The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวธารวิมล วงศ์โอษฐ์_วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by transuay, 2021-10-28 09:03:07

นางสาวธารวิมล วงศ์โอษฐ์_วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

นางสาวธารวิมล วงศ์โอษฐ์_วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

293

6. ตามรูปเปน็ ตวั เหน่ียวนำชนดิ ใด

ก. แกนปรับเปล่ยี นค่าได้ ข. แกนผงเหลก็ อดั

ค. แกนทอรอยด์ ง. แกนอากาศ

7. หม้อแปลงชนดิ ใดทมี่ ีขดลวดเพยี งชดุ เดียว แต่แยกจดุ ใชง้ านออกเอาตพ์ ตุ หลายตำแหน่ง

ก. ชนิดกำลงั ข. ชนิดออโต

ค. ชนดิ ทอรอยด์ ง. ชนดิ ลดแรงดนั

8. 450V สญั ลักษณ์ตามรูปเปน็ หมอ้ แปลงชนดิ ใด

220V 250V

0V ก. ชนดิ ออโต

0V 250V ข. ชนิดทอรอยด์
450V

ค. ชนิดเพม่ิ แรงดัน

ง. ชนิดเพิ่ม – ลดแรงดนั

9. วารแิ อกคือหมอ้ แปลงชนิดใด ข. ชนดิ ทอรอยด์
ก. ชนดิ ออโต ง. ชนดิ ปรับเปล่ยี นแรงดนั ได้
ค. ชนิดเพ่ิมแรงดนั
ข. 0.0068 H
10. ค่าความเหน่ียวนำข้อใดมคี ่ามากท่ีสุด ง. 0.033 H

ก. 62,000 H
ค. 52.4 mH

ใบปฏิบตั งิ าน การทำงานของรเี ลย์
11.1

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. แสดงการใช้โอห์มมิเตอร์วัดรีเลยไ์ ด้
2. ทดสอบสภาวะการทำงานของรเี ลยไ์ ด้
3. มีกิจนิสยั ท่ีดีในการทำงาน

294

เคร่อื งมอื และอุปกรณ์

1. รเี ลย์ 12 VDC ชนดิ หนา้ สัมผสั 1 ชุด แบบ 1 ขวั้ 2 ทศิ ทาง (SPDT) 1 ตัว 1 เครอ่ื ง
2. มัลตมิ เิ ตอรช์ นดิ เขม็ ชี้ 1 เครื่อง
3. แหลง่ จา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 ชุด
4. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร

ลำดับข้ันการทดลอง

1. รีเลย์ชนิดหน้าสัมผัส 1 ชุด แบบ 1 ขั้ว 2 ทิศทาง (Single Pole Double Throw ; SPDT) มี
โครงสร้างและขา แสดงดงั รปู ท่ี 11.1

2 3 NO NC 4
1
1
5 4 NC NO 3 2
5

(ก) ดา้ นบน (ข) ดา้ นลา่ ง (ค) สัญลักษณ์

รูปท่ี 11.1 รเี ลย์ชนดิ หนา้ สมั ผสั 1 ชุด แบบ 1 ขว้ั 2 ทิศทาง (SPDT)

2. ตง้ั มลั ตมิ เิ ตอรไ์ ปท่ียา่ นวัดโอห์ม x10 ปรบั แตง่ โอห์มมิเตอรใ์ ห้พร้อมใช้งาน
3. นำโอห์มมิเตอร์ไปวัดขาขดลวดรีเลย์ทั้ง 2 ขา วัด 2 ครั้ง โดยสลับขั้วสายวัด อ่านค่าความ
ต้านทานท่วี ดั ไดท้ ง้ั 2 คร้งั บันทกึ คา่ ลงในตารางที่ 11.1 แถวขาท่ีวดั 2 – 5 และ 5 – 2 การวัดแสดงดงั รูป
ท่ี 11.2

295

2 3 NO 2 3 NO
1 1

5 4 NC 5 4 NC

(ก) การวัดคร้งั ที่ 1 (ข) การวัดครั้งที่ 2

รปู ที่ 11.2 การวัดขารเี ลย์ด้วยโอหม์ มิเตอร์

ตารางท่ี 11.1 การวัดความตา้ นทานขารเี ลย์

ขาที่วดั ผลการวัด คา่ ความตา้ นทาน
ขึน้ ไม่ขน้ึ ()
2–5
5 – 2 (สลับสายวัด)

1–3
1–4
3–4

4. ย้ายโอห์มมิเตอร์มาวัดขา 1 – 3, 1 – 4 และ 3 – 4 ตามลำดับ (โดยไม่ต้องคำนึงถึงขั้วโอหม์
มิเตอร)์ อ่านคา่ ความต้านทานที่วัดได้แต่ละคร้งั บนั ทึกค่าลงในตารางที่ 11.1 แถวขาท่ีวดั 1 – 3, 1 – 4 และ
3 – 4 ตามลำดับ

5. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 11.3 โดยยงั ไม่จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงปรบั ค่าได้ เข้าวงจร
6. ต้งั มัลตมิ เิ ตอรไ์ ปทย่ี ่านวัดโอหม์ x1 ปรับแต่งโอหม์ มิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน นำไปวัดขารีเลย์ ขา
1 – 3 (NO) และ 1 – 4 (NC) ตามลำดับ บันทึกค่าความต้านทานที่ได้ไว้ในตารางที่ 11.2 แถวยังไม่จ่าย
แรงดนั 12 VDC

296

2 3 NO
1

5 4 NC

รปู ที่ 11.3 การทดสอบการทำงานของรเี ลย์
ตารางท่ี 11.2 การวดั ทดสอบการทำงานขารีเลย์

สภาวะ ขาทวี่ ดั ผลการวดั ค่าความต้านทาน

ข้ึน ไม่ขนึ้ ()

ยงั ไมจ่ า่ ยแรงดัน 1 – 3 (NO)
12 VDC 1 – 4 (NC)
1 – 3 (NO)
จ่ายแรงดัน 1 – 4 (NC)
12 VDC

7. จา่ ยแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรงปรับค่าได้ ปรบั ไวท้ ี่ 12 VDC เข้าขา 2, 5 รเี ลย์ ใชโ้ อห์มมิเตอร์วัดขา
รีเลย์ ขา 1 – 3 (NO) และ 1 – 4 (NC) อกี ครั้งตามลำดบั บนั ทึกค่าความตา้ นทานทไี่ ด้ไวใ้ นตารางที่ 11.2 แถว
จา่ ยแรงดนั 12 VDC

สรุปผลการทดลอง

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

297

คำถามและการวิเคราะห์

1. จากตารางที่ 11.2 สภาวะการทำงานของรีเลย์ ในขณะไม่จ่ายแหล่งจ่ายแรงดันไฟตรง และขณะ
จา่ ยแหล่งจา่ ยแรงดันไฟตรง ขา NO และขา NC มีสภาวะการทำงานเปน็ อยา่ งไร

______________________________________________________________________________________________

______________________________________________________________________________________________

______________________________________________________________________________________________

______________________________________________________________________________________________

______________________________________________________________________________________________

9. การบูรณาการกบั หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
9.1 ความมเี หตผุ ล
1. จัดเตรยี มวัสดุ - อปุ กรณแ์ ละสือ่ การสอนที่ใช้ในการเรียนการสอน ใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรมและ

จำนวนผู้เรยี น
9.2 ความพอประมาณ
1. เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นและเป็นส่วนช่วยให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ทำให้กิจกรรมดำเนินบรรลุ

วัตถปุ ระสงค์
2. เพ่อื ให้งานออกมาสำเร็จตามเป้าหมายท่ีกำหนด

9.3 การมภี ูมคิ มุ้ กันในตัวท่ดี ี
1. วางแผนการทำงานรว่ มกันภายในกลมุ่ ดว้ ยความรอบคอบ
2. ระมดั ระวังการใช้อปุ กรณไ์ มใ่ หเ้ กดิ อันตรายและความเสยี หาย
3. จดั เกบ็ อุปกรณใ์ ห้เปน็ ระเบียบหลงั การใชง้ าน

9.4 เง่อื นไขความรู้
1. นักเรียนมีความรเู้ ก่ยี วกับระบบความปลอดภัย

9.5 เง่อื นไขคุณธรรม
1. เปน็ ผู้มีความอดทนในการทำงานรว่ มกับผูอ้ ื่น
2. เปน็ ผ้มู ีความรับผิดชอบงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย
3. เปน็ ผูม้ นี ำ้ ใจ เอื้อเฟ้ือ
4. การทำงานเปน็ ทมี
5. เป็นผ้มู คี วามเพียรและใฝร่ ู้

10. เอกสารอ้างองิ /บรรณานุกรม

298

พนั ธ์ศกั ด์ิ พุฒิมานิตพงศ์ และคณะ. งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บื้องตน้ . กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ์ศูนย์
สง่ เสริมอาชวี ะ
ประพันธ์ พิพัฒนสุข และคณะ. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งต้น. นนทบุรี : สำนักพมิ พ์ศนู ยส์ ่งเสรมิ
อาชวี ะ

11. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ รหัสวชิ า สปั ดาห์ท่ี
รายวิชา สาขาวชิ า
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ระดับชนั้ กลมุ่
11.1 ผลการจัดการเรียนรู้

11.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรยี น/นักศกึ ษา

นักเรียนสอบ มีคะแนนสอบแต่ละหน่วยการเรยี น

คะแนนสูงกว่า ร้อยละ 60 ขนึ้ ไป จำนวน คน
คน
คะแนนตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 60 ลงไป จำนวน

11.3 ปัญหาและอุปสรรค

11.4 แนวทางแก้ไข

11.5 ขอ้ เสนอแนะ

ลงชอ่ื
(นางสาวธารวมิ ล วงศ์โอษฐ์)
ผู้สอน

299

299

แผนการจดั การเรียนรู้มุ่งเนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 12
ชือ่ วชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์ สอนสัปดาห์ที่ 17-18
เบือ้ งตน้
รหัสวิชา 20100-1005 จำนวน 2 หนว่ ยกติ
หลักสตู ร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) พุทธศักราช 2563

ช่ือหนว่ ย วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งต้น จำนวน 8 ช่วั โมง/สปั ดาห์

1. สาระสำคัญ

วงจรตวั ตา้ นทาน เป็นวงจรต่อตวั ต้านทานรว่ มกนั จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบคือ วงจรอนุกรมเป็น

วงจรต่อตัวต้านทานเรียงลำดับกัน ยิ่งต่อเพิ่มขึ้นความต้านทานยิ่งเพิ่มขึ้น วงจรขนานเป็นวงจรต่อตัว

ต้านทานคร่อมขนานกันทุกตัวที่จุดรวมกนั 2 จุด ความตา้ นทานผลรวมของวงจรนอ้ ยกว่าค่าความต้านทาน

ตัวที่นอ้ ยท่ีสดุ ในวงจร วงจรผสมเปน็ การต่อตวั ต้านทานร่วมกนั ระหว่างการต่อแบบอนกุ รมและการต่อแบบ

ขนาน

วงจรตัวเก็บประจุ เป็นวงจรต่อตัวเก็บประจุร่วมกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดียวกับตัว

ต้านทาน คือวงจรอนุกรมเป็นวงจรต่อตัวเก็บประจุเรียงลำดับกันไป มีผลให้ค่าความจุรวมในวงจรลดลง

เหลือน้อยกวา่ ค่าความจุตัวท่ีนอ้ ยที่สดุ ในวงจร วงจรขนานเป็นวงจรตอ่ ตวั เก็บประจคุ รอ่ มขนานกันทกุ ตัวที่

จุดรวมกัน 2 จดุ คา่ ความจุรวมในวงจรเพ่ิมขน้ึ ตามค่าการต่อตัวเก็บประจุเพิ่ม วงจรผสมเป็นการต่อตัวเก็บ

ประจรุ ว่ มกันระหวา่ งการตอ่ แบบอนกุ รมและการตอ่ แบบขนาน

วงจรตัวเหนี่ยวนำ เป็นวงจรต่อตัวเหนี่ยวนำร่วมกัน จัดในรูปวงจรได้ 3 แบบ เช่นเดียวกับตัว

ตา้ นทาน และมีคณุ สมบัตขิ องวงจรเหมอื นกนั เพียงแต่หนว่ ยใช้งานแตกตา่ งกัน

วงจรพิมพ์ เป็นแผ่นพลาสติกทีผ่ ิวหนึ่งถูกเคลือบด้วยแผ่นทองแดงบาง นำมาใช้ทำลายวงจรพิมพ์

เพ่ือตอ่ อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์เข้าดว้ ยกัน ลายวงจรพิมพม์ สี ่วนสำคญั ต่อการใช้งานดังนัน้ การเขียน และการ

ออกแบบต้องถกู ต้องเหมาะสม เพอ่ื ให้เกิดประสิทธิภาพในการใชง้ าน

ตะกว่ั บัดกรี เป็นวัสดใุ ชท้ ำหน้าที่เช่ือมประสานรอยต่อของสายไฟ หรอื ขาอุปกรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์

เข้าด้วยกัน ส่วนประกอบของตะก่ัวบัดกรีประกอบด้วยดีบุก และตะกั่วในอัตราส่วน60/40 ตอนกลางของ

เสน้ ลวดตะก่ัวบัดกรีมนี ำ้ ยาประสานบรรจุอยู่

หัวแร้งที่ใช้งานทางด้านไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เป็นหัวแร้งไฟฟ้า ทำหน้าที่ให้ความร้อนเพื่อใช้

หลอมละลายตะกว่ั บดั กรี ชว่ ยในการบัดกรีช้นิ งานอเิ ล็กทรอนกิ สต์ า่ งๆ

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

2.1 ด้านพทุ ธิพสิ ยั
1. บอกความหมายของอิเล็กทรอนกิ ส์และวงจรได้
2. อธิบายลักษณะแผ่นวงจรพมิ พ์และการสร้างแบบลายวงจรได้

300

3. อธิบายข้ันตอนการสร้างลายวงจรพิมพ์แบบง่ายได้
4. บอกคุณลักษณะหัวแรง้ บัดกรีได้
5. บอกส่วนประกอบตะก่วั บัดกรไี ด้
6. บอกประโยชน์เครื่องดูดตะกว่ั บัดกรไี ด้
7. อธิบายเทคนคิ การบัดกรอี ุปกรณ์ได้
8. บอกวธิ ีการประกอบวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งต้นได้
2.2 ดา้ นทกั ษะพิสัย
1.มีทกั ษะการเขียนลายวงจรพมิ พบ์ นแผน่ วงจรพมิ พ์
2.มที ักษะเทคนคิ การบดั กรแี ละประกอบวงจร
2.3 ด้านจติ พิสยั
1. เพื่อใหม้ ีเจตคติที่ดีต่อการเตรยี มความพร้อมด้านการเตรยี ม วัสดุ อุปกรณ์ และการปฏิบัติงาน
อย่างถกู ต้อง สำเร็จภายในเวลาทก่ี ำหนด มเี หตุและผลตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. เตรียมความพร้อมดา้ น วสั ดุ อปุ กรณส์ อดคล้องกับงานได้อย่างถูกตอ้ ง
3. มีความรับผิดชอบ ปฏิบัติงานไดอ้ ย่างถูกต้องในเรื่องวงจรอิเล็กทรอนิกสเ์ บื้องต้น สำเร็จภายใน
เวลาทกี่ ำหนดอยา่ งมีเหตุและผลตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

3. สาระการเรียนรู้
1. อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
2. แผ่นวงจรพิมพแ์ ละการสรา้ งแบบลายวงจร
3. การสรา้ งลายวงจรพมิ พแ์ บบงา่ ย
4. หัวแร้งบดั กรี
5. ตะกั่วบัดกรี
6. เครอื่ งดูดตะกัว่ บดั กรี
7. เทคนคิ การบัดกรอี ุปกรณ์
8. วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้อื งต้น
9. บทสรุป

4.เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ดา้ นความรู้(ทฤษฎ)ี

12.1 อเิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจร
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นอุปกรณ์ทีผ่ ลิตข้ึนมาจากสารกึ่งตวั นำแต่ละชนิดมาประกอบร่วมกนั มี

คุณสมบัติในการทำงานเฉพาะตวั แตกต่างกัน การทำงานจำเปน็ ต้องนำอปุ กรณ์เหล่าน้มี าประกอบร่วมกันอยู่

301

ในรูปวงจรไฟฟ้า (Electric Circuit) หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Circuit) โดยใช้คุณสมบัติ
เฉพาะตัวของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องมาใช้ทำงานร่วมกันในแบบประสานสัมพันธ์กัน ทำให้
เคร่อื งมอื เคร่อื งใช้ และอปุ กรณ์ทผี่ ลิตขน้ึ มาใชง้ านมีโครงสร้าง วงจร และการทำงานแตกต่างกันไป

อุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์แต่ละตวั ในวงจร จะมกี ารทำงานตามคณุ สมบตั ิของตัวเอง เมอ่ื จดั วงจรและ
ระบบการทำงานท่ีเหมาะสมวงจรก็สามารถทำงานได้ อุปกรณท์ ุกตัวที่ประกอบร่วมในวงจรมีความสำคัญเท่า
เทยี มกนั หากเกดิ การทำงานผิดปกติของอปุ กรณ์เพยี งตัวเดียวในวงจร จะมีผลต่อการทำงานผดิ ปกติของวงจร
ทั้งระบบ วงจรอิเล็กทรอนกิ ส์ท่ีสรา้ งขน้ึ มาใชง้ านมีมากมายแตกต่างกนั ทั้งวงจรและการทำงาน การศึกษาการ
ทำงานของวงจรแต่ละชนิด จำเป็นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจพน้ื ฐานการทำงานของอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์แต่
ละตวั ทใ่ี ช้งาน วา่ มคี วามสัมพันธก์ ับการทำงานของระบบในวงจรอย่างไร

การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์มีความยุ่งยากซับซ้อน ผอู้ อกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจท้ังตัว
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบการทำงานของวงจรที่ต้องสร้าง วงจรที่ถูกออกแบบมาใช้งานได้ผ่านการ
ทดลองและทดสอบการทำงานมาแล้ว จนมั่นใจว่าสามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์ถูกต้อง ดังนั้นผู้ใช้งาน
วงจรเหล่าน้ีก็จำเป็นต้องศกึ ษาทำความเข้าใจก่อนการใช้งานดว้ ย เพ่ือให้มกี ารใช้งานท่ีถูกต้องปลอดภัย เมื่อ
เกิดปัญหากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่าน้ี ผู้ใช้งานจะได้นำความรู้ที่มีอยู่มาช่วยวิเคราะห์ถึงปัญหา และ
นำไปสกู่ ารแกป้ ัญหาได้ วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์นิยมสร้างลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board ; PCB)
เพื่อให้วงจรมีขนาดเล็กกะทัดรัด ง่ายต่อการนำไปใช้งาน การบำรุงรักษา และการตรวจซ่อมแก้ไข การวาง
อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์บนแผ่นวงจรพมิ พ์ แสดงดงั รูปที่ 12.1

รปู ที่ 12.1 การวางอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์บนแผ่นวงจรพิมพ์

12.2 แผ่นวงจรพิมพ์และการสรา้ งแบบลายวงจร

แผ่นวงจรพิมพ์ เป็นแผ่นฉนวนที่สร้างขึ้นมาจากวัสดุหลายประเภท เช่น อีพอกซี เรซิน (Epoxy
Resin) หรือ อีพอกซีไฟเบอร์กลาส (Epoxy Fiberglass) เป็นต้น ผิวด้านนอกดา้ นเดียวหรือทั้งสองด้าน ถูก
เคลือบด้วยแผ่นทองแดงบาง (Thin Copper Foil) เพื่อใช้สร้างลายวงจรพิมพ์ (Printed Circuit) ตามวงจร

302

อิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาออกแบบ ลายวงจรพิมพ์ที่สร้างขึ้นมาใช้ในการต่อเชื่อมขาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้า
ด้วยกนั ตามวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์

การสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงานของมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลต่อ
ประสิทธิภาพของวงจร ทำให้วงจรสามารถทำงานได้ถูกต้องสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด การเขียนลายวงจร
จะต้องคำนึงถึงขนาดของลายวงจร ให้เหมาะสมกับขนาดของกระแสที่ไหลผ่าน ลักษณะการเชื่อมต่อต้อง
สมบรู ณ์ถูกต้อง เหมาะสม สวยงาม ระยะห่างของจุดตอ่ อปุ กรณ์บนลายวงจรตอ้ งมีขนาดที่พอเหมาะ รูจุดต่อ
อุปกรณ์ควรอยกู่ งึ่ กลางจดุ ต่อ และสว่ นโค้งงอของลายวงจรควรมนโคง้ ให้เหมาะสมกับตำแหนง่ อุปกรณ์

การสรา้ งแบบลายวงจรพมิ พล์ งบนแผ่นวงจรพมิ พ์ ควรปฏิบัตดิ งั น้ี
1. กำหนดวงจรที่ต้องการสร้างแบบลายวงจรพิมพ์ พร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ แต่ละตัวที่
ต้องการใชง้ านในวงจรมาใหพ้ ร้อม
2. วัดขนาดของอุปกรณ์ที่ต้องการใช้งานจริงทุกตัว ทั้งด้านกว้าง ด้านยาว ขนาดความโตของขา
อปุ กรณ์ ระยะหา่ งของขา และขนาดพ้นื ทข่ี องอุปกรณท์ ีต่ ้องใช้
3. กำหนดตำแหน่งอุปกรณ์ทุกตัวที่ใช้งานลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ ในตำแหน่งที่เหมาะสม ถูกต้อง
และสะดวกตอ่ การเช่อื มตอ่ ลายวงจรเข้าดว้ ยกนั
4. กำหนดขนาดความกว้าง ความยาวของแผ่นวงจรพิมพ์ที่ใช้ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะนำ
แผ่นวงจรพิมพ์ไปติดต้งั ใชง้ าน
5. สร้างลายวงจรพิมพ์คร่าวๆ เพื่อเชื่อมต่อขาของอุปกรณ์ทั้งหมดให้ถูกต้อง ครบถ้วน และ

ปรบั แต่งให้เหมาะสมอกี คร้ัง ลายวงจรพิมพ์ท่เี ชอื่ มตอ่ ขาอุปกรณ์ตอ้ งสั้น ไม่สับสน

6. กำหนดขนาดรลู ายวงจรพิมพ์ที่ใชว้ างอปุ กรณใ์ ห้เหมาะสมกับขาอุปกรณแ์ ต่ละตวั

7. ตรวจสอบตกแต่งจุดตอ่ ลายวงจรพิมพ์แต่ละเส้น ให้มรี ะยะห่างจากเสน้ ลายวงจรพิมพ์ข้างเคียงที่
เหมาะสม สวยงาม และไม่เกิดการแตะสมั ผัสกนั ของลายวงจรพมิ พแ์ ต่ละเส้น

8. บอกรายละเอียดที่สำคัญไว้ เช่น ชนดิ ของอปุ กรณพ์ ร้อมคา่ หรือหมายเลขท่ีใช้ในวงจร ตำแหนง่ ขา

อุปกรณ์ ขั้วบวกลบ และขั้วต่อเชื่อมต่างๆ เป็นต้น บอกไว้ทางด้านวางอุปกรณ์ของแผ่นวงจรพิมพ์ เพื่อให้

ง่ายในการประกอบวงจร ชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และลายวงจรพิมพ์ที่สร้างไว้เรียบร้อย แสดงดังรูปท่ี

12.2

C5 C3 +VS
220mF 100nF D1
C1 = 1mF
IN 1 TDA 5 1N44001
R3 2 2030A
22 kW 3 D2=1N4001

R2 R1 = 13 kW R4 RL
680CW2 1W
22mF C6 C4 C7
220mF 100nF 220nF

-VS

(ก) วงจรสญั ลักษณ์ (ข) ชุดวงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

303

(ค) แผ่นวงจรพิมพด์ า้ นวางอุปกรณ์ (ง) แผ่นวงจรพิมพ์ด้านลายวงจรพมิ พ์

รูปท่ี 12.2 ชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละลายวงจรพมิ พท์ ส่ี ร้างไวเ้ รียบรอ้ ย

12.3 การสร้างลายวงจรพิมพแ์ บบง่าย

วงจรอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ทสี่ รา้ งข้นึ มาในลักษณะชดุ ประกอบ (Kit) ใชฝ้ ึกทดลอง ท่ีเผยแพร่ในหนังสือชดุ

ทดลองอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มักจะมีลายวงจรพิมพ์ให้มาด้วยเสมอ เพื่อให้ผู้สนใจสามารถทดลองสร้าง

แผน่ วงจรพิมพ์ข้นึ ใช้เองได้ ดว้ ยการนำลายวงจรพิมพ์ท่มี ีมาใหไ้ ปใช้สร้างลายวงจรพิมพ์ลงบนแผ่นวงจรพิมพ์

ดว้ ยตวั เองได้ วิธสี ร้างทำได้หลายวธิ ี เชน่ พมิ พล์ ายด้วยวิธีซลิ ค์สกรนี (Silk Screen) ใชฟ้ ิล์มไวแสงหรือไดร์

ฟิล์ม (Dry Film) ใช้วิธีเขียนลายด้วยสีน้ำมันหรือปากกาเคมีกันน้ำ หรือใช้กระดาษถ่ายเอกสารลอกลาย

เป็นตน้

ในหัวข้อน้ีจะกล่าวถึงวิธีสร้างลายวงจรพิมพ์แบบงา่ ยด้วยตัวเอง สามารถสร้างใช้งานได้ด้วยตัวเอง

โดยใช้วิธีการลอกลายวงจรพิมพ์จากกระดาษถ่ายเอกสารที่ถ่ายลายวงจรไว้ หรืออาจใช้กระดาษที่พิมพ์ลาย

วงจรด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอรก์ ็ได้ ซึ่งเป็นวธิ ีท่งี า่ ย สะดวก ลงทนุ นอ้ ย และได้ลายวงจรพมิ พเ์ หมือนต้นฉบับทุก

ประการ ลำดบั ขั้นตอนการปฏบิ ตั ิเป็นดงั นี้ พร้อมท้ังแสดงรูปลำดบั ขนั้ ตอนตามรูปท่ี 12.3

1. เตรยี มอปุ กรณท์ ี่ตอ้ งการใช้งานให้พรอ้ ม ประกอบด้วย แผ่นวงจรพิมพ์ กระดาษชนดิ ถ่ายเอกสาร

ได้ ปากกาเคมีกนั น้ำ (ปากกาเขียนแผ่นใสกันน้ำ) เตารดี แผ่นใยขัดสังเคราะห์ (แผ่น สก็อตไบรต)์ ผงซักฟอก

กรดกดั ทองแดง หรอื กรดเฟอริก คลอไรด์ (Ferric Chloride Acid) นำ้ มันทนิ เนอร์ และภาชนะพลาสตกิ เป็น

ต้น

2. เตรียมแผ่นวงจรพิมพ์ให้พร้อมใช้งาน โดยตัด

แผ่นวงจรพิมพ์ให้ได้ขนาดตามต้องการ ลบคม ตกแต่งขอบให้

(ก) เรียบร้อย ล้างทำความสะอาดด้านทองแดง โดยใช้ใยขัด
สังเคราะห์และผงซักฟอก ล้างสิ่งสกปรกและคราบสนิมให้

หมด เช็ดและปลอ่ ยไว้จนแหง้ สนิท หลังจากน้ีไมค่ วรสัมผัสโดน

ผิวทองแดงนนั้ อกี

304

3. นำลายวงจรพิมพ์ที่ต้องการใช้ ไปถ่ายเอกสารลง
บนกระดาษ หรือแผ่นใสชนิดถ่ายเอกสารได้ และหรือใช้พิมพ์
ลายวงจรพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็ได้ โดยใช้ลายวงจร
(ข) พิมพ์ด้านใช้จรงิ มากลบั ด้าน (เหมือนลายวงจรพมิ พ์ด้านวาง
อุปกรณ์)

4. นำกระดาษถา่ ยเอกสารด้านลายวงจรพมิ พ์ วางลง

บนแผ่นวงจรพิมพ์ด้านทองแดง ใช้เทปใสยึดขอบกระดาษให้

(ค) แน่นไม่ให้เคลื่อนที่ ใช้เตารีดปรับความร้อนสูงสุด รีดบน
กระดาษให้ทั่วประมาณ 45 วินาที เพื่อให้ลายวงจรพิมพ์ที่

ถ่ายเอกสารไว้ท้ังหมด มาเกาะตดิ ท่ผี วิ ทองแดง ปลอ่ ยท้งิ ไว้ให้

แผน่ วงจรพมิ พ์เย็นตัวลง

5. นำแผ่นวงจรพิมพ์ที่รีดด้วยเตารีดเรียบร้อยแล้ว
พรอ้ มท้ังกระดาษที่ติดอยู่ไปแช่น้ำเปล่า ใหก้ ระดาษอ่อนตัวลง
(ง) ค่อยๆ ล้างถูเบาๆ ให้กระดาษหลุดออกจนหมด เหลือเพียง
ลายวงจรพิมพ์เกาะติดบนแผ่นวงจรพิมพ์ นำแผน่ วงจร พิมพ์มา
ทำใหแ้ หง้

6. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของลายวงจรพิมพ์ที่ได้

ออกมา มีสว่ นใดของลายวงจรพมิ พ์เกดิ ความบกพร่อง ขาดหลุด

(จ) หายไปหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้ปากกาเคมีกันน้ำเขียนตกแต่งให้ลาย
วงจรพมิ พ์สมบรู ณ์ทัง้ หมด

7. นำแผ่นวงจรพิมพท์ ่ีตกแตง่ เรียบรอ้ ยไปแช่ลงในกรด
กัดทองแดง เขย่าถาดเบาๆ พร้อมทั้งสังเกตทองแดงส่วนทไ่ี ม่
(ฉ) ต้องการหลุดออกหมดหรือยัง ทำเช่นนี้จนทองแดงส่วนที่ไม่
ต้องการหลุดออกหมด นำแผ่นวงจรพิมพ์ไปล้างกรดกัด
ทองแดงออกใหห้ มด ด้วยน้ำและผงซักฟอก

305

8. ล้างหมึกพิมพ์พลาสติกสีดำเป็นลายวงจรพิมพ์ที่

เกาะติดบนแผ่นวงจรพิมพ์ออกให้หมดด้วยทินเนอร์ หรือ

น้ำยาล้างยาทาเล็บ (Acetone) ทำความสะอาดแผ่นวงจร

(ช) พิมพ์อีกครั้ง ปล่อยให้แห้ง และทาเคลือบด้วยน้ำยางสน
บางๆ ปลอ่ ยทง้ิ ให้แห้งสนิท ยางสนชว่ ยปอ้ งกันการเกิดสนิม

ของลายทองแดงบนแผ่นวงจรพิมพ์

9. นำแผ่นวงจรพิมพ์ที่ผ่านขั้นตอนต่างๆ มา และ

เคลือบดว้ ยนำ้ ยางสนเรยี บร้อยไปเจาะรูตามจดุ ตา่ งๆ ให้ครบ

(ซ) ทุกจุด ก็จะได้ลายวงจรพิมพ์บนแผ่นวงจรพิมพ์ พร้อมที่จะ
นำไปประกอบอปุ กรณ์ตามตอ้ งการ

รูปที่ 12.3 ข้นั ตอนการสร้างลายวงจร
พิมพ์

12.4 หวั แร้งบดั กรี

หัวแร้งบัดกรี (Soldering Iron) เป็นเครื่องมือใช้ทำหน้าที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ต่างๆ รวมถงึ สายไฟฟา้ เข้าด้วยกนั ถือเปน็ อุปกรณ์ทส่ี ำคญั ต่อการใชง้ านสำหรับชา่ งไฟฟ้าและ
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หัวแรง้ ท่นี ยิ มใช้งานเป็นหวั แรง้ ทีท่ ำงานด้วยไฟฟา้ โดยเม่อื จ่ายไฟให้หวั แร้งจะเกิดความร้อน
ข้ึนในขดลวดความร้อน ส่งผา่ นความรอ้ นไปยงั ปลายหัวแร้ง ที่สว่ นหวั บัดกรเี ป็นตัวรับความร้อนสง่ ผ่านความ
ร้อนไปยังจุดบัดกรี หลักการบัดกรีจะต้องทำให้จุดบัดกรีเกิดความร้อนเพยี งพอ ใช้หลอมละลายตะกั่วบัดกรี
เช่ือมต่ออุปกรณ์ให้ประสานกันแน่น ไม่หลุดออกจากกันได้โดยง่าย ขนาดกำลังไฟฟ้าของหัวแร้งบัดกรีต้อง
ใชใ้ ห้สมั พนั ธ์กบั ขนาดของจุดบัดกรี เพอื่ ทำใหก้ ารบดั กรถี ูกต้องสมบรู ณ์

หวั แร้งบดั กรีท่ีผลิตมาใช้งานมีขนาดการจ่ายความร้อนออกมา หรอื มคี ่ากำลังไฟฟ้าของหัวแร้งบัดกรี
หลายขนาด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดจุดบัดกรี ถ้าเป็นจุดบัดกรีขนาดเล็ก เช่น การบัดกรีงานบน
แผ่นวงจรพิมพ์ ควรใช้หัวแร้งบัดกรีประมาณ 15 – 30 วตั ต์ จุดบัดกรีขนาดมาตรฐานท่ีใช้กบั งานทั่วไป ควร
ใช้หัวแร้งบัดกรีประมาณ 30 – 50 วัตต์ และจุดบัดกรีขนาดใหญ่ ควรใช้หัวแร้งบัดกรีประมาณ 50 – 150
วัตต์ หัวแรง้ บดั กรีท่ีผลิตออกมาใช้งานทางด้านงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะการทำงาน 2 แบบ คือ
หวั แร้งแช่ และหัวแร้งปืน แสดงดังรูปที่ 12.4

306

(ก) หัวแร้งแชช่ นดิ อุณหภูมิคงท่ี (ข) หวั แรง้ แช่ชนิดปรบั อุณหภูมไิ ด้

(ค) หัวแรง้ แช่ชนดิ ใช้แก๊ส (ง) หัวแรง้ ปนื

รูปที่ 12.4 ชนดิ หวั แรง้ บดั กรี

12.5 ตะก่ัวบดั กรี

ตะกั่วบัดกรี (Solder) เป็นวัสดุที่ทำหน้าทีช่ ่วยเชื่อมประสานรอยต่อสายไฟ ขาอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
อิเลก็ ทรอนิกสใ์ นการต่อวงจร หรือเชอ่ื มต่อขาอุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ ขา้ กับลายวงจรพิมพ์ ส่วนประกอบของ
ตะกั่วบัดกรี ประกอบด้วยดีบุก (Tin) และตะกั่ว (Lead) โดยส่วนผสมของวัสดุทั้งสองถูกกำหนดไว้เป็นค่า
เปอร์เซ็นต์ มีสัดส่วนของการใช้วัสดุทั้งสองแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น 60/40
หมายถึง เป็นตะกั่วบัดกรที ี่มีส่วนผสมของดีบุก 60% และตะกั่ว 40% เป็นต้น ส่วนผสมของตะกั่วบัดกรีท่ี
ผลิตมาใชง้ านมีความแตกตา่ งกนั จะมีผลต่อจุดหลอมละลายของตะก่วั บดั กรแี ตกตา่ งกนั ไป ดังน้ี

➢ ส่วนผสมที่ 63/37 มีจุดหลอมละลายโดยประมาณ 183o C ถือเป็นส่วนผสมท่ดี ีทส่ี ุด
➢ ส่วนผสมที่ 60/40 มจี ุดหลอมละลายโดยประมาณ 190o C เปน็ ส่วนผสมท่ดี ี
➢ ส่วนผสมที่ 50/50 มจี ุดหลอมละลายโดยประมาณ 214o C
การเลือกใช้ตะกว่ั บดั กรที ่ีดี ควรเป็นชนดิ ทมี่ จี ดุ หลอมละลายต่ำสดุ เพราะจะช่วยให้การบัดกรีทำได้
รวดเร็ว และความร้อนไม่ส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชำรุดเสียหาย ส่วนผสมของตะกั่วบัดกรีที่นิยมใช้

307

สำหรับการบัดกรีอปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนกิ สค์ วรใช้ค่าที่ 63/37 หรอื คา่ ท่ี 60/40 ถอื เป็นตะกั่วบดั กรชี นิดคุณภาพ
ดี ลักษณะตะก่ัวบดั กรีทีน่ ิยมใชใ้ นการบดั กรอี ุปกรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์ แสดงดงั รปู ท่ี 12.5

(ก) ตะกวั่ บัดกรี (ข) โครงสร้างภายในตะกั่วบดั กรี

รูปที่ 12.5 ตะกว่ั บัดกรีและโครงสร้างภายใน
จากรูปท่ี 12.5 แสดงตะก่วั บัดกรแี ละโครงสร้างภายใน รูปที่ 12.5 (ก) เป็นลักษณะตะกั่วบัดกรีท่ีผลิต
มาใช้งานด้านไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะเป็นเส้นลวดกลมยาว ขดไว้เป็นม้วนมีหลายขนาด ทั้งขนาด
ของเสน้ ตะกว่ั และขนาดของความยาว สว่ นรูปท่ี 12.5 (ข) เป็นโครงสรา้ งภายในตะกัว่ บดั กรใี ช้งานด้านไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนกิ ส์ ตอนกลางของเสน้ ตะกวั่ จะมนี ำ้ ยาประสาน หรอื ฟลักซ์ (Flux) บรรจุอยดู่ ว้ ย เป็นส่วนช่วย
ในการทำความสะอาดผิวหน้าของจุดบัดกรี ด้วยการทำให้สิ่งสกปรกต่างๆ บนผิวโลหะจุดบัดกรีหมดไป
ช่วยให้ตะกั่วบัดกรีเกาะตดิ ชิ้นงานได้ดีข้ึน และช่วยเคลือบผิวตะก่ัวบดั กรีรวมท้ังช้ินงานไม่ให้เกิดสนมิ และ
ทำใหผ้ วิ ตะกั่วเป็นมันวาว

12.6 เครือ่ งดูดตะกัว่ บัดกรี

เครื่องดูดตะกั่วบดั กรี (Solder Sucker) เป็นอุปกรณท์ ีผ่ ลิตขึน้ มาช่วยอำนวยความสะดวก ในการดูด
ตะกั่วที่บัดกรีขาอุปกรณ์ไว้ออกจากรอยบัดกรี เพื่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ในวงจรไฟฟ้าและ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เชน่ เปลยี่ นแปลงอุปกรณ์ตวั ใหม่ หรือปรับปรุงแก้ไขอุปกรณ์เดิมให้เป็นอุปกรณ์ใหม่ เป็นต้น
เครื่องดูดตะกั่วบัดกรีมีหลายรูปแบบ หลายลักษณะ ทั้งรูปร่าง ขนาด และโครงสร้าง หลักการทำงานของ
เครือ่ งดดู ตะกัว่ บัดกรี อาศยั แรงดดู อากาศของกระบอกลูกสูบในเครื่องดูดตะกวั่ วธิ ีดูดตะก่วั บัดกรีออก โดย
ทำให้ตะกั่วบัดกรีที่ต้องการดูดออกหลอมละลายก่อน แล้วจึงนำเครื่องดูดตะกั่วบัดกรีเข้าไปดูดโดยรวดเร็ว
เครื่องดดู ตะกั่วบดั กรี และการดูดตะกวั่ บัดกรี แสดงดงั รูปที่ 12.6

308

(ก) เครื่องดดู ตะกว่ั บดั กรี (ข) การดูดตะกัว่ บัดกรี

รปู ท่ี 12.6 เครอื่ งดดู ตะกว่ั บัดกรี และการดูดตะกั่วบดั กรี

นอกจากเครื่องดูดตะก่ัวบัดกรีแล้วยังได้ผลติ ตวั ซับตะก่วั บัดกรี (Solder Wick) ทำหนา้ ที่ดูดซับตะก่ัว
บัดกรีออกจากจุดบัดกรี ตัวซับตะกั่วบัดกรีทำมาจากลวดทองแดงขนาดเล็กถักไปมาคล้ายสายชิลด์ วิธีดูด
ตะก่วั บดั กรีออก โดยนำตวั ซบั ตะกั่วบัดกรมี าวางในตำแหนง่ ที่ตอ้ งการ นำหวั แร้งบัดกรที ่ีรอ้ นมาสมั ผสั เพื่อ
ซับตะกวั่ ให้ไปตดิ ทต่ี ัวซบั ตะก่วั แทน ตวั ซบั ตะกว่ั บัดกรี และการซบั ตะกัว่ บัดกรี แสดงดงั รปู ท่ี 12.7

(ก) ตวั ซับตะกวั่ บดั กรี (ข) การซับตะกัว่ บัดกรี

รูปท่ี 12.7 ตวั ซับตะกั่วบัดกรี และการซับตะกั่วบัดกรี

12.7 เทคนิคการบัดกรอี ุปกรณ์
การบดั กรีเปน็ ส่ิงสำคญั ของการปฏิบัตงิ านทางด้านช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่างท่ีเก่ียวข้อง

กับการเชื่อมตอ่ วงจรทางไฟฟ้าเขา้ ด้วยกัน การตอ่ อุปกรณเ์ ข้าวงจรจะสง่ ผลตอ่ การทำงานของวงจรเหล่านั้น
วา่ ดีหรือไม่ ส่วนประกอบท่สี ำคัญส่วนหนง่ึ คอื เทคนคิ การบดั กรี ถา้ การบัดกรไี มถ่ ูกต้อง รอยบดั กรไี ม่สมบูรณ์
ส่งผลเสียต่อการทำงานของวงจร จนถึงวงจรไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นขั้นตอนการบัดกรีเป็นสิ่งจำเป็น

309

และต้องฝกึ ปฏิบัตใิ ห้เกิดความชำนาญ เทคนคิ การบดั กรีทำได้ดังน้ี พร้อมทงั้ แสดงรูปลำดับขนั้ ตอนตามรูปท่ี
12.8

1. เตรียมอุปกรณ์ทต่ี ้องการใชง้ านให้พร้อม เชน่ คมี จับ
คีมตัด หัวแร้งบัดกรีพร้อมที่รองหัวแร้งและฟองน้ำทำความ
(ก) สะอาดหัวแร้งบัดกรี ตะกั่วบัดกรี เครื่องดูดตะกั่วบัดกรี แผ่น
วงจรพิมพ์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (หรือชิ้นงานที่ต้องการ
บัดกร)ี เป็นตน้

2. นำแผ่นวงจรพิมพ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ
ชิ้นงานที่ต้องการบัดกรี ประกอบเข้าด้วยกัน ตามลำดับความ
(ข) สำคัญก่อนหลัง กรณีเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเสียบลงในรู
แผ่นวงจรพิมพ์ ให้งอขาออกเล็กน้อย เพื่อป้องกันการหลุดออก
จากรขู องตวั อุปกรณ์

3. จ่ายไฟฟ้าให้หัวแรง้ บัดกรี ทิ้งไว้จนร้อนจัด นำปลายหัว
แร้งบัดกรไี ปทำความสะอาด โดยนำไปเช็ดกับฟองน้ำที่เปียกน้ำพอ
(ค) หมาดๆ จากนั้นนำตะกั่วบัดกรีไปสัมผัสปลายหัวแร้งบัดกรีให้ท่ัว
ก่อนบัดกรีสังเกตขาอุปกรณ์ตัวใดสกปรกควรทำความสะอาด
เสียกอ่ น

4. นำหัวแร้งบัดกรีที่พร้อมใช้งานไปสัมผัสที่จุดบัดกรี
เชน่ ทข่ี าอปุ กรณแ์ ละลายวงจรพมิ พ์ ทิง้ ระยะเวลาประมาณ 2
(ง) – 3 วินาที จึงนำตะกั่วบัดกรีไปสัมผัสที่จุดบัดกรี ตรงปลายหัว
แร้งบัดกรี ให้มีตะกั่วบัดกรีหลอมละลายล้อมรอบจุดบัดกรีใน
ขนาดที่พอเหมาะ

5. เมื่อตะกั่วบัดกรีหลอมละลายมีขนาดพอเหมาะ นำ
ตะกั่วบัดกรีออกจากจุดบัดกรี รอจนตะกั่วบัดกรีหลอมละลาย
ทงั้ หมด จงึ ดึงหวั แรง้ บัดกรีออกจากจุดบัดกรีโดยรวดเร็ว ปล่อยให้
(จ) ตะก่ัวบัดกรีเย็นตัวลง สังเกตความสมบูรณ์ของจดุ บดั กรี ทำเช่นน้ี
จนครบทุกจุด

310

6. ใช้คีมตัด ตัดขาอุปกรณ์ส่วนเกินที่เหลือออกให้หมด
โดยตัดให้ชิดตะกว่ั บัดกรี ไมค่ วรใหเ้ หลือยาวมากเกินไป เพราะขา
(ฉ) ส่วนทเี่ หลือมีโอกาสล้มไปสัมผัสกับจุดต่ออื่นๆ อาจทำให้เกิดการ
ลัดวงจร ส่งผลต่อการชำรุดเสียหายของอปุ กรณแ์ ละวงจรได้เมื่อ
นำชน้ิ งานไปใช้งาน

(ช) 7. ตรวจสอบจุดบัดกรีทุกจุด จุดบัดกรีที่ดีตะกั่วบัดกรี
จะต้องเป็นปุ่มกลมนูนสวยงาม ผิวเรียบมันวาว ตะกั่วบัดกรี
(ซ) เกาะติดลายวงจรและขาอุปกรณ์โดยรอบ ตะกั่วบัดกรีมีขนาด
✓  พอเหมาะไม่น้อยหรือมากเกินไป จุดบัดกรีที่ไม่ดีมีหลายลักษณะ
เช่น มีตะกั่วบัดกรีมากเกินไป บัดกรีไม่เกาะติดขาอุปกรณ์หรือ
รปู ที่ 12.8 เทคนคิ การบดั กรี ลายวงจรพิมพ์ เปน็ ตะปมุ่ ตะป่ำ และผิวดา้ นไมม่ ันวาว เปน็ ตน้

8. พบจุดบัดกรีที่บกพร่องไม่สมบูรณ์ ให้ใช้เครื่องดูด
ตะกั่วบัดกรี หรือตัวซับตะกั่วบัดกรี ดูดจุดบัดกรีที่ไม่สมบูรณ์
ออกให้หมด และทำการบดั กรใี หม่อกี ครั้ง ใหไ้ ดจ้ ุดบดั กรีทดี่ ี

12.8 วงจรอิเลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น

วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตออกมาใช้งาน มีมากมายหลายชนิด หลายประเภท และมีวงจรที่
หลากหลาย ถูกนำไปใช้ประโยชนใ์ นงานด้านต่างๆ ปัจจุบันมีผู้ผลิตวงจรอิเล็กทรอนิกส์ออกมาใช้งานในรูป
ของชุดประกอบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Kit) ออกจำหน่ายมากมาย เหมาะสำหรับผู้สนใจทางด้าน
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เพอ่ื ศกึ ษาทำความเข้าใจ และทำใหเ้ กิดความรู้ ความเพลิดเพลนิ และความสนกุ สนาน การ
สร้างชุดประกอบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตัวเองทำได้ไม่ยาก โดยนำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และลายวงจรพิมพ์ที่มี
ผู้ออกแบบไว้ ได้เผยแพร่ให้นำไปใช้งานได้ในวารสารต่างๆ นำมาสร้างลายวงจรพิมพ์ด้วยตัวเองตามวิธีใน
หัวข้อที่ 12.3 ใช้วิธีกระดาษถา่ ยเอกสารลอกลาย นำไปใช้ประกอบวงจร พร้อมทั้งทดลองการทำงานของ
วงจร การนำไปสร้างด้วยตัวเองจะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากขึ้น วงจรอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นท่ี
นา่ สนใจมหี ลายวงจรดังน้ี

12.8.1 แหลง่ จา่ ยแรงดนั ไฟตรงคงท่ี

311

แหลง่ จ่ายแรงดันไฟตรงคงท่ี คือแหล่งจ่ายกำลัง (Power Supply) ทำหน้าท่ีจ่ายแรงดันไฟ
ตรงคงที่ออกมา นำไปใช้จ่ายแรงดันไฟตรงให้วงจรไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ วงจรแบบเบื้องต้น
ประกอบด้วยหม้อแปลงกำลังชนิดลดแรงดัน ไดโอด ตัวเก็บประจุ ฟิวส์ และเต้าเสียบพร้อมสายไฟ สามารถ
ประกอบเป็นวงจรจ่ายแรงดันไฟตรงได้ 3 แบบ คือ วงจรจ่ายแรงดัน ไฟตรงแบบครึ่งคลื่น วงจรจ่ายแรงดันไฟ
ตรงแบบเต็มคลื่น และวงจรจ่ายแรงดันไฟตรงแบบบริดจ์ ทั้ง 3 แบบมีหน้าที่การทำงานเหมือนกัน คือแปลง
แรงดันไฟสลับเป็นแรงดันไฟตรง แตกต่างเฉพาะในส่วนของการจัดวงจรแปลงแรงดัน ใช้ขั้วหม้อแปลงกำลัง
และใช้จำนวนไดโอดไม่เท่ากัน รวมถึงการจัดรูปแบบวงจรแตกต่างกัน ในหัวข้อนี้จะกล่าวเฉพาะวงจร
แหลง่ จา่ ยแรงดันไฟตรงคงทแ่ี บบบรดิ จ์ ลกั ษณะวงจรและลายวงจรพมิ พ์ แสดงดังรปู ที่ 12.9

220VAC 220V 1 D1 D2 +
9V D4 -
D1 0V +C
2
1 D2 2,200 mF
9V D3 25V
D3 0V

2 D4 (ก) วงจร

+C + 2 -
1 +
-

(ข) ลายวงจรพิมพ์ดา้ นวางอุปกรณ์ (ค) ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รปู ที่ 12.9 วงจรจา่ ยแรงดนั ไฟตรงคงท่ีแบบบรดิ จ์

จากรูปที่ 12.9 แสดงวงจรจ่ายแรงดันไฟตรงคงที่แบบบริดจ์ การทำงานของวงจรอธิบายได้
ดังนี้ แรงดนั ไฟสลบั 220 VAC จา่ ยผา่ นหม้อแปลงกำลงั เพอ่ื ลดแรงดนั ลงให้เหลือ 9 V จ่ายออกขดลวดทาง
ขดทุติยภูมิที่ 9 V และ 0 V ส่งออกไปให้ไดโอด 4 ตัว D1, D2, D3 และ D4 ไดโอดทั้งสี่ทำหน้าที่กำจัด
แรงดันไฟสลับซีกลบทิ้งไป ยอมให้เฉพาะแรงดันไฟสลับซีกบวกผ่านไปให้ตัวเก็บประจุ C ทำการประจุ

312

แรงดันซีกบวกเกบ็ ไว้ และคายประจุแรงดันซีกบวกออกมาควบคมุ ให้ได้แรงดันไฟตรงคงท่ีจา่ ยออกเอาต์พุต
บนบวกล่างลบมีคา่ ประมาณ 12.7 V

การนำลายวงจรพิมพ์ในรูปที่ 12.9 (ค) ไปสร้างแผ่นวงจรพิมพ์ด้วยวิธีถ่ายเอกสารลอกลาย
ต้องกลับด้านลายวงจรพิมพ์ให้เป็นตรงข้าม คือต้องมีลายวงจรพิมพ์เช่นเดียวกับรูปท่ี 12.9 (ข) ถึงจะ
สามารถใช้งานได้ แตถ่ า้ ใชว้ ิธซี ิลคส์ กรีน ใช้วิธฟี ิล์มไวแสง หรือใชป้ ากกากนั น้ำเขียนลายวงจร สามารถใช้งาน
ไดท้ นั ที

12.8.2 เครื่องหรไ่ี ฟฟ้า

เครือ่ งหรีไ่ ฟฟา้ (Dimmer) เปน็ วงจรอิเล็กทรอนิกสท์ ่ีใช้ควบคมุ การจ่ายกำลังไฟฟ้าไปให้ภาระ
ในปริมาณมากหรือน้อย สามารถนำเครื่องหรี่ไฟฟ้าไปใช้งานแตกต่างกันหลายหน้าที่ เช่น หรี่แสงสว่าง
หลอดไฟ (Light Dimmer) ปรับความเร็วมอเตอร์ (Motor Speed Control) และปรับความร้อนเครือ่ งทำ
ความร้อน (Heater Dimmer) เป็นต้น วงจรแบบเบ้ืองต้นประกอบด้วย ไตรแอก ไดแอก ตัวเก็บประจุ และ
ตวั ต้านทาน ลกั ษณะวงจรและลายวงจรพิมพ์ แสดงดงั รปู ท่ี 12.10

220VAC 1A100VkRW1 G A2 60W
HT32 A1 4A 600V
R1
10kW
22C0n1 F
250V

(ก) วงจร

A1 G 100kW
A2

220nF 10kW

220VAC 1A

(ข) ลายวงจรพมิ พ์ดา้ นวางอุปกรณ์ (ค) ลายวงจรพมิ พ์ด้านลายทองแดง

รูปที่ 12.10 เครอ่ื งหรแ่ี สงสว่างหลอดไฟ

313

จากรูปที่ 12.10 แสดงวงจรเครื่องหรีแ่ สงสว่างหลอดไฟ ตัวไตรแอกทำหน้าทีเ่ ปน็ สวิตช์ชนดิ
ควบคมุ ไดท้ ขี่ าเกต (G) ควบคุมใหห้ ลอดไฟติดสว่าง การทำงานของวงจรอธบิ ายได้ดงั น้ี เม่ือจา่ ยแรงดันไฟสลับ
220 V เข้าวงจร ในครั้งแรกไตรแอกยังไม่ทำงาน ตัวเก็บประจุ C1 จะประจุแรงดันไว้จนถึงค่าแรงดันเบรกโอ
เวอร์ (Breakover Voltage) ของตวั ไดแอก ไดแอกยอมใหแ้ รงดนั จาก C1 จ่ายไปกระตุ้นขา G ของไตรแอก ตวั
ไตรแอกเป็นสวติ ชต์ ่อวงจร มแี รงดันไฟสลบั 220 V จา่ ยไปให้หลอดไฟ หลอดไฟตดิ สว่างตลอดเวลา

การปรับความสวา่ งของหลอดไฟ ข้นึ อยูก่ บั การปรบั เปลี่ยนค่าความตา้ นทาน VR1 ถ้าปรับค่า
ความต้านทาน VR1 มคี ่ามาก ทำให้ C1 ประจุแรงดนั ช้าถึงคา่ แรงดนั เบรกโอเวอร์ของตวั ไดแอกชา้ ชว่ งเวลา
ในการทำงานของไตรแอกต่อแรงดันไฟสลับนอ้ ย หลอดไฟสว่างนอ้ ย ถา้ ปรบั ค่าความตา้ นทาน VR1 มีคา่ นอ้ ย
ทำให้ C1 ประจุแรงดันได้เร็วขึ้นถึงค่าแรงดันเบรกโอเวอร์ของตวั ไดแอกเร็ว ช่วงเวลาในการทำงานของไตร
แอกต่อแรงดันไฟสลบั มากขนึ้ หลอดไฟสวา่ งมากข้ึน

การนำลายวงจรพมิ พใ์ นรูปที่ 12.10 (ค) ไปสรา้ งแผ่นวงจรพิมพ์ด้วยวิธกี ารถ่ายเอกสารลอก
ลาย ต้องกลับด้านลายวงจรพิมพ์ให้เป็นตรงข้ามก่อนใช้งาน (ลายวงจรพิมพ์จะเหมือน กับลายวงจรในรูปท่ี
12.10 ข)

12.8.3 สวิตชท์ ำงานดว้ ยแสง
สวิตช์ทำงานด้วยแสง (Light Switch) เป็นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แสงสว่างเป็นตัวช่วย

ควบคุมการปิดเปิดหน้าสัมผัสสวิตช์ให้วงจรทำงานหรือหยุดทำงาน การทำงานของวงจรเป็นไปอย่าง
อัตโนมัติ วงจรแบบเบ้อื งตน้ ประกอบด้วย ทรานซสิ เตอร์ ตัวต้านทานเปลย่ี นค่าตามแสง (LDR) รีเลย์ ไดโอด
ไดโอดเปล่งแสง ตัวเกบ็ ประจุ และตัวต้านทาน ลกั ษณะวงจรและลายวงจรพิมพ์ แสดงดังรูปที่ 12.11

VR1 R2 D1 +12 V 220VAC
10kW 680W 1N4001
NC
R3 LED C

1.8kW R1 Q1 NO

12VDC

LDR 1.8kW BC548

(ก) วงจร

1.8kW 314
680W
1N4001 +-

LDR 10kW C NO NC
1.8kW

+-

(ข) ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอุปกรณ์ (ค) ลายวงจรพิมพ์ด้านลายทองแดง

รปู ท่ี 12.11 วงจรสวติ ช์ทำงานดว้ ยแสง
จากรูปที่ 12.11 แสดงวงจรสวิตช์ทำงานด้วยแสง เป็นชนิดในขณะไม่มีแสงสว่างวงจร
ทำงาน และในขณะมแี สงสว่างวงจรไม่ทำงาน การทำงานของวงจรอธิบายได้ดงั นี้ แรงดัน ไฟตรง 12 V จ่าย
ให้วงจร วงจรจะทำงานหรือไม่ทำงานขึ้นอยู่กับตัว LDR ได้รับแสงหรือไม่ ถ้าขณะมีแสงมาตกกระทบตัว
LDR ค่าความต้านทานในตัว LDR ต่ำ มีแรงดันไฟตรงบวกตกคร่อมตัว LDR น้อย จ่ายเป็นไบแอสตรงให้
ทรานซิสเตอร์ Q1 น้อยยังไม่ถึงจุดทำงาน ทรานซิสเตอร์ Q1 ไม่ทำงาน ตัว LED ดับ รีเลย์ไม่ทำงาน ไม่มี
แรงดันไฟสลบั 220 V จ่ายใหห้ ลอดไฟ หลอดไฟดับ
เมอ่ื ไมม่ ีแสงมาตกกระทบตัว LDR คา่ ความต้านทานในตวั LDR สูงมาก มีแรงดัน ไฟตรงบวก
ตกคร่อมตวั LDR มาก จ่ายเป็นไบแอสตรงไปใหท้ รานซิสเตอร์ Q1 มากถงึ จดุ ทำงาน ทำใหท้ รานซสิ เตอร์ Q1
ทำงาน มกี ระแสไหลผ่าน LED และรีเลย์ ทำให้ตัว LED ตดิ สว่าง และรเี ลยท์ ำงาน ตอ่ หนา้ สัมผัส C และ
NO เขา้ ด้วยกัน มแี รงดันไฟสลับ 220 V จา่ ยใหห้ ลอดไฟ ทำใหห้ ลอดไฟตดิ สวา่ ง
ตัวต้านทานปรับเปลี่ยนค่าได้ VR1 เป็นตัวปรับเปลี่ยนความไวในการทำงานของวงจร
สามารถปรบั เพ่ิมหรือลดความเข้มของแสงที่ส่องมาตกกระทบตัว LDR สง่ ไปควบคมุ ให้วงจรเริ่มการทำงาน
คือทำให้วงจรทำงานท่ีแสงมืดมากหรือมดื นอ้ ยได้ ปรบั ใหเ้ หมาะสมกับการใช้งานได้ การนำลายวงจรพิมพ์ใน
รูปท่ี 12.11 (ค) ไปสรา้ งแผ่นวงจรพมิ พด์ ้วยวิธีการถ่ายเอกสารลอกลาย ต้องกลบั ดา้ นลายวงจรพิมพ์ให้เป็น
ตรงขา้ มกอ่ นใชง้ าน (ลายวงจรพิมพจ์ ะเหมือนกับรูปท่ี 12.11 ข)
12.8.4 วงจรไฟกะพรบิ
วงจรไฟกะพรบิ หรอื วงจรอะสเตเบลิ มัลติไวเบรเตอร์ (Astable Multivibrator) เป็นวงจร
ที่สามารถควบคุมให้หลอดไฟติดและดับได้ด้วยตัวเอง นำไปใช้เป็นวงจรไฟกะพริบแบบต่างๆ วงจรแบบ
เบือ้ งตน้ ประกอบดว้ ย ทรานซิสเตอร์ ไดโอดเปล่งแสง ตวั เก็บประจุ และตวั ตา้ นทาน ลักษณะวงจรและลายวงจร
พิมพ์ แสดงดังรปู ที่ 12.12

315

+12 V

LED1 R2 R2 LED2
R1 200kW 200kW
1kW R1
+C C+ 1kW
Q1
2N3904 10 mF 25V 10 mF 25V
Q2

2N3904

(ก) วงจร

10mF
1kW

- 2N3904

2N3904 10mF 200kW
200kW 1kW
+LED1
LED2
+
+
+

-

(ข) ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอุปกรณ์ (ค) ลายวงจรพิมพ์ดา้ นลายทองแดง

รูปท่ี 12.12 วงจรไฟกะพริบ
จากรปู ท่ี 12.12 แสดงวงจรไฟกะพริบ การทำงานของวงจรอธบิ ายได้ดงั นี้ แรงดนั ไฟตรง 12
V จ่ายเข้าวงจร ส่งผลให้ LED1 และ LED2 ทำงานเปล่งแสงติดดับสลับไปสลับมา ตามสภาวะการทำงานของ
ตัวทรานซิสเตอร์ นั่นคือ เมื่อ Q1 ทำงาน LED1 ติดสว่าง LED2 ดับ และเมื่อ Q2 ทำงาน LED2 ติดสว่าง
LED1 ดบั สลับไปสลับมาตลอดเวลา ความเรว็ ในการกะพรบิ ติดและดบั ขน้ึ อยู่กบั ค่าความจุของตัวเก็บประจุ
C และค่าความต้านทานของตัวต้านทาน R2 สามารถคำนวณเวลาในการกะพริบได้ด้วยสูตรคำนวณ
โดยประมาณดังน้ี

T = 0.56 R2 C

จากค่าทีใ่ ช้งานจะได้ T = 0.56  200  103 W  10  10-6 F = 1.12 วินาที
เมื่อต้องการเปลี่ยนค่าความเร็วในการกะพริบ ให้เปลี่ยนค่า C และ R2 หากใช้ค่าทั้งสอง

มากขึ้น เวลาในการกะพริบจะช้าลง และใช้ค่าทั้งสองน้อยลง เวลาในการกะพริบจะเร็วขึ้น ถ้าใช้ค่า C และ
R2 ทงั้ สองดา้ นไมเ่ ท่ากัน การกระพรบิ ของ LED1 และ LED2 จะมคี วามเร็วไมเ่ ท่ากนั การนำลายวงจรพมิ พ์ใน

316

รูปที่ 12.12 (ค) ไปสร้างแผ่นวงจรพิมพ์ด้วยวิธีการถ่ายเอกสารลอกลาย ต้องกลับด้านลายวงจรพิมพ์ให้เปน็
ตรงข้ามกอ่ นใชง้ าน (ลายวงจรพิมพจ์ ะเหมือนกบั รูปท่ี 12.12 ข)

12.9 บทสรุป

การออกแบบวงจรอิเล็กทรอนกิ ส์มีความยงุ่ ยากซับซ้อน ผ้อู อกแบบจะต้องมีความรู้ความเข้าใจทั้งตัว
อปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ และระบบการทำงานของวงจรที่สร้าง ผู้ใช้งานจะไดน้ ำความรู้ท่ีมอี ยู่มาช่วยวิเคราะห์
ถึงปัญหา และนำไปส่กู ารแกป้ ัญหาได้ วงจรอิเลก็ ทรอนกิ ส์นิยมสรา้ งลงบนแผน่ วงจรพมิ พ์ (PCB) เพอื่ ให้วงจร
มีขนาดเล็กกะทัดรัด ง่ายต่อการนำไปใช้งาน การบำรุงรักษา และการตรวจซ่อมแก้ไข แผ่นวงจรพิมพ์ สร้าง
ขึ้นมาจากวัสดหุ ลายประเภท เช่น อีพอกซี เรซิน หรือ อีพอกซีไฟเบอร์กลาส ผิวด้านนอกดา้ นเดียวหรือทั้ง
สองด้าน ถูกเคลอื บดว้ ยแผ่นทองแดงบาง ใช้สรา้ งลายวงจรพิมพ์

หวั แร้งบัดกรี เปน็ เคร่อื งมอื ทำหน้าทเ่ี ชือ่ มต่ออปุ กรณ์ไฟฟา้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ รวมถึง
สายไฟฟา้ เข้าด้วยกัน หัวแรง้ บัดกรมี ีหลายขนาด ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับขนาดจุดบัดกรี โดยทำงานรว่ มกับ
ตะกวั่ บัดกรเี พ่ือช่วยเช่อื มประสานรอยตอ่ สายไฟ ขาอปุ กรณ์ และลายวงจรพมิ พ์เข้าด้วยกนั ส่วนประกอบ
ของตะกัว่ บัดกรปี ระกอบด้วยดีบุกและตะกัว่ ผสมกัน ตะกั่วบัดกรที ด่ี เี ปน็ ชนิด 63/37 เครอ่ื งดูดตะก่วั บัดกรี
เปน็ อุปกรณท์ ีผ่ ลติ ข้ึนมาช่วยอำนวยความสะดวก ในการดดู ตะกัว่ ที่บัดกรีขาอปุ กรณ์ไว้ออกจากรอยบัดกรี
การบัดกรีเปน็ สง่ิ สำคญั ต้องฝกึ ปฏิบตั ิใหเ้ กดิ ความชำนาญ เพื่อใช้ประกอบวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ในรูปของชดุ
ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ซงึ่ เหมาะสำหรบั ผู้สนใจทางดา้ นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เพ่ือศกึ ษาทำความเขา้ ใจ

5. กจิ กรรมการเรียนการสอน
5.1 การนำเข้าสู่บทเรียน
1. จัดเตรียมเอกสารและสือ่ การสอน พรอ้ มกบั อธบิ ายวธิ ีการใหค้ ะแนน
2. ผสู้ อนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นของหนว่ ยท่ี 12 เร่ือง วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้
3. ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 12 เรื่อง วงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์เบื้องต้นแลว้ ให้นกั ศกึ ษา

สลับกันตรวจคำตอบ และให้คะแนน
5.2 การเรียนรู้
1. เปิดหนังสือเรียนวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 12 เรื่อง วงจร

อิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บ้อื งต้น
2. เปิดงานนำเสนอวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 12 เรื่อง วงจร

อเิ ล็กทรอนกิ ส์เบือ้ งต้น
3. ตอบคำถาม ข้อสงสยั ของผเู้ รียนระหว่างเรียน

5.3 การสรปุ
1. ทบทวนความเข้าใจและสรุปเนื้อหาร่วมกับผู้เรียนในหน่วยที่ 12 เรื่อง วงจรอิเล็กทรอนิกส์

เบอ้ื งตน้

317

2. ผูเ้ รียนทำใบงานท่ี 12.1,12.2,12.3
3. และแบบฝกึ หดั บทที่ 12
5.4 การวัดและประเมินผล
1. ตรวจการเขียนลายวงจรพมิ พ์บนแผ่นวงจรพมิ พ์
2. ใบปฏิบัติงานที่ 12.1
3. ใบปฏิบตั ิงานที่ 12.2

4. ใบปฏิบตั งิ านที่ 12.3

5. แบบฝึกหดั บทท่ี 12

6. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้

6.1 สอื่ สง่ิ พมิ พ์
1.หนังสอื เรียนวิชา งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์เบอ้ื งตน้ หน่วยที่ 12 เร่ือง วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์

เบื้องต้น
2. ใบปฏิบัติงานที่ 12.1,12.2,12.3
3. แบบฝึกหัดบทที่ 12

6.2 สือ่ โสตทศั น์ (ถ้าม)ี
1. งานนำเสนอวิชา งานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องตน้ หนว่ ยท่ี 12 เร่ือง วงจรอเิ ลก็ ทรอนิกส์

เบอ้ื งตน้

7. การวัดและประเมนิ ผล

7.1 กอ่ นเรยี น

1. เขา้ เรยี นตรงต่อเวลา

2. เตรยี มหนงั สือรายวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ สเ์ บือ้ งตน้

7.2 ขณะเรียน
1. ให้ความสนใจและตงั้ ใจฟังผู้สอนอธิบาย
2. ใหค้ วามรว่ มมือในการทำกิจกรรมระหวา่ งการเรียนการสอน

7.3 หลังเรียน

1. ใบปฏิบตั งิ านท่ี 12.1,12.2,12.3
2. แบบฝึกหดั บทท่ี 12

8. กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมาย
8.1 กจิ กรรมเสนอแนะ

318

8.2 งานที่มอบหมาย

แบบฝึกหดั บทที่ 12

เรอื่ ง วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบื้องต้น
วตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมินความรเู้ ดิมของนักศึกษาเก่ียวกบั เร่ือง วงจรอเิ ล็กทรอนิกส์เบ้ืองตน้ เขยี น

เครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงในข้อท่ีถกู ตอ้ งทีส่ ดุ
1. ความหมายของวงจรไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์ข้อใดถูกต้องท่ีสุด

ก. การรวมอุปกรณ์ตา่ งๆ เข้าด้วยกัน

ข. การนำอุปกรณ์แต่ละตวั มาประกอบรว่ มกนั

ค. วงจรรูปแบบใหม่ทีเ่ กดิ จากการคิดประดษิ ฐข์ ึน้ มา

ง. วงจรถกู นำไปใชป้ ระโยชน์ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์
2. ประโยชน์ของแผน่ วงจรพมิ พ์คืออะไร

ก. เช่อื มต่ออปุ กรณ์ใหอ้ ยูใ่ นรูปวงจร ข. รองรบั อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

ค. สรา้ งลายวงจรพิมพ์ ง. ถกู ทกุ ข้อ

3. การสรา้ งลายวงจรพมิ พ์บนแผน่ วงจรพมิ พว์ ธิ ใี ดทสี่ ะดวกเหมาะสมกบั นักทดลองเบ้อื งต้น

ก. เขยี นลายดว้ ยปากกาเคมกี นั นำ้ ข. กระดาษถ่ายเอกสารลอกลาย
ค. ฟิล์มไวแสง ง. ซิลคส์ กรีน

4. เมื่อตอ้ งการบัดกรงี านบนแผ่นวงจรพิมพ์ ควรใชห้ ัวแรง้ บดั กรีขนาดเทา่ ไร

ก. 15 – 30 วตั ต์ ข. 30 – 50 วัตต์

ค. 50 – 100 วัตต์ ง. 100 – 150 วัตต์

5. ตะกัว่ บัดกรีท่ดี มี จี ดุ หลอมละลายตำ่ คือชนิดใด

ก. ตะก่ัว 37% ดบี กุ 63% ข. ตะก่วั 40% ดีบุก 60%

ค. ตะก่วั 50% ดบี ุก 50% ง. ตะกว่ั 63% ดีบุก 37%

6. ตะกั่วบัดกรที ี่ใช้ในงานอเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ ีส่วนทีแ่ ตกต่างจากตะก่วั บัดกรีทว่ั ไปคอื สว่ นใด

ก. ใชส้ ว่ นผสมทม่ี ีตะก่วั มากกวา่ ปกติ

ข. มจี ุดหลอมละลายสูงกวา่ ตะกว่ั บัดกรีท่วั ไป
ค. ตอนกลางเส้นตะก่ัวมนี ำ้ ยาประสานบรรจุอยู่

ง. ตะกว่ั ผลติ เปน็ เส้นลวดขนาดเลก็ มีความยาวมาก

319

7. นำ้ ยาประสานที่ใชใ้ นการบดั กรดี ว้ ยตะกั่วบัดกรีทำหนา้ ท่ีอะไร
ก. ชว่ ยเคลือบผิวตะกัว่ บัดกรีและช้ินงานไม่ให้เกดิ สนิม
ข. ชว่ ยให้ตะกั่วบัดกรเี กาะตดิ ชนิ้ งานได้ดขี นึ้
ค. ทำความสะอาดผิวหน้าของจดุ บัดกรี
ง. ถกู ทุกข้อ

8. ลักษณะใดเปน็ จุดบดั กรีทด่ี ี

ก. ข.

ค. ง.

9. แหลง่ จ่ายแรงดนั ไฟตรงประกอบด้วยอปุ กรณ์หลกั ที่จำเปน็ อะไรบ้าง

ก. หมอ้ แปลงกำลงั ไดโอด

ข. หมอ้ แปลงกำลัง ไดโอด ตัวเก็บประจุ

ค. หม้อแปลงกำลงั ไดโอด ตัวเก็บประจุ ฟวิ ส์

ง. หมอ้ แปลงกำลงั ไดโอด ตัวเก็บประจุ ฟวิ ส์ เต้าเสียบพร้อมสายไฟ

10. เครอื่ งหร่ไี ฟฟ้าสามารถปรบั ปรุงไปใช้เปน็ วงจรอะไรได้

ก. ควบคมุ วงจรไฟฟา้ อัตโนมตั ิ ข. กำเนดิ วงจรไฟกระพรบิ

ค. ปรบั ความเร็วมอเตอร์ ง. ควบคมุ ระดับไฟตรง

ใบปฏบิ ตั งิ าน การบดั กรี
12.1

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. ใชค้ มี ตัด คีมปากยาว และมดี คัตเตอร์ ตัดและปลอกสายไฟได้
2. ใช้หวั แรง้ บดั กรสี ายไฟได้
3. เกิดความตระหนักในการทำงาน

320

เคร่ืองมือและอุปกรณ์

1. มดี คตั เตอร์ 1 ด้าม
2. คมี ตดั , คีมปากยาว อยา่ งละ 1 ตวั
3. หวั แร้งบัดกรีขนาด 25 W
4. เครือ่ งดูดตะกว่ั บัดกรี 1 ตวั
5. ตะก่ัวบดั กรยี าว 30 ซม. 1 ตวั
6. สายไฟแขง็ ขนาด 1 มม2. 1 เส้น
1 เมตร

ลำดบั ขนั้ การทดลอง

1. ปลอกฉนวนออกจากสายไฟให้หมด
2. ใช้คีมปากยาวดัดลวดทองแดงให้เป็นอักษรภาษาอังกฤษแต่ละตัวเป็นชื่อตัวเองขนาดความสูง 1
น้วิ และต่อเข้าด้วยกนั โดยใช้การบัดกรี จนครบทกุ ตวั อกั ษร
3. ตัดลวดทองแดง 2 เส้น เปน็ โครงยดึ ตวั อกั ษรใหย้ าวเท่าช่ือตวั เอง
4. จดั วางตัวอักษรบนโครงยดึ เปน็ ชือ่ ตวั เอง จัดชอ่ งไฟให้พอเหมาะ ลักษณะการจัดวางตามตวั อย่าง
แสดงดังรปู ที่ 12.1

รูปที่ 12.1 การบดั กรีตัวอักษรลวดทองแดง
5. บัดกรยี ึดช่อื ตวั เองบนโครงยึดให้ครบทกุ จดุ ให้ไดจ้ ุดบัดกรที ่ีสมบรู ณ์ สวยงาม มนั วาว
6. ตรวจสอบจุดบดั กรีทุกจุด จุดใดบกพร่องแก้ไขใหม่ใหส้ มบูรณ์ สวยงาม

สรุปผลการทดลอง

__________________________________________ ____________________________________________________

_________________________________________________________________ _____________________________

____________________________________________________________ __________________________________

______________________________________________ ________________________________________________

_____________________________________________________ _________________________________________

__________________________________________________ ____________________________________________

321

คำถามและการวิเคราะห์

1. ผลการบัดกรีช่อื เป็นอยา่ งไร ถ้าหากนำตะกวั่ บัดกรที ี่ใช้แลว้ นำมาบดั กรีใหม่จะเกิดผลเช่นไร

__________________________________________ ____________________________________________________

_________________________________________________________________ _____________________________

____________________________________________________________ __________________________________

______________________________________________ ________________________________________________

_____________________________________________________ _________________________________________

ใบปฏิบัตงิ าน การสร้างลายวงจรพิมพ์แบบงา่ ย
12.2

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 แผน่
1 ชดุ
1. แสดงวธิ สี ร้างลายวงจรพิมพ์ตามลำดับขั้นตอนได้
2. ใช้กรดกดั ทองแดงกัดแผน่ วงจรพมิ พท์ ีส่ รา้ งได้ 1 ชุด
3. ใชส้ ว่านเจาะรูแผน่ วงจรพมิ พ์ตามลายวงจรพิมพไ์ ด้ 1 ด้าม
4. เกดิ ความสามคั คใี นการทำงานกลมุ่ 1 ขวด
1 ใบ
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ 1 ดอก

1. แผ่นวงจรพมิ พช์ นิดหน้าเดยี วขนาด 3.5 x 4.5 ซม.
2. ไยขัดสกอ๊ ตไบรตแ์ ละผงซักฟอก
3. นำ้ ยางสนและพู่กนั
4. ปากกาเคมกี ันน้ำ (ปากกาเขยี นแผ่นใสกนั นำ้ )
5. กรดกดั ทองแดง (กรดกำมะถัน)
6. ภาชนะพลาสติก
7. ดอกสวา่ นขนาดเล็กเจาะแผน่ วงจรพิมพ์

8. เตารดี 322
1 ตัว

ลำดบั ขัน้ การทดลอง

1. เตรียมแผ่นวงจรพิมพใ์ ห้พร้อมใช้งาน ได้แก่ ตัดแผ่นวงจรพิมพ์ให้ได้ขนาดตามต้องการ คือ ขนาด
3.5 x 4.5 ซม. ลบคม ตกแตง่ ขอบใหเ้ รยี บร้อย ลา้ งทำความสะอาดด้านทองแดง โดยใช้ใยขดั สก๊อตไบรตแ์ ละ
ผงซักฟอก ให้ส่วนที่เป็นคราบดำและไขมันออกให้หมด เช็ดและปล่อยให้แห้งสนิท ไม่ควรสัมผัสโดน
ผวิ ทองแดงอกี

2. นำลายวงจรพมิ พ์ตามรูปที่ 12.2 (ข) ไปถ่ายเอกสารลงบนกระดาษ หรือใชเ้ คร่ืองพมิ พ์เลเซอร์พิมพ์
ลายวงจรพิมพร์ ูปที่ 12.2 (ข) ออกมา โดยใชล้ ายวงจรพมิ พต์ ามรปู ทใี่ หไ้ วไ้ ปใชถ้ ่ายเอกสารได้ทันที (กลบั ด้าน
ลายวงจรพมิ พใ์ หเ้ รยี บรอ้ ยแลว้ )

A1 G 100kW
A2

200nF 10kW

220VAC 1A

(ก) ลายวงจรพิมพ์ด้านวางอปุ กรณ์ (ข) ลายวงจรพมิ พ์ใช้ถ่ายเอกสาร

รูปท่ี 12.2 ลายวงจรพิมพว์ งจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟ

3. นำกระดาษถ่ายเอกสารด้านที่มีลายวงจรพิมพ์ วางลงบนแผ่นทองแดงของแผ่นวงจร พิมพ์ที่
เตรยี มไว้ จัดตำแหน่งให้ถกู ต้องเหมาะสม ใชเ้ ทปใสยึดขอบกระดาษให้แน่นบนแผ่นวงจร พมิ พ์ไมใ่ ห้เคล่ือนท่ี
ใช้เตารีดปรับความร้อนสูงสุด รีดบนกระดาษลายวงจรให้ทั่วประมาณ 45 วินาที เพื่อให้ลายวงจรพิมพ์ที่ถ่าย
เอกสารไว้ ไปเกาะติดผิวทองแดงให้หมด ตรวจสอบการเกาะติดของลายวงจรอีกครั้ง ปล่อยทิ้งไว้ให้
แผน่ วงจรพมิ พ์เยน็ ตวั ลง

4. นำแผ่นวงจรพิมพ์ไปแชน่ ้ำเปล่า ให้กระดาษอ่อนตัวลง ค่อยๆ ล้างถูเบาๆ ให้กระดาษหลุดออกจน
หมด เหลอื เพยี งลายวงจรพมิ พ์เกาะติดบนแผน่ วงจรพิมพเ์ ท่านน้ั นำแผน่ วงจรพมิ พ์มาทำใหแ้ ห้ง

5. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของลายวงจรที่ได้ออกมา ส่วนใดบกพร่องลายวงจรขาดหายไป ให้ใช้
ปากกาเคมกี นั น้ำเขียนตกแตง่ ใหล้ ายวงจรพมิ พ์สมบูรณ์ ครบทกุ จุด

323

6. นำแผ่นวงจรพิมพ์ที่ตกแต่งเรียบร้อยไปแช่ลงในกรดกัดทองแดง เขย่าถาดไปมาเบาๆ พร้อมท้ัง
ตรวจสอบส่วนของทองแดงที่ไม่ต้องการหลุดออกหมดหรือยัง ทำเช่นนี้จนทองแดงส่วนที่ไม่ต้องการหลุด
ออกหมด นำแผน่ วงจรพมิ พไ์ ปล้างกรดกัดทองแดงออกใหห้ มด ด้วยนำ้ และผงซักฟอก

7. ซับแผ่นวงจรพิมพ์ใหแ้ หง้ นำไปล้างหมึกพิมพ์พลาสติกบนลายวงจรพิมพ์ออกให้หมด ดว้ ยทนิ เนอร์
ทำความสะอาดแผน่ วงจรพิมพ์อกี คร้งั ปล่อยใหแ้ ห้งสนิท

8. นำนำ้ ยางสนผสมทนิ เนอร์มาทาเคลือบบางๆ ทางด้านลายทองแดงทงั้ หมด ปลอ่ ยทง้ิ ให้แห้งสนิท
ยางสนที่เคลอื บอยู่จะช่วยปอ้ งกันสนิมของลายทองแดง ช่วยทำความสะอาดในขณะบดั กรี และทำใหก้ ารบัดกรี
ทำได้ง่ายขนึ้

9. นำแผน่ วงจรพิมพ์ไปเจาะรตู ามจุดต่างๆ ใหค้ รบ จะได้ลายวงจรพิมพ์บนแผน่ วงจรพิมพ์ พร้อมนำไป
ประกอบอุปกรณต์ ามต้องการ

สรุปผลการทดลอง

__________________________________________ ____________________________________________________

_________________________________________________________________ _____________________________

____________________________________________________________ __________________________________

______________________________________________ ________________________________________________

_____________________________________________________ _________________________________________

คำถามและการวเิ คราะห์

1. เหตุใดการใช้เตารีดทีร่ ้อนจัดรีดรายวงจรพิมพ์ท่ีถ่ายเอกสารไว้ รายวงจรพิมพจ์ ึงสามารถเกาะติดบน
แผ่นทองแดงได้

__________________________________________ ____________________________________________________

_________________________________________________________________ _____________________________
____________________________________________________________ __________________________________

______________________________________________ ________________________________________________

_____________________________________________________ _________________________________________

324

ใบปฏิบตั งิ าน การประกอบวงจร
12.3 หร่ีแสงสว่างหลอดไฟ

จุดประสงค์การเรียนรู้ 1 แผน่
1 ตัว
1. ต่อวงจรหร่แี สงสว่างหลอดไฟลงแผ่นวงจรพิมพไ์ ด้ 1 ตัว
2. บดั กรีอุปกรณล์ งบนแผ่นวงจรพิมพ์ตามลายวงจรพมิ พ์ได้ 1 ตัว
3. เกิดความขยันขนั แข็งในการปฏบิ ตั งิ าน
1 ตัว
เครอ่ื งมือและอปุ กรณ์ คา่ ละ 1 ตวั

1. แผน่ วงจรพมิ พ์ทที่ ำเสร็จแลว้ ในใบปฏิบตั ิงานที่ 12.2 1 ชุด
2. ไตรแอก 4 A, 600 V (เบอร์ Q6004L3) หรือเบอร์แทน 1 ชดุ
3. ไดแอกเบอร์ HT – 32 หรอื เบอรแ์ ทน อย่างละ 1 ตวั
4. ตัวต้านทาน 10 kΩ ; 0.5 W 1 ตัว
5. ตวั ตา้ นทานปรับเปล่ยี นค่าได้ 100 kΩ ; 0.5 W
6. ตวั เก็บประจุ 220 nF, 820 nF ; 250 V 1 ตวั
7. ฟวิ สพ์ ร้อมฐานรองฟวิ ส์ขนาดเล็ก 1A 1 เส้น
8. หลอดไฟไส้พรอ้ มฐานรอง 60 W
9. คีมตัด, คีมปากยาว 1 เคร่อื ง
10. หวั แร้งบัดกรีขนาด 25W 1 ชดุ
11. เครือ่ งดูดตะก่วั บัดกรี
12. ตะกว่ั บดั กรยี าว 50 ซม.
13. มลั ติมิเตอร์ชนดิ เขม็ ชี้
14. สายไฟพรอ้ มปลก๊ั

325

ลำดับขั้นการทดลอง

1. ประกอบวงจรหรี่แสงสว่างหลอดไฟตามรูปที่ 12.3 (ก) ลงบนแผ่นวงจรพิมพ์ที่ได้ทำไว้แล้ว
ประกอบอุปกรณ์ตามรปู ท่ี 12.3 (ข) พร้อมบดั กรอี ุปกรณ์ลงบนแผน่ วงจรพิมพ์ให้เรยี บรอ้ ย

220VAC 1A100VkRW1 G A2 60W
HT32 A1 4A 600V
R1
10kW
22C0n1 F
250V

(ก) วงจร

A1 G 100kW
A2

220nF 10kW

220VAC 1A

(ข) ลายวงจรพมิ พ์ด้านวางอุปกรณ์ (ค) ลายวงจรพมิ พ์ด้านลายทองแดง

รปู ที่ 12.3 วงจรหรีแ่ สงสวา่ งหลอดไฟ

2. ตรวจสอบความเรียบร้อย ถกู ตอ้ ง ของอปุ กรณ์ ขาต่อ และจดุ บัดกรี
3. ต่อชุดหลอดไฟและชดุ สายไฟพร้อมปล๊ัก ลงท่จี ุดต่อบนแผน่ วงจรพิมพ์
4. ปรบั หมนุ ตวั ต้านทาน VR1 ใหข้ ากลางขึ้นไปชิดด้านบน (ดา้ นหลอดไฟ) ยดึ แผน่ วงจร พิมพ์ชุดหรี่
แสงสวา่ งเข้ากบั ฐานรองใหแ้ น่นหนาแขง็ แรง
5. นำปล๊ักไฟชุดหร่ีแสงสว่างไปเสียบเข้าแหล่งจ่ายไฟ 220 VAC ห้ามจบั ตอ้ งแผ่นวงจร พิมพ์ชุดหรี่
แสงสวา่ ง เพราะจะเกิดอันตรายจากไฟ 220 VAC
6. ผลทีเ่ กิดกบั หลอดไฟเป็นเช่นไร (หลอดไฟสวา่ งมาก นอ้ ย หรือมืด)

ขณะปรับ VR1 มคี วามต้านทานมากท่ีสดุ หลอดไฟ ………………………..

326

ขณะปรบั VR1 มีความต้านทานปานกลาง หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มีความต้านทานนอ้ ยท่ีสุด หลอดไฟ ………………………..

7. เปลี่ยนตัวเก็บประจุ C1 เป็น 820 nF ทดลองการทำงานของวงจรอีกครั้ง ผลที่เกิดกับหลอดไฟ
เป็นเช่นไร (หลอดไฟสวา่ งมาก นอ้ ย หรอื มดื )

ขณะปรบั VR1 มีความต้านทานมากท่ีสุด หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรบั VR1 มีความต้านทานปานกลาง หลอดไฟ ………………………..
ขณะปรับ VR1 มคี วามต้านทานนอ้ ยท่ีสุด หลอดไฟ ………………………..
สรุปผลการทดลอง

__________________________________________ ____________________________________________________

_________________________________________________________________ _____________________________

____________________________________________________________ __________________________________

______________________________________________ ________________________________________________

_____________________________________________________ _________________________________________

คำถามและการวเิ คราะห์

1. การปรับเปลยี่ นค่า VR1 มากหรอื น้อย มผี ลต่อความสว่างของหลอดไฟอย่างไร

__________________________________________ ____________________________________________________

_________________________________________________________________ _____________________________

____________________________________________________________ __________________________________

______________________________________________ ________________________________________________

_____________________________________________________ _________________________________________

9. การบูรณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 ความมีเหตผุ ล
1. จดั เตรียมวัสดุ - อปุ กรณแ์ ละสอ่ื การสอนที่ใช้ในการเรียนการสอน ใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรมและ

จำนวนผู้เรียน
9.2 ความพอประมาณ
1. เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นและเป็นส่วนช่วยให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ทำให้กิจกรรมดำเนินบรรลุ

วัตถุประสงค์
2. เพอ่ื ใหง้ านออกมาสำเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี ำหนด

327

9.3 การมีภมู ิคุ้มกันในตวั ท่ดี ี
1. วางแผนการทำงานรว่ มกันภายในกลมุ่ ดว้ ยความรอบคอบ
2. ระมัดระวงั การใชอ้ ุปกรณ์ไมใ่ หเ้ กดิ อนั ตรายและความเสียหาย
3. จัดเกบ็ อปุ กรณใ์ ห้เป็นระเบยี บหลงั การใช้งาน

9.4 เงื่อนไขความรู้
1. นกั เรียนมีความรู้เกีย่ วกบั ระบบความปลอดภยั

9.5 เงอ่ื นไขคุณธรรม
1. เปน็ ผูม้ คี วามอดทนในการทำงานรว่ มกบั ผู้อน่ื
2. เป็นผู้มคี วามรับผิดชอบงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย
3. เปน็ ผู้มีนำ้ ใจ เอ้ือเฟอ้ื
4. การทำงานเป็นทมี
5. เปน็ ผูม้ ีความเพียรและใฝ่รู้

10. เอกสารอา้ งองิ /บรรณานุกรม
พนั ธ์ศักด์ิ พฒุ ิมานิตพงศ์ และคณะ. งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบ้ืองต้น. กรงุ เทพฯ : สำนกั พิมพ์ศนู ย์
ส่งเสรมิ อาชีวะ
ประพันธ์ พิพัฒนสขุ และคณะ. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องตน้ . นนทบุรี : สำนักพิมพ์ศนู ยส์ ่งเสริม
อาชวี ะ

11. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ รหัสวชิ า สัปดาห์ที่
รายวิชา สาขาวิชา
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ระดับชั้น กลุม่
11.1 ผลการจัดการเรยี นรู้

11.2 ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรยี น/นักศกึ ษา

นักเรียนสอบ มคี ะแนนสอบแต่ละหนว่ ยการเรียน

คะแนนสงู กวา่ ร้อยละ 60 ขนึ้ ไป จำนวน คน
คน
คะแนนตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 60 ลงไป จำนวน

11.3 ปัญหาและอปุ สรรค

11.4 แนวทางแกไ้ ข 328
11.5 ข้อเสนอแนะ
ลงชื่อ
(นางสาวธารวมิ ล วงศโ์ อษฐ)์
ผู้สอน


Click to View FlipBook Version