The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Sustainnovation Innovation for a better world

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dmadmin, 2023-06-23 05:33:28

Sustainnovation

Sustainnovation Innovation for a better world

Keywords: RISC,Sustainnovation

SUSTAINNOVATION Innovation for a Better World


ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสํานักหอสมุดแห่งชาติ สิงห์ อินทรชูโต Sustainnovation: Innovation for a Better World.- กรุงเทพฯ : แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น, 2566. 132 หน้า. 1. นวัตกรรมทางเทคโนโลยี. I. สฤกกา พงษ์สุวรรณ, ผู้แต่งร่วม. II. จิราภา หอบรรลือกิจ, ผู้แต่งร่วม. III. ชื่อเรื่อง. 608 ISBN 978-616-93810-7-5 Sustainnovation Innovation for a Better World ผู้เขียน รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ดร.สฤกกา พงษ์สุวรรณ จิราภา หอบรรลือกิจ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ รศ.ดร.มณีรัตน์ องค์วรรณดี รศ.ดร.ชินธันย์ อารีประเสริฐ ดร.กฤษณา สุขบุญญสถิตย์ พิมพ์ครั้งแรก มิถุนายน 2566 จํานวนพิมพ์ 3,000 เล่ม พิมพ์ที่ บริษัท วิชั่น พรีเพรส จํากัด โทร. 02-147-3175 จัดทําโดย ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Research & Innovation for Sustainability Center; RISC) โดย บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด (MQDC) เลขที่ 695 หมู่ที่ 12 ตําบลบางแก้ว อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540 โทร. 06-3902-9346 เว็บไซต์: http://risc.in.th/


SUSTAINNOVATION


คํานิยม “Sustainnovation” ในมุมมองของผมมาจากการรวมกันของคําว่า “Sustainability” หรือ “ความยั่งยืน” และ “Innovation” หรือ “นวัตกรรม” เป็น “Sustainnovation” หรือ “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน” ที่เป็นนิยามของการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อสร้าง คุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขอย่างยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อม มนุษยชาติ และโลก ของเราจากรุ่นสู่รุ่นตลอดไป แต่ปัจจุบันโลกของเรามีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว การเจริญเติบโตที่ เกิดจากมนุษย์ ทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ระวังหรือการปล่อยของเสียสู่ธรรมชาติ โลกของเราจึงตอบแทนกลับมาในรูปของภัยพิบัติ ภาวะโลกร้อน หรือโรคอุบัติใหม่ สิ่งเหล่านี้ทําให้เห็นว่าโลกของเราเริ่มจะมี “ความไม่ยั่งยืน” เกิดขึ้น ดังนั้นหน้าที่สําคัญของ “Sustainnovation” คือการหานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถนํา มาประยุกต์ใช้ได้จริง เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ให้ดีขึ้นและลดผลกระทบจาก กิจกรรมที่ทําลายธรรมชาติ ซึ่งนวัตกรรมที่ว่านี้ต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อ ให้ทันกับปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวัน เราจึงจําเป็นต้องค้นคว้านวัตกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยต้องคํานึงถึงผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าด้านเศรษฐกิจ และต้องเกิดประโยชน์ทุกด้าน ให้กับโลกของเรา หนังสือ “Sustainnovation” เล่มนี้จึงเป็นประโยชน์สําหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคล ระดับเมือง ระดับประเทศ และระดับโลก เพราะพวกเราล้วนมีส่วนรับผิดชอบต่อโลกใบนี้ ความรู้จากหนังสือเล่มนี้จะทําให้ทุกคนเห็นถึงความสําคัญของการใช้นวัตกรรม หรือ สามารถนําความรู้จากกระบวนการคิดวิจัยไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สร้างความยั่งยืน ทั้งนี้ผมขอขอบคุณทีมผู้เขียน ผู้เชี่ยวชาญที่ให้สัมภาษณ์ และคณะทํางานจาก การแบ่งปันองค์ความรู้ผ่านหนังสือเล่มนี้ หากทุกคนและทุกองค์กรได้เรียนรู้ และนําองค์ความรู้ไปต่อยอดและประยุกต์ใช้จริง ผมมั่นใจว่าพวกเราจะสามารถ สร้างประโยชน์ต่อสังคมและประเทศ รวมถึงได้สร้างอนาคตที่ดีและมีความสุข ให้กับคนรุ่นถัดไปได้อย่างแน่นอน สุดท้ายนี้ หนังสือเล่มนี้อาจจะทําให้ใครหลาย ๆ คนตั้งคําถามกับตัวเองว่า “ทุกวันนี้เราใส่ใจโลกได้เท่ากับที่โลกใส่ใจเราหรือยัง” ก็เป็นได้ครับ คุณวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานกลุ่มธุรกิจ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด


ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่มนุษยชาติได้เผชิญกับ ปัญหาและความท้าทายด้านความไม่สมดุลของโลก แต่สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ตาม ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่างก็ได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยปัญหาด้าน ความยั่งยืนทั้งจากปรากฏการณ์ธรรมชาติและจากมนุษย์เป็นต้นเหตุ ส่งผล ให้เกิดวิกฤติต่าง ๆ มานับศตวรรษ เช่น ความอดอยาก ภาวะโลกร้อน การ แย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการพาณิชย์ การสูญเสียความหลากหลาย ทางชีวภาพ ไปจนถึงปัญหาสุขภาพกายและจิต สถิติการฆ่าตัวตาย สถิติ การหย่าร้าง อาชญากรรม ความเหลื่อมลํ้าทางสังคม การเหยียดเชื้อชาติจาก การย้ายถิ่นฐาน ความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ และสุขภาพจิตที่เสื่อมถอย ลง ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในวิกฤตการณ์โลกดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมมากมายที่ ตอบโจทย์กับปัญหาความไม่สมดุลเหล่านี้ โดยแนวคิดการพัฒนานวัตกรรม ไม่เพียงมุ่งเน้นที่การตอบสนองความสะดวกสบายของมนุษย์หรือรูปลักษณ์ การออกแบบที่สวยงามเท่านั้น แต่ต้องตอบโจทย์ในด้านการแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม คุณภาพอากาศ นํ้า ปัญหาการใช้ทรัพยากร ธรรมชาติ การตัดไม้ทําลายป่า สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ โรคติดต่อและไม่ติดต่อ รวมไปถึงด้านสังคมและเศรษฐกิจ อาชญากรรม ความปลอดภัย สาธารณูปโภค ต่าง ๆ เพื่อการสร้างความยั่งยืนสําหรับคนรุ่นถัดไป ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ วัตถุประสงค์ของหนังสือ Sustainnovation เล่มนี้ RISC มีความตั้งใจมุ่ง สร้างความตระหนักรู้ในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อให้เข้าใจถึงความหมายของความยั่งยืนในมิติต่าง ๆ ที่คํานึงถึงความ เป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์และสรรพชีวิต (For All Well-Being) และความสําคัญ ของแนวคิดนี้ เพื่อแบ่งปันความรู้จากการวิจัยและตัวอย่างนวัตกรรมที่ สร้างความอยู่ดีมีสุข อันนําไปสู่การพัฒนาและต่อยอดแนวคิดนวัตกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกสิ่งในอนาคต คํานํา รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Research & Innovation for Sustainability Center; RISC)


การเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างประชากรของโลก การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 10 13 17 19 สารบัญ 01 IMBALANCED WORLD คํานิยามของคําว่า “Sustainnovation” What is sustainability? “ความยั่งยืน” คืออะไร What is innovation? “นวัตกรรม” คืออะไร ประเภทของนวัตกรรม นิยาม “Sustainnovation” ของ RISC 23 24 26 28 33 02 WHAT IS SUSTAINNOVATION? Social Progress Index (2016) 17 Sustainable Development Goals (2015) SEDA’S 10 Dimensions (2012) OECD Better Life Index (2011) Circles of Sustainability (2007) CUHK Hong Kong Quality of Life Index (2006) Sustainable Development Indicators in Israel (2004) 36 37 42 43 44 46 47 SUSTAINABILITY 03 INDICATORS


พันธกิจและวิสัยทัศน์ RISC 5 Research Hubs ความเชื่อมโยงกับ SDGs แต่ละด้าน 120 121 124 06 RISC INTRODUCTION รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รศ.ดร.เชิดชัย นพมณีจํารัสเลิศ ดร.ภัทรารัตน์ ตันนุกิจ รศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดร.ศิรวัจน์ อิทธิภูริพัฒน์ เกชา ธีระโกเมน ศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร ทวีสุข ธรรมศักดิ์ 96 98 100 102 104 106 109 112 114 116 SUSTAINNOVATOR 05 INTERVIEWS สุขภาวะ (Health & Wellness) สิ่งแวดล้อม (Environment) การจัดการทรัพยากร (Resource Management) พลังงาน (Energy) การขนส่ง (Transportation) การบริโภคอาหาร (Food Consumption) 52 65 74 81 87 90 SUSTAINNOVATION 04 TRENDS


CHAPTER 1: IMBALANCED WORLD 08 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


จากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทั่วโลก การขยายเมือง (Urbanization) และการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง ประกอบกับการเพิ่มขึ้น ของจํานวนประชากรจาก 2.9 พันล้านคนในปี พ.ศ. 2500 เป็น 7.9 พันล้านคน ในปี พ.ศ. 25641 และความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ ก่อให้เกิดปัญหา ความไม่สมดุลด้านต่าง ๆ ในหลากหลายมิติ ได้แก่ ความไม่สมดุลของระบบ นิเวศ ทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ เริ่มหายไปจากธรรมชาติ และภาวะโลกรวน (Climate Change) และปัญหา ด้านเศรษฐกิจที่มีความบิดเบือนในด้านการกระจายรายได้และสวัสดิการ ทางสังคมที่เหมาะสม รวมถึงปัญหาความไม่สมดุลด้านสังคม จากผลกระทบ ของการเข้าถึงสวัสดิการและแหล่งรายได้ ทําให้เกิดความเหลื่อมลํ้าในการ เข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ แหล่งตลาดงานในประเทศ และการรักษา พยาบาล ปัญหาเหล่านี้ร้ายแรงจนสามารถนําไปสู่ความหายนะของมนุษยชาติ โดยมีสาเหตุมาจากการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่ถูกต้อง การใช้ทรัพยากรใน ภาคอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเปลือง และขาดการกําจัดหรือการนํากลับมาใช้ใหม่ อย่างเหมาะสม การทําลายธรรมชาติ พื้นที่ป่าที่ลดลงเหลือเพียง 31.68% ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 25632 และส่งผลต่อจํานวนประชากร เกิดความ เหลื่อมลํ้าทางสังคมต่าง ๆ ไปจนถึงความอดอยาก และเศรษฐกิจตกตํ่าแบบ เรื้อรัง ในหนังสือ World Out of Balance ปี พ.ศ. 2547 เขียนโดย Paul A. Laudicina ผู้ก่อตั้ง Global Business Policy Council (GBPC) ได้เสนอว่า เราต้องตระหนัก ถึงการเตรียมตัวและสร้างความเข้าใจถึงสภาพของโลก ภายนอกที่เปลี่ยนแปลง ไปอย่างไร้ดุลยภาพ โดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) เสนอ บางส่วนจากกรอบแนวคิดวิเคราะห์ 4 ประการ ในการสร้างความเข้าใจต่อ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมของโลก ตลอดจนเสนอมุมมองที่ว่า โลกในอนาคตจะเผชิญกับสภาพแวดล้อมใดบ้าง3 ปัจจัยสําคัญ 4 ประการ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ของโลกในอนาคต การเปลี่ยนแปลงตาม กระแสโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ การเปลี่ยนแปลงใน โครงสร้างประชากรโลก ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 1 Worldometers. (2021). World Population: Past, Present, and Future, จาก. https://www.worldometers.info/world-population/ 2 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร. (2021). รายงานสถานการณ์ป่าไม้ไทย ประจําปี 2562 – 2563, จาก. www.seub.or.th 3 นพเก้า ห่อนบุญเหิม,โลกไร้ดุลยภาพ World out of Balance, http://suthep.crru.ac.th/mgnt49.pdf 09


1 การเปลี่ยนแปลง ตามกระแสโลกาภิวัตน์ (Globalization) โลกาภิวัตน์ หมายถึง สภาพที่ปัจเจกบุคคล กลุ่มคน และชาติ ล้วน เกี่ยวเนื่องเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกส่วนของโลกถูกเชื่อมโยงกัน โดย ไม่มีพรมแดนขวางกั้น โลกใบนี้เป็นดัง “Global Village” ทุกคน จึงเป็น “พลเมืองโลก” (Global Citizen) ภายใต้วัฒนธรรม ร่วมกันที่เรียกว่า “Global Culture” โดยกระแสโลกาภิวัตน์เป็น กระแสที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลง โลกมากขึ้นในอนาคต4 นับตั้งแต่ช่วงสมัยศตวรรษที่ 1 เกิดเส้นทางสายไหม สินค้า จากประเทศจีนเริ่มจําหน่ายในประเทศแถบยุโรป ไปจนถึงการ ปฏิวัติวิทยาศาสตร์ การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม การพัฒนา คมนาคมและเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ทําให้การเชื่อมต่อ กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแพร่หลายมากขึ้น จนกระทั่งในปลาย ศตวรรษที่ 18 ได้เกิด “คลื่นลูกแรกของโลกาภิวัตน์ (First Wave of Globalization)” ในสหราชอาณาจักร ไปจนถึงช่วง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ “คลื่นลูกที่สองของโลกาภิวัตน์ (Second and Third Wave of Globalization)” ที่เป็นจุดเริ่มต้น ของการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วโลก และการปฏิวัติอุตสาหกรรม เช่น การผลิตยานพาหนะ การพัฒนาเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ และระดับของ GDP (Gross Domestic Products) ของแต่ละ ประเทศสูงขึ้น และจํานวนประชากรที่เป็นชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลจากกระแสโลกาภิวัตน์ทําให้เกิดการแข่งขันใน แวดวงธุรกิจอย่างรุนแรงและก่อให้เกิดแนวคิดโลกการค้าเสรี ไร้พรมแดน การเคลื่อนย้ายของเงินทุนในตลาดโลกก่อให้เกิดช่อง ว่างระหว่างความเหลื่อมลํ้าทางสังคมในประเทศต่าง ๆ รวมไปถึง ปัญหาความขาดแคลนด้านทรัพยากรและการสูญเสียพื้นที่ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่กระแสโลกาภิวัตน์ก็เป็นปัจจัยสําคัญ ที่ช่วยให้ประเทศพัฒนาเชิงอุตสาหกรรม ดังนั้นการวางโครงสร้าง การบริหารจัดการเศรษฐกิจประเทศที่ดี และการประเมินหรือ การคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงที่แม่นยํา ทําให้สามารถรองรับ ความเปลี่ยนแปลงและลดผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์ ทั้ง ด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน จึงยังเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป จากผลกระทบของโลกาภิวัตน์ ธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลกได้ปรับแผน การดําเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองต่อความต้องการผู้บริโภคใน วงกว้างมากขึ้น โดยมีตัวอย่างธุรกิจที่ตอบสนองต่อกระแส โลกาภิวัตน์ ดังนี้ 4 ธนวันต์รามศิลป์. (2021). เอกสารประกอบการสอน รายวิชา “โลกยุคโลกาภิวัตน์” 5 Business Insider Nordic. (2016). Former IKEA boss reveals the trick to going through a store in 5 minutes, จาก. https://www.businessinsider.com/former-ikea-boss-reveals-the-trick-to-going-through-a-store-in-5-minutes-2016-6 กลยุทธ์หนึ่งของ Ikea ในการนําเสนอและจัดจําหน่ายสินค้า โดย การศึกษาการออกแบบบ้านของแต่ละประเทศที่มีความแตกต่างทั้ง รูปลักษณ์และการใช้งาน โดยมีการพัฒนาสินค้าเพื่อให้เหมาะสม กับประเพณีท้องถิ่น เช่น เสื่อทาทามิแบบดั้งเดิมของประเทศ ญี่ปุ่น การศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าท้องถิ่น เช่น ชาว อินเดียส่วนใหญ่มักรับประทานอาหารด้วยมือหรือใช้ช้อน และ ไม่ค่อยนิยมใช้ส้อม ดังนั้นบริษัทจึงจัดจําหน่ายช้อนสีต่าง ๆ แทน เป็นต้น นอกจากอุปกรณ์ในครัวเรือน Ikea ยังมีโซนสําหรับจําหน่ายเมนู อาหารท้องถิ่นเพื่อเข้าใจวัฒนธรรมการบริโภค โดยยกตัวอย่าง สาขา Ikea ในประเทศไทยที่นําหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ท้องถิ่นยอดนิยมในไทย เช่น ชานมไข่มุก ขนมหวานมันทิพย์ เผือกทิพย์ กล้วยทับราดนํ้ากะทิ เป็นต้น โดยจะเปลี่ยนเมนูใหม่ ไปตามเทศกาล เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับลูกค้า Ikea 5 10 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


Coca-Cola ประสบความสําเร็จจากการ ใช้กลยุทธ์ผ่านสโลแกน “Think Global Act Local” ด้วยการคํานึงถึงวัฒนธรรม ของแต่ละเชื้อชาติ และภาษาต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงการเพิ่มภาพ อักษร และบุคคล ผู้มีชื่อเสียงประจําท้องถิ่นของแต่ละ ประเทศ หรือการโฆษณาที่สอดคล้องกับ กิจวัตรประจําวัน และโอกาสพิเศษต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและ ความต้องการของผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ ในแต่ละประเทศ ทําให้ปัจจุบัน Coca-Cola ได้รับความนิยมจนกระทั่งมีโรงงาน ผลิตขวดบรรจุภัณฑ์และโรงงานผลิต เครื่องดื่มมากกว่า 900 แห่งทั่วโลก ทั้งในอเมริกาเหนือ เอเชีย และแอฟริกา 6 Richard M. Locke, Alvin J. Siteman. Industrial Performance Center: Massachusetts Institute of Technology. (2002). The Promise and Perils of Globalization: The Case of Nike, จาก. https://ipc.mit.edu/sites/default/files/2019-01/02-007.pdf 7 Regina CAMANKULOVA. Niyazi Ayhan. (2020). Localization Strategy of Global Brand: Case Study of Coca-Cola, จาก. https://doi.org/10.33206/mjss.685620 niyaziayhanGlobal Business Strategy: A case study of Coca-Cola Company. https://www.academia.edu/8516284/Global_Business_Strategy_A_case_study_of_Coca_Cola_Company 8 Harvard Business School Online. (2021). 5 International business examples to learn from, จาก. https://online.hbs.edu/blog/post/international-business-examples 9 Harvard Business School. (2017). Globalization with Apple, จาก. https://digital.hbs.edu/platform-rctom/submission/globalization-with-apple/ Coca-Cola7 Apple ก่อตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ แห่งแรกในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ใน ปี ค.ศ. 2003 ด้วยสโลแกนการตลาด “Think Different” โดยใช้การตลาดเชิง กลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์ และระบบนิเวศที่ เข้มงวด เพื่อเอาชนะการแข่งขันและ ดึงดูดลูกค้าจากนานาประเทศ Apple Inc. ไม่เพียงแต่จําหน่ายผลิตภัณฑ์ ในต่างประเทศ แต่ยังมีสาขาจาก 43 ประเทศที่จัดส่งชิ้นส่วนไปยังประเทศจีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อการผลิต และการประกอบขั้นสุดท้าย จากการก่อตั้ง ฐานการผลิตในต่างประเทศ สามารถลด ต้นทุนและปรับปรุงประสิทธิภาพ ตั้งแต่ กระบวนการผลิตต้นนํ้าทั้งส่วนประกอบ หลัก และชิ้นส่วนขนาดเล็กจํานวนมาก ก่อนไปสู่การผลิตปลายนํ้าเป็นขั้นตอน สุดท้าย เนื่องจากประเทศจีนมีโรงงาน ขนาดใหญ่และดําเนินการได้รวดเร็วกว่า ใน สหรัฐอเมริกา จึงทําให้สินค้าของ Apple สามารถผลิตได้จํานวนมาก และเปิดตัว ออกมาได้ตามช่วงเวลาที่กําหนดไว้9 Apple 8 Nike เริ่มจากการลงทุนในการออกแบบ การพัฒนา การตลาดผลิตรองเท้าญี่ปุ่น ที่มีต้นทุนตํ่าและมีคุณภาพสูง แต่ในช่วง ต้นทศวรรษ 1980 ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องทั้งในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา Nike จึงปิดโรงงานในสหรัฐฯ และจัดหา การผลิตเกือบทั้งหมดจากเอเชีย ทําให้ ในปี ค.ศ. 1982 จํานวน 86% ของ รองเท้ากีฬามาจากประเทศเกาหลีและ ประเทศไต้หวัน และเมื่อค่าใช้จ่ายต้นทุน การผลิตในประเทศเกาหลีและไต้หวันเริ่ม สูงขึ้นอีก ทําให้ Nike เริ่มย้ายที่ตั้งการ ผลิตไปยังประเทศอื่นที่มีต้นทุนตํ่ากว่า เช่น ในอินโดนีเซีย จีน และเวียดนาม ปี ค.ศ. 2021 ผลิตภัณฑ์ของ Nike ผลิตขึ้น จากโรงงานมากกว่า 700 แห่ง พนักงาน มากกว่า 500,000 คนใน 51 ประเทศ ในปี ค.ศ. 1980 Nike มีการขยายกลุ่ม ผลิตภัณฑ์โดยจําหน่ายรองเท้า 175 แบบ ที่แตกต่างกัน 772 สไตล์ ในคอลเล็กชัน Spring 1990 และเพิ่มการจัดจําหน่าย สินค้าประเภทเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ กีฬา นอกจากนั้น ยังขยายตลาดจาก สหรัฐอเมริกาไปยังยุโรป ละตินอเมริกา และเอเชีย บริษัททํารายได้ถึง 9.5 พัน ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 59% มาจาก การขายรองเท้าและ 29% มาจากเครื่อง แต่งกาย Nike 6 รูปภาพที่ 1 แสดงตัวอย่างการออกแบบโลโก้ของโคคา โคล่าในภาษาต่าง ๆ 11


และปรับห่วงโซ่การผลิตให้สั้นลงจากไวรัส โควิด-19 ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ทั้งคาร์เมน ไรน์ฮาร์ท (Carmen Reinhart) และเคนเนธ รอกอฟฟ์ (Kenneth Rogoff) ได้ให้สัมภาษณ์กับสํานักข่าวบลูมเบิร์กว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ไม่ ได้เกิดพร้อมกันในแต่ละพื้นที่ ส่งผลให้ ห่วงโซ่การผลิตกลับมาเดินเครื่องพร้อมกัน ได้ยาก และส่งผลให้กระแสโลกาภิวัตน์ เสื่อมถอยลง ภาคธุรกิจจึงจําเป็นต้อง ลดความเสี่ยงด้วยการย้ายฐานการผลิต โดยให้ห่วงโซ่การผลิตสั้นลง เปลี่ยนมา พึ่งพาฐานการผลิตระยะใกล้ในภูมิภาค แทน (Regionalization) ลดการพึ่งพา ในระยะไกล และบางส่วนอาจเข้าสู่การ ปกป้องอุตสาหกรรมตัวเองในลักษณะ พึ่งพาตัวเองมากขึ้น (Localization) จาก การผลิตสินค้าขึ้นเอง ที่เน้นตอบสนอง ความต้องการภายในประเทศเป็นหลัก ทําให้ฐานการผลิตหลายประเทศเริ่มกระจาย ออกมานอกประเทศจีนมากขึ้น และส่วน หนึ่งจะกลับมาลงทุนที่ประเทศตัวเอง นอกจากนี้ ภาครัฐมีแนวโน้มที่จะใช้นโยบาย กีดกันทางการค้า และการปกป้องธุรกิจ ในประเทศที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิด ความเสี่ยงต่อความต้องการขั้นพื้นฐาน ของประชาชน เช่น สุขภาพและอาหาร ดัง ตัวอย่างในหลายประเทศที่เริ่มใช้นโยบาย ห้ามการส่งออกหรือมีมาตรการควบคุม ต่าง ๆ สําหรับผลิตภัณฑ์ที่สําคัญต่อการ ดําเนินชีวิตของประชาชน แม้การดําเนิน นโยบายนี้จะกระทบต่อพันธมิตรหรือ ประเทศเพื่อนบ้าน11 10 Mahmood A. Khan. (2013). “I’m Lovin’ It”—Around the World: A Case Study of McDonald’s “Glocalization”, จาก. https://www.chrie.org/assets/docs/JHTC-case-notes/ JHTC-vol-2/JHTC_2-2_Khan_Case.pdf "I'm Lovin' It"—Around the World: A case study of McDonald's "Glocalization" 11 ธนันธร มหาพรประจักษ์. ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2021). อนาคตของกระแสโลกาภิวัตน์: ความท้าทายจากไวรัสโควิด-19, จาก. https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Article_08Jun2020_2.aspx McDonald’s คํานึงถึงความแตกต่าง ของแต่ละวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ ได้ นํามาปรับใช้ในการคิดค้นเมนูอาหาร เช่น สาขาอินเดียได้มีการปรับเมนู จากการที่ชาว อินเดียไม่รับประทานเนื้อวัว และชาวมุสลิม ที่ไม่รับประทานเนื้อหมู ซึ่งเป็นประชากร กลุ่มใหญ่ ทําให้เมนูไก่และมังสวิรัติได้รับ ความนิยมในสาขาประเทศอินเดีย ส่วน สาขาประเทศเยอรมนีได้เพิ่มเมนูไส้กรอก อย่าง Bratwurst และเพิ่มเมนูข้าวใน สาขาประเทศจีน เป็นต้น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้วิถีชีวิตและภาคธุรกิจ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เศรษฐกิจโลกหลายประเภททรุดตัวลง ส่งผลให้เกิดการ ทําธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์กับสถานการณ์ในช่วงโควิด-19 ระบาด แต่กระนั้น การแพร่ระบาดของไวรัสอาจเป็นการเร่งการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ ในรายงาน ของสํานักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN DESA) ฉบับเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2563 ประเมินว่าประเทศต่าง ๆ วางแผนลดการพึ่งพาโลกภายนอก ปัจจุบัน McDonald’s ยังคงขยายตัว อย่างต่อเนื่องในประเทศต่าง ๆ โดยมี 38,000 สาขา ในกว่า 120 ประเทศ ตั้งแต่ทวีปอเมริกา ยุโรป ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยมีตลาดหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราช อาณาจักร ออสเตรเลีย จีน และญี่ปุ่น ซึ่งมีรายได้เป็น 70% ของสาขาทั้งหมด McDonald’s10 รูปภาพที่ 2 แสดงตัวอย่างการสร้างเมนูของ McDonald’s ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค ในประเทศต่างๆ จากการผสมผสานกับเมนูท้องถิ่น 12 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


โครงสร้างประชากรของโลกในอนาคตจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ของอัตราการเจริญพันธุ์ (Fertility Rates) ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตรา การเกิดมีแนวโน้มที่จะลดลง13 จากอัตราของวัยเจริญพันธุ์น้อยลง ในกลุ่มประเทศกําลังพัฒนา นอกจากนี้อัตราการตายลดลงจาก การที่ผู้สูงวัยอายุยืนยาวขึ้น อัตราการเกิดของเด็กก็มีแนวโน้มลด ลงจากปี พ.ศ. 2493 เทียบกับปี พ.ศ. 2563 ซึ่งมีผลต่ออัตราส่วน ของจํานวนประชากรและจํานวนของวัยแรงงานในอนาคตที่จะ น้อยลง ส่งผลกระทบต่อจํานวนภาษีที่ใช้ในการพัฒนาประเทศ เช่น สังคมที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุมาก ภาครัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่าย ทางด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาล การเพิ่มสวัสดิการ และเงิน สงเคราะห์ให้แก่ผู้สูงอายุ ซึ่งรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้อาจนําไปสู่การ ขาดดุลงบประมาณและการสะสมหนี้สาธารณะ และส่งผลให้คน รุ่นใหม่ต้องเสียภาษีสําหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวมากขึ้น14 เป็นต้น อ้างอิงจากข้อมูลของสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ15 สัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ใน ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2563 มีจํานวน 12 ล้านคน คิดเป็น 18% ของประชากรทั้งหมด และจะเพิ่มเป็น 20.42 ล้านคน หรือคิดเป็น 31.28% ในปี พ.ศ. 2583 ขณะที่ประชากรวัยแรงงาน (15-59 ปี) มีแนวโน้มลดลงจาก 43.26 ล้านคน หรือ 65% ในปี พ.ศ. 2563 เป็น 36.5 ล้านคน หรือ 56% ในปี พ.ศ. 2583 สาเหตุที่ทําให้อัตรา การเกิดลดลงเกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น การศึกษาที่ดีขึ้นทําให้คน มีโอกาสทํางานและมีอิสระทางการเงินสูง สภาพวิถีชีวิตที่อยู่อาศัย แบบเมืองใหญ่และค่าใช้จ่ายค่าครองชีพที่สูงขึ้น เป็นต้น ในกลุ่ม ประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่น พบว่ามีอัตราการเกิดตํ่า ในขณะที่มีประชากรมีอายุขัยเฉลี่ยสูงสุดในโลกเป็นอันดับ 2 ทําให้จํานวนผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี มีจํานวนถึง 36.4 ล้านคน (ร้อยละ 28.3 ต่อประชากรทั้งหมดในประเทศในปี พ.ศ. 2563) ซึ่ง ในไม่ช้าอาจจะไม่มีคนในวัยหนุ่มสาวเพียงพอที่จะดูแลคนสูงอายุ ที่มีจํานวนมาก ทําให้ประเทศต้องพยายามหาแนวทางเพิ่มความ สามารถในการผลิต (Productivity) ทําให้กลุ่มวัยทํางานจะต้องมี ทักษะในการผลิตสูงขึ้น หรืออาจจําเป็นต้องรับแรงงานอพยพจาก ต่างชาติเข้ามาในประเทศเพื่อลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน 12 Paul A. Laudicina. (2005). หนังสือ World out of balance, หน้า 71 13 Max Roser. (2021). Fertility Rate, จาก. https://ourworldindata.org/fertility-rate 14 โครงการกิจกรรมการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคนโยบาย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.). (2021). ผลกระทบของสังคมผู้สูงอายุต่อระบบเศรษฐกิจไทย, จาก. http://prp.trf.or.th/trf-policy-brief/ผลกระทบของสังคมผู้สูงอ/ 15 สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2019). รายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553 – 2583 (ฉบับปรับปรุง), จาก. http://social.nesdc.go.th/social/Portals/0/Documents/ รายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย%20-%202583%20(%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A_2315.pdf แผนภูมิที่ 2 แสดงอัตราการเจริญพันธุ์ (Fertility Rates) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 – 256316 แผนภูมิที่ 1 แสดงอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้นจากตัวขับเคลื่อนทางด้านประชากร12 2 การเปลี่ยนแปลงใน โครงสร้างประชากรของโลก (Demographic Shifts) 1950 1960 1970 1980 1990 2000 2010 2020 1 2 3 4 5 6 World Russia United States United Kingdom China Thailand Japan Size and growth Urbanization Aging and youth Education Migration Restless masses Immigration Demographics Global talent flow 13


16, 17 United Nations: National Accounts Main Aggregates Database. (2022). Life Expectancy by Country 2022, จาก. https://worldpopulationreview.com/countries/life-expectancy 18, 19 สํานักงานสถิติแห่งชาติ. (2021). สรุปผลที่สําคัญการสํารวจการย้ายถิ่ นของประชากร พ.ศ. 2563 https://www.footprintnetwork.org/ ตารางที่ 1 แสดงอายุขัยเฉลี่ย (ปี) (Life Expectancy) ปี พ.ศ. 256517 รูปภาพที่ 3 แสดงอัตราการย้ายถิ่น จําแนกตามภาคในประเทศไทย ปี พ.ศ. 256318 แผนภูมิที่ 3 แสดงอัตราการย้ายถิ่น จําแนกตามกลุ่มอายุในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562-256319 Hong Kong Japan Macau Switzerland Singapore Spain Italy Australia Iceland South Korea 84.3150 84.8200 85.3770 84.2550 84.1330 83.9120 84.0570 83.5790 82.8150 84.0240 81.7540 81.7820 82.7530 82.4840 81.9810 81.2000 81.9740 81.7080 81.3820 80.6950 86.8930 87.8320 87.9800 85.9320 86.2950 86.5490 86.0000 85.4530 84.2880 87.1010 COUNTRIES TOTAL MALE FEMALE การเปลี่ยนแปลงประชากรโลกจะส่งผลให้เกิดความผันผวนทาง ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ประชาชนในประเทศที่กําลังพัฒนาจะ มีภาระมากขึ้นในการสร้างรายได้ให้เพียงพอต่อการครองชีพ ของครัวเรือน โดยในปี พ.ศ. 2563 ประเทศไทยมีผู้ย้ายถิ่นฐาน ราว 1.05 ล้านคน โดยอพยพเข้ามาในภาคกลางมากที่สุด (1.9%) 1) กลุ่มคนจะมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น (Restless masses) ประเทศไทยและหลายประเทศจะเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดย กลุ่มผู้สูงอายุจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต มากขึ้น สืบเนื่องจากที่อัตราการเกิดที่ลดลง ภาวะเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ไปจนถึงค่านิยมและทัศนคติในสังคม ทั้งนี้แต่ละประเทศทั่วโลกจึงจําเป็นต้องมีนโยบายและสวัสดิการ ที่เหมาะสมในการรองรับประชากรกลุ่มนี้ เช่น สวัสดิการด้าน สุขภาพ การสนับสนุนการจ้างงาน การขยายอายุเกษียณ และ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อสร้างสุขภาวะ ที่ดี (Well-Being) ในสังคม นอกจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและจํานวนประชากร โลกแล้ว การเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม และแรงงาน สามารถ แบ่งเป็น 3 ประเด็นดังนี้ โดยอัตราการย้ายถิ่น พบว่า กลุ่มวัยเยาวชน (อายุ 15 – 24 ปี) มีอัตราการย้ายถิ่นสูงสุด (3.5%) รองลงมาคือ กลุ่มวัยผู้ใหญ่ (อายุ 25 – 59 ปี) 1.6% กลุ่มวัยเด็ก (อายุ 0-14 ปี) 1.2% และ กลุ่มวัยผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) 0.3% ตามลําดับ หมายเหตุ อัตราการย้ายถิ่นตามพื้นที่ = จำนวนผู้ย้ายถิ่นในแต่ละพื้นที่ x 100 จำนวนประชากรทั้งสิ้นในแต่ละพื้นที่ ภาคเหนือ 1.5% 1.9% ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร 1.0% ทั่วประเทศ 1.5% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.5% ภาคใต้ 1.8% หมายเหตุ อัตราการย้ายถิ่นตามกลุ่มอายุ = จำนวนผู้ย้ายถิ่นในแต่ละกลุ่มอายุ x 100 จำนวนประชากรทั้งสิ้นในแต่ละกลุ่มอายุ วัยเด็ก 0-14 ปี วัยเยาวชน 15-24 ปี วัยผู้ใหญ่ 25-59 ปี วัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 0.7% 1.2% 1.0% 1.6% 2.2% 0.2% 0.3% 3.5% พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 14 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


20 สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2021). สรุปผลที่สำคัญการสำรวจการย้ายถิ่นของประชากร พ.ศ. 2563 21 องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ. (2014). Migration Policy Debate, จาก https://www.oecd.org/migration/OECD%20Migration%20Policy%20Debates%20Numero%202.pdf แผนภูมิที่ 4 แสดงร้อยละของผู้ย้ายถิ่น จําแนกตามสาเหตุของการย้ายถิ่นในประเทศไทย ปี พ.ศ. 256320 ประเทศที่พัฒนาแล้วจะต้องการแรงงานเข้ามาทํางาน ทดแทนแรงงานของประเทศตนที่ขาดแคลน เพื่อ เข้าไปทํางานขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย โดยจากข้อมูล ขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทาง เศรษฐกิจ (OECD) ในปี พ.ศ. 255721 ระบุว่า กลุ่ม แรงงานที่อพยพย้ายถิ่นจะช่วยส่งเสริมการเติบโต ด้านเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากการเข้ามาเพิ่มของ จํานวนประชากรช่วงอายุวัยทํางาน (Working age) ทําให้รายได้ภาครัฐจากการเก็บภาษี และองค์ความรู้ ด้านเทคโนโลยีนั้นเพิ่มขึ้น จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมดังกล่าวได้ส่งผลต่อสังคม ไทยและสังคมโลก เพราะเกิดการขยายตัวและแสวงหา ความต้องการทางด้านอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ทรัพยากรและแรงงาน จึงทําให้เกิดการย้ายถิ่นขึ้น ซึ่งการย้ายถิ่นทั้งภายในประเทศ เช่น การย้ายถิ่นจาก ต่างจังหวัดเข้าไปทํางานในเขตเมือง เช่น ในกรุงเทพ และปริมณฑล และการย้ายถิ่นระหว่างประเทศ จาก กลุ่มแรงงานต่างด้าว พร้อมกับการออกกฎหมาย ควบคุมกลุ่มแรงงานต่างด้าว เพื่อลดปัญหาการใช้ แรงงานข้ามชาติอย่างผิดกฎหมาย 2) การอพยพแรงงาน (Immigration queue) สาเหตุในการย้ายถิ่นอันดับ 1 คือ เพื่อหางานทํา (3.13 แสนคน) รองลง มาคือย้ายตามครอบครัว (2.21 แสนคน) และกลับภูมิลําเนา (2.17 แสน คน) ตามลําดับ เพื่อต้องการรายได้ที่เพิ่มขึ้นและงานที่ดีขึ้น ได้รับการ ดํารงชีวิตที่สุขสบายขึ้น โดยประเทศที่ยากจนจะไม่สามารถสร้างงาน รองรับคนที่ต้องการทํางาน และประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีปัญหาเรื่อง เงินสงเคราะห์และระบบประกันสุขภาพของผู้สูงอายุซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้ในแต่ละประเทศที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะขยายอายุ เกษียณมากขึ้นเพื่อให้เกิดการสร้างรายได้ที่เพียงพอในช่วงวัยเกษียณ หางานทํา 14.7% 8.1% 4.7% 3.3% 3.3% 3.9% 2.4% 0.6% 14.8% 20.6% 20.7% 2.4% 0.5% หน้าที่การงาน ต้องการรายได้เพิ่ ม ต้องการเปลี่ยนงาน ติดตามคนในครอบครัว ทํากิจกรรมครอบครัว กลับภูมิลําเนา ศึกษาต่อ ขาดคนดูแล เพื่อดูแลผู้อื่น รักษาตัว อื่นๆ ย้ายที่อยู่ ด้านการงาน 29.9% ครอบครัว 21.1% อื่นๆ 49.0% 15


แสนล้าน บาทต่อปี 1,120,837 คนไทย ทํางานต่างประเทศ ส่งเงินกลับบ้าน สถิติคนไทย ในต่างประเทศ คนไทยส่งเงิน กลับประเทศ ประเทศที่คนไทยย้ายถิ่น คน 94,174 ล้านบาท 114,581 ล้านบาท 165,119 คนไปทํางาน ยังต่างประเทศ คน รูปภาพที่ 4 แสดงข้อมูลรายได้ของคนไทยที่ทํางานในต่างประเทศ ที่มา: กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ จากการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ในอนาคต แรงงานชั้นสูงจะขาดแคลนในทุกสาขาอาชีพ ตลาด แรงงานจะเปิดกว้าง แรงงานทักษะชั้นสูงจะหลั่งไหล เข้าไปทํางานยังประเทศที่กําลังพัฒนา เช่น จีน เกาหลี และมาเลเซีย ในทางกลับกันประเทศมหาอํานาจทาง เศรษฐกิจจะขาดแคลนแรงงานประเภทไร้ทักษะ จึง อาจจําเป็นต้องมีการนําเข้าแรงงานดังกล่าวจาก ประเทศกําลังพัฒนาสูงขึ้น นอกจากนี้ ภาวะสมองไหล (Brain drain) อาจเป็นอีก ปรากฏการณ์หนึ่งที่เป็นสาเหตุของการเคลื่อนย้าย ของแรงงาน โดยเป็นปรากฏการณ์ที่ประเทศสูญเสีย กลุ่มแรงงานที่มีความสามารถ จากการอพยพออก จากประเทศของบุคลากรซึ่งมีทักษะหรือความรู้เฉพาะ ด้านจํานวนมาก โดยในอดีตปรากฏการณ์นี้มักเกิดขึ้น กับประเทศกําลังพัฒนา หรือด้อยพัฒนาที่มีปัญหา ทั้งในทางเศรษฐกิจ การศึกษา การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ และการเมือง รวมถึงการขาดเสรีภาพในด้าน องค์ความรู้ และขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต เพื่อแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจและเงินเดือน ที่สูงกว่า คุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีกว่า 3) การเคลื่อนย้ายของแรงงานที่มี ทักษะความรู้ความสามารถระดับสูง อย่างเสรี (Global talent flow) ม.ค.-ก.ย. 2560 ปี 2559 22,650 คน เกาหลีใต้ 27,043 คน อิสราเอล 76,606 คน ไต้หวัน 16 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


3 การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ของผู้บริโภคกลุ่มใหม่ (The New Consumer) ในอนาคตสินค้าและพฤติกรรมของการบริโภคและลักษณะของกลุ่มผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลง โดยมีผลมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างทางด้านประชากร และการพัฒนาเทคโนโลยี สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้ จากความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและเศรษฐกิจ อย่างรวดเร็วและรุนแรง สร้างผลกระทบต่อทรัพยากรและ สิ่งแวดล้อม เช่น ประเทศต่าง ๆ จะเริ่มมีการจัดสรรทรัพยากรที่มี อยู่อย่างจํากัดมากขึ้น ทั้งในด้านการรักษาความมั่นคงด้านอาหาร ให้เพียงพอต่อการบริโภค แร่ธาตุต่าง ๆ ที่กําลังหมดไปจากโลก จะมีราคาสูงขึ้น โดยองค์กร Global Footprint Network (GFN) ระบุว่า ประชากรโลกต้องการโลกถึง 1.7 ใบ เพื่อที่จะ สามารถจัดสรรทรัพยากรให้รองรับต่อความต้องการได้22 ด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ เมื่อลดความเหลื่อมลํ้าทาง เทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ประกอบกับ กลุ่มผู้บริโภคในระดับกลางเพิ่มขึ้น กําลังซื้อและความต้องการ ทรัพยากรมากขึ้น ทําให้การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่ สูงมากนัก จะช่วยตอบสนองกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง เช่น สามารถซื้อสินค้าโทรศัพท์ Smart phone ที่มีคุณภาพดีและ ราคาไม่สูงได้ เป็นต้น 22 Global Footprint Network. (2022). How many Earths? How many countries?, จาก https://www.overshootday.org/how-many-earths-or-countries-do-we-need/ 23 US Geological Survey, Adroit Resources, World Bureau of Metal Statistics, International Copper Study Group, World Gold Council, Minormetals.com, Roskill Nickel Report, Cordell et al (2009), Smil (2000), Silver Institute, World Nuclear Association, International Lead and Zinc Study Group, Wikipedia, BP Statistical Review of World Energy (2010). How long will the non-renewable energy resource base last?, จาก. https://visual.ly/community/Infographics/environment/how-long-will-non-renewable-energy-resource-base-last รูปภาพที่ 5 แสดงแนวโน้มการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติในอนาคต23 1) การเปลี่ยนแปลงราคาและคุณภาพของสินค้า (Rice and Beans) 17


การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ทั่วโลก องค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ว่าการค้าโลก ในปี พ.ศ. 2564 จะขยายตัว 10.8% และปี พ.ศ. 2565 จะ ขยายตัว 4.7% เป็นผลจากสัญญาณการฟื้นตัวของตัวเลข GDP (Gross Domestic Products) โดยสัญญาณเศรษฐกิจปี พ.ศ. 2565 GDP อาจจะขยายตัว 4.1%24 หากภาวะเศรษฐกิจของโลกมีการฟื้นตัวในยุคหลังโควิด-19 (Post Covid-19) จะส่งผลต่อความต้องการของผู้บริโภค ขยายวงกว้าง ทั้งนี้การฟื้นตัวจะเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปัจจัย สําคัญ เช่น วัคซีน การได้รับวัคซีนจะส่งผลโดยตรงต่อการ บริการ การค้าขาย การท่องเที่ยว การขนส่ง และสายการบิน นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยียังคงมีความสําคัญอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ตหรืออื่น ๆ ที่จะช่วยสนับสนุน ให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจอีกด้วย 24 องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO). (2021). WTO มองการค้าโลก ปี’65 ฟื้นไข้, จาก https://www.prachachat.net/economy 2) ตลาดการค้าขยายตัวทั่วโลก (World Bazaar) หากประเทศกําลังพัฒนามีความเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่อง จะทําให้กลุ่มผู้บริโภควัยทํางานผู้มีรายได้และ กําลังซื้อสูงซึ่งมักนิยมบริโภคหรือซื้อสินค้าที่ทันสมัย หรือซื้อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีสูงจากประเทศในแถบอเมริกาและ ยุโรป เช่น พฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคที่มีกําลังซื้อสูงใน ประเทศจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย มักมีการซื้อและใช้โทรศัพท์ Smart phone จากสหรัฐอเมริกา เป็นต้น 3) กลุ่มลูกค้ามือเติบ (Big Spenders) 18 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


25 Paul A. Laudicina. (2005). หนังสือ World out of balance, หน้า 136 26 NASA Earth Observatory. (2010-2022). World of Change: Global Temperatures, จาก. https://earthobservatory.nasa.gov/world-of-change/global-temperatures 1) พลังงานมีอย่างจํากัด (Energy Constraints) ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในการปฏิวัติ อุตสาหกรรมยุคที่ 3 (ปี พ.ศ. 2512 ถึงช่วงต้นปี พ.ศ. 2543) การเพิ่มขึ้นของประชากรและอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น การพัฒนา เศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่สนองความต้องการที่ไม่จํากัดของมนุษย์ ล้วนส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสําคัญ เช่น กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม ส่งผลต่อการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ การสูญเสียความ หลากหลายทางชีวภาพ มลภาวะที่เพิ่มขึ้น และภาวะโลกรวน (Climate Change) โดยรายงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ปี 2018 ระบุว่า อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยอาจเพิ่มขึ้นถึง 1.5 องศา เซลเซียส ในช่วงปี พ.ศ. 2573-2593 ดังนั้นโลกจะต้องเตรียม รับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ และความไม่สมดุลในระบบนิเวศที่เกิดขึ้น จากปัญหาด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ สามารถสรุปความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดังนี้ แผนภูมิที่ 5 แสดงอนาคตที่อาจจะเกิดขึ้น จากตัวขับเคลื่อนทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม25 แผนภูมิที่ 6 แสดงอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2423 ถึงปี พ.ศ. 256326 4 ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (Natural Resources and the Environment) • Climate change • Energy - Natural gas - Oil • Water Energy Constraints Necessary innovation Natural resources and environment Fuel for growth 1.00 0.75 0.50 0.25 0.00 -0.25 -0.50 1880 oC 1900 1920 1940 1960 1980 2000 2020 19


จากวิกฤติด้านพลังงานโลก ทําให้แต่ละประเทศเริ่มจํากัดการ ใช้พลังงานอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น จากตัวอย่างประเทศฝรั่งเศส ที่มีการจัดทํา “ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)” โดยมี เป้าหมายคือ ยับยั้งไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงเกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามจํากัดอุณภูมิโลกให้สูงไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากการลดปริมาณการผลิตก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยลงนามร่วมกับ 195 ประเทศทั่วโลกในการประชุม COP ครั้งที่ 21 ในปี พ.ศ. 2558 นอกจากนี้ ประเทศที่มีแหล่งทรัพยากรพลังงาน จะพยายาม สํารองทรัพยากรเก็บไว้ใช้ในอนาคตมากขึ้น ส่วนประเทศที่มีการ ในอนาคตการคิดค้นนวัตกรรมโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อทดแทนพลังงานที่อาจหมดไปอย่างนํ้ามัน ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน และ มีแนวโน้มเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดเพิ่มมากขึ้น มีการพัฒนาระบบใหม่ ๆ ในการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพื่อลดผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกกฎระเบียบ ในการควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นไปตามความจําเป็นและเกิดประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้นวัตกรรมสําหรับการลดคาร์บอนจากอากาศที่พัฒนาขึ้นสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม27 ได้แก่ บริโภคพลังงานมาก อย่างสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย รัสเซีย จะ พยายามหาแหล่งพลังงานทดแทนมากขึ้น รวมถึงการประยุกต์ ใช้แนวคิดในด้านการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ ให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) หรือการยอมให้มีการชดเชย (Offset) และกําจัด (Remove) คาร์บอน และการปล่อยคาร์บอน สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) โดยพยายาม ลดปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยลงให้ได้มากที่สุดก่อน เพื่อลดการ สร้างมลภาวะต่อโลก จากนั้นใช้การกําจัด (Carbon Removal) เพื่อทําให้ปริมาณสุทธิเป็นศูนย์ และการปล่อยคาร์บอนเป็นลบ (Carbon Negative or Climate Positive) ดักจับคาร์บอนกลับ มาได้มากกว่าที่ปล่อยออกไป การกักเก็บคาร์บอน (Carbon sequestration) คือการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอากาศ จากสถานะก๊าซให้กลายเป็น ของแข็งหรือของเหลว และนํามากักเก็บ ไว้ในแหล่งกักเก็บตามธรรมชาติที่มีความ สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ยาวนาน เช่น มหาสมุทร ดิน และชั้นหิน การดักจับคาร์บอน (Carbon capture) คือการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จาก แหล่งกําเนิดขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า พลังงานฟอสซิล โดยเมื่อดักจับมาแล้ว จะนําไปกักเก็บที่แหล่งกักเก็บต่ออีกครั้ง บางครั้งจึงอาจได้ยินคําว่า การดักจับและ กักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage, CCS) แต่ถ้าเป็นการดักจับ จากอากาศโดยตรงอาจเรียกว่า Direct Air Capture (DAC) ซึ่งมีการติดตั้งใช้ งานจริงอยู่ที่ประเทศไอซ์แลนด์ คาร์บอนเทค (Carbontech) คือเทคโนโลยีที่มุ่งหวังสร้างมูลค่าทาง เศรษฐกิจจากคาร์บอนที่ดักจับมา เพื่อ ให้เกิดความคุ้มค่าทางการดําเนินงาน หรือการนําคาร์บอนที่ดักจับมาไปต่อยอด กับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น นําคาร์บอนไป ผสมในคอนกรีต หรือนําไปผลิตวัสดุที่มี คาร์บอนเป็นส่วนผสม ซึ่งนอกจากจะช่วย ลดคาร์บอนได้แล้ว ยังสร้างมูลค่าได้ อีกด้วย 27 Ted Dilon. (2021). How Do You Define Carbontech? The Big Climate Tech Hype for 2021, จาก. https://cleanenergyventures.com/clean-energy-venture-capital/how-do-you-define-carbontech-the-big-climate-tech-hype-for-2021/ 2) นวัตกรรมที่มีความจําเป็น (Necessary Innovation) 20 Imbalanced World SUSTAINNOVATION


จากการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 3 (ปี พ.ศ. 2512 ถึงช่วงต้นปี พ.ศ. 2543) ที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองจนก่อให้เกิด ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและมลภาวะ ทําให้การปฏิวัติอุตสาหกรรม ในยุคที่ 4 (ต้นปี พ.ศ. 2543 ถึงปัจจุบัน) ตั้งแต่พลังงานนํ้ามัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานที่เป็นสาเหตุของมลภาวะจะลดการ ใช้และจะใช้เท่าที่จําเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจเท่านั้น โดย ประเทศต่าง ๆ เริ่มสร้างและดําเนินตามนโยบายช่วยเหลือและ สนับสนุนเงินทุนบริษัทธุรกิจที่มีการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น เช่น มาตรการจัดทําโครงการชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset) เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยการลดก๊าซเรือนกระจก ภายใต้โครงการ Carbon Offset ขององค์กรภาครัฐและเอกชน สามารถนําไปหักล้างกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ หน่วยธุรกิจได้ จะเห็นได้ว่าโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใน ขณะที่ความต้องการของมนุษย์มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการสร้าง ความตระหนักรู้และการลงมือทําในด้านการดูแลและจัดสรร ทรัพยากรด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ จึงมีความ จําเป็นอย่างมากเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทั้งสําหรับคนในยุค ปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ “การบริหารการเปลี่ยนแปลง” นับเป็นทักษะที่จําเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบันและอนาคต เน้น การรักษาดุลยภาพระหว่างความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ (Human Well-Being) และสิ่งแวดล้อม (Environmental Well-Being) สร้างความตระหนักและให้ความสําคัญต่อทิศทางการเปลี่ยนแปลง ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ 3) พลังงานเพื่อการพัฒนา (Fuel for Growth) 21


CHAPTER 2 WHAT IS SUSTAINNOVATION? 22 What is Sustainnovation? SUSTAINNOVATION


คําว่า Sustainnovation มาจาก 2 คําประสม ได้แก่ คําว่า “sustainability (นาม. ความสามารถ ในการดํารงอยู่ในช่วงเวลาที่ยาวนาน)” และคําว่า “innovation (นาม. นวัตกรรม, การคิดขึ้นใหม่, สิ่งที่นําเข้ามาใหม่)” หากพิจารณาความหมายคําว่า Sustainability มีความหมายตามพจนานุกรมของ Cambridge dictionary ว่า “คุณภาพของความสามารถใน การดําเนินต่อไปผ่านช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ได้ (the quality of being able to continue over a period of time)” และคําว่า Innovation ตาม พจนานุกรมมีความหมายว่า “ความคิดหรือวิธี การใหม่ หรือการประยุกต์ใช้ความคิดหรือวิธี การใหม่ (a new idea or method, or the use of new ideas and methods)” ทั้งนี้คําว่า Sustainability และ Innovation ยังเป็นคําที่ถูก นํามาใช้ในมิติต่าง ๆ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมอีกมากมาย คํานิยามของคําว่า “Sustainnovation” 23


What is sustainability? “ความยั่งยืน” คืออะไร “ความยั่งยืน (Sustainability)” มีคําจํากัดความ ที่กว้างขวางภายใต้มุมมองที่หลากหลาย โดย มีความหมายไม่เพียงแต่ด้านของสิ่งแวดล้อม และทรัพยากร แต่ยังสามารถให้ความหมาย ครอบคลุมถึงด้านสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจ ได้ด้วย ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ได้มีแนวคิด ในด้านการส่งเสริมความยุติธรรม ด้านสังคม ด้านอนุรักษ์นิยม และมีนโยบายความร่วมมือ ระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพ ชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคม จึง ได้มีการรวบรวมแนวคิดเหล่านี้มาสู่แนวคิดที่ เรียกว่า “การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)” โดยได้มีคํานิยามของคําว่า “ความยั่งยืน” ออกมาหลากหลายมิติ ดังนี้ นิยามของคณะกรรมาธิการบรันดท์แลนด์ (Brundtland Commission) (1987)28 3 เสาหลักของความยั่งยืน ในรายงาน “Our Common Future” ของคณะกรรมาธิการบรันดท์แลนด์ (Brundtland Commission) ได้ให้คํานิยามของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ว่า “การพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบัน โดยปราศจากการ ประนีประนอมความสามารถของประชากรในอนาคต ในการตอบสนองความ ต้องการด้านต่าง ๆ” โดยความยั่งยืนต้องมีความครอบคลุมทุกแง่มุม ในมิติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ เพื่อการสร้างความเจริญที่ยั่งยืน ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sustainability) ความมั่นคงด้านระบบนิเวศ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะ ต้องมีการรักษาดุลยภาพในด้านการอุปโภคบริโภค และการอนุรักษ์ รวมไปถึง การหาแนวทางในการทดแทนและหมุนเวียนทรัพยากรที่ถูกมนุษย์นําไปใช้ ความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ (Economic Sustainability) สภาพสังคมของประชากรทั่วโลกจําเป็นจะต้องมีการรักษาความมั่นคงในแต่ละ ประเทศ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และประชากรจะต้องสามารถเข้า ถึงแหล่งทรัพยากรต่าง ๆ ด้านการเงิน ดังนั้นจึงมีความจําเป็นจะต้องสร้าง ระบบเศรษฐกิจที่สมบูรณ์และสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ความยั่งยืนด้านสังคม (Social Sustainability) สิทธิเสรีภาพและความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เป็นปัจจัยที่ทุกคนพึงมี เพื่อการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ชุมชนที่ยั่งยืนจะต้องประกอบด้วยผู้นําชุมชนที่มีความยุติธรรม และสามารถ สร้างความมั่นคงในด้านสิทธิส่วนบุคคล สิทธิแรงงาน รวมถึงสิทธิด้าน วัฒนธรรม ผ่านการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และป้องกันความแตกแยกทางสังคม ENVIRONMENT ECONOMY SOCIETY 28 Publications Office of the European Union. (2021). Sustainable development, จาก. https://eur-lex.europa.eu/EN/legal-content/glossary/sustainable-development.html.sdgmove.com/intro-to-sdgs/ 24 What is Sustainnovation? SUSTAINNOVATION


นิยามจากมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา (University of Alberta) (2010)29 ปี พ.ศ. 2553 คณะกรรมการที่ปรึกษาจากสํานักงานแห่งความยั่งยืน (Office of Sustainability) จากมหาวิทยาลัยแอลเบอร์ตา ได้ให้คํานิยาม ของ “ความยั่งยืน” ดังนี้ “ความยั่งยืน” หมายถึง การบูรณาการด้านคุณภาพของสิ่งแวดล้อม ความ เท่าเทียมด้านสังคม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดชุมชนที่มีสุขภาวะ ที่ดี มีความหลากหลาย และมีความยืดหยุ่นจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านกระบวนการ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่ซับซ้อนในด้านต่าง ๆ “ความยั่งยืนเป็นกระบวนการของการดํารงชีวิตโดย ปราศจากข้อจํากัดด้านกายภาพ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และทางสังคม ในด้านที่ก่อให้เกิดระบบ การดํารงชีวิตที่ให้มนุษย์สามารถมุ่งไปถึงความมั่นคงได้” นิยามจากสํานักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ (Environmental Protection Agency: EPA) (2011)30 EPA ให้คํานิยามเกี่ยวกับความยั่งยืนว่า เป็นแนวคิดที่อยู่บนหลักการพื้นฐาน ที่ว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการเพื่อความอยู่รอดและความเป็นอยู่ที่ดี นั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติทั้งทางตรงและทางอ้อม ในการสร้าง ความยั่งยืนให้เป็นจริงจะต้องผ่านกระบวนการสร้างและรักษาสภาพการณ์ ด้านการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมคนยุคปัจจุบัน และอนาคต” นิยามจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (2021)31 มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) มีแนวคิดด้านความยั่งยืน ว่า แบบปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนจะต้องสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงคุณภาพและการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นการ สร้างความยั่งยืนจะต้องคํานึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างจํากัดให้คุ้มค่า และมี การรักษาสําหรับความจําเป็นในระยะยาว รวมถึงผลจากการนําทรัพยากรไปใช้ ในรูปแบบต่าง ๆ โดยคํานึงสิ่งที่คนรุ่นหลังจะได้รับหรือประสบพบเจอในอนาคต 29 University of Alberta. (2016). What is sustainability, จาก. https://www.mcgill.ca/sustainability/files/sustainability/what-is-sustainability.pdf 30 Environmental Protection Agency. (2011). The National Research Council's report, Sustainability and the U.S. EPA, จาก. https://www.epa.gov/sustainability/learn-about-sustainability#what 31 University of California, Los Angeles. (2021). Sustainability is the balance between the environment, equity, and economy, จาก. https://www.sustain.ucla.edu/what-is-sustainability 25


32 1. วนัสนันท์ ศิริรัตนะ. (2014). การแพร่กระจายนวัตกรรม: สมรรถนะของข้าราชการหลังแนวคิด การจัดการภาครัฐแนวใหม่, จาก https://research.kpru.ac.th/sac/fileconference/12522018-05-10.pdf 2. ว่าที่ร้อยตรี ณัฐพงศ์ คงวรรณ์. (2013). นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา, จาก. https://www.gotoknow.org/posts/510848 33 ว่าที่ร้อยตรี ณัฐพงศ์ คงวรรณ์. (2013). นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา, จาก. https://www.gotoknow.org/posts/510848 What is Innovation? “นวัตกรรม” (Innovation) มีรากศัพท์ มาจากภาษาละติน คําว่า “Innovare” แปลว่า “ทําสิ่งใหม่ขึ้นมา” หลายครั้งคําว่า “นวัตกรรม” มักถูกนํามาใช้สําหรับเรียก สิ่งประดิษฐ์หรือแนวคิดใหม่ ๆ ที่มนุษย์ คิดค้นขึ้น เพื่ออํานวยความสะดวกหรือ แก้ไขปัญหาในชีวิตประจําวัน ทั้งนี้ นัก วิชาการและองค์กรต่าง ๆ ได้ให้นิยาม ของคําว่า “นวัตกรรม” ดังต่อไปนี้ “นวัตกรรม” คืออะไร นิยามของ เอเวอร์เร็ต เอ็ม โรเจอร์ส (Everett M. Rogers, 1983)32 เอเวอร์เร็ต เอ็ม โรเจอร์ส นักทฤษฎีและนักสังคมวิทยาชาวอเมริกา ได้ให้ความหมาย ของคําว่า นวัตกรรม (Innovation) ว่าคือ ความคิด การกระทํา หรือวัตถุใหม่ ๆ ซึ่ง ถูกรับรู้ว่าเป็นสิ่งใหม่ ด้วยตัวบุคคลแต่ละคนหรือหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับใน สังคม (Innovation is a new idea, practice or object, that is perceived as new by the individual or other unit of adoption) โดยเป็นผู้กําหนดทฤษฎี การแพร่กระจายของนวัตกรรม (Diffusion of Innovations) ที่มีองค์ประกอบ ทั้งหมดได้ 4 ประการ ได้แก่ 1. นวัตกรรม 2. การสื่อสารเพื่อเผยแพร่นวัตกรรม จากผู้พัฒนาไปสู่ผู้ใช้ 3. ระยะเวลาที่ถูกสังคมบังคับใช้ 4. ระบบสังคม เช่น การซื้อ สินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต จะเริ่มจากการพัฒนาระบบซื้อขายสินค้าและสื่อสารให้คน รับรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่กําหนด เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระบบสังคม หรือการเปลี่ยนจากการใช้แฟกซ์มาใช้การส่งอีเมลออนไลน์แทน เป็นต้น นิยามของโทมัส ฮิวส์ (Thomas Hughes, 1987)33 โทมัส ฮิวส์ ทนายความ ผู้พิพากษา และ นักการเมืองชาวอังกฤษได้ให้คํานิยามของ นวัตกรรมว่า “การนําเอาวิธีการใหม่ มา ปฏิบัติ หลังจากที่ได้ผ่านการทดลองและได้ รับการพัฒนามาเป็นลําดับแล้ว และมีความ แตกต่างจากการปฏิบัติเดิมที่เคยทํามา” 26 What is Sustainnovation? SUSTAINNOVATION


34 ศุภกร ลิ้มคุณธรรมโม. (2016). นวัตกรรมกระบวนการฝึกอบรมที่มีผลต่อประสิทธิผลการดําเนินงานในธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น, วารสารการจัดการสมัยใหม่ ปีที่ 14 ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม - มิถุนายน 2559 35 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ 33 ฉบับที่ 128 ตุลาคม-ธันวาคม. (2010). นวัตกรรม: ความหมาย ประเภท และความสำคัญต่อการเป็นผู้ประกอบการ, จาก. http://www.jba.tbs.tu.ac.th/files/Jba128/Article/JBA128Somnuk.pdf 36 พันธุ์อาจ ชัยรัตน์, 2004 ; Smith, 2006 37 IEDP Editorial. (2019). Deep-Diving MIT Sloan’s Innovation Approach, จาก. https://www.iedp.com/articles/deep-diving-mit-sloan-s- innovation-approach/#:~:text=At%20MIT%20we%20define%20innovation,or%20gadgets%20or%20business%20processes.%E2%80%9D นิยามของเปเรซ บุสตาแมนท์ (Perez-Bustamante, 1999)34 เปเรซ บุสตาแมนท์ นักกฎหมายชาวสเปน กล่าวว่านวัตกรรม เป็นเรื่องของกระบวน การแสวงหา ดําเนินงาน จัดเก็บ ตลอดจน ใช้ประโยชน์จากข้อมูลในด้านการสร้าง ความรู้ การวิจัยและพัฒนา การผลิต การ พาณิชย์ และการอยู่รอดของธุรกิจ นิยามของสํานักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (2006)35 สํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ คือ หน่วยงาน ที่ทําหน้าที่เป็นตัวแทนให้การส่งเสริม และ พัฒนานวัตกรรมของประเทศ ได้กําหนด ความหมายของนวัตกรรมไว้ว่า นวัตกรรม คือ “สิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และ ความคิด สร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อ เศรษฐกิจและสังคม” ดังนั้นจะพบว่ามี ความหมายแตกต่างจากคําว่า “Invention” อย่างมีนัยสําคัญ ก็คือ ประเด็นในส่วนของ การแสวงหาผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และสังคม เนื่องจากคําว่า Invention ที่ แปลว่า สิ่งประดิษฐ์ หรือประดิษฐกรรม มี ความหมายเพียงการทําให้ความคิดใหม่เป็น ความจริงขึ้นมา และสามารถจับต้องได้36 นิยามจากสถาบันเทคโนโลยี แมสซาชูเซตส์ (2019)37 นิยามนวัตกรรมของสถาบันเทคโนโลยี แมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) คือ กระบวนการ ความคิดตั้งแต่เริ่มแรกสู่ผลกระทบ (The process by which we take ideas from inception to impact) เป็นกระบวนการ ที่ไม่ยึดติดเพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยี หรืออุปกรณ์ หรือกระบวนการทางธุรกิจที่ เฉพาะเจาะจงเท่านั้น แต่นวัตกรรมจะต้อง สร้างคุณค่าให้กับองค์ความรู้จากการนํา ไปใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผล กระทบที่ดีต่อโลก และสร้างความพึงพอใจ ให้กับผู้ใช้งาน ผ่านกระบวนการต่อยอด ด้านธุรกิจ 27


นวัตกรรมด้านเทคโนโลยี เป็นนวัตกรรมที่อาจอยู่ในรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) หรือกระบวนการใหม่ (Process Innovation) ที่มีลักษณะทางเทคโนโลยีที่มี คุณสมบัติในด้านการอํานวยความสะดวก และเป็นประโยชน์ ในด้านการใช้สอยหรือการสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ตัวอย่างนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี สามารถเห็นได้ทั่วไปและ ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Virtual Reality หรือ VR) และยานพาหนะไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) การจําแนกประเภทของนวัตกรรมสามารถยกตัวอย่าง การจําแนกประเภทจากแต่ละองค์กรได้ดังนี้ ศาสตราจารย์ William Kenneth Aulet ผู้อํานวยการ ด้านการจัดการ ศูนย์ Martin Trust Center for MIT Entrepreneurship ได้นําเสนอประเภทของนวัตกรรมทั้งหมด 7 ประเภท ได้แก่ 1. Technology Innovation การจําแนกประเภทของนวัตกรรม โดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology)38 ประเภทของ นวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือกระบวนการนําเสนอ ผลิตภัณฑ์ สามารถเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนขั้นตอนการผลิต สินค้า หรือขั้นตอนการดําเนินการ เพื่อให้กระบวนการทํางาน มีประสิทธิภาพมากขึ้น สะดวกรวดเร็วขึ้น และตอบสนองต่อ ความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีขึ้น ตัวอย่างนวัตกรรมกระบวนการ เช่น Online Shopping ผ่าน แอปพลิเคชัน ที่มีกระบวนการสั่งซื้อสินค้าตั้งแต่การชําระ เงินผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการติดตามสถานะและ ตําแหน่งสินค้า จนถึงขั้นตอนการคืนสินค้าที่อยู่ในแอปพลิเคชัน เดียว 2. Process Innovation นวัตกรรมที่เกิดจากการปรับปรุงกระบวนการภายในจนเกิด เป็นรูปแบบใหม่ของการดําเนินธุรกิจ เป็นกระบวนการที่องค์กร ปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ไม่ว่าจะผ่านการ พัฒนาแหล่งรายได้ใหม่หรือช่องทางการจัดจําหน่าย ตัวอย่างนวัตกรรม Business Model เช่น การโฆษณาผ่าน ช่องทางออนไลน์ใน Google Ads ผ่านการป้อนคําศัพท์ (Keyword) บนเครื่องมือค้นหา (Search Engine) หรือ Netflix ที่เริ่มต้นจากการทําแพลตฟอร์มเช่าภาพยนตร์ผ่าน ช่องทางออนไลน์ และปรับรูปแบบเป็นช่องทางชมภาพยนตร์ ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทุกมุมโลก 3. Business Model Innovation 38 William Kenneth Aulet. (2014) Varieties of Innovation, จาก. https://www.youtube.com/watch?v=1mw_Uo5ba58 28 What is Sustainnovation? SUSTAINNOVATION


นวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อทดแทนของเก่าโดยสิ้นเชิง จากการ พัฒนาเทคโนโลยีใหม่และมีผลกระทบต่อผู้ใช้งานสูง นิยมใช้ สร้างตลาดใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตอบสนองความ ต้องการของผู้ใช้บริการได้ดีขึ้น สามารถครอบครองตลาด ส่วนใหญ่ได้ ส่งผลให้เกิดการทําลายธุรกิจหรือตลาดเดิมลง ตัวอย่างนวัตกรรม Disruptive เช่น แอปพลิเคชัน Grab หรือ Uber ที่เป็นตัวช่วยในการเดินทาง แทนการเรียกรถ แท็กซี่แบบปกติ การติดตั้งกล้องถ่ายรูปใน Smart Phone แทนกล้องถ่ายรูปฟิล์มหรือกล้องคอมแพค 5. Disruptive Innovation นวัตกรรมแบบต่อยอดจากเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว และมีผล กระทบสูงต่อผู้ใช้งาน โดยมากนิยมใช้กับสินค้าที่มีอยู่ในตลาด อยู่แล้ว โดยเน้นการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน และธุรกิจมากกว่าการพัฒนานวัตกรรมรูปแบบใหม่ ตัวอย่างนวัตกรรมแบบต่อยอด เช่น การปรับหน้าเว็บไซต์ให้ ใช้งานง่ายขึ้น การเพิ่มหรือปรับปรุงฟังก์ชันใหม่ของโทรศัพท์ มือถือ และการพัฒนาล้อยานพาหนะให้มีประสิทธิภาพในการ ใช้งานดีขึ้น 6. Incremental Innovation นวัตกรรมที่เน้นการแก้ไขปัญหาจากแนวคิดใหม่ ๆ ผ่านการ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยมาจากการร่วมกันคิดหาวิธีการ ใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากที่เคยมีอยู่ มองหาความต้องการใน อนาคต และร่วมกันพัฒนาและเรียนรู้ โดยฉีกกรอบจากวิธี คิดแบบเดิม ๆ สู่การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ตัวอย่างนวัตกรรมแบบ Lateral เช่น รถยนต์ที่มาแทนรถม้า ที่ต้องใช้สัตว์ขับเคลื่อน ยานพาหนะบินได้ (Flying Vehicle) ที่เพิ่มวิธีการเดินทางไปถึงจุดหมายได้ดีขึ้น 7. Lateral Innovation นวัตกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงการนําเสนอของสินค้าหรือ บริการในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากเดิม หรือมีการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของสินค้าหรือบริการ เป็นการเปลี่ยน ตําแหน่งของผลิตภัณฑ์โดยการสร้างการรับรู้และความเข้าใจ ในผลิตภัณฑ์ต่อลูกค้าแบบที่แตกต่างไปจากเดิม ให้สามารถ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น ตัวอย่างนวัตกรรม เช่น เครือข่ายโทรศัพท์ Orange ที่เปลี่ยน มาเป็น TrueMove H จากการ Repositioning ให้เข้าถึง กลุ่มคนทุกวัยมากขึ้น โดยมีทั้งบริการเครือข่ายโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต บัตรเครดิต ไปจนถึงช่องทางการชําระเงินแบบ ออนไลน์ 4. Position Innovation 29


30 What is Sustainnovation? SUSTAINNOVATION


นวัตกรรมแบบต่อยอด (Sustaining Innovation) หรือสามารถเรียกอีกชื่อว่า Incremental Innovation คือ การปรับปรุงนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว แต่มีผลกระทบสูงต่อผู้ใช้งาน มักเป็นนวัตกรรมที่ ค่อย ๆ พัฒนาไปทีละเล็กทีละน้อย แต่จะเป็นนวัตกรรมที่มีคุณภาพดีกว่า โดยมีจุดประสงค์เพื่อทํากําไรได้มากขึ้น จากการที่ลูกค้ายินดีซื้อนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น โดยไม่มีการหากลุ่มลูกค้าใหม่ ทั้งนี้ นวัตกรรมแบบต่อยอดมักจะประสบความสําเร็จในการจําหน่าย เนื่องมาจากการรับฟัง Pain Point ของ ลูกค้าเดิม และนํามาปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีกว่าเดิม ศาสตราจารย์ เคลย์ตัน คริสเตนเซน (Clayton Christensen) จาก Harvard Business School และเจ้าของทฤษฎี Disruptive Innovation ได้จําแนกประเภทของนวัตกรรมไว้ 3 ประเภท ได้แก่ 1. Sustaining Innovation40 การจําแนกประเภทของนวัตกรรม โดย Harvard Business School39 การเปลี่ยนแปลงตลาดที่มีอยู่แล้ว โดยการนําเสนอผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่ายกว่าเดิม (Simpler) ราคาที่ถูกลงกว่า เดิม (Cheaper) แต่อาจจะมีความสามารถหรือคุณภาพที่ลดลง (Inferior Quality) โดย Low-End Disruption จะเกิดขึ้นได้ เมื่อนวัตกรรมที่มีอยู่ในท้องตลาดมีคุณสมบัติที่เกินกว่าความต้องการของผู้ใช้บางกลุ่ม โดยใช้วิธี ลดคุณสมบัติบางอย่างของนวัตกรรมต้นแบบ และปรับราคาให้ถูกลง หรือสรุปได้ว่า เป็นการสร้างนวัตกรรม ที่ลดคุณค่า (Value) บางอย่างจากนวัตกรรมต้นแบบ แต่เพิ่มคุณค่า (Value) บางอย่างเพื่อให้สามารถเข้าถึง กลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ดีขึ้น ตัวอย่างนวัตกรรม Low-End Disruption เช่น Airbnb ที่เปิดให้เช่าที่นอนในอพาร์ตเมนต์ให้กับผู้เข้าร่วมการ ประชุมด้านการออกแบบในซานฟรานซิสโก และปรับเปลี่ยนมาเป็นการเปิดเช่าที่พักที่มีราคาถูกกว่าโรงแรม ทําให้ตลาดการเช่าที่พักตากอากาศออนไลน์เติบโตมาก และมีการใช้บริการมากขึ้นจนสามารถแข่งขันกับธุรกิจ โรงแรมได้ ทําให้โรงแรมต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้รูปแบบธุรกิจแบบ Airbnb เพื่อเพิ่มยอดการเข้าพักมากขึ้น 2. Low-End Disruption Innovation การนําเสนอนวัตกรรมใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่านวัตกรรมเดิมที่อยู่ในตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการ ที่ยังไม่มีคู่แข่ง ตัวอย่างนวัตกรรม New-Market Disruption เช่น การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการที่ครั้งหนึ่งเคยมีราคา แพง ให้เป็นสินค้าที่มีราคาจับต้องได้และเข้าถึงได้สําหรับคนจํานวนมากขึ้น 3. New-Market Disruption 39 Lauren Landry. (2020). 3 TYPES OF INNOVATION YOU SHOULD KNOW, จาก. https://online.hbs.edu/blog/post/3-types-of-innovation-you-should-know 40 ดูข้อมูลได้ที่ประเภทของนวัตกรรมจำแนกโดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หน้า 7 ข้อที่ 6 Incremental Innovation 31


สถาบัน MIT ID Innovation ได้จําแนกประเภทนวัตกรรมตามแนวคิดด้านธุรกิจทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่ การจําแนกประเภทของนวัตกรรม โดย MIT Art, Design & Technology University41 41 MIT ID Innovation. (2021). Types of Innovation in Business, จาก. https://mitidinnovation.com/recreation/types-of-innovation-in-business/ 42 ดูข้อมูลได้ที่ประเภทของนวัตกรรมจำแนกโดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หน้า 6 ข้อที่ 5 Disruptive Innovation 43 ดูข้อมูลได้ที่ประเภทของนวัตกรรมจำแนกโดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) หน้า 6 ข้อที่ 2 Process Innovation นวัตกรรมสังคม การคิดค้นหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่เพื่อ ทดแทนนวัตกรรมเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ที่ แตกต่างจากนวัตกรรมอื่นๆ คือเน้นสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างความเป็นธรรม แก้ไข ปัญหาและลดความเหลื่อมลํ้าในสังคมโดยกระจายรายได้ให้กลุ่มเจ้าของ ธุรกิจระดับท้องถิ่น รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตัวอย่างเช่น Building Information Modelling (BIM) ที่ช่วยคํานวณทรัพยากรที่ใช้ ในการออกแบบและการก่อสร้างอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการ ใช้ทรัพยากร และลดขยะจากการก่อสร้างได้, CitizenLab แอปพลิเคชัน จากประเทศเบลเยียม ที่ภาครัฐสามารถรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ผ่านช่องทางออนไลน์ เปิดโอกาสให้คนในสังคมมีส่วนร่วมในการพัฒนา สังคม เมือง และที่อยู่อาศัยให้ดีขึ้น และสนับสนุนแนวคิดประชาธิปไตย 6. Social Innovation นวัตกรรมที่มาจากการปรับรูปแบบทางการตลาด ที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อการทําการตลาดที่สะดวกขึ้น สามารถปรับปรุงความสัมพันธ์ กับลูกค้าและผู้ใช้บริการได้จากการสร้าง Customer Experience ให้กับผู้ใช้สินค้าและบริการ ส่งผลให้เกิดยอดจัดจําหน่ายที่ดีขึ้น ตัวอย่างนวัตกรรมการตลาด เช่น Ikea ที่สร้าง Customer Experience จากการจัดเส้นทางการเดินให้ลูกค้าสามารถเดินดู ตัวอย่างสินค้าทุกประเภทได้อย่างทั่วถึง หรือ L’Oreal ที่พัฒนา แอปพลิเคชันสอนแต่งหน้า “Makeup Genius” ให้กับลูกค้า โดย สามารถทดลองใช้สินค้าจริงผ่านกล้องจากมือถือ และสามารถสั่ง ซื้อสินค้าที่อยู่ในตัวอย่างการสอนแต่งหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชัน 5. Marketing Innovation นวัตกรรมที่เกิดจากการพัฒนาสินค้าใหม่และการปรับปรุงสินค้าให้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีคุณสมบัติและการใช้งานที่ดีขึ้น และสามารถ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายขึ้น จากการสร้าง ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วให้ดีกว่าเดิม ตัวอย่าง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สามารถพบเห็นได้ทั่วไป และมีการจัดจําหน่ายอย่าง แพร่หลาย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะที่มี การปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต รวมถึงบรรจุภัณฑ์ 2. Product Innovation นวัตกรรมจากการปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือแนวคิดการบริการใน รูปแบบใหม่ สามารถช่วยปรับปรุงขั้นตอนการดําเนินงานด้านการ บริการ มีจุดมุ่งหมายเพื่อทําให้ผู้ใช้บริการเกิดความพึงพอใจ และ เข้าถึงบริการที่ตรงกับความต้องการได้สะดวกรวดเร็วขึ้น จากการ สร้างสรรค์บริการรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม ตัวอย่างนวัตกรรมการ บริการ เช่น ธนาคารพัฒนาการทําธุรกรรมการเงินผ่านช่องทาง ออนไลน์ หรือ e-Banking เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถโอนเงิน หรือ ถอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องไปที่ธนาคาร 3. Service Innovation การประยุกต์ใช้แนวคิด วิธีการหรือกระบวนการใหม่ๆ เพื่อให้การทํางาน มีประสิทธิภาพดีขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต หรือการ นําเสนอผลิตภัณฑ์ หรือการปรับปรุงประสิทธิภาพ จากการเปลี่ยน เครื่องมือ การจัดจําหน่าย หรือรูปแบบการจัดการ 4. Process Innovation43 นวัตกรรมที่สร้างเพื่อทดแทนนวัตกรรมเดิมผ่านการใช้เทคโนโลยี มีวัตถุประสงค์เพื่อแทนที่ธุรกิจเดิม สามารถเปลี่ยนทั้งแนวคิด และ พฤติกรรมการใช้งาน จากการที่นวัตกรรมใหม่สามารถตอบสนอง ความต้องการของผู้ใช้บริการได้ดีขึ้น 1. Disruptive Innovation42 32 What is Sustainnovation? SUSTAINNOVATION


นิยาม “Sustainnovation” ของ RISC ศูนยวิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) เป็นศูนย์วิจัยเพื่อส่งเสริม คุณภาพชีวิตแห่งแรกของเอเชีย ที่ค้นคว้าองค์ความรู้ใหม่ผ่านงานวิจัยหลายด้าน และพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เน้นการตอบโจทย์ บรรเทา และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทั้งการเปลี่ยนแปลงของ เจนเนอเรชั่น สังคม สุขภาพกาย สุขภาพจิต สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และ เชื่อมโยงสู่การสร้างความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับสรรพสิ่ง หรือ For All Well-Being ต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของทุกชีวิตในโลก RISC กําหนดองค์ประกอบของ Well-Being เพื่อสร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน ใน 3 แกนหลัก คือ ความยั่งยืนทางดานจิตใจ (Mental/Emotional Well-Being) การศึกษาสุขภาวะทางจิตใจ ด้วยงานวิจัยด้านประสาทวิทยา ผ่านสัญญาณสมอง เพื่อทําความเข้าใจการรับรู้และการ ทํางานของสมอง รวมทั้งการเรียนรู้พฤติกรรมและจิตวิทยา การเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ตลอดช่วงชีวิต เพื่อสร้างการ รับรู้เชิงบวกที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต สร้างความสุขด้วยความ เข้าใจทางวิทยาศาสตร์ ความยั่งยืนทางดานรางกาย (Physical Well-Being) การศึกษาสุขภาวะทางกายภาพที่ดี และปัจจัยที่ส่งผลจาก สภาพแวดล้อมรอบตัว สรุปเป็นมาตรฐานเพื่อความอยู่ดีมีสุข หรือ “Well-Being Standard” เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกที่อยู่อาศัย ได้แก่ อากาศ แสง เสียง และการสร้างเกณฑ์มาตรฐานการเลือกวัสดุก่อสร้าง เพื่อ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ความยั่งยืนทางดานสิ่งแวดลอม (Environment Well-Being) การศึกษาแนวทางลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสร้าง “Biodiversity Standard” สําหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ดีและยั่งยืน รวมถึงใช้ทรัพยากรโลก ให้น้อยที่สุด ปรับกระบวนการก่อสร้าง ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมและวัสดุทดแทน เพื่อลดการใช้ทรัพยากรโลกใน รูปแบบต่างๆ รวมถึงการลดคาร์บอนด้วยเทคโนโลยีอนาคต ด้วยแนวคิดการออกแบบส่งเสริมสุขภาวะอย่าง ยั่งยืนทั้ง 3 แกนหลักนั้น เกิดการต่อยอดสู่ การสร้างนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน หรือ “Sustainnovation” เพื่อการแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างยั่งยืนและขยายผลได้จริง ซึ่งจะช่วยยก ระดับความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกคน RISC ให้ความหมายคําว่า Sustainnovation คือการผนวกความคิดระหว่าง Sustainability กับ Innovation โดย Sustainability หรือความ ยั่งยืน คือการสร้างความสมดุลระหว่างความ ต้องการต่าง ๆ ของเรากับระบบนิเวศ สังคม วัฒนธรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วน Innovation หรือนวัตกรรมจะมี 3 องค์ประกอบ คือ 1) ต้องใหม่ 2) เกิดการใช้งานจริงแล้ว และ 3) ต้องมีประโยชน์อย่างชัดเจน กล่าวคือ Sustainnovation หมายถึง แนวทางหรือ เทคโนโลยีใหม่ ที่นําไปใช้แล้วเกิดประโยชน์ใน การรักษาสิ่งแวดล้อม นําไปสู่สุขภาวะที่ดี อยู่ดี มีสุข รักษาความสมดุล ไม่ว่าจะเป็นเชิงพาณิชย์ เกิดประโยชน์ต่อความสุขของคน และการลด ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สรุปได้ว่านิยามของ “นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainnovation)” ที่มีองค์ประกอบของคําว่า ความยั่งยืน (Sustainability) ที่มีความหมาย แตกต่างกันในมุมมองต่าง ๆ เช่น ความยั่งยืน ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจ โดยทุกมุมมองล้วนมีเป้าหมายสร้างความยั่งยืน ที่ไม่เพียงแค่สร้างความอยู่ดีมีสุข (Well-being) ของมนุษย์เท่านั้น แต่ต้องคํานึงถึงสิ่งแวดล้อม และโลก เพื่อผลักดันให้เกิดความยั่งยืนอย่าง เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมความอยู่ดีมีสุขของ สรรพสิ่ง (For All Well-Being) ดังนั้น การนํา องค์ประกอบด้านนวัตกรรม (Innovation) มา ประยุกต์ใช้สร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จึงมีความ สําคัญและสร้างแรงผลักดันให้เกิดความยั่งยืน ได้อย่างมีประสิทธิผลจริง ทั้งในระดับปัจเจก บุคคล ชุมชน สังคม เมือง และประเทศ 33


CHAPTER 3 SUSTAINABILITY INDICATORS เกณฑ์ชี้วัดความยั่งยืน 34 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


หากจะกล่าวถึงความยั่งยืน เราอาจให้ ความหมายที่เป็นเชิงนามธรรม ดังนั้น จําเป็นจะต้องมีเกณฑ์ชี้วัดความยั่งยืน ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสามารถศึกษา ดูได้จากตัวอย่างเกณฑ์ต่าง ๆ ทั่วโลก วัตถุประสงค์ในการคัดเลือกแต่ละเกณฑ์ มาเป็นตัวอย่างในบทนี้ เพื่อแสดงให้เห็น ว่าปัจจุบันมีเกณฑ์ชี้วัดความยั่งยืนใดบ้าง และสามารถนํามาใช้ในการต่อยอดการ สร้างเกณฑ์ที่สามารถปรับใช้ในระดับ บุคคล องค์กร ธุรกิจ เมือง หรือระดับ ประเทศได้ 35


44 Social Progress Imperative. (2021). Social Progress Index, จาก. https://www.socialprogress.org/ แผนภูมิที่ 7 แสดงองค์ประกอบของดัชนีความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress Index) ดัชนีความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress Index หรือ SPI) จัดทําโดยองค์กร Social Progress Imperative ประเทศ สหรัฐอเมริกา เป็นเกณฑ์ที่มีรากฐานมาจากแนวคิดที่ต้องการตอบสนองความต้องการด้านความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน โดย ไม่วัดจากการประเมิน GDP ในแต่ละประเทศ แต่มุ่งเน้นไปที่ความเป็นอยู่ที่ดีที่มาจากการจัดเตรียมตั้งแต่ความต้องการพื้นฐาน ไปจนถึงด้านสุขภาวะและสิทธิมนุษยชนที่ทุกคนพึงมี โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความเข้าใจในมิติที่สําคัญด้านความเป็นอยู่ที่ดี ของสังคม และการให้สวัสดิการที่เหมาะสมกับประชาชนตามหลักสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยตัวแปรชี้วัดแบ่งออกได้เป็น 3 หมวด วัดจาก คุณภาพความเป็นอยู่ของคนในแต่ละมิติ ดังต่อไปนี้ Basic Human Needs Foundations of Wellbeing Opportunity Nutrition & Basic Medical Care Do people have enough food to eat and are they receiving basic medical care? Water & Sanitation Can people drink water and keep themselves clean without getting sick? Shelter Do people have adequate housing with basic utilities? Personal Safety Do people feel safe? Access to Basic Knowledge Do people have access to an educational foundation? Access to Information and Communiactions Can people freely access ideas and information from anywhere in the world? Health & Wellness Do people live long and healthy lives? Environmental Quality Is this society using its resources so they will be available for future generations? Personal Rights Are people’s rights as individuals protected? Personal Freedom & Choice Are people free to make their own life choices? Inclusiveness Is no one excluded from the opportunity to be a contributing member of society? Access to Advanced Education Do people have access to the world’s most advanced knowledge? Social Progress Index (2016) 44 ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เช่น อาหาร ยา นํ้าอุปโภคบริโภค ที่พัก อาศัย และความปลอดภัย พื้นฐานด้านความเป็นอยู่ที่ดี เช่น การ เข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูล และการสื่อสาร รูปแบบต่าง ๆ ปัจจัยที่ส่งเสริมสุขภาพและ ความเป็นอยู่ที่ดี และคุณภาพของสิ่งแวดล้อม โอกาสในด้านต่างๆ เช่น สิทธิ เสรีภาพ ของแต่ละบุคคล การมีส่วนร่วมในสังคม และการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 36 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


แผนภูมิที่ 8 แสดงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 เป้าหมาย 45 องค์การสหประชาชาติ (United Nations). (2015). Do you know all 17 SDGs?, จาก. https://sdgs.un.org/goals คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. (2021). เป้าหมาย SDGs 17 ประการ, จาก. https://science.mahidol.ac.th/sdgs/sdgs-17/ 46 ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่ งยืน: Centre for SDG Research and Support (SDG Move). (2022). ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ SDGs, จาก. https://www.sdgmove.com/intro-to-sdgs/ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 เป้าหมาย จัดทําขึ้นโดยองค์การสหประชาชาติ (United Nations) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีทิศทางการพัฒนาตั้งแต่ เดือนกันยายน พ.ศ. 2558 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2573 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี โดยประเด็นหลักของทั้ง 17 เป้าหมาย มีการ ชี้วัดจากทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของคน การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองการปกครอง สามารถแบ่ง หัวข้อได้ทั้งหมดดังนี้ 46 17 Sustainable Development Goals (2015) 45 No Poverty Zero Hunger Quality Education Gender Equality Economic Growth Climate Action Life Below Water Partnership for the Goal Life on Land Peace, Justice, & strong Institution Reduced Inequalities Sustainable Cities Responsible Consumption Clean Energy Industry, Innovation, Infrastructure Clean Water & Sanitation Good Health & Well-Being 01 02 03 04 05 06 07 08 09 10 11 12 13 14 15 16 17 37


ขจัดความยากจน No Poverty ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ ขจัดความหิวโหย Zero Hunger ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคง ทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี Good Health and Well-Being สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มี สุขภาพดีและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี สําหรับทุกคนในทุกวัย การศึกษาที่เท่าเทียม Quality Education สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มี คุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และ สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ความเท่าเทียมทางเพศ Gender Equality บรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศ และ เสริมอํานาจให้แก่สตรีและเด็กหญิง การจัดการนํ้าและสุขาภิบาล Clean Water and Sanitation สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีนํ้า และสุขอนามัยสําหรับทุกคนและมี การบริหารจัดการที่ยั่งยืน พลังงานสะอาดที่ทุกคน เข้าถึงได้ Affordable and Clean Energy สร้างหลักประกันให้ทุกคนสามารถ เข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืน ในราคาที่ย่อมเยา การจ้างงานที่มีคุณค่าและ การเติบโตทางเศรษฐกิจ Decent Work and Economic Growth ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และ การมีงานที่เหมาะสมสําหรับทุกคน อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน Industry, Innovation and Infrastructure สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มี ความทนทาน ส่งเสริมการพัฒนา อุตสาหกรรมที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม ลดความเหลื่อมลํ้า Reduced Inequalities ลดความไม่เสมอภาคภายในประเทศ และระหว่างประเทศ เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน Sustainable Cities and Communities ทําให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความ ครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน Responsible Consumption and Production สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิต และการบริโภคที่ยั่งยืน 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ 38 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) 17 เป้าหมาย เป็นเกณฑ์ที่มีการนํามาใช้อย่างแพร่หลาย ทั่วโลก โดย 10 อันดับแรกของ SDG Index ใน พ.ศ. 2565 มีรายชื่อประเทศดังนี้ 47 47 ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่ งยืน: Centre for SDG Research and Support (SDG Move). (2022). SDG Updates เปิดรายงาน Sustainable Development Report 2022 และ SDG Index 2022, จาก. https://www.sdgmove.com/2022/06/02/sdg-updates-sustainable-development-report-sdg-index-2022/ การรับมือการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ Climate Action ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบที่เกิดขึ้น ทรัพยากรทางทะเล Life Below Water อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบบนิเวศบนบก Life on Land ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบ นิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่าง ยั่งยืนต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้น สภาพดิน และหยุดยั้งการสูญเสีย ความหลากหลายทางชีวภาพ สังคมสงบสุข ยุติธรรม และ สถาบันที่เข้มแข็ง Peace and Justice Strong Institutions ส่งเสริมสังคมที่สงบสุขและครอบคลุมเพื่อ การพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ทุกคนเข้าถึงความ ยุติธรรม และสร้างสถาบันที่มีประสิทธิภาพ รับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ ความร่วมมือเพื่อการพัฒนา ที่ยั่งยืน Partnerships to Achieve the Goal เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการ ดําเนินงานและฟื้นฟูหุ้นส่วนความร่วมมือ ระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 13 14 16 17 15 เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ เป้าหมายที่ 10 อันดับแรกของโลกใน SDG Index ปี 2565 1. ฟินแลนด์ 2. เดนมาร์ก 3. สวีเดน 4. นอร์เวย์ 5. ออสเตรีย 6. เยอรมนี 7. ฝรั่งเศส 8. สวิตเซอร์แลนด์ 9. ไอร์แลนด์ 10. เอสโตเนีย รูปภาพที่ 6 แสดงประเทศ 10 อันดับแรกของ SDG Index ใน พ.ศ. 2565 39


48 ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่ งยืน: Centre for SDG Research and Support (SDG Move). (2022). SDG Updates เปิดรายงาน Sustainable Development Report 2022 และ SDG Index 2022, จาก. https://www.sdgmove.com/2022/06/02/sdg-updates-sustainable-development-report-sdg-index-2022/ สถานการณ์ SDGs ของประเทศไทย SDG Index ปี 2021 SDG Index ปี 2022 ในรายงานปี พ.ศ. 2565 อันดับ SDG Index ของไทย อยู่ที่อันดับ 44 จากทั้งหมด 163 ประเทศ ลงมาจากอันดับ 43 จาก 165 ประเทศ ในการจัดอันดับปี พ.ศ. 2564 มีคะแนน SDG Index อยู่ที่ 74.1 คะแนน ลดลงจากปี พ.ศ. 2564 เล็กน้อยเพียง 0.1 เมื่อ เปรียบเทียบในระดับทวีป ประเทศไทยได้อันดับ SDG Index เป็นอันดับที่ 3 ของเอเชียรองลงมาจากญี่ปุ่น (อันดับ 19) และเกาหลีใต้ (อันดับ 27) เท่านั้น ทั้งยังเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ และรั้งอันดับ 1 ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน (พ.ศ. 2562 – 2565) รูปภาพที่ 7 แสดงสถานการณ์สถานะและแนวโน้ม SDG Index ประจำปี พ.ศ. 2565 ของประเทศไทย COUNTRY RANKING STATISTICAL PERFORMANCE INDEX THAILAND 43/165 74.2 COUNTRY SCORE บรรลุเป้าหมายแล้ว อยู่ในทิศทางทีจะบรรลุได้่ค่อนข้างก้าวหน้า ไม่คืบหน้า ถดถอย สถานะ แนวโน้ม ยังมีความท้าทายบางสวน่ ท้าทาย ท้าทายมาก ไม่มีข้อมูล 1 2 3 WORST BEST 0 76.1 100 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 12 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 12 COUNTRY RANKING STATISTICAL PERFORMANCE INDEX THAILAND อันดับ3ของเอเชีย อันดับ1 ของอาเซียน 44/163 74.1 COUNTRY SCORE WORST BEST 0 76.1 100 48 40 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


เป้าหมายที่ 2 ขจัดความหิวโหย ในด้านตัวชี้วัดเรื่องดัชนีการจัดการไนโตรเจนอย่างยั่งยืน (Sustainable Nitrogen Management Index) และการ ส่งออกยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายในภาคเกษตรกรรม เป้าหมายที่ 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ในด้านตัวชี้วัดเรื่องอุบัติการณ์ของวัณโรค และอัตราการเสีย ชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เป้าหมายที่ 14 ทรัพยากรทางทะเล ในด้านตัวชี้วัดเรื่องการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ทางทะเล และดัชนีสุขภาพมหาสมุทรในคะแนนความ สะอาดของนํ้าทะเล เป้าหมายที่ 15 ระบบนิเวศบนบก ในด้านตัวชี้วัดเรื่องการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่นํ้าจืด และดัชนีบัญชีชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม (Red List Index of Species Survival) เป้าหมายที่ 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ในด้านตัวชี้วัดเรื่องอัตราการฆาตกรรม และดัชนีการรับรู้การ ทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption Perception Index) จากการกําหนดเป้าหมาย SDGs ดังกล่าว สามารถนําไปสู่ทิศทาง การพัฒนาในจุดที่มีความจําเป็นของประเทศไทย เพื่อก้าวไปสู่ ความยั่งยืนแบบมีทิศทางยิ่งขึ้น และนําไปสู่นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ทั้ง 5 เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพิจารณาระดับเป้าหมาย SDGs ของประเทศไทยที่มีสถานะบรรลุแล้ว (สีฟ้า) ตั้งแต่รายงานปี พ.ศ. 2562 มี 1 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 1 (ขจัดความยากจน) โดยตัวชี้วัดหลักของการประเมินระดับโลกของเป้าหมายนี้ในการคํานวณคะแนน SDG Index ปี พ.ศ. 2565 คือ เส้นความยากจนสากล (Poverty Line) ที่เขียนไว้ที่ 1.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (65 บาท) และ 3.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (110 บาท) พบว่าไม่มีประชากรไทยตกอยู่ใต้เส้นความยากจนสากลนี้แล้ว ในขณะที่เป้าหมาย SDGs ที่อยู่ใน สถานะมีความท้าทายมาก (สีแดง) ของประเทศไทย มีจํานวน 5 เป้าหมายเท่ากับปี พ.ศ. 2564 โดยเป้าหมายและตัวชี้วัดที่มีความ ท้าทายมากของประเทศไทย จาก SDG Index ในปี พ.ศ. 2565 มีทั้งหมดดังนี้ เป้าหมายที่2 เป้าหมายที่3 เป้าหมายที่14 เป้าหมายที่15 เป้าหมายที่16 41


49 Boston Consulting Group. (2021). Sustainable Economic Development Assessment and Citizen Well-Being, จาก. https://www.bcg.com/industries/public-sector/sustainable-economic-development-assessment แผนภูมิที่ 9 แสดงเกณฑ์ด้านต่าง ๆ ของ Sustainable Economic Development Assessment (SEDA) Sustainable Economic Development Assessment (SEDA) เป็นเครื่องมือชี้วัดด้านความยั่งยืนที่ครอบคลุมในด้านเศรษฐกิจ และสังคม จัดทําโดย Boston Consulting Group (BCG) ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นไปที่การวัด GDP เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการรวบรวมข้อมูล ผลลัพธ์ด้านความเป็นอยู่ อาทิ สุขภาวะที่ดี การศึกษา รวมถึงการประเมินการปกครองของรัฐบาล โดยเกณฑ์ของ SEDA จะไม่นํา เฉพาะข้อมูลด้านจิตวิสัย แต่มีการนํารายงานความสุขขององค์กรสหประชาชาติ (the UN’s Happiness Report) มาวิเคราะห์แยก อีกส่วน โดยจําแนกตัวชี้วัดทั้งหมด 10 ข้อ ซึ่งวัดจากคุณภาพชีวิตของคน สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 3 หมวด ดังนี้ ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ด้านรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การจัดหางาน ด้านการลงทุน ได้แก่ ด้านการศึกษา ด้านสุขภาวะ และโครงสร้างพื้นฐาน อันสะท้อนถึงผลลัพธ์จากนโยบายและแผนงานที่ รายงานถึงค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ด้านความยั่งยืน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม และการช่วยเหลือด้านสังคม เช่น ความเท่าเทียม ประชาสังคม และความไว้วางใจ ในด้านการบริหารประเทศ Sustainable Economic Development Assessment (SEDA)’s Ten Dimensions (2012) 49 Wealth Quality of the environment Inflation; GDP and inflation volatility Access to education; education outcomes Rate of employment and unemployment Access to health care; health care outcomes Income distribution: equality in education and in life expectancy Power, water; sanitation; transport; information and communications technology Effectiveness of government; accountability; stability; freedom Civic activism: intergroup cohesion; interpersonal safety and trust; gender equality SEDA Income Economic stability Employment Health Education Governance Environment Civil society Equality Infrastructure ECONOMICS SUSTA NI A BILITY INVESTMENT 42 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) Better Life Index (2011) 50 Housing สถานะของที่พักอาศัย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ Income รายได้ครัวเรือนหลัง เสียภาษี และสถานภาพ ทางการเงินโดยรวม Jobs ความมั่นคงด้านอาชีพ ค่าจ้างท่ีได้รับ และ อัตราการว่างงาน Work–Life Balance ดุลยภาพระหว่าง การทํางาน และชีวิตส่วนตัว Community ชุมชน คุณภาพของ เครือข่ายสนับสนุนสังคม Education การศึกษาและผลลัพธ์ ที่ได้จากการเรียนรู้ Environment คุณภาพของ สิ่งแวดล้อม Governance การปกครอง การมี ส่วนร่วมในประชาธิปไตย Health สุขภาวะในด้านต่าง ๆ Life Satisfaction ความพึงพอใจในชีวิต ระดับของความสุข Safety ความมั่นคงปลอดภัย อัตราการเกิดอาชญากรรม และก่อการร้าย 50 Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2020). “Executive summary”, in How's Life? 2020: Measuring Well-being, OECD Publishing, Paris, จาก. https://doi.org/10.1787/ea714361-en องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้กําหนดเกณฑ์ชี้วัดมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่ดีที่จัดทําขึ้นในปี พ.ศ. 2554 โดยมีการกําหนดตัวแปรชี้วัดไม่เพียงแต่ด้านความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังคํานึงถึงมิติความยั่งยืนด้าน สิ่งแวดล้อม โดยมีการพิจารณาจาก 2 ด้านหลัก ได้แก่ ดัชนีคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณ (Your Better Life Index) และชีวิตเป็น อย่างไรบ้าง (How's Life?) โดยตัวแปรชี้วัดความเป็นอยู่ที่ดี มีทั้งหมด 11 มิติ วัดจากคุณภาพชีวิตของคน ทั้งด้านความเป็นอยู่ สุขภาพกายและใจ สิ่งแวดล้อม และการเมือง ได้แก่ 43


Circles of Sustainability (2007) Circles of Sustainability พัฒนาจากความร่วมมือระหว่าง Institute for Culture and Society จากมหาวิทยาลัย Western Sydney ประเทศออสเตรเลีย วุฒิสภาสํานักงานเสนาบดีเบอร์ลิน (Berlin Senate Chancellery) สมาคมมหานครสําคัญของโลก (องค์การเมโทรโพลิส: Metropolis) และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กของสหประชาชาติ (UN Global Compact - Cities Programme) และองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเกณฑ์ที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) ความเป็นอยู่ที่ดี (Vibrance) และความพร้อมรับมือ (Resilience) จากการใช้ตัวชี้วัดด้านปริมาณและคุณภาพ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนําไปปรับใช้ในบริบทที่ หลากหลาย ทั้งในระดับชุมชน เมือง และระดับองค์กรได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ โดยวัดจาก 4 มิติ ได้แก่ 51 เศรษฐกิจ (Economics) มุ่งเน้นที่การสร้างภาคปฏิบัติในด้านการผลิต การใช้ประโยชน์ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็นหัวข้อ ย่อย ได้แก่ • การผลิตและจัดหาทรัพยากร (Production and Resourcing) • การแลกเปลี่ยนและการขนส่ง (Exchange and Transfer) • การบัญชีและการกําหนดกฎเกณฑ์ (Accounting and Regulation) • การอุปโภคบริโภคและใช้ประโยชน์ (Consumption and Use) • แรงงานและสวัสดิการ (Labour and Welfare) • เทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน (Technology and Infrastructure) • ความมั่งคั่งและการจําหน่าย (Wealth and Distribution) การเมือง (Politics) การปฏิบัติเกี่ยวกับพื้นฐานด้านอํานาจทางสังคม เช่น การจัด ระเบียบ การให้อํานาจ การให้สิทธิตามกฎหมาย และการกําหนด กฎเกณฑ์ ตัวแปรด้านการเมืองในที่นี้ไม่ใช่เพียงขนบธรรมเนียม หรือการบริหารองค์กรในภาครัฐและเอกชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึง สัมพันธภาพทางสังคมในมิติต่าง ๆ ได้แก่ • การจัดระเบียบและการปกครอง (Organization and Governance) • กฎระเบียบและความยุติธรรม (Law and Justice) • การสื่อสารและการวิพากษ์วิจารณ์ (Communication and Critique) • การเป็นผู้แทนและการเจรจา (Representation and Negotiation) • ความมั่นคงและข้อตกลง (Security and Accord) • การอภิปรายและการปรองดอง (Dialogue and Reconciliation) • จริยธรรมและภาระรับผิดชอบ (Ethics and Accountability) ระบบนิเวศ (Ecology) การสร้างคุณค่าระหว่างสังคมและธรรมชาติ มุ่งเน้นที่ความ สําคัญของการมีส่วนร่วมระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ รวมถึง สิ่งแวดล้อมสรรค์สร้าง (Built-environment) • วัสดุและพลังงาน (Materials and Energy) • นํ้าและอากาศ (Water and Air) • พืชพันธุ์และสัตว์เฉพาะถิ่น (Flora and Fauna) • แหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งพักพัง (Habitat and Settlements) • สิ่งก่อสร้างและการคมนาคม (Built-form and Transport) • ศูนย์รวมและการดํารงชีวิต(Embodiment and Sustenance) • การปล่อยก๊าซต่างๆ และขยะมูลฝอย (Emission and Waste) วัฒนธรรม (Culture) การปฏิบัติ อภิปราย และการแสดงความคิดออกมาอย่างเป็น รูปธรรม และเหนือกาลเวลา โดยแสดงถึงความต่อเนื่องและความ ไม่ต่อเนื่องของนิยามทางสังคม • อัตลักษณ์และการมีส่วนร่วม (Identity and Engagement) • ความคิดสร้างสรรค์และนันทนาการ (Creativity and Recreation) • การระลึกถึงและการถ่ายทอด (Memory and Projection) • ความเชื่อและมโนคติ (Belief and Ideas) • เพศและช่วงวัย (Gender and Generations) • การตั้งคําถามและการเรียนรู้ (Enquiry and Learning) • ความอยู่ดีมีสุขและสุขภาวะ (Wellbeing and Health) 51 Circles of Sustainability. (2007). The Circles Project: Making Cities Better Places to Live, จาก. https://www.circlesofsustainability.com/ 44 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


โดยเกณฑ์ Circles of Sustainability มีการนําไปปรับใช้จริงในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ กรุง เบอร์ลิน และเมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศ เยอรมนี เมืองเดลีและเมืองไฮเดอราบาด ประเทศอินเดีย เมืองเซาเปาโล ประเทศ บราซิล และกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน Melbourne CULTURE ECOLOGY ECONOMICS OP L TI CI S CULTURE Sao Paulo CULTURE ECOLOGY ECONOMICS OP L TI CI S CULTURE Tehran CULTURE ECOLOGY ECONOMICS OP L TI CI S CULTURE Delhi CULTURE ECOLOGY ECONOMICS OP L TI CI S CULTURE Hyderabad CULTURE ECOLOGY ECONOMICS OP L TI CI S CULTURE Johannesburg CULTURE ECOLOGY ECONOMICS OP L TI CI S CULTURE ECONOMICS Production and Resourcing Exchange and Transfer Accounting and Regulation Consumption and Use Labour and Welfare Technology and Infrastructure Wealth and Distribution ECOLOGY Materials and Energy Water and Air Flora and Fauna Habitat and Settlements Built-form and Transport Embodiment and Sustenance Emission and Waste POLITICS Organization and Governance Law and Justice Communication and Critique Representation and Negotiation Security and Accord Dialogue and Reconciliation Ethics and Accountability CULTURE Identity and Engagement Creativity and Recreation Memory and Projection Belief and Ideas Gender and Generations Enquiry and Learning Wellbeing and Health Vibrant Good Highly Satisfactory Satisfactory+ Satisfactory SatisfactoryHighly Unsatisfactory Bad Critical 45


52 Ying Keung Chan, Cheuk Chiu Andy Kwan, Daniel Shek. (2006). Quality of Life in Hong Kong: the CUHK Hong Kong Quality of Life Index, จาก https://www.researchgate.net/publication/226379322_Quality_of_Life_in_Hong_Kong_the_Cuhk_Hong_Kong_Quality_of_Life_Index Chinese University of Hong Kong (CUHK) Hong Kong Quality of Life Index (2006)52 Chinese University of Hong Kong (CUHK) Hong Kong Quality of Life Index เป็นเกณฑ์ชี้วัดที่มุ่งเน้นไปที่การศึกษา และวิเคราะห์คุณภาพชีวิตในประเทศฮ่องกง ทั้งในมิติของแต่ละบุคคล สังคม การเมือง การปกครอง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และ สิ่งแวดล้อม โดยยังคงส่งเสริมการเปรียบเทียบกับวัฒนธรรมต่างแดน และความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในมิติดังกล่าว โดยมีจุดประสงค์ของเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1. สํารวจ เก็บข้อมูล และติดตามคุณภาพ ชีวิตของประชากรในประเทศฮ่องกง ในศตวรรษที่ 21 2. สร้างความมีส่วนร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมและสนับสนุนคุณภาพ ชีวิตในฮ่องกง 3. คัดสรรกลุ่มผู้ก่อตั้งนโยบายที่ประกอบ ด้วยเครื่องมือที่สามารถนํามาใช้ได้ 4. การสนับสนุนคุณภาพชีวิตในฮ่องกง และสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเพื่อ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีดัชนีชี้วัดทั้งหมด 23 ตัวแปร วัดจากคุณภาพชีวิตของคน สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ แบ่งเป็น 5 หมวด ดังนี้ ดัชนีย่อยด้านสุขภาวะ (Health Sub-index) ได้แก่ ช่วงอายุของชีวิตนับจากปีเกิด รายจ่ายภาครัฐด้านสุขภาพ ช่วงเวลา การพักพื้นต่อบุคคลโดยเฉลี่ย ดัชนี ความเครียด และดัชนีความพึงพอใจ ในชีวิต ดัชนีย่อยด้านสังคม (Social Sub-index) ได้แก่ ดัชนีด้านอิสรภาพในการแสดง ความคิดเห็น ความถี่ของอาชญากรรม การปฏิบัติงานของภาครัฐ อัตราการ เกิดอาชญากรรมโดยรวม รายจ่ายภาค รัฐด้านการศึกษา และอัตราการสมัคร เข้าเรียนตามกลุ่มอายุเฉลี่ย 17-20 ปี ดัชนีย่อยด้านวัฒนธรรม และการใช้เวลาว่าง (Culture & Leisure Sub-index) ได้แก่ ดัชนีการเข้าร่วมกิจกรรมด้าน วัฒนธรรม ดัชนีการเข้าร่วมกิจกรรม สันทนาการและกีฬา และดัชนีการเดิน ทางท่องเที่ยวต่างประเทศต่อบุคคล ดัชนีย่อยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Sub-index) ได้แก่ ดัชนีคุณภาพอากาศ นํ้า เสียง รบกวน และการรีไซเคิลขยะ ดัชนีย่อยด้านเศรษฐกิจ (Economic Sub-index) ได้แก่ สัดส่วนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉลี่ย ดัชนีการเช่าอสังหาริมทรัพย์ อัตราการว่างงาน ดัชนีสถานะเศรษฐกิจ ปัจจุบัน และดัชนีค่าจ้างงาน 46 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


การเติบโต ของเศรษฐกิจ ระดับความเท่าเทียมกัน ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในยุคปัจจุบัน สมรรถภาพ ในการจัดการด้าน สิ่งแวดล้อม ตัวแปรชี้วัดคุณภาพ ชีวิตของประชากร ในปัจจุบัน ประสิทธิภาพของ การอุปโภคบริโภค ทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาความตระหนักรู้เกี่ยวกับ ประชากรในอนาคต เพื่อรองรับการ พัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต 53 Eran Feitelson. (2004). Developing a System of Indicators for Sustainable Development, จาก. https://jerusaleminstitute.org.il/en/publications/sustainable-development-indicators-in-israel-summary-report-phase-1/ Sustainable Development Indicators in Israel (2004) 53 เกณฑ์ชี้วัดความยั่งยืนที่มาจากการวิจัยและรวบรวมข้อมูลของประชากรอิสราเอล โดยมีพื้นฐานมาจากการประเมินองค์ความรู้ที่มี อยู่ในประเทศและการนําไปประยุกต์ใช้ การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามด้านการวางตัวแปรในการชี้วัดที่สอดคล้องกับ Mediterranean Action Plan และการกําหนดตัวแปรชี้วัดด้านความยั่งยืนที่จําเป็นของประเทศอิสราเอล โดยนําข้อมูลที่ได้มาใช้กําหนดเกณฑ์ใน การชี้วัดทั้งหมด 6 ด้าน วัดจากคุณภาพชีวิตของคน สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ได้แก่ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า การชี้วัดความยั่งยืนจําเป็นจะต้องมีเกณฑ์และตัวแปรชี้วัดที่เป็นรูปธรรม สามารถตรวจสอบ รวบรวมข้อมูลเพื่อ การวิเคราะห์และวัดผลได้ในระยะยาว โดยมีความเกี่ยวข้องกับทั้งความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อการสร้าง ความยั่งยืนที่แท้จริงให้กับโลกใบนี้ 47


SDGs 1 No Poverty 2 Zero Hunger 3 Good Health & Well-Being 4 Quality Education 5 Gender Equality 6 Clean Water & Sanitation 7 Clean Energy 8 Economic Growth 9 Industry, Innovation, Infrastructure 10 Reduced Inequalities 11 Sustainable Cities 12 Responsible Consumption 13 Climate Action 14 Life Below Water 15 Life on Land 16 Peace, Justice & Strong Institution 17 Partnership for the Goal ตารางที่ 2 แสดงการเปรียบเทียบเกณฑ์ในการชี้วัดความยั่งยืนต่างๆ เทียบกับ SDGs 17 goal OECD Better Life Index รายได้ของแต่ละครัวเรือนหลังการเสียภาษี และสถานภาพทางการเงินโดยรวม ความมั่นคงด้านอาชีพ ค่าจ้างที่ได้รับ และอัตราการว่างงาน สถานะของที่พักอาศัย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ราคา อสังหาริมทรัพย์ คุณภาพของเครือข่ายสนับสนุนสังคม การศึกษา และผลลัพธ์ที่ได้จากการเรียนรู้ คุณภาพของสิ่งแวดล้อม คุณภาพการปกครอง สุขภาวะด้านต่างๆ ความพึงพอใจในชีวิต ระดับของ ความสุข ดุลยภาพระหว่างการทํางานกับชีวิตส่วนตัว ความมั่นคงปลอดภัย อัตราการเกิดอาชญากรรม และการก่อการร้าย การมีส่วนร่วมในประชาธิปไตย มิติการศึกษาที่สะท้อนผลลัพธ์จากนโยบาย และแผนงานที่รายงานถึงค่าใช้จ่ายของรัฐ การจัดหางาน มิติด้านรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การช่วยเหลือด้านสังคม เช่น ความเท่าเทียม ประชาสังคม ด้านสุขภาวะ การกระจายรายได้ ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ การส่งเสริมคุณภาพนํ้าที่ดี โครงสร้างพื้นฐาน ด้านสิ่งแวดล้อม ความไว้วางใจในด้าน การบริหารประเทศ SEDA’s Ten Dimensions การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ข้อมูล องค์ความรู้ และการสื่อสารต่างๆ ปัจจัยที่ส่งเสริมสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี ความต้องการพื้นฐาน เช่น อาหาร ยา นํ้าอุปโภคบริโภค และความปลอดภัย โอกาสในด้านต่าง ๆ สิทธิ เสรีภาพ ของแต่ละบุคคล การมีส่วนร่วมในสังคม การส่งเสริมคุณภาพนํ้าที่ดี ความต้องการด้านที่พักอาศัย คุณภาพของสิ่งแวดล้อม Social Progress Index 48 Sustainability Indicators SUSTAINNOVATION


จากที่สรุปจากตารางที่ 2 จะเห็นได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบเกณฑ์ชี้วัดความยั่งยืนแต่ละเกณฑ์กับ SDGs ทั้ง 17 เป้าหมาย แต่ละเกณฑ์ได้ ให้นํ้าหนักไปที่ เป้าหมายที่ 3 มีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-Being) มากที่สุด รองลงมาคือ เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่เท่าเทียม (Quality Education) และเป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (Life on Land) จึงสรุปได้ว่า จากที่ปัจจุบันโลกเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ จากโรคอุบัติใหม่ และแนวโน้มด้านความเจ็บป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ทําให้ทั่วโลกให้ความสําคัญ กับการสร้างสุขภาวะที่ดี นอกจากนี้การส่งเสริมการศึกษาให้กับคนในสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ นับเป็นเป้าหมายที่ต้องให้ความสําคัญเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ในการสร้างความยั่งยืนในระดับบุคคล ชุมชน ประเทศ และระดับโลก Sustainable Development Indicators in Israel ตัวแปรชี้วัดคุณภาพชีวิต ของประชากรในปัจจุบัน การตรวจสอบระดับความเท่าเทียมกัน ด้านสังคมในยุคปัจจุบัน ประสิทธิภาพของการอุปโภคบริโภค ทรัพยากรธรรมชาติ การรักษาความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชากรใน อนาคต เพื่อรองรับการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต การตรวจสอบระดับความเท่าเทียมด้านสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบัน สมรรถภาพการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การตรวจสอบการเติบโตของเศรษฐกิจ CUHK Hong Kong Quality of Life Index สัดส่วนการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยเฉลี่ย ดัชนีการ เช่าอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีสถานะเศรษฐกิจปัจจุบัน รายจ่ายภาครัฐด้านการศึกษา และอัตรา การสมัครเข้าเรียนตามกลุ่มอายุเฉลี่ย 17-20 ปี ดัชนีคุณภาพอากาศ นํ้า เสียงรบกวน และการรีไซเคิลขยะ ความถี่ของอาชญากรรม อัตราอาชญากรรมโดยรวม ดัชนีด้านอิสรภาพในการแสดงความคิดเห็น ดัชนีย่อยด้านสุขภาวะ (Health Sub-index) ได้แก่ ช่วงอายุของ ชีวิตนับจากปีเกิด รายจ่ายภาครัฐด้านสุขภาพ ช่วงเวลาพักพื้น ต่อบุคคลโดยเฉลี่ย ดัชนีความเครียด ดัชนีความพึงพอใจในชีวิต อัตราการว่างงาน ดัชนีสถานะเศรษฐกิจ ดัชนีค่าจ้างงาน ดัชนีการเข้าร่วมกิจกรรมด้านวัฒนธรรม สันทนาการ และกีฬา และดัชนีการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศต่อบุคคล การปฏิบัติงานของภาครัฐ Circles of Sustainability มิติเศรษฐกิจ (Economics) ด้านความมั่งคั่งและการจําหน่าย มิติวัฒนธรรม (Culture) ด้านความอยู่ดีมีสุขและสุขภาวะ มิติวัฒนธรรม (Culture) ด้านการตั้งคําถามและการเรียนรู้ มิติวัฒนธรรม (Culture) ด้านอัตลักษณ์และการมีส่วนร่วม มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งพักพัง มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านพืชพันธุ์และสัตว์เฉพาะถิ่น มิติการเมือง (Politics) ในทุกด้าน มิติเศรษฐกิจ (Economics) ด้านการอุปโภคบริโภคและการใช้ประโยชน์ มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านการปล่อยก๊าซต่างๆ และขยะมูลฝอย มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านนํ้าและอากาศ และด้านพืชพันธุ์และสัตว์เฉพาะถิ่น มิติการเมือง (Politics) ด้านการเป็นผู้แทนและ การเจรจา และด้านการอภิปรายและการปรองดอง มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านนํ้าและอากาศ มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านวัสดุและพลังงาน มิติเศรษฐกิจ (Economics) ในทุกด้าน มิติเศรษฐกิจ (Economics) ด้านการผลิตและการจัดหา ทรัพยากร และด้านการอุปโภคบริโภคและการใช้ประโยชน์ มิติเศรษฐกิจ (Economics) ด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน มิติระบบนิเวศ (Ecology) ด้านแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งพักพัง ด้านสิ่งก่อสร้างและการคมนาคม และด้านศูนย์รวมและการดํารงชีวิต มิติวัฒนธรรม (Culture) ด้านอัตลักษณ์และ การมีส่วนร่วม และด้านเพศและช่วงวัย 49


Click to View FlipBook Version