The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ม.5 ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siriwut2555, 2022-06-01 13:00:01

แผนการสอน วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ม.5 ปีการศึกษา 2564

แผนการสอน วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา ม.5 ปีการศึกษา 2564

โรงเรยี นสิเกาประชาผดงุ วิทย์

ค่มู ือการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ วิชา สุขศึกษาและพลศึกษา

นาย สริ ิวฒุ ิ ชูสวุ รรณ
ตาแหนง่ ครผู ชู้ ว่ ย

กล่มุ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

บนั ทึกขอ้ ความ

ส่วนราชการ โรงเรียนสิเกาประชาผดุงวิทย์

ที่ .............../.................... วันที่ …………..……………………………………...……..

เรื่อง ขออนญุ าตใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรยี น ผอู้ านวยการโรงเรยี นสิเกาประชาผดงุ วิทย์

ตามทขี่ า้ พเจ้า นายสิริวุฒิ ชสู ุวรรณ ตาแหน่ง ครูผู้ชว่ ย กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา

ได้รับมอบหมายใหป้ ฏิบัติการสอน ในรายวิชา ดงั น้ี

1.รายวชิ า พลศึกษา รหัสวชิ า พ22102 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2

2.รายวิชา พลศกึ ษา (เพ่มิ เตมิ ) รหัสวชิ า พ22201 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2

3.รายวชิ า พลศกึ ษา รหสั วชิ า พ23102 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

4.รายวิชา พลศกึ ษา (เพม่ิ เตมิ ) รหสั วชิ า พ23201 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3

5.รายวชิ า พลศึกษา รหัสวชิ า พ32101 ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5

6.รายวิชา พลศกึ ษา (เพ่ิมเตมิ ) รหัสวิชา พ33203 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6

ในการนี้ ข้าพเจ้าได้ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และฉบับปรับปรุง

พ.ศ.2560 โดยออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องเหมาะสมกับผู้เรียนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็ม

ศักยภาพและบรรลุเป้าหมายตามหลักสูตรสถานศึกษา จึงขออนุญาตนาแผนการจดั การเรียนรู้มาใช้ในการ

จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564. ตามเอกสาร ดงั แนบ

จงึ เรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา

ลงชื่อ.............................................ครผู สู้ อน
( นายสิรวิ ฒุ ิ ชูสุวรรณ)

ความคิดเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอ่ื ……………………………………………….
( นางสาวพชิ ชาภา คงแก้ว )

หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา

ความคิดเหน็ ของรองผู้อานวยการบรหิ ารงานวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชือ่ ………………………………………………
( นายสุริยา สารทิพย์ )

รองผอู้ านวยการฝ่ายบริหารงานวชิ าการ

ความคิดเหน็ ของผู้อานวยการ
...................................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. .................................................

ลงชอื่ …………………………………………………………….
( นายสมชาย อินทรโชติ )

ผ้อู านวยการโรงเรยี นสเิ กาประชาผดุงวทิ ย์

การจัดทาส่วนหนา้ แผนการจดั การเรียนรู้

องค์ประกอบ
1. รายวิชาท่ีรับผิดชอบ

ลาดบั ที่ ชัน้ /หอ้ ง รหัสวชิ า รายวิชา จานวนชว่ั โมง จานวนหนว่ ยกิต
5 0.5
1 ม.2/1-ม.2/5 พ22102 พลศกึ ษา 4 2
3 0.5
2 ม.2 พ22201 พลศกึ ษา (เพมิ่ เติม)

3 ม.3/1,ม.3/4, พ23102 พลศึกษา

ม.3/5

4 ม.3 พ23201 พลศกึ ษา (เพิ่มเติม) 42
4 0.5
5 ม.5/1-ม.5/4 พ32101 พลศึกษา 42
24 7.5
6 ม.6 พ33203 พลศึกษา (เพิ่มเตมิ )

รวม

กจิ กรรม

7 ชมุ นุม 1-
1-
8 ลูกเสือ เนตรนารี 1-
1-
9 โฮมรมู 1-
1-
10 อบรมคุณธรรม จรยิ ธรรม 6-

11 ประชุมระดบั ม.4

12 กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์

รวม

2. ตาราง

ช่ัวโมงที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9

เวลา 08.30- 09.20- 10.10- 11.00- 11.50- 12.40- 13.30- 14.20- 15.10-

09.20 10.10 11.00 11.50 12.40 13.30 14.20 15.10 16.00

จนั ทร์ โฮมรมู พ32101 พ23103 เพม่ิ เติม เพ่มิ เติม พ22102 พ22102

ม.4 5/3 3/1 ม.3 ม.3 2/2 2/4

สนาม1 สนาม1 สนาม1 สนาม1

องั คาร พ22102 เพมิ่ เติม เพิ่มเติม พ22102 เพิม่ เติม เพ่มิ เติม ชุมนมุ

2/3 ม.6/3 ม.6/3 2/5 ม.2 ม.2

สนาม1 สนาม1

พุธ พ23103 เพม่ิ เติม เพ่ิมเติม พ23103 พ22102

3/5 ม.6/3 ม.6/3 3/4 2/1

สนาม1 สนาม1 สนาม1

พฤหสั ประชมุ พ32101 พ32101 พ32101 ลูกเสือ
กล่มุ ม.5/2 ม.5/1 ม.5/4 เนตรนารี

สาระ สนาม1 สนาม1 สนาม1

ศุกร์ เพิ่มเติม เพิม่ เติม เพม่ิ เติม เพิ่มเติม กิจกรรม ประชมุ อบรม

ม.2 ม.2 ม.3 ม.3 สาธารณ ระดับ คณุ ธรรม
จริยธรรม
ประโยชน์

3. หลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน (หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิชาสขุ ศกึ ษาและ

พลศึกษา)

เป้าหมายหลกั สูตร กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ชิ าสุขศึกษาและพลศกึ ษา

สุขภาพ หรือ สุขภาวะ หมายถึง ภาวะของมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังทางกาย ทางจิต ทางสังคม และ
ทางปญั ญาหรือจิตวิญญาณ สขุ ภาพหรอื สุขภาวะจึงเปน็ เร่ืองสาคญั เพราะเกย่ี วโยงกับทุกมิติของชีวติ ซึ่งทุก
คนควรจะได้เรียนรู้เร่ืองสุขภาพ เพ่ือจะได้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง มีเจตคติ คุณธรรมและค่านิยมที่
เหมาะสม รวมทง้ั มที กั ษะปฏิบตั ดิ า้ นสุขภาพจนเป็นกิจนิสัย อันจะสง่ ผลใหส้ งั คมโดยรวมมีคุณภาพ

สุขศึกษาและพลศึกษาเป็นการศึกษาด้านสุขภาพท่ีมีเป้าหมาย เพ่ือการดารงสุขภาพ การสร้างเสริม
สุขภาพและการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของบคุ คล ครอบครวั และชมุ ชนให้ย่งั ยนื

สุขศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาพฤติกรรมด้านความรู้ เจตคติ คุณธรรม ค่านิยม และ
การปฏิบตั เิ กี่ยวกับสุขภาพควบค่ไู ปดว้ ยกนั

พลศึกษา มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กิจกรรมการเคล่ือนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกมและกีฬา
เป็นเคร่ืองมือในการพัฒนาโดยรวมท้ังด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมทั้งสมรรถภาพ
เพ่อื สุขภาพและกีฬา

สาระท่ีเป็นกรอบเน้ือหาหรือขอบข่ายองค์ความรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ประกอบดว้ ย

• การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เรื่องธรรมชาติของการ
เจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต ความสัมพันธ์เช่ือมโยงในการทางาน
ของระบบตา่ งๆของรา่ งกาย รวมถงึ วธิ ปี ฏิบตั ติ นเพ่อื ให้เจริญเตบิ โตและมีพฒั นาการที่สมวยั

• ชวี ิตและครอบครัว ผเู้ รยี นจะไดเ้ รียนรู้เร่ืองคุณคา่ ของตนเองและครอบครัว การปรบั ตัวต่อการ
เปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ความรู้สึกทางเพศ การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับผู้อื่น สุขปฏิบัติ
ทางเพศ และทักษะในการดาเนนิ ชีวติ

• การเคลื่อนไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่อง
การเคล่ือนไหวในรูปแบบต่าง ๆ การเข้าร่วมกิจกรรมทางกายและกีฬา ท้ังประเภทบุคคล และประเภททีม
อย่างหลากหลายทั้งไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ และข้อตกลงในการเข้าร่วมกิจกรรม
ทางกาย และกีฬา และความมนี า้ ใจนกั กีฬา

• การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการป้องกันโรค ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักและ
วิธีการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ และการ
ปอ้ งกันโรคทัง้ โรคตดิ ต่อและโรคไมต่ ดิ ตอ่

• ความปลอดภยั ในชีวิต ผเู้ รยี นจะได้เรียนรูเ้ รื่องการป้องกันตนเองจากพฤตกิ รรมเส่ียงต่างๆ
ท้ังความเส่ียงต่อสุขภาพ อบุ ตั ิเหตุ ความรุนแรง อนั ตรายจากการใชย้ าและสารเสพติด รวมถึงแนวทางในการ
สร้างเสริมความปลอดภัยในชีวติ

4. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์

มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์

สาระที่ ๒ ชีวติ และครอบครวั

มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครวั เพศศกึ ษา และมที ักษะในการดาเนนิ ชวี ติ

สาระที่ ๓ การเคล่อื นไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล

มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทักษะในการเคลือ่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

มาตรฐาน พ ๓.๒ รกั การออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเลน่ กีฬา ปฏบิ ัติเปน็ ประจาอย่างสม่าเสมอ มวี นิ ัย
เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่ืนชมใน
สุนทรยี ภาพของการกีฬา

สาระที่ ๔ การสร้างเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค

มาตรฐาน พ ๔.๑ เหน็ คุณคา่ และมีทักษะในการสรา้ งเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการ
สรา้ งเสริมสมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ

สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวิต

มาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลีกเลยี่ งปัจจัยเส่ียง พฤตกิ รรมเสย่ี งตอ่ สุขภาพ อุบตั ิเหตุ การใช้ยา สารเสพตดิ
และความรุนแรง

5. คณุ ภาพผเู้ รียน

จบชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

• เข้าใจและเห็นความสาคัญของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่มีต่อ
สขุ ภาพและชีวิตในช่วงวยั ตา่ ง ๆ

• เข้าใจ ยอมรับ และสามารถปรบั ตวั ต่อการเปล่ยี นแปลงทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ ความรู้สึก
ทางเพศ ความเสมอภาคทางเพศ สร้างและรักษาสมั พันธภาพกับผอู้ ่ืน และตัดสินใจแก้ปัญหาชีวติ ดว้ ยวธิ ีการ
ท่เี หมาะสม

• เลอื กกินอาหารทีเ่ หมาะสม ไดส้ ดั ส่วน สง่ ผลดีตอ่ การเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัย
• มีทักษะในการประเมินอิทธิพลของเพศ เพื่อน ครอบครัว ชุมชนและวัฒนธรรมที่มีต่อเจตคติ
ค่านยิ มเกยี่ วกบั สุขภาพและชวี ติ และสามารถจดั การได้อยา่ งเหมาะสม
• ปอ้ งกนั และหลกี เลีย่ งปจั จัยเสี่ยง พฤตกิ รรมเสย่ี งต่อสขุ ภาพและการเกิดโรค อุบัตเิ หตุ การใชย้ า
สารเสพตดิ และความรุนแรง รูจ้ ักสรา้ งเสริมความปลอดภยั ให้แก่ตนเอง ครอบครวั และชุมชน
• เข้าร่วมกิจกรรมทางกาย กิจกรรมกีฬา กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ
ทางกายเพ่ือสุขภาพ โดยนาหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อย่างปลอดภัย สนุกสนาน และปฏิบัติเป็น
ประจาสม่าเสมอตามความถนัดและความสนใจ
• แสดงความตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมสุขภาพ การป้องกันโรค การดารง
สขุ ภาพ การจัดการกับอารมณ์และความเครียด การออกกาลังกายและการเล่นกีฬากับการมีวถิ ชี ีวิตที่มสี ุขภาพ
ดี
• สานึกในคุณคา่ ศักยภาพและความเปน็ ตวั ของตัวเอง
• ปฏบิ ตั ิตามกฎ กติกา หน้าทค่ี วามรับผดิ ชอบ เคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อืน่ ใหค้ วามร่วมมือ
ในการแข่งขันกีฬาและการทางานเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ด้วยความมุ่งม่ันและมีน้าใจนักกีฬา จนประสบ
ความสาเร็จตามเปา้ หมายดว้ ยความชืน่ ชม และสนุกสนาน

จบชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖

• สามารถดแู ลสุขภาพ สร้างเสรมิ สขุ ภาพ ปอ้ งกันโรค หลกี เลย่ี งปัจจยั เส่ียง และพฤติกรรมเสี่ยง
ต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการวางแผนอย่าง
เปน็ ระบบ

• แสดงออกถงึ ความรกั ความเออ้ื อาทร ความเขา้ ใจในอิทธิพลของครอบครัว เพ่ือน สังคม และ
วัฒนธรรมท่มี ีต่อพฤตกิ รรมทางเพศ การดาเนินชีวิต และวิถชี วี ติ ท่มี สี ุขภาพดี

• ออกกาลังกาย เลน่ กฬี า เขา้ รว่ มกิจกรรมนนั ทนาการ กจิ กรรมสร้างเสริมสมรรถภาพ เพอ่ื
สุขภาพโดยนาหลักการของทักษะกลไกมาใช้ได้อยา่ งถูกต้อง สม่าเสมอด้วยความชื่นชมและสนกุ สนาน

• แสดงความรับผิดชอบ ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎ กติกา สิทธิ หลักความปลอดภัยใน
การเขา้ รว่ มกิจกรรมทางกาย และเล่นกฬี าจนประสบความสาเรจ็ ตามเปา้ หมายของตนเองและทมี

• แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเล่น และการแข่งขัน ด้วยความมีน้าใจนักกีฬาและ
นาไปปฏิบตั ใิ นทุกโอกาสจนเปน็ บุคลกิ ภาพท่ีดี

• วิเคราะห์และประเมินสุขภาพส่วนบุคคลเพื่อกาหนดกลวิธีลดความเส่ียง สร้างเสริมสุขภาพ
ดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรค และการจัดการกบั อารมณ์และความเครียดได้ถูกต้องและเหมาะสม

• ใชก้ ระบวนการทางประชาสงั คม สร้างเสริมใหช้ ุมชนเข้มแขง็ ปลอดภัย และมีวิถีชีวติ ที่ดี

6. วเิ คราะห์หลกั สตู ร

สาระท่ี ๓ การเคลื่อนไหว การออกกาลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากล

มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทกั ษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า

ช้ัน ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ม. ๑ ๑. เพ่ิมพนู ความสามารถของตน  หลกั การเพ่มิ พูนความสามารถในการ
ตามหลักการเคลือ่ นไหวทีใ่ ชท้ ักษะ เคล่อื นไหวท่ีใชท้ ักษะกลไกและทกั ษะพืน้ ฐานที่
กลไกและทักษะพน้ื ฐานท่ีนาไปสูก่ าร นาไปส่กู ารพฒั นาทกั ษะการเลน่ กีฬา
พฒั นาทกั ษะการเลน่ กีฬา

๒. เล่นกฬี าไทยและกีฬาสากล  การเลน่ กีฬาไทย และกีฬาสากลทเ่ี ลือก เชน่
ประเภทบุคคลและทีมโดยใชท้ ักษะ กรีฑาประเภทลแู่ ละลาน บาสเกตบอล กระบี่
พืน้ ฐานตามชนดิ กีฬา อย่างละ ๑ เทเบลิ เทนนสิ เทนนสิ วา่ ยนา้
ชนิด

๓. ร่วมกิจกรรมนนั ทนาการอยา่ ง  การนาความรแู้ ละหลักการของกจิ กรรม
นอ้ ย ๑ กจิ กรรมและนาหลักความรู้ท่ี นนั ทนาการไปใชเ้ ช่ือมโยงสัมพนั ธก์ ับวิชาอ่นื
ได้ไปเช่ือมโยงสัมพันธ์กับวิชาอ่นื

ม. ๒ ๑. นาผลการปฏิบตั ติ นเกย่ี วกบั  การนาผลการปฏิบตั ิตนเก่ยี วกบั ทกั ษะกลไก
ทกั ษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหว และทกั ษะการเคลอ่ื นไหวในการเล่นกีฬาจาก
ในการเลน่ กีฬาจากแหล่งข้อมูลที่ แหลง่ ขอ้ มลู ทหี่ ลากหลายมาสรปุ เปน็ วิธีท่ี
เหมาะสมในบรบิ ทของตนเองในการเล่นกฬี า

ชนั้ ตัวช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

หลากหลายมาสรุปเปน็ วธิ ที ีเ่ หมาะสม
ในบรบิ ทของตนเอง

๒. เลน่ กีฬาไทยและกีฬาสากล  การเลน่ กฬี าไทย กีฬาสากลตามชนดิ กีฬาท่ี
ท้งั ประเภทบุคคลและทีมได้อยา่ งละ เลือก เชน่ กรีฑาประเภทลแู่ ละลาน บาสเกตบอล
๑ ชนดิ กระบ่ี เทนนสิ ตระกร้อลอดบว่ ง ฟุตซอล
วา่ ยนา้ เทควันโด

๓. เปรียบเทียบประสิทธิภาพของ  ประสทิ ธภิ าพของรูปแบบการเคล่ือนไหวที่
รูปแบบการเคล่ือนไหวทส่ี ่งผลตอ่ การ สง่ ผลต่อการเลน่ กีฬาและกิจกรรมใน
เลน่ กฬี าและกจิ กรรมในชวี ติ ประจาวนั ชวี ติ ประจาวนั

๔. ร่วมกจิ กรรมนันทนาการอยา่ ง  การนาประสบการณ์จากการร่วมกิจกรรม

น้อย ๑ กจิ กรรม และนาความรู้และ นนั ทนาการไปปรับใช้ในชีวติ ประจาวนั

หลักการท่ีได้ไปปรบั ใชใ้ น

ชวี ิตประจาวนั อย่างเป็นระบบ

ม. ๓ ๑. เลน่ กีฬาไทยและกีฬาสากล  เทคนคิ และวธิ ีการเลน่ กีฬาไทยและกีฬา

ได้อยา่ งละ ๑ ชนิดโดยใชเ้ ทคนคิ สากลท่เี ลอื ก เชน่ กรีฑาประเภทลู่และลาน

ท่เี หมาะสมกับตนเองและทีม วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ดาบสองมือ เทนนิส

ตะกร้อข้ามตาขา่ ย ฟุตบอล

๒. นาหลักการ ความรู้และทักษะ  การนาหลกั การ ความรู้ ทกั ษะในการ
ในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย เคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม การ
การเล่นกม และการเลน่ กีฬาไปใช้ เลน่ กฬี าไปใชเ้ ป็นระบบสร้างเสรมิ สขุ ภาพอย่าง
สร้างเสริมสขุ ภาพอย่างต่อเนื่อง ตอ่ เนือ่ ง
เป็นระบบ

๓. รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการอย่าง  การจัดกิจกรรมนนั ทนาการแก่ผอู้ ืน่
นอ้ ย ๑ กิจกรรมและนาหลักความรู้
วิธีการไปขยายผลการเรียนรูใ้ หก้ บั ผู้อน่ื

ช้นั ตวั ชวี้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ม.๔–ม.๖ ๑. วิเคราะหค์ วามคดิ รวบยอด  ความคิดรวบยอดเก่ยี วกับการเคล่ือนไหว
เก่ียวกบั การเคล่ือนไหวรปู แบบตา่ งๆ รูปแบบตา่ ง ๆ ในการเลน่ กฬี า
ในการเลน่ กีฬา
 การวิเคราะหค์ วามคดิ รวบยอดเก่ียวกับการ
เคลื่อนไหวรูปแบบต่างๆ ในการเล่นกฬี า

๒. ใชค้ วามสามารถของตน  การใชค้ วามสามารถของตนในการเลน่ กีฬา

เพอื่ เพ่ิมศักยภาพของทีม คานงึ ถึงผล เพือ่ เพิม่ ศักยภาพของทมี โดยคานึงถงึ ผลท่ีเกดิ

ที่เกดิ ต่อผอู้ ่นื และสงั คม ตอ่ ผู้อ่ืนและสงั คม

๓. เล่นกีฬาไทย กฬี าสากลประเภท  กีฬาประเภทบุคคล / คู่ ประเภททมี เชน่
บคุ คล / คู่ กฬี าประเภททีมได้อย่าง ฟุตซอล รกั บฟ้ี ตุ บอล ยมิ นาสตกิ ลลี าศ
น้อย ๑ ชนดิ ซอฟทบ์ อล เทนนสิ เซปักตะกร้อ มวยไทย
กระบ่ีกระบอง พลอง งา้ ว

๔. แสดงการเคลอื่ นไหวได้อยา่ ง  การเคล่อื นไหวทีส่ ร้างสรรค์ เชน่ กจิ กรรม
สรา้ งสรรค์ เข้าจังหวะ เชียร์ลีดเดอร์

๕. เข้าร่วมกจิ กรรมนันทนาการนอก  การนาหลักการและแนวคดิ ของกจิ กรรม
โรงเรียน และนาหลักการแนวคดิ นนั ทนาการไปปรับปรงุ และพัฒนาคุณภาพชีวติ
ไปปรบั ปรุงและพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของตนและสงั คม
ของตนและสงั คม

สาระท่ี ๓ การเคล่อื นไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย และกฬี าสากล

มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏบิ ตั เิ ปน็ ประจาอย่างสมา่ เสมอ

มีวนิ ยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกฬี า มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชน่ื ชม ใน
สุนทรยี ภาพของการกีฬา

ชัน้ ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม. ๑ ๑. อธบิ ายความสาคัญของการออก  ความสาคญั ของการออกกาลงั กายและเล่น

กาลังกายและเลน่ กีฬา จนเป็นวถิ ี กีฬา จนเป็นวถิ ีชวี ติ ท่ีมีสขุ ภาพดี

ชีวติ ท่มี ีสุขภาพดี  การออกกาลังกาย เช่น กายบรหิ าร
๒. ออกกาลังกายและเลอื กเขา้ รว่ ม

เล่นกีฬาตามความถนัด ความสนใจ แบบตา่ งๆ เต้นแอโรบกิ โยคะ รามวยจนี

อยา่ งเตม็ ความสามารถ พร้อมทั้งมี  การเลน่ กีฬาไทย และกีฬาสากล
การประเมนิ การเล่นของตนและผู้อ่นื

ท้งั ประเภทบุคคลและทีม

 การประเมินการเลน่ กฬี าของตนเองและ
ผอู้ ่ืน

๓. ปฏิบตั ติ ามกฎ กตกิ า และ  กฎ กตกิ า การเล่นเกมและการแข่งขนั
ข้อตกลงตามชนิดกีฬาที่เลือกเลน่ กฬี าท่ีเลอื กเลน่

๔. วางแผนการรุกและการป้องกันใน  รปู แบบ วิธีการรุกและป้องกันในการเลน่

การเลน่ กฬี าทเ่ี ลอื กและนาไปใชใ้ นการ กฬี าที่เลอื ก

เล่นอยา่ งเป็นระบบ

๕. ร่วมมือในการเล่นกีฬา และการ  การเล่น การแข่งขนั กีฬา และการทางาน

ทางานเป็นทีมอย่างสนุกสนาน เปน็ ทมี

๖. วเิ คราะห์เปรียบเทียบและยอมรบั  การยอมรับความสามารถและความ
ความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกฬี า แตกต่างระหวา่ งบุคคลในการเล่นกีฬา
ของตนเองกับผอู้ ืน่

ม. ๒ ๑. อธบิ ายสาเหตกุ ารเปลยี่ นแปลง  สาเหตุการเปล่ียนแปลงทางดา้ นร่างกาย

ทางกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา จากการ

และสตปิ ญั ญา ที่เกิดจากการ ออกกาลังกายและการเล่นกีฬาอยา่ งสมา่ เสมอ

ออกกาลังกาย และเลน่ กฬี าเป็นประจา จนเปน็ วถิ ชี ีวิต

จนเปน็ วิถีชีวิต  การสร้างวิถชี วี ติ ท่ีมสี ขุ ภาพดี โดยการ

ออกกาลังกายและเลน่ กฬี าเป็นประจา

ชัน้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๒. เลือกเข้าร่วมกจิ กรรม  การออกกาลังกายและการเล่นกีฬาไทย
การออกกาลงั กาย เล่นกีฬาตาม กฬี าสากลทั้งประเภทบคุ คลและประเภททีม
ความถนดั และความสนใจพร้อมท้ัง
วิเคราะหค์ วามแตกต่างระหว่างบุคคล  การวเิ คราะห์ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เพื่อเป็นแนวทางในการพฒั นาการรว่ มกจิ กรรม
การออกกาลังกายและเลน่ กีฬา

๓. มีวนิ ัย ปฏิบัติตามกฎ กตกิ า  วินยั ในการฝกึ และการเลน่ กีฬา ตามกฎ
และข้อตกลงในการเลน่ กีฬาท่ีเลอื ก กติกาและข้อตกลง

๔. วางแผนการรกุ และการป้องกันใน  รูปแบบ กลวิธกี ารรุก การป้องกันในการ

การเล่นกีฬาทเ่ี ลอื กและนาไปใช้ ใน เลน่ กีฬาเปน็ ทีม

การเลน่ อยา่ งเหมาะสมกบั ทีม  ประโยชน์ของการเล่นและการทางาน

เป็นทีม

 หลกั การให้ความรว่ มมือในการเล่น
การแข่งขันกีฬาและการทางานเปน็ ทีม

๕. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬา  การพฒั นาวิธเี ลน่ กฬี าทีเ่ หมาะสมกบั
มาสรุปเป็นวิธีทีเ่ หมาะสมกับตนเอง ตนเอง
ด้วยความมงุ่ มัน่
- การเลอื กวิธเี ล่น

- การแกไ้ ขข้อบกพร่อง

- การเพิม่ ทักษะ

 การสร้างแรงจงู ใจและการสร้างความ
ม่งุ ม่นั ในการเลน่ และแขง่ ขนั กีฬา

ม. ๓ ๑. มีมารยาทในการเลน่ และดูกีฬา  มารยาทในการเล่นและการดูกีฬาด้วย

ด้วยความมนี า้ ใจนักกีฬา ความมีนา้ ใจนักกีฬา

ช้นั ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

๒. ออกกาลังกายและเลน่ กฬี าอย่าง  การออกาลังกายและการเลน่ กีฬาประเภท
สม่าเสมอและนาแนวคดิ หลักการจาก บคุ คล และประเภททีม
การเลน่ ไปพัฒนาคุณภาพชีวติ ของตน
ด้วยความภาคภูมใิ จ  การนาประสบการณ์ แนวคดิ จากการ
ออกกาลังกายและเลน่ กฬี าไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ
พฒั นาคณุ ภาพชีวติ

๓. ปฏิบัตติ นตามกฎ กติกา และ  กฎ กติกาและข้อตกลงในการเลน่ กฬี าท่ี
ขอ้ ตกลงในการเลน่ ตามชนิดกีฬาที่ เลอื กเล่น
เลอื กและนาแนวคิดทไ่ี ด้ไปพัฒนา
คุณภาพชวี ิต ของตนในสังคม  การประยกุ ต์ประสบการณ์การปฏิบัติตาม
กฎ กตกิ า ข้อตกลงในการเล่นกฬี าไปใช้พัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ ของตนในสงั คม

๔. จาแนกกลวิธีการรุก การปอ้ งกนั  วิธกี ารประยกุ ต์ใชก้ ลวธิ กี ารรุกและการ
และใช้ในการเลน่ กฬี าท่เี ลือกและ ปอ้ งกันในการเล่นกีฬาได้ตามสถานการณ์ของ
ตัดสนิ ใจเลอื กวิธีทเ่ี หมาะสมกับทมี ไป การเลน่
ใช้ไดต้ ามสถานการณ์ของการเล่น
๕. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของ  การพัฒนาสขุ ภาพตนเองทเ่ี กดิ จากการออก
ตนเองที่เกดิ จากการออกกาลังกาย กาลงั กายและการเลน่ กฬี าเป็นประจา
และการเล่นกีฬาเปน็ ประจา
ม. ๔–ม.๖ ๑. ออกกาลงั กายและเลน่ กฬี า  การออกกาลังกายด้วยวธิ ที ่ีชอบ เช่น
ท่ีเหมาะสมกบั ตนเองอย่างสม่าเสมอ ฝกึ กายบรหิ ารแบบต่างๆ ขี่จักรยาน
และใช้ความสามารถของตนเองเพิ่ม การออกกาลงั กายจากการทางาน
ศกั ยภาพของทีม ลดความเป็นตวั ตน ในชีวติ ประจาวนั การรากระบอง รามวยจนี
คานึงถงึ ผลทเี่ กดิ ต่อสงั คม

 การเล่นกฬี าประเภทบุคคล และประเภท
ทีม

 การใชค้ วามสามารถของตนในการเพ่มิ
ศักยภาพของทมี ในการเลน่ กีฬาและการเล่นโดย
คานึงถึงประโยชน์ต่อสงั คม

ช้นั ตัวชว้ี ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

 การวางแผนกาหนดกิจกรรมการออกกาลงั -
กายและเลน่ กีฬา

๒. อธิบายและปฏิบตั ิเกย่ี วกบั สิทธิ  สิทธิ กฎ กตกิ าการเลน่ กีฬา
กฎ กติกา กลวิธตี ่างๆ ในระหว่าง
การเล่น การแข่งขันกีฬากับผ้อู ่ืนและ  กลวิธี หลกั การรุก การป้องกันอยา่ ง
นาไปสรุปเปน็ แนวปฏบิ ตั ิและใชใ้ น สรา้ งสรรคใ์ นการเล่นและแขง่ ขนั กฬี า
ชวี ติ ประจาวนั อยา่ งต่อเน่อื ง
 การนาประสบการณจ์ ากการเลน่ กีฬาไปใช้
ในชวี ิตประจาวัน

๓. แสดงออกถึงการมีมารยาทในการ  การปฏบิ ตั ติ นในเร่ืองมารยาทในการดู การ

ดู การเล่นและการแข่งขนั กีฬา ดว้ ย เล่น การแขง่ ขนั ความมนี ้าใจนกั กีฬา

ความมีนา้ ใจนักกีฬา และนาไปใช้  บคุ ลกิ ภาพที่ดี
ปฏบิ ัติทกุ โอกาส จนเปน็ บคุ ลกิ ภาพท่ี

ดี

๔. รว่ มกจิ กรรมทางกายและเลน่ กฬี า  ความสุขที่ไดจ้ ากการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทาง

อย่างมีความสขุ ช่นื ชมในคุณคา่ และ กาย และเลน่ กีฬา

ความงามของการกีฬา  คณุ คา่ และความงามของการกีฬา

โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษากล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
รายวิชาพืน้ ฐาน

ระดบั ชั้น รหสั วิชา ชือ่ รายวชิ า จานวนชั่วโมง/ภาค
มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 พ22102 พลศึกษา 5 ชั่วโมง/สัปดาห์ (0.5 นก.)
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 พ23201 พลศกึ ษา 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์ (0.5 นก.)
มัธยมศึกษาปที ่ี 5 พ32101 พลศกึ ษา 4 ช่วั โมง/สัปดาห์ (0.5 นก.)

5. รปู แบบการจดั การเรียนรู้ (Mind Mapping)

แผนผงั มโนทศั นใ์ นการออกแบบการสอนตามรูปแบบการจดั การเรยี นรู้

ตัวป้อน (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต(Output)

1. ทาการวิเคราะห์หลักสูตร 6. ประเมนิ ผลก่อนเรยี น 8. ประเมินผล
7. ดาเนินกระบวนการเรียนการ
2. กาหนดตวั ชว้ี ัด/ สอน โดยใช้วิธีการสอนแบบ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ใน บูรณาการ มี 5 ข้ัน คือ
การสอน

3. กาหนดเนอื้ หา/ทาการ • ขนั้ ที่ 1 สรา้ งความสนใจ

เสนอบทเรยี น • ขั้นท่ี 2 สารวจและค้นหา

4. แนะนาแนวทางในการ • ขั้นท่ี 3 อธบิ ายและลง
เรียน/กาหนดกิจกรรม ข้อสรุป
การเรยี นการสอน
• ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้
5. กาหนดและเลือกใช้ส่ือ
• ขนั้ ที่ 5 ประเมนิ
ขอ้ มูลย้อนกลับ(Feedback)

การเรียนการสอน/แหลง่

วทิ ยาการ 9. ปรับปรุงแก้ไข / พัฒนาทุกข้ันตอน

10. ทบทวนเพ่ือให้เกิดความแมน่ ยาและถา่ ยโอนความรู้
สาหรบั รายละเอยี ดจากแผนภมู ิ มีคาอธบิ ายในแต่ละข้ันตอนดังตอ่ ไปนี้

1. ทาการวิเคราะห์

1.1 วิเคราะห์ผูเ้ รยี น เพ่ือท่ีจะทราบข้อมลู เบื้องต้นของผูเ้ รียนในหลาย ๆ ด้าน เชน่ ดา้ นวิชาการ
ไดแ้ ก่ความรู้หรอื ประสบการณใ์ นเน้ือหาวชิ าทเ่ี รียน ทางด้านทกั ษะการส่ือสาร ทง้ั การฟงั การพูด การอา่ น
และการเขยี น ทางดา้ นวิธีการเรยี นรู้ เช่น ความถนัดในวิธกี ารเรยี น รวมทง้ั บคุ ลกิ ภาพ สุขภาพทางกาย
และทางจิต เปน็ ต้น

1.2 เนอื้ หา / หลักสตู ร จะพิจารณาถึงความถกู ต้องเหมาะสมของเน้ือหาที่จะผลต่อการเรยี นรู้
ของผเู้ รียนซึ่งเนื้อหานนั้ มคี วามทันสมัยและเกย่ี วข้องสมั พนั ธก์ ับเน้อื หาวิชาอื่น ๆ เพยี งใด ยดื หย่นุ ไปตาม
สภาพแวดลอ้ มทางเศรษฐกจิ สังคมเพียงใด เป็นต้น

2. กาหนดตวั ชว้ี ดั /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรใู้ นการสอน
เป็นการกาหนดอยา่ งชัดเจนวา่ หลังจากทผ่ี เู้ รยี น เรียนไปแลว้ ผู้เรยี นจะต้องเปลยี่ นแปลงพฤติกรรม

อย่างไรบ้าง ซ่งึ วตั ถุประสงค์ที่กาหนดขึ้นนี้มี 2 ระดับ คือ ตัวช้วี ัดและจดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ตัวช้ีวัด จะมีลักษณะกว้าง ๆ ซึ่งเป็นจดุ ม่งุ หมายท่ีไม่สามารถวัดหรอื สังเกตได้ทนั ที

ในการเรียนการสอน
2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ จดุ มุ่งหมายน้จี ะสามารถสังเกตเหน็ พฤตกิ รรมหรือการปฏบิ ัตขิ องผเู้ รยี น

หรอื ทเ่ี รยี กวา่ จดุ มงุ่ หมายเชิงพฤติกรรม หรอื จุดมุ่งหมายของการเรยี นการสอน
จดุ มุ่งหมายในการสอน หมายถึง การกาหนดความคาดหวงั ของผสู้ อนท่ผี ู้สอนคาดหวงั ว่า

ผู้เรยี นจะได้รับความรู้อะไรบ้างหลังจากเสรจ็ สิน้ การเรยี นการสอน และหลงั จากการเรยี นการสอนพฤติกรรม
ของผู้เรยี นตามที่คาดหวงั ต้องครอบคลุมทงั้ 3 ดา้ น คือ

2.2.1 พทุ ธพิ ิสยั (Cognitive domain) เน้นผู้เรยี นทางดา้ นความคิด สตปิ ัญญา และ
ความสามารถในการนาความรู้ทีไ่ ดจ้ ากเน้อื หาวิชาทเ่ี รยี นไปใช้

2.2.2 จติ พิสยั (Affective domain) เปน็ การเรยี นรู้ทเ่ี น้นผ้เู รยี นในดา้ นอารมณ์ ความรูส้ ึก
เพ่อื พฒั นาทัศนคติ คา่ นยิ ม และความซาบซงึ้

2.2.3 ทักษะพสิ ัย (Psychomotor domain) ดคู วามสาเร็จของผ้เู รียนจากการปฏิบัตกิ ารใช้
กลา้ มเน้อื การเคลอ่ื นไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

3. กาหนดเนอื้ หา/ทาการเสนอบทเรียน

3.1 กาหนดเน้ือหา เป็นการกาหนดว่าควรจะสอนเนื้อหาอะไรบ้าง หรือเนื้อหาอะไรบ้างท่ีจะ
สมั พันธ์กับจดุ ม่งุ หมายแตล่ ะข้อทต่ี ้งั ไว้ หรือมีเนอื้ หาเฉพาะอะไรบ้างท่ีจะสอนให้ผเู้ รียนเรียนรใู้ นหัวขอ้ เรือ่ งน้ัน

3.2 ทาการเสนอบทเรียน ผู้สอนต้องนาเสนอบทเรียนหรือเนื้อหาสาระท่ีจะเรียนในคาบนั้น ๆ
โดยพยายามทจ่ี ะใหผ้ ูเ้ รียนได้มีสว่ นร่วมในบทเรยี นนน้ั ๆ ใหไ้ ดม้ ากที่สดุ เท่าท่ีจะทาได้ โดยพยายามให้การเรียน
การสอนเน้นอยู่ที่ตัวผู้เรียน หรือผู้เรียนเป็นศูนย์กลางไม่ใช่ผู้สอนเป็นศูนย์กลาง ผู้สอนควรจะเป็นแต่เพียงผู้
ช้ีแนะเท่านั้น และผู้สอนควรหาส่ือหรือวัสดุอุปกรณ์ท่ีเหมาะสมกับเน้ือหาสาระมาเสริมเพ่ือให้นักเรียนเกิด
ความสนใจ มคี วามรู้ความเข้าใจได้รวดเร็วและแมน่ ยาขนึ้

4. แนะนาแนวทางในการเรียน/กาหนดกจิ กรรมการเรียนการสอน
4.1 แนะนาแนวทางในการเรียน

ผู้สอนควรจะช้ีแนะหรือแนะนาการเรยี นที่ถูกต้องให้ผู้เรียน เพ่ือท่ีผู้เรียนจะได้ทราบว่าการเรยี น
ทีถูกต้องน้ันจะต้องปฏิบัติอย่างไร จะได้กระทาหรือปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของผู้เรียนแต่ละคนได้อย่าง
เหมาะสม

4.2 กาหนดกิจกรรมการเรียนการสอน การเลือกกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น ไม่มีสูตรหรือ
ข้อกาหนดตายตัวท่จี ะบอกได้ว่าเหมาะสมกับจดุ มุ่งหมายการเรยี นการสอน ส่ิงที่ผู้สอนต้องทราบหรอื คานงึ ถงึ
ก็คือ ผู้สอนต้องทราบถึงข้อดีข้อเสียงของวิธีการสอนหรือกิจกรรมน้ันเหมาะสมกับเนื้อหาเหมาะสมกับผู้เรียน
หรือไม่ เพียงใด เพื่อให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายที่ได้ต้ังไว้ การกาหนดกิจกรรมเป็นการสร้างการเรียนรู้ ซึ่ง
ผสู้ อนอาจจะใชร้ ูปแบบของกิจกรรมการเรียนการสอนได้หลายแบบเชน่

4.2.1 กิจกรรมการเรียนการสอนท่ียึดครูเป็นศูนย์กลาง กิจกรรมท่ีใช้ เช่น การบรรยาย การ
สาธิต การถาม – ตอบ กิจกรรมการเรียนการสอนในรูปแบบน้ีถึงแม้ว่าครูจะเป็นผู้มีบทบาทอย่างมากก็ตาม
แ ต่ นั ก เ รี ย น ก็ ยั ง มี โ อ ก า ส ร่ ว ม กิ จ ก ร ร ม บ้ า ง บ า ง ส่ ว น แ ต่ อ ยู่ ภ า ย ใ ต้ ก า ร น า ข อ ง ค รู

4.2.2 กิจกรรมการเรียนการสอนท่ียึดนักเรียนเป็นศูนย์กลาง กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ผู้สอน
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีสว่ นร่วมหรือมีบทบาทในการเรียนการสอนอย่างแท้จริง ผู้เรียนจะเป็นผู้ปฏบิ ัติกิจกรรม
ด้วยตนเอง ผู้สอนจะเป็นผู้ให้คาแนะนาปรึกษาประสานงาน ช่วยแก้ปัญหาเม่ือผู้เรียนต้องการกระตุ้นให้
ผูเ้ รียนทากิจกรรม และสุดท้ายผสู้ อนจะสรุปประเด็นสาคัญ กิจกรรมการเรยี นการสอนแบบนี้จะเป็นลักษณะ
ของการอภิปรายกลุม่ กจิ กรรมกลุ่ม การทดลอง การประดษิ ฐ์ และการแสดงบทบาทสมมติ เป็นตน้

5. กาหนดและเลอื กใช้สือ่ การเรยี นการสอน/แหล่งวิทยาการ
5.1 กาหนดและเลือกใช้ส่ือการเรียนการสอน ในการเลือกสื่อท่ีจะนามาใช้ประกอบการเรียนการ

สอนน้ันจะต้องเร่ิมตน้ ดว้ ยการพิจารณาก่อนว่าส่ือนน้ั มีความสัมพันธ์กับการเรียนรู้อย่างไร ผูส้ อนตอ้ งเข้าใจถึง
ทฤษฎีการเรียนรู้และการส่ือความหมาย และต้องยึดหลักว่า เม่ือเลือกสื่อมาใช้ในการเรียนการสอนนั้น
จะต้องทาให้การเรียนการสอนดาเนนิ ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ ซ่ึงก็จะมกี ฎเกณฑห์ รือหลกั การสอื่ ดงั นี้

- เลือกสื่อให้เหมาะสมกับวัตถุประสงคท์ ีต่ ้ังไว้

- เลือกสอ่ื ให้มีประโยชนต์ ่อเนื้อหา

- เลือกสือ่ ใหเ้ หมาะสมกบั ผ้เู รียน

- เลอื กสอ่ื ที่เราสามารถทดสอบไดว้ ่าเชือ่ ถือได้อยา่ งชัดเจน

- เปน็ สอื่ ท่มี คี ุณค่า เหมาะสมและเขา้ กับสภาพการณ์การเรียนการสอน

5.2 กาหนดแหล่งวิทยาการ การกาหนดแหลง่ วิทยาการในที่นีห้ มายถึง การเตรยี มอุปกรณ์
ประเภทตา่ ง ๆ ที่ใชใ้ นการเรียนการสอน เพ่ือเปน็ เคร่ืองชว่ ยที่เหมาะสมสาหรับการสอน การเสรมิ ตาราเรยี น
การเพ่ิมเติมรายละเอยี ดในเนื้อหา คมู่ ือครูท่ีเป็นแนวทางในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน สารสารต่าง ๆ
รวมทง้ั เครือ่ งมือโสตทศั นูปกรณบ์ างชนิด สามารถให้รายละเอียดในส่งิ ที่ยากต่อการนาเสนอแก่

นกั เรยี นใหเ้ ปน็ เรอื่ งง่ายไดอ้ ยา่ งดี เชน่ แผนท่ี สไลด์ รูป 3 มิติ ภาพยนตร์ วดิ ีโอเทป เปน็ ตน้

6. ประเมินผลก่อนเรียน จะเป็นการทดสอบพื้นความรู้เดิมที่เก่ียวข้องกับวิชาใหม่ และทดสอบพ้ืน
ฐานความรใู้ นวชิ าทผ่ี ู้เรียนกาลังจะเรยี นตอ่ ไป

6.1 การทดสอบพ้ืนความรู้เดิมทเ่ี กีย่ วเนื้อกบั วชิ าใหม่ จะทาให้ผูส้ อนทราบพืน้ ความรู้ของผเู้ รียนว่า
ผู้เรยี นน้นั มีพนื้ ความรู้เหมาะสมพอทจี่ ะเรยี นหัวข้อเรยี นนน้ั

6.2 การทดสอบพ้นื ความรูใ้ นวชิ าที่นักเรียนกาลงั จะเรียน จะเปน็ การพิจารณาวา่ จดุ มุ่งหมายขอ้
ใดบา้ งท่ีผเู้ รยี นสามารถบรรลไุ ด้ หรือเกย่ี วกับหวั ข้อเรื่องทผ่ี ู้เรยี นจะเรยี นอาจจะทาไดแ้ บบเปน็ ทางการ
หรอื ไม่เปน็ ทางการก็ได้ เชน่ การใช้คาถามเก่ยี วกบั เน้อื หาทจ่ี ะเรยี นประมาณ 2- 3 ขอ้

7. ดาเนินกระบวนการเรยี นการสอน/ลงมอื ปฏบิ ัติ
การดาเนินการเรยี นการสอน เปน็ การดาเนินกจิ กรรมการเรยี นการสอน การสรา้ งความรู้ ซง่ึ ผูส้ อน

จะดาเนินไปตามท่ีได้ออกแบบไว้ ประกอบดว้ ยขัน้ ตอน 5 ขั้นตอน ดงั น้ี
7.1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนาเข้าสู่บทเรยี นหรือเรอื่ งท่ีสนใจซึ่งเกิดข้ึนจาก

ความสงสัย หรอื อาจเริ่มจากความสนใจของตวั นักเรียนเองหรือเกิดจากการอภปิ รายภายในกลมุ่ เรื่องที่
น่าสนใจอาจมาจากเหตุการณท์ ่เี กดิ ขน้ึ อยใู่ นชว่ งเวลานน้ั หรือเป็นเรอ่ื งท่ีเชอื่ มโยงกับความร้เู ดมิ ทเ่ี พง่ิ เรยี นรู้

มาแลว้ เปน็ ตวั กระตุน้ ใหน้ กั เรียนสรา้ งคาถาม กาหนดประเด็นท่ศี ึกษา ในกรณีทีไ่ มม่ ีประเด็นใดท่นี ่าสนใจ
ครูอาจใหศ้ กึ ษาจากส่อื ต่างๆ หรือเปน็ ผกู้ ระต้นุ ดว้ ยการเสนอดว้ ยประเด็นขึ้นมาก่อน แต่ไมค่ วรบงั คับให้
นกั เรยี นยอมรับประเดน็ หรือคาถามท่ีครูกาลงั สนใจเป็นเรื่องทจ่ี ะใช้ศึกษา

เม่ือมีคาถามท่ีน่าสนใจและนักเรียนส่วนใหญ่ยอมรับให้เป็นประเด็นที่ต้องการศึกษา จึงร่วมกัน
กาหนดขอบเขตและแจกแจงรายละเอียดของเรื่องท่ีจะศึกษาให้มีความชัดเจนมากข้ึน อาจรวมท้ังการรับรู้
ประสบการณ์เดิม หรือความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ที่จะช่วยให้นาไปส่คู วามเข้าใจเรือ่ งหรอื ประเด็นที่จะศึกษามาก
ขึ้น และมแี นวทางทใ่ี ชใ้ นการสารวจตรวจสอบอย่างหลากหลาย

7.2 ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration) เมื่อทาความเข้าใจในประเด็นหรือคาถามท่ีสนใจจะศึกษา
อยา่ งถอ่ งแท้แลว้ ก็มกี ารวางแผนกาหนดแนวทางสาหรับการตรวจสอบต้ังสมมติฐาน กาหนดทางเลอื กทเ่ี ป็นไป
ได้ ลงมือปฏบิ ัติเพือ่ เก็บรวบรวมข้อมลู ขอ้ สนเทศ หรอื ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ วธิ ีการตรวจสอบอาจทาได้หลายวิธี
เช่นทาการทดลอง ทากิจกรรมภาคสนาม การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยสร้างสถานการณ์จาลอง (Simulation)
การศึกษาหาข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงหรือจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซ่ึงข้อมูลอย่างเพียงพอท่ีจะใชใ้ น
ขน้ั ตอ่ ไป

7.3 ข้ันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) เม่ือได้ข้อมูลอย่างเพียงพอจากการสารวจตรวจสอบ
แล้ว จึงนาข้อมูลข้อสนเทศท่ีได้มิเคราะห์ แปลผล สรุปผลและนาเสนอผลที่ได้ในรูปต่าง ๆ เช่น บรรยายสรุป
สร้างแบบจาลองทางคณิตศาสตร์ หรือรูปวาด สร้างตาราง ฯลฯ การค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง
เช่น สนับสนุนสมติฐานท่ีตั้งไว้ โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เก่ียวข้องกับประเด็นท่ีได้กาหนดไว้ แต่ผลท่ี
ได้จะอยู่ในรูปใดกส็ ามารถสร้างความรแู้ ละชว่ ยให้เกดิ การเรียนร้ไู ด้

7.4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) เปน็ การนาความรู้ท่ีสรา้ งขนึ้ ไปเช่ือมโยงกบั ความรู้เดิมหรอื
ความคิดท่ีได้ค้นคว้าเพ่ิมเติมหรือนาแบบจาลองหรอื ข้อสรุปทีไ่ ด้ไปใชอ้ ธบิ ายสถานการณ์หรอื เหตกุ ารณ์อืน่ ๆ
ถ้าใชอ้ ธบิ ายเร่ืองต่าง ๆ ไดม้ ากก็แสดงว่าขอ้ จากดั น้อย ซึ่งจะชว่ ยให้เช่อื มโยงกับเรื่องต่าง ๆ และทาให้เกิด
ความรู้กวา้ งขวางขึ้น

7.5 ข้นั ประเมนิ (Evaluation) เปน็ การประเมินการเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการต่าง ๆ วา่ นักเรียนมี
ความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพยี งใด จากขัน้ น้จี ะนาไปสู่การนาความรไู้ ปประยุกตใ์ ชใ้ นเรอื่ งอน่ื ๆ
การนาความรหู้ รือแบบจาลองไปใชอ้ ธบิ ายหรือประยุกตใ์ ชก้ ับเหตกุ ารณ์หรือเรอ่ื งอน่ื ๆ จะนาไปสู่ข้อโตแ้ ย้ง
หรือข้อจากัดซึ่งจะก่อให้เกิดประเด็นหรือคาถาม หรอื ปญั หาทีจ่ ะต้องสารวจตรวจสอบตอ่ ไป ทาให้เกิดเป็น
กระบวนการทตี่ อ่ เน่ืองกันไปเร่อื ย ๆ จงึ เรยี กวา่ Inquiry cycle กระบวนการสืบเสาะหาความรู้จงึ ช่วยให้
นกั เรยี นเกดิ การเรยี นรูท้ งั้ เนื้อหาหลกั และหลกั การ ทฤษฎี ตลอดจนลงมือปฏิบตั ิ เพ่ือให้ไดค้ วามรู้ซ่ึงจะเป็น
พนื้ ฐานในการเรยี นต่อไป

8. ประเมินผล เป็นการประเมินท้ังผู้เรียนและผู้สอน ซ่ึงผู้สอนจะต้องประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนให้
สัมพันธก์ บั จดุ มงุ่ หมายที่ไดต้ ั้งไว้ ซึง่ อาจจะทาได้หลายวธิ ี แตท่ นี่ ยิ มใช้กันในปัจจุบัน คอื การประเมนิ ผลแบบ
อิงกลมุ่ และแบบอิงเกณฑ์ ผสู้ อนจะเปน็ ผู้ตดั สินใจว่าควรจะประเมนิ ผลด้วยวธิ ีใด

9. ปรับปรุงแก้ไขพัฒนาทุกขั้นตอน ในขั้นตอนน้ีมีผลมาจากขั้นตอนการประเมินผลซึ่งผู้สอนจะทาการ
ประเมินเป็นระยะ ๆ หรือประเมินก่อนหรือหลังเรียนก็อยู่ที่การพิจารณาของผู้สอน แต่เม่ือผลการประเมิน
ออกมาแล้วจะเป็นการแสดงถึงทั้งผู้สอนและผู้เรียบมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด มีจุดบกพร่องส่วนใด มี
จุดบกพร่องส่วนไหน สอนแล้วผู้เรียนบรรลุจุดมุ่งหมายท่ีต้ังไว้หรือไม่ เพียงใด ถ้าบกพร่องก็ปรับปรุงแก้ไข
แตถ่ ้าไม่บรรลุผลตามทคี่ าดหวงั ไว้ กอ็ าจจะต้องวางแผนการออกแบบการสอนใหม่ก็ได้

10. ทบทวนเพอ่ื ให้เกิดความแม่นยาและถา่ ยโอน หลังจากปฏิบตั ิตามทฤษฎกี ารสอนทงั้ 8 ข้ันแลว้ ผู้สอน
ก็ควรท่ีจะตอกย้าหรือทบทวนสาระสาคัญเพื่อให้ผู้เรียนได้มีความแม่นยาและจดจาสิ่งท่ีควรจดจา ตลอดจน
สามารถนาไปถ่ายทอดให้กบั ผ้อู น่ื หรือสามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ไม่วา่ จะอย่ใู นสถานการณ์ใด ๆ กต็ าม
เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการวิเคราะห์ผ้เู รียน

1. ความพร้อมในการเรยี นรู้

ใช้แหลง่ ข้อมลู จากผลการเรยี นในรายวิชาวิทยาศาสตรท์ ี่เป็นรายวิชาที่ตอ่ เนอ่ื ง ดจู าก ปพ.5 และผล
การเรียน โดยใชเ้ กณฑ์ประเมนิ ดังน้ี

ระดบั ดี หมายถึง ไดเ้ กรด 4 หรือ 3.5

ระดบั ปานกลาง หมายถงึ ได้เกรด 2 หรือ 2.5 หรือ 3

ระดบั ปรบั ปรุง หมายถงึ ไดเ้ กรด 0 หรอื 1 หรือ 1.5

2. ความพร้อมด้านพฤติกรรม

ใช้แหล่งข้อมูลจากผลการบันทกึ พฤตกิ รรมของฝ่ายปกครองโดยใชเ้ กณฑ์ประเมิน ดงั นี้

ระดับดี หมายถึง ไมถ่ ูกบนั ทึกพฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสม

ระดบั ปานกลาง หมายถงึ ถกู บนั ทึกพฤติกรรมท่ีไมเ่ หมาะสมบ้าง

ระดบั ปรบั ปรงุ หมายถึง ถกู บนั ทึกพฤตกิ รรมทไี่ ม่เหมาะสมบ่อยครั้ง

3. ความพร้อมด้านสุขภาพ
ใช้แหล่งขอ้ มูลจากผลการบันทกึ สุขภาพ จากระเบยี นสะสม โดยใช่เกณฑ์ ดังนี้
ระดับปกติ หมายถงึ นา้ หนกั ส่วนสงู เปน็ ไปตามเกณฑ์มาตรฐาน แข็งแรง ไมม่ ีโรค
ประจาตัว
ระดบั ปรับปรุง หมายถึง นา้ หนัก ส่วนสงู ไม่เป็นไปตามเกณฑม์ าตรฐานหรือมโี รคประจาตัว

4. ความพร้อมดา้ นสังคม
ใชแ้ หลง่ ขอ้ มูลจาก ผลการทาแบบประเมนิ SDQ ของครู นกั เรยี น และผปู้ กครอง โดยใช้เกณฑ์

ประเมิน ดังนี้
ระดับดี หมายถึง ได้คะแนนจากแบบประเมิน 7-10
ระดับปานกลาง หมายถึง ได้คะแนนจากแบบประเมนิ 4-6
ระดับปรบั ปรุง หมายถงึ ได้คะแนนจากแบบประเมนิ ต่ากว่า 3

6. คาอธิบายรายวชิ า

คาอธิบายรายวชิ า

รายวิชาพื้นฐาน พลศกึ ษา (พ32101) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5
กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา จานวน 0.5 หน่วยกิต
ภาคเรยี นท่ี 1
เวลา 20 ชัว่ โมง

ศกึ ษาความรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกับประวตั แิ ละประโยชนข์ องกีฬาเทเบิลเทนนสิ การส่งเสริมรา่ งกายในการ
เล่นกฬี าเทเบิลเทนนสิ ทกั ษะเบ้อื งตน้ ในการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนสิ การเล่นลกู หนา้ มือ ลูกหลงั มือ การโตค้ ู่ทั้ง
กลางอากาศและบนโต๊ะ รวมไปถงึ การเสิร์ฟและการเรียนร้กู ตกิ าการแขง่ ขนั การเลน่ กีฬาเทเบลิ เทนนิสเพื่อ
การแข่งขันและการทดสอบสมรรถภาพทางกาย

มาตรฐาน พ 3.1 เข้าใจ มที ักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

มาตรฐาน พ 3.2 รกั การออกกาลังกาย การเลน่ เกม และการเลน่ กฬี า ปฏิบตั ิเปน็ ประจาอยา่ งสม่าเสมอ มีวนิ ัย
เคารพสิทธิ กฎ กติกา มนี ้าใจนักกฬี า มจี ติ วญิ ญาณในการแข่งขนั และชืน่ ชมในสุนทรยี ภาพของการกฬี า

ตัวชวี้ ัด

พ3.1 ม.4-6/3 เลน่ กีฬาไทย กฬี าสากลประเภทบุคคล / คู่ กีฬาประเภททีมได้อย่างนอ้ ย 1 ชนดิ

พ3.2 ม.4-6/1 ออกกาลังกายและเล่นกีฬาทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองอย่างสม่าเสมอ และใชค้ วามสามารถ
ของตนเองเพิม่ ศกั ยภาพของทีม ลดความเป็นตัวตน คานึงถึงผลท่ีเกดิ ต่อสงั คม

พ3.2 ม.4-6/2 อธิบายและปฏบิ ัตเิ กีย่ วกับสทิ ธิ กฎ กตกิ า กลวิธตี า่ งๆ ในระหว่างการเล่น การแขง่ ขนั
กฬี ากบั ผู้อน่ื และนาไปสรปุ เปน็ แนวปฏิบตั ิและใช้ในชวี ติ ประจาวนั อย่างต่อเน่ือง

พ3.2 ม.4-6/3 แสดงออกถงึ การมมี ารยาทในการดู การเล่นและการแขง่ ขันกีฬา ดว้ ยความมนี ้าใจ
นักกฬี าและนาไปใช้ปฏบิ ัติทุกโอกาสจนเป็นบคุ ลกิ ภาพทีด่ ี

รวมท้ังหมด 4 ตวั ช้ีวดั

7. โครงสร้างรายวชิ า ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
จานวน 0.5 หน่วยกิต
โครงสร้างรายวชิ า
รายวชิ าพ้ืนฐาน พลศึกษา (พ32101) เวลา 20 ชัว่ โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ภาคเรยี นท่ี 1

ลาดับ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้วี ัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
ที่ เรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน

1 ข้อตกลง/ความ พ3.2 ม.4-6/2 อธิบายและปฏิบัติ - ข้อตกลงในชนั้ เรยี น/ประวตั ิความ 1 10
เป็นมา เกี่ยวกับสิทธิ กฎ กติกา กลวิธี เป็นมา กฎ กติกา กลวธิ ตี า่ งๆ ของ 10
60
ต่างๆ ในระหว่างการเล่น การ กีฬาเทเบิลเทนนสิ 20

แข่งขันกีฬากับผู้อื่นและนาไป

สรุปเป็นแนวปฏิบัติและใช้ใน

ชวี ิตประจาวนั อย่างตอ่ เนือ่ ง

2 การเคลอื่ นไหว พ3.2 ม.4-6/1 ออกกาลังกายและ อธิบายหลักการความสาคัญของการ 1
เล่นกีฬาท่ีเหมาะสมกับตนเอง ออกกาลังกายและเล่นกีฬา จนเป็นวิถี

อ ย่ า ง ส ม่ า เ ส ม อ แ ล ะ ใ ช้ ชวี ิตท่ีมสี ุขภาพดี

ความสามารถของตนเองเพิ่ม

ศักยภาพของทีม ลดความเป็น

ตัวตน คานึงถงึ ผลท่เี กิดต่อสังคม

3 - ทักษะ พ3.1 ม.4-6/3 เล่นกีฬาไทย กีฬา การเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากลที่ 13

- สมรรถภาพ สากลประเภทบุคคล/คู่ กีฬา เลอื ก ในรายวิชา พลศึกษา(พ32101)

ประเภททมี ได้อย่างนอ้ ย 1 ชนิด ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ได้จดั การ

เรียนการสอนกีฬา

เทเบลิ เทนนิส

4 กจิ กรรม พ3.2 ม.4-6/3 แสดงออกถึงการมี จัดการแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนิส ใน 5

การแขง่ ขนั มารยาทในการดู การเล่นและการ ระดบั ชั้นเรยี น

แข่งขันกีฬา ด้วยความมีน้าใจ

นักกีฬาและนาไปใช้ปฏิบัติทุก

โอกาสจนเป็นบุคลกิ ภาพท่ีดี

8. การกาหนดหลกั ฐานการเรียนรู้

การกาหนดหลกั ฐานการเรียนรู้

รายวิชา พลศึกษา รหสั วิชา พ32101

ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

อัตราส่วนคะแนน ระหวา่ งภาค : กลางภาค : ปลายภาค = 60 : 20 : 20

อตั ราคะแนน รวม

ท่ี หนว่ ยการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด K P A กลาง ปลาย

ภาค ภาค

6 2 2 - - 10

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรอ่ื ง ข้อตกลง/ความเป็นมา

1 บอกขอ้ ตกลงเบ้ืองต้นและข้อกาหนดการวัดและประเมนิ ผลการ 4 15 1 10 - 30
เรยี นรใู้ นรายวชิ า เทเบิลเทนนสิ พ 32101

2 ความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั ประวัตคิ วามเป็นมา คุณค่าและประโยชนข์ อง
กีฬามวยไทย

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง การเคลือ่ นไหว

3 ปฏบิ ตั ิการเคลื่อนไหวเบือ้ งต้นและการเคลื่อนไหวเฉพาะกีฬาเทเบิล 2 6 2 10 10 30
เทนนสิ

4 การยอมรับและเห็นคุณคา่ ของการออกกาลังกายและการเล่นกีฬาเปน็
ประจาอย่างสมา่ เสมอ

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 3 เรื่อง ทักษะ / สมรรถภาพ

5 ปฏบิ ตั ิทกั ษะ
-การสรา้ งความคนุ้ เคยกับการจับไม้
-การเคลอ่ื นไหวและการทรงตัว
-การเลน่ ลกู หน้ามือและหลังมือและเดาะสลับ
-การโต้คูก่ ลางอากาศ (หน้ามือและหลงั มือ)
-การโตค้ ่บู นโต๊ะ (หน้ามือและหลังมอื )
-การเสิร์ฟ

8 7 5 - 10 30

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เร่ือง การแขง่ ขนั

6 เคารพสิทธิ กฎ กติกาในการเล่นและการแขง่ ขนั กีฬาเทเบลิ เทนนสิ 20 30 10 20 20 10
7 ร้แู ละเขา้ ใจ กฎ และกติกาการแขง่ ขนั กฬี าเทเบิลเทนนสิ และให้ 0

ความร่วมมอื ในการชมกีฬาเทเบลิ เทนนิส
8 จัดการแขง่ ขันกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ในระดบั ช้ันเรียน

รวม

9. แนวทางการวดั ผลและประเมินผล

9.1 การวัดผลและประเมนิ ผลก่อนเรยี น ประเมนิ เพอ่ื หาความรู้พ้นื ฐานของผเู้ รียนสาหรับนาไปจัด
กระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพื้นฐานของผ้เู รยี น

9.2 การวัดผลและประเมนิ ผลระหว่างเรียน เปน็ การประเมินเพ่อื มุ่งตรวจสอบพฒั นาการของ
ผูเ้ รียน วา่ บรรลุตวั ชว้ี ดั /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ในการสอน ตามแผนการจดั การเรียนร้ไู ว้หรอื ไม่ เพื่อปรับปรุง
แกไ้ ขข้อบกพร่องของผูเ้ รียน และสง่ เสรมิ ผูเ้ รียนท่ีมีความรู้ความสามารถให้เกิดพัฒนาการสูงสุด ตาม
ศักยภาพ ประกอบดว้ ย

1) ประเมนิ ผลระหวา่ งเรียนตามตวั ชี้วัด/ผลการเรียนรู/้ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

2) ประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ตามพฤตกิ รรมบ่งชีท้ ี่กาหนด

3) ประเมินผลรายภาคเรียน

4) การตดั สนิ ผลการเรยี น ให้นาคะแนนระหวา่ งภาครวมกับคะแนนคุณลักษณะรวมกับ
คะแนนปลายภาค ตามอัตราสว่ นทก่ี าหนด แล้วนามาเปล่ยี นเปน็ ระดับผลการเรียน ดังนี้

ระดับผลการเรียน ความหมาย ช่วงคะแนนเป็นร้อยละ
80 – 100
4 ผลการเรียนดเี ยยี่ ม 75 – 79
70 – 74
3.5 ผลการเรียนดมี าก 65 – 69
60 – 64
3 ผลการเรียนดี 55 – 59
50 – 54
2.5 ผลการเรียนค่อนขา้ งดี 0 – 49

2 ผลการเรียนน่าพอใจ

1.5 ผลการเรยี นพอใช้

1 ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขนั้ ตา่

0 ผลการเรียนตา่ กว่าเกณฑ์

9.3 การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เปน็ การประเมนิ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
และคุณลักษณะที่สถานศึกษากาหนด

คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ คณะกรรมการพัฒนาของสถานศกึ ษาเป็นผกู้ าหนด

แนวปฏิบัติ

❖ ครูผู้สอนมีหน้าท่ีดาเนินการพัฒนาประเมินผล และแก้ไขปรับปรุงผู้เรียนในระหว่างการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องในลักษณะของการร่วมกิจกรรมหรือการดาเนินชีวิตประจาวันท้ังใน
และนอกสถานศกึ ษา

❖ เมอื่ ส้ินสุดภาคเรยี น ทาการประเมินผู้เรยี นเพื่อตดั สินผล ถ้าไมผ่ ่านให้มอบหมาย นกั เรยี นปฏิบตั ิ
กิจกรรมคุณความดีชดเชย
- ในแต่ละชว่ งชั้นสรุปผลการประเมนิ ในภาคเรียนสดุ ทา้ ย และผลการพัฒนาในแต่ละภาคทบี่ ันทึก

ไว้ ถา้ ไม่ผา่ นจะตอ้ งใหผ้ เู้ รยี นผ่านการอบรมและปฏบิ ตั ิกจิ กรรมคณุ ความดีชดเชย ตามที่คณะกรรมการ
มอบหมายครบถ้วน จึงจะได้รับอนมุ ัตผิ า่ นชว่ งชัน้ ได้

เกณฑ์การประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงคโ์ รงเรยี นสิเกาประชาผดุงวทิ ย์ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานพุทธศกั ราช 2551

มุ่งพฒั นาผู้เรยี นให้มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยรู่ ่วมกับผู้อ่นื ในสังคมได้
อยา่ งมีความสุข ในฐานะ เป็นพลเมืองไทยและพลโลก มี 8 ประการ ดังน้ี

1) รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 5) อยอู่ ย่างพอเพียง

2) ซอ่ื สัตยส์ ุจริต 6) มงุ่ มน่ั ในการทางาน

3) มวี ินัย 7) รกั ความเป็นไทย

4) ใฝเ่ รียนรู้ 8) มีจิตสาธารณะ

การนาคุณลักษณะอันพึงประสงคท์ ั้ง 8 ประการดงั กล่าวไปพฒั นาผู้เรยี นใหม้ ีประสิทธภิ าพและเกิด
ประสิทธผิ ลน้นั สถานศึกษาตอ้ งมีความเข้าใจเกีย่ วกบั คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์อยา่ งชัดเจนโดยพิจารณาจาก
นยิ าม ตวั ช้วี ัด พฤตกิ รรมบง่ ช้ี และเกณฑ์การให้คะแนนของคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

นยิ าม ตวั ชวี้ ัด พฤติกรรมบ่งช้ี และเกณฑ์การใหค้ ะแนนของคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ขอ้ ท่ี 1 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์

นิยาม ตัวช้ีวดั

รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ หมายถงึ คณุ ลักษณะทีแ่ สดงออกถึงการ 1.1 เปน็ พลเมืองดขี องชาติ

เป็นพลเมืองดขี องชาติ ธารงไวซ้ งึ่ ความเปน็ ชาติไทย ศรทั ธายดึ ม่ันใน 1.2 ธารงไวซ้ ึ่งความเป็นชาติไทย
ศาสนาและเคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์

ผทู้ ีร่ กั ชาติศาสน์กษัตรยิ ์ คือ ผทู้ ่ีมลี กั ษณะซงึ่ แสดงออกถึงการเปน็ 1.3 ศรัทธา ยึดมัน่ และปฏิบตั ิตน
พลเมืองดีของชาติ มคี วามสามคั คี ปรองดอง ภูมใิ จเชิดชคู วามเปน็ ตามหลกั ของศาสนา

ชาตไิ ทยปฏบิ ัตติ นตามหลักศาสนาทต่ี นนบั ถือ และแสดงความ 1.4 เคารพเทิดทนู สถาบัน

จงรกั ภักดีต่อสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ พระมหากษัตริย์

ตัวช้ีวดั และพฤตกิ รรมบ่งชี้

ตัวช้วี ดั พฤตกิ รรมบ่งช้ี

1.1 เป็นพลเมอื งดีของชาติ 1.1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ ร้องเพลงชาติ และอธบิ ายความหมายของ
เพลงชาติได้ถูกต้อง

1.1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธแิ ละหนา้ ที่พลเมืองดขี องชาติ

1.1.3 มีความสามัคคปี รองดอง

1.2 ธารงไว้ซงึ่ ความเปน็ 1.2.1 เขา้ ร่วมส่งเสริมสนับสนนุ กิจกรรมทีส่ ร้างความสามัคคปี รองดองท่ี
ชาติไทย เป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรียน ชุมชน และสังคม

1.2.2 หวงแหนปกปอ้ งยกย่องความเปน็ ชาตไิ ทย

1.3 ศรทั ธา ยดึ มนั่ และ 1.3.1 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถือ
ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา 1.3.2 ปฏิบตั ติ นตามหลกั ของศาสนาท่ตี นนับถือ

1.3.3 เปน็ แบบอยา่ งท่ีดขี องศาสนกิ ชน

1.4 เคารพเทดิ ทนู สถาบัน 1.4.1 เข้าร่วมและมสี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมทีเ่ กีย่ วกับสถาบัน

พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตรยิ ์

1.4.2 แสดงความสานกึ ในพระมหากรุณาธิคณุ ของพระมหากษัตริย์
1.4.3 แสดงออกซ่งึ ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตรยิ ์

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ตัวชว้ี ดั ท่ี 1.1 เปน็ พลเมืองดีของชาติ

พฤติกรรมบง่ ชี้ ไมผ่ ่าน(0) ผา่ น(1) ด(ี 2) ดเี ยีย่ ม(3)

1.1.1 ยนื ตรง  ไม่ยืน  ยนื ตรงเม่อื ได้  ยืนตรงเมอื่ ได้ยิน  ยืนตรงเม่ือได้ยิน
เคารพธงชาติ ร้อง ตรงเคารพ ยินเพลงชาติ รอ้ ง เพลงชาติ ร้องเพลง เพลงชาติ ร้องเพลง
เพลงชาติ และ เพลงชาติได้ และ ชาตไิ ด้ และอธบิ าย ชาติได้ และอธบิ าย
อธิบายความหมาย ธงชาติ อธิบายความหมาย ความหมายของเพลง ความหมายของเพลง
ของเพลงชาติได้ ของเพลงชาตไิ ด้ ชาตไิ ด้ถูกต้อง ชาตไิ ดถ้ กู ต้อง
ถูกต้อง ถูกต้อง

1.1.2 ปฏบิ ัติตน  ปฏิบัติตนตาม  ปฏบิ ตั ิตนตาม  ปฏบิ ตั ติ นในเรอื่ ง
ตามสิทธิและหนา้ ท่ี สทิ ธแิ ละหน้าท่ขี อง
พลเมืองดขี องชาติ สิทธแิ ละหนา้ ทขี่ อง สิทธแิ ละหนา้ ทข่ี อง พลเมืองดี

1.1.3 มคี วาม นักเรียน นกั เรียน
สามัคคปี รองดอง
 ใหค้ วามร่วมมือ  ใหค้ วามรว่ มมอื  ให้ความร่วมมือ
รว่ มใจในการทางาน ร่วมใจในการทางาน ร่วมใจในการทางาน
กับสมาชิกในช้นั กับสมาชิกในโรงเรียน กบั สมาชิกในโรงเรยี น
เรียน และชมุ ชน

ตวั ช้ีวัดท่ี 1.2 ธารงไวซ้ ึ่งความเป็นชาติไทย

พฤติกรรมบง่ ชี้ ไม่ผา่ น(0) ผ่าน(1) ด(ี 2) ดเี ย่ียม(3)

1.2.1 เข้ารว่ ม  ไมเ่ ขา้ ร่วม  เข้าร่วม  เข้ารว่ มกจิ กรรม  เขา้ รว่ มกิจกรรม
และมสี ว่ นร่วมในการ และมีส่วนร่วมใน
ส่งเสรมิ สนับสนนุ กจิ กรรมที่ กจิ กรรมท่ีสรา้ ง จดั กิจกรรมทสี่ รา้ ง การจัดกจิ กรรมที่

กจิ กรรมทีส่ รา้ ง ความสามัคคี

ความสามัคคี สร้างความ ปรองดองท่เี ปน็ ความสามัคคี สรา้ งความสามัคคี
ปรองดองทเี่ ปน็ สามคั คี ประโยชน์ตอ่
ประโยชนต์ ่อ โรงเรียนและชมุ ชน ปรองดองท่ีเปน็ ปรองดองทีเ่ ป็น
โรงเรียน ชมุ ชน
และสงั คม ประโยชนต์ ่อโรงเรยี น ประโยชนต์ ่อ

และชมุ ชน โรงเรียนชมุ ชน และ

สงั คม

1.2.2 หวงแหน  ชนื่ ชมในความ
ปกปอ้ ง ยกย่อง เปน็ ชาติไทย
ความเป็นชาตไิ ทย

ตัวชวี้ ดั ที่ 1.3 ศรัทธา ยึดม่ัน และปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ของศาสนา

พฤติกรรมบง่ ช้ี ไม่ผา่ น(0) ผา่ น(1) ด(ี 2) ดเี ยีย่ ม(3)

1.3.1 เข้ารว่ ม  ไม่เข้ารว่ ม  เขา้ รว่ ม  เขา้ ร่วมกจิ กรรม  เข้ารว่ มกิจกรรม
กจิ กรรมทาง กิจกรรมทาง กิจกรรมทางศาสนา ทางศาสนาท่ีตน ทางศาสนาท่ีตน
ศาสนาท่ีตน ศาสนาท่ตี น ทีต่ น
นบั ถือ นับถอื
นับถอื นบั ถอื นับถอื

1.3.2 ปฏบิ ตั ิตน  ปฏบิ ัตติ นตาม  ปฏิบัตติ นตาม  ปฏิบตั ติ นตาม
ตามหลักของ หลักของศาสนา หลกั ของศาสนา หลักของศาสนา
ศาสนาทตี่ นนบั ถือ ตามโอกาส อย่างสม่าเสมอ อยา่ งสมา่ เสมอ

1.3.3 เป็น  เปน็ แบบอย่าง
แบบอยา่ งทด่ี ี ทดี่ ขี องศาสนกิ ชน
ของศาสนกิ ชน

ตัวชว้ี ดั ที่ 1.4 เคารพเทิดทูน สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์

พฤติกรรมบ่งช้ี ไม่ผา่ น(0) ผ่าน(1) ด(ี 2) ดีเยย่ี ม(3)

1.4.1 เข้าร่วมและ  ไม่เขา้ ร่วม  เขา้ ร่วม  เขา้ ร่วมกิจกรรม  เข้ารว่ มกิจกรรม

มสี ่วนร่วมในการ กิจกรรมที่ กจิ กรรมท่ีเกย่ี วกบั ทีเ่ ก่ยี วกับสถาบัน ทีเ่ กีย่ วกับสถาบัน

จัดกิจกรรมท่ี เกีย่ วกับสถาบัน สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตรยิ ์

เก่ยี วกบั สถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตรยิ ์ ตามที่โรงเรยี นและ ตามที่โรงเรียนและ

พระมหากษัตรยิ ์ ตามที่โรงเรยี นและ ชมุ ชนจดั ขน้ึ ชุมชนจัดข้นึ

ชมุ ชนจดั ข้นึ

1.4.2 แสดงความ มสี ่วนรว่ มในการ มีส่วนรว่ มในการ
สานึกในพระมหา
กรณุ าธคิ ณุ ของ จัดกิจกรรมท่ี จดั กิจกรรมที่
พระมหากษัตริย์
เก่ียวกับสถาบนั เกีย่ วกบั สถาบนั
1.4.3 แสดงออก
ซง่ึ ความจงรักภักดี พระมหากษัตรยิ ์ พระมหากษัตริย์
ต่อสถาบนั
พระมหากษัตรยิ ์ ตามทโ่ี รงเรียนและ ตามทโี่ รงเรียนและ

ชมุ ชนจดั ขึน้ ชมุ ชนจัดขึน้

ช่นื ชมในพระราช
กรณียกิจ พระปรชี า
สามารถของ
พระมหากษัตรยิ ์
และพระราชวงศ์

ข้อท่ี 2 ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ

นิยาม ตัวชวี้ ัด

ซ่ือสัตย์ สจุ รติ หมายถึง คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถึงการยดึ มัน่ ใน 1.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจริง
ความถูกต้อง ประพฤตติ รงตามความเป็นจริงต่อตนเองและผู้อนื่ ทั้ง ต่อตนเองท้งั ทางกาย วาจา ใจ
ทางกาย วาจา ใจ
1.2ประพฤติตรงตามความเป็นจริง
ผ้ทู มี่ คี วามซื่อสัตย์ สจุ ริต คือ ผูท้ ป่ี ระพฤตติ รงตามความเปน็ จรงิ ต่อผอู้ ่นื ท้ังทางกาย วาจา ใจ
ท้ังทางกาย วาจา ใจ และยดึ หลกั ความจรงิ ความถูกต้องในการ
ดาเนินชวี ติ มคี วามละอายและเกรงกลวั ตอ่ การกระทาผิด

ตวั ชวี้ ดั และพฤติกรรมบ่งชี้ พฤติกรรมบ่งชี้
ตวั ชี้วัด

2.1 ประพฤติตรงตามความเปน็ 2.1.1 ใหข้ ้อมูลท่ีถูกต้องและเปน็ จรงิ ตอ่ ตนเองท้งั ทางกายวาจา ใจ
จรงิ ตอ่ ตนเองทงั้ ทางกาย วาจา
ใจ 2.1.2 ปฏบิ ัตติ นโดยคานงึ ถงึ ความถูกต้อง ละอายและเกรงกลวั ตอ่
การกระทาผิด

2.1.3 ปฏิบัตติ ามคามน่ั สัญญา

2.2 ประพฤตติ รงตามความเป็น 2.2.1 ไมถ่ ือเอาสิ่งของหรอื ผลงานของผู้อื่นมาเปน็ ของตนเองต่อผู้อน่ื
จรงิ ตอ่ ผ้อู ื่นท้ังทางกาย วาจา ใจ ท้ังทางกาย วาจา ใจ

2.2.2 ปฏบิ ัติตนต่อผูอ้ ื่นด้วยความซอ่ื ตรง

2.2.3 ไมห่ าประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ตวั ชี้วดั ที่ 2.1 ประพฤติตรงตามความเป็นจรงิ ตอ่ ตนเองทั้งทางกาย วาจา ใจ

พฤติกรรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน(O) ผา่ น(1) ดี(2) ดีเย่ยี ม(3)

2.1.1 ให้ข้อมลู ท่ี  ไม่ให้ข้อมูล  ใหข้ อ้ มลู ท่ี  ใหข้ ้อมูลท่ี  ใหข้ ้อมูลท่ี
ถูกต้องและเป็นจรงิ ท่ีถูกต้องและ ถูกต้องและเป็น ถกู ต้องและเปน็ จริง ถูกต้องและเปน็ จริง
ต่อตนเองท้ังทาง เปน็ จรงิ จรงิ
กายวาจา ใจ

2.1.2 ปฏบิ ตั ิตนโดย  ปฏบิ ัตใิ นส่งิ ท่ี  ปฏบิ ัติในส่ิงที่  ปฏิบตั ใิ นสิง่
คานึงถึงความ ถกู ต้อง ถูกต้อง ละอายและ ท่ีถูกต้อง ละอาย
ถกู ต้อง ละอายและ เกรงกลวั ต่อการ และเกรงกลวั ตอ่
เกรงกลัวต่อการ กระทาผิด การกระทาผดิ
กระทาผิด

พฤติกรรมบ่งช้ี ไมผ่ า่ น(O) ผา่ น(1) ด(ี 2) ดเี ย่ียม(3)

2.1.3 ปฏบิ ตั ิตาม  ทาตามสัญญา  ทาตามสัญญาที่  ทาตามสญั ญา
คามั่นสญั ญา
ทีต่ นให้ไว้กบั เพ่ือน ตนใหไ้ ว้กบั เพ่อื น ทต่ี นใหไ้ วก้ ับพ่อแม่

พอ่ แม่ หรือ พอ่ แม่ หรอื หรอื ผปู้ กครอง

ผปู้ กครอง และครู และเป็นแบบอย่างท่ี

ผ้ปู กครอง และครู ดีดา้ นความซ่ือสตั ย์

ตอ่ ตนเอง

ตวั ชีว้ ัดท่ี 2.2 ประพฤติตรงตามความเป็นจริงต่อผู้อน่ื ท้ังทางกาย วาจา ใจ

พฤติกรรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน(O) ผา่ น(1) ดี(2) ดีเยย่ี ม(3)

2.2.1ไมถ่ ือเอา  นาส่งิ ของ  ไม่นาสง่ิ ของ  ไมน่ าสงิ่ ของ  ไม่นาสง่ิ ของและ
สงิ่ ของหรือผลงาน ของผู้อ่นื มาเป็น และผลงานของ และผลงานของ ผลงานของผู้อืน่ มา
ของผู้อนื่ มาเป็นของ ของตน ผู้อน่ื มาเปน็ ของ ผอู้ ่นื มาเป็นของตน เปน็ ของตน
ตนเองต่อผู้อนื่ ท้ัง ตน

ทางกาย วาจา ใจ

2.2.2ปฏิบัติตนต่อ  ปฏิบตั ติ นต่อ  ปฏิบัตติ นต่อ  ปฏบิ ตั ิตนตอ่
ผูอ้ ่ืนด้วยความ ผู้อ่นื ดว้ ยความ ผอู้ ื่นดว้ ยความ ผอู้ ื่นด้วยความ
ซ่อื ตรง ซือ่ ตรง ซือ่ ตรง ซื่อตรง

2.2.3 ไมห่ า  ไมห่ าประโยชน์  ไม่หาประโยชน์
ประโยชนใ์ นทางที่ ในทางไม่ถูกต้อง ในทางไมถ่ ูกต้อง
ไมถ่ ูกต้อง
และเป็นแบบอย่างท่ี
ดดี ้านความซื่อสตั ย์
ตอ่ ผูอ้ ืน่

ข้อท่ี 3 มวี นิ ยั

นิยาม ตวั ชี้วัด

มีวินัย หมายถึง คุณลักษณะทแ่ี สดงออกถึงการยดึ ม่นั ในขอ้ ตกลง ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์
กฎเกณฑ์ และระเบียบ ข้อบงั คับของครอบครัว โรงเรยี นและสงั คม ระเบียบ ข้อบังคบั ของครอบครวั
โรงเรยี นและสงั คม

ผทู้ ่ีมีวนิ ัย คือ ผ้ทู ปี่ ฏิบัตติ นตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว โรงเรียนและสังคมเปน็ ปกติวสิ ัย ไม่ละเมดิ
สิทธขิ องผอู้ นื่

ตวั ชี้วัดและพฤตกิ รรมบง่ ชี้

ตวั ชี้วัด พฤติกรรมบ่งช้ี

3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง 3.1.1 ปฏบิ ตั ิตนตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับของ

กฎเกณฑ์ ครอบครัว

ระเบยี บ ข้อบังคบั ของครอบครัว โรงเรียนและสงั คม ไม่ละเมิดสทิ ธิของผูอ้ น่ื
โรงเรยี นและสังคม

3.1.2 ตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกจิ กรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจาวัน และ

รับผดิ ชอบในการทางาน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ตวั ช้ีวัดท่ี 3.1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครวั โรงเรียนและสังคม

พฤติกรรมบง่ ชี้ ไมผ่ ่าน(0) ผ่าน(1) ด(ี 2) ดเี ย่ยี ม(3)

3.1.1ปฏบิ ตั ติ นตาม  ไมป่ ฏิบตั ติ น  ปฏิบตั ิตนตาม  ปฏิบตั ติ นตาม  ปฏบิ ตั ติ นตาม
ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์
ระเบียบ ข้อบังคับ ตามข้อตกลง ขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั
ของครอบครวั ของครอบครัว
โรงเรียนและสังคม กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบังคับ ระเบียบ ข้อบังคับ โรงเรยี นและสังคม
ไม่ละเมิดสทิ ธิของ ไม่ละเมิดสทิ ธขิ อง
ผู้อ่ืน ระเบยี บ ของครอบครวั ของครอบครวั ผอู้ ืน่

ขอ้ บังคบั ของ โรงเรียนและสังคม โรงเรยี นและสังคม

ครอบครวั

โรงเรียนและ

สงั คม

3.1.2 ตรงต่อเวลา  ตรงตอ่ เวลาใน  ตรงตอ่ เวลาใน  ตรงตอ่ เวลาใน
ในการปฏิบตั ิ การปฏิบัติ การปฏิบัตกิ จิ กรรม การปฏบิ ัตกิ ิจกรรม
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ใน กจิ กรรมต่าง ๆ ใน ตา่ งๆ ใน ตา่ ง ๆ ใน
ชวี ิตประจาวัน และ ชวี ิตประจาวัน ชวี ิตประจาวัน และ ชวี ติ ประจาวนั
รับผดิ ชอบในการ รับผิดชอบในการ และรับผิดชอบ
ทางาน ทางาน ในการทางาน

ข้อที่ 4 ใฝ่เรยี นรู้

นิยาม ตัวช้ีวัด

ใฝ่เรียนรู้ หมายถงึ คณุ ลักษณะที่แสดงออกถึงความตง้ั ใจ เพยี ร 4.1 ตัง้ ใจ เพยี รพยายามในการ

พยายามในการเรียน แสวงหาความรู้ จากแหลง่ เรยี นรทู้ ั้งภายในและ เรียน และเขา้ ร่วมกิจกรรมการ

ภายนอกโรงเรยี น เรยี นรู้

ผู้ท่ใี ฝ่เรียนรู้ คือ ผทู้ ่มี ีคุณลักษณะทแ่ี สดงออกถึงความตง้ั ใจ เพยี ร 4.2 แสวงหาความรู้จากแหล่ง

พยายามในการเรยี น และเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ แสวงหา เรียนรู้

ความรู้ จากแหล่งเรียนร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรียนอยา่ ง ตา่ ง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอก

สม่าเสมอ ด้วยการเลือกใชส้ ื่ออยา่ งเหมาะสม บนั ทกึ ความรู้ โรงเรียน ด้วยการเลือกใช้สอื่ อยา่ ง

วิเคราะห์ สรุปเป็นองคค์ วามรู้ แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ถ่ายทอด เหมาะสม สรปุ เป็นองค์ความรู้ และ

เผยแพร่ และนาไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ สามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันได้

ตัวชว้ี ัดและพฤติกรรมบง่ ช้ี พฤติกรรมบ่งชี้
ตัวช้ีวัด

4.1 ตง้ั ใจ เพยี รพยายามในการ 4.1.1 ต้ังใจเรียน
เรยี น และเข้าร่วมกิจกรรมการ 4.1.2 เอาใจใสแ่ ละมีความเพียรพยายามในการเรียนรู้
เรียนรู้ 4.1.3 สนใจเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ต่างๆ

4.2 แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ 4.2.1 ศกึ ษาคน้ คว้าหาความรจู้ ากหนังสอื เอกสาร สิ่งพิมพ์ ส่อื
เรียนรู้ตา่ ง ๆ ทั้งภายในและ เทคโนโลยีต่าง ๆ แหลง่ เรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน และ
ภายนอกโรงเรียน ด้วยการ เลือกใชส้ อ่ื ได้อย่างเหมาะสม
เลอื กใชส้ ่อื อย่างเหมาะสม สรุป
เปน็ องค์ความรู้ และสามารถ 4.2.2 บันทกึ ความรู้ วเิ คราะหข์ ้อมูลจากสงิ่ ทีเ่ รียนรู้ สรุปเป็นองค์
นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้ ความรู้4.2.3แลกเปล่ยี นความรูด้ ้วยวธิ กี ารตา่ ง ๆ และนาไปใชใ้ น
ชวี ติ ประจาวัน

เกณฑ์การให้คะแนน

ตัวชวี้ ดั ที่ 4.1 ต้งั ใจ เพียรพยายามในการเรยี น และเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้

พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ า่ น(0) ผ่าน(1) ดี(2) ดีเย่ยี ม(3)

4.1.1 ตง้ั ใจเรยี น  ไม่ตงั้ ใจ  เข้าเรียนตรง  เข้าเรยี นตรง  เข้าเรียนตรง
เรยี น เวลา ตัง้ ใจเรยี น เวลา ตง้ั ใจเรยี น เวลา ตั้งใจเรยี น

4.1.2 เอาใจใส่และ  เอาใจใส่ใน  เอาใจใสแ่ ละมี  เอาใจใสแ่ ละมี
มีความเพยี ร การเรียน มสี ว่ น
พยายามในการ รว่ มในการเรียนรู้ ความเพียรในการ ความเพยี รในการ
เรยี นรู้
พยายามในการ พยายามในการ
4.1.3 สนใจเขา้
ร่วมกจิ กรรมการ เรยี นรู้ มสี ่วนร่วมใน เรียนรู้ มสี ว่ นรว่ ม
เรียนรตู้ ่างๆ
การเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้

 เข้าร่วม  เข้าร่วม  เขา้ ร่วม
กจิ กรรมการ กิจกรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้
เรียนรูต้ ่างๆ เป็น ตา่ งๆ บ่อยคร้ัง ท้ังภายในและ
บางคร้ัง ภายนอกโรงเรยี น
เปน็ ประจา

ตวั ช้ีวดั ที่ 4.2 แสวงหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน ด้วยการ
เลอื กใช้สอื่ อย่างเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และสามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดใ้ จ เพียรพยายามใน
การเรียน และเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้

พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไม่ผา่ น(0) ผ่าน(1) ดี(2) ดเี ย่ยี ม(3)

4.2.1 ศึกษา  ไมศ่ กึ ษา  ศึกษาค้นควา้  ศกึ ษาค้นคว้า  ศึกษาค้นควา้
หาความรู้จาก
คน้ ควา้ หาความรู้ ค้นควา้ หา หาความรจู้ าก หาความรจู้ าก หนงั สือ เอกสาร
สง่ิ พมิ พ์ สอ่ื
จากหนงั สือ ความรู้ หนงั สอื เอกสาร หนังสอื เอกสาร เทคโนโลยี และ
สารสนเทศแหลง่
เอกสาร ส่ิงพิมพ์ สื่อ สิง่ พิมพ์ สอื่ สิง่ พมิ พ์ สอื่ เรียนรู้ทัง้ ภายใน
และภายนอก
เทคโนโลยีตา่ ง ๆ เทคโนโลยี แหลง่ เทคโนโลยี และ โรงเรียน และ
เลือกใช้สื่อได้อยา่ ง
แหล่งเรยี นรทู้ ง้ั เรยี นรทู้ งั้ ภายใน สารสนเทศแหล่ง เหมาะสม

ภายในและ และภายนอก เรียนร้ทู ง้ั ภายใน

ภายนอกโรงเรียน โรงเรยี น และ และภายนอก

และเลือกใชส้ ่อื ได้ เลอื กใช้ส่ือได้อย่าง โรงเรยี น และ

อยา่ ง เหมาะสม เลือกใชส้ ือ่ ได้อย่าง
เหมาะสม
เหมาะสม

4.2.2 บันทึก  มกี ารบนั ทึก  มีการบนั ทึก  มกี ารบนั ทึก
ความรู้ วิเคราะห์ ความรู้ ความรู้ วเิ คราะห์ ความรู้ วิเคราะห์
ขอ้ มูลจากสิ่งที่ ข้อมลู สรปุ เปน็ องค์ ข้อมูล สรปุ เปน็ องค์
เรยี นรู้ สรุปเปน็ องค์ ความรู้ ความรู้
ความรู้

4.2.3แลกเปลยี่ น  มีการ  มกี าร
ความรูด้ ้วยวธิ ีการ แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้
ต่าง ๆ และนาไปใช้ กับผอู้ ื่น ดว้ ยวธิ ีการที่
ในชวี ิตประจาวนั หลากหลายและนา

ไปใช้ในชวี ติ

ประจาวนั

ขอ้ ท่ี 5 อยอู่ ย่างพอเพียง

นยิ าม ตวั ช้วี ัด

อยู่อยา่ งพอเพียง หมายถึง คณุ ลักษณะทีแ่ สดงออกถึงการดาเนนิ 5.1 ดาเนินชีวิตอยา่ งพอประมาณ

ชวี ติ อยา่ งพอประมาณ มีเหตุผล รอบคอบ มีคุณธรรม มีภูมคิ ุ้มกัน มีเหตุผล รอบคอบ มีคณุ ธรรม

ในตวั ทีด่ ี และปรบั ตวั เพ่ืออยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ 5.2 มีภมู คิ ้มุ กันในตวั ท่ดี ี ปรบั ตัว

ผทู้ ่อี ยอู่ ยา่ งพอเพยี ง คือ ผู้ที่ดาเนินชีวติ อย่างประมาณตน มเี หตผุ ล เพอื่ อยใู่ นสงั คมได้อย่างมคี วามสขุ

รอบคอบ ระมดั ระวงั อยู่รว่ มกบั ผ้อู ืน่ ดว้ ยความรบั ผดิ ชอบ ไม่

เบยี ดเบียนผอู้ ืน่ เหน็ คณุ ค่าของทรัพยากรตา่ งๆ มีการวางแผน

ป้องกันความเสยี่ ง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

ตัวชวี้ ดั และพฤตกิ รรมบ่งชี้ พฤติกรรมบ่งชี้
ตวั ชีว้ ดั
5.1.1 ใชท้ รพั ยส์ ินของตนเอง เชน่ เงนิ สงิ่ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ
5.1 ดาเนินชวี ิตอยา่ ง อย่างประหยัด คุ้มคา่ และเก็บรักษาดแู ลอยา่ งดี รวมทั้งการใช้เวลา
พอประมาณ มีเหตผุ ล อย่างเหมาะสม
รอบคอบ มคี ณุ ธรรม
5.1.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั ค้มุ ค่า และเกบ็ รักษา
5.2 มีภูมิค้มุ กันในตัวทีด่ ี ดแู ลอย่างดี
ปรบั ตัวเพ่อื อยู่ในสังคมได้อย่าง
มีความสุข 5.1.3 ปฏบิ ัติตนและตัดสินใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล

5.1.4 ไมเ่ อาเปรียบผู้อ่ืนและไม่ทาใหผ้ ู้อ่นื เดือดร้อน พรอ้ มให้อภัยเมื่อ
ผู้อ่นื กระทาผดิ พลาด

5.2.1 วางแผนการเรยี น การทางาน และการใชช้ ีวิตประจาวนั บน
พื้นฐานของความรู้ ข้อมูล ขา่ วสาร

5.2.2 รู้เท่าทนั การเปลย่ี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อม ยอมรบั
และปรบั ตวั เพ่ืออย่รู ว่ มกับผู้อ่ืนได้อยา่ งมคี วามสขุ

เกณฑ์การให้คะแนน

ตัวช้วี ดั ท่ี 5.1 ดาเนินชีวติ อย่างพอประมาณ มเี หตผุ ล รอบคอบ มีคุณธรรม

พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผา่ น(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดเี ยยี่ ม(3)

5.1.1 ใช้ทรัพยส์ นิ  ใชเ้ งินและ  ใช้ทรัพย์สิน  ใช้ทรัพยส์ นิ ของ  ใชท้ รพั ยส์ ินของ

ของตนเอง เชน่ เงนิ ของใช้ส่วนตวั ของตนเองอยา่ ง ตนเองอย่าง ตนเองอย่าง

สิง่ ของ เครื่องใช้ อยา่ งไม่ประหยัด ประหยดั คุ้มคา่ ประหยดั คมุ้ ค่า ประหยดั คุ้มคา่

ฯลฯ อยา่ ง เก็บรกั ษาดแู ล เกบ็ รักษาดูแลอย่าง เก็บรักษาดแู ลอย่าง

ประหยัด คุม้ ค่า อยา่ งดี ดี ดี

และเกบ็ รักษาดูแล

อยา่ งดี รวมทงั้ การ

ใชเ้ วลาอยา่ ง

เหมาะสม

5.1.2 ใชท้ รัพยากร  ใชท้ รัพยากร  ใช้ทรัพยากร  ใชท้ รัพยากร
ของสว่ นรวมอยา่ ง ของสว่ นรวมอย่าง ของสว่ นรวมอย่าง ของส่วนรวมอย่าง
ประหยดั คุ้มค่า ประหยัด คุ้มคา่ ประหยดั คมุ้ ค่า ประหยัด คมุ้ คา่
และเกบ็ รักษาดูแล เก็บรกั ษาดูแล เก็บรักษาดแู ลอย่าง เก็บรักษาดูแลอย่าง
อยา่ งดี อย่างดี ดี ดี

5.1.3 ปฏิบตั ติ น  ตัดสนิ อยา่ ง  ตดั สนิ อยา่ ง  ตดั สินอย่าง
และตัดสนิ ใจด้วย รอบคอบ มเี หตุผล รอบคอบ มเี หตผุ ล รอบคอบ มีเหตผุ ล
ความรอบคอบ มี
เหตผุ ล

พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน(0) ผ่าน(1) ดี(2) ดเี ย่ยี ม(3)

5.1.4 ไม่เอาเปรียบ  ไม่เอาเปรยี บ  ไมเ่ อาเปรยี บ
ผอู้ ่ืนและไม่ทาให้ ผู้อนื่ และไม่ทาให้ ผู้อน่ื ไม่ทาให้ผ้อู ่ืน
ผอู้ ่ืนเดือดร้อน ผูอ้ น่ื เดือดร้อน เดือดรอ้ น และให้
พร้อมใหอ้ ภัยเมื่อ อภยั เม่ือผู้อนื่ กระทา
ผู้อ่ืนกระทา ผดิ พลาด
ผิดพลาด

ตัวชีว้ ดั ท่ี 5.2 มีภมู ิคุ้มกนั ในตวั ท่ดี ี ปรับตวั เพอ่ื อยใู่ นสงั คมได้อยา่ งมีความสุข

พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไม่ผา่ น(0) ผ่าน(1) ด(ี 2) ดเี ยยี่ ม(3)

5.2.1 วางแผนการ  ไมว่ างแผน  ใชค้ วามรู้  ใชค้ วามรู้  ใชค้ วามรู้
ขอ้ มูล ขา่ วสาร ใน
เรียน การทางาน การเรียนและ ข้อมลู ขา่ วสาร ใน ขอ้ มูล ข่าวสาร ใน การวางแผนการ
เรียน การทางาน
และการใช้ การใช้ การวางแผนการ การวางแผนการ และการใช้
ชวี ติ ประจาวนั
ชีวิตประจาวนั บน ชวี ิตประจาวัน เรยี น การทางาน เรยี น การทางาน

พน้ื ฐานของความรู้ และการใช้ และการใช้

ข้อมูล ขา่ วสาร ชวี ติ ประจาวัน ชีวติ ประจาวนั

5.2.2 รเู้ ท่าทนั การ  รับรูก้ าร  ยอมรบั การ  ยอมรบั การ
เปลย่ี นแปลงของ เปล่ียนแปลงของ เปลี่ยนแปลงของ เปล่ยี นแปลงของ
สังคมและ ครอบครวั ชุมชน ครอบครวั ชุมชน ครอบครัว ชมุ ชน
สภาพแวดล้อม และ สงั คมและ สงั คมและ
ยอมรับและปรับตวั สภาพแวดล้อม สภาพแวดลอ้ ม สภาพแวดล้อม และ
เพื่ออยรู่ ว่ มกับผู้อนื่ ปรบั ตัวเพ่อื อยู่
ได้อย่างมีความสุข ร่วมกับผอู้ ืน่ ไดอ้ ย่าง
มคี วามสุข

ข้อท่ี 6 มุ่งม่นั ในการทางาน

นิยาม ตวั ชวี้ ดั

มงุ่ ม่ันในการทางาน หมายถึง คุณลกั ษณะท่ีแสดงออกถงึ ความ 6.1 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการ

ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบในการทาหน้าท่ี การงานด้วยความเพยี รพยายาม ปฏิบัติหนา้ ทีก่ ารงาน

อดทน เพื่อใหง้ านสาเร็จตามเปา้ หมาย 6.2 ทางานด้วยความเพียรพยายาม
ผู้ท่มี ุ่งมนั่ ในการทางาน คือ ผู้ท่มี ลี ักษณะซ่งึ แสดงออกถึงความ และอดทนเพื่อให้งานสาเรจ็ ตาม
ตั้งใจปฏิบตั ิหน้าทีท่ ี่ได้รบั มอบหมายดว้ ยความเพยี รพยายาม ท่มุ เท เป้าหมาย
กาลงั กาย กาลังใจ ในการปฏิบตั ิกจิ กรรมต่างๆ ใหส้ าเร็จลุลว่ งตาม

เป้าหมายท่ีกาหนดดว้ ยความรบั ผิดชอบ และมคี วามภาคภมู ิใจใน

ผลงาน

ตวั ช้ีวดั และพฤตกิ รรมบ่งช้ี พฤติกรรมบ่งชี้
ตัวชี้วัด

6.1 ตงั้ ใจและรับผิดชอบในการ 6.1.1 เอาใจใส่ตอ่ การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย

ปฏิบัตหิ นา้ ท่กี ารงาน 6.1.2 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทางานใหส้ าเรจ็

6.1.3 ปรบั ปรุงและพฒั นาการทางานด้วยตนเอง

6.2 ทางานด้วยความเพียร 6.2.1 ทมุ่ เททางาน อดทน ไมย่ อ่ ท้อต่อปญั หาและอุปสรรคในการ
พยายามและอดทนเพอื่ ใหง้ าน ทางาน
สาเร็จตามเปา้ หมาย
6.2.2 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทางานให้สาเร็จตาม
เป้าหมาย6.2.3 ช่นื ชมผลงานด้วยความภาคภมู ิใจ

เกณฑก์ ารให้คะแนน

ตัวชว้ี ัดที่ 6.1 ต้งั ใจและรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิหนา้ ที่การงานเนนิ ชวี ติ อย่างพอประมาณ มีเหตผุ ล
รอบคอบ มีคุณธรรม

พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน(0) ผ่าน(1) ดี(2) ดีเยีย่ ม(3)

6.1.1 เอาใจใส่ตอ่  ไมต่ ง้ั ใจ  ตง้ั ใจและ  ตัง้ ใจและ  ต้งั ใจและ
การปฏิบัติหน้าทีท่ ่ี ปฏิบตั ิหน้าที่ รับผิดชอบในการ รบั ผดิ ชอบในการ รบั ผดิ ชอบในการ
ได้รบั มอบหมาย ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ที่ ปฏบิ ัตหิ น้าทีท่ ่ีไดร้ ับ ปฏบิ ัตหิ น้าท่ที ีไ่ ด้รบั
6.1.2 ตง้ั ใจและ การงาน ไดร้ บั มอบหมายให้ มอบหมายให้สาเร็จ มอบหมายใหส้ าเรจ็
รับผิดชอบในการ สาเร็จ
ทางานให้สาเร็จ  มีการปรบั ปรุง  มกี ารปรบั ปรงุ
 มีการปรบั ปรุง และพัฒนาการทางาน และพัฒนาการทางาน
6.1.3 ปรบั ปรุง การทางานใหด้ ีข้ึน ให้ดีข้นึ ใหด้ ีข้ึน ได้ดว้ ยตนเอง
และพฒั นาการ
ทางานดว้ ยตนเอง

ตัวชวี้ ดั ที่ 6.2 ทางานด้วยความเพยี รพยายามและอดทนเพ่ือให้งานสาเรจ็ ตามเป้าหมาย
พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไมผ่ ่าน(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดีเย่ียม(3)

6.2.1 ทุ่มเททางาน  ไมข่ ยนั  ทางานดว้ ย  ทางานดว้ ยความ  ทางานดว้ ยความ
อดทน ไม่ย่อท้อต่อ อดทน ในการ ความขยัน อดทน ขยนั อดทน ไม่ยอ่ ขยนั อดทน ไมย่ อ่
ปัญหาและอปุ สรรค ทางาน พยายามให้งาน ทอ้ ต่อปญั หา ท้อต่อปญั หา
ในการทางาน
สาเรจ็ ตาม พยายามให้งาน พยายามแกป้ ัญหา
6.2.2 พยายาม เปา้ หมาย สาเร็จตามเปา้ หมาย อุปสรรคให้งานสาเรจ็
แกป้ ัญหาและ ตามเป้าหมาย ใน
อุปสรรคในการ ชนื่ ชมผลงาน ชื่นชมผลงานดว้ ย เวลาท่ีกาหนด
ทางานใหส้ าเรจ็ ด้วยความ ความภาคภูมใิ จ
ตามเป้าหมาย ภาคภูมิใจ ชน่ื ชมผลงานดว้ ย
ความภาคภูมใิ จ
6.2.3 ช่ืนชม
ผลงานดว้ ยความ
ภาคภมู ิใจ

ขอ้ ท่ี 7 รกั ความเป็นไทย

นยิ าม ตวั ช้ีวัด

รักความเป็นไทย หมายถงึ คณุ ลกั ษณะทแี่ สดงออกถึงความ 7.1 ภาคภูมใิ จในขนบธรรมเนียม
ภาคภมู ิใจ เห็นคณุ ค่า ร่วมอนุรักษ์ สืบทอดภูมิปญั ญาไทย ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย
ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปะและวฒั นธรรม ใชภ้ าษาไทยในการ และมคี วามกตญั ญกู ตเวที
สอ่ื สารได้อยา่ งถูกต้อง และเหมาะสม
ผูท้ ่รี กั ความเป็นไทย คือ ผู้ท่มี ีความภาคภมู ิใจ เห็นคณุ ค่า ชื่นชม 7.2 เห็นคุณค่าและใชภ้ าษาไทยใน
มสี ่วนร่วมในการอนุรักษ์สบื ทอดเผยแพร่ภูมปิ ัญญาไทย การสอ่ื สารได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
ขนบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมไทย มีความ
กตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทย ในการสื่อสารอย่างถูกตอ้ งเหมาะสม 7.3 อนรุ กั ษแ์ ละสบื ทอดภมู ิปัญญา

ไทย

ตวั ชวี้ ัดและพฤตกิ รรมบง่ ชี้ พฤติกรรมบ่งช้ี
ตวั ชว้ี ดั

7.1 ภาคภูมิใจใน 7.1.1 แตง่ กายและมมี ารยาทงดงามแบบไทย มีสัมมาคารวะ กตัญญู

ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะ กตเวทีตอ่ ผู้มีพระคุณ

วัฒนธรรมไทย และมีความ 7.1.2 ร่วมกจิ กรรมที่เกีย่ วข้องกับประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรม
กตญั ญูกตเวที ไทย

7.1.3 ชักชวน แนะนาใหผ้ ู้อื่นปฏิบัตติ ามขนบธรรมเนยี มประเพณี
ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย

7.2 เห็นคณุ คา่ และใช้ภาษาไทย 7.2.1 ใช้ภาษาไทยและเลขไทยในการสื่อสารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

ในการสอื่ สารได้อย่างถูกต้อง 7.2.2 ชักชวน แนะนาให้ผู้อ่นื เหน็ คณุ ค่าของการใชภ้ าษาไทยที่
เหมาะสม ถูกต้อง

7.3 อนุรักษ์และสบื ทอดภูมิ 7.3.1 นาภมู ิปัญญาไทยมาใช้ใหเ้ หมาะสมในวถิ ีชีวิต
ปัญญาไทย 7.3.2 รว่ มกจิ กรรมท่เี กีย่ วข้องกับภูมปิ ัญญาไทย

7.3.3 แนะนา มีส่วนรว่ มในการสืบทอดภมู ิปัญญาไทย

เกณฑ์การให้คะแนน

ตัวชวี้ ัดท่ี 7.1 ภาคภมู ใิ จในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย และมีความกตญั ญู
กตเวที

พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผ่าน(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดีเยี่ยม(3)

7.1.1 แตง่ กายและ  ไม่มี  ปฏบิ ตั ติ นเปน็  ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้มี  ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผมู้ ี
มีมารยาทงดงาม สมั มาคาวะ
แบบไทย มีสัมมา ตอ่ ผูใ้ หญ่ ผู้มมี ารยาทแบบ มารยาทแบบไทย มี มารยาทแบบไทย มี
คารวะ กตญั ญู
กตเวทตี อ่ ผู้มี ไทย มีสัมมา สมั มาคารวะ กตญั ญู สมั มาคารวะ กตัญญู
พระคณุ
คารวะ กตัญญู กตเวทีต่อ กตเวทตี ่อผู้มีพระคุณ

กตเวทีต่อผู้มี ผ้มู ีพระคุณ และแตง่ และแต่งกายแบบไทย
พระคุณ และแตง่ กายแบบไทย ด้วย ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
กายแบบไทย ความภาคภมู ใิ จ

พฤตกิ รรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดีเยยี่ ม(3)

7.1.2 รว่ มกจิ กรรม  เข้าร่วมหรือมี  เขา้ รว่ มหรือมี  เขา้ รว่ มหรอื มี
ทเ่ี กี่ยวข้องกบั
ประเพณี ศิลปะ ส่วนรว่ มใน สว่ นร่วมในกจิ กรรมที่ สว่ นร่วมในกิจกรรมท่ี
และวฒั นธรรมไทย
กิจกรรมที่ เกี่ยวข้องกับประเพณี เก่ยี วขอ้ งกบั ประเพณี

เก่ยี วขอ้ งกบั ศิลปะและวัฒนธรรม ศิลปะ และ

ประเพณี ศลิ ปะ ไทย วฒั นธรรมไทย

และวัฒนธรรม

ไทย

7.1.3 ชกั ชวน  ชกั ชวน แนะนา
แนะนาให้ผู้อนื่ เพื่อนและคนอืน่
ปฏิบัตติ าม ปฏิบัติตาม
ขนบธรรมเนยี ม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ศลิ ปะ ประเพณี ศลิ ปะ และ
และวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทย

ตวั ชว้ี ดั ท่ี 7.2 เหน็ คุณค่าและใชภ้ าษาไทยในการสอื่ สารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

พฤติกรรมบ่งชี้ ไม่ผา่ น(0) ผ่าน(1) ดี(2) ดเี ย่ยี ม(3)

7.2.1 ใชภ้ าษาไทย  ไม่สนใจ  .ใชภ้ าษาไทย  .ใช้ภาษาไทยและ  .ใชภ้ าษาไทยและ
และเลขไทยในการ ใช้ภาษาไทย
สอื่ สารไดถ้ ูกต้อง อย่างถูกต้อง และเลขไทยในการ เลขไทยในการสอ่ื สาร เลขไทยในการสื่อสาร
เหมาะสม ส่อื สารไดถ้ ูกต้อง ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง ได้อย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสม เหมาะสม เหมาะสม
7.2.2 ชักชวน
แนะนาใหผ้ ู้อ่ืนเหน็  แนะนาให้  แนะนาและ  แนะนาและ
คุณคา่ ของการใช้ ผู้อื่นใชภ้ าษาไทยที่ ชกั ชวนใหผ้ ้อู ื่นใช้ ชกั ชวนให้ผู้อื่นใช้
ภาษาไทยท่ถี ูกต้อง ถกู ต้อง ภาษาไทยท่ีถกู ตอ้ ง ภาษาไทยทถี่ ูกตอ้ ง

เปน็ ประจา เป็น

แบบอยา่ งท่ดี ีดา้ นการ

ใชภ้ าษาไทย

ตวั ชี้วดั ที่ 7.3 อนรุ ักษ์และสืบทอดภมู ิปญั ญาไทย

พฤติกรรมบ่งช้ี ไมผ่ ่าน(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดีเยย่ี ม(3)

7.3.1 นาภมู ิ  ไมส่ นใจ  สืบค้นภมู ิ  สืบค้นภูมิปัญญา  สบื ค้นภูมิปัญญา
ปญั ญาไทยมาใชใ้ ห้ ปัญญาไทยทใ่ี ช้ใน ไทยทใ่ี ชใ้ นท้องถนิ่ ไทยท่ีใชใ้ นทอ้ งถนิ่
เหมาะสมในวิถชี วี ิต ภมู ปิ ญั ญา ท้องถน่ิ
ไทย  เขา้ รว่ มกิจกรรม  เขา้ ร่วมกจิ กรรม
7.3.2 รว่ ม  เขา้ ร่วม
กจิ กรรมทเี่ กีย่ วข้อง กจิ กรรมที่ ท่ีเกยี่ วข้องกับภมู ิ ทเ่ี กย่ี วข้องกับภูมิ
กับภมู ิปัญญาไทย เก่ียวขอ้ งกบั ภมู ิ
ปญั ญาไทย ปัญญาไทย ปัญญาไทย

พฤติกรรมบ่งช้ี ไม่ผ่าน(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดเี ย่ียม(3)

7.3.3 แนะนา มี  ชกั ชวนคนใน  ชักชวนคนใน  ชักชวนคนใน
ส่วนรว่ มในการสบื ครอบครวั หรือ ครอบครัว เพื่อนหรือ ครอบครัว เพื่อนหรือ
ทอดภูมิปญั ญาไทย เพ่อื นเข้าร่วม ผู้อื่นเขา้ รว่ มกจิ กรรม ผอู้ ่ืนเข้ารว่ มกจิ กรรม

กิจกรรมท่ี ท่ีเกยี่ วข้องกบั ภมู ิ ทีเ่ กยี่ วข้องกับภูมิ
เกย่ี วข้องกับภูมิ ปัญญาไทย และ ปัญญาไทย และ
ปญั ญาไทย และ แนะนาใหเ้ พื่อนใช้ภมู ิ แนะนาให้เพอ่ื นใชภ้ มู ิ
การใช้ภมู ิปญั ญา ปัญญาใน ปัญญาใน
ในชีวิตประจาวัน ชีวิตประจาวนั ชีวิตประจาวนั และมี
สว่ นร่วมในการสืบ
ทอดภมู ปิ ัญญา
ท้องถ่นิ

ข้อที่ 8 มีจิตสาธารณะ

นิยาม ตวั ชวี้ ัด

มจี ิตสาธารณะ หมายถงึ คุณลกั ษณะที่แสดงออกถึงการมสี ่วนรว่ ม 8.1 ช่วยเหลอื ผ้อู นื่ ด้วยความเต็มใจ
ในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผูอ้ ื่น ชุมชน โดยไมห่ วังผลตอบแทน
และสงั คม ดว้ ยความเตม็ ใจ กระตือรอื ร้น โดยไม่หวงั ผลตอบแทน
ผูท้ ี่มีจิตสาธารณะ คือ ผู้ทม่ี ีลักษณะเป็นผใู้ ห้และชว่ ยเหลอื ผอู้ ื่น 8.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมที่เป็น
แบ่งปันความสขุ สว่ นตนเพอ่ื ทาประโยชนแ์ กส่ ่วนรวม เข้าใจ เหน็ ใจ ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี น ชุมชน และ
ผทู้ ี่มคี วามเดือดร้อน อาสาช่วยเหลอื สงั คม อนุรักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม สงั คม
ดว้ ยแรงกาย สตปิ ญั ญา ลงมือปฏบิ ตั เิ พื่อแก้ปญั หา หรือร่วม
สรา้ งสรรค์สิ่งท่ดี ีงามใหเ้ กิดในชุมชน โดยไม่หวังสิง่ ตอบแทน

ตวั ช้วี ัดและพฤตกิ รรมบ่งช้ี พฤตกิ รรมบ่งช้ี
ตัวชวี้ ัด

8.1 ชว่ ยเหลือผู้อ่ืนด้วยความ 8.1.1 ช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทางานด้วยความเตม็ ใจ

เต็มใจโดยไม่หวังผลตอบแทน 8.1.2 อาสาทางานให้ผู้อนื่ ด้วยกาลังกาย กาลังใจ และกาลงั สตปิ ญั ญา
ด้วยความสมคั รใจ

8.2 เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่เปน็ 8.1.3 แบง่ ปันสง่ิ ของ ทรัพย์สนิ และอ่ืนๆ และช่วยแก้ปัญหาหรือ
ประโยชนต์ อ่ โรงเรียน ชุมชน สร้างความสขุ ให้กับผอู้ ่นื
และสงั คม
8.2.1 ดูแลรักษาสาธารณสมบัตแิ ละสง่ิ แวดล้อมด้วยความเต็มใจ

8.2.2 เข้าร่วมกจิ กรรมทีเ่ ป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี น ชุมชน และสังคม

8.2.3 เข้าร่วมกจิ กรรมเพ่ือแก้ปัญหาหรือรว่ มสร้างสิ่งท่ีดีงามของ
ส่วนรวมตามสถานการณ์ ทีเ่ กิดขึน้ ดว้ ยความกระตอื รือร้น

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน

ตวั ชวี้ ดั ที่ 8.1 ช่วยเหลือผอู้ ่ืนด้วยความเต็มใจโดยไมห่ วังผลตอบแทน

พฤตกิ รรมบ่งชี้ ไม่ผา่ น(0) ผา่ น(1) ดี(2) ดเี ยยี่ ม(3)

8.1.1 ช่วยพ่อแม่  ไม่  ช่วยพอ่ แม่  ช่วยพอ่ แม่  ชว่ ยพอ่ แม่
ผปู้ กครอง และครู ช่วยเหลือพอ่ ผ้ปู กครอง และครู ผู้ปกครอง และครู ผ้ปู กครอง และครู
ทางานด้วยความเต็ม แม่ ผู้ปกครอง ทางาน ทางาน ทางาน
ใจ และครู

8.1.2 อาสาทางาน  อาสาทางาน  อาสาทางาน  อาสาทางาน ช่วย
ใหผ้ ู้อน่ื ด้วยกาลังกาย ให้ผอู้ น่ื ด้วยความ ช่วยคดิ ชว่ ยทา ให้ คดิ ชว่ ยทา ให้ผูอ้ ่นื
กาลังใจ และกาลงั ผู้อ่นื ด้วยความเต็ม ดว้ ยความเต็มใจ
เต็มใจ ใจ
สติปญั ญาด้วยความ
สมคั รใจ

8.1.3 แบ่งปนั สง่ิ ของ  แบง่ ปันสง่ิ ของ  แบง่ ปันสิ่งของ  แบง่ ปันสิง่ ของให้
ทรพั ย์สิน และอื่นๆ ให้ผอู้ น่ื ดว้ ยความ ใหผ้ ู้อนื่ ดว้ ยความ ผอู้ ื่น และช่วย
และช่วยแก้ปัญหา แกป้ ญั หาให้ผู้อน่ื ดว้ ย
หรอื สร้างความสุข เต็มใจ เต็มใจ ความเต็มใจ
ให้กับผูอ้ ืน่


Click to View FlipBook Version