The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3617003TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม6-[221221]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กัลยกร ไชยมงคล, 2023-05-12 04:02:37

3617003TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม6-[221221]

3617003TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม6-[221221]

ขอสอบเนนการคิด สรé างสรร¤ì ¾Ñ²นาการเรÕÂนรéÙกิ¨กรรม ตอนที่ ๑ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบตามที่ก�าหนด ตอนที่ ๒ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อจัดท�ารายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ ไทย โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ก�าหนด เรื่อง งานประดิษฐ์เอกÅÑกษ³์ ไ·Â ใบมอบหมายงานที่ ๒.๑ ๑. งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไทย มีคุณค่าต่อตนเอง สังคม เศรษฐกิจ และประเทศชาติอย่างไร ๒. หากต้องการมอบของขวัญให้เพื่อนเน�่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด นักเรียนสามารถสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทยได้อย่างไร ๓. ยกตัวอย่างการน�างานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทยไปใช้ ในโอกาสส�าคัญ ๓ ตัวอย่าง พร้อมอธิบาย ๔. งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทยประเภทใดที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและการรักษา สิ่งแวดล้อม ๕. ส�ารวจวัสดุธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น จากนั้นออกแบบงานประดิษฐ์เอกลักษณ์ ไทยจากวัสดุธรรมชาติ พร้อมอธิบายเกี่ยวกับแนวทางในการออกแบบและการน�าชิ้นงานไปใช้ ๑. เลือกหัวหน้ากลุ่ม แล้วเลือกหัวข้อระหว่างงานใบตองหรืองานแกะสลักผักและผลไม้ ๒. แบ่งงานให้สมาชิกในกลุ่มไปปฏิบัติ โดยแบ่งงานตามความถนัดและความสนใจ ๓. สืบค้นข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ รวมถึงแหล่งการเรียนรู้ในท้องถิ่น ๔. จัดท�ารูปเล่มรายงาน ๕. น�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๖. ครูและเพื่อน ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเห็นและประเมินผลงาน ๓๘ ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 90. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมเลือกวาจะประดิษฐงาน ประดิษฐเอกลักษณไทยประเภทใดตามความ สนใจ 1 ชิ้น พรอมทั้งจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ ที่ใชในการประดิษฐมาใหพรอมในชั่วโมงถัดไป ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 91. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันฝกประดิษฐ งานประดิษฐเอกลักษณไทยที่เลือก โดยครู จะคอยสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน อยางใกลชิดและคอยใหความชวยเหลือ และ เนนยํ้าใหตระหนักถึงความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงานรวมดวย 92. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชม หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 93. ครูตั้งโจทยใหนักเรียนรวมกันวิเคราะหวา “ในชุมชนบริเวณโรงเรียนมีการจัดงาน ประกวดสืบสานวัฒนธรรมไทย หากนักเรียน ตองการเขารวมประกวดจะเลือกประดิษฐ ชิ้นงานที่เปนเอกลักษณไทยประเภทใด เพราะ เหตุใด” 94. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย โดยเลือกชิ้นงานประดิษฐเอกลักษณไทยที่จะ ประกวด 1 ชิ้น ศึกษาขอมูลวิธีการประดิษฐ จากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย วางแผน และออกแบบชิ้นงานประดิษฐ โดยชิ้นงานจะ ตองมีรูปแบบที่ทันสมัย สวยงาม สรางสรรค และแสดงใหเห็นถึงเอกลักษณความเปนไทย เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนปฏิบัติงานกลุม ครูควรใหนักเรียนแตละกลุมคัดเลือกหัวหนา กลุมตามความเหมาะสม และสมาชิกทุกคนภายในกลุมตองมีการวางแผน การปฏิบัติงานรวมกันเสมอ รวมถึงแบงหนาความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน ตามความสามารถของแตละบุคคล โดยมีการแบงหนาที่ใหกับสมาชิกภายใน กลุมทุกคนอยางชัดเจน เพื่อใหทุกคนไดลงมือปฏิบัติงานรวมกันตามหนาที่ที่ ไดรับมอบหมาย โดยครูควรสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมของนักเรียนแตละ กลุม เชน นักเรียนแตละกลุมมีวิธีการทํางานอยางไร มีปญหา หรืออุปสรรคหรือไม มีวิธีแกปญหาเหลานั้นอยางไร เพื่อประเมินการทํางานของนักเรียน หากนักเรียน กลุมใดมีปญหา หรือขอสงสัยระหวางการปฏิบัติงาน ครูจะเปนผูใหคําแนะนํา หรือใหความชวยเหลือแกนักเรียน หากตองการเผยแพรงานประดิษฐเอกลักษณไทยใหชาวตางชาติ ไดชื่นชมและรูจักมากยิ่งขึ้น นักเรียนจะมีแนวทางในการปฏิบัติ อยางไร (แนวตอบ แนวทางการเผยแพรงานประดิษฐเอกลักษณไทยให ชาวตางชาติไดชื่นชมและรูจักมากขึ้น สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน ประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทยแลวเผยแพรลงในโซเชียล มีเดีย หาโอกาสที่จะนําชิ้นงานเอกลักษณไทยไปจัดแสดงในงาน สําคัญตางๆ ในประเทศ หรือบริเวณที่มีชาวตางชาติอาศัยอยู เปนจํานวนมาก) นํา สอน สรุป ประเมิน T42


กิจกรรม Mini Project ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่มโดยปฏิบัติงานตาม ที่ก�าหนด เรื่อง การประดิษฐ์ งานดอกไม้สด ใบมอบหมายงานที่ ๒.๒ ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละเท่า ๆ กันร่วมกันประดิษฐ์งานดอกไม้สดโดยประดิษฐ์ชิ้นงานจากดอกไม้สด ๒ ชิ้น คือ • ชิ้นที่ ๑ จัดท�าช่อดอกไม้เพื่อมอบให้เพื่อนในโอกาสแสดงความยินดีที่ชนะการแข่งขันทางวิชาการ • ชิ้นที่ ๒ จัดแจกันดอกไม้สดเพื่อตั้งประดับบนโต๊ะอาหาร ๒. สมาชิกกลุ่มร่วมกันวางแผนการด�าเนินงาน รวมถึงสืบค้นวิธีในการประดิษฐ์งานดอกไม้สดจากสื่อ ที่หลากหลาย เช่น สื่อวิดีโอ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ ๓. สมาชิกกลุ่มร่วมกันจัดเตรียมอุปกรณ์ เพื่อจัดท�างานประดิษฐ์ดอกไม้สดทั้ง ๒ ชิ้น ๔. ลงมือปฏิบัติชิ้นงานและบันทึกขั้นตอนการท�างาน โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ • ชื่อสมาชิกภายในกลุ่ม • หน้าที่ความรับผิดชอบภายในกลุ่มของสมาชิกแต่ละคน • แนวทางการประดิษฐ์งานดอกไม้สดทั้ง ๒ ชิ้น ได้แก่ ช่อดอกไม้เพื่อมอบให้เพื่อนในโอกาส แสดงความยินดีที่ชนะการแข่งขันทางวิชาการ และแจกันดอกไม้สดเพื่อตั้งประดับบนโต๊ะอาหาร • ภาพถ่ายขณะปฏิบัติงาน • ภาพถ่ายชิ้นงานทั้ง ๒ ชิ้น • บันทึกผลการปฏิบัติงาน ได้แก่ ปัญหาที่พบหรืออุปสรรคในการท�างาน วิธีการแก้ ไขปัญหา • จัดท�าเป็นรายงานเพื่อน�าส่งครูผู้สอน พร้อมชิ้นงานทั้ง ๒ ชิ้น • น�าเสนอผลงานให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ๓9 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง งาน ประดิษฐเอกลักษณไทย 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินกิจกรรม เรื่อง งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย กิจกรรม เรื่อง งานประดิษฐ์เอกลักษณ์ไทย ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีมาก (4) ดี(3) พอใช้(2) ปรับปรุง (1) 1. สร้างชิ้นงานอย่าง สร้างสรรค์และ สวยงาม สร้างชิ้นงานได้อย่าง สร้างสรรค์ สวยงาม ทันสมัย และเหมาะสม สร้างชิ้นงานได้ค่อนข้าง สร้างสรรค์ สวยงาม และ ทันสมัย สร้างชิ้นงานได้สร้างสรรค์ สวยงาม และทันสมัยบ้าง ไม่ได้สร้างชิ้นงานอย่าง สร้างสรรค์ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์ เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์อย่างเหมาะสม และปลอดภัย เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์อย่างเหมาะสม เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์อย่างเหมาะสม บ้าง เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ประดิษฐ์ไม่เหมาะสม 3. ความสมบูรณ์ของ ชิ้นงานประดิษฐ์ ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดีมาก ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดี ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนน้อย ชิ้นงานไม่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน 4. เห็นคุณค่า ของงานประดิษฐ์ น าชิ้นงานไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้อย่าง เหมาะสมดีมาก น าชิ้นงานไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ น าชิ้นงานไปใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้บ้าง ไม่สามารถน าชิ้นงานไปใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ 5. การแก้ปัญหา ในการท างาน ด้วยความเสียสละ แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้ อย่างเหมาะสม แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้ แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้บ้าง ไม่สามารถแก้ปัญหาในการ ท างานด้วยความเสียสละได้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18-20 ดีมาก 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ต่ ากว่า 10 ปรับปรุง ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 เรื่อง งานประดิษฐเอกลักษณไทย ขั้นสอน ขั้นที่ 4 ฝกชํานาญ 95. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันฝกประดิษฐ งานประดิษฐเอกลักษณไทย (นอกเวลาเรียน) โดยกําหนดใหนักเรียนวิเคราะหและบันทึก ขั้นตอนการปฏิบัติงานประดิษฐเอกลักษณ ไทยในรูปแบบของคลิปวิดีโอความยาวไมเกิน 15 นาที อัปโหลดลงในโซเซียลมีเดีย จดบันทึก ผลการปฏิบัติงานและประเมินผลการปฏิบัติ จากนั้นใหนักเรียนแตละคนเขาไปชมคลิป วิดีโอที่เพื่อนอัปโหลด พรอมทั้งแสดงความ คิดเห็นอยางสรางสรรค โดยครูจะเขาไปชม ผลงาน เพื่อเปนการตรวจสอบการปฏิบัติงาน ของนักเรียน 1. ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทยตามความ สนใจ 1 ชิ้น 2. นําความคิดสรางสรรคมาประยุกตใชในการออกแบบและสราง ชิ้นงานที่สะทอนใหเห็นถึงเอกลักษณไทยและสอดแทรกสิ่งที่เปน เอกลักษณประจําทองถิ่นของตนเองลงไปในชิ้นงาน 3. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทย ใหพรอม ลงมือปฏิบัติการประดิษฐชิ้นงานเอกลักษณไทย 4. นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวคิด ในการออกแบบและสรางสรรคงานประดิษฐเอกลักษณไทย ปญหา ที่พบและแนวทางการแกปญหา แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผน การจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 นํา สอน สรุป ประเมิน T43


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การประกอบและ ติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายใน บ้าน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการประกอบ และติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้านได้ 2. ประกอบและติดตั้ง อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้านได้ แบบ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 3.1.1 การประกอบและติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T44


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 การซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้าน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้านได้ 2. ซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้านได้ แบบใช้ โครงการ เป็นหลัก (Project Based Learning) - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - มีจิตสาธารณะ T45


§Ò¹ª‹Ò§ หน่วยการเรียนรู้ที่ó ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน หากการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ ในบ้านเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนในบ้านสามารถทำาได้ จะเป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่งที่ทำาให้เกิดความสะดวกในการใช้ชีวิต เราจึงจำาเป็นต้องมีความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องใช้ เพื่อติดตั้งในบ้านของเราได้อย่างถูกวิธีและเหมาะสมกับสถานที่ที่ติดตั้ง และควรปฏิบัติงานตามคำาแนะนำาในคู่มือการใช้งานที่มากับอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านั้น ทำาให้สามารถ ใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านั้นได้อย่างปลอดภัยและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ËÒ¡µŒÍ§¡Òë×éÍà¤Ã×èͧ㪌ÁÒ µÔ´µÑé§ã¹ºŒÒ¹´ŒÇµ¹àͧ ¨ÐµŒÍ§ àµÃÕÂÁ¤ÇÒÁ¾ÃŒÍÁÍ‹ҧäà สาระการเรียนรูแกนกลาง ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน มีขั้นตอน คือ การสังเกต วิเคราะห สรางทางเลือก และประเมินทางเลือก เชน การติดตั้ง ประกอบ ซอมแซม อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช สิ่งอํานวยความสะดวกในบานและโรงเรียน ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ๔๐ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับงานชางใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง หลักการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานและหลักการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานที่มากขึ้น สามารถเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชางไดอยางถูกตองและ ปลอดภัย ลงมือประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน หรือซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานเพื่อใหเกิดความชํานาญ ใชทรัพยากรอยางคุมคา และยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม นําทักษะการจัดการมาประยุกตใชในการทํางาน รวมถึงใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางานไดอยาง เปนขั้นตอน เพื่อใหผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการประกอบและติดตั้ง หรือการซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภายในบาน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน ขั้นนํา (แบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและจุดประสงคการ เรียนรูใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียน แตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 3 เรื่อง งานชาง 2. ครูนําภาพ หรือเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บานใหนักเรียนดู 3. ครูถามนักเรียนวา • ที่บานของนักเรียนมีการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานเหมือนในภาพ หรือคลิปวิดีโอที่ครูนํามาเปดใหดูหรือไม หากไมมี มีการประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบานชนิดใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ในการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานตองคํานึงถึงสิ่งใดเปนหลัก (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการซื้ออุปกรณเครื่องใชมาติดตั้ง ภายในบานดวยตนเอง นักเรียนจะตองเตรียม ความพรอมอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบานใน ประเด็นตางๆ เชน นักเรียนเคยประกอบและ ติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบานหรือไม หากเคย ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานชนิดใด และมีขั้นตอนการปฏิบัติ อยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T46


ขอสอบเนน การคิด ง�นช�งเปนอีกงานที่อยู ในชีวิตประจําวัน เราจึงควร รูจักวิธีการปฏิบัติงานตาง ๆ เพื่อติดตั้งหรือซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชที่ตองการใช ในการดํารงชีวิตใหสามารถใชงานไดอยาง สมบูรณและปลอดภัย เพื่อความสะดวกสบายในชีวิต การประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ถูกต้องตามหลักการจะทำาให้ประกอบและติดตั้งได้ ปลอดภัย รวดเร็ว และแข็งแรง โดยหลักการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน มีดังนี้ งานช่าง ๔๑ ๒ ๔ ศึกษาอุปกรณ์เครื่องใช้ ที่จะนำามาประกอบและ ติดตั้ง กำาหนดบริเวณที่จะ ติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ ให้ชัดเจน เหมาะสม และปลอดภัย ศึกษาวิธีการประกอบ และติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ จัดเตรียมเครื่องมือ ที่ต้องใช้ ในการ ประกอบและติดตั้ง ให้พร้อม ๑ ๓ ศึกษาอุปกรณ์เครื่องใช้ ศึกษาวิธีการประกอบ และติดตั้งอุปกรณ์ 1 2 เพราะเหตุใดนักเรียนจึงควรปฏิบัติตามหลักการประกอบและ ติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน (แนวตอบ การปฏิบัติตามหลักการประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบาน จะทําใหสามารถประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบานไดอยางถูกตองตามขั้นตอน ซึ่งจะสงผลใหการ ปฏิบัติงานมีความสะดวกรวดเร็ว เกิดความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงาน และอุปกรณเครื่องใชภายในบานที่ไดมีความแข็งแรง) นักเรียนควรรู 1 ศึกษาอุปกรณเครื่องใช อุปกรณเครื่องใชที่จะนํามาประกอบและติดตั้ง ในอาคารบานเรือนมีหลายชนิด ซึ่งทําจากวัสดุที่แตกตางกัน ดังนั้น กอนที่จะนํา อุปกรณเครื่องใชมาประกอบและติดตั้ง ผูปฏิบัติงานจึงตองศึกษาอุปกรณ เครื่องใชในเรื่องตางๆ ดังนี้ • วิธีการใชงาน • ขอควรระวัง • ชนิดของวัสดุ • ลักษณะของอุปกรณเครื่องใช • จํานวนชิ้นสวนของอุปกรณเครื่องใช 2 วิธีการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานแตละชนิด มีวิธี การประกอบและติดตั้งที่แตกตางกัน รวมถึงอุปกรณเครื่องใชภายในบานชนิด เดียวกันที่มีรุนการผลิตที่หลากหลาย อาจทําใหมีวิธีการประกอบและติดตั้ง แตกตางกันออกไปดวย วิธีการประกอบและติดตั้งควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่ คูมือแนะนําอยางเครงครัด เพื่อไมใหเกิดความเสียหายในระหวางการประกอบ และติดตั้ง และเพื่อใหเกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 5. ครูและนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ภายในบานวาประสบปญหาใดหรือไม และจะ มีแนวทางแกปญหาที่เกิดขึ้นไดอยางไร 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานมีหลักการสําคัญ หลายประการที่ผูปฏิบัติงานตองคํานึงถึง เพื่อชวยใหการปฏิบัติงานเปนไปอยางมี ประสิทธิภาพและสามารถใชงานอุปกรณ เครื่องใชภายในบานดังกลาวไดอยางปลอดภัย” ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 1. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบาน จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 3 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนจะนําหลักการที่ไดศึกษามาประยุกต ใชในการประกอบและติดตั้งอุปกรณ เครื่องใชภายในบานของตนเองไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เพราะเหตุใดหลังจากการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชภายในบานเสร็จ จึง ตองมีการทดสอบการทํางานของอุปกรณ เครื่องใชภายในบานชิ้นดังกลาว (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T47


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๑.๑ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยอำานวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยและเป็นหนึ่ง ในองค์ประกอบหลักที่ทำาให้บ้านสมบูรณ์แบบมากขึ้น การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ นอกจาก จำาเป็นจะต้องคำานึงถึงหน้าที่ ในการใช้สอยแล้ว จึงต้องคำานึงถึงความเหมาะสมของขนาดอุปกรณ์ สถานที่ ในการติดตั้ง และลักษณะของอุปกรณ์ เพื่อให้การติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถแบ่งลักษณะการติดตั้งเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๔๒ ๕ ๘ ๗ ๑๐ กำาหนดจำานวนคน และความสามารถ ของผู้ปฏิบัติงาน หากเป็นงานไฟฟ้า ให้ตรวจสอบว่า ไม่มี กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ก่อนลงมือปฏิบัติ กำาหนดเวลา ที่เหมาะสมและ ระยะเวลาปฏิบัติงาน ตั้งใจปฏิบัติงาน ตามขั้นตอน อย่างระมัดระวัง หากเป็นงานประปา ให้ตรวจสอบระบบนำ้า ก่อนลงมือปฏิบัติ ปฏิบัติตามคำาแนะนำา หรือคู่มือ ทั้งการประกอบ และติดตั้ง การใช้งาน และการดูแลรักษา ๖ ๙ อุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอ�ค�ร เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ออกแบบเพื่อทำาหน้าที่ใช้สอยโดยเฉพาะ หากทำาการ เคลื่อนย้ายหรือติดตั้งใหม่ อาจทำาให้บริเวณเดิมที่เคยติดตั้งมีรูหรือรอย ต่าง ๆ ได้ และจำาเป็นต้องอาศัยความชำานาญในการติดตั้งมากกว่าอุปกรณ์ เครื่องใช้ลอยตัว ข้อดี คือ มีความแข็งแรงทนทาน มีขนาดที่พอดีกับสถานที่ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ นั้น ๆ เช่น ชั้นวางของติดผนัง ราวตากผ้าติดผนัง โตะติดผนัง ๑ อุปกรณเครื่องใชลอยตัว เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีทั้งแบบสำาเร็จรูปและประกอบเอง สามารถ ขนย้ายได้สะดวกและติดตั้งได้ตามสถานที่ที่ต้องการ แบบประกอบเอง ควรอ่านคำาแนะนำาให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ สามารถเลือกรูปแบบ และขนาดได้หลากหลาย ติดตั้งได้ง่ายกว่าอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ติดกับ อาคาร โดยไม่ต้องเจาะรูที่อาคารเพื่อติดตั้งและยังสามารถทดลอง ใช้จริงได้ก่อนทำาการสั่งซื้อ เช่น โตะ เก้าอี้ ราวตากผ้า ชั้นวางของ ๒ ช่วยประหยัดพื้นที่ เนื่องจากได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมกับพื้นที่ 1 นักเรียนควรรู 1 ประหยัดพื้นที่ อุปกรณเครื่องใชรวมถึงเฟอรนิเจอรในปจจุบันมีการออกแบบ ใหใชงานไดอยางหลากหลายและชวยประหยัดพื้นที่ เพื่อใหสามารถใชพื้นที่ที่มีอยู อยางจํากัดไดเพียงพอกับความตองการในชีวิตประจําวัน เฟอรนิเจอรบางชนิด ถูกออกแบบมาเพื่อใหสามารถใชงานไดมากกวา 1 อยาง เชน เปนไดทั้งโตะและ ชั้นวางของ เปนไดทั้งเตียงและโตะทํางาน ซึ่งขึ้นอยูกับการออกแบบเฟอรนิเจอร เฟอรนิเจอรบางชนิดถูกออกแบบมาใหพับได เพื่อชวยประหยัดพื้นที่เมื่อไมได ใชงาน การสรางสรรคงานออกแบบเฟอรนิเจอรและอุปกรณเครื่องใชจึงเปนสิ่งที่ ไดรับการพัฒนาอยูตลอดเวลา เพื่อตอบสนองการใชงานของคนในยุคปจจุบัน ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 4. ครูใหนักเรียนแบงกลุมเปน 6 กลุม กลุมละเทาๆ กัน จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทน กลุมละ 1 คน ออกมาจับสลากหัวขอที่ครู กําหนดให ดังนี้ • สลากหมายเลข 1-2 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช • สลากหมายเลข 3-4 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งงานประปา • สลากหมายเลข 5-6 ศึกษา เรื่อง การประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสืบคนขอมูลในหัวขอ ที่จับสลากได จากนั้นอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรูซึ่งกันและกันภายในกลุม พรอมทั้งจด บันทึกขอมูลในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • ลักษณะของการประกอบและติดตั้ง • ขั้นตอนการประกอบและติดตั้ง • ขอควรระวังในการประกอบและติดตั้ง สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช ไดที่ https://www.ananda.co.th/blog/thegenc/ลํ้าสมัย-ไมมีพลาด-ikea-ar-คูมื/ ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ศึกษาเพิ่มเติม เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช รวมถึงดู หรือฝกปฏิบัติการ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชตางๆ จากนั้นใหนักเรียน แตละกลุมรวมกันสรุปความรูที่ได แลวสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูอธิบาย เพิ่มเติมวา การปฏิบัติการประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช จําเปนตองศึกษาวิธีการที่ถูกตอง เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานไดอยาง ปลอดภัย ผลงานสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ผูปฏิบัติงาน ตองมีความชางสังเกตในการปฏิบัติงานในแตละขั้นตอนอีกดวย (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 6. ครูใหนักเรียนรวมกลุมใหม โดยใหนักเรียนที่ จับสลากไดหมายเลขเดียวกันมารวมกลุมกัน พรอมทั้งกําหนดชื่อกลุมใหม ดังนี้ • กลุม A คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 1-2 (การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใช) • กลุม B คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 3-4 (การประกอบประกอบและติดตั้งงานประปา) • กลุม C คือ กลุมที่จับสลากไดหมายเลข 5-6 (การประกอบประกอบและติดตั้งเครื่องใชไฟฟา) 7. ครูใหนักเรียนแตละกลุมนําความรูที่แตละกลุม ไดศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกัน และกันภายในกลุมอีกครั้ง พรอมทั้งจดบันทึก สรุปขอมูลในประเด็นเดิมที่ครูกําหนดให นํา สอน สรุป ประเมิน T48


ขอสอบเนน การคิด ประกอบและติดตั้ง ๑ ๒ วัสดุ อุปกรณที่ใช ๑. ชุดราวผ้าสเตนเลสแบบปรับระดับได้ ๒. พุกพลาสติก พุกปกผีเสื้อ และพุกโลหะ ๓. นอตหรือสกรู ๔. สว่านเจาะคอนกรีต ๕. ดอกสว่านเจาะคอนกรีต เบอร์ ๗ ๖. ตลับเมตร ๗. เครื่องวัดระดับนำ้า ๘. ไขควงปากแฉก ๙. ค้อน ๑๐. คัตเตอร์ ๑๑. ดินสอ ๑๒. กล่องกระดาษหรือพลาสติกรองปูน ๑๓. เทปสี ขั้นตอนการประกอบและติดตั้งราวตากผาสเตนเลส ๑. นำาเครื่องวัดระดับนำ้ามาทาบหาแนวระดับกับผนังและใช้ดินสอขีดเส้นแนวระดับเส้นตรง โดยใช้ตลับเมตรวัด เพื่อที่จะเจาะรูผนังตามตำาแหน่งรูของราวตากผ้า แล้วนำาราวตากผ้ามาทาบกับผนัง ใช้ดินสอทำาเครื่องหมาย ในตำาแหน่งที่จะเจาะรูผนังปูน โดยยึดแนวเส้นตรงที่หาระดับไว้ ๒. นำาดอกสว่านมาเทียบกับขนาดของพุกพลาสติกและนำาเทปสีมาพันรอบดอกสว่าน เพื่อทำาเครื่องหมายบอก ระดับความลึกของดอกสว่านที่เจาะให้เท่ากับความยาวของพุกพลาสติกและพุกโลหะ ร�วต�กผ� สเตนเลส ๔๓ หากตองการซื้อเฟอรนิเจอรสําหรับตกแตงบานที่มีพื้นที่มาก และตองการความสวยงาม คงทน แข็งแรง ควรเลือกซื้อและติดตั้ง เฟอรนิเจอรในขอใดจึงจะเหมาะสมกับความตองการมากที่สุด 1. เฟอรนิเจอรแบบลอยตัว 2. เฟอรนิเจอรแบบสําเร็จรูป 3. เฟอรนิเจอรแบบติดตั้งอยูกับที่ 4. เฟอรนิเจอรแบบถอดประกอบได (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเฟอรนิเจอรแบบติดตั้ง อยูกับที่ (Built-in Furniture) เปนเฟอรนิเจอรที่มีความแข็งแรง และคงทนมาก มีความสวยงาม และมีใหเลือกใชงานหลากหลาย รูปแบบ สามารถออกแบบใหเขากับบานที่มีพื้นที่มากไดอยางลงตัว) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 8. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม 9. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาการประกอบและติดตั้ง อุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอาคารและอุปกรณ เครื่องใชลอยตัวมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ประโยชนของการประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชที่ติดกับอาคาร คือ อุปกรณมีความแข็งแรงและมีความ ทนทานสูง เนื่องจากยึดติดกับโครงสรางของ อาคาร และประโยชนของการประกอบและ ติดตั้งอุปกรณเครื่องใชลอยตัว คือ สามารถ หยิบจับและเคลื่อนยายอุปกรณเครื่องใช ไดอยางสะดวก) • เพราะเหตุใดนักเรียนจึงควรเลือกใชราว ตากผาที่ผลิตจากสเตนเลสติดตั้งในหองนํ้า (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สเตนเลสจะมีความ ทนทาน ไมเกิดสนิม ไมชํารุด หรือสึกกรอน ไดงายเหมือนโลหะชนิดอื่นๆ จึงเหมาะ สําหรับนํามาใชติดตั้งในบริเวณพื้นที่ที่มี ความชื้นสูง) • หากตองการประกอบและติดตั้งราวตากผา สเตนเลสบนผนังกระเบื้อง นักเรียนควร เลือกใชสวานและดอกสวานแบบใด เพื่อ ชวยปองกันไมใหผนังกระเบื้องแตกจากการ เจาะรูที่ผนัง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา ราวตากผาที่สามารถนํามาประกอบและติดตั้ง ไดเองมีหลายชนิด ไมวาจะเปนราวตากผาติดผนัง ราวตากผาที่ไมติดผนัง ราวตากผา สเตนเลส ราวตากผาพลาสติก นักเรียนควรศึกษาขอมูลและทําความเขาใจ เกี่ยวกับวิธีการประกอบและติดตั้งอยางละเอียด เพื่อใหสามารถประกอบและ ติดตั้งราวตากผาไดอยางถูกตอง ปลอดภัย ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้ • ศึกษาขอมูลการประกอบและติดตั้ง • อานวิธีการประกอบและติดตั้ง รวมถึงคําแนะนําในการใชงาน • จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชาง และสถานที่ ปฏิบัติงานใหพรอม • ปฏิบัติตามขั้นตอนอยางเครงครัด จากนั้นครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา วิธีการเหลานี้สามารถนําไปประยุกตใชกับ การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบานชนิดอื่นๆ ไดเชนเดียวกัน นํา สอน สรุป ประเมิน T49


ขอสอบเนนการคิด ๓ ๕ ๔ ๖ ๗ ๓. นํากลองกระดาษหรือพลาสติกรองปูนมาติดใตตําแหนงที่จะเจาะรูเพื่อรองรับขี้ปูนที่เจาะ ๔. นําสวานที่ใสดอกเจาะคอนกรีตเรียบรอยแลว เลื่อนสวิตชควบคุมการเจาะไปที่รูปสัญลักษณรูปคอนหรือ ดอกเจาะคอนกรีต (หากผนังเปนกระเบื้องจะตองใชดอกสวานขนาดเล็กเจาะนําไปกอนเพื่อไมใหกระเบื้อง แตกราว) ใชสวานเจาะรูผนังตรงตําแหนงที่ทําเครื่องหมายไว ใหระดับความลึกเทากับความยาวของพุก ขณะที่เจาะผนังใหจับสวานตั้งฉากกับผนัง ๕. นําพุกพลาสติกมาใสรูที่เจาะเรียบรอยแลว และใชคอนตอกพุกพลาสติกใหจมลงเสมอกับผนัง ๖. ใชคัตเตอรตัดพุกในสวนที่ โผลออกมาใหเรียบเสมอกับผนัง ๗. นําราวตากผามาติดตั้งตามตําแหนงพรอมยึดดวย นอตหรือสกรู ใช ไขควงปากแฉกขันสกรูใหยึด ราวตากผาติดกับผนังครบทุกจุด แลวนําเครื่องวัด ระดับนํ้ามาวางดานบนของราวตากผา เพื่อตรวจสอบ ระดับวาติดตั้งไดระดับหรือไม จากนั้นตรวจสอบ ความเรียบรอยในการติดตั้งและทําความสะอาด พื้นที่ใหเรียบรอย ๔๔ ราวตากผาติดกับผนังครบทุกจุด แลวนําเครื่องวัด 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 10. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการเจาะผนังควร เลือกใชสวานและดอกสวานใหเหมาะสมกับ พื้นผิวของผนังที่ตองการเจาะ เพื่อใหการเจาะ ผนังเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ เชน หาก ตองการเจาะผนังกระเบื้อง ควรเลือกใชสวาน ธรรมดา ใสดอกสวานสําหรับเจาะเหล็ก ปรับ ใหอยูในโหมดของการเจาะเบา จากนั้นจึงใช สวานคอยๆ เจาะนําลงไปบนผนังกระเบื้อง บริเวณจุดที่ตองการ เปลี่ยนดอกสวานใหม ใหเปนดอกสวานเจาะกระแทก ปรับใหอยู ในโหมดของการเจาะกระแทก จากนั้นจึงใช สวานคอยๆ เจาะลงไปในรูเดิมดวยความ ระมัดระวัง” 11. ครูถามนักเรียนวา • จากการศึกษา เรื่อง วิธีการประกอบและ ติดตั้งราวตากผาสเตนเลส นักเรียนคิดวา ตนเองสามารถประกอบและติดตั้งไดดวย ตนเองหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากตองการประกอบและติดตั้งราวตากผา สเตนเลส เพื่อใหเกิดความปลอดภัยในขณะ ปฏิบัติงาน นักเรียนจะมีขั้นตอนและวิธีการ ในการปฏิบัติงานอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน อานคําแนะนําการใชงาน ของอุปกรณที่ตองการประกอบและติดตั้ง ใหเขาใจ เลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชางใหเหมาะสม ลงมือ ปฏิบัติประกอบและติดตั้งตามคําแนะนํา อยางเครงครัด และทดสอบอุปกรณดังกลาว หลังจากทําการติดตั้งเสร็จเรียบรอยแลว) นักเรียนควรรู 1 เครื่องวัดระดับนํ้า เปนอุปกรณงานชางที่ใชตรวจสอบความลาดเอียงของ พื้นที่ทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง โดยการแนบอุปกรณเขากับชิ้นงานและสังเกตฟอง อากาศภายในหลอดแกวใหอยูระดับกึ่งกลางเสมอ โครงสรางทําจากพลาสติก อะลูมิเนียม และอะคริลิกที่แข็งแรง ภายในประกอบดวยหลอดแกวใสบรรจุนํ้า มีเม็ดฟองอากาศที่อานคาระดับนํ้าไดชัดเจน เครื่องวัดระดับนํ้ามีหลายประเภท เชน • เครื่องวัดระดับนํ้าแอนะล็อก (Level Gauge) • เครื่องวัดระดับนํ้าวงกลม (Round Level) • เครื่องวัดระดับนํ้าดิจิทัล (Digital Level Gauge) • เครื่องวัดระดับนํ้าแมเหล็ก (Magnetic Level) • เครื่องวัดระดับนํ้าบอกองศา (Multi-Level) โดยทั่วไปจะนิยมใชเครื่องวัดระดับนํ้าแอนะล็อก ซึ่งมีโครงสรางทรงสี่เหลี่ยม ขนาดยาวตั้งแต 2, 4, 6 ฟุต สามารถตรวจสอบความเอียงได 2 ทิศทาง คือ แนวระนาบและแนวตั้ง เพราะเหตุใดจึงควรใชเครื่องวัดระดับนํ้าในการติดตั้งราว ตากผาสเตนเลสเขากับผนังหองนํ้า (แนวตอบ เพราะจะทําใหราวตากผาสเตนเลสที่ติดตั้งสามารถ ติดตั้งไดตรง ไมเอียง ไมเบี้ยว อยูในแนวระดับที่ตองการ เนื่องจาก เครื่องวัดระดับนํ้าสามารถตรวจสอบความเอียงได 2 ทิศทาง คือ แนวระนาบและแนวตั้ง) นํา สอน สรุป ประเมิน T50


ขอสอบเนน การคิด ก�รเดิน ทอประป� เพื่อตอกอกนำ้� ๑.๒ การประกอบและติดตั้งงานประปา งานประปาภายในบ้านเป็นอีกงานหนึ่งที่ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะนำ้าเป็นปัจจัยสำาคัญ ในการดำารงชีวิต ต้องใช้ ในการอุปโภคและบริโภค การมีระบบประปาในบ้านที่ดีจะทำาให้ผู้อยู่อาศัย มีสุขอนามัยที่ดี การประกอบและติดตั้งงานประปาในบ้านจึงควรปฏิบัติอย่างระมัดระวังและคำานึงถึง การใช้งานที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน T i p วางแผนก่อนเดินท่อประปา ควรวางแผนการเดินท่อประปาให้รอบคอบ เพื่อให้นำ้ามีแรงดันเพียงพอในการใช้งาน จึงควรใช้นำ้า ที่มาจากมิเตอร์ประปา เพราะจะมีแรงดันนำ้าประมาณ ๑ บาร์ ซึ่งมากกว่าแรงดันจากถังเก็บนำ้า กำาหนดตำาแหน่งของ กอกนำ้าใหม่ที่จะติดตั้ง เพื่อวางแผนเดินท ่อ ประปา เช่น ท่อ PVC โดยอาจมีการเจาะรู ในบางจุด ใช้กระดาษทรายละเอียดขัด ส่วนที่จะต่อท่อ แล้วทานำ้ายา ต่อท่อบริเวณผิวท่อสวมต่อกัน ระหว่างกอกนำ้ากับท่อประปา โดยท่อที่เดินเพิ่มควรมีขนาด เล็กกว่าท่อประปาใหญ่ เพื่อ เพิ่มแรงดันนำ้าไปยังปลายทาง ปดวาล์วนำ้าที่จ ่ายนำ้ามายังบริเวณที่จะเดิน ท ่อประปา เลือกวิธีเดินท ่อประปาระหว ่าง ท่อแบบลอยและท่อแบบฝัง ซึ่งท่อแบบลอย จะไม่สวยงาม แต่สามารถซ่อมแซมได้ง่าย ติดตัวรัดท่อประปาเพื่อให้ ท่อประปาที่ติดตั้งเพิ่มแน่น และแข็งแรง สามารถ ใช้งานได้สะดวก ๔5 ๑ ๔ ๓ ๒ ทอประป� ปดวาล์วนำ้าที่จ ่ายนำ้ามายังบริเวณที่จะเดิน 1 2 นักเรียนควรรู 1 ทอประปา อุปกรณที่ทําหนาที่ในการลําเลียงนํ้าดี หรือนํ้าประปา โดยจาย ผานอุปกรณตางๆ เชน กอกนํ้า ฝกบัวอาบนํ้า ชักโครก ทอเมนประปาที่ใชตาม บานจะมีเสนผาศูนยกลางประมาณ 3 4 นิ้ว - 1 นิ้ว และทอที่ใชสวนใหญจะเปน ทอพีวีซี ทอพีอี 2 วาลวนํ้า ควรปดวาลวนํ้าบริเวณที่จะซอมแซม เพื่อไมใหมีนํ้าไหลผานจุด ที่จะซอมแซม หากสถานที่กวาง หรือใชนํ้าในหลายพื้นที่ อาจมีวาลวนํ้าหลายจุด ซึ่งขึ้นอยูกับการวางแผนติดตั้งวาลวนํ้า นอกจากนี้ การประปานครหลวงยัง แนะนําวา ในชวงที่มีวันหยุดยาวตอเนื่องหลายวัน ประชาชนจํานวนมากเดินทาง ทองเที่ยว หรือกลับตางจังหวัด กอนออกจากบานในวันหยุดยาวควรชวยกันดูแล ระบบประปาในบาน โดยปดวาลวนํ้า (ประตูนํ้า) ที่มาตรวัดนํ้าตามเข็มนาฬกา โดยสังเกตวาไมมีตัวเลขหมุนบนหนาปดของมาตรวัดนํ้า เพื่อปองกันการรั่วไหล ของระบบประปาภายในบาน หรืออาจลืมปดกอกนํ้า ซึ่งอาจเปนสาเหตุทําให คานํ้าประปาสูงผิดปกติ และสูญเสียทรัพยากรนํ้าโดยเปลาประโยชน ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย • นักเรียนคิดวาเปนเพราะเหตุใดทอนํ้า ประปาจึงเกิดการรั่วซึม (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เกิดจากแรงดันภายใน ทอประปา เกิดจากแรงกระแทกจากภายนอก ทอ เกิดจากงานติดตั้งที่ไมไดมาตรฐาน) • ที่บานของนักเรียนเคยประสบปญหาทอนํ้า ประปารั่วซึมหรือไม หากเคย แกปญหานั้น อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเคยเดินทอประปาในบานของ ตนเองหรือไม หากเคย มีแนวทางในการ ปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในงานชางประเภทใดในการเดิน ทอประปา (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การวางทอประปานั้น ควรวางทอในทางตรง เพราะจะชวยใหนํ้า ประปาเดินทางไดอยางสะดวก นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใชทอแยกสามทาง เนื่องจาก จะทําใหแรงดันนํ้าออนลง สงผลทําใหนํ้าประปา ไหลชาลงได หากทอเมนประปาสาธารณะอยู ใกลบาน ควรพิจารณาขนาดของทอประปา ใหเล็กลง โดยเลือกใชทอที่มีขนาดเสนผาน ศูนยกลางประมาณ 1 นิ้ว จากทอประปามา เปนทอเมนประปาภายในบาน และลดขนาด ทอประปาที่ใชงานภายในบานลงอีกประมาณ 3 4 นิ้ว เพื่อชวยเพิ่มแรงดันนํ้าประปาไปยัง ปลายทางการใชงานใหเพิ่มมากยิ่งขึ้น” ในการเดินทอประปาขอใดกลาวถูกตอง เมื่อทอปลายทางที่ตอ เพิ่มมีขนาดใหญกวาทอเดิม 1. นํ้าที่ทอปลายทางจะไหลออนลงแนนอน 2. นํ้าที่ทอปลายทางจะไหลแรงเทาเดิม 3. นํ้าที่ทอปลายทางอาจไหลออนลง 4. นํ้าที่ทอปลายทางจะไหลแรงขึ้น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเปนไปไดทั้งไหลออนลง และไหลแรงเทาเดิม ซึ่งจะขึ้นอยูกับแรงดันนํ้าวามีเพียงพอหรือไม) นํา สอน สรุป ประเมิน T51


ขอสอบเนนการคิด Safety First ๑.๓ การประกอบและติดตั้งเครื่องใช ไฟฟา เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านควรคำานึงถึงความปลอดภัยขณะประกอบและติดตั้ง เนื่องจาก กระแสไฟฟ้าอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้ประกอบและติดตั้งจึงต้องวางแผนเกี่ยวกับพื้นที่อย่าง รอบคอบ เช่น มีปลั๊กที่สามารถใช้งานได้สะดวก เมื่อเสียบสายไฟฟ้าแล้วสายไฟฟ้าเป็นระเบียบ ไม่เกะกะ ไม่อยู่ ใกล้ความชื้นหรือบริเวณที่อาจเปยกนำ้าได้ เลือกตำาแหน่งที่ต้องการจะ ติดตั้งเครื่องทำานำ้าอุ่น ควร ติดตั้งสูงจากพื้นประมาณ ๑.๖ เมตร อาจติดให้สูงขึ้น เล็กน้อยเพื่อความเหมาะสม กับความสูงของผู้ ใช้งาน ๑ ใช้สว่านแบบกระแทกเจาะ บนผนังบริเวณที่จะฝังพุก สำาหรับยึดเครื่องทำานำ้าอุ่น ๒ ติดตั้งเบรกเกอร์ (สะพานไฟ) เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร ๔ หากบ้านมีระบบสายดิน ต่อ สายดินกับเครื่องทำานำ้าอุ ่น เพื่อป้องกันไฟดูด กรณีบ้าน ไม ่มีระบบสายดิน ให้ต ่อ สายดินกับเครื่องทำานำ้าอุ ่น โดยเสียบสายดินกับจุดต ่อ แล้วลากสายไปต่อลงดิน ใช้ แท่งทองแดงทำาเป็นหลักดิน โดยปักแท่งทองแดงลงในดิน ลึกอย่างน้อย ๑.๕ เมตร ๕ เดินสายไฟฟ้าจากสายไฟฟ้า หลักมายังห้องนำ้า แล้วต่อ กับเครื่องทำานำ้าอุ่น ๓ ปดวาล์วนำ้าและต ่อสายนำ้า เข้าเครื่องทำานำ้าอุ่น แล้วต่อ ฝักบัวเข้ากับเครื่องทำานำ้าอุ่น ๖ ทดสอบการใช้งานและสังเกต การรั่วซึมของเครื่องทำานำ้าอุ่น ๗ • สับสวิตช ไฟ • ตอสายดิน ก�รติดตั้ง เครื่องทำ� นำ้�อุน เบื้องตน ๔๖ ในการติดตั้งพัดลม การปองกันไมใหนอตคลายจากสกรูเมื่อได รับการสั่นสะเทือนจากการเปดใชงาน ควรปฏิบัติอยางไร 1. งอปลายสกรู 2. ใสแหวนสปริงรองสกรู 3. บัดกรีนอตที่ปลายสกรู 4. ใสแหวนสปริงรองนอต (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะแหวนสปริงรองนอตจะทํา หนาที่ปองกันตัวล็อกนอตไมใหคลายตัวออกมาได ทําใหนอตมี ความแนนหนามากขึ้น) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา การเลือกเครื่องทํานํ้าอุนมาติดตั้งภายในบานเปน อีกเรื่องที่สําคัญ จึงควรศึกษาประเภทของเครื่องทํานํ้าอุน แลวเลือกใหเหมาะสม กับการใชงานและงบประมาณที่ตั้งไว โดยหลักการเลือกเครื่องทํานํ้าอุน มีดังนี้ • ความตองการใชงาน • กําลังไฟของบาน • ชนิดของเครื่องทํานํ้าอุน • รูปลักษณของเครื่องทํานํ้าอุน • เทคโนโลยีที่ชวยประหยัดพลังงาน • ระบบความปลอดภัย • การรับประกันและการบริการหลังการขาย โดยนักเรียนสามารถสอบถามขอมูลและเปรียบเทียบเครื่องทํานํ้าอุนชนิด ตางๆ ไดจากสถานที่จัดจําหนายและพนักงานขาย การเลือกใหเหมาะสมยังตอง คํานึงถึงการดูแลรักษาและซอมแซมที่สะดวก ไมเปนภาระของเจาของบานอีกดวย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 13. ครูถามนักเรียนวา • ที่บานของนักเรียนมีการติดตั้งเครื่องทํา นํ้าอุนหรือไม หากมี ใครเปนผูทําการติดตั้ง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เครื่องทํานํ้าอุนที่บานของนักเรียนมีการ ติดตั้งสายดินหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • เพราะเหตุใดการติดตั้งเครื่องทํานํ้าอุนจึง ตองมีการเดินสายดินเสมอ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สายดินจะทําหนาที่ ปองกันและชวยใหเกิดความปลอดภัยใน ขณะใชงานเครื่องใชไฟฟาในกรณีที่เกิด เหตุการณไฟฟารั่ว) • หากไมมีการเดินสายดิน นักเรียนจะมี แนวทางอยางไร เพื่อใหการใชงานเครื่อง ทํานํ้าอุนเกิดความปลอดภัยมากที่สุด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สามารถปฏิบัติไดโดย การเสียบสายดินเขากับจุดตอที่เครื่องทํา นํ้าอุน จากนั้นลากสายออกไปตอลงดิน โดยใชแทงทองแดงทําเปนหลักดิน และ ตองปกใหลึกอยางนอย 1.5 เมตร) • จากการศึกษา เรื่อง วิธีการประกอบและ ติดตั้งเครื่องทํานํ้าอุน นักเรียนคิดวาตนเอง ประกอบและติดตั้งไดดวยตนเองหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา สอน สรุป ประเมิน T52


เฟอรนิเจอรประเภทที่ตองการ ใหประกอบเอง ลวนออกแบบ โดยตั้งใจใหประกอบ ติดตั้ง และ ใชงานไดงาย บรรจุภัณฑทําเพื่อ สําหรับใหขนยายไปประกอบที่บาน ไดสะดวกขึ้น โดยสวนใหญแลว เฟอรนิเจอรประกอบเองจะมีราคา ถูกกวา เนื่องจากไมตองใชแรงงาน ของพนักงานไปประกอบที่บาน ของผูซื้อ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเองปรÐËยÑ´กÇ่า ร้านขายเฟอร์นิเจอร์มีทั้งแบบรับชิ้นส่วน ไปประกอบเองที่บ้านและประกอบให้เรียบร้อย ที่บ้านของผู้ซื้อ ทั่วไปแล้วเฟอร์นิเจอร์ บางอย ่างสามารถประกอบเองได้ง ่าย ๆ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก รวมถึง เฟอร์นิเจอร์ที่มีชิ้นส่วนน้อย การประกอบเอง จะทำาให้ได้เฟอร์นิเจอร์ ในราคาที่ถูกลง ซึ่ง ต้องแลกกับการเสียกำาลังเล็กน้อย ÇÔ¸ÕการปรÐกอบ เ¿อร์นÔเ¨อร์ปรÐกอบเอง ตรวจสอบชิ้นสวน อุปกรณ และคูมือวามีอะไรบาง มีครบหรือไม ศึกษาคูมือและวิธีประกอบ เฟอรนิเจอร ใหเขาใจ อยางละเอียด ประกอบตาม ขั้นตอนที่คูมือแนะนํา อยางถูกตอง และหมั่นสังเกต ชิ้นสวนตางๆ ขณะประกอบ ๑ ๒ ๔ ๓ ตรวจสอบความ แข็งแรงของเฟอรนิเจอร หลังจากประกอบเสร็จ ปจจุบันบางรานคาที่ขาย เฟอรนิเจอรประกอบเองจะทํา วิธีประกอบในรูปแบบภาพ เคลื่อนไหวเปนคลิปวิดีโอ ใหผูซื้อเขาใจไดงายขึ้น และ มีคําแนะนําตาง ๆ ที่จําเปน ระบุไวดวย หากสั่งซื้อเฟอรนิเจอร ประกอบมาแลว แตพบวาไมถนัด ที่จะประกอบเอง โดยทั่วไปทาง รานคาจะมีการบริการประกอบ เฟอรนิเจอร ให แตมีการคิด คาบริการเพิ่ม จึงควรวางแผน การซื้อเพื่อใชจายอยางคุมคา งานช่าง ๔๗ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของ นักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบ และติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน 3. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ 3-4 คน เลือกเฟอรนิเจอร ประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น วางแผนการปฏิบัติงานและ แบงหนาที่ความรับผิดชอบของสมาชิกแตละคน และรวมกันฝก ปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายขั้นตอนการ ประกอบเฟอรนิเจอรชิ้นดังกลาว ใหนักเรียนเลือกเฟอรนิเจอรประกอบเองตามความสนใจ 1 ชิ้น ฝกปฏิบัติการประกอบเฟอรนิเจอรที่เลือก บันทึกผลการปฏิบัติงาน ในรูปแบบของคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 10 นาที อัปโหลดลงใน โซเซียลมีเดีย เพื่อเปนการเผยแพรผลงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช้ 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 2. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายใน บาน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 14. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง เฟอรนิเจอรประกอบ เองประหยัดกวา ในกรอบ Know More จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 15. ครูถามนักเรียนวา • นอกจากจะไดรับประโยชนจากการซื้อ เฟอรนิเจอรในราคาที่ถูกลงแลว นักเรียน ยังไดรับประโยชนใดอีกบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นํา สอน สรุป ประเมิน T53


ขอสอบเนนการคิด ò การซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านเมื่อใช้งานไปสักระยะก็อาจชำารุดได้ จึงต้องตรวจหาสาเหตุ และซ่อมแซมอย่างถูกวิธี เพื่อให้อุปกรณ์เครื่องใช้สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย บางครั้งจึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมแซม แต่หากสามารถซ่อมแซมเองได้จะช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายอีกด้วย เมื่อตัดสินใจแล้วว่า การซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านด้วยตนเองนั้นเป็นวิธีที่คุ้มค่า สามารถทำาเองได้ จึงควรซ่อมแซมให้ปลอดภัย โดยปฏิบัติตามหลักการ ดังนี้ ทาสีรั้วบานเกาที่ขึ้นสนิม ใหเปนรั้วบานใหม ๑. เมื่อชำ�รุดควรรีบซอมแซม เพื่อไม ่ให้ เสียหายมากขึ้น และป้องกันไม ่ให้ผู้อื่นได้รับ บาดเจ็บจากการชำารุด ๒. สังเกตชนิดของวัสดุและลักษณะก�ร ชำ�รุด เพื่อหาวัสดุที่เหมาะสมในการซ่อมแซมได้ ๓. ศึกษ�วิธีก�รซอมแซมอุปกรณเครื่องใช ภ�ยในบ�น เพื่อซ่อมแซมได้อย่างเป็นขั้นตอน และถูกวิธี ช่วยประหยัดเวลาในการซ่อมแซม ๔. จัดเตรียมเครื่องมือที่ใช ในก�รซอมแซม อุปกรณเครื่องใชภ�ยในบ�น เพื่อเป็นการ เตรียมความพร้อม ไม่เสียเวลาขณะซ่อมแซม 5. ห�กเกี่ยวของกับไฟฟ�ใหตรวจสอบว� ไมมีกระแสไฟฟ�ไหลผ�นอุปกรณเครื่องใช ที่จะซอมแซม เพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ งานซ่อมแซม ๖. ห�กเกี่ยวของกับง�นประป�ใหปด ว�ลวนำ้�กอนซอมแซม เพื่อความสะดวกในการ ซ่อมแซม ๗. ปฏิบัติง�นอย�งละเอียดรอบคอบ เพื่อ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่จะใช้งาน อุปกรณ์เครื่องใช้เหล่านั้น ๘. หลังซอมแซมควรตรวจสอบใหละเอียด กอนใชง�นจริง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน หลักก�ร ซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภ�ยในบ�น ๔๘ ชำ�รุด สังเกตชนิดของวัสดุและลักษณะก�ร 1 นักเรียนควรรู 1 ลักษณะการชํารุด การตรวจสอบลักษณะการชํารุดเปนอีกวิธีการที่สําคัญ กอนที่จะเริ่มตนซอมแซมอุปกรณเครื่องใชชนิดนั้นๆ การชํารุดบางอยางอาจตอง เปลี่ยนชิ้นสวน หรืออะไหลเฉพาะชิ้นยอย หรืออาจตองเปลี่ยนชิ้นสวน หรืออะไหล ทั้งชิ้นใหญ หรืออาจไมตองเปลี่ยนชิ้นสวน แตสามารถนําสวนที่ชํารุดมาซอมแซม ได ตัวอยางการซอมแซมตามลักษณะการชํารุดของเกาอี้ไม เชน • ตีตะปูเสริม เพื่อใหโครงสรางของเกาอี้แข็งแรง • รอยราวเล็กนอยที่เนื้อไม สามารถใชกาวอเนกประสงค หรือกาวรอน มาหยอดลงที่รอยแยกของเนื้อไมได • รอยแตกที่ไมกวางที่เนื้อไม สามารถใชผงขี้เลื่อยผสมกับกาวนําไปอุด รอยแตก ซึ่งจะชวยปองกันนํ้าซึมเขาเนื้อไมได • รอยแตกที่กวางใหนําเศษไมขนาดใหญกวารอยแตกมาตกแตงดวยสิ่ว หรือคัตเตอรใหมีขนาดพอดีกับรอยแตก จากนั้นยึดดวยตะปูตัวเล็ก หรือ กาวอุดไม ขั้นนํา (แบบใช้โครงการเปนหลัก) ขั้นที่ 1 ให้ความรู้พื้นฐาน 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับอุปกรณเครื่องใช ภายในบานที่นักเรียนใชงานเปนประจํา เชน กอกนํ้า ฝกบัวอาบนํ้า โตะ เกาอี้ ลูกบิดประตู สายไฟ ปลั๊กไฟ เตารีด ตูเย็น หมอหุงขาว ถึงความจําเปนในการซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภายในบานที่ชํารุด 2. ครูถามนักเรียนวา • อุปกรณเครื่องใชภายในบานชนิดใดที่ นักเรียนสามารถซอมแซมไดดวยตนเอง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน กอใหเกิดประโยชนตอตนเองและสมาชิกใน ครอบครัวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน จําเปนตองนําหลักการใดมาประยุกตใช หรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนมีแนวทางการปฏิบัติตนอยางไร เพื่อ ใหการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน เกิดความปลอดภัย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 3. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง การซอมแซม อุปกรณเครื่องใชภายในบาน จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 3 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 4. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ ซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 3 หลักการซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานของบุคคลใน ขอใดสําคัญที่สุดในการปฏิบัติงานชาง 1. สรซอมแซมทันเมื่อพบวาชํารุด 2. ลิซาศึกษาวิธีการซอมแซมอยางละเอียด 3. มินนี่สํารวจชนิดและลักษณะการชํารุดของอุปกรณ 4. นัตตี้ตรวจสอบวงจรไฟฟาอยางละเอียดวาตัดไฟจากวงจรแลว หรือไม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะสิ่งสําคัญที่สุดในการปฏิบัติ งานชางในบาน คือ ความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน ตองไมเกิด ความเสียหาย หรือเกิดอันตรายทั้งตอบุคคลและทรัพยสิน) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T54


ขอสอบเนน การคิด ตัวอย�ง Safety First Safety First ๒.๑ การซอมแซมเครื่องใช ไฟฟา เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีหลายชนิด เมื่อพบว่าชำารุดจึงควรหยุดใช้งานและรีบตรวจสอบ อย่างละเอียดเพื่อความปลอดภัยของผู้ ใช้งานและทุกคนในบ้าน หากสิ่งที่ชำารุดสามารถซ่อมแซม ด้วยตนเองได้จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า หากจำาเป็นต้องซื้อใหม่ จะได้วางแผนการซื้อต่อไป ตัวอย่างการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สาเหตุที่เกิด ๑. ปลั๊กไม่มีไฟฟ้าไหลผ่าน ๒. สายไฟฟ้าภายใน หม้อหุงข้าวขาด ๓. จุดต่อสายไฟฟ้าไม่แน่นหรือ สกปรก ๔. อุปกรณ์บังคับคอนแท็กต์เสีย ๕. หน้าสัมผัสไม่สนิทหรือ สกปรก • ลวดความร้อนขาด • สวิตช์เสีย • สายปลั๊กหลุดหรือหลวม สาเหตุที่เกิด ๑. หน้าสัมผัส สวิตช์สกปรก ๒. มีมดทำารัง แนวทางการแก ไข ๑. ทำาความสะอาดหน้าสัมผัสสวิตช์ ให้สะอาด ๒. ทำาความสะอาดบริเวณที่มดทำารัง ตรวจสอบขั้วต่อสายไฟฟ้า ถ้าหลวม ให้บัดกรีขั้วต่อสายไฟฟ้าให้แน่น หาก ชำารุดมากให้เปลี่ยนแผงสวิตช์ ใหม่ แนวทางการแก ไข ๑. ตรวจสอบการเสียบปลั๊กไฟฟ้าเข้ากับเต้ารับว่ามีความแน่นดีหรือไม่ ๒. ตรวจสอบวงจรไฟฟ้าภายในหม้อหุงข้าว ๓. ตรวจสอบชุดควบคุมความร้อนหน้าสัมผัสสกปรก ๔. ตรวจสอบชุดขดลวดความร้อน ๕. ตรวจสอบชุดสวิตช์ควบคุม วงจรไฟฟ้าของหม้อหุงข้าว Trick รูจัก ๓ รูปแบบ ของหมอหุงขาวกอนซอม • แบบธรรมดา ตัวหม้อมีอุปกรณ์ ๓ ชิ้น คือ หม้อชั้นใน หม้อชั้นนอก และฝา หม้อ มีกลไกซับซ้อนน้อยที่สุด • แบบฝาล็อก ฝาหม้อติดกับตัวหม้อ ด้วยบานพับ บางรุ่นมีอุปกรณ์เสริม พิเศษ มีกลไกซับซ้อนกว ่าแบบ ธรรมดา • แบบไมโครโพรเซสเซอร์ มีโปรแกรม หลากหลาย ทำาได้มากกว่าหุงข้าว อาจทำาข้าวต้มหรือโจกได้ มีกลไก ซับซ้อนมากที่สุด จึงไม ่ควรซ ่อม ด้วยตนเอง หมอหุงข�ว ไฟฟ� หมอหุงข�ว ไมทำ�ง�น สวิตช พัดลม สวิตช พัดลมเสีย • สับสวิตช ไฟ • สับสวิตช ไฟ ๔๙ หมอหุงข�ว ไฟฟ� 1 หากหมอหุงขาวตัดไฟไวเกินไป ควรปฏิบัติอยางไร 1. ตอสายไฟใหม 2. เปลี่ยนชุดสปริงใหม 3. เสียบปลั๊กไฟใหแนน 4. ตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมที่กนหมอ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะปญหาหมอหุงขาวตัดไฟไว เกินไปมีหลายสาเหตุ หากเกิดจากการลัดวงจรใหเปลี่ยนแผนความ รอนใหม หากเกิดจากหนาสัมผัสของสวิตชไมแนนใหขัดหนาสัมผัส ใหสะอาด หากชุดสปริงเสื่อมใหเปลี่ยนชุดสปริงใหม) นักเรียนควรรู 1 หมอหุงขาว ควรดูแลใหสามารถใชงานไดคุมคา ดังนี้ • ถอดปลั๊กหมอหุงขาวกอนทําความสะอาดทุกครั้ง เปดฝาหมอหุงขาว ทิ้งไว เพื่อระบายความรอนใหหมอหุงขาวเย็นลงกอน • ทําความสะอาดดานในหมอหุงขาว โดยนํานํ้าสมสายชูแบบเจือจางเทลง ในหมอใหทั่ว ใชผาสะอาดเช็ด เพื่อปองกันการเกิดคราบ • ทําความสะอาดดานนอกหมอหุงขาว โดยใชแปรงสีฟนขัดดวยนํ้าเบกกิงโซดา เขมขน ใชผาสะอาดคอยๆ เช็ดคราบออก และเช็ดดวยฟองนํ้าเปยกหมาดๆ • วางหมอหุงขาวในสถานที่ที่เหมาะสม ไมวางไวในที่ชื้น เพราะตัวหมอ จะเปนสนิมไดงาย สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซอมแซมเครื่องใชไฟฟา ไดที่ https://www. baan9chang.com/how-to-fix/electrical-repairs/ ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 5. ครูนําภาพ หรือเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการ ซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบานประเภท เครื่องใชไฟฟา เชน หมอหุงขาวไฟฟาไมทํางาน สวิตชพัดลมชํารุด เตารีดไมรอน และงาน ประปา เชน ทอนํ้าอางลางมือตัน กอกนํ้ารั่ว ฝกบัวอาบนํ้าทอตันใหนักเรียนดู 6. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนเคยพบปญหาเหมือนดังภาพ หรือ คลิปวิดีโอที่ครูเปดใหดูหรือไม หากเคย แกปญหาดังกลาวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ที่บานของนักเรียนใชหมอหุงขาวแบบใดและ หมอหุงขาวเคยเสียหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากหมอหุงขาวไมรอน หรือไมทํางาน นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เสียบปลั๊กไฟใหแนน ตอสายไฟใหม หรือตอกับปลั๊กตัวใหม ปรับระยะสัมผัสของสวิตช) 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ปญหาของหมอหุงขาว ไฟฟาที่ผูใชงานมักประสบเกิดจากหลาย สาเหตุ และแตละสาเหตุจะมีแนวทางในการ แกไขที่แตกตางกัน เชน สวิตชหมอหุงขาว กดไมลง สาเหตุเกิดจากอุปกรณควบคุมเสีย แกไขไดโดยการเปลี่ยนชุดควบคุมอุณหภูมิใหม หมอหุงขาวตัดวงจรเร็วกวาปกติ สาเหตุเกิด จากการลัดวงจร แกไขโดยการถอดเปลี่ยน แผนความรอนใหม หนาสัมผัสของสวิตชไม แนน แกไขโดยขัน หรือขัดหนาสัมผัสใหสะอาด ชุดสปริงเสื่อม แกไขโดยเปลี่ยนชุดสปริงใหม” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T55


ขอสอบเนนการคิด ตัวอย�ง ทอนำ้� ทอนำ้� อ�งล�งมือตัน เต�รีด ไฟฟ� เต�รีดไมรอน Safety First งูเหล็ก สาเหตุที่เกิด ๑. ปลั๊กไฟขาด ๒. สายไฟฟ้าภายในขาด ๓. ฟวส์ขาด ๔. เทอร์มอสแตตเสีย ๕. แผ่นความร้อนขาด สาเหตุที่เกิด มีเศษสิ่งสกปรก มีคราบหรือคราบไขมันสะสม แนวทางการแก ไข ใช้มัลติมิเตอร์วัดปริมาณไฟฟ้าหรือใช้ ไขควงทดสอบว่า มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเข้าเตารีดหรือไม่ จากนั้นถอดชิ้นส่วนเตารีด ตรวจสอบหาชิ้นส่วนที่ชำารุด แล้วเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นใหม่ แนวทางการแก ไข ๑. ใช้งูเหล็กทะลวงท่อนำ้าให้หายอุดตัน โดยเปดนำ้าแรง ๆ ขณะปฏิบัติงาน ๒.๒ การซอมแซมงานประปา งานประปามีอยู่หลายจุดภายในบริเวณบ้าน ทั้งห้องนำ้า ห้องครัว กอกนำ้าหน้าบ้าน หากชำารุด จะทำาให้ผู้ที่อาศัยใช้งานได้ไม่สะดวก อุปกรณ์ต่าง ๆ อาจเสื่อมสภาพจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ งานประปาบางอย่างเกี่ยวข้องกับเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องทำานำ้าอุ่น การซ่อมแซมจึงต้องทำา อย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ควรเตรียมอุปกรณ์ ให้พร้อม ก่อนที่จะลงมือซ่อมแซม ตัวอย่างการซ่อมแซมอุปกรณ์งานประปาภายในบ้าน Be careful การเลือกถังเก็บนำ้าและปัมนำ้าที่ใช้ ในบ้านควร เลือกให้เพียงพอต่อการใช้งาน เพื่อไม่ให้อุปกรณ์ งานประปาเสียหาย โดยการเลือกให้เหมาะสมกับ ขนาดของบ้านและพฤติกรรมการใช้นำ้า ทั่วไป แล้วคนเราใช้นำ้าเฉลี่ยวันละ ๒๐๐ ลิตร จึงควร เลือกถังเก็บนำ้าที่มีปริมาณเหมาะสม และหาก บ้านมีห้องนำ้ามากกว่า ๓ ห้อง ที่ใช้งานพร้อมกัน ควรเลือกปัมนำ้าที่มีขนาด ๓๐๐ วัตต์ขึ้นไป ห้าม ต่อปัมนำ้าเข้ากับมิเตอร์หน้าบ้านเพื่อดึงนำ้าจาก ท่อประปาโดยตรง นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว หากนำ้าประปาหยุดไหลหรือไหลน้อยจะทำาให้ปัม นำ้าเสียหายหรือไหม้ได้ • สับสวิตช ไฟ ๒. เทเบกกิงโซดาประมาณ ๑ ๒ ถ้วยตวง ลงไปในท่อ แล้วเท นำ้าส้มสายชู ๑ ๒ ถ้วยตวง ตาม ลงไป ทิ้งไว้สักพัก จากนั้น ราดนำ้าร้อนลงไปในท่อ 5๐ เต�รีด 1 นักเรียนควรรู 1 เตารีด มีหลายชนิด ควรเลือกใชใหเหมาะสมกับการใชงาน ดังนี้ เตารีดไฟฟาแบบธรรมดา มี 2 แบบ คือ ชนิดเบาและชนิดมีนํ้าหนัก โดย เตารีดชนิดเบาเหมาะสําหรับผาเนื้อบางที่ไมตองการแรงกดทับ เชน ไนลอน ไหม เตารีดไอนํ้า เปนเตารีดที่สามารถสรางไอนํ้าไดดวยตัวเอง เพื่อชวยใหการ รีดผางายขึ้น โดยไอนํ้าจะทําใหใยผาคลายตัว เปนเตารีดชนิดเบาที่มีชองบรรจุนํ้า ในตัว เพื่อใชสําหรับการสรางไอนํ้า เหมาะสําหรับใชในครัวเรือน ซึ่งความแตกตาง ของเตารีดไฟฟาแบบธรรมดาและเตารีดไอนํ้า มีดังนี้ • เตารีดไฟฟาแบบธรรมดาตองฉีดนํ้าเพิ่ม เพื่อใหเสนใยของเสื้อผาเกิดการ เรียงตัวจึงจะรีดไดงายขึ้น สวนเตารีดไอนํ้าสามารถรีดไดทันที โดยจะ ตองตั้งเตารีดขึ้นเมื่อไมไดใชงาน และหากรีดเสื้อผาจํานวนมากตองเติม นํ้าใสที่เครื่องบอยครั้ง • รูปทรงของเตารีดไอนํ้าใหญกวาเล็กนอย เพราะตองมีที่ใสนํ้าเพิ่มเขาไป • เตารีดไฟฟาแบบธรรมดาราคาถูกกวา อายุการใชงานนานกวา และดูแล รักษางายกวาเพียงใชผาเช็ด สวนประกอบใดที่แสดงใหเห็นถึงความแตกตางระหวางเตารีด ไฟฟาและเตารีดไอนํ้า 1. เทอรมอสแตต 2. แผนความรอน 3. แผนเพิ่มนํ้าหนัก 4. ปุมควบคุมนํ้าและถังบรรจุนํ้า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเตารีดไอนํ้าจะมีปุมควบคุมนํ้า และถังบรรจุนํ้า เพื่อสรางไอนํ้าใหกับผาที่รีด ซึ่งเปนอุปกรณพิเศษ ของเตารีดไอนํ้า) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 8. ครูถามนักเรียนวา • หากพบวาเตารีดรอนมากเกินไป หรือรอน นอยเกินไป นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เตารีดรอนมากเกินไป เกิดจากแกนปรับระดับความรอนเปนสนิม แกไขโดยถอดฝาเตารีดและถอดแกนปรับ ระดับความรอนออกมาขัดดวยกระดาษ ทราย แลวเช็ดดวยนํ้ามัน หนาสัมผัสละลาย ติดกันทําใหเตารีดรอนจัดอยูตลอดเวลา แกไขไดโดยใชเลื่อยฉลุคอยๆ ผาออก แลว แตงดวยตะไบ และใชกระดาษทรายขัดให สะอาด สวนเตารีดรอนนอยเกินไป เกิดจาก หนาสัมผัสหางมาก แกไขไดโดยขันนอตที่ บังคับแผนหนาสัมผัสอีก 2-3 รอบ ใหมีระยะ ชิดที่เหมาะสม) • นักเรียนเคยพบปญหาทอนํ้าอางลางมือตัน หรือไม หากเคย แกปญหาดังกลาวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนคิดวาสาเหตุหลักที่ทําใหทอนํ้า อางลางมือตันคือสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การแกปญหาทอนํ้า อางลางมือตัน สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน การใชโซดาไฟกัดคราบสกปรกใหหลุดออก จากทอนํ้า โดยเทนํ้าเย็น 3 4 แกลลอน ตามดวย โซดาไฟ 3 ถวยตวง ใชไมคนใหเขากัน เมื่อเกิด ฟองฟูและไอรอนขึ้นใหรีบเทลงไปในทอนํ้าดวย ความระมัดระวัง ทิ้งไวประมาณ 20-30 นาที จากนั้นจึงเทนํ้าตมเดือดลงไปอีกครั้ง ทอนํ้า ก็จะสามารถระบายนํ้าไดดีขึ้น” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T56


กอกนำ้� กอกนำ้�รั่ว มีนำ้�ไหล ตลอดเวล� ฝกบัว นำ้�จ�กฝกบัว ไหลออนลงจ�กเดิม สาเหตุที่เกิด รูฝักบัวตัน แนวทางการแก ไข ๑. ใช้นำ้าส้มสายชูทาหรือแช ่รู ฝักบัวเพื่อขจัดคราบหรือ สิ่งสกปรกออก ๒. นำาฝักบัวมาล้างนำ้าเปล่า แล้ว ใช้แปรงขัดรูฝักบัวให้สะอาด ๓. เปดนำ้าไหลทิ้งเพื่อไล ่คราบ ตกค้าง จากนั้นใช้ผ้าสะอาด เช็ดให้แห้ง สาเหตุที่เกิด ๑. การสึกหรอของเกลียวในตัวกอก ๒. การสึกหรอของเกลียวในข้อต่อตัวเมีย แนวทางการแก ไข ๑. ปดวาล์วที่จ่ายนำ้าไปยังกอกนำ้าที่รั่ว ๒. นำาผ้ามาคลุมหัวกอก คลายหัวกอก ออกโดยใช้คีมหรือประแจเลื่อนจับ กอก แล้วหมุนทวนเข็มนาฬกา ๓. ลอกเทปพันเกลียวเก่าออกให้หมด แล้วนำาเทปพันเกลียวใหม่พันเกลียว กอกนำ้าให้พอดี ๔. ทำาความสะอาดเกลียวอีกด้านแล้วใส่ หัวกอกกลับเข้าไป โดยใช้ผ้าคลุมหัว กอกแล้วใช้คีมประปาหรือคีมล็อก หมุนให้แน่นและปรับให้ตรง จากนั้น เปดวาล์วจ่ายนำ้า เครื่องใชภายในบานหลายชนิดยอมตองมีการประกอบ ติดตั้ง และซอมแซม อยางสมํ่าเสมอ เพื่อใหสามารถใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพและทนทาน การปฏิบัติงานเหลานี้ อยางถูกวิธีจะชวยใหงานมีความปลอดภัยและประหยัดคาใชจายที่จะเกิดขึ้นได ผูปฏิบัติงาน จึงควรมีความรูเพื่อเตรียมพรอมในการปฏิบัติงาน ทั้งการเตรียมอุปกรณ สถานที่ การศึกษาขอมูล เบื้องตนในการปฏิบัติ ซึ่งจะสงผลใหการปฏิบัติงานเปนไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม สรุป งานช่าง 5๑ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 10. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาปญหากอกนํ้ารั่วซึม มีนํ้าไหล ตลอดเวลา สาเหตุสวนใหญเกิดจากสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากที่บานเกิดปญหากอกนํ้ารั่วซึม นักเรียน ควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “หากทําการตรวจสอบ การรั่วซึมแลวพบวา การรั่วซึมดังกลาวไมได เกิดบริเวณขอตอของกอกนํ้า แตเกิดการรั่วซึม จากตัวของกอกนํ้าเอง ซึ่งสาเหตุเกิดจาก กลไกของกอกนํ้า เชน แผนเซรามิกวาลวชํารุด การชํารุดในลักษณะนี้ไมสามารถหาอะไหล มาเปลี่ยนทดแทนได ควรทําการเปลี่ยนตัว กอกนํ้าแทน เพื่อใหสามารถกลับมาใชงาน ไดตามปกติ” 12. ครูถามนักเรียนวา • ฝกบัวอาบนํ้าของนักเรียนเคยมีอาการ นํ้าไหลชาลงหรือไม หากมี แกปญหา ดังกลาวอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 13. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การแกปญหารูฝกบัวตัน สามารถปฏิบัติไดหลายวิธี เชน ผสมเบกกิง โซดา 1 3 ถวยตวง กับนํ้าสมสายชู 1 ถวยตวง เทใสถุงพลาสติก นําไปสวมหัวฝกบัว รัดใหแนน โดยสวนผสมตองทวมหัวฉีด ทิ้งไว 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนําถุงออก ใชแปรงขัดใหสะอาด แลว เปดนํ้าทิ้ง ก็จะสามารถกลับมาใชงานไดตาม ปกติ” ใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมและยกตัวอยางการซอมแซม งานประปาตามความสนใจ 1 ชนิด เขียนอธิบายขั้นตอนการปฏิบัติงาน อยางละเอียด พรอมทั้งถายภาพ หรือวาดภาพแตละขั้นตอน ประกอบ จัดทําเปนรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนนําตัวอยางการซอมแซมงานประปาที่จัดทําเปน รูปเลมรายงานมาฝกปฏิบัติจริง บันทึกผลการปฏิบัติงานในรูปแบบ ของคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 15 นาที จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายปญหาที่พบและ แนวทางการแกปญหาในการปฏิบัติงานดังกลาว เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา คนไทยชื่นชอบการอาบนํ้าจากฝกบัว มากที่สุดในอาเซียน เพื่อใหนักเรียนเห็นความสําคัญของการเลือกใชฝกบัวและ การซอมแซมฝกบัวใหสามารถใชงานไดนานยิ่งขึ้น โกรเฮ เอเชีย แปซิฟค (GROHE Asia Pacifific) รวมกับคาเดนซ อินเตอร เนชั่นแนล (Kadence International) ไดจัดทําการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะ นิสัยและความชื่นชอบของผูบริโภคในการอาบนํ้าดวยฝกบัว ผลวิจัยที่ไดจาก ประเทศไทยสะทอนใหเห็นวา คนไทยมีความตองการคลายคลึงกับชาติอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดย 95% ของคนไทย ชื่นชอบการอาบนํ้าจากฝกบัวมากกวา การแชนํ้าในอางอาบนํ้า ซึ่งสูงกวาประเทศอื่นๆ ในอาเซียน นอกจากนี้ ยังพบวา 90% ของผูบริโภคในภูมิภาคเอเชียชอบที่จะอาบนํ้าดวยฝกบัวมากกวาการแชนํ้า 71% ของผูบริโภคในภูมิภาคเอเชียมีความรูสึกเชิงบวก สดชื่น ผอนคลาย กระปรี้กระเปรา ลดความตึงเครียดจากการอาบนํ้าดวยฝกบัว นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T57


ÊÃé างÊรรคì ¾Ñ²นาการเรÕยนรéÙกÔ¨กรรม ตอนที่ ๑ คำ�ชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบตามที่กำาหนด ตอนที่ ๒ คำ�ชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม เพื่อจัดทำารายงานการศึกษาค้นคว้า เรื่อง การติดตั้งอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำาหนด เรื่อง การปรÐกอบแÅеԴµÑéง อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ใบมอบหม�ยง�นที่ ๓.๑ ๑. หากต้องการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านอย่างถูกต้องและปลอดภัย จะต้องมีหลักการ อย่างไรบ้าง ๒. เฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร ๓. บ้านของนักเรียนเหมาะกับเฟอร์นิเจอร์แบบใด เพราะอะไร ๔. เพราะเหตุใดจึงต้องศึกษาคู่มือที่มาพร้อมกับอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จะประกอบและติดตั้ง ๕. การประกอบและติดตั้งงานประปาและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้ปลอดภัยควรปฏิบัติอย่างไรบ้าง ๑. เลือกหัวหน้ากลุ่ม แล้วเลือกปฏิบัติงานประกอบและติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ตู้ โตะ ชั้นวางของ พัดลม ๒. สมาชิกในกลุ่มแบ่งงานกัน โดยทำางานอย่างเป็นขั้นตอนพร้อมกับบันทึกขั้นตอนการปฏิบัติงาน ๓. ระบุปัญหา วิธีแก้ ไข และประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติงาน ๔. จัดทำารูปเล่มรายงาน ๕. นำาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ๖. ครูและเพื่อน ๆ ร่วมกันแสดงความคิดเห็น และประเมินผลงาน 5๒ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา ในการปฏิบัติกิจกรรมสรางสรรค พัฒนาการเรียนรู เรื่อง การประกอบและติดตั้งอุปกรณเครื่องใชภายในบาน นักเรียนสามารถศึกษาหาความรูเพิ่มเติมไดจากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย โดยศึกษาจากการดูคลิปวิดีโอและสังเกตวิธีการปฏิบัติงานในหลากหลายชิ้นงาน พรอมทั้งสังเกตขั้นตอนการปฏิบัติงานจากคลิปวิดีโอดังกลาว เพื่อนําความรูที่ได มาประยุกตใชในการปฏิบัติงานของตนไดอยางเหมาะสม ตัวอยางคลิปวิดีโอ ที่นาสนใจ เชน • โตะไมอเนกประสงคในพื้นที่แคบ จาก https://www.youtube.com/ watch?v=qWwVaYnNqQ4 • ติดตั้งโคมไฟดาวทไลท จาก https://www.youtube.com/watch?v= CtP8T_PXPRI • การเลือกวัสดุปูพื้นภายในบาน จาก https://www.youtube.com/ watch?v=OgbuQFjZHIg กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสืบคนขอมูลเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานชางในบานที่ตนเองสามารถฝกปฏิบัติไดและมี ความสนใจ 1 ประเภท 2. แตละกลุมนําขอมูลที่ไดจากการสืบคนมาสรุป เพื่อนําเสนอขอมูล ใหเพื่อนกลุมอื่นฟงหนาชั้นเรียน 3. แตละกลุมฟงขอมูลที่เพื่อนกลุมอื่นทําการสืบคนมาจนครบ ทุกกลุม จากนั้นวิเคราะหขอมูลดังกลาววามีความแตกตางจาก ขอมูลที่กลุมของตนเองไดสืบคนมาในประเด็นใด 4. ครูและนักเรียนรวมกันจัดเรียงลําดับความยาก-งายของการ ปฏิบัติงานชางในบานที่เลือก พรอมทั้งระบุวาการปฏิบัติงานชาง ในบานแตละประเภทตองมีการระมัดระวังในเรื่องใดเปนพิเศษ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 14. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันสํารวจอุปกรณ เครื่องใชภายในบานที่ตองการประกอบและ ติดตั้ง หรืออุปกรณเครื่องใชภายในบานที่ ชํารุดตามความสนใจ 1 ชิ้น เพื่อนํามาจัดทํา รายงานโครงงาน เรื่อง งานชางในบาน 15. ครูใหนักเรียนแตละกลุมแบงหนาที่ความ รับผิดชอบตามความเหมาะสม โดยครูเปน ผูใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนการ ปฏิบัติงานและการแบงหนาที่ความรับผิดชอบ ของสมาชิกในกลุมแตละคน 16. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันประกอบและ ติดตั้ง หรือซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายใน บานตามที่ไดเลือกไว โดยชวยกันปฏิบัติงาน ตามหนาที่ที่ไดรับมอบหมาย และปฏิบัติตาม ขั้นตอนการปฏิบัติงานอยางเครงครัด โดย คํานึงถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน รวมดวย ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ 17. ครูและนักเรียนแตละกลุมรวมกันตรวจสอบ ผลการปฏิบัติโครงงาน เรื่อง งานชางในบาน พรอมทั้งพิจารณาถึงสิ่งที่ควรปรับปรุง แกไข หรือพัฒนาผลงานใหดียิ่งขึ้น 18. นักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูลจาก แหลงการเรียนรูที่หลากหลาย เพื่อนําความรู ที่ไดมาปรับปรุง แกไข หรือพัฒนาโครงงาน ของกลุมตนเองใหดียิ่งขึ้น จากนั้นรวมกัน ตรวจสอบผลงานที่สําเร็จวามีความสมบูรณ เพียงพอที่จะนําไปใชงานหรือไม หากยังไม สมบูรณเพียงพอที่จะใชงานใหแกไขผลงาน ใหสมบูรณ นํา สอน สรุป ประเมิน T58


กิจกรรม Mini Project คำ�ชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่มโดยปฏิบัติงานตาม ที่กำาหนดให้ เรื่อง การซ่อมแซมอุปกรณ์ เครื่องใช้ภายในบ้าน ใบมอบหม�ยง�นที่ ๓.๒ ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ร่วมกันซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงาน โดยเลือกจากหัวข้อที่กำาหนดให้ ดังนี้ • อุปกรณ์เครื่องใช้ทั่วไปภายในบ้าน • เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน • อุปกรณ์งานประปาภายในบ้าน ๒. สมาชิกกลุ่มร่วมกันจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงานที่เลือก ๓. สมาชิกกลุ่มร่วมกันวางแผนการดำาเนินงาน รวมถึงสืบค้นวิธีการในการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงาน จากสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือเกี่ยวกับงานช่าง คู่มือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ เว็บไซต์ต่าง ๆ หรือสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญ ๔. ลงมือซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงานที่เลือก และบันทึกขั้นตอนการซ่อมแซม โดยมี รายละเอียดต่าง ๆ ดังนี้ • ชื่อสมาชิกภายในกลุ่ม • หน้าที่การรับผิดชอบภายในกลุ่มของสมาชิกแต่ละคน • แนวทางการซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ๒ ชิ้นงานที่เลือก • ภาพถ่ายชิ้นงานทั้ง ๒ ชิ้น • ภาพถ่ายขณะปฏิบัติงาน • บันทึกผลการซ่อมแซม ได้แก่ ปัญหาที่พบหรืออุปสรรคในการซ่อมแซม วิธีการแก้ ไขปัญหา ประโยชน์ที่ได้รับจากการซ่อมแซม • จัดทำาเป็นรายงานเพื่อนำาส่งครูผู้สอน • นำาเสนอผลการซ่อมแซมให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน งานช่าง 5๓ แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงาน โครงงาน เรื่อง งานชางในบาน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง งานช่างในบ้าน รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผนท า โครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ไม่เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานจากการ ปฏิบัติงานช่างใน บ้าน ผลงานจากการปฏิบัติงาน ช่ า ง ใ น บ้ า น มี ค ว า ม เหมาะสม ผลงานจากการปฏิบัติงาน ช่างในบ้านมีความเหมาะสม เป็นส่วนใหญ่ ผลงานจากการปฏิบัติงาน ช่ า ง ใ น บ้ า น มี ค ว า ม เหมาะสมเป็นบางส่วน ไ ม่ มีผลงาน จากการ ปฏิบัติงานช่างในบ้าน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง 1. ใหนักเรียนสํารวจอุปกรณเครื่องใชภายในบานวามีสิ่งใดที่ตองการ ประกอบและติดตั้ง หรือซอมแซมใหสามารถกลับมาใชงานได ตามปกติตามความสนใจ 1 ชิ้น 2. ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานการประกอบและติดตั้ง หรือการซอมแซม อุปกรณเครื่องใชภายในบานอยางละเอียด พรอมทั้งจัดเตรียม วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการปฏิบัติงานใหพรอม 3. ฝกปฏิบัติการประกอบและติดตั้ง หรือการซอมแซมอุปกรณ เครื่องใชภายในบานตามขั้นตอนที่ไดศึกษามาอยางเครงครัด โดยคํานึงถึงความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานรวมดวย 4. นําเสนอผลการปฏิบัติงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้ง อธิบายแนวทางการดําเนินงาน ขั้นตอนการดําเนินงาน ปญหา ที่พบ และแนวทางการแกปญหา ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 1. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงานโครงงาน เรื่อง งานชาง ในบาน 2. ครูถามนักเรียนวา • หากเครื่องเปาผมชํารุด ไมสามารถปรับระดับ ความแรงลมได นักเรียนควรปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การ ซอมแซมอุปกรณเครื่องใชภายในบาน ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 4. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชม หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 5. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง งานชาง นํา สอน สรุป ประเมิน T59


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การเกษตร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการและ ขั้นตอนของการท�ำ การเกษตรอินทรีย์และ การปลูกพืชไร้ดินได้ 2. ท�ำแปลงเกษตรอินทรีย์ หรือปลูกพืชไร้ดินได้ 3. เลือกพื้นที่ว่าง เพื่อท�ำ การเกษตรได้อย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด แบบ กระบวนการ กลุ่ม - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงานอยู่อย่าง พอเพียงมุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T60


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 ผลิต เก็บเกี่ยว และแปรรูป ผลผลิตทาง การเกษตร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการ เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช และการแปรรูปผลิตผล ทางการเกษตรได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม 2. เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ได้อย่างถูกต้องตาม หลักการของการ เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช 3. น�ำผลผลิตที่ได้จาก การเพาะปลูกพืชมา แปรรูปเป็นอาหาร ได้อย่างคุ้มค่าและ เกิดประโยชน์มากที่สุด แบบ โครงการ เป็นหลัก (Project Based Learning) - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T61


¡ÒèѴ¡ÒüżÅÔµ ·Ò§¡ÒÃà¡ÉµÃ หน่วยการเรียนรู้ที่ô ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ วิวัฒนาการทางด้านการเกษตร การท�าการเกษตรในอดีตจะเน้นการใช้พื้นที่และแรงงานส�าหรับการผลิตจ�านวนมาก โดย พึ่งพาธรรมชาติเป็นหลัก ขาดการจดบันทึกและการน�าข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผลเพื่อวางแผน การผลิต เพื่อให้ได้ผลิตผลที่มีคุณภาพและมีปริมาณมาก และหลีกเลี่ยงความเสียหายจากภัยพิบัติ ทางธรรมชาติหรือภาวะแห้งแล้ง ส่วนการท�าการเกษตรในปัจจุบันต้องอาศัยความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการจัดการผลผลิตจนถึงการแปรรูปผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้า ด้วยการยกระดับคุณภาพให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ลดต้นทุนการผลิต ใช้ทรัพยากร อย่างคุ้มค่า ประหยัดแรงงาน อันจะน�ามาซึ่งการมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น à¾ÃÒÐà˵Øã´à·¤â¹âÅÂÕ ËÃ×͹Çѵ¡ÃÃÁ¨Ö§ª‹ÇÂãËŒ ¡ÒÃà¡ÉµÃã¹»˜¨¨ØºÑ¹à¨ÃÔÞ ¡ŒÒÇ˹ŒÒ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การปลูกพืช ขยายพันธุพืช หรือเลี้ยงสัตว ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน 5๔ เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการจัดการผลผลิตทางการเกษตร เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง วิวัฒนาการทางดานการเกษตรเพิ่มขึ้น สามารถเลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูกพืชไรดินไดอยางถูกตองและปลอดภัย ลงมือปฏิบัติการทําเกษตร อินทรีย หรือการปลูกพืชไรดินไดอยางถูกตอง เพื่อใหเกิดความชํานาญ อธิบายหลักการผลิตพืชในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชไดอยางถูกตองฝกปฏิบัติ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพื่อไวบริโภคในครัวเรือน หรือจําหนายเปนรายไดระหวางเรียน ใชทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษ สิ่งแวดลอม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน นําทักษะการจัดการและทักษะการทํางานรวมกันมาประยุกตใชในการทํางาน ใชทักษะกระบวนการ แกปญหาในการทํางานไดอยางเปนขั้นตอน รวมถึงใชทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิตในการคนหาขอมูลที่เปนประโยชน เพื่อใหผลงานสําเร็จ ตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการจัดการผลผลิตทางการเกษตร • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูกพืชไรดิน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ไดมาจากการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูกพืชไรดิน • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเลือกวิธีการแปรรูปตามความสนใจ 1-2 วิธี ขั้นนํา (แบบกระบวนการกลุม) 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและผลการเรียนรู ใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียนแตละคน ทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 2. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการทําเกษตรอินทรีย และการปลูกพืชไรดินใหนักเรียนดู เพื่อให นักเรียนไดเรียนรูและฝกสังเกตลักษณะการทํา การเกษตรในแตละรูปแบบวามีความเหมือน หรือแตกตางกันอยางไร 3. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเกี่ยวกับคลิป วิดีโอที่ไดดูในประเด็นตางๆ เชน คลิปวิดีโอ ดังกลาวตองการนําเสนอในเรื่องใด คลิปวิดีโอ ทั้ง 2 คลิป เปนการทําการเกษตรในรูปแบบใด และมีความแตกตางกันหรือไม อยางไร การทํา การเกษตรดังกลาวกอใหเกิดประโยชนอยางไร 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “คลิปวิดีโอทั้ง 2 คลิปที่ นักเรียนไดดูไปนั้น เปนการนําเสนอเกี่ยวกับ การทําการเกษตรในรูปแบบตางๆ โดยคลิปที่ 1 คือ การทําเกษตรอินทรีย (Organic Farming) เปนการทําการเกษตรในสมัยอดีตที่เนนการ พึ่งพาธรรมชาติเปนหลัก เปนระบบการผลิตที่ คํานึงถึงสภาพแวดลอม การรักษาสมดุลของ ธรรมชาติ และความหลากหลายทางชีวภาพ เนนการใชอินทรียวัตถุในการปรับปรุงบํารุงดิน ใหมีความสมบูรณ และคลิปที่ 2 คือ การปลูกพืช ไรดิน (Hydroponics) เปนการทําการเกษตร ในสมัยปจจุบัน โดยปลูกพืชลงในวัสดุตางๆ ที่ ไมใชดิน พืชจะไดรับนํ้าและอาหารที่ตองการ จากสารละลายธาตุอาหารที่ผูปลูกจัดเตรียม ไวใหพืชเทานั้น” นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T62


ขอสอบเนน การคิด • สภาพภูมิอากาศ/ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ • ปริมาณน�้า • พื้นที่ผลิต • ระบบตลาด • การกระจายสินค้า • อ�านาจการต่อรอง รายได้ ที่ขายได้ รายได้ ปริมาณ ผลผลิต การจัดการผลผลิตทำงกำรเกษตรต้องอำศัย กำรจัดกำรที่มีคุณภำพ รวมถึงกำรใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ต่ำง ๆ มำช่วยจัดกำรผลผลิตได้สะดวกรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ ผู้บริโภคได้ผลผลิตตำมที่ต้องกำรจำกกำรเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ที่เหมำะสมจนเกิดระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาจัดการปัจจัยที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตและ ราคาสินค้า จะท�าให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากช่วยลดต้นทุนการผลิตลง ผลิตผลผลิต ทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง ผลผลิตมีคุณภาพ ปลอดภัย ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพและ มาตรฐานของสินค้าได้อีกด้วย ในปัจจุบันมีระบบการท�าการเกษตร ๒ รูปแบบหลัก ได้แก่ ระบบ เกษตรกรรมยั่งยืน และระบบการผลิตด้วยเกษตรสมัยใหม่เชิงอุตสาหกรรม การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 55 1 ขอใดเปนลักษณะของการทําการเกษตรในสมัยอดีต 1. การปลูกพืชไรดิน 2. การปลูกพืชในโรงเรือนกระจก 3. การปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา 4. การเพาะปลูกที่เนนพึ่งพาธรรมชาติเปนหลัก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการเพาะปลูกที่เนนพึ่งพา ธรรมชาติเปนหลักเปนการเพาะปลูกดวยวิธีการที่เรียบงาย และไม ใชสารเคมีในการเพาะปลูก เพื่อใหไดผลผลิตที่ปราศจากสารพิษ โดยสวนใหญเปนการปลูกพืชไวสําหรับรับประทานเองในครัวเรือน โดยไมตองใชเทคโนโลยีทางดานการเกษตรเขามาชวยในการ จัดการผลผลิต) นักเรียนควรรู 1 เกษตรกรรมยั่งยืน เปนระบบเกษตรกรรมที่ผสมผสานและเชื่อมโยงระหวาง ดิน การเพาะปลูก และการเลี้ยงสัตว การเลิกหรือลดการใชทรัพยากรจาก ภายนอกระบบที่อาจเปนอันตรายตอสิ่งแวดลอมและสุขภาพของเกษตรกรและ ผูบริโภค โดยมีหลักการพื้นฐาน 3 ประการ คือ 1. ความยั่งยืนดานเศรษฐกิจ ดวยการพัฒนาการจัดการดินและการหมุนเวียนการปลูกพืช ลดการพึ่งพา เครื่องจักรและสารเคมี 2. ความยั่งยืนดานสิ่งแวดลอม ดวยการปกปองและ รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และหาสิ่งทดแทน ตลอดจนนําทรัพยากรธรรมชาติ กลับมาเวียนใชใหม 3. ความยั่งยืนดานสังคม ดวยการใชแรงงานที่มีอยูใหมากขึ้น สําหรับเทคนิคการเกษตรบางประเภท ขั้นสอน 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมศึกษา เรื่อง วิวัฒนาการทาง ดานการเกษตร จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 2. นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวัฒนาการ ทางดานการเกษตร จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 3. ครูถามนักเรียนวา • การทําการเกษตรในสมัยอดีตและการทํา การเกษตรในสมัยปจจุบันมีลักษณะ หรือ รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การทําการเกษตรใน สมัยอดีตจะเนนการใชพื้นที่และแรงงาน สําหรับการผลิตจํานวนมาก เนนการพึ่งพา ธรรมชาติเปนหลัก สวนการทําการเกษตร ในสมัยปจจุบันมีการนําความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมตางๆ มาใชในการจัดการ ผลผลิตมากขึ้น) • การนําความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตางๆ มาใชในการทําการเกษตร สงผลให การทําการเกษตรในยุคปจจุบันมีลักษณะ อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทําใหไดผลผลิตใน ปริมาณมาก ผลผลิตมีคุณภาพและมีความ ปลอดภัยตอผูบริโภค ไมมีสารพิษปนเปอน หรือสารพิษตกคาง ชวยยกระดับคุณภาพ ของสินคาทางการเกษตร ทําใหมีการสงออก สินคาทางการเกษตรจํานวนเพิ่มมากขึ้น ไมวาจะเปนขาว ยางพารา มันสําปะหลัง ผักและผลไม เครื่องเทศและสมุนไพร ขาวโพด กลวยไม ฯลฯ) นํา สอน สรุป ประเมิน T63


ขอสอบเนนการคิด ๑.๑ ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ระบบเกษตรกรรมที่เน้นวิถีชีวิตกระบวนการผลิตและการจัดการทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดความ สมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ น�าไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ และเพื่อ พัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรรวมถึงผู้บริโภคให้ดีขึ้น โดยแบ่งเป็น ๕ ประเภท ดังนี้ การท�าการเกษตรที่ไม่รบกวนธรรมชาติหรือรบกวนน้อยที่สุด ไม่มีการไถ พรวนดิน ไม่ใช้สารเคมี ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และไม่ก�าจัดวัชพืช การผลิตที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สารส่งเสริมการเจริญเติบโตแบบสังเคราะห์ และสาร ป้องกันก�าจัดศัตรูพืช เน้นการปรับปรุงบ�ารุงดินเป็นหลัก การบริหารจัดการที่ดินท�ากินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดเน้นการจัดการ ทรัพยากรน�้าในไร่นาให้เพียงพอ เพื่อผลิตพืชอาหาร การปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน กิจกรรมจะ เกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างสมดุลต่อสภาพแวดล้อม การท�าการเกษตรในพื้นที่ป่า เน้นให้มีไม้ยืนต้นและพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสม กับแต่ละพื้นที่ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเกื้อกูล เป็นการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศ ลดการพึ่งพาปัจจัยจาก ภายนอก ลดค่าใช้จ่าย และสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน เป็นการสร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้แก่ผู้บริโภค เน้นจัดการ ที่ดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ช่วยปรับเปลี่ยนวิถีการด�ารงชีวิต เป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐาน ของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับครัวเรือน เป็นการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของรายได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากภายนอก เป็นการอยู่ร่วมกันของป่าและการท�าการเกษตร โดยเน้นการจัดการ ป่าไม้ให้ใช้ประโยชน์ร่วมกับเกษตรกรรมได้ เกษตรธรรมชาติ (Natural Farming) เกษตรอินทรีย์ (Organic Farming) เกษตรทฤษฎีใหม่ (New Theory Farming) เกษตรผสมผสาน (Integrated Farming) วนเกษตร (Agroforestry Farming) จุดเด่น จุดเด่น จุดเด่น จุดเด่น จุดเด่น 56 และระบบนิเวศ 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ 2 นักเรียนควรรู 1 ระบบนิเวศ มีความสําคัญหลายประการ เชน ดานการเปนแหลงผลิต เปนแหลงกําเนิดทรัพยากรธรรมชาติที่สําคัญ เชน นํ้า แรธาตุ วัตถุดิบตางๆ รวมถึงเปนแหลงอาหารและแหลงรวบรวมความหลากหลายทางพันธุกรรม ของสิ่งมีชีวิต ดานการควบคุม สามารถควบคุมปรากฏการณและกระบวนการ ทางธรรมชาติ เชน การควบคุมสภาพภูมิอากาศ การควบคุมโรคภัยตางๆ รวมถึง การยอยสลายของเสียกลับคืนสูธรรมชาติ 2 เกษตรทฤษฎีใหม เปนรูปแบบการทําการเกษตรตามแนวพระราชดําริใน รัชกาลที่ 9 โดยเนนใหเกษตรกรมีความพอเพียงเลี้ยงตนเองได (Self-Suffificiency) ใหมีความสามัคคี และชวยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน ซึ่งแบงเปน 3 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 การแบงพื้นที่ออกเปนสวนๆ เพื่อผลิตเลี้ยงตนเองเปนเบื้องตน ขั้นที่ 2 รวมพลังในรูปกลุม หรือสหกรณ และขั้นที่ 3 คือ การติดตอซื้อขายเชิงธุรกิจ ขั้นสอน 4. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการทําการ เกษตรในสมัยอดีตวา “การทําการเกษตร ในสมัยอดีตเปนระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่ง นอกจากจะมีการทําเกษตรอินทรียเหมือนดั่ง ในคลิปวิดีโอที่นักเรียนไดดูไปแลวนั้น ยังมี ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนในรูปแบบอื่นๆ อีก มากมาย เชน เกษตรธรรมชาติ (Natural Farming) เกษตรทฤษฎีใหม (New Theory Farming) เกษตรผสมผสาน (Integrated Farming) วนเกษตร (Agroforestry Farming)” 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสืบคนขอมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบเกษตรกรรมยั่งยืนใน รูปแบบอื่นๆ จากนั้นนําขอมูลที่ไดจากการ ศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรูซึ่งกัน และกันภายในกลุม 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษาใหเพื่อนฟงหนา ชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน หรือระบบเกษตรกรรมทางเลือก หรือ ระบบ เกษตรกรรมถาวร เนนการใหความสําคัญกับ ความสมดุลของระบบนิเวศ โดยมีจุดมุงหมาย สําคัญ คือ เพื่อผลิตอาหารและปจจัยที่จําเปน ตอการดํารงชีวิตมากกวาผลิตเพื่อการสงออก มีการใชทรัพยากรอยางคุมคา เพื่อใหเกิด ประโยชนสูงสุด และเปนการใชทรัพยากรที่ ไมสงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม อาหารที่ผลิต ไดเปนอาหารที่มีคุณภาพ ปราศจากสารพิษ เจือปน และไมมีสารพิษตกคาง” ระบบเกษตรกรรมยั่งยืนประเภทใดที่สรางผลกระทบตอธรรมชาติ นอยที่สุด 1. ระบบวนเกษตร 2. ระบบเกษตรอินทรีย 3. ระบบเกษตรธรรมชาติ 4. ระบบเกษตรผสมผสาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะระบบเกษตรธรรมชาติ เปนการทําการเกษตรที่เนนหลักการทําการเกษตรที่ไมรบกวน ธรรมชาติ หรือรบกวนนอยที่สุดเทาที่จะทําได เนื่องจากไมมีการ ไถพรวนดิน ไมใชสารเคมี ไมใชปุยเคมี และไมกําจัดวัชพืช แต สามารถมีการคลุมดินและใชปุยพืชสดได ซึ่งเปนการฟนฟูความ สมดุลของระบบนิเวศและลดการพึ่งพาปจจัยภายนอก) สอน สรุป ประเมิน T64


ขอสอบเนน การคิด ๑.๒ ระบบการผลิตด้วยเกษตรสมัยใหม่เชิงอุตสาหกรรม ระบบการผลิตที่ต้องอาศัยปัจจัยการผลิตจากภายนอกจ�านวนมาก เพื่อผลิตผลผลิตทางการ เกษตรในเชิงอุตสาหกรรม ท�าให้ต้องน�าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ท�าให้เกิดเป็นเกษตรอัจฉริยะ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์การสื่อสารผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดปัจจัยการผลิตและเทคโนโลยีชีวภาพ ผสมผสานงานทางด้านวิศวกรรม ร่วมกับการเกษตร เพื่อช่วยแก้ปัญหาการผลิตให้แก่เกษตรกร เช่น การให้น�้า การให้ปุ๋ย การให้ แสงเทียมแบบอัตโนมัติในอดีตเกษตรกรเป็นผู้เปิด-ปิดระบบผ่านตู้ควบคุมแต่ปัจจุบันระบบพัฒนา ในรูปแบบโปรแกรมประยุกต์ เพื่อติดตามสภาพแวดล้อม แปลงผลิต และสั่งงานผ่านระบบได้ มีการพัฒนาหุ่นยนต์และเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในการท�างานที่เสี่ยงอันตราย หรือติดตามข้อมูล และการปฏิบัติงานในแปลงปลูกได้อย่างแม่นย�า น�าข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลผล เพื่อใช้ในการ วางแผนการเพาะปลูก การผลิต การจัดการปัจจัยการผลิต การขนส่ง การแปรรูป และการตลาด น�ามาสู ่การเกษตรแม ่นย�า ซึ่งก็คือการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ ในแปลงผลิตให้มีความเหมาะสม ช่วยลดค่าใช้จ่าย เนื่องจากสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และมีความใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด ก่อให้เกิดการผลิตแบบยั่งยืน ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทในการ ท�าการเกษตรมากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในกระบวนการผลิต ก ่อให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพและ ได้มาตรฐานยิ่งขึ้น การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 57 มีการพัฒนาหุ่นยนต์และเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในการท� 1 การทําการเกษตรสมัยใหมเชิงอุตสาหกรรมมีลักษณะเดน อยางไร (แนวตอบ การทําการเกษตรสมัยใหมเชิงอุตสาหกรรม เปนการ ทําการเกษตรที่มีการนําเทคโนโลยีและนวัตกรรมเขามาชวยใน กระบวนการผลิต โดยอาจใชระบบคอมพิวเตอร การสื่อสารผาน โครงขายอินเทอรเน็ต ระบบเซ็นเซอรตรวจวัดปจจัยการผลิต และเทคโนโลยีชีวภาพ ผสมผสานงานทางดานวิศวกรรมรวมกับ การเกษตร เชน การใหแสงเทียมอัตโนมัติ การใหนํ้าและปุยผาน ระบบ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหุนยนตและเครื่องทุนแรงใน ลักษณะตางๆ เพื่อนํามาใชในการทํางาน และเพื่อใหสามารถ ติดตามขอมูลการปฏิบัติงานในแปลงปลูกไดอยางแมนยํา) ขั้นสอน 8. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนรูจักระบบการผลิตดวยเกษตร สมัยใหมเชิงอุตสาหกรรมหรือไม หากรูจัก ระบบการผลิตในรูปแบบนี้มีลักษณะเดน อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนคิดวาระบบการผลิตดวยเกษตร สมัยใหมเชิงอุตสาหกรรมมีความแตกตางไป จากระบบเกษตรกรรมยั่งยืนอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 9. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันสืบคนขอมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการผลิตดวยเกษตร สมัยใหมเชิงอุตสาหกรรม จากนั้นนําขอมูล ที่ไดจากการศึกษามาอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรูซึ่งกันและกันภายในกลุม 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษาใหเพื่อน ฟงหนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ระบบการผลิตดวย เกษตรสมัยใหมเชิงอุตสาหกรรม เปนรูปแบบ การทําการเกษตรสมัยใหมที่มีการนําความรู เทคโนโลยี และนวัตกรรมเขามามีสวนชวย ในกระบวนการผลิตเพิ่มมากขึ้น เชน การใชระบบคอมพิวเตอร ระบบเซ็นเซอร ตรวจวัด ปจจัยการผลิตและเทคโนโลยี ชีวภาพ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาหุนยนต และเครื่องทุนแรงตางๆ เพื่อนํามาใชในการ ทํางาน และชวยแกปญหาการผลิตใหแก เกษตรกร” นักเรียนควรรู 1 หุนยนต หุนยนต AI เพื่อการเกษตร เปนการนําเอาเทคโนโลยี AI (Artifificial Intelligence หรือปญญาประดิษฐ) มารวมกันกับเทคโนโลยีหุนยนต เพื่อนํามา ใชงานในอุตสาหกรรมเกษตร ปจจุบันหุนยนต AI ไดถูกพัฒนาขึ้น เพื่อนําไปใช งานในหลากหลายกิจกรรมทางการเกษตร เชน การสํารวจขอมูลสภาพแวดลอม ทางการเกษตรโดยใชโดรน (อากาศยานไรคนขับ) การกําจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยว ผลผลิต การเพาะปลูกและอนุบาลตนกลา หุนยนต AI เพื่อการเกษตรที่ใชกันอยู ในปจจุบัน เพื่อตอบสนองตอความตองการของเกษตรกรที่ตองตอสูกับวัชพืชมา อยางยาวนาน คือ Blue River Technology เปนหุนยนตฉีดพนสารเคมีกําจัด วัชพืชชื่อวา The See & Spray robot เพื่อแกปญหาการตานทานสารเคมีของ วัชพืช ซึ่งสามารถพนไดตรงกับวัชพืช ไมมีการกระจายไปสูพืชชนิดอื่นๆ นํา สอน สรุป ประเมิน T65


ขอสอบเนนการคิด ๒ เกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์เป็นการท�าการเกษตรในรูปแบบหนึ่งที่เน้นความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเป็นหลัก เป็นการท�าการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ยาก�าจัดศัตรูพืชและวัชพืช แม้จะได้ ผลผลิตต�่า แต่ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพและมีความปลอดภัยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ๒.๑ หลักการเกษตรอินทรีย์ หลักการเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด คือ หลักการที่ถูกก�าหนดขึ้นโดยสหพันธ์ เกษตรอินทรีย์นานาชาติ(International Federation of Organic Agriculture Movements: IFOAM) โดยหลักการเกษตรอินทรีย์ของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติประกอบด้วยหลักการ ส�าคัญ ๔ ประการ ดังนี้ สุขภาพ (Health) • ต้องส่งเสริมและสร้างความยั่งยืนให้กับสุขภาพ อย่างเป็นองค์รวม • มุ่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพสูงและมีคุณค่าทาง โภชนาการ เพื่อสนับสนุนให้มีสุขภาวะที่ดี • ปฏิเสธการใช้ปุ๋ยเคมีและสารก�าจัดศัตรูพืช เนื่องจากมีอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพ ความเป็นธรรม (Fairness) • ต้องผลิตอาหารและผลผลิตทางการเกษตร อื่น ๆ ที่เพียงพอและมีคุณภาพ • ตั้งอยู ่บนความสัมพันธ์ที่มีความเป็นธรรม ระหว่างสิ่งแวดล้อมโดยรวมและสิ่งมีชีวิต • การผลิตและการบริโภคจะต้องด�าเนินการ อย่างเป็นธรรม ทั้งทางด้านสังคมและทาง ด้านนิเวศวิทยา นิเวศวิทยา (Ecology) • ต้องตั้งอยู่บนรากฐานของระบบนิเวศวิทยาและ วงจรของธรรมชาติ • การผลิตต้องมีความสอดคล้องกับวิถีแห ่ง ธรรมชาติซึ่งจะช่วยให้ระบบวงจรของธรรมชาติ เพิ่มพูนและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น • ต้องพึ่งพาอาศัยกระบวนการทางนิเวศวิทยาและ วงจรของธรรมชาติเรียนรู้และสร้างระบบนิเวศ ให้เหมาะสมกับการผลิตแต่ละชนิด จิตส�านึกที่ดี (Care) • ต้องระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม • ควรมีการประเมินความเสี่ยงและเตรียมการ ป้องกันจากการน�าเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ใน การท�าการเกษตร • บริหารจัดการอย่างระมัดระวังและรับผิดชอบ เพื่อปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้คน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต หลักการ เกษตรอินทรีย์ ของ สหพันธ์เกษตร อินทรีย์นานาชาติ 58 ขั้นสอน 12. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมศึกษา เรื่อง เกษตร อินทรียและการปลูกพืชไรดิน จากหนังสือ เรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 หรือศึกษาเพิ่มเติม จากอินเทอรเน็ต 13. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกษตร อินทรียและการปลูกพืชไรดิน จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 14. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษา เรื่อง เกษตรอินทรียใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 15. ครูถามนักเรียนวา • การทําเกษตรอินทรียมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การทําเกษตรอินทรีย เปนการทําการเกษตรที่เนนความยั่งยืนทาง สิ่งแวดลอม สังคม และเศรษฐกิจเปนหลัก โดยไมใชปุยเคมี ยากําจัดศัตรูพืชและวัชพืช) • การทําเกษตรอินทรียมีหลักในการทําอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ไมใชปุยเคมีและสาร กําจัดศัตรูพืช การผลิตสอดคลองกับวิถี แหงธรรมชาติ ตั้งอยูบนรากฐานของระบบ นิเวศวิทยาและวงจรชีวิตของธรรมชาติ ผลิต อาหารและผลผลิตทางการเกษตรที่เพียงพอ และมีคุณภาพ) • การทําเกษตรอินทรียควรคํานึงถึงสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน พื้นที่เพาะปลูกมีความ เหมาะสม คัดเลือกพันธุพืชที่ไมไดมาจาก การตัดตอทางพันธุกรรม มีความตานทาน ตอโรคและแมลง) บุคคลในขอใดสามารถปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย โดยนําหลัก การเกษตรอินทรียมาประยุกตใชไดอยางถูกตอง 1. นันเพาะปลูกกลวยไม โดยใชระบบโรงเรือนแบบอีแวป 2. ออยปลูกผลไม โดยคํานึงถึงคุณภาพและคุณคาที่ผูบริโภค จะไดรับ 3. ปุยใชสารกําจัดศัตรูพืช เพื่อปองกันแมลงมากัดกินผักสลัด ที่ปลูกไว 4. ฝายนํานํ้าที่อยูใกลแหลงโรงงานอุตสาหกรรมมารดในแปลง ตนกลา (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทําเกษตรอินทรียจะตอง มุงเนนคุณภาพ ความปลอดภัย และการมีคุณคาทางโภชนาการ โดยไมใชปุยเคมีและสารกําจัดศัตรูพืช การผลิตสอดคลองกับ วิถีแหงธรรมชาติ และพึ่งพาอาศัยธรรมชาติเปนสําคัญ) บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา งานสัมมนา Biofach South East Asia 2019 เกี่ยวกับสถานการณเกษตรอินทรียในอาเซียน พบวา ปจจุบันมีพื้นที่ การผลิตเกษตรอินทรียรวมกันกวา 3.5 ลานไร มีเกษตรกรที่ทําเกษตรอินทรีย กวา 237,507 ครอบครัว ประเทศที่มีเกษตรกรทําเกษตรอินทรียมากที่สุด คือ ฟลิปปนส (166,001 ครอบครัว) แตประเทศที่มีพื้นที่การผลิตเกษตรอินทรียมาก ที่สุด คือ อินโดนีเซีย (กวา 1.3 ลานไร) สวนประเทศไทยนั้นอยูในลําดับ 2 ในเชิง ของจํานวนเกษตรกรและลําดับ 3 ในเชิงของพื้นที่ รัฐบาลใน 9 ประเทศ ไดจัดทํา ขอกําหนดมาตรฐานเกษตรอินทรียของประเทศตนเอง แตประเทศเมียนมา ยังไมไดจัดทํามาตรฐาน ซึ่งมาตรฐานของทั้ง 9 ประเทศจะครอบคลุมเรื่องการ ผลิตพืชในระบบเกษตรอินทรีย และมี 5 ประเทศที่มีมาตรฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว และมีเพียง 3 ประเทศที่มีมาตรฐานเรื่องการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้า นํา สอน สรุป ประเมิน T66


ขอสอบเนน การคิด ๒.๒ ขั้นตอนในการทําเกษตรอินทรีย์ การผลิตผลผลิตจากการท�าเกษตรอินทรีย์ จะท�าให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปราศจากการ ปนเปื้อนของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์ ข้อควรค�านึงในการท�าเกษตรอินทรีย์ มีดังนี้ • ขุดคูรอบแปลงป้องกัน สารพิษที่มากับน�้า • ปลูกพืชทรงสูงป้องกัน สารพิษที่มากับอากาศ • วางแผนป้องกันเรื่องการ จัดระบบระบายน�้า • ใช้พันธุ์พืชที่เหมาะสม ต้านทานต่อโรคและ แมลง การเลือกพื้นที่ การวางแผน • พื้นที่เหมาะสม ห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรม • อยู่ใกล้กับแหล่งน�้าสะอาดที่ไม่มีสารพิษเจือปน • พิจารณาดินและเลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับดิน • ศึกษาประวัติของพื้นที่ให้ละเอียดย้อนหลัง ๓ ปี • ค�านึงถึงความต้านทานโรค แมลง และวัชพืช • ค�านึงถึงสภาพดิน น�้า และอากาศอยู่เสมอ • ไม่ใช้พืชที่ได้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม • ใช้เมล็ดพันธุ์พืชที่มาจากการปลูกแบบอินทรีย์ • เลือกใช้พื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง • ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เพื่อช่วยปรับโครงสร้างดิน • ปลูกพืชตระกูลถั่วและท�าการไถกลบเสมอ • หากดินเป็นกรดมากให้ใส่หินปูนบด เพื่อลดกรด การเลือกพันธุ์ปลูก การปรับปรุงดิน T i p มาตรฐานการผลิตผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย เพื่อให้ผลผลิตจากการท�าการเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยมีคุณภาพ จึงได้มีการก�าหนดหลักการ ส�าคัญที่จะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น ที่ดินไม่ควรอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต�่ากว่ามาตรฐานที่ก�าหนด พื้นที่ปลูกไม่มีสารเคมีสังเคราะห์ตกค้าง ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ในกระบวนการผลิต ไม่ใช้เมล็ดพันธุ์คลุก สารเคมีสังเคราะห์ ไม่ใช้สิ่งที่ได้จากการตัดต่อทางพันธุกรรม กระบวนการผลิตต้องปราศจากสิ่งปนเปื้อน ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 5๙ ขั้นสอน 16. ครูใหนักเรียนศึกษาตัวอยางขั้นตอนในการทํา เกษตรอินทรีย จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรูขั้นตอน ในการทําเกษตรอินทรียวามีวิธีการและขั้นตอน การปฏิบัติงานอยางไร แปลงเพาะปลูกควรมี ลักษณะอยางไร ตองใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชประเภทใด 17. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “กอนตัดสินใจเลือก พื้นที่ใดๆ ก็ตาม เพื่อทําเกษตรอินทรีย จะ ตองทําการศึกษาประวัติการใชประโยชนของ พื้นที่ใหมากที่สุด โดยเฉพาะประโยชนในดาน การทําเกษตรกรรม เชน เคยปลูกพืชชนิดใด ใชปุย หรือสารเคมีชนิดใด ความสําเร็จของ การใชพื้นที่เปนอยางไร เพื่อนําขอมูลมาใช ประกอบการตัดสินใจเลือกพื้นที่และตัดสินใจ วางแผนการผลิต การทราบประวัติการใชพื้นที่ ในอดีตอยางละเอียดจะชวยลดความเสี่ยง ในการผลิตพืชอินทรียไดในระดับหนึ่ง เชน พื้นที่ที่เคยเพาะปลูกขาวโพด ฝาย ถั่วเหลือง องุน สม ออย สับปะรด ฯลฯ จะพบวาในอดีต พื้นที่เหลานี้มีการใชสารเคมีในกลุมคลอรเดน ในการกําจัดแมลงศัตรูพืช พื้นที่ในบริเวณ ดังกลาวจึงมีโอกาสหรือความเสี่ยงในการพบ สารพิษตกคางในดิน จึงควรหลีกเลี่ยงการ ใชพื้นที่นี้” 18. ครูถามนักเรียนวา • แหลงนํ้าที่ใชในการทําเกษตรอินทรียควรมี ลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เปนแหลงนํ้าที่สะอาด ไมมีความเสี่ยงในการเจือปนของสารพิษ หรือโลหะหนัก) กอนที่จะลงมือทําเกษตรอินทรีย ควรคํานึงถึงสิ่งใดเปนสําคัญ 1. การคัดเลือกพันธุพืช เพื่อเพาะปลูก 2. การเลือกพื้นที่เพาะปลูก 3. การวางแผนการทํางาน 4. การปรับปรุงดิน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะพื้นที่ในการทําเกษตรอินทรีย มีสวนสําคัญตอผลผลิตเปนอยางมาก ซึ่งจะตองเลือกพื้นที่ให เหมาะสม โดยเลือกพื้นที่ที่อยูหางจากถนนหลวง อยูหางจาก โรงงานอุตสาหกรรม ไมอยูติดกับแปลงปลูกพืชที่ใชสารเคมี หรือ สารกําจัดวัชพืช และเปนพื้นที่ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ นอกจากนี้ ยังควรอยูใกลกับแหลงนํ้าสะอาดที่ไมมีสารพิษเจือปน อาจเปน สระนํ้าใตดิน สระ แมนํ้าลําคลอง หรือชลประทานก็ได) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนการทําเกษตรอินทรียใหนักเรียน ฟงวา การวางแผนการจัดการการทําเกษตรอินทรียแบงเปน 2 รูปแบบ คือ การวางแผนปองกันสารปนเปอนที่ปะปนอยูในดิน นํ้า และอากาศ โดยวางแผน อยางครบถวนทุกขั้นตอน พรอมทั้งบันทึกวิธีการปฏิบัติอยางตอเนื่อง การปองกัน สารปนเปอนอาจทําไดโดยการปลูกพืชเปนแนวกันชนระหวางแปลงใหปลอดภัย จากสารพิษที่มาจากแหลงของเสีย หรือระบบการกําจัดของเสีย ระบบระบายนํ้า ระบบการเก็บรักษาเครื่องมือ อุปกรณ และการขนสง และการวางแผนการ จัดการแปลงปลูกพืชและระบบการปลูกพืช โดยการเลือกใชพันธุพืชที่ตานทาน ศัตรูพืช การเลือกฤดูกาลปลูก และระบบการปลูกพืชที่เหมาะสม รวมถึงการเลือก วัสดุภัณฑ เครื่องมือที่สอดคลองกับหลักเกษตรอินทรีย ในการปฏิบัติทุกขั้นตอน ตั้งแตการเตรียมแปลงปลูกพืชไปจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต นํา สอน สรุป ประเมิน T67


ตัวอย่าง ๓.วางแบบแปลง แล้วขุดร่อง ล้อมรอบแปลงกว้าง ๒ เมตร ลึก ๑ เมตร ปลูกหญ้าแฝกริมร่อง ซึ่งรากจะช่วยกรองน�้าเสียเป็น น�้าดี ส่วนใบใช้ปรับสภาพดิน หรือใช้คลุมแปลงได้ 6.ปลูกพืชได้ทั้งแนวตั้งและ แนวนอน ควรปลูกพืชสมุนไพร ไล่แมลงก่อนทุกครั้ง โดยปลูก ตะไคร้หอมทุก ๓ เมตร แซม โดยรอบพื้นที่ด้านใน แล้วจึง ปลูกพืชหลักลงไปในแปลง ๙. ท�าความสะอาดแปลง หลังจากเก็บเกี่ยวพืชแล้ว ไม่ ควรทิ้งเศษพืชที่มีโรคแมลงไว้ ในแปลง ให้รีบน�าไปท�าลาย นอกแปลง ส่วนเศษพืชที่ไม่มี โรคแมลงให้สับลงแปลงเป็น ปุ๋ยได้ ๒.๓ ตัวอย่างขั้นตอนการทําแปลงเกษตรอินทรีย์ เกษตรอินทรีย์เป็นงานเกษตรที่ทุกครอบครัวสามารถปฏิบัติร่วมกันได้ โดยใช้พื้นที่ว่างใน ครัวเรือน หรือพื้นที่ท�าการเกษตรเดิมอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ขั้นตอนการท�า แปลงเกษตรอินทรีย์ 1.เก็บตัวอย่างดินที่อยู่ด้านบน และด้านล่างอย่างละ ๑ กิโลกรัม เพื่อน�าไปวิเคราะห์ พร้อมทั้ง หาชนิดและปริมาณธาตุอาหาร ที่อยู่ในดิน ๔.ขุดพรวนดิน เพื่อท�าแปลง ปลูกพืชกว้างไม่เกิน ๑ เมตร ความยาวตามความเหมาะสม ของพื้นที่ วางแปลงให้ได้รับ แสงแดด เพื่อให้พืชใช้แสงแดด ในการสร้างอาหาร 7.ยกแปลงปลูก พร้อมปรับ สภาพดิน ใส่ปุ๋ยคอกคลุกเคล้า ให้เข้ากัน ทิ้งไว้ ๗ วัน ก่อน ปลูกพืช เมื่อครบก�าหนด ๗ วัน ให้พรวนดินอีกครั้ง แล้วจึงน�า เมล็ดพันธุ์พืชมาหว่าน ๒. เก็บตัวอย ่างน�้า ๑ ลิตร จากแหล่งน�้าอิสระ เพื่อน�าไป วิเคราะห์หาสารปนเปื้อนที่ขัด กับหลักการผลิตพืชแบบเกษตร อินทรีย์ 5.ปลูกพืชสมุนไพรไล่แมลง ก่อนปลูกพืชหลัก โดยรอบนอก ปลูกสะเดา ข่า ชะอม ควรปลูก ห่างกัน ๒ เมตร ด้านในปลูก กะเพรา โหระพา พริก ควรปลูก ห่างกัน ๑ เมตร 8.ไม่ควรปลูกพืชชนิดเดิมซ�้า ภายหลังจากเก็บเกี่ยวพืชชนิด แรกที่ปลูกไปแล้ว ควรปลูก สลับชนิดกัน โดยท�าลักษณะนี้ ในทุก ๆ แปลงที่ปลูก จะส่งผล ให้ ได้ผลผลิตที่ดีมากขึ้น 60 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตพืชอินทรียของประเทศไทย ใหนักเรียนฟงวา มาตรฐานการผลิตพืชอินทรียของประเทศไทย มีประเด็น หลักสําคัญหลายประการ เชน ที่ดินไมอยูในสภาพแวดลอมที่ตํ่ากวามาตรฐาน กําหนด พื้นที่ปลูกตองไมมีสารเคมีสังเคราะหตกคางไมใชสารเคมีสังเคราะห ในกระบวนการผลิต ไมใชเมล็ดพันธุที่คลุกเคลาสารเคมีสังเคราะห ไมใชสิ่งที่ได จากการตัดตอทางพันธุกรรม ไมใชมูลสัตวที่เลี้ยงอยางผิดกฎหมาย ปจจัยการ ผลิตภายนอกตองไดรับการรับรองมาตรฐาน กระบวนการผลิตตองปราศจาก สิ่งปนเปอนสารเคมีสังเคราะห สงเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และตอง ไดรับการรับรองมาตรฐานอยางเปนทางการ ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการทําแปลง เกษตรอินทรีย โดยสามารถสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรู ที่หลากหลาย จากนั้นนําขอมูลที่ไดมาแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกัน และกันกับเพื่อนรวมชั้นเรียน พรอมทั้งสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการทํา แปลงเกษตรอินทรียลงในกระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนฝกทําแปลงเกษตรอินทรียภายในบานของตนเอง โดยเลือกพันธุพืชตามความสนใจ 1 ชนิด และนําความรูที่ไดจาก การศึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการทําแปลงเกษตรอินทรียมาประยุกต ใชอยางเหมาะสม พรอมทั้งบันทึกผลการเจริญเติบโตของตนพืช ที่เลือกเปนระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นออกมานําเสนอผลงานให เพื่อนชมหนาชั้นเรียน ขั้นสอน • เมล็ดพันธุที่ใชในการทําเกษตรอินทรียควร มีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน หามใชพันธุพืชที่ได จากการตัดตอสารพันธุกรรม หรือผานการ ฉายรังสี ควรเลือกใชเมล็ดพันธุที่มาจาก ระบบการผลิตแบบเกษตรอินทรีย ยกเวน กับพืชบางชนิดที่ยังไมมีการเพาะปลูกใน ระบบนี้ ในระยะเริ่มตนของการผลิตพืช อินทรียสามารถเลือกใชเมล็ดพันธุที่ผลิต จําหนายโดยทั่วไปได แตหามนํามาคลุก หรือ จุมสารเคมีกอนปลูก ตองเปนเมล็ดพันธุที่ สมบูรณ มีเปอรเซ็นตการงอกสูง ตรงตาม สายพันธุ ไมมีโรคและแมลงทําลาย มีความ ตานทานโรคดี) 19. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการเตรียมแปลง เพาะปลูก ควรไถพรวนดินใหลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร ซึ่งความลึกของการไถพรวน จะขึ้นอยูกับระบบรากของพืชที่ตองการปลูก เปนหลัก ตากดินทิ้งไวประมาณ 7-10 วัน แลวยกรองแปลงเพาะปลูกใหกวางประมาณ 1.2-1.5 เมตร ความยาวตามพื้นที่เพาะปลูก หากพบวาดินมีความเปนกรดสูง ใหใสปูนขาว เพื่อปรับระดับของความเปนกรดดางใหอยู ในระดับที่เหมาะสมกับพืชแตละชนิด หรือ อยูในระดับ 5.5-6.5 ใสปุยหมัก หรือปุยคอก หรือปุยมูลสัตวที่ผานขบวนการยอยสลายแลว เทานั้น ประมาณ 1-2 กิโลกรัมตอตารางเมตร โดยหวานใหสมํ่าเสมอ ทั่วทั้งแปลง สามารถ ปรับลด หรือเพิ่มเติมไดตามความสมบูรณ ของดินและชนิดของพืชที่ปลูก คลุกเคลาปุย ใหเขากับดิน รดนํ้าใหทั่ว หมักทิ้งไวประมาณ 5-7 วัน กอนทําการเพาะปลูกพืช” นํา สอน สรุป ประเมิน T68


ขอสอบเนน การคิด ๓ การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชไร้ดินหรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เป็นวิทยาการทางการเกษตร เพื่อแก้ปัญหา ในการเพาะปลูก พืชจะสามารถเจริญเติบโตได้โดยได้รับสารอาหารจากสารละลายที่เตรียมไว้ สามารถท�าได้ในทุกพื้นที่แม้จะไม่มีดินส�าหรับเพาะปลูก หรือมีดินอยู่แต่ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ๓.๑ ระบบการปลูกพืชไร้ดิน ปัจจุบันระบบการปลูกพืชไร้ดินมีหลายระบบ โดยได้รับการพัฒนาจากระบบหลักตามลักษณะ การให้สารอาหารแก่ต้นพืชบริเวณรอบรากพืช ระบบการปลูกพืชไร้ดินที่ส�าคัญมี ๓ ระบบ ดังนี้ การปลูกให้รากลอยอยู่กลางอากาศ การปลูกในวัสดุปลูก การปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช การปลูกที่มีการหมุนเวียนสารละลายธาตุอาหาร รากของพืชจะแขวนห้อยอยู่กลางอากาศลอยอยู่ภายใน กล่องหรือตู้ที่เป็นห้องมืด จะเติมธาตุอาหารแก่รากพืช ด้วยการใช้ปั๊มอัดผ ่านหัวฉีดฉีดพ ่นเป็นฝอยละเอียด เป็นระยะ ๆ ตามเวลาที่ก�าหนด เพื่อให้รากคงความชื้น สัมพัทธ์ การปลูกที่คล้ายกับการปลูกพืชบนดิน ดูแลรักษา คล้ายกับการปลูกพืชในกระถางแต่ใช้วัสดุปลูกอื่นแทนดิน เพื่อให้รากพยุงล�าต้น ปริมาณของวัสดุปลูกจะน้อยกว่า ดินคือรากมีพื้นที่ในการหาน�้าและอาหารไม่เกิน ๕ ลิตร ต่อวันการจัดการเกี่ยวกับน�้าและธาตุอาหารจึงต้องดูแล เป็นพิเศษ การปลูกพืชที่ได้รับความนิยมมากและใช้ได้ดี ในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด วิธีการหลัก คือ การน�ารากพืช จุ่มลงในสารละลายโดยตรง รากพืชไม่มีการเกาะยึดกับ วัสดุใด ๆ ยังสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้ดังนั้น จึงมักใช้ การยึดเหนี่ยวในส่วนของล�าต้นไว้แทนการรองรับราก ของต้นพืช เพื่อการทรงตัว การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 61 การปลูกที่มีการหมุนเวียนสารละลายธาตุอาหาร รากของพืชจะแขวนห้อยอยู่กลางอากาศ กล่องหรือตู้ที่เป็นห้องมืด 1 2 นักเรียนควรรู 1 สารละลายธาตุอาหาร สําหรับใชในการปลูกพืชไรดิน หรือใชฉีดเพื่อเรง การเจริญเติบโต หรือบํารุงรักษาตนไมชนิดอื่นๆ สารละลายธาตุอาหารนี้ไมเปน อันตรายตอสิ่งแวดลอม มีความเสถียรในการเก็บรักษา เนื่องจากไมสลายตัว ไดงายเมื่อถูกแสง หรือความรอน เปนแหลงของกรดอะมิโนไกลซีนใหกับพืช โดยสูตรองคประกอบของธาตุอาหารสําหรับพืชไรดินประกอบดวยสารละลาย จุลธาตุ เหล็ก ทองแดง และสังกะสี สําหรับใชฉีดพนทางใบพืชรวมกับการให สารละลายธาตุอาหารหลักทางราก 2 แขวนหอยอยูกลางอากาศ เปนไมรากอากาศที่ดูแลไดงาย หรือแทบไมตอง ดูแล ปลอยใหเจริญเติบโตตามธรรมชาติไดโดยไมตองใชดิน ไมตองปลูกลง กระถาง สามารถแขวน หรือหอยตามมุมตางๆ ของบาน หรือยึดไวกับขอนไม หรือกอนหิน เพียงใหไมรากอากาศไดรับแสงแดดและฉีดนํ้าใสประมาณ 2-3 ครั้งตอสัปดาห การปลูกพืชไรดินแบบใดมีลักษณะคลายกับการปลูกพืชใน กระถาง 1. การปลูกในวัสดุปลูก 2. การปลูกในวัสดุปลูกที่มีดินนอย 3. การปลูกใหรากลอยอยูกลางอากาศ 4. การปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะเปนการปลูกพืชไรดิน แตใช วัสดุปลูกอื่นๆ แทนดิน ซึ่งวัสดุอื่นๆ ในที่นี้มีทั้งที่เปนอินทรียสาร และอนินทรียสารที่จะตองไมมีธาตุอาหารพืชสะสมอยู การปลูกใน วัสดุปลูกจะมีลักษณะใกลเคียงกับการปลูกพืชในกระถาง หรือใน ภาชนะโดยใชนํ้าหยดมากที่สุด หัวใจสําคัญของการปลูกในวัสดุปลูก คือ การใหสารละลายธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสมและความถี่ ที่พอเหมาะกับความตองการของพืช) ขั้นสอน 20. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการศึกษา เรื่อง การ ปลูกพืชไรดินใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 21. ครูถามนักเรียนวา • การปลูกพืชไรดิน พืชจะสามารถเจริญ เติบโตไดอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สามารถเจริญเติบโต โดยการเติมสารละลายธาตุอาหารใหแกราก ของพืช) • การปลูกพืชไรดินมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ การปลูกพืชไรดินมีประโยชน หลายประการ เชน ชวยใหสามารถปลูกพืช ในสถานที่ที่ดินอาจไมเหมาะสมแกการ เพาะปลูก ไมวาจะเปนดินที่มีกรดมาก ดินเค็ม ดินเสื่อมโทรม ดินขาดความสมบูรณ หรือ แมแตสถานที่ที่ไมมีดิน เชน ระเบียงบาน ดาดฟา หลังคาตึก ปลูกพืชไดจํานวนตน ตอพื้นที่ไดมากขึ้น โดยไมตองคํานึงถึงความ สมบูรณของดิน พืชเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว ทําใหผลผลิตตอหนวยพื้นที่สูง ผลผลิตที่ได สะอาดและมีคุณภาพ เปนการเพาะปลูกพืช ที่ไมตองเตรียมดิน ใสปุย ฉีดยากําจัด ศัตรูพืช) • หากตองการปลูกพืชไรดิน นักเรียนจะเลือก ระบบการปลูกพืชไรดินแบบใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ระบบการปลูกใหรากลอย อยูกลางอากาศ เนื่องจากอยูทาวนเฮาสที่มี พื้นที่ปลูกจํากัด การนําระบบนี้มาใชจะ ชวยประหยัดธาตุละลายอาหาร นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชไดในระยะ เวลาเพียง 30 วัน เทานั้น) นํา สอน สรุป ประเมิน T69


ขอสอบเนนการคิด ๔ ๑ ๒ ๓ ๓.๒ การปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช (Hydroponics) ระบบที่แนะน�าส�าหรับผู้เริ่มต้นการปลูก คือ ระบบน�้าตื้น (Nutrient Film Technique: NFT) รากพืชจะสัมผัสกับสารอาหารที่ไหลอย่างช้า ๆ เป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ หนาประมาณ ๑-๓ มิลลิเมตร และสามารถน�าสารละลายธาตุอาหารกลับมาใช้หมุนเวียนได้ โดยมีอุปกรณ์ส�าคัญ ดังนี้ พืชจะได้รับธาตุอาหารจากสารละลายธาตุอาหารที่ผู้ปลูกเตรียมไว้ จึงสามารถก�าหนดปริมาณธาตุ อาหารให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ โดยหลักการเตรียมสารละลายธาตุอาหาร มีดังนี้ 1. คุณภาพของน�้าที่ใช้เตรียมสารละลาย สิ่งที่ต้องค�านึงถึงในการก�าหนดการเจริญเติบโต ของพืชที่ปลูกแบบไร้ดิน คือ ความสะอาดของน�้า คุณสมบัติทางเคมี ค่าความเป็นกรดด่าง ๒. ชนิดของปุยหรือสารเคมีที่ ใช้ ในสารละลาย จะต้องละลายน�้าได้หมด เนื่องจากมีราคาสูง จึง ต้องหาแหล่งธาตุอาหารจากปุ๋ย ซึ่งมีราคาต�่ากว่า แต่บางธาตุต้องใช้สารเคมีบริสุทธิ์ โดยเฉพาะสาร จุลธาตุ แต่ธาตุอาหารเหล่านี้จะใช้ ในปริมาณน้อย ปุ๋ยบางชนิดจะมีจุลธาตุบางตัวปนอยู่ จึงไม่จ�าเป็น ต้องเติมจุลธาตุอีก ๓. สูตรของสารละลายธาตุอาหาร มีหลาย สูตร ซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ชนิดของพืช ฤดู แสง อุณหภูมิ และสถานที่ โดยสูตรสารละลาย ธาตุอาหารที่เป็นสูตรมาตรฐานมักถูกดัดแปลง เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับพืชชนิดต่าง ๆ ๔. การเตรียมสารละลายธาตุอาหาร เมื่อ เลือกและปรับสูตรสารละลาย ก�าหนดสัดส่วนธาตุ อาหาร เตรียมปุ๋ยหรือสารเคมีที่ต้องใช้แล้ว ต้อง ค�านวณปริมาณของปุ๋ยหรือสารที่ต้องใช้ โดยคูณ น�้าหนักปุ๋ยต่อลิตรตามที่ก�าหนดไว้ ในสูตร หรือตาม ที่ปรับไว้ด้วยปริมาตรของสารละลายธาตุอาหาร ทั้งหมดที่จะเตรียม 5. การจัดการสารละลายธาตุอาหารใน ระบบปิด การปลูกพืชไร้ดินที่มีการน�าสารละลาย กลับมาใช้ใหม ่ เป็นการใช้สารละลายอย ่างมี ประสิทธิภาพ ประหยัด และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ จากสารละลายที่เหลือใช้ การจัดการธาตุอาหารให้ อยู่ในสภาพที่สมดุลและเหมาะสมกับความต้องการ ของพืช จะส่งผลต่อการเจริญเติบโต ของพืช ๑ รางส�าหรับปลูกพืช มีขนาดความยาว ประมาณ ๑.๕ เมตร ตั้งอยู่บนโต๊ะ ส�าหรับปลูกพืชที่มีการปรับระดับความ ลาดเอียงให้มีความเหมาะสม ๒ กล่องส�าหรับใส่สารละลายธาตุอาหาร พร้อมปั๊มน�้า ๓ สารละลายธาตุอาหาร สาร A และ สาร B ๔ ถ้วยปลูกผัก 6๒ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอดีและขอเสียของการปลูกพืชไรดินใน สารละลายธาตุอาหารพืชใหนักเรียนฟงวา ขอดีของการปลูกพืชไรดินใน สารละลายธาตุอาหารพืช คือ พืชสามารถเจริญเติบโตไดอยางรวดเร็ว ใหผลผลิต มากและสมํ่าเสมอ ผลผลิตสะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพที่ดี สามารถปลูกได ตอเนื่องตลอดทั้งป สวนขอเสียของการปลูกพืชไรดินในสารละลายธาตุอาหารพืช คือ มีการลงทุนสูงในระยะเริ่มตน แตในระยะยาวจะเกิดความคุมคา เพราะ ปจจุบันผลผลิตที่ไดจากการปลูกพืชไรดินเปนที่ตองการของตลาดเพิ่มมากขึ้น นํ้าที่ใชสําหรับเตรียมสารละลายธาตุอาหารพืชควรมีลักษณะ อยางไร 1. เปนนํ้าสะอาดที่ตมสุกแลว 2. ปนเปอนสารละลายตัวอื่นๆ มากอน 3. มีความสะอาดและมีคาความเปนกรด-ดาง 4. มีสวนผสมของปุย หรือสารเคมีสังเคราะห (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะคุณภาพของนํ้าที่ใชเตรียม สารละลายธาตุอาหารพืชจะตองเปนนํ้าที่มีคุณภาพ มีความสะอาด มีคาความเปนกรด-ดางที่เหมาะสม เพื่อใหพืชสามารถเจริญเติบโต ไดดี เชน นํ้าฝน เนื่องจากเปนนํ้าที่มีความบริสุทธิ์สูง และจะตอง มีภาชนะในการจัดเก็บขนาดใหญเพียงพอที่จะเก็บนํ้าไดดวย) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกพืชไรดินในสารละลายธาตุอาหารพืช ไดที่ https://www.youtube.com/watch?v=Q_hQZRSh0Nc ขั้นสอน • เพราะเหตุใดการปลูกพืชในสารละลายธาตุ อาหารพืช (Hydroponics) จึงไดรับความ นิยมเปนอยางมากในปจจุบัน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การปลูกพืชในสารละลาย ธาตุอาหารพืชสามารถควบคุมและจัดการ ปจจัยการเจริญเติบโตของรากไดอยาง เหมาะสม พืชจึงเจริญเติบโตไดดี ตนมี ความสมบูรณ แข็งแรง มีอายุการเก็บเกี่ยว ผลผลิตเร็ว ใหผลผลิตในปริมาณมาก และ เปนผลผลิตที่มีคุณภาพดีกวาการปลูกในดิน) • ธาตุอาหารที่ใชในการปลูกสารละลายธาตุ อาหารพืช ควรมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ปุย หรือสารเคมีที่ใช จะตองละลายนํ้าไดหมด และตองคํานวณ ปริมาณตามสูตรที่กําหนดไว) 22. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ระบบที่แนะนําสําหรับผู ที่เริ่มตนการปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช คือ ระบบนํ้าตื้น (Nutrient Film Technique) เปนเทคนิคการปลูกพืชลงในนํ้าที่มีการปลอย สารละลายธาตุอาหารใหไหลเปนแผนบางๆ หนา 1-3 มิลลิเมตร โดยผานรากพืชที่ปลูก อยูบนราง (รางทําจากวัสดุที่ไมทําปฏิกิริยากับ สารละลาย เชน พลาสติก) ไมตองมีการเติม อากาศใหกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง แตจะอาศัยการที่นํ้าสารละลายธาตุอาหาร ตองมีการเคลื่อนที่หมุนเวียนอยูในระบบ เมื่อไหลกลับมาตกสูถังพักจะทําใหเกิด ฟองอากาศแทรกเขาไปในสารละลายโดย อัตโนมัติ” นํา สอน สรุป ประเมิน T70


๓.๓ ขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชไร้ดินเป็นการท�าการเกษตรที่นิยมน�ามาใช้ส�าหรับการผลิตพืชอาหารที่มีอายุ สั้น เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ เนื่องจากประหยัดพื้นที่ สามารถใช้พื้นที่เล็ก ๆ ภายในครัวเรือนท�า การเกษตรได้ ตัวอย่างขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดิน มีดังนี้ ๓. รดน�้า ๓-๕ วัน ติดต่อกัน หลังจากเมล็ดงอกแล้วให้รด สารละลายธาตุอาหาร เจือจางแทนการรดน�้า 6. ควบคุมค่า pH ให้อยู่ระหว่าง ๕.๒-๖.๘ ปรับลดค่าโดยการ เติมกรดฟอสฟอริก หากต้องการ เพิ่มค่า pH ให้เติมโพแทสเซียม ไฮดรอกไซด์ ๒-๓ หยด ๙.เก็บผลผลิตในวันที่มี แสงแดดช่วงบ่าย แสงแดด จะช่วยลดไนเตรตลง ซึ่งเป็น ขั้นตอนส�าคัญ เพื่อการบริโภค ผลิตผลได้อย ่าง ปลอดภัย 1. เตรียมพื้นที่ส�าหรับเพาะปลูก โดยเลือกใช้พื้นที่ว่างในบริเวณ ที่ได้รับแสงแดดทั่วถึงอย ่าง น้อย ๖ ชั่วโมง ต่อวัน 7. เปลี่ยนสารละลายเป็น ระยะทุก ๒-๓ สัปดาห์ โดยคง เหลือสารละลายเก่าประมาณ ๑ ๕ หรือ ๒ ๓ ของความจุของถัง สารละลาย ๒. ท�าการเพาะเมล็ดพันธุ์ตาม ต้องการ โดยใส ่เมล็ดพันธุ์ ตรงกลางของภาชนะปลูก ใช้ วัสดุเพาะ เช่น แกลบสด ขี้เถ้าแกลบ ขุยมะพร้าว กลบเมล็ด 5. ดูสารละลายธาตุอาหารให้ อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคุมค่า EC (ความเข้มข้นของธาตุอาหาร พืช) ให้มีค่าระหว่าง ๑-๑.๘ ปรับลดค่าโดยการเติมน�้าเปล่า หากต้องการเพิ่มค่า EC ให้เติม สารละลายธาตุอาหารเพิ่ม 8. ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ ๓-๗ วัน ควรท�าการถ่ายน�้า สารละลายออกจากท่อ และ เปลี่ยนเป็นใช้น�้าเปล่าแทน น�้าเปล่า ขั้นตอนการปลูกพืชใน สารละลายธาตุอาหาร ๔. เตรียมรางปลูก ติดตั้งระบบ สารละลายธาตุอาหารสาร A และสาร B โดยผสมน�้าอัตราส่วน ๑๐๐ ซีซี ต่อน�้า ๑๐ ลิตร เมื่อ ต้นกล้ามีอายุ ๒ สัปดาห์ จึงน�า ไปวางในรางปลูก เดินปั๊มน�้า การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 6๓ สั้น เช่น ผักสลัด มะเขือเทศ เนื่องจากประหยัดพื้นที่ สามารถใช้พื้นที่เล็ก ๆ ภายในครัวเรือนท�า 1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย นักเรียนควรรู 1 ผักสลัด ผักสลัดที่นิยมรับประทานมีอยูดวยกันหลากหลายชนิด เชน • ผักกาดคอส รสชาติขมเล็กนอย มีความกรอบและเบา เหมาะที่จะนําไป ทําเปนซีซารสลัด อุดมไปดวยวิตามินซี โพแทสเซียม มีไฟเบอรและกรดโฟเลตสูง • ผักกาดหอมบัตเตอรเฮด รสชาติหวาน กรอบ อรอย เหมาะที่จะนําไป รับประทานคูกับเนื้อปลาทูนาและเนื้อสัตวชนิดอื่นๆ อุดมไปดวยวิตามินเอ โพแทสเซียม และกรดโฟเลต • ผักกาดแกว รสชาติหวาน กรอบ อุดมไปดวยไฟเบอร วิตามินเอ วิตามินซี โพแทสเซียม กรดโฟเลต และสารอาหาร รวมถึงแรธาตุที่มีประโยชนตอรางกาย • ผักเรดโอกและกรีนโอก มีทั้งสีแดงและสีเขียว มีรสหวาน กรอบ มีกากใยอาหารสูง ชวยลางผนังลําไส • เรดิชิโอ มีสีแดงอมมวง รสขมเล็กนอย อุดมไปดวยวิตามินซีและธาตุเหล็ก ที่สูงมาก ขั้นสอน 23. ครูถามนักเรียนวา • กอนเริ่มตนการปลูกพืชไรดินจะตองเตรียม สิ่งใดกอนเปนลําดับแรก (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 24. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเพาะตนกลาเพื่อ การปลูกพืชไรดินทําได 2 วิธี คือ การเพาะกลา ในแผนฟองนํ้า เตรียมฟองนํ้าขนาด 1x1x1 นิ้ว กรีดตรงกลางลึก 0.5 นิ้ว นําเมล็ดพันธุใสตรง กลางแผนฟองนํ้าที่กรีด รดนํ้าใหชุม นําไปวาง ในภาชนะที่มีนํ้าประมาณ 0.5 นิ้ว เมื่อเมล็ด เริ่มงอกใหนําออกมาพบแสงแดดออนๆ พรอมทั้งตรวจสอบความชื้นของฟองนํ้าเสมอ เมื่อตนกลามีอายุครบ 7 วัน หรือออกใบแท ครบ 3 ใบ ใหยายไปปลูกในรูของแผนโฟม โดยตรง การเพาะกลาในวัสดุปลูก หาก ตองการเพาะกลาในกระบะทราย ใหทํา กระบะทรายขนาด 0.5x1 เมตร โดยใช ทรายเปนวัสดุเพาะ ใชไม หรือนิ้วทําเปนรอง โรยเมล็ดลงไป กลบดวยทราย รดนํ้าใหชุม เก็บไวในที่รม หากตองการเพาะในขุยมะพราว ใหบรรจุลงวัสดุในถวยเพาะ หรือกระบะเพาะ อาจใสครึ่งหนึ่ง หรือใสเต็มก็ได หยอดเมล็ด พันธุลงไปลึก 1 เซนติเมตร รดนํ้าใหชุม นําไป วางในภาชนะที่มีนํ้าประมาณ 1 เซนติเมตร เก็บไวในที่รม เมล็ดพันธุจะงอกภายใน 3-5 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอกใหนําออกมารับแสงแดด และใหสารละลายแบบเจือจาง เมื่อตนกลา มีอายุในชวง 2-3 สัปดาห หรือออกใบแท อยางนอย 5 ใบ ใหยายไปปลูกในแปลงปลูก” ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกพืช ไรดิน โดยสามารถสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย จากนั้นนําขอมูลที่ไดมาแลกเปลี่ยนเรียนรูซึ่งกันและกันกับเพื่อน รวมชั้นเรียน พรอมทั้งสรุปเกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกพืชไรดินลงใน กระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนปลูกพืชไรดินภายในบานของตนเอง โดยเลือก พันธุพืชตามความสนใจ 1 ชนิด และนําความรูที่ไดจากการศึกษา เกี่ยวกับขั้นตอนการปลูกพืชไรดินมาประยุกตใชอยางเหมาะสม พรอมทั้งบันทึกผลการเจริญเติบโตของตนพืชที่เลือกเปนระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T71


ขอสอบเนนการคิด ตัวอย่าง เครื่องเติม อากาศ ปม ๓.๔ การปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงปลา (Aquaponics) ระบบการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงปลา หรือที่เรียกว่า “Aquaponics” เป็นการน�าแนวคิดต่อ ยอดจากการเพาะปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหาร แต่ปรับเปลี่ยนมาใช้น�้าที่เลี้ยงปลาเป็นแหล่งน�้า และธาตุอาหารแก่พืช เนื่องจากการเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์มีการให้อาหารปลา และปลาจะขับของ เสียออกมาทุกสัปดาห์ จึงต้องมีการถ่ายเทน�้าทิ้งและเติมน�้าลงไปใหม่ประมาณครึ่งหนึ่ง เพื่อเป็นการ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด จึงใช้น�้าทิ้งดังกล่าวเพาะปลูกพืช แต่ต้องเลือกพืชที่ ไม่ต้องการธาตุอาหารสูงมากนัก เช่น ผักบุ้ง เนื่องจากน�้าที่ได้จากระบบเลี้ยงปลามีค่า pH ค่อนข้าง เป็นกลาง-ด่างอ่อน ท�าให้ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืช ค่า pH ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ของพืชอยู่ที่ ๖.๐-๗.๐ (กรดอ่อน-กลาง) เป็นค่าที่ธาตุอาหารต่าง ๆ สามารถละลายออกมาและพืชน�า ไปใช้ประโยชน์ต่อได้ แต่หากปรับค่า pH ให้เหมาะกับการผลิตพืช จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปลา ดังนั้น จึงควรศึกษาพืชที่เหมาะสมกับระบบ หรือพัฒนาระบบและดัดแปลงให้เหมาะกับการเลี้ยงปลา ร่วมกับการผลิตพืช สิ่งที่ต้องค�านึงถึง คือ อัตราส่วนระหว่างปริมาตรน�้าที่ใช้เลี้ยงปลา นอกจากเป็นตัวก�าหนด สัดส่วนจ�านวนปลาที่เลี้ยงและอาหารที่ ให้แล้ว ยังเป็นปริมาตรน�้าที่ใช้ส�าหรับการปลูกพืช ซึ่งส่วนใหญ่ จะเลือกใช้พืชผักสวนครัวเป็นหลัก การปลูกพืช ร่วมกับการ เลี้ยงปลา ปริมาณน�้าในบ่อปลา ๑๐๐ ลิตร ปล่อยปลา ๑ กิโลกรัม ปลูกพืชในภาชนะที่มีปริมาตรน�้า ๑๐๐-๒๐๐ ลิตร ค่าความเป็นกรดด่างในน�้าเลี้ยงปลามีความส�าคัญส�าหรับแบคทีเรียที่ช่วยเปลี่ยนของเสียจากปลาเป็นสารอาหาร ส�าหรับพืช สามารถปรับค่าความเป็นกรดด่าง โดยใช้น�้าหมักชีวภาพอัตรา ๑ : ๑๐๐ (เติมเพื่อลดค่า pH ให้อยู่ ใน ระดับที่สมดุลต่อการเลี้ยงปลาและปลูกพืช ใช้ ในกรณีที่ค่า pH สูงกว่า ๗.๐) วัสดุที่ ใช้ปลูกควรเป็นหินศิลาแลง เพราะมีรูพรุนส�าหรับเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก หรือใช้ขุยมะพร้าวล้างน�้าและแช่น�้าหมักชีวภาพเป็นวัสดุปลูก นอกจากนี้ ต้องติดตั้งระบบบ�าบัดน�้าที่ออกจากการเพาะปลูกพืชให้เหมาะกับการเลี้ยงปลา 6๔ นักเรียนคิดวาการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา (Aquaponics) มีขอดีอยางไร (แนวตอบ ขอดีของการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลามีหลาย ประการ เชน จัดเปนรูปแบบของเกษตรอินทรียในรูปแบบหนึ่ง ชวยลดการปนเปอนของเชื้อโรคที่ปะปนมากับดิน ชวยลดขอจํากัด เรื่องปริมาณนํ้า เนื่องจากเปนระบบประหยัดนํ้า ชวยลดขอจํากัด เรื่องความอุดมสมบูรณของดิน ไมมีการปลอยนํ้าเสียออกสูภายนอก ทําใหเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ไมใชสารเคมีกําจัดศัตรูพืช ซึ่งจะสงผล ใหผูผลิตและผูบริโภคเกิดความปลอดภัย ควบคุมสภาพแวดลอม ไดเปนอยางดี และสามารถผลิตไดตลอดทั้งป) ขั้นสอน 25. ครูถามนักเรียนวา • การปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา เปนการ ปลูกพืชที่มีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การปลูกพืชรวมกับการ เลี้ยงปลาเปนการใชนํ้าทิ้งที่เกิดจากการ เลี้ยงปลามาใชในการเพาะปลูกพืช โดยพืช จะไดรับธาตุอาหารจากการที่ปลาขับถาย ของเสียออกมา แตพืชที่ปลูกจะตองเปน พืชที่ไมตองการธาตุอาหารสูงมากนัก จึง จะสามารถเจริญเติบโตไดดี เชน ผักบุง) • นักเรียนคิดวาปลาชนิดใดสามารถนํามา เลี้ยงในระบบนี้ได (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ปลาที่สามารถนํามาเพาะ เลี้ยงในระบบนี้ไดมีอยูดวยกันหลายชนิด ไมวาจะเปนปลานิล ซึ่งเปนปลาที่มีความ อดทนและมีความสามารถในการปรับตัว เขากับสภาพแวดลอมภายในบอเลี้ยงไดเปน อยางดี มีความตานทานตอการเปลี่ยนแปลง คุณภาพของนํ้าไดชวงกวาง สวนปลา จําพวกปลาคารป ปลาดุก ปลาตะเพียนขาว ปลาแรด ก็สามารถนํามาเลี้ยงในระบบนี้ได เชนเดียวกัน) 26. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “พืชที่สามารถนํามา ปลูกในระบบนี้ไดมีอยูดวยกันหลายชนิด ซึ่ง จะแบงออกเปนใหญๆ ได 3 กลุม คือ กลุม ผักกินใบ เชน ผักกาด ตนหอม กลุมผัก กินผล เชน มะเขือเทศ แตงกวา พริก และ กลุมพืชผักสมุนไพร เชน กะเพรา โหระพา สะระแหน” เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธของการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา ใหนักเรียนฟงวา จํานวนพืชมีความสัมพันธโดยตรงกับจํานวนปลา ขนาดของ ปลา และปริมาณอาหารที่ใหปลาในแตละวัน จากการทดสอบพบวา ในแตละ 60-100 กรัมของอาหารปลาที่ใหในแตละวัน สามารถปลูกพืชได 1-3 ตาราง เมตร ถังเลี้ยงปลาขนาด 1 ตัน รองรับแปลงปลูกพืชแบบแชรากลึกไดประมาณ 10 ตารางเมตร ปลอยปลานิลขนาด 30 ตัวตอกิโลกรัมได 100 ตัว ปลอยปลาดุก ขนาด 2 นิ้วได 500 ตัว ใน 1 รอบการผลิต ใชเวลาเลี้ยงปลา 4 เดือน จะผลิต ผักบุง หรือผักสลัดได 8 รุน หรือผลิตมะเขือเทศได 1 รุน สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกพืชรวมกับการเลี้ยงปลา ไดที่ https://www. youtube.com/watch?v=i3oI5nGc1B4 นํา สอน สรุป ประเมิน T72


การปลูกพืชไรดินแนวตั้งจึง เกิดเปนนวัตกรรมทางการเกษตรที่ ชวยใหผูที่จะเพาะปลูกสามารถปลูก โดยประหยัดพื้นที่ เปนการปลูก ที่ชวยประหยัดพลังงาน เนื่องจาก เปนการปลอยใหนํ้าไหลในแนวดิ่ง ใชทรัพยากรบุคคลนอย คนเดียวก็ สามารถดูแลได โดยระบบไหลเวียน ของนํ้า คือ นํ้าจะถูกปมนํ้าดูดนํ้าเพื่อ ดึงขึ้นไปยังจุดบนสุดแลวปลอยนํ้าให ไหลลงไปตามชั้นปลูกแตละชั้น คลาย กับนํ้าตกในธรรมชาติ นํ้าที่ตกลงมา จะมีออกซิเจนและมีอุณหภูมิที่เย็น กวานํ้าที่อยูในพื้นราบ ซึ่งนํ้าที่มีความ เย็นจะชวยใหศัตรูพืชนอย สามารถ ปลูกพืชที่ตองการอากาศเย็นได การปลูกพืชไรดินแนวตั้งหรือ การปลูกแบบคอนโดมิเนียมสามารถ ออกแบบใหมีขนาดเหมาะสมกับ ที่พักอาศัย เพื่อใหสะดวกตอการ ปลูกในครัวเรือน รวมถึงออกแบบ สําหรับปลูกเพื่อการคาได เนื่องจาก ใหผลผลิตไวและมีคุณภาพ »ÅÙ¡¾×ªäÃŒ´Ô¹ã¹¾×é¹·Õè¨íÒ¡Ñ´ ปัจจุบันมีความต้องการปลูกพืชไร้ดิน มากขึ้น เพราะความใส่ใจในสุขภาพของคน ยุคใหม่ แต่มีอุปสรรคในเรื่องของพื้นที่ปลูก การปลูกพืชไร้ดินแนวสูงแบบคอนโดมิเนียม จะช่วยลดข้อจ�ากัดในเรื่องพื้นที่ในการปลูก พืชไร้ดินได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้มากขึ้น จากขนาดพื้นที่เท่าเดิม การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 65 กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับการปลูกพืชไรดินใน รูปแบบตางๆ จากนั้นเลือกวิธีการปลูกพืชไรดินตามความสนใจ 1 รูปแบบ 2. จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณที่ใชในการปลูกพืชไรดินใหพรอม ลงมือ ปฏิบัติการปลูกพืชไรดิน พรอมทั้งบันทึกผลการเจริญเติบโตของ ตนพืชที่เลือกสงครูผูสอนเปนระยะ โดยมีระยะเวลารวมในการ ปฏิบัติงานทั้งหมด 1 เดือน 3. เมื่อครบตามระยะเวลาที่กําหนด ใหนักเรียนออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน ในประเด็นที่ครูกําหนดให คือ รูปแบบการปลูกพืชไรดินที่เลือก เหตุผลในการเลือกรูปแบบการ ปลูกพืชไรดิน พืชที่นํามาใชในการเพาะปลูก วัสดุ อุปกรณที่ใช ในการปลูกพืชไรดิน ขั้นตอนการปลูกพืชไรดิน ปญหาที่พบและ แนวทางการแกปญหา ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบกอนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจกอนเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติงานการปลูกพืชไรดิน 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรง กับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ-สกุล ของนักเรียน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติ หรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง เกษตร อินทรียและการปลูกพืชไรดิน ขั้นสอน 27. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ปลูกพืชไรดิน ในพื้นที่จํากัด ในกรอบ Know More จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 28. ครูใหนักเรียนแตละกลุมฝกปฏิบัติการปลูกพืช ไรดิน โดยปลูกพืชกลุมละ 1 ชนิด ซึ่งนักเรียน สามารถเลือกใชวิธีการปลูกพืชไรดินดวย ระบบใดก็ไดตามความสนใจ 1 ระบบ ใชระยะ เวลา 2 เดือน จดบันทึกผลการปฏิบัติงานลง ในแบบบันทึก สงครูผูสอนทุกๆ 2 สัปดาห 29. เมื่อครบตามระยะเวลาตามที่กําหนด ครูให นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกันเสนอแนะ เพิ่มเติม แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 นํา สอน สรุป ประเมิน T73


ขอสอบเนนการคิด ๔ การผลิตพืชในโรงเรือน การผลิตพืชในโรงเรือนมีหัวใจส�าคัญ คือ การรักษาความสะอาดภายในโรงเรือนเพื่อป้องกัน การเกิดเชื้อโรค เนื่องจากโรงเรือนมีลักษณะปิด จึงเป็นแหล่งสะสมของโรคได้ง่าย ควรควบคุม ปริมาณคนเข้า-ออก เพื่อป้องกันพาหะการเกิดโรค และล้างภาชนะปลูกในแต่ละรอบการผลิตพืช ๔.๑ การผลิตพืชในโรงเรือน การผลิตพืชในโรงเรือนจะป้องกันความเสียหายจากน�้าฝนและน�้าค้างได้ ในช่วงระหว่างวัน อุณหภูมิอากาศค่อนข้างสูง ท�าให้อุณหภูมิในโรงเรือนสูงกว่าภายนอกมาก ควรเลือกรูปทรงของ โรงเรือนให้เหมาะกับการใช้งาน โดยโรงเรือนมีรูปแบบต่าง ๆ เช่น Trick การเลือกพืชให้เหมาะสมกับโรงเรือน การผลิตพืชในโรงเรือนมีต้นทุนสูงจึงควร เลือกพืชที่มีมูลค่าสูงเพื่อผลตอบแทนที่ คุ้มค่าต่อการลงทุน ตัวอย่างพืชที่มีการ ผลิตในโรงเรือนเพื่อการค้า เช่นการผลิต ผักสลัดและเมล็ดพันธุ์ผัก การปลูกผัก อินทรีย์ การปลูกมะละกอ มะกรูดตัดใบ พริกหวานมะเขือเทศเมลอนสตรอว์เบอร์รี ส ่วนใหญ ่ระบบการผลิตพืชในโรงเรือน มักจะใช้ระบบการปลูกแบบไม ่ใช้ดิน เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ โรงเรือนกระจก โรงเรือนพอลิคาร์บอเนต โรงเรือนระบบปิดแบบอีแวป แสงส่องผ่านได้ดี ทนทานต่อรังสียูวี มีน�้าหนักมาก ไม่ทนต่อแรงกระแทก มีอุณหภูมิสูงเนื่องจากแสงผ่านได้ ถึง ๙๐% จึงเหมาะกับสภาพเขตหนาว มีลักษณะแข็งและโค้งงอได้แสงผ่านได้ ๗๐-๘๐% ใช้งานได้ ๗-๑๐ ปี มีราคาสูง จึงไม่นิยมใช้ส�าหรับโรงเรือน ผลิตพืช นิยมใช้เป็นวัสดุโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้ระบบการระเหยน�้า โดยใช้น�้าหล่อผ่านแผงรังผึ้ง(coolingpad) และใช้พัดลมเป ่าและดูดไอน�้า ส ่งไอเย็นทั่วทั้งโรงเรือนท�าให้พืช เจริญเติบโตดีและมีคุณภาพ แต่มีข้อเสีย คือ มีต้นทุนการผลิตและ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูง เหมาะส�าหรับการผลิตพืชที่มีมูลค่าสูง 66 การผลิตพืชในโรงเรือน ทนทานต่อรังสียูวี 1 2 ขั้นนํา (แบบโครงการเปนหลัก) ขั้นที่ 1 ให้ความรู้พื้นฐาน 1. ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อทบทวนความรูเดิม เกี่ยวกับการทําการเกษตรวา “การทําการ เกษตรที่นักเรียนไดเรียนรูไปแลวนั้น ไมวา จะเปนการทําเกษตรอินทรีย หรือการปลูก พืชไรดิน เพื่อไวรับประทานในครัวเรือน หรือ จําหนายเพื่อเปนอาชีพแลว ยังมีการผลิตพืชใน โรงเรือนที่เปนระบบปดอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการผลิตพืชในลักษณะนี้จะเปนการควบคุม สภาพแวดลอมที่เปนปจจัยในการเจริญเติบโต ของพืช เชน แสง นํ้า อุณหภูมิ ธาตุอาหาร โดยอาศัยเทคโนโลยีทางการเกษตรเขามาชวย เพื่อใหพืชสามารถออกผลผลิตไดอยางรวดเร็ว สะอาด ไดคุณภาพ และเกิดความปลอดภัย เมื่อนํามาบริโภค” 2. ครูถามนักเรียนวา • คําวา “โรงเรือน” หมายถึงสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน โรงเรือน หมายถึง อาคาร ที่มีลักษณะโครงสรางแข็งแรงไดมาตรฐาน ตามหลักวิศวกรรม ถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช สําหรับการเพาะปลูกพืชในสภาพแวดลอม ที่มีการควบคุมและปองกัน กําแพงและ หลังคาโดยสวนใหญจะสรางโดยเลือกใช วัสดุโปรงใส หรือใหแสงผานไดครึ่งหนึ่ง หรือ ผานไดทั้งหมด เพื่อใหแสงแดดที่จําเปนตอ การเจริญเติบโตของพืชสามารถสองผานได) • นักเรียนรูจัก หรือเคยเห็นการผลิตพืชใน โรงเรือนหรือไม หากเคย มีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) สิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงสําหรับการผลิตพืชในโรงเรือนคือสิ่งใด 1. ความสะอาด 2. ความทันสมัย 3. ความสวยงาม 4. ความประหยัด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการผลิตพืชในโรงเรือน จําเปนตองรักษาความสะอาดภายในโรงเรือน เพื่อปองกันการเกิด เชื้อโรค เนื่องจากโรงเรือนมีลักษณะปด จึงเปนแหลงสะสมเชื้อโรค ไดงาย ดังนั้น จึงควรควบคุมปริมาณการเขา-ออกโรงเรือนของคน และลางทําความสะอาดภาชนะปลูกในแตละรอบการผลิตพืช ทุกครั้ง) นักเรียนควรรู 1 โรงเรือน โรงเรือนมีประโยชนหลายประการ เชน ชวยปองกันแมลงและสัตว ที่จะมารบกวนตนพืช เชน ตนกลาตองระวังนก หนู และแมลงตางๆ กินใบ ไปจนถึงแมลงที่จะมาทําลายผลผลิต ซึ่งหากปลูกพืชกลางแจงจะทําใหยากตอ การควบคุม การสรางโรงเรือนจึงชวยลดการระบาดของแมลงตางๆ ทั้งยังชวย ใหสามารถควบคุมปริมาณนํ้าที่จะใหพืชในชวงฤดูฝนไดอีกดวย สงผลทําใหตน พืชไมเกิดเชื้อราไดงาย 2 รังสียูวี หรือรังสีอัลตราไวโอเลต เปนรังสีที่มีความยาวคลื่นนอยกวา 400 นาโนเมตร เปนรังสีที่พืชไมสามารถใชประโยชนใดๆ ได สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรือนปลูกผักขนาดเล็กในพื้นที่จํากัด ไดที่ https://www.thaiticketmajor.com/variety/lifestyle/10829/ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T74


ขอสอบเนนการคิด ๔.๒ โรงงานผลิตพืช (Plant factory) การปลูกพืชในระบบปิด (Closed Plant Production System) ที่มีการควบคุมสภาพแวดล้อมที่เป็นปัจจัยในการ เจริญเติบโตของพืช เช่น แสง น�้า อุณหภูมิ ธาตุอาหาร ให้ตรงกับความต้องการของพืชสามารถผลิตพืชได้ตลอดทั้งปี และมีรอบการผลิตที่เร็วขึ้นการท�างานหรือระบบจัดการภายใน โรงงานผลิตพืชเป็นระบบสั่งการอัตโนมัติผ่านโปรแกรมและ อาศัยระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of things) มีการใช้เครื่องมือวัดความแม่นย�า (Sensor)ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับความต้องการของพืชมาประมวลและปรับค่าเมื่อมีความ คลาดเคลื่อนเกิดขึ้นต้องอาศัยข้อมูลพื้นฐานความต้องการ ของพืช (Crop requirement) ที่มีความละเอียดมาใช้ในการ จัดการ นับตั้งแต่กระบวนการเพาะเมล็ดจนกระทั่งเก็บเกี่ยว ผลผลิต ระบบการผลิตพืชในรูปแบบนี้มนุษย์จะเข้าไปมี บทบาทน้อยมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีส�าหรับการผลิตพืชเพื่อ วัตถุประสงค์เฉพาะเช่นการผลิตพืชสมุนไพรที่ต้องการตัวยา ในปริมาณสูงและคงที่ทุกรอบการผลิต หรือการผลิตพืชที่มี มูลค่าสูงที่จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากับการลงทุน ระบบการผลิตพืชในโรงงานผลิตพืชส่วนใหญ่ใช้ระบบ ผลิตพืชแบบไม่ใช้ดิน เช่น ไฮโดรพอนิกส์การปลูกพืชใน วัสดุปลูก (Substrate) ที่ใช้สารละลายธาตุอาหารสูตรเฉพาะ ของชนิดพืชและปรับตามระยะการเจริญเติบโตของพืช Be careful การผลิตพืชแบบโรงงานผลิตพืชเป็น การผลิตในระบบปิด จึงต้องให้ความ ส�าคัญ ดังนี้ • รักษาความสะอาด • มีสภาพปลอดเชื้อ เนื่องจากเป็นระบบปลูกพืชระบบปิด หากเกิดการติดเชื้อก่อโรคจะท�าให้เกิด การแพร ่ระบาดได้ง ่ายและสูญเสีย ผลผลิตทั้งหมดในรอบการผลิตนั้น และยังส่งผลต่ออุปกรณ์และเครื่องมือ ต่าง ๆ อีกด้วย โรงเรือนอัจฉริยะ มีการติดตั้งเครื่องมือวัดความแม่นย�าที่เกี่ยวข้องกับความต้องการ ของพืช เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มแสง ค่าความชื้นในวัสดุปลูก น�าข้อมูลต่าง ๆ แสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน และปรับระบบต่าง ๆ ได้ อัตโนมัติโดยสามารถตั้งโปรแกรมการท�างานส�าหรับการผลิตพืช เช่น ระบบการให้ปุ๋ยผ ่านระบบน�้าอัตโนมัติสามารถก�าหนดได้ว ่าปริมาณ เท่าใด หรือกี่รอบต่อวัน หากอุณหภูมิภายในโรงเรือนสูงเกินค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะสั่งการให้ลดอุณหภูมิ เช่น การท�างานของระบบการระเหย (Evaporation) การใช้สเปรย์พ่นหมอกหรือพัดลมระบายอากาศ การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 67 แสดงผลผ่านแอปพลิเคชัน โดยสามารถตั้งโปรแกรมการท� 1 การปลูกพืชในระบบปดมีขอดีอยางไร (แนวตอบ การปลูกพืชในระบบปดมีขอดีหลายประการ เชน ชวยใหสามารถผลิตพืชไดตลอดทั้งปและมีรอบการผลิตที่เร็วขึ้น ควบคุมการเจริญเติบโตของพืชทั้งสภาพแสง ความชื้น อุณหภูมิ แรธาตุ ชวยปองกันแมลงศัตรูพืช หรือสิ่งแปลกปลอมตางๆ การ ทํางานเปนระบบสั่งการอัตโนมัติผานโปรแกรมและอาศัยระบบ อินเทอรเน็ตเปนหลัก รวมถึงมีการใชเครื่องมือวัดความแมนยํา ตางๆ ที่มีความเกี่ยวของกับความตองการของพืช เชน การเพาะ เมล็ด การเก็บเกี่ยวผลผลิต) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 กระตุ้นความสนใจ 1. ครูเปดคลิปวิดีโอการผลิตพืชในโรงเรือน ประเภทตางๆ ใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียน ไดฝกการสังเกตลักษณะกระบวนการผลิตพืช ในโรงเรือนประเภทตางๆ วามีลักษณะอยางไร พืชสามารถเจริญเติบโตไดดีหรือไม โดยหลัง จากการดูคลิปวิดีโอ ครูใหนักเรียนรวมกัน แสดงความคิดเห็นไดอยางอิสระ 2. ครูสนทนากับนักเรียนวา “เมื่อไดเรียนรูเกี่ยวกับ การผลิตพืชในโรงเรือนแลว เมื่อพืชมีการ เจริญเติบโตอยางเต็มที่ก็จะตองมีการเก็บเกี่ยว ผลผลิต นักเรียนทราบหรือไมวาการเก็บเกี่ยว ผลผลิตพืชมีวิธีการอยางไร” ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 3. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมศึกษา เรื่อง การผลิตพืช ในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จาก หนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 หรือศึกษา เพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 4. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผลิต พืชในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 5. ครูถามนักเรียนวา • สิ่งสําคัญที่จะตองคํานึงถึงสําหรับการผลิต พืชในโรงเรือนทุกประเภทคือสิ่งใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การรักษาความสะอาด ของโรงเรือน อุปกรณ เครื่องมือตางๆ ที่ใช ในการผลิตพืช ควรควบคุมการเขา-ออก ของผูผลิตรวมถึงผูอื่นดวย เพื่อปองกัน การเกิดเชื้อโรค) นักเรียนควรรู 1 แอปพลิเคชัน แอปลิเคชันที่เหมาะสมกับการทําเกษตรกรรมและเกษตรกร ควรมีไวใชงาน เพื่อความสะดวกรวดเร็ว มีใหเลือกหลากหลายแอปพลิเคชัน เชน ProtectPLANTs เปนแอปลิเคชันที่ใหความรูเกี่ยวกับโรคพืชและศัตรูพืช มี การวินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องตน การวินิจฉัยชนิดพืช สามารถพยากรณเตือนสภาพ อากาศที่จะเกิดขึ้นได ทั้งยังพยากรณเตือนการระบาดของศัตรูพืชที่อาจมี ผลกระทบตอการทําการเกษตร InsectShot เปนแอปลิเคชันการถายภาพเพลี้ย กระโดดสีนํ้าตาลในแปลงนา โดยเมื่อถายภาพเสร็จจะ สงภาพไปที่เครื่องแมขาย เครื่องแมขายจะทําหนาที่ ในการประมวลผลนับจํานวนเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลให โดยทันที ซึ่งในอนาคตมีโครงการที่จะพัฒนาโปรแกรม ตรวจนับปริมาณเพลี้ยกระโดดสีนํ้าตาลที่เขาไปใน กับดักแสงไฟ เพื่อลดขั้นตอนการนับดวยแรงงานคน อีกดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T75


ขอสอบเนนการคิด ชนิดของพืช การเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับชนิด ของพืชที่ปลูก โดยเวลา ที่เหมาะสม คือ เวลาเช้า หรือเวลาเย็น อายุของพืช พืชมีอายุเก็บเกี่ยวต่างกัน จึงต้องศึกษาอายุการเก็บเกี่ยว ค�านวณระยะเวลา เพื่อ เตรียมเก็บเกี่ยวและ จัดจ�าหน่าย รูปร่าง สีสัน ขนาดของพืช พืชบางชนิดเมื่อเจริญเติบโต เต็มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในด้าน ต่าง ๆ ผู้ปลูกจึงต้องอาศัยความ ช�านาญในการสังเกต สภาพดิน ฟ้า อากาศ ไม่เก็บเกี่ยวขณะที่ฝนตก และหลังฝนตก เพราะจะเปียกชื้น เน่าเสียได้ง่าย ไม่เก็บเกี่ยว ขณะที่อากาศร้อนจัด เพราะจะ เหี่ยวเฉา ไม่ได้คุณภาพ เครื่องมือเก็บเกี่ยว ผลผลิตจะมีคุณภาพดี เสียหายน้อย ต้องรู้จักเลือกใช้ เครื่องมือเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง และเหมาะสมกับพืช แต่ละชนิด ๕ การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชทั้งพืชสวนและพืชไร่ จ�าเป็นต้องบริหารจัดการตั้งแต่แปลงปลูก การ เก็บเกี่ยว การบรรจุภัณฑ์ จนถึงการเข้าสู่ตลาดเพื่อการจ�าหน่าย โดยใช้แนวทางการปฏิบัติที่ แตกต่างกันตามชนิดของพืช เพื่อให้พืชมีคุณภาพ ได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน ๕.๑ หลักการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช การเก็บเกี่ยวผลผลิตนับเป็นขั้นตอนส�าคัญ การปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลัก การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จะช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพ เก็บได้นาน ไม่เน่าเสียง่าย สามารถน�าไป จ�าหน่ายได้ราคาดี โดยหลักการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช มีสิ่งที่ควรค�านึงถึงแตกต่างกัน ดังนี้ 68 การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ • การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชมีหลักในการปฏิบัติ อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ศึกษาอายุการเก็บเกี่ยว ผลผลิตแตละชนิด เพราะมีอายุการเก็บเกี่ยว ที่แตกตางกัน สังเกตความเปลี่ยนแปลงของ รูปราง สีสัน และขนาดกอนเก็บเกี่ยว ไมควร เก็บเกี่ยวผลผลิตพืชในขณะที่ฝนตกและ หลังฝนตก หรือในชวงที่อากาศรอนจัด ควรเก็บในชวงเชา หรือชวงเย็น และควร เลือกใชเครื่องมือในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ที่ถูกตองเหมาะสมกับพืชแตละชนิด) 6. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช จะกระทําเมื่อใดนั้นขึ้นอยูกับชนิด หรือประเภท ของพืชที่ทําการเพาะปลูกดวย เชน พืชผักและ ดอกไม ควรทําการเก็บเกี่ยวในเวลาที่อากาศ ไมรอนอบอาว เพื่อชวยปองกันไมใหผลผลิต เหี่ยวเฉา เพราะหากทําการเก็บเกี่ยวในชวงที่ อากาศรอนอบอาว พืชผักที่เก็บเกี่ยวจะคายนํ้า ออกมามาก ทําใหเกิดการสูญเสียนํ้า เกิดการ เหี่ยวเฉาไดงาย นํ้าหนักลด คุณภาพไมดี ดังนั้น ชวงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช คือ ชวงเชา หรือชวงเย็น สําหรับการเก็บเกี่ยว ผลไมสวนมากจะเก็บเกี่ยวไดทุกเวลา แลวแต ความสะดวกของผูปลูก แตการเก็บเกี่ยวผลไม บางชนิด เชน ทุเรียน มังคุด มะขาม องุน มะมวง ผลไมจะแก หรือสุกไมพรอมกัน ดังนั้น ผูเก็บเกี่ยวจึงตองทําการเก็บเกี่ยวหลายครั้ง โดยแตละครั้งจะตองเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะ ผลผลิตที่แก หรือสุกเทานั้น” การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชควรคํานึงถึงสิ่งใด (แนวตอบ สิ่งสําคัญที่ตองคํานึงถึงในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช คือ ชนิดของพืชที่ปลูก ซึ่งพืชแตละชนิดจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวที่ แตกตางกัน อายุของพืช ควรทําการศึกษาอายุการเก็บเกี่ยวของ พืชแตละชนิด สภาพดิน ฟา อากาศ ไมควรเก็บเกี่ยวในขณะที่ ฝนตกและหลังฝนตก หรืออากาศรอนจัด รูปราง สีสัน และขนาด ของพืช พืชแตละชนิดจะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ แตกตางกัน เครื่องมือที่ใชในการเก็บเกี่ยว ควรเลือกใชเครื่องมือ เก็บเกี่ยวที่ถูกตองและเหมาะสมกับชนิดของพืช) นักเรียนควรรู 1 การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช พืชแตละชนิดจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวที่แตกตางกัน เชน • พืชผักกินราก เชน ผักกาดหัว มันเทศ แครรอต จะเก็บเกี่ยวตามอายุ และขนาดที่กําหนดไว ไมควรปลอยทิ้งไวใหแก และตองไมขุดใหเกิดแผล หรือ รอยชํ้าที่ผิว • พืชผักพวกลําตนใตดิน เชน มันฝรั่ง เผือก ควรปลอยใหใบแหงกอน เก็บเกี่ยว เพื่อใหมีระดับความชื้นตํ่า การใชเครื่องทุนแรงเก็บเกี่ยวตองระวัง ปญหาการถูกทําลายของหัว • พืชผักกินใบและกินตน เชน ผักกาด กะหลํ่า จะเก็บเกี่ยวเมื่อเจริญเติบโต เต็มที่ โดยใชมีดตัดใหถึงโคนชิดรากมากที่สุด และควรเก็บเกี่ยวภายในครั้งเดียว • พืชผักกินผลและเมล็ด เชน ขาวโพดหวาน ถั่วชนิดตางๆ แตงชนิดตางๆ ควร เก็บในชวงเชา เพราะจะทําใหระดับนํ้าตาลของพืชผักสูงกวาการเก็บในชวงบาย เก็บโดยใชมีดตัด โดยระมัดระวังอยาใหผลผลิตตกลงพื้นดินในระหวางเก็บเกี่ยว นํา สอน สรุป ประเมิน T76


ขอสอบเนน การคิด ๕.๒ หลักการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวจะช่วยเก็บรักษาให้ผลผลิตพืชมีคุณภาพจนถึงมือผู้บริโภคได้ ซึ่งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช มีวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันไปตามความต้องการ ทั้งการน�าไปบรรจุภัณฑ์ หรือการแปรรูปก่อนน�าไปบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษาผลผลิตพืชในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับผลผลิต พืชชนิดนั้น ๆ หลักการปฏิบัติ หลังเก็บเกี่ยว ผลผลิตพืช การรักษาคุณภาพของผลผลิต ช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพทั้งความสดและรสชาติ ได้มาตรฐานตรงตามที่ผู้บริโภคต้องการ ปญหาเกี่ยวกับการตลาดและการจ�าหน่าย ผลผลิตที่มีคุณภาพและมาตรฐานจะช ่วยลด ปัญหาระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ท�าให้การซื้อขาย ด�าเนินไปได้ด้วยดี การแปรรูป สามารถท�าได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับ ผลผลิต ลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต การบรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อ ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการ ซื้อผลผลิตที่บรรจุอย่างสวยงาม มีความสด และ สะอาด การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 6๙ การบรรจุภัณฑ์หรือการบรรจุหีบห่อ 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 7. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงตองใหความสําคัญกับ ขั้นตอนปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เพื่อใหผลผลิตพืชเหลานั้น คงสภาพที่ดีที่สุด เก็บไวรับประทานไดนาน ที่สุด ถึงมือผูบริโภคไดอยางปลอดภัยและ มีคุณภาพที่ดี) • หลักการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชมี ความสําคัญอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีความสําคัญหลาย ประการ คือ เปนการรักษาคุณภาพของ ผลผลิต ชวยใหผลผลิตมีคุณภาพดี ทั้งใน ดานความสดใหม มีรสชาติที่ดี มีมาตรฐาน ดานรูปราง มีขนาดตรงตามลักษณะสายพันธุ ของพืชชนิดนั้นๆ เชน พืชผัก พืชไร ไมผล มีความสดใหม รสชาติหวานกรอบ ผิวเปลือก ไมชํ้าเสียหาย ไมดอก ไมประดับไดรับการ ตัดตกแตงและคัดขนาดที่สวยงาม มีคุณภาพ และมาตรฐานตรงตามความตองการของ ผูบริโภค ชวยเพิ่มมูลคาใหแกผลผลิต โดย นํามาแปรรูปไดอยางหลากหลาย ลดการ สูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตพืชที่สด ชวยสรางงานและสรางรายไดใหแกผูผลิต เชน การแปรรูปพืชผักเปนผักกาดดอง ผักกาดเค็ม การแปรรูปผลไมเปนผลไม อบแหง การทํานํ้าผลไม) • การบรรจุภัณฑ หรือการบรรจุหีบหอที่ดี จะชวยจูงใจผูบริโภคไดหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) “ณิชาเก็บเกี่ยวสตรอวเบอรีที่สุกมากแลวในสวนของตนเอง ซึ่งเธอตองการนําสตรอวเบอรีเหลานั้นไปจําหนายเพื่อหารายได ระหวางเรียน” ณิชาควรนําผลผลิตสตรอวเบอรีที่ไดมาเพิ่มมูลคา อยางไร 1. นําสตรอวเบอรีไปแชแข็ง 2. แปรรูปเปนแยมสตรอวเบอรี 3. นําไปบรรจุหีบหอใหสวยงาม 4. สงออกจําหนายยังตางประเทศ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะสตรอวเบอรีที่ใกลสุก หรือ สตรอวเบอรีที่สุกมากๆ เหมาะจะนํามาแปรรูปเปนแยม เพื่อเปน การเพิ่มมูลคาใหกับผลผลิต ลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต นับเปนแนวทางการสรางรายไดระหวางเรียนที่ดีทางหนึ่ง) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารใหนักเรียนฟงวา การแปรรูป อาหารมีหลากหลายวิธี บางวิธีสามารถทําไดงายในครัวเรือน แตบางวิธีตองทําใน ระดับอุตสาหกรรม ซึ่งอาหารที่ผานการแปรรูปมาแลวบางอยางสามารถเก็บได นานหลายวัน บางอยางเก็บไดเปนเดือนและบางอยางเก็บไดนานเปนป นักเรียนควรรู 1 บรรจุภัณฑ ในการออกแบบบรรจุภัณฑตองคํานึงถึงปจจัยสําคัญหลาย ประการ เชน ประโยชนของการใชงาน ตองหยิบจับงาย จับถนัดมือ มีฝาปดสนิท มิดชิด ใหความรูสึกถึงอารมณของผูบริโภค มีความแปลกใหม สวยงาม โดดเดน และมีคุณภาพ โดยเลือกใชวัสดุที่มีคุณภาพ ปลอดภัย แข็งแรง ทนทานมาผลิต นํา สอน สรุป ประเมิน T77


ขอสอบเนนการคิด ๕.๓ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช พืชแต่ละชนิดมีอายุในการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน บางชนิดมีอายุการเก็บเกี่ยวที่แน่นอน เช่น พืชผัก ไม้ดอก พืชไร่ ซึ่งเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตสั้น อายุการเก็บเกี่ยวน้อย ผู้ปลูกจะต้องค�านึงถึงระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยว ๕.๔ ขั้นตอนปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้วการท�าให้ผลผลิตนั้นมีคุณภาพ ก่อนจะเข้าสู่ตลาดหรือถึงมือของผู้บริโภคได้อย่างมั่นใจ ผู้ปลูกควร ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เก็บเกี่ยวขณะยังอ่อน การน�าผลผลิตของพืชมาใช้ ประโยชน์ในขณะที่ยังมีอายุน้อย หรืออ่อนอยู่ ส่วนมากจะเป็น ผลผลิตประเภทผัก เก็บเกี่ยวเมื่อแก่เต็มที่ การเก็บเกี่ยวเมื่อผลผลิตมีอายุ ระยะหนึ่งที่เจริญเติบโตเต็มที่ แต่ยังไม่สุก ไม่เปลี่ยนสี หรือ เปลี่ยนสีเพียงเล็กน้อย เก็บเกี่ยวเมื่อสุก เก็บเกี่ยวในระยะสุดท้ายของ การเจริญเติบโต เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง สีสัน และ รสชาติ 1. การคัดเลือก คัดแยกผลผลิตที่มีต�าหนิเน่าเสีย จากเชื้อโรคหรือแมลง หรือมี รูปร่างผิดปกติไม่ได้ขนาดออก ๒. การตัดแต่ง น�าผลผลิตที่ได้มาตัดแต่งส่วนที่ เน่าเสียออก ท�าให้เกิดประโยชน์ สูงสุด เช่น น�าส่วนที่เหลือไปท�า น�้าหมักชีวภาพ ๓. การท�าความสะอาด ท�าความสะอาดโดยการล้างน�้า หรือใช้ลมเป่า จะช่วยให้ผลผลิต สะอาด มีความปลอดภัย และ น่ารับประทาน ๔. การคัดขนาด ท�าให้ผลผลิตมีขนาดสม�่าเสมอกัน ในด้านรูปร่างขนาดและสีซึ่งจะ ช่วยจูงใจผู้บริโภคได้มากขึ้น 5. การบ่ม ท�าให้ผลผลิตสุกและมีสีที่สวยงาม จึงส่งผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้น สร้างรายได้ที่ดีให้กับผู้ขาย 6. การเคลือบผิว ช่วยลดการคายน�้า ป้องกันการ ท�าลายของเชื้อโรค ท�าให้ผลผลิต อยู่ได้นาน ส่วนใหญ่ใช้นวลเทียม ในการเคลือบ 7. การบรรจุภัณฑ์ ใช้ภาชนะหลายรูปแบบบรรจุ ผลิตภัณฑ์หรือผลผลิต เพื่อให้ ผู้บริโภคเกิดความสะดวกสบาย ในการเคลื่อนย้าย 8. การขนส่งสู่ตลาด ขนส่งสินค้าไปยังแหล่งจ�าหน่าย ต้องวางแผนระบบการขนส่ง ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ ผลผลิตได้รับความเสียหาย ขั้นตอนปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชแบ่งเป็น ๓ ระยะ 70 ซึ่งเป็นพืชที่มีวงจรชีวิตสั้น1 จากเชื้อโรคหรือแมลง สูงสุด น�้าหมักชีวภาพ 2 3 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ • เพราะเหตุใดจึงตองมีการนําผลผลิตที่เก็บ ไดมาตัดแตงผลผลิตกอนนําไปจําหนาย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การคัดขนาดผลผลิต เปนการปฏิบัติที่ชวยใหผลผลิตที่ไดมีความ สมํ่าเสมอกันในดานรูปราง ขนาด และสี ทําใหผูบริโภค หรือลูกคาเกิดแรงจูงใจที่จะซื้อ มากกวาผลผลิตที่ไมไดคัดขนาด หรือรูปราง หรือสีที่แตกตางกัน สงผลใหผลผลิตมีมูลคา เพิ่มมากขึ้น และชวยลดการบอบชํ้าจากการ ที่ผูบริโภค หรือลูกคาจับ หรือสัมผัส เพื่อคัด ขนาดดวยตนเอง การคัดขนาดผลผลิตที่มี ปริมาณนอยมักใชแรงงานคนเปนหลัก โดยใช สายตาคน ซึ่งตองใชประสบการณและความ ชํานาญเปนอยางมาก หากเปนกิจการขนาด ใหญที่มีผลผลิตจํานวนมาก เชน สวนสม จะใชเครื่องมือคัดขนาดของผลสมที่แนนอน ตามเสนผาศูนยกลางของสมขนาดตางๆ เชน เบอร 1, 2, 3, 4 หรือขนาดใหญพิเศษ ใหญ กลาง เล็ก ตามลําดับ” 9. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันระดมความคิด วากลุมของตนเองจะเลือกผลิตพืชชนิดใด ใช โรงเรือนประเภทใด เมื่อพืชเจริญเติบโตเต็มที่ แลวจะมีวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชชนิดนั้นๆ อยางไร 10. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม นักเรียนควรรู 1 พืชที่มีวงจรชีวิตสั้น หรือพืชระยะสั้น เปนพืชที่ใหผลผลิตเร็ว สามารถ เก็บเกี่ยวไดภายในระยะเวลาไมเกิน 2 เดือน จึงนิยมปลูกเพื่อรับประทานใน ครัวเรือน และสามารถแบงจําหนายได เชน ถั่วงอก ตนออนทานตะวัน ผักบุงจีน กวางตุง เห็ดนางฟา ขึ้นฉาย ผักกาดหอม ผักสลัด 2 แมลง แมลงศัตรูพืชจําแนกเปน 2 ประเภท ตามลักษณะการกัดกิน คือ แมลงปากดูด จะทําลายตนพืชดวยการดูดกินนํ้าเลี้ยง เชน เพลี้ยแปง เพลี้ยออน เพลี้ยไฟ ไร แมลงหวี่ขาว และ แมลงปากกัด จะทําลายตนพืชดวยการกัดกินใบ และใชปากแทะ เชน หนอนชอนใบ หนอนกระทู ทาก 3 นํ้าหมักชีวภาพ สารละลายเขมขนที่ไดจากการหมักเศษพืช หรือสัตวกับสาร ที่ใหความหวาน และถูกยอยสลายโดยจุลินทรีย เมื่อผานกระบวนการแลวจะได สารละลายเขมขนสีนํ้าตาล ประกอบไปดวยจุลินทรียและสารอินทรียหลายชนิด การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชเมื่อพืชเจริญเติบโตอยางเต็มที่ เปนการ เก็บเกี่ยวเมื่อพืชมีลักษณะอยางไร 1. พืชแกเต็มที่ 2. พืชใกลตาย 3. พืชสุกเต็มที่ 4. พืชที่ยังออนอยู (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช เมื่อพืชแกเต็มที่ เปนการเก็บเกี่ยวพืชเมื่อผลผลิตพืชมีอายุ ระยะหนึ่งที่จะเจริญเติบโตอยางเต็มที่ แตยังไมสุก ไมเปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนสีเพียงเล็กนอยเทานั้น ซึ่งเปนการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ในระยะที่ 2) นํา สอน สรุป ประเมิน T78


ขอสอบเนน การคิด ö การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรเป็นการน�าผลผลิตที่ได้จากการเพาะปลูกพืชหรือเศษเหลือ ของพืชไปผ่านกระบวนการผลิต เพื่อแปรรูปเป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์อย่างอื่นที่ไม่ ใช่อาหาร โดยการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีความส�าคัญ เนื่องจากสามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิต ท�าให้ เกิดการขยายการตลาด ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ มีส่วนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ๖.๑ หลักการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยทั่วไปผลผลิตพืชที่ได้หลังจากการเก็บเกี่ยวจะเน่าเสียจากเชื้อจุลินทรีย์และเสื่อมคุณภาพ ด้วยเอนไซม์ การแปรรูปผลผลิตพืชจึงเป็นการช่วยถนอมอาหารและสามารถน�าผลผลิตไปใช้ ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ หลักการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร มีดังนี้ หลักการ แปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร จุลินทรีย์การน�าเชื้อจุลินทรีย์มาช่วยในกระบวน การผลิต การแปรรูป เช่น การท�าหน่อไม้ดอง การท�าผลไม้ดอง การท�าน�้าส้มสายชู เคมี การน�าเคมีเข้ามายับยั้งการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์ที่อาจเป็นเชื้อรา ยีสต์ วิธีที่นิยมใช้ คือ การใช้เกลือดองผักผลไม้หรือใช้สารกันเสีย เช่น โซเดียมเบนโซเอต รังสี การน�ารังสีที่มีประโยชน์มาใช้แปรรูปหรือ เก็บรักษาผลผลิตให้อยู่ได้นานขึ้น รังสีที่นิยมใช้ คือรังสีแกมมา เพราะเป็นรังสีที่ไม ่สะสมอยู ่ใน อาหาร กายภาพ การใช้หลักการทางฟิสิกส์ ได้แก่ การ ระเหยความชื้นออกในรูปของการท�าให้แห้ง เช่น การท�าล�าไยอบแห้ง การใช้น�้าตาลช ่วยรักษา ผลผลิต เช่น กล้วยฉาบ การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 71 เก็บรักษาผลผลิตให้อยู่ได้นานขึ้น รังสีที่นิยมใช้ คือรังสีแกมมา เพราะเป็นรังสีที่ไม ่สะสมอยู ่ใน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 11. ครูถามนักเรียนวา • หลังจากที่ไดเรียนรูเกี่ยวกับการผลิตพืช ในโรงเรือนและการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช เรียบรอยแลว นักเรียนคิดวาผลผลิตพืช ดังกลาวสามารถนํามาตอยอดทําสิ่งใดได (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน นําไปจําหนาย นําไป แปรรูปผลผลิต เพื่อไวอุปโภคบริโภคใน ครัวเรือน) 12. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ผลผลิตพืชที่ไดหลัง จากการเก็บเกี่ยว สามารถนําตนพืชที่ดีไป จําหนายได แตอาจมีตนพืชบางตนเนาเสีย หรือเสื่อมคุณภาพ การแปรรูปผลผลิตพืช จึงเปนการชวยถนอมอาหารและสามารถนํา ผลผลิตไปใชประโยชนในดานอื่นๆ ไดอีก สําหรับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรนั้น จะมีหลักและแนวทางในการแปรรูปที่สําคัญ ที่นักเรียนควรศึกษาเรียนรูตอไป” 13. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันบอกวาการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่นักเรียนรูจัก หรือเคยปฏิบัติมากอนมีวิธีใดบางและมีวิธีการ ทําอยางไร 14. ครูเปดคลิปวิดีโอเกี่ยวกับธุรกิจการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตรใหนักเรียนดู ซึ่งมี การนําพืชหลากหลายชนิดมาแปรรูปเปน อาหารและนําไปจําหนายสรางรายไดใหกับ คนในชุมชน เพื่อใหนักเรียนไดฝกสังเกตวิธี การผลิตวามีหลากหลายรูปแบบและมองเห็น คุณคาของการนําผลผลิตพืชมาตอยอดเปน สินคาที่มีประโยชนและมีคุณภาพ เผือกฉาบเปนการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรโดยใชหลักการใด 1. การใชรังสี 2. การใชสารเคมี 3. การใชจุลินทรีย 4. การใชหลักกายภาพ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะเปนการใชหลักการทางฟสิกส คือ การระเหยความชื้นออกในรูปของการทําใหแหงและใชนํ้าตาล เปนตัวชวยในการรักษาผลผลิตใหสามารถอยูไดยิ่งนาน) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใชรังสีเพื่อแปรรูปอาหารใหนักเรียนฟงวา การใชรังสีเพื่อแปรรูปอาหารมีประโยชนหลายประการ เชน เปนการชวยยืดอายุ การเก็บรักษาอาหาร เนื่องจากรังสีจะไปกําจัดจุลินทรียที่ทําใหเกิดการเนาเสีย ในอาหาร เปนเหมือนการฆาเชื้อแบบปาสเตอร (Pasteurization) เมื่อใชรวมกับ การเก็บรักษาอาหารในหองเย็น จะสามารถยืดอายุการเก็บรักษาอาหารประเภท เนื้อสัตวและอาหารทะเลไดนานขึ้น 2-3 เทา เมื่อเทียบกับการไมฉายรังสี นักเรียนควรรู 1 รังสีแกมมา เปนรังสีที่มีความสามารถในการทะลุทะลวงผานอาหารไดดี เหมาะกับอาหารที่มีขนาดใหญ แตเนื่องจากเปนการปลอยรังสีตลอดเวลา จึงเหมาะกับการฉายรังสีผลิตภัณฑจํานวนมาก นํา สอน สรุป ประเมิน T79


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๖.๒ แนวทางการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ผลผลิตที่ได้จากการแปรรูปมีหลายชนิด ซึ่งผลผลิตที่ได้เกิดจากกระบวนการผลิตที่ต่างกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรักษาผลผลิตไว้ ได้นานและไม่ท�าให้ผลผลิตเสื่อมคุณภาพ 1. การท�าแห้ง การลดความชื้นของอาหาร ให้อยู่ในระดับที่เชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถเจริญ เติบโตได้ เป็นวิธีการที่ง่ายและช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายมากที่สุด ๒. การท�าเค็ม ใช้เกลือเป็นสารกันเสียในการ เก็บรักษาอาหารให้อยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสีย หรืออาจใช้สารเคมีบางอย่างเข้ามาช่วยในการ ปรุงแต่งรสชาติของอาหารได้ ๓. การหมักดอง ใช้ความเข้มข้นของเกลือ น�้าส้ม น�้าตาล ควบคุมการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์ รสชาติและรูปร ่างของอาหารจะ เปลี่ยนแปลงไปท�าให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น ๔. การเชื่อม เพิ่มปริมาณน�้าตาลในอาหาร ให้สูงขึ้น โดยใช้ความร้อนท�าให้อาหารสุก และ น�้าตาลซึมผ่านเข้าไปในเนื้ออาหาร เนื้ออาหาร จะไม่เหี่ยวย่น เก็บไว้ได้นาน แนวทางการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร 5. การแช่อิ่ม ใช้น�้าตาลเพิ่มเข้าไปในเนื้อของอาหาร จนกระทั่งอาหารชนิดนั้น ๆ อิ่มตัวด้วยน�้าตาล ท�าให้ สภาพของอาหารไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์ 6. การฉาบ การท�าให้อาหารสุกก่อน จากนั้นจึงน�ามา คลุกเคล้ากับน�้าเชื่อมที่อิ่มตัว โดยน�้าตาลจะเกาะติด ที่เนื้อของอาหารเป็นเกล็ดเล็ก ๆ สีขาว 7. การกวน การน�าผัก ผลไม้ หรือธัญพืชมาผสมกับ น�้าตาล และใช้ความร้อนเคี่ยวกวน เพื่อให้ปริมาณน�้า ลดน้อยลงและผสมผสานจนเป็นเนื้อเดียวกัน 8. การใช้น�้าตาล นิยมใช้กับผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ซึ่งน�้าตาลจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ท�าให้สามารถเก็บรักษาอาหารไว้ได้นานขึ้น ๙. การแช่แข็ง ใช้อุณหภูมิต�่า เพื่อป้องกันไม่ให้อาหาร เน่าเสีย โดยการควบคุมจุลินทรีย์และแบคทีเรียไม่ให้ เจริญเติบโตได้ นิยมใช้กับอาหารสดที่ปรุงสุกแล้ว 10. การใช้สารปรุงแต่ง ใช้สารปรุงแต่งอาหาร เช่น สารกันบูด สีผสมอาหาร เพื่อช่วยยับยั้งการท�างานของ เอนไซม์หรือปฏิกิริยาทางเคมี ท�าให้เก็บรักษาอาหาร ได้นานขึ้น 11. การรมควัน อาหารมีกลิ่นหอมและมีรสชาติ แปลกใหม่ วิธีที่นิยม คือ การสุมไฟด้วยไม้แล้วแขวน อาหารเหนือกองไฟ เพื่อให้ควันรมอาหารไปพร้อมกับ ความร้อน 7๒ ไอศกรีมผลไม เมนูอรอยจากผลไมเหลือๆ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ 15. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมศึกษา เรื่อง การแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 หรือศึกษาเพิ่มเติมจาก อินเทอรเน็ต 16. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 4 17. ครูถามนักเรียนวา • การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีหลักใน การแปรรูปอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การนําเชื้อจุลินทรียมา ชวยในกระบวนการผลิต ใชหลักการทาง ฟสิกส เชน การระเหยความชื้นออก การใช นํ้าตาลชวยรักษาคุณภาพของผลผลิต การใชสารเคมียับยั้งการเจริญเติบโตของ จุลินทรียที่อาจเปนเชื้อรา การนํารังสีที่มี ประโยชน เชน รังสีแกมมา มาใช เพื่อให ผลผลิตอยูไดนานขึ้น) • นักเรียนรูจักแนวทางการแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตรหรือไม หากรูจัก รูจัก แนวทางใด และแนวทางนั้นมีลักษณะ อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน รูจักแนวทางการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร คือ การทําแหง เปนการลดความชื้นของอาหารดวยการ ระเหยนํ้า การอบแหง การทอด การระเหิดนํ้า สวนใหญออกจากอาหาร ชวยลดการเจริญ เติบโตของจุลินทรียที่มีในอาหาร เชน การทําลําไยอบแหง การทํากลวยตาก) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารโดยใชความรอนใหนักเรียนฟงวา การแปรรูปอาหารโดยใชความรอน สามารถกระทําได 2 วิธี คือ การพาสเจอรไรซ (Pasteurization) เปนการใชความรอนที่อุณหภูมิไมสูงมากนัก เพื่อทําลาย แบคทีเรียพวกที่ไมตองการสรางสปอร หรือพวกที่กอใหเกิดโรคแกคน อาหารที่ ผานขั้นตอนการพาสเจอรไรซจะตองใชความเย็นในการเก็บรักษาคุณภาพของ อาหาร และการสเตอริไลซ (Sterilization) เปนการใชความรอนที่อุณหภูมิสูง กวาการพาสเจอรไรซ เพื่อทําลายจุลินทรียทั้งหมด รวมถึงสปอรของเชื้อที่ทําให เกิดโรคอาหารเปนพิษ อาหารที่ผานขั้นตอนการสเตอริไลซ จะเปนอาหารที่ ปลอดเชื้อ สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิปกติได ใหนักเรียนสํารวจผัก หรือผลไมภายในบานของตนเองวามีผัก หรือผลไมชนิดใดที่นักเรียนไมสามารถรับประทานไดทันเวลาและ ตองการนํามาแปรรูป โดยเลือกตามความสนใจ 1 ชนิด และสืบคน วิธีการแปรรูปที่เหมาะสมกับผัก หรือผลไมที่เลือก จากนั้นฝกปฏิบัติ การแปรรูปอาหาร พรอมทั้งจัดทําเปนคลิปวิดีโอสั้นๆ ความยาว ไมเกิน 7 นาที อัปโหลดคลิปวิดีโอลงในสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อเปน การเผยแพรผลงาน (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะดานใฝเรียนรูและอยูอยาง พอเพียง) นํา สอน สรุป ประเมิน T80


ขอสอบเนน การคิด ๖.๓ ตัวอย่างการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร วิธีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรมีหลายวิธีอาจเป็นอาหารคาวหรืออาหารหวานก็ได้ โดยการเลือกวิธีการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรควรเลือกวิธีให้เหมาะสมกับผลผลิตที่น�ามาใช้ เป็นวัตถุดิบหลัก Trick วิธีการดองเปรี้ยวผักและผลไม้ ต้มน�้าเกลือเจือจาง (ประมาณร้อยละ ๑๐) ทิ้งไว้ให้เย็น น�าไปราดผักหรือผลไม้ที่ต้องการดอง โดยให้น�้าเกลือท่วม ผักและผลไม้นั้น อย่าให้ผักและผลไม้ลอยขึ้นมาเหนือ น�้าเกลือ เพราะจะท�าให้เน่าเสีย ทิ้งไว้ ๔-๖ วัน จึงจะ สามารถน�ามารับประทานได้ ขิงดอง การเตรียมวัตถุดิบ เลือกขิงที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป ควร เป็นขิงสดประมาณ ๑ กิโลกรัมปอกเปลือก และน�าไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นแว่นบาง ๆ น�าไปคลุกกับเกลือ ๑ ๑ ๒ ช้อนโต๊ะ จนขิง เริ่มนิ่ม บีบน�้าออก พักไว้ให้หมาด น�าไป ใส่ในภาชนะที่เตรียมไว้ บีบน�้ามะนาว ลงไป ๑ ผล ให้ทั่วจนขิงเริ่มเปลี่ยน เป็นสีแดง การเตรียมน�้าดอง ใช้น�้าสะอาดประมาณ ๑ ถ้วย เติม น�้าตาลทราย ๑ ๑ ๒ ช้อนโต๊ะ เกลือ ๑ ช้อนโต๊ะลงไป น�าไปต้มจนเดือด พักทิ้ง ไว้ให้เย็น หากต้องการให้ขิงดองมีรส เปรี้ยวหวาน ให้ใช้น�้าส้มสายชู ๑ ๒ ถ้วย ปรุงรสในขั้นตอนนี้ การน�าขิงอ่อนสดมาล้างท�าความสะอาด ปอกเปลือก บั้ง ตัดแต่ง หั่นเป็นชิ้น หรือหั่นให้ได้รูปร่างตามต้องการ คลุกเกลือและท�าให้สะเด็ดน�้า จากนั้นจึงน�าไปดอง แล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ น�้าตาล น�้าส้มสายชู ขิงดองนิยมน�ามา รับประทานกับอาหารหลายชนิด รวมถึงน�ามาประกอบ อาหารได้อีกหลากหลายเมนู การดองขิง เตรียมขวดแก้วเพื่อบรรจุขิงที่เตรียมไว้ เทน�้าดองลงไป ให้ท่วมเนื้อขิง ปิดฝาให้สนิท น�าเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ ๒ วันจึงจะสามารถรับประทานได้และขิงดองสามารถเก็บไว้ ได้นานถึง ๒ เดือน หากแช่ในตู้เย็น 7๓ ขิงดอง1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ • นักเรียนเคยแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร หรือไม หากเคย แปรรูปสิ่งใด มีวิธีการ แปรรูปอยางไร และเพราะเหตุใดจึงเลือก แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรชนิดนี้ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทุเรียนกวน เปนการนํา เนื้อทุเรียนมาผสมกับนํ้าตาล โดยใชความ รอนกวนใหเนื้อทุเรียนจับตัวกันจนเหนียว เปนเนื้อเดียวกัน หากเปนเนื้อทุเรียนพันธุ หมอนทอง ไมควรใสนํ้าตาลในปริมาณมาก เพราะจะทําใหเนื้อทุเรียนขึ้นเกล็ด สีสัน ไมสวยงาม ในการกวนทุเรียนนั้นจะใชไฟ ออนปานกลางและกวนอยางตอเนื่อง เพื่อ ใหทุเรียนมีรสชาติหวาน มัน มีกลิ่นหอม มี สีเหลืองนวล และนารับประทานมากยิ่งขึ้น เหตุผลที่เลือกแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ชนิดนี้ คือ มีปริมาณของผลผลิตมากกวา ทุกๆ ป จึงทําใหผลผลิตบางสวนจําหนาย ไมได จึงนํามาแปรรูปใหเปนผลิตภัณฑใหม เพื่อใหผูบริโภคมีไวรับประทานไดตลอด ทั้งป นอกจากนี้ ยังเปนการชวยเพิ่มยอด จําหนายผลผลิตและผลิตภัณฑใหมีมากขึ้น) 18. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การดอง เปนการทําให ผลผลิตมีรสชาติและกลิ่นเปลี่ยนแปลงไป จากเดิม โดยการใชเกลือ เชน การดองไข การดองมะนาว การดองผักกาด สามารถฆา หรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรียที่ ทําใหเกิดการเนาเสียได หรือการดองหวาน (การแชอิ่ม) โดยการใชนํ้าตาล เชน มะมวง แชอิ่ม มะดันแชอิ่ม มะขามแชอิ่ม” เพราะเหตุใดการทําขิงดองจึงไมนิยมใชขิงแก 1. ขิงแกจะเผ็ดมาก 2. หั่นเปนชิ้นบางๆ ไดยาก 3. ลางทําความสะอาดไดยาก 4. เมื่อดองแลวจะไมไดรสชาติ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะขิงที่แกจนเกินไปจะมีความ เผ็ดมาก เมื่อนํามาดองจะตองคั้นและบีบกับนํ้าเกลือหลายๆ ครั้ง จนขิงหายเผ็ด หากเลือกใชขิงออนเพียงนําไปแชในนํ้าเกลือ พักทิ้งไว ความเผ็ดก็จะหายไปไดอยางรวดเร็ว ผูคนสวนใหญ จึงนิยมเลือกใชขิงออนมากกวาขิงแกในการดอง) เกร็ดแนะครู ครูอาจแนะนํานักเรียนเกี่ยวกับวิธีการเลือกขิงและขั้นตอนการเตรียมขิง ที่จะนํามาดองวา ควรเลือกใชขิงที่ไมออน หรือแกจนเกินไป ผิวของขิงเปนสีเหลือง ไมเปนสีนํ้าตาล และไมออนจนเปนสีขาว สวนการเตรียมขิงนั้น ควรตกแตงสวน ที่ดําชํ้าออก แลวซอยขิงบางๆ ไมใหขาดจากกัน โดยกดมีดประมาณครึ่งหนึ่ง ใหเปนแนวเดียวกันสมํ่าเสมอ พลิกกลับอีกดานแลวซอยเหมือนกัน แตใหเปน คนละแนวจนเสร็จ ซึ่งขิงจะมีลักษณะยืดไดโดยไมขาดออกจากกัน นักเรียนควรรู 1 ขิงดอง หากรับประทานมากอาจทําใหเยื่อบุภายในชองปากเกิดอาการ อักเสบ จนเปนสาเหตุใหเกิดอาการรอนในได ทั้งยังมีผลตอกระเพาะอาหาร จึงไมเหมาะสําหรับผูที่ปวยเปนโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคลําไสอักเสบ นํา สอน สรุป ประเมิน T81


ขอสอบเนนการคิด การเตรียมวัตถุดิบ เลือกมะเขือเทศที่มีเนื้อหนา เป็นผลสดประมาณ ๑ กิโลกรัม ล้างท�าความสะอาดโดยไม่ปอกเปลือก ใช้มีดกรีดที่ผลอย่าให้รอยขาดจากกัน ๔-๕ รอย ใช้มือบีบเบา ๆ เพื่อน�าเมล็ดออก ผึ่งทิ้งไว้พอหมาด น�าไปแช ่ในน�้าปูนแดง ๓๐ นาทีและน�ามาล้าง ด้วยน�้าสะอาดอีกครั้ง วางพักทิ้งไว้ ให้สะเด็ดน�้า การท�ำกำรเกษตรเป็นเรื่องใกล้ตัวของมนุษย์ สำมำรถเรียนรู้และฝึกปฏิบัติงำน เกษตรง่ำย ๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่ำจะเป็นเกษตรอินทรีย์หรือกำรปลูกพืชไร้ดิน ซึ่งจะท�ำให้ได้ผลผลิต ที่มีคุณภำพ มีควำมปลอดภัย ปรำศจำกสำรพิษตกค้ำงไว้บริโภคภำยในครัวเรือน ทั้งยังสำมำรถ น�ำผลผลิตที่มีปริมำณมำกเกินมำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่ำง ๆ เพื่อเก็บไว้บริโภค หรือน�ำไปจ�ำหน่ำย สร้ำงรำยได้ให้แก่ครอบครัวได้อีกทำงหนึ่ง สรุป มะเขือเทศ อบแห้ง การอบแห้ง ต้มน�้าให้เดือด โดยใช้ไฟปานกลาง เติมน�้าตาล ๔๐๐ กรัม เคี่ยวจนน�้าเชื่อมเข้มข้น ใส่มะเขือเทศ น�้ามะนาว ๑-๒ ช้อนชา เคี่ยวสักพักจึงยกลง ตักมะเขือเทศที่เคี่ยวแล้ววางบนตะแกรง น�าไปตากแดด ใช้ผ้าขาวบางคลุม เพื่อช่วยป้องกันฝุ่นละอองและแมลง ประมาณ ๒-๓ วัน มะเขือเทศจะแห้ง น�ามะเขือเทศที่แห้งมาพักไว้ ในร่ม ประมาณ ๑ ชั่วโมง เพื่อให้มะเขือเทศคายความร้อน ก่อนบรรจุลงในภาชนะให้เรียบร้อย การน�ามะเขือเทศมาผ ่านกรรมวิธี การอบให้แห้ง โดยอาศัยความร้อนจาก แสงอาทิตย์และความร้อนจากเครื่องอบ เป็นอาหารว ่างชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วย คุณค่าทางอาหาร ช่วยบ�ารุงผิวพรรณให้ สดใส เปล่งปลั่ง มีขั้นตอนการประกอบ ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถ ประกอบเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน 7๔ การเตรียมวัตถุดิบ เลือกมะเขือเทศที่มีเนื้อหนา 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู้ 19. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวอยาง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรจาก QR Code เรื่อง ไอศกรีมผลไม เมนูอรอยจาก ผลไมเหลือๆ จากหนังสือเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรูเกี่ยวกับ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรหลากหลาย แนวทางและเกิดความเขาใจมากยิ่งขึ้น 20. ครูมอบหมายใหนักเรียนทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการ เกษตร โดยใหสมาชิกแตละกลุมรวมกัน สํารวจวัตถุดิบที่มีอยูในครัวเรือนของตนเอง จากนั้นนําผลการสํารวจมาแลกเปลี่ยนความ คิดกันภายในกลุมวาในครัวเรือนของสมาชิก แตละคนมีวัตถุดิบชนิดใด จากนั้นเลือก วัตถุดิบที่สนใจ 1 ชนิด เพื่อฝกปฏิบัติการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเลือกใช วิธีการแปรรูปที่เหมาะสม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 1. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปสิ่งที่ได เรียนรูจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตามที่กลุมของตนเองเลือกฝกปฏิบัติ เพื่อ เตรียมนําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน ในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • วัตถุดิบที่นํามาแปรรูป • วิธีที่ใชในการแปรรูป • วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชที่ใชในการ แปรรูป • ขั้นตอนการปฏิบัติ • ปญหา หรืออุปสรรคระหวางการปฏิบัติงาน • แนวทางการแกไขปญหา เพราะเหตุใดกลุมชาวบานและเกษตรกรจึงนิยมนํามะเขือเทศ มาแปรรูปเปนมะเขือเทศอบแหง (แนวตอบ มะเขือเทศสามารถปลูกไดงายและใหผลผลิตเปน จํานวนมาก โดยเฉพาะมะเขือเทศราชินี จนบางครั้งอาจทําใหมี ผลผลิตลนตลาด นอกจากนี้ มะเขือเทศยังมีผิวเปลือกที่บอบบาง ชํ้าไดงาย หากนําไปจําหนายเปนมะเขือเทศสดอาจไมไดราคา จึงตองนํามาแปรรูปเปนมะเขือเทศอบแหง ซึ่งเปนการเพิ่มมูลคา ใหกับผลผลิต และสามารถสรางรายไดใหเพิ่มมากยิ่งขึ้น) นักเรียนควรรู 1 มะเขือเทศ มีสารไลโคปน (lycopene) ซึ่งเปนสารแอนติออกซิแดนต สามารถปองกันโรคมะเร็งไดอยางดีเยี่ยม โดยในมะเขือเทศสด 100 กรัม จะมี ปริมาณไลโคปนประมาณ 0.9-9.30 มิลลิกรัม มีสวนชวยลดความเสี่ยงของ โรคมะเร็งลําไส มะเร็งปอด มะเร็งรังไข มะเร็งเตานม มะเร็งตอมลูกหมาก และมะเร็งตับออน การรับประทานมะเขือเทศเพื่อใหไดรับประโยชนสูงสุด ควรนํามาปรุงผานความรอนใหสุกกอน เมื่อมะเขือเทศผานความรอนจะทําให ไลโคปนหลุดออกมาจากเนื้อมะเขือเทศไดงาย และเมื่อรับประทานเขาไป รางกายก็จะสามารถนําสารไลโคปนไปใชงานไดดีกวาการรับประทานแบบสดๆ นอกจากนี้ ไลโคปนยังเปนสารที่สามารถละลายไดดีในนํ้ามัน ดังนั้น หากใช นํ้ามันในการปรุงมะเขือเทศจะยิ่งทําใหรางกายดูดซึมไลโคปนไดดียิ่งขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T82


กิจกรรม Mini Project ÊÃé Ò§ÊÃÃ¤ì ¾Ñ²¹Ò¡ÒÃàÃÕ¹ÃéÙ ¡Ô¨¡ÃÃÁ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยฝกปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดิน ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นกลุ่ม โดยท�าการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร àÃ×èͧ ¡ÒûÅÙ¡¾×ªäÃŒ´Ô¹ àÃ×èͧ ¡ÒÃá»ÃÃÙ»¼Å¼ÅÔµ·Ò§ ¡ÒÃà¡ÉµÃ ใบมอบหมายงานที่ ๔.1 ๑. ให้นักเรียนศึกษา เรื่อง การปลูกพืชไร้ดิน จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย จากนั้นเลือกพันธุ์พืชตามความ สนใจ ๑ ชนิด เพื่อฝกปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดินภายในครัวเรือน ๒. ฝกปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดิน โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ • ศึกษาพันธุ์พืช เตรียมพันธุ์พืช สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องใช้ให้พร้อม • ปลูกพืชไร้ดินลงในแปลงปลูกที่เตรียมไว้ พร้อมทั้งจดบันทึกการเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ปัญหา • เก็บเกี่ยวผลผลิตพืช แล้วน�าไปจัดจ�าหน่ายในโรงเรียนหรือชุมชนใกล้เคียง และสรุปผลการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เพื่อน�าไปพัฒนาการปฏิบัติงานในครั้งต่อไป ๑. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ศึกษาข้อมูลการแปรรูปผลผลิตพืชจากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเลือกวิธีการแปรรูปผลผลิตพืชตามความสนใจกลุ่มละ ๑ วิธี (โดยไม่ซ�้ากัน) ๒. น�าผลผลิตพืชมาท�าการแปรรูปผลผลิต และอธิบายเหตุผลที่เลือกใช้ผลผลิตพืชชนิดนี้ ๓. แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรกลุ่มละ ๑ ชิ้น โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติ ดังนี้ • วางแผนการท�างานร่วมกันในกลุ่ม โดยวางแผนเลือกแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ค�านวณค่าใช้จ่าย และก�าหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน • ปฏิบัติงานตามแผนการท�างาน หากในการท�างานประสบกับปัญหาให้ใช้ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�างาน โดยมีขั้นตอน คือ การสังเกต การวิเคราะห์ การสร้างทางเลือก และการประเมินทางเลือก • บันทึกผลการปฏิบัติงานและประเมินผลการปฏิบัติงาน • น�าเสนอผลงานให้เพื่อนชมหน้าชั้นเรียน พร้อมทั้งสรุปขั้นตอนการปฏิบัติงาน และเปิดโอกาสให้เพื่อน ร่วมชั้นเรียนชิมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ เพื่อหาข้อมูลทางการตลาด • น�าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นออกจ�าหน่ายในโรงเรียนและชุมชน พร้อมทั้งจัดท�าบัญชี รายรับ-รายจ่าย เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และสามารถน�าไปใช้เป็นแนวทางการประกอบ อาชีพในอนาคต การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 75 ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทําแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเขาใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายงาน โครงงาน เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการ เกษตร 3. ครูตรวจสอบความรู ความเขาใจของนักเรียน จากการนําเสนอผลการวิเคราะห วิจารณ และ การสรุปความรู 4. ครูประเมินผลระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนรู จากการสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 2. ครูใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันฝกปฏิบัติการ แปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่เลือก 3. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1-2 คน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียนรวมกัน เสนอแนะเพิ่มเติม 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การผลิต พืชในโรงเรือน การเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช และ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร 5. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 4 เรื่อง การจัดการผลผลิต ทางการเกษตร 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสํารวจผลผลิต ทางการเกษตรที่มีในทองถิ่นของตนเอง เพื่อนําผลผลิตดังกลาว มาแปรรูป 2. ใหสมาชิกภายในกลุมรวมกันเลือกผลผลิตที่ตองการตามความ สนใจ 1 ชนิด จากนั้นวางแผนการจัดการ ตั้งแตขั้นตอนการ แปรรูปผลผลิต การจัดจําหนาย และการสรางบรรจุภัณฑ 3. ลงมือปฏิบัติการแปรรูปผลผลิตตามที่ไดวางแผนไว พรอมทั้งนํา ผลิตภัณฑที่แปรรูปไปจําหนายในชุมชนของตนเอง และสรุปผล การดําเนินงานลงในกระดาษ A4 4. นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายเหตุผล ที่เลือกแปรรูปผลผลิตชนิดนี้ ผลตอบรับที่นําผลิตภัณฑที่แปรรูป ไปจําหนายในชุมชน ปญหาที่พบและแนวทางการแกปญหา แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคลและประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผน การจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินกิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ง 1.1 ม.4-6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.4-6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.4-6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.4-6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท างานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. การวางแผนท าโครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การจัดการใน การท างานกลุ่ม ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ได้ถูกต้อง ครบถ้วนเป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผนที่วาง ไว้ได้ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผนที่ วางไว้ 3. การแก้ปัญหาในการ ท างานของกลุ่ม แก้ปัญหาในการท างาน ได้อย่างเหมาะสม แก้ปัญหาในการท างาน ได้อย่างเหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ แก้ปัญหาในการท างานได้ อย่างเหมาะสมเป็น บางส่วน ไม่สามารถแก้ปัญหาในการ ท างานได้ 4. การน าเสนอผลงาน น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วนเหมาะสม น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสม เป็นส่วนใหญ่ น าเสนอผลงานได้อย่าง ครบถ้วน เหมาะสม เป็นบางส่วน น าเสนอผลงานได้ ไม่ครบถ้วน และ ไม่เหมาะสม 5. การมีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ในการท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างาน มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณลักษณะนิสัยที่ดีใน การท างานเป็นบางส่วน ไม่มีคุณลักษณะนิสัยที่ดี ในการท างาน 6. ผลงานการแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตร แปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรได้อย่าง เหมาะสมและคุ้มค่า แปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรได้อย่าง เหมาะสม แปรรูปผลผลิตทาง การเกษตรได้ ไม่สามารถแปรรูปผลผลิต ทางการเกษตรได้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง นํา สอน สรุป ประเมิน T83


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 หลักการ เลี้ยงสัตว์ 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการเลี้ยง สัตว์ได้ 2. วางแผนการเลี้ยงสัตว์ได้ แบบ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง หลักการเลี้ยงสัตว์ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T84


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 2 การคัดเลือก การขยายพันธุ์ และปัญหาในการ เลี้ยงสัตว์ 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.6 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. คัดเลือกพันธุ์สัตว์ ตามความต้องการ ได้อย่างเหมาะสม 2. บอกวิธีการขยายพันธุ์ และการแก้ปัญหาใน การเลี้ยงสัตว์ได้ แบบ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน กลุ่ม - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน T85


¡ÒÃàÅÕé§ÊѵǏ หน่วยการเรียนรู้ที่õ ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรค และมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ สิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ñ ความสําคัญของการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ในปัจจุบันมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากการเลี้ยงสัตว์ในอดีตค่อนข้างมาก เนื่องจาก ในอดีตมนุษย์เลี้ยงสัตว์ในครัวเรือนไว้เพื่อบริโภคและใช้งานในการท�าเกษตรกรรม แต่ปัจจุบัน การเลี้ยงสัตว์จะมุ่งเน้นในเชิงสัตว์เศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น มีการเลี้ยงเป็นฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ โดยน�าเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งสัตว์ที่นิยมเลี้ยงมีอยู่หลายชนิด เช่น โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ไก่ เป็ด ปลา การเลี้ยงสัตว์ มีความส�าคัญหลายประการ ดังนี้ µŒÍ§¡ÒÃàÅÕé§ÊѵǏãˌ䴌¼Å¼ÅÔµ ÊÙ§¨ÐµŒÍ§¨Ñ´¡ÒÃÍ‹ҧäà สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การเลี้ยงสัตว ■ ทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ประกอบดวยการศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สํารวจ และบันทึก เชน การเลี้ยงสัตว ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน 76 การเลี้ยงสัตว์ 77 เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง ความสําคัญของการเลี้ยงสัตว ประเภทของสัตวเลี้ยง และหลักการเลี้ยงสัตวที่มากขึ้น สามารถคัดเลือก ขยายพันธุ และแกปญหาในการเลี้ยงสัตวไดอยางเหมาะสม มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน ใชทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อเปนการอนุรักษสิ่งแวดลอม นําทักษะการจัดการมาประยุกตใชในการทํางาน รวมถึงใชทักษะกระบวนการแกปญหา ในการทํางานไดอยางเปนขั้นตอน เพื่อใหผลงานสําเร็จตรงตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับหลักการเลี้ยงสัตว • ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตวชนิดตางๆ • ใหนักเรียนฝกปฏิบัติการเลี้ยงสัตวในครัวเรือน ขั้นนํา (แบบกระบวนการสรางความตระหนัก) 1. ครูแจงชื่อเรื่องที่จะเรียนรูและจุดประสงคการ เรียนรู ใหนักเรียนทราบ จากนั้นใหนักเรียน แตละคนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 5 เรื่อง การเลี้ยงสัตว 2. ครูนําภาพสัตวเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน เชน สุนัข แมว กระตาย นก ปลา สัตวเลี้ยงเพื่อ เปนอาหาร เชน ไก เปด ปลานิล ปลาทับทิม ปลาดุกและสัตวเลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจ เชน โค กระบือ แพะ แกะ สุกร มาใหนักเรียนดู 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนชอบเลี้ยงสัตวหรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน สัตวเลี้ยงเปนเพื่อน เลนยามเหงา เปนการใชเวลาวางใหเกิด ประโยชน ฝกความมีระเบียบวินัย ความ ตรงตอเวลา) • นักเรียนคิดวาสัตวแตละชนิดมีวิธีการเลี้ยง และการดูแลที่แตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ที่บานของนักเรียนมีการเลี้ยงสัตวหรือไม หากมี เลี้ยงสัตวชนิดใด เพราะเหตุใด จึงเลือกเลี้ยงสัตวชนิดนี้ หากไมมี เพราะ เหตุใดจึงไมเลี้ยงสัตว และหากสามารถ เลี้ยงสัตวได 1 ชนิด จะเลือกเลี้ยงสัตว ชนิดใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 4. ครูขออาสาสมัคร 2-3 คน ที่บานเลี้ยงสัตวออก มาเลาประสบการณเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตวของ ตนเองวาเลือกเลี้ยงสัตวชนิดใด มีวิธีการเลี้ยง และการดูแลอยางไรใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T86


ขอสอบเนน การคิด การเลี้ยงสัตว์เปนงานเกษตรที่มีมากใน ประเทศไทย ทั้งการเลี้ยงสัตวเพื่อเปนสัตวเลี้ยงในบาน เลี้ยงเปน อาหารและสรางรายได เลี้ยงเพื่อการคา ผูเลี้ยงจึงควรมีความรู พื้นฐานในการเลี้ยงสัตว ใหสามารถเลี้ยงสัตว ไดอยางเหมาะสม ปลอดภัย ไดผลผลิตตามเปาหมายที่ตองการ ด้านเศรษฐกิจ ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ มีทั้งการเลี้ยงเพื่อความ เพลิดเพลิน การเลี้ยง เพื่อบริโภค และยังมี ผลิตภัณฑ์แช ่แข็งและ แปรรูป ซึ่งเป็นรายได้ ส�าคัญของประเทศ ท�าให้ เศรษฐกิจเติบโตอย ่าง ต่อเนื่อง ด้านสังคม เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ ช่วยลดปัญหาการว่างงาน การเลี้ยงสัตว์ที่มีผลผลิต ที่ดีท�าให้ผู้บริโภคมีอาหาร ที่ดีและปลอดภัย ซึ่งเป็น ผลดีต ่อสุขภาพของคน ในสังคม ด้านเกษตรกรรม แม้จะมีการใช้เครื่องจักร ทดแทนแรงงานสัตว์มาก ขึ้น การเลี้ยงสัตว์ยังคง ช่วยลดต้นทุนในการท�า เกษตรกรรม เลี้ยงปลา ควบคู่กับไก่ ปลาจะกิน มูลไก่ และผลผลิตจาก สัตว์จะมีราคาสูงกว่าพืช ด้านอื่น ๆ ช ่วยให้เกิดผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เครื่องส�าอางจากไข่ กาว จากหนังสัตว์ เกิดการ ผลิตพลังงานจากมูลสัตว์ เกิดการท�าวัคซีนป้องกัน โรคของสัตว์และคน เกิด การฝึกสัตว์เพื่อใช้ ในงาน ต่าง ๆ รวมถึงการเลี้ยง สัตว์เพื่อเกมกีฬา 76 การเลี้ยงสัตว์ 77 ผลิตภัณฑ์แช ่แข็งและ แปรรูป ซึ่งเป็นรายได้ 1 การเลี้ยงสัตวมีความสําคัญในดานเกษตรกรรมอยางไร (แนวตอบ การเลี้ยงสัตวกอใหเกิดผลผลิตจากสัตวซึ่งมักจะมี ราคาสูงกวาผลผลิตจากพืช และชวยลดตนทุนในการทําเกษตรกรรม เชน การเลี้ยงปลาเพื่อใหปลากินมูลไก) นักเรียนควรรู 1 ผลิตภัณฑแชแข็งและแปรรูป การถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร ดวยความเย็น จะชวยใหสามารถเก็บรักษาเนื้อสัตวไดนานยิ่งขึ้น ในระบบ อุตสาหกรรมจึงเกิดการผลิตอาหารแชแข็งขึ้นเปนจํานวนมาก โดยคุณภาพ ของอาหารแชแข็ง คือ อาหารกอนแชแข็งและหลังละลายจะตองมีคุณภาพ ใกลเคียงกัน หรือเหมือนกันมากที่สุด ทั้งในกลิ่น รส สี เนื้อสัมผัส และรูปราง จึงตองใชกระบวนการแชแข็งที่มีประสิทธิภาพ เลือกใชวิธีการที่เหมาะสมกับ ประเภทของอาหาร ทั้งยังตองเปนวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีอีกดวย ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 1. ครูใหนักเรียนศึกษา เรื่อง ความสําคัญของการ เลี้ยงสัตว ประเภทของสัตวเลี้ยง และหลักการ เลี้ยงสัตว จากหนังสือเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 5 หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอรเน็ต 2. ครูใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความ สําคัญของการเลี้ยงสัตว ประเภทของสัตวเลี้ยง และหลักการเลี้ยงสัตว จาก PowerPoint ม.6 หนวยการเรียนรูที่ 5 3. ครูถามนักเรียนวา • การเลี้ยงสัตวมีความสําคัญอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การเลี้ยงสัตวมีความ สําคัญหลายประการ คือ ไดเรียนรูวงจรชีวิต ของสัตว เขาใจความเปนอยูและลักษณะ นิสัยของสัตว เพลิดเพลินไปกับการเลี้ยงสัตว ทําใหมีสุขภาพจิตดี มีความออนโยน มีความรัก ความเมตตาตอสัตว มีความ รับผิดชอบตอชีวิตของผูอื่น ตรงตอเวลา รูจักประหยัดอดออม นําความรูที่ไดจาก การเลี้ยงสัตวไปประกอบอาชีพไดในอนาคต นําผลผลิตที่ไดจากสัตวไวเปนอาหาร เพื่อ บริโภคในครัวเรือน สวนผลผลิตที่เหลือ สามารถนําไปจําหนาย เพื่อสรางรายได ใหกับครอบครัวไดอีกทางหนึ่ง) 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ปจจุบันอุตสาหกรรม ของไทยมีความเจริญกาวหนาเปนอยางมาก มีการนําผลิตภัณฑที่ไดจากสัตวมาทําเปน สินคาหลากหลายชนิด เชน เครื่องหนัง เครื่องนุงหม ชวยใหประหยัดคาใชจาย โดยไม ตองนําเขาวัตถุดิบจากตางประเทศ” สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับขาวสารสัตวเลี้ยงในประเทศไทย ไดที่ http://www. thaifeedmill.com/วารสารธรกจอาหารสตว/tabid/76/Default.aspx นํา สอน สรุป ประเมิน T87


ขอสอบเนนการคิด ò ประเภทของสัตว์เลี้ยง การเลี้ยงสัตว์สามารถแบ่งประเภทได้หลายวิธี อาจจ�าแนกตามลักษณะที่อยู่อาศัย จ�าแนกตาม ประโยชน์ที่ได้รับ การแบ่งประเภทสัตว์เลี้ยงตามที่นิยมในประเทศไทยสามารถแบ่งได้ ดังนี้ ๒.๑ สัตว์ปก ในประเทศไทยมีสัตว์ปีกที่นิยมเลี้ยงอยู่หลายชนิด ไก่เนื้อเป็นสัตว์ปีกที่นิยมเลี้ยงมากที่สุด ถัดมาเป็นไก่ไข่ และเป็ดไข่ ตลาดสัตว์ปีกส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงเพื่อบริโภค แต ่สัตว์ปีกที่เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินก็เป็นตลาด ส�าคัญของไทย เช่น นกสวยงาม นกที่มีเสียงร้องไพเราะ นอกจากนี้ ยังมีการเลี้ยงเพื่อใช้งาน เช่น เลี้ยงห่าน เพื่อให้กินหญ้าและวัชพืชในไร่นา ๒.๒ สุกร โค กระบือ แพะ แกะ ในประเทศไทยการเลี้ยงสุกรเป็นที่นิยมรองลงมา จากไก่ เป็นการเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อและผลิตลูกสุกร พันธุ์ของโคนมและโคเนื้อมีการปรับปรุงให้เหมาะกับ การเลี้ยงในประเทศไทย จึงได้โคนมและโคเนื้อที่มี คุณภาพ สามารถผลิตเองในประเทศได้ มีการน�า เทคโนโลยีมาใช้แทนแรงงานสัตว์มากขึ้น กระบือจึงมี จ�านวนลดลง ส่วนแพะและแกะเป็นสัตว์ที่ช่วยส่งเสริม การท่องเที่ยวได้ ทั้งยังให้ผลผลิตทั้งเนื้อและนมด้วย ๒.๓ สัตว์น�้ำ แหล่งน�้าธรรมชาติมีสัตว์น�้าไม่เพียงพอต่อความ ต้องการของมนุษย์ จึงเกิดการเพาะเลี้ยงสัตว์น�้าเพื่อ การบริโภคขึ้น เช่น ปลา กุ้ง ปู หอย โดยสัตว์น�้าจาก ธรรมชาติและสัตว์น�้าจากการเพาะเลี้ยงจะแตกต่างกัน ทั้งในด้านผลผลิตและสายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมี สัตว์น�้าหลายสายพันธุ์ที่มีความสวยงาม เช่น ปลา กุ้ง จึงนิยมเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน 78 การเลี้ยงสัตว์ 79 นอกจากนี้ ยังมีการเลี้ยงเพื่อใช้งาน เช่น เลี้ยงห่าน การเลี้ยงในประเทศไทย จึงได้โคนมและโคเนื้อที่มี 1 2 นักเรียนควรรู 1 เลี้ยงหาน หานเปนสัตวจําพวกนกที่มีคอยาวกวาเปด แตสั้นกวาหงส การ เลี้ยงหานไมนิยมเลี้ยงเพื่อการบริโภค แตนิยมเลี้ยงเพื่อใชประโยชนในดานอื่นๆ เชน การปองกันภัยจากงูดวยวิธีธรรมชาติ เนื่องจากหานเปนสัตวที่เลี้ยงงาย หูไว ไมคอยเปนโรค ทนตอสภาพความแหงแลงไดดี หวงถิ่นที่อยูอาศัย จึงไม จําเปนตองดูแลเปนพิเศษ นอกจากตอนที่หานวางไข เพราะหานจะดุมากกวา ปกติ โดยหานจะออกไขปละครั้งเทานั้น 2 โคนม การเลี้ยงโคนมควรมีโรงเรือนสำหรับไวใหโคนมใชหลบแดดหลบฝน และตองมีพื้นที่สำหรับใหโคนมเดินเลน เมื่อมีพื้นที่ หรือทุงหญาสำหรับเดินเลนจะ ชวยทำใหโคนมแข็งแรงขึ้น ไมเจ็บปวยงาย สวนการรีดนมใน 1 วัน สามารถรีด ได 2 ครั้ง แตถาโคนมตัวใดที่มีน้ำนมมากสามารถรีดได 3 ครั้ง และควรรีดนม ในเวลาเดียวกันทุกวัน เมื่อรีดจนไดน้ำนมมาแลว เกษตรกรจะสงน้ำนมทั้งหมด จำหนายไปยังแหลงรับซื้อทันที ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 5. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ให นักเรียนแตละกลุมรวมกันจําแนกประเภทของ สัตวเลี้ยง ไดแก สัตวปก สุกร โค กระบือ แพะ แกะ และสัตวนํ้า จากนั้นวิเคราะหความ แตกตางของสัตวเลี้ยงแตละประเภท 6. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ออกมานําเสนอผลการวิเคราะหใหเพื่อนฟง หนาชั้นเรียน จากนั้นใหเพื่อนรวมชั้นเรียน รวมกันเสนอแนะเพิ่มเติม 7. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาสิ่งใดเปนสิ่งสําคัญที่ทําใหสัตว ปก สุกร โค กระบือ แพะ แกะ และสัตวนํ้า มีความแตกตางกัน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • ในชุมชนของนักเรียนมีการเลี้ยงสัตวประเภท ใด เพราะเหตุใดเกษตรกรจึงนิยมเลี้ยงสัตว ชนิดนี้ (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในประเทศไทยนิยม เลี้ยงไก เปด สุกร และโค เนื่องจากสัตว เหลานี้เปนสัตวเศรษฐกิจ จากขอมูลปริมาณ และมูลคาการสงออกเนื้อสัตวและผลิตภัณฑ เนื้อสัตวแปรรูปของสํานักพัฒนาระบบและ รับรองมาตรฐานสินคาปศุสัตว กรมปศุสัตว พบวา ประเทศไทยมีการสงออกเนื้อไก เปด สุกร โคแปรรูป เนื้อไก เปด สุกร โคแชเย็น/ แชแข็ง และเนื้อสัตวผสมแปรรูปในปริมาณมาก จึงชวยใหมีเงินไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ เพิ่มมากขึ้น” การเลี้ยงสัตวในขอใดชวยสงเสริมการทองเที่ยวไดมากที่สุด 1. ปูและปลา 2. เปดและไก 3. แพะและแกะ 4. สุกร โค และกระบือ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะแพะและแกะเปนสัตวที่นิยม เลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการทองเที่ยวที่ยังคงไดรับ ความนิยมเปนอยางมาก เนื่องจากเปนสัตวที่มีความนารักตาม ธรรมชาติ เลี้ยงงาย ดูแลงาย นอกจากนี้ เจาของธุรกิจยังสามารถ กําหนดกิจกรรมในรูปแบบตางๆ เพื่อใหนักทองเที่ยวไดทํารวมกับ สัตวไดอยางหลากหลาย เชน การปอนนม การปอนอาหาร) นํา สอน สรุป ประเมิน T88


ขอสอบเนน การคิด หลักการ เลี้ยงสัตว์ ó หลักการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงสัตว์อย่างมีคุณภาพให้ ได้ผลผลิตหรือผลลัพธ์ตามต้องการ ควรเริ่มต้นจากการวางแผน การเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้อง โดยปฏิบัติตามหลักการเลี้ยงสัตว์ที่ส�าคัญ ก�าหนด วัตถุประสงค์ ในการเลี้ยง การป้องกัน โรคในสัตว์ การเตรียมอาหารสัตว์ การจัดการดูแลสัตว์ ศึกษาและคัดเลือก พันธุ์สัตว์ที่ต้องการ T i p การเลี้ยงสัตว์ ให้เหมาะสมกับกําลังของตนเอง การเลี้ยงสัตว์ควรเลือกเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับความพร้อมและความสามารถของตนเอง ทั้งงบประมาณ ในการเลี้ยง เวลาในการเลี้ยง โดยเลี้ยงสัตว์ ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงสัตว์ เพื่อการค้าหรือเพื่อความเพลิดเพลิน จะท�าให้สัตว์ที่เลี้ยงเติบโตอย่างแข็งแรงและสมบูรณ์ 78 การเลี้ยงสัตว์ 79 การเลี้ยงสัตว์ควรเลือกเลี้ยงสัตว์ที่เหมาะกับความพร้อมและความสามารถของตนเอง ทั้งงบประมาณ 1 “สมตองการทําฟารมแกะ เพื่อเปนแหลงทองเที่ยวเชิงเกษตร” สมทําตามหลักการเลี้ยงสัตวในขอใด 1. ศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตวที่ตองการ 2. กําหนดวัตถุประสงคในการเลี้ยง 3. การปองกันโรคในสัตว 4. การเตรียมอาหารสัตว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะสมบอกความตองการที่ ชัดเจนวาจะทําฟารมแกะ เพื่อเปนแหลงทองเที่ยวเชิงเกษตร จากขอความนี้ จึงตรงกับหลักการเลี้ยงสัตวในประเด็นการกําหนด วัตถุประสงคในการเลี้ยง) ขั้นสอน ขั้นที่ 1 สังเกต 9. ครูเปดคลิปวิดีโอ เรื่อง เกษตรกรผูเลี้ยงสัตว ครบวงจรใหนักเรียนดู เพื่อใหนักเรียนได ฝกการสังเกตวิธีการเลี้ยงสัตวของเกษตรกร จากนั้นรวมกันวิเคราะหในประเด็นที่ครู กําหนดให คือ การกําหนดวัตถุประสงคใน การเลี้ยง การศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตว ที่ตองการ การเตรียมอาหารสัตว การจัดการ ดูแลสัตวเลี้ยง และการปองกันโรคในสัตว 10. ครูถามนักเรียนวา • จากคลิปวิดีโอที่นักเรียนไดดูไปนั้น นักเรียน คิดวาเกษตรกรคนดังกลาวนําหลักการเลี้ยง สัตวมาประยุกตใชในการเลี้ยงสัตวของ ตนเองหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 11. ครูใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 1 คน ซึ่งจะตองเปนบุคคลที่บานมีการเลี้ยงสัตว ออกมาเลาเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงสัตวในบาน ของตนเองใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน จากนั้น ใหเพื่อนกลุมอื่นๆ รวมกันวิเคราะหและเทียบ ความแตกตางในการเลี้ยงสัตวระหวางเกษตรกร จากคลิปวิดีโอที่ครูเปดใหดูและเพื่อนที่ออก มาเลาใหฟงหนาชั้นเรียน 12. ครูถามนักเรียนวา • การเลี้ยงสัตวของเกษตรกรในคลิปวิดีโอ ที่ครูเปดใหดูและเพื่อนที่ออกมาเลาใหฟง หนาชั้นเรียนมีความแตกตางกันหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) นักเรียนควรรู 1 เหมาะกับความพรอมและความสามารถ ในการเลี้ยงสัตวผูเลี้ยงตองมีเวลา ในการดูแลเอาใจใสสัตวเลี้ยงของตนอยางเพียงพอ เชน การเลี้ยงปลา ผูเลี้ยงตอง หมั่นเปลี่ยนถายนํ้าและทําความสะอาดตูปลาอยางสมํ่าเสมอ นอกจากนี้ ยังตอง มีความรู ความเขาใจ และมีความสามารถในการเลี้ยงสัตว เพื่อใหสามารถเลี้ยง สัตวชนิดนั้นๆ ไดเปนอยางดี รวมถึงมีความพรอมในเรื่องของคาใชจายที่จะตาม มาอยางตอเนื่องในการดูแลสัตวเลี้ยง เชน การพาสัตวเลี้ยงไปหาสัตวแพทย เพื่อฉีดวัคซีน หรือรักษาโรค การใหอาหาร การดูแลรักษาความสะอาด โดยทั่วไป การเลี้ยงสัตวตั้งแตวัยเด็กจะชวยฝกใหเด็ก มีความโอบออมอารี มีนิสัยออนโยน มากขึ้น แตเด็กเล็กอาจยังมีความรับผิดชอบไมเพียงพอ จึงไมเหมาะสมกับการ เลี้ยงสัตวประเภทที่ตองการการดูแลมาก หรือสัตวเลี้ยงขนยาว เพราะอาจทําให เกิดโรคภูมิแพในเด็กได นํา สอน สรุป ประเมิน T89


ขอสอบเนนการคิด ๓.๑ ก�ำหนดวัตถุประสงค์ ในกำรเลี้ยง การก�าหนดวัตถุประสงค์ในการเลี้ยงสัตว์ที่ชัดเจน จะช่วยให้สามารถคัดเลือกพันธุ์สัตว์เลี้ยง ที่เหมาะสมได้ โดยวัตถุประสงค์ทั่วไปในการเลี้ยงสัตว์ มีดังนี้ อาหารสัตว์ ที่ส�าคัญ ๑. อาหารที่ ให้ โปรตีน มีความ ส�าคัญและจ�าเป็นอย่างมากต่อการ เจริญเติบโต การให้นม การให้เนื้อ และการผสมพันธุ์ของสัตว์ พบมากใน ปลาป่นกากถั่วเหลืองกากถั่วลิสงและ พืชตระกูลถั่ว ๒. อาหารที่ให้พลังงาน ให้อาหารที่ ให้พลังงานสูง เช่น อาหารจ�าพวกแป้ง เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้วแป้งจะเปลี่ยน เป็นพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสามารถท�างานได้ตาม ปกติ พบมากในปลายข้าว ข้าวโพด ร�าข้าว มันส�าปะหลัง ๓. อาหารที่ให้วิตามินและแร่ธาตุ เป็นอาหารเสริม ของสัตว์วิตามินส�าคัญที่ควรน�ามาให้สัตว์กินเช่นวิตามินเอ บี ซี ดี อี เค แร่ธาตุที่ส�าคัญ คือ แคลเซียม ฟอสฟอรัส พบมากในกระดูกป่น เปลือกหอยป่น ๔. น�้าสะอาด มีความส�าคัญต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะระบบขับถ่ายและระบบหมุนเวียนเลือด ผู้เลี้ยง ควรให้น�้าสะอาดแก ่สัตว์ในปริมาณที่เพียงพอต ่อความ ต้องการของสัตว์ ๓.๒ ศึกษำและคัดเลือกพันธุ์สัตว์ที่ต้องกำร ศึกษาพันธุ์ต่าง ๆ ของสัตว์ที่จะเลี้ยงว่าแต่ละพันธุ์แตกต่างกันอย่างไร พันธุ์ใดตรงกับความ ต้องการของผู้เลี้ยงและตลาด พันธุ์นั้นต้องดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษ ส่วนการคัดเลือกพันธุ์สัตว์ หาก เป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อการบริโภค ควรเลือกสัตว์ที่มีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรง ให้นม เนื้อ และลูก มีความทนทานต่อโรคสูง เหมาะส�าหรับเป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ส่วนสัตว์เลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน ควรเลี้ยงตามชอบและตามความสามารถของผู้เลี้ยง ๓.๓ กำรเตรียมอำหำรสัตว์ อาหารสัตว์เป็นปัจจัยส�าคัญในการเลี้ยงสัตว์ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาเกี่ยวกับชนิดและประเภท ของอาหาร โดยเลือกและจัดหาอาหารแก่สัตว์อย่างเหมาะสมตามความต้องการจึงจะส่งผลให้สัตว์ มีสุขภาพดี สัตว์เลี้ยงเพื่อ ความเพลิดเพลิน สัตว์เลี้ยง เพื่อใช้งาน สัตว์เลี้ยง เพื่อการบริโภค 80 การเลี้ยงสัตว์ 8๑ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ 13. ครูใหนักเรียนกลุมเดิมรวมกันวิจารณอยาง สรางสรรคเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงสัตวของ เกษตรกรจากคลิปวิดีโอที่ครูเปดใหดูและวิธี การเลี้ยงสัตวของเพื่อนที่ออกมาเลาใหฟง หนาชั้นเรียน โดยครูอาจตั้งคําถาม เพื่อให นักเรียนแตละกลุมสามารถวิจารณไดอยาง ตรงประเด็น เชน การกําหนดวัตถุประสงค ในการเลี้ยงเหมือนกันหรือไม อยางไร มีการ ศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตวที่ตองการกอน เลี้ยงหรือไม การเตรียมอาหารสัตวมีขั้นตอนที่ แตกตางกันอยางไร การจัดการดูแลสัตวเลี้ยง มีความคลายคลึงกันหรือไม และการปองกัน โรคในสัตวเปนอยางไร 14. ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงตองมีการกําหนดวัตถุประสงค ในการเลี้ยง หากไมไดกําหนด จะสงผล กระทบอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • การศึกษาและคัดเลือกพันธุสัตวที่ตองการ มีความสําคัญหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • อาหารสัตวที่ดีควรมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เปนอาหารที่เหมาะสม กับอายุและชนิดของสัตว เนื่องจากสัตว แตละวัยและแตละชวงอายุจะมีความ ตองการอาหารที่แตกตางกัน เปนอาหาร ที่ดี มีคุณภาพ ราคาไมสูง หาไดงายใน ทองถิ่น เปนอาหารที่กินงาย รสชาติดี และ สัตวเลี้ยงชอบกิน) หากตองการผสมอาหารสําหรับเลี้ยงสัตวดวยตนเอง ควรปฏิบัติ อยางไรจึงจะเหมาะสม (แนวตอบ การผสมอาหารสําหรับเลี้ยงสัตวดวยตนเอง สามารถ ปฏิบัติได คือ เลือกใชวัตถุดิบที่หาไดงายในทองถิ่น หาซื้อไดตลอด ทั้งป มีราคาไมสูง เปนวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปราศจากสารพิษและ สิ่งสกปรกเจือปน เปนวัตถุดิบที่สามารถนํามาผสมเปนอาหารได ทันที โดยไมตองผานการแปรรูปกอน สูตรที่ใชในการผสมอาหาร จะตองมีความสมดุล มีคุณคาทางโภชนาการครบถวนสมบูรณและ เพียงพอตอความตองการของสัตว ผสมอาหารตามระยะการเจริญ เติบโต หรือการใหผลผลิตของสัตว) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารสัตวใหนักเรียนฟงวา อาหารสัตวเปนตนทุน สําคัญของเกษตรกร โดยอาหารสัตวมีทั้งที่เปนอาหารสัตวสําเร็จรูปและอาหาร สัตวผสมเอง การเลือกใชอาหารสัตวแบบใดนั้นตองคํานึงถึงความเหมาะสม และจุดคุมทุนรวมดวย ซึ่งอาหารสัตวสําเร็จรูปและอาหารสัตวผสมเองจะมีความ แตกตางกันในเรื่องตางๆ คือ ความสมํ่าเสมอของโภชนาการอาหารสัตว ตนทุน ของอาหารสัตว ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับสัตวเลี้ยง ความสะดวกในการใชงาน การเก็บรักษา หากเกษตรกรเลี้ยงสัตวจํานวนไมมาก อาจใชวิธีการผสม อาหารเอง ซึ่งจะสามารถเลือกวัตถุดิบเองไดและอาจมีความคุมทุนมากกวา แตหากเลี้ยงสัตวจํานวนมากจะตองคํานึงถึงความพรอมของเกษตรกรเปนหลัก ดังนั้น เกษตรกรจึงตองวิเคราะหเปนรายกรณีไป นํา สอน สรุป ประเมิน T90


ขอสอบเนน การคิด ๓.๔ กำรจัดกำรดูแลสัตว์ ในการเลี้ยงสัตว์ผู้เลี้ยงย่อมต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ทนทานต่อโรค สามารถผลิตผลผลิตที่มีคุณภาพได้ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงจ�าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง อย่างเหมาะสม โดยการจัดการดูแลสัตว์เลี้ยงเพื่อการค้ามีสิ่งส�าคัญที่ควรค�านึงถึง ดังนี้ ๓.๕ กำรป้องกันโรคในสัตว์ โรคของสัตว์เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ผู้เลี้ยงสัตว์ต้องพบเจอ โดยสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิดจะเกิดโรค ที่แตกต่างกัน ผู้เลี้ยงจึงควรศึกษาเกี่ยวกับโรคที่มักเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง เพื่อวางแผนป้องกันโรคได้ อย่างเหมาะสม โดยแนวทางการป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยงที่นิยมปฏิบัติมีหลายประการ ดังนี้ การจัดการโรงเรือน ตั้งอยู ่ในสถานที่ที่เหมาะสม อากาศถ่ายเทสะดวก สะอาด ไม่มีน�้าขัง พื้นเรียบไม่เป็นหลุม เป็นบ่อ ไม่มีการหมักหมมของ เศษอาหารและมูลสัตว์ การผสมพันธุ์ คัดเลือกสัตว์ที่เป็นหมันหรือ ผสมพันธุ์ติดยากออกก่อน แล้ว ให้สัตว์เลี้ยงผสมพันธุ์ตามเวลา ที่เหมาะสม ส่งผลให้สัตว์เลี้ยง ตั้งท้องและมีลูกมากขึ้น การให้อาหารและน�้า ต้องกินอาหารและน�้าตามเวลา ที่ก�าหนด มีการท�ารางอาหาร และให้อาหารที่มีสารอาหาร เหมาะสมกับอายุ ชนิด และ ประเภทของสัตว์เลี้ยง การเก็บผลผลิต เก็บผลผลิตเมื่อถึงวันและเวลา ที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ผลผลิต ที่มีคุณภาพ เช่นรีดนมตามเวลา ที่ก�าหนดไว้จะท�าให้ได้น�้านมเพิ่มขึ้น การฉีดวัคซีน ป้องกันโรคล่วงหน้า การฉีดวัคซีนเป็นวิธีการป้องกัน ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยป้องกัน โรคที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงได้ โดยเฉพาะการเกิดโรคระบาด ต่าง ๆ ในสัตว์ การป้องกันโรค ด้วยวิธีการอื่น ๆ การป้องกันโรคด้วยวิธีนี้จะต้อง ท�าควบคู่ไปกับการฉีดวัคซีน ซึ่ง สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น การจัดที่อยู่ของสัตว์เลี้ยงให้เป็น หลักแหล ่ง มีรั้วรอบขอบชิด การใช้ยาเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายใน คอกและนอกคอก การผสมพันธุ์สัตว์ ให้มีความต้านทานต่อโรค การคัดเลือกผสมพันธุ์ให้มีความ ต้านทานโรค อาจท�าได้กับโรค บางโรคและอาจได้ผลไม่เต็มที่ แต ่สามารถช ่วยให้สัตว์เลี้ยง เกิดโรคหรือได้รับอันตรายจาก โรคลดน้อยลงได้ 80 การเลี้ยงสัตว์ 8๑ โดยเฉพาะการเกิดโรคระบาด ต่างๆ ในสัตว์1 นักเรียนควรรู 1 โรคระบาดตางๆ ในสัตว เนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง จึง สงผลตอระบบภูมิคุมกันของสัตวเลี้ยง สัตวเลี้ยงจะเกิดความเครียดและ สัตวเลี้ยงที่ไมแข็งแรงจะติดเชื้อโรคไดงาย นอกจากนี้ ยังสงผลทําใหเกิด โรคระบาดแพรกระจายไปทั่ว ดังนั้น เกษตรกรจึงตองดูแลสัตวเลี้ยงของตน ใหมีสุขภาพที่แข็งแรง โดยดูแลจัดการโรงเรือน หรือคอกสัตวใหสะอาด มีหลังคา ปองกันแดด ฝน ลม มีการจัดเตรียมนํ้า อาหาร และยาใหพรอมอยูเสมอ มีการ พนยาฆาเชื้อทุกครั้งในการเขาและออกโรงเรือน เลือกซื้อสัตวเลี้ยงจากแหลง ที่เชื่อถือได มีการกักสัตวเลี้ยงกอนนําเขาฝูง และหมั่นสังเกตอาการของสัตว เลี้ยงเปนประจํา ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิจารณ์ • เพราะเหตุใดจึงตองมีการทําความสะอาด โรงเรือนเลี้ยงสัตวเปนประจํา (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ชวยใหสัตวเลี้ยงมีความ แข็งแรงการเกิดโรคลดนอยลง เพราะการ ทําความสะอาดโรงเรือนเปนประจําจะชวย ทําลายเชื้อโรคที่อาจติดมากับอากาศ หรือ สัตวพาหะอื่นๆ เชน นก หนู ดังนั้น การทํา ความสะอาดโรงเรือนเปนประจําจะเปนการ ชวยเพิ่มภูมิตานทานใหกับสัตวที่เลี้ยงได) • “อาหารที่ใหแกสัตวเลี้ยง ควรเปนอาหาร ที่สดและสะอาด” จากขอความนี้ นักเรียน เห็นดวยหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เห็นดวย เพราะอาหาร ที่บูดเนาและมีความชื้นมากเกินไปนั้น อาจ สงผลใหสัตวเลี้ยงเกิดโรคทองเสีย หรือ โรคอหิวาตได ดังนั้น จึงควรใหอาหารที่สด และสะอาดแกสัตวเลี้ยงทุกครั้ง รวมถึงคํานึง ถึงความสะอาดของรางนํ้าและรางอาหาร รวมดวย) 15. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “การทําวัคซีนใหแก สัตวเลี้ยง หรือการทําวัคซีนใหกับสัตวเลี้ยง ลวงหนากอนที่สัตวเลี้ยงจะปวยเปนโรค เปนการชวยเสริมสรางภูมิคุมกันโรคใหแก สัตวเลี้ยงไดประมาณ 80 เปอรเซ็นต แตหาก สภาพแวดลอมเหมาะสมกับการแพรกระจาย ของเชื้อโรค รางกายของสัตวออนแอลง การเลี้ยงดูไมถูกสุขลักษณะ สัตวเลี้ยงอาจเปน โรคตางๆ ได เชนเดียวกัน ดังนั้น เมื่อมีการ ทําวัคซีนใหแกสัตวเลี้ยงแลว ผูเลี้ยงควรเลี้ยง สัตวใหดีรวมดวย” ก. การทําความสะอาดโรงเรือนใหไมมีนํ้าขัง ข. การใหสัตวเลี้ยงผสมพันธุในระยะเวลาที่เหมาะสม ค. การฉีดวัคซีน เพื่อปองกันโรคใหกับสัตวเลี้ยง ขอใดเปนการจัดการดูแลสัตวเลี้ยงอยางเหมาะสม 1. ก. และ ข. 2. ก. และ ค. 3. ข. และ ค. 4. ก. ข. และ ค. (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการทําความสะอาดโรงเรือน ใหไมมีนํ้าขังและการใหสัตวเลี้ยงผสมพันธุในระยะเวลาที่เหมาะสม เปนสวนหนึ่งของการจัดการดูแลสัตวเลี้ยง สวนการฉีดวัคซีน เพื่อปองกันโรคใหกับสัตวเลี้ยงเปนสวนหนึ่งของการปองกัน โรคในสัตว) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการระบบการเลี้ยงสัตวอยางยั่งยืน ไดที่ https://web.codi.or.th/development-news/20190104-124747/ นํา สอน สรุป ประเมิน T91


Click to View FlipBook Version