนเกิดไอน้ำในอากาศควบแนนเปนละอองน้ำเล็ก ๆ เมื่อละอองน้ำจำนวนมากในเมฆรวมตัวกันจน
อากาศไมสามารถพยุงไวไดจึงตกลงมาเปนฝน หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเปนผลึกน้ำแข็ง
รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึ้นจนเกินกวาอากาศจะพยุงไวจึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน้ำที่เปลี่ยน
สถานะเปนน้ำแข็ง แลวถูกพายุพัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝนฟาคะนองที่มีขนาดใหญและอยูในระดับสูง
จนเปนกอนน้ำแข็งขนาดใหญข ้ึนแลว ตกลงมา
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเรยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มีวินยั รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเรียนรู
3. ซื่อสัตย สจุ ริต
1) ทักษะการสงั เกต 4. มงุ ม่ันในการทำงาน
2) ทกั ษะการทดลอง
3) ทกั ษะการต้ังสมมตฐิ าน
4) ทักษะการทำงานรว มกัน
5) ทักษะการลงความเหน็ จากขอมูล
6) ทกั ษะการจดั กระทำและส่ือความหมาย
ขอมูล
3. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต
4. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. กจิ กรรมการเรียนรู
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วธิ ีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู (5Es Instructional Model)
ข้นั นำ
ข้ันที่ 1 กระตุนความสนใจ (Engage)
1. ครทู กั ทายกบั นักเรยี น แลวแจง จดุ ประสงคการเรยี นรูท่ีจะเรียนใหนกั เรยี นทราบ
2. ครูนำบัตรภาพฝนตก ลูกเหบ็ ตก และหิมะตก มาใหน ักเรยี นดู โดยครตู ิดไวบ นกระดาน ดังน้ี
3. จากนน้ั ครูตง้ั ประเดน็ คำถามกระตุนความสนใจนักเรียนจากบตั รภาพ โดยใหน ักเรียนแตละคน
รว มกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยา งอสิ ระโดยไมมีการเฉลยวา ถกู หรือผิด ดังน้ี
- นักเรยี นคดิ วา ฝนตกไดอ ยางไร
(แนวตอบ : ฝนตก เกิดจากไอน้ำในอากาศ เม่ือเยน็ ลงจะควบแนนรวมตวั กนั เปน เมฆ ละอองน้ำ
ในเมฆจะรวมตัวกันเปนหยดน้ำทมี่ ขี นาดใหญข้นึ )
- นักเรียนคิดวาลกู เหบ็ ตกไดอยา งไร
(แนวตอบ : ลกู เหบ็ เกดิ จากเม็ดฝนถกู ลมหรือกระแสอากาศพัดขน้ึ ไปในชน้ั บรรยากาศท่มี ี
อุณหภมู ติ ่ำ จงึ เกดิ การแข็งตัวเปนนำ้ แข็ง หากลูกเห็บถูกพัดขึ้นไปหลาย ๆ รอบจะมีขนาดใหญ
ข้ึน)
- นกั เรยี นคดิ วาหมิ ะตกไดอ ยา งไร
(แนวตอบ : หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหิดกลบั เปนของแข็งซง่ึ จะเกิดในสภาวะทีห่ นาวเยน็
และความช้ืนเหมาะสม)
ขัน้ สอน
ข้ันท่ี 2 สำรวจคน หา (Explore)
1. นกั เรียนแตละคนศึกษาคน ควาขอ มลู เกี่ยวกับ เรื่อง หยาดนำ้ ฟา จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร
ป.5 เลม 2 หรอื แหลง การเรียนรูต า ง ๆ เชน อินเทอรเน็ต จากน้ันใหนกั เรียนแตละคนเขยี นสรุป
ความรทู ี่ไดจ ากการศึกษาคน ควาลงในสมดุ ประจำตัวนักเรยี น เพอื่ นำสง ครทู ายชว่ั โมง
(หมายเหตุ : ครเู ร่ิมประเมนิ นักเรยี น โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล)
2. ครูตัง้ ประเด็นคำถามกระตุนความคดิ นักเรยี น โดยใหน ักเรียนแตล ะคนรว มกนั อภิปราย
แสดงความคดิ เห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้
- ส่งิ ที่ตกลงมาจากฟา ถงึ พน้ื เรียกวา อะไร
(แนวตอบ : หยาดนำ้ ฟา)
- หยาดนำ้ ฟา ไดแกอะไรบาง
(แนวตอบ : ฝน หิมะ และลกู เห็บ)
- ฝน หมิ ะ และลกู เหบ็ มีสถานะอยางไรบา ง
(แนวตอบ : ฝน มสี ถานะเปนของเหลว สว นหิมะและลกู เห็บมีสถานะเปนของแขง็ )
- ทำไมเมฆ หมอก นำ้ คา ง และน้ำคางแขง็ ไมเปน หยาดนำ้ ฟา
(แนวตอบ : เน่ืองจากเมฆไมไดต กลงมาถึงพ้ืนดนิ สวนหมอก น้ำคาง และน้ำคา งแขง็ ไมไดเ กดิ
จากการตกลงมาจากฟา )
- ฝน หิมะ และลูกเหบ็ เกิดขึ้นไดอ ยางไร
(แนวตอบ : ฝนตก เกดิ จากไอน้ำในอากาศ เมอื่ เยน็ ลงจะควบแนน รวมตัวกันเปน เมฆ ละอองน้ำ
ในเมฆจะรวมตวั กนั เปน หยดน้ำท่ีมีขนาดใหญข ้นึ ลูกเหบ็ เกิดจากเมด็ ฝนถกู ลมหรือกระแสอากาศ
พัดข้นึ ไปในช้นั บรรยากาศทมี่ ีอุณหภมู ติ ่ำ จงึ เกิดการแขง็ ตวั เปน นำ้ แข็ง หากลูกเห็บถกู พดั ขึ้นไป
หลาย ๆ รอบจะมีขนาดใหญข้ึน หมิ ะเกิดจากไอนำ้ ในอากาศระเหิดกลับเปน ของแข็ง ซง่ึ จะเกดิ
ในสภาวะท่ีหนาวเย็นและความชน้ื เหมาะสม)
3. ครูจัดเตรียมวสั ด-ุ อปุ กรณทีใ่ ชในกจิ กรรม การเกิดหยาดนำ้ ฟา จากหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร
ป.5 เลม 2 มาวางไวห นา ช้ันเรยี น ดังน้ี
- น้ำแข็ง 1 ถงุ - คัตเตอร 1 อัน
- ขวดนำ้ พลาสตกิ 1 ใบ - กระดาษแข็งแผน ใหญ 3 แผน
- นำ้ อุน 1 แกว - หลอดหยด 1 หลอด
- สีผสมอาหารแบบนำ้ (สแี ดง) 1 ขวด
4. นักเรียนแบง กลุม ออกเปน 6 กลุม กลุม ละเทา ๆ กนั ตามความสมัครใจ จากนนั้ ใหนักเรยี นแตละ
กลุมจัดเตรยี มอุปกรณทใี่ ชใ นการทำกิจกรรมท่ี 3 การเกิดหยาดน้ำฟา จากหนังสอื เรียน
วิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
5. ครูแจง จุดประสงคข องกิจกรรม การเกดิ หยาดน้ำฟา ใหนักเรียนทราบ เพ่ือเปน แนวทางการ
ปฏบิ ตั ิกิจกรรมท่ีถูกตอง
6. นักเรียนแตล ะกลุมรวมกันปฏิบตั กิ จิ กรรม การเกิดหยาดน้ำฟา ตอนที่ 1 โดยปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
ดงั นี้
1) ศึกษาข้ันตอนการปฏิบตั กิ จิ กรรมจากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 อยา งละเอยี ด
หากมขี อสงสัยใหส อบถามครู
2) รวมกนั กำหนดปญ หาและตัง้ สมมติฐานในการปฏิบัตกิ ิจกรรม แลวบันทกึ ผลลงในสมดุ ประจำตวั
นกั เรียน
3) รวมกันปฏิบัตกิ จิ กรรมตามขั้นตอนใหค รบถว นและถูกตอ งทุกขั้นตอน จากนน้ั บันทึกผลลงใน
สมดุ ประจำตัวนักเรยี น หรอื แบบฝกหดั วิทยาศาสตร ป.5 เลม 2
7. นกั เรียนแตละกลุมรว มกันวเิ คราะหผ ลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม แลว อภปิ รายผลและสรุปผลการทดลอง
ขั้นสอน
ขั้นท่ี 2 สำรวจคนหา (Explore)
8. นกั เรยี นแบงกลุม (กลุมเดิม) จากนน้ั ใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ รว มกนั ศึกษาคนควา
ขอ มลู เกย่ี วกับ เร่อื ง กระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และลกู เหบ็ จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร
ป.5 เลม 2 หรอื แหลง การเรยี นรตู า ง ๆ เชน อนิ เทอรเ น็ต หอ งสมุด
9. นกั เรยี นแตละกลุมรว มกันอภปิ รายเร่อื งทีไ่ ดศึกษา จากนนั้ ใหนกั เรียนแตละกลมุ นำขอมลู ที่ไดม า
เขยี นเปนแผนผงั มโนทศั น หรือแผนภาพ เพอ่ื เปรยี บเทยี บกระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และลูกเหบ็
ลงในกระดาษแข็งแผนใหญ พรอ มตกแตงใหส วยงาม
ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู (Explain)
10. นักเรยี นแตล ะกลมุ ออกมานำเสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหนาช้ันเรียน เพอ่ื แลกเปลี่ยนความคดิ
จนครบทุกกลมุ ในระหวางที่นักเรียนนำเสนอครูคอยใหข อเสนอแนะเพิม่ เติม เพ่ือใหนักเรยี น
มีความเขา ใจทถ่ี ูกตอง
11. นกั เรยี นและครูรว มกนั สรุปความรูท่ไี ดจากการปฏิบัตกิ ิจกรรมที่ 3 การเกดิ หยาดนำ้ ฟา
12. นักเรียนแตละคนทำกิจกรรมหนตู อบได จากหนงั สือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยตอบคำถาม
ลงในสมดุ ประจำตวั นักเรียน
ข้ันท่ี 4 ขยายความเขาใจ (Elaborate)
13. ครูตั้งประเดน็ คำถามกระตนุ ความคดิ นักเรียน โดยใหนักเรียนแตละคนรว มกนั อภปิ ราย
แสดงความคิดเหน็ เพื่อหาคำตอบ ดงั น้ี
- ฝนเกดิ ขึน้ ไดอยา งไร
(แนวตอบ : ฝนเกดิ จากเมอื่ ไอนำ้ ในอากาศควบแนนเปน ละอองน้ำเลก็ ๆ เม่ือละอองน้ำจำนวน
มากในเมฆรวมตัวกันจนอากาศไมส ามารถพยงุ ไวไดจ ึงตกลงมาเปน ฝน)
- ฝนมีประโยชนต อส่ิงมชี ีวิตอยา งไร
(แนวตอบ : ทำใหพืชเจริญเติบโต มีนำ้ หมนุ เวยี น เปน ตน)
- การเกิดฝนมีก่ีข้ันตอน อะไรบาง
(แนวตอบ : การเกิดฝนมี 3 ข้ันตอน โดยขน้ั ที่ 1 น้ำในแหลง น้ำตา ง ๆ เมื่อไดรบั ความรอ นจะ
ระเหยกลายเปน ไอน้ำแลว ลอยขึน้ ไปในอากาศ ขนั้ ท่ี 2 ไอน้ำในอากาศเม่อื เจออากาศเยน็ จะ
ควบแนนเปนละอองน้ำ รวมตัวกันเปนกอนเมฆ และขน้ั ท่ี 3 เมอื่ เมฆรวมตัวกนั จำนวนมากจน
อากาศพยุงน้ำหนกั ของละอองน้ำไมไหว จึงตกลงมาเปนฝน)
- หิมะเกิดข้ึนไดอยา งไร
(แนวตอบ : หมิ ะเกดิ จากไอน้ำในอากาศระเหดิ กลบั ผลกึ นำ้ แขง็ แลว รวมตวั กนั จนมีนำ้ หนักมาก
จนอากาศจะพยงุ ไวไ มไหว จงึ ตกลงมา)
- การเกิดหิมะ มกี ่ีข้นั ตอน อะไรบา ง
(แนวตอบ : การเกิดหิมะ มี 3 ข้นั ตอน โดยขนั้ ท่ี 1 นำ้ ในแหลง น้ำตา ง ๆ เมอื่ ไดร ับความรอนจะ
ระเหยกลายเปน ไอน้ำแลว ลอยขึ้นไปในอากาศ ขั้นท่ี 2 ไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเปนผลึก
น้ำแข็ง รวมตวั กันจนมีนำ้ หนักมากข้นึ จึงตกลงสูพน้ื โลก และขน้ั ท่ี 3 เมื่อผลึกน้ำแขง็ ตกลงมาบน
โลกจะไมล ะลายจงึ กลายเปน หมิ ะ)
- ลกู เหบ็ เกิดขน้ึ ไดอ ยางไร
(แนวตอบ : ลกู เหบ็ เกดิ จากหยดนำ้ ท่เี ปลี่ยนสถานะเปน นำ้ แขง็ แลวถกู พายุพัดวนซำ้ ไปซ้ำมาจน
หยดนำ้ กลายเปนกอนนำ้ แข็ง)
15. ครูเปด โอกาสใหนักเรียนซกั ถามเนอื้ หาเก่ียวกับ เรอื่ ง การเกดิ หยาดน้ำฟา และใหความรูเพ่มิ เติม
จากคำถามของนักเรียน โดยครูใช วดี ีโอ เร่อื ง การเกดิ หยาดนำ้ ฟา ในการอธิบายเพมิ่ เติม
16. นกั เรยี นแตล ะคนตอบคำถามทา ทายการคิดข้นั สงู จากหนงั สือเรียน วิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 ลงใน
สมดุ ประจำตัวนกั เรยี น หรือแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 จากนนั้ นกั เรียนแตล ะคนทำ
ใบงานท่ี 7 เรือ่ ง หยาดนำ้ ฟา
17. ครสู มุ นกั เรยี น 2 คน ออกมานำเสนอคำตอบของตนเอง โดยครใู หน ักเรียนรวมกนั พิจารณาวา
คำตอบใดถูกตอง จากนน้ั ครเู ฉลยคำตอบท่ีถูกตอ งใหนักเรียน
ข้ันสรุป
ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลมุ และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา ชั้นเรยี น
2. ครูตรวจสอบผลการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมท่ี 3 การเกิดหยาดน้ำฟา ในสมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
3. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมหนูตอบได ในสมดุ ประจำตัวนกั เรียน
4. ครูตรวจ คำถามทาทายการคิดข้ันสูง ในสมดุ ประจำตวั นักเรยี น
5. ครตู รวจสอบผลการทำใบงานที่ 7 เรื่อง หยาดน้ำฟา
6. นักเรียนและครูรว มกันสรุปเก่ยี วกบั การเกิดหยาดนำ้ ฟา ซงึ่ ไดขอสรปุ รว มกันวา “ฝน หมิ ะ ลูกเห็บ
เปน หยาดนำ้ ฟาซ่ึงเปน นำ้ ท่ีมีสถานะตา ง ๆ ทีต่ กจากฟาถงึ พน้ื ดนิ ฝนเกดิ จากละอองน้ำในเมฆท่ี
รวมตัวกนั จนอากาศไมสามารถพยงุ ไวไดจ งึ ตกลงมา หิมะเกิดจากไอน้ำในอากาศระเหดิ กลบั เปน
ผลึกนำ้ แขง็ รวมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขน้ึ จนเกินกวา อากาศจะพยงุ ไวจึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจาก
หยดนำ้ ที่เปลีย่ นสถานะเปนน้ำแข็งแลวถูกพายุพัดวนซ้ำไปซำ้ มาในเมฆฝนฟาคะนองทม่ี ีขนาดใหญ
และอยูในระดบั สูงจนเปนกอ นน้ำแข็งขนาดใหญขึ้นแลวตกลงมา”
8. สอ่ื /แหลงการเรียนรู
8.1 สือ่ การเรยี นรู
1) หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 หนวยการเรยี นรทู ่ี 6 แหลง นำ้ และลมฟา อากาศ
2) ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้ำฟา
3) วัสด-ุ อุปกรณที่ใชในกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดนำ้ ฟา
5) วีดโี อ เร่ือง การเกิดหยาดน้ำฟา
6) บตั รภาพฝนตก ลูกเหบ็ ตก และหมิ ะตก
8) สมุดประจำตวั นักเรยี น
8.2 แหลงการเรยี นรู
1) หอ งเรียน
2) หอ งสมดุ
3) อินเทอรเ นต็
8. การวัดและประเมินผล เกณฑการประเมิน
รายการวัด วธิ ีการ เคร่ืองมือ - ไดไมน อยกวา 2
1. อธบิ ายการการเกดิ - การตอบคำถาม - การซกั ถาม คะแนน ระดับคุณภาพดี
หยาดน้ำฟา ได (K) ระหวา งเรียน ถือวา ผา นการประเมิน
- ตรวจใบงานที่ 7 เรอ่ื ง - ใบงานที่ 7 เรอื่ ง ดานความรู
หยาดนำ้ ฟา หยาดน้ำฟา - ไดไ มน อยกวา 2
2. ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเกิด - ตรวจการนำเสนอ - แบบประเมนิ การ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
หยาดนำ้ ฟา ไดอ ยางถูกตอ ง ผลงาน/ผลการปฏิบัติ นำเสนอผลงาน/ผลการ ถือวา ผานการประเมิน
และเปนลำดบั ขน้ั ตอน (P) กิจกรรม ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดา นกระบวนการ
3. ใหค วามรว มมือในการ - สงั เกตความมีวนิ ัย - แบบสังเกตสงั เกตความ - ไดไ มน อยกวา 2
ทำกจิ กรรมกลมุ และมี รับผิดชอบ ใฝเรยี นรู มวี ินยั รบั ผิดชอบ ใฝ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
ความรบั ผิดชอบในการสง และมงุ ม่ันในการ เรียนรูแ ละมุงม่ันในการ
งานตรงเวลา (A) ทำงาน ทำงาน ถอื วา ผานการประเมนิ
ดา นเจตคติ
9 เกณฑก ารประเมินผลงานนักเรยี น เกณฑก ารประเมิน (Rubrics Score)
ประเด็นการประเมิน คา น้ำหนกั แนวทางการใหค ะแนน
คะแนน
การใหค ะแนนหลังทำ 3 ทำใบงานที่ 7 เร่ือง หยาดน้ำฟา ไดถกู ตองจำนวน 9-10 ขอ
กจิ กรรม 2 ทำใบงานท่ี 7 เรือ่ ง หยาดนำ้ ฟา ไดถูกตองจำนวน 6-8 ขอ
1 ทำใบงานท่ี 7 เร่อื ง หยาดนำ้ ฟา ไดถกู ตองจำนวน 1-5 ขอ
การใหค ะแนนการจัด 3 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองไดด ี มกี ารนำเสนอขอ มูลเขา ใจงา ย
กระทำและสื่อความหมาย มีลำดบั ขัน้ ตอน ระบชุ ือ่ ตารางบันทกึ ผลการทดลอง หัวเร่ืองตารางบนั ทึกผล
และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอ ง ครบถว น
2 ออกแบบตารางบนั ทึกผลการทดลองได มีการนำเสนอขอมูลเขาใจงาย
มลี ำดบั ข้ันตอน ระบชุ ื่อตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เร่ืองตารางบนั ทึกผล
แตบ นั ทึกผลการทดลองไมถูกตอ ง
1 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได แตการนำเสนอขอ มูลเขาใจยาก
ไมมลี ำดบั ขน้ั ตอน ไมระบชุ อ่ื ตารางบนั ทึกผลการทดลอง ไมม หี วั เรอ่ื งตาราง
บนั ทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไมถกู ตอ ง
ใหค วามรว มมือในทำกิจกรรมรวมกับผอู น่ื ตลอดทัง้ คาบเรยี น ไมก อความ
3 วนุ วายหรอื ปญ หาทีร่ บกวนการเรยี นของผูอื่น เชน พดู เสยี งดังโวยวาย ลกุ
เดินไปมา หรือชวนผูอ่ืนคุยเลน ขณะครทู ำการสอน
การใหคะแนนความ ใหความรวมมือในทำกิจกรรมรว มกับผอู ื่นเปนบางครงั้ ในคาบเรียน และกอ
รวมมือในการทำกิจกรรม 2 ความวนุ วายหรอื ปญ หาทีร่ บกวนการเรยี นของผูอน่ื เชน พูดเสียงดงั
รว มกบั ผอู นื่
โวยวาย ลุกเดนิ ไปมา หรือชวนผูอืน่ คยุ เลน ขณะครูสอน
ไมใ หค วามรว มมือในทำกิจกรรมรว มกับผูอ่นื ทำใหเกดิ ความวนุ วายหรอื
1 ปญหาท่ีรบกวนการเรยี นของผอู ืน่ เชน พดู เสยี งดงั โวยวาย ลุกเดินไปมา
หรอื ชวนผูอ นื่ คยุ เลน ขณะครูทำการสอน
ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคาเฉล่ยี )
คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช
ดังนัน้ นกั เรียนตอ งไดค ะแนนเฉล่ียทุกประเด็นการประเมิน ไมต ่ำกวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถอื วาผานเกณฑก ารประเมนิ
แบบบนั ทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรยี นรขู องนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปท ่ี 5/1
คำชแี้ จง: ทำเคร่ืองหมาย ในชอ งคาน้ำคะแนนแตล ะดานตามจดุ ประสงคก ารเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score
เลข ชอื่ -นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คาน้ำหนกั คะแนน คา น้ำหนักคะแนน คานำ้ หนกั คะแนน ระดับ
1 เดก็ ชาย มนัส อยรู ตั น 13 คุณภาพ
2 เด็กชาย อรรถวัต พีขนุ ทด 32 132 21
✓ 9 ดีมาก
✓ ✓
✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
3 เด็กชาย ธนศักดิ์ ชูมภูยศ ✓ ✓✓ 8 ดี
4 เดก็ ชาย ธรี ภัทร สปุ ญญา ✓ ✓✓ 8 ดี
5 เดก็ ชาย ภทั ทากร อินเฟอง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
6 เด็กชาย ภัทรวิทย ผาไสว ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
7 เดก็ ชาย ศริ ิศกั ด์ิ สอนวิเศษ ✓✓ ✓ 8 ดี
8 เดก็ ชาย พัสกร บูท อง ✓ ✓ ✓ 8 ดี
9 เด็กชาย บรรพต บุญนอย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
10 เด็กชาย เสฏฐวฒุ ิ ชัยเดช ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
11 เดก็ ชาย ณฐั วตั ร ปญ ญาเฟอง ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
✓ ✓ 8 ดี
12 เดก็ หญงิ บุณยาพร กนั ทะวงศ ✓
13 เดก็ หญิง อยั ลดา ดสู วา ง ✓✓ ✓ 8 ดี
14 เดก็ หญงิ กลบี เงนิ แสนบวั คำ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
15 เด็กหญงิ เจนจีรา สีฟอง ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
16 เด็กหญงิ มาลนี ี แชวะ ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
17 เด็กหญงิ พวดี โลนชุ ติ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
18 เด็กหญงิ ปย วัฒน อาจารย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
เกณฑการพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลวหาคาเฉลย่ี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถึง ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลย่ี ทุกประเดน็ การประเมนิ ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทานั้น
ถึงจะผา นการเรยี นรูตามตัวชี้วัด
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนกั เรยี น
ผูเรียนที่ ผาน ตวั ชีว้ ัด
มจี ำนวน……………18……………คน คดิ เปนรอ ยละ……………………100…………………..
ผูเรียนท่ี ไมผ าน ตัวชีว้ ัด
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปน รอยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
แบบบนั ทึกการประเมนิ คุณภาพการเรยี นรขู องนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที่ 5/2
คำช้ีแจง: ทำเคร่อื งหมาย ในชองคา น้ำคะแนนแตล ะดา นตามจดุ ประสงคการเรยี นรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score
เลข ช่อื -นามสกุล/ ดานความรู (K) ดา นกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คา นำ้ หนกั คะแนน คา น้ำหนกั คะแนน คาน้ำหนักคะแนน ระดับ
1 เดก็ ชาย วภิ ู ตากนั 321 3 2 1 3 21 คุณภาพ
✓ ✓✓ 8 ดี
2 เดก็ ชาย ภานวุ ัฒน ปานสมพงษ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
3 เดก็ ชาย สินกิ ร สงิ หจ านสุ งค ✓ ✓ ✓ 8 ดี
4 เด็กชาย ปรัตถกร พลจร ✓ ✓✓ 8 ดี
5 เด็กชาย สรรคสริ ิ สภุ ามงคล ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
6 เด็กชาย ปญญา พ่ึงเพงิ้ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
7 เด็กชาย รณกฤต วงศอ ายตาล ✓ ✓ ✓ 8 ดี
8 เด็กชาย ธนกฤต เครือทราย ✓✓ ✓ 8 ดี
9 เดก็ ชาย จอมขวญั แกวบุญเรือง ✓ ✓✓ 8 ดี
10 เด็กชาย วมิ ลรตั น ภักดี ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
11 เด็กชาย วชริ าภรณ ไชยโย ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
12 เดก็ หญงิ พรนภัส พูลลน ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
13 เดก็ หญงิ สวุ ภัทร กันทะวงศ ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
14 เด็กหญิง ขวญั พฒั น โพสา ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
15 เด็กหญิง ชนาภา หวนั ทา ✓✓ ✓ 8 ดี
16 เดก็ หญิง ชนกิ า รจนา ✓ ✓ ✓ 9 ดมี าก
17 เดก็ หญิง สุชัญญา สุภามงคล ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
18 เด็กหญิง ธนชั พร สายดวง ✓✓ ✓ 8 ดี
19 เด็กหญิง สุพชิ ญา บำรงุ ชนม ✓ ✓ ✓ 9 ดีมาก
เกณฑการพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลวหาคาเฉล่ยี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดมี าก
- คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01-1.99 หมายถึง พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉล่ียทุกประเด็นการประเมนิ ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทานนั้
ถึงจะผา นการเรยี นรตู ามตวั ชี้วัด
ผลการประเมินการเรยี นรขู องนักเรียน
ผเู รยี นที่ ผาน ตวั ชว้ี ดั
มีจำนวน……………19……………คน คิดเปนรอ ยละ……………………100…………………..
ผูเรยี นท่ี ไมผา น ตัวชว้ี ัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปนรอ ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหต…ุ ……………........................................................
ใบงานที่ 7
เรื่อง หยาดน้ำฟา
คำชีแ้ จง : ใหน ักเรียนพิจารณาขอ ความท่กี ำหนดให แลวนำขอ ความทีก่ ำหนดใหเติมลงในประโยค
ใหถ ูกตอ ง
หยาดน้ำฟา ฝน หมิ ะ
ลกู เห็บ เมฆ ระเหิด
ไอนำ้ น้ำแข็ง พายุ
ละอองนำ้
ฝน หิมะ ลูกเหบ็ เปน ____________ซ่ึงเปนน้ำที่มีสถานะตา ง ๆ ท่ีตกจากฟา ถึงพื้นดิน _______
เกิดจาก_________ใน___________ที่รวมตัวกันจนอากาศไมสามารถพยุงไวไดจึงตกลงมา _______
เกิดจาก_________ในอากาศ_________กลับเปน ผลกึ น้ำแข็ง รวมตวั กนั จนมีน้ำหนักมากขน้ึ จนเกินกวา
อากาศจะพยงุ ไวจ งึ ตกลงมา
_________เกิดจากหยดน้ำท่ีเปลี่ยนสถานะเปน________แลวถูก_______พัดวนซ้ำไปซ้ำมาในเมฆฝน
ฟาคะนองทมี่ ขี นาดใหญแ ละอยูในระดับสงู จนเปน กอ นนำ้ แขง็ ขนาดใหญข ึ้นแลว ตกลงมา
แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 8 ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 5
กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เร่ือง วัฏจกั รนำ้
รายวิชา วิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี เวลา 1 ชั่วโมง
หนว ยการเรยี นรูที่ 6 เรอ่ื ง ปรากฎการณล มฟา อากาศ ปก ารศกึ ษา 2564
ภาคเรยี นท่ี 2
ผูส อน นางสาวกมลพรรณ แตงสุวรรณ
1. มาตรฐานการเรียนรู
ว 3.2 เขา ใจองคป ระกอบ และความสมั พนั ธข องระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลกและ
บนผวิ โลก ธรณีพบิ ัตภิ ยั กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟา อากาศและภูมิอากาศโลกรวมท้ังผลตอสงิ่ มชี ีวติ และ
ส่ิงแวดลอม
ตวั ช้ีวดั
ว 3.2 ป.5/3 สรา งแบบจำลองทอ่ี ธิบายการหมุนเวยี นของน้ำในวัฏจักรของน้ำ
2. จุดประสงคก ารเรยี นรู
1. อธบิ ายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจกั รนำ้ ได (K)
2. ปฏิบัติกิจกรรมเพอื่ สรางแบบจำลองและใชแบบจำลองอธบิ ายการเกิดวัฏจกั รน้ำไดอยางถูกตอ ง
และเปนลำดับขนั้ ตอน (P)
3. ใหความรว มมือในการทำกิจกรรมกลุมและมีความรบั ผดิ ชอบในการสงงานตรงเวลา (A)
3. สาระการเรียนรู
วัฏจกั รนำ้ เปน การหมุนเวียนของนำ้ ทม่ี ีแบบรูป ซำ้ เดมิ และตอ เนอ่ื งระหวา งน้ำในบรรยากาศน้ำผิวดิน
และนำ้ ใตดนิ โดยพฤตกิ รรมการดำรงชีวติ ของพืชและสัตวส งผลตอวฏั จกั รน้ำ
4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
วัฏจักรน้ำ เปนการหมุนเวียนของน้ำที่มีแบบรูปซ้ำเดิม และตอเนื่องระหวางน้ำในบรรยากาศ
นำ้ ผวิ ดนิ และน้ำใตด ิน ซึ่งพฤติกรรมในการดำรงชวี ิตของพชื และสตั วจ ะสง ผลตอวฏั จักรนำ้
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
สมรรถนะสำคัญของผูเรียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รยี นรู
3. ซอ่ื สตั ย สุจริต
1) ทกั ษะการสังเกต 4. มุงมนั่ ในการทำงาน
2) ทกั ษะการทดลอง
3) ทกั ษะการต้งั สมมตฐิ าน
4) ทกั ษะการทำงานรว มกัน
5) ทกั ษะการสรา งแบบจำลอง
6) ทกั ษะการลงความเห็นจากขอมลู
7) ทักษะการจดั กระทำและส่ือความหมาย
ขอ มูล
3. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต
4. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี
6. กิจกรรมการเรยี นรู
แนวคดิ /รปู แบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู (5Es Instructional Model)
ขนั้ นำ
ขน้ั ที่ 1 กระตนุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูทักทายกบั นักเรียน จากนน้ั ครูทบทวนความรเู ดิมของนักเรียนเกี่ยวกบั เรื่อง การเกิดเมฆ หมอก
นำ้ คาง นำ้ คางแข็ง และหยาดน้ำฟา
2. ครนู ำบตั รภาพแหลง น้ำ ฝนตก และดวงอาทติ ย มาใหน ักเรียนดู โดยครตู ดิ ไวบ นกระดาน ดังนี้
3. จากน้นั ครตู ้ังประเดน็ คำถามกระตุน ความสนใจนักเรียนจากบตั รภาพ โดยใหนกั เรยี นแตละคน
รว มกนั อภิปรายแสดงความคิดเหน็ อยางอิสระโดยไมม กี ารเฉลยวาถูกหรอื ผิด ดงั น้ี
- จากบัตรภาพทงั้ 3 ภาพ นักเรียนคิดวาเกย่ี วของกันหรือไม
(แนวตอบ : นกั เรยี นอาจตอบวา เกี่ยวของกนั )
- บัตรภาพทงั้ 3 ภาพ เก่ยี วของกันอยา งไรบา ง
(แนวตอบ : นกั เรียนอาจตอบวา การเกดิ ฝนซงึ่ มี 3 ข้นั ตอน โดยข้นั ที่ 1 นำ้ ในแหลงนำ้ ตา ง ๆ
เมื่อไดร ับความรอนจะระเหยกลายเปน ไอน้ำแลวลอยขึน้ ไปในอากาศ ข้ันท่ี 2 ไอนำ้ ในอากาศเมื่อ
เจออากาศเยน็ จะควบแนน เปนละอองนำ้ รวมตวั กนั เปน กอนเมฆ และขน้ั ที่ 3 เม่ือเมฆรวมตัวกนั
จำนวนมากจนอากาศพยุงน้ำหนกั ของละอองน้ำไมไหว จึงตกลงมาเปน ฝนไหลรวมกนั ลงใน
แหลง นำ้ )
4. ครูใหนกั เรยี นดูภาพแหลง น้ำตามธรรมชาติ จากหนงั สือเรยี นวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 จากนั้น
ครถู ามคำถามเพื่อกระตนุ นักเรยี นกอนเขา สูเ น้ือหาวา “แหลง นำ้ ตาง ๆ มคี วามสำคัญตอการ
เกดิ วฏั จกั รนำ้ หรือไม อยา งไร” โดยใหนกั เรยี นแตล ะคนรวมกันอภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเพอื่ หา
คำตอบ
(แนวตอบ : แหลงนำ้ ตาง ๆ มีความสำคัญตอการเกิดวฏั จักรนำ้ ถาไมม ีแหลง นำ้ จะไมมีน้ำระเหย
กลายเปน ไอนำ้ ขึน้ ไปในบรรยากาศ ทำใหไ มมกี ารหมนุ เวยี นนำ้ )
ข้นั สอน
ข้นั ท่ี 2 สำรวจคนหา (Explore)
1. ครูจัดเตรียมวสั ด-ุ อปุ กรณทีใ่ ชใ นกจิ กรรม วฏั จกั รน้ำ จากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร
ป.5 เลม 2 มาวางไวหนาชน้ั เรยี น ดังน้ี
- หนังยาง 1 ถุง - ถุงพลาสติกใส 1 ใบ
- กลอ งพลาสติกใสใบเลก็ 1 ใบ - กลองพลาสติกใสใบใหญ 1 ใบ
- กระดาษแขง็ แผน ใหญ 1 แผน - น้ำ 2 ขวด
- น้ำแขง็ 1 ถงุ - สไี ม 1 กลอ ง
- ดินทราย 1 ถุง - ดินเหนียว 1 ถุง
2. นักเรยี นแบงกลุม โดยครูเตรียมสลากแหลงนำ้ ตา ง ๆ เชน ทะเล มหาสมทุ ร แมนำ้ และบงึ
จากนนั้ ใหนักเรียนแตล ะคนออกมาหยบิ สลาก ซ่งึ นกั เรยี นที่ไดช อ่ื เดียวกันจะอยูกลมุ เดยี วกัน
ซึง่ แตละกลมุ จะมสี มาชิกภายในกลุม 4 คน
3. นักเรียนแตละกลุมจัดเตรยี มอุปกรณที่ใชในกิจกรรมที่ 4 วัฏจกั รนำ้ จากหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร
ป.5 เลม 2 จากนัน้ ครแู จง จุดประสงคข องกจิ กรรมท่ี 4 วฏั จกั รน้ำ ใหน ักเรยี นทราบ เพื่อเปนแนว
ทางการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทีถ่ กู ตอง
4. นักเรยี นแตล ะกลุมรว มกันปฏบิ ตั ิกิจกรรม วัฏจกั รนำ้ ตอนที่ 1-2 โดยปฏิบตั ิกิจกรรม ดงั นี้
1) ศกึ ษาขนั้ ตอนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมจากหนงั สอื เรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 อยางละเอยี ด
หากมีขอ สงสยั ใหส อบถามครู
2) รว มกนั กำหนดปญ หาและต้งั สมมติฐานในการปฏิบัตกิ ิจกรรม แลวบันทกึ ผลลงในสมดุ ประจำตัว
นกั เรยี น
3) รวมกันปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามข้ันตอนใหครบถว นและถูกตองทุกข้นั ตอน จากนน้ั บนั ทกึ ผลลงใน
สมดุ ประจำตัวนกั เรยี น
5. นกั เรยี นแตละกลุมรว มกันวิเคราะหผ ลการปฏิบัติกจิ กรรม แลวอภิปรายผลและสรปุ ผลการทดลอง
ขน้ั สอน
ขนั้ ที่ 2 สำรวจคนหา (Explore)
6. นกั เรียนแบง กลุม (กลุม เดิม) จากนั้นใหนักเรียนแตล ะกลุมรวมกันศกึ ษาคนควา
ขอ มลู เกยี่ วกับ เร่อื ง การเกิดและปจจยั ทม่ี ีผลตอการเกดิ วัฏจกั รน้ำ จากหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร
ป.5 เลม 2 หรอื แหลงการเรยี นรูต า ง ๆ เชน อนิ เทอรเ น็ต หอ งสมุด
7. นักเรยี นแตละกลุมรว มกันอภปิ รายเรอื่ งท่ไี ดศกึ ษา จากนัน้ ใหน ักเรียนแตล ะกลุมนำขอมลู ท่ีไดม า
เขยี นแผนภาพแสดงวฏั จกั รน้ำ ลงในกระดาษแข็งแผน ใหญ พรอ มตกแตง ใหสวยงาม
ขั้นท่ี 3 อธิบายความรู (Explain)
8. นกั เรยี นแตละกลุมออกมานำเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหนา ชน้ั เรียน เพือ่ แลกเปลย่ี นความคิด
จนครบทกุ กลมุ ในระหวางที่นักเรียนนำเสนอครคู อยใหข อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ เพ่ือใหนักเรยี น
มีความเขา ใจท่ีถูกตอง
9. นกั เรยี นและครูรว มกนั สรุปความรูทีไ่ ดจากการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมท่ี 4 วฏั จกั รนำ้
10. นกั เรียนแตล ะคนทำกิจกรรมหนตู อบได จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 โดยตอบคำถาม
ลงในสมดุ ประจำตัวนักเรียน
11. ครูอธบิ ายเพิ่มเติมใหนักเรยี นเขา ใจเกีย่ วกับ เร่ือง วัฏจกั รน้ำวา “วฏั จกั รนำ้ คอื การหมนุ เวยี นของ
นำ้ อยา งไมมีทส่ี ้ินสุด และเปนการเปลยี่ นสถานะของนำ้ โดยอาศัยปจ จัยตา ง ๆ เชน ความรอ น ลม
ปา ไม เปน ตน ”
ขั้นท่ี 4 ขยายความเขาใจ (Elaborate)
12. ครูตงั้ ประเด็นคำถามกระตุน ความคดิ นักเรยี น โดยใหนักเรยี นแตล ะคนรวมกนั อภปิ รายแสดง
ความคดิ เหน็ เพือ่ หาคำตอบ ดังน้ี
- นำ้ จากฟา ทต่ี กลงมาสพู ้ืนผิวโลก จะถกู กกั เกบ็ ในแหลงนำ้ ใดบา ง
(แนวตอบ : แหลงน้ำผวิ ดิน เชน ทะเล แมนำ้ ลำธาร เปนตน และแหลง นำ้ ใตดนิ )
- การหมนุ เวยี นของนำ้ เรยี กวาอะไร
(แนวตอบ : วฏั จกั รของนำ้ )
- วัฏจักรน้ำ คอื อะไร
(แนวตอบ : วฏั จกั รน้ำ คือ การหมนุ เวียนของน้ำอยางไมมีที่สน้ิ สุด)
- การเกิดวัฏจกั รของน้ำมีกข่ี ้นั ตอน อะไรบาง
(แนวตอบ : การเกิดวัฏจักรของนำ้ มี 4 ข้ันตอน ไดแก
1) นำ้ ในแหลง นำ้ ไดรบั ความรอนแลว ระเหยเปนไอนำ้ ลอยข้ึนไปในอากาศ
2) ไอน้ำควบแนน เปน ละอองนำ้ และรวมตัวเปนเมฆ
3) เมฆมีจำนวนมากจนอากาศไมสามารถรบั นำ้ หนักไวไดจึงตกลงมาเปน ฝน
4) น้ำฝนไหลกลับสแู หลง นำ้ ตาง ๆ หรอื ซมึ ลงใตด นิ )
- ปจ จัยใดบา งท่มี ผี ลตอ การเกิดวฏั จักรน้ำ
(แนวตอบ : ความรอน ลม ปา ไม เปนตน )
13. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซกั ถามเน้อื หาเกีย่ วกับ เรื่อง วฏั จักรน้ำ และใหค วามรเู พ่มิ เติมจากคำถาม
ของนักเรยี น โดยครใู ช วีดโี อ เร่อื ง วฏั จกั รน้ำ ในการอธบิ ายเพ่ิมเติม
14. นกั เรยี นแตละคนเขยี นสรุปสาระสำคญั ประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณลมฟาอากาศ โดยเขียนเปน
แผนผังมโนทัศน ลงในสมุดประจำตัวนกั เรยี น
15. นักเรียนแตล ะคนทำกิจกรรมฝก ทกั ษะ บทท่ี 2 ปรากฏการณลมฟาอากาศ จากหนงั สือเรียน
วิทยาศาสตร ป.5 เลม 2 ลงในสมดุ ประจำตัวนักเรียน
16. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี นของหนว ยการเรียนรูท่ี 6 แหลง นำ้ และลมฟาอากาศ เพือ่ เปน การ
วดั ความรหู ลงั เรียนของนักเรียน
17. นักเรียนแบง กลุม ๆ ละ 4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นใหแ ตล ะกลุมนำความรูเก่ียวกบั
เรื่อง การเกดิ วฏั จักรน้ำ มาออกแบบและประดิษฐจิกซอวการเกดิ วฏั จักรนำ้
ขนั้ สรุป
ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นักเรียนแตล ะคนดตู ารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2
จากน้นั ครถู ามนกั เรียนเปน รายบคุ คลตามรายการขอ 1-5 เพื่อเปน การตรวจสอบความรู
ความเขาใจของนักเรียนหลงั จากการเรยี นจบบทท่ี 2 ปรากฏการณล มฟาอากาศ
2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรยี น หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 แหลง น้ำและลมฟาอากาศ
เพือ่ ตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรยี น
3. ครูประเมนิ ผล โดยการสงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา ชน้ั เรียน
4. ครตู รวจสอบผลการปฏิบัตกิ จิ กรรม วัฏจกั รน้ำ ในสมุดประจำตวั นักเรยี น
5. ครูตรวจสอบผลการทำกิจกรรมหนตู อบได ในสมดุ ประจำตวั
6. ครตู รวจผลการทำกิจกรรมสรุปสาระสำคัญประจำ บทที่ 2 ปรากฏการณล มฟาอากาศ
ในสมุดประจำตวั นักเรยี น
7. ครตู รวจสอบผลการทำกจิ กรรมฝก ทักษะ บทท่ี 2 ปรากฏการณลมฟาอากาศ ในสมุดประจำตัว
นักเรยี น
8. ครูตรวจช้นิ งาน/ผลงาน จกิ ซอวก ารเกดิ วัฏจักรน้ำ ของนกั เรียนแตละกลมุ
9. นักเรยี นและครรู ว มกันสรปุ เกีย่ วกับวฏั จักรนำ้ ซง่ึ ไดข อสรปุ รวมกันวา “วัฏจกั รน้ำ เปนการ
หมนุ เวยี นของนำ้ ทม่ี ีแบบรปู ซำ้ เดมิ และตอเนื่องระหวา งน้ำในบรรยากาศนำ้ ผิวดนิ และน้ำใตด ิน
โดยพฤติกรรมการดำรงชีวิตของพชื และสตั วส งผลตอ วฏั จกั รนำ้ ”
7. ส่อื /แหลง การเรียนรู
7.1 ส่ือการเรยี นรู
1) หนงั สือเรยี นวทิ ยาศาสตร ป.5 เลม 2 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 แหลงนำ้ และลมฟาอากาศ
2) วสั ดุ-อปุ กรณทีใ่ ชในกจิ กรรม วฏั จกั รนำ้
3) วดี ีโอ เรือ่ ง วฏั จักรน้ำ
4) บัตรภาพแหลงนำ้ ฝนตก และดวงอาทิตย
5) สลากแหลง นำ้ ตาง ๆ
6) สมุดประจำตวั นักเรียน
7.2 แหลงการเรียนรู
1) หองเรียน
2) หอ งสมดุ
3) อนิ เทอรเนต็
8. การวดั และประเมินผล วธิ ีการ เครอ่ื งมือ
รายการวัด - การซักถาม เกณฑการประเมิน
1. อธิบายการหมนุ เวยี น - การตอบคำถาม - ไดไมนอยกวา 2
ของนำ้ ในวฏั จกั รนำ้ ได (K) ระหวางเรียน - ใบงานท่ี 7 เรอื่ ง คะแนน ระดบั คุณภาพดี
- ตรวจใบงานท่ี 7 เรอื่ ง หยาดน้ำฟา ถือวา ผานการประเมิน
หยาดนำ้ ฟา - แบบประเมินการ ดานความรู
2. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสรา ง - ตรวจการนำเสนอ นำเสนอผลงาน/ผลการ - ไดไมนอยกวา 2
แบบจำลองและใช ผลงาน/ผลการปฏิบตั ิ ปฏิบตั กิ จิ กรรม คะแนน ระดบั คุณภาพดี
แบบจำลองอธบิ ายการ กิจกรรม ถอื วาผานการประเมิน
เกดิ วฏั จกั รน้ำไดอยาง ดา นกระบวนการ
ถูกตองและเปน ลำดับ
ข้ันตอน (P)
3. ใหความรว มมือในการ - สังเกตความมีวนิ ยั - แบบสงั เกตสงั เกตความ - ไดไมนอยกวา 2
ทำกจิ กรรมกลุมและมี รับผดิ ชอบ ใฝเรียนรู มีวินยั รบั ผดิ ชอบ ใฝ คะแนน ระดบั คุณภาพดี
ความรับผิดชอบในการสง และมุงมั่นในการ เรยี นรแู ละมุงมั่นในการ
งานตรงเวลา (A) ทำงาน ทำงาน ถอื วาผา นการประเมนิ
ดานเจตคติ
9 เกณฑการประเมนิ ผลงานนกั เรยี น เกณฑการประเมนิ (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมิน คานำ้ หนัก แนวทางการใหคะแนน
คะแนน
การใหค ะแนนหลงั ทำ 3 ทำใบงานท่ี 7 เร่ือง หยาดนำ้ ฟา ไดถกู ตองจำนวน 9-10 ขอ
กจิ กรรม 2 ทำใบงานที่ 7 เร่อื ง หยาดนำ้ ฟา ไดถกู ตองจำนวน 6-8 ขอ
1 ทำใบงานท่ี 7 เร่อื ง หยาดน้ำฟา ไดถกู ตองจำนวน 1-5 ขอ
การใหค ะแนนการจดั 3 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองไดด ี มกี ารนำเสนอขอมูลเขา ใจงา ย
กระทำและส่ือความหมาย มีลำดับขนั้ ตอน ระบชุ อื่ ตารางบนั ทึกผลการทดลอง หัวเร่อื งตารางบนั ทึกผล
และบนั ทึกผลการทดลองไดถูกตอ ง ครบถวน
2 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได มีการนำเสนอขอมูลเขาใจงาย
มีลำดบั ขั้นตอน ระบชุ ื่อตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง หวั เร่อื งตารางบนั ทึกผล
แตบ นั ทกึ ผลการทดลองไมถกู ตอ ง
1 ออกแบบตารางบันทึกผลการทดลองได แตการนำเสนอขอ มูลเขาใจยาก
ไมมีลำดับข้ันตอน ไมร ะบุชอ่ื ตารางบันทึกผลการทดลอง ไมม ีหวั เรอ่ื งตาราง
บนั ทกึ ผล และบนั ทึกผลการทดลองไมถ ูกตอ ง
ใหค วามรวมมือในทำกจิ กรรมรวมกบั ผูอ ่ืนตลอดทัง้ คาบเรยี น ไมกอความ
3 วนุ วายหรอื ปญ หาทร่ี บกวนการเรยี นของผูอื่น เชน พูดเสียงดังโวยวาย ลกุ
เดนิ ไปมา หรือชวนผอู ่ืนคุยเลน ขณะครทู ำการสอน
การใหค ะแนนความ ใหความรวมมือในทำกิจกรรมรว มกับผอู นื่ เปน บางครั้งในคาบเรียน และกอ
รว มมอื ในการทำกิจกรรม 2 ความวุนวายหรอื ปญหาทรี่ บกวนการเรียนของผูอน่ื เชน พูดเสียงดงั
รวมกับผอู น่ื
โวยวาย ลกุ เดนิ ไปมา หรือชวนผอู ืน่ คยุ เลน ขณะครูสอน
ไมใหความรว มมือในทำกิจกรรมรวมกับผอู น่ื ทำใหเ กดิ ความวุนวายหรอื
1 ปญ หาทรี่ บกวนการเรียนของผอู ืน่ เชน พูดเสยี งดงั โวยวาย ลุกเดินไปมา
หรอื ชวนผูอ่ืนคุยเลน ขณะครูทำการสอน
ระดบั คุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดา น K P A แลวหาคาเฉล่ยี )
คะแนนรวมเฉลี่ย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลี่ย 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช
ดังนัน้ นกั เรียนตอ งไดค ะแนนเฉล่ียทุกประเด็นการประเมิน ไมต ่ำกวา 2.00 คะแนน แสดง
ระดับคุณภาพดี ถอื วาผานเกณฑก ารประเมนิ
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพการเรยี นรูของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปท่ี 5/1
คำชแ้ี จง: ทำเครอื่ งหมาย ในชอ งคา นำ้ คะแนนแตละดา นตามจดุ ประสงคการเรียนรู โดยประเมนิ ตามเกณฑ
Rubrics Score
เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดา นความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหัสนกั เรียน คานำ้ หนกั คะแนน คา น้ำหนักคะแนน คาน้ำหนักคะแนน ระดับ
1 เด็กชาย มนัส อยรู ัตน 321 32 1 3 21 คุณภาพ
2 เดก็ ชาย อรรถวัต พีขุนทด
3 เดก็ ชาย ธนศกั ด์ิ ชูมภูยศ
4 เด็กชาย ธรี ภัทร สุปญญา
5 เดก็ ชาย ภัททากร อนิ เฟอง
6 เด็กชาย ภัทรวิทย ผาไสว
7 เดก็ ชาย ศริ ิศกั ดิ์ สอนวเิ ศษ
8 เด็กชาย พัสกร บทู อง
9 เด็กชาย บรรพต บญุ นอย
10 เดก็ ชาย เสฏฐวุฒิ ชยั เดช
11 เด็กชาย ณัฐวตั ร ปญญาเฟอง
12 เดก็ หญงิ บณุ ยาพร กันทะวงศ
13 เดก็ หญงิ อัยลดา ดสู วา ง
14 เดก็ หญิง กลีบเงิน แสนบวั คำ
15 เดก็ หญิง เจนจรี า สฟี อง
16 เด็กหญิง มาลนี ี แชว ะ
17 เด็กหญงิ พวดี โลนชุ ติ
18 เด็กหญิง ปยวฒั น อาจารย
เกณฑการพิจารณาคุณภาพ (โดยนำคะแนนรวมทุกดาน K P A แลว หาคาเฉลย่ี )
- คะแนนรวมเฉลย่ี 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00-2.99 หมายถึง ดี
- คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลยี่ ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมตำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคุณภาพ ดี ขึ้นไปเทานน้ั
ถงึ จะผานการเรยี นรูตามตวั ชีว้ ดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนักเรยี น
ผเู รียนที่ ผา น ตัวชวี้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปนรอ ยละ………………………………………………..
ผูเรียนที่ ไมผ าน ตัวช้วี ดั
มีจำนวน…………………………คน คดิ เปน รอ ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
แบบบันทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรยี นรูของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปท่ี 5/2
คำชีแ้ จง: ทำเคร่อื งหมาย ในชองคา น้ำคะแนนแตล ะดานตามจุดประสงคการเรยี นรู โดยประเมินตามเกณฑ
Rubrics Score
เลข ชอ่ื -นามสกุล/ ดา นความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดา นเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหสั นกั เรยี น คาน้ำหนักคะแนน คาน้ำหนกั คะแนน คานำ้ หนักคะแนน ระดับ
1 เดก็ ชาย วิภู ตากัน 321 32 1 3 21 คุณภาพ
2 เด็กชาย ภานุวฒั น ปานสมพงษ
3 เดก็ ชาย สินิกร สงิ หจานุสงค
4 เด็กชาย ปรัตถกร พลจร
5 เด็กชาย สรรคสิริ สภุ ามงคล
6 เดก็ ชาย ปญ ญา พ่ึงเพงิ้
7 เด็กชาย รณกฤต วงศอ ายตาล
8 เดก็ ชาย ธนกฤต เครือทราย
9 เดก็ ชาย จอมขวัญ แกว บุญเรือง
10 เด็กชาย วมิ ลรัตน ภักดี
11 เด็กชาย วชริ าภรณ ไชยโย
12 เดก็ หญิง พรนภสั พูลลน
13 เดก็ หญงิ สวุ ภทั ร กันทะวงศ
14 เด็กหญิง ขวัญพัฒน โพสา
15 เด็กหญงิ ชนาภา หวนั ทา
16 เด็กหญงิ ชนกิ า รจนา
17 เด็กหญิง สุชญั ญา สุภามงคล
18 เด็กหญงิ ธนชั พร สายดว ง
19 เด็กหญงิ สพุ ิชญา บำรงุ ชนม
เกณฑการพจิ ารณาคณุ ภาพ (โดยนำคะแนนรวมทกุ ดาน K P A แลวหาคาเฉลีย่ )
- คะแนนรวมเฉล่ีย 3.00 หมายถงึ ดีมาก
- คะแนนรวมเฉล่ีย 2.00-2.99 หมายถงึ ดี
- คะแนนรวมเฉลย่ี 0.01-1.99 หมายถงึ พอใช
ตอ งไดค ะแนนเฉลีย่ ทุกประเดน็ การประเมิน ไมต ำ่ กวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ข้ึนไปเทานัน้
ถงึ จะผานการเรียนรตู ามตัวช้ีวดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรูของนักเรียน
ผเู รยี นที่ ผาน ตวั ชีว้ ัด
มีจำนวน…………………………คน คิดเปนรอ ยละ………………………………………………..
ผเู รยี นท่ี ไมผา น ตัวชว้ี ัด
มจี ำนวน…………………………คน คิดเปน รอ ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
4)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
5)………………………………………………........……….สาเหต…ุ …………….........................................................
6)………………………………………………........……….สาเหตุ………………........................................................
10.บันทึกผลการจดั การเรียนรู
10.1 ผลการสอน / ผลการเรียนรู
ดานความรู / ความเขาใจ (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ดา นทักษะ / กระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ดา นคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
10.2 ปญหา / อปุ สรรค
………………………ไมไดใ ชส อน…………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
10.3 แนวทางการแกป ญหา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ …………………………………ครผู สู อน
(…………………………………………)
………………./……………/……………..