๒. ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ ๕ กลมุ่ หรอื ตามความเหมาะสม แลว้ ใหน้ กั เรยี นตง้ั
คำ�ถามจากการชมวดี ทิ ศั น์ โดยครูกำ�หนดค�ำ ถามให้ใช้ค�ำ วา่ “ท�ำ ไม” “เพราะเหตใุ ด” “ผลเป็นอย่างไร”
เช่น ทำ�ไมแมค่ ้าจงึ น�ำ อาหารหมดอายมุ าใหน้ กั เรยี นรบั ประทาน เปน็ ตน้
๓. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง “การทจุ รติ ” จากนนั้ ครอู ธิบายความหมายของ
การทจุ ริตเพมิ่ เติม
๔. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างของเหตุการณ์หรือการกระทำ�ท่ีแสดงถึงการทุจริตต่าง ๆ
ในสังคมไทย
๒) ชัว่ โมงที่ ๒
๑. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เร่ือง จริยธรรม จากนั้นครูอธิบายความหมายของ
จรยิ ธรรมเพ่มิ เตมิ
๒. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างของเหตุการณ์หรือการกระทำ�ที่แสดงถึงจริยธรรมต่าง ๆ
ในสงั คมไทย เช่น การขบั รถผิดกฎจราจร เปน็ ตน้
๓. ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นแยกการกระท�ำ ทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ การมจี รยิ ธรรมและการกระท�ำ
ทีแ่ สดงใหเ้ ห็นถึงการทุจริต ลงในใบงานที่ ๑ เรื่อง ความแตกตา่ งระหว่างจริยธรรมและการทจุ ริต
๔. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความแตกต่างระหวา่ งจรยิ ธรรมและการทุจริต ดงั น้ี
จริยธรรม หมายถงึ แนวทางซ่งึ เปน็ กฎเกณฑ์ในการประพฤตปิ ฏิบัตใิ นสง่ิ ท่ีถูกตอ้ ง
ดีงาม และเป็นลักษณะที่สังคมต้องการ เป็นสิ่งท่ีเกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมส่วนรวม บุคคลที่มี
จรยิ ธรรมอยใู่ นตนเอง ยอ่ มเปน็ ทย่ี อมรบั นบั ถอื ของคนในสงั คม และสามารถด�ำ เนนิ ชวี ติ ไดอ้ ยา่ งเปน็ ปกตสิ ขุ
เปน็ คนทมี่ ีคณุ ภาพและเปน็ ทยี่ อมรับของสังคมสว่ นรวม
การทุจริต หมายถึง การคดโกง ไม่ซ่ือสัตย์สุจริต การกระทำ�ท่ีผิดกฎหมาย
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขนั การใชอ้ �ำ นาจหนา้ ทใี่ นทางทผี่ ดิ เพอื่ แสวงหาประโยชนห์ รอื ใหไ้ ดร้ บั
ส่ิงตอบแทน การให้หรือการรับสินบน การกำ�หนดนโยบายท่ีเอ้ือประโยชน์แก่ตนหรือพวกพ้อง รวมถึง
การทจุ ริตเชงิ นโยบาย
ความแตกต่างระหว่างจริยธรรมและการทุจริต คือ จริยธรรมเป็นแนวทางซ่ึงเป็น
กฎเกณฑ์ในการประพฤติปฏิบัติในส่ิงท่ีถูกต้องดีงาม ส่วนการทุจริต คือ การคดโกง ไม่ซ่ือสัตย์สุจริต
การกระท�ำ ที่ผิดกฎหมาย
๕. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันสนทนาความหมายของจริยธรรมและการทุจริตร่วมกนั
๖. แบ่งกลมุ่ นักเรยี นออกเปน็ ๕ กลุม่ หรอื ตามความเหมาะสม แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั
ยกตวั อย่างจรยิ ธรรมและการทจุ ริต ในใบงานที่ ๒ เรือ่ ง ตวั อย่างของจรยิ ธรรมและการทจุ รติ
๗. ใหน้ ักเรียนนำ�เสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น
๔.๒ สอ่ื การเรียนรู้
๑) วดี ทิ ศั น์ เรอ่ื ง อาหารหมดอายุ https://www.youtube.com/watch?v=uNibl_fg๖z๐
๒) ใบความรู้ เรือ่ ง การทุจริต
44 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เตมิ การป้องกันการทุจรติ ”
๓) ใบความรู้ เร่ือง จรยิ ธรรม
๔) ใบงานท่ี ๑ เร่อื ง ความแตกตา่ งระหว่างจรยิ ธรรมและการทุจริต
๕) ใบงานที่ ๒ เรอื่ ง ตัวอยา่ งของจริยธรรมและการทจุ รติ
๕) การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ
๑) ตรวจผลงานการท�ำ ใบงาน
๒) สังเกตพฤตกิ รรมซื่อสัตยส์ ุจริต
๕.๒ เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการประเมิน
๑) แบบให้คะแนนการตรวจผลงานใบงาน
๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรมซือ่ สัตยส์ จุ ริต
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป
๖. บนั ทึกหลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ 45
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
เร่ือง การทจุ ริต
ปญั หาการทจุ รติ เปน็ ปญั หาทส่ี �ำ คญั ทง้ั ของประเทศไทยและประเทศอน่ื ๆ ทว่ั โลก ปญั หาการทจุ รติ
จะทำ�ให้เกิดความเสื่อมในด้านต่างๆ เกิดขึ้น ท้ังสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นับวันปัญหาดังกล่าว
จะรนุ แรงมากขึน้ และมรี ูปแบบการทจุ รติ ที่ซบั ซ้อน ยากแก่การตรวจสอบมากขนึ้ จากเดิมทีก่ ระท�ำ เพยี ง
สองฝ่าย ปัจจุบันการทุจริตจะกระทำ�กันหลายฝ่าย ทั้งผู้ดำ�รงตำ�แหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ
และเอกชน โดยประกอบดว้ ยสองสว่ นใหญ่ๆ คอื ผู้ใหผ้ ลประโยชน์กบั ผู้รบั ผลประโยชน์ ซง่ึ ทงั้ สองฝ่าย
นี้จะมีผลประโยชน์ร่วมกัน ตราบใดท่ีผลประโยชน์สมเหตุสมผลต่อกัน ก็จะนำ�ไปสู่ปัญหาการทุจริตได้
บางครง้ั ผทู้ รี่ บั ผลประโยชนก์ เ็ ปน็ ผใู้ หผ้ ลประโยชนไ์ ดเ้ ชน่ กนั โดยผรู้ บั ผลประโยชนแ์ ละผใู้ หผ้ ลประโยชน์ คอื
๑. ผรู้ บั ผลประโยชน์ จะเปน็ เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ซงึ่ มอี �ำ นาจหนา้ ทใี่ นการกระท�ำ การด�ำ เนนิ การตา่ ง ๆ
และการรับประโยชน์จะเป็นไปในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดซ้ือจัดจ้าง การเรียกรับประโยชน์โดยตรง
การกำ�หนดระเบยี บหรอื คณุ สมบัติที่เออื้ ตอ่ ตนเองและพวกพอ้ ง
๒. ผู้ให้ผลประโยชน์ เช่น ภาคเอกชน โดยการเสนอผลตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เงิน
สทิ ธพิ เิ ศษอนื่ ๆ เพอ่ื จงู ใจใหน้ กั การเมอื ง เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั กระท�ำ การหรอื ไมก่ ระท�ำ การอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ
ในต�ำ แหนง่ หน้าท่ี ซ่ึงการกระท�ำ ดงั กลา่ วเปน็ การกระท�ำ ทฝ่ี ่าฝนื ต่อระเบียบหรอื ผดิ กฎหมาย เปน็ ตน้
ทจุ รติ หมายถึงอะไร
ค�ำ วา่ ทจุ รติ มกี ารใหค้ วามหมายไดม้ ากมายหลากหลาย ขนึ้ อยกู่ บั วา่ จะมกี ารใหค้ วามหมายดงั กลา่ ว
ไว้ว่าอย่างไร โดยที่คำ�ว่าทุจริตน้ัน จะมีการให้ความหมายโดยหน่วยงานของรัฐ หรือการให้ความหมาย
โดยกฎหมายซึ่งไม่ว่าจะเป็นการให้ความหมายจากแหล่งใด เนื้อหาสำ�คัญของคำ�ว่าทุจริตก็ยังคงมี
ความหมายที่สอดคล้องกันอยู่ น่ันคือ การทุจริตเป็นส่ิงท่ีไม่ดี มีการแสวงหาหรือเอาผลประโยชน์
ของส่วนรวมมาเปน็ ของส่วนตัว ท้งั ๆ ทีต่ นเองไม่ได้มีสิทธใิ นสิง่ ๆ นนั้ การยดึ ถือเอามาดงั กลา่ วจงึ ถอื เปน็
สง่ิ ที่ผิด ทั้งในแงข่ องกฎหมายและศลี ธรรม
ดังน้ัน การทุจริต หมายถึง การคดโกง ไม่ซ่ือสัตย์สุจริต การกระทำ�ท่ีผิดกฎหมาย เพ่ือให้เกิด
ความได้เปรียบในการแข่งขัน การใช้อำ�นาจหน้าท่ีในทางที่ผิดเพ่ือแสวงหาประโยชน์หรือให้ได้รับ
ส่ิงตอบแทน การให้หรือการรับสินบน การกำ�หนดนโยบายที่เอ้ือประโยชน์แก่ตนหรือพวกพ้อง รวมถึง
การทจุ ริตเชิงนโยบาย
46 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพมิ่ เตมิ การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”
ใบความรู้
เร่ือง จรยิ ธรรม
ความดงี ามทางสังคม ถือเป็นกฎเกณฑแ์ หง่ ความประพฤติ หรอื หลกั ความจรงิ ที่เปน็ แนวทางแหง่
ความประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ หม้ นษุ ยอ์ ยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอยา่ งเปน็ สขุ การศกึ ษาเรอื่ งจรยิ ธรรมจงึ เปน็ หนงึ่ ในวชิ า
ปรัชญาทศ่ี กึ ษาเก่ียวกับความดีงามทางสงั คมมนษุ ย์
ความหมายของ จรยิ ธรรม
จริยธรรม หมายถึง สิ่งที่ทำ�ได้ในทางวินัยจนเกิดความเคยชิน มีพลังใจ มีความตั้งใจแน่วแน่
จงึ ตอ้ งอาศยั ปญั ญา และปญั ญาอาจเกดิ จากความศรทั ธาเชอ่ื ถอื ผอู้ นื่ ในทางพทุ ธศาสนาสอนวา่ จรยิ ธรรม
คือ การนำ�ความรู้ ความจริง หรือกฎธรรมชาติมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำ�เนินชีวิตท่ีดีงาม
(พระราชวรมุนี)
พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตสถาน (๒๕๔๖) ให้ความหมายของจริยธรรมไว้ว่า หมายถึง
ธรรมท่ีเปน็ ข้อประพฤตปิ ฏิบตั ิ
โคลเบิร์ก (Kohlberg ๑๙๗๒ : ๒๑๒) กลา่ วถึงจรยิ ธรรมว่า จรยิ ธรรมเปน็ ความร้สู ึกผิดชอบชว่ั ดี
เปน็ กฎเกณฑแ์ ละมาตรฐานของการประพฤตปิ ฏบิ ตั ใิ นสงั คมซง่ึ บคุ คลพฒั นาขน้ึ จนกระทง่ั มพี ฤตกิ รรมเปน็
ของตนเอง โดยสังคมจะเปน็ ตวั ตดั สินผลของการกระทำ�น้ันวา่ เป็นการกระท�ำ ที่ถกู หรอื ผิด
จากความหมายทกี่ ลา่ วมา สรปุ ไดว้ า่ จรยิ ธรรม หมายถงึ แนวทางซง่ึ เปน็ กฎเกณฑใ์ นการประพฤติ
ปฏิบัติในส่ิงที่ถูกต้องดีงาม และเป็นลักษณะที่สังคมต้องการ เป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อตนเองและ
สังคมส่วนรวม บุคคลท่ีมีจริยธรรมอยู่ในตนเอง ย่อมเป็นท่ียอมรับนับถือของคนในสังคม และสามารถ
ดำ�เนนิ ชวี ิตไดอ้ ย่างเป็นปกตสิ ุข เปน็ คนท่มี คี ณุ ภาพและเป็นท่ียอมรบั ของสงั คมส่วนรวม
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 47
ใบงานที่ ๑
เร่ือง ความแตกตา่ งระหวา่ งจริยธรรมและการทจุ ริต
ชือ่ .....................................................................................ช้นั ..........................เลขท.ี่ .................
ค�ำ ชแ้ี จง ให้นักเรียนแยกข้อความออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มจริยธรรมและการทุจริต แล้วเขียนลงใน
ตารางให้ถูกต้อง
๑. นายสวุ ัฒนน์ �ำ รถหลวงไปจ�ำ น�ำ และเบกิ คา่ นำ้�มนั เท็จ
๒. นายสมพงษไ์ มร่ ับของขวัญจากผมู้ าตดิ ตอ่ ราชการ
๓. เด็กชายกล้าลอกข้อสอบเพ่อื น
๔. นางวภิ านำ�รถหลวงไปใช้งานแต่งงานลูก
๕. ผอู้ �ำ นวยการไม่รบั ฝากนกั เรียนทีจ่ ะมาเขา้ เรยี น
๖. เดก็ หญงิ แพรไมร่ ับเงินจากเพอื่ นที่ว่าจ้างใหท้ ำ�รายงาน
๗. นางพรนภาไม่รบั เงนิ จากผูม้ าหาเสยี งเลือกตง้ั
๘. นางพมิ เอาโทรศพั ท์หลวงมาโทรตดิ ต่อธรุ ะส่วนตัว
การกระท�ำ ทีแ่ สดงให้เห็นว่า การกระทำ�ทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ว่า
“บคุ คลนนั้ เปน็ ผ้มู ีจรยิ ธรรม” “บคุ คลนัน้ เป็นผู้ทุจรติ ”
๑. ๑.
๒. ๒.
๓. ๓.
๔. ๔.
๕. ๕.
๖. ๖.
๗. ๗.
๘. ๘.
48 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เตมิ การป้องกนั การทจุ รติ ”
ใบงานที่ ๒
เร่อื ง ตัวอย่างของจรยิ ธรรมและการทจุ ริต
ช่อื .....................................................................................ช้ัน..........................เลขท่.ี .................
คำ�ช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งการกระท�ำ ระหวา่ งจรยิ ธรรมกับการทจุ รติ มาอยา่ งละ ๑๐ พฤติกรรม
การกระทำ�ท่แี สดงให้เห็นว่า การกระทำ�ทแ่ี สดงใหเ้ ห็นว่า
“บุคคลนน้ั เปน็ ผมู้ จี รยิ ธรรม” “บคุ คลนัน้ เปน็ ผ้ทู ุจรติ ”
๑. ๑.
๒. ๒.
๓. ๓.
๔. ๔.
๕. ๕.
๖. ๖.
๗. ๗.
๘. ๘.
๙. ๙.
๑๐. ๑๐.
ระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 49
แบบสังเกตพฤติกรรม เรื่อง ซอ่ื สัตย์ สจุ ริต
คำ�ชแ้ี จง การบนั ทึกใหท้ �ำ เครื่องหมาย ลงในช่องทต่ี รงกับพฤติกรรมทเ่ี กิดข้ึนจรงิ
รายการ สรปุ ผลการ
ประเมิน
เลขท่ี ชือ่ - สกลุ รูจ้ ักแยกแยะ
ผลประโยชน์
พูด ไมล่ กั ตรงไป ท�ำ ตวั ส่วนตนและ ผา่ น ไมผ่ า่ น
ความจรงิ ขโมย ตรงมา น่าเชอ่ื ถือ ผลประโยชน์
ส่วนรวม
เกณฑก์ ารประเมนิ
ผา่ นตั้งแต่ ๓ รายการ ถอื วา่ ผา่ น
ผา่ น ๒ รายการ ถอื ว่า ไม่ผ่าน
ลงช่อื ผ้ปู ระเมิน
(...............................................)
.........../........../.............
50 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การป้องกนั การทุจรติ ”
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๑ ช่ือหน่วย การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
และผลประโยชน์สว่ นรวม
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๘ เรอื่ ง การขดั กันระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน เวลา ๒ ช่วั โมง
และผลประโยชนส์ ่วนรวม
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๑.๒ วเิ คราะหก์ ารคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ในหม่บู า้ นได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกผลกระทบจากการขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์
ส่วนรวมในหมู่บา้ นได้
๒.๓ นักเรียนสามารถหาวิธีการแก้ไขการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์
สว่ นรวมในหมู่บ้านได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
การขดั กันระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม หมายถงึ สถานการณ์
ท่ีเจ้าหน้าท่ขี องรัฐ ซ่งึ มีหนา้ ที่รบั ผดิ ชอบต่อประโยชนส์ าธารณะ มีผลประโยชนส์ ว่ นตนเขา้ มาแทรกซอ้ น
โดยการใชต้ ำ�แหน่งหนา้ ท/่ี อิทธิพลทางการเมอื ง กระทำ�การ/ตัดสนิ ใจ/ใชด้ ลุ ยพินิจ ทก่ี ่อให้เกิดประโยชน์
ตอ่ ตนเองและพวกพ้องมากกวา่ ประโยชนส์ าธารณะ
ผลประโยชนส์ ว่ นตน หมายถงึ การทบ่ี คุ คลทวั่ ไปในสถานะเอกชนหรอื เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ไดท้ �ำ
กจิ กรรมหรือได้กระท�ำ การตา่ งๆ เพ่อื ผลประโยชน์สว่ นตน ครอบครัว ญาติ เพือ่ น หรอื ของกลุ่มในสงั คม
ผลประโยชนส์ ว่ นรวม หรอื ประโยชน์สาธารณะ หมายถงึ การทบี่ คุ คลใด ๆ ในสถานะท่เี ปน็
เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ไดก้ ระท�ำ การใด ๆ ตามหนา้ ทหี่ รอื ไดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ที่ อนั เปน็ การด�ำ เนนิ การในอกี สว่ นหนงึ่
ท่แี ยกออกมาจากการด�ำ เนินการตามหนา้ ที่ในสถานะของเอกชน
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกดิ )
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ 51
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑) ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้ันตอนการเรยี นรู้
๑) ชว่ั โมงท่ี ๑
๑. ครทู บทวนความหมายของการขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชน์
สว่ นรวม
๒. ครูให้นักเรียนชมวีดิทัศน์ เร่ือง การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวม
๓. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาถึงการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชนส์ ว่ นรวมในหมู่บ้านของตนเอง
๔. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ ๓ - ๕ คน ให้ร่วมกันบอกว่าพฤติกรรมใดบ้างท่ีเป็น
การขัดกันระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวมในหมูบ่ า้ นของตนเอง ลงในใบงานที่ ๑
เรอื่ ง การขัดกนั ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวมในหมู่บ้าน
๕. นักเรียนนำ�เสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
๖. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปองคค์ วามรูท้ ีไ่ ด้
๒) ชั่วโมงที่ ๒
๑. ครูทบทวนความรู้เดิมจากชั่วโมงทแี่ ล้ว
๒. แบง่ กลมุ่ นกั เรยี นกลมุ่ ละ ๓ - ๕ คน ให้รว่ มกนั บอกว่าผลกระทบและวิธกี ารแกไ้ ข
การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมในหมู่บ้านของตนเอง ลงในใบงาน
ที่ ๒ เร่อื ง ผลกระทบและวธิ ีการแก้ไขการขัดกนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ในหมบู่ ้าน
๓. นักเรยี นนำ�เสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
๔. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปองค์ความร้ทู ีไ่ ด้
๔.๒ สื่อการเรยี นรู้
๑) คลปิ วดี ีโอ เรอ่ื ง การขดั กันระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม
https://www.youtube.com/watch?v=Pb๑htlXIE๓s
๒) ใบงานท่ี ๑ เร่ือง การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม
ในหม่บู า้ น
๓) ใบงานท่ี ๒ เรอื่ ง ผลกระทบและวธิ กี ารแกไ้ ขการขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและ
ผลประโยชน์สว่ นรวมในหมู่บา้ น
52 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพมิ่ เติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ
๑) สังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน
๒) ประเมนิ ผลงานนกั เรียน
๕.๒ เครื่องมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น
๒) แบบประเมนิ ผลงานนักเรียน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สนิ
ผ่านเกณฑ์การประเมิน รอ้ ยละ ๘๐
๖. บนั ทึกหลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................ ครผู ูส้ อน
(...............................................)
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 53
๗. ภาคผนวก
ใบงานท่ี ๑
เรอ่ื ง การขัดกนั ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตนและผลประโยชน์สว่ นรวมในหมบู่ า้ น
ค�ำ ช้แี จง ให้นักเรียนบอกว่าพฤติกรรมใดบ้างท่ีเป็นการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวมในหมูบ่ ้านของตนเอง
การขดั กนั ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน
และผลประโยชนส์ ว่ นรวมในหมู่บ้าน
ชอ่ื .............................................................................ชัน้ ......................เลขที.่ ...............
54 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเติม การป้องกันการทจุ รติ ”
ใบงานท่ี ๒
เรอ่ื ง ผลกระทบและวิธกี ารแก้ไขการขดั กนั ระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน
และผลประโยชน์ส่วนรวมในหมู่บ้าน
คำ�ชแ้ี จง ให้นักเรียนบอกว่าผลกระทบและแนวทางแก้ไขการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน
และผลประโยชน์สว่ นรวมในหมบู่ ้านของตนเอง
ผลกระทบ
แนวทางแกไ้ ข
ชอื่ .............................................................................ชั้น......................เลขท.ี่ ...............
ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ 55
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤติกรรม การแสดง การตอบ การยอมรับฟงั การท�ำ งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคดิ เห็น คำ�ถาม ความคิดเหน็ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ช่ือ-สกุล
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวดั ผล
ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละกลุ่ม ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กับ ๔ ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสทิ ธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรับปรงุ เทา่ กับ ๑ ประสิทธิภาพตำ่� กวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่อื ) ผู้สงั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
56 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพมิ่ เติม การป้องกันการทุจริต”
แบบประเมินผลงาน
ค�ำ ช้ีแจง ท�ำ เครื่องหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤตกิ รรมที่นกั เรยี นปฏิบตั ดิ งั นี้
ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ ๒ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ นอ้ ย
หวั ข้อประเมิน ความถกู ตอ้ ง ความเรยี บรอ้ ย ความคิดสร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมนิ ผล
ลำ�ดบั ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ
ท่ี คะแนน
ช่อื -สกลุ ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผ่าน
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนตั้งแต่ ๔ - ๙ ผ่าน
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ่� กวา่ ๔ ไมผ่ ่าน
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 57
แผนการจดั การเรียนรู้ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
เวลา ๒ ชวั่ โมง
หนว่ ยที่ ๑ ช่ือหนว่ ย การคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน
และผลประโยชน์สว่ นรวม
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๙ เรือ่ ง ผลประโยชนท์ ับซอ้ น
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
๑.๒ วเิ คราะหก์ ารคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์สว่ นรวม
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของผลประโยชน์ทบั ซอ้ นได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถยกตัวอยา่ งของผลประโยชน์ทับซ้อนได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ผลประโยชนท์ บั ซอ้ นหมายถงึ สถานการณห์ รอื การกระท�ำ ของบคุ คล(ไมว่ า่ จะเปน็ นกั การเมอื ง
ข้าราชการ พนักงานบริษัท ผู้บริหาร) มีผลประโยชน์ส่วนตนเข้ามาเก่ียวข้อง จนส่งผลกระทบต่อการ
ตัดสินใจหรือการปฏิบัติหน้าที่ในตำ�แหน่งน้ัน การกระทำ�ดังกล่าวอาจเกิดข้ึนโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้ง
เจตนาหรือไม่เจตนา หรือบางเร่ืองเป็นการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนไม่เห็นว่าจะเป็นส่ิงผิดแต่อย่างใด
พฤติกรรมเหลา่ นี้เป็นการกระทำ�ความผิดทางจรยิ ธรรมของเจา้ หน้าทขี่ องรฐั ทตี่ อ้ งค�ำ นงึ ถงึ ผลประโยชน์
สาธารณะ (ผลประโยชนข์ องสว่ นรวม) แตก่ ลบั ตดั สนิ ใจปฏบิ ตั หิ นา้ ทโ่ี ดยค�ำ นงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องตนเอง
หรอื พวกพ้อง
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด)
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑) ซอ่ื สตั ย์สุจรติ
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้
๑) ชว่ั โมงที่ ๑
๑. ครูให้นกั เรียนชมวดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง รูท้ ันกนั โกง ตอน ผลประโยชนท์ ับซ้อน
๒. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาถงึ การชมวดี ทิ ศั น์ เรอื่ ง รทู้ นั กนั โกง ตอน ผลประโยชน์
ทับซ้อน ว่าพฤตกิ รรมแบบใดท่ีเปน็ ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น
58 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การป้องกันการทจุ รติ ”
๓. แบง่ กลมุ่ นกั เรยี นกลมุ่ ละ๓-๕คนใหร้ ว่ มกนั บอกความหมายของผลประโยชนท์ บั ซอ้ น
ลงในใบงานท่ี ๑ เร่ือง ผลประโยชน์ทับซ้อน
๔. นักเรียนน�ำ เสนอผลงานหนา้ ชัน้ เรียน
๕. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปองค์ความรทู้ ่ีได้
๒) ชวั่ โมงท่ี ๒
๑. ครทู บทวนความรูเ้ ดิมจากชวั่ โมงทีแ่ ลว้ โดยใชค้ ำ�ถาม - ตอบ
๒. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ ๓ - ๕ คน ให้ร่วมกันระดมความคิดในการยกตัวอย่าง
พฤตกิ รรมใดบ้างท่เี ป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ลงในใบงานที่ ๒ เรื่อง ตัวอย่างของผลประโยชนท์ บั ซอ้ น
๓. นักเรียนนำ�เสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
๔. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสรปุ องค์ความรทู้ ไ่ี ด้
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้
๑) คลิปวีดีโอ เร่ือง รทู้ นั กนั โกง ตอน ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น
https://www.youtube.com/watch?v=๓๔Ixr๑๘MPOs
๒) ใบงานที่ ๑ เรื่อง ผลประโยชน์ทับซอ้ น
๓) ใบงานท่ี ๒ เรือ่ ง ตัวอย่างของผลประโยชน์ทับซ้อน
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ
๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียน
๒) ประเมินผลงานนกั เรยี น
๕.๒ เครือ่ งมือท่ีใช้ในการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น
๒) แบบประเมนิ ผลงานนักเรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐
๖. บนั ทึกหลงั การจัดประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครูผู้สอน
(...............................................)
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ 59
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
เร่ือง ผลประโยชนท์ บั ซ้อน
ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests)
ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น หรอื ความขดั แยง้ กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ นรวม
(Conflict of Interests : COI) เปน็ ประเด็นปญั หาทางการบริหารภาครฐั ในปัจจุบันท่ีเปน็ บอ่ เกิดของ
ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในระดับท่ีรุนแรงขึ้น และยังสะท้อนปัญหาการขาดหลักธรรมาภิบาล
และเปน็ อปุ สรรคตอ่ การพัฒนาประเทศ
ความหมาย สถานการณห์ รอื การกระท�ำ ของบคุ คล (ไมว่ า่ จะเปน็ นกั การเมอื ง ขา้ ราชการ พนกั งาน
บรษิ ทั ผูบ้ รหิ าร) มีผลประโยชน์สว่ นตนเขา้ มาเกี่ยวข้อง จนสง่ ผลกระทบตอ่ การตดั สินใจหรือการปฏบิ ัติ
หน้าที่ในตำ�แหน่งน้ัน การกระทำ�ดังกล่าวอาจเกิดข้ึนโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาหรือไม่เจตนาหรือ
บางเร่ืองเป็นการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนไม่เห็นว่าจะเป็นส่ิงผิดแต่อย่างใด พฤติกรรมเหล่าน้ีเป็นการ
กระทำ�ความผิดทางจริยธรรมของเจ้าหน้าทีข่ องรัฐ ที่ตอ้ งค�ำ นงึ ถงึ ผลประโยชน์สาธารณะ (ผลประโยชน์
ของสว่ นรวม) แต่กลับตัดสนิ ใจปฏิบัติหนา้ ทโ่ี ดยค�ำ นึงถงึ ประโยชนข์ องตนเองหรือพวกพอ้ ง
มูลเหตุปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดจากการพัฒนาการ
ทางการเมืองไทยเปล่ียนไป จากเดิมท่ีนักการเมืองและนักธุรกิจเป็นบุคคลคนละกลุ่มกัน กล่าวคือ
ในอดตี นกั ธรุ กจิ ตอ้ งพง่ึ พงิ นกั การเมอื ง เพอื่ ใหน้ กั การเมอื งชว่ ยเหลอื สนบั สนนุ ธรุ กจิ ของตน ซง่ึ ในบางครงั้
ส่ิงท่ีนักธุรกิจต้องการน้ัน มิได้รับการตอบสนองจากนักการเมืองทุกคร้ังเสมอไป นักธุรกิจก็ต้องจ่ายเงิน
จำ�นวนมากแกน่ กั การเมอื ง ในปัจจบุ นั นกั ธรุ กจิ จงึ ใช้วิธกี ารเข้ามาเล่นการเมืองเองเพือ่ ให้ตนเองสามารถ
เขา้ มาเปน็ ผู้กำ�หนดนโยบายและออกกฎเกณฑต์ า่ งๆ ในสังคมได้ และทส่ี ำ�คัญคอื ทำ�ให้ข้าราชการตา่ ง ๆ
ตอ้ งปฏิบัตติ ามค�ำ สงั่
ผลประโยชนท์ บั ซ้อน ภาษาไทยใช้อยู่ ๓ อยา่ ง ๑. ความขดั แยง้ กนั ระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตน
และผลประโยชน์ส่วนรวม ๒. ผลประโยชนท์ ับซอ้ น ๓. ผลประโยชนข์ ดั กัน
60 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เติม การปอ้ งกันการทุจรติ ”
ใบงานที่ ๑
เร่อื ง ผลประโยชน์ทับซอ้ น
ค�ำ ชี้แจง ให้นักเรียนบอกความหมายของผลประโยชน์ทับซ้อน
ผลประโยชนท์ ับซ้อน
ชื่อ.............................................................................ช้นั ......................เลขท.่ี ...............
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ 61
ใบงานที่ ๒
เรอ่ื ง ตวั อย่างของผลประโยชนท์ บั ซ้อน
คำ�ชี้แจง ให้นักเรียนยกตัวอย่างพฤติกรรมใดบ้างที่เปน็ ผลประโยชนท์ ับซ้อน
ช่อื .............................................................................ชน้ั ......................เลขท่.ี ...............
62 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เตมิ การป้องกนั การทุจริต”
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
ท่ี พฤตกิ รรม การแสดง การตอบ การยอมรับฟัง การทำ�งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคิดเห็น ค�ำ ถาม ความคดิ เห็น ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ช่ือ-สกุล
๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวดั ผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดังน้ี
ดีมาก เท่ากับ ๔ ประสิทธิภาพอยูใ่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ด ี เทา่ กบั ๓ ประสทิ ธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากบั ๒ ประสทิ ธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เท่ากับ ๑ ประสทิ ธิภาพตำ่� กว่าเกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่ือ) ผู้สังเกต
(.....................................................)
.............../................./....................
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 63
แบบประเมนิ ผลงาน
ค�ำ ช้แี จง ท�ำ เครือ่ งหมาย ลงในช่องระดบั คะแนนพฤติกรรมที่นักเรียนปฏบิ ัตดิ งั นี้
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดบั ๒ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ ปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นน้อย
หัวข้อประเมิน ความถูกตอ้ ง ความเรยี บรอ้ ย ความคิดสร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมินผล
ลำ�ดบั ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ
ที่ คะแนน
ชื่อ-สกุล ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผา่ น
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนต้งั แต่ ๔ - ๙ ผ่าน
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ�่ กว่า ๔ ไมผ่ ่าน
64 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การป้องกันการทุจริต”
หนว่ ยท่ี ๒
ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๒ ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๔
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรื่อง ความละอายและความไมท่ นตอ่ เวลา ๓ ชว่ั โมง
การทุจรติ : การทิง้ ขยะไม่เปน็ ทใี่ นชุมชน
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกับความไม่ทนและความละอายตอ่ การทจุ รติ
๑.๒ ปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้ไม่ทนและละอายต่อการทุจริตทกุ รูปแบบ
๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นกั เรยี นบอกผลกระทบของการท้ิงขยะไมเ่ ป็นที่ในชุมชนได้
๒.๒ นกั เรยี นทง้ิ ขยะเป็นทีแ่ ละคดั แยกขยะกอ่ นท้ิงลงถงั
๒.๓ นกั เรียนสามารถโนม้ น้าวใจใหค้ นในชมุ ชนท้ิงขยะให้ถูกที่และคดั แยกขยะได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
- ผลกระทบของการไม่ทิ้งขยะให้เป็นที่ สาเหตุและที่มาของขยะ เกิดจากความมักง่าย
และขาดจติ ส�ำนกึ ถึงผลเสยี ทจ่ี ะเกดิ ขึ้น เปน็ สาเหตุท่ีพบบ่อยมาก ซงึ่ จะเห็นได้จากการทิ้งขยะลงตามพืน้
หรอื แหล่งนำ้� โดยไมท่ ้ิงลงในถงั รองรับท่จี ดั ไว้ให้ หรอื แม้กระทงั่ การซือ้ ของการใช้สง่ิ ของของนกั เรยี น เช่น
ขนม กระดาษ แก้วน้ำ� ขวดนำ้� โดยใส่ถงุ พลาสตกิ หลายๆ ถุง ท�ำให้มีขยะเพมิ่ ในปริมาณมาก
- การคดั แยกขยะ ชนดิ ของขยะทีถ่ ูกแยกไดง้ ่าย ๆ จากบา้ นเราเองเลย มดี งั น้ี
๑. ขยะยอ่ ยสลายได้ : เศษอาหาร พชื ผกั ขยะอนิ ทรยี ์ กิ่งไม้ ขยะทสี่ ามารถนำ�ไปผา่ น
กระบวนการให้กลายเปน็ ป๋ยุ ได้
๒. ขยะรไี ซเคลิ : ขยะทสี่ ามารถน�ำ ไปผา่ นกระบวนการรไี ซเคลิ เพอื่ น�ำ กลบั มาใชใ้ หมไ่ ด้
เชน่ กระดาษ ขวดพลาสติก แกว้ เศษเหล็ก โลหะ (น�ำ ไปขายได)้
๓. ขยะท่วั ไป : ขยะทยี่ อ่ ยสลายยากและไม่คุ้มต่อการรีไซเคิล เช่น ถุงพลาสตกิ ถุงขนม
เศษพลาสตกิ เช่นซองลูกอม หลอด ฯลฯ
๔. ขยะพิษ : ขยะอันตราย เช่น สารเคมี หรือขยะท่ีมพี ิษตอ้ งผ่านกระบวนการกำ�จดั
อยา่ งถกู วธิ ีเท่านั้น เช่น หลอดไฟ กระปอ๋ งสี กระปอ๋ งสารเคมี ยาฆา่ แมลง ยาฆา่ หญา้ น้ำ�มันเคร่ือง ฯลฯ
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ 65
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ
๑) ทกั ษะกระบวนการคดิ
๒) ความสามรถในการใช้ทักษะชีวติ
๓.๓ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค/์ ค่านยิ ม
๑) ซอื่ สัตย์สจุ รติ
๒) ใฝเ่ รยี นรู้
๓) มงุ่ มัน่ ในการทำ�งาน
๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั การเรียนรู้
ชั่วโมงท่ี ๑
๑) ครใู ห้นักเรยี นดูวดี ิทศั น์ ท้งิ ขยะใหถ้ กู ที่
๒) ครแู ละนกั เรยี นสนทนาดว้ ยค�ำ ถาม เชน่ นกั เรยี นคดิ วา่ การทงิ้ ขยะใหถ้ กู ทส่ี �ำ คญั อยา่ งไร,
นกั เรียนเคยไดร้ ับผลกระทบจากขยะหรือไม่, ในชุมชนของนกั เรยี นมีปัญหาขยะอะไรบา้ ง
๓) ครูแจกใบความรู้เรื่อง ผลกระทบจากการทิ้งขยะไม่ถูกท่ี นักเรียนอ่านออกเสียง
ใบความรู้นน้ั ครูอธิบายเนอ้ื หาเพ่ิมเติม
๔) ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๕ คน เขียนสรุปผลกระทบจากการท้ิงขยะไม่ถูกท่ี
หรือผลกระทบจากปัญหาขยะ เป็นแผนผังความร้พู ร้อมตกแต่งให้สวยงาม
๕) ครใู หน้ ักเรยี นน�ำ เสนอชน้ิ งานของตนเอง
๖) ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปกิจกรรม
ชั่วโมงที่ ๒
๑) ครูให้นักเรยี นดวู ิดโี อการคัดแยกขยะ
๒) ครแู ละนกั เรยี นสนทนาดว้ ยค�ำ ถาม เชน่ นกั เรยี นเคยคดั แยกขยะหรอื ไม,่ การคดั แยกขยะ
มปี ระโยชน์อยา่ งไร
๓) ครสู รุปอธบิ ายความรู้เรื่องการคัดแยกขยะอีกครัง้ หนง่ึ
๔) ครสู าธิตการคัดแยกขยะ
๕) ครใู หน้ กั เรยี นเดนิ เกบ็ ขยะบรเิ วณโรงเรยี นคนละ ๑ ชนิ้ และกลบั มาทงิ้ ลงทง้ั ขยะใหถ้ กู ถงั
ตามแนวทางการคดั แยกขยะ
๖) ครสู รปุ กจิ กรรม และฝากใหน้ ักเรยี นทำ�การคดั แยกขยะทบี่ ้าน
ชว่ั โมงท่ี ๓
๑) ครทู บทวนความรู้จากช่วั โมงทผี่ ่านมา
๒) ครยู ำ้� ถึงความส�ำคญั ของการทิง้ ขยะให้ถกู ท่ี และการคัดแยกขยะ
๓) ครแู บง่ นกั เรยี นออกเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๕ คนใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ คดิ กจิ กรรมทจี่ ะสามารถ
รณรงคใ์ หค้ นในชมุ ชนทงิ้ ขยะใหถ้ กู ที่ และคกั แยกขยะได้ หรอื ครอู าจเสนอกจิ กรรมใหน้ กั เรยี นปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
66 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การป้องกันการทจุ ริต”
๓.๑ กิจกรรมเสียงตามสาย เร่ือง ท้ิงขยะให้ถูกท่ี โดยให้นักเรียนนำ�เน้ือหาเก่ียวกับ
ผลกระทบของการทงิ้ ขยะไมเ่ ปน็ ที่ และความรเู้ กย่ี วกบั การคดั แยกขยะ ไปพดู ประชาสมั พนั ธเ์ สยี งตามสาย
ในชมุ ชน เป็นเวลา ๑ สปั ดาห์
๓.๒ กิจกรรมคำ�ขวัญ รณรงค์ให้คนในชุมชนทิ้งขยะให้ถูกที่ และคักแยกขยะ โดยให้
สมาชิกแต่งคำ�ขวัญเก่ียวกับเรอื่ งทีต่ ้องการรณรงค์
๓.๓ กิจกรรมแผน่ ป้ายความรู้ประชาสมั พนั ธ์ โดยใหส้ มาชกิ รว่ มทำ�ป้ายความร้เู กี่ยวกบั
ผลกระทบของการทง้ิ ขยะไมเ่ ปน็ ที่ และความรเู้ กย่ี วกบั การคดั แยกขยะ และน�ำ ไปตดิ ประชาสมั พนั ธต์ าม
ท่ีต่าง ๆ ของชมุ ชน เชน่ บอร์ดประชาสัมพันธ์ของอำ�เภอ
๔) นกั เรยี นน�ำ เสนอกจิ กรรมทีก่ ลุ่มของตนเองจะปฏบิ ตั ิ
๕) ครูนำ�นกั เรียนไปติดต่อชุมชน เพือ่ ด�ำ เนินการตามกิจกรรมที่นักเรยี นตอ้ งการปฏิบัติ
๔.๒ ส่ือการเรียนรู้
๑) วีดทิ ัศน์ เพลงท้งิ ขยะใหถ้ ูกท่ี
๒) วดี ิทศั น์ เรือ่ ง การคดั แยกขยะ
๓) ใบความรเู้ รอ่ื ง ผลกระทบจากการทิง้ ขยะไม่ถกู ท่ี
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) สงั เกตพฤติกรรมในการทำ�งานเปน็ กลมุ่
๒) ประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
๕.๒ เครื่องมอื ในการประเมนิ
๑) แบบประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
๒) แบบตรวจผลงานนักเรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ
๑) เกณฑก์ ารประเมินพฤติกรรมรายบุคคล
๑. การใหค้ ะแนน ให้ ๑ คะแนน
๒. การสรุปผลการประเมินให้เป็นระดับคุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ กำ�หนดเกณฑ์ได้ตาม
ความเหมาะสมหรอื อาจใช้เกณฑด์ งั นี้
๙ - ๑๐ คะแนน = ๔ (ดีมาก) ๗ - ๘ คะแนน = ๓ (ดี)
๕ - ๖ คะแนน = ๒ (พอใช้) ๐ - ๔ คะแนน = ๑ (ควรปรบั ปรงุ )
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 67
๒) เกณฑก์ ารให้คะแนนผลงาน
ประเดน็ ๔ คะแนน ๑
ท่ีประเมนิ ๓๒
๑. ผลงานตรงกบั จุด ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานไมส่ อดคล้อง
ประสงค์ จุดประสงค์ จดุ ประสงค์เปน็ จุดประสงค์ กับจดุ ประสงค์
ทีก่ �ำ หนด ทกุ ประเด็น สว่ นใหญ่ บางประเด็น
๒. ผลงานมีความถกู เนือ้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เนือ้ หาสาระของ
ต้องสมบูรณ์ ผลงานถกู ตอ้ ง ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกตอ้ งเป็น ผลงานไม่ถกู ตอ้ ง
ครบถว้ น เปน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็ เปน็ ส่วนใหญ่
๓. ผลงานมีความคดิ ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมแี นวคิด ผลงานมีความ ผลงานไมแ่ สดง
สรา้ งสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ แปลกใหมแ่ ต่ยงั ไม่ น่าสนใจ แต่ยงั ไมม่ ี แนวคิดใหม่
แปลกใหมแ่ ละเป็น เป็นระบบ แนวคดิ แปลกใหม่
ระบบ
๔. ผลงานมีความ ผลงานมคี วามเป็น ผลงานสว่ นใหญ่ ผลงานมีความ ผลงานสว่ นใหญ่
เป็นระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถึง มีความเป็นระเบียบ เปน็ ระเบยี บแต่มี ไมเ่ ปน็ ระเบยี บและ
ความประณตี แต่ยงั มขี ้อบกพร่อง ข้อบกพร่องบางส่วน มขี ้อบกพร่อง
๓) เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
นักเรยี นไดค้ ะแนน ๑๓ คะแนนขน้ึ ไปรอ้ ยละ ๘๐ ถอื วา่ ผา่ น
๖. บันทึกหลงั การจัดประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครูผสู้ อน
(...............................................)
68 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การป้องกันการทจุ ริต”
๗. ภาคผนวก
วดี ิทศั นเ์ พลง ทิ้งขยะให้ถกู ท่ี
ทง้ิ ขยะใหถ้ กู ท่ี จาก: https://
www.youtube.com/
watch?v=๕๕F๙fhazTCE
วีดิทัศน์ เร่ือง การคดั แยกขยะ
การแยกขยะ จาก : https://
www.youtube.com/
watch?v=๘sIK๓p_Aurs
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ 69
ใบความรู้
เรอ่ื ง ผลกระทบจากการท้ิงขยะไม่ถกู ที่
ผลกระทบของการท้งิ ขยะไม่เปน็ ที่
สาเหตแุ ละท่ีมาของขยะ เกดิ จากความมกั งา่ ยและขาดจิตส�ำนกึ ถึงผลเสียท่จี ะเกิดขึน้ เป็นสาเหตุ
ที่พบบ่อยมาก ซ่ึงจะเห็นได้จากการท้ิงขยะลงตามพื้นหรือแหล่งน�้ำโดยไม่ทิ้งลงในถังรองรับที่จัดไว้ให้
หรอื แมก้ ระทง่ั การซอื้ ของการใชส้ ง่ิ ของของนกั เรยี น เชน่ ขนม กระดาษ แกว้ นำ�้ ขวดนำ�้ โดยใสถ่ งุ พลาสตกิ
หลาย ๆ ถุง ท�ำให้มขี ยะเพมิ่ ในปรมิ าณมาก
ในปจั จุบนั ใครหลาย ๆ คน อาจจะเคยชนิ กับการทงิ้ ขยะเรย่ี ราดไมเ่ ป็นทเ่ี ป็นทาง ไม่ว่าจะเป็นที่
สวนสาธารณะ ถนน ทท่ี �ำ งาน หรอื แมก้ ระทงั่ โรงเรยี น โดยเฉพาะโรงเรยี น ตอ้ งมบี า้ งละ่ ถงั ขยะ แตน่ กั เรยี น
ส่วนใหญ่กม็ องข้ามถังขยะไมย่ อมทง้ิ ลงถงั มแี ต่ความมกั ง่ายทชี่ อบซุกขยะไวบ้ ริเวณรอบ ๆ ทตี่ นเองอยู่
ตรงนัน้ เชน่ โต๊ะหินออ่ น โต๊ะนกั เรยี น บนพ้ืน ท่อระบายน�ำ้ หรอื แม้แต่ต้นไม้ท่เี ป็นซอกเปน็ รกู ็ยงั ทง้ิ ไปได้
มีแต่นักเรียนส่วนน้อยและคุณครูท่ีเห็นว่าการทิ้งขยะไม่ถูกที่ทำ�ให้โรงเรียนไม่สะอาด ดูไม่งามตา และ
คณุ ครทู กุ ๆคนกส็ ง่ั สอนลกู ของตนใหม้ คี วามรบั ผดิ ชอบมรี ะเบยี บวนิ ยั และมคี วามรกั ษาความสะอาดอยแู่ ลว้
ก็มีการจัดเวรทำ�ความสะอาดอยู่ทุกวัน แต่มันเป็นการกำ�จัดเพียงแค่บรรเทาไม่ให้ขยะมันมากเกินไป
เพราะคนท้ิงมากกว่าคนเก็บ เพราะฉะนั้นทุกคนควรมีความฉุกคิดในเร่ืองของภัยขยะที่ตามมา เช่น
เกิดมลพิษ โรงเรียนหรือท่ีต่าง ๆ ไม่สะอาดและไม่น่าอยู่ ถ้ามีคนอยู่ประมาณ 2,000 คน ถ้าท้ิงขยะ
คนละชิ้น ก็จะมีขยะเพ่ิมในโรงเรียน 2,000 ชิ้น แต่ถ้าเก็บขยะลงถังคนละช้ิน ก็จะมีขยะในโรงเรียน
ลดลง 2,000 ชิ้น คิดดูเอาเองว่าจะเลือกมีโรงเรียนที่มีแต่ขยะเต็มไปหมด หรือโรงเรียนที่ไม่มีขยะ
ถงึ มแี ต่ก็นอ้ ยท่ีสุด
โรงเรยี นท่ีมขี ยะ
โรงเรยี นทไี่ มม่ ขี ยะเรย่ี ราดบนพน้ื และมกี ารคดั แยกขยะทส่ี ามารถรไี ซเคลิ ได้ และน�ำ ไปขายสรา้ งรายได้
70 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การปอ้ งกันการทุจรติ ”
แบบประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
ชือ่ .....................................................................................ชัน้ ..........................เลขที.่ .................
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่.ี ........กจิ กรรม.............................................................
คำ�ชแี้ จง ให้ผปู้ ระเมินใสเ่ คร่ืองหมาย ลงในชอ่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน
ผู้ประเมนิ
ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ ตนเอง เพ่อื น ครู
๑๒๓๔๑๒๓๔๑๒๓๔
๑. ตรงจุดประสงค์ทีก่ �ำ หนด
๒. มคี วามถูกต้อง
๓. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
๔. มคี วามเปน็ ระเบียบ
รวม
รวมทุกรายการ
เฉลยี่
ลงช่ือผูป้ ระเมิน....................................(ตนเอง) ลงชือ่ ผปู้ ระเมิน....................................(เพื่อน)
ลงชอื่ ผ้ปู ระเมิน....................................C(ครู)
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 71
เกณฑก์ ารให้คะแนนผลงาน
ประเดน็ ๔ คะแนน ๑
ที่ประเมิน ๓๒
๑. ผลงานตรงกบั ผลงานสอดคลอ้ งกบั ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานไม่สอดคล้อง
จดุ ประสงคท์ ีก่ ำ�หนด จดุ ประสงค์ จดุ ประสงค์เป็น จดุ ประสงค์ กบั จดุ ประสงค์
ทุกประเดน็ สว่ นใหญ่ บางประเดน็
๒. ผลงานมคี วาม เนือ้ หาสาระขอ เนือ้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ
ถูกตอ้ งสมบรู ณ์ งผลงานถกู ตอ้ ง ผลงานถกู ตอ้ ง ผลงานถูกตอ้ ง ผลงานไม่ถูกตอ้ ง
ครบถ้วน เปน็ ส่วนใหญ่ เปน็ บางประเดน็ เป็นสว่ นใหญ่
๓. ผลงานมีความคิด ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมีแนวคดิ ผลงานมาความน่า ผลงานไมแ่ สดง
สรา้ งสรรค์ ความคดิ สร้างสรรค์ แปลกใหม่แตย่ งั ไม่ สนใจ แตย่ ังไม่มี แนวคดิ ใหม่
แปลกใหม่และเปน็ เป็นระบบ แนวคดิ แปลกใหม่
ระบบ
๔. ผลงานมีความ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานสว่ นใหญม่ ี ผลงานมคี วามเป็น ผลงานสว่ นใหญ่
เปน็ ระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถงึ ความเป็นระเบียบแต่ ระเบียบแต่มีข้อ ไมเ่ ปน็ ระเบียบและ
ความประณีต ยังมีข้อบกพร่อง บกพรอ่ งบางส่วน มขี อ้ บกพร่อง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
นกั เรียนไดค้ ะแนน ๑๓ คะแนนขนึ้ ไปรอ้ ยละ ๘๐ ถอื วา่ ผ่าน
72 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การป้องกันการทุจริต”
แบบประเมินการทำ�งานกลุม่
เรอ่ื ง .................................................................................
รายการประเมิน
ท่ี ช่อื กลมุ่ ความ การแสดง ความ การรบั ฟงั การร่วม รวม
ร่วมมอื ความ ต้งั ใจ ผู้อืน่ ปรับปรุง ๑๐ คะแนน
ผลงาน
คดิ เห็น
(๒) (๒) (๒) (๒) (๒)
ลงชื่อ..................................................ผตู้ รวจ
(................................................)
เกณฑ์การประเมิน
- นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
ระดับชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 73
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยที่ ๒ ชื่อหน่วย ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริต ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒ เร่อื ง ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ ในชุมชน : เวลา ๓ ชั่วโมง
การละเมดิ ขอ้ ตกลงเกยี่ วกบั การใช้สถานทใ่ี นชุมชน
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต
๑.๒ ปฏิบัติตนเปน็ ผ้ลู ะอายและไมท่ นต่อการทุจริตทุกรูปแบบ
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกข้อตกลงในการใชส้ ถานทีใ่ นชมุ ชนได้
๒.๒ นักเรียนสามารถปฏิบัติตนให้เป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตเก่ียวกับการใช้สถานที่
ในชมุ ชนได้
๒.๓ นักเรียนสามารถวิเคราะห์ถึงความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตในชุมชนเก่ียวกับ
การละเมิดข้อตกลงในการใชส้ ถานท่ใี นชุมชนได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอาย เปน็ จรยิ ธรรมประการหนง่ึ การทบ่ี คุ คลหนงึ่ ละเวน้ สง่ิ ทนี่ า่ ต�ำ หนิ หรอื สงิ่ ทเี่ ปน็
ความผดิ หรือไมเ่ ปดิ เผยสว่ นทีพ่ ึงปกปิด ถือว่าเขามีความละอาย
การทจุ รติ (Corruption) หมายถึง การคดโกง ไมซ่ ่ือสัตย์สจุ ริต การกระทำ�ทีผ่ ิดกฎหมาย
เพ่ือใหเ้ กดิ ความไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขนั การใชอ้ ำ�นาจหนา้ ท่ใี นทางท่ีผิดเพอ่ื แสวงหาประโยชน์หรอื ใหไ้ ด้
รบั สงิ่ ตอบแทน การใหห้ รอื การรบั สนิ บน การก�ำ หนดนโยบายทเี่ ออื้ ประโยชนแ์ กต่ นหรอื พวกพอ้ ง รวมถงึ
การทุจริตเชิงนโยบาย การทุจริตอาจเกิดได้หลายลักษณะ เช่น การติดสินบนเจ้าพนักงานด้วยการให้
หรือการรับสินบนทั้งท่ีเป็นเงินและสิ่งของ การมีผลประโยชน์ทับซ้อน การฟอกเงิน การยักยอก
การปกปดิ ข้อเท็จจริง การขัดขวางกระบวนการยตุ ธิ รรม
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ
๑) ทักษะกระบวนการคิด
๒) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์/ค่านิยม
๑) ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ
๒) ใฝเ่ รยี นรู้
๓) มุ่งมั่นในการท�ำ งาน
74 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทจุ ริต”
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้ันการเรียนรู้
๑) ชว่ั โมงที่ ๑
๑. ครูทบทวนโดยการใช้คำ�ถามเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตใน
ชุมชน
๒. ให้นกั เรียนคิดวิเคราะหต์ ามหวั ขอ้ ดังต่อไปนี้ โดยท�ำ ลงในใบงานที่ ๑ เรื่อง ขอ้ ตกลง
ในการใช้สถานทีใ่ นชมุ ชน
๒.๑ สถานทใ่ี นชุมชนมที ีใ่ ดบา้ ง
๒.๒ การมีข้อตกลงในการใช้สถานท่ีในชุมชน ควรมหี รอื ไมอ่ ยา่ งไร
๒.๓ สมมุติถ้านักเรียนเป็นผู้กำ�หนดข้อตกลงในการใช้สถานที่ในชุมชน นักเรียน
จะกำ�หนดวา่ อย่างไรบา้ ง
๓. ครใู หน้ ักเรียนส่งตวั แทนออกมาน�ำ เสนอการวิเคราะหข์ องตนเองหน้าช้นั เรียน
๔. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ องคค์ วามรทู้ ีไ่ ด้
๒) ชัว่ โมงที่ ๒
๑. ครูทบทวนความรู้เดิมจากช่ัวโมงทแี่ ลว้
๒. ใหน้ กั เรยี นคดิ วเิ คราะหต์ ามหวั ขอ้ ดงั ตอ่ ไปน้ีโดยท�ำ ลงในใบงานท่ี๒เรอื่ งการปฏบิ ตั ติ น
ใหเ้ ปน็ ผ้ลู ะอายและไมท่ นต่อการทจุ รติ เกี่ยวกบั การใช้สถานทีใ่ นชมุ ชน
๒.๑ การปฏิบตั ิตนให้เปน็ ผูล้ ะอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ ควรปฏิบตั ติ นอย่างไร
๒.๒ นักเรียนจะปฏิบัติตนให้เป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตเก่ียวกับการใช้
สถานทใ่ี นชุมชนอย่างไร
๓. ครใู หน้ ักเรียนส่งตวั แทนออกมาน�ำ เสนอการวิเคราะหข์ องตนเองหนา้ ชน้ั เรยี น
๔. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ องค์ความร้ทู ่ไี ด้
๓) ช่ัวโมงท่ี ๓
๑. ครูทบทวนความรเู้ ดมิ จากชว่ั โมงท่แี ลว้ โดยใชค้ �ำ ถาม - ตอบ
๒. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ ๓ - ๕ คน ให้ร่วมกันระดมความคิดในการวิเคราะห์ถึง
ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในชมุ ชนเกยี่ วกบั การละเมดิ ขอ้ ตกลงในการใชส้ ถานทใี่ นชมุ ชน
อยา่ งไรบา้ ง ลงในใบงานที่ ๓ เรอื่ ง ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในชมุ ชนเกยี่ วกบั การละเมดิ
ขอ้ ตกลงในการใช้สถานที่ในชุมชน
๓. นักเรยี นน�ำ เสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน
๔. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปองค์ความรู้ที่ได้
๔.๒ สื่อการเรียนรู้
๑) ใบงานที่ ๑ เร่ือง ขอ้ ตกลงในการใช้สถานที่ในชุมชน
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 75
๒) ใบงานท่ี ๒ เรื่อง การปฏิบัติตนให้เป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตเก่ียวกับการใช้
สถานท่ีในชุมชน
๓) ใบงานที่ ๓ เรื่อง ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในชมุ ชนเกย่ี วกบั การละเมิด
ข้อตกลงในการใชส้ ถานทใ่ี นชุมชน
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมิน
๑) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
๒) ประเมินผลงานนักเรียน
๕.๒ เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น
๒) แบบประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน ร้อยละ ๘๐
๖. บนั ทึกหลงั การจัดประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)
76 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิ่มเตมิ การป้องกนั การทุจริต”
๗. ภาคผนวก ใบงานที่ ๑
เรื่อง ข้อตกลงในการใช้สถานทีใ่ นชุมชน
คำ�ช้แี จง ใหน้ กั เรียนตอบคำ�ถามต่อไปนี้
๑. สถานทใ่ี นชมุ ชนมีท่ีใดบา้ ง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
๒. การมีขอ้ ตกลงในการใช้สถานท่ีในชมุ ชน ควรมีหรือไมอ่ ยา่ งไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
๓. สมมตุ ถิ า้ นกั เรยี นเปน็ ผกู้ �ำ หนดขอ้ ตกลงในการใชส้ ถานทใ่ี นชมุ ชน นกั เรยี นจะก�ำ หนดวา่ อยา่ งไรบา้ ง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ช่อื .............................................................................ชั้น......................เลขท่ี................
ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ 77
ใบงานท่ี ๒
เร่ือง การปฏิบัตติ นใหเ้ ปน็ ผ้ลู ะอายและไม่ทนต่อการทุจรติ
เกย่ี วกับการใช้สถานท่ใี นชุมชน
คำ�ชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนตอบคำ�ถามต่อไปนี้
๑. การปฏิบัตติ นใหเ้ ปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นตอ่ การทจุ ริตควรปฏิบัติตนอย่างไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
๒. นกั เรยี นจะปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นตอ่ การทจุ รติ เกย่ี วกบั การใชส้ ถานทใ่ี นชมุ ชนอยา่ งไร
..............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
ชื่อ.............................................................................ชั้น......................เลขท.่ี ...............
78 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การป้องกนั การทุจริต”
ใบงานท่ี ๓
เร่ือง ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ ริตในชุมชนเกย่ี วกับการละเมดิ ขอ้ ตกลง
ในการใช้สถานท่ีในชุมชน
ค�ำ ช้แี จง ใหน้ กั เรยี นวเิ คราะหถ์ งึ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในชมุ ชนเกย่ี วกบั การละเมดิ
ข้อตกลงในการใชส้ ถานทใ่ี นชมุ ชนอยา่ งไรบา้ ง
ชื่อ.............................................................................ชน้ั ......................เลขที่................
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ 79
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤติกรรม การแสดง การตอบ การยอมรับฟงั การท�ำ งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคดิ เห็น ค�ำ ถาม ความคิดเหน็ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ชอ่ื -สกุล ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวัดผล
ให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแตล่ ะกล่มุ ดงั น้ี
ดมี าก เทา่ กับ ๔ ประสิทธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ด ี เทา่ กบั ๓ ประสทิ ธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เทา่ กับ ๒ ประสิทธิภาพอย่ใู นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรงุ เท่ากบั ๑ ประสทิ ธิภาพต�่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่อื ) ผู้สงั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
80 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เติม การป้องกนั การทุจริต”
แบบประเมินผลงาน
ค�ำ ช้ีแจง ท�ำ เครื่องหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤตกิ รรมที่นกั เรยี นปฏิบตั ดิ งั นี้
ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ ๒ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ นอ้ ย
หวั ข้อประเมิน ความถกู ตอ้ ง ความเรยี บรอ้ ย ความคิดสร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมนิ ผล
ลำ�ดบั ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ
ท่ี คะแนน
ช่อื -สกลุ ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผ่าน
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนตั้งแต่ ๔ - ๙ ผ่าน
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ่� กวา่ ๔ ไมผ่ ่าน
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 81
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๒ ช่อื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๓ เรอื่ ง กิจกรรมทป่ี ฏิบตั ิและสง่ ผลใหเ้ กิด เวลา ๒ ชวั่ โมง
ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริตในชุมชน
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความรู้ความเข้าใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
๑.๒ ปฏบิ ัติตนเปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นตอ่ การทุจริตทกุ รปู แบบ
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถบอกว่ากิจกรรมท่ีปฏิบัติส่งผลให้เกิดความละอายและความไม่ทนต่อการ
ทจุ ริต ในชมุ ชนได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ติ นเป็นผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทุจริตในทกุ รูปแบบได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความละอาย เปน็ จรยิ ธรรมประการหนง่ึ การทบ่ี คุ คลหนง่ึ ละเวน้ สงิ่ ทนี่ า่ ต�ำ หนิ หรอื สง่ิ ทเี่ ปน็
ความผดิ หรือไม่เปดิ เผยส่วนทพ่ี ึงปกปดิ ถือวา่ เขามีความละอาย
การทุจรติ (Corruption) หมายถงึ การคดโกง ไม่ซือ่ สัตยส์ ุจรติ การกระท�ำ ท่ีผดิ กฎหมาย
เพ่ือให้เกดิ ความไดเ้ ปรียบในการแข่งขัน การใชอ้ �ำ นาจหนา้ ทีใ่ นทางท่ผี ดิ เพื่อแสวงหาประโยชนห์ รือใหไ้ ด้
รบั สงิ่ ตอบแทน การใหห้ รอื การรบั สนิ บน การก�ำ หนดนโยบายทเ่ี ออ้ื ประโยชนแ์ กต่ นหรอื พวกพอ้ ง รวมถงึ
การทจุ รติ เชงิ นโยบาย การทจุ รติ อาจเกดิ ไดห้ ลายลกั ษณะ เชน่ การตดิ สนิ บนเจา้ พนกั งานดว้ ยการใหห้ รอื
การรับสนิ บนทัง้ ท่เี ป็นเงินและสง่ิ ของ การมผี ลประโยชนท์ บั ซอ้ น การฟอกเงิน การยักยอก การปกปดิ
ข้อเทจ็ จริง การขดั ขวางกระบวนการยตุ ิธรรม
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
๑) ทักษะกระบวนการคิด
๒) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค/์ คา่ นิยม
๑) ซ่อื สัตยส์ ุจรติ
๒) ใฝ่เรียนรู้
๓) มุ่งมัน่ ในการท�ำ งาน
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขั้นการเรยี นรู้
๑) ช่ัวโมงที่ ๑
๑. ใหน้ กั เรยี นชมวีดิทัศน์ เร่อื ง ซ้ือสทิ ธ์ิขายเสยี ง ไมย่ อม ไมท่ น ไมเ่ ฉย รวมพลังคนไทย
ไมโ่ กง หวังคนไทยตา้ นคอร์รัปชันทุกรปู แบบ
๒. ใหน้ ักเรียนคดิ วิเคราะหต์ ามหวั ข้อดงั ตอ่ ไปนี้ โดยทำ�ลงในใบงานท่ี ๑ เรื่อง การเป็น
ผู้ละอายและไมท่ นตอ่ การทจุ ริตในทุกรูปแบบ
82 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพ่มิ เตมิ การป้องกันการทจุ ริต”
๒.๑ การซ้อื สทิ ธขิ์ ายเสยี ง เป็นส่ิงที่ควรท�ำ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
๒.๒ การซ้ือสิทธิ์ขายเสยี ง นั้นมีผลเสยี อย่างไรบา้ ง
๒.๓ ถ้านักเรียนพบเห็นการซอื้ สิทธิ์ขายเสียงในชุมชน นักเรยี นจะท�ำ อย่างไร
๓. ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนออกมานำ�เสนอการวิเคราะห์ของตนเองหน้าชั้นเรียน
ต่อการกระทำ�ทีไ่ มถ่ กู ตอ้ ง
๔. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ องค์ความรทู้ ีไ่ ด้
๒) ชั่วโมงที่ ๒
๑. ครูทบทวนความรู้เดมิ จากช่ัวโมงทแี่ ล้ว โดยใชค้ �ำ ถาม - ตอบ
๒. แบ่งกลมุ่ นกั เรียนกลมุ่ ละ ๓ - ๕ คน ให้ร่วมกันระดมความคิดในการหาวา่ กจิ กรรม
ท่ปี ฏิบัตแิ ล้ว ส่งผลให้เกิดความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ ในชุมชนมอี ะไรบา้ ง ลงในใบงานที่ ๒
เรือ่ ง กจิ กรรมทีป่ ฏบิ ตั ิและสง่ ผลให้เกิดความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ ริตในชมุ ชน
๓. นักเรยี นนำ�เสนอผลงานหน้าชั้นเรยี น
๔. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปองค์ความรทู้ ่ีได้
๔.๒ สื่อการเรียนรู้
๑) วดี ิทศั น์ เร่อื ง ซอ้ื สทิ ธิ์ขายเสียง ไม่ยอม ไมท่ น ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง หวงั คนไทย
ตา้ นคอรร์ ปั ชนั ทกุ รปู แบบ https://www.youtube.com/watch?v=O๓๘oszSfqWM&pbjreload=๑๐
๒) ใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง การเป็นผลู้ ะอายและไม่ทนตอ่ การทุจริตในทุกรูปแบบ
๓) ใบงานท่ี ๒ เร่ือง กิจกรรมที่ปฏิบัติและส่งผลให้เกิดความละอายและความไม่ทนต่อ
การทุจริตในชุมชน
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี น
๒) ประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๒ เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น
๒) แบบประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐
๖. บันทกึ หลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครูผสู้ อน
(...............................................)
ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ 83
๗. ภาคผนวก
ใบงานท่ี ๑
เรอื่ ง การเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตในทกุ รูปแบบ
คำ�ช้แี จง จากการชมวีดิทัศน์ เรื่อง ซ้ือสิทธิ์ขายเสียง ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง
หวงั คนไทยตา้ นคอร์รปั ชันทุกรปู แบบแลว้ ใหน้ กั เรยี นตอบค�ำ ถามต่อไปนี้
๑ การซ้อื สทิ ธ์ิขายเสียง เปน็ สิ่งทคี่ วรทำ�หรือไม่ เพราะเหตุใด
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
๒. การซ้อื สทิ ธข์ิ ายเสยี ง นนั้ มผี ลเสียอยา่ งไรบ้าง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
๓. ถ้านกั เรียนพบเหน็ การซ้อื สทิ ธิข์ ายเสยี งในชุมชน นักเรียนจะท�ำ อย่างไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
ช่ือ.............................................................................ชั้น......................เลขท่.ี ...............
84 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”
ใบงานที่ ๒
เรอ่ื ง กจิ กรรมทป่ี ฏบิ ตั แิ ละสง่ ผลใหเ้ กดิ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ในชมุ ชน
คำ�ชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นบอกวา่ กจิ กรรมใดบา้ งทป่ี ฏบิ ตั แิ ลว้ สง่ ผลใหเ้ กดิ ความละอายและความไมท่ นตอ่ การ
ทุจริต ในชุมชนบ้าง
ช่ือ.............................................................................ชน้ั ......................เลขท่ี................
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 85
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤติกรรม การแสดง การตอบ การยอมรับฟงั การท�ำ งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคดิ เห็น คำ�ถาม ความคิดเหน็ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ช่ือ-สกุล ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑ์การวดั ผล
ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละกลุม่ ดงั น้ี
ดีมาก เทา่ กับ ๔ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสทิ ธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรับปรงุ เทา่ กับ ๑ ประสิทธิภาพตำ่� กวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่อื ) ผู้สงั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
86 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่มิ เตมิ การป้องกันการทุจริต”
แบบประเมินผลงาน
ค�ำ ช้ีแจง ท�ำ เครื่องหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤตกิ รรมที่นกั เรยี นปฏิบตั ดิ งั นี้
ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ ๒ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ หน็ นอ้ ย
หวั ข้อประเมิน ความถกู ตอ้ ง ความเรยี บรอ้ ย ความคิดสร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมนิ ผล
ลำ�ดบั ระดับคะแนน รวม หมายเหตุ
ท่ี คะแนน
ช่อื -สกลุ ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผ่าน
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนตั้งแต่ ๔ - ๙ ผ่าน
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ่� กวา่ ๔ ไมผ่ ่าน
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 87
หนว่ ยที่ ๓
STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยที่ ๓ ชอ่ื หน่วย STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ ริต ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑ เรอ่ื ง การเลอื กต้ังทอ้ งถิน่ ทสี่ อดคล้องกับ เวลา ๒ ชว่ั โมง
STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเป็นผทู้ ี่ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ รติ
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การเลือกตั้งท้องถิ่นที่สอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพียงตา้ นทจุ รติ ได้
๒.๒ นักเรียนสามารถน�ำ ความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจำ�วันได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของการเลอื กต้งั
การเลือกต้งั คอื การท่ีราษฎรใชส้ ิทธขิ องตนเองลงคะแนนเสยี งเลือกตวั แทน เพอื่ ท�ำ หนา้ ที่
แทนตนในการปกครองแตล่ ะระดบั ของประเทศ การเลอื กตงั้ ทเี่ ปน็ ประชาธปิ ไตยนน้ั ตอ้ งเปน็ การเลอื กตงั้
โดยเสรี กล่าวคอื ต้องเปดิ กว้างให้อิสระในการตดั สนิ ใจทง้ั ในแง่ของผ้สู มคั รและผูอ้ อกเสยี ง ทง้ั น้ีต้องเป็น
ไปโดยบริสุทธ์แิ ละยตุ ิธรรม ไม่มีการชน้ี �ำ หรือบังคับใหเ้ ลือก
ความหมายของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
- S (Sufficient) หมายถงึ การน�ำ เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการปอ้ งกนั การทจุ รติ
เชน่ สรา้ งจติ พอเพียงให้แก่ตวั เราและเพอื่ นๆ เมอ่ื เราพอเพยี งเรากจ็ ะไมท่ ุจรติ
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอก
การบ้านเพ่ือน และครูสามารถตรวจดูได้ วา่ นกั เรยี นตอบไมเ่ หมอื นเพอื่ น
- R(Realise)หมายถงึ ความเขา้ ใจความตระหนกั รู้และการวเิ คราะหค์ วามเสย่ี งเชน่ หากนกั เรยี น
จะทำ�การบา้ น นักเรยี นตอ้ งเรียนใหเ้ ขา้ ใจ และหากคิดว่าตวั เองจะท�ำ ไม่ได้ ก็ควรถามเพอ่ื นหรอื ครู
- O (Onward) หมายถงึ การมแี นวคดิ มุ่งสคู่ วามโปร่งใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มกี ารพฒั นาองคค์ วามรอู้ ยา่ งสม�ำ่ เสมอ เชน่ เขา้ หอ้ งสมดุ เสมอ ๆ
- G (Generosity) หมายถงึ การรว่ มสรา้ งสงั คมไทยใหม้ คี วามเออ้ื อาทร เชน่ แบง่ ปนั สงิ่ ของ
ใหเ้ พอ่ื น
88 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เตมิ การปอ้ งกันการทุจริต”
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด)
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์
๓.๓ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์/คา่ นยิ ม
๑) ใฝเ่ รยี นรู้
๒) ซื่อสัตย์สุจริต
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรียนรู้
๑) ช่วั โมงท่ี ๑
๑. ครูทบทวนความหมายของคำ�ว่า STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต โดยการให้
นกั เรียนท�ำ ใบงานท่ี ๑ เรือ่ ง STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ
๒. ครูให้นกั เรียนชมวดี ิทัศน์ เรื่อง เลอื กคนท่ชี อบกาเบอร์ทใ่ี ช่
๓. ครูสรา้ งสถานการณ์จำ�ลองให้นักเรยี นท�ำ การเลอื กต้งั หวั หนา้ หอ้ ง
๔. ครูและนักเรียนร่วมอภิปรายสรุปกิจกรรมตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียง
ต้านทุจรติ
๕. แบง่ กลมุ่ นกั เรยี นกลมุ่ ละ ๓ - ๕ คน ใหร้ ว่ มกนั แตง่ ค�ำ ขวญั เกย่ี วกบั การเลอื กตง้ั ทอ้ งถน่ิ
๒) ชั่วโมงท่ี ๒
๑. ครทู บทวนความรู้เดิมจากช่วั โมงที่แลว้
๒. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ นำ�เสนอคำ�ขวัญท่แี ตง่ มา
๓. นักเรียนถอดองค์ความรู้ เรื่อง การเลือกต้ังท้องถ่ิน ตามแบบของ STRONG :
จติ พอเพยี งต้านทุจริต ในใบงานที่ ๒
๔. นกั เรียนน�ำ เสนอหนา้ ช้นั เรียน
๕. ครปู ระเมนิ ผลและกลา่ วชื่นชมนักเรียน
๔.๒ ส่ือการเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้
๑) วดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง เลือกคนที่ชอบกาเบอร์ท่ีใช่
https://www.youtube.com/watch?v=๕EhgtHBhEu๐
๒) ใบงานท่ี ๑ เรือ่ ง STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ
๓) ใบงานท่ี ๒ เรอ่ื ง การถอดองคค์ วามรู้ เรอ่ื ง การเลอื กตง้ั ทอ้ งถน่ิ ตามแบบของ STRONG :
จิตพอเพียงต้านทุจรติ
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ 89
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น
๒) ตรวจผลงานการแต่งคำ�ขวัญ
๓) ประเมนิ ผลงานนักเรียน
๕.๒ เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน
๒) แบบตรวจผลงานการแต่งคำ�ขวญั
๓) แบบประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐
๖. บันทกึ หลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครผู สู้ อน
(...............................................)
90 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพ่ิมเติม การปอ้ งกันการทจุ รติ ”
๗. ภาคผนวก
ใบงานท่ี ๑
เรือ่ ง STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ
คำ�ชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นโยงเสน้ จบั คพู่ ยญั ชนะภาษาองั กฤษกบั ความหมายตามแบบ STRONG : จติ พอเพยี ง
ตา้ นทุจริต ท่ีกำ�หนดให้ต่อไปน้ี
(Sufficient) หมายถงึ ความเขา้ ใจ ความตระหนกั รู้ และการวเิ คราะหค์ วามเสยี่ ง
เชน่ หากนักเรยี นจะทำ�การบ้าน นักเรยี นตอ้ งเรียนใหเ้ ขา้ ใจ และ
หากคิดว่าตัวเองจะท�ำ ไม่ได้ กค็ วรถามเพอ่ื นหรือครู
(Transparent) หมายถึง มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างสม่�ำเสมอ
เชน่ เขา้ ห้องสมดุ เสมอ ๆ
(Realise) หมายถึง การมีแนวคดิ ม่งุ สู่ความโปรง่ ใส
(Onward) หมายถงึ การรว่ มสรา้ งสงั คมไทยใหม้ คี วามเออ้ื อาทร
(Knowledge) เช่น แบง่ ปงั สิ่งของใหเ้ พ่อื น ๆ
หมายถงึ การน�ำเศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการปอ้ งกนั
การทจุ รติ เช่น สร้างจติ พอเพยี งใหแ้ ก่ตวั เราและเพื่อน ๆ เมอื่ เรา
พอเพยี งเราก็จะไม่ทจุ รติ
(Generosity) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น
ไม่ลอกการบ้านเพ่ือน และครูสามารถตรวจดูได้ว่านักเรียน
ตอบไม่เหมอื นเพื่อน
ชอื่ .............................................................................ช้ัน......................เลขที่................
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 91
ใบงานที่ ๒
เรอ่ื ง การถอดองค์ความรู้
การเลอื กต้ังทอ้ งถิน่ ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ
ค�ำ ชี้แจง ใหน้ กั เรยี นถอดองค์ความรู้ เร่อื ง การเลอื กตัง้ ท้องถน่ิ ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพียง
ตา้ นทุจริต
การเลือกตั้งท้องถิน่
แบบ STRONG
ชื่อ.............................................................................ชั้น......................เลขที่................
92 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การป้องกันการทจุ ริต”
แบบประเมินการแตง่ ค�ำ ขวญั
ท่ี พฤตกิ รรม ถูกตอ้ งตาม ตรงตาม คิดสร้างสรรค์ เสรจ็ ทนั เวลา
ฉนั ทลักษณ์ ความหมาย ท่ีกำ�หนด รวม ๑๖
ชื่อ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑
เกณฑก์ ารวดั ผล
ให้คะแนนระดบั คุณภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั นี้
ดีมาก เทา่ กับ ๔ ประสทิ ธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากับ ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากบั ๒ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรับปรงุ เท่ากบั ๑ ประสิทธิภาพตำ่� กวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่อื ) ผู้สังเกต
(.....................................................)
.............../................./....................
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 93