The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด-2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by krudream ama, 2022-09-08 11:28:47

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด-2565

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลบ้านกรวด-2565

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๒ กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๒ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

สังเกต ศึกษาคนควา การรวบรวมขอมูล อภิปราย ความหมาย ความสำคัญ องคประกอบเบื้องตนของ
ศาสนา ประวัตศิ าสนา ศาสดาของศาสนา คัมภรี  และการใชภาษาของศาสนา รวบรวมหลักจรยิ ธรรม การบำเพ็ญ
ประโยชนตอ ครอบครวั โรงเรยี น และชุมชน หลกั ปฏบิ ตั ิการอยรู ว มกันอยางเปน สุข ศาสนพธิ ี และพิธกี รรมในวัน
สำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญาเบ้ืองตน การทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน
การปฏิบัติตนตามคำแนะนำเกี่ยวกับศีลธรรม จริยธรรม คานิยมที่ดีงาม การเปนพลเมืองดี ในสังคม
ประชาธปิ ไตย การยอมรบั การเคารพสิทธิ และหนาท่ีของตนเอง เปนสมาชกิ ทด่ี ีของครอบครัว สิทธิของบุคคลที่
พึงไดรับการคุมครอง การขัดเกลาของสังคม คานิยม ความเช่ือ ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปญญาของ
ทองถ่ิน ความสัมพันธของสมาชิกในครอบครัว บทบาทหนาที่ของตนเอง การแกปญหาความขัดแยง ขอตกลง
กฎ กติกา ระเบียบในโรงเรียน ความหมาย และความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประโยชนของรายรับ–รายจายของ
ครอบครัว ตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพของชุมชน การซ้ือขาย แลกเปลี่ยนสินคาและ
บริการ ประโยชนของธนาคาร ภาษีท่ีเก่ียวของในชีวิตประจำวันลักษณะทางกายภาพ องคประกอบของแผนผัง
แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง ทรัพยากรธรรมชาติรูคุณคาของธรรมชาติ การสรางสรรคสิ่งแวดลอมทาง
สังคม การเปรียบเทียบประชากรกับสิ่งแวดลอม การฝกสังเกตส่ิงตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการสังคม
กระบวนการสบื คน กระบวนการกลุม กระบวนการแกป ญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยางสนั ติสุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเ กิดประโยชน
โดยใชวธิ กี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก ับชีวิตประจำวันไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม

ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ
ความไมทนตอการทุจริต STRONG : จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบตอสังคม
ในการตอตานการทุจริต โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบัติจรงิ การทำโครงงาน
กระบวนการ เรยี นรู 5 ขัน้ ตอน (5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สอบ การแกปญหา ทกั ษะการอานและการเขยี น
เพือ่ ใหมคี วามตระหนกั และเห็นความสำคัญของการตอตา นและการปองกันการทุจรติ

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

มาตรฐานตัวชวี้ ดั /
ส ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗
ส ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ส ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ส ๒.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ส ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
ส ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ส ๕.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ส ๕.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตวั ชว้ี ัด

ผลการเรียนรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กบั ผลประโยชนสวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มีความรู ความเขาใจเกยี่ วกบั STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจรติ
๔. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมอื งและมีความรบั ผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กบั ผลประโยชนสวนรวมได
๖. ปฏิบัติตนเปนผลู ะอายและไมทนตอ การทจุ รติ ทุกรปู แบบ
๗. ปฏิบตั ติ นเปน ผทู ี่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ ตานการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ัติตนตามหนา ที่พลเมอื งและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอสังคม
๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตา นและปองกนั การทจุ รติ

รวมทัง้ หมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ส ๑๓๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๓ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา

สังเกต ศึกษาคนควา รวบรวมขอมูล อภิปราย แสดงความคิดเห็น สรุปใจความสำคัญความหมาย
ความสำคัญ องคประกอบของศาสนา ประโยชน ประวัติศาสดาของศาสนา ภาษา ทีใ่ ชในคมั ภีรของศาสนาท่ีตน
นบั ถอื หลักจรยิ ธรรมในการพัฒนาตน การบำเพ็ญประโยชนตอครอบครัว โรงเรียน วิธีปฏิบตั ิเก่ียวกับ ศาสนพธิ ี
พิธีกรรมในวันสำคัญของศาสนา การบริหารจิต การเจริญปญญา สติ สัมปชัญญะ ความรำลึกได ความรูตัว ชื่น
ชมการทำความดีของบุคคลในครอบครัว และโรงเรียน ศีลธรรม จริยธรรม คานิยมท่ีดีงาม การเปนพลเมืองดีใน
สังคม ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิและหนาท่ีของ ตนเอง บทบาทสิทธิ เสรีภาพ หนาที่ สถานภาพ สิทธิของ
บคุ คลที่พึงไดร บั การคุมครอง การขัดเกลาของสงั คม คานิยม ความเช่อื ประเพณี การอนรุ ักษวัฒนธรรม และภูมิ
ปญญา ของทองถ่ิน การสรางความดี การแกปญหาความขัดแยง กฎ กติกา ระเบียบในชุมชน ความสำคัญของ
กฎหมายรัฐธรรมนูญ รายรับ–รายจาย ผลประโยชนที่ผูบริโภคไดรับการตัดสินใจเลือกอยางเหมาะสม ระบบ
เศรษฐกิจพอเพียง อาชีพในชุมชนการแลกเปลีย่ น สนิ คาและบริการความสำคัญของธนาคาร ภาษีท่ีเกี่ยวของใน
ชีวิตประจำวัน องคประกอบทางกายภาพ ลักษณะ ความเกี่ยวของแผนผัง แผนที่ ตำแหนง ระยะทิศทาง
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร ทรัพยากรธรรมชาติ การพ่ึงพาอาศัยกัน สิ่งแวดลอมทางสังคม การอนุรักษ การใช
พลังงาน การดูแลรักษาสิ่งแวดลอม การรูจักสังเกตสิ่งตางๆรอบตัว โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิด
วิเคราะห กระบวนการกลมุ กระบวนการเผชญิ สถานการณและแกปญ หา

เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนนิ ชีวิตอยางสนั ตสิ ุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเ กิดประโยชน
โดยใชวธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ ชก ับชีวิตประจำวนั ไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ
ความไมทนตอการทุจริต STRONG : จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบตอสังคม
ในการตอตานการทุจริต โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบัติจรงิ การทำโครงงาน
กระบวนการ เรียนรู 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแกปญ หา ทักษะการอา นและการเขยี น
เพอ่ื ใหมคี วามตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอ ตา นและการปองกนั การทจุ ริต

มาตรฐานตัวชี้วัด/

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ส ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔
ส ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
ส ๕.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตัวช้วี ัด

ผลการเรียนรู
๑. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกบั ความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ียวกบั STRONG / จติ พอเพียงตอตา นการทจุ ริต
๔. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกบั พลเมอื งและมีความรบั ผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กบั ผลประโยชนสว นรวมได
๖. ปฏิบัตติ นเปน ผูละอายและไมท นตอการทุจริตทุกรปู แบบ
๗. ปฏบิ ตั ติ นเปน ผูท ่ี STRONG / จติ พอเพียงตอ ตานการทจุ ริต
๘. ปฏบิ ตั ติ นตามหนาท่พี ลเมอื งและมีความรบั ผดิ ชอบตอสงั คม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอ ตา นและปอ งกนั การทุจรติ

รวมท้ังหมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๔ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

คำอธิบายรายวชิ า

สาระท่ี ๑ ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม ศึกษาและเปน แนวทางปฏิบัติในเรอ่ื ง อธิบายความสำคญั ของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตนนับถือในฐานะเปนศูนยรวมจิตใจของศาสนิกชน สรุปพุทธประวัติตั้งแตบรรลุ
ธรรมจนถึงประกาศธรรมหรือประวัติศาสตรท่ีตนนับถือตามที่กำหนด แสดงความเครารพพระรัตนตรัย ปฏิบัติ
ตามไตรสิกขาและหลกั ธรรมโอวาท ๓ ในพระพุทธศาสนาหรือหลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถือตามที่กำหนด ช่ืน
ชมการทำความดีของตนเอง บุคคลในครอบครัวโรงเรียนและชุมชนตามหลักศาสนาพรอมท้ังบอกแนวปฏิบัติใน
การดำเนินชีวิต เปนคุณคาของการสวดมนต แผเมตตา มีสติที่เปนพ้ืนฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา หรือการ
พัฒนาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีกำหนด ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพื่อ
การอยูรวมกันเปนชาติไดอยางสมานฉันท อธิบายประวัติศาสตรของศาสนาอ่ืน ๆ โดยสังเขป อภิปราย
ความสำคัญและมีสวนรวมในการบำรุงรักษาศาสนาสถานของศาสนาท่ีตนนับถือ มีมารยาทของความเปน ศาสนิก
ชนที่ดีตามท่ีกำหนดปฏิบัติตนในศาสนพธิ ี พิธีกรรม และวันสำคญั ทางศาสนาตามท่ีกำหนดไดถ กู ตอ ง

สาระท่ี ๒ หนาทพี่ ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ติ ในสงั คม ศึกษาและเปน แนวทางปฏิบตั ใิ นเร่อื ง
ปฏิบตั ติ นเปนพลเมืองดีตามวธิ ีประชาธิปไตยในฐานะสมาชกิ ทดี่ ีของชุมชน ปฏบิ ัตติ นในการเปน ผูนำและผูต ามทด่ี ี
วิเคราะหสิทธิพ้ืนฐานท่ีเด็กทุกคนพึงไดรับตามกฎหมาย อธิบายความแตกตางทางวัฒนธรรมของกลุมคนใน
ทองถิ่น เสนอวิธีการท่ีจะอยูรวมกันอยางสันติสุขในชีวิตประจำวันอธิบายอำนาจอธิปไตยและความสำคัญของ
ระบอบประชาธิปไตย อธิบายบทบาทหนาที่ของพลเมืองในกระบวนการเลือกต้ังอธิบายความสำคัญของสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท รงเปนประมุข

สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร ศึกษาในเร่ืองระบุปจจัยท่ีมีผลตอการเลือกซ้ือสินคาและบริการ บอกสิทธิ
พน้ื ฐานและรักษาผลประโยชนข องตนเองในฐานะผูบริโภค อธิบายหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและนำไปใชใ น
ชีวิตประจำวันของตนเอง อธิบายความสมั พนั ธทางเศรษฐกิจของคนในชมุ ชน อธิบายหนาทีเ่ บือ้ งตนของเงนิ

สาระท่ี ๕ ภูมิศาสตร ศึกษาสืบคนและอธิบายขอมูลลักษณะทางกายภาพในจังหวัดของตน ดวยแผนท่ี
และรูปถาย ระบุแหลงทรัพยากรและสถานท่ีสำคัญในจังหวัดของตนดวยแผนท่ีและรูปถาย อธิบายลักษณะทาง
กายภาพท่ีสง ผลตอแหลงทรัพยากรและสถานท่ีสำคัญในจงั หวดั วิเคราะหส่งิ แวดลอมทางกายภาพท่ีสง ผลตอ การ
ดำเนินชีวิตของคนในจังหวัด อธิบายการเปลี่ยนแปลงส่ิงแวดลอมในจังหวัดและผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง
นำเสนอแนวทางการจดั การสิ่งแวดลอมในจังหวัด

โดยใชว ิธกี ารสังเกต ตอบคำถามเชิงวิเคราะหเชื่อมโยงประสบการณเ ดมิ สูก ารสรา งกระบวนการใหม และ
ใชก ระบวนการทางภูมศิ าสตรในการสรปุ ความรเู ปนแผนภาพความคิด

หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

เพ่ือใหผูเรียนตระหนักถึงการปฏิบัติตนในฐานะที่เปนสวนหน่ึงของสังคมประชาธิปไตย ปฏิบัติตนตาม
หลักศาสนาท่ีตนนับถือมีแนวคิดที่เหมาะสมในการดำเนินชีวิตอยางพอเพียงและมีความเขาใจสภาพภูมิศาสตร
รอบตวั เลอื กใชแ ละอนุรักษส ิ่งแวดลอ มอยางย่งั ยืน

ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม ความละอายและ
ความไมทนตอการทุจริต STRONG : จิตพอเพียงตอตานการทุจริต รูหนาที่ของพลเมืองและรับผิดชอบตอสังคม
ในการตอตานการทุจริต โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏิบัติจริง การทำโครงงาน
กระบวนการ เรียนรู 5 ขน้ั ตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแกป ญหา ทักษะการอานและการเขยี น
เพอื่ ใหม คี วามตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอตานและการปองกนั การทจุ รติ

มาตรฐานตวั ช้ีวดั /

ส ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชี้วัด

ผลการเรียนรู
๑. มคี วามรู ความเขา ใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตน กับผลประโยชนส วนรวม
๒. มีความรู ความเขาใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกบั STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจรติ
๔. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบตั ติ นเปน ผูละอายและไมทนตอ การทุจรติ ทกุ รปู แบบ
๗. ปฏิบตั ิตนเปนผทู ี่ STRONG / จิตพอเพียงตอ ตานการทจุ รติ
๘. ปฏิบัติตนตามหนาท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ สังคม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการตอ ตา นและปองกนั การทจุ รติ

รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรียนรู

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนาฯ ๕ กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๕ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนาซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูล สืบคน
ขอมูล สรุปใจความสำคัญเก่ียวกับเร่ืองราวพื้นฐานเก่ียวกับประวัติศาสตรความสำคัญของศาสนา ศาสดา และคัมภีร
ทางศาสนาท่ีตนนับถือ หลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ เพ่ือเขาใจในการพัฒนาตน และสังคม ความหมาย การ
บริหารจิต และเจริญปญญา ช่ืนชมการทำความดีของตนเองและบุคคลในสังคม และแนวปฏิบัติในการช่ืนชม การทำ
ความดีของบุคคลสำคัญกลุมเพ่ือน ประโยชนของการบริหารจิตและเจริญปญญาของศาสนาท่ีตนนับถือ กระบวนการ
ประชาธิปไตยในการทำงานรวมกันในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน การปฏิบัติตน ตามสิทธิ หนาที่ เสรีภาพในฐานะ
พลเมืองดีของประเทศ การดำเนินชีวิต ความแตกตางของวัฒนธรรมในกลุมคนในภูมิภาค การปกครองในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยเปนประมุขโครงสรางการปกครองประเทศ ซ่ึงมีทั้งสวนกลาง สวนภูมิภาค และสวน
ทอ งถิ่น เพ่ือเช่ือมโยงความสัมพันธระหวาง คนกับการปกครองประเทศ ความสำคัญในกฎหมายในชีวิตประจำวัน หนา ที่
ของผูผลิต และผูบริโภค ความหมายของระบบสินเชื่อ ผลดีผลเสียตอภาวะ การเงิน การเลือกของผูบริโภค ผลกระทบ
ตอทรัพยากรที่มีอยู ระบบสหกรณ การบริหารทางดานเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงินในทองถ่ินการบริการตางๆ ของ
ธนาคารและสถาบันการเงินในตางประเทศ ผูบริโภค ผูยืมและนักธุรกิจ การจัดหาแหลงรายไดของรัฐ ความ
เชีย่ วชาญ ชำนาญดา นจำนวนปริมาณสินคารวมท้ังทผ่ี ลิตการซอื้ มาทางเศรษฐกิจ การใชแ ผนทใ่ี นทอ งถิน่ ตางๆ ลักษณะ
ความแตกตาง ผลกระทบของส่ิงแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิตในภูมิภาคตาง ๆ ของไทยกับสิ่งแวดลอมทาง
ธรรมชาติ ผลกระทบจากการกระทำของมนุษยท ี่มีตอสง่ิ แวดลอม การอนุรักษท รัพยากรธรรมชาติ และรกั ษาสมดุลใน
ระบบนิเวศน โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณ
และแกปญ หา

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัตใิ นการดำเนินชีวิต มีคณุ ธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซ่ือสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ สามารถดำเนิน
ชีวิตอยางสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ส ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ส ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป. ๕/๔
ส ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส.๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓

หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ส ๕.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
ส ๕.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๒๘ ตัวช้วี ดั
ผลการเรียนรู
๑. มคี วามรู ความเขาใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนสวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกับความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกย่ี วกับพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ สังคม
๔. สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสว นตน กับผลประโยชนสวนรวมได
๕. ปฏิบัติตนตามหนาทีพ่ ลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ สงั คม
๖. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการตอตานและปอ งกันการทุจรติ
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนาฯ ๖ กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๖ เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา

สังเกต ศึกษาคนควา วิเคราะห อภิปราย สนทนา ซักถาม แสดงความคิดเห็น รวบรวมขอมูลสืบคน
ขอมูลความสำคญั หลกั ธรรมพระรตั นตรยั ไตรสิกขา หลักธรรมโอวาท ๓ การทำความดขี องบคุ คลในประเทศ การ
สวดมนต แผเมตตาของศาสนาท่ีตนนับถือ สรุปใจความสำคัญเก่ียวกับพุทธประวัติต้ังแตปลงอายุสังขารจนถึง
สังเวชนียสถาน ประวัติศาสดา ขอคิดจากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเลา ศาสนิกชนตัวอยาง ศาสนพิธี สถานที่
ในศาสนสถาน ศาสนิกชนท่ีดี ประโยชนของการเขารวมในศาสนพิธี พิธีกรรม กิจกรรมในวันสำคัญทางศาสนา
การบริหารจิตและเจริญปญญาวันสำคัญทางศาสนา การกระทำท่ีแสดงถึงคุณลักษณะของการเปนพลเมืองดีใน
สงั คมประชาธิปไตย สิทธเิ ดก็ ท่ีพงึ ไดรับการคมุ ครองตามสิทธิมนุษยชน บทบาทหนา ท่คี วามรับผิดชอบของตนเอง
บรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม สัญลักษณ เอกลักษณ คานิยม ประเพณี วัฒนธรรมในทองถิ่น อำนาจ
อธิปไตยและการมีสวนรวมในการปกครองระบอบประชาธิปไตย กฎหมายในชีวิตประจำวัน การเลือกใช
ทรัพยากรที่มีผลกระทบ ตอส่ิงแวดลอม การเพ่ิมรายไดเงินออมจากการลงทุน สิทธิและการคุมครองผูบริโภค
เศรษฐกิจพอเพียง ระบบสหกรณ การบรหิ าร ดา นการผลิต และการพง่ึ พาทางเศรษฐกิจ บทบาทการใชเงนิ และ
การบริการดานการเงินตางประเทศ การจัดเก็บภาษี การกูยืมเงินจากตางประเทศ แผนที่ชนิดตาง ๆ การ
กระทำที่สงผลดีและผลเสียตอส่ิงแวดลอมทางสังคม วัฒนธรรม รวมท้ังผลกระทบจากการท่ีมนุษยเปลี่ยนแปลง
สิ่งแวดลอมในดานบวกและดานลบ การกระทำท่ีมีสวนชวยแกปญหา และเสรมิ สภาพแวดลอมในทองถ่ิน โดย
ใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการเผชิญสถานการณและ
แกป ญหา

เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงคในดานรักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย มีวินัย ใฝเรียนรู รักความเปนไทย มีจิต
สาธารณะ สามารถดำเนินชีวติ อยางสันตสิ ุขในสังคมไทย และสงั คมโลก สามารถนำความรูไปใชใหเ กิดประโยชน
โดยใชว ธิ กี ารของเศรษฐกจิ พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา งถูกตองเหมาะสม

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

มาตรฐานตวั ชี้วัด/
ส ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙
ส ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔
ส ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕
ส ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ส ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
ส ๕.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ช้ีวดั

ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขา ใจเกีย่ วกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กับผลประโยชน
สวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไมทนตอ การทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขาใจเก่ยี วกับพลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอ สงั คม
๔. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนสวนรวมได
๕. ปฏิบตั ติ นเปน ผลู ะอายและไมท นตอการทจุ ริตทุกรปู แบบ
๖. ปฏิบตั ิตนตามหนาท่พี ลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบตอสังคม
๗. ตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการตอ ตา นและปองกนั การทุจรติ

รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ สาระการเรียนรูประวตั ิศาสตร

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร ๑ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๑
กลุมสาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธิบายรายวชิ า

ศึกษาและใชป ฏทิ ินในการบอกวัน เดอื น ป ทใ่ี ชใ นชีวิตประจำวนั ซงึ่ มีทงั้ ระบบสุริยคติและจันทรคติ คำท่ีแสดง
ชว งเวลาเพื่อใชเลาเหตกุ ารณป จ จบุ นั วันน้ี เดือนน้ี ตอนเชา ตอนกลางวัน ตอนเย็น ตอนค่ำ และเรยี งลำดับเหตุการณใน
ชีวิตประจำวนั ตามวนั เวลาทเ่ี กิดขึน้ โดยใชท ักษะการสงั เกต การบอกเลา การเชอ่ื มโยง เพือ่ ใหสามารถใชเวลาตามปฏิทิน
แสดงเหตกุ ารณใ นปจ จบุ ัน และใชคำแสดงชว งเวลาเรียงลำดับเหตุการณที่เกิดขึ้นได

รูวธิ ีสืบคน ประวัตคิ วามเปนมาของตนเองและครอบครัวอยา งงาย ๆ โดยสอบถามผูเกย่ี วของและการบอกเลา
เรอื่ งราวที่สบื คน ได โดยใชท ักษะการสอบถาม การรวบรวมขอ มูล การสรปุ ความ การเลาเรือ่ ง เพอ่ื ฝกทักษะพืน้ ฐานของ
วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรใ นการสืบคนเร่ืองราว จากแหลงขอ มูล(เชนบุคคล)และบอกเลา ขอ เทจ็ จริงทค่ี น พบไดอยาง
นาสนใจ

ศกึ ษาการเปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอม ส่ิงของเครอ่ื งใชห รือการดำเนินชีวิตของตนเองในสมัยปจ จุบัน กับ
สมยั ของพอ แม ปูย า ตายายที่เปนรปู ธรรมและใกลตัวผเู รยี น เตารีด (การรีดผา ดวยเตาถา นกับเตาไฟฟา) หมอ หงุ ขา ว
(การหุงขาวท่เี ชด็ น้ำดว ยฟนหรอื ถา นกับหมอหุงขา วไฟฟา) เกวียนกับรถยนต (การเดินทาง) ถนน บา นเรือน การใชควาย
ไถนากบั รถไถนา รวมทงั้ เหตุการณสำคัญของครอบครวั ท่ีเกดิ ขนึ้ ในอดีตท่มี ผี ลกระทบตอ ตนเองในปจ จบุ ัน ( การยายบา น
การยายโรงเรยี น การเลื่อนชั้นเรยี น การไดรบั รางวลั การสูญเสยี บคุ คลสำคญั ของครอบครัว) โดยใชท ักษะการสังเกต การ
ใชเหตผุ ล การเปรียบเทยี บ การแยกแยะ การยกตัวอยาง และการบอกเลา เพื่อใหเขา ใจการเปล่ียนแปลงตามกาลเวลา
และความสำคญั ของอดตี ทม่ี ีตอ ปจ จุบนั และอนาคต สามารถปรบั ตวั ใหเขากบั วิถชี วี ิตปจจบุ ันไดอ ยางมีประสทิ ธิภาพ

ศกึ ษาความหมายและความสำคญั ของสัญลักษณข องชาตไิ ทย ไดแ ก ธงชาติ เพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี
ภาษาไทย อกั ษรไทย มารยาทไทย อาหารไทย การแตง กายแบบไทย วฒั นธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย และ
การปฏิบัติตนไดถกู ตอ งตามกาลเทศะ รวมท้ังรูจกั สถานทีส่ ำคัญซึง่ เปนแหลง วัฒนธรรมในชุมชน ศาสนสถาน ตลาด
พิพธิ ภณั ฑ และสง่ิ ที่เปน ความภาคภูมิใจในทอ งถิ่น ที่ใกลต วั ผเู รยี นและเห็นเปน รูปธรรม โดยใชท กั ษะการสังเกต การ
แสดงความคดิ เหน็ อยางมเี หตผุ ล การอธบิ าย การปฏิบัตติ นอยา งถูกตอ ง เพือ่ กอ ใหเ กิดความรักและความภาคภมู ิใจใน
ความเปนไทย ทองถิ่น และประเทศชาติ ภมู ใิ จในสถาบนั ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย ตระหนักและเห็นคณุ คาที่
จะธำรงรกั ษาและสบื ทอดตอ ไป

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

มาตรฐานตวั ชีว้ ัด/
ส ๔.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
ส ๔.๒ ป ๑/๑ , ป ๑/๒
ส ๔.๓ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ป ๑/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๒ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๒
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

รูจักวันเวลาตามระบบสุริยคติและจันทรคติที่ปรากฏในปฏิทินที่แสดงเหตุการณสำคัญในอดีตและ
ปจจุบัน รวมทั้ง การใชคำท่ีแสดงชวงเวลาในอดีต ปจจุบัน และอนาคต วันนี้ เม่ือวานนี้ พรุงนี้, เดือนนี้ เดือน
กอน เดือนหนา, ปนี้ ปกอน ปหนา ในการอธิบายเหตุการณท่ีเกิดข้ึน โดยใชทักษะการสังเกต การสอบถาม
เช่ือมโยง เรียงลำดับ การเลาเร่ือง การรวบรวมขอมูล การอธิบาย เพื่อใหสามารถใชวันเวลาเรียงลำดับ
เหตกุ ารณส ำคญั ไดถ กู ตอ ง วาเหตุการณใดเกิดกอน เหตุการณใดเกิดหลัง

รูวิธีสืบคนเหตุการณท่ีเกิดขึ้นในครอบครัวโดยใชหลักฐานท่ีเกี่ยวของ ไดแก ภาพถาย สูติบัตร
ทะเบียนบาน เครื่องมือเคร่ืองใช มาอธิบายเร่ืองราวตาง ๆ และวิธีสืบคนขอมูลในชุมชนอยางงาย ๆ ในเรื่อง
เกย่ี วกบั การเปลย่ี นแปลงในวิถีชีวติ ของคนในชมุ ชนในดานตา งๆ จากอดตี ถงึ ปจ จบุ นั ทางดา นการประกอบอาชีพ
การแตง กาย การสอื่ สาร ขนบธรรมเนยี มประเพณใี นชุมชน เขาใจสาเหตุและผลกระทบของการเปลีย่ นแปลงท่มี ี
ตอวิถีชวี ิตของคนในชุมชน สามารถเรียงลำดับเหตุการณท่ีสืบคนไดโดยใชเสนเวลา ฝกทักษะการสอบถาม การ
สังเกต การวิเคราะห การอธิบายอยา งมีเหตุมผี ล ทำผงั ความคิดและการจัดนิทรรศการ เพ่ือใหเ ขาใจวิธกี ารทาง
ประวัติศาสตรใน เรื่องเกี่ยวกับการใชหลักฐานทางประวัติศาสตรสืบคนเร่ืองราวในอดีต และเขาใจการ
เปล่ียนแปลงที่เกิดขนึ้ ตามกาลเวลา อยางตอเน่ือง มีความเขา ใจชุมชนที่มีความแตกตางและสามารถปรับตวั อยู
ในชวี ิตประจำวนั ไดอยางมปี ระสิทธิภาพ

ศึกษา สืบคนประวัติและผลงานของบุคคลท่ีทำประโยชนตอทองถิ่นหรือประเทศชาติ ในดานการ
สรางสรรควัฒนธรรม /การสรางความเจริญรุงเรืองและความม่ันคงโดยสังเขป รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ประเพณี
ไทย และภูมิปญญาไทยท่ีภาคภูมิใจและควรอนุรักษไว การทำความเคารพแบบไทย ประเพณีไทย ศิลปะไทย
ดนตรีไทย โดยใชทักษะการสืบคนการสังเกต การอาน การรวบรวมขอมูล การวิเคราะห การใชเหตุผล การ
อธิบาย และการนำเสนอ เพื่อใหเ หน็ คณุ คาและแบบอยางการกระทำความดีของบรรพบุรุษท่ไี ดส รา งประโยชนให
ทองถน่ิ และประเทศ เกิดความรัก และความภาคภูมิใจในความเปน ไทย วัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย และธำรง
ความเปนไทย

มาตรฐานตวั ช้วี ดั /
ส ๔.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๒ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
ส ๔.๓ ป ๒/๑ , ป ๒/๒
รวม ๓ มาตรฐาน ๖ ตวั ช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร ๓ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
กลมุ สาระการเรียนรสู งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาความหมายและท่ีมาของศักราชท่ีปรากฏในปฏิทิน ไดแก พุทธศักราช คริสตศักราช (ถาเปน

ชาวมุสลิม ใหศึกษาฮิจเราะหศักราชดวย) วิธีการเทียบคริสตศักราชกับพุทธศักราช และใชศักราชในการ

บันทึกเหตุการณสำคัญที่เกี่ยวของกับตนเองและครอบครัว ปเกิดของผูเรียน เหตุการณสำคัญของตนเอง และ

ครอบครัว โดยใชท ักษะการเปรียบเทียบ การคำนวณ การเช่ือมโยง การอธิบาย เพ่ือใหมีพื้นฐานในการศึกษา

เอกสารท่ีแสดงเหตุการณตามกาลเวลา สามารถเรียง ลำดับเหตุการณไดถูกตอง วาเหตุการณใดเกิด

กอ น เหตุการณใดเกดิ หลังอนั เปน ทักษะที่จำเปน ในการศกึ ษาประวัตศิ าสตร

รูวธิ ีสืบคนเหตุการณสำคัญของโรงเรยี นและชมุ ชนโดยใชหลักฐานและแหลงขอ มูลที่เกีย่ วของ รูปภาพ

แผนผังโรงเรียน แผนท่ีชุมชน หองสมุดโรงเรียน แหลงโบราณคดี – ประวัติศาสตรในทองถ่ิน สามารถใช

เสน เวลา (Timeline) ลำดับเหตุการณท ่ีเกิดข้ึนในโรงเรยี นและชุมชน โดยใชทักษะการสำรวจ การสงั เกต การ

สอบถาม การอา น การฟง การเลาเรอ่ื ง การสรุปความ เพ่ือฝกทักษะพน้ื ฐานของวธิ ีการทางประวัติศาสตรใน

การสืบคนเร่ืองราวรอบตัวอยางงาย ๆ โดยการใชห ลักฐานและแหลงขอมูลท่ีเกี่ยวขอ ง สามารถนำเสนอเรื่องราว

ท่ีคนพบไดต ามลำดบั เวลา

ศึกษาปจจัยที่มีอิทธิพลตอการต้ังถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน ปจจัยท่ีทำใหเกิดวัฒนธรรมและ

ประเพณีในชุมชน ซ่ึงประกอบดวย ปจจัยทางภูมิศาสตร( ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร) และปจจัยทาง

สังคม (ความเจริญทางเทคโนโลยี เช้ือชาติ ศาสนา ความเชื่อ การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศึกษาและ

เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตาง ของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง และ

ชุมชนใกลเคียง ในเร่อื งความเช่ือและการนบั ถอื ศาสนา อาหาร ภาษาถน่ิ การแตง กาย โดยใชทักษะการอาน

การสอบถาม การสังเกต การสำรวจ การฟง การสรุปความ เพ่ือใหเกิดความเขาใจและภูมิใจในชุมชนของ

ตนเอง ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม เขาใจพัฒนาการของชุมชน สามารถดำเนินชีวิตอยูรวมกันใน

สังคมไดอ ยา งสันตสิ ุข รวมอนุรกั ษส บื สานขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรมไทย

ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกจิ โดยสงั เขปของพระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรสโุ ขทัย

อยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสนิ ทร ตามลำดบั ไดแก พอขุนศรีอินทราทิตย สมเด็จพระรามาธิบดีท่ี ๑ (พระ

เจาอูทอง) สมเดจ็ พระเจาตากสนิ มหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช ศึกษาพระราช

ประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจาหัวอยูภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ

พระบรมราชินีนาถโดยสังเขป และศึกษาวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีสวนปกปองประเทศชาติ ไดแก สมเด็จ

พระนเรศวรมหาราช ทาวเทพกระษัตรี – ทาวศรีสุนทร ชาวบานบางระจัน พระยาพิชัยดาบหัก ทาวสุรนารี

เปนตน โดยใชทักษะการอาน และสอบถาม การฟง การสรุปความ การเขียน การเลาเร่ือง เพื่อใหเขา

หลักสูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ใจความเปนมาของชาติไทย เกิดความรัก ความภูมิใจและเห็นแบบอยางการเสียสละเพื่อชาติ และธำรงความ
เปนไทย

มาตรฐานตัวชวี้ ดั /
ส ๔.๑ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓
ส ๔.๒ ป ๓/๑ , ป ๓/๒
ส ๔.๓ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ป ๓/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตัวช้ีวัด

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร ๔ อธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๔
กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ศึกษาความหมาย วิธีการนับ และการใชชวงเวลาเปนทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑการ
แบงยุคสมัยในทางประวัตศิ าสตรข องมนุษยชาตทิ แ่ี บง เปนสมยั กอนประวตั ิศาสตรแ ละสมัยประวัตศิ าสตร รวมท้ัง
ชวงสมัยในการศึกษาประวัติศาสตรไทย สมัยกอนสุโขทัย สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และสมัย
รัตนโกสินทร ตัวอยางการใชชวงเวลาในเอกสารตาง ๆ โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การวิเคราะห การ
คำนวณ เพ่ือใหใชชวงเวลาในการบอกเลาเรื่องราวไดถูกตอง และเขาใจเหตุการณท่ีเกิดขึ้นตามชวงเวลาท่ี
ปรากฏในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร

ศึกษา ลักษณะสำคัญ และเกณฑการจำแนกหลักฐานทางประวัติศาสตรท่ีใชในการศึกษาความเปนมา
ของทอ งถ่นิ อยา งงาย ๆ ตวั อยางของหลกั ฐานทพ่ี บในทองถน่ิ ทั้ง หลกั ฐานชั้นตนกบั ช้นั รอง หลกั ฐานที่เปนลาย
ลักษณอักษร กับไมเปน ลายลักษณอักษร โดยใชทักษะการสำรวจ การวิเคราะห การตรวจสอบขอมูล การ
จำแนก การตคี วาม เพ่ือฝก ทกั ษะการสืบคน ขอมูลดว ยวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร

ใชหลักฐานทางประวัติศาสตรในการศึกษาปจจัย การตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของมนุษยชาติใน
สมยั กอ นประวตั ศิ าสตร และสมัยประวัตศิ าสตรใ นดนิ แดนไทยโดยสังเขป การกอ ตง้ั อาณาจักรโบราณในดนิ แดน
ไทย ไดแ ก ทวารวดี ศรีวิชัย ตามพรลิงค เปนตน โดยใชทักษะการสำรวจ การวเิ คราะห การตีความ การ
สรุปความ เพอื่ ใหเ ขาใจพัฒนาการของมนษุ ยชาติที่มีการเปล่ียนแปลงอยางตอเน่ืองจากอดตี จนถงึ ปจจบุ ัน

ศึกษาประวัติศาสตรเปนมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัยโดยสังเขป ในเร่ืองเก่ียวกับการสถาปนา
อาณาจักร พัฒนาการทางการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสำคัญ ไดแก พอขุน
ศรีอินทราทิตย พอขุนรามคำแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปญญาไทยในสมัย
สุโขทัยที่นาภาคภูมิใจ ซึ่งเปนผลใหอุทยานประวัติศาสตรในสุโขทัยและศรีสัชนาลัยไดรับการยกยองเปนมรดก
โลก โดยใชทักษะการอาน การสำรวจ การสืบคน การวิเคราะหการตีความ เพ่ือเขาใจความเปนมาของชาติ
ไทยในสมัยสุโขทัย รวมทั้งวัฒนธรรมไทย ภูมิปญญาไทย และบุคคลสำคัญในสมัยสุโขทัย เกิดความรักและ
ความภมู ิใจในความเปน ไทย ตระหนกั ถงึ ความพากเพยี รพยายามของบรรพบรุ ุษไทยทีไ่ ดปกปอง และสรางสรรค
ความเจริญใหบ า นเมอื ง ตกทอดเปน มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอ ถึงปจ จุบนั

มาตรฐานตัวช้วี ัด/
ส ๔.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
ส ๔.๒ ป ๔/๑ , ป ๔/๒
ส ๔.๓ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓
รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๕ คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๕
กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

สืบคนความเปนมาของทองถ่ินโดยใชหลักฐานหลากหลาย ดวยการต้ังประเด็นคำถามทางประวัติศาสตรท่ี
เกีย่ วของกับทองถิ่น ความเปน มาของชื่อหมบู าน ช่ือตำบล ช่ือถนน ความเปนมาของสถานท่ีสำคญั ความเปนมาของ
ขนบธรรมเนียมประเพณีในทองถิ่น รูจกั แหลงขอมูลหลักฐานทางประวัติศาสตรท ี่อยูในทองถิ่น สามารถรวบรวมขอมูล
จากหลักฐานท่ีเกย่ี วของ รูจักวิเคราะหต รวจสอบขอมลู อยา งงา ยๆ เขา ใจความแตกตางระหวา งความจรงิ กับขอเท็จจริง
ทปี่ รากฏในขอมูลจากหลกั ฐานตา ง ๆ แยกแยะความคิดเหน็ กับขอเท็จจริงที่อยูในขอมูลได โดยใชทกั ษะการสังเกต การ
สอบถาม การสำรวจ การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การเชื่อมโยง และการสังเคราะหอยางงาย ๆ เพ่ือฝกฝนทักษะ
วิธีการทางประวัติศาสตรวิเคราะหเหตุการณที่เกิดข้ึนในทองถิ่นอยางเปนระบบ สามารถใชขอมูลขาวสารไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ

ศึกษาการเขา มาและอทิ ธิพลของอารยธรรมอนิ เดีย และจีน ในดินแดนไทยและภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต
โดยสังเขป ไดแก การปกครอง การนับถือศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ภาษา อาหาร และการแตงกาย
ศกึ ษาอทิ ธิพลของวัฒนธรรมตางชาติ ทั้งตะวนั ตกและตะวนั ออกที่มีตอสงั คมไทยในปจ จบุ ันโดยสังเขป โดยใชทกั ษะการ
อา น การสืบคนขอมูล การสังเกต การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การเช่ือมโยง เพ่ือใหเกิดความเขาใจในวัฒนธรรม
ไทยในสงั คมปจจุบัน และวฒั นธรรมของประเทศเพือ่ นบานในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตท่มี ีท้ังความคลายคลึงและ
ความแตกตา ง เพอื่ ใหเกิดการยอมรบั ในความแตกตางทางวัฒนธรรมและอยรู วมกันไดอ ยา งสนั ตสิ ุข

ศึกษาพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา และธนบุรี ในเร่ืองเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักร ปจจัยที่สงเสริม
ความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจโดยสังเขป
ประวตั ิและผลงานบุคคลสำคัญในสมัยอยุธยาและธนบุรี ไดแก สมเด็จพระรามาธิบดที ี่ ๑ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณมหาราช ชาวบานบางระจัน สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช และภูมิ
ปญญาไทยในสมัยอยุธยา และธนบุรี ท่ีนาภาคภูมใิ จ ควรคาแกการอนุรักษไว ซง่ึ เปนผลใหพระนครศรีอยุธยาไดรบั การ
ยกยองเปนมรดกโลก ไดแก ทางดาน ศลิ ปกรรม วรรณกรรม และการคา โดยใชท ักษะการอาน การสืบคนขอมลู การ
เช่ือมโยง การวิเคราะห การอธิบาย การสรุปความ การเรียงความ เพ่ือใหเกิดความรักและภาคภูมิใจในความเปนชาติ
ไทย ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญทีจ่ ะธำรงรักษาความเปนไทยสืบตอ ไป

มาตรฐานตวั ช้ีวดั /

ส ๔.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓
ส ๔.๒ ป ๕/๑ , ป ๕/๒
ส ๔.๓ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓ , ป ๕/๔

รวม ๓ มาตรฐาน ๙ ตวั ชี้วดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร ๖ คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๖
กลมุ สาระการเรียนรสู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

ศึกษาความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวัติศาสตรอยางงาย ๆ และใชวิธีการทาง
ประวัติศาสตรในการศึกษาเรื่องราว หรือเหตุการณสำคัญตามลำดับขั้นตอนอยางเปนระบบ ไดแก การต้ัง
ประเด็นศึกษาเรื่องราวที่ตนสนใจ การสำรวจแหลงขอมูลที่เกี่ยวของ การรวบรวมขอมูลจากหลักฐานท่ี
หลากหลาย การวิเคราะหความนาเช่ือถือของขอมูล การตีความ การเรียบเรียงและนำเสนอความรูที่คนพบได
อยางนาสนใจ โดยใชทักษะ การสำรวจ การอาน การเปรียบเทียบ การวิเคราะห การสังเคราะห การอธิบาย
การสรุปความ การเขียนเรียงความ การจัดทำโครงงานและการจัดนิทรรศการ เพ่ือฝกทักษะการสืบคน
เหตุการณสำคัญดว ยวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร

ศึกษาสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของประเทศเพื่อนบานในปจจุบันโดยสังเขป เชื่อมโยง และ
เปรียบเทียบกับประเทศไทย ศึกษาความเปนมา และความสัมพันธของกลุมอาเซียนโดยสังเขป โดยใชทักษะ
การอาน การสำรวจ การเปรียบเทียบ การวิเคราะห เพื่อใหเขาใจพัฒนาการของประเทศเพ่ือนบานที่มี
ความสัมพันธกับประเทศไทย เกิดความเขาใจอันดีระหวางประเทศ ยอมรับความแตกตางทางวัฒนธรรม และ
อยรู วมกันไดอ ยางสนั ติสุข

ศึกษาประวัติศาสตรความเปนมาของชาติไทยในสมัยรัตนโกสินทร ในเร่ืองเก่ียวกับการสถาปนา
อาณาจักร ปจจัยท่ีสงเสริมความเจริญรุงเรืองทางเศรษฐกิจและการปกครอง พัฒนาการทางดานตาง ๆ
โดยสังเขป ผลงานของบุคคลสำคัญ ไดแก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระบวร
ราชเจามหาสุรสิงหนาท พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว และภูมิปญญาไทยที่สำคัญที่นาภาคภูมิใจ
ควรคา แกก ารอนุรักษไว โดยใชท ักษะการอา น การสืบคนขอมลู การเช่ือมโยง การวิเคราะห เพื่อใหเกิดความ
รักและภาคภูมิใจในความเปนชาติไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของ บรรพบุรุษท่ีไดปกปอง และ
สรา งสรรคความเจริญใหบ านเมืองตกทอดเปน มรดกทางวฒั นธรรมสืบตอถงึ ปจจุบัน

มาตรฐานตัวชวี้ ดั /

ส ๔.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
ส ๔.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒
ส ๔.๓ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓, ป ๖/๔

รวม ๓ มาตรฐาน ๘ ตวั ชี้วดั

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

วชิ า การปอ งกนั การทจุ ริต

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

ส ๑๑๒๐๑ การปอ งกันการทจุ ริต ๑ กลมุ สาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศกึ ษาเกี่ยวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตนกบั ผลประโยชนสว นรวม ความละอายและความ
ไมทนตอการทจุ ริต STRONG / จติ พอเพยี งตอตา นการทุจรติ รูหนา ทีข่ องพลเมืองและรบั ผิดชอบตอสังคมในการ
ตอตานการทุจรติ

โดยใชก ระบวนการคิด วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรยี นรู ๕ ข้นั ตอน (๕ STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแกป ญหา ทกั ษะการอานและการเขียน เพ่อื ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและการปอ งกันการทจุ ริต

ผลการเรียนรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน

สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขาใจเกยี่ วกับความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๔. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั พลเมืองและมีความรับผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส ว นรวมได
๖. ปฏิบัติตนเปนผลู ะอายและไมท นตอ การทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏบิ ัติตนเปนผทู ี่ STRONG / จติ พอเพยี งตอตานการทุจริต
๘. ปฏบิ ตั ิตนตามหนา ท่พี ลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอ สงั คม
๙. ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอตานและปองกันการทุจริต
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรียนรู

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

ส ๑๒๒๐๑ การปอ งกนั การทจุ ริต ๒ กลมุ สาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา

ศึกษาเก่ียวกบั การแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตนและผลประโยชนส วนรวม มีการคิดแยกแยะ
โดยระบบคิดฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความละอายและความไมท นตอการทุจรติ เก่ยี วกับการทำการบาน
การทำเวร การสอบและกจิ กรรมนักเรยี น STRONG จติ พอเพียงตอการตอ ตา นการทุจริต ไดแกค วามพอเพยี ง
ความโปรงใส ตา นทุจรติ และความเอ้ืออาทร รหู นา ทีข่ องพลเมอื งและรับผิดชอบตอ สงั คมในการตอ ตา นทุจรติ
การเคารพสิทธหิ นาท่ีตอ ชุมชนและสังคม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ กตกิ าและกฎหมาย

โดยใชก ระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ข้นั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สวน การแกปญ หา ทกั ษะการอา นและการเขยี น เพื่อใหมี
ความตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอตา นและการปอ งกนั การทจุ รติ

ผลการเรียนรู
๑. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน

สว นรวม
๒. มคี วามรู ความเขาใจเกย่ี วกบั ความละอายและความไมท นตอการทุจรติ
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกีย่ วกบั STRONG / จิตพอเพียงตอ ตานการทุจริต
๔. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกบั พลเมอื งและมีความรับผิดชอบตอสังคม
๕. สามารถคดิ แยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตน กบั ผลประโยชนส ว นรวมได
๖. ปฏิบตั ติ นเปน ผลู ะอายและไมท นตอ การทุจริตทกุ รปู แบบ
๗. ปฏบิ ตั ิตนเปนผทู ่ี STRONG / จติ พอเพียงตอ ตานการทจุ ริต
๘. ปฏบิ ัติตนตามหนา ท่พี ลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอสงั คม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของการตอ ตานและปอ งกนั การทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรียนรู

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ส ๑๓๒๐๑ การปองกันการทุจริต ๓ กลุมสาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส ว นตนและผลประโยชนส วนรวม มีการคิดแยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความละอายและความไมท นตอ การทุจรติ เกี่ยวกับการทำการบา น
การทำเวร การสอบ การแตง กายและกิจกรรมนักเรียน STRONG จติ พอเพยี งตอการตอตา นการทจุ ริต ไดแ ก
ความพอเพียง ความโปรง ใส ตา นทจุ รติ และความเอ้ืออาทร รหู นาท่ขี องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอ สงั คมในการ
ตอ ตานทจุ รติ การเคารพสิทธหิ นา ทตี่ นเองและผอู ่ืนการเคารพสิทธหิ นา ที่ตอ ชมุ ชนและสังคม ปฏบิ ัติตนตามกฎ
ระเบยี บ กติกาและกฎหมาย

โดยใชก ระบวนการคิด วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ัตจิ รงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ข้นั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สวน การแกป ญหา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพอื่ ใหม ี
ความตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการตอ ตา นและการปองกนั การทุจริต

ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน

สวนรวม
๒. มคี วามรู ความเขา ใจเก่ยี วกบั ความละอายและความไมทนตอ การทุจริต
๓. มีความรู ความเขา ใจเก่ยี วกับ STRONG จิตพอเพยี งตอการตอตา นการทุจริต
๔. มคี วามรู ความเขา ใจเกยี่ วกับพลเมืองและมรี บั ผิดชอบตอ สังคม
๕. สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตน กบั ผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบัติตนเปนผลู ะอายและความไมทนตอ การทจุ รติ ทกุ รปู แบบ
๗. ปฏิบัติตนเปนผู STRONG จติ พอเพยี งตอการตอตานการทุจริต
๘. ปฏบิ ัตติ นตามหนา ท่พี ลเมืองและมคี วามรับผดิ ชอบตอสังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและปอ งกนั ทจุ ริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ส ๑๔๒๐๑ การปอ งกันการทุจริต ๔ กลมุ สาระการสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๔ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาเกย่ี วกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนส วนรวม มกี ารคิดแยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ ความแตกตา งระหวา งจริยธรรมและการทจุ รติ การขดั กันระหวา ง
ประโยชนส ว นตนและประโยชนส ว นรวม ผลประโยชนท บั ซอ นและรปู แบบของประโยชนท บั ซอ น ความละอาย
และความไมท นตอการทจุ ริต เก่ยี วกบั การทำการบา น การทำเวร การสอบ การแตง กายและกจิ กรรมนกั เรยี น
ภายในหอ งเรียน โรงเรียน ชุมชนและสังคม การสรางจติ สำนึกความพอเพยี งตอการตา นทจุ ริต STRONG จติ
พอเพยี งตอ การตอ ตา นการทจุ รติ การดำรงชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความโปรง ใส ความต่ืนรแู ละ
ตา นทุจรติ การมุงไปขา งหนา และความเออ้ื อาทร รหู นาทีข่ องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอสังคมในการตอ ตาน
ทุจรติ การเคารพสิทธหิ นาทีต่ นเองและผูอื่นการเคารพสทิ ธิหนาทต่ี อ ชมุ ชนและสงั คม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบยี บ
กตกิ าและกฎหมาย ความรบั ผิดชอบตอ สงั คมและพลเมอื งทด่ี ี

โดยใชก ระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ตั ิจริง การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ขน้ั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสบื สวน การแกปญหา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพ่อื ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอตา นและการปองกันการทุจรติ

ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน

สวนรวม
๒. มีความรู ความเขา ใจเก่ียวกับความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขาใจเกี่ยวกบั STRONG จิตพอเพียงตอการตอ ตานการทจุ รติ
๔. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับพลเมืองและมีรับผดิ ชอบตอ สงั คม
๕.สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบตั ิตนเปนผลู ะอายและความไมทนตอการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏิบัตติ นเปนผู STRONG จิตพอเพยี งตอการตอ ตา นการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ัติตนตามหนา ท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและปอ งกนั ทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ส ๑๕๒๐๑ การปอ งกันการทจุ ริต ๕ กลมุ สาระการสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๕ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาเกย่ี วกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนสวนรวม มกี ารคิดแยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคดิ ฐาน ๑๐ ความแตกตา งระหวา งจริยธรรมและการทจุ รติ การขดั กันระหวา ง
ประโยชนส ว นตนและประโยชนส ว นรวม ผลประโยชนท บั ซอ นและรปู แบบของประโยชนท บั ซอ น ความละอาย
และความไมท นตอการทจุ รติ เกยี่ วกบั การทำการบา น การทำเวร การสอบ การแตง กายและกจิ กรรมนกั เรยี น
ภายในหอ งเรียน โรงเรียน ชมุ ชนและสังคม การสรางจติ สำนึกความพอเพยี งตอการตา นทจุ ริต STRONG จติ
พอเพยี งตอ การตอ ตา นการทุจริต การดำรงชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความโปรง ใส ความต่ืนรแู ละ
ตานทุจรติ การมุงไปขา งหนาและความเออ้ื อาทร รหู นาทีข่ องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอสังคมในการตอ ตาน
ทจุ รติ การเคารพสิทธหิ นาทีต่ นเองและผูอื่นการเคารพสทิ ธิหนาทต่ี อ ชมุ ชนและสงั คม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบยี บ
กตกิ าและกฎหมาย ความรับผิดชอบตอ สงั คมและพลเมอื งทด่ี ี

โดยใชก ระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝกปฏบิ ตั ิจรงิ การทำโครงงานกระบวนการ
เรยี นรู ๕ ขน้ั ตอน ( 5 STEPs) การอภิปราย การสบื สวน การแกปญหา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพ่อื ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอตา นและการปองกันการทุจรติ

ผลการเรยี นรู

๑. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน
สวนรวม

๒. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับความละอายและความไมท นตอ การทจุ ริต
๓. มคี วามรู ความเขา ใจเกี่ยวกบั STRONG จิตพอเพียงตอการตอตานการทจุ รติ
๔. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับพลเมืองและมีรับผดิ ชอบตอ สงั คม
๕.สามารถคิดแยกแยะระหวา งผลประโยชนส ว นตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏิบตั ติ นเปน ผูล ะอายและความไมทนตอการทจุ รติ ทุกรูปแบบ
๗. ปฏิบตั ิตนเปนผู STRONG จิตพอเพยี งตอการตอตา นการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ตั ิตนตามหนาท่ีพลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบตอ สังคม
๙. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการตอตา นและปอ งกนั ทุจริต
รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรยี นรู

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

ส ๑๖๒๐๑ การปอ งกนั การทจุ ริต ๖ กลุมสาระการสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันประถมศึกษาปที่ ๖ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

ศกึ ษาเก่ียวกับการแยกแยะระหวา งผลประโยชนส วนตนและผลประโยชนส วนรวม มกี ารคดิ แยกแยะ
โดยระบบคดิ ฐาน ๒ และระบบคิดฐาน ๑๐ ความแตกตา งระหวางจรยิ ธรรมและการทจุ รติ การขดั กันระหวา ง
ประโยชนส ว นตนและประโยชนสว นรวม ผลประโยชนทับซอ นและรปู แบบของประโยชนทับซอ น ความละอาย
และความไมท นตอการทจุ รติ เกี่ยวกับการทำการบาน การทำเวร การสอบ การแตง กายและกจิ กรรมนกั เรียน
ภายในหอ งเรียน โรงเรยี น ชมุ ชนและสังคม การสรา งจติ สำนึกความพอเพยี งตอ การตานทุจรติ STRONG จติ
พอเพยี งตอ การตอ ตา นการทจุ ริต การดำรงชวี ติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง ความโปรงใส ความต่ืนรแู ละ
ตา นทุจรติ การมุงไปขา งหนา และความเออ้ื อาทร รหู นาทข่ี องพลเมอื งและรับผดิ ชอบตอ สงั คมในการตอ ตา น
ทุจรติ การเคารพสิทธิหนา ทีต่ นเองและผอู ่ืนการเคารพสทิ ธิหนา ทต่ี อ ชุมชนและสงั คม ปฏบิ ตั ิตนตามกฎ ระเบียบ
กตกิ าและกฎหมาย ความรบั ผิดชอบตอสังคมและพลเมอื งที่ดี

โดยใชกระบวนการคดิ วเิ คราะห จำแนก แยกแยะ การฝก ปฏบิ ัตจิ ริง การทำโครงงานกระบวนการ
เรียนรู ๕ ขน้ั ตอน ( 5 STEPs) การอภปิ ราย การสืบสวน การแกป ญ หา ทกั ษะการอา นและการเขียน เพือ่ ใหมี
ความตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอตา นและการปองกันการทจุ รติ

ผลการเรยี นรู
๑. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับการแยกแยะระหวางผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชน

สวนรวม
๒. มีความรู ความเขาใจเก่ียวกับความละอายและความไมท นตอ การทุจริต
๓. มีความรู ความเขา ใจเกย่ี วกับ STRONG จติ พอเพียงตอ การตอตานการทจุ ริต
๔. มีความรู ความเขาใจเกย่ี วกบั พลเมอื งและมรี บั ผดิ ชอบตอสงั คม
๕ .สามารถคดิ แยกแยะระหวา งผลประโยชนสวนตน กับผลประโยชนส วนรวมได
๖. ปฏบิ ตั ิตนเปน ผูละอายและความไมทนตอ การทจุ ริตทกุ รปู แบบ
๗. ปฏิบตั ิตนเปน ผู STRONG จิตพอเพยี งตอ การตอ ตา นการทจุ รติ
๘. ปฏบิ ตั ติ นตามหนาที่พลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอ สังคม
๙. ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของการตอตานและปองกันทจุ ริต
รวมทงั้ หมด ๙ ผลการเรียนรู

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวิชา

กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศกึ ษา
และพลศึกษา

หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๑ คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๑
กลุมสาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวิชา

รูเขา ใจธรรมชาติการเจริญเตบิ โต การพัฒนาการของมนุษย อธบิ ายหนา ท่ีของอวัยวะภายนอกดูแลรกั ษา
เห็นคุณคาความรักความผูกพัน ช่ืนชอบภูมใิ จในตนเอง ท้งั สมาชกิ ในครอบครัว รเู ขาใจความแตกตางระหวา งเพศ
หญิง-ชาย มีทักษะในการดำเนินชีวิต การเคล่ือนไหวทางกายสอดคลองกับอุปกรณประกอบกิจกรรม การเลน
เกมกีฬา มีวนิ ัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจ จิตวิญญาณ เสริมสรางสขุ ภาพ สมรรถภาพ มีความสามารถ
ปฏิบัติตามสุขบัญญัติ ปฏิบัติตนตามคำแนะนำ การเจ็บปวยของตนเอง หลีกเล่ียงพฤติกรรมปจจัยเส่ียง ตอ
สุขภาพ อุบัติเหตุ การใชย า สารเสพติด ความรุนแรง การพูด ทาทาง ขอความชวยเหลอื การเกดิ เหตุรา ย
ทจ่ี ะเกิดข้ึน ท้ังที่บานที่โรงเรียน

มีความสามารถในการปองกันดูแล รักษา การตัดสินใจ และการแกปญหางายๆ ของตนเอง และ
ครอบครัว มีความนิยมท่ีดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึก ตอการดำเนินชีวิตตามธรรมชาติสอดคลองกับ
ชีวิตประจำวัน

รูเขาใจเห็นคุณคาของการเลนเกมสกิจกรรมกีฬาพื้นบาน นันทนาการ การทองเที่ยว อาหารพื้นบาน
ปฏิบัติตนเกี่ยวกับการเจ็บปวยโรคในหมูบานนำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชน
โดยใชวิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชีวติ ประจำวนั ไดอยา งถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

พ ๑.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๒.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
พ ๓.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๓.๒ ป๑/๑ , ป๑/๒
พ ๔.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
พ ๕.๑ ป๑/๑ , ป๑/๒ , ป๑/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๕ ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๒ คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๒ กลุม สาระการเรียนรูส ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

คำอธิบายรายวชิ า

รูเขา ใจธรรมชาติการเจรญิ เตบิ โต เหน็ คณุ คาของตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา มีทกั ษะในการดำเนินชวี ิต
การเคล่ือนไหว การออกกำลังกาย การเลมเกมกีฬาไทยสากล มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณ การสรางสุขภาพ
สมรรถภาพ การปองกันโรค หลีกเล่ียงสารเสพติด การใชยา การเกิดอุบัติเหตุ ความรุนแรง มีความปลอดภัยใน
ชีวิต ดูแลรักษาอวัยวะภายใน รูหนาที่บทบาทของตนเอง สมาชิกในครอบครัว เพื่อน เขาใจความแตกตางเพศ
หญิงเพศชาย มีความภูมิใจในเพศตนทั้งหญิงชาย การเลนเกม กีฬา การเคลื่อนไหวรางกายอาศัยอุปกรณไดดวย
ตนเอง กลุมอยางสนุกสนาน ตามกฎ กติกา มีวินัยในการเลือกอาหารที่มีประโยชน การมีสุขภาพดี การดูแลการ
เกิดอุบัติเหตุ การเจ็บปวย บาดเจ็บ การใชยา เล่ียงสารเสพติด ความรุนแรง ปฏิบัติตนตามสัญลักษณ พฤติกรรม
เสีย่ งไดอยา งปลอดภยั

รูเขาใจหนาท่ี การดูแล เสริมคุณคาตนเอง สังคม ครอบครัว เพื่อน การมีพฤติกรรมกอใหเกิดความมี
สุขภาพกาย การอยูรวมกัน การเสริมสรางสุขภาพดี การดูแล เกิดการเจ็บปวย อุบัติเหตุเบ้ืองตน มีคานิยมมี
คณุ ธรรม ในการดำเนนิ ชวี ิต สอดคลองกบั ธรรมชาติ ชวยใหม ีความปลอดภยั ในชีวติ

รูเขาใจเห็นคุณคาของการเลนเกมสกิจกรรมกีฬาพ้ืนบาน นันทนาการ มีกฎระเบียบกติกา มีความรู
ความเขา ใจการทองเทย่ี ว อาหารพื้นบา น ปฏบิ ัตติ นเก่ียวกบั การเจ็บปว ยโรคในหมบู านรูจักชื่อและอาการของโรค
นำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ
สามารถนำไปประยกุ ตใ ชกับชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐานตัวช้วี ัด/

พ ๑.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓
พ ๒.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔
พ ๓.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๓.๒ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒
พ ๔.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕
พ ๕.๑ ป. ๒/๑, ป. ๒/๒, ป. ๒/๓, ป. ๒/๔, ป. ๒/๕

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชว้ี ดั

หลกั สูตรโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๓ คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓
กลุมสาระการเรียนรสู ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คำอธบิ ายรายวชิ า

เขาใจลักษณะการเจริญเติบโต ความแตกตาง สัมพันธ ภาพในครอบครัว กลุมเพ่ือน สรางสัมพันธภาพ
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนำไปสา การลวงละเมิดทางเพศ มีการควบคุมการเคลื่อนไหวของรางกาย ทำอยูกับท่ี และ
รอบทิศทาง การใชอุปกรณในการออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬา ปฏิบัติตนอยางสม่ำเสมอ มีวินัย มีความถนัด
รูจักจุดเดนจุดดอยของตนเอง รูเขาใจการละเลนกีฬาพื้นเมือง อธิบายการปองกันการแพรกระจายของโรค การ
เลือกอาหารตามสัดสวนรูวิธีปองกันโรค เขาใจวิธีการแปรงฟนไดอยางถูกวิธี มีความปลอดภัยในชีวิต ทั้งการขอ
ความชวยเหลือจากบคุ คล เมื่อเกิดเหตรุ าย อุบัตเิ หตุ ทงั้ การใชย า เวนสารเสพติด ลดความรุนแรง ทั้งทีบ่ านและท่ี
โรงเรยี น

ปฏิบัติตนในการรูเขาใจอธิบาย การเปลี่ยนแปลงของมนุษย ความแตกตางทั้งรางกาย อารมณให
เหมาะสมกับวัย การตัดสินใจ แกปญหางา ยๆ จากใกลตัว บาน โรงเรียน มีเจตคติท่ีดี มคี ุณธรรม จิตสำนึก ความ
รับผดิ ชอบตอ ตนเอง และผูอนื่

รูเขาใจวิธีการกิจกรรมการเลนกีฬาพื้นบาน นันทนาการ การทองเท่ียว อาหารพ้ืนบาน รูวิธีรักษาการ
เจ็บปวยของโรคในตำบล ปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกาของการเลนเกมสนำไปใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำ
ความรไู ปใชใ หเ กิดประโยชนโดยใชว ิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ตใชก ับชวี ิตประจำวนั ได
อยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐานตัวชว้ี ัด/

พ ๑.๑ ป. ๓/๑, ป.๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๒.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓
พ ๓.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๓.๒ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒
พ ๔.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓, ป. ๓/๔, ป. ๓/๕
พ ๕.๑ ป. ๓/๑, ป. ๓/๒, ป. ๓/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชี้วดั

หลักสตู รโรงเรียนอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๔ คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๔ กลุมสาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๘๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวิชา

รูเขาใจหนาที่ของอวัยวะตางๆ เห็นความสำคัญของการทำงานของอวัยวะ สามารถปองกันดูแลอวัยวะ
การเจริญเติบโต การเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจอารมณ สังคม และสติปญญา รูวิธีการแกไขปญหาและ
การปองกันปญหาที่เกิดขึ้น เขาในบทบาทหนาที่ของตนเองตอ ครอบครวั เห็นคณุ คาและความสำคัญของเพศชาย
เพศหญิง สามารถควบคมุ ตนเองและขณะปฏิบตั กิ ารเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การกฬี า เลม เกม มีสวนรว มใน
กิจกรรมกฬี ากับชมุ ชน ปฏบิ ัติตามกฎกติกา รแู ละเขา ใจการมีสขุ ภาพทด่ี ี การปองกนั โรค การเลอื กบรโิ ภคอาหาร
อารมณและความเครียด รูจักการใชเวลาวางใหเปนประโยชน รูและเขาใจในเรื่องการเสริมสรางสมรรถภาพทาง
กายเพ่ือสุขภาพ การปองกันหลีกเล่ียงปจจัยเสี่ยงท่ีเกิดจากอุบัติเหตุ สิ่งเสพติด การปฐมพยาบาล จัดหมวดหมู
อวัยวะของรางกายปฏิบัติกิจกรรมการเลนเกม กีฬาพื้นบาน ฝกทดสอบกิจกรรมยืดหยุนพ้ืนฐาน หลกี เล่ียงปจจัย
เส่ียงตอสุขภาพ อบุ ตั ิภัย

รปู ฏิบัติตนการเลนเกมกีฬาพ้ืนบานในระดับอำเภอ การทำอาหารพื้นบาน รวู ิธีรักษาและปฏิบัติตน การ
เจ็บปวยตามคำแนะนำ เลือกแหลงบริการสุขภาพที่เหมาะสม มีความรูในการบริโภคอาหาร เลือกซื้อ เลือก
บริโภคประยุกตใชในชีวิตประจำวันได สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชวี ติ ประจำวันไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐานตวั ชี้วัด/

พ ๑.๑ ป.๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓
พ ๒.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓
พ ๓.๑ ป. ๔/๑, ป.๔/๒ ป. ๔/๓, ป. ๔/๔
พ ๓.๒ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒
พ ๔.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓, ป.๔/๔
พ ๕.๑ ป. ๔/๑, ป. ๔/๒, ป. ๔/๓

รวม ๖ มาตรฐาน ๑๙ ตวั ชี้วัด

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๕ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๕ กลมุ สาระการเรยี นรสู ุขศึกษาและพลศึกษา

เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

รูเขาใจในการทำงานของอวัยวะตางๆ สุขอนามัยทางเพศ การเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ
อารมณ สติปญญา รแู ละเขา ใจเห็นคุณคาของชีวติ ครอบครัว มีทักษะในการดำเนินชีวติ หลกั การเคล่ือนไหว การ
ออกกำลังกาย เกมกีฬาไทยและกีฬาสากล รูและเขาใจกลวิธีการรุกและการปองกันการสงเสริมสุขภาพของตน
การบริโภคอาหารเพ่ือสุขภาพและความปลอดภัยจากปจจัยเสี่ยงตอสุขภาพตางๆ ศึกษาคนควาการทำงานของ
ระบบอวยั วะสุขภาพทางเพศ การเปลี่ยนแปลงทางดา นรางกาย จิตใจ อารมณ สตปิ ญ ญา หลกั ของการเคล่อื นไหว
การกีฬา การมีสุขภาพดี การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การปฏิบัติควบคุมจนเองในการเคล่ือนไหว การเขารวม
กจิ กรรมทางกาย การเลน เกม ออกกำลงั กาย การเการพกฎ กตกิ า ความมนี ้ำใจเปนนกั กีฬา การอภิปรายและการ
รายงานผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรมวดั ประเมินผลโดยการสงั เกตพฤติกรรมทดสอบความรู ทดสอบการเลนกฬี า

เขาใจกฎ กติกา กีฬาพื้นบานในระดับจังหวัดเห็นประโยชนของการเลนเกม รูอนุรักษการทำอาหาร
พื้นบานปองกนั การเจ็บปว ย เลอื กแหลงบรกิ ารสขุ ภาพ เลือกกิจกรรมทศั นศึกษาการพกั ผอ นเขาใจเก่ยี วกบั วิธีการ
ปฏิบัติตนใหมีความรูความเขาใจนำไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดย
ใชว ิธีการของเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใชกับชวี ติ ประจำวันไดอยางถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐานตัวช้ีวดั /

พ ๑.๑ ป.๕/๑, ป. ๕/๒
พ ๒.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓
พ ๓.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕, ป. ๕/๖
พ ๓.๒ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔
พ ๔.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕
พ ๕.๑ ป. ๕/๑, ป. ๕/๒, ป. ๕/๓, ป. ๕/๔, ป. ๕/๕

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๖ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๖ กลมุ สาระการเรียนรสู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา

รูเขาใจในการทำงานของอวัยวะตางๆ ของรางกาย สุขอนามัยทางเพศ การพัฒนาการ ของวัยแรก
รุน การเปล่ียนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สติปญญา และจิตวิญญาณในวัยแรกรุน ชีวิตครอบครัว
หลักการเคลือ่ นไหว การออกกำลังกาย เกมกีฬาไทย กีฬาสากล กลวิธีการรุก การปองกัน และเสริมสรางสุขภาพ
ท่ีดี สมรรถภาพ การปองกันการเกิดโรค การปฐมพยาบาลเบ้ืองตนเมื่อเกิดอุบัติเหตุศึกษาคนควาการทำงานของ
ระบบอวัยวะ การเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สติปญญา จิตวิญญาณในวัยแรกรุนหลักของการ
เคลื่อนไหว ความมีสุขภาพดี ปฏบิ ัติการเคล่ือนไหว ความมีสุขภาพดี การปฏิบัติการเคลื่อนไหวอยูกบั ที่ เคล่ือนท่ี
การบังคับส่ิงของ การเขารวมเลนกิจกรรมทางกาย เกมกีฬา การเการพกฎกติกา ทายืดหยุนพ้ืนฐาน ปฏิบัติทา
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย อภิปรายรายงานผล การฝกปฏิบัติกิจกรรมสังเกตพฤติการณและความสนใจในการ
ฝก ปฏิบัติกจิ กรรม ทดสอบความรคู วามเขา ใจเกย่ี วกับระบบการทำงานของอวัยวะ การพัฒนาการของวยั รนุ การ
เปล่ยี นแปลงทางดานรา งกาย จติ ใจ อารมณ สังคมวัยรุน ชวี ติ ครอบครวั สังเกตการเคลือ่ นไหวการออกกำลังกาย
การเลน กีฬา

เขาใจการเลนเกมกีฬาพ้ืนบาน กฎกติการะดับจังหวัด รูประโยชนของการเลน ปฏิบัติตนในการอนุรักษ
อาหารพื้นบาน วิธีการทำ ปฏิบัติตนปองกันการเจ็บปวย การรักษา การแนะนำ การปองกันโรค เลือกแหลง
บริการสุขภาพในทองถิ่นไดอยางเหมาะสม เลือกปฏิบัติกิจกรรมในการบริโภคอาหาร สามารถนำความรูไปใชให
เกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

มาตรฐานตวั ชวี้ ัด/

พ ๑.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๒.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒
พ ๓.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔, ป. ๖/๕
พ ๓.๒ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖
พ ๔.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป.๖/๔
พ ๕.๑ ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๒ ตัวช้วี ดั

หลักสูตรโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ า
กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ กลุม สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธิบายรายวชิ า

อภิปราย บอก มที ักษะ สรา ง วาดภาพ ระบุ ทอ ง เลา เลยี นแบบ แสดง เกีย่ วกบั รปู รา ง ลกั ษณะ
และขนาดของสิ่งตาง ๆ รอบตัวในธรรมชาติ และสิ่งท่ีมนุษยส รางข้ึน ความรูสึกที่มีตอธรรมชาติ และส่ิงแวดลอม
รอบตัว สิ่งแวดลอมในหมูบาน มีพื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางงานทัศนศิลปโดยการทดลองใชสี ดวย
เทคนิคงา ย ๆวาดภาพระบายสีภาพธรรมชาติตามความรูสึกของตนเองงานทัศนศิลปในชีวิตประจำวัน สิ่งตาง ๆ
สามารถกอกำเนิดเสียง ท่ีแตกตางกัน ลักษณะของเสียงดัง-เบา และความชา- เร็ว ของจังหวะ บทกลอน รอง
เพลงงา ย ๆ มีสว นรวมใน กจิ กรรมดนตรอี ยา งสนุกสนานความเกี่ยวของของเพลงทใี่ ชในชวี ิตประจำวัน เพลงใน
ทอ งถน่ิ ส่ิงทีช่ ่ืนชอบในดนตรีทองถนิ่ เครือ่ งดนตรีจากพืชและสตั วใ นหมบู าน การเคลอ่ื นไหว ทา ทางงาย ๆ เพ่ือ
ส่อื ความหมาย แทนคำพดู สิ่งที่ตนเองชอบ จากการดูหรอื รว มการแสดง เลนการละเลนของเดก็ ไทย

รู เขาใจ เห็นคุณคา ช่ืนชม เก่ียวกับรูปราง ลักษณะ และขนาดของสิ่งตาง ๆ รอบตัว ใน
ธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษยสรางข้ึน ความรูสึกที่มีตอธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมรอบตัว สิ่งแวดลอมในหมูบาน มี
พื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางงานทัศนศิลปโดยการทดลองใชสี ดวยเทคนิคงาย ๆวาดภาพระบายสีภาพ
ธรรมชาติตามความรสู กึ ของตนเองงานทัศนศิลปใ นชวี ติ ประจำวนั ส่งิ ตาง ๆสามารถกอกำเนิดเสียง ที่แตกตางกนั
ลักษณะของเสียงดัง-เบา และความชา- เร็ว ของจังหวะ บทกลอน รองเพลงงาย ๆ มีสวนรวมใน กิจกรรม
ดนตรอี ยางสนกุ สนานความเกยี่ วของของเพลงทใี่ ชใ นชวี ิตประจำวัน เพลงในทอ งถ่ินเคร่ืองดนตรจี ากพืชและสตั ว
ในหมูบาน สิ่งที่ช่ืนชอบในดนตรีทองถ่ิน การเคล่ือนไหว ทาทางงาย ๆเพ่ือสื่อความหมาย แทนคำพูด สิ่งท่ี
ตนเองชอบ จากการดูหรือรวมการแสดง เลนการละเลนของเด็กไทย รักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำ
ความรไู ปใชใหเกดิ ประโยชนโ ดยใชวธิ ีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและสามารถนำไปประยกุ ตใ ชกับชีวิตประจำวันได
อยา งถูกตองเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/

ศ ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ศ ๑.๒ ป.๑/๑
ศ ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕
ศ ๒.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ศ ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ศ ๓.๒ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ชีว้ ัด

หลักสตู รโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธิบายรายวชิ า

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เคาะ
รองเพลง เก่ียวกับรูปราง รูปทรงท่ีพบใน ธรรมชาติ และสิ่งแวดลอม ทัศนธาตุที่อยูในสิ่งแวดลอมและงาน
ทัศนศิลป โดยเนน เรื่องเสน สี รูปราง และรูปทรง ปนสัตวชนิดตางๆท่ีมีในหมูบา น งานทัศนศิลปตาง ๆ โดยใช
ทัศนธาตุที่เนนเสน รูปราง การใชวัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศิลป ๓ มิติ ภาพปะติดโดยการตัดหรือฉีก
กระดาษ ภาพปะติดภาพสถานท่ีทองเที่ยวในตำบลปริกวาดภาพเพื่อถายทอดเรื่องราวเก่ียวกับครอบครัวของ
ตนเอง และเพ่ือนบาน รวมถึงเนื้อหาเร่ืองราว เปนรูปแบบงานโครงสรางเคลื่อนไหว ความสำคัญของงาน
ทัศนศลิ ป ที่พบเหน็ ในชีวิตประจำวนั งานทัศนศลิ ปป ระเภทตา ง ๆ ในทอ งถิน่ โดยเนนถึงวธิ ีการสรา งงานและวัสดุ
อุปกรณ ที่ใช แหลงกำเนิด ของเสียงที่ไดยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่ำ , ดัง-เบา, ยาว-ส้ัน ของดนตรี เคาะ
จังหวะหรือเคลื่อนไหวรางกายใหสอดคลองกับเนื้อหาของเพลงงาย ๆ ที่เหมาะสมกับวัยความหมายและ
ความสำคัญของเพลงท่ีไดยิน ความสัมพันธของเสียงรอง เสียงเครื่องดนตรีในเพลงทองถิ่น โดยใชคำงาย ๆ
เครื่องดนตรใี นบา นหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง เขารวมกจิ กรรมทางดนตรใี นทอ งถนิ่ เคล่ือนไหวขณะอยกู บั ท่ี
และเคล่อื นที่ ท่สี ะทอ นอารมณ ของตนเองอยางอิสระเลียนแบบทาทางสัตวในการรำ สัตวท ่ีมีในบานหนองคู
ทา ทาง เพอื่ ส่ือความหมาย แทนคำพูด แสดงทาทางประกอบจงั หวะอยางสรางสรรค มีมารยาทในการชมการ
แสดง เลนการละเลนพ้นื บาน เช่อื มโยงสง่ิ ท่ีพบเห็นในการละเลนพื้นบานกับสงิ่ ที่พบเห็นในการดำรงชีวิตของคน
ไทย ส่ิงที่ชน่ื ชอบและภาคภูมใิ จ ในการละเลนพ้ืนบา น

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เก่ียวกับรูปราง รูปทรงท่ีพบใน ธรรมชาติ และส่ิงแวดลอม ทัศนธาตุท่ี
อยูในสิ่งแวดลอมและงานทัศนศิลป โดยเนนเรื่องเสน สี รูปราง และรูปทรง ปนสัตวชนิดตางๆที่มีในหมูบาน
งานทศั นศิลปตาง ๆ โดยใชทัศนธาตุที่เนนเสน รูปราง การใชว ัสดุ อุปกรณ สรางงานทัศนศิลป ๓ มิติ ภาพปะ
ติดโดยการตัดหรือฉีกกระดาษ ภาพปะติดภาพสถานท่ีทองเที่ยวในหมูบานหนองคู วาดภาพเพื่อถายทอด
เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของตนเอง และเพ่ือนบาน รวมถึงเนื้อหาเรื่องราว เปนรูปแบบงานโครงสราง
เคลื่อนไหว ความสำคัญของงานทัศนศิลป ท่ีพบเห็นในชีวิตประจำวันงานทัศนศิลปประเภทตาง ๆ ในทองถ่ิน
โดยเนนถึงวิธีการสรางงานและวัสดุอุปกรณ ท่ีใช แหลงกำเนิด ของเสียงท่ีไดยินคุณสมบัติของเสียง สูง- ต่ำ ,
ดัง-เบา, ยาว-สั้น ของดนตรี เคาะจังหวะหรือเคลื่อนไหวรางกายใหสอดคลองกับเน้ือหาของเพลงงาย ๆ ท่ี
เหมาะสมกับวัยความหมายและความสำคัญของเพลงที่ไดยิน ความสัมพันธของเสียงรอง เสียงเครื่องดนตรีใน
เพลงทองถ่ิน โดยใชคำงา ย ๆ เคร่ืองดนตรีในหมูบานหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง เขารวมกิจกรรมทางดนตรี
ในทองถิ่น เคล่ือนไหวขณะอยูกับที่และเคล่ือนที่ ท่ีสะทอนอารมณ ของตนเองอยางอิสระเลียนแบบทาทาง

หลกั สูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

สัตวในการรำ สัตวท่ีมีในหมูบานหนองคู ทาทาง เพ่ือสื่อความหมาย แทนคำพูด แสดงทาทางประกอบจังหวะ
อยางสรางสรรค มีมารยาทในการชมการแสดง เลนการละเลนพ้ืนบาน เช่ือมโยงส่ิงที่พบเห็นในการละเลน
พื้นบานกับสิ่งท่ีพบเห็นในการดำรงชีวิตของคนไทย สิ่งท่ีช่ืนชอบและภาคภูมิใจ ในการละเลนพ้ืนบาน รักและ
มุงม่ันในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
นำไปประยุกตใ ชก ับชวี ิตประจำวนั ไดอยางถกู ตอ งเหมาะสม

มาตรฐานตัวชวี้ ัด/
ศ ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป.๒/๗ , ป.๒/๘
ศ ๑.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ศ ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕
ศ ๒.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒
ศ ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป.๒/๔ , ป.๒/๕
ศ ๓.๒ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชว้ี ัด

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน

ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ กลมุ สาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง

คำอธิบายรายวิชา

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก
เปรียบเทียบ เคาะ รองเพลง เก่ยี วกับรูปราง รปู ทรง ในธรรมชาติ สงิ่ แวดลอม และงานทศั นศิลป วัสดุ อุปกรณที่
ใชส รางผลงาน เมื่อชมงานทัศนศิลป ทศั นธาตุของสงิ่ ตา ง ๆ ในธรรมชาติสง่ิ แวดลอม และงานทัศนศลิ ป โดยเนน
เร่ืองเสน สี รูปราง รูปทรง และพื้นผิว วาดภาพ ระบายสีสิ่งของรอบตัว การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรมใน
หมูบานและตำบลและวาดภาพเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรค งานปน
ทอดความคิดความรูสึกจากเหตุการณชีวิตจริง โดยใชเสน รูปราง รูปทรง สี และพื้นผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สรางงานทัศนศิลป โดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณ ส่ิงท่ีช่ืนชมและส่ิงที่ควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของ
ตนเอง ภาพตามทัศนธาตุ ที่เนนในงานทัศนศิลปน นั้ ๆ ลักษณะรูปราง รูปทรง ในงาน การออกแบบสงิ่ ตาง ๆ ที่
มีในบานและโรงเรียน ท่ีมาของงานทัศนศิลป ในทองถิ่นวัสดุอุปกรณและวิธีการสรางงานทัศนศิลปในทองถ่ิน
รูปรางลักษณะของเครื่องดนตรี ท่ีเห็นและไดยินในชีวิตประจำวันเคร่ืองดนตรีในหมูบานหนองคู ไดแก กลอง
แคน ซุง รูปภาพหรือสัญลักษณแทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหนาท่ีของเพลงที่ไดยิน ดนตรีงาย ๆ อารมณ
ของเพลงท่ีฟง เสียงดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผูอ่ืน ดนตรีไปใชในชีวิตประจำวันหรือโอกาส ตาง ๆ ได
อยางเหมาะสม ลักษณะเดนและ เอกลักษณ ของดนตรีในทองถิ่น ความสำคัญและประโยชนของดนตรีตอการ
ดำเนินชีวิตของคนในทองถิ่นการเคล่ือนไหวในรูปแบบตาง ๆในสถานการณส้ัน ๆ ทาทางประกอบเพลง ตาม
รูปแบบนาฏศิลป บทบาทหนาท่ีของผูแสดงและผูชม กิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวัย ประโยชนของการ
แสดงนาฏศิลปในชีวติ ประจำวัน การแสดงนาฏศิลปท ี่เคยเห็นในทองถ่ินสง่ิ ท่ีเปนลักษณะเดนและเอกลักษณของ
การแสดงนาฏศลิ ป ความสำคญั ของการแสดงนาฏศิลป

รู เขาใจ เห็นคุณคา ช่ืนชม เกี่ยวกับรูปราง รูปทรง ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และงานทัศนศิลป วัสดุ
อุปกรณทใี่ ชสรางผลงาน เมอ่ื ชมงานทัศนศิลป ทัศนธาตุของสิ่งตาง ๆ ในธรรมชาตสิ ่ิงแวดลอม และงานทัศนศิลป
โดยเนนเร่อื งเสน สี รูปรา ง รปู ทรง และพื้นผิว วาดภาพ ระบายสีสง่ิ ของรอบตวั การวาดภาพประเพณีวัฒนธรรม
ในหมูบานและตำบลและวาดภาพเก่ียวกับเศรษฐกิจพอเพียงในครอบครัว การใชวสั ดุ อปุ กรณสรางสรรค งานปน
ทอดความคิดความรูสึกจากเหตุการณชีวิตจริง โดยใชเสน รูปราง รูปทรง สี และพ้ืนผิวเหตุผลและวิธีการในการ
สรางงานทัศนศิลป โดยเนนถึงเทคนิคและวัสดุอุปกรณ สิ่งท่ีชื่นชมและส่ิงที่ควรปรับปรุงในงานทัศนศิลปของ
ตนเอง ภาพตามทัศนธาตุ ท่ีเนนในงานทัศนศิลปน้ัน ๆ ลักษณะรูปราง รูปทรง ในงานการออกแบบส่ิงตาง ๆ ท่ีมี
ในบา นและโรงเรียน ท่ีมาของงานทัศนศิลป ในทอ งถ่นิ วัสดอุ ุปกรณและวิธกี ารสรางงานทศั นศิลปใ นทอ งถนิ่ รปู ราง
ลักษณะของเครอ่ื งดนตรี ทเ่ี ห็นและไดยินในชีวิตประจำวันเครอ่ื งดนตรีในหมูบา นหนองคู ไดแก กลอง แคน ซุง
รปู ภาพหรือสัญลกั ษณแทนเสียงและจังหวะเคาะ บทบาทหนาท่ีของเพลงทไ่ี ดย ิน ดนตรงี าย ๆอารมณของเพลงที่

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑

ฟง เสียงดนตรี เสียงขับรองของตนเองและผูอื่น ดนตรีไปใชในชีวิตประจำวันหรือโอกาส ตาง ๆ ไดอยาง
เหมาะสม ลักษณะเดนและ เอกลักษณ ของดนตรีในทองถ่ิน ความสำคัญและประโยชนของดนตรีตอการดำเนิน
ชีวิตของคนในทองถิ่นการเคล่ือนไหวในรูปแบบตาง ๆในสถานการณสั้น ๆ ทาทางประกอบเพลง ตามรูปแบบ
นาฏศิลป บทบาทหนาท่ีของผูแสดงและผูชม กิจกรรมการแสดงที่เหมาะสมกับวัย ประโยชนของการแสดง
นาฏศิลปในชีวิตประจำวัน การแสดงนาฏศิลปที่เคยเห็นในทองถ่ินส่ิงที่เปนลักษณะเดนและเอกลักษณของการ
แสดงนาฏศิลป ความสำคัญของการแสดงนาฏศิลปรักและมุงมั่นในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิด
ประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใชกับชีวิตประจำวันไดอยางถูกตอง
เหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวัด/
ศ ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ ,

ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐
ศ ๑.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ศ ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕ , ป.๓/๖ , ป.๓/๗
ศ ๒.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
ศ ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป.๓/๔ , ป.๓/๕
ศ ๓.๒ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ กลุมสาระการเรียนรศู ลิ ปะ
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๔ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก เปรียบเทียบ
เคาะ รองเพลง เก่ียวกับรูปลักษณะของรูปราง รูปทรงในธรรมชาติ สิง่ แวดลอ ม และงานทศั นศลิ ป อิทธิพลของ
สีวรรณะอุน และสีวรรณะเย็น ท่ีมีตออารมณของมนุษย ทัศนธาตุ ของสิ่งตาง ๆ ในธรรมชาติ สิ่งแวดลอม และ
งานทัศนศิลปโดยเนนเรื่อง เสน สี รูปราง รูปทรง พื้นผิว และพื้นท่ีวาง มีทักษะพ้ืนฐานในการใชวัสดุ อุปกรณ
สรางสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเนน เรื่องการจัดระยะ ความลึก น้ำหนัก
และแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ
ความคิดความรูสึกที่ถายทอดผานงานทัศนศิลปของตนเองและบุคคลอ่ืน วรรณะสีเพ่ือถายทอดอารมณ
ความรูสึกในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปใน เหตุการณ และงานเฉลิมฉลองของวัฒนธรรม ในทองถ่ิน
และแหลงทองเท่ียวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศิลปที่มาจากวัฒนธรรมตาง ๆ ประโยคเพลงอยางงาย
ประเภทของเครอื่ งดนตรีท่ีใชในเพลงที่ฟง ทิศทางการเคลอ่ื นที่ ขึ้น – ลง งาย ๆ ของทำนอง รูปแบบ จังหวะและ
ความเร็วของจังหวะในเพลงที่ฟง โนตดนตรีไทยและสากล รองเพลงโดยใชชวงเสียงที่เหมาะสมกับตนเองใชและ
เก็บเครื่องดนตรีอยางถูกตองและปลอดภัยดนตรี สามารถใชในการสื่อเรอื่ งราว แหลงที่มาและความสัมพันธของ
วถิ ีชีวิตไทย ท่ีสะทอนในดนตรีและเพลงทองถิ่น เพลงกลอมเดก็ ในอำเภอวารินชำราบ ความสำคัญในการอนุรักษ
สงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี ทักษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลปและการละครที่ใชสื่อความหมายและอารมณภาษาทา
และนาฏยศัพทหรือศัพททาง การละครงาย ๆ ในการถายทอดเร่ืองราว เลียนแบบการเคล่ือนไหวของสัตวท่ีมีใน
อำเภอวารินชำราบตามรูปแบบของนาฏศิลป แสดง การเคล่ือนไหว ในจังหวะตาง ๆ ตามความคิดของตน แสดง
นาฏศิลปเปนคู และหมู สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดยเนนจุดสำคัญของเรื่องและลักษณะเดนของตัวละคร ประวัติ
ความเปนมาของนาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงาย ๆ การแสดงนาฏศิลปกับการแสดงท่ีมาจากวัฒนธรรมอ่ืน
การแสดงของทองถ่ิน ความสำคัญของการแสดงความเคารพในการเรียนและการแสดงนาฏศิลป เหตุผลท่ีควร
รักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศลิ ป

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เก่ียวกับรูปลักษณะของรูปราง รูปทรงในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม และงาน
ทัศนศิลป อิทธิพลของสีวรรณะอุน และสีวรรณะเย็น ที่มีตออารมณของมนุษย ทัศนธาตุ ของส่ิงตาง ๆ ใน
ธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม และงานทัศนศิลปโดยเนนเรื่อง เสน สี รูปราง รูปทรง พ้ืนผิว และพื้นที่วาง มีทักษะ
พื้นฐานในการใชวัสดุ อุปกรณสรางสรรคงานพิมพภาพและงานวาดภาพระบายสี ลักษณะของภาพโดยเนนเร่ือง
การจัดระยะ ความลึก น้ำหนักและแสงเงาในภาพ วาดภาพระบายสี โดยใชสีวรรณะอุนและสีวรรณะเย็น
ถายทอดความรูสึกและจินตนาการ ความคิดความรูสึกที่ถายทอดผานงานทัศนศิลปของตนเองและบุคคลอ่ืน
วรรณะสีเพ่ือถายทอดอารมณ ความรูสึกในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปใน เหตุการณ และงานเฉลิม

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ฉลองของวัฒนธรรม ในทองถ่ิน และแหลงทองเท่ียวในอำเภอวารินชำราบ งานทัศนศิลปท่ีมาจากวัฒนธรรมตาง
ๆ ประโยคเพลงอยางงาย ประเภทของเครื่องดนตรีท่ีใชในเพลงท่ีฟง ทิศทางการเคลื่อนท่ี ขึ้น – ลง งาย ๆ ของ
ทำนอง รูปแบบ จังหวะและความเรว็ ของจงั หวะในเพลงทฟี่ ง โนตดนตรีไทยและสากล รอ งเพลงโดยใชช วงเสยี งท่ี
เหมาะสมกับตนเองใชและเก็บเคร่ืองดนตรีอยางถูกตองและปลอดภัยดนตรี สามารถใชในการสื่อเรื่องราว
แหลงทม่ี าและความสมั พันธของวถิ ชี ีวิตไทย ท่ีสะทอ นในดนตรีและเพลงทองถนิ่ เพลงกลอ มเดก็ ในอำเภอวารินชำ
ราบ ความสำคัญในการอนุรักษสงเสริมวัฒนธรรมทางดนตรี ทักษะพื้นฐานทางนาฏศิลปและการละครท่ีใชสื่อ
ความหมายและอารมณภาษาทาและนาฏยศัพทหรือศัพททาง การละครงาย ๆ ในการถายทอดเร่ืองราว
เลียนแบบการเคล่ือนไหวของสัตวท ่ีมีในอำเภอวารินชำราบตามรูปแบบของนาฏศิลป แสดง การเคล่ือนไหว ใน
จังหวะตาง ๆ ตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลปเปนคู และหมู สิ่งท่ีชอบในการแสดง โดยเนนจุดสำคัญของ
เร่ืองและลักษณะเดนของตัวละคร ประวัติความเปนมาของนาฏศิลป หรือชุดการแสดงอยางงาย ๆ การแสดง
นาฏศิลปกับการแสดงท่ีมาจากวัฒนธรรมอ่ืน การแสดงของทองถ่ิน ความสำคัญของการแสดงความเคารพใน
การเรียนและการแสดงนาฏศิลป เหตุผลท่ีควรรักษาและสืบทอดการแสดงนาฏศิลป รักและมุงม่ันในการ
ทำงาน สามารถนำความรไู ปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใช
กับชวี ิตประจำวนั ไดอ ยางถกู ตองเหมาะสม

มาตรฐานตัวชว้ี ดั /
ศ ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘ , ป.๔/๙
ศ ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ศ ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ศ ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ศ ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔

รวม ๖ มาตรฐาน ๒๙ ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รโรงเรียนอนุบาลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน

ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ กลมุ สาระการเรียนรศู ิลปะ
ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๕ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง จำแนก
เปรยี บเทียบ เคาะ รองเพลง เกีย่ วกับเกี่ยวกับจังหวะ ตำแหนงของ สิง่ ตา ง ๆ ท่ปี รากฏในส่ิงแวดลอ ม และงาน
ทัศนศิลปความแตกตางระหวางงานทัศนศิลป ท่สี รางสรรคดวยวสั ดุอุปกรณและวิธีการที่ตา งกัน เทคนิคของแสง
เงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภูมศิ าสตรของสถานที่ทองเท่ียวและประเพณวี ัฒนธรรมในอำเภอวารนิ ชำ
ราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปนจาก ดินน้ำมันหรือดินเหนียวโดยเนนการถายทอดจินตนาการ งานพิมพ
ภาพ โดยเนนการจัดวางตำแหนงของสงิ่ ตาง ๆ ในภาพ ปญหาในการจัดองคประกอบศิลป และการส่อื ความหมาย
ในงานทศั นศิลปของตนเอง และบอกวิธีการปรบั ปรงุ งานใหด ขี ึ้น ประโยชนและคณุ คาของงานทศั นศิลปท ่มี ผี ลตอ
ชีวิตของคน ในสังคมเกี่ยวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรูหรือนิทรรศการศิลปะ งาน
ทัศนศิลปท่ีสะทอนวัฒนธรรมและภูมิปญญาในทองถิ่น องคประกอบดนตรีในเพลงท่ีใชในการสื่ออารมณ
ลกั ษณะของเสียงขบั รองและเครื่องดนตรีที่อยูในวงดนตรปี ระเภทตาง ๆ โนตดนตรไี ทยและสากล ๕ ระดับเสียง
เครื่องดนตรีทำจังหวะและทำนองเพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลท่ีเหมาะสมกับวัย ประโยคเพลง
แบบถามตอบใชดนตรีรวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจนิ ตนาการความสัมพันธระหวา งดนตรกี บั ประเพณใี น
วฒั นธรรมตาง ๆ คณุ คา ของดนตรีท่มี าจากวฒั นธรรมท่ตี า งกัน องคประกอบนาฏศลิ ป ทา ทางประกอบเพลงหรือ
เรื่องราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการส่ือความหมายและ
การแสดงออก การรำรองเง็ง เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การเขียนเคา
โครงเรือ่ งหรือบทละครสนั้ ๆการแสดงนาฏศลิ ปชุดตาง ๆประโยชนท ี่ไดร ับจากการชมการแสดง การแสดงประเภท
ตา ง ๆ ของไทย ในแตละทอ งถ่นิ แสดงนาฏศิลป นาฏศลิ ปพ้ืนบาน ท่สี ะทอนถึงวัฒนธรรมและประเพณี

รู เขาใจ เห็นคุณคา ช่ืนชม เก่ียวกับจังหวะ ตำแหนงของ สิ่งตาง ๆ ท่ีปรากฏในสิ่งแวดลอม และงาน
ทัศนศิลป ความแตกตางระหวางงานทัศนศิลป ที่สรางสรรคดวยวัสดุอุปกรณและวิธีการที่ตางกัน เทคนิคของ
แสงเงา น้ำหนัก และวรรณะสี การวาดภาพภูมิศาสตรของสถานท่ีทองเท่ียวและประเพณีวัฒนธรรมในอำเภอวา
รินชำราบและจังหวัดอุบลราชธานี งานปนจาก ดินน้ำมันหรือดินเหนียวโดยเนนการถายทอดจินตนาการงาน
พิมพภาพ โดยเนนการจัดวางตำแหนงของสิ่งตาง ๆ ในภาพ ปญหาในการจัดองคประกอบศิลป และการสื่อ
ความหมายในงานทัศนศิลปของตนเอง และบอกวิธีการปรับปรุงงานใหดีขึ้น ประโยชนและคุณคาของงาน
ทัศนศิลปท่ีมีผลตอชีวิตของคนในสังคม เก่ียวกับลักษณะรูปแบบของงานทัศนศิลปในแหลงเรียนรูหรือ
นิทรรศการศิลปะ งานทัศนศิลปที่สะทอนวัฒนธรรมและภูมิปญญาในทองถิ่น องคประกอบดนตรีในเพลงที่ใชใน
การสือ่ อารมณ ลกั ษณะของเสียงขบั รองและเครื่องดนตรที ีอ่ ยใู นวงดนตรีประเภทตา ง ๆ โนตดนตรีไทยและสากล
๕ ระดับเสียง เคร่ืองดนตรีทำจังหวะและทำนองเพลงไทยหรือเพลงสากล หรือเพลงไทยสากลที่เหมาะสมกับวัย

หลักสตู รโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ประโยคเพลงแบบถามตอบใชดนตรีรวมกับกิจกรรมในการแสดงออกตามจินตนาการความสัมพันธร ะหวางดนตรี
กับประเพณีในวัฒนธรรมตาง ๆ คุณคาของดนตรีที่มาจากวัฒนธรรมที่ตางกัน องคประกอบนาฏศิลป ทาทาง
ประกอบเพลงหรือเร่ืองราวตามความคิดของตน แสดงนาฏศิลป โดยเนนการใชภาษาทาและนาฏยศัพทในการ
สื่อความหมายและการแสดงออกการรำ เลียนแบบการเคล่ือนไหวของธรรมชาติที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี การ
เขียนเคาโครงเรื่องหรือบทละครสั้น ๆการแสดงนาฏศิลปชุดตาง ๆประโยชนท่ีไดรับจากการชมการแสดง การ
แสดงประเภทตาง ๆ ของไทย ในแตละทองถ่ิน แสดงนาฏศิลป นาฏศิลปพ้ืนบาน ท่ีสะทอนถึงวัฒนธรรมและ
ประเพณีรักและมุงมนั่ ในการทำงาน สามารถนำความรูไ ปใชใหเกิดประโยชนโ ดยใชว ิธกี ารของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ตใชก บั ชวี ิตประจำวนั ไดอ ยา งถกู ตอ งเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
ศ ๑.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๑.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๒.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/ ๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖ , ป.๕/๗
ศ ๒.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
ศ ๓.๑ ป.๕/๑ , ป.๕/๒ , ป.๕/ ๓ , ป.๕/๔ , ป.๕/๕ , ป.๕/๖
ศ ๓.๒ ป.๕/๑ , ป.๕/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๖ ตวั ชวี้ ดั

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ กลุมสาระการเรียนรูศ ลิ ปะ
ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๖ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

คำอธิบายรายวิชา

บรรยาย อภิปราย บอก มีทักษะ สราง อาน เขียน วาดภาพ ระบุ ทอง เลา เลียนแบบ แสดง
จำแนก เปรียบเทียบ เคาะ รองเพลง เก่ียวกับ สีคูตรงขาม และอภิปรายเกี่ยวกับการใช สีคูตรงขาม ในการ
ถายทอดความคิดและอารมณ หลักการจดั ขนาดสัดสวนความสมดุลในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปจาก
รูปแบบ ๒ มิติ เปน ๓ มิติ โดยใชหลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปนโดยใชหลักการเพ่ิมและลด ปนแผนผัง
ของโรงเรียน งานทศั นศิลป โดยใชหลักการของรูปและพ้นื ทวี่ างใชสีคตู รงขามหลกั การจัดขนาดสัดสว น และความ
สมดุล วาดภาพสถาปตยกรรมที่มีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ
เพ่ือถา ยทอดความคิด หรือเรื่องราวเก่ียวกับเหตกุ ารณตาง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลปท่ีสะทอนชีวิตและสังคม
เก่ียวกับอิทธิพลของความเช่ือความศรัทธาในศาสนาท่ีมีผลตอ งานทัศนศิลปในทองถ่ิน อิทธิพลทางวัฒนธรรมใน
ทองถ่ินที่มีผลตอการสรางงานทัศนศิลปของบุคคล เพลงที่ฟง โดยอาศัยองคประกอบดนตรี และศัพทสังคีต
ประเภทและบทบาทหนาท่ีเคร่ืองดนตรีไทยและเครื่องดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมตาง ๆ โนตไทย และโนตสากล
ทำนองงาย ๆ ใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดท่ีมีจังหวะและทำนองงาย ๆ ความรูสึกท่ีมีตอ
ดนตรี ทำนอง จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงท่ีฟง เรื่องราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร ดนตรีท่ีมาจากยุคสมัยที่ตา งกัน อิทธิพลของวัฒนธรรมตอดนตรีในทองถ่ิน การเคล่ือนไหวและ
การแสดงโดยเนนการถา ยทอดลีลาหรอื อารมณ เคร่ืองแตงกาย หรอื อปุ กรณประกอบการ แสดงนาฏศิลปและการ
ละครอยา งงา ย ๆ ความรูสึกของตนเองทม่ี ีตองานนาฏศลิ ปแ ละการละครอยา งสรา งสรรค การแสดงความคดิ เห็น
ในการชมการแสดงความสัมพันธระหวางนาฏศิลปและการละครกับสิ่งท่ีประสบในชีวิตประจำวันส่ิงที่มี
ความสำคัญตอการแสดงนาฏศิลปและละคร ประโยชนท่ีไดรับจากการแสดงหรอื การชมการแสดงนาฏศิลปและ
ละคร

รู เขาใจ เห็นคุณคา ชื่นชม เกี่ยวกับสีคูตรงขาม และอภิปรายเก่ียวกับการใช สีคูตรงขาม ในการ
ถา ยทอดความคิดและอารมณ หลักการจัดขนาดสัดสวนความสมดุลในการสรางงานทัศนศิลป งานทัศนศิลปจาก
รูปแบบ ๒ มิติ เปน ๓ มิติ โดยใชหลักการของแสงเงาและน้ำหนักงานปนโดยใชหลักการเพิ่มและลด ปนแผนผัง
ของโรงเรียน งานทัศนศิลป โดยใชหลักการของรปู และพืน้ ที่วา งใชส คี ูตรงขา มหลกั การจัดขนาดสดั สว น และความ
สมดุล วาดภาพสถาปตยกรรมท่ีมีในจังหวัดอุบลราชธานี ทัศนศิลปเปนแผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ
เพื่อถายทอดความคดิ หรอื เร่อื งราวเกยี่ วกับเหตุการณตา ง ๆ บทบาทของงานทัศนศิลปท ี่สะทอ นชวี ิตและสังคม
เก่ียวกับอิทธิพลของความเชื่อความศรัทธาในศาสนาท่ีมีผลตองานทัศนศิลปในทองถ่ิน อิทธพิ ลทางวัฒนธรรมใน
ทองถิ่นท่ีมีผลตอการสรางงานทัศนศิลปของบุคคล เพลงที่ฟง โดยอาศัยองคประกอบดนตรี และศัพทสังคีต
ประเภทและบทบาทหนาที่เครื่องดนตรีไทยและเคร่ืองดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมตาง ๆ โนตไทย และโนตสากล

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

ทำนองงาย ๆ ใชเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบการรองเพลงดนสดท่ีมีจังหวะและทำนองงาย ๆ ความรูสึกท่ีมีตอ
ดนตรี ทำนอง จังหวะ การประสานเสียง และคุณภาพเสียงของเพลงที่ฟง เรื่องราวของดนตรีไทยใน
ประวตั ิศาสตร ดนตรีท่ีมาจากยุคสมัยท่ีตางกนั อิทธิพลของวฒั นธรรมตอดนตรีในทองถ่ิน การเคล่ือนไหวและ
การแสดงโดยเนน การถายทอดลลี าหรืออารมณ เครอ่ื งแตง กาย หรอื อุปกรณประกอบการ แสดงนาฏศิลปแ ละการ
ละคร อยางงาย ๆ ความรูสึกของตนเองท่ีมีตองานนาฏศิลปและการละครอยางสรางสรรค การแสดงความ
คิดเห็นในการชมการแสดงความสัมพันธระหวางนาฏศิลปและการละครกับส่ิงท่ีประสบในชีวิตประจำวันส่ิงที่มี
ความสำคัญตอ การแสดงนาฏศิลปและละคร ประโยชนท่ีไดรับจากการแสดงหรือการชมการแสดงนาฏศิลปและ
ละคร รักและมุงม่ันในการทำงาน สามารถนำความรูไปใชใหเกิดประโยชนโดยใชวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยุกตใชก บั ชีวิตประจำวันไดอยา งถูกตอ งเหมาะสม

มาตรฐานตวั ช้ีวดั /
ศ ๑.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ , ป.๖/๗
ศ ๑.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ศ ๒.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖
ศ ๒.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓
ศ ๓.๑ ป.๖/๑ , ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖
ศ ๓.๒ ป.๖/๑ , ป.๖/๒
รวม ๖ มาตรฐาน ๒๗ ตัวชวี้ ัด

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบานกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธิบายรายวชิ า

กลุมสาระการเรียนรูการงาน
อาชพี

หลกั สตู รโรงเรยี นอนุบาลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษาวิธีการทำงานเพ่ือชวยเหลือตนเอง การใชวัสดุ อุปกรณ และเคร่ืองมอื งายๆในการทำงานอยาง
ปลอดภัย การทำงานเพ่อื ชวยเหลอื ตนเองอยางกระตอื รือรน และตรงเวลา

มาตรฐานตวั ชวี้ ัด/
ง ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ชี้วัด

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบานกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชีพ
ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธิบายรายวชิ า

ศึกษาวิธีการและประโยชนการทำงานเพ่ือชวยเหลือตนเองและครอบครัว การใชวัสดุ อุปกรณ และ
เครื่องมอื ในการทำงานทีเ่ หมาะสมและประหยดั การทำงานเพอื่ ชว ยเหลอื ตนเองและครอบครวั อยา งปลอดภัย

มาตรฐานตัวช้วี ัด/
ง ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตวั ช้ีวัด

หลักสูตรโรงเรยี นอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓
กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ช่วั โมง

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาวิธีการและประโยชนการทำงานเพ่ือชวยเหลือตนเอง ครอบครัวและสวนรวม การใชวัสดุ
อุปกรณและเครื่องมือตรงกับลักษณะงาน การทำงานอยางเปนข้ันเปนตอนตามกระบวนการทำงานดวยความ
สะอาด ความรอบคอบและอนุรักษสิ่งแวดลอม

มาตรฐานตัวชว้ี ัด/
ง ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓

รวม ๑ มาตรฐาน ๓ ตัวช้ีวดั

หลักสูตรโรงเรียนอนุบาลบา นกรวด พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ กลมุ สาระการเรียนรกู ารงานอาชพี
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๔ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธิบายรายวิชา

ศึกษาถึงเหตุผลในการทำงานใหบรรลุเปาหมาย การทำงานบรรลุเปาหมายท่ีวางไว อยางเปนข้ันตอน
ดวยความขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย การปฏิบัติตนอยางมีมารยาทในการทำงาน การใชพลังงานและ
ทรัพยากรในการทำงานอยางประหยัด และคมุ คา และศกึ ษาความหมายและความสำคัญของอาชีพ

มาตรฐานตัวช้วี ดั /
ง ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ง ๔.๑ ป๔/๑
รวม ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ช้วี ัด

หลกั สูตรโรงเรียนอนบุ าลบา นกรวด พทุ ธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑


Click to View FlipBook Version