การงานอาชีพ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ÕÐ.- ม.๖ มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ปัณณวัฒน์ สุรกีรติกุล มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ www.aksorn.com บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ์ 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) www.aksorn.com Aksorn ACT หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๖มนตรี สมไร่ขิง และคณะ นร. การงานอาชีพ ม.6 ISBN : 978 - 616 - 203 - 959 - 1 72.- ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ġ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ġ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā Ģ èāñêŠââöĀáèŞùćòÐĄòäăÐćô ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ð ġ 9 786162 039591 คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๖ ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st คู่มือครู นร.การงานอาชีพ ม.6 300.- 8 858649 147905 ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๖คู่มือครู การงานอาชีพ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ÕÐ.- ม.๖ มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ปัณณวัฒน์ สุรกีรติกุล มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ www.aksorn.com บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ์ 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) www.aksorn.com Aksorn ACT หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๖มนตรี สมไร่ขิง และคณะ นร. การงานอาชีพ ม.6 ISBN : 978 - 616 - 203 - 959 - 1 72.- ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ġ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ġ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā Ģ èāñêŠââöĀáèŞùćòÐĄòäăÐćô ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ð ġ 9 786162 039591 คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๖ ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st คู่มือครู นร.การงานอาชีพ ม.6 300.- 8 858649 147905 ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๖คู่มือครู
ผู้เรียบเรียงหนังสือเรียน นายมนตรี สมไร่ขิง ผศ.เพ็ญพร ประมวลสุข นายปัญญา สังข์ภิรมย์ นางวรรณี วงศ์พานิชย์ นางศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทำร ดำร.สถิตย์พงษ์ มั่นหล�า นายปัณณวัฒน์ สุรกีรติกุล ผู้เรียบเรียงคู่มือครู นางสาวพรรณมณฑ์ นิลนฤนาทำ นางสาวอัญชลี ัฉายแสงจันทำร์ ผู้ตรวจำหนังสือเรียน รศ.จอมขวัญ สุวรรณรักษ์ ผศ. ดำร.เบญญา มะโนชัย นางสาวกุหลาบ ลาศนันทำ์ บรรณาธิการหนังสือเรียน นายสมเกียรติ ภู่ระหงษ์ คำู่มือคำรู Teacher Script ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทำธศักราช 2551 กำรงำนอำชีพ ม.6 พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา 3647007
ค�าแนะน�าการใช้ ชวยสรางความเขาใจ เพื่อใชคูมือครูได อยางถูกตองและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ค�าอธิบายรายวิชา แสดงขอบขายเนื้อหาสาระของรายวิชา ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดตามที่หลักสูตร กําหนด Pedagogy ชวยสรางความเขาใจในกระบวนการออกแบบ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมี ประสิทธิภาพ Teacher Guide Overview ชวยใหเห็นภาพรวมของการ จัดการเรียนการสอนทั้งหมดของรายวิชากอนที่จะลงมือ สอนจริง Chapter Overview ชวยสรางความเขาใจและเห็นภาพรวม ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรูแตละหนวย ข้อสอบเน้นการคิด เพื่อเตรียมความพรอมของผูเรียน สูการสอบในระดับตาง ๆ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชวยพัฒนา ผูเรียนใหมีทักษะที่จําเปนสําหรับการเรียนรูและการดํารงชีวิต ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๑.๑ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยอำานวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยและเป็นหนึ่ง ในองค์ประกอบหลักที่ทำาให้บ้านสมบูรณ์แบบมากขึ้น การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ นอกจาก จำาเป็นจะต้องคำานึงถึงหน้าที่ ในการใช้สอยแล้ว จึงต้องคำานึงถึงความเหมาะสมของขนาดอุปกรณ์ สถานที่ ในการติดตั้ง และลักษณะของอุปกรณ์ เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถแบ่งลักษณะการติดตั้งเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๔๒ ๕ ๘ ๗ ๑๐ กำาหนดจำานวนคน และความสามารถ ของผู้ปฏิบัติงาน หากเป็นงานไฟฟ้า ให้ตรวจสอบว่า ไม่มี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ก่อนลงมือปฏิบัติ กำาหนดเวลา ที่เหมาะสมและ ระยะเวลาปฏิบัติงาน ตั้งใจปฏิบัติงาน ตามขั้นตอน อย่างระมัดระวัง หากเป็นงานประปา ให้ตรวจสอบระบบนำ้า ก่อนลงมือปฏิบัติ ปฏิบัติตามคำาแนะนำา หรือคู่มือ ทั้งการประกอบ และติดตั้ง การใช้งาน และการดูแลรักษา ๖ ๙ อุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอ�ค�ร เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ออกแบบเพื่อทำาหน้าที่ใช้สอยโดยเฉพาะ หากทำาการ เคลื่อนย้ายหรือติดตั้งใหม่ อาจทำาให้บริเวณเดิมที่เคยติดตั้งมีรูหรือรอย ต่าง ๆ ได้ และจำาเป็นต้องอาศัยความชำานาญในการติดตั้งมากกว่าอุปกรณ์ เครื่องใช้ลอยตัว ข้อดี คือ มีความแข็งแรงทนทาน มีขนาดที่พอดีกับสถานที่ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ นั้น ๆ เช่น ชั้นวางของติดผนัง ราวตากผ้าติดผนัง โตะติดผนัง ๑ อุปกรณเครื่องใชลอยตัว เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีทั้งแบบสำาเร็จรูปและประกอบเอง สามารถ ขนย้ายได้สะดวกและติดตั้งได้ตามสถานที่ที่ต้องการ แบบประกอบเอง ควรอ่านคำาแนะนำาให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ สามารถเลือกรูปแบบ และขนาดได้หลากหลาย ติดตั้งได้ง่ายกว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ติดกับ อาคาร โดยไม่ต้องเจาะรูที่อาคารเพื่อติดตั้งและยังสามารถทดลอง ใช้จริงได้ก่อนทำาการสั่งซื้อ เช่น โตะ เก้าอี้ ราวตากผ้า ชั้นวางของ ๒ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ 1 นักเรียนควรรู 1 ประหยัดพื้นที่ อุปกรณเครื่องใชรวมถึงเฟอรนิเจอรในปจจุบันมีการออกแบบ ใหใชงานไดอยางหลากหลายและชวยประหยัดพื้นที่ เพื่อใหสามารถใชพื้นที่ที่มีอยู อยางจํากัดไดเพียงพอกับความตองการในชีวิตประจําวัน เฟอรนิเจอรบางชนิด ถูกออกแบบมาเพื่อใหสามารถใชงานไดมากกวา 1 อยาง เชน เปนไดทั้งโตะและ ชั้นวางของ เปนไดทั้งเตียงและโตะทํางาน ซึ่งขึ้นอยูกับการออกแบบเฟอรนิเจอร เฟอรนิเจอรบางชนิดถูกออกแบบมาใหพับได เพื่อชวยประหยัดพื้นที่เมื่อไมได ใชงาน การสรางสรรคงานออกแบบเฟอรนิเจอรและอุปกรณเครื่องใชจึงเปนสิ่งที่ ไดรับการพัฒนาอยูตลอดเวลา เพื่อตอบสนองการใชงานของคนในยุคปจจุบัน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 4. ครูใหนักเรียนแบงกลุมเปน 6 กลุม กลุมละเทาๆ กัน จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน กลุมละ 1 คน ออกมาจับสลากหัวขอที่ครู กําหนดให ดังนี้ • สลากหมายเลข 1-2 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช • สลากหมายเลข 3-4 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งงานประปา • สลากหมายเลข 5-6 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลในหัวขอ ที่จับสลากได จากนั้นอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรูซึ่งกันและกันภายในกลุม พรอมทั้งจด บันทึกขอมูลในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • ลักษณะของการประกอบและติดตั้ง • ขั้นตอนการประกอบและติดตั้ง • ขอควรระวังในการประกอบและติดตั้ง สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ไดที่ https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/ลํ้าสมัย-ไมมีพลาด-ikea-ar-คูมื/ ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ศึกษาเพิ่มเติม เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช รวมถึงดู หรือฝกปฏิบัติการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชตางๆ จากนั้นใหนักเรียน แตละกลุมรวมกันสรุปความรูที่ได แลวสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูอธิบาย เพิ่มเติมวา การปฏิบัติการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช จําเปนตองศึกษาวิธีการที่ถูกตอง เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานไดอยาง ปลอดภัย ผลงานสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผูปฏิบัติงาน ตองมีความชางสังเกตในการปฏิบัติงานในแตละขั้นตอนอีกดวย (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 6. ครูใหนักเรียนรวมกลุมใหม โดยใหนักเรียนที่ จับสลากไดหมายเลขเดียวกันมารวมกลุมกัน พรอมทั้งกําหนดชื่อกลุมใหม ดังนี้ • กลุม A คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 1-2 (การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช) • กลุม B คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 3-4 (การประกอบประกอบและติดตั้งงานประปา) • กลุม C คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 5-6 (การประกอบประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา) 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมนําความรูที่แตละกลุม ไดศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกัน และกันภายในกลุมอีกครั้ง พรอมทั้งจดบันทึก สรุปขอมูลในประเด็นเดิมที่ครูกําหนดให นํา สอน สรุป ประเมิน T48 โซน 1 โซน 2 โซน 3 ค�ำแนะน�ำกำรใช้ โซน 2 โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ส�าหรับครู เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ช่วยครูเตรียมสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมและอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู้ ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา ส�าหรับอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้ กับนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอนและการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1 คู่มือครู รายวิชา การงานอาชีพ ม.6 จัดท�าขึ้น เพื่อให้ครูผู้สอน ใช้เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
เฟอรนิเจอรประเภทที่ตองการ ใหประกอบเอง ลวนออกแบบ โดยตั้งใจใหประกอบ ติดตั้ง และ ใชงานไดงาย บรรจุภัณฑทําเพื่อ สําหรับใหขนยายไปประกอบที่บาน ไดสะดวกขึ้น โดยสวนใหญแลว เฟอรนิเจอรประกอบเองจะมีราคา ถูกกวา เนื่องจากไมตองใชแรงงาน ของพนักงานไปประกอบที่บาน ของผูซื้อ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเองปรÐËยÑ´กÇ่า ร้านขายเฟอร์นิเจอร์มีทั้งแบบรับชิ้นส่วน ไปประกอบเองที่บ้านและประกอบให้เรียบร้อย ที่บ้านของผู้ซื้อ ทั่วไปแล้วเฟอร์นิเจอร์ บางอย ่างสามารถประกอบเองได้ง ่าย ๆ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก รวมถึง เฟอร์นิเจอร์ที่มีชิ้นส่วนน้อย การประกอบเอง จะทำาให้ได้เฟอร์นิเจอร์ ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง ต้องแลกกับการเสียกำาลังเล็กน้อย ÇÔ¸ÕการปรÐกอบ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเอง ตรวจสอบชิ้นสวน อุปกรณ และคูมือวามีอะไรบาง มีครบหรือไม ศึกษาคูมือและวิธีประกอบ เฟอรนิเจอร ใหเขาใจ อยางละเอียด ประกอบตาม ขั้นตอนที่คูมือแนะนํา อยางถูกตอง และหมั่นสังเกต ชิ้นสวนตางๆ ขณะประกอบ ๑ ๒ ๔ ๓ ตรวจสอบความ แข็งแรงของเฟอรนิเจอร หลังจากประกอบเสร็จ ปจจุบันบางรานคาที่ขาย เฟอรนิเจอรประกอบเองจะทํา วิธีประกอบในรูปแบบภาพ เคลื่อนไหวเปนคลิปวิดีโอ ใหผูซื้อเขาใจไดงายขึ้น และ มีคําแนะนําตาง ๆ ที่จําเปน ระบุไวดวย หากสั่งซื้อเฟอรนิเจอร ประกอบมาแลว แตพบวาไมถนัด ที่จะประกอบเอง โดยทั่วไปทาง รานคาจะมีการบริการประกอบ เฟอรนิเจอร ให แตมีการคิด คาบริการเพิ่ม จึงควรวางแผน การซื้อเพื่อใชจายอยางคุมคา งานช่าง ๔๗ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของ นักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน เลือกเฟอรนิเจอร ประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น วางแผนการปฏิบัติงานและ แบงหนาที่ความรับผิดชอบของสมาชิกแตละคน และรวมกันฝก ปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการ ประกอบเฟอรนิเจอรชิ้นดังกลาว ใหนักเรียนเลือกเฟอรนิเจอรประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น ฝกปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก บันทึกผลการปฏิบัติงาน ในรูปแบบของคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 15 นาที อัปโหลดลงใน โซเซียลมีเดีย เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 14. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง เฟอรนิเจอรประกอบ เองประหยัดกวา ในกรอบ Know More จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 15. ครูถามนักเรียนวา • นอกจากจะไดรับประโยชนจากการซื้อ เฟอรนิเจอรในราคาที่ถูกลงแลว นักเรียน ยังไดรับประโยชนใดอีกบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา สอน สรุป ประเมิน T53 โซน 1 โซน 2 โซน 3 แนวทางการวัดและประเมินผล เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรก�าหนด บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาคม อาเซียน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ โดยใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ม.6 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Material) ประกอบการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้ ประกอบด้วยแนวทางส�าหรับจัดกิจกรรมและเสนอแนะ แนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างชิ้นงาน หรือ ท�ากิจกรรมรวบยอด เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุในทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ข้อสอบเน้นการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค กิจกรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ กิจกรรมท้าทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสร้างเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรม Mini Project เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อให้สามารถน�าความรู้ที่ ได้รับมาออกแบบชิ้นงานตามความสนใจ 1 ชิ้น
ค�ำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลาเรียน20 ชั่วโมง/ปีจ�ำนวน0.5 หน่วยกิต ศึกษาและวิเคราะห์วิธีการท�ำงานเพื่อการด�ำรงชีวิต มีหลักและทักษะในการท�ำงาน มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติและลักษณะนิสัยที่ดีในการท�ำงาน ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน มีทักษะในการประดิษฐ์งาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย สามารถประกอบ ติดตั้ง และซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า และงานประปาได้สามารถจัดการผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม เข้าใจถึงการเลี้ยงสัตว์เพื่อประกอบอาชีพ มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานธุรกิจธุรกิจในยุคปัจจุบันแนวทางการเข้าสู่อาชีพ และการเลือกใช้เทคโนโลยีในงานอาชีพ โดยใช้ทักษะการท�ำงานร่วมกัน ทักษะการจัดการในการท�ำงาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท�ำงาน และทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด�ำรงชีวิต เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของการท�ำงาน มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน ทักษะการท�ำงาน ร่วมกัน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท�ำงานและทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด�ำรงชีวิต สามารถน�ำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ� วันได้มีความสามารถในการตัดสินใจมีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการ ท�ำงานรวมถึงมีจิตส�ำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7 ง 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 รวม 11 ตัวชี้วัด
จัดท�ำขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนน�ำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียน โดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียน รายวิชา การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่6(ฉบับประกัน) ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์อจท. จ�ำกัดจัดพิมพ์จ�ำหน่ายเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้(Instructional Design) ให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบการสอนโดยใช้กระบวนการปฏิบัติโดยมี รายละเอียด ดังนี้ คู่มือครู การงานอาชีพ ม.6 Pedagogy เทคนิคการสอน • การใช้คำถาม • การเล่นเกม • การใช้ตัวอย่างกระตุ้นความคิด • การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ • การท�ำงานร่วมกัน • การวิเคราะห์ • การมีความคิดสร้างสรรค์ • การคิดอย่างมีเหตุผล • การสังเกต • การสืบค้น รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการเป็นหลัก (Project-Based Instruction) วิธีการสอน • แบบบรรยาย • การสาธิต • การอภิปรายกลุ่มย่อย • การแสดงบทบาทสมมติ • การใช้กรณีตัวอย่าง • การใช้สถานการณ์จำลอง • การใช้ศูนย์การเรียนรู้ • การลงมือปฏิบัติ ด้วยจุดประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนการงาน อาชีพ เพื่อช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจมีทักษะ พื้นฐานที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง น�ำความรู้เกี่ยวกับการด�ำรงชีวิตและการอาชีพมาประยุกต์ใช้ ในการท�ำงานได้อย่างสร้างสรรค์เห็นแนวทางในการประกอบ อาชีพ รักการท�ำงาน มีเจตคติที่ดีต่อการท�ำงาน สามารถ ด�ำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ผู้จัดท�ำจึงเลือกใช้รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการ เป็นหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่มุ ่งให้ผู้เรียน แสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจ�ำวัน โดยใช้ศักยภาพที่ตนเองมีผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการก�ำหนด งานที่ท�ำ มุ่งให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการสืบค้นและการปฏิบัติจริง เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติงานอื่นๆในการด�ำรงชีวิตซึ่ง สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาการงานอาชีพ 1 2 3 4 5 6 รูปแบบ การสอน ขั้นให้ความรู้ พื้นฐาน ขั้นกระตุ้น ความสนใจ ขั้นจับกลุ่ม ร่วมมือ ขั้นน�ำเสนอ ผลงาน ขั้นแสวงหา ความรู้ ขั้นสรุปสิ่งที่ เรียนรู้ ทักษะที่ใช้
การงานอาชีพ ม.6 หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 การทำางานเพื่อ การดำารงชีวิต 1. อธิบายวิธีการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิต 2. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 3. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 4. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 5. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 6. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 7. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะการจัดการ 4. ทักษะการแก้ปัญหา 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่1.1.1 3. ตรวจใบงานที่1.2.1 4. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 5. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 6. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 8. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 9. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 2 งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 5. ทักษะการแก้ปัญหา 4 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่2.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint Teacher Guide Overview
หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 3 งานช่าง 1. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 2. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการจัดการ 4. ทักษะการแก้ปัญหา 3 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่3.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง งานช่างในบ้าน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 4 การจัดการ ผลผลิต ทางการเกษตร 1. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 2. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 4 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 3. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 4. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 5. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 6. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 7. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint
หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 5 การเลี้ยงสัตว์ 1. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 2. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 3. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 4. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 5. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 5. ทักษะการแก้ปัญหา 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 3. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 4. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 5. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 6. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 7. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การเลี้ยงสัตว์ - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 6 งานธุรกิจ 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 5. ทักษะการแก้ปัญหา 3 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่6.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง ธุรกิจของฉัน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 7 งานอาชีพ 1. อภิปรายแนวทางเข้าสู่อาชีพที่สนใจ 2. เลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม กับอาชีพ 3. มีประสบการณ์ในอาชีพที่ถนัดและสนใจ 4. มีคุณลักษณะที่ดีต่ออาชีพ 1. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่7.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง อาชีพของฉัน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint
สำรบัญ Chapter Title Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรูที่ 1 กำรท�ำงำนเพื่อกำรด�ำรงชีวิต T2-T3 T4 • หลักการท�างาน • ทักษะในการท�างาน • คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน • การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน T4-T6 T7-T11 T12-T13 T15 หน่วยการเรียนรูที่ 2 งำนประดิษฐเอกลักษณไทย T16-T17 T18 • ความหมายและคุณค่าของงานประดิษฐเอกลักษณไทย • งานใบตอง • งานแกะสลักผักและผลไม้ • งานดอกไม้สด T18-T20 T21-T26 T27-T32 T33-T43 หน่วยการเรียนรูที่ 3 งำนช่ำง T44-T45 T46 • การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช้ภายในบ้าน • การซ่อมแซมอุปกรณเครื่องใช้ภายในบ้าน T46-T53 T54-T59 หน่วยการเรียนรูที่ 4 กำรจัดกำรผลผลิตทำงกำรเกษตร T60-T61 T62 • วิวัฒนาการทางด้านการเกษตร • เกษตรอินทรีย • การปลูกพืชไร้ดิน • การผลิตพืชในโรงเรือน • การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช • การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร T62-T65 T66-T68 T69-T73 T74-T75 T76-T78 T79-T83 หน่วยการเรียนรูที่ 5 กำรเลี้ยงสัตว T84-T85 T86 • ความส�าคัญของการเลี้ยงสัตว • ประเภทของสัตวเลี้ยง • หลักการเลี้ยงสัตว • การคัดเลือก การขยายพันธุ และปญหาในการเลี้ยงสัตว • ตัวอย่างการเลี้ยงสัตว T86-T87 T88 T89-T92 T93-T95 T96-T99 หน่วยการเรียนรูที่ 6 งำนธุรกิจ T100-T101 T102 • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการด�าเนินการทางธุรกิจ • งบประมาณและการบัญชี • การประกอบธุรกิจ • การเขียนแผนธุรกิจ T102-T111 T112-T114 T115-T118 T119-T121 หน่วยการเรียนรูที่ 7 งำนอำชีพ T122-T123 T124 • สู่โลกอาชีพ • แนวทางการเข้าสู่อาชีพ • การเลือกใช้เทคโนโลยีในงานอาชีพ • ประสบการณในอาชีพ • คุณลักษณะที่ดีต่ออาชีพ T124-T125 T126-T129 T130-T131 T132-T134 T134-T138 บรรณำนุกรม T139-T140
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 หลักการท�ำงาน และทักษะในการ ท�ำงาน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการท�ำงาน เพื่อให้ประสบความ ส�ำเร็จได้ 2. น�ำทักษะต่างๆ ไปใช้ใน การท�ำงานได้อย่าง เหมาะสมและมี ประสิทธิภาพ 3. สามารถท�ำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข แบบ กระบวนการ เรียน ความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง หลักการท�ำงานและ ทักษะในการท�ำงาน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T2
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 ลักษณะนิสัยที่ดี ในการท�ำงานและ การใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายแนวทางการ ปฏิบัติตนที่แสดงถึง การมีลักษณะนิสัยที่ดี ในการท�ำงานได้ 2. ใช้ทรัพยากรในการ ท�ำงานได้อย่างคุ้มค่า 3. มีลักษณะนิสัยที่ดีในการ ท�ำงานร่วมกับผู้อื่น 4. เห็นคุณค่าของการใช้ ทรัพยากรในการท�ำงาน แบบ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ลักษณะนิสัยที่ดีในการ ท�ำงานและการใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T3
¡Ò÷íÒ§Ò¹ à¾×èÍ¡ÒôíÒçªÕÇÔµ หน่วยการเรียนรู้ที่ñ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ วิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ■ ความคิดสรางสรรค ■ ทักษะการทํางานรวมกัน ■ ทักษะการจัดการ ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ■ ทักษะแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน ตัวชี้วัด ■ อธิบายวิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑) ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ หลักการท�างาน การท�างานมีความส�าคัญต่อการด�ารงชีวิต เพื่อช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคม แต่ ใน ปัจจุบันการแข ่งขันในการท�างานมีสูงขึ้น ส ่งผลให้มีอัตราการว ่างงานเพิ่มมากขึ้น บริษัท หรือสถานประกอบการหลายแห ่งมีการปลดพนักงานออก ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการขาด ประสิทธิภาพในการท�างาน ดังนั้น การเรียนรู้หลักการท�างานจะช่วยให้ท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความส�าเร็จ และต้องพัฒนาการท�างานให้มีคุณภาพอยู่เสมอ สามารถใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับงานได้ โดยหมั่นฝึกทักษะในการท�างานต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล เช่น ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการจัดการงาน ทักษะกระบวนการท�างาน ทักษะการท�างาน ËÒ¡µŒÍ§¡ÒûÃÐʺ¤ÇÒÁ ÊÓàÃç¨ã¹¡Ò÷íÒ§Ò¹ ¨ÐÁÕÇÔ¸Õ ¡Ò÷ӧҹÍ‹ҧäà ๒ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตและหลัก การทํางานใหประสบความสําเร็จ สามารถนําทักษะในการทํางาน ไดแก ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะการจัดการงาน ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะ กระบวนการทํางาน ทักษะการทํางานรวมกัน และทักษะกระบวนการแกปญหามาประยุกตในการทํางานไดอยางเหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เพื่อใหการทํางานรวมกับผูอื่นเปนไปอยางราบรื่นและสําเร็จลุลวงไปไดดวยดีอยางมีประสิทธิภาพ และรูจักใชทรัพยากร อยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • ใหนักเรียนปฏิบัติงานกลุม โดยรวมกันสืบคนขอมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ประสบความสําเร็จในการทํางาน จากนั้นนําขอมูลที่ไดมาวิเคราะหวา เพราะเหตุใด บุคคลเหลานั้นจึงประสบความสําเร็จในการทํางาน • ครูจําลองสถานการณลักษณะการทํางานของบุคคลที่ประสบความสําเร็จและบุคคลที่ไมประสบความสําเร็จในการทํางาน โดยใหนักเรียนฝกสังเกต วิเคราะห และเปรียบเทียบลักษณะการทํางานของบุคคลดังกลาว จากนั้นประเมินวาบุคคลใดสามารถทํางานไดประสบความสําเร็จ พรอมทั้งอธิบาย เหตุผลประกอบ ขั้นนํา (แบบกระบวนการเรียน ความรู้ ความเข้าใจ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและจุดประสงคการ เรียนรูใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียน แตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 เรื่อง การทํางานเพื่อการดํารงชีวิต 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับวิธีการทํางาน ใหมีประสิทธิภาพและประสบความสําเร็จ โดยอาจยกคําพูดของผูบริหารในองคกรตางๆ ใหนักเรียนฟง เชน คําพูดของคุณศตพร ณ สงขลา Business Development Manager ธุรกิจซีเมนตและผลิตภัณฑกอสราง SCG ที่วา “ทีมงานที่เต็มไปดวย Passion มีสวนสําคัญ ที่จะทําใหงานออกมาดี เพราะการที่ทุกคน พรอมจะรวมทุกข รวมสุข ทําใหเรากาวขาม อุปสรรคไปสูเปาหมายความสําเร็จที่วางไวได แตการที่แตละคนมี Passion มีความคิดที่ หลากหลาย สิ่งที่เราตองทําก็คือการทําให ทุกคนมีเปาหมายเดียวกัน” จากนั้นใหนักเรียน รวมกันแสดงความคิดเห็นจากคําพูดดังกลาวที่ ครูยกตัวอยางมาใหนักเรียนฟง 3. ครูถามนักเรียนวา • จากคําพูดดังกลาว ผูพูดตองการสื่อในเรื่องใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เมื่อไดฟงคําพูดดังกลาว นักเรียนเกิดความ รูสึกอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • คําพูดดังกลาว สามารถนํามาประยุกตใชใน เรื่องใดและใชอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T4
ขอสอบเนน การคิด การท�างานเพื่อการดํารงชีวิต เปนสิ่งจําเปนในชีวิต ประจําวัน ซึ่งจําเปนตองมีความรูความสามารถ วิธีการ และ ทักษะกระบวนการทํางานตาง ๆ เพื่อใหสําเร็จและมีคุณภาพ ตามเปาหมายที่วางไว นอกจากนี้ ควรมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีตอการทํางาน รวมถึงใชทรัพยากรอยางคุมคา จะสงผลใหงานสําเร็จและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ร่วมกัน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา มีการฝึกทักษะทางด้านการเข้าสังคม การท�างานเป็นกลุ่ม การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานต้องมีทัศนคติ ที่ดีต่อการท�างาน รักในงานที่ท�า มีความมุ่งมั่น อดทน ตั้งใจ ฝึกฝน จึงจะท�าให้งานมีประสิทธิภาพ และประสบผลส�าเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ๑.๑ หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต เป็นสิ่งจ�าเป็นในชีวิตประจ�าวันเพื่อสร้างรายได้ ให้กับตนเอง และครอบครัว ซึ่งการท�างานในปัจจุบันจ�าเป็นต้องอาศัยหลักการท�างาน 6P เข้ามาประยุกต์ ใช้ เพื่อให้งานบรรลุผลส�าเร็จ โดยหลักการท�างาน 6P มีดังนี้ ๓การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานต้องมีทัศนคติ และครอบครัว ซึ่งการท�างานในปัจจุบันจ�าเป็นต้องอาศัยหลักการท�างาน 6P เข้ามาประยุกต์ ใช้ 1 2 นักเรียนควรรู 1 มนุษยสัมพันธ วิธีการสรางมนุษยสัมพันธกับเพื่อนรวมงาน สามารถปฏิบัติ ไดหลายวิธี เชน กลาวคําทักทายกับเพื่อนรวมงานบอยๆ หากเพิ่งทําความ รูจักกัน อาจชักชวนสนทนาเกี่ยวกับการทํางาน หากสนิทสนมกันมากขึ้น อาจชวนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป ชวนเพื่อนรวมงานทํากิจกรรมหลังเลิกงาน โดยชวนกันไปรับประทานอาหารเย็น หรือไปเที่ยวดวยกัน ใหความชวยเหลือ เพื่อนรวมงานเสมอ ไมวาจะเปนเรื่องงาน หรือเรื่องเล็กๆ นอยๆ โดยไมตองรอ ใหเพื่อนมาขอความชวยเหลือ เราสามารถยื่นมือเขาไปใหความชวยเหลือไดใน ทันที เพื่อแสดงถึงความมีนํ้าใจและความหวงใย รับฟงความคิดเห็นของเพื่อน รวมงาน ซึ่งถือเปนการใหเกียรติการทํางานของกันและกัน และอาจชวยใหเกิด แงคิดดีๆ เพื่อนํามาปรับปรุงการทํางานใหดียิ่งขึ้น 2 หลักการทํางาน 6P หากเราสามารถนําไปปฏิบัติจนเปนนิสัย นับเปนวิธี การหนึ่งที่จะทําใหเราประสบความสําเร็จในการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง หลักการทํางานเพื่อ การดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลัก การทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการ ทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 1 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนสามารถนําหลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) มาประยุกต ใชในการทํางานไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การมีทัศนคติเชิงบวก ทําใหสามารถมองเห็นวิกฤตปญหาตางๆ ซึ่ง เปนโอกาสในการฝกฝนความสามารถ การมี จิตใจที่สงบ ไมวาจะตกอยูในสถานการณที่ ยํ่าแยเพียงใด การมีสติและสมาธิจะชวยให เกิดปญญา การมีความอดทน สามารถระงับ อารมณ หรือความรูสึกที่ไมดี เพื่อปองกัน ไมใหเกิดความเดือดรอนตอผูอื่น การตรง ตอเวลา ทําใหไดรับความไววางใจในการ ทํางานที่สําคัญตางๆ การเปนคนสุภาพ จะสงผลใหเปนที่รักใครของบุคคลทั่วไป และจะไดรับความชวยเหลือจากผูอื่นเสมอ ความเปนมืออาชีพในการทํางาน การนํา ความรูและความสามารถมาใชในการ ทํางานอยางเต็มที่และเหมาะสม เพื่อให เกิดผลงานที่มีคุณภาพ) การทํางานกอใหเกิดประโยชนอยางไร 1. เปนที่ชื่นชมของบุคคลทั่วไป 2. มีคุณภาพชีวิตความเปนอยูที่ดีขึ้น 3. มักไดรับการเสนอชื่อใหทํางานสําคัญบอยๆ 4. ผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทํางานกอใหเกิด ประโยชนหลายประการ เชน เปนการสรางรายไดใหกับตนเอง เพื่อนํามาใชจายในชีวิตประจําวัน สําหรับการดูแลตนเองและ สมาชิกในครอบครัวใหมีชีวิตรอด ปลอดภัย มีความสุข และมีคุณภาพ ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น) นํา สอน สรุป ประเมิน T5
ขอสอบเนนการคิด ๑ Positive Thinking คิดบวก มองปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เป็นการช่วยพัฒนา การท�างานให้ดีขึ้น ๖ Professional มืออาชีพ หมั่นฝึกฝนและ แสวงหาความรู้ ใหม่ ๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ๔ Punctual ตรงต่อเวลา เป็นคนมีวินัย รู้จัก ๒ บริหารและรักษาเวลา Peaceful Mind จิตใจสงบ เมื่อพบปัญหา ให้ตั้งสติ แล้วจึงค่อย ๆ คิดหา วิธีแก้ ไขปัญหา ๓ Patient อดทน รู้จักระงับอารมณ์และ ความรู้สึกที่ไม่ดีต่าง ๆ ๕ Polite สุภาพ มีความสุภาพ อ่อนน้อม ทั้งกิริยา วาจา และ การแต่งกาย ๑.๒ หลักการทํางานให้ประสบความสําเร็จ การท�างานให้ประสบผลส�าเร็จจ�าเป็นต้องมีการปรับปรุงพัฒนาวิธีการท�างานอยู่เสมอ และ ไม่หยุดหรือขาดการพัฒนา โดยใช้หลักการ D-E-V-E-L-O-P ที่เรียกว่า ไม่หยุดยั้งการพัฒนา มีดังนี้ L Development พัฒนาตนเอง และผลงาน อยู่เสมอ Endurance อดทนต่อความเครียด ความกดดัน และ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค Energetic มีความกระตือรือร้น ตื่นตัว เพื่อแสวงหา ความรู้ ใหม่ ๆ อยู่เสมอ Organizing จัดล�าดับความส�าคัญ ของงานและวางแผน การท�างานอย่างเป็นระบบ Versatile มีความสามารถ หลากหลาย รอบรู้เรื่องต่าง ๆ Love รักในงานที่ท�า จะท�าให้มีความสุข กับการท�างาน Positive Thinking มองโลกในแง่ดี คิดในเชิงบวก ท�าให้มีก�าลังใจ ในการท�างาน D V P E E O ๔ รู้จักระงับอารมณ์และ 1 นักเรียนควรรู 1 ระงับอารมณ หากรูสึกวาตนเองกําลังมีอารมณโกรธ ใหปฏิบัติดวยวิธีการ ตางๆ เชน หายใจเขาลึกๆ และนับ 1-10 หาสิ่งที่ทําแลวมีความสุข เชน เลน โซเชียลมีเดีย เลนเกมออนไลน ออกไปเดินเลน เขียนระบายความรูสึกที่มี ออกมาใหหมด แลวทําลายหลักฐานทิ้ง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก • การที่องคกรตางๆ จะประสบความสําเร็จ ไดนั้น เปนผลมาจากการนําหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) มาใชในการ ทํางานหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การที่องคกรตางๆ จะ ประสบความสําเร็จในการทํางานไดนั้น เปนผลมาจากการรูจักนําหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) มาประยุกตใช อยางเหมาะสม ไมวาจะเปนการวางแผนการ ทํางาน การทํางานเปนทีม เพื่อใหการทํางาน บรรลุเปาหมายตามเปาหมายที่ไดวางแผนไว และมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง) • นักเรียนคิดวา นอกจากหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) หากตองการ ใหการทํางานประสบความสําเร็จยังตองนํา ทักษะใดมาประยุกตใชอีกบาง” (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เพื่อใหการทํางาน ประสบความสําเร็จ สามารถนําทักษะในการ ทํางานตางๆ มาประยุกตใชอยางเหมาะสม เชน ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะ การจัดการงาน ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการทํางาน รวมกัน ทักษะกระบวนการแกปญหา) เกร็ดแนะครู ครูอาจยกตัวอยางกรณีศึกษาเกี่ยวกับนักธุรกิจที่ทํางานแลวประสบความ สําเร็จ หรือองคกรที่ประสบความสําเร็จจนเปนที่รูจัก มีความมั่นคง หรือไดรับการ ยอมรับจากสังคมมาใหนักเรียนไดรวมกันศึกษา จากนั้นใหนักเรียนวิเคราะหวา เพราะเหตุใดนักธุรกิจหรือองคกรดังกลาวจึงประสบความสําเร็จในการทํางาน หรือการดําเนินงานมาจนถึงปจจุบัน มีหลักในการปฏิบัติงานอยางไร โดยใช หลักการทํางาน 6P และหลักการ D-E-V-E-L-O-P มาใชในการวิเคราะหขอมูล “นํ้าใสเปนคนขยัน ตั้งใจทํางาน และมีความคิดสรางสรรค เธอจะวางแผนการทํางานกอนเสมอ ผลงานของเธอนั้นถึงแมจะได รับคําติชมอยูบาง แตเธอก็สามารถนําคําติชมเหลานั้นไปปรับปรุง และพัฒนางานของตนเองใหดียิ่งขึ้น ทําใหผลงานของเธอเปนที่ ชื่นชอบของผูบริหาร” นํ้าใสใชหลักการทํางานใดที่สงผลใหงาน ประสบความสําเร็จ 1. หลักการ 6P/Patient 2. หลักการ 6P/Positive Thinking 3. หลักการ D-E-V-E-L-O-P/Energetic 4. หลักการ D-E-V-E-L-O-P/Development (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะนํ้าใสนําคําติชมตางๆ ที่ไดรับ มาใชในการปรับปรุง พัฒนาตนเองและผลงานอยูเสมอ จึงสงผล ใหงานที่ทําเปนที่ชื่นชอบของผูบริหาร) นํา สอน สรุป ประเมิน T6
ขอสอบเนน การคิด ๒ ทักษะในการท�างาน ปัจจุบันมีการแข่งขันทางธุรกิจสูงมากขึ้น มีองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการใช้ เทคโนโลยีในการท�างาน มีนวัตกรรมใหม ่ ๆ เกิดขึ้น เพื่อช ่วยให้การท�างานรวดเร็วมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ต้องการผู้ร่วมงานที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานเพื่อพัฒนาองค์กรให้เติบโต ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาอยู่ในองค์กรต้องมีการฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และมีทักษะในการท�างาน ท�าให้ได้เปรียบและมีโอกาสมากกว่าผู้อื่น โดยทักษะที่จ�าเป็นในการท�างาน มีดังนี้ ๒.๑ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งส�าคัญและจ�าเป็นต ่อการท�างานในการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเกิดจากการน�าความรู้ที่มีอยู่และการสั่งสมประสบการณ์มาต่อยอดจนเกิดเป็นความคิดใหม่ หรือผลงานแปลกใหม่ให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาตนเองด้วยการฝึกฝนจนเกิด เป็นทักษะ เพื่อสามารถน�ามาประยุกต์ ใช้ ในการท�างานได้ มีลักษณะ ดังนี้ ความคิด ริเริ่ม ความคิดแปลกใหม่ ที่เป็นความคิด ของตนเองโดยเฉพาะ และแตกต่างไปจากเดิม ความยืดหยุ่น ในการคิด การคิดหาค�าตอบ ได้หลากหลายวิธี สามารถคิด ดัดแปลงจากสิ่งหนึ่ง ไปอีกหลาย ๆ สิ่งได้ ความคล่อง ในการคิด การคิดหาค�าตอบ ได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ในเวลาที่จ�ากัดหรือ ภายใต้ข้อจ�ากัดต่าง ๆ ความคิด ละเอียดลออ การคิดในลักษณะ ลงรายละเอียด เพื่อขยาย ความคิดหลักให้สมบูรณ์และ ชัดเจน มากขึ้น สร้างเมนูอาหารขึ้นใหม่ เลือกวัตถุดิบและจัดเตรียม อุปกรณ์ส�าหรับท�าอาหาร เมนูนั้นได้อย่างรวดเร็ว น�าวัตถุดิบที่เหลือ มาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ หรือน�ามาแปรรูปอาหารได้ ใส่เครื่องปรุงรสหลายชนิด ให้ ได้รสชาติดี และตกแต่ง จานอาหารให้สวยงาม ตัวอย่าง 5 การท�างาน เพื่อการด�ารงชีวิต เทคโนโลยีในการท� ๒.๑ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 1 2 “สรางสิ่งประดิษฐเพื่ออํานวยความสะดวกภายในบานขึ้นใหม” จากขอความนี้ เปนการใชทักษะความคิดสรางสรรคในลักษณะใด 1. ความยืดหยุนในการคิด 2. ความคิดละเอียดลออ 3. ความคลองในการคิด 4. ความคิดริเริ่ม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเปนความคิดแปลกใหม หรือการสรางสรรคสิ่งใหมที่เปนความคิดของตนเองโดยเฉพาะ และแตกตางไปจากเดิม) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 4. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมาจับสลากหัวขอทักษะในการทํางาน โดยกําหนดให สลากหมายเลข 1 ทักษะความ คิดสรางสรรค สลากหมายเลข 2 ทักษะการ จัดการงาน สลากหมายเลข 3 ทักษะการ แสวงหาความรู สลากหมายเลข 4 ทักษะ กระบวนการทํางาน สลากหมายเลข 5 ทักษะ การทํางานรวมกัน และสลากหมายเลข 6 ทักษะกระบวนการแกปญหา ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษา เรื่อง ทักษะในการทํางานตามที่กลุมของตนเอง จับสลากได จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 1 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 6. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับทักษะ ในการทํางาน จาก PowerPoint ม.6 หนวย การเรียนรูที่ 1 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ความคิดสรางสรรค มีปจจัยที่เสริมสรางใหเกิดขึ้นไดหลายวิธี เชน สภาพแวดลอมและบรรยากาศในการเรียนรู ควรเปนบรรยากาศที่ใหความรูสึกปลอดภัย และมีอิสระทางความคิด มีความรูสึกวาตนเอง มีคุณคาและไดรับการยอมรับ รวมถึงการมี เสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ลักษณะ นิสัยของแตละบุคคล ผูที่มีความคิดสรางสรรค ควรมีจินตนาการ มีความสามารถในการ เชื่อมโยงความสัมพันธตางๆ ชางสังเกต มี ความใฝรู และมีทัศนคติในการมองโลกใน แงดี” นักเรียนควรรู 1 เทคโนโลยี ปจจุบันเทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนาและเติบโตอยาง ตอเนื่อง ซึ่งสงผลใหมนุษยไดรับความสะดวกสบายมากขึ้น เชน อินเทอรเน็ต ในทุกสิ่ง (IoT) เปนเครือขายขอมูลกลางที่แทรกซึมอยูในชีวิตประจําวันของ มนุษย เชน สมารตโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร ยานพาหนะ โทรทัศน ไมโครเวฟ ตูเย็น ปญญาประดิษฐ (AI) เปนโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากการเรียนรู พฤติกรรมของมนุษยไดอยางอัจฉริยะ สามารถทํางานไดอยางรวดเร็วและแมนยํา ไบโอเมทริก (Biometric) เปนระบบพิสูจนอัตลักษณบุคคล โดยวิธีการใชขอมูล ทางชีวภาพ ไมวาจะเปนลักษณะเฉพาะทางกายภาพ หรือพฤติกรรมของบุคคล มาใชในการตรวจสิทธิ หรือแสดงตน เชน ลายนิ้วมือ ฝามือ เสียง มานตา ใบหนา ดีเอ็นเอ ลายเซ็น 2 ความคิดสรางสรรค เปนสิ่งที่นํามาซึ่งความสุข ความเจริญกาวหนา ของสังคม ชวยยกระดับความคิดของมนุษยใหดียิ่งขึ้น กอใหเกิดความสุข ในการดํารงชีวิต นํา สอน สรุป ประเมิน T7
๒.๒ ทักษะการจัดการงาน การท�างานอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นการท�างานรายบุคคลหรือกลุ่มผู้ปฏิบัติงานจ�าเป็น ต้องวางแผนในการท�างานอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ด�าเนินงานได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายที่ก�าหนดไว้ โดยทักษะการจัดการงานที่ดีนั้นมีตัวอย่าง ดังนี้ หัวหน้ากลุ ่มสอบถามสมาชิกว ่ามีปัญหาใดบ้าง ให้รวบรวมปัญหาไว้แล้วเลือกวิธีการแก้ปัญหา ที่ดีที่สุด ครูให้ค�าแนะน�า เช ่น ใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ อย่างระมัดระวัง และสมาชิกในกลุ่มให้ค�าแนะน�า คนที่ท�างานช้าหรือผลงานยังไม่ได้คุณภาพ สมาชิกในกลุ ่มร ่วมกันท�างานด้วยความตั้งใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและให้ค�าแนะน�าที่ดีต่อกัน แต่ละกลุ่มน�าเสนอโครงงานประดิษฐ์ ในรูปแบบ ที่หลากหลายตามความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่ม สถานการณ์ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มท�าโครงงานประดิษฐ์ ระยะเวลา ๒ สัปดาห์ แล้วน�าเสนอผลงาน ๑ การมอบหมายงาน ๓ การติดตาม ผลงาน 5 การแก้ปัญหา ที่ดี ๗ การให้ความ ช่วยเหลือ ๒ การให้ค�า แนะน�า ๔ การให้ค�าชมเชย ๖ การชี้แนะ ตักเตือน ๘ การรายงานผล อธิบายรายละเอียด ของงาน ก�าหนดระยะ เวลาการท�างาน ติดตามงานเป็นระยะ เปรียบเทียบผลงานที่ ท�าได้จริงกับผลงานที่ ตั้งเป้าหมายไว้ วิเคราะห์สาเหตุของ ปัญหาที่เกิดขึ้น รวบรวม ข้อมูล และด�าเนินการ แก้ ไขปัญหา ให้ความร่วมมือในการ ท�างาน ให้ค�าแนะน�า และให้การสนับสนุน อธิบายขั้นตอนการ ท�างานต่าง ๆ เพื่อให้ ท�างานได้อย่างราบรื่น กล่าวค�าชมเชยกับ บุคคลที่ท�างานได้ดี เพื่อสร้างก�าลังใจ ในการท�างานต่อไป เลือกค�าพูดชี้แนะ ตักเตือนให้เหมาะสม แสดงให้เห็นถึง ความปรารถนาดี รายงานผลไปยัง ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างตรงไปตรงมา ทักษะการ จัดการงาน ตัวอย่าง สมาชิกร่วมกันคิดว่าจะประดิษฐ์สิ่งใด จากนั้น วางแผนและแบ่งงานตามความสามารถ รวมถึง ก�าหนดระยะเวลาการท�างาน ครูแนะน�าวิธีการท�างานให้นักเรียนเช่นการเลือก วัสดุที่ใช้การใช้อุปกรณ์ ให้ตรงกับประเภทของงาน และใช้อย่างปลอดภัย หัวหน้ากลุ่มติดตามความคืบหน้าของงาน พัฒนาผลงาน บริหารเวลาเพื่อให้งานมีคุณภาพ เสร็จ ตามเวลาที่ตั้งเป้าไว้ หัวหน้ากลุ่มสรุปผลการท�างาน ให้ค�าชมเชยเพื่อ สร้างก�าลังใจและพลังการท�างาน ๖ การให้ค�า ชมเชย หัวหน้ากลุ่มสรุปผลการท� สร้างก�าลังใจและพลังการท� 1 2 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 8. ครูถามนักเรียนวา • ทักษะการจัดการงานประกอบไปดวยสิ่งใด หากนักเรียนฝกฝนทักษะดังกลาวจะกอให เกิดประโยชนตอตนเองอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทักษะการจัดการงาน มี 8 ประการ ซึ่งประกอบไปดวยการ มอบหมายงาน ตองมอบหมายงานใหตรง กับความสามารถของแตละบุคคล เพื่อให ไดงานที่มีคุณภาพ การใหคําแนะนําตองาน ที่มอบหมาย เปนการปองกัน เพื่อไมใหเกิด ปญหาในการทํางาน การติดตามผลงาน ทําใหสามารถปรับปรุง แกไข และพัฒนาการ ทํางานใหดียิ่งขึ้น การใหคําชมเชย การ สรางกําลังใจในการทํางาน การแกปญหา ที่ดี จะชวยใหกระบวนการทํางานเปน ไปอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การ ชี้แนะตักเตือน ทําใหผูที่ถูกตักเตือนมีการ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น การให ความชวยเหลือ เปนการเสริมสรางความ สามัคคีในการทํางานใหกับทีมงานและ องคกร และการรายงานผล การติดตามงาน เพื่อปรับปรุงไปสูสิ่งที่ดียิ่งขึ้น) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการมอบหมายงาน จะตองคํานึงถึงลักษณะของงานใหเหมาะสม กับความสามารถของบุคคลที่รับผิดชอบ โดย อธิบายรายละเอียดของงาน คุณภาพของงาน ที่ตองการ ปริมาณของงานที่ตองการ รวมถึง การกําหนดระยะเวลาในการสงงานอยาง สมเหตุสมผล เพื่อใหไดงานที่มีคุณภาพ ตรงตาม วัตถุประสงคที่ตองการ และตรงตอเวลาที่ กําหนด” นักเรียนควรรู 1 การใหคําชมเชย ควรใหคําชมเชยกับบุคคลที่ทํางานดี ซึ่งเปนสัญลักษณ การยอมรับในความสามารถ หรือความคิดเห็นของบุคคล เปนการสรางกําลังใจ ใหกับบุคคลในการทํางานที่จะไดรับมอบหมายในครั้งตอไป 2 สรางกําลังใจ เปนการปลุกใหตนเองมีความพรอมที่จะมุงมั่นในการทํางาน อีกครั้ง สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน การใหกําลังใจตนเองดวยการพูดคุย กับตนเองทุกวัน กอนลงมือทํางานนึกถึงความสําเร็จที่มาจากการทํางาน อยางเต็มที่ หรืออยางตอเนื่องวา งานที่ไดทําไปนั้นจะตองประสบความสําเร็จ อยางแนนอนไมมากก็นอย รักในงานที่ทํา โดยใหความรักกับงานที่ทํา พรอมที่ จะพัฒนาทักษะของตนเองในดานตางๆ อยูเสมอ รวมถึงการทํางาน เพื่อเพิ่ม ความสามารถ การใหรางวัลตนเองดวยการซื้อของที่ชอบ หรือเดินทางทองเที่ยว ไปยังสถานที่ตางๆ เพื่อเติมพลังใหกับตนเอง ใหนักเรียนทําการวิเคราะหการทํางานของตนเองในชวงระยะ เวลา 3 เดือนที่ผานมาวา มีการนําทักษะการจัดการงานที่ดีมาใช หรือไม เขียนสรุปลงในกระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันคิดและประเมิน กลุมของตนเองวา มีการนําทักษะการจัดการงานมาใชภายในกลุม หรือไม โดยใหนักเรียนแตละกลุมยกตัวอยางวิธีการทํางานที่แสดง ใหเห็นถึงการใชทักษะการจัดการงานอยางเหมาะสม จากนั้น จึงนําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูเปดโอกาสให นักเรียนกลุมอื่นรวมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม นํา สอน สรุป ประเมิน T8
ขอสอบเนน การคิด ๒.๓ ทักษะการแสวงหาความรู้ การแสวงหาความรู้เกิดจากการพยายามและความตั้งใจในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม จากแหล่งการเรียนรู้ เพื่อน�ามาใช้พัฒนาตนเอง พัฒนางานให้มีคุณภาพ โดยทักษะการแสวงหา ความรู้มีขั้นตอน ดังนี้ วางแผนสืบค้น พรรณไม้จาก เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องหรือ ผู้ที่เคยปลูกต้นไม้ มาก่อน สืบค้นจากเว็บไซต์ และสอบถาม ผู้ที่เคยปลูกต้นไม้ โดยศึกษาพรรณไม้ วิธีการปลูก และ การดูแลรักษา รวบรวมข้อมูล ที่ได้จากการศึกษา มาวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่ถูกต้องที่สุด ตรวจสอบข้อมูล ที่ได้ เช่น พรรณไม้ ชนิดใดปลูกง่าย และดูแลรักษา ได้ง่าย เลือกพรรณไม้ ที่ต้องการ แล้วบันทึก เพื่อคัดเลือกพันธุ์ มาปลูกต่อไป T i p การแสวงหาความรู้อย่างผู้นํา การแสวงหาความรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ จะช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองได้มากขึ้นจนเป็น ผู้ประสบความส�าเร็จในการท�างาน สามารถเริ่มต้นด้วยการแสวงหาความรู้อย่างง่าย ดังนี้ ๑. การสังเกต พฤติกรรมของบุคคล สิ่งของ และ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อหาความแตกต่าง ที่อาจท�าให้เกิดผลกระทบ ๒. การจดบันทึก เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือ จากสิ่งที่สังเกต จากการฟัง หรือการอ่าน ๓. การนําเสนอ มีความเข้าใจและจดจ�าสิ่งที่ต้องการ น�าเสนออย่างเป็นระบบ ๔. การฟง รับฟังผู้อื่นให้มากขึ้น โดยจับประเด็น ของผู้พูดให้ได้ และสามารถตั้งค�าถามจากสิ่งที่ ฟังได้ ๕. การถาม รู้จักตั้งค�าถามเมื่อเกิดความไม่เข้าใจ หรือเกิดความสงสัย โดยอาจถามจากผู้รู้หรือ ตั้งค�าถามจากการฟัง ตัวอย่าง วางแผนรวบรวม ข้อมูล ตรวจสอบ ข้อมูล บันทึก ข้อมูล • สืบค้นเรื่องใด • สืบค้นจากที่ใด • สืบค้นเมื่อใด • สืบค้นเพราะเหตุใด • มีวิธีการอย่างไร • สืบค้นจากแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ • ข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือ • รวบรวมข้อมูล ที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ • จัดเก็บข้อมูล ให้เป็นระบบ • ข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือหรือไม่ • ข้อมูลมีความ ทันสมัยหรือไม่ • บันทึกและ จัดเก็บข้อมูล ให้เป็นระเบียบ • น�าข้อมูลมาปรับปรุงได้ ด�าเนินการ สืบค้น ๗ การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต ตรวจสอบ ข้อมูล และสอบถาม 1 2 นักเรียนควรรู 1 ตรวจสอบขอมูล ควรตรวจสอบขอมูลจากแหลงขอมูลที่สามารถตรวจสอบ ได พรอมทั้งตรวจสอบความทันสมัยของขอมูลตางๆ อยูเสมอ 2 สอบถาม การสืบคนขอมูลดวยการสอบถาม ควรสอบถามจากผูรู หรือ ผูเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ เพราะบุคคลเหลานั้นถือไดวาทําการศึกษาคนควา หรือไดรับการฝกฝนอบรมมากอนเปนอยางดี สงผลใหมีประสบการณในเรื่องนั้น มากกวาผูอื่น ซึ่งจะทําใหเราไดขอมูลที่ถูกตองและมีความนาเชื่อถือ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 10. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนมีแนวทางในการแสวงหาความรู ของตนเองอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน อานจากหนังสือใน หองสมุด อานวารสาร หรือนิตยสารตางๆ ศึกษาจากเอกสารงานวิจัย คนหาขอมูล จากอินเทอรเน็ต สอบถามจากผูที่มีความรู ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่สนใจ) • นักเรียนสามารถนําความรูเกี่ยวกับทักษะ การแสวงหาความรูมาปรับใชในการเรียน ไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน หากตองการศึกษา คนควาขอมูลเกี่ยวกับวิธีการทําธุรกิจ สตารตอัป (Startup) จะเริ่มตนดวยการ วางแผนการคนควาขอมูลเกี่ยวกับวิธีการทํา ธุรกิจสตารตอัป (Startup) จากอินเทอรเน็ต เนื่องจากเปนแหลงการเรียนรูที่มีขอมูล จํานวนมาก สามารถสืบคนไดอยางสะดวก รวดเร็ว และไดรับขอมูลที่มีความทันสมัย หลังจากนั้นจึงนําขอมูลที่ไดมารวบรวม แลวคัดเลือกขอมูลที่นาเชื่อถือและตรง ตามวัตถุประสงคที่ตองการสืบคนมากที่สุด มาเรียบเรียงอยางเปนระบบ) 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “กอนที่จะสืบคนขอมูล ตางๆ ควรมีการกําหนดปญหาในการสืบคน ขอมูล โดยการตั้งหัวขอ หรือประเด็นที่ ตองการจะศึกษา โดยกําหนดขอบเขตให ชัดเจน รวมถึงอธิบายและแสดงความคิดเห็น ตอหัวขอที่ตองการสืบคนรวมดวย” ขอใดแสดงถึงการใชทักษะการแสวงหาความรูอยางเหมาะสม 1. สืบคนเคล็ดลับวิธีการทําแยมสม 2. ซื้อแยมสมมาเปนตนแบบในการทํา 3. นําแยมสมที่เหลือไปแชแข็งไวในตูเย็น 4. นําสมที่ใกลสุกมาคั้น เอาแตเนื้อ เพื่อเตรียมทําแยม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการสืบคนเคล็ดลับวิธีการทํา แยมสม เปนขั้นตอนหนึ่งของทักษะการแสวงหาความรู คือ ขั้นตอน ที่เรียกวา “การดําเนินการสืบคน” ซึ่งเปนการสืบคนจากแหลง การเรียนรูตางๆ ที่มีขอมูลถูกตองและมีความนาเชื่อถือ) เกร็ดแนะครู ครูอาจมีการกําหนดประเด็นตางๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียน จากนั้น ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสืบคนขอมูลในประเด็นที่ครู กําหนดให และนําขอมูลที่ไดจากการสืบคนมาอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู ซึ่งกันและกันในชั้นเรียน เพื่อสังเกตวานักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู หรือไม นํา สอน สรุป ประเมิน T9
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ปัจจัย ในการท�างานร่วมกัน ๑. บรรยากาศของการท�างาน สมาชิกทุกคน มีความตั้งใจท�างานอย่างจริงจังและกระตือรือร้น เช่น สมาชิกทุกคนร่วมกันคิดและวางแผนว่าจะ ประกอบอาหารชนิดใดเพื่อจัดงานเลี้ยง ๒. ความไว้วางใจ สมาชิกทุกคนควรไว้วางใจ ซื่อสัตย์ พูดคุยกันอย่างเปดเผย ไม่ปดบังกัน เช่น วัตถุดิบที่ต้องการหาซื้อไม่ได้ จึงต้องประชุมคิด หาวิธีแก้ไขปัญหาร่วมกัน ๒.๔ ทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะกระบวนการท�างานที่ดีเกิดจากการฝึกปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน โดยมุ่งเน้นให้ลงมือ ปฏิบัติงานด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้จนเกิดเป็นความช�านาญและความ เชี่ยวชาญในการท�างาน โดยทักษะกระบวนการท�างานมีขั้นตอน ดังนี้ ๒.๕ ทักษะการทํางานรวมกัน การท�างานร่วมกันเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน มีการปรึกษา วางแผนการท�างานร่วมกัน และช่วยกันแก้ ไขปัญหาให้งานประสบผลส�าเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ๓. ปฏิบัติงาน ลงมือปฏิบัติงานตามขั้นตอน ที่วางแผนไว้ โดยปฏิบัติตามหน้าที่ที่ก�าหนด ๔. ประเมินผลการท�างาน ประเมินผลการท�างาน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติงาน คัดเลือกเสื้อผ้าที่ไม่สวมใส่แล้ว น�ามา ดัดแปลงใหม่ และเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ โดยค�านึงถึงต้นทุน ศึกษาวิธีการดัดแปลงเสื้อผ้า แล้วออกแบบ และก�าหนดระยะเวลาในการตัดเย็บ ร่างแบบตามที่ออกแบบไว้ และตัดเย็บด้วย จักรเย็บผ้า จากนั้นน�าลูกปัดมาประดับ ชิ้นงานยังไม ่ค ่อยสวยงาม เพราะยังขาด ความช�านาญในการใช้จักรเย็บผ้า ๑. วิเคราะห์งาน แจกแจงว่าเป็นงานประเภทใด ใช้อุปกรณ์ ใด ใช้เงินลงทุนมากน้อยเพียงใด ๒. วางแผนการท�างาน แบ่งหน้าที่กันอย่างไร มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ใช้ระยะเวลาเท่าใด ตัวอย่าง ๓. มอบหมายงานอย่างชัดเจน สมาชิกทุกคนต้อง เข้าใจเป้าหมายงานและขอบข่ายงานที่ต้องรับผิดชอบ เช่น เมื่อแขกมาถึงต้องพร้อมเสิร์ฟอาหาร ๔. บทบาทของสมาชิก สมาชิกจะต้องเข้าใจงานที่ ตนเองรับผิดชอบและปฏิบัติอย ่างเต็มความสามารถ รวมทั้งให้ก�าลังใจซึ่งกันและกัน เช่น สมาชิกร่วมกัน ประกอบอาหารและตกแต่งอาหารได้ทันเวลา 5. วิธีการท�างาน สมาชิกจะต้องแลกเปลี่ยนความคิด เห็นกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนได้ มีโอกาสแสดงความเป็นผู้น�า เช่น สมาชิกทุกคนร่วมกัน เสนอเมนูอาหารหลากหลายชนิดที่จะน�ามาจัดเลี้ยง ๘ บรรยากาศของการท�างาน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 12. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา ประสบการณกับความรู มีความสัมพันธกันอยางไรในการนํามาใช ในการทํางาน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ในการทํางานความรู นับเปนพื้นฐานที่ทําใหบุคคลมีวิธีการคิด อยางมีเหตุผล สวนประสบการณนั้นเปนสิ่ง ที่เกิดจากการฝกปฏิบัติจนเกิดความชํานาญ และเชี่ยวชาญ ดังนั้น การนําความรูและ ประสบการณมาประยุกตใชในการทํางาน รวมกัน จึงจะสงผลใหการทํางานมีคุณภาพ ยิ่งขึ้น ชวยลดความผิดพลาดตางๆ ในการ ทํางานใหลดนอยลงได) • การทํางานรวมกันเปนกลุมและการทํางาน รายบุคคลมีลักษณะที่แตกตางกันอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การทํางานกลุมเกิดจาก การรวมกลุมของบุคคลตั้งแต 2 คนขึ้นไป โดยอาศัยทักษะความสามารถที่แตกตางกัน เพื่อรวมกันทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค ตามที่ไดวางไว สมาชิกในกลุมทุกคนตอง ปฏิบัติงานตามขอตกลงของกลุม เพื่อใหได งานที่มีคุณภาพ สวนการทํางานรายบุคคล เปนการใชความรู หรือความสามารถของ บุคคลเพียงคนเดียวในการสรางสรรคผลงาน ที่มีระดับความยากนอยกวา) • หากพบปญหาในการทํางาน นักเรียนจะนํา ทักษะกระบวนการแกปญหามาใชอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นักเรียนควรรู 1 บรรยากาศของการทํางาน นอกจากจะตองมีความกระตือรือรน มีความ มุงมั่น ตั้งใจในการทํางานอยางจริงจังแลว สมาชิกทุกคนภายในทีมจะตองสราง ความอบอุน มีความจริงใจ ไววางใจ ซื่อสัตยตอกัน ไมมีลับลมคมใน และไม แสดงถึงความเบื่อหนายระหวางการทํางาน สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปจจัยสูความสําเร็จในการทํางานเปนทีม ไดที่ https://www.prosofthcm.com/Article/Detail/15848 “กลุม A มีสมาชิกภายในกลุมทั้งหมด 4 คน หัวหนากลุมจะ แบงหนาที่ความรับผิดชอบใหกับสมาชิกแตละคนในกลุมตามความ ถนัดและความสามารถของแตละบุคคล ในระหวางการปฏิบัติงาน หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งพบปญหา สมาชิกที่เหลือจะชวยกันหา วิธีการแกปญหาที่เกิดขึ้น” จากขอความนี้ นักเรียนคิดวา กลุม A จะประสบความสําเร็จในการทํางานหรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ ประสบความสําเร็จในการทํางาน เพราะหัวหนากลุม มีวิธีการแบงหนาที่การทํางานกันอยางชัดเจน โดยคํานึงถึงความ ถนัดและความสามารถของสมาชิกแตละคน มีความรวมมือ รวมใจกันในการปฏิบัติงาน คอยใหการชวยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อแกปญหาที่เกิดขึ้นจากการทํางาน) นํา สอน สรุป ประเมิน T10
ขอสอบเนน การคิด ๒.๖ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา การท�างานทุกอย่างย่อมประสบกับปัญหาเสมอและจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของงานที่ท�า ดังนั้น ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาจึงมีความส�าคัญ เพราะสามารถช่วยปรับปรุงหรือพัฒนางาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทักษะกระบวนการแก้ปัญหาประกอบด้วย ๗ ขั้นตอน ดังนี้ ตัวอย่าง ๑ ท�าความเข้าใจสถานการณ์ อาศัยข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการรวบรวม จัดระเบียบ หาความสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ๒ ก�าหนดปัญหา เล่าเรื่องหรือเขียนบรรยายสภาพปัญหาด้วยถ้อยค�าสั้น ๆ อย่างตรงประเด็น ได้ ใจความ และระบุเป้าหมายที่ ต้องการให้เกิดขึ้นภายหลังจากที่แก้ไขปัญหาแล้ว ๓ วิเคราะห์สาเหตุ พิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งใด โดยใช้วิธีการต่าง ๆ และระบุสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ๔ หาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ แสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการแก้ไขปัญหาให้มากที่สุด ๕ เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด เปรียบเทียบทางเลือกทั้งหมด แล้วเลือกทางเลือก ที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพื่อน�าไปใช้ ในการแก้ปัญหา ๖ วางแผนการปฏิบัติ ก�าหนดกระบวนการท�างานแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน ใครเป็นผู้รับผิดชอบงานในส่วนใด มีค่าใช้จ่ายเท่าไร ๗ ติดตามประเมินผล ตรวจสอบความคืบหน้าของการท�างานที่ได้วางแผนไว้ เพื่อจะได้ทราบว่ามีปัญหาและอุปสรรคใดเกิดขึ้นจากการ ท�างานหรือไม่ งานส�าเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ สืบค้นข้อมูลว่า ไม้ผลดังกล่าวออกผลยาก หรือไม่ ใช้ระยะเวลาเท่าใดในการออกผล เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นว่าปลูกไม้ผลแล้ว ไม่ออกผล จึงต้องการหาวิธีท�าให้ ไม้ผล ออกผลอย่างสม�่าเสมอ อาจเกิดจากวิธีการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง สืบค้นหาวิธีการที่ท�าให้ไม้ผลออกผล เช่น วิธีที่ ๑ ให้น�้าและใส่ปุ๋ยตามสูตรที่เหมาะสม วิธีที่ ๒ ซื้อพืชต้นใหม่มาปลูกทดแทน เลือกวิธีที่ ๑ เพราะเป็นการดูแลเบื้องต้น ที่สามารถปฏิบัติได้เมื่อรู้วิธีที่ถูกต้อง และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการซื้อพืชต้นใหม่ ก�าหนดระยะเวลาการให้น�้าและใส่ปุ๋ย อย่างเหมาะสม เช่น รดน�้าทุกวันเช้า-เย็น ใส่ปุ๋ยเดือนละ ๑ ครั้ง สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เช่น เมื่อให้น�้าและใส่ปุ๋ยแล้วไม้ผลนั้น ออกผลหรือไม่ หรือออกผลมากน้อยเพียงใด 9 การท�างาน เพื่อการด�ารงชีวิต แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง หลักการ ทํางานและทักษะในการทํางาน 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง หลักการทํางานและทักษะในการทํางาน 2. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวบรวมขอมูลที่ได จากการศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู ซึ่งกันและกัน แลววิเคราะหขอมูล พรอมทั้ง ยกตัวอยางประกอบ โดยตัวอยางที่ยกมาจะ ตองไมซํ้ากับในหนังสือเรียน จากนั้นเขียน สรุปความรูที่ไดในรูปแบบของแผนผังความคิด (Mind Mapping) 14. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอแผนผังความคิด (Mind Mapping) ใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม ขั้นที่ 4 พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ 15. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง หลักการทํางานและทักษะในการทํางาน เพราะเหตุใดหลังจากที่ดําเนินการแกปญหาเรียบรอยแลว จึงตองมีการติดตามและประเมินผล 1. เพื่อจะไดรวบรวมขอมูลตางๆ ที่เกิดขึ้น 2. เพื่อจะไดหาทางเลือกในการแกปญหาอยางหลากหลาย 3. เพื่อจะไดทราบความคืบหนาของการดําเนินการแกปญหา 4. เพื่อจะไดเขียนรายงานสภาพปญหาที่เกิดขึ้นไดอยางตรง ประเด็น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเมื่อดําเนินการแกปญหา เรียบรอยแลว จะตองมีการติดตามและประเมินผล ทั้งนี้ เพื่อเปน การตรวจสอบความคืบหนาของการดําเนินการแกปญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะไดทราบวามีปญหาและอุปสรรคใดเกิดขึ้นระหวางการ ทํางาน และการแกปญหานั้นสําเร็จตรงตามเปาหมายที่วางไว หรือไม) นํา สอน สรุป ประเมิน T11
ขอสอบเนนการคิด ๑. มีสติสัมปชัญญะ ใช้ปัญญา และเหตุผลในการตัดสินใจที่จะ ประพฤติปฏิบัติในเรื่องต ่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบ เหมาะสม และถูกต้อง ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คิดคด ทรยศไมคดโกง ่ และไมหลอกลวง่ ผู้อื่น ๓. ขยันหมั่นเพียร ท�างาน อย่างแข็งขันด้วยความมุ่งมั่น จนกว่างานจะส�าเร็จ ๔. รับผิดชอบ เอาใจใส่มุ่งมั่น ตั้งใจต่องาน เพื่อให้งานส�าเร็จ ตามจุดมุ่งหมายที่ก�าหนดไว้ 5. มีระเบียบวินัย ปฏิบัติให้ ถูกที่ มีความเรียบร้อยถูกต้อง เหมาะสมกับจรรยาบรรณ ข้อ บังคับ ข้อตกลง กฎหมาย และ ศีลธรรม ๖. มีน�้าใจ ปรารถนาดี ต้องการ ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม รู้จัก แบ่งปัน เสียสละ ๗. ประหยัด รู้จักใช้เก็บออม ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของอย ่าง คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย จัดท�าบัญชี รายรับ-รายจ่ายของตนเอง ๘. สามัคคีมีความเป็นน�้าหนึ่ง ใจเดียวกัน รับฟังความคิดเห็น ของผู้อื่น ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีจุดมุ่งหมายที่จะปฏิบัติงานให้ ประสบความส�าเร็จ ๓ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน การท�างานนอกจากจะต้องมีทักษะกระบวนการท�างานต่าง ๆ แล้ว สิ่งส�าคัญที่ผู้ปฏิบัติงาน ควรมีนั่นก็คือ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน เพื่อให้งานประสบ ผลส�าเร็จไปได้ด้วยดี ๓.๑ คุณธรรม จริยธรรม คุณธรรมในการท�างาน หมายถึง ลักษณะนิสัยที่ดีที่ควรประพฤติปฏิบัติในการประกอบอาชีพ จริยธรรมในการท�างาน หมายถึง กฎเกณฑ์ที่เป็นแนวทางปฏิบัติตนในการประกอบอาชีพที่ถือว่า เป็นสิ่งที่ดีงาม เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับ คุณธรรม ในการท�างาน จริยธรรม ในการท�างาน ๑. ช�านาญในวิชาชีพของตน น�าความรูที่เล่าเรียน ้ ฝึกฝนอบรม มาปฏิบัติให้เกิดความช�านาญ จนสามารถยึดเป็นอาชีพได ๒. ระเบียบวินัย ฝึกประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบ วินัยที่สังคมหรือสถาบันวางไว้ เป็นแบบแผน ๓. กล่าววาจาดี กล่าวความจริง โดยใช้ถ้อยค�า ที่สุภาพและมีประโยชน์ ๔. ท�างานไม่คั่งค้างสับสน ท�างานดีมีระเบียบ ท�างานอย่าง เต็มความสามารถ และตั้งใจ ท�างานให้เสร็จ ๑0 บุคคลในขอใดแสดงใหเห็นถึงการมีคุณธรรมและจริยธรรม ในการทํางาน 1. โอใสใจและมุงมั่นในการทํางาน 2. จาชวยเพื่อนทํางานเมื่อเจานายสั่งใหทํา 3. ดาใชถอยคําสุภาพกับเพื่อนที่ไมสนิทเทานั้น 4. เอกพรินตเอกสารหนาเดียวแลวทิ้งเมื่อไมใชงาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการที่โอใสใจและมุงมั่น ในการทํางาน แสดงใหเห็นวาโอมีความรับผิดชอบ ตั้งใจทํางาน เพื่อใหงานสําเร็จตามจุดมุงหมายที่กําหนดไวอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีลักษณะสอดคลองกับการมีคุณธรรมและจริยธรรมในการ ทํางานมากที่สุด) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 1. ครูยกตัวอยางสถานการณการมีคุณธรรมและ จริยธรรมในการทํางานใหนักเรียนไดศึกษา แลววิเคราะหวา สถานการณดังกลาวแสดงให เห็นวา ผูปฏิบัติงานมีคุณธรรมและจริยธรรม ในการทํางานหรือไม โดยสถานการณตัวอยาง คือ แดนมีความสามารถดานการออกแบบ เขามีผลงานที่สรางสรรคดวยตนเองอยูเปน จํานวนมาก เพื่อนๆ ตองการใหเขาชวยสอน เทคนิคการออกแบบให แดนจึงตกลงชวยสอน โดยไมคิดคาใชจาย และเพื่อนๆ ก็สามารถ สรางสรรคผลงานไดดีขึ้นในระดับหนึ่ง ขั้นนํา (แบบกระบวนการสร้างความตระหนัก) 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับหลักการทํางาน และทักษะการทํางานตามที่ไดศึกษาในชั่วโมง ที่ผานมาวา การทํางานใหประสบความสําเร็จ นั้น ผูปฏิบัติงานนอกจากจะตองมีความรู ความเขาใจ ความสามารถ และมีทักษะตางๆ ในการทํางานแลว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ควรให ความสําคัญและผูปฏิบัติงานทุกคนจําเปน ตองมี นักเรียนทราบหรือไมวาคือสิ่งใด โดย ครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันแสดงความ คิดเห็น 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การทํางานนอกจากจะ ตองมีความรู ความเขาใจ ความสามารถ และมี ทักษะตางๆ ในการทํางานแลว ผูปฏิบัติงานยัง ตองมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะ นิสัยที่ดีในการทํางานดวย จึงจะทําใหสามารถ ทํางานไดอยางมีความสุขและสงผลใหการ ทํางานประสบความสําเร็จ นอกจากนี้ ควรใช พลังงานและทรัพยากรในการทํางานอยาง คุมคา เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม” บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการสงเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ในการทํางานของประเทศอาเซียนโดยภาพรวมใหนักเรียนฟง ซึ่งสามารถสรุปได ดังนี้ • การสรางมาตรการในการปองกันการคอรรัปชันในหนวยงาน โดยการ สรางมาตรการปองกันการขัดแยงทางผลประโยชน รวมถึงการจัดการ กรณีการละเมิดจริยธรรม เผยแพรจริยธรรม แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ใหความรู ความเขาใจที่ถูกตอง กลอมเกลาสังคมผานสื่อที่หลากหลาย • สรางแรงจูงใจในการทํางาน โดยสรางบรรยากาศของการทํางานอยางมี จริยธรรม สรางคุณภาพชีวิตการทํางานที่ดี • เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน โดยการยกเลิกระเบียบ กฎเกณฑ หรือขั้นตอนการทํางานที่ซํ้าซอน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T12
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๓.๒ เจตคติและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เจตคติที่ดีในการท�างาน หมายถึง การแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อสิ่งใด สิ่งหนึ่งในลักษณะชอบ พึงพอใจ สนใจ เห็นด้วย ต้องการปฏิบัติงานนั้น ๆ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความสุขในการท�างาน หากพบปัญหาหรืออุปสรรคก็สามารถหาแนวทางแก้ ไขปัญหานั้นได้ ลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน เป็นผลมาจากการมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีต่องาน ที่ท�า ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อน�าไปสู่ความส�าเร็จ เจตคติที่ดี ในการท�างาน ลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน ๑. ก�าหนดการท�างานด้วยตนเอง เป็น ผู้คิดริเริ่มและสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างด้วย ตนเอง รวมทั้งวางแผนการท�างานและก�าหนด ระยะเวลาในการท�างาน ๒. ทุกสิ่งเป็นจริงได้ เชื่อมั่นว่าตนเองจะต้อง ท�างานนั้น ๆ ได้อย่างเต็มความสามารถและ สามารถท�าได้ดี ๓. ให้ความส�าคัญกับงานทุกประเภท ไม่ เลือกท�าแต่งานที่ส�าคัญหรืองานใหญ่ ๆ และไม่ เลือกงาน ควรเห็นคุณค่าของงานแต่ละประเภท ๔. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน สร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันด้วยการแสดงถึง ความเป็นมิตร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน 5. อาสาท�างานนอกเหนือหน้าที่ ท�างาน นอกเหนือจากความรับผิดชอบบ้าง เพื่อเป็นการ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ น�าไปพัฒนางานให้ดีขึ้นได้ ๑. ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสืบค้น แสวงหาค�าตอบใน ปัญหา จะท�าให้เกิดความละเอียดรอบคอบและเกิดความ ผิดพลาดน้อย ๒. มีความกระตือรือร้นและหนักแน่น ยินดีกับการ เปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ๓. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดหาวิธีในการสร้างสรรค์ ผลงานด้วยวิธีการที่แปลกใหม่ จะท�าให้งานก้าวหน้าได้ดี ๔. สู้งาน พยายามเรียนรู้ ในงานที่ท�า ไม่ย่อท้อต่อการท�างาน จะเกิดการพัฒนาทั้งด้านความคิดและการกระท�า 5. มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับผู้อื่นได้ดี สื่อสารให้ผู้อื่น เข้าใจได้ โดยเฉพาะการท�างานร่วมกัน ๖. มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ ตรงต ่อเวลา มีเป้าหมายชัดเจน และมีการวางแผนในการท�างาน ๗. รู้จักกาลเทศะ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมทั้งการแต่งกาย การพูด การแสดงออก และการควบคุมอารมณ์ ๖. ความล้มเหลวเป็นพื้นฐานของความส�าเร็จ เรียนรู้ จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วน�ามาเป็นบทเรียน เพื่อ หาแนวทางแก้ ไขในการท�างานครั้งต่อไป ๗. ไม่ ปดกั้นโอกาสในการตรวจสอบตนเอง ตรวจสอบ ว่าตนเองมีการพัฒนาที่ดีขึ้นหรือไม่ เคยผิดพลาดหรือไม่ และสามารถปรับปรุงแก้ ไขได้อย่างราบรื่นหรือไม่ ๑๑การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสืบค้น แสวงหาค�าตอบใน 1 ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ใหสมาชิกภายในกลุม รวมกันแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และ ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน โดยแตละกลุมจะมีเวลาในการออกมา นําเสนอผลงานกลุมละ 5 นาที และหลังจากแสดงบทบาทสมมติ เสร็จเรียบรอยแลว ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายวา บทบาทสมมติที่ไดนําเสนอไปนั้น มีการใชคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานอยางไร และสิ่งเหลานั้น กอใหเกิดประโยชนตอการทํางานในชีวิตประจําวันอยางไร (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะดานมีวินัย ใฝเรียนรู และ มุงมั่นในการทํางาน) นักเรียนควรรู 1 ชางสังเกต การเปนคนชางสังเกตที่สามารถมองเห็นสิ่งตางๆ ที่อยูรอบตัว แลวนํามาคิดวิเคราะห ปรับใช จะกอใหเกิดประโยชนกับตนเอง หรือคนรอบขางได เชน ตองการเปดรานอาหาร ตองออกไปสํารวจ หรือสังเกตหลายๆ รานวาแตละ รานมีจุดเดนอยางไร ผูบริโภคสวนใหญเปนกลุมใด จากนั้นจึงนํามาคิดวิเคราะหวา รานของตนเองควรสรางจุดเดนอยางไรใหแตกตางจากรานอื่นๆ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และลักษณะนิสัยที่ดีในการ ทํางานใหนักเรียนฟงวา คุณธรรม จริยธรรม และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เปนสิ่งที่ทุกคนพึงมี เพราะเปนสิ่งสําคัญและจําเปนในการทํางาน โดยเฉพาะ เมื่อตองทํางานรวมกับผูอื่น ไมวาจะกําลังศึกษาเลาเรียน หรือประกอบอาชีพ ในอนาคต หากมีแนวทางการปฏิบัติที่ดี ยอมสงผลใหงานที่ทําประสบความสําเร็จ ไดอยางมีประสิทธิภาพ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ 2. ครูถามนักเรียนวา • จากสถานการณดังกลาว แสดงใหเห็นวา แดนมีคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางาน หรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน แดนแสดงถึงความมี นํ้าใจ ใหความชวยเหลือเพื่อนๆ โดยไม หวังผลตอบแทน ซึ่งเขาหวังเพียงใหเพื่อน ไดเรียนรูและสามารถทําในสิ่งที่ตองการ จนประสบความสําเร็จได) • จากสถานการณดังกลาว แดนมีเจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน แดนมีความสัมพันธที่ดี หรือมีมนุษยสัมพันธที่ดีตอเพื่อนรวมงาน โดยการแสดงความเปนมิตรตอเพื่อนและ คอยใหความชวยเหลือเพื่อนเมื่อเพื่อนเกิด ปญหา) 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการทํางานทุกประเภท เพื่อใหงานมีคุณภาพที่ดีไดนั้น บุคคลตองมีการ ปรับเจตคติของตนใหมีความสอดคลองกับงาน ที่ไดรับมอบหมาย ควรสรางเจตคติเชิงบวกตอ สิ่งตางๆ เนื่องจากเจตคติที่มีอยูมีความสําคัญ ตอการทํางาน โดยเริ่มตนจากการมีใจรักใน งานของตน การมองโลกในแงดี มีความสุขใน การทํางาน หากพบกับปญหา หรืออุปสรรค ตางๆ ก็จะสามารถฟนฝาปญหาและอุปสรรค ตางๆ เหลานั้นไปได เพื่อใหงานบรรลุผลสําเร็จ ตามเปาหมายที่กําหนดไว ซึ่งนอกจากจะทําให ไดงานที่มีคุณภาพแลว ยังสงผลใหเกิดความ ภาคภูมิใจในตนเองไดอีกดวย” นํา สอน สรุป ประเมิน T13
ขอสอบเนนการคิด ·Ñȹ¤µÔ·Õè¤ÇÃÁÕ à¾×èÍÊÌҧªÕÇÔµ·Õè´Õ ทัศนคติและมุมมอง เป็นเรื่องส�าคัญที่ ก�าหนดชีวิตของเรา เพราะสองสิ่งนี้จะช่วย เปลี่ยนวิธีการมองโลกรอบข้างจนถึงเหตุการณ์ ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต และบางคนอาจมองว่า เรื่องทัศนคตินี้ส่วนมากจะเกี่ยวกับเรื่องการ ท�างานหรือการสร้างธุรกิจ แต ่แท้จริงแล้ว ทัศนคตินั้นสัมพันธ์และประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ õ ทุกเรื่อง โดยทัศนคติที่ควรมี มีดังนี้ ¤ÇÒÁÊíÒàÃç¨ à¡Ô´¨Ò¡ ¡ÒÃŧÁ×Í·íÒ ¤ÇÒÁ¼Ô´ËÇѧ ໚¹àÃ×èͧ·Õ赌ͧ àÃÕ¹ÃÙŒ ¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ à¡Ô´¢Öé¹ µÅÍ´àÇÅÒ äÁ‹ÁÕÍÐäà ·ÕèÊÁºÙóẺ ÅŒÁàËÅÇ à¾×èͤÇÒÁÊíÒàÃç¨ หากตองการประสบความสําเร็จจะตองคิดและลงมือทําอยางเต็มความสามารถ ไมใชเพียงแคคิดแตไมลงมือทํา ความสําเร็จก็จะไมเกิดขึ้น ไมมีใครที่จะสมหวังไปเสียทุกอยาง การไดเผชิญหนากับความจริงที่อาจเกิดขึ้นจากความ ผิดหวังในชีวิตจะสามารถชวยใหเรารับมือกับสถานการณตาง ๆ ไดงายขึ้น แตแทจริงแลวชีวิต เราก็ยังมีเรื่องที่สมหวังอีกมากมาย แคเพียงเราไมไดมองหรือมองเห็นสิ่งที่ผิดหวังมากกวา โลกปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยูตลอดเวลา ดังนั้น จึงควรเรียนรูสิ่งใหม ๆ อยูเสมอ จะยิ่งทําใหตนเองมีมุมมองที่กวาง ตอยอดความคิดได และนําไปสูการสรางชีวิตใหดีขึ้น ในโลกนี้ ไมมีอะไรที่สมบูรณแบบ เพราะระหวางทางของการทํางานหรือการใชชีวิต ประจําวันอาจตองพบเจอกับอุปสรรคบางในบางครั้ง เมื่อพบเจอก็จะทําใหเรากลา ที่จะปรับปรุงแก ไขหรือเปลี่ยนแปลงใหดีขึ้นได ผูที่ประสบความสําเร็จมักจะผานความยากลําบากหรือความลมเหลวมากอน ซึ่งความ ลมเหลวนั้นก็เปนบทเรียนใหรูจักเรียนรู ปรับตัว และแก ไข เพื่อใหตนเองเกิดการพัฒนา มากขึ้น ๑๒ ผูที่เคยประสบความลมเหลวมากอนจะสามารถประสบความ สําเร็จไดหรือไม อยางไร (แนวตอบ ผูที่เคยประสบความลมเหลวมากอนสวนใหญจะ ประสบความสําเร็จในภายหลัง เนื่องจากความลมเหลวที่เกิดขึ้นนั้น จะเปนบทเรียนสําคัญที่ทําใหไดรูจักเรียนรู ปรับตัว และแกไข เพื่อใหตนเองเกิดการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นและดีขึ้นกวาเดิม ซึ่งจะ ไมนําไปสูการพลาดพลั้งเหมือนครั้งกอนๆ ที่ผานมา) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ 4. ครูสนทนากับนักเรียนวา “การทํางานใดๆ ก็ตาม หากตองการใหงานของตนประสบความสําเร็จ ผูปฏิบัติงานจะตองมีความมุงมั่น ตั้งใจ มีความ พยายาม และสิ่งสําคัญ คือ จะตองมีความรัก ในงานที่ทํา มีทัศนคติที่ดีในการทํางาน ซึ่งจะ สงผลใหสามารถทํางานไดอยางมีความสุข งานที่ทํามีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” 5. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง 5 ทัศนคติที่ควรมี เพื่อสรางชีวิตที่ดี ในกรอบ Know More จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 6. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา การทํางานตางๆ ในปจจุบัน สงผลใหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สูญเสียไปหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สงผลใหทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมสูญเสียไป เนื่องจากมีการ ใชงานทรัพยากรอยางสิ้นเปลือง จึงสงผล กระทบใหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ถูกทําลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ) ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ ลักษณะนิสัยที่ดี ในการทํางาน และการใชทรัพยากรอยางคุมคา และยั่งยืน 8. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานและการใช ทรัพยากรอยางคุมคา 9. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การทํางานใหประสบผลสําเร็จ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีทัศนคติที่ดีในการทํางานหรือทัศนคติ เชิงบวก (Positive Attitude) ใหนักเรียนฟงวา ทัศนคติเปนความรูสึกของบุคคล ที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เปนการแสดงความรูสึกภายในที่สะทอนวา บุคคลมีความ โนมเอียง พอใจ หรือไมพอใจในบางสิ่งบางอยาง ซึ่งในการที่จะประสบความสําเร็จ ในการทํางาน หรือประสบความสําเร็จในชีวิตไดนั้น นักเรียนตองมีทัศนคติที่ดีกอน โดยการสรางทัศนคติที่ดีใหเกิดขึ้นกับตนเองจนเปนลักษณะนิสัยที่ติดตัวกับ ตนเองไปตลอด เพราะหากเราสามารถสรางทัศนคติที่ดีได ก็ยอมสงผลใหการ ดําเนินชีวิตเปนไปไดอยางราบรื่นและมีความสุข สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสรางทัศนคติ ไดที่ https://www.skilllane. com/blog/4-ways-to-think-positively นํา สอน สรุป ประเมิน T14
กิจกรรม Mini Project ô การใชพลังงานและทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน การท�างานต่าง ๆ ในชีวิตประจ�าวันอาจส่งผลให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปไม่มากก็น้อย และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว ผู้ปฏิบัติงานจึงควรมี จิตส�านึกที่ดีต่อการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยอาศัยหลักการ 5R ดังนี้ การทํางานเปนสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติเพื่อการดําเนินชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการทํางาน ใหประสบความสําเร็จจําเปนตองมีทักษะตาง ๆ ในการทํางาน มีกระบวนการทํางาน สามารถนําไป ใชในชีวิตประจําวันได นอกจากนี้ ยังตองมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดี ในการทํางาน เพื่อใหสามารถทํางานไดอยางมีความสุข รวมถึงการรูจักใชพลังงานและทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคา ไมทําลายสิ่งแวดลอม เพื่อเปนการรักษาสิ่งแวดลอมใหยั่งยืน สรุป Reuse Recycle Repair Reject Reduce น�ามาใช้ซ�้า น�าของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ�้า แปรสภาพกลับมาใช้ ใช้กระบวนการผลิตใหม่ อีกครั้ง เพื่อน�ากลับมา ใช้ ใหม่ หลีกเลี่ยงสารเคมี ไม่น�าภาชนะที่เคยบรรจุสารเคมี กลับมาใช้อีก ซ่อมแซม ปรับปรุงแก้ ไขสิ่งของต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้ต่อ ลดปริมาณขยะ ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีบรรจุภัณฑ์ สิ้นเปลือง ๑๓การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ลักษณะนิสัย ที่ดีในการทํางานและการใชทรัพยากรอยาง คุมคา 3. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การทํางานใหประสบผลสําเร็จ 4. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และการสรุปความรู 5. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ขั้นสรุป ครูสรุปความรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน และการใชทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน ใหนักเรียนฟงวา “ในการทํางานใดๆ ก็ตาม ผูปฏิบัติงานจะตองมีความรู ความสามารถ และ มีทักษะในการทํางาน ทั้งยังตองมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการ ทํางาน รูจักใชทรัพยากรอยางประหยัด คุมคา และเกิดประโยชนสูงสุด เพื่อใหงานประสบความ สําเร็จอยางมีประสิทธิภาพ” ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 10. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง การทํางานเพื่อ การดํารงชีวิต แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบประเมิน กิจกรรมเรื่อง การท างานให้ประสบผลส าเร็จ กิจกรรม การท างานให้ประสบผลส าเร็จ ง 1.1 ม.4-6/1 อธิบายวิธีการท างานเพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การวางแผนการท างาน วางแผนการท างานได้ เป็นอย่างดี วางแผนการท างานได้ ค่อนข้างดี วางแผนการท างานได้พอใช้ วางแผนการท างานได้ไม่ดี ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การท างานร่วมกับผู้อื่น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ เป็นอย่างดี ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ ค่อนข้างดี ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ ท างานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ 3. การจัดการในการท างานกลุ่ม ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วนเป็น ส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ได้ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ 4. การน าเสนอผลงาน น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสม น าเสนอผลงานอย่าง ครบถ้วน เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสมเป็น บางส่วน น าเสนอผลงานได้ไม่ ครบถ้วน และไม่เหมาะสม 5. การมีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีในการ ท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างานเป็นบางส่วน ไม่มีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ในการท างาน 6. การท างานอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบผลส าเร็จ ท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และประสบผลส าเร็จ ท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และประสบผลส าเร็จเป็น ส่วนใหญ่ ท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพเป็นบางส่วน และไม่ประสบผลส าเร็จ ไม่สามารถท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสบ ผลส าเร็จ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน โดยใหสมาชิกภายในกลุม รวมกันคิดหาวิธีการทํางานภายในกลุมของตนเองวาจะมีวิธีการ อยางไร เพื่อใหกลุมของตนเองทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสบความสําเร็จ 2. สมาชิกภายในกลุมรวมกันกําหนดกฎระเบียบ ขอบังคับของกลุม ในการทํางาน เพื่อใหเกิดความเขาใจที่ตรงกัน โดยนักเรียนแตละ กลุมจะตองนําหลักในการใชพลังงานและทรัพยากรอยางคุมคา และยั่งยืนมาใชเปนหลักการทํางานกลุมของตนเอง 3. ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมิน T15
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ความส�ำคัญและ หลักการของ งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการของงาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ได้ 2. น�ำหลักการของงาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ไปใช้ในการประดิษฐ์งาน เอกลักษณ์ไทยอื่นได้ 3. เห็นคุณค่าของงาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย แบบ กระบวนการ เรียน ความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง ความส�ำคัญและ หลักการของงานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย T16
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย ต่าง ๆ 3 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทยต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. ประดิษฐ์งานเอกลักษณ์ ไทยตามขั้นตอนได้อย่าง สร้างสรรค์และสวยงาม 3. อนุรักษ์งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทยให้คงอยู่ สืบไป แบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย T17
งานประดิษฐ์เอกÅÑกษ³ หน่วยการเรียนรู้ที่ò ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ ความสําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทย งานประดิษฐ์เป็นชิ้นงานที่สร้างขึ้นจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประดิษฐ์ มีการใช้วัสดุ ต่าง ๆ ทั้งวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยงานประดิษฐ์มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ ËÒ¡µŒÍ§¡Òçҹ»ÃдÔɰ àÍ¡Åѡɳä·Â à¾×è͹Óä»ãªŒ ã¹§Ò¹¾Ô¸Õµ‹Ò§ æ ¨Ð»ÃдÔɰ ªÔé¹§Ò¹¹Ñé¹Í‹ҧäà สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการทํางานรวมกัน เปนการทํางานกลุม ทํางานรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข ทํางาน อยางมีกระบวนการ ตามขั้นตอนและฝกหลักการทํางานกลุม เชน การประดิษฐของใชที่เปน เอกลักษณไทย ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ม้าโยก ตุ๊กตาไม้ ตุ๊กตาผ้า ตุ๊กตาดินเผา แจกันดอกไม้ หมอนปักลวดลาย เครื่องแขวนดอกไม้สด เก้าอี้หวาย ตะกร้าหวาย ชะลอมไม้ ไผ่ กระเปาสาน เพื่อเปน ของเล่น เพื่อเปนของ ประดับตกแต่ง เพื่อเปน ของใช้ เชน ìä·Â ๑๔ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับงานประดิษฐเอกลักษณไทย เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง ความสําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทย และหลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทยเพิ่มมากขึ้น สามารถเลือกใชเครื่องมือในงานประดิษฐเอกลักษณไทยไดอยางถูกตองและปลอดภัย ลงมือปฏิบัติ งานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานดอกไมสดไดอยางสรางสรรค เพื่อใหเกิดความชํานาญ ใชทรัพยากรอยาง คุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน นําทักษะการจัดการและทักษะการทํางานรวมกัน มาประยุกต ใชในการทํางาน ใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางานไดอยางเปนขั้นตอน รวมถึงใชทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิตในการคนหาขอมูล ที่เปนประโยชน เพื่อใหผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับงานประดิษฐเอกลักษณไทย • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณไทย เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานดอกไมสดอยางสรางสรรค ขั้นนํา (แบบกระบวนการเรียน ความรู ความเขาใจ) 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและผลการเรียนรู ใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียนแตละคน ทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย 2. ครูเปดคลิปวิดีโองานประดิษฐเอกลักษณไทย ประเภทตางๆ ใหนักเรียนดู เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานจัดดอกไมสด 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนเคยเห็นงานประดิษฐเอกลักษณไทย ดังตัวอยางที่ครูเปดคลิปวิดีโอใหดูหรือไม หากเคยเห็น เห็นจากที่ใดและงานประดิษฐ เอกลักษณไทยชิ้นดังกลาวมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเคยฝกปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณ ไทยเหมือนในคลิปวิดีโอหรือไม หากเคย ฝกปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณไทยประเภท ใด และวิธีการปฏิบัติมีความยากงายอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูสนทนากับนักเรียนวา “คลิปวิดีโอที่นักเรียน ไดดูนั้นเปนงานประดิษฐเอกลักษณไทยที่มีอยู ในวิถีชีวิตของคนไทยมาอยางยาวนาน วัสดุ ที่นํามาใชลวนเปนวัสดุจากธรรมชาติทั้งสิ้น ปจจุบันมีการนําเทคนิคสมัยใหมมาผสมผสาน มากขึ้น ทําใหชิ้นงานมีความทันสมัยสวยงาม แตยังคงความงดงามและแสดงใหเห็นถึง เอกลักษณไทยดังเชนในอดีตที่ผานมา” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T18
ขอสอบเนน การคิด เอกลักษณ ไทยอยูในวิถีชีวิตของคนไทย มายาวนาน สามารถพบงานประดิษฐเอกลักษณ ไทยไดตาม สถานที่ตาง ๆ นับเปนหลักฐานที่แสดงถึงการอนุรักษความ เปนไทย จึงควรเรียนรูขั้นตอนการปฏิบัติ รวมถึงฝกฝน การประดิษฐเพื่อใหเกิดผลงานที่ประณีต งดงาม ๑.๑ คุณคาของงานประดิษฐเอกลักษณ ไทย เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสร้างความเพลิดเพลิน ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และฝกขั้นตอนในการท�างาน สามารถน�าไปใช้ ในขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในงานเทศกาล และพิธีทางศาสนา สามารถสร้างรายได้และประกอบอาชีพเพื่อตนเองและครอบครัว ช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทย สามารถน�าไปใช้เป็น ของเล่น ของใช้ และของประดับ ตกแต่ง ทั้งยังให้ประโยชน์อีก หลายประการ ดังนี้ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๑๕ อยูในวิถีชีวิตของคนไทย 1 งานประดิษฐเอกลักษณไทยกอใหเกิดคุณคาตอผูประดิษฐ อยางไร (แนวตอบ งานประดิษฐเอกลักษณไทยมีคุณคาตอผูประดิษฐ หลายประการ เชน เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน สรางความ เพลิดเพลิน ชวยอนุรักษมรดกวัฒนธรรมไทย ชวยใหเกิด การพัฒนาทักษะความคิดสรางสรรคในการออกแบบชิ้นงาน สามารถนําชิ้นงานไปใชในการจัดงานเทศกาล งานพิธีการสําคัญ งานพิธีกรรมทางศาสนา ฯลฯ อีกทั้งยังสามารถสรางรายได หรือ ประกอบเปนอาชีพ เพื่อเลี้ยงตนเองและสมาชิกในครอบครัว ใหมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นได) เกร็ดแนะครู ครูอาจเปดคลิปวิดีโอการจัดงานประเพณีสําคัญของไทยที่มีการนําชิ้นงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยในหลากหลายรูปแบบมาใชในการจัดงานดังกลาวให นักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนเล็งเห็นถึงคุณคาและความสําคัญของงานประดิษฐ เอกลักษณไทย อีกทั้งยังเปนการสรางแรงบันดาลใจใหนักเรียนเกิดความคิด สรางสรรคในการประดิษฐชิ้นงานเพิ่มมากขึ้น นักเรียนควรรู 1 วิถีชีวิตของคนไทย ในอดีตวิถีชีวิตของคนไทยเปนสังคมเกษตรกรรม ผูคน สวนใหญอาศัยอยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ เปนชุมชน มีการชวยเหลือพึ่งพา อาศัยซึ่งกันและกัน มีการใชชีวิตที่เรียบงาย พึ่งพาธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเปน หลัก ทั้งยังใหความสําคัญกับการนับถือศาสนา รวมถึงวัฒนธรรมและประเพณี ที่สืบทอดตอกันมาอีกดวย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 2. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ความสําคัญของ งานประดิษฐเอกลักษณไทยและหลักการของ งานประดิษฐเอกลักษณไทย จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 3. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความ สําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทยและ หลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทย จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 2 4. ครูถามนักเรียนวา • งานประดิษฐเอกลักษณไทยมีคุณคาอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 5. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันคิดวาจะเลือกศึกษา งานประดิษฐเอกลักษณไทยประเภทใดตาม ความสนใจกลุมละ 1 ประเภท จากนั้นสืบคน ขอมูลในประเด็นที่ครูกําหนดให คือ ลักษณะ ของงานประดิษฐ หลักการประดิษฐ วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช เคล็ดลับในงาน ประดิษฐ และขั้นตอนการประดิษฐ ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูล งานประดิษฐเอกลักษณไทยที่เลือกในประเด็น ที่ครูกําหนดให จากนั้นนําขอมูลที่ไดจากการ ศึกษามารวบรวมและวิเคราะหขอมูลรวมกัน เพื่อสรุปผล 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชม หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม นํา สอน สรุป ประเมิน T19
ขอสอบเนนการคิด Be careful ในการประดิษฐ์งานเอกลักษณ์ ไทย ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อ ดัดแปลงชิ้นงานให้มีความร่วมสมัย ต้องระมัดระวังการออกแบบไม่ให้ เกิดผลเสียต่อศิลปวัฒนธรรมไทย ชิ้นงานที่ผลิตได้ควรเป็นชิ้นงานที่ สมัยใหม่และด�ารงคุณค่าเอกลักษณ์ ไทยด้วย ๑.๒ หลักการของงานประดิษฐเอกลักษณ ไทย การประดิษฐ์งานเอกลักษณ์ ไทยตามหลักการที่เหมาะสมจะท�าให้งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทย ที่ได้มีความสวยงาม เก็บรักษาได้นาน ใช้งานได้จริง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจแก่ผู้ที่พบเห็น ใช้ทรัพยากรในการประดิษฐ์ได้อย่างคุ้มค่า ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร หลักการของงานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย มีดังนี้ ก�าหนดงาน เอกลักษณไทย ที่จะประดิษฐ ตรวจสอบและ ปรับปรุง งานประดิษฐ ศึกษาขั้นตอน การประดิษฐและ เตรียมวัสดุอุปกรณ วางแผนการปฏิบัติ โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และใช้ความคิดสร้างสรรค ประดิษฐงาน เอกลักษณไทย ตามแผนที่วางไว้ ๑ ๕ ๓ ๒ ๔ ๑๖ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ 8. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับงานประดิษฐ เอกลักษณไทยประเภทตางๆ ที่นักเรียน แตละกลุมไดออกมานําเสนอ พรอมทั้งอธิบาย เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของงานประดิษฐ เอกลักษณไทยแตละประเภท หลักการของ งานประดิษฐเอกลักษณไทย จากนั้นใหนักเรียน แตละกลุมรวมกันบอกถึงคุณคาและประโยชน ของงานประดิษฐเอกลักษณไทย 9. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง ความสําคัญและหลักการของงานประดิษฐ เอกลักษณไทย ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง ความสําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทย และหลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทย 2. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และการสรุปความรู ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง ความสําคัญ และหลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทย 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง หากตองการประดิษฐกระทงลอยจากใบตอง ควรเริ่มตนจาก ขั้นตอนใด 1. ประดิษฐกระทงลอย 2. วางแผนการประดิษฐกระทงลอย 3. ศึกษาขั้นตอนการประดิษฐกระทงลอย 4. กําหนดงานเอกลักษณไทยที่จะทําการประดิษฐ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเมื่อทราบวาตนเองตองการ ประดิษฐงานเอกลักษณไทยชิ้นใด ขั้นตอนตอไปก็จะตองวางแผน การประดิษฐชิ้นงานนั้นๆ เพื่อที่จะสามารถกําหนดการทํางานของ ตนเองไดอยางชัดเจน เชน วัสดุ อุปกรณที่นํามาใช งบประมาณ ในการจัดทํา คิดและออกแบบกระทงลอย ระยะเวลาที่ใชในการ ประดิษฐ) นํา สอน สรุป ประเมิน T20
ขอสอบเนน การคิด ๒.๑ หลักการปฏิบัติงานใบตอง การปฏิบัติงานใบตองตามหลักการที่เหมาะสมจะท�าให้งานใบตองที่ได้มีความสวยงาม เก็บรักษา ได้นาน ปฏิบัติงานได้รวดเร็วโดยไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร หลักการปฏิบัติงานใบตอง มีดังนี้ ò งานใบตอง งานใบตองเป็นชิ้นงานที่ท�าจากใบของต้นกล้วย น�าใบมาท�าเป็นรูปลักษณะต่าง ๆ โดยการฉีก กรีด ตัด เจียน พับ ม้วน รวมถึงการน�ามาเย็บ ถัก สาน ให้เป็นชิ้นงาน สามารถน�าไปใช้ ในชีวิต ประจ�าวันได้ ซึ่งงานใบตองมีประโยชน์ ในชีวิตประจ�าวันหลายด้าน ดังนี้ T i p การเก็บรักษางานใบตอง การเก็บรักษางานใบตองให้สดและทนนาน ให้น�างานใบตองแช่น�้าอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง หรือ ๑ คืน แล้ววางในภาชนะ คลุมด้วยผ้าชุบน�้าบิดหมาด ๆ ชิ้นงานจะอยู่ได้อย่างน้อย ๓ วัน หากชิ้นงานมีขนาดเล็ก ให้น�าใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น แล้วเก็บในตู้เย็น ชิ้นงานจะอยู่ได้อย่างน้อย ๗ วัน เช่น ห่อของสด ห่อขนม ห่อข้าวต้มมัด กระทงบรรจุอาหาร กระเช้าบรรจุขนมมีหูหิ้ว ใช้บรรจุอาหาร ใช้ ในงานประเพณีนิยมและโอกาสพิเศษ เช่น กระทง แจกันใบตอง พานกระทง ใช้ ในพิธีทางศาสนา เช่น บายศรี ฝกให้เกิดสมาธิ และสร้างความ เพลิดเพลิน ๑. การเช็ดใบตอง • เฉือนใบตองออกจากก้านก่อนเช็ด • ใช้ผ้าฝายเนื้อนุ่มที่แห้งและสะอาด เช็ดจากโคนไปยังปลายริ้วใบตอง • ใช้ผ้าชุบน�้าบิดหมาด ๆ เช็ดบริเวณรอยเปอน • หากมีฝุ่นหนา ให้ล้างด้วยน�้าสะอาด ผึ่งลม แล้วเช็ดให้แห้ง ๒. การฉีกใบตอง • ใช้เล็บนิ้วหัวแม่มือหรือใช้เข็มหมุดจิก แล้วฉีกจากโคนไปยังปลาย ใบตอง • น�าไม้บรรทัดมาวัดความกว้างของใบตองตามขนาดที่ต้องการแล้วจึงฉีก • น�าแม่แบบวางทาบบนใบตองแล้วฉีก หรือตัดตามแบบ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๑๗ เพราะเหตุใดจึงตองเช็ดใบตองกอนนํามาประดิษฐชิ้นงานและ มีวิธีการเช็ดอยางไร 1. ขจัดสิ่งสกปรก-ใชผาชุบนํ้าบิดหมาดๆ เช็ดใหทั่วใบตอง 2. ไมฉีกขาดงาย-ใชผาฝายชุบนํ้าดางทับทิมเช็ดใหทั่วใบตอง 3. ใหคงความสด-นําใบตองไปลางนํ้าแลวใชมือถูใหทั่วใบตอง 4. สีของใบจะไมเปลี่ยน-ใชผาชุบนํ้ายาลางจานเช็ดทําความ สะอาดใบตอง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเช็ดใบตองกอนนํามา ประดิษฐชิ้นงานจะชวยขจัดรอยเปอนและสิ่งสกปรกออก เพื่อให ใบตองมีความสะอาด โดยมีวิธีการเช็ด คือ ใชผาฝาย หรือผาที่มี เนื้อนุมชุบนํ้าบิดหมาดๆ แลวเช็ดใหทั่วใบตองอยางเบามือ ไมควร เช็ดถูแรงๆ เพราะสงผลทําใหใบตองฉีกขาดไดงาย) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดใบตองใหนักเรียนฟงวา การตัดใบตอง จากตน ควรตัดใหเหลือหูใบ เพื่อที่จะไดมีสวนสังเคราะหแสงเลี้ยงสวนกานและ กาบใบ หากตองการตัดใบตองเพื่อใชงานทันทีโดยไมตองนําใบตองไปผึ่งใหนุม ควรตัดใบตองในชวงเวลาสาย เพื่อใหนํ้าคางที่เกาะอยูบนใบตองแหง ใบตองที่ ตัดมาใหมๆ ยังมีความสดอยูมาก ไมควรนํามาใชงาน เนื่องจากใบตองจะฉีกและ ขาดไดงาย จากนั้นใหเลื่อยใบตองออกจากกานแลวฉีกเปนแผนใหมีขนาดกวาง พอประมาณ ใชผาสะอาดเช็ดจากโคนไปหาปลายริ้วใบตอง จะชวยใหใบตอง ไมแตกและขึ้นนวลมากขึ้น สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมใบตองและวัสดุ อุปกรณ ไดที่ http:// www.phitsanulok2.go.th/phitsanulok2/data/research_1375774528_ การเตรียมใบตองและวัสดุอุปกรณ.pdf ขั้นนํา (แบบกระบวนการปฏิบัติ) 1. ครูนําชิ้นงาน หรือภาพชิ้นงานประดิษฐ เอกลักษณไทยประเภทตางๆ มาใหนักเรียนดู เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานจัดดอกไมสด งานเครื่องแขวน 2. ครูถามนักเรียนวา • ชิ้นงานดังกลาวแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณ ไทยหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณ ไทย เนื่องจากมีการเลือกใชวัสดุจากธรรมชาติ มาประดิษฐชิ้นงาน สะทอนใหเห็นถึงวัฒนธรรม อันดีงามของไทย และความออนชอยงดงาม ของลวดลายที่ใชในการแกะสลัก) • ชิ้นงานดังกลาวมีขั้นตอนการปฏิบัติที่เหมือน กันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 1. ครูนําใบตองประเภทตางๆ มาใหนักเรียนดู เชน ใบตองกลวยตานี ใบตองกลวยนํ้าวา 2. ครูถามนักเรียนวา • หากตองการประดิษฐชิ้นงานประเภทงาน ใบตอง นักเรียนควรเลือกใชใบตองประเภทใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ใบตองกลวยตานี เพราะใบ มีความนุม เหนียว ไมเปราะ ไมฉีกขาดไดงาย ใบมีความหนาที่เหมาะสม สวนใบตองกลวย นํ้าวา ก็สามารถนํามาใชงานไดแตความ เหนียวนุมและทนทานจะมีนอยกวาใบตอง กลวยตานี) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T21
ขอสอบเนนการคิด ๒.๒ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ ในงานใบตอง การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในงานใบตองได้เหมาะสมจะช่วยให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในงานใบตอง มีดังนี้ ใบตอง ผ้าเช็ดใบตอง เลือกใช้ ใบตองตานีอายุปานกลาง มีสีเขียวแก่ ใบโตเต็มที่ เพราะใบตอง จะมีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่าย มีความหนาพอเหมาะ เลือกที่มีความนุ่มและดูดซับน�้า ได้ดี ผ้าฝายจึงเหมาะในการ ใช้งานมากกว่าผ้าใยสังเคราะห์ กรรไกร เลือกที่มีน�้าหนักเบา มีความคม เลือกขนาดและรูปร่างให้เหมาะกับผู้ ใช้และงานประดิษฐ์ มีดปลายแหลม เลือกที่จับได้ถนัดมือ ปลายแหลมคม เพื่อใช้ส�าหรับเจียน ใบตอง ด้าย เลือกที่มีสีใกล้เคียงใบตอง ไม้กลัด เลือกที่มีขนาดเล็กแหลม แข็งแรง อาจท�ามาจาก ก้านมะพร้าว เข็มมือ หากงานประณีตมากให้เลือกใช้เบอร์ ๙ งานทั่วไปให้เลือกใช้เบอร์ ๘ เข็มหมุด เลือกชนิดที่หยิบจับได้สะดวก เช่น ชนิดหัวมุก ๑๘ เลือกใช้ ใบตองตานีอายุปานกลาง 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ • ขอดีของการนําใบตองมาใชในการประดิษฐ ชิ้นงานคือสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ชวยอนุรักษทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ชวยสืบสานมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติไทยใหคงอยู) 3. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง งานใบตอง จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 หรือศึกษา เพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 4. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ใบตอง จาก PowerPoint ม.6 หนวยการ เรียนรูที่ 2 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ใบตองสามารถนํามาใช ประดิษฐเปนชิ้นงานที่สะทอนเอกลักษณไทยได หลายประเภท เชน กระทงลอย เปนภาชนะ สําหรับใสดอกไม ธูป เทียน ในการลอยกระทง ตามความเชื่อที่วา การลอยกระทงเปนการ ขอขมาตอพระแมคงคา เพราะเราไดใชนํ้า อุปโภคและบริโภคในชีวิตประจําวัน บายศรี เปนสํารับใสอาหารคาว อาหารหวานในพิธี สังเวยบูชาและพิธีทําขวัญตางๆ ทั้งพระราชพิธี และพิธีของราษฎร” 6. ครูนําวัสดุ อุปกรณในงานใบตองมาใหนักเรียน ดู ไดแก ใบตอง กรรไกร มีดปลายแหลม เข็มมือ เข็มหมุด ดาย ไมกลัด และผาเช็ด ใบตอง พรอมทั้งอธิบายวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณดังกลาว ใหนักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียน เกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ ในงานใบตองที่ถูกตอง สามารถเลือกและใชงาน ไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย นักเรียนควรรู 1 ใบตองตานี เปนใบตองที่มีคุณภาพดี นิยมนํามาใชในการหออาหาร ทํา กระทง บายศรี ฯลฯ เนื่องจากใบมีลักษณะกวาง สีเขียวสด ใบเหนียว หนา ทนทาน ไมเหี่ยว หรือแตกไดงาย สามารถเก็บไวไดนาน นอกจากนี้ ยังมีการ สงออกไปจําหนายยังตางประเทศ ซึ่งใชประโยชนมากที่สุดในธุรกิจอาหารและ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวฮินดูและพุทธ เพราะเหตุใดจึงไมควรนําผาใยสังเคราะหมาเช็ดทําความ สะอาดใบตอง (แนวตอบ เพราะผาใยสังเคราะหจะมีความยืดหยุนนอย มีการ ระบายอากาศไดไมดี ไมคอยดูดซับนํ้า หากนํามาเช็ดทําความ สะอาดใบตองจะทําใหใบตองชุมนํ้าและไมแหงไดเมื่อใชงานผา ใยสังเคราะหเปนระยะเวลานาน เนื้อผาจะเกิดขนเปนเม็ดกอน หลุดรวงอยูที่ใบตอง ซึ่งทําใหตองเสียเวลาเช็ดทําความสะอาด ใบตองใหมอีกครั้ง) เกร็ดแนะครู ครูอาจจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานใบตองมาใหนักเรียนดู พรอมทั้ง อธิบายลักษณะและวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณแตละชนิด เพื่อใหนักเรียนเกิด ความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานใบตองมากยิ่งขึ้น เชน เข็ม ที่ใชในการเย็บใบตอง ควรเลือกใชเข็มแบบใด เบอรใด หรือไมกลัดที่ใชสําหรับ กลัดใบตอง ควรเลือกใชแบบใดจึงจะเหมาะสม นํา สอน สรุป ประเมิน T22
๑ ๓ ๔ ๒ ๕ ๖ งานใบตอง ๒.๓ การฝกปฏิบัติงานใบตอง งานใบตองมีหลายชนิด จึงควรฝกปฏิบัติงานใบตองหลาย ๆ ชนิด เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ หลากหลายรูปแบบและสวยงาม น�าไปใช้ในงานเทศกาลจนถึงงานพิธีต่าง ๆ ได้ ตัวอย่าง ดังนี้ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ใบตอง ๒. กลีบกุหลาบ ๓. ลวด ๔. เข็ม ๕. ด้าย ขั้นตอนการเย็บแบบ ๑. ตัดใบตองตามภาพ จ�านวน ๔ ชิ้น ๒. น�าใบตองทั้ง ๔ ชิ้น มาวางซ้อนกัน ใส่ลวดด้านใน แล้วเย็บตรงกลางให้ใบตองทั้ง ๔ ชิ้น ติดกัน ๓. เตรียมใบตองขนาดประมาณ ๒ ✕ ๖ เซนติเมตร จ�านวน ๒๐ ชิ้น แล้วพับใบตองเป็นรูปสามเหลี่ยมประกบกัน ๔. น�าใบตองสามเหลี่ยมที่พับไปประกบกับตัวแบบ พับกลีบด้านหนึ่ง ย้อนกลับมาด้านหลังตามภาพ และเย็บให้ติดกับตัวแบบ น�าใบตอง สามเหลี่ยมที่พับไว้มาเย็บต่อจากกลีบแรก โดยกะระยะห่างให้เหมาะสม ท�าเช่นนี้จนครบทั้ง ๒ ด้าน ๕. น�ากลีบกุหลาบที่เตรียมไว้มาพับตามภาพ ๖. เย็บกลีบกุหลาบชั้นแรก โดยวางตรงกลางระหว่างกลีบใบตองด้านบน ขึ้นกลีบกุหลาบชั้นที่สอง จ�านวน ๒ กลีบ โดยวางให้สับหว่างกับชั้นแรก ส่วนชั้นต่อ ๆ ไป ให้เพิ่มจ�านวนกลีบขึ้นชั้นละ ๑ กลีบ จนถึงส่วนที่ป่อง ที่สุด แล้วจึงลดจ�านวนกลีบลงชั้นละ ๑ กลีบ จนสุดชายแบบ เย็บแบบ ๑9 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 7. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาตัวอยางงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : เย็บแบบ จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้น รวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการเย็บแบบทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการเย็บแบบใหเพื่อน ฟงหนาชั้นเรียน 8. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการเย็บแบบมาให นักเรียนดู 9. ครูสาธิตการเย็บแบบใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยาง ชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกตและติดตาม แตละขั้นตอนไดทัน 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกปฏิบัติการเย็บ แบบ หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติ งาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถาม ครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงาน ของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ ชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึงความ ปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 11. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : เย็บ แบบ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเย็บแบบสามารถ นํากลีบดอกไม หรือใบไมชนิดตางๆ มา ใชในการเย็บแทนกลีบดอกกุหลาบได เชน กลีบดอกกลวยไม กลีบดอกพลับพลึง ใบเงิน ใบทอง” เกร็ดแนะครู ครูอาจสาธิตการปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ โดยใชกลีบดอกไมหลากหลาย ชนิดใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง เพื่อใหนักเรียนไดฝกการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติ การเย็บแบบแตละขั้นตอนอยางละเอียด โดยครูอาจอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความ ปลอดภัยในการใชวัสดุ อุปกรณในการงานเย็บแบบ เชน การใชเข็ม ในระหวาง การเย็บแบบ ควรใชเข็มดวยความระมัดระวังเปนอยางมาก เนื่องจากเข็มมีความ แหลมคม หากขาดความระมัดระวังในการใชงาน เข็มอาจทิ่มแทงทําใหไดรับ บาดเจ็บได นอกจากนี้ ไมควรหลอกลอ หรือเลนกันในระหวางการปฏิบัติงาน เพราะอาจสงผลใหขาดสมาธิในการทํางานได สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการพับกลีบใบตองเย็บเปนรูปดาว ไดที่ https:// www.youtube.com/watch?v=5lUZybj4_vk ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ โดยเลือกใชกลีบ ดอกกุหลาบ หรือกลีบดอกกลวยไมตามความสนใจ 1 ชนิด จากนั้น ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบาย ขั้นตอนการปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ ประกอบอยางถูกตอง ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ ในรูปแบบที่แปลก ใหมจากความคิดสรางสรรคและจินตนาการของตนเอง จัดทําเปน คลิปวิดีโอพรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ ประกอบการสาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวไมเกิน 7 นาที พรอมทั้งอัปโหลดคลิปวิดีโอลงในสื่อ โซเชียลที่สามารถกดติดตามได จากนั้นออกมานําเสนอคลิปวิดีโอ ใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T23
๕ ๖ ๑ ๒ ๓ ๔ งานใบตอง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ใบตอง ๒. หยวกกล้วย ๓. ดอกไม้ต่าง ๆ ๔. ลวดเสียบ ๕. เข็ม ๖. ด้าย ขั้นตอนการทํากระทงลอย ๑. ฉีกใบตองขนาด ๑ ✕ ๕ นิ้ว พับ ใบตองท�ามุม ๙๐ องศา เข้ามา จรดกันที่กึ่งกลางตามภาพ ๒. พับทบครึ่งจากขวาไปซ้าย แล้ว คว�่ากลีบลงให้สันกลีบด้านตรง อยู่ด้านบน จากนั้นพับชายใบตอง ด้านหน้าท�ามุม ๙๐ องศา เข้าหา รอยพับและพับทบมาทางซ้าย จากนั้นกลับด้าน ท�าในลักษณะ เดียวกัน จะได้กลีบคอม้า ๑ กลีบ ๓. พับกลีบคอม้าอีก ๑ กลีบ แล้ว น�ามาซ้อนกันตามภาพ และเย็บ ด้นถอยหลังให้ติดกัน ๔. พับกลีบคอม้ามาซ้อนกันตามแนวยาว ให้สามารถวางรอบกระทงได้ โดยจ�านวนของกลีบคอม้าจะขึ้นอยู่กับขนาดของกระทง ๕. พับกลีบใบตอง โดยฉีกใบตองขนาด ๑ ✕ ๓ นิ้ว พับทบตามความยาว ของใบตองลงมาเล็กน้อย จากนั้นพับท�ามุม ๙๐ องศา เข้ามาจรดกัน ที่กึ่งกลาง พับสันทบซ้ายไขว้ไปขวาและขวาไขว้ไปซ้าย จะได้กลีบ ใบตอง ๑ กลีบ จากนั้นจึงพับอีก ๑ กลีบ แล้วน�ามาวางซ้อนกัน พับสันทบซ้ายไขว้ไปขวาและขวาไขว้ไปซ้าย เย็บเป็นกากบาทไม่ให้ กลีบหลุดจากกัน จะได้กลีบใบตอง ๑ ชุด เพื่อน�ามาตกแต่งรอบนอก ของด้านล่างกระทง ๖. น�ากลีบคอม้าที่เย็บเสร็จเรียบร้อยแล้วมาวางรอบหยวกกล้วยซึ่งเป็น ฐานของกระทง โดยใช้ลวดเสียบเพื่อให้ตัวกลีบคอม้าติดกับฐานของ กระทง จากนั้นตกแต่งรอบนอกของด้านล่างกระทงด้วยกลีบใบตอง ตามภาพ และตกแต่งด้วยดอกไม้ ให้สวยงาม กระทงลอย ๒๐ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ๖. น�ากลีบคอม้าที่เย็บเสร็จเรียบร้อยแล้วมาวางรอบหยวกกล้วยซึ่งเป็น ฐานของกระทง โดยใช้ลวดเสียบเพื่อให้ตัวกลีบคอม้าติดกับฐานของ 1 เกร็ดแนะครู ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนเกิดความตระหนักในการใชทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมอยางคุมคา โดยใหนักเรียนหลีกเลี่ยงการประดิษฐกระทงลอยจาก โฟม เนื่องจากโฟมเปนวัสดุที่ไมสามารถยอยสลายไดเอง ทั้งยังกอใหเกิดมลพิษ ทางนํ้า โดยแนะนําใหหันมาใชงานวัสดุจากธรรมชาติทดแทน เพราะสามารถ ยอยสลายไดเอง ไมทําลายทรัพยากรและสิ่งแวดลอม ทั้งยังแสดงถึงความเปน เอกลักษณไทยไดอีกดวย ใหนักเรียนออกแบบกระทงลอยจากใบตอง โดยใชวิธีการ วาดภาพ หรือใชโปรแกรมคอมพิวเตอรในการออกแบบตาม ความถนัด 1 วิธี จากนั้นออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิดในการออกแบบชิ้นงานรวมดวย ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทา ๆ กัน รวมกันออกแบบกระทง ลอยจากใบตองอยางสรางสรรค พรอมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ ใชในการทํากระทงลอยใหพรอม ลงมือปฏิบัติการประดิษฐกระทง ลอย จากนั้นออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยมี ประเด็นในการนําเสนอ คือ แนวคิดในการสรางสรรคชิ้นงาน จุดเดน ของกระทงลอย วัสดุ อุปกรณที่นํามาใช และขั้นตอนการปฏิบัติ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 13. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาตัวอยางงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : กระทงลอย จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้น รวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการประดิษฐ กระทงลอยทีละขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัคร นักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการ ประดิษฐกระทงลอยใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 14. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการประดิษฐกระทง ลอยมาใหนักเรียนดู 15. ครูสาธิตการประดิษฐกระทงลอยใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกประดิษฐกระทง ลอย หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือให สอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติ งานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยให ความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 17. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : กระทง ลอย โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 18. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ใบตองที่ใชประดิษฐ กระทงลอย ควรเปนใบตองที่มีอายุปานกลาง ใบเริ่มมีสีเขียวแก ใบโตเต็มที่ ไมควรเลือกใช ใบออน เพราะจะฉีกขาดงายและเหี่ยวเร็ว” นักเรียนควรรู 1 หยวกกลวย หยวกกลวยที่นิยมรับประทาน เชน หยวกกลวยตานี หยวก กลวยนํ้าวา หยวกกลวยที่จะนํามาปรุงอาหารควรเปนหยวกกลวยที่ยังไมออกปลี โดยนํามาหั่นเปนชิ้นเล็กๆ และจะตองใชมีดดึงเสนใยที่ติดอยูกับหยวกออก นําไปแชนํ้าเกลือ แลวจึงจะนําไปประกอบอาหารได นํา สอน สรุป ประเมิน T24
ขอสอบเนน การคิด ๑ ๒ ๓ งานใบตอง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ใบตอง ๒. ดอกพุด ๓. ดอกไม้ต่าง ๆ ๔. ลวดเสียบ ๕. เข็ม ๖. ด้าย ๗. โฟม ๘. ไม้แหลม ขั้นตอนการทําบายศรีพรหม ๑. ฉีกใบตองส�าหรับท�ากรวยแม่และกรวยลูกกว้างประมาณ ๒ นิ้ว และฉีกใบตองส�าหรับห่อกว้างประมาณ ๑.๕ นิ้ว น�าใบตองที่ฉีกแล้วส�าหรับท�ากรวยแม่มาพับม้วนให้เป็นกรวยปลายแหลม พร้อมกับน�าดอกพุด มาวางเสียบไว้ที่ส่วนยอดปลายแหลมของกรวย บายศรี พรหม ๒. น�าลวดมาขดให้เป็นรูปตัวยู แล้วเสียบเข้าไปใน กรวย โดยให้ปลายลวดโผล่ออกมาประมาณ ๑ นิ้ว จากนั้นเย็บตรงกลางกรวย เพื่อไม ่ให้ลวดหลุด ออกมา ๓. น�าใบตองที่ฉีกส�าหรับท�ากรวยลูกมาพับม้วน เหมือนกรวยแม่ แต่ไม่ต้องใส่ลวด และเย็บตรง กลางกรวย เพื่อไม่ให้ใบตองคลายตัว ๒๑ ๑. ใบตอง ๒. ดอกพุด ๖. ด้าย 1 2 3 การฉีกใบตองที่ถูกตอง เพื่อปองกันไมใหใบตองชํ้า มีวิธีการฉีก อยางไร 1. ใชมือฉีกใบตองออกจากกาน 2. ใชเล็บนิ้วกอยฉีกจากโคนไปยังปลายใบตอง 3. ใชตะปูจิก แลวฉีกจากโคนไปยังปลายใบตอง 4. ใชไมบรรทัดวัดความกวางของใบตองตามขนาดที่ตองการ แลวฉีก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเปนวิธีการฉีกใบตองที่ถูกตอง โดยการนําไมบรรทัด หรือนําแมแบบมาวางทาบวัดตามขนาดที่ ตองการแลวฉีก ซึ่งจะทําใหไดใบตองที่มีขนาดความกวางเทากัน และใบไมชํ้า นอกจากนี้ ยังอาจใชเล็บนิ้วหัวแมมือ หรือใชเข็มหมุด จิก แลวฉีกจากโคนไปยังปลายใบตองได) นักเรียนควรรู 1 ใบตอง กอนฉีกใบตองตองตัดสันตอง หรือเอ็นตองออกกอนจึงจะฉีกใบตอง ไดงาย ใชเล็บนิ้วหัวแมมือฉีกใบตองใหไดขนาดเทาๆ กันทุกชิ้น ไมควรวางใบตอง ซอนกันหลายชั้น เพราะอาจทําใหขนาดคลาดเคลื่อนไปจากขนาดจริงได 2 ดอกพุด หากตองการปลูกดอกพุดสําหรับการจัดสวน ควรหาตนกลาพันธุดี มาปลูกลงในดินรวนผสมปุยคอกและปุยหมัก หากตองการปลูกดวยกระถาง ควรเลือกใชกระถางขนาดใหญ สําหรับแปลงปลูกควรขุดหลุมใหมีขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รดนํ้าสัปดาหละ 1 ครั้ง ตั้งกระถางใหโดนแสงแดดโดยตรง และบํารุงโดยการใสปุยปละ 2-3 ครั้ง 3 ดาย ในการใชงานควรเลือกสีของดายใหมีความใกลเคียงกับชิ้นงานมาก ที่สุด หากเย็บใบตองควรเลือกใชดายสีเขียวขี้มา (วีนัสสปน เบอร1385) การเย็บ ใบตองควรใชดาย 2 เสน เพราะหากใชดายเสนเดียว ดายจะมีความคมอาจบาด ใบตองขาดได และสงผลทําใหชิ้นงานขาดความแข็งแรง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 19. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาตัวอยางงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : บายศรี พรหม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการ ประดิษฐบายศรีพรหมทีละขั้นตอน โดยครูขอ อาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบาย ขั้นตอนการประดิษฐบายศรีพรหมใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน 20. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการประดิษฐบายศรี พรหมมาใหนักเรียนดู 21. ครูสาธิตการประดิษฐบายศรีพรหมใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 22. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกประดิษฐบายศรี พรหม หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติ งาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถาม ครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงาน ของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ ชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึงความ ปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 23. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงานประดิษฐ เอกลักษณไทยงานใบตอง : บายศรีพรหม โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 24. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “บายศรีในภาษาเขมร คําวา “บาย” หมายถึง ขาว สวนคําวา “ศรี” หมายถึง สิริ เมื่อนําคําทั้ง 2 คํา มารวมกัน จึงแปลวา ขาวอันเปนสิริมงคล” นํา สอน สรุป ประเมิน T25
๖ ๗ ๘ 9 ๔ ๕ ๔. น�ากรวยลูกที่พับม้วนแล้ว ๓ กรวย วางทับด้านบนของกรวยแม่ โดยวางต�าแหน่งไล่ระดับลงมาตามภาพ จากนั้นน�าใบตองที่ฉีกส�าหรับห่อมาห่อกรวยทั้ง ๔ กรวย ตามภาพ ๕. น�ากรวยลูกมาวางทับอีก ๔ กรวย แล้วห่อด้วยใบตอง ท�าเช่นนี้อีก ๒ ครั้ง จะได้ ๑ ริ้ว ซึ่งประกอบด้วย กรวยแม่ ๑ กรวย และกรวยลูก ๑๕ กรวย โดยท�าทั้งหมด ๔ ริ้ว ๖. วางบายศรีแต่ละริ้ว ชั้นแรกให้มีระยะห่างเท่า ๆ กัน ๔ ริ้ว (๔ ทิศ) จากนั้นยึดริ้วติดกับโฟม โดยใช้ไม้แหลม มาเสียบจากด้านบนของริ้วให้ทะลุไปยึดติดกับโฟม ๗. ท�าริ้วอีก ๔ ริ้ว ซึ่งประกอบด้วยกรวยแม่ ๑ กรวย และกรวยลูก ๘ กรวย แล้วน�าริ้วทั้ง ๔ ริ้ว มาวางสลับ กับริ้วชั้นแรก ๘. ม้วนใบตองเป็นกรวยขนาดใหญ่ตามภาพ วางไว้ตรงกลางของโฟมที่เสียบบายศรี ๙. น�าดอกไม้ที่เตรียมไว้มาประดับตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม หรือท�ามาลัยสวมยอดกรวยขนาดใหญ่ ตรงกลาง เพื่อเพิ่มสีสันตามภาพ ๒๒ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย จากนั้นน�าใบตองที่ฉีกส�าหรับห่อมาห่อกรวยทั้ง ๔ กรวย ตามภาพ 1 เกร็ดแนะครู ในระหวางที่ครูทําการสาธิตวิธีการทําริ้วบายศรีและกรวยบายศรีใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง ครูอาจแนะนําเทคนิคในการทําริ้วบายศรีและกรวยบายศรี ใหมีความประณีตและสวยงาม เพื่อใหนักเรียนสามารถนําไปปฏิบัติตามได เชน การพับมวนริ้วบายศรี การมวนใบตองไมใหใบตองฉีกขาด หรือแตกหักไดงาย ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการพับริ้วใบตอง โดยฝกปฏิบัติตาม แบบที่ครูสาธิตใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง จากนั้นนําผลงานสงครู ผูสอน หากนักเรียนยังปฏิบัติไดไมถูกตองและไมสวยงาม ครูอาจ ใหนักเรียนฝกซํ้า หรือฝกปฏิบัติจนกวาจะประสบความสําเร็จ ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานใบตอง : การทําบายศรี ตามความ สนใจ 1 แบบ โดยศึกษารูปแบบการทําบายศรีในลักษณะตางๆ จากสื่อการเรียนรูที่หลากหลาย จัดทําเปนคลิปวิดีโอพรอมทั้ง อธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานใบตอง : การทําบายศรี ประกอบการ สาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ พรอมทั้งอัปโหลด คลิปวิดีโอลงสื่อโซเชียล เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 25. ครูนําภาพบายศรีในงานพิธีกรรมประเภท ตางๆ มาใหนักเรียนดู พรอมทั้งอธิบาย เพิ่มเติมวา “บายศรีเปนงานศิลปหัตกรรมไทย ที่คนไทยสวนใหญรูจักและคุนเคยมาเปน เวลาชานาน เนื่องจากบายศรีมีความสําคัญ ในการใชประกอบพิธีกรรมตางๆ เพื่อความ เปนสิริมงคล เชน พระราชพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญ พิธีไหวครู พิธีทําขวัญนาค พิธีตั้งศาลพระภูมิ บายศรีจําแนกเปน 2 ประเภทใหญๆ ได คือ บายศรีหลวง เปน บายศรีที่ใชในพระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับ พระมหากษัตริย พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา และพระบรมวงศานุวงศ บายศรีหลวงแบงเปน 3 แบบ คือ • บายศรีตน ใชในงานพิธีสําคัญที่พสกนิกร จัดถวายพระมหากษัตริยในโอกาสสําคัญ ตางๆ • บายศรีสํารับเล็ก ใชในพระราชพิธีสมโภช เดือนและขึ้นพระอู • บายศรีตองรองทองขาว ใชในงานพระราช พิธีใหญ เชน พระราชพิธีสมโภชเดือนและ ขึ้นพระอู พระราชพิธีสมโภชระวางชาง สําคัญ และบายศรีราษฎร ใชประกอบในพิธีกรรม สําคัญสําหรับประชาชนทั่วไป บายศรีราษฎร แบงเปน 3 แบบ คือ • บายศรีปากชาม ใชในงานพิธีบวงสรวง สังเวย ตั้งศาลพระภูมิ • บายศรีใหญ ใชสําหรับเปนเครื่องสังเวย บูชาครูบาอาจารยชั้นพรหม • บายศรีตน ใชในงานพิธีไหวครู พิธีทําขวัญ นาค” นักเรียนควรรู 1 ใบตอง ใบตองที่นิยมนํามาใชสําหรับการทําบายศรีในลักษณะตางๆ มัก เปนใบตองจากตนกลวยตานี เนื่องจากเปนใบตองที่มีลักษณะเงา มัน วาว เมื่อ โดนนํ้าจะยิ่งเกิดประกายสีเขียวเขม ซึ่งจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ใบตองจาก กลวยตานีมีความคงทน ไมฉีกแตกขาดไดงาย เหี่ยวยาก สามารถนํามาพับมวน เปนรูปลักษณะตางๆ ไดงาย และเก็บไวไดนานหลายวัน นํา สอน สรุป ประเมิน T26
ขอสอบเนน การคิด Be careful ในงานแกะสลักผักและผลไม้ต้องใช้ อุปกรณ์มีคม จึงควรปฏิบัติอย ่าง ระมัดระวัง รวมถึงการล้างอุปกรณ์ และการน�าอุปกรณ์เก็บเข้าที่ให้ เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยในการ ใช้งาน หากรู้สึกว่าตนเองมีอาการ ป่วย ไม่ควรปฏิบัติงานแกะสลัก และ ควรอยู่ให้ห่างจากอุปกรณ์มีคม ó งานแกะสลักผักและผลไม้ งานแกะสลักผักและผลไม้เป็นงานที่แสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงทักษะ ทางด้านงานฝมือและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการให้ความส�าคัญกับอาหาร โดยน�างานแกะสลัก ผักและผลไม้มาตกแต่งอาหาร ประโยชน์ของงานแกะสลักผักและผลไม้ มีดังนี้ ๓.๑ หลักการแกะสลักผักและผลไม้ การปฏิบัติงานแกะสลักผักและผลไม้ตามหลักการที่เหมาะสมจะท�าให้มีความสวยงามและ ใช้งานได้จริง ทั้งยังไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร โดยหลักการปฏิบัติงานแกะสลัก มีดังนี้ ตัดแต่งผักและผลไม้ ให้เป็นชิ้นพอดีค�า เพื่อ ความสะดวกและสวยงามในการรับประทาน ดัดแปลงผักและผลไม้เป็นภาชนะบรรจุ อาหารให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ช่วยอนุรักษ์สืบสานงานแกะสลักผักและ ผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ประจ�าชาติไทย สามารถสร้างรายได้เสริมได้ เลือกผักและผลไม้ให้เหมาะสมกับงานแกะสลัก เช่น ผลไม้ที่ เปลือกหนาเหมาะกับการแกะสลักเป็นตะกร้า ผลไม้เนื้อบางเหมาะ กับการปอกคว้านเมื่อรับประทาน เช็ดท�าความสะอาดผักและผลไม้ก่อนน�ามาแกะสลัก โดยเช็ด เบา ๆ ไม่ให้เปลือกถลอกหรือเสียหาย บางชนิดสามารถน�าไปแช่น�้า เพื่อล้างให้สะอาดได้ เลือกที่สดและสวยงามตาม ลักษณะของผักและผลไม้นั้น ๆ และเลือกให้มีหลากหลายสี เตรียมภาชนะให้มีขนาด และรูปทรงเหมาะสมกับผัก และผลไม้ที่จะแกะสลัก ใช้ จัดตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และ ฝกสมาธิ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๒๓ เปลือกหนาเหมาะกับการแกะสลักเป็นตะกร้า ผลไม้เนื้อบางเหมาะ 1 2 หากตองการแกะสลักผลไมเพื่อนํามาใชบรรจุอาหาร ควรเลือก ใชผลไมชนิดใดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. แตงโม 2. มะยงชิด 3. แกวมังกร 4. สมเขียวหวาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะแตงโมเปนผลไมที่มี เปลือกหนา เหมาะสมที่จะนํามาใชแกะสลักเปนตะกรา หรือ ภาชนะสําหรับบรรจุอาหาร โดยการควานเนื้อของแตงโมออก ใหหมด และแกะสลักบริเวณเปลือกใหสวยงามเปนรูปทรงภาชนะ ตามตองการ) นักเรียนควรรู 1 เปลือกหนา ผลไมที่มีเปลือกหนาจะสามารถนํามาปอก ควาน ตัดแตงใหเปน ชิ้นที่มีรูปรางตามตองการได เชน แตงโม แคนตาลูป มันแกว มะมวงดิบ มะละกอ 2 เนื้อบาง ผลไมที่มีเนื้อบางจะสามารถแกะสลักไดไมมากนักและเหมาะ สําหรับการปอกควาน เพื่อการรับประทาน เชน ชมพู พุทรา ละมุด มะปราง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 26. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง งานแกะสลักผัก และผลไม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 27. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน แกะสลักผักและผลไม จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 2 28. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “แกะสลักผักและผลไม เริ่มมีมาตั้งแตสมัยสุโขทัยในงานพระราชพิธี จองเปรียง หรือลอยโคม ในวันเพ็ญเดือน สิบสอง นางนพมาศ หรือทาวศรีจุฬาลักษณ ไดประดิษฐตกแตงโคมลอยใหมีความสวยงาม แปลกตา โดยเลือกดอกไมและเกสรสีตางๆ มาประดับเปนรูปดอกไมซอนสีสลับกันใหเปน ลวดลายสวยงาม นําผักและผลไมมาแกะสลัก เปนรูปมยุรคณานกวิหคหงสใหจิกจับเกสร ดอกไมอยูตามกลีบดอก จากหลักฐานเหลานี้ แสดงใหเห็นวาการแกะสลักผักและผลไมเริ่ม ปรากฏในวังมากอน ซึ่งเรียกไดวาเปนวิชาการ ขั้นสูงของกุลสตรีในรั้วในวัง” 29. ครูถามนักเรียนวา • ระหวางรูปรางของผักและผลไมตามธรรมชาติ กับผักและผลไมที่ผานการแกะสลักให ความรูสึกที่แตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เพราะเหตุใดงานแกะสลักผักและผลไมจึง ไดรับการยกยองใหเปนผลงานที่มีคุณคา และสะทอนใหเห็นถึงเอกลักษณความ เปนไทย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกผักและผลไมที่จะนํามาใชในการ แกะสลักใหนักเรียนฟงวา ควรเลือกผักและผลไมตามฤดูกาล เพราะจะทํา ใหไดผักและผลไมที่มีความสดใหมและราคาถูก เลือกใหตรงกับความตองการ หรือวัตถุประสงคในการแกะสลัก เชน เพื่อการแกะสลักเปนภาชนะ นอกจากนี้ ควรเลือกผักและผลไมที่มีสีสด ผิวเรียบสวย ไมขรุขระ นํา สอน สรุป ประเมิน T27
ขอสอบเนนการคิด ๓.๒ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ ในงานแกะสลัก งานแกะสลักผักและผลไมจําเปนตองอาศัยวัสดุ อุปกรณเพื่อชวยในการแกะสลัก โดยหลักการ เลือกวัสดุ อุปกรณแตละชิ้น มีดังนี้ เลือกตามฤดูกาลที่มีความสดใหม เพื่อความสะดวก ในการแกะสลักและการเก็บรักษา และเลือกให เหมาะสมกับงานแกะสลัก ดอกไมจากมะเขือ ผักและผลไม ชอนกลม ควรเลือกที่ทําจากสเตนเลส ใชสําหรับตัก ไสผักและเนื้อผลไม เชน ตักเนื้อแตงโม ออก เพื่อนําเปลือกไปทําเปนภาชนะ มีดแกะสลักดามแบน เลือกที่มีดามแบนเพื่อ ความถนัดในการจับ และ เลือกใบมีดสเตนเลสเพื่อ ไมใหเกิดปฏิกิริยากับผัก และผลไม โดยมีดแกะสลัก มีลักษณะปลายเรียวแหลม ใชสําหรับการแกะ บาก หั่น ใหเปนลวดลายตาง ๆ มีดแกะสลักดามกลม เลือกที่ใบมีดมีลักษณะเรียวแหลม ทําจากสเตนเลส โดยเลือกใหเหมาะสมกับการใชงาน ซึ่งมีดลักษณะ ดามกลมเหมาะสําหรับผูที่มีทักษะการแกะสลัก เบื้องตนแลว มีดปอกผลไม เลือกที่ใบมีดทําจากสเตนเลส มีความคม และ ความยาวพอเหมาะ สวนมีดปอกสองคมใชเพื่อ ปอกเปลือกผักและผลไม จึงควรเลือกใหเหมาะ กับชนิดผักและผลไม ควรเลือกชนิดที่มีนํ้าหนักเบา ขนาดพอเหมาะกับผัก และผลไม ใชสําหรับรองเศษจากการแกะสลัก ถาดหรือกระจาด ๒๔ มีดแกะสลักดามแบน เลือกที่มีดามแบนเพื่อ 1 “นํ้าแข็งตองการแกะสลักแตงกวา เพื่อใหแมนําไปรับประทาน เปนเครื่องจิ้มคูกับนํ้าพริก แตเธอเคยแกะสลักแคเพียงครั้งเดียว จึงทําใหปฏิบัติไดลาชาและไมคลองแคลว” นํ้าแข็งควรเลือกใชมีด แกะสลักแบบใดจึงจะเหมาะสมและปลอดภัยมากที่สุด 1. มีดปอกผลไม 2. มีดแกะสลักดามสั้น 3. มีดแกะสลักดามแบน 4. มีดแกะสลักดามกลม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะนํ้าแข็งยังไมมีความชํานาญ ในการแกะสลักมากพอ เธอจึงควรเลือกใชมีดแกะสลักดามแบน เพราะเหมาะสมกับผูที่เริ่มตนฝกฝนการแกะสลัก เนื่องจากสามารถ ควบคุมมีดไดงาย ซึ่งจะสงผลใหเกิดความปลอดภัยในขณะ แกะสลักมากที่สุด) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 30. ครูนําวัสดุ อุปกรณในงานแกะสลักผักและ ผลไมมาใหนักเรียนดู ไดแก ผักและผลไม ชนิดตางๆ มีดแกะสลักดามแบน มีดแกะ สลักดามกลม มีดปอกผลไม ชอนกลม และ ถาด หรือกระจาด พรอมทั้งอธิบายวิธีการ ใชงานวัสดุ อุปกรณดังกลาวใหนักเรียนฟง เพื่อ ใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับ วัสดุ อุปกรณในงานแกะสลักผักและผลไม ที่ถูกตอง สามารถเลือกและใชงานไดอยาง ถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย 31. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดการแกะสลักผักและผลไม จึงควรเลือกใชมีดแกะสลักเนื้อสเตนเลส (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน หากใชงานมีดทั่วไป อาจทําใหเนื้อของผักและผลไมชํ้าไดงาย ทําใหมีสีคลํ้า ดูไมสวยงาม และไมนา รับประทาน) 32. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการแกะสลักผักและ ผลไมใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรู ขั้นตอนการปฏิบัติงานแตละประเภท 33. ครูถามนักเรียนวา • จากคลิปวิดีโอที่ไดดูไปนั้น นักเรียนคิดวา ความสวยงามของผลงานการแกะสลักอยู ที่สิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการแกะสลักผักและผลไม นักเรียน จะเลือกผักและผลไมชนิดใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูอาจจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานแกะสลักผักและผลไมมาให นักเรียนดู พรอมทั้งอธิบายลักษณะและวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณ แตละชนิด เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานแกะสลัก ผักและผลไมมากยิ่งขึ้น นักเรียนควรรู 1 มีดแกะสลัก ควรเปนมีดที่มีลักษณะปลายเรียวแหลม คมบาง ทําดวย สเตนเลส หรือเหล็ก หรือทองเหลืองที่ไมเปนสนิม เพื่อชวยปองกันไมใหผักและ ผลไมเปลี่ยนเปนสีดํา ความยาวของตัวมีดสวนที่คมไมควรเกิน 2-3 นิ้ว ความ กวางของใบมีดสวนที่กวางที่สุดประมาณ 1 3-1 2 นิ้ว ดามมีดไมควรมีนํ้าหนักมาก เพราะจะทําใหรูสึกเมื่อยมือเร็ว แกะสลักไดชา และไมควรเปนมีดรูปโคง เพราะ จะทําใหแกะสลักไดยาก นํา สอน สรุป ประเมิน T28
ขอสอบเนน การคิด การแกะสลัก ๓.๓ การฝกแกะสลักผัก ผักหลายชนิดสามารถน�ามาแกะสลักได้หลายรูปแบบ จึงควรฝกปฏิบัติงานแกะสลักหลาย ๆ แบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างหลากหลายและเกิดความสวยงาม ๓ ๔ ๑ ๒ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ฟักทอง ๒. มีดแกะสลัก ๓. มีดปลายแหลม ๔. เขียง ขั้นตอนการแกะสลักดอกบานชื่นจากฟกทอง ๑. เกลาชิ้นฟักทองให้ด้านหน้ากลมนูน แล้วใช้มีดกรีดลากเส้นวงกลมตรงกลางเป็นเกสร ๒. เซาะเนื้อฟักทองรอบเส้นวงกลมออกและเกลาเกสรให้กลม แล้วแกะสลักเกสรโดยวาดเป็นกลีบและเซาะร่อง เพื่อให้กลีบชัดขึ้น จากนั้นแกะกลีบที่สอง โดยเริ่มวาดกลีบจากกลางกลีบแรก ลากยาวเลยออกมาประมาณ ครึ่งหนึ่งของกลีบแรก แล้วเซาะร่องเพื่อให้กลีบชัดขึ้น แกะสลักเกสรสับหว่างจนถึงชั้นในสุด ๓. ปาดเนื้อฟักทองรอบนอกเกสรออก แล้วเซาะร่องโค้งรอบโดยกะขนาดให้เท่ากัน ใช้ปลายมีดวาดกลีบโค้ง ลงในร่องที่เซาะไว้ ท�าเช่นนี้จนครบในชั้นที่ ๑ แล้วปาดเนื้อฟักทองใต้กลีบออก จากนั้นเซาะร่องโค้งเพื่อ แกะสลักกลีบดอกชั้นที่ ๒ สับหว่างกับชั้นที่ ๑ โดยแกะสลักกลีบดอกชั้นที่ ๒ ด้วยวิธีเดียวกับชั้นที่ ๑ ๔. แกะสลักกลีบดอกสับหว่างกันจนหมดชิ้นฟักทอง แล้วตัดเนื้อฟักทองใต้กลีบชั้นสุดท้ายออก ดอกบานชื่น จากฟกทอง ๒๕ เพราะเหตุใดกอนที่จะเริ่มลงมือแกะสลักฟกทองจึงตองมีการ รางแบบบนผลฟกทองกอนเสมอ (แนวตอบ การรางแบบลงบนผลฟกทอง จะชวยใหสามารถ ลงมือแกะสลักผลฟกทองไดอยางมั่นใจตามแบบที่ไดรางไว และ สงผลทําใหการแกะสลักสามารถทําไดงายมากขึ้น เนื่องจาก มองเห็นรอยเสนที่วาดไดอยางชัดเจน จึงไมเกิดความผิดพลาด ในการปฏิบัติงาน) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกฟกทองที่จะนํามาใชในการแกะสลัก ใหนักเรียนฟงวา ควรเลือกใชผลฟกทองแกที่มีความสดใหม เนื้อสีเหลืองนวล ผิวเรียบเนียน ไมขรุขระ ไมมีมีรอยชํ้า หรือรอยของแมลงกัดแทะที่ผิว ซึ่งสามารถ นํามาแกะสลักเปนภาชนะใสของ หรือภาชนะบรรจุอาหารได รวมถึงนํามา แกะสลักเปนรูปดอกไม ใบไม หรือสัตวชนิดตางๆ ตามความตองการ และ เมื่อแกะสลักเสร็จเรียบรอยแลว ใหนําฟกทองไปลางดวยนํ้าเย็นจัด จากนั้นใช ผาขาวบางชุบนํ้าคลุมไว เพื่อใหฟกทองคงความสดอยูเสมอ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 34. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานแกะสลัก : ดอกบานชื่นจากฟกทอง จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการแกะสลักดอกบานชื่นจาก ฟกทองทีละขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัคร นักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการ แกะสลักดอกบานชื่นจากฟกทองใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน 35. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลัก ดอกบานชื่นจากฟกทองมาใหนักเรียนดู 36. ครูสาธิตการแกะสลักดอกบานชื่นจากฟกทอง ใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนไดสังเกตและติดตามแตละขั้นตอน ไดทัน 37. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการแกะสลักดอก บานชื่นจากฟกทอง หากนักเรียนเกิดขอสงสัย ในขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวย เหลือใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 38. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานแกะสลัก : ดอก บานชื่นจากฟกทอง โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยัง ขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 39. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ควรใชผาขาวบาง ชุบนํ้าบิดหมาดคลุมฟกทองที่แกะสลักเสร็จ แทนการแชนํ้า เพราะจะทําใหฟกทองเปลี่ยนสี เนาเร็ว” สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักฟกทองเปนดอกกุหลาบ ไดที่ https://www.youtube.com/watch?v=eYpH3ouEfes นํา สอน สรุป ประเมิน T29
๑ ๒ ๓.๔ การฝกแกะสลักผลไม้ ผลไม้หลายชนิดสามารถน�ามาแกะสลักได้หลายรูปแบบ จึงควรฝกปฏิบัติงานแกะสลัก หลาย ๆ แบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้หลากหลายและเกิดความสวยงาม วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ฝรั่ง ๒. มีดแกะสลัก ๓. มีดปลายแหลม ๔. แบบฝาผอบรูปใบไม้ ๔ ใบ ๕. เขียง ขั้นตอนการแกะสลักผอบจากฝรั่ง ๑. น�าแบบฝาผอบรูปใบไม้ ๔ ใบมาวางบริเวณด้านบน ของผลฝรั่ง ๒. วาดฝาผอบเป็นรูปใบไม้ ๔ ใบ เซาะให้ออกจาก ผลฝรั่งและคว้านเมล็ดออก ผอบ จากฝรั่ง การแกะสลัก ๒๖ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกฝรั่งที่จะนํามาใชในการแกะสลักให นักเรียนฟงวา หากตองการแกะสลักฝรั่ง เพื่อไวรับประทาน ควรเลือกใชฝรั่งสุก และแกะสลักลวดลายแบบงายๆ เชน หั่นเปนชิ้น ตกแตงใหมีลักษณะเหมือน ใบไม หรือหั่นเปนชิ้นขนาดพอดีคํา แกะสลักเปนรูปดอกไมดอกเล็ก ๆ เชน ดอก กุหลาบ ดอกพุดตาน จากนั้นจัดใสถาดผลไมรวมเสิรฟพรอมพริกกับเกลือ หาก ตองการแกะสลักฝรั่ง เพื่อไวประดับตกแตง หรือจัดแสดง ควรเลือกใชฝรั่งหาม เพราะเนื้อแนนและแข็ง และแกะสลักดวยลวดลายที่สลับซับซอนทั้งผล เชน ลาย ดอกรักเรแปลง หรือแกะสลักเปนภาชนะสําหรับบรรจุอาหาร แกะสลักเปนผอบ จัดแสดงพรอมกับชิ้นฝรั่งที่แกะสลักพรอมรับประทาน จากนั้นจัดในถาดผลไม รวมกับชนิดอื่นๆ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 40. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยการแกะสลัก : ผอบจากฝรั่ง จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอน การแกะสลักผอบจากฝรั่งทีละขั้นตอน โดยครู ขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบาย ขั้นตอนการแกะสลักผอบจากฝรั่งใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน 41. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลักผอบ จากฝรั่งมาใหนักเรียนดู 42. ครูสาธิตการแกะสลักผอบจากฝรั่งใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 43. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการแกะสลักผอบ จากฝรั่ง หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือให สอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติ งานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยให ความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 44. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยการแกะสลัก : ผอบ จากฝรั่ง โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 45. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเลือกฝรั่งมาใชใน งานแกะสลัก ควรเลือกที่มีผลทรงกลมปอม ผิวเปลือกเรียบเนียน สด ไมมีรอยเหี่ยว หรือ มีรอยชํ้า ตรงขั้วไมมีสันเนื้อนูนขึ้นมา” ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักใบไม จากฝรั่ง พรอมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลัก ใหพรอมลงมือปฏิบัติการแกะสลักใบไมจากฝรั่ง จากนั้นออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน ใหนักเรียนออกแบบ รางแบบ และฝกปฏิบัติการแกะสลัก ผอบจากฝรั่ง โดยออกแบบลวดลายขึ้นใหมตามความคิดและ จินตนาการของตนเอง ซึ่งลวดลายที่ออกแบบนั้นจะตองมีความ แตกตางจากในหนังสือเรียน และแสดงใหเห็นถึงความเปน เอกลักษณไทยไดอยางชัดเจน จากนั้นออกมานําเสนอผลงานให เพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิดในการออกแบบ ผลงานรวมดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T30
๕ ๖ ๗ ๘ ๓ ๔ ๓. วาดเส้นกลางใบบริเวณฝา ๔. เซาะร่องใบและขอบใบทั้งสี่ ๕. วาดเส้นขอบบริเวณผอบ แล้วเซาะร่อง ๖. วาดกลีบพร้อมปาดเนื้อให้กลีบชัดขึ้นเป็นชั้นที่ ๑ ท�าเช่นนี้จนรอบผลฝรั่งในชั้นที่ ๑ ๗. วาดกลีบพร้อมปาดเนื้อให้กลีบชัดขึ้นเป็นชั้นที่ ๒ โดยกลีบในชั้นที่ ๒ จะสับหว่างกับ กลีบชั้นที่ ๑ ๘. วาดกลีบสับหว่างกันในแต่ละชั้นให้รอบผลฝรั่งตามภาพ แล้วน�าฝาของผอบมาคู่กัน ก็จะได้ผอบจากผลฝรั่งที่สวยงาม ๒๗ กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักผักและ ผลไมในรูปแบบตางๆ จากนั้นเลือกแกะสลักผักและผลไมตาม ความสนใจอยางละ 1 ชนิด 2. ออกแบบลวดลายการแกะสลักผักและผลไมของตนใหมีความ สวยงาม แสดงถึงความเปนเอกลักษณไทย และเปนลวดลายที่ สรางสรรคขึ้นใหม 3. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลักใหพรอม ลงมือปฏิบัติ การแกะสลักผักและผลไม 4. นําผลงานการแกะสลักผักและผลไมของนักเรียนทุกคนมาจัด แสดงผลงานรวมกัน พรอมทั้งใหนักเรียนสาธิตวิธีการแกะสลัก ผักและผลไมเปนตัวอยาง เพื่อใหผูที่สนใจไดศึกษา เรียนรู และเล็งเห็นความสําคัญของงานแกะสลักผักและผลไม ซึ่งเปน งานเอกลักษณไทยที่มีความสวยงาม เกร็ดแนะครู ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน แกะสลัก โดยอาจเนนยํ้าเรื่องความปลอดภัยในการใชงานวัสดุ อุปกรณตางๆ ในงานแกะสลัก เชน มีดแกะสลัก เนื่องจากมีดแกะสลักมีความแหลมคม และลวดลายในการแกะสลักบางลวดลายมีความละเอียดซับซอนมาก ในการ แกะสลักจึงตองจับมีดใหถนัดมือ เลือกใชมีดใหเหมาะสมตามการใชงาน และ ใชมีดแกะสลักดวยความระมัดระวังเปนพิเศษ เพื่อปองกันไมใหเกิดอันตราย ตางๆ ตอรางกายได เชน การถูกมีดแกะสลักบาดมือ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 46. ครูถามนักเรียนวา • ความสะอาดมีความสําคัญมากที่สุดสําหรับ งานแกะสลัก จากขอความนี้ นักเรียนเห็น ดวยหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ผูที่สามารถปฏิบัติงานแกะสลักผักและผลไม ไดดีควรมีคุณสมบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีความออนโยน ใจเย็น มานะ อดทน มุงมั่นตั้งใจ หมั่นฝกฝนและ พัฒนาฝมือของตนเองเปนประจํา มีความ คิดริเริ่มสรางสรรค ชอบเรียนรูสิ่งใหมๆ อยูเสมอ) 47. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ชนิดของงานที่จะนํา การแกะสลักผักและผลไมไปใชแบงเปน 2 ลักษณะงาน คือ สําหรับการรับประทาน การแกะสลักผักและผลไมเพื่อนํามา รับประทานนั้น นอกจากจะตองคํานึงถึง ความสวยงามแลว ยังตองคํานึงในเรื่อง ของคุณคาทางอาหารและสวนที่จะนํามา รับประทานรวมดวย ซึ่งการแกะสลักใน ลักษณะนี้จะไมเนนความออนชอยของ ลวดลายที่นํามาแกะสลักมากนัก และสําหรับ การจัดและตกแตง การแกะสลักผักและ ผลไมเพื่อนํามาใชในการประดับตกแตง จานอาหาร หรือสถานที่ตางๆ นั้น สามารถ ออกแบบไดอยางสวยงามและสรางสรรค ตามความคิดและจินตนาการของผูแกะสลัก ซึ่งลักษณะของผลงานจะเนนที่ความออนชอย งดงามของลวดลายที่นํามาใชในการแกะสลัก เปนหลัก” สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักฝรั่งเปนดอกไม ไดที่ https://www. youtube.com/watch?v=2umPq8v22Sc นํา สอน สรุป ประเมิน T31
ขอสอบเนนการคิด คนไทยใหความสําคัญกับงานศิลปะบนโตะอาหารมา ตั้งแตอดีต สังเกตไดจากวรรณกรรมในหลายๆ เรื่อง ที่กลาวถึง การแกะสลักอาหาร เปนความสามารถหนึ่งของกุลสตรีไทย ในอดีต ปจจุบันการแกะสลักผักและผลไมเปนสวนหนึ่ง ของชางสิบหมู โดยจัดอยูในงานแกะ ประเภทแกะเครื่องสด การแกะสลักผักและผลไม้เป็น ศาสตร์และศิลปที่อยู ่คู ่กับการจัด ตกแต่งอาหารไทยมายาวนาน เพื่อ ให้อาหารน ่ารับประทานมากขึ้น เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ จึงนับ เป็นงานฝมือที่เป็นมรดกตกทอด จากรุ่นสู่รุ่นจนไปสู่ระดับนานาชาติ ¨Õ¹ การแกะสลักผักและผลไม ในประเทศจีน เรียกวา “ฉุยกั่วเตียวเคอ” เปนการเลาเรื่องราวและตํานานของ ชาวจีน นิยมใช ในโอกาสพิเศษและพระราชพิธีสําคัญ โดยทําเปนรูปสัตวมงคลตางๆ เชน เตา มังกร ÞÕè»Ø†¹ การแกะสลักผักและผลไมแบบดั้งเดิมในประเทศ ญี่ปุน เรียกวา “มุกิโมโนะ” โดยวัตถุดิบที่ใชแกะสลักจะ เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและแกะสลักดวยลวดลายญี่ปุน เชน ลายดอกซากุระ ลายพัด ลายคลื่น สัตวตางๆ ½‚มือáกะสÅÑกเสริม¤Ø³¤‹าáÅะสร้างมÙŤ‹า áกะสÅÑกเÅ‹าเรื่องราÇ งานแกะสลักแสดงถึงวัฒนธรรมที่ เปนเอกลักษณของชาติ รวมถึงความเชื่อ และเรื่องราวที่แตกตางกันในแตละสถานที่ จึงเกิดลวดลายการแกะสลักที่ตางกัน ใน ประเทศไทยนิยมแกะสลักดวยลวดลาย ที่แสดงออกถึงความเปนไทย เชน ลาย รวงขาว ลายดอกรักเร ลายดอกบานชื่น ๒๘ ในอดีต ปจจุบันการแกะสลักผักและผลไมเปนสวนหนึ่ง ของชางสิบหมู โดยจัดอยูในงานแกะ ประเภทแกะเครื่องสด 1 นักเรียนคิดวา ในประเทศอื่นๆ มีการแกะสลักผักและผลไม เหมือนประเทศไทยหรือไม อยางไร (แนวตอบ ประเทศอื่นๆ มีการแกะสลักผักและผลไมเชนเดียว กับประเทศไทย ผลงานการแกะสลักผักและผลไมสวนใหญจะมี ลวดลายที่ประณีต ละเอียดออน สวยงาม และแสดงใหเห็นถึงความ เปนเอกลักษณของชนชาตินั้นๆ นอกจากนี้ ยังมีการนําไปใชใน โอกาสพิเศษและพระราชพิธีสําคัญตางๆ เหมือนกับประเทศไทย เชน การแกะสลักผักและผลไมในประเทศจีน เปนการเลาเรื่องราว และตํานานของชาวจีน นิยมใชในโอกาสพิเศษและพระราชพิธี สําคัญ โดยนิยมแกะสลักเปนรูปสัตวมงคลชนิดตางๆ เชน เตา มังกร) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 48. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ฝมือแกะสลักเสริม คุณคาและสรางมูลคา ในกรอบ Know More จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 49. ครูถามนักเรียนวา • งานแกะสลักผักและผลไมของไทย ญี่ปุน และจีน มีลักษณะที่เหมือน หรือแตกตาง กันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การแกะสลักสามารถเพิ่มคุณคาและสราง มูลคาไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เมื่อนําผักที่แกะสลักมาตกแตงจานอาหาร จะชวยใหอาหารดูนารับประทานมากขึ้น หรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 50. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการแกะสลักผักและ ผลไมเปนลวดลายตางๆ จะตองพิจารณาให เหมาะสมกับโอกาส สถานการณ และความ สวยงามของผลงาน เชน หากนํามาจัดใสจาน เพื่อรับประทาน ควรแกะสลักเปนรูปดอกไม หรือใบไมที่มีขนาดพอเหมาะ เพื่อใหสามารถ รับประทานไดอยางสะดวก แกะสลักโดยใช ลวดลายพื้นฐานงายๆ ไมตองมีรายละเอียด มากนัก และควรหลีกเลี่ยงการนําผักและ ผลไมที่แกะสลักไปยอมสี หากมีความจําเปน ที่จะตองยอมสี ควรเลือกใชสีที่สามารถ รับประทานได” นักเรียนควรรู 1 ชางสิบหมู เรียกอีกอยางหนึ่งวา “ชางหลวง” ซึ่งประกอบไปดวยชางตางๆ จํานวน 10 หมู ไดแก ชางเขียน ชางแกะ ชางสลัก ชางกลึง ชางหลอ ชางปน ชางหุน ชางรัก-ลงรักปดทอง ชางบุ และชางปูน ปจจุบันสํานักชางสิบหมูเปน หนวยงานในสังกัดกรมศิลปากร มีหนาที่ในการธํารงรักษา และสืบทอดงาน ศิลปกรรมของไทยที่เปนเอกลักษณของชาติ ทั้งแบบประเพณีรวมสมัยและ ศิลปะแบบประยุกต โดยปฏิบัติงานดานการออกแบบสรางสรรคงานศิลปกรรม ไทยและจัดสรางชิ้นงานที่มีความประณีต ละเอียดออน สวยงาม เพื่อใชในงาน ราชพิธีและโอกาสสําคัญตางๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T32
ขอสอบเนน การคิด ๑. ดูแลดอกไม้ให้สดอยู่เสมอ โดยการแช่น�้าและ พรมน�้า ทั้งก่อนระหว่างและหลังการจัดดอกไม้ ๒. หากใช้ดอกไม้หลายสีให้เลือกใช้สีที่กลมกลืน กันหรือตัดกันแล้วสวยงาม เช่น เหลือง-ขาว ชมพู-แดง ขาว-ชมพู ๓. จัดให้รูปทรงสวยงามมีความสมดุลเมื่อมองจาก ทุกด้าน เหมาะสมกับขนาดของแจกัน ๔. หากมีดอกตูม ดอกแย้ม และดอกบาน ควรจัด ให้มีขนาดลดหลั่นกันไปไม่จัดให้กระจัดกระจาย ๔ งานดอกไม้สด ดอกไม้สดเป็นสิ่งที่ช่วยประดับตกแต่งและเพิ่มบรรยากาศให้มีความสดชื่นสวยงามมากยิ่งขึ้น งานจัดดอกไม้สดเป็นการน�าดอกไม้มารวมช่อด้วยความประณีต สร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการที่ หลากหลาย ใช้ ในการจัดตกแต่งตามโอกาสแตกต่างกันไป ประโยชน์ของงานดอกไม้สด มีดังนี้ ใช้ในพิธีการ ทางศาสนา เช่น แจกันดอกไม้ ส�าหรับวางที่หิ้งพระ พวงมาลัยดอกไม้สด ใช้ ในการประดับ ตกแต่งสถานที่ เช่น โต๊ะอาหาร โต๊ะท�างาน บริเวณอาคาร ใช้มอบเพื่อแสดง ความรู้สึกในโอกาส ส�าคัญ เช่น แสดงความยินดี ในวันรับปริญญา เยี่ยมผู้ป่วย ๔.๑ หลักการจัดดอกไม้สด การจัดดอกไม้สดอย่างถูกต้องตามหลักการจะท�าให้ได้งานดอกไม้สดที่ตรงตามความต้องการ สวยงาม เก็บได้นาน หลักการจัดดอกไม้สด มีดังนี้ ใช้ประดับตกแต่ง ในงานพิธีส�าคัญ เช่น พิธีทางศาสนา พิธีมงคลสมรส งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๒9 โดยการแช่น�้า 1 นักเรียนควรรู 1 แชนํ้า หลังจากตัดดอกไมแลว ควรนําดอกไมไปแชในนํ้าอุนอุณหภูมิ ประมาณ 38-43 องศาเซลเซียส จะชวยใหกานดอกดูดนํ้าไดเร็วขึ้น เปนการ ชดเชยนํ้าไดเปนอยางดี โดยใหนํ้าอยูบริเวณโคนกาน หรือเหนือกานเล็กนอย ดอกไมบางชนิดจะดูดนํ้าไดมากและเร็ว จึงควรตรวจสอบระดับนํ้าใหพอดี หากมากเกินไปโคนดอกไมอาจเนาได ขอใดคือหลักการจัดดอกไมสดที่ถูกตองและเหมาะสม 1. เลือกใชดอกไมที่มีสีกลมกลืนกัน หรือตัดกัน 2. เลือกใชดอกไมที่ดอกบานเต็มที่เพียงอยางเดียว 3. นําดอกไมแชในเครื่องดื่มชูกําลัง เพื่อใหดอกไมสดอยูเสมอ 4. ตัดกานดอกไมใหยาวๆ เพื่อใหดูสูงโปรง เมื่อนํามาจัดใสแจกัน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการจัดดอกไมสด ควรเลือก ใชดอกไมที่มีสีกลมกลืนกัน หรือสีตัดกัน เชน สีเหลือง-สีขาว สีชมพู-สีแดง สีขาว-สีชมพู หากเลือกใชดอกไมสีเดียวกันทั้งหมด จะทําใหดอกไมดูไมมีมิติและขาดความโดดเดนได) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อดอกไมสดใหนักเรียนฟงวา ในการ เลือกซื้อดอกไมสดมีสิ่งที่ตองสังเกตหลายประการ เชน กานตองไมเนา โดย กานจะตองไมผานการแชนํ้ามาเปนเวลานาน จนกระทั่งสงกลิ่นเหม็น ใบตอง ไมเหี่ยวเฉา ไมชํ้า และเนา ตองมีความแข็งแรงตามสภาพของใบไมชนิดนั้นๆ กระเปาะดอกไมลีบแหง เมื่อบีบดูจะตองรูสึกแข็ง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 51. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง งานดอกไมสด จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 หรือศึกษา เพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 52. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ดอกไมสด จาก PowerPoint ม.6 หนวย การเรียนรูที่ 2 53. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดผูคนสวนใหญจึงนิยมใช ดอกไมเปนตัวแทนเพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสสําคัญตางๆ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเคยฝกปฏิบัติงานดอกไมสดหรือไม หากเคย ฝกปฏิบัติสิ่งใด และมีหลักในการ จัดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน จัดแจกันดอกไมเพื่อ ประดับตกแตงโตะอาหาร จัดพานดอกไม เนื่องในงานวันไหวครู จัดชอดอกไมติด อกเสื้อใหกับคุณแมในงานวันเกษียณอายุ ราชการ รอยพวงมาลัยเพื่อนําไปบูชาพระ หลักในการจัดดอกไมสด คือ ตองดูแลดอกไม ใหสดอยูเสมอดวยการพรมนํ้า เลือกใช ดอกไมที่มีสีกลมกลืนกันหรือตัดกัน จัด ดอกไมโดยคํานึงถึงความสมดุลเปนหลัก) • นักเรียนไดรับประโยชนอยางไรเมื่อไดฝก ปฏิบัติงานดอกไมสด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ชวยใหจิตใจเบิกบาน เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน) นํา สอน สรุป ประเมิน T33
ขอสอบเนนการคิด ๔.๒ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ ในการจัดดอกไม้สด การจัดดอกไม้สด จ�าเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ วัสดุ อุปกรณ์แต่ละชนิดมีหน้าที่และ วิธีการเลือกที่แตกต่างกัน หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดดอกไม้สด มีดังนี้ ภาชนะส�าหรับจัดดอกไม้ ภาชนะแตละชนิดมีรูปทรงและขนาดแตกตางกัน โดยเลือกใหเหมาะสมกับงานที่ตองการจัด เชน แจกันทรงกลมเหมาะกับงานที่มีลักษณะเปนพุม เลือกดอกที่มีความสด กลีบดอกและกระเปาะดอก มีความสมบูรณ ลํากานตรง เลือกขนาดของดอกให เหมาะสมกับภาชนะและสถานที่ ดอกไม้ • ตัดกานดอก กระดาษสาและริบบิ้น เลือกที่มีความหนาและแข็งแรงเหมาะสมกับการใชงาน กระดาษสามีทั้ง แบบกระดาษสาแทและกระดาษสาสังเคราะห ใชสําหรับจัดชอดอกไม สวนริบบิ้นใชสําหรับผูกชอดอกไมและทําเปนโบตกแตง โดยเลือกสีและ ความยาวใหเหมาะสมกับดอกไมที่ตองการจัด กรรไกร มีด และคีม มีหนาที่และการใชสอยแตกตางกัน เลือกแตละ ชนิดใหมีความคมและเหมาะสมกับขนาดของ ดอกไม ฟลอราโฟมหรือโอเอซิส เลือกซื้อที่ใหม สะอาด อยูในสภาพสมบูรณ เมื่อ ดูดซึมนํ้าแลวจะมีความชื้น ใชสําหรับปกกานดอกไม เพื่อคงความสดของดอกไม โดยกอนใชควรแชนํ้า เปนเวลาประมาณ ๓๐ นาที • ตัดโอเอซิสและลิดหนามดอกไม • ตัดลวด ๓๐ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 54. ครูนําวัสดุ อุปกรณในงานดอกไมสดมาให นักเรียนดู ไดแก ดอกไมชนิดตางๆ กรรไกร มีด คีม ฟลอราโฟม หรือโอเอซิส กระดาษสา ริบบิ้น และภาชนะสําหรับจัดดอกไม พรอมทั้ง อธิบายวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณดังกลาวให นักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความ เขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณในงานดอกไมสด ที่ถูกตอง สามารถเลือกและใชงานไดอยาง ถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย 55. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนสามารถนํามีดที่ใชตัดดอกไมมาตัด ฟลอราโฟม หรือโอเอซิสไดหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ไมได ควรแยกมีดที่ใช ตัดดอกไมและมีดตัดฟลอราโฟมคนละเลม ไมควรนํามีดที่ใชตัดดอกไมมาตัดฟลอรา โฟม เพราะจะทําใหเสียคมไดงาย) • หากตองการจัดแจกันดอกไม เพื่อไวใช ประดับตกแตงโตะอาหาร นักเรียนจะเลือก ใชแจกันแบบใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน จะเลือกใชแจกันที่มีการ เคลือบภายใน เพื่อความสะดวกในการลาง ทําความสะอาด และสารที่เคลือบภายใน จะชวยปองกันไมใหเกิดการตกคางของ เชื้อแบคทีเรียภายในแจกัน นอกจากนี้ จะ เลือกใชแจกันที่มีนํ้าหนักพอเหมาะ เพื่อให สามารถตั้งอยูไดอยางมั่นคง ปากแจกัน มีลักษณะกวาง เพื่อเพิ่มความสะดวกใน ขณะจัดดอกไม) หากตองการใชฟลอราโฟม หรือโอเอซิสในการจัดดอกไมสด ควรเลือกที่มีลักษณะอยางไร 1. แหง สะอาด ผิวเรียบ 2. ผิวขรุขระ นํ้าหนักมาก 3. มีหลากหลายสีและมีกลิ่นหอม 4. เปยกชุมนํ้า เนื้อเปนผงอัดแข็ง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะฟลอราโฟม หรือโอเอซิสที่ดี จะตองใหม แหง สะอาด ผิวเรียบเนียน อยูในสภาพที่สมบูรณ เมื่อ ดูดซึมนํ้าแลวจะมีความชื้นทั่วทั้งกอน กอนนํามาใชงานจะตองนํา ไปแชนํ้าเปนเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อใหกานดอกไมที่นํามาปก ดูดซึมนํ้าไดมากที่สุด) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟนตัวของดอกไมใหนักเรียนฟงวา ดอกไม ที่วางจําหนายตามรานคาตองผานการบรรจุหีบหอกอนการจัดสง ทําใหดอกไม ขาดนํ้า ดังนั้น หากตองการใหดอกไมฟนตัวจะตองปฏิบัติในลักษณะที่แตกตาง กันไปตามชนิดของดอกไม เชน ดอกกุหลาบ เปนดอกไมที่ตองการนํ้าในปริมาณ ที่มากกวาดอกไมชนิดอื่นๆ ใหปลิดใบและหนาม บริเวณชวงลางของกานดอกออก ใชนํ้าราดที่ใบ หามใชนํ้าราดที่ดอก และหามพรมนํ้า เพราะจะทําใหดอกกุหลาบ บานเร็วกวาปกติ ตัดกานดอกในแนวเฉียง 45 องศา แลวนําไปแชนํ้าที่ผสมอาหาร ของดอกไมไวเรียบรอยแลวดอกกุหลาบจะคอยๆ ฟนตัวขึ้น สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดดอกไมพื้นฐาน เพื่อการประยุกตใชงาน ไดที่ http://artculture.pcru.ac.th/lib/docsKM/10_8.pdf นํา สอน สรุป ประเมิน T34
๑ ๓ ๒๔ ๗ ๖ ๕ ๑ ๓ ๒ ๕ ๔ ๑ ๓ ๒ ๔ ๕ ๔.๓ รูปแบบการจัดแจกันดอกไม้สด การจัดดอกไม้สดมีรูปแบบการจัดที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ ให้เกิดความสวยงาม ตามความเหมาะสม เช่น การจัดแบบช่อ การจัดแบบแจกัน การจัดแบบกระเช้า โดยการจัดแบบ แจกันมีหลากหลายรูปแบบตามลักษณะของดอกไม้ รูปทรงของแจกัน โดยรูปแบบพื้นฐานในการ จัดแจกัน มีดังนี้ การจัดแจกันดอกไม้สด รูปทรงสามเหลี่ยม หน้าจั่ว การจัดแจกันดอกไม้สด รูปทรงกลม การจัดแจกันดอกไม้สด รูปทรงสามเหลี่ยม ด้านไม่เท่า การจัดแจกันดอกไม้สดรูปทรงแนวนอน ๑ ๓ ๔ ๒ ๕ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๓๑ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย การจัดดอกไม้สดมีรูปแบบการจัดที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ ให้เกิดความสวยงาม 1 นักเรียนควรรู 1 การจัดดอกไมสด รูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดที่นิยมมากที่สุด คือ การจัดแจกันแบบทรงสูง ทรงเตี้ย ทรงสามเหลี่ยม และทรงกลม ซึ่งการจัด ดอกไมสดในรูปแบบเหลานี้เหมาะกับโอกาสแสดงความยินดีตางๆ โดยการจัด ดอกไมสดในแตละรูปแบบจะมีขอควรระวังในการจัดที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการจัดดอกไมสดในแตละรูปแบบใหเขาใจกอนที่จะลงมือปฏิบัติ จริง เพื่อใหไดผลงานที่มีความสวยงามและมีคุณภาพ เกร็ดแนะครู ครูอาจนําภาพ หรือเปดคลิปวิดีโอการจัดแจกันดอกไมสดในรูปแบบตางๆ ใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนไดฝกการสังเกตลักษณะและรูปแบบการจัดแจกัน ดอกไมสดวามีลักษณะอยางไรและดอกไมที่นํามาใชในการจัดแจกันดอกไมสด ในแตละรูปแบบนิยมเลือกใชดอกไมชนิดใด ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 56. ครูนําภาพรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดใน ลักษณะตางๆ มาใหนักเรียนดู เชน การจัด แจกันดอกไมสดรูปทรงสามเหลี่ยมหนาจั่ว รูปทรงสามเหลี่ยมดานเทา รูปทรงสามเหลี่ยม ดานไมเทา รูปทรงกลม รูปทรงแนวนอน รูปทรงสูง รูปทรงพัด 57. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนชอบรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสด ในลักษณะใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การจัดแจกันดอกไมสดดวยรูปแบบที่ แตกตางกันจะสงผลตอความรูสึกเมื่อได พบเห็นหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการนําแจกันดอกไมสดไปเยี่ยม ผูปวย นักเรียนควรเลือกจัดแจกันดอกไมสด ในรูปแบบใดจึงจะเหมาะสมมากที่สุด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 58. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดแจกันดอกไมสด รูปทรงสามเหลี่ยมดานเทา เปนทรงที่ไดรับ ความนิยมมาจนถึงปจจุบัน เนื่องจากสามารถ จัดใหเกิดความสมดุลทั้งแบบแทจริงและแบบ ไมจริงได แตปจจุบันนิยมจัดแบบสมดุลไมจริง มากกวา เพราะสะดวกตอการจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ และเมื่อจัดเสร็จเรียบรอยแลวจะมี ความออนชอยกวาแบบสมดุลอยางแทจริง” ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการจัด แจกันดอกไมสด โดยสามารถสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่ หลากหลาย จากนั้นนําขอมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกันและกัน กับเพื่อนรวมชั้นเรียน พรอมทั้งสรุปเกี่ยวกับรูปแบบการจัดแจกัน ดอกไมสดลงในกระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนเลือกรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดตามความ สนใจ 1 รูปแบบ จากนั้นสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะ การจัดดอกไมสดในรูปแบบที่เลือก นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามา ประยุกตใชในการออกแบบรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดที่ตนเอง ไดสรางสรรคขึ้นใหม จากนั้นออกมานําเสนอผลงานการออกแบบ ใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T35
ขอสอบเนนการคิด ๔.๔ การฝกปฏิบัติงานดอกไม้สด งานดอกไม้สดมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีหลายรูปแบบ จึงควรฝกปฏิบัติงานดอกไม้สดหลากหลาย แบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างสวยงาม ตัวอย่าง ดังนี้ ดอกไม้ บนโตะ โพเดียม ขั้นตอนการจัดดอกไม้บนโตะโพเดียม ๑. ตัดโอเอซิสให้มีขนาดตามต้องการ น�าไปแช่น�้า เมื่อชุ่มน�้าแล้วน�ามาวางบนถาด ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ น�าใบโปร่งฟามาปักที่โอเอซิสบริเวณด้านหน้าและ ด้านข้างทั้ง ๒ ข้าง โดยกะระยะห่างของแต่ละใบให้พอเหมาะ ๒. ปักดอกเยอร์บีราบนโอเอซิส ซึ่งดอกแรกจะสูงที่สุด โดยกะให้ ต�าแหน่งที่ปักอยู่ทางซ้ายหรือขวาของกึ่งกลางโอเอซิสเล็กน้อย ๓. ปักดอกเยอร์บีราบนโอเอซิสในต�าแหน่งที่ต้องการ ๓-๕ ดอก โดยให้ความสูงลดหลั่นลงมาจากดอกแรก ๔. น�าดอกกุหลาบมาปักข้างดอกเยอร์บีราที่สูงที่สุดทั้ง ๒ ข้าง โดย ให้ความสูงลดหลั่นลงมาจากดอกเยอร์บีราเล็กน้อย จากนั้นปัก ดอกกุหลาบเพิ่มเติมในบริเวณที่ว่าง โดยกะระยะห่างให้เหมาะสม ๕. น�าดอกบัททอนมาปักตกแต่งบริเวณที่ว่าง โดยกะระยะความห่าง และความสูงให้เหมาะสม ๖. น�าดอกคัตเตอร์มาปักตกแต่งให้เต็มพื้นที่ โดยกระจายให้ทั่ว อย่างสวยงาม วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกเยอร์บีรา ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ดอกบัททอน ๔. ดอกคัตเตอร์ ๕. ใบโปร่งฟา ๖. โอเอซิส ๗. กระดาษฟอยล์ ๘. ถาด ๓ ๔ ๕ ๖ ๑ ๒ งานดอกไม้สด ๓๒ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 59. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : ดอกไมบนโตะโพเดียม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการจัดดอกไมบนโตะโพเดียมทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการจัดดอกไมบนโตะ โพเดียมใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 60. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดดอกไมบน โตะโพเดียมมาใหนักเรียนดู 61. ครูสาธิตการจัดดอกไมบนโตะโพเดียมให นักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนไดสังเกตและติดตามแตละขั้นตอน ไดทัน 62. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการจัดดอกไม บนโตะโพเดียม หากนักเรียนเกิดขอสงสัยใน ขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือ ใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 63. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : ดอกไมบนโตะโพเดียม โดยครูเปนผูตรวจ สอบความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวน ที่ยังขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 64. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดดอกไมใน ลักษณะนี้ตองระวังอยาใหกานดอกสั้น หรือ ยาวเกินไป ตองพิจารณาใหเหมาะสมกับ ขนาดของโตะเปนหลัก” การสังเกตวาฟลอราโฟม หรือโอเอซิสมีความชุมนํ้าทั่วแลว ทั้งกอนหรือไม มีวิธีการสังเกตอยางไร 1. ตองมีความแข็งและหนัก 2. ภายนอกตองเปยกชุมทั้งหมด 3. ภายนอกจะแหงสนิท แตภายในจะชุมนํ้า 4. กอนนําขึ้นมาจะตองไมมีฟองอากาศเกิดขึ้น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการสังเกตวาฟลอราโฟม หรือโอเอซิสมีความชุมนํ้ามากพอที่จะนําไปใชงานหรือไมนั้น มี วิธีการสังเกต คือ จะตองมีความเปยกชุมทั้งภายในและภายนอก ตองไมมีฟองอากาศเกิดขึ้นกอนนําขึ้นมาจากนํ้า เพราะหากยังเกิด ฟองอากาศอยูจะหมายความวา ดานในยังมีสวนที่แหงอยู จึงไม เหมาะตอการนําไปใชงาน) บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับดอกไมประจําชาติอาเซียนใหนักเรียนฟงวา ดอกไมประจําชาติอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีความสวยงามที่แตกตางกัน เชน บรูไน : ดอกซิมปอร มีสีเหลือง กลีบใหญ บานเต็มที่จะมีลักษณะคลายรม กัมพูชา : ดอกลําดวน มีสีขาวปนสีเหลืองนวล กลีบดอกหนาทึบและแข็ง อินโดนีเซีย : ดอกกลวยไมราตรี ดอกจะบานแคปละ 2-3 ครั้ง ลาว : ดอกจําปาลาว มีสีสันหลากหลาย เชน สีชมพู สีเหลือง สีแดง มาเลเซีย : ดอกพูระหง กลีบดอกเปนสีแดง มีเกสรยื่นออกมาเหนือดอก ฟลิปปนส : ดอกพุดแกว มีสีขาว กลีบดอกเปนรูปดาว สงกลิ่นในเวลากลางคืน สิงคโปร : ดอกกลวยไมแวนดา มีสีมวงสดและบานตลอดทั้งป ไทย : ดอกราชพฤกษ มีสีเหลือง เปนพวงสวยงาม เวียดนาม : ดอกบัว มีหลากสี เมียนมา : ดอกประดู มีสีเหลืองทอง สงกลิ่นหอมในเดือนเมษายน นํา สอน สรุป ประเมิน T36
ขอสอบเนนการคิด งานดอกไม้ส ด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ บูเก้ ดอกบัว ขั้นตอนการจัดบูเก้ดอกบัว ๑. พับกลีบดอกบัวตามขวาง แล้วสอดปลายกลีบที่โคนดอกให้ลึก พับจนครบทุกกลีบ ๒. น�าดอกบัวที่พับแล้วมาจัดเป็นช่อให้มีลักษณะเป็นทรงกลม ๓. น�าดอกกล้วยไม้มาจัดเรียงเพื่อปกปิดช่องว่างระหว่างดอกบัวให้สวยงาม ๔. น�าใบพุดซ้อนมาจัดเรียงรอบช่อดอกไม้ ใช้กาบกล้วย เชือก หรือลวด มัดรวมกันให้แน่น ๕. น�าใบบัวมาพับครึ่ง โดยน�าด้านที่มีสีเข้มไว้ด้านนอก แล้วน�ามาวางรองช่อดอกไม้ให้รอบ ใช้กาบกล้วย เชือก หรือลวด มัดรวมกันให้แน่น จากนั้นน�าใบบัวมาพันที่ก้านของช่อดอกไม้ให้สวยงาม ๖. น�าริบบิ้นมามัดบริเวณโคนของช่อดอกไม้ให้แน่นและสวยงาม วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกบัว ๒. ใบบัว ๓. ดอกกล้วยไม้ ๔. ใบพุดซ้อน ๕. กาบกล้วย เชือก หรือลวด ๖. ริบบิ้น ๓๓ บูเก้ 1 การจัดดอกไมบูเก ทรงใดเหมาะสําหรับการนําไปใชในงาน มงคลสมรส 1. บูเกทรงสูง 2. บูเกทรงกลม 3. บูเกทรงกลมยาว 4. บูเกทรงสามเหลี่ยม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปนชอดอกไมที่ไดรับ ความนิยมเปนอยางมากสําหรับใชในงานมงคลสมรส เนื่องจากมี ขนาดกะทัดรัดและมีนํ้าหนักไมมากนัก ซึ่งเหมาะที่จะใหเจาสาว ถือและโยน เพื่อมอบชอดอกไมใหแขกที่มารวมงาน) นักเรียนควรรู 1 บูเก เปนการนําดอกไมชนิดเดียวกัน หรือดอกไมหลากหลายชนิดที่มีสี เหมือนกัน หรือหลากหลายสีมามัดรวมกันเปนรูปทรงตางๆ โดยองคประกอบ ของการจัดดอกไมแบบบูเก มีดังนี้ • ดอกไมหลัก เปนดอกไมที่เปนจุดเดนของชอ เชน ดอกกุหลาบ ดอกลิลลี • ดอกไมแซม เปนดอกไมที่ใชเพื่อแตงเติมความสวยงามของชอดอกไม ใหมีความกลมกลืนกันมากยิ่งขึ้น เชน ดอกยิปโซ ดอกยิปซี • ใบไม ใชเติมเต็มชอดอกไมใหดูมีความธรรมชาติมากยิ่งขึ้น • การหอชอ เปนการนํากระดาษสีตางๆ มาหอดอกไม เพื่อใหเกิดความ สวยงาม • โบ ควรเลือกใชโบที่มีสีกลมกลืนกับชอดอกไม หรือมีสีตัดกัน เพื่อให ชอดอกไมมีความโดดเดนยิ่งขึ้น ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 65. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : บูเกดอกบัว จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการจัด บูเกดอกบัวทีละขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัคร นักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการ จัดบูเกดอกบัวใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 66. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดดอกไม บนโตะโพเดียมมาใหนักเรียนดู 67. ครูสาธิตการจัดบูเกดอกบัวใหนักเรียนดูเปน ตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละขั้นตอน อยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกตและ ติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 68. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการจัดบูเก ดอกบัว หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน อยางใกลชิดและคอยใหความชวยเหลือ และ เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงานรวมดวย 69. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : บูเก ดอกบัว โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 70. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดบูเกไมควรจับ ที่ชอ เพราะจะทําใหกานของดอกไมเกิด ความรอน และจะสงผลใหดอกไมเหี่ยวและ เฉาไดเร็วกวาปกติ” นํา สอน สรุป ประเมิน T37
งานดอกไม้สด ๓ ๔ ๕ ๖ ๑ ๒ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. แจกัน ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ดอกมิกกี้เม้าส์ ๔. ใบเตยลาย ๕. ใบเล็บครุฑผักชี ๖. โอเอซิส ๗. เครื่องเย็บกระดาษและลวดเย็บกระดาษ ขั้นตอนการจัดแจกันดอกไม้ทรงกลม ๑. น�าใบเตยลายมาม้วนปลายใบเป็นวงกลม แล้วเย็บด้วยเครื่องเย็บกระดาษจ�านวน ๖ ใบ ๒. น�าใบเตยลายที่ม้วนแล้วมาปักลงในโอเอซิสที่ชุ่มน�้า ในแจกัน โดยปักบริเวณกึ่งกลางของแจกัน จัดให้ลดหลั่นกัน ให้มีระยะห่างที่สวยงาม ๓. น�าใบเล็บครุฑผักชีมาปักบริเวณด้านล่างรอบ ๆ แจกันให้สวยงาม ๔. น�าดอกกุหลาบมาปักรอบแจกันเป็นวงกลมให้สูงกว่าใบเล็บครุฑผักชี แต่ต�่ากว่าใบเตยลาย ๕. น�าดอกกุหลาบมาปักรอบแจกันเป็นชั้นที่ ๒ โดยจัดให้เป็นทรงกลมและปิดช่องว่างที่มีขนาดใหญ่ ๖. น�าดอกมิกกี้เม้าส์มาปักเพื่อปิดช่องว่างขนาดเล็กที่เหลืออยู่และตกแต่งให้สวยงาม แจกันดอกไม้ ทรงกลม ๓๔ ๓. ดอกมิกกี้เม้าส์ ๕. ใบเล็บครุฑผักชี ๔. ใบเตยลาย 1 3 2 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 71. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : แจกันดอกไมทรงกลม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการจัดแจกันดอกไมทรงกลมทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 72. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมมาใหนักเรียนดู 73. ครูสาธิตการจัดแจกันดอกไมทรงกลมให นักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบ ทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนได สังเกตและติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 74. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการจัดแจกัน ดอกไมทรงกลม หากนักเรียนเกิดขอสงสัยใน ขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือ ใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนัก ถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 75. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : แจกันดอกไมทรงกลม โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยัง ขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 76. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การปกดอกไมในแจกัน ดอกไมทรงกลม ตองระวังอยาปกใหโคนกาน ดอกชนกัน เพราะจะทําใหดูดนํ้าไดไมเต็มที่” นักเรียนควรรู 1 ดอกมิกกี้เมาส เปนไมพุมยืนตนที่มีเมล็ด ซึ่งเมล็ดที่แกเต็มที่แลวจะมีลักษณะ กลมรีและมีสีดําคลายกับลักษณะจมูกของมิกกี้ เมาส ตัวการตูนของ วอลต ดิสนีย จึงไดมีการนําชื่อนี้มาตั้งเปนชื่อของตนไม 2 ใบเตยลาย เปนไมประดับและเปนไมพุมขนาดกลาง มีความโดดเดนที่ใบ ซึ่งมีขอบสีเขียวดานในมีสีเหลือง ปลายใบเรียวแหลมเหมาะกับการนําไปปลูก ประดับสวน ริมบอนํ้า หรือนิยมนําไปจัดแจกันเพราะขอบใบไมมีหนามแหลม 3 เล็บครุฑ เปนไมประดับที่นิยมปลูกทั้งในกระถางและแปลงจัดสวน เนื่องจาก มีลําตนและทรงพุมไมสูงมากนัก ใบมีลักษณะแปลก มีลวดลายสวยงาม รวมถึง เปนไมมงคลที่เชื่อกันวาจะคอยคุมครองภยันตรายไมใหกลํ้ากลายทั้งภูตผี วิญญาณชั่วราย มนตรดํา และสิ่งอัปมงคลตางๆ ใหนักเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมตามที่ครูกําหนดให แลวฝกปฏิบัติการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมพรอมกับที่ครูสาธิตใหนักเรียนดูเปนตัวอยางในแตละ ขั้นตอน นําผลงานสงครูผูสอน ใหนักเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดแจกันดอกไม ทรงกลม ซึ่งสามารถเลือกดอกไมไดตามความสนใจ โดยคํานึง ถึงความประหยัดรวมดวย จากนั้นฝกปฏิบัติการจัดแจกันดอกไม ตามความคิดสรางสรรคของตนเอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวไมเกิน 15 นาที พรอมทั้งอัปโหลดคลิปวิดีโอลงสื่อ โซเชียล เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน นํา สอน สรุป ประเมิน T38
ขอสอบเนน การคิด งานดอกไม้สด ๑ ๒ ๓ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกรัก ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ไม้ไผ่เหลา ๔. ผ้าสีขาว ๕. ด้ายและเข็ม ๖. ปากกา ๗. ใบตอง ตาข่าย หน้าช้าง ขั้นตอนการปฏิบัติตาขายหน้าช้าง ๑. พันไม้ไผ่ด้วยผ้าสีขาว จากนั้นใช้ปากกาขีดแบ่ง ช่องตาข่ายเพื่อร้อยดอกรัก แล้วร้อยดอกรัก แถวที่ ๑ แบบหัวชนหัว หางชนหาง เป็น ๒ คู่ ติดกับผ้าที่พันไม้ตามช ่องตาข ่ายที่แบ ่งไว้จน ครบทุกช่อง จะได้เป็นแถวที่ ๑ ๒. ขึ้นแถวที่ ๒ ร้อยดอกรักเหมือนแถวที่ ๑ แต่สลับ เป็นรูปฟันปลา และท�าเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้ เป็นรูปสามเหลี่ยม ๓. ฉีกใบตองกว้างประมาณ ๔ นิ้ว ม้วนเป็นรูป กรวยแหลมให้แน่น แล้วจับกลีบกุหลาบเป็นจีบ กระพุ้ง โดยเอาด้านโคนกลีบขึ้น น�าไปประกบกับ ยอดกรวยใบตอง ใช้ด้ายพันให้แน่น ๓๕ ๑. ดอกรัก 1 นักเรียนควรรู 1 ดอกรัก มักพบตามที่วางริมทางที่มีแดดจัด มีทั้งสีขาวและสีมวง การใช ประโยชนจากดอกรักนั้นมีความผูกพันกับขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย มาอยางยาวนาน เชนเดียวกับชื่อที่เปนไมนามมงคล จะพบวาดอกรักจะถูกนํา มาใชในงานมงคลตางๆ เชน มาลัย เครื่องมงคลถวายพระ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องแขวนดอกไมสดใหนักเรียนฟงวา เครื่องแขวน ดอกไมสดของไทย เปนงานหัตถศิลปที่มีมาตั้งแตสมัยอยุธยา แตเมื่อครั้งเสียกรุง ครั้งที่ 2 ก็ไดเลือนหายไป จนกระทั่งมีการฟนฟูขึ้นอีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร ผูที่เปนบุคคลสําคัญในการฟนฟูการทําเครื่องแขวนดอกไมสด คือ เจาจอมมารดา ตานี เจาจอมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 77. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : ตาขายหนาชาง จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติตาขายหนาชางทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติตาขาย หนาชางใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 78. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการปฏิบัติตาขาย หนาชางมาใหนักเรียนดู 79. ครูสาธิตการปฏิบัติตาขายหนาชางใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 80. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการปฏิบัติตาขาย หนาชาง หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือ ใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนัก ถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 81. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : ตาขายหนาชาง โดยครูเปน ผูตรวจสอบความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติม ในสวนที่ยังขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 82. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ดอกรักควรใสไวใน ตะแกรงแลวคลุมดวยผาขาวบาง ไมควรพรม นํ้าเพราะจะทําใหดอกชํ้าและเนาไดงาย” การประดิษฐตาขายหนาชางสามารถนําไปใชประโยชนไดอยางไร (แนวตอบ การประดิษฐตาขายหนาชางสามารถนําไปใชประโยชน ไดหลายประการ เชน ใชประดับตกแตงอาคารสถานที่ตางๆ เพื่อ ใหเกิดความสวยงาม สามารถนําไปแขวนไวที่ประตู หรือหนาตาง เมื่อลมพัดผานจะสงกลิ่นหอม ทําใหรูสึกผอนคลาย ซึ่งดอกไม ที่นํามาใชสวนใหญจะเปนดอกพุด ดอกกระดังงา ดอกจําป และดอกจําปา) นํา สอน สรุป ประเมิน T39
๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๔. จับกลีบกุหลาบเป็นจีบกระพุ้ง น�าไปประกบตรงข้ามกับกลีบที่ ๑ ใช้ด้ายพันแล้วเย็บให้แน่นเป็นชั้นที่ ๑ ส่วน ชั้นที่ ๒ ใช้กลีบกุหลาบ ๒ กลีบ จับกลีบกระพุ้งน�าไปประกบให้ต�่ากว่าชั้นที่ ๑ เล็กน้อย จึงใช้ด้ายมัดและเย็บ ๕. ชั้นที่ ๓ ใช้กลีบกุหลาบ ๒ กลีบ จับกลีบกระพุ้งน�าไปประกบให้ต�่ากว่าชั้นที่ ๒ เล็กน้อย ใช้ด้ายมัดและเย็บ จากนั้นขึ้นชั้นที่ ๔ โดยใช้ดอกกุหลาบประมาณ ๔-๕ กลีบ (ตามความเหมาะสมของข่าที่ท�า) จับจีบกระพุ้ง แล้วน�าไปประกบต�่ากว่าชั้นที่ ๓ เล็กน้อย จึงน�ากลีบต่อไปที่จับกระพุ้งแล้วมาวางต่อจากกลีบแรกของ ชั้นที่ ๔ โดยวางทับประมาณครึ่งกลีบ ท�าเช่นนี้จนครบรอบแถวที่ ๔ ใช้ด้ายมัดและเย็บให้แน่น จากนั้น ตัดใบตองให้พอดีกับโคนดอกข่า เพื่อน�าดอกข่ามาท�าเป็นอุบะ โดยท�าอุบะทั้งหมด ๓ ขา อุบะที่จะอยู่บนสุด ใช้ดอกรักจ�านวน ๗ ดอก ส่วนอุบะที่อยู่บริเวณอื่น ใช้ดอกรักจ�านวน ๒ ดอก ๖. น�าดอกข่าและดอกรักมาร้อยเป็นอุบะ แล้วน�าอุบะมามัดที่ด้านข้างสุดของตาข่ายตั้งแต่แถวแรกจนถึง แถวสุดท้าย ท�าเช่นนี้ทั้ง ๒ ข้าง ๗. ร้อยดอกรักเป็นเส้นตามความยาวของไม้ไผ่ แล้วน�ามาผูกทาบกับไม้ไผ่ ๘. ร้อยดอกรักเพื่อท�าสายห้อยตาข่ายข้างละประมาณ ๒๐ ดอก แล้วน�ามาผูกที่ปลายไม้ไผ่ทั้ง ๒ ข้าง ๙. น�าอุบะมาผูกตรงกลางและด้านข้างทั้ง ๒ ข้าง ๓๖ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 83. ครูนําภาพงานดอกไมสดประเภทเครื่องแขวน มาใหนักเรียนดู พรอมทั้งอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดประเภทของเครื่องแขวนดอกไมสด สามารถแบงเปน 3 ประเภท คือ • แบงตามแบบแผนในการประดิษฐตกแตง ซึ่ง จะแบงเปน 3 แบบ คือ แบบไทยประณีตศิลป หรือแบบโบราณ จะประกอบดวยเครื่อง แตงตัวเต็มที่มีอุบะ เฟอง และดอกทัดหู แบบไทยประยุกต หรือแบบการตกแตง โดยประทีป หรือโคมไฟจากของจริง จะ ประกอบดวยเครื่องแตงตัวแตลดลงกวา แบบที่ 1 และแบบไทยสากล หรือแบบ สมัยใหม จะประกอบดวยเครื่องแตงตัวตาม ลักษณะธรรมชาติ ไมมีการประดิษฐ หรือ รอยกรองดอกไม • แบงตามวัสดุที่นํามาใช ซึ่งจะแบงเปน 3 ลักษณะ คือ เครื่องแขวนดอกไมสด จะ ใชดอกไม ใบไมสดมาประดิษฐ เครื่องแขวน ดอกไมเทียม จะใชวัสดุอื่นๆ มาประดิษฐ เชน ผา ริบบิ้น และเครื่องแขวนจากวัสดุ อื่นๆ เชน การนําใบลานมาสานเปนปลา ตะเพียน การนําเกล็ดปลามาตัด ระบายสี แลวเจาะรูแขวน • แบงตามขนาด ซึ่งจะแบงเปน 4 ลักษณะ คือ เครื่องแขวนขนาดจิ๋ว มีเสนผาศูนยกลาง นอยกวา 8 นิ้ว เครื่องแขวนขนาดเล็ก มีเสน ผาศูนยกลางตั้งแต 8-12 นิ้ว ยาว 15-40 นิ้ว เครื่องแขวนขนาดกลาง มีเสนผาศูนยกลาง ตั้งแต 5-20 นิ้ว ยาว 40-50 นิ้ว และเครื่อง แขวนขนาดใหญ มีเสนผาศูนยกลางตั้งแต 19-30 นิ้ว ยาว 50-100 นิ้ว (2.5 เมตร) ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการจับกลีบกุหลาบแลวมัด เพื่อทําเปน ดอกขาตามที่ครูไดสาธิตใหดูเปนตัวอยาง เมื่อปฏิบัติจนครบตาม จํานวนที่ตองการแลว ใหนักเรียนนําดอกขาทั้งหมดมารอยเปนอุบะ นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการทําดอกขา ซึ่งสามารถเลือกกลีบดอกไมไดตามความสนใจ ฝกปฏิบัติการทํา ดอกขา นําดอกขาทั้งหมดมารอยเปนอุบะ จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงาน พรอมทั้งอธิบายเหตุผลในการเลือกใชกลีบดอกไมชนิด อื่นๆ แทนกลีบกุหลาบวามีความเหมือน หรือแตกตางกันอยางไร พบปญหาใดและแกปญหานั้นไดอยางไร เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกลีบกุหลาบที่จะนํามามัดรวมกันเปน ดอกขาใหนักเรียนฟงวา ควรระมัดระวังการจับกลีบกุหลาบใหมากที่สุด โดยตองจับอยางเบามือ และในการมัดไมควรมัดใหแนนจนเกินไป เพราะจะ ทําใหกลีบกุหลาบขาดไดงาย และไมสามารถนํามาประดิษฐไดตอ นอกจากนี้ ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิษของตนรักใหนักเรียนฟงวา ยางของตนรัก เปนอันตรายตอผิวหนังและดวงตา เนื่องจากยางและใบมีสารพิษ Digitalis ซึ่ง จะออกฤทธิ์เปนพิษตอหัวใจและเลือด ทําใหเกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุปาก และกระเพาะอาหาร จากนั้นจึงเกิดการอาเจียน ปวดศีรษะ ทองเดิน และ ปวดทอง ดังนั้น ในการเก็บดอกรัก จึงควรแตงกายอยางรัดกุม มิดชิด สวม ถุงมือยาง แวนตา และใชผาปดปากและจมูกทุกครั้ง เพื่อปองกันอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นได นํา สอน สรุป ประเมิน T40
ขอสอบเนน การคิด งานดอกไม้สด ๑ ๒ ๓ ๔ งานประดิษฐเอกลักษณ ไทยเปนงานที่สะทอนถึงวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย อันแสดงถึงฝมือและความคิดสรางสรรคที่อยูคูกับคนไทยมายาวนาน การฝกฝนงานประดิษฐ เอกลักษณไทยจะชวยใหเกิดความเชี่ยวชาญและสรางผลงานที่ทรงคุณคาได สรุป วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกรัก ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ไม้ไผ่ ๔. ผ้าสีขาวและปากกา ๕. ด้ายและเข็ม ๖. ใบตอง ขั้นตอนการปฏิบัติวิมานพระอินทร์ ๑. พันไม้ไผ่ด้วยผ้าสีขาว แล้วใช้ปากกา ขีดแบ่งเป็นช่อง ๆ เพื่อร้อยเป็นตาข่าย จากนั้นน�าดอกรักมาร้อยแบบหัวชนหัว หางชนหาง เป็น ๒ คู่ ติดกับผ้าที่พันไม้ ตามช่องตาข่ายที่แบ่งไว้จนครบทุกช่อง จะได้เป็นแถวที่ ๑ ๒. ขึ้นแถวที่ ๒ ร้อยดอกรักเหมือนแถวที่ ๑ แต่สลับเป็นรูปฟันปลา และท�าเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงแถวสุดท้าย จะได้เป็นรูปสามเหลี่ยม ท�าตาข่ายเช่นนี้จ�านวน ๒ ชิ้น ๓. น�าดอกข่าและดอกรักมาร้อยเป็นอุบะ แล้วน�าอุบะมามัดที่ด้านข้างสุดของตาข่าย ๑ ชิ้น ตั้งแต่แถวแรกจนถึง แถวสุดท้าย ท�าเช่นนี้ทั้ง ๒ ข้าง ร้อยดอกรักเป็นเส้นตามความยาวของไม้ไผ่ แล้วน�ามาผูกทาบกับไม้ไผ่ จากนั้นร้อยดอกรักเป็นเส้นจ�านวน ๒ เส้น แล้วน�ามาผูกที่ปลายไม้ไผ่ของตาข่ายทั้ง ๒ ชิ้น ๔. ผูกเชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว โดยให้ตาข่ายที่มีอุบะห้อยด้านข้างเป็นส่วนฐานล่างของเครื่องแขวน แล้วน�าอุบะ มาร้อยที่ปลายไม้ไผ่ทั้ง ๒ ข้าง และตรงกลางของตาข่ายอีกชิ้นที่เป็นส่วนบน จากนั้นร้อยดอกรักเป็นเส้น จ�านวน ๖ เส้น แบ่งผูกข้างละ ๓ เส้น ตามภาพ น�าดอกข่ามาร้อยตรงกลางของตาข่ายด้านบน แล้วร้อยดอกรัก ต่อขึ้นไปอีก ๒ ดอก ไว้ส�าหรับผูกเพื่อน�าไปแขวน วิมาน พระอินทร งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๓๗ ๓. ไม้ไผ่ ๔. ผ้าสีขาวและปากกา 1 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 84. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : วิมานพระอินทร จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติวิมานพระอินทรทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติวิมาน พระอินทรใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 85. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการปฏิบัติวิมาน พระอินทรมาใหนักเรียนดู 86. ครูสาธิตการปฏิบัติวิมานพระอินทรใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 87. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการปฏิบัติวิมาน พระอินทร หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบ ถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงาน ของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ ชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึงความ ปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 88. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงานประดิษฐ เอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : วิมานพระอินทร โดยครูเปนผูตรวจสอบความ ถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตก บกพรองจากการปฏิบัติงาน 89. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “อุบะที่นํามาผูกกับ เครื่องแขวนจะชวยใหเครื่องแขวนมีความ ออนชอยมากขึ้น โดยนิยมผูกติดใตเฟอง” นักเรียนควรรู 1 วิมานพระอินทร เปนเครื่องแขวนดอกไมสด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากตาขาย หนาชางและบันไดแกว 2 ไมไผ เปนไมที่นิยมนํามาใชในการกอสรางและการตกแตง อีกทั้งยัง สามารถนํามาประยุกตใชกับบานไดอยางหลากหลาย เพราะไมไผเปนไมเนื้อแข็ง ลําตนมีความแข็งแรง เหนียว นํ้าหนักเบา ยืดหยุน และดัดโคงงอไดงาย จึงถูก นํามาประยุกตใชเพื่อตอยอดใหเกิดเปนดีไซนใหมๆ ที่แปลกตา ซึ่งสามารถพบ ไดมากในการทําเครื่องเรือนเพื่อตกแตงบานและใชในงานประดิษฐ เกร็ดแนะครู ครูควรแนะนํานักเรียนวา ไมไผที่นํามาใชในการประดิษฐวิมานพระอินทรนั้น จะตองเปนไมไผที่เหลามาเรียบรอยแลว เนื้อไมตองเรียบเนียน ไมมีเสี้ยนไม เพราะหากมีเสี้ยนไมอาจทําใหบาดหรือทิ่มตํามือได วิมานพระอินทรเปนเครื่องแขวนที่พัฒนามาจากเครื่องแขวน ในรูปแบบใด 1. พวงแกว 2. วิมานแทน 3. ตาขายหนาชาง 4. ระยาทรงเครื่อง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเปนเครื่องแขวนดอกไมสด ที่นําไปใชสําหรับประดับ หรือแขวนที่ประตู หรือหนาตาง ซึ่งเพิ่มเติม หรือพัฒนาขึ้นมาจากตาขายหนาชาง ระหวางจั่วบนและ จั่วลางที่เปนกรอบสี่เหลี่ยมผืนผาคลายชองหนาตาง ตรงกลางจั่ว อาจติดแบบพระอินทร แบบกระหนกบนจั่วลาง หรืออาจจะไมติด แบบเลยก็ได) นํา สอน สรุป ประเมิน T41