แขง่ ขนั ๓ ประเภท คอื เรอื กอและขนาด ๒๑ ฝพี าย เรอื ยอกองขนาด
๕ ฝพี าย และเรอื คชสหี ข์ นาด ๑๒ ฝพี าย จงึ กลายเปน็ “การแขง่ ขนั เรอื
กอและ เรอื ยอกอง และเรอื คชสหี ”์
บรรยากาศในงานนอกจากได้รวบรวมส่ิงท่ีเป็นจุดเด่นของ
จังหวัดนราธิวาส เช่น งานแสดงผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพพิเศษ งานวัน
กระจดู งานประชนั เสยี งนกเขาชวา ยงั มงี าน “วนั ลองกอง” ซงึ่ เปน็ ผลไม้
พื้นเมืองของจังหวัดนราธิวาสที่ขึ้นชื่อลือเลื่องไปไกล นั่นก็คือ
“ลองกองซโี ป”
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราช
เสาวนยี เ์ มอื่ วนั ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๗ วา่ “...การแขง่ เรอื ทจี่ งั หวดั
นราธวิ าส นา่ จะสง่ เสรมิ ใหเ้ ปน็ อตุ สาหกรรมการทอ่ งเทยี่ ว มกี ารโฆษณา
ออกไปนาน ๆ ให้ชาวต่างประเทศมาเท่ียว ในระหว่างการแข่งเรือ
มีการขายสินค้าศิลปาชีพด้วย เช่น เสื้อไหมไทย กลางวันแข่งเรือ
กลางคนื ออกรา้ น เชญิ เสดจ็ ฯ ทงั้ งานการแขง่ เรอื และงานออกรา้ น...”
การรับเสด็จช่วงทมี่ กี ารแข่งเรอื กอและหนา้ พระทีน่ ่งั ฯ นัน้
ช่วงของการจัดงานในปีแรก ๆ ทางจังหวัดต้องจัดสร้างพลับพลา
ท่ีประทับช่ัวคราวบริเวณแม่น�้ำบางนรา คือท่ีท่าพระยาสาย ซึ่งใน
อดตี เคยเปน็ ทา่ เรอื ของพระยาสายบรุ ี กระทงั่ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๒๓
ชาวจังหวัดนราธิวาสเห็นพ้องร่วมกันว่าเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ
พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนพี นั ปหี ลวง จงึ ไดก้ อ่ สรา้ งพลบั พลาถาวรเพอ่ื ประทบั
ทอดพระเนตรการแขง่ ขนั เรอื สบื ไป เรยี กกนั วา่ “พลบั พลาทป่ี ระทบั
รมิ เขอื่ นทา่ พระยาสาย” ตงั้ อยรู่ มิ ถนนภผู าภกั ดแี ละรมิ แมน่ ำ�้ บางนรา
ตวั อาคารเปน็ ทรงปน้ั หยาซง่ึ เปน็ ศลิ ปะของการกอ่ สรา้ งอาคารในทอ้ งถนิ่
ภาคใต้ และโครงสร้างของอาคารกอ่ สรา้ งดว้ ยไม้ตะเคยี นชนั ตาแมว
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมืองนรา ๑๔๙
๑๕๐ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และจิตวญิ ญาณ
ซึ่งเป็นไม้ตะเคียนท่ีมีคุณภาพดีที่สุด
มีจ�ำนวนมากเฉพาะที่จังหวัดนราธิวาส
เทา่ นนั้ และถอื วา่ เปน็ พนั ธไ์ุ มป้ ระจำ� จงั หวดั
ประเพณีการแข่งขันเรือกอและ
และเรือยาวด้วยฝีพาย เพ่ือชิงถ้วย
พระราชทาน จดั เปน็ งานทยี่ งิ่ ใหญป่ ระจำ� ปี
ของจังหวัดนราธิวาส มีผู้สนใจและ
นั ก ท ่ อ ง เ ท่ี ย ว ม า เ ย่ี ย ม ช ม เ นื อ ง แ น ่ น
เป็นกิจกรรมส�ำคัญอันหนึ่งในงาน
วนั ของดีเมืองนรา ซึ่งจัดขึน้ ทุกปีมกี ิจกรรม
หลากหลายประเภท แต่ส่วนใหญ่ผู้คน
ให้ความสนใจประเพณีแข่งขันเรือชิงถ้วย
พระราชทานกนั มากกวา่
ในหัวใจของชาวจังหวัดนราธิวาส
และพ้นื ที่ใกล้เคยี ง จึงตา่ งเฝ้ารอคอยใหถ้ งึ
เดือนกันยายนของทุกปี เพราะทุกคนต่าง
รู้ดีว่าจะได้สัมผัสกับงานอันยิ่งใหญ่ที่
เตม็ ไปดว้ ยความหลากหลาย
ไดเ้ หน็ รอยยม้ิ เหน็ ความสนกุ สนาน
เหน็ ความสามคั คขี องพนี่ อ้ งทกุ คน
ได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนที่
ผูกพันกับสายน�้ำ และเข้าใจถึงรากเหง้า
เ ชิ ง จิ ต วิ ญ ญ า ณ ผ ่ า น ค ว า ม ส� ำ คั ญ ข อ ง
วฒั นธรรมพนื้ ถน่ิ ทส่ี บื ทอดกนั มายาวนาน
๑๐ วัฒนธรรมเดน่ เมืองนรา ๑๕๑
วธิ กี ารแขง่ ขนั เรอื กอและ-เรอื ยาวหนา้ พระทน่ี ง่ั
ในการแขง่ ขนั เรอื กอและ และเรอื ยาวดว้ ยฝพี าย เพอ่ื ชงิ ถว้ ยพระราชทาน มกี าร
กำ� หนดลกั ษณะเรอื ทจ่ี ะเขา้ แขง่ ขนั วา่ จะตอ้ งเปน็ เรอื กอและตามประเพณที อ้ งถนิ่ การตอ่ เรอื
จะตอ้ งตอ่ ดว้ ยกระดานเปน็ แผน่ ๆ ไมม่ ลี กั ษณะเปน็ เรอื ขดุ มกี ระดกู งู มกี งหวั เรอื จะสนั้ หรอื
ยาวกไ็ ด้ แตต่ อ้ งมลี กั ษณะของเรอื กอและ สว่ นของลำ� เรอื ตกแตง่ ดว้ ยสวี าดลวดลายงดงาม
และตอ้ งผา่ นการตรวจสอบจากคณะกรรมการฝา่ ยตรวจสอบสภาพเรอื กอ่ นเขา้ แขง่ ขนั
วิถีชวี ติ ศิลปวฒั นธรรม และจติ วญิ ญาณ
นบั ตง้ั แตม่ กี ารจดั แขง่ ขนั เรอื กอและกนั มา ปกตจิ ะมเี รอื กอและสง่ เขา้ แขง่ ขนั
แตล่ ะปปี ระมาณ ๑๘ - ๒๕ ลำ� ประกอบดว้ ย ทมี ลกู พญาลไิ ท ธารทพิ ย์ นาคราช เจา้ ลแี ป
เจา้ แมไ่ ทรทอง ลกู พระนเรศวร เอราวณั สงิ หบ์ โู ด พฒั นาชมุ ชน โบลสิ ดรี ายา เทพนเิ วศน์
สงิ หต์ ากใบพญานาคทมี ศรกี ลนั ตนั ซงึ่ เปน็ เรอื ของอำ� เภอตมุ ปตั รฐั กลนั ตนั ประเทศมาเลเซยี
และทมี โปลศิ ดรี ายา เปน็ ทมี ของตำ� รวจอำ� เภอตาเนาะแมเราะ รฐั กลนั ตนั ประเทศมาเลเซยี
สว่ นเรอื ยาวในแตล่ ะปมี ปี ระมาณ ๖-๑๐ ลำ� ประกอบดว้ ยทมี สงิ ห์ ๓ เฟอื ง อ.ส.นำ� ชยั
นางมจั ฉา คา่ ยจฬุ าภรณ์ ลกู เจา้ แมศ่ รจี ฬุ าลกั ษณ์ ลกู พระนเรศวร
เรอื แตล่ ะประเภท ไมว่ า่ จะเปน็ เรอื กอและหรอื เรอื ยาวทไ่ี ดช้ นะเลศิ จะไดร้ บั ถว้ ย
พระราชทานจากพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั พรอ้ มเงนิ รางวลั ชนะเลศิ ได้ ๓๐,๐๐๐ บาท
ทส่ี องได้ ๒๐,๐๐๐ บาท และท่ี ๓ ได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ทงั้ นส้ี ำ� หรบั เงนิ รางวลั ในแตล่ ะปจี ะมี
ไมเ่ ทา่ กนั ขนึ้ อยกู่ บั คณะกรรมการจดั การแขง่ ขนั
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมอื งนรา
วถิ ชี วี ิต ศลิ ปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
วธิ กี ารแขง่ ขนั
เรม่ิ จากระยะทางแขง่ ขนั มรี ะยะ ๖๕๐ เมตร เรอื ทกุ ลำ� ตอ้ งมผี คู้ วบคมุ ทมี ลำ�
ละ ๑ คนเพอื่ ตดิ ตอ่ ประสานงานกบั คณะกรรมการ มฝี พี ายรวมทงั้ นายทา้ ยเรอื ไมเ่ กนิ ลำ�
ละ ๒๓ คน มฝี มี อื สำ� รองไมเ่ กนิ ลำ� ละ ๕ คน การเปลยี่ นตวั ฝพี ายและนายทา้ ยเรอื ในแตล่ ะ
เทยี่ ว จะทำ� ไดเ้ ทยี่ วละไมเ่ กนิ ๕ คน ทง้ั นใี้ หผ้ คู้ วบคมุ ทมี ประจำ� เรอื แจง้ ใหค้ ณะกรรมการ
ปลอ่ ยเรอื ทราบ
การแขง่ ขนั ในรอบแรก เปน็ การแขง่ ขนั แบบพบกนั หมด แบง่ ออกเปน็ สายโดย
การจบั สลาก ระหวา่ งการแขง่ ขนั ฝา่ ยทช่ี นะจะได้ ๒ คะแนน แพไ้ ด้ ๐ คะแนน และหากเสมอ
ไดฝ้ า่ ยละ ๑ คะแนน หลงั จากนนั้ เรอื ทไี่ ดค้ ะแนนสงู สดุ ที่ ๑ และ ๒ ของแตล่ ะสาย สายละ
๒ ลำ� จะไปทำ� การแขง่ ขนั ในรอบท่ี ๒ ตอ่ ไป
ในรอบที่ ๒ จะใชว้ ธิ กี ารจบั สลากแบง่ ออกเปน็ สายคแู่ ละสายค่ี แขง่ ขนั แบบพบ
กนั หมดเหมอื นในรอบท่ี ๑ โดยการแขง่ ขนั ทง้ั ๒ รอบจะไมม่ กี ารจบั สลากลนู่ ำ้� เพราะแขง่
แบบพบกนั หมดทกุ ลำ� จะสลบั ลนู่ ำ้� อยใู่ นตวั แลว้ แตล่ ะคจู่ ะแขง่ ขนั เพยี ง ๑ เทยี่ ว
จากนนั้ จงึ เรมิ่ การแขง่ ขนั ในรอบท่ี ๓ (รอบชนะเลศิ ) ซง่ึ เปน็ การแขง่ ขนั แบบแพ้
คดั ออก ถอื ผลการแขง่ ขนั ชนะ ๒ ใน ๓ เทย่ี ว และสลบั ลนู่ ำ้� โดยการจบั สลากลใู่ นเทย่ี วที่ ๑
และเทย่ี วที่ ๓ (ถา้ ม)ี จบั คตู่ า่ งสายไขวก้ นั เรอื ทชี่ นะการแขง่ ขนั ในรอบท่ี ๓ (รอบชนะเลศิ )
จะเขา้ แขง่ ขนั ในรอบสดุ ทา้ ย (รอบชงิ ชนะเลศิ ) ในรอบนจ้ี ะเปน็ การแขง่ ขนั แบบแพช้ นะ ๒
ใน ๓ เทย่ี ว โดยสลบั คลู่ นู่ ำ้� เหมอื นการแขง่ ขนั ในรอบท่ี ๓
๑๐ วัฒนธรรมเด่นเมืองนรา
วถิ ชี วี ิต ศลิ ปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
การปลอ่ ยเรอื ณ จดุ เรมิ่ ตน้ ใหถ้ อื เอาสว่ นปลายสดุ ของหวั เรอื เปน็ จดุ เรม่ิ ตน้
โดยฝพี ายหวั เรอื เปน็ ผจู้ บั ทนุ่ กอ่ นปลอ่ ยฝพี ายทกุ คนยกพายใหพ้ น้ ผวิ นำ�้ เวน้ แตน่ ายทา้ ยเรอื
ซงึ่ เปน็ ผบู้ งั คบั เรอื ใหห้ ยดุ นงิ่ ณ จดุ เรม่ิ ตน้ การแขง่ ขนั สำ� หรบั เรอื ยาวฝพี าย ทกุ คนจมุ่ ใบพาย
ลงในนำ้� ไดเ้ พอ่ื ปอ้ งกนั เรอื ลม่ แตห่ า้ มพาย
เมอื่ เรอื ทกุ ลำ� พรอ้ มแลว้ กรรมการจะใหส้ ญั ญาณวา่ “ระวงั ” และยงิ ปนื ๑ นดั
เปน็ สญั ญาณการปลอ่ ยเรอื หากเรอื ออกไมพ่ รอ้ มกนั ดว้ ยความผดิ พลาดของกรรมการ หรอื
กรรมการเหน็ วา่ มขี อ้ ไดเ้ ปรยี บเสยี เปรยี บกนั กรรมการจะยงิ ปนื ตดิ ตอ่ กนั ๓ นดั เพอื่ ทำ� การ
ปลอ่ ยเรอื ใหม่ เรอื แขง่ ทกุ ลำ� จะตอ้ งวงิ่ ในลหู่ รอื สายนำ้� ของตน แมจ้ ะถกู กระทบกระเทอื นจาก
เรอื แขง่ ลำ� อนื่ กใ็ หพ้ ายตอ่ ไปถงึ เสน้ ชยั หากวง่ิ พลดั ลพู่ ลดั สายนำ�้ ถอื เปน็ การกระทำ� ผดิ ใหป้ รบั
เปน็ แพใ้ นการแขง่ ขนั เทยี่ วนนั้
การตัดสนิ ชีข้ าดประเภทเรือกอและ เม่ือเรือแข่งขันไดถ้ งึ เสน้ ชัยกอ่ นล�ำอน่ื
โดยถอื หวั เรอื สดุ เปน็ การชนะการแขง่ ขนั คณะกรรมการมอี ำ� นาจเดด็ ขาด ในการตคี วามเพอ่ื
ชขี้ าดและถอื เปน็ ยตุ ไิ มม่ กี ารอทุ ธรณห์ รอื โตแ้ ยง้ ใดๆ ทง้ั สนิ้
ส�ำหรบั ประเภทเรือยาว ผ้เู ขา้ แขง่ ขนั ควา้ ธงทีห่ ลักชัยได้ทง้ั หมดถอื เปน็ การ
ชนะ ถา้ ควา้ ธงไดฝ้ า่ ยละครง้ั ถอื เปน็ เสมอกนั ถา้ ทงั้ สองฝา่ ยไมส่ ามารถควา้ ไดเ้ ลยถอื วา่ เสมอ
กนั ฝา่ ยทคี่ วา้ ไมไ่ ดถ้ อื วา่ แพใ้ นเทย่ี วนน้ั การควา้ จบั จะตอ้ งควา้ จบั ดว้ ยมอื จะใชอ้ ปุ กรณอ์ นื่
ชว่ ย เชน่ ใชข้ อเกย่ี วชว่ ยนน้ั ไมไ่ ด้ ผคู้ วา้ จบั จะตอ้ งไมต่ กนำ�้ หรอื เรอื ลม่ หากจบั ธงชยั พลดั ตก
จากเรอื ลงไปในนำ�้ ในระยะ ๑๐ เมตรจากหลกั ชยั ใหป้ รบั เปน็ แพใ้ นการแขง่ ขนั ในเทย่ี วนนั้
๑๐ วัฒนธรรมเดน่ เมืองนรา
วถิ ชี วี ิต ศลิ ปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมืองนรา
๑๖๐ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และจิตวญิ ญาณ
“บูรงตีเต” เป็นช่ือเรียกท่ีชาวบ้านพื้นท่ีจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ คุ้นเคยกันดี เพราะในชีวิตประจ�ำวันมักจะพบเจอผูกพันกับ
“นกเขาชวา” หรอื “นกเขาเลก็ ” ตงั้ แตก่ ารไดเ้ หน็ กรงนกเขาวางแขวน
อยบู่ รเิ วณชายคาหนา้ บา้ น หรอื ตามเสารอกทใ่ี ชส้ ำ� หรบั แขวนกรงนกเขา
เพอ่ื ใหน้ กอาบแดดยามเชา้ พรอ้ มกบั โกง่ คอขนั ดงั กงั วานไพเราะคลา้ ย
เสยี งปช่ี วา อนั เปน็ ทมี่ าของชอื่ “นกเขาชวา”
แตบ่ า้ งกว็ า่ การทนี่ กเขาเลก็ ไดช้ อื่ วา่ นกเขาชวานนั้ เนอื่ งจาก
เปน็ นกทพ่ี บมากในชวา ประเทศอนิ โดนเี ซยี หรอื แขกชวาเปน็ ผนู้ ำ� มา
เลย้ี งในประเทศไทย เรยี กกนั วา่ “บรู ง ตโู ต”
ข้อมูลในหนังสือสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้ ระบุ
ว่า มีผู้สันนิษฐานว่า คนไทยเริ่มเลี้ยงนกเขาชวามาอย่างน้อยก็แต่
สมยั รตั นโกสนิ ทรแ์ ลว้ มหี ลกั ฐานทยี่ นื ยนั ไดแ้ นช่ ดั คอื มพี ระราชตำ� รบั
ดลู กั ษณะนกเขา ในพระบาทสมเดจ็ ฯ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ตำ� รบั
ดนู กเขาของเจา้ พระยาบดนิ ทรเ์ ดชา และตำ� ราดนู กเขาของหลวงทพิ วาที
ซ่ึงเป็นส่ิงยืนยันได้ว่าในสมัยนั้น คนไทยคงจะนิยมเลี้ยงนกเขาชวา
คอ่ นขา้ งมาก และนยิ มเลน่ กนั ตง้ั แตร่ ะดบั ชาวบา้ นจนถงึ ระดบั ขนุ นาง
และพระมหากษัตริย์ในราชส�ำนัก จนมีต�ำรับต�ำราเก่ียวกับการดู
ลกั ษณะนกเขาชวาพมิ พอ์ อกมาเผยแพรห่ ลายเลม่
กล่าวกันว่า แหล่งนกเขาชวาท่ีพบมากในประเทศไทย
สมยั กอ่ น คอื แถวปา่ ลกึ จงั หวดั กาญจนบรุ แี ละสพุ รรณบรุ ี สว่ นแหลง่
นกเขาชวาพนั ธด์ุ ที พี่ บในภาคใตม้ แี หง่ เดยี วเทา่ นนั้ คอื ทจ่ี งั หวดั กระบี่
และนกเขาขอบตาเหลืองซ่ึงมีท่ีประเทศอินโดนีเซียเพียงแห่งเดียว
เทา่ นน้ั ทจี่ ดั เปน็ นกเขาพนั ธด์ุ ี และเคยพบในประเทศไทยบา้ ง
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมืองนรา ๑๖๑
วถิ ชี วี ิต ศลิ ปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
ในสมยั กอ่ นเรมิ่ นยิ มเลน่ นกเขาชวาทางภาคใตก้ อ่ นภาคอน่ื ๆ
โดยเฉพาะทจี่ งั หวดั นครศรธี รรมราชซง่ึ เลา่ กนั วา่ นยิ มเลยี้ งนกเขาชวา
มาต้ังแต่ก่อน พ.ศ. ๒๔๓๐ แล้วเรม่ิ ขยายวงกว้างสูพ่ น้ื ท่ี ๔ จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ คอื สตลู ยะลา ปตั ตานี และนราธวิ าส
กระท่ังต่อมา จึงมีการจัดแข่งขันประชันเสียงนกเขาชวา
ชงิ ถว้ ยพระราชทาน สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพ
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ซงึ่ เปน็ ๑ ใน ๕ กองงานของดเี มอื ง
นรา โดยการจดั ประชนั เสยี งนกเขาชวามกี ารแบง่ เปน็ ประเภท ๔ เสยี ง
ทงั้ เสยี งใหญ่ (A) เสยี งกลาง (B) เสยี งเลก็ (C) และเสยี งดาวรงุ่ (DR)
มผี เู้ ลย้ี งนกนำ� นกมาสมคั รรว่ มแขง่ ขนั ในแตล่ ะปกี วา่ พนั นก ทงั้ จากใน
พนื้ ทจี่ งั หวดั ใกลเ้ คยี ง จงั หวดั ตา่ งๆ ทวั่ ประเทศ รวมถงึ ประเทศเพอื่ น
บา้ น เชน่ มาเลเซยี สงิ คโปร์ เปน็ ตน้
“การประชนั เสยี งนกเขาชวาในปนี ี้ เปน็ ไปอยา่ งคกึ คกั เหมอื น
เชน่ ทกุ ๆ ปที ผี่ า่ นมา และเตม็ ไปดว้ ยความสขุ ของผทู้ ช่ี น่ื ชอบในนกเขา
ชวา มที งั้ จากในประเทศและเพอื่ นบา้ นทเ่ี ขา้ รว่ มกจิ กรรม และทกุ อยา่ ง
ผา่ นไปดว้ ยความเรยี บรอ้ ย” นายวชิ ยั เรอื งเรงิ กลุ ฤทธ์ิ นายกสมาคม
นกเขาชวาเสยี งภาคใต้ กลา่ วถงึ บรรยากาศการแขง่ ขนั ในปี ๒๕๖๒
การประชนั เสยี งนกเขาชวาชงิ ถว้ ยพระราชทานฯ ครง้ั ท่ี ๓๗
ประจำ� ปี ๒๕๖๒ โดย เทศบาลเมอื งนราธวิ าสรว่ มกบั จงั หวดั นราธวิ าส
การทอ่ งเทยี่ วแหง่ ประเทศไทย สำ� นกั งานนราธวิ าส สมาคมนกเขาชวา
เสยี งภาคใตแ้ ละชมรมนกเขาชวาเสยี งจงั หวดั นราธวิ าส กำ� หนดจดั การ
ประชันเสียงนกเขาชวาระหว่างวันท่ี ๒๒ – ๒๓ กันยายน ๒๕๖๒
ทส่ี วนสาธารณะเฉลมิ พระเกยี รติ ๖ รอบพระชนมพรรษา ศนู ยร์ าชการ
จังหวัดนราธิวาส อ�ำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส มีจ�ำนวน
ทง้ั หมดรวม ๑,๒๓๗ นก โดยผทู้ ช่ี นะเลศิ ในแตล่ ะประเภท จะไดเ้ ขา้ รบั
๑๐ วัฒนธรรมเดน่ เมอื งนรา ๑๖๓
๑๖๔ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และจิตวญิ ญาณ
พระราชทานถว้ ยรางวลั จาก สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็
พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ในวนั แขง่ ณ เสารอกนกกวา่ พนั เสายนื ตน้ เรยี งรายจนดสู ดุ
ลูกหูลูกตา โดยทางเทศบาลเมืองนราธิวาสได้เตรียมเสารอกนกไว้
๑,๕๐๐ เสา และมีการเตรียมการท่ีจะขยายสนามการแข่งขันและ
เสารอกนกใหเ้ พมิ่ ขน้ึ เนอ่ื งจากมผี สู้ นใจเปน็ จำ� นวนมาก เพอ่ื เปน็ การ
แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่งเสริมกิจกรรม
การทอ่ งเทยี่ วในพน้ื ท่ี ๕ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ เชอ่ื มความสมั พนั ธ์
ระหว่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับท้องถ่ิน และยังเป็นการรักษา
ประเพณกี ารแขง่ ขนั นกเขาชวาเสยี งของภาคใตอ้ กี ดว้ ย
ขณะเดียวกัน รอบ ๆ บริเวณจัดการแข่งขันประชันเสียง
นกเขาชวาชงิ ถว้ ยพระราชทาน สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็
พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี กลมุ่ ผคู้ า้ ขายทง้ั อปุ กรณ์
เลย้ี งนก อาหาร ตา่ งนำ� สนิ คา้ มาจำ� หนา่ ยอยา่ งคกึ คกั ทำ� ใหเ้ กดิ ระบบเงนิ
หมนุ เวยี นในพนื้ ที่เชน่ ทนี่ ายสดุ นี ใบขะหลีพอ่ คา้ ขายอาหารเสรมิ อปุ กรณ์
นกจากอำ� เภอจะนะ จงั หวดั สงขลา กลา่ ววา่ มาขายสนิ คา้ ทง่ี านแขง่ ขนั
นกเขาชวาฯ ทกุ ปี มาขายอาหารเสรมิ สำ� หรบั นกมคี ณุ สมบตั ชิ ว่ ยให้
นกสมบูรณ์มีเสียงท่ีสดใส หากให้ลูกนกกินก็จะช่วยให้นกมีสุขภาพ
แขง็ แรง พอ่ พนั ธแ์ุ มพ่ นั ธข์ุ ยนั ผลติ ไข่ ในสว่ นวติ ามนิ ผงชว่ ยใหเ้ ปลอื กไข่
แขง็ แรง สรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ใหก้ บั นก อาหารเสรมิ ชนดิ ผงอาหารเพอื่ เพมิ่
นำ�้ เชอื้ นอกจากน้ี ยงั มกี ำ� ไลหว่ งขานก ทผ่ี า่ นมาสามารถสรา้ งรายได้
เป็นกอบเป็นก�ำหาเลี้ยงครอบครัวได้เน่ืองจากราคายางตกต�่ำ แต่
สง่ิ เหลา่ นส้ี ามารถชว่ ยเหลอื ครอบครวั ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี การแขง่ ขนั เพอ่ื
“ประชนั นกเขาชวา” จงึ เปน็ หนง่ึ ในวฒั นธรรมเดน่ ทจ่ี ดั ขน้ึ ในงานของดี
เมอื งนราและสามารถสรา้ งเสยี งสรา้ งสขุ ใหแ้ กผ่ คู้ นทม่ี ารว่ มงานโดยแทจ้ รงิ
๑๐ วฒั นธรรมเด่นเมืองนรา ๑๖๕
๑๖๖ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และจิตวญิ ญาณ
๑๐ วฒั นธรรมเด่นเมอื งนรา ๑๖๗
กตกิ าการแขง่ ขนั นกเขาชวาเสยี ง
๑. เวลาแขง่ ขนั ใชเ้ วลาแขง่ ขนั ๓ ชว่ั โมง ตง้ั แตเ่ วลา ๐๘.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. โดยแบง่ การแขง่ ขนั
เปน็ ๒ ยก ๆ ละ ๙๐ นาที ดงั นี้
ยกที่ ๑ เวลา ๐๘.๐๐ – ๐๙.๓๐ น.
ยกท่ี ๒ เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๑.๐๐ น.
๒. นกทขี่ นั เขา้ หลกั เกณฑ์ กตกิ าการแขง่ ขนั และไดร้ บั การพจิ ารณาในการตดั สนิ
๒.๑ ขนั จบั ตบั ยาวหรอื ขนั ตงิ่ คอื ขนั ตง้ั แต่ ๑๕ คำ� ขนึ้ ไป
๒.๒ ขนั กดหนา้ เปดิ ปลายนยิ ม ไม่นอ้ ยกว่า ๕๐ เปอรเ์ ซ็นต์ของค�ำทีข่ ัน
วถิ ชี วี ติ ศิลปวัฒนธรรม และจติ วิญญาณ
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมืองนรา
วถิ ชี วี ิต ศลิ ปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
กตกิ าการแขง่ ขนั นกเขาชวาเสยี ง
๓. ขอ้ พจิ ารณาอนื่ ในการใหค้ ะแนนหรอื จดั ลำ� ดบั นกแตล่ ะประเภท ใหย้ ดึ ถอื ตามระเบยี บ
การแขง่ ขนั ของสมาคมดงั น้ี
๓.๑ พยางคห์ นา้ จำ� นวน ๒๐ คะแนน
๓.๒ พยางคก์ ลาง จำ� นวนพยางค์ ความชดั เจนของพยางค์ จำ� นวน ๑๐ คะแนน
๓.๓ จงั หวะนอก จงั หวะใน จำ� นวน ๑๐ คะแนน
๓.๔ นำ้� เสยี ง จำ� นวน ๒๐ คะแนน
๓.๕ คณุ ภาพคำ� ปลาย (คณุ ภาพและปรมิ าณปลายนยิ ม) จำ� นวน ๓๐ คะแนน
๓.๖ ความขนั ทน จำ� นวน ๑๐ คะแนน
๔.กรณที น่ี กขนั นอ้ ยไมเ่ ขา้ หลกั เกณฑต์ ามขอ้ ๒การตดั สนิ ใหอ้ ยใู่ นดลุ พนิ จิ ของคณะกรรมการ
๕.การพจิ ารณาตดั สนิ ของกรรมการถอื เปน็ ขอ้ ยตุ ิ
ทมี่ า : สมาคมผเู้ ลย้ี งนกเขาชวาแหง่ ประเทศไทย
๑๐ วัฒนธรรมเดน่ เมอื งนรา
วถิ ชี วี ิต ศลิ ปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมืองนรา
กระทรวงวฒั นธรรม. (๒๕๖๒). ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ประวตั คิ วามเปน็ มา
ของตารอี นี า. ศนู ยข์ อ้ มลู กลางทางวฒั นธรรม.
คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะ
กรรมการ อ�ำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวฯ. (๒๕๔๒). วัฒนธรรม พัฒนาการทาง
ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดนราธิวาส.
จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิม
พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธนั วาคม ๒๕๔๒.
จังหวัดนราธิวาส และกระทรวงวัฒนธรรม.(ม.ป.ป) ศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะ.
แผน่ พบั .
ชมุ ศกั ด์ิ นรารตั นว์ งศ.์ (๒๕๖๔). ยอ่ งไปชายแดนใต.้ กลมุ่ หวั ใจเดยี วกนั .
ประพนธ์ เรอื งณรงค.์ (๒๕๕๔). บหุ งาปตั ตานี คตชิ นไทยมสุ ลมิ ชายแดน
ภาคใต,้ สถาพรบคุ๊ ส.์
มลู นธิ สิ ขุ -แก้ว แก้วแดง. (ม.ป.ป). “ตารีอนี า” การแสดงพ้ืนบ้านตำ� บล
กายูคละ, ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.).
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. (๒๕๕๖). ศิลปวัฒนธรรม บานอ. คณะ
มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร.์
ยสุ รนี า ยโู ซะ๊ และคณะ. (๒๕๖๑). หนงึ่ เดยี วในไทย รกั ษาไว้ “ตารอี นี า”,
มหาวทิ ยาลยั นราธวิ าสราชนครนิ ทร.์
สไุ ลมาน เจะ๊ แม. (๒๕๕๗). ประวตั โิ ดยสงั เขป ตารอี นี า. เอกสารอดั สำ� เนา.
สรุ ชยั ไวยวรรณจติ ร และคณะ. (๒๕๕๔). การมสี ว่ นรว่ มของผนู้ ำ� สเ่ี สา
หลักในการบริหารจัดการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น :
กรณศี ึกษา “ตารีอนี า” ต.กายูคละ อ.แวง้ จ.นราธวิ าส, กรม
สง่ เสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม.
สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั นราธวิ าส. (๒๕๕๙). กลองบานอ ๑ อำ� เภอ ๑
อตั ลกั ษณค์ วามภาคภมู ใิ จอำ� เภอแวง้ .
อุษณีย์ ธุวโชติ. (ม.ป.ป). รายงานผลการศึกษาเร่ืองการละเล่นพ้ืนบ้าน
ศกึ ษากรณกี ารละเลน่ กรอื โตะ๊ และการละเลน่ บานอ.จงั หวดั นราธวิ าส.
๑๗๔ วถิ ีชีวติ ศิลปวฒั นธรรม และจิตวญิ ญาณ
สอ่ื สง่ิ พมิ พ์
ศลิ ปะการแสดงพน้ื บา้ น “ตารอี นี า-ซลี ะ” เยาวชนตำ� บลกายคู ละรว่ ม
สร้างสันติสุขด้วยพลังสามัคคี, หนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉบับวันท่ี ๙
กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๓
ตารอี นี าแดนใต้ หนง่ึ เดยี วในไทย, ปฤษณา กองวงค์ คอลัมนส์ ดจาก
เยาวชน นสพ.ขา่ วสด ฉบบั วนั ท่ี ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔
“เทศกาลคเณศจตุรถี” ของพี่น้องชาวอินเดียใน จ.นราธิวาส, เนช่ัน.
(๒๕๖๒). https://www.nationtv.tv/news/378738796
สอ่ื ออนไลน์
กลองบานอ, จาก https://www.youtube.com/watch?v=Z0hKby-
BjEhg. สบื คน้ เมอื่ ๑๑ เดอื นกนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๔
นักข่าวพลเมือง. (๒๕๖๐). “กลองบานอ” ดนตรีเชื่อมสานสัมพันธ์
ชายแดนใต้ จังหวัดนราธิวาส จาก https://www.youtube.com/
watch?v=2-BBPZ_kYbw. สบื คน้ เมอื่ ๕ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน). (๒๕๖๐).
ครูศิลป์ของแผ่นดิน ๒๕๖๐ (นายสุดิน ดอเลาะ) ส�ำนักข่าวกรม
ประชาสมั พนั ธ.์ รายงานพเิ ศษ : การละเลน่ พนื้ เมอื ง “กลองบานอ” อตั
ลกั ษณค์ วามภาคภมู ใิ จของชาวอำ� เภอแวง้ จงั หวดั นราธวิ าส หนง่ึ ในศลิ ป
วัฒนธรรมร่วมอาเซียน ไทย-มาเลเซีย จาก https://thainews.prd.
go.th/th/news/detail/TCATG210906133248747. สบื คน้ เมอื่ ๕
เดอื นตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
สำ� นกั งานพฒั นาชมุ ชนอำ� เภอแวง้ (๒๕๖๐). ทอ่ งเทยี่ ว OTOP นวตั วถิ ี ม.
3 บ.ยะหอ ต.แมด่ ง อ.แวง้ จ.นราธวิ าส, จาก https://www.youtube.
com/watch?v=4qRVs76ib8Q. สบื คน้ เมอื่ ๑๒ เดอื นตลุ าคม พ.ศ.
๒๕๖๔
ผกั ตบชวา (นามแฝง). (๒๕๕๓). เครอ่ื งดนตรที เี่ รยี กวา่ บานอ, จาก http://
oknation.nationtv.tv/blog/nahsukaew/2010/05/26/entry-5.สบื คน้
เมอื่ ๑๒ เดอื นตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๐ วฒั นธรรมเดน่ เมืองนรา ๑๗๕
โพสตท์ เู ดย.์ (๒๕๖๒). นราธวิ าสจดั งานสมโภชแหพ่ ระ – ลยุ ไฟศาลเจา้ โกว้
เลง้ จ่ี จาก https://www.posttoday.com/social/local/594847. สบื คน้
เมอ่ื ๑๕ เดอื นตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
กลองกรอื โตะ๊ : มารมี าย มาเลน่ กนั เถอะ. (๒๕๖๒). จาก https://www.
youtube.com/watch?v=lpDrrA6efmI. สบื คน้ เมอื่ ๑๖ เดอื นตลุ าคม
พ.ศ. ๒๕๖๔
ประเพณไี ทยดอทคอม. กรอื โตะ๊ . จาก http://www.prapayneethai.com
อสม.ดเี ดน่ ตอน ๒ : ศลิ ปะ วฒั นธรรมทคี่ วรคา่ แกก่ ารอนรุ กั ษ์ (๒) จาก
https://www.gotoknow.org/posts/247075. สืบค้นเม่ือ ๑๖ เดือน
ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๖๔
ตารอี ีนา...นาฏลีลาดอกไม้ชายแดนใต,้ โดย ปลายมนัส ลม้ิ สุวรรณ์ จาก
https://deepsouthwatch.org/node/885. สบื คน้ เมอ่ื ๑๗ เดอื นตลุ าคม
พ.ศ. ๒๕๖๔
๑๗๖ วถิ ีชีวติ ศิลปวฒั นธรรม และจติ วิญญาณ