เปดิ โลก…วิทยาศาสตร์
การเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ควบคู่กบั การสรา้ ง
นสิ ัยความเปน็ นกั วทิ ยาศาสตร์น้อย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๑
เดก็ ๆ จะไดเ้ รียนร้วู ทิ ยาศาสตร์อย่างไร
เดก็ ๆ จะได้เรยี นรอู้ งคค์ วามร้แู ละปรากฏการณ์
ทางวทิ ยาศาสตร์ ดังน้ี
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๒
เดก็ ๆ จะไดน้ าความร้ทู ส่ี รุปได้เอง ๓
ไปสรา้ งผลงานบริการสงั คม
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑
ทักษะสาคัญทเ่ี ดก็ ๆ ต้องเขา้ ใจ
และปฏิบัตไิ ด้ มดี ังนี้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๔
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๕
ทักษะการสงั เกต
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ เด็กใช้ประสาทสัมผสั ทงั้ ๕
หรอื อวยั วะรบั สมั ผัสสงั เกต
สิง่ ใดสงิ่ หน่งึ หรอื ปรากฏการณ์
ตา่ ง ๆ ทอ่ี ยู่รอบตวั
๖
เด็ก ๆ สังเกตแมว ๗
ผลการสังเกต
เป็นอย่างไร เมือ่ ใช้
ตา หู จมูก มือ
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑
ส่งิ ต่าง ๆ บางอย่างเด็ก ๆ สามารถสงั เกตไดโ้ ดยการชมิ รสได้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๘
ทักษะการวเิ คราะห์
เมื่อไดร้ ู้จักอะไรด้วยการอา่ น ด้วยการฟงั เรอื่ งราวตา่ ง ๆ
เดก็ ๆ ตอ้ งรจู้ ักการแยกแยะหรือเรยี กวา่ ร้จู กั วิเคราะห์
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ สังเกตสีไม้ต่อไปน้ี
ดว้ ยการดูด้วยตาและจบั ดว้ ยมอื
๙
ผลการสงั เกต
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑๐
ถ้าเดก็ ๆ แบ่งกลมุ่ สีไม้ โดยใช้สีเปน็ เกณฑใ์ นการจดั กลุ่ม
อาจได้ผล ดงั น้ี
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๑๑
ถ้าเด็ก ๆ นาสีไม้มาเรียงลาดบั จากแทง่ สนั้ ไปยงั แทง่ ยาว
ตามลาดบั จะได้ผล ดงั นี้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๑๒
ทักษะการต้งั คาถามสาคัญ
คาถาม คอื
สง่ิ ที่เดก็ ๆ สงสยั แล้วต้องหาคาตอบ เพื่อใหเ้ กดิ การเรยี นรู้
ลองสังเกตแมว เดก็ ๆ ควรฝกึ
สงสัยแลว้ ต้งั คาถามสาคญั
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๑๓
คาถามสาคัญของเดก็ อาจเป็นจากภาพตอ่ ไปนี้
เด็ก ๆ สังเกตแมวกาลังวง่ิ จบั หนู
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑๔
จากการสังเกตดว้ ยตา เดก็ ๆ จะเกดิ ความสงสยั แล้วลองต้ังคาถามสาคัญ
ที่เดก็ ต้องการเรียนรู้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑๕
เด็ก ๆ ลองสงั เกตอกี ภาพนะ
เด็ก ๆ ลองสงั เกตภาพด้านบน แลว้ ลองตัง้ คาถามสาคัญท่ตี ้องการรู้ ๑๖
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑
ตวั อยา่ งคาถามสาคญั อาจเป็น
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑๗
ความสามารถพน้ื ฐานทเ่ี ดก็ ๆ ตอ้ งมี ต้องฝึกฝนในการเรยี นรู้
วิทยาศาสตร์มีหลายประการ ดงั นี้
ทักษะการสงั เกต ทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการตง้ั
คาถามสาคัญ
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๑๘
เดก็ ๆ จะไดเ้ รยี นรู้วิทยาศาสตร์ควบคไู่ ปพรอ้ มกับการฝกึ นสิ ยั
ความเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพ่อื ฝึกเปน็ นกั วทิ ยาศาสตรน์ อ้ ย
นักวทิ ยาศาสตรเ์ ยาวชน และนักวิทยาศาสตร์ไทย ตามลาดบั
นิสัยของนักวทิ ยาศาสตร์ ๒. ชา่ งวเิ คราะห์หรือแยกแยะ
และนาเสนอผลการแยกแยะ
๑. ช่างสงั เกตและจดบนั ทึก
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๑๙
๓. ช่างสงสยั อยากรูอ้ ยากเหน็ ๔. มีความรับผิดชอบงานของตนเอง
?
๕. มคี วามรับผดิ ชอบงานของกลุ่ม ๖. เป็นผู้ให้และช่วยเหลอื
ดว้ ยความสามคั คี
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๒๐
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ สงิ่ รอบตวั เรา
แผนผงั หัวข้อหนว่ ยการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑
๑.ส่งิ มชี ีวติ รอบตวั เรา
เม่ือสำรวจในบริเวณรอบ ๆ บ้ำน จะพบส่งิ มชี ีวติ มำกมำย
หลำยชนดิ ทง้ั พืช และสัตว์อำศยั อยรู่ อบตัวเรำ
รอบตัวเรำมสี ัตว์
อะไรบำ้ งนะ
รอบตัวเรำมพี ืช
อะไรบำ้ งนะ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๒๗
สิง่ มีชีวิตแตล่ ะชนิดรอบตวั เรำ จะมีลักษณะภายนอกแตกต่างกนั
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๓
พืช ทเ่ี รำพบไดท้ ั่วไปในท้องถิ่นตำ่ ง ๆ ของประเทศไทย
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๔
พืช ทเ่ี รำพบไดท้ ั่วไปในท้องถิ่นตำ่ ง ๆ ของประเทศไทย
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๕
สตั ว์ ทเี่ รำพบไดท้ ัว่ ไปในทอ้ งถน่ิ ต่ำง ๆ ของประเทศไทย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๖
สตั ว์ ท่ีเรำพบไดท้ ว่ั ไปในทอ้ งถ่นิ ตำ่ ง ๆ ของประเทศไทย
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๗
๒.สภาพแวดลอ้ มที่เหมาะสมกบั การดารงชีวติ ของพชื และสัตว์
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ ๘
พชื และสตั วแ์ ตล่ ะชนดิ ตอ้ งกำรสภำพแวดลอ้ มในกำรดำรงชีวิตไม่เหมือนกัน
พืชและสัตวแ์ ต่ละชนิดจะเลอื กอำศัยอยู่ใน
สภำพแวดลอ้ มทเี่ หมำะสมกับกำรดำรงชวี ติ เพื่อ
เป็นทอ่ี ยูอ่ ำศยั เปน็ ทหี่ ลบภัย และเป็นแหลง่ อำหำร
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๙
บรเิ วณต่ำง ๆ มสี ภำพแวดลอ้ มท่เี หมำะสมต่อกำรดำรงชวี ติ ของพชื และสัตว์ท่ี
อำศัยอยู่ในบรเิ วณนน้ั หำกสภำพแวดลอ้ มเปลยี่ นแปลงไป จะสง่ ผลตอ่ กำรดำรงชีวติ
ของพชื และสัตว์
ถำ้ สภำพแวดลอ้ มเปล่ยี นแปลงไปจะเกดิ อะไรขนึ้ นะ
ฝนไมต่ กตามฤดกู าลทาให้นา้ ในบึงแห้ง ฝนตกหนักจนนา้ ทว่ มไร่ข้าวโพด
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑
๑๐
สภำพแวดลอ้ มทเ่ี ปล่ียนแปลงไปทเี่ กดิ ขึน้ จำกกำรกระทำของมนษุ ย์ เช่น กำรเผำฟำง
ในนำขำ้ ว ซ่งึ จะส่งผลตอ่ กำรดำรงชวี ิตของพชื และสตั ว์
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑๑
สภำพแวดล้อมทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปโดยเกดิ ข้นึ เองตำมธรรมชำติ เช่น อำกำศร้อน
ทำให้แม่น้ำแห้งขอด ซึง่ จะส่งผลต่อกำรดำรงชีวติ ของพชื และสัตว์
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ๑๒
แบบสอบปรนัยเพอื่ พฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ สง่ิ รอบตัวเรา
สง่ิ รอบตวั เรา ป.๑ ๑๓
๑. นกเกาะอยบู่ นตน้ มะมว่ ง จกิ กินผลมะมว่ งที่สุกและแมลง ๑๔
ที่อยู่บริเวณนั้นเป็นอาหาร
จากขอ้ ความ ขอ้ ใดกลา่ วถึงส่งิ มชี วี ติ บริเวณดงั กล่าว
ไดถ้ กู ตอ้ ง
๑ นก กลว้ ยไม้
๒ ต้นมะมว่ ง ผเี ส้ือ
๓ แมลง ตน้ มะมว่ ง
เฉลย ๓ เหตุผล สิ่งมชี ีวิตบริเวณนน้ั
มี ๓ ชนดิ คือ นก แมลง และตน้ มะม่วง
สิง่ รอบตัวเรา ป.๑
๒.บรเิ วณใดมีสิง่ มชี ีวิตอาศยั อยูม่ ากที่สุด ๑๕
๑
๒
๓
เฉลย ๒ เหตผุ ล มีส่ิงมีชีวิต ๓ ชนดิ คือ ตน้ ขำ้ ว หนู และงู
สว่ น ๑ มี ๒ ชนดิ คือ กระตำ่ ยและหญ้ำ
และ ๓ มี ๒ ชนิด คอื ต้นมะมว่ งและหนอน
ส่ิงรอบตัวเรา ป.๑
๓.ส่งิ มชี ีวติ ในข้อใดอยูใ่ นสภาพแวดล้อมท่ีไมเ่ หมาะสมท่สี ุด ๑๖
๑ ตก๊ั แตน - อำศยั อยใู่ นนำข้ำวทมี่ ีกำรใส่ป๋ยุ คอก
๒ นก – อำศัยอยู่บนตน้ ไมท้ ก่ี ำลังจะตำยเพรำะขำดน้ำ
๓ ปลำ – อำศัยอยูใ่ นแหลง่ น้ำที่มีกำรปลอ่ ยนำ้ เสยี จำก
โรงงำนอุตสำหกรรม
เฉลย ๓ เหตผุ ล อำจทำใหป้ ลำตำยได้ เนื่องจำกมีส่ิงเจือปน
หรือสำรเคมที ี่ปล่อยมำกับน้ำ ทำให้นำ้ มปี ริมำณออกซเิ จนลดลง
และส่งผลทำใหแ้ หล่งนำ้ เกดิ กำรเนำ่ เสยี ได้
สงิ่ รอบตัวเรา ป.๑
๔.ขอ้ ใดเปน็ การกระทาทท่ี าลายแหล่งอาหารและทีอ่ ยอู่ าศัย
ของสิ่งมชี ีวิต
A. ถางปา่ เพอื่ สรา้ งเขือ่ น
B. ปลูกป่าชายเลน
C. เผาปา่ เพอ่ื หว่านเมลด็ พชื
๑ ขอ้ A และ B เฉลย ๓ เหตผุ ล กำรถำงป่ำเพ่ือสรำ้ งเข่ือน และ
เผำปำ่ เพ่อื หวำ่ นเมล็ดพชื เปน็ กำรกระทำทที่ ำลำย
๒ ขอ้ B และ C
๓ ขอ้ A และ C แหลง่ อำหำรและทีอ่ ยู่อำศัยของสัตว์ สว่ นกำรปลูก
ป่ำชำยเลน เป็นกำรสรำ้ งแหลง่ อำหำรและทีอ่ ย่อู ำศยั
ใหมข่ องส่ิงมชี ีวิต
สิ่งรอบตัวเรา ป.๑ ๑๗
๕.พืชแตกต่างจากสัตว์อยา่ งไร ๑๘
๑ พืชสำมำรถสรำ้ งอำหำรเองได้
๒ พืชต้องกำรนำ้ ในกำรเจรญิ เติบโต
๓ พชื ตอ้ งกำรอำกำศในกำรเจรญิ เตบิ โต
เฉลย ๑ เหตผุ ล พชื สำมำรถสรำ้ งอำหำรเองได้ เพรำะ
ในพชื มีสำรวัตถสุ เี ขียว คอื คลอโรฟลิ ล์ ทำหน้ำที่ใน
กำรดดู กลนื แสง เมือ่ มีนำ้ และแก๊สคำร์บอนไดออกไซด์
ก็จะเกดิ กระบวนกำรสงั เครำะห์ด้วยแสง
สว่ น ๓ และ ๒ เป็นลกั ษณะของส่งิ มีชีวิต
เช่นเดียวกบั สตั ว์ เพรำะสัตว์ต้องกำรน้ำ
และอำกำศในกำรดำรงชวี ติ เชน่ กัน
สงิ่ รอบตัวเรา ป.๑
๖.
ข้อใดกล่าวถึงสิง่ มีชีวติ ทอ่ี ย่บู ริเวณหนองนา้ ไดถ้ ูกต้อง
๑ ต้นบวั ปลำ เฉลย ๑ เหตุผล ต้นบัว เปน็ ส่งิ มชี ีวิตประเภทพชื
ปลำ เป็นสิง่ มีชวี ิตประเภทสตั ว์
๒ หอยทำก ตอไม้ สว่ น 2๒ หอยทำก เป็นสง่ิ มีชวี ติ ประเภทสตั ว์
๓ ก้อนหิน ตน้ หญ้ำ ตอไม้ เปน็ สงิ่ ไม่มชี วี ิต
๓3 กอ้ นหนิ เปน็ สิ่งไม่มีชีวติ
ส่ิงรอบตวั เรา ป.๑ ต้นหญำ้ เปน็ ส่ิงมีชวี ติ ประเภทพชื ๑๙
๗.เพราะเหตุใดในแตล่ ะบรเิ วณจงึ มีพืชและสัตวอ์ าศยั อยู่
แตกตา่ งกัน
๑ พืชและสตั ว์แต่ละชนิดมีรูปร่ำงลักษณะแตกตำ่ งกนั
๒ พืชและสัตว์แตล่ ะชนดิ ตอ้ งกำรส่งิ มชี ีวิตอืน่ ทอี่ ย่รู ว่ มแตกตำ่ ง
กนั
๓ พืชและสัตว์แต่ละชนดิ ต้องกำรสภำพแวดล้อมในกำร
ดำรงชีวิตที่แตกตำ่ งกนั
เฉลย ๓ เหตผุ ล ในแต่ละบริเวณท่ีมีพืชและสัตว์อำศัยอย่แู ตกตำ่ งกนั เพรำะพชื และสตั ว์
แตล่ ะชนดิ ตอ้ งกำรสภำพแวดล้อมในกำรดำรงชีวติ ท่ีแตกตำ่ งกนั เช่น บำงชนดิ ต้องกำร
สภำพแวดลอ้ มทีม่ ีอณุ หภมู สิ งู บำงชนดิ ตอ้ งกำรสภำพแวดล้อมท่ีมอี ณุ หภมู ติ ำ่
สงิ่ รอบตัวเรา ป.๑ ๒๐
๘. กบเกาะอยู่บนใบบวั ทอี่ ยูใ่ นบึงน้า
จากข้อความ เกี่ยวกับพฤตกิ รรมของกบตามข้อใดมากที่สดุ
๑ กบกินดอกบวั ทกี่ ำลังเจริญเติบโตเปน็ อำหำร
๒ กบหลบภัยและคอยดกั จับปลำหรือสัตวน์ ้ำขนำดเล็กกินเปน็ อำหำร
๓ กบปรบั อณุ หภูมขิ องรำ่ งกำยใหเ้ หมำะสมกบั สภำพแวดลอ้ ม
ภำยนอก
เฉลย ๒ เหตุผลกำรทกี่ บเกำะอยู่บนใบของต้นบัวทอี่ ยู่ในบงึ น้ำ เพ่อื หลบภยั และคอย
ดักจับปลำหรอื สัตว์น้ำตัวเลก็ กินเป็นอำหำร เพรำะใบบวั มีขนำดใหญช่ ่วยอำพรำงตัว
จำกศัตรู และช่วยทำให้เหย่อื มองเห็นไม่ชดั เจน
สิง่ รอบตัวเรา ป.๑ ๒๐
๙. ขอ้ ใดคือสภาพแวดลอ้ มท่เี ปลย่ี นแปลงไปไม่เหมาะสมต่อ ๒๒
การดารงชวี ิตของพืชและสตั ว์
๑ บริเวณปำ่ ไมท้ ม่ี กี ำรปลูกตน้ ไม้
๒ บรเิ วณชำยหำดที่มีกำรจัดกำรกับขยะ
๓ บรเิ วณรมิ คลองท่ีมีกำรสร้ำงร้ำนอำหำร
เฉลย ๓ เหตผุ ลกำรสรำ้ งร้ำนอำหำรริมคลองจะก่อใหเ้ กดิ มลพิษทำงนำ้
เชน่ กำรปลอ่ ยสง่ิ ปฏกิ ูลลงส่แู มน่ ำ้ ลำคลอง ซึง่ เปน็ ปจั จยั ทำใหน้ ำ้ เนำ่ เสยี
ส่งผลใหส้ ัตวแ์ ละพืชบำงชนดิ ไม่สำมำรถดำรงชีวิตอยไู่ ด้
สง่ิ รอบตวั เรา ป.๑
๑๐. ข้อใดเปน็ ปัจจยั ของการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอ้ มที่ ๒๓
เกดิ ข้ึนเองโดยธรรมชาติ
๑ กำรเผำฟำงขำ้ วในนำขำ้ ว
๒ อำกำศร้อนจนนำ้ ในแมน่ ้ำแหง้ ขอด
๓ กำรสร้ำงทพ่ี ักอำศัยในบริเวณพนื้ ทป่ี ่ำ
เฉลย ๒ เหตผุ ล อำกำศร้อนจนน้ำในแม่นำ้ แหง้ ขอด จะส่งผลใหพ้ ืชน้ำ
ทุกชนดิ แห้งตำย ปลำบำงชนิดจำศลี อยใู่ ต้โคลน ปลำบำงชนดิ และ
สัตว์น้ำอน่ื ๆ จะอพยพยำ้ ยท่ีอยู่อำศยั หำกอพยพไม่ทนั ก็จะตำย
สว่ น ๑ และ ๓ เป็นกำรเปลยี่ นแปลงสภำพแวดล้อมทเี่ กิดข้นึ โดยมนษุ ย์
แตส่ ่งผลต่อกำรดำรงชีวติ ของพชื และสตั วท์ ี่อำศัย ณ บรเิ วณน้ันเชน่ กนั
สิง่ รอบตวั เรา ป.๑
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๒ พชื รอบตวั เรา
แผนผงั หวั ขอ้ หน่วยการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ 1
ส่วนประกอบของพชื
มเี ปลอื ก มีลักษณะ
มีเนื้อห่อหมุ้ เปน็ แผน่ แบน
สว่ นใหญ่มีสเี ขียว
เมล็ด
มีสีและรปู รา่ งต่าง ๆ มลี ักษณะเปน็
ทรงกระบอกตั้งตรง
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ป.๑ มีลกั ษณะเรยี วยาว 2
และแตกแขนงเปน็ และมีกิง่ กา้ น
รากเลก็ ๆ
๑. ส่วนประกอบของพชื
เมือ่ สงั เกตในบรเิ วณตา่ ง ๆ รอบตวั เรา จะพบพชื มากมายหลายชนดิ ขึ้นอยู่ท้ัง
บนบกและในนา้ พชื แตล่ ะชนดิ มีลกั ษณะภายนอกทแ่ี ตกต่างกนั ทัง้ รูปรา่ ง ลักษณะ และสี
พชื ในสวนสาธารณะ พืชในหนองน้า
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ 3
ส่วนประกอบทส่ี าคญั ของพชื
พชื แตล่ ะชนิดมลี ักษณะที่
แตกต่างกนั แตพ่ ชื เกือบทกุ ชนิด
จะมีส่วนประกอบท่ีสาคัญ
สังเกตได้ ดังนี้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ 4๔
๒. หน้าท่แี ละส่วนประกอบของพืช
พชื ชนิดตา่ ง ๆ มรี ปู ร่าง ลักษณะ และสีแตกต่างกัน แต่สว่ นประกอบท่ีพืชส่วนใหญ่
มีเหมอื นกนั ไดแ้ ก่ ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผลและเมลด็
ตน้ ถั่ว ตน้ มะเขอื เทศ ลองเปรยี บเทียบลกั ษณะของใบ 5
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ ลาตน้ และผลของพชื ๓ ชนิด
ได้แก่ ถัว่ มะพรา้ ว และมะเขอื เทศ
ต้นมะพรา้ ว
สว่ นประกอบของพืชแตล่ ะส่วนจะมีลกั ษณะทีส่ มั พนั ธก์ ับหน้าท่ี
ในการดารงชีวิตของพชื ดังน้ี
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ 6
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ป.๑ 7