แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติกจิ กรรม
ท่ี พฤติกรรม การแสดง การตอบ การยอมรบั ฟัง การท�ำ งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคิดเห็น คำ�ถาม ความคิดเห็น ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ช่อื ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑
เกณฑก์ ารวดั ผล
ให้คะแนนระดับคณุ ภาพของแต่ละกลมุ่ ดงั นี้
ดมี าก เทา่ กบั ๔ ประสิทธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เท่ากบั ๓ ประสทิ ธิภาพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากับ ๒ ประสิทธิภาพอย่ใู นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เทา่ กับ ๑ ประสทิ ธิภาพต�่ำกว่าเกณฑ์ ๕๐ %
(ลงชอื่ ) ผู้สงั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
94 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เตมิ การป้องกนั การทจุ รติ ”
แบบประเมนิ ผลงาน
เร่ือง STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจรติ
ค�ำ ช้ีแจง ท�ำ เครอื่ งหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤตกิ รรมทนี่ ักเรียนปฏิบตั ดิ งั น้ี
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมใหเ้ ห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ ปานกลาง
ระดบั ๑ หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมให้เหน็ นอ้ ย
หัวข้อประเมิน ความถูกต้อง ความเรยี บร้อย ความคดิ สร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมนิ ผล
ล�ำ ดับ ระดบั คะแนน รวม หมายเหตุ
ท่ี คะแนน
ชือ่ -สกลุ ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผา่ น ไม่
ผา่ น
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑก์ ารประเมิน
คะแนนตัง้ แต่ ๔ - ๙ ผา่ น
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ่� กวา่ ๔ ไม่ผา่ น
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ 95
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยที่ ๓ ชือ่ หนว่ ย STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ ริต ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เรอื่ ง การท้งิ ขยะในชุมชนทีส่ อดคล้องกับ เวลา ๑ ช่ัวโมง
STRONG : จิตพอเพยี ง ตา้ นทจุ รติ
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทจุ ริต
๑.๒ ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผู้ท่ี STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การทิ้งขยะในชุมชนที่สอดคล้องกับ STRONG :
จติ พอเพียงตา้ นทจุ รติ ได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถน�ำ ความรู้ท่ไี ดร้ ับไปปรับใช้ในชวี ิตประจ�ำ วันได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของขยะ
ขยะ หมายถึง สิ่งตา่ งๆ ทผ่ี คู้ นไม่ต้องการ และท้งิ ไป ขยะมมี ากมายหลายรปู แบบ ท้งั ทเี่ ปน็
ของแขง็ ของเหลว ขยะที่ยอ่ ยสลายได้และทีย่ อ่ ยสลายไมไ่ ด้ ของท่ใี ช้ประโยชนไ์ ดแ้ ละทใ่ี ชป้ ระโยชนไ์ มไ่ ด้
และขยะมีพษิ ต่อมนษุ ยแ์ ละสิ่งแวดลอ้ ม
ความหมายของ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ ริต
- S (Sufficient) หมายถงึ การน�ำ เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ เครอื่ งมอื ในการปอ้ งกนั การทจุ รติ
เช่น สรา้ งจิตพอเพียงให้แก่ตวั เราและเพ่ือนๆ เมอื่ เราพอเพยี งเรากจ็ ะไมท่ ุจริต
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอก
การบา้ นเพื่อน และครสู ามารถตรวจดไู ด้ ว่านักเรียนตอบไม่เหมือนเพอ่ื น
- R (Realise) หมายถึง ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์ความเส่ียง เช่น
หากนักเรยี นจะท�ำ การบา้ น นักเรียนตอ้ งเรยี นใหเ้ ขา้ ใจ และหากคิดวา่ ตัวเองจะทำ�ไม่ได้ ก็ควรถามเพ่ือน
หรือครู
- O (Onward) หมายถึง การมีแนวคิดมุ่งส่คู วามโปรง่ ใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มกี ารพฒั นาองคค์ วามรอู้ ยา่ งสมำ่� เสมอ เชน่ เขา้ หอ้ งสมดุ เสมอ ๆ
- G (Generosity) หมายถงึ การรว่ มสรา้ งสงั คมไทยใหม้ คี วามเออ้ื อาทร เชน่ แบง่ ปนั สงิ่ ของ
ให้เพ่ือน
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กดิ )
๑) ความสามารถในการสอื่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
96 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่มิ เติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์/คา่ นิยม
๑) ใฝเ่ รียนรู้
๒) ซือ่ สัตยส์ ุจริต
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้ันตอนการเรยี นรู้
๑. ครูให้นักเรยี นชมวีดทิ ศั น์ เรือ่ ง การท้งิ ขยะใหถ้ กู ท่ี
๒. ครูใหน้ ักเรียนฝกึ การทิง้ ขยะจากสถานการณ์จริงโดยการคัดแยกขยะในโรงเรยี น
๓. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มอภปิ รายสรปุ กจิ กรรมตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๔. นกั เรยี นถอดองคค์ วามรู้ เรอื่ ง การทง้ิ ขยะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี ง
ตา้ นทุจรติ ในใบงาน
๕. นักเรยี นน�ำ เสนอหน้าชั้นเรียน
๖. ครูประเมนิ ผลและกล่าวชน่ื ชมนกั เรียน
๔.๒ สื่อการเรียนร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้
๑) วีดทิ ศั น์ เรือ่ ง การท้งิ ขยะใหถ้ ูกท่ี
https://www.youtube.com/watch?v=XdHPPFXm๐Ac
๒) ใบงาน เร่ือง การถอดองค์ความรู้ เร่ือง การทง้ิ ขยะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG :
จติ พอเพียงตา้ นทุจริต
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมนิ
๑) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน
๒) ประเมินผลงานนักเรียน
๕.๒ เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในการประเมนิ
๑) แบบสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี น
๒) แบบประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ
ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน รอ้ ยละ ๘๐
๖. บันทึกหลังการจัดประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 97
๗. ภาคผนวก
ใบงาน
เร่ือง การถอดองค์ความรู้
การทิ้งขยะในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทจุ ริต
ค�ำ ชแี้ จง ให้นักเรยี นถอดองค์ความรู้ เร่ือง การทงิ้ ขยะในชุมชน ตามแบบของ STRONG : จิตพอเพยี ง
ต้านทุจริต
การทิง้ ขยะในชุมชน
แบบ STRONG
ชอื่ .............................................................................ช้ัน......................เลขท่.ี ...............
98 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การปอ้ งกันการทุจริต”
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม
ท่ี พฤตกิ รรม การแสดง การตอบ การยอมรับฟัง การทำ�งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคิดเห็น ค�ำ ถาม ความคดิ เห็น ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ช่ือ-สกุล ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวดั ผล
ใหค้ ะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดังน้ี
ดีมาก เท่ากับ ๔ ประสิทธิภาพอยูใ่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ด ี เทา่ กบั ๓ ประสทิ ธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากบั ๒ ประสทิ ธภิ าพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรบั ปรุง เท่ากับ ๑ ประสทิ ธิภาพตำ่� กว่าเกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่ือ) ผู้สังเกต
(.....................................................)
.............../................./....................
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 99
แบบประเมินผลงาน
เร่อื ง STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
ค�ำ ชแี้ จง ทำ�เครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤติกรรมท่นี กั เรียนปฏิบัติดงั นี้
ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ น้อย
หัวข้อประเมนิ ความถูกตอ้ ง ความเรียบรอ้ ย ความคดิ สร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมนิ ผล
ล�ำ ดบั ระดบั คะแนน รวม หมายเหตุ
ที่ คะแนน
ชอื่ -สกุล ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผา่ น
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนนต้งั แต่ ๔ - ๙ ผา่ น
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ่� กวา่ ๔ ไม่ผา่ น
100 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การป้องกนั การทุจริต”
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ช่ือหนว่ ย STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริต ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๓ เรือ่ ง อาชีพในชุมชนทส่ี อดคลอ้ งกับ เวลา ๒ ชวั่ โมง
STRONG : จิตพอเพยี ง ตา้ นทุจริต
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกับ STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต
๑.๒ ปฏิบตั ิตนเป็นผทู้ ี่ STRONG : จติ พอเพียงตา้ นทุจริต
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถระบอุ าชีพของคนในชุมชนได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถวเิ คราะหก์ ารประกอบอาชพี ในชมุ ชนทส่ี อดคลอ้ งกบั STRONG : จติ พอเพยี ง
ต้านทุจริตได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถนำ�ความรู้ทีไ่ ดร้ ับไปปรบั ใชใ้ นชีวิตประจำ�วันได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของอาชีพ
อาชีพ หมายถงึ การท�ำ กิจกรรม การทำ�งาน การประกอบการทีไ่ มเ่ ปน็ โทษแกส่ ังคม และ
มรี ายได้ตอบแทน โดยอาศยั แรงงาน ความรู้ ทกั ษะ อุปกรณ์ เคร่อื งมือ วิธีการ แตกต่างกันไป กลุ่มอาชีพ
ตามลักษณะการประกอบอาชพี มี ๒ ลกั ษณะ คอื อาชพี อิสระ และอาชพี รบั จา้ ง
ความหมายของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจริต
- S (Sufficient) หมายถงึ การน�ำ เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ เครอ่ื งมอื ในการปอ้ งกนั การทจุ รติ
เชน่ สร้างจติ พอเพยี งใหแ้ กต่ ัวเราและเพอ่ื น ๆ เม่อื เราพอเพยี งเรากจ็ ะไมท่ จุ รติ
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอก
การบา้ นเพอื่ น และครูสามารถตรวจดไู ด้ว่านักเรียนตอบไม่เหมือนเพื่อน
- R (Realise) หมายถึง ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์ความเส่ียง เช่น
หากนักเรียนจะทำ�การบา้ น นกั เรียนตอ้ งเรยี นใหเ้ ข้าใจ และหากคดิ ว่าตวั เองจะทำ�ไมไ่ ด้ ก็ควรถามเพอ่ื น
หรอื ครู
- O (Onward) หมายถึง การมีแนวคดิ ม่งุ สู่ความโปร่งใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มกี ารพฒั นาองคค์ วามรอู้ ยา่ งสมำ�่ เสมอ เชน่ เขา้ หอ้ งสมดุ เสมอ ๆ
- G (Generosity) หมายถงึ การรว่ มสรา้ งสงั คมไทยใหม้ คี วามเออ้ื อาทร เชน่ แบง่ ปนั สงิ่ ของ
ใหเ้ พ่ือน
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ 101
๓.๒ ทกั ษะ / กระบวนการ ( สมรรถนะทีเ่ กิด )
๑) ความสามารถในการส่ือสาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ / คา่ นยิ ม
๑) ใฝ่เรียนรู้
๒) ซื่อสัตยส์ จุ ริต
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
๑) ช่วั โมงที่ ๑
๑. ครูให้ใบความรู้ เรอ่ื ง อาชพี ในชมุ ชน แกน่ กั เรยี น
๒. ครูและนกั เรียนสนทนาโดยใชค้ ำ�ถาม
๒.๑ จากใบความรู้ทแี่ จกให้ นักเรียนมคี วามร้เู กย่ี วกบั อาชพี อะไร
๒.๒ ครอบครวั ของนกั เรยี นประกอบอาชพี อะไร
๒.๓ การประกอบอาชีพทส่ี ุจรติ ดหี รือไม่ อย่างไร
๒.๔ การประกอบอาชพี ท่ีไมส่ ุจริตดีหรือไม่ อย่างไร
๒. แบ่งกลุ่มนกั เรยี นกล่มุ ละ ๓ - ๕ ใหค้ ้นหาอาชีพในชุมชนของนักเรยี น
๓. นักเรยี นน�ำ เสนอผลการค้นหาอาชพี ในชมุ ชนหน้าชนั้ เรยี น
๔. ครูและนักเรียนร่วมอภิปรายสรุปกิจกรรมตามแบบของ STRONG : จิตพอเพียง
ตา้ นทุจริต
๒) ชั่วโมงที่ ๒
๑. ครูทบทวนความรู้เดิมจากชวั่ โมงทแ่ี ล้ว
๒. นกั เรยี นถอดองคค์ วามรู้ เรอื่ ง อาชพี ในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี ง
ตา้ นทุจรติ ในใบงาน
๓. นกั เรยี นน�ำ เสนอหน้าชั้นเรยี น
๔. ครูสรปุ ประเมนิ ผลและกล่าวชนื่ ชมนกั เรียน
๔.๒ สื่อการเรียนรู/้ แหล่งการเรียนรู้
๑) ใบความรู้ เรื่อง อาชีพในชุมชน
๒) ใบงาน เรื่อง การถอดองค์ความรู้ เรื่อง อาชีพในชุมชน ตามแบบของ STRONG :
จิตพอเพียงต้านทุจริต
102 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิม่ เตมิ การปอ้ งกันการทุจริต”
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น
๒) ประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
๕.๒ เคร่อื งมอื ที่ใช้ในการประเมิน
๑) แบบสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน
๒) แบบประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสนิ
ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐
๖. บนั ทกึ หลังการจัดประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ................................................ ครูผสู้ อน
(...............................................)
ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 103
๗. ภาคผนวก ใบความรู้
เร่อื ง อาชีพในชมุ ชน
อาชีพของคนในสังคมชุมชนต่างๆ ล้วนแต่มีความหลากหลายทางการทำ�อาชีพต่าง ๆ อาชีพ
ที่มีความน่าสนใจสำ�หรับการทำ�อาชีพในชุมชน ได้แก่ อาชีพการทำ�เกษตรกรรม อาชีพในการค้าขาย
อาชีพท่ีให้บริการชุมชน อาชีพหัตถกรรมของชุมชน อาชีพอุตสาหกรรมชุมชน เป็นต้น ความน่าสนใจ
ของการท�ำ อาชพี ในชมุ ชนอยทู่ จ่ี �ำ นวนประชากรในพน้ื ทชี่ มุ ชนจะมจี �ำ นวนมากและมคี วามแตกตา่ งกนั ไป
บ้างก็ชอบใช้บริการในอาชีพที่ให้บริการ บ้างก็ชอบซ้ือหาสินค้าในร้านค้าขายชุมชน บ้างก็ชอบลงทุน
ทำ�อาชีพอุตสาหกรรม ซ่ึงเกิดความแตกต่างทางด้านความต้องการจึงก่อให้เกิดอาชีพ เพ่ือตอบสนอง
ความตอ้ งการของคนในชุมชนขึ้นไว้คอยบริการมากมาย ความส�ำ คญั ทางดา้ นอาชีพในชมุ ชน ไดแ้ ก่
๑. อาชีพค้าขายร้านค้าชุมชน ร้านค้าชุมชนถือเป็นร้านค้าขายที่สำ�คัญสำ�หรับคนในชุมชน
จะซื้อจะหาสินค้าก็ต้องเดินมาที่ร้านค้าในชุมชน หากร้านค้าในชุมชนมีการปฏิบัติและปรับปรุงร้าน
ให้ทันสมัยเหมือนร้านค้าปลีกสมัยใหม่บ้างรับรองได้ว่าอาชีพค้าขายอย่างร้านโชว์ห่วยของชุมชนไม่มีวัน
ที่จะดับสูญไปจากสังคมชุมชนแน่นอน อาชีพร้านค้าในชุมชนมีความได้เปรียบร้านค้าสมัยใหม่อย่างเช่น
ความเป็นเพ่ือนเป็นญาติเปรียบเสมือนพี่น้อง เพราะฉะนั้นความไว้วางใจที่จะซื้อหาสินค้าในชุมชนนั้น
จึงไม่ยากเพียงแต่ผู้ท่ีทำ�อาชีพเปิดร้านค้าในชุมชนต้องสนใจและใส่ใจในความต้องการของคนในชุมชน
ให้มากข้ึนว่าคนในชุมชนต้องการอะไรก็หามาใส่ไว้ในร้านก็เท่านั้น และอีกอย่างคือความสะดวกสบาย
ในการเดินทางในชุมชนไม่ต้องเดินทางมากในการท่ีจะเลือกซื้อหาสินค้า จึงทำ�ให้ประหยัดท้ังเวลาและ
ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างมาก นี่เป็นเพียงเหตุผลบางข้อที่น่าจะสนับสนุนคนท่ีมีความคิดอยากเปิดร้านค้าขาย
ในชุมชนได้
๒. อาชพี ใหบ้ รกิ ารในชมุ ชน หรือร้านบริการตา่ งๆ ในชุมชนนั้นถือเป็นอาชีพในชุมชนที่น่าลงทุน
เปน็ อย่างมาก ด้วยเหตุท่ใี นชุมชนมีคนมากยอ่ มมีความต้องการบริการมากเช่นกนั ตัวอยา่ งเช่น ต้องการ
รา้ นซกั รดี หากมรี า้ นซกั รดี ในชมุ ชนกจ็ ะตอบสนองความตอ้ งการใชบ้ รกิ ารของชมุ ชนได้ แมแ้ ตร่ า้ นรบั ซอ่ ม
เคร่ืองยนต์ทางการเกษตรก็เช่นกัน ในชุมชนมีผู้ทำ�อาชีพเกษตรกรรมอยู่ไม่น้อยเคร่ืองไม้เครื่องมือ
ทางเกษตรกต็ อ้ งใชม้ ากเชน่ กนั หากในชมุ ชนมรี า้ นรบั ซอ่ มเครอื่ งมอื การเกษตรกจ็ ะเปน็ การบรกิ ารชมุ ชน
ในอกี รูปแบบเช่นกนั
๓. อาชีพในด้านเกษตรกรรม การเพาะปลูกอาชีพเกษตรกรในชุมชนถือได้ว่าเป็นอาชีพหลัก
ในชมุ ชนดว้ ยเหตผุ ลทค่ี นทกุ คนลว้ นแตม่ คี วามตอ้ งบรโิ ภคสนิ คา้ ทางการเกษตรกนั ทงั้ นน้ั ไมว่ า่ จะเปน็ ขา้ ว
พชื ผกั และเนอ้ื สตั วห์ รอื ปลา ทกุ คนในชมุ ชนหลกี หนไี มพ่ น้ ทจี่ ะตอ้ งจบั จา่ ยกบั สนิ คา้ ประเภทนอ้ี ยา่ งเสมอ
ดง้ั นั้นคงไม่แปลกอะไรหากคนส่วนใหญใ่ นชมุ ชนจะท�ำ อาชพี เกษตรกรรม
104 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพมิ่ เติม การป้องกันการทุจริต”
๔. อาชพี หตั ถกรรมของชมุ ชน เปน็ อาชพี ในชมุ ชนทสี่ รา้ งชอื่ เสยี งใหก้ บั ชมุ ชนในการอวดสรรพคณุ
ทางวัตถุดิบชุมชนและภูมิปัญญาของคนในชุมชน ผลิตภัณฑ์ในชุมชนที่ถูกผลิตออกมาเป็นสินค้า
ของชมุ ชนจะเปน็ อตั ลกั ษณข์ องชมุ ชนนน้ั ๆ สรา้ งความภาคภมู ใิ จกบั คนในชมุ ชนทบี่ อกอตั ลกั ษณข์ องชมุ ชน
ผ่านหัตถกรรมชุมชนได้
๕. อาชีพอุตสาหกรรมในชุมชน ถือเป็นอาชีพที่จะช่วยพัฒนาและนำ�ความเจริญรุ่งเร่ืองสู่ชุมชน
ได้เป็นอย่างดี หากองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐให้การสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมในชุมชนให้มาก
กน็ า่ จะแกป้ ญั หาทางสงั คมไดไ้ มน่ อ้ ย ไมว่ า่ จะเปน็ การทงิ้ ถน่ิ ฐานเพอ่ื หางานท�ำ หรอื การทง้ิ ครอบครวั กต็ าม
หากชุมชนมีอุตสาหกรรมในชุมชนมากก็จะสร้างสมดุลทางด้านการค้าขายและแหล่งการทำ�งาน
ไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ การคา้ ขายผา่ นผลติ ภณั ฑใ์ นชมุ ชนคอื การน�ำ มาซงึ่ รายไดข้ องชมุ ชน แหลง่ งานจะเกดิ ขน้ึ
ตามอุตสาหกรรมในชุมชน ซ่ึงเราเรียกว่าแหล่งงานในชุมชน และถ้าเราหันมาสนับสนุนกันอย่างจริงจัง
จะเป็นการช่วยลดปัญหาในสงั คมและชมุ ชนลงได้
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 105
ใบงาน
เร่ือง การถอดองค์ความรู้
อาชีพในชุมชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจรติ
คำ�ชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นถอดองคค์ วามรู้ เรอ่ื ง อาชพี ในชมุ ชน ตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
อาชีพในชมุ ชน
แบบ STRONG
ช่อื .............................................................................ช้นั ......................เลขท่ี................
106 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การปอ้ งกันการทุจริต”
แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ท่ี พฤตกิ รรม การแสดง การตอบ การยอมรบั ฟงั การท�ำ งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคิดเห็น คำ�ถาม ความคดิ เห็น ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ชอ่ื -สกลุ ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวดั ผล
ใหค้ ะแนนระดับคณุ ภาพของแต่ละกลุม่ ดังนี้
ดีมาก เท่ากบั ๔ ประสทิ ธิภาพอยูใ่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ด ี เทา่ กับ ๓ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เท่ากบั ๒ ประสทิ ธิภาพอย่ใู นเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรับปรงุ เท่ากับ ๑ ประสทิ ธิภาพตำ�่ กว่าเกณฑ์ ๕๐ %
(ลงชอ่ื ) ผู้สงั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔ 107
แบบประเมินผลงาน
เร่อื ง STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต
ค�ำ ชแี้ จง ทำ�เครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งระดบั คะแนนพฤติกรรมท่นี กั เรียนปฏิบัติดงั นี้
ระดับ ๓ หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมให้เห็นมาก
ระดบั ๒ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถงึ แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ น้อย
หัวข้อประเมนิ ความถูกตอ้ ง ความเรียบรอ้ ย ความคดิ สร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมนิ ผล
ล�ำ ดบั ระดบั คะแนน รวม หมายเหตุ
ที่ คะแนน
ชอื่ -สกุล ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผา่ น
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑ์การประเมนิ
คะแนนต้งั แต่ ๔ - ๙ ผา่ น
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนตำ่� กวา่ ๔ ไม่ผา่ น
108 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การป้องกนั การทุจริต”
แผนการจัดการเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๓ ชื่อหน่วย STRONG : จิตพอเพียงตา้ นทุจรติ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๔ เรือ่ ง การใชพ้ ืน้ ที่สาธารณะในชมุ ชนท่สี อดคลอ้ งกบั เวลา ๑ ชว่ั โมง
STRONG : จิตพอเพียง ตา้ นทุจรติ
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความรูค้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๑.๒ ปฏิบัตติ นเปน็ ผ้ทู ี่ STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๒. จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นักเรียนสามารถวิเคราะห์สถานการณ์การใช้พื้นที่สาธารณะในชุมชนที่สอดคล้องกับ
STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ ได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถน�ำ ความรู้ทไ่ี ดร้ ับไปปรบั ใชใ้ นชวี ติ ประจ�ำ วนั ได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
ความหมายของพ้นื ท่ีสาธารณะ
พนื้ ทส่ี าธารณะ (public space) เปน็ พน้ื ทใี่ นโลกทางสงั คมซง่ึ ปจั เจกบคุ คลมาพบปะพดู คยุ
และอภปิ รายกนั อยา่ งเสรใี นประเด็นปญั หาทางสงั คม การเมอื ง และเศรษฐกิจ ประเดน็ จากการอภปิ ราย
โตเ้ ถยี งปญั หา ขอ้ มลู ขา่ วสารตา่ งๆ จะถกู ตแี ผแ่ ลกเปลยี่ นกนั ในพนื้ ทสี่ าธารณะ กอ่ ใหเ้ กดิ การรบั รรู้ ว่ มกนั
และนำ�ไปสู่การตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมและกิจกรรมทางการเมืองของสาธารณชนในอันดับ
ต่อไป พ้ืนที่สาธารณะจึงเป็นอาณาบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การสร้างความรู้สึกเป็นส่วนรวม
(sense of public) และผลประโยชน์ของส่วนรวม พ้ืนท่ีสาธารณะเป็นได้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม
กลา่ วคอื รปู ธรรมของพ้ืนที่สาธารณะคือพ้นื ที่ทางกายภาพที่ก�ำ หนดขอบเขตไว้แนน่ อน เช่น ร้านกาแฟ
ลานประชาชน จัตุรัสกลางเมอื ง สวนสาธารณะ โรงละคร พิพธิ ภณั ฑ์ เป็นต้น ส่วนพนื้ ท่นี ามธรรม เช่น
ส่อื มวลชน ส่ือสงั คมออนไลน์ กลมุ่ ทางสงั คม หรือพ้นื ทีท่ างวฒั นธรรม เป็นตน้
ความหมายของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทุจรติ
- S (Sufficient) หมายถงึ การน�ำ เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ เครอื่ งมอื ในการปอ้ งกนั การทจุ รติ
เชน่ สรา้ งจติ พอเพยี งให้แก่ตวั เราและเพื่อน ๆ เมื่อเราพอเพียงเราก็จะไมท่ จุ ริต
- T (Transparent) หมายถึง การมุ่งเน้นการปฏิบัติงานและตรวจสอบได้ เช่น ไม่ลอก
การบ้านเพ่ือน และครูสามารถตรวจดไู ดว้ า่ นักเรยี นตอบไมเ่ หมือนเพ่ือน
- R (Realise) หมายถึง ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ และการวิเคราะห์ความเส่ียง เช่น
หากนักเรียนจะทำ�การบ้าน นักเรยี นตอ้ งเรียนให้เขา้ ใจ และหากคิดว่าตัวเองจะทำ�ไม่ได้ กค็ วรถามเพ่ือน
หรอื ครู
- O (Onward) หมายถึง การมีแนวคดิ มุง่ สู่ความโปรง่ ใส
- N (Knowledge) หมายถงึ มกี ารพฒั นาองคค์ วามรอู้ ยา่ งสมำ่� เสมอ เชน่ เขา้ หอ้ งสมดุ เสมอ ๆ
- G (Generosity) หมายถงึ การรว่ มสรา้ งสงั คมไทยใหม้ คี วามเออื้ อาทร เชน่ แบง่ ปนั สง่ิ ของ
ใหเ้ พอื่ น
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ 109
๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (สมรรถนะที่เกิด)
๑) ความสามารถในการส่ือสาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์/คา่ นิยม
๑) ใฝเ่ รียนรู้
๒) ซือ่ สตั ย์สุจริต
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้ันตอนการเรียนรู้
๑. ครใู หน้ กั เรยี นชมวดี ทิ ศั น์ เรื่อง การใชพ้ น้ื ท่ีสาธารณะอยา่ งถกู วธิ ี
๒. ครูใหน้ กั เรียนฝกึ การใชพ้ ้นื ที่สาธารณะในโรงเรียนอยา่ งถูกวิธีจากสถานการณจ์ ริง
๓. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มอภปิ รายสรปุ กจิ กรรมตามแบบของ STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ
๔. นักเรยี นถอดองคค์ วามรู้ เรื่อง การใชพ้ ืน้ ท่ีสาธารณะในชุมชน ตามแบบของ STRONG :
จิตพอเพียงต้านทุจรติ ในใบงาน
๕. นกั เรียนน�ำ เสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรยี น
๖. ครูสรปุ ประเมนิ ผลและกล่าวชน่ื ชมนักเรยี น
๔.๒ ส่ือการเรียนร/ู้ แหล่งการเรียนรู้
๑) วดี ิทศั น์ เรอื่ ง การใช้พืน้ ท่สี าธารณะอยา่ งถกู วธิ ี
https://www.youtube.com/watch?v=e๓bdl๑mI๓D๘
๒) ใบงาน เร่ือง การถอดองค์ความรู้ เร่ือง การใช้พ้ืนที่สาธารณะในชุมชนตามแบบ
ของ STRONG : จติ พอเพยี งต้านทจุ รติ
๕. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ ีการประเมิน
๑) สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน
๒) ประเมินผลงานนกั เรียน
๕.๒ เคร่ืองมอื ท่ใี ช้ในการประเมนิ
๑) แบบสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน
๒) แบบประเมนิ ผลงานนกั เรียน
๕.๓ เกณฑก์ ารตดั สนิ
ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐
๖. บันทึกหลังการจัดประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................ ครผู ู้สอน
(...............................................)
110 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพม่ิ เตมิ การป้องกนั การทจุ รติ ”
๗. ภาคผนวก
ใบงาน
เรือ่ ง การถอดองคค์ วามรู้
การใชพ้ น้ื ท่ีสาธารณะในชุมชน ตามแบบของ STRONG/จิตพอเพยี งตา้ นทุจริต
คำ�ชแี้ จง ให้นักเรียนถอดองค์ความรู้ เร่ือง การใช้พ้ืนท่ีสาธารณะในชุมชน ตามแบบของ STRONG :
จิตพอเพียงต้านทุจริต
การใชพ้ ื้นที่สาธารณะ
ในชุมชน
แบบ STRONG
ชอ่ื .............................................................................ชัน้ ......................เลขท.่ี ...............
ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ 111
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม
ที่ พฤติกรรม การแสดง การตอบ การยอมรับฟงั การท�ำ งาน หมายเหตุ
ความสนใจ ความคดิ เห็น คำ�ถาม ความคิดเหน็ ทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
ชอ่ื -สกุล ๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑
เกณฑก์ ารวัดผล
ให้คะแนนระดับคุณภาพของแตล่ ะกลุ่ม ดงั น้ี
ดีมาก เท่ากับ ๔ ประสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑ์ ๙๐ - ๑๐๐ %
ดี เทา่ กบั ๓ ประสิทธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๗๐ - ๘๙ %
ปานกลาง เทา่ กับ ๒ ประสทิ ธิภาพอยู่ในเกณฑ์ ๕๐ - ๖๙ %
ปรับปรงุ เท่ากบั ๑ ประสทิ ธิภาพตำ่� กวา่ เกณฑ์ ๕๐ %
(ลงช่อื ) ผู้สงั เกต
(.....................................................)
.............../................./....................
112 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เตมิ การป้องกันการทุจริต”
แบบประเมินผลงาน
เรอื่ ง STRONG : จติ พอเพียงต้านทุจริต
ค�ำ ชแี้ จง ท�ำ เครอ่ื งหมาย ลงในช่องระดับคะแนนพฤตกิ รรมทนี่ กั เรียนปฏบิ ตั ิดังนี้
ระดับ ๓ หมายถึง แสดงพฤติกรรมใหเ้ หน็ มาก
ระดับ ๒ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ ปานกลาง
ระดับ ๑ หมายถึง แสดงพฤติกรรมให้เหน็ น้อย
หัวข้อประเมิน ความถกู ต้อง ความเรยี บร้อย ความคดิ สร้างสรรค์ การ
๓๒๑ ประเมินผล
ลำ�ดบั ระดบั คะแนน รวม หมายเหตุ
ท่ี คะแนน
ช่อื -สกุล ๓๒๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่
ผ่าน
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.
๖.
๗.
๘.
๙.
๑๐.
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนตั้งแต่ ๔ - ๙ ผา่ น
๘ - ๙ = ดี
๖ - ๗ = ปานกลาง
๔ - ๕ = พอใช้
คะแนนต�่ำกวา่ ๔ ไม่ผา่ น
ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ 113
หนว่ ยที่ ๔
พลเมอื งกบั ความรับผิดชอบต่อสังคม
แผนการจัดการเรียนรู้
หนว่ ยท่ี ๔ ชอื่ หน่วย พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑ เรื่อง การเคารพสทิ ธหิ น้าที่ตอ่ ตนเอง เวลา ๒ ชั่วโมง
และผอู้ นื่ ทีม่ ีต่อชมุ ชน
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกบั พลเมอื งและความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏิบตั ติ นตามหน้าท่พี ลเมอื งและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ นักเรยี นบอกบทบาทหนา้ ทีข่ องสมาชกิ ในชุมชนได้
๒.๒ นักเรียนบอกแนวทางการปฏิบตั ิตนในการเคารพสิทธหิ นา้ ทข่ี องสมาชิกในชมุ ชนได้
๒.๓ นกั เรยี นบอกผลทไี่ ดร้ บั จากการปฏบิ ัติตนในการเคารพสทิ ธิหน้าท่ขี องสมาชิกในชุมชนได้
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
สทิ ธิตอ่ ชมุ ชน คอื สิทธขิ องชุมชนท้องถ่นิ ในการเข้ามามีส่วนร่วม จดั การ ดแู ล บ�ำ รงุ รักษา
และใช้ประโยชน์จากทรพั ยากรธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ มอย่างสมดลุ และยง่ั ยนื
๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการแก้ปัญหา
๓.๓ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค/์ ค่านิยม
๑) มวี ินยั
๒) ใฝเ่ รียนรู้
๓) มงุ่ มั่นในการท�ำ งาน
๔) รกั ความเปน็ ไทย
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ข้ันการเรียนรู้
ชว่ั โมงท่ี ๑
๑. ให้นักเรียนชมวีดิทัศน์ เรื่อง ชาวบ้านห้วยสีเสียดสุดทนถนนพังมานานกว่า ๕ ปี
เดอื ดร้อนหลายหมู่บ้าน
114 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพิม่ เติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”
๒. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ตอบคำ�ถามต่อไปนี้
๒.๑ นักเรยี นฟงั ขา่ วน้แี ลว้ มีความรสู้ กึ เชน่ ไร
๒.๒ การกระทำ�นนี้ กั เรยี นชอบหรอื ไมช่ อบ
๒.๓ นกั เรยี นคดิ วา่ จะเกิดผลอย่างไรต่อชมุ ชน
๓. นักเรียนอา่ นใบความรู้ เรื่อง การเคารพสิทธหิ น้าทตี่ อ่ ตนเองและผู้อื่นท่มี ตี ่อชมุ ชน
๔. แบ่งนกั เรียนเปน็ กลมุ่ กลมุ่ ละประมาณ ๔ - ๕ คน รว่ มกันอภิปราย แสดงความคดิ เหน็
คน้ หาขอ้ มูล ตอบค�ำ ถามลงในใบงาน เรือ่ ง การเคารพสทิ ธิหนา้ ทตี่ อ่ ตนเองและผู้อ่ืนท่มี ีต่อชมุ ชน
ชัว่ โมงท่ี ๒
๑. นักเรยี นฟงั เพลง ชุมชนของฉนั จาก YouTube แล้วร่วมกนั รอ้ ง ๑ - ๒ รอบ
๒. นกั เรยี นวาดภาพ หวั ข้อ “ชุมชนของฉนั ” พรอ้ มบรรยายใต้ภาพ ๓ - ๕ บรรทดั และ
ระบายสีใหส้ วยงาม
๓. ครใู หน้ ักเรยี นน�ำ เสนอผลงานของตนเอง
๔. ครูตรวจผลงานนักเรียน
๔.๒ สือ่ การเรยี นรู้
๑) วดี ทิ ศั น์ เรอื่ ง ชาวบา้ นหว้ ยสเี สยี ดสดุ ทนถนนพงั มานานกวา่ ๕ ปี เดอื ดรอ้ นหลายหมบู่ า้ น
https://www.youtube.com/watch?v=X๙Rr-๑Q๔๙Io&t=๑๑s
๒) ใบความรู้ เร่ือง การเคารพสิทธิหน้าท่ตี ่อตนเองและผู้อน่ื ที่มีต่อชุมชน
๓) ใบงาน เรื่อง การเคารพสทิ ธหิ น้าทีต่ ่อตนเองและผู้อื่นทม่ี ตี อ่ ชุมชน
๔) YouTube เพลง ชุมชนของฉัน
๕) กระดาษ/สี
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
๑) ตรวจใบงาน
๒) ประเมินชนิ้ งานการวาดภาพ
๕.๒ เครอ่ื งมือในการประเมนิ
๑) ใบงาน เรื่อง การเคารพสทิ ธหิ นา้ ทีต่ อ่ ตนเองและผอู้ นื่ ท่ีมตี อ่ ชมุ ชน
๒) แบบประเมนิ ผลงานนักเรียนเรอื่ ง การวาดภาพชมุ ชนของฉนั
๕.๓ เกณฑ์การตัดสนิ
๑) การตรวจใบงาน ร้อยละ ๘๐ ถือวา่ ผา่ น
๒) ประเมนิ ผลงานการวาดภาพ คะแนน ๖ - ๙ ถือว่าผา่ น
๖. บนั ทกึ หลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ ครผู ้สู อน
(...............................................)
ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๔ 115
๗. ภาคผนวก
ใบความรู้
การเคารพสทิ ธิของตนเองและผู้อื่นทม่ี ตี ่อชมุ ชน
สมาชกิ ทกุ คนในสงั คมมสี ทิ ธเิ ทา่ เทยี มกนั ในการด�ำ รงชวี ติ ในสงั คม โดยสทิ ธดิ งั กลา่ วจะตอ้ งไมล่ ะเมดิ
สิทธขิ องสมาชกิ คนอ่ืนในสังคม ในที่นี้ขอยกตัวอย่างสทิ ธขิ องตนเองท่ีมีตอ่ ชมุ ชนบางประการ ดงั นี้
๑) เสรภี าพในเคหสถาน ชาวไทยทกุ คนยอ่ มมเี สรภี าพในเคหสถาน ทจ่ี ะสามารถอาศยั และครอบครอง
เคหสถานของตนโดยปกตสิ ขุ ไมว่ า่ จะเกดิ จาการเชา่ หรอื เปน็ เจา้ ของกรรมสทิ ธ์ิซง่ึ บคุ คลอน่ื จะตอ้ งใหค้ วามเคารพ
ในสทิ ธนิ ้ี แมแ้ ตเ่ จา้ หนา้ ทข่ี องรฐั หากจะตอ้ งเขา้ ไปด�ำ เนนิ การตามกฎหมายใดๆ เชน่ การตรวจคน้ เคหสถาน
ของประชาชนก็จะทำ�การมไิ ด้ เว้นแตจ่ ะมีหมายคน้ ท่อี อกโดยศาลเทา่ นัน้
๒) เสรภี าพในการเดนิ ทางและการตดิ ตอ่ สอื่ สาร ชาวไทยทกุ คนมเี สรภี าพทจี่ ะเดนิ ทางไปในทต่ี า่ ง ๆ
บนผนื แผน่ ดนิ ไทยไดท้ กุ พนื้ ทขี่ องประเทศไทย และสามารถเลอื กถน่ิ ทอ่ี ยอู่ าศยั ณ ทใี่ ดกไ็ ดใ้ นประเทศไทย
รวมทั้งชาวไทยทุกคนสามารถท่ีจะติดต่อส่ือสารกับบุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็นทาง จดหมาย โทรศัพท์
หรืออินเทอร์เน็ต
๓) เสรีภาพในการนับถือศาสนา สมาชกิ ทกุ คนในสงั คมมีสิทธเิ สรภี าพทจ่ี ะนบั ถอื ศาสนาแตกตา่ ง
กันได้ ซ่งึ บุคคลอ่ืนในสงั คมรวมท้ังรัฐจะตอ้ งให้ความเคารพสทิ ธเิ สรภี าพในเรอ่ื งนด้ี ว้ ย
๔) เสรภี าพในทางวชิ าการ เยาวชนไทยทกุ คนจะตอ้ งไดร้ บั การศกึ ษาขน้ึ พนื้ ฐานไมน่ อ้ ยกวา่ ๑๒ ปี
โดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย นอกจากนคี้ นไทยทกุ คนยงั มสี ทิ ธใิ นการทจี่ ะศกึ ษาคน้ หวา้ หรอื ท�ำ วจิ ยั ตามทตี่ อ้ งการ
โดยไมข่ ัดต่อกฎหมาย
๕) เสรีภาพในการชมุ นมุ อย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ หมายถงึ ประชาชนทกุ คนมีสทิ ธเิ สรภี าพ
ในการชมุ นมุ แตต่ อ้ งเปน็ ไปโดยสงบ ปราศจากอาวธุ และตอ้ งไมร่ บกวนสทิ ธขิ องผอู้ นื่ การปราศจากอาวธุ นน้ั
หมายรวมถึง ห้ามทุกคนท่ีมารว่ มชุมนมุ พกพาอาวุธเขา้ มาในที่ชุมนุมเด็ดขาด บคุ คลใดพกพาอาวธุ เข้ามา
ในทช่ี มุ นุม บคุ คลนนั้ จะไมไ่ ด้รบั ความคมุ้ ครองตามรฐั ธรรมนูญในกรณีทไี่ ดก้ ล่าวมาขา้ งต้น
๖) สิทธเิ สรภี าพในการอนุรักษ์และฟ้ืนฟจู ารีตประเพณี ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่นิ ทุกคนย่อมมสี ่วนรว่ ม
ในการอนุรักษ์ และร่วมสืบสานศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของประเทศชาติ
เพอ่ื ให้ดำ�รงอยู่ตอ่ ไปกับอนุชนรุ่นหลงั
๗) สทิ ธเิ สรภี าพในการประกอบอาชพี โดยเสรภี าพในการประกอบอาชพี จะตอ้ งไมเ่ อารดั เอาเปรยี บ
ผู้อ่นื เชน่ ผู้ประกอบการจะต้องเคารพและซ่ือสตั ยต์ ่อผ้บู รโิ ภค และไมเ่ อาเปรยี บผู้บริโภค เปน็ ตน้
116 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การปอ้ งกนั การทจุ ริต”
ใบงาน
การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่นท่ีมีต่อชมุ ชน
ค�ำ ชีแ้ จง ให้นักเรียนตอบค�ำ ถามต่อไปน้ี
๑. จงบอกบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเองในฐานะสมาชิกในชมุ ชุนมาคนละ ๓ ข้อ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
๒. จงบอกแนวทางการปฏิบัติตนในการเคารพสิทธหิ นา้ ท่ีของสมาชกิ ในชมุ ชุนมาคนละ ๓ ขอ้
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
๓. ผลท่ไี ดร้ ับจากการปฏบิ ตั ติ นในการเคารพสทิ ธิหนา้ ทข่ี องสมาชิกในชุมชนมีอะไรบา้ ง
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
สมาชิกกลุม่ ที่ .......
๑. .....................................................................เลขที่.........ชน้ั ..................
๒. .....................................................................เลขที่.........ช้นั ..................
๓. .....................................................................เลขท.่ี ........ชนั้ ..................
๔. .....................................................................เลขท.่ี ........ชน้ั ..................
๕. .....................................................................เลขที่.........ชน้ั ..................
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ 117
แบบประเมนิ ผลงานนกั เรียน
เร่ือง การวาดภาพชุมชนของฉนั
เลขท่ี ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวม ผลการ
เนอ้ื หา ความสวยงาม บรรยายภาพ คะแนน ประเมนิ
๓๒๑๓๒๑๓๒๑ ผา่ น/ไมผ่ ่าน
ลงชื่อ ................................................ ประเมนิ
(...............................................)
เกณฑก์ ารตัดสนิ
คะแนน ๖ - ๙ ถอื วา่ ผา่ น
เกณฑก์ ารให้คะแนนผลงาน
ประเด็นท่ีประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน/ระดบั คุณภาพ
๑. เนื้อหา
๓๒๑
๒. ความสวยงาม
๓. บรรยายภาพ ตรงตามหัวขอ้ ตรงตามหวั ขอ้ ตรงตามหัวขอ้
ส่อื ความหมายได้มากทีส่ ุด สอ่ื ความหมายได้ปานกลาง ส่ือความหมายได้
คอ่ นขา้ งน้อย
ความสวยงามระดับมาก ความสวยงามระดับ ความสวยงามคอ่ นข้างนอ้ ย
ปานกลาง
เนอ้ื หาสัมพนั ธก์ บั ภาพ เน้อื หาสัมพันธ์กับภาพ เนอื้ หาไมส่ ัมพนั ธ์กบั ภาพ
มากท่สี ุดครบตามท่กี �ำ หนด ปานกลางครบตามท่ี และไม่ครบตามท่กี ำ�หนด
ก�ำ หนด
118 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เติม การป้องกันการทุจริต”
แผนการจดั การเรยี นรู้
หน่วยท่ี ๔ ชือ่ หน่วย พลเมืองกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ เรื่อง สทิ ธทิ ไี่ ด้รบั ในชมุ ชน : ทางสาธารณะ เวลา ๑ ชวั่ โมง
๑. ผลการเรียนรู้
๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๒. ปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ทพ่ี ลเมืองและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม
๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของทางสาธารณะได้
๒.๒ นักเรยี นสามารถบอกสทิ ธขิ องตนเองในการใช้ทางสาธารณะได้
๒.๓ นกั เรยี นสามารถบอกหน้าที่ของตนเองในการใช้ทางสาธารณะได้
๒.๔ นักเรยี นสามารถใช้ทางสาธารณะโดยคำ�นงึ ถงึ สิทธิและหน้าท่ี
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
- ทางสาธารณะ หมายถึง ทางบก หรือทางน้�ำส�ำหรับประชาชนใช้ในการจราจร และ
หมายความรวมถงึ ทางรถไฟ และทางรถรางท่มี ีรถเดนิ ส�ำหรบั ประชาชนโดยสารด้วย
- สิทธขิ องนักเรียนต่อทางสาธารระ
๑) นกั เรยี นมสี ทิ ธใิ นการใชท้ างสาธารณะไดโ้ ดยไมต่ อ้ งขออนญุ าต ไดแ้ ก่ ถนน, ทางมา้ ลาย,
ทางเท้า, ทางเดินรถไฟ เปน็ ตน้
๒) นักเรียนมสี ทิ ธิร้องเรียนหากทางสาธารณะทีน่ ักเรยี นใชบ้ รกิ ารชำ�รดุ
- หนา้ ทขี่ องนักเรยี นต่อทางสาธารณะ
๑) ไม่ทงิ้ ขยะลงทางสาธารณะ
๒) ไมก่ รีดขวางทางสาธารณะ
๓) ไมท่ ำ�ใหท้ างสาธารณะชำ�รุด
๔) ไม่ยึดครองทางสาธารณะ
๓.๒ สมรรถนะสำ�คญั ของผู้เรียน
๑) ความสามารถในการสือ่ สาร
๒) ความสามารถในการคิด
๓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
๓.๓ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ซื่อสัตยส์ ุจริต
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ 119
๔. กจิ กรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขัน้ ตอนการเรียนรู้
๑) ชว่ั โมงท่ี ๑
๑) ครใู หน้ กั เรียนฟังเพลง ขา้ มถนนระวงั รถชน
๒) ครูสนทนากับนักเรียนด้วยคำ�ถาม เช่น นักเรียนมีวิธีการข้ามถนนอย่างไร, วิธีการ
ที่นักเรยี นใชถ้ ูกต้องหรือไม่, นกั เรยี นเคยทิ้งขยะบรเิ วณถนนหรอื ไม่
๓) ครูบอกความหมายของทางสาธารณะให้นักเรียนทราบ และยกบัตรภาพ ท่ีแสดง
ทางสาธารณะใหน้ กั เรยี นดู
๔) ครบู อกสิทธิในการใชท้ างสาธารณะให้นกั เรียนทราบ
๔.๑ นักเรียนมีสิทธิในการใช้ทางสาธารณะได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ได้แก่ ถนน,
ทางม้าลาย, ทางเท้า, ทางเดินรถไฟ เป็นตน้
๔.๒ นกั เรียนมสี ทิ ธริ ้องเรยี นหากทางสาธารณะท่ีนกั เรยี นใช้บรกิ ารชำ�รุด
๕) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน และให้ส่งตัวแทน ๑ คนเลือกบัตรภาพ
ทางสาธารณะ กลมุ่ ละ ๑ ภาพ
๖) ครใู หน้ กั เรยี นเขยี นหนา้ ทใี่ นการใชท้ างตามบตั รภาพทน่ี กั เรยี นเลอื ก ตามความเขา้ ใจ
๗) นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ออกมานำ�เสนอผลงานและแนวคดิ ของตนเอง
๘) ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปกิจกรรม
๙) ครูยำ้� ถงึ สิทธิและหน้าทีข่ องนักเรยี นต่อการใชท้ างสาธารณะ
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู/้ แหล่งเรยี นรู้
๑) วีดทิ ศั น์ เร่ือง ขา้ มถนนระวังรถชน
๒) บตั รภาพชดุ ทางสาธารณะ
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
- ตรวจจากการประเมินผลงานนกั เรยี น
๕.๒ เครื่องมอื ทใี่ ช้ในการประเมิน
๑) แบบประเมนิ ผลงาน
๒) แบบสังเกตพฤตกิ รรม การท�ำ งานกล่มุ
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นักเรียนผา่ นเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป
120 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเตมิ การปอ้ งกันการทจุ รติ ”
๖. บันทกึ หลงั การจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครูผสู้ อน
(...............................................)
๗. ภาคผนวก
วีดิทัศน์ เร่ือง ข้ามถนนระวังรถชน
เพลงขา้ มถนน ข้ามถนนระวงั รถชน ใช้ทางม้าลายปลอดภยั กว่านะจ๊ะ I Kid genius
จาก : https://www.youtube.com/watch?v=WUqkFOw๖OM๔
ระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 121
บตั รภาพชดุ ทางสาธารณะ
ทางเทา้ ชายหาด
ถนน เกาะกลาง
ทางรถไฟ
122 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวชิ าเพม่ิ เตมิ การป้องกันการทุจรติ ”
แบบตรวจใหค้ ะแนนชิ้นงาน
เรื่อง หน้าทีใ่ นการใช้ทางสาธารณะ
รายการประเมิน สรุปผล
ผา่ น ไม่ผ่าน
ที่ ช่ือ-สกลุ เนอ้ื หา การนำ�เสนอ รวม ๑๐
สอดคล้อง (๕) คะแนน
(๕)
ลงช่ือ ................................................ ผูต้ รวจ
(...............................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
- นักเรียนได้คะแนนร้อยละ ๘๐ ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน (ตอบถูก ๘ ข้อข้ึนไป)
ระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 123
แบบสังเกตพฤติกรรมการท�ำ งาน
ช่ือ-สกลุ ......................................................ช้ัน...................ภาคเรยี นที่...........ปีการศึกษา...................
ค�ำ ช้ีแจง ให้กาเครื่องหมาย ลงในชอ่ งวา่ งทต่ี รงกับพฤตกิ รรมท่เี กิดขนึ้ จริง
ระดับการปฏบิ ตั ิ (คะแนน)
ที่ ขอ้ ตกลง ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ัติ
(๕ คะแนน) (๐ คะแนน)
๑
๒
รวมคะแนน
ลงชือ่ ................................................ ผตู้ รวจ
(...............................................)
เกณฑก์ ารประเมิน
- ไดค้ ะแนน ๖ - ๑๐ คะแนน ถอื วา่ ผา่ น
- ได้คะแนน ๐ - ๕ คะแนน ถือว่า ไมผ่ ่าน
124 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพมิ่ เติม การปอ้ งกนั การทจุ รติ ”
แบบประเมนิ การท�ำ งานกลมุ่
เร่อื ง .................................................................................
รายการประเมิน
ที่ ชอื่ กล่มุ ความ การแสดง ความ การรบั ฟัง การร่วม รวม
รว่ มมือ ความ ต้งั ใจ ผูอ้ ืน่ ปรับปรงุ ๑๐ คะแนน
คิดเหน็ ผลงาน
(๒) (๒) (๒) (๒) (๒)
ลงชือ่ ..................................................ผตู้ รวจ
(................................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
- นกั เรียนผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ถือว่าผา่ น
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ 125
แผนการจดั การเรียนรู้
หนว่ ยที่ ๔ ชอื่ หนว่ ย พลเมืองกับความรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๓ เรื่อง สิทธิที่ไดร้ ับในชุมชน : พื้นท่ีสาธารณะในชมุ ชน เวลา ๑ ชั่วโมง
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั พลเมืองและความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
๑.๒ ปฏิบตั ติ นตามหน้าท่ีพลเมอื งและมคี วามรับผดิ ชอบต่อสงั คม
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของพ้นื ท่สี าธารณะได้
๒.๒ นักเรียนสามารถบอกสิทธขิ องตนเองในการใชพ้ ้นื ทส่ี าธารณะในชุมชนได้
๒.๓ นักเรยี นสามารถบอกหน้าทขี่ องตนเองในการใช้พ้ืนท่ีสาธารณะในชมุ ชนได้
๒.๔ นักเรยี นสามารถใชพ้ นื้ ที่สาธารณะในชมุ ชนโดยคำ�นงึ ถึงสทิ ธิและหนา้ ท่ี
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
- พ้ืนที่สาธารณะ คือ พื้นท่ีทำ�กิจกรรมร่วมกัน โดยไม่ได้จำ�กัดว่าจะเป็นรูปแบบไหน
เชน่ ถนน ทางเดนิ สวนสาธารณะ สนาม ลานชมุ ชน ลานเมอื ง เป็นตน้ ซง่ึ สามารถเขา้ ใช้พื้นท่ีไดโ้ ดย
ไมต่ อ้ งขออนญุ าต ทง้ั ยงั เปน็ พนื้ ทที่ ส่ี ามารถเขา้ ถงึ ไดห้ รอื แบง่ ปนั รว่ มกนั ของสมาชกิ ทกุ ๆ คน พนื้ ทสี่ าธารณะ
จงึ เปน็ พน้ื ทที่ สี่ ามารถเขา้ ถงึ ไดใ้ นเชงิ กายภาพซงึ่ สามารถมองเหน็ ไดจ้ ากทกุ คนและมกี ารเขา้ ถงึ ไดม้ ากกวา่
พนื้ ทีส่ ่วนตวั
- สทิ ธิของนกั เรยี นตอ่ การใชพ้ ้ืนท่สี าธารณะ
๑) นกั เรียนมีสทิ ธใิ ช้พื้นทสี่ าธารณะโดยไมต่ ้องขออนุญาต
๒) นักเรียนมสี ทิ ธิรอ้ งเรยี นหากพ้นื ที่นนั้ ช�ำ รดุ เสียหาย
- หนา้ ที่ของนักเรียนตอ่ การใชพ้ นื้ ที่สาธารณะ
๑) นักเรยี นตอ้ งใช้พ้นื ทีส่ าธารณะตามกฎ กตกิ า ของพ้ืนทน่ี ้นั ๆ
๒) นักเรยี นต้องไมท่ �ำ ให้พ้ืนทีส่ าธารณะชำ�รุด เสยี หาย
๓) นักเรยี นต้องไม่ทิ้งขยะลงในพ้นื ท่ีนัน้
๔) นกั เรียนตอ้ งไมท่ ำ�ผดิ กฎหมาย ผดิ ศลี ธรรมในพ้ืนท่นี ั้นๆ
๕) นักเรียนต้องไม่ยึดครองพ้นื ท่นี นั้ ๆ
๓.๒ สมรรถนะสำ�คญั ของผูเ้ รียน
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๓ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ซ่ือสัตย์สจุ รติ
126 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เติม การป้องกันการทุจรติ ”
๔. กิจกรรมการเรียนรู้
๔.๑ ขนั้ ตอนการเรยี นรู้
๑) ช่ัวโมงที่ ๑
๑) ครูใหน้ ักเรียนดวู ดี ิทัศน์ เรอ่ื ง ส่วนรวมตอ้ งมาก่อน
๒) ครสู นทนากับนักเรียนดว้ ยค�ำ ถาม เช่น นักเรียนเห็นดว้ ยกบั เน้ือหาในเพลงหรือไม่,
ทำ�ไมเราต้องค�ำ นึงถงึ ประโยชนส์ ว่ นรวมก่อน, นักเรยี นเคยไปท่ีไหนบา้ งทีเ่ ป็นพน้ื ที่สว่ นรวม
๓) ครูบอกความหมายของพ้ืนที่สาธารณะให้นักเรียนทราบ และยกบัตรภาพ ท่ีแสดง
พืน้ ทส่ี าธารณะในชมุ ชนให้นักเรยี นดู
๔) ครูบอกสทิ ธใิ นการใชพ้ นื้ ทส่ี าธารณะในชุมชนใหน้ ักเรียนทราบ
๕) ครูให้นักเรียนจับกลุ่ม กลุ่มละ ๓ คน และให้ส่งตัวแทน ๑ คนเลือกบัตรภาพ
ชุดพ้ืนที่สาธารณะในชมุ ชน กลมุ่ ละ ๑ ภาพ
๖) ครูให้นักเรียนเขียนหน้าท่ีในการใช้พื้นที่สาธารณะในชุมชนตามบัตรภาพที่
นักเรยี นเลอื ก ตามความเข้าใจ
๗) นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมาน�ำ เสนอผลงานและแนวคดิ ของตนเอง
๘) ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปกจิ กรรม
๙) ครูย�้ำถึงสทิ ธแิ ละหนา้ ท่ีของนกั เรยี นตอ่ การใชพ้ น้ื ที่สาธารณะในชมุ ชน
๔.๒ สอื่ การเรยี นรู/้ แหล่งเรียนรู้
๑) วดี ทิ ัศน์ เรือ่ ง สว่ นรวมตอ้ งมากอ่ น
๒) บัตรภาพชุด พนื้ ทสี่ าธารณะในชุมชน
๕. การประเมินผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธีการประเมิน
- ตรวจจากการประเมินผลงานนกั เรยี น
๕.๒ เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ในการประเมนิ
๑) แบบประเมนิ ผลงาน
๒) แบบสังเกตพฤติกรรม การทำ�งานกลมุ่
๕.๓ เกณฑก์ ารตัดสิน
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป
๖. บนั ทกึ หลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ................................................ ครผู ูส้ อน
(...............................................)
ระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ 127
๗. ภาคผนวก
วดี ิทัศน์ เรื่อง สว่ นรวมต้องมาก่อน
เพลงสว่ นรวมตอ้ งมาก่อน
จาก : https://www.youtube.com/watch?v=NaRx๐๒qOc๒o
128 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเตมิ การปอ้ งกันการทุจริต”
บัตรภาพชุด พืน้ ทสี่ าธารณะในชมุ ชน
สวนสาธารณะ สนามเด็กเลน่
ศาลากลางหมู่บา้ น
ลานกีฬาหมูบ่ ้าน
ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ 129
แบบตรวจให้คะแนนช้ินงาน
เรอ่ื ง หนา้ ท่ใี นการใชพื้นท่สี าธารณะในชุมชน
รายการประเมิน สรุปผล
ผา่ น ไมผ่ า่ น
ท่ี ช่ือ-สกลุ เนอื้ หา การนำ�เสนอ รวม ๑๐
สอดคลอ้ ง (๕) คะแนน
(๕)
ลงช่อื ................................................ ผู้ตรวจ
(...............................................)
เกณฑ์การประเมิน
- นักเรยี นได้คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน (ตอบถกู ๘ ข้อขน้ึ ไป)
130 แผนการจดั การเรียนรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การป้องกันการทจุ รติ ”
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำ�งาน
ชื่อ-สกลุ ......................................................ช้ัน...................ภาคเรยี นท.่ี ..........ปีการศึกษา...................
ค�ำ ช้ีแจง ใหก้ าเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกับพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ข้ึนจริง
ระดบั การปฏบิ ัติ (คะแนน)
ที่ ขอ้ ตกลง ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
(๕ คะแนน) (๐ คะแนน)
๑
๒
รวมคะแนน
ลงชอื่ ................................................ ผ้ตู รวจ
(...............................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
- ไดค้ ะแนน ๖ - ๑๐ คะแนน ถือวา่ ผ่าน
- ไดค้ ะแนน ๐ - ๕ คะแนน ถือวา่ ไมผ่ ่าน
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ 131
แบบประเมนิ การท�ำ งานกล่มุ
เร่อื ง .................................................................................
รายการประเมนิ
ที่ ช่อื กลุ่ม ความ การแสดง ความ การรบั ฟงั การรว่ ม รวม
รว่ มมอื ความ ตัง้ ใจ ผอู้ ื่น ปรบั ปรงุ ๑๐ คะแนน
คิดเหน็ ผลงาน
(๒) (๒) (๒) (๒) (๒)
ลงชือ่ ..................................................ผู้ตรวจ
(................................................)
เกณฑก์ ารประเมิน
- นักเรียนผ่านเกณฑ์การประเมนิ ร้อยละ ๘๐ ขึน้ ไป ถอื วา่ ผา่ น
132 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การปอ้ งกันการทุจริต”
แผนการจดั การเรียนรู้
หน่วยท่ี ๔ ช่ือหน่วย พลเมอื งกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๔ เรื่อง สิทธิท่ไี ด้รับในชุมชน : ประชาสมั พันธช์ ุมชน เวลา ๑ ช่ัวโมง
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มคี วามรูค้ วามเข้าใจเก่ียวกบั พลเมอื งและความรับผิดชอบตอ่ สังคม
๑.๒ ปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ีพลเมืองและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สังคม
๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรียนสามารถบอกความหมายของประชาสัมพันธ์ชุมชนได้
๒.๒ นักเรียนสามารถบอกสทิ ธิของตนเองในการไดร้ บั ประชาสมั พันธจ์ ากชมุ ชนได้
๒.๓ นักเรียนสามารถบอกหน้าที่ของตนเองในการประชาสัมพนั ธจ์ ากชมุ ชนได้
๒.๔ นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามสิทธิและหน้าที่ต่องานประชาสัมพันธ์ชุมชนได้ โดยคำ�นึงถึง
สทิ ธิและหนา้ ที่
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ ความรู้
- การประชาสัมพันธ์ชุมชน คือ การประชาสัมพันธ์ขององค์การกับชุมชนที่เก่ียวข้อง
เพื่อสรา้ งความสมั พันธอ์ ันดีระหว่างกนั ความเข้าใจ และการสนบั สนุนจากชุมชน
- สิทธิของนักเรียนตอ่ การประชาสัมพนั ธ์ชุมชน
๑) นกั เรยี นมสี ทิ ธไิ ดร้ บั ขา่ วสารของชมุ ชน ในเรอ่ื งทจ่ี ะเปน็ ประโยชนต์ อ่ นกั เรยี นในทกุ ๆ ดา้ น
๒) นักเรียนมีสิทธิเรียกร้องให้มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารของชุมชน อันจะเป็น
ประโยชนต์ อ่ นกั เรยี นและคนในชุมชน
- หน้าทขี่ องนักเรียนต่อการประชาสมั พนั ธช์ มุ ชน
๑) บอกต่อขา่ วสารท่ีได้รับฟัง
๒) ปฏบิ ตั ติ าม ใหค้ วามรว่ มมือ หากไดร้ ับขา่ วสารท่ขี อความร่วมมือต่าง ๆ
๓) ไมบ่ ดิ เบอื นขา่ วสารท่ไี ด้รบั ฟังมา
๓.๒ สมรรถนะสำ�คัญของผ้เู รียน
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๓ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๔ 133
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ข้นั ตอนการเรยี นรู้
๑) ชว่ั โมงท่ี ๑
๑. ครูใหน้ ักเรยี นดูวดี ิทศั น์ เร่ือง ประชาสมั พันธ์ยามเชา้
๒. ครูสนทนาร่วมกับนักเรียนด้วยคำ�ถาม เช่น ในชุมชนของนักเรียนมีการ
ประชาสมั พนั ธแ์ บบนหี้ รอื ไม,่ นกั เรยี นจ�ำ ไดไ้ หมวา่ เมอื่ เชา้ นกั เรยี นฟงั เรอ่ื งอะไรมา, และนกั เรยี นเคยไดฟ้ งั
การประชาสัมพันธ์ชมุ ชนจากช่องทางไหนอีกบ้าง
๓. นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้เร่ือง สิทธแิ ละหนา้ ท่ใี นงานประชาสัมพันธช์ มุ ชน
๔. ครูสรุปเรอ่ื งสิทธิและหนา้ ท่ใี นงานประชาสัมพนั ธ์ชมุ ชน
๕. ครใู หน้ ักเรียนท�ำ ใบงาน เรอ่ื ง สิทธิและหน้าทีใ่ นงานประชาสัมพันธช์ มุ ชน
๖. ครูให้นักเรยี นนำ�เสนอใบงานของตนเอง
๗. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ กจิ กรรม
๔.๒ สอ่ื การเรียนรู/้ แหล่งเรียนรู้
๑) วีดิทัศน์ เรื่องประชาสมั พนั ธ์ยามเช้า
๒) ใบความรู้ เรือ่ ง ประชาสัมพันธ์ชุมชน
๓) ใบงาน เรือ่ ง สทิ ธิและหน้าทใี่ นงานประชาสัมพนั ธช์ มุ ชน
๕. การประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕.๑ วิธกี ารประเมิน
- ตรวจจากการประเมินผลงานนักเรยี น
๕.๒ เคร่อื งมือทีใ่ ชใ้ นการประเมนิ
๑) แบบประเมินผลงาน
๒) แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การท�ำ งานกลมุ่
๕.๓ เกณฑ์การตดั สิน
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมนิ รอ้ ยละ ๘๐ ข้นึ ไป
๖. บันทกึ หลังการจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครผู สู้ อน
(...............................................)
134 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวชิ าเพิม่ เตมิ การปอ้ งกันการทุจรติ ”
๗. ภาคผนวก
วีดทิ ศั น์ เรอ่ื ง ประชาสมั พันธย์ ามเชา้
#ขา่ วเที่ยงThaipbs
นักข่าวพลเมือง : เสยี งตามสายเพ่ือชุมชน/23 พ.ย. 59/ 12.00 น.
จาก : https://www.youtube.com/watch?v=๓Jl๖fL_gDn๐
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ 135
ใบความรู้
เรอ่ื ง สทิ ธแิ ละหน้าทต่ี ่องานประชาสัมพนั ธช์ มุ ชน
การประชาสัมพันธ์ชุมชน คือ การประชาสัมพันธ์ขององค์การกับชุมชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง
ความสัมพันธอ์ นั ดรี ะหว่างกัน ความเขา้ ใจ และการสนบั สนนุ จากชมุ ชน
วตั ถุประสงค์ของการประชาสมั พันธ์ชมุ ชน
๑. เพ่อื ชี้แจงข้อมูลข่าวสารท่ีเกยี่ วขอ้ งกับองคก์ ารให้ชุมชนรับทราบ เชน่ นโยบาย วตั ถปุ ระสงค์
กิจกรรมการดำ�เนินงาน หน้าทค่ี วามรับผิดชอบตา่ ง ๆ ขององคก์ าร ท่ีจะมีผลกระทบต่อชมุ ชน
๒. เพอ่ื ชแี้ จงและตอบโตข้ อ้ วพิ ากษว์ จิ ารณจ์ ากกลมุ่ ผลประโยชนต์ า่ งๆ ภายในชมุ ชนทมี่ คี วามเขา้ ใจ
ทีไ่ มถ่ ูกต้องต่อองคก์ าร
๓. เพอื่ แสดงถงึ ความส�ำ คญั ขององคก์ ารทม่ี ตี อ่ ชมุ ชนในฐานะทเี่ ปน็ ผสู้ รา้ งสรรคค์ วามเจรญิ ใหก้ บั
ชมุ ชน รวมถงึ การเขา้ รว่ มกิจกรรมต่าง ๆ ทีช่ มุ ชนจดั ขนึ้
๔. เพื่อรับฟังความคิดเหน็ ของชมุ ชนท่ีมตี ่อนโยบายและการด�ำ เนินการขององคก์ าร
๕. เพอ่ื สง่ เสรมิ สวสั ดกิ ารของชมุ ชน และเผยแพรเ่ กยี่ วกบั ชมุ ชนเพอ่ื จงู ใจนกั ทอ่ งเทย่ี วและนกั ธรุ กจิ
ให้เข้ามาท่องเที่ยวและลงทนุ เพือ่ ความเจริญกา้ วหน้าของชมุ ชน
๖. เพ่ือสร้างความสัมพนั ธ์ท่ีใกลช้ ดิ กับกลมุ่ คนในชุมชน โดยเฉพาะผู้น�ำ ชมุ ชน
๗. เพ่ือให้ความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา อันได้แก่ โรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานศึกษา
ตา่ ง ๆ ในชมุ ชน เชน่ การใหท้ นุ การศกึ ษา การใหก้ ารสนบั สนนุ กจิ กรรมตา่ งๆ ของสถาบนั การศกึ ษา เปน็ ตน้
๘. เพื่อแสดงบทบาททางด้านการส่งเสริมและอนุรักษศ์ ลิ ปวัฒนธรรม
๙. เพอ่ื สง่ เสรมิ สขุ ภาพอนามยั ของชมุ ชน เชน่ การสนบั สนนุ โครงการเพอื่ สขุ ภาพตา่ ง ๆ การบรจิ าค
เครอ่ื งมอื แพทย์ใหโ้ รงพยาบาลชมุ ชน
๑๐. เพ่ือส่งเสริมด้านการกีฬา และนันทนาการต่าง ๆ เช่น การให้การสนับสนุนอุปกรณ์กีฬา
ใหช้ มุ ชนการจดั กิจกรรมบันเทงิ ต่าง ๆ เพ่ือการพกั ผ่อนหย่อนใจของคนในชมุ ชน เปน็ ต้น
๑๑. เพ่ือสร้างความรว่ มมือกับองค์การอน่ื ๆ ในชุมชน เพอื่ สรา้ งความเขา้ ใจอนั ดีต่อกัน
๑๒. เพ่อื แสดงบทบาทขององคก์ ารในการชว่ ยเหลอื สังคมโดยรวม เช่น การจดั กิจกรรมสาธารณะ
ประโยชน์ต่าง ๆ การใหก้ ารสนับสนุนและช่วยเหลือกิจกรรมทางสงั คม เปน็ ต้น
136 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวิชาเพิ่มเติม การปอ้ งกันการทจุ ริต”
ใบงานเร่อื ง
ประชาสมั พันธ์ชมุ ชน
คำ�สั่ง : จงตอบค�ำ ถามต่อไปน้ี
๑. นกั เรียนเคยได้รบั การประชาสัมพนั ธจ์ ากชมุ ชนช่องทางใดบ้าง
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
๒. นกั เรยี นเคยได้รับการประชาสัมพนั ธจ์ ากชมุ ชนเร่ืองอะไร
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
๓. นกั เรียนปฏิบตั อิ ยา่ งไรเมอื่ ไดร้ ับการประชาสัมพันธ์เรอื่ งนนั้ ๆ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................
๔. นกั เรียนวาดภาพในหัวขอ้ “ชุมชนดี เมื่อเราเข้าใจกนั ”
ช่อื .....................................................สกลุ .....................................ชน้ั ..............เลขท.่ี ...............
ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ 137
แบบตรวจให้คะแนนใบงาน
เรอ่ื ง การประชาสมั พนั ธช์ มุ ชน
ท่ี ชื่อ-สกุล รายการประเมิน รวม สรปุ ผล
ถกู ตอ้ ง ภาพวาด ๑๐ ผา่ น ไมผ่ ่าน
(๕) (๕) คะแนน
ลงชอ่ื ................................................ ผ้ตู รวจ
(...............................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
- นักเรยี นได้คะแนนรอ้ ยละ ๘๐ ข้ึนไป ถอื ว่า ผ่าน (ตอบถกู ๘ ขอ้ ขน้ึ ไป)
138 แผนการจัดการเรียนรู้ “รายวชิ าเพิ่มเตมิ การปอ้ งกนั การทุจรติ ”
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการท�ำ งาน
ชื่อ-สกลุ ......................................................ช้ัน...................ภาคเรียนท่.ี ..........ปีการศกึ ษา...................
ค�ำ ช้ีแจง ใหก้ าเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกบั พฤติกรรมท่เี กิดขน้ึ จรงิ
ระดับการปฏิบัติ (คะแนน)
ที่ ขอ้ ตกลง ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
(๕ คะแนน) (๐ คะแนน)
๑
๒
รวมคะแนน
ลงชื่อ ................................................ ผตู้ รวจ
(...............................................)
เกณฑก์ ารประเมนิ
- ไดค้ ะแนน ๖ - ๑๐ คะแนน ถือวา่ ผ่าน
- ไดค้ ะแนน ๐ - ๕ คะแนน ถือวา่ ไมผ่ ่าน
ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ 139
แผนการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยท่ี ๔ ชือ่ หนว่ ย พลเมืองกบั ความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๕ เรอ่ื ง สทิ ธิท่ไี ดร้ บั ในชมุ ชน : ไฟสาธารณะชมุ ชน เวลา ๑ ชว่ั โมง
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ มีความร้คู วามเขา้ ใจเกยี่ วกับพลเมอื งและความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
๑.๒ ปฏิบัติตนตามหนา้ ทพ่ี ลเมอื งและมคี วามรับผิดชอบตอ่ สงั คม
๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
๒.๑ นกั เรยี นสามารถบอกความหมายของไฟสาธารณะชมุ ชนได้
๒.๒ นกั เรยี นสามารถบอกสทิ ธิของตนเองในการไดร้ บั ไฟสาธารณะชุมชนได้
๒.๓ นักเรยี นสามารถบอกหน้าทข่ี องตนเองตอ่ การใช้ไฟสาธารณะชุมชนได้
๒.๔ นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติตนตามสทิ ธแิ ละหน้าทีใ่ นการใช้ไฟสาธารณะชุมชนได้
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ ความรู้
- ไฟฟ้าสาธารณะ เป็นบริการข้ันพ้ืนฐานที่ประชาชนพึงได้รับจากภาครัฐ เพราะเป็น
สิ่งจำ�เป็นในการดำ�รงชีวิตของประชาชน เพ่ืออำ�นวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยในชีวิต
และทรัพยส์ ิน
- สิทธิของนกั เรียนตอ่ ไฟฟา้ สาธารณะ
๑) การได้รบั บริการไฟฟา้ จากการไฟฟ้า
๒) การขอตดิ ต้ังไฟฟา้ ในทส่ี าธารณะ
- หน้าท่ีของนักเรยี นต่อไฟฟา้ สาธารณะ
๑) การใช้ไฟฟา้ อย่างประหยดั
๒) ไมล่ ักลอบใช้ไฟฟา้
๓) ใชพ้ ลงั งานทดแทน
๓.๒ สมรรถนะสำ�คัญของผูเ้ รยี น
๑) ความสามารถในการส่อื สาร
๒) ความสามารถในการคดิ
๓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๓ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ซื่อสตั ย์สจุ ริต
140 แผนการจัดการเรยี นรู้ “รายวิชาเพ่ิมเติม การปอ้ งกันการทุจรติ ”
๔. กิจกรรมการเรยี นรู้
๔.๑ ขน้ั ตอนการเรยี นรู้
๑) ชัว่ โมงท่ี ๑
๑) ครใู ห้นักเรียนดูบัตรภาพชุด ไฟฟ้าสว่างไสว
๒) ครแู ละนกั เรยี นสนทนาดว้ ยค�ำ ถาม เชน่ หากไมม่ ไี ฟฟา้ นกั เรยี นจะสามารถท�ำ กจิ กรรม
ตา่ ง ๆ ตามภาพไดห้ รอื ไม,่ หากไมม่ ไี ฟฟา้ จะเกดิ จากปลน้ หรอื ท�ำ รา้ ยรา่ งกายกนั หรอื ไม,่ หากบรเิ วณชมุ ชน
ของนกั เรียนมที างหรือพืน้ ที่ทไี่ มม่ ไี ฟฟ้านักเรยี นควรทำ�อย่างไร
๓) ครอู ธบิ ายถงึ สิทธิในการใชไ้ ฟฟ้า และสิทธทิ ี่จะขอใชไ้ ฟฟา้ ในชุมชนได้
๔) ครใู หน้ ักเรยี นดวู ีดทิ ศั น์ เร่ืองการลกั ลอบใชไ้ ฟฟ้าสาธารณะ
๕) ครูสรปุ เนอื้ หาในวีดทิ ัศน์ใหน้ ักเรียนฟงั อีกครงั้ หน่ึง
๖) ครูใหน้ ักเรยี นทำ�ใบงาน เร่อื ง ไฟฟา้ สาธารณะ
๗) ครใู หน้ กั เรยี นน�ำ เสนอใบงานของตนเอง
๘) ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปกิจกรรม
๔.๒ ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
๑) บัตรภาพชดุ ไฟฟ้าสว่างไสว
๒) วีดทิ ศั นเ์ รื่อง การลักลอบใช้ไฟฟ้าสาธารณะ
๓) ใบงานเรอ่ื ง ไฟฟ้าสาธารระ
๕. การประเมินผลการเรยี นรู้
๕.๑ วธิ กี ารประเมิน
- ประเมินจากใบงาน
๕.๒ เคร่ืองมอื ทีใ่ ชใ้ นการประเมิน
๑) แบบประเมนิ ใบงาน
๒) แบบสงั เกตพฤติกรรม
๕.๓ เกณฑ์การตัดสิน
นกั เรยี นผ่านเกณฑ์การประเมินรอ้ ยละ ๘๐ ขนึ้ ไป
๖. บนั ทกึ หลงั การจดั ประสบการณ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ................................................ ครูผสู้ อน
(...............................................)
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ 141
๗. ภาคผนวก
วดี ทิ ศั นเ์ ร่อื ง การลักลอบใช้ไฟฟา้ สาธารณะ
PEA : ลักลอบ/ละเมิดการใช้ไฟฟ้า
จาก : https://www.youtube.com/watch?v=NeOyLtuQ๕cs
142 แผนการจดั การเรยี นรู้ “รายวิชาเพม่ิ เติม การป้องกันการทจุ รติ ”
บัตรภาพชุด ไฟฟ้าสว่างไสว
ถนน สวนสาธารณะ
สนามกีฬา
สนามเด็กเลน่
ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๔ 143