The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ในรูปแบบที่เหมาะสม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krabiedu, 2021-12-28 23:33:01

การประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ในรูปแบบที่เหมาะสม

การประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ในรูปแบบที่เหมาะสม

การประเมนิ โครงการเพมิ่ โอกาสการเขาถงึ การศึกษา
ของเด็กดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบที่เหมาะสม
PROJECT EVALUATION WITH AN APPROPRIATE MODEL TO INCREASE

CHANCES OF EXPOSURE TO EDUCATION FOR UNDERPRIVILEGED
CHILDREN, DROPOUT CHILDREN AND DISAPPEARED CHILDREN

โดย
นางสาวธนารตั น พรหมสวุ รรณ
นกั วิชาการศกึ ษาชาํ นาญการพิเศษ ปฏบิ ตั หิ นา ท่ี
ผูเช่ยี วชาญเฉพาะดานการศกึ ษา (นักวิชาการศกึ ษาเชย่ี วชาญ)
สาํ นกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 6

เอกสารประกอบการขอประเมนิ บคุ คลเพ่อื แตง ตงั้ ใหดํารงตําแหนง
ผูเ ชย่ี วชาญเฉพาะดานการศึกษา (นกั วิชาการศึกษาเช่ยี วชาญ)

ตาํ แหนงเลขที่ 2636 สํานกั งานศึกษาธิการภาค 6
สังกดั สํานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร

บทคัดยอ

การวจิ ัยในครัง้ น้ี มีจุดมงุ หมายเพื่อประเมินโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็ก
ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม โดยประยุกตใชแนวทางการ
ประเมินโครงการตามรูปแบบประเมินซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
และศกึ ษาแนวทางการปฏบิ ัตทิ ด่ี หี รือเปน เลศิ (Best Practice) ของโครงการ

ดําเนินการวิจัย 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม เริ่มจากเลือก
รูปแบบการประเมินโครงการ แลวสรางแบบสอบถามความคิดเห็น เสนอผูเช่ียวชาญตรวจสอบ
คุณภาพเคร่ืองมือ นําไปสอบถามความคิดเห็นผูเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ จํานวน 69 คน
ข้ันตอนท่ี 2 ศกึ ษาแนวทางการปฏิบัติที่ดหี รือเปนเลศิ (Best Practice) ของโครงการ โดยจัดประชุม
สนทนากลุม (Focus Group) ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี จํานวน 30 คน เร่ือง การพัฒนา
แนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
จงั หวดั กระบ่ี นําผลการสนทนากลุม (Focus Group) ผลการดาํ เนนิ งานโครงการ และผลการประเมิน
โครงการ มาจดั ทาํ เปน แนวทางการปฏบิ ตั ทิ ด่ี หี รอื เปน เลิศ (Best Practice) ของโครงการ

ผลการวิจัยพบวา 1) ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ ท่ีมีตอ
โครงการ พบวา โดยรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณาเปนรายดาน ทุกดานอยูในระดับมาก
เรียงลําดับจากมากไปนอย ไดแก ดานบริบท ดานผลผลิต ดานกระบวนการ และดานปจจัยนําเขา
ตามลําดับ 2) แนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการ มีดังนี้ ดานบริบท
ประกอบดวย โครงการตองสอดคลองกับนโยบายของหนวยงานและความตองการของพื้นท่ีจังหวัด
มีเปาหมายและวัตถุประสงคชัดเจน กิจกรรมสอดคลองกับวัตถุประสงคและสามารถนําสูการปฏิบัติ
จริงได ดานปจจัยนําเขา ประกอบดวย ผูบริหารหนวยงานใหความสําคัญกับการดําเนินงานโครงการ
บุคลากรผูรับผิดชอบโครงการมีความสามารถในการบริหารโครงการ บุคลากรผูขับเคลื่อนงาน
โครงการ มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือ บุคลากรผูเปนเครือขายความรวมมือ
เห็นถึงความสําคัญของโครงการ การแตงตั้งคณะกรรมการในระดับตาง ๆ สอดคลองกับกิจกรรมของ
โครงการ ขอมูลสารสนเทศเปนปจจุบันทันสมัย วัสดุ อุปกรณ และงบประมาณเพียงพอตอการ
ปฏิบัติงาน มีคูมือการดําเนินงาน สถานศึกษามีรูปแบบการจัดการศึกษาที่สอดคลอ งกับความตองการ
ของผูเรยี นรายบุคคล ผบู ริหารและครผู สู อนมีความรูความเขาใจเร่ืองจิตวิทยาเด็กและวัยรุน จดั การเรียน
การสอนหลากหลายรูปแบบ ระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียนท่ีเขมแข็ง ผูปกครองชวยเหลือสถานศึกษา
ดูแลเด็ก เตรียมความพรอมเด็กกอนเขาสูระบบการศึกษา ดานกระบวนการ ประกอบดวย กระบวนการ



มีสวนรวมจากผูที่มีสวนเกี่ยวของและเครือขายความรวมมือ การช้ีแจงรายละเอียดการดําเนินงานตอ
ผูมีสวนเกี่ยวของ การรับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะ การประเมินความเส่ียงและการบริหาร
ปจจัยเส่ียง ขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือทุกระดับใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน การสํารวจขอมูล
แกไขปญหา และนาํ เด็กเขาสรู ะบบการศึกษาในรปู แบบทเี่ หมาะสม การติดตาม ประเมินผล สรุปและ
รายงานผล ดานผลผลิต ประกอบดวย จํานวนเด็กที่เขาสูระบบการศึกษา ประสทิ ธภิ าพของการขับเคล่ือน
เครือขายความรวมมือ ระดับการมีสวนรวมของเครือขายความรวมมือ ความคุมคาของโครงการ
ระดับความพึงพอใจของผูรวมดําเนินงานโครงการ ผลขางเคียงหรือผลกระทบที่เกิดข้ึนจากการ
ดําเนินงานโครงการ รวมถงึ ปญ หา อปุ สรรคของการดําเนนิ งานโครงการ

ขอ เสนอแนะสําหรับการนําผลการวจิ ัยไปใช คณะกรรมการขับเคล่ือนฯ ระดับจังหวดั ควรเพ่ิม
นายกองคการบริหารสวนจังหวดั ผูแทนจากคณะกรรมการอิสลามจังหวัด และประชาสัมพันธจงั หวัด
เพอ่ื ใหค รอบคลุมภารกจิ งาน ควรดาํ เนนิ การใหค รอบคลุมประชากรวยั เรียนทัง้ จังหวัด ควรมีหนวยงานหลัก
ในการจัดทําขอมูลสารสนเทศเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในภาพรวมของ
จังหวัด ควรพัฒนาเครือขายความรวมมือ สถานศึกษาควรมีรูปแบบการจัดการศึกษาท่ีหลากหลาย
รองรับความตองการของผูเรียน ควรมีกิจกรรมสรางแรงบันดาลใจ เพื่อใหผูเรียนมุงมั่นที่จะศึกษา
จนจบการศกึ ษาและปองกันการออกกลางคนั

ขอเสนอแนะสําหรับการวจิ ัยคร้ังตอไป ควรศกึ ษาความเปนไปไดในการสราง “ตําบลตนแบบ
ดานการศึกษา” โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสงเสริมใหเด็กทุกคนในตําบลไดรับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานหรือ
ตามศักยภาพ ภายใตการบูรณาการทํางานรวมกันของภาคสวนท่ีเก่ียวของในพ้ืนท่ี การเช่ือมโยงกัน
ของระบบการศึกษาท่ีสงตอใหเด็กอยูในระบบการศึกษาอยางตอเน่ือง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต
ผูปกครองและนักเรียนเพื่อเพ่ิมศักยภาพครอบครัวในการสงเสริมสนับสนุนใหเด็กเขาสูระบบ
การศกึ ษาอยา งตอเนอื่ งจนจบการศกึ ษาในระดับตาง ๆ ตามศกั ยภาพ ผลที่คาดวา จะไดรับ ลดจํานวน
เดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน มนี วตั กรรม รูปแบบความรว มมือ และแหลงเรยี นรู
ดานโอกาสทางการศึกษา

คําสําคัญ : การเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษา สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ การปฏิบัติที่ดี
หรือเปนเลิศ



Abstract

The purposes of this research were: 1) to evaluate project with an
appropriate model for increasing chances of exposure to education for

underprivileged children, dropout children and disappeared children based on
Stufflebeam’s CIPP Model and study Best Practice in the project.

The research procedure involved in the two stages: 1) to select evaluation
models to design questionnaire for proposing to the experts of editing quality
instrument and ask their opinions with 69 participants in the project. 2) to study the
concept of Best Practice in the project, provided Focus Group on development the
way of increasing chances of exposure to education for underprivileged children,
dropout children and disappeared children in Krabi of 30 participants and taken the
result of the Focus Group, operation of project and evaluation project including the
concept of the Best Practice in the project.

The result of this study were: 1) the participants’ opinions in the project that
total scores of more by considered each item for every item at more level from more
to little including context, product, process and input respectively. 2) the concept of
Best Practice conducted by the context consisting of the project conform to policy of
organization and areas of province’s needs, target and purpose clearly, activities
according to purposes and lead to the real practice, also factors of input containing
agency executives concentrated with conducting in the project, staffs who are
responsible for its administration, driven to this work, their potential with cooperation,
connect to vital in the project. In addition, the designation level of committees
according to activities’ project, undated information, material, equipment, and budget
to the project, operation manual, provided model of education of institutions to
correspond with individual learners’ needs, administrators and instructors to
understand with child and adolescent psychiatry, conducted of instructional models,
strong students supporting system, parents helping educational institutions to take
care of children and preparing children before entering the education system. The
process is composed of operation with participants and network of cooperative,
clarification on operation to them, listening to their opinions and the suggestions, risk



assessment and the factors of risk management, drive to network of cooperative of
every level focused on the same target, surveying information, solution and to enter
education system for appropriate model, follow up the evaluation, conclusion and
report. The product included the amount of children entering the education system
of network of cooperative efficiently, level of network of cooperative for worth in the
project, satisfaction level of participants, side effect or effect lead to operational
project, problems and obstacles this project.

The result of study of the suggestions revealed that committees of province
should increase president of provincial administrative organization, representative of
Islamic committee of province, public relations to cover their work, conduct
population of school age child all areas of province, provide the main agency for doing
information of underprivileged children, dropout children and disappeared children,
develop network of cooperative, contain instructional models supporting learners’
needs of institutions, inspire activities to learners focused on the study to achievement
of education and prevent dropout in learning.

The result of the further study of the suggestions found that it should study
probably to design “ District as Prototype of Education” which the purposes of this
were to enhance children of every district to serve basic education or their potential
under integration of cooperative of areas of agency , link of education system to
children in education continuously , develop quality of life for parents and students
to increase their potential of family supporting to enter education continuously to the
achievement of education according to their potential. The expected benefits gain
to reduce the amount of underprivileged children, dropout children and disappeared
children as result of innovation, cooperative model and sources of chances on
education.

Key words : increasing chances of exposure to education, Krabi Provincial education
Office, Best Practice

กิตตกิ รรมประกาศ

งานวจิ ยั ฉบบั นี้ เสรจ็ สมบรู ณไ ดดวยคาํ แนะนาํ ชว ยเหลอื อยา งดียิ่งจากบุคคลหลายทา นท่ีให
ความเมตตาตอ ผวู จิ ัย จงึ ขอขอบพระคุณและขอขอบคุณอยางสงู มา ณ โอกาสนี้

ขอขอบพระคุณ ที่ปรึกษางานวิจัย นายสมพร ฉั่วสกุล อดีตรองศึกษาธิการภาค 7
นายพิเชษฐ เจยทองศรี ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ นายสุรสิทธ์ิ สุดสาย ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่ นางจรีรัตน ปานพรหมมินทร
อดีตศึกษานิเทศก วิทยฐานะศึกษานิเทศกเชี่ยวชาญ สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากระบ่ี
และนายเฉลมิ ศักด์ิ มไี พบลู ยส กุล ครู วิทยฐานะครเู ชีย่ วชาญ วทิ ยาลยั เทคนคิ กระบี่

ขอขอบพระคุณ พันตํารวจโท หมอมหลวง กิติบดี ประวิตร ผูวาราชการจังหวัดกระบี่
นายสมโภช โชติชูชวง รองผูวาราชการจังหวัดกระบี่ คณะกรรมการขับเคล่ือนการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม ตามคําสั่ง
จังหวัดกระบ่ี ท่ี 2209/2562 ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 ท่ีเห็นความสําคัญเรื่องโอกาสทาง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน สงเสริมสนับสนุนการดําเนินงาน
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบ
ที่เหมาะสม จนประสบความสําเรจ็ ตามวัตถปุ ระสงคท ่ีวางไว

ขอขอบคุณ ผูเชี่ยวชาญ ที่ใหความอนุเคราะหในการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ และให
ขอเสนอแนะประเด็นคําถามการสนทนากลุม (Focus Group) ประกอบดวย นางคนึงนิจ เกตุแกว
ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดระนอง
นางแกวตา ประภาส ครู วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนอนุบาลกระบ่ี ดร.ภานุ ศรีวิสุทธิ์ อาจารย
มหาวิทยาลัยการกีฬาแหงชาติ วิทยาเขตกระบี่ นายประมวล เบ็ดเสร็จ อดีตผูอํานวยการโรงเรียน
อนุบาลกระบี่ วิทยฐานะผูอํานวยการเช่ียวชาญ นายเฉลิม เรืองทองเมือง อดีตผูอํานวยการโรงเรียน
บานคลองยาง วิทยฐานะผูอํานวยการเชยี่ วชาญ และนายสังวร คงภักดี ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาล
คลองทอม วิทยฐานะผูอํานวยการเช่ียวชาญ

ขอขอบคุณ ผตู อบแบบสอบถามความคดิ เห็นและผรู ว มสนทนากลมุ (Focus Group) ทกุ ทาน
ขอขอบคุณ บุคคลทค่ี อยใหค ําปรึกษาแนะนาํ งานวจิ ัยที่ไมประสงคอ อกนามทุกทาน
ขอขอบคุณ ทกุ กําลงั ใจจากบุคคลในครอบครวั บุคคลท่ีนบั ถือ ญาติ มติ ร และเพอื่ นรวมงาน

นางสาวธนารัตน พรหมสุวรรณ

คํานาํ

การศึกษาเปนรากฐานสําคัญสูการพัฒนาท่ียั่งยืน หากเด็กและเยาวชนไดรับการศึกษาท่ีมี
คณุ ภาพ จะสง ผลใหเ ติบโตเปน พลเมอื งท่ีมีศักยภาพ มีพลังสรา งสรรค สามารถสรางความเปลีย่ นแปลง
ในเชิงบวกใหกับสังคมและประเทศชาติ ในความเปนจริงความไมเสมอภาคทางการศึกษายังคงเปน
ปญหาสําคัญของประเทศไทยอยางตอเน่ือง แมร ฐั บาลจะมีนโยบายสนบั สนนุ การพฒั นาการศึกษาของ
คนในชาติ และแกป ญ หาความไมเ สมอภาคทางการศึกษามาโดยตลอดก็ตาม

ผูวิจัยหวังเปนอยางยิ่งวา งานวิจัยฉบับนี้ จะมีสวนสําคัญในการสรางโอกาสทางการศึกษา
ใหแกเ ด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ไดเขาสูร ะบบการศึกษา และเปนแนวทางหนึ่ง
ในการดาํ เนนิ งานเพ่ือสรา งความเสมอภาคทางการศึกษาได

ธนารตั น พรหมสวุ รรณ
ธันวาคม 2562

สารบญั

บทคัดยอ………………………………………………………………………………………………………………… หนา
กิตติกรรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………… ก
คํานาํ ……………………………………………………………………………………………………………………… จ
สารบัญ.................................................................................................................................. ฉ
สารบัญตาราง………………………………………………………………………………………………………….. ช
สารบญั ภาพประกอบ............................................................................................................. ฌ
บทที่ 1 บทนาํ …………………………………………………………………………………………………………. ญ
1
ความเปนมาและความสาํ คัญของปญ หา…………………………………………………….. 1
วตั ถปุ ระสงคการวจิ ัย.......................................................................................... 3
คาํ ถามเพ่อื การวจิ ัย............................................................................................ 3
ความสาํ คญั ของการวิจยั ..................................................................................... 3
ขอบเขตของการวิจัย........................................................................................... 4
นิยามศัพทเ ฉพาะ................................................................................................ 5
กรอบแนวคิดในการวิจยั ...................................................................................... 7
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ัยท่ีเกีย่ วของ............................................................................ 9
แนวคิดและทฤษฎที เี่ กยี่ วของกบั โครงการและการประเมินโครงการ.................. 9
รปู แบบประเมิน CIPP (Context-Input-Process-Product Model)..…………. 19
ความรูทเ่ี กี่ยวของกบั เดก็ ดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั เด็กตกหลน
และโอกาสทางการศกึ ษา.................................................................................... 21
กฎหมายท่เี ก่ยี วของกบั โอกาสทางการศกึ ษาของเด็กดอ ยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน........................................................................ 25
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม................................................................ 28
งานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวของ.............................................................................................. 35
บทที่ 3 วิธีดาํ เนินการวจิ ัย.................................................................................................. 42
ขน้ั ตอนท่ี 1 ประเมนิ โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถงึ การศึกษาของ
42
เด็กดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน
ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม.....................................................................

สารบัญ (ตอ )

ข้ันตอนท่ี 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติทด่ี หี รอื เปนเลิศ Best Practice) หนา
ของโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
45
เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม................ 48
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหขอ มูล........................................................................................... 48
48
การนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูล.....................................................................
ผลการวิเคราะหข อมลู …………………………………………………………………………..... 48

ขนั้ ตอนท่ี 1 ประเมนิ โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถงึ การศกึ ษาของ 56
เดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน 60
60
ในรปู แบบทเ่ี หมาะสม................................................................ 60
ขั้นตอนท่ี 2 ศกึ ษาแนวทางการปฏิบตั ทิ ่ดี หี รือเปน เลศิ Best Practice) 61
64
ของโครงการเพิ่มโอกาสการเขา ถงึ การศึกษาของ 73
75
เด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน 79
ในรปู แบบทีเ่ หมาะสม............................................................... 80
บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอ เสนอแนะ...................................................................... 82
วัตถุประสงคการวิจัย.......................................................................................... 93
วิธีดาํ เนินการวิจยั ............................................................................................... 98
สรุปผลการวจิ ัย................................................................................................... 102
การอภิปรายผล................................................................................................... 105
ขอ เสนอแนะ.......................................................................................................
บรรณานกุ รม........................................................................................................................
ภาคผนวก.............................................................................................................................
ภาคผนวก ก ทป่ี รึกษางานวจิ ยั /ผเู ชยี่ วชาญ......................................................
ภาคผนวก ข ภาพกิจกรรมโครงการเพมิ่ โอกาสการเขาถึงการศกึ ษาฯ...............
ภาคผนวก ค แบบสอบถามความคิดเห็นฯ.........................................................
ภาคผนวก ง ผลการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ...............................................
ภาคผนวก จ เอกสารประกอบการดําเนินงาน...................................................
ประวัติผูวจิ ยั .........................................................................................................................

สารบัญตาราง

ตารางท่ี 1 จํานวนและรอยละขอมูลเก่ียวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จําแนก หนา
ตามตวั แปรเพศ…………………………………………………………………………………… 49
50
ตารางที่ 2 จํานวนและรอยละขอมูลเก่ียวกับสถานภาพของผตู อบแบบสอบถาม จําแนก 50
ตามตัวแปรอายุ..............................................................................................
51
ตารางท่ี 3 จาํ นวนและรอยละขอ มูลเกยี่ วกบั สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม
จาํ แนกตามตวั แปรตําแหนง หนาที่ขณะตอบแบบสอบถาม…………………….... 52

ตารางที่ 4 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสว นเกย่ี วของกบั 53
การดาํ เนนิ งานโครงการ ทมี่ ีตอโครงการเพิม่ โอกาสการเขา ถงึ การศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรปู แบบทเ่ี หมาะสม 54
โดยรวมและรายดา น…………....................……………………………………………..
55
ตารางที่ 5 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผมู สี ว นเกีย่ วของกับ
การดําเนนิ งานโครงการ ทม่ี ีตอโครงการเพ่มิ โอกาสการเขาถงึ การศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม
ดา นบริบท ………………….......................................................................….....

ตารางท่ี 6 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมสี วนเกย่ี วขอ งกับ
การดาํ เนินงานโครงการ ที่มีตอโครงการเพม่ิ โอกาสการเขา ถึงการศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม
ดานปจจยั นําเขา…………........................................................................….....

ตารางที่ 7 คาเฉล่ีย สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมสี ว นเกีย่ วขอ งกบั
การดาํ เนินงานโครงการ ทม่ี ีตอโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถงึ การศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม
ดานกระบวนการ………….......................................................................….....

ตารางที่ 8 คาเฉล่ีย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผมู สี วนเก่ยี วของกับ
การดาํ เนนิ งานโครงการ ทม่ี ีตอโครงการเพ่มิ โอกาสการเขา ถึงการศกึ ษา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลนในรูปแบบทเ่ี หมาะสม
ดา นผลผลติ ………………..........................................................................….....

สารบัญภาพ

ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดการประเมนิ โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถงึ การศึกษา หนา
ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบที่ 8
เหมาะสม……………………………………………………………………………..………

บทท่ี 1
บทนํา

ความเปนมาและความสําคัญของปญหา

การเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรูปแบบท่ีเหมาะสม มีความเปนมาตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย (2560 : 14) หมวดท่ี 5
หนา ทีข่ องรฐั มาตรา 54 ทก่ี ําหนดใหรฐั ตองดําเนินการใหเด็กทกุ คนไดรบั การศึกษาเปนเวลาสบิ สองป
ต้ังแตก อนวยั เรยี นจนจบการศึกษาภาคบังคบั อยางมีคุณภาพโดยไมเ ก็บคาใชจ าย รัฐตอ งดําเนนิ การให
เด็กเล็กไดรับการดูแลและพัฒนากอนเขารับการศึกษาตามวรรคหน่ึง เพื่อพัฒนารางกาย จิตใจ วินัย
อารมณ สังคม และสติปญญาใหสมกับวัย โดยสงเสริมและสนับสนุนใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และภาคเอกชนเขามีสวนรวมในการดําเนินการดวย รัฐตองดําเนินการใหประชาชนไดรับการศึกษา
ตามความตองการในระบบตาง ๆ รวมท้ังสงเสรมิ ใหมีการเรียนรตู ลอดชีวติ และจัดใหมีการรวมมือกนั
ระหวางรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหนา ท่ี
ดําเนนิ การ กาํ กับ สงเสริม และสนบั สนนุ ใหก ารจัดการศึกษาดังกลา วมีคุณภาพและไดมาตรฐานสากล
ท้งั นี้ ตามกฎหมายวา ดว ยการศึกษาแหงชาติ ซึ่งอยา งนอยตองมีบทบัญญัติเก่ียวกับการจัดทําแผนการ
ศึกษาแหงชาติ การดําเนินการและตรวจสอบการดาํ เนนิ การใหเปนไปตามแผนการศึกษาแหงชาติดวย
การศึกษาทั้งปวงตองมุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญไดตามความ
ถนัดของตน และมีความรับผดิ ชอบตอครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการดําเนินการให
เด็กเล็กไดรับการดูแลและพัฒนา หรือใหประชาชนไดรับการศึกษา รัฐตองดําเนินการใหผูขาดแคลน
ทุนทรัพยไดร ับการสนับสนุนคาใชจา ยในการศกึ ษาตามความถนดั ของตน

นอกจากนั้น พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 (2542 : 4-7) มาตรา 10
กําหนดวา การจัดการศึกษาตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ไมนอยกวาสิบสองปที่รัฐตองจัดใหอยางทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย การจัดการศึกษา
สําหรับบุคคลซึ่งมีความบกพรองทางรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณ สังคม การส่ือสารและ
การเรียนรู หรือมีรางกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซ่ึงไมสามารถพ่ึงตนเองได หรือไมมีผูดูแล
หรือดอ ยโอกาส ตองจดั ใหบ คุ คลดงั กลาวมีสทิ ธแิ ละโอกาสไดรับการศึกษาขั้นพืน้ ฐานเปน พิเศษ มาตรา
15 การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม
อัธยาศัย มาตรา 22 การจัดการศึกษาตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนา
ตนเองได และถือวาผเู รยี นมีความสําคัญท่ีสดุ กระบวนการจัดการศึกษาตองสงเสริมใหผเู รยี นสามารถ
พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ

2

ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป (2561 : ออนไลน) รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ
ไดกําหนดนโยบายใหสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)
รายงานตัวเลขระบบฐานขอมูลติดตามประชากรวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา โดย กศน.รวมมือ
กับศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษาและการส่ือสาร และสํานักติดตามและประเมินผลของ
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) เพื่อสํารวจ ตรวจสอบ และติดตามประชากร
วัยเรียน ซึ่งขยายผลการดําเนินการสํารวจและตรวจสอบตอเนื่อง จนส้ินสุดวันที่ 14 พฤศจิกายน
2561 ที่ผานมา พบวา มีเด็กปกติที่ไมไดเรียนหนังสือ จํานวน 99,472 คน และมีเด็กออกกลางคัน
จํานวน 83,459 คน จากขอมูลตัวเลขดังกลาว กระทรวงศึกษาธิการจึงกําหนดใหมีโครงการการเพ่ิม
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ี
เหมาะสมข้ึน โดยสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเปนหนวยรับผิดชอบดําเนินงาน (สํานักงาน
ปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ, 2562 : 1-9)

โครงการการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม มวี ตั ถุประสงคเ พ่ือใหม ีขอมลู เด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลน ในจงั หวัด สนบั สนนุ การบูรณาการแกป ญหาเดก็ นอกระบบการศึกษาและเดก็ ออกกลางคัน
ในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน และเพ่ือใหเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ไดรับ
โอกาสเขาถึงการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม ดําเนินโครงการในระดับสวนกลางโดยสํานักงาน
ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ และระดบั จงั หวัดโดยสํานักงานศึกษาธิการจงั หวดั

กิจกรรมการดําเนินการในสวนกลาง ประกอบดวย การแตงต้ังคณะทํางานการเพิ่มโอกาส
การเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม
การพัฒนาโปรแกรมสําเร็จรูปการจดั เก็บขอมูลของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
และการรายงานผลการติดตาม ผลการสํารวจขอมูล และผลการดําเนินงานการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบท่เี หมาะสม

สําหรับการดําเนินการในระดับจังหวัด ในสวนของสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
มีเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน จํานวน 7,134 คน ท่ีตองดําเนินการเพ่ิมโอกาส
การเขาถึงการศึกษา ขับเคลอ่ื นโครงการภายใตการบูรณาการความรว มมือจากทุกภาคสว นท่ีเก่ียวของ
โดยเฉพาะอยางย่ิงสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่
ซึ่งไดเริ่มดําเนินการดานโอกาสการศึกษาของเด็กมากอนแลว มีการแตงต้ังคณะกรรมการขับเคล่ือน
การเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสมระดับจังหวัด อําเภอ และตําบลขึ้น มีการจัดทําขอมูลที่เกี่ยวของในการดําเนินการ กําหนด
กรอบแนวทางการดําเนินการ จัดทําคูมือการดําเนินงานโครงการ จัดประชุมบุคลากรท่ีเกี่ยวของ
โดยเฉพาะผูอํานวยการ กศน.อําเภอ และครู กศน.ตําบล เพื่อสอบทานและยืนยันขอมูลในสวนของ

3

จังหวัดกระบี่ ในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา
ซึ่งจัดเก็บขอมูลเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน
การเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบ
ที่เหมาะสมระดับจังหวัด อําเภอ และตําบล เสนอโครงการและกรอบแนวทางการดําเนินงานตอ
คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพื่อใหความ
เห็นชอบแนวทางการดําเนินงานการเพิ่มโอกาสเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม คณะกรรมการขับเคล่ือนการเพ่ิมโอกาสเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสมระดับจังหวัด อําเภอ และ
ตําบล ดาํ เนินการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาใหแกเ ด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรูปแบบที่เหมาะสม ปรับปรุงขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวยั เรยี น
นอกระบบการศึกษา ใหเปนปจจุบันตามผลการดําเนินงาน และรายงานผลการดําเนินงานตอ
คณะกรรมการศกึ ษาธิการจงั หวดั และกระทรวงศึกษาธิการ ตามลาํ ดับ

วตั ถปุ ระสงคก ารวจิ ัย

1. เพ่ือประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเดก็ ตกหลนในรปู แบบทเี่ หมาะสม

2. เพ่ือศึกษาแนวทางการปฏบิ ัตทิ ่ีดีหรอื เปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิมโอกาส
การเขา ถึงการศกึ ษาของเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม

คาํ ถามเพื่อการวิจัย

1. ประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลนในรูปแบบท่เี หมาะสมอยา งไร

2. วิธีการท่ีใชในการศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบทเี่ หมาะสม

ความสําคัญของการวจิ ยั

1. การวิจัยคร้ังน้ี จะทําใหทราบผลการดําเนินงานโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษา
ของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบท่ีเหมาะสมใน 4 ดา น คือ ดา นบรบิ ท
ดานปจ จยั นาํ เขา ดา นกระบวนการ และดานผลผลิต

4

2. การวิจัยครั้งน้ี จะทําใหไดแนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบทเ่ี หมาะสม

ขอบเขตของการวจิ ัย

การวิจัยครั้งนี้ เปน การประเมินโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศกึ ษาของเด็กดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม มีขอบเขตของการวิจัย ดงั นี้

ดา นเนอ้ื หา
ประเมินโครงการโดยประยุกตใชแนวทางการประเมินโครงการตามรูปแบบจําลองซิป

(CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam อางถึงใน สุวิมล ติรากานนท, 2548 :
47) โดยประเมนิ 4 ดา น คอื

1. การประเมินดานบริบท (Context Evaluation)
2. การประเมนิ ดานปจจยั นําเขา (Input Evaluation)
3. การประเมนิ ดานกระบวนการ (Process Evaluation)
4. การประเมนิ ดานผลผลิต (Product Evaluation)

ประชากรท่ีศึกษาและกลุม ตัวอยา ง
ขั้นตอนที่ 1 ประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส

เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ประชากรทศี่ ึกษา ไดแ ก ผมู ีสว นเกีย่ วของกับ
การดําเนนิ งานโครงการ จาํ นวน 69 คน

ขั้นตอนท่ี 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการ
เพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ี
เหมาะสม โดยการสนทนากลุม (Focus Group) เร่ือง การพัฒนาแนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี กลุมตัวอยาง
ประกอบดวย ผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในจงั หวดั กระบ่ี จํานวน 35 คน

ตัวแปรทศ่ี ึกษา
1. ตัวแปรอิสระ (Independent Variables) ประกอบดวย ผูมีสวนเกี่ยวของกับ

การดําเนนิ งานโครงการ ประกอบดว ย เจา หนา ทก่ี ลุมสงเสรมิ การศึกษานอกระบบ ผูอ าํ นวยการ กศน.
อําเภอ และครู กศน.ตําบล สังกัดสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
จังหวัดกระบี่

5

2. ตัวแปรตาม (Dependent Variables) ไดแก ระดับความคดิ เห็นของผูมสี ว นเกีย่ วของ
กับการดําเนินงานโครงการ ท่ีมีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบท่ีเหมาะสม

นยิ ามศพั ทเ ฉพาะ

โครงการ หมายถึง โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบทีเ่ หมาะสม ดําเนนิ การโดยสํานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั กระบี่

เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน หมายถึง เด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลน ในจังหวัดกระบ่ี ขอมูลจากโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตาม
ประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศยั จํานวน 7,134 คน (นกั เรยี นและประชากรวัยเรียนการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ระดับพื้นที)่

เพ่มิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาในรูปแบบทเี่ หมาะสม หมายถงึ การสงเสรมิ สนบั สนนุ ให
เดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในจงั หวัดกระบี่ เขา ศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามศักยภาพในรูปแบบที่เหมาะสม(การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม
อัธยาศยั )

การประเมิน (Evaluation) หมายถึง กระบวนการรวบรวมขอมูลการประเมินโครงการ
เพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสม ประกอบดว ย 4 ดาน ดงั นี้

1. การประเมินดานบริบท (Context Evaluation) หมายถึง การประเมินความ
สอดคลองของเปาหมาย วัตถุประสงค กิจกรรมโครงการกับนโยบายรัฐบาล/กระทรวงศึกษาธิการ
ปญ หาและความตอ งการของพน้ื ท่จี ังหวดั รวมถึงความเปน ไปไดใ นการนาํ สกู ารปฏิบตั ิ

2. การประเมินดานปจจยั นําเขา(Input Evaluation) หมายถึง การประเมินความพรอม
ดานบุคลากรที่เกย่ี วของ ขอมูลสารสนเทศ วสั ดุ อปุ กรณ และงบประมาณ

3. การประเมินดานกระบวนการ(Process Evaluation) หมายถึง การประเมิน
กระบวนการมีสวนรวม การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือ การสงเสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน เขาสรู ะบบการศกึ ษาในรูปแบบที่เหมาะสม การตดิ ตาม ประเมินผล
และการรายงานผลการดาํ เนินงาน

4. การประเมินดานผลผลิต (Product Evaluation) หมายถึง การประเมินผล
การดาํ เนินงานโครงการ ระดบั ความพงึ พอใจในการดําเนนิ งานโครงการ

แบบสอบถามความคิดเห็น หมายถึง แบบสอบถามความคิดเห็นโครงการเพิ่มโอกาส
การเขา ถงึ การศึกษาของเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเ่ี หมาะสม

6

ผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ หมายถึง บุคลากร สังกัดสํานักงานสงเสริม
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบ่ี ท่ีรวมขับเคลื่อนงานโครงการ
ประกอบดวย เจาหนาท่ีกลุมสงเสริมการศึกษานอกระบบ ซ่ึงเปนผูรวมขับเคล่ือนงานในระดับจังหวดั
ผูอํานวยการ กศน.อําเภอ ผูรวมขับเคล่ือนงานระดับอําเภอ และครู กศน.ตําบล ผูรวมขับเคลื่อนงาน
ระดบั ตาํ บล

สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี หมายถึง สํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศยั จงั หวัดกระบ่ี

ผอู าํ นวยการ กศน.อาํ เภอ หมายถึง ผูอํานวยการศูนยการศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศยั อาํ เภอในจงั หวดั กระบี่

ครู กศน.ตําบล หมายถึง ครูศูนยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตําบล
ในจังหวดั กระบี่

ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนนิ งานเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี หมายถึง ผูบริหารหรือตัวแทนหนวยงานที่มีสวน
ในการสงเสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี เขาสู
ระบบการศึกษา ประกอบดวย ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่ ผูอํานวยการศูนยการศึกษาพิเศษประจําจังหวัด
กระบ่ี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยจังหวัดกระบ่ี รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬา
แหงชาติ วิทยาเขตกระบ่ี นายอําเภอลําทับ นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบ่ี นายกสมาคมกํานัน
ผูใหญบานจังหวัดกระบี่ นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดกระบ่ี ปลัดอําเภอเหนือคลอง
ผูอํานวยการศูนยการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอําเภอทุกอําเภอ พัฒนาการอําเภอ
เมืองกระบ่ี สาธารณสุขอําเภอเขาพนม เกษตรอําเภอเขาพนม นายกเทศมนตรีตําบลปลายพระยา
นายกองคการบริหารสวนตําบลอาวนาง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียน
อนุบาลกระบี่ ผูอํานวยการโรงเรียนบานบางเหียน ผูอํานวยการโรงเรียนเมืองกระบี่ ผูอํานวยการ
โรงเรียนราชประชานุเคราะห 37 จังหวัดกระบ่ี ผูอํานวยการโรงเรียนปริยัติธรรมวัดแกวโกรวาราม
ผูอํานวยการโรงเรียนเทศบาลอาวลึกใต ผอู ํานวยการวิทยาลัยการอาชีพอาวลึก และครูใหญศูนยการเรียน
ตาํ รวจตระเวนชายแดนบานแผน ดินเสมอ

คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ หมายถึง คณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ตามคําสั่ง
จงั หวัดกระบ่ี ที่ 2209/2562 ลงวนั ท่ี 30 พฤษภาคม 2562

แนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) หมายถึง วิธีปฏิบัติ หรือข้ันตอน
การปฏิบัติท่ีทําใหโครงการประสบความสําเร็จหรือนําไปสูความเปนเลิศตามเปาหมาย เปนที่ยอมรับ

7

ในวงวิชาการและมีหลักฐานของความสําเร็จปรากฏชัดเจน โดยมกี ารสรุปวธิ ปี ฏิบัติหรือข้ันตอนการปฏิบัติ
ตลอดจนความรูและประสบการณที่ไดบันทึกเปนเอกสาร และเผยแพรใหหนวยงานภายในหรือ
ภายนอกสามารถนําไปใชประโยชนไ ด

กรอบแนวคิดในการวจิ ยั

.

กรอบแนวคิดในการประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม ผูวิจัยไดประยุกตใชแนวทางการประเมิน
โครงการตามรูปแบบจําลองซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
โดยประเมิน 4 ดาน คือ การประเมินดานบริบท (Context Evaluation) การประเมินดานปจจัย
นําเขา (Input Evaluation) การประเมินดานกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมิน
ดา นผลผลิต (Product Evaluation)

8

การประเมนิ ตามรูปแบบจาํ ลองซิป การประเมินโครงการ
(CIPP Model) 1. ประเมนิ ดา นบริบท

1. ประเมนิ ดา นบรบิ ท 1.1 นโยบายหนว ยงานตน สังกัดหรือองคกร
2. ประเมนิ ดานปจ จัยนาํ เขา 1.2 ปญ หาและความตองการของพื้นท่จี ังหวดั
3. ประเมินดา นกระบวนการ 1.3 เปาหมาย วตั ถปุ ระสงค กจิ กรรม
4. ประเมินดานผลผลติ
ของโครงการ
โครงการเพ่มิ โอกาสการเขา ถงึ 2. ประเมินดา นปจจยั นําเขา
การศกึ ษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน 2.1 บคุ ลากร
2.2 ขอมลู สารสนเทศ
ในรปู แบบท่ีเหมาะสม 2.3 วัสดุ อุปกรณ
2.4 งบประมาณ
3. ประเมนิ ดานกระบวนการ
3.1 กจิ กรรมของโครงการ
3.2 กระบวนการมีสว นรว ม
3.3 การขบั เคลือ่ นเครือขายความรวมมือ
3.4 ติดตาม ประเมนิ และรายงานผล
4. ประเมินดา นผลผลิต
4.1 จํานวนเด็กท่ีเขา สูระบบการศกึ ษา
4.2 ผลการขับเคลื่อนเครือขา ยความรว มมือ
4.3 ระดับความพงึ พอใจ
4.4 แนวทางการปฏิบตั ิท่ีดีหรอื เปน เลิศ

(Best Practice)

ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดการประเมนิ โครงการเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม

บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยทีเ่ ก่ียวของ

การวิจัย เรื่อง ประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของเดก็ ดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสมในคร้ังนี้ ผูวิจัยไดศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและ
งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวของ มีรายละเอยี ดดงั ตอ ไปนี้

1. แนวคิดและทฤษฎที ่เี กี่ยวขอ งกับโครงการและการประเมนิ โครงการ
2. รปู แบบประเมนิ CIPP (Context-Input-Process-Product Model)
3. ความรูที่เกี่ยวของกับเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน เด็กตกหลน และโอกาสทางการ
ศึกษา
4. กฎหมายที่เก่ียวของกับโอกาสทางการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคันและ
เดก็ ตกหลน
5. โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็ก
ตกหลน ในรปู แบบทเ่ี หมาะสม
6. งานวิจัยที่เกี่ยวของ

1. แนวคิดและทฤษฎีท่เี ก่ียวของกับโครงการและการประเมนิ โครงการ
แนวคิดและทฤษฎีท่ีนําเสนอ ประกอบดวย ความหมายของโครงการ ความหมายของ

การประเมินโครงการ ประเภทของการประเมินโครงการ ความสําคัญและประโยชนของการประเมิน
โครงการ รูปแบบของการประเมนิ โครงการ และเกณฑก ารประเมินโครงการ มรี ายละเอยี ดดังนี้

1.1 ความหมายของโครงการ
โครงการ หมายถึง แผนงานยอยที่ประกอบดวยกิจกรรมหลายกิจกรรม หรืองานหลายงาน

ที่ระบุรายละเอียดชัดเจน เชน วัตถุประสงค เปาหมาย ระยะเวลาดําเนินการ กิจกรรม สถานท่ี
งบประมาณ ผูรับผิดชอบ ตลอดจนผลลัพธท่ีคาดวาจะไดรับ โครงการมีความสัมพันธกับแผนงาน
(Plan) และนโยบาย (Policy) โครงการ 1 โครงการ มีหลายกิจกรรมได (มหาวิทยาลัยแมโจ, 2557 :
ออนไลน)

โครงการ หมายถึง กจิ กรรมทเี่ ก่ยี วขอ งกับการใชทรพั ยากรตาง ๆ เพ่อื นาํ มาลงทุนสราง
ผลงานท่ีกอใหเกิดประโยชนตอกลุมเปาหมาย โดยกิจกรรมดังกลาวจะตองเปนหนวยอิสระท่ีสามารถ
ทําการวิเคราะห วางแผน และบริหารได นอกจากน้ัน จะตองมีวัตถุประสงคที่ชัดเจน มีกําหนดเวลา
เริ่มตนและสิ้นสุดที่แนชัด การดําเนินงานจะตองอยูภายใตงบประมาณท่ีไดต้ังไว และไดผลงานท่ีมี
คณุ ภาพตามเกณฑท ่ีกําหนด (มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช, ม.ป.ป. : ออนไลน)

10

โครงการ (Project) หมายถึง กลมุ ของกิจกรรมท่มี ีความสมั พันธเ ก่ียวของกนั และ แต
ละกจิ กรรมมเี ปาหมายเดียวกนั มีเวลาเรม่ิ ตนและส้นิ สดุ ของงาน และมักจะเปน งานพิเศษตางจาก งาน
ประจาํ โครงการจะประกอบดว ยงาน (Task) และกจิ กรรม (Activity) (สมคิด พรมจยุ , 2552 : 19)

จากความหมายขางตนสามารถสรุปไดวา โครงการ หมายถึง การดําเนินงานหรือ
กิจกรรมท่ีมีการออกแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของโครงการ มีการกําหนด
ผรู บั ผิดชอบ รายละเอยี ดกจิ กรรม ทรัพยากรการบรหิ าร งบประมาณ ระยะเวลาดาํ เนนิ การ ตลอดจน
ผลลพั ธทคี่ าดวาจะไดรับ

1.2 ความหมายของการประเมินโครงการ
การประเมินผลโครงการ หมายถึง การเก็บรวบรวมขอมูล การวิเคราะห ความหมาย

ขอเท็จจริงเก่ียวกับความตองการ การหาแนวทาง วิธีการปรับปรุง วิธีการจัดการเก่ียวกับโครงการ
และหาผลท่ีแนใจวา เกิดจากโครงการเพ่ือเปนการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของโครงการใหดี
ย่งิ ข้ึน (นศิ า ชโู ต, 2542 : 9)

การประเมินโครงการ หมายถึง กระบวนการในการเก็บรวบรวม และวิเคราะห ขอมูล
ของการดําเนินโครงการและพิจารณาบงช้ีใหทราบถึงจุดเดนหรือจุดดอยของโครงการน้ัน อยางเปน
ระบบ แลวตัดสินใจวาจะปรับปรุงแกไขโครงการนั้น เพื่อดําเนินงานตอไปหรือจะยุติการดําเนิน
โครงการนั้นเสีย (ประชมุ รอดประเสรฐิ , 2542 : 73)

วีระยุทธ ชาตะกาญจน (2541 : 55) ใหความคิดเห็นวา การประเมินโครงการเปน
กระบวนการในการวิเคราะหความตองการ สืบคน และสังเคราะหสารสนเทศ เพ่ือประโยชนในการ
ตดั สนิ ใจทางการบริหารจัดการโครงการน้ัน ๆ ผลจากการประเมนิ จะออกมาในรปู ของการตดั สินใจใน
เร่ืองเกย่ี วของกบั ความสัมพันธร ะหวา งผลทีเ่ กดิ ขน้ึ จรงิ กับผลท่ีคาดหวังไวลว งหนา

จากขอมูลขางตนสามารถสรุปไดวา การประเมินผลโครงการ หมายถึง การประเมินวา
โครงการท่ีดําเนินการนั้น เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีตั้งไวหรือไมอยางไร ภายในทรัพยากรและ
ระยะเวลาท่ีกําหนดไว รวมถึงมีจุดเดน จุดดอยอะไรบาง เปนขอมูลใชในการบริหารจัดการโครงการ
ตอ ไป

1.3 ประเภทของการประเมินโครงการ
สมบัติ สุวรรณพิทักษ (2531 : 45-47) ใหความคิดเห็นวา การประเมินโครงการ

ถาพิจารณาโดยอาศัยวงจรโครงการเปนเกณฑในการแบง สามารถแบงการประเมินโครงการออกเปน
3 ประเภท คือ

1. การประเมินกอนการดําเนินงาน เปนการประเมินที่มีจุดมุงหมายเพ่ือการตัดสินใจ
เกย่ี วกบั การกําหนดและเลือกทําโครงการ ซง่ึ จะใชการพิจารณาตอ ไปน้ี

11

1.1 ความเหมาะสมของการทําโครงการประกอบดวยการศึกษาวิเคราะหปญหา
ความจําเปนของการทําโครงการ และการศึกษาความเปนไปได โดยการพิจารณาความเปนไปไดทาง
เทคนคิ วชิ าการ ความพรอมในดา นการบริหารโครงการ ความพรอมในดานงบประมาณสนับสนุน เปน ตน

1.2 การวิเคราะหผลตอบแทนของโครงการ ประกอบดวย การวิเคราะหคาใชจาย
และผลกําไร การวิเคราะหคาใชจายกับประสิทธิผล ซ่ึงเปนการพิจารณาวาการจัดทําโครงการน้ัน
จะใหผลคุม คากบั การลงทุนหรอื ไม ซึ่งเปน การพิจารณาของโครงการในแงเศรษฐกจิ

2. การประเมินในระหวางการดําเนินงาน เปนการประเมินที่เกิดขึ้นในชวงระยะเวลา
ของการปฏิบัติงานโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการตรวจสอบวาการดําเนินงานเปนไปตามแผนท่ี
กําหนดหรือไม มีปญหาและอุปสรรคอะไรบาง อันจะแกไขไดทันทวงที การประเมินโครงการใน
ระหวางการดําเนินงาน จึงเปนหนาท่ีของผูรับผิดชอบโครงการท่ีจะตองหาขอมูลตาง ๆ เพื่อนํามา
ปรับปรุงการดําเนินงานโครงการ จึงเรียกการประเมินนี้วาการประเมินเพื่อการปรับปรุงหรือ
การประเมินผลยอ ย

3. การประเมินหลังการดําเนินงาน เปนการประเมินท่ีจัดทําขึ้นเมื่อการปฏิบัติงาน
โครงการไดเสร็จสิน้ แลว การประเมนิ น้ีจะพจิ ารณาตอบคําถามในเร่ืองตอไปนี้

3.1 การดําเนินงานของโครงการ สามารถบรรลุจุดมุงหมายที่กําหนดไวเพียงใด
สาํ เรจ็ ตามท่ีคาดหวงั ไวเ พยี งใด ซึง่ เปน การพิจารณาผลิตผลของโครงการ

3.2 เปนการตรวจสอบดูผลพลอยไดอยางอ่ืน นอกเหนือจากที่ไดระบุไวใน
วัตถุประสงค ซึ่งเรียกวาเปนการศึกษาผลกระทบของโครงการท้ังทางดานบวกและดานลบ เชน
ผลกระทบที่มีตอ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ความเช่ือ คานิยม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิต

3.3 เปนการสรุปผลรวมของการดําเนินงานของโครงการวา วัตถุประสงคของ
โครงการเปนเชนไร ทรัพยากรในโครงการเปนอยางไร การดําเนินงานโครงการไดผลเปนอยางไร
มีความสําเร็จและความลมเหลวเพียงใด มีปญหาและอุปสรรคอยางไร หากมีการดําเนินงานในชวง
ตอไป มีความจําเปนตองแกไขปรับปรุงในสวนใด โดยการรวบรวมขอมูลตาง ๆ ท่ีไดประเมินไวแลว
ตั้งแตเริ่มการดําเนินงานโครงการจนถึงการสิ้นสุด โครงการจึงเรียกการประเมินในลักษณะนี้วา
เปนการประเมินผลสรุป ซ่ึงผูทําหนาท่ีประเมินเปนผูปฏิบัติงานโครงการ หรือนักประเมินที่เปน
บุคคลภายนอกกไ็ ด

จักษวัชร ศิริวรรณ (2555 : ออนไลน) ใหความคิดเห็นวา การแบงประเภทการประเมิน
โครงการคงมิใชเปนการกําหนดเกณฑเด็ดขาด แตจําเปนตองอาศัยเกณฑหลายประเภท เชน เวลา
วัตถุประสงค วิธีการ และรูปแบบการประเมินมาบงบอกถึงประเภทของการประเมิน ซึ่งในที่น้ีอาจ
จาํ แนกการประเมนิ โครงการออกเปน 4 ประเภท ดงั น้ี

12

1. การประเมินโครงการกอนดาํ เนนิ การ (Preliminary Evaluation) เปน การศกึ ษา
วิเคราะห และประเมินความเปนไปได (Feasibility Study) กอนท่ีจะเริ่มโครงการ ซ่ึงจะมีประโยชน
ในแงการตัดสินวา จะดําเนินโครงการตอไปหรือไมอยางไร โดยทําการศึกษาถึงสภาพแวดลอม
เชิงปฏิบัติการ กระบวนการงบประมาณ รวมไปถึงสมรรถนะในการบริหารจัดการ ท้ังยังตองพิจารณา
ถึงความเหมาะสมของกระบวนการที่จะนํามาใชในการบริหารจัดการโครงการ ตลอดจนปญหา
อุปสรรค และความเสี่ยงของการดําเนินโครงการ รวมไปถึงประสิทธิผลที่คาดวาจะไดรับ แตใน
ขณะเดียวกันยังมีความจําเปนท่ีจะตองศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากโครงการ ในดานตาง ๆ
อาทิ การประเมินผลกระทบดานสังคม (Social Impact Assessment, SIA) การประเมินผลกระทบ
ดานนิเวศ (Ecological Impact Assessment, EIA) การประเมินผลกระทบดานการเมือง (Political
Impact Assessment, PIA) การประเมินผลกระทบดานเทคโนโลยี (Technological Impact
Assessment, TIA) การประเมนิ ผลกระทบดานประชากร (Population Impact Assessment, PIA)
การประเมินผลกระทบดานนโยบาย (Policy Impact Assessment, POIA) การประเมินผลกระทบ
ทางดา นเศรษฐกิจ (Economic Impact Assessment) เปน ตน

2. การประเมินระหวางดําเนินโครงการ (Formative Evaluation) เปนการ
ประเมินผลเพื่อการปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการ ผลที่ไดจากการประเมินระหวางดําเนิน
โครงการนั้น อาจจะกระทําในระหวางขั้นตอนการพัฒนาโครงการ ซ่ึงจะมีสวนชวยในการกําหนด
วัตถุประสงค (Objectives) ของโครงการ เปนไปอยา งสมเหตสุ มผล ย่ิงไปกวา นั้นการประเมนิ ระหวาง
ดําเนินโครงการ อาจจะกระทําในระหวางขั้นตอนการดําเนินโครงการ ซ่ึงจะมีสวนชวยตรวจสอบวา
โครงการไดถูกดําเนินการไปตามแผนของโครงการหรือไม อยางไร ซ่ึงเรียกอยางเฉพาะเจาะจงวา
Implementation Evaluation อยางไรก็ดี การประเมินระหวางดําเนินโครงการนี้ อาจเปนการ
ตรวจสอบความกาวหนา ของโครงการวา โครงการไดถูกดําเนินการไปอยางไดผลดีหรือไม เพียงใด
ซ่งึ เรียกอยา งเฉพาะเจาะจงวา Progress Evaluation

3. การประเมินเม่ือสิ้นสุดโครงการ (Summative Evaluation) หรืออาจเรียกวา
การประเมินผลผลิต เปนการประเมินผลรวมสรุปภายหลังจากสิ้นสุดการดําเนินโครงการ ในการรวม
สรุปขอมูลอันเกิดจากโครงการระยะยาวน้ัน จะรวบรวมจากผลของการประเมินระหวางดําเนิน
โครงการ(Formative Evaluation) ทําใหเปนผลของการประเมินเม่ือสิ้นสุดโครงการ (Summative
Evaluation) ซ่ึงผลรวมสรุปท่ีไดจะนําสูการรายงายวา โครงการไดบรรลุเปาประสงคขององคการ
(Corporate Goals) หรือไม อยางไร ตลอดจนการรายงานถึงสถานภาพของโครงการวาประสบ
ความสําเร็จหรือลมเหลวอยางไร พบปญหาหรืออุปสรรคอะไรในการดําเนินโครงการ เพื่อปรับปรุง
กระบวนการบริหารจัดการโครงการของหนวยงานใหดีย่ิงขึ้นในการดําเนินโครงการน้ี หรือโครงการ
อ่นื ๆ ตอไป

13

4. การประเมินประสิทธิภาพ (Efficiency Evaluation) เปนการประเมินโครงการ
ที่มุงเนนตรวจสอบผลผลิตและกระบวนการไดมาซึ่งผลผลิต และมุงที่จะทราบความสําเร็จหรือ
ความลมเหลว รวมไปถึงความคมุ คา ของการดําเนินโครงการนน้ั ๆ ทั้งน้ี เพ่ือประกอบการตดั สินใจของ
ผูใหบริหารโครงการหรือผูใหทุนวา จะการยุติหรือขยายการดําเนินโครงการ ย่ิงไปกวานั้น ในปจจุบัน
การประเมนิ ประสิทธิภาพโครงการยังมีความสําคัญเพ่ิมมากยิง่ ขึน้ เนือ่ งจากการประเมินประสิทธิภาพ
โครงการนัน้ เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการบา นเมืองทีด่ ี หรอื หลักธรรมาภิบาล (Good Governance)
ในแงของประสิทธภิ าพในการดาํ เนนิ งานของหนวยงานภาครัฐกิจ ซึ่งถอื เปน แนวคิดกระแสหลักในการ
บรหิ ารจดั การภาครฐั แนวใหม (New Public Management, NPM)

พิชิต ฤทธ์ิจรูญ (2555 : 58-60) ใหความคิดเห็นวา ประเภทของการประเมินโครงการ
แบงออกไดเ ปน หลายประเภทแลว แตเ กณฑท่ีใชแ บง สรปุ ได ดังน้ี

1. แบง ตามลําดับเวลาการบริหารโครงการไดการประเมนิ เปน 3 ประเภท คือ
1.1 การประเมินกอนเริ่มโครงการหรือกอนนําโครงการไปปฏิบัติเปนการประเมิน

ท่ีอยูในข้ันตอนของการวางแผนโครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการวิเคราะหขอมูลตาง ๆ กอนลงมือ
ดําเนนิ การจัดทาํ โครงการ ซ่งึ อาจทําไดใ น 2 ลักษณะคอื

1.1.1 การศึกษาความเหมาะสมของโครงการโดยการพิจารณาปญหาและความ
ตองการในการจัดทําโครงการ อาจใชเทคนิคของการสํารวจความตองการหรืออาจจะใชเทคนิคของ
การศึกษาความเปนไปได ซึ่งเปนการพิจารณาสภาพความพรอมของการจัดทําโครงการในดานตาง ๆ
ทจ่ี ะทาํ ใหม ีความเปนไปไดในการปฏิบัติจรงิ

1.1.2 การวิเคราะหโครงการหรือการประเมินรางโครงการ เปนการพิจารณา
เอกสารโครงการเพ่ือตรวจสอบความเหมาะสมของสิ่งที่กําหนด ความสอดคลองระหวางหัวขอตาง ๆ
ตั้งแตหลักการและเหตุผล วัตถุประสงค เปาหมาย วิธีดาํ เนินการ เปนตน เพ่ือใหโครงการที่เสนอ
มคี วามสมบูรณมากยิ่งข้นึ

1.2 การประเมินขณะดําเนินงาน เปนการประเมินที่จัดทําในระหวางการดําเนิน
โครงการ โดยมีจุดมุงหมายเพื่อศึกษาความกาวหนาของโครงการเปนชวง ๆ และเพื่อดูวาการดําเนิน
โครงการเปนไปตามแผนที่กําหนดไวหรือไม มีปญหาหรืออุปสรรคอยางไรในแตละชวงของการ
ดําเนินงาน เปนขอมูลสารสนเทศที่จะนําไปใชปรับปรุงการดําเนินโครงการ เพ่ือใหมีความเหมาะสม
มากยงิ่ ขึ้นในชวงระยะตอไป การประเมนิ ขณะดาํ เนนิ งานน้ีตองอาศัยกลไกของระบบการกาํ กับติดตาม
งานมาชว ยจึงจะทาํ ใหก ารประเมินเปน ไปอยา งมปี ระสิทธภิ าพ

1.3 การประเมินหลังการดําเนินงานเปนการประเมินที่จัดทําขึ้นเมื่อการดําเนิน
โครงการเสร็จสิ้นลงแลว โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือการตรวจสอบดูวาเม่ือไดดําเนินโครงการจนส้ินสุดแลว
ไดรับความสําเร็จตามวัตถุประสงคและเปาหมายที่กําหนดไวมากนอยเพียงใด ตลอดจนการติดตาม

14

ตรวจสอบผลกระทบหรือผลขางเคียงวามีอะไรเกิดขึ้นตามมาอีกบาง ถากลาวโดยสรุปการประเมิน
หลงั การดําเนนิ งานมีจุดเนน ดงั นี้

1.3.1 เปน การประเมนิ ผลท่เี กดิ ขึ้นและผลกระทบของโครงการ
1.3.2 เปน การประเมินผลรวมสรุปของโครงการทงั้ หมดคือการประเมินตง้ั แตการ
วางแผนปฏิบตั งิ าน คา ใชจาย และผลผลิตของโครงการ
2. แบง ตามวัตถุประสงคของการประเมิน ไดก ารประเมนิ เปน 4 ประเภท คอื
2.1 การประเมินความกาวหนาของโครงการเปนการประเมินขณะที่โครงการกําลัง
ดําเนินการอยู โดยมุงตรวจสอบควบคุม กํากับ ดูแลการดําเนนิ งาน ตลอดจนการศึกษาความกาวหนา
ปญหา อุปสรรคและขอบกพรองตาง ๆ ในระหวางการดําเนินโครงการเพื่อนําผลการประเมินมาใชใน
การปรับปรุงแกไขการดําเนินงานใหเ ปนไปดวยความราบร่ืนบรรลุตามวัตถุประสงคและเปา หมายของ
โครงการ
2.2 การประเมินผลรวมสรปุ เปนการประเมินหลงั จากเสร็จสนิ้ โครงการแลว เปนการ
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการเพ่ือมุงตรวจสอบวาโครงการประสบผลสําเร็จตามวัตถุประสงค หรือ
เปาหมายตามท่ีกําหนดไวหรือไมเพียงใด ผลการประเมินจะเปนประโยชนตอการตัดสินใจวาควรยุติ
โครงการหรอื ดาํ เนินโครงการตอไป หรือปรับขยายโครงการในชว งระยะตอไป
2.3 แบง ตามสง่ิ ท่ถี ูกประเมนิ ไดก ารประเมินเปน 4 ประเภท คือ
2.3.1 การประเมินบริบทหรือสภาวะแวดลอมเปนการประเมินเกี่ยวกับนโยบาย
เปาหมาย สภาพเศรษฐกจิ และสังคม ปญ หาและความตองการของบุคคลและหนวยงานทเก่ียวของกับ
โครงการวา มีความสอดคลองเอื้อตอ การจัดทําโครงการหรือไม ตลอดจนทรพั ยากรและขอจํากัดตา ง ๆ
ในการดําเนินโครงการ สารสนเทศที่ไดนํามาใชประกอบการตัดสินใจเพื่อกําหนดวัตถุประสงคและ
เปาหมายของโครงการใหมีความสอดคลองกับนโยบายของหนวยงานระดับสูงกวาและบริบทหรือ
สภาพขององคกรท่ีจะจัดทาํ โครงการ
2.3.2 การประเมินปจจัยเบ้ืองตนเปนการประเมินความพรอมท้ังในเชิงคุณภาพ
และความพอเพียงของทรัพยากรตาง ๆ กอนเริ่มโครงการวามีทรพั ยากรพรอมท่ีจะดําเนินโครงการได
หรือไม สารสนเทศที่ไดนํามาใชในการตัดสินใจเก่ียวกับวธิ ีการของการใชทรพั ยากรตาง ๆ เพื่อใหการ
ดาํ เนนิ โครงการสามารถบรรลุตามวัตถุประสงคท ีก่ าํ หนดไว
2.3.3 การประเมินกระบวนการ เปนการประเมินขณะดําเนินงานหรือประเมิน
ความกาวหนาของโครงการ สารสนเทศที่ไดนํามาใชในการตัดสินใจเพ่ือการปรับปรุงการดําเนิน
โครงการ
2.3.4 การประเมินผลผลิตหรือผลงานเปนการประเมินหลังจากการดําเนิน
โครงการสิ้นสุดแลวประกอบดวยการประเมินผลลัพธ โดยพิจารณาจากปริมาณและคุณภาพของ

15

ผลผลิตเปรียบเทียบกับวัตถุประสงคของโครงการ และการประเมินผลกระทบโดยเปรียบเทียบกับ
วัตถุประสงคของแผนงานหรือองคการ สารสนเทศที่ไดนํามาใชในการตัดสินคุณคาผลผลิตของ
โครงการทั้งในดานปริมาณและคุณภาพ เพื่อการตัดสินใจวาควรจะคงโครงการไว ปรับขยายหรือ
ยกเลิกโครงการ

2.4 แบงตามหลักยึดในการประเมิน ไดการประเมินเปน 2 ประเภท คือ
2.4.1 การประเมินที่อิงวัตถุประสงคหรือเปาหมายของโครงการหรืองานเปน

เกณฑเปนการประเมินท่ีตัดสินคุณคาของโครงการจากการเปรียบเทียบผลของโครงการกับผลท่ี
คาดหวงั ตามวัตถปุ ระสงคหรอื เปา หมายของโครงการ

2.4.2 การประเมินท่ีไมอิงวัตถุประสงคหรือเปาหมายของโครงการ เปนการ
ประเมินท่ีไมจําเปนตองกําหนดเปาหมายหรอื วัตถุประสงคของการประเมินใหสอดคลองกับเปาหมาย
หรือวัตถุประสงคของโครงการกลาวคือ การตัดสินคุณคาของโครงการควรเนนที่การตีคาของผล
ท้ังหมด ที่เกิดข้ึนจากโครงการ ซึ่งประกอบดวยการประเมินผลท่ีคาดหวังตามเปาหมายหรือ
วตั ถุประสงคของโครงการและผลที่มิไดค าดหวงั

จากขอ มูลขา งตน สามารถสรุปไดวา การประเมินโครงการมีหลายประเภท หลายรูปแบบ
และหลายแนวคิด มีขอสังเกต คือแตละรูปแบบจะประเมินผลอยูภายในกรอบของข้ันตอนตาง ๆ
ภายใตก ระบวนการโครงการ จะตา งกนั กเ็ พียงแตม ีจดุ เนน ท่ีแตกตา งกนั เทา นน้ั

1.4 ความสําคญั และประโยชนของการประเมินโครงการ
สุขุม มูลเมือง (2530 : 1) ใหความคิดเห็นวา โครงการเปนแผนงานท่ีจัดทําขึ้นอยาง

มีระบบ เพ่ือใชในการปฏิบัติใหบรรลุวัตถุประสงคที่ไดกําหนดไว แตละโครงการสามารถประสบ
ความสําเร็จหรือบรรลุเปาหมายอยางมีคุณภาพได ตองขึ้นอยูกับการบริหารโครงการที่มีคุณภาพ
ซ่ึงการบริหารโครงการจะประกอบดวยสว นท่สี าํ คัญ 3 สว น คอื การวางแผนโครงการ การนําโครงการ
ไปใช และการประเมินโครงการ

ประชุม รอดประเสริฐ (2542 : 75) ใหความคิดเห็นวา การประเมินโครงการ
มี ค ว า ม สํา คั ญ แ ล ะ ป ร ะ โ ย ช น ใ น ก า ร ช ว ย ทํา ใ ห ก า ร กํา ห น ด วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค แ ล ะ ม า ต ร ฐ า น ข อ ง
การดําเนินงานมีความชัดเจนข้ึน การใชทรัพยากรเปนไปอยางคุมคาหรือเกิดประโยชนสูงสุด ชวยให
แผนงานดําเนินไปไดดวยดี และบรรลุวัตถุประสงคท่ีไดกําหนดไว มีสวนรวมในการแกปญหาอันเกิด
จากผลกระทบของโครงการ และทําใหโครงการการเกิดความเสียหายลดนอยลง การควบคุมคุณภาพงาน
การสรางขวญั และกาํ ลังใจใหผปู ฏบิ ัติงาน และชวยในการตัดสินใจในการบรหิ ารโครงการ

จากขอมูลขางตนสามารถสรุปไดวา การประเมินโครงการมีความสําคัญและประโยชน
ชวยใหไดขอมูลสารสนเทศตาง ๆ เพื่อนําไปใชในการตัดสินใจเก่ียวกับการกําหนดแผนงาน โครงการ
และกิจกรรม การตรวจสอบความพรอมของทรัพยากรตาง ๆ ท่ีจําเปนตองใชในการดําเนินโครงการ

16

การตรวจสอบความเปนไปไดในการจัดกิจกรรมตาง ๆ และชวยทําใหการกําหนดวัตถุประสงคของ
โครงการมีความชัดเจนมากยิ่งขึน้

1.5 รปู แบบการประเมินโครงการ
สมหวัง พิธิยานุวัฒน (2544 : 34-38) ใหความคิดเห็นวา ผูประเมินจะตองพิจารณาวา

ประเมินอยางไร จึงทําใหไดผลการประเมินถูกตองตามสภาพความเปนจริงครอบคลุมและสนองตอบ
ความตองการท่ีจะใชผลการประเมินประกอบการตัดสินใจ พรอมทั้งผลการประเมินตองไดทันเวลา
ดว ย จากการวิเคราะหง านการประเมนิ ทั้งหลายปรากฏเปนแบบประเมนิ 3 รูปแบบดังน้ี

1. แบบประเมินเชิงสํารวจ เปนแบบประเมินเพื่อสํารวจส่ิงตางๆ การวิเคราะหเอกสาร
เปนวิธีการที่ใชในการประเมินตามแนวการสํารวจความคิดเห็นของบุคคลที่เกี่ยวของ จุดออนของ
การใชแบบประเมินเชิงสํารวจคือ ผลการประเมินคอนขางจะมีความเปนปรนัยตํ่า ซ่ึงผลการประเมิน
เปน ทนี่ าสงสัย

2. แบบประเมินเชิงทดลอง เปนแบบประเมนิ โดยอาศยั การทดลองในการวจิ ัย แบบการ
ทดลองที่นิยมใชกันมากเปนแบบกลุมเดียวแลวศึกษาผลที่เกิดเพิ่มขึ้น โดยการเปรียบเทียบผลที่ได
จากการวดั กอนและหลัง การทดลองท่ีมีกลุมทดลองเพียงกลุม เดียวมีโอกาสทดลองเพียงชว่ั ระยะเดียว
มีจดุ ออ นคอนขา งมาก ยง่ิ เปน การทดลองเกีย่ วกบั คนแลวไมอาจควบคุมพฤติกรรมของผรู บั การทดลอง
ไดตลอดเวลา

3. แบบประเมินตามโมเดลการประเมิน เปนแบบประเมินท่ีนักประเมินพัฒนาโมเดล
การ ประเมินนั่นเอง โมเดลในการประเมนิ จะเปน เคร่อื งชท้ี ิศทางการประเมิน จะเก่ียวขอ งกับอะไรบาง
ผูประเมินจะตองทําอะไรกอนและหลัง ในการเลือกโมเดลในการประเมินนักวชิ าการไดเสนอแนะเปน
กรอบความคดิ หลายโมเดล ซึง่ สวนใหญม ีความคลายคลงึ กัน โดยพยายามทําใหก ารประเมินเปนระบบ
โดยอาศัยคุณลักษณะของระบบท่ีประกอบดวยปจจัย กระบวนการ และผลผลิตเปนแกนในการเสนอ
โมเดล โดยจาํ แนกโมเดลการประเมินออกเปน 3 ประเภท คือ

3.1 โมเดลท่ียึดจุดมุงหมายเปนหลัก เปนการเปรียบเทียบขอความที่ระบุไวใน
จุดมุงหมาย ซ่ึงไทเลอรเสนอแนะวา ควรเปนจุดมุงหมายเชิงพฤติกรรมกับสวนประกอบการ
(Performance) ถาผลการเปรียบเทียบไมขัดแยง กแ็ สดงวาบรรลจุ ุดมงุ หมาย แตถ ามีสวนทขี่ ดั แยงกัน
ก็แสดงวาไมบรรลุจุดมุงหมาย การประเมินนี้มีลักษณะเปนระบบปดสนใจผลเฉพาะที่ใชเพ่ือประเมิน
จุดมุง หมายเทานั้น ซง่ึ การประเมนิ รวมสรุป (summative evaluation) ท่เี นน ผลสุดทาย มีประโยชน
ตอการปรับปรงุ โครงการนอ ยมาก ผลการประเมินมปี ระโยชนม ากตอ การตดั สินใจเชิงสรุป เชน การยุติ
โครงการ การรับรองโครงการ เปนตน

3.2 โมเดลการตัดสิน เปนโมเดลการประจันหนา (the countenance) ของสเต็ก
(Robert E.Stake) แบงออกเปน 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เปนการบรรยายสิ่งคาดหวังและสิ่งท่ีเกิดข้ึนใน

17

ดานปจจัย การปฏิบัติ และผลลัพธ โดยอาศัยหลักพิจารณาความสอดคลองระหวางส่ิงที่ตั้งใจจะให
เกิดกับสิ่งท่ีเกิดขึ้น กับหลักความสัมพันธระหวางปจจัยการปฏิบัติและผลลัพธวามีความสัมพันธ
ใกลชิดเพียงใด โดยพิจารณาความสัมพันธเชิงประจักษในสดมภความตั้งใจ โดยอาศัยการวิเคราะห
เชิงตรรกะ ตอนท่ี 2 เปนโมเดลมุงการบรรยายส่ิงที่กําลังประเมิน โดยมุงวิเคราะหความสอดคลอง
และความสมเหตุสมผลของส่ิงที่คาดหวังและสิ่งที่ปรากฎจริงของปจ จยั การปฏบิ ัติและผลลพั ธใ นสดมภ
เปน สําคัญ

3.3. โมเดลเนนการจัดการเปนหลัก เปนโมเดลที่ใหสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเลือก
ทางเลือกตางๆ อยางถูกตองมีชื่อวา โมเดลซิปของสตฟั เฟลบีมและคนอ่ืน ๆ การประเมินตามโมเดลน้ี
ประกอบดวยการประเมิน 4 ประเภท คือ การประเมินบริบท การประเมินปจจัยนําเขา การประเมิน
กระบวนการ และการประเมินผลผลติ

นสิ า ชูโต (2542 : 15) ใหค วามคดิ เห็นวา รปู แบบการประเมนิ โครงการมีหลายรูปแบบ
แตละรูปแบบมีแนวคิด ทฤษฎี เหตุผล และวิธีการประเมิน ท่ีมีผูนิยมนําไปใชเปนแบบอยางเพ่ือ
ประเมินสถานการณของปญหาตาง ๆ ท่ีจะประเมินแตกตางกันไป ความแตกตางนี้แตกตางกันเฉพาะ
แนวความคิดเทาน้ัน แตในการปฏิบัติแลวจะทําการดัดแปลงและปรับปรุงแนวคิด รวมถึงวิธีการให
สอดคลอ งกบั สภาพปญหาของการประเมนิ โครงการ

สมหวัง พิธิยานุวัฒน (2544 : 66) ใหความคิดเห็นวา รูปแบบของการประเมิน
โครงการอบรมที่มีลักษณะเปนแบบการประเมินความกาวหนาเพ่ือบงช้ีจุดเดนและจุดดอยของการ
อบรมซึ่งจะนําผลไปปรับปรุงกิจกรรม แผนการอบรมไดทันทวงที และมีการประเมินรวมสรุปหลัง
โครงการอบรมส้ินสุดลงแลวเพ่ือบงช้ีถึงผลสัมฤทธ์ิของโครงการอบรม แบบจําลองที่เหมาะสมจะใช
เปน กรอบแนวคิดในการประเมินคือ แบบจําลองซปิ ของสตัฟเฟล บีม และคนอื่น ๆ ในแบบจาํ ลองน้ีให
คํานิยามของการประเมินวาเปนกระบวนการสกัดขอมูล รวบรวมขอมูล วิเคราะหขอมูล เพื่อเสนอผล
การวเิ คราะหขอมลู เพือ่ ประกอบการตัดสินใจของผบู ริหาร

จากขอ มูลขางตนสามารถสรุปไดวา รปู แบบการประเมินโครงการ เปนกรอบความคิด
หรอื แบบแผนในการประเมินท่ีแสดงใหเ หน็ ถงึ รายการทีค่ วรประเมนิ หรือกระบวนการของการประเมิน
ซ่ึงแตละรูปแบบจะบอกใหทราบวาในการประเมินโครงการใดโครงการหนึ่งน้ัน เราควรพิจารณาใน
เร่ืองอะไรบาง ในขณะเดียวกันบางรูปแบบอาจมีการเสนอแนะดวยวาในการประเมินแตละรายการ/
แตละเรอ่ื งควรพจิ ารณาหรอื ตรวจสอบอยางไร ซึง่ เปนลกั ษณะของการเสนอแนะวธิ กี าร

1.6 เกณฑก ารประเมินโครงการ
สมหวัง พิธิยานุวัฒน (2544 : 48-50) ใหความหมายวา เกณฑ หมายถึง ส่ิงท่ีใชตัดสิน

คุณภาพของผลลัพธท่ีไดหรือสวนประกอบ ซึ่งอาจแสดงออกมาในรูปของระดับพฤติกรรมท่ียอมรับ

18

เกณฑที่ดีจะตองมีอํานาจในการทํานายพฤติกรรมตอมาไดถูกตอง และมีลักษณะของความเปน
มาตรฐาน และคณุ ลักษณะของเกณฑการประเมินทีด่ ี ดงั นี้

1. ผลการประเมินมีความเท่ียงสูง (Reliability) หมายถึง การประเมินโครงการที่ดี
ตองมี ความคงเสนคงวา โดยปกติการวัดทางนามธรรมมีความคลาดเคลื่อนปะปนอยูเสมอ ถาการวัด
มีความคลาดเคล่ือนสูง แสดงวา การวดั นน้ั มีความเที่ยงตา่ํ ทําใหผ ลการประเมินมีความเท่ียงตํ่าตามไปดว ย

2. ผลการวัดมีความตรงสูง (Validity) หมายถึง การประเมินโครงการจะตอง
ประเมิน คุณลักษณะที่ตองการประเมินไดจริง ผลการประเมินจะมีความเที่ยงตรงสูงตองอาศัย
เคร่ืองมือที่ใชวัดมีความเท่ียงตรงสูงดวย หรือกลาววาผลการประเมินโครงการจะมีความเท่ียงตรงสูง
ขึ้นอยกู บั ความเปนมาตรฐานของเคร่ืองมือท่ีใชเก็บรวบรวมขอมลู

3. การประเมินมีลักษณะเปนปรนัยหรือวัตถุวิสัย (Objective) หมายถึง การประเมิน
ทีผ่ ปู ระเมินปราศจากอคติ (bias) ในทุกรูปแบบ และจะตอ งพยายามขจัดความอคติลําเอียงทุกวิถีทาง
เพอื่ ใหไดผลการประเมินทีเ่ ปน จรงิ ถูกตอ งทีส่ ดุ

4. การประเมินตองครอบคลุมเร่ืองที่ตองการประเมินครบถวนและไดขอมูลอยาง
เพยี งพอ เพอื่ เปนขอ เสนอแนะใหแ กผบู รหิ ารในการตดั สินใจเกย่ี วกบั โครงการไดทุกแงม มุ

5. การประเมินตองคํานึงถึงความสะดวก ความประหยัด ความคุมทุน และความ
เปนไปไดสูง ถาจะประเมินเต็มรูปโดยเก็บขอมูลทุกดานตามทฤษฎี อาจตองใชบุคลากร งบประมาณ
และวัสดุ อุปกรณเพิ่มขึ้นมาก จะตองพิจารณาผลท่ีไดจะคุมคากับการลงทุนหรือไม ถาไมคุมควรปรับ
ทฤษฎีใหเขากับปญหาในภาคปฏิบตั ิในอัตราสวนท่ีเหมาะสม อยางไรก็ตามควรยึดทฤษฎกี ารประเมิน
โครงการเปนหลักสําคัญ

6. ผลการประเมินตองเปนที่ยอมรับของทุกฝายที่เกี่ยวของ การประเมินโครงการ
นักประเมินผลอาชีพและนักประเมินภายนอกโครงการ จะชวยใหผลการประเมินเปนท่ียอมรับของ
ทกุ ฝาย

7. ผูบริหารตองไดรับผลการประเมินเพื่อชวยตัดสินใจไดทันทวงที หมายถึง ผลการ
ประเมนิ ตองไดกอ นทีผ่ ูบ รหิ ารจะตดั สินใจเก่ียวกบั โครงการท่ปี ระเมิน

8. การไดขอมูลจากผูเขารับการศึกษาอบรมโครงการ ควรรบกวนผูเขารับการศึกษา
อบรม ใหนอ ยท่สี ดุ เฉพาะทจี่ ําเปน ไมควรนาํ กจิ กรรมการประเมินเปนภาระและอุปสรรคตอการเรียนรู
ของผเู ขา รับการศึกษาอบรม

9. การประเมินโครงการศึกษาอบรมควรทําใหผสมผสานกับกิจกรรมการศึกษา
อบรมให มากทสี่ ุด

10. การประเมินตองวางแผนการประเมินกอนมีหรือเร่ิมโครงการ กําหนดตาราง
การประเมิน (Evaluation schedule) เดนชดั เปนข้นั ตอน รวมทงั้ แผนการติดตามผลการศึกษาอบรม

19

ท่ีไดส้ินสุด และควรเตรียมเครื่องมือที่มีความเปนมาตรฐานสูง เพ่ือเก็บขอมูลและจัดเตรียมบุคคลที่
รับผิดชอบในแตละข้นั ตอนของการประเมนิ

ประชุม รอดประเสริฐ (2542 : 93-94) ใหความคิดเห็นวา เกณฑที่ใชเปรียบเทียบกับ
ผลงานโครงการ โดยปกติจําแนกเปน 2 ลักษณะคือ เกณฑที่ตั้งข้ึน (Instrumental criteria) และ
เกณฑต ามเหตุ (consequential criteria)

1. เกณฑทีต่ ้ังข้นึ (Instrumental criteria) เปน เกณฑก ลางที่กําหนดขึ้นไวกอนท่ีจะ
มีการดําเนินงานหรือเปนเกณฑที่เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีไดกําหนดไว หรือเปนเกณฑท่ีเปนไปตาม
เคร่ืองมือท่ีมกี ารกาํ หนดไวล วงหนา

2. เกณฑตามเหตุ (consequential criteria) เปนเกณฑท่ีเปนไปตามเหตุการณที่
เกิดขึ้น หรือเปนเกณฑท่ีตองผันแปรไปตามสถานการณในขณะท่ีโครงการดําเนินอยู ท้ังนี้ เพื่อให
โครงการมีความเปนไปได หรือดําเนินงานได หรือเพื่อใหการดําเนินงานโครงการสอดคลองกับ
ภาวการณท่ีเกิดข้ึนในขณะนั้น ซึ่งหากใชเกณฑหรือมาตรฐานที่ต้ังขึ้นเปนตัวเปรียบเทียบ อาจทําให
โครงการน้ันเปนไปไมได หรือโครงการอาจไมสามารถบรรลุวัตถุประสงคทั้งหมดได ผลงานของ
โครงการอาจสงู หรือตาํ่ กวา ทีค่ วรจะเปน แตกต็ องเปนเกณฑทใี่ ชได ท้งั นีเ้ พราะมเี หตุการณทที่ ําใหตอง
ยอมรับเกณฑน้นั

จากขอมูลขางตนสามารถสรุปไดวา เกณฑการประเมินโครงการ เปนเครื่องมือใน
การประเมินผลโครงการที่ครอบคลุมทุกมิติ เปนประโยชนในการติดตามและประเมินผลโครงการใน
ลกั ษณะท่ีเปนพลวตั รในทุกข้นั ตอนของกระบวนการโครงการ เพื่อวดั ถึงความสําเร็จและความลม เหลว
ของโครงการ ในทางปฏบิ ัติจาํ เปนตอ งนํามาปรบั ใชใ หเ หมาะสมกับลักษณะของโครงการ

2. รูปแบบประเมนิ CIPP (Context-Input-Process-Product Model)
สตัฟเฟลบีม (Stufflebeam. 1971) ไดเสนอรูปแบบประเมิน CIPP (Context-Input-

Process-Product Model) เปนการประเมินท่ีเปนกระบวนการตอเน่ือง ซ่ึงไมเพียงแตประเมินวา
บรรลุวัตถุประสงคหรือไมเทานั้นแตยังเปนการประเมินเพื่อใหรายละเอียดตาง ๆ เพ่ือชวยในการ
ตดั สินใจเกี่ยวกบั การเลือกเปา หมาย/จดุ มงุ หมาย การดาํ เนินงาน การกําหนดยทุ ธวธิ ี แผนงาน รวมท้ัง
การปรับเปลี่ยนใหมีความเหมาะสม และการตัดสินใจเก่ียวกับการปรับเปลี่ยน คง-ขยาย/ยุบ-เลิก
โครงการ โดยจะประเมนิ ในดานตา ง ๆ ดังนี้

1. การประเมินสภาวะแวดลอม (Context Evaluation) จะชวยใหการตัดสินใจเกี่ยวกับ
การวางแผนในการกําหนดวัตถุประสงค โดยจะเนนในดานความสัมพันธท่ีเกี่ยวกับสภาพแวดลอม
ความตองการและความจําเปน กระแสทิศทางของสังคมและการเมือง สภาพเศรษฐกิจ และปญหา
ของชุมชน ตลอดจนนโยบายของหนวยงานระดับบนและหนวยงานที่เกี่ยวของ ชวยวินิจฉัยปญหา
เพื่อใหไดขอมูลพ้ืนฐานที่จะเปนประโยชนตอการตัดสินใจ การบรรยาย และการวิเคราะหสภาวะ

20

แวดลอม ยังชวยใหทราบถึงตัวแปรท่ีเกี่ยวของและมีความสําคัญสําหรับการบรรลุเปาหมาย ทําให
ไดมาซ่ึงการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงคโดยอาศัยการวนิ ิจฉัยและการจัดเรียงลาํ ดับปญหาใหสอดคลอง
กบั ความตองการ

วธิ กี ารประเมินสภาวะแวดลอ ม มี 2 วิธี
1.1 Contingency Mode เปนการประเมินสภาวะแวดลอมเพ่ือหาโอกาสและ

แรงผลกั ดันจากภายนอกระบบ เพือ่ ใหไดข อมลู มาใชพฒั นาสงเสริมโครงการใหด ีข้ึน โดยใชก ารสํารวจ
ปญหาภายในขอบเขตท่ีกําหนดอยางกวา ง ๆ จะทําใหคาดการณเก่ียวกับอนาคตซ่ึงมีประโยชนในการ
วางแผนโครงการตอไป คําถามท่ีใชในการประเมินคือ คําถาม “ถา...แลว” เปนการตรวจสอบความ
ถกู ตอ งของวัตถุประสงค

1.2 Congruence Mode เปนการประเมนิ โดยการเปรยี บเทียบระหวางการปฏิบัติ
จริงกับวัตถุประสงคที่วางไว ทําใหทราบวาวัตถุประสงคใดบางที่ไมสามารถบรรลุเปาหมายได เปนไป
เพื่อการปรับปรุง

2. การประเมินปจจัยเบ้ืองตน (Input Evaluation) เปนการตรวจสอบความพรอมของ
ปจจัยนําเขาของโครงการ หมายถึง การประเมินทรัพยากรท่ีจําเปนสําหรับการนํามาใชในการดําเนิน
โครงการ เพื่อวิเคราะหหาทางเลือกท่ีเหมาะสมท่ีสุดกับทรัพยากรท่ีมีอยูและเปนทางเลือกที่มีโอกาส
ทาํ ใหบ รรลุวัตถปุ ระสงคโครงการไดมากทสี่ ดุ ซงึ่ มกั ประเมนิ ในดานตา ง ๆ คือ

2.1 ความสามารถของหนวยงานหรอื ตวั แทนในการจัดโครงการ
2.2 ยทุ ธวธิ ที ่ใี ชใ นการบรรลวุ ตั ถุประสงคของโครงการ
3. การประเมินกระบวนการ (Process Evaluation) เมื่อแผนดําเนินการไดรับการ
อนมุ ตั ิและลงมอื ทํา การประเมนิ กระบวนการจาํ เปนตองไดรบั การเตรยี มการเพื่อใหขอมลู ยอนกลับแก
ผูรับผิดชอบและผูดําเนินการทุกลําดับช้ันเพื่อท่ีจะไดสามารถปรับปรุงแกไขไดทันทวงที ซึ่งมี
วัตถุประสงค 3 ประการ คอื
3.1 เพื่อหาและทํานายขอบกพรองของกระบวนการ หรือการดําเนินการตามข้ันตอน
ท่ีวางไว ประเมินเก่ียวกับวิธีการจัดกิจกรรมของโครงการ การนําปจจัยนําเขามาใชเ หมาะสมมากนอ ย
เพียงใด เปนไปตามลําดับข้ันตอนหรือไม กิจกรรมที่จัดข้ึนจะกอใหเกิดการบรรลุวัตถุประสงคของ
โครงการหรอื มีอุปสรรคใด ๆ เกดิ ข้นึ
3.2 เพ่ือรวบรวมสารนิเทศสําหรับผูตัดสินใจวางแผนงาน นําผลการประเมินมา
ปรบั ปรุง กระบวนการดาํ เนนิ งานใหรัดกุมมีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน
3.3 เพ่อื เปน รายงานสะสมถงึ การปฏบิ ัตติ าง ๆ ที่เกิดขนึ้
4. การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) มีจุดมุงหมายเพื่อวัดและแปล
ความหมายของความสําเร็จ เปนการประเมินเกี่ยวกับผลท่ีไดรับท้ังหมดจากการดําเนินงานวาไดผล

21

มากนอยเพียงไร เปนไปตามวัตถุประสงคท่ีกําหนดไวหรือไม โดยนําผลที่วัดไดมาเปรียบเทียบกับ
เกณฑมาตรฐานที่กําหนดไว และแปลความหมายถึงเหตุของสิ่งท่ีเกิดขึ้น โดยอาศัยรายงานจากการ
ประเมินสภาวะแวดลอม ปจจัย และกระบวนการรวมดวย เพื่อการตัดสินใจปรับปรุงขยายโครงการ
นําไปใชต อ เน่อื งตอ ไป และเพอื่ ลมเลิกโครงการ

การใชรปู แบบประเมินซปิ (CIPP Model) อยา งเตม็ รูปจะใหสารสนเทศแบบสะสม กลาวคอื
การตัดสินใจหลังจากการประเมินสภาวะแวดลอมแลว จะเปนแนวทางสําหรับการประเมินปจจัย
นําเขา การประเมินกระบวนการ และการประเมินผลผลิต ขณะเดยี วกนั การตัดสินใจหลังจากประเมิน
ปจจัยนําเขาแลว จะเปนแนวทางในการประเมินกระบวนการและการประเมินผลผลิต จากการ
ประเมินกระบวนการและผลผลิต ผลที่ไดจะยอนกลับไปสูการตัดสินใจเลือกวัตถุประสงค และการ
เลือกแนวทางในการจัดโครงการใหบรรลวุ ัตถุประสงคอีกดวย และยังสามารถชวยในการประเมินเพ่ือ
นําสารสนเทศเสนอใหผูบริหารทําการตัดสินใจในทุกระยะ โดยเร่ิมประเมินสภาวะแวดลอม ต้ังแตยัง
ไมม โี ครงการหรือหลักสูตรเพื่อตัดสินใจดานวัตถปุ ระสงค ประเมนิ ปจ จยั เบ้ืองตน เพ่ือตัดสินใจวางแผน
ประเมินกระบวนการ เพ่ือตัดสินกํากับติดตามแผนงาน ปรับปรุงแผนงานเพ่ือใหบรรลุผล และ
ประเมนิ ผลผลิต เพือ่ ทําการตดั สินใจปรับปรุง ขยายงาน หรอื ลม เลิกโครงการตอ ไป

3. ความรูที่เกี่ยวขอ งกับเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั เดก็ ตกหลน และโอกาสทางการศึกษา
จิตติมา กุลประเสริฐรัตน (2561 : ออนไลน) ใหความหมายวา เด็กดอยโอกาส หมายถึง

เด็กที่อยูในสภาวะยากลําบาก เน่ืองจากประสบปญหาตาง ๆ มีชีวิตความเปนอยูดอยกวาเด็กปกติ
ท่ัวไป เด็กไมมีโอกาสที่จะเขารับบริการทางการศึกษาหรือไดรับการพัฒนาท้ังทางรางกาย สติปญญา
อารมณ สังคม และจติ ใจ จาํ เปนตอ งไดร ับความชว ยเหลือเปนกรณีพเิ ศษเพ่ือใหมีชีวิตความเปนอยูท่ีดี
ขึ้น มีพัฒนาการท่ีถูกตองเหมาะสมกับวัยและสามารถบรรลุถึงศักยภาพข้ันสูงสุดได เด็กดอยโอกาส
มี 10 ประเภท ไดแก เด็กยากจน เด็กท่ีมีปญหาเกี่ยวกับยาเสพติด เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กท่ีถูกทําราย
ทารุณ ลวงละเมิดทางเพศ เด็กท่ีไดรับผลกระทบจากโรคเอดสหรือโรคติดตอรายแรงท่ีสังคมรังเกียจ
เดก็ ในชนกลุมนอย เด็กเรร อน เดก็ ถกู บงั คบั ใหขายแรงงาน หรือแรงงานเด็ก เด็กทอี่ ยูในธรุ กิจทางเพศ
หรอื โสเภณเี ดก็ และเด็กในสถานพนิ ิจและคุม ครองเด็กและเยาวชน

พฒั นรตั น มณฑลอนนั ตธร (2562 : 36) ใหค วามหมายวา การออกกลางคนั หมายถึง การท่ี
นักเรียนยังคงมีรายช่ืออยูในทะเบียนนักเรียน และอายุยังไมพนเกณฑการศึกษาภาคบังคับ แตออก
จากสถานศึกษาไปกอนเรียนจบตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ และไมกลับมาเขาเรียนอีกตอไป
เพราะประสบกับสภาพปญหาท่เี กิดข้ึนกับตวั นักเรยี นเองโดยตรง โดยไมใ ชสาเหตุเนอ่ื งมาจากการยาย
สถานศึกษา เปน เหตใุ หเ กดิ การสูญเปลา ทางการศกึ ษา

สาํ นักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน (ม.ป.ป. : 22) ใหความหมายวา เดก็ ตกหลน
หมายถงึ เด็กในวัยการศึกษาภาคบังคบั ที่ยงั ไมไ ดเขา เรียนในสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน

22

ดํารง ตุมทอง (2557 : 138) ใหความคิดเห็นวา ความไมเสมอภาคทางการศึกษายงั คงมอี ยู
ในสงั คมไทยและสง ผลใหเ กดิ การยตุ ิการเรยี นกลางคัน หรอื การไมศ กึ ษาตอในระดับทสี่ งู ข้นึ นอกจากน้ี
เด็กดอยโอกาสมักถูกเลือกปฏิบัติทางสังคมในโรงเรียนและสถานศึกษา โดยเด็กดอยโอกาสทาง
การศึกษาท่ียากจนถูกเลือกปฏิบัติในปริมาณสูงท่ีสุดมากกวาเด็กกลุมอ่ืน และเด็กดอยโอกาสจํานวน
มากอาศัยอยูในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือซ่ึงเปน พื้นท่ียากจน นโยบายในการแกไขปญหาดังกลาวของ
ภาครัฐที่ผานมายังไมสามารถแกไขปญหาความดอยโอกาสของเด็กในครอบครัวยากจน ไรสัญชาติ
และแรงงานตางดาวไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังนั้น คาดการณไดวาการเขาสูประชาคมอาเชี่ยน
และภาวะไรพรมแดนที่เกิดข้ึนจะนํามาซึ่งความรุนแรงของสภาพปญหา เนื่องจากการเปล่ียนแปลง
โครงสรางประชากรเดก็ อันเนอ่ื งจากการอพยพยายถ่ินของแรงงานตา งดาว ผูอ พยพหนีภัยสงคราม คน
ไรบานและเด็กท่ีมาจากครอบครัวยากจน ดังนั้นหากสังคมไมตระหนกั ถึงทิศทางและความรุนแรงของ
ปญหาท่ีกําลังจะเกิดขึ้น ภาครัฐและหนวยงานท่ีเก่ียวของไมเรงดําเนินการปองกันและแกปญหาอยา ง
ตอเน่ืองและจริงจัง คาดการณไดวาในอนาคตอันใกลประเทศไทยจะตองประสบกับปญหาดาน
คุณภาพของทรัพยากรบคุ คลอยา งรนุ แรง

นนั ธวชั นนุ ารถ (ม.ป.ป. : 334) ใหความเห็นวา ปจ จยั เส่ียงที่สงผลตอ การออกกลางคันของ
เด็กและเยาวชน จําแนกออกเปน 4 ดาน ไดแก 1) ปจจัยเส่ียงดานครอบครัว ไดแก ฐานะทาง
เศรษฐกิจของครอบครัว บทบาทและการสนับสนุนจากครอบครัว การเห็นความสําคัญดานการศึกษา
ของผูปกครอง การมีหัวหนาครอบครัวเพียงคนเดยี ว และการศึกษาของผูปกครอง 2) ปจจัยเส่ียงดา น
ครู ไดแก รูจักและเขาใจนักเรียน ความพรอมในการเรียนการสอน ปจจัยเสี่ยงดานสถานศึกษา ไดแก
ความพรอมในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ความปลอดภัยในสถานศึกษา มาตรการเพ่ือปกปอง
หรือพทิ ักษเดก็ อยา งจรงิ จังจรงิ ใจ ใหค วามดแู ล ชว ยเหลือทถ่ี กู ตอ ง เทา ทันหรือเทา เทียม จดั การศึกษา
โดยการมีสวนรวม บุคลากรครูมีคุณธรรม จริยธรรม หรือจัดการศึกษาโดยพิจารณาถึงความแตกตาง
ระหวางบุคคลและสถานศึกษา 3) ปจจัยเส่ียงดานผูเรียน ไดแก ความรับผิดชอบตอตนเอง สุขภาพ
ความสมั พันธในครอบครวั ความสัมพนั ธในกลุมเพื่อน การเบื่อหนายตอ การเรยี น ดา นพฤติกรรมไมพึง
ประสงค และ 4) ปจ จัยเสีย่ งดา นสงั คมและสภาพแวดลอม ไดแก สภาพแวดลอ มทางบา น การยา ยถิ่น
ฐาน การสาธารณูปโภค และความสัมพนั ธร ะหวางโรงเรยี นกบั ชุมชน

พัฒนรัตน มณฑลอนันตธร (2562 : 3) ใหความเห็นวา ขอมูลบงชี้นักเรียนออกกลางคัน
และนักเรียนเสี่ยงออกกลางคัน ประกอบดวยขอมูลบงชี้ 4 ประเด็น คือ 1) นักเรียนเบื่อเรียน
2) นักเรียนเปนเด็กพิเศษ/มีความบกพรองทางการเรียนรู 3) นักเรียนดอยโอกาส และ 4) นักเรียน
ถกู ละเมดิ สทิ ธิ

กฤตชัย อรณุ รตั น (2561 : ออนไลน) กลา ววา สภาวการณเด็กตกหลนในระบบการศึกษา
ท่ีไมไดรบั การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน สาํ นกั งาน กศน.ไดร ับการประสานจากสภานิตบิ ัญญตั ิแหงชาติ (สนช.)

23

ใหดูเร่ืองเด็กตกหลนจากระบบการศึกษาดวย และตอนน้ีก็ไดประสานไปยังสํานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) ท่ีมีระบบขอมูลของนักเรียนที่มีรายชื่อท่ีชัดเจน โดยมอบหมายให
ครูกศน.ในพ้ืนที่เปนตัวหลักมาดูอีกคร้ัง และเมื่อไดขอมูลเปนปจจุบันแลว ก็จะมอบหมายให
สถานศกึ ษาของ กศน.แตละอาํ เภอ ดําเนนิ การจัดการเรยี นการสอนโดยใชห ลกั สตู รของ กศน.

วาสนา จักรแกว, เกศสุดา สิทธสิ นั ติกลุ ,สุรชัย กังวล, และนโิ รจน สนิ ณรงค (2561 : 1779-
1780) กลาววา นโยบายการจัดการศึกษาของเด็กดอยโอกาสในประเทศไทย แบงออกเปน 6 ขอ
ดวยกันคือ 1. ใหบริการการศึกษาอยางเสมอภาคและท่ัวถึง ใหเด็กดอยโอกาสทุกคนมีโอกาสไดรับ
การศึกษาอยางเหมาะสมและหลากหลายรูปแบบโดยคํานึงถึงสทิ ธิเด็กและสทิ ธิมนุษยชน และศักดิ์ศรี
ของความเปนมนุษย 2. การจัดการศึกษาอยางมีคุณภาพเนนการเรียนรูเพื่อชีวิตที่เหมาะสมกับ
เด็กดอยโอกาส ตองบูรณาการทั้งดานวิชาการ ดานศีลธรรม จริยธรรม และดานทักษะการดํารงชีวิต
ในสัดสวนท่ีเหมาะสม และมีมาตรฐานเทาเทียมกันกับการศึกษาในระบบปกติโดยยึดหลักรวมกันคิด
รวมกันทํา และรวมกันรับผิดชอบในลักษณะเครือขายพัฒนา 3. สงเสริมสนับสนุนใหมีการจัดสรร
ทรัพยากรเพื่อการศึกษาและปจจัยพื้นฐานอ่ืน ๆ ท่ีสอดคลองกับสภาพความเปนจริงของเด็กดอย
โอกาสแตละประเภท 4. จัดระบบบริหารจัดการใหเอื้อตอการจัดการเรียนการสอนสําหรับเด็กดอย
โอกาสอยางมีคุณภาพและประสิทธิภาพ 5. นโยบายการจัดสรรงบประมาณคาใชจายรายหัว และ
สนับสนุนงบประมาณใหกับสถานศึกษา การลดภาระคาใชจาย และสนับสนุนการใหทุนการศึกษา
สําหรับเด็กและเยาวชนใหไดรับการศึกษาอยางเหมาะสม 6. สรางและพัฒนาเครือขายการจัด
การศึกษาสําหรับเด็กดอยโอกาสใหมีศักยภาพและความพรอมในการจัดการศึกษาและสามารถให
ความชวยเหลือเด็กดอยโอกาสไดอยางมีประสิทธิภาพ และไดเสนอแนวทางการเพิ่มโอกาสทาง
การศึกษาระดับอุดมศึกษาของเด็กดอยโอกาส มีดังน้ี 1. ควรขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับ
ทองถิ่นและลดภาระคาใชจาย 2. เพ่ิมบทบาทครูแนะแนว ใหมีความรูดานการศึกษาแลกเปลี่ยน
ทัศนคติเร่ืองความสําคัญของการศึกษาโดยเนนเร่ืองสิทธิการเขาถึงสิทธิและโอกาสของทุกคน สราง
ความเขาใจคานยิ มและทัศนคติของผูปกครองทยี่ ากจนในการสงบตุ รหลานเขา ศึกษาตอ 3. มีกจิ กรรม
อบรมพัฒนาศักยภาพหลายดาน เพื่อใหเด็กดอยโอกาสมีความพรอมในทุกดาน มีอาชีพ และสามารถ
อยรู วมกบั ผอู ่นื ไดอ ยางมคี วามสุข

ธรี ะเกยี รติ เจริญเศรษฐศลิ ป (2561 : ออนไลน) เปด เผยวา กศน. ไดรายงานตวั เลขระบบ
ฐานขอมูลติดตามประชากรวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา โดย กศน.รวมมือกับศูนยเทคโนโลยี
สารสนเทศทางการศึกษาและการสื่อสาร และสํานักติดตามและประเมินผลของสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อสํารวจตรวจสอบและติดตามประชากรวัยเรียน
ซึ่งขยายผลการดําเนินการสํารวจและตรวจสอบตอเน่ือง จนสิ้นสุดวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 ท่ีผานมา
พบวา มีเด็กปกติที่ไมไดเรียนหนังสือ จํานวน 99,472 คน และเด็กออกกลางคัน จํานวน 83,459 คน

24

ซ่ึงขอมูลตัวเลขเหลาน้ี ตนอยากให กศน.ไดมีการขยายโอกาสการศึกษาใหไดอยางทั่วถึง โดยเฉพาะ
เด็กตกหลน เด็กออกกลางคัน เพื่อนํากลุมเด็กเหลานี้ใหมารับโอกาสทางการศึกษาไมวาจะเปน
การเรียนสายอาชพี หรือการศกึ ษานอกระบบ โดย กศน.จะตองดาํ เนนิ การเคาะประตูบา นนาํ เด็กเขาสู
ระบบใหเกดิ ขึ้นอยางเปนรูปธรรม

อํานาจ วิชยานุวัติ (2562 : ออนไลน) เปดเผยวา ตามนโยบายกระทรวงศึกษาธกิ ารทใี่ ห
ความสาํ คัญกบั การขยายโอกาสทางการศึกษาและการเรยี นรตู ลอดชีวติ ท่ีมีคณุ ภาพอยา งเทา เทียมและ
ทั่วถงึ น้นั สํานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ไดม ีแผนงานบรู ณาการยกระดบั คุณภาพการศึกษาและ
การเรียนรูใหมคี ุณภาพเทา เทยี มและท่วั ถงึ โดยไดจัดทําโครงการ “เพม่ิ โอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม” เพื่อใหมีขอมูลเด็กดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนหรือเด็กท่ีไมเขาสูระบบการศึกษาในจังหวัดใหไดรับโอกาส
ทางการศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานในรูปแบบท่ีเหมาะสม ไดรับการพัฒนาการเรียนรูท้ังดาน
วิชาชีพ สําหรับกลุมเปาหมายของโครงการประกอบดวยนักเรียน/ประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (อายุ 3-18 ป) ซ่ึงจากขอมูลประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษาทุกจังหวัด
ท่ัวประเทศ ณ วันท่ี 10 พฤศจิกายน 2561 มีจํานวน 1,727,329 คน และสํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ไดดําเนินการโครงการแกปญหาประชากรวัยเรียน
นอกระบบการศึกษา ประจําป 2561 ทําใหคงเหลือกลุมเปาหมายจํานวน 51,769 คน ซ่ึงเปน
กลุมเปาหมายที่ทุกหนวยงานตองรวมมือกันเขาไปดูแลโดยยึดแนวทางไมทิ้งใครไวขางหลัง ท้ังน้ีจาก
ตัวเลขกลุมเปาหมายดังกลาว ลาสุดขอมูล ณ วันที่ 13 สิงหาคม 2562 ทางโครงการไดดําเนินการ
ติดตามและนําเด็กเขาสูระบบไดแลว 226,934 คน หรือ 44.43% ยังเหลืออีกจํานวน 283,834 คน
ที่ทุกหนวยงานจะตองรวมมือกนั เรง ติดตามและนําเดก็ เขา สรู ะบบใหไดมากทส่ี ดุ

พัชราภา ตันติชูเวช (2559 : 125) ใหความคิดเห็นวา การจัดการศึกษาสําหรับเด็กและ
เยาวชนนอกระบบการศึกษา ควรมีความยืดหยุน (flexibility) ตามบริบทของผูเรียน เนนความแตกตาง
ระหวางบุคคล เนนการจัดการศึกษาบนพื้นฐานของการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพ จัดการศึกษา
ทางเลือกโดยเนนทุกภาคสวนมีสว นรวมในการจัดการศึกษา เพ่ือใหเกิดความเทาเทียมกัน ทั่วถึง และ
มีคุณภาพ เปนการเรียนรูไดอยางตอเน่ืองตลอดชีวิตถึงแมจะออกนอกระบบการศึกษาแลวก็ตาม

จากขอมูลขา งตน เดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ยังคงเปนปญหาทาง
การศึกษาท่ีรอการแกไข หนวยงานที่เกี่ยวของพยายามแกปญหา แตก็ยังพบวาจํานวนเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเพ่ิมมาข้ึน สงผลเด็กเหลานี้ขาดโอกาสและความเทาเทียมใน
การศึกษา ส่ิงท่ีจะตามมาคือเด็กถูกจํากัดโอกาสที่จะมีอาชีพและอนาคตท่ีดี ยอมหมายถึงสังคมไทยที่
จะตองสูญเสียบคุ คลท่มี ีศกั ยภาพทจี่ ะเปนกาํ ลงั สําคัญของประเทศในอนาคต ดังนั้น หนวยงานทมี่ ีสว น

25

เก่ียวของทุกระดับจะตองเรงดําเนินการแกไขปญหาอยางจริงจังและมีระบบการบริหารจัดการที่
ถูกตองและเหมาะสม

4. กฎหมายที่เก่ียวของกับโอกาสทางการศึกษาของเดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั
และเด็กตกหลน
4.1 รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560
“มาตรา 54 รัฐตองดําเนินการใหเด็กทุกคนไดรับการศึกษาเปนเวลาสิบสองป ต้ังแต

กอนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอยางมีคุณภาพโดยไมเก็บคาใชจาย รัฐตองดําเนินการใหเด็ก
เล็กไดรับการดูแลและพัฒนากอนเขารับการศึกษาตามวรรคหน่ึง เพ่ือพัฒนารางกาย จิตใจ วินัย
อารมณ สังคม และสติปญญาใหสมกับวัย โดยสงเสริมและสนับสนุน ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
และภาคเอกชนเขามีสวนรวมในการดําเนินการดวย รัฐตองดําเนินการใหประชาชนไดรับการศึกษา
ตามความตองการในระบบตางๆ รวมท้ังสงเสริม ใหมีการเรียนรตู ลอดชีวิต และจัดใหมีการรวมมือกัน
ระหวางรัฐ องคกรปกครองสวนทองถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหนาท่ี
ดาํ เนนิ การ กํากบั สงเสรมิ และสนบั สนุนใหก ารจดั การศกึ ษา ดังกลา วมคี ณุ ภาพและไดมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ตามกฎหมายวา ดว ยการศึกษาแหงชาตซิ ึ่งอยางนอย ตองมีบทบัญญัตเิ กี่ยวกับการจดั ทาํ แผนการ
ศกึ ษาแหง ชาติ และการดําเนินการและตรวจสอบการดาํ เนินการ ใหเปน ไปตามแผนการศกึ ษาแหงชาติ
ดวย การศึกษาทั้งปวงตองมุงพัฒนาผูเรียนใหเปนคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได
ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบตอครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ในการ
ดําเนินการใหเด็กเล็กไดรับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือใหประชาชนไดรับ การศึกษาตาม
วรรคสาม รัฐตองดําเนินการใหผูขาดแคลนทุนทรัพยไดรับการสนับสนุนคาใชจายในการศึกษา
ตามความถนัดของตน ใหจัดต้ังกองทุนเพื่อใชในการชวยเหลือผูขาดแคลนทุนทรัพย เพื่อลดความ
เหล่ือมลํ้าในการศึกษา และเพ่ือเสริมสรางและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยใหรัฐจัดสรร
งบประมาณใหแกกองทุน หรือใชมาตรการหรือกลไกทางภาษีรวมท้ังการใหผูบริจาคทรัพยสินเขา
กองทุนไดรับประโยชนในการลดหยอนภาษีดวย ทั้งน้ี ตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งกฎหมายดังกลาว
อยางนอยตองกําหนดใหการบริหารจัดการกองทุน เปนอิสระและกําหนดใหมีการใชจายเงินกองทุน
เพ่ือบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคด ังกลา ว”

4.2 ยทุ ธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561-2580)
“เปาหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจ

พัฒนา อยางตอเนื่อง สังคมเปนธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของ
ประเทศในหลากหลาย มิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกชวงวัยใหเปนคนดี เกง และมีคุณภาพ
สรางโอกาสและความเสมอภาค ทางสังคม สรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม

26

และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และประโยชนสว นรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตาม
ยทุ ธศาสตรช าติประกอบดว ย 1) ความอยูดมี สี ุขของคนไทยและสังคมไทย 2) ขีดความสามารถในการ
แขงขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได 3) การพัฒนาทรัพยากรมนุษยของประเทศ
4) ความเทาเทยี มและความเสมอภาคของสังคม 5) ความหลากหลายทางชวี ภาพ คุณภาพส่ิงแวดลอม
และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ 6) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเขาถึง
การใหบ รกิ ารของภาครฐั ”

4.3 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ ฉบบั ที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564)
“สวนท่ี 4 ยุทธศาสตรการพัฒนาประเทศ ยุทธศาสตรท่ี 2 การสรางความเปนธรรมและ

ลดความเหล่อื มล้าํ ในสงั คม
สาํ หรบั ยุทธศาสตรการสรา งความเปน ธรรมและลดความเหล่ือมล้ําในชวง 5 ปต อ จากนี้

ไดใหความสําคัญกับการดําเนินการยกระดับคุณภาพบริการทางสังคมใหทั่วถึง โดยเฉพาะอยางย่ิง
ดานการศึกษาและสาธารณสุข รวมท้ัง การปดชองวางการคุมครองทางสังคมในประเทศไทย ซึ่งเปน
การดาํ เนนิ งานตอเนื่องจากที่ไดขบั เคลื่อนและผลักดันในชวงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 และมุง เนน มากข้ึน
ในเรื่องการเพิ่มทักษะแรงงานและการใชนโยบายแรงงานท่ีสนับสนุนการเพ่ิมผลิตภาพแรงงานและ
เสริมสรางรายไดสูงข้ึน และการสรางโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะอยางยิ่งการสนับสนุน
ในเรื่องการสรางอาชีพ รายได และใหความชวยเหลือที่เชื่อมโยงการเพ่ิมผลิตภาพสําหรับประชากร
กลุมรอยละ 40 รายไดต่ําสุด ผูดอยโอกาส สตรี และผูสูงอายุ อาทิ การสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก
ขนาดกลางและขนาดยอม วิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจเพื่อสังคม การพัฒนาองคกรการเงินฐานราก
และการเขาถึงเงินทุนเพ่ือสรางอาชีพ และการสนับสนุนการเขาถึง ปจจัย การผลิตคุณภาพดีที่ราคา
เปนธรรม เปนตน และในขณะเดียวกันก็ตองเพิ่มประสิทธิภาพการใชงบประมาณเชิงพื้นท่ีและบูรณา
การเพอ่ื การลดความเหลอื่ มลํา้ ”

4.4 พระราชบัญญัติการศกึ ษาแหงชาติ พ.ศ.2542
“หมวด 2 สทิ ธแิ ละหนาท่ที างการศึกษา
มาตรา 10 การจัดการศึกษา ตองจัดใหบุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกัน ในการรับ

การศกึ ษาขนั้ พื้นฐานไมนอยกวาสิบสองป ที่รฐั ตอ งจดั ใหอยางทัว่ ถึงและมีคุณภาพโดยไมเ ก็บคา ใชจาย
การจัด

การศึกษาสําหรับบุคคลซ่ึงมีความบกพรองทางรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณ
สังคม การสื่อสารและการเรียนรู หรือมีรางกายพิการ หรือทุพพลภาพ หรือบุคคล ซึ่งไมสามารถ
พึง่ ตนเองได หรอื ไมม ีผดู แู ล หรอื ดอ ยโอกาส ตอ งจัดใหบ ุคคลดงั กลา วมสี ิทธแิ ละโอกาสไดร ับการศึกษา
ข้ันพื้นฐานเปน พิเศษ

27

การศึกษาสําหรับคนพิการในวรรคสอง ใหจัดตั้งแตแรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม
เสียคาใชจายและใหบุคคลดังกลาวมีสทิ ธิไดรับสิ่งอํานวยความสะดวก ส่ือ บริการและความชวยเหลอื
อื่นใดทางการศกึ ษา ตามหลักเกณฑแ ละวิธกี ารทีก่ าํ หนดในกฎกระทรวง

การจัดการศึกษาสําหรับบุคคล ซ่ึงมีความสามารถพิเศษ ตองจัดดวยรูปแบบที่เหมาะสม
โดยคาํ นึงถงึ ความสามารถของบุคคลนั้น”

4.5 แผนการศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ.2560-2579
“ผลการพัฒนาการศึกษาในชวงป 2552 - 2559 พบวา ไทยประสบความสําเร็จในหลาย

ดานและมีอีกหลายดานยังเปนปญหาที่ตองไดรับการพัฒนาอยางเรงดวนในระยะตอไป ดานโอกาส
ทางการศึกษา รัฐมีนโยบายสงเสริมสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาคอนขางมาก สงผลใหประชากรใน
วัยเรยี น รวมทง้ั เด็กดอยโอกาสและผมู ีความตองการจําเปนพิเศษมีโอกาสไดรับการศึกษาสูงข้นึ แตย ัง
เขาเรียนไดไมครบทุกคนและมีปญหาการออกกลางคันอยูบาง นอกจากนี้ ประชากรที่อยูในวัยกําลัง
แรงงาน แมจะไดรับการศึกษาเพ่ิมข้ึน แตจํานวนแรงงานที่มีการศึกษาตํ่ากวาระดับมัธยมศึกษา
ตอนตนยังมีอยูจํานวนมาก จึงตองเรงดําเนินการสนับสนุนสงเสริมการพัฒนาคนตลอดชวงชีวิตและ
มีมาตรการตาง ๆ ใหเด็กและประชาชนทุกชวงวัยสามารถเขาถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
มาตรฐานเพ่ิมขึ้น เพื่อยกระดับการศึกษาของคนไทยใหเปนกําลังสําคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สงั คมของประเทศ”

4.6 แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ.2560-2564)
“6.4 ยุทธศาสตรท่ี 4 ขยายโอกาสการเขาถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู

อยา งตอเน่อื งตลอดชวี ิต
ผลผลิต/ผลลัพธ ผูเรียนทุกคนเขาถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอยางเทาเทียมกัน

ในทุกระดับและประเภทการศึกษา ไดรับการสนับสนุนคาใชจายต้ังแตระดับอนุบาลจนจบการศึกษา
ขั้นพื้นฐานและสามารถเรียนรูจากแหลงเรียนรูไดอยางตอเน่ืองตลอดชีวิต สถานศึกษาในภูมิภาค/
ชนบท ไดรับการยกระดับคุณภาพในการใหบริการ เด็กพิการและดอยโอกาสไดรับโอกาสทางการศึกษา
ท้ังในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน รวมทั้งสามารถเทียบโอนผลการเรียนและทักษะ
ประสบการณเ พ่ือขอรบั วฒุ ิการศึกษาเพิม่ ข้นึ ได”

4.7 พระราชบัญญัติสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช
2551

“มาตรา 5 เพื่อประโยชนในการสงเสริมสนับสนุนการศึกษาใหบุคคลไดรับการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยางท่ัวถึงและมีคุณภาพตามกฎหมายวาดวยการศึกษา
แหงชาติ โดยใหบุคคลซ่ึงไดรับการศึกษาข้ันพื้นฐานไปแลวหรือไมก็ตามมีสิทธิไดรับการศึกษาใน

28

รูปแบบการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัยไดแลวแตกรณี ท้ังน้ี ตามกระบวนการและ
การดําเนินการทีไ่ ดบญั ญัตไิ วในพระราชบัญญตั ิน้ี

มาตรา 6 การสงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
ใหยึดหลักดังตอไปนี้ (1) การศึกษานอกระบบ (ก) ความเสมอภาคในการเขาถึงและไดรับการศึกษา
อยางกวางขวาง ทั่วถึง เปนธรรม และมีคุณภาพเหมาะสมกับสภาพชีวิตของประชาชน (ข) การกระจาย
อํานาจแกสถานศึกษาและการใหภาคีเครือขายมีสวนรวมในการจัดการเรียนรู (2) การศึกษาตาม
อธั ยาศยั (ก) การเขาถึงแหลง เรียนรทู ่สี อดคลองกบั ความสนใจและวถิ ชี วี ติ ของผูเรียนทกุ กลมุ เปาหมาย
(ข) การพัฒนาแหลงเรียนรูใหมีความหลากหลายท้ังสวนที่เปนภูมิปญญาทองถิ่น และสวนท่ีนํา
เทคโนโลยมี าใชเพือ่ การศกึ ษา (ค) การจัดกรอบหรือแนวทางการเรียนรทู ่ีเปนคุณประโยชนต อ ผูเรียน

มาตรา 7 การสงเสริมและสนับสนุนการศึกษานอกระบบ ใหดําเนินการเพื่อเปาหมาย
ในเรื่องดังตอไปน้ี (1) ประชาชนไดรับการศึกษาอยางตอเนอ่ื ง เพ่ือพัฒนาศักยภาพกําลงั คนและสงั คม
ที่ใชค วามรูและภมู ิปญญาเปนฐานในการพัฒนา ทงั้ ดานเศรษฐกิจ สงั คม ส่ิงแวดลอ ม ความมั่นคง และ
คุณภาพชีวิต ท้ังน้ี ตามแนวทางการพัฒนาประเทศ (2) ภาคีเครือขายเกิดแรงจูงใจและมีความพรอม
ในการมีสวนรว มเพือ่ จัดกจิ กรรมการศกึ ษา”

4.8 การปฏิรปู การศึกษาในภูมภิ าคของกระทรวงศกึ ษาธิการ
“ขอ 11 ใหมีสํานักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสํานักงานปลัดกระทรวง

กระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการบริหารและการจัด
การศึกษาตามที่กฎหมายกําหนด การปฏิบัติราชการตามอํานาจหนาท่ี นโยบาย และยุทธศาสตรของ
สว นราชการตา ง ๆ ท่มี อบหมาย และใหมีอํานาจหนาทีใ่ นเขตจังหวดั ดงั ตอ ไปนี้

(5) สงเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพ่ือคนพิการ ผูดอยโอกาส และผูมี
ความสามารถพิเศษ”

จากขอมูลขางตน พบวาภาครัฐใหความสําคัญในเร่ืองสิทธิและโอกาสทางการศึกษา แต
ปญหาท่เี กิดข้ึนอาจเปนเพราะการนํานโยบายสูก ารปฏิบัติของผูมีสวนเก่ยี วของไมมีประสิทธภิ าพเพียง
พอทจ่ี ะยตุ ิปญหา หรือลดจาํ นวนเดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนได

5. โครงการเพิม่ โอกาสการเขาถงึ การศกึ ษาของเดก็ ดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรปู แบบทเี่ หมาะสม
5.1 หนว ยงานท่รี ับผิดชอบโครงการ : สํานกั งานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
5.2 เจาหนาที่ผูรบั ผิดชอบโครงการ : นางสาวธนารตั น พรหมสวุ รรณ
ผอู ํานวยการกลมุ พฒั นาการศึกษา
5.3 หนวยงานท่ีรวมขับเคลื่อนโครงการ : สาํ นกั งาน กศน.จงั หวัดกระบ่ี

29

5.4 วัตถุประสงคโครงการ : เพื่อสํารวจ แกไขปญหา ชวยเหลือ และนาํ เด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี จํานวน 7,134 คน (ขอมูลจากโปรแกรมสําเร็จรูป
ระบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา) เขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบ
ทเ่ี หมาะสม ภายใตการบูรณาการความรว มมือจากทกุ ภาคสว นท่เี กย่ี วของ

5.5 งบประมาณดําเนินงาน : 240,000.-บาท (ไดร ับการจดั สรรจากสํานักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธกิ าร)

5.6 รายละเอียดกิจกรรมที่ดําเนนิ การ
5.6.1 ประชุมผูอํานวยการ กศน.อําเภอ และครู กศน.ตําบล เพื่อช้ีแจงรายละเอียด

โครงการ สอบทานและยืนยันขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียน
นอกระบบการศึกษา ใหขอ เสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนนิ งานโครงการ (ราง) คําส่ังแตงตั้ง
คณะกรรมการฯ (ราง) คูมือการดําเนินงาน มีผูเขารวมประชุม จํานวน 62 คน โดยมีนายพิเชษฐ
เจยทองศรี ศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี เปนประธานการประชุม เมื่อวันท่ี 13 พฤษภาคม 2562 เวลา
13.00 น. ณ หอ งประชุมช้นั 2 สํานักงาน กศน.จงั หวดั กระบ่ี

ผลการประชมุ ท่ปี ระชุมรับทราบโครงการและใหขอเสนอแนะการดําเนนิ งาน
5.6.2 จัดทําคําส่ังจังหวัดกระบี่ ท่ี 2209/2562 ลงวันท่ี 30 พฤษภาคม 2562 เรื่อง
แตงต้ังคณะกรรมการขับเคลื่อนการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบท่เี หมาะสม และแจง ผูเ กย่ี วของทราบ

คณะกรรมการประกอบดวย
5.6.2.1 คณะกรรมการระดับจังหวัด มีผูวาราชการจังหวัดกระบี่ เปนประธาน
กรรมการ กรรมการประกอบดวย ผูทรงคุณวุฒิ หัวหนาสวนราชการระดับจงั หวัด ผูบริหารหนวยงาน
ทางการศึกษาระดับจังหวัด นายอําเภอ ภาคเอกชน มีศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี เปนกรรมการและ
เลขานุการ ผอู าํ นวยการสาํ นกั งาน กศน.จังหวัดกระบี่ เปนกรรมการและเลขานุการรวม

บทบาทหนาท่ี ใหขอเสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงาน
โครงการ เพ่ือเสนอตอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ติดตาม เรงรัด กํากับ ชวยเหลือ
คณะกรรมการระดับอําเภอในการขับเคลื่อนงานการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาในรูปแบบ
ทเี่ หมาะสม และรายงานผลการขับเคลอ่ื นโครงการตอคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจังหวดั กระบ่ี

5.6.2.2 คณะกรรมการระดับอําเภอ มีนายอําเภอ เปนประธานกรรมการ
กรรมการประกอบดวย หัวหนาสวนราชการระดับอําเภอ ตัวแทนผูบริหารสถานศึกษาจากทุก
หนว ยงานทางการศึกษาในระดับอําเภอ องคกรปกครองสวนทองถน่ิ กาํ นนั ผูใหญบาน มผี อู าํ นวยการ
กศน.อําเภอ เปน กรรมการและเลขานุการ

30

บทบาทหนาที่ จําแนกขอมูลเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนในระดับอําเภอ สํารวจ ติดตาม ชวยเหลือ ประสานงาน เพ่ือใหเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในอาํ เภอ เขาศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานตามศักยภาพในรูปแบบ
ที่เหมาะสม (การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) และรายงานผล
การดําเนินงานตอคณะกรรมการขับเคล่ือนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาสฯ
ระดบั จงั หวัด

5.6.2.3 คณะกรรมการระดับตําบล มีปลัดอําเภอประจําตําบล เปนประธาน
กรรมการ กรรมการประกอบดวย ตัวแทนผูบริหารสถานศึกษาจากทุกหนวยงานทางการศึกษาใน
ระดับตําบล องคกรปกครองสวนทองถ่ิน กํานัน ผูใหญบาน มีครู กศน.ตําบล เปนกรรมการและ
เลขานกุ าร

บทบาทหนาที่ จําแนกขอมูลเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนในระดับตําบล สํารวจ ติดตาม ชวยเหลือ ประสานงาน เพ่ือใหเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในตาํ บล เขาศึกษาในระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานตามศักยภาพในรูปแบบ
ที่เหมาะสม (การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) รายงานผลการ
ดําเนินงานตอคณะกรรมการขับเคลอื่ นการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาสฯ ระดับ
อําเภอ และรายงานผลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษา

5.6.3 ประชมุ คณะกรรมการขับเคล่ือนการเพม่ิ โอกาสการเขาถงึ การศึกษาของเด็กดอย
โอกาสฯ (ระดับจังหวัด) ครั้งที่ 1/2562 เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการฯ ใหขอเสนอแนะ (ราง)
กรอบแนวทางการดาํ เนนิ งานโครงการฯ กอนนําเสนอทปี่ ระชุมคณะกรรมการศกึ ษาธกิ ารจังหวัดกระบี่
ใหความเห็นชอบ มีผูเขารวมประชุม จํานวน 23 คน โดยมี นายสมโภช โชติชูชวง รองผูวาราชการ
จังหวัดกระบี่ เปนประธานการประชุม เม่ือวันท่ี 5 มิถุนายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ หองประชุม
ปกาสยั ศาลากลางจังหวดั กระบ่ี

ผลการประชมุ ท่ีประชมุ รบั ทราบโครงการและใหขอเสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทาง
การดําเนินงานโครงการฯ

เวลา 13.00 น. จดั ประชุมผูอาํ นวยการ กศน.อําเภอ เพอื่ วางแผนการดําเนินงาน
ในภาพรวมระดบั อําเภอ

5.6.4 เสนอ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ ตอท่ีประชุม
คณะอนกุ รรมการเก่ียวกบั การพัฒนาการศึกษา ครัง้ ที่ 1/2562 เพอ่ื รบั ฟงขอ เสนอแนะ กอนนาํ เสนอท่ี
ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ใหความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562
เวลา 13.00 น. ณ หอ งประชมุ ชน้ั 2 สาํ นกั งาน กศน.จังหวัดกระบี่

31

ผลการประชุม ทีป่ ระชุมรับทราบโครงการ ใหข อ เสนอแนะ (รา ง) กรอบแนวทาง
การดาํ เนนิ งานโครงการฯ และเห็นชอบใหนาํ เขา ที่ประชมุ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี

5.6.5 เสนอ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ ตอ ท่ีประชมุ คณะกรรมการ
ศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ คร้ังท่ี 4/2562 เพ่ือใหความเห็นชอบ เม่ือวันที่ 27 มิถุนายน 2562 เวลา
09.30 น. ณ หอ งประชมุ สํานักงานศึกษาธกิ ารจงั หวัดกระบี่

ผลการประชมุ ใหความเหน็ ชอบ (รา ง) กรอบแนวทางการดําเนนิ งานโครงการฯ
และขอ เสนอแนะการดําเนนิ งาน

5.6.6 จัดทํากรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ และจัดทําคูมือการดําเนินงาน
โครงการฯ มอบใหคณะกรรมการขับเคลอ่ื นฯ ระดับอําเภอและตําบล

5.6.7 คณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
ระดับอําเภอ 8 อําเภอ และระดับตําบล 53 ตําบล ยืมเงินงบประมาณ ดําเนินการสํารวจขอมูล แกไข
ปญหา ชวยเหลือ และนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาใน
รูปแบบท่ีเหมาะสม จากการมีสวนรวมของผูท่ีเกี่ยวของ และบันทึกผลการดําเนินงานในโปรแกรม
สําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษาโดยครู กศน.ตําบล ระหวาง
วนั ท่ี 27 มถิ นุ ายน - 17 กรกฎาคม 2562

5.6.8 ประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปผลการดําเนินงานโครงการฯ ผูเขารวมประชุม
ประกอบดวย ผอ.กศน.อําเภอ ทุกอําเภอ และครู กศน.ตําบล (อําเภอละ 1 คน) รวมจํานวน 21 คน
โดยมีนายอรรณพ ผิวขํา รองผูอํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ เปนประธานการประชุม
เม่อื วนั ท่ี 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอ งประชุมช้นั 2 สํานกั งาน กศน.จังหวดั กระบี่

ผลการประชมุ 1. คณะกรรมการขบั เคลอ่ื นฯ ระดับอําเภอและตําบล ดาํ เนนิ การ
นําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสมได
ตามวัตถุประสงคของโครงการ

2. กําหนดใหมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทําขอมูลผลการ
ดําเนินงานบันทึกลงในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษา ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ณ หองประชุม ชั้น 2 สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี เน่ืองจาก
พบวามีการบันทึกผลการดําเนินงานไมครบถวน สมบูรณ และมีครู กศน.ตําบล บางคนไมมีความรู
ความเขา ใจในการใชง านระบบ ดว ยสาเหตไุ มเคยผานการอบรมการใชงานระบบมากอน

5.6.9 สาํ นักงานปลดั กระทรวงศึกษาธกิ าร แจง ผลการดําเนนิ งานโครงการ ชว งไตรมาส
3 (มีนาคม - มิถุนายน 2562) จังหวัดกระบี่ มีเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
กลุมเปาหมายในการดําเนินงาน 7,134 คน ดําเนินงานสํารวจ แกไขปญหา และนําเด็กดอยโอกาส

32

เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษา ไดจํานวน 5,174 คน คิดเปนรอยละ 72.53

และมียอดคงเหลือดําเนินการตอ จํานวน 1,960 คน คิดเปนรอยละ 27.47 (หนังสือสํานักงาน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ศธ 0208/12151 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2562) รายละเอียดดังนี้

เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนที่ตอ งนําเขาสรู ะบบการศกึ ษา จาํ นวน 7,134 คน

ผลการดําเนนิ การ 1. เรยี นภายในประเทศ/ภายนอกประเทศ 3,573 คน

2. จบ ม.6 หรือเทยี บเทา 1,051 คน

3. ไมม ตี วั ตน/ตาย 550 คน

รวมจาํ นวน 5,174 คน คดิ เปน รอยละ 72.53

ยอดคงเหลอื ดาํ เนนิ การตอไป จํานวน 1,960 คน คดิ เปนรอ ยละ 27.47

รอ ยละของผลการดําเนินงานมากเปนลําดับที่ 13 จาก 77 จังหวัด

(เปาหมายโครงการของสาํ นักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รอ ยละ 60)

5.6.10 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทําขอมูลผลการดําเนินงานบันทึกลงในโปรแกรม

สําเร็จรูประบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา รายงานสภาพปญหา

อุปสรรค และขอเสนอแนะการดําเนินงาน ผูเขารวมประชุมประกอบดวย ครู กศน.ตําบลทุกตําบล

รวมจาํ นวน 58 คน โดยมี นางจุรรี ัตน โพธวิ์ ิจิตร ผอู ํานวยการ กศน.เมอื งกระบี่ เปน ประธานในพิธีเปด

การประชุม มีนายวรเชษ บุญประกอบ นักวิชาการศึกษา เปนวิทยากรใหความรูการใชงานโปรแกรม

สําเร็จรูป เมื่อวันท่ี 1 สิงหาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หองประชุมช้ัน 2 สํานักงาน กศน.จังหวัด

กระบ่ี

ผลการประชมุ รายงานผลการดําเนินงานทางระบบครบทุกตาํ บล

5.6.11 จัดประชุมสนทนากลุม (Focus Group) เร่ือง การพัฒนาแนวทางการเพิ่ม

โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่

ผูรวมสนทนากลุมประกอบดวยหัวหนาสวนราชการระดับจังหวัด/อําเภอ หนวยงานทางการศึกษาทุก

สังกัด ภาคธุรกิจ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน กํานัน ผูใหญบาน รวมจํานวน 30 คน โดยมีนายวิพล

นาคพันธ ผูชํานาญการการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน อดีตผูอํานวยการสํานักงานเขตพ้ืนที่

การศึกษาประถมศึกษากระบี่ เปนผูดําเนินการสนทนา (Moderator) เม่ือวันท่ี 19 สิงหาคม 2562

เวลา 13.00 น. ณ หองประชมุ ช้นั 2 สํานกั งาน กศน.จังหวดั กระบ่ี

ผลการประชมุ ไดร ับขอเสนอแนะใชเ ปน ขอมูลในการจัดทาํ แนวทางการปฏิบัติ

ทดี่ ีหรือเปนเลศิ (Best Practice) การดําเนนิ งานโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอย

โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ใหมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน

5.6.12 ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ

เด็กดอยโอกาสฯ (ระดับจังหวัด) คร้ังที่ 2/2562 เพื่อรายงานผลการดําเนินงานโครงการฯ และรับฟง

33

ขอเสนอแนะ มีผูเขารวมประชุม จํานวน 23 คน โดยมีนายสมโภช โชติชูชวง รองผูวาราชการจังหวัด
กระบ่ี เปนประธานการประชุม เม่ือวนั ที่ 26 สงิ หาคม 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอ งประชุมปลายพระยา
ศาลากลางจังหวดั กระบี่

ผลการประชุม รับทราบผลการดําเนินงานและใหขอเสนอแนะสําหรับ
การดําเนนิ งานครั้งตอ ไป

5.6.13 รายงานผลการดาํ เนินงานโครงการตอที่ประชุมคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับ
การพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 2/2562 เพื่อทราบและใหขอเสนอแนะการดําเนินงานโครงการ
กอนนําเสนอท่ีประชมุ คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั กระบ่ีทราบ เมอ่ื วันที่ 26 สิงหาคม 2562 เวลา
14.00 น. ณ หองประชุมช้ัน 1 สาํ นกั งานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี

ผลการประชุม ที่ประชุมรับทราบและใหขอเสนอแนะสําหรับการดําเนินงาน
คร้งั ตอ ไป และเหน็ ชอบใหนาํ เขาท่ีประชมุ คณะกรรมการศึกษาธิการจงั หวดั กระบ่ี

5.6.14 รายงานผลการดําเนินงานโครงการตอที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการ
จงั หวดั กระบี่ คร้ังท่ี 6/2562 เพ่อื ทราบและใหขอเสนอแนะ เมอ่ื วนั ท่ี 27 สิงหาคม 2562 เวลา 13.30
น. ณ หอ งประชมุ อา วลกึ ศาลากลางจงั หวัดกระบ่ี

ผลการประชุม ที่ประชุมรับทราบผลการดําเนินงานโครงการ และให
ขอเสนอแนะสาํ หรับการดําเนนิ งานคร้ังตอ ไป

5.6.15 เจาหนาที่ผูรับผิดชอบโครงการ (นางสาวธนารัตน พรหมสุวรรณ) เขารวม
ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทํารายงานผลโครงการ ซึ่งจัดโดยสํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เม่ือ
วันท่ี 5-6 กันยายน 2562 ณ โรงแรมบียอนด สวีท กรุงเทพฯ ในการน้ี ไดรายงานผลการดําเนินงาน
โครงการทางระบบท่ีสํานักงานปลดั กระทรวงกาํ หนดข้นึ

5.6.16 ประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทําโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี ปงบประมาณ 2563 ผูเขารวม
ประชุมประกอบดวยคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ระดับจังหวัด ผูอํานวยการ กศน.อําเภอทุกอําเภอ
รวมทั้งส้ิน 14 คน โดยมีนายสรุ สทิ ธิ์ สุดสาย ผูอาํ นวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี เปน ประธาน
การประชุม เมอ่ื วนั ที่ 18 กนั ยายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ หอ งประชุมช้นั 2 สํานักงาน กศน.จังหวัด
กระบี่

ผลการประชุม ไดกรอบแนวทางการดําเนินงานเพื่อจัดทําโครงการเพิ่มโอกาส
การเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี
ปงบประมาณ 2563 เสนอตอ จงั หวดั กระบ่ี

5.6.17 ดาํ เนินการวจิ ัยประเมนิ โครงการฯ ระหวางวนั ที่ 4 ตุลาคม ถึงวันที่ 25 ธันวาคม
2562

34

5.7 ปญหา/อปุ สรรค แนวทางแกไข และขอเสนอแนะ
5.7.1 ปญหา/อปุ สรรค
5.7.1.1 เปนนโยบายที่เรงดวน มีเวลาดาํ เนินการนอย จึงทําใหหนวยงาน

ท่ีเกี่ยวของตองเรงสํารวจเด็กกลุมเปาหมายใหทันตามเวลาที่กําหนด จึงทําใหไดขอมูลที่เปนจริง
ไมชดั เจนเทาทคี่ วร

5.7.1.2 ขอมูลเด็กที่ปรากฏในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและติดตาม
ประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษาเปนเพยี งสว นหนึ่ง จากการออกไปสํารวจพนื้ ท่ี พบวามเี ดก็ ดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลนท่ไี มไดรบั การศึกษาอกี จาํ นวนมาก

5.7.1.3 ผูขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ คือครู กศน.ตําบล มีภารกิจในความ
รบั ผิดชอบมาก

5.7.1.4 การออกสํารวจเด็กกลุมเปาหมายโครงการ ทําใหเกิดความคาดหวัง
จากสังคมวาคณะกรรมการขับเคล่ือนโครงการในระดับตางๆ อาจชวยแกปญหาทางสังคมของชุมชน
ไดโดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา การมีงานทํา เน่ืองจากหนวยงานภาครัฐและภาค
ประชาชนไดบูรณาการงานรวมกันในการขับเคล่ือนโครงการ และมีความกังวลวาเปนโครงการระยะ
สนั้ ทําแลวทิง้ เหมอื นไฟไหมฟางดังเชน โครงการตางๆ ท่ีผานมา หากรัฐไมด ําเนนิ การตอเนอ่ื งอาจทํา
ใหเกดิ ผลกระทบกับ กศน.อาํ เภอ กลาวคือ ทําใหป ระชาชนขาดความเชื่อถือและเสอ่ื มศรัทธา

5.7.1.5 โครงการและงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ควรพิจารณาใหกับ
หนวยท่ีดําเนินการกับกลุมเปาหมายโดยตรงคือ สํานักงาน กศน.จังหวัด และ กศน.อําเภอ

5.7.1.6 ปญหาทพ่ี บจากการดําเนินงานในพื้นท่ี
1) เมนูสําหรับบันทึกขอมูลในโปรแกรมสําเร็จรูประบบกํากับและ

ติดตามประชากรวยั เรยี นนอกระบบการศึกษา ไมรองรับขอมูลเด็กที่ไดจ ากพื้นที่ซง่ึ เปน ขอมูลเชิงคุณภาพ
นําสูการแกไขปญ หา

2) ขอมูลบางอยางผูสํารวจไมอาจนําเสนอได เพราะกระทบกับ
ความมน่ั คงและความอยรู อดของผสู ํารวจเอง เชน ขอมูลยาเสพติด

3) เวลาท่ีใชในการดําเนินการนอยมาก เนื่องจากสภาพจริง การไป
ตดิ ตามเด็กบางบาน ตอ งไปถึงสามคร้ังกวา จะเจอและไดพูดคยุ

4) การเขาพื้นท่ีเปนความเสี่ยง โดยเฉพาะพ้ืนท่ีที่มีปญหายาเสพติด
รนุ แรง ครตู องระมดั ระวังและตองใชท กั ษะขัน้ สูงในการเขา ไปหาขอมลู

35

5) ผูสํารวจขอมูลขาดความรูเรื่องบทบาทและหนาที่ของหนวยงาน
เครือขายความรวมมอื ในระดับจงั หวัด/ระดบั อําเภอ จงึ ไมส ามารถใหขอมลู ความชว ยเหลือเบ้ืองตนกับ
ผปู กครองหรอื เดก็ ที่ตองการความชวยเหลอื เรง ดว นได

6) หลังจากนําเด็กเขาสูระบบการศึกษาแลว พบวาเด็กกลับมาออก
กลางคนั อีก

7) ปญ หาการยายถ่นิ ฐานทําใหไ มท ราบขอมลู เด็ก
5.7.2 แนวทางแกไข

5.7.2.1 พัฒนาเครือขา ยความรวมมือการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลนในระดบั ตาง ๆ หลากหลายรปู แบบและตอ เนอื่ ง

5.7.2.2 กรณีเด็กไมประสงคจะเรียนตอ มีการจัดเก็บขอมูลและลงนามแบบ
รับรองสถานภาพโดยผูปกครอง กํานัน ผูใหญบาน เพื่อใชเปนขอมูลใหความชวยเหลือ สงเสริม
สนับสนนุ ดา นการศกึ ษาหรืออาชีพ

5.7.2.3 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการทบทวนการบันทึกขอมูลโปรแกรมสําเร็จรูป
ระบบกํากับและติดตามประชากรวยั เรียนนอกระบบการศึกษาทุกป เพ่ือใหการบันทึกขอมูลเปนไปใน
แนวทางเดยี วกัน

5.7.2.4 เพิม่ จํานวนบุคลากรระดับอาํ เภอและตาํ บล
5.7.3 ขอ เสนอแนะ

5.7.3.1 โครงสรางของคณะกรรมการระดับจังหวัด ควรเพ่ิม นายกองคการ
บริหารสวนจังหวัด ผูแทนจากคณะกรรมการอิสลามจังหวัด และประชาสัมพันธจังหวัด เพื่อให
ครอบคลมุ ภารกิจงาน

5.7.3.2 สํานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ควรพัฒนาระบบฐานขอมูลให
สอดคลอ งกับความเปนจริง และเปน ปจ จุบัน

6. งานวจิ ัยท่เี ก่ยี วของ
ทักษิณ ประชามอญ (2560 : ข) ไดศึกษารูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลัก

พุทธธรรมขององคการบริหารสวนจังหวัดในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา
การนํารูปแบบการพัฒนาการบรหิ ารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมคือ การนําหลักอปรหิ านิย
ธรรม 7 มาบูรณาการกับกระบวนการมีสวนรวมของประชาชน ไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ
รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผล สามารถพัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะ
และเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม โดยยึดนโยบายการจัดประชุมกันเนืองนิตย
การทํางานเปนทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การใหความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริม

36

สทิ ธแิ ละเสรภี าพของสตรีและผูอ่นื การสรา งความผูกพันตอองคกร การดูแลและจัดสวัสดิการ เพื่อให
การบริหารงานแบบมีสวนรวมขององคการบริหารสว นตาํ บล ในกลุมจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลทางปฏิบตั ติ อไปอยา งย่งั ยนื

กนกวรรณ คลายเพ็ง และศดานนท วัตตธรรม (2562 : 28-29) ไดศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพล
ตอความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการขององคการบริหารสวนตําบล
ทาขาม อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา พบวา ปจจัยภาวะผูนําของผูบริหาร มีความสัมพันธทางบวก
ระหวางปจจัยภาวะผูนําของผูบริหารกับความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหาร
จัดการขององคการบริหารสวนตําบลทาขาม หมายความวา หากผูบริหารมีภาวะผูนํา ก็จะสงผลให
การนาํ หลกั ธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการประสบความสําเร็จ ท้ังน้ี เนอ่ื งจากผูบริหารองคกร
เปน บคุ คลสาํ คัญท่ีจะขบั เคล่ือนองคกรใหเปนไปตามแนวทางที่กําหนด มอี ทิ ธิพลตอบุคคลอืน่ ในการท่ี
จะสามารถจูงใจ ผลักดัน รวมทั้งกระตุนใหบุคคลอื่นดําเนินการตามอยางเต็มใจและมีสวนรวม
สวนปจจัยความพรอมของระบบงาน พบวา มีความสัมพันธทางบวกระหวางปจจัยความพรอมของ
ระบบงานกับความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการ หมายความวา
ความพรอมของระบบงานจะสงผลใหการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการประสบ
ความสาํ เรจ็ เนือ่ งจากระบบงานเปน กลไกสําคญั ในการดาํ เนินงานขององคกร ซง่ึ จะตองมีการจัดระบบ
การวางแผนทีช่ ัดเจน ตลอดจนมกี ารจัดทาํ งบประมาณท่ีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสอดคลองกับ
แผนปฏิบัติราชการประจําป รวมท้งั มีระบบการตดิ ตามและประเมินการปฏิบตั ิงานทีช่ ัดเจน

พัฒนพล แกวยม (2557 : 48) ไดศึกษาปจจัยแหงความสําเร็จของการดําเนินงานประกัน
คุณภาพการศึกษาภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ พบวา ปจจัยแหงความสําเร็จ
ในการดําเนินงานดานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ดานบุคลากรประกอบดวยความรวมมือของ
บุคลากรทุกคน ตลอดจนความรวมมือของแตละหนวยงาน บุคลากรไดรับขาวสารและความรู
ความเขาใจในเร่ืองการประกันคุณภาพภายในอยางสม่ําเสมอ มีความเขาใจในบทบาทหนาท่ีและวิธี
ปฏิบตั งิ านตามตัวชี้วัดของเกณฑการประเมิน มีทัศนคตทิ ี่ดีตองานประกันคุณภาพภายใน มีความยินดี
ใหความรวมมือและเห็นความสําคัญของงานประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และมีความมุงมั่น
ทุมเท เสียสละ ในการปฏิบัติงานใหบรรลุเปาหมาย ในสวนของดานผูบริหาร ประกอบดวย ผูบริหาร
ระดับสูงของมหาวิทยาลัยใหความสําคัญ มีความเขาใจ สงเสริมสนับสนุนและวางแผนการดําเนนิ งาน
ดานการประกันคุณภาพภายในในหนวยงาน และมีนโยบายในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ชัดเจน
มีการสรางขวัญกําลังใจ แรงจูงใจ และมีการใหรางวัลแกบุคลากรที่มีผลการปฏิบัติงานดีเดน มีระบบ
สารสนเทศชวยในการจัดการขอ มูลและเอกสารหลักฐานไดอ ยางถูกตอ งรวดเรว็

สุดา มงคลสิทธิ (2562 : 5844-5856) ไดศึกษากลยุทธการสรางเครือขายความรวมมือเพ่ือ
พัฒนาการจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชนจังหวัดชลบุรี พบวา การพัฒนาคุณภาพภายในการจัด

37

การศึกษาในโรงเรียนเอกชน เปนการสรางเครือขายความรวมมือในการทํางานดานการศึกษา
ทั้งหนวยงานภายในและหนวยงานภายนอก รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชน มีการทํางานแบบรวมกัน
เกื้อกูล ชวยเหลือกัน และแลกเปล่ียนเรียนรูกัน เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษามีการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาสอดคลองกับเปาหมาย นโยบายมากยิ่งข้ึนและประสบความสําเร็จ และกลยุทธการสราง
เครือขายความรวมมือประกอบดวย 6 ขั้นตอน ไดแก 1. การตระหนักถึงความจําเปนของเครือขาย
ผูบริหารโรงเรียนตองสรางความตระหนักเรื่องเครือขายความรวมมือแกบุคลากรในองคกร โดย
ผูบริหารตองมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนและทีมงานที่รวมตัวกันเปนเครือขาย และบุคลากร
ที่รวมกันเปนเครือขายตองมีความศรัทธาและเห็นความสาํ คัญของความรวมมือ มีความซื่อสัตยจริงใจ
ตอกัน ยอมรับวัฒนธรรมองคกรรวมกัน และบุคลากรท่ีรวมตัวกันเปนเครือขายตองมีเปาหมาย
เหมือนกัน เรียนรูการทํางานแบบรวมมือและมีความพรอมในการดําเนินงาน กลาวคือ ผูบริหาร
ชี้ใหเห็นประโยชนของการทํางานเปนทีม 2. การประสานแสวงหาผูรวมพัฒนาเครือขายความรวมมือ
โดยการช้ีใหหนวยงานองคกรท่ีรวมเปนเครือขายเห็นสภาพปญหาประเด็นการพัฒนารวมกัน มีการ
แลกเปล่ียนขอมูลขาวสารทักษะความรูระหวางองคกรเครือขายความรวมมือ มีการเช่ือมโยงเขาถึง
บคุ ลากรในเครอื ขา ยอยา งมปี ระสิทธภิ าพ รวมทงั้ ส่ือสารใหสมาชิกทกุ คนเห็นความสําคัญของเครือขาย
และรวมมือกันทํากิจกรรมตางๆ มีการสรรหาประสานหนวยงานองคกรที่เปนแหลงวชิ าการ แหลงทุน
มารวมเปนเครือขาย เพ่ือแบงปนทักษะและประสบการณแกองคกร หรือหนวยงานท่ีเปนเครือขาย
ความรวมมือ 3. การสรางพันธสัญญารวมกัน โดยมีการกําหนดวัตถุประสงค สรางขอตกลงความ
รวมมือเปนพันธสัญญารวมกัน บุคลากรในเครือขายตองมีความเอ้ือเฟอ จริงใจตอเพื่อนรวมงานใน
เครือขาย บุคลากรเครือขายควรมีความสัมพันธในรูปแบบกัลยาณมิตรที่แทจริง การสื่อสารกับ
บุคลากรในเครือขายควรเปนแบบสองทางโดยสื่อสารอยางท่ัวถึง มีการกําหนดกระบวนการเรียนรู
รวมกันและพัฒนางานเกย่ี วกับเครือขายรว มกันอยางเปนพลวัตร เพ่อื ดาํ เนินงานในเครือขายตามแผน
ที่วางไวแบบมีสวนรวม 4. การบริหารจัดการเครือขาย ควรบริหารงานเครือขายเปนระบบ
มปี ระสทิ ธภิ าพ คือ เปดโอกาสใหบุคลากรเครือขายมสี วนกําหนดวตั ถุประสงค ขอตกลงในการทํางาน
มีโครงสรางการบริหารเครือขายที่เปนเอกภาพ การสื่อสารระหวางผูนาํ กับสมาชิกในเครือขาย
มีหลากหลายรูปแบบ มีการควบคุม ตรวจสอบการบริหารงานในเครือขายอยางสม่ําเสมอ และเปด
โอกาสใหสมาชิกมีสวนรวมในการบริหารงาน 5. การติดตามผลการพัฒนาการปฏิบัติของเครือขาย
ความรวมมือ ไดแก การสรางนวัตกรรมใหมและการจัดการความรูที่ตอเน่ือง มีการสรุปและทบทวน
สิ่งท่ีไดเรียนรูรวมกัน สงเสริมใหสมาชิกมีอิสระในความคิด ใหเกียรติยอมรับกัน และเสริมสราง
วัฒนธรรมเครือขายเพื่อขจัดความขัดแยง โดยรวมมือกันสรางบรรยากาศแบบพลังเกื้อกูล สามัคคี
สรา งบรรยากาศการทํางานเครือขา ยความรว มมือแบบสมานฉันท สรา งภาวะผนู าํ ในองคกร เครือขาย
รวมทั้งสงเสริมแรงจูงใจในการรวมมือทํางานที่เปนระบบ 6. การธํารงรักษาความตอเน่ืองของ

38

เครือขาย โดยมีการบริหารจัดการขอมูลท่ีทันสมัยเหมาะสมกับการใชงาน มีการรักษาสัมพันธภาพท่ดี ี
ระหวางสมาชิกเครือขายทุกระดับ มีการจัดสรรผลประโยชนจากความรวมมือในลักษณะแบบที่เทา
เทยี มกนั มีการประชาสมั พันธเพื่อเผยแพรบ ทบาทของเครือขา ยความรวมมือรวมท้งั ผลสาํ เร็จทีเ่ กิดข้ึน
การดําเนินงานเครือขายควรเปนลักษณะของพันธมิตรเปนภาคีกับกลุมบุคคล หนวยงาน องคกร
ท่ีไมใชคูแขงขันกัน รวมถึงมีการนําระบบเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพมาใชในการประสานงานกับ
เครือขา ยตา ง ๆ

อรุณรัตน นิตยะโรจน (ม.ป.ป. : 7-8) ไดศึกษาปจจัยท่ีสงผลตอความสําเร็จในการจัดทํา
โครงการ ของกรมสงเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ผลการศึกษาปจจัยภายในและปจจัย
ภายนอกที่มีผลตอความสําเร็จในการจัดทําโครงการของกรมสงเสริมอุตสาหกรรม กระทรวง
อุตสาหกรรม ดังน้ี 1. ปจจัยภายในดานขอมูลโครงการ ผูวิจัยมีความเห็นวา ขอมูลโครงการเปนตัว
กําหนดการดําเนินงานอ่ืน ๆ ไมวาจะเปนระยะเวลา งบประมาณ ผูรับผิดชอบ การบริหารจัดการ
ทรัพยากรและอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ โดยคํานึงถึงการแกปญหาและความตองการของผูเขารวมโครงการ
เปน หลัก 2. ปจจยั ภายในดานหัวหนาโครงการ ผูวิจยั มีความเห็นวา โครงการจะขับเคล่อื นไปไดจะตอง
มีผูนําท่ีดี หัวหนาโครงการที่มีความสามารถในการบริหารจัดการ ต้ังแตการวางแผนการดําเนินงาน
การมอบหมายงาน การกําหนดกลุมเปาหมายและตัวชี้วัด รวมทั้งควบคุม กํากับ ดูแลตลอดการ
ดําเนินงานโครงการ เปนผูกระตุนใหสมาชิกในทีมเกิดการดําเนินงานและนําไปสูความสําเร็จในการ
จัดทําโครงการ 3. ปจจัยภายในดานสมาชิกในทีม ผูมีวิจัยมีความเห็นวา การจะทําใหโครงการสําเร็จ
ไดนนั้ ไมอ าจทําไดโดยบุคคลใดเพียงคนเดียว ดงั น้นั การทํางานเปนทีมจึงเปนส่ิงหน่ึงทส่ี ําคัญ โดยทุกคน
ในทีมจะตองใหความสําคัญในทุกรายละเอียดของโครงการ เขาใจในจุดประสงคของโครงการ
รับผิดชอบในหนาท่ี รับฟง และยอมรับความคิดเห็น ขอเสนอแนะ และใหความรวมมือในการ
ดําเนินงานโครงการอยางเต็มท่ี 4. ปจจัยภายในดานองคกร ผูวิจัยมีความเห็นวา ในสวนของภาครัฐมี
การแบงโครงสราง แบงภารกิจ หนาที่ความรับผิดชอบ มีสายการบังคับบัญชาของแตละหนวยงาน
อยางชัดเจน ซ่ึงทําใหแตละหนวยงานสามารถมุงเนนถึงเปาหมายความสําเร็จของโครงการไดอยาง
ถูกตองเหมาะสม 5. ปจจัยภายนอกดานสภาพแวดลอมภายนอก ผูวิจัยมีความเห็นวา เปนปจจัยที่ไม
สามารถควบคมุ ได และมีความสําคัญตอการดาํ เนนิ งานโครงการ เพราะจากการเปลยี่ นแปลงที่เกิดข้ึน
อาจจะสงผลใหเกิดผลสําเร็จหรือลมเหลว ท้ังนี้ ขึ้นอยูกับหนวยงานสามารถปรับตัวและใชประโยชน
จาการเปลี่ยนแปลทีค่ วบคุมไมไ ดน ี้มากนอยเพียงใด

วิมล ชาตะมีนา, วชิรา วราศรัย, และรุงทิพย จินดาพล (2551 : ออนไลน) ไดศึกษาปจจัย
แหงความสําเร็จในการบริหารจัดการและดําเนินโครงการขององคการบริหารสวนจังหวัดแพรและ
องคก ารบริหารสว นจังหวดั พิษณโุ ลก พบวา ปจ จยั แหงความสาํ เรจ็ ประกอบดว ย 5 ประการ คือ 1.
การใหประชาชนมีสวนรว มในการดําเนินโครงการ โดยมีการรบั ฟงความตองการและความคดิ เห็นของ

39

ประชาชน ใหมีสวนรวมในการกําหนดรายละเอียดโครงการและรวมดําเนินงานโครงการ 2. ความ
รว มมือทํางานอยางใกลชิดระหวางองคกรปกครองสวนทองถ่ินและประชาชน เปดโอกาสใหประชาชน
จัดทําโครงการเพื่อเสนอของบประมาณอุดหนุนจากองคกรปกครองสวนทองถิ่น 3. การแปลง
วิสัยทัศน นโยบาย และยุทธศาสตรสูการปฏิบัติงานอยางแทจริง ในการดําเนินงานตองคํานึงถึงการ
บรรลุวิสัยทัศน นโยบาย ยุทธศาสตร และเปาหมายท่ีกําหนด ซ่ึงจะตองสอดคลองไปในทิศทาง
เดียวกัน การถายทอดวิสัยทัศนองคกรและนโยบายของผูบริหารใหแกบุคลากร เปนปจจัยสําคัญท่ีทํา
ใหโครงการประสบความสําเร็จ 4. การติดตามและประเมินผลโครงการ เพ่ือใหเกิดการพัฒนาและ
ปรับปรุงการทํางาน รวมถึงประเมินความคุมคาของงบประมาณท่ีใชในการดําเนินโครงการ 5. ความ
เพยี งพอของงบประมาณ ตองจดั สรรใหม ีความเหมาะสม คุม คา และมีประสทิ ธิภาพ

สุรินทร จาดเปรม และพฤฑฒิพล พฤฑฒิกุล (2563 : 61) ไดศึกษารูปแบบการบริหารงาน
ประกนั คุณภาพการศึกษาสมรรถนะสูง ของโรงเรียนประถมศึกษา สังกดั สาํ นกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษา พบวา องคประกอบดานปจจัยนําเขา (Input) ใหความสําคัญกับบุคลากร คุณภาพสื่อ
วัสดุอปุ กรณ และการบรหิ ารงบประมาณใหค มุ คา

พรรณี ทิพยธราดล (2547 : 66) ไดศึกษาการประเมินผลกระบวนการปฏิบัติงานโครงการ
พัฒนารูปแบบจังหวัดเพ่ือปฏิบัติการบริการปองกันควบคุมโรคไมติดตอ ป 2547 กลาววา การประเมินผล
การปฏิบัติงานของโครงการในคร้ังน้ี มิไดมุงเนนความสําเร็จของโครงการ หากแตเนนที่การตอบ
คําถามสําคัญ ประกอบดวย กระบวนการปฏิบัติงานของโครงการที่เกิดขึ้นจริง และปญหาอุปสรรคใด
เกิดขึ้นบาง ซ่ึงขอมูลดังกลาวจะทําใหทราบถึงขอจาํ กัดและปญหาตา ง ๆ ในการปฏิบัติงานเพ่ือนํามา
ปรับปรุงการสนับสนนุ ทรัพยากร กลไกการดําเนินงาน และพัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน นอกจากนี้
ยังเปน การเปดโอกาสใหผ ูรบั ผิดชอบโครงการสามารถปรับการดําเนนิ งานใหเ ปน ไปในทิศทางทีน่ ําไปสู
ความสําเร็จของโครงการไดอ ยางสมเหตุสมผล และกอใหเกิดการปรับเปลี่ยนแผนงานโครงการเพ่ือให
เหมาะสมกับสภาวการณอ นั จะนาํ ไปสูการขยายผลของโครงการตอไปไดอีกระดบั หน่ึงดว ย

พิสิษฐ ฉัตรวิวัฒนากุล (2558 : 59-60) ไดศึกษาปจจัยความสําเร็จการดําเนินงาน
โครงการยายกองพันสรรพาวุธซอมบํารุงเขตหลังของกองพันทหารชางเคร่ืองมือพิเศษ ปงบประมาณ
2555-2559 พบวา ผูควบคุมงานท่ีดีตองส่ือสารใหผูปฏิบัติงานเขาใจงาน มีความสามารถในการ
ตดั สินใจไดทันเวลา มีความรูค วามสามารถและเขาใจงาน มคี วามรับผิดชอบ ผูค วบคมุ งานจะตอ งหมั่น
ตรวจสอบการปฏิบตั ิงานของชุดงานโดยตลอดและอยาเขาใจในมุมมองของตวั ผูควบคมุ งานเองวาการ
วางแผนท่ีชัดเจนและสมบูรณไวแลวน้ัน จะสงผลตอความสําเร็จในการปฏิบัติงาน แตจะตองให
ความสําคัญกับเร่ืองการควบคุมเปนสําคัญดวย กําลังพลใหความสําคัญกับปจจัยดานการบริหาร เปน
เพราะกําลังพลเห็นวากระบวนการในการบริหารงานเร่ิมตนท่ีการวางแผนปฏิบัติงานและกําหนด
ระยะเวลาในการปฏิบัติงานที่เหมาะสม การเตรียมทรัพยากรดานกําลังพลและเคร่ืองมือชางให


Click to View FlipBook Version