The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ในรูปแบบที่เหมาะสม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krabiedu, 2021-12-28 23:33:01

การประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ในรูปแบบที่เหมาะสม

การประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กด้อยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหล่น ในรูปแบบที่เหมาะสม

40

เหมาะสมกับแผนปฏิบัติงานที่วางไว การกําหนดตําแหนงหนาท่ีในการปฏิบัติงานของกําลังพลตาม
ความสามารถ การประสานติดตอสื่อสารระหวางชุดปฏิบัติงานและในขณะปฏิบัติงานคือการเตรียม
วัสดุกอสรางใหเขามาทันตอการปฏิบัติงาน รวมไปถึงข้ันตอนในการควบคุมตรวจสอบของผูควบคุมงาน
การประชุมประจําสัปดาหเพื่อใหผูบังคับบัญชาไดรับทราบปญหาขอขัดของเพื่อดําเนินการแกปญหา
การปฏิบัติงานตองอาศัยการทํางานเปนทีม โดยชวยเหลือซึ่งกันและกัน มีความสัมพันธที่ดีตอกัน
ไดรับการฝกอบรมความรูเพ่ิมเติมใหมีความเขาใจในมาตรฐานของวัสดุที่นํามาใช วิธีการกอสรางท่ี
ถูกตอง สงผลใหลดขอผิดพลาดในการกอสรางที่ผิดมาตรฐานของผูปฏิบัติงาน และผลงานกอสรางท่ี
ออกมามีความแข็งแรงตามมาตรฐานที่กาํ หนด

พัชราภา ตันติชูเวช (2559 : 100-103) ไดศึกษาแนวทางการจัดการศึกษาสําหรับเด็กและ
เยาวชนนอกระบบการศึกษา กรณีศึกษาจังหวัดตาก และเสนอแนวทางการจัดการศึกษา ดังนี้
1) บทบาทของครอบครวั โรงเรียน และชุมชนในการปอ งกนั การออกจากระบบการศึกษาของเด็กและ
เยาวชน โดยครอบครัวตองตระหนักถึงความสําคัญในการพัฒนาบุตรหลานผานระบบการศึกษา
ผูบริหารโรงเรียนและครู ตองมีทัศนคติที่ดีตอวิชาชีพ มีจิตวิญญาณความเปนครู สรางความผูกพัน
ระหวา งครูกบั ศษิ ย รวมถงึ พดู คุยกับผปู กครองเพอ่ื ปองกันการออกนอกระบบการศึกษาของเด็ก ชมุ ชน
ใชการศึกษาเปนฐานในการพัฒนาคนในชุมชน เห็นถึงความสําคัญของคนในชุมชน 2) หนวยงานท่ีควรมี
บทบาทในการชวยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา
ประกอบดวยหนวยงานของรัฐที่มีบทบาทชวยในดานพัฒนาคุณภาพชีวิตและชวยเหลือในดานจิตใจ
เชน โรงพยาบาลสง เสริมสขุ ภาพตําบล (รพ.สต.) อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมูบาน (อสม.) รวมถงึ
สํานักงาน กศน.จังหวัดหรือ กศน.อําเภอ จัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กนอกระบบ
การศึกษา สวนบทบาทขององคกรเอกชนเชน องคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหง
สหประชาชาติ หรอื ยเู นสโก มบี ทบาทในการสนับสนุนงบประมาณ 3) การจดั การศึกษาท่ีเหมาะสมกับ
ความตองการของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในดานการศึกษาตอในอนาคต และบุคคล/
หนวยงานที่เก่ียวของ ควรเปนการศึกษาท่ีจัดการเรียนรูเฉพาะบุคคล เปนการศึกษานอกระบบ
โรงเรียนและเปนการศึกษาตามอัธยาศัยตองสามารถพัฒนารายวิชาเลือก และออกแบบการเรียนรูที่
สอดคลองกบั ความตอ งการของผเู รยี น สถานศกึ ษาในชุมชนตองสามารถจดั การศึกษาไดทง้ั 3 รูปแบบ
ตามพระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษา มาตรา 12 คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา
ตามอธั ยาศัย

วชิราพร สุวรรณศรวล, มานิตย ไชยกิจ, ปราโมทย มากชู, และวิเชียร ธํารงโสตถิสกุล
(2556 : 186-187) ไดศึกษารูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือกสําหรับเด็กดอยโอกาสทางการศึกษา
ในเขตพื้นที่สูงภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย และเสนอรูปแบบการจัดการศึกษาทางเลือก ดังน้ี
1) ปจจัยนําเขา ประกอบดวยคณุ ลกั ษณะของคณะกรรมการสถานศึกษา ผบู รหิ ารสถานศึกษา และครู

41

ที่มีความเหมาะสมและเขาใจในบริบทวัฒนธรรมของพื้นที่และมีการสรางแรงจูงใจจากหนวยงาน
ตนสังกัดใหป ฏิบัติหนาทีใ่ นพ้ืนที่ไดอ ยางตอเนื่อง 2) กระบวนการ การบริหารสถานศึกษาจดั การศึกษา
ทางเลือกเพื่อเด็กดอยโอกาสทางการศึกษาประกอบดวย การวางแผน การจูงใจ การลงมือปฏิบัติ
การควบคุม และการปรับปรุง ในการขับเคลื่อนปจจัยนําเขาทั้งในดานบุคลากรและงานการบริหาร
สถานศึกษาทุกกระบวนการมีการจูงใจเปนกลไกสาํ คัญในการขับเคลื่อน 3) ผลผลิต เปาหมายของ
การจัดการศึกษาทางเลือกมุงเนนการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาคุณภาพของนักเรียน
เพอ่ื ใหเ กดิ ประสิทธภิ าพในการจดั การศกึ ษา โดยใหสถานศึกษาเปนฐานในการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของ
นักเรียนและคนในชุมชนท่ีนําไปสูการพึ่งพาตนเองไดอยางย่ังยืน 4) ปจจัยท่ีมีผลตอการจัดการศึกษา
ทางเลือก นโยบายในการจัดการศึกษาทางเลือกบนพ้ืนท่ีสูงตองมีความชัดเจน เปนธรรม และมีความ
ตอ เน่อื งเพือ่ ใหท กุ ภาคสว นทเ่ี กีย่ วขอ งไดนําไปดาํ เนนิ การเพ่ือใหบรรลุผลสําเร็จตามเปา หมาย

ในสวนของงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสมในคร้ังนี้ มีหลากหลายมิติท่ี
นาํ มาสนบั สนุนการวจิ ัยใหม คี วามนาเชือ่ ถือ และทาํ ใหค วามสมบรู ณใ นเน้อื หามีมากยงิ่ ข้ึน

บทที่ 3
วิธดี ําเนินการวิจัย

การวิจัย เร่ือง ประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเดก็ ตกหลน ในรปู แบบทีเ่ หมาะสม ผูวจิ ัยไดด ําเนินการ 2 ขนั้ ตอน ดังนี้

ข้นั ตอนท่ี 1 ประเมินโครงการเพ่มิ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเดก็ ตกหลนในรูปแบบทีเ่ หมาะสม

ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติท่ีดหี รือเปน เลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิม
โอกาสการเขา ถงึ การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรปู แบบที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินโครงการเพิม่ โอกาสการเขา ถงึ การศกึ ษาของเดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบทีเ่ หมาะสม
ขั้นตอนน้ี เปนการประเมินผลสัมฤทธ์ิของโครงการเพ่ือมุงตรวจสอบวาโครงการประสบ

ผลสําเร็จตามวัตถุประสงคหรือเปาหมายตามท่ีกําหนดไวหรือไมเพียงใด โดยประยุกตใชแนวทางการ
ประเมินโครงการตามรูปแบบประเมินซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
โดยประเมิน 4 ดาน คือ การประเมินดานบริบท (Context Evaluation) การประเมินดานปจจัยนําเขา
(Input Evaluation) การประเมินดานกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมิน
ดานผลผลิต (Product Evaluation) โดยศึกษาความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงาน
โครงการทีม่ ีตอ โครงการเพมิ่ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในรูปแบบท่ีเหมาะสม มขี อบเขตการดาํ เนนิ การ ดงั นี้

1.1 ประชากรทศ่ี กึ ษา
ประชากรที่ศึกษา เปนผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการซ่ึงเปนบุคลากร

ในสังกัดสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ ประกอบดวย เจาหนาท่ีกลุมสงเสริมการศึกษานอกระบบ
จํานวน 3 คน ผูอํานวยการ กศน.อําเภอ จํานวน 8 คน และครู กศน.ตําบล จํานวน 58 คน รวมจํานวน
ประชากรท่ีศึกษาท้งั สิ้น จํานวน 69 คน

1.2 เคร่อื งมือท่ใี ชใ นการวิจยั
เคร่อื งมอื ที่ใชเปนแบบสอบถามความคิดเห็นของผูมีสว นเก่ียวของกับการดําเนินงาน

โครงการทีม่ ีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน
ในรปู แบบที่เหมาะสม เพือ่ ประเมินโครงการใน 4 ดา น คือ การประเมินดานบริบท (Context Evaluation)
การประเมินดานปจจัยนําเขา (Input Evaluation) การประเมินดานกระบวนการ (Process Evaluation)
และการประเมนิ ดานผลผลติ (Product Evaluation)

43

1.2.1 วิธีการสรา งเครือ่ งมอื
1.2.1.1 ศึกษา คนควา รวบรวมขอมูลจากเอกสาร หนังสือ บทความ

งานวิจัยทเี่ กย่ี วขอ งกบั การประเมนิ โครงการ และวธิ กี ารสรางแบบประเมนิ โครงการ
1.2.1.2 กาํ หนดกรอบแนวคิดการวิจัยเพื่อประเมินโครงการ และตัวบงช้ี

ท่ตี อ งการทราบ จากการศกึ ษาคนควาในขอ 1.2.2.1 และจากผลการดาํ เนินงานโครงการ
1.2.1.3 เขยี นขอคาํ ถามตามองคประกอบการประเมนิ และตวั บงช้ที กี่ ําหนด
1.2.1.4 สรางแบบสอบถามความคิดเห็นแบบมาตราสวนประมาณคา 5 ระดับ

(Rating Scale) โดยใชมาตราสวนประมาณคาของลิเคิรท (Likert) และแบบสอบถามแบบปลายเปด
เพื่อแสดงความคิดเหน็ และขอ เสนอแนะเพิ่มเตมิ

1.2.1.5 นําแบบสอบถามความคิดเห็นเสนอที่ปรึกษางานวิจัย ตรวจสอบ
ความครอบคลมุ ของเนอื้ หาและภาษาท่ีใช

1.2.1.6 ปรับปรุงแกไขแบบสอบถามความคิดเห็นตามขอเสนอแนะของ
ที่ปรึกษางานวิจัย

1.2.1.7 นําแบบสอบถามความคิดเห็นที่สรางข้ึนไปใหผูเชี่ยวชาญ จํานวน 3 คน
ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ เพื่อตรวจสอบความครอบคลุม ความถูกตองของเนื้อหา และภาษาท่ีใช
(Content Validity) และหาความเชื่อมน่ั ของแบบสอบถาม โดยการหาคาดชั นคี วามสอดคลอง (IOC :
Item Objective Congruence) ตงั้ แต 0.50 ขนึ้ ไป

1.2.1.8 ปรับปรุงแกไขแบบสอบถามความคิดเห็นตามขอเสนอแนะของ
ผูเชี่ยวชาญในการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมอื

1.2.2 ลักษณะของเคร่อื งมอื
เครื่องมือที่ใชเปนแบบสอบถามความคิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของกับ

การดําเนินงานโครงการท่ีมีตอโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม ลักษณะของแบบสอบถามเปนแบบมาตราสวน
ประมาณคา 5 ระดับ (Rating Scale) โดยใชมาตราสวน ประมาณคาของลิเคิรท (Likert) คือ มากที่สุด
มาก ปานกลาง นอย และนอยทีส่ ุด โดยมีเกณฑการแปลความหมายดังน้ี

5 หมายถึง ขอ ความนัน้ มีความคิดเห็นในระดับมากที่สดุ
4 หมายถงึ ขอ ความนั้นมีความคิดเห็นในระดับมาก
3 หมายถึง ขอความน้ันมีความคิดเหน็ ในระดบั ปานกลาง
2 หมายถงึ ขอ ความน้นั มคี วามคดิ เหน็ ในระดบั นอย
1 หมายถงึ ขอความนน้ั มคี วามคิดเห็นในระดับนอยที่สุด

44

1.3 การเก็บรวบรวมขอ มูล
ผวู ิจยั ดาํ เนินการดังตอไปน้ี
1.3.1 จัดทําหนังสือขอความอนุเคราะหตอบแบบสอบถามความคิดเห็นและ

เก็บรวบรวมขอมูลจากสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี ไปยังผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่ เพื่อขอความอนุเคราะหใหบุคลากรในสังกัด ผูมีสวน
เกี่ยวขอ งกับการดําเนินงานโครงการ จาํ นวน 69 คน ตอบแบบสอบถามความคดิ เหน็

1.3.2 จัดสงหนังสือขอความอนุเคราะหฯ พรอมแบบสอบถามความคิดเห็นไป
ยังผูอํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ โดยมีชองทางการตอบแบบสอบถามความคิดเห็น
2 ชองทางคือ แบบสอบถามความคิดเห็นฉบับกระดาษ (สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ีรวบรวมสงคืน
สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี) และแบบสอบถามความคิดเห็นในรูปแบบออนไลน (Google
Form)

1.4 การวเิ คราะหขอ มลู และสถติ ิทใ่ี ชในการวิเคราะหขอ มลู
1.4.1 ผวู ิจยั นาํ แบบสอบถามความคดิ เหน็ ท่ีไดรับกลบั คนื มาตรวจสอบความสมบูรณ

และใชขอมูลของประชากรที่ศึกษาที่มีความสมบูรณมาดําเนินการวิเคราะหใหคะแนนตามเกณฑ
การใหคะแนน นําคะแนนที่ไดไปวิเคราะหทางสถิติโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูป ในการหาสถิติรอยละ

(Percentage) คาเฉลี่ยเลขคณิต (Mean : µ) คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : σ) ใชสถิติ
เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) แบบแจกแจงความถี่ (Frequency) ประกอบการวิเคราะห
ขอมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) ในสวนเกณฑการแปลความหมายเพ่ือจัดระดับคะแนนเฉลีย่
ในชวงคะแนนตาง ๆ ใชสมการคํานวณอันตรภาคชั้นของคาเฉล่ียมีคาเทากับ 0.5 (ความกวางของ
อันตรภาคชัน้ = (คะแนนสูงสุด-คะแนนต่าํ สดุ )/จํานวนชนั้ ) การแปลความหมายของคาเฉล่ีย ดังนี้

4.50 - 5.00 หมายถึง ผูตอบแบบสอบถามเห็นวาขอความนั้นมีความคิดเห็น
อยูในระดบั มากทส่ี ุด

3.50 - 4.49 หมายถึง ผูตอบแบบสอบถามเห็นวาขอความน้ันมีความคิดเห็น
อยใู นระดบั มาก

2.50 - 3.49 หมายถึง ผูตอบแบบสอบถามเห็นวาขอความน้ันมีความคิดเห็น
อยใู นระดับปานกลาง

1.50 - 2.49 หมายถึง ผูตอบแบบสอบถามเห็นวาขอความน้ันมีความคิดเห็น
อยใู นระดบั นอย

1.00 - 1.49 หมายถึง ผูตอบแบบสอบถามเห็นวาขอความนั้นมีความคิดเห็น
อยูในระดับนอยท่ีสุด

45

1.4.2 สถติ ิทีใ่ ชในการวิเคราะหข อ มูล
ตอนที่ 1 ขอมูลเก่ียวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม ซึ่งประกอบดวย

เพศ อายุ และตําแหนงหนาที่ในขณะที่ตอบแบบสอบถาม นําขอมูลที่ไดจากการตอบแบบสอบถาม
ความคิดเห็นมาทําการวิเคราะหขอมูลทางสถิติของการวิจัยทางสังคมศาสตร โดยอาศัยโปรแกรม
สําเร็จรูป สถิติท่ีใชในการวิเคราะหขอมูลคือ การแจกแจงความถี่ (Frequency) และรอยละ
(Percentage)

ตอนที่ 2 ความคิดเห็นที่มีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบที่เหมาะสม นําขอมูลท่ีไดจากการตอบ
แบบสอบถามความคิดเห็นมาทําการวิเคราะหขอมูล ทางสถิติของการวิจัยทางสังคมศาสตร โดย
โปรแกรมสําเร็จรูป สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล คือ คาเฉล่ียเลขคณิต (Mean : µ) คาเบี่ยงเบน

มาตรฐาน (Standard Deviation : σ)

ข้ันตอนที่ 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพิ่มโอกาส
การเขาถงึ การศึกษาของเดก็ ดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบ
ทีเ่ หมาะสม
ในข้นั ตอนน้ี จดั ประชุมสนทนากลมุ (Focus Group) ผมู ีสวนเก่ียวขอ งกบั การดําเนินงาน

เพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่
เร่ือง การพัฒนาแนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี ความคิดเห็นและขอเสนอแนะท่ีไดจากการสนทนากลุม (Focus Group)
จะวิเคราะหขอมูลดวยวิธีการวิเคราะหเน้ือหา (Content Analysis) หลังจากน้ันนําขอมูลที่ผานการ
วิเคราะห ผลการดําเนินงานโครงการ และผลการประเมินโครงการ มาจัดทําเปนแนวทางการปฏิบัติ
ที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอ ยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบทีเ่ หมาะสม รายละเอยี ดดังน้ี

2.1 กลมุ ตัวอยา ง
ขั้นตอนนก้ี ลุม ตวั อยา ง เปนผมู สี วนเก่ียวของกับการดําเนนิ งานเพ่ิมโอกาสการเขาถึง

การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่ เลือกกลุมตัวอยาง
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) จาํ นวน 35 คน ประกอบดวย

2.1.1 ศึกษาธกิ ารจังหวดั กระบ่ี
2.1.2 ผูอํานวยการสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัยจงั หวัดกระบี่
2.1.3 หัวหนา สาํ นักงานจงั หวดั กระบี่

46

2.1.4 พฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษยจ งั หวดั กระบี่
2.1.5 รองอธกิ ารบดมี หาวิทยาลยั การกีฬาแหงชาติ วทิ ยาเขตกระบ่ี
2.1.6 ผูอ ํานวยการศนู ยก ารศกึ ษาพิเศษประจาํ จังหวัดกระบ่ี
2.1.7 ผอู ํานวยการศนู ยพฒั นาฝมือแรงงานจังหวดั กระบี่
2.1.8 นายกสภาการศึกษาจังหวัดกระบี่
2.1.9 ประธานสภาอตุ สาหกรรมจังหวดั กระบี่
2.1.10 นายกสมาคมธรุ กจิ ทองเทยี่ วจังหวัดกระบ่ี
2.1.11 นายกสมาคมกาํ นนั ผูใหญบ านจังหวดั กระบี่
2.1.12 นายกสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดกระบ่ี
2.1.13 นายอําเภอลําทับ
2.1.14 ปลัดอําเภอ
2.1.15 ผอู าํ นวยการ กศน.อาํ เภอทุกอําเภอ ( 8 อําเภอ)
2.1.16 พฒั นาการอาํ เภอ
2.1.17 สาธารณสุขอาํ เภอ
2.1.18 เกษตรอาํ เภอ
2.1.19 นายกเทศมนตรีตําบลปลายพระยา
2.1.20 นายกองคก ารบริหารสว นตําบลอาวนาง
2.1.21 ผูอํานวยการวิทยาลยั การอาชีพอา วลกึ
2.1.22 ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานโรงเรียนอนบุ าลกระบี่
2.1.23 ผอู าํ นวยการโรงเรียนบานบางเหียน
2.1.24 ผูอํานวยการโรงเรียนเมืองกระบ่ี
2.1.25 ผูอํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 37 จังหวดั กระบ่ี
2.1.26 ผอู ํานวยการโรงเรยี นพระปริยตั ธิ รรมวัดแกวโกรวาราม
2.1.27 ผอู ํานวยการโรงเรียนเทศบาลอา วลกึ ใต
2.1.28 ครูใหญศ นู ยการเรยี นตํารวจตระเวนชายแดนบานแผน ดินเสมอ
2.2 เคร่อื งมือที่ใชในการวจิ ยั
2.2.1 ลักษณะของเครอื่ งมือ
เคร่ืองมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูลในข้ันตอนน้ี ไดแก ประเด็นคําถาม
เกี่ยวกับการดําเนินงานโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม เพื่อใชในการสนทนากลุม (Focus Group) ผูมีสวนเกี่ยวของ

47

กับการดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในจังหวดั กระบี่

2.2.2 วธิ กี ารสรางเคร่ืองมือ
2.2.2.1 นําขอมูลผลการดําเนินงานโครงการมากําหนดเปนประเด็นในการ

สนทนากลมุ (Focus Group)
2.2.2.2 เสนอประเด็นการสนทนากลุม (Focus Group) ใหผูเช่ียวชาญ

ตรวจ แกไข เกย่ี วกับเนอื้ หาและภาษาที่ใช
2.2.2.3 ปรับปรุง แกไข ประเด็นการสนทนากลุม (Focus Group)

ตามขอ เสนอแนะของผเู ช่ยี วชาญ
2.3 การเกบ็ รวบรวมขอ มูล
2.3.1 จัดทําหนังสือสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี เชิญผูมีสวนเก่ียวของกับ

การดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในจังหวัดกระบ่ี สนทนากลุม (Focus Group) โดยกําหนดวัน เวลา สถานที่ในการสนทนาท่ีชัดเจน
พรอมจัดสงประเด็นการสนทนาเพื่อไดศึกษารายละเอียดลวงหนา และรายช่อื กลมุ เปาหมายท่ีเขารวม
สนทนากลุม (Focus Group)

2.3.2 ดําเนินการสนทนากลุม (Focus Group)
2.3.3 ประมวลความคิดเห็นและขอเสนอแนะที่ไดจากการสนทนากลุม (Focus
Group)
2.4 การวเิ คราะหข อ มูล
ผูวิจัยจะนําความคิดเห็นและขอเสนอแนะท่ีไดรับจากการสนทนากลุม (Focus
Group) มาวิเคราะหขอมูลดวยวิธีการวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) แลวนําขอมูลที่ผาน
การวิเคราะห มาเปนสวนหน่ึงในการจัดทําแนวทางการปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบทเี่ หมาะสม

บทท่ี 4
ผลการวิเคราะหขอมูล

การวิจัยในคร้ังนี้ มีจุดมุงหมายเพื่อประเมินโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบทเ่ี หมาะสม และศกึ ษาแนวทางการปฏิบัติ
ท่ีดหี รือเปน เลศิ (Best Practice) ของโครงการเพม่ิ โอกาสการเขา ถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็
ออกกลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบที่เหมาะสม

การนาํ เสนอผลการวเิ คราะหขอ มูล

ผูวิจัยนาํ เสนอขอ มลู ตามลาํ ดับดังนี้
ขน้ั ตอนท่ี 1 ประเมินโครงการเพมิ่ โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออก
กลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบทเี่ หมาะสม
ข้ันตอนท่ี 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีหรอื เปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพิ่ม
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสม

ผลการวเิ คราะหขอ มลู

ขนั้ ตอนที่ 1 ประเมนิ โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเด็กตกหลน ในรปู แบบท่เี หมาะสม

ในข้ันตอนน้ี เปนการประเมินโครงการโดยประยุกตใชแนวทางการประเมิน
โครงการตามรูปแบบประเมินซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
ประกอบดวยการประเมินดานบริบท (Context Evaluation) การประเมินดานปจจัยนําเขา (Input
Evaluation) การประเมินดานกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมินดานผลผลิต
(Product Evaluation) โดยศกึ ษาความคิดเหน็ ของผูม ีสวนเก่ียวของกบั การดาํ เนินงานโครงการท่ีมีตอ
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบท่ีเหมาะสม เร่ิมจากการศึกษาขอมูลท่ีเก่ียวของกับการประเมินโครงการ แลวเลือกใชรูป
แบบจําลองซิป (CIPP Model) ในการประเมินโครงการ นําผลการศึกษาขอมูลรูปแบบจําลองซิป
(CIPP Model) และผลการดําเนินงานโครงการมากําหนดกรอบแนวคิดการวิจัยเพ่ือประเมินโครงการ
และตัวบงช้ีที่ตองการทราบ สรางแบบสอบถามความคิดเห็นเสนอท่ีปรึกษางานวิจัย เพ่ือตรวจสอบ
ความครอบคลมุ ของเนื้อหาและภาษาท่ีใช กอนเสนอผเู ชี่ยวชาญ จาํ นวน 3 คน ประกอบดว ย นางคนงึ นิจ
เกตุแกว ผูอํานวยการสาํ นกั งาน กศน.จังหวัดระนอง นางแกวตา ประภาส ครู วิทยฐานะครูเชย่ี วชาญ
โรงเรยี นอนุบาลกระบ่ี และ ดร.ภานุ ศรีวิสุทธิ์ อาจารยม หาวทิ ยาลยั การกีฬาแหงชาติ วทิ ยาเขตกระบ่ี

49

ตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ ผลการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือ โดยวิเคราะหคา IOC (Item
Objective Congruence Index) มีคาระหวาง 0.6 - 1 แลวจัดทําแบบสอบถามความคิดเห็น
ฉบับสมบูรณ นําไปสอบถามผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการท่ีมีตอโครงการเพิ่มโอกาส
การเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม
ประกอบดวย เจาหนาที่กลุมสงเสริมการศึกษานอกระบบ ผูอํานวยการ กศน.อําเภอ และครู กศน.
ตําบล สังกัดสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดกระบี่ จํานวน
69 คน สําหรับแบบสอบถามท่ีจัดสงไป 69 ฉบับ ไดรับกลับคืนและมีความสมบูรณ จํานวน 69 ฉบับ
คิดเปนรอยละ 100

ผลการวิเคราะหความคิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการท่ีมีตอ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบท่ีเหมาะสม โดยการหาสถิติรอยละ (Percentage) คาเฉลี่ยเลขคณิต (Mean : µ) คาเบี่ยงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation : σ) ใชสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) แบบแจกแจง
ความถ่ี (Frequency) ประกอบการวิเคราะหขอมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) รายละเอียด
ดงั นี้

ตอนที่ 1 การวิเคราะหขอ มลู เก่ียวกับสถานภาพของผูต อบแบบสอบถาม

ตารางท่ี 1 จาํ นวนและรอยละขอมูลเกยี่ วกบั สถานภาพของผตู อบแบบสอบถาม จาํ แนกตามตวั แปรเพศ

เพศ N = 69 รอยละ
จํานวน 47.83
ชาย 52.17
หญิง 33
36 100.00
รวม
69

จากตารางที่ 1 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ สวนใหญเปนเพศ
หญิง คิดเปน รอยละ 52.17 และเพศชาย คิดเปน รอยละ 47.83 ตามลําดบั

50

ตารางที่ 2 จํานวนและรอยละขอมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จาํ แนกตามตวั แปรอายุ

ตง้ั แต 30 ป ลงมา อายุ N = 69 รอ ยละ
ตัง้ แต 31-40 ป รวม จํานวน
ตัง้ แต 41-50 ป 7.24
ต้ังแต 51-60 ป 5 24.64
17 40.58
28 27.54
19 100.00

69

จากตารางที่ 2 แสดงวา ผูม ีสวนเก่ียวของกบั การดําเนินงานโครงการสว นใหญ มีอายุต้ังแต
41-50 ป คิดเปนรอยละ 40.58 รองลงมาคือ อายุตั้งแต 51-60 ป คิดเปนรอยละ 27.54 อายุต้ังแต
31-40 ป คิดเปน รอ ยละ 24.64 และอายตุ งั้ แต 30 ปล งมา คิดเปนรอยละ 7.24 ตามลาํ ดับ

ตารางท่ี 3 จาํ นวนและรอ ยละขอมลู เกี่ยวกบั สถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามตวั แปร
ตาํ แหนงหนา ทีข่ ณะตอบแบบสอบถาม

ตาํ แหนง หนาท่ขี ณะตอบแบบสอบถาม N = 69 รอ ยละ
จํานวน 4.35
เจา หนาทก่ี ลมุ สงเสริมการศึกษานอกระบบ 11.59
ผอู ํานวยการ กศน.อําเภอ 3 84.06
ครู กศน.ตาํ บล 8
58 100.00
รวม
69

จากตารางท่ี 3 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ สวนใหญตําแหนง
หนาที่ครู กศน.ตําบล คิดเปนรอยละ 84.06 รองลงมาคือ ผูอํานวยการ กศน.อําเภอ คิดเปนรอยละ
11.59 และเจาหนาท่ีกลุมสงเสริมการศึกษานอกระบบ คดิ เปนรอ ยละ 4.35 ตามลําดับ

51

ตอนที่ 2 การวิเคราะหความคิดเหน็ ของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ ที่มีตอโครงการ
เพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน

รูปแบบที่เหมาะสม

ตารางที่ 4 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงาน
โครงการ ท่ีมีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก

กลางคนั และเด็กตกหลน ในรูปแบบท่เี หมาะสมโดยรวมและรายดา น

รายการประเมิน N = 69 ระดับความคิดเหน็
µσ
ดา นบรบิ ท มาก
4.22 0.30 มาก
ดานปจจยั นําเขา มาก
ดานกระบวนการ 3.99 0.29 มาก
ดานผลผลิต 4.04 0.33 มาก
4.11 0.32
รวม 4.09 0.20

จากตารางท่ี 4 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ มีความคิดเห็นตอ
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบท่ีเหมาะสมโดยรวมอยูในระดับมาก (µ = 4.09) เมื่อพิจารณาเปนรายดาน ทุกดานอยูใน
ระดับมาก เรียงลําดับจากมากไปนอย ไดแก ดานบริบท (µ = 4.22) ดานผลผลิต (µ = 4.11)
ดา นกระบวนการ (µ = 4.04) และดา นปจจัยนาํ เขา (µ = 3.99) ตามลําดบั

52

ตารางที่ 5 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงาน
โครงการ ที่มีตอโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก

กลางคนั และเดก็ ตกหลนในรปู แบบท่เี หมาะสม ดา นบรบิ ท

รายการประเมิน N = 69 ระดบั ความคดิ เหน็
µσ
มาก
1. ดานบริบท มาก
มาก
1.1 โครงการสอดคลองกบั นโยบายขององคกรหรอื
มาก
หนวยงานตนสังกดั 4.48 0.55 มาก
มาก
1.2 โครงการสอดคลองกับความตองการของพ้ืนท่ี

จังหวดั ในการแกปญหาเดก็ ดอยโอกาส

เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน 4.06 0.70

1.3 โครงการมเี ปา หมายและวตั ถปุ ระสงคชัดเจน

เหมาะสม สอดคลองกับการเพิ่มโอกาสการเขาถงึ 4.16 0.65

การศกึ ษาของเดก็ ดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั

และเด็กตกหลนในพนื้ ทจ่ี งั หวดั

1.4 โครงการจดั กจิ กรรมสอดคลองกบั วตั ถุประสงค

สามารถนําสกู ารปฏบิ ตั จิ รงิ 3.94 0.63

1.5 โครงการจัดกิจกรรมสอดคลองกบั ภารกิจของ

สํานกั งานสง เสริมการศึกษานอกระบบและ

การศกึ ษาตามอัธยาศยั จังหวัด 4.45 0.58

รวม 4.22 0.30

จากตารางท่ี 5 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ มีความคิดเห็นตอ
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รปู แบบท่ีเหมาะสม ดา นบริบท อยูในระดับมาก (µ = 4.22) เมือ่ พิจารณาเปนรายขอ พบวา ความคดิ เห็น
ท่ีมีตอโครงการสอดคลอ งกบั นโยบายขององคก รหรือหนว ยงานตน สังกดั อยูในระดับมาก (µ = 4.48)
รองลงมาคือ โครงการจัดกิจกรรมสอดคลองกับภารกิจของสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด (µ = 4.45) โครงการมีเปาหมายและวัตถุประสงคชัดเจน

เหมาะสม สอดคลอ งกับการเพ่ิมโอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนในพื้นที่จังหวัด (µ = 4.16) โครงการสอดคลองกับความตองการของพื้นท่ีจังหวัดในการ

53

แกปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน (µ = 4.06) และโครงการจัดกิจกรรม
สอดคลองกับวตั ถปุ ระสงคส ามารถนําสกู ารปฏิบตั จิ รงิ (µ = 3.94) ตามลําดับ

ตารางท่ี 6 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงาน
โครงการ ท่ีมีตอโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก

กลางคัน และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบทีเ่ หมาะสม ดานปจจัยนาํ เขา

รายการประเมิน N = 69 ระดับความคิดเหน็
µσ

2. ดานปจ จัยนาํ เขา 4.09 0.74 มาก
2.1 ผบู ริหารหนวยงานทุกระดับใหค วามสาํ คญั
กบั การดําเนินงานโครงการ 4.23 0.66 มาก
2.2 บคุ ลากรผูรับผดิ ชอบโครงการ มีความรู
ความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ 3.99 0.67 มาก
2.3 บคุ ลากรท่ีรว มดําเนนิ การมคี วามเหมาะสม 3.88 0.67 มาก
เพยี งพอกับกจิ กรรมโครงการ
2.4 ขอมลู สารสนเทศเพียงพอตอการปฏิบัติงาน 3.83 0.64 มาก
2.5 วสั ดุ อปุ กรณ ทีใ่ ชใ นการปฏิบตั งิ านเหมาะสม 3.94 0.72 มาก
เพยี งพอ 3.99 0.29 มาก
2.6 งบประมาณเหมาะสมกบั การดาํ เนินงาน

รวม

จากตารางที่ 6 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ มีความคิดเห็นตอ
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบที่เหมาะสม ดานปจจัยนําเขา อยูในระดับมาก (µ = 3.99) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา
ความคิดเห็นที่มีตอบุคลากรผูรับผิดชอบโครงการมีความรูความสามารถในการบริหารจัดการ
โครงการ อยูในระดับมาก (µ = 4.23) รองลงมาคือ ผูบริหารหนวยงานทุกระดับใหความสําคัญกับ
การดําเนินงานโครงการ (µ = 4.09) บุคลากรที่รวมดําเนินการมีความเหมาะสมเพียงพอกับกิจกรรม
โครงการ (µ = 3.99) งบประมาณเหมาะสมกับการดําเนนิ งาน (µ = 3.94) ขอ มลู สารสนเทศเพียงพอ
ตอการปฏิบตั งิ าน (µ = 3.88) และวัสดุ อุปกรณ ท่ีใชใ นการปฏิบัติงานเหมาะสมเพยี งพอ (µ = 3.83)
ตามลําดับ

54

ตารางที่ 7 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงาน
โครงการ ที่มีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก

กลางคัน และเดก็ ตกหลนในรปู แบบท่ีเหมาะสม ดา นกระบวนการ

รายการประเมนิ N = 69 ระดบั ความคิดเหน็
µσ
3. ดา นกระบวนการ มาก
3.1 กระบวนการมีสว นรวมในกจิ กรรม 4.12 0.67 มาก
ของโครงการมีความเหมาะสม มาก
3.2 การประชมุ ชแี้ จงรายละเอยี ดการดาํ เนนิ งาน 4.07 0.77 มาก
แกผ ทู ีม่ สี วนเกีย่ วขอ งในทกุ กิจกรรมของ 4.06 0.68
โครงการมีความชดั เจน นาํ ไปปฏิบัตไิ ด มาก
3.3 การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือ 4.01 0.71 มาก
สกู ารปฏิบตั ิชดั เจน มาก
3.4 การสงเสริมสนับสนุนใหเ ด็กดอ ยโอกาส 3.99 0.71
เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน เขาสู 4.00 0.70
ระบบการศกึ ษามรี ูปแบบทเี่ หมาะสม 4.04 0.33
3.5 การรายงานผลการนาํ เดก็ ดอ ยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน เขาสรู ะบบ
การศกึ ษาทางระบบกํากบั และติดตามประชากร
วยั เรยี นนอกระบบการศึกษามีความสะดวก
งายตอ การดาํ เนินงาน
3.6 การตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลโครงการ
มีความเหมาะสม
รวม

จากตารางที่ 7 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ มีความคิดเห็นตอ
โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รปู แบบท่เี หมาะสม ดานกระบวนการ อยใู นระดับมาก (µ = 4.04) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา
ความคิดเห็นที่มีตอกระบวนการมสี ว นรว มในกจิ กรรมของโครงการมีความเหมาะสม อยูในระดับมาก
(µ = 4.12) รองลงมาคือ การประชุมชี้แจงรายละเอียดการดําเนินงานแกผูที่มีสวนเก่ียวของในทุก
กจิ กรรมของโครงการมีความชดั เจน นาํ ไปปฏบิ ตั ิได (µ = 4.07) การขบั เคล่ือนเครือขายความรวมมือ

55

สกู ารปฏิบตั ชิ ดั เจน (µ = 4.06) การสงเสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน
เขาสูระบบการศึกษามีรูปแบบที่เหมาะสม (µ = 4.01) การติดตาม ประเมินผล และรายงานผล
โครงการมีความเหมาะสม (µ = 4.00) และการรายงานผลการนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาทางระบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศกึ ษามคี วามสะดวกงายตอ การดาํ เนนิ งาน (µ = 3.99) ตามลําดับ

ตารางที่ 8 คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงาน
โครงการ ท่ีมีตอโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก

กลางคัน และเด็กตกหลนในรปู แบบทเี่ หมาะสม ดา นผลผลติ

รายการประเมนิ N = 69 ระดับความคิดเห็น
µσ
4. ดานผลผลติ มาก
4.1 เดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และ 4.13 0.74 มาก
เด็กตกหลน เขา สรู ะบบการศึกษาไดต าม 4.09 0.74
เปาหมายที่วางไว มาก
4.2 การขบั เคลื่อนเครอื ขายความรวมมือระดบั 4.23 0.66 มาก
จังหวัด อาํ เภอ ตําบล เปน ไปอยา งมีประสทิ ธภิ าพ 4.06 0.63 มาก
4.3 โครงการนี้เปนแนวทางหนง่ึ ที่ไดผ ลในการเพิ่ม 4.03 0.70 มาก
โอกาสการเขา ถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส 4.10 0.73 มาก
เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน 4.11 0.32
4.4 ความรูท ีไ่ ดร บั จากการดําเนินงานสามารถ
ประยุกตใ ชกบั งานดา นโอกาสทางการศึกษาอื่น ๆ
4.5 ความพงึ พอใจในการทํางานเปนทมี ของเครือขาย
ความรว มมือ
4.6 ความพึงพอใจในภาพรวมของผูรว มดําเนินงาน
โครงการ
รวม

จากตารางที่ 8 แสดงวา ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานโครงการ มีความคิดเห็นตอ
โครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน
รูปแบบท่ีเหมาะสม ดานผลผลิต อยูในระดับมาก (µ = 4.11) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา

56

ความคิดเห็นที่มีตอโครงการนี้ เปนแนวทางหนึ่งที่ไดผลในการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน อยูในระดับมาก (µ = 4.23) รองลงมาคือ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาไดตามเปาหมายที่วางไว
(µ = 4.13) ความพึงพอใจในภาพรวมของผูรวมดําเนินงานโครงการ (µ = 4.10) การขับเคลื่อน
เครือขายความรวมมือระดับจังหวัด อําเภอ ตําบล เปนไปอยางมีประสิทธิภาพ (µ =4.09) ความรู
ที่ไดรับจากการดําเนินงานสามารถประยุกตใชกับงานดานโอกาสทางการศึกษาอ่ืน ๆ (µ = 4.06)
และความพงึ พอใจในการทํางานเปน ทมี ของเครือขายความรว มมือ (µ = 4.03) ตามลําดับ

ข้ันตอนท่ี 2 ศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีหรอื เปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิม
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ี
เหมาะสม

ในข้ันตอนน้ี จัดประชุมสนทนากลุม (Focus Group) ผูมีสวนเก่ียวของกับ
การดําเนินงานเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ในจังหวัดกระบ่ี เรื่อง การพัฒนาแนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่ เพ่ือรับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะในการเพ่ิม
ประสิทธิภาพการดําเนินงานโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม ประเด็นที่ใชในการสนทนากลุม (Focus Group)
ไดรับขอเสนอแนะจากผูเช่ียวชาญ จํานวน 3 คน ประกอบดวย นายประมวล เบ็ดเสร็จ อดีต
ผอู ํานวยการโรงเรยี นอนุบาลกระบี่ นายเฉลมิ เรอื งทองเมือง อดีตผูอ ํานวยการโรงเรียนบานคลองยาง
และนายสังวร คงภักดี ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลคลองทอม จัดประชุมสนทนากลุม (Focus
Group) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ณ หองประชุมช้ัน 2 สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ มีนายวิพล
นาคพันธ ผูชํานาญการการบริหารการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ประจําเขตตรวจราชการท่ี 6 สํานักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน อดตี ผูอํานวยการสํานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษากระบี่
เปนผูดําเนินการสนทนา (Moderator) นําเสนอขอมูลผลการดําเนินงานโครงการตอท่ีประชุมโดย
นางสาวธนารัตน พรหมสวุ รรณ ผอู ํานวยการกลุมพัฒนาการศึกษา สาํ นักงานศกึ ษาธิการจังหวัดกระบ่ี
และนายวรเชษ บุญประกอบ นักวิชาการศึกษา สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี มีการสนทนากลุมยอย
และกลุมใหญ ผูเขารวมประชุมจํานวน 30 คน ความคิดเห็นและขอเสนอแนะที่ไดรับจากการสนทนา
กลุม (Focus Group) นาํ มาวิเคราะหขอมูลดวยวิธีการวเิ คราะหเนื้อหา (Content Analysis) ความคิดเห็น
และขอเสนอแนะการพัฒนาแนวทางการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบ่ี ประกอบดวย 1) แนวทางสงเสริมสนับสนุนใหเด็กไดรับ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ดังน้ี หนวยงานทางการศึกษาสรางเครือขายความรวมมือระดับพ้ืนท่ีในการ
เกณฑเด็กเขาเรียน มีระบบการสงตอผูเรียนเช่ือมโยงสูระดับการศึกษาตาง ๆ สถานศึกษาจัดการ

57

ศึกษาท่ีมีคุณภาพไดมาตรฐานการศึกษา เปนท่ียอมรับของผูปกครอง มีระบบการดูแลชวยเหลือ
นักเรยี นทเ่ี ขม แขง็ ครจู ดั การเรียนการสอนในรปู แบบท่ีหลากหลายตอบสนองความตองการของผูเรียน
เด็กไดรับการพัฒนาศักยภาพตามชวงวัย เปดโอกาสใหหนวยงาน องคกร บุคคล สรางเครือขาย
ผูปกครอง มีสวนรวมในการสงเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 2) แนวทางในการลด
จํานวนเด็กออกกลางคัน ดังน้ี สถานศึกษามีขอมลู นักเรียนรายบุคคล จดั ทาํ เปน ขอ มลู สารสนเทศแยก
ประเภทนกั เรียนเพ่ือดูแล สงเสรมิ สนบั สนุน จดั กิจกรรมไดอยางถูกตอง เหมาะสม จัดภมู ิทศั น แหลงเรียนรู
สรางบรรยากาศ และสิ่งแวดลอมใหเอ้ือตอการเรียนรู จัดกิจกรรมการเรียนรูเพ่ือพัฒนาทักษะชีวิต
ทักษะวิชาการ และทักษะวิชาชีพ สรางความเขมแข็งใหกับระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียน สราง
ความตระหนัก ความเขาใจ และความรวมมือในการรวมกันดูแลนักเรียนระหวางสถานศึกษา
ครอบครัว และผมู ีสว นเกี่ยวของ สรางและพัฒนาเครือขายความรว มมือในการตดิ ตาม ดูแล ชวยเหลือ
และแกไขปญหานักเรียนที่มีแนวโนมออกกลางคันอยางเปนระบบและตอเนื่อง 3) แนวทางในการเพิ่ม
โอกาสทางการศึกษาใหแกเด็กดอยโอกาสและเด็กตกหลน ดังนี้ หนวยงานทางการศึกษาทุกระดับให
ความสําคัญและสรางเครือขายความรวมมือเพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาอยางจริงจังและตอเนื่อง
สถานศกึ ษามรี ูปแบบการจัดการเรียนการสอนท่สี อดคลอ งกับความตองการของผูเรยี น สงเสริมการจัด
การศึกษาในรูปแบบตาง ๆ เชน การจดั การศึกษาขัน้ พื้นฐานโดยครอบครัว องคก ร ชุมชน ศนู ยการเรียน
สงเสริมการใชนวัตกรรม ส่ือ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาสําหรับเด็กดอยโอกาสทางการศึกษา เนนการ
จัดการศึกษาเพอ่ื การมงี านทําและการศึกษาตลอดชวี ิต การจดั ทําขอ มูลสารสนเทศเด็กดอยโอกาสทาง
การศึกษาเปน ปจ จุบัน ทันสมยั สาํ หรับใชใ นการสงเสริม สนบั สนุนใหเ ดก็ ดอยโอกาสทางการศกึ ษาเขา
สูระบบการศึกษา ปรับแนวคิดองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหเ นนการพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนา
คน 4) แนวทางสงเสริมและพัฒนารูปแบบความรวมมือใหสถานศึกษาในระดับตาง ๆ สามารถสงตอ
ผูเรียนใหอยูในระบบการศึกษาและไดรับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ดังน้ี สรางเครือขายความ
รวมมือดานการศึกษาในระดับพื้นท่ีเชื่อมโยงสูระดับอําเภอ ระดับจังหวัด และประเทศ มีระบบ
เครือขายการสงตอผูเรียนสูระดับการศึกษาท่ีสูงขึ้น สงเสริมใหหนวยงานทางการศึกษาจัดการศึกษา
ทง้ั 3 รูปแบบ (การศกึ ษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศัย) ไวร องรับผูเรียน
อยางท่ัวถึงและเชื่อมโยง มีเครือขายเฝาระวังและติดตามเด็กออกกลางคันในพื้นที่ 5) หนวยงานใน
พื้นที่ (ภาครัฐ เอกชน ชุมชน ฯลฯ) มีสวนรวมในการสรางโอกาสทางการศึกษาใหแกเด็กดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน ดงั นี้ การสง เสริม สนบั สนุน สงเคราะห ใหเ ดก็ เขาสูระบบการศึกษา
การพฒั นาคุณภาพชีวติ การศึกษาเพ่ือการมีงานทํา การสงเสริมการเรยี นรตู ลอดชีวติ 6) กลยทุ ธใ นการ
สงเสริมใหผูเรียนไดเรียนอยางทั่วถึงจนจบการศึกษาสูงสุด ดังนี้ การเกณฑเด็กเขาเรียน 100
เปอรเซ็นต การพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหไดมาตรฐานการศึกษา การจัดการการเรียนการสอนที่
ตอบสนองความตองการของผูเรียน การพัฒนาส่ือ นวัตกรรม เทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา การพัฒนา

58

ระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียนใหเขมแข็ง และการสรางเครือขายการศึกษาที่เช่ือมโยงตอเน่ืองทุก
ระดับ

หลังจากน้ันนําสรุปความคิดเห็นและขอเสนอแนะจากที่ประชุมสนทนากลุม
(Focus Group) ผลการดําเนินงานโครงการ และผลการประเมินโครงการ มาจัดทําเปนแนวทางการ
ปฏิบัติท่ีดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอย
โอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบท่เี หมาะสม ดังน้ี

1. ดานบริบท ประกอบดวย โครงการตองสอดคลองกับนโยบายของหนวยงาน
หรือหนวยงานตนสังกัด และความตองการของพ้ืนท่ีจังหวัดในการแกปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลน มเี ปา หมายและวัตถุประสงคช ดั เจน กจิ กรรมสอดคลองกับวตั ถปุ ระสงคและ
สามารถนําสูก ารปฏิบัตจิ รงิ ได

2. ดานปจจัยนําเขา ประกอบดวย ผูบริหารหนวยงานเครือขายความรวมมือ
ใหความสําคัญกับการดําเนินงานโครงการและติดตามผลการดําเนินงานความรวมมืออยางตอเน่ือง
บุคลากรผูรับผิดชอบโครงการมีความรูความเขาใจในปญหาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
เด็กตกหลน และสามารถบริหารโครงการใหบรรลุตามวัตถุประสงคได บุคลากรผูขับเคล่ือนงาน
โครงการในระดับตาง ๆ มีศักยภาพในการขับเคล่ือนเครือขายความรวมมือเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงค
ของโครงการ บุคลากรผูเปนเครือขายความรวมมือเห็นถึงความสําคัญของโครงการ/กิจกรรม มีความ
มุงมั่น ต้ังใจท่ีจะเขารวมในกิจกรรมของโครงการ แตงต้ังคณะกรรมการในระดับตาง ๆ สอดคลองกับ
กิจกรรมของโครงการ ขอมูลสารสนเทศที่เก่ียวของกับเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
เปนปจจุบัน ครบถวน ทันสมัย ใชประกอบการบริหารจัดการโครงการ วัสดุ อุปกรณ และงบประมาณ
เพียงพอตอการปฏิบัติงาน มีคูมือการดําเนินงานโครงการเพ่ือชวยใหผูมีสวนเก่ียวของเห็นภาพ
กิจกรรมในโครงการชัดเจนและขับเคล่ือนงานเปนไปในแนวทางเดียวกนั สถานศึกษาจะตองมรี ูปแบบ
การจัดการศึกษาที่สอดคลองกับความตองการของผูเรียนรายบุคคลไวรองรับกรณีเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษา ผูบริหารและครูผูสอนจะตองมีความรูความเขาใจ
ในเร่ืองจิตวิทยาเด็กและวัยรุน เพ่ือเขาใจเด็กและดูแลใหเด็กอยูในระบบการศึกษาจนจบการศึกษา
จัดการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบที่เอ้ือตอการเรียนรูของผูเรียน พัฒนาระบบการดูแล
ชวยเหลือนักเรียนใหมีความเขมแข็ง เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการดูแลนักเรียนและลดอัตรานักเรียน
ออกกลางคัน ผูปกครองเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ไดรับการแนะนําสงเสริม
ในการมีสวนรวมชวยเหลือสถานศึกษาดูแลเด็กในดานตาง ๆ เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลน ไดร ับการเตรียมความพรอมกอนเขา สรู ะบบการศึกษา

3. ดานกระบวนการ ประกอบดวย กระบวนการมีสว นรวมจากผทู มี่ สี วนเกยี่ วของ
และเครือขายความรวมมือในการจัดทํากรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการ การประชุมชี้แจง

59

รายละเอียดการดําเนินงานแกคณะกรรมการ คณะทํางาน และผูมีสวนเก่ียวของ การรับฟง
ขอเสนอแนะ การประเมินความเสี่ยงและการบริหารปจจยั เสี่ยงของโครงการ การขับเคลื่อนเครอื ขา ย
ความรวมมือในระดับจังหวัด อําเภอ และตําบล ใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน การสํารวจขอมูล แกไข
ปญหา และนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบที่
เหมาะสม การติดตาม ประเมินผล และรายงานผลโครงการทางระบบการศึกษาทางระบบกํากับและ
ติดตามประชากรวัยเรยี นนอกระบบการศกึ ษา และผทู ีเ่ กีย่ วขอ ง

4. ดานผลผลิต ประกอบดวย จํานวนเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนท่ีเขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม ประสิทธิภาพของการขับเคล่ือนเครือขาย
ความรวมมือ ระดับการมีสว นรวมของเครือขายความรวมมอื ความคุมคาของโครงการ ระดับความพึงพอใจ
ของผูรวมดําเนินงานโครงการ/ผมู ีสวนเกี่ยวของกับการดาํ เนนิ งานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่/ผูปกครอง/เด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ผลขางเคียงหรือผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานโครงการ
รวมถึงปญหา อปุ สรรค ของการดาํ เนินงานโครงการ

บทท่ี 5
สรปุ อภปิ รายผล และขอ เสนอแนะ

การวิจัยเรื่อง ประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบที่เหมาะสม สรุปสาระสาํ คัญของการวิจยั ไดดงั ตอไปน้ี

วัตถุประสงคก ารวจิ ยั

1. เพ่ือประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลนในรปู แบบทีเ่ หมาะสม

2. เพ่ือศึกษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพิ่มโอกาส
การเขาถงึ การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน ในรูปแบบท่เี หมาะสม

วิธดี าํ เนินการวิจยั

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเดก็ ตกหลนในรปู แบบทีเ่ หมาะสม

ในข้ันตอนน้ี เปนการประเมินโครงการโดยประยุกตใชแนวทางการประเมิน
โครงการตามรูปแบบประเมินซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam) เริ่มจาก
การศึกษาขอมูลที่เกี่ยวของกับการประเมินโครงการ แลวเลือกรูปแบบจําลองซิป (CIPP Model)
ในการประเมินโครงการ นําผลการศึกษาขอมูลรูปแบบจําลองซิป(CIPP Model) และผลการ
ดําเนนิ งานโครงการมากําหนดกรอบแนวคิดการวิจัย เพอ่ื ประเมินโครงการและตัวบงช้ที ่ีตองการทราบ
สรางแบบสอบถามความคิดเห็นเสนอท่ีปรึกษางานวิจัย กอนเสนอผูเช่ียวชาญ จํานวน 3 คน
ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ แลวนําแบบสอบถามความคิดเห็นไปสอบถามผูเกี่ยวของกับ
การดําเนินงานโครงการ จํานวน 69 คน วิเคราะหความคิดเห็นที่มีตอโครงการโดยการหาสถิติรอยละ
(Percentage) คาเฉลี่ยเลขคณิต (Mean : µ) คาเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : σ) ใชสถิติ
เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) แบบแจกแจงความถ่ี (Frequency) ประกอบการวิเคราะห
ขอมลู เชิงปริมาณ (Quantitative Data)

ขั้นตอนที่ 2 ศึกษาแนวทางการปฏบิ ตั ิท่ีดีหรือเปนเลศิ (Best Practice) ของโครงการเพมิ่
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสม

ในขั้นตอนน้ี จัดประชุมสนทนากลุม (Focus Group) ผูมีสวนเก่ียวของกับ
การดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน

61

ในจังหวัดกระบี่ จํานวน 30 คน เร่ือง การพัฒนาแนวทางการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็ก
ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่ เพื่อรับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะ
ในการเพ่ิมประสิทธิภาพการดําเนินงานโครงการ ความคิดเห็นและขอเสนอแนะที่ไดร ับจากการสนทนากลุม
(Focus Group) นํามาวิเคราะหขอมูลดวยวิธีการวิเคราะหเนื้อหา (Content Analysis) หลังจากน้ัน
นําขอมูลที่ผานการวิเคราะห ผลการดําเนินงานโครงการ และผลการประเมินโครงการ มาจัดทําเปน
แนวทางการปฏบิ ตั ิทีด่ ีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ในรปู แบบที่เหมาะสม

สรปุ ผลการวจิ ยั

1. ผลการประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเด็กตกหลนในรปู แบบทเี่ หมาะสม ดังน้ี

1.1 ผลการวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผูตอบแบบสอบถาม จํานวน 69 คน
สวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 52.17 และเพศชาย คิดเปนรอยละ 47.83 มีอายุต้ังแต 41-50 ป
คิดเปนรอยละ 40.58 รองลงมาคือ อายุตั้งแต 51-60 ป คิดเปนรอยละ 27.54 อายุตั้งแต 31-40 ป
คิดเปนรอยละ 24.64 และอายุตั้งแต 30 ปลงมา คิดเปนรอยละ 7.24 ตามลําดับ สวนใหญตําแหนง
หนาท่ีครู กศน.ตําบล คิดเปนรอยละ 84.06 รองลงมาคือ ผูอํานวยการ กศน.อําเภอ คิดเปนรอยละ
11.59 และเจา หนา ท่กี ลุมสงเสริมการศกึ ษานอกระบบ คดิ เปนรอ ยละ 4.35 ตามลาํ ดบั

1.2 ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ ท่ีมีตอโครงการ
เพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนใน รูปแบบท่ี
เหมาะสม พบวา โดยรวมอยูในระดับมาก (µ = 4.09) เมอ่ื พิจารณาเปน รายดาน ทกุ ดา นอยใู นระดับมาก
เรียงลําดับจากมากไปนอย ไดแก ดานบริบท (µ = 4.22) ดานผลผลิต (µ = 4.11) ดานกระบวนการ
(µ = 4.04) และดา นปจ จัยนาํ เขา (µ = 3.99) ตามลาํ ดับ

เมื่อแยกเปนรายดาน ความคิดเห็นที่มีตอโครงการดานบริบท อยูในระดับมาก
(µ = 4.22) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา โครงการสอดคลองกับนโยบายขององคกรหรือ
หนวยงานตนสังกัดอยูในระดับมาก (µ = 4.48) รองลงมาคือ โครงการจัดกิจกรรมสอดคลองกับ
ภารกิจของสํานักงานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด (µ = 4.45)
โครงการมีเปาหมายและวัตถุประสงคชัดเจน เหมาะสม สอดคลองกับการเพ่ิมโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน ในพน้ื ท่ีจังหวัด (µ = 4.16) โครงการ
สอดคลองกับความตองการของพ้ืนท่ีจังหวัดในการแกปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลน (µ = 4.06) และโครงการจัดกิจกรรมสอดคลองกับวัตถุประสงคสามารถนําสูการปฏิบัติ
จริง (µ = 3.94) ตามลําดับ ความคิดเห็นที่มีตอโครงการดานปจจัยนําเขา อยูในระดับมาก (µ = 3.99)

62

เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา บุคลากรผูรับผิดชอบโครงการมีความรูความสามารถในการบริหาร
จัดการโครงการอยูในระดับมาก (µ = 4.23) รองลงมาคือ ผูบริหารหนวยงานทุกระดับให
ความสําคัญกับการดําเนินงานโครงการ (µ = 4.09) บุคลากรที่รวมดําเนินการมีความเหมาะสม
เพยี งพอกบั กจิ กรรมโครงการ (µ = 3.99) งบประมาณเหมาะสมกบั การดําเนนิ งาน (µ = 3.94) ขอมูล
สารสนเทศเพยี งพอตอการปฏบิ ัติงาน (µ = 3.88) และวสั ดุ อปุ กรณ ท่ีใชในการปฏิบตั ิงานเหมาะสม
เพียงพอ (µ = 3.83) ตามลําดับความคิดเห็นที่มีตอโครงการดานกระบวนการ อยูในระดับมาก (µ = 4.04)
เม่ือพิจารณาเปนรายขอ พบวา กระบวนการมีสวนรวมในกิจกรรมของโครงการมีความเหมาะสม อยูใน
ระดับมาก (µ = 4.12) รองลงมาคือ การประชุมช้ีแจงรายละเอียดการดําเนินงานแกผูที่มีสวน
เก่ียวของในทุกกิจกรรมของโครงการมีความชัดเจน นําไปปฏิบัติได (µ = 4.07) การขับเคลื่อน
เครือขายความรวมมือสูการปฏิบัติชัดเจน (µ = 4.06) การสงเสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน เขาสูระบบการศึกษามรี ูปแบบที่เหมาะสม (µ = 4.01) การตดิ ตาม
ประเมินผล และรายงานผลโครงการมีความเหมาะสม (µ = 4.00) และการรายงานผลการนําเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน เขา สรู ะบบการศึกษาทางระบบกํากับและตดิ ตามประชากรวยั เรียน
นอกระบบการศึกษามีความสะดวกงายตอการดําเนินงาน (µ = 3.99) ตามลําดับ และความคิดเห็น
ท่ีมีตอโครงการดานผลผลิต อยูในระดับมาก (µ = 4.11) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา โครงการนี้
เปนแนวทางหนึ่งท่ีไดผลในการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลน อยูในระดับมาก (µ = 4.23) รองลงมาคือ เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลน เขาสรู ะบบการศกึ ษาไดตามเปา หมายทีว่ างไว (µ = 4.13) ความพึงพอใจในภาพรวมของ
ผูรวมดําเนินงานโครงการ (µ = 4.10) การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือระดับจังหวัด อําเภอ
ตําบล เปนไปอยางมีประสิทธิภาพ (µ =4.09) ความรูที่ไดรับจากการดําเนินงานสามารถประยุกตใช
กับงานดานโอกาสทางการศึกษาอ่ืน ๆ (µ = 4.06) และความพึงพอใจในการทํางานเปนทีมของ
เครอื ขายความรวมมอื (µ = 4.03) ตามลําดับ

2. แนวทางการปฏิบัติทีด่ ีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึง
การศกึ ษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเดก็ ตกหลนในรูปแบบทเี่ หมาะสม มีองคป ระกอบ
4 ดา น ดงั นี้

2.1 ดานบริบท ประกอบดวย โครงการตองสอดคลองกับนโยบายของหนวยงานหรือ
หนวยงานตนสังกัด และความตองการของพื้นที่จังหวัดในการแกปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคนั และเด็กตกหลน มเี ปา หมายและวัตถปุ ระสงคช ดั เจน กิจกรรมสอดคลองกบั วตั ถุประสงคและ
สามารถนําสูการปฏิบัติจริงได

2.2 ดานปจจัยนําเขา ประกอบดวย ผูบริหารหนวยงานเครือขายความรวมมือให
ความสําคัญกับการดําเนินงานโครงการและติดตามผลการดําเนินงานความรวมมืออยางตอเนื่อง

63

บุคลากรผูรับผิดชอบโครงการมีความรูความเขาใจในปญหาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
เด็กตกหลน และสามารถบริหารโครงการใหบรรลุตามวัตถุประสงคได บุคลากรผูขับเคลื่อนงาน
โครงการในระดับตาง ๆ มีศักยภาพในการขับเคล่ือนเครือขายความรวมมือเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงค
ของโครงการ บุคลากรผเู ปนเครือขายความรว มมือเห็นถึงความสําคัญของโครงการ/กิจกรรม มคี วามมุงมั่น
ต้งั ใจทจ่ี ะเขา รวมในกจิ กรรมของโครงการ แตง ตงั้ คณะกรรมการในระดบั ตา ง ๆ สอดคลอ งกับกิจกรรม
ของโครงการ ขอมูลสารสนเทศที่เกี่ยวของกับเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลาง และเด็กตกหลน เปน
ปจจุบัน ครบถวน ทันสมัย ใชประกอบการบริหารจัดการโครงการ วัสดุ อุปกรณ และงบประมาณ
เพียงพอตอการปฏิบัติงาน มีคูมือการดําเนินงานโครงการเพื่อชวยใหผูมีสวนเกี่ยวของเห็นภาพ
กจิ กรรมในโครงการชัดเจนและขับเคล่ือนงานเปนไปในแนวทางเดยี วกนั สถานศึกษาจะตองมรี ูปแบบ
การจัดการศึกษาท่ีสอดคลองกับความตองการของผูเรียนรายบุคคลไวรองรับกรณีเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษา ผูบริหารและครูผูสอนจะตองมีความรูความเขาใจ
ในเรื่องจิตวิทยาเด็กและวัยรุนเพ่ือเขาใจเด็กและดูแลใหเด็กอยูในระบบการศึกษาจนจบการศึกษา
จัดการเรียนการสอนหลากหลายรูปแบบท่ีเอื้อตอการเรียนรูของผูเรยี น พัฒนาระบบการดูแลชวยเหลอื
นักเรียนใหม คี วามเขมแข็ง เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลนักเรยี นและลดอัตรานักเรียนออกกลางคัน
ผปู กครองเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั และเด็กตกหลน ไดร ับการแนะนําสงเสริมในการมีสวนรวม
ชวยเหลือสถานศึกษาดูแลเด็กในดานตา ง ๆ เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ไดรับ
การเตรียมความพรอ มกอ นเขาสูระบบการศกึ ษา

2.3 ดานกระบวนการ ประกอบดวย กระบวนการมีสวนรวมจากผูที่มีสวนเกี่ยวของและ
เครอื ขา ยความรว มมือในการจดั ทํากรอบแนวทางการดาํ เนินงานโครงการ การประชุมช้ีแจงรายละเอียด
การดําเนินงานแกคณะกรรมการ คณะทํางาน และผูมีสวนเกี่ยวของ การรับฟงขอเสนอแนะ การประเมิน
ความเสี่ยงและการบริหารปจจัยเสี่ยงของโครงการ การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือในระดับ
จงั หวดั อําเภอ และตาํ บล ใหเ ปน ไปในทศิ ทางเดยี วกัน การสํารวจขอ มูล แกไขปญ หา และนาํ เด็กดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสม การติดตาม
ประเมินผล และรายงานผลโครงการทางระบบการศึกษา ทางระบบกํากับและติดตามประชากรวัยเรียน
นอกระบบการศกึ ษา และผูท ่เี ก่ียวของ

2.4 ดานผลผลิต ประกอบดวย จํานวนเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ท่ีเขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสม ประสิทธิภาพของการขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือ
ระดับการมีสวนรวมของเครือขายความรวมมือ ความคุมคาของโครงการ ระดับความพึงพอใจของ
ผูรวมดําเนินงานโครงการ/ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่/ผูปกครอง/เด็กดอยโอกาส

64

เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ผลขางเคียงหรือผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานโครงการ
รวมถงึ ปญ หา อปุ สรรคของการดาํ เนนิ งานโครงการ

การอภปิ รายผล

การวิจัยในคร้ังนี้ เปนการประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม โดยประยุกตใชแนวทางการประเมิน
โครงการตามรูปแบบประเมินซิป (CIPP Model) ตามแนวคิดของสตัฟเฟลบีม (Stufflebeam)
ประกอบดวยการประเมินดานบริบท (Context Evaluation) การประเมินดานปจจัยนําเขา (Input
Evaluation) การประเมินดานกระบวนการ (Process Evaluation) และการประเมินดานผลผลิต
(Product Evaluation) และศกึ ษาแนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการ
เพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสม รายละเอียดดังน้ี

1. ความคิดเห็นของผูมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการที่มีตอโครงการเพิ่ม
โอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบที่
เหมาะสม ในภาพรวมอยูในระดับมาก เม่ือพิจารณาเปนรายดาน ทุกดานอยูในระดับมาก มีความคิดเห็น
ตอโครงการดานบริบท มากท่ีสุด รองลงมาคือ ดานผลผลิต ดานกระบวนการ และดานปจจัยนําเขา
ตามลําดับ รายละเอียดผลการประเมินโครงการดงั น้ี

1.1 ดานบริบท โครงการสอดคลองกับนโยบายขององคกร หนวยงานตนสังกัดและ
ภารกิจของสํานกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวดั มีเปาหมายและ
วัตถุประสงคชัดเจน เหมาะสม สอดคลองกับการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในพ้ืนท่ีจังหวดั และความตองการของพื้นท่ีจังหวัดในการแกปญหา
เด็กดอ ยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเดก็ ตกหลน และโครงการจดั กิจกรรมสอดคลอ งกับวัตถปุ ระสงค
สามารถนําสูการปฏบิ ตั จิ ริง

โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเดก็ ตกหลนในรูปแบบที่เหมาะสม เปนโครงการหน่ึงท่ีกระทรวงศึกษาธิการคาดหวังวาจะแกไข
ปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนแตละจังหวัดใหเขาสูระบบการศึกษา
ในรูปแบบที่เหมาะสมตามศักยภาพของเด็กและบริบทของพื้นที่จังหวัด ภายใตการบูรณาการ
ความรวมมือจากทุกภาคสว นทีเ่ กยี่ วของ ตงั้ แตก ระบวนการวางแผนจัดทํากรอบแนวทางการดําเนินงาน
ที่ผานการรับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะจากผูที่มีสวนเกี่ยวของ จนทําใหการกําหนด
เปาหมาย วัตถุประสงค กิจกรรม รูปแบบความรวมมือมีความสอดคลองและชัดเจน ผูมีสวน
เกี่ยวของสามารถนําสูการปฏิบัติไดจริง สอดคลองกับ ทักษิณ ประชามอญ (2560 : ข) ไดศึกษา

65

รูปแบบการบริหารงานแบบมีสวนรวมตามหลักพุทธธรรมขององคการบริหารสวนจังหวัดในกลุม
จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พบวา การนํารูปแบบการพัฒนาการบริหารงานแบบมีสวน
รว มตามหลกั พุทธธรรมคือ การนาํ หลักอปริหานยิ ธรรม 7 มาบรู ณาการกับกระบวนการมสี ว นรวมของ
ประชาชนไดแก รวมตัดสินใจ รวมปฏิบัติการ รวมรับผลประโยชน และรวมประเมินผล สามารถ
พัฒนาบุคลากรภาครัฐและประชาชนใหเกิดทักษะและเห็นความสําคัญของกระบวนการมีสวนรวม
โดยยดึ นโยบายการจดั ประชุมกนั เนืองนิตย การทาํ งานเปน ทีม การปฏิบัติตามวัฒนธรรมองคกร การให
ความเคารพตามหลักอาวุโส การสงเสริมสิทธิและเสรีภาพของสตรีและผูอ่ืน การสรางความผูกพันตอ
องคก ร การดแู ลและจดั สวสั ดิการ เพอื่ ใหก ารบริหารงานแบบมสี วนรวมขององคการบรหิ ารสวนตําบล
ในกลุมจังหวดั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มปี ระสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลทางปฏบิ ตั ติ อไปอยา งย่ังยืน

1.2 ดานปจจัยนําเขา ผูบริหารหนวยงานทุกระดับใหความสําคัญกับการดําเนินงาน
โครงการ บคุ ลากรผรู บั ผดิ ชอบโครงการมีความรูความสามารถในการบรหิ ารจดั การโครงการ บุคลากร
ที่รวมดําเนินการ งบประมาณ ขอมูลสารสนเทศ วัสดุ อุปกรณ มีความเหมาะสมเพียงพอกับกิจกรรม
โครงการ

การดําเนินงานโครงการ มีสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ เปนผูรับผิดชอบ
โครงการ ขับเคล่ือนงานโครงการรว มกับสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ เนื่องจากท้ังสองหนวยงานตา ง
ก็มีบทบาทหนาที่ที่เก่ียวของกับเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ดังนี้ สํานักงาน
ศึกษาธิการจังหวัด มีบทบาทหนาที่รับผิดชอบในการสงเสริมและสนับสนุนการศึกษาเพ่ือคนพิการ
ผูดอยโอกาส และผูมีความสามารถพิเศษ (การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ,
2560 : 19) สวนสํานักงาน กศน.จังหวัด มีหนาที่รับผิดชอบในการสงเสริมและสนับสนุนการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยยึดหลักความเสมอภาคในการเขาถึงและไดรับการศึกษา
อยางกวางขวาง ทวั่ ถงึ เปนธรรม และมคี ุณภาพเหมาะสมกับสภาพชวี ิตของประชาชน (พระราชบัญญัติ
สง เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั พุทธศักราช 2551, 2551 : 2-3) และไดด าํ เนินการ
ติดตามแกไขปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออกกกลางคัน และเด็กตกหลน ในระบบกํากับและติดตาม
ประชากรวัยเรียนนอกระบบการศึกษา เมื่อปงบประมาณ 2561 ดังนั้น กอนเริ่มดําเนินงานโครงการ
ผรู ับผดิ ชอบโครงการตอ งศกึ ษารายละเอยี ดท่เี ก่ียวของ แลว จัดทํา (ราง) กรอบแนวทางการดําเนนิ งาน
โครงการ ซ่ึงประกอบดวย รายละเอียด วัตถุประสงค เปาหมาย ตัวชี้วัดความสําเร็จ กิจกรรม
งบประมาณ คณะกรรมการดําเนินงานที่เกี่ยวของ รวมถึงขอมูลสารสนเทศ วัสดุอุปกรณที่ตองใชใน
การดําเนินงาน เสนอศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ีใหความเหน็ ชอบ หลังจากนั้น ศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ี
และผูอํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ ไดพ บปะพดู คุยในรายละเอียดการดําเนินงานโครงการ
แลวจัดประชุมผูมีสวนเก่ียวของกับการขับเคลื่อนงานโครงการ ซ่ึงประกอบดวย ผูอํานวยการ กศน.
อําเภอ และครู กศน.ตําบล ทัง้ จังหวัดกระบ่ี เพือ่ ชแี้ จงรายละเอียด (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงาน

66

โครงการ รับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะในประเด็นตาง ๆ เพ่ือให (ราง) กรอบแนวทางการ
ดําเนินงานมีความสมบูรณและนําสูการปฏิบัติจริงในเชิงพ้ืนท่ีไดตามวัตถุประสงคท่ีวางไว ในการ
ประชุมดังกลาว มีศึกษาธิการจังหวัดกระบ่ีและผูอํานวยการสํานักงาน กศน.จังหวัดกระบ่ี รวมเปน
ผนู าํ การประชมุ ภาพทเี่ กิดขน้ึ ในทป่ี ระชุม บงบอกถงึ ความรวมมอื ท่ีจะเกดิ ขึ้นในอนาคต ภายใตการนํา
ของผูบริหาร 2 หนวยงานท่ี จะรวมกันขับเคลื่อนงานไปสูเปาหมายที่วางไว หลังจากนั้น นํา (ราง)
กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการ เขาท่ีประชุมคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการพัฒนาการศึกษา
เพ่ือรับฟงความคิดเห็นและขอเสนอแนะ และคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ เพ่ือใหความ
เห็นชอบโครงการ สอดคลองกับกนกวรรณ คลายเพ็ง และศดานนท วัตตธรรม (2560 : 28-29)
ไดศึกษาปจจัยท่ีมีอิทธิพลตอความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการของ
องคก ารบรหิ ารสวนตําบลทาขา ม อําเภอหาดใหญ จงั หวัดสงขลา พบวา ปจจยั ภาวะผูนําของผูบริหาร
มคี วามสมั พันธทางบวกระหวา งปจจัยภาวะผูนําของผูบริหารกบั ความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาล
มาใชในการบริหารจัดการขององคการบริหารสวนตําบลทาขาม หมายความวา หากผูบริหารมีภาวะ
ผูนํา ก็จะสงผลใหการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการบริหารจัดการประสบความสําเร็จ ทั้งนี้
เน่ืองจากผูบริหารองคกรเปนบุคคลสําคัญท่ีจะขับเคลื่อนองคกรใหเปนไปตามแนวทางที่กําหนด
มีอิทธิพลตอบุคคลอื่นในการที่จะสามารถจูงใจ ผลักดัน รวมทั้งกระตุนใหบุคคลอ่ืนดําเนินการตาม
อยางเต็มใจและมีสวนรวม สวนปจจัยความพรอมของระบบงาน พบวา มีความสัมพันธทางบวก
ระหวางปจจัยความพรอมของระบบงานกับความสําเร็จของการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชในการ
บริหารจัดการ หมายความวา ความพรอมของระบบงานจะสงผลใหการนําหลักธรรมาภิบาลมาใชใน
การบริหารจัดการประสบความสําเร็จ เนื่องจากระบบงานเปนกลไกสําคัญในการดําเนินงานของ
องคกร ซ่ึงจะตองมีการจัดระบบการวางแผนที่ชัดเจน ตลอดจนมีการจัดทํางบประมาณท่ีมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสอดคลองกับแผนปฏิบัติราชการประจําป รวมทั้งมีระบบการติดตาม
และประเมนิ การปฏิบัตงิ านทชี่ ัดเจน

1.3 ดานกระบวนการ ใชกระบวนการมีสวนรวมในกิจกรรมของโครงการ
มีความเหมาะสม การประชุมช้ีแจงรายละเอียดการดําเนินงานแกผูที่มีสวนเก่ียวของในทุกกิจกรรม
ของโครงการมีความชัดเจนนําไปปฏิบัติได การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือสูการปฏิบัติชัดเจน
การสง เสริมสนับสนุนใหเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูร ะบบการศึกษามีรูปแบบ
ที่เหมาะสม การติดตาม ประเมินผล และรายงานผลโครงการมีความเหมาะสม และการรายงานผล
การนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาทางระบบกํากับและ
ติดตามประชากรวัยเรยี นนอกระบบการศึกษามีความสะดวกงา ยตอการดาํ เนนิ งาน

การดําเนินงานโครงการใชกระบวนการมีสวนรวมจากผูที่มีสวนเกี่ยวของใน
รูปของคณะกรรมการขับเคลื่อนงานโครงการใน 3 ระดับ คือระดับจังหวัด มีผูวาราชการจังหวัด

67

กระบี่ เปนประธาน มีศึกษาธิการจังหวัดกระบี่เปนกรรมการและเลขานุการ ผูอํานวยการ
สํานักงาน กศน.จังหวัดกระบี่ เปนกรรมการและเลขานุการรวม ระดับอําเภอ มีนายอําเภอเปน
ประธาน มีผูอาํ นวยการ กศน.อําเภอ เปนกรรมการและเลขานุการ และระดับตาํ บลมีปลัดอําเภอ
ประจําตําบลเปนประธาน มีครู กศน.ตําบล เปนกรรมการและเลขานุการ กรรมการทั้ง 3 ระดับ
ประกอบดวยบุคคลและหนวยงานทั้งภาครัฐและเอกชนท่ีมีสวนเกี่ยวของกับการดาํ เนินงานใน แต
ละระดับ คณะกรรมการขับเคลื่อนงานทั้ง 3 ระดับ มีการเชื่อมโยงบุคคลและกิจกรรม เพื่อใหเกิด
ค ว า ม ต อ เ นื ่อ ง ใ น ก า ร ข ับ เ ค ลื ่อ น ง า น ค ว า ม ร ว ม ม ือ สู ก า ร ป ฏ ิบ ัต ิเ ป น ไ ป ใ น ท ิศ ท า ง เ ด ีย ว ก ัน
คณะกรรมการแตละระดับมีการประชุมวางแผนการทํางานรวมกัน มีการสงเสริมสนับสนุนให
เดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เขา สรู ะบบการศึกษามีรปู แบบท่ีเหมาะสม การติดตาม
ประเมินผล และรายงานผลโครงการ ซึ่งเปนไปตามกิจกรรมท่ีกําหนดไวในโครงการ สอดคลองกับ
พัฒนพล แกวยม (2557 : 48) ไดศึกษาปจจัยแหงความสําเร็จของการดําเนินงานประกันคุณภาพ
การศึกษาภายใน มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสวุ รรณภมู ิ พบวา ปจจยั แหงความสําเร็จ ดานบุคลากร
ประกอบดวยความรวมมือของบุคลากรทุกคน ตลอดจนความรวมมือของแตละหนวยงาน บุคลากร
ไดรับขาวสารและความรูความเขาใจในเร่ืองการประกันคุณภาพภายในอยางสมํ่าเสมอ มีความเขาใจ
ในบทบาทหนาที่และวิธีปฏิบัติงานตามตัวชี้วัดของเกณฑการประเมิน มีทัศนคติที่ดีตองานประกัน
คุณภาพภายใน มีความยินดีใหความรวมมือและเห็นความสําคัญของงานประกันคุณภาพการศึกษา
ภายใน และมคี วามมุงม่นั ทมุ เท เสียสละ ในการปฏบิ ตั ิงานใหบ รรลุเปา หมาย ในสวนของดานผูบรหิ าร
ประกอบดวย ผูบริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยใหความสําคัญ มีความเขาใจ สงเสริมสนับสนุนและ
วางแผนการดาํ เนินงานดา นการประกนั คุณภาพภายในของหนว ยงาน และมีนโยบายในการปฏิบัติงาน
ของบุคลากรท่ีชัดเจน มีการสรางขวัญกําลังใจ แรงจูงใจ และมีการใหรางวัลแกบุคลากรที่มีผลการ
ปฏิบัติงานดีเดน มีระบบสารสนเทศชวยในการจัดการขอมูลและเอกสารหลักฐานไดอยางถูกตอง
รวดเร็ว และสอดคลองกับ สุดา มงคลสิทธิ (2562 : 5851) ไดศึกษากลยุทธการสรางเครือขายความ
รวมมือเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชนจังหวัดชลบรุ ี พบวา การพัฒนาคุณภาพภายใน
การจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชน เปนการสรางเครือขายความรวมมือในการทํางานดาน
การศึกษาท้ังหนวยงานภายในและหนวยงานภายนอก รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชน มีการทํางาน
แบบรวมกนั เกอื้ กูล ชว ยเหลอื กนั และแลกเปลีย่ นเรยี นรูกัน เพอื่ ใหก ารบรหิ ารจัดการศึกษามีการพัฒนา
คณุ ภาพการศกึ ษาสอดคลอ งกับเปาหมาย นโยบายมากยิง่ ขน้ึ และประสบความสาํ เร็จ

1.4 ดานผลผลิต โครงการน้ีเปนแนวทางหน่ึงที่ไดผลในการเพ่ิมโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลน เขาสูระบบการศึกษาไดตามเปาหมายที่วางไว ความพึงพอใจในภาพรวมระดับมาก
การขบั เคล่อื นเครือขา ยความรว มมือระดบั จังหวดั อาํ เภอ ตําบล เปน ไปอยา งมีประสิทธิภาพ ความรูท่ี

68

ไดรับจากการดําเนินงานสามารถประยุกตใชกับงานดานโอกาสทางการศึกษาอื่น ๆ และความพึงพอใจ
ในการทํางานเปนทมี ของเครอื ขายความรว มมือระดับมาก

ความสําเร็จของโครงการนี้ เกิดขึ้นจากความรวมมือรวมใจของเครือขาย
ความรวมมือที่เกี่ยวของที่รวมกับขับเคลื่อนงานโครงการใหประสบความสําเร็จตามวัตถุประสงค
ที่วางไว ซึ่งโครงการระดับกระทรวงศึกษาธิการ กําหนดคาเปาหมายเด็กดอยโอกาส เด็กออก
กลางคัน และเด็กตกหลน ไดรับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม รอยละ 60 ในสวนของจังหวัด
กระบี่ สามารถดําเนินการไดรอยละ 72.53 ซ่ึงเกินกวาคาเปาหมายท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาํ หนด
สามารถนาํ เด็กเขาสูระบบการศึกษาไดมากเปนอันดับ 13 จาก 77 จังหวัด ที่มาของความสําเร็จ
ที่เกิดขึ้นจากการดําเนินงานโครงการ สอดคลองกับ สุดา มงคลสิทธิ (2562 : 5844, 5855-5856)
ไดศ ึกษากลยุทธการสรา งเครือขา ยความรวมมือเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาในโรงเรียนเอกชนจังหวัด
ชลบุรี พบวา กลยุทธการสรางเครือขายความรวมมือประกอบดวย 6 ขั้นตอน ไดแก1. การตระหนัก
ถึงความจําเปนของเครือขาย ผูบริหารโรงเรียนตองสรางความตระหนักเร่อื งเครอื ขายความรว มมือแก
บุคลากรในองคกร โดยผูบริหารตองมีความเช่ือม่ันในศักยภาพของตนและทีมงานที่รวมตัวกันเปน
เครือขา ย และบุคลากรทร่ี วมกนั เปนเครอื ขา ยตองมีความศรทั ธาและเห็นความสําคัญของความรวมมือ
มีความซ่ือสัตยจริงใจตอกัน ยอมรับวัฒนธรรมองคกรรวมกัน และบุคลากรที่รวมตัวกันเปนเครือขาย
ตอ งมีเปา หมายเหมือนกัน เรียนรูการทาํ งานแบบรวมมือและมีความพรอมในการดําเนนิ งาน กลา วคือ
ผูบริหารชใี้ หเหน็ ประโยชนข องการทํางานเปนทมี 2. การประสานแสวงหาผูรว มพฒั นาเครือขายความ
รวมมอื โดยการชใี้ หห นว ยงานองคกรทร่ี วมเปนเครือขายเห็นสภาพปญหาประเด็นการพัฒนารวมกัน
มีการแลกเปล่ียนขอมูลขาวสารทักษะความรูระหวางองคกรเครือขายความรวมมือ มีการเช่ือมโยง
เขาถึงบุคลากรในเครือขายอยางมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่ือสารใหสมาชิกทุกคนเห็นความสําคัญของ
เครือขา ย และรว มมือกันทาํ กิจกรรมตางๆ มีการสรรหาประสานหนวยงานองคก รทเี่ ปน แหลงวชิ าการ
แหลงทุนมารวมเปนเครือขาย เพ่ือแบงปนทักษะและประสบการณแกองคกร หรือหนวยงานท่ีเปน
เครือขายความรวมมือ 3. การสรางพันธสัญญารวมกัน โดยมีการกําหนดวัตถุประสงค สรางขอตกลง
ความรวมมือเปนพันธสญั ญารวมกัน บุคลากรในเครือขายตองมีความเอื้อเฟอ จริงใจตอเพ่ือนรวมงาน
ในเครือขาย บุคลากรเครือขายควรมีความสัมพันธในรูปแบบกัลยาณมิตรท่ีแทจริง การสื่อสารกับ
บุคลากรในเครือขายควรเปนแบบสองทางโดยส่ือสารอยางท่ัวถึง มีการกําหนดกระบวนการเรียนรู
รวมกันและพัฒนางานเกี่ยวกับเครือขายรวมกันอยางเปนพลวัตร เพื่อดําเนินงานในเครือขายตาม
แผนที่วางไวแบบมีสวนรวม 4. การบริหารจัดการเครือขาย ควรบริหารงานเครือขายเปนระบบ มี
ประสิทธิภาพ คือ เปด โอกาสใหบุคลากรเครอื ขา ยมีสว นกําหนดวัตถุประสงค ขอตกลงในการทาํ งาน มี
โครงสรางการบริหารเครือขายท่ีเปนเอกภาพ การส่ือสารระหวางผูนํากับสมาชิกในเครือขายมี
หลากหลายรูปแบบ มีการควบคุม ตรวจสอบการบริหารงานในเครือขายอยางสม่ําเสมอ และเปด

69

โอกาสใหสมาชิกมีสวนรวมในการบริหารงาน 5. การติดตามผลการพัฒนาการปฏิบัติของเครือขาย
ความรวมมือ ไดแก การสรางนวัตกรรมใหมและการจัดการความรูที่ตอเนื่อง มีการสรุปและ
ทบทวนส่ิงทไี่ ดเ รียนรูรวมกนั สง เสริมใหส มาชกิ มีอสิ ระในความคิด ใหเกยี รติยอมรบั กนั และเสรมิ สรา ง
วัฒนธรรมเครือขายเพื่อขจัดความขัดแยง โดยรวมมือกันสรางบรรยากาศแบบพลังเก้ือกูล สามัคคี
สรางบรรยากาศการทํางานเครือขายความรวมมือแบบสมานฉันท สรางภาวะผูนําในองคกร เครือขาย
รวมท้ังสงเสริมแรงจูงใจในการรวมมือทํางานท่ีเปนระบบ 6. การธํารงรักษาความตอเน่ืองของเครือขาย
โดยมีการบริหารจัดการขอมูลท่ีทันสมัยเหมาะสมกับการใชงาน มีการรักษาสัมพันธภาพท่ีดีระหวาง
สมาชิกเครือขายทุกระดบั มีการจัดสรรผลประโยชนจากความรวมมือในลกั ษณะแบบที่เทาเทียมกัน มีการ
ประชาสมั พนั ธเ พื่อเผยแพรบทบาทของเครือขายความรวมมือรวมทง้ั ผลสาํ เรจ็ ทเี่ กิดข้ึนการดําเนินงาน
เครือขายควรเปนลักษณะของพันธมิตรเปนภาคีกับกลุมบุคคล หนวยงาน องคกร ที่ไมใชคูแขงขันกัน
รวมถงึ มกี ารนําระบบเทคโนโลยีทีม่ ีประสทิ ธิภาพมาใชในการประสานงานกบั เครือขายตา ง ๆ

2. แนวทางการปฏิบัติที่ดีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึง
การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม มอี งคประกอบ
4 ดา น ดังนี้

2.1 ดานบรบิ ท ประกอบดว ย โครงการตองสอดคลอ งกับนโยบายของหนว ยงานตนสังกัด
หรือหนวยงาน และความตองการของพ้ืนท่ีจังหวัด ในการแกปญหาเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเด็กตกหลน มีวัตถุประสงคและเปาหมายชดั เจน กิจกรรมสอดคลองกับวตั ถุประสงคและสามารถ
นาํ สกู ารปฏบิ ัติจริงได

การจัดทําโครงการ เปนจุดเริ่มตนของการวางแผนงาน โดยมีรายละเอียดของ
หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค กลุมเปาหมาย ระยะเวลาดําเนินงาน ตัวชี้วัดความสําเร็จ กิจกรรม
และผูที่มีสวนเก่ียวของ งบประมาณ วัสดุอุปกรณ การติดตาม ประเมินผล สรุปและรายงานผล ฯลฯ
โครงการท่ีดีจะตองมีวัตถุประสงคและเปาหมายที่ชัดเจน สอดคลองกับบริบทที่เก่ียวของบนพ้ืนฐาน
ของความเปนจริง รายละเอียดของโครงการตองมีความสอดคลองสัมพันธกัน นําสูการปฏิบัติได และ
บรรลุตามวัตถุประสงคท่ีวางไว ดังนัน้ ในการจัดทําโครงการ เจาหนา ที่ผูรบั ผิดชอบจะตองศกึ ษาบริบท
ที่เก่ียวของเพื่อใชในการวางแผนจัดทํา (ราง) โครงการ แลวนําเขาสูการรับฟงความคิดเห็นและ
ขอเสนอแนะจากผูท่ีมีสวนเก่ียวของกับการดําเนินงานโครงการ ทั้งน้ี เพื่อใหโครงการที่จัดทําข้ึนเปน
โครงการท่ีมีความสมบูรณในทุกมิติ นําสูการปฏิบัติไดอยางมีประสิทธิภาพ สอดคลองกับอรุณรัตน
นติ ยะโรจน (ม.ป.ป. : 7-8) ไดศึกษาปจ จยั ท่ีสงผลตอความสําเรจ็ ในการจัดทาํ โครงการของกรมสง เสริม
อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ผูวิจัยมีความเห็นวา ปจจัยภายในดานขอมูลโครงการ เปนตัว
กําหนดการดําเนินงานอื่น ๆ ไมวาจะเปนระยะเวลา งบประมาณ ผูรับผิดชอบ การบริหารจัดการ
ทรัพยากรและอ่ืนๆ ท่ีเก่ียวของ โดยคํานึงถึงการแกปญหาและความตองการของผูเขารวมโครงการ

70

เปนหลักและโครงการจะขับเคลื่อนไปไดจะตองมีผูนําที่ดี หัวหนาโครงการท่ีมีความสามารถในการ
บริหารจัดการ ตั้งแตการวางแผนการดําเนินงาน การมอบหมายงาน การกําหนดกลุมเปาหมายและ
ตัวช้ีวัด รวมทั้งควบคุม กํากับ ดูแลตลอดการดําเนินงานโครงการ เปนผูกระตุนใหสมาชิกในทีมเกิด
การดําเนินงานและนําไปสูความสําเร็จในการจัดทําโครงการ และสอดคลองกับวิมล ชาตะมีนา และ
คณะ (2551 : ออนไลน) ไดศ กึ ษาปจจยั แหงความสาํ เร็จในการบริหารจดั การและดาํ เนินโครงการของ
องคการบริหารสวนจังหวัดแพรและองคการบริหารสวนจังหวัดพิษณุโลก พบวา ปจจัยแหง
ความสําเร็จประกอบดวย การใหประชาชนมีสวนรวมในการดําเนินโครงการ โดยมีการรับฟงความ
ตองการและความคิดเห็นของประชาชน ใหมีสวนรวมในการกําหนดรายละเอียดโครงการและรวม
ดําเนนิ งานโครงการ การแปลงวสิ ยั ทศั น นโยบาย และยุทธศาสตรสกู ารปฏบิ ัติงานอยางแทจรงิ ในการ
ดําเนินงานตองคํานึงถึงการบรรลุวิสัยทัศน นโยบาย ยุทธศาสตร และเปาหมายท่ีกําหนด ซึ่งจะตอง
สอดคลองไปในทิศทางเดียวกัน การถายทอดวสิ ยั ทัศนองคกรและนโยบายของผูบริหารใหแกบ ุคลากร
เปนปจจัยสาํ คัญท่ที ําใหโครงการประสบความสาํ เร็จ

2.2 ดานปจจัยนําเขา ประกอบดวย ผูบริหารหนวยงานเครือขายความรวมมือให
ความสําคัญกับการดําเนินงานโครงการและติดตามผลการดําเนินงานความรวมมืออยางตอเน่ือง
บคุ ลากรผูรบั ผดิ ชอบโครงการมีความรูความเขาใจในปญ หาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน เด็กตกหลน
และสามารถบริหารโครงการใหบรรลุตามวัตถุประสงคได บุคลากรผูขับเคล่ือนงานโครงการในระดับ
ตาง ๆ มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือเพื่อใหบรรลุวัตถุประสงคของโครงการ
บุคลากรผูเปนเครือขายความรวมมือเห็นถึงความสําคัญของโครงการ/กิจกรรม มีความมุงม่ัน ต้ังใจที่
จะเขา รว มในกจิ กรรมของโครงการ แนวทางการเชอ่ื มโยงงานความรวมมือ การสง ตอภารกจิ งาน การติดตาม
และประเมินผลชัดเจน คณะกรรมการในระดับตาง ๆ สอดคลองกับกิจกรรมของโครงการ ขอมูล
สารสนเทศที่เกี่ยวของกับเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลาง และเด็กตกหลน เปนปจจุบัน ครบถวน
ทันสมัย ใชประกอบการบริหารจัดการโครงการ วัสดุ อุปกรณ และงบประมาณเพียงพอตอการ
ปฏิบัติงาน คูมือการดําเนินงานโครงการเพื่อชวยใหผูมีสวนเก่ียวของเห็นภาพกิจกรรมในโครงการ
ชัดเจนและขับเคลื่อนงานเปนไปในแนวทางเดียวกัน สถานศึกษามีรูปแบบการจัดการศึกษาท่ี
สอดคลองกับความตองการของผูเรยี นรายบุคคลไวรองรับกรณีเดก็ ดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลนเขาสูระบบการศึกษา ผบู รหิ ารและครูผูสอนมีความรูความเขาใจในเรื่องจิตวิทยาเด็กและวัยรุน
เพ่ือเขาใจเด็กและดูแลใหเด็กอยูในระบบการศึกษาจนจบการศึกษา จัดการเรียนการสอนหลากหลาย
รูปแบบที่เอื้อตอการเรียนรูของผูเรียน พัฒนาระบบการดูแลชวยเหลือนักเรียนใหมีความเขมแข็ง
เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลนักเรียนและลดอัตรานักเรียนออกกลางคัน สงเสริมสนับสนุน
ผูปกครองเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน มีสวนรวมชวยเหลอื สถานศึกษาดแู ลเด็ก

71

ในดานตาง ๆ เตรียมความพรอมเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน กอนเขาสูระบบ
การศกึ ษา

ปจจัยนําเขาของโครงการประกอบดวย ทรัพยากรทางการบริหารท่ีจําเปน โดยทั่วไป
ประกอบดวยบุคลากร งบประมาณ วัสดุอุปกรณ การบริหารจัดการ ซ่ึงจะตองครบถวน เพียงพอ
เหมาะสม สําหรับการดําเนินงานใหบรรลุตามวัตถุประสงคท่ีวางไว สอดคลองกับ สุรินทร จาดเปรม
และพฤฑฒิพล พฤฑฒิกุล (2563 : 61) ไดศึกษารูปแบบการบริหารงานประกันคุณภาพการศึกษา
สมรรถนะสูงของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา พบวา
องคป ระกอบดานปจ จยั นาํ เขา (Input) ใหค วามสําคญั กับบุคลากร คณุ ภาพส่ือ วัสดุอุปกรณ และการบรหิ าร
งบประมาณใหคมุ คา

2.3 ดานกระบวนการ ประกอบดวย กระบวนการมีสวนรวมจากผูท่ีมีสวนเกี่ยวของและ
เครือขายความรวมมือในการจัดทํากรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการ การประชุมช้ีแจง
รายละเอียดการดําเนินงานแกคณะกรรมการ คณะทํางาน และผูมีสวนเกี่ยวของ รวมถึงการรับฟง
ความคิดเห็นและขอเสนอแนะ การประเมินความเสี่ยงและการบริหารปจจัยเสี่ยงของโครงการ
การขับเคลื่อนเครือขายความรวมมือในระดับจังหวัด อําเภอ และตําบล ใหเปนไปในทิศทางเดียวกัน
การสํารวจขอมูล แกไขปญหา และนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนเขาสูระบบ
การศกึ ษาในรปู แบบที่เหมาะสม การติดตาม ประเมินผล และรายงานผลโครงการทางระบบการศึกษา
ทางระบบกํากับและตดิ ตามประชากรวยั เรียนนอกระบบการศึกษา และผทู ี่เก่ียวขอ ง

เปนขั้นตอนของการดําเนินการตามแผนงาน/โครงการที่กําหนดไว สวนสําคัญ
ที่ทําใหกระบวนการดําเนินงานขับเคลื่อนไปยังเปาหมายที่กําหนด เปนไปตามแผนที่วางไวคือ
การประเมนิ ผลการดําเนินงานเพอ่ื เปน ขอมลู ในการบริหารจดั การ ทําใหท ราบวา การดําเนินงานเปนไป
ตามแผนที่วางไวหรอื ไม มปี ญหาอุปสรรคอยางไร จะไดแกไขไดท ันทว งที หรือใชในการบริหารจัดการ
ความเส่ียงที่อาจเกิดขึ้น สอดคลองกับ พรรณี ทิพยธราดล (2548 : 66) ไดศึกษาการประเมินผล
กระบวนการปฏิบัติงานโครงการพัฒนารูปแบบจังหวัดเพ่ือปฏิบัติการบริการปองกันควบคุมโรคไมติดตอ
ป 2547 กลาววา การประเมินผลการปฏิบัติงานของโครงการในคร้ังน้ี มิไดมุงเนนความสําเร็จของ
โครงการ หากแตเนนที่การตอบคาํ ถามสาํ คัญ ประกอบดวย กระบวนการปฏิบัติงานของโครงการ
ทเี่ กิดขน้ึ จรงิ และปญ หาอปุ สรรคใดเกิดข้ึนมีอะไรบาง ซง่ึ ขอ มลู ดังกลา วจะทาํ ใหทราบถึงขอจาํ กัดและ
ปญหาตาง ๆ ในการปฏิบัติงานเพื่อนํามาปรับปรุงการสนับสนุนทรัพยากร กลไกการดําเนินงาน และ
พัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ยังเปนการเปดโอกาสใหผรู ับผดิ ชอบโครงการสามารถปรบั
การดําเนินงานใหเปนไปในทิศทางท่ีนําไปสูความสําเร็จของโครงการไดอยางสมเหตุสมผล และ
กอใหเกิดการปรับเปล่ียนแผนงานโครงการเพ่ือใหเหมาะสมกับสภาวการณอันจะนําไปสูการขยายผล
ของโครงการตอ ไปไดอีกระดบั หน่ึงดว ย

72

2.4 ดานผลผลิต ประกอบดวย จํานวนเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
ท่ีเขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสม ประสิทธิภาพของการขับเคล่ือนเครือขายความรวมมือ
ระดับการมีสวนรวมของเครือขายความรวมมือ ความคุมคาของโครงการ ระดับความพึงพอใจของ
ผูรวมดําเนินงานโครงการ/ผูมีสวนเกี่ยวของกับการดําเนินงานเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของ
เด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในจังหวัดกระบี่/ผูปกครอง/เด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ผลขางเคียงหรือผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการดําเนินงานโครงการ
รวมถึงปญ หา อปุ สรรค ของการดาํ เนนิ งานโครงการ

โครงการท่ีจะประสบความสําเรจ็ ไดนน้ั ตองประกอบไปดวยหลายสว น ทั้งทรัพยากร
บุคคลท่ีมีประสิทธิภาพ จนถึงระบบการบริหารโครงการที่ยอดเย่ียม และปจจัยสําคัญของความสําเร็จ
คือการมีผูนําที่ดี การมีผูตามที่มีประสิทธิภาพ การมีสวนรวมของผูท่ีมีสวนเก่ียวของ การสื่อสารท่ีมี
ประสิทธิภาพ การสรางขวัญกําลังใจในการปฏิบัติงาน และการนําผลการประเมินมาใชประโยชน
สอดคลองกับ พิสิษฐ ฉัตรวิวัฒนากุล (2558 : 59-60 ) ไดศึกษาปจจัยความสําเร็จการดําเนินงาน
โครงการยายกองพันสรรพาวุธซอมบํารุงเขตหลังของกองพันทหารชางเครื่องมือพิเศษ ปงบประมาณ
2555-2559 พบวา ผูควบคุมงานท่ีดีตองส่ือสารใหผูปฏิบัติงานเขาใจงาน มีความสามารถในการ
ตัดสินใจไดท ันเวลา มีความรูค วามสามารถและเขา ใจงาน มีความรบั ผิดชอบ ผูควบคุมงานจะตอ งหม่ัน
ตรวจสอบการปฏิบตั ิงานของชุดงานโดยตลอดและอยาเขาใจในมุมมองของตวั ผูควบคมุ งานเองวาการ
วางแผนท่ีชัดเจนและสมบูรณไวแลวนั้น จะสงผลตอความสําเร็จในการปฏิบัติงาน แตจะตองให
ความสําคัญกับเรื่องการควบคุมเปนสําคัญดวย กําลังพลใหความสําคัญกับปจจัยดานการบริหาร เปน
เพราะกําลังพลเห็นวากระบวนการในการบริหารงานเริ่มตนท่ีการวางแผนปฏิบัติงานและกําหนด
ระยะเวลาในการปฏิบัติงานท่ีเหมาะสม การเตรียมทรัพยากรดานกําลังพลและเคร่ืองมือชางให
เหมาะสมกับแผนปฏิบัติงานที่วางไว การกําหนดตําแหนงหนาท่ีในการปฏิบัติงานของกําลังพลตาม
ความสามารถ การติดตอสื่อสารระหวางชุดปฏิบัติงานและในขณะปฏิบัติงานคือการเตรียมวัสดุ
กอสรางใหเขามาทันตอการปฏิบัติงาน รวมไปถึงข้ันตอนในการควบคุมตรวจสอบของผูควบคุมงาน
การประชุมประจําสัปดาหเพ่ือใหผูบังคับบัญชาไดรับทราบปญหาขอขัดของเพื่อดําเนินการแกปญหา
การปฏิบัติงานตองอาศัยการทํางานเปนทีม โดยชวยเหลือซ่ึงกันและกัน มีความสัมพันธที่ดีตอกัน
ไดรับการฝกอบรมความรูเพ่ิมเติมใหมีความเขาใจในมาตรฐานของวัสดุท่ีนํามาใช วิธีการกอสรางท่ี
ถูกตอง สงผลใหลดขอผิดพลาดในการกอสรางที่ผิดมาตรฐานของผูปฏิบัติงาน และผลงานกอสรางท่ี
ออกมามีความแข็งแรงตามมาตรฐานท่ีกาํ หนด

73

ขอ เสนอแนะ

1. ขอ เสนอแนะสําหรบั การนําผลการวิจัยไปใช
จากผลการวิจัยเรื่อง ประเมินโครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอย

โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบที่เหมาะสม ทําใหทราบถึงผลงานดําเนินงาน
งานโครงการดานบริบท ดานปจจัยนําเขา ดานกระบวนการ และดานผลผลิต และนําเสนอแนวทาง
การปฏบิ ตั ิทีด่ ีหรือเปนเลิศ (Best Practice) ของโครงการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอย
โอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่ีเหมาะสม ผูวิจัยมีขอเสนอแนะในการนํา
ผลการวิจยั ไปใช ดังน้ี

1.1 คณะกรรมการขบั เคลื่อนฯ ระดบั จงั หวัด ควรเพิ่มนายกองคก ารบรหิ ารสว นจังหวัด
ผูแทนจากคณะกรรมการอิสลามจังหวัด และประชาสัมพันธจังหวัด เพ่ือใหครอบคลุมภารกิจงาน

1.2 การติดตาม แกไขปญหา และเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส
เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ควรดําเนินการใหครอบคลุมประชากรวัยเรียนท้ังจังหวัด
ประกอบดว ย เด็กทมี่ ชี อ่ื อยใู นโปรแกรมสําเร็จรปู ระบบกํากบั และติดตามประชากรวัยเรียนนอกระบบ
การศึกษา เด็กที่มีชื่ออยูในเอกสารทะเบียนประวัติราษฎรจังหวัดกระบ่ี (นอกเหนือจากเด็กที่มีชื่ออยู
ในระบบกาํ กับและติดตามฯ) และเดก็ ที่ยายถ่นิ มาอยูจังหวัดกระบ่ี

1.3 ควรมีหนว ยงานหลกั ในการจดั ทาํ ขอมูลสารสนเทศเด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน
และเดก็ ตกหลนในภาพรวมของจังหวดั ขอมลู เปน ปจ จุบัน ทันสมยั ใหบ ริการหนวยงานทางการศึกษา
และผสู นใจนําไปใชป ระโยชน

1.4 ควรพฒั นาเครือขายความรว มมือจากทุกภาคสว นทีเ่ กี่ยวของใหมีความเขมแข็งและ
ตอเนอ่ื ง

1.5 ผูมีสวนเก่ียวของควรสรางความตระหนักใหแกผูปกครองในเร่ืองความสําคัญของ
การศกึ ษาบตุ ร

1.6 สถานศึกษาควรมีรูปแบบจัดการศึกษาที่สอดคลองกับความตองการของผูเรียน
รายบุคคลไวรองรับกรณีนักเรียนมีปญหาหรือออกกลางคัน เนนการศึกษาเพ่ือการมีงานทํา และ
พฒั นาสือ่ การเรยี นการสอนสําหรบั เดก็ ดอยโอกาสทางการศกึ ษา

1.7 ควรมีกิจกรรมการสรางแรงบันดาลใจใหแกเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เดก็ ตกหลน เพอื่ จะใหเดก็ มคี วามมงุ มั่นท่จี ะศึกษาตอ จนจบการศึกษา ปอ งกนั การออกกลางคันซ้ําซอน

1.8 ควรมกี ระบวนการติดตามผลการนําเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคนั และเดก็ ตกหลน
เขาสรู ะบบการศึกษา

74

2. ขอ เสนอแนะสําหรบั การวจิ ัยครัง้ ตอ ไป
ควรศึกษาความเปนไปไดในการสราง “ตําบลตนแบบดานการศึกษา” โดยมีวัตถุประสงค

เพ่ือสงเสริมใหเด็กทุกคนในตําบลไดรับการศึกษาข้ันพื้นฐานหรือตามศักยภาพ ภายใตการบูรณาการ
ทํางานรวมกันของภาคสวนท่ีเก่ียวของในพื้นที่ การเชื่อมโยงกันของระบบการศึกษาท่ีสงตอใหเด็กอยู
ในระบบการศึกษาอยางตอเน่ือง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตผูปกครองและนักเรียน เพ่ือเพ่ิม
ศักยภาพครอบครัวในการสงเสริมสนบั สนุนใหเด็กเขาสูระบบการศึกษาอยางตอเนอื่ งจนจบการศึกษา
ในระดับตาง ๆ ตามศักยภาพ ผลที่คาดวาจะไดรับ ลดจํานวนเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และ
เด็กตกหลน มีนวัตกรรม รูปแบบความรวมมือ และแหลง เรยี นรูดานโอกาสทางการศกึ ษา

บรรณานุกรม

กนกวรรณ คลายเพง็ และศดานนท วตั ตธรรม. (2562). ปจจยั ทมี่ ีอทิ ธพิ ลตอ ความสาํ เร็จของการ
นาํ หลกั ธรรมาภิบาลมาใชใ นการบรหิ ารจดั การขององคก ารบริหารสวนตําบลทาขาม
อําเภอหาดใหญ จงั หวัดสงขลา. วารสารมนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร มหาวิทยาลยั
ราชภัฏสงขลา, 1(1), 28-29.

การปฏิรปู การศึกษาในภูมภิ าคของกระทรวงศึกษาธิการ. (2560, 3 เมษายน). ราชกจิ จานุเบกษา.
เลมท่ี 134 ตอนพิเศษ 96 ง. หนา 19.

กฤตชยั อรณุ รตั น. (2561). กศน. จัดหลักสูตรเพ่อื "เด็กตกหลน" จากระบบการศกึ ษา.
สบื คน 15 ตุลาคม 2562, จาก https://www.thaihealth.or.th/Content/40165--
กศน.%20 จดั หลักสตู รเพ่ือ%20"เดก็ ตกหลน"%20จากระบบการศึกษา.html

คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน, สํานักงาน. (ม.ป.ป.). คูมือการปฏิบตั ิงานกลุมสงเสรมิ
การจัดการศึกษา. สบื คน 1 พฤศจิกายน 2562, จาก http://www.krabiedu.net/
krabiedu/manual%20area/promote%20education.pdf

คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาต,ิ สาํ นักงาน. สํานักนายกรัฐมนตรี. (2559).
แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564. หนา 75.

จกั ษวชั ร ศิรวิ รรณ. (2555). การประเมนิ โครงการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง.
สืบคน 15 พฤศจิกายน 2562, จาก http://www.gotoknow.org./posts/

จติ ตมิ า กลุ ประเสริฐรัตน. (2561). เด็กดอ ยโอกาสในสังคมไทย. สบื คน 21 ตุลาคม 2562,

จาก https://www.thaipost.net/main/detail/12006

ดํารง ตุม ทอง. (2557). ปญ หาเดก็ ดอยโอกาสทางการศึกษา : สถานการณ ความไมเสมอภาค
ในสังคมไทย. สบื คน 3 พฤศจิกายน 2562, จาก file:///C:/Users/thanarat%20
promsuwan/Downloads/85712-Article%20Text-208165-1-10-20170505%20(4).pdf

ทกั ษิณ ประชามอญ. (2560). รปู แบบการบรหิ ารงานแบบมีสว นรวมตามหลักพุทธธรรมของ
องคก ารบริหารสวนจังหวดั ในกลุมจังหวดั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนบน.
สืบคน 29 ตุลาคม 2562, จาก https://e-thesis.mcu.ac.th/storage/8ICB1jkGvDy4
V84AnOeaIviIiOKdgKnOFPqDpg5B.pdf

ธีระเกยี รติ เจริญเศรษฐศิลป. (2561). มอบ"กศน."เคาะประตบู า น ดึงเดก็ ตกหลน ออกกลางคนั
กลับสโู รงเรยี น. สบื คน 18 พฤศจิกายน 2562, จาก https://www.thaipost.net

/main/detail/22043

76

นนั ธวชั นนุ ารถ. (ม.ป.ป.). ปจจัยเสยี่ งท่สี งผลตอ การออกกลางคันของเด็กและเยาวชน.
สืบคน 11 ตุลาคม 2562, จาก https://research.kpru.ac.th/sac/fileconference/
18452018-05-04.pdf

นิสา ชโู ต. (2542). การประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ : มาสเตอรเพลส.
ประชุม รอดประเสริฐ. (2542). การบริหารโครงการ. กรุงเทพฯ : เนตกิ ุลการพิมพ.
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, สาํ นกั งาน. (2562). โครงการเพ่มิ โอกาสการเขา ถึงการศกึ ษาของ

เด็กดอ ยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรูปแบบท่ีเหมาะสม.
ประชมุ ปฏบิ ัติการช้แี จงกรอบแนวทางการดําเนนิ งานโครงการและการใชโ ปรแกรม
สําเร็จรปู การเกบ็ ขอมลู ภายใตโ ครงการเพ่ิมโอกาสการเขา ถงึ การศึกษาของเดก็ ดอยโอกาส
เดก็ ออกกลางคัน และเด็กตกหลน ในรปู แบบที่เหมาะสม.
________. (2560) แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564).
กรงุ เทพฯ : สาํ นักนโยบายและยุทธศาสตร สํานกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. หนา 54.
พรรณี ทิพยธ ราดล. (2547) การประเมนิ ผลกระบวนการปฏบิ ตั ิงานโครงการพัฒนารูปแบบ
จังหวดั เพ่ือปฏบิ ัติการบรกิ ารปองกันควบคมุ โรคไมตดิ ตอ ป 2547.
สบื คน 14 พฤศจิกายน 2562, จาก ttp://thaincd.com/document/file/download/
paper-anual/download1no140.pdf
พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหงชาติ พุทธศกั ราช 2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา.
เลมท่ี 116 ตอนที่ 74 ก. หนา 4-7.
พระราชบัญญตั ิสงเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย พทุ ธศักราช 2551.
(2551, 3 มีนาคม). ราชกจิ จานุเบกษา. เลมที่ 125 ตอนที่ 41 ก. หนา 2-3.
พัชราภา ตนั ติชูเวช. (2559). แนวทางการจดั การศึกษาสําหรบั เดก็ และเยาวชนนอกระบบ
การศกึ ษา กรณีศึกษาจงั หวัดตาก. สบื คน 3 พฤศจิกายน 2562,
จาก http://libdoc.dpu.ac.th/research/Patcharapa.Tan.60.pdf
พัฒนพล แกว ยม. (2557). การศึกษาปจจยั แหงความสาํ เร็จของการดาํ เนนิ งานประกันคณุ ภาพ
การศกึ ษาภายใน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภมู .ิ สบื คน 11 ธันวาคม
2562, จาก https://eq.rmutsb.ac.th/data/KM/57/0002.pdf
พฒั นรตั น มณฑลอนันตธ ร. (2562). การแกไขปญ หานกั เรยี นออกกลางคัน และเส่ียงออกกลางคนั
ในสถานศึกษา ของเครือขายการจัดการศกึ ษา สพป.จันทบรุ ี เขต 1 โดยใชกระบวนการ
แบบมสี วนรวม. สืบคน 11 ธันวาคม 2562, จาก http://www.ska2.go.th/reis/data/
research/25620925_085440_3967.pdf
พชิ ติ ฤทธ์ิจรูญ. (2555). เทคนคิ การประเมินโครงการ. กรงุ เทพฯ : เฮา ส ออฟ เคอรมสี ท.

77

พิสิษฐ ฉตั รววิ ัฒนากลุ . (2558). การศึกษาปจ จยั ความสําเร็จการดาํ เนนิ งานโครงการยาย
กองพันสรรพาวุธ ซอมบาํ รงุ เขตหลังของกองพนั ทหารชางเคร่อื งมือพิเศษ
ปง บประมาณ 2555-2559. สืบคน 5 ธันวาคม 2562, จากhttp://ethesisarchive.
library.tu.ac.th/thesis/2015/TU_2015_5703010198_3779_2904.pdf

มหาวทิ ยาลยั แมโ จ. (2557). คูมอื การเขยี นโครงการ. สืบคน 17 ตุลาคม 2562, จาก https://td497
cooperative.files.wordpress.com/2014/08/e0b884e0b8b9e0b988e0b8a1e
0b8b7e0b8ade0b881e0b8b2e0b8a3e0b980e0b882e0b8b5e0b8a2e0b899e0b
982e0b884e0b8a3e0b887e0b881e0b8b2e0b8a3_bysavichay.pdf

มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช. (ม.ป.ป.). ความรทู ่ัวไปเก่ียวกับการวเิ คราะหและประเมินโครงการ.
สบื คน 7 ตุลาคม 2562, จาก https://www.stou.ac.th/stouonline/lom/data/sec/
Lom14/01-01-01.html

ยทุ ธศาสตรชาติ (พทุ ธศกั ราช.2561-2580). (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เลม ท่ี 135
ตอนพิเศษ 82 ก. หนา 7.

รฐั ธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานเุ บกษา.
เลมท่ี 134 ตอนท่ี 40 ก. หนา 14.

เลขาธกิ ารสภาการศึกษา, สํานักงาน. (2560). แผนการศึกษาชาติ พ.ศ. 2560-2579. หนา ง-จ
วชริ าพร สุวรรณศรวล, มานิตย ไชยกิจ, ปราโมทย มากช,ู และวเิ ชยี ร ธาํ รงโสตถสิ กุล. (2556).

รปู แบบการจดั การศึกษาทางเลือกสาํ หรับเด็กดอยโอกาสทางการศึกษาในเขตพื้นที่สงู
ภาคเหนอื ตอนบนของประเทศไทย. วารสารศกึ ษาศาสตร มหาวิทยาลยั นเรศวร,
15 (พเิ ศษ). 186-187.
วาสนา จักรแกว , เกศสดุ า สทิ ธิสนั ตกิ ลุ ,สุรชัย กังวล, และนโิ รจน สินณรงค. 2561. การเพ่ิมโอกาสและ
การเขาถงึ การศึกษาระดับอดุ มศกึ ษาของเดก็ ดอยโอกาส ภาคเหนอื ตอนบน.
วารสารวิชาการ Veridian E-Journal มหาวิทยาลัยศลิ ปากร, 11 (3), 1779-1780.
วิมล ชาตะมนี า, วชริ า วราศรยั , และรุงทพิ ย จินดาพล. (2551). ปจจยั แหงความสําเรจ็ ในการ
บรหิ ารจัดการและดําเนนิ โครงการขององคก ารบริหารสวนจงั หวัดแพรแ ละองคก าร
บริหารสวนจังหวัดพิษณุโลก. สบื คน 29 พฤศจิกายน 2562, จาก http://prp.trf.or.th/
trf-policy-rief/%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%
B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%
B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8% AA%E0%B8%
B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B9%83%E0%B8%99-2/

78

วรี ะยทุ ธ ชาตะกาญจน. (2541). การประเมนิ ผลโครงการ. นครศรธี รรมราช : สถาบันราชภัฏ
นครศรีธรรมราช.

สมคิด พรมจุย. (2552). เทคนิคการประเมินโครงการ. กรุงเทพฯ : จตุพรดีไซน.
สมบัติ สุวรรณพิทักษ. (2531). การประเมนิ โครงการ “ทฤษฎแี ละการปฏิบัติ”.

กรุงเทพฯ : ทบวงมหาวิทยาลัย.
สมหวัง พธิ ิยานวุ ัฒน. (2544). วธิ ีวิทยาการประเมิน : ศาสตรแหง คุณคา. พิมพครั้งที่ 2.

กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย.
สขุ ุม มลู เมอื ง. (2530). เทคนคิ การประเมินผลโครงการ. งานวิจยั เศรษฐกิจการศกึ ษา

สํานกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร. กรุงเทพฯ : ม.ป.พ.
สุดา มงคลสทิ ธ.ิ (2562). กลยุทธก ารสรา งเครอื ขา ยความรวมมือเพื่อพัฒนาการจดั การศึกษา

ในโรงเรยี นเอกชนจังหวดั ชลบรุ .ี วารสารมหาจุฬานาครทรรศน, 6 (10), 5844-5856.
สรุ ินทร จาดเปรม และพฤฑฒิพล พฤฑฒกิ ุล. (2563). รูปแบบการบริหารงานประกันคุณภาพ

การศึกษาสมรรถนะสูง ของโรงเรยี นประถมศกึ ษา สังกดั สาํ นักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา
ประถมศึกษา. สืบคน 29 พฤศจิกายน 2562, จาก file:///C:/Users/thanarat%20
promsuwan/Downloads/243115-Article%20Text-859797-2-10-20201021%
20(2).pdf
อรุณรตั น นิตยะโรจน. (ม.ป.ป.) ปจจยั ทสี่ งผลตอความสาํ เรจ็ ในการจดั ทําโครงการ ของกรม
สงเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอตุ สาหกรรม. สืบคน 25 พฤศจิกายน 2562,
จาก https://mmm.ru.ac.th/MMM/IS/twin-7/6114152060.pdf
อาํ นาจ วชิ ยานุวตั .ิ (2562). ศธ.เก็บตกเดก็ วยั เรยี นคืนระบบการศึกษา. สืบคน 16 ตุลาคม 2562,
จาก https://www.dailynews.co.th/education/732826/
Stufflebeam, D.L. (1971). Education Evaluation and Decision-Making. ltsca, llinois:
F.E. Peacock Publisher.

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก

ท่ปี รึกษางานวจิ ยั /ผูเช่ยี วชาญ

81

ทีป่ รกึ ษางานวิจยั

1. นายสมพร ฉว่ั สกุล อดีตรองศกึ ษาธิการภาค 7
2. นายพเิ ชษฐ เจย ทองศรี ศกึ ษาธิการจงั หวัดกระบ่ี
3. นายสรุ สิทธิ์ สดุ สาย ผูอํานวยการสํานกั งานสงเสริมการศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั จังหวดั กระบี่
4. นางจรีรตั น ปานพรหมมนิ ทร อดีตศึกษานิเทศก วทิ ยฐานะศึกษานเิ ทศกเช่ียวชาญ
สํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากระบี่
5. นายเฉลมิ ศกั ด์ิ มีไพบลู ยส กุล ครู วทิ ยฐานะครเู ช่ียวชาญ วิทยาลยั เทคนิคกระบ่ี

ผูเชย่ี วชาญ

(ตรวจสอบคณุ ภาพเครื่องมือ : แบบสอบถามความคดิ เห็น)

1. นางคนึงนิจ เกตุแกว ผอู ํานวยการสาํ นกั งานสง เสรมิ การศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษาตามอัธยาศยั จงั หวดั ระนอง
2. นางแกวตา ประภาส ครู วิทยฐานะครเู ชี่ยวชาญ โรงเรียนอนุบาลกระบี่
3. ดร.ภานุ ศรีวสิ ทุ ธ์ิ อาจารย มหาวทิ ยาลยั การกีฬาแหงชาติ วทิ ยาเขตกระบี่

ผเู ช่ยี วชาญ

ใหขอ เสนอแนะ : ประเดน็ คาํ ถามในการสนทนากลมุ (Focus Group)

1. นายประมวล เบด็ เสรจ็ อดตี ผูอํานวยการโรงเรียนอนุบาลกระบ่ี
2. นายเฉลิม เรืองทองเมือง (วทิ ยฐานะผูอํานวยการเชยี่ วชาญ)
3. นายสงั วร คงภักดี อดตี ผูอํานวยการโรงเรียนบา นคลองยาง
(วิทยฐานะผูอํานวยการเช่ยี วชาญ)
ผูอ าํ นวยการผูโรงเรียนอนุบาลคลองทอม
(วิทยฐานะผอู าํ นวยการเชี่ยวชาญ)

ภาคผนวก ข

ภาพกิจกรรมโครงการเพม่ิ โอกาสการเขาถึงการศึกษา

ของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลนในรูปแบบท่เี หมาะสม

83

ภาพกจิ กรรม

โครงการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคนั
และเด็กตกหลนในรปู แบบทเี่ หมาะสม

ที่ วัน เดอื น ป/ กจิ กรรม/ภาพกิจกรรม
เวลา/สถานท่ี

1. 13 พฤษภาคม 2562 ประชุมผูอํานวยการ กศน.อําเภอ และครู กศน. เพื่อชี้แจง

เวลา 13.00 น. รายละเอยี ดโครงการ สอบทานและยนื ยนั ขอ มูลในระบบกํากบั และ

ณ หอ งประชุมช้ัน 2 ติดตามประชากรวยั เรยี นนอกระบบการศึกษา ใหข อเสนอแนะ (ราง)

สนง.กศน.จ.กระบ่ี คําสั่งแตงต้ังคณะกรรมการฯ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงาน

โครงการฯ (ราง) คูมือการดําเนินงาน โดยมีนายพิเชษฐ เจยทองศรี

ศึกษาธิการจังหวดั กระบี่ เปนประธานการประชมุ รว มกับนายสรุ สทิ ธ์ิ

สดุ สาย ผูอ ํานวยการสาํ นักงาน กศน.จังหวดั กระบี่ มผี เู ขา รวมประชุม

จาํ นวน 62 คน

84

ที่ วนั เดอื น ป/ กิจกรรม/ภาพกจิ กรรม
เวลา/สถานท่ี
ประชุมคณะกรรมการขับเคล่ือนการเพิ่มโอกาสการเขาถึงการศึกษา
2. 5 มิถนุ ายน 2562 ของเด็กดอ ยโอกาสฯ (ระดบั จังหวดั ) เพื่อชีแ้ จงรายละเอียดโครงการฯ
รับฟงขอเสนอแนะ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ
เวลา 09.00 น. กอนนําเสนอที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ให
ความเห็นชอบ โดยมี นายสมโภช โชติชูชว ง รองผูวาราชการจังหวัด
ณ หอ งประชุม กระบ่ี เปนประธานการประชุม ผูเ ขา รว มประชมุ จํานวน 40 คน

ปกาสัย ศาลากลาง

จงั หวัดกระบี่

นายสมโภช โชตชิ ชู ว ง
รอง ผวจ.กระบ่ี

3. 26 มิถนุ ายน 2562 เสนอ (ราง) กรอบแนวทางการดําเนินงานโครงการฯ ตอท่ีประชุม
เวลา 13.00 น. คณะอนุกรรมการเก่ียวกับการพัฒนาการศึกษา คร้ังที่ 1/2562 เพ่ือ
ณ หองประชุมชั้น 2 รับฟงขอเสนอแนะ กอนนําเสนอที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการ
สนง.กศน.จ.กระบ่ี จงั หวดั กระบ่ี ใหความเห็นชอบ

รศ.วิมล ดาํ ศรี
ประธานอนกุ รรมการฯ

85

ท่ี วนั เดือน ป/ กจิ กรรม/ภาพกิจกรรม
เวลา/สถานท่ี
คณะกรรมการขับเคลื่อนการเพ่ิมโอกาสการเขาถึงการศึกษาของเด็ก
4. 27 มถิ ุนายน ดอยโอกาสฯ ระดับอําเภอและตําบล ดําเนินการสํารวจ แกไขปญหา
ชวยเหลือ และนําเด็กดอยโอกาส เด็กออกกลางคัน และเด็กตกหลน
- 17 กรกฎาคม เขาสูระบบการศึกษาในรูปแบบท่ีเหมาะสม จากการมีสวนรวมของ
ผูที่เกี่ยวของ และรายงานผลการดําเนินงานทางระบบกํากับและ
2562 ตดิ ตามประชากรวยั เรยี นนอกระบบการศกึ ษา
ภาพกจิ กรรมอําเภอเมืองกระบี่

ภาพกิจกรรมอําเภออา วลึก

86

ท่ี วนั เดือน ป/ กิจกรรม/ภาพกิจกรรม
เวลา/สถานที่

ภาพกจิ กรรมอําเภอปลายพระยา

ภาพกิจกรรมอาํ เภอเหนอื คลอง

ภาพกจิ กรรมอาํ เภอเขาพนม

87

ที่ วัน เดือน ป/ กิจกรรม/ภาพกจิ กรรม
เวลา/สถานที่

ภาพกจิ กรรมอําเภอลาํ ทับ

ภาพกจิ กรรมอาํ เภอคลองทอม
ภาพกิจกรรมอําเภอเกาะลนั ตา

88

ท่ี วัน เดอื น ป/ กจิ กรรม/ภาพกจิ กรรม
เวลา/สถานท่ี

5. 18 กรกฎาคม 2562 ประชมุ เชงิ ปฏบิ ัตกิ ารสรปุ ผลการดาํ เนินงานโครงการฯ ผูเ ขารว ม

เวลา 09.00 น. ประชุมประกอบดวย ผอ.กศน.อําเภอ ทกุ อาํ เภอ และครู กศน.ตาํ บล

ณ หอ งประชุม (อาํ เภอละ 1 คน) รวมจาํ นวน 21 คน โดยมีนายอรรณพ ผวิ ขํา

สนง.กศน.จ.กระบ่ี รองผูอํานวยการสํานกั งาน กศน.จงั หวัดกระบี่ เปน ประธานการ

ประชุม

นายอรรณพ ผิวขํา
รอง ผอ.สนง.กศน.จ.กระบ่ี

6. 1 สิงหาคม 2562 ประชมุ เชิงปฏบิ ัติการจัดทําขอมูลผลการดําเนินงานบันทกึ ลงใน
เวลา 09.00 น. ระบบกํากบั และตดิ ตามประชากรวยั เรยี นนอกระบบการศึกษาและ
ณ หอ งประชมุ ชนั้ 2 รายงานสภาพปญ หา อปุ สรรค และขอเสนอแนะการดาํ เนินงาน
สนง.กศน.จ.กระบ่ี ผเู ขารว มประชุมประกอบดว ย ครู กศน.ตําบลทุกตาํ บล จาํ นวน 58
คน มีนางจุรีรตั น โพธวิ์ จิ ิตร ผอู าํ นวยการ กศน.อําเภอเมืองกระบี่
เปน ประธานการประชมุ

89

ท่ี วนั เดอื น ป/ กจิ กรรม/ภาพกิจกรรม
เวลา/สถานท่ี

7. 19 สิงหาคม 2562 ประชุมสนทนากลุม (Focus Group) เรือ่ ง การพฒั นาแนวทางการ
เวลา 13.00 น. เพิ่มโอกาสการเขาถงึ การศึกษาของเด็กดอยโอกาส เดก็ ออกกลางคัน
ณ หอ งประชมุ และเด็กตกหลนในจงั หวดั กระบ่ี ผูเ ขา รวมสนทนาประกอบดวย
สนง.กศน.จ.กระบ่ี หัวหนา สวนราชการระดบั จงั หวัด/อําเภอ หนว ยงานทางการศึกษา
ทุกสังกัด ภาคธุรกจิ องคกรปกครองสว นทอ งถนิ่ ผูนาํ ชุมชน รวม
จํานวน 30 คน โดยมีนายวพิ ล นาคพันธ เปนผดู ําเนนิ การสนทนา
(Moderator)


Click to View FlipBook Version