ขอสอบเนนการคิด สรé างสรร¤ì ¾Ñ²นาการเรÕÂนรéÙกิ¨กรรม ตอนที่ ๑ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบตามที่ก�าหนด ตอนที่ ๒ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อจัดท�ารายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ ไทย โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ก�าหนด เรื่อง งานประดิษฐ์เอกÅÑกษ³์ ไ·Â ใบมอบหมายงานที่ ๒.๑ ๑. งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไทย มีคุณค่าต่อตนเอง สังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติอย่างไร ๒. หากต้องการมอบของขวัญให้เพื่อนเน�่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด นักเรียนสามารถสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทยได้อย่างไร ๓. ยกตัวอย่างการน�างานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทยไปใช้ ในโอกาสส�าคัญ ๓ ตัวอย่าง พร้อมอธิบาย ๔. งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทยประเภทใดที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและการรักษา สิ่งแวดล้อม ๕. ส�ารวจวัสดุธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น จากนั้นออกแบบงานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทยจากวัสดุธรรมชาติ พร้อมอธิบายเกี่ยวกับแนวทางในการออกแบบและการน�าชิ้นงานไปใช้ ๑. เลือกหัวหน้ากลุ่ม แล้วเลือกหัวข้อระหว่างงานใบตองหรืองานแกะสลักผักและผลไม้ ๒. แบ่งงานให้สมาชิกในกลุ่มไปปฏิบัติ โดยแบ่งงานตามความถนัดและความสนใจ ๓. สืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ รวมถึงแหล่งการเรียนรู้ในท้องถิ่น ๔. จัดท�ารูปเล่มรายงาน ๕. น�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๖. ครูและเพื่อน ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและประเมินผลงาน ๓๘ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 90. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมเลือกวาจะประดิษฐงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยประเภทใดตามความ สนใจ 1 ชิ้น พรอมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ ที่ใชในการประดิษฐมาใหพรอมในชั่วโมงถัดไป ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 91. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันฝกประดิษฐ งานประดิษฐเอกลักษณไทยที่เลือก โดยครู จะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน อยางใกลชิดและคอยใหความชวยเหลือ และ เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงานรวมดวย 92. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชม หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 93. ครูตั้งโจทยใหนักเรียนรวมกันวิเคราะหวา “ในชุมชนบริเวณโรงเรียนมีการจัดงาน ประกวดสืบสานวัฒนธรรมไทย หากนักเรียน ตองการเขารวมประกวดจะเลือกประดิษฐ ชิ้นงานที่เปนเอกลักษณไทยประเภทใด เพราะ เหตุใด” 94. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย โดยเลือกชิ้นงานประดิษฐเอกลักษณไทยที่จะ ประกวด 1 ชิ้น ศึกษาขอมูลวิธีการประดิษฐ จากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย วางแผน และออกแบบชิ้นงานประดิษฐ โดยชิ้นงานจะ ตองมีรูปแบบที่ทันสมัย สวยงาม สรางสรรค และแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณความเปนไทย เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนปฏิบัติงานกลุม ครูควรใหนักเรียนแตละกลุมคัดเลือกหัวหนา กลุมตามความเหมาะสม และสมาชิกทุกคนภายในกลุมตองมีการวางแผน การปฏิบัติงานรวมกันเสมอ รวมถึงแบงหนาความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ตามความสามารถของแตละบุคคล โดยมีการแบงหนาที่ใหกับสมาชิกภายใน กลุมทุกคนอยางชัดเจน เพื่อใหทุกคนไดลงมือปฏิบัติงานรวมกันตามหนาที่ที่ ไดรับมอบหมาย โดยครูควรสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมของนักเรียนแตละ กลุม เชน นักเรียนแตละกลุมมีวิธีการทํางานอยางไร มีปญหา หรืออุปสรรคหรือไม มีวิธีแกปญหาเหลานั้นอยางไร เพื่อประเมินการทํางานของนักเรียน หากนักเรียน กลุมใดมีปญหา หรือขอสงสัยระหวางการปฏิบัติงาน ครูจะเปนผูใหคําแนะนํา หรือใหความชวยเหลือแกนักเรียน หากตองการเผยแพรงานประดิษฐเอกลักษณไทยใหชาวตางชาติ ไดชื่นชมและรูจักมากยิ่งขึ้น นักเรียนจะมีแนวทางในการปฏิบัติ อยางไร (แนวตอบ แนวทางการเผยแพรงานประดิษฐเอกลักษณไทยให ชาวตางชาติไดชื่นชมและรูจักมากขึ้น สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน ประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทยแลวเผยแพรลงในโซเชียล มีเดีย หาโอกาสที่จะนําชิ้นงานเอกลักษณไทยไปจัดแสดงในงาน สําคัญตางๆ ในประเทศ หรือบริเวณที่มีชาวตางชาติอาศัยอยู เปนจํานวนมาก) นํา สอน สรุป ประเมิน T42
กิจกรรม Mini Project ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่มโดยปฏิบัติงานตาม ที่ก�าหนด เรื่อง การประดิษฐ์ งานดอกไม้สด ใบมอบหมายงานที่ ๒.๒ ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละเท่า ๆ กันร่วมกันประดิษฐ์งานดอกไม้สดโดยประดิษฐ์ชิ้นงานจากดอกไม้สด ๒ ชิ้น คือ • ชิ้นที่ ๑ จัดท�าช่อดอกไม้เพื่อมอบให้เพื่อนในโอกาสแสดงความยินดีที่ชนะการแข่งขันทางวิชาการ • ชิ้นที่ ๒ จัดแจกันดอกไม้สดเพื่อตั้งประดับบนโต๊ะอาหาร ๒. สมาชิกกลุ่มร่วมกันวางแผนการด�าเนินงาน รวมถึงสืบค้นวิธีในการประดิษฐ์งานดอกไม้สดจากสื่อ ที่หลากหลาย เช่น สื่อวิดีโอ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ ๓. สมาชิกกลุ่มร่วมกันจัดเตรียมอุปกรณ์ เพื่อจัดท�างานประดิษฐ์ดอกไม้สดทั้ง ๒ ชิ้น ๔. ลงมือปฏิบัติชิ้นงานและบันทึกขั้นตอนการท�างาน โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ • ชื่อสมาชิกภายในกลุ่ม • หน้าที่ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของสมาชิกแต่ละคน • แนวทางการประดิษฐ์งานดอกไม้สดทั้ง ๒ ชิ้น ได้แก่ ช่อดอกไม้เพื่อมอบให้เพื่อนในโอกาส แสดงความยินดีที่ชนะการแข่งขันทางวิชาการ และแจกันดอกไม้สดเพื่อตั้งประดับบนโต๊ะอาหาร • ภาพถ่ายขณะปฏิบัติงาน • ภาพถ่ายชิ้นงานทั้ง ๒ ชิ้น • บันทึกผลการปฏิบัติงาน ได้แก่ ปัญหาที่พบหรืออุปสรรคในการท�างาน วิธีการแก้ ไขปัญหา • จัดท�าเป็นรายงานเพื่อน�าส่งครูผู้สอน พร้อมชิ้นงานทั้ง ๒ ชิ้น • น�าเสนอผลงานให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๓9 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง งาน ประดิษฐเอกลักษณไทย 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินกิจกรรม เรื่อง งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย กิจกรรม เรื่อง งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีมาก (4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรุง (1) 1. สร้างชิ้นงานอย่าง สร้างสรรค์และ สวยงาม สร้างชิ้นงานได้อย่าง สร้างสรรค์ สวยงาม ทันสมัย และเหมาะสม สร้างชิ้นงานได้ค่อนข้าง สร้างสรรค์ สวยงาม และ ทันสมัย สร้างชิ้นงานได้สร้างสรรค์ สวยงาม และทันสมัยบ้าง ไม่ได้สร้างชิ้นงานอย่าง สร้างสรรค์ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์ เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์อย่างเหมาะสม และปลอดภัย เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์อย่างเหมาะสม เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์อย่างเหมาะสม บ้าง เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์ไม่เหมาะสม 3. ความสมบูรณ์ของ ชิ้นงานประดิษฐ์ ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดีมาก ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดี ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนน้อย ชิ้นงานไม่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน 4. เห็นคุณค่า ของงานประดิษฐ์ น าชิ้นงานไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้อย่าง เหมาะสมดีมาก น าชิ้นงานไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ น าชิ้นงานไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้บ้าง ไม่สามารถน าชิ้นงานไปใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ 5. การแก้ปัญหา ในการท างาน ด้วยความเสียสละ แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้ อย่างเหมาะสม แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้ แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้บ้าง ไม่สามารถแก้ปัญหาในการ ท างานด้วยความเสียสละได้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18-20 ดีมาก 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย ขั้นสอน ขั้นที่ 4 ฝกชํานาญ 95. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันฝกประดิษฐ งานประดิษฐเอกลักษณไทย (นอกเวลาเรียน) โดยกําหนดใหนักเรียนวิเคราะหและบันทึก ขั้นตอนการปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณ ไทยในรูปแบบของคลิปวิดีโอความยาวไมเกิน 15 นาที อัปโหลดลงในโซเซียลมีเดีย จดบันทึก ผลการปฏิบัติงานและประเมินผลการปฏิบัติ จากนั้นใหนักเรียนแตละคนเขาไปชมคลิป วิดีโอที่เพื่อนอัปโหลด พรอมทั้งแสดงความ คิดเห็นอยางสรางสรรค โดยครูจะเขาไปชม ผลงาน เพื่อเปนการตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของนักเรียน 1. ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทยตามความ สนใจ 1 ชิ้น 2. นําความคิดสรางสรรคมาประยุกตใชในการออกแบบและสราง ชิ้นงานที่สะทอนใหเห็นถึงเอกลักษณไทยและสอดแทรกสิ่งที่เปน เอกลักษณประจําทองถิ่นของตนเองลงไปในชิ้นงาน 3. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทย ใหพรอม ลงมือปฏิบัติการประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทย 4. นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิด ในการออกแบบและสรางสรรคงานประดิษฐเอกลักษณไทย ปญหา ที่พบและแนวทางการแกปญหา แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผน การจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T43
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การประกอบและ ติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายใน บ้าน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการประกอบ และติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้านได้ 2. ประกอบและติดตั้ง อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้านได้ แบบ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 3.1.1 การประกอบและติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T44
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 การซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้าน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้านได้ 2. ซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้านได้ แบบใช้ โครงการ เป็นหลัก (Project Based Learning) - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - มีจิตสาธารณะ T45
§Ò¹ª‹Ò§ หน่วยการเรียนรู้ที่ó ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน หากการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ ในบ้านเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนในบ้านสามารถทำาได้ จะเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งที่ทำาให้เกิดความสะดวกในการใช้ชีวิต เราจึงจำาเป็นต้องมีความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องใช้ เพื่อติดตั้งในบ้านของเราได้อย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับสถานที่ที่ติดตั้ง และควรปฏิบัติงานตามคำาแนะนำาในคู่มือการใช้งานที่มากับอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านั้น ทำาให้สามารถ ใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านั้นได้อย่างปลอดภัยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ËÒ¡µŒÍ§¡Òë×éÍà¤Ã×èͧ㪌ÁÒ µÔ´µÑé§ã¹ºŒÒ¹´ŒÇµ¹àͧ ¨ÐµŒÍ§ àµÃÕÂÁ¤ÇÒÁ¾ÃŒÍÁÍ‹ҧäà สาระการเรียนรูแกนกลาง ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน มีขั้นตอน คือ การสังเกต วิเคราะห สรางทางเลือก และประเมินทางเลือก เชน การติดตั้ง ประกอบ ซอมแซม อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช สิ่งอํานวยความสะดวกในบานและโรงเรียน ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ๔๐ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับงานชางใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง หลักการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานและหลักการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานที่มากขึ้น สามารถเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชางไดอยางถูกตองและ ปลอดภัย ลงมือประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน หรือซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานเพื่อใหเกิดความชํานาญ ใชทรัพยากรอยางคุมคา และยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม นําทักษะการจัดการมาประยุกตใชในการทํางาน รวมถึงใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางานไดอยาง เปนขั้นตอน เพื่อใหผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการประกอบและติดตั้ง หรือการซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภายในบาน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน ขั้นนํา (แบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและจุดประสงคการ เรียนรูใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียน แตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 3 เรื่อง งานชาง 2. ครูนําภาพ หรือเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บานใหนักเรียนดู 3. ครูถามนักเรียนวา • ที่บานของนักเรียนมีการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานเหมือนในภาพ หรือคลิปวิดีโอที่ครูนํามาเปดใหดูหรือไม หากไมมี มีการประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบานชนิดใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ในการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานตองคํานึงถึงสิ่งใดเปนหลัก (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการซื้ออุปกรณเครื่องใชมาติดตั้ง ภายในบานดวยตนเอง นักเรียนจะตองเตรียม ความพรอมอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบานใน ประเด็นตางๆ เชน นักเรียนเคยประกอบและ ติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบานหรือไม หากเคย ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานชนิดใด และมีขั้นตอนการปฏิบัติ อยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T46
ขอสอบเนน การคิด ง�นช�งเปนอีกงานที่อยู ในชีวิตประจําวัน เราจึงควร รูจักวิธีการปฏิบัติงานตาง ๆ เพื่อติดตั้งหรือซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชที่ตองการใช ในการดํารงชีวิตใหสามารถใชงานไดอยาง สมบูรณและปลอดภัย เพื่อความสะดวกสบายในชีวิต การประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ถูกต้องตามหลักการจะทำาให้ประกอบและติดตั้งได้ ปลอดภัย รวดเร็ว และแข็งแรง โดยหลักการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน มีดังนี้ งานช่าง ๔๑ ๒ ๔ ศึกษาอุปกรณ์เครื่องใช้ ที่จะนำามาประกอบและ ติดตั้ง กำาหนดบริเวณที่จะ ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ ให้ชัดเจน เหมาะสม และปลอดภัย ศึกษาวิธีการประกอบ และติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ จัดเตรียมเครื่องมือ ที่ต้องใช้ ในการ ประกอบและติดตั้ง ให้พร้อม ๑ ๓ ศึกษาอุปกรณ์เครื่องใช้ ศึกษาวิธีการประกอบ และติดตั้งอุปกรณ์ 1 2 เพราะเหตุใดนักเรียนจึงควรปฏิบัติตามหลักการประกอบและ ติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน (แนวตอบ การปฏิบัติตามหลักการประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบาน จะทําใหสามารถประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบานไดอยางถูกตองตามขั้นตอน ซึ่งจะสงผลใหการ ปฏิบัติงานมีความสะดวกรวดเร็ว เกิดความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงาน และอุปกรณเครื่องใชภายในบานที่ไดมีความแข็งแรง) นักเรียนควรรู 1 ศึกษาอุปกรณเครื่องใช อุปกรณเครื่องใชที่จะนํามาประกอบและติดตั้ง ในอาคารบานเรือนมีหลายชนิด ซึ่งทําจากวัสดุที่แตกตางกัน ดังนั้น กอนที่จะนํา อุปกรณเครื่องใชมาประกอบและติดตั้ง ผูปฏิบัติงานจึงตองศึกษาอุปกรณ เครื่องใชในเรื่องตางๆ ดังนี้ • วิธีการใชงาน • ขอควรระวัง • ชนิดของวัสดุ • ลักษณะของอุปกรณเครื่องใช • จํานวนชิ้นสวนของอุปกรณเครื่องใช 2 วิธีการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานแตละชนิด มีวิธี การประกอบและติดตั้งที่แตกตางกัน รวมถึงอุปกรณเครื่องใชภายในบานชนิด เดียวกันที่มีรุนการผลิตที่หลากหลาย อาจทําใหมีวิธีการประกอบและติดตั้ง แตกตางกันออกไปดวย วิธีการประกอบและติดตั้งควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่ คูมือแนะนําอยางเครงครัด เพื่อไมใหเกิดความเสียหายในระหวางการประกอบ และติดตั้ง และเพื่อใหเกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 5. ครูและนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานวาประสบปญหาใดหรือไม และจะ มีแนวทางแกปญหาที่เกิดขึ้นไดอยางไร 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานมีหลักการสําคัญ หลายประการที่ผูปฏิบัติงานตองคํานึงถึง เพื่อชวยใหการปฏิบัติงานเปนไปอยางมี ประสิทธิภาพและสามารถใชงานอุปกรณ เครื่องใชภายในบานดังกลาวไดอยางปลอดภัย” ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 1. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบาน จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 3 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนจะนําหลักการที่ไดศึกษามาประยุกต ใชในการประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบานของตนเองไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เพราะเหตุใดหลังจากการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานเสร็จ จึง ตองมีการทดสอบการทํางานของอุปกรณ เครื่องใชภายในบานชิ้นดังกลาว (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T47
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๑.๑ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยอำานวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยและเป็นหนึ่ง ในองค์ประกอบหลักที่ทำาให้บ้านสมบูรณ์แบบมากขึ้น การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ นอกจาก จำาเป็นจะต้องคำานึงถึงหน้าที่ ในการใช้สอยแล้ว จึงต้องคำานึงถึงความเหมาะสมของขนาดอุปกรณ์ สถานที่ ในการติดตั้ง และลักษณะของอุปกรณ์ เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถแบ่งลักษณะการติดตั้งเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๔๒ ๕ ๘ ๗ ๑๐ กำาหนดจำานวนคน และความสามารถ ของผู้ปฏิบัติงาน หากเป็นงานไฟฟ้า ให้ตรวจสอบว่า ไม่มี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ก่อนลงมือปฏิบัติ กำาหนดเวลา ที่เหมาะสมและ ระยะเวลาปฏิบัติงาน ตั้งใจปฏิบัติงาน ตามขั้นตอน อย่างระมัดระวัง หากเป็นงานประปา ให้ตรวจสอบระบบนำ้า ก่อนลงมือปฏิบัติ ปฏิบัติตามคำาแนะนำา หรือคู่มือ ทั้งการประกอบ และติดตั้ง การใช้งาน และการดูแลรักษา ๖ ๙ อุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอ�ค�ร เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ออกแบบเพื่อทำาหน้าที่ใช้สอยโดยเฉพาะ หากทำาการ เคลื่อนย้ายหรือติดตั้งใหม่ อาจทำาให้บริเวณเดิมที่เคยติดตั้งมีรูหรือรอย ต่าง ๆ ได้ และจำาเป็นต้องอาศัยความชำานาญในการติดตั้งมากกว่าอุปกรณ์ เครื่องใช้ลอยตัว ข้อดี คือ มีความแข็งแรงทนทาน มีขนาดที่พอดีกับสถานที่ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ นั้น ๆ เช่น ชั้นวางของติดผนัง ราวตากผ้าติดผนัง โตะติดผนัง ๑ อุปกรณเครื่องใชลอยตัว เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีทั้งแบบสำาเร็จรูปและประกอบเอง สามารถ ขนย้ายได้สะดวกและติดตั้งได้ตามสถานที่ที่ต้องการ แบบประกอบเอง ควรอ่านคำาแนะนำาให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ สามารถเลือกรูปแบบ และขนาดได้หลากหลาย ติดตั้งได้ง่ายกว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ติดกับ อาคาร โดยไม่ต้องเจาะรูที่อาคารเพื่อติดตั้งและยังสามารถทดลอง ใช้จริงได้ก่อนทำาการสั่งซื้อ เช่น โตะ เก้าอี้ ราวตากผ้า ชั้นวางของ ๒ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ 1 นักเรียนควรรู 1 ประหยัดพื้นที่ อุปกรณเครื่องใชรวมถึงเฟอรนิเจอรในปจจุบันมีการออกแบบ ใหใชงานไดอยางหลากหลายและชวยประหยัดพื้นที่ เพื่อใหสามารถใชพื้นที่ที่มีอยู อยางจํากัดไดเพียงพอกับความตองการในชีวิตประจําวัน เฟอรนิเจอรบางชนิด ถูกออกแบบมาเพื่อใหสามารถใชงานไดมากกวา 1 อยาง เชน เปนไดทั้งโตะและ ชั้นวางของ เปนไดทั้งเตียงและโตะทํางาน ซึ่งขึ้นอยูกับการออกแบบเฟอรนิเจอร เฟอรนิเจอรบางชนิดถูกออกแบบมาใหพับได เพื่อชวยประหยัดพื้นที่เมื่อไมได ใชงาน การสรางสรรคงานออกแบบเฟอรนิเจอรและอุปกรณเครื่องใชจึงเปนสิ่งที่ ไดรับการพัฒนาอยูตลอดเวลา เพื่อตอบสนองการใชงานของคนในยุคปจจุบัน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 4. ครูใหนักเรียนแบงกลุมเปน 6 กลุม กลุมละเทาๆ กัน จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน กลุมละ 1 คน ออกมาจับสลากหัวขอที่ครู กําหนดให ดังนี้ • สลากหมายเลข 1-2 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช • สลากหมายเลข 3-4 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งงานประปา • สลากหมายเลข 5-6 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลในหัวขอ ที่จับสลากได จากนั้นอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรูซึ่งกันและกันภายในกลุม พรอมทั้งจด บันทึกขอมูลในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • ลักษณะของการประกอบและติดตั้ง • ขั้นตอนการประกอบและติดตั้ง • ขอควรระวังในการประกอบและติดตั้ง สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ไดที่ https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/ลํ้าสมัย-ไมมีพลาด-ikea-ar-คูมื/ ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ศึกษาเพิ่มเติม เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช รวมถึงดู หรือฝกปฏิบัติการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชตางๆ จากนั้นใหนักเรียน แตละกลุมรวมกันสรุปความรูที่ได แลวสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูอธิบาย เพิ่มเติมวา การปฏิบัติการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช จําเปนตองศึกษาวิธีการที่ถูกตอง เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานไดอยาง ปลอดภัย ผลงานสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผูปฏิบัติงาน ตองมีความชางสังเกตในการปฏิบัติงานในแตละขั้นตอนอีกดวย (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 6. ครูใหนักเรียนรวมกลุมใหม โดยใหนักเรียนที่ จับสลากไดหมายเลขเดียวกันมารวมกลุมกัน พรอมทั้งกําหนดชื่อกลุมใหม ดังนี้ • กลุม A คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 1-2 (การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช) • กลุม B คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 3-4 (การประกอบประกอบและติดตั้งงานประปา) • กลุม C คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 5-6 (การประกอบประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา) 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมนําความรูที่แตละกลุม ไดศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกัน และกันภายในกลุมอีกครั้ง พรอมทั้งจดบันทึก สรุปขอมูลในประเด็นเดิมที่ครูกําหนดให นํา สอน สรุป ประเมิน T48
ขอสอบเนน การคิด ประกอบและติดตั้ง ๑ ๒ วัสดุ อุปกรณที่ใช ๑. ชุดราวผ้าสเตนเลสแบบปรับระดับได้ ๒. พุกพลาสติก พุกปกผีเสื้อ และพุกโลหะ ๓. นอตหรือสกรู ๔. สว่านเจาะคอนกรีต ๕. ดอกสว่านเจาะคอนกรีต เบอร์ ๗ ๖. ตลับเมตร ๗. เครื่องวัดระดับนำ้า ๘. ไขควงปากแฉก ๙. ค้อน ๑๐. คัตเตอร์ ๑๑. ดินสอ ๑๒. กล่องกระดาษหรือพลาสติกรองปูน ๑๓. เทปสี ขั้นตอนการประกอบและติดตั้งราวตากผาสเตนเลส ๑. นำาเครื่องวัดระดับนำ้ามาทาบหาแนวระดับกับผนังและใช้ดินสอขีดเส้นแนวระดับเส้นตรง โดยใช้ตลับเมตรวัด เพื่อที่จะเจาะรูผนังตามตำาแหน่งรูของราวตากผ้า แล้วนำาราวตากผ้ามาทาบกับผนัง ใช้ดินสอทำาเครื่องหมาย ในตำาแหน่งที่จะเจาะรูผนังปูน โดยยึดแนวเส้นตรงที่หาระดับไว้ ๒. นำาดอกสว่านมาเทียบกับขนาดของพุกพลาสติกและนำาเทปสีมาพันรอบดอกสว่าน เพื่อทำาเครื่องหมายบอก ระดับความลึกของดอกสว่านที่เจาะให้เท่ากับความยาวของพุกพลาสติกและพุกโลหะ ร�วต�กผ� สเตนเลส ๔๓ หากตองการซื้อเฟอรนิเจอรสําหรับตกแตงบานที่มีพื้นที่มาก และตองการความสวยงาม คงทน แข็งแรง ควรเลือกซื้อและติดตั้ง เฟอรนิเจอรในขอใดจึงจะเหมาะสมกับความตองการมากที่สุด 1. เฟอรนิเจอรแบบลอยตัว 2. เฟอรนิเจอรแบบสําเร็จรูป 3. เฟอรนิเจอรแบบติดตั้งอยูกับที่ 4. เฟอรนิเจอรแบบถอดประกอบได (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเฟอรนิเจอรแบบติดตั้ง อยูกับที่ (Built-in Furniture) เปนเฟอรนิเจอรที่มีความแข็งแรง และคงทนมาก มีความสวยงาม และมีใหเลือกใชงานหลากหลาย รูปแบบ สามารถออกแบบใหเขากับบานที่มีพื้นที่มากไดอยางลงตัว) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 8. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม 9. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอาคารและอุปกรณ เครื่องใชลอยตัวมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ประโยชนของการประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอาคาร คือ อุปกรณมีความแข็งแรงและมีความ ทนทานสูง เนื่องจากยึดติดกับโครงสรางของ อาคาร และประโยชนของการประกอบและ ติดตั้งอุปกรณเครื่องใชลอยตัว คือ สามารถ หยิบจับและเคลื่อนยายอุปกรณเครื่องใช ไดอยางสะดวก) • เพราะเหตุใดนักเรียนจึงควรเลือกใชราว ตากผาที่ผลิตจากสเตนเลสติดตั้งในหองนํ้า (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สเตนเลสจะมีความ ทนทาน ไมเกิดสนิม ไมชํารุด หรือสึกกรอน ไดงายเหมือนโลหะชนิดอื่นๆ จึงเหมาะ สําหรับนํามาใชติดตั้งในบริเวณพื้นที่ที่มี ความชื้นสูง) • หากตองการประกอบและติดตั้งราวตากผา สเตนเลสบนผนังกระเบื้อง นักเรียนควร เลือกใชสวานและดอกสวานแบบใด เพื่อ ชวยปองกันไมใหผนังกระเบื้องแตกจากการ เจาะรูที่ผนัง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา ราวตากผาที่สามารถนํามาประกอบและติดตั้ง ไดเองมีหลายชนิด ไมวาจะเปนราวตากผาติดผนัง ราวตากผาที่ไมติดผนัง ราวตากผา สเตนเลส ราวตากผาพลาสติก นักเรียนควรศึกษาขอมูลและทําความเขาใจ เกี่ยวกับวิธีการประกอบและติดตั้งอยางละเอียด เพื่อใหสามารถประกอบและ ติดตั้งราวตากผาไดอยางถูกตอง ปลอดภัย ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้ • ศึกษาขอมูลการประกอบและติดตั้ง • อานวิธีการประกอบและติดตั้ง รวมถึงคําแนะนําในการใชงาน • จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชาง และสถานที่ ปฏิบัติงานใหพรอม • ปฏิบัติตามขั้นตอนอยางเครงครัด จากนั้นครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา วิธีการเหลานี้สามารถนําไปประยุกตใชกับ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบานชนิดอื่นๆ ไดเชนเดียวกัน นํา สอน สรุป ประเมิน T49
ขอสอบเนนการคิด ๓ ๕ ๔ ๖ ๗ ๓. นํากลองกระดาษหรือพลาสติกรองปูนมาติดใตตําแหนงที่จะเจาะรูเพื่อรองรับขี้ปูนที่เจาะ ๔. นําสวานที่ใสดอกเจาะคอนกรีตเรียบรอยแลว เลื่อนสวิตชควบคุมการเจาะไปที่รูปสัญลักษณรูปคอนหรือ ดอกเจาะคอนกรีต (หากผนังเปนกระเบื้องจะตองใชดอกสวานขนาดเล็กเจาะนําไปกอนเพื่อไมใหกระเบื้อง แตกราว) ใชสวานเจาะรูผนังตรงตําแหนงที่ทําเครื่องหมายไว ใหระดับความลึกเทากับความยาวของพุก ขณะที่เจาะผนังใหจับสวานตั้งฉากกับผนัง ๕. นําพุกพลาสติกมาใสรูที่เจาะเรียบรอยแลว และใชคอนตอกพุกพลาสติกใหจมลงเสมอกับผนัง ๖. ใชคัตเตอรตัดพุกในสวนที่ โผลออกมาใหเรียบเสมอกับผนัง ๗. นําราวตากผามาติดตั้งตามตําแหนงพรอมยึดดวย นอตหรือสกรู ใช ไขควงปากแฉกขันสกรูใหยึด ราวตากผาติดกับผนังครบทุกจุด แลวนําเครื่องวัด ระดับนํ้ามาวางดานบนของราวตากผา เพื่อตรวจสอบ ระดับวาติดตั้งไดระดับหรือไม จากนั้นตรวจสอบ ความเรียบรอยในการติดตั้งและทําความสะอาด พื้นที่ใหเรียบรอย ๔๔ ราวตากผาติดกับผนังครบทุกจุด แลวนําเครื่องวัด 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 10. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการเจาะผนังควร เลือกใชสวานและดอกสวานใหเหมาะสมกับ พื้นผิวของผนังที่ตองการเจาะ เพื่อใหการเจาะ ผนังเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ เชน หาก ตองการเจาะผนังกระเบื้อง ควรเลือกใชสวาน ธรรมดา ใสดอกสวานสําหรับเจาะเหล็ก ปรับ ใหอยูในโหมดของการเจาะเบา จากนั้นจึงใช สวานคอยๆ เจาะนําลงไปบนผนังกระเบื้อง บริเวณจุดที่ตองการ เปลี่ยนดอกสวานใหม ใหเปนดอกสวานเจาะกระแทก ปรับใหอยู ในโหมดของการเจาะกระแทก จากนั้นจึงใช สวานคอยๆ เจาะลงไปในรูเดิมดวยความ ระมัดระวัง” 11. ครูถามนักเรียนวา • จากการศึกษา เรื่อง วิธีการประกอบและ ติดตั้งราวตากผาสเตนเลส นักเรียนคิดวา ตนเองสามารถประกอบและติดตั้งไดดวย ตนเองหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการประกอบและติดตั้งราวตากผา สเตนเลส เพื่อใหเกิดความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงาน นักเรียนจะมีขั้นตอนและวิธีการ ในการปฏิบัติงานอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน อานคําแนะนําการใชงาน ของอุปกรณที่ตองการประกอบและติดตั้ง ใหเขาใจ เลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชางใหเหมาะสม ลงมือ ปฏิบัติประกอบและติดตั้งตามคําแนะนํา อยางเครงครัด และทดสอบอุปกรณดังกลาว หลังจากทําการติดตั้งเสร็จเรียบรอยแลว) นักเรียนควรรู 1 เครื่องวัดระดับนํ้า เปนอุปกรณงานชางที่ใชตรวจสอบความลาดเอียงของ พื้นที่ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง โดยการแนบอุปกรณเขากับชิ้นงานและสังเกตฟอง อากาศภายในหลอดแกวใหอยูระดับกึ่งกลางเสมอ โครงสรางทําจากพลาสติก อะลูมิเนียม และอะคริลิกที่แข็งแรง ภายในประกอบดวยหลอดแกวใสบรรจุนํ้า มีเม็ดฟองอากาศที่อานคาระดับนํ้าไดชัดเจน เครื่องวัดระดับนํ้ามีหลายประเภท เชน • เครื่องวัดระดับนํ้าแอนะล็อก (Level Gauge) • เครื่องวัดระดับนํ้าวงกลม (Round Level) • เครื่องวัดระดับนํ้าดิจิทัล (Digital Level Gauge) • เครื่องวัดระดับนํ้าแมเหล็ก (Magnetic Level) • เครื่องวัดระดับนํ้าบอกองศา (Multi-Level) โดยทั่วไปจะนิยมใชเครื่องวัดระดับนํ้าแอนะล็อก ซึ่งมีโครงสรางทรงสี่เหลี่ยม ขนาดยาวตั้งแต 2, 4, 6 ฟุต สามารถตรวจสอบความเอียงได 2 ทิศทาง คือ แนวระนาบและแนวตั้ง เพราะเหตุใดจึงควรใชเครื่องวัดระดับนํ้าในการติดตั้งราว ตากผาสเตนเลสเขากับผนังหองนํ้า (แนวตอบ เพราะจะทําใหราวตากผาสเตนเลสที่ติดตั้งสามารถ ติดตั้งไดตรง ไมเอียง ไมเบี้ยว อยูในแนวระดับที่ตองการ เนื่องจาก เครื่องวัดระดับนํ้าสามารถตรวจสอบความเอียงได 2 ทิศทาง คือ แนวระนาบและแนวตั้ง) นํา สอน สรุป ประเมิน T50
ขอสอบเนน การคิด ก�รเดิน ทอประป� เพื่อตอกอกนำ้� ๑.๒ การประกอบและติดตั้งงานประปา งานประปาภายในบ้านเป็นอีกงานหนึ่งที่ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะนำ้าเป็นปัจจัยสำาคัญ ในการดำารงชีวิต ต้องใช้ ในการอุปโภคและบริโภค การมีระบบประปาในบ้านที่ดีจะทำาให้ผู้อยู่อาศัย มีสุขอนามัยที่ดี การประกอบและติดตั้งงานประปาในบ้านจึงควรปฏิบัติอย่างระมัดระวังและคำานึงถึง การใช้งานที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน T i p วางแผนก่อนเดินท่อประปา ควรวางแผนการเดินท่อประปาให้รอบคอบ เพื่อให้นำ้ามีแรงดันเพียงพอในการใช้งาน จึงควรใช้นำ้า ที่มาจากมิเตอร์ประปา เพราะจะมีแรงดันนำ้าประมาณ ๑ บาร์ ซึ่งมากกว่าแรงดันจากถังเก็บนำ้า กำาหนดตำาแหน่งของ กอกนำ้าใหม่ที่จะติดตั้ง เพื่อวางแผนเดินท ่อ ประปา เช่น ท่อ PVC โดยอาจมีการเจาะรู ในบางจุด ใช้กระดาษทรายละเอียดขัด ส่วนที่จะต่อท่อ แล้วทานำ้ายา ต่อท่อบริเวณผิวท่อสวมต่อกัน ระหว่างกอกนำ้ากับท่อประปา โดยท่อที่เดินเพิ่มควรมีขนาด เล็กกว่าท่อประปาใหญ่ เพื่อ เพิ่มแรงดันนำ้าไปยังปลายทาง ปดวาล์วนำ้าที่จ ่ายนำ้ามายังบริเวณที่จะเดิน ท ่อประปา เลือกวิธีเดินท ่อประปาระหว ่าง ท่อแบบลอยและท่อแบบฝัง ซึ่งท่อแบบลอย จะไม่สวยงาม แต่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย ติดตัวรัดท่อประปาเพื่อให้ ท่อประปาที่ติดตั้งเพิ่มแน่น และแข็งแรง สามารถ ใช้งานได้สะดวก ๔5 ๑ ๔ ๓ ๒ ทอประป� ปดวาล์วนำ้าที่จ ่ายนำ้ามายังบริเวณที่จะเดิน 1 2 นักเรียนควรรู 1 ทอประปา อุปกรณที่ทําหนาที่ในการลําเลียงนํ้าดี หรือนํ้าประปา โดยจาย ผานอุปกรณตางๆ เชน กอกนํ้า ฝกบัวอาบนํ้า ชักโครก ทอเมนประปาที่ใชตาม บานจะมีเสนผาศูนยกลางประมาณ 3 4 นิ้ว - 1 นิ้ว และทอที่ใชสวนใหญจะเปน ทอพีวีซี ทอพีอี 2 วาลวนํ้า ควรปดวาลวนํ้าบริเวณที่จะซอมแซม เพื่อไมใหมีนํ้าไหลผานจุด ที่จะซอมแซม หากสถานที่กวาง หรือใชนํ้าในหลายพื้นที่ อาจมีวาลวนํ้าหลายจุด ซึ่งขึ้นอยูกับการวางแผนติดตั้งวาลวนํ้า นอกจากนี้ การประปานครหลวงยัง แนะนําวา ในชวงที่มีวันหยุดยาวตอเนื่องหลายวัน ประชาชนจํานวนมากเดินทาง ทองเที่ยว หรือกลับตางจังหวัด กอนออกจากบานในวันหยุดยาวควรชวยกันดูแล ระบบประปาในบาน โดยปดวาลวนํ้า (ประตูนํ้า) ที่มาตรวัดนํ้าตามเข็มนาฬกา โดยสังเกตวาไมมีตัวเลขหมุนบนหนาปดของมาตรวัดนํ้า เพื่อปองกันการรั่วไหล ของระบบประปาภายในบาน หรืออาจลืมปดกอกนํ้า ซึ่งอาจเปนสาเหตุทําให คานํ้าประปาสูงผิดปกติ และสูญเสียทรัพยากรนํ้าโดยเปลาประโยชน ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย • นักเรียนคิดวาเปนเพราะเหตุใดทอนํ้า ประปาจึงเกิดการรั่วซึม (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เกิดจากแรงดันภายใน ทอประปา เกิดจากแรงกระแทกจากภายนอก ทอ เกิดจากงานติดตั้งที่ไมไดมาตรฐาน) • ที่บานของนักเรียนเคยประสบปญหาทอนํ้า ประปารั่วซึมหรือไม หากเคย แกปญหานั้น อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเคยเดินทอประปาในบานของ ตนเองหรือไม หากเคย มีแนวทางในการ ปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชางประเภทใดในการเดิน ทอประปา (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การวางทอประปานั้น ควรวางทอในทางตรง เพราะจะชวยใหนํ้า ประปาเดินทางไดอยางสะดวก นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใชทอแยกสามทาง เนื่องจาก จะทําใหแรงดันนํ้าออนลง สงผลทําใหนํ้าประปา ไหลชาลงได หากทอเมนประปาสาธารณะอยู ใกลบาน ควรพิจารณาขนาดของทอประปา ใหเล็กลง โดยเลือกใชทอที่มีขนาดเสนผาน ศูนยกลางประมาณ 1 นิ้ว จากทอประปามา เปนทอเมนประปาภายในบาน และลดขนาด ทอประปาที่ใชงานภายในบานลงอีกประมาณ 3 4 นิ้ว เพื่อชวยเพิ่มแรงดันนํ้าประปาไปยัง ปลายทางการใชงานใหเพิ่มมากยิ่งขึ้น” ในการเดินทอประปาขอใดกลาวถูกตอง เมื่อทอปลายทางที่ตอ เพิ่มมีขนาดใหญกวาทอเดิม 1. นํ้าที่ทอปลายทางจะไหลออนลงแนนอน 2. นํ้าที่ทอปลายทางจะไหลแรงเทาเดิม 3. นํ้าที่ทอปลายทางอาจไหลออนลง 4. นํ้าที่ทอปลายทางจะไหลแรงขึ้น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเปนไปไดทั้งไหลออนลง และไหลแรงเทาเดิม ซึ่งจะขึ้นอยูกับแรงดันนํ้าวามีเพียงพอหรือไม) นํา สอน สรุป ประเมิน T51
ขอสอบเนนการคิด Safety First ๑.๓ การประกอบและติดตั้งเครื่องใช ไฟฟา เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านควรคำานึงถึงความปลอดภัยขณะประกอบและติดตั้ง เนื่องจาก กระแสไฟฟ้าอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้ประกอบและติดตั้งจึงต้องวางแผนเกี่ยวกับพื้นที่อย่าง รอบคอบ เช่น มีปลั๊กที่สามารถใช้งานได้สะดวก เมื่อเสียบสายไฟฟ้าแล้วสายไฟฟ้าเป็นระเบียบ ไม่เกะกะ ไม่อยู่ ใกล้ความชื้นหรือบริเวณที่อาจเปยกนำ้าได้ เลือกตำาแหน่งที่ต้องการจะ ติดตั้งเครื่องทำานำ้าอุ่น ควร ติดตั้งสูงจากพื้นประมาณ ๑.๖ เมตร อาจติดให้สูงขึ้น เล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม กับความสูงของผู้ ใช้งาน ๑ ใช้สว่านแบบกระแทกเจาะ บนผนังบริเวณที่จะฝังพุก สำาหรับยึดเครื่องทำานำ้าอุ่น ๒ ติดตั้งเบรกเกอร์ (สะพานไฟ) เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ๔ หากบ้านมีระบบสายดิน ต่อ สายดินกับเครื่องทำานำ้าอุ ่น เพื่อป้องกันไฟดูด กรณีบ้าน ไม ่มีระบบสายดิน ให้ต ่อ สายดินกับเครื่องทำานำ้าอุ ่น โดยเสียบสายดินกับจุดต ่อ แล้วลากสายไปต่อลงดิน ใช้ แท่งทองแดงทำาเป็นหลักดิน โดยปักแท่งทองแดงลงในดิน ลึกอย่างน้อย ๑.๕ เมตร ๕ เดินสายไฟฟ้าจากสายไฟฟ้า หลักมายังห้องนำ้า แล้วต่อ กับเครื่องทำานำ้าอุ่น ๓ ปดวาล์วนำ้าและต ่อสายนำ้า เข้าเครื่องทำานำ้าอุ่น แล้วต่อ ฝักบัวเข้ากับเครื่องทำานำ้าอุ่น ๖ ทดสอบการใช้งานและสังเกต การรั่วซึมของเครื่องทำานำ้าอุ่น ๗ • สับสวิตช ไฟ • ตอสายดิน ก�รติดตั้ง เครื่องทำ� นำ้�อุน เบื้องตน ๔๖ ในการติดตั้งพัดลม การปองกันไมใหนอตคลายจากสกรูเมื่อได รับการสั่นสะเทือนจากการเปดใชงาน ควรปฏิบัติอยางไร 1. งอปลายสกรู 2. ใสแหวนสปริงรองสกรู 3. บัดกรีนอตที่ปลายสกรู 4. ใสแหวนสปริงรองนอต (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะแหวนสปริงรองนอตจะทํา หนาที่ปองกันตัวล็อกนอตไมใหคลายตัวออกมาได ทําใหนอตมี ความแนนหนามากขึ้น) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา การเลือกเครื่องทํานํ้าอุนมาติดตั้งภายในบานเปน อีกเรื่องที่สําคัญ จึงควรศึกษาประเภทของเครื่องทํานํ้าอุน แลวเลือกใหเหมาะสม กับการใชงานและงบประมาณที่ตั้งไว โดยหลักการเลือกเครื่องทํานํ้าอุน มีดังนี้ • ความตองการใชงาน • กําลังไฟของบาน • ชนิดของเครื่องทํานํ้าอุน • รูปลักษณของเครื่องทํานํ้าอุน • เทคโนโลยีที่ชวยประหยัดพลังงาน • ระบบความปลอดภัย • การรับประกันและการบริการหลังการขาย โดยนักเรียนสามารถสอบถามขอมูลและเปรียบเทียบเครื่องทํานํ้าอุนชนิด ตางๆ ไดจากสถานที่จัดจําหนายและพนักงานขาย การเลือกใหเหมาะสมยังตอง คํานึงถึงการดูแลรักษาและซอมแซมที่สะดวก ไมเปนภาระของเจาของบานอีกดวย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 13. ครูถามนักเรียนวา • ที่บานของนักเรียนมีการติดตั้งเครื่องทํา นํ้าอุนหรือไม หากมี ใครเปนผูทําการติดตั้ง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เครื่องทํานํ้าอุนที่บานของนักเรียนมีการ ติดตั้งสายดินหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เพราะเหตุใดการติดตั้งเครื่องทํานํ้าอุนจึง ตองมีการเดินสายดินเสมอ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สายดินจะทําหนาที่ ปองกันและชวยใหเกิดความปลอดภัยใน ขณะใชงานเครื่องใชไฟฟาในกรณีที่เกิด เหตุการณไฟฟารั่ว) • หากไมมีการเดินสายดิน นักเรียนจะมี แนวทางอยางไร เพื่อใหการใชงานเครื่อง ทํานํ้าอุนเกิดความปลอดภัยมากที่สุด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สามารถปฏิบัติไดโดย การเสียบสายดินเขากับจุดตอที่เครื่องทํา นํ้าอุน จากนั้นลากสายออกไปตอลงดิน โดยใชแทงทองแดงทําเปนหลักดิน และ ตองปกใหลึกอยางนอย 1.5 เมตร) • จากการศึกษา เรื่อง วิธีการประกอบและ ติดตั้งเครื่องทํานํ้าอุน นักเรียนคิดวาตนเอง ประกอบและติดตั้งไดดวยตนเองหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา สอน สรุป ประเมิน T52
เฟอรนิเจอรประเภทที่ตองการ ใหประกอบเอง ลวนออกแบบ โดยตั้งใจใหประกอบ ติดตั้ง และ ใชงานไดงาย บรรจุภัณฑทําเพื่อ สําหรับใหขนยายไปประกอบที่บาน ไดสะดวกขึ้น โดยสวนใหญแลว เฟอรนิเจอรประกอบเองจะมีราคา ถูกกวา เนื่องจากไมตองใชแรงงาน ของพนักงานไปประกอบที่บาน ของผูซื้อ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเองปรÐËยÑ´กÇ่า ร้านขายเฟอร์นิเจอร์มีทั้งแบบรับชิ้นส่วน ไปประกอบเองที่บ้านและประกอบให้เรียบร้อย ที่บ้านของผู้ซื้อ ทั่วไปแล้วเฟอร์นิเจอร์ บางอย ่างสามารถประกอบเองได้ง ่าย ๆ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก รวมถึง เฟอร์นิเจอร์ที่มีชิ้นส่วนน้อย การประกอบเอง จะทำาให้ได้เฟอร์นิเจอร์ ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง ต้องแลกกับการเสียกำาลังเล็กน้อย ÇÔ¸ÕการปรÐกอบ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเอง ตรวจสอบชิ้นสวน อุปกรณ และคูมือวามีอะไรบาง มีครบหรือไม ศึกษาคูมือและวิธีประกอบ เฟอรนิเจอร ใหเขาใจ อยางละเอียด ประกอบตาม ขั้นตอนที่คูมือแนะนํา อยางถูกตอง และหมั่นสังเกต ชิ้นสวนตางๆ ขณะประกอบ ๑ ๒ ๔ ๓ ตรวจสอบความ แข็งแรงของเฟอรนิเจอร หลังจากประกอบเสร็จ ปจจุบันบางรานคาที่ขาย เฟอรนิเจอรประกอบเองจะทํา วิธีประกอบในรูปแบบภาพ เคลื่อนไหวเปนคลิปวิดีโอ ใหผูซื้อเขาใจไดงายขึ้น และ มีคําแนะนําตาง ๆ ที่จําเปน ระบุไวดวย หากสั่งซื้อเฟอรนิเจอร ประกอบมาแลว แตพบวาไมถนัด ที่จะประกอบเอง โดยทั่วไปทาง รานคาจะมีการบริการประกอบ เฟอรนิเจอร ให แตมีการคิด คาบริการเพิ่ม จึงควรวางแผน การซื้อเพื่อใชจายอยางคุมคา งานช่าง ๔๗ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของ นักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน เลือกเฟอรนิเจอร ประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น วางแผนการปฏิบัติงานและ แบงหนาที่ความรับผิดชอบของสมาชิกแตละคน และรวมกันฝก ปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการ ประกอบเฟอรนิเจอรชิ้นดังกลาว ใหนักเรียนเลือกเฟอรนิเจอรประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น ฝกปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก บันทึกผลการปฏิบัติงาน ในรูปแบบของคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 10 นาที อัปโหลดลงใน โซเซียลมีเดีย เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช้ 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 14. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง เฟอรนิเจอรประกอบ เองประหยัดกวา ในกรอบ Know More จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 15. ครูถามนักเรียนวา • นอกจากจะไดรับประโยชนจากการซื้อ เฟอรนิเจอรในราคาที่ถูกลงแลว นักเรียน ยังไดรับประโยชนใดอีกบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา สอน สรุป ประเมิน T53
ขอสอบเนนการคิด ò การซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเมื่อใช้งานไปสักระยะก็อาจชำารุดได้ จึงต้องตรวจหาสาเหตุ และซ่อมแซมอย่างถูกวิธี เพื่อให้อุปกรณ์เครื่องใช้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย บางครั้งจึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซม แต่หากสามารถซ่อมแซมเองได้จะช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายอีกด้วย เมื่อตัดสินใจแล้วว่า การซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านด้วยตนเองนั้นเป็นวิธีที่คุ้มค่า สามารถทำาเองได้ จึงควรซ่อมแซมให้ปลอดภัย โดยปฏิบัติตามหลักการ ดังนี้ ทาสีรั้วบานเกาที่ขึ้นสนิม ใหเปนรั้วบานใหม ๑. เมื่อชำ�รุดควรรีบซอมแซม เพื่อไม ่ให้ เสียหายมากขึ้น และป้องกันไม ่ให้ผู้อื่นได้รับ บาดเจ็บจากการชำารุด ๒. สังเกตชนิดของวัสดุและลักษณะก�ร ชำ�รุด เพื่อหาวัสดุที่เหมาะสมในการซ่อมแซมได้ ๓. ศึกษ�วิธีก�รซอมแซมอุปกรณเครื่องใช ภ�ยในบ�น เพื่อซ่อมแซมได้อย่างเป็นขั้นตอน และถูกวิธี ช่วยประหยัดเวลาในการซ่อมแซม ๔. จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช ในก�รซอมแซม อุปกรณเครื่องใชภ�ยในบ�น เพื่อเป็นการ เตรียมความพร้อม ไม่เสียเวลาขณะซ่อมแซม 5. ห�กเกี่ยวของกับไฟฟ�ใหตรวจสอบว� ไมมีกระแสไฟฟ�ไหลผ�นอุปกรณเครื่องใช ที่จะซอมแซม เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ งานซ่อมแซม ๖. ห�กเกี่ยวของกับง�นประป�ใหปด ว�ลวนำ้�กอนซอมแซม เพื่อความสะดวกในการ ซ่อมแซม ๗. ปฏิบัติง�นอย�งละเอียดรอบคอบ เพื่อ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่จะใช้งาน อุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านั้น ๘. หลังซอมแซมควรตรวจสอบใหละเอียด กอนใชง�นจริง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน หลักก�ร ซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภ�ยในบ�น ๔๘ ชำ�รุด สังเกตชนิดของวัสดุและลักษณะก�ร 1 นักเรียนควรรู 1 ลักษณะการชํารุด การตรวจสอบลักษณะการชํารุดเปนอีกวิธีการที่สําคัญ กอนที่จะเริ่มตนซอมแซมอุปกรณเครื่องใชชนิดนั้นๆ การชํารุดบางอยางอาจตอง เปลี่ยนชิ้นสวน หรืออะไหลเฉพาะชิ้นยอย หรืออาจตองเปลี่ยนชิ้นสวน หรืออะไหล ทั้งชิ้นใหญ หรืออาจไมตองเปลี่ยนชิ้นสวน แตสามารถนําสวนที่ชํารุดมาซอมแซม ได ตัวอยางการซอมแซมตามลักษณะการชํารุดของเกาอี้ไม เชน • ตีตะปูเสริม เพื่อใหโครงสรางของเกาอี้แข็งแรง • รอยราวเล็กนอยที่เนื้อไม สามารถใชกาวอเนกประสงค หรือกาวรอน มาหยอดลงที่รอยแยกของเนื้อไมได • รอยแตกที่ไมกวางที่เนื้อไม สามารถใชผงขี้เลื่อยผสมกับกาวนําไปอุด รอยแตก ซึ่งจะชวยปองกันนํ้าซึมเขาเนื้อไมได • รอยแตกที่กวางใหนําเศษไมขนาดใหญกวารอยแตกมาตกแตงดวยสิ่ว หรือคัตเตอรใหมีขนาดพอดีกับรอยแตก จากนั้นยึดดวยตะปูตัวเล็ก หรือ กาวอุดไม ขั้นนํา (แบบใช้โครงการเปนหลัก) ขั้นที่ 1 ให้ความรู้พื้นฐาน 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับอุปกรณเครื่องใช ภายในบานที่นักเรียนใชงานเปนประจํา เชน กอกนํ้า ฝกบัวอาบนํ้า โตะ เกาอี้ ลูกบิดประตู สายไฟ ปลั๊กไฟ เตารีด ตูเย็น หมอหุงขาว ถึงความจําเปนในการซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภายในบานที่ชํารุด 2. ครูถามนักเรียนวา • อุปกรณเครื่องใชภายในบานชนิดใดที่ นักเรียนสามารถซอมแซมไดดวยตนเอง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน กอใหเกิดประโยชนตอตนเองและสมาชิกใน ครอบครัวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน จําเปนตองนําหลักการใดมาประยุกตใช หรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนมีแนวทางการปฏิบัติตนอยางไร เพื่อ ใหการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน เกิดความปลอดภัย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 3. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง การซอมแซม อุปกรณเครื่องใชภายในบาน จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 4. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 3 หลักการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานของบุคคลใน ขอใดสําคัญที่สุดในการปฏิบัติงานชาง 1. สรซอมแซมทันเมื่อพบวาชํารุด 2. ลิซาศึกษาวิธีการซอมแซมอยางละเอียด 3. มินนี่สํารวจชนิดและลักษณะการชํารุดของอุปกรณ 4. นัตตี้ตรวจสอบวงจรไฟฟาอยางละเอียดวาตัดไฟจากวงจรแลว หรือไม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะสิ่งสําคัญที่สุดในการปฏิบัติ งานชางในบาน คือ ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน ตองไมเกิด ความเสียหาย หรือเกิดอันตรายทั้งตอบุคคลและทรัพยสิน) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T54
ขอสอบเนน การคิด ตัวอย�ง Safety First Safety First ๒.๑ การซอมแซมเครื่องใช ไฟฟา เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีหลายชนิด เมื่อพบว่าชำารุดจึงควรหยุดใช้งานและรีบตรวจสอบ อย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของผู้ ใช้งานและทุกคนในบ้าน หากสิ่งที่ชำารุดสามารถซ่อมแซม ด้วยตนเองได้จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า หากจำาเป็นต้องซื้อใหม่ จะได้วางแผนการซื้อต่อไป ตัวอย่างการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สาเหตุที่เกิด ๑. ปลั๊กไม่มีไฟฟ้าไหลผ่าน ๒. สายไฟฟ้าภายใน หม้อหุงข้าวขาด ๓. จุดต่อสายไฟฟ้าไม่แน่นหรือ สกปรก ๔. อุปกรณ์บังคับคอนแท็กต์เสีย ๕. หน้าสัมผัสไม่สนิทหรือ สกปรก • ลวดความร้อนขาด • สวิตช์เสีย • สายปลั๊กหลุดหรือหลวม สาเหตุที่เกิด ๑. หน้าสัมผัส สวิตช์สกปรก ๒. มีมดทำารัง แนวทางการแก ไข ๑. ทำาความสะอาดหน้าสัมผัสสวิตช์ ให้สะอาด ๒. ทำาความสะอาดบริเวณที่มดทำารัง ตรวจสอบขั้วต่อสายไฟฟ้า ถ้าหลวม ให้บัดกรีขั้วต่อสายไฟฟ้าให้แน่น หาก ชำารุดมากให้เปลี่ยนแผงสวิตช์ ใหม่ แนวทางการแก ไข ๑. ตรวจสอบการเสียบปลั๊กไฟฟ้าเข้ากับเต้ารับว่ามีความแน่นดีหรือไม่ ๒. ตรวจสอบวงจรไฟฟ้าภายในหม้อหุงข้าว ๓. ตรวจสอบชุดควบคุมความร้อนหน้าสัมผัสสกปรก ๔. ตรวจสอบชุดขดลวดความร้อน ๕. ตรวจสอบชุดสวิตช์ควบคุม วงจรไฟฟ้าของหม้อหุงข้าว Trick รูจัก ๓ รูปแบบ ของหมอหุงขาวกอนซอม • แบบธรรมดา ตัวหม้อมีอุปกรณ์ ๓ ชิ้น คือ หม้อชั้นใน หม้อชั้นนอก และฝา หม้อ มีกลไกซับซ้อนน้อยที่สุด • แบบฝาล็อก ฝาหม้อติดกับตัวหม้อ ด้วยบานพับ บางรุ่นมีอุปกรณ์เสริม พิเศษ มีกลไกซับซ้อนกว ่าแบบ ธรรมดา • แบบไมโครโพรเซสเซอร์ มีโปรแกรม หลากหลาย ทำาได้มากกว่าหุงข้าว อาจทำาข้าวต้มหรือโจกได้ มีกลไก ซับซ้อนมากที่สุด จึงไม ่ควรซ ่อม ด้วยตนเอง หมอหุงข�ว ไฟฟ� หมอหุงข�ว ไมทำ�ง�น สวิตช พัดลม สวิตช พัดลมเสีย • สับสวิตช ไฟ • สับสวิตช ไฟ ๔๙ หมอหุงข�ว ไฟฟ� 1 หากหมอหุงขาวตัดไฟไวเกินไป ควรปฏิบัติอยางไร 1. ตอสายไฟใหม 2. เปลี่ยนชุดสปริงใหม 3. เสียบปลั๊กไฟใหแนน 4. ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมที่กนหมอ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะปญหาหมอหุงขาวตัดไฟไว เกินไปมีหลายสาเหตุ หากเกิดจากการลัดวงจรใหเปลี่ยนแผนความ รอนใหม หากเกิดจากหนาสัมผัสของสวิตชไมแนนใหขัดหนาสัมผัส ใหสะอาด หากชุดสปริงเสื่อมใหเปลี่ยนชุดสปริงใหม) นักเรียนควรรู 1 หมอหุงขาว ควรดูแลใหสามารถใชงานไดคุมคา ดังนี้ • ถอดปลั๊กหมอหุงขาวกอนทําความสะอาดทุกครั้ง เปดฝาหมอหุงขาว ทิ้งไว เพื่อระบายความรอนใหหมอหุงขาวเย็นลงกอน • ทําความสะอาดดานในหมอหุงขาว โดยนํานํ้าสมสายชูแบบเจือจางเทลง ในหมอใหทั่ว ใชผาสะอาดเช็ด เพื่อปองกันการเกิดคราบ • ทําความสะอาดดานนอกหมอหุงขาว โดยใชแปรงสีฟนขัดดวยนํ้าเบกกิงโซดา เขมขน ใชผาสะอาดคอยๆ เช็ดคราบออก และเช็ดดวยฟองนํ้าเปยกหมาดๆ • วางหมอหุงขาวในสถานที่ที่เหมาะสม ไมวางไวในที่ชื้น เพราะตัวหมอ จะเปนสนิมไดงาย สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซอมแซมเครื่องใชไฟฟา ไดที่ https://www. baan9chang.com/how-to-fix/electrical-repairs/ ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 5. ครูนําภาพ หรือเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการ ซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานประเภท เครื่องใชไฟฟา เชน หมอหุงขาวไฟฟาไมทํางาน สวิตชพัดลมชํารุด เตารีดไมรอน และงาน ประปา เชน ทอนํ้าอางลางมือตัน กอกนํ้ารั่ว ฝกบัวอาบนํ้าทอตันใหนักเรียนดู 6. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนเคยพบปญหาเหมือนดังภาพ หรือ คลิปวิดีโอที่ครูเปดใหดูหรือไม หากเคย แกปญหาดังกลาวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ที่บานของนักเรียนใชหมอหุงขาวแบบใดและ หมอหุงขาวเคยเสียหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากหมอหุงขาวไมรอน หรือไมทํางาน นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เสียบปลั๊กไฟใหแนน ตอสายไฟใหม หรือตอกับปลั๊กตัวใหม ปรับระยะสัมผัสของสวิตช) 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ปญหาของหมอหุงขาว ไฟฟาที่ผูใชงานมักประสบเกิดจากหลาย สาเหตุ และแตละสาเหตุจะมีแนวทางในการ แกไขที่แตกตางกัน เชน สวิตชหมอหุงขาว กดไมลง สาเหตุเกิดจากอุปกรณควบคุมเสีย แกไขไดโดยการเปลี่ยนชุดควบคุมอุณหภูมิใหม หมอหุงขาวตัดวงจรเร็วกวาปกติ สาเหตุเกิด จากการลัดวงจร แกไขโดยการถอดเปลี่ยน แผนความรอนใหม หนาสัมผัสของสวิตชไม แนน แกไขโดยขัน หรือขัดหนาสัมผัสใหสะอาด ชุดสปริงเสื่อม แกไขโดยเปลี่ยนชุดสปริงใหม” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T55
ขอสอบเนนการคิด ตัวอย�ง ทอนำ้� ทอนำ้� อ�งล�งมือตัน เต�รีด ไฟฟ� เต�รีดไมรอน Safety First งูเหล็ก สาเหตุที่เกิด ๑. ปลั๊กไฟขาด ๒. สายไฟฟ้าภายในขาด ๓. ฟวส์ขาด ๔. เทอร์มอสแตตเสีย ๕. แผ่นความร้อนขาด สาเหตุที่เกิด มีเศษสิ่งสกปรก มีคราบหรือคราบไขมันสะสม แนวทางการแก ไข ใช้มัลติมิเตอร์วัดปริมาณไฟฟ้าหรือใช้ ไขควงทดสอบว่า มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าเตารีดหรือไม่ จากนั้นถอดชิ้นส่วนเตารีด ตรวจสอบหาชิ้นส่วนที่ชำารุด แล้วเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นใหม่ แนวทางการแก ไข ๑. ใช้งูเหล็กทะลวงท่อนำ้าให้หายอุดตัน โดยเปดนำ้าแรง ๆ ขณะปฏิบัติงาน ๒.๒ การซอมแซมงานประปา งานประปามีอยู่หลายจุดภายในบริเวณบ้าน ทั้งห้องนำ้า ห้องครัว กอกนำ้าหน้าบ้าน หากชำารุด จะทำาให้ผู้ที่อาศัยใช้งานได้ไม่สะดวก อุปกรณ์ต่าง ๆ อาจเสื่อมสภาพจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ งานประปาบางอย่างเกี่ยวข้องกับเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องทำานำ้าอุ่น การซ่อมแซมจึงต้องทำา อย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ควรเตรียมอุปกรณ์ ให้พร้อม ก่อนที่จะลงมือซ่อมแซม ตัวอย่างการซ่อมแซมอุปกรณ์งานประปาภายในบ้าน Be careful การเลือกถังเก็บนำ้าและปัมนำ้าที่ใช้ ในบ้านควร เลือกให้เพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อไม่ให้อุปกรณ์ งานประปาเสียหาย โดยการเลือกให้เหมาะสมกับ ขนาดของบ้านและพฤติกรรมการใช้นำ้า ทั่วไป แล้วคนเราใช้นำ้าเฉลี่ยวันละ ๒๐๐ ลิตร จึงควร เลือกถังเก็บนำ้าที่มีปริมาณเหมาะสม และหาก บ้านมีห้องนำ้ามากกว่า ๓ ห้อง ที่ใช้งานพร้อมกัน ควรเลือกปัมนำ้าที่มีขนาด ๓๐๐ วัตต์ขึ้นไป ห้าม ต่อปัมนำ้าเข้ากับมิเตอร์หน้าบ้านเพื่อดึงนำ้าจาก ท่อประปาโดยตรง นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว หากนำ้าประปาหยุดไหลหรือไหลน้อยจะทำาให้ปัม นำ้าเสียหายหรือไหม้ได้ • สับสวิตช ไฟ ๒. เทเบกกิงโซดาประมาณ ๑ ๒ ถ้วยตวง ลงไปในท่อ แล้วเท นำ้าส้มสายชู ๑ ๒ ถ้วยตวง ตาม ลงไป ทิ้งไว้สักพัก จากนั้น ราดนำ้าร้อนลงไปในท่อ 5๐ เต�รีด 1 นักเรียนควรรู 1 เตารีด มีหลายชนิด ควรเลือกใชใหเหมาะสมกับการใชงาน ดังนี้ เตารีดไฟฟาแบบธรรมดา มี 2 แบบ คือ ชนิดเบาและชนิดมีนํ้าหนัก โดย เตารีดชนิดเบาเหมาะสําหรับผาเนื้อบางที่ไมตองการแรงกดทับ เชน ไนลอน ไหม เตารีดไอนํ้า เปนเตารีดที่สามารถสรางไอนํ้าไดดวยตัวเอง เพื่อชวยใหการ รีดผางายขึ้น โดยไอนํ้าจะทําใหใยผาคลายตัว เปนเตารีดชนิดเบาที่มีชองบรรจุนํ้า ในตัว เพื่อใชสําหรับการสรางไอนํ้า เหมาะสําหรับใชในครัวเรือน ซึ่งความแตกตาง ของเตารีดไฟฟาแบบธรรมดาและเตารีดไอนํ้า มีดังนี้ • เตารีดไฟฟาแบบธรรมดาตองฉีดนํ้าเพิ่ม เพื่อใหเสนใยของเสื้อผาเกิดการ เรียงตัวจึงจะรีดไดงายขึ้น สวนเตารีดไอนํ้าสามารถรีดไดทันที โดยจะ ตองตั้งเตารีดขึ้นเมื่อไมไดใชงาน และหากรีดเสื้อผาจํานวนมากตองเติม นํ้าใสที่เครื่องบอยครั้ง • รูปทรงของเตารีดไอนํ้าใหญกวาเล็กนอย เพราะตองมีที่ใสนํ้าเพิ่มเขาไป • เตารีดไฟฟาแบบธรรมดาราคาถูกกวา อายุการใชงานนานกวา และดูแล รักษางายกวาเพียงใชผาเช็ด สวนประกอบใดที่แสดงใหเห็นถึงความแตกตางระหวางเตารีด ไฟฟาและเตารีดไอนํ้า 1. เทอรมอสแตต 2. แผนความรอน 3. แผนเพิ่มนํ้าหนัก 4. ปุมควบคุมนํ้าและถังบรรจุนํ้า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเตารีดไอนํ้าจะมีปุมควบคุมนํ้า และถังบรรจุนํ้า เพื่อสรางไอนํ้าใหกับผาที่รีด ซึ่งเปนอุปกรณพิเศษ ของเตารีดไอนํ้า) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 8. ครูถามนักเรียนวา • หากพบวาเตารีดรอนมากเกินไป หรือรอน นอยเกินไป นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เตารีดรอนมากเกินไป เกิดจากแกนปรับระดับความรอนเปนสนิม แกไขโดยถอดฝาเตารีดและถอดแกนปรับ ระดับความรอนออกมาขัดดวยกระดาษ ทราย แลวเช็ดดวยนํ้ามัน หนาสัมผัสละลาย ติดกันทําใหเตารีดรอนจัดอยูตลอดเวลา แกไขไดโดยใชเลื่อยฉลุคอยๆ ผาออก แลว แตงดวยตะไบ และใชกระดาษทรายขัดให สะอาด สวนเตารีดรอนนอยเกินไป เกิดจาก หนาสัมผัสหางมาก แกไขไดโดยขันนอตที่ บังคับแผนหนาสัมผัสอีก 2-3 รอบ ใหมีระยะ ชิดที่เหมาะสม) • นักเรียนเคยพบปญหาทอนํ้าอางลางมือตัน หรือไม หากเคย แกปญหาดังกลาวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนคิดวาสาเหตุหลักที่ทําใหทอนํ้า อางลางมือตันคือสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การแกปญหาทอนํ้า อางลางมือตัน สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน การใชโซดาไฟกัดคราบสกปรกใหหลุดออก จากทอนํ้า โดยเทนํ้าเย็น 3 4 แกลลอน ตามดวย โซดาไฟ 3 ถวยตวง ใชไมคนใหเขากัน เมื่อเกิด ฟองฟูและไอรอนขึ้นใหรีบเทลงไปในทอนํ้าดวย ความระมัดระวัง ทิ้งไวประมาณ 20-30 นาที จากนั้นจึงเทนํ้าตมเดือดลงไปอีกครั้ง ทอนํ้า ก็จะสามารถระบายนํ้าไดดีขึ้น” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T56
กอกนำ้� กอกนำ้�รั่ว มีนำ้�ไหล ตลอดเวล� ฝกบัว นำ้�จ�กฝกบัว ไหลออนลงจ�กเดิม สาเหตุที่เกิด รูฝักบัวตัน แนวทางการแก ไข ๑. ใช้นำ้าส้มสายชูทาหรือแช ่รู ฝักบัวเพื่อขจัดคราบหรือ สิ่งสกปรกออก ๒. นำาฝักบัวมาล้างนำ้าเปล่า แล้ว ใช้แปรงขัดรูฝักบัวให้สะอาด ๓. เปดนำ้าไหลทิ้งเพื่อไล ่คราบ ตกค้าง จากนั้นใช้ผ้าสะอาด เช็ดให้แห้ง สาเหตุที่เกิด ๑. การสึกหรอของเกลียวในตัวกอก ๒. การสึกหรอของเกลียวในข้อต่อตัวเมีย แนวทางการแก ไข ๑. ปดวาล์วที่จ่ายนำ้าไปยังกอกนำ้าที่รั่ว ๒. นำาผ้ามาคลุมหัวกอก คลายหัวกอก ออกโดยใช้คีมหรือประแจเลื่อนจับ กอก แล้วหมุนทวนเข็มนาฬกา ๓. ลอกเทปพันเกลียวเก่าออกให้หมด แล้วนำาเทปพันเกลียวใหม่พันเกลียว กอกนำ้าให้พอดี ๔. ทำาความสะอาดเกลียวอีกด้านแล้วใส่ หัวกอกกลับเข้าไป โดยใช้ผ้าคลุมหัว กอกแล้วใช้คีมประปาหรือคีมล็อก หมุนให้แน่นและปรับให้ตรง จากนั้น เปดวาล์วจ่ายนำ้า เครื่องใชภายในบานหลายชนิดยอมตองมีการประกอบ ติดตั้ง และซอมแซม อยางสมํ่าเสมอ เพื่อใหสามารถใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพและทนทาน การปฏิบัติงานเหลานี้ อยางถูกวิธีจะชวยใหงานมีความปลอดภัยและประหยัดคาใชจายที่จะเกิดขึ้นได ผูปฏิบัติงาน จึงควรมีความรูเพื่อเตรียมพรอมในการปฏิบัติงาน ทั้งการเตรียมอุปกรณ สถานที่ การศึกษาขอมูล เบื้องตนในการปฏิบัติ ซึ่งจะสงผลใหการปฏิบัติงานเปนไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม สรุป งานช่าง 5๑ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 10. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาปญหากอกนํ้ารั่วซึม มีนํ้าไหล ตลอดเวลา สาเหตุสวนใหญเกิดจากสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากที่บานเกิดปญหากอกนํ้ารั่วซึม นักเรียน ควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “หากทําการตรวจสอบ การรั่วซึมแลวพบวา การรั่วซึมดังกลาวไมได เกิดบริเวณขอตอของกอกนํ้า แตเกิดการรั่วซึม จากตัวของกอกนํ้าเอง ซึ่งสาเหตุเกิดจาก กลไกของกอกนํ้า เชน แผนเซรามิกวาลวชํารุด การชํารุดในลักษณะนี้ไมสามารถหาอะไหล มาเปลี่ยนทดแทนได ควรทําการเปลี่ยนตัว กอกนํ้าแทน เพื่อใหสามารถกลับมาใชงาน ไดตามปกติ” 12. ครูถามนักเรียนวา • ฝกบัวอาบนํ้าของนักเรียนเคยมีอาการ นํ้าไหลชาลงหรือไม หากมี แกปญหา ดังกลาวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 13. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การแกปญหารูฝกบัวตัน สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน ผสมเบกกิง โซดา 1 3 ถวยตวง กับนํ้าสมสายชู 1 ถวยตวง เทใสถุงพลาสติก นําไปสวมหัวฝกบัว รัดใหแนน โดยสวนผสมตองทวมหัวฉีด ทิ้งไว 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนําถุงออก ใชแปรงขัดใหสะอาด แลว เปดนํ้าทิ้ง ก็จะสามารถกลับมาใชงานไดตาม ปกติ” ใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมและยกตัวอยางการซอมแซม งานประปาตามความสนใจ 1 ชนิด เขียนอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงาน อยางละเอียด พรอมทั้งถายภาพ หรือวาดภาพแตละขั้นตอน ประกอบ จัดทําเปนรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนนําตัวอยางการซอมแซมงานประปาที่จัดทําเปน รูปเลมรายงานมาฝกปฏิบัติจริง บันทึกผลการปฏิบัติงานในรูปแบบ ของคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 15 นาที จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายปญหาที่พบและ แนวทางการแกปญหาในการปฏิบัติงานดังกลาว เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา คนไทยชื่นชอบการอาบนํ้าจากฝกบัว มากที่สุดในอาเซียน เพื่อใหนักเรียนเห็นความสําคัญของการเลือกใชฝกบัวและ การซอมแซมฝกบัวใหสามารถใชงานไดนานยิ่งขึ้น โกรเฮ เอเชีย แปซิฟค (GROHE Asia Pacifific) รวมกับคาเดนซ อินเตอร เนชั่นแนล (Kadence International) ไดจัดทําการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะ นิสัยและความชื่นชอบของผูบริโภคในการอาบนํ้าดวยฝกบัว ผลวิจัยที่ไดจาก ประเทศไทยสะทอนใหเห็นวา คนไทยมีความตองการคลายคลึงกับชาติอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดย 95% ของคนไทย ชื่นชอบการอาบนํ้าจากฝกบัวมากกวา การแชนํ้าในอางอาบนํ้า ซึ่งสูงกวาประเทศอื่นๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ ยังพบวา 90% ของผูบริโภคในภูมิภาคเอเชียชอบที่จะอาบนํ้าดวยฝกบัวมากกวาการแชนํ้า 71% ของผูบริโภคในภูมิภาคเอเชียมีความรูสึกเชิงบวก สดชื่น ผอนคลาย กระปรี้กระเปรา ลดความตึงเครียดจากการอาบนํ้าดวยฝกบัว นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T57
ÊÃé างÊรรคì ¾Ñ²นาการเรÕยนรéÙกÔ¨กรรม ตอนที่ ๑ คำ�ชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบตามที่กำาหนด ตอนที่ ๒ คำ�ชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อจัดทำารายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง การติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำาหนด เรื่อง การปรÐกอบแÅеԴµÑéง อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ใบมอบหม�ยง�นที่ ๓.๑ ๑. หากต้องการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านอย่างถูกต้องและปลอดภัย จะต้องมีหลักการ อย่างไรบ้าง ๒. เฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร ๓. บ้านของนักเรียนเหมาะกับเฟอร์นิเจอร์แบบใด เพราะอะไร ๔. เพราะเหตุใดจึงต้องศึกษาคู่มือที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จะประกอบและติดตั้ง ๕. การประกอบและติดตั้งงานประปาและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ปลอดภัยควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง ๑. เลือกหัวหน้ากลุ่ม แล้วเลือกปฏิบัติงานประกอบและติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ตู้ โตะ ชั้นวางของ พัดลม ๒. สมาชิกในกลุ่มแบ่งงานกัน โดยทำางานอย่างเป็นขั้นตอนพร้อมกับบันทึกขั้นตอนการปฏิบัติงาน ๓. ระบุปัญหา วิธีแก้ ไข และประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงาน ๔. จัดทำารูปเล่มรายงาน ๕. นำาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๖. ครูและเพื่อน ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น และประเมินผลงาน 5๒ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา ในการปฏิบัติกิจกรรมสรางสรรค พัฒนาการเรียนรู เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน นักเรียนสามารถศึกษาหาความรูเพิ่มเติมไดจากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย โดยศึกษาจากการดูคลิปวิดีโอและสังเกตวิธีการปฏิบัติงานในหลากหลายชิ้นงาน พรอมทั้งสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงานจากคลิปวิดีโอดังกลาว เพื่อนําความรูที่ได มาประยุกตใชในการปฏิบัติงานของตนไดอยางเหมาะสม ตัวอยางคลิปวิดีโอ ที่นาสนใจ เชน • โตะไมอเนกประสงคในพื้นที่แคบ จาก https://www.youtube.com/ watch?v=qWwVaYnNqQ4 • ติดตั้งโคมไฟดาวทไลท จาก https://www.youtube.com/watch?v= CtP8T_PXPRI • การเลือกวัสดุปูพื้นภายในบาน จาก https://www.youtube.com/ watch?v=OgbuQFjZHIg กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานชางในบานที่ตนเองสามารถฝกปฏิบัติไดและมี ความสนใจ 1 ประเภท 2. แตละกลุมนําขอมูลที่ไดจากการสืบคนมาสรุป เพื่อนําเสนอขอมูล ใหเพื่อนกลุมอื่นฟงหนาชั้นเรียน 3. แตละกลุมฟงขอมูลที่เพื่อนกลุมอื่นทําการสืบคนมาจนครบ ทุกกลุม จากนั้นวิเคราะหขอมูลดังกลาววามีความแตกตางจาก ขอมูลที่กลุมของตนเองไดสืบคนมาในประเด็นใด 4. ครูและนักเรียนรวมกันจัดเรียงลําดับความยาก-งายของการ ปฏิบัติงานชางในบานที่เลือก พรอมทั้งระบุวาการปฏิบัติงานชาง ในบานแตละประเภทตองมีการระมัดระวังในเรื่องใดเปนพิเศษ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 14. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันสํารวจอุปกรณ เครื่องใชภายในบานที่ตองการประกอบและ ติดตั้ง หรืออุปกรณเครื่องใชภายในบานที่ ชํารุดตามความสนใจ 1 ชิ้น เพื่อนํามาจัดทํา รายงานโครงงาน เรื่อง งานชางในบาน 15. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแบงหนาที่ความ รับผิดชอบตามความเหมาะสม โดยครูเปน ผูใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนการ ปฏิบัติงานและการแบงหนาที่ความรับผิดชอบ ของสมาชิกในกลุมแตละคน 16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันประกอบและ ติดตั้ง หรือซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายใน บานตามที่ไดเลือกไว โดยชวยกันปฏิบัติงาน ตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย และปฏิบัติตาม ขั้นตอนการปฏิบัติงานอยางเครงครัด โดย คํานึงถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน รวมดวย ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ 17. ครูและนักเรียนแตละกลุมรวมกันตรวจสอบ ผลการปฏิบัติโครงงาน เรื่อง งานชางในบาน พรอมทั้งพิจารณาถึงสิ่งที่ควรปรับปรุง แกไข หรือพัฒนาผลงานใหดียิ่งขึ้น 18. นักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูลจาก แหลงการเรียนรูที่หลากหลาย เพื่อนําความรู ที่ไดมาปรับปรุง แกไข หรือพัฒนาโครงงาน ของกลุมตนเองใหดียิ่งขึ้น จากนั้นรวมกัน ตรวจสอบผลงานที่สําเร็จวามีความสมบูรณ เพียงพอที่จะนําไปใชงานหรือไม หากยังไม สมบูรณเพียงพอที่จะใชงานใหแกไขผลงาน ใหสมบูรณ นํา สอน สรุป ประเมิน T58
กิจกรรม Mini Project คำ�ชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่มโดยปฏิบัติงานตาม ที่กำาหนดให้ เรื่อง การซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน ใบมอบหม�ยง�นที่ ๓.๒ ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ร่วมกันซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงาน โดยเลือกจากหัวข้อที่กำาหนดให้ ดังนี้ • อุปกรณ์เครื่องใช้ทั่วไปภายในบ้าน • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน • อุปกรณ์งานประปาภายในบ้าน ๒. สมาชิกกลุ่มร่วมกันจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงานที่เลือก ๓. สมาชิกกลุ่มร่วมกันวางแผนการดำาเนินงาน รวมถึงสืบค้นวิธีการในการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงาน จากสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือเกี่ยวกับงานช่าง คู่มือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ เว็บไซต์ต่าง ๆ หรือสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ ๔. ลงมือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงานที่เลือก และบันทึกขั้นตอนการซ่อมแซม โดยมี รายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ • ชื่อสมาชิกภายในกลุ่ม • หน้าที่การรับผิดชอบภายในกลุ่มของสมาชิกแต่ละคน • แนวทางการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงานที่เลือก • ภาพถ่ายชิ้นงานทั้ง ๒ ชิ้น • ภาพถ่ายขณะปฏิบัติงาน • บันทึกผลการซ่อมแซม ได้แก่ ปัญหาที่พบหรืออุปสรรคในการซ่อมแซม วิธีการแก้ ไขปัญหา ประโยชน์ที่ได้รับจากการซ่อมแซม • จัดทำาเป็นรายงานเพื่อนำาส่งครูผู้สอน • นำาเสนอผลการซ่อมแซมให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน งานช่าง 5๓ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงาน โครงงาน เรื่อง งานชางในบาน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง งานช่างในบ้าน รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผนท า โครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ไม่เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานจากการ ปฏิบัติงานช่างใน บ้าน ผลงานจากการปฏิบัติงาน ช่ า ง ใ น บ้ า น มี ค ว า ม เหมาะสม ผลงานจากการปฏิบัติงาน ช่างในบ้านมีความเหมาะสม เป็นส่วนใหญ่ ผลงานจากการปฏิบัติงาน ช่ า ง ใ น บ้ า น มี ค ว า ม เหมาะสมเป็นบางส่วน ไ ม่ มีผลงาน จากการ ปฏิบัติงานช่างในบ้าน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง 1. ใหนักเรียนสํารวจอุปกรณเครื่องใชภายในบานวามีสิ่งใดที่ตองการ ประกอบและติดตั้ง หรือซอมแซมใหสามารถกลับมาใชงานได ตามปกติตามความสนใจ 1 ชิ้น 2. ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานการประกอบและติดตั้ง หรือการซอมแซม อุปกรณเครื่องใชภายในบานอยางละเอียด พรอมทั้งจัดเตรียม วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการปฏิบัติงานใหพรอม 3. ฝกปฏิบัติการประกอบและติดตั้ง หรือการซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภายในบานตามขั้นตอนที่ไดศึกษามาอยางเครงครัด โดยคํานึงถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 4. นําเสนอผลการปฏิบัติงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้ง อธิบายแนวทางการดําเนินงาน ขั้นตอนการดําเนินงาน ปญหา ที่พบ และแนวทางการแกปญหา ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงานโครงงาน เรื่อง งานชาง ในบาน 2. ครูถามนักเรียนวา • หากเครื่องเปาผมชํารุด ไมสามารถปรับระดับ ความแรงลมได นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชม หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 5. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง งานชาง นํา สอน สรุป ประเมิน T59
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การเกษตร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการและ ขั้นตอนของการท�ำ การเกษตรอินทรีย์และ การปลูกพืชไร้ดินได้ 2. ท�ำแปลงเกษตรอินทรีย์ หรือปลูกพืชไร้ดินได้ 3. เลือกพื้นที่ว่าง เพื่อท�ำ การเกษตรได้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด แบบ กระบวนการ กลุ่ม - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงานอยู่อย่าง พอเพียงมุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T60
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 ผลิต เก็บเกี่ยว และแปรรูป ผลผลิตทาง การเกษตร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการ เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช และการแปรรูปผลิตผล ทางการเกษตรได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม 2. เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ได้อย่างถูกต้องตาม หลักการของการ เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช 3. น�ำผลผลิตที่ได้จาก การเพาะปลูกพืชมา แปรรูปเป็นอาหาร ได้อย่างคุ้มค่าและ เกิดประโยชน์มากที่สุด แบบ โครงการ เป็นหลัก (Project Based Learning) - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T61
¡ÒèѴ¡ÒüżÅÔµ ·Ò§¡ÒÃà¡ÉµÃ หน่วยการเรียนรู้ที่ô ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ วิวัฒนาการทางด้านการเกษตร การท�าการเกษตรในอดีตจะเน้นการใช้พื้นที่และแรงงานส�าหรับการผลิตจ�านวนมาก โดย พึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ขาดการจดบันทึกและการน�าข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผลเพื่อวางแผน การผลิต เพื่อให้ได้ผลิตผลที่มีคุณภาพและมีปริมาณมาก และหลีกเลี่ยงความเสียหายจากภัยพิบัติ ทางธรรมชาติหรือภาวะแห้งแล้ง ส่วนการท�าการเกษตรในปัจจุบันต้องอาศัยความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการผลผลิตจนถึงการแปรรูปผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ด้วยการยกระดับคุณภาพให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ลดต้นทุนการผลิต ใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า ประหยัดแรงงาน อันจะน�ามาซึ่งการมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น à¾ÃÒÐà˵Øã´à·¤â¹âÅÂÕ ËÃ×͹Çѵ¡ÃÃÁ¨Ö§ª‹ÇÂãËŒ ¡ÒÃà¡ÉµÃã¹»˜¨¨ØºÑ¹à¨ÃÔÞ ¡ŒÒÇ˹ŒÒ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การปลูกพืช ขยายพันธุพืช หรือเลี้ยงสัตว ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน 5๔ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการจัดการผลผลิตทางการเกษตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง วิวัฒนาการทางดานการเกษตรเพิ่มขึ้น สามารถเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูกพืชไรดินไดอยางถูกตองและปลอดภัย ลงมือปฏิบัติการทําเกษตร อินทรีย หรือการปลูกพืชไรดินไดอยางถูกตอง เพื่อใหเกิดความชํานาญ อธิบายหลักการผลิตพืชในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชไดอยางถูกตองฝกปฏิบัติ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อไวบริโภคในครัวเรือน หรือจําหนายเปนรายไดระหวางเรียน ใชทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษ สิ่งแวดลอม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน นําทักษะการจัดการและทักษะการทํางานรวมกันมาประยุกตใชในการทํางาน ใชทักษะกระบวนการ แกปญหาในการทํางานไดอยางเปนขั้นตอน รวมถึงใชทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิตในการคนหาขอมูลที่เปนประโยชน เพื่อใหผลงานสําเร็จ ตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการจัดการผลผลิตทางการเกษตร • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูกพืชไรดิน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ไดมาจากการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูกพืชไรดิน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเลือกวิธีการแปรรูปตามความสนใจ 1-2 วิธี ขั้นนํา (แบบกระบวนการกลุม) 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและผลการเรียนรู ใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียนแตละคน ทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 2. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการทําเกษตรอินทรีย และการปลูกพืชไรดินใหนักเรียนดู เพื่อให นักเรียนไดเรียนรูและฝกสังเกตลักษณะการทํา การเกษตรในแตละรูปแบบวามีความเหมือน หรือแตกตางกันอยางไร 3. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับคลิป วิดีโอที่ไดดูในประเด็นตางๆ เชน คลิปวิดีโอ ดังกลาวตองการนําเสนอในเรื่องใด คลิปวิดีโอ ทั้ง 2 คลิป เปนการทําการเกษตรในรูปแบบใด และมีความแตกตางกันหรือไม อยางไร การทํา การเกษตรดังกลาวกอใหเกิดประโยชนอยางไร 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “คลิปวิดีโอทั้ง 2 คลิปที่ นักเรียนไดดูไปนั้น เปนการนําเสนอเกี่ยวกับ การทําการเกษตรในรูปแบบตางๆ โดยคลิปที่ 1 คือ การทําเกษตรอินทรีย (Organic Farming) เปนการทําการเกษตรในสมัยอดีตที่เนนการ พึ่งพาธรรมชาติเปนหลัก เปนระบบการผลิตที่ คํานึงถึงสภาพแวดลอม การรักษาสมดุลของ ธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ เนนการใชอินทรียวัตถุในการปรับปรุงบํารุงดิน ใหมีความสมบูรณ และคลิปที่ 2 คือ การปลูกพืช ไรดิน (Hydroponics) เปนการทําการเกษตร ในสมัยปจจุบัน โดยปลูกพืชลงในวัสดุตางๆ ที่ ไมใชดิน พืชจะไดรับนํ้าและอาหารที่ตองการ จากสารละลายธาตุอาหารที่ผูปลูกจัดเตรียม ไวใหพืชเทานั้น” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T62
ขอสอบเนน การคิด • สภาพภูมิอากาศ/ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ • ปริมาณน�้า • พื้นที่ผลิต • ระบบตลาด • การกระจายสินค้า • อ�านาจการต่อรอง รายได้ ที่ขายได้ รายได้ ปริมาณ ผลผลิต การจัดการผลผลิตทำงกำรเกษตรต้องอำศัย กำรจัดกำรที่มีคุณภำพ รวมถึงกำรใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ต่ำง ๆ มำช่วยจัดกำรผลผลิตได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ ผู้บริโภคได้ผลผลิตตำมที่ต้องกำรจำกกำรเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ที่เหมำะสมจนเกิดระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาจัดการปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและ ราคาสินค้า จะท�าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการผลิตลง ผลิตผลผลิต ทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ผลผลิตมีคุณภาพ ปลอดภัย ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพและ มาตรฐานของสินค้าได้อีกด้วย ในปัจจุบันมีระบบการท�าการเกษตร ๒ รูปแบบหลัก ได้แก่ ระบบ เกษตรกรรมยั่งยืน และระบบการผลิตด้วยเกษตรสมัยใหม่เชิงอุตสาหกรรม การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 55 1 ขอใดเปนลักษณะของการทําการเกษตรในสมัยอดีต 1. การปลูกพืชไรดิน 2. การปลูกพืชในโรงเรือนกระจก 3. การปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา 4. การเพาะปลูกที่เนนพึ่งพาธรรมชาติเปนหลัก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการเพาะปลูกที่เนนพึ่งพา ธรรมชาติเปนหลักเปนการเพาะปลูกดวยวิธีการที่เรียบงาย และไม ใชสารเคมีในการเพาะปลูก เพื่อใหไดผลผลิตที่ปราศจากสารพิษ โดยสวนใหญเปนการปลูกพืชไวสําหรับรับประทานเองในครัวเรือน โดยไมตองใชเทคโนโลยีทางดานการเกษตรเขามาชวยในการ จัดการผลผลิต) นักเรียนควรรู 1 เกษตรกรรมยั่งยืน เปนระบบเกษตรกรรมที่ผสมผสานและเชื่อมโยงระหวาง ดิน การเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว การเลิกหรือลดการใชทรัพยากรจาก ภายนอกระบบที่อาจเปนอันตรายตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพของเกษตรกรและ ผูบริโภค โดยมีหลักการพื้นฐาน 3 ประการ คือ 1. ความยั่งยืนดานเศรษฐกิจ ดวยการพัฒนาการจัดการดินและการหมุนเวียนการปลูกพืช ลดการพึ่งพา เครื่องจักรและสารเคมี 2. ความยั่งยืนดานสิ่งแวดลอม ดวยการปกปองและ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และหาสิ่งทดแทน ตลอดจนนําทรัพยากรธรรมชาติ กลับมาเวียนใชใหม 3. ความยั่งยืนดานสังคม ดวยการใชแรงงานที่มีอยูใหมากขึ้น สําหรับเทคนิคการเกษตรบางประเภท ขั้นสอน 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมศึกษา เรื่อง วิวัฒนาการทาง ดานการเกษตร จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 2. นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวัฒนาการ ทางดานการเกษตร จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 3. ครูถามนักเรียนวา • การทําการเกษตรในสมัยอดีตและการทํา การเกษตรในสมัยปจจุบันมีลักษณะ หรือ รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การทําการเกษตรใน สมัยอดีตจะเนนการใชพื้นที่และแรงงาน สําหรับการผลิตจํานวนมาก เนนการพึ่งพา ธรรมชาติเปนหลัก สวนการทําการเกษตร ในสมัยปจจุบันมีการนําความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมตางๆ มาใชในการจัดการ ผลผลิตมากขึ้น) • การนําความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตางๆ มาใชในการทําการเกษตร สงผลให การทําการเกษตรในยุคปจจุบันมีลักษณะ อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทําใหไดผลผลิตใน ปริมาณมาก ผลผลิตมีคุณภาพและมีความ ปลอดภัยตอผูบริโภค ไมมีสารพิษปนเปอน หรือสารพิษตกคาง ชวยยกระดับคุณภาพ ของสินคาทางการเกษตร ทําใหมีการสงออก สินคาทางการเกษตรจํานวนเพิ่มมากขึ้น ไมวาจะเปนขาว ยางพารา มันสําปะหลัง ผักและผลไม เครื่องเทศและสมุนไพร ขาวโพด กลวยไม ฯลฯ) นํา สอน สรุป ประเมิน T63
ขอสอบเนนการคิด ๑.๑ ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ระบบเกษตรกรรมที่เน้นวิถีชีวิตกระบวนการผลิตและการจัดการทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดความ สมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ น�าไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ และเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรวมถึงผู้บริโภคให้ดีขึ้น โดยแบ่งเป็น ๕ ประเภท ดังนี้ การท�าการเกษตรที่ไม่รบกวนธรรมชาติหรือรบกวนน้อยที่สุด ไม่มีการไถ พรวนดิน ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และไม่ก�าจัดวัชพืช การผลิตที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สารส่งเสริมการเจริญเติบโตแบบสังเคราะห์ และสาร ป้องกันก�าจัดศัตรูพืช เน้นการปรับปรุงบ�ารุงดินเป็นหลัก การบริหารจัดการที่ดินท�ากินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดเน้นการจัดการ ทรัพยากรน�้าในไร่นาให้เพียงพอ เพื่อผลิตพืชอาหาร การปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน กิจกรรมจะ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างสมดุลต่อสภาพแวดล้อม การท�าการเกษตรในพื้นที่ป่า เน้นให้มีไม้ยืนต้นและพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสม กับแต่ละพื้นที่ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเกื้อกูล เป็นการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ ลดการพึ่งพาปัจจัยจาก ภายนอก ลดค่าใช้จ่าย และสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน เป็นการสร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้แก่ผู้บริโภค เน้นจัดการ ที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยปรับเปลี่ยนวิถีการด�ารงชีวิต เป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐาน ของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับครัวเรือน เป็นการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของรายได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก เป็นการอยู่ร่วมกันของป่าและการท�าการเกษตร โดยเน้นการจัดการ ป่าไม้ให้ใช้ประโยชน์ร่วมกับเกษตรกรรมได้ เกษตรธรรมชาติ (Natural Farming) เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) เกษตรทฤษฎีใหม่ (New Theory Farming) เกษตรผสมผสาน (Integrated Farming) วนเกษตร (Agroforestry Farming) จุดเด่น จุดเด่น จุดเด่น จุดเด่น จุดเด่น 56 และระบบนิเวศ 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ 2 นักเรียนควรรู 1 ระบบนิเวศ มีความสําคัญหลายประการ เชน ดานการเปนแหลงผลิต เปนแหลงกําเนิดทรัพยากรธรรมชาติที่สําคัญ เชน นํ้า แรธาตุ วัตถุดิบตางๆ รวมถึงเปนแหลงอาหารและแหลงรวบรวมความหลากหลายทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิต ดานการควบคุม สามารถควบคุมปรากฏการณและกระบวนการ ทางธรรมชาติ เชน การควบคุมสภาพภูมิอากาศ การควบคุมโรคภัยตางๆ รวมถึง การยอยสลายของเสียกลับคืนสูธรรมชาติ 2 เกษตรทฤษฎีใหม เปนรูปแบบการทําการเกษตรตามแนวพระราชดําริใน รัชกาลที่ 9 โดยเนนใหเกษตรกรมีความพอเพียงเลี้ยงตนเองได (Self-Suffificiency) ใหมีความสามัคคี และชวยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน ซึ่งแบงเปน 3 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 การแบงพื้นที่ออกเปนสวนๆ เพื่อผลิตเลี้ยงตนเองเปนเบื้องตน ขั้นที่ 2 รวมพลังในรูปกลุม หรือสหกรณ และขั้นที่ 3 คือ การติดตอซื้อขายเชิงธุรกิจ ขั้นสอน 4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการทําการ เกษตรในสมัยอดีตวา “การทําการเกษตร ในสมัยอดีตเปนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่ง นอกจากจะมีการทําเกษตรอินทรียเหมือนดั่ง ในคลิปวิดีโอที่นักเรียนไดดูไปแลวนั้น ยังมี ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบอื่นๆ อีก มากมาย เชน เกษตรธรรมชาติ (Natural Farming) เกษตรทฤษฎีใหม (New Theory Farming) เกษตรผสมผสาน (Integrated Farming) วนเกษตร (Agroforestry Farming)” 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเกษตรกรรมยั่งยืนใน รูปแบบอื่นๆ จากนั้นนําขอมูลที่ไดจากการ ศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกัน และกันภายในกลุม 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษาใหเพื่อนฟงหนา ชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน หรือระบบเกษตรกรรมทางเลือก หรือ ระบบ เกษตรกรรมถาวร เนนการใหความสําคัญกับ ความสมดุลของระบบนิเวศ โดยมีจุดมุงหมาย สําคัญ คือ เพื่อผลิตอาหารและปจจัยที่จําเปน ตอการดํารงชีวิตมากกวาผลิตเพื่อการสงออก มีการใชทรัพยากรอยางคุมคา เพื่อใหเกิด ประโยชนสูงสุด และเปนการใชทรัพยากรที่ ไมสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม อาหารที่ผลิต ไดเปนอาหารที่มีคุณภาพ ปราศจากสารพิษ เจือปน และไมมีสารพิษตกคาง” ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนประเภทใดที่สรางผลกระทบตอธรรมชาติ นอยที่สุด 1. ระบบวนเกษตร 2. ระบบเกษตรอินทรีย 3. ระบบเกษตรธรรมชาติ 4. ระบบเกษตรผสมผสาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะระบบเกษตรธรรมชาติ เปนการทําการเกษตรที่เนนหลักการทําการเกษตรที่ไมรบกวน ธรรมชาติ หรือรบกวนนอยที่สุดเทาที่จะทําได เนื่องจากไมมีการ ไถพรวนดิน ไมใชสารเคมี ไมใชปุยเคมี และไมกําจัดวัชพืช แต สามารถมีการคลุมดินและใชปุยพืชสดได ซึ่งเปนการฟนฟูความ สมดุลของระบบนิเวศและลดการพึ่งพาปจจัยภายนอก) สอน สรุป ประเมิน T64
ขอสอบเนน การคิด ๑.๒ ระบบการผลิตด้วยเกษตรสมัยใหม่เชิงอุตสาหกรรม ระบบการผลิตที่ต้องอาศัยปัจจัยการผลิตจากภายนอกจ�านวนมาก เพื่อผลิตผลผลิตทางการ เกษตรในเชิงอุตสาหกรรม ท�าให้ต้องน�าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ท�าให้เกิดเป็นเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์การสื่อสารผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีชีวภาพ ผสมผสานงานทางด้านวิศวกรรม ร่วมกับการเกษตร เพื่อช่วยแก้ปัญหาการผลิตให้แก่เกษตรกร เช่น การให้น�้า การให้ปุ๋ย การให้ แสงเทียมแบบอัตโนมัติในอดีตเกษตรกรเป็นผู้เปิด-ปิดระบบผ่านตู้ควบคุมแต่ปัจจุบันระบบพัฒนา ในรูปแบบโปรแกรมประยุกต์ เพื่อติดตามสภาพแวดล้อม แปลงผลิต และสั่งงานผ่านระบบได้ มีการพัฒนาหุ่นยนต์และเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในการท�างานที่เสี่ยงอันตราย หรือติดตามข้อมูล และการปฏิบัติงานในแปลงปลูกได้อย่างแม่นย�า น�าข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผล เพื่อใช้ในการ วางแผนการเพาะปลูก การผลิต การจัดการปัจจัยการผลิต การขนส่ง การแปรรูป และการตลาด น�ามาสู ่การเกษตรแม ่นย�า ซึ่งก็คือการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ ในแปลงผลิตให้มีความเหมาะสม ช่วยลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ก่อให้เกิดการผลิตแบบยั่งยืน ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทในการ ท�าการเกษตรมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในกระบวนการผลิต ก ่อให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพและ ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 57 มีการพัฒนาหุ่นยนต์และเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในการท� 1 การทําการเกษตรสมัยใหมเชิงอุตสาหกรรมมีลักษณะเดน อยางไร (แนวตอบ การทําการเกษตรสมัยใหมเชิงอุตสาหกรรม เปนการ ทําการเกษตรที่มีการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมเขามาชวยใน กระบวนการผลิต โดยอาจใชระบบคอมพิวเตอร การสื่อสารผาน โครงขายอินเทอรเน็ต ระบบเซ็นเซอรตรวจวัดปจจัยการผลิต และเทคโนโลยีชีวภาพ ผสมผสานงานทางดานวิศวกรรมรวมกับ การเกษตร เชน การใหแสงเทียมอัตโนมัติ การใหนํ้าและปุยผาน ระบบ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหุนยนตและเครื่องทุนแรงใน ลักษณะตางๆ เพื่อนํามาใชในการทํางาน และเพื่อใหสามารถ ติดตามขอมูลการปฏิบัติงานในแปลงปลูกไดอยางแมนยํา) ขั้นสอน 8. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนรูจักระบบการผลิตดวยเกษตร สมัยใหมเชิงอุตสาหกรรมหรือไม หากรูจัก ระบบการผลิตในรูปแบบนี้มีลักษณะเดน อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนคิดวาระบบการผลิตดวยเกษตร สมัยใหมเชิงอุตสาหกรรมมีความแตกตางไป จากระบบเกษตรกรรมยั่งยืนอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 9. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันสืบคนขอมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการผลิตดวยเกษตร สมัยใหมเชิงอุตสาหกรรม จากนั้นนําขอมูล ที่ไดจากการศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรูซึ่งกันและกันภายในกลุม 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษาใหเพื่อน ฟงหนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ระบบการผลิตดวย เกษตรสมัยใหมเชิงอุตสาหกรรม เปนรูปแบบ การทําการเกษตรสมัยใหมที่มีการนําความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมเขามามีสวนชวย ในกระบวนการผลิตเพิ่มมากขึ้น เชน การใชระบบคอมพิวเตอร ระบบเซ็นเซอร ตรวจวัด ปจจัยการผลิตและเทคโนโลยี ชีวภาพ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหุนยนต และเครื่องทุนแรงตางๆ เพื่อนํามาใชในการ ทํางาน และชวยแกปญหาการผลิตใหแก เกษตรกร” นักเรียนควรรู 1 หุนยนต หุนยนต AI เพื่อการเกษตร เปนการนําเอาเทคโนโลยี AI (Artifificial Intelligence หรือปญญาประดิษฐ) มารวมกันกับเทคโนโลยีหุนยนต เพื่อนํามา ใชงานในอุตสาหกรรมเกษตร ปจจุบันหุนยนต AI ไดถูกพัฒนาขึ้น เพื่อนําไปใช งานในหลากหลายกิจกรรมทางการเกษตร เชน การสํารวจขอมูลสภาพแวดลอม ทางการเกษตรโดยใชโดรน (อากาศยานไรคนขับ) การกําจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยว ผลผลิต การเพาะปลูกและอนุบาลตนกลา หุนยนต AI เพื่อการเกษตรที่ใชกันอยู ในปจจุบัน เพื่อตอบสนองตอความตองการของเกษตรกรที่ตองตอสูกับวัชพืชมา อยางยาวนาน คือ Blue River Technology เปนหุนยนตฉีดพนสารเคมีกําจัด วัชพืชชื่อวา The See & Spray robot เพื่อแกปญหาการตานทานสารเคมีของ วัชพืช ซึ่งสามารถพนไดตรงกับวัชพืช ไมมีการกระจายไปสูพืชชนิดอื่นๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T65
ขอสอบเนนการคิด ๒ เกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์เป็นการท�าการเกษตรในรูปแบบหนึ่งที่เน้นความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเป็นหลัก เป็นการท�าการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาก�าจัดศัตรูพืชและวัชพืช แม้จะได้ ผลผลิตต�่า แต่ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและมีความปลอดภัยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ๒.๑ หลักการเกษตรอินทรีย์ หลักการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ หลักการที่ถูกก�าหนดขึ้นโดยสหพันธ์ เกษตรอินทรีย์นานาชาติ(International Federation of Organic Agriculture Movements: IFOAM) โดยหลักการเกษตรอินทรีย์ของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติประกอบด้วยหลักการ ส�าคัญ ๔ ประการ ดังนี้ สุขภาพ (Health) • ต้องส่งเสริมและสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพ อย่างเป็นองค์รวม • มุ่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูงและมีคุณค่าทาง โภชนาการ เพื่อสนับสนุนให้มีสุขภาวะที่ดี • ปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมีและสารก�าจัดศัตรูพืช เนื่องจากมีอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพ ความเป็นธรรม (Fairness) • ต้องผลิตอาหารและผลผลิตทางการเกษตร อื่น ๆ ที่เพียงพอและมีคุณภาพ • ตั้งอยู ่บนความสัมพันธ์ที่มีความเป็นธรรม ระหว่างสิ่งแวดล้อมโดยรวมและสิ่งมีชีวิต • การผลิตและการบริโภคจะต้องด�าเนินการ อย่างเป็นธรรม ทั้งทางด้านสังคมและทาง ด้านนิเวศวิทยา นิเวศวิทยา (Ecology) • ต้องตั้งอยู่บนรากฐานของระบบนิเวศวิทยาและ วงจรของธรรมชาติ • การผลิตต้องมีความสอดคล้องกับวิถีแห ่ง ธรรมชาติซึ่งจะช่วยให้ระบบวงจรของธรรมชาติ เพิ่มพูนและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น • ต้องพึ่งพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยาและ วงจรของธรรมชาติเรียนรู้และสร้างระบบนิเวศ ให้เหมาะสมกับการผลิตแต่ละชนิด จิตส�านึกที่ดี (Care) • ต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม • ควรมีการประเมินความเสี่ยงและเตรียมการ ป้องกันจากการน�าเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ใน การท�าการเกษตร • บริหารจัดการอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ เพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต หลักการ เกษตรอินทรีย์ ของ สหพันธ์เกษตร อินทรีย์นานาชาติ 58 ขั้นสอน 12. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมศึกษา เรื่อง เกษตร อินทรียและการปลูกพืชไรดิน จากหนังสือ เรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 หรือศึกษาเพิ่มเติม จากอินเทอรเน็ต 13. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกษตร อินทรียและการปลูกพืชไรดิน จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 14. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษา เรื่อง เกษตรอินทรียใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 15. ครูถามนักเรียนวา • การทําเกษตรอินทรียมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การทําเกษตรอินทรีย เปนการทําการเกษตรที่เนนความยั่งยืนทาง สิ่งแวดลอม สังคม และเศรษฐกิจเปนหลัก โดยไมใชปุยเคมี ยากําจัดศัตรูพืชและวัชพืช) • การทําเกษตรอินทรียมีหลักในการทําอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ไมใชปุยเคมีและสาร กําจัดศัตรูพืช การผลิตสอดคลองกับวิถี แหงธรรมชาติ ตั้งอยูบนรากฐานของระบบ นิเวศวิทยาและวงจรชีวิตของธรรมชาติ ผลิต อาหารและผลผลิตทางการเกษตรที่เพียงพอ และมีคุณภาพ) • การทําเกษตรอินทรียควรคํานึงถึงสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน พื้นที่เพาะปลูกมีความ เหมาะสม คัดเลือกพันธุพืชที่ไมไดมาจาก การตัดตอทางพันธุกรรม มีความตานทาน ตอโรคและแมลง) บุคคลในขอใดสามารถปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย โดยนําหลัก การเกษตรอินทรียมาประยุกตใชไดอยางถูกตอง 1. นันเพาะปลูกกลวยไม โดยใชระบบโรงเรือนแบบอีแวป 2. ออยปลูกผลไม โดยคํานึงถึงคุณภาพและคุณคาที่ผูบริโภค จะไดรับ 3. ปุยใชสารกําจัดศัตรูพืช เพื่อปองกันแมลงมากัดกินผักสลัด ที่ปลูกไว 4. ฝายนํานํ้าที่อยูใกลแหลงโรงงานอุตสาหกรรมมารดในแปลง ตนกลา (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทําเกษตรอินทรียจะตอง มุงเนนคุณภาพ ความปลอดภัย และการมีคุณคาทางโภชนาการ โดยไมใชปุยเคมีและสารกําจัดศัตรูพืช การผลิตสอดคลองกับ วิถีแหงธรรมชาติ และพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเปนสําคัญ) บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา งานสัมมนา Biofach South East Asia 2019 เกี่ยวกับสถานการณเกษตรอินทรียในอาเซียน พบวา ปจจุบันมีพื้นที่ การผลิตเกษตรอินทรียรวมกันกวา 3.5 ลานไร มีเกษตรกรที่ทําเกษตรอินทรีย กวา 237,507 ครอบครัว ประเทศที่มีเกษตรกรทําเกษตรอินทรียมากที่สุด คือ ฟลิปปนส (166,001 ครอบครัว) แตประเทศที่มีพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรียมาก ที่สุด คือ อินโดนีเซีย (กวา 1.3 ลานไร) สวนประเทศไทยนั้นอยูในลําดับ 2 ในเชิง ของจํานวนเกษตรกรและลําดับ 3 ในเชิงของพื้นที่ รัฐบาลใน 9 ประเทศ ไดจัดทํา ขอกําหนดมาตรฐานเกษตรอินทรียของประเทศตนเอง แตประเทศเมียนมา ยังไมไดจัดทํามาตรฐาน ซึ่งมาตรฐานของทั้ง 9 ประเทศจะครอบคลุมเรื่องการ ผลิตพืชในระบบเกษตรอินทรีย และมี 5 ประเทศที่มีมาตรฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว และมีเพียง 3 ประเทศที่มีมาตรฐานเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้า นํา สอน สรุป ประเมิน T66
ขอสอบเนน การคิด ๒.๒ ขั้นตอนในการทําเกษตรอินทรีย์ การผลิตผลผลิตจากการท�าเกษตรอินทรีย์ จะท�าให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปราศจากการ ปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ ข้อควรค�านึงในการท�าเกษตรอินทรีย์ มีดังนี้ • ขุดคูรอบแปลงป้องกัน สารพิษที่มากับน�้า • ปลูกพืชทรงสูงป้องกัน สารพิษที่มากับอากาศ • วางแผนป้องกันเรื่องการ จัดระบบระบายน�้า • ใช้พันธุ์พืชที่เหมาะสม ต้านทานต่อโรคและ แมลง การเลือกพื้นที่ การวางแผน • พื้นที่เหมาะสม ห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรม • อยู่ใกล้กับแหล่งน�้าสะอาดที่ไม่มีสารพิษเจือปน • พิจารณาดินและเลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับดิน • ศึกษาประวัติของพื้นที่ให้ละเอียดย้อนหลัง ๓ ปี • ค�านึงถึงความต้านทานโรค แมลง และวัชพืช • ค�านึงถึงสภาพดิน น�้า และอากาศอยู่เสมอ • ไม่ใช้พืชที่ได้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม • ใช้เมล็ดพันธุ์พืชที่มาจากการปลูกแบบอินทรีย์ • เลือกใช้พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง • ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อช่วยปรับโครงสร้างดิน • ปลูกพืชตระกูลถั่วและท�าการไถกลบเสมอ • หากดินเป็นกรดมากให้ใส่หินปูนบด เพื่อลดกรด การเลือกพันธุ์ปลูก การปรับปรุงดิน T i p มาตรฐานการผลิตผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย เพื่อให้ผลผลิตจากการท�าการเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยมีคุณภาพ จึงได้มีการก�าหนดหลักการ ส�าคัญที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น ที่ดินไม่ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต�่ากว่ามาตรฐานที่ก�าหนด พื้นที่ปลูกไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ตกค้าง ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ในกระบวนการผลิต ไม่ใช้เมล็ดพันธุ์คลุก สารเคมีสังเคราะห์ ไม่ใช้สิ่งที่ได้จากการตัดต่อทางพันธุกรรม กระบวนการผลิตต้องปราศจากสิ่งปนเปื้อน ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 5๙ ขั้นสอน 16. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางขั้นตอนในการทํา เกษตรอินทรีย จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรูขั้นตอน ในการทําเกษตรอินทรียวามีวิธีการและขั้นตอน การปฏิบัติงานอยางไร แปลงเพาะปลูกควรมี ลักษณะอยางไร ตองใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชประเภทใด 17. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “กอนตัดสินใจเลือก พื้นที่ใดๆ ก็ตาม เพื่อทําเกษตรอินทรีย จะ ตองทําการศึกษาประวัติการใชประโยชนของ พื้นที่ใหมากที่สุด โดยเฉพาะประโยชนในดาน การทําเกษตรกรรม เชน เคยปลูกพืชชนิดใด ใชปุย หรือสารเคมีชนิดใด ความสําเร็จของ การใชพื้นที่เปนอยางไร เพื่อนําขอมูลมาใช ประกอบการตัดสินใจเลือกพื้นที่และตัดสินใจ วางแผนการผลิต การทราบประวัติการใชพื้นที่ ในอดีตอยางละเอียดจะชวยลดความเสี่ยง ในการผลิตพืชอินทรียไดในระดับหนึ่ง เชน พื้นที่ที่เคยเพาะปลูกขาวโพด ฝาย ถั่วเหลือง องุน สม ออย สับปะรด ฯลฯ จะพบวาในอดีต พื้นที่เหลานี้มีการใชสารเคมีในกลุมคลอรเดน ในการกําจัดแมลงศัตรูพืช พื้นที่ในบริเวณ ดังกลาวจึงมีโอกาสหรือความเสี่ยงในการพบ สารพิษตกคางในดิน จึงควรหลีกเลี่ยงการ ใชพื้นที่นี้” 18. ครูถามนักเรียนวา • แหลงนํ้าที่ใชในการทําเกษตรอินทรียควรมี ลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เปนแหลงนํ้าที่สะอาด ไมมีความเสี่ยงในการเจือปนของสารพิษ หรือโลหะหนัก) กอนที่จะลงมือทําเกษตรอินทรีย ควรคํานึงถึงสิ่งใดเปนสําคัญ 1. การคัดเลือกพันธุพืช เพื่อเพาะปลูก 2. การเลือกพื้นที่เพาะปลูก 3. การวางแผนการทํางาน 4. การปรับปรุงดิน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะพื้นที่ในการทําเกษตรอินทรีย มีสวนสําคัญตอผลผลิตเปนอยางมาก ซึ่งจะตองเลือกพื้นที่ให เหมาะสม โดยเลือกพื้นที่ที่อยูหางจากถนนหลวง อยูหางจาก โรงงานอุตสาหกรรม ไมอยูติดกับแปลงปลูกพืชที่ใชสารเคมี หรือ สารกําจัดวัชพืช และเปนพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ นอกจากนี้ ยังควรอยูใกลกับแหลงนํ้าสะอาดที่ไมมีสารพิษเจือปน อาจเปน สระนํ้าใตดิน สระ แมนํ้าลําคลอง หรือชลประทานก็ได) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนการทําเกษตรอินทรียใหนักเรียน ฟงวา การวางแผนการจัดการการทําเกษตรอินทรียแบงเปน 2 รูปแบบ คือ การวางแผนปองกันสารปนเปอนที่ปะปนอยูในดิน นํ้า และอากาศ โดยวางแผน อยางครบถวนทุกขั้นตอน พรอมทั้งบันทึกวิธีการปฏิบัติอยางตอเนื่อง การปองกัน สารปนเปอนอาจทําไดโดยการปลูกพืชเปนแนวกันชนระหวางแปลงใหปลอดภัย จากสารพิษที่มาจากแหลงของเสีย หรือระบบการกําจัดของเสีย ระบบระบายนํ้า ระบบการเก็บรักษาเครื่องมือ อุปกรณ และการขนสง และการวางแผนการ จัดการแปลงปลูกพืชและระบบการปลูกพืช โดยการเลือกใชพันธุพืชที่ตานทาน ศัตรูพืช การเลือกฤดูกาลปลูก และระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม รวมถึงการเลือก วัสดุภัณฑ เครื่องมือที่สอดคลองกับหลักเกษตรอินทรีย ในการปฏิบัติทุกขั้นตอน ตั้งแตการเตรียมแปลงปลูกพืชไปจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต นํา สอน สรุป ประเมิน T67
ตัวอย่าง ๓.วางแบบแปลง แล้วขุดร่อง ล้อมรอบแปลงกว้าง ๒ เมตร ลึก ๑ เมตร ปลูกหญ้าแฝกริมร่อง ซึ่งรากจะช่วยกรองน�้าเสียเป็น น�้าดี ส่วนใบใช้ปรับสภาพดิน หรือใช้คลุมแปลงได้ 6.ปลูกพืชได้ทั้งแนวตั้งและ แนวนอน ควรปลูกพืชสมุนไพร ไล่แมลงก่อนทุกครั้ง โดยปลูก ตะไคร้หอมทุก ๓ เมตร แซม โดยรอบพื้นที่ด้านใน แล้วจึง ปลูกพืชหลักลงไปในแปลง ๙. ท�าความสะอาดแปลง หลังจากเก็บเกี่ยวพืชแล้ว ไม่ ควรทิ้งเศษพืชที่มีโรคแมลงไว้ ในแปลง ให้รีบน�าไปท�าลาย นอกแปลง ส่วนเศษพืชที่ไม่มี โรคแมลงให้สับลงแปลงเป็น ปุ๋ยได้ ๒.๓ ตัวอย่างขั้นตอนการทําแปลงเกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์เป็นงานเกษตรที่ทุกครอบครัวสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ โดยใช้พื้นที่ว่างใน ครัวเรือน หรือพื้นที่ท�าการเกษตรเดิมอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ขั้นตอนการท�า แปลงเกษตรอินทรีย์ 1.เก็บตัวอย่างดินที่อยู่ด้านบน และด้านล่างอย่างละ ๑ กิโลกรัม เพื่อน�าไปวิเคราะห์ พร้อมทั้ง หาชนิดและปริมาณธาตุอาหาร ที่อยู่ในดิน ๔.ขุดพรวนดิน เพื่อท�าแปลง ปลูกพืชกว้างไม่เกิน ๑ เมตร ความยาวตามความเหมาะสม ของพื้นที่ วางแปลงให้ได้รับ แสงแดด เพื่อให้พืชใช้แสงแดด ในการสร้างอาหาร 7.ยกแปลงปลูก พร้อมปรับ สภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอกคลุกเคล้า ให้เข้ากัน ทิ้งไว้ ๗ วัน ก่อน ปลูกพืช เมื่อครบก�าหนด ๗ วัน ให้พรวนดินอีกครั้ง แล้วจึงน�า เมล็ดพันธุ์พืชมาหว่าน ๒. เก็บตัวอย ่างน�้า ๑ ลิตร จากแหล่งน�้าอิสระ เพื่อน�าไป วิเคราะห์หาสารปนเปื้อนที่ขัด กับหลักการผลิตพืชแบบเกษตร อินทรีย์ 5.ปลูกพืชสมุนไพรไล่แมลง ก่อนปลูกพืชหลัก โดยรอบนอก ปลูกสะเดา ข่า ชะอม ควรปลูก ห่างกัน ๒ เมตร ด้านในปลูก กะเพรา โหระพา พริก ควรปลูก ห่างกัน ๑ เมตร 8.ไม่ควรปลูกพืชชนิดเดิมซ�้า ภายหลังจากเก็บเกี่ยวพืชชนิด แรกที่ปลูกไปแล้ว ควรปลูก สลับชนิดกัน โดยท�าลักษณะนี้ ในทุก ๆ แปลงที่ปลูก จะส่งผล ให้ ได้ผลผลิตที่ดีมากขึ้น 60 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตพืชอินทรียของประเทศไทย ใหนักเรียนฟงวา มาตรฐานการผลิตพืชอินทรียของประเทศไทย มีประเด็น หลักสําคัญหลายประการ เชน ที่ดินไมอยูในสภาพแวดลอมที่ตํ่ากวามาตรฐาน กําหนด พื้นที่ปลูกตองไมมีสารเคมีสังเคราะหตกคางไมใชสารเคมีสังเคราะห ในกระบวนการผลิต ไมใชเมล็ดพันธุที่คลุกเคลาสารเคมีสังเคราะห ไมใชสิ่งที่ได จากการตัดตอทางพันธุกรรม ไมใชมูลสัตวที่เลี้ยงอยางผิดกฎหมาย ปจจัยการ ผลิตภายนอกตองไดรับการรับรองมาตรฐาน กระบวนการผลิตตองปราศจาก สิ่งปนเปอนสารเคมีสังเคราะห สงเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และตอง ไดรับการรับรองมาตรฐานอยางเปนทางการ ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการทําแปลง เกษตรอินทรีย โดยสามารถสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรู ที่หลากหลาย จากนั้นนําขอมูลที่ไดมาแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกัน และกันกับเพื่อนรวมชั้นเรียน พรอมทั้งสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการทํา แปลงเกษตรอินทรียลงในกระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนฝกทําแปลงเกษตรอินทรียภายในบานของตนเอง โดยเลือกพันธุพืชตามความสนใจ 1 ชนิด และนําความรูที่ไดจาก การศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการทําแปลงเกษตรอินทรียมาประยุกต ใชอยางเหมาะสม พรอมทั้งบันทึกผลการเจริญเติบโตของตนพืช ที่เลือกเปนระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นออกมานําเสนอผลงานให เพื่อนชมหนาชั้นเรียน ขั้นสอน • เมล็ดพันธุที่ใชในการทําเกษตรอินทรียควร มีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน หามใชพันธุพืชที่ได จากการตัดตอสารพันธุกรรม หรือผานการ ฉายรังสี ควรเลือกใชเมล็ดพันธุที่มาจาก ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย ยกเวน กับพืชบางชนิดที่ยังไมมีการเพาะปลูกใน ระบบนี้ ในระยะเริ่มตนของการผลิตพืช อินทรียสามารถเลือกใชเมล็ดพันธุที่ผลิต จําหนายโดยทั่วไปได แตหามนํามาคลุก หรือ จุมสารเคมีกอนปลูก ตองเปนเมล็ดพันธุที่ สมบูรณ มีเปอรเซ็นตการงอกสูง ตรงตาม สายพันธุ ไมมีโรคและแมลงทําลาย มีความ ตานทานโรคดี) 19. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการเตรียมแปลง เพาะปลูก ควรไถพรวนดินใหลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร ซึ่งความลึกของการไถพรวน จะขึ้นอยูกับระบบรากของพืชที่ตองการปลูก เปนหลัก ตากดินทิ้งไวประมาณ 7-10 วัน แลวยกรองแปลงเพาะปลูกใหกวางประมาณ 1.2-1.5 เมตร ความยาวตามพื้นที่เพาะปลูก หากพบวาดินมีความเปนกรดสูง ใหใสปูนขาว เพื่อปรับระดับของความเปนกรดดางใหอยู ในระดับที่เหมาะสมกับพืชแตละชนิด หรือ อยูในระดับ 5.5-6.5 ใสปุยหมัก หรือปุยคอก หรือปุยมูลสัตวที่ผานขบวนการยอยสลายแลว เทานั้น ประมาณ 1-2 กิโลกรัมตอตารางเมตร โดยหวานใหสมํ่าเสมอ ทั่วทั้งแปลง สามารถ ปรับลด หรือเพิ่มเติมไดตามความสมบูรณ ของดินและชนิดของพืชที่ปลูก คลุกเคลาปุย ใหเขากับดิน รดนํ้าใหทั่ว หมักทิ้งไวประมาณ 5-7 วัน กอนทําการเพาะปลูกพืช” นํา สอน สรุป ประเมิน T68
ขอสอบเนน การคิด ๓ การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชไร้ดินหรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เป็นวิทยาการทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหา ในการเพาะปลูก พืชจะสามารถเจริญเติบโตได้โดยได้รับสารอาหารจากสารละลายที่เตรียมไว้ สามารถท�าได้ในทุกพื้นที่แม้จะไม่มีดินส�าหรับเพาะปลูก หรือมีดินอยู่แต่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ๓.๑ ระบบการปลูกพืชไร้ดิน ปัจจุบันระบบการปลูกพืชไร้ดินมีหลายระบบ โดยได้รับการพัฒนาจากระบบหลักตามลักษณะ การให้สารอาหารแก่ต้นพืชบริเวณรอบรากพืช ระบบการปลูกพืชไร้ดินที่ส�าคัญมี ๓ ระบบ ดังนี้ การปลูกให้รากลอยอยู่กลางอากาศ การปลูกในวัสดุปลูก การปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช การปลูกที่มีการหมุนเวียนสารละลายธาตุอาหาร รากของพืชจะแขวนห้อยอยู่กลางอากาศลอยอยู่ภายใน กล่องหรือตู้ที่เป็นห้องมืด จะเติมธาตุอาหารแก่รากพืช ด้วยการใช้ปั๊มอัดผ ่านหัวฉีดฉีดพ ่นเป็นฝอยละเอียด เป็นระยะ ๆ ตามเวลาที่ก�าหนด เพื่อให้รากคงความชื้น สัมพัทธ์ การปลูกที่คล้ายกับการปลูกพืชบนดิน ดูแลรักษา คล้ายกับการปลูกพืชในกระถางแต่ใช้วัสดุปลูกอื่นแทนดิน เพื่อให้รากพยุงล�าต้น ปริมาณของวัสดุปลูกจะน้อยกว่า ดินคือรากมีพื้นที่ในการหาน�้าและอาหารไม่เกิน ๕ ลิตร ต่อวันการจัดการเกี่ยวกับน�้าและธาตุอาหารจึงต้องดูแล เป็นพิเศษ การปลูกพืชที่ได้รับความนิยมมากและใช้ได้ดี ในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด วิธีการหลัก คือ การน�ารากพืช จุ่มลงในสารละลายโดยตรง รากพืชไม่มีการเกาะยึดกับ วัสดุใด ๆ ยังสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ดังนั้น จึงมักใช้ การยึดเหนี่ยวในส่วนของล�าต้นไว้แทนการรองรับราก ของต้นพืช เพื่อการทรงตัว การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 61 การปลูกที่มีการหมุนเวียนสารละลายธาตุอาหาร รากของพืชจะแขวนห้อยอยู่กลางอากาศ กล่องหรือตู้ที่เป็นห้องมืด 1 2 นักเรียนควรรู 1 สารละลายธาตุอาหาร สําหรับใชในการปลูกพืชไรดิน หรือใชฉีดเพื่อเรง การเจริญเติบโต หรือบํารุงรักษาตนไมชนิดอื่นๆ สารละลายธาตุอาหารนี้ไมเปน อันตรายตอสิ่งแวดลอม มีความเสถียรในการเก็บรักษา เนื่องจากไมสลายตัว ไดงายเมื่อถูกแสง หรือความรอน เปนแหลงของกรดอะมิโนไกลซีนใหกับพืช โดยสูตรองคประกอบของธาตุอาหารสําหรับพืชไรดินประกอบดวยสารละลาย จุลธาตุ เหล็ก ทองแดง และสังกะสี สําหรับใชฉีดพนทางใบพืชรวมกับการให สารละลายธาตุอาหารหลักทางราก 2 แขวนหอยอยูกลางอากาศ เปนไมรากอากาศที่ดูแลไดงาย หรือแทบไมตอง ดูแล ปลอยใหเจริญเติบโตตามธรรมชาติไดโดยไมตองใชดิน ไมตองปลูกลง กระถาง สามารถแขวน หรือหอยตามมุมตางๆ ของบาน หรือยึดไวกับขอนไม หรือกอนหิน เพียงใหไมรากอากาศไดรับแสงแดดและฉีดนํ้าใสประมาณ 2-3 ครั้งตอสัปดาห การปลูกพืชไรดินแบบใดมีลักษณะคลายกับการปลูกพืชใน กระถาง 1. การปลูกในวัสดุปลูก 2. การปลูกในวัสดุปลูกที่มีดินนอย 3. การปลูกใหรากลอยอยูกลางอากาศ 4. การปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะเปนการปลูกพืชไรดิน แตใช วัสดุปลูกอื่นๆ แทนดิน ซึ่งวัสดุอื่นๆ ในที่นี้มีทั้งที่เปนอินทรียสาร และอนินทรียสารที่จะตองไมมีธาตุอาหารพืชสะสมอยู การปลูกใน วัสดุปลูกจะมีลักษณะใกลเคียงกับการปลูกพืชในกระถาง หรือใน ภาชนะโดยใชนํ้าหยดมากที่สุด หัวใจสําคัญของการปลูกในวัสดุปลูก คือ การใหสารละลายธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและความถี่ ที่พอเหมาะกับความตองการของพืช) ขั้นสอน 20. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษา เรื่อง การ ปลูกพืชไรดินใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 21. ครูถามนักเรียนวา • การปลูกพืชไรดิน พืชจะสามารถเจริญ เติบโตไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สามารถเจริญเติบโต โดยการเติมสารละลายธาตุอาหารใหแกราก ของพืช) • การปลูกพืชไรดินมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ การปลูกพืชไรดินมีประโยชน หลายประการ เชน ชวยใหสามารถปลูกพืช ในสถานที่ที่ดินอาจไมเหมาะสมแกการ เพาะปลูก ไมวาจะเปนดินที่มีกรดมาก ดินเค็ม ดินเสื่อมโทรม ดินขาดความสมบูรณ หรือ แมแตสถานที่ที่ไมมีดิน เชน ระเบียงบาน ดาดฟา หลังคาตึก ปลูกพืชไดจํานวนตน ตอพื้นที่ไดมากขึ้น โดยไมตองคํานึงถึงความ สมบูรณของดิน พืชเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว ทําใหผลผลิตตอหนวยพื้นที่สูง ผลผลิตที่ได สะอาดและมีคุณภาพ เปนการเพาะปลูกพืช ที่ไมตองเตรียมดิน ใสปุย ฉีดยากําจัด ศัตรูพืช) • หากตองการปลูกพืชไรดิน นักเรียนจะเลือก ระบบการปลูกพืชไรดินแบบใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ระบบการปลูกใหรากลอย อยูกลางอากาศ เนื่องจากอยูทาวนเฮาสที่มี พื้นที่ปลูกจํากัด การนําระบบนี้มาใชจะ ชวยประหยัดธาตุละลายอาหาร นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชไดในระยะ เวลาเพียง 30 วัน เทานั้น) นํา สอน สรุป ประเมิน T69
ขอสอบเนนการคิด ๔ ๑ ๒ ๓ ๓.๒ การปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช (Hydroponics) ระบบที่แนะน�าส�าหรับผู้เริ่มต้นการปลูก คือ ระบบน�้าตื้น (Nutrient Film Technique: NFT) รากพืชจะสัมผัสกับสารอาหารที่ไหลอย่างช้า ๆ เป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ หนาประมาณ ๑-๓ มิลลิเมตร และสามารถน�าสารละลายธาตุอาหารกลับมาใช้หมุนเวียนได้ โดยมีอุปกรณ์ส�าคัญ ดังนี้ พืชจะได้รับธาตุอาหารจากสารละลายธาตุอาหารที่ผู้ปลูกเตรียมไว้ จึงสามารถก�าหนดปริมาณธาตุ อาหารให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ โดยหลักการเตรียมสารละลายธาตุอาหาร มีดังนี้ 1. คุณภาพของน�้าที่ใช้เตรียมสารละลาย สิ่งที่ต้องค�านึงถึงในการก�าหนดการเจริญเติบโต ของพืชที่ปลูกแบบไร้ดิน คือ ความสะอาดของน�้า คุณสมบัติทางเคมี ค่าความเป็นกรดด่าง ๒. ชนิดของปุยหรือสารเคมีที่ ใช้ ในสารละลาย จะต้องละลายน�้าได้หมด เนื่องจากมีราคาสูง จึง ต้องหาแหล่งธาตุอาหารจากปุ๋ย ซึ่งมีราคาต�่ากว่า แต่บางธาตุต้องใช้สารเคมีบริสุทธิ์ โดยเฉพาะสาร จุลธาตุ แต่ธาตุอาหารเหล่านี้จะใช้ ในปริมาณน้อย ปุ๋ยบางชนิดจะมีจุลธาตุบางตัวปนอยู่ จึงไม่จ�าเป็น ต้องเติมจุลธาตุอีก ๓. สูตรของสารละลายธาตุอาหาร มีหลาย สูตร ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ชนิดของพืช ฤดู แสง อุณหภูมิ และสถานที่ โดยสูตรสารละลาย ธาตุอาหารที่เป็นสูตรมาตรฐานมักถูกดัดแปลง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับพืชชนิดต่าง ๆ ๔. การเตรียมสารละลายธาตุอาหาร เมื่อ เลือกและปรับสูตรสารละลาย ก�าหนดสัดส่วนธาตุ อาหาร เตรียมปุ๋ยหรือสารเคมีที่ต้องใช้แล้ว ต้อง ค�านวณปริมาณของปุ๋ยหรือสารที่ต้องใช้ โดยคูณ น�้าหนักปุ๋ยต่อลิตรตามที่ก�าหนดไว้ ในสูตร หรือตาม ที่ปรับไว้ด้วยปริมาตรของสารละลายธาตุอาหาร ทั้งหมดที่จะเตรียม 5. การจัดการสารละลายธาตุอาหารใน ระบบปิด การปลูกพืชไร้ดินที่มีการน�าสารละลาย กลับมาใช้ใหม ่ เป็นการใช้สารละลายอย ่างมี ประสิทธิภาพ ประหยัด และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ จากสารละลายที่เหลือใช้ การจัดการธาตุอาหารให้ อยู่ในสภาพที่สมดุลและเหมาะสมกับความต้องการ ของพืช จะส่งผลต่อการเจริญเติบโต ของพืช ๑ รางส�าหรับปลูกพืช มีขนาดความยาว ประมาณ ๑.๕ เมตร ตั้งอยู่บนโต๊ะ ส�าหรับปลูกพืชที่มีการปรับระดับความ ลาดเอียงให้มีความเหมาะสม ๒ กล่องส�าหรับใส่สารละลายธาตุอาหาร พร้อมปั๊มน�้า ๓ สารละลายธาตุอาหาร สาร A และ สาร B ๔ ถ้วยปลูกผัก 6๒ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอดีและขอเสียของการปลูกพืชไรดินใน สารละลายธาตุอาหารพืชใหนักเรียนฟงวา ขอดีของการปลูกพืชไรดินใน สารละลายธาตุอาหารพืช คือ พืชสามารถเจริญเติบโตไดอยางรวดเร็ว ใหผลผลิต มากและสมํ่าเสมอ ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพที่ดี สามารถปลูกได ตอเนื่องตลอดทั้งป สวนขอเสียของการปลูกพืชไรดินในสารละลายธาตุอาหารพืช คือ มีการลงทุนสูงในระยะเริ่มตน แตในระยะยาวจะเกิดความคุมคา เพราะ ปจจุบันผลผลิตที่ไดจากการปลูกพืชไรดินเปนที่ตองการของตลาดเพิ่มมากขึ้น นํ้าที่ใชสําหรับเตรียมสารละลายธาตุอาหารพืชควรมีลักษณะ อยางไร 1. เปนนํ้าสะอาดที่ตมสุกแลว 2. ปนเปอนสารละลายตัวอื่นๆ มากอน 3. มีความสะอาดและมีคาความเปนกรด-ดาง 4. มีสวนผสมของปุย หรือสารเคมีสังเคราะห (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะคุณภาพของนํ้าที่ใชเตรียม สารละลายธาตุอาหารพืชจะตองเปนนํ้าที่มีคุณภาพ มีความสะอาด มีคาความเปนกรด-ดางที่เหมาะสม เพื่อใหพืชสามารถเจริญเติบโต ไดดี เชน นํ้าฝน เนื่องจากเปนนํ้าที่มีความบริสุทธิ์สูง และจะตอง มีภาชนะในการจัดเก็บขนาดใหญเพียงพอที่จะเก็บนํ้าไดดวย) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกพืชไรดินในสารละลายธาตุอาหารพืช ไดที่ https://www.youtube.com/watch?v=Q_hQZRSh0Nc ขั้นสอน • เพราะเหตุใดการปลูกพืชในสารละลายธาตุ อาหารพืช (Hydroponics) จึงไดรับความ นิยมเปนอยางมากในปจจุบัน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การปลูกพืชในสารละลาย ธาตุอาหารพืชสามารถควบคุมและจัดการ ปจจัยการเจริญเติบโตของรากไดอยาง เหมาะสม พืชจึงเจริญเติบโตไดดี ตนมี ความสมบูรณ แข็งแรง มีอายุการเก็บเกี่ยว ผลผลิตเร็ว ใหผลผลิตในปริมาณมาก และ เปนผลผลิตที่มีคุณภาพดีกวาการปลูกในดิน) • ธาตุอาหารที่ใชในการปลูกสารละลายธาตุ อาหารพืช ควรมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ปุย หรือสารเคมีที่ใช จะตองละลายนํ้าไดหมด และตองคํานวณ ปริมาณตามสูตรที่กําหนดไว) 22. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ระบบที่แนะนําสําหรับผู ที่เริ่มตนการปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช คือ ระบบนํ้าตื้น (Nutrient Film Technique) เปนเทคนิคการปลูกพืชลงในนํ้าที่มีการปลอย สารละลายธาตุอาหารใหไหลเปนแผนบางๆ หนา 1-3 มิลลิเมตร โดยผานรากพืชที่ปลูก อยูบนราง (รางทําจากวัสดุที่ไมทําปฏิกิริยากับ สารละลาย เชน พลาสติก) ไมตองมีการเติม อากาศใหกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง แตจะอาศัยการที่นํ้าสารละลายธาตุอาหาร ตองมีการเคลื่อนที่หมุนเวียนอยูในระบบ เมื่อไหลกลับมาตกสูถังพักจะทําใหเกิด ฟองอากาศแทรกเขาไปในสารละลายโดย อัตโนมัติ” นํา สอน สรุป ประเมิน T70
๓.๓ ขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชไร้ดินเป็นการท�าการเกษตรที่นิยมน�ามาใช้ส�าหรับการผลิตพืชอาหารที่มีอายุ สั้น เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ เนื่องจากประหยัดพื้นที่ สามารถใช้พื้นที่เล็ก ๆ ภายในครัวเรือนท�า การเกษตรได้ ตัวอย่างขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดิน มีดังนี้ ๓. รดน�้า ๓-๕ วัน ติดต่อกัน หลังจากเมล็ดงอกแล้วให้รด สารละลายธาตุอาหาร เจือจางแทนการรดน�้า 6. ควบคุมค่า pH ให้อยู่ระหว่าง ๕.๒-๖.๘ ปรับลดค่าโดยการ เติมกรดฟอสฟอริก หากต้องการ เพิ่มค่า pH ให้เติมโพแทสเซียม ไฮดรอกไซด์ ๒-๓ หยด ๙.เก็บผลผลิตในวันที่มี แสงแดดช่วงบ่าย แสงแดด จะช่วยลดไนเตรตลง ซึ่งเป็น ขั้นตอนส�าคัญ เพื่อการบริโภค ผลิตผลได้อย ่าง ปลอดภัย 1. เตรียมพื้นที่ส�าหรับเพาะปลูก โดยเลือกใช้พื้นที่ว่างในบริเวณ ที่ได้รับแสงแดดทั่วถึงอย ่าง น้อย ๖ ชั่วโมง ต่อวัน 7. เปลี่ยนสารละลายเป็น ระยะทุก ๒-๓ สัปดาห์ โดยคง เหลือสารละลายเก่าประมาณ ๑ ๕ หรือ ๒ ๓ ของความจุของถัง สารละลาย ๒. ท�าการเพาะเมล็ดพันธุ์ตาม ต้องการ โดยใส ่เมล็ดพันธุ์ ตรงกลางของภาชนะปลูก ใช้ วัสดุเพาะ เช่น แกลบสด ขี้เถ้าแกลบ ขุยมะพร้าว กลบเมล็ด 5. ดูสารละลายธาตุอาหารให้ อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคุมค่า EC (ความเข้มข้นของธาตุอาหาร พืช) ให้มีค่าระหว่าง ๑-๑.๘ ปรับลดค่าโดยการเติมน�้าเปล่า หากต้องการเพิ่มค่า EC ให้เติม สารละลายธาตุอาหารเพิ่ม 8. ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ ๓-๗ วัน ควรท�าการถ่ายน�้า สารละลายออกจากท่อ และ เปลี่ยนเป็นใช้น�้าเปล่าแทน น�้าเปล่า ขั้นตอนการปลูกพืชใน สารละลายธาตุอาหาร ๔. เตรียมรางปลูก ติดตั้งระบบ สารละลายธาตุอาหารสาร A และสาร B โดยผสมน�้าอัตราส่วน ๑๐๐ ซีซี ต่อน�้า ๑๐ ลิตร เมื่อ ต้นกล้ามีอายุ ๒ สัปดาห์ จึงน�า ไปวางในรางปลูก เดินปั๊มน�้า การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 6๓ สั้น เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ เนื่องจากประหยัดพื้นที่ สามารถใช้พื้นที่เล็ก ๆ ภายในครัวเรือนท�า 1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย นักเรียนควรรู 1 ผักสลัด ผักสลัดที่นิยมรับประทานมีอยูดวยกันหลากหลายชนิด เชน • ผักกาดคอส รสชาติขมเล็กนอย มีความกรอบและเบา เหมาะที่จะนําไป ทําเปนซีซารสลัด อุดมไปดวยวิตามินซี โพแทสเซียม มีไฟเบอรและกรดโฟเลตสูง • ผักกาดหอมบัตเตอรเฮด รสชาติหวาน กรอบ อรอย เหมาะที่จะนําไป รับประทานคูกับเนื้อปลาทูนาและเนื้อสัตวชนิดอื่นๆ อุดมไปดวยวิตามินเอ โพแทสเซียม และกรดโฟเลต • ผักกาดแกว รสชาติหวาน กรอบ อุดมไปดวยไฟเบอร วิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม กรดโฟเลต และสารอาหาร รวมถึงแรธาตุที่มีประโยชนตอรางกาย • ผักเรดโอกและกรีนโอก มีทั้งสีแดงและสีเขียว มีรสหวาน กรอบ มีกากใยอาหารสูง ชวยลางผนังลําไส • เรดิชิโอ มีสีแดงอมมวง รสขมเล็กนอย อุดมไปดวยวิตามินซีและธาตุเหล็ก ที่สูงมาก ขั้นสอน 23. ครูถามนักเรียนวา • กอนเริ่มตนการปลูกพืชไรดินจะตองเตรียม สิ่งใดกอนเปนลําดับแรก (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 24. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเพาะตนกลาเพื่อ การปลูกพืชไรดินทําได 2 วิธี คือ การเพาะกลา ในแผนฟองนํ้า เตรียมฟองนํ้าขนาด 1x1x1 นิ้ว กรีดตรงกลางลึก 0.5 นิ้ว นําเมล็ดพันธุใสตรง กลางแผนฟองนํ้าที่กรีด รดนํ้าใหชุม นําไปวาง ในภาชนะที่มีนํ้าประมาณ 0.5 นิ้ว เมื่อเมล็ด เริ่มงอกใหนําออกมาพบแสงแดดออนๆ พรอมทั้งตรวจสอบความชื้นของฟองนํ้าเสมอ เมื่อตนกลามีอายุครบ 7 วัน หรือออกใบแท ครบ 3 ใบ ใหยายไปปลูกในรูของแผนโฟม โดยตรง การเพาะกลาในวัสดุปลูก หาก ตองการเพาะกลาในกระบะทราย ใหทํา กระบะทรายขนาด 0.5x1 เมตร โดยใช ทรายเปนวัสดุเพาะ ใชไม หรือนิ้วทําเปนรอง โรยเมล็ดลงไป กลบดวยทราย รดนํ้าใหชุม เก็บไวในที่รม หากตองการเพาะในขุยมะพราว ใหบรรจุลงวัสดุในถวยเพาะ หรือกระบะเพาะ อาจใสครึ่งหนึ่ง หรือใสเต็มก็ได หยอดเมล็ด พันธุลงไปลึก 1 เซนติเมตร รดนํ้าใหชุม นําไป วางในภาชนะที่มีนํ้าประมาณ 1 เซนติเมตร เก็บไวในที่รม เมล็ดพันธุจะงอกภายใน 3-5 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอกใหนําออกมารับแสงแดด และใหสารละลายแบบเจือจาง เมื่อตนกลา มีอายุในชวง 2-3 สัปดาห หรือออกใบแท อยางนอย 5 ใบ ใหยายไปปลูกในแปลงปลูก” ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกพืช ไรดิน โดยสามารถสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย จากนั้นนําขอมูลที่ไดมาแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกันและกันกับเพื่อน รวมชั้นเรียน พรอมทั้งสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกพืชไรดินลงใน กระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนปลูกพืชไรดินภายในบานของตนเอง โดยเลือก พันธุพืชตามความสนใจ 1 ชนิด และนําความรูที่ไดจากการศึกษา เกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกพืชไรดินมาประยุกตใชอยางเหมาะสม พรอมทั้งบันทึกผลการเจริญเติบโตของตนพืชที่เลือกเปนระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T71
ขอสอบเนนการคิด ตัวอย่าง เครื่องเติม อากาศ ปม ๓.๔ การปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงปลา (Aquaponics) ระบบการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงปลา หรือที่เรียกว่า “Aquaponics” เป็นการน�าแนวคิดต่อ ยอดจากการเพาะปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหาร แต่ปรับเปลี่ยนมาใช้น�้าที่เลี้ยงปลาเป็นแหล่งน�้า และธาตุอาหารแก่พืช เนื่องจากการเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์มีการให้อาหารปลา และปลาจะขับของ เสียออกมาทุกสัปดาห์ จึงต้องมีการถ่ายเทน�้าทิ้งและเติมน�้าลงไปใหม่ประมาณครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงใช้น�้าทิ้งดังกล่าวเพาะปลูกพืช แต่ต้องเลือกพืชที่ ไม่ต้องการธาตุอาหารสูงมากนัก เช่น ผักบุ้ง เนื่องจากน�้าที่ได้จากระบบเลี้ยงปลามีค่า pH ค่อนข้าง เป็นกลาง-ด่างอ่อน ท�าให้ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช ค่า pH ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ของพืชอยู่ที่ ๖.๐-๗.๐ (กรดอ่อน-กลาง) เป็นค่าที่ธาตุอาหารต่าง ๆ สามารถละลายออกมาและพืชน�า ไปใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่หากปรับค่า pH ให้เหมาะกับการผลิตพืช จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปลา ดังนั้น จึงควรศึกษาพืชที่เหมาะสมกับระบบ หรือพัฒนาระบบและดัดแปลงให้เหมาะกับการเลี้ยงปลา ร่วมกับการผลิตพืช สิ่งที่ต้องค�านึงถึง คือ อัตราส่วนระหว่างปริมาตรน�้าที่ใช้เลี้ยงปลา นอกจากเป็นตัวก�าหนด สัดส่วนจ�านวนปลาที่เลี้ยงและอาหารที่ ให้แล้ว ยังเป็นปริมาตรน�้าที่ใช้ส�าหรับการปลูกพืช ซึ่งส่วนใหญ่ จะเลือกใช้พืชผักสวนครัวเป็นหลัก การปลูกพืช ร่วมกับการ เลี้ยงปลา ปริมาณน�้าในบ่อปลา ๑๐๐ ลิตร ปล่อยปลา ๑ กิโลกรัม ปลูกพืชในภาชนะที่มีปริมาตรน�้า ๑๐๐-๒๐๐ ลิตร ค่าความเป็นกรดด่างในน�้าเลี้ยงปลามีความส�าคัญส�าหรับแบคทีเรียที่ช่วยเปลี่ยนของเสียจากปลาเป็นสารอาหาร ส�าหรับพืช สามารถปรับค่าความเป็นกรดด่าง โดยใช้น�้าหมักชีวภาพอัตรา ๑ : ๑๐๐ (เติมเพื่อลดค่า pH ให้อยู่ ใน ระดับที่สมดุลต่อการเลี้ยงปลาและปลูกพืช ใช้ ในกรณีที่ค่า pH สูงกว่า ๗.๐) วัสดุที่ ใช้ปลูกควรเป็นหินศิลาแลง เพราะมีรูพรุนส�าหรับเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก หรือใช้ขุยมะพร้าวล้างน�้าและแช่น�้าหมักชีวภาพเป็นวัสดุปลูก นอกจากนี้ ต้องติดตั้งระบบบ�าบัดน�้าที่ออกจากการเพาะปลูกพืชให้เหมาะกับการเลี้ยงปลา 6๔ นักเรียนคิดวาการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา (Aquaponics) มีขอดีอยางไร (แนวตอบ ขอดีของการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลามีหลาย ประการ เชน จัดเปนรูปแบบของเกษตรอินทรียในรูปแบบหนึ่ง ชวยลดการปนเปอนของเชื้อโรคที่ปะปนมากับดิน ชวยลดขอจํากัด เรื่องปริมาณนํ้า เนื่องจากเปนระบบประหยัดนํ้า ชวยลดขอจํากัด เรื่องความอุดมสมบูรณของดิน ไมมีการปลอยนํ้าเสียออกสูภายนอก ทําใหเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ไมใชสารเคมีกําจัดศัตรูพืช ซึ่งจะสงผล ใหผูผลิตและผูบริโภคเกิดความปลอดภัย ควบคุมสภาพแวดลอม ไดเปนอยางดี และสามารถผลิตไดตลอดทั้งป) ขั้นสอน 25. ครูถามนักเรียนวา • การปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา เปนการ ปลูกพืชที่มีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การปลูกพืชรวมกับการ เลี้ยงปลาเปนการใชนํ้าทิ้งที่เกิดจากการ เลี้ยงปลามาใชในการเพาะปลูกพืช โดยพืช จะไดรับธาตุอาหารจากการที่ปลาขับถาย ของเสียออกมา แตพืชที่ปลูกจะตองเปน พืชที่ไมตองการธาตุอาหารสูงมากนัก จึง จะสามารถเจริญเติบโตไดดี เชน ผักบุง) • นักเรียนคิดวาปลาชนิดใดสามารถนํามา เลี้ยงในระบบนี้ได (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ปลาที่สามารถนํามาเพาะ เลี้ยงในระบบนี้ไดมีอยูดวยกันหลายชนิด ไมวาจะเปนปลานิล ซึ่งเปนปลาที่มีความ อดทนและมีความสามารถในการปรับตัว เขากับสภาพแวดลอมภายในบอเลี้ยงไดเปน อยางดี มีความตานทานตอการเปลี่ยนแปลง คุณภาพของนํ้าไดชวงกวาง สวนปลา จําพวกปลาคารป ปลาดุก ปลาตะเพียนขาว ปลาแรด ก็สามารถนํามาเลี้ยงในระบบนี้ได เชนเดียวกัน) 26. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “พืชที่สามารถนํามา ปลูกในระบบนี้ไดมีอยูดวยกันหลายชนิด ซึ่ง จะแบงออกเปนใหญๆ ได 3 กลุม คือ กลุม ผักกินใบ เชน ผักกาด ตนหอม กลุมผัก กินผล เชน มะเขือเทศ แตงกวา พริก และ กลุมพืชผักสมุนไพร เชน กะเพรา โหระพา สะระแหน” เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธของการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา ใหนักเรียนฟงวา จํานวนพืชมีความสัมพันธโดยตรงกับจํานวนปลา ขนาดของ ปลา และปริมาณอาหารที่ใหปลาในแตละวัน จากการทดสอบพบวา ในแตละ 60-100 กรัมของอาหารปลาที่ใหในแตละวัน สามารถปลูกพืชได 1-3 ตาราง เมตร ถังเลี้ยงปลาขนาด 1 ตัน รองรับแปลงปลูกพืชแบบแชรากลึกไดประมาณ 10 ตารางเมตร ปลอยปลานิลขนาด 30 ตัวตอกิโลกรัมได 100 ตัว ปลอยปลาดุก ขนาด 2 นิ้วได 500 ตัว ใน 1 รอบการผลิต ใชเวลาเลี้ยงปลา 4 เดือน จะผลิต ผักบุง หรือผักสลัดได 8 รุน หรือผลิตมะเขือเทศได 1 รุน สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา ไดที่ https://www. youtube.com/watch?v=i3oI5nGc1B4 นํา สอน สรุป ประเมิน T72
การปลูกพืชไรดินแนวตั้งจึง เกิดเปนนวัตกรรมทางการเกษตรที่ ชวยใหผูที่จะเพาะปลูกสามารถปลูก โดยประหยัดพื้นที่ เปนการปลูก ที่ชวยประหยัดพลังงาน เนื่องจาก เปนการปลอยใหนํ้าไหลในแนวดิ่ง ใชทรัพยากรบุคคลนอย คนเดียวก็ สามารถดูแลได โดยระบบไหลเวียน ของนํ้า คือ นํ้าจะถูกปมนํ้าดูดนํ้าเพื่อ ดึงขึ้นไปยังจุดบนสุดแลวปลอยนํ้าให ไหลลงไปตามชั้นปลูกแตละชั้น คลาย กับนํ้าตกในธรรมชาติ นํ้าที่ตกลงมา จะมีออกซิเจนและมีอุณหภูมิที่เย็น กวานํ้าที่อยูในพื้นราบ ซึ่งนํ้าที่มีความ เย็นจะชวยใหศัตรูพืชนอย สามารถ ปลูกพืชที่ตองการอากาศเย็นได การปลูกพืชไรดินแนวตั้งหรือ การปลูกแบบคอนโดมิเนียมสามารถ ออกแบบใหมีขนาดเหมาะสมกับ ที่พักอาศัย เพื่อใหสะดวกตอการ ปลูกในครัวเรือน รวมถึงออกแบบ สําหรับปลูกเพื่อการคาได เนื่องจาก ใหผลผลิตไวและมีคุณภาพ »ÅÙ¡¾×ªäÃŒ´Ô¹ã¹¾×é¹·Õè¨íÒ¡Ñ´ ปัจจุบันมีความต้องการปลูกพืชไร้ดิน มากขึ้น เพราะความใส่ใจในสุขภาพของคน ยุคใหม่ แต่มีอุปสรรคในเรื่องของพื้นที่ปลูก การปลูกพืชไร้ดินแนวสูงแบบคอนโดมิเนียม จะช่วยลดข้อจ�ากัดในเรื่องพื้นที่ในการปลูก พืชไร้ดินได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้น จากขนาดพื้นที่เท่าเดิม การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 65 กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชไรดินใน รูปแบบตางๆ จากนั้นเลือกวิธีการปลูกพืชไรดินตามความสนใจ 1 รูปแบบ 2. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการปลูกพืชไรดินใหพรอม ลงมือ ปฏิบัติการปลูกพืชไรดิน พรอมทั้งบันทึกผลการเจริญเติบโตของ ตนพืชที่เลือกสงครูผูสอนเปนระยะ โดยมีระยะเวลารวมในการ ปฏิบัติงานทั้งหมด 1 เดือน 3. เมื่อครบตามระยะเวลาที่กําหนด ใหนักเรียนออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน ในประเด็นที่ครูกําหนดให คือ รูปแบบการปลูกพืชไรดินที่เลือก เหตุผลในการเลือกรูปแบบการ ปลูกพืชไรดิน พืชที่นํามาใชในการเพาะปลูก วัสดุ อุปกรณที่ใช ในการปลูกพืชไรดิน ขั้นตอนการปลูกพืชไรดิน ปญหาที่พบและ แนวทางการแกปญหา ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติงานการปลูกพืชไรดิน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง เกษตร อินทรียและการปลูกพืชไรดิน ขั้นสอน 27. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ปลูกพืชไรดิน ในพื้นที่จํากัด ในกรอบ Know More จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 28. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกปฏิบัติการปลูกพืช ไรดิน โดยปลูกพืชกลุมละ 1 ชนิด ซึ่งนักเรียน สามารถเลือกใชวิธีการปลูกพืชไรดินดวย ระบบใดก็ไดตามความสนใจ 1 ระบบ ใชระยะ เวลา 2 เดือน จดบันทึกผลการปฏิบัติงานลง ในแบบบันทึก สงครูผูสอนทุกๆ 2 สัปดาห 29. เมื่อครบตามระยะเวลาตามที่กําหนด ครูให นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะ เพิ่มเติม แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 นํา สอน สรุป ประเมิน T73
ขอสอบเนนการคิด ๔ การผลิตพืชในโรงเรือน การผลิตพืชในโรงเรือนมีหัวใจส�าคัญ คือ การรักษาความสะอาดภายในโรงเรือนเพื่อป้องกัน การเกิดเชื้อโรค เนื่องจากโรงเรือนมีลักษณะปิด จึงเป็นแหล่งสะสมของโรคได้ง่าย ควรควบคุม ปริมาณคนเข้า-ออก เพื่อป้องกันพาหะการเกิดโรค และล้างภาชนะปลูกในแต่ละรอบการผลิตพืช ๔.๑ การผลิตพืชในโรงเรือน การผลิตพืชในโรงเรือนจะป้องกันความเสียหายจากน�้าฝนและน�้าค้างได้ ในช่วงระหว่างวัน อุณหภูมิอากาศค่อนข้างสูง ท�าให้อุณหภูมิในโรงเรือนสูงกว่าภายนอกมาก ควรเลือกรูปทรงของ โรงเรือนให้เหมาะกับการใช้งาน โดยโรงเรือนมีรูปแบบต่าง ๆ เช่น Trick การเลือกพืชให้เหมาะสมกับโรงเรือน การผลิตพืชในโรงเรือนมีต้นทุนสูงจึงควร เลือกพืชที่มีมูลค่าสูงเพื่อผลตอบแทนที่ คุ้มค่าต่อการลงทุน ตัวอย่างพืชที่มีการ ผลิตในโรงเรือนเพื่อการค้า เช่นการผลิต ผักสลัดและเมล็ดพันธุ์ผัก การปลูกผัก อินทรีย์ การปลูกมะละกอ มะกรูดตัดใบ พริกหวานมะเขือเทศเมลอนสตรอว์เบอร์รี ส ่วนใหญ ่ระบบการผลิตพืชในโรงเรือน มักจะใช้ระบบการปลูกแบบไม ่ใช้ดิน เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ โรงเรือนกระจก โรงเรือนพอลิคาร์บอเนต โรงเรือนระบบปิดแบบอีแวป แสงส่องผ่านได้ดี ทนทานต่อรังสียูวี มีน�้าหนักมาก ไม่ทนต่อแรงกระแทก มีอุณหภูมิสูงเนื่องจากแสงผ่านได้ ถึง ๙๐% จึงเหมาะกับสภาพเขตหนาว มีลักษณะแข็งและโค้งงอได้แสงผ่านได้ ๗๐-๘๐% ใช้งานได้ ๗-๑๐ ปี มีราคาสูง จึงไม่นิยมใช้ส�าหรับโรงเรือน ผลิตพืช นิยมใช้เป็นวัสดุโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ระบบการระเหยน�้า โดยใช้น�้าหล่อผ่านแผงรังผึ้ง(coolingpad) และใช้พัดลมเป ่าและดูดไอน�้า ส ่งไอเย็นทั่วทั้งโรงเรือนท�าให้พืช เจริญเติบโตดีและมีคุณภาพ แต่มีข้อเสีย คือ มีต้นทุนการผลิตและ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง เหมาะส�าหรับการผลิตพืชที่มีมูลค่าสูง 66 การผลิตพืชในโรงเรือน ทนทานต่อรังสียูวี 1 2 ขั้นนํา (แบบโครงการเปนหลัก) ขั้นที่ 1 ให้ความรู้พื้นฐาน 1. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อทบทวนความรูเดิม เกี่ยวกับการทําการเกษตรวา “การทําการ เกษตรที่นักเรียนไดเรียนรูไปแลวนั้น ไมวา จะเปนการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูก พืชไรดิน เพื่อไวรับประทานในครัวเรือน หรือ จําหนายเพื่อเปนอาชีพแลว ยังมีการผลิตพืชใน โรงเรือนที่เปนระบบปดอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการผลิตพืชในลักษณะนี้จะเปนการควบคุม สภาพแวดลอมที่เปนปจจัยในการเจริญเติบโต ของพืช เชน แสง นํ้า อุณหภูมิ ธาตุอาหาร โดยอาศัยเทคโนโลยีทางการเกษตรเขามาชวย เพื่อใหพืชสามารถออกผลผลิตไดอยางรวดเร็ว สะอาด ไดคุณภาพ และเกิดความปลอดภัย เมื่อนํามาบริโภค” 2. ครูถามนักเรียนวา • คําวา “โรงเรือน” หมายถึงสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน โรงเรือน หมายถึง อาคาร ที่มีลักษณะโครงสรางแข็งแรงไดมาตรฐาน ตามหลักวิศวกรรม ถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช สําหรับการเพาะปลูกพืชในสภาพแวดลอม ที่มีการควบคุมและปองกัน กําแพงและ หลังคาโดยสวนใหญจะสรางโดยเลือกใช วัสดุโปรงใส หรือใหแสงผานไดครึ่งหนึ่ง หรือ ผานไดทั้งหมด เพื่อใหแสงแดดที่จําเปนตอ การเจริญเติบโตของพืชสามารถสองผานได) • นักเรียนรูจัก หรือเคยเห็นการผลิตพืชใน โรงเรือนหรือไม หากเคย มีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงสําหรับการผลิตพืชในโรงเรือนคือสิ่งใด 1. ความสะอาด 2. ความทันสมัย 3. ความสวยงาม 4. ความประหยัด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการผลิตพืชในโรงเรือน จําเปนตองรักษาความสะอาดภายในโรงเรือน เพื่อปองกันการเกิด เชื้อโรค เนื่องจากโรงเรือนมีลักษณะปด จึงเปนแหลงสะสมเชื้อโรค ไดงาย ดังนั้น จึงควรควบคุมปริมาณการเขา-ออกโรงเรือนของคน และลางทําความสะอาดภาชนะปลูกในแตละรอบการผลิตพืช ทุกครั้ง) นักเรียนควรรู 1 โรงเรือน โรงเรือนมีประโยชนหลายประการ เชน ชวยปองกันแมลงและสัตว ที่จะมารบกวนตนพืช เชน ตนกลาตองระวังนก หนู และแมลงตางๆ กินใบ ไปจนถึงแมลงที่จะมาทําลายผลผลิต ซึ่งหากปลูกพืชกลางแจงจะทําใหยากตอ การควบคุม การสรางโรงเรือนจึงชวยลดการระบาดของแมลงตางๆ ทั้งยังชวย ใหสามารถควบคุมปริมาณนํ้าที่จะใหพืชในชวงฤดูฝนไดอีกดวย สงผลทําใหตน พืชไมเกิดเชื้อราไดงาย 2 รังสียูวี หรือรังสีอัลตราไวโอเลต เปนรังสีที่มีความยาวคลื่นนอยกวา 400 นาโนเมตร เปนรังสีที่พืชไมสามารถใชประโยชนใดๆ ได สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรือนปลูกผักขนาดเล็กในพื้นที่จํากัด ไดที่ https://www.thaiticketmajor.com/variety/lifestyle/10829/ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T74
ขอสอบเนนการคิด ๔.๒ โรงงานผลิตพืช (Plant factory) การปลูกพืชในระบบปิด (Closed Plant Production System) ที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยในการ เจริญเติบโตของพืช เช่น แสง น�้า อุณหภูมิ ธาตุอาหาร ให้ตรงกับความต้องการของพืชสามารถผลิตพืชได้ตลอดทั้งปี และมีรอบการผลิตที่เร็วขึ้นการท�างานหรือระบบจัดการภายใน โรงงานผลิตพืชเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติผ่านโปรแกรมและ อาศัยระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of things) มีการใช้เครื่องมือวัดความแม่นย�า (Sensor)ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับความต้องการของพืชมาประมวลและปรับค่าเมื่อมีความ คลาดเคลื่อนเกิดขึ้นต้องอาศัยข้อมูลพื้นฐานความต้องการ ของพืช (Crop requirement) ที่มีความละเอียดมาใช้ในการ จัดการ นับตั้งแต่กระบวนการเพาะเมล็ดจนกระทั่งเก็บเกี่ยว ผลผลิต ระบบการผลิตพืชในรูปแบบนี้มนุษย์จะเข้าไปมี บทบาทน้อยมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส�าหรับการผลิตพืชเพื่อ วัตถุประสงค์เฉพาะเช่นการผลิตพืชสมุนไพรที่ต้องการตัวยา ในปริมาณสูงและคงที่ทุกรอบการผลิต หรือการผลิตพืชที่มี มูลค่าสูงที่จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน ระบบการผลิตพืชในโรงงานผลิตพืชส่วนใหญ่ใช้ระบบ ผลิตพืชแบบไม่ใช้ดิน เช่น ไฮโดรพอนิกส์การปลูกพืชใน วัสดุปลูก (Substrate) ที่ใช้สารละลายธาตุอาหารสูตรเฉพาะ ของชนิดพืชและปรับตามระยะการเจริญเติบโตของพืช Be careful การผลิตพืชแบบโรงงานผลิตพืชเป็น การผลิตในระบบปิด จึงต้องให้ความ ส�าคัญ ดังนี้ • รักษาความสะอาด • มีสภาพปลอดเชื้อ เนื่องจากเป็นระบบปลูกพืชระบบปิด หากเกิดการติดเชื้อก่อโรคจะท�าให้เกิด การแพร ่ระบาดได้ง ่ายและสูญเสีย ผลผลิตทั้งหมดในรอบการผลิตนั้น และยังส่งผลต่ออุปกรณ์และเครื่องมือ ต่าง ๆ อีกด้วย โรงเรือนอัจฉริยะ มีการติดตั้งเครื่องมือวัดความแม่นย�าที่เกี่ยวข้องกับความต้องการ ของพืช เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มแสง ค่าความชื้นในวัสดุปลูก น�าข้อมูลต่าง ๆ แสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน และปรับระบบต่าง ๆ ได้ อัตโนมัติโดยสามารถตั้งโปรแกรมการท�างานส�าหรับการผลิตพืช เช่น ระบบการให้ปุ๋ยผ ่านระบบน�้าอัตโนมัติสามารถก�าหนดได้ว ่าปริมาณ เท่าใด หรือกี่รอบต่อวัน หากอุณหภูมิภายในโรงเรือนสูงเกินค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะสั่งการให้ลดอุณหภูมิ เช่น การท�างานของระบบการระเหย (Evaporation) การใช้สเปรย์พ่นหมอกหรือพัดลมระบายอากาศ การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 67 แสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน โดยสามารถตั้งโปรแกรมการท� 1 การปลูกพืชในระบบปดมีขอดีอยางไร (แนวตอบ การปลูกพืชในระบบปดมีขอดีหลายประการ เชน ชวยใหสามารถผลิตพืชไดตลอดทั้งปและมีรอบการผลิตที่เร็วขึ้น ควบคุมการเจริญเติบโตของพืชทั้งสภาพแสง ความชื้น อุณหภูมิ แรธาตุ ชวยปองกันแมลงศัตรูพืช หรือสิ่งแปลกปลอมตางๆ การ ทํางานเปนระบบสั่งการอัตโนมัติผานโปรแกรมและอาศัยระบบ อินเทอรเน็ตเปนหลัก รวมถึงมีการใชเครื่องมือวัดความแมนยํา ตางๆ ที่มีความเกี่ยวของกับความตองการของพืช เชน การเพาะ เมล็ด การเก็บเกี่ยวผลผลิต) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูเปดคลิปวิดีโอการผลิตพืชในโรงเรือน ประเภทตางๆ ใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียน ไดฝกการสังเกตลักษณะกระบวนการผลิตพืช ในโรงเรือนประเภทตางๆ วามีลักษณะอยางไร พืชสามารถเจริญเติบโตไดดีหรือไม โดยหลัง จากการดูคลิปวิดีโอ ครูใหนักเรียนรวมกัน แสดงความคิดเห็นไดอยางอิสระ 2. ครูสนทนากับนักเรียนวา “เมื่อไดเรียนรูเกี่ยวกับ การผลิตพืชในโรงเรือนแลว เมื่อพืชมีการ เจริญเติบโตอยางเต็มที่ก็จะตองมีการเก็บเกี่ยว ผลผลิต นักเรียนทราบหรือไมวาการเก็บเกี่ยว ผลผลิตพืชมีวิธีการอยางไร” ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมศึกษา เรื่อง การผลิตพืช ในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 หรือศึกษา เพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 4. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิต พืชในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 5. ครูถามนักเรียนวา • สิ่งสําคัญที่จะตองคํานึงถึงสําหรับการผลิต พืชในโรงเรือนทุกประเภทคือสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การรักษาความสะอาด ของโรงเรือน อุปกรณ เครื่องมือตางๆ ที่ใช ในการผลิตพืช ควรควบคุมการเขา-ออก ของผูผลิตรวมถึงผูอื่นดวย เพื่อปองกัน การเกิดเชื้อโรค) นักเรียนควรรู 1 แอปพลิเคชัน แอปลิเคชันที่เหมาะสมกับการทําเกษตรกรรมและเกษตรกร ควรมีไวใชงาน เพื่อความสะดวกรวดเร็ว มีใหเลือกหลากหลายแอปพลิเคชัน เชน ProtectPLANTs เปนแอปลิเคชันที่ใหความรูเกี่ยวกับโรคพืชและศัตรูพืช มี การวินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องตน การวินิจฉัยชนิดพืช สามารถพยากรณเตือนสภาพ อากาศที่จะเกิดขึ้นได ทั้งยังพยากรณเตือนการระบาดของศัตรูพืชที่อาจมี ผลกระทบตอการทําการเกษตร InsectShot เปนแอปลิเคชันการถายภาพเพลี้ย กระโดดสีนํ้าตาลในแปลงนา โดยเมื่อถายภาพเสร็จจะ สงภาพไปที่เครื่องแมขาย เครื่องแมขายจะทําหนาที่ ในการประมวลผลนับจํานวนเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลให โดยทันที ซึ่งในอนาคตมีโครงการที่จะพัฒนาโปรแกรม ตรวจนับปริมาณเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลที่เขาไปใน กับดักแสงไฟ เพื่อลดขั้นตอนการนับดวยแรงงานคน อีกดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T75
ขอสอบเนนการคิด ชนิดของพืช การเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับชนิด ของพืชที่ปลูก โดยเวลา ที่เหมาะสม คือ เวลาเช้า หรือเวลาเย็น อายุของพืช พืชมีอายุเก็บเกี่ยวต่างกัน จึงต้องศึกษาอายุการเก็บเกี่ยว ค�านวณระยะเวลา เพื่อ เตรียมเก็บเกี่ยวและ จัดจ�าหน่าย รูปร่าง สีสัน ขนาดของพืช พืชบางชนิดเมื่อเจริญเติบโต เต็มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในด้าน ต่าง ๆ ผู้ปลูกจึงต้องอาศัยความ ช�านาญในการสังเกต สภาพดิน ฟ้า อากาศ ไม่เก็บเกี่ยวขณะที่ฝนตก และหลังฝนตก เพราะจะเปียกชื้น เน่าเสียได้ง่าย ไม่เก็บเกี่ยว ขณะที่อากาศร้อนจัด เพราะจะ เหี่ยวเฉา ไม่ได้คุณภาพ เครื่องมือเก็บเกี่ยว ผลผลิตจะมีคุณภาพดี เสียหายน้อย ต้องรู้จักเลือกใช้ เครื่องมือเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับพืช แต่ละชนิด ๕ การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชทั้งพืชสวนและพืชไร่ จ�าเป็นต้องบริหารจัดการตั้งแต่แปลงปลูก การ เก็บเกี่ยว การบรรจุภัณฑ์ จนถึงการเข้าสู่ตลาดเพื่อการจ�าหน่าย โดยใช้แนวทางการปฏิบัติที่ แตกต่างกันตามชนิดของพืช เพื่อให้พืชมีคุณภาพ ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน ๕.๑ หลักการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตนับเป็นขั้นตอนส�าคัญ การปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลัก การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จะช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพ เก็บได้นาน ไม่เน่าเสียง่าย สามารถน�าไป จ�าหน่ายได้ราคาดี โดยหลักการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช มีสิ่งที่ควรค�านึงถึงแตกต่างกัน ดังนี้ 68 การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ • การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชมีหลักในการปฏิบัติ อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ศึกษาอายุการเก็บเกี่ยว ผลผลิตแตละชนิด เพราะมีอายุการเก็บเกี่ยว ที่แตกตางกัน สังเกตความเปลี่ยนแปลงของ รูปราง สีสัน และขนาดกอนเก็บเกี่ยว ไมควร เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชในขณะที่ฝนตกและ หลังฝนตก หรือในชวงที่อากาศรอนจัด ควรเก็บในชวงเชา หรือชวงเย็น และควร เลือกใชเครื่องมือในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ที่ถูกตองเหมาะสมกับพืชแตละชนิด) 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จะกระทําเมื่อใดนั้นขึ้นอยูกับชนิด หรือประเภท ของพืชที่ทําการเพาะปลูกดวย เชน พืชผักและ ดอกไม ควรทําการเก็บเกี่ยวในเวลาที่อากาศ ไมรอนอบอาว เพื่อชวยปองกันไมใหผลผลิต เหี่ยวเฉา เพราะหากทําการเก็บเกี่ยวในชวงที่ อากาศรอนอบอาว พืชผักที่เก็บเกี่ยวจะคายนํ้า ออกมามาก ทําใหเกิดการสูญเสียนํ้า เกิดการ เหี่ยวเฉาไดงาย นํ้าหนักลด คุณภาพไมดี ดังนั้น ชวงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช คือ ชวงเชา หรือชวงเย็น สําหรับการเก็บเกี่ยว ผลไมสวนมากจะเก็บเกี่ยวไดทุกเวลา แลวแต ความสะดวกของผูปลูก แตการเก็บเกี่ยวผลไม บางชนิด เชน ทุเรียน มังคุด มะขาม องุน มะมวง ผลไมจะแก หรือสุกไมพรอมกัน ดังนั้น ผูเก็บเกี่ยวจึงตองทําการเก็บเกี่ยวหลายครั้ง โดยแตละครั้งจะตองเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะ ผลผลิตที่แก หรือสุกเทานั้น” การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชควรคํานึงถึงสิ่งใด (แนวตอบ สิ่งสําคัญที่ตองคํานึงถึงในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช คือ ชนิดของพืชที่ปลูก ซึ่งพืชแตละชนิดจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวที่ แตกตางกัน อายุของพืช ควรทําการศึกษาอายุการเก็บเกี่ยวของ พืชแตละชนิด สภาพดิน ฟา อากาศ ไมควรเก็บเกี่ยวในขณะที่ ฝนตกและหลังฝนตก หรืออากาศรอนจัด รูปราง สีสัน และขนาด ของพืช พืชแตละชนิดจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ แตกตางกัน เครื่องมือที่ใชในการเก็บเกี่ยว ควรเลือกใชเครื่องมือ เก็บเกี่ยวที่ถูกตองและเหมาะสมกับชนิดของพืช) นักเรียนควรรู 1 การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช พืชแตละชนิดจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกตางกัน เชน • พืชผักกินราก เชน ผักกาดหัว มันเทศ แครรอต จะเก็บเกี่ยวตามอายุ และขนาดที่กําหนดไว ไมควรปลอยทิ้งไวใหแก และตองไมขุดใหเกิดแผล หรือ รอยชํ้าที่ผิว • พืชผักพวกลําตนใตดิน เชน มันฝรั่ง เผือก ควรปลอยใหใบแหงกอน เก็บเกี่ยว เพื่อใหมีระดับความชื้นตํ่า การใชเครื่องทุนแรงเก็บเกี่ยวตองระวัง ปญหาการถูกทําลายของหัว • พืชผักกินใบและกินตน เชน ผักกาด กะหลํ่า จะเก็บเกี่ยวเมื่อเจริญเติบโต เต็มที่ โดยใชมีดตัดใหถึงโคนชิดรากมากที่สุด และควรเก็บเกี่ยวภายในครั้งเดียว • พืชผักกินผลและเมล็ด เชน ขาวโพดหวาน ถั่วชนิดตางๆ แตงชนิดตางๆ ควร เก็บในชวงเชา เพราะจะทําใหระดับนํ้าตาลของพืชผักสูงกวาการเก็บในชวงบาย เก็บโดยใชมีดตัด โดยระมัดระวังอยาใหผลผลิตตกลงพื้นดินในระหวางเก็บเกี่ยว นํา สอน สรุป ประเมิน T76
ขอสอบเนน การคิด ๕.๒ หลักการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวจะช่วยเก็บรักษาให้ผลผลิตพืชมีคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภคได้ ซึ่งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช มีวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามความต้องการ ทั้งการน�าไปบรรจุภัณฑ์ หรือการแปรรูปก่อนน�าไปบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษาผลผลิตพืชในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับผลผลิต พืชชนิดนั้น ๆ หลักการปฏิบัติ หลังเก็บเกี่ยว ผลผลิตพืช การรักษาคุณภาพของผลผลิต ช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพทั้งความสดและรสชาติ ได้มาตรฐานตรงตามที่ผู้บริโภคต้องการ ปญหาเกี่ยวกับการตลาดและการจ�าหน่าย ผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานจะช ่วยลด ปัญหาระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ท�าให้การซื้อขาย ด�าเนินไปได้ด้วยดี การแปรรูป สามารถท�าได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ ผลผลิต ลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต การบรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อ ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการ ซื้อผลผลิตที่บรรจุอย่างสวยงาม มีความสด และ สะอาด การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 6๙ การบรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อ 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 7. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงตองใหความสําคัญกับ ขั้นตอนปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เพื่อใหผลผลิตพืชเหลานั้น คงสภาพที่ดีที่สุด เก็บไวรับประทานไดนาน ที่สุด ถึงมือผูบริโภคไดอยางปลอดภัยและ มีคุณภาพที่ดี) • หลักการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชมี ความสําคัญอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีความสําคัญหลาย ประการ คือ เปนการรักษาคุณภาพของ ผลผลิต ชวยใหผลผลิตมีคุณภาพดี ทั้งใน ดานความสดใหม มีรสชาติที่ดี มีมาตรฐาน ดานรูปราง มีขนาดตรงตามลักษณะสายพันธุ ของพืชชนิดนั้นๆ เชน พืชผัก พืชไร ไมผล มีความสดใหม รสชาติหวานกรอบ ผิวเปลือก ไมชํ้าเสียหาย ไมดอก ไมประดับไดรับการ ตัดตกแตงและคัดขนาดที่สวยงาม มีคุณภาพ และมาตรฐานตรงตามความตองการของ ผูบริโภค ชวยเพิ่มมูลคาใหแกผลผลิต โดย นํามาแปรรูปไดอยางหลากหลาย ลดการ สูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตพืชที่สด ชวยสรางงานและสรางรายไดใหแกผูผลิต เชน การแปรรูปพืชผักเปนผักกาดดอง ผักกาดเค็ม การแปรรูปผลไมเปนผลไม อบแหง การทํานํ้าผลไม) • การบรรจุภัณฑ หรือการบรรจุหีบหอที่ดี จะชวยจูงใจผูบริโภคไดหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) “ณิชาเก็บเกี่ยวสตรอวเบอรีที่สุกมากแลวในสวนของตนเอง ซึ่งเธอตองการนําสตรอวเบอรีเหลานั้นไปจําหนายเพื่อหารายได ระหวางเรียน” ณิชาควรนําผลผลิตสตรอวเบอรีที่ไดมาเพิ่มมูลคา อยางไร 1. นําสตรอวเบอรีไปแชแข็ง 2. แปรรูปเปนแยมสตรอวเบอรี 3. นําไปบรรจุหีบหอใหสวยงาม 4. สงออกจําหนายยังตางประเทศ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะสตรอวเบอรีที่ใกลสุก หรือ สตรอวเบอรีที่สุกมากๆ เหมาะจะนํามาแปรรูปเปนแยม เพื่อเปน การเพิ่มมูลคาใหกับผลผลิต ลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต นับเปนแนวทางการสรางรายไดระหวางเรียนที่ดีทางหนึ่ง) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารใหนักเรียนฟงวา การแปรรูป อาหารมีหลากหลายวิธี บางวิธีสามารถทําไดงายในครัวเรือน แตบางวิธีตองทําใน ระดับอุตสาหกรรม ซึ่งอาหารที่ผานการแปรรูปมาแลวบางอยางสามารถเก็บได นานหลายวัน บางอยางเก็บไดเปนเดือนและบางอยางเก็บไดนานเปนป นักเรียนควรรู 1 บรรจุภัณฑ ในการออกแบบบรรจุภัณฑตองคํานึงถึงปจจัยสําคัญหลาย ประการ เชน ประโยชนของการใชงาน ตองหยิบจับงาย จับถนัดมือ มีฝาปดสนิท มิดชิด ใหความรูสึกถึงอารมณของผูบริโภค มีความแปลกใหม สวยงาม โดดเดน และมีคุณภาพ โดยเลือกใชวัสดุที่มีคุณภาพ ปลอดภัย แข็งแรง ทนทานมาผลิต นํา สอน สรุป ประเมิน T77
ขอสอบเนนการคิด ๕.๓ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช พืชแต่ละชนิดมีอายุในการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน บางชนิดมีอายุการเก็บเกี่ยวที่แน่นอน เช่น พืชผัก ไม้ดอก พืชไร่ ซึ่งเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตสั้น อายุการเก็บเกี่ยวน้อย ผู้ปลูกจะต้องค�านึงถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยว ๕.๔ ขั้นตอนปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วการท�าให้ผลผลิตนั้นมีคุณภาพ ก่อนจะเข้าสู่ตลาดหรือถึงมือของผู้บริโภคได้อย่างมั่นใจ ผู้ปลูกควร ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เก็บเกี่ยวขณะยังอ่อน การน�าผลผลิตของพืชมาใช้ ประโยชน์ในขณะที่ยังมีอายุน้อย หรืออ่อนอยู่ ส่วนมากจะเป็น ผลผลิตประเภทผัก เก็บเกี่ยวเมื่อแก่เต็มที่ การเก็บเกี่ยวเมื่อผลผลิตมีอายุ ระยะหนึ่งที่เจริญเติบโตเต็มที่ แต่ยังไม่สุก ไม่เปลี่ยนสี หรือ เปลี่ยนสีเพียงเล็กน้อย เก็บเกี่ยวเมื่อสุก เก็บเกี่ยวในระยะสุดท้ายของ การเจริญเติบโต เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง สีสัน และ รสชาติ 1. การคัดเลือก คัดแยกผลผลิตที่มีต�าหนิเน่าเสีย จากเชื้อโรคหรือแมลง หรือมี รูปร่างผิดปกติไม่ได้ขนาดออก ๒. การตัดแต่ง น�าผลผลิตที่ได้มาตัดแต่งส่วนที่ เน่าเสียออก ท�าให้เกิดประโยชน์ สูงสุด เช่น น�าส่วนที่เหลือไปท�า น�้าหมักชีวภาพ ๓. การท�าความสะอาด ท�าความสะอาดโดยการล้างน�้า หรือใช้ลมเป่า จะช่วยให้ผลผลิต สะอาด มีความปลอดภัย และ น่ารับประทาน ๔. การคัดขนาด ท�าให้ผลผลิตมีขนาดสม�่าเสมอกัน ในด้านรูปร่างขนาดและสีซึ่งจะ ช่วยจูงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น 5. การบ่ม ท�าให้ผลผลิตสุกและมีสีที่สวยงาม จึงส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น สร้างรายได้ที่ดีให้กับผู้ขาย 6. การเคลือบผิว ช่วยลดการคายน�้า ป้องกันการ ท�าลายของเชื้อโรค ท�าให้ผลผลิต อยู่ได้นาน ส่วนใหญ่ใช้นวลเทียม ในการเคลือบ 7. การบรรจุภัณฑ์ ใช้ภาชนะหลายรูปแบบบรรจุ ผลิตภัณฑ์หรือผลผลิต เพื่อให้ ผู้บริโภคเกิดความสะดวกสบาย ในการเคลื่อนย้าย 8. การขนส่งสู่ตลาด ขนส่งสินค้าไปยังแหล่งจ�าหน่าย ต้องวางแผนระบบการขนส่ง ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ ผลผลิตได้รับความเสียหาย ขั้นตอนปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชแบ่งเป็น ๓ ระยะ 70 ซึ่งเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตสั้น1 จากเชื้อโรคหรือแมลง สูงสุด น�้าหมักชีวภาพ 2 3 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ • เพราะเหตุใดจึงตองมีการนําผลผลิตที่เก็บ ไดมาตัดแตงผลผลิตกอนนําไปจําหนาย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การคัดขนาดผลผลิต เปนการปฏิบัติที่ชวยใหผลผลิตที่ไดมีความ สมํ่าเสมอกันในดานรูปราง ขนาด และสี ทําใหผูบริโภค หรือลูกคาเกิดแรงจูงใจที่จะซื้อ มากกวาผลผลิตที่ไมไดคัดขนาด หรือรูปราง หรือสีที่แตกตางกัน สงผลใหผลผลิตมีมูลคา เพิ่มมากขึ้น และชวยลดการบอบชํ้าจากการ ที่ผูบริโภค หรือลูกคาจับ หรือสัมผัส เพื่อคัด ขนาดดวยตนเอง การคัดขนาดผลผลิตที่มี ปริมาณนอยมักใชแรงงานคนเปนหลัก โดยใช สายตาคน ซึ่งตองใชประสบการณและความ ชํานาญเปนอยางมาก หากเปนกิจการขนาด ใหญที่มีผลผลิตจํานวนมาก เชน สวนสม จะใชเครื่องมือคัดขนาดของผลสมที่แนนอน ตามเสนผาศูนยกลางของสมขนาดตางๆ เชน เบอร 1, 2, 3, 4 หรือขนาดใหญพิเศษ ใหญ กลาง เล็ก ตามลําดับ” 9. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันระดมความคิด วากลุมของตนเองจะเลือกผลิตพืชชนิดใด ใช โรงเรือนประเภทใด เมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่ แลวจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชชนิดนั้นๆ อยางไร 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม นักเรียนควรรู 1 พืชที่มีวงจรชีวิตสั้น หรือพืชระยะสั้น เปนพืชที่ใหผลผลิตเร็ว สามารถ เก็บเกี่ยวไดภายในระยะเวลาไมเกิน 2 เดือน จึงนิยมปลูกเพื่อรับประทานใน ครัวเรือน และสามารถแบงจําหนายได เชน ถั่วงอก ตนออนทานตะวัน ผักบุงจีน กวางตุง เห็ดนางฟา ขึ้นฉาย ผักกาดหอม ผักสลัด 2 แมลง แมลงศัตรูพืชจําแนกเปน 2 ประเภท ตามลักษณะการกัดกิน คือ แมลงปากดูด จะทําลายตนพืชดวยการดูดกินนํ้าเลี้ยง เชน เพลี้ยแปง เพลี้ยออน เพลี้ยไฟ ไร แมลงหวี่ขาว และ แมลงปากกัด จะทําลายตนพืชดวยการกัดกินใบ และใชปากแทะ เชน หนอนชอนใบ หนอนกระทู ทาก 3 นํ้าหมักชีวภาพ สารละลายเขมขนที่ไดจากการหมักเศษพืช หรือสัตวกับสาร ที่ใหความหวาน และถูกยอยสลายโดยจุลินทรีย เมื่อผานกระบวนการแลวจะได สารละลายเขมขนสีนํ้าตาล ประกอบไปดวยจุลินทรียและสารอินทรียหลายชนิด การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชเมื่อพืชเจริญเติบโตอยางเต็มที่ เปนการ เก็บเกี่ยวเมื่อพืชมีลักษณะอยางไร 1. พืชแกเต็มที่ 2. พืชใกลตาย 3. พืชสุกเต็มที่ 4. พืชที่ยังออนอยู (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช เมื่อพืชแกเต็มที่ เปนการเก็บเกี่ยวพืชเมื่อผลผลิตพืชมีอายุ ระยะหนึ่งที่จะเจริญเติบโตอยางเต็มที่ แตยังไมสุก ไมเปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนสีเพียงเล็กนอยเทานั้น ซึ่งเปนการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ในระยะที่ 2) นํา สอน สรุป ประเมิน T78
ขอสอบเนน การคิด ö การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นการน�าผลผลิตที่ได้จากการเพาะปลูกพืชหรือเศษเหลือ ของพืชไปผ่านกระบวนการผลิต เพื่อแปรรูปเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์อย่างอื่นที่ไม่ ใช่อาหาร โดยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีความส�าคัญ เนื่องจากสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิต ท�าให้ เกิดการขยายการตลาด ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ มีส่วนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ๖.๑ หลักการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยทั่วไปผลผลิตพืชที่ได้หลังจากการเก็บเกี่ยวจะเน่าเสียจากเชื้อจุลินทรีย์และเสื่อมคุณภาพ ด้วยเอนไซม์ การแปรรูปผลผลิตพืชจึงเป็นการช่วยถนอมอาหารและสามารถน�าผลผลิตไปใช้ ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ หลักการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร มีดังนี้ หลักการ แปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร จุลินทรีย์การน�าเชื้อจุลินทรีย์มาช่วยในกระบวน การผลิต การแปรรูป เช่น การท�าหน่อไม้ดอง การท�าผลไม้ดอง การท�าน�้าส้มสายชู เคมี การน�าเคมีเข้ามายับยั้งการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์ที่อาจเป็นเชื้อรา ยีสต์ วิธีที่นิยมใช้ คือ การใช้เกลือดองผักผลไม้หรือใช้สารกันเสีย เช่น โซเดียมเบนโซเอต รังสี การน�ารังสีที่มีประโยชน์มาใช้แปรรูปหรือ เก็บรักษาผลผลิตให้อยู่ได้นานขึ้น รังสีที่นิยมใช้ คือรังสีแกมมา เพราะเป็นรังสีที่ไม ่สะสมอยู ่ใน อาหาร กายภาพ การใช้หลักการทางฟิสิกส์ ได้แก่ การ ระเหยความชื้นออกในรูปของการท�าให้แห้ง เช่น การท�าล�าไยอบแห้ง การใช้น�้าตาลช ่วยรักษา ผลผลิต เช่น กล้วยฉาบ การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 71 เก็บรักษาผลผลิตให้อยู่ได้นานขึ้น รังสีที่นิยมใช้ คือรังสีแกมมา เพราะเป็นรังสีที่ไม ่สะสมอยู ่ใน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 11. ครูถามนักเรียนวา • หลังจากที่ไดเรียนรูเกี่ยวกับการผลิตพืช ในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช เรียบรอยแลว นักเรียนคิดวาผลผลิตพืช ดังกลาวสามารถนํามาตอยอดทําสิ่งใดได (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน นําไปจําหนาย นําไป แปรรูปผลผลิต เพื่อไวอุปโภคบริโภคใน ครัวเรือน) 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ผลผลิตพืชที่ไดหลัง จากการเก็บเกี่ยว สามารถนําตนพืชที่ดีไป จําหนายได แตอาจมีตนพืชบางตนเนาเสีย หรือเสื่อมคุณภาพ การแปรรูปผลผลิตพืช จึงเปนการชวยถนอมอาหารและสามารถนํา ผลผลิตไปใชประโยชนในดานอื่นๆ ไดอีก สําหรับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรนั้น จะมีหลักและแนวทางในการแปรรูปที่สําคัญ ที่นักเรียนควรศึกษาเรียนรูตอไป” 13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันบอกวาการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่นักเรียนรูจัก หรือเคยปฏิบัติมากอนมีวิธีใดบางและมีวิธีการ ทําอยางไร 14. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับธุรกิจการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตรใหนักเรียนดู ซึ่งมี การนําพืชหลากหลายชนิดมาแปรรูปเปน อาหารและนําไปจําหนายสรางรายไดใหกับ คนในชุมชน เพื่อใหนักเรียนไดฝกสังเกตวิธี การผลิตวามีหลากหลายรูปแบบและมองเห็น คุณคาของการนําผลผลิตพืชมาตอยอดเปน สินคาที่มีประโยชนและมีคุณภาพ เผือกฉาบเปนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรโดยใชหลักการใด 1. การใชรังสี 2. การใชสารเคมี 3. การใชจุลินทรีย 4. การใชหลักกายภาพ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเปนการใชหลักการทางฟสิกส คือ การระเหยความชื้นออกในรูปของการทําใหแหงและใชนํ้าตาล เปนตัวชวยในการรักษาผลผลิตใหสามารถอยูไดยิ่งนาน) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใชรังสีเพื่อแปรรูปอาหารใหนักเรียนฟงวา การใชรังสีเพื่อแปรรูปอาหารมีประโยชนหลายประการ เชน เปนการชวยยืดอายุ การเก็บรักษาอาหาร เนื่องจากรังสีจะไปกําจัดจุลินทรียที่ทําใหเกิดการเนาเสีย ในอาหาร เปนเหมือนการฆาเชื้อแบบปาสเตอร (Pasteurization) เมื่อใชรวมกับ การเก็บรักษาอาหารในหองเย็น จะสามารถยืดอายุการเก็บรักษาอาหารประเภท เนื้อสัตวและอาหารทะเลไดนานขึ้น 2-3 เทา เมื่อเทียบกับการไมฉายรังสี นักเรียนควรรู 1 รังสีแกมมา เปนรังสีที่มีความสามารถในการทะลุทะลวงผานอาหารไดดี เหมาะกับอาหารที่มีขนาดใหญ แตเนื่องจากเปนการปลอยรังสีตลอดเวลา จึงเหมาะกับการฉายรังสีผลิตภัณฑจํานวนมาก นํา สอน สรุป ประเมิน T79
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๖.๒ แนวทางการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปมีหลายชนิด ซึ่งผลผลิตที่ได้เกิดจากกระบวนการผลิตที่ต่างกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรักษาผลผลิตไว้ ได้นานและไม่ท�าให้ผลผลิตเสื่อมคุณภาพ 1. การท�าแห้ง การลดความชื้นของอาหาร ให้อยู่ในระดับที่เชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญ เติบโตได้ เป็นวิธีการที่ง่ายและช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายมากที่สุด ๒. การท�าเค็ม ใช้เกลือเป็นสารกันเสียในการ เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย หรืออาจใช้สารเคมีบางอย่างเข้ามาช่วยในการ ปรุงแต่งรสชาติของอาหารได้ ๓. การหมักดอง ใช้ความเข้มข้นของเกลือ น�้าส้ม น�้าตาล ควบคุมการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์ รสชาติและรูปร ่างของอาหารจะ เปลี่ยนแปลงไปท�าให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น ๔. การเชื่อม เพิ่มปริมาณน�้าตาลในอาหาร ให้สูงขึ้น โดยใช้ความร้อนท�าให้อาหารสุก และ น�้าตาลซึมผ่านเข้าไปในเนื้ออาหาร เนื้ออาหาร จะไม่เหี่ยวย่น เก็บไว้ได้นาน แนวทางการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร 5. การแช่อิ่ม ใช้น�้าตาลเพิ่มเข้าไปในเนื้อของอาหาร จนกระทั่งอาหารชนิดนั้น ๆ อิ่มตัวด้วยน�้าตาล ท�าให้ สภาพของอาหารไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์ 6. การฉาบ การท�าให้อาหารสุกก่อน จากนั้นจึงน�ามา คลุกเคล้ากับน�้าเชื่อมที่อิ่มตัว โดยน�้าตาลจะเกาะติด ที่เนื้อของอาหารเป็นเกล็ดเล็ก ๆ สีขาว 7. การกวน การน�าผัก ผลไม้ หรือธัญพืชมาผสมกับ น�้าตาล และใช้ความร้อนเคี่ยวกวน เพื่อให้ปริมาณน�้า ลดน้อยลงและผสมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกัน 8. การใช้น�้าตาล นิยมใช้กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งน�้าตาลจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ท�าให้สามารถเก็บรักษาอาหารไว้ได้นานขึ้น ๙. การแช่แข็ง ใช้อุณหภูมิต�่า เพื่อป้องกันไม่ให้อาหาร เน่าเสีย โดยการควบคุมจุลินทรีย์และแบคทีเรียไม่ให้ เจริญเติบโตได้ นิยมใช้กับอาหารสดที่ปรุงสุกแล้ว 10. การใช้สารปรุงแต่ง ใช้สารปรุงแต่งอาหาร เช่น สารกันบูด สีผสมอาหาร เพื่อช่วยยับยั้งการท�างานของ เอนไซม์หรือปฏิกิริยาทางเคมี ท�าให้เก็บรักษาอาหาร ได้นานขึ้น 11. การรมควัน อาหารมีกลิ่นหอมและมีรสชาติ แปลกใหม่ วิธีที่นิยม คือ การสุมไฟด้วยไม้แล้วแขวน อาหารเหนือกองไฟ เพื่อให้ควันรมอาหารไปพร้อมกับ ความร้อน 7๒ ไอศกรีมผลไม เมนูอรอยจากผลไมเหลือๆ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ 15. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมศึกษา เรื่อง การแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 16. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 17. ครูถามนักเรียนวา • การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีหลักใน การแปรรูปอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การนําเชื้อจุลินทรียมา ชวยในกระบวนการผลิต ใชหลักการทาง ฟสิกส เชน การระเหยความชื้นออก การใช นํ้าตาลชวยรักษาคุณภาพของผลผลิต การใชสารเคมียับยั้งการเจริญเติบโตของ จุลินทรียที่อาจเปนเชื้อรา การนํารังสีที่มี ประโยชน เชน รังสีแกมมา มาใช เพื่อให ผลผลิตอยูไดนานขึ้น) • นักเรียนรูจักแนวทางการแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตรหรือไม หากรูจัก รูจัก แนวทางใด และแนวทางนั้นมีลักษณะ อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน รูจักแนวทางการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร คือ การทําแหง เปนการลดความชื้นของอาหารดวยการ ระเหยนํ้า การอบแหง การทอด การระเหิดนํ้า สวนใหญออกจากอาหาร ชวยลดการเจริญ เติบโตของจุลินทรียที่มีในอาหาร เชน การทําลําไยอบแหง การทํากลวยตาก) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารโดยใชความรอนใหนักเรียนฟงวา การแปรรูปอาหารโดยใชความรอน สามารถกระทําได 2 วิธี คือ การพาสเจอรไรซ (Pasteurization) เปนการใชความรอนที่อุณหภูมิไมสูงมากนัก เพื่อทําลาย แบคทีเรียพวกที่ไมตองการสรางสปอร หรือพวกที่กอใหเกิดโรคแกคน อาหารที่ ผานขั้นตอนการพาสเจอรไรซจะตองใชความเย็นในการเก็บรักษาคุณภาพของ อาหาร และการสเตอริไลซ (Sterilization) เปนการใชความรอนที่อุณหภูมิสูง กวาการพาสเจอรไรซ เพื่อทําลายจุลินทรียทั้งหมด รวมถึงสปอรของเชื้อที่ทําให เกิดโรคอาหารเปนพิษ อาหารที่ผานขั้นตอนการสเตอริไลซ จะเปนอาหารที่ ปลอดเชื้อ สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิปกติได ใหนักเรียนสํารวจผัก หรือผลไมภายในบานของตนเองวามีผัก หรือผลไมชนิดใดที่นักเรียนไมสามารถรับประทานไดทันเวลาและ ตองการนํามาแปรรูป โดยเลือกตามความสนใจ 1 ชนิด และสืบคน วิธีการแปรรูปที่เหมาะสมกับผัก หรือผลไมที่เลือก จากนั้นฝกปฏิบัติ การแปรรูปอาหาร พรอมทั้งจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาว ไมเกิน 7 นาที อัปโหลดคลิปวิดีโอลงในสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเปน การเผยแพรผลงาน (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะดานใฝเรียนรูและอยูอยาง พอเพียง) นํา สอน สรุป ประเมิน T80
ขอสอบเนน การคิด ๖.๓ ตัวอย่างการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร วิธีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีหลายวิธีอาจเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานก็ได้ โดยการเลือกวิธีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรควรเลือกวิธีให้เหมาะสมกับผลผลิตที่น�ามาใช้ เป็นวัตถุดิบหลัก Trick วิธีการดองเปรี้ยวผักและผลไม้ ต้มน�้าเกลือเจือจาง (ประมาณร้อยละ ๑๐) ทิ้งไว้ให้เย็น น�าไปราดผักหรือผลไม้ที่ต้องการดอง โดยให้น�้าเกลือท่วม ผักและผลไม้นั้น อย่าให้ผักและผลไม้ลอยขึ้นมาเหนือ น�้าเกลือ เพราะจะท�าให้เน่าเสีย ทิ้งไว้ ๔-๖ วัน จึงจะ สามารถน�ามารับประทานได้ ขิงดอง การเตรียมวัตถุดิบ เลือกขิงที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ควร เป็นขิงสดประมาณ ๑ กิโลกรัมปอกเปลือก และน�าไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่นบาง ๆ น�าไปคลุกกับเกลือ ๑ ๑ ๒ ช้อนโต๊ะ จนขิง เริ่มนิ่ม บีบน�้าออก พักไว้ให้หมาด น�าไป ใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ บีบน�้ามะนาว ลงไป ๑ ผล ให้ทั่วจนขิงเริ่มเปลี่ยน เป็นสีแดง การเตรียมน�้าดอง ใช้น�้าสะอาดประมาณ ๑ ถ้วย เติม น�้าตาลทราย ๑ ๑ ๒ ช้อนโต๊ะ เกลือ ๑ ช้อนโต๊ะลงไป น�าไปต้มจนเดือด พักทิ้ง ไว้ให้เย็น หากต้องการให้ขิงดองมีรส เปรี้ยวหวาน ให้ใช้น�้าส้มสายชู ๑ ๒ ถ้วย ปรุงรสในขั้นตอนนี้ การน�าขิงอ่อนสดมาล้างท�าความสะอาด ปอกเปลือก บั้ง ตัดแต่ง หั่นเป็นชิ้น หรือหั่นให้ได้รูปร่างตามต้องการ คลุกเกลือและท�าให้สะเด็ดน�้า จากนั้นจึงน�าไปดอง แล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ น�้าตาล น�้าส้มสายชู ขิงดองนิยมน�ามา รับประทานกับอาหารหลายชนิด รวมถึงน�ามาประกอบ อาหารได้อีกหลากหลายเมนู การดองขิง เตรียมขวดแก้วเพื่อบรรจุขิงที่เตรียมไว้ เทน�้าดองลงไป ให้ท่วมเนื้อขิง ปิดฝาให้สนิท น�าเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ ๒ วันจึงจะสามารถรับประทานได้และขิงดองสามารถเก็บไว้ ได้นานถึง ๒ เดือน หากแช่ในตู้เย็น 7๓ ขิงดอง1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ • นักเรียนเคยแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร หรือไม หากเคย แปรรูปสิ่งใด มีวิธีการ แปรรูปอยางไร และเพราะเหตุใดจึงเลือก แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรชนิดนี้ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทุเรียนกวน เปนการนํา เนื้อทุเรียนมาผสมกับนํ้าตาล โดยใชความ รอนกวนใหเนื้อทุเรียนจับตัวกันจนเหนียว เปนเนื้อเดียวกัน หากเปนเนื้อทุเรียนพันธุ หมอนทอง ไมควรใสนํ้าตาลในปริมาณมาก เพราะจะทําใหเนื้อทุเรียนขึ้นเกล็ด สีสัน ไมสวยงาม ในการกวนทุเรียนนั้นจะใชไฟ ออนปานกลางและกวนอยางตอเนื่อง เพื่อ ใหทุเรียนมีรสชาติหวาน มัน มีกลิ่นหอม มี สีเหลืองนวล และนารับประทานมากยิ่งขึ้น เหตุผลที่เลือกแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ชนิดนี้ คือ มีปริมาณของผลผลิตมากกวา ทุกๆ ป จึงทําใหผลผลิตบางสวนจําหนาย ไมได จึงนํามาแปรรูปใหเปนผลิตภัณฑใหม เพื่อใหผูบริโภคมีไวรับประทานไดตลอด ทั้งป นอกจากนี้ ยังเปนการชวยเพิ่มยอด จําหนายผลผลิตและผลิตภัณฑใหมีมากขึ้น) 18. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การดอง เปนการทําให ผลผลิตมีรสชาติและกลิ่นเปลี่ยนแปลงไป จากเดิม โดยการใชเกลือ เชน การดองไข การดองมะนาว การดองผักกาด สามารถฆา หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรียที่ ทําใหเกิดการเนาเสียได หรือการดองหวาน (การแชอิ่ม) โดยการใชนํ้าตาล เชน มะมวง แชอิ่ม มะดันแชอิ่ม มะขามแชอิ่ม” เพราะเหตุใดการทําขิงดองจึงไมนิยมใชขิงแก 1. ขิงแกจะเผ็ดมาก 2. หั่นเปนชิ้นบางๆ ไดยาก 3. ลางทําความสะอาดไดยาก 4. เมื่อดองแลวจะไมไดรสชาติ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะขิงที่แกจนเกินไปจะมีความ เผ็ดมาก เมื่อนํามาดองจะตองคั้นและบีบกับนํ้าเกลือหลายๆ ครั้ง จนขิงหายเผ็ด หากเลือกใชขิงออนเพียงนําไปแชในนํ้าเกลือ พักทิ้งไว ความเผ็ดก็จะหายไปไดอยางรวดเร็ว ผูคนสวนใหญ จึงนิยมเลือกใชขิงออนมากกวาขิงแกในการดอง) เกร็ดแนะครู ครูอาจแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับวิธีการเลือกขิงและขั้นตอนการเตรียมขิง ที่จะนํามาดองวา ควรเลือกใชขิงที่ไมออน หรือแกจนเกินไป ผิวของขิงเปนสีเหลือง ไมเปนสีนํ้าตาล และไมออนจนเปนสีขาว สวนการเตรียมขิงนั้น ควรตกแตงสวน ที่ดําชํ้าออก แลวซอยขิงบางๆ ไมใหขาดจากกัน โดยกดมีดประมาณครึ่งหนึ่ง ใหเปนแนวเดียวกันสมํ่าเสมอ พลิกกลับอีกดานแลวซอยเหมือนกัน แตใหเปน คนละแนวจนเสร็จ ซึ่งขิงจะมีลักษณะยืดไดโดยไมขาดออกจากกัน นักเรียนควรรู 1 ขิงดอง หากรับประทานมากอาจทําใหเยื่อบุภายในชองปากเกิดอาการ อักเสบ จนเปนสาเหตุใหเกิดอาการรอนในได ทั้งยังมีผลตอกระเพาะอาหาร จึงไมเหมาะสําหรับผูที่ปวยเปนโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคลําไสอักเสบ นํา สอน สรุป ประเมิน T81
ขอสอบเนนการคิด การเตรียมวัตถุดิบ เลือกมะเขือเทศที่มีเนื้อหนา เป็นผลสดประมาณ ๑ กิโลกรัม ล้างท�าความสะอาดโดยไม่ปอกเปลือก ใช้มีดกรีดที่ผลอย่าให้รอยขาดจากกัน ๔-๕ รอย ใช้มือบีบเบา ๆ เพื่อน�าเมล็ดออก ผึ่งทิ้งไว้พอหมาด น�าไปแช ่ในน�้าปูนแดง ๓๐ นาทีและน�ามาล้าง ด้วยน�้าสะอาดอีกครั้ง วางพักทิ้งไว้ ให้สะเด็ดน�้า การท�ำกำรเกษตรเป็นเรื่องใกล้ตัวของมนุษย์ สำมำรถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติงำน เกษตรง่ำย ๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่ำจะเป็นเกษตรอินทรีย์หรือกำรปลูกพืชไร้ดิน ซึ่งจะท�ำให้ได้ผลผลิต ที่มีคุณภำพ มีควำมปลอดภัย ปรำศจำกสำรพิษตกค้ำงไว้บริโภคภำยในครัวเรือน ทั้งยังสำมำรถ น�ำผลผลิตที่มีปริมำณมำกเกินมำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่ำง ๆ เพื่อเก็บไว้บริโภค หรือน�ำไปจ�ำหน่ำย สร้ำงรำยได้ให้แก่ครอบครัวได้อีกทำงหนึ่ง สรุป มะเขือเทศ อบแห้ง การอบแห้ง ต้มน�้าให้เดือด โดยใช้ไฟปานกลาง เติมน�้าตาล ๔๐๐ กรัม เคี่ยวจนน�้าเชื่อมเข้มข้น ใส่มะเขือเทศ น�้ามะนาว ๑-๒ ช้อนชา เคี่ยวสักพักจึงยกลง ตักมะเขือเทศที่เคี่ยวแล้ววางบนตะแกรง น�าไปตากแดด ใช้ผ้าขาวบางคลุม เพื่อช่วยป้องกันฝุ่นละอองและแมลง ประมาณ ๒-๓ วัน มะเขือเทศจะแห้ง น�ามะเขือเทศที่แห้งมาพักไว้ ในร่ม ประมาณ ๑ ชั่วโมง เพื่อให้มะเขือเทศคายความร้อน ก่อนบรรจุลงในภาชนะให้เรียบร้อย การน�ามะเขือเทศมาผ ่านกรรมวิธี การอบให้แห้ง โดยอาศัยความร้อนจาก แสงอาทิตย์และความร้อนจากเครื่องอบ เป็นอาหารว ่างชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วย คุณค่าทางอาหาร ช่วยบ�ารุงผิวพรรณให้ สดใส เปล่งปลั่ง มีขั้นตอนการประกอบ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถ ประกอบเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน 7๔ การเตรียมวัตถุดิบ เลือกมะเขือเทศที่มีเนื้อหนา 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ 19. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอยาง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรจาก QR Code เรื่อง ไอศกรีมผลไม เมนูอรอยจาก ผลไมเหลือๆ จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรูเกี่ยวกับ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรหลากหลาย แนวทางและเกิดความเขาใจมากยิ่งขึ้น 20. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการ เกษตร โดยใหสมาชิกแตละกลุมรวมกัน สํารวจวัตถุดิบที่มีอยูในครัวเรือนของตนเอง จากนั้นนําผลการสํารวจมาแลกเปลี่ยนความ คิดกันภายในกลุมวาในครัวเรือนของสมาชิก แตละคนมีวัตถุดิบชนิดใด จากนั้นเลือก วัตถุดิบที่สนใจ 1 ชนิด เพื่อฝกปฏิบัติการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเลือกใช วิธีการแปรรูปที่เหมาะสม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปสิ่งที่ได เรียนรูจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตามที่กลุมของตนเองเลือกฝกปฏิบัติ เพื่อ เตรียมนําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน ในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • วัตถุดิบที่นํามาแปรรูป • วิธีที่ใชในการแปรรูป • วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชที่ใชในการ แปรรูป • ขั้นตอนการปฏิบัติ • ปญหา หรืออุปสรรคระหวางการปฏิบัติงาน • แนวทางการแกไขปญหา เพราะเหตุใดกลุมชาวบานและเกษตรกรจึงนิยมนํามะเขือเทศ มาแปรรูปเปนมะเขือเทศอบแหง (แนวตอบ มะเขือเทศสามารถปลูกไดงายและใหผลผลิตเปน จํานวนมาก โดยเฉพาะมะเขือเทศราชินี จนบางครั้งอาจทําใหมี ผลผลิตลนตลาด นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีผิวเปลือกที่บอบบาง ชํ้าไดงาย หากนําไปจําหนายเปนมะเขือเทศสดอาจไมไดราคา จึงตองนํามาแปรรูปเปนมะเขือเทศอบแหง ซึ่งเปนการเพิ่มมูลคา ใหกับผลผลิต และสามารถสรางรายไดใหเพิ่มมากยิ่งขึ้น) นักเรียนควรรู 1 มะเขือเทศ มีสารไลโคปน (lycopene) ซึ่งเปนสารแอนติออกซิแดนต สามารถปองกันโรคมะเร็งไดอยางดีเยี่ยม โดยในมะเขือเทศสด 100 กรัม จะมี ปริมาณไลโคปนประมาณ 0.9-9.30 มิลลิกรัม มีสวนชวยลดความเสี่ยงของ โรคมะเร็งลําไส มะเร็งปอด มะเร็งรังไข มะเร็งเตานม มะเร็งตอมลูกหมาก และมะเร็งตับออน การรับประทานมะเขือเทศเพื่อใหไดรับประโยชนสูงสุด ควรนํามาปรุงผานความรอนใหสุกกอน เมื่อมะเขือเทศผานความรอนจะทําให ไลโคปนหลุดออกมาจากเนื้อมะเขือเทศไดงาย และเมื่อรับประทานเขาไป รางกายก็จะสามารถนําสารไลโคปนไปใชงานไดดีกวาการรับประทานแบบสดๆ นอกจากนี้ ไลโคปนยังเปนสารที่สามารถละลายไดดีในนํ้ามัน ดังนั้น หากใช นํ้ามันในการปรุงมะเขือเทศจะยิ่งทําใหรางกายดูดซึมไลโคปนไดดียิ่งขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T82
กิจกรรม Mini Project ÊÃé Ò§ÊÃÃ¤ì ¾Ñ²¹Ò¡ÒÃàÃÕ¹ÃéÙ ¡Ô¨¡ÃÃÁ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยฝกปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดิน ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม โดยท�าการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร àÃ×èͧ ¡ÒûÅÙ¡¾×ªäÃŒ´Ô¹ àÃ×èͧ ¡ÒÃá»ÃÃÙ»¼Å¼ÅÔµ·Ò§ ¡ÒÃà¡ÉµÃ ใบมอบหมายงานที่ ๔.1 ๑. ให้นักเรียนศึกษา เรื่อง การปลูกพืชไร้ดิน จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย จากนั้นเลือกพันธุ์พืชตามความ สนใจ ๑ ชนิด เพื่อฝกปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดินภายในครัวเรือน ๒. ฝกปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดิน โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ • ศึกษาพันธุ์พืช เตรียมพันธุ์พืช สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ให้พร้อม • ปลูกพืชไร้ดินลงในแปลงปลูกที่เตรียมไว้ พร้อมทั้งจดบันทึกการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ปัญหา • เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช แล้วน�าไปจัดจ�าหน่ายในโรงเรียนหรือชุมชนใกล้เคียง และสรุปผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เพื่อน�าไปพัฒนาการปฏิบัติงานในครั้งต่อไป ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ศึกษาข้อมูลการแปรรูปผลผลิตพืชจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเลือกวิธีการแปรรูปผลผลิตพืชตามความสนใจกลุ่มละ ๑ วิธี (โดยไม่ซ�้ากัน) ๒. น�าผลผลิตพืชมาท�าการแปรรูปผลผลิต และอธิบายเหตุผลที่เลือกใช้ผลผลิตพืชชนิดนี้ ๓. แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรกลุ่มละ ๑ ชิ้น โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ • วางแผนการท�างานร่วมกันในกลุ่ม โดยวางแผนเลือกแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ค�านวณค่าใช้จ่าย และก�าหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน • ปฏิบัติงานตามแผนการท�างาน หากในการท�างานประสบกับปัญหาให้ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�างาน โดยมีขั้นตอน คือ การสังเกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลือก และการประเมินทางเลือก • บันทึกผลการปฏิบัติงานและประเมินผลการปฏิบัติงาน • น�าเสนอผลงานให้เพื่อนชมหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งสรุปขั้นตอนการปฏิบัติงาน และเปิดโอกาสให้เพื่อน ร่วมชั้นเรียนชิมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เพื่อหาข้อมูลทางการตลาด • น�าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นออกจ�าหน่ายในโรงเรียนและชุมชน พร้อมทั้งจัดท�าบัญชี รายรับ-รายจ่าย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และสามารถน�าไปใช้เป็นแนวทางการประกอบ อาชีพในอนาคต การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 75 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงาน โครงงาน เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการ เกษตร 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันฝกปฏิบัติการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่เลือก 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การผลิต พืชในโรงเรือน การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช และ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 5. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง การจัดการผลผลิต ทางการเกษตร 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสํารวจผลผลิต ทางการเกษตรที่มีในทองถิ่นของตนเอง เพื่อนําผลผลิตดังกลาว มาแปรรูป 2. ใหสมาชิกภายในกลุมรวมกันเลือกผลผลิตที่ตองการตามความ สนใจ 1 ชนิด จากนั้นวางแผนการจัดการ ตั้งแตขั้นตอนการ แปรรูปผลผลิต การจัดจําหนาย และการสรางบรรจุภัณฑ 3. ลงมือปฏิบัติการแปรรูปผลผลิตตามที่ไดวางแผนไว พรอมทั้งนํา ผลิตภัณฑที่แปรรูปไปจําหนายในชุมชนของตนเอง และสรุปผล การดําเนินงานลงในกระดาษ A4 4. นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายเหตุผล ที่เลือกแปรรูปผลผลิตชนิดนี้ ผลตอบรับที่นําผลิตภัณฑที่แปรรูป ไปจําหนายในชุมชน ปญหาที่พบและแนวทางการแกปญหา แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผน การจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินกิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การวางแผนท าโครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การจัดการใน การท างานกลุ่ม ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วนเป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ได้ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ 3. การแก้ปัญหาในการ ท างานของกลุ่ม แก้ปัญหาในการท างาน ได้อย่างเหมาะสม แก้ปัญหาในการท างาน ได้อย่างเหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ แก้ปัญหาในการท างานได้ อย่างเหมาะสมเป็น บางส่วน ไม่สามารถแก้ปัญหาในการ ท างานได้ 4. การน าเสนอผลงาน น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วนเหมาะสม น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสม เป็นส่วนใหญ่ น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสม เป็นบางส่วน น าเสนอผลงานได้ ไม่ครบถ้วน และ ไม่เหมาะสม 5. การมีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ในการท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างานเป็นบางส่วน ไม่มีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ในการท างาน 6. ผลงานการแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร แปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรได้อย่าง เหมาะสมและคุ้มค่า แปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรได้อย่าง เหมาะสม แปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรได้ ไม่สามารถแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตรได้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมิน T83
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 หลักการ เลี้ยงสัตว์ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการเลี้ยง สัตว์ได้ 2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์ได้ แบบ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง หลักการเลี้ยงสัตว์ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T84
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 การคัดเลือก การขยายพันธุ์ และปัญหาในการ เลี้ยงสัตว์ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. คัดเลือกพันธุ์สัตว์ ตามความต้องการ ได้อย่างเหมาะสม 2. บอกวิธีการขยายพันธุ์ และการแก้ปัญหาใน การเลี้ยงสัตว์ได้ แบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T85
¡ÒÃàÅÕé§ÊÑµÇ หน่วยการเรียนรู้ที่õ ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ สิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ ความสําคัญของการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ในปัจจุบันมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากการเลี้ยงสัตว์ในอดีตค่อนข้างมาก เนื่องจาก ในอดีตมนุษย์เลี้ยงสัตว์ในครัวเรือนไว้เพื่อบริโภคและใช้งานในการท�าเกษตรกรรม แต่ปัจจุบัน การเลี้ยงสัตว์จะมุ่งเน้นในเชิงสัตว์เศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น มีการเลี้ยงเป็นฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ โดยน�าเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งสัตว์ที่นิยมเลี้ยงมีอยู่หลายชนิด เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ไก่ เป็ด ปลา การเลี้ยงสัตว์ มีความส�าคัญหลายประการ ดังนี้ µŒÍ§¡ÒÃàÅÕé§ÊѵÇãˌ䴌¼Å¼ÅÔµ ÊÙ§¨ÐµŒÍ§¨Ñ´¡ÒÃÍ‹ҧäà สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การเลี้ยงสัตว ■ ทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ประกอบดวยการศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สํารวจ และบันทึก เชน การเลี้ยงสัตว ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน 76 การเลี้ยงสัตว์ 77 เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง ความสําคัญของการเลี้ยงสัตว ประเภทของสัตวเลี้ยง และหลักการเลี้ยงสัตวที่มากขึ้น สามารถคัดเลือก ขยายพันธุ และแกปญหาในการเลี้ยงสัตวไดอยางเหมาะสม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน ใชทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม นําทักษะการจัดการมาประยุกตใชในการทํางาน รวมถึงใชทักษะกระบวนการแกปญหา ในการทํางานไดอยางเปนขั้นตอน เพื่อใหผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับหลักการเลี้ยงสัตว • ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตวชนิดตางๆ • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการเลี้ยงสัตวในครัวเรือน ขั้นนํา (แบบกระบวนการสรางความตระหนัก) 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและจุดประสงคการ เรียนรู ใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียน แตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 5 เรื่อง การเลี้ยงสัตว 2. ครูนําภาพสัตวเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน เชน สุนัข แมว กระตาย นก ปลา สัตวเลี้ยงเพื่อ เปนอาหาร เชน ไก เปด ปลานิล ปลาทับทิม ปลาดุกและสัตวเลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจ เชน โค กระบือ แพะ แกะ สุกร มาใหนักเรียนดู 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนชอบเลี้ยงสัตวหรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สัตวเลี้ยงเปนเพื่อน เลนยามเหงา เปนการใชเวลาวางใหเกิด ประโยชน ฝกความมีระเบียบวินัย ความ ตรงตอเวลา) • นักเรียนคิดวาสัตวแตละชนิดมีวิธีการเลี้ยง และการดูแลที่แตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ที่บานของนักเรียนมีการเลี้ยงสัตวหรือไม หากมี เลี้ยงสัตวชนิดใด เพราะเหตุใด จึงเลือกเลี้ยงสัตวชนิดนี้ หากไมมี เพราะ เหตุใดจึงไมเลี้ยงสัตว และหากสามารถ เลี้ยงสัตวได 1 ชนิด จะเลือกเลี้ยงสัตว ชนิดใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 4. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ที่บานเลี้ยงสัตวออก มาเลาประสบการณเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตวของ ตนเองวาเลือกเลี้ยงสัตวชนิดใด มีวิธีการเลี้ยง และการดูแลอยางไรใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T86
ขอสอบเนน การคิด การเลี้ยงสัตว์เปนงานเกษตรที่มีมากใน ประเทศไทย ทั้งการเลี้ยงสัตวเพื่อเปนสัตวเลี้ยงในบาน เลี้ยงเปน อาหารและสรางรายได เลี้ยงเพื่อการคา ผูเลี้ยงจึงควรมีความรู พื้นฐานในการเลี้ยงสัตว ใหสามารถเลี้ยงสัตว ไดอยางเหมาะสม ปลอดภัย ไดผลผลิตตามเปาหมายที่ตองการ ด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ มีทั้งการเลี้ยงเพื่อความ เพลิดเพลิน การเลี้ยง เพื่อบริโภค และยังมี ผลิตภัณฑ์แช ่แข็งและ แปรรูป ซึ่งเป็นรายได้ ส�าคัญของประเทศ ท�าให้ เศรษฐกิจเติบโตอย ่าง ต่อเนื่อง ด้านสังคม เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ ช่วยลดปัญหาการว่างงาน การเลี้ยงสัตว์ที่มีผลผลิต ที่ดีท�าให้ผู้บริโภคมีอาหาร ที่ดีและปลอดภัย ซึ่งเป็น ผลดีต ่อสุขภาพของคน ในสังคม ด้านเกษตรกรรม แม้จะมีการใช้เครื่องจักร ทดแทนแรงงานสัตว์มาก ขึ้น การเลี้ยงสัตว์ยังคง ช่วยลดต้นทุนในการท�า เกษตรกรรม เลี้ยงปลา ควบคู่กับไก่ ปลาจะกิน มูลไก่ และผลผลิตจาก สัตว์จะมีราคาสูงกว่าพืช ด้านอื่น ๆ ช ่วยให้เกิดผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เครื่องส�าอางจากไข่ กาว จากหนังสัตว์ เกิดการ ผลิตพลังงานจากมูลสัตว์ เกิดการท�าวัคซีนป้องกัน โรคของสัตว์และคน เกิด การฝึกสัตว์เพื่อใช้ ในงาน ต่าง ๆ รวมถึงการเลี้ยง สัตว์เพื่อเกมกีฬา 76 การเลี้ยงสัตว์ 77 ผลิตภัณฑ์แช ่แข็งและ แปรรูป ซึ่งเป็นรายได้ 1 การเลี้ยงสัตวมีความสําคัญในดานเกษตรกรรมอยางไร (แนวตอบ การเลี้ยงสัตวกอใหเกิดผลผลิตจากสัตวซึ่งมักจะมี ราคาสูงกวาผลผลิตจากพืช และชวยลดตนทุนในการทําเกษตรกรรม เชน การเลี้ยงปลาเพื่อใหปลากินมูลไก) นักเรียนควรรู 1 ผลิตภัณฑแชแข็งและแปรรูป การถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร ดวยความเย็น จะชวยใหสามารถเก็บรักษาเนื้อสัตวไดนานยิ่งขึ้น ในระบบ อุตสาหกรรมจึงเกิดการผลิตอาหารแชแข็งขึ้นเปนจํานวนมาก โดยคุณภาพ ของอาหารแชแข็ง คือ อาหารกอนแชแข็งและหลังละลายจะตองมีคุณภาพ ใกลเคียงกัน หรือเหมือนกันมากที่สุด ทั้งในกลิ่น รส สี เนื้อสัมผัส และรูปราง จึงตองใชกระบวนการแชแข็งที่มีประสิทธิภาพ เลือกใชวิธีการที่เหมาะสมกับ ประเภทของอาหาร ทั้งยังตองเปนวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีอีกดวย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 1. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ความสําคัญของการ เลี้ยงสัตว ประเภทของสัตวเลี้ยง และหลักการ เลี้ยงสัตว จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 5 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความ สําคัญของการเลี้ยงสัตว ประเภทของสัตวเลี้ยง และหลักการเลี้ยงสัตว จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 5 3. ครูถามนักเรียนวา • การเลี้ยงสัตวมีความสําคัญอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การเลี้ยงสัตวมีความ สําคัญหลายประการ คือ ไดเรียนรูวงจรชีวิต ของสัตว เขาใจความเปนอยูและลักษณะ นิสัยของสัตว เพลิดเพลินไปกับการเลี้ยงสัตว ทําใหมีสุขภาพจิตดี มีความออนโยน มีความรัก ความเมตตาตอสัตว มีความ รับผิดชอบตอชีวิตของผูอื่น ตรงตอเวลา รูจักประหยัดอดออม นําความรูที่ไดจาก การเลี้ยงสัตวไปประกอบอาชีพไดในอนาคต นําผลผลิตที่ไดจากสัตวไวเปนอาหาร เพื่อ บริโภคในครัวเรือน สวนผลผลิตที่เหลือ สามารถนําไปจําหนาย เพื่อสรางรายได ใหกับครอบครัวไดอีกทางหนึ่ง) 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ปจจุบันอุตสาหกรรม ของไทยมีความเจริญกาวหนาเปนอยางมาก มีการนําผลิตภัณฑที่ไดจากสัตวมาทําเปน สินคาหลากหลายชนิด เชน เครื่องหนัง เครื่องนุงหม ชวยใหประหยัดคาใชจาย โดยไม ตองนําเขาวัตถุดิบจากตางประเทศ” สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขาวสารสัตวเลี้ยงในประเทศไทย ไดที่ http://www. thaifeedmill.com/วารสารธรกจอาหารสตว/tabid/76/Default.aspx นํา สอน สรุป ประเมิน T87
ขอสอบเนนการคิด ò ประเภทของสัตว์เลี้ยง การเลี้ยงสัตว์สามารถแบ่งประเภทได้หลายวิธี อาจจ�าแนกตามลักษณะที่อยู่อาศัย จ�าแนกตาม ประโยชน์ที่ได้รับ การแบ่งประเภทสัตว์เลี้ยงตามที่นิยมในประเทศไทยสามารถแบ่งได้ ดังนี้ ๒.๑ สัตว์ปก ในประเทศไทยมีสัตว์ปีกที่นิยมเลี้ยงอยู่หลายชนิด ไก่เนื้อเป็นสัตว์ปีกที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด ถัดมาเป็นไก่ไข่ และเป็ดไข่ ตลาดสัตว์ปีกส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงเพื่อบริโภค แต ่สัตว์ปีกที่เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินก็เป็นตลาด ส�าคัญของไทย เช่น นกสวยงาม นกที่มีเสียงร้องไพเราะ นอกจากนี้ ยังมีการเลี้ยงเพื่อใช้งาน เช่น เลี้ยงห่าน เพื่อให้กินหญ้าและวัชพืชในไร่นา ๒.๒ สุกร โค กระบือ แพะ แกะ ในประเทศไทยการเลี้ยงสุกรเป็นที่นิยมรองลงมา จากไก่ เป็นการเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อและผลิตลูกสุกร พันธุ์ของโคนมและโคเนื้อมีการปรับปรุงให้เหมาะกับ การเลี้ยงในประเทศไทย จึงได้โคนมและโคเนื้อที่มี คุณภาพ สามารถผลิตเองในประเทศได้ มีการน�า เทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานสัตว์มากขึ้น กระบือจึงมี จ�านวนลดลง ส่วนแพะและแกะเป็นสัตว์ที่ช่วยส่งเสริม การท่องเที่ยวได้ ทั้งยังให้ผลผลิตทั้งเนื้อและนมด้วย ๒.๓ สัตว์น�้ำ แหล่งน�้าธรรมชาติมีสัตว์น�้าไม่เพียงพอต่อความ ต้องการของมนุษย์ จึงเกิดการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้าเพื่อ การบริโภคขึ้น เช่น ปลา กุ้ง ปู หอย โดยสัตว์น�้าจาก ธรรมชาติและสัตว์น�้าจากการเพาะเลี้ยงจะแตกต่างกัน ทั้งในด้านผลผลิตและสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมี สัตว์น�้าหลายสายพันธุ์ที่มีความสวยงาม เช่น ปลา กุ้ง จึงนิยมเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน 78 การเลี้ยงสัตว์ 79 นอกจากนี้ ยังมีการเลี้ยงเพื่อใช้งาน เช่น เลี้ยงห่าน การเลี้ยงในประเทศไทย จึงได้โคนมและโคเนื้อที่มี 1 2 นักเรียนควรรู 1 เลี้ยงหาน หานเปนสัตวจําพวกนกที่มีคอยาวกวาเปด แตสั้นกวาหงส การ เลี้ยงหานไมนิยมเลี้ยงเพื่อการบริโภค แตนิยมเลี้ยงเพื่อใชประโยชนในดานอื่นๆ เชน การปองกันภัยจากงูดวยวิธีธรรมชาติ เนื่องจากหานเปนสัตวที่เลี้ยงงาย หูไว ไมคอยเปนโรค ทนตอสภาพความแหงแลงไดดี หวงถิ่นที่อยูอาศัย จึงไม จําเปนตองดูแลเปนพิเศษ นอกจากตอนที่หานวางไข เพราะหานจะดุมากกวา ปกติ โดยหานจะออกไขปละครั้งเทานั้น 2 โคนม การเลี้ยงโคนมควรมีโรงเรือนสำหรับไวใหโคนมใชหลบแดดหลบฝน และตองมีพื้นที่สำหรับใหโคนมเดินเลน เมื่อมีพื้นที่ หรือทุงหญาสำหรับเดินเลนจะ ชวยทำใหโคนมแข็งแรงขึ้น ไมเจ็บปวยงาย สวนการรีดนมใน 1 วัน สามารถรีด ได 2 ครั้ง แตถาโคนมตัวใดที่มีน้ำนมมากสามารถรีดได 3 ครั้ง และควรรีดนม ในเวลาเดียวกันทุกวัน เมื่อรีดจนไดน้ำนมมาแลว เกษตรกรจะสงน้ำนมทั้งหมด จำหนายไปยังแหลงรับซื้อทันที ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 5. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันจําแนกประเภทของ สัตวเลี้ยง ไดแก สัตวปก สุกร โค กระบือ แพะ แกะ และสัตวนํ้า จากนั้นวิเคราะหความ แตกตางของสัตวเลี้ยงแตละประเภท 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการวิเคราะหใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 7. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาสิ่งใดเปนสิ่งสําคัญที่ทําใหสัตว ปก สุกร โค กระบือ แพะ แกะ และสัตวนํ้า มีความแตกตางกัน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ในชุมชนของนักเรียนมีการเลี้ยงสัตวประเภท ใด เพราะเหตุใดเกษตรกรจึงนิยมเลี้ยงสัตว ชนิดนี้ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในประเทศไทยนิยม เลี้ยงไก เปด สุกร และโค เนื่องจากสัตว เหลานี้เปนสัตวเศรษฐกิจ จากขอมูลปริมาณ และมูลคาการสงออกเนื้อสัตวและผลิตภัณฑ เนื้อสัตวแปรรูปของสํานักพัฒนาระบบและ รับรองมาตรฐานสินคาปศุสัตว กรมปศุสัตว พบวา ประเทศไทยมีการสงออกเนื้อไก เปด สุกร โคแปรรูป เนื้อไก เปด สุกร โคแชเย็น/ แชแข็ง และเนื้อสัตวผสมแปรรูปในปริมาณมาก จึงชวยใหมีเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพิ่มมากขึ้น” การเลี้ยงสัตวในขอใดชวยสงเสริมการทองเที่ยวไดมากที่สุด 1. ปูและปลา 2. เปดและไก 3. แพะและแกะ 4. สุกร โค และกระบือ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะแพะและแกะเปนสัตวที่นิยม เลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการทองเที่ยวที่ยังคงไดรับ ความนิยมเปนอยางมาก เนื่องจากเปนสัตวที่มีความนารักตาม ธรรมชาติ เลี้ยงงาย ดูแลงาย นอกจากนี้ เจาของธุรกิจยังสามารถ กําหนดกิจกรรมในรูปแบบตางๆ เพื่อใหนักทองเที่ยวไดทํารวมกับ สัตวไดอยางหลากหลาย เชน การปอนนม การปอนอาหาร) นํา สอน สรุป ประเมิน T88
ขอสอบเนน การคิด หลักการ เลี้ยงสัตว์ ó หลักการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์อย่างมีคุณภาพให้ ได้ผลผลิตหรือผลลัพธ์ตามต้องการ ควรเริ่มต้นจากการวางแผน การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้อง โดยปฏิบัติตามหลักการเลี้ยงสัตว์ที่ส�าคัญ ก�าหนด วัตถุประสงค์ ในการเลี้ยง การป้องกัน โรคในสัตว์ การเตรียมอาหารสัตว์ การจัดการดูแลสัตว์ ศึกษาและคัดเลือก พันธุ์สัตว์ที่ต้องการ T i p การเลี้ยงสัตว์ ให้เหมาะสมกับกําลังของตนเอง การเลี้ยงสัตว์ควรเลือกเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับความพร้อมและความสามารถของตนเอง ทั้งงบประมาณ ในการเลี้ยง เวลาในการเลี้ยง โดยเลี้ยงสัตว์ ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ เพื่อการค้าหรือเพื่อความเพลิดเพลิน จะท�าให้สัตว์ที่เลี้ยงเติบโตอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์ 78 การเลี้ยงสัตว์ 79 การเลี้ยงสัตว์ควรเลือกเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับความพร้อมและความสามารถของตนเอง ทั้งงบประมาณ 1 “สมตองการทําฟารมแกะ เพื่อเปนแหลงทองเที่ยวเชิงเกษตร” สมทําตามหลักการเลี้ยงสัตวในขอใด 1. ศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตวที่ตองการ 2. กําหนดวัตถุประสงคในการเลี้ยง 3. การปองกันโรคในสัตว 4. การเตรียมอาหารสัตว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะสมบอกความตองการที่ ชัดเจนวาจะทําฟารมแกะ เพื่อเปนแหลงทองเที่ยวเชิงเกษตร จากขอความนี้ จึงตรงกับหลักการเลี้ยงสัตวในประเด็นการกําหนด วัตถุประสงคในการเลี้ยง) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 9. ครูเปดคลิปวิดีโอ เรื่อง เกษตรกรผูเลี้ยงสัตว ครบวงจรใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนได ฝกการสังเกตวิธีการเลี้ยงสัตวของเกษตรกร จากนั้นรวมกันวิเคราะหในประเด็นที่ครู กําหนดให คือ การกําหนดวัตถุประสงคใน การเลี้ยง การศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตว ที่ตองการ การเตรียมอาหารสัตว การจัดการ ดูแลสัตวเลี้ยง และการปองกันโรคในสัตว 10. ครูถามนักเรียนวา • จากคลิปวิดีโอที่นักเรียนไดดูไปนั้น นักเรียน คิดวาเกษตรกรคนดังกลาวนําหลักการเลี้ยง สัตวมาประยุกตใชในการเลี้ยงสัตวของ ตนเองหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 11. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ซึ่งจะตองเปนบุคคลที่บานมีการเลี้ยงสัตว ออกมาเลาเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงสัตวในบาน ของตนเองใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนกลุมอื่นๆ รวมกันวิเคราะหและเทียบ ความแตกตางในการเลี้ยงสัตวระหวางเกษตรกร จากคลิปวิดีโอที่ครูเปดใหดูและเพื่อนที่ออก มาเลาใหฟงหนาชั้นเรียน 12. ครูถามนักเรียนวา • การเลี้ยงสัตวของเกษตรกรในคลิปวิดีโอ ที่ครูเปดใหดูและเพื่อนที่ออกมาเลาใหฟง หนาชั้นเรียนมีความแตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นักเรียนควรรู 1 เหมาะกับความพรอมและความสามารถ ในการเลี้ยงสัตวผูเลี้ยงตองมีเวลา ในการดูแลเอาใจใสสัตวเลี้ยงของตนอยางเพียงพอ เชน การเลี้ยงปลา ผูเลี้ยงตอง หมั่นเปลี่ยนถายนํ้าและทําความสะอาดตูปลาอยางสมํ่าเสมอ นอกจากนี้ ยังตอง มีความรู ความเขาใจ และมีความสามารถในการเลี้ยงสัตว เพื่อใหสามารถเลี้ยง สัตวชนิดนั้นๆ ไดเปนอยางดี รวมถึงมีความพรอมในเรื่องของคาใชจายที่จะตาม มาอยางตอเนื่องในการดูแลสัตวเลี้ยง เชน การพาสัตวเลี้ยงไปหาสัตวแพทย เพื่อฉีดวัคซีน หรือรักษาโรค การใหอาหาร การดูแลรักษาความสะอาด โดยทั่วไป การเลี้ยงสัตวตั้งแตวัยเด็กจะชวยฝกใหเด็ก มีความโอบออมอารี มีนิสัยออนโยน มากขึ้น แตเด็กเล็กอาจยังมีความรับผิดชอบไมเพียงพอ จึงไมเหมาะสมกับการ เลี้ยงสัตวประเภทที่ตองการการดูแลมาก หรือสัตวเลี้ยงขนยาว เพราะอาจทําให เกิดโรคภูมิแพในเด็กได นํา สอน สรุป ประเมิน T89
ขอสอบเนนการคิด ๓.๑ ก�ำหนดวัตถุประสงค์ ในกำรเลี้ยง การก�าหนดวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงสัตว์ที่ชัดเจน จะช่วยให้สามารถคัดเลือกพันธุ์สัตว์เลี้ยง ที่เหมาะสมได้ โดยวัตถุประสงค์ทั่วไปในการเลี้ยงสัตว์ มีดังนี้ อาหารสัตว์ ที่ส�าคัญ ๑. อาหารที่ ให้ โปรตีน มีความ ส�าคัญและจ�าเป็นอย่างมากต่อการ เจริญเติบโต การให้นม การให้เนื้อ และการผสมพันธุ์ของสัตว์ พบมากใน ปลาป่นกากถั่วเหลืองกากถั่วลิสงและ พืชตระกูลถั่ว ๒. อาหารที่ให้พลังงาน ให้อาหารที่ ให้พลังงานสูง เช่น อาหารจ�าพวกแป้ง เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วแป้งจะเปลี่ยน เป็นพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสามารถท�างานได้ตาม ปกติ พบมากในปลายข้าว ข้าวโพด ร�าข้าว มันส�าปะหลัง ๓. อาหารที่ให้วิตามินและแร่ธาตุ เป็นอาหารเสริม ของสัตว์วิตามินส�าคัญที่ควรน�ามาให้สัตว์กินเช่นวิตามินเอ บี ซี ดี อี เค แร่ธาตุที่ส�าคัญ คือ แคลเซียม ฟอสฟอรัส พบมากในกระดูกป่น เปลือกหอยป่น ๔. น�้าสะอาด มีความส�าคัญต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบขับถ่ายและระบบหมุนเวียนเลือด ผู้เลี้ยง ควรให้น�้าสะอาดแก ่สัตว์ในปริมาณที่เพียงพอต ่อความ ต้องการของสัตว์ ๓.๒ ศึกษำและคัดเลือกพันธุ์สัตว์ที่ต้องกำร ศึกษาพันธุ์ต่าง ๆ ของสัตว์ที่จะเลี้ยงว่าแต่ละพันธุ์แตกต่างกันอย่างไร พันธุ์ใดตรงกับความ ต้องการของผู้เลี้ยงและตลาด พันธุ์นั้นต้องดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษ ส่วนการคัดเลือกพันธุ์สัตว์ หาก เป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อการบริโภค ควรเลือกสัตว์ที่มีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรง ให้นม เนื้อ และลูก มีความทนทานต่อโรคสูง เหมาะส�าหรับเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ส่วนสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน ควรเลี้ยงตามชอบและตามความสามารถของผู้เลี้ยง ๓.๓ กำรเตรียมอำหำรสัตว์ อาหารสัตว์เป็นปัจจัยส�าคัญในการเลี้ยงสัตว์ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาเกี่ยวกับชนิดและประเภท ของอาหาร โดยเลือกและจัดหาอาหารแก่สัตว์อย่างเหมาะสมตามความต้องการจึงจะส่งผลให้สัตว์ มีสุขภาพดี สัตว์เลี้ยงเพื่อ ความเพลิดเพลิน สัตว์เลี้ยง เพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยง เพื่อการบริโภค 80 การเลี้ยงสัตว์ 8๑ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ 13. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันวิจารณอยาง สรางสรรคเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงสัตวของ เกษตรกรจากคลิปวิดีโอที่ครูเปดใหดูและวิธี การเลี้ยงสัตวของเพื่อนที่ออกมาเลาใหฟง หนาชั้นเรียน โดยครูอาจตั้งคําถาม เพื่อให นักเรียนแตละกลุมสามารถวิจารณไดอยาง ตรงประเด็น เชน การกําหนดวัตถุประสงค ในการเลี้ยงเหมือนกันหรือไม อยางไร มีการ ศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตวที่ตองการกอน เลี้ยงหรือไม การเตรียมอาหารสัตวมีขั้นตอนที่ แตกตางกันอยางไร การจัดการดูแลสัตวเลี้ยง มีความคลายคลึงกันหรือไม และการปองกัน โรคในสัตวเปนอยางไร 14. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดวัตถุประสงค ในการเลี้ยง หากไมไดกําหนด จะสงผล กระทบอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตวที่ตองการ มีความสําคัญหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • อาหารสัตวที่ดีควรมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เปนอาหารที่เหมาะสม กับอายุและชนิดของสัตว เนื่องจากสัตว แตละวัยและแตละชวงอายุจะมีความ ตองการอาหารที่แตกตางกัน เปนอาหาร ที่ดี มีคุณภาพ ราคาไมสูง หาไดงายใน ทองถิ่น เปนอาหารที่กินงาย รสชาติดี และ สัตวเลี้ยงชอบกิน) หากตองการผสมอาหารสําหรับเลี้ยงสัตวดวยตนเอง ควรปฏิบัติ อยางไรจึงจะเหมาะสม (แนวตอบ การผสมอาหารสําหรับเลี้ยงสัตวดวยตนเอง สามารถ ปฏิบัติได คือ เลือกใชวัตถุดิบที่หาไดงายในทองถิ่น หาซื้อไดตลอด ทั้งป มีราคาไมสูง เปนวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปราศจากสารพิษและ สิ่งสกปรกเจือปน เปนวัตถุดิบที่สามารถนํามาผสมเปนอาหารได ทันที โดยไมตองผานการแปรรูปกอน สูตรที่ใชในการผสมอาหาร จะตองมีความสมดุล มีคุณคาทางโภชนาการครบถวนสมบูรณและ เพียงพอตอความตองการของสัตว ผสมอาหารตามระยะการเจริญ เติบโต หรือการใหผลผลิตของสัตว) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารสัตวใหนักเรียนฟงวา อาหารสัตวเปนตนทุน สําคัญของเกษตรกร โดยอาหารสัตวมีทั้งที่เปนอาหารสัตวสําเร็จรูปและอาหาร สัตวผสมเอง การเลือกใชอาหารสัตวแบบใดนั้นตองคํานึงถึงความเหมาะสม และจุดคุมทุนรวมดวย ซึ่งอาหารสัตวสําเร็จรูปและอาหารสัตวผสมเองจะมีความ แตกตางกันในเรื่องตางๆ คือ ความสมํ่าเสมอของโภชนาการอาหารสัตว ตนทุน ของอาหารสัตว ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตวเลี้ยง ความสะดวกในการใชงาน การเก็บรักษา หากเกษตรกรเลี้ยงสัตวจํานวนไมมาก อาจใชวิธีการผสม อาหารเอง ซึ่งจะสามารถเลือกวัตถุดิบเองไดและอาจมีความคุมทุนมากกวา แตหากเลี้ยงสัตวจํานวนมากจะตองคํานึงถึงความพรอมของเกษตรกรเปนหลัก ดังนั้น เกษตรกรจึงตองวิเคราะหเปนรายกรณีไป นํา สอน สรุป ประเมิน T90
ขอสอบเนน การคิด ๓.๔ กำรจัดกำรดูแลสัตว์ ในการเลี้ยงสัตว์ผู้เลี้ยงย่อมต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ทนทานต่อโรค สามารถผลิตผลผลิตที่มีคุณภาพได้ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงจ�าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง อย่างเหมาะสม โดยการจัดการดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้ามีสิ่งส�าคัญที่ควรค�านึงถึง ดังนี้ ๓.๕ กำรป้องกันโรคในสัตว์ โรคของสัตว์เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องพบเจอ โดยสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดจะเกิดโรค ที่แตกต่างกัน ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาเกี่ยวกับโรคที่มักเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง เพื่อวางแผนป้องกันโรคได้ อย่างเหมาะสม โดยแนวทางการป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยงที่นิยมปฏิบัติมีหลายประการ ดังนี้ การจัดการโรงเรือน ตั้งอยู ่ในสถานที่ที่เหมาะสม อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด ไม่มีน�้าขัง พื้นเรียบไม่เป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่มีการหมักหมมของ เศษอาหารและมูลสัตว์ การผสมพันธุ์ คัดเลือกสัตว์ที่เป็นหมันหรือ ผสมพันธุ์ติดยากออกก่อน แล้ว ให้สัตว์เลี้ยงผสมพันธุ์ตามเวลา ที่เหมาะสม ส่งผลให้สัตว์เลี้ยง ตั้งท้องและมีลูกมากขึ้น การให้อาหารและน�้า ต้องกินอาหารและน�้าตามเวลา ที่ก�าหนด มีการท�ารางอาหาร และให้อาหารที่มีสารอาหาร เหมาะสมกับอายุ ชนิด และ ประเภทของสัตว์เลี้ยง การเก็บผลผลิต เก็บผลผลิตเมื่อถึงวันและเวลา ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิต ที่มีคุณภาพ เช่นรีดนมตามเวลา ที่ก�าหนดไว้จะท�าให้ได้น�้านมเพิ่มขึ้น การฉีดวัคซีน ป้องกันโรคล่วงหน้า การฉีดวัคซีนเป็นวิธีการป้องกัน ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยป้องกัน โรคที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงได้ โดยเฉพาะการเกิดโรคระบาด ต่าง ๆ ในสัตว์ การป้องกันโรค ด้วยวิธีการอื่น ๆ การป้องกันโรคด้วยวิธีนี้จะต้อง ท�าควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีน ซึ่ง สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น การจัดที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงให้เป็น หลักแหล ่ง มีรั้วรอบขอบชิด การใช้ยาเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายใน คอกและนอกคอก การผสมพันธุ์สัตว์ ให้มีความต้านทานต่อโรค การคัดเลือกผสมพันธุ์ให้มีความ ต้านทานโรค อาจท�าได้กับโรค บางโรคและอาจได้ผลไม่เต็มที่ แต ่สามารถช ่วยให้สัตว์เลี้ยง เกิดโรคหรือได้รับอันตรายจาก โรคลดน้อยลงได้ 80 การเลี้ยงสัตว์ 8๑ โดยเฉพาะการเกิดโรคระบาด ต่างๆ ในสัตว์1 นักเรียนควรรู 1 โรคระบาดตางๆ ในสัตว เนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง จึง สงผลตอระบบภูมิคุมกันของสัตวเลี้ยง สัตวเลี้ยงจะเกิดความเครียดและ สัตวเลี้ยงที่ไมแข็งแรงจะติดเชื้อโรคไดงาย นอกจากนี้ ยังสงผลทําใหเกิด โรคระบาดแพรกระจายไปทั่ว ดังนั้น เกษตรกรจึงตองดูแลสัตวเลี้ยงของตน ใหมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยดูแลจัดการโรงเรือน หรือคอกสัตวใหสะอาด มีหลังคา ปองกันแดด ฝน ลม มีการจัดเตรียมนํ้า อาหาร และยาใหพรอมอยูเสมอ มีการ พนยาฆาเชื้อทุกครั้งในการเขาและออกโรงเรือน เลือกซื้อสัตวเลี้ยงจากแหลง ที่เชื่อถือได มีการกักสัตวเลี้ยงกอนนําเขาฝูง และหมั่นสังเกตอาการของสัตว เลี้ยงเปนประจํา ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ • เพราะเหตุใดจึงตองมีการทําความสะอาด โรงเรือนเลี้ยงสัตวเปนประจํา (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ชวยใหสัตวเลี้ยงมีความ แข็งแรงการเกิดโรคลดนอยลง เพราะการ ทําความสะอาดโรงเรือนเปนประจําจะชวย ทําลายเชื้อโรคที่อาจติดมากับอากาศ หรือ สัตวพาหะอื่นๆ เชน นก หนู ดังนั้น การทํา ความสะอาดโรงเรือนเปนประจําจะเปนการ ชวยเพิ่มภูมิตานทานใหกับสัตวที่เลี้ยงได) • “อาหารที่ใหแกสัตวเลี้ยง ควรเปนอาหาร ที่สดและสะอาด” จากขอความนี้ นักเรียน เห็นดวยหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เห็นดวย เพราะอาหาร ที่บูดเนาและมีความชื้นมากเกินไปนั้น อาจ สงผลใหสัตวเลี้ยงเกิดโรคทองเสีย หรือ โรคอหิวาตได ดังนั้น จึงควรใหอาหารที่สด และสะอาดแกสัตวเลี้ยงทุกครั้ง รวมถึงคํานึง ถึงความสะอาดของรางนํ้าและรางอาหาร รวมดวย) 15. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การทําวัคซีนใหแก สัตวเลี้ยง หรือการทําวัคซีนใหกับสัตวเลี้ยง ลวงหนากอนที่สัตวเลี้ยงจะปวยเปนโรค เปนการชวยเสริมสรางภูมิคุมกันโรคใหแก สัตวเลี้ยงไดประมาณ 80 เปอรเซ็นต แตหาก สภาพแวดลอมเหมาะสมกับการแพรกระจาย ของเชื้อโรค รางกายของสัตวออนแอลง การเลี้ยงดูไมถูกสุขลักษณะ สัตวเลี้ยงอาจเปน โรคตางๆ ได เชนเดียวกัน ดังนั้น เมื่อมีการ ทําวัคซีนใหแกสัตวเลี้ยงแลว ผูเลี้ยงควรเลี้ยง สัตวใหดีรวมดวย” ก. การทําความสะอาดโรงเรือนใหไมมีนํ้าขัง ข. การใหสัตวเลี้ยงผสมพันธุในระยะเวลาที่เหมาะสม ค. การฉีดวัคซีน เพื่อปองกันโรคใหกับสัตวเลี้ยง ขอใดเปนการจัดการดูแลสัตวเลี้ยงอยางเหมาะสม 1. ก. และ ข. 2. ก. และ ค. 3. ข. และ ค. 4. ก. ข. และ ค. (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการทําความสะอาดโรงเรือน ใหไมมีนํ้าขังและการใหสัตวเลี้ยงผสมพันธุในระยะเวลาที่เหมาะสม เปนสวนหนึ่งของการจัดการดูแลสัตวเลี้ยง สวนการฉีดวัคซีน เพื่อปองกันโรคใหกับสัตวเลี้ยงเปนสวนหนึ่งของการปองกัน โรคในสัตว) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการระบบการเลี้ยงสัตวอยางยั่งยืน ไดที่ https://web.codi.or.th/development-news/20190104-124747/ นํา สอน สรุป ประเมิน T91