ตอนบ่ายสามโมงครึ่งซ่ึงแสงแดดเร่ิมอ่อนลง ในวันใดที่อากาศครึ้มหรือมีแสงแดดน้อย ดอกจะไม่บาน
และเนื่องจากการท่ีดอกไม่สามารถบานได้ในท่ีมีแสงน้อยนั่นเองทำให้กาซาเนียไม่สามารถนำไปใช้เป็น
ไม้ตัดดอกได้ แต่ปัจจบุ นั บริษทั ต่างๆ ท้งั ในยุโรปและอเมริกาได้ปรับปรุงพนั ธ์ุกาซาเนียใหส้ ามารถบานได้
ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ทั้งในสภาพท่ีมีความเข้มแสงน้อย มีลำต้นที่กะทัดรัดข้ึน และให้ดอกท่ีมีสีสดกว่าเดิม
กาซาเนียได้ช่ือว่าเป็นไม้ดอกทนร้อน ทนแล้ง และทนต่อโรค แต่ท่ีจำเป็นต้องปลูกกลางแจ้ง ได้แดดจัด
เต็มที่ เพราะถิ่นเดิมของกาซาเนียอยู่ตามทะเลทรายในแอฟริกาใต้ ดังน้ัน หากปลูกในดินปนทรายจะ
เหมาะมาก และหากมีอากาศเยน็ รว่ มดว้ ยก็จะชว่ ยให้สีดอกเขม้ และสวยยิ่งขน้ึ กาซาเนียไมช่ อบนำ้ มากนัก
และหากให้น้ำมากเกนิ ไปจะทำให้เนา่ กลางกอได
้
สำหรบั การเพาะเมลด็ กาซาเนยี นนั้ ทางสวนฯ พบวา่ สามารถงอกไดภ้ ายใน 3 วนั ยา้ ยปลกู ลงกระถาง
ขนาด 8 นิ้วได้เมอื่ อายุ 41 วัน และให้ดอกแรกเม่ืออายุ 55 วัน ซง่ึ เทคนคิ ในการปลกู เลีย้ ง ทางสวนฯ
จะเริ่มในข้ันตอนของการย้ายปลูก เนื่องจากกาซาเนียไม่มีลำต้นที่ชัดเจน ดังน้ัน หากปลูกกาซาเนียต่ำ
มากเกนิ ไป ปญั หาทต่ี ามมากค็ อื ในชว่ งฝนตกชกุ จะพบวา่ กาซาเนยี เกดิ อาการเนา่ บรเิ วณคอดนิ คอ่ นขา้ งมาก
ดังนั้น เพ่ือลดความเสียหายอันเกิดจากโรคดังกล่าว จึงต้องระวังในขั้นตอนของการปลูกไม่ให้ส่วนยอด
ของกาซาเนียอยู่ต่ำเกินไป และภายหลังการปลูกหากมีฝนตกชุก ควรสำรวจบริเวณยอดของกาซาเนียว่า
อยู่เหนือผิวดินหรือไม่ หากพบว่าอยู่ต่ำกว่าผิวดินหรือบริเวณยอดถูกกลบด้วยดิน ให้นำดินออก หรือยก
ใหส้ ่วนยอดของต้นอย่สู ูงกวา่ ผวิ ดิน จะสามารถลดจำนวนตน้ ตายจากสาเหตุดงั กล่าวได
้
99
สวนและต้นไม้ 2553
ซลั เวยี
ช่ือวิทยาศาสตร์ของซัลเวีย คือ Salvia splendens Sellow ex J.A. Schulth และมีช่ือสามัญ
ได้แก่ Salvia หรอื Scarlet Sage จัดอยู่ในวงศ์ Lamiaceae มถี ิน่ กำเนดิ ในบราซลิ ตอนใต
้
ซลั เวยี เปน็ ไมด้ อกทน่ี ยิ มปลกู กนั มากในชว่ งทม่ี อี ากาศเยน็ เนอ่ื งจากจะใหส้ สี นั ทสี่ ะดดุ ตา ใบมีรูปร่าง
คลา้ ยรูปหวั ใจ สีเขยี วเขม้ เป็นมัน การปลกู ซัลเวยี ใหส้ วยงามนยิ มปลกู รวมกันเปน็ กลุ่ม
ถา้ เปน็ ทโี่ ลง่ กวา้ งจะสรา้ งความสวยงามและสะดดุ ตาไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ดอกของซลั เวยี มหี ลายสี โดยปกติ
ส่วนของดอกทเ่ี ราเหน็ กันจะมีทั้งกลบี ดอกจรงิ ท่ีเปน็ หลอดและกลบี ประดับของดอก
การออกดอกของซัลเวยี มอี ยู่ 2 แบบ คือ 1) ออกดอกทแยงจากกอ ให้ช่ออว้ นและส้นั ใบมีสีอ่อน
2) ออกดอกเป็นช่อตั้งตรงจากกอ ช่อยาว ใบมีสีเขียวเข้ม หากเราปลูกซัลเวียในช่วงท่ีมีอากาศเย็น
ดอกจะมีสีสดและบานได้นาน ควรปลูกเล้ียงซัลเวียในดินท่ีระบายน้ำได้ดี มีแดดจัด ดินดีพอควร มีการ
รักษาความชน้ื ในดนิ อย่างสม่ำเสมอก็จะทำใหไ้ ด้ตน้ และดอกท่สี วยงามมาก
ส่วนซัลเวียอีกชนิดมีช่ือสามัญว่า Blue Salvia หรือ Mealy Cup Sage มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
S. farinacea Benth. เป็นไม้พ้ืนเมืองของรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มีต้นสูงประมาณ 12-24 น้ิว ให
้
ช่อดอกเป็นช่อเรียวยาว ดอกมสี มี ว่ งอ่อนจนถึงมว่ งเขม้ และสีขาว ใบมีสเี ทาเงนิ
ขอ้ มลู โดยสรปุ จากการเพาะเลยี้ งในสวนหลวง ร.๙ นนั้ พบวา่ ซลั เวยี มจี ำนวนวนั ทใ่ี ชง้ อกอยใู่ นราว
4-6 วนั สามารถยา้ ยปลกู ไดเ้ มอ่ื อายุ 38 วนั และใหด้ อกแรกเมอื่ ายุ 53-78 วนั ซงึ่ ในการปลกู เลยี้ งซลั เวยี
มขี อ้ สงั เกตวา่ ซลั เวยี ในกลมุ่ ใบกวา้ งซงึ่ ไดแ้ ก่ S. splendens จะไวตอ่ การขาดธาตเุ หลก็ ดงั นน้ั หากพบวา่
ซลั เวยี เรม่ิ มอี าการใบเหลอื งในระยะตน้ กลา้ (แตบ่ รเิ วณเสน้ ใบยงั มสี เี ขยี วอย)ู่ ใหท้ ำการฉดี พน่ ดว้ ยธาตเุ หลก็
เสริมทางใบใหแ้ ก่ซัลเวยี อาทิ ยนู เิ ลท หรอื เบรซิล เปน็ ตน้ และหากตอ้ งการใหซ้ ัลเวียมีอายุการให้ดอก
ที่ยาวนาน ควรหมั่นตัดช่อดอกที่เห่ียวและร่วงโรยออก หลังจากน้ันให้ใส่ปุ๋ยตาม จะช่วยให้ซัลเวียมีอายุ
การให้ดอกทีน่ านข้นึ
100
สวนและต้นไม้ 2553
ด
ลั เบริ ์กเดซ
่ี
ดัลเบิร์กเดซ่ีมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thymophylla
tenuiloba (DC.) ส่วนช่อื สามัญ คือ Dahlberg daisy
หรือ Gold Carpet จัดอยู่ในวงศ์ Asteraceae มีถ่ิน
กำเนดิ อยใู่ นประเทศเมก็ ซโิ ก และรฐั เทก็ ซสั สหรฐั อเมรกิ า
จัดเป็นไม้ดอกคลุมดินที่มีอายุได้ถึง 2 ปี ใบมีลักษณะ
ฝอยคล้ายผักชี สีเขียวอ่อน ขอบใบเรียบ ออกสลับ
ตรงข้ามกัน ดอกมีสีเหลือง ดัลเบิร์กเดซี่เป็นไม้ท่ีชอบ
แสงแดดจัด ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี สำหรับ
ขอ้ สังเกตทีไ่ ด้จากการเพาะเมล็ด พบวา่ ดลั เบริ ์กเดซ่มี จี ำนวนวันทใี่ ช้งอกประมาณ 4-5 วนั ย้ายปลูกลงถุง
ขนาด 8 น้ิวได้เมื่ออายุ 34 วัน และให้ดอกแรกเมื่อมีอายุได้ราว 50 วัน ซ่ึงหากต้องการเพาะเมล็ด
ดัลเบิร์กเดซ่ี ขอแนะนำว่า ควรใช้เมล็ดที่แก่เต็มที่และพยายามให้เมล็ดที่ทำการเพาะสัมผัสกับวัสดุเพาะ
มากท่ีสุด นอกจากน้ันควรมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้เมล็ดสามารถงอกได้ในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนน้ั กอ่ นการยา้ ยปลกู ลงกระถาง หากตอ้ งการใหด้ ลั เบริ ก์ เดซแี่ ตกพมุ่ ไดด้ ี กต็ ดั แตง่ ทรงพมุ่ 1-2 ครงั้
จะช่วยทำให้ทรงพุ่มแน่นสวยงาม และเมื่อพบว่าต้นเริ่มโทรมก็ควรทำการตัดแต่งทรงพุ่ม หลังจากนั้น
จงึ ใส่ดว้ ยป๋ยุ เม็ด สตู ร 16-16-16 ประมาณ 15 วัน ดัลเบริ ก์ เดซก่ี ็จะแตกพมุ่ ใหมส่ วยงามอีกครั้งหนึ่ง
แ
ววมยุรา
แววมยรุ ามชี อ่ื วทิ ยาศาสตรว์ า่ Torenia fournieri หรอื ชอื่ สามญั วา่ Torenia หรอื Wishbone flower
หรือ Blue wings เป็นพันธ์ุไม้ท่ีจัดอยู่ในวงศ์ Scrophulariaceae มีถ่ินกำเนิดในเขตร้อนของเอเชีย
แอฟรกิ า และเวยี ดนามตอนใต้
ตน้ ของแววมยรุ าเปน็ กอเลก็ ใบมสี เี ขยี วอมบรอนซ์ ขอบใบหยกั ละเอยี ด ดอกมขี นาดประมาณ 1 นว้ิ
รูปแตร กลีบบนสีม่วงอ่อนหรือสีขาว สามกลีบล่างมีสีม่วงอ่อน ม่วงอมดำ หรือชมพู คอดอกสีขาวหรือ
สเี หลอื งออ่ น มแี ตม้ สเี หลอื งตรงกลางกลบี ลา่ งหนึง่ อัน เกสรตวั ผู้มสี เี หลอื ง 2 อนั อยบู่ ริเวณคอดอก โคง้
เข้าหากันเหมือนง่ามหนังสต๊ิก หรือเหมอื นกระดูกตรงบริเวณอกไก่ท่เี รียกว่า Wishbone จึงมชี ื่อสามัญวา่
Wishbone flower แต่เน่อื งจากสดี อกจะคล้ายสีของแพนซีจึงมผี ู้เรยี กวา่ Florida pansy ด้วย
แววมยรุ าเปน็ พนั ธ์ไุ มท้ ่ีชอบทรี่ ม่ เยน็ และชนื้ จงึ มักนยิ มปลูกใต้ตน้ ไม้ใหญ่ หรือปลกู เป็นไม้กระถาง
โดยการปลกู มีทัง้ ปลกู เป็นต้นเดยี่ ว และปลูกลงในภาชนะปลกู ขนาดต่างๆ บางคร้ังเม่อื ปลูกแล้วอาจนำมา
ตั้งไว้ในบริเวณที่ร่มรำไร หรือท่ีที่ได้รับแสงแดดเฉพาะในตอนเช้า จะช่วยทำให้แววมยุราเจริญเติบโตได้
อยา่ งรวดเรว็
101
สวนและต้นไม้ 2553
แววมยรุ าตดิ เมลด็ งา่ ยมากหากใชน้ ำ้ แตะบรเิ วณตรงกลางเกสรตวั เมยี เบาๆ กลบี ทงั้ สองจะคอ่ ยๆ หบุ
ดังนั้น หากมีเกสรตัวผู้ตกใส่ก็จะถูกกักเอาไว้ และแววมยุราสามารถให้ดอกได้ตลอดท้ังปีโดยไม่ขึ้นกับ
ฤดูกาล หรือจำนวนช่ัวโมงแสงต่อวัน การเด็ดยอดจะช่วยทำให้แตกกิ่งข้างได้ต้นกะทัดรัด ไม้ดอกชนิดน้ี
หากปลกู ประดับแปลง สามารถให้อทิ ธิพลของสไี ด้อย่างดีเย่ียม
จากประสบการณก์ ารปลกู เลยี้ ง พบวา่ หากเพาะเมลด็ แววมยรุ าจะมจี ำนวนวนั ทใ่ี ชง้ อก 5 วนั ยา้ ยปลกู
ลงถงุ ขนาด 8 นวิ้ ไดเ้ มอ่ื อายุ 39 วนั และใหด้ อกแรกเมอ่ื อายุ 59 วนั และเนอ่ื งจากใบของตน้ แววมยรุ า
มีลกั ษณะท่บี างมาก การให้ปยุ๋ จึงควรใหป้ ยุ๋ ทางดนิ จะเหมาะสมกวา่ การฉีดพน่ ทางใบ หรือหากจำเปน็ ตอ้ ง
ให้ปุ๋ยทางใบ (กรณีที่ต้นมีทรงพุ่มที่ใหญ่คลุมปากถุงแล้ว) ควรพิจารณาปริมาณของปุ๋ยที่ให้และสภาพ
อากาศในขณะฉีดพ่นเปน็ พิเศษดว้ ย
ฮ
อลล่ฮี ็อก
ฮอลลฮี่ อ็ กมชี อ่ื วทิ ยาศาสตรว์ า่ Alcea rosea L. สว่ นชอื่ สามญั กค็ อื Hollyhock เปน็ พนั ธไ์ุ มอ้ ยใู่ นวงศ์
Malvaceae มถี ิ่นกำเนดิ ในเอเชียกลาง
ฮอลลฮ่ี อ็ กมีท้งั ดอกซ้อนและดอกเด่ยี ว ดอกมขี นาดประมาณ 3-4 นิ้ว ใบเปน็ ใบแฉกคล้ายใบเมเปล้ิ
ใบหยาบและมีขน
การปลูกฮอลลี่ฮ็อกสามารถหยอดเมล็ดลงในหลุมปลูกได้โดยตรง เน่ืองจากเมล็ดมีขนาดใหญ่ และ
หากต้องการให้ได้ต้นท่ีมีทรงพุ่มใหญ่ ให้ทำการเด็ดยอดเม่ือต้นโตได้ประมาณ 4 น้ิว จะทำให้ต้นมีการ
แตกก่ิงข้าง ต้นเตีย้ และแข็งแรง สามารถทนลมไดด้ ี ระยะแรกตน้ ฮอลล่ีฮอ็ กจะเป็นพุ่มแนน่ แตเ่ มอ่ื ใกล้
มีดอก ลำตน้ ในสว่ นของชอ่ ดอกจะเริม่ ยืด ควรปลกู ฮอลลี่ฮ็อกในทท่ี ี่มแี สงแดดจดั หรอื หากมรี ม่ ต้องเปน็
รม่ เงาเพียงเล็กนอ้ ย ดนิ ควรมีการระบายนำ้ ทีด่ ี และไมจ่ ำเป็นตอ้ งเปน็ ดินท่ีอุดมสมบูรณม์ ากนกั เพราะจะ
ทำให้ใบงามใหญ่จนบังดอก เนื่องจากต้นของฮอลลี่ฮ็อกมีขนาดใหญ่จึงต้องการน้ำในปริมาณมาก ดังน้ัน
ไมค่ วรปล่อยจนดินแห้งจนเกินไปเพราะฮอลลีฮ่ อ็ กอาจเห่ียวจนถงึ ตายได้ สำหรบั การเพาะเมล็ดฮอลลีฮ่ ็อก
102
สวนและต้นไม้ 2553
พบวา่ ฮอลลฮ่ี อ็ กสามารถงอกไดใ้ น 3 วนั ยา้ ยปลกู ลงถงุ ขนาด 8 นว้ิ ไดเ้ มอ่ื มอี ายรุ าว 28 วนั และใหด้ อกแรก
เมื่ออายุ 69 วนั ซงึ่ การดูแลรักษาฮอลลฮี่ ็อกในทุกๆ ระยะ มขี ้อควรระวงั คือ โรคเนา่ คอดนิ เพราะจาก
การสังเกตพบว่าฮอลล่ีฮ็อกสามารถเกิดโรคเนา่ คอดนิ ไดแ้ ทบทกุ ระยะของการเจรญิ เตบิ โต โดยเฉพาะชว่ ง
หลงั การยา้ ยปลกู ลงถงุ 8 นวิ้ ทง้ั นเี้ พราะฮอลลฮ่ี อ็ กจะมีใบปกคลุมปากถุงในระยะแรก และหากเป็นช่วงที่
มฝี นตกชกุ การระเหยของน้ำในดินคอ่ นขา้ งนอ้ ย จะพบว่า ฮอลลฮ่ี อ็ กเกดิ อาการเนา่ คอดนิ เปน็ จำนวนมาก
แนวทางการแกไ้ ขของสวนหลวง ร.๙ กค็ อื เมอื่ พบอาการดงั กลา่ ว ทางสวนฯ จะทำการขยายแถวฮอลลฮ่ี อ็ ก
เพ่ือให้มีการไหลเวียนของอากาศ และช่วยในการระเหยของน้ำบริเวณผิวดิน ซ่ึงก็สามารถช่วยลดปัญหา
ได้ระดบั หนงึ่
ว
ิโอลา่
วโิ อลา่ มีชอ่ื วทิ ยาศาสตร์วา่ Viola cornuta สว่ นช่อื สามัญเรียกว่า Viola จัดอยูในวงศ์ Violaceae
มีถ่ินกำเนิดอยู่ในทวีปยุโรป ไม้ดอกท่ีคล้ายกับวิโอล่าก็คือแพนซี จัดอยู่ในสกุลเดียวกัน คือสกุล Viola
แต่อยู่คนละสปีชีส์ โดยแพนซีนั้นเป็นพืชในสกุลวิโอล่าท่ีมีดอกขนาดใหญ่ มีช่ือทางพฤกษศาสตร์ว่า
Viola tricolor L.
103
สวนและต้นไม้ 2553
วิโอล่าสามารถปลูกได้ดีในท่ีท่ีมีแสงแดดจัดไปจนถึงบริเวณท่ีมีแสงแดดเฉพาะช่วงเช้า แต่หากปลูก
ในบรเิ วณทมี่ แี สงแดดจดั เกนิ ไป จำเปน็ ตอ้ งมอี ณุ หภมู ติ ำ่ ควบคไู่ ปดว้ ยวโิ อลา่ ถงึ เจรญิ เตบิ โตอยา่ งเปน็ ปกติ
นอกจากนนั้ ดินปลูก ควรมีการระบายน้ำดี เนื่องจากวิโอล่าไม่ชอบน้ำขังแฉะ เพราะจะง่ายต่อการเข้า
ทำลายของโรค จากการปลกู เลยี้ งภายในสวนฯ พบวา่ การปลกู วโิ อลา่ จำเปน็ ตอ้ งมกี ารดแู ลในระยะตน้ กลา้
มากเป็นพิเศษ เนื่องจากต้นกล้าขนาดเล็กจะไวต่อสภาพแวดล้อมทั้งอุณหภูมิ แสง และปริมาณความช้ืน
มากกว่าตน้ ทีโ่ ตแลว้ ดงั นั้น หากตอ้ งการปลูกวโิ อล่าจะตอ้ งใหก้ ารดูแลมากเป็นพเิ ศษ เน่ืองจากหากใหน้ ำ้
มากเกินไป หรือให้ในขณะท่ีต้นกล้ายังไม่ต้องการ อาจเกิดความเสียหายได้ในทันที ส่วนการเพาะเมล็ด
ของวโิ อลา่ นน้ั พบวา่ วโิ อลา่ สามารถงอกไดภ้ ายใน 5 วนั เรมิ่ ยา้ ยปลกู ลงถงุ ขนาด 8 นวิ้ ไดเ้ มอ่ื อายุ 40 วนั
และใหด้ อกแรกได้เมื่ออายุ 57 วัน
พ
ิทูเนีย
ช่ือวิทยาศาสตร์ของพิทูเนีย คือ Petunia hybrida ส่วนชื่อสามัญ คือ Petunia เป็นไม้ในวงศ์
Solanaceae มถี นิ่ กำเนิดในบราซิล และอารเ์ จนตินา
Petunia มาจากคำว่า Petun ในภาษาบราซลิ แปลว่า ต้นยาสบู ทั้งน้เี น่อื งจากตน้ พิทเู นยี มลี กั ษณะ
คล้ายกับต้นยาสูบ ซ่ึงเป็นไม้ในวงศ์เดียวกัน ในธรรมชาติมีพิทูเนียอยู่ถึง 37 ชนิด แต่ท่ีนิยมปลูกกันใน
ปจั จุบนั จะมาจาก 2 ชนิด คอื P. integrifolia ดอกมสี มี ว่ งบานเยน็ ซีดๆ และ P. axillaris ซ่งึ มีดอกสขี าว
พทิ เู นยี เปน็ ไมด้ อกทนี่ ยิ มปลกู ประดบั แปลงเปน็ อนั ดบั หนง่ึ เนอ่ื งจากใหด้ อกดก สสี วย และมเี ฉดสมี าก
บางพนั ธม์ุ ีกลิน่ หอมออ่ นๆ เช่น พนั ธุด์ อกสีม่วงอ่อน และม่วงเข้ม มีคุณสมบตั ใิ นการบานสะพรงั่ มีตน้ เตี้ย
กอดแปลง และมีขนาดของต้นที่สม่ำเสมอ ซ่ึงเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ไม่มีดอกไม้อ่ืนสู้ได้ และหากผู้ปลูก
หม่ันเก็บดอกโรยออกอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ต้นสวยและอยู่ได้นาน ข้อเสียของพิทูเนียคือ เมล็ดมี
ขนาดเลก็ มาก ทำให้เวลาเพาะเมล็ดอาจไมส่ ะดวกสำหรบั ผู้เริ่มตน้
พิทูเนียชอบทโี่ ลง่ มีแดดจัด ดินควรระบายน้ำไดด้ ี การปลกู พทิ เู นียในทม่ี รี ม่ เงาจะทำใหต้ ้นผอมและ
ยืดแทนท่ีจะอ้วนแข็งแรงและมีทรงพุ่มสวยกะทัดรัด บริเวณท่ีปลูกพิทูเนียไม่ควรมีลมแรง น่ันเป็นเพราะ
พิทูเนียมีกลีบดอกท่ีบอบบาง หากถูกลมโกรกหรือขาดน้ำจะทำให้ดอกเหี่ยวง่าย เมื่อต้นต้ังตัวได้ดีแล้ว
ควรให้น้ำน้อยลง ดินท่ีแฉะจะทำให้ใบล่างของพิทูเนียเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และต้นเริ่มแสดงอาการเหี่ยว
หากยังมีการให้น้ำอยู่ใบก็จะมีสีเหลืองมากข้ึน ดังน้ัน เม่ือเห็นพิทูเนียเร่ิมมีใบล่างเปล่ียนเป็นสีเหลือง
ใหพ้ จิ ารณาวา่ ดนิ ปลกู ชนื้ เกนิ ไปหรอื ไม่ กอ่ นวเิ คราะหส์ าเหตอุ ยา่ งอน่ื โดยปกตพิ ทิ เู นยี สามารถแตกกอไดเ้ อง
แต่หากเด็ดยอดจะทำให้พิทูเนียแตกกิ่งข้างได้มากและให้ดอกดกขึ้น รวมท้ังช่วยให้ทรงพุ่มแน่นและ
สวยงามขน้ึ เนอ่ื งจากพทิ เู นยี ออกดอกตามขอ้ เพราะฉะนนั้ ยงิ่ มกี งิ่ มากและแตล่ ะกง่ิ มหี ลายขอ้ ยงิ่ จะทำให้
พทิ เู นยี ดอกดกมากยงิ่ ขน้ึ ดว้ ย เมอ่ื ออกดอกแลว้ ควรทำการเกบ็ ดอกโรยทกุ ๆ เชา้ เพราะจะทำใหน้ า่ ดแู ละ
104
สวนและต้นไม้ 2553
ชว่ ยใหม้ รี ะยะการใหด้ อกนาน สว่ นการทดลองปลกู เลย้ี งพทิ เู นยี พบวา่ สามารถงอกไดใ้ น 4-5 วนั ยา้ ยปลกู
ได้เมื่ออายุ 25-30 วัน และให้ดอกแรกเม่ือมีอายุ 45-48 วัน ซ่ึงจากการปลูกเล้ียงในสวน พบว่า
การเจริญเติบโตของกล้าพิทูเนียไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าใดนัก ดังน้ัน การให้น้ำในแต่ละครั้งไม่ควรให้น้ำ
ต้นกล้าในปริมาณที่เท่ากัน เน่ืองจากต้นกล้าท่ีเล็กจะใช้น้ำท่ีน้อยกว่า และต้นกล้าที่อยู่บริเวณขอบแปลง
หน้าดินจะแห้งเร็วกว่าภายในแปลง ในการให้น้ำจึงควรให้ในปริมาณที่ต้นกล้าต้องการ หากบริเวณใด
หนา้ ดนิ ยงั ไมแ่ หง้ กย็ งั ไมจ่ ำเปน็ ตอ้ งใหน้ ำ้ เพอ่ื ปอ้ งกนั ไมใ่ หต้ น้ กลา้ ไดร้ บั นำ้ มากจนเกดิ อาการเนา่ คอดนิ ได
้
และทงั้ หมดนเ้ี ปน็ ขอ้ มลู การเพาะเลย้ี งไมด้ อกไมป้ ระดบั ทผ่ี า่ นการทดสอบมาแลว้ วา่ สามารถปลกู เลย้ี ง
ได้ในพื้นท่ีย่านชานเมืองของกรุงเทพมหานครในช่วงฤดูหนาว เบ้ืองหลังความสวยงามส่วนหนึ่งของงาน
“พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙” งานดีๆ ท่ีเฝ้ารอผู้เยี่ยมชมไปเยือนในทุกปี หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ท่านผู้อ่านคงได้รับความรู้ และสัมผัสได้ถึงความต้ังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของกรุงเทพมหานคร
ทตี่ อ้ งการสง่ มอบความสขุ สดชน่ื ผา่ นตน้ ไม้ ดอกไม้ และทศั นยี ภาพอนั สวยงาม ไปยงั ชาวกรงุ เทพมหานคร
ทกุ คน ดว้ ยความหวงั วา่ กรงุ เทพฯ จะเปน็ เมืองน่าอยู่สำหรับชาว กทม. ตลอดไป
เอกสารอา้ งองิ
นันทยิ า วรรธนะภตู .ิ 2545. คมู่ อื การปลูกไม้ดอก. สำนกั พมิ พ์โอเดยี นสโตร.์ กรุงเทพฯ.
ภาพจาก
www.beekenkamp.nl., www.bloggang.com., www.brassardgreenhouse.com., www.bustaniplantfarm.com.,
www.cmadong.com., http://commons.wikimedia.org., www.djibnet.com., http://flash-mini.com.,
www.floridafriendlyplants.com., www.flowers.vg., http://flower.onego.ru., www.hear.org.,
http://home-and-garden.webshots.com., www.mooseyscountrygarden.com., www.parkseed.com.,
www.plantasonya.com.br., www.plantcare.com., www.wellgrowhorti.com., www.wunderground.com.,
www.zdarkroom.info.
105
สวนและต้นไม้ 2553
106
สวนและตน้ ไม้ 2553
กิจกรรม
สำนกั งานสวนสาธารณะ
107
สวนและต้นไม้ 2553
งานประชุมวชิ าการและนิทรรศการ “ทรัพยากรไทย : ผนั สู่วิถใี หมใ่ นฐานไทย”
ระหวา่ งวันท่ี 19-25 ตลุ าคม 2552 ณ สวนสตั วเ์ ปดิ เขาเขียว
ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จงั หวัดชลบุรี
108
สวนและต้นไม้ 2553
งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙ ครัง้ ที่ 22
ระหว่างวันที่ 1-13 ธันวาคม 2552 ณ สวนหลวง ร.๙ เขตประเวศ
109
สวนและตน้ ไม้ 2553
พธิ ปี ลกู ตน้ สักมงคลสายพันธเุ์ สาชิงช้า
วนั ที่ 3 ธนั วาคม 2552 ณ สวนจตจุ กั ร เขตจตุจักร
110
สวนและตน้ ไม้ 2553
การต้ังประดับตกแตง่ เมืองเนือ่ งในวันเฉลมิ พระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั วนั ที่ 5 ธันวาคม 2552
บริเวณสถานทแ่ี ละถนนสายสำคญั ตา่ งๆ
111
สวนและตน้ ไม้ 2553
พิธีปลกู ตน้ ไมใ้ นโอกาสวนั สถาปนากรงุ เทพมหานคร (14 ธนั วาคม)
วันท่ี 8 ธนั วาคม 2552 บรเิ วณเกาะกลางถนนบางขนุ เทยี น-ชายทะเล
เขตบางขุนเทยี น
112
สวนและตน้ ไม้ 2553
จัดแสดงนทิ รรศการในโอกาสวนั สถาปนากรงุ เทพมหานคร
ระหว่างวันที่ 14-18 ธันวาคม 2552 ณ ลานคนเมือง
ศาลาว่าการกรงุ เทพมหานคร เขตพระนคร
113
สวนและตน้ ไม้ 2553
การตัง้ ประดับตกแต่งเมอื งในเทศกาลวันขึน้ ปีใหม่
วนั ท่ี 1 มกราคม 2553 บรเิ วณสถานทแี่ ละถนนสายสำคัญตา่ งๆ
114
สวนและตน้ ไม้ 2553
แสดงการจัดสวนสวยภายใตแ้ นวคิด “สวนกล้วยไมก้ ลางกรุง (Orchid Park)”
ต้งั แต่เดือนมกราคมจนถงึ ปจั จบุ ัน ณ สวนลมุ พนิ ี เขตปทุมวนั
115
สวนและต้นไม้ 2553
พธิ รี ับมอบสนามเด็กเล่น ลานตะวนั ยิ้ม
วนั ที่ 28 มกราคม 2553 ณ สวนลมุ พินี เขตปทุมวัน
116
สวนและตน้ ไม้ 2553
โครงการอบรมเพอ่ื ส่งเสริมความรใู้ หแ้ ก่บคุ ลากรดา้ นการเกษตร และสวนสาธารณะ
ระหว่างวันที่ 27-30 มกราคม 2553 ณ สวนลมุ พินี เขตปทมุ วนั
117
สวนและต้นไม้ 2553
โครงการอบรมความรู้เกย่ี วกับธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม
ระหวา่ งเดอื นมีนาคม-เมษายน 2553 ณ อทุ ยานผีเสอ้ื และแมลงกรงุ เทพฯ
สวนวชิรเบญจทัศ เขตจตจุ ักร
118
สวนและตน้ ไม้ 2553
โครงการเสริมสรา้ งคุณธรรมและจริยธรรมให้แกบ่ คุ ลากร
ของสำนกั งานสวนสาธารณะ วนั ที่ 20 เมษายน 2553
ณ วดั พระราม ๙ กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง
119
สวนและตน้ ไม้ 2553
โครงการอบรมวิชาการปลกู และตกแตง่ ต้นไม้สำหรบั ประชาชน
ระหวา่ งเดอื นกุมภาพันธ์-เมษายน 2553 ณ สวนลมุ พินี เขตปทมุ วนั
120
สวนและตน้ ไม้ 2553
บรรณาธิการ
ชื่อหนังสือ สวนและตน้ ไม้ 2553
เจ้าของ สำนักงานสวนสาธารณะ สำนกั ส่ิงแวดลอ้ ม กรุงเทพมหานคร
ทปี่ รกึ ษา เรืออากาศโท อิราวัสส ์ ปัทมะสุคนธ ์ ผู้อำนวยการสำนกั สิ่งแวดล้อม
นายสุทธิโรจน์ จีระสกลุ ชยั รองผอู้ ำนวยการสำนกั สิ่งแวดลอ้ ม
นางสาวพรรณ ี รัตนลาโภ รองผู้อำนวยการสำนักส่ิงแวดลอ้ ม
นางจรุ ี จันทรทรพั ย ์ ผูอ้ ำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ
บรรณาธกิ าร นางชานิมา จกั รใจ หวั หนา้ กลุม่ งานวิชาการสวนและต้นไม้
คณะผู้จดั ทำ นางวรษิ ฐา เจียมจรี กุล
นางสาววรงคส์ รณ ์ เพชรจิรฐากร
นายสมบูรณ์ ผามะณี
นางสาวนติ ยา ทพิ พิลา
นางสาวปยิ ะธิดา ช่วงมณี
นายอคั รวฒั น์ มสี วสั ดิ์
นางสาวรสริน สาลี
นางสาวชนดิ าพร ชมุ นมุ
เลขมาตรฐานสากลประจำหนงั สือ 978-616-7217-31-4
ปีที่พิมพ ์ 2553
จำนวนหน้า 120 หนา้ (ไมร่ วมปก)
จำนวนทจ่ี ัดพิมพ์ 3,500 เลม่
ออกแบบและจดั พมิ พ์โดย
รักลกู พบั ลิชชิ่ง เซอร์วสิ บริษัท รกั ลกู กร๊ปุ จำกดั
932 ถนนประชาชนื่ แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซ่ือ กรุงเทพฯ 10800
โทรศพั ท์ 0 2831 8400 โทรสาร 0 2831 8485