The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือสวนและต้นไม้ ปี 2553

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sillatecho35, 2021-12-15 22:47:57

หนังสือสวนและต้นไม้ ปี 2553

หนังสือสวนและต้นไม้ ปี 2553

สำนักงานสวนสาธารณะ สำนกั สง่ิ แวดลอ้ ม กรงุ เทพมหานคร

ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0 2246 8541


www.bangkok.go.th/publicpark

สวนและ2ต5น้ 5ไม3้

คำนำ

เมอ่ื กลา่ วถงึ “สภาวะเมอื ง” ของกรงุ เทพมหานคร ทกุ คนอาจมภี าพในใจทแี่ ตกตา่ งกนั
แต่เมื่อกล่าวถึง “สภาวะแวดล้อม” หรือสภาพแวดล้อมของเมืองกรุงเทพมหานครใน

ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างย่ิงแล้ว การต้องการมีสภาพแวดล้อมท่ีดี มีความรื่นรมย์ ร่มเย็น
และเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด รวมไปถึงการมีสถานท่ีสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ เช่น

สวนสาธารณะ หรือมีพ้ืนที่นันทนาการ สำหรับจัดกิจกรรมใดๆ ทุกฝ่ายย่อมเห็นตรงกันว่า
สภาพแวดล้อมท่ีดีนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นปัญหาที่จะละเลยหรือเพิกเฉยเสียมิได้
ในการที่จะเรง่ พฒั นา ปรบั ปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองให้ดีข้นึ ไมว่ ่าจะดว้ ยวิธีใดๆ กต็ าม



เป็นท่ีแน่นอนว่า กรุงเทพมหานครย่อมตระหนักถึงปัญหาสภาพแวดล้อมของเมือง
ด้วยเช่นกัน สำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม จึงมีภาระท่ีหลีกเล่ียงไม่ได้ในการท ่ี

ต้องเร่งสร้าง เรง่ พัฒนาพื้นที่สีเขียว อาทิ การสร้างสวนสาธารณะแห่งใหม่ รวมถึงการปลูก
ดแู ล บำรุงรกั ษาตน้ ไม้ในพน้ื ท่ีรบั ผดิ ชอบ พร้อมไปกับการจดั กิจกรรมต่างๆ เพ่อื สรา้ งเสรมิ
การมีส่วนรว่ มไปกบั ชาวกรงุ เทพมหานคร



หนังสือสวนและต้นไม้ จึงถือเป็น “สาร” ที่ต้องการจะส่ือถึงสาธารณชนในการ
ปฏิบัติภารกิจของสำนักงานสวนสาธารณะ รวมถึงเผยแพร่ความรู้ในด้านที่เกี่ยวข้อง ท้ังนี้
เพ่ือเป้าหมายในการ “ร่วมสร้าง ร่วมพัฒนา และร่วมรักษาสภาพแวดล้อมท่ีดี” ด้วยความ
เขา้ ใจและจิตสำนกึ ท่ีหวงแหนในการที่จะถา่ ยทอดและมอบสิ่งแวดล้อมท่ดี ีใหแ้ กท่ กุ คนตอ่ ไป





สำนักงานสวนสาธารณะ

สารบญั หน้า

คำนำ

สวนสาธารณะแหง่ ใหม่…ในอนาคต 6
17
ทางเท้าในบทบาทการขยายพื้นทส่ี เี ขียวของกรงุ เทพฯ 33

รองศาสตราจารย์นิลบุ ล คล่องเวสสะ 45

การทำปุ๋ยหมักอยา่ งง่ายในบา้ นเพ่อื บรรเทาหมอกควนั
และการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

ศาสตราจารยก์ ิตติคุณ เดชา บุญคำ้

พรรณไมช้ นิดใหม่ของโลก

ดร.ปิยะ เฉลิมกล่นิ

การจดั สวนขนาดเล็ก 57

วรวทิ ย์ อังสหุ สั ต์

ผเี ส้ือกลางกรงุ 69

ไพรตั น์ ไพธรรมโชตวิ ฒั น์

กลว้ ยไมด้ นิ 79

อามดั สาและเนาะ

เรอ่ื ง (เลา่ ) จาก...สวนสวย 93

นนทยา นชุ นารถ

กจิ กรรมสำนกั งานสวนสาธารณะ 107

สวนและต้นไม้ 2553

สวนสาธารณะแห่งใหม่
...ในอนาคต



สวนและตน้ ไม้ 2553

แสหวง่นใสหามธ่…าใรนณอนะ
าคต





ในอดีตที่ผ่านมาจวบจนปัจจุบัน ความมุ่งม่ันในการท่ีจะปฏิบัติภารกิจหน่ึง
ในหลายอย่างของสำนักงานสวนสาธารณะทีไ่ ม่เคยเปลย่ี นแปลงเลย นัน่ กค็ ือ การ
เรง่ พฒั นาพน้ื ทส่ี ีเขยี วในรปู แบบของสวนสาธารณะ ซ่งึ ในอนาคตอันใกลน้ ้ี คาดว่า
สวนสาธารณะหลายแหง่ ทไี่ ดด้ ำเนนิ การกอ่ สรา้ งมาจนจวบจะแลว้ เสรจ็ และรวมถงึ
บางแห่งที่ได้ดำเนินการออกแบบไว้แล้ว รอเพียงระยะเวลาหน่ึงก็จะสามารถเปิด
บรกิ ารให้แกป่ ระชาชนไดส้ วนสาธารณะเหลา่ นัน้ ได้แก








สวนและตน้ ไม้ 2553

สวนนวมินทรภ์ ิรมย์ (บึงลำพงั พวย)




สำนักงานสวนสาธารณะไดก้ อ่ สรา้ งสวนแหง่ น้ีขึ้นบนทด่ี ินจำนวน 76 ไร่ 39.3 ตารางวา พ้นื ที่บริเวณ
ทะเลสาบคลองจนั่ พ้ืนทีร่ ับนำ้ ตามโครงการพระราชดำริ (โครงการแกม้ ลงิ ) ซง่ึ การเคหะแหง่ ชาติไดอ้ นญุ าต
ใหใ้ ชด้ ำเนนิ การ และดว้ ยสภาพพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี งเปน็ แหลง่ ชมุ ชนพกั อาศยั สวนสาธารณะแหง่ นจ้ี งึ เปรยี บเสมอื น

การเติมเต็มความสมบูรณ์ของสภาพภูมิทัศน์ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ชาวชุมชน รวมถึงประชาชนในบริเวณ

ใกลเ้ คยี ง ด้วยการคืนพ้ืนที่ธรรมชาติที่ได้รับการพัฒนาให้มีความสวยงาม แวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด
ซึ่งเหมาะสมสำหรับการเป็นสถานท่ีพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากน้ัน ยังได้ออกแบบองค์ประกอบอ่ืนๆ เพ่ิมเติม
อาทิ ลานเวทีแสดงกลางแจ้ง ลานแอโรบิก ลานน้ำพุ และสนามเด็กเล่น เป็นต้น ท้ังน้ี เพื่อตอบสนองต่อ
ความตอ้ งการของประชาชนในการเปน็ พน้ื ทส่ี ำหรบั การจดั กจิ กรรมนนั ทนาการตา่ งๆ โดยคาดหวงั วา่ จะสามารถ
เปิดให้บรกิ ารไดใ้ นอีกไมน่ านน
ี้






สวนและตน้ ไม้ 2553

สวนและต้นไม้ 2553

สวนนาคราภริ มย




สวน “นาคราภิรมย์” ชื่อทไ่ี ด้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั เปน็ สวนท่ี
เกดิ ขน้ึ ดว้ ยวตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี อ้ งการเปดิ มมุ มองบรเิ วณพนื้ ทร่ี มิ แมน่ ำ้ เจา้ พระยาสพู่ ระบรมมหาราชวงั
ซ่ึงส่งเสริมความสำคัญของพื้นท่ีและอาคารท่ีสำคัญทางประวัติศาสตร์โดยรอบ ด้วยการก่อสร้าง
บนพ้ืนท่ีบริเวณอาคารกรมการค้าภายในและองค์การคลังสินค้า (เดิม) ณ ถนนมหาราช

เขตพระนคร ซ่งึ กรงุ เทพมหานครและสำนักงานทรัพย์สนิ สว่ นพระมหากษตั รยิ ์ได้รว่ มลงนามบันทกึ
ข้อตกลงการพัฒนาพ้ืนท่ีดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 รวมทั้งเป็นไปตามแผนแม่บท
เพอื่ การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นากรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ทค่ี ณะรฐั มนตรมี มี ตเิ หน็ ชอบ เมอื่ วนั ที่ 21 พฤษภาคม
2540 โดยกำหนดให้พื้นท่ีบริเวณนี้เป็นพ้ืนท่ีโล่งและสวนสาธารณะ



ด้วยพ้ืนท่ีขนาด 3 ไร่ 3 งาน 69.9 ตารางวา การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ของสวนแห่งนี้

ไดถ้ กู กำหนดใหเ้ ปน็ สวนสาธารณะรมิ แมน่ ำ้ เจา้ พระยา สำหรบั บรกิ ารชมุ ชนและนกั ทอ่ งเทยี่ ว ดว้ ยการ
ออกแบบให้มีลานโล่งที่มีการจัดสวนตามคติไทยและพ้ืนที่สีเขียวต่างระดับ พร้อมกับการก่อสร้าง
เข่ือนก้ันน้ำและปรับพื้นที่ด้านล่างให้เป็นส่วนบริการสำหรับประชาชน ซ่ึงคาดว่าจะเปิดให้บริการ



ในนามของ “สวนเป็นท่ีน่าร่ืนรมย์ของชาวพระนคร” สวนสาธารณะริมน้ำอีกแห่งหน่ึงของชาว

กรงุ เทพมหานคร




สวนและตน้ ไม้ 2553

10

สวนและต้นไม้ 2553


วนสาธารณะบึงนำ้ ลาดพรา้ ว 71




สวนสาธารณะแห่งน้ีเกิดข้ึนได้เนื่องจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวที่ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินซ่ึงคุณหญิงทองย้อย เปาโรหิตย์ ได้ขอ
พระราชทานนอ้ มเกลา้ ฯ ถวาย เพอ่ื ทรงใชป้ ระโยชนต์ ามพระราชอธั ยาศยั โดยทรงโปรดเกลา้ ฯ
ให้กรุงเทพมหานครจัดทำเป็นสวนน้ำสาธารณประโยชน์ เป็นสวนพักผ่อนสำหรับชุมชน แต่
ด้วยพ้ืนท่ีเดิมมีลักษณะเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ ต้ังอยู่ท่ามกลางชุมชนที่พักอาศัยและสถานศึกษา
การกำหนดแนวความคิดในการออกแบบสวนสาธารณะแห่งใหม่นี้ จึงได้นำเรื่องราวในแง่มุม
ต่างๆ ของน้ำมาใช้สอดแทรกลงในพ้ืนที่กิจกรรมภายในสวน ด้วยต้องการให้สวนแห่งน
ี้
เป็นสวนน้ำสำหรับการพักผ่อน ท่ีผู้เข้ามาใช้บริการสามารถเรียนรู้เรื่องราวของน้ำไปด้วย
พร้อมๆ กัน อาทิ แนวความคิดเรื่องพลังแห่งสายน้ำ หรือ The Power of Water ได้ถูก

นำมาใช้จัดองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม เพ่ือส่ือให้เห็นถึงพลังและการเคลื่อนไหวของน้ำ

ที่ทำให้รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาและตื่นตาต่ืนใจ ในขณะที่แนวความคิดในเรื่องความงดงาม

ของสายน้ำ (The Beauty of Water) ไดถ้ กู สื่อผา่ นประตมิ ากรรมรูปแบบต่างๆ ท่มี ีนำ้ เป็น
องค์ประกอบ ส่วนแนวความคิดสุดท้ายเป็นแนวความคิดที่มาจากความสัมพันธ์ของระบบ
นเิ วศวทิ ยาริมนำ้ (The Ecology of Waterside) ไดถ้ ูกนำมาใชเ้ ป็นสอื่ เพอื่ ใหส้ วนแห่งนี้เป็น
แหลง่ เรยี นร้เู รือ่ งราวและความสำคญั ของแหลง่ น้ำในธรรมชาติสำหรับคนในชุมชน



ด้วยพ้ืนท่ีใช้สอยท่ีประกอบด้วย อาคารสำนักงาน ลานอเนกประสงค์ และทางเดิน

รมิ นำ้ ภายในเน้ือท่ี 21 ไร่ 86 ตารางวา ซ่ึงตั้งอยู่บริเวณซอยลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว
เขตลาดพร้าว สวนสาธารณะแห่งใหม่ท่ีมีลักษณะเป็นสวนน้ำ คงจะได้มีโอกาสเปิดให้บริการ
แก่ผู้ใช้บริการในบริเวณพื้นท่ีแห่งน้ี รวมถึงบริเวณพ้ืนที่ใกล้เคียง ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ

ท่ีรื่นรมย์ ละวางและพักคลายความเครียดจากชีวิตการทำงานในเมืองใหญ่ ซ่ึงสำนักงาน

สวนสาธารณะหวงั ไวเ้ ช่นกันวา่ จะสามารถใหบ้ รกิ ารแกท่ กุ คนได้ในเรว็ วัน


11

สวนและต้นไม้ 2553

12

สวนและต้นไม้ 2553

สวนสาธารณะเฉลมิ พระเกยี รต


เนอ่ื งในโอกาสเฉลมิ พระชนมพรรษา 80 พรรษา




ด้วยความร่วมมือกันระหว่างกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรม
ธนารักษ์ และกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการโครงการจัดต้ังสวนอนุรักษ์และพัฒนา
พรรณไม้เขตร้อนเฉลิมพระเกียรติ บนท่ีดินราชพัสดุ ซ่ึงเดิมเป็นท่ีตั้งของศูนย์วิจัยพืชสวน
บางกอกน้อย จำนวน 21 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา บรเิ วณถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ด้วยวัตถุประสงค์เพ่ือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยหู่ วั เน่อื งในโอกาสเฉลมิ พระชนมพรรษา 80 พรรษา



สวนสาธารณะแห่งใหม่น้ีจึงกำลังจะเกิดข้ึนในลักษณะของสวนอนุรักษ์ท่ีมีแนวความคิด
ในการวางผังบริเวณด้วยการเก็บรักษาสภาพภูมิประเทศเดิม และเก็บรวบรวมพันธุ์ไม้หายาก
ในท้องถ่ินไว้ให้มากที่สุด ซึ่งในขณะเดียวกันก็จะต้องประกอบไปด้วยส่ิงอำนวยความสะดวก
และมีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเท่ียวเชิงเกษตรและแหล่งท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมด้วย
ดงั นนั้ จงึ ไมน่ า่ แปลกใจเลยทใ่ี นอนาคตสวนแหง่ นจ้ี ะเปน็ แหลง่ เรยี นรใู้ นการศกึ ษาพชื พนั ธตุ์ า่ งๆ
ท่ีมีท้ังสวนพฤกษศาสตร์พรรณไม้เขตร้อน ซึ่งดำเนินการโดยกรมวิชาการเกษตร และพื้นท่ี
บรเิ วณปลกู พนั ธไุ์ มอ้ นั เปน็ การดำเนนิ การตามโครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื ตามพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงอาคารต่างๆ ซึ่งได้แก่ พื้นที่สวน
รวบรวมพนั ธไุ์ มห้ ายาก พนั ธไุ์ มท้ ขี่ นึ้ ทะเบยี นในเขต กทม. สวนพฤกษศาสตรไ์ มน้ ำ้ -ไมช้ ายนำ้
สวนพฤกษศาสตร์ไม้ผลพ้ืนถ่ิน พ้ืนท่ีสวนอนุรักษ์และรวบรวมพันธุกรรมพืชท่ีคณะกรรมการ
อนรุ ักษเ์ ห็นควรใหอ้ นุรักษ์ ศนู ยข์ อ้ มูลอนรุ กั ษพ์ ันธกุ รรมพชื และหอพนั ธไ์ุ ม้ นอกจากนัน้ ยังมี
การออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพ่ิมเติมด้วย อาทิ ลานกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
สะพานไมเ้ สน้ ทางเดินศกึ ษาธรรมชาติ ลานวัฒนธรรม และศาลาพักผอ่ น เปน็ ต้น




13

สวนและตน้ ไม้ 2553




วอนยสจารธญั าสรณนทิ ะ
วงศ์ 25


สวนสาธารณะอีกแหง่ ท่ีจะเกดิ ข้นึ ในพ้นื ทฝ่ี ่ังธนบุรแี ห่งน้มี ีท่ีมาจากการท่สี มเดจ็ พระเทพ
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ รับท่ดี นิ ทีน่ ายอยุ๋ จันทร์เฉลมิ
ขอพระราชทานทลู เกลา้ ฯ ถวายตามโฉนดทดี่ นิ เลขท่ี 2544 เนอ้ื ที่ 3 ไร่ 16 ตารางวา ซง่ึ ตง้ั อยู่
ที่แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย โดยมีพระราชกระแสให้มูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการโอน
กรรมสิทธ์ิที่ดินเป็นช่ือของมูลนิธิ และมอบที่ดินดังกล่าวให้กรุงเทพมหานครพัฒนาปรับปรุง
เปน็ สวนสาธารณะตามความเหมาะสม



การออกแบบสวนดังกล่าว จึงยึดแนวความคิด “สวนสาธารณะวัฒนธรรมชุมชน
บางกอกน้อย” โดยพยายามอนุรักษ์สภาพภูมิทัศน์เดิมและเก็บรักษาต้นไม้เพ่ืออนุรักษ์พันธ์ุไม้
หายากไวใ้ หม้ ากทสี่ ดุ สว่ นองคป์ ระกอบอนื่ ๆ ทไี่ ดอ้ อกแบบเพมิ่ เตมิ ไว้ ไดแ้ ก่ ลานอเนกประสงค์
และเวทีกลางแจ้ง ศาลาพกั ผ่อน สนามเด็กเลน่ เป็นต้น นอกจากนน้ั ยังมีศูนยฝ์ กึ อาชีพมูลนิธิ
ชัยพัฒนา ที่สร้างไว้สำหรบั การฝึกอาชพี ให้แกช่ าวชมุ ชน รวมท้ังผูส้ นใจ ซึ่งท้ังหมดนี้เกดิ ขน้ึ ได้
กด็ ้วยพระมหากรณุ าธคิ ณุ โดยแท



สวนสาธารณะทุกแห่งตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้นเป็นเพียงบางส่วนที่จะเกิดขึ้น ด้วยความ
มุ่งหวังของสำนักงานสวนสาธารณะที่จะปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผลในการพัฒนาพ้ืนท่ีสีเขียว
พื้นท่ีธรรมชาติท่ีมีส่วนในการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานครและผู้มาเยือนทุกคน
รวมถึงเป็นเป้าหมายท่ีจะบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ ตลอดจนถึงภาวะโลกร้อนที่ทุกคน
สามารถมีส่วนร่วมในการดำเนินการได้ด้วยการตระหนักถึงคุณค่าของต้นไม้และพื้นที่สีเขียว
รู้จักใช้ประโยชน์ในพื้นท่ีอย่างมีจิตสำนึกสาธารณะพร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและ
อนุรักษ์ไว้ให้เปน็ มรดกของทุกคนตอ่ ไป


14

สวนและตน้ ไม้ 2553

15

สวนและต้นไม้ 2553

16

สวนและต้นไม้ 2553

ทางเทา้

ในบทบาทการขยายพ้นื ท่ีสเี ขยี วของกรุงเทพฯ

17

สวนและต้นไม้ 2553

ทางเทา้ ในบทบาท


การขยายพื้นท่สี ีเขียวของกรงุ เทพฯ

รองศาสตราจารย์นิลุบล คล่องเวสสะ*



บทบาททเี่ พม่ิ ขนึ้ ของพน้ื ทสี่ เี ขยี วในเมอื ง


ในอดีต เรามักแยกพ้ืนที่สีเขียวของเมืองไว้ต่างหากในลักษณะของสวนสาธารณะท่ีวาง

เป็นจุดๆ กระจายอย่างทั่วถึงตามความต้องการด้านการพักผ่อนของชาวเมือง ปัจจุบันแนวคิดด้านพ้ืนท
่ี
สีเขียวไม่ได้แยกออกจากโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอีกต่อไป แต่ได้ประสานเข้ากับโครงสร้างของเมือง
ในลักษณะของโครงข่ายสีเขียวที่เช่ือมต่อแทรกไปในเนื้อเมือง และชาวเมืองสามารถใช้ประโยชน

จากความเป็นพ้ืนที่สีเขียวเหล่าน้ันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่จุดใด ทำให้การดำรงชีวิตอยู่ในเมืองรู้สึกว่าอยู่ใกล้สวน
สาธารณะในทุกจุดของเมือง แนวคิดกรีนเวย์หรืออุทยานวิถีซ่ึงเป็นโครงข่ายสวนสาธารณะเชื่อมต่อเป็น
แนวยาว นับเป็นกระแสที่หลายเมืองใช้เป็นหลักในการพัฒนาเมืองมาต้ังแต่ช่วงปลายของศตวรรษท่ี 20
ประเทศเพ่ือนบ้านของเราที่นำแนวทางนี้มาใช้อย่างชัดเจน คือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งพัฒนาพื้นท่ีเช่ือมต่อ
สวนสาธารณะที่เรียกว่าพาร์คคอนเน็คเตอร์ (park connector) โดยความหมายเชิงกายภาพของพื้นท่ี
เชอื่ มตอ่ สวนสาธารณะในทนี่ ไ้ี มไ่ ดห้ มายความถงึ เสน้ ทางเชอื่ มสวนสาธารณะเขา้ ดว้ ยกนั เทา่ นนั้ แตห่ มายถงึ

ระบบทางเทา้ เชอ่ื มตอ่ สถานทส่ี าธารณะตา่ งๆ ในเมอื งเขา้ ดว้ ยกนั ดว้ ยความนา่ สนใจของแนวทางกรนี เวย


18 *ภาควชิ าภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั


สวนและตน้ ไม้ 2553

อยู่ท่ีความหลากหลายของระดับความเป็นสีเขียว ดังบทความของ
ทอม เทอร์เนอร์ (Turner, 1996) ที่กลา่ วว่ากรีนเวย์ไม่จำเป็นตอ้ ง
เป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้ในลักษณะของสวนไปเสียทั้งหมด แต่สามารถ
รวมถึงลานหน้าอาคาร ทางเดินระหว่างอาคาร ทางเดินลอยฟ้า
และแม้กระท่ังทางเท้าท่ัวไปของเมือง ตราบเท่าท่ีการพัฒนาพ้ืนที่
เหล่าน้ันเน้นไปในการสนับสนุนบรรยากาศผ่อนคลายสำหรับการ

สญั จรภายในเมอื ง

การทแี่ นวคดิ เรอื่ งของการจดั พน้ื ทส่ี เี ขยี วในเมอื งมา คาบเกี่ยว
กับเร่ืองของทางเดินภายในเมืองน้ี เป็นแนวคิดท่ีเติบโตมาจาก

พารค์ เวย์ (parkway) ซง่ึ เปน็ เสน้ ทางสำหรบั การขบั ขรี่ ถมา้ ทอ่ งเทยี่ ว
ชมธรรมชาติในอดีต แต่ในปัจจุบันลักษณะการสัญจรในกรีนเวย์

ไดเ้ ปลย่ี นมาเปน็ การเดนิ เทา้ และจกั รยานแทน ทงั้ พารค์ เวย์ กรนี เวย์
และพาร์คคอนเน็คเตอร์ท่ีได้กล่าวมาแล้ว ล้วนมีกำเนิดมาจากเร่ือง
ของการสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับเมืองและมักมีต้นไม้และ
พชื พรรณระดบั ตา่ งๆ เปน็ องคป์ ระกอบสำคญั เสมอ แตน่ บั ตง้ั แตร่ าว
ต้นศตวรรษท่ี 21 พื้นท่ีกรีนเวย์เหล่านี้ถูกจัดเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

สเี ขยี วของเมอื ง (green infrastructure) ซงึ่ เนน้ การใหป้ ระโยชนเ์ ชงิ
สรา้ งสภาพแวดลอ้ มทดี่ ีใหก้ บั เมอื ง ในแงข่ องสภาพอากาศ ความชน้ื
วัฏจักรนำ้ และสง่ เสรมิ การอยอู่ าศยั ของสง่ิ มชี วี ติ หลากหลายภายใน
เมือง และนับต้ังแต่ราวต้นศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา เช่นเดียวกัน
แนวคิดของเมืองนิเวศน์ (ecocity) ก็เข้ามามีบทบาทกับเร่ืองของ
ทางเท้าอีก ด้วยการที่หลักการสำคัญอันหนึ่งของเมืองนิเวศน์คือ
การสนับสนุนให้เมืองน้ันๆ ใช้การสัญจรด้วยการเดินหรือจักรยาน
ให้มากที่สุด เพื่อลดการใช้พลังงานจากการใช้ยานพาหนะ เพื่อลด
ขนาดรอยเหยียบนิเวศน์ (ecological footprint) และเพื่อลดการ
ปลอ่ ยความร้อนและมลพษิ ส่บู รรยากาศ อันจะนำไปสกู่ ารลดปัญหา
ภาวะโลกร้อน (global warming) และปัญหาสภาพอากาศ

ปลยี่ นแปลง (climate change) ของโลก


19

สวนและตน้ ไม้ 2553

ดังน้ัน ทางเท้าซึ่งเป็นพ้ืนท่ีสาธารณะแคบยาวที่แทรก
ตัวไปท่ัวในเน้ือเมืองน้ีจึงกลายเป็นกลไกสำคัญของเมืองยุค
ปัจจุบันในอันท่ีจะเสริมบรรยากาศผ่อนคลายในวิถีชีวิต
ประจำวันของคนเมือง พร้อมท้ังเสริมสร้างระบบธรรมชาติ
ใหเ้ กิดขึ้นอย่างสมดุล ลดการใช้พลังงานนำ้ มันของชาวเมอื ง
และลดการปล่อยความร้อนและมลพิษสู่บรรยากาศของโลก
ตามแนวทางโครงสร้างพ้ืนฐานสีเขียวของเมืองและแนวทาง
ของเมืองนิเวศน์ ทางเท้าจึงมีบทบาทสำคัญมากย่ิงขึ้นใน
เรอื่ งพนื้ ท่ีสาธารณะสีเขียวของเมือง




นโยบายดา้ นทางเทา้ ส เี ขยี เมวื่อขพอ.ศ.ง2ก54ร9 งุกฎเกทระพทรวมงผหังเมาือนงรวคมกรรุงเท


มหานคร (ฉบบั ปรับปรงุ ครั้งท่ี 2) ไดก้ ำหนดไว้ใหม้ พี ืน้ ท่โี ล่ง
เพ่ือนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมประเภทต่างๆ
และได้กำหนดถนน 28 สายให้มีพ้ืนท่ีจากแนวเขตทางออก

ไปไมน่ ้อยกวา่ 2 เมตร เพอื่ ปลกู ตน้ ไม้ โดยระบไุ ว้วา่

“การใชป้ ระโยชนท์ ดี่ นิ ตามแผนผงั กำหนดการใชป้ ระโยชน์
ที่ดินท่ีได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงน้ี บริเวณริมถนน
ดงั ตอ่ ไปน้ี ใหม้ ที ว่ี า่ งหา่ งจากแนวเขตทางไมน่ อ้ ยกวา่ 2 เมตร
เพอื่ ปลูกต้นไม้ เวน้ แตเ่ ปน็ การกอ่ สร้างร้ัว กำแพง ปอ้ มยาม

้ายชอ่ื อาคาร หรอื ทางเข้าออกของรถ”

การกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวน้ีนับว่าสอดคล้องกับแผน
พฒั นากรุงเทพมหานครฉบบั ที่ 6 (พ.ศ. 2545-2549) และ
แผนบรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552-2555 ใน
เรอื่ งการเพม่ิ ทวี่ า่ ง สวนสาธารณะ และการปรบั ปรงุ คณุ ภาพ
ส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากน้ี มติคณะ
รัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 10 มีนาคม 2547 ระบุให้กระทรวง
คมนาคม รว่ มกบั กระทรวงมหาดไทยกำหนดมาตรฐานในการ

20

สวนและตน้ ไม้ 2553

ปลูกต้นไม้ตามแนวเส้นทางการจราจรสายต่างๆ อีกด้วย

อันเป็นการยืนยันการให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ใน

พนื้ ทีร่ ิมถนนของเมอื งในประเทศ

นอกจากกฎกระทรวงผังเมืองรวมท่ีระบุไว้ชัดเจนถึง
การเล็งเห็นความสำคัญของการปลูกต้นไม้ริมถนนดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ เมื่อ พ.ศ. 2546 กรุงเทพมหานครได้ทำ
โครงการถนนตัวอย่างด้านการจัดการในถนนที่มีมลพิษสูง
จำนวน 11 สาย เพ่อื ปรบั ปรงุ สภาพถนนและลดปริมาณฝุน่
ปลูกต้นไม้เพ่ือเพิ่มพื้นที่สีเขียวและเพ่ือให้เกิดความสวยงาม
สะอาด เรียบรอ้ ย จากการประเมนิ ผลการดำเนินโครงการฯ
พบว่า คุณภาพอากาศดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนดำเนิน

โครงการฯ ดังนั้น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงได้

สานต่อโครงการดังกล่าว ด้วยการขยายผลนำไปสู่โครงการ
ถนนสีเขียว 60 สายต่อไปในช่วง พ.ศ. 2548-2549 โดย

ตั้งเป้าหมายของการพัฒนาโครงการถนนสีเขียวในเรื่อง

ของการพัฒนาบริเวณทางเท้าและเกาะกลางถนนเพื่อเป็น
การเพิ่มพืน้ ทสี่ เี ขยี วให้กบั กรุงเทพฯ




ความคดิ เหน็ ของประชาชนกบั การพฒั นาทางเทา้ สเีขยี ว

จากรายงานการเก็บข้อมูลจากประชาชนที่มีส่วน
เก่ียวข้องจำนวน 3,012 คนต่อผลของโครงการถนนสีเขียว
60 สายดังที่กล่าวมาแล้ว จัดทำโดยกองจัดการคุณภาพ
อากาศและเสียง สำนักงานส่ิงแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
พบว่าประชาชนเหล่าน้ันให้ความสนใจกับโครงการน้ีเป็น
อย่างดี และประเมนิ ความพึงพอใจตอ่ ผลทไ่ี ด้รบั จากถนนใน
โครงการในระดับปานกลาง หัวข้อที่พอใจระดับปานกลาง
คือ ความรม่ รนื่ และสภาพตน้ ไม้ของถนนเหล่าน้ัน และความ
พึงพอใจระดับน้อย ได้แก่ ความไม่เป็นระเบียบของสายไฟ
สายโทรศพั ท์ ฝาทอ่ ระบายนำ้ ความไม่เรยี บของผวิ ทางเท้า

และปัญหาการจดั ระเบยี บการใชท้ างเท้า

21
สวนและต้นไม้ 2553

การเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ประชากรที่มีท่ีอยู่อาศัย
หรือมีความเกี่ยวข้องกับท่ีดินติดกับเขตทางเท้าซึ่งอยู่ในข่าย

จะได้รับการพัฒนาเป็นพ้ืนท่ีสีเขียวในถนนสายหลักตามกฎ
กระทรวงผงั เมอื งรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2549 จัดเก็บโดย
ศูนย์บริการวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั จำนวน 1,161 ตวั อยา่ ง พบวา่ ประชาชนสว่ นใหญ่
ตระหนักถึงความสำคัญของพ้ืนท่ีสีเขียวในเมืองและยินดีให้
ความร่วมมือ ปัญหาในลำดับแรกๆ ท่ีได้รับการเอ่ยถึงเก่ียวกับ
สภาพทางเท้าท่ีเป็นอยู่ ได้แก่ การขาดร่มเงา การมีฝุ่นละออง
ความไมเ่ รยี บของผวิ ทางเทา้ สว่ นความคดิ เหน็ ในเรอื่ งของการใช้
พืชพรรณในทางเทา้ นนั้ คนสว่ นใหญท่ มี่ อี าคารบา้ นเรอื นใกลเ้ ขต
ทางเทา้ มคี วามกงั วลกบั การปลกู ตน้ ไมใ้ หญ่ในบริเวณทางเท้า ซึ่ง
ปัญหาของต้นไม้บนทางเท้าท่ีได้รับการเอ่ยถึง คือ พุ่มใบหนา
ทำใหห้ นา้ รา้ นมดื ทบึ การรว่ งของกงิ่ และใบไมท้ ำใหเ้ พมิ่ ภาระในการ
เกบ็ กวาด การลดความปลอดภยั ตอ่ ทรพั ยส์ นิ อนั เนอื่ งมาจากการ
รกุ รานของรากและกง่ิ ไมท้ อี่ าจหกั หรอื เปน็ ทางสะดวกใหม้ จิ ฉาชพี
เขา้ สอู่ าคาร ดงั นนั้ ผใู้ หส้ มั ภาษณส์ ว่ นใหญจ่ งึ ตอ้ งการพชื พรรณ
ในลักษณะไม้พุ่มหรือไม้คลุมดินมากกว่าต้นไม้ใหญ่สำหรับการ
ปลกู พชื พรรณบนทางเทา้ อยา่ งไรกด็ ี คนเหลา่ นก้ี เ็ หน็ ประโยชนข์ อง
รม่ เงา บรรยากาศ และการฟน้ื ฟสู ภาพอากาศของตน้ ไมใ้ หญด่ ว้ ย





สภาพทางเทา้ ปจั จบุ นั


สืบเนื่องจากความคิดเห็นต่อสภาพทางเท้าที่กล่าวมาแล้ว
การสำรวจสภาพกายภาพของทางเทา้ ทอ่ี ยใู่ นขา่ ยดำเนนิ การตาม
กฎกระทรวงผงั เมอื งรวมกรงุ เทพมหานคร 2549 พบวา่ มที างเท้า
จำนวนหน่ึงที่มีการปลูกพืชพรรณและจัดระเบียบองค์ประกอบ
ทางเท้าไว้ดีพอสมควร แต่ปัญหาที่พบในทางเท้าที่จัดระเบียบไว้
แล้วน้ัน ส่วนใหญ่เป็นปัญหาในเร่ืองการดูแลรักษาในระยะยาว
และปัญหาการจัดการการใช้ทางเท้าด้วย นอกเหนือจากปัญหา

22
จากการออกแบบ


สวนและตน้ ไม้ 2553

ปัญหาสภาพกายภาพเชิงลบอันเนื่องมาจากการดูแลรกั ษา
ไดแ้ ก่ การทรดุ ตวั ของผวิ ทางเทา้ การขาดการตดั แตง่ กงิ่ ลา่ งและ
การสางพุ่มใบของต้นไม้ไม่ให้ทึบ การตัดยอดต้นไม้เพ่ือไม่ให้
เกะกะสายไฟฟ้า สายโทรศพั ท์ ซึ่งมกั วางอยู่ในแนวเดียวกันและ

ปัญหาจากวิธีการรดนำ้ ของเจ้าหน้าท่ี เปน็ ตน้

ส่วนปัญหาการจัดการการใช้ทางเท้านั้น ท่ีพบมากที่สุด
เป็นเรื่องความไม่ประสานเป็นผืนเดียวกันระหว่างผวิ ทางเทา้ กบั
ฝาของระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ท่ีวางอยู่ใต้ดิน เช่น ฝาท่อ
ระบายน้ำ เป็นต้น รวมถึงปัญหาจากการขุดเพื่อบำรุงรักษา
ระบบท่อต่างๆ แล้วมิได้ปรับสภาพให้เรียบร้อยดังเดิม ปัญหา
ป้ายต่างๆ บนทางเท้าซึ่งมักจะมีจำนวนมากกระจายไปตาม
แนวทางเท้า ปัญหาการกีดขวางเส้นทางเดินด้วยบันไดข้ึน-ลง
ของสะพานลอยขา้ มถนน การไมเ่ ออื้ ตอ่ การสญั จรของผบู้ กพรอ่ ง
ทางการเคลื่อนไหวหรือบกพร่องทางสายตาอันเนื่องมาจากส่ิง
กดี ขวางตา่ งๆ บนทางเทา้ รวมถงึ ปญั หาการใชท้ างเทา้ สาธารณะ

พือ่ กจิ กรรมส่วนบุคคล

ปัญหาการจัดการที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประเด็นสำคญั
ไดแ้ ก่ ปญั หาการใชง้ านของผู้ใชอ้ าคารตดิ แนวทางเทา้ เช่น การ
วางป้ายโฆษณา การจอดรถส่งของ การประกอบการค้า การ
จอดรถยนต์บนทางเท้าหรือจอดในเขตท่ีดินเอกชนโดยขับขี่ขึ้น
จากทางเทา้ เปน็ ต้น ซ่งึ บางกิจกรรมอาจปรบั ปรงุ ดว้ ยการทำขอ้
กำหนดการใชง้ านไดโ้ ดยตรงไมซ่ บั ซอ้ น แต่บางกิจกรรมอาจต้อง
ร่วมกันแก้ปัญหาระหว่างรัฐกับเอกชน เช่น ปัญหาเรื่องที่จอด
รถยนต์ ปญั หาพืน้ ทส่ี ำหรบั ทางข้นึ -ลงของสะพานลอย เปน็ ต้น





23

สวนและต้นไม้ 2553


ครงการพฒั นาพนื้ ทสี่ เีขยี วรมิ ถนนในประเทศตา่ งๆ


จากการค้นคว้าเอกสาร พบว่า การพัฒนาพื้นที่สีเขียวริมถนนในเมืองเป็นเร่ืองปกติของการ
พัฒนาเมืองท่ัวไป แต่ละประเทศเน้นรายละเอียดในการพัฒนาแตกต่างกันไปบ้าง แต่เป้าหมายของ

การพัฒนาเป็นเรื่องเดียวกัน คือ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมท่ีดีให้กับเมือง หัวข้อที่กล่าวถึงพอจะสรุปได้เป็น

4 หวั ข้อสำคญั คือ 1) เร่ืองเก่ยี วกบั พน้ื ที่ 2) เรอื่ งเกย่ี วกบั พชื พรรณ 3) เร่ืองเก่ียวกับความร่วมมอื กบั
เอกชน และ 4) เรอื่ งเก่ยี วกบั การดูแลรักษา


เรอ่ื งเกย่ี วกบั พนื้ ที่ เปน็ การคำนงึ ถงึ ความสะดวกตอ่ การใชง้ าน
โดยเฉพาะอย่างย่ิงการเตรียมความกว้างทางเท้าให้เพียงพอแก่
การใชง้ าน เชน่ โครงการเมอื งซานตาครซู รฐั แคลฟิ อรเ์ นยี ระบุ
ตัวเลขชัดเจนว่าใช้ความกว้างช่องทางเดินที่ 1.80 เมตรข้ึนไป
เป็นต้น การขยายทางเท้าจึงเป็นเร่ืองจำเป็น การขยายทางเท้า
มกั ขยายไปทางดา้ นถนนเพ่ือไมใ่ ห้รบกวนท่ดี นิ ของเอกชน ทำได้
โดยการลดความกวา้ งผวิ จราจรในถนนหรอื การยกเลกิ ชอ่ งจอดรถ
ซง่ึ พจิ ารณาตามความจำเปน็ ของการจราจรในพนื้ ทน่ี น้ั ๆ การขยาย
ทางเท้านี้รวมถึงการเผ่ือพื้นที่สำหรับการปลูกต้นไม้และไม้พุ่ม

ไม้คลมุ ดนิ ขา้ งทางดว้ ย

เรื่องของพืชพรรณ มีประเด็นท่ีพิจารณาหลายประการท่ี
นา่ สนใจ ไดแ้ ก่ การอนรุ กั ษต์ น้ ไมเ้ ดมิ ไวแ้ ละปลกู เสรมิ ใหม้ ากขน้ึ
การจดั ทำฐานข้อมลู ตน้ ไม้ใหญข่ องเมือง ปัญหาการรบกวนของ
ตน้ ไมก้ บั สายไฟถกู เอย่ ถงึ ใน 2 โครงการของมลรฐั แคลฟิ อรเ์ นยี
นอกจากนย้ี งั มอี ยา่ งนอ้ ย 2 โครงการทเี่ อย่ ถงึ การปลกู ตน้ ไมแ้ บบ
คละชนดิ หรอื คละสกลุ เพอ่ื บรรยากาศธรรมชาตแิ ละเพอ่ื ลดปญั หา

ด้านโรคและแมลงท่ีอาจเกดิ ขน้ึ

ความร่วมมือกับเอกชน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ ทุก
โครงการกำหนดให้การมีส่วนร่วมกับเอกชนเป็นส่วนสำคัญส่วน
หนึ่งของโครงการ โครงการเมืองซานตาครูซใช้กิจกรรมร่วมกัน
ปลูกตน้ ไม้ โดยการแจกพันธไุ์ ม้และอปุ กรณ์ปลูก โครงการของ
เมืองซีแอตเติลจัดทำคู่มือปรับปรุงทางเท้า และเปิดโอกาสให้

24

สวนและต้นไม้ 2553

ชุมชนหรือนักพัฒนาท่ีดินที่ต้องการเพ่ิมมูลค่าให้กับโครงการ
ของตนดว้ ยการพฒั นาทางเทา้ หนา้ โครงการใหม้ สี ว่ นในการสรา้ ง
สภาพแวดลอ้ มเมอื งใหส้ วยงาม มกี ารเสนอใหอ้ าคารสองขา้ งทาง
ปรับปรุงอาคารเพ่ือส่งเสริมการเดินเทา้ เช่น การทำโครงสร้าง
กันแดดกันฝน การทำผนังกระจกเพ่ือให้เกิดความต่อเนื่องทาง
สายตา การมีส่วนร่วมของเอกชนเหล่าน้ี นอกจากจะทำให้
โครงการพ้ืนที่สีเขียวริมถนนท่ีดีเกิดข้ึนได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้
ผู้คนในย่านนั้นเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ ท่ีจะ
พัฒนาและดูแลรักษาภูมิทัศน์ของย่าน และรู้สึกว่าตนมีส่วน


นความสำเรจ็ ด้านสงิ่ แวดล้อมของยา่ น ซึ่งให้ผลดีในเชงิ สังคม


ด้านการดูแลรักษา มีการทำคู่มือการดูแลรักษาแจกแก่
หน่วยงานราชการและประชาชน มีการทำแผนการจัดการและ
ดแู ลรักษาระยะสน้ั และระยะยาว เป็นต้น




แนวทางรวบยอดของการพฒั นา


พน้ื ท่ีสีเขยี วริมถนน


จากการสำรวจศกั ยภาพ ปัญหา และเกณฑม์ าตรฐานของ
ทางเท้าท่ีดี โครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นท่ีสีเขียวริมถนน

สายหลกั ตามกฎกระทรวงผงั เมอื งรวมกรงุ เทพมหานคร จดั ทำโดย
ศนู ยบ์ รกิ ารวชิ าการ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ จฬุ าฯ ไดเ้ สนอ
แนวทางไว้เป็นมาตรฐานสำหรับการพัฒนาทางเท้าและพ้ืนท
่ี
ข้างทาง ซึ่งหากต้องการให้เป็นการพัฒนาท่ีประสบความสำเร็จ
อยา่ งยงั่ ยนื แลว้ จะตอ้ งมกี ารดำเนนิ การอยา่ งตอ่ เนอื่ งทกุ ขน้ั ตอน
มากขึ้น ต้ังแต่ขั้นวางแผน ข้ันออกแบบ ขั้นก่อสร้าง และขั้น
จดั การดูแลรักษาทางเท้า และพ้ืนที่สีเขียวริมถนนท่ีจะพัฒนาได้
ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องพิจารณาและดำเนินการให้ครบ
3 ด้านไปพร้อมๆ กัน และให้ความสำคัญเท่าๆ กัน คือ ด้าน
เทคนิค (technical base) ด้านภาพลักษณ์ (feature base)
และด้านการบรหิ ารจดั การ (operation base)



25

สวนและต้นไม้ 2553


อ้ แนะนำด้านเทคนคิ


ขอ้ พจิ ารณาดา้ นเทคนคิ เปน็ เรอื่ งเกยี่ วกบั การใชง้ านเทคนคิ

า้ นวศิ วกรรม และเทคนคิ ดา้ นรกุ ขกรรม (arboriculture)

โดยด้านการใช้งานต้องตระหนกั ถึงหน้าท่หี ลกั ของทางเท้า
อยู่เสมอว่า ทางเท้ามีเพ่ืออำนวยความสะดวกในการเดินของ

คนเมอื ง โดยทกี่ ารใชง้ านตอ้ งใช้ไดท้ ง้ั โดยคนทว่ั ไปรวมถงึ ผพู้ กิ าร
และคนชรา ดังนั้นช่องทางเดินเป็นส่วนสำคัญท่ีสุดของการ
ออกแบบทางเท้า ในขณะท่ีส่วนอื่นๆ เป็นส่วนประกอบเพ่ือให้
ทางเทา้ นน้ั ๆ ใชง้ านไดด้ ขี น้ึ ขอ้ เสนอรปู แบบเพอื่ การใชง้ าน ไดแ้ ก่
ใหม้ สี ว่ นของชอ่ งทางเดนิ (ชอ่ งทางเดนิ เทา้ ในทนี่ หี้ มายความถงึ
ส่วนของพื้นที่ทางเท้าที่จัดไว้เพ่ือการเดินโดยเฉพาะ โดยไม่ม

สง่ิ กดี ขวาง หรอื อปุ สรรคใดๆ ลำ้ เขา้ มาขวางพน้ื ที่ในชอ่ งทางเดนิ น้ี
ทั้งนี้อาจใช้ศัพท์เทคนิคว่า “ความกว้างทางเท้าประสิทธิผล”)
กวา้ ง 1.50 เมตรเปน็ อยา่ งนอ้ ย ดา้ นตดิ ถนนใหม้ รี ะยะปลกู ตน้ ไม้
และพชื พรรณอน่ื ๆ อยา่ งนอ้ ย 1-1.20 เมตรนับจากขอบคันถนน
เขา้ มา กรณที างเทา้ ทมี่ ปี รมิ าณผู้ใชง้ านมาก เชน่ บรเิ วณยา่ นธรุ กจิ
บริเวณหน้าสถานศึกษาและอื่นๆ ขนาดช่องทางเดินเท้าจะต้อง
กวา้ งกวา่ 1.50 เมตร โดยคำนวณความกว้างใหเ้ พยี งพอสำหรับ
ปริมาณผู้สัญจรในทางเท้านั้นๆ อุปกรณ์ถนนใดๆ และทางลาด
ทตี่ ดั กบั แนวทางเทา้ ใหว้ างโดยไมล่ ำ้ เขา้ มาในเขตชอ่ งทางเดนิ เทา้
โดยต้องรักษาระดับของช่องทางเดินเท้าให้ราบเรียบสม่ำเสมอ
ตลอดแนวทางเดิน กรณีที่จะมีกิจกรรมอ่ืนบนทางเท้า จะต้อง

พ่มิ ความกว้างเทา่ ทกี่ ิจกรรมน้นั ตอ้ งการ

ส่วนบริเวณท่ีทางเทา้ เชอ่ื มกับทางมา้ ลาย ต้องทำทางลาด
ต่อเนือ่ งจากทางเท้าลงสถู่ นนโดยใช้ความลาดไม่เกิน 8% และมี
แถบเตือนโดยการสัมผัส (warning strip) ที่พ้ืนก่อนถงึ ทางลาด
เปน็ ระยะไมน่ อ้ ยกวา่ 0.30 เมตร กรณที างเทา้ ทมี่ ถี นนซอยตดั ผา่ น
ต้องทำทางลาดท่ีมีความลาดไม่เกิน 8% ต่อเน่ืองจากทางเท้า

สู่ระดับถนนซอยเพ่ือความราบร่ืนต่อเนื่องของผิวทางเดินเท้า

26

สวนและต้นไม้ 2553

และมแี ถบเตอื นโดยการสมั ผสั ทพี่ นื้ กอ่ นถงึ ทางลาดนนั้ ๆ ซง่ึ ความลาด 8% นเ้ี ปน็ ความลาดแนะนำสำหรบั
การใช้งานโดยรถเข็นของคนชราและผู้พิการ (กฎกระทรวงว่าด้วยส่ิงอำนวยความสะดวกผู้พิการและ


นชราให้ใช้ไดถ้ ึงไม่เกนิ 10%)

การเลือกโครงสร้างพ้ืนสำหรับทางเท้าจะต้องเหมาะกับสภาพดิน และการระบายน้ำในพื้นที่นั้นๆ
สาธารณูปโภคท่ีอยู่ใต้ดินให้จัดไว้ในแนวภายใต้ช่องทางเดินเท้าเพื่อมิให้ถูกรบกวนจากรากของพืชพรรณ
โดยจัดให้ห่างจากแนวต้นไม้ให้มากท่ีสุดเท่าท่ีจะทำได้ การจัดทำช่องเปิดเพื่อการดูแลรักษาให้มีระนาบ
และระยะสอดคล้องกับการออกแบบผิวทางเท้า การวางตำแหน่งต้นไม้ควรวางสับหว่างกับตำแหน่งของ

ชอ่ งรบั นำ้ (drain inlet) จากถนน และหากทำไดค้ วรรวมระบบสาธารณปู โภคใตด้ นิ ตา่ งๆ ไว้ในทอ่ รวมเดยี วกนั

เพอื่ ลดจำนวนช่องเปดิ บนทางเทา้ ใหน้ ้อยลง


สาธารณูปโภคที่อยู่เหนือดินควรจัดวางในแนวเดียวกับ

พืชพรรณ แต่ให้เลี่ยงแนวเรือนยอดของต้นไม้ และหากเป็น

สายไฟฟ้าควรมีการหุ้มฉนวนและจัดระบบสายไม่ให้รกรุงรัง
ความสงู ของไฟสอ่ งสวา่ งสำหรบั ทางเทา้ ควรดสู ดั สว่ นใหเ้ หมาะสม

กบั ทางเท้า และใหก้ ำลงั ส่องสวา่ งที่เหมาะสม

การปลูกต้นไม้บนทางเท้าและข้างทางเท้าควรตระหนักถึง
สภาพแวดลอ้ มทแ่ี ตกตา่ งจากทอ่ี น่ื ๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ เปน็ การปลกู
ในดนิ ทผ่ี า่ นการอดั แนน่ มาแลว้ ระหวา่ งการกอ่ สรา้ งถนนและทางเทา้
การเตรียมหลุมปลูกจึงมักต้องมีความพิถีพิถันมากกว่าหลุมปลูก
ท่ัวไป ทั้งเร่ืองของการจัดการระบายน้ำออกจากหลุมปลูกและ
ความลึกของดินท่ีต้นไม้ต้องการ ควรใส่แนวควบคุมราก (root
barrier) ในจุดท่ีมีแนวโน้มว่ารากไม้จะรบกวนโครงสร้างพื้น
หรือระบบสาธารณูปโภคที่อยู่ใต้ดิน ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายสำหรับการ

เตรียมหลุมปลูกต้นไม้ในทางเท้าอาจแตกต่างจากหลุมปลูก

ในพ้ืนท่ีปกติอ่ืนๆ ทั้งนี้ ความพิถีพิถันในการเตรียมหลุมปลูก
อาจพิจารณาแตกต่างกันไปตามความสำคัญของถนนด้วย รวม
ถงึ การเลอื กชนดิ ตน้ ไมท้ จี่ ะปลกู ซงึ่ จะตอ้ งคดิ เลยไปถงึ ระดบั ความ
สามารถในการดแู ลรกั ษาในระยะยาว สงิ่ เหลา่ นค้ี วรใชผ้ เู้ ชยี่ วชาญ
ดา้ นตน้ ไม้ (รกุ ขกร หรอื arborist) โดยเฉพาะรกุ ขกรท่เี ชี่ยวชาญ

ดา้ นต้นไม้ในพ้ืนท่ีเมือง


27

สวนและต้นไม้ 2553

ความรแู้ ละประสบการณท์ างดา้ นเทคนคิ เกย่ี วกบั การออกแบบกอ่ สรา้ งและรกุ ขกรรมสำหรบั ทางเทา้
และพื้นที่ต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการศึกษาและพัฒนา การใช้เทคนิคดั้งเดิมโดยมิได้มีการเก็บข้อมูล
ประเมนิ ผลทำใหป้ ญั หาต่างๆ เกิดขน้ึ ซ้ำเดิมโดยไมไ่ ด้รับการแก้ไข เทคนิครายละเอียดเปน็ ส่ิงท่ีผู้เก่ยี วข้อง
ในแต่ละศาสตร์สมควรพัฒนาแลกเปล่ียนความรู้และประสบการณ์ มีการจัดการความรู้เพ่ือพัฒนางาน
ดา้ นนตี้ อ่ ๆ ไป




้อแนะนำด้านภาพลักษณ์


ข้อพจิ ารณาด้านภาพลกั ษณเ์ ปน็ เร่ืองของความงาม ความ
สบายตา ความมคี ณุ คา่ ความมลี กั ษณะเฉพาะ เรอ่ื งของความงาม
เป็นพ้ืนฐานสำคัญท่ีต้องมีในทางเท้าทุกสาย ส่วนเร่ืองของ

ความมีคุณค่าและความมีลักษณะเฉพาะอาจกำหนดให้มีเฉพาะ
ทางเท้าบางสาย เชน่ ในถนนทม่ี คี วามสำคญั เชงิ ประวตั ศิ าสตร ์

เชงิ วฒั นธรรม ถนนทมี่ สี ถานทส่ี ำคญั หรอื ถนนทต่ี อ้ งการสง่ เสรมิ
เป็นพิเศษ เปน็ ตน้

ความงาม ความสบายตา มกั เกดิ จากการจดั องคป์ ระกอบ
แบบกลมกลืน เรียบง่าย เป็นระเบียบ ทั้งเร่ืองของการจัดวาง
สว่ นประกอบต่างๆ การเลอื กใชส้ ี ขนาดส่วน และวสั ดุ โดยดใู ห้
กลมกลืนกับส่งิ ทีม่ ีอยู่เดิมในถนน เช่น สถาปตั ยกรรมท่มี อี ย่เู ดิม
เปน็ ต้น งานในสว่ นของภาพลักษณเ์ ป็นความรับผดิ ชอบโดยตรง
ของภูมิสถาปนิกท่ีจะต้องรับเอาความจำเป็นด้านเทคนิคต่างๆ
มาจดั วางใหเ้ กดิ ภาพลกั ษณท์ ด่ี ี ซงึ่ บางครง้ั มคี วามขดั แยง้ ทางดา้ น
เทคนิคที่ต้องตัดสินใจ ก็ต้องตัดสินใจตามลำดับความสำคัญ
จำเป็นของแต่ละประเด็นในแต่ละสภาพการณ์ ด้วยแนวคิดท
ี่
ให้การพัฒนาพ้ืนท่ีสีเขียวและการพัฒนาพื้นท่ีทางเท้าริมถนน
สายหลักของเมืองเป็นไปด้วยกนั เมอื่ พัฒนาแล้วบรรยากาศและ
ภาพโดยรวมจะต้องมีสีเขียวมากขึ้น จึงควรเพ่ิมปริมาณและ
ความหนาแน่นของการปลูกพืชพรรณให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไป
ได้อย่างเหมาะสม โดยจัดให้เป็นมิติเชิงซ้อนด้วยการใช้ไม้ต้น
ไม้พุ่ม ไม้คลุมดิน หรือไม้เกาะร้ัวท่ีแตกต่างกัน เพื่อผลทาง

ส่ิงแวดล้อม และการอยรู่ อดของพืชพรรณ


28


สวนและต้นไม้ 2553


อ้ แนะนำดา้ นการบริหารจดั การ


จากสภาพศักยภาพและปัญหาในพื้นที่ การเพิ่มการ
ดำเนินการด้านมวลชนสัมพันธ์และการเพ่ิมมิติการประสานงาน
ระหว่างหน่วยงานให้ทำงานในลักษณะบูรณาการ จะเป็นกุญแจ
สำคัญสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนของพ้ืนท่ีทางเท้าและพื้นที่สีเขียว


ิมถนนทีด่ ี

การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมในส่วนของหน่วยงาน
ภาครัฐด้วยกัน ได้แก่การให้ความสำคัญของการมีส่วนร่วม

ตง้ั แตข่ นั้ ตอนการทำแผนโครงการ หนว่ ยงานทเ่ี ปน็ ผปู้ ระสานงาน
หลักจะต้องใช้เทคนิคการทำงานเป็นทีมให้เกิดขึ้น การก่อสร้าง
ทางเท้า สาธารณูปโภค ป้ายบอกทาง ป้ายจราจร ส่ิงอำนวย
ความสะดวก ต้องมีการวางแผนและออกแบบไปพร้อมๆ กัน

มีระบบบริหารจัดการงบประมาณเพ่ือก่อสร้างงานในพ้ืนที่
เดียวกันโดยมาจากแหล่งต่างกัน และมีข้อตกลงชัดเจนท่ี
สามารถถือเป็นข้อปฏิบัติระหว่างหน่วยงานถึงขอบเขตการดูแล
รับผิดช
อบในเรือ่ งต่างๆ บนทางเทา้ หลงั การก่อสรา้ ง

การมีส่วนร่วมของประชาชนที่เก่ียวข้องก็มีความสำคัญ

ตั้งแต่ข้ันตอนของการวางแผนด้วย การศึกษาพบว่าพ้ืนที่
ทางเท้าได้ถูกใช้งานโดยเอกชนในลักษณะช่ัวคราวระยะยาว
ตดิ ตอ่ กนั มาเปน็ เวลานาน เชน่ การวางป้ายโฆษณาร้านคา้ การ
จอดรถบนทางเท้า การประกอบกิจการล้ำเข้ามาในทางเท้า
การวางกระถางต้นไม้ การวางม้านั่ง เป็นต้น ทำให้เกิดความ
รู้สึกต่อเนื่องถึงความเป็นเจ้าของครอบครองพื้นท่ีนั้นๆ การ
พยายามสร้างความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของสถานท่ีสาธารณะ
ร่วมกันน่าจะเป็นส่วนที่จะช่วยให้มีการจัดการควบคุมการใช้งาน
และดูแลรักษาทางเท้าและพ้ืนที่สีเขียวริมถนนให้คงสภาพดี

หลงั การก่อสรา้ งได้ นอกจากน้ี การมสี ว่ นร่วมของเอกชนยังอาจ
รวมไปถึงการร่วมกันจัดพ้ืนที่บริเวณเช่ือมต่อรัฐ-เอกชนให้ได้รับ
ประโยชน์ร่วมกัน เช่น การทำทางข้ึนสะพานลอยในพ้ืนท่ีของ

29

สวนและต้นไม้ 2553

เอกชน การจัดพื้นท่ีหน้าอาคารในลักษณะพิเศษเพื่อเพิ่มคุณค่า

ทั้งต่ออาคารและภมู ทิ ัศนข์ องบริเวณโดยรวม เปน็ ตน้

การทำงานเป็นทีมและการดำเนินการแบบทีมและการมี
ส่วนร่วมระหว่างผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเช่นน้ี เป็น

สง่ิ ทผ่ี ู้ปฏบิ ัติงานในประเทศเรายงั ไม่ค้นุ เคยมากนกั เชน่ เดยี วกบั
การทำงานประเภทนี้ในต่างประเทศที่ผู้ปฏิบัติต้องค่อยๆ เก็บ
ประสบการณ์ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ และค่อยๆ ปรับตัว
เป็นลำดับมาโดยตลอด Kay Siang ได้เขียนไว้ในเอกสารของ
Parks & Recreation Department. Ministry of National
Development. Singapore พดู ถงึ การพฒั นาพารค์ คอนเนค็ เตอร

ในประเทศสิงคโปร์ว่า “โครงข่ายสีเขียวต้องใช้เวลานานกว่าจะ
สำเร็จ อาจเป็น 10 หรือ 20 หรืออาจจะนานถึง 30 ปี ไม่ว่า

จะนานเพียงใดก็ตาม โครงการจะเกิดข้ึนได้จริงหากเรายึดมั่น
อยู่กับเป้าหมายของการเป็นพื้นท่ีพักผ่อนทั่วท้ังหมดของสิงคโปร์
ยึดถือให้มั่นคงเหมือนกับที่บรรพชนของสิงคโปร์ยึดม่ันกับการ
สร้างสิงคโปร์ให้เป็นการเ์ ด้นซติ ี้ได้สำเรจ็ มาก่อนหน้าน้ี”



ทบาทของผู้วางแผน และออกแบบ

างเท้า


เห็นได้ว่า แม้ว่าบทบาทสำคัญของผอู้ อกแบบจะได้แก่การ
ออกแบบใหท้ างเทา้ เหลา่ นี้ใชง้ านไดด้ ี มบี รรยากาศทดี่ ี ดสู วยงาม
แตผ่ ลของงานออกแบบในระยะยาวกเ็ ปน็ สว่ นของความรบั ผดิ ชอบ
ของผู้ออกแบบด้วย มีทางเท้าจำนวนไม่น้อยท่ีใช้งานได้และดู
สวยงามดีในระยะเวลาสั้นๆ เท่าน้ัน ดังนั้น ผู้ออกแบบจำเป็น
ต้องทำความเข้าใจกับกลไก เง่ือนไข และอุปสรรคของการใช้
ทางเท้าเหล่านี้ระหว่างกระบวนการก่อนออกแบบและระหว่าง
ออกแบบ ผลงานออกแบบทางเท้าที่ดีควรเป็นผลงานท่ีเป็นมิตร
ตอ่ ผสู้ ญั จร เปน็ มติ รตอ่ หนว่ ยงานทตี่ อ้ งทำงานเกย่ี วขอ้ งกบั ทางเทา้
และเป็นมิตรต่อผู้ใช้อาคารติดกับทางเท้า ความเป็นมิตรเหล่านี้

30

สวนและต้นไม้ 2553

เกิดขึ้นด้วยการสร้างความเข้าใจในปัญหาซึ่งกันและกัน การ
เจรจาตกลง และอาจเป็นไปได้ถึงการที่เอกชนจะยอมเสียสละ
บางอย่างเพ่ือได้บางอย่างหรือเพ่ือประโยชน์ร่วมกัน ดังน้ัน
บทบาทของผู้ออกแบบในลักษณะการทำงานประสานให้เกิดการ
มีส่วนร่วม (participation) ในช่วงของการเขียนโครงการและ
ช่วงการออกแบบ จึงอาจเป็นบทบาทอย่างใหม่ของผู้ออกแบบที่
ทำโครงการสาธารณะ หรือแม้การผลักดันให้เกิดการทบทวน
กฎระเบียบต่างๆ ท่ีจะเอื้อต่อการมีทางเท้าสีเขียวท่ีดีในระยะ
ยาวมากกว่าการจำกัดบทบาทไว้เพียงงานออกแบบให้สวยงาม
และประชุมหารือเฉพาะในหมู่ผู้ร่วมงานและเจ้าของงานเท่าน้ัน
ทงั้ นเ้ี พอื่ ใหเ้ กดิ ทางเทา้ ทม่ี บี รรยากาศใชง้ านทส่ี ะดวก ผอ่ นคลาย
มบี รรยากาศทดี่ ี ใหผ้ ู้ใชง้ านรสู้ กึ วา่ การใชท้ างเทา้ สญั จรประจำวนั
เปน็ ความรสู้ กึ ทดี่ เี สมอื นวา่ เปน็ การใชส้ วนสาธารณะประเภทหนง่ึ
ของเมืองได้เลยทเี ดยี ว


เอกสารอา้ งอิง

เต็มสิริ จงพูนผล. (หัวหน้ากลุ่มงานเฝ้าระวังคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม

กรงุ เทพมหานคร). http://203.155.220.151/bma/webfront WebInformationNews_
Detail?TypeInformationNewsID=1&NewsID=80&lang=EN อ่านเมื่อ 30 มิถุนายน

2551.

นิลบุ ล คล่องเวสสะ. 2544. เอกสารคำสอนวชิ าการวางแผนและออกแบบสวนสาธารณะและพ้ืนท่ี

นันทนาการ. เอกสารไมต่ พี มิ พ.์ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

ศูนย์บริการวิชาการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. รายงานฉบับสมบูรณ์
โครงการส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สีเขียวริมถนนสายหลัก ตามกฎกระทรวงผังเมืองรวม

กรุงเทพมหานคร. 2549. เอกสารไมต่ พี ิมพ์. สำนักผังเมอื ง กรงุ เทพมหานคร.

Siang, Ng Kay - More Than a Garden City. Parks & Recreation Department. Ministry of

National Development. Singapore November 1992.

Turner, Tom. 1996. City as Landscape : a post-postmodern view of design and planning.
E&FN Spon.


31

สวนและต้นไม้ 2553

32

สวนและต้นไม้ 2553

การทำป๋ยุ หมัก

อยา่ งงา่ ยในบา้ นเพื่อบรรเทาหมอกควนั
และการปลอ่ ยคาร์บอนไดออกไซด์

33

สวนและต้นไม้ 2553

การทำป๋ยุ หมกั


อย่างง่ายในบ้านเพื่อบรรเทาหมอกควัน
และการปล่อยคารบ์ อนไดออกไซด์


ศาสตราจารยก์ ติ ติคุณ เดชา บญุ คำ้ *


บ้านหรือสถานที่ท่ีมีต้นไม้มากมักมีปัญหาการกวาดเก็บใบไม้หรือก่ิงไม้ท่ีร่วงหล่น และ
การกำจัดซึ่งส่วนใหญ่มักใช้วิธีเผา แต่หากเปล่ียนมุมมองใหม่ การนำใบไม้หรือก่ิงไม้เหล่านั้น
มาใช้ในการทำปุ๋ยหมักอาจจะช่วยแก้ปัญหาได้ นอกจากน้ี ยังมีผลรวมไปถึงขยะอินทรีย์

ทุกชนิดที่ไม่เค็มจัด เช่น เศษอาหาร เศษผัก เศษผลไม้ รวมท้ังเศษเน้ือ เศษปลาก่อนปรุง

และนมบูดท่ีต้องท้ิง ตลอดจนมูลสัตว์ เศษหญ้าท่ีตัดแล้วและของที่เน่าเสียอ่ืนๆ วัตถุเหล่านี้
สามารถนำมารวมในการทำปยุ๋ หมกั ไดด้ ว้ ย เป็นการลดภาระใหเ้ ทศบาล หรอื อบต. และยงั ได้
ป๋ยุ หมกั มาใส่ตน้ ไม้ในบา้ นหรือแจกเพือ่ นบา้ นก็ยงั ได้





*ภาคสี มาชกิ ราชบัณฑติ ยสถาน สำนักศลิ ปกรรมประเภทสถาปตั ยศิลป์ สาขาภมู ิสถาปัตยกรรม


34

สวนและต้นไม้ 2553


ุ๋ยหมักคืออะไร


ปุ๋ยหมัก (Compost) ในที่นี้ ไม่ถือว่าเป็น “ปุ๋ย” (Fertilizer) แต่เป็นซากอินทรียวัตถุ

ที่ถูกเร่งให้สลายตัวด้วยจุลชีพจนอยู่ตัว มีธาตุอาหารที่พืชต้องการแต่น้อย แต่มีคุณสมบัต

ทางกายภาพท่ีช่วยปรับปรุงดินให้โปร่งและทำให้จุลชีพในดินเจริญและย่อยธาตุในดินให้พืช

ใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น ตัวปุ๋ยหมักเองก็ให้ประโยชน์ทางตรงแก่พืชด้วยการปลดปล่อยธาตุ
ไนโตรเจนและธาตุอื่นๆ อย่างช้าๆ ให้พืช ดังน้ัน หากจะใช้ปุ๋ยหมักอย่าง “ปุ๋ย” ก็สามารถ
ทำได้โดยการผสม ปยุ๋ เคมีชนดิ ทต่ี อ้ งการ 1 สว่ น ตอ่ ปุ๋ยหมัก 9 สว่ นหรือนอ้ ยกว่า


ภาพที่ 1 บริเวณผลิตปยุ๋ หมกั ในบา้ น
ชอ่ งซา้ ย สำหรับกองสะสมวสั ดุ (ที่เพงิ่ นำมาใชก้ องหมกั จงึ ว่าง)
ชอ่ งขวาใน ใช้เปน็ ท่ี “บม่ ” ป๋ยุ หมกั ทส่ี ุกแลว้
กองหนา้ ขวา คอื วสั ดทุ ่ผี สมและกองหมกั ใหม่

35

สวนและตน้ ไม้ 2553

วธิ ที ำปยุ๋ หมกั แบบเบริ ค์ เลย์ (แบบกองอสิ ระ)


วิธีทำปุ๋ยหมักท่ีง่ายและสะดวกท่ีสุด คือวิธีกองอิสระโดยใช้แบคทีเรียและจุลชีพชนิด

ใช้ออกซิเจนหรือแอโรบิก (Aerobic microbes) ปัจจัยในการทำปุ๋ยหมักวิธีน้ีต้องการ

1) อากาศ (ออกซิเจน-ฟรี) ให้จุลชีพหายใจ 2) น้ำ-เกือบฟรี 3) ไนโตรเจนเสริม-ไม่ฟรี

(
มีอยู่ในตวั วตั ถุเองบ้างแล้ว แตถ่ ้าไม่พอตอ้ งใชย้ เู รยี เสริม)


การจดั เตรยี ม


1) หาบริเวณสำหรับกองพักสะสมใบไม้และเศษอินทรีย์ และบริเวณต้ังกองหมักที่มี

ก๊อกน้ำและสายยาง 16-20 ตร.ม.

2) นำอนิ ทรยี วตั ถมุ ากองสะสมไวจ้ นไดป้ รมิ าตร พอเรม่ิ หมกั ไดต้ งั้ แต่ 1-2 ลกู บาศกเ์ มตร

ขน้ึ ไป


3) ปยุ๋ ยเู รยี 46% ถงุ ใหญ่ ถา้ มใี บไมแ้ ละวตั ถมุ ากพอ อาจซอ้ื ขนาดกระสอบ 50 กก. กไ็ ด


วิธที ำ


1) นำวสั ดมุ าเกลยี่ กองใหส้ งู 20-30 ซม. สำหรบั ชนั้ แรก กวา้ ง 1-1.2 เมตร ยาว 1 เมตร

ขึน้ ไป (ขน้ึ อยูก่ บั วัสดมุ ากหรือนอ้ ย)

2) ฉดี น้ำให้เปยี กชมุ่ แตไ่ ม่ไหลโชก แลว้ หว่านดว้ ยปุ๋ยยูเรยี ประมาณ 2 กำมอื ตอ่ ตร.ม.

(ไม่ใช้ก็ไดแ้ ตจ่ ะชา้ และไม่คอ่ ยรอ้ น)

3) นำวัสดุมาเกล่ียทับซ้อนชั้นท่ี 2 ให้หนาประมาณ 20 ซม. พ่นน้ำให้ชุ่ม หว่านด้วย

ปุ๋ยยูเรยี เหมือนช้ันแรก

4) ทำเหมอื น 2 ชนั้ แรกไปเรอื่ ยๆ จนวสั ดหุ มดกอง ควรใหส้ งู 60 ซม. ขน้ึ ไป (ความยาวกอง

จึงเปน็ ตัวแปร)


การดูแล


1) ภายเวลา 3-4 ชั่วโมงจุลชีพที่มีในธรรมชาติจะเร่ิมทำงาน และ 24-48 ชั่วโมงแรก

ภายในกองปุ๋ยจะร้อนมาก และอาจมีกลิ่นแอมโมเนียโชยออกมาบ้าง ถ้าฉุนมาก

แสดงว่าใส่ยูเรียมากไป แต่ไม่เสียหาย ความร้อนอาจทำให้กองปุ๋ยแห้งเป็นบางส่วน

ทำใหจ้ ลุ ชพี ขาดนำ้ และหยดุ ขยายตวั ...แหง้ ไมไ่ ดเ้ ดด็ ขาด ตอ้ งชมุ่ ชนื้ ตลอดเวลา !!!

2) ในวนั ที่ 3 ควรทลายกองปยุ๋ เกลย่ี คลกุ เคลา้ แลว้ ทำเหมอื นเดมิ แตค่ รง้ั นหี้ วา่ นยเู รยี

เพียง 1 กำมือ กองท้ิงไว้ให้ปุ๋ยสลายตัว ควรฉีดน้ำบางๆ บนกองและด้านข้าง

ให้ท่วั ถงึ ทุกวนั โดยเฉพาะถา้ ทีต่ ้งั กองถูกแดดจดั


36

สวนและตน้ ไม้ 2553

3) ถ้าท่านขยัน? ในวันที่ 7 ให้ทลายกองทำซ้ำ พ่นน้ำในส่วนท่ีแห้ง ถ้าหากเห็นว่า

บางสว่ นไมส่ ลาย (ไมย่ บุ ตัว สไี มค่ ลำ้ ) ควรเตมิ ยเู รียอกี เล็กน้อยแลว้ ปลอ่ ยกองทงิ้ ไว้

จนกว่าวัสดุใหม่ที่มาทีหลังมีปริมาณสะสมมากพอที่จะทำใหม่ ก็ย้ายปุ๋ยหมักกองเดิม

ไปกองพกั เปน็ การบม่ ย่งิ ท้ิงไวน้ าน ปยุ๋ ก็จะสลายมากจนละเอียดเอง




ภาพท่ี 2-3

ซา้ ย โปรดสังเกตกองป๋ยุ ทส่ี ลายแลว้ (กองในสดุ ) ทส่ี ะสมไว้ไดถ้ ึงปีละ
4-5 ตนั ซ่งึ หากเผาทง้ิ ย่อมเกิดทัง้ ควนั และแก๊ส CO2 สู่บรรยากาศมาก

ขวา บรเิ วณกองเกบ็ ใบไม้และทำปุ๋ยหมักทจี่ ดั เปน็ สัดสว่ นไว้ท่ีหลังบ้าน

มองใหด้ กี ็เหมือนศลิ ปะสมัยใหม่ได้


การนำไปใช


1) ถ้ารีบร้อนและหมั่นกลับกอง เติมน้ำ เติมยูเรียและปฏิบัติอย่างถูกต้องประมาณ

สปั ดาหล์ ะครง้ั ภายใน 4-6 สปั ดาหก์ ส็ ามารถนำปยุ๋ ไปใชไ้ ด้ แมเ้ นอ้ื วสั ดจุ ะหยาบอยู่

วิธีทดสอบว่าสลายหมดแล้วหรือไม่ ให้ใช้มือล้วงเข้าไปในกอง ถ้ายังร้อนมากอยู่

ไมค่ วรนำไปใช้ เพราะจลุ ชพี จะแยง่ ไนโตรเจนในดนิ ปลกู ตน้ ไมจ้ ะงนั แตถ่ า้ เยน็ แลว้

หรือพออ่นุ ๆ เล็กนอ้ ยกน็ ำไปใช้ได

2) โดยที่ปุ๋ยหมักนี้ไม่ใช่ปุ๋ย ส่วนใหญ่จึงเป็นการนำไปปรุงดิน เช่น ใช้ผสมดินปลูก

รองกน้ หลมุ ปลกู ตน้ ไม้ โดยเฉพาะดนิ ทเ่ี ลวหรอื ดนิ ทราย หรอื เปน็ การเพมิ่ ความโอชะ

ใหแ้ กด่ นิ ในแปลงปลกู โดยเกลยี่ ทโ่ี คนตน้ ไมพ้ มุ่ ฯลฯ หากใชเ้ ปน็ ปยุ๋ ควรผสมปยุ๋ เคม ี

37

สวนและต้นไม้ 2553

ทตี่ อ้ งการจะใชใ้ นอตั ราสว่ น 1-2 สว่ นตอ่ ปยุ๋ หมกั 8-9 สว่ น การผสมนี้ ปยุ๋ หมกั จะ

ทำหน้าที่ร่วมกับจุลชีพในดิน จุลชีพอาศัยขยายตัวมากขึ้นและเป็นตัวปล่อยธาตุ

อาหารทีละนอ้ ย ไมท่ ำให้ดินเสยี จากปุ๋ยเคมีและอมุ้ ความชนื้ ไดด้ ีขน้ึ

3) จะมีส่วนท่ีสลายไม่หมดและยังคงเป็นชิ้นโต เช่น ส่วนท่ีเป็นกิ่งก้าน กะลา เศษไม้

พวกนี้ไม่ต้องทง้ิ ให้แยกกลับออกไปใสก่ องหมกั ใหม

4) ถ้าต้องการให้เน้ือละเอียด ต้องซ้ือเคร่ืองบด (Shredder) บดก่อนหมัก แต่ท่ีเคย

ทดลองและประหยดั กวา่ คอื ใชบ้ ดเฉพาะปยุ๋ ทห่ี มกั แลว้ เฉพาะทตี่ อ้ งการความละเอยี ด

เชน่ นำไปผสมกบั ทรายละเอียดสำหรบั ปรับปรุงสนาม (Top dressing)


ภาพที่ 4-5

ซ้าย แสดงปุ๋ยหมักใบไมท้ หี่ มกั สลายหมดแลว้ เมือ่ บม่ ไว้นานพอกจ็ ะมกี ล่ินและสีเหมือนดนิ ดี

ขวา ใบไมท้ ก่ี องหมักได้ประมาณ 1-2 เดอื นโดยไม่ใสย่ เู รียหรือจลุ ินทรยี เ์ สรมิ ในความเปน็ จรงิ แล้ว

“ป๋ยุ หมกั ” ไม่ใช่ “ปยุ๋ ” แตเ่ ปน็ อนิ ทรยี วัตถุสำหรบั ปรงุ คุณภาพทางกายภาพของดินให้ดขี ึน้

หากจะใชอ้ ยา่ ง “ปุ๋ย” ควรเสริมดว้ ยป๋ยุ เคมชี นิดท่ีต้องการ


ประโยชนอ์ ืน่


1) ใช้เป็นท่ีขจัดเศษอาหาร ผัก ผลไม้ กาแฟ เศษเนื้อ ปลา มูลสุนัขและแมวท่ีเกิด

ประจำวนั เศษกระดาษทชิ ชใู ชแ้ ลว้ รวมทง้ั ของบดู เนา่ ทนี่ า่ รงั เกยี จ เชน่ นมบดู แมแ้ ต

ซากสตั วเ์ ลก็ เชน่ หนู แมว เหลา่ นี้ สามารถนำไปแหวกใสใ่ นกองปยุ๋ ตรงกลางๆ ลกึ ๆ

ที่กำลังร้อนจัดได้ทุกวัน ใส่แล้วกลบปิดคืนด้วย (กระดาษหนังสือพิมพ์หรือเศษ

กระดาษท่ีติดกันหลายแผ่นต้องขยำเป็นก้อนชุบน้ำก่อนเพื่อให้มีความช้ืนและช่อง

อากาศ)

2) ได้มีส่วนร่วมบรรเทาปัญหาส่ิงแวดล้อมและปัญหาโลกร้อน ช่วยลดภาระการกำจัด

ขยะของเทศบาล ใชบ้ ำรุงดนิ ปลกู ผกั หรอื ตน้ ไม้และแจกเพือ่ นฝงู


38

สวนและตน้ ไม้ 2553

ภาพท่ี 6-7 ตวั อยา่ งต่างประเทศ

ซา้ ย แสดงกิจกรรมการส่งเสรมิ อบรมและเผยแพรก่ ารทำปยุ๋ หมักสำหรบั ประชาชนในชุมชน

ขวา กระบะไมง้ า่ ยๆ หลังบา้ นท่ีใกล้หนา้ ตา่ งครวั สำหรับ “โยน” ใบไม้ กระดาษ หญา้ วชั พชื และเศษอาหาร

ประเภทเปลือกผลไม้ เศษผกั กากกาแฟ รวมทงั้ เปลอื กไข่จากครัวประจำวนั ใหก้ ลายเป็นปยุ๋ หมกั เองโดย
วธิ แี อโรบิกโดยเปดิ ชอ่ งให้อากาศเขา้ ขา้ งใต้และช่องระหวา่ งแผ่นไม้ด้านข้างกองปุ๋ยจงึ ร้อน ไม่มีกลิน่ และ
แมลง เพยี งแตค่ อยรดนำ้ ไม่ใหแ้ หง้ เมอ่ื เตม็ กร็ ือ้ กองเอาส่วนล่างไปใชแ้ ละเอาสว่ นบนหมกั ต่อ



คำถามบ่อย


กลิน่ เหมน็ ไหม? ไมเ่ หม็น ปุ๋ยหมกั ท่ีสลายตัวดแี ล้ว จะมกี ล่นิ หอมเหมอื นดินดี ตอน

เริ่มหมักและยังร้อนอยู่อาจมีกล่ินแอมโมเนียส่วนเกินจากปุ๋ยยูเรีย (ถ้าเติมยูเรีย)

โชยออกมาบา้ งเลก็ น้อย

ทำไมจึงไม่เหม็น? การสลายตัวกระทำโดย Aerobic microbes ท่ีใช้อากาศ (O2)

แก๊สท่ีปลดปล่อยจำนวนน้อยเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ไม่มีกล่ิน มีอันตรายน้อยมาก

เมอ่ื เทยี บกบั การเผา และเกอื บไมม่ แี กส๊ มเี ทนและไนตรสั ออกไซดเ์ ลย หากมกี ลนิ่ เนา่
แสดงว่าเกิดจากการสลายตัวโดย Anaerobic microbes เน่ืองจากอากาศไม่พอ

จงึ ไมร่ อ้ นและปลดปลอ่ ยแกส๊ มเี ทนออกมา และถา้ วสั ดหุ มกั มกี ำมะถนั และสารอน่ื ปน

มักจะมีกล่ินเหม็น นอกจากน้ีการไม่ร้อนจะทำให้มีแมลง โรค และพยาธิ รวมทั้ง

หนูเข้ามาอาศัย

ใช้มูลสัตว์มาใช้แทนยูเรียได้ไหม? ได้ ดีกว่าด้วย เพราะมูลสัตว์มีไนโตรเจนสูงกว่า

ใบไม้ และมีธาตุอ่ืน เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และธาตุรองอีกหลายตัว

และอาจไดเ้ น้ือปยุ๋ ทด่ี ีกวา่

แลว้ ทำไมไมใ่ ช?้ เพราะเหมน็ หายากและแพงมาก เคยซอ้ื มลู สกุ รจากนครปฐมมาใช

มที งั้ กลนิ่ เหมน็ และแมลงวนั จงึ ไมใ่ ชอ้ กี มลู สตั วจ์ งึ เหมาะกบั การหมกั ณ ทเี่ พาะปลกู
และท่ีเลย้ี งสตั ว์ ไม่เหมาะกับบา้ นเปน็ แน่


39

สวนและตน้ ไม้ 2553

ภาพที่ 8

ใบไมห้ มกั ที่ไดค้ วามช้นื ออกซเิ จน และ

ธาตุอาหาร (ไนโตรเจน) ในสดั ส่วนท่

พอเหมาะจะมจี ลุ ชพี นานาชนดิ รวมทั้ง

เชอื้ เหด็ ราและแอกทโี นไมซีทงอกงาม

เปน็ เสน้ ใยสีขาว จลุ ชีพเหล่าน้ีเองท่ปี ลอ่ ย
เอนไซมอ์ อกมายอ่ ยสลายเซลลโู ลส

และสารอาหารทเี่ หลอื ในใบไมแ้ ห้ง

ขณะเดยี วกันก็จะทำใหก้ องปุ๋ยร้อน

ซึง่ หากมีการจัดการทถ่ี กู ต้อง อาจเกิด
ความร้อนจดั พอฆ่าแมลง เช้ือโรค

และเมล็ดวชั พืชได


■ ขุดหลุมฝังเอาได้ไหม? ก็ได้ แต่เม่ือออกซิเจนถูกใช้หมดหรือน้ำขัง พวกจุลชีพ

แอโรบิกจะตายและถูกแทนท่ีด้วยแอนาโรบิก ซ่ึงจะสลายช้ากว่ามากและปล่อย

แกส๊ เหม็นถ้าไมก่ ลบ การสลายตวั กจ็ ะชา้ มาก ถา้ นำ้ ทว่ มจะดำแตไ่ ม่เปล่ียนรปู

■ เอาใบไม้มากองทิ้งไว้โดยไม่ต้องดูแลได้ไหม? ไม่ควรทำ เนื่องจากนอกจากจะเป็น

แหล่งเพาะขยายแมลงนานาชนิดแล้วยังอาจเกิดเพลิงลุกไหม้ได้ อย่างน้อยควร
หมนั่ รดนำ้

■ ใส่ “หัวเช้ือ” เช่น สารเร่งที่มีขายจะดีหรือไม่? ส่วนใหญ่แล้ว ในดินทั่วไปจะมี

พวกจลุ ชพี เหลา่ นอี้ ยแู่ ลว้ แมจ้ ะมเี พยี งตวั เดยี วและไดอ้ าหาร ไดอ้ ากาศและนำ้ ในสว่ น

ทเี่ หมาะ มนั จะขยายพนั ธไ์ุ ดเ้ ปน็ หลายรอ้ ยลา้ นตวั ในเวลาเพยี ง 1-2 วนั อยา่ งไรกด็ ี

พวกแอโรบิกจะมี 3 พวก พวกท่ี 1 พวกทนได้เฉพาะในอุณหภูมิธรรมดาแต่

ไม่เกิน 40 ํ C โดยประมาณ เม่ือร้อนจัดขึ้นมันจะตาย และแทนท่ีด้วยพวกที่ 2

คอื พวกทนร้อนปานกลางประมาณ 40-60 ํ C และจะตายเช่นกันเม่ืออุณหภูมิเกิน

60ํ C แตพ่ วกจลุ ชพี ทอี่ ยไู่ ดใ้ นอณุ หภมู สิ งู 70-80ํ C (พวกท่ี 3) จะยงั อยไู่ ด้ แตพ่ วกน ี้
ไมค่ อ่ ยมใี นธรรมชาติ จงึ มผี ทู้ ำขาย เหมาะสำหรบั พวกทำปยุ๋ หมกั ระดบั อตุ สาหกรรม
ที่ตอ้ งการใหป้ ุ๋ยสลายตัวเรว็ ท่สี ดุ และตอ้ งการฆ่าเช้อื โรคและเมล็ดวชั พชื

■ ใส่หัวเชื้อ EM ได้ไหม? EM เป็นจุลชีพประเภทแอนาโรบิกซ่ึงตามปกติจะไม่ร้อน

และไม่มีกลิ่น ถ้าจะนำมาผสมน้ำราดกองปุ๋ยบ้างก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะใน

ธรรมชาติจะมีจุลชีพทุกประเภท ขึ้นอยู่ว่าสิ่งแวดล้อมเอ้ือใครมากกว่ากัน ในกอง

ปยุ๋ หมกั กเ็ ชน่ กนั จะมสี ว่ นแฉะทอี่ ากาศเขา้ ไมถ่ งึ จลุ ชพี พวกนกี้ จ็ ะเขา้ ไปทำงานในสว่ นนน้ั


40

สวนและตน้ ไม้ 2553

■ จะรู้ได้อย่างไรว่าควรใส่ยูเรียมากน้อยเพียงใด? ก่อนอื่น ต้องรู้จัก ค่า C:N ratio

หรือสัดส่วนธาตุคาร์บอน/ไนโตรเจน เสียก่อน อินทรียวัตถุทุกชนิดจะมี 2 ธาต

ท้ังสองนเ้ี ป็นหลัก ธาตรุ องอ่นื กม็ อี กี หลายชนิดแต่น้อย สดั ส่วนพอดีทจี่ ลุ ชพี แอโรบิก

ทำงานได้ดีจะเท่ากับ 26:1 โดยประมาณ คือมี C=26 ส่วน และ N=1 ส่วน


ข้ีเลื่อยมีสัดส่วนคาร์บอนมากถึง 300:1 จึงต้องเติม N คือยูเรียมากๆ ใบไม้แห้ง


มี 60:1 จึงตอ้ งเตมิ ยเู รียประมาณ 2 กำมอื /ตร.ม./ความสงู 20-30 ซม. หญา้ สด

ท่ีตัดใหม่มีไนโตรเจนในสัดส่วนท่ีมาก หากนำมาหมักจึงสามารถเติมใบไม้แห้งเล็ก


น้อยได้โดยไม่ต้องใช้ยูเรียช่วย ส่วนปัสสาวะและอุจจาระของคนและสัตว์มีสัดส่วน

ไนโตรเจนสูงมาก อะไรท่ีมี C:N น้อยกว่า 25-26:1 พวกแอโรบิกจะใช้ไม่ทัน


ออกซิเจนจะถูกใช้หมดไปก่อน พวกแอนาโรบิกก็จะเข้ามาทำหน้าท่ีแทนและปล่อย

แก๊สเหม็นที่ไม่พึงปรารถนาออกมา แต่ถ้าใช้ทันก็อาจปล่อยแก๊สแอมโมเนียออก

มามาก สัดส่วน C:N ดังกล่าวเป็นการประมาณเพ่ือใช้ในงานปฏิบัติและหลาย


ตำรามักไม่ใครต่ รงกนั อย่างไรกด็ ี เมอ่ื ปยุ๋ หมักสลายดีแลว้ สดั สว่ น C:N จะตกอย่ทู
ี่
ประมาณ 35-37:1

■ Shredder ท่ีว่าน้ันเป็นอย่างไร? คือเคร่ืองบดใบไม้และก่ิงไม้ท่ีมีหลายขนาดและ


มที งั้ ทเี่ ปน็ เครอ่ื งยนตแ์ ละใชไ้ ฟฟา้ ตามบา้ นใชแ้ บบไฟฟา้ จะสะดวกกวา่ ในเมอื งไทย

ไม่คอ่ ยมีขายแพร่หลาย แตต่ ามหา้ งฯ ใหญ่ๆ พอมีบ้าง เชน่ โฮมโปร เซน็ ทรลั หรือ


รา้ นขายเครอื่ งจกั รทางเกษตร แตร่ าคามกั สงู ผเู้ ขยี นเคยสง่ั จากประเทศออสเตรเลยี


(ผ่านห้างหลุยส์ฯ) มาใช้เมอื่ 25 ปีก่อน

■ ถามอกี นดิ ...ถา้ จะหมกั ในตะกรา้ พลาสตกิ ใหญๆ่ โปรง่ ๆ แบบทใ่ี สผ่ า้ ซกั จะทำไดไ้ หม?

ได้ สลายเหมือนกัน แต่เนื่องจากมันไม่ใหญ่พอจึงช้า ความร้อนจากการย่อยสลาย


จะไม่รอ้ นพอท่ีจะไล่แมลง หนอนและพยาธไิ ด

■ พื้นที่ใช้ทำปุ๋ยเป็นพื้นดินได้หรือไม่? พอได้ แต่เมื่อปุ๋ยหมักเย็นแล้วและกองไว้นาน


มักถูก “ขโมย” คือรากฝอยของต้นไม้ใหญ่แอบเข้ามางอกเต็มไปหมด เคยพบว่า

รากตน้ จามจรุ ที อ่ี ยหู่ า่ งออกไปเกอื บ 20 เมตรเขา้ มางอกขาวเกอื บเตม็ กอง พนื้ ซเี มนตท์ ม่ี


ความลาดเล็กนอ้ ยเหมาะสมกวา่ ถ้าพ้ืนท่เี ล็กอาจปดู ว้ ยแผ่นพลาสติกดำอยา่ งหนาได



สรุปก็คือ พยายามปรับสัดส่วนของวัสดุให้ได้ C:N ประมาณ 25:1-26:1 มูลสุกร

เป็ดไก่ รวมท้ังปัสสาวะล้วนแต่มี N มาก จึงนำมาผสมเสริมกับใบไม้แห้งได้ดี และยังได

เนอ้ื ปุย๋ ดีกว่า แตเ่ พราะหายาก แพง และเหม็น อาจมแี มลงวนั มาตอม การใช้ยูเรยี เสริมแทน
จึงสะดวกกว่าดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี การขาด-เกินบ้างเล็กน้อยก็ไม่มีผลต่อการทำปุ๋ยหมัก
ตามบ้าน แตถ่ ้าทำเปน็ อุตสาหกรรมย่อมมีผลตอ่ คา่ ใชจ้ ่ายและคุณภาพ


41

สวนและตน้ ไม้ 2553

หมายเหตุ เน่ืองจากในบางช่วงเวลาของปี (ประมาณเดือนมีนาคม) มักปรากฏข่าวเก่ียวกับหมอกควันท
ี่
เกิดจากไฟป่าหรือการเผาอินทรียวัตถุเหลือท้ิงทางเกษตรกรรมและก่ิงไม้ ใบไม้ ตลอดจนการเผาเศษขยะ
ซ่ึงเกิดเป็นหมอกควันเต็มท้องฟ้าถึงขีดอันตรายมากท่ีสุดในรอบ 20 ปี ซึ่งกำลังเกิดข้ึนทางภาคเหนือและ
ภาคอ่ืนๆ ของประเทศไทยรวมท้ังเพื่อนบ้าน เม่ือดูข่าวโทรทัศน์จึงนึกได้ว่ามีบทความน้ีและเห็นว่าอาจเป็น
ประโยชน์แก่ผู้ที่สนใจ อนึ่ง วิธีการข้างต้นได้อาศัยตำราท่ีได้มาพร้อมกับเครื่องบดใบไม้ท่ีซื้อมาและ

ได้ทดลองปรับวิธีทำมาเร่ือยๆ ให้เหมาะกับสภาพแรงงานท่ีบ้านและความเกียจคร้านที่เพ่ิมข้ึน ดังนั้น

จึงขออภยั หากบทความมีความบกพรอ่ งและมีความคลาดเคล่อื นทางตัวเลขของสดั ส่วน C:N - ศ.เดชา





นวก 1


(เคลด็ ) การขจดั เศษอาหาร-เปลอื กผลไม-้ เปลอื กไข่-กระดาษทชิ ชู ฯลฯ

จากครวั เพอ่ื เพิ่มคุณภาพปยุ๋ หมัก



ทุกบ้านมีปัญหาต้องเอาขยะจากครัวออกไปท้ิงนอกบ้านเพ่ือรอรถขยะเทศบาลมาเก็บ
วนั ใดไมม่ ากอ็ าจสง่ กลิน่ เนา่ เหม็นและบ่อยคร้ังก็ถูกสุนขั แทะเร่ยี ราดแลดนู า่ อจุ าด ประมาณว่า
แต่ละบ้านจะมีขยะอินทรีย์ประเภทนี้โดยน้ำหนักเปียก 0.5-3.5 กิโลกรัมแล้วแต่ขนาด
ครอบครัว หรืออาจเฉล่ียประมาณบ้านละ 2 กิโลกรัม/วัน ซ่ึงจะเท่ากับปีละ 730 กิโลกรัม
หรอื 0.73 ตนั /ปี หากมคี รวั เรอื นในกรงุ เทพฯ ทพ่ี อมที วี่ า่ งทำปยุ๋ หมกั ได้ 300,000 ครวั เรอื น
(จาก 1,383,267 ครัวเรือน) ก็จะลดการขนขยะเน่าเสียได้ถึงปีละ 220,000 ตัน/ปี และ


ยังไดป้ ๋ยุ หมักมีคุณภาพอีกปีละเทา่ กัน นน่ั คอื เปน็ การชว่ ยลดการปลดปลอ่ ย CO2 ตน้ เหตขุ อง
โลกรอ้ นไดม้ ากเช่นเดียวกนั วธิ ีการทำก็ไดง้ ่าย ดังนี้


42

สวนและตน้ ไม้ 2553

1) หาซื้อถาดพลาสติกขนาดพอเหมาะดังภาพ

รองด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า แล้วทิ้ง


เศษอาหาร เปลอื กผลไม้ ฯลฯ ดงั กลา่ วตั้งแต

ช่วงเช้าถงึ ค่ำ

2) ห่อขยะด้วยกระดาษท่ีรอง แล้วห่อด้วย

กระดาษหนังสือพิมพ์อีกช้ันหน่ึง (เหมือน

ห่อก๋วยเตี๋ยว) รัดด้วยยางรัดแล้วใส่ถัง


พลาสตกิ ปิดฝาเพอ่ื กันหน

3) เช้าหรือสายวันรุ่งข้ึนให้นำไปฝังในกอง

ปุ๋ยหมัก โดยใช้จอบหรือคราดเปิดกองปุ๋ย

ส่วนกลางๆ ถ้าไม่ใช่ฤดูฝนควรจุ่มห่อขยะ

ในถังน้ำก่อนฝงั

4) ลืมได้เลย ไม่ต้องทำอะไรอีก ห่อขยะจะ


สลายตัวไปพร้อมๆ กับกองปุ๋ยหมักนั่นเอง

(เหลอื แต่ยางรัด)

ป.ล. ในภาพจะเห็นถาดรองรับกากกาแฟ ซึ่ง

อาจเต็มช้า ควรสะสมไว้จนเต็มแล้วนำไปผสมทราย 1:1
หรือมากกว่า-น้อยกว่าอย่างไรก็ได้ (ขอแบ่งซื้อทรายจาก
ร้านขายวัสดุก่อสร้างใกล้บ้านได้โดยนำกระสอบหรือ

ถุงปยุ๋ ไปด้วย) รดน้ำให้ชุ่มชนื้ ปล่อยหมักทงิ้ เพือ่ ไว้สำหรับ
ปรับสนาม (Top dressing) ส่วนท่ียุบเป็นหลุมหรือใช้
ผสมดินปลูกต้นไม้ก็งามด


43

สวนและตน้ ไม้ 2553

44

สวนและต้นไม้ 2553

พรรณไมช้ นิดใหมข่ องโลก

45

สวนและต้นไม้ 2553

พรรณไมช้ นดิ ใหมข่ องโลก

ดร.ปิยะ เฉลมิ กลนิ่ *

จากรายงานข่าวทางสถานีโทรทัศน์ และวิทยุกระจายเสียง รวมทั้งจากหนังสือพิมพ์และวารสาร
ต่างๆ ว่า “มีการค้นพบพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก” โดยนักวิชาการจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) สร้างความตื่นเต้น ฮือฮาให้กับผู้ชม ผู้ฟัง หรือผู้อ่านเป็นอย่างมาก
และเม่ือข่าวน้ันระบุถึงพรรณไม้ชนิดใหม่ท่ีเป็นต้นจำปีช้าง ปาหนัน หรือต้นบุหรง ก็มีคำถามตามมาอีก

มากมาย ในความหมายท่วี ่า “เป็นพรรณไม้ชนดิ ใหม่ ไดอ้ ยา่ งไร”

ในบทความน้ี ขออธิบายความหมายดังกลา่ ว เพือ่ ความกระจ่างที่ตรงกนั ในแต่ละประเดน็ รวมท้งั
นำเสนอเร่อื งราวและภาพของพรรณไมช้ นดิ ใหมข่ องโลก จำนวน 6 ชนดิ






รรณไมช้ นิดใหม่ของโลก คืออะไร


โดยความหมายแล้ว พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ตรงกับภาษาอังกฤษว่า new species ซึ่งเป็น
พรรณไมช้ นดิ ทมี่ กี ารประกาศใหมว่ า่ มลี กั ษณะแตกตา่ งอยา่ งชดั เจนจากพรรณไมช้ นดิ ทม่ี อี ยแู่ ลว้ ทว่ั ทงั้ โลก
ก็คือ ไม่เหมอื นชนดิ ใดเลยนน่ั เอง




*ผูเ้ ชี่ยวชาญพิเศษ สถาบนั วจิ ยั วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ประเทศไทย (วว.)


46

สวนและตน้ ไม้ 2553



รรณไม้ชนิดใหม่ เกดิ ข้นึ เมอ่ื ไร


สำหรับคำถามนี้คงจะไม่สามารถตอบให้ละเอียดและแน่ชัดตรงลงไปว่า พรรณไม้ชนิดใหม่ของ
โลกเกิดขน้ึ ในปี พ.ศ. ไหน แต่สว่ นใหญ่แล้วพรรณไม้ดงั กล่าวเกดิ ขนึ้ มานานแล้วหลายลา้ นปี อาจจะเกดิ
มาตง้ั แต่โลกมวี วิ ัฒนาการของพืชช้นั ตำ่ ท่ีเป็นพวกพชื เซลลเ์ ดียว พวกสาหร่ายท่ียงั เปน็ “พชื ไรด้ อก” แล้ว
มีวิวัฒนาการขึ้นมา จนกลายเป็นพืชช้ันสูง หรือที่เรียกว่า “พืชดอก หรือไม้ดอก” สำหรับการท่ีจะจัดว่า
“เป็นพรรณไม้ชนดิ ชนิดใหม่” หรือไม่ ตอ้ งมอี งค์ประกอบหลายอย่าง อาทิ

1. มีการตรวจสอบแล้ววา่ แตกต่างจากชนิดอ่ืนอยา่ งชดั เจน

2. มีการยนื ยนั อีกว่า แตกต่างจากชนิดอน่ื จริง

3. มีการรายงาน หรือประกาศ การค้นพบ การตรวจสอบ มีการจัดพิมพ์คำบรรยายลักษณะ

รรณพืชเป็นภาษาละตนิ และภาษาอังกฤษ มภี าพวาดลายเส้น มภี าพถา่ ย เปน็ หลักฐาน

การจดั ว่าเปน็ พรรณไม้ชนิดใหม่ จงึ เริม่ นบั เมือ่ มีการตีพมิ พร์ ายงานในวารสารนานาชาติ ให้ผคู้ น
ท่ัวโลกได้รับทราบ ทั้งๆ ที่พรรณไม้ดังกล่าวมีอยู่ในธรรมชาติมาตั้งนานแล้ว อาจจะมีชื่อเป็นภาษาไทย
หรือภาษาท้องถ่ิน และมีการใช้ประโยชน์กันมานานแล้วก็ตาม สำหรับพรรณไม้ท่ีมีอยู่ในประเทศไทย

คนไทยรู้จักช่ือท้องถ่ินมานานแล้ว แต่ถ้ายังไม่มีการประกาศใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ ก็ยังไม่ถือเป็นพรรณไม้
ชนิดใหม่ ดังนั้น เม่ือมีคนไทยหรือคนต่างประเทศเข้ามาตรวจสอบและตีพิมพ์รายงาน พืชที่มีชื่อ

ทิ ยาศาสตรใ์ หม่น้ี ก็จะจัดเป็นพรรณไมช้ นดิ ใหม่ได้

สำหรับวิธีการตรวจสอบว่ามีลักษณะแตกต่างจากชนิดอื่น หรือในความหมายท่ีตรวจสอบว่า มี
ลกั ษณะไม่เหมอื นกับชนิดอืน่ นัน้ ในอดตี ทผ่ี ่านมา (เริ่มเม่อื ประมาณ 200 ปีมาแล้ว) มีการตรวจสอบจาก
ลักษณะทางสณั ฐานวทิ ยา (Morphology) ทสี่ ำคัญ ได้แก่ ลกั ษณะของดอก ใบ กง่ิ ใบ ผลและเมล็ด แต่
เนื่องจากลักษณะดงั กล่าวอาจจะมีความใกล้เคียงกัน หรอื แตกต่างกนั อย่างไม่เด่นชัดนกั หากไมส่ ามารถ

ช้ีชัดลงไปว่า เป็นชนิดใหม่ของโลกหรือไม่ จึงได้มีความพยายามหาเทคนิคหรือวิธีการตรวจสอบเพ่ือมา

สนบั สนนุ ยนื ยนั ในความแตกตา่ งกนั ซง่ึ ในชว่ งประมาณ 20 ปที ่ผี ่านมา ได้มีการนำเอาเทคนิคลายพิมพ

ดีเอ็นเอ ท่ีมีการตรวจสอบทางด้านพันธุกรรมมาช่วยสนับสนุน หรือยืนยันว่า ชนิดดังกล่าวแตกต่างจาก
ชนิดอื่นหรือไม่เหมือนกับชนิดอื่นจริง แต่ท้ังน้ีก็ยังไม่มีการใช้เทคนิคลายพิมพ์ดีเอ็นเอเป็นหลักในการ
จำแนกโดยตรง แต่ใช้ในการสนับสนุนเพื่อยืนยันได้เท่าน้ัน สรุปได้ง่ายๆ ถ้าจะบอกว่า นี่เป็นต้นจำปี
จำปา ปาหนัน บุหรง สามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ซ่ึงคนท่ัวไปสามารถจำแนกได้อย่างง่ายๆ แต่หากว่า
ต้องการระบุความแตกต่างในเรื่องลักษณะท่ีเล็กมาก เช่น ขน ก็อาจใช้เลนส์ขยายส่องดูได้ และถ้า
ต้องการหลักฐานยืนยันทางพันธุกรรมว่าแตกต่างกันจริง ก็สามารถใช้วิธีการตรวจสอบลายพิมพ์ดีเอ็นเอ

มาสนับสนุนได้ แล้วจึงมีการตีพิมพ์ชื่อวิทยาศาสตร์ออกมาว่า เป็นพืชชนิดใหม่ของโลก


47

สวนและตน้ ไม้ 2553

ในวารสารสำนักส่ิงแวดล้อม กรงุ เทพมหานคร ในปที ่ีแล้วมา ได้กล่าวถงึ พรรณไมช้ นิดใหม่ที่ไดร้ บั

พระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชานุญาตและพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย

ป็นชือ่ พรรณไม้ชนิดใหมว่ ่า มหาพรหมราชินี และจำปีสริ ินธร

คราวนี้ เรามารู้จักพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ในวงศ์จำปี จำปา (Family Magnoliaceae) คือ
จำปชี ้าง และพรรณไม้ในวงศก์ ระดงั งา (Family Annonaceae) ซงึ่ เปน็ พรรณไมท้ ีอ่ ยใู่ นสกุลปาหนนั ช้าง
(Genus Goniothalamus) จำนวน 3 ชนดิ คอื ปาหนนั เมอื งกาญจน์ ปาหนนั แมว่ งก์ และปาหนนั รอ่ งกลา้
รวมทั้งในสกุลบุหรง (Genus Dasymaschalon) จำนวน 2 ชนดิ คือ บหุ รงชา้ ง และบหุ รงดอกท
ู่






จำปีชา้ ง



Magnolia citrata Noot. & Chalermglin


จำปีช้าง เป็นพรรณไม้ชนิดหนึ่งท่ีอยู่ในวงศ์
จำปี จำปา (Family Magnoliaceae) ซึ่งวงศ์นี้มีอยู่

ทั่วโลก 240 ชนดิ และมอี ยใู่ นประเทศไทย 26 ชนดิ
เปน็ พรรณไมถ้ น่ิ เดยี วของไทย ทขี่ น้ึ อยเู่ ฉพาะในจงั หวดั
เชยี งใหม่ นา่ น และเลย ทรี่ ะดบั ความสงู 1,300 เมตร
เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ มีลำต้นสูง 20-35 เมตร
เปลือกลำต้นหนาและมีกล่ินฉุน ใบเดี่ยวเรียงสลับ
เวียนรอบก่ิง รูปรีจนถึงเกือบกลม แผ่นใบหนาและ
เหนยี ว กวา้ ง 12-18 เซนตเิ มตร ยาว 20-25 เซนตเิ มตร
ไม่มีรอยแผลบนก้านใบ ดอกเด่ียวออกที่ซอกใบใกล้
ปลายยอดทกุ ซอกใบ กลีบดอกบานตง้ั ขึ้น บานอยู่ได้ 1-2 วัน กลบี ดอกมี 9-12 กลบี เรยี งเป็น 3-4 ชั้น
ช้ันละ 3 กลีบ กลีบดอกช้ันนอก สีเหลืองนวล รูปใบหอกแกมรูปขอบขนาน กว้าง 0.5-1 เซนติเมตร

ยาว 4 เซนตเิ มตร กลบี ดอกช้ันในมีขนาดกว้างกว่า แต่มคี วามยาวเทา่ กนั เม่ือบานสง่ กลน่ิ หอมแรง มีผล
เปน็ ผลกลุ่ม มีผลยอ่ ย 2-8 ผล แต่ละผลเปลอื กหนา รูปรี ผลยาว 4-5 เซนตเิ มตร ออกดอกในเดือน

เมษายน-พฤษภาคม และมีผลแก่ในเดือนกนั ยายน-ตลุ าคม


48

สวนและตน้ ไม้ 2553


Click to View FlipBook Version