การประเมนิ โครงการเพมิ่ โอกาสการเขาถงึ การศึกษา
ของเด็กดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบที่เหมาะสม
PROJECT EVALUATION WITH AN APPROPRIATE MODEL TO INCREASE
CHANCES OF EXPOSURE TO EDUCATION FOR UNDERPRIVILEGED
CHILDREN, DROPOUT CHILDREN AND DISAPPEARED CHILDREN
โดย
นางสาวธนารตั น พรหมสวุ รรณ
นกั วิชาการศกึ ษาชาํ นาญการพิเศษ ปฏบิ ตั หิ นา ท่ี
ผูเช่ยี วชาญเฉพาะดานการศกึ ษา (นักวิชาการศกึ ษาเชย่ี วชาญ)
สาํ นกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 6
เอกสารประกอบการขอประเมนิ บคุ คลเพ่อื แตง ตงั้ ใหดํารงตําแหนง
ผูเ ชย่ี วชาญเฉพาะดานการศึกษา (นกั วิชาการศึกษาเช่ยี วชาญ)
ตาํ แหนงเลขที่ 2636 สํานกั งานศึกษาธิการภาค 6
สังกดั สํานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
บทคัดยอ
การวจิ ัยในครัง้ น้ี มีจุดมงุ หมายเพื่อประเมินโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็ก
ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม โดยประยุกตใชแนวทางการ
ประเมินโครงการตามรูปแบบประเมินซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
และศกึ ษาแนวทางการปฏบิ ัตทิ ด่ี หี รือเปน เลศิ (Best Practice) ของโครงการ
ดําเนินการวิจัย 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม เริ่มจากเลือก
รูปแบบการประเมินโครงการ แลวสรางแบบสอบถามความคิดเห็น เสนอผูเช่ียวชาญตรวจสอบ
คุณภาพเคร่ืองมือ นําไปสอบถามความคิดเห็นผูเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ จํานวน 69 คน
ข้ันตอนท่ี 2 ศกึ ษาแนวทางการปฏิบัติที่ดหี รือเปนเลศิ (Best Practice) ของโครงการ โดยจัดประชุม
สนทนากลุม (Focus Group) ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี จํานวน 30 คน เร่ือง การพัฒนา
แนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
จงั หวดั กระบ่ี นําผลการสนทนากลุม (Focus Group) ผลการดาํ เนนิ งานโครงการ และผลการประเมิน
โครงการ มาจดั ทาํ เปน แนวทางการปฏบิ ตั ทิ ด่ี หี รอื เปน เลิศ (Best Practice) ของโครงการ
ผลการวิจัยพบวา 1) ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ ท่ีมีตอ
โครงการ พบวา โดยรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณาเปนรายดาน ทุกดานอยูในระดับมาก
เรียงลําดับจากมากไปนอย ไดแก ดานบริบท ดานผลผลิต ดานกระบวนการ และดานปจจัยนําเขา
ตามลําดับ 2) แนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการ มีดังนี้ ดานบริบท
ประกอบดวย โครงการตองสอดคลองกับนโยบายของหนวยงานและความตองการของพื้นท่ีจังหวัด
มีเปาหมายและวัตถุประสงคชัดเจน กิจกรรมสอดคลองกับวัตถุประสงคและสามารถนําสูการปฏิบัติ
จริงได ดานปจจัยนําเขา ประกอบดวย ผูบริหารหนวยงานใหความสําคัญกับการดําเนินงานโครงการ
บุคลากรผูรับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการบริหารโครงการ บุคลากรผูขับเคลื่อนงาน
โครงการ มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือ บุคลากรผูเปนเครือขายความรวมมือ
เห็นถึงความสําคัญของโครงการ การแตงตั้งคณะกรรมการในระดับตาง ๆ สอดคลองกับกิจกรรมของ
โครงการ ขอมูลสารสนเทศเปนปจจุบันทันสมัย วัสดุ อุปกรณ และงบประมาณเพียงพอตอการ
ปฏิบัติงาน มีคูมือการดําเนินงาน สถานศึกษามีรูปแบบการจัดการศึกษาที่สอดคลอ งกับความตองการ
ของผูเรยี นรายบุคคล ผบู ริหารและครผู สู อนมีความรูความเขาใจเร่ืองจิตวิทยาเด็กและวัยรุน จดั การเรียน
การสอนหลากหลายรูปแบบ ระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียนท่ีเขมแข็ง ผูปกครองชวยเหลือสถานศึกษา
ดูแลเด็ก เตรียมความพรอมเด็กกอนเขาสูระบบการศึกษา ดานกระบวนการ ประกอบดวย กระบวนการ
ข
มีสวนรวมจากผูที่มีสวนเกี่ยวของและเครือขายความรวมมือ การช้ีแจงรายละเอียดการดําเนินงานตอ
ผูมีสวนเกี่ยวของ การรับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะ การประเมินความเส่ียงและการบริหาร
ปจจัยเส่ียง ขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือทุกระดับใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน การสํารวจขอมูล
แกไขปญหา และนาํ เด็กเขาสรู ะบบการศึกษาในรปู แบบทเี่ หมาะสม การติดตาม ประเมินผล สรุปและ
รายงานผล ดานผลผลิต ประกอบดวย จํานวนเด็กที่เขาสูระบบการศึกษา ประสทิ ธภิ าพของการขับเคล่ือน
เครือขายความรวมมือ ระดับการมีสวนรวมของเครือขายความรวมมือ ความคุมคาของโครงการ
ระดับความพึงพอใจของผูรวมดําเนินงานโครงการ ผลขางเคียงหรือผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการ
ดําเนินงานโครงการ รวมถงึ ปญ หา อปุ สรรคของการดําเนนิ งานโครงการ
ขอ เสนอแนะสําหรับการนําผลการวจิ ัยไปใช คณะกรรมการขับเคล่ือนฯ ระดับจังหวดั ควรเพ่ิม
นายกองคการบริหารสวนจังหวดั ผูแทนจากคณะกรรมการอิสลามจังหวัด และประชาสัมพันธจงั หวัด
เพอ่ื ใหค รอบคลุมภารกจิ งาน ควรดาํ เนนิ การใหค รอบคลุมประชากรวยั เรียนทัง้ จังหวัด ควรมีหนวยงานหลัก
ในการจัดทําขอมูลสารสนเทศเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในภาพรวมของ
จังหวัด ควรพัฒนาเครือขายความรวมมือ สถานศึกษาควรมีรูปแบบการจัดการศึกษาท่ีหลากหลาย
รองรับความตองการของผูเรียน ควรมีกิจกรรมสรางแรงบันดาลใจ เพื่อใหผูเรียนมุงมั่นที่จะศึกษา
จนจบการศกึ ษาและปองกันการออกกลางคนั
ขอเสนอแนะสําหรับการวจิ ัยคร้ังตอไป ควรศกึ ษาความเปนไปไดในการสราง “ตําบลตนแบบ
ดานการศึกษา” โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมใหเด็กทุกคนในตําบลไดรับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานหรือ
ตามศักยภาพ ภายใตการบูรณาการทํางานรวมกันของภาคสวนท่ีเก่ียวของในพ้ืนท่ี การเช่ือมโยงกัน
ของระบบการศึกษาท่ีสงตอใหเด็กอยูในระบบการศึกษาอยางตอเน่ือง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ผูปกครองและนักเรียนเพื่อเพ่ิมศักยภาพครอบครัวในการสงเสริมสนับสนุนใหเด็กเขาสูระบบ
การศกึ ษาอยา งตอเนอื่ งจนจบการศกึ ษาในระดับตาง ๆ ตามศกั ยภาพ ผลที่คาดวา จะไดรับ ลดจํานวน
เดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน มนี วตั กรรม รูปแบบความรว มมือ และแหลงเรยี นรู
ดานโอกาสทางการศึกษา
คําสําคัญ : การเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษา สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ การปฏิบัติที่ดี
หรือเปนเลิศ
ค
Abstract
The purposes of this research were: 1) to evaluate project with an
appropriate model for increasing chances of exposure to education for
underprivileged children, dropout children and disappeared children based on
Stufflebeam’s CIPP Model and study Best Practice in the project.
The research procedure involved in the two stages: 1) to select evaluation
models to design questionnaire for proposing to the experts of editing quality
instrument and ask their opinions with 69 participants in the project. 2) to study the
concept of Best Practice in the project, provided Focus Group on development the
way of increasing chances of exposure to education for underprivileged children,
dropout children and disappeared children in Krabi of 30 participants and taken the
result of the Focus Group, operation of project and evaluation project including the
concept of the Best Practice in the project.
The result of this study were: 1) the participants’ opinions in the project that
total scores of more by considered each item for every item at more level from more
to little including context, product, process and input respectively. 2) the concept of
Best Practice conducted by the context consisting of the project conform to policy of
organization and areas of province’s needs, target and purpose clearly, activities
according to purposes and lead to the real practice, also factors of input containing
agency executives concentrated with conducting in the project, staffs who are
responsible for its administration, driven to this work, their potential with cooperation,
connect to vital in the project. In addition, the designation level of committees
according to activities’ project, undated information, material, equipment, and budget
to the project, operation manual, provided model of education of institutions to
correspond with individual learners’ needs, administrators and instructors to
understand with child and adolescent psychiatry, conducted of instructional models,
strong students supporting system, parents helping educational institutions to take
care of children and preparing children before entering the education system. The
process is composed of operation with participants and network of cooperative,
clarification on operation to them, listening to their opinions and the suggestions, risk
ง
assessment and the factors of risk management, drive to network of cooperative of
every level focused on the same target, surveying information, solution and to enter
education system for appropriate model, follow up the evaluation, conclusion and
report. The product included the amount of children entering the education system
of network of cooperative efficiently, level of network of cooperative for worth in the
project, satisfaction level of participants, side effect or effect lead to operational
project, problems and obstacles this project.
The result of study of the suggestions revealed that committees of province
should increase president of provincial administrative organization, representative of
Islamic committee of province, public relations to cover their work, conduct
population of school age child all areas of province, provide the main agency for doing
information of underprivileged children, dropout children and disappeared children,
develop network of cooperative, contain instructional models supporting learners’
needs of institutions, inspire activities to learners focused on the study to achievement
of education and prevent dropout in learning.
The result of the further study of the suggestions found that it should study
probably to design “ District as Prototype of Education” which the purposes of this
were to enhance children of every district to serve basic education or their potential
under integration of cooperative of areas of agency , link of education system to
children in education continuously , develop quality of life for parents and students
to increase their potential of family supporting to enter education continuously to the
achievement of education according to their potential. The expected benefits gain
to reduce the amount of underprivileged children, dropout children and disappeared
children as result of innovation, cooperative model and sources of chances on
education.
Key words : increasing chances of exposure to education, Krabi Provincial education
Office, Best Practice
กิตตกิ รรมประกาศ
งานวจิ ยั ฉบบั นี้ เสรจ็ สมบรู ณไ ดดวยคาํ แนะนาํ ชว ยเหลอื อยา งดียิ่งจากบุคคลหลายทา นท่ีให
ความเมตตาตอ ผวู จิ ัย จงึ ขอขอบพระคุณและขอขอบคุณอยางสงู มา ณ โอกาสนี้
ขอขอบพระคุณ ที่ปรึกษางานวิจัย นายสมพร ฉั่วสกุล อดีตรองศึกษาธิการภาค 7
นายพิเชษฐ เจยทองศรี ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ นายสุรสิทธ์ิ สุดสาย ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่ นางจรีรัตน ปานพรหมมินทร
อดีตศึกษานิเทศก วิทยฐานะศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากระบ่ี
และนายเฉลมิ ศักด์ิ มไี พบลู ยส กุล ครู วิทยฐานะครเู ชีย่ วชาญ วทิ ยาลยั เทคนคิ กระบี่
ขอขอบพระคุณ พันตํารวจโท หมอมหลวง กิติบดี ประวิตร ผูวาราชการจังหวัดกระบี่
นายสมโภช โชติชูชวง รองผูวาราชการจังหวัดกระบี่ คณะกรรมการขับเคล่ือนการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม ตามคําสั่ง
จังหวัดกระบ่ี ท่ี 2209/2562 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ท่ีเห็นความสําคัญเรื่องโอกาสทาง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน สงเสริมสนับสนุนการดําเนินงาน
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบ
ที่เหมาะสม จนประสบความสําเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคท ่ีวางไว
ขอขอบคุณ ผูเชี่ยวชาญ ที่ใหความอนุเคราะหในการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ และให
ขอเสนอแนะประเด็นคําถามการสนทนากลุม (Focus Group) ประกอบดวย นางคนึงนิจ เกตุแกว
ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระนอง
นางแกวตา ประภาส ครู วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนอนุบาลกระบ่ี ดร.ภานุ ศรีวิสุทธิ์ อาจารย
มหาวิทยาลัยการกีฬาแหงชาติ วิทยาเขตกระบี่ นายประมวล เบ็ดเสร็จ อดีตผูอํานวยการโรงเรียน
อนุบาลกระบี่ วิทยฐานะผูอํานวยการเช่ียวชาญ นายเฉลิม เรืองทองเมือง อดีตผูอํานวยการโรงเรียน
บานคลองยาง วิทยฐานะผูอํานวยการเชยี่ วชาญ และนายสังวร คงภักดี ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาล
คลองทอม วิทยฐานะผูอํานวยการเช่ียวชาญ
ขอขอบคุณ ผตู อบแบบสอบถามความคดิ เห็นและผรู ว มสนทนากลมุ (Focus Group) ทกุ ทาน
ขอขอบคุณ บุคคลทค่ี อยใหค ําปรึกษาแนะนาํ งานวจิ ัยที่ไมประสงคอ อกนามทุกทาน
ขอขอบคุณ ทกุ กําลงั ใจจากบุคคลในครอบครวั บุคคลท่ีนบั ถือ ญาติ มติ ร และเพอื่ นรวมงาน
นางสาวธนารัตน พรหมสุวรรณ
คํานาํ
การศึกษาเปนรากฐานสําคัญสูการพัฒนาท่ียั่งยืน หากเด็กและเยาวชนไดรับการศึกษาท่ีมี
คณุ ภาพ จะสง ผลใหเ ติบโตเปน พลเมอื งท่ีมีศักยภาพ มีพลังสรา งสรรค สามารถสรางความเปลีย่ นแปลง
ในเชิงบวกใหกับสังคมและประเทศชาติ ในความเปนจริงความไมเสมอภาคทางการศึกษายังคงเปน
ปญหาสําคัญของประเทศไทยอยางตอเน่ือง แมร ฐั บาลจะมีนโยบายสนบั สนนุ การพฒั นาการศึกษาของ
คนในชาติ และแกป ญ หาความไมเ สมอภาคทางการศึกษามาโดยตลอดก็ตาม
ผูวิจัยหวังเปนอยางยิ่งวา งานวิจัยฉบับนี้ จะมีสวนสําคัญในการสรางโอกาสทางการศึกษา
ใหแกเ ด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ไดเขาสูร ะบบการศึกษา และเปนแนวทางหนึ่ง
ในการดาํ เนนิ งานเพ่ือสรา งความเสมอภาคทางการศึกษาได
ธนารตั น พรหมสวุ รรณ
ธันวาคม 2562
สารบญั
บทคัดยอ………………………………………………………………………………………………………………… หนา
กิตติกรรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………… ก
คํานาํ ……………………………………………………………………………………………………………………… จ
สารบัญ.................................................................................................................................. ฉ
สารบัญตาราง………………………………………………………………………………………………………….. ช
สารบญั ภาพประกอบ............................................................................................................. ฌ
บทที่ 1 บทนาํ …………………………………………………………………………………………………………. ญ
1
ความเปนมาและความสาํ คัญของปญ หา…………………………………………………….. 1
วตั ถปุ ระสงคการวจิ ัย.......................................................................................... 3
คาํ ถามเพ่อื การวจิ ัย............................................................................................ 3
ความสาํ คญั ของการวิจยั ..................................................................................... 3
ขอบเขตของการวิจัย........................................................................................... 4
นิยามศัพทเ ฉพาะ................................................................................................ 5
กรอบแนวคิดในการวิจยั ...................................................................................... 7
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยท่ีเกีย่ วของ............................................................................ 9
แนวคิดและทฤษฎที เี่ กยี่ วของกบั โครงการและการประเมินโครงการ.................. 9
รปู แบบประเมิน CIPP (Context-Input-Process-Product Model)..…………. 19
ความรูทเ่ี กี่ยวของกบั เดก็ ดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั เด็กตกหลน
และโอกาสทางการศกึ ษา.................................................................................... 21
กฎหมายท่เี ก่ยี วของกบั โอกาสทางการศกึ ษาของเด็กดอ ยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน........................................................................ 25
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม................................................................ 28
งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวของ.............................................................................................. 35
บทที่ 3 วิธีดาํ เนินการวจิ ัย.................................................................................................. 42
ขน้ั ตอนท่ี 1 ประเมนิ โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถงึ การศึกษาของ
42
เด็กดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน
ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม.....................................................................
สารบัญ (ตอ )
ข้ันตอนท่ี 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติทด่ี หี รอื เปนเลิศ Best Practice) หนา
ของโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
45
เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม................ 48
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหขอ มูล........................................................................................... 48
48
การนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูล.....................................................................
ผลการวิเคราะหข อมลู …………………………………………………………………………..... 48
ขนั้ ตอนท่ี 1 ประเมนิ โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถงึ การศกึ ษาของ 56
เดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน 60
60
ในรปู แบบทเ่ี หมาะสม................................................................ 60
ขั้นตอนท่ี 2 ศกึ ษาแนวทางการปฏิบตั ทิ ่ดี หี รือเปน เลศิ Best Practice) 61
64
ของโครงการเพิ่มโอกาสการเขา ถงึ การศึกษาของ 73
75
เด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน 79
ในรปู แบบทีเ่ หมาะสม............................................................... 80
บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ...................................................................... 82
วัตถุประสงคการวิจัย.......................................................................................... 93
วิธีดาํ เนินการวิจยั ............................................................................................... 98
สรุปผลการวจิ ัย................................................................................................... 102
การอภิปรายผล................................................................................................... 105
ขอ เสนอแนะ.......................................................................................................
บรรณานกุ รม........................................................................................................................
ภาคผนวก.............................................................................................................................
ภาคผนวก ก ทป่ี รึกษางานวจิ ยั /ผเู ชยี่ วชาญ......................................................
ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรมโครงการเพมิ่ โอกาสการเขาถึงการศกึ ษาฯ...............
ภาคผนวก ค แบบสอบถามความคิดเห็นฯ.........................................................
ภาคผนวก ง ผลการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ...............................................
ภาคผนวก จ เอกสารประกอบการดําเนินงาน...................................................
ประวัติผูวจิ ยั .........................................................................................................................
สารบัญตาราง
ตารางท่ี 1 จํานวนและรอยละขอมูลเก่ียวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จําแนก หนา
ตามตวั แปรเพศ…………………………………………………………………………………… 49
50
ตารางที่ 2 จํานวนและรอยละขอมูลเก่ียวกับสถานภาพของผตู อบแบบสอบถาม จําแนก 50
ตามตัวแปรอายุ..............................................................................................
51
ตารางท่ี 3 จาํ นวนและรอยละขอ มูลเกยี่ วกบั สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม
จาํ แนกตามตวั แปรตําแหนง หนาที่ขณะตอบแบบสอบถาม…………………….... 52
ตารางที่ 4 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสว นเกย่ี วของกบั 53
การดาํ เนนิ งานโครงการ ทมี่ ีตอโครงการเพิม่ โอกาสการเขา ถงึ การศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรปู แบบทเ่ี หมาะสม 54
โดยรวมและรายดา น…………....................……………………………………………..
55
ตารางที่ 5 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผมู สี ว นเกีย่ วของกับ
การดําเนนิ งานโครงการ ทม่ี ีตอโครงการเพ่มิ โอกาสการเขาถงึ การศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม
ดา นบริบท ………………….......................................................................….....
ตารางท่ี 6 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมสี วนเกย่ี วขอ งกับ
การดาํ เนินงานโครงการ ที่มีตอโครงการเพม่ิ โอกาสการเขา ถึงการศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม
ดานปจจยั นําเขา…………........................................................................….....
ตารางที่ 7 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมสี ว นเกีย่ วขอ งกบั
การดาํ เนินงานโครงการ ทม่ี ีตอโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถงึ การศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม
ดานกระบวนการ………….......................................................................….....
ตารางที่ 8 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผมู สี วนเก่ยี วของกับ
การดาํ เนนิ งานโครงการ ทม่ี ีตอโครงการเพ่มิ โอกาสการเขา ถึงการศกึ ษา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลนในรูปแบบทเ่ี หมาะสม
ดา นผลผลติ ………………..........................................................................….....
สารบัญภาพ
ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดการประเมนิ โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถงึ การศึกษา หนา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบที่ 8
เหมาะสม……………………………………………………………………………..………
บทท่ี 1
บทนํา
ความเปนมาและความสําคัญของปญหา
การเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรูปแบบท่ีเหมาะสม มีความเปนมาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (2560 : 14) หมวดท่ี 5
หนา ทีข่ องรฐั มาตรา 54 ทก่ี ําหนดใหรฐั ตองดําเนินการใหเด็กทกุ คนไดรบั การศึกษาเปนเวลาสบิ สองป
ต้ังแตก อนวยั เรยี นจนจบการศึกษาภาคบังคบั อยางมีคุณภาพโดยไมเ ก็บคาใชจ าย รัฐตอ งดําเนนิ การให
เด็กเล็กไดรับการดูแลและพัฒนากอนเขารับการศึกษาตามวรรคหน่ึง เพื่อพัฒนารางกาย จิตใจ วินัย
อารมณ สังคม และสติปญญาใหสมกับวัย โดยสงเสริมและสนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และภาคเอกชนเขามีสวนรวมในการดําเนินการดวย รัฐตองดําเนินการใหประชาชนไดรับการศึกษา
ตามความตองการในระบบตาง ๆ รวมท้ังสงเสรมิ ใหมีการเรียนรตู ลอดชีวติ และจัดใหมีการรวมมือกนั
ระหวางรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหนา ท่ี
ดําเนนิ การ กาํ กับ สงเสริม และสนบั สนนุ ใหก ารจัดการศึกษาดังกลา วมีคุณภาพและไดมาตรฐานสากล
ท้งั นี้ ตามกฎหมายวา ดว ยการศึกษาแหงชาติ ซึ่งอยา งนอยตองมีบทบัญญัติเก่ียวกับการจัดทําแผนการ
ศึกษาแหงชาติ การดําเนินการและตรวจสอบการดาํ เนนิ การใหเปนไปตามแผนการศึกษาแหงชาติดวย
การศึกษาทั้งปวงตองมุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญไดตามความ
ถนัดของตน และมีความรับผดิ ชอบตอครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการดําเนินการให
เด็กเล็กไดรับการดูแลและพัฒนา หรือใหประชาชนไดรับการศึกษา รัฐตองดําเนินการใหผูขาดแคลน
ทุนทรัพยไดร ับการสนับสนุนคาใชจา ยในการศกึ ษาตามความถนดั ของตน
นอกจากนั้น พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 (2542 : 4-7) มาตรา 10
กําหนดวา การจัดการศึกษาตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ไมนอยกวาสิบสองปที่รัฐตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย การจัดการศึกษา
สําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพรองทางรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณ สังคม การส่ือสารและ
การเรียนรู หรือมีรางกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซ่ึงไมสามารถพ่ึงตนเองได หรือไมมีผูดูแล
หรือดอ ยโอกาส ตองจดั ใหบ คุ คลดงั กลาวมีสทิ ธแิ ละโอกาสไดรับการศึกษาขั้นพืน้ ฐานเปน พิเศษ มาตรา
15 การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม
อัธยาศัย มาตรา 22 การจัดการศึกษาตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนา
ตนเองได และถือวาผเู รยี นมีความสําคัญท่ีสดุ กระบวนการจัดการศึกษาตองสงเสริมใหผเู รยี นสามารถ
พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
2
ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป (2561 : ออนไลน) รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ
ไดกําหนดนโยบายใหสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)
รายงานตัวเลขระบบฐานขอมูลติดตามประชากรวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา โดย กศน.รวมมือ
กับศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาและการส่ือสาร และสํานักติดตามและประเมินผลของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) เพื่อสํารวจ ตรวจสอบ และติดตามประชากร
วัยเรียน ซึ่งขยายผลการดําเนินการสํารวจและตรวจสอบตอเนื่อง จนส้ินสุดวันที่ 14 พฤศจิกายน
2561 ที่ผานมา พบวา มีเด็กปกติที่ไมไดเรียนหนังสือ จํานวน 99,472 คน และมีเด็กออกกลางคัน
จํานวน 83,459 คน จากขอมูลตัวเลขดังกลาว กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดใหมีโครงการการเพ่ิม
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ี
เหมาะสมข้ึน โดยสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเปนหนวยรับผิดชอบดําเนินงาน (สํานักงาน
ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ, 2562 : 1-9)
โครงการการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม มวี ตั ถุประสงคเ พ่ือใหม ีขอมลู เด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลน ในจงั หวัด สนบั สนนุ การบูรณาการแกป ญหาเดก็ นอกระบบการศึกษาและเดก็ ออกกลางคัน
ในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน และเพ่ือใหเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ไดรับ
โอกาสเขาถึงการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม ดําเนินโครงการในระดับสวนกลางโดยสํานักงาน
ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ และระดบั จงั หวัดโดยสํานักงานศึกษาธิการจงั หวดั
กิจกรรมการดําเนินการในสวนกลาง ประกอบดวย การแตงต้ังคณะทํางานการเพิ่มโอกาส
การเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม
การพัฒนาโปรแกรมสําเร็จรูปการจดั เก็บขอมูลของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
และการรายงานผลการติดตาม ผลการสํารวจขอมูล และผลการดําเนินงานการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบท่เี หมาะสม
สําหรับการดําเนินการในระดับจังหวัด ในสวนของสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
มีเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน จํานวน 7,134 คน ท่ีตองดําเนินการเพ่ิมโอกาส
การเขาถึงการศึกษา ขับเคลอ่ื นโครงการภายใตการบูรณาการความรว มมือจากทุกภาคสว นท่ีเก่ียวของ
โดยเฉพาะอยางย่ิงสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่
ซึ่งไดเริ่มดําเนินการดานโอกาสการศึกษาของเด็กมากอนแลว มีการแตงต้ังคณะกรรมการขับเคล่ือน
การเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสมระดับจังหวัด อําเภอ และตําบลขึ้น มีการจัดทําขอมูลที่เกี่ยวของในการดําเนินการ กําหนด
กรอบแนวทางการดําเนินการ จัดทําคูมือการดําเนินงานโครงการ จัดประชุมบุคลากรท่ีเกี่ยวของ
โดยเฉพาะผูอํานวยการ กศน.อําเภอ และครู กศน.ตําบล เพื่อสอบทานและยืนยันขอมูลในสวนของ
3
จังหวัดกระบี่ ในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา
ซึ่งจัดเก็บขอมูลเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน
การเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบ
ที่เหมาะสมระดับจังหวัด อําเภอ และตําบล เสนอโครงการและกรอบแนวทางการดําเนินงานตอ
คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อใหความ
เห็นชอบแนวทางการดําเนินงานการเพิ่มโอกาสเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม คณะกรรมการขับเคล่ือนการเพ่ิมโอกาสเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสมระดับจังหวัด อําเภอ และ
ตําบล ดาํ เนินการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาใหแกเ ด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรูปแบบที่เหมาะสม ปรับปรุงขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวยั เรยี น
นอกระบบการศึกษา ใหเปนปจจุบันตามผลการดําเนินงาน และรายงานผลการดําเนินงานตอ
คณะกรรมการศกึ ษาธิการจงั หวดั และกระทรวงศึกษาธิการ ตามลาํ ดับ
วตั ถปุ ระสงคก ารวจิ ัย
1. เพ่ือประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเดก็ ตกหลนในรปู แบบทเี่ หมาะสม
2. เพ่ือศึกษาแนวทางการปฏบิ ัตทิ ่ีดีหรอื เปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิมโอกาส
การเขา ถึงการศกึ ษาของเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม
คาํ ถามเพื่อการวิจัย
1. ประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลนในรูปแบบท่เี หมาะสมอยา งไร
2. วิธีการท่ีใชในการศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบทเี่ หมาะสม
ความสําคัญของการวจิ ยั
1. การวิจัยคร้ังน้ี จะทําใหทราบผลการดําเนินงานโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบท่ีเหมาะสมใน 4 ดา น คือ ดา นบรบิ ท
ดานปจ จยั นาํ เขา ดา นกระบวนการ และดานผลผลิต
4
2. การวิจัยครั้งน้ี จะทําใหไดแนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบทเ่ี หมาะสม
ขอบเขตของการวจิ ัย
การวิจัยครั้งนี้ เปน การประเมินโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศกึ ษาของเด็กดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม มีขอบเขตของการวิจัย ดงั นี้
ดา นเนอ้ื หา
ประเมินโครงการโดยประยุกตใชแนวทางการประเมินโครงการตามรูปแบบจําลองซิป
(CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam อางถึงใน สุวิมล ติรากานนท, 2548 :
47) โดยประเมนิ 4 ดา น คอื
1. การประเมินดานบริบท (Context Evaluation)
2. การประเมนิ ดานปจจยั นําเขา (Input Evaluation)
3. การประเมนิ ดานกระบวนการ (Process Evaluation)
4. การประเมนิ ดานผลผลิต (Product Evaluation)
ประชากรท่ีศึกษาและกลุม ตัวอยา ง
ขั้นตอนที่ 1 ประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ประชากรทศี่ ึกษา ไดแ ก ผมู ีสว นเกีย่ วของกับ
การดําเนนิ งานโครงการ จาํ นวน 69 คน
ขั้นตอนท่ี 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการ
เพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ี
เหมาะสม โดยการสนทนากลุม (Focus Group) เร่ือง การพัฒนาแนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี กลุมตัวอยาง
ประกอบดวย ผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในจงั หวดั กระบ่ี จํานวน 35 คน
ตัวแปรทศ่ี ึกษา
1. ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ประกอบดวย ผูมีสวนเกี่ยวของกับ
การดําเนนิ งานโครงการ ประกอบดว ย เจา หนา ทก่ี ลุมสงเสรมิ การศึกษานอกระบบ ผูอ าํ นวยการ กศน.
อําเภอ และครู กศน.ตําบล สังกัดสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
จังหวัดกระบี่
5
2. ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ไดแก ระดับความคดิ เห็นของผูมสี ว นเกีย่ วของ
กับการดําเนินงานโครงการ ท่ีมีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบท่ีเหมาะสม
นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ
โครงการ หมายถึง โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบทีเ่ หมาะสม ดําเนนิ การโดยสํานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั กระบี่
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน หมายถึง เด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลน ในจังหวัดกระบ่ี ขอมูลจากโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตาม
ประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั จํานวน 7,134 คน (นกั เรยี นและประชากรวัยเรียนการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ระดับพื้นที)่
เพ่มิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาในรูปแบบทเี่ หมาะสม หมายถงึ การสงเสรมิ สนบั สนนุ ให
เดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในจงั หวัดกระบี่ เขา ศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามศักยภาพในรูปแบบที่เหมาะสม(การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม
อัธยาศยั )
การประเมิน (Evaluation) หมายถึง กระบวนการรวบรวมขอมูลการประเมินโครงการ
เพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสม ประกอบดว ย 4 ดาน ดงั นี้
1. การประเมินดานบริบท (Context Evaluation) หมายถึง การประเมินความ
สอดคลองของเปาหมาย วัตถุประสงค กิจกรรมโครงการกับนโยบายรัฐบาล/กระทรวงศึกษาธิการ
ปญ หาและความตอ งการของพน้ื ท่จี ังหวดั รวมถึงความเปน ไปไดใ นการนาํ สกู ารปฏิบตั ิ
2. การประเมินดานปจจยั นําเขา(Input Evaluation) หมายถึง การประเมินความพรอม
ดานบุคลากรที่เกย่ี วของ ขอมูลสารสนเทศ วสั ดุ อปุ กรณ และงบประมาณ
3. การประเมินดานกระบวนการ(Process Evaluation) หมายถึง การประเมิน
กระบวนการมีสวนรวม การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือ การสงเสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน เขาสรู ะบบการศกึ ษาในรูปแบบที่เหมาะสม การตดิ ตาม ประเมินผล
และการรายงานผลการดาํ เนินงาน
4. การประเมินดานผลผลิต (Product Evaluation) หมายถึง การประเมินผล
การดาํ เนินงานโครงการ ระดบั ความพงึ พอใจในการดําเนนิ งานโครงการ
แบบสอบถามความคิดเห็น หมายถึง แบบสอบถามความคิดเห็นโครงการเพิ่มโอกาส
การเขา ถงึ การศึกษาของเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม
6
ผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ หมายถึง บุคลากร สังกัดสํานักงานสงเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบ่ี ท่ีรวมขับเคลื่อนงานโครงการ
ประกอบดวย เจาหนาท่ีกลุมสงเสริมการศึกษานอกระบบ ซ่ึงเปนผูรวมขับเคล่ือนงานในระดับจังหวดั
ผูอํานวยการ กศน.อําเภอ ผูรวมขับเคล่ือนงานระดับอําเภอ และครู กศน.ตําบล ผูรวมขับเคลื่อนงาน
ระดบั ตาํ บล
สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี หมายถึง สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวัดกระบ่ี
ผอู าํ นวยการ กศน.อาํ เภอ หมายถึง ผูอํานวยการศูนยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศยั อาํ เภอในจงั หวดั กระบี่
ครู กศน.ตําบล หมายถึง ครูศูนยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตําบล
ในจังหวดั กระบี่
ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนนิ งานเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี หมายถึง ผูบริหารหรือตัวแทนหนวยงานที่มีสวน
ในการสงเสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี เขาสู
ระบบการศึกษา ประกอบดวย ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่ ผูอํานวยการศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัด
กระบ่ี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัดกระบ่ี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬา
แหงชาติ วิทยาเขตกระบ่ี นายอําเภอลําทับ นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบ่ี นายกสมาคมกํานัน
ผูใหญบานจังหวัดกระบี่ นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดกระบ่ี ปลัดอําเภอเหนือคลอง
ผูอํานวยการศูนยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอทุกอําเภอ พัฒนาการอําเภอ
เมืองกระบ่ี สาธารณสุขอําเภอเขาพนม เกษตรอําเภอเขาพนม นายกเทศมนตรีตําบลปลายพระยา
นายกองคการบริหารสวนตําบลอาวนาง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน
อนุบาลกระบี่ ผูอํานวยการโรงเรียนบานบางเหียน ผูอํานวยการโรงเรียนเมืองกระบี่ ผูอํานวยการ
โรงเรียนราชประชานุเคราะห 37 จังหวัดกระบ่ี ผูอํานวยการโรงเรียนปริยัติธรรมวัดแกวโกรวาราม
ผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลอาวลึกใต ผอู ํานวยการวิทยาลัยการอาชีพอาวลึก และครูใหญศูนยการเรียน
ตาํ รวจตระเวนชายแดนบานแผน ดินเสมอ
คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ หมายถึง คณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ตามคําสั่ง
จงั หวัดกระบ่ี ที่ 2209/2562 ลงวนั ท่ี 30 พฤษภาคม 2562
แนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) หมายถึง วิธีปฏิบัติ หรือข้ันตอน
การปฏิบัติท่ีทําใหโครงการประสบความสําเร็จหรือนําไปสูความเปนเลิศตามเปาหมาย เปนที่ยอมรับ
7
ในวงวิชาการและมีหลักฐานของความสําเร็จปรากฏชัดเจน โดยมกี ารสรุปวธิ ปี ฏิบัติหรือข้ันตอนการปฏิบัติ
ตลอดจนความรูและประสบการณที่ไดบันทึกเปนเอกสาร และเผยแพรใหหนวยงานภายในหรือ
ภายนอกสามารถนําไปใชประโยชนไ ด
กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
.
กรอบแนวคิดในการประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม ผูวิจัยไดประยุกตใชแนวทางการประเมิน
โครงการตามรูปแบบจําลองซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
โดยประเมิน 4 ดาน คือ การประเมินดานบริบท (Context Evaluation) การประเมินดานปจจัย
นําเขา (Input Evaluation) การประเมินดานกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมิน
ดา นผลผลิต (Product Evaluation)
8
การประเมนิ ตามรูปแบบจาํ ลองซิป การประเมินโครงการ
(CIPP Model) 1. ประเมนิ ดา นบริบท
1. ประเมนิ ดา นบรบิ ท 1.1 นโยบายหนว ยงานตน สังกัดหรือองคกร
2. ประเมนิ ดานปจ จัยนาํ เขา 1.2 ปญ หาและความตองการของพื้นท่จี ังหวดั
3. ประเมินดา นกระบวนการ 1.3 เปาหมาย วตั ถปุ ระสงค กจิ กรรม
4. ประเมินดานผลผลติ
ของโครงการ
โครงการเพ่มิ โอกาสการเขา ถงึ 2. ประเมินดา นปจจยั นําเขา
การศกึ ษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน 2.1 บคุ ลากร
2.2 ขอมลู สารสนเทศ
ในรปู แบบท่ีเหมาะสม 2.3 วัสดุ อุปกรณ
2.4 งบประมาณ
3. ประเมนิ ดานกระบวนการ
3.1 กจิ กรรมของโครงการ
3.2 กระบวนการมีสว นรว ม
3.3 การขบั เคลือ่ นเครือขายความรวมมือ
3.4 ติดตาม ประเมนิ และรายงานผล
4. ประเมินดา นผลผลิต
4.1 จํานวนเด็กท่ีเขา สูระบบการศกึ ษา
4.2 ผลการขับเคลื่อนเครือขา ยความรว มมือ
4.3 ระดับความพงึ พอใจ
4.4 แนวทางการปฏิบตั ิท่ีดีหรอื เปน เลิศ
(Best Practice)
ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดการประเมนิ โครงการเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม
บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยทีเ่ ก่ียวของ
การวิจัย เรื่อง ประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของเดก็ ดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสมในคร้ังนี้ ผูวิจัยไดศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและ
งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวของ มีรายละเอยี ดดงั ตอ ไปนี้
1. แนวคิดและทฤษฎที ่เี กี่ยวขอ งกับโครงการและการประเมนิ โครงการ
2. รปู แบบประเมนิ CIPP (Context-Input-Process-Product Model)
3. ความรูที่เกี่ยวของกับเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน เด็กตกหลน และโอกาสทางการ
ศึกษา
4. กฎหมายที่เก่ียวของกับโอกาสทางการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคันและ
เดก็ ตกหลน
5. โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็ก
ตกหลน ในรปู แบบทเ่ี หมาะสม
6. งานวิจัยที่เกี่ยวของ
1. แนวคิดและทฤษฎีท่เี ก่ียวของกับโครงการและการประเมนิ โครงการ
แนวคิดและทฤษฎีท่ีนําเสนอ ประกอบดวย ความหมายของโครงการ ความหมายของ
การประเมินโครงการ ประเภทของการประเมินโครงการ ความสําคัญและประโยชนของการประเมิน
โครงการ รูปแบบของการประเมนิ โครงการ และเกณฑก ารประเมินโครงการ มรี ายละเอยี ดดังนี้
1.1 ความหมายของโครงการ
โครงการ หมายถึง แผนงานยอยที่ประกอบดวยกิจกรรมหลายกิจกรรม หรืองานหลายงาน
ที่ระบุรายละเอียดชัดเจน เชน วัตถุประสงค เปาหมาย ระยะเวลาดําเนินการ กิจกรรม สถานท่ี
งบประมาณ ผูรับผิดชอบ ตลอดจนผลลัพธท่ีคาดวาจะไดรับ โครงการมีความสัมพันธกับแผนงาน
(Plan) และนโยบาย (Policy) โครงการ 1 โครงการ มีหลายกิจกรรมได (มหาวิทยาลัยแมโจ, 2557 :
ออนไลน)
โครงการ หมายถึง กจิ กรรมทเี่ ก่ยี วขอ งกับการใชทรพั ยากรตาง ๆ เพ่อื นาํ มาลงทุนสราง
ผลงานท่ีกอใหเกิดประโยชนตอกลุมเปาหมาย โดยกิจกรรมดังกลาวจะตองเปนหนวยอิสระท่ีสามารถ
ทําการวิเคราะห วางแผน และบริหารได นอกจากน้ัน จะตองมีวัตถุประสงคที่ชัดเจน มีกําหนดเวลา
เริ่มตนและสิ้นสุดที่แนชัด การดําเนินงานจะตองอยูภายใตงบประมาณท่ีไดต้ังไว และไดผลงานท่ีมี
คณุ ภาพตามเกณฑท ่ีกําหนด (มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช, ม.ป.ป. : ออนไลน)
10
โครงการ (Project) หมายถึง กลมุ ของกิจกรรมท่มี ีความสมั พันธเ ก่ียวของกนั และ แต
ละกจิ กรรมมเี ปาหมายเดียวกนั มีเวลาเรม่ิ ตนและส้นิ สดุ ของงาน และมักจะเปน งานพิเศษตางจาก งาน
ประจาํ โครงการจะประกอบดว ยงาน (Task) และกจิ กรรม (Activity) (สมคิด พรมจยุ , 2552 : 19)
จากความหมายขางตนสามารถสรุปไดวา โครงการ หมายถึง การดําเนินงานหรือ
กิจกรรมท่ีมีการออกแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของโครงการ มีการกําหนด
ผรู บั ผิดชอบ รายละเอยี ดกจิ กรรม ทรัพยากรการบรหิ าร งบประมาณ ระยะเวลาดาํ เนนิ การ ตลอดจน
ผลลพั ธทคี่ าดวาจะไดรับ
1.2 ความหมายของการประเมินโครงการ
การประเมินผลโครงการ หมายถึง การเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะห ความหมาย
ขอเท็จจริงเก่ียวกับความตองการ การหาแนวทาง วิธีการปรับปรุง วิธีการจัดการเก่ียวกับโครงการ
และหาผลท่ีแนใจวา เกิดจากโครงการเพ่ือเปนการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของโครงการใหดี
ย่งิ ข้ึน (นศิ า ชโู ต, 2542 : 9)
การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการในการเก็บรวบรวม และวิเคราะห ขอมูล
ของการดําเนินโครงการและพิจารณาบงช้ีใหทราบถึงจุดเดนหรือจุดดอยของโครงการน้ัน อยางเปน
ระบบ แลวตัดสินใจวาจะปรับปรุงแกไขโครงการนั้น เพื่อดําเนินงานตอไปหรือจะยุติการดําเนิน
โครงการนั้นเสีย (ประชมุ รอดประเสรฐิ , 2542 : 73)
วีระยุทธ ชาตะกาญจน (2541 : 55) ใหความคิดเห็นวา การประเมินโครงการเปน
กระบวนการในการวิเคราะหความตองการ สืบคน และสังเคราะหสารสนเทศ เพ่ือประโยชนในการ
ตดั สนิ ใจทางการบริหารจัดการโครงการน้ัน ๆ ผลจากการประเมนิ จะออกมาในรปู ของการตดั สินใจใน
เร่ืองเกย่ี วของกบั ความสัมพันธร ะหวา งผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จรงิ กับผลท่ีคาดหวังไวลว งหนา
จากขอมูลขางตนสามารถสรุปไดวา การประเมินผลโครงการ หมายถึง การประเมินวา
โครงการท่ีดําเนินการนั้น เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีตั้งไวหรือไมอยางไร ภายในทรัพยากรและ
ระยะเวลาท่ีกําหนดไว รวมถึงมีจุดเดน จุดดอยอะไรบาง เปนขอมูลใชในการบริหารจัดการโครงการ
ตอ ไป
1.3 ประเภทของการประเมินโครงการ
สมบัติ สุวรรณพิทักษ (2531 : 45-47) ใหความคิดเห็นวา การประเมินโครงการ
ถาพิจารณาโดยอาศัยวงจรโครงการเปนเกณฑในการแบง สามารถแบงการประเมินโครงการออกเปน
3 ประเภท คือ
1. การประเมินกอนการดําเนินงาน เปนการประเมินที่มีจุดมุงหมายเพ่ือการตัดสินใจ
เกย่ี วกบั การกําหนดและเลือกทําโครงการ ซง่ึ จะใชการพิจารณาตอ ไปน้ี
11
1.1 ความเหมาะสมของการทําโครงการประกอบดวยการศึกษาวิเคราะหปญหา
ความจําเปนของการทําโครงการ และการศึกษาความเปนไปได โดยการพิจารณาความเปนไปไดทาง
เทคนคิ วชิ าการ ความพรอมในดา นการบริหารโครงการ ความพรอมในดานงบประมาณสนับสนุน เปน ตน
1.2 การวิเคราะหผลตอบแทนของโครงการ ประกอบดวย การวิเคราะหคาใชจาย
และผลกําไร การวิเคราะหคาใชจายกับประสิทธิผล ซ่ึงเปนการพิจารณาวาการจัดทําโครงการน้ัน
จะใหผลคุม คากบั การลงทุนหรอื ไม ซึ่งเปน การพิจารณาของโครงการในแงเศรษฐกจิ
2. การประเมินในระหวางการดําเนินงาน เปนการประเมินที่เกิดขึ้นในชวงระยะเวลา
ของการปฏิบัติงานโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการตรวจสอบวาการดําเนินงานเปนไปตามแผนท่ี
กําหนดหรือไม มีปญหาและอุปสรรคอะไรบาง อันจะแกไขไดทันทวงที การประเมินโครงการใน
ระหวางการดําเนินงาน จึงเปนหนาท่ีของผูรับผิดชอบโครงการท่ีจะตองหาขอมูลตาง ๆ เพื่อนํามา
ปรับปรุงการดําเนินงานโครงการ จึงเรียกการประเมินนี้วาการประเมินเพื่อการปรับปรุงหรือ
การประเมินผลยอ ย
3. การประเมินหลังการดําเนินงาน เปนการประเมินท่ีจัดทําขึ้นเมื่อการปฏิบัติงาน
โครงการไดเสร็จสิน้ แลว การประเมนิ น้ีจะพจิ ารณาตอบคําถามในเร่ืองตอไปนี้
3.1 การดําเนินงานของโครงการ สามารถบรรลุจุดมุงหมายที่กําหนดไวเพียงใด
สาํ เรจ็ ตามท่ีคาดหวงั ไวเ พยี งใด ซึง่ เปน การพิจารณาผลิตผลของโครงการ
3.2 เปนการตรวจสอบดูผลพลอยไดอยางอ่ืน นอกเหนือจากที่ไดระบุไวใน
วัตถุประสงค ซึ่งเรียกวาเปนการศึกษาผลกระทบของโครงการท้ังทางดานบวกและดานลบ เชน
ผลกระทบที่มีตอ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความเช่ือ คานิยม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิต
3.3 เปนการสรุปผลรวมของการดําเนินงานของโครงการวา วัตถุประสงคของ
โครงการเปนเชนไร ทรัพยากรในโครงการเปนอยางไร การดําเนินงานโครงการไดผลเปนอยางไร
มีความสําเร็จและความลมเหลวเพียงใด มีปญหาและอุปสรรคอยางไร หากมีการดําเนินงานในชวง
ตอไป มีความจําเปนตองแกไขปรับปรุงในสวนใด โดยการรวบรวมขอมูลตาง ๆ ท่ีไดประเมินไวแลว
ตั้งแตเริ่มการดําเนินงานโครงการจนถึงการสิ้นสุด โครงการจึงเรียกการประเมินในลักษณะนี้วา
เปนการประเมินผลสรุป ซ่ึงผูทําหนาท่ีประเมินเปนผูปฏิบัติงานโครงการ หรือนักประเมินที่เปน
บุคคลภายนอกกไ็ ด
จักษวัชร ศิริวรรณ (2555 : ออนไลน) ใหความคิดเห็นวา การแบงประเภทการประเมิน
โครงการคงมิใชเปนการกําหนดเกณฑเด็ดขาด แตจําเปนตองอาศัยเกณฑหลายประเภท เชน เวลา
วัตถุประสงค วิธีการ และรูปแบบการประเมินมาบงบอกถึงประเภทของการประเมิน ซึ่งในที่น้ีอาจ
จาํ แนกการประเมนิ โครงการออกเปน 4 ประเภท ดงั น้ี
12
1. การประเมินโครงการกอนดาํ เนนิ การ (Preliminary Evaluation) เปน การศกึ ษา
วิเคราะห และประเมินความเปนไปได (Feasibility Study) กอนท่ีจะเริ่มโครงการ ซ่ึงจะมีประโยชน
ในแงการตัดสินวา จะดําเนินโครงการตอไปหรือไมอยางไร โดยทําการศึกษาถึงสภาพแวดลอม
เชิงปฏิบัติการ กระบวนการงบประมาณ รวมไปถึงสมรรถนะในการบริหารจัดการ ท้ังยังตองพิจารณา
ถึงความเหมาะสมของกระบวนการที่จะนํามาใชในการบริหารจัดการโครงการ ตลอดจนปญหา
อุปสรรค และความเสี่ยงของการดําเนินโครงการ รวมไปถึงประสิทธิผลที่คาดวาจะไดรับ แตใน
ขณะเดียวกันยังมีความจําเปนท่ีจะตองศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการ ในดานตาง ๆ
อาทิ การประเมินผลกระทบดานสังคม (Social Impact Assessment, SIA) การประเมินผลกระทบ
ดานนิเวศ (Ecological Impact Assessment, EIA) การประเมินผลกระทบดานการเมือง (Political
Impact Assessment, PIA) การประเมินผลกระทบดานเทคโนโลยี (Technological Impact
Assessment, TIA) การประเมนิ ผลกระทบดานประชากร (Population Impact Assessment, PIA)
การประเมินผลกระทบดานนโยบาย (Policy Impact Assessment, POIA) การประเมินผลกระทบ
ทางดา นเศรษฐกิจ (Economic Impact Assessment) เปน ตน
2. การประเมินระหวางดําเนินโครงการ (Formative Evaluation) เปนการ
ประเมินผลเพื่อการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการ ผลที่ไดจากการประเมินระหวางดําเนิน
โครงการนั้น อาจจะกระทําในระหวางขั้นตอนการพัฒนาโครงการ ซ่ึงจะมีสวนชวยในการกําหนด
วัตถุประสงค (Objectives) ของโครงการ เปนไปอยา งสมเหตสุ มผล ย่ิงไปกวา นั้นการประเมนิ ระหวาง
ดําเนินโครงการ อาจจะกระทําในระหวางขั้นตอนการดําเนินโครงการ ซ่ึงจะมีสวนชวยตรวจสอบวา
โครงการไดถูกดําเนินการไปตามแผนของโครงการหรือไม อยางไร ซ่ึงเรียกอยางเฉพาะเจาะจงวา
Implementation Evaluation อยางไรก็ดี การประเมินระหวางดําเนินโครงการนี้ อาจเปนการ
ตรวจสอบความกาวหนา ของโครงการวา โครงการไดถูกดําเนินการไปอยางไดผลดีหรือไม เพียงใด
ซ่งึ เรียกอยา งเฉพาะเจาะจงวา Progress Evaluation
3. การประเมินเม่ือสิ้นสุดโครงการ (Summative Evaluation) หรืออาจเรียกวา
การประเมินผลผลิต เปนการประเมินผลรวมสรุปภายหลังจากสิ้นสุดการดําเนินโครงการ ในการรวม
สรุปขอมูลอันเกิดจากโครงการระยะยาวน้ัน จะรวบรวมจากผลของการประเมินระหวางดําเนิน
โครงการ(Formative Evaluation) ทําใหเปนผลของการประเมินเม่ือสิ้นสุดโครงการ (Summative
Evaluation) ซ่ึงผลรวมสรุปท่ีไดจะนําสูการรายงายวา โครงการไดบรรลุเปาประสงคขององคการ
(Corporate Goals) หรือไม อยางไร ตลอดจนการรายงานถึงสถานภาพของโครงการวาประสบ
ความสําเร็จหรือลมเหลวอยางไร พบปญหาหรืออุปสรรคอะไรในการดําเนินโครงการ เพื่อปรับปรุง
กระบวนการบริหารจัดการโครงการของหนวยงานใหดีย่ิงขึ้นในการดําเนินโครงการน้ี หรือโครงการ
อ่นื ๆ ตอไป
13
4. การประเมินประสิทธิภาพ (Efficiency Evaluation) เปนการประเมินโครงการ
ที่มุงเนนตรวจสอบผลผลิตและกระบวนการไดมาซึ่งผลผลิต และมุงที่จะทราบความสําเร็จหรือ
ความลมเหลว รวมไปถึงความคมุ คา ของการดําเนินโครงการนน้ั ๆ ทั้งน้ี เพ่ือประกอบการตดั สินใจของ
ผูใหบริหารโครงการหรือผูใหทุนวา จะการยุติหรือขยายการดําเนินโครงการ ย่ิงไปกวานั้น ในปจจุบัน
การประเมนิ ประสิทธิภาพโครงการยังมีความสําคัญเพ่ิมมากยิง่ ขึน้ เนือ่ งจากการประเมินประสิทธิภาพ
โครงการนัน้ เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการบา นเมืองทีด่ ี หรอื หลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
ในแงของประสิทธภิ าพในการดาํ เนนิ งานของหนวยงานภาครัฐกิจ ซึ่งถอื เปน แนวคิดกระแสหลักในการ
บรหิ ารจดั การภาครฐั แนวใหม (New Public Management, NPM)
พิชิต ฤทธ์ิจรูญ (2555 : 58-60) ใหความคิดเห็นวา ประเภทของการประเมินโครงการ
แบงออกไดเ ปน หลายประเภทแลว แตเ กณฑท่ีใชแ บง สรปุ ได ดังน้ี
1. แบง ตามลําดับเวลาการบริหารโครงการไดการประเมนิ เปน 3 ประเภท คือ
1.1 การประเมินกอนเริ่มโครงการหรือกอนนําโครงการไปปฏิบัติเปนการประเมิน
ท่ีอยูในข้ันตอนของการวางแผนโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการวิเคราะหขอมูลตาง ๆ กอนลงมือ
ดําเนนิ การจัดทาํ โครงการ ซ่งึ อาจทําไดใ น 2 ลักษณะคอื
1.1.1 การศึกษาความเหมาะสมของโครงการโดยการพิจารณาปญหาและความ
ตองการในการจัดทําโครงการ อาจใชเทคนิคของการสํารวจความตองการหรืออาจจะใชเทคนิคของ
การศึกษาความเปนไปได ซึ่งเปนการพิจารณาสภาพความพรอมของการจัดทําโครงการในดานตาง ๆ
ทจ่ี ะทาํ ใหม ีความเปนไปไดในการปฏิบัติจรงิ
1.1.2 การวิเคราะหโครงการหรือการประเมินรางโครงการ เปนการพิจารณา
เอกสารโครงการเพ่ือตรวจสอบความเหมาะสมของสิ่งที่กําหนด ความสอดคลองระหวางหัวขอตาง ๆ
ตั้งแตหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค เปาหมาย วิธีดาํ เนินการ เปนตน เพ่ือใหโครงการที่เสนอ
มคี วามสมบูรณมากยิ่งข้นึ
1.2 การประเมินขณะดําเนินงาน เปนการประเมินที่จัดทําในระหวางการดําเนิน
โครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาความกาวหนาของโครงการเปนชวง ๆ และเพื่อดูวาการดําเนิน
โครงการเปนไปตามแผนที่กําหนดไวหรือไม มีปญหาหรืออุปสรรคอยางไรในแตละชวงของการ
ดําเนินงาน เปนขอมูลสารสนเทศที่จะนําไปใชปรับปรุงการดําเนินโครงการ เพ่ือใหมีความเหมาะสม
มากยงิ่ ขึ้นในชวงระยะตอไป การประเมนิ ขณะดาํ เนนิ งานน้ีตองอาศัยกลไกของระบบการกาํ กับติดตาม
งานมาชว ยจึงจะทาํ ใหก ารประเมินเปน ไปอยา งมปี ระสิทธภิ าพ
1.3 การประเมินหลังการดําเนินงานเปนการประเมินที่จัดทําขึ้นเมื่อการดําเนิน
โครงการเสร็จสิ้นลงแลว โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการตรวจสอบดูวาเม่ือไดดําเนินโครงการจนส้ินสุดแลว
ไดรับความสําเร็จตามวัตถุประสงคและเปาหมายที่กําหนดไวมากนอยเพียงใด ตลอดจนการติดตาม
14
ตรวจสอบผลกระทบหรือผลขางเคียงวามีอะไรเกิดขึ้นตามมาอีกบาง ถากลาวโดยสรุปการประเมิน
หลงั การดําเนนิ งานมีจุดเนน ดงั นี้
1.3.1 เปน การประเมนิ ผลท่เี กดิ ขึ้นและผลกระทบของโครงการ
1.3.2 เปน การประเมินผลรวมสรุปของโครงการทงั้ หมดคือการประเมินตง้ั แตการ
วางแผนปฏิบตั งิ าน คา ใชจาย และผลผลิตของโครงการ
2. แบง ตามวัตถุประสงคของการประเมิน ไดก ารประเมนิ เปน 4 ประเภท คอื
2.1 การประเมินความกาวหนาของโครงการเปนการประเมินขณะที่โครงการกําลัง
ดําเนินการอยู โดยมุงตรวจสอบควบคุม กํากับ ดูแลการดําเนนิ งาน ตลอดจนการศึกษาความกาวหนา
ปญหา อุปสรรคและขอบกพรองตาง ๆ ในระหวางการดําเนินโครงการเพื่อนําผลการประเมินมาใชใน
การปรับปรุงแกไขการดําเนินงานใหเ ปนไปดวยความราบร่ืนบรรลุตามวัตถุประสงคและเปา หมายของ
โครงการ
2.2 การประเมินผลรวมสรปุ เปนการประเมินหลงั จากเสร็จสนิ้ โครงการแลว เปนการ
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการเพ่ือมุงตรวจสอบวาโครงการประสบผลสําเร็จตามวัตถุประสงค หรือ
เปาหมายตามท่ีกําหนดไวหรือไมเพียงใด ผลการประเมินจะเปนประโยชนตอการตัดสินใจวาควรยุติ
โครงการหรอื ดาํ เนินโครงการตอไป หรือปรับขยายโครงการในชว งระยะตอไป
2.3 แบง ตามสง่ิ ท่ถี ูกประเมนิ ไดก ารประเมินเปน 4 ประเภท คือ
2.3.1 การประเมินบริบทหรือสภาวะแวดลอมเปนการประเมินเกี่ยวกับนโยบาย
เปาหมาย สภาพเศรษฐกจิ และสังคม ปญ หาและความตองการของบุคคลและหนวยงานทเก่ียวของกับ
โครงการวา มีความสอดคลองเอื้อตอ การจัดทําโครงการหรือไม ตลอดจนทรพั ยากรและขอจํากัดตา ง ๆ
ในการดําเนินโครงการ สารสนเทศที่ไดนํามาใชประกอบการตัดสินใจเพื่อกําหนดวัตถุประสงคและ
เปาหมายของโครงการใหมีความสอดคลองกับนโยบายของหนวยงานระดับสูงกวาและบริบทหรือ
สภาพขององคกรท่ีจะจัดทาํ โครงการ
2.3.2 การประเมินปจจัยเบ้ืองตนเปนการประเมินความพรอมท้ังในเชิงคุณภาพ
และความพอเพียงของทรัพยากรตาง ๆ กอนเริ่มโครงการวามีทรพั ยากรพรอมท่ีจะดําเนินโครงการได
หรือไม สารสนเทศที่ไดนํามาใชในการตัดสินใจเก่ียวกับวธิ ีการของการใชทรพั ยากรตาง ๆ เพื่อใหการ
ดาํ เนนิ โครงการสามารถบรรลุตามวัตถุประสงคท ีก่ าํ หนดไว
2.3.3 การประเมินกระบวนการ เปนการประเมินขณะดําเนินงานหรือประเมิน
ความกาวหนาของโครงการ สารสนเทศที่ไดนํามาใชในการตัดสินใจเพ่ือการปรับปรุงการดําเนิน
โครงการ
2.3.4 การประเมินผลผลิตหรือผลงานเปนการประเมินหลังจากการดําเนิน
โครงการสิ้นสุดแลวประกอบดวยการประเมินผลลัพธ โดยพิจารณาจากปริมาณและคุณภาพของ
15
ผลผลิตเปรียบเทียบกับวัตถุประสงคของโครงการ และการประเมินผลกระทบโดยเปรียบเทียบกับ
วัตถุประสงคของแผนงานหรือองคการ สารสนเทศที่ไดนํามาใชในการตัดสินคุณคาผลผลิตของ
โครงการทั้งในดานปริมาณและคุณภาพ เพื่อการตัดสินใจวาควรจะคงโครงการไว ปรับขยายหรือ
ยกเลิกโครงการ
2.4 แบงตามหลักยึดในการประเมิน ไดการประเมินเปน 2 ประเภท คือ
2.4.1 การประเมินที่อิงวัตถุประสงคหรือเปาหมายของโครงการหรืองานเปน
เกณฑเปนการประเมินท่ีตัดสินคุณคาของโครงการจากการเปรียบเทียบผลของโครงการกับผลท่ี
คาดหวงั ตามวัตถปุ ระสงคหรอื เปา หมายของโครงการ
2.4.2 การประเมินท่ีไมอิงวัตถุประสงคหรือเปาหมายของโครงการ เปนการ
ประเมินท่ีไมจําเปนตองกําหนดเปาหมายหรอื วัตถุประสงคของการประเมินใหสอดคลองกับเปาหมาย
หรือวัตถุประสงคของโครงการกลาวคือ การตัดสินคุณคาของโครงการควรเนนที่การตีคาของผล
ท้ังหมด ที่เกิดข้ึนจากโครงการ ซึ่งประกอบดวยการประเมินผลท่ีคาดหวังตามเปาหมายหรือ
วตั ถุประสงคของโครงการและผลที่มิไดค าดหวงั
จากขอ มูลขา งตน สามารถสรุปไดวา การประเมินโครงการมีหลายประเภท หลายรูปแบบ
และหลายแนวคิด มีขอสังเกต คือแตละรูปแบบจะประเมินผลอยูภายในกรอบของข้ันตอนตาง ๆ
ภายใตก ระบวนการโครงการ จะตา งกนั กเ็ พียงแตม ีจดุ เนน ท่ีแตกตา งกนั เทา นน้ั
1.4 ความสําคญั และประโยชนของการประเมินโครงการ
สุขุม มูลเมือง (2530 : 1) ใหความคิดเห็นวา โครงการเปนแผนงานท่ีจัดทําขึ้นอยาง
มีระบบ เพ่ือใชในการปฏิบัติใหบรรลุวัตถุประสงคที่ไดกําหนดไว แตละโครงการสามารถประสบ
ความสําเร็จหรือบรรลุเปาหมายอยางมีคุณภาพได ตองขึ้นอยูกับการบริหารโครงการที่มีคุณภาพ
ซ่ึงการบริหารโครงการจะประกอบดวยสว นท่สี าํ คัญ 3 สว น คอื การวางแผนโครงการ การนําโครงการ
ไปใช และการประเมินโครงการ
ประชุม รอดประเสริฐ (2542 : 75) ใหความคิดเห็นวา การประเมินโครงการ
มี ค ว า ม สํา คั ญ แ ล ะ ป ร ะ โ ย ช น ใ น ก า ร ช ว ย ทํา ใ ห ก า ร กํา ห น ด วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค แ ล ะ ม า ต ร ฐ า น ข อ ง
การดําเนินงานมีความชัดเจนข้ึน การใชทรัพยากรเปนไปอยางคุมคาหรือเกิดประโยชนสูงสุด ชวยให
แผนงานดําเนินไปไดดวยดี และบรรลุวัตถุประสงคท่ีไดกําหนดไว มีสวนรวมในการแกปญหาอันเกิด
จากผลกระทบของโครงการ และทําใหโครงการการเกิดความเสียหายลดนอยลง การควบคุมคุณภาพงาน
การสรางขวญั และกาํ ลังใจใหผปู ฏบิ ัติงาน และชวยในการตัดสินใจในการบรหิ ารโครงการ
จากขอมูลขางตนสามารถสรุปไดวา การประเมินโครงการมีความสําคัญและประโยชน
ชวยใหไดขอมูลสารสนเทศตาง ๆ เพื่อนําไปใชในการตัดสินใจเก่ียวกับการกําหนดแผนงาน โครงการ
และกิจกรรม การตรวจสอบความพรอมของทรัพยากรตาง ๆ ท่ีจําเปนตองใชในการดําเนินโครงการ
16
การตรวจสอบความเปนไปไดในการจัดกิจกรรมตาง ๆ และชวยทําใหการกําหนดวัตถุประสงคของ
โครงการมีความชัดเจนมากยิ่งขึน้
1.5 รปู แบบการประเมินโครงการ
สมหวัง พิธิยานุวัฒน (2544 : 34-38) ใหความคิดเห็นวา ผูประเมินจะตองพิจารณาวา
ประเมินอยางไร จึงทําใหไดผลการประเมินถูกตองตามสภาพความเปนจริงครอบคลุมและสนองตอบ
ความตองการท่ีจะใชผลการประเมินประกอบการตัดสินใจ พรอมทั้งผลการประเมินตองไดทันเวลา
ดว ย จากการวิเคราะหง านการประเมนิ ทั้งหลายปรากฏเปนแบบประเมนิ 3 รูปแบบดังน้ี
1. แบบประเมินเชิงสํารวจ เปนแบบประเมินเพื่อสํารวจส่ิงตางๆ การวิเคราะหเอกสาร
เปนวิธีการที่ใชในการประเมินตามแนวการสํารวจความคิดเห็นของบุคคลที่เกี่ยวของ จุดออนของ
การใชแบบประเมินเชิงสํารวจคือ ผลการประเมินคอนขางจะมีความเปนปรนัยตํ่า ซ่ึงผลการประเมิน
เปน ทนี่ าสงสัย
2. แบบประเมินเชิงทดลอง เปนแบบประเมนิ โดยอาศยั การทดลองในการวจิ ัย แบบการ
ทดลองที่นิยมใชกันมากเปนแบบกลุมเดียวแลวศึกษาผลที่เกิดเพิ่มขึ้น โดยการเปรียบเทียบผลที่ได
จากการวดั กอนและหลัง การทดลองท่ีมีกลุมทดลองเพียงกลุม เดียวมีโอกาสทดลองเพียงชว่ั ระยะเดียว
มีจดุ ออ นคอนขา งมาก ยง่ิ เปน การทดลองเกีย่ วกบั คนแลวไมอาจควบคุมพฤติกรรมของผรู บั การทดลอง
ไดตลอดเวลา
3. แบบประเมินตามโมเดลการประเมิน เปนแบบประเมินท่ีนักประเมินพัฒนาโมเดล
การ ประเมินนั่นเอง โมเดลในการประเมนิ จะเปน เคร่อื งชท้ี ิศทางการประเมิน จะเก่ียวขอ งกับอะไรบาง
ผูประเมินจะตองทําอะไรกอนและหลัง ในการเลือกโมเดลในการประเมินนักวชิ าการไดเสนอแนะเปน
กรอบความคดิ หลายโมเดล ซึง่ สวนใหญม ีความคลายคลงึ กัน โดยพยายามทําใหก ารประเมินเปนระบบ
โดยอาศัยคุณลักษณะของระบบท่ีประกอบดวยปจจัย กระบวนการ และผลผลิตเปนแกนในการเสนอ
โมเดล โดยจาํ แนกโมเดลการประเมินออกเปน 3 ประเภท คือ
3.1 โมเดลท่ียึดจุดมุงหมายเปนหลัก เปนการเปรียบเทียบขอความที่ระบุไวใน
จุดมุงหมาย ซ่ึงไทเลอรเสนอแนะวา ควรเปนจุดมุงหมายเชิงพฤติกรรมกับสวนประกอบการ
(Performance) ถาผลการเปรียบเทียบไมขัดแยง กแ็ สดงวาบรรลจุ ุดมงุ หมาย แตถ ามีสวนทขี่ ดั แยงกัน
ก็แสดงวาไมบรรลุจุดมุงหมาย การประเมินนี้มีลักษณะเปนระบบปดสนใจผลเฉพาะที่ใชเพ่ือประเมิน
จุดมุง หมายเทานั้น ซง่ึ การประเมนิ รวมสรุป (summative evaluation) ท่เี นน ผลสุดทาย มีประโยชน
ตอการปรับปรงุ โครงการนอ ยมาก ผลการประเมินมปี ระโยชนม ากตอ การตดั สินใจเชิงสรุป เชน การยุติ
โครงการ การรับรองโครงการ เปนตน
3.2 โมเดลการตัดสิน เปนโมเดลการประจันหนา (the countenance) ของสเต็ก
(Robert E.Stake) แบงออกเปน 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เปนการบรรยายสิ่งคาดหวังและสิ่งท่ีเกิดข้ึนใน
17
ดานปจจัย การปฏิบัติ และผลลัพธ โดยอาศัยหลักพิจารณาความสอดคลองระหวางส่ิงที่ตั้งใจจะให
เกิดกับสิ่งท่ีเกิดขึ้น กับหลักความสัมพันธระหวางปจจัยการปฏิบัติและผลลัพธวามีความสัมพันธ
ใกลชิดเพียงใด โดยพิจารณาความสัมพันธเชิงประจักษในสดมภความตั้งใจ โดยอาศัยการวิเคราะห
เชิงตรรกะ ตอนท่ี 2 เปนโมเดลมุงการบรรยายส่ิงที่กําลังประเมิน โดยมุงวิเคราะหความสอดคลอง
และความสมเหตุสมผลของส่ิงที่คาดหวังและสิ่งที่ปรากฎจริงของปจ จยั การปฏบิ ัติและผลลพั ธใ นสดมภ
เปน สําคัญ
3.3. โมเดลเนนการจัดการเปนหลัก เปนโมเดลที่ใหสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเลือก
ทางเลือกตางๆ อยางถูกตองมีชื่อวา โมเดลซิปของสตฟั เฟลบีมและคนอ่ืน ๆ การประเมินตามโมเดลน้ี
ประกอบดวยการประเมิน 4 ประเภท คือ การประเมินบริบท การประเมินปจจัยนําเขา การประเมิน
กระบวนการ และการประเมินผลผลติ
นสิ า ชูโต (2542 : 15) ใหค วามคดิ เห็นวา รปู แบบการประเมนิ โครงการมีหลายรูปแบบ
แตละรูปแบบมีแนวคิด ทฤษฎี เหตุผล และวิธีการประเมิน ท่ีมีผูนิยมนําไปใชเปนแบบอยางเพ่ือ
ประเมินสถานการณของปญหาตาง ๆ ท่ีจะประเมินแตกตางกันไป ความแตกตางนี้แตกตางกันเฉพาะ
แนวความคิดเทาน้ัน แตในการปฏิบัติแลวจะทําการดัดแปลงและปรับปรุงแนวคิด รวมถึงวิธีการให
สอดคลอ งกบั สภาพปญหาของการประเมนิ โครงการ
สมหวัง พิธิยานุวัฒน (2544 : 66) ใหความคิดเห็นวา รูปแบบของการประเมิน
โครงการอบรมที่มีลักษณะเปนแบบการประเมินความกาวหนาเพ่ือบงช้ีจุดเดนและจุดดอยของการ
อบรมซึ่งจะนําผลไปปรับปรุงกิจกรรม แผนการอบรมไดทันทวงที และมีการประเมินรวมสรุปหลัง
โครงการอบรมส้ินสุดลงแลวเพ่ือบงช้ีถึงผลสัมฤทธ์ิของโครงการอบรม แบบจําลองที่เหมาะสมจะใช
เปน กรอบแนวคิดในการประเมินคือ แบบจําลองซปิ ของสตัฟเฟล บีม และคนอื่น ๆ ในแบบจาํ ลองน้ีให
คํานิยามของการประเมินวาเปนกระบวนการสกัดขอมูล รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล เพื่อเสนอผล
การวเิ คราะหขอมลู เพือ่ ประกอบการตัดสินใจของผบู ริหาร
จากขอ มูลขางตนสามารถสรุปไดวา รปู แบบการประเมินโครงการ เปนกรอบความคิด
หรอื แบบแผนในการประเมินท่ีแสดงใหเ หน็ ถงึ รายการทีค่ วรประเมนิ หรือกระบวนการของการประเมิน
ซ่ึงแตละรูปแบบจะบอกใหทราบวาในการประเมินโครงการใดโครงการหนึ่งน้ัน เราควรพิจารณาใน
เร่ืองอะไรบาง ในขณะเดียวกันบางรูปแบบอาจมีการเสนอแนะดวยวาในการประเมินแตละรายการ/
แตละเรอ่ื งควรพจิ ารณาหรอื ตรวจสอบอยางไร ซึง่ เปนลกั ษณะของการเสนอแนะวธิ กี าร
1.6 เกณฑก ารประเมินโครงการ
สมหวัง พิธิยานุวัฒน (2544 : 48-50) ใหความหมายวา เกณฑ หมายถึง ส่ิงท่ีใชตัดสิน
คุณภาพของผลลัพธท่ีไดหรือสวนประกอบ ซึ่งอาจแสดงออกมาในรูปของระดับพฤติกรรมท่ียอมรับ
18
เกณฑที่ดีจะตองมีอํานาจในการทํานายพฤติกรรมตอมาไดถูกตอง และมีลักษณะของความเปน
มาตรฐาน และคณุ ลักษณะของเกณฑการประเมินทีด่ ี ดงั นี้
1. ผลการประเมินมีความเท่ียงสูง (Reliability) หมายถึง การประเมินโครงการที่ดี
ตองมี ความคงเสนคงวา โดยปกติการวัดทางนามธรรมมีความคลาดเคลื่อนปะปนอยูเสมอ ถาการวัด
มีความคลาดเคล่ือนสูง แสดงวา การวดั นน้ั มีความเที่ยงตา่ํ ทําใหผ ลการประเมินมีความเท่ียงตํ่าตามไปดว ย
2. ผลการวัดมีความตรงสูง (Validity) หมายถึง การประเมินโครงการจะตอง
ประเมิน คุณลักษณะที่ตองการประเมินไดจริง ผลการประเมินจะมีความเที่ยงตรงสูงตองอาศัย
เคร่ืองมือที่ใชวัดมีความเท่ียงตรงสูงดวย หรือกลาววาผลการประเมินโครงการจะมีความเท่ียงตรงสูง
ขึ้นอยกู บั ความเปนมาตรฐานของเคร่ืองมือท่ีใชเก็บรวบรวมขอมลู
3. การประเมินมีลักษณะเปนปรนัยหรือวัตถุวิสัย (Objective) หมายถึง การประเมิน
ทีผ่ ปู ระเมินปราศจากอคติ (bias) ในทุกรูปแบบ และจะตอ งพยายามขจัดความอคติลําเอียงทุกวิถีทาง
เพอื่ ใหไดผลการประเมินทีเ่ ปน จรงิ ถูกตอ งทีส่ ดุ
4. การประเมินตองครอบคลุมเร่ืองที่ตองการประเมินครบถวนและไดขอมูลอยาง
เพยี งพอ เพอื่ เปนขอ เสนอแนะใหแ กผบู รหิ ารในการตดั สินใจเกย่ี วกบั โครงการไดทุกแงม มุ
5. การประเมินตองคํานึงถึงความสะดวก ความประหยัด ความคุมทุน และความ
เปนไปไดสูง ถาจะประเมินเต็มรูปโดยเก็บขอมูลทุกดานตามทฤษฎี อาจตองใชบุคลากร งบประมาณ
และวัสดุ อุปกรณเพิ่มขึ้นมาก จะตองพิจารณาผลท่ีไดจะคุมคากับการลงทุนหรือไม ถาไมคุมควรปรับ
ทฤษฎีใหเขากับปญหาในภาคปฏิบตั ิในอัตราสวนท่ีเหมาะสม อยางไรก็ตามควรยึดทฤษฎกี ารประเมิน
โครงการเปนหลักสําคัญ
6. ผลการประเมินตองเปนที่ยอมรับของทุกฝายที่เกี่ยวของ การประเมินโครงการ
นักประเมินผลอาชีพและนักประเมินภายนอกโครงการ จะชวยใหผลการประเมินเปนท่ียอมรับของ
ทกุ ฝาย
7. ผูบริหารตองไดรับผลการประเมินเพื่อชวยตัดสินใจไดทันทวงที หมายถึง ผลการ
ประเมนิ ตองไดกอ นทีผ่ ูบ รหิ ารจะตดั สินใจเก่ียวกบั โครงการท่ปี ระเมิน
8. การไดขอมูลจากผูเขารับการศึกษาอบรมโครงการ ควรรบกวนผูเขารับการศึกษา
อบรม ใหนอ ยท่สี ดุ เฉพาะทจี่ ําเปน ไมควรนาํ กจิ กรรมการประเมินเปนภาระและอุปสรรคตอการเรียนรู
ของผเู ขา รับการศึกษาอบรม
9. การประเมินโครงการศึกษาอบรมควรทําใหผสมผสานกับกิจกรรมการศึกษา
อบรมให มากทสี่ ุด
10. การประเมินตองวางแผนการประเมินกอนมีหรือเร่ิมโครงการ กําหนดตาราง
การประเมิน (Evaluation schedule) เดนชดั เปนข้นั ตอน รวมทงั้ แผนการติดตามผลการศึกษาอบรม
19
ท่ีไดส้ินสุด และควรเตรียมเครื่องมือที่มีความเปนมาตรฐานสูง เพ่ือเก็บขอมูลและจัดเตรียมบุคคลที่
รับผิดชอบในแตละข้นั ตอนของการประเมนิ
ประชุม รอดประเสริฐ (2542 : 93-94) ใหความคิดเห็นวา เกณฑที่ใชเปรียบเทียบกับ
ผลงานโครงการ โดยปกติจําแนกเปน 2 ลักษณะคือ เกณฑที่ตั้งข้ึน (Instrumental criteria) และ
เกณฑต ามเหตุ (consequential criteria)
1. เกณฑทีต่ ้ังข้นึ (Instrumental criteria) เปน เกณฑก ลางที่กําหนดขึ้นไวกอนท่ีจะ
มีการดําเนินงานหรือเปนเกณฑที่เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีไดกําหนดไว หรือเปนเกณฑท่ีเปนไปตาม
เคร่ืองมือท่ีมกี ารกาํ หนดไวล วงหนา
2. เกณฑตามเหตุ (consequential criteria) เปนเกณฑท่ีเปนไปตามเหตุการณที่
เกิดขึ้น หรือเปนเกณฑท่ีตองผันแปรไปตามสถานการณในขณะท่ีโครงการดําเนินอยู ท้ังนี้ เพื่อให
โครงการมีความเปนไปได หรือดําเนินงานได หรือเพื่อใหการดําเนินงานโครงการสอดคลองกับ
ภาวการณท่ีเกิดข้ึนในขณะนั้น ซึ่งหากใชเกณฑหรือมาตรฐานที่ต้ังขึ้นเปนตัวเปรียบเทียบ อาจทําให
โครงการน้ันเปนไปไมได หรือโครงการอาจไมสามารถบรรลุวัตถุประสงคทั้งหมดได ผลงานของ
โครงการอาจสงู หรือตาํ่ กวา ทีค่ วรจะเปน แตกต็ องเปนเกณฑทใี่ ชได ท้งั นีเ้ พราะมเี หตุการณทที่ ําใหตอง
ยอมรับเกณฑน้นั
จากขอมูลขางตนสามารถสรุปไดวา เกณฑการประเมินโครงการ เปนเครื่องมือใน
การประเมินผลโครงการที่ครอบคลุมทุกมิติ เปนประโยชนในการติดตามและประเมินผลโครงการใน
ลกั ษณะท่ีเปนพลวตั รในทุกข้นั ตอนของกระบวนการโครงการ เพื่อวดั ถึงความสําเร็จและความลม เหลว
ของโครงการ ในทางปฏบิ ัติจาํ เปนตอ งนํามาปรบั ใชใ หเ หมาะสมกับลักษณะของโครงการ
2. รูปแบบประเมนิ CIPP (Context-Input-Process-Product Model)
สตัฟเฟลบีม (Stufflebeam. 1971) ไดเสนอรูปแบบประเมิน CIPP (Context-Input-
Process-Product Model) เปนการประเมินท่ีเปนกระบวนการตอเน่ือง ซ่ึงไมเพียงแตประเมินวา
บรรลุวัตถุประสงคหรือไมเทานั้นแตยังเปนการประเมินเพื่อใหรายละเอียดตาง ๆ เพ่ือชวยในการ
ตดั สินใจเกี่ยวกบั การเลือกเปา หมาย/จดุ มงุ หมาย การดาํ เนินงาน การกําหนดยทุ ธวธิ ี แผนงาน รวมท้ัง
การปรับเปลี่ยนใหมีความเหมาะสม และการตัดสินใจเก่ียวกับการปรับเปลี่ยน คง-ขยาย/ยุบ-เลิก
โครงการ โดยจะประเมนิ ในดานตา ง ๆ ดังนี้
1. การประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation) จะชวยใหการตัดสินใจเกี่ยวกับ
การวางแผนในการกําหนดวัตถุประสงค โดยจะเนนในดานความสัมพันธท่ีเกี่ยวกับสภาพแวดลอม
ความตองการและความจําเปน กระแสทิศทางของสังคมและการเมือง สภาพเศรษฐกิจ และปญหา
ของชุมชน ตลอดจนนโยบายของหนวยงานระดับบนและหนวยงานที่เกี่ยวของ ชวยวินิจฉัยปญหา
เพื่อใหไดขอมูลพ้ืนฐานที่จะเปนประโยชนตอการตัดสินใจ การบรรยาย และการวิเคราะหสภาวะ
20
แวดลอม ยังชวยใหทราบถึงตัวแปรท่ีเกี่ยวของและมีความสําคัญสําหรับการบรรลุเปาหมาย ทําให
ไดมาซ่ึงการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงคโดยอาศัยการวนิ ิจฉัยและการจัดเรียงลาํ ดับปญหาใหสอดคลอง
กบั ความตองการ
วธิ กี ารประเมินสภาวะแวดลอ ม มี 2 วิธี
1.1 Contingency Mode เปนการประเมินสภาวะแวดลอมเพ่ือหาโอกาสและ
แรงผลกั ดันจากภายนอกระบบ เพือ่ ใหไดข อมลู มาใชพฒั นาสงเสริมโครงการใหด ีข้ึน โดยใชก ารสํารวจ
ปญหาภายในขอบเขตท่ีกําหนดอยางกวา ง ๆ จะทําใหคาดการณเก่ียวกับอนาคตซ่ึงมีประโยชนในการ
วางแผนโครงการตอไป คําถามท่ีใชในการประเมินคือ คําถาม “ถา...แลว” เปนการตรวจสอบความ
ถกู ตอ งของวัตถุประสงค
1.2 Congruence Mode เปนการประเมนิ โดยการเปรยี บเทียบระหวางการปฏิบัติ
จริงกับวัตถุประสงคที่วางไว ทําใหทราบวาวัตถุประสงคใดบางที่ไมสามารถบรรลุเปาหมายได เปนไป
เพื่อการปรับปรุง
2. การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation) เปนการตรวจสอบความพรอมของ
ปจจัยนําเขาของโครงการ หมายถึง การประเมินทรัพยากรท่ีจําเปนสําหรับการนํามาใชในการดําเนิน
โครงการ เพื่อวิเคราะหหาทางเลือกท่ีเหมาะสมท่ีสุดกับทรัพยากรท่ีมีอยูและเปนทางเลือกที่มีโอกาส
ทาํ ใหบ รรลุวัตถปุ ระสงคโครงการไดมากทสี่ ดุ ซงึ่ มกั ประเมนิ ในดานตา ง ๆ คือ
2.1 ความสามารถของหนวยงานหรอื ตวั แทนในการจัดโครงการ
2.2 ยทุ ธวธิ ที ่ใี ชใ นการบรรลวุ ตั ถุประสงคของโครงการ
3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เมื่อแผนดําเนินการไดรับการ
อนมุ ตั ิและลงมอื ทํา การประเมนิ กระบวนการจาํ เปนตองไดรบั การเตรยี มการเพื่อใหขอมลู ยอนกลับแก
ผูรับผิดชอบและผูดําเนินการทุกลําดับช้ันเพื่อท่ีจะไดสามารถปรับปรุงแกไขไดทันทวงที ซึ่งมี
วัตถุประสงค 3 ประการ คอื
3.1 เพื่อหาและทํานายขอบกพรองของกระบวนการ หรือการดําเนินการตามข้ันตอน
ท่ีวางไว ประเมินเก่ียวกับวิธีการจัดกิจกรรมของโครงการ การนําปจจัยนําเขามาใชเ หมาะสมมากนอ ย
เพียงใด เปนไปตามลําดับข้ันตอนหรือไม กิจกรรมที่จัดข้ึนจะกอใหเกิดการบรรลุวัตถุประสงคของ
โครงการหรอื มีอุปสรรคใด ๆ เกดิ ข้นึ
3.2 เพ่ือรวบรวมสารนิเทศสําหรับผูตัดสินใจวางแผนงาน นําผลการประเมินมา
ปรบั ปรุง กระบวนการดาํ เนนิ งานใหรัดกุมมีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน
3.3 เพ่อื เปน รายงานสะสมถงึ การปฏบิ ัตติ าง ๆ ที่เกิดขนึ้
4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) มีจุดมุงหมายเพื่อวัดและแปล
ความหมายของความสําเร็จ เปนการประเมินเกี่ยวกับผลท่ีไดรับท้ังหมดจากการดําเนินงานวาไดผล
21
มากนอยเพียงไร เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวหรือไม โดยนําผลที่วัดไดมาเปรียบเทียบกับ
เกณฑมาตรฐานที่กําหนดไว และแปลความหมายถึงเหตุของสิ่งท่ีเกิดขึ้น โดยอาศัยรายงานจากการ
ประเมินสภาวะแวดลอม ปจจัย และกระบวนการรวมดวย เพื่อการตัดสินใจปรับปรุงขยายโครงการ
นําไปใชต อ เน่อื งตอ ไป และเพอื่ ลมเลิกโครงการ
การใชรปู แบบประเมินซปิ (CIPP Model) อยา งเตม็ รูปจะใหสารสนเทศแบบสะสม กลาวคอื
การตัดสินใจหลังจากการประเมินสภาวะแวดลอมแลว จะเปนแนวทางสําหรับการประเมินปจจัย
นําเขา การประเมินกระบวนการ และการประเมินผลผลิต ขณะเดยี วกนั การตัดสินใจหลังจากประเมิน
ปจจัยนําเขาแลว จะเปนแนวทางในการประเมินกระบวนการและการประเมินผลผลิต จากการ
ประเมินกระบวนการและผลผลิต ผลที่ไดจะยอนกลับไปสูการตัดสินใจเลือกวัตถุประสงค และการ
เลือกแนวทางในการจัดโครงการใหบรรลวุ ัตถุประสงคอีกดวย และยังสามารถชวยในการประเมินเพ่ือ
นําสารสนเทศเสนอใหผูบริหารทําการตัดสินใจในทุกระยะ โดยเร่ิมประเมินสภาวะแวดลอม ต้ังแตยัง
ไมม โี ครงการหรือหลักสูตรเพื่อตัดสินใจดานวัตถปุ ระสงค ประเมนิ ปจ จยั เบ้ืองตน เพ่ือตัดสินใจวางแผน
ประเมินกระบวนการ เพ่ือตัดสินกํากับติดตามแผนงาน ปรับปรุงแผนงานเพ่ือใหบรรลุผล และ
ประเมนิ ผลผลิต เพือ่ ทําการตดั สินใจปรับปรุง ขยายงาน หรอื ลม เลิกโครงการตอ ไป
3. ความรูที่เกี่ยวขอ งกับเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั เดก็ ตกหลน และโอกาสทางการศึกษา
จิตติมา กุลประเสริฐรัตน (2561 : ออนไลน) ใหความหมายวา เด็กดอยโอกาส หมายถึง
เด็กที่อยูในสภาวะยากลําบาก เน่ืองจากประสบปญหาตาง ๆ มีชีวิตความเปนอยูดอยกวาเด็กปกติ
ท่ัวไป เด็กไมมีโอกาสที่จะเขารับบริการทางการศึกษาหรือไดรับการพัฒนาท้ังทางรางกาย สติปญญา
อารมณ สังคม และจติ ใจ จาํ เปนตอ งไดร ับความชว ยเหลือเปนกรณีพเิ ศษเพ่ือใหมีชีวิตความเปนอยูท่ีดี
ขึ้น มีพัฒนาการท่ีถูกตองเหมาะสมกับวัยและสามารถบรรลุถึงศักยภาพข้ันสูงสุดได เด็กดอยโอกาส
มี 10 ประเภท ไดแก เด็กยากจน เด็กท่ีมีปญหาเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กท่ีถูกทําราย
ทารุณ ลวงละเมิดทางเพศ เด็กท่ีไดรับผลกระทบจากโรคเอดสหรือโรคติดตอรายแรงท่ีสังคมรังเกียจ
เดก็ ในชนกลุมนอย เด็กเรร อน เดก็ ถกู บงั คบั ใหขายแรงงาน หรือแรงงานเด็ก เด็กทอี่ ยูในธรุ กิจทางเพศ
หรอื โสเภณเี ดก็ และเด็กในสถานพนิ ิจและคุม ครองเด็กและเยาวชน
พฒั นรตั น มณฑลอนนั ตธร (2562 : 36) ใหค วามหมายวา การออกกลางคนั หมายถึง การท่ี
นักเรียนยังคงมีรายช่ืออยูในทะเบียนนักเรียน และอายุยังไมพนเกณฑการศึกษาภาคบังคับ แตออก
จากสถานศึกษาไปกอนเรียนจบตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ และไมกลับมาเขาเรียนอีกตอไป
เพราะประสบกับสภาพปญหาท่เี กิดข้ึนกับตวั นักเรยี นเองโดยตรง โดยไมใ ชสาเหตุเนอ่ื งมาจากการยาย
สถานศึกษา เปน เหตใุ หเ กดิ การสูญเปลา ทางการศกึ ษา
สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน (ม.ป.ป. : 22) ใหความหมายวา เดก็ ตกหลน
หมายถงึ เด็กในวัยการศึกษาภาคบังคบั ที่ยงั ไมไ ดเขา เรียนในสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน
22
ดํารง ตุมทอง (2557 : 138) ใหความคิดเห็นวา ความไมเสมอภาคทางการศึกษายงั คงมอี ยู
ในสงั คมไทยและสง ผลใหเ กดิ การยตุ ิการเรยี นกลางคัน หรอื การไมศ กึ ษาตอในระดับทสี่ งู ข้นึ นอกจากน้ี
เด็กดอยโอกาสมักถูกเลือกปฏิบัติทางสังคมในโรงเรียนและสถานศึกษา โดยเด็กดอยโอกาสทาง
การศึกษาท่ียากจนถูกเลือกปฏิบัติในปริมาณสูงท่ีสุดมากกวาเด็กกลุมอ่ืน และเด็กดอยโอกาสจํานวน
มากอาศัยอยูในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือซ่ึงเปน พื้นท่ียากจน นโยบายในการแกไขปญหาดังกลาวของ
ภาครัฐที่ผานมายังไมสามารถแกไขปญหาความดอยโอกาสของเด็กในครอบครัวยากจน ไรสัญชาติ
และแรงงานตางดาวไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คาดการณไดวาการเขาสูประชาคมอาเชี่ยน
และภาวะไรพรมแดนที่เกิดข้ึนจะนํามาซึ่งความรุนแรงของสภาพปญหา เนื่องจากการเปล่ียนแปลง
โครงสรางประชากรเดก็ อันเนอ่ื งจากการอพยพยายถ่ินของแรงงานตา งดาว ผูอ พยพหนีภัยสงคราม คน
ไรบานและเด็กท่ีมาจากครอบครัวยากจน ดังนั้นหากสังคมไมตระหนกั ถึงทิศทางและความรุนแรงของ
ปญหาท่ีกําลังจะเกิดขึ้น ภาครัฐและหนวยงานท่ีเก่ียวของไมเรงดําเนินการปองกันและแกปญหาอยา ง
ตอเน่ืองและจริงจัง คาดการณไดวาในอนาคตอันใกลประเทศไทยจะตองประสบกับปญหาดาน
คุณภาพของทรัพยากรบคุ คลอยา งรนุ แรง
นนั ธวชั นนุ ารถ (ม.ป.ป. : 334) ใหความเห็นวา ปจ จยั เส่ียงที่สงผลตอ การออกกลางคันของ
เด็กและเยาวชน จําแนกออกเปน 4 ดาน ไดแก 1) ปจจัยเส่ียงดานครอบครัว ไดแก ฐานะทาง
เศรษฐกิจของครอบครัว บทบาทและการสนับสนุนจากครอบครัว การเห็นความสําคัญดานการศึกษา
ของผูปกครอง การมีหัวหนาครอบครัวเพียงคนเดยี ว และการศึกษาของผูปกครอง 2) ปจจัยเส่ียงดา น
ครู ไดแก รูจักและเขาใจนักเรียน ความพรอมในการเรียนการสอน ปจจัยเสี่ยงดานสถานศึกษา ไดแก
ความพรอมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ความปลอดภัยในสถานศึกษา มาตรการเพ่ือปกปอง
หรือพทิ ักษเดก็ อยา งจรงิ จังจรงิ ใจ ใหค วามดแู ล ชว ยเหลือทถ่ี กู ตอ ง เทา ทันหรือเทา เทียม จดั การศึกษา
โดยการมีสวนรวม บุคลากรครูมีคุณธรรม จริยธรรม หรือจัดการศึกษาโดยพิจารณาถึงความแตกตาง
ระหวางบุคคลและสถานศึกษา 3) ปจจัยเส่ียงดานผูเรียน ไดแก ความรับผิดชอบตอตนเอง สุขภาพ
ความสมั พันธในครอบครวั ความสัมพนั ธในกลุมเพื่อน การเบื่อหนายตอ การเรยี น ดา นพฤติกรรมไมพึง
ประสงค และ 4) ปจ จัยเสีย่ งดา นสงั คมและสภาพแวดลอม ไดแก สภาพแวดลอ มทางบา น การยา ยถิ่น
ฐาน การสาธารณูปโภค และความสัมพนั ธร ะหวางโรงเรยี นกบั ชุมชน
พัฒนรัตน มณฑลอนันตธร (2562 : 3) ใหความเห็นวา ขอมูลบงชี้นักเรียนออกกลางคัน
และนักเรียนเสี่ยงออกกลางคัน ประกอบดวยขอมูลบงชี้ 4 ประเด็น คือ 1) นักเรียนเบื่อเรียน
2) นักเรียนเปนเด็กพิเศษ/มีความบกพรองทางการเรียนรู 3) นักเรียนดอยโอกาส และ 4) นักเรียน
ถกู ละเมดิ สทิ ธิ
กฤตชัย อรณุ รตั น (2561 : ออนไลน) กลา ววา สภาวการณเด็กตกหลนในระบบการศึกษา
ท่ีไมไดรบั การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สาํ นกั งาน กศน.ไดร ับการประสานจากสภานิตบิ ัญญตั ิแหงชาติ (สนช.)
23
ใหดูเร่ืองเด็กตกหลนจากระบบการศึกษาดวย และตอนน้ีก็ไดประสานไปยังสํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) ท่ีมีระบบขอมูลของนักเรียนที่มีรายชื่อท่ีชัดเจน โดยมอบหมายให
ครูกศน.ในพ้ืนที่เปนตัวหลักมาดูอีกคร้ัง และเมื่อไดขอมูลเปนปจจุบันแลว ก็จะมอบหมายให
สถานศกึ ษาของ กศน.แตละอาํ เภอ ดําเนนิ การจัดการเรยี นการสอนโดยใชห ลกั สตู รของ กศน.
วาสนา จักรแกว, เกศสุดา สิทธสิ นั ติกลุ ,สุรชัย กังวล, และนโิ รจน สนิ ณรงค (2561 : 1779-
1780) กลาววา นโยบายการจัดการศึกษาของเด็กดอยโอกาสในประเทศไทย แบงออกเปน 6 ขอ
ดวยกันคือ 1. ใหบริการการศึกษาอยางเสมอภาคและท่ัวถึง ใหเด็กดอยโอกาสทุกคนมีโอกาสไดรับ
การศึกษาอยางเหมาะสมและหลากหลายรูปแบบโดยคํานึงถึงสทิ ธิเด็กและสทิ ธิมนุษยชน และศักดิ์ศรี
ของความเปนมนุษย 2. การจัดการศึกษาอยางมีคุณภาพเนนการเรียนรูเพื่อชีวิตที่เหมาะสมกับ
เด็กดอยโอกาส ตองบูรณาการทั้งดานวิชาการ ดานศีลธรรม จริยธรรม และดานทักษะการดํารงชีวิต
ในสัดสวนท่ีเหมาะสม และมีมาตรฐานเทาเทียมกันกับการศึกษาในระบบปกติโดยยึดหลักรวมกันคิด
รวมกันทํา และรวมกันรับผิดชอบในลักษณะเครือขายพัฒนา 3. สงเสริมสนับสนุนใหมีการจัดสรร
ทรัพยากรเพื่อการศึกษาและปจจัยพื้นฐานอ่ืน ๆ ท่ีสอดคลองกับสภาพความเปนจริงของเด็กดอย
โอกาสแตละประเภท 4. จัดระบบบริหารจัดการใหเอื้อตอการจัดการเรียนการสอนสําหรับเด็กดอย
โอกาสอยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพ 5. นโยบายการจัดสรรงบประมาณคาใชจายรายหัว และ
สนับสนุนงบประมาณใหกับสถานศึกษา การลดภาระคาใชจาย และสนับสนุนการใหทุนการศึกษา
สําหรับเด็กและเยาวชนใหไดรับการศึกษาอยางเหมาะสม 6. สรางและพัฒนาเครือขายการจัด
การศึกษาสําหรับเด็กดอยโอกาสใหมีศักยภาพและความพรอมในการจัดการศึกษาและสามารถให
ความชวยเหลือเด็กดอยโอกาสไดอยางมีประสิทธิภาพ และไดเสนอแนวทางการเพิ่มโอกาสทาง
การศึกษาระดับอุดมศึกษาของเด็กดอยโอกาส มีดังน้ี 1. ควรขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับ
ทองถิ่นและลดภาระคาใชจาย 2. เพ่ิมบทบาทครูแนะแนว ใหมีความรูดานการศึกษาแลกเปลี่ยน
ทัศนคติเร่ืองความสําคัญของการศึกษาโดยเนนเร่ืองสิทธิการเขาถึงสิทธิและโอกาสของทุกคน สราง
ความเขาใจคานยิ มและทัศนคติของผูปกครองทยี่ ากจนในการสงบตุ รหลานเขา ศึกษาตอ 3. มีกจิ กรรม
อบรมพัฒนาศักยภาพหลายดาน เพื่อใหเด็กดอยโอกาสมีความพรอมในทุกดาน มีอาชีพ และสามารถ
อยรู วมกบั ผอู ่นื ไดอ ยางมคี วามสุข
ธรี ะเกยี รติ เจริญเศรษฐศลิ ป (2561 : ออนไลน) เปด เผยวา กศน. ไดรายงานตวั เลขระบบ
ฐานขอมูลติดตามประชากรวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา โดย กศน.รวมมือกับศูนยเทคโนโลยี
สารสนเทศทางการศึกษาและการสื่อสาร และสํานักติดตามและประเมินผลของสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสํารวจตรวจสอบและติดตามประชากรวัยเรียน
ซึ่งขยายผลการดําเนินการสํารวจและตรวจสอบตอเน่ือง จนสิ้นสุดวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ท่ีผานมา
พบวา มีเด็กปกติที่ไมไดเรียนหนังสือ จํานวน 99,472 คน และเด็กออกกลางคัน จํานวน 83,459 คน
24
ซ่ึงขอมูลตัวเลขเหลาน้ี ตนอยากให กศน.ไดมีการขยายโอกาสการศึกษาใหไดอยางทั่วถึง โดยเฉพาะ
เด็กตกหลน เด็กออกกลางคัน เพื่อนํากลุมเด็กเหลานี้ใหมารับโอกาสทางการศึกษาไมวาจะเปน
การเรียนสายอาชพี หรือการศกึ ษานอกระบบ โดย กศน.จะตองดาํ เนนิ การเคาะประตูบา นนาํ เด็กเขาสู
ระบบใหเกดิ ขึ้นอยางเปนรูปธรรม
อํานาจ วิชยานุวัติ (2562 : ออนไลน) เปดเผยวา ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธกิ ารทใี่ ห
ความสาํ คัญกบั การขยายโอกาสทางการศึกษาและการเรยี นรตู ลอดชีวติ ท่ีมีคณุ ภาพอยา งเทา เทียมและ
ทั่วถงึ น้นั สํานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ไดม ีแผนงานบรู ณาการยกระดบั คุณภาพการศึกษาและ
การเรียนรูใหมคี ุณภาพเทา เทยี มและท่วั ถงึ โดยไดจัดทําโครงการ “เพม่ิ โอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม” เพื่อใหมีขอมูลเด็กดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนหรือเด็กท่ีไมเขาสูระบบการศึกษาในจังหวัดใหไดรับโอกาส
ทางการศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานในรูปแบบท่ีเหมาะสม ไดรับการพัฒนาการเรียนรูท้ังดาน
วิชาชีพ สําหรับกลุมเปาหมายของโครงการประกอบดวยนักเรียน/ประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (อายุ 3-18 ป) ซ่ึงจากขอมูลประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษาทุกจังหวัด
ท่ัวประเทศ ณ วันท่ี 10 พฤศจิกายน 2561 มีจํานวน 1,727,329 คน และสํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ไดดําเนินการโครงการแกปญหาประชากรวัยเรียน
นอกระบบการศึกษา ประจําป 2561 ทําใหคงเหลือกลุมเปาหมายจํานวน 51,769 คน ซ่ึงเปน
กลุมเปาหมายที่ทุกหนวยงานตองรวมมือกันเขาไปดูแลโดยยึดแนวทางไมทิ้งใครไวขางหลัง ท้ังน้ีจาก
ตัวเลขกลุมเปาหมายดังกลาว ลาสุดขอมูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2562 ทางโครงการไดดําเนินการ
ติดตามและนําเด็กเขาสูระบบไดแลว 226,934 คน หรือ 44.43% ยังเหลืออีกจํานวน 283,834 คน
ที่ทุกหนวยงานจะตองรวมมือกนั เรง ติดตามและนําเดก็ เขา สรู ะบบใหไดมากทส่ี ดุ
พัชราภา ตันติชูเวช (2559 : 125) ใหความคิดเห็นวา การจัดการศึกษาสําหรับเด็กและ
เยาวชนนอกระบบการศึกษา ควรมีความยืดหยุน (flexibility) ตามบริบทของผูเรียน เนนความแตกตาง
ระหวางบุคคล เนนการจัดการศึกษาบนพื้นฐานของการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ จัดการศึกษา
ทางเลือกโดยเนนทุกภาคสวนมีสว นรวมในการจัดการศึกษา เพ่ือใหเกิดความเทาเทียมกัน ทั่วถึง และ
มีคุณภาพ เปนการเรียนรูไดอยางตอเน่ืองตลอดชีวิตถึงแมจะออกนอกระบบการศึกษาแลวก็ตาม
จากขอมูลขา งตน เดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ยังคงเปนปญหาทาง
การศึกษาท่ีรอการแกไข หนวยงานที่เกี่ยวของพยายามแกปญหา แตก็ยังพบวาจํานวนเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเพ่ิมมาข้ึน สงผลเด็กเหลานี้ขาดโอกาสและความเทาเทียมใน
การศึกษา ส่ิงท่ีจะตามมาคือเด็กถูกจํากัดโอกาสที่จะมีอาชีพและอนาคตท่ีดี ยอมหมายถึงสังคมไทยที่
จะตองสูญเสียบคุ คลท่มี ีศกั ยภาพทจี่ ะเปนกาํ ลงั สําคัญของประเทศในอนาคต ดังนั้น หนวยงานทมี่ ีสว น
25
เก่ียวของทุกระดับจะตองเรงดําเนินการแกไขปญหาอยางจริงจังและมีระบบการบริหารจัดการที่
ถูกตองและเหมาะสม
4. กฎหมายที่เก่ียวของกับโอกาสทางการศึกษาของเดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั
และเด็กตกหลน
4.1 รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560
“มาตรา 54 รัฐตองดําเนินการใหเด็กทุกคนไดรับการศึกษาเปนเวลาสิบสองป ต้ังแต
กอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยางมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย รัฐตองดําเนินการใหเด็ก
เล็กไดรับการดูแลและพัฒนากอนเขารับการศึกษาตามวรรคหน่ึง เพ่ือพัฒนารางกาย จิตใจ วินัย
อารมณ สังคม และสติปญญาใหสมกับวัย โดยสงเสริมและสนับสนุน ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และภาคเอกชนเขามีสวนรวมในการดําเนินการดวย รัฐตองดําเนินการใหประชาชนไดรับการศึกษา
ตามความตองการในระบบตางๆ รวมท้ังสงเสริม ใหมีการเรียนรตู ลอดชีวิต และจัดใหมีการรวมมือกัน
ระหวางรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหนาท่ี
ดาํ เนนิ การ กํากบั สงเสรมิ และสนบั สนุนใหก ารจดั การศกึ ษา ดังกลา วมคี ณุ ภาพและไดมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ตามกฎหมายวา ดว ยการศึกษาแหงชาตซิ ึ่งอยางนอย ตองมีบทบัญญัตเิ กี่ยวกับการจดั ทาํ แผนการ
ศกึ ษาแหง ชาติ และการดําเนินการและตรวจสอบการดาํ เนินการ ใหเปน ไปตามแผนการศกึ ษาแหงชาติ
ดวย การศึกษาทั้งปวงตองมุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได
ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบตอครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการ
ดําเนินการใหเด็กเล็กไดรับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือใหประชาชนไดรับ การศึกษาตาม
วรรคสาม รัฐตองดําเนินการใหผูขาดแคลนทุนทรัพยไดรับการสนับสนุนคาใชจายในการศึกษา
ตามความถนัดของตน ใหจัดต้ังกองทุนเพื่อใชในการชวยเหลือผูขาดแคลนทุนทรัพย เพื่อลดความ
เหล่ือมลํ้าในการศึกษา และเพ่ือเสริมสรางและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยใหรัฐจัดสรร
งบประมาณใหแกกองทุน หรือใชมาตรการหรือกลไกทางภาษีรวมท้ังการใหผูบริจาคทรัพยสินเขา
กองทุนไดรับประโยชนในการลดหยอนภาษีดวย ทั้งน้ี ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกลาว
อยางนอยตองกําหนดใหการบริหารจัดการกองทุน เปนอิสระและกําหนดใหมีการใชจายเงินกองทุน
เพ่ือบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคด ังกลา ว”
4.2 ยทุ ธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580)
“เปาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจ
พัฒนา อยางตอเนื่อง สังคมเปนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของ
ประเทศในหลากหลาย มิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ
สรางโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคม สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม
26
และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และประโยชนสว นรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตาม
ยทุ ธศาสตรช าติประกอบดว ย 1) ความอยูดมี สี ุขของคนไทยและสังคมไทย 2) ขีดความสามารถในการ
แขงขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได 3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษยของประเทศ
4) ความเทาเทยี มและความเสมอภาคของสังคม 5) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คุณภาพส่ิงแวดลอม
และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ 6) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเขาถึง
การใหบ รกิ ารของภาครฐั ”
4.3 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
“สวนท่ี 4 ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตรท่ี 2 การสรางความเปนธรรมและ
ลดความเหล่อื มล้าํ ในสงั คม
สาํ หรบั ยุทธศาสตรการสรา งความเปน ธรรมและลดความเหล่ือมล้ําในชวง 5 ปต อ จากนี้
ไดใหความสําคัญกับการดําเนินการยกระดับคุณภาพบริการทางสังคมใหทั่วถึง โดยเฉพาะอยางย่ิง
ดานการศึกษาและสาธารณสุข รวมท้ัง การปดชองวางการคุมครองทางสังคมในประเทศไทย ซึ่งเปน
การดาํ เนนิ งานตอเนื่องจากที่ไดขบั เคลื่อนและผลักดันในชวงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 และมุง เนน มากข้ึน
ในเรื่องการเพิ่มทักษะแรงงานและการใชนโยบายแรงงานท่ีสนับสนุนการเพ่ิมผลิตภาพแรงงานและ
เสริมสรางรายไดสูงข้ึน และการสรางโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะอยางยิ่งการสนับสนุน
ในเรื่องการสรางอาชีพ รายได และใหความชวยเหลือที่เชื่อมโยงการเพ่ิมผลิตภาพสําหรับประชากร
กลุมรอยละ 40 รายไดต่ําสุด ผูดอยโอกาส สตรี และผูสูงอายุ อาทิ การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก
ขนาดกลางและขนาดยอม วิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม การพัฒนาองคกรการเงินฐานราก
และการเขาถึงเงินทุนเพ่ือสรางอาชีพ และการสนับสนุนการเขาถึง ปจจัย การผลิตคุณภาพดีที่ราคา
เปนธรรม เปนตน และในขณะเดียวกันก็ตองเพิ่มประสิทธิภาพการใชงบประมาณเชิงพื้นท่ีและบูรณา
การเพอ่ื การลดความเหลอื่ มลํา้ ”
4.4 พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหงชาติ พ.ศ.2542
“หมวด 2 สทิ ธแิ ละหนาท่ที างการศึกษา
มาตรา 10 การจัดการศึกษา ตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับ
การศกึ ษาขนั้ พื้นฐานไมนอยกวาสิบสองป ที่รฐั ตอ งจดั ใหอยางทัว่ ถึงและมีคุณภาพโดยไมเ ก็บคา ใชจาย
การจัด
การศึกษาสําหรับบุคคลซ่ึงมีความบกพรองทางรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณ
สังคม การสื่อสารและการเรียนรู หรือมีรางกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคล ซึ่งไมสามารถ
พึง่ ตนเองได หรอื ไมม ีผดู แู ล หรอื ดอ ยโอกาส ตอ งจัดใหบ ุคคลดงั กลา วมสี ิทธแิ ละโอกาสไดร ับการศึกษา
ข้ันพื้นฐานเปน พิเศษ
27
การศึกษาสําหรับคนพิการในวรรคสอง ใหจัดตั้งแตแรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม
เสียคาใชจายและใหบุคคลดังกลาวมีสทิ ธิไดรับสิ่งอํานวยความสะดวก ส่ือ บริการและความชวยเหลอื
อื่นใดทางการศกึ ษา ตามหลักเกณฑแ ละวิธกี ารทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง
การจัดการศึกษาสําหรับบุคคล ซ่ึงมีความสามารถพิเศษ ตองจัดดวยรูปแบบที่เหมาะสม
โดยคาํ นึงถงึ ความสามารถของบุคคลนั้น”
4.5 แผนการศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ.2560-2579
“ผลการพัฒนาการศึกษาในชวงป 2552 - 2559 พบวา ไทยประสบความสําเร็จในหลาย
ดานและมีอีกหลายดานยังเปนปญหาที่ตองไดรับการพัฒนาอยางเรงดวนในระยะตอไป ดานโอกาส
ทางการศึกษา รัฐมีนโยบายสงเสริมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาคอนขางมาก สงผลใหประชากรใน
วัยเรยี น รวมทง้ั เด็กดอยโอกาสและผมู ีความตองการจําเปนพิเศษมีโอกาสไดรับการศึกษาสูงข้นึ แตย ัง
เขาเรียนไดไมครบทุกคนและมีปญหาการออกกลางคันอยูบาง นอกจากนี้ ประชากรที่อยูในวัยกําลัง
แรงงาน แมจะไดรับการศึกษาเพ่ิมข้ึน แตจํานวนแรงงานที่มีการศึกษาตํ่ากวาระดับมัธยมศึกษา
ตอนตนยังมีอยูจํานวนมาก จึงตองเรงดําเนินการสนับสนุนสงเสริมการพัฒนาคนตลอดชวงชีวิตและ
มีมาตรการตาง ๆ ใหเด็กและประชาชนทุกชวงวัยสามารถเขาถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
มาตรฐานเพ่ิมขึ้น เพื่อยกระดับการศึกษาของคนไทยใหเปนกําลังสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมของประเทศ”
4.6 แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564)
“6.4 ยุทธศาสตรท่ี 4 ขยายโอกาสการเขาถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู
อยา งตอเน่อื งตลอดชวี ิต
ผลผลิต/ผลลัพธ ผูเรียนทุกคนเขาถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอยางเทาเทียมกัน
ในทุกระดับและประเภทการศึกษา ไดรับการสนับสนุนคาใชจายต้ังแตระดับอนุบาลจนจบการศึกษา
ขั้นพื้นฐานและสามารถเรียนรูจากแหลงเรียนรูไดอยางตอเน่ืองตลอดชีวิต สถานศึกษาในภูมิภาค/
ชนบท ไดรับการยกระดับคุณภาพในการใหบริการ เด็กพิการและดอยโอกาสไดรับโอกาสทางการศึกษา
ท้ังในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน รวมทั้งสามารถเทียบโอนผลการเรียนและทักษะ
ประสบการณเ พ่ือขอรบั วฒุ ิการศึกษาเพิม่ ข้นึ ได”
4.7 พระราชบัญญัติสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช
2551
“มาตรา 5 เพื่อประโยชนในการสงเสริมสนับสนุนการศึกษาใหบุคคลไดรับการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยางท่ัวถึงและมีคุณภาพตามกฎหมายวาดวยการศึกษา
แหงชาติ โดยใหบุคคลซ่ึงไดรับการศึกษาข้ันพื้นฐานไปแลวหรือไมก็ตามมีสิทธิไดรับการศึกษาใน
28
รูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยไดแลวแตกรณี ท้ังน้ี ตามกระบวนการและ
การดําเนินการทีไ่ ดบญั ญัตไิ วในพระราชบัญญตั ิน้ี
มาตรา 6 การสงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ใหยึดหลักดังตอไปนี้ (1) การศึกษานอกระบบ (ก) ความเสมอภาคในการเขาถึงและไดรับการศึกษา
อยางกวางขวาง ทั่วถึง เปนธรรม และมีคุณภาพเหมาะสมกับสภาพชีวิตของประชาชน (ข) การกระจาย
อํานาจแกสถานศึกษาและการใหภาคีเครือขายมีสวนรวมในการจัดการเรียนรู (2) การศึกษาตาม
อธั ยาศยั (ก) การเขาถึงแหลง เรียนรทู ่สี อดคลองกบั ความสนใจและวถิ ชี วี ติ ของผูเรียนทกุ กลมุ เปาหมาย
(ข) การพัฒนาแหลงเรียนรูใหมีความหลากหลายท้ังสวนที่เปนภูมิปญญาทองถิ่น และสวนท่ีนํา
เทคโนโลยมี าใชเพือ่ การศกึ ษา (ค) การจัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรทู ่ีเปนคุณประโยชนต อ ผูเรียน
มาตรา 7 การสงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบ ใหดําเนินการเพื่อเปาหมาย
ในเรื่องดังตอไปน้ี (1) ประชาชนไดรับการศึกษาอยางตอเนอ่ื ง เพ่ือพัฒนาศักยภาพกําลงั คนและสงั คม
ที่ใชค วามรูและภมู ิปญญาเปนฐานในการพัฒนา ทงั้ ดานเศรษฐกิจ สงั คม ส่ิงแวดลอ ม ความมั่นคง และ
คุณภาพชีวิต ท้ังน้ี ตามแนวทางการพัฒนาประเทศ (2) ภาคีเครือขายเกิดแรงจูงใจและมีความพรอม
ในการมีสวนรว มเพือ่ จัดกจิ กรรมการศกึ ษา”
4.8 การปฏิรปู การศึกษาในภูมภิ าคของกระทรวงศกึ ษาธิการ
“ขอ 11 ใหมีสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวง
กระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการบริหารและการจัด
การศึกษาตามที่กฎหมายกําหนด การปฏิบัติราชการตามอํานาจหนาท่ี นโยบาย และยุทธศาสตรของ
สว นราชการตา ง ๆ ท่มี อบหมาย และใหมีอํานาจหนาทีใ่ นเขตจังหวดั ดงั ตอ ไปนี้
(5) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพ่ือคนพิการ ผูดอยโอกาส และผูมี
ความสามารถพิเศษ”
จากขอมูลขางตน พบวาภาครัฐใหความสําคัญในเร่ืองสิทธิและโอกาสทางการศึกษา แต
ปญหาท่เี กิดข้ึนอาจเปนเพราะการนํานโยบายสูก ารปฏิบัติของผูมีสวนเก่ยี วของไมมีประสิทธภิ าพเพียง
พอทจ่ี ะยตุ ิปญหา หรือลดจาํ นวนเดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนได
5. โครงการเพิม่ โอกาสการเขาถงึ การศกึ ษาของเดก็ ดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรปู แบบทเี่ หมาะสม
5.1 หนว ยงานท่รี ับผิดชอบโครงการ : สํานกั งานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
5.2 เจาหนาที่ผูรบั ผิดชอบโครงการ : นางสาวธนารตั น พรหมสวุ รรณ
ผอู ํานวยการกลมุ พฒั นาการศึกษา
5.3 หนวยงานท่ีรวมขับเคลื่อนโครงการ : สาํ นกั งาน กศน.จงั หวัดกระบ่ี
29
5.4 วัตถุประสงคโครงการ : เพื่อสํารวจ แกไขปญหา ชวยเหลือ และนาํ เด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี จํานวน 7,134 คน (ขอมูลจากโปรแกรมสําเร็จรูป
ระบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา) เขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบ
ทเ่ี หมาะสม ภายใตการบูรณาการความรว มมือจากทกุ ภาคสว นท่เี กย่ี วของ
5.5 งบประมาณดําเนินงาน : 240,000.-บาท (ไดร ับการจดั สรรจากสํานักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธกิ าร)
5.6 รายละเอียดกิจกรรมที่ดําเนนิ การ
5.6.1 ประชุมผูอํานวยการ กศน.อําเภอ และครู กศน.ตําบล เพื่อช้ีแจงรายละเอียด
โครงการ สอบทานและยืนยันขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียน
นอกระบบการศึกษา ใหขอ เสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนนิ งานโครงการ (ราง) คําส่ังแตงตั้ง
คณะกรรมการฯ (ราง) คูมือการดําเนินงาน มีผูเขารวมประชุม จํานวน 62 คน โดยมีนายพิเชษฐ
เจยทองศรี ศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี เปนประธานการประชุม เมื่อวันท่ี 13 พฤษภาคม 2562 เวลา
13.00 น. ณ หอ งประชุมช้นั 2 สํานักงาน กศน.จงั หวดั กระบ่ี
ผลการประชมุ ท่ปี ระชุมรับทราบโครงการและใหขอเสนอแนะการดําเนนิ งาน
5.6.2 จัดทําคําส่ังจังหวัดกระบี่ ท่ี 2209/2562 ลงวันท่ี 30 พฤษภาคม 2562 เรื่อง
แตงต้ังคณะกรรมการขับเคลื่อนการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบท่เี หมาะสม และแจง ผูเ กย่ี วของทราบ
คณะกรรมการประกอบดวย
5.6.2.1 คณะกรรมการระดับจังหวัด มีผูวาราชการจังหวัดกระบี่ เปนประธาน
กรรมการ กรรมการประกอบดวย ผูทรงคุณวุฒิ หัวหนาสวนราชการระดับจงั หวัด ผูบริหารหนวยงาน
ทางการศึกษาระดับจังหวัด นายอําเภอ ภาคเอกชน มีศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี เปนกรรมการและ
เลขานุการ ผอู าํ นวยการสาํ นกั งาน กศน.จังหวัดกระบี่ เปนกรรมการและเลขานุการรวม
บทบาทหนาท่ี ใหขอเสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงาน
โครงการ เพ่ือเสนอตอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ติดตาม เรงรัด กํากับ ชวยเหลือ
คณะกรรมการระดับอําเภอในการขับเคลื่อนงานการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาในรูปแบบ
ทเี่ หมาะสม และรายงานผลการขับเคลอ่ื นโครงการตอคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจังหวดั กระบ่ี
5.6.2.2 คณะกรรมการระดับอําเภอ มีนายอําเภอ เปนประธานกรรมการ
กรรมการประกอบดวย หัวหนาสวนราชการระดับอําเภอ ตัวแทนผูบริหารสถานศึกษาจากทุก
หนว ยงานทางการศึกษาในระดับอําเภอ องคกรปกครองสวนทองถน่ิ กาํ นนั ผูใหญบาน มผี อู าํ นวยการ
กศน.อําเภอ เปน กรรมการและเลขานุการ
30
บทบาทหนาที่ จําแนกขอมูลเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนในระดับอําเภอ สํารวจ ติดตาม ชวยเหลือ ประสานงาน เพ่ือใหเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในอาํ เภอ เขาศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานตามศักยภาพในรูปแบบ
ที่เหมาะสม (การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) และรายงานผล
การดําเนินงานตอคณะกรรมการขับเคล่ือนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาสฯ
ระดบั จงั หวัด
5.6.2.3 คณะกรรมการระดับตําบล มีปลัดอําเภอประจําตําบล เปนประธาน
กรรมการ กรรมการประกอบดวย ตัวแทนผูบริหารสถานศึกษาจากทุกหนวยงานทางการศึกษาใน
ระดับตําบล องคกรปกครองสวนทองถ่ิน กํานัน ผูใหญบาน มีครู กศน.ตําบล เปนกรรมการและ
เลขานกุ าร
บทบาทหนาที่ จําแนกขอมูลเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนในระดับตําบล สํารวจ ติดตาม ชวยเหลือ ประสานงาน เพ่ือใหเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในตาํ บล เขาศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานตามศักยภาพในรูปแบบ
ที่เหมาะสม (การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) รายงานผลการ
ดําเนินงานตอคณะกรรมการขับเคลอื่ นการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาสฯ ระดับ
อําเภอ และรายงานผลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษา
5.6.3 ประชมุ คณะกรรมการขับเคล่ือนการเพม่ิ โอกาสการเขาถงึ การศึกษาของเด็กดอย
โอกาสฯ (ระดับจังหวัด) ครั้งที่ 1/2562 เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการฯ ใหขอเสนอแนะ (ราง)
กรอบแนวทางการดาํ เนนิ งานโครงการฯ กอนนําเสนอทปี่ ระชุมคณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจังหวัดกระบี่
ใหความเห็นชอบ มีผูเขารวมประชุม จํานวน 23 คน โดยมี นายสมโภช โชติชูชวง รองผูวาราชการ
จังหวัดกระบี่ เปนประธานการประชุม เม่ือวันท่ี 5 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ หองประชุม
ปกาสยั ศาลากลางจังหวดั กระบ่ี
ผลการประชมุ ท่ีประชมุ รบั ทราบโครงการและใหขอเสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทาง
การดําเนินงานโครงการฯ
เวลา 13.00 น. จดั ประชุมผูอาํ นวยการ กศน.อําเภอ เพอื่ วางแผนการดําเนินงาน
ในภาพรวมระดบั อําเภอ
5.6.4 เสนอ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ ตอท่ีประชุม
คณะอนกุ รรมการเก่ียวกบั การพัฒนาการศึกษา ครัง้ ที่ 1/2562 เพอ่ื รบั ฟงขอ เสนอแนะ กอนนาํ เสนอท่ี
ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ใหความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562
เวลา 13.00 น. ณ หอ งประชมุ ชน้ั 2 สาํ นกั งาน กศน.จังหวัดกระบี่
31
ผลการประชุม ทีป่ ระชุมรับทราบโครงการ ใหข อ เสนอแนะ (รา ง) กรอบแนวทาง
การดาํ เนนิ งานโครงการฯ และเห็นชอบใหนาํ เขา ที่ประชมุ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
5.6.5 เสนอ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ ตอ ท่ีประชมุ คณะกรรมการ
ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ คร้ังท่ี 4/2562 เพ่ือใหความเห็นชอบ เม่ือวันที่ 27 มิถุนายน 2562 เวลา
09.30 น. ณ หอ งประชมุ สํานักงานศึกษาธกิ ารจงั หวัดกระบี่
ผลการประชมุ ใหความเหน็ ชอบ (รา ง) กรอบแนวทางการดําเนนิ งานโครงการฯ
และขอ เสนอแนะการดําเนนิ งาน
5.6.6 จัดทํากรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ และจัดทําคูมือการดําเนินงาน
โครงการฯ มอบใหคณะกรรมการขับเคลอ่ื นฯ ระดับอําเภอและตําบล
5.6.7 คณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
ระดับอําเภอ 8 อําเภอ และระดับตําบล 53 ตําบล ยืมเงินงบประมาณ ดําเนินการสํารวจขอมูล แกไข
ปญหา ชวยเหลือ และนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาใน
รูปแบบท่ีเหมาะสม จากการมีสวนรวมของผูท่ีเกี่ยวของ และบันทึกผลการดําเนินงานในโปรแกรม
สําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษาโดยครู กศน.ตําบล ระหวาง
วนั ท่ี 27 มถิ นุ ายน - 17 กรกฎาคม 2562
5.6.8 ประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดําเนินงานโครงการฯ ผูเขารวมประชุม
ประกอบดวย ผอ.กศน.อําเภอ ทุกอําเภอ และครู กศน.ตําบล (อําเภอละ 1 คน) รวมจํานวน 21 คน
โดยมีนายอรรณพ ผิวขํา รองผูอํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ เปนประธานการประชุม
เม่อื วนั ท่ี 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอ งประชุมช้นั 2 สํานกั งาน กศน.จังหวดั กระบี่
ผลการประชมุ 1. คณะกรรมการขบั เคลอ่ื นฯ ระดับอําเภอและตําบล ดาํ เนนิ การ
นําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสมได
ตามวัตถุประสงคของโครงการ
2. กําหนดใหมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทําขอมูลผลการ
ดําเนินงานบันทึกลงในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษา ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ณ หองประชุม ชั้น 2 สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี เน่ืองจาก
พบวามีการบันทึกผลการดําเนินงานไมครบถวน สมบูรณ และมีครู กศน.ตําบล บางคนไมมีความรู
ความเขา ใจในการใชง านระบบ ดว ยสาเหตไุ มเคยผานการอบรมการใชงานระบบมากอน
5.6.9 สาํ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร แจง ผลการดําเนนิ งานโครงการ ชว งไตรมาส
3 (มีนาคม - มิถุนายน 2562) จังหวัดกระบี่ มีเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
กลุมเปาหมายในการดําเนินงาน 7,134 คน ดําเนินงานสํารวจ แกไขปญหา และนําเด็กดอยโอกาส
32
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษา ไดจํานวน 5,174 คน คิดเปนรอยละ 72.53
และมียอดคงเหลือดําเนินการตอ จํานวน 1,960 คน คิดเปนรอยละ 27.47 (หนังสือสํานักงาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0208/12151 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2562) รายละเอียดดังนี้
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนที่ตอ งนําเขาสรู ะบบการศกึ ษา จาํ นวน 7,134 คน
ผลการดําเนนิ การ 1. เรยี นภายในประเทศ/ภายนอกประเทศ 3,573 คน
2. จบ ม.6 หรือเทยี บเทา 1,051 คน
3. ไมม ตี วั ตน/ตาย 550 คน
รวมจาํ นวน 5,174 คน คดิ เปน รอยละ 72.53
ยอดคงเหลอื ดาํ เนนิ การตอไป จํานวน 1,960 คน คดิ เปนรอ ยละ 27.47
รอ ยละของผลการดําเนินงานมากเปนลําดับที่ 13 จาก 77 จังหวัด
(เปาหมายโครงการของสาํ นักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รอ ยละ 60)
5.6.10 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทําขอมูลผลการดําเนินงานบันทึกลงในโปรแกรม
สําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา รายงานสภาพปญหา
อุปสรรค และขอเสนอแนะการดําเนินงาน ผูเขารวมประชุมประกอบดวย ครู กศน.ตําบลทุกตําบล
รวมจาํ นวน 58 คน โดยมี นางจุรรี ัตน โพธวิ์ ิจิตร ผอู ํานวยการ กศน.เมอื งกระบี่ เปน ประธานในพิธีเปด
การประชุม มีนายวรเชษ บุญประกอบ นักวิชาการศึกษา เปนวิทยากรใหความรูการใชงานโปรแกรม
สําเร็จรูป เมื่อวันท่ี 1 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หองประชุมช้ัน 2 สํานักงาน กศน.จังหวัด
กระบ่ี
ผลการประชมุ รายงานผลการดําเนินงานทางระบบครบทุกตาํ บล
5.6.11 จัดประชุมสนทนากลุม (Focus Group) เร่ือง การพัฒนาแนวทางการเพิ่ม
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่
ผูรวมสนทนากลุมประกอบดวยหัวหนาสวนราชการระดับจังหวัด/อําเภอ หนวยงานทางการศึกษาทุก
สังกัด ภาคธุรกิจ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน กํานัน ผูใหญบาน รวมจํานวน 30 คน โดยมีนายวิพล
นาคพันธ ผูชํานาญการการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน อดีตผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เปนผูดําเนินการสนทนา (Moderator) เม่ือวันท่ี 19 สิงหาคม 2562
เวลา 13.00 น. ณ หองประชมุ ช้นั 2 สํานกั งาน กศน.จังหวดั กระบ่ี
ผลการประชมุ ไดร ับขอเสนอแนะใชเ ปน ขอมูลในการจัดทาํ แนวทางการปฏิบัติ
ทดี่ ีหรือเปนเลศิ (Best Practice) การดําเนนิ งานโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ใหมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน
5.6.12 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาสฯ (ระดับจังหวัด) คร้ังที่ 2/2562 เพื่อรายงานผลการดําเนินงานโครงการฯ และรับฟง
33
ขอเสนอแนะ มีผูเขารวมประชุม จํานวน 23 คน โดยมีนายสมโภช โชติชูชวง รองผูวาราชการจังหวัด
กระบ่ี เปนประธานการประชุม เม่ือวนั ที่ 26 สงิ หาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอ งประชุมปลายพระยา
ศาลากลางจังหวดั กระบี่
ผลการประชุม รับทราบผลการดําเนินงานและใหขอเสนอแนะสําหรับ
การดําเนนิ งานครั้งตอ ไป
5.6.13 รายงานผลการดาํ เนินงานโครงการตอที่ประชุมคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับ
การพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 2/2562 เพื่อทราบและใหขอเสนอแนะการดําเนินงานโครงการ
กอนนําเสนอท่ีประชมุ คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั กระบ่ีทราบ เมอ่ื วันที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา
14.00 น. ณ หองประชุมช้ัน 1 สาํ นกั งานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
ผลการประชุม ที่ประชุมรับทราบและใหขอเสนอแนะสําหรับการดําเนินงาน
คร้งั ตอ ไป และเหน็ ชอบใหนาํ เขาท่ีประชมุ คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั กระบ่ี
5.6.14 รายงานผลการดําเนินงานโครงการตอที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการ
จงั หวดั กระบี่ คร้ังท่ี 6/2562 เพ่อื ทราบและใหขอเสนอแนะ เมอ่ื วนั ท่ี 27 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30
น. ณ หอ งประชมุ อา วลกึ ศาลากลางจงั หวัดกระบ่ี
ผลการประชุม ที่ประชุมรับทราบผลการดําเนินงานโครงการ และให
ขอเสนอแนะสาํ หรับการดําเนนิ งานคร้ังตอ ไป
5.6.15 เจาหนาที่ผูรับผิดชอบโครงการ (นางสาวธนารัตน พรหมสุวรรณ) เขารวม
ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทํารายงานผลโครงการ ซึ่งจัดโดยสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เม่ือ
วันท่ี 5-6 กันยายน 2562 ณ โรงแรมบียอนด สวีท กรุงเทพฯ ในการน้ี ไดรายงานผลการดําเนินงาน
โครงการทางระบบท่ีสํานักงานปลดั กระทรวงกาํ หนดข้นึ
5.6.16 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทําโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี ปงบประมาณ 2563 ผูเขารวม
ประชุมประกอบดวยคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ระดับจังหวัด ผูอํานวยการ กศน.อําเภอทุกอําเภอ
รวมทั้งส้ิน 14 คน โดยมีนายสรุ สทิ ธิ์ สุดสาย ผูอาํ นวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี เปน ประธาน
การประชุม เมอ่ื วนั ที่ 18 กนั ยายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอ งประชุมช้นั 2 สํานักงาน กศน.จังหวัด
กระบี่
ผลการประชุม ไดกรอบแนวทางการดําเนินงานเพื่อจัดทําโครงการเพิ่มโอกาส
การเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี
ปงบประมาณ 2563 เสนอตอ จงั หวดั กระบ่ี
5.6.17 ดาํ เนินการวจิ ัยประเมนิ โครงการฯ ระหวางวนั ที่ 4 ตุลาคม ถึงวันที่ 25 ธันวาคม
2562
34
5.7 ปญหา/อปุ สรรค แนวทางแกไข และขอเสนอแนะ
5.7.1 ปญหา/อปุ สรรค
5.7.1.1 เปนนโยบายที่เรงดวน มีเวลาดาํ เนินการนอย จึงทําใหหนวยงาน
ท่ีเกี่ยวของตองเรงสํารวจเด็กกลุมเปาหมายใหทันตามเวลาที่กําหนด จึงทําใหไดขอมูลที่เปนจริง
ไมชดั เจนเทาทคี่ วร
5.7.1.2 ขอมูลเด็กที่ปรากฏในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตาม
ประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษาเปนเพยี งสว นหนึ่ง จากการออกไปสํารวจพนื้ ท่ี พบวามเี ดก็ ดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนท่ไี มไดรบั การศึกษาอกี จาํ นวนมาก
5.7.1.3 ผูขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ คือครู กศน.ตําบล มีภารกิจในความ
รบั ผิดชอบมาก
5.7.1.4 การออกสํารวจเด็กกลุมเปาหมายโครงการ ทําใหเกิดความคาดหวัง
จากสังคมวาคณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการในระดับตางๆ อาจชวยแกปญหาทางสังคมของชุมชน
ไดโดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา การมีงานทํา เน่ืองจากหนวยงานภาครัฐและภาค
ประชาชนไดบูรณาการงานรวมกันในการขับเคล่ือนโครงการ และมีความกังวลวาเปนโครงการระยะ
สนั้ ทําแลวทิง้ เหมอื นไฟไหมฟางดังเชน โครงการตางๆ ท่ีผานมา หากรัฐไมด ําเนนิ การตอเนอ่ื งอาจทํา
ใหเกดิ ผลกระทบกับ กศน.อาํ เภอ กลาวคือ ทําใหป ระชาชนขาดความเชื่อถือและเสอ่ื มศรัทธา
5.7.1.5 โครงการและงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ควรพิจารณาใหกับ
หนวยท่ีดําเนินการกับกลุมเปาหมายโดยตรงคือ สํานักงาน กศน.จังหวัด และ กศน.อําเภอ
5.7.1.6 ปญหาทพ่ี บจากการดําเนินงานในพื้นท่ี
1) เมนูสําหรับบันทึกขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและ
ติดตามประชากรวยั เรยี นนอกระบบการศึกษา ไมรองรับขอมูลเด็กที่ไดจ ากพื้นที่ซง่ึ เปน ขอมูลเชิงคุณภาพ
นําสูการแกไขปญ หา
2) ขอมูลบางอยางผูสํารวจไมอาจนําเสนอได เพราะกระทบกับ
ความมน่ั คงและความอยรู อดของผสู ํารวจเอง เชน ขอมูลยาเสพติด
3) เวลาท่ีใชในการดําเนินการนอยมาก เนื่องจากสภาพจริง การไป
ตดิ ตามเด็กบางบาน ตอ งไปถึงสามคร้ังกวา จะเจอและไดพูดคยุ
4) การเขาพื้นท่ีเปนความเสี่ยง โดยเฉพาะพ้ืนท่ีที่มีปญหายาเสพติด
รนุ แรง ครตู องระมดั ระวังและตองใชท กั ษะขัน้ สูงในการเขา ไปหาขอมลู
35
5) ผูสํารวจขอมูลขาดความรูเรื่องบทบาทและหนาที่ของหนวยงาน
เครือขายความรวมมอื ในระดับจงั หวัด/ระดบั อําเภอ จงึ ไมส ามารถใหขอมลู ความชว ยเหลือเบ้ืองตนกับ
ผปู กครองหรอื เดก็ ที่ตองการความชวยเหลอื เรง ดว นได
6) หลังจากนําเด็กเขาสูระบบการศึกษาแลว พบวาเด็กกลับมาออก
กลางคนั อีก
7) ปญ หาการยายถ่นิ ฐานทําใหไ มท ราบขอมลู เด็ก
5.7.2 แนวทางแกไข
5.7.2.1 พัฒนาเครือขา ยความรวมมือการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลนในระดบั ตาง ๆ หลากหลายรปู แบบและตอ เนอื่ ง
5.7.2.2 กรณีเด็กไมประสงคจะเรียนตอ มีการจัดเก็บขอมูลและลงนามแบบ
รับรองสถานภาพโดยผูปกครอง กํานัน ผูใหญบาน เพื่อใชเปนขอมูลใหความชวยเหลือ สงเสริม
สนับสนนุ ดา นการศกึ ษาหรืออาชีพ
5.7.2.3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนการบันทึกขอมูลโปรแกรมสําเร็จรูป
ระบบกํากับและติดตามประชากรวยั เรียนนอกระบบการศึกษาทุกป เพ่ือใหการบันทึกขอมูลเปนไปใน
แนวทางเดยี วกัน
5.7.2.4 เพิม่ จํานวนบุคลากรระดับอาํ เภอและตาํ บล
5.7.3 ขอ เสนอแนะ
5.7.3.1 โครงสรางของคณะกรรมการระดับจังหวัด ควรเพ่ิม นายกองคการ
บริหารสวนจังหวัด ผูแทนจากคณะกรรมการอิสลามจังหวัด และประชาสัมพันธจังหวัด เพื่อให
ครอบคลมุ ภารกิจงาน
5.7.3.2 สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ควรพัฒนาระบบฐานขอมูลให
สอดคลอ งกับความเปนจริง และเปน ปจ จุบัน
6. งานวจิ ัยท่เี ก่ยี วของ
ทักษิณ ประชามอญ (2560 : ข) ไดศึกษารูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลัก
พุทธธรรมขององคการบริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา
การนํารูปแบบการพัฒนาการบรหิ ารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมคือ การนําหลักอปรหิ านิย
ธรรม 7 มาบูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ
รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะ
และเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย
การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริม
36
สทิ ธแิ ละเสรภี าพของสตรีและผูอ่นื การสรา งความผูกพันตอองคกร การดูแลและจัดสวัสดิการ เพื่อให
การบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสว นตาํ บล ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลทางปฏิบตั ติ อไปอยา งย่งั ยนื
กนกวรรณ คลายเพ็ง และศดานนท วัตตธรรม (2562 : 28-29) ไดศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพล
ตอความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการขององคการบริหารสวนตําบล
ทาขาม อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา พบวา ปจจัยภาวะผูนําของผูบริหาร มีความสัมพันธทางบวก
ระหวางปจจัยภาวะผูนําของผูบริหารกับความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหาร
จัดการขององคการบริหารสวนตําบลทาขาม หมายความวา หากผูบริหารมีภาวะผูนํา ก็จะสงผลให
การนาํ หลกั ธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการประสบความสําเร็จ ท้ังน้ี เนอ่ื งจากผูบริหารองคกร
เปน บคุ คลสาํ คัญท่ีจะขบั เคล่ือนองคกรใหเปนไปตามแนวทางที่กําหนด มอี ทิ ธิพลตอบุคคลอืน่ ในการท่ี
จะสามารถจูงใจ ผลักดัน รวมทั้งกระตุนใหบุคคลอื่นดําเนินการตามอยางเต็มใจและมีสวนรวม
สวนปจจัยความพรอมของระบบงาน พบวา มีความสัมพันธทางบวกระหวางปจจัยความพรอมของ
ระบบงานกับความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการ หมายความวา
ความพรอมของระบบงานจะสงผลใหการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการประสบ
ความสาํ เรจ็ เนือ่ งจากระบบงานเปน กลไกสําคญั ในการดาํ เนินงานขององคกร ซง่ึ จะตองมีการจัดระบบ
การวางแผนทีช่ ัดเจน ตลอดจนมกี ารจัดทาํ งบประมาณท่ีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสอดคลองกับ
แผนปฏิบัติราชการประจําป รวมท้งั มีระบบการตดิ ตามและประเมินการปฏิบตั ิงานทีช่ ัดเจน
พัฒนพล แกวยม (2557 : 48) ไดศึกษาปจจัยแหงความสําเร็จของการดําเนินงานประกัน
คุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พบวา ปจจัยแหงความสําเร็จ
ในการดําเนินงานดานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ดานบุคลากรประกอบดวยความรวมมือของ
บุคลากรทุกคน ตลอดจนความรวมมือของแตละหนวยงาน บุคลากรไดรับขาวสารและความรู
ความเขาใจในเร่ืองการประกันคุณภาพภายในอยางสม่ําเสมอ มีความเขาใจในบทบาทหนาท่ีและวิธี
ปฏิบตั งิ านตามตัวชี้วัดของเกณฑการประเมิน มีทัศนคตทิ ี่ดีตองานประกันคุณภาพภายใน มีความยินดี
ใหความรวมมือและเห็นความสําคัญของงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และมีความมุงมั่น
ทุมเท เสียสละ ในการปฏิบัติงานใหบรรลุเปาหมาย ในสวนของดานผูบริหาร ประกอบดวย ผูบริหาร
ระดับสูงของมหาวิทยาลัยใหความสําคัญ มีความเขาใจ สงเสริมสนับสนุนและวางแผนการดําเนนิ งาน
ดานการประกันคุณภาพภายในในหนวยงาน และมีนโยบายในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ชัดเจน
มีการสรางขวัญกําลังใจ แรงจูงใจ และมีการใหรางวัลแกบุคลากรที่มีผลการปฏิบัติงานดีเดน มีระบบ
สารสนเทศชวยในการจัดการขอ มูลและเอกสารหลักฐานไดอ ยางถูกตอ งรวดเรว็
สุดา มงคลสิทธิ (2562 : 5844-5856) ไดศึกษากลยุทธการสรางเครือขายความรวมมือเพ่ือ
พัฒนาการจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชนจังหวัดชลบุรี พบวา การพัฒนาคุณภาพภายในการจัด
37
การศึกษาในโรงเรียนเอกชน เปนการสรางเครือขายความรวมมือในการทํางานดานการศึกษา
ทั้งหนวยงานภายในและหนวยงานภายนอก รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชน มีการทํางานแบบรวมกัน
เกื้อกูล ชวยเหลือกัน และแลกเปล่ียนเรียนรูกัน เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาสอดคลองกับเปาหมาย นโยบายมากยิ่งข้ึนและประสบความสําเร็จ และกลยุทธการสราง
เครือขายความรวมมือประกอบดวย 6 ขั้นตอน ไดแก 1. การตระหนักถึงความจําเปนของเครือขาย
ผูบริหารโรงเรียนตองสรางความตระหนักเรื่องเครือขายความรวมมือแกบุคลากรในองคกร โดย
ผูบริหารตองมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนและทีมงานที่รวมตัวกันเปนเครือขาย และบุคลากร
ที่รวมกันเปนเครือขายตองมีความศรัทธาและเห็นความสาํ คัญของความรวมมือ มีความซื่อสัตยจริงใจ
ตอกัน ยอมรับวัฒนธรรมองคกรรวมกัน และบุคลากรท่ีรวมตัวกันเปนเครือขายตองมีเปาหมาย
เหมือนกัน เรียนรูการทํางานแบบรวมมือและมีความพรอมในการดําเนินงาน กลาวคือ ผูบริหาร
ชี้ใหเห็นประโยชนของการทํางานเปนทีม 2. การประสานแสวงหาผูรวมพัฒนาเครือขายความรวมมือ
โดยการช้ีใหหนวยงานองคกรท่ีรวมเปนเครือขายเห็นสภาพปญหาประเด็นการพัฒนารวมกัน มีการ
แลกเปล่ียนขอมูลขาวสารทักษะความรูระหวางองคกรเครือขายความรวมมือ มีการเช่ือมโยงเขาถึง
บคุ ลากรในเครอื ขา ยอยา งมปี ระสิทธภิ าพ รวมทงั้ ส่ือสารใหสมาชิกทกุ คนเห็นความสําคัญของเครือขาย
และรวมมือกันทํากิจกรรมตางๆ มีการสรรหาประสานหนวยงานองคกรที่เปนแหลงวชิ าการ แหลงทุน
มารวมเปนเครือขาย เพ่ือแบงปนทักษะและประสบการณแกองคกร หรือหนวยงานท่ีเปนเครือขาย
ความรวมมือ 3. การสรางพันธสัญญารวมกัน โดยมีการกําหนดวัตถุประสงค สรางขอตกลงความ
รวมมือเปนพันธสัญญารวมกัน บุคลากรในเครือขายตองมีความเอ้ือเฟอ จริงใจตอเพื่อนรวมงานใน
เครือขาย บุคลากรเครือขายควรมีความสัมพันธในรูปแบบกัลยาณมิตรที่แทจริง การสื่อสารกับ
บุคลากรในเครือขายควรเปนแบบสองทางโดยสื่อสารอยางท่ัวถึง มีการกําหนดกระบวนการเรียนรู
รวมกันและพัฒนางานเกย่ี วกับเครือขายรว มกันอยางเปนพลวัตร เพ่อื ดาํ เนินงานในเครือขายตามแผน
ที่วางไวแบบมีสวนรวม 4. การบริหารจัดการเครือขาย ควรบริหารงานเครือขายเปนระบบ
มปี ระสทิ ธภิ าพ คือ เปดโอกาสใหบุคลากรเครือขายมสี วนกําหนดวตั ถุประสงค ขอตกลงในการทํางาน
มีโครงสรางการบริหารเครือขายที่เปนเอกภาพ การสื่อสารระหวางผูนาํ กับสมาชิกในเครือขาย
มีหลากหลายรูปแบบ มีการควบคุม ตรวจสอบการบริหารงานในเครือขายอยางสม่ําเสมอ และเปด
โอกาสใหสมาชิกมีสวนรวมในการบริหารงาน 5. การติดตามผลการพัฒนาการปฏิบัติของเครือขาย
ความรวมมือ ไดแก การสรางนวัตกรรมใหมและการจัดการความรูที่ตอเน่ือง มีการสรุปและทบทวน
สิ่งท่ีไดเรียนรูรวมกัน สงเสริมใหสมาชิกมีอิสระในความคิด ใหเกียรติยอมรับกัน และเสริมสราง
วัฒนธรรมเครือขายเพื่อขจัดความขัดแยง โดยรวมมือกันสรางบรรยากาศแบบพลังเกื้อกูล สามัคคี
สรา งบรรยากาศการทํางานเครือขา ยความรว มมือแบบสมานฉันท สรา งภาวะผนู าํ ในองคกร เครือขาย
รวมทั้งสงเสริมแรงจูงใจในการรวมมือทํางานที่เปนระบบ 6. การธํารงรักษาความตอเน่ืองของ
38
เครือขาย โดยมีการบริหารจัดการขอมูลท่ีทันสมัยเหมาะสมกับการใชงาน มีการรักษาสัมพันธภาพท่ดี ี
ระหวางสมาชิกเครือขายทุกระดับ มีการจัดสรรผลประโยชนจากความรวมมือในลักษณะแบบที่เทา
เทยี มกนั มีการประชาสมั พันธเพื่อเผยแพรบ ทบาทของเครือขา ยความรวมมือรวมท้งั ผลสาํ เร็จทีเ่ กิดข้ึน
การดําเนินงานเครือขายควรเปนลักษณะของพันธมิตรเปนภาคีกับกลุมบุคคล หนวยงาน องคกร
ท่ีไมใชคูแขงขันกัน รวมถึงมีการนําระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใชในการประสานงานกับ
เครือขา ยตา ง ๆ
อรุณรัตน นิตยะโรจน (ม.ป.ป. : 7-8) ไดศึกษาปจจัยท่ีสงผลตอความสําเร็จในการจัดทํา
โครงการ ของกรมสงเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ผลการศึกษาปจจัยภายในและปจจัย
ภายนอกที่มีผลตอความสําเร็จในการจัดทําโครงการของกรมสงเสริมอุตสาหกรรม กระทรวง
อุตสาหกรรม ดังน้ี 1. ปจจัยภายในดานขอมูลโครงการ ผูวิจัยมีความเห็นวา ขอมูลโครงการเปนตัว
กําหนดการดําเนินงานอ่ืน ๆ ไมวาจะเปนระยะเวลา งบประมาณ ผูรับผิดชอบ การบริหารจัดการ
ทรัพยากรและอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ โดยคํานึงถึงการแกปญหาและความตองการของผูเขารวมโครงการ
เปน หลัก 2. ปจจยั ภายในดานหัวหนาโครงการ ผูวิจยั มีความเห็นวา โครงการจะขับเคล่อื นไปไดจะตอง
มีผูนําท่ีดี หัวหนาโครงการที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ ต้ังแตการวางแผนการดําเนินงาน
การมอบหมายงาน การกําหนดกลุมเปาหมายและตัวชี้วัด รวมทั้งควบคุม กํากับ ดูแลตลอดการ
ดําเนินงานโครงการ เปนผูกระตุนใหสมาชิกในทีมเกิดการดําเนินงานและนําไปสูความสําเร็จในการ
จัดทําโครงการ 3. ปจจัยภายในดานสมาชิกในทีม ผูมีวิจัยมีความเห็นวา การจะทําใหโครงการสําเร็จ
ไดนนั้ ไมอ าจทําไดโดยบุคคลใดเพียงคนเดียว ดงั น้นั การทํางานเปนทีมจึงเปนส่ิงหน่ึงทส่ี ําคัญ โดยทุกคน
ในทีมจะตองใหความสําคัญในทุกรายละเอียดของโครงการ เขาใจในจุดประสงคของโครงการ
รับผิดชอบในหนาท่ี รับฟง และยอมรับความคิดเห็น ขอเสนอแนะ และใหความรวมมือในการ
ดําเนินงานโครงการอยางเต็มท่ี 4. ปจจัยภายในดานองคกร ผูวิจัยมีความเห็นวา ในสวนของภาครัฐมี
การแบงโครงสราง แบงภารกิจ หนาที่ความรับผิดชอบ มีสายการบังคับบัญชาของแตละหนวยงาน
อยางชัดเจน ซ่ึงทําใหแตละหนวยงานสามารถมุงเนนถึงเปาหมายความสําเร็จของโครงการไดอยาง
ถูกตองเหมาะสม 5. ปจจัยภายนอกดานสภาพแวดลอมภายนอก ผูวิจัยมีความเห็นวา เปนปจจัยที่ไม
สามารถควบคมุ ได และมีความสําคัญตอการดาํ เนนิ งานโครงการ เพราะจากการเปลยี่ นแปลงที่เกิดข้ึน
อาจจะสงผลใหเกิดผลสําเร็จหรือลมเหลว ท้ังนี้ ขึ้นอยูกับหนวยงานสามารถปรับตัวและใชประโยชน
จาการเปลี่ยนแปลทีค่ วบคุมไมไ ดน ี้มากนอยเพียงใด
วิมล ชาตะมีนา, วชิรา วราศรัย, และรุงทิพย จินดาพล (2551 : ออนไลน) ไดศึกษาปจจัย
แหงความสําเร็จในการบริหารจัดการและดําเนินโครงการขององคการบริหารสวนจังหวัดแพรและ
องคก ารบริหารสว นจังหวดั พิษณโุ ลก พบวา ปจ จยั แหงความสาํ เรจ็ ประกอบดว ย 5 ประการ คือ 1.
การใหประชาชนมีสวนรว มในการดําเนินโครงการ โดยมีการรบั ฟงความตองการและความคดิ เห็นของ
39
ประชาชน ใหมีสวนรวมในการกําหนดรายละเอียดโครงการและรวมดําเนินงานโครงการ 2. ความ
รว มมือทํางานอยางใกลชิดระหวางองคกรปกครองสวนทองถ่ินและประชาชน เปดโอกาสใหประชาชน
จัดทําโครงการเพื่อเสนอของบประมาณอุดหนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น 3. การแปลง
วิสัยทัศน นโยบาย และยุทธศาสตรสูการปฏิบัติงานอยางแทจริง ในการดําเนินงานตองคํานึงถึงการ
บรรลุวิสัยทัศน นโยบาย ยุทธศาสตร และเปาหมายท่ีกําหนด ซ่ึงจะตองสอดคลองไปในทิศทาง
เดียวกัน การถายทอดวิสัยทัศนองคกรและนโยบายของผูบริหารใหแกบุคลากร เปนปจจัยสําคัญท่ีทํา
ใหโครงการประสบความสําเร็จ 4. การติดตามและประเมินผลโครงการ เพ่ือใหเกิดการพัฒนาและ
ปรับปรุงการทํางาน รวมถึงประเมินความคุมคาของงบประมาณท่ีใชในการดําเนินโครงการ 5. ความ
เพยี งพอของงบประมาณ ตองจดั สรรใหม ีความเหมาะสม คุม คา และมีประสทิ ธิภาพ
สุรินทร จาดเปรม และพฤฑฒิพล พฤฑฒิกุล (2563 : 61) ไดศึกษารูปแบบการบริหารงาน
ประกนั คุณภาพการศึกษาสมรรถนะสูง ของโรงเรียนประถมศึกษา สังกดั สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษา พบวา องคประกอบดานปจจัยนําเขา (Input) ใหความสําคัญกับบุคลากร คุณภาพสื่อ
วัสดุอปุ กรณ และการบรหิ ารงบประมาณใหค มุ คา
พรรณี ทิพยธราดล (2547 : 66) ไดศึกษาการประเมินผลกระบวนการปฏิบัติงานโครงการ
พัฒนารูปแบบจังหวัดเพ่ือปฏิบัติการบริการปองกันควบคุมโรคไมติดตอ ป 2547 กลาววา การประเมินผล
การปฏิบัติงานของโครงการในคร้ังน้ี มิไดมุงเนนความสําเร็จของโครงการ หากแตเนนที่การตอบ
คําถามสําคัญ ประกอบดวย กระบวนการปฏิบัติงานของโครงการที่เกิดขึ้นจริง และปญหาอุปสรรคใด
เกิดขึ้นบาง ซ่ึงขอมูลดังกลาวจะทําใหทราบถึงขอจาํ กัดและปญหาตา ง ๆ ในการปฏิบัติงานเพ่ือนํามา
ปรับปรุงการสนับสนนุ ทรัพยากร กลไกการดําเนินงาน และพัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน นอกจากนี้
ยังเปน การเปดโอกาสใหผ ูรบั ผิดชอบโครงการสามารถปรับการดําเนนิ งานใหเ ปน ไปในทิศทางทีน่ ําไปสู
ความสําเร็จของโครงการไดอ ยางสมเหตุสมผล และกอใหเกิดการปรับเปลี่ยนแผนงานโครงการเพ่ือให
เหมาะสมกับสภาวการณอ นั จะนาํ ไปสูการขยายผลของโครงการตอไปไดอีกระดบั หน่ึงดว ย
พิสิษฐ ฉัตรวิวัฒนากุล (2558 : 59-60) ไดศึกษาปจจัยความสําเร็จการดําเนินงาน
โครงการยายกองพันสรรพาวุธซอมบํารุงเขตหลังของกองพันทหารชางเคร่ืองมือพิเศษ ปงบประมาณ
2555-2559 พบวา ผูควบคุมงานท่ีดีตองส่ือสารใหผูปฏิบัติงานเขาใจงาน มีความสามารถในการ
ตดั สินใจไดทันเวลา มีความรูค วามสามารถและเขาใจงาน มคี วามรับผิดชอบ ผูค วบคมุ งานจะตอ งหมั่น
ตรวจสอบการปฏิบตั ิงานของชุดงานโดยตลอดและอยาเขาใจในมุมมองของตวั ผูควบคมุ งานเองวาการ
วางแผนท่ีชัดเจนและสมบูรณไวแลวน้ัน จะสงผลตอความสําเร็จในการปฏิบัติงาน แตจะตองให
ความสําคัญกับเร่ืองการควบคุมเปนสําคัญดวย กําลังพลใหความสําคัญกับปจจัยดานการบริหาร เปน
เพราะกําลังพลเห็นวากระบวนการในการบริหารงานเร่ิมตนท่ีการวางแผนปฏิบัติงานและกําหนด
ระยะเวลาในการปฏิบัติงานที่เหมาะสม การเตรียมทรัพยากรดานกําลังพลและเคร่ืองมือชางให