การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔ การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔
คำู่มือคำรู Teacher Script ผู้เรียบเรียงหนังสือเรียน นายมนตรี สมไร่ขิง ผศ.เพ็ญพร ประมวลสุข นายปัญญา สังข์ภิิรมย์ นางวรรณี วงศ์พานิชย์ นางศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทำร ดำร.สถิตย์พงษ์ มั่นหล�า ผู้เรียบเรียงคู่มือครู นางสาวพรรณมณฑ์ นิลนฤนาทำ นางสาวอัญชลี ัฉายแสงจันทำร์ ผู้ตรวจหนังสือเรียน รศ.จอมขวัญ สุวรรณรักษ์ ผศ. ดำร.เบญญา มะโนชัย นางสาวกุหลาบ ลาศนันทำ์ บรรณาธิการหนังสือเรียน นายสมเกียรติ ภิู่ระหงษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทำธศักราช 2551 กำรงำนอำชีพ ม.4 พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา : 3447007
ค�าแนะน�าการใช้ ชวยสรางความเขาใจ เพื่อใชคูมือครูได อยางถูกตองและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ค�าอธิบายรายวิชา แสดงขอบขายเนื้อหาสาระของรายวิชา ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดตามที่หลักสูตร กําหนด Pedagogy ชวยสรางความเขาใจในกระบวนการออกแบบ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมี ประสิทธิภาพ Teacher Guide Overview ชวยใหเห็นภาพรวมของการ จัดการเรียนการสอนทั้งหมดของรายวิชากอนที่จะลงมือ สอนจริง Chapter Overview ชวยสรางความเขาใจและเห็นภาพรวม ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรูแตละหนวย ข้อสอบเน้นการคิด เพื่อเตรียมความพรอมของผูเรียน สูการสอบในระดับตาง ๆ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชวยพัฒนา ผูเรียนใหมีทักษะที่จําเปนสําหรับการเรียนรูและการดํารงชีวิต ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม ¡ÒèѴ¡ÒÃ㹺ŒÒ¹ ò ñ การวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน การท�างานบ้านทุกประเภท สิ่งส�าคัญที่ควรตระหนักหากต้องการให้งานบ้านประสบความส�าเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ ก่อนการท�างานบ้านต้องวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากร มีกระบวนการคิดเกี่ยวกับการท�างานที่เป็นระบบและชัดเจน มีการจัดล�าดับความส�าคัญว่าควรท�า สิ่งใดก่อนและท�าสิ่งใดหลัง และควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ การมีความรู้ที่เพียงพอจะท�าให้สามารถวางแผนการท�างานบ้านได้อย่างรอบคอบ ส่งผลให้แผนการ ท�างานเป็นแผนที่ดีมีคุณภาพ สามารถปฏิบัติได้จริง สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การดูแลรักษา ทําความสะอาด จัด ตกแตงบานและโรงเรียน ■ ทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ประกอบดวยการศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สํารวจ และบันทึก เชน การดูแลรักษาบาน ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃãËŒºŒÒ¹ÊÐÍÒ´áÅÐ ¹‹ÒÍÂÙ‹¤Çû¯ÔºÑµÔÍ‹ҧäà หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑0 ขั้นนํา (กระบวนการกลุมสัมพันธ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน 2. ครูใหนักเรียนดูภาพหรือคลิปเกี่ยวกับกิจวัตร ประจําวันของบุคคลทั่วไป 3. ครูสนทนาเกี่ยวกับชีวิตประจําวันของนักเรียน วา นักเรียนมีวิธีการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน หรือมีตารางเวลาในการทํากิจกรรม ตางๆ ทั้งที่ตองทําและงานอดิเรกอยางไรบาง เชน • การวางแผนการเดินทางมาโรงเรียน • การวางแผนการอานหนังสือเพื่อเตรียมสอบ • การวางแผนการทํากิจกรรมรวมกับ ครอบครัว • การวางแผนการทํางานอดิเรกเพื่อใชเวลา ใหเกิดประโยชน เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติการจัดการในบาน ฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทํางานบานประเภทตางๆ เพื่อใหเกิด ความรู ความเขาใจ และความชํานาญ โดยใชทักษะการจัดการในการทํางาน ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ทักษะในการแสวงหาความรู ผานการจัดกิจกรรมอยางหลากหลาย เชน • ใหฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบาน เพื่อให เกิดทักษะในการทํางานบาน • ใหจัดเวลาการทํางานบานและการปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ในแตละวัน เพื่อใหเกิดทักษะการจัดการในการทํางานและทักษะกระบวนการ แกปญหาในการทํางาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T12 โซน 1 โซน 2 โซน 3 ค�ำแนะน�ำกำรใช้ คู่มือครู รายวิชา การงานอาชีพ ม.4 จัดท�าขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอน ใช้เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โซน 2 โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ส�าหรับ ครู เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ช่วยครูเตรียมสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมและอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู้ ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา ส�าหรับอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้ กับนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1
ขอสอบเนน การคิด บ้านเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นศูนย์รวมของสมาชิกใน ครอบครัวที่ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมาชิกทุกคน จะต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้าน โดยรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความ สะอาดให้เหมาะสมกับงาน จึงจะท�าให้บ้านเกิดความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และอยู่ ในสภาพดี ๑. การวิเคราะห์สถานการณ์ ๒. การก�าหนดวัตถุประสงค์ของแผน ๓. การประเมินวัตถุประสงค์และแผน ๔. การเลือกวัตถุประสงค์และแผน ๕. การน�าแผนที่เลือกไปใช้ ๖. การตรวจสอบและควบคุม การวางแผนในการท�างานบ้านควรค�านึงถึง ๖ ประการ ดังนี้ การจัดการในบ้าน ๑๑ 1 บุคคลในขอใดปฏิบัติกิจวัตรประจําวันของตนเองไดอยางเหมาะสม 1. บีมทานโจกในหองเรียน เพราะนอนตื่นสายจึงไมมีเวลาทาน อาหารเชา 2. บาสตื่นนอนแตเชา เพื่อลงมาใสบาตรเปนเพื่อนคุณยายกอน ไปเรียน 3. แบมชอบไปเดินเลนที่หางสรรพสินคา เมื่อหางปดจึงคอย กลับบาน 4. บูมจะเปดเพลงเสียงดังทุกครั้งเวลาที่บานมีการจัดงานเลี้ยง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะกิจวัตรประจําวันเปนสิ่งที่ ตองปฏิบัติอยางเปนประจําและสมํ่าเสมอ โดยกิจกรรมที่ทําตอง เปนประโยชนตอตนเอง ครอบครัว หรือสังคม ซึ่งจะมีสวนชวย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแตละบุคคลใหดียิ่งขึ้น) นักเรียนควรรู 1 วางแผน การวางแผนการทํางานบานเปนการเตรียมพรอมโดยกําหนด แนวปฏิบัติงานบานตางๆ ไวลวงหนา วาจะทําสิ่งใดบาง มีเปาหมายใดบาง ทําวันไหนบาง ทําโดยใชวิธีใดบาง ใชระยะเวลาในการทําเทาใด ตองใชอุปกรณ ใดบาง ใครทําบาง ใชงบประมาณเทาใด เพื่อใหการปฏิบัติงานบานบรรลุ เปาหมายที่กําหนดไดอยางรวดเร็วและปลอดภัย เชน ตองการจัดมุมสําหรับ นั่งเลนในบาน เริ่มจากการหาบริเวณที่เหมาะสม หารูปแบบที่ตองการจะจัด วางแผนขั้นตอนการทํางาน เตรียมอุปกรณ ไปจนถึงลงมือปฏิบัติและ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 4. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความสําคัญของการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน 5. ครูอธิบายวา การวางแผนการทํางานรวมไปถึง การดําเนินชีวิตประจําวันเปนสิ่งที่สําคัญที่จะ ชวยใหสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไวอยาง เปนลําดับขั้นตอนและครบถวน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T13 โซน 1 โซน 2 โซน 3 ประกอบด้วยแนวทางส�าหรับการจัดกิจกรรมและ เสนอแนะแนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โดยใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ม.4 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Material) ประกอบการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้ โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน แนวทางการวัดและประเมินผล เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรก�าหนด บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาคม อาเซียน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างชิ้นงาน หรือท�ากิจกรรมรวบยอดเพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุในทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ข้อสอบเน้นการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค กิจกรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ กิจกรรมท้าทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสร้างเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรม Mini Project เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อให้สามารถน�าความรู้ที่ ได้รับมาออกแบบชิ้นงานตามความสนใจ 1 ชิ้น
ค�ำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลาเรียน20 ชั่วโมง/ปี ศึกษาและวิเคราะห์วิธีการท�ำงานเพื่อการด�ำรงชีวิตในเรื่องหลักการท�ำงานร่วมกัน การจัดการที่ดีเกี่ยวกับ การดูแลท�ำความสะอาด จัด ตกแต่งบ้าน การบ�ำรุง เก็บรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อ�ำนวยความสะดวก ในชีวิตประจ�ำวัน การติดตั้ง ประกอบ ซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้สิ่งอ�ำนวยความสะดวกในบ้าน โดยใช้ทักษะการจัดการในการท�ำงาน ทักษะการท�ำงานร่วมกัน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน และทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด�ำรงชีวิต เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของการท�ำงาน สามารถน�ำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน รวมถึงมีจิตส�ำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 รวม 7 ตัวชี้วัด
Pedagogy จัดท�ำขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนน�ำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียนโดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียนรายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 (ฉบับประกัน) ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์อจท. จ�ำกัด จัดพิมพ์จ�ำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้(InstructionalDesign) ให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบการสอนโดยใช้โครงการเป็นหลัก(Project-Based Instruction) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วิธีการสอน เทคนิคการสอน • การใช้คำถาม • การเล่นเกม • การใช้ตัวอย่างกระตุ้นความคิด • การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ทักษะที่ใช้ • การท�ำงานร่วมกัน • การวิเคราะห์ • การมีความคิดสร้างสรรค์ • การคิดอย่างมีเหตุผล • การสังเกต • การสืบค้น รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการเป็นหลัก (Project-Based Instruction) • แบบบรรยาย • การสาธิต • การอภิปรายกลุ่มย่อย • การแสดงบทบาทสมมติ • การใช้กรณีตัวอย่าง • การใช้สถานการณ์จำลอง • การใช้ศูนย์การเรียนรู้ • การลงมือปฏิบัติ ด้วยจุดประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนการงาน อาชีพ เพื่อช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจมีทักษะ พื้นฐานที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง น�ำความรู้เกี่ยวกับการด�ำรงชีวิตและการอาชีพมาประยุกต์ใช้ ในการท�ำงานได้อย่างสร้างสรรค์เห็นแนวทางในการประกอบ อาชีพ รักการท�ำงานมีเจตคติที่ดีต่อการท�ำงานสามารถด�ำรง ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ผู้จัดท�ำจึงเลือกใช้รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการ เป็นหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่มุ ่งให้ผู้เรียน แสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจ�ำวัน โดยใช้ศักยภาพที่ตนเองมีผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการก�ำหนด งานที่ท�ำ มุ่งให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการสืบค้นและการปฏิบัติจริง เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติงานอื่นๆในการด�ำรงชีวิตซึ่ง สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาการงานอาชีพ คู่มือครู การงานอาชีพ ม.4 1 2 3 4 5 6 รูปแบบ การสอน ขั้นให้ความรู้ พื้นฐาน ขั้นกระตุ้น ความสนใจ ขั้นจับกลุ่ม ร่วมมือ ขั้นน�ำเสนอ ผลงาน ขั้นแสวงหา ความรู้ ขั้นสรุปสิ่งที่ เรียนรู้
การงานอาชีพ ม.4 หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 หลักการทำางาน เพื่อการ ดำารงชีวิต 1. อธิบายวิธีการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิต 2. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 3. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 4. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 5. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 6. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 7. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่1.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การท�ำงานใน สไตล์ของฉัน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 2 การจัดการ ในบ้าน 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 4. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 5. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 6. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 6 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่2.1.1 3. ตรวจใบงานที่2.2.1 4. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 5. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 6. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 8. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 9. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การจัดการบ้าน ให้สะอาดสวยงาม - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint Teacher Guide Overview
หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 3 อาหารและ โภชนาการ 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 4. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 5. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 6. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 7 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่ 3.1.1 3. ตรวจใบงานที่ 3.3.1 4. ตรวจใบงานที่ 3.4.1 5. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 6. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 7. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 8. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 9. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 10. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่องการแปรรูปและ การถนอมอาหาร - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 4 การเพาะปลูก พืช 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 4. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 5. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 6. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 5 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่4.1.1 3. ตรวจใบงานที่4.2.1 4. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 5. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 6. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 8. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 9. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง พืชที่ฉันปลูก - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint
สำรบัญ Chapter Title Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หลักกำรท�ำงำนเพื่อกำร ด�ำรงชีวิต T1 T2 • ความสําคัญของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต T2-T4 T5-T9 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กำรจัดกำรในบ้ำน T10-T11 T12 • การวางแผนการทํางานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน • หลักการทําความสะอาดบ้านและอุปกรณต่าง ๆ • การทําความสะอาดและการดูแลรักษาบ้าน • ความปลอดภัยในการทํางานบ้าน • การจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้าน T12-T19 T20-T26 T27-T34 T35-T37 T38-T47 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อำหำรและโภชนำกำร T48-T49 T50 • หลักการเลือกซื้ออาหาร • วิธีการเลือกซื้ออาหารประเภทต่าง ๆ • การเตรียมและการปรุงอาหาร • การแปรรูปอาหาร • การถนอมอาหาร T50-T51 T52-T55 T56-T64 T64-T68 T69-T81 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 กำรเพำะปลูกพืช T82-T83 T84 • ปจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืช • ปจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช • การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืช • การเตรียมพันธุพืช • การเตรียมดินปลูกพืช T84-T86 T87-T97 T98-T100 T101-T106 T107-T115 บรรณำนุกรม T116
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ความส�ำคัญ ของการท�ำงาน เพื่อการด�ำรง ชีวิต 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายความส�ำคัญ ของการท�ำงานเพื่อ การด�ำรงชีวิตได้ 2. ยกตัวอย่างการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิตได้ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 หลักการท�ำงาน เพื่อการด�ำรง ชีวิต 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิตได้ 2. ตระหนักถึงการใช้ ทรัพยากรและลักษณะ นิสัยที่ดีในการท�ำงาน กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T1
ËÅÑ¡¡Ò÷íÒ§Ò¹ à¾×èÍ¡ÒôíÒçªÕÇÔµ ñ ñ ความส�าคัญของการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต เป็นการท�างานที่เกี่ยวข้องกับการด�าเนินชีวิตประจ�าวันทั่ว ๆ ไปเช่น การดูแลรักษาที่อยู่อาศัย การสร้างชิ้นงานเพื่อใช้ในชีวิตประจ�าวัน การซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ เพื่อช่วยเหลือตนเองได้ ประหยัดค่าใช้จ่าย อ�านวยความสะดวก หรือต่อยอดไปสู่การมีรายได้ สร้างอาชีพ เพื่อสามารถช่วยเหลือครอบครัวและสังคม เช่น การเลือกซื้ออาหาร หรือวัตถุดิบ เพื่อน�ามาบริโภคในครอบครัว การประกอบอาหารเพื่อรับประทานร่วมกับกลุ่มเพื่อน การถนอม อาหารเพื่อให้เก็บรักษาอาหารได้นานขึ้น การท�าความสะอาดบ้านเพื่อความสะอาดและความ ปลอดภัย การตกแต่งอาคารสถานที่เพื่อใช้จัดงานตามประเพณี การปลูกพืชชนิดต่าง ๆ เพื่อใช้ ตกแต่งสถานที่ หรือน�ามาประกอบอาหารเพื่อรับประทานได้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ วิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ■ ความคิดสรางสรรค ■ ทักษะการทํางานรวมกัน ■ ทักษะการจัดการ ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ■ ทักษะแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน ■ การใชัพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน ตัวชี้วัด ■ อธิบายวิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑) ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) หน่วยการเรียนรู้ที่ ¤ÇÃÁÕÇÔ¸Õ¡ÒÃÍ‹ҧäà à¾×èÍãËŒ§Ò¹ ·Õè·Ó»ÃÐʺ¤ÇÒÁÊÓàÃç¨ ๒ ขั้นนํา (กระบวนการสรางความตระหนัก) ขั้นที่ 1 สังเกต 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 เรื่อง หลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต 2. ครูใหนักเรียนดูภาพหรือคลิปเกี่ยวกับการ ทํางานของบุคคลตางๆ ในสังคม 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนเห็นใครทําสิ่งใด และทําเพื่ออะไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เห็นภาพพยาบาลกําลัง ชวยเหลือผูที่จมนํ้าดวยการทํา CPR เปนการ ชวยเหลือชีวิตของผูที่ประสบเหตุจมนํ้า เห็น ภาพตํารวจชายแดนกําลังสอนหนังสือใหกับ เด็กชาวเขา เปนการใหความรูแกเด็กที่ขาด โอกาสทางการศึกษา หรืออยูหางไกล จึง ทําใหไมสามารถเดินทางไปเรียนได) • นักเรียนคิดวาการทํางานมีความสําคัญ หรือไม อยางไร (แนวตอบ มีความสําคัญ เนื่องจากการ ทํางานจะชวยพัฒนาและเสริมสราง ศักยภาพตางๆ ชวยฝกใหรูจักการชวยเหลือ ตนเอง ครอบครัว และสังคม ฝกฝนทักษะ กระบวนการทํางาน เพื่อใหคนพบความ สามารถและความถนัดของตนเอง ซึ่งจะเปน ความรูและทักษะที่ติดตัว สามารถนําไปใช ประโยชนในการดํารงชีวิตประจําวันได) 4. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางการทํางาน ที่เปนพื้นฐานการประกอบอาชีพในอนาคต เชน • การประดิษฐชิ้นงานสามารถนํามาทําเปน ของใช ของตกแตง เพื่อจําหนายได • การถนอมอาหารในครัวเรือนสามารถนํามา ใสบรรจุภัณฑใหสวยงามเพื่อจําหนายได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจเรื่องความสําคัญของการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิตและหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต มีทักษะตางๆ ที่จําเปนตอการทํางาน ทั้งทักษะการทํางานรวมกัน ทักษะการจัดการในการทํางาน ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน และทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน สามารถใชทรัพยากรในการทํางานไดอยางคุมคาและยั่งยืน โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • ใหนักเรียนปฏิบัติงานกลุม เพื่อฝกการทํางานรวมกับผูอื่น และสามารถปฏิบัติงานไดอยางเปนขั้นตอน • ใหนักเรียนฝกการแกปญหาอยางถูกวิธี และรูจักแสวงหาความรูเพิ่มเติมอยูเสมอ จากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย T2
ขอสอบเนน การคิด การท�ำงำนเพื่อกำรด�ำรงชีวิต เป็นสิ่งที่จ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวัน มีทั้งงำนที่ช่วยเหลือตนเอง ผู้อื่น และสังคม รวมถึงงำนที่ท�ำเป็น อำชีพ ส�ำหรับกำรท�ำงำนในครอบครัวและในโรงเรียนของนักเรียน จ�ำเป็นต้องใช้ควำมรู้ ควำมสำมำรถ วิธีกำร ทักษะกระบวนกำร ท�ำงำนต ่ำง ๆ เพื่อให้งำนบรรลุผลส�ำเร็จและมีคุณภำพตำม เปำหมำยที่ได้วำงไว้ งานเพื่อการด�ารงชีวิตเป็นงานที่จ�าเป็นในการใช้ชีวิตประจ�าวัน ซึ่งสามารถท�าได้ด้วยตนเอง และช่วยเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง การฝึกฝนทักษะด้วยการปฏิบัติงานที่หลากหลาย อยู่เสมอ จะช่วยให้ค้นพบความสามารถ ความถนัด รวมถึงสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ เช่น การช่วยแม่ ท�าอาหารท�าให้พบว่าชอบท�าอาหาร การท�าอาหารเป็นเรื่องสนุก มีสิ่งที่น่าสนใจให้เรียนรู้และทดลอง ปฏิบัติอีกมาก การค้นพบความชอบและความถนัดจะท�าให้ปฏิบัติงานเหล่านั้นได้ดี และการฝึกฝน อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ปฏิบัติงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การมีทักษะจากการปฏิบัติจะเป็นพื้นฐาน ที่สามารถน�าไปประยุกต์ ใช้ ในการด�ารงชีวิต รวมถึงการปฏิบัติงานในวิชาชีพต่าง ๆ ได้ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสปฏิบัติงานควรปฏิบัติงานด้วยตนเองอย่างเต็มความสามารถ เนื่องจากทักษะที่เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งส�าคัญที่ท�าให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต ๓ งานเพื่อการด�ารงชีวิตเป็นงานที่จ�าเป็นในการใช้ชีวิตประจ�าวัน ซึ่งสามารถท�าได้ด้วยตนเอง 1 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต 5. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการทํางาน ในชีวิตประจําวัน จากนั้นครูถามนักเรียนวา • ในแตละวันนักเรียนตองทํางานใดบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • จากการทํางานในแตละวันดังที่กลาวมา แลวนักเรียนคิดวาการทํางานมีประโยชน ตอตนเองอยางไร (แนวตอบ ชวยแบงเบาภาระของผูปกครอง ฝกนิสัยรักการทํางาน ฝกใหรูจักมีความ รับผิดชอบ มีวินัย มีความอดทน ทําใหเกิด ความภาคภูมิใจในตนเอง) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิเคราะห วิจารณ 1. นักเรียนแตละคนศึกษาความรู เรื่อง ความ สําคัญของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต จาก หนังสือเรียนการงานฯ ม.4 2. นักเรียนเลือกหัวขอที่สนใจตามที่กําหนดให แลววิเคราะหถึงประโยชนที่ไดรับจากการ ปฏิบัติในหัวขอที่เลือก เพื่อใหนักเรียนตระหนัก ถึงความสําคัญของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • หัวขอที่ 1 การประกอบอาหารใหผูสูงอายุ • หัวขอที่ 2 การปลูกพืชผักสวนครัว • หัวขอที่ 3 การเลี้ยงสัตว • หัวขอที่ 4 การทําความสะอาดและตกแตง บาน (เลือกหองใดหองหนึ่ง) 3. ใหนักเรียนที่เลือกหัวขอเดียวกัน นําขอมูล ที่วิเคราะหไดมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน นักเรียนควรรู 1 งานที่จําเปนในการใชชีวิตประจําวัน เปนการทํางานตางๆ เพื่อการดํารงชีวิต มีความเกี่ยวของกับปจจัย 4 เชน การประกอบอาหารรับประทานใหไดสารอาหาร ที่ครบถวน รวมถึงการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยและการลองประกอบอาหารเมนู แปลกใหมดวยความสรางสรรค การจัดการที่อยูอาศัยใหสะอาดสวยงาม นาอยู เสมอ การจัดหาและดูแลเครื่องนุงหมใหเหมาะสมกับตนเอง งานที่จําเปนใน ชีวิตประจําวันเปนงานพื้นฐานในการดํารงชีวิต นอกจากนี้ การทํางานดวย ความกลาที่จะลองสิ่งใหมๆ และใสใจในรายละเอียด จะชวยใหทําสิ่งตางๆ ได หลากหลาย มีความแมนยํา และตัดสินใจไดอยางรวดเร็ว เพราะเหตุใด ทุกคนจึงควรเรียนรูการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (แนวตอบ เพราะการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตจะทําใหสามารถ ทําสิ่งตางๆ ที่เปนพื้นฐานในการดํารงชีวิตได เขาใจถึงการทํางาน ที่เหมาะสม เพื่อใหงานดําเนินไปตามตองการ สามารถแกไขปญหา ที่เกิดขึ้นอยางถูกวิธี สงผลใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางดานรางกาย และจิตใจ) สื่อ Digital ศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทักษะการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ไดจาก http://www.wisdommaxcenter.com/detail.php?WP=oGI3BHjloH 9axUF5nrO4Ljo7o3Qo7o3Q นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T3
ขอสอบเนนการคิด ช่วยสรางประสบการณ การลงมือปฏิบัติจริงบ่อย ๆ จะเกิดความเชี่ยวชาญ สามารถน�าไป ใช้ประโยชน์ในภายหน้าได้ เช่น การท�าอาหารรับประทานเอง ในอนาคต อาจต่อยอดประกอบอาชีพเป็นเชฟได้ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง การลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ผู้ปฏิบัติจะเห็นคุณค่าและมี ความรู้สึกดีในสิ่งที่ท�า เช่น บ้านสะอาดและสวยงามเกิดจาก การท�าความสะอาดด้วยฝีมือของตนเอง ช่วยใหคนพบความสามารถของตนเอง งานช่วยให้ทราบว่าชอบสิ่งใด บกพร่องเรื่องใด ท�าให้ วางแผนเลือกอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการได้ เช่น ชอบปลูกต้นไม้ สามารถเลือกอาชีพที่เกี่ยวกับพืชได้ เปนพื้นฐานการประกอบอาชีพ งานเพื่อการด�ารงชีวิตสามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพได้ เช่น งานตกแต่งห้อง งานประกอบอาหาร งานปลูกต้นไม้ ซึ่งจะท�าให้เกิดทักษะพื้นฐานเพื่อน�าไปสู่อาชีพที่สนใจได้ ช่วยพัฒนาความคิดสรางสรรค ในการท�างานบางคนอาจเกิดความคิดสร้างสรรค์ขณะคิด แต่บางคนอาจเกิดในขณะปฏิบัติ เช่น ก่อนเริ่มประกอบอาหาร ตั้งใจจะท�าเมนูใหม่ที่คิดไว้ แต่ในขณะปฏิบัติคิดขึ้นมาได้อีก ช่วยสรางประโยชน ใหผูอื่น ผลงานที่ลงมือปฏิบัติจะสร้างประโยชน์ ให้ผู้อื่น เช่น ซื้อวัตถุดิบ ที่มีคุณภาพมาปรุงอาหารรับประทานในครอบครัว ท�าให้สมาชิก ในครอบครัวมีสุขภาพที่ดี ความส�าคัญ ของการท�างาน เพื่อการ ด�ารงชีวิต ๔ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การแสดง ความคิดเห็น และการแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ความสําคัญ ของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ขั้นสรุป ขั้นที่ 3 สรุป 1. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับคํากลาวที่วา “คาของคนอยูที่ผล ของงาน” และ “ถาคนเราไมทํางานจะเกิด อะไรขึ้น” 2. นักเรียนรวมกันสรุปความรูและยกตัวอยาง เกี่ยวกับความสําคัญของการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต 3. ครูใหนักเรียนดูความสําคัญของการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 1 4. นักเรียนทําใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ความสําคัญ ของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล และสังเกตพฤติกรรม การทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการ จัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม นักเรียนที่ขยัน ใฝเรียนรู ชอบลงมือปฏิบัติ หารายไดตั้งแต วัยเยาว จะมีผลตอการใชชีวิตในอนาคตอยางไร 1. เปนที่พึ่งใหตนเอง 2. เปนคนที่นาเชื่อถือ 3. มีรายไดระหวางเรียน 4. ไดไปเที่ยวตางประเทศ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการขยัน ใฝเรียนรู ชอบลงมือ ปฏิบัติ หารายไดตั้งแตวัยเยาว จะทําใหเปนคนที่มีความรูมาก มีประสบการณหลากหลาย สามารถหารายได เพื่อเลี้ยงชีพได ไมเกี่ยวของกับการเปนคนนาเชื่อถือ และการมีรายไดระหวาง เรียนเปนเรื่องของปจจุบัน รวมถึงการไดไปเที่ยวตางประเทศ ก็ไมแนนอน เพราะอาจไมมีเงินเก็บเพียงพอ) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิเคราะห วิจารณ 5. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความสําคัญของ การทํางานเพื่อการดํารงชีวิต จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • นักเรียนคิดวาการมีประสบการณในการ ทํางานกอใหเกิดประโยชนอยางไร (แนวตอบ ในอนาคตสามารถชวยเหลือ ตนเองได ทั้งยังชวยฝกความอดทน การ สั่งสมประสบการณจนเกิดความเชี่ยวชาญ ยังสามารถนําไปใชในการแกปญหาใหสําเร็จ ลุลวงไปไดดวยดี) แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T4
ขอสอบเนน การคิด ๒ หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิตควรค�านึงถึงสิ่งต่าง ๆ เช่นต้องมีทัศนคติเชิงบวกรักในงานที่ท�า มีความมุ่งมั่น อดทน ตั้งใจศึกษาเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะฝีมือการท�างาน ท�างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มืออาชีพ ซึ่งหลักการท�างานให้ประสบความส�าเร็จที่ส�าคัญ ดังนี้ ๒.๑ มีทักษะในการท�างาน การท�างานทุกประเภท ผู้ปฏิบัติงานจะต้องฝึกทักษะการท�างานและน�าทักษะกระบวนการต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทักษะส�าคัญในการท�างานมีดังนี้ การท�างานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นทีมต้องมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนมีการปรึกษา หารือ วางแผนร่วมกัน มอบหมายภาระงาน ติดตาม ประเมินผล น�าผลงานมาวิเคราะห์ถึงข้อดี เพื่อหา แนวทางพัฒนาต่อยอด และวิเคราะห์ข้อเสียเพื่อปรับปรุงแก้ไข ซึี่งในชีวิตการท�างานจริงพบว่าบางคน มีความรู้ ความสามารถ แต่ไม่สามารถท�างานร่วมกับผู้อื่นได้ ท�าให้ไม่มีความสุขในการท�างาน ดังนั้น การเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นย่อมท�าให้มีความสุขกับการท�างานเช่นการจัดการในบ้านสามารถ ใช้ทักษะการท�างานร่วมกันของสมาชิกในบ้าน โดยก�าหนดหน้าที่ตามความสามารถและเวลาว่างของ สมาชิกแล้วลงมือปฏิบัติ เพื่อให้บ้านสะอาด ปลอดภัย อาศัยอยู่ได้อย่างมีความสุข การจัดการงานและคนให้สัมพันธ์กันเป็นวิธีที่จะท�าให้งานบรรลุเป้าหมายที่ก�าหนดไว้โดยมอบหมาย งานให้สอดคล้องกับความถนัดของแต่ละบุคคล มีการวางแผนการท�างานก่อนล่วงหน้า จัดล�าดับความ ส�าคัญ ก�าหนดเป้าหมาย ทิศทางของงานให้ชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่ก�าหนด มีการ ประเมินตรวจสอบผลงาน หากพบว่าคุณภาพของงานไม่เป็นไปตามที่ก�าหนดจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ให้เสร็จทันตามเวลาที่ก�าหนด เช่น การประกอบอาหารสามารถใช้ทักษะการจัดการงานได้ โดยก�าหนด เมนูอาหารล่วงหน้า เลือกซื้อวัตถุดิบ ตั้งใจท�าอาหารตามวิธีท�าที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้อาหารที่มีรสชาติดี และหมั่นฝึกท�าอาหารเป็นประจ�าสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต ทักษะการท�างานร่วมกัน ทักษะการจัดการงาน หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต 5 การใชทักษะการทํางานโดยการแสวงหาความรูจากการสัมภาษณ บุคคลตางๆ ผูสัมภาษณควรมีคุณสมบัติในขอใดมากที่สุด 1. มีความอดทน 2. มีความรอบคอบ 3. มีมนุษยสัมพันธดี 4. มีความกระตือรือรน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะจะทําใหเกิดบรรยากาศที่ดี ในการสัมภาษณ ผูใหสัมภาษณอยากที่จะใหความรวมมือและตอบ คําถามตางๆ อยางเต็มที่) บูรณาการอาเซียน ครูใหขอมูลเพิ่มเติมเพื่อใหนักเรียนเห็นความสําคัญของการทํางาน สามารถฝกตนและรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในภาษาอังกฤษ เรียกวา “Fourth Industrial Revolution” หรือ “4IR” ซึ่งเปนการปฏิวัติดาน เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล อันจะสงผลกระทบตอวิธีการดําเนินชีวิต ปฏิสัมพันธ ระหวางประชาชน และวิธีการทํางาน 4IR ชวยในการเขาถึงขอมูล การพัฒนาปญญาประดิษฐ อินเทอรเน็ต วัสดุศาสตร และวิทยาศาสตรคอมพิวเตอร แตสงผลกระทบใหเกิดความกังวล วาประชาชนจะตกงานเพราะถูกแทนที่ดวยหุนยนต อาจทําใหเกิดความเหลื่อมลํ้า ทางสังคมเพิ่มขึ้นจากการที่ประชากรมีความสามารถในการใชเครื่องมือดิจิทัล แตกตางกัน นักเรียนตองรูจักปรับตัวเพื่อใหสามารถอยูในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรู ความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูนําภาพใหนักเรียนดู 2 ภาพ ภาพที่ 1 การทํางานที่ยิ้มแยมแจมใส ภาพที่ 2 การทํางานที่สับสนวุนวาย 2. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนอยากทํางานแลวมีลักษณะเหมือน กับภาพใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ ภาพที่ 1 ภาพการทํางานที่ยิ้มแยม แจมใส เพราะเปนการทํางานที่มีความสุข ไมกอใหเกิดความเครียด ชวยใหการทํางาน เปนไปอยางราบรื่น ซึ่งจะสงผลใหไดงานที่มี คุณภาพ ตรงตามวัตถุประสงคที่ตั้งไว) 3. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ สาเหตุที่ทําให 2 ภาพนี้ มีการทํางานที่แตกตาง กัน 4. ครูกลาววา การมีทักษะที่เพียงพอในการ ทํางานจะทําใหสามารถทํางานไดสําเร็จอยาง มีความสุขดังภาพที่ 1 5. ครูถามนักเรียนวา • การมีทักษะในการทํางานจะกอใหเกิดผลดี ตอผูปฏิบัติงานอยางไร (แนวตอบ ทําใหผูปฏิบัติงานทํางานรวมกับ ผูอื่นไดอยางราบรื่น สามารถบริหารจัดการ งานไดตามขั้นตอน แกปญหาในการทํางาน ไดอยางถูกตองและเหมาะสม มีความรูใหม อยูเสมอ ซึ่งจะชวยพัฒนาการทํางานใหดี ยิ่งขึ้น) ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 6. ครูใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับหลักการ ทํางานเพื่อการดํารงชีวิต 7. ครูใหนักเรียนดูหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 1 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T5
การท�างานแม้จะมีการวางแผนท�างานอย่างดีแล้วก็ตาม แต่อาจมีปญหาให้ต้องแก้ไข ดังนั้น ต้องรู้จักวิธีการแก้ปญหาตามขั้นตอน ตัวอยาง ปลูกพืชดอกแต่พืชไม่ออกดอก สามารถใช้ทักษะการแก้ปญหาตามขั้นตอนได้ ดังนี้ ปจจุบันข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมีวิทยาการและนวัตกรรมเกิดขึ้น จึงควรหมั่น หาความรู้ เพื่อน�ามาใช้ ในการท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแสวงหาความรู้ตามขั้นตอน ตัวอยาง ต้องการหาพันธุ์พืชที่ดูแลง่ายมาปลูก เพื่อน�ามาใช้ ในการจัดตกแต่งบ้าน สามารถใช้ทักษะ การแสวงหาความรู้ตามขั้นตอนได้ ดังนี้ พืชไม่ออกดอก สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพืช ชนิดนั้น เพื่อหาวิธีการ ดูแลพืชที่ถูกต้อง ดูแลพืชด้วยวิธีที่ถูกต้อง เช่น ไม่รดน�้ามากเกินไป จัดให้อยู ่ในบริเวณที่มี แสงแดดร�าไร พิจารณาปญหา วางแผนการแก้ปญหา ลงมือแก้ปญหา ตรวจสอบปรับปรุง เมื่อดูแลถูกวิธีแล้วให้ ประเมินว่า พืชออกดอก แล้วหรือไม่ และมีปริมาณ มากน้อยเพียงใด ใช้ระยะ เวลาเท่าใด ก�าหนดหัวข้อที่ ต้องการสืบค้น วิเคราะห์ข้อมูล ที่สืบค้นได้ สรุปผลและ บันทึกข้อมูลวางแผน การสืบค้น ด�าเนินการ สืบค้น พันธุ์พืชที่ดูแล ง่าย นิยมน�ามา ตกแต่งบ้าน สืบค้นพันธุ์พืชจาก เว็บไซต์เกี่ยวกับ ไม้ดอก ไม้ประดับ และร้านขายต้นไม้ ใกล้บ้าน ไปสืบค้นจากเว็บไซต์ และร้านขายต้นไม้ ใกล้บ้าน โดยศึกษา พันธุ์ ไม้ วิธีการปลูก การดูแลรักษา ตรวจสอบข้อมูลที่ได้ ว ่าพันธุ์พืชใดปลูก และดูแลรักษาได้ง่าย สรุปเลือกพันธุ์พืช ที่ต้องการแล้วบันทึก เพื่อคัดเลือกพันธุ์ พืชมาปลูกต่อไป ทักษะการแกปญหา ทักษะการแสวงหาความรู ๖ 1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 8. นักเรียนเลือกงานที่ตองทํามา 1 อยาง เพื่อนํา มาทําเปนรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางาน ในสไตลของฉัน โดยใชหลักการทํางานเพื่อ การดํารงชีวิตที่ศึกษาคนความา ตัวอยางงาน ที่ทํา เชน • นักเรียนและเพื่อนชวยกันจัดชั้นหนังสือใน หองเรียน • นักเรียนจัดบอรดของโรงเรียน • นักเรียนกับนองจัดงานวันเกิดใหคุณแม • นักเรียนกับคุณแมจัดหองนอนใหมใหคุณตา และคุณยาย 9. นักเรียนวางแผนการทํางาน ทั้งงานที่เลือก และรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตล ของฉัน โดยครูคอยใหคําปรึกษา ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 1. นักเรียนถายรูปงานนั้นกอนที่จะลงมือปฏิบัติ จากนั้นครูถามนักเรียนวา • นักเรียนไดมีการแสวงหาความรูกอนลงมือ ปฏิบัติงานอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ใชวิธีการแสวงหาความรู ดวยตนเอง โดยการคนหาขอมูลที่ตองการ จากเว็บไซตตางๆ ที่เกี่ยวของ ซึ่งวิธีนี้เปนวิธี ที่เขาถึงขอมูลไดงายและมีความสะดวกใน การคนหาขอมูล มีขอมูลใหศึกษามากมาย แลวนําขอมูลที่ไดมาทําการวิเคราะหและ สังเคราะห เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตอง จากนั้น จึงลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่ไดวางไว) นักเรียนควรรู 1 การแสวงหาความรู ในยุคปจจุบันมีทั้งความรูจากประสบการณของตนเอง ความรูที่ไดจากบุคคลอื่น ซึ่งเปนความรูที่เปนความจริงสวนบุคคล สวนการ แสวงหาความรูโดยใชเหตุผลเปนการแสวงหาความรูที่เปนความจริงทั่วไป ไมใช ความจริงสวนบุคคล เชน การอนุมาน การอุปมาน วิธีการทางวิทยาศาสตร โดยการแสวงหาความรูดวยวิธีการทางวิทยาศาสตรเปนที่นิยมใชมาก ประกอบ ดวย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นกําหนดปญหา 2. ขั้นตั้งสมมติฐาน 3. ขั้นตรวจสอบสมติฐาน 4. ขั้นวิเคราะหขอมูล 5. ขั้นสรุปผล นอกจากนี้ การแสวงหาความรูจากเว็บไซตยังคงเปนวิธีหาความรูที่นิยม จึงควรหาความรูจากเว็บไซตที่นาเชื่อถือ มีขอมูลที่ถูกตองและทันสมัย ใหนักเรียนยกตัวอยางการใชทักษะการแกปญหาในการ ทํางานตางๆ มา 3 ตัวอยาง โดยอธิบายขั้นตอนการแกปญหา อยางชัดเจน ใหนักเรียนแสวงหาความรูเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ หรือเรื่อง ที่สงสัย 1 เรื่อง โดยอธิบายการแสวงหาความรูเรื่องที่เลือกตาม ขั้นตอนไดอยางถูกตอง นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T6
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ลักษณะของความคิดสรางสรรค ๒.๒ มีความคิดสร้างสรรค ในการท�างาน ความคิดสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานส�าคัญในการสร้างชิ้นงานในวิชาการงานอาชีพและการท�า ชิ้นงานเพื่อใช้ในชีวิตประจ�าวัน ท�าให้การท�าชิ้นงานมีความแปลกใหม่ มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ สร้างมูลค่าได้ การฝึกตนเองให้มีความคิดสร้างสรรค์สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น ฝึกตั้งค�าถาม ในเรื่องที่อยากรู้และหาค�าตอบ ฝึกคิดหลายมิติหลายด้าน ไม่ปดกั้นความคิดของตนเอง ฝึกให้ เป็นคนช่างสังเกต ช่างจดจ�า กล้าแสดงความคิดเห็น โดยความคิดสร้างสรรค์มีลักษณะดังนี้ ความละเอียดลออ (Elaboration) ความคิดในลักษณะลงรายละเอียด เพื่อให้เกิดความ สมบูรณ์และชัดเจนมากขึ้น เช่น • เลือกสี ขนาด และลักษณะของกระถางต้นไม้ไว้ เมื่อต้องการจัดสวนในบริเวณบ้าน • ประกอบอาหารโดยใส ่เครื่องปรุงรสหลายชนิด ตามเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ความคิดริเริ่ม (Originality) ความคิดแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากความคิดเดิม สามารถน�าไปประยุกต์ ใช้เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ได้ ซึ่งต้อง ไม่ซ�้ากับของเดิม หรือไม่เคยมีมาก่อน เช่น • เครื่องช่วยท�าความสะอาดบ้านแบบใหม่ • อาหารเมนูใหม่ ความคล่องในการคิด (Fluency) ความสามารถในการคิดหาค�าตอบได้อย่างรวดเร็ว อาจกล่าวได้ว่าคิดได้ปริมาณมากในเวลาที่จ�ากัด เช่น • ออกแบบห้องได้หลายรูปแบบในเวลาจ�ากัด • ออกแบบการจัดตกแต่งอาหารหลากหลายรูปแบบ ในเวลาจ�ากัด ความยืดหยุ่นในการคิด (Flexibility) ความสามารถในการคิดได้อย่างหลากหลาย อาจ กล่าวได้ว่าคิดได้หลายมุม เช่น • ดัดแปลงอาหารชนิดหนึ่งให้เป็นอาหารชนิดใหม่ ได้อีกหลายเมนู • น�าสิ่งของที่มีอยู่มาใช้ ในการประดับตกแต่งบ้าน ได้หลากหลายรูปแบบ หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต ๗ ความยืดหยุ่นในการคิด 1 ครูใหนักเรียนเลือกการปฏิบัติงานมา 1 อยาง แลววิเคราะห เพื่อตอบคําถาม ดังนี้ • การปฏิบัติงานนั้นมีความคิดสรางสรรคในการทํางานหรือไม ถามี มีความคิดสรางสรรคอยางไร • สามารถนําความคิดสรางสรรคมาใช หรือนํามาใชเพิ่มเติม ในการปฏิบัติงานนั้นไดอยางไรบาง • หากการปฏิบัติงานนั้นไมนําความคิดสรางสรรคมาใชจะมี ผลดีและผลเสียอยางไรบาง จากนั้นใหนักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนที่นั่ง ใกลๆ กัน แลวบันทึกขอมูล นําสงครูผูสอน (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 2. นักเรียนปฏิบัติงานตามแผนการทํางานที่วางไว ทั้งงานที่เลือกและรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตลของฉัน โดยอาศัยทักษะ ในการทํางาน ทั้งการทํางานรวมกัน การจัด การงาน การแกปญหา การแสวงหาความรู การมีความคิดสรางสรรค การมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดี การใช พลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน และ ครูคอยสังเกตและใหคําแนะนําในการทํางาน 3. นักเรียนถายรูปอีกครั้งเมื่อปฏิบัติงานเสร็จแลว นักเรียนควรรู 1 ความยืดหยุนในการคิด เปนการคิดไดหลายประเภท หรือหลายแบบของ ความคิดแบงได ดังนี้ • ความยืดหยุนในการคิดที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เปน ความสามารถในการพยายามคิดใหหลากหลายอยางอิสระ เชน คนที่มีความ ยืดหยุนในการคิดประเภทนี้ จะนึกคิดถึงประโยชนของกอนหินวา มีอะไรบาง ไดหลากหลายอยาง ในขณะที่คนไมมีความคิดยืดหยุน หรือความคิดสรางสรรค จะคิดไดเพียง 1-2 อยางเทานั้น • ความยืดหยุนในการคิดที่มีการดัดแปลง (Adaptive Flexibility) เปนความ สามารถในการพยายามคิดจากการดัดแปลง เชน คนที่มีความยืดหยุนในการคิด ประเภทนี้ ลองคิดวา หลอดกาแฟจะทําอะไรไดบาง โดยใชเวลาคิด 2 นาที จะคิดไดไมซํ้ากันและคิดไดจํานวนมาก ในขณะที่คนคิดไมมีความคิดยืดหยุน จะคิดไดซํ้ากันและจํานวนนอย ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 4. นักเรียนนํารูปถายกอนและหลังปฏิบัติงานมา พิจารณาการทํางานที่ทําไปและนําไปใชใน รายงานโครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตล ของฉัน 5. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนมีเคล็ดลับการทํางานในสไตลของ ตนเองอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 6. ครูใหนักเรียนดูทักษะในการทํางาน ความคิด สรางสรรคในการทํางาน ลักษณะนิสัยที่ดีใน การทํางาน การใชพลังงานและทรัพยากรใน การทํางาน จาก PowerPoint ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 1 นํา สอน สรุป ประเมิน T7
การสรางทัศนคติที่ดี ในการทํางาน T i p ๒.๓ มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน การท�างานทุกอย ่างนอกจากการมีทักษะ มีฝีมือในการท�างานแล้ว สิ่งส�าคัญที่จะต้องมี คือ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดี ดังนี้ คุณธรรม จริยธรรม พื้นฐานที่บุคคลต้องมีติดตัว เช่น ความซื่อสัตย์ ความอุตสาหะ ความมีวินัย คนที่มีคุณธรรม จริยธรรม จะเป็นคนที่น่าคบหาสมาคม เพราะ เป็นคนจิตใจดี ไม่สร้างปญหาให้กับผู้อื่นและ ช่วยให้การท�างานส�าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ลักษณะนิสัยที่ดี การมีลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างานเป็นผล มาจากการมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดี ต ่องานที่ท�า ลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน เช่น ตั้งใจท�างานตามเป้าหมาย มีน�้าใจต่อผู้อื่น ท�างานอย่างเป็นระบบ เจตคติ ท่าที หรือความรู้สึกของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม เช่น การรักงาน ที่ท�า การมุ่งมั่นตั้งใจท�างาน การมีเจตคติที่ดี ต่องานและเพื่อนร่วมงาน เกิดแรงบันดาลใจ สามารถฟนฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ การสร้างทัศนคติที่ดีในการทํางาน การมีทัศนคติที่ดีต่อการท�างานที่ได้รับมอบหมาย จะช่วยให้รู้สึกท้าทายและเกิดความมุ่งมั่น ในการท�างาน เพื่อให้งานส�าเร็จตามเป้าหมาย การสร้างทัศนคติที่ดีในการท�างานปฏิบัติได้ ดังนี้ วางแผนการทํางาน ก�าหนดเป้าหมาย วางแผนการท�างาน ล่วงหน้า เพื่อก�าหนดเวลาท�างาน คิดบวก คิดในสิ่งที่ดีเป็นพลังสู่ความส�าเร็จของ การท�างาน สามารถแก้ไขปญหาได้ เห็นอกเห็นใจผูอื่น ช่วยเหลือ ให้ค�าแนะน�า เพื่อนร่วมงานอย่างจริงใจ สรางแรงบันดาลใจ ท�ากิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับตนเองอยู่เสมอ เช่น ดูหนัง ฟงเพลง เดินทาง อ่านหนังสือ ปรับตัวอยูเสมอ ปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ๘ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูถามนักเรียนวา • การมีความคิดสรางสรรคและการใช พลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน จะสงผลใหงานเปนอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 7. เมื่อนักเรียนไดเคล็ดลับการทํางานในสไตล ของตนเองใหนักเรียนอธิบายลงในรายงาน โครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตลของฉัน ใน หัวขอเคล็ดลับการทํางานในสไตลของฉัน 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการทํางานนอกจาก การมีความรู ความสามารถแลว สิ่งสําคัญที่ ควรมี ก็คือคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และ ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เนื่องจากบุคคล เหลานี้จะไมประพฤติตนเพื่อสรางปญหาใหกับ ผูอื่น องคกร สังคม รวมถึงตนเอง นอกจากนี้ จะทําใหเปนที่รักใครของบุคคลที่อยูรอบขาง ทั้งยังชวยใหการทํางานสําเร็จลุลวงไปได ดวยดี” 9. ครูถามนักเรียนวา • การมีคุณธรรมในการทํางานจะสงผลดี อยางไรตอการดํารงชีวิต (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทําใหเปนบุคคลที่มีคนรัก ใคร การทํางานก็จะราบรื่น เพราะจะมีคน คอยชวยเหลือเมื่อเรามีปญหา ซึ่งสงผลให งานประสบความสําเร็จตรงตามเวลา) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา การมีนํ้าใจยังเปนคุณธรรมที่ชวยใหสังคม สามารถอยูรวมกันได โดยการมีนํ้าใจสามารถปฏิบัติโดยการใชเงิน หรือไมใชเงิน ก็ได และควรปฏิบัติดวยความเต็มใจ จริงใจ ไมหวังสิ่งตอบแทน การฝกตนเอง ใหมีนํ้าใจสามารถทําได เชน เอาใจเขามาใสใจเรา เปนผูใหมากกวาผูรับ เสียสละ กําลังกาย สติปญญา และเวลาใหแกผูที่เดือดรอน การฝกฝนตนเองใหเปนคน มีนํ้าใจ จะทําใหเรามีจิตใจที่เบิกบานแจมใส ดําเนินชีวิตไดอยางมีความสุข กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 4-5 คน สืบคนหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิตจากสื่อการเรียนรูตาง ๆ 2. แตละกลุมศึกษาขอมูลที่ได แลวนํามาสรุป เพื่อนําเสนอขอมูล ใหเพื่อนกลุมอื่นฟงหนาชั้นเรียน 3. แตละกลุมฟงขอมูลของทุกกลุม แลววิเคราะหวาแตกตางจาก ขอมูลของกลุมตนเองอยางไรบาง 4. ครูและนักเรียนชวยกันเลือกขอมูลเรื่องหลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิตของแตละกลุม เพื่อใหไดขอมูลใหมที่สมบูรณที่สุด สื่อ Digital ศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัศนคติและมุมมองที่ดี ไดจาก https://medium.com/@khemcharoenreadyma/ทัศนคติและมุมมองที่ดี-ที่ จะทําใหคุณมีความสุขกับการทํางาน-a782fba470df นํา สอน สรุป ประเมิน T8
กิจกรรม Mini Project ๒.๔ การใช้พลังงาน ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต สิ่งส�าคัญที่ต้องค�านึงถึง คือ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงโลกของเราด้วย หลายคนท�างานโดยค�านึงถึงความสะดวกของตนเองเป็นที่ตั้ง ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง โดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการท�างานของตนนั้นก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การทิ้งสารเคมีที่เหลือใช้ลงในล�าธารสาธารณะ การใช้สี ที่มีสารตะกั่วผสมอยู่ การใช้สารเคมีเร่งการเจริญเติบโตของพืช การใช้น�้าและไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือย การใช้ถุงพลาสติกมากเกินความจ�าเป็น การซื้อถุงผ้าเพื่อใช้เพียงครั้งเดียว การท�างานในชีวิตประจ�าวันทั้งงานท�าความ สะอาดบ้าน งานตกแต่งบ้าน งานอาหาร งาน ปลูกพืชต ่าง ๆ ล้วนต้องอาศัยพลังงานและ ทรัพยากรทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติงานจึงควรวางแผน การท�างานเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่าง คุ้มค่า ไม่เกิดขยะและมลพิษ รวมถึงไม่ท�าลาย สิ่งแวดล้อมด้วย ดังนั้น การมีจิตส�านึกที่ดีต่อการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรจึงเป็นสิ่งจ�าเป็นที่เรา ควรค�านึงถึง เช่น การใช้กระดาษก็ไม ่ควร ใช้เพียงหน้าเดียว หน้ากระดาษด้านที่เหลือ สามารถน�าไปใช้ประโยชน์ในการขีดเขียนได้อีก หรือกระดาษที่ใช้หมดแล้วทั้งสองด้านสามารถน�า ไปใช้เป็นเศษวัสดุเพื่อประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ได้ การใช้ถุงผ้าอย่างคุ้มค่าแทนการใช้ถุงพลาสติกเป็นการใช้ ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การท�ำงำนถือเป็นภำรกิจอย่ำงหนึ่งที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติทั้งเพื่อกำรด�ำเนินชีวิตที่ ดีขึ้น หรือเพื่อหำรำยได้มำเลี้ยงชีพ งำนที่เรำเห็นอยู่มำกมำยรอบตัวนั้น ถึงแม้หลำยอย่ำงจะดู เหมือนง่ำย ใคร ๆ ก็สำมำรถท�ำได้ แต่ในควำมเป็นจริงนั้นบุคคลหลำยคนก็ไม่ประสบควำมส�ำเร็จ ในกำรท�ำงำน ด้วยเหตุนี้ กำรเรียนรู้หลักกำรท�ำงำนเพื่อกำรด�ำรงชีวิตจึงเป็นสิ่งจ�ำเป็นเพรำะเป็นควำมรู้ และทักษะที่จะติดตัวเรำไปตลอดชีวิต ซึ่งเรำสำมำรถน�ำไปใช้ประโยชน์ในกำรด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน ได้จริง และน�ำไปประยุกต์เป็นอำชีพในอนำคตได้ สรุป หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต 9 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางาน ในสไตลของฉัน 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 เรื่อง หลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต 1. ใหนักเรียนเลือกปฏิบัติงาน 1 อยาง โดยใชหลักการทํางานเพื่อ การดํารงชีวิตที่ไดเรียนไป 2. บันทึกการปฏิบัติงานในประเด็นที่กําหนด • การสํารวจและวิเคราะหงาน • การวางแผน • การปฏิบัติงานตามแผน • การประเมินผล 3. วิเคราะหขอดีและขอเสียที่ไดรับจากการปฏิบัติงานที่เลือก 4. สรุปขอมูลการปฏิบัติงานเพื่อนําเสนอหนาชั้นเรียน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การท างานในสไตล์ของฉัน รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผนท า โครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-16 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วนเป็นส่วน ใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เ ลื อ ก แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เ ลื อ ก แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เ ลื อ ก แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เ ค รื่ องมื อเ ค รื่ องใ ช้ไ ม่ เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า ก า ร ใ ช้ พ ลั ง ง า น แ ล ะ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานการ ปฏิบัติงาน ผลงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสมบูรณ์ เหมาะสมทั้งหมด ผลงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสมบูรณ์ เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสมบูรณ์ เหมาะสมเป็นบางส่วน ผลงานไม่เป็นไปตาม วัตถุประสงค์และ ไม่สมบูรณ์เหมาะสม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับ หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตวา “ในการ ทํางานจะตองนําทักษะในการทํางานมา ประยุกตใช ซึ่งไดแก ทักษะการทํางานรวมกัน ทักษะการจัดการงาน ทักษะการแกปญหา ทักษะการแสวงหาความรู การมีความคิด สรางสรรค การมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน การใช พลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน” 3. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต นํา สอน สรุป ประเมิน T9
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การจัดการ ด้านการวางแผน การท�ำงานและ ใช้ทรัพยากร ในบ้าน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. วางแผนการท�ำงาน และการใช้ทรัพยากร ในบ้านได้ 2. อธิบายประโยชน์ของ การวางแผนการ ท�ำงานได้ 3. ระบุข้อควรค�ำนึง และวิธีการจัดการ ในการใช้ทรัพยากร ในครอบครัวได้ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 การท�ำความ สะอาดบ้าน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. อธิบายการเลือกใช้ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการท�ำ ความสะอาดบ้านได้ 2. บอกวิธีท�ำความสะอาด บ้านได้ 3. อธิบายการดูแลรักษา บริเวณบ้านและ เครื่องเรือนได้ โครงงาน เป็นฐาน (Project Based Learning) - ตรวจใบงานที่ 2.2.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T10
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 การจัดตกแต่ง บ้านและบริเวณ บ้าน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการจัด ตกแต่งบ้านและ บริเวณบ้านได้ 2. บอกวิธีการท�ำงานบ้าน ที่ปลอดภัยได้ กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T11
¡ÒèѴ¡ÒÃ㹺ŒÒ¹ ò ñ การวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน การท�างานบ้านทุกประเภท สิ่งส�าคัญที่ควรตระหนักหากต้องการให้งานบ้านประสบความส�าเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ ก่อนการท�างานบ้านต้องวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากร มีกระบวนการคิดเกี่ยวกับการท�างานที่เป็นระบบและชัดเจน มีการจัดล�าดับความส�าคัญว่าควรท�า สิ่งใดก่อนและท�าสิ่งใดหลัง และควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ การมีความรู้ที่เพียงพอจะท�าให้สามารถวางแผนการท�างานบ้านได้อย่างรอบคอบ ส่งผลให้แผนการ ท�างานเป็นแผนที่ดีมีคุณภาพ สามารถปฏิบัติได้จริง สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การดูแลรักษา ทําความสะอาด จัด ตกแตงบานและโรงเรียน ■ ทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ประกอบดวยการศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สํารวจ และบันทึก เชน การดูแลรักษาบาน ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃãËŒºŒÒ¹ÊÐÍÒ´áÅÐ ¹‹ÒÍÂÙ‹¤Çû¯ÔºÑµÔÍ‹ҧäà หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑0 ขั้นนํา (กระบวนการกลุมสัมพันธ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน 2. ครูใหนักเรียนดูภาพหรือคลิปเกี่ยวกับกิจวัตร ประจําวันของบุคคลทั่วไป 3. ครูสนทนาเกี่ยวกับชีวิตประจําวันของนักเรียน วา นักเรียนมีวิธีการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน หรือมีตารางเวลาในการทํากิจกรรม ตางๆ ทั้งที่ตองทําและงานอดิเรกอยางไรบาง เชน • การวางแผนการเดินทางมาโรงเรียน • การวางแผนการอานหนังสือเพื่อเตรียมสอบ • การวางแผนการทํากิจกรรมรวมกับ ครอบครัว • การวางแผนการทํางานอดิเรกเพื่อใชเวลา ใหเกิดประโยชน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • กอนจัดการในบานนักเรียนวางแผนการ ทํางานและการใชทรัพยากรในบานอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติการจัดการในบาน ฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทํางานบานประเภทตางๆ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และความชํานาญ โดยใชทักษะการจัดการในการทํางาน ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ทักษะในการแสวงหาความรู ผานการจัดกิจกรรม อยางหลากหลาย เชน • ใหฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบาน เพื่อใหเกิดทักษะในการทํางานบาน • ใหจัดเวลาการทํางานบานและการปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ในแตละวัน เพื่อใหเกิดทักษะการจัดการในการทํางานและทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T12
ขอสอบเนน การคิด บ้านเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นศูนย์รวมของสมาชิกใน ครอบครัวที่ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมาชิกทุกคน จะต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้าน โดยรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความ สะอาดให้เหมาะสมกับงาน จึงจะท�าให้บ้านเกิดความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และอยู่ ในสภาพดี ๑. การวิเคราะห์สถานการณ์ ๒. การก�าหนดวัตถุประสงค์ของแผน ๓. การประเมินวัตถุประสงค์และแผน ๔. การเลือกวัตถุประสงค์และแผน ๕. การน�าแผนที่เลือกไปใช้ ๖. การตรวจสอบและควบคุม การวางแผนในการท�างานบ้านควรค�านึงถึง ๖ ประการ ดังนี้ การจัดการในบ้าน ๑๑ 1 บุคคลในขอใดปฏิบัติกิจวัตรประจําวันของตนเองไดอยางเหมาะสม 1. บีมรับประทานโจกในหองเรียน เพราะนอนตื่นสายจึงไมมีเวลา รับประทานอาหารเชา 2. บาสตื่นนอนแตเชา เพื่อลงมาใสบาตรเปนเพื่อนคุณยายกอน ไปเรียน 3. แบมชอบไปเดินเลนที่หางสรรพสินคา เมื่อหางปดจึงคอย กลับบาน 4. บูมจะเปดเพลงเสียงดังทุกครั้งเวลาที่บานมีการจัดงานเลี้ยง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะกิจวัตรประจําวันเปนสิ่งที่ ตองปฏิบัติอยางเปนประจําและสมํ่าเสมอ โดยกิจกรรมที่ทําตอง เปนประโยชนตอตนเอง ครอบครัว หรือสังคม ซึ่งจะมีสวนชวย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแตละบุคคลใหดียิ่งขึ้น) นักเรียนควรรู 1 วางแผน การวางแผนการทํางานบานเปนการเตรียมพรอม โดยกําหนด แนวปฏิบัติงานบานตางๆ ไวลวงหนาวาจะทําสิ่งใดบาง มีเปาหมายใดบาง ทําวันไหนบาง ทําโดยใชวิธีใดบาง ใชระยะเวลาในการทําเทาไร ตองใชอุปกรณ ใดบาง ใครทําบาง ใชงบประมาณเทาไร เพื่อใหการปฏิบัติงานบานบรรลุ เปาหมายที่กําหนดไดอยางรวดเร็วและปลอดภัย เชน ตองการจัดมุมสําหรับ นั่งเลนในบาน เริ่มจากการหาบริเวณที่เหมาะสม หารูปแบบที่ตองการจะจัด วางแผนขั้นตอนการทํางาน เตรียมอุปกรณ ไปจนถึงลงมือปฏิบัติและ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 4. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความสําคัญของการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน 5. ครูอธิบายวา การวางแผนการทํางานรวมไป ถึงการดําเนินชีวิตประจําวันเปนสิ่งที่สําคัญ ที่จะชวยใหสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว อยางเปนลําดับขั้นตอนและครบถวน และนํา ความรูจากการวางแผนการทํางานมาใชในการ วางแผนการทํางานบาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T13
ขอสอบเนนการคิด การจัดการด้านการวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน เป็นการบริหาร หรือ การคิดเตรียมการเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในบ้าน โดยใช้ทรัพยากรของครอบครัวที่มีอยู่ อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการจัดการมีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรต่าง ๆ ดังนี้ ๖ การตรวจสอบและควบคุม การตรวจสอบผลของแผนการท�างานบ้านไปใช้ ว่าการปฏิบัติงานบ้านมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด พบปัญหาใด และแก้ปัญหาอย่างไร ทรัพยากร ส่วนบุคคล สิ่งที่มีประจ�าตัวของแต่ละบุคคล จะมีความเหมือน หรือแตกต่าง กันไป เช่น แต ่ละบุคคลถนัด งานบ้านต ่างกัน บางคนชอบ ท�าอาหาร บางคนชอบท�าความ สะอาดบ้าน ทรัพยากร วัสดุและการบริการ สิ่งของ หรือบริการที่อ�านวย ความสะดวกให้แก่ครอบครัวเช่น อุปกรณ์ท�าความสะอาดบ้าน น�้า และไฟฟ้า ควรใช้งานให้ถูกวิธี อย่างประหยัดและคุ้มค่า ทรัพยากร ทางธรรมชาติ สิ่งที่มีอยู ่ตามธรรมชาติที่ส ่ง ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของสมาชิกในครอบครัว เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ควรวางแผนการท�างานบ้านให้ เหมาะสม ๑ การวิเคราะห์สถานการณ์ การวิเคราะห์สถานการณ์ของการท�างานบ้าน เช่น ดูว่าบ้านมีฝุ่นมากเพียงใด มีสิ่งของที่ต้องเก็บ และทิ้งจ�านวนเท่าไร ต้องใช้เวลาจัดการสิ่งเหล่านั้น นานเพียงใด ๒ การก�าหนดวัตถุประสงค์ของแผน สิ่งที่แสดงถึงวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของ แผนการท�างานบ้าน เช่น จะท�าส�าเร็จเมื่อใด ต้องการ ให้บ้านเรียบร้อยเพียงใด ๓ การประเมินวัตถุประสงค์และแผน การหาคุณค่าของวัตถุประสงค์ในแผน เพื่อหา ข้อดีและข้อเสียแผนการท�างานบ้านที่วางไว้กับงานบ้าน ที่ปฏิบัติมีความสอดคล้องกันหรือไม่ ๔ การเลือกวัตถุประสงค์และแผน การตัดสินใจเลือกแผนที่เหมาะสมกับงานบ้าน ที่ต้องการปฏิบัติ เพื่อให้การท�างานบ้านราบรื่น และ สะอาดสวยงามตามเป้าหมายที่วางไว้ ๕ การน�าแผนที่เลือกไปใช้ การตัดสินใจเลือกวิธีที่ดีที่สุดมาใช้ในการปฏิบัติ งานบ้าน เพื่อให้เป็นไปตามแผนและวัตถุประสงค์ ที่ได้ก�าหนดไว้อย่างเป็นขั้นตอน กระบวนการ วางแผนการ ท�างานบ้าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๑๒ อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 1 “แนนออมเงินที่เหลือจากการไปโรงเรียนเปนประจําทุกวัน เมื่อครบ 1 ป เธอจึงนําเงินที่ออมทั้งหมดไปฝากธนาคาร” จากขอความนี้ มีความสัมพันธเกี่ยวของกับทรัพยากรในขอใด 1. ทรัพยากรธรรมชาติ 2. ทรัพยากรสวนบุคคล 3. ทรัพยากรที่ใชแลวทดแทนได 4. ทรัพยากรประเภทวัสดุและบริการ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะทรัพยากรประเภทวัสดุและ บริการ เปนสิ่งของ หรือบริการที่อํานวยความสะดวกใหแกคน ในครอบครัว เชน อาหาร เงิน รวมทั้งงานบริการจากภาครัฐ และเอกชน เชน ธนาคาร ไฟฟา) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 1. ครูแบงนักเรียนเปน 4 กลุมเทาๆ กัน สมาชิก ในกลุมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การจัดการ ดานการวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน จากหนังสือเรียนการงานฯ ม.4 ตาม ประเด็นที่กําหนด ดังนี้ • กลุมที่ 1 ศึกษาความรู เรื่อง การจัดการ ดานการวางแผนการทํางาน • กลุมที่ 2 ศึกษาความรู เรื่อง ประโยชนของ การวางแผนการทํางาน • กลุมที่ 3 ศึกษาความรู เรื่อง ขอควรคํานึง ในการวางแผนการใชทรัพยากรในครอบครัว • กลุมที่ 4 ศึกษาความรู เรื่อง การจัดการ การเงินของครอบครัว 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายกระบวนการ วางแผนการทํางานบาน จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 12 และตั้งประเด็น คําถามเพื่อใหนักเรียนตรวจสอบตนเองในการ วางแผนทํางานบาน เชน • มีการวิเคราะหลักษณะงานบานวามีปญหา หรือไม • มีวิธีการทํางานบานอยางไร • ความสําเร็จจากการทํางานมากนอยอยางไร • มีความพึงพอใจหรือมีอะไรตองแกไข ปรับปรุงบาง นักเรียนควรรู 1 คุมคา การใชทรัพยากรที่มีอยูอยางจํากัดใหเกิดประโยชนสูงสุด คือ หลักการเบื้องตนของความคุมคา โดยทรัพยากรเหลานั้นจะถูกบริหารจัดการ เพื่อนําไปใชประโยชนตางๆ ใหไดมากที่สุดหรือเพียงพอกับความตองการ ตัวอยางความคุมคาในการทํางานบาน เชน • นํานํ้าที่ผานการลางจานหรือซักผาไปรดนํ้าตนไม • ใชอุปกรณตางๆ จนเสื่อมสภาพ แลวจึงซื้อใหม • จัดเก็บของใชตางๆ ใหเปนระเบียบ เพื่อความสะดวกในการนํามาใชอีก • ใชสารทําความสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ ไมมากหรือนอยเกินไป นอกจากการใชสิ่งของตางๆ อยางคุมคาแลว ยังสามารถใชกับเวลาได อีกดวย การใชเวลาอยางคุมคา จะทําใหมีเวลาเพียงพอที่จะทําสิ่งตางๆ ได แตความคุมคาของแตละบุคคลมีความแตกตางกัน ความคุมคาจึงเปนความ พอใจที่แตละบุคคลตัดสินไมเหมือนกัน นํา สอน สรุป ประเมิน T14
ขอสอบเนน การคิด ๑.๑ การจัดการด้านการวางแผนการท�างาน งานบ้านมีทั้งงานท�าความสะอาด การท�าอาหารรับประทานในครอบครัว การตกแต่งบ้าน และบริเวณบ้าน การเรียนรู้เพื่อวางแผนการท�างานบ้านจะช่วยให้สามารถท�างานทุกอย่างในบ้าน ได้ตามต้องการ มีขั้นตอนการท�างาน ดังนี้ วิธีการประเมินผลการทํางานบ้าน T i p การประเมินผลการท�างานบ้านสามารถมีหลายวิธี เช่น • ใช้การสังเกตและพิจารณาว่าจุดไหนเป็นอย่างไร แล้วจดบันทึกไว้ เช่น ตัดหญ้าตอนบ่าย แดดร้อนมากควรเปลี่ยนเวลา แล้วแก้ลงในแผนงานเพื่อปฏิบัติใหม่ • สมาชิกทุกคนในบ้านร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการท�างาน เพื่อน�าข้อมูลมาใช้ ในการ พัฒนาต่อไป • เขียนจ�าแนกระดับคุณภาพ แล้วพิจารณาว ่าตนเองอยู ่ในระดับใด หากพบว ่าตนเองอยู ่ใน ระดับกลาง หรือระดับต�่า ควรปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น การจัดการในบ้าน ๑๓ ๑ ๒ ๓ ๔ การส�ารวจและวิเคราะห์งาน เป็นขั้นตอนการส�ารวจงานบ้านที่ได้รับมอบหมาย และกิจวัตรส่วนตัว แล้ววิเคราะห์และเขียน บันทึกว่าจะท�าในวันใด เวลาใด การวางแผน เป็นการก�าหนดเวลาการท�างานไว้ล่วงหน้าว่าจะ ท�างานใด เวลาใด แล้วน�ารายการที่วิเคราะห์ มาจัดท�าตารางการท�างาน การประเมินผล เป็นการส�ารวจประสิทธิภาพ ของแผนงานที่ ใช้ว่าผลที่ได้รับ เป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ โดยการประเมินผลต้องไม่เข้าข้างตนเอง การปฏิบัติงานตามแผน เป็นขั้นตอนการท�างานตามวัน เวลาที่ก�าหนด จดบันทึกงานที่ไม่ สามารถท�าได้ หรือต้องการปรับปรุง แก้ ไข พร้อมทั้งหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น และกิจวัตรส่วนตัว แล้ววิเคราะห์และเขียน 1 นักเรียนควรรู 1 กิจวัตร เปนการกระทําที่ปฏิบัติอยูเปนประจํา เปนงานที่ทําอยางสมํ่าเสมอ และจะมีความแตกตางกันออกไปตามแตละบุคคล ซึ่งทําไดตั้งแตตื่นนอน เชน การอาบนํ้า การรับประทานอาหาร การทํางานบาน การออกกําลังกาย การเรียนหนังสือ การเขานอน เกร็ดแนะครู ครูใหขอมูลเพิ่มเติมในการจัดทําตารางการทํางานในวันจันทร-ศุกร ของนักเรียนแตละคนวา ตองเปนกิจกรรมที่ปฏิบัติจริงเปนประจําทุกวัน โดย ครูพิจารณาจากกิจกรรมที่ทําตามความเหมาะสมกับเวลา และอาจสุมถาม เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติกิจกรรมนั้นๆ เพื่อเปนการตรวจสอบวานักเรียนไดปฏิบัติ จริงหรือไม วิธีที่ปฏิบัติมีความเหมาะสมหรือไม “ครูพานักเรียนมาชมทิวทัศนบริเวณสวนสาธารณะ จากนั้นให นักเรียนพิจารณาถึงรูปทรงของตนไม” จากขอความนี้ สามารถ ใชการประเมินผลดวยวิธีใดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. สํารวจและวิเคราะหงาน 2. การสังเกตและพิจารณา 3. การปฏิบัติงานตามแผน 4. การวางแผนการทํางาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการสังเกตและพิจารณาอยาง ละเอียดถี่ถวน ทําใหสามารถอธิบายเกี่ยวกับรูปทรงของตนไมตาม ความคิดของตนเองไดอยางถูกตอง) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 3. เมื่อสมาชิกแตละคนในกลุมไดศึกษาขอมูล เรื่องที่ไดรับมอบหมายแลว ใหแลกเปลี่ยน ความรูในกลุมและรวมกันสรุปความรู เพื่อ ถายทอดความรูใหกลุมอื่นฟง จากนั้น ครูถาม นักเรียนวา • การปฏิบัติงานตามแผนนับเปนขั้นตอน การจัดการดานการวางแผนการทํางาน หรือไม (แนวตอบ เปน เพราะการจัดการวางแผน การทํางาน มีขั้นตอนดังนี้ 1. สํารวจและ วิเคราะหงาน 2. วางแผน 3. ปฏิบัติงาน ตามแผน 4. ประเมินผล) 4. สมาชิกแตละคนในกลุมนําความรูที่ไดจาก การฟงมาจัดทําตารางสํารวจงานและวิเคราะห งานกิจวัตรสวนตัวลงในสมุด นํา สอน สรุป ประเมิน T15
ตัวอย่าง การวางแผนการท�างานบ้าน นักเรียนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบท�างานบ้าน โดยทุก ๆ วันหลังจากเลิกเรียนต้องรีบ กลับบ้าน เพื่อมาช่วยคุณแม่ประกอบอาหารเย็นและล้างจาน ส่วนในวันหยุดต้องช่วยคุณแม่ กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ล้างห้องน�้า ช่วยคุณพ่อล้างรถและรดน�้าต้นไม้ อาทิตย์ จ อ พ พฤ ศ เสาร์ ๐๖.๐๐ น. ตื่นนอนและเก็บที่นอน ๐๖.๐๐ น. ตื่นนอนและเก็บที่นอน ๐๖.๑๐ น. ออกก�าลังกาย ๐๖.๑๐ น. ออกก�าลังกาย ๐๖.๓๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๐๖.๓๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๐๖.๔๐ น. รับประทานอาหารเช้า ๐๖.๔๐ น. รับประทานอาหารเช้า ๐๗.๓๐ น. ดูโทรทัศน์ ๐๗.๓๐ น. ดูโทรทัศน์ ๐๘.๓๐ น. ซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ๐๘.๓๐ น. ล้างห้องน�้า ล้างรถยนต์ ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๔.๐๐ น. ท�ากิจกรรมกับครอบครัว ๑๔.๐๐ น. ท�ากิจกรรมกับครอบครัว ๑๖.๐๐ น. ท�าการบ้านและอ่านหนังสือ ๑๖.๐๐ น. ท�าการบ้านและอ่านหนังสือ ๑๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเย็น ๑๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเย็น ๑๙.๓๐ น. ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์ ๑๙.๓๐ น. ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์ ๒๑.๐๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๒๑.๐๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๒๒.๐๐ น. เข้านอน ๒๒.๐๐ น. เข้านอน ตารางกิจวัตรประจ�าวันจันทร์-วันศุกร์ ตารางกิจวัตรประจ�าวันเสาร์-วันอาทิตย์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์๐๕.๓๐ น. ตื่นนอนและเก็บที่นอน๐๕.๔๐ น. ออกก�าลังกาย ๐๖.๒๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว๐๖.๔๐ น. รับประทานอาหารเช้า๐๗.๐๐ น. เดินทางไปโรงเรียน๐๘.๐๐ น. เรียนหนังสือ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน๑๒.๓๐ น. เข้าห้องสมุด ๑๓.๐๐ น. เรียนหนังสือ๑๖.๑๐ น. เดินทางกลับบ้าน๑๘.๐๐ น. ประกอบอาหารและรับประทานอาหารเย็น๑๙.๐๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว๑๙.๓๐ น. ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์๒๐.๓๐ น. ท�าการบ้านและอ่านหนังสือ๒๑.๓๐ น. เข้านอน ๑๔ 1 2 นักเรียนควรรู 1 การบาน เปนงานที่ไดรับมอบหมายใหทํานอกหองเรียน โดยทั่วไปอาจ ประกอบดวยระยะเวลาใหไดศึกษา คนควา เรียนรูเพิ่มเติม แสดงความคิดผาน การเขียน การเขียนโครงงาน หรือการฝกฝนทักษะในดานตางๆ เพื่อเพิ่มพูน ทักษะ พัฒนาความรู ความสามารถของผูเรียนใหเปนไปอยางเหมาะสมและมี ศักยภาพยิ่งขึ้น 2 เขานอน ชวงเวลา 21.00-23.00 น. คือ ชวงเวลาที่ควรนอนหลับพักผอน มากที่สุด ชวงเวลา 01.00-03.00 น. ควรนอนหลับพักผอนใหสนิท เนื่องจาก เปนเวลาที่ตับทํางาน โดยตับจะหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อฆาเชื้อโรคในรางกาย ชวงเวลา 03.00-05.00 น. เปนชวงเวลาที่ควรตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะ จะชวยใหสมองปลอดโปรง กระตุนการตื่นตัวของรางกาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 5. นําตารางสํารวจงานและวิเคราะหงานกิจวัตร สวนตัวมาเปรียบเทียบกับเพื่อนในกลุมตาม ประเด็นที่ครูกําหนด เชน • เวลาตื่นนอน เวลามาโรงเรียน เวลานอน • เวลาและระยะเวลาทําการบาน • เทียบเวลาพักผอนกับเวลาทําการบานและ ทบทวนบทเรียน 6. นักเรียนบอกประโยชนที่ไดรับจากการจัดทํา ตารางสํารวจงานและวิเคราะหงานกิจวัตร สวนตัว 7. ครูอธิบายความรูเพิ่มเติมวา การจัดทําตาราง สํารวจงานและวิเคราะหงานกิจวัตรสวนตัวเปน วิธีหนึ่งของการวางแผนการทํางานและการใช ทรัพยากรในบาน ซึ่งการวางแผนการทํางาน เปนสิ่งสําคัญตอการทํางาน การใชทรัพยากร ตางๆ และการจัดการในครอบครัว กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนจัดทําตารางการวางแผนการทํางานของตนเอง ภายใน 1 สัปดาห แลวบันทึกขอมูลจากการวางแผนการทํางาน ของตนเองวา มีกิจกรรมใดที่ไมสามารถปฏิบัติไดตามเวลา ที่กําหนด โดยระบุสาเหตุที่เกิดขึ้นและแนวทางแกไข เพื่อนําไปใช เปนแนวทางในการวางแผนการทํางานในสัปดาหถัดไป ใหนักเรียนศึกษาตารางการทํางานที่จัดทําขึ้นเปนระยะเวลา 2 สัปดาห โดยนําตารางการทํางานของตนเองมาจับคูกับตาราง การทํางานของเพื่อน เปรียบเทียบกิจกรรมที่ปฏิบัติในแตละวัน เพื่อ นํามาปรับปรุงและวางแผนการทํางานของตนเองใหมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T16
๑.๒ ประโยชน์ของการวางแผนการท�างาน การวางแผนเป็นสิ่งส�าคัญอันดับแรกของกระบวนการจัดการที่ดีซึ่งการท�างานทุกอย่างควรมี การวางแผนการท�างานอย่างเป็นล�าดับขั้นตอน เพื่อให้การท�างานมีประสิทธิภาพ การวางแผน การท�างานที่ดีมีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติ ดังนี้ ๑.๓ ข้อควรค�านึงในการวางแผนการใช้ทรัพยากรในครอบครัว ทรัพยากรในครอบครัว มีทั้งทรัพยากรส่วนบุคคลและทรัพยากรประเภทวัสดุและบริการ ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้มีจ�ากัด ทั้งปริมาณและคุณภาพ รวมถึงมีความแตกต่างไปตามชนิดของ ทรัพยากรและตัวบุคคล การวางแผนการใช้ทรัพยากรในครอบครัว จ�าเป็นต้องค�านึงถึงปัจจัย ต่าง ๆ ดังนี้ ๑. เวลา สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากัน แต่ ใช้ไม่เท่ากัน แม้จะเป็นงานชนิดเดียวกันผู้ที่จัดการกับเวลาได้ดี จะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ๒. แรงงาน สิ่งที่มีอยู ่ในครอบครัว การรู้จัก แรงงานและจัดการแรงงานอย่างเหมาะสมจะช่วย ให้ท�างานได้อย่างมีคุณภาพ ๓. ความรู้สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้การค�านึงถึง ความรู้ ความถนัดของแต่ละคน จะท�าให้ท�างาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๔. ความสามารถ การท�างานบ้านต้องพิจารณา ถึงความสามารถของบุคคลเพราะการท�างานตาม ความสามารถจะช่วยให้ท�างานนั้นได้ดี ๕. ทักษะ เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งทักษะกระบวนการ ท�างานและทักษะการแก้ปัญหา ฝึกให้เกิดความ ช�านาญ จะท�าให้การท�างานบ้านประสบความ ส�าเร็จและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ๖. เงิน มาจากรายได้ของสมาชิกในครอบครัว จากการประกอบอาชีพ ต้องมีการบริหารจัดการ วางแผนการใช้เงิน เพื่อความมั่นคงของสมาชิก ในครอบครัว และท�างานหาเงินให้เพียงพอต ่อ การด�ารงชีวิตและการเก็บออม เพื่อความมั่นคง ในอนาคต ท�าให้ทราบล่วงหน้าว่า จะท�างานเมื่อใด ท�างานได้ส�าเร็จ ตามที่มุ่งหวังไว้ มีความรับผิดชอบ มีเหตุผล ประหยัดเวลา และแรงงาน ท�างานเร็ว มีความผิดพลาดน้อย การจัดการในบ้าน ๑๕ ๒. แรงงาน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 8. ครูตั้งประเด็นอภิปรายวา หากมีการวางแผน การทํางาน การใชชีวิตในครอบครัวมีประโยชน อยางไรบาง จากนั้นยกตัวอยางการวางแผน ทางการเงินในครอบครัว ครูถามนักเรียนวา • ครอบครัวของนักเรียนมีการจัดการเงินใน ครอบครัวอยางไร มีการทําบัญชีครัวเรือน หรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากครอบครัวของนักเรียนมีการทําบัญชี ครัวเรือน ใหนักเรียนเลาถึงประโยชนของ การทําบัญชีครัวเรือนใหเพื่อนฟง (แนวตอบ เชน ทําใหวางแผนคาใชจายได ทําใหมีเงินออม) 9. ครูอธิบายใหนักเรียนเห็นความสําคัญในการ วางแผนการใชเงินของครอบครัว โดยดูจาก หนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 15 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู 1 แรงงาน เปนทรัพยากรที่มีอยูในตัวมนุษยและมนุษยสามารถนํามาใช ใหเกิดประโยชนในการดํารงชีวิต ซึ่งการใชแรงงานจะมีปริมาณที่จํากัดและ แตกตางกัน โดยแตละครอบครัวจะมีสมาชิกหลากหลายวัย งานบานที่ทํา จึงตองเหมาะสมกับความสามารถและความถนัดของแตละบุคคล เพื่อสงผล ใหการทํางานบานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนการใชชีวิตประจําวัน โดยใหนักเรียน ควรรูจักลําดับความสําคัญวา สิ่งใดควรปฏิบัติกอน สิ่งใดควรปฏิบัติทีหลัง เพื่อนํามาใชเปนแนวทางในการดําเนินชีวิตไดอยางเหมาะสม มีระบบระเบียบ โดยเริ่มตนจากตนเอง สูคนรอบขาง และสังคมในอนาคต ขอใดคือสิ่งที่ตองคํานึงถึงเปนลําดับแรกในการมอบหมายงาน ใหสมาชิกในครอบครัวรับผิดชอบ 1. วัสดุ-อุปกรณที่ใช 2. ขั้นตอนการทํางาน 3. ความรู ความสามารถ 4. ระยะเวลาในการทํางาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสมาชิกในครอบครัวแตละคน จะมีความรู ความสามารถที่แตกตางกัน ในการทํางานจึงตอง คํานึงถึงสิ่งนี้กอนเปนลําดับแรก เพื่อใหงานที่แบงหนาที่ความ รับผิดชอบของแตละคนประสบความสําเร็จตามเปาหมายที่ได วางไว) นํา สอน สรุป ประเมิน T17
๑.๔ การจัดการการเงินของครอบครัว การใช้จ่ายเงินของสมาชิกในครอบครัวจะต้องมีการจัดท�าบัญชีครัวเรือน มีการวางแผน การใช้เงิน แล้วปฏิบัติตามแผน พร้อมทั้งประเมินผล เพื่อให้สามารถจัดการการเงินได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดการเงินของครอบครัว ควรปฏิบัติตน ดังนี้ ๑) การตั้งเปาหมาย วางแผนการท�างานหารายได้และการใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับรายได้ โดยจัดวางเป็นแผนประมาณรายจ่าย หรือท�างบประมาณ และจัดแยกเป็น หมวดหมู่ รวมถึงก�าหนดเป้าหมายการออมที่ชัดเจน ๒) การวางแผนการใช้เงินและการออมต้องรู้รายได้ที่ได้รับทั้งหมดของครอบครัว จัดท�าและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรายจ่ายแต่ละเรื่อง เพื่อใช้ก�าหนดแผนการใช้จ่ายให้ ใกล้เคียง กับความเป็นจริงมากที่สุด และแบ่งเก็บเป็นเงินออม ๓) การปฏิบัติตามแผนการใช้เงิน ควบคุมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ รายจ่ายใด จ�าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมและควรลดรายจ่ายที่ไม่จ�าเป็นก่อน ๔) การประเมินผลการใช้เงินตรวจสอบค่าใช้จ่าย เงินออม โดยพิจารณาจากรายได้ รายจ่าย ความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว และปรับแผนการใช้เงินให้เหมาะสม แต่ทั้งนี้จะต้อง มีเงินเก็บออมเพื่ออนาคตที่มั่นคงด้วย การวางแผนการเงินที่ดีในครอบครัวจะช่วยให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างเหมาะสม มีเงินออม สร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้กับครอบครัวได้ ๑๖ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการจัดการเรื่องการเงินของครอบครัว ใหนักเรียนฟงวา ในการจัดการเรื่องการเงินของครอบครัว ทุกคนในครอบครัว ตองยึดหลักการที่สําคัญ 4 ประการ คือ • ตั้งเปาหมายในการใชจายเงินของครอบครัวใหชัดเจน • วางแผนการใชจาย โดยกําหนดแผนการใชจายใหใกลเคียงกับความ เปนจริงมากที่สุด • ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติตามแผนการใชจายที่กําหนดไว • ประเมินผล โดยพิจารณายอนดูตั้งแตเปาหมายที่ตั้งไว ตลอดจนผลของ การใชเงินของครอบครัว พิจารณาแผนที่กําหนดวาใชไดจริงหรือไม ทําแลวไดผลตามเปาหมายที่ตั้งไวหรือไม ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 1. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การจัดการดาน การวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน พรอมทั้งบอกแนวทางในการนํามาใช ในชีวิตประจําวัน ครูถามนักเรียนวา • การจัดการการเงินของครอบครัวมีอะไรบาง (แนวตอบ ตั้งเปาหมาย วางแผนการใชเงิน และการออม ปฏิบัติตามแผนการใชเงิน ประเมินผลการใชเงิน) 2. ครูใหนักเรียนดูแผนผังแสดงหมวดหมูการ วางแผนประมาณรายจาย แลวใหนักเรียน วางแผนการใชจายเงินใหเหมาะสมกับรายรับ ของนักเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูวิธีการจัดการเงินของครอบครัว จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 แลวใหนักเรียนวางแผนการจัดการเงินของ ครอบครัวตนเอง 4. นักเรียนทําใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง การจัดการ ดานวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน แลวนํามาสงครู กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนสํารวจราคาสินคาที่ใชในชีวิตประจําวัน โดยจัดทํา เปนตารางแยกประเภทคาใชจายเปนเวลา 1 สัปดาห จากนั้น สรุปผลคาใชจายที่ใชไปทั้งหมด แลวทําการวิเคราะหวา 1. ควรลดคาใชจายสิ่งใดลงไดบาง 2. เมื่อลดแลวจะเหลือเงินเทาใด 3. จะนําเงินที่เหลือไปทําสิ่งใด บนพื้นฐานการใชพลังงาน ทรัพยากรในการทํางานอยางคุมคา และยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานมีวินัย และอยูอยางพอเพียง) นํา สอน สรุป ประเมิน T18
ขอสอบเนน การคิด การจัดการการเงินเป็นเรื่องที่จ�าเป็น โดยเฉพาะครอบครัว ที่อาศัยอยู ่ร ่วมกันหลายคน เพื่อให้มีเงินส�าหรับใช้จ ่าย เพียงพอและเก็บออมไว้ส�าหรับอนาคต มีสถานะทางการเงิน ที่มั่นคง แนวทางการจัดการการเงินฉบับครอบครัวมีสุข มีวิธีการแบ่งเงินออกเป็น ๓ บัญชีหลัก ดังนี้ นําเงินเขาบัญชีกองกลาง ๗๐% เก็บไวในบัญชีสวนตัว ๓๐% ใชเงินในบัญชีเงินสวนตัวเมื่อตองการซื้อของใช สวนตัว จะชวยใหรับผิดชอบคาใชจายในครอบครัวได และใชเงินไดอยางมีอิสระ ในทางกลับกัน อีกฝายควรมีบัญชีสวนตัวของตนเอง โดย มีลักษณะเดียวกัน คือ เปนเงินสวนที่เหลือจากการหัก เขาบัญชีกองกลาง á¹Ç·Ò§¡ÒèѴ¡ÒáÒÃà§Ô¹ ©ºÑº¤รอบ¤รัวÁÕÊØ¢ ñ. บัÞªÕกองกลาง ó. บัÞªÕเ¸อ กําหนดตัวเลขในการหักเขาบัญชีกองกลางเปนเปอรเซ็นต เพื่อความยุติธรรม โดยเงินบัญชีกองกลางจะใชเปนคาใชจายภายในบาน คาใชจายที่จําเปน คาเลาเรียน ของบุตรโดยเฉพาะ บัญชีกองกลางควรแบงเปน ๔ สวน ดังนี้ ò. บัÞªÕ©ัน Know M ore สวนที่ ๔ บัญชีเงินออมเพื่ออนาคต บัญชีเพื่ออนาคต หรือบัญชีวัยเกษียณ โดยปกติแลววัยเกษียณรายได ยอมลดลง จึงควรเก็บเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคงและสุขสบาย สวนที่ ๑ ค่าใช้จ่ายในครอบครัว คาใชจายประจําที่มีจํานวนมากที่สุด เชน คาอาหาร คาน้ําประปา คาไฟฟา คาอินเทอรเน็ต คาของใช หรือคาใชจายที่จําเปนในครอบครัว สวนที่ ๒ เงินส�ารองฉุกเฉิน เงินที่แบงเก็บสะสมไว โดยจะนําออกมาใชเมื่อจําเปนจริงๆ เทานั้น จึงเปนเงินสํารอง หรือเงินออมที่ไว ใช ในยามฉุกเฉิน สวนที่ ๓ ค่าใช้จ่ายเฉพาะ คาใชจายที่แนนอนและจํานวนเงินคอนขางสูง จึงตองแยกไว ไมใหเกิดปญหา เชน คาผอนบาน คาเทอม คาเบี้ยประกัน บัญชีกองกลาง การจัดการในบ้าน ๑7 บุคคลในขอใดมีวิธีการออมเงินที่เหมาะสม 1. โหนงนําเงินที่ไดจากการทํางานพิเศษไปฝากธนาคาร 2. แหนมขายของมือสอง แลวนํากําไรที่ไดไปซื้อสลากกินแบงรัฐบาล 3. หนอยนําเงินคาขนมไปปลอยใหเพื่อนกู โดยคิดดอกเบี้ยเปน รายวัน 4. หนองหยิบเงินในกระเปาของคุณแมไปเก็บไวในกระปุกออมสิน ของตน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการนําเงินไปฝากธนาคาร เปนวิธีการออมที่ดีอยางหนึ่ง เนื่องจากในแตละปธนาคารจะคิด อัตราดอกเบี้ยเงินฝากใหตามประเภทของบัญชีที่ฝาก ซึ่งจะมีอัตรา ดอกเบี้ยที่แตกตางกันไป เชน บัญชีออมทรัพย จะคิดดอกเบี้ย ใหผูฝากทุกวัน แตจะจายดอกเบี้ยใหผูฝากปละ 2 ครั้ง คือ เดือน มิถุนายนและเดือนธันวาคม) ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม ตารางสํารวจงานและวิเคราะห งานกิจวัตรสวนตัวในสมุดของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง การจัดการ ดานวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 5. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายแนวทางการ จัดการการเงินฉบับครอบครัว และตั้งประเด็น อภิปรายวา หากนักเรียนไดรับมอบหมายจาก ผูปกครองใหเปนผูชวยในการวางแผนการเงิน ในครอบครัวจะมีวิธีการบริหารจัดการอยางไร โดยนําความรูจากขอมูลในเสริมความรู Know More มาประยุกตใช นํา สอน สรุป ประเมิน T19
ขอสอบเนนการคิด ò หลักการท�าความสะอาดบ้านและอุปกรณตาง ๆ บ้านเป็นสถานที่พักอาศัยและเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว บ้านที่น่าอยู่ควรเป็นบ้านที่มีความสะอาด สะดวก สบาย สวยงาม เป็นสัดส่วน และมีความปลอดภัย ดังนั้น การท�าความสะอาดบ้านจึงเป็นสิ่งที่จ�าเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกในครอบครัวทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุข ๒.๑ หลักการท�าความสะอาดบ้าน การท�าความสะอาดบ้าน ต้องปฏิบัติเป็นประจ�าอย่างสม�่าเสมอ เพื่อให้บ้านมีความสะอาด ปลอดภัยจากสิ่งสกปรกและเชื้อโรค โดยมีหลักในการท�าความสะอาด ดังนี้ ๑. กวาดจากที่สูงลงสู่ที่ต�่า โดยกวาด เพดานก่อน แล้วจึงตามด้วยผนัง หลังตู้ และพื้น ๒. ให้กวาดไปข้างหน้า โดยกวาดฝุ่น ผงไปกองรวมไว้ ในที่เดียวกัน ๓. กวาดฝุ่นผง โดยใช้ที่โกยผงรองรับ แล้วน�าไปทิ้งในถังขยะ ๔. กวาดจากด้านในออกไปด้านนอก ไม่ยกปลายไม้กวาดสูง เพราะจะ ท�าให้ฝุ่นผงฟุ้งกระจาย ๕. ผู้กวาดควรกวาดอยู่เหนือทิศทาง ของลม เพื่อป้องกันฝุ่นละอองปลิว เข้าจมูกและปาก ๖. หากบริเวณใดที่มีฝุ่นหนา ควรใช้ ผ้าปิดจมูกและเครื่องดูดฝุ่นแทน เครื่องดูดฝุ่น ไม้กวาดขนไก่ ไม้กวาดไนลอน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หลักการปัดกวาด ตัวอย่าง อุปกรณ์ที่ใช้ปัดกวาด ที่โกยผง ไม้กวาดดอกหญ้า ๑๘ ขอใดไมใชหลักการสําคัญในการเลือกอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบาน 1. บํารุงรักษาไดงายดวยตนเอง 2. ผลิตขึ้นจากวัสดุที่มีราคาแพง 3. ขนาดพอดีกับมือ นํ้าหนักเบา 4. มีบริการหลังการขายที่สะดวก รวดเร็ว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะสิ่งที่ควรคํานึงถึงในเรื่องของ วัสดุที่นํามาผลิตเปนอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความ สะอาดบาน ควรเลือกชนิดที่มีความแข็งแรง ผลิตจากวัสดุที่ไม กอใหเกิดมลพิษตอสิ่งแวดลอม ราคายุติธรรมและเหมาะสมกับ คุณภาพของวัสดุ อุปกรณที่นํามาใชในการผลิต) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกวาดบานที่ถูกตองใหนักเรียนฟงวา การกวาดบานมีสิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงหลายประการ ดังนี้ • กวาดจากที่สูงมาหาที่ตํ่า กลาวคือ ใหกวาดเพดาน ฝาผนัง หลังตู แลวจึงกวาดพื้นเปนขั้นตอนสุดทาย • ผูกวาดควรอยูเหนือทิศทางลม เพื่อปองกันฝุนฟุงเขาจมูก กวาดไป ขางหนา โดยกวาดฝุนกองไวในที่เดียวกัน กวาดทิ้งดวยที่โกยผง • กวาดจากดานในไปดานนอก ในขณะกวาดไมควรยกปลายไมกวาดสูง เกินไป เพราะจะทําใหฝุนฟุงกระจายได • หากบริเวณที่ทําความสะอาดมีฝุนหนามาก ควรมีผาปดจมูก หรือใช เครื่องดูดฝุนแทน เพราะจะทําใหฝุนฟุงกระจายนอยกวา ขั้นนํา (Project Based Learning) ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 1. ครูใหนักเรียนดูคลิปสั้นๆ เกี่ยวกับการทํา ความสะอาด 2. ครูถามนักเรียนวา เห็นอะไรในคลิปบาง นักเรียนรวมกันตอบ จากนั้นครูอธิบายหลักการ ปดกวาดในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 2 หนา 18 แลวใหนักเรียนบอกเลาวิธีการ ทําความสะอาด การปดกวาดเพดาน หนาตาง ประตู พื้น เฟอรนิเจอรในบานใหครูและเพื่อนฟง T20
ขอสอบเนน การคิด Trick : การท�าความสะอาดบ้าน ๔ ขั้นตอน ๑. ควรปัดกวาดเศษฝุ ่นผงออกจาก บริเวณที่ต้องการท�าความสะอาด ให้หมด ๒. เช็ดถูบริเวณที่สูงก่อนเช็ดถูบริเวณ ที่ต�่า เช่น ควรเช็ดหลังตู้ก่อนเช็ด ตัวตู้ ๓. ถูถอยหลังโดยถูจากส ่วนหน้า เข้าหาตัว เพื่อป้องกันไม่ ให้เกิด รอยที่บริเวณที่ถูแล้ว ๔. หมั่นซักผ้าที่ใช้เช็ดถูบ่อย ๆ เพื่อให้ สะอาด ไม่มีคราบสกปรกติดอยู่ ๕. เมื่อถูเสร็จควรกวาดซ�้าอีกครั้ง เพื่อก�าจัดฝุ่นผงที่หลงเหลืออยู่ ให้ หมดไป ๖. ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง เมื่อต้องใช้สารท�าความสะอาด ขณะปฏิบัติงาน แผ่นฟองน�้า ถังน�้า น�้ายาล้างจาน สารท�าความสะอาด วางสิ่งของให้เป็น ระเบียบ หยิบใช้ง่าย เช็ดถูท�าความสะอาด คราบสกปรกให้ทั่วถึง กวาดฝุ่นผงในบ้าน และนอกบริเวณบ้าน ล้างท�าความสะอาด ห้องสุขาอยู่เสมอ หลักการเช็ดถู ตัวอย่าง อุปกรณ์ที่ใช้เช็ดถู ไม้ถูพื้น ผ้า การจัดการในบ้าน ๑๙ เพราะเหตุใดการทําความสะอาดพื้นบานจึงตองใชวิธีการถู แบบถอยหลัง 1. ชวยประหยัดพลังงานในการถู 2. ทําใหเสร็จเร็วกวาการถูแบบปกติ 3. ชวยขจัดคราบสกปรกออกไดดีกวา 4. ชวยปองกันรอยดางจากการเหยียบที่พื้น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการทําความสะอาดพื้น ที่ถูกตอง ควรปดกวาดเศษฝุนออกใหหมด แลวเช็ดถูบริเวณที่สูง กอนที่ตํ่า ถูจากสวนหนาเขาหาตัว โดยการถูถอยหลัง เพื่อปองกัน รอยดางจากการเหยียบพื้นที่ถูแลวแตยังไมแหง นอกจากนี้ ควรซัก ทําความสะอาดผาที่ใชถูบอยๆ เพื่อลางสิ่งสกปรกออก และเมื่อ ถูเสร็จแลวควรกวาดซํ้าอีกครั้ง) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมถูพื้นไอนํ้าใหนักเรียนฟงวา เปนอุปกรณ อํานวยความสะดวกในการทําความสะอาดบานชนิดหนึ่ง ซึ่งจะใชความรอนและ ความดันในการกําจัดสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียออกจากพื้นทุกประเภท โดย ไมตองใชสารเคมีและใชเพียงนํ้าเปลาเทานั้น ชวยขจัดรอยขีดขวนและคราบ ฝงลึกบนพื้นไดเปนอยางดี ประหยัดพลังงาน และเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 3. ครูบอกนักเรียนวา การทําความสะอาดบาน มีหลักในการทําความสะอาดบาน เชน ในการ ปดกวาดควรปดกวาดจากที่สูงกอน แลวจึง ปดกวาดที่ตํ่า สวนอุปกรณในการทําความ สะอาดมีหลายชนิด จึงควรเลือกใชใหเหมาะสม กับการใชงาน ครูอธิบายหลักการเช็ดถูใน หนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 19 แลวถามนักเรียนวา • หลักการเช็ดถูมีอะไรบาง (แนวตอบ เช็ดถูบริเวณที่สูงกอนที่ตํ่า ถูถอยหลัง ซักผาที่เช็ดถูบอยๆ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T21
ขอสอบเนนการคิด ๒.๒ การเลือกอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความสะอาดบ้าน อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความสะอาดบ้านมีหลายชนิด ดังนั้น ก่อนการใช้งาน ควรศึกษาหลักการเลือกอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ถูกต้อง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน อย่างเหมาะสม ดังนี้ ๑. เป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่มีความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน ๒. ช่วยประหยัดเวลา แรงงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและน�้า ๓. มีขั้นตอนการใช้งานและการบ�ารุงรักษาที่ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ๔. มีความแข็งแรง มีขนาดเหมาะสมต่อการหยิบจับ และทนทานต่อการใช้งาน ๕. ผลิตจากวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ๖. มีน�้าหนักที่เหมาะสม ไม่หนัก หรือเบามากจนเกินไป ๗. มีขนาดที่พอดีกับมือ หยิบจับใช้งานได้อย่างสะดวก ๘. มีราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับวัสดุ อุปกรณ์ที่น�ามาใช้ ในการผลิต ๙. ของใช้ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีการบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้บริโภค ๑๐. มีการรับรองคุณภาพจากส�านักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในกรณี ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การท�าความสะอาดบ้านเรือนควรเลือกอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ให้เหมาะสมกับงานที่จะปฏิบัติเพื่อให้การท�าความสะอาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๒0 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมอ. หรือสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ อุตสาหกรรมใหนักเรียนฟงวา สมอ. จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2512 เปนหนวยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทําหนาที่ในการทดสอบ วิจัย พัฒนา และรับรองผลิตภัณฑสินคาอุตสาหกรรมใหมีมาตรฐาน โดยมี หลักเกณฑทางเทคนิคในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ ซึ่งตองเปนผลิตภัณฑ ที่มีคุณภาพเปนไปตามมาตรฐานของ สมอ. ที่กําหนดไววา “ผูผลิตจะตอง มีระบบการควบคุมคุณภาพเพียงพอที่จะรักษาคุณภาพผลิตภัณฑใหเปนไป ตามมาตรฐานไดอยางสมํ่าเสมอ” โดย สมอ. จะมีการตรวจสอบเพื่อพิจารณา ออกใบอนุญาตและตรวจติดตามภายหลังการออกใบอนุญาตดวย “บานของปูนิ่มมีหยากไยขึ้นที่เพดาน เธอตองการทําความ สะอาดเพดานใหสะอาด” ปูนิ่มควรเลือกใชไมกวาดชนิดใดจึงจะ มีความเหมาะสมมากที่สุด 1. ไมกวาดขนไก 2. ไมกวาดไนลอน 3. ไมกวาดเสี้ยนตาล 4. ไมกวาดทางมะพราว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเปนอุปกรณที่ใชทําความ สะอาดบริเวณที่สูง เชน เพดาน ฝาหลังคา ลักษณะของอุปกรณ คือ ปลายสําหรับกวาดทําดวยเสี้ยนตาล ดามจับทําจากไมไผ มีความยาวประมาณ 3 เมตร) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 4. ครูสุมนักเรียนเลาประสบการณการทําความ สะอาดบาน พรอมเลาถึงอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาด จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • การเลือกอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการ ทําความสะอาดควรเลือกอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีคุณภาพดี ทนทาน ชวยประหยัดพลังงาน ไดมาตรฐาน) หรือครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายวา การเลือก อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความ สะอาดบานใหดีที่สุด ควรเลือกอยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T22
ขอสอบเนน การคิด ๒.๓ ประเภทของอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�า ความสะอาดบ้าน การท�าความสะอาดบ้านจะน�าอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้มาใช้ ในการท�างานที่แตกต่างกัน ตามลักษณะของงานที่ท�า จึงควรพิจารณาเลือกใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความสะอาดบ้านแบ่งเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ เครื่องดูดฝุ่น เหมาะส�าหรับใช้ขจัดฝุ่นละออง ขนาดเล็กบนพื้นไม้พื้นปูน พื้นหินอ่อน พื้นพรมผ้า ไม้กวาด เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดพื้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้น เช่น • ไม้กวาดดอกหญ้า ใช้กวาดพื้นแห้งและเรียบ เช่น พื้นไม้ พื้นหินอ่อน • ไม้กวาดทางมะพร้าว ใช้กวาดพื้นผิวหยาบ บริเวณที่มีน�้าขัง หรือสนามหญ้า • ไม้กวาดเสี้ยนตาล ใช้ท�าความสะอาดที่สูง เช่น เพดาน เพื่อปัดหยากไย่ • ไม้กวาดไม้ไผ่ ใช้กวาดใบไม้ในสนาม • ไม้กวาดขนไก่ ใช้ปัดฝุ่นในที่ต่าง ๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ขอบหน้าต่าง • ไม้กวาดหัวแปรงไนลอน ใช้กวาดพื้นเปียกและ พื้นแห้งที่เรียบ เช่น พื้นกระเบื้อง พื้นปาร์เกต์ ใช้ปัดกวาด ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการท�าความสะอาด เช่น อุปกรณ์ประเภทปัดกวาด ควรเลือกขนาดของเครื่องดูดฝุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน เลือกก�าลังไฟฟ้าเหมาะสมกับพื้นที่ ควรถอดตัวกรอง หรือตะแกรงดักฝุ่นออกมาท�าความสะอาดอยู่เสมอ Trick : การใช้เครื่องดูดฝุ่นให้ประหยัดพลังงาน การดูดฝุ่นและปัดฝุ่นควรท�าอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ ของใช้ ในบ้านเสียหาย การจัดการในบ้าน ๒๑ พื้นหินอ่อน1 “มดกลับบานดึกทุกวัน เนื่องจากงานประจําคอนขางยุง จึงมีเวลาทําความสะอาดบานไดเพียงเดือนละ 2 ครั้งเทานั้น” จากขอความนี้ หากมดตองการซื้อเครื่องดูดฝุนมาใชทุนแรง ควรพิจารณาสิ่งใดกอนเปนลําดับแรก 1. กําลังไฟฟา 2. รูปลักษณภายนอก 3. ราคาของผลิตภัณฑ 4. ระบบการทํางานที่ทันสมัย (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะกําลังไฟฟาจะมีผลตอ ขนาดของหองและลักษณะการใชงาน ปกติเครื่องดูดฝุนที่ใชทํา ความสะอาดบานโดยทั่วไปจะทํางานอยูที่ 700-1600 วัตต ซึ่งถือวา เปนเครื่องที่มีกําลังแรงพอสมควร) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 5. ครูใหนักเรียนดูอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ในการความสะอาดบานจาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 เพื่อใหนักเรียน ไดรูจักลักษณะ การใชงาน และวิธีการเลือกใช 6. นักเรียนชวยกันพิจารณาความถูกตองและ เหมาะสมของการเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาด และวิธีทํา ความสะอาด จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • ประเภทของอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ในการทําความสะอาดบานมีอะไรบาง (แนวตอบ ปดกวาด เช็ดถู ขัด และอื่นๆ) • นักเรียนเคยใชอุปกรณประเภทปดกวาด ใดบาง (แนวตอบ เชน ไมกวาด เครื่องดูดฝุน) นักเรียนควรรู 1 หินออน วัสดุที่ใชในการตกแตงพื้นผิว เนื้อจะออนกวาหินทั่วไป หากนํามา ใชปูพื้นตองดูแลเปนพิเศษ เพราะหากเกิดรอยขึ้นจะไมสามารถแกไขไดนอกจาก เปลี่ยนใหมเทานั้น การทําความสะอาดใหใชนํ้ายาทําความสะอาดพื้นผิวทั่วไป มาผสมกับนํ้าใหเจือจาง ใชผาชุบนํ้าบิดหมาดกอนนําไปเช็ด และหามใชนํ้ายา ที่เปนกรด เพราะอาจทําใหพื้นหินออนเสียได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T23
ขอสอบเนนการคิด การเช็ดถูควรลงน�้าหนักพอประมาณ เพื่อให้คราบสกปรก หลุดออกโดยโดยที่พื้นผิวไม่เสียหาย ใช้เช็ดถู ควรเลือกใช้ ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานที่ต้องการท�าความสะอาด เช่น อุปกรณ์ประเภทเช็ดถู แผ่นฟองน�้า เหมาะส�าหรับล้างสิ่งของประเภท แก้ว จาน ชาม ซับน�้าออกจากเครื่องใช้หรือเช็ดถู คราบสกปรก ไม้ถูพื้น เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดพื้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น • ไม้ถูพื้นแบบถูเปียก ใช้ถูพื้นทั่วไป นิยมท�าจาก วัสดุประเภทฟองน�้า ผ้ากระสอบ หรือผ้าหนา • ไม้ถูพื้นแบบถูแห้ง ใช้ถูพื้นขัดมัน หรือพื้น ปาร์เกต์ ผ้าม็อบ เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดพื้น ท�าจากผ้าไมโครไฟเบอร์หรือด้ายดิบปั่นเป็นเกลียว มีความหนา ไม่เปื่อยง่าย ผ้า เหมาะส�าหรับเช็ดท�าความสะอาดสิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ มีลักษณะหนานุ่ม สะอาด ไม่มีขน ซับน�้าได้ดี หากใช้ไม้ถูพื้นแบบผ้า ให้ถูเป็นเลขแปดแบบ แนวนอน จะช่วยก�าจัดฝุ่นบนพื้นได้เป็นอย่างดี หากใช้ ไม้ถูพื้นแบบฟองน�้าให้ถูเป็นแนวตั้งคล้ายกับการใช้ เครื่องดูดฝุ ่น ในขณะถูควรสะบัดฝุ ่นในไม้ถูพื้นเป็น ครั้งคราว และหากบริเวณใดที่ไม้ถูพื้นไม ่สามารถ ท�าความสะอาดได้ถึง ให้ใช้ผ้าสะอาดถูบริเวณนั้นแทน Trick : เคล็ดลับการถูพื้นแบบแห้ง ๒๒ “ปุยเมฆนําเสื้อยืดตัวเกาที่ทําจากผาฝายมาทําเปนผาเช็ดพื้น” จากขอความนี้ นักเรียนเห็นดวยหรือไม อยางไร 1. เห็นดวย เพราะผาฝายมีคุณสมบัติในการซึมซับและระบาย นํ้าไดดี 2. ไมเห็นดวย เพราะเนื้อของผาฝายไมละเอียด อาจทําใหพื้น เปนรอยได 3. ไมเห็นดวย เพราะเปนเสื้อเกา เนื้อของผาฝายจะเปอยและ ขาดไดงาย 4. เห็นดวย เพราะเปนของเหลือใช เมื่อใชเสร็จสามารถทิ้งได ทันที โดยไมตองซัก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะผาฝายเปนผาที่มีการซึมซับ และระบายนํ้าไดดี ซึ่งเปนคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนํามาทําเปน ผาเช็ดพื้น นอกจากนี้ ยังเปนการใชประโยชนอยางคุมคาอีกดวย) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 7. ครูอธิบายถึงความสําคัญของการทําความ สะอาดบาน รวมถึงการปฏิบัติตามหลักการ ทําความสะอาดตางๆ เพื่อใหสามารถทํางาน ไดอยางมีประสิทธิภาพ ครูอภิปรายเกี่ยวกับ ไมถูพื้นแบบถูเปยกและไมถูพื้นแบบถูแหง ใหนักเรียนฟง โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 22 และครูตั้ง ประเด็นคําถาม เชน • อุปกรณประเภทเช็ดถูใดที่นักเรียนใชบอย ที่สุด • นักเรียนทําความสะอาดอุปกรณเช็ดถูที่ใช แลวอยางไร • นักเรียนซื้ออุปกรณเช็ดถูที่ไหนบาง เพราะ อะไร • นักเรียนมีวิธีการเลือกซื้ออุปกรณเช็ดถู อยางไรบาง เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการ ทําความสะอาดบานใหนักเรียนฟงวา ควรเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ในการทําความสะอาดที่เหมาะสมกับลักษณะของงานและสภาพของพื้นที่ เพื่อใหการทําความสะอาดไมกอใหเกิดความเสียหายตอเครื่องเรือน หรือสวน ตางๆ ของบาน นอกจากนี้ ยังเปนการชวยยืดระยะเวลาการใชงานของอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดตางๆ ใหยาวนานยิ่งขึ้นอีกดวย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T24
ขอสอบเนน การคิด แปรงขัด เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดและขจัด สิ่งสกปรก ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น • แปรงลวด ใช้ขัดพื้นไม้ พื้นซีเมนต์หยาบ ต้อง ราดน�้าก่อนขัด • แปรงพลาสติกแบบมีด้าม ใช้ขัดโถส้วม ส่วนแบบ ไม่มีด้าม ใช้ขัดพื้นต่าง ๆ • แปรงไนลอนใช้ปัดฝุ่นละอองบนเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่ท�าจากหนัง • แปรงทองเหลือง ใช้ขัดพื้นประเภทพื้นปูน หรือ พื้นคอนกรีตที่มีคราบสกปรกติดแน่น • แปรงท�าความสะอาดรางผ้าม่านใช้ขัดตามซอก เล็ก ๆ ของรางผ้าม่านให้สะอาด • แปรงขัดขนาดเล็ก ใช้ขัดตามซอกมุมเล็กๆ ที่ยากต่อการท�าความสะอาด เช่น ขัดฐานก๊อกน�้า ขอบอ่างล้างจาน ฝอยขัด เหมาะส�าหรับใช้ขัดภาชนะและสิ่งสกปรก เฉพาะที่ เช่น ก้นหม้อ ก้นกระทะ โดยใช้ร่วมกับ น�้ายาขัด หรือน�้ายาล้างจาน แผ่นขัด เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดภาชนะ หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ โดยใช้ร่วมกับน�้ายา ล้างจาน ใช้ขัดท�าความสะอาดพื้น ผนังห้อง ควรเลือกใช้ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของงานที่ต้องการ ท�าความสะอาด เช่น อุปกรณ์ประเภทขัด ฝอยขัดช่วยป้องกันท่อน�้าอุดตัน โดยน�าฝอยขัดวางไว้บนท่อระบายน�้า เพื่อกันไม่ให้เส้นผมจากการ สระผม หรือเศษอาหารจากการล้างจานเข้าไปอุดตันในท่อน�้าได้ ในการท�างานไม้สามารถน�าฝอยขัด มาใช้แทนกระดาษทราย โดยน�ามาขัดในบริเวณพื้นผิวที่ต้องการ หรือท�าความสะอาดพื้นผิว Trick : ประโยชน์ของฝอยขัดที่อาจไม่เคยรู้ การขัดอาจท�าให้สิ่งสกปรกกระเด็นไปทั่ว จึงควรใส่ถุงมือ และระมัดระวังในการขัด การจัดการในบ้าน ๒๓ ฝอยขัด 1 หรือน�้ายาล้างจาน 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 1. ครูใหเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุมเทาๆ กัน โดยตัวแทนแตละกลุมจับสลากหัวขอตางๆ กลุมละ 1 หัวขอ เพื่อจัดทําโครงงานในหัวขอ ที่ไดรับ ดังนี้ • การทําความสะอาดหองนอนและหองนํ้า • การทําความสะอาดหองรับแขกและ หองนั่งเลน • การทําความสะอาดหองครัวและ หองรับประทานอาหาร • การทําความสะอาดหองพระและการดูแล รักษาเครื่องเรือน • การทําความสะอาดหองแตงตัวและการดูแล รักษาเครื่องแตงกาย • การดูแลรักษาบริเวณบานและสวนรอบๆ บาน 2. ครูใหนักเรียนดูหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 2 หนา 23 แลวอธิบายวา แปรงขัด มีหลายชนิด ควรเลือกใชอยางเหมาะสม จากนั้นครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • แปรงขัดมีการใชงานตางกับฝอยขัดอยางไร • แผนขัดเหมาะสําหรับทําความสะอาดสิ่งใด • แปรงขัดชนิดตางๆ มีวิธีการใชงานอยางไร ที่กนหมอมีคราบสกปรกติดอยู หากตองการทําความสะอาด แตไมมีฝอยขัด สามารถใชสิ่งใดทดแทนได 1. ผาขี้ริ้ว 2. กาบมะพราว 3. ใยสังเคราะห 4. กระดาษทราย (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะในอดีตที่ยังไมมีการผลิต ฝอยขัดขึ้นมาใช เพื่อชวยผอนแรงในการทําความสะอาด คนสมัย โบราณจะนํากาบมะพราวมาขัดคราบสกปรกที่บริเวณกนหมอ เมื่อวิวัฒนาการสมัยใหมเขามา การใชกาบมะพราวจึงไมเปนที่นิยม แตยังคงพบเห็นไดในวิถีชีวิตตามชนบท) นักเรียนควรรู 1 ฝอยขัด เปนเหล็กคารบอนตํ่าที่ขูดเปนฝอย แลวนํามารวมกันเปนแผน หรือเปนกอน เนื้อเหล็กเปนฝอยละเอียด จึงมีพื้นที่สัมผัสกับอากาศไดดี เมื่อ ติดไฟลุกไหมจะมีประกายเหมือนดอกไมไฟ จึงนิยมนํามาใชเปนเอฟเฟกต ในการถายภาพ 2 นํ้ายาลางจาน ผลิตภัณฑที่ใชในการทําความสะอาดภาชนะจําพวกจาน ชาม หรืออื่นๆ เพื่อกําจัดสิ่งสกปรกและคราบไขมัน แบงเปน 3 ชนิด คือ • นํ้ายาลางจานจากพืช มีสวนผสมของพืชเปนหลัก เชน มะกรูด มะนาว • นํ้ายาลางจานจากสารเคมี มีสวนผสมของสารเคมีเปนหลัก มีการผลิตมาก ในภาคอุตสาหกรรม • นํ้ายาลางจานจากสารเคมีและจากพืช มีสวนผสมของสารเคมีและ สารสกัดจากพืชเปนหลัก มีการผลิตและใชมากในปจจุบัน ทั้งในภาค อุตสาหกรรมและครัวเรือน นํา สอน สรุป ประเมิน T25
ขอสอบเนนการคิด การท�าความสะอาดกระจกมีหลายสูตร เช่น สูตรน�้าส้มสายชู ให้ผสมน�้าส้มสายชูกับน�้าเปล่า เทใส่ขวดสเปรย์ น�าไปพ่นบนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สูตรน�้ายาล้างจาน ให้ผสมน�้าเปล่า ๑ ถ้วยตวง น�้าส้มสายชู ๑ ๔ ถ้วยตวง น�้ายาล้างจาน ๓ หยด ผสมให้เป็น เนื้อเดียวกันเทใส่ขวดสเปรย์ น�าไปพ่นบนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ให้ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ Trick : เทคนิคการท�าความสะอาดกระจก ๒ ถ้วยตวง สบู่น�้ามันมะกอกสกัด ๑-๒ หยด น�้าเปล่า ๑ แกลลอน ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวด สเปรย์ น�าไปพ่นบนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สูตรเบกกิ้งโซดา ให้ผสมน�้าเปล่า ๓ ถ้วยตวง กับ น�้ามะนาว ๑ ถ้วยตวง และเบกกิ้งโซดา ๑ ช้อนโต๊ะ ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวดสเปรย์ น�าไปพ่น บนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สารท�าความสะอาดแต่ละชนิดมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน จึงควรระมัดระวังในการใช้เพื่อไม่ให้ผู้ ใช้ ได้รับอันตราย ใช้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยท�าความสะอาดตามความเหมาะสมกับสิ่งของ อุปกรณ์ประเภทอื่น ๆ สารท�าความสะอาด เหมาะส�าหรับใช้ในการ ท�าความสะอาด มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ควรเลือก ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น • สารซักฟอก ใช้ท�าความสะอาดเสื้อผ้า หรืองาน ซักล้างทั่วไป • น�้ายาล้างจาน ใช้ล้างจาน ชาม หรือภาชนะต่าง ๆ ให้สะอาด • น�้ายาเช็ดกระจก ใช้ท�าความสะอาดกระจกให้ ใสสะอาด • น�้ายาล้างห้องน�้า ใช้ท�าความสะอาดและขจัด คราบสกปรกในห้องน�้า • น�้ายาขัดและผงขัด ใช้ท�าความสะอาดพื้น ขัด ภาชนะตามที่ระบุในฉลาก ถังและกะละมัง ใช้ใส่น�้า เพื่อซักล้างสิ่งต่าง ๆ ใช้ใส่สิ่งของ เพื่อท�าความสะอาด มีทั้งที่ท�าจาก พลาสติกและท�าจากโลหะ ๒๔ หากพบวา มุงลวดมีฝุนละอองติดอยูมาก ควรทําความสะอาด อยางไรจึงจะเหมาะสม 1. ใชผาชุบนํ้าเช็ดฝุนออก 2. ใชเครื่องดูดฝุนดูดฝุนออก 3. ใชแปรงพลาสติกขัดฝุนออก 4. ใชไมกวาดทางมะพราวปดฝุนออก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะหากพบวา มุงลวดมีฝุนละออง ติดอยู ควรถอดมุงลวดออกมาลาง โดยใชนํ้าผสมผงซักฟอกและ ขัดดวยแปรงพลาสติก ผึ่งแดดใหแหง แลวนํากลับไปใสที่เดิม ซึ่งควรถอดมุงลวดออกมาทําความสะอาดอยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 3. สมาชิกในกลุมรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับหัวขอที่ได และรวมกันวางแผนแบง หนาที่ตามความเหมาะสม จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • สารทําความสะอาดที่ใชมีอะไรบาง ควรเลือก ใชอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน นํ้ายาขัดพื้น นํ้ายาเช็ด กระจก นํ้ายาลางหองนํ้า เลือกใชใหเหมาะ กับพื้นผิวที่จะทําความสะอาด รวมถึงความ สกปรกของพื้นผิวนั้น) ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเทคนิคการทํา ความสะอาดกระจก โดยอานขอมูลในหนังสือ เรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 24 และ สืบคนขอมูลเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูอื่นๆ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารซักฟอกใหนักเรียนฟงวา เปนสารซักลาง ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใชทดแทนสบู มีสารลดแรงตึงผิวชนิดสังเคราะหและชนิด ธรรมชาติ สวนประกอบหลัก คือ เกลือโซเดียมซัลโฟเนตของไฮโดรคารบอน แบงตามสารลดแรงตึงผิวได 4 ประเภท คือ สารซักฟอกประเภทแอนไอออนิก มีสารลดแรงตึงผิวเปนไอออนลบ สารซักฟอกประเภทแคตไอออนิก มีสารลด แรงตึงผิวเปนไอออนบวก สารซักฟอกประเภทนันไอออนิก มีฟองนอย ทํางาน ไดดีในทุกสภาพนํ้า ชวยในการชําระคราบไขมันไดดี และผงซักฟอกประเภท แอมโฟเทอริก มีสารลดแรงตึงผิวที่สามารถแตกตัวไดเปนไอออนบวกและ ไอออนลบได นํา สอน สรุป ประเมิน T26
ó การท�าความสะอาดและการดูแลรักษาบ้าน บ้านที่น่าอยู่นอกจากจะมีความสวยงาม มีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีความปลอดภัยให้แก่สมาชิก ในครอบครัวแล้ว ยังต้องเป็นบ้านที่มีความสะอาด มีการจัดวางสิ่งของอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการท�าความสะอาดบ้าน สมาชิกในครอบครัวทุกคนควรแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการ ท�าความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้าน และควรท�าเป็นประจ�าอย่างสม�่าเสมอ เพื่อให้เกิดสุขอนามัย ที่ดีและช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อีกทางหนึ่ง ๓.๑ การท�าความสะอาดห้องต่าง ๆ ในบ้าน บ้านโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นห้อง ๆ เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอยที่ต่างกัน ในการดูแลรักษา ห้องต่าง ๆ ให้สวยงามและสะอาดอยู่เสมอ ควรปฏิบัติ ดังนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ท�าความสะอาด ไม่ควรผสมสารฟอกสีกับแอมโมเนีย น�้าส้มสายชู หรือ สารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะจะท�าให้เกิดกลิ่นฉุน และอาจได้รับอันตรายจากการสูดดม Be careful • ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ควรเก็บที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห ่ม และคลุมเตียงด้วยผ้าคลุมเตียงให้ เรียบร้อยทุกวัน • ตู้ โตะ ควรจัดให้เป็นระเบียบและเช็ดถูให้สะอาด • หน้าต่าง ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ สะดวกขณะก�าลังท�าความสะอาด • มุ้งลวด ควรปัดฝุ่นสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง และควรล้าง มุ้งลวดเดือนละ ๑ ครั้ง • พื้นห้อง ควรกวาดและถูทุกวันเหมือนพื้นบ้าน ห้องส่วนตัวที่ ใช้ส�าหรับพักผ่อนและท�ากิจกรรม บริเวณอื่น ๆ ต่าง ๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เช่น อ่านหนังสือ แต่งตัว ดังนั้น จึงควรดูแลรักษาบริเวณต่าง ๆ และ สิ่งของในห้องนอนให้สะอาดน่าใช้อยู่เสมอ วิธีการ ดูแลท�าความสะอาดสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องนอน การจัดการในบ้าน ๒๕ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทําความสะอาดที่นอนใหนักเรียนฟงวา การทําความสะอาดที่นอน ควรทําความสะอาดอยางนอยอาทิตยละ 2 ครั้ง โดยการเปลี่ยนผาปูที่นอน ปลอกหมอน ซักทําความสะอาดผาหม ควรนําที่นอน ออกมาผึ่งแดดและใชไมเคาะฝุนออกจากที่นอน เพื่อกําจัดไรฝุนที่มองไมเห็น ใชนํ้ายาทําความสะอาดเพื่อฆาเชื้อโรคและกําจัดคราบตางๆ บนที่นอน ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 4. ครูใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนแบงหนาที่ ของสมาชิกในแตละกลุม จากนั้นครูอธิบาย การทําความสะอาดหองนอนจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 25 แลวถาม นักเรียนวา • การทําความสะอาดหองนอนควรปฏิบัติ อยางไรบาง (แนวตอบ เก็บที่นอน หมอน ผาหม ทุกวัน จัดโตะ ตู ใหเปนระเบียบและสะอาด เปด หนาตางใหอากาศถายเทอยูเสมอ กวาด และถูพื้นทุกวัน) กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันปฏิบัติกิจกรรม “Big Cleaning Day” ภายในโรงเรียน โดยนําความรูเกี่ยวกับ หลักการเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาด มาใชในการปฏิบัติงานไดอยางถูกตองและเหมาะสม บนพื้นฐาน การใชพลังงาน ทรัพยากรในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม กําหนดใหมีการถายภาพสถานที่ ปฏิบัติงานทั้งกอนหลัง และถายภาพขณะปฏิบัติงาน จากนั้น เขียนรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรม พรอมทั้งออกมาเลาแผนการ ปฏิบัติงานของกลุมตนเองใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน (กิจกรรมนี้ เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานมุงมั่น ในการทํางานและมีจิตสาธารณะ) นํา สอน สรุป ประเมิน T27
ขอสอบเนนการคิด • โตะ เก้าอี้รับแขก ควรปัดฝุ่นและเช็ดถูทุกวัน • ภาพติดผนัง ควรปัดด้วยไม้กวาดขนไก่ สัปดาห์ ละ ๑ ครั้ง • วิทยุและโทรทัศน์ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าแห้ง ทุกวัน • หนังสือ ควรจัดวางให้เป็นระเบียบและจ�าแนกตาม ประเภทของหนังสือ • ของใช้อื่น ๆ ควรดูแลท�าความสะอาดและจัดให้เป็น ระเบียบอยู่เสมอ • โตะหมู่บูชาและอุปกรณ์เครื่องใช้ควรท�าความ สะอาดอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ไม่ควรปล่อยไว้จน ฝุ่นหนา ควรเปลี่ยนดอกไม้อยู่เสมอ • โกศบรรจุอัฐิควรหมั่นเช็ดและปัดฝุ ่นอยู ่เสมอ หรือเก็บไว้ ในตู้ น�าออกมาบังสุกุลตามประเพณีไทย ในวันสงกรานต์ • หนังสือธรรมะ ควรหมั่นเช็ดและปัดฝุ่นอยู่เสมอ เก็บในที่แห้ง ไม่มีปลวก เพื่อป้องกันหนังสือช�ารุด • พระเครื่อง เหรียญพระ ควรใส่ไว้ ในกรอบบุด้วย ผ้าก�ามะหยี่ หมั่นเช็ดและปัดฝุ่นอยู่เสมอ อาจตั้ง หน้าหิ้งพระหรือแขวน เพื่อให้ดูแลรักษาและท�าความ สะอาดได้ง่าย ห้องที่ใช้ส�าหรับต้อนรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียน จึง ควรอยู ่บริเวณส ่วนหน้าของบ้าน ควรจัดให้เป็น ระเบียบเรียบร้อย บางบ้านอาจใช้เป็นมุมพักผ่อน ท�ากิจกรรมในครอบครัว วิธีการดูแลรักษาความ สะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องส�าหรับบูชาพระพุทธรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บ้านที่มีเนื้อที่น้อยอาจใช้ฉาก หรือม ่านกั้นเป็น สัดส่วนจากห้องนอน หรือห้องอื่น ๆ ในบ้าน วิธีการ ดูแลท�าความสะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องรับแขก ห้องพระ ๒๖ ควรปัดฝุ่นและเช็ดถูทุกวัน 1 โตะหมู่บูชาและอุปกรณ์เครื่องใช้ สะอาดอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ไม่ควรปล่อยไว้จน 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 5. สมาชิกแตละคนศึกษาความรูจากหนังสือเรียน หองสมุด และอินเทอรเน็ต เกี่ยวกับหัวขอที่ กลุมของตนเองไดรับ เพื่อนําขอมูลที่ไดมา นําเสนอหนาชั้นเรียน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • จะทําความสะอาดหองรับแขกอยางไรให สวยงามนาอยู (แนวตอบ ทําความสะอาดอยางสมํ่าเสมอ และมีของตกแตงพอประมาณ วางของ ทุกอยางใหเปนระเบียบ) • ควรจัดหองพระอยางไร (แนวตอบ จัดใหมีอุปกรณเพียงพอ โดยเปน ระเบียบและสะอาดอยูเสมอ เชน โตะหมูบูชา อุปกรณเครื่องใช) นักเรียนควรรู 1 ฝุน หรือ ฝุนละออง เปนมลพิษรูปแบบหนึ่งที่เปนอันตรายตอสุขภาพรางกาย ของมนุษย กอใหเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคหัวใจ 2 โตะหมูบูชา โตะที่ใชสําหรับตั้งพระพุทธรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตางๆ โดย ทิศที่ควรตั้ง คือ ทิศตะวันออก (ธุรกิจ การงานเจริญรุงเรือง) ทิศเหนือ (อยูเย็น เปนสุข) และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (มั่งคั่ง รํ่ารวยเปนเศรษฐี) บุคคลในขอใดปฏิบัติตนไดเหมาะสมขณะปดกวาดทําความ สะอาดบาน 1. นกใชไมกวาดขนไกซับนํ้า ปดฝุนละอองที่เกาะอยูบนโซฟา 2. นิ่มใชไมกวาดดอกหญากวาดฝุนหนาที่อยูบนหลังตูหนังสือ 3. นุมใชไมกวาดทางมะพราวกวาดพื้นกระเบื้องภายในหองครัว 4. นอมใชไมกวาดเสี้ยนตาลกวาดฝุนที่เพดานแลวกวาดพื้น ทีหลัง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการทําความสะอาดบานดวย การปดและกวาดตองเริ่มจากที่สูงลงมาหาที่ตํ่า กลาวคือ เริ่มตน จากการกวาดเพดาน ฝาผนัง แลวจึงกวาดที่พื้นเปนลําดับสุดทาย เพราะหากกวาดที่ตํ่ากอน แลวกวาดที่สูงกวาลงมาจะทําใหฝุน ตกลงสูพื้น ตองเสียเวลาในการกวาดใหมซํ้าอีกครั้ง) เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดและตกแตงหองรับแขกใหนักเรียน ฟงวา การจัดและตกแตงหองรับแขกใหสวยนามองนั้น สามารถนําดอกไมมา ประดับไวตรงมุมหอง หรือบนโตะรับแขกก็ได และอาจมีรูปภาพทิวทัศนธรรมชาติ เพื่อชวยเพิ่มสีสันและบรรยากาศที่ดีใหแกหอง นํา สอน สรุป ประเมิน T28
ขอสอบเนน การคิด • เตาไฟ ท�าความสะอาดทุกครั้งหลังจากใช้งาน เตาแก๊สต้องปิดวาล์วทุกครั้งหลังใช้ ถ้าเป็นเตาถ่าน ให้ ใช้คีมคีบถ่านออกจากเตาและจุ่มน�้าให้ไฟดับ • หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อน ส้อม หลังใช้ งานควรล้างให้สะอาดและคว�่าให้แห้ง เก็บใส่ตู้ให้ เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ ให้หนู แมลง มด มาท�าให้ สกปรกและเกิดโรคได้ • โตะและตู้กับข้าว โต๊ะส�าหรับประกอบอาหาร หลังใช้งานควรจัดเก็บและท�าความสะอาดทุกครั้ง ตู้กับข้าว ควรดูแลจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบและ เช็ดล้างให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าให้มีแมลงสาบ มด มาอาศัยอยู่ เพราะสัตว์เหล่านี้เป็นพาหะน�าโรค • ราวตากผ้า หรือแขวนผ้า ควรมีประจ�าห้องน�้า หรือท�าติดผนัง หมั่นเช็ดถูท�าความสะอาด • อ่างล้างหน้า หรืออ่างอาบน�้า ควรท�าความ สะอาดทุกครั้ง โดยใช้น�้ายาท�าความสะอาด จากนั้น ใช้ฟองน�้าถู แล้วล้างด้วยน�้าให้สะอาด • หัวกอกน�้า จานสบู่ กรอบกระจก ควรใช้ผ้าเช็ดน�้า ให้แห้ง หากท�าจากโครเมียม ให้ใช้ผ้าชุบน�้ายาขัดถู ให้เงางาม • กระจกแต่งตัว ควรเช็ดให้สะอาดอยู่เสมอ อาจใช้ กระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน�้าพอหมาดเช็ด • ฝาห้อง เพดาน หน้าต่าง ควรท�าความสะอาด โดยการปัดฝุ่นและหยากไย่อยู่เสมอ • โคมไฟ หรือหลอดไฟ ใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด เพื่อ ป้องกันไม่ ให้ฝุ่นเกาะ ซึ่งอาจท�าให้แสงสว่างลดลง ห้องที่ใช้ส�าหรับประกอบอาหาร เก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องปรุง ควรมีพัดลมดูดควัน และกลิ่นออกจากตัวบ้าน ควรจัดให้อยู่ห่างจากห้อง รับแขกและห้องนอน มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก วิธีการ ดูแลรักษาความสะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องที่สมาชิกในบ้านมักใช้ร่วมกัน จึงควรช่วยกัน รักษาให้สะอาด เช ่น โถส้วมชนิดให้นั่งราบควร กดชักโครก หรือราดน�้าหลังจากใช้งานทุกครั้ง วิธี การดูแลรักษาความสะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องครัว ห้องน�้า การจัดการในบ้าน ๒7 เตาแก๊สต้องปิดวาล์วทุกครั้งหลังใช้ ถ้าเป็นเตาถ่าน เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องปรุง ควรมีพัดลมดูดควัน และกลิ่นออกจากตัวบ้าน ควรจัดให้อยู่ห่างจากห้อง 1 2 กดชักโครก หรือราดน�้าหลังจากใช้งานทุกครั้ง วิธี 3 1. ลางมุงลวด 2. ผึ่งที่นอน หมอน ผาหม 3. คลุมเตียงดวยผาคลุม จากขอมูลที่กําหนด ขอใดเรียงลําดับความถี่ในการทํางานบาน จากมากที่สุดถึงนอยที่สุดไดถูกตอง 1. 2, 3, 1 2. 3, 1, 2 3. 3, 2, 1 4. 1, 2, 3 (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสิ่งที่ตองปฏิบัติเปนประจํา และบอยที่สุด คือ การคลุมเตียงหลังจากตื่นนอน ตองปฏิบัติ เปนประจําทุกวัน ผึ่งที่นอน หมอน ผาหม ตองปฏิบัติอยางนอย สัปดาหละ 1-2 ครั้ง และการทําความสะอาดมุงลวด ตองปฏิบัติ อยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 6. ครูคอยสังเกตการณและใหแนะนําเกี่ยวกับ ขอมูลความรูที่นักเรียนคนควาได จากนั้นครู ถามนักเรียนวา • ในการทําความสะอาดหองครัวควรเนนจุด ใดบาง (แนวตอบ เตาไฟตองปดวาลวทุกครั้งหลัง ใชงาน และทําความสะอาด เก็บอุปกรณ ตางๆ เพื่อปองกันหนู แมลง มด จัดโตะและ ตูกับขาวใหสะอาดและเปนระเบียบ) • ในการทําความสะอาดหองนํ้าควรเนนจุด ใดบาง (แนวตอบ โถสวมตองสะอาดอยูเสมอ อาง ลางหนา ควรทําความสะอาดทุกวัน ฝาหอง เพดาน และหนาตาง ควรปดฝุนและหยากไย อยูเสมอ) นักเรียนควรรู 1 เตาแกส วิธีการดูแลเตาแกสเพื่อความปลอดภัย ชวยยืดอายุการใชงาน ปฏิบัติไดโดยทําความสะอาดหัวเตา บนเตา และใตเตา อยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง เมื่อเปดเตาแกสควรตรวจเช็กปริมาณไฟวา มีเปลวไฟสมํ่าเสมอหรือไม ตรวจสอบระบบสายตอแกสและหัวตอที่ตัวถังแกสวา มีจุดไหนรั่วซึม หรือมี ขอตอไมสนิทหรือไม หากเปนเตาแกสที่มีระบบความปลอดภัย เชน Safety Valve ใหตรวจสอบระบบความปลอดภัยอยางสมํ่าเสมอ 2 พัดลมดูดควัน อุปกรณอํานวยความสะดวกภายในหองครัว เหมาะสําหรับ หองขนาดเล็ก หองอับ หองที่อากาศไมถายเท หรือถายเทนอย ควรติดตั้ง ใหสูงจากพื้น 1.8-2.4 เมตร เพื่อใหสามารถใชงานไดอยางเต็มประสิทธิภาพ 3 ชักโครก มี 2 แบบ คือ แบบโถชิ้นเดียว ตัวโถกับหมอเก็บนํ้าจะถูกหลอม เปนชิ้นเดียวกัน และแบบสองชิ้น ตัวโถกับหมอเก็บนํ้าจะแยกชิ้นกัน สิ่งสําคัญ ที่ควรพิจารณากอนตัดสินใจเลือกซื้อ คือ ความสูง รูปทรง รูปแบบ การทํา ความสะอาด ระบบชําระลาง และการประหยัดนํ้า นํา สอน สรุป ประเมิน T29
ขอสอบเนนการคิด การทําความสะอาดหองแตงตัว ซึ่งมีเสื้อผาและเครื่อง แตงกายอยูเปนจํานวนมาก สามารถใชเครื่องดูดฝุนมาชวยได ยิ่งในปจจุบันมีเครื่องดูดฝุนแบบไรสายที่สะดวกตอการใชงานแลว ยังมีหุนยนตดูดฝุนที่ทํางานอยางอัตโนมัติอีกดวย การใชเครื่อง ดูดฝุนดูดฝุนตามซอกตาง ๆ ในหองแตงตัว จะทําใหหองสะอาด และใชเวลาในการทําความสะอาดนอยลง Trick : เครื่องดูดฝุนชวยได • โตะเครื่องแปงและของใชจําเปนในการแตงตัว ควรจัดวางสิ่งของบนโตะใหเปนระเบียบเรียบรอย เพื่อความสะดวกตอการหยิบใชงาน และควรทํา ความสะอาดอยูเสมอ • ตูเสื้อผา ควรจัดใหเรียบรอยและจัดแยกประเภท ของเสื้อผาไวเปนหมวดหมู เชน เสื้อ กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ผาเช็ดหนา เพื่อความสะดวกใน การหยิบใชงาน • ราวแขวนผา ควรมีราวแขวนผาสําหรับตากและ แขวนผาเล็ก ๆ นอย ๆ เชน ผาเช็ดตัว เสื้อคลุม เสื้อนอน เพื่อความสะดวกและความสวยงาม • ถังขยะ สําหรับทิ้งเศษกระดาษ เศษผง เสนผม ควรจัดตั้งไวขางโตะเครื่องแปง โดยใชถุงพลาสติก รองดานใน ถังจะไมสกปรกและเก็บขยะทิ้งไดงาย • กระจก ควรหมั่นเช็ดถูทําความสะอาดอยูเสมอ โดยใชนํ้าเปลาผสมนํ้าสมสายชูฉีดพนบนกระจก ใชผาสะอาดเช็ดใหแหง หรือใชนํ้ายาเช็ดกระจก ทําความสะอาด หองสําหรับแตงตัวและเก็บเสื้อผา รวมถึงของใช อีกหลายชนิด วิธีการดูแลรักษาความสะอาด สามารถ ปฏิบัติได ดังนี้ หอง แตงตัว ๒๘ การปฏิบัติตนในขอใดเปนวิธีการปองกันไมใหสัตวที่เปนพาหะ นําโรคเขามาอาศัยอยูภายในบาน 1. กอนนอนควรปดประตู หนาตางใหมิดชิด 2. ควรเช็ดถูบริเวณสถานที่ประกอบอาหารใหสะอาด 3. โรยผงโซดาไฟใหรอบบริเวณบานและตามทอระบายนํ้าตางๆ 4. ลางทําความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณตางๆ ใสตูใหเรียบรอย (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะสัตวที่เปนพาหะนําโรค เชน หนู แมลงสาบ จะเขามาอาศัยอยูในบานและหาเศษอาหาร รับประทาน ดังนั้น เพื่อเปนการปองกันไมใหสัตวที่เปนพาหะนําโรค เขามาอาศัยอยูภายในบาน จึงควรลางทําความสะอาดและจัดเก็บ อุปกรณตางๆ ใสตูใหเรียบรอย) ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 1. ครูถามสิ่งที่นักเรียนไดเรียนรู โดยถามคําถาม ดังนี้ • หากตองการทําความสะอาดหองนํ้า จะตอง ใชอุปกรณ เครื่องมือเครื่องใชใดบาง และมี หลักในการปดกวาดเช็ดถูอยางไรบาง • การทําความสะอาดสวนตางๆ ในบานและ การทําความสะอาดหองตางๆ มีความเหมือน และแตกตางกันอยางไร • การดูแลรักษาบริเวณบานมีความสําคัญ อยางไร • การดูแลรักษาเครื่องเรือนตองคํานึงถึงสิ่งใด บาง จากนั้น ครูอธิบายถึงการทําความสะอาด หองแตงตัว จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 2 หนา 28 จากนั้น ครูตั้งประเด็น คําถาม เชน • หองแตงตัวควรมีอะไรบาง • จะกําจัดฝุนในหองแตงตัวอยางไร • ควรจัดประเภทสิ่งของในหองแตงตัวอยางไร บูรณาการอาเซียน ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับหองนํ้าและหองแตงตัวของประเทศ ในอาเซียนวา มีความคลายคลึงและแตกตางกันอยางไรบาง เนื่องจาก สภาพอากาศในอาเซียนมีความใกลเคียงกัน ทําใหการแตงกายโดยทั่วไป ไมแตกตางกันมากนัก สิ่งที่แตกตางกัน คือ วัฒนธรรมและความเชื่อ ทําให หลักการจัดหองตางๆ ภายในบานดั้งเดิมอาจมีความแตกตางกัน นักเรียน วิเคราะหขอมูลที่ไดแลวนํามาอภิปรายหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T30
Know M ore วิ¸ÕจัดตÙ้เÊืéอ¼้าอÂ่างªาÞ©ลาด ตู้เสื้อผ้าเป็นเครื่องเรือนชนิดหนึ่งที่ทุกบ้านนิยมใช้ เพื่อเพิ่ม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยรูปแบบ ของตู้เสื้อผ้าจะมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามรสนิยม ของผู้ ใช้ ซึ่งการจัดตู้เสื้อผ้าให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ๒ จัดตาÁ»ระเÀ·¢องเÊืéอ¼้า การแบงตามประเภทของเสื้อผา ทําใหหาไดงายขึ้น เชน เสื้อยืด เสื้อ เชิ้ต กางเกง กระโปรง เดรส หาก ตูเสื้อผามีพื้นที่จํากัดใหแบงชนิด ของเสื้อผาตามสีของไมแขวนเสื้อ ๓ เ¾ิ่ÁลิéนªักãนตÙ้เÊืéอ¼้า เสื้อผาจําพวกเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ชุดนอน เปนเสื้อผาที่ไมจําเปนตอง แขวน ใหพับเก็บไวในลิ้นชัก หาก ลิ้นชักมีจํานวนจํากัด ให ใชกลองใส ไวดานในแทนลิ้นชักได ๕ จัดเรÕÂงเÊืéอ¼้าตาÁÊÕ หากเสื้อผามีหลากหลายสี ควรจัด เรียงเสื้อผาตามสี เพื่อใหสะดวกตอ การหยิบใชและยังชวยใหตูเสื้อผา เปนระเบียบเรียบรอยดวย ๖ ติดราวแ¢วน·Õ่¼นังตÙ้ หากตูเสื้อผาไมมีพื้นที่วางแลว สามารถติดราวแขวนที่ผนังตู ซึ่ง เหมาะกับการเก็บผาพันคอ หรือ แขวนเสื้อผาที่จะใสในวันตอไป ๔ เ¾ิ่ÁแÊงÊว่างãนตÙ้เÊืéอ¼้า ตูเสื้อผาควรมีหลอดไฟเล็กๆ เพื่อ เพิ่มความสวางขณะเลือกเสื้อผา อาจ เลือกใชหลอดไฟประเภท LED ชนิด เติมแบตเตอรี่ เพราะมีกําลังวัตตนอย ชวยใหประหยัดคาใชจายได ๑ นíาเÊืéอ¼้า·Õ่ äÁ่ ãª้ออกจากตÙ้ ในตูเสื้อผาควรเก็บเสื้อผาที่ใสในชีวิตประจําวัน สวนเสื้อผาสําหรับ ใสตามฤดูกาล ควรพับเก็บใสกลอง และเสื้อผาที่ไมสวมใสแลวควร คัดแยก เพื่อนําไปบริจาค การจัดการในบ้าน ๒๙ จัดตาÁ»ระเÀ·¢องเÊืéอ¼้า1 ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 2. นักเรียนตัวแทนแตละกลุมตอบสิ่งที่ไดเรียน รูโดยสรุปสั้นๆ กลุมละไมเกิน 1 นาที ครูให นักเรียนศึกษาวิธีจัดตูเสื้อผาอยางชาญฉลาด จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 29 และรวมกันอภิปรายวา การจัดตู เสื้อผาอยางชาญฉลาดในแบบของนักเรียน ตองทําอยางไรบาง โดยนําความรูจากขอมูล ในเสริมความรู Know More มาประยุกตใช นํา สอน สรุป ประเมิน กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนเลือกหองภายในบานของตนเอง 1 หอง ถายภาพ จากนั้นเขียนอธิบายเหตุผลในการเลือก วิธีการทําความสะอาดหอง ที่เลือก ปญหาที่พบในขณะปฏิบัติงาน และแนวทางแกปญหา ลงในกระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนจัดทําคลิปวิดีโอความยาวไมเกิน 5 นาที แนะนํา เทคนิคในการทําความสะอาดหองตางๆ ภายในบาน พรอมทั้ง สาธิตและบรรยายวิธีการทําความสะอาดหองและการใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดที่ถูกตอง จากนั้นผลัดกัน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นักเรียนควรรู 1 ประเภทของเสื้อผา เสื้อผาสามารถแบงประเภทตางๆ คือ เสื้อ กางเกง และกระโปรง แตหากเสื้อผาที่มีอยู มีหลากหลายแบบ ควรแบงประเภทเสื้อผา ตามแฟชั่น ดังนี้ • เสื้อยืด • กางเกงยีน • เสื้อเชิ้ต • กางเกงเลกกิง • เสื้อชีฟอง • จั๊มสูท • ชุดเดรส • ชุดราตรี การแบงประเภทจะทําใหสามารถจัดตูเสื้อผาไดงายและสะดวกตอการคนหา ทําใหตูเสื้อผาเปนระเบียบและสวยงามมากขึ้น T31
ขอสอบเนนการคิด ๑ ๒ ๓ ๓.๒ การดูแลรักษาบริเวณบ้าน บริเวณบ้านเป็นส่วนที่อยู่รอบ ๆ ตัวบ้าน เป็นพื้นที่ส�าหรับพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว จึงจ�าเป็นต้องมีการดูแลรักษา ตกแต่งให้สวยงาม เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศที่ดีและน่าอยู่อาศัย โดยการดูแลรักษาบริเวณบ้านสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ • กวาดให้สะอาด ถ้ามี ใบไม้ร่วงให้เก็บกวาดทุกวัน • ตัดหญ้าเดือนละ ๑ ครั้ง พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ ใส่ปุย และพรวนดินต้นไม้ • บริเวณที่เปนทางเดิน ควรน�าแผ่นอิฐ แผ่นกรวด หรือแผ่นหินกาบวางเป็นระยะให้เดินได้สะดวกและสวยงาม • พื้นบริเวณที่เปนหลุมบ่อ ให้ถมดินให้เต็ม เพื่อไม่ ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ๑ บริเวณลานบ้าน สนามหญ้าและสวน ๓0 ๑ ๒ ๓ ๓.๒ การดูแลรักษาบริเวณบ้าน บริเวณบ้านเป็นส่วนที่อยู่รอบ ๆ ตัวบ้าน เป็นพื้นที่ส�าหรับพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว จึงจ�าเป็นต้องมีการดูแลรักษา ตกแต่งให้สวยงาม เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศที่ดีและน่าอยู่อาศัย โดยการดูแลรักษาบริเวณบ้านสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ • กวาดให้สะอาด ถ้ามี ใบไม้ร่วงให้เก็บกวาดทุกวัน • ตัดหญ้าเดือนละ ๑ ครั้ง พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ ใส่ปุย และพรวนดินต้นไม้ • บริเวณที่เปนทางเดิน ควรน�าแผ่นอิฐ แผ่นกรวด หรือแผ่นหินกาบวางเป็นระยะให้เดินได้สะดวกและสวยงาม • พื้นบริเวณที่เปนหลุมบ่อ ให้ถมดินให้เต็ม เพื่อไม่ ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ๑ บริเวณลานบ้าน สนามหญ้าและสวน ๓0 “เอกพบวา ประตูรั้วบานของตนเองเกิดสนิมขึ้นหลายจุด” จาก ขอความนี้ เอกสามารถแกปญหาสนิมขึ้นที่ประตูรั้วบานไดอยางไร 1. ใชกระดาษทรายขัดและทาดวยสีกันสนิม 2. เคาะสนิมที่จับบนรั้วออก แลวพนสีทับหลายๆ ชั้น 3. ราดดวยนํ้าผสมผงซักฟอง แลวขัดซํ้าดวยแปรงลวด 4. ลางและทําความสะอาดดวยนํ้าเปลาผสมเบกกิงโซดา (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะประตูรั้วสวนใหญจะใชเหล็ก เปนวัสดุหลักในการผลิต เมื่อใชเปนเวลานาน อาจทําใหเกิด สนิมขึ้นได วิธีแกปญหา คือ ใชกระดาษทรายขัดสนิมออก ทาทับ ดวยสีกันสนิม ลงสีตามความชอบซํ้าอีกครั้ง ฉีดสเปรยเคลือบผิว ชวยยืดอายุการใชงานของประตูรั้วได) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการขยะภายในบานใหนักเรียนฟงวา สามารถปฏิบัติได เชน • ลดการสรางขยะ คือ ใชถุงผาแทนถุงพลาสติก ซื้ออาหารที่บรรจุหีบหอนอย ลดการดื่มนํ้าเปลาบรรจุขวด ลดการใชกระดาษ • นํากลับมาใชใหมและนําไปรีไซเคิล คือ บริจาคสิ่งของเหลือใช หาที่รับ ซื้อขยะใกลบาน ทิ้งขยะใหถูกวิธี • ทําปุย คือ เก็บเศษอาหารและเศษหญา สรางที่หมักปุย เลือกวาจะทําปุย หมักรอนหรือเย็น เก็บรักษาที่หมักปุย และใชปุยเมื่อหมักเสร็จ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 3. นักเรียนทําใบงานที่ 2.2.1 เรื่อง การทําความ สะอาดบาน และกิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการ เรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 2.1 แลวนํามาสงครู 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู ครูถาม นักเรียนวา • การดูแลรักษาบริเวณบานของนักเรียนควร ทําอยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน กวาดลานบานและ สนามหญาใหสะอาด ทําบริเวณทางเดินใหเดิน ไดสะดวก ตัดแตงตนไมและหญาอยูเสมอ) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดการขยะในบาน ไดจาก https://th.wikihow. com/จัดการกับขยะในบาน นํา สอน สรุป ประเมิน T32
ขอสอบเนน การคิด • ประตูบ้านและรั้วบ้าน ถ้าเป็นเหล็กดัดควรหมั่นดูแลรักษา หากมีสนิมจับให้ขัดด้วยกระดาษทรายและทาสี กันสนิม จากนั้นทาสีน�้ามันทับอีกครั้ง ถ้าประตูมีเสียงดังให้หยอดน�้ามัน • รั้วซีเมนต์ควรปัดกวาดเดือนละ ๑ ครั้ง ถ้ามีตะไคร่จับให้ขัดด้วยแปรงลวด โดยใช้น�้าผสมผงซักฟอก • รั้วต้นไม้ควรตัดแต่งเป็นประจ�า เพื่อให้มีรูปทรงที่สวยงาม เช่น ข่อย โมก ไทรเกาหลี ชาฮกเกี้ยน • ถนนทางเข้าบ้าน ควรดูแลรักษา โดยการกวาด หรือล้างให้สะอาดอยู่เสมอ • ไม่ควรน�าถังขยะวางไว้หน้าบ้าน เพราะจะท�าให้สุนัข แมวมาคุ้ยเศษอาหาร ท�าให้เกิดความสกปรกได้ • กวาดบริเวณให้สะอาด อย่าให้มีน�้าขัง เพราะจะท�าให้ส่งกลิ่นเหม็น • ไม่ควรวางสิ่งของรอบ ๆ บ้าน จะท�าให้รกรุงรัง ท�าให้บ้านไม่สวยงาม ไม่น่าอยู่ • ถ้ามีภาชนะใส่น�้า ควรปดฝาให้มิดชิด หากเปิดภาชนะไว้ เช่น โอ่ง ตุ่ม ถังน�้า จะท�าให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลายอันเป็นพาหะน�าโรคไข้เลือดออกมาสู่ผู้อยู่อาศัย • ไม่ทิ้งขยะ หรือเศษอาหารลงในทางระบายน�้า เพราะจะท�าให้น�้าไหลผ่านไม่สะดวก ท่อน�้าทิ้งอุดตัน เกิดความสกปรก และส่งกลิ่นเหม็น รบกวนบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ได้ • ถ้าเปนทางระบายน�้าแบบเปด ควรกวาดทุกสัปดาห์ เพื่อให้น�้าไหลผ่านได้อย่างสะดวก ๒ บริเวณรั้ว ประตู และถนนเข้าบ้าน ๓ บริเวณรอบตัวบ้านและทางระบายน�้า วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน T i p หากต้องการให้บ้านมีสภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่ทรุดโทรม ควรหมั่นดูแลรักษาด้วยวิธีการ ดังนี้ ๑. ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน หากพบว่ามีการรั่วซึม ให้ปูกระเบื้องมุงหลังคาที่แตก และเปลี่ยนฝ้าใหม่ ๒. พื้นกระเบื้องไม่ควรมีน�้าขัง ควรขัดพื้นกระเบื้องที่มีตะไคร่น�้า และเช็ดน�้าให้แห้ง ๓. ดูแลสวนและต้นไม้ไม่ให้รก ควรตัดแต่งกิ่ง หรือตัดหญ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะหาก ปล่อยทิ้งไว้ให้รกรุงรัง อาจเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษได้ ๔. มีระบบการป้องกันบ้านจากปลวก ควรตรวจสอบปลวกทุก ๆ ๔ เดือน หากพบว่าบริเวณใด บริเวณหนึ่งของบ้านมีปลวกขึ้น ให้แจ้งบริษัทที่รับก�าจัดปลวกมาฉีดยาป้องกันปลวก และควรเฝ้าติดตาม เป็นระยะ เพื่อป้องกันการเสียหายของบ้านได้ ๕. ตรวจสอบพื้นคอนกรีตอยู่เสมอ โดยเฉพาะพื้นคอนกรีตที่อยู่บริเวณโรงรถ พื้นทางเท้า เนื่องจาก ดินมีการทรุดตัว อาจท�าให้เกิดรอยร้าวหรือแตก หากพบว่าช�ารุดให้รีบท�าการซ่อมแซมทันที การจัดการในบ้าน ๓๑ ควรปัดกวาดเดือนละ ๑ ครั้ง ถ้ามีตะไคร่จับให้ขัดด้วยแปรงลวด โดยใช้น�้าผสมผงซักฟอก รั้วต้นไม้ 1 2 หากพบวา ทางระบายนํ้าหนาบานระบายนํ้าไดชาและนํ้าขัง เมื่อฝนตกหนัก ควรทําอยางไร (แนวตอบ แจงผูใหญในบานและตรวจสอบทางระบายนํ้าเบื้องตน จากนั้นแจงหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อขุดลอกทอใหสามารถ ระบายนํ้าไดตามปกติ) นักเรียนควรรู 1 ตะไคร พืชสีเขียวที่เกิดติดอยูตามตนไม เกิดไดทั้งในนํ้าและตามพื้นดินหรือ กําแพงที่ชุมชื้น สามารถกําจัดไดโดยใชเครื่องฉีดนํ้าแรงดันสูง หรือใชนํ้าตม เดือดราด แลวตามดวยสารทําความสะอาด เชน ผงซักฟอก นํ้ายาขัดพื้น จากนั้น ขัดดวยแปรงที่มีขนแข็ง ปจจุบันมีนํ้ายาปองกันตะไครซึ่งเปนอีกทางเลือกหนึ่ง ในการชะลอการเกิดตะไครในที่ชื้น 2 รั้วตนไม เปนรั้วบานที่นิยม เนื่องจากชวยใหรมรื่น ไมทึบจนเกินไป ดูเปน ธรรมชาติ สามารถนําตนไมอยางเดียวมาทําเปนรั้วหรือนําไปปลูกนอกกําแพงรั้ว อีกชั้นได พรรณไมที่นํามาทําเปนรั้วตนไม ควรจะทนแดดทนฝน ชวยพรางสายตา อาจมีดอกที่มีสีสันสดใสและมีกลิ่นหอม เพื่อเพิ่มความสวยงามและบรรยากาศ ที่ดีใหกับบริเวณบาน ไมควรเลือกพรรณไมที่มีปญหาโรคและแมลงหรือดูแลยาก เพราะอาจทําใหเสียคาใชจายและเวลาในการดูแลมากเกินไป ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 1. นักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงานตามหัวขอ โครงงานที่ไดรับมอบหมาย 2. ครูและนักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยใน แตละโครงงาน ครูจึงอธิบายความรูเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีดูแลรักษาบานใหแข็งแรงทนทาน ในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 31 จากนั้น ครูตั้งประเด็นอภิปรายวา หากรั้วบานมีปลวกจะแกปญหาอยางไรบาง ใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยาง นํา สอน สรุป ประเมิน T33
ขอสอบเนนการคิด ๓.๓ การดูแลรักษาเครื่องเรือน การท�าความสะอาดเครื่องเรือนควรระมัดระวังอย่าให้เกิดรอยขีดข่วนและควรดูแลรักษาให้ถูกวิธี ตามลักษณะและชนิดของวัสดุ โดยการดูแลรักษาเครื่องเรือนสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ๑) เครื่องเรือนประเภทไม้ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าชุบน�้าบิดหมาดถ้าสกปรกมาก ควรใช้ฟองน�้าชุบน�้าผสมผงซักฟอกถู แล้วใช้ผ้าชุบน�้าสะอาดเช็ดจนหมดน�้าผงซักฟอก ๒) เครื่องเรือนประเภทหนัง ควรปัดฝุ่นและใช้ผ้าชุบน�้ายาขัดเงาทาให้ทั่วและ ขัดด้วยแปรงขนสัตว์จนขึ้นเงา ๓) เครื่องเรือนประเภทพลาสติกและเครื่องเคลือบ ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้า ชุบน�้าบิดหมาด ถ้ามีสิ่งสกปรกให้ล้างน�้าขัดถูด้วยฟองน�้าและผงซักฟอก ๔) เครื่องเรือนประเภทเครื่องเงิน ควรขัดด้วยน�้ายาขัดเครื่องเงิน หรือขัดด้วยสบู่ ผสมน�้าอุ่น โดยใช้ผ้า หรือฟองน�้าขัด ๕) เครื่องเรือนประเภททองเหลือง ควรขัดด้วยน�้ายาขัดทองเหลือง หรือขัดด้วย น�้ามะขามเปียก แล้วล้างด้วยน�้าสะอาด เช็ดด้วยผ้าแห้ง ๖) เครื่องเรือนประเภทเครื่องแก้วและกระจก ควรระวังไม่ ให้แตกหัก เครื่องแก้ว ควรล้างด้วยน�้าผงซักฟอกแล้วล้างด้วยน�้าสะอาด เช็ดด้วยผ้าแห้ง กระจกควรเช็ดด้วยน�้ายาเช็ด กระจก หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ เครื่องเรือนประเภทไม้ ต้องหมั่นปัด เช็ด ถู ท�าความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้ผิวไม้ไม่เสียและใช้งานได้อย่างยาวนาน ๓๒ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 2.2.1 เรื่อง การทําความ สะอาดบาน 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 2.1 จากกิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและการประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับวิธีการทําความสะอาดเครื่องเรือน 1. ไมมีรอยเปอน เช็ดดวยนํ้าสมสายชูผสมนํ้าอุน ขัดดวยขี้ผึ้ง 2. เหล็กมีสนิมขึ้น ใชฝอยขัด เช็ดใหแหงทาดวยนํ้ามันกันสนิม 3. แกวมีกลิ่นอาหาร ใชเปลือกมะนาวถู แลวลางออกดวยนํ้าสะอาด 4. หนังลางดวยนํ้าผสมผงซักฟอก แลวเปาใหแหงดวยเครื่องเปาผม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการทําความสะอาดเครื่องเรือน ประเภทหนังที่ถูกตอง ควรใชแปรงออนๆ ปดฝุน หรือปดสิ่งสกปรก ออกใหหมดกอน จากนั้นใชผา ฟองนํ้า หรือแปรงขัดหนังขัดใหทั่ว แลวเช็ดออกดวยผาสะอาดที่มีความนุม ทิ้งไวใหแหง แลวเก็บเขาที่ พึงระมัดระวังอยาใหเครื่องเรือนถูกความชื้นและความรอน เพราะ อาจทําใหเสียรูปทรงได) นํา สอน สรุป ประเมิน T34
ขอสอบเนน การคิด ๔ ความปลอดภัยในการท�างานบ้าน การท�างานบ้านนอกจากจะต้องค�านึงถึงความสะอาดภายในบ้านและบริเวณบ้านแล้ว สิ่งส�าคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความปลอดภัย เพราะหากไม่ระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในการท�างานบ้าน ดังนี้ ๔.๑ ความปลอดภัยจากวิธีการท�างาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. วางแผนการท�างานอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน และปฏิบัติตามแผนการท�างานที่วางไว้ ๒. เมื่อกวาดเพดาน หรือปัดฝุ่นควรอยู่เหนือลม ควรมีผ้าปิดจมูก เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าจมูก ๓. เมื่อหยิบของ หรือท�าความสะอาดที่สูงควรใช้ บันได หรือยืนบนโต๊ะที่มีความมั่นคง เพื่อป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุ ๔. เมื่อถูพื้น หรือขัดห้องน�้า ควรท�าจากด้านใน ออกด้านนอก โดยไม ่เหยียบพื้นที่ถูเพิ่งเสร็จ เพราะจะท�าให้เกิดรอยและอาจลื่นหกล้มได้ ๕. ระมัดระวังและมีสมาธิในการท�างาน ไม่ควร หยอกล้อ หรือเล่นกันในขณะท�างานไม่ควรท�างาน ในขณะที่ร่างกายไม่พร้อมเช่นเจ็บป่วยง่วงนอน ๖. ใช้เครื่องมือป้องกันให้เหมาะสมกับงาน เช่น ใช้ผ้าจับของร้อนเมื่อยกของร้อนออกจากเตาไฟ สวมหน้ากากและถุงมือขณะฉีดยาฆ่าแมลง ๗. ไม่หักโหมท�างานมากจนเกินไป งานที่ต้อง ออกแรงมาก เช่น ยกของหนัก ขัดพื้น เลื่อยไม้ ต้องหยุดปฏิบัติงานเมื่อรู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกว่า ไม่สามารถปฏิบัติต่อไปได้ ๘. ควรจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ถูกวิธี และ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ๙. ลดมลภาวะที่เกิดจากการท�างาน เช่น ใช้ เครื่องดูดควันในขณะประกอบอาหาร ใช้เครื่อง ดูดฝุ่นแทนการกวาดฝุ่นด้วยไม้กวาด การใช้สารท�าความสะอาดต้องระมัดระวังไม่ให้สารเคมี เข้าสู่ร่างกายและควรใช้เท่าที่จ�าเป็น การท�างานบ้านในสภาพร ่างกายและจิตใจที่พร้อมจะ ท�าให้ท�างานได้อย่างปลอดภัยและเกิดความภาคภูมิใจ การจัดการในบ้าน ๓๓ ควรมีผ้าปิดจมูก ยกของหนัก 1 2 บุคคลในขอใดนําความรูเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน มาใชไดอยางเหมาะสม 1. วุนวางแผนการทํางานอยางเปนระบบ 2. วรรณสวมรองเทาสนสูงในขณะปฏิบัติงาน 3. แวนเลือกใชแตอุปกรณที่นําเขามาจากตางประเทศ 4. เวียรฉีดยาฆาแมลง โดยไมสวมถุงมือและผาปดจมูก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะในการปฏิบัติงานทุกงาน ควรมีการวางแผนการทํางานอยางเปนระบบ เปนขั้นตอน และ ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ไดวางแผนไว เพื่อใหงานประสบผลสําเร็จ ตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ) นักเรียนควรรู 1 ผาปดจมูก หรือหนากากอนามัย ควรเลือกที่สวมพอดีกับใบหนา โดยเฉพาะ ชวงสันจมูก จะตองคลุมปาก จมูก และชวงคาง ผาปดจมูกมี 2 ดาน ใหนําดาน ที่มีสีเขมออกดานนอก สวนดานที่มีสีออนอยูติดกับจมูกดานใน ดานที่มีโลหะ อยูบนสันจมูก ควรกดเสนโลหะใหแนบลงไปกับสันจมูก เพื่อปองกันการเล็ดลอด เขามาของสารพิษ ควรเปลี่ยนผาปดจมูกทุกวัน โดยนําผาปดจมูกที่ใชแลวใสถุง ใหมิดชิดและนําไปทิ้งในถังขยะ 2 ยกของหนัก จะตองใชกลามเนื้อหลังใหนอยที่สุด และใหวัสดุอยูใกลตัว มากที่สุด ภายหลังการยกวัตถุขึ้น ใหกาวเทาไปขางหนาอยางมั่นคง หามบิด หรือเอี้ยวตัวขณะยกเคลื่อนยาย หากตองการเปลี่ยนทิศทางใหหมุนเทาและลําตัว ไปในทิศที่ตองการ ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรูความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูนําคลิปอุบัติเหตุที่เกิดจากการทํางานบาน ใหนักเรียนดู 2. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนรูสึกอยางไรเกี่ยวกับ เหตุการณในคลิป อุบัติเหตุทําใหเกิดความ เสียหายอยางไรบาง ทําไมถึงเกิดอุบัติเหตุได เราสามารถปองกันอุบัติเหตุไดอยางไรบาง ครู อธิบายเรื่องความปลอดภัยจากวิธีการทํางาน ใหนักเรียนฟง โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 33 เพื่อใหนักเรียน ตระหนักถึงความปลอดภัยจากวิธีการทํางาน และตั้งประเด็นคําถาม เชน • การหยิบของในที่สูงเกินเอื้อมถึงควรทํา อยางไร • การหักโหมทํางานหนักจะเกิดผลเชนไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T35
๔.๒ ความปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๔.๓ ความปลอดภัยจากการใช้สารซักฟอกและสารเคมี การใช้สารซักฟอกและสารเคมีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ศึกษาวิธีการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ก่อนการใช้งาน เพื่อให้เข้าใจวิธี ใช้อย่างถูกต้อง ๒.ควรใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ให้เหมาะ สมกับการใช้งาน เช่น การน�ามีดหั่นมาสับเศษไม้ จะท�าให้คมมีดเสีย การน�าปลายกรรไกรมางัดแงะ สิ่งของ จะท�าให้ปลายกรรไกรหัก หรือช�ารุดได้ ๓.ควรใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการ ท�างานอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท รวมถึงระวัง การแตกหักเสียหาย และระวังความปลอดภัยของ ตนเอง เช่น การใช้มีด การใช้กรรไกร การใช้ค้อน ซึ่งอาจท�าให้เกิดอุบัติเหตุได้ ๑. เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรรีบล้างมือ ล้างเท้าให้ สะอาดทันที ๒. หลีกเลี่ยงการใช้ หรือการสัมผัสสารเคมี เช่น ใช้ปุยคอกแทนปุยวิทยาศาสตร์ ซักผ้าขาว ให้สะอาดดีกว่าทิ้งให้ผ้าหมองคล�้าแล้วน�าไปฟอก ขาวด้วยสารคลอรีน ๓. เมื่อจ�าเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่มีสารเคมี จะ ต้องหาทางป้องกันตนเองให้ปลอดภัย โดยการ สวมถุงมือ ใช้ผ้าปิดจมูก สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุม ๔. ห้ามสวมคอนแทกต์เลนส์ หากต้องใช้ตัวท�า ละลายอินทรีย์ เช่น ทินเนอร์ ๕. ควรเก็บให้มิดชิดและเก็บให้พ้นมือเด็ก ๔. ควรจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มีคม ให้พ้นมือเด็ก เก็บอุปกรณ์ที่มีน�้าหนักมากไว้บนพื้น ๕. เมื่อปรุงอาหารประเภทเคี่ยว หรือตุน โดยใช้ หม้ออัดความดัน หรือเตาแก๊ส ควรตั้งนาฬิกา ก�าหนดเวลา และบอกสัญญาณเตือนเพื่อกันลืม เพราะหากลืมทิ้งไว้นานมากเกินไปอาจจะท�าให้ อาหารไหม้ หม้อไหม้ หรือหม้ออัดความดันระเบิด จนเกิดอันตรายได้ ๖. เขียนชื่อบอกไว้ที่ข้างกล ่อง หรือข้างขวด เพื่อป้องกันการหยิบใช้งานผิดพลาด ๗. หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทันที หากรู้สึกปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ๘. ควรใช้ผลิตภัณฑ์สารซักฟอกและสารเคมีในที่ ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หากเป็น ไปได้ควรใช้ในพื้นที่โล่งแจ้ง ๙. แยกเก็บผลิตภัณฑ์ที่มี ฤทธิ์กัดกร่อน ติดไฟ ท�าปฏิกิริยาที่รุนแรง ไว้บนชั้นต่างหาก ๓๔ ๔.๓ ความปลอดภัยจากการใช้สารซักฟอกและสารเคมี ขาวด้วยสารคลอรีน สวมถุงมือ ใช้ผ้าปิดจมูก สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุม 1 2 3 นักเรียนควรรู 1 สารเคมี เปนสารที่ไดจากการสังเคราะห นิยมนํามาใชในการทําความสะอาด กําจัดสิ่งสกปรก ฆาเชื้อโรค สารเคมีสวนใหญอยูในสถานะของเหลวและของแข็ง ซึ่งสารเคมีแตละชนิดจะมีองคประกอบที่แตกตางกันไปตามลักษณะของการ ใชงาน 2 คลอรีน เปนสารอนินทรียในกลุมแฮโลเจน ใชสําหรับฆาเชื้อโรค มีลักษณะ เปนแกสสีเขียวแกมเหลือง สลายตัวไดดีในธรรมชาติ มีกลิ่น และมี pH เปนดาง จึงทําใหมีฤทธิ์ในการกัดกรอนสูง 3 ถุงมือ อุปกรณที่ใชสําหรับสวมมือ ทําจากวัสดุตางๆ เชน ผา ไหมพรม หนัง ยาง ถูกตัดเย็บหรือทอเปนรูปมือ เพื่อใหสวมใสไดอยางสะดวก ชวยปองกัน ความหนาวเย็น และปองกันอันตรายตางๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการทํางาน ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 3. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการ ปองกันอุบัติเหตุ และไมตองการใหอุบัติเหตุ เกิดขึ้น 4. ครูใหนักเรียนดู เรื่อง ความปลอดภัยในการ ทํางานบานจาก PowerPoint ม.4 หนวย การเรียนรูที่ 2 จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ให ปลอดภัย ควรทําอยางไร (แนวตอบ ศึกษาวิธีการใช ใชใหเหมาะสม กับงาน ใชอยางระมัดระวัง เก็บใหเปน ระเบียบ) • นักเรียนจะใชสารซักฟอกและสารเคมีให ปลอดภัยไดอยางไร (แนวตอบ ลางมือและเทาทันทีเมื่อใชงานเสร็จ ปองกันตนเองโดยใสเสื้อผาที่รัดกุม สวม ถุงมือ ใชในบริเวณที่อากาศถายเทสะดวก แยกเก็บผลิตภัณฑที่มีฤทธิ์รายแรงไว ตางหาก) ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญลักษณแสดง ความเปนอันตรายของสารเคมีในรูปแบบตางๆ พรอมทั้งเขียน อธิบายวา เครื่องหมายดังกลาวมีความหมายอยางไร ตลอดจน บอกประโยชนที่ไดรับจากการศึกษาสัญลักษณเหลานั้น ลงใน กระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนสํารวจผลิตภัณฑที่ใชภายในครัวเรือนวา มีสวน ประกอบของสารเคมีประเภทใด ศึกษาลักษณะและคุณสมบัติ ของสารเคมี ขอควรระวัง และวิธีการใชงานที่เหมาะสม จากนั้น ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T36
ขอสอบเนน การคิด ๔.๕ ความปลอดภัยจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟา การใช้เครื่องใช้ ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๔.๔ ความปลอดภัยจากการใช้บริเวณต่างๆ ของบ้าน การใช้บริเวณต่าง ๆ ของบ้านเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ก ่อนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งควรอ ่านค�า แนะน�าการใช้งานอย ่างละเอียดให้เข้าใจและ ปฏิบัติตามค�าแนะน�าอย่างเคร่งครัด ๒. ควรตรวจดูสายไฟ ปลั๊กไฟ หากมีรอยช�ารุด ควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนน�ามาใช้งาน ๓. ไม ่ควรใช้มือที่เปียกน�้าเสียบปลั๊ก หรือดึง ปลั๊กไฟ เพราะอาจท�าให้ไฟดูดได้ ๔. ระวังอย ่าให้สายไฟแช ่น�้า เพราะอาจเกิด อันตรายจากกระแสไฟได้ ๕. ไม ่ควรท�าการซ ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ตนเอง หากไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงาน ไฟฟ้า ควรติดต ่อให้ช ่างมืออาชีพมาท�าการ ซ่อมแซมให้ก่อนน�าไปใช้งาน ๑. ควรให้ห้องและบริเวณต่าง ๆ มีแสงสว่างที่ เพียงพอ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเมื่อท�างาน ๒. เมื่อมีน�้า หรืออาหารหกลงบนพื้นครัว ควรรีบ เช็ดให้สะอาดทันที เพื่อป้องกันการลื่นหกล้ม และ ป้องกันไม่ ให้แมลง หนู มดมากัดกินเศษอาหาร ๓. หมั่นดูแลพื้นห้องน�้าให้แห้งอยู ่เสมอ เพื่อ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งาน และควร ใช้กระเบื้องแบบด้าน ไม่ควรใช้แบบมัน เพราะ อาจท�าให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ๖. อย่าให้สายไฟใกล้เตาไฟ เพราะจะท�าให้สาย ไฟละลาย เกิดความเสียหาย และเป็นอันตราย ต่อผู้ใช้ ๗. เมื่อใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสร็จแล้ว ควรปิดสวิตช์ และถอดปลั๊กออกให้เรียบร้อยทุกครั้ง เพราะ จะท�าให้สิ้นเปลืองพลังงานและอาจเกิดไฟฟ้า ลัดวงจรได้ ๔. ปิดแก๊ส ปิดก๊อกน�้า สวิตช์ไฟฟ้า หลังการใช้งาน ทุกครั้ง ๕. ปูพรมกันลื่นในอ่างอาบน�้า หรือห้องอาบน�้า และควรติดตั้งราวจับที่ผนังหลาย ๆ จุด เพื่อใช้ ยึดจับจะช่วยป้องกันการลื่นหกล้มได้ ๖. ควรท�าความสะอาดรางน�้าอยู่เสมอ เนื่องจาก บางบ้านนิยมรองน�้าฝนไว้รับประทาน จะช ่วย ป้องกันไม่ให้มีสิ่งสกปรกปนเปือนมากับน�้าได้ การจัดการในบ้าน ๓๕ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการปองกันไฟฟาลัดวงจรใหนักเรียนฟงวา ไฟฟาลัดวงจร เกิดจากจุด 2 จุด ในวงจรไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาตางกัน มาสัมผัสกัน ทําใหกระแสไฟฟาไหลผานระหวางจุดนั้นในปริมาณมาก การเกิด ไฟฟาลัดวงจรเกิดไดจากหลายสาเหตุ ดังนั้น เพื่อใหเกิดความปลอดภัยจาก การใชไฟฟาในบานไมใหเกิดอัคคีภัยเนื่องจากไฟฟาลัดวงจร สามารถปฏิบัติได โดยหามใชงานสายไฟที่เกา กรอบ และฉีกขาด เลือกขนาดสายไฟใหเหมาะกับ เครื่องใชไฟฟา ใชสายไฟที่มีคุณภาพและไดมาตรฐาน หมั่นตรวจสอบสภาพ เครื่องใชไฟฟาอยูเสมอ ใชปลั๊กแปลงและปลั๊กพวงที่ไดมาตรฐาน มอก. ไมเสียบ ใชเครื่องใชไฟฟาขนาดใหญหลายชิ้นพรอมกันในปลั๊กพวงอันเดียว หากจําเปนตองใชปลั๊กไฟที่อยูนอกตัวบานกับเครื่องใชไฟฟา แตพบวา บริเวณปลั๊กไฟฟาดังกลาวถูกฝนสาดจนเปยก นักเรียน ควรปฏิบัติตนอยางไร เพื่อใหเกิดความปลอดภัยในการใชงาน 1. เช็ดดวยผาแหง แลวนําปลั๊กไฟไปผึ่งแดด 2. ใชเสื้อที่สวมใสอยูเช็ดบริเวณปลั๊กไฟใหแหง 3. รอจนกวาปลั๊กไฟแหงสนิท จากนั้นจึงคอยใชงาน 4. ใชไมเขี่ยปลั๊กไฟเพื่อตรวจดูกระแสไฟฟากอนการใชงาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะกระแสไฟฟาเปนสิ่งที่ อันตรายถึงแกชีวิต เพื่อความปลอดภัยในการใชงาน จึงควรรอ จนกวาปลั๊กไฟแหงสนิท ใชไขควงวัดไฟตรวจสอบกระแสไฟฟา จากนั้นจึงคอยใชงาน) ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 5. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานบาน โดยครูอาจตั้งคําถามเพื่อถามนักเรียน • เพราะเหตุใดจึงควรดูแลพื้นหองนํ้าใหแหง อยูเสมอ (แนวตอบ เพื่อความสะอาดและปลอดภัย) • หากสายไฟหรือปลั๊กไฟชํารุดควรทําอยางไร (แนวตอบ ซอมแซมใหสมบูรณกอนนํามาใช หากไมสามารถซอมเองได ควรใหผูที่มี ความรูซอมให) 6. ครูกลาวถึงความสําคัญในการตกแตงบาน ใหเปนระเบียบสวยงาม ซึ่งสามารถชวยลด อุบัติเหตุได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T37
ขอสอบเนนการคิด õ การจัดตกแตงบ้านและบริเวณบ้าน บ้านที่น่าอยู่อาศัยเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา การที่จะท�าให้บ้านสะอาดและน่าอยู่อาศัยนั้น จ�าเป็นต้องศึกษาหลักการ วิธีการในการจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้าน เพื่อน�าความรู้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อครอบครัว อันจะน�ามาซึ่งความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ๕.๑ หลักในการจัดตกแต่งบ้าน การจัดตกแต่งบ้านมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน ซึ่งการจัดตกแต่ง บ้านให้มีความสวยงามและน่าอยู่อาศัย จะต้องค�านึงถึงหลักส�าคัญหลายประการ ดังนี้ ความสบาย การจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความสบาย ควรจัดให้ มีเครื่องช่วยป้องกันความจ้าของแสงแดด เช่น ม่าน มู่ลี่ ควรมีช่องระบายความร้อนและมีอากาศถ่ายเท ได้สะดวก สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ในบ้าน หรือนอก บ้านที่ท�าให้เกิดความเพลิดเพลินได้ ความมีระเบียบและความสวยงาม การจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความมีระเบียบและ ความสวยงาม เครื่องเรือนหรือสิ่งของที่น�ามาจัดวาง ถ้ามีมากเกินไป หรือจัดวางไม่เป็นระเบียบท�าให้ความ สวยงามลดลง นอกจากนี้ ในการจัดตกแต่งบ้านควร น�าเรื่องการใช้สีมาใช้จะท�าให้บ้านเกิดความสวยงาม น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งควรน�าไม้ดอก ไม้ประดับ มาใช้ตกแต่งบ้าน เพื่อเพิ่มความสดชื่นและสวยงาม เช่น แจกันดอกไม้สด ไม้ประดับแบบแขวน ไม้ประดับ ตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน ถูกสุขลักษณะและสะอาด ในการจัดตกแต่งบ้านจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรจัดวางสิ่งของปิดบังทิศทางลม และมีแสงสว่าง เพียงพอ ไม่มืดทึบ รวมทั้งควรท�าความสะอาดเครื่อง เรือนให้สะอาด เรียบร้อย และจัดวางอย่างเป็นระเบียบ อยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยของสมาชิกในครอบครัว ๓๖ มู่ลี่ ควรมีช่องระบายความร้อนและมีอากาศถ่ายเท 1 ขอใดคือสิ่งที่ควรคํานึงถึงเปนลําดับแรกในการจัดตกแตงบาน และบริเวณบาน 1. ความสะอาดและถูกสุขลักษณะ 2. ความสะดวกสบายและความทันสมัย 3. ความปลอดภัยตอสมาชิกในครอบครัว 4. ความสวยงามของมุมตางๆ รอบบริเวณบาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะความปลอดภัยของ สมาชิกในครอบครัวเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในการจัดตกแตงบาน และบริเวณบาน ดังนั้น จึงตองคํานึงถึงความปลอดภัยตอสมาชิก ในครอบครัวเปนลําดับแรก) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับการจัด ตกแตงบานและบริเวณบาน 2. ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมสรางสรรค พัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 2.2 3. ครูใหนักเรียนเลือกบริเวณที่จะจัดตกแตงในบาน หรือบริเวณบานของนักเรียน โดยจะเปนสวนใด ก็ไดทีนักเรียนสนใจและสามารถปรับใหสวนนั้น สวยงามขึ้นได จากนั้น ครูอธิบายหลักในการ จัดตกแตงในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 2 หนา 36-37 ครูถามนักเรียนวา • หลักในการจัดตกแตงบานที่นักเรียนชอบ ที่สุดคืออะไร (แนวตอบ เชน ความสบาย เพื่อใหรูสึกสบาย เวลาอยูอาศัยในบาน) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 8 องคประกอบที่ทําใหบานนาอยูใหนักเรียน ฟงวา บานที่นาอยูอาศัยยอมทําใหสมาชิกในครอบครัวมีความสุขรวมกัน ดังนั้น การทําบานใหนาอยูจึงตองอาศัยองคประกอบสําคัญ 8 ประการ คือ ตองมีความสะดวก ตองอยูแลวสบาย ตองมีความปลอดภัย ตองถูกสุขลักษณะ ตองมีความเปนสัดสวน ตองสงเสริมความสัมพันธอันดีระหวางสมาชิกใน ครอบครัว ตองสวยงาม และตองมีการจัดตกแตงบานและบริเวณบาน นักเรียนควรรู 1 มูลี่ มูลี่แบงออกเปน 2 ประเภทใหญ คือ มูลี่ไมและมูลี่อะลูมิเนียม ควรเลือกใชมูลี่อะลูมิเนียมในหองนํ้าและหองครัว เนื่องจากหองนํ้ามี ความชื้นสูงและอาจเปยกได สวนหองครัวอาจเกิดคราบตางๆ ได มูลี่อะลูมิเนียม จะทําความสะอาดไดงายกวามูลี่ไม นํา สอน สรุป ประเมิน T38
ขอสอบเนน การคิด ความปลอดภัย ในการจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความปลอดภัยของ สมาชิกในครอบครัว โดยเลือกเครื่องตกแต่งบ้านที่ไม่มี มุมแหลม ไม่แตกหักง่าย ไม่วางเกะกะขวางทางเดิน และควรป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น จัดวางตู้ยา ไว้ที่สูง จัดเก็บสารเคมี ยาฆ่าแมลงในบ้านให้พ้นมือเด็ก และแยกให้ไกลจากอาหาร ไม่วางของตามขั้นบันได ไม่จัดวางสิ่งของขวางทางเดิน ไม่ขัดพื้นบันไดจนเป็น เงามันเพราะอาจท�าให้ลื่นหกล้ม หรือตกบันได นอกจากนี้ การติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนการ เดินสายไฟฟ้าจะต้องอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย สวิตช์ไฟ ต้องอยู่ ในที่ที่สะดวกต่อการปิด หรือเปิดไฟ ความประหยัด การจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความประหยัด ทั้งเวลา สิ่งของที่น�ามาใช้ตกแต่ง การใช้เครื่องทุ่นแรงจะช่วย ประหยัดเวลาและแรงงาน นอกจากนี้ สิ่งของเครื่องใช้ บางอย่างที่ใช้ในการตกแต่งบ้าน หากสามารถประดิษฐ์ เองก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ความสะดวก ในการจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความสะดวกใน การท�ากิจกรรมต่างๆ โดยการจัดทางเดินระหว่าง ส่วนต่างๆ ของบ้านให้สัมพันธ์กัน สามารถเดิน ไปมาได้อย่างสะดวก จัดหาเครื่องเรือนที่มีขนาด และจ�านวนเหมาะสมกับพื้นที่ เลือกเครื่องเรือนที่ ใช้สอยสะดวก ท�าความสะอาดได้ง่าย และจัดเก็บ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ให้สะดวกต่อการหยิบ ใช้งาน เช่น ไม่ควรวางเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ใช้บ่อย ๆ ในที่สูงเกินมือเอื้อมถึง จัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็น หมวดหมู่ เป็นระเบียบ เรียบร้อย เพื่อให้สะดวก ในการหยิบใช้งานในครั้งต่อไป ไอเดียตกแต่งบ้าน 37 ความประหยัด 1 เมลอนตองการตกแตงบานใหสวยงาม นาอยู ดูใหม สะอาด และแปลกตา เมลอนจึงชวนครอบครัวไปเลือกซื้อของตกแตงบาน เพื่อนํามาจัดตกแตงใหมทั้งหมด สวนของตกแตงบานเดิม เมลอน ไดบริจาคใหมูลนิธิไป เมลอนขาดหลักในการจัดตกแตงบานใน ขอใดหรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ เมลอนขาดในเรื่องความประหยัด เพราะเลือกซื้อของ ตกแตงบานเพื่อนํามาจัดตกแตงใหมทั้งหมดแทนของตกแตงบาน เดิม สวนในเรื่องความปลอดภัย ความสะดวก และความสบายไมได มีการระบุไว จึงไมอาจทราบได) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 4. วางแผนการจัดตกแตงในบริเวณที่เลือก โดยเตรียมอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชใหพรอม สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 8 องคประกอบที่ทําใหบานนาอยู ไดจาก https://www.landinvestingthai.com/บานนาอยู/ นักเรียนควรรู 1 ความประหยัด คือ การใชจายเฉพาะในสิ่งที่จําเปนเทานั้น การประหยัด อยูตรงกลางระหวางคําวาตระหนี่กับฟุมเฟอย ตระหนี่หมายถึงการไมยอม ใชจายแมในสิ่งที่จําเปน สวนฟุมเฟอยหมายถึงการใชจายที่เกินจําเปน การประหยัดเปนทางสายกลางของการดําเนินชีวิตที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได หรือกลาวไดวา การประหยัด คือ การใชเงินตามฐานะของตนเอง รูจักประมาณตน รูจักการวางแผนการใชเงิน รูจักออมเงิน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 5. ครูใหนักเรียนถายรูปบริเวณนั้นกอนที่จะลงมือ ปฏิบัติ แลวถามนักเรียนวา • นักเรียนใชหลักใดในการจัดตกแตงบานบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ความสะดวกในการ ใชงานสิ่งตางๆ ในบาน ความประหยัดใน การเลือกใชและเวลาในการนํามาตกแตง) นํา สอน สรุป ประเมิน T39
ขอสอบเนนการคิด • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก เช ่น มีหน้าต ่าง มีช ่องระบายอากาศ มีพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรจัดวางให้ หัวเตียงนอนอยู่ชิดติดกับหน้าต่าง หรือได้รับลม จากเครื่องปรับอากาศ เพราะจะท�าให้เป็นไข้หวัดได้ • ใช้สีห้องนอนตามที่ผู้ใช้ชอบ ควรค�านึงถึง ความต้องการของผู้ ใช้ห้อง โดยทั่วไปจะตกแต่ง ห้องนอนด้วยสี โทนเย็น เพราะให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่ส�าหรับห้องนอนของวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่สดใส สามารถเลือกใช้สี โทนอบอุ่นได้ • จัดให้มีสิ่งของเครื่องใช้ตามความจ�าเปนและ เหมาะสม เช่น จัดหาโทรทัศน์ นาฬิกา หรือใช้มุมใด มุมหนึ่งของห้องนอนเป็นที่ส�าหรับแต่งตัว โดยจัดวาง ของใช้ส่วนตัว ตู้เสื้อผ้า หรือเครื่องใช้ส่วนตัวอื่น ๆ อย่างเป็นระเบียบ • เลือกเครื่องเรือนที่เหมาะสม ควรเลือกให้มี ขนาดที่เหมาะสม และในการจัดวางเครื่องเรือน ไม่ควรวางขวางทางเข้า-ออก โต๊ะท�างานควรวางใกล้ หน้าต่างเพื่อรับแสงและความเย็นสบายขณะท�างาน เตียงควรจัดวางให้ห่างจากผนัง ๑-๒ ฟุต เพื่อสะดวก ต่อการท�าความสะอาด ตู้ควรจัดวางชิดฝาผนัง ไม่ ให้ ปิดทับช่องลมและหน้าต่าง • มีความเปนส่วนตัว ไม่มีเสียงดังรบกวน ประตู สามารถปิดล็อกด้านในและด้านนอกได้ เพื่อความ เป็นส่วนตัว ห้องนอนเป็นห้องส่วนตัวที่ ให้ความรู้สึกสบาย มากที่สุดของบ้าน ใช้พักผ ่อนเพื่อผ ่อนคลาย ความเครียด และใช้ท�ากิจกรรมส่วนตัวอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หลักการที่ควรค�านึงถึงในการ จัดตกแต่งห้องนอน มีดังนี้ ๕.๒ การจัดตกแต่งห้องต่างๆ ภายในบ้านจะมีห้องต่าง ๆ ซึ่งแต่ละห้องมีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกัน การจัดตกแต่งห้อง จึงควรจัดให้เหมาะสม ดังนี้ ห้องนอน ๓๘ มีพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรจัดวางให้ 1 จัดตกแต่งห้องนอน มีดังนี้ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หลักการที่ควรค�านึงถึงในการ 2 ขอใดไมใชขั้นตอนการวางแผนจัดตกแตงหองนอน 1. ตรวจสอบบริเวณหองนอนวามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม 2. สํารวจพื้นที่รอบหองนอนวาควรจัดและตกแตงบริเวณใดบาง 3. กําหนดวัตถุประสงคและเปาหมายในการจัดตกแตง หองนอนใหชัดเจน 4. กําหนดรูปแบบและทําแผนผังในการจัดวางเครื่องเรือน เพื่อตกแตงหองนอน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการตรวจสอบบริเวณ หองนอนวามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม ไมใชขั้นตอนการวางแผน จัดตกแตงหองนอน แตเปนเพียงการดูแลรักษาหองนอนใหมี ความปลอดภัยเทานั้น) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 6. ครูใหนักเรียนจัดตกแตงบานหรือบริเวณบาน ในบริเวณที่เลือก โดยใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชที่เตรียมไว โดยถายรูปอีกครั้งเมื่อ ปฏิบัติงานเสร็จแลว โดยครูถามนักเรียนวา • นักเรียนจะจัดตกแตงหองนอนของตนเอง อยางไร ใหสามารถนอนหลับสบาย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ใชสีตามที่ตนเองชอบ มีความเปนสวนตัว เครื่องเรือนมีขนาด เหมาะสม) • สิ่งของเครื่องใชที่จําเปนในหองนอนมีอะไร บาง (แนวตอบ เชน นาฬกา โตะ ตูเสื้อผา ลําโพง) นักเรียนควรรู 1 เครื่องปรับอากาศ วิธีการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศใหเกิดความคุมคา ควรเลือกประเภทของเครื่องปรับอากาศใหเหมาะสมกับสถานที่และการใชงาน เลือกขนาดใหเหมาะสมกับการใชงานแตละหอง เลือกแบบประหยัดพลังงาน และเลือกเพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติพิเศษตางๆ เชน เทคโนโลยีการฟอกอากาศ เทคโนโลยีควบคุมความเย็นอัตโนมัติ นอกจากนี้ ควรดูแลรักษาโดยการเช็ด ทําความสะอาดอยูเสมอ และลางเปนประจํา เพื่อกําจัดฝุนที่อยูในเครื่อง ปรับอากาศ 2 การจัดตกแตงหองนอน เพื่อใหถูกสุขลักษณะและเพื่อการมีสุขภาพที่ดี สามารถปฏิบัติได โดยเลือกตําแหนงที่ตั้งใหอยูในจุดที่เงียบสงบ หางไกลจาก เสียงรบกวน รับแสงอาทิตยยามเชาไดดี หุมเครื่องนอนดวยวัสดุจากธรรมชาติ ใชผามานที่มีรูปแบบเรียบงาย เพื่อหลีกเลี่ยงฝุนละอองเกาะจับ ทาสีผนังหอง ดวยสีนํ้า หรือติดวอลลเพเปอรที่ผนัง นํา สอน สรุป ประเมิน T40
ขอสอบเนน การคิด • ความสะดวกสบาย โดยเลือกใช้เครื่องเรือน ที่ถูกออกแบบให้เพื่อนั่งสบาย ดูแลรักษาง่าย มี แสงสว ่างเพียงพอ และควรจัดวางเครื่องเรือน ให้เหมาะสม สะดวกต่อการพูดคุยสนทนา • ค�านึงถึงสีของเครื่องเรือน เลือกสีให้สวยงาม กลมกลืนกับผนังห้อง ตลอดจนมีระเบียบและสะอาด • มีความเปนสัดส ่วน จัดให้มีประตูเข้าออก เท่าที่จ�าเป็น และประตูควรอยู่ส่วนหน้าของบ้าน • ควรจัดให้สวยสะดุดตาเปนพิเศษ ควรจัด ให้มีตู้ส�าหรับจัดวางสิ่งสวยงามแปลกตา หรือ จัดวางสิ่งของที่เชิดหน้าชูตาของบ้าน • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก เช่น มีช่องระบายอากาศ มีหน้าต่าง • การใช้สีในห้องอาหาร ควรใช้สีสบายตา เช่น สี เหลืองอ่อน สีส้มอ่อน สีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน • การจัดวางโตะ เก้าอี้ควรจัดวางให้สามารถเลื่อน เก้าอี้และลุกนั่งได้อย่างสะดวก • การจัดหาจานชามใส่อาหาร หาภาชนะที่ช่วย ให้อาหารมองดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น • การจัดหาภาพแขวนผนังประเภทอาหาร หาภาพที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เพื่อสร้างบรรยากาศ ในการรับประทานอาหาร เช่น ภาพผลไม้ ภาพอาหาร ภาพเครื่องดื่มต่าง ๆ ห้องส�าหรับใช้ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนบ้าน หรือใช้เป็นสถานที่พักผ ่อน นั่งเล ่น สังสรรค์ หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่งห้องรับแขก มีดังนี้ ห้องที่ใช้รับประทานอาหาร บางบ้านอาจใช้เป็น สถานที่ท�ากิจกรรมต่าง ๆ เช่น อ่านหนังสือ เย็บผ้า หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่งห้องอาหาร มีดังนี้ ห้อง อาหาร ห้องรับแขก การจัดการในบ้าน ๓๙ ห้อง อาหาร 1 การจัดหองรับแขกควรจัดใหอยูสวนใดของบานจึงจะมีความ เหมาะสมมากที่สุด 1. สวนกลางของบาน 2. สวนหนาสุดของบาน 3. สวนหลังสุดของบาน 4. สวนที่ติดกับหองครัว หรือหองนํ้า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปนหองที่ใชตอนรับบุคคล ภายนอก ใชเปนสถานที่พักผอน และทํากิจกรรมรวมกันของ สมาชิกในครอบครัว เพื่อความสะดวกสบายในการใชงาน จึงควร จัดหองรับแขกใหอยูสวนหนาสุดของบาน เพื่อใหพื้นที่ของบาน ที่อยูถัดไปมีความเปนสวนตัวยิ่งขึ้น) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 7. นักเรียนนํารูปถายกอนและหลังปฏิบัติงาน มาแลกกันดูและแสดงความคิดเห็นอยาง สรางสรรค โดยครูอธิบายการจัดตกแตงหอง รับแขก หองอาหาร จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 39 ใหนักเรียนฟง จากนั้นครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • หองรับแขกควรตกแตงอยางไรบาง • หองรับแขกควรมีรูปภาพเจาของบานหรือไม เพราะเหตุใด • หองอาหารควรใชไฟสีใด • โตะอาหารในหองอาหารควรมีขนาดเทาไร เพราะเหตุใด เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใชสีในการตกแตงหองอาหารใหนักเรียน ฟงวา สีมีอิทธิพลและกระตุนความรูสึกอยากรับประทานอาหารของมนุษย สีที่รานอาหารนิยมนํามาใชในการตกแตงหองอาหารมี 3 สี คือ สีเหลือง สีสม และสีแดง สวนสีที่ไมนิยมมี 3 สี คือ สีฟา สีชมพูออน และสีเขียวมรกต เนื่องจาก เปนสีที่ลดความรูสึกอยากอาหาร นักเรียนควรรู 1 หองอาหาร ควรอยูติดกับหองรับแขก หรือหองนั่งเลน และอยูใกลกับหองครัว เพื่อใหเกิดความสะดวกสบายในขณะลําเลียงอาหาร หรืออาจจัดหองอาหารติดกับ ระเบียง เพื่อใหสามารถขยายพื้นที่เมื่อตองการเปลี่ยนบรรยากาศได นํา สอน สรุป ประเมิน T41