The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวธารวิมล วงศ์โอษฐ์_วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by transuay, 2021-10-28 09:03:07

นางสาวธารวิมล วงศ์โอษฐ์_วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

นางสาวธารวิมล วงศ์โอษฐ์_วิชางานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

143

ขดลวดอารเ์ มเจอร์เกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ผลักดนั กบั สนามแม่เหล็กถาวร จากการใชก้ ฎมอื ซ้ายของเฟลม
มง่ิ หาทิศทางการเคลือ่ นที่ พบวา่ ขดลวดอารเ์ มเจอร์ด้านซ้ายสีเหลืองหมนุ เคลอื่ นที่ขึ้นด้านบน และขดลวด
อาร์เมเจอร์ด้านขวาสีฟ้าหมุนเคลื่อนที่ลงด้านล่าง เกิดการหมุนของขดลวดอาร์เมเจอร์ในทิศทางตามเข็ม
นาฬิกา

ส่วนรูปที่ 6.12 (ข) เมื่อขดลวดอาร์เมเจอร์หมุนเคลื่อนที่สลับตำแหน่ง เป็นเวลาเดียวกับการจ่าย
แรงดนั ไฟสลับใหส้ ลิปริงเกิดการสลับข้วั โดยจา่ ยแรงดันไฟสลับให้ดา้ นสีเหลืองเปน็ ลบ (–) ด้านสีฟา้ เปน็ บวก
(+) เม่ือใช้กฎมือซ้ายของเฟลมมิ่งหาทิศทางการเคลื่อนที่ พบว่าขดลวดอาร์เมเจอร์ด้านซ้ายสีฟ้าหมุน
เคลือ่ นที่ขึ้นด้านบน และขดลวดอาร์เมเจอร์ด้านขวาสีเหลืองหมนุ เคลือ่ นท่ีลงดา้ นล่างเชน่ เดิม ทำให้ขดลวด
อาร์เมเจอร์หมุนในทิศทางตามเข็มนาฬิกาอย่างต่อเนือ่ งตลอดเวลา ส่งผลให้มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับหมนุ
ทำงานในทศิ ทางตามเขม็ นาฬิกา

6.6 การควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟ้าเบื้องตน้

การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า (Motor Control) เปน็ การใช้อุปกรณ์ทางไฟฟ้าต่างๆ ต่อร่วมใช้งานรวม
กับมอเตอรไ์ ฟฟ้าเพ่อื ให้สามารถทำงานได้ตามความต้องการ โดยขึน้ อยู่กบั หน้าท่ีการทำงาน ระบบของวงจร
ใช้งาน และจุดประสงค์ในการทำงาน ดังนั้นการนำมอเตอร์ไฟฟ้าไปใช้งาน จำเป็นต้องพิจารณาถึง
องคป์ ระกอบสำคญั ท่ีเก่ียวขอ้ งหลายประการ ไดแ้ ก่ ชนิดและขนาดของมอเตอรไ์ ฟฟ้าที่ใชง้ าน การออกแบบ
ระบบ การติดตั้ง การบำรุงรักษา และการเลือกใช้งานเครื่องควบคุมมอเตอร์ที่เหมาะสม เป็นต้น เพื่อให้เกิด
ความเหมาะสม ทนทาน และเกดิ ความปลอดภัย กบั เครื่องจกั รและผูป้ ฏบิ ตั ิงาน

6.6.1 ระบบการทำงานท่ใี ชม้ อเตอรไ์ ฟฟา้
ระบบการทำงานที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไปร่วมในการทำงาน จำเป็นต้องกำหนด

รายละเอียดในการทำงานของมอเตอร์ เพื่อให้เกิดการทำงานที่ถูกต้อง ปลอดภัย และได้คุณภาพ มี
สว่ นประกอบดังนี้

1. การทำให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน (Safety of Operator) เป็นการติดต้ัง
ระบบควบคุมความปลอดภัยในการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า มีอุปกรณ์ปกปดิ ปอ้ งกันในส่วนของกลไกทีม่ ี
การหมุนเคล่ือนที่ต่างๆ ให้มิดชิด รวมถึงมีการให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับ
มอเตอรไ์ ฟฟา้ โดยตอ้ งคำนึงถงึ ความปลอดภัยมาเปน็ อันดับแรก (Safety First)

2. การเริ่มหมุนและการหยุดหมุน (Starting and Stopping) เป็นสิ่งจำเป็นประการแรกใน
การควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้า ซ่ึงมีความแตกต่างกนั และเกิดความยงุ่ ยากจากความต้องการใชง้ าน เชน่ การเร่ิม
หมุนแบบมีภาระน้อยหรือภาระมาก การเริ่มหมุนที่ช้าหรือเร็ว การหยุดหมุนในตำแหน่งที่ต้องการ และการ
หยดุ หมนุ แบบทันทหี รอื ค่อยๆ หยุดหมุน เปน็ ต้น

144

3. การควบคุมการหมนุ และความเร็วในการหมุน (Motor and Speed Control) เป็นการ
ควบคมุ ให้มอเตอรไ์ ฟฟา้ หมนุ ทำงาน ในความเรว็ ทต่ี อ้ งการ เพื่อใหเ้ กดิ ความปลอดภัยทงั้ ตัวมอเตอร์ และ
ผ้ใู ชง้ าน โดยการควบคุมใหม้ อเตอร์มีความเร็วท่ีเหมาะสม และถูกตอ้ งตามความต้องการ

4. การควบคมุ การกลบั ทศิ ทางการหมุน (Reversing) เป็นการปรับเปลี่ยนทศิ ทางในการหมุน
ของมอเตอร์ไฟฟ้า ใหเ้ ปน็ ทศิ ตรงข้ามตามความต้องการ หรอื การหมนุ กลับไปกลับมาตามช่วงเวลาท่ีกำหนดไว้
โดยใช้ระบบการควบคุมท่ีเหมาะสม

5. การป้องกันความเสียหาย (Damage Protection) เป็นการติดตั้งระบบป้องกันความ
เสยี หาย ท่ีอาจเกิดข้ึนในระบบการทำงาน ทั้งตวั เครื่องจกั รที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า วัสดุช้ินส่วนท่ีอยู่
ในสายการผลิต รวมถึงตัวมอเตอร์ไฟฟ้าเอง เช่น การป้องกันความเร็วรอบในการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้า
เกินพิกัด การป้องกันมอเตอร์ไฟฟา้ ทำงานเกินภาระงาน และการป้องกันการลัดวงจรของมอเตอร์ไฟฟ้า
เป็นต้น

6.6.2 รูปแบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้
การควบคุมให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงาน สามารถจัดแบ่งลักษณะรูปแบบการสั่งงานให้กับ

อปุ กรณค์ วบคมุ ไปทำใหม้ อเตอร์ไฟฟ้าทำงาน แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ตามรปู แบบการควบคุม ดังนี้

1. การควบคุมด้วยมือ (Manual Control) เป็นการสั่งงานใหก้ ับอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์
ไฟฟา้ ทำงาน โดยใช้ผปู้ ฏิบตั ิงานควบคุมใหร้ ะบบกลไกทางกลทำงาน ซึ่งส่วนมากการสงั่ งานให้ระบบกลไก
ทำงานแบบนี้ จะใช้คนเป็นผู้สั่งงานโดยตรง ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกควบคุมจากการสั่งงานด้วยมือของ
ผ้ปู ฏบิ ัติงานเท่านัน้ ดว้ ยการควบคมุ ผา่ นแผงอปุ กรณ์สวิตช์ชนดิ ต่างๆ หลายชนิด เชน่ สวิตชน์ ริ ภยั (Safety
Switch) สวติ ช์ป่มุ กด (Push Button Switch) สวิตชก์ า้ นโยก (Toggle Switch) และสวติ ชก์ า้ นหมุน (Rotary
Switch) เป็นต้น ตัวสวิตช์เหล่านี้ถูกต่อไปยังวงจรมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง ลักษณะสวติ ช์ควบคมุ ดว้ ยมือแบบ
ตา่ งๆ แสดงดงั รปู ที่ 6.13

รปู ท่ี 6.13 สวิตชค์ วบคมุ ด้วยมือ รปู ท่ี 6.14 สวิตช์ควบคมุ กึง่ อัตโนมัติ

145

2. การควบคุมกึ่งอัตโนมัติ (Semi Automatic Control) เป็นการสั่งงานให้กับอุปกรณ์
ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าทำงาน โดยใช้ผู้ปฏิบัติงานควบคุมใหร้ ะบบกลไกทางกลทำงาน ในลกั ษณะเช่นเดียวกับ
แบบควบคุมด้วยมือ ซึ่งมีส่วนแตกต่างออกไปที่การควบคุมของผู้ปฏิบัติงานผ่านสวิตช์ควบคุม แต่ตัวสวิตช์
ควบคุมไม่ได้ถูกต่อไปยังวงจรมอเตอร์ไฟฟ้าโดยตรง จะต่อไปยังแมกเนติกคอนแทกเตอร์ หรือรีเลย์ ทำ
หน้าที่เป็นสวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า (Electrical Magnetic Switch) ทำงานเมื่อมีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าส่งไป
ควบคุมหน้าสัมผัสสวิตช์ให้ตัดหรือต่อตามต้องการ ซึ่งสวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้าถูกต่อเข้าวงจรมอเตอร์ไฟฟ้า
โดยตรง ตัวสวติ ช์แม่เหล็กไฟฟ้าจะทำงานแทน ทำหนา้ ที่ควบคมุ ให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุน ดังน้ันผ้ปู ฏิบัติงานส่ัง
ให้มอเตอรไ์ ฟฟ้าทำงานหรอื หยดุ ทำงาน โดยสั่งผา่ นอุปกรณส์ วิตช์ไปควบคุมให้สวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้าควบคุมให้
มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานหรอื หยุดทำงาน สวิตช์ควบคมุ กึง่ อัตโนมตั ิ แสดงดังรูปท่ี 6.14

3. การควบคุมอัตโนมัติ (Automatic Control) เป็นการสั่งงานให้กับอุปกรณ์ควบคุมมอเตอร์
ไฟฟ้าทำงานเองโดยอัตโนมัติ ตามการสั่งงานของอุปกรณ์ตรวจจับ (Sensor) หรือตัวแปลง (Transducer) ท่ี
ติดตั้งไว้ในตำแหน่งต่างๆ ตามต้องการ คอยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงที่ตำแหน่งเหล่านั้น ไปสั่งให้มอเตอร์
ไฟฟ้าทำงาน หรอื หยดุ ทำงานได้เอง โดยผู้ปฏบิ ัติงานเพียงจ่ายแรงดนั ให้วงจรมอเตอร์ไฟฟา้ ในครง้ั แรกเท่าน้ัน
อุปกรณต์ รวจจับ หรือตวั แปลงมีหลายชนิดแตกต่างกัน เชน่ สวติ ชท์ ำงานด้วยแสง (Photo Electric Switch)
ใชแ้ สงอินฟราเรดตรวจจับวัตถุ สิง่ ของ ตอลดจนสิง่ เคล่ือนไหวต่างๆ ท่ีเคลอื่ นท่ีตัดผ่านแสง ส่งผลไปควบคุมการ
ทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า สวิตช์ลูกลอย (Float Switch) ทำหน้าที่ตรวจวัดระดับของเหลวทำให้หน้าสัมผัส
สวิตช์ลูกลอยตัดหรือต่อ ส่งผลไปควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า สวิตช์อุณหภูมิ (Temperature
Switch) ทำหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิในตำแหน่งที่ติดตั้งไว้ อุณหภูมิถึงพิกัดที่กำหนดทำให้หน้าสัมผัสสวิตช์
อุณหภูมิตัดหรือต่อ ส่งผลไปควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า สวิตช์ความดัน (Pressure Switch) ทำ
หน้าที่ตรวจวัดความดันของเหลวหรือก๊าซ ทำให้หน้าสัมผัสสวิตช์ความดันตัดหรือต่อ ส่งผลไปควบคุมการ
ทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟ้า และสวิตช์จำกัดตำแหนง่ (Limit Switch) ทำหน้าที่ตรวจวัดตำแหน่งทต่ี ้องการของ
เครื่องมือเคร่อื งจกั รทเี่ คลอื่ นที่ ใหห้ ยดุ การเคล่ือนที่ในตำแหนง่ ท่ีตอ้ งการ สวติ ช์ควบคุมอัตโนมัติ แสดงดังรูป
ท่ี 6.15

รปู ที่ 6.15 สวติ ช์ควบคุมอตั โนมตั ิ

146

6.6.3 ระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ เบอื้ งต้น

ระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นระบบที่นำเอาอุปกรณ์ควบคุมทางไฟฟ้าชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการ
ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ามาต่อใช้งาน เพื่อทำการควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าตามระบบที่กำหนดไว้
อย่างมคี ุณภาพและเกดิ ความปลอดภยั ระบบการควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟ้าเบื้องตน้ แสดงดังรูปที่ 6.16

รปู ท่ี 6.16 ระบบการควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟา้ เบ้ืองต้น

จากรูปที่ 6.16 แสดงระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้น ภายในระบบควบคุมการทำงาน
ประกอบดว้ ยแหล่งจ่ายแรงดนั ไฟสลับ จา่ ยแรงดนั ตามทม่ี อเตอร์ไฟฟา้ ต้องการใหร้ ะบบ สง่ ผ่านไปใหม้ อเตอร์
โปรเทคชั่นเซอร์กิตเบรกเกอร์ ทำหน้าที่ตดั ต่อแรงดันจา่ ยไปให้มอเตอร์ไฟฟา้ และป้องกันกระแสลัดวงจรของ
มอเตอร์ไฟฟ้า ส่งต่อไปให้คอนแทกเตอร์ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรกำลัง ไฟฟ้าใหม้ อเตอร์ไฟฟ้า ส่งต่อไปใหโ้ อเวอร์
โหลดรีเลย์ทำหน้าที่ป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าใช้กระแสเกินพิกัด และสุดท้ายจึงส่งต่อไปให้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุน
ทำงานตามตอ้ งการ อยา่ งปลอดภัย

6.7 บทสรปุ

แมเ่ หล็กถาวร เป็นโลหะทีส่ ามารถดงึ ดูดโลหะจำพวกเหลก็ ได้ แสดงสภาวะเป็นแม่เหลก็ ตลอดเวลา
มขี ว้ั แมเ่ หล็ก 2 ข้ัว คอื ขว้ั เหนือ (N) และขวั้ ใต้ (S) เกดิ สนามแมเ่ หลก็ มีการวง่ิ เคลอื่ นที่ จากข้วั เหนอื (N) ไปยัง
ขั้วใต้ (S) ทำให้เกิดเส้นแรงแม่เหล็กขึ้นมารอบแท่งแม่เหล็ก คุณสมบัติ แม่เหล็กขั้วเหมือนกันผลักกนั ข้ัว
ต่างกนั ดดู กนั

แม่เหลก็ ไฟฟา้ เปน็ แม่เหลก็ ที่เกิดขึน้ ในขดลวดตวั นำ เมื่อมีกระแสไหลผ่านขดลวดตัวนำ จะเกิดเส้น
แรงแมเ่ หลก็ ข้นึ มารอบขดลวดตวั นำ ความเข้มสนามแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าเปล่ยี นแปลงไปไดต้ ามจำนวนรอบของการ
พันขดลวดตวั นำ ปรมิ าณกระแสทไี่ หลผ่านขดลวดตวั นำ ชนดิ ของวสั ดุที่ใช้ทำแกนรองรบั ขดลวดตวั นำ ขนาด
ของแกนรองรับขดลวดตวั นำทน่ี ำมาใชง้ าน

มอเตอร์ คอื เครือ่ งกลไฟฟ้า ทำหนา้ ท่เี ปลย่ี นพลงั งานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล ทำงานดว้ ยหลักการ
เหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้การผลักกันของสนามแม่เหล็กสองชุด ทำให้เกิดการหมุนเคลื่อนที่ มอเตอร์

147

ไฟฟา้ ที่ผลติ มาใช้งาน แบง่ ตามแหล่งจ่ายไฟฟ้าท่จี ่ายให้มอเตอร์ไฟฟา้ ทำงาน แบ่งออกได้เป็น มอเตอร์ไฟฟ้า
กระแสตรง และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ

การควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้า คอื การบงั คบั ใหม้ อเตอร์ไฟฟ้าทำงานตามความตอ้ งการของผใู้ ช้ ข้นึ อยู่
กับจุดประสงค์ของการทำงาน และการใช้งาน ได้แก่ ระบบการทำงานที่ใชม้ อเตอรไ์ ฟฟ้า และรปู แบบการ
ควบคมุ ให้มอเตอร์ไฟฟา้ ทำงาน

5. กิจกรรมการเรยี นการสอน
5.1 การนำเขา้ สู่บทเรียน
1. จัดเตรยี มเอกสารและสอ่ื การสอน พรอ้ มกบั อธิบายวธิ ีการให้คะแนน
2. ผู้สอนแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนของหนว่ ยที่ 5 เรอื่ ง วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟา้
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 5 เรื่อง วงจรไฟฟ้าและเซลล์ไฟฟ้าแล้วให้นักศึกษา

สลบั กนั ตรวจคำตอบ และให้คะแนน
5.2 การเรียนรู้
1. เปิดหนังสือเรียนวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 6 เรื่อง มอเตอร์และการ

ควบคุมเบ้อื งตน้
2. เปิดงานนำเสนอวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบือ้ งต้น หน่วยที่ 6 เรื่อง มอเตอร์และการ

ควบคุมเบือ้ งตน้
3. ตอบคำถาม ข้อสงสัยของผู้เรยี นระหว่างเรยี น

5.3 การสรปุ
1. ทบทวนความเข้าใจและสรุปเนื้อหาร่วมกับผู้เรียนในหน่วยท่ี 6 เรื่อง มอเตอร์และการควบคมุ

เบ้ืองต้น
2. ผู้เรียนทำใบงานท่ี 6.1,6.2 และแบบฝึกหัดบทที่ 6

5.4 การวัดและประเมินผล
1. วเิ คราะห์การทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้ ได้

2. ใบปฏบิ ตั ิงานที่ 6.1
3. ใบปฏิบตั ิงานที่ 6.2
4. แบบฝกึ หัดบทที่ 6

6. ส่ือและแหล่งการเรียนรู้

6.1 ส่อื สง่ิ พมิ พ์
1.หนงั สือเรยี นวิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เบื้องตน้ หนว่ ยที่ 6 เร่ือง มอเตอร์และการควบคุม

เบือ้ งตน้
2. ใบปฏิบัติงานท่ี 6.1
3. ใบปฏิบัตงิ านท่ี 6.2

148

4. แบบฝกึ หัดบทที่ 6
6.2 สื่อโสตทศั น์ (ถา้ มี)

1. งานนำเสนอวชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งต้น หน่วยท่ี 6 เรือ่ ง มอเตอรแ์ ละการ
ควบคมุ เบ้ืองตน้

7. การวดั และประเมินผล

7.1 ก่อนเรยี น
1. เขา้ เรียนตรงต่อเวลา
2. เตรยี มหนังสอื รายวชิ า งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

7.2 ขณะเรียน
1. ให้ความสนใจและตง้ั ใจฟังผ้สู อนอธบิ าย
2. ใหค้ วามร่วมมือในการทำกิจกรรมระหวา่ งการเรยี นการสอน

7.3 หลังเรียน
1. ใบปฏิบตั ิงานที่ 6.1
2. ใบปฏบิ ตั ิงานที่ 6.2
3. แบบฝึกหดั บทที่ 6

8. กิจกรรมเสนอแนะ/งานทมี่ อบหมาย
8.1 กิจกรรมเสนอแนะ

8.2 งานท่ีมอบหมาย

แบบฝึกหัดบทท่ี 6

เรือ่ ง มอเตอรแ์ ละการควบคุมเบ้อื งตน้
วตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ความรูเ้ ดิมของนกั ศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง มอเตอรแ์ ละการควบคุมเบือ้ งต้น
เขยี นเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถูกต้องท่ีสุด
1. คณุ สมบัตขิ องแม่เหล็กถาวรขอ้ ใดกล่าวไวถ้ กู ต้อง
ก. เสน้ แรงแม่เหล็กเคลือ่ นทภ่ี ายในแทง่ แม่เหล็กจากขว้ั N ไปขัว้ S
ข. ขั้ว N ของแทง่ แม่เหล็กช้ีไปขัว้ S ของสนามแมเ่ หล็กโลก

149

ค. เกิดจุดสะเทินท่ีบรเิ วณปลายแท่งแมเ่ หล็ก

ง. ถูกทกุ ขอ้

2. เส้นแรงแม่เหล็กเกดิ ขึน้ บนเสน้ ลวดตวั นำในลักษณะใด

ก. เกดิ ในแนวตัง้ ฉากบริเวณหัวทา้ ยเสน้ ลวดตวั นำ

ข. เกดิ ในแนวขนานบรเิ วณหวั ทา้ ยเส้นลวดตวั นำ

ค. เกดิ ในแนวต้ังฉากทกุ จุดบนเส้นลวดตัวนำ

ง. เกิดในแนวขนานทุกจุดบนเสน้ ลวดตวั นำ

3. จะเกดิ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าขึน้ ได้เมอื่ ไร

ก. ทำให้เกิดเส้นแรงแม่เหลก็ ขนึ้ รอบเสน้ ลวดตวั นำ

ข. จ่ายแรงดันตกคร่อมเส้นลวดตวั นำ

ค. จา่ ยกระแสไหลผ่านเส้นลวดตวั นำ

ง. ถูกทุกขอ้

4. กฎมอื ขวากลา่ วไว้ดงั น้ี ใช้มอื ขวากำรอบเส้นลวดตวั นำ ให้น้ิวหวั แม่มอื ชขี้ นานไปกับเสน้ ลวด ตัวนำ

นิ้วหัวแมม่ ือแสดงทศิ ทางการไหลของกระแสนยิ ม น้วิ ทงั้ 4 ทกี่ ำรอบเสน้ ลวดตวั นำแสดงการเกดิ ของอะไร

ก. เสน้ แรงแม่เหล็ก ข. การเหนีย่ วนำ

ค. สนามไฟฟา้ ง. ประจุไฟฟา้

5. ความเข้มของสนามแม่เหลก็ ไฟฟา้ ท่ีเกดิ ขน้ึ มาเปล่ยี นแปลงไปอย่างไร

ก. กระแสไหลน้อยเกดิ ความเขม้ ต่ำ

ข. เส้นลวดพันรอบนอ้ ยเกดิ ความเขม้ สูง

ค. แกนรองรับขนาดเล็กเกิดความเข้มสงู

ง. ใชแ้ กนสารเฟอรโ์ รแมกเนติกเกดิ ความเขม้ ต่ำ

6. มอเตอร์ไฟฟ้ามีการทำงานอย่างไร

ก. ควบคุมระดับกระแสจ่ายออก ข. ควบคุมระดบั แรงดนั ทเ่ี กิดข้นึ มา

ค. เปลย่ี นพลงั งานไฟฟา้ เปน็ พลังงานกล ง. เปลย่ี นการหมนุ เคลอ่ื นท่ใี ห้เปน็ กำลงั ไฟฟา้

7. มอเตอรไ์ ฟฟ้าจะเกดิ การทำงานเม่อื ไร

ก. เกิดสนามแมเ่ หล็กชดุ เดียวเคล่ือนทผี่ ่านขดลวดตวั นำ

ข. สนามแมเ่ หลก็ ท้งั 2 ชดุ มขี ้วั แมเ่ หลก็ เหมอื นกันวางใกลก้ นั

ค. สนามแมเ่ หล็กมีอำนาจแมเ่ หลก็ มากกวา่ อำนาจสนามไฟฟ้า

ง. สนามแม่เหล็กถาวรมอี ำนาจแมเ่ หล็กดึงดูดกับสนามแม่เหล็กไฟฟา้

8. อปุ กรณข์ องมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าท่ีตอ่ รับแหล่งจ่ายแรงดันจา่ ยไปให้ขดลวดเคลื่อนที่ คืออะไร

ก. คอมมิวเตเตอร์ ข. อาร์เมเจอร์

ค. แปรงถา่ น ง. เพลา

9. มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั มีสว่ นที่แตกต่างไปจากมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรงคือสว่ นใด

150

ก. คอมมวิ เตเตอร์ ข. อาร์เมเจอร์

ค. แปรงถ่าน ง. สลิปรงิ

10. การใชง้ านแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ในระบบการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เป็นการใช้งานในการควบคุม

แบบใด

ก.ควบคมุ แบบกง่ึ อัตโนมัติ ข. ควบคุมแบบอตั โนมตั ิ

ค. ควบคุมดว้ ยมอื ง. ถูกทุกข้อ

ใบปฏบิ ัติงาน แม่เหลก็ ไฟฟ้าเบ้ืองต้น
6.1

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. บอกข้นั ตอนการสรา้ งแม่เหลก็ ไฟฟ้าแบบงา่ ยได้
2. แสดงวธิ ีการทดลองการทำงานของแม่เหลก็ ไฟฟ้าได้
3. มรี ะเบียบวนิ ยั ในการทำงาน

เครื่องมือและอุปกรณ์

1. ถา่ นไฟฉาย 1.5 V ขนาด D (ถา่ นกอ้ นใหญ)่ 1 กอ้ น
2. ลวดทองแดงอาบนำ้ ยาเบอร์ 26 AWG ยาว 60 เซนตเิ มตร 1 เสน้
3. ตะปเู หล็กขนาด 3 นิว้ (8 ซม.)
4. คลปิ เหนบ็ กระดาษ 1 ตัว
5. ยางรัดเส้นใหญ่ 1 กลอ่ ง
6. มีดปลอกสายไฟ 1 เส้น
1 ด้าม

ลำดับขน้ั การทดลอง

1. ใชป้ ากกาขดี แบง่ ตะปเู หล็กออกเป็น 2 ส่วนเทา่ ๆ กัน แสดงดงั รูปท่ี 6.1
2. นำลวดทองแดงอาบน้ำยา มาพันรอบตะปูเหล็กที่ส่วนที่ 1 เริ่มต้นการพันจากหัวตะปูเหล็กที่
ความยาวลวด 30 เซนตเิ มตร ให้เหลือความยาวปลายลวดไว้ด้านละ 7 เซนตเิ มตร ด้านทย่ี ังเหลือลวดอยอู่ ีก

151

30 เซนติเมตร ให้พันลวดรอบตะปูเหล็กที่ส่วนท่ี 2 ต่อเนื่องไปจนลวดหมด เหลือความยาวปลายลวดไว้ 7
เซนติเมตร เชน่ กนั แสดงดังรปู ที่ 6.2

12

7. 2 7.
1 3

รูปท่ี 6.1 แบ่งตะปูเหลก็ ออกเปน็ 2 สว่ นเท่ากนั รปู ที่ 6.2 พนั ลวดทองแดงบนตะปูเหลก็ ทั้ง 2
ส่วน

3. ใช้มีดขูดฉนวนที่เคลือบอยู่ตามผิวลวดทองแดง บริเวณส่วนตอนปลายลวดทองแดง 7
เซนตเิ มตรทย่ี ่นื ออกมาทง้ั 3 จดุ ใหถ้ งึ เน้ือทองแดงท่เี ปน็ ตัวนำไฟฟ้า

4. นำถ่านไฟฉาย 1.5 V มาตอ่ เข้าท่ตี อนปลายลวดทองแดงตำแหน่ง 1 และ 2 ตรงสว่ นเน้อื ทองแดง
ทีเ่ ปน็ ตัวนำไฟฟา้ นำสว่ นตอนปลายตะปูไปดูดคลิปเหน็บกระดาษ ใหไ้ ดจ้ ำนวนมากทสี่ ดุ แสดงดังรปู ท่ี 6.3

5. นบั จำนวนคลิปเหน็บกระดาษท่ีดูดไดท้ ้ังหมด ………….. ตัว

1 1 3
2 2
3

รูปท่ี 6.3 ตอ่ แบตเตอร่เี ขา้ ที่ตำแหนง่ 1 และ 2 รปู ท่ี 6.4 ตอ่ แบตเตอรเี่ ขา้ ทตี่ ำแหน่ง 1 และ 3

152

6. ย้ายตำแหนง่ การต่อถ่านไฟฉาย 1.5 V เขา้ ที่ตอนปลายลวดทองแดงตำแหนง่ 1 และ 3 ตรงส่วน
เนื้อทองแดงที่เป็นตัวนำไฟฟ้า นำส่วนตอนปลายตะปูไปดูดคลิปเหน็บกระดาษใหม่อีกครั้ง ให้ได้จำนวนมาก
ที่สุด แสดงดังรูปที่ 6.4

7. นบั จำนวนคลปิ เหน็บกระดาษที่ดูดได้ท้ังหมด ………….. ตวั

สรปุ ผลการทดลอง

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

คำถามและการวิเคราะห์

1. การเพิม่ จำนวนรอบของขดลวดมีผลตอ่ อำนาจแม่เหล็กที่เกิดข้ึนเป็นอย่างไร ทำไมถงึ เปน็ เชน่ น้ัน

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

ใบปฏิบตั ิงาน มอเตอรไ์ ฟฟา้ เบ้อื งตน้
6.2

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกข้นั ตอนการสร้างมอเตอรไ์ ฟฟ้าแบบเบ้อื งตน้ ได้
2. แสดงวธิ ีการทดลองการทำงานของมอเตอรไ์ ฟฟา้ แบบเบอ้ื งตน้ ได้

153

3. มนี ำ้ ใจตอ่ เพอ่ื นรว่ มงาน

เครื่องมือและอปุ กรณ์ 1 ก้อน
2 ตวั
1. ถา่ นไฟฉาย 1.5 V ขนาด D (ถ่านกอ้ นใหญ่) 1 เส้น
2. เขม็ กลัดกลดั เสอื้ ขนาดใหญ่ 2 แทง่
3. ลวดทองแดงอาบน้ำยาเบอร์ 26 AWG ยาว 60 เซนตเิ มตร 2 เสน้
4. แมเ่ หลก็ ขนาดเล็ก หรอื แมเ่ หล็กกน้ ลำโพงขนาดเล็ก 1 ด้าม
5. ยางรดั เส้นใหญ่
6. มดี ปลอกสายไฟ

ลำดับข้ันการทดลอง

1. นำลวดทองแดงอาบน้ำยา มาพนั รอบถ่านไฟฉายจนลวดหมด เหลือปลายลวดทองแดงทั้งสองด้าน
ปลายละ 5 เซนตเิ มตร แสดงดังรปู ท่ี 6.5

รูปท่ี 6.5 พันลวดทองแดงให้เปน็ ขดลวดวงกลม รปู ที่ 6.6 มดั ขดลวดให้แน่นดว้ ยปลายลวดทั้งสอง
ด้าน

2. นำปลายลวดทองแดงสว่ นทเ่ี หลอื ไวพ้ นั มดั ขดลวดใหแ้ นน่ ทง้ั 2 ดา้ น แสดงดังรปู ท่ี 6.6
3. ใช้คมี ตัด หรอื กรรไกร ตดั ปลายเส้นลวดสว่ นที่เหลือยื่นออกมาจากขดลวด ใหเ้ หลือลวดทองแดง
ยน่ื ออกมาดา้ นละประมาณ 3 เซนติเมตร แสดงดงั รปู ที่ 6.7
4. ใช้มีดขูดฉนวนที่เคลือบผิวลวดทองแดงทีป่ ลายเส้นลวดทั้งสองปลาย ปลายด้านหน่ึงขูดออกให้
รอบเสน้ ลวด ปลายอกี ด้านหนงึ่ ขดู ออกครึ่งซกี บน ตลอดแนว แสดงดงั รูปที่ 6.8

154

รูปที่ 6.7 ตดั ลวดทองแดงให้เหลือดา้ นละ 3 ซม. รูปที่ 6.8 ใชม้ ีดขูดฉนวนท่ีผวิ ลวดทองแดงออก
5. นำเข็มกลัดด้านหัวกลัดมาประกบเข้าที่หัวท้ายถ่านไฟฉาย นำยางมารัดเขม็ กลดั ใหแ้ นน่ และนำ

แท่งแม่เหล็กวางบนถ่านไฟฉายในแนวเดียวกับเข็มกลัด นำยางมารัดแท่งแม่เหล็กให้แน่น จะได้ชุดจ่าย
แรงดนั มอเตอรไ์ ฟฟา้ เบือ้ งตน้ ข้ึนมา แสดงดงั รปู ที่ 6.9

6. นำขดลวดท่ีสร้างเรียบร้อยแล้วสอดเข้ารูเข็มกลัดทง้ั สองด้าน จดั แนวชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเบ้ืองต้นให้
ไดร้ ะดับ ได้ชุดมอเตอรไ์ ฟฟา้ เบอ้ื งตน้ พร้อมทำงาน แสดงดังรปู ที่ 6.10

รปู ที่ 6.9 ชุดจ่ายแรงดนั มอเตอรไ์ ฟฟ้าเบอื้ งตน้ รปู ที่ 6.10 ชดุ มอเตอรไ์ ฟฟา้ เบ้อื งตน้

7. ปล่อยมือออกจากขดลวด ถ้ามอเตอร์ไม่หมุน ให้ใช้นิ้วมือไปหมุนขดลวดเบาๆ มอเตอร์จะเป็น
อย่างไร (หมุนหรือไม่หมุน) ..................... จัดชุดมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้นให้หันขัว้ บวก (+) ถ่านไฟฉายไปอยู่
ด้านขวามือตามรูปที่ 6.11 สังเกตขดลวดหมุนอยา่ งไร (หมุนจากดา้ นล่างเข้าหาตัวเราหรือหมนุ จากด้านบน
เข้าหาตัวเรา) ........................................................................... พร้อมสังเกตความเร็วในการหมุนของ
มอเตอร์ไว้เป็นอย่างไร ...................................................

155

รูปท่ี 6.11 การหมนุ ของมอเตอร์ไฟฟ้า รูปที่ 6.12 จัดชดุ ขดลวดให้เป็นทรงกลม

8. นำชุดขดลวดมาจัดใหม่ แยกขดลวดออกให้เป็นทรงกลม แสดงดังรูปท่ี 6.12
9. นำชุดขดลวดมาจัดใหม่สอดเข้ารูเข็มกลัดท้ังสองด้าน จัดแนวชดุ มอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้นให้ได้ระดับ
ได้ชุดมอเตอร์ไฟฟา้ เบ้ืองตน้ แบบใหมพ่ ร้อมทำงาน แสดงดงั รปู ท่ี 6.13

รปู ที่ 6.13 ชุดมอเตอรไ์ ฟฟา้ เบ้อื งตน้ แบบใหม่ รปู ที่ 6.14 การหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าชุดใหม่

10. ปล่อยมือออกจากขดลวด ถ้ามอเตอร์ไม่หมุน ให้ใช้นิ้วมือไปหมุนขดลวดเบาๆ มอเตอร์จะเป็น
อย่างไร (หมุนหรือไม่หมนุ ) ..................... สังเกตขดลวดหมุนอย่างไร (หมุนจากด้านล่างเข้าหาตวั เราหรือ
หมุนจากด้านบนเข้าหาตวั เรา) ...................................................................... พร้อมสังเกตความเร็วในการ
หมุนของมอเตอรไ์ วเ้ ป็นอย่างไร ................................................... แสดงดงั รปู ท่ี 6.14

11. กลับทิศขดลวดมอเตอร์สอดเข้ารูเข็มกลัดเป็นตรงข้ามกับครั้งแรก ทำให้ขดลวดหมุนอีกคร้ัง
สังเกตขดลวดหมุนอย่างไร (หมุนจากด้านล่างเข้าหาตัวเราหรือหมุนจากด้านบนเข้าหาตัวเรา)

156

................................................................... มีทิศทางการหมนุ เหมือนกับครั้งแรกหรอื ตรงข้ามกับครั้งแรก
............................................. เป็นเพราะเหตุใด .......................................
..............................................................................................................................................

ข้อควรระวัง การทดลองให้มอเตอร์หมุนนานๆ จะทำให้ถ่านไฟฉายหมดเร็ว ควรหยุดพักเป็น
ระยะๆ เพอื่ ความปลอดภยั และชว่ ยประหยดั พลงั งาน

สรปุ ผลการทดลอง

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

คำถามและการวิเคราะห์

1. การจัดชุดขดลวดของมอเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้น แบบรวบขดลวดดังรูปที่ 6.10 และแบบกระจาย
ขดลวดดงั รูปท่ี 6.13 การหมนุ ของขดลวด และความเรว็ ในการหมนุ เปน็ อยา่ งไร

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

9. การบรู ณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 ความมเี หตุผล
1. จัดเตรยี มวสั ดุ - อปุ กรณแ์ ละส่ือการสอนท่ีใช้ในการเรียนการสอน ใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรมและ

จำนวนผู้เรยี น
9.2 ความพอประมาณ

157

1. เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นและเป็นส่วนช่วยให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ทำให้กิจกรรมดำเนินบรรลุ
วัตถปุ ระสงค์

2. เพือ่ ให้งานออกมาสำเรจ็ ตามเป้าหมายทก่ี ำหนด
9.3 การมภี มู คิ ุ้มกันในตัวทดี่ ี

1. วางแผนการทำงานร่วมกนั ภายในกลมุ่ ด้วยความรอบคอบ
2. ระมัดระวังการใชอ้ ุปกรณไ์ มใ่ หเ้ กิดอนั ตรายและความเสยี หาย
3. จดั เก็บอปุ กรณใ์ ห้เปน็ ระเบียบหลงั การใชง้ าน
9.4 เงอ่ื นไขความรู้
1. นกั เรยี นมคี วามรู้เกย่ี วกับระบบความปลอดภยั
9.5 เง่อื นไขคุณธรรม
1. เป็นผมู้ ีความอดทนในการทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืน
2. เป็นผู้มคี วามรบั ผิดชอบงานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย
3. เป็นผู้มีน้ำใจ เออื้ เฟ้ือ
4. การทำงานเป็นทมี
5. เปน็ ผู้มคี วามเพียรและใฝ่รู้

10. เอกสารอา้ งอิง/บรรณานุกรม
พนั ธศ์ กั ด์ิ พฒุ ิมานติ พงศ์ และคณะ. งานไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องตน้ . กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พ์ศูนย์
ส่งเสรมิ อาชวี ะ
ประพันธ์ พิพัฒนสุข และคณะ. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เบื้องต้น. นนทบุรี : สำนักพมิ พ์ศูนยส์ ่งเสริม
อาชีวะ

11. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้ รหสั วิชา สปั ดาห์ท่ี
รายวชิ า สาขาวิชา
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ระดบั ชั้น กลมุ่
11.1 ผลการจัดการเรียนรู้

11.2 ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนของนักเรยี น/นักศึกษา

นกั เรียนสอบ มคี ะแนนสอบแต่ละหน่วยการเรียน

คะแนนสูงกว่า รอ้ ยละ 60 ขึ้นไป จำนวน 158
คะแนนตำ่ กว่า ร้อยละ 60 ลงไป จำนวน
11.3 ปญั หาและอปุ สรรค คน
คน

11.4 แนวทางแก้ไข

11.5 ขอ้ เสนอแนะ

ลงชือ่
(นางสาวธารวมิ ล วงศโ์ อษฐ์)
ผู้สอน

159

แผนการจัดการเรยี นร้มู ุ่งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท่ี 7
ชือ่ วิชา งานไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนกิ ส์ สอนสปั ดาห์ที่ 9
เบอ้ื งต้น
รหสั วชิ า 20100-1005 จำนวน 2 หนว่ ยกิต
หลักสตู ร ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) พุทธศกั ราช 2563

ชอ่ื หน่วย อปุ กรณป์ ้องกันไฟฟา้ และการตอ่ สายดนิ จำนวน 4 ช่วั โมง/สปั ดาห์

1. สาระสำคัญ

ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันในระบบไฟฟ้าที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย หน้าที่ของฟิวส์คือจะตัดการจ่าย

แรงดนั และกระแสออกจากวงจร เมอื่ เกดิ การลดั วงจรและกระแสไหลเกินกำหนด ฟวิ สเ์ กิดการหลอมละลาย

และขาดตัดวงจรทันที ฟิวส์มีหลายชนดิ เช่นฟิวสเ์ สน้ ฟวิ สป์ ลกั๊ และฟิวสห์ ลอด

การตอ่ สายดนิ ใหเ้ คร่ืองใช้ไฟฟ้าเป็นสง่ิ สำคัญและมีประโยชน์มาก ในการชว่ ยป้องกันอันตรายท่ีอาจ

เกิดจากการร่วั ของกระแสไปยงั ตัวถังโลหะของเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า ทำให้เกดิ อันตรายต่อมนษุ ย์หรือส่ิงมีชีวิตที่ไป

สมั ผัสถูกได้ การต่อสายดินแบ่งได้เปน็ การต่อสายดินท่รี ะบบสง่ จ่ายไฟฟ้า การตอ่ สายดนิ ของระบบไฟฟ้าใน

บ้าน และการต่อสายดินของเคร่อื งใช้ไฟฟ้า

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ด้านพุทธพิ ิสัย
1.บอกหน้าที่ของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้าได้
2.อธิบายลักษณะฟิวสแ์ ต่ละชนดิ ได้
3.อธบิ ายชนิดของสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัตไิ ด้
4.บอกคุณสมบตั ิของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารว่ั อตั โนมตั ิได้
5.บอกหน้าทีก่ ารทำงานของสวติ ชน์ ริ ภัยได้
6.บอกประโยชนข์ องสายดินและการต่อสายดินได้
7.อธิบายวิธีการติดตัง้ หลกั ดินและสายดนิ ที่ถูกต้องได้
2.2 ด้านทกั ษะพสิ ัย
1. มีทักษะในการปฏิบัติงานในการต่อสายดินให้ได้คุณภาพ
2.3 ดา้ นจติ พสิ ยั
1. เพ่อื ให้มีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ การเตรียมความพร้อมดา้ นการเตรียม วสั ดุ อปุ กรณ์ และการปฏบิ ัตงิ าน

อย่างถูกต้อง สำเรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด มเี หตแุ ละผลตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. เตรยี มความพรอ้ มด้าน วสั ดุ อปุ กรณ์สอดคล้องกับงานได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. มีความรับผดิ ชอบ ปฏิบตั งิ านได้อย่างถกู ต้องในเรื่องอุปกรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายจากไฟฟา้ และการ

ตอ่ สายดินสำเรจ็ ภายใน เวลาท่กี ำหนดอยา่ งมเี หตุและผลตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. สาระการเรียนรู้

160

1. อุปกรณป์ อ้ งกันอนั ตรายในระบบไฟฟา้
2. ฟวิ ส์
3. สวติ ชต์ ัดวงจรอตั โนมัติ
4. สวติ ชต์ ัดไฟฟ้ารวั่ อัตโนมตั ิ
5. สวิตช์นริ ภยั
6. สายดนิ และการต่อสายดนิ
7. การติดตงั้ หลักดินและสายดินทถ่ี กู ต้อง
8. บทสรุป

4.เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
• ดา้ นความรู้(ทฤษฎ)ี

7.1 อุปกรณป์ ้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า

ไฟฟ้าสามารถเดินทางผ่านไปได้โดยสะดวกในวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งต่างๆ ที่เป็นสื่อตัวนำไฟฟ้าที่ดี
ได้แก่ โลหะชนิดต่างๆ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน เหล็ก ตะกั่ว และอะลูมิเนียม เป็นต้น ในของเหลวหรือ
สง่ิ ของทีม่ ีความช้นื ต่างๆ เชน่ น้ำ ในเคร่ืองดืม่ ที่มสี ว่ นผสมของนำ้ ผา้ เปียกนำ้ กงิ่ ไมส้ ด พนื้ ดนิ หรือพืน้ ปูนที่มี
ความชื้น และในอากาศที่มีความชื้นมากๆ เป็นต้น ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนจำเปน็ ตอ้ งทราบถึงอันตรายของไฟฟา้
และทราบถึงวธิ ีใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย กอ่ นการใช้ไฟฟา้ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงต้องมีการติดต้ัง
อุปกรณป์ ้องกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้า

อปุ กรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้า เปน็ อุปกรณไ์ ฟฟา้ ท่ีสำคญั และจำเป็นต่อระบบการทำงาน
ในงานไฟฟ้าต่างๆ โดยทำหน้าที่ช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากการใช้ไฟฟ้า และป้องกันความเสียหาย
ของอุปกรณ์ไฟฟา้ เครื่องมือไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าที่ใช้งาน จากสาเหตุการลัดวงจร การเกิด
กระแสไหลมากเกินพิกัด การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าผิดประเภท รวมถึงความผิดพลาดที่เกิดจากระบบไฟฟ้าเอง
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟา้ จะทำหน้าทีต่ ัดวงจรไฟฟ้าย่อยออกจากระบบการจ่ายไฟทันที ช่วย
ให้เกิดความปลอดภัยต่อระบบการใชไ้ ฟฟ้า การเกดิ ไฟฟา้ ดูด และการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร อนั ตรายจากการ
ใชไ้ ฟฟา้ แสดงดงั รปู ที่ 7.1

161

(ก) ใชก้ ระแสเกิดพกิ ัดเกิดความรอ้ นสงู (ข) เพลิงไหม้เกดิ จากไฟฟ้าลัดวงจร

รูปที่ 7.1 อันตรายจากการใช้ไฟฟา้

7.2 ฟิวส์

ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าท่ีดี ผลิตมา
จากโลหะที่มีจุดหลอมละลายต่ำ ฟิวส์ทำหน้าท่ีตัดวงจรจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดจากการทำงานท่ี
กระแสไหลมากผิดปกติ โดยฟิวส์จะหลอมละลายทนั ทีเมื่อมกี ระแสไหลผา่ นฟวิ ส์เกินพกิ ัดที่กำหนดไวใ้ นตัว
ฟิวส์ ตัวลวดโลหะฟิวส์ทำมาจากโลหะหลายชนิด เช่น ตะกั่ว ดีบุก สังกะสี และบิสมัท เป็นต้น หรือจาก
สว่ นผสมของโลหะเหล่าน้ี ฟิวสท์ ว่ั ไปควรมีคุณสมบัติในการทำงานดังน้ี

1. ทนกระแสไหลผ่านไดป้ ระมาณ 1.1 เทา่ ของขนาดทนกระแสปกติของฟวิ ส์
2. ขณะหลอมละลาย ต้องไม่เกิดประกายไฟ เปลวไฟ หรือเกิดการหลอมละลายใดๆ ที่ทำให้
อปุ กรณ์เกดิ ความเสยี หาย
3. เกิดการหลอมละลายภายในเวลา 15 วินาที เมื่อกระแสเกินพิกัดประมาณ 20 % และหลอม
ละลายภายในเวลา 1 วินาทีหรอื น้อยกวา่ เม่ือกระแสเกนิ พิกดั ประมาณ 150 %

ฟิวส์ท่ผี ลิตมาใชง้ าน สามารถแบ่งเวลาในการหลอมละลายของฟวิ ส์ออกได้ 2 ชนิด ดงั นี้
1. ชนิดหลอมละลายเรว็ (Fast Blow) เป็นฟวิ สช์ นิดทเี่ ม่ือกระแสไหลเกินพกิ ัดที่ฟวิ ส์ทนได้ ฟิวส์จะ
หลอมละลายขาดวงจรทนั ที หรือเม่อื เกิดไฟฟ้าลัดวงจรฟิวส์จะหลอมละลายขาดวงจรขาดทันทีโดยไม่มีการ
หน่วงเวลา นยิ มนำไปใชใ้ นงาน เช่น วงจรไฟฟา้ ทำงานทั่วไป วงจรทำงานเกี่ยวกับความร้อน หรือวงจรแสง
สวา่ ง เปน็ ตน้
2.ชนิดหลอมละลายช้า (Slow Blow) เป็นฟิวส์ชนิดที่เมื่อกระแสไหลเกินพิกัดที่ฟิวส์ทนได้ชั่วขณะ
ฟิวส์จะยังไม่หลอมละลาย เกิดการหน่วงเวลาตามพิกัดของฟวิ ส์ แต่ถ้าเกดิ ไฟฟา้ ลัดวงจรฟิวส์จะหลอมละลาย

162

ขาดวงจรทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลา นิยมนำไปใช้ในงาน เช่น วงจรควบคุมการทำงานของมอเตอร์ หรือ
มอเตอรข์ นาดใหญ่ เปน็ ต้น

ฟวิ ส์ที่ผลิตขึ้นมาใชง้ านมีดว้ ยกนั หลายชนดิ โดยผลิตให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน และช่วยให้
เกิดความสะดวกต่อการใช้งาน แบ่งออกได้ตามลักษณะโครงสรา้ งฟิวส์ เช่น ฟิวส์เส้น ฟิวส์ปลั๊ก ฟิวส์หลอด
และฟวิ สช์ นิดพิเศษ เป็นต้น

7.2.1 ฟวิ ส์เส้น
ฟวิ สเ์ สน้ (Wire Fuse) เป็นฟวิ สช์ นดิ เส้นลวดเปลอื ยยาว ตัวฟวิ ส์ไมม่ อี ะไรห่อหมุ้ จำเป็นต้อง

ใช้งานร่วมกับสวิตช์ใบมีด (Knife Switch) หรือคัตเอาต์ (Cut Out) โดยนำฟิวส์ไปยึดใส่ไว้ในส่วนรองรับของ
สวติ ช์ใบมดี ขนั ยดึ ฟวิ สใ์ ห้แน่นด้วยสกรู ฟวิ สช์ นดิ น้ีแบง่ ออกได้ 2 แบบ ตามลักษณะโครงสรา้ ง ดงั นี้

1. แบบเส้นกลม เส้นฟิวส์ถูกพันเก็บไว้เป็นม้วน เวลาใช้งานต้องนำมาตัดแบ่งตามความ
ยาวที่ต้องการ นิยมเรียกว่า ฟิวส์เส้น การยึดติดกับสวิตช์ใบมีด ให้นำปลายฟิวส์ไปพันในร่องสกรูของสวิตช์
ใบมีด และขนั สกรูยดึ ติดใหแ้ น่น

2. แบบเสน้ แบน เสน้ ฟิวสท์ ่สี ร้างขึ้นมาให้มคี วามยาวแน่นอนตามค่ามาตรฐาน ส่วนหวั ทา้ ย
ของเส้นฟิวส์ทำเป็นร่องคล้ายก้ามปู ไว้ใส่เข้าร่องสกรูของสวิตช์ใบมีด นิยมเรียกว่า ฟิวส์ก้ามปู มีความ
สะดวกในการต่อใชง้ านมากข้ึน

ฟวิ สเ์ ส้นนิยมใช้งานกบั วงจรไฟฟา้ ภายในบ้านเรือน ทอี่ ยูอ่ าศัย หรอื ในวงจรทภี่ าระใช้งาน
กินกระแสต่ำ ปกตินิยมนำไปใช้งานในวงจรที่มีกระแสไหลผ่านรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30 แอมแปร์ สวิตช์ใบมีด
ฟิวส์เสน้ และฟวิ ส์กา้ มปู แสดงดงั รูปที่ 7.2

(ก) สวิตช์ใบมีด (ข) ฟวิ ส์เส้น (ค) ฟวิ สก์ า้ มปู

รปู ท่ี 7.2 สวติ ชใ์ บมีด ฟิวสเ์ ส้น ฟิวส์ก้ามปู

163

7.2.2 ฟวิ สห์ ลอด

ฟิวส์หลอด (Tube Fuse) หรือคาร์ทริดจ์ฟิวส์ (Cartridge Fuse) เป็นฟิวส์ที่สร้างขึ้นมามี
โครงสร้างเป็นหลอดทรงกระบอก หรือทรงสี่เหลี่ยม หลอดฟิวส์ทำด้วยกระเบื้อง แก้ว หรือไฟเบอร์
ภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์ต่อออกมาภายนอก โดยยึดติดกับโลหะตัวนำที่ส่วนหัวท้ายของกระบอกฟิวส์
ภายในหลอดฟิวส์บรรจอุ ากาศ หรอื บรรจุทรายละเอียดไว้ รูปรา่ งมที ้งั แบบหัวท้ายฟวิ ส์เปน็ โลหะทรงกระบอก
ปกติ มักเรียกวา่ ฟิวส์หลอด นำไปใชง้ านรว่ มกับกระบอกใส่ฟิวส์หรือฐานยึดฟวิ ส์ และแบบหัวท้ายฟิวส์เป็น
โลหะและมีแผ่นโลหะคล้ายใบมีดยื่นออกมาที่หัวท้ายด้วย มักเรียกว่า ฟิวส์ใบมีด นำไปใช้งานร่วมกับฐาน
ฟวิ ส์ใบมีด ฟิวส์หลอดถูกผลติ ขึน้ มาหลายรูปแบบ และหลายหนา้ ทีก่ ารใช้งาน ขนาดฟิวสม์ ีหลายขนาด และ
มีรปู ร่างแตกต่างกนั ไป มคี ่าการทนกระแสหลายค่า ตงั้ แตค่ า่ ตำ่ ๆ ไม่ถึงแอมแปร์ จนถึงค่าสูงเปน็ แสนแอมแปร์
นิยมนำไป ใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายด้าน เช่น ด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ด้านไฟฟ้ากำลังใน
งานอุตสาหกรรม และดา้ นการสง่ จ่ายกำลังไฟฟ้า เป็นต้น ฟวิ สห์ ลอด แสดงดงั รปู ท่ี 7.3

(ก) ใช้งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (ข) ใช้งานไฟฟ้ากำลัง (ค) ใช้งานส่งจ่ายกำลงั ไฟฟ้า
ทัว่ ไป

รูปท่ี 7.3 ฟวิ ส์หลอด

7.2.3 ฟิวส์ปล๊ัก

ฟิวสป์ ล๊ัก (Plug Fuse) เป็นฟวิ ส์ท่ตี ัวถงั ฟิวส์มรี ูปร่างคล้ายปล๊ักไฟฟ้า การใช้งานจำเป็นต้อง
เสียบหรือสอดใส่เข้าไปในร่องฐานฟวิ ส์ มีรูปร่างและโครงสร้างแตกต่างกนั หลายแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
ตัวถังฟวิ สท์ ำด้วยกระเบื้อง แก้ว หรอื พลาสตกิ ทนความร้อน ฟวิ สป์ ลัก๊ ที่ผลิตมาใช้งาน เช่น ฟิวส์ขวด มีรูปร่าง
ทรงกระบอกเหมือนขวด ส่วนหัวและส่วนท้ายฟิวส์ใหญ่ไม่เท่ากัน ด้านหัวใหญ่กว่าด้านท้าย ภายในหลอด
ฟิวสม์ ีเสน้ ฟิวส์ ที่บรรจุอากาศ หรอื บรรจุทรายละเอยี ดไว้ สามารถมองเหน็ สภาพฟิวส์ได้จากภายนอก ฟิวส์
ปลั๊ก มีรูปร่างเหมือนถ้วยด้านนอกฟิวส์เป็นเกลียวหมุน ภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์ ที่บรรจุอากาศ หรือ

164

บรรจทุ รายละเอยี ดไว้ สามารถมอง เหน็ สภาพฟวิ สไ์ ดจ้ ากภายนอก ฟวิ ส์ทง้ั 2 แบบนยิ มใชง้ านกับวงจรไฟฟ้า
ภายในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย หรือวงจรที่ใช้กระแสสูงมากขึ้น มีความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะมีส่วน
ป้องกนั หอ่ หุ้มฟวิ สไ์ ว้ และฟวิ สร์ ถยนต์ มรี ปู รา่ งเป็นรปู ตัว U คล้ายปลัก๊ ไฟฟ้า ฟิวส์ถูกหอ่ หุ้มดว้ ยตัวถงั พลาสติก
ทนความร้อน มีขาโลหะยื่นออกมา 2 ขา นิยมนำไปใช้งานในรถยนต์ หรือใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครื่องใช้ไฟฟา้ บางชนดิ ฟิวสป์ ล๊กั แสดงดังรูปท่ี 7.4

(ก) ฟิวส์ขวด (ข) ฟิวสป์ ล๊กั (ค) ฟิวส์รถยนต์

รูปท่ี 7.4 ฟิวส์ปล๊ัก

7.2.4 ฟิวสช์ นิดพเิ ศษ

ฟิวส์ชนิดพิเศษ (Special Fuse) เป็นฟิวส์ที่ถูกผลิตขึ้นมาใช้งานเพื่อให้ทำงานโดย
เฉพาะเจาะจง ตามงานที่ต้องการเป็นพิเศษ เกิดความเหมาะสมต่อการทำงานในระบบงานท่ีต้องการ หรือ
ตามความเหมาะสมของโครงสร้างระบบ ฟิวส์ชนิดพิเศษมีหลายลักษณะและหลายรูปแบบการทำงาน เช่น
ฟิวสค์ วามร้อน และฟวิ ส์แปะติด SMD เป็นตน้

1. ฟิวส์ความร้อน (Thermal Fuse) หรือฟิวส์ตัดความร้อน (Thermal Cutoff Fuse)
เป็นฟิวส์ที่ทำงานดว้ ยความรอ้ นที่มากระทบกับตวั ฟิวส์ เม่ือฟิวสไ์ ด้รับความร้อนมากเกนิ พิกัดท่ตี วั ฟิวส์ทนได้
ฟวิ สจ์ ะหลอมละลายตัดการตอ่ วงจรทันที เพอ่ื ปอ้ งกันอนั ตรายท่ีจะเกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า
จากการทำงานเกิดความร้อนมากเกินไป ซึง่ จะมีผลต่อการทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ ทำใหอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครอื่ งใช้ไฟฟา้ สมยั ใหม่หลายชนิด ที่ในขณะทำงานมีความร้อนเกิดข้นึ ภายในตวั นยิ มใสฟ่ วิ สค์ วามร้อนเพ่ิม
เข้าไปภายในที่บริเวณที่เกิดความร้อน ทำให้การทำงานเกิดความปลอดภัยต่อตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครอ่ื งใช้ไฟฟ้า รวมถึงทำใหเ้ กดิ การทำงานที่ปลอดภยั มากขึ้น อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีนิยมใชฟ้ ิวส์
ความรอ้ นมีมากมาย เชน่ พัดลม เครอื่ งระบายอากาศ เครอ่ื งดูดควัน เคร่อื งปรับอากาศ ตูเ้ ยน็ เครื่องซักผ้า
เคร่อื งทำน้ำอุ่น เตาไฟฟา้ เตาไมโครเวฟ หมอ้ หงุ ข้าวไฟฟา้ เครอื่ งถา่ ยเอกสาร และคอมพวิ เตอร์ เป็นตน้ ฟวิ ส์

165

ความร้อนที่ผลิตมาใช้งานมีหลายแบบหลายชนิด มีโครงสร้างแตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งาน
ฟิวส์ความรอ้ น แสดงดังรูปที่ 7.5 (ก)

(ก) ฟิวส์ความร้อน (ข) ฟิวส์แปะตดิ SMD

รปู ท่ี 7.5 ฟิวส์ชนิดพิเศษ

2. ฟิวส์แปะติด SMD (Surface Mounted Devices Fuse) เป็นฟิวส์ที่พัฒนาขึ้นมาให้
เหมาะสมกับเทคโนโลยสี มัยใหม่ ที่อุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ามีขนาดเล็กลง ทำใหฟ้ ิวส์ที่นำมาใช้งาน
จำเป็นต้องมีขนาดเล็กลงตามไปด้วย ฟิวส์แปะติด SMD จึงถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยทำ
หน้าท่ีเปน็ ฟวิ สเ์ ชน่ เดียวกบั ฟวิ สท์ ัว่ ไป เพยี งแต่มขี นาดของฟวิ สท์ เ่ี ล็กกะทดั รัดลง ฟวิ สแ์ ปะตดิ SMD แสดงดัง
รูปท่ี 7.5 (ข)

7.3 สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ

สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เป็นสวิตช์ที่สามารถตัดวงจร
(Trip) ได้โดยอตั โนมัติ เมื่อมกี ระแสไหลในวงจรมากเกินพิกัดท่กี ำหนดไวเ้ ชน่ เดยี วกับฟวิ ส์ โดยทำหน้าที่ตัด
วงจรจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกดิ จากการทำงานท่ีกระแสไหลมากผิดปกติ แตม่ สี ว่ นแตกต่างไปจาก
ฟิวส์ ตรงที่เมื่อตัดวงจรแล้วจะไม่มีส่วนประกอบใดๆ ภายในสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัติเสียหาย เพียงแต่วงจร
หนา้ สัมผสั ภายในสวติ ช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิถกู ตัดแยกออกจากกนั สามารถทำให้กลับมาทำงานได้ใหม่ โดยการ
โยกสวิตช์ที่ตัวสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติให้ต่อวงจรใหม่อีกครั้ง ระบบควบคุมการทำงานของสวิตช์ตัดวงจร
อตั โนมตั ิแบง่ ออกได้ 3 แบบ คอื แบบใช้ความร้อนตัดวงจร แบบใช้สนามแม่เหลก็ ตัดวงจร และแบบใช้ความ
รอ้ นร่วมกบั สนาม แม่เหล็กชว่ ยกันตดั วงจร

7.3.1 สวติ ช์ตัดวงจรอตั โนมัติแบบใช้ความรอ้ น

166

สวติ ช์ตดั วงจรอตั โนมัตแิ บบใช้ความร้อน (Thermal Circuit Breaker) ใช้หลกั การทำงานจาก
คุณสมบัติการขยายตัวของแผ่นโลหะคู่ (Bimetal) โดยใช้โลหะต่างชนิดกัน เมื่อได้รับความร้อนจะเกิดการ
ขยายตัวไม่เท่ากนั ทำใหเ้ กิดการโค้งงอของแผ่นโลหะคู่ ไปควบคุมให้สวติ ช์หนา้ สัมผัส (Contact Switch) ท่ี
ทำหน้าท่เี ชือ่ มตอ่ วงจรไฟฟ้าเกิดการแยกวงจรออกจากกนั ตัดวงจรไฟฟ้าออกจากระบบทนั ที โครงสร้างและ
การทำงานสวิตชต์ ัดวงจรอตั โนมัติแบบใชค้ วามร้อนแบบเบ้อื งต้น แสดงดงั รูปท่ี 7.6

(ก) สภาวะทำงานปกติ (ข) สภาวะไฟฟา้ ลัดวงจร

รูปท่ี 7.6 โครงสรา้ งและการทำงานสวิตช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิแบบใช้ความรอ้ นแบบเบ้ืองตน้
จากรูปท่ี 7.6 แสดงโครงสร้างและการทำงานสวติ ช์ตดั วงจรอัตโนมัตแิ บบใชค้ วามร้อนแบบเบ้ืองต้น
รูปที่ 7.6 (ก) เปน็ สภาวะทำงานปกติ เมื่อโยกต่อสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ ทำใหแ้ กนสวิตช์ถูกสลักของแกนตัด
วงจรเกี่ยว ทำให้สวิตช์หน้าสัมผัสต่อวงจร มีแรงดันจ่ายผ่านสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติไปให้ภาระทำงาน มี
กระแสไหลในวงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ และเกิดกระแสไหลผ่านแผ่นโลหะคู่ กรณีที่กระแสไหลผ่านแผ่น
โลหะคู่ไม่เกินพิกัดที่กำหนด ความร้อนที่เกิดกับแผ่นโลหะคู่ยังไม่สูงมาก แผ่นโลหะคู่งอโค้งไม่มาก ยังคงมี
แรงดันจ่ายให้วงจรปกติ ภาระทำงานเป็นปกติ
ส่วนรูปท่ี 7.6 (ข) เป็นสภาวะไฟฟา้ ลดั วงจร เมื่อเกดิ การลัดวงจรขึ้น สง่ ผลให้เกิดกระแสไหลผ่านเข้า
วงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติผ่านแผ่นโลหะคู่มากเกินพกิ ัดท่ีกำหนด เกดิ ความรอ้ นที่แผน่ โลหะคู่สูงมาก แผ่น
โลหะคู่เกิดการงอโคง้ มากขนึ้ ปลายแผ่นโลหะคู่เคล่ือนตัวไปดันแกนตัดวงจรให้เคล่ือนที่ ส่งผลทำให้สลักท่ี
เกี่ยวเข้ากับแกนสวิตช์เกิดการคลายตัว สปริงดึงแกนสวิตช์เคลื่อนที่ไป ทำให้สวิตช์หน้าสัมผัสตัดวงจร
แรงดนั ถูกตดั ออกจากวงจรสวติ ช์ตัดวงจรอัตโนมตั ิทันที ภาระหยดุ ทำงาน
7.3.2 สวิตช์ตดั วงจรอัตโนมัติแบบใชส้ นามแมเ่ หล็ก

สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้สนามแม่เหล็ก (Magnetic Circuit Breaker) ใช้หลักการ
ทำงานจากคุณสมบัติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากกระแสไหลผ่านขดลวดแม่เหล็ก ไปดึงดูดชุดกลไก

167

ควบคมุ การตดั ต่อวงจร ส่งผลให้สวติ ช์หน้าสัมผสั ที่ทำหน้าท่ีตดั ตอ่ วงจรไฟฟ้าตัดวงจรออกจากกนั โครงสร้าง
และการทำงานสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัตแิ บบใช้สนามแม่เหลก็ แบบเบื้องต้น แสดงดังรูปท่ี 7.7

(ก) สภาวะทำงานปกติ (ข) สภาวะไฟฟ้าลัดวงจร

รปู ท่ี 7.7 โครงสรา้ งและการทำงานสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมตั แิ บบใช้สนามแม่เหลก็ แบบเบ้ืองต้น

จากรูปที่ 7.7 แสดงโครงสร้างและการทำงานสวติ ชต์ ัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้สนามแม่เหล็ก รูปที่ 7.7
(ก) เป็นสภาวะทำงานปกติ เมือ่ โยกตอ่ สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ ทำใหแ้ กนสวิตช์ถกู สลักของแกนตดั วงจรเกี่ยว
ไปทำให้สวติ ช์หน้าสมั ผัสตอ่ วงจร มีแรงดันจา่ ยผา่ นสวิตช์ตดั วงจรอตั โนมัติไปให้ภาระทำงาน มีกระแสไหลใน
วงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมตั ิ และเกิดกระแสไหลผ่านขดลวดแมเ่ หล็กไฟฟ้า ทำให้ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าเกิด
สนามแม่เหล็กขึ้นมา กรณีที่กระแสไหลผ่านขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าค่าปกตไิ ม่เกินพิกัด สนามแม่เหล็กไฟฟา้
เกดิ อำนาจแมเ่ หล็กนอ้ ยไม่เพียงพอกบั การดึงดูดแกนตัดวงจรให้เคลือ่ นทีเ่ ขา้ มาหาได้ สวติ ชห์ น้าสัมผัสยังคง
ตอ่ วงจรปกติ มีแรงดนั จา่ ยใหว้ งจรปกติ ภาระทำงานเปน็ ปกติ

สว่ นรูปที่ 7.7 (ข) เป็นสภาวะไฟฟ้าลัดวงจร เมื่อเกิดการลัดวงจรขึ้น ส่งผลให้เกิดกระแสไหลผ่านเข้า
วงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ ผ่านขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้ามากเกินพิกัดที่กำหนด ทำให้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าเกดิ
อำนาจแมเ่ หลก็ มากเพียงพอ สามารถดงึ ดดู แกนตัดวงจรให้เคล่ือนที่เข้ามาหา สง่ ผลทำให้สลักที่เกี่ยวเข้ากับ
แกนสวติ ชเ์ กดิ การคลายตวั สปริงดึงแกนสวิตช์เคล่ือนท่ีไป ทำให้สวติ ช์หนา้ สมั ผัสตัดวงจร แรงดันถูกตัดออก
จากวงจรสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติทนั ที ภาระหยดุ ทำงาน

7.3.3 สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใชค้ วามร้อนร่วมกบั สนามแมเ่ หลก็
สวิตชต์ ัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้ความร้อน ร่วมกบั สนามแมเ่ หล็ก (Thermal – Magnetic

Circuit Breaker) ใชค้ ณุ สมบตั กิ ารขยายตวั ของแผน่ โลหะคู่เม่ือไดร้ ับความรอ้ น และใชส้ นามแม่เหล็กไฟฟ้า
ทเ่ี กดิ จากกระแสไหลผ่านขดลวดแม่เหล็ก ไปดงึ ดูดแกนตัดวงจรใหเ้ คล่อื นท่ีเข้ามาหา ส่งผลให้สวิตช์หนา้ สัมผัส
ที่ทำหน้าที่ตัดต่อวงจรไฟฟ้าตัดวงจรออกจากกัน โครงสร้างและการทำงานสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้
ความรอ้ นร่วมกับสนามแม่เหลก็ แบบเบ้อื งตน้ แสดงดงั รปู ที่ 7.8

168

(ก) สภาวะทำงานปกติ (ข) สภาวะไฟฟา้ ลัดวงจร

รูปที่ 7.8 โครงสร้างและการทำงานสวติ ช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใชค้ วามรอ้ นรว่ มกับสนามแมเ่ หลก็ แบบเบื้องตน้
จากรูปที่ 7.8 แสดงโครงสร้างและการทำงานสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติแบบใช้ความร้อนร่วม กับ

สนามแมเ่ หล็ก รปู ที่ 7.8 (ก) เป็นสภาวะทำงานปกติ เมื่อโยกต่อสวิตช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิ จา่ ยแรงดันให้ภาระ
ทำงาน กรณีทก่ี ระแสไหลผ่านแผน่ โลหะคู่และขดลวดแมเ่ หล็กมีคา่ ปกติไม่เกนิ พิกัด ยังไม่เกดิ การเปลี่ยนแปลง
การทำงาน แรงดันยงั คงจ่ายให้วงจรปกติ ภาระทำงานเปน็ ปกติ

ส่วนรปู ที่ 7.8 (ข) เป็นสภาวะไฟฟา้ ลดั วงจร เม่อื เกดิ การลัดวงจรขึ้น ส่งผลใหเ้ กิดกระแสไหลผ่านเข้า
วงจรผา่ นแผ่นโลหะคู่ และขดลวดแมเ่ หลก็ มากเกินพิกัดทก่ี ำหนด เกิดความรอ้ นท่ีแผน่ โลหะค่สู ูงมาก และ
ขดลวดแม่เหล็กเกิดอำนาจแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ มากเพยี งพอ ส่งผลทำให้แผ่นโลหะคเู่ กิดการงอโคง้ มากข้ึน ปลาย
แผ่นโลหะคู่เคลื่อนตัวไปดันแกนตัดวงจรให้เคลื่อนที่ และในเวลาเดียวกันสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดอำนาจ
แม่เหล็กมากเพียงพอ สามารถดึงดูดแกนตัดวงจรให้เคลื่อนที่เข้ามาหา ส่งผลทำให้สลักที่เกี่ยวเข้ากับแกน
สวติ ชเ์ กิดการคลายตัว สปริงดึงแกนสวติ ช์เคล่ือนทไี่ ป ทำให้สวิตช์หนา้ สัมผัสตดั วงจร แรงดันถกู ตัดออกจาก
วงจรสวติ ชต์ ัดวงจรอตั โนมัตทิ ันที ภาระหยุดทำงาน

7.3.4 การเลือกสวติ ชต์ ัดวงจรอัตโนมัติมาใชง้ าน

สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติที่ผลิตมาใช้งานมีมากมายหลายชนิด หลายแบบ หลายขนาดการทำงานต่อ
พิกดั ทนกระแส รวมถงึ มีหลายบริษัทผลิตออกมาจำหน่าย ทำให้กลไกและสว่ นประกอบของโครงสร้างภายใน
มีความแตกต่างกันไปบ้าง แต่มีหลักการทำงานที่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือก ใช้งานควรคำนึงถึงมาตรฐาน
ความปลอดภัย และเลือกใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมกับภาระงาน รวมถึงการติดตั้งใช้งานจะต้องถูกต้องและ
ปลอดภัย สวติ ชต์ ดั วงจรอัตโนมัติแบบตา่ งๆ แสดงดงั รปู ท่ี 7.9

169

(ก) แบบใชค้ วามรอ้ น (ข) แบบใช้สนามแมเ่ หลก็ (ค) แบบใช้ความร้อนรว่ มกบั
สนามแม่เหลก็

รปู ท่ี 7.9 รูปรา่ งลักษณะสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัตแิ บบตา่ งๆ

ในการเลือกสวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัตมิ าใช้งาน ผู้ออกแบบจะต้องพิจารณาถึงคุณสมบัตกิ ารทำงาน
ของวงจร เพ่อื ชว่ ยปอ้ งกันอันตรายทจี่ ะเกดิ ขน้ึ และสามารถตดั การทำงานของวงจรไดท้ ันตามความตอ้ งการ
โดยพิจารณาดงั นี้

1. ระดับแรงดันทใ่ี ชง้ าน และชนดิ ของแรงดัน เปน็ ไฟสลบั (AC) หรอื ไฟตรง (DC)
2. จำนวนเฟสแรงดันทใ่ี ช้งาน เปน็ ชนดิ เฟสเดียว หลายเฟส และจำนวนของขัว้ แรงดัน
3. ระบบมาตรฐานไฟฟ้าที่ใชง้ าน ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานและกฎระเบียบความปลอดภัยขององค์การ
หรือหน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง
4. ความสามารถในการทำใหห้ ยุดทำงานในขณะเกดิ การลัดวงจร
5. ขอ้ กำหนดสงู สุด ขนาดขอ้ บังคับท่เี หมาะสม และการป้องกันอันตราย

7.4 สวิตชต์ ดั ไฟฟ้ารั่วอตั โนมตั ิ

สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ หรือเครื่องตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ เป็นสวิตช์ที่สามารถตัดวงจรได้โดย
อัตโนมัติอย่างรวดเร็ว เมื่อมกี ระแสรั่วไหลในวงจรผ่านลงดิน มีกระแสรั่วไหลในเครื่องใช้ ไฟฟ้าผ่านลงดนิ
หรอื มีกระแสไหลผา่ นรา่ งกายมนษุ ยผ์ า่ นลงดนิ ในปริมาณที่มากกว่าค่าพกิ ดั ทก่ี ำหนดไว้ของเคร่ือง สวติ ชต์ ัด
ไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติทำงานคล้ายกับสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ แต่มีความแตกต่างในคุณสมบัติของการทำงาน
และจุดประสงค์ของการนำไปใช้งาน โดยผลิตขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายเสริมร่วมกับระบบ
การตอ่ สายดิน ชว่ ยปอ้ งกันอนั ตรายจากการถูกไฟฟ้าดูด จากไฟฟา้ รวั่ ไหลในเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าผ่านลงดิน สวิตช์

170

ตดั ไฟฟา้ รั่วอัตโนมตั ทิ ี่ผลิตมาใชง้ านมดี ้วยกันหลายชนิด แบง่ ออกตามลกั ษณะของกระแสร่ัวไหล แบง่ ออกได้
2 ชนดิ ดังน้ี

1. สวิตชต์ ดั กระแสร่ัวลงดนิ เป็นสวติ ชต์ ัดไฟฟา้ รวั่ อัตโนมัติ เมือ่ เกิดกระแสรั่วไหลจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
ผา่ นลงดนิ ช่วยป้องกันอนั ตรายจากไฟฟา้ ดูดได้ มคี วามไวในการตรวจวัดกระแสรั่วลงดินตัง้ แต่ 10 – 30 mA
และมคี วามไวในการตดั วงจร ประมาณ 0.01 – 0.04 วนิ าที มีหลายชนิด เชน่ เครื่อง ELCB (Earth Leakage
Circuit Breaker) และเครื่อง GFCI (Ground Fault Circuit Interrupter) เป็นต้น สวิตช์ตัดกระแสรั่วลง
ดิน แสดงดังรปู ที่ 7.10

(ก) เคร่ือง ELCB (ข) เครอ่ื ง GFCI

รปู ท่ี 7.10 สวิตช์ตัดกระแสรว่ั ลงดนิ
2. สวิตช์ตัดกระแสเหลือ เป็นสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัตอิ ีกแบบหนึ่ง มีสภาวะการทำงานทั้งในสภาวะ
ปกติ และในสภาวะตัดวงจรเมื่อกระแสเหลือในวงจรถงึ ค่าที่กำหนด มีความไวในการทำงานตรวจวัดกระแส
เหลือในวงจรที่ 30 mA, 100 mA, 300 mA และ 500 mA และมีความไวในการตัดวงจรประมาณ 0.1 -
0.3 วินาที แล้วแต่รุ่น แล้วแต่ชนิด เช่น เครื่อง RCCB (Residual Current Circuit Breaker Without
Overload Protection) ตัดได้เฉพาะกระแสเหลือ ไม่สามารถตัดกระแสลัดวงจรได้ จำเป็นต้องใช้งาน
ร่วมกับฟิวส์ หรือใช้งานร่วมกับสวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ และเครื่อง RCBO (Residual Current Circuit
Breaker With Overload Protection) สามารถใช้ตัดกระแสเหลือ และกระแสลัดวงจรได้ เป็นต้น สวิตช์
ตดั กระแสเหลอื แสดงดังรปู ที่ 7.11

171

(ก) เคร่ือง RCCB (ข) เคร่อื ง RCBO

รปู ท่ี 7.11 สวติ ช์ตดั กระแสเหลือ

สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติช่วยป้องกันไฟฟ้าร่ัว และไฟฟ้าดูดได้ จะต้องมีคุณสมบัติและการตดิ ต้ัง
ดังน้ี

1. พกิ ดั ขนาดกระแสร่ัวตอ้ งไมเ่ กนิ 30 มลิ ลิแอมแปร์ (mA) และตดั ไฟฟ้าได้ภายในระยะ เวลา 0.04
วนิ าที เม่อื มีไฟฟา้ รว่ั ขนาด 5 เทา่ ของพิกดั หรือประมาณ 150 mA

2. ควรติดตั้งใช้งานเฉพาะจุด เช่น วงจรเต้ารบั ในห้องครวั ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องเด็ก และวงจร
เตา้ รับทีม่ ีสายไฟตอ่ ไปใชง้ านภายนอกอาคาร

3. ในกรณีที่ต้องติดตั้งรวมที่สวิตช์ประธาน จะต้องแยกวงจรที่มีค่าไฟรั่วตามธรรมชาติมากๆ
ออกไป เชน่ อปุ กรณป์ ้องกนั ฟา้ ผ่า เครอ่ื งปรบั อากาศ และอุปกรณ์ทีม่ โี อกาสเปยี กชืน้ ตา่ งๆ โดยติดตง้ั สวิตช์ตัด
ไฟฟา้ ร่วั อัตโนมัติแยกเฉพาะวงจรทีจ่ ำเป็น

4. ในทางปฏบิ ัติที่ตอ้ งการความแนน่ อน จะต้องตรวจสอบปรมิ าณกระแสรั่วไหลในแต่ละวงจรด้วย
เครอ่ื งตรวจวดั กระแสรัว่ ไหล ถ้าวงจรใดมีกระแสรว่ั ไหลมากเปน็ ปกติ จำเป็นต้องใช้สวติ ช์ตดั ไฟฟ้ารว่ั อัตโนมัติท่ี
มีพกิ ัดไฟฟา้ รั่วสูงขึ้น เช่น 100 mA 300 mA หรอื 500 mA ปอ้ งกนั ในแตล่ ะวงจรโดยเฉพาะ

7.5 สวิตช์นิรภยั

สวิตช์นิรภัย (Safety Switch) หรืออาจเรียกว่า สวิตช์ประธาน (Main Switch) เป็นสวิตช์หลักที่ใช้
ตดั ตอ่ วงจรไฟฟา้ จากสายไฟฟา้ ภายนอกจ่ายเข้าอาคารบ้านเรือนกับสายไฟฟ้าภายในท้งั หมด เป็นอุปกรณ์
ตัดต่อวงจรไฟฟ้าตัวแรก ถัดจากวัตต์อาวร์มิเตอร์วัดหน่วยไฟฟ้าเข้ามาในบ้าน สวิตช์ประธานอาจเป็น
อปุ กรณ์ตัดไฟหลักตัวเดียว หรืออยูร่ วมกบั สวิตชแ์ ละอุปกรณอ์ ืน่ ๆ ซง่ึ อาจเปน็ สวิตช์คันโยกที่ตัดภาระได้ หรอื
เป็นเคร่ืองตัดไฟฟา้ รัว่ อัตโนมัติ (อุปกรณป์ ้องกนั กระแสเกินหรอื ลัดวงจร) หรือเปน็ สวติ ช์ท่มี ฟี ิวสใ์ นตัวก็ได้ ไม่

172

ว่าเป็นแบบใดต้องมีคุณสมบัติของเครื่องตัดวงจร ที่เมื่อตัดวงจรไฟฟ้าดับแล้วต้องมีความปลอดภัย
โครงสร้างของสวิตช์นิรภยั จะเป็นตู้โลหะปดิ มดิ ชิด มคี วามแขง็ แรงทนทาน

สวิตชน์ ิรภยั ชนิดจา่ ยกระแสสงู ๆ ภายในมกั เป็นสวติ ช์ตัดไฟหลักอยา่ งเดียว ภายในตู้ประกอบด้วย
ชุดสวติ ช์ตัดตอนใบมีด 2 ชดุ หรอื 3 ชุด แล้วแตช่ นิดของไฟฟา้ ที่ใช้งาน คลา้ ยกับสวติ ช์ใบมดี แต่มขี นาดใหญ่
สามารถนำไปใช้งานกับวงจรไฟฟ้าที่ต้องการกระแสสูง ภายนอกตู้มีก้านคันโยกสวิตช์นิรภัย ไว้โยกตัดต่อ
วงจรไฟฟ้าเพ่ือจ่ายแรงดนั ไปใช้งาน มรี ะบบปอ้ งกนั อันตรายและทำให้เกิดความปลอดภัยของสวิตชน์ ิรภัย โดย
ปอ้ งกนั การเปิดประตูตู้สวิตชน์ ิรภยั ในขณะตอ่ ไฟฟา้ ไปใช้งาน ฝาตูจ้ ะไมส่ ามารถเปดิ ออกได้ และขณะที่ฝาตเู้ ปิด
อยู่จะไม่สามารถโยกสวิตช์นิรภัยต่อไฟฟ้าจ่ายให้วงจรได้ ช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้งาน สวิตช์
นิรภัยชนิดนี้นิยมนำไป ใช้งานกับสถานที่ต่างๆ มากมาย เช่น บ้านเรือนขนาดใหญ่ บริษัท อพาร์ตเมนต์
คอนโดมิเนียม หน่วยงานราชการ โรงงานอุตสาหกรรม และห้าง สรรพสินค้า เป็นต้น สวิตช์นิรภัยชนิดตัดไฟ
หลักอย่างเดียวแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 แบบ คือ สวิตช์นิรภัยไม่มีฟิวสต์ ิดตัง้ (Non – Fusible Safety Switch) และ
สวติ ชน์ ริ ภยั มีฟวิ สต์ ดิ ต้ัง (Fusible Safety Switch) แสดงดงั รูปที่ 7.12 และรูปที่ 7.13

(ก) รปู รา่ ง (ข) โครงสร้างภายใน

รูปท่ี 7.12 สวติ ชน์ ริ ภยั ชนิดตัดไฟหลกั อย่างเดียว แบบไมม่ ีฟิวส์

(ก) รปู รา่ ง (ข) โครงสรา้ งภายใน

รปู ท่ี 7.13 สวติ ช์นริ ภัยชนดิ ตดั ไฟหลักอย่างเดียว แบบมฟี วิ ส์

173

ส่วนสวิตช์นริ ภัยชนดิ ทน่ี ิยมใชง้ านตามบ้านเรือนอยอู่ าศยั ทุกวนั นี้ มักเปน็ ชนิดรวมสวิตช์และอุปกรณ์
หลายชนิดไว้ในตู้แผงสวิตช์รวม มักเรียกว่า ตู้สวิตช์ประธาน (Main Switch Box) หรือตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต
(consumer unit Box) ซึ่งตู้สวิตช์นิรภัยชนิดนี้ นอกจากจะประกอบด้วยตัวสวิตช์นิรภัยหลักแล้ว มักมี
อุปกรณป์ อ้ งกนั อื่นๆ รวมอยดู่ ้วย เช่น สวติ ช์ตัดวงจรอตั โนมัติ และสวิตชต์ ัดไฟฟ้าร่วั อัตโนมัติตัวลูกสำหรับ
ปอ้ งกันวงจรย่อยต่างๆ หลายตวั รวมกนั อยใู่ นตเู้ ดียวกัน ตูค้ อนซมู เมอร์ยูนติ แสดงดงั รูปที่ 7.14

(ก) รปู ร่าง (ข) โครงสรา้ งภายใน

รูปท่ี 7.14 ตู้คอนซูมเมอร์ยูนิต

7.6 สายดินและการต่อสายดิน

สายดิน (Ground Line) เป็นสายไฟที่ทำหน้าที่ช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า และทำให้เกิดความ
ปลอดภัยกับผู้ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครือ่ งใช้ไฟฟ้า เรียกสายดินประเภทนี้ว่า สายดินป้องกัน (protective
earthing conductor) สายดินเสน้ นี้ปลายด้านหนึ่งจะต้องต่อลงดิน (Ground) จริง ปลายอกี ด้านหน่ึงถูกต่อ
เข้ากับส่วนที่เป็นโลหะ ของอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ต้องการให้มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เท่ากับ
พื้นดิน เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจที่จะไม่ทำให้เกิดไฟฟ้าดูดในขณะใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า
อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใชไ้ ฟฟ้าชนิดท่ีนิยมต่อสายดิน เช่น กล่องสวิตช์ประธาน กล่องสวิตช์นิรภัย เต้ารับ
ชนิด 3 ขา หม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ เตารีด กระทะไฟฟ้า กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ
เครือ่ งซกั ผา้ และเครอื่ งทำนำ้ อนุ่ เป็นตน้

การต่อสายดิน ทางด้านที่ต่อลงดินจะต้องต่อผ่านหลักดิน (Ground Rod) ที่ฝังไว้ในดิน หลักดิน
ผลิตจากโลหะตัวนำ เช่น แท่งเหล็กหุ้มทองแดงบริสุทธิ์ มีขนาดความยาวมาตรฐานดงั น้ี คือ 1.5, 1.8, 2.4
และ 3 เมตร มีขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางของหลักดนิ มาตรฐานดงั น้ี คือ 10, 11, 12.5, 15 และ 19 มิลลิเมตร
นำมาตอกฝังลงดินที่นำไฟฟ้าได้ดีในบริเวณบ้าน ช่วยให้กระแสที่รั่วผ่านตัวถังอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าไหลผ่านลงดนิ ได้สะดวก หลกั ดนิ อุปกรณ์ประกอบ และการต่อสายดนิ แสดงดงั รปู ท่ี 7.15

174

(ก) หลกั ดินและอปุ กรณป์ ระกอบ (ข) การตอ่ สายดิน

รูปที่ 7.15 หลักดนิ อปุ กรณป์ ระกอบ และการตอ่ สายดนิ

ประโยชน์ของสายดนิ มีดงั นี้
1. ป้องกนั ไฟฟ้าดดู เมอ่ื มีกระแสรว่ั จากอปุ กรณไ์ ฟฟ้าและเครอื่ งใช้ไฟฟา้
2. ทำให้มีแรงดันอ้างอิงเป็นศูนย์เท่ากับพื้นดิน การต่อลงดินของระบบไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ของผู้ใช้ไฟฟ้า จะชว่ ยปอ้ งกันไม่ให้อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าไดร้ ับความเสียหาย เม่ือ
เกิดความผิดปกติขึน้ ในระบบการจา่ ยแรงดนั
3. ช่วยลดอันตรายจากการสัมผัสแรงดัน ที่เกิดจากไฟฟ้ารั่วที่ตัวถังโลหะของอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครือ่ งใชไ้ ฟฟ้า
4. ชว่ ยใหม้ กี ารทำงานสมบรู ณ์เพมิ่ ขึ้นของเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เชน่ คอมพวิ เตอร์ เคร่อื งเสียง
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์สื่อสาร เป็นต้น ถ้าหากไม่มีสายดินอาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้
ทำงานไดไ้ ม่สมบรู ณ์ หรือเกิดการชำรดุ เสียหายได้งา่ ย

ระบบไฟฟ้าที่จ่ายมาจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า จะมีสายไฟเส้นสายดินจ่ายมาด้วยเช่นเดียวกัน แต่จะเป็น
สายดนิ อีกประเภทหนึ่งท่ีทำหน้าทแ่ี ตกตา่ งไป โดยทำหนา้ ทีช่ ่วยให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าสามารถ
ทำงานได้ เรียกสายดินประเภทน้ีวา่ สายดินช่วยในการทำงาน (functional earthing conductor) เป็นสาย
ดินที่ไม่เก่ียวข้องกับเรื่องความปลอดภัย มีไว้เพียงเพื่อให้อุปกรณ์ไฟฟา้ และเครื่องใช้ไฟฟา้ สามารถทำงานได้
เทา่ นัน้ ระบบไฟฟ้าทจ่ี ่ายมาใช้งานของการไฟฟ้า มดี ้วยกัน 2 ระบบ คอื ระบบเฟสเดียว (Single Phase)
และระบบสามเฟส (Three Phase) สาย ไฟฟ้าที่จ่ายมายังอาคารบ้านเรือนทั้งสองระบบ จะมีสายไฟเสน้
หนึ่งเป็นสายดิน นิยมเรียกว่าสายศูนย์ (Neutral) เป็นสายเส้นที่ไม่มีไฟฟ้าจ่ายมา ซึ่งก็คือสายดินของ
แหล่งจ่ายไฟฟ้า ส่วนสายไฟที่เหลือเป็นสายมีไฟฟ้าจ่าย (Line) ลักษณะระบบไฟฟ้าจ่ายมาจากแหล่งจ่าย
ไฟฟ้า แสดงดงั รปู ท่ี 7.16

175

(L1)
(L) (L2)
(N) (L3)

(N)

(ก) ระบบไฟฟ้าเฟสเดียว (ข) ระบบไฟฟา้ สามเฟส

รปู ท่ี 7.16 ระบบไฟฟา้ จ่ายมาจากแหล่งจ่ายไฟฟา้

การตอ่ สายดินภายในอาคารบา้ นเรอื นอย่อู าศยั ควรปฏิบตั ดิ งั น้ี
1. -สวติ ช์นิรภยั หรอื ต้สู วติ ชป์ ระธานตอ้ งต่อระบบไฟฟ้าท่ีจ่ายเข้าบ้านลงดนิ โดยใชส้ าย ไฟฟ้าต่อกับ
สายศูนย์ (N) นำไปต่อลงดินเข้ากับหลักดินของบ้าน และห้ามต่อรว่ มกันในทีอ่ ื่นๆ อีก เช่น ในแผงสวิตช์ยอ่ ย
ข้ัวสายศูนยต์ ้องมีฉนวนก้นั แยกจากตัวกลอ่ ง ส่วนข้ัวต่อสายดินกับตวั ตู้จะต่อถึงกันและต่อลงสายดิน ซึ่งขั้ว
สายศูนย์และขัว้ สายดนิ จะไมม่ กี ารต่อถึงกนั
2. อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดที่มีตัวถังเป็นโลหะต้องต่อสายดิน โดยการเดินสายไฟต่อ
ตัวถังที่เป็นโลหะของอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้น นำไปต่อลงดินที่ตู้สวิตช์ประธานในตำแหน่ง
สายศนู ย์ (N) ท่ีตอ่ ลงดนิ ไว้แลว้
3. ติดตั้งเต้ารับชนิด 3 รู ที่มีรูต่อสายดินอยู่ด้วย นำรูสายดินของเต้ารับทุกจุดไปต่อลงดินที่ตู้สวิตช์
ประธานในตำแหนง่ สายศนู ย์ (N) ท่ีต่อลงดินไวแ้ ลว้

4. ห้ามต่อสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้ากับสายศูนย์ (N) หากต่อไว้เมื่อสายศูนย์ขาด จะทำให้
ตัวถังโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า มีศักย์ไฟฟ้าเท่ากับแรงดันของสายไฟเส้นมีไฟ ผู้สัมผัสถูกตัวถังโลหะอาจ
ไดร้ บั อันตรายจากไฟฟา้ ดดู ได้ การต่อสายดินของระบบไฟฟา้ ภายในอาคารบา้ นเรอื นอยอู่ าศัย แสดงดงั รูปที่
7.17

176

(N)
(L)

G LN

G NL NL
G

N=
L=
G=

รูปที่ 7.17 การต่อสายดนิ ของระบบไฟฟ้าภายในอาคารบ้านเรือนอยอู่ าศยั

7.7 การตดิ ตั้งหลกั ดินและสายดินท่ถี กู ตอ้ ง

หลกั ควรปฏบิ ตั ิในการตดิ ตงั้ หลักดนิ และสายดินท่ีถกู ตอ้ ง เปน็ ดังน้ี
1. หลกั ดนิ ตอ้ งทำดว้ ยวสั ดทุ ่ีทนตอ่ การผกุ รอ่ นและไม่เปน็ สนิม เช่น แทง่ ทองแดง แท่งเหลก็ ชุบหรือ
หุ้มดว้ ยทองแดง ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 16 มม. ความยาวไมน่ อ้ ยกวา่ 2.40 เมตร
2. เนื้อดินบริเวณที่ใช้ตอกหลักดินที่ดีควรเป็นดินแท้ และต้องไม่ถูกขวางกั้นหรือล้อมรอบด้วยหิน
กรวด ทราย หรือแผ่นคอนกรีต เพราะเป็นอุปสรรคต่อการแพร่กระจายของกระแสลงสู่ดิน ทำให้ความ
ตา้ นทานการตอ่ ลงดินของหลักดินมีค่าสูงเกนิ กวา่ มาตรฐาน
3. หลักดินที่ดีเมื่อตอกลงดินแล้ว ต้องมีค่าความต้านทานการต่อลงดินไม่เกิน 5 โอห์ม ตามค่า
มาตรฐานของการไฟฟา้ นครหลวง

4. ห้ามใช้ตะปูคอนกรีตตอกเข้าไปในผนังคอนกรีตหรือพื้นคอนกรีตแทนหลักดิน เพราะตะปู
คอนกรีตไม่สามารถกระจายกระแสลงดนิ ได้เมื่อมีไฟรัว่

5. ตำแหนง่ ของหลกั ดนิ ควรอยใู่ กลก้ ับตู้สวิตช์ประธาน

177

6. ห้ามแช่หลักดนิ ในน้ำ เพราะเมื่อเกิดไฟรัว่ จะแพรก่ ระจายไปกบั น้ำ ทำให้เกิดอันตรายกับผ้ทู ่อี ยู่
ในน้ำ ถ้าจำเป็นต้องตอกหลักดินในนำ้ ต้องตอกให้มดิ ดิน และสายต่อหลักดินต้องหุ้มฉนวนป้องกันน้ำให้
มิดชดิ

7. การต่อสายดินเข้ากับหลักดิน แคลมป์ยึดหลักดิน และสายต่อหลักดินควรใช้วัสดุชนิดเดียวกนั
เพ่ือไม่ใหม้ ีปญั หาการกัดกรอ่ น

8. ขนาดของสายดินท่ีใช้ต่อหลกั ดินตอ้ งไม่เล็กกว่า 10 ตร.มม. จะต้องเปน็ สายเส้นเดียวโดยตลอด
และควรมีทอ่ หรือฉนวนหุ้มอยูด่ ้วย

9. ห้ามต่อสายดนิ ผา่ นฟิวสห์ รอื สวติ ชต์ ดั ไฟรว่ั อตั โนมัติ นอกจากการต่อผา่ นสวติ ช์ตัดวงจรอัตโนมัติ
และเมื่อสวติ ช์ตดั วงจรอตั โนมตั ิทำงาน ตอ้ งตดั สายไฟฟา้ ทกุ เสน้ ของวงจรพร้อมสายดนิ ออกด้วย

7.8 บทสรุป

ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า มีหน้าที่ตัดการจ่ายแรงดันและกระแสออกจาก
วงจร เมอ่ื เกดิ การลัดวงจรและกระแสไหลเกินพกิ ดั ฟวิ ส์เกดิ การหลอมละลายทันที

สวิตช์ตัดวงจรอัตโนมัติ เป็นสวิตช์ท่ีสามารถตัดวงจรโดยอตั โนมตั ิ เมื่อมีกระแสไหลผ่านวงจรที่เกดิ
จากการลดั วงจร หรอื จากกระแสไหลมากเกินพกิ ดั สวติ ช์จะตัดไฟฟ้าออกจากวงจรทันที

สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ เช่น ELCB GFCI RCCB และ RCBO เป็นต้น สามารถตัดวงจรได้อย่าง
รวดเร็วภายในเวลาที่กำหนด เมื่อมีกระแสไฟรั่วในปริมาณมากกว่าพิกัดที่กำหนดไว้ เครื่องตัดไฟรั่วเป็น
อปุ กรณป์ อ้ งกันเสรมิ กบั ระบบสายดนิ ชว่ ยปอ้ งกันอนั ตรายจากไฟดูด

สวิตช์นิรภยั หรือสวติ ช์ประธานเป็นสวิตช์ตดั ไฟฟ้า อาจเป็นอปุ กรณ์ตัดไฟหลักตัวเดยี ว หรืออยู่รวม
กับสวิตช์และอปุ กรณ์อ่ืนๆ ลักษณะโครงสร้างเป็นตู้โลหะปิดมิดชิด มีความแข็งแรงทนทาน ขณะต่อสวิตช์
เข้าวงจรเพื่อจ่ายไฟฟ้าไปใช้งาน ฝาต้ไู มส่ ามารถเปดิ ออกได้

สายดินเป็นสายไฟทำหน้าที่ช่วยปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟา้ และทำให้เกิดความปลอดภัยกบั ผู้ใช้
ไฟฟา้ การต่อสายดนิ ให้เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าเปน็ ส่ิงสำคัญ โดยตอ่ สายดนิ ผา่ นลงดนิ ดว้ ยหลักดินที่ฝังไวใ้ นดนิ ช่วย
ใหก้ ระแสที่ร่วั ผ่านตัวถังเครื่องใช้ไฟฟ้าไหลผ่านลงดินได้สะดวก

5. กิจกรรมการเรียนการสอน
5.1 การนำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. จัดเตรียมเอกสารและสือ่ การสอน พร้อมกับอธบิ ายวิธกี ารใหค้ ะแนน
2. ผู้สอนแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 7 เรอ่ื ง อุปกรณ์ป้องกันไฟฟา้ และการต่อสายดิน
3. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นทำแบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 7 เรือ่ ง อปุ กรณ์ป้องกนั ไฟฟา้ และการตอ่ สายดินแล้วให้

นกั ศึกษาสลับกนั ตรวจคำตอบ และให้คะแนน
5.2 การเรยี นรู้

178

1. เปิดหนังสือเรียนวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 7 เรื่อง อุปกรณ์ป้องกัน
ไฟฟ้าและการต่อสายดิน

2. เปิดงานนำเสนอวิชา งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 7 เรื่อง อุปกรณ์ป้องกนั
ไฟฟ้าและการต่อสายดนิ

3. ตอบคำถาม ขอ้ สงสัยของผเู้ รยี นระหวา่ งเรียน
5.3 การสรปุ

1. ทบทวนความเขา้ ใจและสรปุ เนือ้ หารว่ มกับผู้เรียนในหนว่ ยที่ 7 เรือ่ ง อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าและ
การต่อสายดนิ

2. ผู้เรยี นทำใบงานท่ี 7.1
3. และแบบฝกึ หดั บทที่ 7
5.4 การวัดและประเมนิ ผล

1. ตรวจผลงานการสาธติ การต่อสายดนิ ให้ไดค้ ณุ ภาพใบปฏบิ ัติงานท่ี 7.1
2. ใบปฏิบตั งิ านท่ี 7.1
3. แบบฝึกหัดบทท่ี 7

6. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้

6.1 สอื่ ส่งิ พมิ พ์
1.หนังสือเรียนวชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้ หน่วยที่ 7 เรอ่ื ง อปุ กรณป์ อ้ งกนั ไฟฟา้

และการต่อสายดิน
2. ใบปฏิบัติงานที่ 7.1
3. แบบฝึกหัดบทที่ 7

6.2 สอ่ื โสตทัศน์ (ถ้าม)ี
1. งานนำเสนอวชิ า งานไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บอื้ งต้น หน่วยที่ 7 เรอ่ื ง อปุ กรณ์ป้องกันไฟฟา้
และการตอ่ สายดนิ

7. การวัดและประเมินผล

7.1 ก่อนเรียน
1. เขา้ เรียนตรงต่อเวลา
2. เตรียมหนังสือรายวิชา งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบื้องต้น

7.2 ขณะเรยี น
1. ใหค้ วามสนใจและตงั้ ใจฟงั ผู้สอนอธบิ าย
2. ให้ความรว่ มมือในการทำกิจกรรมระหว่างการเรียนการสอน

7.3 หลงั เรยี น

179

1. ใบปฏิบตั งิ านท่ี 7.1
2. แบบฝึกหัดบทท่ี 7
8. กจิ กรรมเสนอแนะ/งานทีม่ อบหมาย
8.1 กิจกรรมเสนอแนะ

8.2 งานท่มี อบหมาย

แบบฝกึ หัดบทที่ 7

เร่ือง อปุ กรณ์ป้องกนั ไฟฟา้ และการตอ่ สายดิน
วัตถุประสงค์ เพื่อประเมนิ ความรเู้ ดิมของนกั ศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง อุปกรณป์ อ้ งกันไฟฟา้ และการตอ่ สาย

ดิน เขียนเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ทถ่ี กู ต้องท่ีสุด
1. ไฟไหม้ทเ่ี กดิ จากความร้อนของการใช้ไฟฟ้าเกิดจากสาเหตใุ ดมากท่ีสุด

ก. ไฟฟ้าดูด ข. ไฟฟ้าลัดวงจร

ค. ใชไ้ ฟฟา้ เกนิ พกิ ัด ง. ใช้ไฟฟ้าผดิ ประเภท

2. ฟวิ ส์ใชใ้ นวงจรไฟฟา้ ผลิตจากวัสดุประเภทใด

ก. ดบี กุ ข. ตะก่วั
ค. บิสมัท ง. ถูกทกุ ข้อ

3. อุปกรณต์ ามรูปคืออะไร

ก. ฟิวส์ความรอ้ น ข. ฟิวสห์ ลอด

ค. ฟิวส์ปลั๊ก ง. ฟิวส์เสน้

4. สวิตช์ตัดวงจรอตั โนมัติ จะตดั วงจรโดยอตั โนมตั ิเมือ่ ไร

ก. มีกระแสไหลในวงจรเกินพิกดั

ข. มีแรงดันจ่ายในวงจรเกินพิกดั

ค. อุปกรณไ์ ฟฟา้ เกิดความรอ้ นสูงเกินพกิ ดั

ง. อุปกรณไ์ ฟฟา้ เกิดการชำรดุ เสยี หายขณะทำงาน

5. อุปกรณป์ ้องกันไฟฟ้าทีส่ ามารถปอ้ งกันอันตรายจากไฟฟา้ ดูดได้คืออะไร

ก. สวติ ช์นิรภยั ข. สวติ ชป์ ระธาน

180

ค. สวิตช์ตดั วงจรอตั โนมัติ ง. สวิตช์ตัดไฟฟ้ารัว่ อตั โนมตั ิ

6. สวิตชต์ ัดกระแสเหลือในวงจรไฟฟา้ จะทำงานเมอ่ื ใด

ก. กระแสเหลอื จากการใชง้ าน

ข. กระแสไหลจากการลัดวงจรเกินพกิ ัด

ค. กระแสร่วั ไหลในเคร่อื งใช้ไฟฟา้ เกนิ พิกัด

ง. กระแสไหลผ่านเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ จากการทำงานเกินพกิ ัด

7. สวติ ชน์ ริ ภยั เปน็ สวติ ช์ประเภทใด

ก. สวิตช์ตัดวงจรไฟฟ้าเมอ่ื เกดิ กระแสเกินพิกัด

ข. สวติ ช์ตดั ต่อการจ่ายแรงดันเข้าบา้ นเรอื น

ค. สวิตช์ตัดวงจรไฟฟ้าเมอ่ื กระแสลดั วงจร

ง. สวติ ช์ตดั วงจรไฟฟา้ โดยอตั โนมตั ิ

8. ข้อใดไมใ่ ช่ประโยชน์ในการต่อสายดิน

ก. ชว่ ยเพมิ่ ประสิทธภิ าพในการทำงานของเคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าใหส้ งู ขึ้น

ข. ปอ้ งกันการเกดิ กระแสไหลผา่ นร่างกายมนุษย์ลงดิน

ค. ช่วยให้กระแสร่วั ไหลผา่ นสายดนิ ลงดนิ ได้สะดวก

ง. ปอ้ งกันอนั ตรายทอี่ าจเกดิ จากการรวั่ ของกระแส

9. การต่อสายดินใหก้ บั เครือ่ งใช้ไฟฟ้าข้อใดถูกตอ้ งเหมาะสม

ก. นำสายดนิ เคร่ืองใชไ้ ฟฟา้ ยึดติดเขา้ กับกอ๊ กประปาในบ้าน

ข. นำสายดินเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ายดึ เขา้ กบั หลกั ต่อสายดินทฝ่ี ังลงดิน

ค. นำสายดนิ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ไปตอ่ เขา้ สายศนู ยข์ องสายไฟฟ้าในบา้ น

ง. ยึดสายดนิ เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าเข้ากับตะปคู อนกรีตทีต่ อกไวก้ บั ฝาผนงั คอนกรีต

10. หลกั สายดนิ ท่ีดีท่ีสดุ ควรใช้วสั ดชุ นดิ ใด

ก. เหล็กเคลอื บสังกะสี ข. อะลมู เิ นียม

ค. ทองแดง ง. เหลก็

ใบปฏิบัตงิ าน อุปกรณป์ ้องกนั อันตรายจากไฟฟา้
7.1

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. วดั ทดสอบการทำงานของอุปกรณป์ อ้ งกนั อันตรายจากไฟฟ้าได้
2. ต่อวงจรไฟฟา้ แสงสว่างรว่ มกับสวติ ชต์ ดั ไฟฟ้าร่วั อัตโนมัตไิ ด้

181

3. มีความกระตือรอื ร้นต่อการทำงาน
เครื่องมอื และอปุ กรณ์

1. ฟวิ สห์ ลอดดี, ฟวิ ส์หลอดขาด ชนิดละ 1 ตัว
2. สวติ ช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ ELCB 1 ตวั
3. ชดุ วงจรหลอดคอมแพกตช์ นดิ บัลลาสต์ภายใน (ปลก๊ั , สวติ ช์,
ชดุ ฐานหลอด, หลอดคอมแพกต)์ หรอื ชุดหลอดไฟชนิดอื่น 1 ชดุ
4. เทปพนั สายไฟ 1 ม้วน
5. มลั ติมเิ ตอร์ชนดิ เข็มชี้
6. สายตอ่ วงจร 1 เครอ่ื ง
1 ชุด

ลำดับข้นั การทดลอง

1. ตง้ั มัลติมเิ ตอร์ไปที่ยา่ นวดั โอห์ม 1
2. ช็อตปลายสายวัดทง้ั สองของโอห์มมิเตอร์เข้าดว้ ยกนั ปรับแต่งป่มุ ปรับ 0 Ω ADJ ให้เข็มช้ีโอห์ม
มเิ ตอร์ชท่ี ตี่ ำแหนง่ 0 Ω พอดีทางขวามือ
3. ใช้โอห์มมิเตอร์วัดที่ขั้วโลหะทั้งสองของฟิวส์หลอด ทั้งตัวฟิวส์ขาดและตัวฟิวส์ดี บันทึกค่าความ

ตา้ นทานท่วี ัดไดล้ งในตารางที่ 7.1 แถวฟวิ สย์ า่ น 1 ในช่องขาด หรือช่องดี ชอ่ งใดช่องหนึ่ง การวัดแสดงดัง
รปู ที่ 7.1 (ก)

4. เปล่ยี นจากฟวิ สม์ าวัดสวิตช์ตัดไฟฟ้าร่วั อัตโนมัติท่ีขั้วตอ่ ไฟเข้า ขณะยงั ไมโ่ ยกสวติ ช์ต่อวงจร และ
ขณะโยกสวติ ชต์ ่อวงจร บนั ทึกคา่ ความตา้ นทานท่ีวัดไดล้ งในตารางท่ี 7.1 แถวช่องสวิตช์ตดั ไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ

ย่าน 1 ที่ N และ N1 และที่ L และ L1 และสลับไปสลับมา ตามลำดับ ในช่องตัดวงจร หรือช่องต่อวงจร
ตามสภาวะการทำงาน การวัดแสดงดังรูปที่ 7.1 (ข)

182

N N1
L L1

(ก) วัดฟวิ สห์ ลอดดว้ ยโอหม์ มิเตอร์ย่าน x1 (ข) วัดสวิตช์ ELCB ดว้ ยโอห์มมิเตอรย์ า่ น x1

รูปท่ี 7.1 ใช้โอหม์ มิเตอร์วัดฟิวสแ์ ละสวิตช์ ELCB

ตารางที่ 7.1 ค่าความตา้ นทานท่ตี วั ฟวิ ส์หลอด

อปุ กรณท์ ่วี ัด ยา่ นโอหม์ ทต่ี ั้งวัด ขาดหรือตดั วงจร (Ω) ดหี รือตอ่ วงจร (Ω)
ฟิวส์
x1
สวติ ช์ตัดไฟฟ้ารั่ว x10k
อัตโนมัติ x1 ท่ี N และ N1
x1 ที่ L และ L1
x1 ท่ี N และ L1
x1 ท่ี L และ N1
x10k ที่ N และ N1
x10k ที่ L และ L1
x10k ท่ี N และ L1
x10k ท่ี L และ N1

5. ตั้งโอห์มมิเตอร์ไปที่ย่านวัด 10k ปรับแต่งโอห์มมิเตอร์ให้พร้อมใช้งาน นำไปวัดฟิวส์ขาดและ
ฟิวส์ดีอีกครั้ง (ขณะวัดห้ามจับปลายเข็มวัดส่วนโลหะทั้งสองด้วยมือทั้งสองข้าง จับส่วนโลหะได้ด้านเดียว)

บันทึกค่าความต้านทานที่วัดได้ลงในตารางที่ 7.1 แถวฟิวส์ย่าน 10k ในช่องขาด หรือช่องดี ช่องใดช่อง
หน่ึง

183

6. เปล่ียนจากฟิวส์มาวดั สวติ ช์ตัดไฟฟ้ารวั่ อัตโนมัติท่ีขัว้ ต่อไฟเขา้ ขณะยังไม่โยกสวติ ช์ตอ่ วงจร และ
ขณะโยกสวิตชต์ ่อวงจร บันทึกคา่ ความตา้ นทานทว่ี ดั ได้ลงในตารางที่ 7.1 แถวชอ่ งสวติ ช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติ
ย่าน 10k ที่ N และ N1 และที่ L และ L1 และสลับไปสลับมา ตามลำดับ ในช่องตัดวงจร หรือช่องต่อวงจร
ตามสภาวะการทำงาน

7. ขณะโยกสวิตช์ตัดไฟฟา้ รัว่ อัตโนมัติ (ELCB) ให้ต่อวงจร (ON) ทดสอบการทำงานของสวิตช์ตัด
ไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) โดยกดปุ่มทดสอบ (Test) ผลที่เกิดเป็นเช่นไร (สวิตช์ตัดวงจรหรือไม่)
....................... เป็นเพราะเหตุใด ......................................................................

8. ประกอบวงจรหลอดคอมแพกต์เข้ากับสวิตช์ตัดไฟฟ้าร่ัวอัตโนมัติตามรูปที่ 7.2 สวิตช์ ELCB ยงั ไม่
ต่อวงจร (OFF)

N

L
220 V

รูปที่ 7.2 วงจรหลอดคอมแพกต์ตอ่ ร่วมกับสวติ ช์ตัดไฟฟ้ารว่ั อัตโนมตั ิ (ELCB)

9. ตรวจสอบการตอ่ วงจรอีกครั้ง โดยเพอ่ื นในกลุ่มชว่ ยตรวจไลว่ งจร
10. นำปลั๊กไฟไปเสียบแหล่งจ่ายแรงดัน 220 VAC ให้ปลั๊กขั้วที่ต่อเข้ากับขั้ว L ของสวิตช์ตัดไฟฟ้ารัว่
อตั โนมตั ิ (ELCB) เสยี บเขา้ กับขว้ั แหล่งจ่ายทมี่ ีไฟ และปลก๊ั ข้ัวทต่ี ่อเข้ากับข้ัว N ของสวิตชต์ ัดไฟฟ้าร่ัวอตั โนมัติ
(ELCB) เสียบเข้ากบั ข้วั แหลง่ จ่ายท่ไี ม่มีไฟ โยกสวิตชต์ ัดไฟฟา้ ร่วั อัตโนมัติ (ELCB) ใหต้ ่อวงจร (ON) จ่ายไฟ
ใหว้ งจรหลอดคอมแพกต์ ผลทีเ่ กิดเปน็ เชน่ ไร (หลอดติดหรือดับ) .......................................................
11. ทดสอบการทำงานของสวิตช์ตัดไฟฟา้ รั่วอัตโนมตั ิ (ELCB) โดยกดปุม่ ทดสอบ (Test) ผลท่เี กิดเป็น
เชน่ ไร (หลอดติดหรือดบั ) .......................... เปน็ เพราะเหตใุ ด ..............................
..............................................................................................................................................
12. โยกสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) ต่อวงจรอีกครั้ง ผลที่เกิดเป็นเช่นไร (หลอดติดหรือดับ)
........................................................
13. กลับขั้วปลั๊กไฟไปเสียบแหล่งจ่ายแรงดัน 220 VAC ให้ปลั๊กขั้วที่ต่อเข้ากับขั้ว L ของสวิตช์ตัด
ไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) เสียบเข้ากับขั้วแหล่งจ่ายที่ไม่มีไฟ และปลั๊กขั้วที่ต่อเข้ากับขั้ว N ของสวิตช์ตัด

184

ไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) เสียบเข้ากับขั้วแหล่งจ่ายที่มีไฟ โยกสวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) ให้ต่อ
วงจร (ON) จ่ายไฟให้วง จร หลอดคอมแพ กต์ ผลที่เกิดเป็น เช่นไร (หลอดติดหร ือ ดั บ)
.......................................................

14. ทดสอบการทำงานของสวติ ช์ตัดไฟฟา้ รวั่ อตั โนมัติ (ELCB) โดยกดปมุ่ ทดสอบ (Test) ผลทีเ่ กิดเป็น
เชน่ ไร (หลอดตดิ หรือดบั ) .......................... เป็นเพราะเหตุใด ..............................
..............................................................................................................................................

สรปุ ผลการทดลอง

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

คำถามและการวิเคราะห์

1. การกดปุ่มทดสอบ (Test) สวิตช์ตัดไฟฟ้ารั่วอัตโนมัติ (ELCB) เมื่อโยกสวิตช์ต่อวงจร (ON)
ในขณะท่ีสวิตช์ตัดไฟฟ้ารว่ั อัตโนมตั ิ (ELCB) ไม่จ่ายไฟฟ้าให้ และจ่ายไฟฟ้าให้ เกิดผลการทำงานแตกต่างกัน
อย่างไร

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

9. การบูรณาการกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
9.1 ความมีเหตุผล
1. จดั เตรียมวัสดุ - อุปกรณ์และสอ่ื การสอนที่ใช้ในการเรียนการสอน ใหเ้ หมาะสมกับกิจกรรมและ

จำนวนผู้เรยี น
9.2 ความพอประมาณ
1. เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้นและเป็นส่วนช่วยให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ทำให้กิจกรรมดำเนินบรรลุ

วตั ถปุ ระสงค์

185

2. เพ่อื ให้งานออกมาสำเรจ็ ตามเป้าหมายทกี่ ำหนด
9.3 การมภี ูมิคมุ้ กนั ในตวั ทดี่ ี

1. วางแผนการทำงานรว่ มกนั ภายในกลมุ่ ดว้ ยความรอบคอบ
2. ระมัดระวงั การใช้อุปกรณไ์ ม่ให้เกิดอันตรายและความเสยี หาย
3. จัดเก็บอุปกรณ์ใหเ้ ปน็ ระเบยี บหลงั การใช้งาน
9.4 เง่อื นไขความรู้
1. นกั เรียนมคี วามรู้เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย
9.5 เงอื่ นไขคุณธรรม
1. เป็นผมู้ ีความอดทนในการทำงานรว่ มกับผอู้ ่นื
2. เป็นผมู้ คี วามรบั ผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
3. เป็นผมู้ ีนำ้ ใจ เอือ้ เฟ้ือ
4. การทำงานเปน็ ทมี
5. เป็นผมู้ ีความเพยี รและใฝ่รู้

10. เอกสารอ้างองิ /บรรณานุกรม
พนั ธศ์ กั ดิ์ พุฒมิ านิตพงศ์ และคณะ. งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ บื้องตน้ . กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพ์ศูนย์
สง่ เสรมิ อาชวี ะ
ประพันธ์ พิพัฒนสุข และคณะ. ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น. นนทบุรี : สำนักพิมพ์ศนู ย์ส่งเสรมิ
อาชวี ะ

11. บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้ รหัสวชิ า สัปดาห์ที่
รายวชิ า สาขาวชิ า
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ระดบั ช้ัน กลมุ่
11.1 ผลการจัดการเรียนรู้

11.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียน/นักศึกษา

นกั เรียนสอบ มีคะแนนสอบแตล่ ะหนว่ ยการเรียน

คะแนนสูงกวา่ ร้อยละ 60 ขน้ึ ไป จำนวน คน
คน
คะแนนตำ่ กวา่ รอ้ ยละ 60 ลงไป จำนวน

11.3 ปญั หาและอปุ สรรค 186
11.4 แนวทางแก้ไข
11.5 ข้อเสนอแนะ ลงชือ่
(นางสาวธารวิมล วงศโ์ อษฐ)์
ผู้สอน

187

แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ หนว่ ยท่ี 8
ชอื่ วชิ า งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ สอนสปั ดาหท์ ่ี 10-10
เบอ้ื งตน้
รหสั วชิ า 20100-1005 จำนวน 2 หน่วยกติ
หลกั สตู ร ประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศกั ราช 2563

ชอื่ หน่วย ตวั ตา้ นทาน จำนวน 8 ช่ัวโมง/สัปดาห์

1. สาระสำคัญ

ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันในระบบไฟฟ้าที่ใช้งานอย่างแพร่หลาย หน้าที่ของฟิวส์คือจะตัดการจ่าย

แรงดนั และกระแสออกจากวงจร เม่ือเกดิ การลดั วงจรและกระแสไหลเกินกำหนด ฟวิ สเ์ กดิ การหลอมละลาย

และขาดตัดวงจรทันที ฟวิ ส์มีหลายชนดิ เช่นฟิวสเ์ สน้ ฟิวส์ปลัก๊ และฟิวส์หลอด

การต่อสายดนิ ใหเ้ คร่ืองใชไ้ ฟฟ้าเป็นสง่ิ สำคัญและมีประโยชน์มาก ในการช่วยปอ้ งกันอันตรายท่ีอาจ

เกดิ จากการรวั่ ของกระแสไปยงั ตัวถังโลหะของเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า ทำใหเ้ กดิ อันตรายต่อมนษุ ย์หรือสิ่งมีชีวิตท่ีไป

สัมผัสถกู ได้ การตอ่ สายดินแบ่งได้เป็นการตอ่ สายดินท่รี ะบบสง่ จ่ายไฟฟ้า การต่อสายดินของระบบไฟฟ้าใน

บา้ น และการต่อสายดินของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ดา้ นพทุ ธพิ ิสยั
1.บอกหน้าท่ีของอุปกรณป์ ้องกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้าได้
2.อธบิ ายลักษณะฟิวส์แต่ละชนิดได้
3.อธบิ ายชนดิ ของสวติ ช์ตัดวงจรอัตโนมัตไิ ด้
4.บอกคุณสมบัติของสวิตช์ตัดไฟฟา้ ร่ัวอัตโนมตั ิได้
5.บอกหน้าที่การทำงานของสวติ ชน์ ิรภัยได้
6.บอกประโยชนข์ องสายดินและการตอ่ สายดินได้
7.อธิบายวธิ ีการติดต้งั หลกั ดนิ และสายดินที่ถูกต้องได้
2.2 ดา้ นทกั ษะพิสยั
1. มที ักษะในการปฏิบตั งิ านในการตอ่ สายดินใหไ้ ด้คุณภาพ
2.3 ดา้ นจติ พิสยั
1. เพื่อให้มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อการเตรยี มความพรอ้ มดา้ นการเตรยี ม วสั ดุ อุปกรณ์ และการปฏิบตั งิ าน

อยา่ งถกู ตอ้ ง สำเร็จภายในเวลาท่กี ำหนด มเี หตแุ ละผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. เตรียมความพรอ้ มด้าน วสั ดุ อปุ กรณ์สอดคล้องกบั งานได้อยา่ งถูกตอ้ ง
3. มีความรับผดิ ชอบ ปฏบิ ตั ิงานได้อย่างถกู ต้องในเรอ่ื งอปุ กรณป์ ้องกันอันตรายจากไฟฟา้ และการ

ตอ่ สายดนิ สำเรจ็ ภายใน เวลาท่กี ำหนดอย่างมเี หตุและผลตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
3. สาระการเรียนรู้

188

1. อุปกรณป์ อ้ งกันอนั ตรายในระบบไฟฟา้
2. ฟวิ ส์
3. สวติ ชต์ ัดวงจรอตั โนมัติ
4. สวติ ชต์ ัดไฟฟ้ารวั่ อัตโนมตั ิ
5. สวิตช์นริ ภยั
6. สายดนิ และการต่อสายดนิ
7. การติดตงั้ หลักดินและสายดินทถ่ี กู ต้อง
8. บทสรุป

4.เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้
• ดา้ นความรู้(ทฤษฎ)ี

7.1 อุปกรณป์ ้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า

ไฟฟ้าสามารถเดินทางผ่านไปได้โดยสะดวกในวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งต่างๆ ที่เป็นสื่อตัวนำไฟฟ้าที่ดี
ได้แก่ โลหะชนิดต่างๆ เช่น ทองคำ ทองแดง เงิน เหล็ก ตะกั่ว และอะลูมิเนียม เป็นต้น ในของเหลวหรือ
สง่ิ ของทีม่ ีความช้นื ต่างๆ เชน่ น้ำ ในเคร่ืองดืม่ ที่มสี ว่ นผสมของน้ำ ผา้ เปียกนำ้ ก่ิงไมส้ ด พื้นดินหรอื พืน้ ปูนท่มี ี
ความชื้น และในอากาศที่มีความชื้นมากๆ เป็นต้น ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนจำเป็นต้องทราบถึงอันตรายของไฟฟา้
และทราบถึงวธิ ีใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ก่อนการใช้ไฟฟา้ และเคร่ืองใช้ไฟฟ้าทุกชนิด รวมถึงต้องมีการติดตั้ง
อุปกรณป์ ้องกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้า

อปุ กรณ์ปอ้ งกันอนั ตรายในระบบไฟฟ้า เปน็ อุปกรณไ์ ฟฟา้ ที่สำคัญและจำเปน็ ต่อระบบการทำงาน
ในงานไฟฟ้าต่างๆ โดยทำหน้าที่ช่วยป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากการใช้ไฟฟ้า และป้องกันความเสียหาย
ของอุปกรณ์ไฟฟา้ เครื่องมือไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟา้ และระบบไฟฟ้าที่ใช้งาน จากสาเหตุการลัดวงจร การเกิด
กระแสไหลมากเกินพิกัด การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าผิดประเภท รวมถึงความผิดพลาดที่เกิดจากระบบไฟฟ้าเอง
อุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟา้ จะทำหน้าทีต่ ัดวงจรไฟฟ้าย่อยออกจากระบบการจ่ายไฟทันที ช่วย
ให้เกิดความปลอดภัยต่อระบบการใชไ้ ฟฟ้า การเกดิ ไฟฟา้ ดูด และการเกดิ ไฟฟ้าลัดวงจร อันตรายจากการ
ใชไ้ ฟฟา้ แสดงดงั รปู ที่ 7.1

189

(ก) ใชก้ ระแสเกิดพิกัดเกิดความร้อนสงู (ข) เพลงิ ไหม้เกดิ จากไฟฟา้ ลัดวงจร

รูปท่ี 7.1 อันตรายจากการใช้ไฟฟา้

7.2 ฟิวส์

ฟิวส์ (Fuse) เป็นอุปกรณ์ป้องกันอันตรายในระบบไฟฟ้า มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าท่ีดี ผลิตมา
จากโลหะที่มีจุดหลอมละลายต่ำ ฟวิ สท์ ำหน้าท่ตี ัดวงจรจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรอื เกิดจากการทำงานท่ี
กระแสไหลมากผิดปกติ โดยฟิวส์จะหลอมละลายทันทีเมื่อมกี ระแสไหลผา่ นฟวิ ส์เกนิ พกิ ดั ทีก่ ำหนดไวใ้ นตวั
ฟิวส์ ตัวลวดโลหะฟิวส์ทำมาจากโลหะหลายชนิด เช่น ตะกั่ว ดีบุก สังกะสี และบิสมัท เป็นต้น หรือจาก
สว่ นผสมของโลหะเหล่าน้ี ฟิวส์ทวั่ ไปควรมีคุณสมบตั ิในการทำงานดงั นี้

1. ทนกระแสไหลผ่านได้ประมาณ 1.1 เท่าของขนาดทนกระแสปกติของฟิวส์
2. ขณะหลอมละลาย ต้องไม่เกิดประกายไฟ เปลวไฟ หรือเกิดการหลอมละลายใดๆ ที่ทำให้
อปุ กรณ์เกดิ ความเสยี หาย
3. เกิดการหลอมละลายภายในเวลา 15 วินาที เมื่อกระแสเกินพิกัดประมาณ 20 % และหลอม
ละลายภายในเวลา 1 วินาทีหรอื นอ้ ยกว่า เม่อื กระแสเกนิ พิกัดประมาณ 150 %

ฟิวส์ท่ผี ลิตมาใช้งาน สามารถแบ่งเวลาในการหลอมละลายของฟวิ ส์ออกได้ 2 ชนิด ดังน้ี
1. ชนิดหลอมละลายเร็ว (Fast Blow) เป็นฟวิ สช์ นิดที่เม่อื กระแสไหลเกินพิกัดทฟี่ วิ ส์ทนได้ ฟิวส์จะ
หลอมละลายขาดวงจรทันที หรือเมื่อเกดิ ไฟฟา้ ลัดวงจรฟิวส์จะหลอมละลายขาดวงจรขาดทนั ทีโดยไม่มีการ
หน่วงเวลา นยิ มนำไปใช้ในงาน เชน่ วงจรไฟฟา้ ทำงานทวั่ ไป วงจรทำงานเก่ยี วกับความรอ้ น หรือวงจรแสง
สวา่ ง เปน็ ตน้
2.ชนิดหลอมละลายช้า (Slow Blow) เป็นฟิวส์ชนิดที่เมื่อกระแสไหลเกินพิกัดที่ฟิวส์ทนได้ชั่วขณะ
ฟิวส์จะยังไม่หลอมละลาย เกิดการหน่วงเวลาตามพิกัดของฟิวส์ แต่ถ้าเกิดไฟฟา้ ลัดวงจรฟิวส์จะหลอมละลาย

190

ขาดวงจรทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลา นิยมนำไปใช้ในงาน เช่น วงจรควบคุมการทำงานของมอเตอร์ หรือ
มอเตอรข์ นาดใหญ่ เปน็ ต้น

ฟวิ ส์ที่ผลิตขึ้นมาใชง้ านมีดว้ ยกนั หลายชนดิ โดยผลิตให้เหมาะสมกับลักษณะของงาน และช่วยให้
เกิดความสะดวกต่อการใช้งาน แบ่งออกได้ตามลักษณะโครงสรา้ งฟิวส์ เช่น ฟิวส์เส้น ฟิวส์ปลั๊ก ฟิวส์หลอด
และฟวิ สช์ นิดพิเศษ เป็นต้น

7.2.1 ฟวิ ส์เส้น
ฟวิ สเ์ สน้ (Wire Fuse) เป็นฟวิ สช์ นดิ เส้นลวดเปลอื ยยาว ตัวฟวิ ส์ไมม่ อี ะไรห่อหมุ้ จำเป็นต้อง

ใช้งานร่วมกับสวิตช์ใบมีด (Knife Switch) หรือคัตเอาต์ (Cut Out) โดยนำฟิวส์ไปยึดใส่ไว้ในส่วนรองรับของ
สวติ ช์ใบมดี ขนั ยดึ ฟวิ สใ์ ห้แน่นด้วยสกรู ฟวิ สช์ นดิ น้ีแบง่ ออกได้ 2 แบบ ตามลักษณะโครงสรา้ ง ดงั นี้

1. แบบเส้นกลม เส้นฟิวส์ถูกพันเก็บไว้เป็นม้วน เวลาใช้งานต้องนำมาตัดแบ่งตามความ
ยาวที่ต้องการ นิยมเรียกว่า ฟิวส์เส้น การยึดติดกับสวิตช์ใบมีด ให้นำปลายฟิวส์ไปพันในร่องสกรูของสวิตช์
ใบมีด และขนั สกรูยดึ ติดใหแ้ น่น

2. แบบเสน้ แบน เสน้ ฟิวสท์ ่สี ร้างขึ้นมาให้มคี วามยาวแน่นอนตามค่ามาตรฐาน ส่วนหวั ทา้ ย
ของเส้นฟิวส์ทำเป็นร่องคล้ายก้ามปู ไว้ใส่เข้าร่องสกรูของสวิตช์ใบมีด นิยมเรียกว่า ฟิวส์ก้ามปู มีความ
สะดวกในการต่อใชง้ านมากข้ึน

ฟวิ สเ์ ส้นนิยมใช้งานกบั วงจรไฟฟา้ ภายในบ้านเรือน ทอี่ ยูอ่ าศัย หรอื ในวงจรทภี่ าระใช้งาน
กินกระแสต่ำ ปกตินิยมนำไปใช้งานในวงจรที่มีกระแสไหลผ่านรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 30 แอมแปร์ สวิตช์ใบมีด
ฟิวส์เสน้ และฟวิ ส์กา้ มปู แสดงดงั รูปที่ 7.2

(ก) สวิตช์ใบมีด (ข) ฟวิ ส์เส้น (ค) ฟวิ สก์ า้ มปู

รปู ท่ี 7.2 สวติ ชใ์ บมีด ฟิวสเ์ ส้น ฟิวส์ก้ามปู

191

7.2.2 ฟวิ สห์ ลอด

ฟิวส์หลอด (Tube Fuse) หรือคาร์ทริดจ์ฟิวส์ (Cartridge Fuse) เป็นฟิวส์ที่สร้างขึ้นมามี
โครงสร้างเป็นหลอดทรงกระบอก หรือทรงสี่เหลี่ยม หลอดฟิวส์ทำด้วยกระเบื้อง แก้ว หรือไฟเบอร์
ภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์ต่อออกมาภายนอก โดยยึดติดกับโลหะตัวนำที่ส่วนหัวท้ายของกระบอกฟิวส์
ภายในหลอดฟิวส์บรรจอุ ากาศ หรอื บรรจุทรายละเอียดไว้ รูปรา่ งมที ้งั แบบหัวท้ายฟวิ ส์เปน็ โลหะทรงกระบอก
ปกติ มักเรียกวา่ ฟิวส์หลอด นำไปใชง้ านรว่ มกับกระบอกใส่ฟิวส์หรือฐานยึดฟวิ ส์ และแบบหัวท้ายฟิวส์เป็น
โลหะและมีแผ่นโลหะคล้ายใบมีดยื่นออกมาที่หัวท้ายด้วย มักเรียกว่า ฟิวส์ใบมีด นำไปใช้งานร่วมกับฐาน
ฟวิ ส์ใบมีด ฟิวส์หลอดถูกผลติ ขึน้ มาหลายรูปแบบ และหลายหนา้ ทีก่ ารใช้งาน ขนาดฟิวสม์ ีหลายขนาด และ
มีรปู ร่างแตกต่างกนั ไป มคี ่าการทนกระแสหลายค่า ตงั้ แตค่ า่ ตำ่ ๆ ไม่ถึงแอมแปร์ จนถึงค่าสูงเปน็ แสนแอมแปร์
นิยมนำไป ใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายด้าน เช่น ด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ด้านไฟฟ้ากำลังใน
งานอุตสาหกรรม และดา้ นการสง่ จ่ายกำลังไฟฟ้า เป็นต้น ฟวิ สห์ ลอด แสดงดงั รปู ท่ี 7.3

(ก) ใช้งานไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (ข) ใช้งานไฟฟ้ากำลัง (ค) ใช้งานส่งจ่ายกำลงั ไฟฟ้า
ทัว่ ไป

รูปท่ี 7.3 ฟวิ ส์หลอด

7.2.3 ฟิวส์ปล๊ัก

ฟิวสป์ ล๊ัก (Plug Fuse) เป็นฟวิ ส์ท่ตี ัวถงั ฟิวส์มรี ูปร่างคล้ายปล๊ักไฟฟ้า การใช้งานจำเป็นต้อง
เสียบหรือสอดใส่เข้าไปในร่องฐานฟวิ ส์ มีรูปร่างและโครงสร้างแตกต่างกนั หลายแบบ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
ตัวถังฟวิ สท์ ำด้วยกระเบื้อง แก้ว หรอื พลาสตกิ ทนความร้อน ฟวิ สป์ ลัก๊ ที่ผลิตมาใช้งาน เช่น ฟิวส์ขวด มีรูปร่าง
ทรงกระบอกเหมือนขวด ส่วนหัวและส่วนท้ายฟิวส์ใหญ่ไม่เท่ากัน ด้านหัวใหญ่กว่าด้านท้าย ภายในหลอด
ฟิวสม์ ีเสน้ ฟิวส์ ที่บรรจุอากาศ หรอื บรรจุทรายละเอยี ดไว้ สามารถมองเหน็ สภาพฟิวส์ได้จากภายนอก ฟิวส์
ปลั๊ก มีรูปร่างเหมือนถ้วยด้านนอกฟิวส์เป็นเกลียวหมุน ภายในหลอดฟิวส์มีเส้นฟิวส์ ที่บรรจุอากาศ หรือ

192

บรรจทุ รายละเอยี ดไว้ สามารถมอง เหน็ สภาพฟวิ สไ์ ดจ้ ากภายนอก ฟวิ ส์ทง้ั 2 แบบนยิ มใชง้ านกับวงจรไฟฟ้า
ภายในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย หรือวงจรที่ใช้กระแสสูงมากขึ้น มีความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะมีส่วน
ป้องกนั หอ่ หุ้มฟวิ สไ์ ว้ และฟวิ สร์ ถยนต์ มรี ปู รา่ งเป็นรปู ตัว U คล้ายปลัก๊ ไฟฟ้า ฟิวส์ถูกหอ่ หุ้มดว้ ยตัวถงั พลาสติก
ทนความร้อน มีขาโลหะยื่นออกมา 2 ขา นิยมนำไปใช้งานในรถยนต์ หรือใช้ในอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครื่องใช้ไฟฟา้ บางชนดิ ฟิวสป์ ล๊กั แสดงดังรูปท่ี 7.4

(ก) ฟิวส์ขวด (ข) ฟิวสป์ ล๊กั (ค) ฟิวส์รถยนต์

รูปท่ี 7.4 ฟิวส์ปล๊ัก

7.2.4 ฟิวสช์ นิดพเิ ศษ

ฟิวส์ชนิดพิเศษ (Special Fuse) เป็นฟิวส์ที่ถูกผลิตขึ้นมาใช้งานเพื่อให้ทำงานโดย
เฉพาะเจาะจง ตามงานที่ต้องการเป็นพิเศษ เกิดความเหมาะสมต่อการทำงานในระบบงานท่ีต้องการ หรือ
ตามความเหมาะสมของโครงสร้างระบบ ฟิวส์ชนิดพิเศษมีหลายลักษณะและหลายรูปแบบการทำงาน เช่น
ฟิวสค์ วามร้อน และฟวิ ส์แปะติด SMD เป็นตน้

1. ฟิวส์ความร้อน (Thermal Fuse) หรือฟิวส์ตัดความร้อน (Thermal Cutoff Fuse)
เป็นฟิวส์ที่ทำงานดว้ ยความรอ้ นที่มากระทบกับตวั ฟิวส์ เม่ือฟิวสไ์ ด้รับความร้อนมากเกนิ พิกัดท่ตี วั ฟิวส์ทนได้
ฟวิ สจ์ ะหลอมละลายตัดการตอ่ วงจรทันที เพอ่ื ปอ้ งกันอนั ตรายท่ีจะเกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้า
จากการทำงานเกิดความร้อนมากเกินไป ซึง่ จะมีผลต่อการทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นได้ ทำใหอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครอื่ งใช้ไฟฟา้ สมยั ใหม่หลายชนิด ที่ในขณะทำงานมีความร้อนเกิดข้นึ ภายในตวั นยิ มใสฟ่ วิ สค์ วามร้อนเพ่ิม
เข้าไปภายในที่บริเวณที่เกิดความร้อน ทำให้การทำงานเกิดความปลอดภัยต่อตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เครอ่ื งใช้ไฟฟ้า รวมถึงทำใหเ้ กดิ การทำงานที่ปลอดภยั มากขึ้น อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีนิยมใชฟ้ ิวส์
ความรอ้ นมีมากมาย เชน่ พัดลม เครอื่ งระบายอากาศ เครอ่ื งดูดควัน เคร่อื งปรับอากาศ ตูเ้ ยน็ เครื่องซักผ้า
เคร่อื งทำน้ำอุ่น เตาไฟฟา้ เตาไมโครเวฟ หมอ้ หงุ ข้าวไฟฟา้ เครอื่ งถา่ ยเอกสาร และคอมพวิ เตอร์ เป็นตน้ ฟวิ ส์


Click to View FlipBook Version