คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๒ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
สังเกต ศึกษาคนควา การรวบรวมขอมูล อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องคประกอบเบื้องตนของ
ศาสนา ประวัตศิ าสนา ศาสดาของศาสนา คัมภรี และการใชภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจรยิ ธรรม การบำเพ็ญ
ประโยชนตอ ครอบครวั โรงเรยี น และชุมชน หลกั ปฏบิ ตั ิการอยรู ว มกันอยางเปน สุข ศาสนพธิ ี และพิธกี รรมในวัน
สำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญาเบ้ืองตน การทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน
การปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดีงาม การเปนพลเมืองดี ในสังคม
ประชาธปิ ไตย การยอมรบั การเคารพสิทธิ และหนาท่ีของตนเอง เปนสมาชกิ ทด่ี ีของครอบครัว สิทธิของบุคคลที่
พึงไดรับการคุมครอง การขัดเกลาของสังคม คานิยม ความเช่ือ ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปญญาของ
ทองถ่ิน ความสัมพันธของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหนาที่ของตนเอง การแกปญหาความขัดแยง ขอตกลง
กฎ กติกา ระเบียบในโรงเรียน ความหมาย และความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชนของรายรับ–รายจายของ
ครอบครัว ตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของชุมชน การซ้ือขาย แลกเปลี่ยนสินคาและ
บริการ ประโยชนของธนาคาร ภาษีท่ีเก่ียวของในชีวิตประจำวันลักษณะทางกายภาพ องคประกอบของแผนผัง
แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรูคุณคาของธรรมชาติ การสรางสรรคสิ่งแวดลอมทาง
สังคม การเปรียบเทียบประชากรกับสิ่งแวดลอม การฝกสังเกตส่ิงตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการสังคม
กระบวนการสบื คน กระบวนการกลุม กระบวนการแกป ญ หา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยางสนั ติสุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเ กิดประโยชน
โดยใชวธิ กี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก ับชีวิตประจำวันไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ
ความไมทนตอการทุจริต STRONG : จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบตอสังคม
ในการตอตานการทุจริต โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบัติจรงิ การทำโครงงาน
กระบวนการ เรยี นรู 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สอบ การแกปญหา ทกั ษะการอานและการเขยี น
เพือ่ ใหมคี วามตระหนกั และเห็นความสำคัญของการตอตา นและการปองกันการทุจรติ
หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
มาตรฐานตัวชวี้ ดั /
ส ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ชว้ี ัด
ผลการเรียนรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กบั ผลประโยชนสวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มีความรู ความเขาใจเกยี่ วกบั STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจรติ
๔. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมอื งและมีความรบั ผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กบั ผลประโยชนสวนรวมได
๖. ปฏิบัติตนเปนผลู ะอายและไมทนตอ การทจุ รติ ทุกรปู แบบ
๗. ปฏิบตั ติ นเปน ผทู ี่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ ตานการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ัติตนตามหนา ที่พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอสังคม
๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตา นและปองกนั การทจุ รติ
รวมทัง้ หมด ๙ ผลการเรยี นรู
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๓ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสำคัญความหมาย
ความสำคัญ องคประกอบของศาสนา ประโยชน ประวัติศาสดาของศาสนา ภาษา ทีใ่ ชในคมั ภีรของศาสนาท่ีตน
นบั ถอื หลักจรยิ ธรรมในการพัฒนาตน การบำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน วิธีปฏิบตั ิเก่ียวกับ ศาสนพธิ ี
พิธีกรรมในวันสำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญา สติ สัมปชัญญะ ความรำลึกได ความรูตัว ชื่น
ชมการทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน ศีลธรรม จริยธรรม คานิยมท่ีดีงาม การเปนพลเมืองดีใน
สังคม ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิและหนาท่ีของ ตนเอง บทบาทสิทธิ เสรีภาพ หนาที่ สถานภาพ สิทธิของ
บคุ คลที่พึงไดร บั การคุมครอง การขัดเกลาของสงั คม คานิยม ความเช่อื ประเพณี การอนรุ ักษวัฒนธรรม และภูมิ
ปญญา ของทองถ่ิน การสรางความดี การแกปญหาความขัดแยง กฎ กติกา ระเบียบในชุมชน ความสำคัญของ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ รายรับ–รายจาย ผลประโยชนที่ผูบริโภคไดรับการตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม ระบบ
เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพในชุมชนการแลกเปลีย่ น สนิ คาและบริการความสำคัญของธนาคาร ภาษีท่ีเกี่ยวของใน
ชีวิตประจำวัน องคประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเกี่ยวของแผนผัง แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ทรัพยากรธรรมชาติ การพ่ึงพาอาศัยกัน สิ่งแวดลอมทางสังคม การอนุรักษ การใช
พลังงาน การดูแลรักษาสิ่งแวดลอม การรูจักสังเกตสิ่งตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิด
วิเคราะห กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกปญ หา
เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยางสนั ตสิ ุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเ กิดประโยชน
โดยใชวธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ ชก ับชีวิตประจำวนั ไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ
ความไมทนตอการทุจริต STRONG : จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบตอสังคม
ในการตอตานการทุจริต โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบัติจรงิ การทำโครงงาน
กระบวนการ เรียนรู 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแกปญ หา ทักษะการอา นและการเขยี น
เพอ่ื ใหมคี วามตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอ ตา นและการปองกนั การทจุ ริต
มาตรฐานตัวชี้วัด/
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตัวช้วี ัด
ผลการเรียนรู
๑. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกบั ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ียวกบั STRONG / จติ พอเพียงตอตา นการทจุ ริต
๔. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกบั พลเมอื งและมีความรบั ผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กบั ผลประโยชนสว นรวมได
๖. ปฏิบัตติ นเปน ผูละอายและไมท นตอการทุจริตทุกรปู แบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูท ่ี STRONG / จติ พอเพียงตอ ตานการทจุ ริต
๘. ปฏบิ ตั ติ นตามหนาท่พี ลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอ ตา นและปอ งกนั การทุจรติ
รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๔ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม ศึกษาและเปน แนวทางปฏิบัติในเรอ่ื ง อธิบายความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือในฐานะเปนศูนยรวมจิตใจของศาสนิกชน สรุปพุทธประวัติตั้งแตบรรลุ
ธรรมจนถึงประกาศธรรมหรือประวัติศาสตรท่ีตนนับถือตามที่กำหนด แสดงความเครารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติ
ตามไตรสิกขาและหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรือหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือตามที่กำหนด ช่ืน
ชมการทำความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวโรงเรียนและชุมชนตามหลักศาสนาพรอมท้ังบอกแนวปฏิบัติใน
การดำเนินชีวิต เปนคุณคาของการสวดมนต แผเมตตา มีสติที่เปนพ้ืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการ
พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีกำหนด ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อ
การอยูรวมกันเปนชาติไดอยางสมานฉันท อธิบายประวัติศาสตรของศาสนาอ่ืน ๆ โดยสังเขป อภิปราย
ความสำคัญและมีสวนรวมในการบำรุงรักษาศาสนาสถานของศาสนาท่ีตนนับถือ มีมารยาทของความเปน ศาสนิก
ชนที่ดีตามท่ีกำหนดปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรม และวันสำคญั ทางศาสนาตามท่ีกำหนดไดถ กู ตอ ง
สาระท่ี ๒ หนาทพี่ ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ติ ในสงั คม ศึกษาและเปน แนวทางปฏิบตั ใิ นเร่อื ง
ปฏิบตั ติ นเปนพลเมืองดีตามวธิ ีประชาธิปไตยในฐานะสมาชกิ ทดี่ ีของชุมชน ปฏบิ ัตติ นในการเปน ผูนำและผูต ามทด่ี ี
วิเคราะหสิทธิพ้ืนฐานท่ีเด็กทุกคนพึงไดรับตามกฎหมาย อธิบายความแตกตางทางวัฒนธรรมของกลุมคนใน
ทองถิ่น เสนอวิธีการท่ีจะอยูรวมกันอยางสันติสุขในชีวิตประจำวันอธิบายอำนาจอธิปไตยและความสำคัญของ
ระบอบประชาธิปไตย อธิบายบทบาทหนาที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกต้ังอธิบายความสำคัญของสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท รงเปนประมุข
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร ศึกษาในเร่ืองระบุปจจัยท่ีมีผลตอการเลือกซ้ือสินคาและบริการ บอกสิทธิ
พน้ื ฐานและรักษาผลประโยชนข องตนเองในฐานะผูบริโภค อธิบายหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใชใ น
ชีวิตประจำวันของตนเอง อธิบายความสมั พนั ธทางเศรษฐกิจของคนในชมุ ชน อธิบายหนาทีเ่ บือ้ งตนของเงนิ
สาระท่ี ๕ ภูมิศาสตร ศึกษาสืบคนและอธิบายขอมูลลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ดวยแผนท่ี
และรูปถาย ระบุแหลงทรัพยากรและสถานท่ีสำคัญในจังหวัดของตนดวยแผนท่ีและรูปถาย อธิบายลักษณะทาง
กายภาพท่ีสง ผลตอแหลงทรัพยากรและสถานท่ีสำคัญในจงั หวดั วิเคราะหส่งิ แวดลอมทางกายภาพท่ีสง ผลตอ การ
ดำเนินชีวิตของคนในจังหวัด อธิบายการเปลี่ยนแปลงส่ิงแวดลอมในจังหวัดและผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง
นำเสนอแนวทางการจดั การสิ่งแวดลอมในจังหวัด
โดยใชว ิธกี ารสังเกต ตอบคำถามเชิงวิเคราะหเชื่อมโยงประสบการณเ ดมิ สูก ารสรา งกระบวนการใหม และ
ใชก ระบวนการทางภูมศิ าสตรในการสรปุ ความรเู ปนแผนภาพความคิด
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
เพ่ือใหผูเรียนตระหนักถึงการปฏิบัติตนในฐานะที่เปนสวนหน่ึงของสังคมประชาธิปไตย ปฏิบัติตนตาม
หลักศาสนาท่ีตนนับถือมีแนวคิดที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตอยางพอเพียงและมีความเขาใจสภาพภูมิศาสตร
รอบตวั เลอื กใชแ ละอนุรักษส ิ่งแวดลอ มอยางย่งั ยืน
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ
ความไมทนตอการทุจริต STRONG : จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาที่ของพลเมืองและรับผิดชอบตอสังคม
ในการตอตานการทุจริต โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบัติจริง การทำโครงงาน
กระบวนการ เรียนรู 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแกป ญหา ทักษะการอานและการเขยี น
เพอื่ ใหม คี วามตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอตานและการปองกนั การทจุ รติ
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
ส ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชี้วัด
ผลการเรียนรู
๑. มคี วามรู ความเขา ใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตน กับผลประโยชนส วนรวม
๒. มีความรู ความเขาใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกบั STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจรติ
๔. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบตั ติ นเปน ผูละอายและไมทนตอ การทุจรติ ทกุ รปู แบบ
๗. ปฏิบตั ิตนเปนผทู ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ ตานการทจุ รติ
๘. ปฏิบัติตนตามหนาท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ สังคม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการตอ ตา นและปองกนั การทจุ รติ
รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรียนรู
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๕ กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน
ขอมูล สรุปใจความสำคัญเก่ียวกับเร่ืองราวพื้นฐานเก่ียวกับประวัติศาสตรความสำคัญของศาสนา ศาสดา และคัมภีร
ทางศาสนาท่ีตนนับถือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพ่ือเขาใจในการพัฒนาตน และสังคม ความหมาย การ
บริหารจิต และเจริญปญญา ช่ืนชมการทำความดีของตนเองและบุคคลในสังคม และแนวปฏิบัติในการช่ืนชม การทำ
ความดีของบุคคลสำคัญกลุมเพ่ือน ประโยชนของการบริหารจิตและเจริญปญญาของศาสนาท่ีตนนับถือ กระบวนการ
ประชาธิปไตยในการทำงานรวมกันในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน การปฏิบัติตน ตามสิทธิ หนาที่ เสรีภาพในฐานะ
พลเมืองดีของประเทศ การดำเนินชีวิต ความแตกตางของวัฒนธรรมในกลุมคนในภูมิภาค การปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขโครงสรางการปกครองประเทศ ซ่ึงมีทั้งสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวน
ทอ งถิ่น เพ่ือเช่ือมโยงความสัมพันธระหวาง คนกับการปกครองประเทศ ความสำคัญในกฎหมายในชีวิตประจำวัน หนา ที่
ของผูผลิต และผูบริโภค ความหมายของระบบสินเชื่อ ผลดีผลเสียตอภาวะ การเงิน การเลือกของผูบริโภค ผลกระทบ
ตอทรัพยากรที่มีอยู ระบบสหกรณ การบริหารทางดานเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงินในทองถ่ินการบริการตางๆ ของ
ธนาคารและสถาบันการเงินในตางประเทศ ผูบริโภค ผูยืมและนักธุรกิจ การจัดหาแหลงรายไดของรัฐ ความ
เชีย่ วชาญ ชำนาญดา นจำนวนปริมาณสินคารวมท้ังทผ่ี ลิตการซอื้ มาทางเศรษฐกิจ การใชแ ผนทใ่ี นทอ งถิน่ ตางๆ ลักษณะ
ความแตกตาง ผลกระทบของส่ิงแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตในภูมิภาคตาง ๆ ของไทยกับสิ่งแวดลอมทาง
ธรรมชาติ ผลกระทบจากการกระทำของมนุษยท ี่มีตอสง่ิ แวดลอม การอนุรักษท รัพยากรธรรมชาติ และรกั ษาสมดุลใน
ระบบนิเวศน โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณ
และแกปญ หา
เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนินชีวิต มีคณุ ธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนิน
ชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
ส ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป. ๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส.๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ส ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวช้วี ดั
ผลการเรียนรู
๑. มคี วามรู ความเขาใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกับความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ สังคม
๔. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กับผลประโยชนสวนรวมได
๕. ปฏิบัติตนตามหนาทีพ่ ลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ สงั คม
๖. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตานและปอ งกันการทุจรติ
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรยี นรู
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ ๖ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนา ซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูลสืบคน
ขอมูลความสำคญั หลกั ธรรมพระรตั นตรยั ไตรสิกขา หลักธรรมโอวาท ๓ การทำความดขี องบคุ คลในประเทศ การ
สวดมนต แผเมตตาของศาสนาท่ีตนนับถือ สรุปใจความสำคัญเก่ียวกับพุทธประวัติต้ังแตปลงอายุสังขารจนถึง
สังเวชนียสถาน ประวัติศาสดา ขอคิดจากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเลา ศาสนิกชนตัวอยาง ศาสนพิธี สถานที่
ในศาสนสถาน ศาสนิกชนท่ีดี ประโยชนของการเขารวมในศาสนพิธี พิธีกรรม กิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา
การบริหารจิตและเจริญปญญาวันสำคัญทางศาสนา การกระทำท่ีแสดงถึงคุณลักษณะของการเปนพลเมืองดีใน
สงั คมประชาธิปไตย สิทธเิ ดก็ ท่ีพงึ ไดรับการคมุ ครองตามสิทธิมนุษยชน บทบาทหนา ท่คี วามรับผิดชอบของตนเอง
บรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม สัญลักษณ เอกลักษณ คานิยม ประเพณี วัฒนธรรมในทองถิ่น อำนาจ
อธิปไตยและการมีสวนรวมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กฎหมายในชีวิตประจำวัน การเลือกใช
ทรัพยากรที่มีผลกระทบ ตอส่ิงแวดลอม การเพ่ิมรายไดเงินออมจากการลงทุน สิทธิและการคุมครองผูบริโภค
เศรษฐกิจพอเพียง ระบบสหกรณ การบรหิ าร ดา นการผลิต และการพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงนิ และ
การบริการดานการเงินตางประเทศ การจัดเก็บภาษี การกูยืมเงินจากตางประเทศ แผนที่ชนิดตาง ๆ การ
กระทำที่สงผลดีและผลเสียตอส่ิงแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม รวมท้ังผลกระทบจากการท่ีมนุษยเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดลอมในดานบวกและดานลบ การกระทำท่ีมีสวนชวยแกปญหา และเสรมิ สภาพแวดลอมในทองถ่ิน โดย
ใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณและ
แกป ญหา
เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวติ อยางสันตสิ ุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเ กิดประโยชน
โดยใชว ธิ กี ารของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา งถูกตองเหมาะสม
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
มาตรฐานตวั ชี้วัด/
ส ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ช้ีวดั
ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขา ใจเกีย่ วกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กับผลประโยชน
สวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมทนตอ การทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกับพลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอ สงั คม
๔. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนสวนรวมได
๕. ปฏิบตั ติ นเปน ผลู ะอายและไมท นตอการทจุ ริตทุกรปู แบบ
๖. ปฏิบตั ิตนตามหนาท่พี ลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอสังคม
๗. ตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอ ตา นและปองกนั การทุจรติ
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ สาระการเรียนรูประวตั ิศาสตร
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร ๑ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๑
กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาและใชป ฏทิ ินในการบอกวัน เดอื น ป ทใ่ี ชใ นชีวิตประจำวนั ซงึ่ มีทงั้ ระบบสุริยคติและจันทรคติ คำท่ีแสดง
ชว งเวลาเพื่อใชเลาเหตกุ ารณป จ จบุ นั วันน้ี เดือนน้ี ตอนเชา ตอนกลางวัน ตอนเย็น ตอนค่ำ และเรยี งลำดับเหตุการณใน
ชีวิตประจำวนั ตามวนั เวลาทเ่ี กิดขึน้ โดยใชท ักษะการสงั เกต การบอกเลา การเชอ่ื มโยง เพือ่ ใหสามารถใชเวลาตามปฏิทิน
แสดงเหตกุ ารณใ นปจ จบุ ัน และใชคำแสดงชว งเวลาเรียงลำดับเหตุการณที่เกิดขึ้นได
รูวธิ ีสืบคน ประวัตคิ วามเปนมาของตนเองและครอบครัวอยา งงาย ๆ โดยสอบถามผูเกย่ี วของและการบอกเลา
เรอื่ งราวที่สบื คน ได โดยใชท ักษะการสอบถาม การรวบรวมขอ มูล การสรปุ ความ การเลาเรือ่ ง เพอ่ื ฝกทักษะพืน้ ฐานของ
วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรใ นการสืบคนเร่ืองราว จากแหลงขอ มูล(เชนบุคคล)และบอกเลา ขอ เทจ็ จริงทค่ี น พบไดอยาง
นาสนใจ
ศกึ ษาการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอม ส่ิงของเครอ่ื งใชห รือการดำเนินชีวิตของตนเองในสมัยปจ จุบัน กับ
สมยั ของพอ แม ปูย า ตายายที่เปนรปู ธรรมและใกลตัวผเู รยี น เตารีด (การรีดผา ดวยเตาถา นกับเตาไฟฟา) หมอ หงุ ขา ว
(การหุงขาวท่เี ชด็ น้ำดว ยฟนหรอื ถา นกับหมอหุงขา วไฟฟา) เกวียนกับรถยนต (การเดินทาง) ถนน บา นเรือน การใชควาย
ไถนากบั รถไถนา รวมทงั้ เหตุการณสำคัญของครอบครวั ท่ีเกดิ ขนึ้ ในอดีตท่มี ผี ลกระทบตอ ตนเองในปจ จบุ ัน ( การยายบา น
การยายโรงเรยี น การเลื่อนชั้นเรยี น การไดรบั รางวลั การสูญเสยี บคุ คลสำคญั ของครอบครัว) โดยใชท ักษะการสังเกต การ
ใชเหตผุ ล การเปรียบเทยี บ การแยกแยะ การยกตัวอยาง และการบอกเลา เพื่อใหเขา ใจการเปล่ียนแปลงตามกาลเวลา
และความสำคญั ของอดตี ทม่ี ีตอ ปจ จุบนั และอนาคต สามารถปรบั ตวั ใหเขากบั วิถชี วี ิตปจจบุ ันไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ
ศกึ ษาความหมายและความสำคญั ของสัญลักษณข องชาตไิ ทย ไดแ ก ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี
ภาษาไทย อกั ษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตง กายแบบไทย วฒั นธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และ
การปฏิบัติตนไดถกู ตอ งตามกาลเทศะ รวมท้ังรูจกั สถานทีส่ ำคัญซึง่ เปนแหลง วัฒนธรรมในชุมชน ศาสนสถาน ตลาด
พิพธิ ภณั ฑ และสง่ิ ที่เปน ความภาคภูมิใจในทอ งถิ่น ที่ใกลต วั ผเู รยี นและเห็นเปน รูปธรรม โดยใชท กั ษะการสังเกต การ
แสดงความคดิ เหน็ อยางมเี หตผุ ล การอธบิ าย การปฏิบัตติ นอยา งถูกตอ ง เพือ่ กอ ใหเ กิดความรักและความภาคภมู ิใจใน
ความเปนไทย ทองถิ่น และประเทศชาติ ภมู ใิ จในสถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย ตระหนักและเห็นคณุ คาที่
จะธำรงรกั ษาและสบื ทอดตอ ไป
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
มาตรฐานตวั ชีว้ ัด/
ส ๔.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
ส ๔.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒
ส ๔.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชวี้ ดั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๒ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๒
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
รูจักวันเวลาตามระบบสุริยคติและจันทรคติที่ปรากฏในปฏิทินที่แสดงเหตุการณสำคัญในอดีตและ
ปจจุบัน รวมทั้ง การใชคำท่ีแสดงชวงเวลาในอดีต ปจจุบัน และอนาคต วันนี้ เม่ือวานนี้ พรุงนี้, เดือนนี้ เดือน
กอน เดือนหนา, ปนี้ ปกอน ปหนา ในการอธิบายเหตุการณท่ีเกิดข้ึน โดยใชทักษะการสังเกต การสอบถาม
เช่ือมโยง เรียงลำดับ การเลาเร่ือง การรวบรวมขอมูล การอธิบาย เพื่อใหสามารถใชวันเวลาเรียงลำดับ
เหตกุ ารณส ำคญั ไดถ กู ตอ ง วาเหตุการณใดเกิดกอน เหตุการณใดเกิดหลัง
รูวิธีสืบคนเหตุการณท่ีเกิดขึ้นในครอบครัวโดยใชหลักฐานท่ีเกี่ยวของ ไดแก ภาพถาย สูติบัตร
ทะเบียนบาน เครื่องมือเคร่ืองใช มาอธิบายเร่ืองราวตาง ๆ และวิธีสืบคนขอมูลในชุมชนอยางงาย ๆ ในเรื่อง
เกย่ี วกบั การเปลย่ี นแปลงในวิถีชีวติ ของคนในชมุ ชนในดานตา งๆ จากอดตี ถงึ ปจ จบุ นั ทางดา นการประกอบอาชีพ
การแตง กาย การสอื่ สาร ขนบธรรมเนยี มประเพณใี นชุมชน เขาใจสาเหตุและผลกระทบของการเปลีย่ นแปลงท่มี ี
ตอวิถีชวี ิตของคนในชุมชน สามารถเรียงลำดับเหตุการณท่ีสืบคนไดโดยใชเสนเวลา ฝกทักษะการสอบถาม การ
สังเกต การวิเคราะห การอธิบายอยา งมีเหตุมผี ล ทำผงั ความคิดและการจัดนิทรรศการ เพ่ือใหเ ขาใจวิธกี ารทาง
ประวัติศาสตรใน เรื่องเกี่ยวกับการใชหลักฐานทางประวัติศาสตรสืบคนเร่ืองราวในอดีต และเขาใจการ
เปล่ียนแปลงที่เกิดขนึ้ ตามกาลเวลา อยางตอเน่ือง มีความเขา ใจชุมชนที่มีความแตกตางและสามารถปรับตวั อยู
ในชวี ิตประจำวนั ไดอยางมปี ระสิทธิภาพ
ศึกษา สืบคนประวัติและผลงานของบุคคลท่ีทำประโยชนตอทองถิ่นหรือประเทศชาติ ในดานการ
สรางสรรควัฒนธรรม /การสรางความเจริญรุงเรืองและความม่ันคงโดยสังเขป รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ประเพณี
ไทย และภูมิปญญาไทยท่ีภาคภูมิใจและควรอนุรักษไว การทำความเคารพแบบไทย ประเพณีไทย ศิลปะไทย
ดนตรีไทย โดยใชทักษะการสืบคนการสังเกต การอาน การรวบรวมขอมูล การวิเคราะห การใชเหตุผล การ
อธิบาย และการนำเสนอ เพื่อใหเ หน็ คณุ คาและแบบอยางการกระทำความดีของบรรพบุรุษท่ไี ดส รา งประโยชนให
ทองถน่ิ และประเทศ เกิดความรัก และความภาคภูมิใจในความเปน ไทย วัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย และธำรง
ความเปนไทย
มาตรฐานตวั ช้วี ดั /
ส ๔.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๒ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๓ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตวั ช้ีวัด
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร ๓ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาความหมายและท่ีมาของศักราชท่ีปรากฏในปฏิทิน ไดแก พุทธศักราช คริสตศักราช (ถาเปน
ชาวมุสลิม ใหศึกษาฮิจเราะหศักราชดวย) วิธีการเทียบคริสตศักราชกับพุทธศักราช และใชศักราชในการ
บันทึกเหตุการณสำคัญที่เกี่ยวของกับตนเองและครอบครัว ปเกิดของผูเรียน เหตุการณสำคัญของตนเอง และ
ครอบครัว โดยใชท ักษะการเปรียบเทียบ การคำนวณ การเช่ือมโยง การอธิบาย เพ่ือใหมีพื้นฐานในการศึกษา
เอกสารท่ีแสดงเหตุการณตามกาลเวลา สามารถเรียง ลำดับเหตุการณไดถูกตอง วาเหตุการณใดเกิด
กอ น เหตุการณใดเกดิ หลังอนั เปน ทักษะที่จำเปน ในการศกึ ษาประวัตศิ าสตร
รูวธิ ีสืบคนเหตุการณสำคัญของโรงเรยี นและชมุ ชนโดยใชหลักฐานและแหลงขอ มูลที่เกีย่ วของ รูปภาพ
แผนผังโรงเรียน แผนท่ีชุมชน หองสมุดโรงเรียน แหลงโบราณคดี – ประวัติศาสตรในทองถ่ิน สามารถใช
เสน เวลา (Timeline) ลำดับเหตุการณท ่ีเกิดข้ึนในโรงเรยี นและชุมชน โดยใชทักษะการสำรวจ การสงั เกต การ
สอบถาม การอา น การฟง การเลาเรอ่ื ง การสรุปความ เพ่ือฝกทักษะพน้ื ฐานของวธิ ีการทางประวัติศาสตรใน
การสืบคนเร่ืองราวรอบตัวอยางงาย ๆ โดยการใชห ลักฐานและแหลงขอมูลท่ีเกี่ยวขอ ง สามารถนำเสนอเรื่องราว
ท่ีคนพบไดต ามลำดบั เวลา
ศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการต้ังถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน ปจจัยท่ีทำใหเกิดวัฒนธรรมและ
ประเพณีในชุมชน ซ่ึงประกอบดวย ปจจัยทางภูมิศาสตร( ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร) และปจจัยทาง
สังคม (ความเจริญทางเทคโนโลยี เช้ือชาติ ศาสนา ความเชื่อ การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศึกษาและ
เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตาง ของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง และ
ชุมชนใกลเคียง ในเร่อื งความเช่ือและการนบั ถอื ศาสนา อาหาร ภาษาถน่ิ การแตง กาย โดยใชทักษะการอาน
การสอบถาม การสังเกต การสำรวจ การฟง การสรุปความ เพ่ือใหเกิดความเขาใจและภูมิใจในชุมชนของ
ตนเอง ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม เขาใจพัฒนาการของชุมชน สามารถดำเนินชีวิตอยูรวมกันใน
สังคมไดอ ยา งสันตสิ ุข รวมอนุรกั ษส บื สานขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรมไทย
ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกจิ โดยสงั เขปของพระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรสโุ ขทัย
อยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสนิ ทร ตามลำดบั ไดแก พอขุนศรีอินทราทิตย สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี ๑ (พระ
เจาอูทอง) สมเดจ็ พระเจาตากสนิ มหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช ศึกษาพระราช
ประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจาหัวอยูภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ
พระบรมราชินีนาถโดยสังเขป และศึกษาวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีสวนปกปองประเทศชาติ ไดแก สมเด็จ
พระนเรศวรมหาราช ทาวเทพกระษัตรี – ทาวศรีสุนทร ชาวบานบางระจัน พระยาพิชัยดาบหัก ทาวสุรนารี
เปนตน โดยใชทักษะการอาน และสอบถาม การฟง การสรุปความ การเขียน การเลาเร่ือง เพื่อใหเขา
หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ใจความเปนมาของชาติไทย เกิดความรัก ความภูมิใจและเห็นแบบอยางการเสียสละเพื่อชาติ และธำรงความ
เปนไทย
มาตรฐานตัวชวี้ ดั /
ส ๔.๑ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓
ส ๔.๒ ป ๓/๑ , ป ๓/๒
ส ๔.๓ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวช้ีวัด
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๔ อธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๔
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศึกษาความหมาย วิธีการนับ และการใชชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑการ
แบงยุคสมัยในทางประวัตศิ าสตรข องมนุษยชาตทิ แ่ี บง เปนสมยั กอนประวตั ิศาสตรแ ละสมัยประวัตศิ าสตร รวมท้ัง
ชวงสมัยในการศึกษาประวัติศาสตรไทย สมัยกอนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัย
รัตนโกสินทร ตัวอยางการใชชวงเวลาในเอกสารตาง ๆ โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การวิเคราะห การ
คำนวณ เพ่ือใหใชชวงเวลาในการบอกเลาเรื่องราวไดถูกตอง และเขาใจเหตุการณท่ีเกิดขึ้นตามชวงเวลาท่ี
ปรากฏในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร
ศึกษา ลักษณะสำคัญ และเกณฑการจำแนกหลักฐานทางประวัติศาสตรท่ีใชในการศึกษาความเปนมา
ของทอ งถ่นิ อยา งงาย ๆ ตวั อยางของหลกั ฐานทพ่ี บในทองถน่ิ ทั้ง หลกั ฐานชั้นตนกบั ช้นั รอง หลกั ฐานที่เปนลาย
ลักษณอักษร กับไมเปน ลายลักษณอักษร โดยใชทักษะการสำรวจ การวิเคราะห การตรวจสอบขอมูล การ
จำแนก การตคี วาม เพ่ือฝก ทกั ษะการสืบคน ขอมูลดว ยวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร
ใชหลักฐานทางประวัติศาสตรในการศึกษาปจจัย การตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของมนุษยชาติใน
สมยั กอ นประวตั ศิ าสตร และสมัยประวัตศิ าสตรใ นดนิ แดนไทยโดยสังเขป การกอ ตง้ั อาณาจักรโบราณในดนิ แดน
ไทย ไดแ ก ทวารวดี ศรีวิชัย ตามพรลิงค เปนตน โดยใชทักษะการสำรวจ การวเิ คราะห การตีความ การ
สรุปความ เพอื่ ใหเ ขาใจพัฒนาการของมนษุ ยชาติที่มีการเปล่ียนแปลงอยางตอเน่ืองจากอดตี จนถงึ ปจจบุ ัน
ศึกษาประวัติศาสตรเปนมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัยโดยสังเขป ในเร่ืองเก่ียวกับการสถาปนา
อาณาจักร พัฒนาการทางการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสำคัญ ไดแก พอขุน
ศรีอินทราทิตย พอขุนรามคำแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปญญาไทยในสมัย
สุโขทัยที่นาภาคภูมิใจ ซึ่งเปนผลใหอุทยานประวัติศาสตรในสุโขทัยและศรีสัชนาลัยไดรับการยกยองเปนมรดก
โลก โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การสืบคน การวิเคราะหการตีความ เพ่ือเขาใจความเปนมาของชาติ
ไทยในสมัยสุโขทัย รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย และบุคคลสำคัญในสมัยสุโขทัย เกิดความรักและ
ความภมู ิใจในความเปน ไทย ตระหนกั ถงึ ความพากเพยี รพยายามของบรรพบรุ ุษไทยทีไ่ ดปกปอง และสรางสรรค
ความเจริญใหบ า นเมอื ง ตกทอดเปน มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอ ถึงปจ จุบนั
มาตรฐานตัวช้วี ัด/
ส ๔.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
ส ๔.๒ ป ๔/๑ , ป ๔/๒
ส ๔.๓ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วัด
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๕ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๕
กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
สืบคนความเปนมาของทองถ่ินโดยใชหลักฐานหลากหลาย ดวยการต้ังประเด็นคำถามทางประวัติศาสตรท่ี
เกีย่ วของกับทองถิ่น ความเปน มาของชื่อหมบู าน ช่ือตำบล ช่ือถนน ความเปนมาของสถานท่ีสำคญั ความเปนมาของ
ขนบธรรมเนียมประเพณีในทองถิ่น รูจกั แหลงขอมูลหลักฐานทางประวัติศาสตรท ี่อยูในทองถิ่น สามารถรวบรวมขอมูล
จากหลักฐานท่ีเกย่ี วของ รูจักวิเคราะหต รวจสอบขอมลู อยา งงา ยๆ เขา ใจความแตกตางระหวา งความจรงิ กับขอเท็จจริง
ทปี่ รากฏในขอมูลจากหลกั ฐานตา ง ๆ แยกแยะความคิดเหน็ กับขอเท็จจริงที่อยูในขอมูลได โดยใชทกั ษะการสังเกต การ
สอบถาม การสำรวจ การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การเชื่อมโยง และการสังเคราะหอยางงาย ๆ เพ่ือฝกฝนทักษะ
วิธีการทางประวัติศาสตรวิเคราะหเหตุการณที่เกิดข้ึนในทองถิ่นอยางเปนระบบ สามารถใชขอมูลขาวสารไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
ศึกษาการเขา มาและอทิ ธิพลของอารยธรรมอนิ เดีย และจีน ในดินแดนไทยและภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต
โดยสังเขป ไดแก การปกครอง การนับถือศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร และการแตงกาย
ศกึ ษาอทิ ธิพลของวัฒนธรรมตางชาติ ทั้งตะวนั ตกและตะวนั ออกที่มีตอสงั คมไทยในปจ จบุ ันโดยสังเขป โดยใชทกั ษะการ
อา น การสืบคนขอมูล การสังเกต การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การเช่ือมโยง เพ่ือใหเกิดความเขาใจในวัฒนธรรม
ไทยในสงั คมปจจุบัน และวฒั นธรรมของประเทศเพือ่ นบานในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตท่มี ีท้ังความคลายคลึงและ
ความแตกตา ง เพอื่ ใหเกิดการยอมรบั ในความแตกตางทางวัฒนธรรมและอยรู วมกันไดอ ยา งสนั ตสิ ุข
ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และธนบุรี ในเร่ืองเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร ปจจัยที่สงเสริม
ความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจโดยสังเขป
ประวตั ิและผลงานบุคคลสำคัญในสมัยอยุธยาและธนบุรี ไดแก สมเด็จพระรามาธิบดที ี่ ๑ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณมหาราช ชาวบานบางระจัน สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช และภูมิ
ปญญาไทยในสมัยอยุธยา และธนบุรี ท่ีนาภาคภูมใิ จ ควรคาแกการอนุรักษไว ซง่ึ เปนผลใหพระนครศรีอยุธยาไดรบั การ
ยกยองเปนมรดกโลก ไดแก ทางดาน ศลิ ปกรรม วรรณกรรม และการคา โดยใชท ักษะการอาน การสืบคนขอมลู การ
เช่ือมโยง การวิเคราะห การอธิบาย การสรุปความ การเรียงความ เพ่ือใหเกิดความรักและภาคภูมิใจในความเปนชาติ
ไทย ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญทีจ่ ะธำรงรักษาความเปนไทยสืบตอ ไป
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
ส ๔.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓
ส ๔.๒ ป ๕/๑ , ป ๕/๒
ส ๔.๓ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓ , ป ๕/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตวั ชี้วดั
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๖ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖
กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรอยางงาย ๆ และใชวิธีการทาง
ประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราว หรือเหตุการณสำคัญตามลำดับขั้นตอนอยางเปนระบบ ไดแก การต้ัง
ประเด็นศึกษาเรื่องราวที่ตนสนใจ การสำรวจแหลงขอมูลที่เกี่ยวของ การรวบรวมขอมูลจากหลักฐานท่ี
หลากหลาย การวิเคราะหความนาเช่ือถือของขอมูล การตีความ การเรียบเรียงและนำเสนอความรูที่คนพบได
อยางนาสนใจ โดยใชทักษะ การสำรวจ การอาน การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การสังเคราะห การอธิบาย
การสรุปความ การเขียนเรียงความ การจัดทำโครงงานและการจัดนิทรรศการ เพ่ือฝกทักษะการสืบคน
เหตุการณสำคัญดว ยวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร
ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศเพื่อนบานในปจจุบันโดยสังเขป เชื่อมโยง และ
เปรียบเทียบกับประเทศไทย ศึกษาความเปนมา และความสัมพันธของกลุมอาเซียนโดยสังเขป โดยใชทักษะ
การอาน การสำรวจ การเปรียบเทียบ การวิเคราะห เพื่อใหเขาใจพัฒนาการของประเทศเพ่ือนบานที่มี
ความสัมพันธกับประเทศไทย เกิดความเขาใจอันดีระหวางประเทศ ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม และ
อยรู วมกันไดอ ยางสนั ติสุข
ศึกษาประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร ในเร่ืองเก่ียวกับการสถาปนา
อาณาจักร ปจจัยท่ีสงเสริมความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางดานตาง ๆ
โดยสังเขป ผลงานของบุคคลสำคัญ ไดแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวร
ราชเจามหาสุรสิงหนาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และภูมิปญญาไทยที่สำคัญที่นาภาคภูมิใจ
ควรคา แกก ารอนุรักษไว โดยใชท ักษะการอา น การสืบคนขอมลู การเช่ือมโยง การวิเคราะห เพื่อใหเกิดความ
รักและภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของ บรรพบุรุษท่ีไดปกปอง และ
สรา งสรรคความเจริญใหบ านเมืองตกทอดเปน มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอถงึ ปจจุบัน
มาตรฐานตัวชวี้ ดั /
ส ๔.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
ส ๔.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
ส ๔.๓ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม
วชิ า การปอ งกนั การทจุ ริต
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
ส ๑๑๒๐๑ การปอ งกันการทจุ ริต ๑ กลมุ สาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตนกบั ผลประโยชนสว นรวม ความละอายและความ
ไมทนตอการทจุ ริต STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจรติ รูหนา ทีข่ องพลเมืองและรบั ผิดชอบตอสังคมในการ
ตอตานการทุจรติ
โดยใชก ระบวนการคิด วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรยี นรู ๕ ข้นั ตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแกป ญหา ทกั ษะการอานและการเขียน เพ่อื ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและการปอ งกันการทจุ ริต
ผลการเรียนรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขาใจเกยี่ วกับความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๔. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีความรับผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส ว นรวมได
๖. ปฏิบัติตนเปนผลู ะอายและไมท นตอ การทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ัติตนเปนผทู ี่ STRONG / จติ พอเพยี งตอตานการทุจริต
๘. ปฏบิ ตั ิตนตามหนา ท่พี ลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอ สงั คม
๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอตานและปองกันการทุจริต
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู
หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม
ส ๑๒๒๐๑ การปอ งกนั การทจุ ริต ๒ กลมุ สาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาเก่ียวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตนและผลประโยชนส วนรวม มีการคิดแยกแยะ
โดยระบบคิดฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความละอายและความไมท นตอการทุจรติ เก่ยี วกับการทำการบาน
การทำเวร การสอบและกจิ กรรมนักเรยี น STRONG จติ พอเพียงตอการตอ ตา นการทุจริต ไดแกค วามพอเพยี ง
ความโปรงใส ตา นทุจรติ และความเอ้ืออาทร รหู นา ทีข่ องพลเมอื งและรับผิดชอบตอ สงั คมในการตอ ตา นทุจรติ
การเคารพสิทธหิ นาท่ีตอ ชุมชนและสังคม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ กตกิ าและกฎหมาย
โดยใชก ระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ข้นั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สวน การแกปญ หา ทกั ษะการอา นและการเขยี น เพื่อใหมี
ความตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอตา นและการปอ งกนั การทจุ รติ
ผลการเรียนรู
๑. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขาใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกีย่ วกบั STRONG / จิตพอเพียงตอ ตานการทุจริต
๔. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกบั พลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กบั ผลประโยชนส ว นรวมได
๖. ปฏิบตั ติ นเปน ผลู ะอายและไมท นตอ การทุจริตทกุ รปู แบบ
๗. ปฏบิ ตั ิตนเปนผทู ่ี STRONG / จติ พอเพียงตอ ตานการทจุ ริต
๘. ปฏบิ ัติตนตามหนา ท่พี ลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอสงั คม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของการตอ ตานและปอ งกนั การทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรียนรู
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ส ๑๓๒๐๑ การปองกันการทุจริต ๓ กลุมสาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตนและผลประโยชนส วนรวม มีการคิดแยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความละอายและความไมท นตอ การทุจรติ เกี่ยวกับการทำการบา น
การทำเวร การสอบ การแตง กายและกิจกรรมนักเรียน STRONG จติ พอเพยี งตอการตอตา นการทจุ ริต ไดแ ก
ความพอเพียง ความโปรง ใส ตา นทจุ รติ และความเอ้ืออาทร รหู นาท่ขี องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอ สงั คมในการ
ตอ ตานทจุ รติ การเคารพสิทธหิ นา ทตี่ นเองและผอู ่ืนการเคารพสิทธหิ นา ที่ตอ ชมุ ชนและสังคม ปฏบิ ัติตนตามกฎ
ระเบยี บ กติกาและกฎหมาย
โดยใชก ระบวนการคิด วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ข้นั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สวน การแกป ญหา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพอื่ ใหม ี
ความตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอ ตา นและการปองกนั การทุจริต
ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกบั ความละอายและความไมทนตอ การทุจริต
๓. มีความรู ความเขา ใจเก่ยี วกับ STRONG จิตพอเพยี งตอการตอตา นการทุจริต
๔. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกับพลเมืองและมรี บั ผิดชอบตอ สังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตน กบั ผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบัติตนเปนผลู ะอายและความไมทนตอ การทจุ รติ ทกุ รปู แบบ
๗. ปฏิบัติตนเปนผู STRONG จติ พอเพยี งตอการตอตานการทุจริต
๘. ปฏบิ ัตติ นตามหนา ท่พี ลเมืองและมคี วามรับผดิ ชอบตอสังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและปอ งกนั ทจุ ริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ส ๑๔๒๐๑ การปอ งกันการทุจริต ๔ กลมุ สาระการสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเกย่ี วกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนส วนรวม มกี ารคิดแยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ ความแตกตา งระหวา งจริยธรรมและการทจุ รติ การขดั กันระหวา ง
ประโยชนส ว นตนและประโยชนส ว นรวม ผลประโยชนท บั ซอ นและรปู แบบของประโยชนท บั ซอ น ความละอาย
และความไมท นตอการทจุ ริต เก่ยี วกบั การทำการบา น การทำเวร การสอบ การแตง กายและกจิ กรรมนกั เรยี น
ภายในหอ งเรียน โรงเรียน ชุมชนและสังคม การสรางจติ สำนึกความพอเพยี งตอการตา นทจุ ริต STRONG จติ
พอเพยี งตอ การตอ ตา นการทจุ รติ การดำรงชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความโปรง ใส ความต่ืนรแู ละ
ตา นทุจรติ การมุงไปขา งหนา และความเออ้ื อาทร รหู นาทีข่ องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอสังคมในการตอ ตาน
ทุจรติ การเคารพสิทธหิ นาทีต่ นเองและผูอื่นการเคารพสทิ ธิหนาทต่ี อ ชมุ ชนและสงั คม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบยี บ
กตกิ าและกฎหมาย ความรบั ผิดชอบตอ สงั คมและพลเมอื งทด่ี ี
โดยใชก ระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ตั ิจริง การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ขน้ั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สวน การแกปญหา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพ่อื ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอตา นและการปองกันการทุจรติ
ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สวนรวม
๒. มีความรู ความเขา ใจเก่ียวกับความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขาใจเกี่ยวกบั STRONG จิตพอเพียงตอการตอ ตานการทจุ รติ
๔. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับพลเมืองและมีรับผดิ ชอบตอ สงั คม
๕.สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบตั ิตนเปนผลู ะอายและความไมทนตอการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏิบัตติ นเปนผู STRONG จิตพอเพยี งตอการตอ ตา นการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ัติตนตามหนา ท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและปอ งกนั ทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ส ๑๕๒๐๑ การปอ งกันการทจุ ริต ๕ กลมุ สาระการสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเกย่ี วกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนสวนรวม มกี ารคิดแยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความแตกตา งระหวา งจริยธรรมและการทจุ รติ การขดั กันระหวา ง
ประโยชนส ว นตนและประโยชนส ว นรวม ผลประโยชนท บั ซอ นและรปู แบบของประโยชนท บั ซอ น ความละอาย
และความไมท นตอการทจุ รติ เกยี่ วกบั การทำการบา น การทำเวร การสอบ การแตง กายและกจิ กรรมนกั เรยี น
ภายในหอ งเรียน โรงเรียน ชมุ ชนและสังคม การสรางจติ สำนึกความพอเพยี งตอการตา นทจุ ริต STRONG จติ
พอเพยี งตอ การตอ ตา นการทุจริต การดำรงชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความโปรง ใส ความต่ืนรแู ละ
ตานทุจรติ การมุงไปขา งหนาและความเออ้ื อาทร รหู นาทีข่ องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอสังคมในการตอ ตาน
ทจุ รติ การเคารพสิทธหิ นาทีต่ นเองและผูอื่นการเคารพสทิ ธิหนาทต่ี อ ชมุ ชนและสงั คม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบยี บ
กตกิ าและกฎหมาย ความรับผิดชอบตอ สงั คมและพลเมอื งทด่ี ี
โดยใชก ระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ตั ิจรงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรยี นรู ๕ ขน้ั ตอน ( 5 STEPs) การอภิปราย การสบื สวน การแกปญหา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพ่อื ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอตา นและการปองกันการทุจรติ
ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สวนรวม
๒. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั STRONG จิตพอเพียงตอการตอตานการทจุ รติ
๔. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับพลเมืองและมีรับผดิ ชอบตอ สงั คม
๕.สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบตั ติ นเปน ผูล ะอายและความไมทนตอการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏิบตั ิตนเปนผู STRONG จิตพอเพยี งตอการตอตา นการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ตั ิตนตามหนาท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและปอ งกนั ทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ส ๑๖๒๐๑ การปอ งกนั การทจุ ริต ๖ กลุมสาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนส วนรวม มกี ารคดิ แยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ ความแตกตา งระหวางจรยิ ธรรมและการทจุ รติ การขดั กันระหวา ง
ประโยชนส ว นตนและประโยชนสว นรวม ผลประโยชนทับซอ นและรปู แบบของประโยชนทับซอ น ความละอาย
และความไมท นตอการทจุ รติ เกี่ยวกับการทำการบาน การทำเวร การสอบ การแตง กายและกจิ กรรมนกั เรียน
ภายในหอ งเรียน โรงเรยี น ชมุ ชนและสังคม การสรา งจติ สำนึกความพอเพยี งตอ การตานทุจรติ STRONG จติ
พอเพยี งตอ การตอ ตา นการทจุ ริต การดำรงชวี ติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ความโปรงใส ความต่ืนรแู ละ
ตา นทุจรติ การมุงไปขา งหนา และความเออ้ื อาทร รหู นาทข่ี องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอ สงั คมในการตอ ตา น
ทุจรติ การเคารพสิทธิหนา ทีต่ นเองและผอู ่ืนการเคารพสทิ ธิหนา ทต่ี อ ชุมชนและสงั คม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ
กตกิ าและกฎหมาย ความรบั ผิดชอบตอสังคมและพลเมอื งที่ดี
โดยใชกระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝก ปฏบิ ัตจิ ริง การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ขน้ั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสืบสวน การแกป ญ หา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพือ่ ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอตา นและการปองกันการทจุ รติ
ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สวนรวม
๒. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับความละอายและความไมท นตอ การทุจริต
๓. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกับ STRONG จติ พอเพียงตอ การตอตานการทจุ ริต
๔. มีความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมรี บั ผดิ ชอบตอสงั คม
๕ .สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผูละอายและความไมทนตอ การทจุ ริตทกุ รปู แบบ
๗. ปฏิบตั ิตนเปน ผู STRONG จิตพอเพยี งตอ การตอ ตา นการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ตั ติ นตามหนาที่พลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอ สังคม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของการตอตานและปองกันทจุ ริต
รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรียนรู
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวิชา
กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศกึ ษา
และพลศึกษา
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๑ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๔๐ ชั่วโมง
คำอธิบายรายวิชา
รูเขา ใจธรรมชาติการเจริญเตบิ โต การพัฒนาการของมนุษย อธบิ ายหนา ท่ีของอวัยวะภายนอกดูแลรกั ษา
เห็นคุณคาความรักความผูกพัน ช่ืนชอบภูมใิ จในตนเอง ท้งั สมาชกิ ในครอบครัว รเู ขาใจความแตกตางระหวา งเพศ
หญิง-ชาย มีทักษะในการดำเนินชีวิต การเคล่ือนไหวทางกายสอดคลองกับอุปกรณประกอบกิจกรรม การเลน
เกมกีฬา มีวนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจ จิตวิญญาณ เสริมสรางสขุ ภาพ สมรรถภาพ มีความสามารถ
ปฏิบัติตามสุขบัญญัติ ปฏิบัติตนตามคำแนะนำ การเจ็บปวยของตนเอง หลีกเล่ียงพฤติกรรมปจจัยเส่ียง ตอ
สุขภาพ อุบัติเหตุ การใชย า สารเสพติด ความรุนแรง การพูด ทาทาง ขอความชวยเหลอื การเกดิ เหตุรา ย
ทจ่ี ะเกิดข้ึน ท้ังที่บานที่โรงเรียน
มีความสามารถในการปองกันดูแล รักษา การตัดสินใจ และการแกปญหางายๆ ของตนเอง และ
ครอบครัว มีความนิยมท่ีดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึก ตอการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติสอดคลองกับ
ชีวิตประจำวัน
รูเขาใจเห็นคุณคาของการเลนเกมสกิจกรรมกีฬาพื้นบาน นันทนาการ การทองเที่ยว อาหารพื้นบาน
ปฏิบัติตนเกี่ยวกับการเจ็บปวยโรคในหมูบานนำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชน
โดยใชวิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวนั ไดอยา งถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
พ ๑.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๒.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
พ ๓.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๓.๒ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๔.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
พ ๕.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ ตัวช้วี ัด
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๒ คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๒ กลุม สาระการเรียนรูส ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวชิ า
รูเขา ใจธรรมชาติการเจรญิ เตบิ โต เหน็ คณุ คาของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา มีทกั ษะในการดำเนินชวี ิต
การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเลมเกมกีฬาไทยสากล มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณ การสรางสุขภาพ
สมรรถภาพ การปองกันโรค หลีกเล่ียงสารเสพติด การใชยา การเกิดอุบัติเหตุ ความรุนแรง มีความปลอดภัยใน
ชีวิต ดูแลรักษาอวัยวะภายใน รูหนาที่บทบาทของตนเอง สมาชิกในครอบครัว เพื่อน เขาใจความแตกตางเพศ
หญิงเพศชาย มีความภูมิใจในเพศตนทั้งหญิงชาย การเลนเกม กีฬา การเคลื่อนไหวรางกายอาศัยอุปกรณไดดวย
ตนเอง กลุมอยางสนุกสนาน ตามกฎ กติกา มีวินัยในการเลือกอาหารที่มีประโยชน การมีสุขภาพดี การดูแลการ
เกิดอุบัติเหตุ การเจ็บปวย บาดเจ็บ การใชยา เล่ียงสารเสพติด ความรุนแรง ปฏิบัติตนตามสัญลักษณ พฤติกรรม
เสีย่ งไดอยา งปลอดภยั
รูเขาใจหนาท่ี การดูแล เสริมคุณคาตนเอง สังคม ครอบครัว เพื่อน การมีพฤติกรรมกอใหเกิดความมี
สุขภาพกาย การอยูรวมกัน การเสริมสรางสุขภาพดี การดูแล เกิดการเจ็บปวย อุบัติเหตุเบ้ืองตน มีคานิยมมี
คณุ ธรรม ในการดำเนนิ ชวี ิต สอดคลองกบั ธรรมชาติ ชวยใหม ีความปลอดภยั ในชีวติ
รูเขาใจเห็นคุณคาของการเลนเกมสกิจกรรมกีฬาพ้ืนบาน นันทนาการ มีกฎระเบียบกติกา มีความรู
ความเขา ใจการทองเทย่ี ว อาหารพื้นบา น ปฏบิ ัตติ นเก่ียวกบั การเจ็บปว ยโรคในหมบู านรูจักชื่อและอาการของโรค
นำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนำไปประยกุ ตใ ชกับชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม
มาตรฐานตัวช้วี ัด/
พ ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓
พ ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔
พ ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๓.๒ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
พ ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชว้ี ดั
หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๓ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๔๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวชิ า
เขาใจลักษณะการเจริญเติบโต ความแตกตาง สัมพันธ ภาพในครอบครัว กลุมเพ่ือน สรางสัมพันธภาพ
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนำไปสา การลวงละเมิดทางเพศ มีการควบคุมการเคลื่อนไหวของรางกาย ทำอยูกับท่ี และ
รอบทิศทาง การใชอุปกรณในการออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬา ปฏิบัติตนอยางสม่ำเสมอ มีวินัย มีความถนัด
รูจักจุดเดนจุดดอยของตนเอง รูเขาใจการละเลนกีฬาพื้นเมือง อธิบายการปองกันการแพรกระจายของโรค การ
เลือกอาหารตามสัดสวนรูวิธีปองกันโรค เขาใจวิธีการแปรงฟนไดอยางถูกวิธี มีความปลอดภัยในชีวิต ทั้งการขอ
ความชวยเหลือจากบคุ คล เมื่อเกิดเหตรุ าย อุบัตเิ หตุ ทงั้ การใชย า เวนสารเสพติด ลดความรุนแรง ทั้งทีบ่ านและท่ี
โรงเรยี น
ปฏิบัติตนในการรูเขาใจอธิบาย การเปลี่ยนแปลงของมนุษย ความแตกตางทั้งรางกาย อารมณให
เหมาะสมกับวัย การตัดสินใจ แกปญหางา ยๆ จากใกลตัว บาน โรงเรียน มีเจตคติท่ีดี มคี ุณธรรม จิตสำนึก ความ
รับผดิ ชอบตอ ตนเอง และผูอนื่
รูเขาใจวิธีการกิจกรรมการเลนกีฬาพื้นบาน นันทนาการ การทองเท่ียว อาหารพ้ืนบาน รูวิธีรักษาการ
เจ็บปวยของโรคในตำบล ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกาของการเลนเกมสนำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำ
ความรไู ปใชใ หเ กิดประโยชนโดยใชว ิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใชก ับชวี ิตประจำวนั ได
อยางถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐานตัวชว้ี ัด/
พ ๑.๑ ป. ๓/๑, ป.๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๓.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๓.๒ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๔.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕
พ ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชี้วดั
หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๔ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๘๐ ชั่วโมง
คำอธิบายรายวิชา
รูเขาใจหนาที่ของอวัยวะตางๆ เห็นความสำคัญของการทำงานของอวัยวะ สามารถปองกันดูแลอวัยวะ
การเจริญเติบโต การเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจอารมณ สังคม และสติปญญา รูวิธีการแกไขปญหาและ
การปองกันปญหาที่เกิดขึ้น เขาในบทบาทหนาที่ของตนเองตอ ครอบครวั เห็นคณุ คาและความสำคัญของเพศชาย
เพศหญิง สามารถควบคมุ ตนเองและขณะปฏิบตั กิ ารเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การกฬี า เลม เกม มีสวนรว มใน
กิจกรรมกฬี ากับชมุ ชน ปฏบิ ัติตามกฎกติกา รแู ละเขา ใจการมีสขุ ภาพทด่ี ี การปองกนั โรค การเลอื กบรโิ ภคอาหาร
อารมณและความเครียด รูจักการใชเวลาวางใหเปนประโยชน รูและเขาใจในเรื่องการเสริมสรางสมรรถภาพทาง
กายเพ่ือสุขภาพ การปองกันหลีกเล่ียงปจจัยเสี่ยงท่ีเกิดจากอุบัติเหตุ สิ่งเสพติด การปฐมพยาบาล จัดหมวดหมู
อวัยวะของรางกายปฏิบัติกิจกรรมการเลนเกม กีฬาพื้นบาน ฝกทดสอบกิจกรรมยืดหยุนพ้ืนฐาน หลกี เล่ียงปจจัย
เส่ียงตอสุขภาพ อบุ ตั ิภัย
รปู ฏิบัติตนการเลนเกมกีฬาพ้ืนบานในระดับอำเภอ การทำอาหารพื้นบาน รวู ิธีรักษาและปฏิบัติตน การ
เจ็บปวยตามคำแนะนำ เลือกแหลงบริการสุขภาพที่เหมาะสม มีความรูในการบริโภคอาหาร เลือกซื้อ เลือก
บริโภคประยุกตใชในชีวิตประจำวันได สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชวี ติ ประจำวันไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐานตวั ชี้วัด/
พ ๑.๑ ป.๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓
พ ๒.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓
พ ๓.๑ ป. ๔/๑, ป.๔/๒ ป. ๔/๓, ป. ๔/๔
พ ๓.๒ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒
พ ๔.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓, ป.๔/๔
พ ๕.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ชี้วัด
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๕ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๕ กลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
รูเขาใจในการทำงานของอวัยวะตางๆ สุขอนามัยทางเพศ การเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ
อารมณ สติปญญา รแู ละเขา ใจเห็นคุณคาของชีวติ ครอบครัว มีทักษะในการดำเนินชีวติ หลกั การเคล่ือนไหว การ
ออกกำลังกาย เกมกีฬาไทยและกีฬาสากล รูและเขาใจกลวิธีการรุกและการปองกันการสงเสริมสุขภาพของตน
การบริโภคอาหารเพ่ือสุขภาพและความปลอดภัยจากปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพตางๆ ศึกษาคนควาการทำงานของ
ระบบอวยั วะสุขภาพทางเพศ การเปลี่ยนแปลงทางดา นรางกาย จิตใจ อารมณ สตปิ ญ ญา หลกั ของการเคล่อื นไหว
การกีฬา การมีสุขภาพดี การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การปฏิบัติควบคุมจนเองในการเคล่ือนไหว การเขารวม
กจิ กรรมทางกาย การเลน เกม ออกกำลงั กาย การเการพกฎ กตกิ า ความมนี ้ำใจเปนนกั กีฬา การอภิปรายและการ
รายงานผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมวดั ประเมินผลโดยการสงั เกตพฤติกรรมทดสอบความรู ทดสอบการเลนกฬี า
เขาใจกฎ กติกา กีฬาพื้นบานในระดับจังหวัดเห็นประโยชนของการเลนเกม รูอนุรักษการทำอาหาร
พื้นบานปองกนั การเจ็บปว ย เลอื กแหลงบรกิ ารสขุ ภาพ เลือกกิจกรรมทศั นศึกษาการพกั ผอ นเขาใจเก่ยี วกบั วิธีการ
ปฏิบัติตนใหมีความรูความเขาใจนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดย
ใชว ิธีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชกับชวี ติ ประจำวันไดอยางถูกตอ งเหมาะสม
มาตรฐานตัวช้ีวดั /
พ ๑.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒
พ ๒.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓
พ ๓.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕, ป. ๕/๖
พ ๓.๒ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔
พ ๔.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕
พ ๕.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๖ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
รูเขาใจในการทำงานของอวัยวะตางๆ ของรางกาย สุขอนามัยทางเพศ การพัฒนาการ ของวัยแรก
รุน การเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สติปญญา และจิตวิญญาณในวัยแรกรุน ชีวิตครอบครัว
หลักการเคลือ่ นไหว การออกกำลังกาย เกมกีฬาไทย กีฬาสากล กลวิธีการรุก การปองกัน และเสริมสรางสุขภาพ
ท่ีดี สมรรถภาพ การปองกันการเกิดโรค การปฐมพยาบาลเบ้ืองตนเมื่อเกิดอุบัติเหตุศึกษาคนควาการทำงานของ
ระบบอวัยวะ การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สติปญญา จิตวิญญาณในวัยแรกรุนหลักของการ
เคลื่อนไหว ความมีสุขภาพดี ปฏบิ ัติการเคล่ือนไหว ความมีสุขภาพดี การปฏิบัติการเคลื่อนไหวอยูกบั ที่ เคล่ือนท่ี
การบังคับส่ิงของ การเขารวมเลนกิจกรรมทางกาย เกมกีฬา การเการพกฎกติกา ทายืดหยุนพ้ืนฐาน ปฏิบัติทา
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย อภิปรายรายงานผล การฝกปฏิบัติกิจกรรมสังเกตพฤติการณและความสนใจในการ
ฝก ปฏิบัติกจิ กรรม ทดสอบความรคู วามเขา ใจเกย่ี วกับระบบการทำงานของอวัยวะ การพัฒนาการของวยั รนุ การ
เปล่ยี นแปลงทางดานรา งกาย จติ ใจ อารมณ สังคมวัยรุน ชวี ติ ครอบครวั สังเกตการเคลือ่ นไหวการออกกำลังกาย
การเลน กีฬา
เขาใจการเลนเกมกีฬาพ้ืนบาน กฎกติการะดับจังหวัด รูประโยชนของการเลน ปฏิบัติตนในการอนุรักษ
อาหารพื้นบาน วิธีการทำ ปฏิบัติตนปองกันการเจ็บปวย การรักษา การแนะนำ การปองกันโรค เลือกแหลง
บริการสุขภาพในทองถิ่นไดอยางเหมาะสม เลือกปฏิบัติกิจกรรมในการบริโภคอาหาร สามารถนำความรูไปใชให
เกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม
มาตรฐานตวั ชวี้ ัด/
พ ๑.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๒.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๓.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔, ป. ๖/๕
พ ๓.๒ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖
พ ๔.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔
พ ๕.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตัวช้วี ดั
หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ กลุม สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
คำอธิบายรายวชิ า
อภิปราย บอก มที ักษะ สรา ง วาดภาพ ระบุ ทอ ง เลา เลยี นแบบ แสดง เกีย่ วกบั รปู รา ง ลกั ษณะ
และขนาดของสิ่งตาง ๆ รอบตัวในธรรมชาติ และสิ่งท่ีมนุษยส รางข้ึน ความรูสึกที่มีตอธรรมชาติ และส่ิงแวดลอม
รอบตัว สิ่งแวดลอมในหมูบาน มีพื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางงานทัศนศิลปโดยการทดลองใชสี ดวย
เทคนิคงา ย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรูสึกของตนเองงานทัศนศิลปในชีวิตประจำวัน สิ่งตาง ๆ
สามารถกอกำเนิดเสียง ท่ีแตกตางกัน ลักษณะของเสียงดัง-เบา และความชา- เร็ว ของจังหวะ บทกลอน รอง
เพลงงา ย ๆ มีสว นรวมใน กจิ กรรมดนตรอี ยา งสนุกสนานความเกี่ยวของของเพลงทใี่ ชในชวี ิตประจำวัน เพลงใน
ทอ งถน่ิ ส่ิงทีช่ ่ืนชอบในดนตรีทองถนิ่ เครือ่ งดนตรีจากพืชและสตั วใ นหมบู าน การเคลอ่ื นไหว ทา ทางงาย ๆ เพ่ือ
ส่อื ความหมาย แทนคำพดู สิ่งที่ตนเองชอบ จากการดูหรอื รว มการแสดง เลนการละเลนของเดก็ ไทย
รู เขาใจ เห็นคุณคา ช่ืนชม เก่ียวกับรูปราง ลักษณะ และขนาดของสิ่งตาง ๆ รอบตัว ใน
ธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษยสรางข้ึน ความรูสึกที่มีตอธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมรอบตัว สิ่งแวดลอมในหมูบาน มี
พื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางงานทัศนศิลปโดยการทดลองใชสี ดวยเทคนิคงาย ๆวาดภาพระบายสีภาพ
ธรรมชาติตามความรสู กึ ของตนเองงานทัศนศิลปใ นชวี ติ ประจำวนั ส่งิ ตาง ๆสามารถกอกำเนิดเสียง ที่แตกตางกนั
ลักษณะของเสียงดัง-เบา และความชา- เร็ว ของจังหวะ บทกลอน รองเพลงงาย ๆ มีสวนรวมใน กิจกรรม
ดนตรอี ยางสนกุ สนานความเกยี่ วของของเพลงทใี่ ชใ นชวี ิตประจำวัน เพลงในทอ งถ่ินเคร่ืองดนตรจี ากพืชและสตั ว
ในหมูบาน สิ่งที่ช่ืนชอบในดนตรีทองถ่ิน การเคล่ือนไหว ทาทางงาย ๆเพ่ือสื่อความหมาย แทนคำพูด สิ่งท่ี
ตนเองชอบ จากการดูหรือรวมการแสดง เลนการละเลนของเด็กไทย รักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำ
ความรไู ปใชใหเกดิ ประโยชนโ ดยใชวธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใ ชกับชีวิตประจำวันได
อยา งถูกตองเหมาะสม
มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
ศ ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชีว้ ัด
หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เคาะ
รองเพลง เก่ียวกับรูปราง รูปทรงท่ีพบใน ธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ทัศนธาตุที่อยูในสิ่งแวดลอมและงาน
ทัศนศิลป โดยเนน เรื่องเสน สี รูปราง และรูปทรง ปนสัตวชนิดตางๆท่ีมีในหมูบา น งานทัศนศิลปตาง ๆ โดยใช
ทัศนธาตุที่เนนเสน รูปราง การใชวัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศิลป ๓ มิติ ภาพปะติดโดยการตัดหรือฉีก
กระดาษ ภาพปะติดภาพสถานท่ีทองเที่ยวในตำบลปริกวาดภาพเพื่อถายทอดเรื่องราวเก่ียวกับครอบครัวของ
ตนเอง และเพ่ือนบาน รวมถึงเนื้อหาเร่ืองราว เปนรูปแบบงานโครงสรางเคลื่อนไหว ความสำคัญของงาน
ทัศนศลิ ป ที่พบเหน็ ในชีวิตประจำวนั งานทัศนศลิ ปป ระเภทตา ง ๆ ในทอ งถิน่ โดยเนนถึงวธิ ีการสรา งงานและวัสดุ
อุปกรณ ที่ใช แหลงกำเนิด ของเสียงที่ไดยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่ำ , ดัง-เบา, ยาว-ส้ัน ของดนตรี เคาะ
จังหวะหรือเคลื่อนไหวรางกายใหสอดคลองกับเนื้อหาของเพลงงาย ๆ ที่เหมาะสมกับวัยความหมายและ
ความสำคัญของเพลงท่ีไดยิน ความสัมพันธของเสียงรอง เสียงเครื่องดนตรีในเพลงทองถิ่น โดยใชคำงาย ๆ
เครื่องดนตรใี นบา นหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง เขารวมกจิ กรรมทางดนตรใี นทอ งถนิ่ เคล่ือนไหวขณะอยกู บั ท่ี
และเคล่อื นที่ ท่สี ะทอ นอารมณ ของตนเองอยางอิสระเลียนแบบทาทางสัตวในการรำ สัตวท ่ีมีในบานหนองคู
ทา ทาง เพอื่ ส่ือความหมาย แทนคำพูด แสดงทาทางประกอบจงั หวะอยางสรางสรรค มีมารยาทในการชมการ
แสดง เลนการละเลนพ้นื บาน เช่อื มโยงสง่ิ ท่ีพบเห็นในการละเลนพื้นบานกับสงิ่ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิตของคน
ไทย ส่ิงที่ชน่ื ชอบและภาคภูมใิ จ ในการละเลนพ้ืนบา น
รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เก่ียวกับรูปราง รูปทรงท่ีพบใน ธรรมชาติ และส่ิงแวดลอม ทัศนธาตุท่ี
อยูในสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป โดยเนนเรื่องเสน สี รูปราง และรูปทรง ปนสัตวชนิดตางๆที่มีในหมูบาน
งานทศั นศิลปตาง ๆ โดยใชทัศนธาตุที่เนนเสน รูปราง การใชว ัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศิลป ๓ มิติ ภาพปะ
ติดโดยการตัดหรือฉีกกระดาษ ภาพปะติดภาพสถานท่ีทองเที่ยวในหมูบานหนองคู วาดภาพเพื่อถายทอด
เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของตนเอง และเพ่ือนบาน รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เปนรูปแบบงานโครงสราง
เคลื่อนไหว ความสำคัญของงานทัศนศิลป ท่ีพบเห็นในชีวิตประจำวันงานทัศนศิลปประเภทตาง ๆ ในทองถ่ิน
โดยเนนถึงวิธีการสรางงานและวัสดุอุปกรณ ท่ีใช แหลงกำเนิด ของเสียงท่ีไดยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่ำ ,
ดัง-เบา, ยาว-สั้น ของดนตรี เคาะจังหวะหรือเคลื่อนไหวรางกายใหสอดคลองกับเน้ือหาของเพลงงาย ๆ ท่ี
เหมาะสมกับวัยความหมายและความสำคัญของเพลงที่ไดยิน ความสัมพันธของเสียงรอง เสียงเครื่องดนตรีใน
เพลงทองถ่ิน โดยใชคำงา ย ๆ เคร่ืองดนตรีในหมูบานหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง เขารวมกิจกรรมทางดนตรี
ในทองถิ่น เคล่ือนไหวขณะอยูกับที่และเคล่ือนที่ ท่ีสะทอนอารมณ ของตนเองอยางอิสระเลียนแบบทาทาง
หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
สัตวในการรำ สัตวท่ีมีในหมูบานหนองคู ทาทาง เพ่ือสื่อความหมาย แทนคำพูด แสดงทาทางประกอบจังหวะ
อยางสรางสรรค มีมารยาทในการชมการแสดง เลนการละเลนพ้ืนบาน เช่ือมโยงส่ิงที่พบเห็นในการละเลน
พื้นบานกับสิ่งท่ีพบเห็นในการดำรงชีวิตของคนไทย สิ่งท่ีช่ืนชอบและภาคภูมิใจ ในการละเลนพ้ืนบาน รักและ
มุงม่ันในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยุกตใ ชก ับชวี ิตประจำวนั ไดอยางถกู ตอ งเหมาะสม
มาตรฐานตัวชวี้ ัด/
ศ ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗ , ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชว้ี ัด
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
คำอธิบายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก
เปรียบเทียบ เคาะ รองเพลง เก่ยี วกับรูปราง รปู ทรง ในธรรมชาติ สงิ่ แวดลอม และงานทศั นศิลป วัสดุ อุปกรณที่
ใชส รางผลงาน เมื่อชมงานทัศนศิลป ทศั นธาตุของสงิ่ ตา ง ๆ ในธรรมชาติสง่ิ แวดลอม และงานทัศนศลิ ป โดยเนน
เร่ืองเสน สี รูปราง รูปทรง และพื้นผิว วาดภาพ ระบายสีสิ่งของรอบตัว การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรมใน
หมูบานและตำบลและวาดภาพเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรค งานปน
ทอดความคิดความรูสึกจากเหตุการณชีวิตจริง โดยใชเสน รูปราง รูปทรง สี และพื้นผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สรางงานทัศนศิลป โดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณ ส่ิงท่ีช่ืนชมและส่ิงที่ควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของ
ตนเอง ภาพตามทัศนธาตุ ที่เนนในงานทัศนศิลปน นั้ ๆ ลักษณะรูปราง รูปทรง ในงาน การออกแบบสงิ่ ตาง ๆ ที่
มีในบานและโรงเรียน ท่ีมาของงานทัศนศิลป ในทองถิ่นวัสดุอุปกรณและวิธีการสรางงานทัศนศิลปในทองถ่ิน
รูปรางลักษณะของเครื่องดนตรี ท่ีเห็นและไดยินในชีวิตประจำวันเคร่ืองดนตรีในหมูบานหนองคู ไดแก กลอง
แคน ซุง รูปภาพหรือสัญลักษณแทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหนาท่ีของเพลงที่ไดยิน ดนตรีงาย ๆ อารมณ
ของเพลงท่ีฟง เสียงดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผูอ่ืน ดนตรีไปใชในชีวิตประจำวันหรือโอกาส ตาง ๆ ได
อยางเหมาะสม ลักษณะเดนและ เอกลักษณ ของดนตรีในทองถิ่น ความสำคัญและประโยชนของดนตรีตอการ
ดำเนินชีวิตของคนในทองถิ่นการเคล่ือนไหวในรูปแบบตาง ๆในสถานการณส้ัน ๆ ทาทางประกอบเพลง ตาม
รูปแบบนาฏศิลป บทบาทหนาท่ีของผูแสดงและผูชม กิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวัย ประโยชนของการ
แสดงนาฏศิลปในชีวติ ประจำวัน การแสดงนาฏศิลปท ี่เคยเห็นในทองถ่ินสง่ิ ท่ีเปนลักษณะเดนและเอกลักษณของ
การแสดงนาฏศลิ ป ความสำคญั ของการแสดงนาฏศิลป
รู เขาใจ เห็นคุณคา ช่ืนชม เกี่ยวกับรูปราง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และงานทัศนศิลป วัสดุ
อุปกรณทใี่ ชสรางผลงาน เมอ่ื ชมงานทัศนศิลป ทัศนธาตุของสิ่งตาง ๆ ในธรรมชาตสิ ่ิงแวดลอม และงานทัศนศิลป
โดยเนนเร่อื งเสน สี รูปรา ง รปู ทรง และพื้นผิว วาดภาพ ระบายสีสง่ิ ของรอบตวั การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรม
ในหมูบานและตำบลและวาดภาพเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใชวสั ดุ อปุ กรณสรางสรรค งานปน
ทอดความคิดความรูสึกจากเหตุการณชีวิตจริง โดยใชเสน รูปราง รูปทรง สี และพ้ืนผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สรางงานทัศนศิลป โดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณ สิ่งท่ีชื่นชมและส่ิงที่ควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของ
ตนเอง ภาพตามทัศนธาตุ ท่ีเนนในงานทัศนศิลปน้ัน ๆ ลักษณะรูปราง รูปทรง ในงานการออกแบบส่ิงตาง ๆ ท่ีมี
ในบา นและโรงเรียน ท่ีมาของงานทัศนศิลป ในทอ งถ่นิ วัสดอุ ุปกรณและวิธกี ารสรางงานทศั นศิลปใ นทอ งถนิ่ รปู ราง
ลักษณะของเครอ่ื งดนตรี ทเ่ี ห็นและไดยินในชีวิตประจำวันเครอ่ื งดนตรีในหมูบา นหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง
รปู ภาพหรือสัญลกั ษณแทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหนาท่ีของเพลงทไ่ี ดย ิน ดนตรงี าย ๆอารมณของเพลงที่
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
ฟง เสียงดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผูอื่น ดนตรีไปใชในชีวิตประจำวันหรือโอกาส ตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม ลักษณะเดนและ เอกลักษณ ของดนตรีในทองถ่ิน ความสำคัญและประโยชนของดนตรีตอการดำเนิน
ชีวิตของคนในทองถิ่นการเคล่ือนไหวในรูปแบบตาง ๆในสถานการณสั้น ๆ ทาทางประกอบเพลง ตามรูปแบบ
นาฏศิลป บทบาทหนาท่ีของผูแสดงและผูชม กิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวัย ประโยชนของการแสดง
นาฏศิลปในชีวิตประจำวัน การแสดงนาฏศิลปที่เคยเห็นในทองถ่ินส่ิงที่เปนลักษณะเดนและเอกลักษณของการ
แสดงนาฏศิลป ความสำคัญของการแสดงนาฏศิลปรักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม
มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
ศ ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ ,
ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชวี้ ดั
หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ
เคาะ รองเพลง เก่ียวกับรูปลักษณะของรูปราง รูปทรงในธรรมชาติ สิง่ แวดลอ ม และงานทศั นศลิ ป อิทธิพลของ
สีวรรณะอุน และสีวรรณะเย็น ท่ีมีตออารมณของมนุษย ทัศนธาตุ ของสิ่งตาง ๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และ
งานทัศนศิลปโดยเนนเรื่อง เสน สี รูปราง รูปทรง พื้นผิว และพื้นท่ีวาง มีทักษะพ้ืนฐานในการใชวัสดุ อุปกรณ
สรางสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเนน เรื่องการจัดระยะ ความลึก น้ำหนัก
และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ
ความคิดความรูสึกที่ถายทอดผานงานทัศนศิลปของตนเองและบุคคลอ่ืน วรรณะสีเพ่ือถายทอดอารมณ
ความรูสึกในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปใน เหตุการณ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ในทองถ่ิน
และแหลงทองเท่ียวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศิลปที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ ประโยคเพลงอยางงาย
ประเภทของเครอื่ งดนตรีท่ีใชในเพลงที่ฟง ทิศทางการเคลอ่ื นที่ ขึ้น – ลง งาย ๆ ของทำนอง รูปแบบ จังหวะและ
ความเร็วของจังหวะในเพลงที่ฟง โนตดนตรีไทยและสากล รองเพลงโดยใชชวงเสียงที่เหมาะสมกับตนเองใชและ
เก็บเครื่องดนตรีอยางถูกตองและปลอดภัยดนตรี สามารถใชในการสื่อเรอื่ งราว แหลงที่มาและความสัมพันธของ
วถิ ีชีวิตไทย ท่ีสะทอนในดนตรีและเพลงทองถิ่น เพลงกลอมเดก็ ในอำเภอวารินชำราบ ความสำคัญในการอนุรักษ
สงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี ทักษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลปและการละครที่ใชสื่อความหมายและอารมณภาษาทา
และนาฏยศัพทหรือศัพททาง การละครงาย ๆ ในการถายทอดเร่ืองราว เลียนแบบการเคล่ือนไหวของสัตวท่ีมีใน
อำเภอวารินชำราบตามรูปแบบของนาฏศิลป แสดง การเคล่ือนไหว ในจังหวะตาง ๆ ตามความคิดของตน แสดง
นาฏศิลปเปนคู และหมู สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดยเนนจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเดนของตัวละคร ประวัติ
ความเปนมาของนาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงาย ๆ การแสดงนาฏศิลปกับการแสดงท่ีมาจากวัฒนธรรมอ่ืน
การแสดงของทองถ่ิน ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป เหตุผลท่ีควร
รักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศลิ ป
รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เก่ียวกับรูปลักษณะของรูปราง รูปทรงในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม และงาน
ทัศนศิลป อิทธิพลของสีวรรณะอุน และสีวรรณะเย็น ที่มีตออารมณของมนุษย ทัศนธาตุ ของส่ิงตาง ๆ ใน
ธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม และงานทัศนศิลปโดยเนนเรื่อง เสน สี รูปราง รูปทรง พ้ืนผิว และพื้นที่วาง มีทักษะ
พื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเนนเร่ือง
การจัดระยะ ความลึก น้ำหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น
ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ ความคิดความรูสึกที่ถายทอดผานงานทัศนศิลปของตนเองและบุคคลอ่ืน
วรรณะสีเพ่ือถายทอดอารมณ ความรูสึกในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปใน เหตุการณ และงานเฉลิม
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ฉลองของวัฒนธรรม ในทองถ่ิน และแหลงทองเท่ียวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศิลปท่ีมาจากวัฒนธรรมตาง
ๆ ประโยคเพลงอยางงาย ประเภทของเครื่องดนตรีท่ีใชในเพลงท่ีฟง ทิศทางการเคลื่อนท่ี ขึ้น – ลง งาย ๆ ของ
ทำนอง รูปแบบ จังหวะและความเรว็ ของจงั หวะในเพลงทฟี่ ง โนตดนตรีไทยและสากล รอ งเพลงโดยใชช วงเสยี งท่ี
เหมาะสมกับตนเองใชและเก็บเคร่ืองดนตรีอยางถูกตองและปลอดภัยดนตรี สามารถใชในการสื่อเรื่องราว
แหลงทม่ี าและความสมั พันธของวถิ ชี ีวิตไทย ท่ีสะทอ นในดนตรีและเพลงทองถนิ่ เพลงกลอ มเดก็ ในอำเภอวารินชำ
ราบ ความสำคัญในการอนุรักษสงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี ทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลปและการละครท่ีใชสื่อ
ความหมายและอารมณภาษาทาและนาฏยศัพทหรือศัพททาง การละครงาย ๆ ในการถายทอดเร่ืองราว
เลียนแบบการเคล่ือนไหวของสัตวท ่ีมีในอำเภอวารินชำราบตามรูปแบบของนาฏศิลป แสดง การเคล่ือนไหว ใน
จังหวะตาง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลปเปนคู และหมู สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดยเนนจุดสำคัญของ
เร่ืองและลักษณะเดนของตัวละคร ประวัติความเปนมาของนาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงาย ๆ การแสดง
นาฏศิลปกับการแสดงท่ีมาจากวัฒนธรรมอ่ืน การแสดงของทองถ่ิน ความสำคัญของการแสดงความเคารพใน
การเรียนและการแสดงนาฏศิลป เหตุผลท่ีควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป รักและมุงม่ันในการ
ทำงาน สามารถนำความรไู ปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใช
กับชวี ิตประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม
มาตรฐานตัวชว้ี ดั /
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ช้ีวัด
หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
คำอธบิ ายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก
เปรยี บเทียบ เคาะ รองเพลง เกีย่ วกับเกี่ยวกับจังหวะ ตำแหนงของ สิง่ ตา ง ๆ ท่ปี รากฏในส่ิงแวดลอ ม และงาน
ทัศนศิลปความแตกตางระหวางงานทัศนศิลป ท่สี รางสรรคดวยวสั ดุอุปกรณและวิธีการที่ตา งกัน เทคนิคของแสง
เงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภูมศิ าสตรของสถานที่ทองเท่ียวและประเพณวี ัฒนธรรมในอำเภอวารนิ ชำ
ราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปนจาก ดินน้ำมันหรือดินเหนียวโดยเนนการถายทอดจินตนาการ งานพิมพ
ภาพ โดยเนนการจัดวางตำแหนงของสงิ่ ตาง ๆ ในภาพ ปญหาในการจัดองคประกอบศิลป และการส่อื ความหมาย
ในงานทศั นศิลปของตนเอง และบอกวิธีการปรบั ปรงุ งานใหด ขี ึ้น ประโยชนและคณุ คาของงานทศั นศิลปท ่มี ผี ลตอ
ชีวิตของคน ในสังคมเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรูหรือนิทรรศการศิลปะ งาน
ทัศนศิลปท่ีสะทอนวัฒนธรรมและภูมิปญญาในทองถิ่น องคประกอบดนตรีในเพลงท่ีใชในการสื่ออารมณ
ลกั ษณะของเสียงขบั รองและเครื่องดนตรีที่อยูในวงดนตรปี ระเภทตาง ๆ โนตดนตรไี ทยและสากล ๕ ระดับเสียง
เครื่องดนตรีทำจังหวะและทำนองเพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวัย ประโยคเพลง
แบบถามตอบใชดนตรีรวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจนิ ตนาการความสัมพันธระหวา งดนตรกี บั ประเพณใี น
วฒั นธรรมตาง ๆ คณุ คา ของดนตรีท่มี าจากวฒั นธรรมท่ตี า งกัน องคประกอบนาฏศลิ ป ทา ทางประกอบเพลงหรือ
เรื่องราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการส่ือความหมายและ
การแสดงออก การรำรองเง็ง เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเคา
โครงเรือ่ งหรือบทละครสนั้ ๆการแสดงนาฏศลิ ปชุดตาง ๆประโยชนท ี่ไดร ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภท
ตา ง ๆ ของไทย ในแตละทอ งถ่นิ แสดงนาฏศิลป นาฏศลิ ปพ้ืนบาน ท่สี ะทอนถึงวัฒนธรรมและประเพณี
รู เขาใจ เห็นคุณคา ช่ืนชม เก่ียวกับจังหวะ ตำแหนงของ สิ่งตาง ๆ ท่ีปรากฏในสิ่งแวดลอม และงาน
ทัศนศิลป ความแตกตางระหวางงานทัศนศิลป ที่สรางสรรคดวยวัสดุอุปกรณและวิธีการที่ตางกัน เทคนิคของ
แสงเงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตรของสถานท่ีทองเท่ียวและประเพณีวัฒนธรรมในอำเภอวา
รินชำราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปนจาก ดินน้ำมันหรือดินเหนียวโดยเนนการถายทอดจินตนาการงาน
พิมพภาพ โดยเนนการจัดวางตำแหนงของสิ่งตาง ๆ ในภาพ ปญหาในการจัดองคประกอบศิลป และการสื่อ
ความหมายในงานทัศนศิลปของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานใหดีขึ้น ประโยชนและคุณคาของงาน
ทัศนศิลปท่ีมีผลตอชีวิตของคนในสังคม เก่ียวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรูหรือ
นิทรรศการศิลปะ งานทัศนศิลปที่สะทอนวัฒนธรรมและภูมิปญญาในทองถิ่น องคประกอบดนตรีในเพลงที่ใชใน
การสือ่ อารมณ ลกั ษณะของเสียงขบั รองและเครื่องดนตรที ีอ่ ยใู นวงดนตรีประเภทตา ง ๆ โนตดนตรีไทยและสากล
๕ ระดับเสียง เคร่ืองดนตรีทำจังหวะและทำนองเพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวัย
หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ประโยคเพลงแบบถามตอบใชดนตรีรวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพันธร ะหวางดนตรี
กับประเพณีในวัฒนธรรมตาง ๆ คุณคาของดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ตางกัน องคประกอบนาฏศิลป ทาทาง
ประกอบเพลงหรือเร่ืองราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการ
สื่อความหมายและการแสดงออกการรำ เลียนแบบการเคล่ือนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การ
เขียนเคาโครงเรื่องหรือบทละครสั้น ๆการแสดงนาฏศิลปชุดตาง ๆประโยชนท่ีไดรับจากการชมการแสดง การ
แสดงประเภทตาง ๆ ของไทย ในแตละทองถ่ิน แสดงนาฏศิลป นาฏศิลปพ้ืนบาน ท่ีสะทอนถึงวัฒนธรรมและ
ประเพณีรักและมุงมนั่ ในการทำงาน สามารถนำความรูไ ปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชว ิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/ ๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/ ๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ชวี้ ดั
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง
คำอธิบายรายวิชา
บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง อาน เขียน วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง
จำแนก เปรียบเทียบ เคาะ รองเพลง เก่ียวกับ สีคูตรงขาม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช สีคูตรงขาม ในการ
ถายทอดความคิดและอารมณ หลักการจดั ขนาดสัดสวนความสมดุลในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปจาก
รูปแบบ ๒ มิติ เปน ๓ มิติ โดยใชหลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปนโดยใชหลักการเพ่ิมและลด ปนแผนผัง
ของโรงเรียน งานทศั นศิลป โดยใชหลักการของรูปและพ้นื ทวี่ างใชสีคตู รงขามหลกั การจัดขนาดสัดสว น และความ
สมดุล วาดภาพสถาปตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ
เพ่ือถา ยทอดความคิด หรือเรื่องราวเก่ียวกับเหตกุ ารณตาง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลปท่ีสะทอนชีวิตและสังคม
เก่ียวกับอิทธิพลของความเช่ือความศรัทธาในศาสนาท่ีมีผลตอ งานทัศนศิลปในทองถ่ิน อิทธิพลทางวัฒนธรรมใน
ทองถ่ินที่มีผลตอการสรางงานทัศนศิลปของบุคคล เพลงที่ฟง โดยอาศัยองคประกอบดนตรี และศัพทสังคีต
ประเภทและบทบาทหนาท่ีเคร่ืองดนตรีไทยและเครื่องดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมตาง ๆ โนตไทย และโนตสากล
ทำนองงาย ๆ ใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดท่ีมีจังหวะและทำนองงาย ๆ ความรูสึกท่ีมีตอ
ดนตรี ทำนอง จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงท่ีฟง เรื่องราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร ดนตรีท่ีมาจากยุคสมัยที่ตา งกัน อิทธิพลของวัฒนธรรมตอดนตรีในทองถ่ิน การเคล่ือนไหวและ
การแสดงโดยเนนการถา ยทอดลีลาหรอื อารมณ เคร่ืองแตงกาย หรอื อปุ กรณประกอบการ แสดงนาฏศิลปและการ
ละครอยา งงา ย ๆ ความรูสึกของตนเองทม่ี ีตองานนาฏศลิ ปแ ละการละครอยา งสรา งสรรค การแสดงความคดิ เห็น
ในการชมการแสดงความสัมพันธระหวางนาฏศิลปและการละครกับสิ่งท่ีประสบในชีวิตประจำวันส่ิงที่มี
ความสำคัญตอการแสดงนาฏศิลปและละคร ประโยชนท่ีไดรับจากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศิลปและ
ละคร
รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เกี่ยวกับสีคูตรงขาม และอภิปรายเก่ียวกับการใช สีคูตรงขาม ในการ
ถา ยทอดความคิดและอารมณ หลักการจัดขนาดสัดสวนความสมดุลในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปจาก
รูปแบบ ๒ มิติ เปน ๓ มิติ โดยใชหลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปนโดยใชหลักการเพิ่มและลด ปนแผนผัง
ของโรงเรียน งานทัศนศิลป โดยใชหลักการของรปู และพืน้ ที่วา งใชส คี ูตรงขา มหลกั การจัดขนาดสดั สว น และความ
สมดุล วาดภาพสถาปตยกรรมท่ีมีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ
เพื่อถายทอดความคดิ หรอื เร่อื งราวเกยี่ วกับเหตุการณตา ง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลปท ี่สะทอ นชวี ิตและสังคม
เก่ียวกับอิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาท่ีมีผลตองานทัศนศิลปในทองถ่ิน อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมใน
ทองถิ่นท่ีมีผลตอการสรางงานทัศนศิลปของบุคคล เพลงที่ฟง โดยอาศัยองคประกอบดนตรี และศัพทสังคีต
ประเภทและบทบาทหนาที่เครื่องดนตรีไทยและเคร่ืองดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมตาง ๆ โนตไทย และโนตสากล
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ทำนองงาย ๆ ใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดท่ีมีจังหวะและทำนองงาย ๆ ความรูสึกท่ีมีตอ
ดนตรี ทำนอง จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงที่ฟง เรื่องราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร ดนตรีท่ีมาจากยุคสมัยท่ีตางกนั อิทธิพลของวฒั นธรรมตอดนตรีในทองถ่ิน การเคล่ือนไหวและ
การแสดงโดยเนน การถายทอดลลี าหรืออารมณ เครอ่ื งแตง กาย หรอื อุปกรณประกอบการ แสดงนาฏศิลปแ ละการ
ละคร อยางงาย ๆ ความรูสึกของตนเองท่ีมีตองานนาฏศิลปและการละครอยางสรางสรรค การแสดงความ
คิดเห็นในการชมการแสดงความสัมพันธระหวางนาฏศิลปและการละครกับส่ิงท่ีประสบในชีวิตประจำวันส่ิงที่มี
ความสำคัญตอ การแสดงนาฏศิลปและละคร ประโยชนท่ีไดรับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลปและ
ละคร รักและมุงม่ันในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยุกตใชก บั ชีวิตประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม
มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
ศ ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตัวชวี้ ัด
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธิบายรายวชิ า
กลุมสาระการเรียนรูการงาน
อาชพี
หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาวิธีการทำงานเพ่ือชวยเหลือตนเอง การใชวัสดุ อุปกรณ และเคร่ืองมอื งายๆในการทำงานอยาง
ปลอดภัย การทำงานเพ่อื ชวยเหลอื ตนเองอยางกระตอื รือรน และตรงเวลา
มาตรฐานตวั ชวี้ ัด/
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ชี้วัด
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวชิ า
ศึกษาวิธีการและประโยชนการทำงานเพ่ือชวยเหลือตนเองและครอบครัว การใชวัสดุ อุปกรณ และ
เครื่องมอื ในการทำงานทีเ่ หมาะสมและประหยดั การทำงานเพอื่ ชว ยเหลอื ตนเองและครอบครวั อยา งปลอดภัย
มาตรฐานตัวช้วี ัด/
ง ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ช้ีวัด
หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ช่วั โมง
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการและประโยชนการทำงานเพ่ือชวยเหลือตนเอง ครอบครัวและสวนรวม การใชวัสดุ
อุปกรณและเครื่องมือตรงกับลักษณะงาน การทำงานอยางเปนข้ันเปนตอนตามกระบวนการทำงานดวยความ
สะอาด ความรอบคอบและอนุรักษสิ่งแวดลอม
มาตรฐานตัวชว้ี ัด/
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตัวช้ีวดั
หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาถึงเหตุผลในการทำงานใหบรรลุเปาหมาย การทำงานบรรลุเปาหมายท่ีวางไว อยางเปนข้ันตอน
ดวยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย การปฏิบัติตนอยางมีมารยาทในการทำงาน การใชพลังงานและ
ทรัพยากรในการทำงานอยางประหยัด และคมุ คา และศกึ ษาความหมายและความสำคัญของอาชีพ
มาตรฐานตัวช้วี ดั /
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๔.๑ ป๔/๑
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ช้วี ัด
หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑