ตัวช้ีวัดที่ 8.2 เขา้ รว่ มกิจกรรมทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ โรงเรียน ชมุ ชน และสังคม
พฤติกรรมบ่งช้ี ไม่ผ่าน(0) ผ่าน(1) ดี(2) ดเี ย่ียม(3)
8.2.1 ดูแลรักษา ไมส่ นใจ ดแู ล รักษา ดูแล รกั ษา ดูแล รักษาทรัพย์
สาธารณสมบัตแิ ละ ดแู ลรกั ษา ทรัพยส์ มบตั ิ ทรพั ย์สมบตั ิ สมบตั ิ สง่ิ แวดลอ้ ม
ส่งิ แวดลอ้ มด้วย ทรัพยส์ มบัติ
ความเตม็ ใจ และส่งิ แวดล้อม สง่ิ แวดล้อมของ สิ่งแวดล้อมของ ของห้องเรยี น
ห้องเรยี น โรงเรียน ห้องเรยี น โรงเรยี น โรงเรียน ชุมชน
ของโรงเรยี น เข้าร่วม ชุมชน
8.2.2 เขา้ ร่วม กิจกรรมเพ่อื สงั คม เขา้ รว่ มกจิ กรรม เข้าร่วมกจิ กรรม
กจิ กรรมท่เี ป็น และสาธารณ
ประโยชนต์ อ่ เพ่อื สงั คมและ เพื่อสงั คมและ
โรงเรยี น ชุมชน ประโยชน์ของ สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์
โรงเรียนดว้ ยความ
และสังคม เตม็ ใจ ของโรงเรียนดว้ ย ของโรงเรียนและ
ความเตม็ ใจ ชมุ ชนดว้ ยความเต็ม
ใจ
8.2.3 เขา้ รว่ ม
กจิ กรรมเพอ่ื แก้ปญั หา
หรือรว่ มสร้างสิ่งทดี่ ี
งามของส่วนรวมตาม
สถานการณ์ ทีเ่ กิดข้ึน
ดว้ ยความ
กระตอื รอื รน้
9.3 แนวทางการประเมินและรายงานผลการประเมนิ
การประเมนิ และรายงานผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ มแี นวทางในการดาเนินการ
ดังน้ี
1) ผเู้ กย่ี วขอ้ งศึกษา ทาความเข้าใจเก่ยี วกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นยิ าม ตวั ชว้ี ัด
พฤติกรรมบ่งชี้และเกณฑก์ ารให้คะแนน
2) ออกแบบเครือ่ งมอื ทจ่ี ะใช้ในการวัดและประเมนิ และวิธีการหาคณุ ภาพของเครื่องมือ
3) เลือกใชเ้ ครอื่ งมือที่จะใชใ้ นการวัดและประเมนิ และหาคณุ ภาพของเคร่ืองมือ
4) กาหนดระยะเวลาประเมิน และผู้ประเมนิ
5) ดาเนินการวดั และประเมินผล
6) รายงานผลการวัดและประเมนิ ผล
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการพัฒนา
3 (ดีเยี่ยม) หมายถึง มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในข้อน้นั ๆ อยใู่ นระดบั ดเี ย่ียม ถ้านักเรยี นมี
คณุ ลักษณะตามตวั บ่งช้ีครบทั้ง 8 ข้อ
2 (ดี) หมายถึง มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ในข้อนน้ั ๆ อยู่ในระดับดี ถ้านักเรียนมีคุณลักษณะ
ตามตวั บง่ ชี้ อยา่ งน้อย 3 ข้อ
1 (ผา่ นเกณฑ์การประเมิน) หมายถงึ มคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามตัวบ่งช้ีในข้อนั้น ๆ อยา่ ง
น้อย 1 ขอ้
วธิ ีการบันทกึ
1) ใหท้ าการประเมิน 5 คร้ัง ท้งั ช่วงช้ันท่ี 3 และ 4
2) ในชอ่ งคร้ังที่ประเมนิ ใหก้ รอกระดบั ผลการประเมนิ “3 (ดเี ย่ียม)” หรือ “2 (ด)ี ” หรอื “1 (ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน)”
3) ในช่อง Mode หรอื คา่ ฐานนยิ ม ให้กรอกเปน็ ตัวเลข “3” หรือ “2” หรอื “1”
4) ในชอ่ งซ่อมเสริม ใหก้ รอกผลการจัดกิจกรรมที่ผู้เรยี นผา่ นการปรับปรุงแก้ไขแล้ว เมอื่ ผ่านแลว้ ให้
ได้ อยา่ งน้อย ระดับ “1 (ผ่านเกณฑ์การประเมนิ )”
หมายเหตุ
ผลการประเมินนี้ สง่ ไปยงั ครูที่ปรึกษา และให้ครูทีป่ รึกษารวบรวมจากกรรมการทกุ คน แลว้ ตดั สนิ ผล
การประเมินอีกคร้งั หนงึ่
ผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ใช้สญั ลกั ษณ์ ดังน้ี แบง่ เป็น 3 ระดับ
1 หมายถงึ ระดบั คุณภาพผ่านเกณฑ์การประเมนิ
2 หมายถงึ ระดบั คุณภาพดี
3 หมายถึง ระดับคุณภาพดีเยย่ี ม
9.4 การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนสอื่ ความ เปน็ การประเมนิ ศกั ยภาพของผเู้ รียน
ในการอ่านหนงั สอื เอกสารและสอื่ ต่าง ๆ แลว้ นามาสรปุ คิดเปน็ ความรูค้ วามเข้าใจของตน ความสามารถในการ
คิด วเิ คราะห์เนื้อหาสาระของเร่อื งที่อา่ น นาไปสู่การสังเคราะหส์ รา้ งสรรค์ และแสดงความคดิ เหน็ ในเรื่อง
ต่าง ๆ และความสามารถในการถ่ายทอดความคดิ เห็นเหลา่ น้นั ด้วยการเขียนสื่อความทส่ี ะท้อนใหเ้ หน็ ถึง
สตปิ ัญญา ความรู้ ความเขา้ ใจ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ แกป้ ัญหา และสรา้ งสรรคจ์ ินตนาการ
อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งทักษะในการเขยี นทีม่ สี านวนถกู ตอ้ ง มเี หตุผล ลาดับขนั้ ตอนในการนาเสนอ สรา้ ง
ความเขา้ ใจแกผ่ อู้ ่านอย่างชดั เจน
วธิ กี ารประเมนิ
1. ครผู ู้สอนสาระพ้นื ฐานเป็นผปู้ ระเมนิ บนั ทกึ ผลใน ปพ.5 โดยประเมินตามความสามารถจริงของ
ผ้เู รียนในการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทางการเรยี น ในสว่ นทเ่ี กี่ยวกับการอา่ น คิด วิเคราะห์ และเขียนส่ือความ โดย
การสงั เกตของผสู้ อน หรือมอบหมายใหเ้ ขียนเป็นรายงาน หรือนาเสนอในรปู แบบของแฟ้มสะสมงาน หรือ
เขียนความเรยี ง หรือวิธีอืน่ ๆ ท่เี หมาะสม
2. คณะกรรมการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนส่ือความ รวบรวมผลทไ่ี ดจ้ ากครูผู้สอน
มาสรุปตัดสนิ ในรายภาค แจ้งใหผ้ ูเ้ รียนทราบ ดาเนินการซอ่ มเสรมิ ปรับปรงุ แก้ไขผู้เรียนทีไ่ มผ่ ่านการ
ประเมิน
3. ในการตดั สินการผา่ นช่วงช้ัน คณะกรรมการเป็นผ้ดู าเนินการรวบรวมข้อมูลแต่ละปี เพ่ือตดั สนิ
การผ่าน และดาเนินการซ่อมเสรมิ ปรับปรุง แกไ้ ขผเู้ รยี นทไ่ี ม่ผ่านการประเมิน แล้วประเมินใหม่
เกณฑ์การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์
ลักษณะของการประเมิน
ระดบั คุณภาพ 3 (ดีเย่ียม)
1) อ่านแลว้ จับใจความสาระสาคญั จากเร่ืองได้
2) อา่ นแลว้ วิเคราะห์ได้อย่างมีวจิ ารณญาณ
3) อ่านแล้วสามารถแสดงความคดิ เห็นอย่างมีเหตุผล
ระดับคุณภาพ 2 (ดี)
1) อ่านได้ถูกตอ้ ง คล่องแคล่ว ชดั เจน
2) อ่านแลว้ จบั ใจความ และเล่าเรอ่ื งได้
3) จาแนกข้อเท็จจริงออกจากความคิดได้
ระดับคณุ ภาพ 1 (ผ่านเกณฑ์การประเมนิ )
1) อ่านข้อความง่าย ๆ สนั้ ๆ ได้ โดยการอา่ นออกเสยี ง
2) อ่านแลว้ ไมส่ ามารถลาดบั ใจความตามที่อา่ นได้
3) อา่ นแลว้ ตงั้ คาถามหาเหตุผลไดบ้ ้าง
เกณฑ์การประเมินการเขียนสือ่ ความ
ลกั ษณะของการประเมนิ
ระดบั คณุ ภาพ 3 (ดเี ยี่ยม)
1) เขยี นไดต้ รงประเด็นตามท่ีกาหนดไว้
2) มกี ารจดั ระบบการเขียน เช่น มคี านา เนื้อหา และบทสรุปอยา่ งชดั เจน
3) ภาษาทีใ่ ช้ เชน่ ตัวสะกด และไวยากรณ์ มีความถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ทาให้ผู้อ่านเขา้ ใจง่าย
4) เขยี นถ่ายทอดความคิดเรื่องราว เหตุการณ์อย่างะเอยี ด และมจี ุดเน้นท่สี าคญั
ระดบั คณุ ภาพ 2 (ดี)
1) เขยี นไดต้ รงประเด็นตามที่กาหนดไว้
2) มกี ารจดั ระบบการเขยี น เช่น มคี านา เน้ือหา และบทสรปุ
3) ภาษาทีใ่ ช้ทาใหผ้ ู้อา่ นเกิดความสบั สน
4) เขียนโดยมีการขยายความ และยกตวั อยา่ งประกอบได้
ระดับคณุ ภาพ 1 (ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ )
1) เขยี นตามแบบที่กาหนด โดยใช้ข้อความส้ัน ๆ งา่ ย ๆ
2) ไม่มีการจดั ระบบการเขียน
3) ภาษาทใ่ี ชท้ าให้ผู้อา่ นเกิดความสบั สน
4) ใชศ้ พั ท์ไม่เหมาะสม
หมายเหตุ ให้ครผู ูส้ อนบนั ทึกผล ลงในช่องผลการประเมินผลใหบ้ ันทึก “ผ” สาหรับนกั เรียนท่ีผา่ น
เกณฑ์การประเมนิ หรอื “มผ” สาหรบั นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมิน
ผ. หรอื “ผ่าน” หมายถึง ผา่ นเกณฑ์การประเมิน ตามทส่ี ถานศึกษากาหนด
มผ. หรอื “ไม่ผา่ น” หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่สถานศึกษากาหนด
ผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนส่อื ความ ใช้สญั ลักษณ์ ดังน้ีแบ่งเปน็ 3 ระดบั
1 หมายถงึ ระดบั คุณภาพผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
2 หมายถงึ ระดับคุณภาพผา่ น
3 หมายถึง ระดับคุณภาพผา่ นเยย่ี ม
โดยให้ครผู ู้สอนบนั ทกึ ผลการประเมนิ สาหรบั นกั เรียนท่ไี ดร้ ับการประเมนิ ผลในระดบั “2” และ “3”
ลงในช่อง “ผ่าน” และ สาหรับนกั เรยี นทไี่ ด้รับการประเมินผลในระดับ “1” หรือนักเรียนท่ไี มผ่ ่านการ
ประเมิน ใหค้ รผู ้สู อนดาเนินการซ่อมเสรมิ ปรบั ปรงุ แก้ไขผเู้ รียนผา่ นเกณฑ์กอ่ น แล้วให้ผลการประเมิน “ผ่าน”
ในชอ่ งผ่านเกณฑ์การประเมนิ
4. อัตราสว่ นคะแนน
การกาหนดสัดส่วนการวัดผลระหว่างเรยี นกับการวดั ปลายภาคเรียน ดังนี้
อัตราส่วนคะแนน ชว่ งชนั้ ที่ 4 ( ม.4 – ม.6 )
อัตราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค
80 : 20
10. แบบบนั ทกึ การวิเคราะห์ผเู้ รียน
ความพร้อม ความพร้อม ความพรอ้ ม ความพร้อม
เลข ชือ่ -สกุล ด้านความรู้ ดา้ นพฤติกรรม ด้านสขุ ภาพ ด้านสังคม
ท่ี
ดี ปาน ปรบั ดี ปาน ปรบั ปกติ ปรบั ดี ปาน ปรับ
กลาง ปรุง กลาง ปรุง ปรงุ กลาง ปรงุ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5/1
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
ความพรอ้ ม ความพรอ้ ม ความพร้อม ความพร้อม
เลข ชื่อ-สกุล ด้านความรู้ ดา้ นพฤติกรรม ด้านสุขภาพ ด้านสังคม
ที่
ดี ปาน ปรบั ดี ปาน ปรบั ปกติ ปรบั ดี ปาน ปรับ
กลาง ปรงุ กลาง ปรงุ ปรงุ กลาง ปรงุ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5/2
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
ความพรอ้ ม ความพร้อม ความพรอ้ ม ความพร้อม
เลข ช่ือ-สกุล ดา้ นความรู้ ด้านพฤติกรรม ดา้ นสุขภาพ ด้านสังคม
ที่
ดี ปาน ปรับ ดี ปาน ปรับ ปกติ ปรับ ดี ปาน ปรับ
กลาง ปรุง กลาง ปรงุ ปรุง กลาง ปรุง
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/3
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
ความพรอ้ ม ความพร้อม ความพรอ้ ม ความพรอ้ ม
เลข ช่อื -สกุล ด้านความรู้ ด้านพฤตกิ รรม ด้านสขุ ภาพ ด้านสังคม
ที่
ดี ปาน ปรบั ดี ปาน ปรบั ปกติ ปรับ ดี ปาน ปรับ
กลาง ปรงุ กลาง ปรงุ ปรงุ กลาง ปรงุ
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5/4
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
แผนการจดั การเรียนรู้
วชิ าพลศึกษา พ32101 (กฬี าเทเบลิ เทนนิส)
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1
วชิ าพลศึกษา (พ32101) ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ชื่อหน่วย ประวตั ิความเป็นมา จานวน 1 ชั่วโมง
เรอ่ื งย่อยท่ี 1 เร่อื ง ข้อตกลงและประวตั ิความเป็ นมา เวลา 1 ชั่วโมง
*********************************************
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคลอ่ื นไหวการออกกาลงั กาย เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.2 : รักการออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกฬี า ปฏิบัตเิ ปน็ ประจาอย่าง
สมา่ เสมอ มีวินัย เคารพสทิ ธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวญิ ญาณในการแขง่ ขนั และชืน่ ชมในสนุ ทรียภาพ
ของการกีฬา
สาระสาคัญ
กฎ กติกา ข้อตกลงในการเรียนการสอนวิชา เทเบลิ เทนนสิ พ 32101 ซง่ึ นกั เรียนควรได้รบั รู้
เก่ียวกบั ระเบียบข้อตกลง ผลการเรียนรู้ การวัดและการประเมินผล รวมถงึ ไดท้ ราบประวตั คิ วามเป็นมา
ประโยชน์ และมารยาทของผู้เลน่ และผชู้ มที่ดี เพ่ือนาไปสูก่ ารประพฤติ ปฏบิ ัติตนในตลอดภาคเรยี น
ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิ กฎ กตกิ า กลวธิ ตี ่างๆ ในระหว่างการเล่น การแขง่ ขนั กฬี ากับผอู้ ่ืน
และนาไปสรปุ เปน็ แนวปฏิบตั ิและใช้ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
2. แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเลน่ และการแข่งขันกีฬา ด้วยความมนี ้าใจนักกีฬา และ
นาไปใช้ปฏิบตั ิทุกโอกาส จนเป็นบคุ ลิกภาพทีด่ ี
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ ( K ; Knowledge) :
1. ซกั ถามเกย่ี วกับข้อตกลงในการเรียนการสอน วิชาพลศึกษา เทเบลิ เทนนสิ พ 32101
2. ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝกึ หัดที่ 1 เร่ือง ประวตั ิของกฬี าเทเบิลเทนนิส มารยาทของผู้เลน่ ท่ีดี มารยาทของ
ผู้ชมท่ีดี และประโยชน์ของกีฬาเทเบิลเทนนิส
3. ครตู ้งั คาถามเก่ยี วกับเรอื่ งท่นี ักเรยี นนาเสนอ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P ; Process ) :
1. สังเกตการนาเสนอรายงาน อภปิ รายหน้าชน้ั เรยี น
2. ประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน
3. สังเกตจากการมสี ่วนร่วมจากการตอบคาถาม
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A ; Attitude ) :
1. สังเกตพฤติกรรมทแี่ สดงออกทางด้านเจตคติ และคุณลักษณะท่ดี ีในชนั้ เรียนไดแ้ ก่ การตรงตอ่ เวลา
ความรับผิดชอบ การมีน้าใจ
2. สงั เกตจากการทางานเป็นกลุ่ม ความรบั ผิดชอบ การแบง่ หนา้ ท่ใี นการทางาน การรบั ฟงั ความคดิ เห็น
ของเพอ่ื น ความเป็นประชาธปิ ไตย
สาระการเรียนรู/้ เนื้อหา
1. ประวตั ิความเป็นมาของกีฬาเทเบิลเทนนสิ
2. ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของกีฬาเทเบิลเทนนสิ
3. มารยาทของผเู้ ลน่ และผชู้ มที่ดีของกีฬาเทเบลิ เทนนสิ
4. การแต่งการของการเลน่ ของกีฬาเทเบลิ เทนนิส
กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ข้นั นา / ขัน้ เตรยี ม ( 5 นาที )
1.1 นกั เรียนเขา้ แถวตอน กลุ่มละ 5 คน 8-9 แถว สารวจรายชอ่ื สขุ ภาพ และเครอื่ งแต่งกาย ของ
นกั เรียนทกุ คน
ครู นักเรียน
1.2 ครแู จง้ หน่วยการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ กั เรียนทราบ
2. ขั้นสอน ( 10 – 15 นาที )
2.1 ครูกล่าวถงึ ประวัติความเปน็ มา พัฒนาการของกีฬาเทเบิลเทนนิสในแตล่ ะยุค
2.2 ครูกลา่ วถึงประโยชน์ของการเล่นกีฬาเทเบลิ เทนนสิ
2.3 ครกู ลา่ วถึงมารยาทของผเู้ ลน่ และผชู้ มท่ีดี
3. ขั้นนาไปใช้ ( 8 – 10 นาที )
ครใู ห้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี นเร่ือง ประวตั ิความเป็นมา ประโยชน์ของกีฬาเท
เบิลเทนนสิ และมารยาทของผเู้ ล่นและผู้ชมทด่ี ี
4 ขั้นสรุป ( 3 – 5 นาที )
4.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ ราย สรปุ เรือ่ งประวัตคิ วามเปน็ มา ประโยชนข์ องกีฬาเท
เบลิ เทนนสิ และมารยาทของผู้เลน่ และผูช้ มทด่ี ี
4.2 ใหน้ ักเรยี นไปศกึ ษาเพิ่มเตมิ เรือ่ ง การจบั ไม้และการเล่นลกู หนา้ มือ เพอ่ื เตรียมพร้อม
ในการเรียนคาบถัดไป
สอ่ื -แหล่งเรียนรู้
1. ส่ือสิง่ พิมพ์ เช่น แผ่นพบั วารสารทเี่ ก่ียวกับการออกกาลังกาย กีฬาเทเบลิ เทนนิส
2. เว็บไซนเ์ กี่ยวกับกฎ กตกิ า กีฬาเทเบลิ เทนนิส
3. ห้องสมดุ โรงเรยี นสิเกาประชาผดุงวทิ ย์
สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด
นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ จดจาท่าทางการเคล่ือนไหวเทเบิลเทนนสิ ต่างๆ และสามารถ
นาไปใช้ได้อยา่ งถูกต้อง
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
นักเรียนอธิบาย แนะนาทักษะกีฬาเทเบิลเทนนสิ ใหผ้ อู้ น่ื เข้าใจได้อยา่ งถูกต้อง และสามารถ
สอนทักษะกฬี าเทเบิลเทนนสิ ให้แกผ่ ู้อื่นได้อย่างถูกต้อง
3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา
นกั เรยี นรู้จักแกไ้ ขปญั หา ดัดแปลง ทักษะเทเบลิ เทนนสิ ไปใชใ้ นทักษะอยา่ งอน่ื ได้อยา่ ง
สมบรู ณ์แบบ
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
นักเรียนนาความรทู้ างดา้ นทักษะกีฬาเทเบิลเทนนสิ ไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ย่างถกู ต้อง
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
นักเรยี นมคี วามสามารถในการสืบคน้ หาขอ้ มลู ใน goggle ตามทีค่ รูมอบหมายได้
บรู ณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประเด็น 3 หว่ ง หลกั ความมีเหตุผล หลักการมภี มู คิ ุ้มกันใน
หลักความพอประมาณ ตวั ทด่ี ี
1. เนื้อหา/สาระที่สอน ค้นหาข้อมูลประวัติกีฬา รจู้ กั ประยกุ ตใ์ ชท้ ักษะเท รู้จักฝึกฝน ออกกาลัง
เทเบิลเทนนิสในเว็บไซน์ เบิลเทนนสิ การ กายตลอด สามารถทา
ออนไลน์ โดยที่ไม่ต้องมี เคล่อื นไหวใน ให้สุขภาพแข็งแรง ไม่
คา่ ใชจ้ า่ ยคา่ หนงั สือ เจ็บไข้ป่วย มีภูมิคุ้มกันที่
ชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ ง ดี
เหมาะสม
2. เวลา ---
3. กจิ กรรมการเรียน - ใช้เหตุผล ความคิด การ -
การสอน ทาความเข้าใจเพื่อท่ีจะ
ส่ือสารให้เพื่อนๆ ได้รับรู้
เข้าใจ
4. สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ ใช้กระดาษเหลือใช้ หรือ - -
กระดาษหน้าเดยี วในการ
นากลับมาใช้ใหม่ในการ
นาเสนอหนา้ ชัน้ เรียน
5. การวัดผล - - สังเกตการณ์ปฏิบัติ -
ประเมนิ ผล ทักษะเทเบลิ เทนนสิ และ
การนาไปใช้
- สงั เกตการณ์เขา้ ร่วม
กจิ กรรมตาม
กระบวนการกล่มุ
เงื่อนไขความรู้ = อธบิ ายและปฏิบตั ิเกยี่ วกับสิทธิ กฎ กติกา กลวธิ ตี ่างๆ ในระหว่างการเล่น การแขง่ ขนั
กฬี ากับผอู้ ่นื และนาไปสรุปเป็นแนวปฏิบตั ิและใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อยา่ งต่อเนื่อง
เงื่อนไขคณุ ธรรม = แสดงออกทางด้านเจตคติ และคณุ ลักษณะทด่ี ีในชัน้ เรียนไดแ้ ก่ การตรงต่อเวลา ความ
รับผิดชอบ การมีนา้ ใจ
จุดเนน้ สูก่ ารพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสนเทศ และรูเ้ ทา่ ทนั สอ่ื (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะดา้ นชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยุน่ และการปรับตัว
การริเริม่ สรา้ งสรรค์และการเป็นตัวของตัวเอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวฒั นธรรม
การเปน็ ผสู้ รา้ งหรอื ผู้ผลิต และความรับผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผู้นาและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสาหรับศตวรรษท่ี 21
คณุ ลกั ษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผู้นา
คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อนื่ ความซื่อสัตย์ สานึกพลเมือง
การวัดผลประเมินผลการเรยี นรู้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวัด เคร่อื งมอื วดั เกณฑ์การผา่ น
ดา้ นความรู้ วัดความรูค้ วามเขา้ ใจ ประวัติ แบบทดสอบ เกณฑ์การประเมินผลการ
( K ; Knowledge) ความเป็นมา ประโยชน์ ทดสอบก่อนเรยี นและหลัง
มารยาทการเล่น และการดู เรยี น
กีฬาเทเบลิ เทนนิส ทาได้ 8 - 10 คะแนน
เกณฑ์ ดมี าก
ทาได้ 6 - 7 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 4 - 5 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 3 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรบั ปรุง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ สังเกตการณป์ ฏบิ ัตทิ ักษะเท แบบสงั เกตการณ์ การวดั และประเมนิ ผลดา้ น
(P ; Process ) เบิลเทนนิส และการนาไปใช้ รายงานผล ทกั ษะกระบวนการ การปฏบิ ัติ
การคิดเชงิ ระบบ การคิดอยา่ ง
ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ สงั เกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม มวี ิจารณญาณ
ประสงค์ ตามกระบวนการกลุ่ม 1. สงั เกตการณน์ าเสนอ
( A ; Attitude ) รายงานผลสรุปหนา้ ชนั้ เรียน
2. ประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน
3. สงั เกตจากการมสี ว่ นรว่ ม
จากการปฎบิ ัติกิจกรรม
เกณฑ์การประเมนิ
คา่ คะแนน 3 หมายถึง
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถงึ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ปานกลาง
คา่ คะแนน 1 หมายถึง
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ควรปรบั ปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรับปรงุ
แบบสงั เกตการณ์เข้า การวดั และประเมนิ ผลด้าน
ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
และลักษณะอนั พึงประสงค์
จากพฤติกรรมการแสดงออก
ความรู้สกึ และการปฏิบัติตน
ในการร่วมกจิ กรรมการเรียนรู้
1.สงั เกตจากการทางานเปน็
กล่มุ ความรบั ผดิ ชอบ การ
แข่งหน้าที่ ในการทางานการ
รับฟงั ความคดิ เห็น การทางาน
ที่ได้รับมอบหมาย ความเปน็
ประชาธปิ ไตย
2.สังเกตพฤตกิ รรม การตรง
ตอ่ เวลา ความรบั ผดิ ชอบ
ความต้ังใจเรียน ความอดทน
ความรว่ มมอื
เกณฑ์การประเมนิ
ค่าคะแนน 3 หมายถึง
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถึง
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ปานกลาง
คา่ คะแนน 1 หมายถงึ
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ควรปรบั ปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดมี าก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ตอ้ งปรบั ปรุง
บนั ทึกผลหลงั สอน แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1
ผลการเรยี นรู้
1. กจิ กรรมการเรยี นการสอนทกี่ าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นกจิ กรรมทเี่ หมาะสมกบั วัยของผ้เู รยี น
และเหมาะสมกบั สาระการเรยี นรู้ สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
ไดต้ ามเวลาท่กี าหนดทกุ กจิ กรรม
ไม่ทันตามเวลาทีก่ าหนดในกิจกรรม เนือ่ งจาก...............................................................................
2. การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนคร้งั นี้ นักเรยี นทกุ คนได้รว่ มกิจกรรมและเรยี นร้อู ย่างมคี วามสุข
3. กจิ กรรมช่วยให้ผู้เรยี นมีความรู้ความเขา้ ใจตรงตามสาระการเรยี นรู้ เกดิ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และมี
ทกั ษะกระบวนการตามทจ่ี ดุ ประสงคก์ าหนด
4. ส่ือการเรยี นการสอนท่กี าหนดในแผนการจดั การเรียนรู้ ไดใ้ ช้สอ่ื หลายอย่าง เปน็ ส่อื ท่เี หมาะสมกบั วัย
ผ้เู รยี น สอดคล้องกบั เนือ้ หา สามรถใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม ชว่ ยให้ผู้เรยี น
เรยี นรู้อยา่ งสนุกสนานและเข้าใจบทเรยี นได้เรว็ ยิง่ ขนึ้
5. การวัดผลประเมนิ ผล ในการจัดการเรียนการสอนคร้ังน้ี ครอบคลุมพฤติกรรมตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ทกี่ าหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการวดั ผลและประเมินผลสรปุ ได้ ดงั น้ี :-
5.1 ด้านความรูค้ วามเข้าใจ (A)
นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ข้อท่ี .............
นักเรียนที่ผ่านจดุ ประสงค์ตามเกณฑ์ร้อยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คดิ เปน็ ร้อยละ..................................
- นักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นจดุ ประสงค์ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คดิ เปน็ รอ้ ยละ
และไดด้ าเนนิ การแก้ปญั หา คอื
สอนเสริม มอบงานใหท้ าเพ่มิ เตมิ ทารายงาน อ่นื ๆ................
5.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
นักเรยี นที่ผา่ นทักษะกระบวนการตามเกณฑร์ ้อยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คิดเปน็ รอ้ ยละ..................................
- นักเรียนที่ไม่ผา่ นทกั ษะกระบวนการ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คิดเปน็ ร้อยละ
และได้ดาเนินการแก้ปัญหา คอื ............................................................................
5.3 ด้านคา่ นิยม (A)
- นกั เรียนทีม่ ีค่านยิ มตามเกณฑร์ อ้ ยละ จานวน............คน
เลขที่ ........................................... คดิ เปน็ ร้อยละ ......................................
- นักเรียนทตี่ อ้ งปรับเปลี่ยนคา่ นยิ ม จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คดิ เปน็ รอ้ ยละ .......................................
และไดด้ าเนินการปรับเปลี่ยนคา่ นิยม (แจงรายละเอียด ของการปรับเปลย่ี นค่านิยม คอื
......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แนวทางการแก้ไขปัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ ....................................................ครผู สู้ อน
(นายสิรวิ ฒุ ิ ชสู วุ รรณ)
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2
วิชาพลศกึ ษา (พ32101) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ชื่อหน่วย ทกั ษะ จานวน 13 ชั่วโมง
เรอื่ งย่อยท่ี 1 เรอื่ ง การเล่นลูกหน้ามือ (การเดาะ) เวลา 1 ชั่วโมง
*********************************************
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหวการออกกาลงั กาย เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 : เขา้ ใจมีทักษะ การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.2 : รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเลน่ กฬี า ปฏบิ ตั เิ ป็นประจาอย่าง
สม่าเสมอ มวี ินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขง่ ขนั และช่นื ชมในสนุ ทรยี ภาพ
ของการกีฬา
สาระสาคญั
การจบั ไม้เทเบลิ เทนนสิ น้ันมหี ลายรูปแบบ ซงึ่ แต่ละแบบจะช่วยให้ผ้เู รียนตีลกู ไดอ้ ย่างแม่นยา แน่นอน
และสามารถควบคมุ การเล่นได้ตามความถนดั โดยการนาทักษะการทรงตัว การเคล่อื นไหวและเคลื่อนที่มา
ปรบั ใช้เพอ่ื ฝึกทกั ษะ
ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้
1. วิเคราะห์ความคดิ รวบยอดเกี่ยวกับการเคลือ่ นไหวรูปแบบต่างๆ ในการเลน่ กฬี า
2. แสดงการเคล่อื นไหวได้อย่างสร้างสรรค์
3. รว่ มกิจกรรมทางกายและเล่นกีฬาอย่างมีความสุข ชนื่ ชมในคุณคา่ และความงามของการกีฬา
จุดประสงค์การเรียนรู้
ดา้ นความรู้ ( K ; Knowledge) :
- ซกั ถามเกีย่ วกบั ข้อตกลงในการเรียนการสอน วิชาพลศึกษา เทเบลิ เทนนสิ พ 32101
- ให้นักเรียนทาแบบฝกึ หัดท่ี 2 เร่ือง การเลน่ ลกู หนา้ มอื
- ครูตงั้ คาถามเกีย่ วกบั เรื่องท่ีนักเรยี นนาเสนอ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P ; Process ) :
- สังเกตการปฏบิ ัตทิ ักษะเทเบิลเทนนิส
- ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติทักษะเทเบิลเทนนิส
- สังเกตจากการมสี ่วนร่วม การใหค้ วามสนใจในระหว่างปฏบิ ัติทักษะ
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( A ; Attitude ) :
- สงั เกตพฤติกรรมที่แสดงออกทางด้านเจตคติ และคุณลักษณะที่ดใี นช้ันเรียนไดแ้ ก่ การตรงตอ่ เวลา
ความรับผดิ ชอบ การมีนา้ ใจ
- สงั เกตจากการทางานเป็นกลุ่ม ความรับผดิ ชอบ การแบ่งหน้าทใ่ี นการทางาน การรบั ฟังความคิดเหน็
ของเพือ่ น ความเป็นประชาธิปไตย
สาระการเรยี นร/ู้ เนอ้ื หา
1. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิการเล่นลูกหน้ามือได้ถูกต้อง
2. นกั เรียนสามารถอธิบายขน้ั ตอนการเล่นลูกหนา้ มือได้ถกู ต้อง
3. นักเรียนให้ความสนใจและความกระตือรือรน้ ในการเรียนทักษะการเลน่ ลกู หนา้ มอื
4. นักเรียนสามารถนาความร้ทู ่เี รียนไปถา่ ยทอดใหผ้ ู้อนื่ ได้
กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนา / ขั้นเตรยี ม ( 5 นาที )
1.1 นกั เรยี นเขา้ แถวตอน กล่มุ ละ 5 คน 8-9 แถว สารวจรายช่ือ สุขภาพ และเครื่องแตง่ กาย ของ
นักเรียนทุกคน
ครู นักเรียน
1.2 ครแู จง้ หน่วยการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรใู้ หน้ ักเรียนทราบ
ขั้นสอน ( 8 - 10 นาที )
2.1 ครกู ลา่ วถึง ทักษะการจับไมแ้ บบต่างๆ
2.2 ครูกล่าวถึง ทักษะการเล่นลูกหนา้ มือ
ขน้ั ฝึกปฏิบตั ิ ( 10 - 15 นาที )
3.1 ครใู หน้ กั เรยี นปฏบิ ัติทักษะการจบั ไมแ้ บบต่างๆ
3.1.1 ปฏบิ ัติทกั ษะการจับไม้แบบจับมอื
3.1.2 ปฏบิ ตั ทิ ักษะการจบั ไม้แบบจบั ปากกา
3.2 ครูใหน้ ักเรียนปฏิบัติทักษะการเลน่ ลูกหน้ามอื
3.2.1 ให้นกั เรียนทุกคนยนื ในท่าเตรียม จากนนั้ ใหป้ ฏบิ ัตทิ ักษะโดยการโยนลกู
และเลน่ ทักษะลูกหนา้ มือ 1 ครง้ั จบั
3.2.2 ใหน้ กั เรยี นทกุ คนยืนในท่าเตรียม จากนั้นใหป้ ฏิบตั ิทักษะโดยการโยนลูก
และเลน่ ทกั ษะลูกหนา้ มือ 2 ครั้งจบั และค่อยๆเพิม่ จานวนข้ึนเรอื่ ยๆ
3.2.3 ให้นกั เรียนทกุ คนยืนในท่าเตรียม จากนน้ั ใหป้ ฏบิ ัติทักษะโดยการโยนลกู
และเลน่ ทักษะลูกหน้ามือ จนกวา่ ลกู จะตกพื้น
3.2.4 ใหน้ ักเรียนแยกกนั ปฏบิ ัติ โดยจับเปน็ คใู่ ห้นักเรยี นท่ีมีทักษะดีเปน็ ผูส้ อน
นกั เรียนทีป่ ฏบิ ัติทักษะไม่ได้
ขั้นนาไปใช้ ( 10 – 15 นาที )
4.1 ครูใหน้ กั เรยี นแยกย้ายไปฝึกปฏบิ ัติ เพือ่ ฝึกทักษะการเลน่ ลูกหน้ามือใหเ้ กดิ ความชานาญ
4.2 จับกลมุ่ นักเรียนกลุ่มละ 10 คน จากนั้นครสู ่มุ ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มออกมาแขง่ ขนั การเล่น
ลูกหนา้ มอื กลุ่มใดเลน่ ลกู หน้ามือไดน้ านท่สี ดุ เป็นกลุ่มท่ีชนะ
ขน้ั สรุป ( 3 – 5 นาที )
5.1 ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปว่ากลมุ่ ใดเป็นกลุ่มทชี่ นะ และปรบมือให้กลมุ่ ทช่ี นะ กลุ่ม
แพ้ให้เตน้
5.2 ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปราย สรปุ เรอ่ื งการจับไม้แบบตา่ งๆ และทกั ษะการเลน่ ลกู
หนา้ มอื
5.3 ให้นกั เรยี นไปศึกษาเพิ่มเติมเรอ่ื ง การเลน่ ลูกหลังมือ เพื่อเตรียมพร้อมในการเรยี น
คาบถดั ไป
สอ่ื -แหล่งเรียนรู้
1. สื่อสง่ิ พิมพ์ เช่น แผน่ พบั วารสารท่ีเกี่ยวกบั การออกกาลังกาย กีฬาเทเบิลเทนนสิ
2. เวบ็ ไซน์เกย่ี วกับกฎ กตกิ า กฬี าเทเบลิ เทนนสิ
3. หอ้ งสมุดโรงเรยี นสเิ กาประชาผดุงวิทย์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด
นกั เรียนสามารถวิเคราะห์ จดจาท่าทางการเคล่ือนไหวเทเบิลเทนนิสต่างๆ และสามารถ
นาไปใช้ได้อยา่ งถูกต้อง
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
นักเรยี นอธบิ าย แนะนาทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนิสให้ผอู้ นื่ เข้าใจได้อย่างถูกต้อง และสามารถ
สอนทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ใหแ้ ก่ผอู้ ่ืนได้อยา่ งถูกต้อง
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
นักเรียนรู้จกั แกไ้ ขปญั หา ดดั แปลง ทักษะเทเบิลเทนนิสไปใชใ้ นทกั ษะอยา่ งอ่ืนได้อย่าง
สมบรู ณแ์ บบ
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
นกั เรียนนาความร้ทู างด้านทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนิสไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
นักเรยี นมคี วามสามารถในการสบื ค้นหาขอ้ มูลใน goggle ตามท่ีครมู อบหมายได้
จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทักษะศตวรรษท่ี 21
การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสนเทศ และรเู้ ท่าทนั ส่ือ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยดื หยุน่ และการปรับตัว
การรเิ ริ่มสร้างสรรค์และการเปน็ ตัวของตัวเอง
ทกั ษะสังคม และสงั คมข้ามวัฒนธรรม
การเป็นผูส้ รา้ งหรือผผู้ ลติ และความรับผิดชอบเชื่อถือได้
ภาวะผู้นาและความรับผิดชอบ
คุณลักษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะด้านการทางาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผูน้ า
คณุ ลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การช้ีนาตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรู้ของตนเอง
คณุ ลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อนื่ ความซื่อสัตย์ สานึกพลเมือง
การวัดผลประเมินผลการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑ์การผ่าน
ดา้ นความรู้ วดั ความรคู้ วามเข้าใจ ประวตั ิ แบบทดสอบ เกณฑ์การประเมนิ ผลการ
( K ; Knowledge) ความเป็นมา ประโยชน์ ทดสอบก่อนเรียนและหลงั
มารยาทการเลน่ และการดู เรียน
กีฬาเทเบลิ เทนนสิ
ทาได้ 8 - 10 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 6 - 7 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 4 - 5 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 3 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรบั ปรงุ
ด้านทักษะ/กระบวนการ สังเกตการณป์ ฏิบตั ิทักษะเท แบบสงั เกตการณ์ การวัดและประเมินผลด้าน
(P ; Process ) เบลิ เทนนิส และการนาไปใช้ รายงานผล ทักษะกระบวนการ การปฏบิ ัติ
การคดิ เชงิ ระบบ การคิดอยา่ ง
มีวิจารณญาณ
1. สังเกตการณน์ าเสนอ
รายงานผลสรุปหน้าช้ันเรยี น
2. ประเมินผลการปฏบิ ัตงิ าน
3. สงั เกตจากการมีส่วนร่วม
จากการปฎิบัติกจิ กรรม
เกณฑ์การประเมนิ
คา่ คะแนน 3 หมายถึง
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถึง
ปฏิบตั ิกิจกรรม ปานกลาง
คา่ คะแนน 1 หมายถึง
ปฏิบัติกจิ กรรม ควรปรับปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ตอ้ งปรับปรุง
ดา้ นคณุ ลักษณะอันพงึ สงั เกตการณเ์ ขา้ ร่วมกจิ กรรม แบบสงั เกตการณเ์ ขา้ การวัดและประเมนิ ผลด้าน
ประสงค์ ตามกระบวนการกลุ่ม ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม
( A ; Attitude ) และลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
จากพฤตกิ รรมการแสดงออก
ความร้สู กึ และการปฏบิ ัติตน
ในการรว่ มกิจกรรมการเรียนรู้
1.สงั เกตจากการทางานเป็น
กลุม่ ความรบั ผิดชอบ การ
แขง่ หนา้ ที่ ในการทางานการ
รบั ฟังความคดิ เหน็ การทางาน
ที่ได้รบั มอบหมาย ความเปน็
ประชาธปิ ไตย
2.สงั เกตพฤติกรรม การตรง
ตอ่ เวลา ความรบั ผดิ ชอบ
ความต้งั ใจเรียน ความอดทน
ความร่วมมือ
เกณฑ์การประเมนิ
ค่าคะแนน 3 หมายถงึ
ปฏบิ ัติกจิ กรรม ดี
คา่ คะแนน 2 หมายถงึ
ปฏิบตั ิกิจกรรม ปานกลาง
ค่าคะแนน 1 หมายถงึ
ปฏิบตั กิ ิจกรรม ควรปรับปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดมี าก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรับปรงุ
บนั ทึกผลหลงั สอน แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2
ผลการเรยี นรู้
1. กจิ กรรมการเรยี นการสอนทกี่ าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นกจิ กรรมทเี่ หมาะสมกบั วัยของผ้เู รยี น
และเหมาะสมกบั สาระการเรยี นรู้ สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
ไดต้ ามเวลาท่กี าหนดทกุ กจิ กรรม
ไม่ทันตามเวลาทีก่ าหนดในกิจกรรม เนือ่ งจาก...............................................................................
2. การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนครั้งนี้ นักเรยี นทกุ คนได้รว่ มกิจกรรมและเรยี นร้อู ย่างมคี วามสุข
3. กจิ กรรมช่วยให้ผู้เรยี นมีความรคู้ วามเขา้ ใจตรงตามสาระการเรียนรู้ เกดิ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และมี
ทกั ษะกระบวนการตามทจ่ี ดุ ประสงคก์ าหนด
4. ส่ือการเรยี นการสอนท่กี าหนดในแผนการจดั การเรยี นรู้ ไดใ้ ช้สอื่ หลายอย่าง เปน็ ส่อื ทเี่ หมาะสมกบั วัย
ผ้เู รยี น สอดคล้องกบั เนือ้ หา สามรถใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม ชว่ ยให้ผู้เรยี น
เรยี นรู้อยา่ งสนุกสนานและเข้าใจบทเรยี นไดเ้ รว็ ยงิ่ ขนึ้
5. การวัดผลประเมนิ ผล ในการจัดการเรียนการสอนคร้งั น้ี ครอบคลมุ พฤตกิ รรมตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ทกี่ าหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการวดั ผลและประเมินผลสรปุ ได้ ดงั น้ี :-
5.1 ด้านความรูค้ วามเข้าใจ (A)
นักเรียนผ่านจุดประสงค์การเรยี นรู้ข้อท่ี .............
นักเรียนที่ผ่านจดุ ประสงค์ตามเกณฑ์รอ้ ยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คิดเป็นรอ้ ยละ..................................
- นักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นจดุ ประสงค์ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คดิ เปน็ รอ้ ยละ
และไดด้ าเนนิ การแก้ปญั หา คอื
สอนเสริม มอบงานใหท้ าเพ่มิ เตมิ ทารายงาน อ่นื ๆ................
5.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
นักเรยี นที่ผา่ นทักษะกระบวนการตามเกณฑร์ อ้ ยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คิดเปน็ รอ้ ยละ..................................
- นักเรียนที่ไม่ผา่ นทกั ษะกระบวนการ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คดิ เป็นรอ้ ยละ
และได้ดาเนินการแก้ปัญหา คอื ............................................................................
5.3 ด้านคา่ นิยม (A)
- นกั เรียนทีม่ ีค่านยิ มตามเกณฑร์ อ้ ยละ จานวน............คน
เลขที่ ........................................... คดิ เป็นรอ้ ยละ ......................................
- นักเรียนทตี่ อ้ งปรับเปลี่ยนคา่ นยิ ม จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คิดเป็นร้อยละ .......................................
และไดด้ าเนินการปรับเปลี่ยนคา่ นิยม (แจงรายละเอียด ของการปรบั เปลย่ี นค่านิยม คอื
......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แนวทางการแก้ไขปัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ ....................................................ครผู สู้ อน
(นายสริ วิ ฒุ ิ ชสู วุ รรณ)
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3
วชิ าพลศกึ ษา (พ32101) ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ช่ือหน่วย ทักษะ จานวน 13 ช่วั โมง
เรอื่ งย่อยที่ 2 เรื่อง การเล่นลูกหลงั มือ (การเดาะ) เวลา 1 ช่ัวโมง
*********************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหวการออกกาลังกาย เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 : เขา้ ใจมีทักษะ การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกฬี าสากล
มาตรฐาน พ 3.2 : รกั การออกกาลังกาย การเลน่ เกม และการเล่นกฬี า ปฏบิ ตั ิเปน็ ประจาอย่าง
สม่าเสมอ มวี นิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กตกิ า มนี ้าใจนักกฬี า มีจิตวญิ ญาณในการแขง่ ขนั และชนื่ ชมในสนุ ทรียภาพ
ของการกีฬา
สาระสาคญั
ทักษะการเดาะ เปน็ ทกั ษะขน้ั พนื้ ฐานทีส่ าคญั ในการเลน่ กีฬาเทเบลิ เทนนิส ซึ่งการเดาะจะเป็นการฝึก
ปฏบิ ตั เิ บอื้ งตน้ ท่ีเหมาะสม เพ่ือชว่ ยในการเสริมสรา้ งทักษะพืน้ ฐานนาไปสู่การฝึกปฏิบัตทิ ักษะขน้ั ต่อไปได้อย่าง
ดี
ตวั ช้วี ดั /ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะห์ความคิดรวบยอดเกย่ี วกบั การเคล่ือนไหวรปู แบบตา่ งๆ ในการเล่นกฬี า
2. แสดงการเคลอ่ื นไหวได้อย่างสรา้ งสรรค์
3. ร่วมกจิ กรรมทางกายและเล่นกฬี าอย่างมีความสุข ชนื่ ชมในคณุ คา่ และความงามของการกีฬา
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ ( K ; Knowledge) :
- ซกั ถามเกยี่ วกบั ข้อตกลงในการเรยี นการสอน วชิ าพลศึกษา เทเบิลเทนนสิ พ 32101
- ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัดท่ี 3 เร่ือง การเลน่ ลูกหลังมอื
- ครตู ้ังคาถามเกี่ยวกับเร่อื งที่นกั เรยี นนาเสนอ
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P ; Process ) :
- สังเกตการปฏิบตั ทิ ักษะเทเบิลเทนนสิ
- ประเมนิ ผลการปฏบิ ัตทิ ักษะเทเบลิ เทนนิส
- สังเกตจากการมีสว่ นรว่ ม การให้ความสนใจในระหว่างปฏบิ ัตทิ ักษะ
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ( A ; Attitude ) :
- สงั เกตพฤติกรรมที่แสดงออกทางดา้ นเจตคติ และคณุ ลักษณะทด่ี ีในช้นั เรยี นไดแ้ ก่ การตรงต่อเวลา
ความรบั ผิดชอบ การมีนา้ ใจ
- สังเกตจากการทางานเป็นกลุ่ม ความรับผดิ ชอบ การแบ่งหน้าท่ใี นการทางาน การรบั ฟังความคิดเหน็
ของเพือ่ น ความเปน็ ประชาธิปไตย
สาระการเรียนร้/ู เนอื้ หา
1. นักเรยี นสามารถปฏบิ ัตกิ ารเลน่ ลูกหลงั มอื ได้ถูกตอ้ ง
2. นกั เรียนสามารถอธบิ ายขัน้ ตอนการเลน่ ลกู หลงั มือได้ถูกต้อง
3. นักเรียนใหค้ วามสนใจและความกระตือรือร้นในการเรียนทักษะการเล่นลูกหลังมือ
4. นักเรียนสามารถนาความรู้ที่เรยี นไปถ่ายทอดใหผ้ ู้อ่นื ได้
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นา / ข้ันเตรียม ( 5 นาที )
1.1 นกั เรียนเขา้ แถวตอน กลุ่มละ 5 คน 8-9 แถว สารวจรายชื่อ สขุ ภาพ และเครอื่ งแตง่ กาย ของ
นักเรียนทกุ คน
ครู นักเรียน
1.3 ครแู จง้ หน่วยการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรยี นรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
ข้ันสอน ( 8 - 10 นาที )
2.1 ครกู ล่าวถึง ทักษะการเล่นลูกหลงั มือ
ขน้ั ฝึกปฏิบัติ ( 10 - 15 นาที )
3.1 ครใู หน้ ักเรยี นปฏบิ ัติทักษะการเลน่ ลกู หลังมือ แบบอยกู่ ับที่
3.1.1 ใหน้ กั เรยี นทกุ คนยนื ในท่าเตรียม จากนัน้ ให้ปฏิบตั ทิ ักษะโดยการเดาะลกู เท
เบลิ เทนนิส 1 โยน 5 ครัง้
3.1.2 ให้นกั เรียนทุกคนยืนในทา่ เตรียม จากนน้ั ใหป้ ฏิบตั ทิ ักษะโดยการเดาะลกู เท
เบิลเทนนสิ 2 โยน 5 ครั้ง
3.1.3 ให้นกั เรยี นทกุ คนยืนในท่าเตรียม จากนัน้ ให้ปฏบิ ัติทักษะโดยการโยนลกู และ
เดาะลกู เทเบิลเทนนสิ จนกว่าลูกจะตกพ้ืน
3.1.4 ใหน้ กั เรยี นแยกกันปฏิบัติ โดยจบั เป็นค่ใู หน้ ักเรยี นท่ีมีทกั ษะดเี ป็นผูส้ อน
นักเรยี นทป่ี ฏบิ ตั ทิ ักษะไม่ได้
3.2 ครใู ห้นกั เรียนปฏิบตั ิทักษะการเดาะลูกหลงั มือเคล่อื นที่ไปข้างหน้าเปน็ รายบุคคล
3.2.1 ใหน้ ักเรยี นปฏบิ ตั ิทักษะการเดาะลูกหลังมอื เคลื่อนที่ไปขา้ งหนา้ 3 เมตร
3.2.2 ให้นักเรียนปฏิบัตทิ ักษะการเดาะลูกหลงั มือเคลื่อนที่ไปขา้ งหน้า 6 เมตร
ขัน้ นาไปใช้ ( 10 – 15 นาที )
แบง่ กลุ่มนักเรยี นกลุ่มละ 10 คน จากนน้ั ใหน้ กั เรียนยืนหลงั กรวยทีจ่ ดุ เรมิ่ ตน้ ใหน้ กั เรียน แต่
ละกลุม่ ใช้ทักษะการเลน่ ลกู หลังมือเดนิ ไปจนถงึ เส้นชยั ที่มกี รวยอยู่ ระยะทาง 3 เมตร จนครบจานวน
สมาชิกในกลมุ่ ทกุ คน กลมุ่ ใดสมาชิกถึงเสน้ ชัยครบก่อน เป็นกลุ่มท่ีชนะ
เส้นชัย
ครู
3 เมตร
จุดเริม่ ต้น
นักเรยี น ครู
ขน้ั สรปุ ( 3 – 5 นาที )
5.1 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปว่ากลุ่มใดเป็นกลุ่มที่ชนะ และปรบมือใหก้ ลุ่มท่ชี นะ และ
ใหก้ ลุ่มทแ่ี พ้เต้น
5.2 ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภิปราย สรุปเร่อื งการเลน่ ลูกหลังมอื และใหน้ กั เรียนไปศึกษา
เพม่ิ เติมเร่อื ง การเล่นสลับลูกหน้าหลัง เพ่อื เตรียมพร้อมในการเรยี นคาบถดั ไป
สอ่ื -แหล่งเรียนรู้
1. สื่อสิง่ พิมพ์ เช่น แผน่ พับ วารสารทีเ่ กยี่ วกับการออกกาลังกาย กีฬาเทเบลิ เทนนสิ
2. เวบ็ ไซนเ์ กีย่ วกบั กฎ กตกิ า กีฬาเทเบลิ เทนนิส
3. หอ้ งสมดุ โรงเรียนสิเกาประชาผดงุ วิทย์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด
นักเรยี นสามารถวเิ คราะห์ จดจาทา่ ทางการเคล่ือนไหวเทเบิลเทนนิสต่างๆ และสามารถ
นาไปใชไ้ ด้อยา่ งถกู ต้อง
2. ความสามารถในการส่อื สาร
นักเรียนอธบิ าย แนะนาทักษะกีฬาเทเบิลเทนนสิ ใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจได้อย่างถูกต้อง และสามารถ
สอนทกั ษะกฬี าเทเบิลเทนนิสให้แก่ผู้อน่ื ได้อย่างถูกต้อง
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
นกั เรียนร้จู ักแก้ไขปัญหา ดดั แปลง ทักษะเทเบิลเทนนสิ ไปใช้ในทักษะอย่างอน่ื ได้อย่าง
สมบูรณ์แบบ
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
นกั เรยี นนาความรู้ทางด้านทักษะกีฬาเทเบิลเทนนิสไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งถกู ต้อง
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
นักเรยี นมีความสามารถในการสืบค้นหาขอ้ มลู ใน goggle ตามที่ครูมอบหมายได้
จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี น ทักษะศตวรรษท่ี 21
การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะดา้ นการส่ือสารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสือ่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยนุ่ และการปรับตวั
การริเรม่ิ สร้างสรรค์และการเปน็ ตัวของตวั เอง
ทกั ษะสงั คม และสงั คมขา้ มวัฒนธรรม
การเปน็ ผ้สู ร้างหรอื ผผู้ ลติ และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผนู้ าและความรบั ผิดชอบ
คุณลกั ษณะสาหรบั ศตวรรษท่ี 21
คณุ ลกั ษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นา
คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นาตนเอง การตรวจสอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
คุณลักษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อ่ืน ความซื่อสัตย์ สานกึ พลเมือง
การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารผา่ น
ด้านความรู้ วดั ความรูค้ วามเขา้ ใจ ประวตั ิ แบบทดสอบ เกณฑ์การประเมินผลการ
( K ; Knowledge) ความเปน็ มา ประโยชน์
มารยาทการเล่น และการดู แบบสงั เกตการณ์ ทดสอบก่อนเรยี นและหลัง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ กฬี าเทเบิลเทนนสิ รายงานผล
(P ; Process ) เรยี น
สงั เกตการณป์ ฏบิ ัตทิ กั ษะเท
เบิลเทนนสิ และการนาไปใช้ ทาได้ 8 - 10 คะแนน
เกณฑ์ ดมี าก
ทาได้ 6 - 7 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 4 - 5 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 3 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรบั ปรงุ
การวัดและประเมินผลด้าน
ทักษะกระบวนการ การปฏิบตั ิ
การคิดเชงิ ระบบ การคิดอยา่ ง
มีวิจารณญาณ
1. สงั เกตการณน์ าเสนอ
รายงานผลสรุปหน้าชน้ั เรยี น
2. ประเมินผลการปฏบิ ัตงิ าน
3. สังเกตจากการมสี ว่ นรว่ ม
จากการปฎบิ ตั ิกิจกรรม
เกณฑ์การประเมนิ
คา่ คะแนน 3 หมายถงึ
ปฏิบตั กิ ิจกรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถงึ
ปฏิบัตกิ ิจกรรม ปานกลาง
ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึง สงั เกตการณ์เข้ารว่ มกจิ กรรม คา่ คะแนน 1 หมายถึง
ประสงค์ ตามกระบวนการกลุ่ม ปฏิบัติกจิ กรรม ควรปรบั ปรุง
การแปลผลคะแนน
( A ; Attitude ) ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดมี าก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรับปรุง
แบบสงั เกตการณ์เขา้ การวัดและประเมินผลด้าน
ร่วมกิจกรรมกลุ่ม คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม
และลกั ษณะอนั พึงประสงค์
จากพฤติกรรมการแสดงออก
ความรู้สกึ และการปฏิบตั ติ น
ในการร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้
1.สงั เกตจากการทางานเปน็
กลุ่ม ความรบั ผดิ ชอบ การ
แข่งหน้าท่ี ในการทางานการ
รบั ฟังความคิดเห็น การทางาน
ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ความเปน็
ประชาธิปไตย
2.สังเกตพฤติกรรม การตรง
ตอ่ เวลา ความรบั ผดิ ชอบ
ความตั้งใจเรียน ความอดทน
ความร่วมมือ
เกณฑ์การประเมิน
คา่ คะแนน 3 หมายถงึ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถงึ
ปฏบิ ัติกิจกรรม ปานกลาง
คา่ คะแนน 1 หมายถงึ
ปฏิบัตกิ ิจกรรม ควรปรับปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรบั ปรุง
บนั ทกึ ผลหลงั สอน แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3
ผลการเรยี นรู้
1. กจิ กรรมการเรยี นการสอนทีก่ าหนดไว้ในแผนการจัดการเรยี นรู้ เปน็ กิจกรรมทเี่ หมาะสมกับวยั ของผู้เรียน
และเหมาะสมกบั สาระการเรยี นรู้ สามารถจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
ไดต้ ามเวลาท่กี าหนดทกุ กจิ กรรม
ไม่ทันตามเวลาที่กาหนดในกจิ กรรม เนอ่ื งจาก...............................................................................
2. การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนคร้งั นี้ นกั เรียนทุกคนได้รว่ มกจิ กรรมและเรียนรูอ้ ยา่ งมีความสขุ
3. กจิ กรรมช่วยให้ผู้เรียนมีความรคู้ วามเข้าใจตรงตามสาระการเรยี นรู้ เกิดคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงคแ์ ละมี
ทกั ษะกระบวนการตามทจ่ี ดุ ประสงคก์ าหนด
4. ส่ือการเรยี นการสอนท่ีกาหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ได้ใช้สื่อหลายอยา่ ง เปน็ ส่ือทเ่ี หมาะสมกบั วยั
ผ้เู รยี น สอดคล้องกบั เนือ้ หา สามรถใชป้ ระกอบการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ผเู้ รียน
เรยี นรู้อยา่ งสนุกสนานและเข้าใจบทเรยี นไดเ้ ร็วยิ่งขนึ้
5. การวัดผลประเมนิ ผล ในการจดั การเรียนการสอนครัง้ นี้ ครอบคลุมพฤติกรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ทกี่ าหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการวัดผลและประเมนิ ผลสรปุ ได้ ดังนี้ :-
5.1 ด้านความรูค้ วามเขา้ ใจ (A)
นักเรียนผ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ข้อท่ี .............
นักเรียนทผ่ี ่านจุดประสงค์ตามเกณฑร์ อ้ ยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คิดเป็นร้อยละ..................................
- นักเรยี นทไ่ี มผ่ า่ นจดุ ประสงค์ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คดิ เปน็ ร้อยละ
และไดด้ าเนินการแกป้ ัญหา คอื
สอนเสริม มอบงานใหท้ าเพิม่ เติม ทารายงาน อนื่ ๆ................
5.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
นักเรยี นทผ่ี า่ นทกั ษะกระบวนการตามเกณฑ์ร้อยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คิดเปน็ รอ้ ยละ..................................
- นักเรียนท่ีไม่ผา่ นทกั ษะกระบวนการ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คิดเปน็ รอ้ ยละ
และไดด้ าเนินการแกป้ ญั หา คอื ............................................................................
5.3 ด้านคา่ นิยม (A)
- นักเรียนที่มีคา่ นิยมตามเกณฑร์ อ้ ยละ จานวน............คน
เลขที่ ........................................... คิดเป็นรอ้ ยละ ......................................
- นักเรยี นที่ตอ้ งปรบั เปลี่ยนคา่ นยิ ม จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คดิ เปน็ รอ้ ยละ .......................................
และไดด้ าเนินการปรบั เปลี่ยนคา่ นิยม (แจงรายละเอยี ด ของการปรับเปลีย่ นค่านยิ ม คือ
......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แนวทางการแก้ไขปัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงช่อื ....................................................ครผู สู้ อน
(นายสริ ิวฒุ ิ ชูสวุ รรณ)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4
วิชาพลศึกษา (พ32101) ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ช่ือหน่วย ทักษะ จานวน 13 ชัว่ โมง
เรือ่ งย่อยที่ 3 เรอ่ื ง การเล่นลูกสลบั หน้าและหลงั มือ เวลา 1 ชั่วโมง
*********************************************
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหวการออกกาลังกาย เกม กฬี าไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 : เข้าใจมีทักษะ การออกกาลังกาย การเลน่ เกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.2 : รกั การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการเล่นกีฬา ปฏบิ ัตเิ ป็นประจาอยา่ ง
สมา่ เสมอ มีวนิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มีนา้ ใจนักกีฬา มจี ิตวญิ ญาณในการแข่งขนั และช่นื ชมในสุนทรียภาพ
ของการกีฬา
สาระสาคญั
ทกั ษะการเดาะสลับ เปน็ การนาเอาการเดาะหน้ามอื และการเดาะหลงั มาใช้รว่ มกนั มือ เพอ่ื นาไปใชใ้ น
การเล่นเพ่ือโต้ทงั้ กลางอากาศและบนโต๊ะ ผู้เล่นจะต้องพลกิ หน้าไม้ให้รวดเร็ว และจะต้องใหห้ น้าไม้ขนานกับ
พน้ื เชน่ เดิม เพ่ือใหล้ กู เดง้ และมีทิศทางขน้ึ ตรง
ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะห์ความคดิ รวบยอดเกี่ยวกับการเคลือ่ นไหวรูปแบบตา่ งๆ ในการเล่นกีฬา
2. แสดงการเคลือ่ นไหวได้อย่างสรา้ งสรรค์
3. รว่ มกจิ กรรมทางกายและเล่นกีฬาอยา่ งมีความสุข ชน่ื ชมในคุณคา่ และความงามของการกีฬา
จุดประสงค์การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ ( K ; Knowledge) :
- ซักถามเกี่ยวกบั ข้อตกลงในการเรยี นการสอน วิชาพลศึกษา เทเบลิ เทนนิส พ 32101
- ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดที่ 4 เรื่อง การเลน่ ลูกสลบั หนา้ และหลังมอื
- ครตู ้ังคาถามเกี่ยวกบั เร่อื งท่ีนักเรยี นนาเสนอ
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P ; Process ) :
- สังเกตการปฏิบัตทิ ักษะเทเบิลเทนนสิ
- ประเมินผลการปฏบิ ัติทักษะเทเบลิ เทนนสิ
- สงั เกตจากการมสี ่วนร่วม การให้ความสนใจในระหว่างปฏิบัติทักษะ
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( A ; Attitude ) :
- สังเกตพฤติกรรมที่แสดงออกทางด้านเจตคติ และคุณลักษณะที่ดใี นชน้ั เรียนไดแ้ ก่ การตรงต่อเวลา
ความรับผดิ ชอบ การมนี ้าใจ
- สงั เกตจากการทางานเปน็ กลุ่ม ความรับผดิ ชอบ การแบ่งหน้าทใี่ นการทางาน การรับฟังความคดิ เหน็
ของเพื่อน ความเปน็ ประชาธิปไตย
สาระการเรียนร/ู้ เน้ือหา
1. นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิการเลน่ ลูกสลับหน้าและหลงั มอื ได้ถกู ต้อง
2. นกั เรียนสามารถอธิบายขน้ั ตอนการเลน่ ลูกสลบั หน้าและหลังมือไดถ้ ูกตอ้ ง
3. นักเรยี นใหค้ วามสนใจและความกระตอื รือรน้ ในการเรยี นทักษะการเลน่ ลูกสลับหน้าและ
หลังมอื
4. นักเรียนสามารถนาความรู้ที่เรียนไปถ่ายทอดใหผ้ ูอ้ ืน่ ได้
กจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นา / ขัน้ เตรียม ( 5 นาที )
1.1 นกั เรยี นเข้าแถวตอน กลุม่ ละ 5 คน 8-9 แถว สารวจรายช่อื สุขภาพ และเครอื่ งแตง่ กาย ของ
นักเรยี นทกุ คน
ครู นักเรียน
1.4 ครูแจง้ หนว่ ยการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ใหน้ ักเรียนทราบ
ข้นั สอน ( 8 - 10 นาที )
2.1 ครกู ล่าวถงึ ทักษะการเล่นลกู สลบั หน้าและหลังมือ
2.2 ครอู ธบิ ายถึงการพลิกหน้าไม้ และการต้งั หน้าไม้ใหน้ ักเรียนทราบ
ขน้ั ฝึกปฏบิ ัติ ( 10 - 15 นาที )
3.1 ครใู หน้ กั เรยี นปฏบิ ัติทักษะการเล่นลูกสลับหน้าและหลงั มือ แบบอยู่กับท่ี
3.1.1 ใหน้ กั เรียนทกุ คนยนื ในทา่ เตรยี ม จากน้นั ใหป้ ฏบิ ัติทักษะโดยการเดาะลกู สลบั
หน้าและหลงั มือ 2 ครงั้
3.1.2 ให้นักเรียนทุกคนยืนในทา่ เตรียม จากนน้ั ใหป้ ฏบิ ัตทิ ักษะโดยการเดาะลกู
สลบั หนา้ และหลงั มือ 4 ครัง้
3.1.3 ให้นักเรียนทุกคนยนื ในท่าเตรียม จากนั้นให้ปฏบิ ตั ทิ ักษะโดยการเดาะลูก สลบั
หนา้ และหลงั มือ 6 ครัง้
3.1.4 ใหน้ กั เรยี นทุกคนยืนในทา่ เตรียม จากนน้ั ใหป้ ฏิบตั ิทักษะโดยการเดาะลกู สลับ
หน้าและหลังมือจนกวา่ ลูกจะตกพ้ืน
3.2 ครใู ห้นกั เรยี นปฏบิ ตั ิทักษะการเดาะลกู หลังมอื เคล่ือนที่ไปขา้ งหน้าเปน็ รายบคุ คล
3.2.1 ให้นกั เรยี นปฏิบตั ทิ กั ษะการเดาะลูกสลับหนา้ และหลังมอื เคล่ือนที่ไป
ข้างหน้า ระยะทาง 3 เมตร
3.2.2 ใหน้ กั เรียนปฏบิ ตั ิทักษะการเดาะลูกสลบั หนา้ และหลังมือเคลื่อนที่ไป
ข้างหนา้ ระยะทาง 6 เมตร
ขนั้ นาไปใช้ ( 10 – 15 นาที )
แบ่งกลุม่ นักเรยี นกลุ่มละ 10 คน จากน้นั ให้นกั เรียนยนื หลงั กรวยที่จุดเริม่ ต้น ให้นกั เรยี น แต่
ละกลมุ่ ใช้ทักษะการเล่นลูกสลบั หน้าและหลงั มือเดนิ ไปจนถึงเสน้ ชัยทม่ี ีกรวยอยู่ ระยะทาง 3 เมตร
จนครบจานวนสมาชกิ ในกลุม่ ทุกคน กลุ่มใดสมาชกิ ถึงเสน้ ชัยครบกอ่ น เป็นกลมุ่ ท่ชี นะ
เสน้ ชยั
จดุ เริ่มตน้ ครู
3 เมตร
นักเรยี น ครู
ข้ันสรปุ ( 3 – 5 นาที )
5.1 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปวา่ กลุ่มใดเปน็ กลุ่มที่ชนะ และปรบมือใหก้ ลุ่มท่ชี นะ และ
ให้กลมุ่ ท่แี พ้เต้น
5.2 ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ ราย สรปุ เรอื่ งการเลน่ ลูกสลับหน้าและหลังมือ และให้
นักเรียนไปศึกษาเพ่ิมเติมเรื่อง การโต้คู่หน้ามือ (กลางอากาศ) เพื่อเตรียมพรอ้ มในการเรียน
คาบถัดไป
สอ่ื -แหล่งเรยี นรู้
1. สือ่ สิ่งพมิ พ์ เช่น แผ่นพบั วารสารทเ่ี กย่ี วกบั การออกกาลังกาย กีฬาเทเบิลเทนนสิ
2. เวบ็ ไซน์เกยี่ วกับกฎ กติกา กฬี าเทเบลิ เทนนสิ
3. หอ้ งสมุดโรงเรียนสิเกาประชาผดุงวทิ ย์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด
นกั เรยี นสามารถวิเคราะห์ จดจาท่าทางการเคลื่อนไหวเทเบิลเทนนสิ ตา่ งๆ และสามารถ
นาไปใชไ้ ด้อยา่ งถกู ต้อง
2. ความสามารถในการส่ือสาร
นักเรยี นอธิบาย แนะนาทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ให้ผ้อู ืน่ เข้าใจได้อย่างถูกต้อง และสามารถ
สอนทกั ษะกฬี าเทเบลิ เทนนสิ ใหแ้ กผ่ อู้ น่ื ได้อยา่ งถูกต้อง
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
นกั เรียนรู้จักแก้ไขปญั หา ดัดแปลง ทักษะเทเบลิ เทนนสิ ไปใชใ้ นทักษะอยา่ งอนื่ ได้อยา่ ง
สมบูรณแ์ บบ
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
นกั เรยี นนาความรู้ทางด้านทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ไปปรับใช้ในชวี ติ ประจาวันได้อย่างถกู ตอ้ ง
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
นักเรยี นมคี วามสามารถในการสืบค้นหาข้อมูลใน goggle ตามท่ีครูมอบหมายได้
จดุ เน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะศตวรรษท่ี 21
การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทางานเปน็ ทีม และภาวะผนู้ า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทักษะดา้ นการสื่อสารสนเทศ และร้เู ทา่ ทนั ส่อื (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะดา้ นชีวติ และอาชีพ
ความยดื หยุ่นและการปรับตัว
การรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และการเปน็ ตวั ของตัวเอง
ทกั ษะสงั คม และสังคมข้ามวฒั นธรรม
การเป็นผู้สรา้ งหรอื ผู้ผลิต และความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
ภาวะผู้นาและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสาหรับศตวรรษที่ 21
คุณลกั ษณะด้านการทางาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ า
คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การช้นี าตนเอง การตรวจสอบการเรียนรขู้ องตนเอง
คณุ ลักษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อื่น ความซ่ือสัตย์ สานึกพลเมือง
การวดั ผลประเมนิ ผลการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑก์ ารผา่ น
ดา้ นความรู้ วัดความรคู้ วามเข้าใจ ประวตั ิ แบบทดสอบ เกณฑ์การประเมินผลการ
( K ; Knowledge) ความเปน็ มา ประโยชน์ ทดสอบก่อนเรียนและหลัง
มารยาทการเล่น และการดู เรียน
กฬี าเทเบิลเทนนสิ
ทาได้ 8 - 10 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 6 - 7 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 4 - 5 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 3 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรับปรุง
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ สงั เกตการณ์ปฏบิ ัติทักษะเท แบบสังเกตการณ์ การวดั และประเมนิ ผลด้าน
(P ; Process ) เบิลเทนนิส และการนาไปใช้ รายงานผล ทักษะกระบวนการ การปฏบิ ตั ิ
การคิดเชิงระบบ การคิดอยา่ ง
มวี ิจารณญาณ
1. สงั เกตการณน์ าเสนอ
รายงานผลสรปุ หน้าชน้ั เรยี น
2. ประเมินผลการปฏบิ ตั งิ าน
3. สงั เกตจากการมสี ว่ นรว่ ม
จากการปฎบิ ัติกิจกรรม
เกณฑ์การประเมิน
คา่ คะแนน 3 หมายถึง
ปฏิบตั ิกิจกรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถึง
ปฏิบตั กิ จิ กรรม ปานกลาง
ค่าคะแนน 1 หมายถึง
ปฏิบตั กิ ิจกรรม ควรปรับปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรบั ปรงุ
ด้านคุณลักษณะอนั พงึ สงั เกตการณเ์ ขา้ รว่ มกจิ กรรม แบบสงั เกตการณ์เขา้ การวดั และประเมินผลดา้ น
ประสงค์
ตามกระบวนการกลุ่ม รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม
( A ; Attitude ) และลกั ษณะอันพึงประสงค์
จากพฤติกรรมการแสดงออก
ความรู้สึก และการปฏิบตั ิตน
ในการรว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้
1.สงั เกตจากการทางานเป็น
กลุม่ ความรบั ผิดชอบ การ
แขง่ หนา้ ท่ี ในการทางานการ
รับฟงั ความคดิ เห็น การทางาน
ท่ไี ด้รับมอบหมาย ความเปน็
ประชาธิปไตย
2.สงั เกตพฤติกรรม การตรง
ตอ่ เวลา ความรบั ผดิ ชอบ
ความตง้ั ใจเรียน ความอดทน
ความรว่ มมือ
เกณฑ์การประเมนิ
คา่ คะแนน 3 หมายถึง
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ดี
ค่าคะแนน 2 หมายถงึ
ปฏิบตั กิ ิจกรรม ปานกลาง
ค่าคะแนน 1 หมายถึง
ปฏิบตั กิ ิจกรรม ควรปรบั ปรุง
การแปลผลคะแนน
ทาได้ 13 - 15 คะแนน
เกณฑ์ ดีมาก
ทาได้ 10 - 12 คะแนน
เกณฑ์ ดี
ทาได้ 5 - 9 คะแนน
เกณฑ์ พอใช้
ทาได้ 0 - 4 คะแนน
เกณฑ์ ต้องปรบั ปรุง
บนั ทึกผลหลงั สอน แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 4
ผลการเรยี นรู้
1. กจิ กรรมการเรยี นการสอนที่กาหนดไวใ้ นแผนการจัดการเรยี นรู้ เปน็ กจิ กรรมท่ีเหมาะสมกับวยั ของผ้เู รยี น
และเหมาะสมกับสาระการเรยี นรู้ สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
ได้ตามเวลาท่กี าหนดทกุ กจิ กรรม
ไมท่ นั ตามเวลาทีก่ าหนดในกจิ กรรม เนอ่ื งจาก...............................................................................
2. การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนครั้งนี้ นักเรยี นทกุ คนได้รว่ มกจิ กรรมและเรยี นร้อู ย่างมคี วามสขุ
3. กจิ กรรมช่วยให้ผู้เรยี นมีความรูค้ วามเขา้ ใจตรงตามสาระการเรยี นรู้ เกดิ คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และมี
ทกั ษะกระบวนการตามทจ่ี ดุ ประสงคก์ าหนด
4. ส่ือการเรยี นการสอนที่กาหนดในแผนการจดั การเรยี นรู้ ได้ใช้สือ่ หลายอย่าง เปน็ ส่อื ทเี่ หมาะสมกบั วัย
ผ้เู รยี น สอดคล้องกับเนือ้ หา สามรถใชป้ ระกอบการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม ช่วยใหผ้ ู้เรยี น
เรยี นรู้อยา่ งสนุกสนานและเข้าใจบทเรียนได้เร็วย่งิ ขน้ึ
5. การวัดผลประเมนิ ผล ในการจัดการเรียนการสอนครงั้ นี้ ครอบคลุมพฤตกิ รรมตามจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
ทกี่ าหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการวดั ผลและประเมินผลสรปุ ได้ ดงั น้ี :-
5.1 ด้านความรูค้ วามเข้าใจ (A)
นักเรียนผ่านจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อท่ี .............
นักเรียนที่ผา่ นจดุ ประสงคต์ ามเกณฑ์ร้อยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คิดเปน็ ร้อยละ..................................
- นักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นจดุ ประสงค์ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คิดเป็นรอ้ ยละ
และไดด้ าเนนิ การแก้ปญั หา คือ
สอนเสรมิ มอบงานใหท้ าเพ่ิมเตมิ ทารายงาน อ่นื ๆ................
5.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
นักเรยี นที่ผา่ นทักษะกระบวนการตามเกณฑ์รอ้ ยละ................. จานวน..............คน
เลขที่ ........................................... คดิ เป็นร้อยละ..................................
- นักเรยี นท่ีไม่ผา่ นทกั ษะกระบวนการ จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คิดเปน็ ร้อยละ
และได้ดาเนนิ การแก้ปัญหา คือ ............................................................................
5.3 ด้านคา่ นิยม (A)
- นกั เรียนทีม่ คี ่านยิ มตามเกณฑร์ อ้ ยละ จานวน............คน
เลขที่ ........................................... คิดเปน็ ร้อยละ ......................................
- นักเรียนทต่ี อ้ งปรับเปล่ยี นคา่ นยิ ม จานวน............คน
เลขท่ี ........................................... คิดเป็นรอ้ ยละ .......................................
และไดด้ าเนนิ การปรับเปลี่ยนคา่ นิยม (แจงรายละเอยี ด ของการปรบั เปลย่ี นคา่ นิยม คอื
......................................................................................................
ปัญหาและอปุ สรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แนวทางการแก้ไขปัญหา
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชือ่ ....................................................ครผู สู้ อน
(นายสิรวิ ุฒิ ชูสวุ รรณ)
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 5
วชิ าพลศึกษา (พ32101) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ช่ือหน่วย ทกั ษะ จานวน 13 ช่ัวโมง
เร่ืองย่อยท่ี 4 เรอ่ื ง การโตค้ ู่ หน้ามือ (กลางอากาศ) เวลา 1 ชั่วโมง
*********************************************
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 3 การเคล่อื นไหวการออกกาลังกาย เกม กีฬาไทย และกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.1 : เข้าใจมีทักษะ การออกกาลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐาน พ 3.2 : รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกฬี า ปฏิบตั เิ ป็นประจาอยา่ ง
สมา่ เสมอ มวี นิ ยั เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มนี ้าใจนกั กีฬา มจี ิตวิญญาณในการแขง่ ขัน และชนื่ ชมในสุนทรยี ภาพ
ของการกีฬา
สาระสาคญั
การโตก้ ลางอากาศด้วยหนา้ มือ การตัง้ หน้าไม้ เปน็ สงิ่ สาคญั เพอ่ื ท่จี ะตลี ูกสง่ ไปยังคู่ของตนเองได้ จงึ
จะต้องใช้การกาหนดระยะการตี การเคลอ่ื นไหว การเคล่อื นที่ และการทรงตวั ที่เหมาะสมเพ่ือความแนน่ อน
ของทิศทางของลกู
ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
1. วเิ คราะหค์ วามคิดรวบยอดเกยี่ วกบั การเคลือ่ นไหวรปู แบบต่างๆ ในการเลน่ กีฬา
2. แสดงการเคลื่อนไหวได้อย่างสร้างสรรค์
3. ร่วมกจิ กรรมทางกายและเล่นกฬี าอยา่ งมีความสขุ ชนื่ ชมในคุณค่าและความงามของการกีฬา
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
ด้านความรู้ ( K ; Knowledge) :
- ซกั ถามเกย่ี วกับข้อตกลงในการเรยี นการสอน วิชาพลศึกษา เทเบลิ เทนนสิ พ 32101
- ให้นักเรียนทาแบบฝึกหัดท่ี 5 เร่ือง การโตค้ ู่ หน้ามอื (กลางอากาศ)
- ครูตั้งคาถามเกี่ยวกบั เรอื่ งที่นักเรียนนาเสนอ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P ; Process ) :
- สงั เกตการปฏิบตั ิทักษะเทเบิลเทนนสิ
- ประเมินผลการปฏิบตั ทิ ักษะเทเบลิ เทนนิส
- สังเกตจากการมีสว่ นร่วม การใหค้ วามสนใจในระหวา่ งปฏิบัตทิ กั ษะ
ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A ; Attitude ) :
- สงั เกตพฤติกรรมที่แสดงออกทางดา้ นเจตคติ และคณุ ลักษณะทด่ี ใี นชน้ั เรยี นได้แก่ การตรงต่อเวลา
ความรับผิดชอบ การมีนา้ ใจ
- สงั เกตจากการทางานเป็นกล่มุ ความรับผิดชอบ การแบ่งหน้าที่ในการทางาน การรับฟังความคดิ เหน็
ของเพอื่ น ความเป็นประชาธิปไตย
สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หา
1. นักเรียนสามารถปฏิบตั ิการโตค้ ู่ หน้ามือ (กลางอากาศ) ได้ถกู ต้อง
2. นกั เรยี นสามารถอธิบายขน้ั ตอนการโต้คู่ หน้ามือ (กลางอากาศ) ได้ถูกต้อง
3. นกั เรียนใหค้ วามสนใจและความกระตือรือรน้ ในการเรียนทกั ษะการโตค้ ู่ หน้ามอื
(กลางอากาศ)
4. นักเรียนสามารถนาความรู้ที่เรียนไปถ่ายทอดให้ผอู้ น่ื ได้
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นา / ขั้นเตรียม ( 5 นาที )
1.1 นักเรยี นเข้าแถวตอน กลมุ่ ละ 5 คน 8-9 แถว สารวจรายชื่อ สขุ ภาพ และเคร่ืองแต่งกาย ของ
นักเรยี นทุกคน
ครู นักเรียน
1.5 ครแู จ้งหน่วยการเรยี นรู้ และจุดประสงค์การเรยี นร้ใู หน้ ักเรียนทราบ
ขนั้ สอน ( 8 - 10 นาที )
2.1 ครูกล่าวถงึ การต้ังหนา้ ไม้ สาหรบั การเล่นลูกโต้กลางอากาศดว้ ยหนา้ มือ
2.2 ครกู ล่าวถงึ การเคล่ือนที่ และการสง่ ลูกไปยังเป้าหมายหรือคูโ่ ต้ด้วยความแมน่ ยา
ขน้ั ฝกึ ปฏิบัติ ( 10 - 15 นาที )
3.1 ครูให้นักเรยี นขยายแถว ยืนเปน็ คู่หนั หน้าเข้าหากนั ระยะห่าง 2 เมตร
3.2 ครใู ห้นกั เรยี นตีลูกไปดา้ นหนา้ ยงั คูข่ องตนเอง โดยใชห้ นา้ มือ นกั เรียนทเี่ ปน็ ฝา่ ยรบั
3.3 จะต้องเดาะลูกตง้ั ตรงแลว้ จับ จากนนั้ สลบั กันปฏิบตั ิ
3.4 ครูให้นักเรยี นตีลกู โต้ไปด้านหน้ากับคู่ของตนเองอยา่ งต่อเน่ือง
นกั เรียน ครู ทิศทางของลูกเทเบิลเทนนิส
ขัน้ นาไปใช้ ( 10 – 15 นาที )
4.1 แบ่งนกั เรียนกลุ่มละ 10 คน ให้แขง่ ขันกนั ภายในกลมุ่ คใู่ ดในกลุ่มโต้กลางอากาศ
ด้วยหนา้ มือไดน้ านที่สุด จะเป็นตัวแทนไปแข่งกับกลุม่ อืน่
4.2 ตัวแทนของแตล่ ะกลุ่ม 1 คู่ แข่งขนั กับกล่มุ อน่ื ตวั แทนของกลมุ่ ใดโต้ได้นานทีส่ ุดเปน็
กลมุ่ ที่ชนะ
ขัน้ สรุป ( 3 – 5 นาที )
5.1 ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปว่ากล่มุ ใดเปน็ กลุ่มที่ชนะ และปรบมือให้กลุ่มท่ชี นะ และ
ใหก้ ลมุ่ ทีแ่ พ้เตน้
5.2 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ ราย สรุปเร่ืองการโตก้ ลางอากาศด้วยหน้ามือ และให้
นกั เรียนไปศึกษาเพ่ิมเตมิ เรื่อง การโต้กลางอากาศด้วยหลงั มือเพ่ือเตรยี มพรอ้ มในการเรยี น
คาบถดั ไป
สอ่ื -แหล่งเรยี นรู้
1. สอื่ สง่ิ พมิ พ์ เชน่ แผน่ พบั วารสารทเ่ี กยี่ วกับการออกกาลังกาย กีฬาเทเบิลเทนนิส
2. เว็บไซนเ์ กี่ยวกับกฎ กตกิ า กีฬาเทเบลิ เทนนิส
3. หอ้ งสมุดโรงเรยี นสิเกาประชาผดงุ วิทย์
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด
นักเรียนสามารถวเิ คราะห์ จดจาท่าทางการเคล่ือนไหวเทเบิลเทนนสิ ตา่ งๆ และสามารถ
นาไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
2. ความสามารถในการสอ่ื สาร
นักเรยี นอธบิ าย แนะนาทักษะกีฬาเทเบิลเทนนสิ ให้ผ้อู ื่นเข้าใจได้อย่างถูกต้อง และสามารถ
สอนทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนิสใหแ้ กผ่ อู้ น่ื ได้อยา่ งถูกต้อง
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
นักเรียนรูจ้ กั แกไ้ ขปัญหา ดดั แปลง ทกั ษะเทเบลิ เทนนสิ ไปใช้ในทกั ษะอยา่ งอ่ืนได้อย่าง
สมบูรณแ์ บบ
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
นกั เรยี นนาความรทู้ างดา้ นทักษะกีฬาเทเบลิ เทนนิสไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้อง
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
นักเรียนมคี วามสามารถในการสืบคน้ หาข้อมลู ใน goggle ตามท่ีครมู อบหมายได้
จุดเน้นสกู่ ารพัฒนาคุณภาพผ้เู รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem Solving)
ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์ และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
ทักษะด้านความร่วมมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผ้นู า (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
ทกั ษะดา้ นการสือ่ สารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสือ่ (Communications, Information, and Media
Literacy)
ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
ความยืดหยุ่นและการปรับตวั
การรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์และการเป็นตวั ของตัวเอง
ทักษะสังคม และสังคมขา้ มวฒั นธรรม
การเปน็ ผสู้ ร้างหรือผ้ผู ลติ และความรบั ผดิ ชอบเชื่อถือได้