The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3617003TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม6-[221221]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กัลยกร ไชยมงคล, 2023-05-12 04:02:37

3617003TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม6-[221221]

3617003TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม6-[221221]

การงานอาชีพ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ÕÐ.- ม.๖ มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ปัณณวัฒน์ สุรกีรติกุล มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ www.aksorn.com บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ์ 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) www.aksorn.com Aksorn ACT หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๖มนตรี สมไร่ขิง และคณะ นร. การงานอาชีพ ม.6 ISBN : 978 - 616 - 203 - 959 - 1 72.- ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè  úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ġ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ġ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ   ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ    ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ    Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ    ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ    Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò    ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā    Ģ èāñêŠââöĀáèŞùćòÐĄòäăÐćô   ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ    ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ    Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ   éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā    èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè  ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ð  ġ   9 786162 039591 คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๖ ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st คู่มือครู นร.การงานอาชีพ ม.6 300.- 8 858649 147905 ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๖คู่มือครู การงานอาชีพ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ÕÐ.- ม.๖ มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ปัณณวัฒน์ สุรกีรติกุล มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ www.aksorn.com บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ์ 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) www.aksorn.com Aksorn ACT หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๖มนตรี สมไร่ขิง และคณะ นร. การงานอาชีพ ม.6 ISBN : 978 - 616 - 203 - 959 - 1 72.- ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè  úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ġ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ġ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ   ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ    ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ    Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ    ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ    Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò    ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā    Ģ èāñêŠââöĀáèŞùćòÐĄòäăÐćô   ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ    ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ    Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ   éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā    èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè  ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ð  ġ   9 786162 039591 คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๖ ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st คู่มือครู นร.การงานอาชีพ ม.6 300.- 8 858649 147905 ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๖คู่มือครู


ผู้เรียบเรียงหนังสือเรียน นายมนตรี สมไร่ขิง ผศ.เพ็ญพร ประมวลสุข นายปัญญา สังข์ภิรมย์ นางวรรณี วงศ์พานิชย์ นางศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทำร ดำร.สถิตย์พงษ์ มั่นหล�า นายปัณณวัฒน์ สุรกีรติกุล ผู้เรียบเรียงคู่มือครู นางสาวพรรณมณฑ์ นิลนฤนาทำ นางสาวอัญชลี ัฉายแสงจันทำร์ ผู้ตรวจำหนังสือเรียน รศ.จอมขวัญ สุวรรณรักษ์ ผศ. ดำร.เบญญา มะโนชัย นางสาวกุหลาบ ลาศนันทำ์ บรรณาธิการหนังสือเรียน นายสมเกียรติ ภู่ระหงษ์ คำู่มือคำรู Teacher Script ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทำธศักราช 2551 กำรงำนอำชีพ ม.6 พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา 3647007


ค�าแนะน�าการใช้ ชวยสรางความเขาใจ เพื่อใชคูมือครูได อยางถูกตองและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ค�าอธิบายรายวิชา แสดงขอบขายเนื้อหาสาระของรายวิชา ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดตามที่หลักสูตร กําหนด Pedagogy ชวยสรางความเขาใจในกระบวนการออกแบบ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมี ประสิทธิภาพ Teacher Guide Overview ชวยใหเห็นภาพรวมของการ จัดการเรียนการสอนทั้งหมดของรายวิชากอนที่จะลงมือ สอนจริง Chapter Overview ชวยสรางความเขาใจและเห็นภาพรวม ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรูแตละหนวย ข้อสอบเน้นการคิด เพื่อเตรียมความพรอมของผูเรียน สูการสอบในระดับตาง ๆ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชวยพัฒนา ผูเรียนใหมีทักษะที่จําเปนสําหรับการเรียนรูและการดํารงชีวิต ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๑.๑ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยอำานวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยและเป็นหนึ่ง ในองค์ประกอบหลักที่ทำาให้บ้านสมบูรณ์แบบมากขึ้น การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ นอกจาก จำาเป็นจะต้องคำานึงถึงหน้าที่ ในการใช้สอยแล้ว จึงต้องคำานึงถึงความเหมาะสมของขนาดอุปกรณ์ สถานที่ ในการติดตั้ง และลักษณะของอุปกรณ์ เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถแบ่งลักษณะการติดตั้งเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๔๒ ๕ ๘ ๗ ๑๐ กำาหนดจำานวนคน และความสามารถ ของผู้ปฏิบัติงาน หากเป็นงานไฟฟ้า ให้ตรวจสอบว่า ไม่มี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ก่อนลงมือปฏิบัติ กำาหนดเวลา ที่เหมาะสมและ ระยะเวลาปฏิบัติงาน ตั้งใจปฏิบัติงาน ตามขั้นตอน อย่างระมัดระวัง หากเป็นงานประปา ให้ตรวจสอบระบบนำ้า ก่อนลงมือปฏิบัติ ปฏิบัติตามคำาแนะนำา หรือคู่มือ ทั้งการประกอบ และติดตั้ง การใช้งาน และการดูแลรักษา ๖ ๙ อุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอ�ค�ร เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ออกแบบเพื่อทำาหน้าที่ใช้สอยโดยเฉพาะ หากทำาการ เคลื่อนย้ายหรือติดตั้งใหม่ อาจทำาให้บริเวณเดิมที่เคยติดตั้งมีรูหรือรอย ต่าง ๆ ได้ และจำาเป็นต้องอาศัยความชำานาญในการติดตั้งมากกว่าอุปกรณ์ เครื่องใช้ลอยตัว ข้อดี คือ มีความแข็งแรงทนทาน มีขนาดที่พอดีกับสถานที่ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ นั้น ๆ เช่น ชั้นวางของติดผนัง ราวตากผ้าติดผนัง โตะติดผนัง ๑ อุปกรณเครื่องใชลอยตัว เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีทั้งแบบสำาเร็จรูปและประกอบเอง สามารถ ขนย้ายได้สะดวกและติดตั้งได้ตามสถานที่ที่ต้องการ แบบประกอบเอง ควรอ่านคำาแนะนำาให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ สามารถเลือกรูปแบบ และขนาดได้หลากหลาย ติดตั้งได้ง่ายกว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ติดกับ อาคาร โดยไม่ต้องเจาะรูที่อาคารเพื่อติดตั้งและยังสามารถทดลอง ใช้จริงได้ก่อนทำาการสั่งซื้อ เช่น โตะ เก้าอี้ ราวตากผ้า ชั้นวางของ ๒ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ 1 นักเรียนควรรู 1 ประหยัดพื้นที่ อุปกรณเครื่องใชรวมถึงเฟอรนิเจอรในปจจุบันมีการออกแบบ ใหใชงานไดอยางหลากหลายและชวยประหยัดพื้นที่ เพื่อใหสามารถใชพื้นที่ที่มีอยู อยางจํากัดไดเพียงพอกับความตองการในชีวิตประจําวัน เฟอรนิเจอรบางชนิด ถูกออกแบบมาเพื่อใหสามารถใชงานไดมากกวา 1 อยาง เชน เปนไดทั้งโตะและ ชั้นวางของ เปนไดทั้งเตียงและโตะทํางาน ซึ่งขึ้นอยูกับการออกแบบเฟอรนิเจอร เฟอรนิเจอรบางชนิดถูกออกแบบมาใหพับได เพื่อชวยประหยัดพื้นที่เมื่อไมได ใชงาน การสรางสรรคงานออกแบบเฟอรนิเจอรและอุปกรณเครื่องใชจึงเปนสิ่งที่ ไดรับการพัฒนาอยูตลอดเวลา เพื่อตอบสนองการใชงานของคนในยุคปจจุบัน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 4. ครูใหนักเรียนแบงกลุมเปน 6 กลุม กลุมละเทาๆ กัน จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน กลุมละ 1 คน ออกมาจับสลากหัวขอที่ครู กําหนดให ดังนี้ • สลากหมายเลข 1-2 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช • สลากหมายเลข 3-4 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งงานประปา • สลากหมายเลข 5-6 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลในหัวขอ ที่จับสลากได จากนั้นอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรูซึ่งกันและกันภายในกลุม พรอมทั้งจด บันทึกขอมูลในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • ลักษณะของการประกอบและติดตั้ง • ขั้นตอนการประกอบและติดตั้ง • ขอควรระวังในการประกอบและติดตั้ง สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ไดที่ https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/ลํ้าสมัย-ไมมีพลาด-ikea-ar-คูมื/ ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ศึกษาเพิ่มเติม เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช รวมถึงดู หรือฝกปฏิบัติการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชตางๆ จากนั้นใหนักเรียน แตละกลุมรวมกันสรุปความรูที่ได แลวสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูอธิบาย เพิ่มเติมวา การปฏิบัติการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช จําเปนตองศึกษาวิธีการที่ถูกตอง เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานไดอยาง ปลอดภัย ผลงานสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผูปฏิบัติงาน ตองมีความชางสังเกตในการปฏิบัติงานในแตละขั้นตอนอีกดวย (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 6. ครูใหนักเรียนรวมกลุมใหม โดยใหนักเรียนที่ จับสลากไดหมายเลขเดียวกันมารวมกลุมกัน พรอมทั้งกําหนดชื่อกลุมใหม ดังนี้ • กลุม A คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 1-2 (การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช) • กลุม B คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 3-4 (การประกอบประกอบและติดตั้งงานประปา) • กลุม C คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 5-6 (การประกอบประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา) 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมนําความรูที่แตละกลุม ไดศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกัน และกันภายในกลุมอีกครั้ง พรอมทั้งจดบันทึก สรุปขอมูลในประเด็นเดิมที่ครูกําหนดให นํา สอน สรุป ประเมิน T48 โซน 1 โซน 2 โซน 3 ค�ำแนะน�ำกำรใช้ โซน 2 โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ส�าหรับครู เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ช่วยครูเตรียมสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมและอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู้ ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา ส�าหรับอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้ กับนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอนและการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1 คู่มือครู รายวิชา การงานอาชีพ ม.6 จัดท�าขึ้น เพื่อให้ครูผู้สอน ใช้เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)


เฟอรนิเจอรประเภทที่ตองการ ใหประกอบเอง ลวนออกแบบ โดยตั้งใจใหประกอบ ติดตั้ง และ ใชงานไดงาย บรรจุภัณฑทําเพื่อ สําหรับใหขนยายไปประกอบที่บาน ไดสะดวกขึ้น โดยสวนใหญแลว เฟอรนิเจอรประกอบเองจะมีราคา ถูกกวา เนื่องจากไมตองใชแรงงาน ของพนักงานไปประกอบที่บาน ของผูซื้อ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเองปรÐËยÑ´กÇ่า ร้านขายเฟอร์นิเจอร์มีทั้งแบบรับชิ้นส่วน ไปประกอบเองที่บ้านและประกอบให้เรียบร้อย ที่บ้านของผู้ซื้อ ทั่วไปแล้วเฟอร์นิเจอร์ บางอย ่างสามารถประกอบเองได้ง ่าย ๆ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก รวมถึง เฟอร์นิเจอร์ที่มีชิ้นส่วนน้อย การประกอบเอง จะทำาให้ได้เฟอร์นิเจอร์ ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง ต้องแลกกับการเสียกำาลังเล็กน้อย ÇÔ¸ÕการปรÐกอบ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเอง ตรวจสอบชิ้นสวน อุปกรณ และคูมือวามีอะไรบาง มีครบหรือไม ศึกษาคูมือและวิธีประกอบ เฟอรนิเจอร ใหเขาใจ อยางละเอียด ประกอบตาม ขั้นตอนที่คูมือแนะนํา อยางถูกตอง และหมั่นสังเกต ชิ้นสวนตางๆ ขณะประกอบ ๑ ๒ ๔ ๓ ตรวจสอบความ แข็งแรงของเฟอรนิเจอร หลังจากประกอบเสร็จ ปจจุบันบางรานคาที่ขาย เฟอรนิเจอรประกอบเองจะทํา วิธีประกอบในรูปแบบภาพ เคลื่อนไหวเปนคลิปวิดีโอ ใหผูซื้อเขาใจไดงายขึ้น และ มีคําแนะนําตาง ๆ ที่จําเปน ระบุไวดวย หากสั่งซื้อเฟอรนิเจอร ประกอบมาแลว แตพบวาไมถนัด ที่จะประกอบเอง โดยทั่วไปทาง รานคาจะมีการบริการประกอบ เฟอรนิเจอร ให แตมีการคิด คาบริการเพิ่ม จึงควรวางแผน การซื้อเพื่อใชจายอยางคุมคา งานช่าง ๔๗ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของ นักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน เลือกเฟอรนิเจอร ประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น วางแผนการปฏิบัติงานและ แบงหนาที่ความรับผิดชอบของสมาชิกแตละคน และรวมกันฝก ปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการ ประกอบเฟอรนิเจอรชิ้นดังกลาว ใหนักเรียนเลือกเฟอรนิเจอรประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น ฝกปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก บันทึกผลการปฏิบัติงาน ในรูปแบบของคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 15 นาที อัปโหลดลงใน โซเซียลมีเดีย เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 14. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง เฟอรนิเจอรประกอบ เองประหยัดกวา ในกรอบ Know More จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 15. ครูถามนักเรียนวา • นอกจากจะไดรับประโยชนจากการซื้อ เฟอรนิเจอรในราคาที่ถูกลงแลว นักเรียน ยังไดรับประโยชนใดอีกบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา สอน สรุป ประเมิน T53 โซน 1 โซน 2 โซน 3 แนวทางการวัดและประเมินผล เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรก�าหนด บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาคม อาเซียน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ โดยใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ม.6 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Material) ประกอบการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้ ประกอบด้วยแนวทางส�าหรับจัดกิจกรรมและเสนอแนะ แนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างชิ้นงาน หรือ ท�ากิจกรรมรวบยอด เพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุในทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ข้อสอบเน้นการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค กิจกรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ กิจกรรมท้าทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสร้างเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรม Mini Project เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อให้สามารถน�าความรู้ที่ ได้รับมาออกแบบชิ้นงานตามความสนใจ 1 ชิ้น


ค�ำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลาเรียน20 ชั่วโมง/ปีจ�ำนวน0.5 หน่วยกิต ศึกษาและวิเคราะห์วิธีการท�ำงานเพื่อการด�ำรงชีวิต มีหลักและทักษะในการท�ำงาน มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติและลักษณะนิสัยที่ดีในการท�ำงาน ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน มีทักษะในการประดิษฐ์งาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย สามารถประกอบ ติดตั้ง และซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า และงานประปาได้สามารถจัดการผลิตผลทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสม เข้าใจถึงการเลี้ยงสัตว์เพื่อประกอบอาชีพ มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานธุรกิจธุรกิจในยุคปัจจุบันแนวทางการเข้าสู่อาชีพ และการเลือกใช้เทคโนโลยีในงานอาชีพ โดยใช้ทักษะการท�ำงานร่วมกัน ทักษะการจัดการในการท�ำงาน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท�ำงาน และทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด�ำรงชีวิต เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของการท�ำงาน มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน ทักษะการท�ำงาน ร่วมกัน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท�ำงานและทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด�ำรงชีวิต สามารถน�ำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ� วันได้มีความสามารถในการตัดสินใจมีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการ ท�ำงานรวมถึงมีจิตส�ำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7 ง 2.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4 รวม 11 ตัวชี้วัด


จัดท�ำขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนน�ำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียน โดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียน รายวิชา การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่6(ฉบับประกัน) ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์อจท. จ�ำกัดจัดพิมพ์จ�ำหน่ายเพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้(Instructional Design) ให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบการสอนโดยใช้กระบวนการปฏิบัติโดยมี รายละเอียด ดังนี้ คู่มือครู การงานอาชีพ ม.6 Pedagogy เทคนิคการสอน • การใช้คำถาม • การเล่นเกม • การใช้ตัวอย่างกระตุ้นความคิด • การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ • การท�ำงานร่วมกัน • การวิเคราะห์ • การมีความคิดสร้างสรรค์ • การคิดอย่างมีเหตุผล • การสังเกต • การสืบค้น รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการเป็นหลัก (Project-Based Instruction) วิธีการสอน • แบบบรรยาย • การสาธิต • การอภิปรายกลุ่มย่อย • การแสดงบทบาทสมมติ • การใช้กรณีตัวอย่าง • การใช้สถานการณ์จำลอง • การใช้ศูนย์การเรียนรู้ • การลงมือปฏิบัติ ด้วยจุดประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนการงาน อาชีพ เพื่อช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจมีทักษะ พื้นฐานที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง น�ำความรู้เกี่ยวกับการด�ำรงชีวิตและการอาชีพมาประยุกต์ใช้ ในการท�ำงานได้อย่างสร้างสรรค์เห็นแนวทางในการประกอบ อาชีพ รักการท�ำงาน มีเจตคติที่ดีต่อการท�ำงาน สามารถ ด�ำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ผู้จัดท�ำจึงเลือกใช้รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการ เป็นหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่มุ ่งให้ผู้เรียน แสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจ�ำวัน โดยใช้ศักยภาพที่ตนเองมีผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการก�ำหนด งานที่ท�ำ มุ่งให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการสืบค้นและการปฏิบัติจริง เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติงานอื่นๆในการด�ำรงชีวิตซึ่ง สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาการงานอาชีพ 1 2 3 4 5 6 รูปแบบ การสอน ขั้นให้ความรู้ พื้นฐาน ขั้นกระตุ้น ความสนใจ ขั้นจับกลุ่ม ร่วมมือ ขั้นน�ำเสนอ ผลงาน ขั้นแสวงหา ความรู้ ขั้นสรุปสิ่งที่ เรียนรู้ ทักษะที่ใช้


การงานอาชีพ ม.6 หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 การทำางานเพื่อ การดำารงชีวิต 1. อธิบายวิธีการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิต 2. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 3. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 4. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 5. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 6. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 7. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะการจัดการ 4. ทักษะการแก้ปัญหา 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่1.1.1 3. ตรวจใบงานที่1.2.1 4. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 5. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 6. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 8. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 9. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 2 งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 5. ทักษะการแก้ปัญหา 4 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่2.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint Teacher Guide Overview


หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 3 งานช่าง 1. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 2. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการจัดการ 4. ทักษะการแก้ปัญหา 3 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่3.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง งานช่างในบ้าน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 4 การจัดการ ผลผลิต ทางการเกษตร 1. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 2. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 4 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 3. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 4. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 5. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 6. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 7. ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint


หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 5 การเลี้ยงสัตว์ 1. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 2. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 3. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 4. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 5. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 5. ทักษะการแก้ปัญหา 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 3. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 4. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 5. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 6. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 7. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การเลี้ยงสัตว์ - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 6 งานธุรกิจ 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 4. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 5. ทักษะการแก้ปัญหา 3 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่6.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง ธุรกิจของฉัน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 7 งานอาชีพ 1. อภิปรายแนวทางเข้าสู่อาชีพที่สนใจ 2. เลือกและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม กับอาชีพ 3. มีประสบการณ์ในอาชีพที่ถนัดและสนใจ 4. มีคุณลักษณะที่ดีต่ออาชีพ 1. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 2. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 3. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 4. ทักษะการจัดการ 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่7.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง อาชีพของฉัน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint


สำรบัญ Chapter Title Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรูที่ 1 กำรท�ำงำนเพื่อกำรด�ำรงชีวิต T2-T3 T4 • หลักการท�างาน • ทักษะในการท�างาน • คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน • การใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน T4-T6 T7-T11 T12-T13 T15 หน่วยการเรียนรูที่ 2 งำนประดิษฐเอกลักษณไทย T16-T17 T18 • ความหมายและคุณค่าของงานประดิษฐเอกลักษณไทย • งานใบตอง • งานแกะสลักผักและผลไม้ • งานดอกไม้สด T18-T20 T21-T26 T27-T32 T33-T43 หน่วยการเรียนรูที่ 3 งำนช่ำง T44-T45 T46 • การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช้ภายในบ้าน • การซ่อมแซมอุปกรณเครื่องใช้ภายในบ้าน T46-T53 T54-T59 หน่วยการเรียนรูที่ 4 กำรจัดกำรผลผลิตทำงกำรเกษตร T60-T61 T62 • วิวัฒนาการทางด้านการเกษตร • เกษตรอินทรีย • การปลูกพืชไร้ดิน • การผลิตพืชในโรงเรือน • การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช • การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร T62-T65 T66-T68 T69-T73 T74-T75 T76-T78 T79-T83 หน่วยการเรียนรูที่ 5 กำรเลี้ยงสัตว T84-T85 T86 • ความส�าคัญของการเลี้ยงสัตว • ประเภทของสัตวเลี้ยง • หลักการเลี้ยงสัตว • การคัดเลือก การขยายพันธุ และปญหาในการเลี้ยงสัตว • ตัวอย่างการเลี้ยงสัตว T86-T87 T88 T89-T92 T93-T95 T96-T99 หน่วยการเรียนรูที่ 6 งำนธุรกิจ T100-T101 T102 • ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการด�าเนินการทางธุรกิจ • งบประมาณและการบัญชี • การประกอบธุรกิจ • การเขียนแผนธุรกิจ T102-T111 T112-T114 T115-T118 T119-T121 หน่วยการเรียนรูที่ 7 งำนอำชีพ T122-T123 T124 • สู่โลกอาชีพ • แนวทางการเข้าสู่อาชีพ • การเลือกใช้เทคโนโลยีในงานอาชีพ • ประสบการณในอาชีพ • คุณลักษณะที่ดีต่ออาชีพ T124-T125 T126-T129 T130-T131 T132-T134 T134-T138 บรรณำนุกรม T139-T140


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 หลักการท�ำงาน และทักษะในการ ท�ำงาน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการท�ำงาน เพื่อให้ประสบความ ส�ำเร็จได้ 2. น�ำทักษะต่างๆ ไปใช้ใน การท�ำงานได้อย่าง เหมาะสมและมี ประสิทธิภาพ 3. สามารถท�ำงานร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข แบบ กระบวนการ เรียน ความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง หลักการท�ำงานและ ทักษะในการท�ำงาน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T2


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 ลักษณะนิสัยที่ดี ในการท�ำงานและ การใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายแนวทางการ ปฏิบัติตนที่แสดงถึง การมีลักษณะนิสัยที่ดี ในการท�ำงานได้ 2. ใช้ทรัพยากรในการ ท�ำงานได้อย่างคุ้มค่า 3. มีลักษณะนิสัยที่ดีในการ ท�ำงานร่วมกับผู้อื่น 4. เห็นคุณค่าของการใช้ ทรัพยากรในการท�ำงาน แบบ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ลักษณะนิสัยที่ดีในการ ท�ำงานและการใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T3


¡Ò÷íÒ§Ò¹ à¾×èÍ¡ÒôíÒçªÕÇÔµ หน่วยการเรียนรู้ที่ñ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ วิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ■ ความคิดสรางสรรค ■ ทักษะการทํางานรวมกัน ■ ทักษะการจัดการ ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ■ ทักษะแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน ตัวชี้วัด ■ อธิบายวิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑) ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ หลักการท�างาน การท�างานมีความส�าคัญต่อการด�ารงชีวิต เพื่อช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคม แต่ ใน ปัจจุบันการแข ่งขันในการท�างานมีสูงขึ้น ส ่งผลให้มีอัตราการว ่างงานเพิ่มมากขึ้น บริษัท หรือสถานประกอบการหลายแห ่งมีการปลดพนักงานออก ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการขาด ประสิทธิภาพในการท�างาน ดังนั้น การเรียนรู้หลักการท�างานจะช่วยให้ท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความส�าเร็จ และต้องพัฒนาการท�างานให้มีคุณภาพอยู่เสมอ สามารถใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมกับงานได้ โดยหมั่นฝึกทักษะในการท�างานต่าง ๆ เพื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัล เช่น ทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะการจัดการงาน ทักษะกระบวนการท�างาน ทักษะการท�างาน ËÒ¡µŒÍ§¡ÒûÃÐʺ¤ÇÒÁ ÊÓàÃç¨ã¹¡Ò÷íÒ§Ò¹ ¨ÐÁÕÇÔ¸Õ ¡Ò÷ӧҹÍ‹ҧäà ๒ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตและหลัก การทํางานใหประสบความสําเร็จ สามารถนําทักษะในการทํางาน ไดแก ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะการจัดการงาน ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะ กระบวนการทํางาน ทักษะการทํางานรวมกัน และทักษะกระบวนการแกปญหามาประยุกตในการทํางานไดอยางเหมาะสม มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เพื่อใหการทํางานรวมกับผูอื่นเปนไปอยางราบรื่นและสําเร็จลุลวงไปไดดวยดีอยางมีประสิทธิภาพ และรูจักใชทรัพยากร อยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • ใหนักเรียนปฏิบัติงานกลุม โดยรวมกันสืบคนขอมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ประสบความสําเร็จในการทํางาน จากนั้นนําขอมูลที่ไดมาวิเคราะหวา เพราะเหตุใด บุคคลเหลานั้นจึงประสบความสําเร็จในการทํางาน • ครูจําลองสถานการณลักษณะการทํางานของบุคคลที่ประสบความสําเร็จและบุคคลที่ไมประสบความสําเร็จในการทํางาน โดยใหนักเรียนฝกสังเกต วิเคราะห และเปรียบเทียบลักษณะการทํางานของบุคคลดังกลาว จากนั้นประเมินวาบุคคลใดสามารถทํางานไดประสบความสําเร็จ พรอมทั้งอธิบาย เหตุผลประกอบ ขั้นนํา (แบบกระบวนการเรียน ความรู้ ความเข้าใจ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและจุดประสงคการ เรียนรูใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียน แตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 เรื่อง การทํางานเพื่อการดํารงชีวิต 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับวิธีการทํางาน ใหมีประสิทธิภาพและประสบความสําเร็จ โดยอาจยกคําพูดของผูบริหารในองคกรตางๆ ใหนักเรียนฟง เชน คําพูดของคุณศตพร ณ สงขลา Business Development Manager ธุรกิจซีเมนตและผลิตภัณฑกอสราง SCG ที่วา “ทีมงานที่เต็มไปดวย Passion มีสวนสําคัญ ที่จะทําใหงานออกมาดี เพราะการที่ทุกคน พรอมจะรวมทุกข รวมสุข ทําใหเรากาวขาม อุปสรรคไปสูเปาหมายความสําเร็จที่วางไวได แตการที่แตละคนมี Passion มีความคิดที่ หลากหลาย สิ่งที่เราตองทําก็คือการทําให ทุกคนมีเปาหมายเดียวกัน” จากนั้นใหนักเรียน รวมกันแสดงความคิดเห็นจากคําพูดดังกลาวที่ ครูยกตัวอยางมาใหนักเรียนฟง 3. ครูถามนักเรียนวา • จากคําพูดดังกลาว ผูพูดตองการสื่อในเรื่องใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เมื่อไดฟงคําพูดดังกลาว นักเรียนเกิดความ รูสึกอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • คําพูดดังกลาว สามารถนํามาประยุกตใชใน เรื่องใดและใชอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T4


ขอสอบเนน การคิด การท�างานเพื่อการดํารงชีวิต เปนสิ่งจําเปนในชีวิต ประจําวัน ซึ่งจําเปนตองมีความรูความสามารถ วิธีการ และ ทักษะกระบวนการทํางานตาง ๆ เพื่อใหสําเร็จและมีคุณภาพ ตามเปาหมายที่วางไว นอกจากนี้ ควรมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีตอการทํางาน รวมถึงใชทรัพยากรอยางคุมคา จะสงผลใหงานสําเร็จและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ร่วมกัน ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา มีการฝึกทักษะทางด้านการเข้าสังคม การท�างานเป็นกลุ่ม การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานต้องมีทัศนคติ ที่ดีต่อการท�างาน รักในงานที่ท�า มีความมุ่งมั่น อดทน ตั้งใจ ฝึกฝน จึงจะท�าให้งานมีประสิทธิภาพ และประสบผลส�าเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ๑.๑ หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต เป็นสิ่งจ�าเป็นในชีวิตประจ�าวันเพื่อสร้างรายได้ ให้กับตนเอง และครอบครัว ซึ่งการท�างานในปัจจุบันจ�าเป็นต้องอาศัยหลักการท�างาน 6P เข้ามาประยุกต์ ใช้ เพื่อให้งานบรรลุผลส�าเร็จ โดยหลักการท�างาน 6P มีดังนี้ ๓การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานต้องมีทัศนคติ และครอบครัว ซึ่งการท�างานในปัจจุบันจ�าเป็นต้องอาศัยหลักการท�างาน 6P เข้ามาประยุกต์ ใช้ 1 2 นักเรียนควรรู 1 มนุษยสัมพันธ วิธีการสรางมนุษยสัมพันธกับเพื่อนรวมงาน สามารถปฏิบัติ ไดหลายวิธี เชน กลาวคําทักทายกับเพื่อนรวมงานบอยๆ หากเพิ่งทําความ รูจักกัน อาจชักชวนสนทนาเกี่ยวกับการทํางาน หากสนิทสนมกันมากขึ้น อาจชวนสนทนาเกี่ยวกับเรื่องทั่วๆ ไป ชวนเพื่อนรวมงานทํากิจกรรมหลังเลิกงาน โดยชวนกันไปรับประทานอาหารเย็น หรือไปเที่ยวดวยกัน ใหความชวยเหลือ เพื่อนรวมงานเสมอ ไมวาจะเปนเรื่องงาน หรือเรื่องเล็กๆ นอยๆ โดยไมตองรอ ใหเพื่อนมาขอความชวยเหลือ เราสามารถยื่นมือเขาไปใหความชวยเหลือไดใน ทันที เพื่อแสดงถึงความมีนํ้าใจและความหวงใย รับฟงความคิดเห็นของเพื่อน รวมงาน ซึ่งถือเปนการใหเกียรติการทํางานของกันและกัน และอาจชวยใหเกิด แงคิดดีๆ เพื่อนํามาปรับปรุงการทํางานใหดียิ่งขึ้น 2 หลักการทํางาน 6P หากเราสามารถนําไปปฏิบัติจนเปนนิสัย นับเปนวิธี การหนึ่งที่จะทําใหเราประสบความสําเร็จในการทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง หลักการทํางานเพื่อ การดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลัก การทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการ ทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 1 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนสามารถนําหลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) มาประยุกต ใชในการทํางานไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การมีทัศนคติเชิงบวก ทําใหสามารถมองเห็นวิกฤตปญหาตางๆ ซึ่ง เปนโอกาสในการฝกฝนความสามารถ การมี จิตใจที่สงบ ไมวาจะตกอยูในสถานการณที่ ยํ่าแยเพียงใด การมีสติและสมาธิจะชวยให เกิดปญญา การมีความอดทน สามารถระงับ อารมณ หรือความรูสึกที่ไมดี เพื่อปองกัน ไมใหเกิดความเดือดรอนตอผูอื่น การตรง ตอเวลา ทําใหไดรับความไววางใจในการ ทํางานที่สําคัญตางๆ การเปนคนสุภาพ จะสงผลใหเปนที่รักใครของบุคคลทั่วไป และจะไดรับความชวยเหลือจากผูอื่นเสมอ ความเปนมืออาชีพในการทํางาน การนํา ความรูและความสามารถมาใชในการ ทํางานอยางเต็มที่และเหมาะสม เพื่อให เกิดผลงานที่มีคุณภาพ) การทํางานกอใหเกิดประโยชนอยางไร 1. เปนที่ชื่นชมของบุคคลทั่วไป 2. มีคุณภาพชีวิตความเปนอยูที่ดีขึ้น 3. มักไดรับการเสนอชื่อใหทํางานสําคัญบอยๆ 4. ผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทํางานกอใหเกิด ประโยชนหลายประการ เชน เปนการสรางรายไดใหกับตนเอง เพื่อนํามาใชจายในชีวิตประจําวัน สําหรับการดูแลตนเองและ สมาชิกในครอบครัวใหมีชีวิตรอด ปลอดภัย มีความสุข และมีคุณภาพ ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น) นํา สอน สรุป ประเมิน T5


ขอสอบเนนการคิด ๑ Positive Thinking คิดบวก มองปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เป็นการช่วยพัฒนา การท�างานให้ดีขึ้น ๖ Professional มืออาชีพ หมั่นฝึกฝนและ แสวงหาความรู้ ใหม่ ๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ ๔ Punctual ตรงต่อเวลา เป็นคนมีวินัย รู้จัก ๒ บริหารและรักษาเวลา Peaceful Mind จิตใจสงบ เมื่อพบปัญหา ให้ตั้งสติ แล้วจึงค่อย ๆ คิดหา วิธีแก้ ไขปัญหา ๓ Patient อดทน รู้จักระงับอารมณ์และ ความรู้สึกที่ไม่ดีต่าง ๆ ๕ Polite สุภาพ มีความสุภาพ อ่อนน้อม ทั้งกิริยา วาจา และ การแต่งกาย ๑.๒ หลักการทํางานให้ประสบความสําเร็จ การท�างานให้ประสบผลส�าเร็จจ�าเป็นต้องมีการปรับปรุงพัฒนาวิธีการท�างานอยู่เสมอ และ ไม่หยุดหรือขาดการพัฒนา โดยใช้หลักการ D-E-V-E-L-O-P ที่เรียกว่า ไม่หยุดยั้งการพัฒนา มีดังนี้ L Development พัฒนาตนเอง และผลงาน อยู่เสมอ Endurance อดทนต่อความเครียด ความกดดัน และ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค Energetic มีความกระตือรือร้น ตื่นตัว เพื่อแสวงหา ความรู้ ใหม่ ๆ อยู่เสมอ Organizing จัดล�าดับความส�าคัญ ของงานและวางแผน การท�างานอย่างเป็นระบบ Versatile มีความสามารถ หลากหลาย รอบรู้เรื่องต่าง ๆ Love รักในงานที่ท�า จะท�าให้มีความสุข กับการท�างาน Positive Thinking มองโลกในแง่ดี คิดในเชิงบวก ท�าให้มีก�าลังใจ ในการท�างาน D V P E E O ๔ รู้จักระงับอารมณ์และ 1 นักเรียนควรรู 1 ระงับอารมณ หากรูสึกวาตนเองกําลังมีอารมณโกรธ ใหปฏิบัติดวยวิธีการ ตางๆ เชน หายใจเขาลึกๆ และนับ 1-10 หาสิ่งที่ทําแลวมีความสุข เชน เลน โซเชียลมีเดีย เลนเกมออนไลน ออกไปเดินเลน เขียนระบายความรูสึกที่มี ออกมาใหหมด แลวทําลายหลักฐานทิ้ง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก • การที่องคกรตางๆ จะประสบความสําเร็จ ไดนั้น เปนผลมาจากการนําหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) มาใชในการ ทํางานหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การที่องคกรตางๆ จะ ประสบความสําเร็จในการทํางานไดนั้น เปนผลมาจากการรูจักนําหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) มาประยุกตใช อยางเหมาะสม ไมวาจะเปนการวางแผนการ ทํางาน การทํางานเปนทีม เพื่อใหการทํางาน บรรลุเปาหมายตามเปาหมายที่ไดวางแผนไว และมีการพัฒนาอยางตอเนื่อง) • นักเรียนคิดวา นอกจากหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต (หลักการทํางาน 6P) และหลักการทํางานใหประสบความสําเร็จ (หลักการ D-E-V-E-L-O-P) หากตองการ ใหการทํางานประสบความสําเร็จยังตองนํา ทักษะใดมาประยุกตใชอีกบาง” (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เพื่อใหการทํางาน ประสบความสําเร็จ สามารถนําทักษะในการ ทํางานตางๆ มาประยุกตใชอยางเหมาะสม เชน ทักษะความคิดสรางสรรค ทักษะ การจัดการงาน ทักษะการแสวงหาความรู ทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะการทํางาน รวมกัน ทักษะกระบวนการแกปญหา) เกร็ดแนะครู ครูอาจยกตัวอยางกรณีศึกษาเกี่ยวกับนักธุรกิจที่ทํางานแลวประสบความ สําเร็จ หรือองคกรที่ประสบความสําเร็จจนเปนที่รูจัก มีความมั่นคง หรือไดรับการ ยอมรับจากสังคมมาใหนักเรียนไดรวมกันศึกษา จากนั้นใหนักเรียนวิเคราะหวา เพราะเหตุใดนักธุรกิจหรือองคกรดังกลาวจึงประสบความสําเร็จในการทํางาน หรือการดําเนินงานมาจนถึงปจจุบัน มีหลักในการปฏิบัติงานอยางไร โดยใช หลักการทํางาน 6P และหลักการ D-E-V-E-L-O-P มาใชในการวิเคราะหขอมูล “นํ้าใสเปนคนขยัน ตั้งใจทํางาน และมีความคิดสรางสรรค เธอจะวางแผนการทํางานกอนเสมอ ผลงานของเธอนั้นถึงแมจะได รับคําติชมอยูบาง แตเธอก็สามารถนําคําติชมเหลานั้นไปปรับปรุง และพัฒนางานของตนเองใหดียิ่งขึ้น ทําใหผลงานของเธอเปนที่ ชื่นชอบของผูบริหาร” นํ้าใสใชหลักการทํางานใดที่สงผลใหงาน ประสบความสําเร็จ 1. หลักการ 6P/Patient 2. หลักการ 6P/Positive Thinking 3. หลักการ D-E-V-E-L-O-P/Energetic 4. หลักการ D-E-V-E-L-O-P/Development (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะนํ้าใสนําคําติชมตางๆ ที่ไดรับ มาใชในการปรับปรุง พัฒนาตนเองและผลงานอยูเสมอ จึงสงผล ใหงานที่ทําเปนที่ชื่นชอบของผูบริหาร) นํา สอน สรุป ประเมิน T6


ขอสอบเนน การคิด ๒ ทักษะในการท�างาน ปัจจุบันมีการแข่งขันทางธุรกิจสูงมากขึ้น มีองค์ความรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการใช้ เทคโนโลยีในการท�างาน มีนวัตกรรมใหม ่ ๆ เกิดขึ้น เพื่อช ่วยให้การท�างานรวดเร็วมากขึ้น ธุรกิจต่าง ๆ ต้องการผู้ร่วมงานที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานเพื่อพัฒนาองค์กรให้เติบโต ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาอยู่ในองค์กรต้องมีการฝึกฝนพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และมีทักษะในการท�างาน ท�าให้ได้เปรียบและมีโอกาสมากกว่าผู้อื่น โดยทักษะที่จ�าเป็นในการท�างาน มีดังนี้ ๒.๑ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งส�าคัญและจ�าเป็นต ่อการท�างานในการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งเกิดจากการน�าความรู้ที่มีอยู่และการสั่งสมประสบการณ์มาต่อยอดจนเกิดเป็นความคิดใหม่ หรือผลงานแปลกใหม่ให้มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนาตนเองด้วยการฝึกฝนจนเกิด เป็นทักษะ เพื่อสามารถน�ามาประยุกต์ ใช้ ในการท�างานได้ มีลักษณะ ดังนี้ ความคิด ริเริ่ม ความคิดแปลกใหม่ ที่เป็นความคิด ของตนเองโดยเฉพาะ และแตกต่างไปจากเดิม ความยืดหยุ่น ในการคิด การคิดหาค�าตอบ ได้หลากหลายวิธี สามารถคิด ดัดแปลงจากสิ่งหนึ่ง ไปอีกหลาย ๆ สิ่งได้ ความคล่อง ในการคิด การคิดหาค�าตอบ ได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ในเวลาที่จ�ากัดหรือ ภายใต้ข้อจ�ากัดต่าง ๆ ความคิด ละเอียดลออ การคิดในลักษณะ ลงรายละเอียด เพื่อขยาย ความคิดหลักให้สมบูรณ์และ ชัดเจน มากขึ้น สร้างเมนูอาหารขึ้นใหม่ เลือกวัตถุดิบและจัดเตรียม อุปกรณ์ส�าหรับท�าอาหาร เมนูนั้นได้อย่างรวดเร็ว น�าวัตถุดิบที่เหลือ มาดัดแปลงเป็นเมนูใหม่ หรือน�ามาแปรรูปอาหารได้ ใส่เครื่องปรุงรสหลายชนิด ให้ ได้รสชาติดี และตกแต่ง จานอาหารให้สวยงาม ตัวอย่าง 5 การท�างาน เพื่อการด�ารงชีวิต เทคโนโลยีในการท� ๒.๑ ทักษะความคิดสร้างสรรค์ 1 2 “สรางสิ่งประดิษฐเพื่ออํานวยความสะดวกภายในบานขึ้นใหม” จากขอความนี้ เปนการใชทักษะความคิดสรางสรรคในลักษณะใด 1. ความยืดหยุนในการคิด 2. ความคิดละเอียดลออ 3. ความคลองในการคิด 4. ความคิดริเริ่ม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเปนความคิดแปลกใหม หรือการสรางสรรคสิ่งใหมที่เปนความคิดของตนเองโดยเฉพาะ และแตกตางไปจากเดิม) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 4. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมาจับสลากหัวขอทักษะในการทํางาน โดยกําหนดให สลากหมายเลข 1 ทักษะความ คิดสรางสรรค สลากหมายเลข 2 ทักษะการ จัดการงาน สลากหมายเลข 3 ทักษะการ แสวงหาความรู สลากหมายเลข 4 ทักษะ กระบวนการทํางาน สลากหมายเลข 5 ทักษะ การทํางานรวมกัน และสลากหมายเลข 6 ทักษะกระบวนการแกปญหา ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษา เรื่อง ทักษะในการทํางานตามที่กลุมของตนเอง จับสลากได จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 1 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 6. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับทักษะ ในการทํางาน จาก PowerPoint ม.6 หนวย การเรียนรูที่ 1 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ความคิดสรางสรรค มีปจจัยที่เสริมสรางใหเกิดขึ้นไดหลายวิธี เชน สภาพแวดลอมและบรรยากาศในการเรียนรู ควรเปนบรรยากาศที่ใหความรูสึกปลอดภัย และมีอิสระทางความคิด มีความรูสึกวาตนเอง มีคุณคาและไดรับการยอมรับ รวมถึงการมี เสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ลักษณะ นิสัยของแตละบุคคล ผูที่มีความคิดสรางสรรค ควรมีจินตนาการ มีความสามารถในการ เชื่อมโยงความสัมพันธตางๆ ชางสังเกต มี ความใฝรู และมีทัศนคติในการมองโลกใน แงดี” นักเรียนควรรู 1 เทคโนโลยี ปจจุบันเทคโนโลยีมีความเจริญกาวหนาและเติบโตอยาง ตอเนื่อง ซึ่งสงผลใหมนุษยไดรับความสะดวกสบายมากขึ้น เชน อินเทอรเน็ต ในทุกสิ่ง (IoT) เปนเครือขายขอมูลกลางที่แทรกซึมอยูในชีวิตประจําวันของ มนุษย เชน สมารตโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร ยานพาหนะ โทรทัศน ไมโครเวฟ ตูเย็น ปญญาประดิษฐ (AI) เปนโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากการเรียนรู พฤติกรรมของมนุษยไดอยางอัจฉริยะ สามารถทํางานไดอยางรวดเร็วและแมนยํา ไบโอเมทริก (Biometric) เปนระบบพิสูจนอัตลักษณบุคคล โดยวิธีการใชขอมูล ทางชีวภาพ ไมวาจะเปนลักษณะเฉพาะทางกายภาพ หรือพฤติกรรมของบุคคล มาใชในการตรวจสิทธิ หรือแสดงตน เชน ลายนิ้วมือ ฝามือ เสียง มานตา ใบหนา ดีเอ็นเอ ลายเซ็น 2 ความคิดสรางสรรค เปนสิ่งที่นํามาซึ่งความสุข ความเจริญกาวหนา ของสังคม ชวยยกระดับความคิดของมนุษยใหดียิ่งขึ้น กอใหเกิดความสุข ในการดํารงชีวิต นํา สอน สรุป ประเมิน T7


๒.๒ ทักษะการจัดการงาน การท�างานอย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นการท�างานรายบุคคลหรือกลุ่มผู้ปฏิบัติงานจ�าเป็น ต้องวางแผนในการท�างานอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ด�าเนินงานได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายที่ก�าหนดไว้ โดยทักษะการจัดการงานที่ดีนั้นมีตัวอย่าง ดังนี้ หัวหน้ากลุ ่มสอบถามสมาชิกว ่ามีปัญหาใดบ้าง ให้รวบรวมปัญหาไว้แล้วเลือกวิธีการแก้ปัญหา ที่ดีที่สุด ครูให้ค�าแนะน�า เช ่น ใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ อย่างระมัดระวัง และสมาชิกในกลุ่มให้ค�าแนะน�า คนที่ท�างานช้าหรือผลงานยังไม่ได้คุณภาพ สมาชิกในกลุ ่มร ่วมกันท�างานด้วยความตั้งใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันและให้ค�าแนะน�าที่ดีต่อกัน แต่ละกลุ่มน�าเสนอโครงงานประดิษฐ์ ในรูปแบบ ที่หลากหลายตามความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่ม สถานการณ์ ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มท�าโครงงานประดิษฐ์ ระยะเวลา ๒ สัปดาห์ แล้วน�าเสนอผลงาน ๑ การมอบหมายงาน ๓ การติดตาม ผลงาน 5 การแก้ปัญหา ที่ดี ๗ การให้ความ ช่วยเหลือ ๒ การให้ค�า แนะน�า ๔ การให้ค�าชมเชย ๖ การชี้แนะ ตักเตือน ๘ การรายงานผล อธิบายรายละเอียด ของงาน ก�าหนดระยะ เวลาการท�างาน ติดตามงานเป็นระยะ เปรียบเทียบผลงานที่ ท�าได้จริงกับผลงานที่ ตั้งเป้าหมายไว้ วิเคราะห์สาเหตุของ ปัญหาที่เกิดขึ้น รวบรวม ข้อมูล และด�าเนินการ แก้ ไขปัญหา ให้ความร่วมมือในการ ท�างาน ให้ค�าแนะน�า และให้การสนับสนุน อธิบายขั้นตอนการ ท�างานต่าง ๆ เพื่อให้ ท�างานได้อย่างราบรื่น กล่าวค�าชมเชยกับ บุคคลที่ท�างานได้ดี เพื่อสร้างก�าลังใจ ในการท�างานต่อไป เลือกค�าพูดชี้แนะ ตักเตือนให้เหมาะสม แสดงให้เห็นถึง ความปรารถนาดี รายงานผลไปยัง ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างตรงไปตรงมา ทักษะการ จัดการงาน ตัวอย่าง สมาชิกร่วมกันคิดว่าจะประดิษฐ์สิ่งใด จากนั้น วางแผนและแบ่งงานตามความสามารถ รวมถึง ก�าหนดระยะเวลาการท�างาน ครูแนะน�าวิธีการท�างานให้นักเรียนเช่นการเลือก วัสดุที่ใช้การใช้อุปกรณ์ ให้ตรงกับประเภทของงาน และใช้อย่างปลอดภัย หัวหน้ากลุ่มติดตามความคืบหน้าของงาน พัฒนาผลงาน บริหารเวลาเพื่อให้งานมีคุณภาพ เสร็จ ตามเวลาที่ตั้งเป้าไว้ หัวหน้ากลุ่มสรุปผลการท�างาน ให้ค�าชมเชยเพื่อ สร้างก�าลังใจและพลังการท�างาน ๖ การให้ค�า ชมเชย หัวหน้ากลุ่มสรุปผลการท� สร้างก�าลังใจและพลังการท� 1 2 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 8. ครูถามนักเรียนวา • ทักษะการจัดการงานประกอบไปดวยสิ่งใด หากนักเรียนฝกฝนทักษะดังกลาวจะกอให เกิดประโยชนตอตนเองอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทักษะการจัดการงาน มี 8 ประการ ซึ่งประกอบไปดวยการ มอบหมายงาน ตองมอบหมายงานใหตรง กับความสามารถของแตละบุคคล เพื่อให ไดงานที่มีคุณภาพ การใหคําแนะนําตองาน ที่มอบหมาย เปนการปองกัน เพื่อไมใหเกิด ปญหาในการทํางาน การติดตามผลงาน ทําใหสามารถปรับปรุง แกไข และพัฒนาการ ทํางานใหดียิ่งขึ้น การใหคําชมเชย การ สรางกําลังใจในการทํางาน การแกปญหา ที่ดี จะชวยใหกระบวนการทํางานเปน ไปอยางรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การ ชี้แนะตักเตือน ทําใหผูที่ถูกตักเตือนมีการ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น การให ความชวยเหลือ เปนการเสริมสรางความ สามัคคีในการทํางานใหกับทีมงานและ องคกร และการรายงานผล การติดตามงาน เพื่อปรับปรุงไปสูสิ่งที่ดียิ่งขึ้น) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการมอบหมายงาน จะตองคํานึงถึงลักษณะของงานใหเหมาะสม กับความสามารถของบุคคลที่รับผิดชอบ โดย อธิบายรายละเอียดของงาน คุณภาพของงาน ที่ตองการ ปริมาณของงานที่ตองการ รวมถึง การกําหนดระยะเวลาในการสงงานอยาง สมเหตุสมผล เพื่อใหไดงานที่มีคุณภาพ ตรงตาม วัตถุประสงคที่ตองการ และตรงตอเวลาที่ กําหนด” นักเรียนควรรู 1 การใหคําชมเชย ควรใหคําชมเชยกับบุคคลที่ทํางานดี ซึ่งเปนสัญลักษณ การยอมรับในความสามารถ หรือความคิดเห็นของบุคคล เปนการสรางกําลังใจ ใหกับบุคคลในการทํางานที่จะไดรับมอบหมายในครั้งตอไป 2 สรางกําลังใจ เปนการปลุกใหตนเองมีความพรอมที่จะมุงมั่นในการทํางาน อีกครั้ง สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน การใหกําลังใจตนเองดวยการพูดคุย กับตนเองทุกวัน กอนลงมือทํางานนึกถึงความสําเร็จที่มาจากการทํางาน อยางเต็มที่ หรืออยางตอเนื่องวา งานที่ไดทําไปนั้นจะตองประสบความสําเร็จ อยางแนนอนไมมากก็นอย รักในงานที่ทํา โดยใหความรักกับงานที่ทํา พรอมที่ จะพัฒนาทักษะของตนเองในดานตางๆ อยูเสมอ รวมถึงการทํางาน เพื่อเพิ่ม ความสามารถ การใหรางวัลตนเองดวยการซื้อของที่ชอบ หรือเดินทางทองเที่ยว ไปยังสถานที่ตางๆ เพื่อเติมพลังใหกับตนเอง ใหนักเรียนทําการวิเคราะหการทํางานของตนเองในชวงระยะ เวลา 3 เดือนที่ผานมาวา มีการนําทักษะการจัดการงานที่ดีมาใช หรือไม เขียนสรุปลงในกระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันคิดและประเมิน กลุมของตนเองวา มีการนําทักษะการจัดการงานมาใชภายในกลุม หรือไม โดยใหนักเรียนแตละกลุมยกตัวอยางวิธีการทํางานที่แสดง ใหเห็นถึงการใชทักษะการจัดการงานอยางเหมาะสม จากนั้น จึงนําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูเปดโอกาสให นักเรียนกลุมอื่นรวมกันแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม นํา สอน สรุป ประเมิน T8


ขอสอบเนน การคิด ๒.๓ ทักษะการแสวงหาความรู้ การแสวงหาความรู้เกิดจากการพยายามและความตั้งใจในการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม จากแหล่งการเรียนรู้ เพื่อน�ามาใช้พัฒนาตนเอง พัฒนางานให้มีคุณภาพ โดยทักษะการแสวงหา ความรู้มีขั้นตอน ดังนี้ วางแผนสืบค้น พรรณไม้จาก เว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องหรือ ผู้ที่เคยปลูกต้นไม้ มาก่อน สืบค้นจากเว็บไซต์ และสอบถาม ผู้ที่เคยปลูกต้นไม้ โดยศึกษาพรรณไม้ วิธีการปลูก และ การดูแลรักษา รวบรวมข้อมูล ที่ได้จากการศึกษา มาวิเคราะห์ เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่ถูกต้องที่สุด ตรวจสอบข้อมูล ที่ได้ เช่น พรรณไม้ ชนิดใดปลูกง่าย และดูแลรักษา ได้ง่าย เลือกพรรณไม้ ที่ต้องการ แล้วบันทึก เพื่อคัดเลือกพันธุ์ มาปลูกต่อไป T i p การแสวงหาความรู้อย่างผู้นํา การแสวงหาความรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ จะช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองได้มากขึ้นจนเป็น ผู้ประสบความส�าเร็จในการท�างาน สามารถเริ่มต้นด้วยการแสวงหาความรู้อย่างง่าย ดังนี้ ๑. การสังเกต พฤติกรรมของบุคคล สิ่งของ และ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อหาความแตกต่าง ที่อาจท�าให้เกิดผลกระทบ ๒. การจดบันทึก เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือ จากสิ่งที่สังเกต จากการฟัง หรือการอ่าน ๓. การนําเสนอ มีความเข้าใจและจดจ�าสิ่งที่ต้องการ น�าเสนออย่างเป็นระบบ ๔. การฟง รับฟังผู้อื่นให้มากขึ้น โดยจับประเด็น ของผู้พูดให้ได้ และสามารถตั้งค�าถามจากสิ่งที่ ฟังได้ ๕. การถาม รู้จักตั้งค�าถามเมื่อเกิดความไม่เข้าใจ หรือเกิดความสงสัย โดยอาจถามจากผู้รู้หรือ ตั้งค�าถามจากการฟัง ตัวอย่าง วางแผนรวบรวม ข้อมูล ตรวจสอบ ข้อมูล บันทึก ข้อมูล • สืบค้นเรื่องใด • สืบค้นจากที่ใด • สืบค้นเมื่อใด • สืบค้นเพราะเหตุใด • มีวิธีการอย่างไร • สืบค้นจากแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ • ข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือ • รวบรวมข้อมูล ที่ได้มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ • จัดเก็บข้อมูล ให้เป็นระบบ • ข้อมูลถูกต้อง น่าเชื่อถือหรือไม่ • ข้อมูลมีความ ทันสมัยหรือไม่ • บันทึกและ จัดเก็บข้อมูล ให้เป็นระเบียบ • น�าข้อมูลมาปรับปรุงได้ ด�าเนินการ สืบค้น ๗ การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต ตรวจสอบ ข้อมูล และสอบถาม 1 2 นักเรียนควรรู 1 ตรวจสอบขอมูล ควรตรวจสอบขอมูลจากแหลงขอมูลที่สามารถตรวจสอบ ได พรอมทั้งตรวจสอบความทันสมัยของขอมูลตางๆ อยูเสมอ 2 สอบถาม การสืบคนขอมูลดวยการสอบถาม ควรสอบถามจากผูรู หรือ ผูเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ เพราะบุคคลเหลานั้นถือไดวาทําการศึกษาคนควา หรือไดรับการฝกฝนอบรมมากอนเปนอยางดี สงผลใหมีประสบการณในเรื่องนั้น มากกวาผูอื่น ซึ่งจะทําใหเราไดขอมูลที่ถูกตองและมีความนาเชื่อถือ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 10. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนมีแนวทางในการแสวงหาความรู ของตนเองอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน อานจากหนังสือใน หองสมุด อานวารสาร หรือนิตยสารตางๆ ศึกษาจากเอกสารงานวิจัย คนหาขอมูล จากอินเทอรเน็ต สอบถามจากผูที่มีความรู ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่สนใจ) • นักเรียนสามารถนําความรูเกี่ยวกับทักษะ การแสวงหาความรูมาปรับใชในการเรียน ไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน หากตองการศึกษา คนควาขอมูลเกี่ยวกับวิธีการทําธุรกิจ สตารตอัป (Startup) จะเริ่มตนดวยการ วางแผนการคนควาขอมูลเกี่ยวกับวิธีการทํา ธุรกิจสตารตอัป (Startup) จากอินเทอรเน็ต เนื่องจากเปนแหลงการเรียนรูที่มีขอมูล จํานวนมาก สามารถสืบคนไดอยางสะดวก รวดเร็ว และไดรับขอมูลที่มีความทันสมัย หลังจากนั้นจึงนําขอมูลที่ไดมารวบรวม แลวคัดเลือกขอมูลที่นาเชื่อถือและตรง ตามวัตถุประสงคที่ตองการสืบคนมากที่สุด มาเรียบเรียงอยางเปนระบบ) 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “กอนที่จะสืบคนขอมูล ตางๆ ควรมีการกําหนดปญหาในการสืบคน ขอมูล โดยการตั้งหัวขอ หรือประเด็นที่ ตองการจะศึกษา โดยกําหนดขอบเขตให ชัดเจน รวมถึงอธิบายและแสดงความคิดเห็น ตอหัวขอที่ตองการสืบคนรวมดวย” ขอใดแสดงถึงการใชทักษะการแสวงหาความรูอยางเหมาะสม 1. สืบคนเคล็ดลับวิธีการทําแยมสม 2. ซื้อแยมสมมาเปนตนแบบในการทํา 3. นําแยมสมที่เหลือไปแชแข็งไวในตูเย็น 4. นําสมที่ใกลสุกมาคั้น เอาแตเนื้อ เพื่อเตรียมทําแยม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการสืบคนเคล็ดลับวิธีการทํา แยมสม เปนขั้นตอนหนึ่งของทักษะการแสวงหาความรู คือ ขั้นตอน ที่เรียกวา “การดําเนินการสืบคน” ซึ่งเปนการสืบคนจากแหลง การเรียนรูตางๆ ที่มีขอมูลถูกตองและมีความนาเชื่อถือ) เกร็ดแนะครู ครูอาจมีการกําหนดประเด็นตางๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทเรียน จากนั้น ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสืบคนขอมูลในประเด็นที่ครู กําหนดให และนําขอมูลที่ไดจากการสืบคนมาอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู ซึ่งกันและกันในชั้นเรียน เพื่อสังเกตวานักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู หรือไม นํา สอน สรุป ประเมิน T9


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ปัจจัย ในการท�างานร่วมกัน ๑. บรรยากาศของการท�างาน สมาชิกทุกคน มีความตั้งใจท�างานอย่างจริงจังและกระตือรือร้น เช่น สมาชิกทุกคนร่วมกันคิดและวางแผนว่าจะ ประกอบอาหารชนิดใดเพื่อจัดงานเลี้ยง ๒. ความไว้วางใจ สมาชิกทุกคนควรไว้วางใจ ซื่อสัตย์ พูดคุยกันอย่างเปดเผย ไม่ปดบังกัน เช่น วัตถุดิบที่ต้องการหาซื้อไม่ได้ จึงต้องประชุมคิด หาวิธีแก้ไขปัญหาร่วมกัน ๒.๔ ทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะกระบวนการท�างานที่ดีเกิดจากการฝึกปฏิบัติงานอย่างเป็นขั้นตอน โดยมุ่งเน้นให้ลงมือ ปฏิบัติงานด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้จนเกิดเป็นความช�านาญและความ เชี่ยวชาญในการท�างาน โดยทักษะกระบวนการท�างานมีขั้นตอน ดังนี้ ๒.๕ ทักษะการทํางานรวมกัน การท�างานร่วมกันเป็นกลุ่มจะต้องมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน มีการปรึกษา วางแผนการท�างานร่วมกัน และช่วยกันแก้ ไขปัญหาให้งานประสบผลส�าเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ๓. ปฏิบัติงาน ลงมือปฏิบัติงานตามขั้นตอน ที่วางแผนไว้ โดยปฏิบัติตามหน้าที่ที่ก�าหนด ๔. ประเมินผลการท�างาน ประเมินผลการท�างาน ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติงาน คัดเลือกเสื้อผ้าที่ไม่สวมใส่แล้ว น�ามา ดัดแปลงใหม่ และเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ โดยค�านึงถึงต้นทุน ศึกษาวิธีการดัดแปลงเสื้อผ้า แล้วออกแบบ และก�าหนดระยะเวลาในการตัดเย็บ ร่างแบบตามที่ออกแบบไว้ และตัดเย็บด้วย จักรเย็บผ้า จากนั้นน�าลูกปัดมาประดับ ชิ้นงานยังไม ่ค ่อยสวยงาม เพราะยังขาด ความช�านาญในการใช้จักรเย็บผ้า ๑. วิเคราะห์งาน แจกแจงว่าเป็นงานประเภทใด ใช้อุปกรณ์ ใด ใช้เงินลงทุนมากน้อยเพียงใด ๒. วางแผนการท�างาน แบ่งหน้าที่กันอย่างไร มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไร ใช้ระยะเวลาเท่าใด ตัวอย่าง ๓. มอบหมายงานอย่างชัดเจน สมาชิกทุกคนต้อง เข้าใจเป้าหมายงานและขอบข่ายงานที่ต้องรับผิดชอบ เช่น เมื่อแขกมาถึงต้องพร้อมเสิร์ฟอาหาร ๔. บทบาทของสมาชิก สมาชิกจะต้องเข้าใจงานที่ ตนเองรับผิดชอบและปฏิบัติอย ่างเต็มความสามารถ รวมทั้งให้ก�าลังใจซึ่งกันและกัน เช่น สมาชิกร่วมกัน ประกอบอาหารและตกแต่งอาหารได้ทันเวลา 5. วิธีการท�างาน สมาชิกจะต้องแลกเปลี่ยนความคิด เห็นกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนได้ มีโอกาสแสดงความเป็นผู้น�า เช่น สมาชิกทุกคนร่วมกัน เสนอเมนูอาหารหลากหลายชนิดที่จะน�ามาจัดเลี้ยง ๘ บรรยากาศของการท�างาน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 12. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา ประสบการณกับความรู มีความสัมพันธกันอยางไรในการนํามาใช ในการทํางาน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ในการทํางานความรู นับเปนพื้นฐานที่ทําใหบุคคลมีวิธีการคิด อยางมีเหตุผล สวนประสบการณนั้นเปนสิ่ง ที่เกิดจากการฝกปฏิบัติจนเกิดความชํานาญ และเชี่ยวชาญ ดังนั้น การนําความรูและ ประสบการณมาประยุกตใชในการทํางาน รวมกัน จึงจะสงผลใหการทํางานมีคุณภาพ ยิ่งขึ้น ชวยลดความผิดพลาดตางๆ ในการ ทํางานใหลดนอยลงได) • การทํางานรวมกันเปนกลุมและการทํางาน รายบุคคลมีลักษณะที่แตกตางกันอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การทํางานกลุมเกิดจาก การรวมกลุมของบุคคลตั้งแต 2 คนขึ้นไป โดยอาศัยทักษะความสามารถที่แตกตางกัน เพื่อรวมกันทํางานใหบรรลุวัตถุประสงค ตามที่ไดวางไว สมาชิกในกลุมทุกคนตอง ปฏิบัติงานตามขอตกลงของกลุม เพื่อใหได งานที่มีคุณภาพ สวนการทํางานรายบุคคล เปนการใชความรู หรือความสามารถของ บุคคลเพียงคนเดียวในการสรางสรรคผลงาน ที่มีระดับความยากนอยกวา) • หากพบปญหาในการทํางาน นักเรียนจะนํา ทักษะกระบวนการแกปญหามาใชอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นักเรียนควรรู 1 บรรยากาศของการทํางาน นอกจากจะตองมีความกระตือรือรน มีความ มุงมั่น ตั้งใจในการทํางานอยางจริงจังแลว สมาชิกทุกคนภายในทีมจะตองสราง ความอบอุน มีความจริงใจ ไววางใจ ซื่อสัตยตอกัน ไมมีลับลมคมใน และไม แสดงถึงความเบื่อหนายระหวางการทํางาน สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปจจัยสูความสําเร็จในการทํางานเปนทีม ไดที่ https://www.prosofthcm.com/Article/Detail/15848 “กลุม A มีสมาชิกภายในกลุมทั้งหมด 4 คน หัวหนากลุมจะ แบงหนาที่ความรับผิดชอบใหกับสมาชิกแตละคนในกลุมตามความ ถนัดและความสามารถของแตละบุคคล ในระหวางการปฏิบัติงาน หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งพบปญหา สมาชิกที่เหลือจะชวยกันหา วิธีการแกปญหาที่เกิดขึ้น” จากขอความนี้ นักเรียนคิดวา กลุม A จะประสบความสําเร็จในการทํางานหรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ ประสบความสําเร็จในการทํางาน เพราะหัวหนากลุม มีวิธีการแบงหนาที่การทํางานกันอยางชัดเจน โดยคํานึงถึงความ ถนัดและความสามารถของสมาชิกแตละคน มีความรวมมือ รวมใจกันในการปฏิบัติงาน คอยใหการชวยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อแกปญหาที่เกิดขึ้นจากการทํางาน) นํา สอน สรุป ประเมิน T10


ขอสอบเนน การคิด ๒.๖ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา การท�างานทุกอย่างย่อมประสบกับปัญหาเสมอและจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของงานที่ท�า ดังนั้น ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาจึงมีความส�าคัญ เพราะสามารถช่วยปรับปรุงหรือพัฒนางาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทักษะกระบวนการแก้ปัญหาประกอบด้วย ๗ ขั้นตอน ดังนี้ ตัวอย่าง ๑ ท�าความเข้าใจสถานการณ์ อาศัยข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีการรวบรวม จัดระเบียบ หาความสัมพันธ์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ๒ ก�าหนดปัญหา เล่าเรื่องหรือเขียนบรรยายสภาพปัญหาด้วยถ้อยค�าสั้น ๆ อย่างตรงประเด็น ได้ ใจความ และระบุเป้าหมายที่ ต้องการให้เกิดขึ้นภายหลังจากที่แก้ไขปัญหาแล้ว ๓ วิเคราะห์สาเหตุ พิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งใด โดยใช้วิธีการต่าง ๆ และระบุสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา ๔ หาวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ แสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหาอย่างหลากหลาย โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ในการแก้ไขปัญหาให้มากที่สุด ๕ เลือกวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด เปรียบเทียบทางเลือกทั้งหมด แล้วเลือกทางเลือก ที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพื่อน�าไปใช้ ในการแก้ปัญหา ๖ วางแผนการปฏิบัติ ก�าหนดกระบวนการท�างานแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน ใครเป็นผู้รับผิดชอบงานในส่วนใด มีค่าใช้จ่ายเท่าไร ๗ ติดตามประเมินผล ตรวจสอบความคืบหน้าของการท�างานที่ได้วางแผนไว้ เพื่อจะได้ทราบว่ามีปัญหาและอุปสรรคใดเกิดขึ้นจากการ ท�างานหรือไม่ งานส�าเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ สืบค้นข้อมูลว่า ไม้ผลดังกล่าวออกผลยาก หรือไม่ ใช้ระยะเวลาเท่าใดในการออกผล เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นว่าปลูกไม้ผลแล้ว ไม่ออกผล จึงต้องการหาวิธีท�าให้ ไม้ผล ออกผลอย่างสม�่าเสมอ อาจเกิดจากวิธีการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง สืบค้นหาวิธีการที่ท�าให้ไม้ผลออกผล เช่น วิธีที่ ๑ ให้น�้าและใส่ปุ๋ยตามสูตรที่เหมาะสม วิธีที่ ๒ ซื้อพืชต้นใหม่มาปลูกทดแทน เลือกวิธีที่ ๑ เพราะเป็นการดูแลเบื้องต้น ที่สามารถปฏิบัติได้เมื่อรู้วิธีที่ถูกต้อง และไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการซื้อพืชต้นใหม่ ก�าหนดระยะเวลาการให้น�้าและใส่ปุ๋ย อย่างเหมาะสม เช่น รดน�้าทุกวันเช้า-เย็น ใส่ปุ๋ยเดือนละ ๑ ครั้ง สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นระยะ เช่น เมื่อให้น�้าและใส่ปุ๋ยแล้วไม้ผลนั้น ออกผลหรือไม่ หรือออกผลมากน้อยเพียงใด 9 การท�างาน เพื่อการด�ารงชีวิต แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง หลักการ ทํางานและทักษะในการทํางาน 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง หลักการทํางานและทักษะในการทํางาน 2. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวบรวมขอมูลที่ได จากการศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู ซึ่งกันและกัน แลววิเคราะหขอมูล พรอมทั้ง ยกตัวอยางประกอบ โดยตัวอยางที่ยกมาจะ ตองไมซํ้ากับในหนังสือเรียน จากนั้นเขียน สรุปความรูที่ไดในรูปแบบของแผนผังความคิด (Mind Mapping) 14. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอแผนผังความคิด (Mind Mapping) ใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม ขั้นที่ 4 พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ 15. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง หลักการทํางานและทักษะในการทํางาน เพราะเหตุใดหลังจากที่ดําเนินการแกปญหาเรียบรอยแลว จึงตองมีการติดตามและประเมินผล 1. เพื่อจะไดรวบรวมขอมูลตางๆ ที่เกิดขึ้น 2. เพื่อจะไดหาทางเลือกในการแกปญหาอยางหลากหลาย 3. เพื่อจะไดทราบความคืบหนาของการดําเนินการแกปญหา 4. เพื่อจะไดเขียนรายงานสภาพปญหาที่เกิดขึ้นไดอยางตรง ประเด็น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเมื่อดําเนินการแกปญหา เรียบรอยแลว จะตองมีการติดตามและประเมินผล ทั้งนี้ เพื่อเปน การตรวจสอบความคืบหนาของการดําเนินการแกปญหาที่เกิดขึ้น เพื่อจะไดทราบวามีปญหาและอุปสรรคใดเกิดขึ้นระหวางการ ทํางาน และการแกปญหานั้นสําเร็จตรงตามเปาหมายที่วางไว หรือไม) นํา สอน สรุป ประเมิน T11


ขอสอบเนนการคิด ๑. มีสติสัมปชัญญะ ใช้ปัญญา และเหตุผลในการตัดสินใจที่จะ ประพฤติปฏิบัติในเรื่องต ่าง ๆ ได้อย่างรอบคอบ เหมาะสม และถูกต้อง ๒. ซื่อสัตย์ สุจริต ไม่คิดคด ทรยศไมคดโกง ่ และไมหลอกลวง่ ผู้อื่น ๓. ขยันหมั่นเพียร ท�างาน อย่างแข็งขันด้วยความมุ่งมั่น จนกว่างานจะส�าเร็จ ๔. รับผิดชอบ เอาใจใส่มุ่งมั่น ตั้งใจต่องาน เพื่อให้งานส�าเร็จ ตามจุดมุ่งหมายที่ก�าหนดไว้ 5. มีระเบียบวินัย ปฏิบัติให้ ถูกที่ มีความเรียบร้อยถูกต้อง เหมาะสมกับจรรยาบรรณ ข้อ บังคับ ข้อตกลง กฎหมาย และ ศีลธรรม ๖. มีน�้าใจ ปรารถนาดี ต้องการ ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคม รู้จัก แบ่งปัน เสียสละ ๗. ประหยัด รู้จักใช้เก็บออม ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของอย ่าง คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย จัดท�าบัญชี รายรับ-รายจ่ายของตนเอง ๘. สามัคคีมีความเป็นน�้าหนึ่ง ใจเดียวกัน รับฟังความคิดเห็น ของผู้อื่น ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีจุดมุ่งหมายที่จะปฏิบัติงานให้ ประสบความส�าเร็จ ๓ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน การท�างานนอกจากจะต้องมีทักษะกระบวนการท�างานต่าง ๆ แล้ว สิ่งส�าคัญที่ผู้ปฏิบัติงาน ควรมีนั่นก็คือ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน เพื่อให้งานประสบ ผลส�าเร็จไปได้ด้วยดี ๓.๑ คุณธรรม จริยธรรม คุณธรรมในการท�างาน หมายถึง ลักษณะนิสัยที่ดีที่ควรประพฤติปฏิบัติในการประกอบอาชีพ จริยธรรมในการท�างาน หมายถึง กฎเกณฑ์ที่เป็นแนวทางปฏิบัติตนในการประกอบอาชีพที่ถือว่า เป็นสิ่งที่ดีงาม เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับ คุณธรรม ในการท�างาน จริยธรรม ในการท�างาน ๑. ช�านาญในวิชาชีพของตน น�าความรูที่เล่าเรียน ้ ฝึกฝนอบรม มาปฏิบัติให้เกิดความช�านาญ จนสามารถยึดเป็นอาชีพได ๒. ระเบียบวินัย ฝึกประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบ วินัยที่สังคมหรือสถาบันวางไว้ เป็นแบบแผน ๓. กล่าววาจาดี กล่าวความจริง โดยใช้ถ้อยค�า ที่สุภาพและมีประโยชน์ ๔. ท�างานไม่คั่งค้างสับสน ท�างานดีมีระเบียบ ท�างานอย่าง เต็มความสามารถ และตั้งใจ ท�างานให้เสร็จ ๑0 บุคคลในขอใดแสดงใหเห็นถึงการมีคุณธรรมและจริยธรรม ในการทํางาน 1. โอใสใจและมุงมั่นในการทํางาน 2. จาชวยเพื่อนทํางานเมื่อเจานายสั่งใหทํา 3. ดาใชถอยคําสุภาพกับเพื่อนที่ไมสนิทเทานั้น 4. เอกพรินตเอกสารหนาเดียวแลวทิ้งเมื่อไมใชงาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการที่โอใสใจและมุงมั่น ในการทํางาน แสดงใหเห็นวาโอมีความรับผิดชอบ ตั้งใจทํางาน เพื่อใหงานสําเร็จตามจุดมุงหมายที่กําหนดไวอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีลักษณะสอดคลองกับการมีคุณธรรมและจริยธรรมในการ ทํางานมากที่สุด) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 1. ครูยกตัวอยางสถานการณการมีคุณธรรมและ จริยธรรมในการทํางานใหนักเรียนไดศึกษา แลววิเคราะหวา สถานการณดังกลาวแสดงให เห็นวา ผูปฏิบัติงานมีคุณธรรมและจริยธรรม ในการทํางานหรือไม โดยสถานการณตัวอยาง คือ แดนมีความสามารถดานการออกแบบ เขามีผลงานที่สรางสรรคดวยตนเองอยูเปน จํานวนมาก เพื่อนๆ ตองการใหเขาชวยสอน เทคนิคการออกแบบให แดนจึงตกลงชวยสอน โดยไมคิดคาใชจาย และเพื่อนๆ ก็สามารถ สรางสรรคผลงานไดดีขึ้นในระดับหนึ่ง ขั้นนํา (แบบกระบวนการสร้างความตระหนัก) 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับหลักการทํางาน และทักษะการทํางานตามที่ไดศึกษาในชั่วโมง ที่ผานมาวา การทํางานใหประสบความสําเร็จ นั้น ผูปฏิบัติงานนอกจากจะตองมีความรู ความเขาใจ ความสามารถ และมีทักษะตางๆ ในการทํางานแลว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ควรให ความสําคัญและผูปฏิบัติงานทุกคนจําเปน ตองมี นักเรียนทราบหรือไมวาคือสิ่งใด โดย ครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันแสดงความ คิดเห็น 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การทํางานนอกจากจะ ตองมีความรู ความเขาใจ ความสามารถ และมี ทักษะตางๆ ในการทํางานแลว ผูปฏิบัติงานยัง ตองมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะ นิสัยที่ดีในการทํางานดวย จึงจะทําใหสามารถ ทํางานไดอยางมีความสุขและสงผลใหการ ทํางานประสบความสําเร็จ นอกจากนี้ ควรใช พลังงานและทรัพยากรในการทํางานอยาง คุมคา เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม” บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการสงเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ในการทํางานของประเทศอาเซียนโดยภาพรวมใหนักเรียนฟง ซึ่งสามารถสรุปได ดังนี้ • การสรางมาตรการในการปองกันการคอรรัปชันในหนวยงาน โดยการ สรางมาตรการปองกันการขัดแยงทางผลประโยชน รวมถึงการจัดการ กรณีการละเมิดจริยธรรม เผยแพรจริยธรรม แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ใหความรู ความเขาใจที่ถูกตอง กลอมเกลาสังคมผานสื่อที่หลากหลาย • สรางแรงจูงใจในการทํางาน โดยสรางบรรยากาศของการทํางานอยางมี จริยธรรม สรางคุณภาพชีวิตการทํางานที่ดี • เพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน โดยการยกเลิกระเบียบ กฎเกณฑ หรือขั้นตอนการทํางานที่ซํ้าซอน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T12


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๓.๒ เจตคติและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เจตคติที่ดีในการท�างาน หมายถึง การแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อสิ่งใด สิ่งหนึ่งในลักษณะชอบ พึงพอใจ สนใจ เห็นด้วย ต้องการปฏิบัติงานนั้น ๆ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความสุขในการท�างาน หากพบปัญหาหรืออุปสรรคก็สามารถหาแนวทางแก้ ไขปัญหานั้นได้ ลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน เป็นผลมาจากการมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดีต่องาน ที่ท�า ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติเพื่อน�าไปสู่ความส�าเร็จ เจตคติที่ดี ในการท�างาน ลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน ๑. ก�าหนดการท�างานด้วยตนเอง เป็น ผู้คิดริเริ่มและสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างด้วย ตนเอง รวมทั้งวางแผนการท�างานและก�าหนด ระยะเวลาในการท�างาน ๒. ทุกสิ่งเป็นจริงได้ เชื่อมั่นว่าตนเองจะต้อง ท�างานนั้น ๆ ได้อย่างเต็มความสามารถและ สามารถท�าได้ดี ๓. ให้ความส�าคัญกับงานทุกประเภท ไม่ เลือกท�าแต่งานที่ส�าคัญหรืองานใหญ่ ๆ และไม่ เลือกงาน ควรเห็นคุณค่าของงานแต่ละประเภท ๔. มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน สร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันด้วยการแสดงถึง ความเป็นมิตร ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน 5. อาสาท�างานนอกเหนือหน้าที่ ท�างาน นอกเหนือจากความรับผิดชอบบ้าง เพื่อเป็นการ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ น�าไปพัฒนางานให้ดีขึ้นได้ ๑. ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสืบค้น แสวงหาค�าตอบใน ปัญหา จะท�าให้เกิดความละเอียดรอบคอบและเกิดความ ผิดพลาดน้อย ๒. มีความกระตือรือร้นและหนักแน่น ยินดีกับการ เปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ๓. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดหาวิธีในการสร้างสรรค์ ผลงานด้วยวิธีการที่แปลกใหม่ จะท�าให้งานก้าวหน้าได้ดี ๔. สู้งาน พยายามเรียนรู้ ในงานที่ท�า ไม่ย่อท้อต่อการท�างาน จะเกิดการพัฒนาทั้งด้านความคิดและการกระท�า 5. มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับผู้อื่นได้ดี สื่อสารให้ผู้อื่น เข้าใจได้ โดยเฉพาะการท�างานร่วมกัน ๖. มีระเบียบวินัย มีความรับผิดชอบ ตรงต ่อเวลา มีเป้าหมายชัดเจน และมีการวางแผนในการท�างาน ๗. รู้จักกาลเทศะ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมทั้งการแต่งกาย การพูด การแสดงออก และการควบคุมอารมณ์ ๖. ความล้มเหลวเป็นพื้นฐานของความส�าเร็จ เรียนรู้ จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แล้วน�ามาเป็นบทเรียน เพื่อ หาแนวทางแก้ ไขในการท�างานครั้งต่อไป ๗. ไม่ ปดกั้นโอกาสในการตรวจสอบตนเอง ตรวจสอบ ว่าตนเองมีการพัฒนาที่ดีขึ้นหรือไม่ เคยผิดพลาดหรือไม่ และสามารถปรับปรุงแก้ ไขได้อย่างราบรื่นหรือไม่ ๑๑การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต ช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสืบค้น แสวงหาค�าตอบใน 1 ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ใหสมาชิกภายในกลุม รวมกันแสดงบทบาทสมมติเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และ ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน โดยแตละกลุมจะมีเวลาในการออกมา นําเสนอผลงานกลุมละ 5 นาที และหลังจากแสดงบทบาทสมมติ เสร็จเรียบรอยแลว ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายวา บทบาทสมมติที่ไดนําเสนอไปนั้น มีการใชคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานอยางไร และสิ่งเหลานั้น กอใหเกิดประโยชนตอการทํางานในชีวิตประจําวันอยางไร (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะดานมีวินัย ใฝเรียนรู และ มุงมั่นในการทํางาน) นักเรียนควรรู 1 ชางสังเกต การเปนคนชางสังเกตที่สามารถมองเห็นสิ่งตางๆ ที่อยูรอบตัว แลวนํามาคิดวิเคราะห ปรับใช จะกอใหเกิดประโยชนกับตนเอง หรือคนรอบขางได เชน ตองการเปดรานอาหาร ตองออกไปสํารวจ หรือสังเกตหลายๆ รานวาแตละ รานมีจุดเดนอยางไร ผูบริโภคสวนใหญเปนกลุมใด จากนั้นจึงนํามาคิดวิเคราะหวา รานของตนเองควรสรางจุดเดนอยางไรใหแตกตางจากรานอื่นๆ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และลักษณะนิสัยที่ดีในการ ทํางานใหนักเรียนฟงวา คุณธรรม จริยธรรม และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เปนสิ่งที่ทุกคนพึงมี เพราะเปนสิ่งสําคัญและจําเปนในการทํางาน โดยเฉพาะ เมื่อตองทํางานรวมกับผูอื่น ไมวาจะกําลังศึกษาเลาเรียน หรือประกอบอาชีพ ในอนาคต หากมีแนวทางการปฏิบัติที่ดี ยอมสงผลใหงานที่ทําประสบความสําเร็จ ไดอยางมีประสิทธิภาพ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ 2. ครูถามนักเรียนวา • จากสถานการณดังกลาว แสดงใหเห็นวา แดนมีคุณธรรมและจริยธรรมในการทํางาน หรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน แดนแสดงถึงความมี นํ้าใจ ใหความชวยเหลือเพื่อนๆ โดยไม หวังผลตอบแทน ซึ่งเขาหวังเพียงใหเพื่อน ไดเรียนรูและสามารถทําในสิ่งที่ตองการ จนประสบความสําเร็จได) • จากสถานการณดังกลาว แดนมีเจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน แดนมีความสัมพันธที่ดี หรือมีมนุษยสัมพันธที่ดีตอเพื่อนรวมงาน โดยการแสดงความเปนมิตรตอเพื่อนและ คอยใหความชวยเหลือเพื่อนเมื่อเพื่อนเกิด ปญหา) 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการทํางานทุกประเภท เพื่อใหงานมีคุณภาพที่ดีไดนั้น บุคคลตองมีการ ปรับเจตคติของตนใหมีความสอดคลองกับงาน ที่ไดรับมอบหมาย ควรสรางเจตคติเชิงบวกตอ สิ่งตางๆ เนื่องจากเจตคติที่มีอยูมีความสําคัญ ตอการทํางาน โดยเริ่มตนจากการมีใจรักใน งานของตน การมองโลกในแงดี มีความสุขใน การทํางาน หากพบกับปญหา หรืออุปสรรค ตางๆ ก็จะสามารถฟนฝาปญหาและอุปสรรค ตางๆ เหลานั้นไปได เพื่อใหงานบรรลุผลสําเร็จ ตามเปาหมายที่กําหนดไว ซึ่งนอกจากจะทําให ไดงานที่มีคุณภาพแลว ยังสงผลใหเกิดความ ภาคภูมิใจในตนเองไดอีกดวย” นํา สอน สรุป ประเมิน T13


ขอสอบเนนการคิด ·Ñȹ¤µÔ·Õè¤ÇÃÁÕ à¾×èÍÊÌҧªÕÇÔµ·Õè´Õ ทัศนคติและมุมมอง เป็นเรื่องส�าคัญที่ ก�าหนดชีวิตของเรา เพราะสองสิ่งนี้จะช่วย เปลี่ยนวิธีการมองโลกรอบข้างจนถึงเหตุการณ์ ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต และบางคนอาจมองว่า เรื่องทัศนคตินี้ส่วนมากจะเกี่ยวกับเรื่องการ ท�างานหรือการสร้างธุรกิจ แต ่แท้จริงแล้ว ทัศนคตินั้นสัมพันธ์และประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ õ ทุกเรื่อง โดยทัศนคติที่ควรมี มีดังนี้ ¤ÇÒÁÊíÒàÃç¨ à¡Ô´¨Ò¡ ¡ÒÃŧÁ×Í·íÒ ¤ÇÒÁ¼Ô´ËÇѧ ໚¹àÃ×èͧ·Õ赌ͧ àÃÕ¹ÃÙŒ ¡ÒÃàÃÕ¹ÃÙŒ à¡Ô´¢Öé¹ µÅÍ´àÇÅÒ äÁ‹ÁÕÍÐäà ·ÕèÊÁºÙóáºº ÅŒÁàËÅÇ à¾×èͤÇÒÁÊíÒàÃç¨ หากตองการประสบความสําเร็จจะตองคิดและลงมือทําอยางเต็มความสามารถ ไมใชเพียงแคคิดแตไมลงมือทํา ความสําเร็จก็จะไมเกิดขึ้น ไมมีใครที่จะสมหวังไปเสียทุกอยาง การไดเผชิญหนากับความจริงที่อาจเกิดขึ้นจากความ ผิดหวังในชีวิตจะสามารถชวยใหเรารับมือกับสถานการณตาง ๆ ไดงายขึ้น แตแทจริงแลวชีวิต เราก็ยังมีเรื่องที่สมหวังอีกมากมาย แคเพียงเราไมไดมองหรือมองเห็นสิ่งที่ผิดหวังมากกวา โลกปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยูตลอดเวลา ดังนั้น จึงควรเรียนรูสิ่งใหม ๆ อยูเสมอ จะยิ่งทําใหตนเองมีมุมมองที่กวาง ตอยอดความคิดได และนําไปสูการสรางชีวิตใหดีขึ้น ในโลกนี้ ไมมีอะไรที่สมบูรณแบบ เพราะระหวางทางของการทํางานหรือการใชชีวิต ประจําวันอาจตองพบเจอกับอุปสรรคบางในบางครั้ง เมื่อพบเจอก็จะทําใหเรากลา ที่จะปรับปรุงแก ไขหรือเปลี่ยนแปลงใหดีขึ้นได ผูที่ประสบความสําเร็จมักจะผานความยากลําบากหรือความลมเหลวมากอน ซึ่งความ ลมเหลวนั้นก็เปนบทเรียนใหรูจักเรียนรู ปรับตัว และแก ไข เพื่อใหตนเองเกิดการพัฒนา มากขึ้น ๑๒ ผูที่เคยประสบความลมเหลวมากอนจะสามารถประสบความ สําเร็จไดหรือไม อยางไร (แนวตอบ ผูที่เคยประสบความลมเหลวมากอนสวนใหญจะ ประสบความสําเร็จในภายหลัง เนื่องจากความลมเหลวที่เกิดขึ้นนั้น จะเปนบทเรียนสําคัญที่ทําใหไดรูจักเรียนรู ปรับตัว และแกไข เพื่อใหตนเองเกิดการพัฒนาที่เพิ่มมากขึ้นและดีขึ้นกวาเดิม ซึ่งจะ ไมนําไปสูการพลาดพลั้งเหมือนครั้งกอนๆ ที่ผานมา) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ 4. ครูสนทนากับนักเรียนวา “การทํางานใดๆ ก็ตาม หากตองการใหงานของตนประสบความสําเร็จ ผูปฏิบัติงานจะตองมีความมุงมั่น ตั้งใจ มีความ พยายาม และสิ่งสําคัญ คือ จะตองมีความรัก ในงานที่ทํา มีทัศนคติที่ดีในการทํางาน ซึ่งจะ สงผลใหสามารถทํางานไดอยางมีความสุข งานที่ทํามีคุณภาพและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” 5. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง 5 ทัศนคติที่ควรมี เพื่อสรางชีวิตที่ดี ในกรอบ Know More จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 6. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา การทํางานตางๆ ในปจจุบัน สงผลใหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สูญเสียไปหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สงผลใหทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมสูญเสียไป เนื่องจากมีการ ใชงานทรัพยากรอยางสิ้นเปลือง จึงสงผล กระทบใหทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ถูกทําลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ) ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 7. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ ลักษณะนิสัยที่ดี ในการทํางาน และการใชทรัพยากรอยางคุมคา และยั่งยืน 8. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางานและการใช ทรัพยากรอยางคุมคา 9. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การทํางานใหประสบผลสําเร็จ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีทัศนคติที่ดีในการทํางานหรือทัศนคติ เชิงบวก (Positive Attitude) ใหนักเรียนฟงวา ทัศนคติเปนความรูสึกของบุคคล ที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เปนการแสดงความรูสึกภายในที่สะทอนวา บุคคลมีความ โนมเอียง พอใจ หรือไมพอใจในบางสิ่งบางอยาง ซึ่งในการที่จะประสบความสําเร็จ ในการทํางาน หรือประสบความสําเร็จในชีวิตไดนั้น นักเรียนตองมีทัศนคติที่ดีกอน โดยการสรางทัศนคติที่ดีใหเกิดขึ้นกับตนเองจนเปนลักษณะนิสัยที่ติดตัวกับ ตนเองไปตลอด เพราะหากเราสามารถสรางทัศนคติที่ดีได ก็ยอมสงผลใหการ ดําเนินชีวิตเปนไปไดอยางราบรื่นและมีความสุข สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสรางทัศนคติ ไดที่ https://www.skilllane. com/blog/4-ways-to-think-positively นํา สอน สรุป ประเมิน T14


กิจกรรม Mini Project ô การใชพลังงานและทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน การท�างานต่าง ๆ ในชีวิตประจ�าวันอาจส่งผลให้สูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปไม่มากก็น้อย และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว ผู้ปฏิบัติงานจึงควรมี จิตส�านึกที่ดีต่อการใช้พลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยอาศัยหลักการ 5R ดังนี้ การทํางานเปนสิ่งที่ทุกคนควรปฏิบัติเพื่อการดําเนินชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งการทํางาน ใหประสบความสําเร็จจําเปนตองมีทักษะตาง ๆ ในการทํางาน มีกระบวนการทํางาน สามารถนําไป ใชในชีวิตประจําวันได นอกจากนี้ ยังตองมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดี ในการทํางาน เพื่อใหสามารถทํางานไดอยางมีความสุข รวมถึงการรูจักใชพลังงานและทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคา ไมทําลายสิ่งแวดลอม เพื่อเปนการรักษาสิ่งแวดลอมใหยั่งยืน สรุป Reuse Recycle Repair Reject Reduce น�ามาใช้ซ�้า น�าของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ�้า แปรสภาพกลับมาใช้ ใช้กระบวนการผลิตใหม่ อีกครั้ง เพื่อน�ากลับมา ใช้ ใหม่ หลีกเลี่ยงสารเคมี ไม่น�าภาชนะที่เคยบรรจุสารเคมี กลับมาใช้อีก ซ่อมแซม ปรับปรุงแก้ ไขสิ่งของต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานได้ต่อ ลดปริมาณขยะ ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีบรรจุภัณฑ์ สิ้นเปลือง ๑๓การทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 1.2.1 เรื่อง ลักษณะนิสัย ที่ดีในการทํางานและการใชทรัพยากรอยาง คุมคา 3. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การทํางานใหประสบผลสําเร็จ 4. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และการสรุปความรู 5. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ขั้นสรุป ครูสรุปความรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน และการใชทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน ใหนักเรียนฟงวา “ในการทํางานใดๆ ก็ตาม ผูปฏิบัติงานจะตองมีความรู ความสามารถ และ มีทักษะในการทํางาน ทั้งยังตองมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการ ทํางาน รูจักใชทรัพยากรอยางประหยัด คุมคา และเกิดประโยชนสูงสุด เพื่อใหงานประสบความ สําเร็จอยางมีประสิทธิภาพ” ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 10. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 1 เรื่อง การทํางานเพื่อ การดํารงชีวิต แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบประเมิน กิจกรรมเรื่อง การท างานให้ประสบผลส าเร็จ กิจกรรม การท างานให้ประสบผลส าเร็จ ง 1.1 ม.4-6/1 อธิบายวิธีการท างานเพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การวางแผนการท างาน วางแผนการท างานได้ เป็นอย่างดี วางแผนการท างานได้ ค่อนข้างดี วางแผนการท างานได้พอใช้ วางแผนการท างานได้ไม่ดี ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การท างานร่วมกับผู้อื่น ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ เป็นอย่างดี ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ ค่อนข้างดี ท างานร่วมกับผู้อื่นได้ ท างานร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ 3. การจัดการในการท างานกลุ่ม ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วนเป็น ส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ได้ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ 4. การน าเสนอผลงาน น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสม น าเสนอผลงานอย่าง ครบถ้วน เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสมเป็น บางส่วน น าเสนอผลงานได้ไม่ ครบถ้วน และไม่เหมาะสม 5. การมีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีในการ ท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างานเป็นบางส่วน ไม่มีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ในการท างาน 6. การท างานอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบผลส าเร็จ ท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และประสบผลส าเร็จ ท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และประสบผลส าเร็จเป็น ส่วนใหญ่ ท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพเป็นบางส่วน และไม่ประสบผลส าเร็จ ไม่สามารถท างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพและประสบ ผลส าเร็จ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน โดยใหสมาชิกภายในกลุม รวมกันคิดหาวิธีการทํางานภายในกลุมของตนเองวาจะมีวิธีการ อยางไร เพื่อใหกลุมของตนเองทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ และประสบความสําเร็จ 2. สมาชิกภายในกลุมรวมกันกําหนดกฎระเบียบ ขอบังคับของกลุม ในการทํางาน เพื่อใหเกิดความเขาใจที่ตรงกัน โดยนักเรียนแตละ กลุมจะตองนําหลักในการใชพลังงานและทรัพยากรอยางคุมคา และยั่งยืนมาใชเปนหลักการทํางานกลุมของตนเอง 3. ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมิน T15


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ความส�ำคัญและ หลักการของ งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการของงาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ได้ 2. น�ำหลักการของงาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ไปใช้ในการประดิษฐ์งาน เอกลักษณ์ไทยอื่นได้ 3. เห็นคุณค่าของงาน ประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย แบบ กระบวนการ เรียน ความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง ความส�ำคัญและ หลักการของงานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย T16


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย ต่าง ๆ 3 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายวิธีการประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทยต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง 2. ประดิษฐ์งานเอกลักษณ์ ไทยตามขั้นตอนได้อย่าง สร้างสรรค์และสวยงาม 3. อนุรักษ์งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทยให้คงอยู่ สืบไป แบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย T17


งานประดิษฐ์เอกÅÑกษ³ หน่วยการเรียนรู้ที่ò ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ ความสําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทย งานประดิษฐ์เป็นชิ้นงานที่สร้างขึ้นจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประดิษฐ์ มีการใช้วัสดุ ต่าง ๆ ทั้งวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยงานประดิษฐ์มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ดังนี้ ËÒ¡µŒÍ§¡Òçҹ»ÃдÔɰ àÍ¡Åѡɳä·Â à¾×è͹Óä»ãªŒ ã¹§Ò¹¾Ô¸Õµ‹Ò§ æ ¨Ð»ÃдÔɰ ªÔé¹§Ò¹¹Ñé¹Í‹ҧäà สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการทํางานรวมกัน เปนการทํางานกลุม ทํางานรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุข ทํางาน อยางมีกระบวนการ ตามขั้นตอนและฝกหลักการทํางานกลุม เชน การประดิษฐของใชที่เปน เอกลักษณไทย ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ม้าโยก ตุ๊กตาไม้ ตุ๊กตาผ้า ตุ๊กตาดินเผา แจกันดอกไม้ หมอนปักลวดลาย เครื่องแขวนดอกไม้สด เก้าอี้หวาย ตะกร้าหวาย ชะลอมไม้ ไผ่ กระเปาสาน เพื่อเปน ของเล่น เพื่อเปนของ ประดับตกแต่ง เพื่อเปน ของใช้ เชน ìä·Â ๑๔ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับงานประดิษฐเอกลักษณไทย เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง ความสําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทย และหลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทยเพิ่มมากขึ้น สามารถเลือกใชเครื่องมือในงานประดิษฐเอกลักษณไทยไดอยางถูกตองและปลอดภัย ลงมือปฏิบัติ งานประดิษฐที่เปนเอกลักษณไทย เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานดอกไมสดไดอยางสรางสรรค เพื่อใหเกิดความชํานาญ ใชทรัพยากรอยาง คุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน นําทักษะการจัดการและทักษะการทํางานรวมกัน มาประยุกต ใชในการทํางาน ใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางานไดอยางเปนขั้นตอน รวมถึงใชทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิตในการคนหาขอมูล ที่เปนประโยชน เพื่อใหผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับงานประดิษฐเอกลักษณไทย • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณไทย เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานดอกไมสดอยางสรางสรรค ขั้นนํา (แบบกระบวนการเรียน ความรู ความเขาใจ) 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและผลการเรียนรู ใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียนแตละคน ทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย 2. ครูเปดคลิปวิดีโองานประดิษฐเอกลักษณไทย ประเภทตางๆ ใหนักเรียนดู เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานจัดดอกไมสด 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนเคยเห็นงานประดิษฐเอกลักษณไทย ดังตัวอยางที่ครูเปดคลิปวิดีโอใหดูหรือไม หากเคยเห็น เห็นจากที่ใดและงานประดิษฐ เอกลักษณไทยชิ้นดังกลาวมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเคยฝกปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณ ไทยเหมือนในคลิปวิดีโอหรือไม หากเคย ฝกปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณไทยประเภท ใด และวิธีการปฏิบัติมีความยากงายอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูสนทนากับนักเรียนวา “คลิปวิดีโอที่นักเรียน ไดดูนั้นเปนงานประดิษฐเอกลักษณไทยที่มีอยู ในวิถีชีวิตของคนไทยมาอยางยาวนาน วัสดุ ที่นํามาใชลวนเปนวัสดุจากธรรมชาติทั้งสิ้น ปจจุบันมีการนําเทคนิคสมัยใหมมาผสมผสาน มากขึ้น ทําใหชิ้นงานมีความทันสมัยสวยงาม แตยังคงความงดงามและแสดงใหเห็นถึง เอกลักษณไทยดังเชนในอดีตที่ผานมา” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T18


ขอสอบเนน การคิด เอกลักษณ ไทยอยูในวิถีชีวิตของคนไทย มายาวนาน สามารถพบงานประดิษฐเอกลักษณ ไทยไดตาม สถานที่ตาง ๆ นับเปนหลักฐานที่แสดงถึงการอนุรักษความ เปนไทย จึงควรเรียนรูขั้นตอนการปฏิบัติ รวมถึงฝกฝน การประดิษฐเพื่อใหเกิดผลงานที่ประณีต งดงาม ๑.๑ คุณคาของงานประดิษฐเอกลักษณ ไทย เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และสร้างความเพลิดเพลิน ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และฝกขั้นตอนในการท�างาน สามารถน�าไปใช้ ในขนบธรรมเนียมประเพณีไทยในงานเทศกาล และพิธีทางศาสนา สามารถสร้างรายได้และประกอบอาชีพเพื่อตนเองและครอบครัว ช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทย สามารถน�าไปใช้เป็น ของเล่น ของใช้ และของประดับ ตกแต่ง ทั้งยังให้ประโยชน์อีก หลายประการ ดังนี้ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๑๕ อยูในวิถีชีวิตของคนไทย 1 งานประดิษฐเอกลักษณไทยกอใหเกิดคุณคาตอผูประดิษฐ อยางไร (แนวตอบ งานประดิษฐเอกลักษณไทยมีคุณคาตอผูประดิษฐ หลายประการ เชน เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน สรางความ เพลิดเพลิน ชวยอนุรักษมรดกวัฒนธรรมไทย ชวยใหเกิด การพัฒนาทักษะความคิดสรางสรรคในการออกแบบชิ้นงาน สามารถนําชิ้นงานไปใชในการจัดงานเทศกาล งานพิธีการสําคัญ งานพิธีกรรมทางศาสนา ฯลฯ อีกทั้งยังสามารถสรางรายได หรือ ประกอบเปนอาชีพ เพื่อเลี้ยงตนเองและสมาชิกในครอบครัว ใหมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นได) เกร็ดแนะครู ครูอาจเปดคลิปวิดีโอการจัดงานประเพณีสําคัญของไทยที่มีการนําชิ้นงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยในหลากหลายรูปแบบมาใชในการจัดงานดังกลาวให นักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนเล็งเห็นถึงคุณคาและความสําคัญของงานประดิษฐ เอกลักษณไทย อีกทั้งยังเปนการสรางแรงบันดาลใจใหนักเรียนเกิดความคิด สรางสรรคในการประดิษฐชิ้นงานเพิ่มมากขึ้น นักเรียนควรรู 1 วิถีชีวิตของคนไทย ในอดีตวิถีชีวิตของคนไทยเปนสังคมเกษตรกรรม ผูคน สวนใหญอาศัยอยูรวมกันเปนครอบครัวใหญ เปนชุมชน มีการชวยเหลือพึ่งพา อาศัยซึ่งกันและกัน มีการใชชีวิตที่เรียบงาย พึ่งพาธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเปน หลัก ทั้งยังใหความสําคัญกับการนับถือศาสนา รวมถึงวัฒนธรรมและประเพณี ที่สืบทอดตอกันมาอีกดวย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 2. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ความสําคัญของ งานประดิษฐเอกลักษณไทยและหลักการของ งานประดิษฐเอกลักษณไทย จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 3. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความ สําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทยและ หลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทย จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 2 4. ครูถามนักเรียนวา • งานประดิษฐเอกลักษณไทยมีคุณคาอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 5. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันคิดวาจะเลือกศึกษา งานประดิษฐเอกลักษณไทยประเภทใดตาม ความสนใจกลุมละ 1 ประเภท จากนั้นสืบคน ขอมูลในประเด็นที่ครูกําหนดให คือ ลักษณะ ของงานประดิษฐ หลักการประดิษฐ วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช เคล็ดลับในงาน ประดิษฐ และขั้นตอนการประดิษฐ ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูล งานประดิษฐเอกลักษณไทยที่เลือกในประเด็น ที่ครูกําหนดให จากนั้นนําขอมูลที่ไดจากการ ศึกษามารวบรวมและวิเคราะหขอมูลรวมกัน เพื่อสรุปผล 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชม หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม นํา สอน สรุป ประเมิน T19


ขอสอบเนนการคิด Be careful ในการประดิษฐ์งานเอกลักษณ์ ไทย ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อ ดัดแปลงชิ้นงานให้มีความร่วมสมัย ต้องระมัดระวังการออกแบบไม่ให้ เกิดผลเสียต่อศิลปวัฒนธรรมไทย ชิ้นงานที่ผลิตได้ควรเป็นชิ้นงานที่ สมัยใหม่และด�ารงคุณค่าเอกลักษณ์ ไทยด้วย ๑.๒ หลักการของงานประดิษฐเอกลักษณ ไทย การประดิษฐ์งานเอกลักษณ์ ไทยตามหลักการที่เหมาะสมจะท�าให้งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทย ที่ได้มีความสวยงาม เก็บรักษาได้นาน ใช้งานได้จริง ก่อให้เกิดคุณค่าทางจิตใจแก่ผู้ที่พบเห็น ใช้ทรัพยากรในการประดิษฐ์ได้อย่างคุ้มค่า ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร หลักการของงานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย มีดังนี้ ก�าหนดงาน เอกลักษณไทย ที่จะประดิษฐ ตรวจสอบและ ปรับปรุง งานประดิษฐ ศึกษาขั้นตอน การประดิษฐและ เตรียมวัสดุอุปกรณ วางแผนการปฏิบัติ โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และใช้ความคิดสร้างสรรค ประดิษฐงาน เอกลักษณไทย ตามแผนที่วางไว้ ๑ ๕ ๓ ๒ ๔ ๑๖ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ 8. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับงานประดิษฐ เอกลักษณไทยประเภทตางๆ ที่นักเรียน แตละกลุมไดออกมานําเสนอ พรอมทั้งอธิบาย เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของงานประดิษฐ เอกลักษณไทยแตละประเภท หลักการของ งานประดิษฐเอกลักษณไทย จากนั้นใหนักเรียน แตละกลุมรวมกันบอกถึงคุณคาและประโยชน ของงานประดิษฐเอกลักษณไทย 9. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง ความสําคัญและหลักการของงานประดิษฐ เอกลักษณไทย ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง ความสําคัญของงานประดิษฐเอกลักษณไทย และหลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทย 2. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และการสรุปความรู ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง ความสําคัญ และหลักการของงานประดิษฐเอกลักษณไทย 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง หากตองการประดิษฐกระทงลอยจากใบตอง ควรเริ่มตนจาก ขั้นตอนใด 1. ประดิษฐกระทงลอย 2. วางแผนการประดิษฐกระทงลอย 3. ศึกษาขั้นตอนการประดิษฐกระทงลอย 4. กําหนดงานเอกลักษณไทยที่จะทําการประดิษฐ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเมื่อทราบวาตนเองตองการ ประดิษฐงานเอกลักษณไทยชิ้นใด ขั้นตอนตอไปก็จะตองวางแผน การประดิษฐชิ้นงานนั้นๆ เพื่อที่จะสามารถกําหนดการทํางานของ ตนเองไดอยางชัดเจน เชน วัสดุ อุปกรณที่นํามาใช งบประมาณ ในการจัดทํา คิดและออกแบบกระทงลอย ระยะเวลาที่ใชในการ ประดิษฐ) นํา สอน สรุป ประเมิน T20


ขอสอบเนน การคิด ๒.๑ หลักการปฏิบัติงานใบตอง การปฏิบัติงานใบตองตามหลักการที่เหมาะสมจะท�าให้งานใบตองที่ได้มีความสวยงาม เก็บรักษา ได้นาน ปฏิบัติงานได้รวดเร็วโดยไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร หลักการปฏิบัติงานใบตอง มีดังนี้ ò งานใบตอง งานใบตองเป็นชิ้นงานที่ท�าจากใบของต้นกล้วย น�าใบมาท�าเป็นรูปลักษณะต่าง ๆ โดยการฉีก กรีด ตัด เจียน พับ ม้วน รวมถึงการน�ามาเย็บ ถัก สาน ให้เป็นชิ้นงาน สามารถน�าไปใช้ ในชีวิต ประจ�าวันได้ ซึ่งงานใบตองมีประโยชน์ ในชีวิตประจ�าวันหลายด้าน ดังนี้ T i p การเก็บรักษางานใบตอง การเก็บรักษางานใบตองให้สดและทนนาน ให้น�างานใบตองแช่น�้าอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง หรือ ๑ คืน แล้ววางในภาชนะ คลุมด้วยผ้าชุบน�้าบิดหมาด ๆ ชิ้นงานจะอยู่ได้อย่างน้อย ๓ วัน หากชิ้นงานมีขนาดเล็ก ให้น�าใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้แน่น แล้วเก็บในตู้เย็น ชิ้นงานจะอยู่ได้อย่างน้อย ๗ วัน เช่น ห่อของสด ห่อขนม ห่อข้าวต้มมัด กระทงบรรจุอาหาร กระเช้าบรรจุขนมมีหูหิ้ว ใช้บรรจุอาหาร ใช้ ในงานประเพณีนิยมและโอกาสพิเศษ เช่น กระทง แจกันใบตอง พานกระทง ใช้ ในพิธีทางศาสนา เช่น บายศรี ฝกให้เกิดสมาธิ และสร้างความ เพลิดเพลิน ๑. การเช็ดใบตอง • เฉือนใบตองออกจากก้านก่อนเช็ด • ใช้ผ้าฝายเนื้อนุ่มที่แห้งและสะอาด เช็ดจากโคนไปยังปลายริ้วใบตอง • ใช้ผ้าชุบน�้าบิดหมาด ๆ เช็ดบริเวณรอยเปอน • หากมีฝุ่นหนา ให้ล้างด้วยน�้าสะอาด ผึ่งลม แล้วเช็ดให้แห้ง ๒. การฉีกใบตอง • ใช้เล็บนิ้วหัวแม่มือหรือใช้เข็มหมุดจิก แล้วฉีกจากโคนไปยังปลาย ใบตอง • น�าไม้บรรทัดมาวัดความกว้างของใบตองตามขนาดที่ต้องการแล้วจึงฉีก • น�าแม่แบบวางทาบบนใบตองแล้วฉีก หรือตัดตามแบบ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๑๗ เพราะเหตุใดจึงตองเช็ดใบตองกอนนํามาประดิษฐชิ้นงานและ มีวิธีการเช็ดอยางไร 1. ขจัดสิ่งสกปรก-ใชผาชุบนํ้าบิดหมาดๆ เช็ดใหทั่วใบตอง 2. ไมฉีกขาดงาย-ใชผาฝายชุบนํ้าดางทับทิมเช็ดใหทั่วใบตอง 3. ใหคงความสด-นําใบตองไปลางนํ้าแลวใชมือถูใหทั่วใบตอง 4. สีของใบจะไมเปลี่ยน-ใชผาชุบนํ้ายาลางจานเช็ดทําความ สะอาดใบตอง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเช็ดใบตองกอนนํามา ประดิษฐชิ้นงานจะชวยขจัดรอยเปอนและสิ่งสกปรกออก เพื่อให ใบตองมีความสะอาด โดยมีวิธีการเช็ด คือ ใชผาฝาย หรือผาที่มี เนื้อนุมชุบนํ้าบิดหมาดๆ แลวเช็ดใหทั่วใบตองอยางเบามือ ไมควร เช็ดถูแรงๆ เพราะสงผลทําใหใบตองฉีกขาดไดงาย) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตัดใบตองใหนักเรียนฟงวา การตัดใบตอง จากตน ควรตัดใหเหลือหูใบ เพื่อที่จะไดมีสวนสังเคราะหแสงเลี้ยงสวนกานและ กาบใบ หากตองการตัดใบตองเพื่อใชงานทันทีโดยไมตองนําใบตองไปผึ่งใหนุม ควรตัดใบตองในชวงเวลาสาย เพื่อใหนํ้าคางที่เกาะอยูบนใบตองแหง ใบตองที่ ตัดมาใหมๆ ยังมีความสดอยูมาก ไมควรนํามาใชงาน เนื่องจากใบตองจะฉีกและ ขาดไดงาย จากนั้นใหเลื่อยใบตองออกจากกานแลวฉีกเปนแผนใหมีขนาดกวาง พอประมาณ ใชผาสะอาดเช็ดจากโคนไปหาปลายริ้วใบตอง จะชวยใหใบตอง ไมแตกและขึ้นนวลมากขึ้น สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมใบตองและวัสดุ อุปกรณ ไดที่ http:// www.phitsanulok2.go.th/phitsanulok2/data/research_1375774528_ การเตรียมใบตองและวัสดุอุปกรณ.pdf ขั้นนํา (แบบกระบวนการปฏิบัติ) 1. ครูนําชิ้นงาน หรือภาพชิ้นงานประดิษฐ เอกลักษณไทยประเภทตางๆ มาใหนักเรียนดู เชน งานใบตอง งานแกะสลักผักและผลไม งานจัดดอกไมสด งานเครื่องแขวน 2. ครูถามนักเรียนวา • ชิ้นงานดังกลาวแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณ ไทยหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน แสดงใหเห็นถึงเอกลักษณ ไทย เนื่องจากมีการเลือกใชวัสดุจากธรรมชาติ มาประดิษฐชิ้นงาน สะทอนใหเห็นถึงวัฒนธรรม อันดีงามของไทย และความออนชอยงดงาม ของลวดลายที่ใชในการแกะสลัก) • ชิ้นงานดังกลาวมีขั้นตอนการปฏิบัติที่เหมือน กันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 1. ครูนําใบตองประเภทตางๆ มาใหนักเรียนดู เชน ใบตองกลวยตานี ใบตองกลวยนํ้าวา 2. ครูถามนักเรียนวา • หากตองการประดิษฐชิ้นงานประเภทงาน ใบตอง นักเรียนควรเลือกใชใบตองประเภทใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ใบตองกลวยตานี เพราะใบ มีความนุม เหนียว ไมเปราะ ไมฉีกขาดไดงาย ใบมีความหนาที่เหมาะสม สวนใบตองกลวย นํ้าวา ก็สามารถนํามาใชงานไดแตความ เหนียวนุมและทนทานจะมีนอยกวาใบตอง กลวยตานี) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T21


ขอสอบเนนการคิด ๒.๒ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ ในงานใบตอง การเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในงานใบตองได้เหมาะสมจะช่วยให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในงานใบตอง มีดังนี้ ใบตอง ผ้าเช็ดใบตอง เลือกใช้ ใบตองตานีอายุปานกลาง มีสีเขียวแก่ ใบโตเต็มที่ เพราะใบตอง จะมีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่าย มีความหนาพอเหมาะ เลือกที่มีความนุ่มและดูดซับน�้า ได้ดี ผ้าฝายจึงเหมาะในการ ใช้งานมากกว่าผ้าใยสังเคราะห์ กรรไกร  เลือกที่มีน�้าหนักเบา มีความคม เลือกขนาดและรูปร่างให้เหมาะกับผู้ ใช้และงานประดิษฐ์ มีดปลายแหลม  เลือกที่จับได้ถนัดมือ ปลายแหลมคม เพื่อใช้ส�าหรับเจียน ใบตอง ด้าย  เลือกที่มีสีใกล้เคียงใบตอง ไม้กลัด  เลือกที่มีขนาดเล็กแหลม แข็งแรง อาจท�ามาจาก ก้านมะพร้าว เข็มมือ  หากงานประณีตมากให้เลือกใช้เบอร์ ๙ งานทั่วไปให้เลือกใช้เบอร์ ๘ เข็มหมุด  เลือกชนิดที่หยิบจับได้สะดวก เช่น ชนิดหัวมุก ๑๘ เลือกใช้ ใบตองตานีอายุปานกลาง 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ • ขอดีของการนําใบตองมาใชในการประดิษฐ ชิ้นงานคือสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ชวยอนุรักษทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ชวยสืบสานมรดก ทางวัฒนธรรมของชาติไทยใหคงอยู) 3. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง งานใบตอง จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 หรือศึกษา เพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 4. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ใบตอง จาก PowerPoint ม.6 หนวยการ เรียนรูที่ 2 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ใบตองสามารถนํามาใช ประดิษฐเปนชิ้นงานที่สะทอนเอกลักษณไทยได หลายประเภท เชน กระทงลอย เปนภาชนะ สําหรับใสดอกไม ธูป เทียน ในการลอยกระทง ตามความเชื่อที่วา การลอยกระทงเปนการ ขอขมาตอพระแมคงคา เพราะเราไดใชนํ้า อุปโภคและบริโภคในชีวิตประจําวัน บายศรี เปนสํารับใสอาหารคาว อาหารหวานในพิธี สังเวยบูชาและพิธีทําขวัญตางๆ ทั้งพระราชพิธี และพิธีของราษฎร” 6. ครูนําวัสดุ อุปกรณในงานใบตองมาใหนักเรียน ดู ไดแก ใบตอง กรรไกร มีดปลายแหลม เข็มมือ เข็มหมุด ดาย ไมกลัด และผาเช็ด ใบตอง พรอมทั้งอธิบายวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณดังกลาว ใหนักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียน เกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ ในงานใบตองที่ถูกตอง สามารถเลือกและใชงาน ไดอยางถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย นักเรียนควรรู 1 ใบตองตานี เปนใบตองที่มีคุณภาพดี นิยมนํามาใชในการหออาหาร ทํา กระทง บายศรี ฯลฯ เนื่องจากใบมีลักษณะกวาง สีเขียวสด ใบเหนียว หนา ทนทาน ไมเหี่ยว หรือแตกไดงาย สามารถเก็บไวไดนาน นอกจากนี้ ยังมีการ สงออกไปจําหนายยังตางประเทศ ซึ่งใชประโยชนมากที่สุดในธุรกิจอาหารและ การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวฮินดูและพุทธ เพราะเหตุใดจึงไมควรนําผาใยสังเคราะหมาเช็ดทําความ สะอาดใบตอง (แนวตอบ เพราะผาใยสังเคราะหจะมีความยืดหยุนนอย มีการ ระบายอากาศไดไมดี ไมคอยดูดซับนํ้า หากนํามาเช็ดทําความ สะอาดใบตองจะทําใหใบตองชุมนํ้าและไมแหงไดเมื่อใชงานผา ใยสังเคราะหเปนระยะเวลานาน เนื้อผาจะเกิดขนเปนเม็ดกอน หลุดรวงอยูที่ใบตอง ซึ่งทําใหตองเสียเวลาเช็ดทําความสะอาด ใบตองใหมอีกครั้ง) เกร็ดแนะครู ครูอาจจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานใบตองมาใหนักเรียนดู พรอมทั้ง อธิบายลักษณะและวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณแตละชนิด เพื่อใหนักเรียนเกิด ความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานใบตองมากยิ่งขึ้น เชน เข็ม ที่ใชในการเย็บใบตอง ควรเลือกใชเข็มแบบใด เบอรใด หรือไมกลัดที่ใชสําหรับ กลัดใบตอง ควรเลือกใชแบบใดจึงจะเหมาะสม นํา สอน สรุป ประเมิน T22


๑ ๓ ๔ ๒ ๕ ๖ งานใบตอง ๒.๓ การฝกปฏิบัติงานใบตอง งานใบตองมีหลายชนิด จึงควรฝกปฏิบัติงานใบตองหลาย ๆ ชนิด เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ หลากหลายรูปแบบและสวยงาม น�าไปใช้ในงานเทศกาลจนถึงงานพิธีต่าง ๆ ได้ ตัวอย่าง ดังนี้ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ใบตอง ๒. กลีบกุหลาบ ๓. ลวด ๔. เข็ม ๕. ด้าย ขั้นตอนการเย็บแบบ ๑. ตัดใบตองตามภาพ จ�านวน ๔ ชิ้น ๒. น�าใบตองทั้ง ๔ ชิ้น มาวางซ้อนกัน ใส่ลวดด้านใน แล้วเย็บตรงกลางให้ใบตองทั้ง ๔ ชิ้น ติดกัน ๓. เตรียมใบตองขนาดประมาณ ๒ ✕ ๖ เซนติเมตร จ�านวน ๒๐ ชิ้น แล้วพับใบตองเป็นรูปสามเหลี่ยมประกบกัน ๔. น�าใบตองสามเหลี่ยมที่พับไปประกบกับตัวแบบ พับกลีบด้านหนึ่ง ย้อนกลับมาด้านหลังตามภาพ และเย็บให้ติดกับตัวแบบ น�าใบตอง สามเหลี่ยมที่พับไว้มาเย็บต่อจากกลีบแรก โดยกะระยะห่างให้เหมาะสม ท�าเช่นนี้จนครบทั้ง ๒ ด้าน ๕. น�ากลีบกุหลาบที่เตรียมไว้มาพับตามภาพ ๖. เย็บกลีบกุหลาบชั้นแรก โดยวางตรงกลางระหว่างกลีบใบตองด้านบน ขึ้นกลีบกุหลาบชั้นที่สอง จ�านวน ๒ กลีบ โดยวางให้สับหว่างกับชั้นแรก ส่วนชั้นต่อ ๆ ไป ให้เพิ่มจ�านวนกลีบขึ้นชั้นละ ๑ กลีบ จนถึงส่วนที่ป่อง ที่สุด แล้วจึงลดจ�านวนกลีบลงชั้นละ ๑ กลีบ จนสุดชายแบบ เย็บแบบ ๑9 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 7. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาตัวอยางงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : เย็บแบบ จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้น รวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการเย็บแบบทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการเย็บแบบใหเพื่อน ฟงหนาชั้นเรียน 8. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการเย็บแบบมาให นักเรียนดู 9. ครูสาธิตการเย็บแบบใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละขั้นตอนอยาง ชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกตและติดตาม แตละขั้นตอนไดทัน 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกปฏิบัติการเย็บ แบบ หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติ งาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถาม ครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงาน ของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ ชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึงความ ปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 11. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : เย็บ แบบ โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเย็บแบบสามารถ นํากลีบดอกไม หรือใบไมชนิดตางๆ มา ใชในการเย็บแทนกลีบดอกกุหลาบได เชน กลีบดอกกลวยไม กลีบดอกพลับพลึง ใบเงิน ใบทอง” เกร็ดแนะครู ครูอาจสาธิตการปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ โดยใชกลีบดอกไมหลากหลาย ชนิดใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง เพื่อใหนักเรียนไดฝกการสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติ การเย็บแบบแตละขั้นตอนอยางละเอียด โดยครูอาจอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความ ปลอดภัยในการใชวัสดุ อุปกรณในการงานเย็บแบบ เชน การใชเข็ม ในระหวาง การเย็บแบบ ควรใชเข็มดวยความระมัดระวังเปนอยางมาก เนื่องจากเข็มมีความ แหลมคม หากขาดความระมัดระวังในการใชงาน เข็มอาจทิ่มแทงทําใหไดรับ บาดเจ็บได นอกจากนี้ ไมควรหลอกลอ หรือเลนกันในระหวางการปฏิบัติงาน เพราะอาจสงผลใหขาดสมาธิในการทํางานได สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการพับกลีบใบตองเย็บเปนรูปดาว ไดที่ https:// www.youtube.com/watch?v=5lUZybj4_vk ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ โดยเลือกใชกลีบ ดอกกุหลาบ หรือกลีบดอกกลวยไมตามความสนใจ 1 ชนิด จากนั้น ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบาย ขั้นตอนการปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ ประกอบอยางถูกตอง ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ ในรูปแบบที่แปลก ใหมจากความคิดสรางสรรคและจินตนาการของตนเอง จัดทําเปน คลิปวิดีโอพรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานใบตอง : เย็บแบบ ประกอบการสาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวไมเกิน 7 นาที พรอมทั้งอัปโหลดคลิปวิดีโอลงในสื่อ โซเชียลที่สามารถกดติดตามได จากนั้นออกมานําเสนอคลิปวิดีโอ ใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T23


๕ ๖ ๑ ๒ ๓ ๔ งานใบตอง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ใบตอง ๒. หยวกกล้วย ๓. ดอกไม้ต่าง ๆ ๔. ลวดเสียบ ๕. เข็ม ๖. ด้าย ขั้นตอนการทํากระทงลอย ๑. ฉีกใบตองขนาด ๑ ✕ ๕ นิ้ว พับ ใบตองท�ามุม ๙๐ องศา เข้ามา จรดกันที่กึ่งกลางตามภาพ ๒. พับทบครึ่งจากขวาไปซ้าย แล้ว คว�่ากลีบลงให้สันกลีบด้านตรง อยู่ด้านบน จากนั้นพับชายใบตอง ด้านหน้าท�ามุม ๙๐ องศา เข้าหา รอยพับและพับทบมาทางซ้าย จากนั้นกลับด้าน ท�าในลักษณะ เดียวกัน จะได้กลีบคอม้า ๑ กลีบ ๓. พับกลีบคอม้าอีก ๑ กลีบ แล้ว น�ามาซ้อนกันตามภาพ และเย็บ ด้นถอยหลังให้ติดกัน ๔. พับกลีบคอม้ามาซ้อนกันตามแนวยาว ให้สามารถวางรอบกระทงได้ โดยจ�านวนของกลีบคอม้าจะขึ้นอยู่กับขนาดของกระทง ๕. พับกลีบใบตอง โดยฉีกใบตองขนาด ๑ ✕ ๓ นิ้ว พับทบตามความยาว ของใบตองลงมาเล็กน้อย จากนั้นพับท�ามุม ๙๐ องศา เข้ามาจรดกัน ที่กึ่งกลาง พับสันทบซ้ายไขว้ไปขวาและขวาไขว้ไปซ้าย จะได้กลีบ ใบตอง ๑ กลีบ จากนั้นจึงพับอีก ๑ กลีบ แล้วน�ามาวางซ้อนกัน พับสันทบซ้ายไขว้ไปขวาและขวาไขว้ไปซ้าย เย็บเป็นกากบาทไม่ให้ กลีบหลุดจากกัน จะได้กลีบใบตอง ๑ ชุด เพื่อน�ามาตกแต่งรอบนอก ของด้านล่างกระทง ๖. น�ากลีบคอม้าที่เย็บเสร็จเรียบร้อยแล้วมาวางรอบหยวกกล้วยซึ่งเป็น ฐานของกระทง โดยใช้ลวดเสียบเพื่อให้ตัวกลีบคอม้าติดกับฐานของ กระทง จากนั้นตกแต่งรอบนอกของด้านล่างกระทงด้วยกลีบใบตอง ตามภาพ และตกแต่งด้วยดอกไม้ ให้สวยงาม กระทงลอย ๒๐ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ๖. น�ากลีบคอม้าที่เย็บเสร็จเรียบร้อยแล้วมาวางรอบหยวกกล้วยซึ่งเป็น ฐานของกระทง โดยใช้ลวดเสียบเพื่อให้ตัวกลีบคอม้าติดกับฐานของ 1 เกร็ดแนะครู ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนเกิดความตระหนักในการใชทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอมอยางคุมคา โดยใหนักเรียนหลีกเลี่ยงการประดิษฐกระทงลอยจาก โฟม เนื่องจากโฟมเปนวัสดุที่ไมสามารถยอยสลายไดเอง ทั้งยังกอใหเกิดมลพิษ ทางนํ้า โดยแนะนําใหหันมาใชงานวัสดุจากธรรมชาติทดแทน เพราะสามารถ ยอยสลายไดเอง ไมทําลายทรัพยากรและสิ่งแวดลอม ทั้งยังแสดงถึงความเปน เอกลักษณไทยไดอีกดวย ใหนักเรียนออกแบบกระทงลอยจากใบตอง โดยใชวิธีการ วาดภาพ หรือใชโปรแกรมคอมพิวเตอรในการออกแบบตาม ความถนัด 1 วิธี จากนั้นออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิดในการออกแบบชิ้นงานรวมดวย ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทา ๆ กัน รวมกันออกแบบกระทง ลอยจากใบตองอยางสรางสรรค พรอมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ ใชในการทํากระทงลอยใหพรอม ลงมือปฏิบัติการประดิษฐกระทง ลอย จากนั้นออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยมี ประเด็นในการนําเสนอ คือ แนวคิดในการสรางสรรคชิ้นงาน จุดเดน ของกระทงลอย วัสดุ อุปกรณที่นํามาใช และขั้นตอนการปฏิบัติ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 13. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาตัวอยางงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : กระทงลอย จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้น รวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการประดิษฐ กระทงลอยทีละขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัคร นักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการ ประดิษฐกระทงลอยใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 14. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการประดิษฐกระทง ลอยมาใหนักเรียนดู 15. ครูสาธิตการประดิษฐกระทงลอยใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกประดิษฐกระทง ลอย หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือให สอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติ งานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยให ความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 17. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : กระทง ลอย โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 18. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ใบตองที่ใชประดิษฐ กระทงลอย ควรเปนใบตองที่มีอายุปานกลาง ใบเริ่มมีสีเขียวแก ใบโตเต็มที่ ไมควรเลือกใช ใบออน เพราะจะฉีกขาดงายและเหี่ยวเร็ว” นักเรียนควรรู 1 หยวกกลวย หยวกกลวยที่นิยมรับประทาน เชน หยวกกลวยตานี หยวก กลวยนํ้าวา หยวกกลวยที่จะนํามาปรุงอาหารควรเปนหยวกกลวยที่ยังไมออกปลี โดยนํามาหั่นเปนชิ้นเล็กๆ และจะตองใชมีดดึงเสนใยที่ติดอยูกับหยวกออก นําไปแชนํ้าเกลือ แลวจึงจะนําไปประกอบอาหารได นํา สอน สรุป ประเมิน T24


ขอสอบเนน การคิด ๑ ๒ ๓ งานใบตอง วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ใบตอง ๒. ดอกพุด ๓. ดอกไม้ต่าง ๆ ๔. ลวดเสียบ ๕. เข็ม ๖. ด้าย ๗. โฟม ๘. ไม้แหลม ขั้นตอนการทําบายศรีพรหม ๑. ฉีกใบตองส�าหรับท�ากรวยแม่และกรวยลูกกว้างประมาณ ๒ นิ้ว และฉีกใบตองส�าหรับห่อกว้างประมาณ ๑.๕ นิ้ว น�าใบตองที่ฉีกแล้วส�าหรับท�ากรวยแม่มาพับม้วนให้เป็นกรวยปลายแหลม พร้อมกับน�าดอกพุด มาวางเสียบไว้ที่ส่วนยอดปลายแหลมของกรวย บายศรี พรหม ๒. น�าลวดมาขดให้เป็นรูปตัวยู แล้วเสียบเข้าไปใน กรวย โดยให้ปลายลวดโผล่ออกมาประมาณ ๑ นิ้ว จากนั้นเย็บตรงกลางกรวย เพื่อไม ่ให้ลวดหลุด ออกมา ๓. น�าใบตองที่ฉีกส�าหรับท�ากรวยลูกมาพับม้วน เหมือนกรวยแม่ แต่ไม่ต้องใส่ลวด และเย็บตรง กลางกรวย เพื่อไม่ให้ใบตองคลายตัว ๒๑ ๑. ใบตอง ๒. ดอกพุด ๖. ด้าย 1 2 3 การฉีกใบตองที่ถูกตอง เพื่อปองกันไมใหใบตองชํ้า มีวิธีการฉีก อยางไร 1. ใชมือฉีกใบตองออกจากกาน 2. ใชเล็บนิ้วกอยฉีกจากโคนไปยังปลายใบตอง 3. ใชตะปูจิก แลวฉีกจากโคนไปยังปลายใบตอง 4. ใชไมบรรทัดวัดความกวางของใบตองตามขนาดที่ตองการ แลวฉีก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเปนวิธีการฉีกใบตองที่ถูกตอง โดยการนําไมบรรทัด หรือนําแมแบบมาวางทาบวัดตามขนาดที่ ตองการแลวฉีก ซึ่งจะทําใหไดใบตองที่มีขนาดความกวางเทากัน และใบไมชํ้า นอกจากนี้ ยังอาจใชเล็บนิ้วหัวแมมือ หรือใชเข็มหมุด จิก แลวฉีกจากโคนไปยังปลายใบตองได) นักเรียนควรรู 1 ใบตอง กอนฉีกใบตองตองตัดสันตอง หรือเอ็นตองออกกอนจึงจะฉีกใบตอง ไดงาย ใชเล็บนิ้วหัวแมมือฉีกใบตองใหไดขนาดเทาๆ กันทุกชิ้น ไมควรวางใบตอง ซอนกันหลายชั้น เพราะอาจทําใหขนาดคลาดเคลื่อนไปจากขนาดจริงได 2 ดอกพุด หากตองการปลูกดอกพุดสําหรับการจัดสวน ควรหาตนกลาพันธุดี มาปลูกลงในดินรวนผสมปุยคอกและปุยหมัก หากตองการปลูกดวยกระถาง ควรเลือกใชกระถางขนาดใหญ สําหรับแปลงปลูกควรขุดหลุมใหมีขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รดนํ้าสัปดาหละ 1 ครั้ง ตั้งกระถางใหโดนแสงแดดโดยตรง และบํารุงโดยการใสปุยปละ 2-3 ครั้ง 3 ดาย ในการใชงานควรเลือกสีของดายใหมีความใกลเคียงกับชิ้นงานมาก ที่สุด หากเย็บใบตองควรเลือกใชดายสีเขียวขี้มา (วีนัสสปน เบอร1385) การเย็บ ใบตองควรใชดาย 2 เสน เพราะหากใชดายเสนเดียว ดายจะมีความคมอาจบาด ใบตองขาดได และสงผลทําใหชิ้นงานขาดความแข็งแรง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 19. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาตัวอยางงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานใบตอง : บายศรี พรหม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการ ประดิษฐบายศรีพรหมทีละขั้นตอน โดยครูขอ อาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบาย ขั้นตอนการประดิษฐบายศรีพรหมใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน 20. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการประดิษฐบายศรี พรหมมาใหนักเรียนดู 21. ครูสาธิตการประดิษฐบายศรีพรหมใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 22. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกประดิษฐบายศรี พรหม หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติ งาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถาม ครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงาน ของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ ชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึงความ ปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 23. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงานประดิษฐ เอกลักษณไทยงานใบตอง : บายศรีพรหม โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตองและ อธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 24. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “บายศรีในภาษาเขมร คําวา “บาย” หมายถึง ขาว สวนคําวา “ศรี” หมายถึง สิริ เมื่อนําคําทั้ง 2 คํา มารวมกัน จึงแปลวา ขาวอันเปนสิริมงคล” นํา สอน สรุป ประเมิน T25


๖ ๗ ๘ 9 ๔ ๕ ๔. น�ากรวยลูกที่พับม้วนแล้ว ๓ กรวย วางทับด้านบนของกรวยแม่ โดยวางต�าแหน่งไล่ระดับลงมาตามภาพ จากนั้นน�าใบตองที่ฉีกส�าหรับห่อมาห่อกรวยทั้ง ๔ กรวย ตามภาพ ๕. น�ากรวยลูกมาวางทับอีก ๔ กรวย แล้วห่อด้วยใบตอง ท�าเช่นนี้อีก ๒ ครั้ง จะได้ ๑ ริ้ว ซึ่งประกอบด้วย กรวยแม่ ๑ กรวย และกรวยลูก ๑๕ กรวย โดยท�าทั้งหมด ๔ ริ้ว ๖. วางบายศรีแต่ละริ้ว ชั้นแรกให้มีระยะห่างเท่า ๆ กัน ๔ ริ้ว (๔ ทิศ) จากนั้นยึดริ้วติดกับโฟม โดยใช้ไม้แหลม มาเสียบจากด้านบนของริ้วให้ทะลุไปยึดติดกับโฟม ๗. ท�าริ้วอีก ๔ ริ้ว ซึ่งประกอบด้วยกรวยแม่ ๑ กรวย และกรวยลูก ๘ กรวย แล้วน�าริ้วทั้ง ๔ ริ้ว มาวางสลับ กับริ้วชั้นแรก ๘. ม้วนใบตองเป็นกรวยขนาดใหญ่ตามภาพ วางไว้ตรงกลางของโฟมที่เสียบบายศรี ๙. น�าดอกไม้ที่เตรียมไว้มาประดับตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม หรือท�ามาลัยสวมยอดกรวยขนาดใหญ่ ตรงกลาง เพื่อเพิ่มสีสันตามภาพ ๒๒ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย จากนั้นน�าใบตองที่ฉีกส�าหรับห่อมาห่อกรวยทั้ง ๔ กรวย ตามภาพ 1 เกร็ดแนะครู ในระหวางที่ครูทําการสาธิตวิธีการทําริ้วบายศรีและกรวยบายศรีใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง ครูอาจแนะนําเทคนิคในการทําริ้วบายศรีและกรวยบายศรี ใหมีความประณีตและสวยงาม เพื่อใหนักเรียนสามารถนําไปปฏิบัติตามได เชน การพับมวนริ้วบายศรี การมวนใบตองไมใหใบตองฉีกขาด หรือแตกหักไดงาย ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการพับริ้วใบตอง โดยฝกปฏิบัติตาม แบบที่ครูสาธิตใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง จากนั้นนําผลงานสงครู ผูสอน หากนักเรียนยังปฏิบัติไดไมถูกตองและไมสวยงาม ครูอาจ ใหนักเรียนฝกซํ้า หรือฝกปฏิบัติจนกวาจะประสบความสําเร็จ ใหนักเรียนฝกปฏิบัติงานใบตอง : การทําบายศรี ตามความ สนใจ 1 แบบ โดยศึกษารูปแบบการทําบายศรีในลักษณะตางๆ จากสื่อการเรียนรูที่หลากหลาย จัดทําเปนคลิปวิดีโอพรอมทั้ง อธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงานใบตอง : การทําบายศรี ประกอบการ สาธิตอยางถูกตอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ พรอมทั้งอัปโหลด คลิปวิดีโอลงสื่อโซเชียล เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 25. ครูนําภาพบายศรีในงานพิธีกรรมประเภท ตางๆ มาใหนักเรียนดู พรอมทั้งอธิบาย เพิ่มเติมวา “บายศรีเปนงานศิลปหัตกรรมไทย ที่คนไทยสวนใหญรูจักและคุนเคยมาเปน เวลาชานาน เนื่องจากบายศรีมีความสําคัญ ในการใชประกอบพิธีกรรมตางๆ เพื่อความ เปนสิริมงคล เชน พระราชพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญ พิธีไหวครู พิธีทําขวัญนาค พิธีตั้งศาลพระภูมิ บายศรีจําแนกเปน 2 ประเภทใหญๆ ได คือ บายศรีหลวง เปน บายศรีที่ใชในพระราชพิธีอันเกี่ยวเนื่องกับ พระมหากษัตริย พระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา และพระบรมวงศานุวงศ บายศรีหลวงแบงเปน 3 แบบ คือ • บายศรีตน ใชในงานพิธีสําคัญที่พสกนิกร จัดถวายพระมหากษัตริยในโอกาสสําคัญ ตางๆ • บายศรีสํารับเล็ก ใชในพระราชพิธีสมโภช เดือนและขึ้นพระอู • บายศรีตองรองทองขาว ใชในงานพระราช พิธีใหญ เชน พระราชพิธีสมโภชเดือนและ ขึ้นพระอู พระราชพิธีสมโภชระวางชาง สําคัญ และบายศรีราษฎร ใชประกอบในพิธีกรรม สําคัญสําหรับประชาชนทั่วไป บายศรีราษฎร แบงเปน 3 แบบ คือ • บายศรีปากชาม ใชในงานพิธีบวงสรวง สังเวย ตั้งศาลพระภูมิ • บายศรีใหญ ใชสําหรับเปนเครื่องสังเวย บูชาครูบาอาจารยชั้นพรหม • บายศรีตน ใชในงานพิธีไหวครู พิธีทําขวัญ นาค” นักเรียนควรรู 1 ใบตอง ใบตองที่นิยมนํามาใชสําหรับการทําบายศรีในลักษณะตางๆ มัก เปนใบตองจากตนกลวยตานี เนื่องจากเปนใบตองที่มีลักษณะเงา มัน วาว เมื่อ โดนนํ้าจะยิ่งเกิดประกายสีเขียวเขม ซึ่งจะมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น ใบตองจาก กลวยตานีมีความคงทน ไมฉีกแตกขาดไดงาย เหี่ยวยาก สามารถนํามาพับมวน เปนรูปลักษณะตางๆ ไดงาย และเก็บไวไดนานหลายวัน นํา สอน สรุป ประเมิน T26


ขอสอบเนน การคิด Be careful ในงานแกะสลักผักและผลไม้ต้องใช้ อุปกรณ์มีคม จึงควรปฏิบัติอย ่าง ระมัดระวัง รวมถึงการล้างอุปกรณ์ และการน�าอุปกรณ์เก็บเข้าที่ให้ เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยในการ ใช้งาน หากรู้สึกว่าตนเองมีอาการ ป่วย ไม่ควรปฏิบัติงานแกะสลัก และ ควรอยู่ให้ห่างจากอุปกรณ์มีคม ó งานแกะสลักผักและผลไม้ งานแกะสลักผักและผลไม้เป็นงานที่แสดงถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม สะท้อนให้เห็นถึงทักษะ ทางด้านงานฝมือและความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการให้ความส�าคัญกับอาหาร โดยน�างานแกะสลัก ผักและผลไม้มาตกแต่งอาหาร ประโยชน์ของงานแกะสลักผักและผลไม้ มีดังนี้ ๓.๑ หลักการแกะสลักผักและผลไม้ การปฏิบัติงานแกะสลักผักและผลไม้ตามหลักการที่เหมาะสมจะท�าให้มีความสวยงามและ ใช้งานได้จริง ทั้งยังไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร โดยหลักการปฏิบัติงานแกะสลัก มีดังนี้ ตัดแต่งผักและผลไม้ ให้เป็นชิ้นพอดีค�า เพื่อ ความสะดวกและสวยงามในการรับประทาน ดัดแปลงผักและผลไม้เป็นภาชนะบรรจุ อาหารให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ช่วยอนุรักษ์สืบสานงานแกะสลักผักและ ผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ประจ�าชาติไทย สามารถสร้างรายได้เสริมได้ เลือกผักและผลไม้ให้เหมาะสมกับงานแกะสลัก เช่น ผลไม้ที่ เปลือกหนาเหมาะกับการแกะสลักเป็นตะกร้า ผลไม้เนื้อบางเหมาะ กับการปอกคว้านเมื่อรับประทาน เช็ดท�าความสะอาดผักและผลไม้ก่อนน�ามาแกะสลัก โดยเช็ด เบา ๆ ไม่ให้เปลือกถลอกหรือเสียหาย บางชนิดสามารถน�าไปแช่น�้า เพื่อล้างให้สะอาดได้ เลือกที่สดและสวยงามตาม ลักษณะของผักและผลไม้นั้น ๆ และเลือกให้มีหลากหลายสี เตรียมภาชนะให้มีขนาด และรูปทรงเหมาะสมกับผัก และผลไม้ที่จะแกะสลัก ใช้ จัดตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม ช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และ ฝกสมาธิ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๒๓ เปลือกหนาเหมาะกับการแกะสลักเป็นตะกร้า ผลไม้เนื้อบางเหมาะ 1 2 หากตองการแกะสลักผลไมเพื่อนํามาใชบรรจุอาหาร ควรเลือก ใชผลไมชนิดใดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. แตงโม 2. มะยงชิด 3. แกวมังกร 4. สมเขียวหวาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะแตงโมเปนผลไมที่มี เปลือกหนา เหมาะสมที่จะนํามาใชแกะสลักเปนตะกรา หรือ ภาชนะสําหรับบรรจุอาหาร โดยการควานเนื้อของแตงโมออก ใหหมด และแกะสลักบริเวณเปลือกใหสวยงามเปนรูปทรงภาชนะ ตามตองการ) นักเรียนควรรู 1 เปลือกหนา ผลไมที่มีเปลือกหนาจะสามารถนํามาปอก ควาน ตัดแตงใหเปน ชิ้นที่มีรูปรางตามตองการได เชน แตงโม แคนตาลูป มันแกว มะมวงดิบ มะละกอ 2 เนื้อบาง ผลไมที่มีเนื้อบางจะสามารถแกะสลักไดไมมากนักและเหมาะ สําหรับการปอกควาน เพื่อการรับประทาน เชน ชมพู พุทรา ละมุด มะปราง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 26. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง งานแกะสลักผัก และผลไม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 27. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน แกะสลักผักและผลไม จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 2 28. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “แกะสลักผักและผลไม เริ่มมีมาตั้งแตสมัยสุโขทัยในงานพระราชพิธี จองเปรียง หรือลอยโคม ในวันเพ็ญเดือน สิบสอง นางนพมาศ หรือทาวศรีจุฬาลักษณ ไดประดิษฐตกแตงโคมลอยใหมีความสวยงาม แปลกตา โดยเลือกดอกไมและเกสรสีตางๆ มาประดับเปนรูปดอกไมซอนสีสลับกันใหเปน ลวดลายสวยงาม นําผักและผลไมมาแกะสลัก เปนรูปมยุรคณานกวิหคหงสใหจิกจับเกสร ดอกไมอยูตามกลีบดอก จากหลักฐานเหลานี้ แสดงใหเห็นวาการแกะสลักผักและผลไมเริ่ม ปรากฏในวังมากอน ซึ่งเรียกไดวาเปนวิชาการ ขั้นสูงของกุลสตรีในรั้วในวัง” 29. ครูถามนักเรียนวา • ระหวางรูปรางของผักและผลไมตามธรรมชาติ กับผักและผลไมที่ผานการแกะสลักให ความรูสึกที่แตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เพราะเหตุใดงานแกะสลักผักและผลไมจึง ไดรับการยกยองใหเปนผลงานที่มีคุณคา และสะทอนใหเห็นถึงเอกลักษณความ เปนไทย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกผักและผลไมที่จะนํามาใชในการ แกะสลักใหนักเรียนฟงวา ควรเลือกผักและผลไมตามฤดูกาล เพราะจะทํา ใหไดผักและผลไมที่มีความสดใหมและราคาถูก เลือกใหตรงกับความตองการ หรือวัตถุประสงคในการแกะสลัก เชน เพื่อการแกะสลักเปนภาชนะ นอกจากนี้ ควรเลือกผักและผลไมที่มีสีสด ผิวเรียบสวย ไมขรุขระ นํา สอน สรุป ประเมิน T27


ขอสอบเนนการคิด ๓.๒ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ ในงานแกะสลัก งานแกะสลักผักและผลไมจําเปนตองอาศัยวัสดุ อุปกรณเพื่อชวยในการแกะสลัก โดยหลักการ เลือกวัสดุ อุปกรณแตละชิ้น มีดังนี้ เลือกตามฤดูกาลที่มีความสดใหม เพื่อความสะดวก ในการแกะสลักและการเก็บรักษา และเลือกให เหมาะสมกับงานแกะสลัก ดอกไมจากมะเขือ ผักและผลไม ชอนกลม ควรเลือกที่ทําจากสเตนเลส ใชสําหรับตัก ไสผักและเนื้อผลไม เชน ตักเนื้อแตงโม ออก เพื่อนําเปลือกไปทําเปนภาชนะ มีดแกะสลักดามแบน เลือกที่มีดามแบนเพื่อ ความถนัดในการจับ และ เลือกใบมีดสเตนเลสเพื่อ ไมใหเกิดปฏิกิริยากับผัก และผลไม โดยมีดแกะสลัก มีลักษณะปลายเรียวแหลม ใชสําหรับการแกะ บาก หั่น ใหเปนลวดลายตาง ๆ มีดแกะสลักดามกลม เลือกที่ใบมีดมีลักษณะเรียวแหลม ทําจากสเตนเลส โดยเลือกใหเหมาะสมกับการใชงาน ซึ่งมีดลักษณะ ดามกลมเหมาะสําหรับผูที่มีทักษะการแกะสลัก เบื้องตนแลว มีดปอกผลไม เลือกที่ใบมีดทําจากสเตนเลส มีความคม และ ความยาวพอเหมาะ สวนมีดปอกสองคมใชเพื่อ ปอกเปลือกผักและผลไม จึงควรเลือกใหเหมาะ กับชนิดผักและผลไม ควรเลือกชนิดที่มีนํ้าหนักเบา ขนาดพอเหมาะกับผัก และผลไม ใชสําหรับรองเศษจากการแกะสลัก ถาดหรือกระจาด ๒๔ มีดแกะสลักดามแบน เลือกที่มีดามแบนเพื่อ 1 “นํ้าแข็งตองการแกะสลักแตงกวา เพื่อใหแมนําไปรับประทาน เปนเครื่องจิ้มคูกับนํ้าพริก แตเธอเคยแกะสลักแคเพียงครั้งเดียว จึงทําใหปฏิบัติไดลาชาและไมคลองแคลว” นํ้าแข็งควรเลือกใชมีด แกะสลักแบบใดจึงจะเหมาะสมและปลอดภัยมากที่สุด 1. มีดปอกผลไม 2. มีดแกะสลักดามสั้น 3. มีดแกะสลักดามแบน 4. มีดแกะสลักดามกลม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะนํ้าแข็งยังไมมีความชํานาญ ในการแกะสลักมากพอ เธอจึงควรเลือกใชมีดแกะสลักดามแบน เพราะเหมาะสมกับผูที่เริ่มตนฝกฝนการแกะสลัก เนื่องจากสามารถ ควบคุมมีดไดงาย ซึ่งจะสงผลใหเกิดความปลอดภัยในขณะ แกะสลักมากที่สุด) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 30. ครูนําวัสดุ อุปกรณในงานแกะสลักผักและ ผลไมมาใหนักเรียนดู ไดแก ผักและผลไม ชนิดตางๆ มีดแกะสลักดามแบน มีดแกะ สลักดามกลม มีดปอกผลไม ชอนกลม และ ถาด หรือกระจาด พรอมทั้งอธิบายวิธีการ ใชงานวัสดุ อุปกรณดังกลาวใหนักเรียนฟง เพื่อ ใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับ วัสดุ อุปกรณในงานแกะสลักผักและผลไม ที่ถูกตอง สามารถเลือกและใชงานไดอยาง ถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย 31. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดการแกะสลักผักและผลไม จึงควรเลือกใชมีดแกะสลักเนื้อสเตนเลส (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน หากใชงานมีดทั่วไป อาจทําใหเนื้อของผักและผลไมชํ้าไดงาย ทําใหมีสีคลํ้า ดูไมสวยงาม และไมนา รับประทาน) 32. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการแกะสลักผักและ ผลไมใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรู ขั้นตอนการปฏิบัติงานแตละประเภท 33. ครูถามนักเรียนวา • จากคลิปวิดีโอที่ไดดูไปนั้น นักเรียนคิดวา ความสวยงามของผลงานการแกะสลักอยู ที่สิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการแกะสลักผักและผลไม นักเรียน จะเลือกผักและผลไมชนิดใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูอาจจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานแกะสลักผักและผลไมมาให นักเรียนดู พรอมทั้งอธิบายลักษณะและวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณ แตละชนิด เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณที่ใชในงานแกะสลัก ผักและผลไมมากยิ่งขึ้น นักเรียนควรรู 1 มีดแกะสลัก ควรเปนมีดที่มีลักษณะปลายเรียวแหลม คมบาง ทําดวย สเตนเลส หรือเหล็ก หรือทองเหลืองที่ไมเปนสนิม เพื่อชวยปองกันไมใหผักและ ผลไมเปลี่ยนเปนสีดํา ความยาวของตัวมีดสวนที่คมไมควรเกิน 2-3 นิ้ว ความ กวางของใบมีดสวนที่กวางที่สุดประมาณ 1 3-1 2 นิ้ว ดามมีดไมควรมีนํ้าหนักมาก เพราะจะทําใหรูสึกเมื่อยมือเร็ว แกะสลักไดชา และไมควรเปนมีดรูปโคง เพราะ จะทําใหแกะสลักไดยาก นํา สอน สรุป ประเมิน T28


ขอสอบเนน การคิด การแกะสลัก ๓.๓ การฝกแกะสลักผัก ผักหลายชนิดสามารถน�ามาแกะสลักได้หลายรูปแบบ จึงควรฝกปฏิบัติงานแกะสลักหลาย ๆ แบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างหลากหลายและเกิดความสวยงาม ๓ ๔ ๑ ๒ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ฟักทอง ๒. มีดแกะสลัก ๓. มีดปลายแหลม ๔. เขียง ขั้นตอนการแกะสลักดอกบานชื่นจากฟกทอง ๑. เกลาชิ้นฟักทองให้ด้านหน้ากลมนูน แล้วใช้มีดกรีดลากเส้นวงกลมตรงกลางเป็นเกสร ๒. เซาะเนื้อฟักทองรอบเส้นวงกลมออกและเกลาเกสรให้กลม แล้วแกะสลักเกสรโดยวาดเป็นกลีบและเซาะร่อง เพื่อให้กลีบชัดขึ้น จากนั้นแกะกลีบที่สอง โดยเริ่มวาดกลีบจากกลางกลีบแรก ลากยาวเลยออกมาประมาณ ครึ่งหนึ่งของกลีบแรก แล้วเซาะร่องเพื่อให้กลีบชัดขึ้น แกะสลักเกสรสับหว่างจนถึงชั้นในสุด ๓. ปาดเนื้อฟักทองรอบนอกเกสรออก แล้วเซาะร่องโค้งรอบโดยกะขนาดให้เท่ากัน ใช้ปลายมีดวาดกลีบโค้ง ลงในร่องที่เซาะไว้ ท�าเช่นนี้จนครบในชั้นที่ ๑ แล้วปาดเนื้อฟักทองใต้กลีบออก จากนั้นเซาะร่องโค้งเพื่อ แกะสลักกลีบดอกชั้นที่ ๒ สับหว่างกับชั้นที่ ๑ โดยแกะสลักกลีบดอกชั้นที่ ๒ ด้วยวิธีเดียวกับชั้นที่ ๑ ๔. แกะสลักกลีบดอกสับหว่างกันจนหมดชิ้นฟักทอง แล้วตัดเนื้อฟักทองใต้กลีบชั้นสุดท้ายออก  ดอกบานชื่น จากฟกทอง ๒๕ เพราะเหตุใดกอนที่จะเริ่มลงมือแกะสลักฟกทองจึงตองมีการ รางแบบบนผลฟกทองกอนเสมอ (แนวตอบ การรางแบบลงบนผลฟกทอง จะชวยใหสามารถ ลงมือแกะสลักผลฟกทองไดอยางมั่นใจตามแบบที่ไดรางไว และ สงผลทําใหการแกะสลักสามารถทําไดงายมากขึ้น เนื่องจาก มองเห็นรอยเสนที่วาดไดอยางชัดเจน จึงไมเกิดความผิดพลาด ในการปฏิบัติงาน) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกฟกทองที่จะนํามาใชในการแกะสลัก ใหนักเรียนฟงวา ควรเลือกใชผลฟกทองแกที่มีความสดใหม เนื้อสีเหลืองนวล ผิวเรียบเนียน ไมขรุขระ ไมมีมีรอยชํ้า หรือรอยของแมลงกัดแทะที่ผิว ซึ่งสามารถ นํามาแกะสลักเปนภาชนะใสของ หรือภาชนะบรรจุอาหารได รวมถึงนํามา แกะสลักเปนรูปดอกไม ใบไม หรือสัตวชนิดตางๆ ตามความตองการ และ เมื่อแกะสลักเสร็จเรียบรอยแลว ใหนําฟกทองไปลางดวยนํ้าเย็นจัด จากนั้นใช ผาขาวบางชุบนํ้าคลุมไว เพื่อใหฟกทองคงความสดอยูเสมอ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 34. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานแกะสลัก : ดอกบานชื่นจากฟกทอง จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการแกะสลักดอกบานชื่นจาก ฟกทองทีละขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัคร นักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการ แกะสลักดอกบานชื่นจากฟกทองใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน 35. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลัก ดอกบานชื่นจากฟกทองมาใหนักเรียนดู 36. ครูสาธิตการแกะสลักดอกบานชื่นจากฟกทอง ใหนักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนไดสังเกตและติดตามแตละขั้นตอน ไดทัน 37. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการแกะสลักดอก บานชื่นจากฟกทอง หากนักเรียนเกิดขอสงสัย ในขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวย เหลือใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 38. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานแกะสลัก : ดอก บานชื่นจากฟกทอง โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยัง ขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 39. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ควรใชผาขาวบาง ชุบนํ้าบิดหมาดคลุมฟกทองที่แกะสลักเสร็จ แทนการแชนํ้า เพราะจะทําใหฟกทองเปลี่ยนสี เนาเร็ว” สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักฟกทองเปนดอกกุหลาบ ไดที่ https://www.youtube.com/watch?v=eYpH3ouEfes นํา สอน สรุป ประเมิน T29


๑ ๒ ๓.๔ การฝกแกะสลักผลไม้ ผลไม้หลายชนิดสามารถน�ามาแกะสลักได้หลายรูปแบบ จึงควรฝกปฏิบัติงานแกะสลัก หลาย ๆ แบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้หลากหลายและเกิดความสวยงาม วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ฝรั่ง ๒. มีดแกะสลัก ๓. มีดปลายแหลม ๔. แบบฝาผอบรูปใบไม้ ๔ ใบ ๕. เขียง ขั้นตอนการแกะสลักผอบจากฝรั่ง ๑. น�าแบบฝาผอบรูปใบไม้ ๔ ใบมาวางบริเวณด้านบน ของผลฝรั่ง ๒. วาดฝาผอบเป็นรูปใบไม้ ๔ ใบ เซาะให้ออกจาก ผลฝรั่งและคว้านเมล็ดออก ผอบ จากฝรั่ง การแกะสลัก ๒๖ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกฝรั่งที่จะนํามาใชในการแกะสลักให นักเรียนฟงวา หากตองการแกะสลักฝรั่ง เพื่อไวรับประทาน ควรเลือกใชฝรั่งสุก และแกะสลักลวดลายแบบงายๆ เชน หั่นเปนชิ้น ตกแตงใหมีลักษณะเหมือน ใบไม หรือหั่นเปนชิ้นขนาดพอดีคํา แกะสลักเปนรูปดอกไมดอกเล็ก ๆ เชน ดอก กุหลาบ ดอกพุดตาน จากนั้นจัดใสถาดผลไมรวมเสิรฟพรอมพริกกับเกลือ หาก ตองการแกะสลักฝรั่ง เพื่อไวประดับตกแตง หรือจัดแสดง ควรเลือกใชฝรั่งหาม เพราะเนื้อแนนและแข็ง และแกะสลักดวยลวดลายที่สลับซับซอนทั้งผล เชน ลาย ดอกรักเรแปลง หรือแกะสลักเปนภาชนะสําหรับบรรจุอาหาร แกะสลักเปนผอบ จัดแสดงพรอมกับชิ้นฝรั่งที่แกะสลักพรอมรับประทาน จากนั้นจัดในถาดผลไม รวมกับชนิดอื่นๆ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 40. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยการแกะสลัก : ผอบจากฝรั่ง จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอน การแกะสลักผอบจากฝรั่งทีละขั้นตอน โดยครู ขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบาย ขั้นตอนการแกะสลักผอบจากฝรั่งใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน 41. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลักผอบ จากฝรั่งมาใหนักเรียนดู 42. ครูสาธิตการแกะสลักผอบจากฝรั่งใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 43. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการแกะสลักผอบ จากฝรั่ง หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือให สอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติ งานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยให ความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 44. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยการแกะสลัก : ผอบ จากฝรั่ง โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 45. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเลือกฝรั่งมาใชใน งานแกะสลัก ควรเลือกที่มีผลทรงกลมปอม ผิวเปลือกเรียบเนียน สด ไมมีรอยเหี่ยว หรือ มีรอยชํ้า ตรงขั้วไมมีสันเนื้อนูนขึ้นมา” ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักใบไม จากฝรั่ง พรอมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลัก ใหพรอมลงมือปฏิบัติการแกะสลักใบไมจากฝรั่ง จากนั้นออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน ใหนักเรียนออกแบบ รางแบบ และฝกปฏิบัติการแกะสลัก ผอบจากฝรั่ง โดยออกแบบลวดลายขึ้นใหมตามความคิดและ จินตนาการของตนเอง ซึ่งลวดลายที่ออกแบบนั้นจะตองมีความ แตกตางจากในหนังสือเรียน และแสดงใหเห็นถึงความเปน เอกลักษณไทยไดอยางชัดเจน จากนั้นออกมานําเสนอผลงานให เพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิดในการออกแบบ ผลงานรวมดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T30


๕ ๖ ๗ ๘ ๓ ๔ ๓. วาดเส้นกลางใบบริเวณฝา ๔. เซาะร่องใบและขอบใบทั้งสี่ ๕. วาดเส้นขอบบริเวณผอบ แล้วเซาะร่อง ๖. วาดกลีบพร้อมปาดเนื้อให้กลีบชัดขึ้นเป็นชั้นที่ ๑ ท�าเช่นนี้จนรอบผลฝรั่งในชั้นที่ ๑ ๗. วาดกลีบพร้อมปาดเนื้อให้กลีบชัดขึ้นเป็นชั้นที่ ๒ โดยกลีบในชั้นที่ ๒ จะสับหว่างกับ กลีบชั้นที่ ๑ ๘. วาดกลีบสับหว่างกันในแต่ละชั้นให้รอบผลฝรั่งตามภาพ แล้วน�าฝาของผอบมาคู่กัน ก็จะได้ผอบจากผลฝรั่งที่สวยงาม ๒๗ กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักผักและ ผลไมในรูปแบบตางๆ จากนั้นเลือกแกะสลักผักและผลไมตาม ความสนใจอยางละ 1 ชนิด 2. ออกแบบลวดลายการแกะสลักผักและผลไมของตนใหมีความ สวยงาม แสดงถึงความเปนเอกลักษณไทย และเปนลวดลายที่ สรางสรรคขึ้นใหม 3. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการแกะสลักใหพรอม ลงมือปฏิบัติ การแกะสลักผักและผลไม 4. นําผลงานการแกะสลักผักและผลไมของนักเรียนทุกคนมาจัด แสดงผลงานรวมกัน พรอมทั้งใหนักเรียนสาธิตวิธีการแกะสลัก ผักและผลไมเปนตัวอยาง เพื่อใหผูที่สนใจไดศึกษา เรียนรู และเล็งเห็นความสําคัญของงานแกะสลักผักและผลไม ซึ่งเปน งานเอกลักษณไทยที่มีความสวยงาม เกร็ดแนะครู ครูควรเนนยํ้าใหนักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน แกะสลัก โดยอาจเนนยํ้าเรื่องความปลอดภัยในการใชงานวัสดุ อุปกรณตางๆ ในงานแกะสลัก เชน มีดแกะสลัก เนื่องจากมีดแกะสลักมีความแหลมคม และลวดลายในการแกะสลักบางลวดลายมีความละเอียดซับซอนมาก ในการ แกะสลักจึงตองจับมีดใหถนัดมือ เลือกใชมีดใหเหมาะสมตามการใชงาน และ ใชมีดแกะสลักดวยความระมัดระวังเปนพิเศษ เพื่อปองกันไมใหเกิดอันตราย ตางๆ ตอรางกายได เชน การถูกมีดแกะสลักบาดมือ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 46. ครูถามนักเรียนวา • ความสะอาดมีความสําคัญมากที่สุดสําหรับ งานแกะสลัก จากขอความนี้ นักเรียนเห็น ดวยหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ผูที่สามารถปฏิบัติงานแกะสลักผักและผลไม ไดดีควรมีคุณสมบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีความออนโยน ใจเย็น มานะ อดทน มุงมั่นตั้งใจ หมั่นฝกฝนและ พัฒนาฝมือของตนเองเปนประจํา มีความ คิดริเริ่มสรางสรรค ชอบเรียนรูสิ่งใหมๆ อยูเสมอ) 47. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ชนิดของงานที่จะนํา การแกะสลักผักและผลไมไปใชแบงเปน 2 ลักษณะงาน คือ สําหรับการรับประทาน การแกะสลักผักและผลไมเพื่อนํามา รับประทานนั้น นอกจากจะตองคํานึงถึง ความสวยงามแลว ยังตองคํานึงในเรื่อง ของคุณคาทางอาหารและสวนที่จะนํามา รับประทานรวมดวย ซึ่งการแกะสลักใน ลักษณะนี้จะไมเนนความออนชอยของ ลวดลายที่นํามาแกะสลักมากนัก และสําหรับ การจัดและตกแตง การแกะสลักผักและ ผลไมเพื่อนํามาใชในการประดับตกแตง จานอาหาร หรือสถานที่ตางๆ นั้น สามารถ ออกแบบไดอยางสวยงามและสรางสรรค ตามความคิดและจินตนาการของผูแกะสลัก ซึ่งลักษณะของผลงานจะเนนที่ความออนชอย งดงามของลวดลายที่นํามาใชในการแกะสลัก เปนหลัก” สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแกะสลักฝรั่งเปนดอกไม ไดที่ https://www. youtube.com/watch?v=2umPq8v22Sc นํา สอน สรุป ประเมิน T31


ขอสอบเนนการคิด คนไทยใหความสําคัญกับงานศิลปะบนโตะอาหารมา ตั้งแตอดีต สังเกตไดจากวรรณกรรมในหลายๆ เรื่อง ที่กลาวถึง การแกะสลักอาหาร เปนความสามารถหนึ่งของกุลสตรีไทย ในอดีต ปจจุบันการแกะสลักผักและผลไมเปนสวนหนึ่ง ของชางสิบหมู โดยจัดอยูในงานแกะ ประเภทแกะเครื่องสด การแกะสลักผักและผลไม้เป็น ศาสตร์และศิลปที่อยู ่คู ่กับการจัด ตกแต่งอาหารไทยมายาวนาน เพื่อ ให้อาหารน ่ารับประทานมากขึ้น เป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ จึงนับ เป็นงานฝมือที่เป็นมรดกตกทอด จากรุ่นสู่รุ่นจนไปสู่ระดับนานาชาติ ¨Õ¹ การแกะสลักผักและผลไม ในประเทศจีน เรียกวา “ฉุยกั่วเตียวเคอ” เปนการเลาเรื่องราวและตํานานของ ชาวจีน นิยมใช ในโอกาสพิเศษและพระราชพิธีสําคัญ โดยทําเปนรูปสัตวมงคลตางๆ เชน เตา มังกร ÞÕè»Ø†¹ การแกะสลักผักและผลไมแบบดั้งเดิมในประเทศ ญี่ปุน เรียกวา “มุกิโมโนะ” โดยวัตถุดิบที่ใชแกะสลักจะ เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและแกะสลักดวยลวดลายญี่ปุน เชน ลายดอกซากุระ ลายพัด ลายคลื่น สัตวตางๆ ½‚มือáกะสÅÑกเสริม¤Ø³¤‹าáÅะสร้างมÙŤ‹า áกะสÅÑกเÅ‹าเรื่องราÇ งานแกะสลักแสดงถึงวัฒนธรรมที่ เปนเอกลักษณของชาติ รวมถึงความเชื่อ และเรื่องราวที่แตกตางกันในแตละสถานที่ จึงเกิดลวดลายการแกะสลักที่ตางกัน ใน ประเทศไทยนิยมแกะสลักดวยลวดลาย ที่แสดงออกถึงความเปนไทย เชน ลาย รวงขาว ลายดอกรักเร ลายดอกบานชื่น ๒๘ ในอดีต ปจจุบันการแกะสลักผักและผลไมเปนสวนหนึ่ง ของชางสิบหมู โดยจัดอยูในงานแกะ ประเภทแกะเครื่องสด 1 นักเรียนคิดวา ในประเทศอื่นๆ มีการแกะสลักผักและผลไม เหมือนประเทศไทยหรือไม อยางไร (แนวตอบ ประเทศอื่นๆ มีการแกะสลักผักและผลไมเชนเดียว กับประเทศไทย ผลงานการแกะสลักผักและผลไมสวนใหญจะมี ลวดลายที่ประณีต ละเอียดออน สวยงาม และแสดงใหเห็นถึงความ เปนเอกลักษณของชนชาตินั้นๆ นอกจากนี้ ยังมีการนําไปใชใน โอกาสพิเศษและพระราชพิธีสําคัญตางๆ เหมือนกับประเทศไทย เชน การแกะสลักผักและผลไมในประเทศจีน เปนการเลาเรื่องราว และตํานานของชาวจีน นิยมใชในโอกาสพิเศษและพระราชพิธี สําคัญ โดยนิยมแกะสลักเปนรูปสัตวมงคลชนิดตางๆ เชน เตา มังกร) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 48. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ฝมือแกะสลักเสริม คุณคาและสรางมูลคา ในกรอบ Know More จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 49. ครูถามนักเรียนวา • งานแกะสลักผักและผลไมของไทย ญี่ปุน และจีน มีลักษณะที่เหมือน หรือแตกตาง กันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การแกะสลักสามารถเพิ่มคุณคาและสราง มูลคาไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เมื่อนําผักที่แกะสลักมาตกแตงจานอาหาร จะชวยใหอาหารดูนารับประทานมากขึ้น หรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 50. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการแกะสลักผักและ ผลไมเปนลวดลายตางๆ จะตองพิจารณาให เหมาะสมกับโอกาส สถานการณ และความ สวยงามของผลงาน เชน หากนํามาจัดใสจาน เพื่อรับประทาน ควรแกะสลักเปนรูปดอกไม หรือใบไมที่มีขนาดพอเหมาะ เพื่อใหสามารถ รับประทานไดอยางสะดวก แกะสลักโดยใช ลวดลายพื้นฐานงายๆ ไมตองมีรายละเอียด มากนัก และควรหลีกเลี่ยงการนําผักและ ผลไมที่แกะสลักไปยอมสี หากมีความจําเปน ที่จะตองยอมสี ควรเลือกใชสีที่สามารถ รับประทานได” นักเรียนควรรู 1 ชางสิบหมู เรียกอีกอยางหนึ่งวา “ชางหลวง” ซึ่งประกอบไปดวยชางตางๆ จํานวน 10 หมู ไดแก ชางเขียน ชางแกะ ชางสลัก ชางกลึง ชางหลอ ชางปน ชางหุน ชางรัก-ลงรักปดทอง ชางบุ และชางปูน ปจจุบันสํานักชางสิบหมูเปน หนวยงานในสังกัดกรมศิลปากร มีหนาที่ในการธํารงรักษา และสืบทอดงาน ศิลปกรรมของไทยที่เปนเอกลักษณของชาติ ทั้งแบบประเพณีรวมสมัยและ ศิลปะแบบประยุกต โดยปฏิบัติงานดานการออกแบบสรางสรรคงานศิลปกรรม ไทยและจัดสรางชิ้นงานที่มีความประณีต ละเอียดออน สวยงาม เพื่อใชในงาน ราชพิธีและโอกาสสําคัญตางๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T32


ขอสอบเนน การคิด ๑. ดูแลดอกไม้ให้สดอยู่เสมอ โดยการแช่น�้าและ พรมน�้า ทั้งก่อนระหว่างและหลังการจัดดอกไม้ ๒. หากใช้ดอกไม้หลายสีให้เลือกใช้สีที่กลมกลืน กันหรือตัดกันแล้วสวยงาม เช่น เหลือง-ขาว ชมพู-แดง ขาว-ชมพู ๓. จัดให้รูปทรงสวยงามมีความสมดุลเมื่อมองจาก ทุกด้าน เหมาะสมกับขนาดของแจกัน ๔. หากมีดอกตูม ดอกแย้ม และดอกบาน ควรจัด ให้มีขนาดลดหลั่นกันไปไม่จัดให้กระจัดกระจาย ๔ งานดอกไม้สด ดอกไม้สดเป็นสิ่งที่ช่วยประดับตกแต่งและเพิ่มบรรยากาศให้มีความสดชื่นสวยงามมากยิ่งขึ้น งานจัดดอกไม้สดเป็นการน�าดอกไม้มารวมช่อด้วยความประณีต สร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการที่ หลากหลาย ใช้ ในการจัดตกแต่งตามโอกาสแตกต่างกันไป ประโยชน์ของงานดอกไม้สด มีดังนี้ ใช้ในพิธีการ ทางศาสนา เช่น แจกันดอกไม้ ส�าหรับวางที่หิ้งพระ พวงมาลัยดอกไม้สด ใช้ ในการประดับ ตกแต่งสถานที่ เช่น โต๊ะอาหาร โต๊ะท�างาน บริเวณอาคาร ใช้มอบเพื่อแสดง ความรู้สึกในโอกาส ส�าคัญ เช่น แสดงความยินดี ในวันรับปริญญา เยี่ยมผู้ป่วย ๔.๑ หลักการจัดดอกไม้สด การจัดดอกไม้สดอย่างถูกต้องตามหลักการจะท�าให้ได้งานดอกไม้สดที่ตรงตามความต้องการ สวยงาม เก็บได้นาน หลักการจัดดอกไม้สด มีดังนี้ ใช้ประดับตกแต่ง ในงานพิธีส�าคัญ เช่น พิธีทางศาสนา พิธีมงคลสมรส งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๒9 โดยการแช่น�้า 1 นักเรียนควรรู 1 แชนํ้า หลังจากตัดดอกไมแลว ควรนําดอกไมไปแชในนํ้าอุนอุณหภูมิ ประมาณ 38-43 องศาเซลเซียส จะชวยใหกานดอกดูดนํ้าไดเร็วขึ้น เปนการ ชดเชยนํ้าไดเปนอยางดี โดยใหนํ้าอยูบริเวณโคนกาน หรือเหนือกานเล็กนอย ดอกไมบางชนิดจะดูดนํ้าไดมากและเร็ว จึงควรตรวจสอบระดับนํ้าใหพอดี หากมากเกินไปโคนดอกไมอาจเนาได ขอใดคือหลักการจัดดอกไมสดที่ถูกตองและเหมาะสม 1. เลือกใชดอกไมที่มีสีกลมกลืนกัน หรือตัดกัน 2. เลือกใชดอกไมที่ดอกบานเต็มที่เพียงอยางเดียว 3. นําดอกไมแชในเครื่องดื่มชูกําลัง เพื่อใหดอกไมสดอยูเสมอ 4. ตัดกานดอกไมใหยาวๆ เพื่อใหดูสูงโปรง เมื่อนํามาจัดใสแจกัน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการจัดดอกไมสด ควรเลือก ใชดอกไมที่มีสีกลมกลืนกัน หรือสีตัดกัน เชน สีเหลือง-สีขาว สีชมพู-สีแดง สีขาว-สีชมพู หากเลือกใชดอกไมสีเดียวกันทั้งหมด จะทําใหดอกไมดูไมมีมิติและขาดความโดดเดนได) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อดอกไมสดใหนักเรียนฟงวา ในการ เลือกซื้อดอกไมสดมีสิ่งที่ตองสังเกตหลายประการ เชน กานตองไมเนา โดย กานจะตองไมผานการแชนํ้ามาเปนเวลานาน จนกระทั่งสงกลิ่นเหม็น ใบตอง ไมเหี่ยวเฉา ไมชํ้า และเนา ตองมีความแข็งแรงตามสภาพของใบไมชนิดนั้นๆ กระเปาะดอกไมลีบแหง เมื่อบีบดูจะตองรูสึกแข็ง ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 51. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง งานดอกไมสด จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 หรือศึกษา เพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 52. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ดอกไมสด จาก PowerPoint ม.6 หนวย การเรียนรูที่ 2 53. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดผูคนสวนใหญจึงนิยมใช ดอกไมเปนตัวแทนเพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสสําคัญตางๆ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเคยฝกปฏิบัติงานดอกไมสดหรือไม หากเคย ฝกปฏิบัติสิ่งใด และมีหลักในการ จัดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน จัดแจกันดอกไมเพื่อ ประดับตกแตงโตะอาหาร จัดพานดอกไม เนื่องในงานวันไหวครู จัดชอดอกไมติด อกเสื้อใหกับคุณแมในงานวันเกษียณอายุ ราชการ รอยพวงมาลัยเพื่อนําไปบูชาพระ หลักในการจัดดอกไมสด คือ ตองดูแลดอกไม ใหสดอยูเสมอดวยการพรมนํ้า เลือกใช ดอกไมที่มีสีกลมกลืนกันหรือตัดกัน จัด ดอกไมโดยคํานึงถึงความสมดุลเปนหลัก) • นักเรียนไดรับประโยชนอยางไรเมื่อไดฝก ปฏิบัติงานดอกไมสด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ชวยใหจิตใจเบิกบาน เปนการใชเวลาวางใหเกิดประโยชน) นํา สอน สรุป ประเมิน T33


ขอสอบเนนการคิด ๔.๒ หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ ในการจัดดอกไม้สด การจัดดอกไม้สด จ�าเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ วัสดุ อุปกรณ์แต่ละชนิดมีหน้าที่และ วิธีการเลือกที่แตกต่างกัน หลักการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดดอกไม้สด มีดังนี้ ภาชนะส�าหรับจัดดอกไม้ ภาชนะแตละชนิดมีรูปทรงและขนาดแตกตางกัน โดยเลือกใหเหมาะสมกับงานที่ตองการจัด เชน แจกันทรงกลมเหมาะกับงานที่มีลักษณะเปนพุม เลือกดอกที่มีความสด กลีบดอกและกระเปาะดอก มีความสมบูรณ ลํากานตรง เลือกขนาดของดอกให เหมาะสมกับภาชนะและสถานที่ ดอกไม้ • ตัดกานดอก กระดาษสาและริบบิ้น เลือกที่มีความหนาและแข็งแรงเหมาะสมกับการใชงาน กระดาษสามีทั้ง แบบกระดาษสาแทและกระดาษสาสังเคราะห ใชสําหรับจัดชอดอกไม สวนริบบิ้นใชสําหรับผูกชอดอกไมและทําเปนโบตกแตง โดยเลือกสีและ ความยาวใหเหมาะสมกับดอกไมที่ตองการจัด กรรไกร มีด และคีม มีหนาที่และการใชสอยแตกตางกัน เลือกแตละ ชนิดใหมีความคมและเหมาะสมกับขนาดของ ดอกไม ฟลอราโฟมหรือโอเอซิส เลือกซื้อที่ใหม สะอาด อยูในสภาพสมบูรณ เมื่อ ดูดซึมนํ้าแลวจะมีความชื้น ใชสําหรับปกกานดอกไม เพื่อคงความสดของดอกไม โดยกอนใชควรแชนํ้า เปนเวลาประมาณ ๓๐ นาที • ตัดโอเอซิสและลิดหนามดอกไม • ตัดลวด ๓๐ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 54. ครูนําวัสดุ อุปกรณในงานดอกไมสดมาให นักเรียนดู ไดแก ดอกไมชนิดตางๆ กรรไกร มีด คีม ฟลอราโฟม หรือโอเอซิส กระดาษสา ริบบิ้น และภาชนะสําหรับจัดดอกไม พรอมทั้ง อธิบายวิธีการใชงานวัสดุ อุปกรณดังกลาวให นักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความ เขาใจเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณในงานดอกไมสด ที่ถูกตอง สามารถเลือกและใชงานไดอยาง ถูกตอง เหมาะสม และปลอดภัย 55. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนสามารถนํามีดที่ใชตัดดอกไมมาตัด ฟลอราโฟม หรือโอเอซิสไดหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ไมได ควรแยกมีดที่ใช ตัดดอกไมและมีดตัดฟลอราโฟมคนละเลม ไมควรนํามีดที่ใชตัดดอกไมมาตัดฟลอรา โฟม เพราะจะทําใหเสียคมไดงาย) • หากตองการจัดแจกันดอกไม เพื่อไวใช ประดับตกแตงโตะอาหาร นักเรียนจะเลือก ใชแจกันแบบใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน จะเลือกใชแจกันที่มีการ เคลือบภายใน เพื่อความสะดวกในการลาง ทําความสะอาด และสารที่เคลือบภายใน จะชวยปองกันไมใหเกิดการตกคางของ เชื้อแบคทีเรียภายในแจกัน นอกจากนี้ จะ เลือกใชแจกันที่มีนํ้าหนักพอเหมาะ เพื่อให สามารถตั้งอยูไดอยางมั่นคง ปากแจกัน มีลักษณะกวาง เพื่อเพิ่มความสะดวกใน ขณะจัดดอกไม) หากตองการใชฟลอราโฟม หรือโอเอซิสในการจัดดอกไมสด ควรเลือกที่มีลักษณะอยางไร 1. แหง สะอาด ผิวเรียบ 2. ผิวขรุขระ นํ้าหนักมาก 3. มีหลากหลายสีและมีกลิ่นหอม 4. เปยกชุมนํ้า เนื้อเปนผงอัดแข็ง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะฟลอราโฟม หรือโอเอซิสที่ดี จะตองใหม แหง สะอาด ผิวเรียบเนียน อยูในสภาพที่สมบูรณ เมื่อ ดูดซึมนํ้าแลวจะมีความชื้นทั่วทั้งกอน กอนนํามาใชงานจะตองนํา ไปแชนํ้าเปนเวลาประมาณ 30 นาที เพื่อใหกานดอกไมที่นํามาปก ดูดซึมนํ้าไดมากที่สุด) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟนตัวของดอกไมใหนักเรียนฟงวา ดอกไม ที่วางจําหนายตามรานคาตองผานการบรรจุหีบหอกอนการจัดสง ทําใหดอกไม ขาดนํ้า ดังนั้น หากตองการใหดอกไมฟนตัวจะตองปฏิบัติในลักษณะที่แตกตาง กันไปตามชนิดของดอกไม เชน ดอกกุหลาบ เปนดอกไมที่ตองการนํ้าในปริมาณ ที่มากกวาดอกไมชนิดอื่นๆ ใหปลิดใบและหนาม บริเวณชวงลางของกานดอกออก ใชนํ้าราดที่ใบ หามใชนํ้าราดที่ดอก และหามพรมนํ้า เพราะจะทําใหดอกกุหลาบ บานเร็วกวาปกติ ตัดกานดอกในแนวเฉียง 45 องศา แลวนําไปแชนํ้าที่ผสมอาหาร ของดอกไมไวเรียบรอยแลวดอกกุหลาบจะคอยๆ ฟนตัวขึ้น สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดดอกไมพื้นฐาน เพื่อการประยุกตใชงาน ไดที่ http://artculture.pcru.ac.th/lib/docsKM/10_8.pdf นํา สอน สรุป ประเมิน T34


๑ ๓ ๒๔ ๗ ๖ ๕ ๑ ๓ ๒ ๕ ๔ ๑ ๓ ๒ ๔ ๕ ๔.๓ รูปแบบการจัดแจกันดอกไม้สด การจัดดอกไม้สดมีรูปแบบการจัดที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ ให้เกิดความสวยงาม ตามความเหมาะสม เช่น การจัดแบบช่อ การจัดแบบแจกัน การจัดแบบกระเช้า โดยการจัดแบบ แจกันมีหลากหลายรูปแบบตามลักษณะของดอกไม้ รูปทรงของแจกัน โดยรูปแบบพื้นฐานในการ จัดแจกัน มีดังนี้ การจัดแจกันดอกไม้สด รูปทรงสามเหลี่ยม หน้าจั่ว การจัดแจกันดอกไม้สด รูปทรงกลม การจัดแจกันดอกไม้สด รูปทรงสามเหลี่ยม ด้านไม่เท่า การจัดแจกันดอกไม้สดรูปทรงแนวนอน ๑ ๓ ๔ ๒ ๕ งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๓๑ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย การจัดดอกไม้สดมีรูปแบบการจัดที่แตกต่างกัน เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ ให้เกิดความสวยงาม 1 นักเรียนควรรู 1 การจัดดอกไมสด รูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดที่นิยมมากที่สุด คือ การจัดแจกันแบบทรงสูง ทรงเตี้ย ทรงสามเหลี่ยม และทรงกลม ซึ่งการจัด ดอกไมสดในรูปแบบเหลานี้เหมาะกับโอกาสแสดงความยินดีตางๆ โดยการจัด ดอกไมสดในแตละรูปแบบจะมีขอควรระวังในการจัดที่แตกตางกันออกไป ดังนั้น จึงควรศึกษาวิธีการจัดดอกไมสดในแตละรูปแบบใหเขาใจกอนที่จะลงมือปฏิบัติ จริง เพื่อใหไดผลงานที่มีความสวยงามและมีคุณภาพ เกร็ดแนะครู ครูอาจนําภาพ หรือเปดคลิปวิดีโอการจัดแจกันดอกไมสดในรูปแบบตางๆ ใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนไดฝกการสังเกตลักษณะและรูปแบบการจัดแจกัน ดอกไมสดวามีลักษณะอยางไรและดอกไมที่นํามาใชในการจัดแจกันดอกไมสด ในแตละรูปแบบนิยมเลือกใชดอกไมชนิดใด ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 56. ครูนําภาพรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดใน ลักษณะตางๆ มาใหนักเรียนดู เชน การจัด แจกันดอกไมสดรูปทรงสามเหลี่ยมหนาจั่ว รูปทรงสามเหลี่ยมดานเทา รูปทรงสามเหลี่ยม ดานไมเทา รูปทรงกลม รูปทรงแนวนอน รูปทรงสูง รูปทรงพัด 57. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนชอบรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสด ในลักษณะใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การจัดแจกันดอกไมสดดวยรูปแบบที่ แตกตางกันจะสงผลตอความรูสึกเมื่อได พบเห็นหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการนําแจกันดอกไมสดไปเยี่ยม ผูปวย นักเรียนควรเลือกจัดแจกันดอกไมสด ในรูปแบบใดจึงจะเหมาะสมมากที่สุด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 58. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดแจกันดอกไมสด รูปทรงสามเหลี่ยมดานเทา เปนทรงที่ไดรับ ความนิยมมาจนถึงปจจุบัน เนื่องจากสามารถ จัดใหเกิดความสมดุลทั้งแบบแทจริงและแบบ ไมจริงได แตปจจุบันนิยมจัดแบบสมดุลไมจริง มากกวา เพราะสะดวกตอการจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ และเมื่อจัดเสร็จเรียบรอยแลวจะมี ความออนชอยกวาแบบสมดุลอยางแทจริง” ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการจัด แจกันดอกไมสด โดยสามารถสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่ หลากหลาย จากนั้นนําขอมูลมาแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกันและกัน กับเพื่อนรวมชั้นเรียน พรอมทั้งสรุปเกี่ยวกับรูปแบบการจัดแจกัน ดอกไมสดลงในกระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนเลือกรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดตามความ สนใจ 1 รูปแบบ จากนั้นสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะ การจัดดอกไมสดในรูปแบบที่เลือก นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามา ประยุกตใชในการออกแบบรูปแบบการจัดแจกันดอกไมสดที่ตนเอง ไดสรางสรรคขึ้นใหม จากนั้นออกมานําเสนอผลงานการออกแบบ ใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T35


ขอสอบเนนการคิด ๔.๔ การฝกปฏิบัติงานดอกไม้สด งานดอกไม้สดมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีหลายรูปแบบ จึงควรฝกปฏิบัติงานดอกไม้สดหลากหลาย แบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้อย่างสวยงาม ตัวอย่าง ดังนี้ ดอกไม้ บนโตะ โพเดียม ขั้นตอนการจัดดอกไม้บนโตะโพเดียม ๑. ตัดโอเอซิสให้มีขนาดตามต้องการ น�าไปแช่น�้า เมื่อชุ่มน�้าแล้วน�ามาวางบนถาด ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ น�าใบโปร่งฟามาปักที่โอเอซิสบริเวณด้านหน้าและ ด้านข้างทั้ง ๒ ข้าง โดยกะระยะห่างของแต่ละใบให้พอเหมาะ ๒. ปักดอกเยอร์บีราบนโอเอซิส ซึ่งดอกแรกจะสูงที่สุด โดยกะให้ ต�าแหน่งที่ปักอยู่ทางซ้ายหรือขวาของกึ่งกลางโอเอซิสเล็กน้อย ๓. ปักดอกเยอร์บีราบนโอเอซิสในต�าแหน่งที่ต้องการ ๓-๕ ดอก โดยให้ความสูงลดหลั่นลงมาจากดอกแรก ๔. น�าดอกกุหลาบมาปักข้างดอกเยอร์บีราที่สูงที่สุดทั้ง ๒ ข้าง โดย ให้ความสูงลดหลั่นลงมาจากดอกเยอร์บีราเล็กน้อย จากนั้นปัก ดอกกุหลาบเพิ่มเติมในบริเวณที่ว่าง โดยกะระยะห่างให้เหมาะสม ๕. น�าดอกบัททอนมาปักตกแต่งบริเวณที่ว่าง โดยกะระยะความห่าง และความสูงให้เหมาะสม ๖. น�าดอกคัตเตอร์มาปักตกแต่งให้เต็มพื้นที่ โดยกระจายให้ทั่ว อย่างสวยงาม วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกเยอร์บีรา ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ดอกบัททอน ๔. ดอกคัตเตอร์ ๕. ใบโปร่งฟา ๖. โอเอซิส ๗. กระดาษฟอยล์ ๘. ถาด ๓ ๔ ๕ ๖ ๑ ๒ งานดอกไม้สด ๓๒ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 59. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : ดอกไมบนโตะโพเดียม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการจัดดอกไมบนโตะโพเดียมทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการจัดดอกไมบนโตะ โพเดียมใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 60. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดดอกไมบน โตะโพเดียมมาใหนักเรียนดู 61. ครูสาธิตการจัดดอกไมบนโตะโพเดียมให นักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบาย ประกอบทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อให นักเรียนไดสังเกตและติดตามแตละขั้นตอน ไดทัน 62. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการจัดดอกไม บนโตะโพเดียม หากนักเรียนเกิดขอสงสัยใน ขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือ ใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึง ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 63. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : ดอกไมบนโตะโพเดียม โดยครูเปนผูตรวจ สอบความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวน ที่ยังขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 64. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดดอกไมใน ลักษณะนี้ตองระวังอยาใหกานดอกสั้น หรือ ยาวเกินไป ตองพิจารณาใหเหมาะสมกับ ขนาดของโตะเปนหลัก” การสังเกตวาฟลอราโฟม หรือโอเอซิสมีความชุมนํ้าทั่วแลว ทั้งกอนหรือไม มีวิธีการสังเกตอยางไร 1. ตองมีความแข็งและหนัก 2. ภายนอกตองเปยกชุมทั้งหมด 3. ภายนอกจะแหงสนิท แตภายในจะชุมนํ้า 4. กอนนําขึ้นมาจะตองไมมีฟองอากาศเกิดขึ้น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการสังเกตวาฟลอราโฟม หรือโอเอซิสมีความชุมนํ้ามากพอที่จะนําไปใชงานหรือไมนั้น มี วิธีการสังเกต คือ จะตองมีความเปยกชุมทั้งภายในและภายนอก ตองไมมีฟองอากาศเกิดขึ้นกอนนําขึ้นมาจากนํ้า เพราะหากยังเกิด ฟองอากาศอยูจะหมายความวา ดานในยังมีสวนที่แหงอยู จึงไม เหมาะตอการนําไปใชงาน) บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับดอกไมประจําชาติอาเซียนใหนักเรียนฟงวา ดอกไมประจําชาติอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ มีความสวยงามที่แตกตางกัน เชน บรูไน : ดอกซิมปอร มีสีเหลือง กลีบใหญ บานเต็มที่จะมีลักษณะคลายรม กัมพูชา : ดอกลําดวน มีสีขาวปนสีเหลืองนวล กลีบดอกหนาทึบและแข็ง อินโดนีเซีย : ดอกกลวยไมราตรี ดอกจะบานแคปละ 2-3 ครั้ง ลาว : ดอกจําปาลาว มีสีสันหลากหลาย เชน สีชมพู สีเหลือง สีแดง มาเลเซีย : ดอกพูระหง กลีบดอกเปนสีแดง มีเกสรยื่นออกมาเหนือดอก ฟลิปปนส : ดอกพุดแกว มีสีขาว กลีบดอกเปนรูปดาว สงกลิ่นในเวลากลางคืน สิงคโปร : ดอกกลวยไมแวนดา มีสีมวงสดและบานตลอดทั้งป ไทย : ดอกราชพฤกษ มีสีเหลือง เปนพวงสวยงาม เวียดนาม : ดอกบัว มีหลากสี เมียนมา : ดอกประดู มีสีเหลืองทอง สงกลิ่นหอมในเดือนเมษายน นํา สอน สรุป ประเมิน T36


ขอสอบเนนการคิด งานดอกไม้ส ด ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ บูเก้ ดอกบัว ขั้นตอนการจัดบูเก้ดอกบัว ๑. พับกลีบดอกบัวตามขวาง แล้วสอดปลายกลีบที่โคนดอกให้ลึก พับจนครบทุกกลีบ ๒. น�าดอกบัวที่พับแล้วมาจัดเป็นช่อให้มีลักษณะเป็นทรงกลม ๓. น�าดอกกล้วยไม้มาจัดเรียงเพื่อปกปิดช่องว่างระหว่างดอกบัวให้สวยงาม ๔. น�าใบพุดซ้อนมาจัดเรียงรอบช่อดอกไม้ ใช้กาบกล้วย เชือก หรือลวด มัดรวมกันให้แน่น ๕. น�าใบบัวมาพับครึ่ง โดยน�าด้านที่มีสีเข้มไว้ด้านนอก แล้วน�ามาวางรองช่อดอกไม้ให้รอบ ใช้กาบกล้วย เชือก หรือลวด มัดรวมกันให้แน่น จากนั้นน�าใบบัวมาพันที่ก้านของช่อดอกไม้ให้สวยงาม ๖. น�าริบบิ้นมามัดบริเวณโคนของช่อดอกไม้ให้แน่นและสวยงาม วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกบัว ๒. ใบบัว ๓. ดอกกล้วยไม้ ๔. ใบพุดซ้อน ๕. กาบกล้วย เชือก หรือลวด ๖. ริบบิ้น ๓๓ บูเก้ 1 การจัดดอกไมบูเก ทรงใดเหมาะสําหรับการนําไปใชในงาน มงคลสมรส 1. บูเกทรงสูง 2. บูเกทรงกลม 3. บูเกทรงกลมยาว 4. บูเกทรงสามเหลี่ยม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปนชอดอกไมที่ไดรับ ความนิยมเปนอยางมากสําหรับใชในงานมงคลสมรส เนื่องจากมี ขนาดกะทัดรัดและมีนํ้าหนักไมมากนัก ซึ่งเหมาะที่จะใหเจาสาว ถือและโยน เพื่อมอบชอดอกไมใหแขกที่มารวมงาน) นักเรียนควรรู 1 บูเก เปนการนําดอกไมชนิดเดียวกัน หรือดอกไมหลากหลายชนิดที่มีสี เหมือนกัน หรือหลากหลายสีมามัดรวมกันเปนรูปทรงตางๆ โดยองคประกอบ ของการจัดดอกไมแบบบูเก มีดังนี้ • ดอกไมหลัก เปนดอกไมที่เปนจุดเดนของชอ เชน ดอกกุหลาบ ดอกลิลลี • ดอกไมแซม เปนดอกไมที่ใชเพื่อแตงเติมความสวยงามของชอดอกไม ใหมีความกลมกลืนกันมากยิ่งขึ้น เชน ดอกยิปโซ ดอกยิปซี • ใบไม ใชเติมเต็มชอดอกไมใหดูมีความธรรมชาติมากยิ่งขึ้น • การหอชอ เปนการนํากระดาษสีตางๆ มาหอดอกไม เพื่อใหเกิดความ สวยงาม • โบ ควรเลือกใชโบที่มีสีกลมกลืนกับชอดอกไม หรือมีสีตัดกัน เพื่อให ชอดอกไมมีความโดดเดนยิ่งขึ้น ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 65. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : บูเกดอกบัว จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปรายถึงขั้นตอนการจัด บูเกดอกบัวทีละขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัคร นักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการ จัดบูเกดอกบัวใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 66. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดดอกไม บนโตะโพเดียมมาใหนักเรียนดู 67. ครูสาธิตการจัดบูเกดอกบัวใหนักเรียนดูเปน ตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละขั้นตอน อยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกตและ ติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 68. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการจัดบูเก ดอกบัว หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน อยางใกลชิดและคอยใหความชวยเหลือ และ เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงานรวมดวย 69. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : บูเก ดอกบัว โดยครูเปนผูตรวจสอบความถูกตอง และอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตกบกพรอง จากการปฏิบัติงาน 70. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดบูเกไมควรจับ ที่ชอ เพราะจะทําใหกานของดอกไมเกิด ความรอน และจะสงผลใหดอกไมเหี่ยวและ เฉาไดเร็วกวาปกติ” นํา สอน สรุป ประเมิน T37


งานดอกไม้สด ๓ ๔ ๕ ๖ ๑ ๒ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. แจกัน ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ดอกมิกกี้เม้าส์ ๔. ใบเตยลาย ๕. ใบเล็บครุฑผักชี ๖. โอเอซิส ๗. เครื่องเย็บกระดาษและลวดเย็บกระดาษ ขั้นตอนการจัดแจกันดอกไม้ทรงกลม ๑. น�าใบเตยลายมาม้วนปลายใบเป็นวงกลม แล้วเย็บด้วยเครื่องเย็บกระดาษจ�านวน ๖ ใบ ๒. น�าใบเตยลายที่ม้วนแล้วมาปักลงในโอเอซิสที่ชุ่มน�้า ในแจกัน โดยปักบริเวณกึ่งกลางของแจกัน จัดให้ลดหลั่นกัน ให้มีระยะห่างที่สวยงาม ๓. น�าใบเล็บครุฑผักชีมาปักบริเวณด้านล่างรอบ ๆ แจกันให้สวยงาม ๔. น�าดอกกุหลาบมาปักรอบแจกันเป็นวงกลมให้สูงกว่าใบเล็บครุฑผักชี แต่ต�่ากว่าใบเตยลาย ๕. น�าดอกกุหลาบมาปักรอบแจกันเป็นชั้นที่ ๒ โดยจัดให้เป็นทรงกลมและปิดช่องว่างที่มีขนาดใหญ่ ๖. น�าดอกมิกกี้เม้าส์มาปักเพื่อปิดช่องว่างขนาดเล็กที่เหลืออยู่และตกแต่งให้สวยงาม แจกันดอกไม้ ทรงกลม ๓๔ ๓. ดอกมิกกี้เม้าส์ ๕. ใบเล็บครุฑผักชี ๔. ใบเตยลาย 1 3 2 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 71. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : แจกันดอกไมทรงกลม จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการจัดแจกันดอกไมทรงกลมทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 72. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมมาใหนักเรียนดู 73. ครูสาธิตการจัดแจกันดอกไมทรงกลมให นักเรียนดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบ ทีละขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนได สังเกตและติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 74. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการจัดแจกัน ดอกไมทรงกลม หากนักเรียนเกิดขอสงสัยใน ขณะปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือ ใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนัก ถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 75. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด : แจกันดอกไมทรงกลม โดยครูเปนผูตรวจสอบ ความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยัง ขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 76. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การปกดอกไมในแจกัน ดอกไมทรงกลม ตองระวังอยาปกใหโคนกาน ดอกชนกัน เพราะจะทําใหดูดนํ้าไดไมเต็มที่” นักเรียนควรรู 1 ดอกมิกกี้เมาส เปนไมพุมยืนตนที่มีเมล็ด ซึ่งเมล็ดที่แกเต็มที่แลวจะมีลักษณะ กลมรีและมีสีดําคลายกับลักษณะจมูกของมิกกี้ เมาส ตัวการตูนของ วอลต ดิสนีย จึงไดมีการนําชื่อนี้มาตั้งเปนชื่อของตนไม 2 ใบเตยลาย เปนไมประดับและเปนไมพุมขนาดกลาง มีความโดดเดนที่ใบ ซึ่งมีขอบสีเขียวดานในมีสีเหลือง ปลายใบเรียวแหลมเหมาะกับการนําไปปลูก ประดับสวน ริมบอนํ้า หรือนิยมนําไปจัดแจกันเพราะขอบใบไมมีหนามแหลม 3 เล็บครุฑ เปนไมประดับที่นิยมปลูกทั้งในกระถางและแปลงจัดสวน เนื่องจาก มีลําตนและทรงพุมไมสูงมากนัก ใบมีลักษณะแปลก มีลวดลายสวยงาม รวมถึง เปนไมมงคลที่เชื่อกันวาจะคอยคุมครองภยันตรายไมใหกลํ้ากลายทั้งภูตผี วิญญาณชั่วราย มนตรดํา และสิ่งอัปมงคลตางๆ ใหนักเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมตามที่ครูกําหนดให แลวฝกปฏิบัติการจัดแจกันดอกไม ทรงกลมพรอมกับที่ครูสาธิตใหนักเรียนดูเปนตัวอยางในแตละ ขั้นตอน นําผลงานสงครูผูสอน ใหนักเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการจัดแจกันดอกไม ทรงกลม ซึ่งสามารถเลือกดอกไมไดตามความสนใจ โดยคํานึง ถึงความประหยัดรวมดวย จากนั้นฝกปฏิบัติการจัดแจกันดอกไม ตามความคิดสรางสรรคของตนเอง โดยจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาวไมเกิน 15 นาที พรอมทั้งอัปโหลดคลิปวิดีโอลงสื่อ โซเชียล เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน นํา สอน สรุป ประเมิน T38


ขอสอบเนน การคิด งานดอกไม้สด ๑ ๒ ๓ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกรัก ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ไม้ไผ่เหลา ๔. ผ้าสีขาว ๕. ด้ายและเข็ม ๖. ปากกา ๗. ใบตอง ตาข่าย หน้าช้าง ขั้นตอนการปฏิบัติตาขายหน้าช้าง ๑. พันไม้ไผ่ด้วยผ้าสีขาว จากนั้นใช้ปากกาขีดแบ่ง ช่องตาข่ายเพื่อร้อยดอกรัก แล้วร้อยดอกรัก แถวที่ ๑ แบบหัวชนหัว หางชนหาง เป็น ๒ คู่ ติดกับผ้าที่พันไม้ตามช ่องตาข ่ายที่แบ ่งไว้จน ครบทุกช่อง จะได้เป็นแถวที่ ๑ ๒. ขึ้นแถวที่ ๒ ร้อยดอกรักเหมือนแถวที่ ๑ แต่สลับ เป็นรูปฟันปลา และท�าเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้ เป็นรูปสามเหลี่ยม ๓. ฉีกใบตองกว้างประมาณ ๔ นิ้ว ม้วนเป็นรูป กรวยแหลมให้แน่น แล้วจับกลีบกุหลาบเป็นจีบ กระพุ้ง โดยเอาด้านโคนกลีบขึ้น น�าไปประกบกับ ยอดกรวยใบตอง ใช้ด้ายพันให้แน่น ๓๕ ๑. ดอกรัก 1 นักเรียนควรรู 1 ดอกรัก มักพบตามที่วางริมทางที่มีแดดจัด มีทั้งสีขาวและสีมวง การใช ประโยชนจากดอกรักนั้นมีความผูกพันกับขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย มาอยางยาวนาน เชนเดียวกับชื่อที่เปนไมนามมงคล จะพบวาดอกรักจะถูกนํา มาใชในงานมงคลตางๆ เชน มาลัย เครื่องมงคลถวายพระ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องแขวนดอกไมสดใหนักเรียนฟงวา เครื่องแขวน ดอกไมสดของไทย เปนงานหัตถศิลปที่มีมาตั้งแตสมัยอยุธยา แตเมื่อครั้งเสียกรุง ครั้งที่ 2 ก็ไดเลือนหายไป จนกระทั่งมีการฟนฟูขึ้นอีกครั้งในสมัยรัตนโกสินทร ผูที่เปนบุคคลสําคัญในการฟนฟูการทําเครื่องแขวนดอกไมสด คือ เจาจอมมารดา ตานี เจาจอมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 77. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : ตาขายหนาชาง จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติตาขายหนาชางทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติตาขาย หนาชางใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 78. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการปฏิบัติตาขาย หนาชางมาใหนักเรียนดู 79. ครูสาธิตการปฏิบัติตาขายหนาชางใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 80. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการปฏิบัติตาขาย หนาชาง หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือ ใหสอบถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการ ปฏิบัติงานของนักเรียนอยางใกลชิดและคอย ใหความชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนัก ถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 81. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : ตาขายหนาชาง โดยครูเปน ผูตรวจสอบความถูกตองและอธิบายเพิ่มเติม ในสวนที่ยังขาดตกบกพรองจากการปฏิบัติงาน 82. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ดอกรักควรใสไวใน ตะแกรงแลวคลุมดวยผาขาวบาง ไมควรพรม นํ้าเพราะจะทําใหดอกชํ้าและเนาไดงาย” การประดิษฐตาขายหนาชางสามารถนําไปใชประโยชนไดอยางไร (แนวตอบ การประดิษฐตาขายหนาชางสามารถนําไปใชประโยชน ไดหลายประการ เชน ใชประดับตกแตงอาคารสถานที่ตางๆ เพื่อ ใหเกิดความสวยงาม สามารถนําไปแขวนไวที่ประตู หรือหนาตาง เมื่อลมพัดผานจะสงกลิ่นหอม ทําใหรูสึกผอนคลาย ซึ่งดอกไม ที่นํามาใชสวนใหญจะเปนดอกพุด ดอกกระดังงา ดอกจําป และดอกจําปา) นํา สอน สรุป ประเมิน T39


๔ ๕ ๖ ๗ ๘ 9 ๔. จับกลีบกุหลาบเป็นจีบกระพุ้ง น�าไปประกบตรงข้ามกับกลีบที่ ๑ ใช้ด้ายพันแล้วเย็บให้แน่นเป็นชั้นที่ ๑ ส่วน ชั้นที่ ๒ ใช้กลีบกุหลาบ ๒ กลีบ จับกลีบกระพุ้งน�าไปประกบให้ต�่ากว่าชั้นที่ ๑ เล็กน้อย จึงใช้ด้ายมัดและเย็บ ๕. ชั้นที่ ๓ ใช้กลีบกุหลาบ ๒ กลีบ จับกลีบกระพุ้งน�าไปประกบให้ต�่ากว่าชั้นที่ ๒ เล็กน้อย ใช้ด้ายมัดและเย็บ จากนั้นขึ้นชั้นที่ ๔ โดยใช้ดอกกุหลาบประมาณ ๔-๕ กลีบ (ตามความเหมาะสมของข่าที่ท�า) จับจีบกระพุ้ง แล้วน�าไปประกบต�่ากว่าชั้นที่ ๓ เล็กน้อย จึงน�ากลีบต่อไปที่จับกระพุ้งแล้วมาวางต่อจากกลีบแรกของ ชั้นที่ ๔ โดยวางทับประมาณครึ่งกลีบ ท�าเช่นนี้จนครบรอบแถวที่ ๔ ใช้ด้ายมัดและเย็บให้แน่น จากนั้น ตัดใบตองให้พอดีกับโคนดอกข่า เพื่อน�าดอกข่ามาท�าเป็นอุบะ โดยท�าอุบะทั้งหมด ๓ ขา อุบะที่จะอยู่บนสุด ใช้ดอกรักจ�านวน ๗ ดอก ส่วนอุบะที่อยู่บริเวณอื่น ใช้ดอกรักจ�านวน ๒ ดอก ๖. น�าดอกข่าและดอกรักมาร้อยเป็นอุบะ แล้วน�าอุบะมามัดที่ด้านข้างสุดของตาข่ายตั้งแต่แถวแรกจนถึง แถวสุดท้าย ท�าเช่นนี้ทั้ง ๒ ข้าง ๗. ร้อยดอกรักเป็นเส้นตามความยาวของไม้ไผ่ แล้วน�ามาผูกทาบกับไม้ไผ่ ๘. ร้อยดอกรักเพื่อท�าสายห้อยตาข่ายข้างละประมาณ ๒๐ ดอก แล้วน�ามาผูกที่ปลายไม้ไผ่ทั้ง ๒ ข้าง ๙. น�าอุบะมาผูกตรงกลางและด้านข้างทั้ง ๒ ข้าง ๓๖ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 83. ครูนําภาพงานดอกไมสดประเภทเครื่องแขวน มาใหนักเรียนดู พรอมทั้งอธิบายเพิ่มเติมวา “การจัดประเภทของเครื่องแขวนดอกไมสด สามารถแบงเปน 3 ประเภท คือ • แบงตามแบบแผนในการประดิษฐตกแตง ซึ่ง จะแบงเปน 3 แบบ คือ แบบไทยประณีตศิลป หรือแบบโบราณ จะประกอบดวยเครื่อง แตงตัวเต็มที่มีอุบะ เฟอง และดอกทัดหู แบบไทยประยุกต หรือแบบการตกแตง โดยประทีป หรือโคมไฟจากของจริง จะ ประกอบดวยเครื่องแตงตัวแตลดลงกวา แบบที่ 1 และแบบไทยสากล หรือแบบ สมัยใหม จะประกอบดวยเครื่องแตงตัวตาม ลักษณะธรรมชาติ ไมมีการประดิษฐ หรือ รอยกรองดอกไม • แบงตามวัสดุที่นํามาใช ซึ่งจะแบงเปน 3 ลักษณะ คือ เครื่องแขวนดอกไมสด จะ ใชดอกไม ใบไมสดมาประดิษฐ เครื่องแขวน ดอกไมเทียม จะใชวัสดุอื่นๆ มาประดิษฐ เชน ผา ริบบิ้น และเครื่องแขวนจากวัสดุ อื่นๆ เชน การนําใบลานมาสานเปนปลา ตะเพียน การนําเกล็ดปลามาตัด ระบายสี แลวเจาะรูแขวน • แบงตามขนาด ซึ่งจะแบงเปน 4 ลักษณะ คือ เครื่องแขวนขนาดจิ๋ว มีเสนผาศูนยกลาง นอยกวา 8 นิ้ว เครื่องแขวนขนาดเล็ก มีเสน ผาศูนยกลางตั้งแต 8-12 นิ้ว ยาว 15-40 นิ้ว เครื่องแขวนขนาดกลาง มีเสนผาศูนยกลาง ตั้งแต 5-20 นิ้ว ยาว 40-50 นิ้ว และเครื่อง แขวนขนาดใหญ มีเสนผาศูนยกลางตั้งแต 19-30 นิ้ว ยาว 50-100 นิ้ว (2.5 เมตร) ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการจับกลีบกุหลาบแลวมัด เพื่อทําเปน ดอกขาตามที่ครูไดสาธิตใหดูเปนตัวอยาง เมื่อปฏิบัติจนครบตาม จํานวนที่ตองการแลว ใหนักเรียนนําดอกขาทั้งหมดมารอยเปนอุบะ นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการทําดอกขา ซึ่งสามารถเลือกกลีบดอกไมไดตามความสนใจ ฝกปฏิบัติการทํา ดอกขา นําดอกขาทั้งหมดมารอยเปนอุบะ จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงาน พรอมทั้งอธิบายเหตุผลในการเลือกใชกลีบดอกไมชนิด อื่นๆ แทนกลีบกุหลาบวามีความเหมือน หรือแตกตางกันอยางไร พบปญหาใดและแกปญหานั้นไดอยางไร เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกลีบกุหลาบที่จะนํามามัดรวมกันเปน ดอกขาใหนักเรียนฟงวา ควรระมัดระวังการจับกลีบกุหลาบใหมากที่สุด โดยตองจับอยางเบามือ และในการมัดไมควรมัดใหแนนจนเกินไป เพราะจะ ทําใหกลีบกุหลาบขาดไดงาย และไมสามารถนํามาประดิษฐไดตอ นอกจากนี้ ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิษของตนรักใหนักเรียนฟงวา ยางของตนรัก เปนอันตรายตอผิวหนังและดวงตา เนื่องจากยางและใบมีสารพิษ Digitalis ซึ่ง จะออกฤทธิ์เปนพิษตอหัวใจและเลือด ทําใหเกิดการระคายเคืองที่เยื่อบุปาก และกระเพาะอาหาร จากนั้นจึงเกิดการอาเจียน ปวดศีรษะ ทองเดิน และ ปวดทอง ดังนั้น ในการเก็บดอกรัก จึงควรแตงกายอยางรัดกุม มิดชิด สวม ถุงมือยาง แวนตา และใชผาปดปากและจมูกทุกครั้ง เพื่อปองกันอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นได นํา สอน สรุป ประเมิน T40


ขอสอบเนน การคิด งานดอกไม้สด ๑ ๒ ๓ ๔ งานประดิษฐเอกลักษณ ไทยเปนงานที่สะทอนถึงวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย อันแสดงถึงฝมือและความคิดสรางสรรคที่อยูคูกับคนไทยมายาวนาน การฝกฝนงานประดิษฐ เอกลักษณไทยจะชวยใหเกิดความเชี่ยวชาญและสรางผลงานที่ทรงคุณคาได สรุป วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ๑. ดอกรัก ๒. ดอกกุหลาบ ๓. ไม้ไผ่ ๔. ผ้าสีขาวและปากกา ๕. ด้ายและเข็ม ๖. ใบตอง ขั้นตอนการปฏิบัติวิมานพระอินทร์ ๑. พันไม้ไผ่ด้วยผ้าสีขาว แล้วใช้ปากกา ขีดแบ่งเป็นช่อง ๆ เพื่อร้อยเป็นตาข่าย จากนั้นน�าดอกรักมาร้อยแบบหัวชนหัว หางชนหาง เป็น ๒ คู่ ติดกับผ้าที่พันไม้ ตามช่องตาข่ายที่แบ่งไว้จนครบทุกช่อง จะได้เป็นแถวที่ ๑ ๒. ขึ้นแถวที่ ๒ ร้อยดอกรักเหมือนแถวที่ ๑ แต่สลับเป็นรูปฟันปลา และท�าเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงแถวสุดท้าย จะได้เป็นรูปสามเหลี่ยม ท�าตาข่ายเช่นนี้จ�านวน ๒ ชิ้น ๓. น�าดอกข่าและดอกรักมาร้อยเป็นอุบะ แล้วน�าอุบะมามัดที่ด้านข้างสุดของตาข่าย ๑ ชิ้น ตั้งแต่แถวแรกจนถึง แถวสุดท้าย ท�าเช่นนี้ทั้ง ๒ ข้าง ร้อยดอกรักเป็นเส้นตามความยาวของไม้ไผ่ แล้วน�ามาผูกทาบกับไม้ไผ่ จากนั้นร้อยดอกรักเป็นเส้นจ�านวน ๒ เส้น แล้วน�ามาผูกที่ปลายไม้ไผ่ของตาข่ายทั้ง ๒ ชิ้น ๔. ผูกเชื่อมต่อกันเป็นชิ้นเดียว โดยให้ตาข่ายที่มีอุบะห้อยด้านข้างเป็นส่วนฐานล่างของเครื่องแขวน แล้วน�าอุบะ มาร้อยที่ปลายไม้ไผ่ทั้ง ๒ ข้าง และตรงกลางของตาข่ายอีกชิ้นที่เป็นส่วนบน จากนั้นร้อยดอกรักเป็นเส้น จ�านวน ๖ เส้น แบ่งผูกข้างละ ๓ เส้น ตามภาพ น�าดอกข่ามาร้อยตรงกลางของตาข่ายด้านบน แล้วร้อยดอกรัก ต่อขึ้นไปอีก ๒ ดอก ไว้ส�าหรับผูกเพื่อน�าไปแขวน วิมาน พระอินทร งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๓๗ ๓. ไม้ไผ่ ๔. ผ้าสีขาวและปากกา 1 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 84. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันศึกษาตัวอยาง งานประดิษฐเอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : วิมานพระอินทร จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 จากนั้นรวมกันอภิปราย ถึงขั้นตอนการปฏิบัติวิมานพระอินทรทีละ ขั้นตอน โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน 1-2 คน ออกมาอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติวิมาน พระอินทรใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน 85. ครูนําวัสดุ อุปกรณที่ใชในการปฏิบัติวิมาน พระอินทรมาใหนักเรียนดู 86. ครูสาธิตการปฏิบัติวิมานพระอินทรใหนักเรียน ดูเปนตัวอยาง พรอมทั้งอธิบายประกอบทีละ ขั้นตอนอยางชาๆ เพื่อใหนักเรียนไดสังเกต และติดตามแตละขั้นตอนไดทัน 87. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกการปฏิบัติวิมาน พระอินทร หากนักเรียนเกิดขอสงสัยในขณะ ปฏิบัติงาน หรือตองการความชวยเหลือใหสอบ ถามครู โดยครูจะคอยสังเกตการปฏิบัติงาน ของนักเรียนอยางใกลชิดและคอยใหความ ชวยเหลือ และเนนยํ้าใหตระหนักถึงความ ปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 88. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปขั้นตอนงานประดิษฐ เอกลักษณไทยงานดอกไมสด (เครื่องแขวน) : วิมานพระอินทร โดยครูเปนผูตรวจสอบความ ถูกตองและอธิบายเพิ่มเติมในสวนที่ยังขาดตก บกพรองจากการปฏิบัติงาน 89. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “อุบะที่นํามาผูกกับ เครื่องแขวนจะชวยใหเครื่องแขวนมีความ ออนชอยมากขึ้น โดยนิยมผูกติดใตเฟอง” นักเรียนควรรู 1 วิมานพระอินทร เปนเครื่องแขวนดอกไมสด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากตาขาย หนาชางและบันไดแกว 2 ไมไผ เปนไมที่นิยมนํามาใชในการกอสรางและการตกแตง อีกทั้งยัง สามารถนํามาประยุกตใชกับบานไดอยางหลากหลาย เพราะไมไผเปนไมเนื้อแข็ง ลําตนมีความแข็งแรง เหนียว นํ้าหนักเบา ยืดหยุน และดัดโคงงอไดงาย จึงถูก นํามาประยุกตใชเพื่อตอยอดใหเกิดเปนดีไซนใหมๆ ที่แปลกตา ซึ่งสามารถพบ ไดมากในการทําเครื่องเรือนเพื่อตกแตงบานและใชในงานประดิษฐ เกร็ดแนะครู ครูควรแนะนํานักเรียนวา ไมไผที่นํามาใชในการประดิษฐวิมานพระอินทรนั้น จะตองเปนไมไผที่เหลามาเรียบรอยแลว เนื้อไมตองเรียบเนียน ไมมีเสี้ยนไม เพราะหากมีเสี้ยนไมอาจทําใหบาดหรือทิ่มตํามือได วิมานพระอินทรเปนเครื่องแขวนที่พัฒนามาจากเครื่องแขวน ในรูปแบบใด 1. พวงแกว 2. วิมานแทน 3. ตาขายหนาชาง 4. ระยาทรงเครื่อง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเปนเครื่องแขวนดอกไมสด ที่นําไปใชสําหรับประดับ หรือแขวนที่ประตู หรือหนาตาง ซึ่งเพิ่มเติม หรือพัฒนาขึ้นมาจากตาขายหนาชาง ระหวางจั่วบนและ จั่วลางที่เปนกรอบสี่เหลี่ยมผืนผาคลายชองหนาตาง ตรงกลางจั่ว อาจติดแบบพระอินทร แบบกระหนกบนจั่วลาง หรืออาจจะไมติด แบบเลยก็ได) นํา สอน สรุป ประเมิน T41


Click to View FlipBook Version