The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือจัดกิจกรรมโฮมรูม โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by great.willyoo, 2022-06-11 04:01:18

คู่มือจัดกิจกรรมโฮมรูม โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

คู่มือจัดกิจกรรมโฮมรูม โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

Keywords: คู่มือจัดกิจกรรมโฮมรูม โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เลย

คมู อื

แนวทางการจัดกจิ กรรมโฮมรูม

โครงการลดเวลาเรยี น เพ่มิ เวลารู

2

บทนา

ความหมายและความสาคัญ
กจิ กรรมโฮมรมู หมายถึง การจดั กิจกรรมเพ่อื สงเสรมิ นักเรียนเปนรายบคุ คล หรือเปนกลมุ กไ็ ด

มีการฝกปฏิบตั หิ รอื ทากจิ กรรมทเ่ี ปนประโยชนตอนักเรียนในดานตาง ๆ เชน การรูจกั ตนเอง การรูจักผอู น่ื และ
ส่ิงแวดลอม ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการปรับตัวและการวางแผนชีวิต เปนตน กิจกรรมเหลานี้จะจัดใน
หองเรียนหรอื นอกหองเรียนกไ็ ด โดยใหมีบรรยากาศเสมือนบาน ท่ีมนี ักเรยี นกบั ครูประจาช้ันเปรียบเสมือน
บดิ า มารดา ท่ีเปนสมาชิกในครอบครวั เดียวกนั รวมกนั ทากิจกรรมอยางใกลชดิ

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือใหครทู ่ปี รึกษาประจาชน้ั ไดพบนักเรียนของตนอยางใกลชิด ใชเวลาใหเกิดประโยชน

อยางเตม็ ที่ และมเี ปาหมายนอกเหนือจากการสอนตามปกติ
2. เพอื่ ใหนักเรียนมคี วามรู ไดรบั ประสบการณเพิ่มมากข้นึ จากการเรยี นปกติ
3. เพื่อใหเกดิ ความเขาใจอนั ดีระหวางครกู ับนักเรียน และนักเรยี นกับนกั เรียน

3

คาแนะนาการบนั ทึกกจิ กรรมโฮมรูม
1.ครูทปี่ รึกษาประจาขั้นพบนกั เรียน ในช่ัวโมงโฮมรมู
2.สถานที่ ในหองเรียน ใตรมไม หนาอาคารเรียน อาคารประกอบ สนาม อ่ืนๆ ภายใน
โรงเรยี น ตามทเ่ี ห็นสมควร โดยนดั หมายนกั เรียนใหมาพบกันตามวันและเวลาทกี่ าหนด
3.บันทึก วันเดือนป จานวนนักเรียน ติดตามการเขาแถว การขาดเรียน ผลการเรียน
พฤตกิ รรมทค่ี วรสงเสรมิ การพูดเชิงบวก วินัย พฤตกิ รรมทคี่ วรแกไข เกบ็ ขอมลู และบนั ทกึ รายงานการอบรม
ใน สมดุ ปพ.5/2
4.แนวทางการใหอบรม / พฤติกรรมทค่ี วรสงเสรมิ / การชมเชย / พฤตกิ รรมเส่ยี งดานตางๆ
/ หนาท่ีพลเมอื ง / หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง / อาเซยี น / ปญหายาเสพติด / อื่น ๆ
5.ใหสงสมุดบันทึกโฮมรูม เดอื นละ1คร้ัง ทกี่ ลมุ บรหิ ารงานกิจการนกั เรยี น
6.สรปุ รายงานผอู านวยการ เมื่อส้นิ ภาคเรยี น

1. กจิ กรรมแนะนาตัวผเู รยี น
.................................................................................

กิจกรรม แนะนาตัวผูเรยี น
สาระสาคญั
เมอื่ ตองการใหบุคคลรูจกั ซง่ึ กันและกนั ดีขึน้ ควรจัดใหบคุ คลที่ไมรจู ักกันมากอนใหทางานรวมกนั เปน
คูๆ หรือเปนกลุมเล็กๆ กจ็ ะทาใหแตละคนในกลุมไดประสบการณ ความรูสกึ ที่ปลอดภัย มคี วามเอ้ืออาทรตอ
กนั จากกลมุ เล็กๆกจ็ ะขยายการผกู มติ รไมตรีออกไปสกู ลมุ ใหญข้ึนโดยไมยากนัก
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือใหนักเรยี นไดทาความคุนเคยกันเรว็ ขึ้น
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ใหนักเรียนแตละคนจบั คูกบั เพอื่ นตามความสมคั รใจ เพ่ือจะไดสมั ภาษณซ่ึงกนั และกัน
2. เม่ือจบั คกู บั เพ่อื นไดแลว ใหแตละคสู ัมภาษณซง่ึ กนั และกันตามหัวขอในใบงานที่
กาหนดใหโดยใชเวลา 10 นาที ใหไดขอมูลซึง่ กนั และกนั มากทส่ี ดุ เมอ่ื เวลาผานไป 5 นาที ครจู ะทาหนาที่
เตอื นเพอ่ื ใหนักเรยี นแตละคูทราบวามีเวลาพดู อกี 5 นาที
3. ใหนกั เรียนแตละคอู อกมรายงานหนาชน้ั เรียน คร้ังละ 4 คู โดยผลัดกนั เลาเร่ืองทสี่ มั ภาษณ
ซง่ึ กนั และกนั
4. เมอื่ ทกุ คนรายงานครบทกุ คแู ลว ใหนักเรยี นใชเวลา 3-5 นาที อภิปรายและประเมนิ ผล
ถึงขอคดิ หรือสง่ิ ทไี่ ดรับจากการรวมกจิ กรรมนว้ี า การทางานรวมกนั จากกลุมเลก็ ๆทค่ี นุ เคยกนั จะขยายไปสูการ
ผูกมิตรไมตรใี นกลุมใหญตอไป

5

2. กจิ กรรมกรอกระเบยี นสะสม
.................................................................................................
กจิ กรรม กรอกระเบยี นสะสม
สาระสาคญั
ระเบียนสะสม คอื แบบบันทึกขอมูล สรางขึ้นเพื่อการรวบรวมขอมูลตาง ๆ ตามท่ีตองการ
เพือ่ ใหครูท่ีปรึกษา และผทู ม่ี สี วนเกี่ยวของจะไดนาขอมูลมาใชใหเกิดประโยชนตอตวั นักเรยี น
วัตถปุ ระสงค์
1. บอกจุดประสงคของการกรอกขอมลู ในระเบยี นสะสมได
2. กรอกขอมลู ในระเบยี นสะสมไดถกู ตองตามความเปนจริง
การดาเนินกจิ กรรม
1. ครูแจกระเบียนสะสมใหนกั เรียนคนละ 1 ชุด
2. ครอู ธบิ ายถงึ ระเบยี นสะสม และประโยชนทไี่ ดรบั จากระเบยี นสะสม พรอมทง้ั อธิบาย
วธิ กี ารกรอกขอมูลลงในระเบยี นสะสม

6

3. กิจกรรมโรงเรยี นของเรา
.......................................................................................................
กิจกรรม โรงเรียนของเรา
สาระสาคญั
เม่ือนกั เรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 เขามาในโรงเรียนแหงใหม ก็จะพบสภาพแวดลอมของท่ีเรียน
แหงใหม ท่ีไมคุนเคย นักเรียนจงึ จาเปนตองเรียนรูขอมูลของโรงเรยี น เพื่อใหนักเรียนปรบั ตัวไดอยางเหมาะสม
วตั ถุประสงค์
เพ่ือใหนักเรียนมคี วามรเู กีย่ วกบั ขอมลู ของโรงเรียนและปรับตัวไดอยางเหมาะสม
การดาเนินกิจกรรม
1.ครูเปดวดี ทิ ศั นโรงเรยี นของเราใหนักเรียนดู
2. ครูและนกั เรยี นรวมกนั สนทนาถึงขอมลู ตางๆของโรงเรยี น เชน อักษรยอ สปี ระจาโรงเรยี น
คตธิ รรม คาขวญั อตั ลกั ษณ เอกลกั ษณ ตราประจาโรงเรยี น เปนตน
3. ครูแจกใบงาน โรงเรียนของเราใหนักเรยี นไปหาขอมูลเม่อื มีเวลาวาง

7

4. กิจกรรมกฎระเบียบของโรงเรียน
.............................................................................................
กจิ กรรม กฎระเบยี บของโรงเรยี น
สาระสาคัญ
การปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น ทาใหการอยูรวนกนั ของคนหมมู ากเปนไปดวยความเรยี บรอย สมาชกิ
ในสังคมจะตองยอมรับกฎระเบยี บที่ตง้ั ข้นึ เพื่อความเปนอันหนงึ่ อันเดยี วกนั เอความเปนระเบยี บพรอมเพรียง
และเพื่อความสามัคคี
วัตถุประสงค์
นักเรียนบอกการปฏิบัติตามระเบยี บของโรงเรียนได
การดาเนินกิจกรรม
1. ครูนาภาพการแตงกายท่ถี กู ระเบยี บของนกั เรียนมัธยมศึกษาตอนตนทง้ั ชายและหญงิ ให
นักเรยี นดู
2. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สนทนาการแตงกาย ทรงผมท่ถี ูกระเบียบของนักเรยี น
3. นกั เรยี นชวยกันบอกผลดีของการแตงกายท่ถี กู ระเบยี บ

8

5. กิจกรรมการเรยี นอยางมปี ระสิทธิภาพ
.................................................................................................
กจิ กรรม การเรียนอยางมีประสิทธิภาพ
สาระสาคัญ
การเรียนมีความสาคัญตอทุกคน ไมวาจะเปนการเรียนในระบบ หรือนอกระบบโรงเรียน
สาหรับนักเรยี นแลว การเรียนถือวาเปนสง่ิ ท่ีมีความสาคัญมาก เพราะการเรยี นเปนหนทางทจ่ี ะนานักเรียนไปสู
ความสาเรจ็ ในอนาคต
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อใหนักเรียนนาแนวทางปฏิบัติตนทางดานการเรียนไปปฏิบตั ิไดจริงในชวี ิตประจาวนั
การดาเนินกจิ กรรม
1.ครอู ธิบายความสาคัญของการเรียนใหนักเรียนฟง
2. ใหนกั เรียนบอกวธิ ีการเรยี นทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ และบอกขอบกพรองของตน
3. ครแู ละนกั เรียนชวยกันสรปุ วิธีการเรยี นทดี่ ี และรวมกันหาแนวทางแกไขขอบกพรอง

9

6. กิจกรรมความรบั ผิดชอบ
...............................................................................................................
กจิ กรรม ความรับผดิ ชอบ
สาระสาคญั
ความรับผดิ ชอบ หมายถงึ ความตงั้ ใจในการปฏบิ ตั หิ นาที่จนกระท่ังงานนัน้ สาเรจ็ และยอมรบั
ผลการกระทาน้นั ไมวาจะเกิดผลดหี รือไมก็ตาม คนทม่ี ีความรับผดิ ชอบนน้ั มผี ลดี คื อ ชวยใหงานนัน้ สาเร็จลง
ดวยดี สามารถพัฒนางานใหกาวหนาได
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือใหนักเรียนมีความรับผดิ ชอบทง้ั ตอตนเองและสวนรวม
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ครใู หนกั เรียนเลาถงึ บคุ คลท่ีนักเรียนภมู ใิ จในความสาเรจ็ ของเขา และเหตทุ ่เี ขาประสบ
ความสาเรจ็
2. ครูและนกั เรยี นรวมกันสนทนาวาเพราะเหตุใดบุคคลเหลานน้ั จงึ ประสบความสาเรจ็
3. ครแู ละนักเรยี นชวยกันสรปุ เกี่ยวกบั ความรับผดิ ชอบ ทั้งตอตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น
สังคม เปนตน

10

7. กจิ กรรมรกั ษส์ ง่ิ แวดลอม
.................................................................................................................
กจิ กรรม รกั ษสิง่ แวดลอม
สาระสาคัญ
การมสี วนรวมในการอนุรกั ษสิง่ แวดลอมสามารถปฏบิ ตั ิได โดยเริ่มจากตนเองและคนใกลชิด สามารถชวยลด
ปญหาส่ิงแวดลอมของสงั คมได
วตั ถุประสงค์
เพื่อใหนักเรียนตระหนักถงึ ความสาคญั ของการมสี วนรวมในการอนุรักษส่งิ แวดลอม
การดาเนินกิจกรรม
1.ใหนักเรยี นแตละคนระบุสภาพแวดลอมในโรงเรยี นทีป่ ระทับใจและไมประทบั ใจพรอมทั้ง
บอกเหตุผล
2. ครูและนักเรียนชวยกันจัดกลุมสภาพแวดลอมที่ไมพงึ ประสงคในโรงเรยี น พรอมทัง้ ชวยกนั
หาสาเหตุและแนวทางแกไข
3. นกั เรยี นรวมกันอภปิ รายปญหาส่ิงแวดลอมในสงั คมไทย และผลกระทบทีเ่ กดิ ข้นึ
4. แบงนักเรียนเปนกลมุ ตามความสมคั รใจ ใหแตละกลมุ เสนอแนวทางและวางแผนในการ
อนรุ กั ษส่งิ แวดลอมภายในโรงเรียน/ชุมชน
5. นกั เรียนแตละกลุมนาเสนอแนวทางอนุรกั ษส่งิ แวดลอมของกลมุ ตนเอง

11

8. กจิ กรรมเพ่ือนคูใจ
......................................................................................................
กจิ กรรม เพือ่ นคใู จ
สาระสาคัญ
การเปนเพื่อนกนั นั้น ตองยอมรบั ซงึ่ กันและกนั รวมทุกข รวมสขุ กนั ชวยเหลอื เกอ้ื กลู กนั ใน
ยามอบั จน แนะนาใหคาปรึกษาในยามที่ประสบปญหา ตองไวเนือ้ เช่อื ใจกนั มีความจรงิ ใจตอกนั และเต็มใจที่
จะเปดเผยซง่ึ กันและกนั
วัตถปุ ระสงค์
1. นักเรียนบอกความสาคญั ของการมเี พื่อนได
2. นักเรยี นสามารถทาหนาที่เปนทป่ี รกึ ษาของเพ่ือนได
การดาเนินกิจกรรม
1. ครูใหนักเรียนคดิ ถึงเพื่อนทม่ี คี วามสาคัญในความรูสึกของนกั เรยี น โดยไมตองบอกวา
เพือ่ นคนน้ันเปนใคร
2. ใหนักเรียนบอกความสาคัญของเพือ่ นคนนนั้ ที่มตี อนกั เรียน
3. นักเรยี นรวมกนั อภปิ รายวาเพ่อื นท่จี ะเปนผูใหคาปรึกษาเพอ่ื น จะตองปฏิบตั ิ
อยางไร และเพอ่ื นทจ่ี ะเปนผูรับคาปรกึ ษา จะตองปฏบิ ตั ิอยางไร
4. นักเรยี นรวมกนั สรปุ ขอคดิ ท่ีไดจากกิจกรรมนี้

12

9. กิจกรรมคุมคาทุกนาที
.......................................................................................................
กิจกรรม คมุ คาทุกนาที
สาระสาคญั
ผูที่ควบคมุ ตนเองไดและมีความรับผิดชอบ คือผูทีใ่ ชเวลาไดอยางเหมาะสม ทง้ั ในดานกจิ วัตร
ประจาวนั การเรยี น การพักผอน และการชวยเหลอื ผูอื่น
วตั ถุประสงค์
เพอ่ื ใหนกั เรียนแบงเวลาไดอยางเหมาะสมและใชเวลาไดอยางคมุ คา
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ใหนกั เรยี นเขียนกิจกรรมทตี่ นปฏบิ ตั ใิ นวันเสาร อาทิตย ท้งั กลางวันและกลางคืน
2. นกั เรยี นวเิ คราะหการใชเวลาของตนวาเหมาะสมคุมคาแลวหรอื ไม
3. แบงกลุมนกั เรยี นรวมกันอภิปรายการใชเวลาของสมาชิกแตละคน แลวรวมกนั
พิจารณาคัดเลือกผทู ใ่ี ชเวลาไดอยางเหมาะสมคุมคา นาเสนอหนาชนั้ เรยี น
4. นกั เรยี นพิจารณาการใชเวลาของตนเองใหมใหเหมาะสมย่งิ ข้ึน

13

กิจกรรม ความซ่ือสัตย 10. กจิ กรรมความซือ่ สัตย์
..........................................................................

สาระสาคัญ
ความซอ่ื สตั ย เปนคณุ สมบตั ิที่สังคมตองการใหบุคคลไดประพฤติอนั จะทาใหสังคมเกดิ ความ

สงบสุข ไมเอารัดเอาเปรียบกนั มีความเห็นใจ และรบั ผิดชอบตอสงั คมท่ีตนอาศยั อยู อันจะทาใหสงั คมเกิด
ความสงบสขุ

วตั ถุประสงค์
1. นักเรียนบอกความสาคัญของความซ่ือสตั ยได
2. นักเรียนบอกพฤติกรรมของผูที่มคี วามซื่อสัตยได

การดาเนินกจิ กรรม
1. แบงนกั เรยี นเปนกลุม กลุมละเทา ๆกัน
2. ครแู จกใบงานทาอยางไรดี ใหนักเรียนแตละกลมุ อาน
3. นักเรยี นแตละกลมุ รวมกันอภิปรายตามประเดน็ ตอไปน้ี
3.1 ถานกั เรยี นเปนนา้ ผ้งึ นกั เรียนจะทาอยางไร
3.2 เพราะเหตุใดจึงทาเชนน้ัน
4. ตัวแทนนักเรยี นนาเสนอผลการอภิปรายหนาชน้ั
5. ครแู ละนกั เรยี นรวมกันสรุปพฤติกรรมของผูท่มี ีความซื่อสัตย และความสาคัญของความ

ซือ่ สตั ยทีม่ ีตอครอบครวั ชุมชน และสังคม

14

ใบงานทาอยางไรดี
น้าผึ้งเปนนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 นา้ ผ้ึงเรยี นวิชาภาษาองั กฤษไมคอยเกง มักสอบไดระดับผล
การเรียนต่ากวา 2 คณุ แมของน้าผ้ึงเปนคนเขมงวดมาก ถาน้าผ้ึงสอบไดระดบั ผลการเรยี นต่ากวา 2 ในวิชา
ใดก็ตามจะถูกลงโทษดวยการตีหรือไมอนุญาตใหไปเลนบานเพื่อน หรอื ใหงดดูทีวเี ปนเวลา 2 สัปดาห ใน
การสอบปลายภาคน้าผง้ึ กลัวมากวาจะสอบวิชาภาษาอังกฤษไดระดบั ผลการเรยี นตา่ กวา 2 และกลวั ถูกทา
โทษ เธอจงึ ไปปรกึ ษาอาจารยผูสอนวชิ าภาษาองั กฤษตอนพักกลางวนั ท่ีหองพกั ครู ขณะท่ีเธอเขาไป ไมมี
อาจารยอยูในหองเลย เธอซองสีน้าตาลวางอยบู นโตะครูซึ่งเปนซองขอสอบปลายภาควชิ าภาษา อังกฤษ
น้าผึง้ ตัดสนิ ใจไมไดวาควรจะทาอยางไรดี

15

กิจกรรม 11. กจิ กรรมความสามัคคี
.......................................................................................
ความสามัคคี

สาระสาคัญ
ความสามคั คจี ะทาใหการทางานเปนกลุมประสบความสาเรจ็ ฉะนน้ั จงึ จาเปนอยางย่ิงที่

จะตองปลูกฝงใหเดก็ มจี ติ สานึกและตระหนกั ถึงคุณคาของความสามคั คี

วตั ถุประสงค์
1. นักเรยี นบอกความสาคญั ของความสามคั คีได

2. นกั เรียนตระหนกั ถึงความสาคัญของความสามคั คี

การดาเนนิ กจิ กรรม แบงนักเรยี นเปนกลมุ กลุมละ 5-8 คน
1. ครอู ธิบายวธิ กี ารเลนเกมและกติกาตางๆ ใหนักเรยี นฟง
2. นกั เรียนแตละกลมุ รวมกันปรึกษาหารอื วิธกี ารเลนเกมเพื่อใหไดชัยชนะ
3. นักเรยี นเลมเกม ครูจดั ลากบั กลมุ ท่ชี นะ
4. นกั เรียนรวมกนั สรุปหลกั การและวิธีการเลนเกม และสง่ิ ท่กี ลมุ ตองแกไขลงใน
5. ครูและนักเรียนรวมกนั สรุปขอคดิ ทไ่ี ดจากการเลนเกม

กระดาษท่แี จกให
6.

16

12. กจิ กรรมความพรอมในการสอบ
.................................................................................................................................
กิจกรรม ความพรอมในการสอบ
สาระสาคญั

การสอบเปนการประเมนิ ความสามารถทางการเรียนของนักเรียนวิธีหน่ึง หากนักเรยี นรูจกั
การเตรยี มตวั สอบท่ีดี จะชวยใหนกั เรียนประสบผลสาเรจ็ ทางการเรยี น
วตั ถปุ ระสงค์

นกั เรยี นบอกวธิ ีการเตรยี มตัวสอบได
การดาเนินกจิ กรรม

1. ครูใหนกั เรียนที่มีผลการเรียนดีที่สุด 3 คน เลาถงึ วิธกี ารดูหนังสือ การเตรียมตัวสอบ
และเทคนิคการทาขอสอบใหเพื่อน ๆในหองฟง

2. เปดโอกาสใหเพ่ือน ๆ ในหองไดซกั ถาม
3. ครูและนักเรยี นรวมกันอภิปรายการเตรียมตัวสอบ ท้งั ในระยะกอนสอบ ระหวางสอบ
และหลงั สอบ
4. ครนู าตวั อยางขอสอบเกาทง้ั แบบปรนยั และแบบอตั นยั มาใหนกั เรียนลองทา
5. ครอู ธิบายวธิ ีการทาขอสอบท่ดี ี ทงั้ การตอบแบบอตั นัยและปรนยั
6. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรุปขอคดิ ทีไ่ ดจากเร่ืองทเ่ี รยี น

17

13. กิจกรรมการประหยดั
......................................................................................
กจิ กรรม การประหยดั
สาระสาคญั
การประหยัดคือการใชจายอยางรคู ุณคา เมอื่ ตองการซื้อสง่ิ ของหรือจายเงิน นกั เรยี นตอง
คานึงถึงวา สงิ่ ของนัน้ ใชประโยชนคุมคากบั เงินท่จี ายไปหรือไม การใชจายอยางประหยัดจะชวยใหเรามีฐานะ
มน่ั คง หรือมใี ชจายในยามทเ่ี กดิ ความเดอื ดรอน
วัตถปุ ระสงค์
นักเรียนรูจกั ประมาณตนในการใชจาย
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ครูซกั ถามนักเรียนวาไดรบั คาใชจายวันละเทาไร และมแี ผนการใชจายอยางไร
2. ครูเลาประวัตนิ ักธุรกิจหรือบุคคลที่มฐี านะร่ารวยเพราะประหยดั รจู ักใชจายและเก็บ
ออมใหนกั เรยี นฟง
3. ครูและนักเรียนรวมกนั สรุปคณุ คาของการประหยดั และสรุปแนวปฏบิ ตั ิในการ
ประหยัด

18

กิจกรรม 14. กจิ กรรมครอบครัวของฉัน
...........................................................................................
ครอบครวั ของฉัน

สาระสาคญั
ครอบครัวเปนหนวยทเ่ี ล็กที่สดุ ของสังคมแตมีความสาคญั ย่งิ ความรักความเขาใจของสมาชกิ

ในครอบครวั คอื พืน้ ฐานสาคัญของชวี ิตท่ีเปนหนทางนาไปสูความสขุ ในครอบครวั

วตั ถุประสงค์
นักเรยี นบอกรายละเอียดเก่ียวกับครอบครัวของตนเองได

การดาเนินกิจกรรม
1. นักเรยี นวาดภาพครอบครัวของฉนั แลวเขยี นบรรยายประกอบภาพที่นกั เรยี นวาด
2. แบงกลุมนกั เรียน กลุมละ 5-6 คน ผลดั กันเลาเรอ่ื งครอบครวั ของฉนั ใหเพ่ือนฟง และ

รวมกันอภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั ขอคดิ และประสบการณทไี่ ดรบั จากกจิ กรรมนี้

19

15. กจิ กรรมสรางสุขดวยรอยยมิ้
.........................................................................
กจิ กรรม สรางสขุ ดวยรอยย้มิ
สาระสาคัญ
การยิม้ เปนภาษาสากลทีเ่ ปนสญั ลักษณของความสขุ เมอ่ื เรายม้ิ ก็จะไดท้งั ผลดีตอตวั เอง ได
มติ รภาพ ไดภาพลักษณทีป่ ระทับใจกบั ผูอื่น
วตั ถปุ ระสงค์
1. นักเรียนบอกประโยชนของรอยย้ิมได
2. นกั เรียนไดแลกเปลย่ี นประสบการณในส่งิ ทส่ี รางรอยยิ้ม
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั อภปิ รายวา นักเรยี นเห็นดวยหรือไมกบั คาเชื่อท่วี า การยิ้ม
หรือหัวเราะบอย ๆจะทาใหอายยุ ืน
2. นักเรียนเขียนเลาประสบการณที่ทาใหนักเรยี นย้ิมหรอื หัวเราะได
3. นกั เรยี นชวยกนั บอกประโยชนของการยิ้ม
4. ครูและนักเรียนชวยกันสรุปขอคดิ ที่ไดจากเร่ืองที่เรยี น

20

16. กจิ กรรมหนูนอยประหยดั ไฟ
........................................................................................................
กิจกรรม หนูนอยประหยดั ไฟ
สาระสาคญั
ทกุ คนสามารถมสี วนรวมในการประหยัดไฟฟาและยงั เปนการลดภาระคาใชจาย โดยเรม่ิ จาก
ตนเองกอน หากแตละคนทาไดสาเร็จ กจ็ ะขยายวงไปสปู ระเทศและสงั คมไดในทส่ี ุด
วตั ถุประสงค์
1. นักเรยี นรูจักประหยัดพลงั งาน
2. นกั เรยี นบอกประโยชนของการประหยดั พลงั งานไฟฟาได
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ครูใหนักเรียนชวยกนั ทายวาโรงเรียนตองจายคาไฟเดือนละเทาไร
2. ครูแสดงตวั เลขคาใชจายใหนกั เรียนดแู ลวซักถามนักเรยี นวาคาใชจายดังกลาวมาจาก
สวนใด
3. นกั เรียนรวมกันอภิปรายวิธปี ระหยัดพลงั งานไฟฟาทง้ั ทบ่ี านและทีโ่ รงเรยี น
4. ครขู ออาสาสมคั รเลาประสบการณในการประหยดั พลงั งานของตนเอง
5. ครแู ละนักเรียนชวยกันอภิปรายถงึ ผลทไี่ ดรบั จากการประหยดั พลังงานไฟฟาตัง้ แต 1 คน
ครอบครวั สงั คม ประเทศ
6. ครูและนักเรยี นชวยกนั สรปุ ประโยชนของการประหยัดพลังงาน

21

17. กิจกรรมการแสดงความเคารพ

กิจกรรม ................................................................................................
การแสดงความเคารพ

สาระสาคญั
ทุกคนสามารถมสี วนรวมในการประหยดั ไฟฟาและยังเปนการลดภาระคาใชจาย โดยเรม่ิ จาก

ตนเองกอน หากแตละคนทาไดสาเรจ็ กจ็ ะขยายวงไปสปู ระเทศและสงั คมไดในทสี่ ุด

วัตถปุ ระสงค์
1. นกั เรยี นสามารถแสดงความเคารพแบบตางๆอยางเหมาะสม
2. นักเรยี นฝกทักษะการแสดงความเคารพแบบตาง ๆ

การดาเนินกิจกรรม
1. ครูซักถามนักเรียนวา ถานักเรียนเปนพี พอแม หรอื ครู นักเรียนอยากใหนอง ลูก ลกู

ศิษย แสดงความเคารพอยางไร
2. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั อภปิ รายวิธกี ารแสดงความเคารพตอบคุ คลตางๆ วามวี ธิ ี

ปฏบิ ตั ิอยางไร
3. ขออาสาสมคั รสาธติ วธิ ีการแสดงความเคารพบคุ คลตาง ๆ
4. นักเรยี นฝกทกั ษะการแสดงความเคารพแบบตาง ๆ
5. ครแู ละนักเรยี นชวยกนั อภิปรายคณุ คาของการนาไปใชในชีวติ ประจาวัน

22

กจิ กรรม 18. กิจกรรมฉนั คอื ฉนั
..............................................................................................
ฉันคือฉนั

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหนักเรยี นไดสารวจคานิยมของตนเองจากการใชคามคิด ความรูสึกพจิ ารณาตรวจสอบ

ตนเอง
2. เพอื่ ใหนักเรียนไดรูจักและแสดงคานยิ มของตนเองไดชดั เจนยง่ิ ขึน้

สาระสาคัญ
บคุ คลทเ่ี กบ็ รวบรวมขอมลู เกี่ยวกบั ตนเองไวในความคดิ ความรูสกึ ไดอยางละเอียดมากมาย

และนาออกมาใชบางเปนบางคราวจนบางครงั้ ก็ไมรตู นเองเปนใครกนั แน เมอื่ ไดสารวจตนเอง จะชวยให
บุคคลรจู ักตนเองชดั เจนและเขาใจตนเองมากข้ึน

การใชความคิด ความรสู ึก พจิ ารณา ตรวจสอบตนเองอยางจรงิ ใจตามสภาพจรงิ ทตี่ นเปนอยู
จะชวยใหบคุ คลรจู ักและเขาใจตนเองอยางถองแท

การดาเนนิ กจิ กรรม
1. นักเรียนแตละคนวาดรูปตนเอง พรอมทัง้ บรรยายรปู ราง หนาตาและลักษณะของตนเอง

ลงในใบงานเร่อื ง “นแี่ หละตวั ฉนั ”
2. นักเรยี นจบั คูสนทนาและเปล่ียนคาตอบกบั เพือ่ นๆ
3. นกั เรยี นแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับขอคิด

หรอื ประสบการณที่ไดรับจากกิจกรรมนี้ ใหไดขอสรุปทเี่ ปนมตขิ องกลุม บันทกึ ผลแลวสงตัวแทนนาเสนอหนา
ชน้ั เรียน

4. นกั เรียนสามารถสอบถามเพิม่ เติมและศกึ ษาแนวสรปุ กิจกรรมจากครูผจู ดั กจิ กรรม

.........................................................................................

23

19. กิจกรรมทกุ ยางกาวของชีวติ
.............................................................................................
กจิ กรรม ทุกยางกาวของชวี ติ
วัตถุประสงค์
1. เพอ่ื ใหนักเรียนไดพจิ ารณาทบทวนการใชเวลาท่ีผานไปในชวี ิตนน้ั ประสบความสาเร็จเพียงใด
2. เพื่อใหนักเรยี นรูจกั ใชชีวิตใหเกิดคุณคา
3. เพ่อื ใหนักเรียนมองภาพของตนเองในอดีตและปจจบุ ันไดชดั เจนยง่ิ ข้ึนและสามารถวางแผน
ในอนาคตไดอยางเหมาะสม
สาระสาคญั
การท่บี คุ คลรูจกั พจิ ารณาการดาเนินชวี ิตทง้ั ในอดีต ปจจุบนั และอนาคต ทาใหบุคคลสามารถ
วางแผนใหตนเองประสบความสาเรจ็ ในชีวิตไดสูงข้ึน
การดาเนนิ กิจกรรม
1. นักเรยี นเขียนบรรยายถึงความดขี องตนเองตั้งแตอดตี จนถงึ ปจจุบนั
2. นักเรียนจับคสู นทนาเกย่ี วกับความดขี องตนเอง
3. นกั เรยี นแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับขอคดิ
หรอื ประสบการณท่ีไดรบั จากกิจกรรมน้ี ใหไดขอสรปุ ทีเ่ ปนมติของกลุม บนั ทึกผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนา
ช้ันเรียน
4. นักเรียนสามารถสอบถามเพิ่มเตมิ และศึกษาแนวสรุปกจิ กรรมจากครูผูจัดกิจกรรม

24

กิจกรรม 20. กิจกรรม โลชีวติ ของฉนั
...........................................................................................................
โลชวี ิตของฉัน

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อใหนักเรยี นรูจักสารวจคานยิ มของตนเองได
2. เพื่อใหนกั เรียนรูถึงส่งิ ทที าใหเกิดความภาคภมู ิใจในชีวติ ได
3. เพื่อใหนกั เรยี นรูความตองการ คานิยมของตนเองและผูอน่ื ได

สาระสาคัญ
การที่บคุ คลรูจักประเมินตนเอง ทาใหรจู กั ตนเอง รคู วามตองการ รูคานยิ ม และตอบสนอง

ความตองการของตนเองได มคี วามจรงิ ใจตอตนเอง ใชชวี ติ ไดอยางมปี ระสิทธิภาพสูงเกนิ 20 % สามารถ
เปนตัวของตัวเอง ตดั สินใจไดเร็วและสอดคลองกบั ความตองการของตนเอง ตลอดจนยอมรบั ฟงความคดิ เหน็
และความตองการของผอู นื่ ได

การดาเนินกิจกรรม
1. นักเรยี นแตละคนบอกประสบการณในชีวิตของตนเอง เชน ความสุข ความทุกข ความดี ความ

กลัว ความพยายาม และส่งิ ทอ่ี ยากจะเปนในชวี ิต
2. นักเรยี นจบั จบั คสู นทนาและเปลย่ี นคาตอบจากเพ่ือนๆ เกีย่ วกับคานิยมท่แี ตละคนยดึ ถอื ความ

ตองการของแตละคน และอะไรทม่ี ีความหมายสาคัญตอชีวติ ของแตละคน
3. นกั เรยี นแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับขอคิด

หรอื ประสบการณท่ีไดรบั จากกิจกรรมน้ี ใหไดขอสรปุ ทเ่ี ปนมติของกลุม บนั ทกึ ผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนา
ชน้ั เรียน

4. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศึกษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครผู ูจดั กิจกรรม

25

กิจกรรม 21. กจิ กรรม เวลาและเงินตรา
....................................................................................................
เวลาและเงนิ ตรา

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ใหนกั เรยี นรูจักใชเวลาและเงนิ ใหมีคณุ คา
2. เพื่อใหนกั เรียนไดพจิ ารณาคานยิ มในการใชเวลาและเงนิ ใหเกิดประโยชน

สาระสาคญั
การทบี่ ุคคลหยุดพจิ ารณาการใชเวลาและเงินของตน จะทาใหบุคคลเรียนรคู านยิ มของตนเองจากการ

ใชเวลาและเงนิ หากบคุ คลอยากไดอะไรจากชวี ติ มากกวาทเ่ี ปนอยกู น็ าทจ่ี ะเปลย่ี นวิถีชีวิตของการใชเวลาและ
เงนิ โดยเฉพาะบคุ คลท่ีใชชีวติ จาเจอยตู ลอดเวลากจ็ ะไมไดอะไรแปลกใหมในชวี ติ ไมทาใหชวี ติ มคี ณุ คาเพมิ่ ข้ึน

การดาเนินกิจกรรม
1. นักเรยี นแตละคนบรรยายถึงการใชเวลาและเงนิ
2. นกั เรียนจับคกู ับเพ่ือนใหเวลา 2 นาที พูดคยุ และเปล่ียนความคิดเห็น ความรูสกึ ของตนท่ี

บรรยายไวเกีย่ วกบั การใชเวลาและเงนิ กับเพ่ือนถึงความชอบและไมชอบเกยี่ วกับการใชเวลาและเงิน ถาไม
ชอบใหบอกดวยวาอยากเปลย่ี นวิถชี วี ติ ของตนอยางไร

3. นกั เรียนแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภิปรายแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ขอคิด
หรอื ประสบการณท่ีไดรบั จากกิจกรรมน้ี ใหไดขอสรปุ ท่ีเปนมตขิ องกลุม บนั ทึกผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนา
ช้ันเรยี น

4. นกั เรยี นสามารถสอบถามเพ่ิมเติมและศกึ ษาแนวสรปุ กิจกรรมจากครูผูจดั กิจกรรม

…………………………………………..………..………….

26

22. กิจกรรม หองในจินตนาการ
................................................................................................
กจิ กรรม หองในจินตนาการ
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่อื ใหนกั เรยี นรูจักบคุ ลิกภาพของตนซ่งึ สะทอนจากคานยิ มได
2. เพอ่ื ใหนกั เรียนรูความตองการซ่งึ เปนอดุ มการณของตนได
สาระสาคัญ
วธิ กี ารตกแตงหองของบุคคล ยอมบงบอกหรือแสดงถงึ บุคลกิ ภาพ และลกั ษณะนสิ ัยของบคุ คลนั้น
การบอกวธิ กี ารตกแตงหองสวนตัว ชวยใหบคุ คลรจู กั คานยิ ม ความตองการ และบคุ ลิกภาพทแี่ ทจริงของตน
ได
การดาเนนิ กิจกรรม
1. นกั เรียนแตละคนเลือกหองสวนตวั ในจินตนาการของตนเอง คนละ 1 หอง เชน หองนอน
หองนง่ั เลน หองครวั เปนตน
2. นักเรยี นบอกวธิ กี ารตกแตงหองของตนเองท่ไี ดเลอื กไว โดยเขยี นบรรยายตามความพอใจของ
นกั เรยี น ลงในสมดุ หรอื กระดาษแลวเขยี นบรรยาย
3. นกั เรยี นแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ขอคดิ
หรอื ประสบการณท่ีไดรบั จากกจิ กรรมน้ี ใหไดขอสรุปทีเ่ ปนมตขิ องกลุม บนั ทกึ ผลแลวสงตัวแทนนาเสนอหนา
ชน้ั เรียน
4. นักเรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศึกษาแนวสรุปกจิ กรรมจากครผู ูจัดกิจกรรม

27

23. กิจกรรมความดีในอดีต
...........................................................................................
กิจกรรม ความดีในอดีต
วัตถุประสงค์
1. เพ่อื ใหนกั เรียนหยุดพจิ ารณาการดาเนินชวี ิตท่ีดงี ามของตนเองที่ผานมาและหาแนวทางการดาเนนิ
ชีวิตทด่ี งี ามทีแ่ ตกตางไปจากเดิม
2. เพื่อใหนักเรยี นพจิ ารณาวาการดาเนินชวี ิตของตนเองน้นั เปนไปตามคานิยมของตนเองหรือไม
สาระสาคญั
การท่ีบุคคลระลกึ ถึงความดงี ามทไ่ี ดกระทาในอดตี จะไดเรียนรกู ารครองชวี ติ ทดี่ ีงามเปนการเตอื นให
บุคคลหม่นั กระทาความดงี ามใหมากที่สดุ ในเวลาท่ีเรายงั มชี วี ติ อยู
การดาเนินกจิ กรรม
1. นกั เรยี นเขียนบรรยายความดขี องตนเองในอดีต
2. นักเรียนจบั คสู นทนาแลกเปลี่ยนคาตอบกับเพื่อนๆ เกี่ยวกบั ความดใี นอดีต
3. นักเรยี นแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั ขอคดิ
หรือประสบการณที่ไดรับจากกจิ กรรมนี้ ใหไดขอสรุปท่เี ปนมตขิ องกลุม บนั ทกึ ผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนา
ชน้ั เรยี น
4. นักเรียนสามารถสอบถามเพิม่ เตมิ และศกึ ษาแนวสรุปกิจกรรมจากครผู ูจดั กจิ กรรม

28

24. กจิ กรรมฉันเกงและนารัก
...............................................................................................
กิจกรรม ฉันเกงและนารัก
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อใหนกั เรยี นมองเห็นคุณคาความดงี ามในตนเองและผอู ่นื ได
2. เพื่อใหนักเรียนฝกยกยองชมเชยความดงี ามของกนั และกนั ได
3. เพ่อื ใหนกั เรยี นไดเตมิ เต็มความรัก ความมีคา และมศี กั ด์ศิ รีได
สาระสาคัญ
การทบี่ ุคคลสามารถมองเห็นความมคี า มีศกั ดิ์ศรีของตนเอง ยอมมองเหน็ บุคคลอ่นื มีคา มศี ักดศิ์ รี
เชนกัน ทาใหนบั ถือไววางใจกนั จะทาใหทกุ คนเตม็ ไปดวยความรกั ความมคี า มีศกั ด์ศิ รี มีกาลงั ใจท่ีทา
ความดงี ามนั้นตอไป และอยูรวมกนั อยางมีความสุข
การดาเนินกิจกรรม
1. นกั เรยี นแตละคนบรรยายถึงความเกง ความดี ความนารกั ของตนเอง
2. นักเรยี นแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับขอคิด
หรอื ประสบการณท่ีไดรับจากกจิ กรรมนี้ ใหไดขอสรปุ ท่เี ปนมติของกลุม บนั ทึกผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนา
ชั้นเรยี น
3. นกั เรียนสามารถสอบถามเพม่ิ เติมและศึกษาแนวสรุปกิจกรรมจากครูผูจัดกิจกรรม

29

กจิ กรรม 25. กิจกรรม สรางเอกลกั ษณ์อยางไร
........................................................................................
สรางเอกลักษณอยางไร

วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื ใหนกั เรยี นสรางเอกลกั ษณเหมือนคนทีส่ าคัญทสี่ ุดและมีอทิ ธพิ ลทส่ี ดุ ตอชวี ิตได

สาระสาคัญ
บุคคลมกั ยึดคานิยมทีม่ สี วนผสมกลมกลนื ระหวางคานยิ มของตนเองกับคานยิ มของบุคคลอื่นๆท่เี รามี

ความสมั พนั ธดวยวิธีทเ่ี ราแสดงความรูสกึ และการกระทาตอเขาเหลานั้นแสดงใหเหน็ ถึงคานยิ มท่เี รายดึ วามี
ความสาคัญสาหรบั เรา สามารถสรางเอกลกั ษณไดเหมือนกับคนที่มคี วามสาคญั ที่สุด และมีอทิ ธิพลที่สุดตอ
ชวี ิตของเราได

การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ใหนักเรียนบอกถงึ คนทน่ี ักเรียนเห็นวามคี วามสาคญั สาหรับนกั เรยี นมากท่ีสดุ 3 คน
2. นักเรยี นจบั คสู นทนาแลกเปลยี่ นกันตอบคาถามกับเพื่อนๆ
3. นกั เรียนแบงเปนกลมุ ยอย กลมุ ละ 5-6 คน รวมกันอภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับขอคิด

หรอื ประสบการณที่ไดรบั จากกิจกรรมนี้ ใหไดขอสรุปทเี่ ปนมตขิ องกลุม บนั ทกึ ผลแลวสงตัวแทนนาเสนอหนา
ชัน้ เรียน

4. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศกึ ษาแนวสรปุ กิจกรรมจากครูผูจัดกจิ กรรม

30

กิจกรรม 26. กิจกรรมทาเชนน้เี หมาะหรือไม
..................................................................................................
ทาเชนน้ีเหมาะหรอื ไม

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อใหนกั เรียนรูจักและเขาใจผลทีไ่ ดรบั น้นั มาจากเหตุที่ไดกระทา
2. เพ่อื ใหนกั เรียนรูจักเลือกกระทาในส่งิ ที่เหมาะสมและดีงาม

สาระสาคัญ
การทบี่ คุ คลรูจักเออ้ื เฟอเผ่ือแผแกบุคคลอนื่ ถอื วาเปนสง่ิ ที่พงึ กระทา ซึ่งอาจนาผลตอบแทนยอนกลบั

มาใหมากกวาท่ีไดกระทากไ็ ด

การดาเนนิ กิจกรรม
1.ใหนกั เรยี นทกุ คนบรรยายถึงการมีน้าใจและผลตอบแทนทไี่ ดรบั
2. หลงั จากนน้ั นกั เรยี นแบงกลมุ ยอย 6-7 คน รวมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมี

น้าใจ ความเอือ้ เฟอเผอ่ื แผ และขอคิดหรอื ประสบการณทไ่ี ดรบั จากกจิ กรรมน้ี ใหไดขอสรุปท่ีเปนมติของกลมุ
บันทกึ ผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนาชน้ั เรียน

3. นกั เรียนสามารถสอบถามเพิ่มเตมิ และศึกษาแนวสรุปกจิ กรรมจากครูผูจัดกิจกรรม

31

กิจกรรม 27. กจิ กรรมรจู งั หวะและโอกาส
.............................................................................................
รจู ังหวะและโอกาส

วตั ถปุ ระสงค์
เพือ่ ใหนักเรยี นรูจักกระพฤติปฏบิ ตั ติ นไดเหมาะสมกับจังหวะและโอกาสได

สาระสาคญั
การท่บี คุ คลรูจักแสดงพฤติกรรมทัง้ แตตนเองและผอู ืน่ ไดอยางเหมาะสมกบั กาลเทศะ เหมาะกบั

สภาพของตนเองและสง่ิ แวดลอมในขณะนน้ั จะทาใหปรบั ตัวอยูรวมกนั ไดอยางมีความสขุ

การดาเนินกจิ กรรม
1. ใหนกั เรียนทกุ คนยกตวั อยางถึงการแสดงพฤตกิ รรมท่เี หมาะสม เหมาะกับจังหวะและโอกาส
2. นกั เรียนจบั คสู นทนาแลกเปลย่ี นเรียนรู
3. นักเรียนแบงกลุมยอย 6-7 คน รวมกันอภปิ รายแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับการแสดงพฤติกรรม

ทเี่ หมาะสมในโอกาสตางๆ และขอคดิ หรือประสบการณทไี่ ดรบั จากกจิ กรรมนี้ ใหไดขอสรุปที่เปนมติของกลุม
บนั ทกึ ผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนาชั้นเรยี น

4. นักเรยี นสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศกึ ษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครผู ูจัดกจิ กรรม

32

กจิ กรรม 28. กิจกรรมเขาใจสกั นิด พิชิตปญหา
...............................................................................................
เขาใจสักนิด พิชิตปญหา

วัตถุประสงค์
1. เพือ่ ใหนกั เรียนเหน็ ความสาคัญของการรจู กั สงบสตอิ ารมณและไมแสดงอาการโกรธ ไมพอใจ

โตตอบเมอ่ื ถูกวพิ ากษวิจารณหรอื กลาวโทษได
2. เพือ่ ใหนักเรียนบอกถงึ การแสดงออกทีเ่ หมาะสมเก่ยี วกับการรจู กั สงบสตอิ ารมณและมาแสดง

อาการโกรธ ไมพอใจ โตตอบเม่ือถูกวพิ ากษวิจารณหรอื กลาวโทษได

สาระสาคัญ
การท่ีบคุ คลรูจกั สงบสติอารมณไมแสดงอาการโกรธ ไมพอใจ โตตอบ เมอ่ื ถูกวิพากษวจิ ารณหรือ

กลาวโทษ มีน้าใจนกั กีฬาจะทาใหเราปรับตวั อยูรวมกนั อยางมีความสุข

การดาเนนิ กิจกรรม
1. ใหนกั เรียนยกตวั อยางกรณีศึกษา “เขาใจสกั นดิ ”
2. นักเรยี นจบั คสู นทนาปฏิบัติตามกรณีศกึ ษา เรือ่ ง “เขาใจสักนิด”
3. นักเรียนแบงกลุมยอย 6-7 คน รวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอคิดหรือประสบการณ

ทไ่ี ดรับจากกจิ กรรมนี้ ใหไดขอสรุปทเี่ ปนมติของกลุม บนั ทกึ ผลแลวสงตวั แทนนาเสนอหนาช้นั เรยี น
4. นักเรยี นสามารถสอบถามเพ่ิมเติมและศกึ ษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครูผจู ัดกจิ กรรม

33

29. กจิ กรรม เพอ่ื นแท
...............................................................................................
กิจกรรม เพอื่ นแท
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือใหนักเรียนสามารถบอกการปฏิบตั ติ นในการเปนเพื่อนท่ดี ี
2. เพอ่ื ใหนกั เรยี นตระหนักถงึ ความสาคัญของการมเี พ่ือน
สาระสาคัญ
เพ่อื นเปนบคุ คลสาคญั และมอี ทิ ธพิ ลตอการดาเนนิ ชวี ติ ของวยั รนุ เปนอยางมาก เพราะเปนบคุ คลท่ี
วัยรนุ ใชเวลาอยกู บั เพื่อนไมนอยกวาสมาชกิ ในครอบครวั การเลอื กคบเพ่อื นท่ีดีจงึ เปนสงิ่ สาคัญอยใู นระดบั
ตนๆ
การดาเนินกิจกรรม
1. นักเรียนทกุ คนรับความรเู รอื่ ง “เพอื่ นชวยเพือ่ น”
2. นกั เรียนรวมกลมุ สมาชกิ 5-6 คน อภิปรายซกั ถามถึงความหมายของคาวาเพอ่ื น จากน้นั เขียน
ตอบคาถามจากการอภปิ ราย
3. จากนน้ั นกั เรยี นวาดภาพประทับใจเพื่อนฉัน
4. อภิปรายซกั ถาม ถึงความสาคญั ของการมเี พ่ือนแท
5. สรปุ ขอคิดเหน็ หรือประสบการณท่ีไดรบั จากกจิ กรรมนี้
6. นกั เรียนสามารถสอบถามเพม่ิ เติมและศกึ ษาแนวสรุปกิจกรรมจากครผู ูจดั กจิ กรรม

34

30. กจิ กรรม ความรบั ผดิ ชอบในการเรียน
........................................................................
กจิ กรรม ความรบั ผดิ ชอบในการเรยี น
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหนกั เรียนไดประเมนิ ตนเอง เรอ่ื ง ความรับผิดชอบในการศึกษาเลาเรยี น
2. เพ่ือใหนกั เรียนสามารถบอกแนวปฏิบตั แิ ละผลดีของการมีความรับผิดชอบในการศึกษา
เลาเรียน
สาระสาคัญ
ความรบั ผิดชอบในการศึกษาเลาเรียน หมายถงึ การที่นักเรยี นศกึ ษาเลาเรยี นจนประสบความสาเรจ็
ตามความมงุ หมายดวยความขยนั หมน่ั เพยี ร อดทน เขาหองเรียน และทางานที่ไดรบั มอบหมายตรงตามเวลา
เม่อื มีปญหาหรอื ไมเขาใจบทเรยี นกพ็ ยายามศึกษาคนควา ซักถามครอู าจารยหรือปรกึ าหารือในกลุมเพือ่ น มี
ความพยายามแกไขปรับปรงุ และพัฒนาตนเองอยเู สมอ
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. นักเรยี นบรรยายถึงพฤตกิ รรมท่ีนกั เรียนควรปรบั ปรุงและแกไข
2. นักเรียนเขยี นบันทกึ พฤตกิ รรมทน่ี กั เรียนเคยทาจริงในชวี ิตประจาวัน
3. นักเรียนรวมกลมุ 5-6 คน อภิปรายถงึ ความหมาย แนวปฏบิ ตั ิและผลดขี องการรบั ผดิ ชอบใน
การศึกษาเลาเรียน บันทกึ ลงในใบงาน ตัวแทนกลุมออกมารายงานหนาชน้ั เรยี น
4. อภปิ รายซกั ถามถงึ แนวปฏบิ ตั ิ เพอื่ แสดงถงึ ความรบั ผิดชอบในการศึกษาเลาเรียน
5. อภปิ รายสรุปถงึ ความสาคัญของการมคี วามรบั ผิดชอบในการศึกษาเลาเรยี น
6. นกั เรียนสามารถสอบถามเพมิ่ เติมและศกึ ษาแนวสรุปกจิ กรรมจากครผู ูจดั กจิ กรรม

35

กิจกรรม 31. กิจกรรมการอาน เปดประตสู ูการเรยี นรู
............................................................................
การอาน เปดประตูสกู ารเรียนรู

วัตถุประสงค์
1. เพ่ือใหนกั เรยี นไดสารวจตนเองในดานการอาน
2. เพ่ือใหนกั เรียนสามารถบอกวธิ กี ารอานท่เี หมาะสมในหนังสือแตละประเภท

สาระสาคญั
การอานเปนเคร่ืองมือในการรบั ขอมลู ขาวสาร รับความรใู หมๆในยคุ ปจจุบนั ซึง่ เปนยุคของขอมูล

ขาวสาร การอานจงึ เปนสง่ิ ทีส่ าคญั อยางยง่ิ ท่ีจะชวยใหผูอานสามารถทีจ่ ะกาวเขาสปู ระตขู องความรูมหาศาล
ตามความสนใจของผูอาน

การดาเนินกิจกรรม
1. นักเรียนบอกถึงความสาคัญของการอานหนงั สอื และสง่ิ ท่จี ะตองพฒั นาในการอาน
2. นักเรียนรวมกนั อภิปรายถงึ การอานหนงั สือแตละประเภท โดยวิเคราะหรวมกนั วา ในการอาน

หนงั สือแตละประเภทน้ัน นกั เรียนใชวธิ กี ารอานแบบใด
3. อภปิ รายสรุปถึงความสาคัญของการอานดวยวธิ ีทีเ่ หมาะสม
4. นักเรยี นรวมกลมุ กนั อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ขอคดิ หรือประสบการณทีไ่ ดรบั จาก

กจิ กรรมนี้
5. นักเรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศึกษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครูผูจดั กิจกรรม

36

กิจกรรม 32. กิจกรรมเปดประตสู โู ลกอินเทอรเนต็
................................................................................
เปดประตสู โู ลกอินเทอรเนต็

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ใหนกั เรยี นสามารถบอกความรพู ้ืนฐานในการใชอินเทอรเน็ต
2. เพอื่ ใหนักเรียนไดแลกเปล่ยี นประสบการณเร่ืองมารยาทในการใชอนิ เทอรเน็ต

สาระสาคัญ
โลกปจจุบนั เปนโลกในยคุ ของขอมลู ขาวสาร คนเราจงึ ไมสามารถท่จี ะหลีกเลยี่ งจากการใช

อินเทอรเนต็ ในการสบื คนขอมลู ขาวสารท่ที นั สมยั สะดวก และรวดเร็ว

การดาเนินกิจกรรม
1. นกั เรยี นรับความรเู ก่ยี วกบั อนิ เทอรเน็ต พนื้ ฐานการใชอินเทอรเน็ตและมารยาทในการใช

อนิ เทอรเนต็
2. นักเรียนรวมกลมุ 5-6 คน แลกเปลย่ี นประสบการณเกยี่ วกับการใชอนิ เทอรเน็ต และมารยาท

ในการใชอินเทอรเน็ต
3. นักเรียนรวมกนั อภปิ รายสรุปถงึ ความสาคญั ของการใชอนิ เทอรเนต็ ในการสบื คนความรขู อมูล

ขาวสาร
4. นกั เรียนรวมกนั อภิปรายสรปุ ขอคดิ เห็นหรอื ประสบการณทไ่ี ดรับจากกจิ กรรมน้ี
5. นกั เรยี นสามารถสอบถามเพม่ิ เตมิ และศกึ ษาแนวสรุปกจิ กรรมจากครผู ูจดั กิจกรรม
6. ขอเสนอแนะ - ใหนักเรยี นสืบคนขอมลู ทนี่ ักเรยี นสนใจ จดั บอรดประกวดกัน
- คนหาขอมลู ทางอนิ เทอรเนต็ นามาตง้ั คาถามเพ่ือนในหอง

“ความรูจากอินเทอรเนต็ ”

37

33. กิจกรรมความดี – ความสามารถทม่ี ี
........................................................................
กิจกรรม ความดี – ความสามารถที่มี

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ใหนกั เรยี นตระหนักถงึ ความดแี ละความสามารถพเิ ศษของตนเอง
2. เพื่อใหนกั เรียนเกดิ ความภาคภมู ใิ จในตนเอง

สาระสาคญั
การที่บคุ คลไดมองเหน็ ความดี ส่ิงทดี่ ีหรือความสามารถพิเศษของตนเอง จะทาใหเกดิ ความภาคภมู ิใจ

ในตนเอง เห็นคุณคาของตนเอง ซ่งึ จะเปนพ้นื ฐานของการพัฒนาตนเองตอไป
การดาเนนิ กิจกรรม

1. ใหนกั เรียนแตละคนเลาถงึ งานอดเิ รกของตน โดยอาจเสนอเปนการเลาเรื่องหรือแสดงทาทางโดยใช
ภาษาใบ แลวใหเพ่อื นทาย

2. ใหนกั เรยี นแตละคนเลาถึงความสามารถพเิ ศษดานตาง ๆ ของตนเอง หากไมมี ครูและเพอื่ น
นกั เรยี นชวยกันใหกาลงั ใจ และชวยกนั บอกถึงกจิ กรรม หรือสิง่ ที่นกั เรยี นทาไดดี

3. ใหนกั เรยี นเลาการกระทาของตนท่รี ูสกึ ประทบั ใจ หรือประสบการณท่ที าใหภาคภมู ิใจ
4. ใหนักเรียนรวมกนั สรุปถึงขอคดิ ท่ีไดจากการรวมกิจกรรมครั้งนี้

..........................................................

38

กิจกรรม 34. กิจกรรม ใฝรู ใฝเรียน
.....................................................................................................
ใฝรู ใฝเรียน

จดุ ประสงค์
1. เพ่อื ใหนกั เรยี นตระหนักถึงความสาคัญในการใฝหาขอมูลความรนู อกตาราเรียน
2. เพอ่ื ใหนักเรียนรจู ักวิธีการแสวงหาและเลอื กใชขอมลู ขาวสารอยางเหมาะสม

สาระสาคัญ
โลกปจจบุ ันเปนโลกของขอมลู ขาวสารที่เปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา จาเปนทเี่ ราทุกคนโดยเฉพาะเด็ก

วยั เรียนจะตองตดิ ตามขาวสารเพื่อใหมคี วามรู ขอมูลใหม ๆ รเู ทาทันตอการเปล่ียนแปลงของโลก และสามารถ
นาขอมลู ขาวสารตาง ๆ มาใชใหเปนประโยชนตอการเรยี นและการดาเนินชวี ติ ประจาวนั
การดาเนินกจิ กรรม

1. ใหนักเรยี นอภิปรายถงึ ขอดี- ขอเสยี ของการรับรูขอมูลขาวสารตาง ๆ ท่ีเกิดขึน้ ในชวี ิตประจาวนั
2. ใหนักเรยี นนาขาว หรือขอมลู ความรจู ากสง่ิ ตีพมิ พ วทิ ยุ โทรทศั น หรอื อน่ื ๆ มาเลาใหเพอื่ น ๆ ฟง
พรอมท้ังวเิ คราะหขอคดิ ท่ไี ด แลวครนู าอภิปรายซักถาม
3. ใหนกั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณจากการสื่อสารทางอินเตอรเนท็ มาเลาประโยชนหรือสง่ิ ไมดีท่ไี ดรบั จาก
การใชอินเตอรเน็ท และใหอภปิ รายรวมกนั ถงึ ขอควรระมัดระวังในการใชอนิ เตอรเน็ท
4. ใหนักเรียนสรปุ ประโยชนท่ีไดรับจากการมีนสิ ัยใฝหาความรนู อกตาราเรียน

..........................................................

39

35. กิจกรรม การพฒั นาตนดานการเรยี น
...........................................................................
กจิ กรรม การพฒั นาตนดานการเรยี น
วัตถุประสงค์
1. เพือ่ ใหนักเรียนไดประเมนิ ตนเองในดานการเรียน
2. เพือ่ ใหนกั เรยี นสามารถบอกวิธที จี่ ะพฒั นาตนเองในเร่ืองการเรยี น
สาระสาคัญ
การสงเสริมใหนกั เรียนไดสารวจและรจู ักตนเองในเร่ืองการเรยี น จะชวยใหนกั เรยี นมองเห็นแนวทาง
ในการพฒั นาตนเอง ดานการเรยี นใหประสบความสาเรจ็
การดาเนินกิจกรรม
1.ครอู ธิบายเกณฑการจบหลกั สตู ร
2. ใหนักเรยี นรายงานการแกไข 0, ร, มส, มผ สาหรับนักเรยี นทม่ี ีผลการเรยี นดังกลาว
3. ใหนกั เรยี นรายงานผลการเรียนเฉลย่ี รายวชิ าแตละภาคเรยี น โดยเสนอเปนกราฟแทง
4. ใหนกั เรยี นทไ่ี ดผลการเรยี นดีในแตละรายวิชา เลาวธิ ีการเรียนท่ที าใหประสบความสาเร็จ
5. ครนู าอภปิ รายเรอ่ื งการจัดแบงเวลาในการ......................
- การทาการบาน
- การดหู นังสอื
- การทากิจกรรมนอกหลักสูตร
- การชวยงานผปู กครอง
- การทาโนตยอ
ฯลฯ

..........................................................

40

36. กิจกรรมมารยาทในโอกาสตาง ๆ
.......................................................................................
กิจกรรม มารยาทในโอกาสตาง ๆ
วัตถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ใหนักเรียนสามารถบอกถงึ ประโยชนของการมมี ารยาทท่ีดี
2. เพื่อใหนักเรียนปฏิบัติตนไดอยางเหมาะสมในโอกาสตาง ๆ
สาระสาคัญ
มารยาทที่งดงามทาใหเพ่มิ คณุ คาของตนและเปนทชี่ ่ืนชมของผพู บเห็น นกั เรยี นจึงควรไดเรยี นรถู ึงการ
ปฏบิ ัติตนใหมมี ารยาทเหมาะสมกับโอกาส เวลา และสถานที่
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ใหนักเรยี นบอกถึงมารยาทของตนเองหรือของเพอ่ื น ๆ ท่ไี ดรบั คาชมเชยและอภปิ รายรวมกนั ถึง
เหตุผลท่ไี ดรบั คาชมนั้น
2. ใหนกั เรียนสาธติ การแสดงมารยาททีไ่ ดรบั การชมเชย
3. ใหนกั เรยี นแสดงบทบาทสมมตสิ าหรับมารยาทในดานตาง ๆ ดงั นี้
- มารยาทในการใชโทรศพั ท
- มารยาทในการรับประทานอาหาร
- มารยาทในการเขาหองประชมุ
- มารยาทในการเขาพบผใู หญ , ครู, อาจารย

ฯลฯ
..........................................................

41

37. กจิ กรรม การผอนคลายความเครยี ด
...................................................................................................
กิจกรรม การผอนคลายความเครยี ด
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อใหนกั เรยี นตระหนักถงึ ความสาคัญของการผอนคลายความเครียด
2. เพ่ือใหนักเรียนรวู ิธใี นการผอนคลายความเครยี ด
สาระสาคญั
ความเครยี ดเกิดข้ึนไดกบั คนทุกเพศ ทุกวยั ซง่ึ หากนักเรียนรูเทาทันและขจดั ออกไปได ยิ่งเร็วเทาไร ก็
จะทาใหสขุ ภาพจิตดีขน้ึ เทาน้ัน แตหากปลอยใหสะสมมากขึ้น จะสงผลใหเกิดความเปล่ยี นแปลงท้ังรางกายและ
จิตใจ ทาใหขาดความสขุ ในการดาเนินชวี ิตและความสามารถในการเรียนลดลง ตลอดจนสงผลกระทบตอคน
รอบขางไดอกี ดวย
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ขออาสาสมคั รนกั เรยี นเลาถึงสถานการณท่ีตนเองเกดิ ความเครยี ด และวิธกี ารจดั การกับ
ความเครยี ดน้ัน แลวอภปิ รายรวมกนั ถึงสาเหตแุ ละผลของความเครยี ด รวมท้งั แนวทางการขจดั ความเครยี ด
2. ครูนาเสนอเทคนิคการผอนคลายความเครียดเบื้องตน และใหนกั เรยี นฝกปฏบิ ตั ิตามครู แลว
นาไปใชกับตนเอง เชน การผอนคลายกลามเน้ือ การฝกหายใจเพ่อื คลายเครยี ด เปนตน

..........................................................

42

38. กิจกรรมจดุ ยนื ของฉนั
...............................................................................
กจิ กรรม จดุ ยนื ของฉัน
วัตถปุ ระสงค์
นักเรียนไดสารวจตนเองและกาหนดจุดยืนของตนเองได
สาระสาคญั
คนท่รี จู กั ตัวเราดีท่ีสุดกค็ ือตัวเราเอง แมวาเราจะแตกตางจากคนอนื่ แตเราก็สามารถท่ีจะยอมรบั ได
และภมู ิใจในการเปนตวั เราได
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ครูต้งั คาถามวา ใครคือบุคคลที่รจู ักตวั นักเรียนมากที่สดุ อภปิ รายซักถาม
2. แบงนักเรียนเปน 5 กลมุ กลุมละ 6 – 8 คน ยืนเรียงแถว
3. ใหนักเรียนเรียงลาดบั ตามลักษณะตอไปนี้
- เรยี งลาดบั ตามความสูง
- เรียงลาดบั ตามนา้ หนกั
- เรียงลาดับตามอายุ
- เรยี งลาดบั ตามความสวย/ ความหลอ
- เรยี งลาดับตามความสุข/ อารมณขนั / ความฉลาด/ การเคารพกฎเกณฑ
4. ครตู ้ังคาถามถึงความรสู ึกของนักเรยี นท่ียนื ในลาดับตาง ๆ
- นกั เรียนรูสกึ อยางไรที่ยืนในตาแหนงนี้ ยอมรับหรือไม เพราะอะไร
- พอใจกบั การท่สี วย/หลอนอยท่ีสุด หรอื มคี วามสุขนอยหรือไม เพราะอะไร

..........................................................

43

39. กจิ กรรมในหองนามอง
.................................................................................
กจิ กรรม ในหองนามอง
วัตถุประสงค์
นกั เรยี นไดรวมกนั คดิ และทาใหหองเรยี นสะอาด สวยงาม
สาระสาคญั
หองเรยี นเปรียบเหมือนบานแหงท่ี 2 ของนักเรียน ซึ่งจะตองใชชีวิตในการศึกษาหาความรใู นแตละวนั
ไมนอยกวาวันละ 7 ชวั่ โมง การรวมกนั คิดทจี่ ะสรางบรรยากาศของหองเรยี นใหสะอาด สวยงาม จึงเปนภารกจิ
ของนักเรยี นทกุ คน
การดาเนินกิจกรรม
1. ครชู วนนกั เรียนสนทนาวา หองเรยี นของเราเปรยี บเหมือนบานแหงที่ 2 ของนักเรยี น หองเรยี นก็
ควรจะไดรับการดแู ลใหมีบรรยากาศทสี่ ะอาด สวยงาม นาเรียนรู
2. อภปิ รายซกั ถามถงึ สิง่ ที่นักเรยี นคดิ วา ควรจัดทาเพื่อสรางบรรยากาศใหนาเรยี น จดบนกระดาน
3. นกั เรียนเลอื กในส่ิงท่ีควรนาไปสูการปฏบิ ัติ จากส่ิงทนี่ าเสนอบนกระดาน
- แบงหนาท่ี ความรบั ผดิ ชอบ
- กาหนดวนั เวลา
- รายละเอยี ดการดาเนนิ การ
4. อภปิ รายสรุป ใหรวมมอื กันทาเพอ่ื ความสขุ ของทกุ คน

..........................................................

44

40. กจิ กรรม108 วธิ ี ทารายตวั เอง
..................................................................................
กจิ กรรม 108 วธิ ี ทารายตวั เอง
วัตถุประสงค์
นกั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสาคัญในการดูแลรางกายและจติ ใจของตน
สาระสาคัญ
ในสภาพปจจบุ นั เราตางทารายรางกายและจติ ใจของตนเองทุกวนั ท้งั โดยตัง้ ใจและไมตง้ั ใจ
ถาเรารักตนเอง ก็ควรดูแลรางกายและจติ ใจ ไมใหถกู ตนเองและส่ิงแวดลอมทาราย เพื่อคณุ ภาพชีวติ ทีด่ ี
ของเราเอง
การดาเนนิ กิจกรรม
1. แบงนักเรียนออกเปน 10 กลุม แจกกระดาษ กลมุ ละ 1 แผน สีเมจกิ กลุมละ 2-3 แทง
2. ใหกลุมวาดภาพโครงรางคนลงบนกระดาษ และชวยกันระดมความคดิ วา ในชีวิตประจาวัน
ของเรา ไดทาอะไรท่เี ปนการทารายตนเอง เขียนระบุโยงไปท่โี ครงรางคนในสวนตาง ๆ
3. ตวั แทนกลุมออกมารายงานหนาชนั้ เรียน
4. อภปิ รายซกั ถาม
5. อภปิ รายสรุปวา ไมมีใครทารายรางกายและจติ ใจของเราได ถาเราไมยินยอม แตในปจจุบนั เรากลบั
ทาในสงิ่ ทไี่ มเกิดผลดตี อตนเอง เปนการทารายตนเองทง้ั ทางตรงและทางออม เปลีย่ นความคดิ และหันมาดูแล
ปกปองรางกายและจติ ใจของเรา ไมใหถูกตนเองและผอู ่นื ทารายอกี ตอไป

..........................................................

\

45

41. กิจกรรมคณุ สมบตั ขิ องใครจะ๊
...........................................................................
กิจกรรม คุณสมบตั ขิ องใครจะ
วัตถปุ ระสงค์
1. บอกคุณสมบตั ิของบุคคลที่นกั เรียนยดึ เปนตนแบบในการประกอบอาชพี ได
2. มีเจตคติท่ีดตี ออาชพี ของบุคคลที่ตนยดึ เปนตนแบบ
สาระสาคญั
บคุ คลท่ีประสบความสาเรจ็ ในการประกอบอาชีพ เปนผทู ม่ี คี ุณสมบตั ิและประสบการณในการทางาน
นกั เรยี นสามารถยึดเปนตนแบบในการประกอบอาชพี ได
การดาเนินกิจกรรม
1. ครสู นทนาเกย่ี วกับอาชีพของบคุ คลอาชพี ตาง ๆ ในปจจบุ ัน
2. ใหนกั เรียนยกตวั อยางอาชพี ของบคุ คลทีน่ กั เรยี นชอบ แลวบอกเหตผุ ลและคณุ สมบตั ิของบคุ คลท่ี
ประกอบอาชีพนั้น ๆ
3. ใหนักเรยี นระบอุ าชีพทต่ี นเองชอบมากทสี่ ดุ พรอมบอกเหตุผล คุณสมบตั ิของผปู ระกอบอาชีพ เจต
คติตออาชพี
4. ใหนกั เรียนนาเสนองานอาชพี ทสี่ นใจ
5. ครูและนกั เรียนชวยกนั สรุปสิ่งท่ีไดรบั จากกิจกรรม

..........................................................

46

42. กิจกรรม คดิ ได ภัยไมมี
............................................................................
กจิ กรรม คิดได ภัยไมมี

วตั ถปุ ระสงค์
นักเรยี นสามารถวเิ คราะหการแพรระบาด ผลจากการแพรระบาดของสารเสพยตดิ

สาระสาคญั
สารเสพยติดเปนสารอนั ตราย เม่อื ผใู ดเสพเขาสรู างกาย นอกจากจะเปนผลเสยี ตอสุขภาพรางกาย

จิตใจของผูเสพแลว ยังมีผลกระทบตอสภาพเศรษฐกิจ สังคมทั้งในปจจุบนั และอนาคต การทน่ี กั เรยี นศึกษา
วิเคราะหสาเหตุ และผลกระทบของการแพรระบาดของสารเสพยติดดงั กลาวอยางละเอียด จะทาใหเขาใจวา
วิกฤตการณการแพรระบาดของสารเสพยตดิ ที่สงผลกระทบตอตนเอง และสังคมไดอยางแทจริง และสามารถ
ปองกนั ตนเองจากการแพรระบาดของสารเสพยตดิ ได
การดาเนนิ กิจกรรม

1. นาเขาสูบทเรียน โดยครถู ามนักเรยี นวา “ในชมุ ชนท่ีนกั เรยี นอาศยั อยมู ีการแพรระบาดของสาร
เสพยติดมากนอยขนาดไหน มีสารเสพยตดิ อะไรบางที่กาลังแพรระบาดอยใู นขณะนี้

2. ครสู ุมถามทลี ะคาถาม ประมาณ 3 – 4 คน
3. ครใู หนกั เรียนดภู าพการจับกุมผูขายและผเู สพสารเสพยติด
4. นักเรยี นแบงกลุม 5- 6 คน อภิปรายตามประเด็นตอไปน้ี

- วิธกี ารแพรระบาดของสารเสพยติด
- สาเหตุของการแพรระบาดของสารเสพยติด
- การแพรระบาดของสารเสพยตดิ สงผลกระทบตอตนเอง ครอบครัว และสงั คม อยางไร
5. ตัวแทนกลุมรายงาน ครรู วบรวมขอสรุป และอภิปรายเพิ่มเติม
6. ครใู หความรูเกย่ี วกบั สารเสพยติด

..........................................................

47

กิจกรรมที่ 43. กจิ กรรมงานกระชบั พลงั ขับเคล่อื น
........................................................................
งานกระชบั พลังขับเคล่ือน

วัตถุประสงค์
นกั เรียนบอกรูปแบบ วิธกี าร ขน้ั ตอน และขบวนการทางานได

สาระสาคัญ
การทางานอยางมขี น้ั ตอนเปนกระบวนการท่ที าใหเกดิ ระบบงานที่ดี และสามารถพฒั นางาน

ใหดีข้นึ ได
การดาเนนิ กิจกรรม

1. ครูใหนักเรยี นเลนเกมงานดเี พราะมีระบบ โดยแบงนักเรยี นออกเปนกลมุ กลุมละ 5 – 6 คน และ
เลือกหัวหนากลุม

2. ครแู จกภาพจ๊กิ ซอวอาชีพใหทกุ กลมุ แลวใหนักเรยี นระดมความคดิ ชวยกันตอภาพจก๊ิ ซอว เปน
รปู ภาพทเ่ี สรจ็ สมบรู ณ ภายในเวลาทก่ี าหนด กลมุ ใดตอรปู ภาพเสรจ็ กอนและถูกตองเปนผูชนะ

3. หวั หนากลุมออกมานาเสนอ อธบิ ายวธิ ีการ ข้นั ตอน และกระบวนการทางานใหครูและเพ่ือนฟง
4. เมอ่ื นกั เรยี นทุกกลุมอธบิ ายจบ ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรุปถงึ กจิ กรรมท่ีปฏบิ ัติวา เกมนี้
เปรียบเสมอื นงานอาชีพในอนาคตของนักเรยี น จะสาเร็จและพัฒนาได ตองมีการวางแผนและลาดบั ขั้นตอน มี
กระบวนการทางานทก่ี ระชบั รวดเร็ว งานจึงจะปรากฏผลออกมาอยางมปี ระสิทธภิ าพ

..........................................................

48

44. กิจกรรมรวมดวยชวยกนั
................................................................................................
กิจกรรม รวมดวยชวยกนั
วัตถปุ ระสงค์
นกั เรียนสามารถวางแผน จดั การ และทางานรวมกบั ผอู ื่นได
สาระสาคัญ
นักเรียนจะเติบโตเปนผูใหญทมี่ คี ณุ ภาพและประสบความสาเรจ็ ในชีวิต จะตองมกี ารวางแผน จดั การ
และทางานรวมกับผอู ่นื
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ครใู หนกั เรียนรวมกลมุ กัน กลมุ ละ 4 – 5 คน แลวเลอื กโครงการทน่ี กั เรียนทาและประสบ
ความสาเรจ็ ภาคภูมิใจมากท่ีสุดของกลุมมา 1 โครงการและสงตัวแทนออกมานาเสนอหนาชนั้ เรยี น ตามหวั ขอ
ตอไปนี้
- ช่ือโครงการ………………………………….
- เหตผุ ลทเี่ ลอื กโครงการน้ี เพราะ..........................
- กระบวนการทางาน..............................................
- ปญหา อุปสรรคท่พี บ และการแกไข.......................
- ขอคดิ ท่ีได ...............................................................
2. ครูและนกั เรียนรวมกันสรุปภาพรวมของการทากจิ กรรมท้งั หมด และอภปิ รายถึงกระบวนการ
ทางาน เชน การวางแผนงาน ข้นั ตอนการทางาน ปญหาอุปสรรคในการทาโครงการ
3. ครเู ชื่อมโยงการทาโครงการ ตาง ๆ กบั การประกอบอาชพี ซึ่งจะตองมีการวางแผน การจดั การ
และการทางานรวมกับผอู ื่น

..........................................................

49

กจิ กรรม 45. กจิ กรรมรกั เพื่อนตองเตือนใหเปน
............................................................................
รักเพ่ือนตองเตอื นใหเปน

วัตถปุ ระสงค์
นกั เรยี นสามารถเตือนเพื่อนหรือผูใกลชดิ ทม่ี ีพฤติกรรมไมเหมาะสมหรือเสยี่ งตอการใชสาร

เสพติด ใหหลกี เล่ยี งหรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางท่ถี กู ตอง

สาระสาคัญ
กลุมเพ่อื นมีอทิ ธิพลตอพฤตกิ รรมวยั รุนอยางมาก การที่นักเรยี นสามารถเตือนเพื่อนหรอื ผูใกลชิดให

หลกี เล่ยี งหรอื เปลย่ี นแปลงพฤติกรรมเส่ยี งดวยวธิ ีทเี่ หมาะสม จะชวยปองกนั เพ่อื นใหปลอดภัยจากสาร
เสพติด

การดาเนินกจิ กรรม
1. นาเขาสูบทเรียน โดยครถู ามนกั เรยี นวา “เคยเตอื นเพ่อื นบางหรือไม และในสถานการณใดบาง”
และสุมถาม 4 -5 คน
2. ใหนักเรยี นจบั คู 2 คน และปรึกษากนั วา สถานการณใดบาง ทค่ี วรเตอื นเพ่อื นใหหลีกเล่ยี งการ
กระทาท่ไี มถูกตอง ครสู มุ ถาม 4 – 5 คู
3. ครูชวยสรปุ ถงึ สถานการณทีค่ วรเตอื นเพอ่ื น
4. แบงนกั เรียนเปนกลมุ กลุมละ 3 คน ฝกทักษะเตือนเพื่อนตามสถานการณท่ีกาหนดให ดงั น้ี
- สถานการณท่ี 1 เตอื นเพ่อื นท่ีสบู บหุ ร่ี
- สถานการณท่ี 2 เตือนเพอื่ นท่ดี ื่มสุราหรือเบยี ร
- สถานการณท่ี 3 เตือนเพื่อนที่ใชยาบา
- สถานการณท่ี 4 เตือนเพื่อนทเ่ี ท่ยี วกลางคืน
- สถานการณที่ 5 เตือนเพือ่ นทชี่ วนหนีเรยี น
5. ครูสุมแสดงบทบาทสมมตหิ นาชั้น 2 – 3 กลุม
6. ประเมนิ การฝก โดยนกั เรียนในกลุมประเมนิ กนั เอง ครูชวยสรปุ ผลการประเมิน

..........................................................

50

กิจกรรม 46. กจิ กรรมวัดแววอาชีพ
.....................................................................................
วดั แววอาชพี

วัตถปุ ระสงค์
1. รคู วามสนใจและคุณลกั ษณะของตนท่ีมีในกลมุ งานตาง ๆ
2. สามารถวางแผนการศึกษาตอทส่ี อดคลองกบั ความสนใจและคณุ ลักษณะของตนเองได

สาระสาคญั
การมขี อมลู ของตนเองในดานความตองการ ความสนใจ ความสามารถ และบคุ ลิกภาพ ทาใหนกั เรยี น

มีแนวทางในการวางแผนการศกึ ษาตอ และประกอบอาชพี ไดเหมาะสมกบั ตน
การดาเนินกิจกรรม

1. ครูสุมนกั เรยี นออกมาเลาความตั้งใจ ประสบการณ หรือแรงบนั ดาลใจ ในการเลือกอาชีพท่จี ะ
ประกอบในอนาคต

2. นกั เรยี นและครชู วยกนั วิเคราะหคณุ สมบตั ขิ องแตละคนทอ่ี อกมาเลา
3. ครใู หนักเรยี นทุกคนทาแบบวัดแววอาชีพ เพ่อื ตรวจสอบตนเองวา มคี วามสนใจในอาชีพหรือกลมุ
งานใด และมีสถาบนั การศกึ ษาใดทสี่ ามารถเขาศกึ ษาตอได
4. ครสู รปุ ผลจากการทาแบบวดั แววอาชพี และใหขอมลู ในการศกึ ษาตอ และการประกอบอาชีพ

..........................................................


Click to View FlipBook Version
Previous Book
MAT PIBG KALI KE 18 SKTHO2 20212022
Next Book
การพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)