The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กัลยกร ไชยมงคล, 2023-05-12 03:54:23

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè  úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ   ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ    ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ    Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ    ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ    Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò    ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā   ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ    ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ    Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ   éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè  ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔ การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè  úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ   ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ    ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ    Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ    ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ    Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò    ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā   ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ    ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ    Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ   éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè  ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔


คำู่มือคำรู Teacher Script ผู้เรียบเรียงหนังสือเรียน นายมนตรี สมไร่ขิง ผศ.เพ็ญพร ประมวลสุข นายปัญญา สังข์ภิิรมย์ นางวรรณี วงศ์พานิชย์ นางศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทำร ดำร.สถิตย์พงษ์ มั่นหล�า ผู้เรียบเรียงคู่มือครู นางสาวพรรณมณฑ์ นิลนฤนาทำ นางสาวอัญชลี ัฉายแสงจันทำร์ ผู้ตรวจหนังสือเรียน รศ.จอมขวัญ สุวรรณรักษ์ ผศ. ดำร.เบญญา มะโนชัย นางสาวกุหลาบ ลาศนันทำ์ บรรณาธิการหนังสือเรียน นายสมเกียรติ ภิู่ระหงษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดำ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทำธศักราช 2551 กำรงำนอำชีพ ม.4 พิมพครั้งที่ 4 สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ รหัสสินคา : 3447007


ค�าแนะน�าการใช้ ชวยสรางความเขาใจ เพื่อใชคูมือครูได อยางถูกตองและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ค�าอธิบายรายวิชา แสดงขอบขายเนื้อหาสาระของรายวิชา ซึ่งครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดตามที่หลักสูตร กําหนด Pedagogy ชวยสรางความเขาใจในกระบวนการออกแบบ การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมี ประสิทธิภาพ Teacher Guide Overview ชวยใหเห็นภาพรวมของการ จัดการเรียนการสอนทั้งหมดของรายวิชากอนที่จะลงมือ สอนจริง Chapter Overview ชวยสรางความเขาใจและเห็นภาพรวม ในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรูแตละหนวย ข้อสอบเน้นการคิด เพื่อเตรียมความพรอมของผูเรียน สูการสอบในระดับตาง ๆ กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่จะชวยพัฒนา ผูเรียนใหมีทักษะที่จําเปนสําหรับการเรียนรูและการดํารงชีวิต ในโลกแหงศตวรรษที่ 21 เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม เพิ่ม ¡ÒèѴ¡ÒÃ㹺ŒÒ¹ ò ñ การวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน การท�างานบ้านทุกประเภท สิ่งส�าคัญที่ควรตระหนักหากต้องการให้งานบ้านประสบความส�าเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ ก่อนการท�างานบ้านต้องวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากร มีกระบวนการคิดเกี่ยวกับการท�างานที่เป็นระบบและชัดเจน มีการจัดล�าดับความส�าคัญว่าควรท�า สิ่งใดก่อนและท�าสิ่งใดหลัง และควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ การมีความรู้ที่เพียงพอจะท�าให้สามารถวางแผนการท�างานบ้านได้อย่างรอบคอบ ส่งผลให้แผนการ ท�างานเป็นแผนที่ดีมีคุณภาพ สามารถปฏิบัติได้จริง สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การดูแลรักษา ทําความสะอาด จัด ตกแตงบานและโรงเรียน ■ ทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ประกอบดวยการศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สํารวจ และบันทึก เชน การดูแลรักษาบาน ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃãËŒºŒÒ¹ÊÐÍÒ´áÅÐ ¹‹ÒÍÂÙ‹¤Çû¯ÔºÑµÔÍ‹ҧäà หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑0 ขั้นนํา (กระบวนการกลุมสัมพันธ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน 2. ครูใหนักเรียนดูภาพหรือคลิปเกี่ยวกับกิจวัตร ประจําวันของบุคคลทั่วไป 3. ครูสนทนาเกี่ยวกับชีวิตประจําวันของนักเรียน วา นักเรียนมีวิธีการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน หรือมีตารางเวลาในการทํากิจกรรม ตางๆ ทั้งที่ตองทําและงานอดิเรกอยางไรบาง เชน • การวางแผนการเดินทางมาโรงเรียน • การวางแผนการอานหนังสือเพื่อเตรียมสอบ • การวางแผนการทํากิจกรรมรวมกับ ครอบครัว • การวางแผนการทํางานอดิเรกเพื่อใชเวลา ใหเกิดประโยชน เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติการจัดการในบาน ฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทํางานบานประเภทตางๆ เพื่อใหเกิด ความรู ความเขาใจ และความชํานาญ โดยใชทักษะการจัดการในการทํางาน ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ทักษะในการแสวงหาความรู ผานการจัดกิจกรรมอยางหลากหลาย เชน • ใหฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบาน เพื่อให เกิดทักษะในการทํางานบาน • ใหจัดเวลาการทํางานบานและการปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ในแตละวัน เพื่อใหเกิดทักษะการจัดการในการทํางานและทักษะกระบวนการ แกปญหาในการทํางาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T12 โซน 1 โซน 2 โซน 3 ค�ำแนะน�ำกำรใช้ คู่มือครู รายวิชา การงานอาชีพ ม.4 จัดท�าขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอน ใช้เป็นแนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของส�านักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โซน 2 โดยประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ส�าหรับ ครู เพื่อน�าไปประยุกต์ใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียน ช่วยครูเตรียมสอน เกร็ดแนะครู ความรู้เสริมส�าหรับครู ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกต แนวทางการจัด กิจกรรมและอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นักเรียนควรรู้ ความรู้เพิ่มเติมจากเนื้อหา ส�าหรับอธิบายเสริมเพิ่มเติมให้ กับนักเรียน แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน โดยแนะน�าขั้นตอนการสอน และการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้นักเรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามตัวชี้วัด ช่วยครูจัด กำรเรียนกำรสอน น�ำ สอน สรุป ประเมิน โซน 1


ขอสอบเนน การคิด บ้านเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นศูนย์รวมของสมาชิกใน ครอบครัวที่ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมาชิกทุกคน จะต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้าน โดยรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความ สะอาดให้เหมาะสมกับงาน จึงจะท�าให้บ้านเกิดความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และอยู่ ในสภาพดี ๑. การวิเคราะห์สถานการณ์ ๒. การก�าหนดวัตถุประสงค์ของแผน ๓. การประเมินวัตถุประสงค์และแผน ๔. การเลือกวัตถุประสงค์และแผน ๕. การน�าแผนที่เลือกไปใช้ ๖. การตรวจสอบและควบคุม การวางแผนในการท�างานบ้านควรค�านึงถึง ๖ ประการ ดังนี้ การจัดการในบ้าน ๑๑ 1 บุคคลในขอใดปฏิบัติกิจวัตรประจําวันของตนเองไดอยางเหมาะสม 1. บีมทานโจกในหองเรียน เพราะนอนตื่นสายจึงไมมีเวลาทาน อาหารเชา 2. บาสตื่นนอนแตเชา เพื่อลงมาใสบาตรเปนเพื่อนคุณยายกอน ไปเรียน 3. แบมชอบไปเดินเลนที่หางสรรพสินคา เมื่อหางปดจึงคอย กลับบาน 4. บูมจะเปดเพลงเสียงดังทุกครั้งเวลาที่บานมีการจัดงานเลี้ยง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะกิจวัตรประจําวันเปนสิ่งที่ ตองปฏิบัติอยางเปนประจําและสมํ่าเสมอ โดยกิจกรรมที่ทําตอง เปนประโยชนตอตนเอง ครอบครัว หรือสังคม ซึ่งจะมีสวนชวย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแตละบุคคลใหดียิ่งขึ้น) นักเรียนควรรู 1 วางแผน การวางแผนการทํางานบานเปนการเตรียมพรอมโดยกําหนด แนวปฏิบัติงานบานตางๆ ไวลวงหนา วาจะทําสิ่งใดบาง มีเปาหมายใดบาง ทําวันไหนบาง ทําโดยใชวิธีใดบาง ใชระยะเวลาในการทําเทาใด ตองใชอุปกรณ ใดบาง ใครทําบาง ใชงบประมาณเทาใด เพื่อใหการปฏิบัติงานบานบรรลุ เปาหมายที่กําหนดไดอยางรวดเร็วและปลอดภัย เชน ตองการจัดมุมสําหรับ นั่งเลนในบาน เริ่มจากการหาบริเวณที่เหมาะสม หารูปแบบที่ตองการจะจัด วางแผนขั้นตอนการทํางาน เตรียมอุปกรณ ไปจนถึงลงมือปฏิบัติและ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 4. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความสําคัญของการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน 5. ครูอธิบายวา การวางแผนการทํางานรวมไปถึง การดําเนินชีวิตประจําวันเปนสิ่งที่สําคัญที่จะ ชวยใหสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไวอยาง เปนลําดับขั้นตอนและครบถวน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T13 โซน 1 โซน 2 โซน 3 ประกอบด้วยแนวทางส�าหรับการจัดกิจกรรมและ เสนอแนะแนวข้อสอบ เพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ครูผู้สอน โดยใช้หนังสือเรียน การงานอาชีพ ม.4 ของบริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Material) ประกอบการสอน และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคู่มือครูมีองค์ประกอบที่ง่ายต่อการใช้งาน ดังนี้ โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน แนวทางการวัดและประเมินผล เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่หลักสูตรก�าหนด บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเชื่อมโยงในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาคม อาเซียน สื่อ Digital การแนะน�าแหล่งเรียนรู้และแหล่งค้นคว้าจากสื่อ Digital ต่าง ๆ โซน 3 ช่วยครูเตรียมนักเรียน กิจกรรม 21st Century Skills กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างชิ้นงาน หรือท�ากิจกรรมรวบยอดเพื่อให้เกิดคุณลักษณะที่ระบุในทักษะ แห่งศตวรรษที่ 21 ข้อสอบเน้นการคิด ตัวอย่างข้อสอบที่มุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม เฉลยอย่างละเอียด กิจกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค กิจกรรมเสนอแนะแนวทางการเสริมสร้างคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ กิจกรรมท้าทาย เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรม เพื่อต่อยอดส�าหรับนักเรียน ที่เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องการท้าทายความสามารถใน ระดับที่สูงขึ้น กิจกรรมสร้างเสริม เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียนที่ ควรได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ กิจกรรม Mini Project เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อให้สามารถน�าความรู้ที่ ได้รับมาออกแบบชิ้นงานตามความสนใจ 1 ชิ้น


ค�ำอธิบายรายวิชา การงานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลาเรียน20 ชั่วโมง/ปี ศึกษาและวิเคราะห์วิธีการท�ำงานเพื่อการด�ำรงชีวิตในเรื่องหลักการท�ำงานร่วมกัน การจัดการที่ดีเกี่ยวกับ การดูแลท�ำความสะอาด จัด ตกแต่งบ้าน การบ�ำรุง เก็บรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อ�ำนวยความสะดวก ในชีวิตประจ�ำวัน การติดตั้ง ประกอบ ซ่อมแซมอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้สิ่งอ�ำนวยความสะดวกในบ้าน โดยใช้ทักษะการจัดการในการท�ำงาน ทักษะการท�ำงานร่วมกัน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน และทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด�ำรงชีวิต เพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของการท�ำงาน สามารถน�ำความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ�ำวันได้ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน รวมถึงมีจิตส�ำนึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5 ม.4-6/6 ม.4-6/7 รวม 7 ตัวชี้วัด


Pedagogy จัดท�ำขึ้นเพื่อให้ครูผู้สอนน�ำไปใช้เป็นแนวทางวางแผนพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียนโดยสามารถวางแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้หนังสือเรียนรายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่4 (ฉบับประกัน) ที่ทางบริษัท อักษรเจริญทัศน์อจท. จ�ำกัด จัดพิมพ์จ�ำหน่าย เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 โดยออกแบบ กิจกรรมการเรียนรู้(InstructionalDesign) ให้มีความสอดคล้องกับรูปแบบการสอนโดยใช้โครงการเป็นหลัก(Project-Based Instruction) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วิธีการสอน เทคนิคการสอน • การใช้คำถาม • การเล่นเกม • การใช้ตัวอย่างกระตุ้นความคิด • การใช้สื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ทักษะที่ใช้ • การท�ำงานร่วมกัน • การวิเคราะห์ • การมีความคิดสร้างสรรค์ • การคิดอย่างมีเหตุผล • การสังเกต • การสืบค้น รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการเป็นหลัก (Project-Based Instruction) • แบบบรรยาย • การสาธิต • การอภิปรายกลุ่มย่อย • การแสดงบทบาทสมมติ • การใช้กรณีตัวอย่าง • การใช้สถานการณ์จำลอง • การใช้ศูนย์การเรียนรู้ • การลงมือปฏิบัติ ด้วยจุดประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนการงาน อาชีพ เพื่อช่วยพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความเข้าใจมีทักษะ พื้นฐานที่จ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิต รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง น�ำความรู้เกี่ยวกับการด�ำรงชีวิตและการอาชีพมาประยุกต์ใช้ ในการท�ำงานได้อย่างสร้างสรรค์เห็นแนวทางในการประกอบ อาชีพ รักการท�ำงานมีเจตคติที่ดีต่อการท�ำงานสามารถด�ำรง ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุข ผู้จัดท�ำจึงเลือกใช้รูปแบบการสอนโดยใช้โครงการ เป็นหลัก ซึ่งเป็นขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ที่มุ ่งให้ผู้เรียน แสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจ�ำวัน โดยใช้ศักยภาพที่ตนเองมีผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการก�ำหนด งานที่ท�ำ มุ่งให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการสืบค้นและการปฏิบัติจริง เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติงานอื่นๆในการด�ำรงชีวิตซึ่ง สอดคล้องกับธรรมชาติของวิชาการงานอาชีพ คู่มือครู การงานอาชีพ ม.4 1 2 3 4 5 6 รูปแบบ การสอน ขั้นให้ความรู้ พื้นฐาน ขั้นกระตุ้น ความสนใจ ขั้นจับกลุ่ม ร่วมมือ ขั้นน�ำเสนอ ผลงาน ขั้นแสวงหา ความรู้ ขั้นสรุปสิ่งที่ เรียนรู้


การงานอาชีพ ม.4 หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 1 หลักการทำางาน เพื่อการ ดำารงชีวิต 1. อธิบายวิธีการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิต 2. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 3. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 4. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 5. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 6. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 7. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 2 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่1.1.1 3. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 4. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 5. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 6. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 7. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 8. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การท�ำงานใน สไตล์ของฉัน - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 2 การจัดการ ในบ้าน 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 4. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 5. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 6. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 6 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่2.1.1 3. ตรวจใบงานที่2.2.1 4. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 5. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 6. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 8. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 9. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การจัดการบ้าน ให้สะอาดสวยงาม - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint Teacher Guide Overview


หน่วย การเรียนรู้ ตัวชี้วัด ทักษะที่ได้ เวลาที่ใช้ การประเมิน สื่อที่ใช้ 3 อาหารและ โภชนาการ 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 4. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 5. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 6. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 7 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่ 3.1.1 3. ตรวจใบงานที่ 3.3.1 4. ตรวจใบงานที่ 3.4.1 5. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 6. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 7. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 8. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 9. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 10. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่องการแปรรูปและ การถนอมอาหาร - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 4 การเพาะปลูก พืช 1. สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท�ำงานร่วมกัน 2. มีทักษะการจัดการในการท�ำงาน 3. มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ในการท�ำงาน 4. มีทักษะในการแสวงหาความรู้ เพื่อการด�ำรงชีวิต 5. มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท�ำงาน 6. ใช้พลังงาน ทรัพยากรในการท�ำงาน อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น 3. ทักษะในการส�ำรวจ ค้นหา 4. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 5. ทักษะการจัดการ 6. ทักษะการแก้ปัญหา 5 ชั่วโมง 1. ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน 2. ตรวจใบงานที่4.1.1 3. ตรวจใบงานที่4.2.1 4. ประเมินการน�ำเสนอ ผลงาน 5. พฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล 6. สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม 7. สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่น ในการท�ำงาน 8. ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน 9. ตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง พืชที่ฉันปลูก - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint


สำรบัญ Chapter Title Chapter Overview Teacher Script หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หลักกำรท�ำงำนเพื่อกำร ด�ำรงชีวิต T1 T2 • ความสําคัญของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต T2-T4 T5-T9 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กำรจัดกำรในบ้ำน T10-T11 T12 • การวางแผนการทํางานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน • หลักการทําความสะอาดบ้านและอุปกรณต่าง ๆ • การทําความสะอาดและการดูแลรักษาบ้าน • ความปลอดภัยในการทํางานบ้าน • การจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้าน T12-T19 T20-T26 T27-T34 T35-T37 T38-T47 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 อำหำรและโภชนำกำร T48-T49 T50 • หลักการเลือกซื้ออาหาร • วิธีการเลือกซื้ออาหารประเภทต่าง ๆ • การเตรียมและการปรุงอาหาร • การแปรรูปอาหาร • การถนอมอาหาร T50-T51 T52-T55 T56-T64 T64-T68 T69-T81 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 กำรเพำะปลูกพืช T82-T83 T84 • ปจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืช • ปจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช • การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืช • การเตรียมพันธุพืช • การเตรียมดินปลูกพืช T84-T86 T87-T97 T98-T100 T101-T106 T107-T115 บรรณำนุกรม T116


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ความส�ำคัญ ของการท�ำงาน เพื่อการด�ำรง ชีวิต 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายความส�ำคัญ ของการท�ำงานเพื่อ การด�ำรงชีวิตได้ 2. ยกตัวอย่างการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิตได้ กระบวนการ สร้างความ ตระหนัก - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 หลักการท�ำงาน เพื่อการด�ำรง ชีวิต 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการท�ำงาน เพื่อการด�ำรงชีวิตได้ 2. ตระหนักถึงการใช้ ทรัพยากรและลักษณะ นิสัยที่ดีในการท�ำงาน กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T1


ËÅÑ¡¡Ò÷íÒ§Ò¹ à¾×èÍ¡ÒôíÒçªÕÇÔµ ñ ñ ความส�าคัญของการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต เป็นการท�างานที่เกี่ยวข้องกับการด�าเนินชีวิตประจ�าวันทั่ว ๆ ไปเช่น การดูแลรักษาที่อยู่อาศัย  การสร้างชิ้นงานเพื่อใช้ในชีวิตประจ�าวัน  การซ่อมแซมสิ่งของเครื่องใช้ เพื่อช่วยเหลือตนเองได้  ประหยัดค่าใช้จ่าย  อ�านวยความสะดวก  หรือต่อยอดไปสู่การมีรายได้  สร้างอาชีพ  เพื่อสามารถช่วยเหลือครอบครัวและสังคม  เช่น  การเลือกซื้ออาหาร หรือวัตถุดิบ เพื่อน�ามาบริโภคในครอบครัว  การประกอบอาหารเพื่อรับประทานร่วมกับกลุ่มเพื่อน  การถนอม อาหารเพื่อให้เก็บรักษาอาหารได้นานขึ้น  การท�าความสะอาดบ้านเพื่อความสะอาดและความ ปลอดภัย  การตกแต่งอาคารสถานที่เพื่อใช้จัดงานตามประเพณี  การปลูกพืชชนิดต่าง ๆ  เพื่อใช้ ตกแต่งสถานที่ หรือน�ามาประกอบอาหารเพื่อรับประทานได้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ วิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ■ ความคิดสรางสรรค ■ ทักษะการทํางานรวมกัน ■ ทักษะการจัดการ ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ■ ทักษะแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน ■ การใชัพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน ตัวชี้วัด ■ อธิบายวิธีการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๑) ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) หน่วยการเรียนรู้ที่ ¤ÇÃÁÕÇÔ¸Õ¡ÒÃÍ‹ҧäà à¾×èÍãËŒ§Ò¹ ·Õè·Ó»ÃÐʺ¤ÇÒÁÊÓàÃç¨ ๒ ขั้นนํา (กระบวนการสรางความตระหนัก) ขั้นที่ 1 สังเกต 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 เรื่อง หลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต 2. ครูใหนักเรียนดูภาพหรือคลิปเกี่ยวกับการ ทํางานของบุคคลตางๆ ในสังคม 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนเห็นใครทําสิ่งใด และทําเพื่ออะไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เห็นภาพพยาบาลกําลัง ชวยเหลือผูที่จมนํ้าดวยการทํา CPR เปนการ ชวยเหลือชีวิตของผูที่ประสบเหตุจมนํ้า เห็น ภาพตํารวจชายแดนกําลังสอนหนังสือใหกับ เด็กชาวเขา เปนการใหความรูแกเด็กที่ขาด โอกาสทางการศึกษา หรืออยูหางไกล จึง ทําใหไมสามารถเดินทางไปเรียนได) • นักเรียนคิดวาการทํางานมีความสําคัญ หรือไม อยางไร (แนวตอบ มีความสําคัญ เนื่องจากการ ทํางานจะชวยพัฒนาและเสริมสราง ศักยภาพตางๆ ชวยฝกใหรูจักการชวยเหลือ ตนเอง ครอบครัว และสังคม ฝกฝนทักษะ กระบวนการทํางาน เพื่อใหคนพบความ สามารถและความถนัดของตนเอง ซึ่งจะเปน ความรูและทักษะที่ติดตัว สามารถนําไปใช ประโยชนในการดํารงชีวิตประจําวันได) 4. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางการทํางาน ที่เปนพื้นฐานการประกอบอาชีพในอนาคต เชน • การประดิษฐชิ้นงานสามารถนํามาทําเปน ของใช ของตกแตง เพื่อจําหนายได • การถนอมอาหารในครัวเรือนสามารถนํามา ใสบรรจุภัณฑใหสวยงามเพื่อจําหนายได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจเรื่องความสําคัญของการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิตและหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต มีทักษะตางๆ ที่จําเปนตอการทํางาน ทั้งทักษะการทํางานรวมกัน ทักษะการจัดการในการทํางาน ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน และทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน สามารถใชทรัพยากรในการทํางานไดอยางคุมคาและยั่งยืน โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหนักเรียนตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหนักเรียนเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • ใหนักเรียนปฏิบัติงานกลุม เพื่อฝกการทํางานรวมกับผูอื่น และสามารถปฏิบัติงานไดอยางเปนขั้นตอน • ใหนักเรียนฝกการแกปญหาอยางถูกวิธี และรูจักแสวงหาความรูเพิ่มเติมอยูเสมอ จากแหลงการเรียนรูที่หลากหลาย T2


ขอสอบเนน การคิด การท�ำงำนเพื่อกำรด�ำรงชีวิต เป็นสิ่งที่จ�ำเป็นในชีวิตประจ�ำวัน มีทั้งงำนที่ช่วยเหลือตนเอง ผู้อื่น และสังคม รวมถึงงำนที่ท�ำเป็น อำชีพ ส�ำหรับกำรท�ำงำนในครอบครัวและในโรงเรียนของนักเรียน จ�ำเป็นต้องใช้ควำมรู้ ควำมสำมำรถ วิธีกำร ทักษะกระบวนกำร ท�ำงำนต ่ำง ๆ เพื่อให้งำนบรรลุผลส�ำเร็จและมีคุณภำพตำม เปำหมำยที่ได้วำงไว้   งานเพื่อการด�ารงชีวิตเป็นงานที่จ�าเป็นในการใช้ชีวิตประจ�าวัน  ซึ่งสามารถท�าได้ด้วยตนเอง และช่วยเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง  การฝึกฝนทักษะด้วยการปฏิบัติงานที่หลากหลาย อยู่เสมอ จะช่วยให้ค้นพบความสามารถ ความถนัด รวมถึงสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ เช่น การช่วยแม่ ท�าอาหารท�าให้พบว่าชอบท�าอาหาร การท�าอาหารเป็นเรื่องสนุก มีสิ่งที่น่าสนใจให้เรียนรู้และทดลอง ปฏิบัติอีกมาก การค้นพบความชอบและความถนัดจะท�าให้ปฏิบัติงานเหล่านั้นได้ดี และการฝึกฝน อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ปฏิบัติงานได้ดีขึ้น  นอกจากนี้  การมีทักษะจากการปฏิบัติจะเป็นพื้นฐาน ที่สามารถน�าไปประยุกต์ ใช้ ในการด�ารงชีวิต รวมถึงการปฏิบัติงานในวิชาชีพต่าง ๆ  ได้  ดังนั้น เมื่อมีโอกาสปฏิบัติงานควรปฏิบัติงานด้วยตนเองอย่างเต็มความสามารถ เนื่องจากทักษะที่เกิดขึ้น จะเป็นสิ่งส�าคัญที่ท�าให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต ๓   งานเพื่อการด�ารงชีวิตเป็นงานที่จ�าเป็นในการใช้ชีวิตประจ�าวัน  ซึ่งสามารถท�าได้ด้วยตนเอง 1 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต 5. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการทํางาน ในชีวิตประจําวัน จากนั้นครูถามนักเรียนวา • ในแตละวันนักเรียนตองทํางานใดบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • จากการทํางานในแตละวันดังที่กลาวมา แลวนักเรียนคิดวาการทํางานมีประโยชน ตอตนเองอยางไร (แนวตอบ ชวยแบงเบาภาระของผูปกครอง ฝกนิสัยรักการทํางาน ฝกใหรูจักมีความ รับผิดชอบ มีวินัย มีความอดทน ทําใหเกิด ความภาคภูมิใจในตนเอง) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิเคราะห วิจารณ 1. นักเรียนแตละคนศึกษาความรู เรื่อง ความ สําคัญของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต จาก หนังสือเรียนการงานฯ ม.4 2. นักเรียนเลือกหัวขอที่สนใจตามที่กําหนดให แลววิเคราะหถึงประโยชนที่ไดรับจากการ ปฏิบัติในหัวขอที่เลือก เพื่อใหนักเรียนตระหนัก ถึงความสําคัญของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต • หัวขอที่ 1 การประกอบอาหารใหผูสูงอายุ • หัวขอที่ 2 การปลูกพืชผักสวนครัว • หัวขอที่ 3 การเลี้ยงสัตว • หัวขอที่ 4 การทําความสะอาดและตกแตง บาน (เลือกหองใดหองหนึ่ง) 3. ใหนักเรียนที่เลือกหัวขอเดียวกัน นําขอมูล ที่วิเคราะหไดมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน นักเรียนควรรู 1 งานที่จําเปนในการใชชีวิตประจําวัน เปนการทํางานตางๆ เพื่อการดํารงชีวิต มีความเกี่ยวของกับปจจัย 4 เชน การประกอบอาหารรับประทานใหไดสารอาหาร ที่ครบถวน รวมถึงการเลือกซื้ออาหารที่ปลอดภัยและการลองประกอบอาหารเมนู แปลกใหมดวยความสรางสรรค การจัดการที่อยูอาศัยใหสะอาดสวยงาม นาอยู เสมอ การจัดหาและดูแลเครื่องนุงหมใหเหมาะสมกับตนเอง งานที่จําเปนใน ชีวิตประจําวันเปนงานพื้นฐานในการดํารงชีวิต นอกจากนี้ การทํางานดวย ความกลาที่จะลองสิ่งใหมๆ และใสใจในรายละเอียด จะชวยใหทําสิ่งตางๆ ได หลากหลาย มีความแมนยํา และตัดสินใจไดอยางรวดเร็ว เพราะเหตุใด ทุกคนจึงควรเรียนรูการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต (แนวตอบ เพราะการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตจะทําใหสามารถ ทําสิ่งตางๆ ที่เปนพื้นฐานในการดํารงชีวิตได เขาใจถึงการทํางาน ที่เหมาะสม เพื่อใหงานดําเนินไปตามตองการ สามารถแกไขปญหา ที่เกิดขึ้นอยางถูกวิธี สงผลใหมีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางดานรางกาย และจิตใจ) สื่อ Digital ศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทักษะการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ไดจาก http://www.wisdommaxcenter.com/detail.php?WP=oGI3BHjloH 9axUF5nrO4Ljo7o3Qo7o3Q นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T3


ขอสอบเนนการคิด ช่วยสรางประสบการณ การลงมือปฏิบัติจริงบ่อย ๆ จะเกิดความเชี่ยวชาญ สามารถน�าไป ใช้ประโยชน์ในภายหน้าได้ เช่น การท�าอาหารรับประทานเอง ในอนาคต อาจต่อยอดประกอบอาชีพเป็นเชฟได้ เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง การลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง  ผู้ปฏิบัติจะเห็นคุณค่าและมี ความรู้สึกดีในสิ่งที่ท�า เช่น บ้านสะอาดและสวยงามเกิดจาก การท�าความสะอาดด้วยฝีมือของตนเอง ช่วยใหคนพบความสามารถของตนเอง งานช่วยให้ทราบว่าชอบสิ่งใด บกพร่องเรื่องใด ท�าให้ วางแผนเลือกอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการได้ เช่น ชอบปลูกต้นไม้ สามารถเลือกอาชีพที่เกี่ยวกับพืชได้ เปนพื้นฐานการประกอบอาชีพ งานเพื่อการด�ารงชีวิตสามารถต่อยอดเพื่อเป็นอาชีพได้ เช่น งานตกแต่งห้อง งานประกอบอาหาร งานปลูกต้นไม้ ซึ่งจะท�าให้เกิดทักษะพื้นฐานเพื่อน�าไปสู่อาชีพที่สนใจได้ ช่วยพัฒนาความคิดสรางสรรค ในการท�างานบางคนอาจเกิดความคิดสร้างสรรค์ขณะคิด  แต่บางคนอาจเกิดในขณะปฏิบัติ เช่น ก่อนเริ่มประกอบอาหาร ตั้งใจจะท�าเมนูใหม่ที่คิดไว้ แต่ในขณะปฏิบัติคิดขึ้นมาได้อีก ช่วยสรางประโยชน ใหผูอื่น ผลงานที่ลงมือปฏิบัติจะสร้างประโยชน์ ให้ผู้อื่น  เช่น  ซื้อวัตถุดิบ ที่มีคุณภาพมาปรุงอาหารรับประทานในครอบครัว  ท�าให้สมาชิก ในครอบครัวมีสุขภาพที่ดี ความส�าคัญ ของการท�างาน เพื่อการ ด�ารงชีวิต ๔ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การแสดง ความคิดเห็น และการแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ความสําคัญ ของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต ขั้นสรุป ขั้นที่ 3 สรุป 1. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับคํากลาวที่วา “คาของคนอยูที่ผล ของงาน” และ “ถาคนเราไมทํางานจะเกิด อะไรขึ้น” 2. นักเรียนรวมกันสรุปความรูและยกตัวอยาง เกี่ยวกับความสําคัญของการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต 3. ครูใหนักเรียนดูความสําคัญของการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 1 4. นักเรียนทําใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง ความสําคัญ ของการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล และสังเกตพฤติกรรม การทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการ จัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม นักเรียนที่ขยัน ใฝเรียนรู ชอบลงมือปฏิบัติ หารายไดตั้งแต วัยเยาว จะมีผลตอการใชชีวิตในอนาคตอยางไร 1. เปนที่พึ่งใหตนเอง 2. เปนคนที่นาเชื่อถือ 3. มีรายไดระหวางเรียน 4. ไดไปเที่ยวตางประเทศ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการขยัน ใฝเรียนรู ชอบลงมือ ปฏิบัติ หารายไดตั้งแตวัยเยาว จะทําใหเปนคนที่มีความรูมาก มีประสบการณหลากหลาย สามารถหารายได เพื่อเลี้ยงชีพได ไมเกี่ยวของกับการเปนคนนาเชื่อถือ และการมีรายไดระหวาง เรียนเปนเรื่องของปจจุบัน รวมถึงการไดไปเที่ยวตางประเทศ ก็ไมแนนอน เพราะอาจไมมีเงินเก็บเพียงพอ) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วิเคราะห วิจารณ 5. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับความสําคัญของ การทํางานเพื่อการดํารงชีวิต จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • นักเรียนคิดวาการมีประสบการณในการ ทํางานกอใหเกิดประโยชนอยางไร (แนวตอบ ในอนาคตสามารถชวยเหลือ ตนเองได ทั้งยังชวยฝกความอดทน การ สั่งสมประสบการณจนเกิดความเชี่ยวชาญ ยังสามารถนําไปใชในการแกปญหาใหสําเร็จ ลุลวงไปไดดวยดี) แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T4


ขอสอบเนน การคิด ๒ หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิตควรค�านึงถึงสิ่งต่าง ๆ เช่นต้องมีทัศนคติเชิงบวกรักในงานที่ท�า  มีความมุ่งมั่น อดทน ตั้งใจศึกษาเรียนรู้ ฝึกฝนทักษะฝีมือการท�างาน ท�างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่าง มืออาชีพ ซึ่งหลักการท�างานให้ประสบความส�าเร็จที่ส�าคัญ ดังนี้ ๒.๑ มีทักษะในการท�างาน การท�างานทุกประเภท ผู้ปฏิบัติงานจะต้องฝึกทักษะการท�างานและน�าทักษะกระบวนการต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ทักษะส�าคัญในการท�างานมีดังนี้ การท�างานร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นทีมต้องมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนมีการปรึกษา หารือ วางแผนร่วมกัน มอบหมายภาระงาน ติดตาม ประเมินผล น�าผลงานมาวิเคราะห์ถึงข้อดี เพื่อหา แนวทางพัฒนาต่อยอด และวิเคราะห์ข้อเสียเพื่อปรับปรุงแก้ไข ซึี่งในชีวิตการท�างานจริงพบว่าบางคน  มีความรู้ ความสามารถ แต่ไม่สามารถท�างานร่วมกับผู้อื่นได้ ท�าให้ไม่มีความสุขในการท�างาน ดังนั้น  การเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นย่อมท�าให้มีความสุขกับการท�างานเช่นการจัดการในบ้านสามารถ ใช้ทักษะการท�างานร่วมกันของสมาชิกในบ้าน โดยก�าหนดหน้าที่ตามความสามารถและเวลาว่างของ สมาชิกแล้วลงมือปฏิบัติ เพื่อให้บ้านสะอาด ปลอดภัย อาศัยอยู่ได้อย่างมีความสุข การจัดการงานและคนให้สัมพันธ์กันเป็นวิธีที่จะท�าให้งานบรรลุเป้าหมายที่ก�าหนดไว้โดยมอบหมาย งานให้สอดคล้องกับความถนัดของแต่ละบุคคล มีการวางแผนการท�างานก่อนล่วงหน้า จัดล�าดับความ ส�าคัญ  ก�าหนดเป้าหมาย ทิศทางของงานให้ชัดเจน และลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนที่ก�าหนด มีการ ประเมินตรวจสอบผลงาน หากพบว่าคุณภาพของงานไม่เป็นไปตามที่ก�าหนดจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ให้เสร็จทันตามเวลาที่ก�าหนด เช่น การประกอบอาหารสามารถใช้ทักษะการจัดการงานได้ โดยก�าหนด เมนูอาหารล่วงหน้า เลือกซื้อวัตถุดิบ ตั้งใจท�าอาหารตามวิธีท�าที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้อาหารที่มีรสชาติดี  และหมั่นฝึกท�าอาหารเป็นประจ�าสามารถต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต ทักษะการท�างานร่วมกัน ทักษะการจัดการงาน หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต 5 การใชทักษะการทํางานโดยการแสวงหาความรูจากการสัมภาษณ บุคคลตางๆ ผูสัมภาษณควรมีคุณสมบัติในขอใดมากที่สุด 1. มีความอดทน 2. มีความรอบคอบ 3. มีมนุษยสัมพันธดี 4. มีความกระตือรือรน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะจะทําใหเกิดบรรยากาศที่ดี ในการสัมภาษณ ผูใหสัมภาษณอยากที่จะใหความรวมมือและตอบ คําถามตางๆ อยางเต็มที่) บูรณาการอาเซียน ครูใหขอมูลเพิ่มเติมเพื่อใหนักเรียนเห็นความสําคัญของการทํางาน สามารถฝกตนและรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ในภาษาอังกฤษ เรียกวา “Fourth Industrial Revolution” หรือ “4IR” ซึ่งเปนการปฏิวัติดาน เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล อันจะสงผลกระทบตอวิธีการดําเนินชีวิต ปฏิสัมพันธ ระหวางประชาชน และวิธีการทํางาน 4IR ชวยในการเขาถึงขอมูล การพัฒนาปญญาประดิษฐ อินเทอรเน็ต วัสดุศาสตร และวิทยาศาสตรคอมพิวเตอร แตสงผลกระทบใหเกิดความกังวล วาประชาชนจะตกงานเพราะถูกแทนที่ดวยหุนยนต อาจทําใหเกิดความเหลื่อมลํ้า ทางสังคมเพิ่มขึ้นจากการที่ประชากรมีความสามารถในการใชเครื่องมือดิจิทัล แตกตางกัน นักเรียนตองรูจักปรับตัวเพื่อใหสามารถอยูในสังคมที่เปลี่ยนแปลงได ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรู ความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูนําภาพใหนักเรียนดู 2 ภาพ ภาพที่ 1 การทํางานที่ยิ้มแยมแจมใส ภาพที่ 2 การทํางานที่สับสนวุนวาย 2. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนอยากทํางานแลวมีลักษณะเหมือน กับภาพใด เพราะเหตุใด (แนวตอบ ภาพที่ 1 ภาพการทํางานที่ยิ้มแยม แจมใส เพราะเปนการทํางานที่มีความสุข ไมกอใหเกิดความเครียด ชวยใหการทํางาน เปนไปอยางราบรื่น ซึ่งจะสงผลใหไดงานที่มี คุณภาพ ตรงตามวัตถุประสงคที่ตั้งไว) 3. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ สาเหตุที่ทําให 2 ภาพนี้ มีการทํางานที่แตกตาง กัน 4. ครูกลาววา การมีทักษะที่เพียงพอในการ ทํางานจะทําใหสามารถทํางานไดสําเร็จอยาง มีความสุขดังภาพที่ 1 5. ครูถามนักเรียนวา • การมีทักษะในการทํางานจะกอใหเกิดผลดี ตอผูปฏิบัติงานอยางไร (แนวตอบ ทําใหผูปฏิบัติงานทํางานรวมกับ ผูอื่นไดอยางราบรื่น สามารถบริหารจัดการ งานไดตามขั้นตอน แกปญหาในการทํางาน ไดอยางถูกตองและเหมาะสม มีความรูใหม อยูเสมอ ซึ่งจะชวยพัฒนาการทํางานใหดี ยิ่งขึ้น) ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 6. ครูใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับหลักการ ทํางานเพื่อการดํารงชีวิต 7. ครูใหนักเรียนดูหลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 1 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T5


  การท�างานแม้จะมีการวางแผนท�างานอย่างดีแล้วก็ตาม  แต่อาจมีปญหาให้ต้องแก้ไข  ดังนั้น  ต้องรู้จักวิธีการแก้ปญหาตามขั้นตอน ตัวอยาง ปลูกพืชดอกแต่พืชไม่ออกดอก สามารถใช้ทักษะการแก้ปญหาตามขั้นตอนได้ ดังนี้   ปจจุบันข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมีวิทยาการและนวัตกรรมเกิดขึ้น  จึงควรหมั่น หาความรู้ เพื่อน�ามาใช้ ในการท�างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแสวงหาความรู้ตามขั้นตอน ตัวอยาง  ต้องการหาพันธุ์พืชที่ดูแลง่ายมาปลูก  เพื่อน�ามาใช้ ในการจัดตกแต่งบ้าน  สามารถใช้ทักษะ การแสวงหาความรู้ตามขั้นตอนได้ ดังนี้ พืชไม่ออกดอก สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับพืช ชนิดนั้น  เพื่อหาวิธีการ ดูแลพืชที่ถูกต้อง ดูแลพืชด้วยวิธีที่ถูกต้อง  เช่น ไม่รดน�้ามากเกินไป จัดให้อยู ่ในบริเวณที่มี แสงแดดร�าไร พิจารณาปญหา วางแผนการแก้ปญหา ลงมือแก้ปญหา ตรวจสอบปรับปรุง เมื่อดูแลถูกวิธีแล้วให้ ประเมินว่า พืชออกดอก แล้วหรือไม่ และมีปริมาณ มากน้อยเพียงใด ใช้ระยะ เวลาเท่าใด ก�าหนดหัวข้อที่ ต้องการสืบค้น วิเคราะห์ข้อมูล ที่สืบค้นได้ สรุปผลและ บันทึกข้อมูลวางแผน การสืบค้น ด�าเนินการ สืบค้น พันธุ์พืชที่ดูแล ง่าย นิยมน�ามา ตกแต่งบ้าน สืบค้นพันธุ์พืชจาก เว็บไซต์เกี่ยวกับ ไม้ดอก ไม้ประดับ และร้านขายต้นไม้ ใกล้บ้าน ไปสืบค้นจากเว็บไซต์ และร้านขายต้นไม้ ใกล้บ้าน  โดยศึกษา พันธุ์ ไม้ วิธีการปลูก  การดูแลรักษา ตรวจสอบข้อมูลที่ได้ ว ่าพันธุ์พืชใดปลูก และดูแลรักษาได้ง่าย สรุปเลือกพันธุ์พืช ที่ต้องการแล้วบันทึก เพื่อคัดเลือกพันธุ์ พืชมาปลูกต่อไป ทักษะการแกปญหา ทักษะการแสวงหาความรู ๖ 1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 8. นักเรียนเลือกงานที่ตองทํามา 1 อยาง เพื่อนํา มาทําเปนรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางาน ในสไตลของฉัน โดยใชหลักการทํางานเพื่อ การดํารงชีวิตที่ศึกษาคนความา ตัวอยางงาน ที่ทํา เชน • นักเรียนและเพื่อนชวยกันจัดชั้นหนังสือใน หองเรียน • นักเรียนจัดบอรดของโรงเรียน • นักเรียนกับนองจัดงานวันเกิดใหคุณแม • นักเรียนกับคุณแมจัดหองนอนใหมใหคุณตา และคุณยาย 9. นักเรียนวางแผนการทํางาน ทั้งงานที่เลือก และรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตล ของฉัน โดยครูคอยใหคําปรึกษา ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 1. นักเรียนถายรูปงานนั้นกอนที่จะลงมือปฏิบัติ จากนั้นครูถามนักเรียนวา • นักเรียนไดมีการแสวงหาความรูกอนลงมือ ปฏิบัติงานอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ใชวิธีการแสวงหาความรู ดวยตนเอง โดยการคนหาขอมูลที่ตองการ จากเว็บไซตตางๆ ที่เกี่ยวของ ซึ่งวิธีนี้เปนวิธี ที่เขาถึงขอมูลไดงายและมีความสะดวกใน การคนหาขอมูล มีขอมูลใหศึกษามากมาย แลวนําขอมูลที่ไดมาทําการวิเคราะหและ สังเคราะห เพื่อใหไดขอมูลที่ถูกตอง จากนั้น จึงลงมือปฏิบัติงานตามแผนที่ไดวางไว) นักเรียนควรรู 1 การแสวงหาความรู ในยุคปจจุบันมีทั้งความรูจากประสบการณของตนเอง ความรูที่ไดจากบุคคลอื่น ซึ่งเปนความรูที่เปนความจริงสวนบุคคล สวนการ แสวงหาความรูโดยใชเหตุผลเปนการแสวงหาความรูที่เปนความจริงทั่วไป ไมใช ความจริงสวนบุคคล เชน การอนุมาน การอุปมาน วิธีการทางวิทยาศาสตร โดยการแสวงหาความรูดวยวิธีการทางวิทยาศาสตรเปนที่นิยมใชมาก ประกอบ ดวย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นกําหนดปญหา 2. ขั้นตั้งสมมติฐาน 3. ขั้นตรวจสอบสมติฐาน 4. ขั้นวิเคราะหขอมูล 5. ขั้นสรุปผล นอกจากนี้ การแสวงหาความรูจากเว็บไซตยังคงเปนวิธีหาความรูที่นิยม จึงควรหาความรูจากเว็บไซตที่นาเชื่อถือ มีขอมูลที่ถูกตองและทันสมัย ใหนักเรียนยกตัวอยางการใชทักษะการแกปญหาในการ ทํางานตางๆ มา 3 ตัวอยาง โดยอธิบายขั้นตอนการแกปญหา อยางชัดเจน ใหนักเรียนแสวงหาความรูเกี่ยวกับเรื่องที่สนใจ หรือเรื่อง ที่สงสัย 1 เรื่อง โดยอธิบายการแสวงหาความรูเรื่องที่เลือกตาม ขั้นตอนไดอยางถูกตอง นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T6


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ลักษณะของความคิดสรางสรรค ๒.๒ มีความคิดสร้างสรรค ในการท�างาน   ความคิดสร้างสรรค์เป็นพื้นฐานส�าคัญในการสร้างชิ้นงานในวิชาการงานอาชีพและการท�า ชิ้นงานเพื่อใช้ในชีวิตประจ�าวัน ท�าให้การท�าชิ้นงานมีความแปลกใหม่ มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ  สร้างมูลค่าได้ การฝึกตนเองให้มีความคิดสร้างสรรค์สามารถปฏิบัติได้หลายวิธี เช่น ฝึกตั้งค�าถาม ในเรื่องที่อยากรู้และหาค�าตอบ  ฝึกคิดหลายมิติหลายด้าน  ไม่ปดกั้นความคิดของตนเอง  ฝึกให้ เป็นคนช่างสังเกต ช่างจดจ�า กล้าแสดงความคิดเห็น โดยความคิดสร้างสรรค์มีลักษณะดังนี้ ความละเอียดลออ (Elaboration)   ความคิดในลักษณะลงรายละเอียด เพื่อให้เกิดความ สมบูรณ์และชัดเจนมากขึ้น เช่น   •  เลือกสี ขนาด และลักษณะของกระถางต้นไม้ไว้ เมื่อต้องการจัดสวนในบริเวณบ้าน   •  ประกอบอาหารโดยใส ่เครื่องปรุงรสหลายชนิด ตามเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ความคิดริเริ่ม (Originality)   ความคิดแปลกใหม่ที่แตกต่างไปจากความคิดเดิม  สามารถน�าไปประยุกต์ ใช้เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ได้ ซึ่งต้อง ไม่ซ�้ากับของเดิม หรือไม่เคยมีมาก่อน เช่น • เครื่องช่วยท�าความสะอาดบ้านแบบใหม่ • อาหารเมนูใหม่ ความคล่องในการคิด (Fluency)   ความสามารถในการคิดหาค�าตอบได้อย่างรวดเร็ว  อาจกล่าวได้ว่าคิดได้ปริมาณมากในเวลาที่จ�ากัด เช่น   •  ออกแบบห้องได้หลายรูปแบบในเวลาจ�ากัด   •  ออกแบบการจัดตกแต่งอาหารหลากหลายรูปแบบ ในเวลาจ�ากัด ความยืดหยุ่นในการคิด (Flexibility)   ความสามารถในการคิดได้อย่างหลากหลาย  อาจ กล่าวได้ว่าคิดได้หลายมุม เช่น   •  ดัดแปลงอาหารชนิดหนึ่งให้เป็นอาหารชนิดใหม่ ได้อีกหลายเมนู   •  น�าสิ่งของที่มีอยู่มาใช้ ในการประดับตกแต่งบ้าน ได้หลากหลายรูปแบบ หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต ๗ ความยืดหยุ่นในการคิด 1 ครูใหนักเรียนเลือกการปฏิบัติงานมา 1 อยาง แลววิเคราะห เพื่อตอบคําถาม ดังนี้ • การปฏิบัติงานนั้นมีความคิดสรางสรรคในการทํางานหรือไม ถามี มีความคิดสรางสรรคอยางไร • สามารถนําความคิดสรางสรรคมาใช หรือนํามาใชเพิ่มเติม ในการปฏิบัติงานนั้นไดอยางไรบาง • หากการปฏิบัติงานนั้นไมนําความคิดสรางสรรคมาใชจะมี ผลดีและผลเสียอยางไรบาง จากนั้นใหนักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับเพื่อนที่นั่ง ใกลๆ กัน แลวบันทึกขอมูล นําสงครูผูสอน (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตยสุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 2. นักเรียนปฏิบัติงานตามแผนการทํางานที่วางไว ทั้งงานที่เลือกและรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตลของฉัน โดยอาศัยทักษะ ในการทํางาน ทั้งการทํางานรวมกัน การจัด การงาน การแกปญหา การแสวงหาความรู การมีความคิดสรางสรรค การมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดี การใช พลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน และ ครูคอยสังเกตและใหคําแนะนําในการทํางาน 3. นักเรียนถายรูปอีกครั้งเมื่อปฏิบัติงานเสร็จแลว นักเรียนควรรู 1 ความยืดหยุนในการคิด เปนการคิดไดหลายประเภท หรือหลายแบบของ ความคิดแบงได ดังนี้ • ความยืดหยุนในการคิดที่เกิดขึ้นทันที (Spontaneous Flexibility) เปน ความสามารถในการพยายามคิดใหหลากหลายอยางอิสระ เชน คนที่มีความ ยืดหยุนในการคิดประเภทนี้ จะนึกคิดถึงประโยชนของกอนหินวา มีอะไรบาง ไดหลากหลายอยาง ในขณะที่คนไมมีความคิดยืดหยุน หรือความคิดสรางสรรค จะคิดไดเพียง 1-2 อยางเทานั้น • ความยืดหยุนในการคิดที่มีการดัดแปลง (Adaptive Flexibility) เปนความ สามารถในการพยายามคิดจากการดัดแปลง เชน คนที่มีความยืดหยุนในการคิด ประเภทนี้ ลองคิดวา หลอดกาแฟจะทําอะไรไดบาง โดยใชเวลาคิด 2 นาที จะคิดไดไมซํ้ากันและคิดไดจํานวนมาก ในขณะที่คนคิดไมมีความคิดยืดหยุน จะคิดไดซํ้ากันและจํานวนนอย ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 4. นักเรียนนํารูปถายกอนและหลังปฏิบัติงานมา พิจารณาการทํางานที่ทําไปและนําไปใชใน รายงานโครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตล ของฉัน 5. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนมีเคล็ดลับการทํางานในสไตลของ ตนเองอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) 6. ครูใหนักเรียนดูทักษะในการทํางาน ความคิด สรางสรรคในการทํางาน ลักษณะนิสัยที่ดีใน การทํางาน การใชพลังงานและทรัพยากรใน การทํางาน จาก PowerPoint ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 1 นํา สอน สรุป ประเมิน T7


การสรางทัศนคติที่ดี ในการทํางาน T i p ๒.๓ มีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน   การท�างานทุกอย ่างนอกจากการมีทักษะ  มีฝีมือในการท�างานแล้ว  สิ่งส�าคัญที่จะต้องมี  คือ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดี ดังนี้  คุณธรรม จริยธรรม พื้นฐานที่บุคคลต้องมีติดตัว เช่น ความซื่อสัตย์ ความอุตสาหะ  ความมีวินัย  คนที่มีคุณธรรม จริยธรรม จะเป็นคนที่น่าคบหาสมาคม เพราะ เป็นคนจิตใจดี  ไม่สร้างปญหาให้กับผู้อื่นและ ช่วยให้การท�างานส�าเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ลักษณะนิสัยที่ดี การมีลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างานเป็นผล มาจากการมีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติที่ดี ต ่องานที่ท�า  ลักษณะนิสัยที่ดีในการท�างาน เช่น ตั้งใจท�างานตามเป้าหมาย มีน�้าใจต่อผู้อื่น  ท�างานอย่างเป็นระบบ เจตคติ ท่าที หรือความรู้สึกของบุคคลต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะแสดงออกมาเป็นพฤติกรรม เช่น การรักงาน ที่ท�า  การมุ่งมั่นตั้งใจท�างาน การมีเจตคติที่ดี ต่องานและเพื่อนร่วมงาน เกิดแรงบันดาลใจ สามารถฟนฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ การสร้างทัศนคติที่ดีในการทํางาน   การมีทัศนคติที่ดีต่อการท�างานที่ได้รับมอบหมาย  จะช่วยให้รู้สึกท้าทายและเกิดความมุ่งมั่น ในการท�างาน เพื่อให้งานส�าเร็จตามเป้าหมาย การสร้างทัศนคติที่ดีในการท�างานปฏิบัติได้ ดังนี้ วางแผนการทํางาน ก�าหนดเป้าหมาย วางแผนการท�างาน ล่วงหน้า เพื่อก�าหนดเวลาท�างาน คิดบวก คิดในสิ่งที่ดีเป็นพลังสู่ความส�าเร็จของ การท�างาน สามารถแก้ไขปญหาได้ เห็นอกเห็นใจผูอื่น ช่วยเหลือ ให้ค�าแนะน�า  เพื่อนร่วมงานอย่างจริงใจ สรางแรงบันดาลใจ ท�ากิจกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับตนเองอยู่เสมอ เช่น ดูหนัง  ฟงเพลง เดินทาง อ่านหนังสือ ปรับตัวอยูเสมอ ปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ๘ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูถามนักเรียนวา • การมีความคิดสรางสรรคและการใช พลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน จะสงผลใหงานเปนอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 7. เมื่อนักเรียนไดเคล็ดลับการทํางานในสไตล ของตนเองใหนักเรียนอธิบายลงในรายงาน โครงงาน เรื่อง การทํางานในสไตลของฉัน ใน หัวขอเคล็ดลับการทํางานในสไตลของฉัน 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา “ในการทํางานนอกจาก การมีความรู ความสามารถแลว สิ่งสําคัญที่ ควรมี ก็คือคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และ ลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน เนื่องจากบุคคล เหลานี้จะไมประพฤติตนเพื่อสรางปญหาใหกับ ผูอื่น องคกร สังคม รวมถึงตนเอง นอกจากนี้ จะทําใหเปนที่รักใครของบุคคลที่อยูรอบขาง ทั้งยังชวยใหการทํางานสําเร็จลุลวงไปได ดวยดี” 9. ครูถามนักเรียนวา • การมีคุณธรรมในการทํางานจะสงผลดี อยางไรตอการดํารงชีวิต (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ทําใหเปนบุคคลที่มีคนรัก ใคร การทํางานก็จะราบรื่น เพราะจะมีคน คอยชวยเหลือเมื่อเรามีปญหา ซึ่งสงผลให งานประสบความสําเร็จตรงตามเวลา) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา การมีนํ้าใจยังเปนคุณธรรมที่ชวยใหสังคม สามารถอยูรวมกันได โดยการมีนํ้าใจสามารถปฏิบัติโดยการใชเงิน หรือไมใชเงิน ก็ได และควรปฏิบัติดวยความเต็มใจ จริงใจ ไมหวังสิ่งตอบแทน การฝกตนเอง ใหมีนํ้าใจสามารถทําได เชน เอาใจเขามาใสใจเรา เปนผูใหมากกวาผูรับ เสียสละ กําลังกาย สติปญญา และเวลาใหแกผูที่เดือดรอน การฝกฝนตนเองใหเปนคน มีนํ้าใจ จะทําใหเรามีจิตใจที่เบิกบานแจมใส ดําเนินชีวิตไดอยางมีความสุข กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 4-5 คน สืบคนหลักการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิตจากสื่อการเรียนรูตาง ๆ 2. แตละกลุมศึกษาขอมูลที่ได แลวนํามาสรุป เพื่อนําเสนอขอมูล ใหเพื่อนกลุมอื่นฟงหนาชั้นเรียน 3. แตละกลุมฟงขอมูลของทุกกลุม แลววิเคราะหวาแตกตางจาก ขอมูลของกลุมตนเองอยางไรบาง 4. ครูและนักเรียนชวยกันเลือกขอมูลเรื่องหลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิตของแตละกลุม เพื่อใหไดขอมูลใหมที่สมบูรณที่สุด สื่อ Digital ศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทัศนคติและมุมมองที่ดี ไดจาก https://medium.com/@khemcharoenreadyma/ทัศนคติและมุมมองที่ดี-ที่ จะทําใหคุณมีความสุขกับการทํางาน-a782fba470df นํา สอน สรุป ประเมิน T8


กิจกรรม Mini Project ๒.๔ การใช้พลังงาน ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน การท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต  สิ่งส�าคัญที่ต้องค�านึงถึง  คือ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงโลกของเราด้วย หลายคนท�างานโดยค�านึงถึงความสะดวกของตนเองเป็นที่ตั้ง  ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง โดยขาดการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการท�างานของตนนั้นก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การทิ้งสารเคมีที่เหลือใช้ลงในล�าธารสาธารณะ การใช้สี  ที่มีสารตะกั่วผสมอยู่  การใช้สารเคมีเร่งการเจริญเติบโตของพืช  การใช้น�้าและไฟฟ้าอย่างฟุ่มเฟือย  การใช้ถุงพลาสติกมากเกินความจ�าเป็น การซื้อถุงผ้าเพื่อใช้เพียงครั้งเดียว การท�างานในชีวิตประจ�าวันทั้งงานท�าความ สะอาดบ้าน งานตกแต่งบ้าน งานอาหาร งาน  ปลูกพืชต ่าง ๆ ล้วนต้องอาศัยพลังงานและ ทรัพยากรทั้งสิ้น ผู้ปฏิบัติงานจึงควรวางแผน การท�างานเพื่อให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่าง คุ้มค่า ไม่เกิดขยะและมลพิษ รวมถึงไม่ท�าลาย สิ่งแวดล้อมด้วย    ดังนั้น การมีจิตส�านึกที่ดีต่อการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรจึงเป็นสิ่งจ�าเป็นที่เรา ควรค�านึงถึง  เช่น การใช้กระดาษก็ไม ่ควร ใช้เพียงหน้าเดียว หน้ากระดาษด้านที่เหลือ สามารถน�าไปใช้ประโยชน์ในการขีดเขียนได้อีก หรือกระดาษที่ใช้หมดแล้วทั้งสองด้านสามารถน�า ไปใช้เป็นเศษวัสดุเพื่อประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ได้ การใช้ถุงผ้าอย่างคุ้มค่าแทนการใช้ถุงพลาสติกเป็นการใช้ ทรัพยากรอย่างยั่งยืน การท�ำงำนถือเป็นภำรกิจอย่ำงหนึ่งที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติทั้งเพื่อกำรด�ำเนินชีวิตที่ ดีขึ้น หรือเพื่อหำรำยได้มำเลี้ยงชีพ งำนที่เรำเห็นอยู่มำกมำยรอบตัวนั้น ถึงแม้หลำยอย่ำงจะดู เหมือนง่ำย ใคร ๆ ก็สำมำรถท�ำได้ แต่ในควำมเป็นจริงนั้นบุคคลหลำยคนก็ไม่ประสบควำมส�ำเร็จ ในกำรท�ำงำน ด้วยเหตุนี้ กำรเรียนรู้หลักกำรท�ำงำนเพื่อกำรด�ำรงชีวิตจึงเป็นสิ่งจ�ำเป็นเพรำะเป็นควำมรู้ และทักษะที่จะติดตัวเรำไปตลอดชีวิต ซึ่งเรำสำมำรถน�ำไปใช้ประโยชน์ในกำรด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน ได้จริง และน�ำไปประยุกต์เป็นอำชีพในอนำคตได้ สรุป หลักการท�างานเพื่อการด�ารงชีวิต 9 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การทํางาน ในสไตลของฉัน 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 เรื่อง หลักการทํางานเพื่อการ ดํารงชีวิต 1. ใหนักเรียนเลือกปฏิบัติงาน 1 อยาง โดยใชหลักการทํางานเพื่อ การดํารงชีวิตที่ไดเรียนไป 2. บันทึกการปฏิบัติงานในประเด็นที่กําหนด • การสํารวจและวิเคราะหงาน • การวางแผน • การปฏิบัติงานตามแผน • การประเมินผล 3. วิเคราะหขอดีและขอเสียที่ไดรับจากการปฏิบัติงานที่เลือก 4. สรุปขอมูลการปฏิบัติงานเพื่อนําเสนอหนาชั้นเรียน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุมและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 1 แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การท างานในสไตล์ของฉัน รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผนท า โครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-16 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วนเป็นส่วน ใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เ ลื อ ก แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เ ลื อ ก แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เ ลื อ ก แ ล ะ ใ ช้ อุ ป ก ร ณ์ เ ค รื่ องมื อเ ค รื่ องใ ช้ไ ม่ เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า ก า ร ใ ช้ พ ลั ง ง า น แ ล ะ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานการ ปฏิบัติงาน ผลงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสมบูรณ์ เหมาะสมทั้งหมด ผลงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสมบูรณ์ เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงานเป็นไปตาม วัตถุประสงค์และสมบูรณ์ เหมาะสมเป็นบางส่วน ผลงานไม่เป็นไปตาม วัตถุประสงค์และ ไม่สมบูรณ์เหมาะสม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 2. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรูเกี่ยวกับ หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิตวา “ในการ ทํางานจะตองนําทักษะในการทํางานมา ประยุกตใช ซึ่งไดแก ทักษะการทํางานรวมกัน ทักษะการจัดการงาน ทักษะการแกปญหา ทักษะการแสวงหาความรู การมีความคิด สรางสรรค การมีคุณธรรม จริยธรรม เจตคติ และลักษณะนิสัยที่ดีในการทํางาน การใช พลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน” 3. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 1 หลักการทํางานเพื่อการดํารงชีวิต นํา สอน สรุป ประเมิน T9


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การจัดการ ด้านการวางแผน การท�ำงานและ ใช้ทรัพยากร ในบ้าน 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. วางแผนการท�ำงาน และการใช้ทรัพยากร ในบ้านได้ 2. อธิบายประโยชน์ของ การวางแผนการ ท�ำงานได้ 3. ระบุข้อควรค�ำนึง และวิธีการจัดการ ในการใช้ทรัพยากร ในครอบครัวได้ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 2.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 การท�ำความ สะอาดบ้าน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. อธิบายการเลือกใช้ อุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในการท�ำ ความสะอาดบ้านได้ 2. บอกวิธีท�ำความสะอาด บ้านได้ 3. อธิบายการดูแลรักษา บริเวณบ้านและ เครื่องเรือนได้ โครงงาน เป็นฐาน (Project Based Learning) - ตรวจใบงานที่ 2.2.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T10


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 การจัดตกแต่ง บ้านและบริเวณ บ้าน 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการจัด ตกแต่งบ้านและ บริเวณบ้านได้ 2. บอกวิธีการท�ำงานบ้าน ที่ปลอดภัยได้ กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T11


¡ÒèѴ¡ÒÃ㹺ŒÒ¹ ò ñ การวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน การท�างานบ้านทุกประเภท สิ่งส�าคัญที่ควรตระหนักหากต้องการให้งานบ้านประสบความส�าเร็จ ตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ ก่อนการท�างานบ้านต้องวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากร มีกระบวนการคิดเกี่ยวกับการท�างานที่เป็นระบบและชัดเจน มีการจัดล�าดับความส�าคัญว่าควรท�า สิ่งใดก่อนและท�าสิ่งใดหลัง และควรปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้งานบรรลุตามวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ การมีความรู้ที่เพียงพอจะท�าให้สามารถวางแผนการท�างานบ้านได้อย่างรอบคอบ ส่งผลให้แผนการ ท�างานเป็นแผนที่ดีมีคุณภาพ สามารถปฏิบัติได้จริง สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตามเปาหมาย อยางมีประสิทธิภาพ เชน การดูแลรักษา ทําความสะอาด จัด ตกแตงบานและโรงเรียน ■ ทักษะการแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต ประกอบดวยการศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สํารวจ และบันทึก เชน การดูแลรักษาบาน ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃãËŒºŒÒ¹ÊÐÍÒ´áÅÐ ¹‹ÒÍÂÙ‹¤Çû¯ÔºÑµÔÍ‹ҧäà หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑0 ขั้นนํา (กระบวนการกลุมสัมพันธ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน 2. ครูใหนักเรียนดูภาพหรือคลิปเกี่ยวกับกิจวัตร ประจําวันของบุคคลทั่วไป 3. ครูสนทนาเกี่ยวกับชีวิตประจําวันของนักเรียน วา นักเรียนมีวิธีการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน หรือมีตารางเวลาในการทํากิจกรรม ตางๆ ทั้งที่ตองทําและงานอดิเรกอยางไรบาง เชน • การวางแผนการเดินทางมาโรงเรียน • การวางแผนการอานหนังสือเพื่อเตรียมสอบ • การวางแผนการทํากิจกรรมรวมกับ ครอบครัว • การวางแผนการทํางานอดิเรกเพื่อใชเวลา ใหเกิดประโยชน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • กอนจัดการในบานนักเรียนวางแผนการ ทํางานและการใชทรัพยากรในบานอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติการจัดการในบาน ฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทํางานบานประเภทตางๆ เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ และความชํานาญ โดยใชทักษะการจัดการในการทํางาน ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน ทักษะในการแสวงหาความรู ผานการจัดกิจกรรม อยางหลากหลาย เชน • ใหฝกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบาน เพื่อใหเกิดทักษะในการทํางานบาน • ใหจัดเวลาการทํางานบานและการปฏิบัติกิจกรรมตางๆ ในแตละวัน เพื่อใหเกิดทักษะการจัดการในการทํางานและทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T12


ขอสอบเนน การคิด บ้านเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นศูนย์รวมของสมาชิกใน ครอบครัวที่ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สมาชิกทุกคน จะต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้าน โดยรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความ สะอาดให้เหมาะสมกับงาน จึงจะท�าให้บ้านเกิดความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และอยู่ ในสภาพดี ๑. การวิเคราะห์สถานการณ์ ๒. การก�าหนดวัตถุประสงค์ของแผน ๓. การประเมินวัตถุประสงค์และแผน ๔. การเลือกวัตถุประสงค์และแผน ๕. การน�าแผนที่เลือกไปใช้ ๖. การตรวจสอบและควบคุม การวางแผนในการท�างานบ้านควรค�านึงถึง ๖ ประการ ดังนี้ การจัดการในบ้าน ๑๑ 1 บุคคลในขอใดปฏิบัติกิจวัตรประจําวันของตนเองไดอยางเหมาะสม 1. บีมรับประทานโจกในหองเรียน เพราะนอนตื่นสายจึงไมมีเวลา รับประทานอาหารเชา 2. บาสตื่นนอนแตเชา เพื่อลงมาใสบาตรเปนเพื่อนคุณยายกอน ไปเรียน 3. แบมชอบไปเดินเลนที่หางสรรพสินคา เมื่อหางปดจึงคอย กลับบาน 4. บูมจะเปดเพลงเสียงดังทุกครั้งเวลาที่บานมีการจัดงานเลี้ยง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะกิจวัตรประจําวันเปนสิ่งที่ ตองปฏิบัติอยางเปนประจําและสมํ่าเสมอ โดยกิจกรรมที่ทําตอง เปนประโยชนตอตนเอง ครอบครัว หรือสังคม ซึ่งจะมีสวนชวย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแตละบุคคลใหดียิ่งขึ้น) นักเรียนควรรู 1 วางแผน การวางแผนการทํางานบานเปนการเตรียมพรอม โดยกําหนด แนวปฏิบัติงานบานตางๆ ไวลวงหนาวาจะทําสิ่งใดบาง มีเปาหมายใดบาง ทําวันไหนบาง ทําโดยใชวิธีใดบาง ใชระยะเวลาในการทําเทาไร ตองใชอุปกรณ ใดบาง ใครทําบาง ใชงบประมาณเทาไร เพื่อใหการปฏิบัติงานบานบรรลุ เปาหมายที่กําหนดไดอยางรวดเร็วและปลอดภัย เชน ตองการจัดมุมสําหรับ นั่งเลนในบาน เริ่มจากการหาบริเวณที่เหมาะสม หารูปแบบที่ตองการจะจัด วางแผนขั้นตอนการทํางาน เตรียมอุปกรณ ไปจนถึงลงมือปฏิบัติและ ตรวจสอบผลการปฏิบัติ ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 4. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ความสําคัญของการวางแผนการดําเนินชีวิต ประจําวัน 5. ครูอธิบายวา การวางแผนการทํางานรวมไป ถึงการดําเนินชีวิตประจําวันเปนสิ่งที่สําคัญ ที่จะชวยใหสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว อยางเปนลําดับขั้นตอนและครบถวน และนํา ความรูจากการวางแผนการทํางานมาใชในการ วางแผนการทํางานบาน นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T13


ขอสอบเนนการคิด การจัดการด้านการวางแผนการท�างานและการใช้ทรัพยากรในบ้าน เป็นการบริหาร หรือ การคิดเตรียมการเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ในบ้าน โดยใช้ทรัพยากรของครอบครัวที่มีอยู่ อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการจัดการมีความเกี่ยวข้องกับทรัพยากรต่าง ๆ ดังนี้ ๖ การตรวจสอบและควบคุม การตรวจสอบผลของแผนการท�างานบ้านไปใช้ ว่าการปฏิบัติงานบ้านมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด พบปัญหาใด และแก้ปัญหาอย่างไร ทรัพยากร ส่วนบุคคล สิ่งที่มีประจ�าตัวของแต่ละบุคคล จะมีความเหมือน หรือแตกต่าง กันไป เช่น แต ่ละบุคคลถนัด งานบ้านต ่างกัน บางคนชอบ ท�าอาหาร บางคนชอบท�าความ สะอาดบ้าน ทรัพยากร วัสดุและการบริการ สิ่งของ หรือบริการที่อ�านวย ความสะดวกให้แก่ครอบครัวเช่น อุปกรณ์ท�าความสะอาดบ้าน น�้า และไฟฟ้า ควรใช้งานให้ถูกวิธี อย่างประหยัดและคุ้มค่า ทรัพยากร ทางธรรมชาติ สิ่งที่มีอยู ่ตามธรรมชาติที่ส ่ง ผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ ของสมาชิกในครอบครัว เช่น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ควรวางแผนการท�างานบ้านให้ เหมาะสม ๑ การวิเคราะห์สถานการณ์ การวิเคราะห์สถานการณ์ของการท�างานบ้าน เช่น ดูว่าบ้านมีฝุ่นมากเพียงใด มีสิ่งของที่ต้องเก็บ และทิ้งจ�านวนเท่าไร ต้องใช้เวลาจัดการสิ่งเหล่านั้น นานเพียงใด ๒ การก�าหนดวัตถุประสงค์ของแผน สิ่งที่แสดงถึงวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายของ แผนการท�างานบ้าน เช่น จะท�าส�าเร็จเมื่อใด ต้องการ ให้บ้านเรียบร้อยเพียงใด ๓ การประเมินวัตถุประสงค์และแผน การหาคุณค่าของวัตถุประสงค์ในแผน เพื่อหา ข้อดีและข้อเสียแผนการท�างานบ้านที่วางไว้กับงานบ้าน ที่ปฏิบัติมีความสอดคล้องกันหรือไม่ ๔ การเลือกวัตถุประสงค์และแผน การตัดสินใจเลือกแผนที่เหมาะสมกับงานบ้าน ที่ต้องการปฏิบัติ เพื่อให้การท�างานบ้านราบรื่น และ สะอาดสวยงามตามเป้าหมายที่วางไว้ ๕ การน�าแผนที่เลือกไปใช้ การตัดสินใจเลือกวิธีที่ดีที่สุดมาใช้ในการปฏิบัติ งานบ้าน เพื่อให้เป็นไปตามแผนและวัตถุประสงค์ ที่ได้ก�าหนดไว้อย่างเป็นขั้นตอน กระบวนการ วางแผนการ ท�างานบ้าน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๑๒ อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 1 “แนนออมเงินที่เหลือจากการไปโรงเรียนเปนประจําทุกวัน เมื่อครบ 1 ป เธอจึงนําเงินที่ออมทั้งหมดไปฝากธนาคาร” จากขอความนี้ มีความสัมพันธเกี่ยวของกับทรัพยากรในขอใด 1. ทรัพยากรธรรมชาติ 2. ทรัพยากรสวนบุคคล 3. ทรัพยากรที่ใชแลวทดแทนได 4. ทรัพยากรประเภทวัสดุและบริการ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะทรัพยากรประเภทวัสดุและ บริการ เปนสิ่งของ หรือบริการที่อํานวยความสะดวกใหแกคน ในครอบครัว เชน อาหาร เงิน รวมทั้งงานบริการจากภาครัฐ และเอกชน เชน ธนาคาร ไฟฟา) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 1. ครูแบงนักเรียนเปน 4 กลุมเทาๆ กัน สมาชิก ในกลุมรวมกันศึกษาความรู เรื่อง การจัดการ ดานการวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน จากหนังสือเรียนการงานฯ ม.4 ตาม ประเด็นที่กําหนด ดังนี้ • กลุมที่ 1 ศึกษาความรู เรื่อง การจัดการ ดานการวางแผนการทํางาน • กลุมที่ 2 ศึกษาความรู เรื่อง ประโยชนของ การวางแผนการทํางาน • กลุมที่ 3 ศึกษาความรู เรื่อง ขอควรคํานึง ในการวางแผนการใชทรัพยากรในครอบครัว • กลุมที่ 4 ศึกษาความรู เรื่อง การจัดการ การเงินของครอบครัว 2. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายกระบวนการ วางแผนการทํางานบาน จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 12 และตั้งประเด็น คําถามเพื่อใหนักเรียนตรวจสอบตนเองในการ วางแผนทํางานบาน เชน • มีการวิเคราะหลักษณะงานบานวามีปญหา หรือไม • มีวิธีการทํางานบานอยางไร • ความสําเร็จจากการทํางานมากนอยอยางไร • มีความพึงพอใจหรือมีอะไรตองแกไข ปรับปรุงบาง นักเรียนควรรู 1 คุมคา การใชทรัพยากรที่มีอยูอยางจํากัดใหเกิดประโยชนสูงสุด คือ หลักการเบื้องตนของความคุมคา โดยทรัพยากรเหลานั้นจะถูกบริหารจัดการ เพื่อนําไปใชประโยชนตางๆ ใหไดมากที่สุดหรือเพียงพอกับความตองการ ตัวอยางความคุมคาในการทํางานบาน เชน • นํานํ้าที่ผานการลางจานหรือซักผาไปรดนํ้าตนไม • ใชอุปกรณตางๆ จนเสื่อมสภาพ แลวจึงซื้อใหม • จัดเก็บของใชตางๆ ใหเปนระเบียบ เพื่อความสะดวกในการนํามาใชอีก • ใชสารทําความสะอาดในปริมาณที่พอเหมาะ ไมมากหรือนอยเกินไป นอกจากการใชสิ่งของตางๆ อยางคุมคาแลว ยังสามารถใชกับเวลาได อีกดวย การใชเวลาอยางคุมคา จะทําใหมีเวลาเพียงพอที่จะทําสิ่งตางๆ ได แตความคุมคาของแตละบุคคลมีความแตกตางกัน ความคุมคาจึงเปนความ พอใจที่แตละบุคคลตัดสินไมเหมือนกัน นํา สอน สรุป ประเมิน T14


ขอสอบเนน การคิด ๑.๑ การจัดการด้านการวางแผนการท�างาน งานบ้านมีทั้งงานท�าความสะอาด การท�าอาหารรับประทานในครอบครัว การตกแต่งบ้าน และบริเวณบ้าน การเรียนรู้เพื่อวางแผนการท�างานบ้านจะช่วยให้สามารถท�างานทุกอย่างในบ้าน ได้ตามต้องการ มีขั้นตอนการท�างาน ดังนี้ วิธีการประเมินผลการทํางานบ้าน T i p การประเมินผลการท�างานบ้านสามารถมีหลายวิธี เช่น • ใช้การสังเกตและพิจารณาว่าจุดไหนเป็นอย่างไร แล้วจดบันทึกไว้ เช่น ตัดหญ้าตอนบ่าย แดดร้อนมากควรเปลี่ยนเวลา แล้วแก้ลงในแผนงานเพื่อปฏิบัติใหม่ • สมาชิกทุกคนในบ้านร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการท�างาน เพื่อน�าข้อมูลมาใช้ ในการ พัฒนาต่อไป • เขียนจ�าแนกระดับคุณภาพ แล้วพิจารณาว ่าตนเองอยู ่ในระดับใด หากพบว ่าตนเองอยู ่ใน ระดับกลาง หรือระดับต�่า ควรปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น การจัดการในบ้าน ๑๓ ๑ ๒ ๓ ๔ การส�ารวจและวิเคราะห์งาน เป็นขั้นตอนการส�ารวจงานบ้านที่ได้รับมอบหมาย และกิจวัตรส่วนตัว แล้ววิเคราะห์และเขียน บันทึกว่าจะท�าในวันใด เวลาใด การวางแผน เป็นการก�าหนดเวลาการท�างานไว้ล่วงหน้าว่าจะ ท�างานใด เวลาใด แล้วน�ารายการที่วิเคราะห์ มาจัดท�าตารางการท�างาน การประเมินผล เป็นการส�ารวจประสิทธิภาพ ของแผนงานที่ ใช้ว่าผลที่ได้รับ เป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่ โดยการประเมินผลต้องไม่เข้าข้างตนเอง การปฏิบัติงานตามแผน เป็นขั้นตอนการท�างานตามวัน เวลาที่ก�าหนด จดบันทึกงานที่ไม่ สามารถท�าได้ หรือต้องการปรับปรุง แก้ ไข พร้อมทั้งหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น และกิจวัตรส่วนตัว แล้ววิเคราะห์และเขียน 1 นักเรียนควรรู 1 กิจวัตร เปนการกระทําที่ปฏิบัติอยูเปนประจํา เปนงานที่ทําอยางสมํ่าเสมอ และจะมีความแตกตางกันออกไปตามแตละบุคคล ซึ่งทําไดตั้งแตตื่นนอน เชน การอาบนํ้า การรับประทานอาหาร การทํางานบาน การออกกําลังกาย การเรียนหนังสือ การเขานอน เกร็ดแนะครู ครูใหขอมูลเพิ่มเติมในการจัดทําตารางการทํางานในวันจันทร-ศุกร ของนักเรียนแตละคนวา ตองเปนกิจกรรมที่ปฏิบัติจริงเปนประจําทุกวัน โดย ครูพิจารณาจากกิจกรรมที่ทําตามความเหมาะสมกับเวลา และอาจสุมถาม เกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติกิจกรรมนั้นๆ เพื่อเปนการตรวจสอบวานักเรียนไดปฏิบัติ จริงหรือไม วิธีที่ปฏิบัติมีความเหมาะสมหรือไม “ครูพานักเรียนมาชมทิวทัศนบริเวณสวนสาธารณะ จากนั้นให นักเรียนพิจารณาถึงรูปทรงของตนไม” จากขอความนี้ สามารถ ใชการประเมินผลดวยวิธีใดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. สํารวจและวิเคราะหงาน 2. การสังเกตและพิจารณา 3. การปฏิบัติงานตามแผน 4. การวางแผนการทํางาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการสังเกตและพิจารณาอยาง ละเอียดถี่ถวน ทําใหสามารถอธิบายเกี่ยวกับรูปทรงของตนไมตาม ความคิดของตนเองไดอยางถูกตอง) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 3. เมื่อสมาชิกแตละคนในกลุมไดศึกษาขอมูล เรื่องที่ไดรับมอบหมายแลว ใหแลกเปลี่ยน ความรูในกลุมและรวมกันสรุปความรู เพื่อ ถายทอดความรูใหกลุมอื่นฟง จากนั้น ครูถาม นักเรียนวา • การปฏิบัติงานตามแผนนับเปนขั้นตอน การจัดการดานการวางแผนการทํางาน หรือไม (แนวตอบ เปน เพราะการจัดการวางแผน การทํางาน มีขั้นตอนดังนี้ 1. สํารวจและ วิเคราะหงาน 2. วางแผน 3. ปฏิบัติงาน ตามแผน 4. ประเมินผล) 4. สมาชิกแตละคนในกลุมนําความรูที่ไดจาก การฟงมาจัดทําตารางสํารวจงานและวิเคราะห งานกิจวัตรสวนตัวลงในสมุด นํา สอน สรุป ประเมิน T15


ตัวอย่าง การวางแผนการท�างานบ้าน นักเรียนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบท�างานบ้าน โดยทุก ๆ วันหลังจากเลิกเรียนต้องรีบ กลับบ้าน เพื่อมาช่วยคุณแม่ประกอบอาหารเย็นและล้างจาน ส่วนในวันหยุดต้องช่วยคุณแม่ กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ล้างห้องน�้า ช่วยคุณพ่อล้างรถและรดน�้าต้นไม้ อาทิตย์ จ อ พ พฤ ศ เสาร์ ๐๖.๐๐ น. ตื่นนอนและเก็บที่นอน ๐๖.๐๐ น. ตื่นนอนและเก็บที่นอน ๐๖.๑๐ น. ออกก�าลังกาย ๐๖.๑๐ น. ออกก�าลังกาย ๐๖.๓๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๐๖.๓๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๐๖.๔๐ น. รับประทานอาหารเช้า ๐๖.๔๐ น. รับประทานอาหารเช้า ๐๗.๓๐ น. ดูโทรทัศน์ ๐๗.๓๐ น. ดูโทรทัศน์ ๐๘.๓๐ น. ซักผ้า กวาดบ้าน ถูบ้าน ๐๘.๓๐ น. ล้างห้องน�้า ล้างรถยนต์ ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน ๑๔.๐๐ น. ท�ากิจกรรมกับครอบครัว ๑๔.๐๐ น. ท�ากิจกรรมกับครอบครัว ๑๖.๐๐ น. ท�าการบ้านและอ่านหนังสือ ๑๖.๐๐ น. ท�าการบ้านและอ่านหนังสือ ๑๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเย็น ๑๘.๓๐ น. รับประทานอาหารเย็น ๑๙.๓๐ น. ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์ ๑๙.๓๐ น. ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์ ๒๑.๐๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๒๑.๐๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว ๒๒.๐๐ น. เข้านอน ๒๒.๐๐ น. เข้านอน ตารางกิจวัตรประจ�าวันจันทร์-วันศุกร์ ตารางกิจวัตรประจ�าวันเสาร์-วันอาทิตย์ อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์๐๕.๓๐ น. ตื่นนอนและเก็บที่นอน๐๕.๔๐ น. ออกก�าลังกาย ๐๖.๒๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว๐๖.๔๐ น. รับประทานอาหารเช้า๐๗.๐๐ น. เดินทางไปโรงเรียน๐๘.๐๐ น. เรียนหนังสือ๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน๑๒.๓๐ น. เข้าห้องสมุด ๑๓.๐๐ น. เรียนหนังสือ๑๖.๑๐ น. เดินทางกลับบ้าน๑๘.๐๐ น. ประกอบอาหารและรับประทานอาหารเย็น๑๙.๐๐ น. อาบน�้าและแต่งตัว๑๙.๓๐ น. ฟังเพลง หรือดูโทรทัศน์๒๐.๓๐ น. ท�าการบ้านและอ่านหนังสือ๒๑.๓๐ น. เข้านอน ๑๔ 1 2 นักเรียนควรรู 1 การบาน เปนงานที่ไดรับมอบหมายใหทํานอกหองเรียน โดยทั่วไปอาจ ประกอบดวยระยะเวลาใหไดศึกษา คนควา เรียนรูเพิ่มเติม แสดงความคิดผาน การเขียน การเขียนโครงงาน หรือการฝกฝนทักษะในดานตางๆ เพื่อเพิ่มพูน ทักษะ พัฒนาความรู ความสามารถของผูเรียนใหเปนไปอยางเหมาะสมและมี ศักยภาพยิ่งขึ้น 2 เขานอน ชวงเวลา 21.00-23.00 น. คือ ชวงเวลาที่ควรนอนหลับพักผอน มากที่สุด ชวงเวลา 01.00-03.00 น. ควรนอนหลับพักผอนใหสนิท เนื่องจาก เปนเวลาที่ตับทํางาน โดยตับจะหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อฆาเชื้อโรคในรางกาย ชวงเวลา 03.00-05.00 น. เปนชวงเวลาที่ควรตื่นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะ จะชวยใหสมองปลอดโปรง กระตุนการตื่นตัวของรางกาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 5. นําตารางสํารวจงานและวิเคราะหงานกิจวัตร สวนตัวมาเปรียบเทียบกับเพื่อนในกลุมตาม ประเด็นที่ครูกําหนด เชน • เวลาตื่นนอน เวลามาโรงเรียน เวลานอน • เวลาและระยะเวลาทําการบาน • เทียบเวลาพักผอนกับเวลาทําการบานและ ทบทวนบทเรียน 6. นักเรียนบอกประโยชนที่ไดรับจากการจัดทํา ตารางสํารวจงานและวิเคราะหงานกิจวัตร สวนตัว 7. ครูอธิบายความรูเพิ่มเติมวา การจัดทําตาราง สํารวจงานและวิเคราะหงานกิจวัตรสวนตัวเปน วิธีหนึ่งของการวางแผนการทํางานและการใช ทรัพยากรในบาน ซึ่งการวางแผนการทํางาน เปนสิ่งสําคัญตอการทํางาน การใชทรัพยากร ตางๆ และการจัดการในครอบครัว กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนจัดทําตารางการวางแผนการทํางานของตนเอง ภายใน 1 สัปดาห แลวบันทึกขอมูลจากการวางแผนการทํางาน ของตนเองวา มีกิจกรรมใดที่ไมสามารถปฏิบัติไดตามเวลา ที่กําหนด โดยระบุสาเหตุที่เกิดขึ้นและแนวทางแกไข เพื่อนําไปใช เปนแนวทางในการวางแผนการทํางานในสัปดาหถัดไป ใหนักเรียนศึกษาตารางการทํางานที่จัดทําขึ้นเปนระยะเวลา 2 สัปดาห โดยนําตารางการทํางานของตนเองมาจับคูกับตาราง การทํางานของเพื่อน เปรียบเทียบกิจกรรมที่ปฏิบัติในแตละวัน เพื่อ นํามาปรับปรุงและวางแผนการทํางานของตนเองใหมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T16


๑.๒ ประโยชน์ของการวางแผนการท�างาน การวางแผนเป็นสิ่งส�าคัญอันดับแรกของกระบวนการจัดการที่ดีซึ่งการท�างานทุกอย่างควรมี การวางแผนการท�างานอย่างเป็นล�าดับขั้นตอน เพื่อให้การท�างานมีประสิทธิภาพ การวางแผน การท�างานที่ดีมีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติ ดังนี้ ๑.๓ ข้อควรค�านึงในการวางแผนการใช้ทรัพยากรในครอบครัว ทรัพยากรในครอบครัว มีทั้งทรัพยากรส่วนบุคคลและทรัพยากรประเภทวัสดุและบริการ ซึ่งทรัพยากรเหล่านี้มีจ�ากัด ทั้งปริมาณและคุณภาพ รวมถึงมีความแตกต่างไปตามชนิดของ ทรัพยากรและตัวบุคคล การวางแผนการใช้ทรัพยากรในครอบครัว จ�าเป็นต้องค�านึงถึงปัจจัย ต่าง ๆ ดังนี้ ๑. เวลา สิ่งที่ทุกคนมีเท่ากัน แต่ ใช้ไม่เท่ากัน แม้จะเป็นงานชนิดเดียวกันผู้ที่จัดการกับเวลาได้ดี จะใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ๒. แรงงาน สิ่งที่มีอยู ่ในครอบครัว การรู้จัก แรงงานและจัดการแรงงานอย่างเหมาะสมจะช่วย ให้ท�างานได้อย่างมีคุณภาพ ๓. ความรู้สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้การค�านึงถึง ความรู้ ความถนัดของแต่ละคน จะท�าให้ท�างาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๔. ความสามารถ การท�างานบ้านต้องพิจารณา ถึงความสามารถของบุคคลเพราะการท�างานตาม ความสามารถจะช่วยให้ท�างานนั้นได้ดี ๕. ทักษะ เป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งทักษะกระบวนการ ท�างานและทักษะการแก้ปัญหา ฝึกให้เกิดความ ช�านาญ จะท�าให้การท�างานบ้านประสบความ ส�าเร็จและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ๖. เงิน มาจากรายได้ของสมาชิกในครอบครัว จากการประกอบอาชีพ ต้องมีการบริหารจัดการ วางแผนการใช้เงิน เพื่อความมั่นคงของสมาชิก ในครอบครัว และท�างานหาเงินให้เพียงพอต ่อ การด�ารงชีวิตและการเก็บออม เพื่อความมั่นคง ในอนาคต ท�าให้ทราบล่วงหน้าว่า จะท�างานเมื่อใด ท�างานได้ส�าเร็จ ตามที่มุ่งหวังไว้ มีความรับผิดชอบ มีเหตุผล ประหยัดเวลา และแรงงาน ท�างานเร็ว มีความผิดพลาดน้อย การจัดการในบ้าน ๑๕ ๒. แรงงาน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 8. ครูตั้งประเด็นอภิปรายวา หากมีการวางแผน การทํางาน การใชชีวิตในครอบครัวมีประโยชน อยางไรบาง จากนั้นยกตัวอยางการวางแผน ทางการเงินในครอบครัว ครูถามนักเรียนวา • ครอบครัวของนักเรียนมีการจัดการเงินใน ครอบครัวอยางไร มีการทําบัญชีครัวเรือน หรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • หากครอบครัวของนักเรียนมีการทําบัญชี ครัวเรือน ใหนักเรียนเลาถึงประโยชนของ การทําบัญชีครัวเรือนใหเพื่อนฟง (แนวตอบ เชน ทําใหวางแผนคาใชจายได ทําใหมีเงินออม) 9. ครูอธิบายใหนักเรียนเห็นความสําคัญในการ วางแผนการใชเงินของครอบครัว โดยดูจาก หนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 15 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู 1 แรงงาน เปนทรัพยากรที่มีอยูในตัวมนุษยและมนุษยสามารถนํามาใช ใหเกิดประโยชนในการดํารงชีวิต ซึ่งการใชแรงงานจะมีปริมาณที่จํากัดและ แตกตางกัน โดยแตละครอบครัวจะมีสมาชิกหลากหลายวัย งานบานที่ทํา จึงตองเหมาะสมกับความสามารถและความถนัดของแตละบุคคล เพื่อสงผล ใหการทํางานบานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนการใชชีวิตประจําวัน โดยใหนักเรียน ควรรูจักลําดับความสําคัญวา สิ่งใดควรปฏิบัติกอน สิ่งใดควรปฏิบัติทีหลัง เพื่อนํามาใชเปนแนวทางในการดําเนินชีวิตไดอยางเหมาะสม มีระบบระเบียบ โดยเริ่มตนจากตนเอง สูคนรอบขาง และสังคมในอนาคต ขอใดคือสิ่งที่ตองคํานึงถึงเปนลําดับแรกในการมอบหมายงาน ใหสมาชิกในครอบครัวรับผิดชอบ 1. วัสดุ-อุปกรณที่ใช 2. ขั้นตอนการทํางาน 3. ความรู ความสามารถ 4. ระยะเวลาในการทํางาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสมาชิกในครอบครัวแตละคน จะมีความรู ความสามารถที่แตกตางกัน ในการทํางานจึงตอง คํานึงถึงสิ่งนี้กอนเปนลําดับแรก เพื่อใหงานที่แบงหนาที่ความ รับผิดชอบของแตละคนประสบความสําเร็จตามเปาหมายที่ได วางไว) นํา สอน สรุป ประเมิน T17


๑.๔ การจัดการการเงินของครอบครัว การใช้จ่ายเงินของสมาชิกในครอบครัวจะต้องมีการจัดท�าบัญชีครัวเรือน มีการวางแผน การใช้เงิน แล้วปฏิบัติตามแผน พร้อมทั้งประเมินผล เพื่อให้สามารถจัดการการเงินได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งการจัดการเงินของครอบครัว ควรปฏิบัติตน ดังนี้ ๑) การตั้งเปาหมาย วางแผนการท�างานหารายได้และการใช้จ่ายในเรื่องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับรายได้ โดยจัดวางเป็นแผนประมาณรายจ่าย หรือท�างบประมาณ และจัดแยกเป็น หมวดหมู่ รวมถึงก�าหนดเป้าหมายการออมที่ชัดเจน ๒) การวางแผนการใช้เงินและการออมต้องรู้รายได้ที่ได้รับทั้งหมดของครอบครัว จัดท�าและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรายจ่ายแต่ละเรื่อง เพื่อใช้ก�าหนดแผนการใช้จ่ายให้ ใกล้เคียง กับความเป็นจริงมากที่สุด และแบ่งเก็บเป็นเงินออม ๓) การปฏิบัติตามแผนการใช้เงิน ควบคุมให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ รายจ่ายใด จ�าเป็นต้องเปลี่ยนแปลงให้เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมและควรลดรายจ่ายที่ไม่จ�าเป็นก่อน ๔) การประเมินผลการใช้เงินตรวจสอบค่าใช้จ่าย เงินออม โดยพิจารณาจากรายได้ รายจ่าย ความเป็นอยู่ของสมาชิกในครอบครัว และปรับแผนการใช้เงินให้เหมาะสม แต่ทั้งนี้จะต้อง มีเงินเก็บออมเพื่ออนาคตที่มั่นคงด้วย การวางแผนการเงินที่ดีในครอบครัวจะช่วยให้การใช้จ่ายเป็นไปอย่างเหมาะสม มีเงินออม สร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้กับครอบครัวได้ ๑๖ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการจัดการเรื่องการเงินของครอบครัว ใหนักเรียนฟงวา ในการจัดการเรื่องการเงินของครอบครัว ทุกคนในครอบครัว ตองยึดหลักการที่สําคัญ 4 ประการ คือ • ตั้งเปาหมายในการใชจายเงินของครอบครัวใหชัดเจน • วางแผนการใชจาย โดยกําหนดแผนการใชจายใหใกลเคียงกับความ เปนจริงมากที่สุด • ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติตามแผนการใชจายที่กําหนดไว • ประเมินผล โดยพิจารณายอนดูตั้งแตเปาหมายที่ตั้งไว ตลอดจนผลของ การใชเงินของครอบครัว พิจารณาแผนที่กําหนดวาใชไดจริงหรือไม ทําแลวไดผลตามเปาหมายที่ตั้งไวหรือไม ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 1. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง การจัดการดาน การวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน พรอมทั้งบอกแนวทางในการนํามาใช ในชีวิตประจําวัน ครูถามนักเรียนวา • การจัดการการเงินของครอบครัวมีอะไรบาง (แนวตอบ ตั้งเปาหมาย วางแผนการใชเงิน และการออม ปฏิบัติตามแผนการใชเงิน ประเมินผลการใชเงิน) 2. ครูใหนักเรียนดูแผนผังแสดงหมวดหมูการ วางแผนประมาณรายจาย แลวใหนักเรียน วางแผนการใชจายเงินใหเหมาะสมกับรายรับ ของนักเรียน 3. ครูใหนักเรียนดูวิธีการจัดการเงินของครอบครัว จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 แลวใหนักเรียนวางแผนการจัดการเงินของ ครอบครัวตนเอง 4. นักเรียนทําใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง การจัดการ ดานวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน แลวนํามาสงครู กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนสํารวจราคาสินคาที่ใชในชีวิตประจําวัน โดยจัดทํา เปนตารางแยกประเภทคาใชจายเปนเวลา 1 สัปดาห จากนั้น สรุปผลคาใชจายที่ใชไปทั้งหมด แลวทําการวิเคราะหวา 1. ควรลดคาใชจายสิ่งใดลงไดบาง 2. เมื่อลดแลวจะเหลือเงินเทาใด 3. จะนําเงินที่เหลือไปทําสิ่งใด บนพื้นฐานการใชพลังงาน ทรัพยากรในการทํางานอยางคุมคา และยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานมีวินัย และอยูอยางพอเพียง) นํา สอน สรุป ประเมิน T18


ขอสอบเนน การคิด การจัดการการเงินเป็นเรื่องที่จ�าเป็น โดยเฉพาะครอบครัว ที่อาศัยอยู ่ร ่วมกันหลายคน เพื่อให้มีเงินส�าหรับใช้จ ่าย เพียงพอและเก็บออมไว้ส�าหรับอนาคต มีสถานะทางการเงิน ที่มั่นคง แนวทางการจัดการการเงินฉบับครอบครัวมีสุข มีวิธีการแบ่งเงินออกเป็น ๓ บัญชีหลัก ดังนี้ นําเงินเขาบัญชีกองกลาง ๗๐% เก็บไวในบัญชีสวนตัว ๓๐% ใชเงินในบัญชีเงินสวนตัวเมื่อตองการซื้อของใช สวนตัว จะชวยใหรับผิดชอบคาใชจายในครอบครัวได และใชเงินไดอยางมีอิสระ ในทางกลับกัน อีกฝายควรมีบัญชีสวนตัวของตนเอง โดย มีลักษณะเดียวกัน คือ เปนเงินสวนที่เหลือจากการหัก เขาบัญชีกองกลาง á¹Ç·Ò§¡ÒèѴ¡ÒáÒÃà§Ô¹ ©ºÑº¤รอบ¤รัวÁÕÊØ¢ ñ. บัÞªÕกองกลาง ó. บัÞªÕเ¸อ กําหนดตัวเลขในการหักเขาบัญชีกองกลางเปนเปอรเซ็นต เพื่อความยุติธรรม โดยเงินบัญชีกองกลางจะใชเปนคาใชจายภายในบาน คาใชจายที่จําเปน คาเลาเรียน ของบุตรโดยเฉพาะ บัญชีกองกลางควรแบงเปน ๔ สวน ดังนี้ ò. บัÞªÕ©ัน Know M ore สวนที่ ๔ บัญชีเงินออมเพื่ออนาคต บัญชีเพื่ออนาคต หรือบัญชีวัยเกษียณ โดยปกติแลววัยเกษียณรายได ยอมลดลง จึงควรเก็บเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคงและสุขสบาย สวนที่ ๑ ค่าใช้จ่ายในครอบครัว คาใชจายประจําที่มีจํานวนมากที่สุด เชน คาอาหาร คาน้ําประปา คาไฟฟา คาอินเทอรเน็ต คาของใช หรือคาใชจายที่จําเปนในครอบครัว สวนที่ ๒ เงินส�ารองฉุกเฉิน เงินที่แบงเก็บสะสมไว โดยจะนําออกมาใชเมื่อจําเปนจริงๆ เทานั้น จึงเปนเงินสํารอง หรือเงินออมที่ไว ใช ในยามฉุกเฉิน สวนที่ ๓ ค่าใช้จ่ายเฉพาะ คาใชจายที่แนนอนและจํานวนเงินคอนขางสูง จึงตองแยกไว ไมใหเกิดปญหา เชน คาผอนบาน คาเทอม คาเบี้ยประกัน บัญชีกองกลาง การจัดการในบ้าน ๑7 บุคคลในขอใดมีวิธีการออมเงินที่เหมาะสม 1. โหนงนําเงินที่ไดจากการทํางานพิเศษไปฝากธนาคาร 2. แหนมขายของมือสอง แลวนํากําไรที่ไดไปซื้อสลากกินแบงรัฐบาล 3. หนอยนําเงินคาขนมไปปลอยใหเพื่อนกู โดยคิดดอกเบี้ยเปน รายวัน 4. หนองหยิบเงินในกระเปาของคุณแมไปเก็บไวในกระปุกออมสิน ของตน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการนําเงินไปฝากธนาคาร เปนวิธีการออมที่ดีอยางหนึ่ง เนื่องจากในแตละปธนาคารจะคิด อัตราดอกเบี้ยเงินฝากใหตามประเภทของบัญชีที่ฝาก ซึ่งจะมีอัตรา ดอกเบี้ยที่แตกตางกันไป เชน บัญชีออมทรัพย จะคิดดอกเบี้ย ใหผูฝากทุกวัน แตจะจายดอกเบี้ยใหผูฝากปละ 2 ครั้ง คือ เดือน มิถุนายนและเดือนธันวาคม) ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม ตารางสํารวจงานและวิเคราะห งานกิจวัตรสวนตัวในสมุดของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 2.1.1 เรื่อง การจัดการ ดานวางแผนการทํางานและการใชทรัพยากร ในบาน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานรายบุคคล พฤติกรรมการทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 5. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายแนวทางการ จัดการการเงินฉบับครอบครัว และตั้งประเด็น อภิปรายวา หากนักเรียนไดรับมอบหมายจาก ผูปกครองใหเปนผูชวยในการวางแผนการเงิน ในครอบครัวจะมีวิธีการบริหารจัดการอยางไร โดยนําความรูจากขอมูลในเสริมความรู Know More มาประยุกตใช นํา สอน สรุป ประเมิน T19


ขอสอบเนนการคิด ò หลักการท�าความสะอาดบ้านและอุปกรณตาง ๆ บ้านเป็นสถานที่พักอาศัยและเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว บ้านที่น่าอยู่ควรเป็นบ้านที่มีความสะอาด สะดวก สบาย สวยงาม เป็นสัดส่วน และมีความปลอดภัย ดังนั้น การท�าความสะอาดบ้านจึงเป็นสิ่งที่จ�าเป็นอย่างยิ่งที่สมาชิกในครอบครัวทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุข ๒.๑ หลักการท�าความสะอาดบ้าน การท�าความสะอาดบ้าน ต้องปฏิบัติเป็นประจ�าอย่างสม�่าเสมอ เพื่อให้บ้านมีความสะอาด ปลอดภัยจากสิ่งสกปรกและเชื้อโรค โดยมีหลักในการท�าความสะอาด ดังนี้ ๑. กวาดจากที่สูงลงสู่ที่ต�่า โดยกวาด เพดานก่อน แล้วจึงตามด้วยผนัง หลังตู้ และพื้น ๒. ให้กวาดไปข้างหน้า โดยกวาดฝุ่น ผงไปกองรวมไว้ ในที่เดียวกัน ๓. กวาดฝุ่นผง โดยใช้ที่โกยผงรองรับ แล้วน�าไปทิ้งในถังขยะ ๔. กวาดจากด้านในออกไปด้านนอก ไม่ยกปลายไม้กวาดสูง เพราะจะ ท�าให้ฝุ่นผงฟุ้งกระจาย ๕. ผู้กวาดควรกวาดอยู่เหนือทิศทาง ของลม เพื่อป้องกันฝุ่นละอองปลิว เข้าจมูกและปาก ๖. หากบริเวณใดที่มีฝุ่นหนา ควรใช้ ผ้าปิดจมูกและเครื่องดูดฝุ่นแทน เครื่องดูดฝุ่น ไม้กวาดขนไก่ ไม้กวาดไนลอน หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หลักการปัดกวาด ตัวอย่าง อุปกรณ์ที่ใช้ปัดกวาด ที่โกยผง ไม้กวาดดอกหญ้า ๑๘ ขอใดไมใชหลักการสําคัญในการเลือกอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบาน 1. บํารุงรักษาไดงายดวยตนเอง 2. ผลิตขึ้นจากวัสดุที่มีราคาแพง 3. ขนาดพอดีกับมือ นํ้าหนักเบา 4. มีบริการหลังการขายที่สะดวก รวดเร็ว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะสิ่งที่ควรคํานึงถึงในเรื่องของ วัสดุที่นํามาผลิตเปนอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความ สะอาดบาน ควรเลือกชนิดที่มีความแข็งแรง ผลิตจากวัสดุที่ไม กอใหเกิดมลพิษตอสิ่งแวดลอม ราคายุติธรรมและเหมาะสมกับ คุณภาพของวัสดุ อุปกรณที่นํามาใชในการผลิต) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกวาดบานที่ถูกตองใหนักเรียนฟงวา การกวาดบานมีสิ่งสําคัญที่ควรคํานึงถึงหลายประการ ดังนี้ • กวาดจากที่สูงมาหาที่ตํ่า กลาวคือ ใหกวาดเพดาน ฝาผนัง หลังตู แลวจึงกวาดพื้นเปนขั้นตอนสุดทาย • ผูกวาดควรอยูเหนือทิศทางลม เพื่อปองกันฝุนฟุงเขาจมูก กวาดไป ขางหนา โดยกวาดฝุนกองไวในที่เดียวกัน กวาดทิ้งดวยที่โกยผง • กวาดจากดานในไปดานนอก ในขณะกวาดไมควรยกปลายไมกวาดสูง เกินไป เพราะจะทําใหฝุนฟุงกระจายได • หากบริเวณที่ทําความสะอาดมีฝุนหนามาก ควรมีผาปดจมูก หรือใช เครื่องดูดฝุนแทน เพราะจะทําใหฝุนฟุงกระจายนอยกวา ขั้นนํา (Project Based Learning) ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 1. ครูใหนักเรียนดูคลิปสั้นๆ เกี่ยวกับการทํา ความสะอาด 2. ครูถามนักเรียนวา เห็นอะไรในคลิปบาง นักเรียนรวมกันตอบ จากนั้นครูอธิบายหลักการ ปดกวาดในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 2 หนา 18 แลวใหนักเรียนบอกเลาวิธีการ ทําความสะอาด การปดกวาดเพดาน หนาตาง ประตู พื้น เฟอรนิเจอรในบานใหครูและเพื่อนฟง T20


ขอสอบเนน การคิด Trick : การท�าความสะอาดบ้าน ๔ ขั้นตอน ๑. ควรปัดกวาดเศษฝุ ่นผงออกจาก บริเวณที่ต้องการท�าความสะอาด ให้หมด ๒. เช็ดถูบริเวณที่สูงก่อนเช็ดถูบริเวณ ที่ต�่า เช่น ควรเช็ดหลังตู้ก่อนเช็ด ตัวตู้ ๓. ถูถอยหลังโดยถูจากส ่วนหน้า เข้าหาตัว เพื่อป้องกันไม่ ให้เกิด รอยที่บริเวณที่ถูแล้ว ๔. หมั่นซักผ้าที่ใช้เช็ดถูบ่อย ๆ เพื่อให้ สะอาด ไม่มีคราบสกปรกติดอยู่ ๕. เมื่อถูเสร็จควรกวาดซ�้าอีกครั้ง เพื่อก�าจัดฝุ่นผงที่หลงเหลืออยู่ ให้ หมดไป ๖. ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง เมื่อต้องใช้สารท�าความสะอาด ขณะปฏิบัติงาน แผ่นฟองน�้า ถังน�้า น�้ายาล้างจาน สารท�าความสะอาด วางสิ่งของให้เป็น ระเบียบ หยิบใช้ง่าย เช็ดถูท�าความสะอาด คราบสกปรกให้ทั่วถึง กวาดฝุ่นผงในบ้าน และนอกบริเวณบ้าน ล้างท�าความสะอาด ห้องสุขาอยู่เสมอ หลักการเช็ดถู ตัวอย่าง อุปกรณ์ที่ใช้เช็ดถู ไม้ถูพื้น ผ้า การจัดการในบ้าน ๑๙ เพราะเหตุใดการทําความสะอาดพื้นบานจึงตองใชวิธีการถู แบบถอยหลัง 1. ชวยประหยัดพลังงานในการถู 2. ทําใหเสร็จเร็วกวาการถูแบบปกติ 3. ชวยขจัดคราบสกปรกออกไดดีกวา 4. ชวยปองกันรอยดางจากการเหยียบที่พื้น (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการทําความสะอาดพื้น ที่ถูกตอง ควรปดกวาดเศษฝุนออกใหหมด แลวเช็ดถูบริเวณที่สูง กอนที่ตํ่า ถูจากสวนหนาเขาหาตัว โดยการถูถอยหลัง เพื่อปองกัน รอยดางจากการเหยียบพื้นที่ถูแลวแตยังไมแหง นอกจากนี้ ควรซัก ทําความสะอาดผาที่ใชถูบอยๆ เพื่อลางสิ่งสกปรกออก และเมื่อ ถูเสร็จแลวควรกวาดซํ้าอีกครั้ง) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับไมถูพื้นไอนํ้าใหนักเรียนฟงวา เปนอุปกรณ อํานวยความสะดวกในการทําความสะอาดบานชนิดหนึ่ง ซึ่งจะใชความรอนและ ความดันในการกําจัดสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียออกจากพื้นทุกประเภท โดย ไมตองใชสารเคมีและใชเพียงนํ้าเปลาเทานั้น ชวยขจัดรอยขีดขวนและคราบ ฝงลึกบนพื้นไดเปนอยางดี ประหยัดพลังงาน และเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 3. ครูบอกนักเรียนวา การทําความสะอาดบาน มีหลักในการทําความสะอาดบาน เชน ในการ ปดกวาดควรปดกวาดจากที่สูงกอน แลวจึง ปดกวาดที่ตํ่า สวนอุปกรณในการทําความ สะอาดมีหลายชนิด จึงควรเลือกใชใหเหมาะสม กับการใชงาน ครูอธิบายหลักการเช็ดถูใน หนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 19 แลวถามนักเรียนวา • หลักการเช็ดถูมีอะไรบาง (แนวตอบ เช็ดถูบริเวณที่สูงกอนที่ตํ่า ถูถอยหลัง ซักผาที่เช็ดถูบอยๆ) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T21


ขอสอบเนนการคิด ๒.๒ การเลือกอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความสะอาดบ้าน อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความสะอาดบ้านมีหลายชนิด ดังนั้น ก่อนการใช้งาน ควรศึกษาหลักการเลือกอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่ถูกต้อง เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน อย่างเหมาะสม ดังนี้ ๑. เป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่มีความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน ๒. ช่วยประหยัดเวลา แรงงาน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้าและน�้า ๓. มีขั้นตอนการใช้งานและการบ�ารุงรักษาที่ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ๔. มีความแข็งแรง มีขนาดเหมาะสมต่อการหยิบจับ และทนทานต่อการใช้งาน ๕. ผลิตจากวัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ๖. มีน�้าหนักที่เหมาะสม ไม่หนัก หรือเบามากจนเกินไป ๗. มีขนาดที่พอดีกับมือ หยิบจับใช้งานได้อย่างสะดวก ๘. มีราคาที่ยุติธรรมและเหมาะสมกับวัสดุ อุปกรณ์ที่น�ามาใช้ ในการผลิต ๙. ของใช้ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องมีการบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็วให้แก่ผู้บริโภค ๑๐. มีการรับรองคุณภาพจากส�านักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในกรณี ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า การท�าความสะอาดบ้านเรือนควรเลือกอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ให้เหมาะสมกับงานที่จะปฏิบัติเพื่อให้การท�าความสะอาด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๒0 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สมอ. หรือสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ อุตสาหกรรมใหนักเรียนฟงวา สมอ. จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2512 เปนหนวยงานของรัฐในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทําหนาที่ในการทดสอบ วิจัย พัฒนา และรับรองผลิตภัณฑสินคาอุตสาหกรรมใหมีมาตรฐาน โดยมี หลักเกณฑทางเทคนิคในการรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ ซึ่งตองเปนผลิตภัณฑ ที่มีคุณภาพเปนไปตามมาตรฐานของ สมอ. ที่กําหนดไววา “ผูผลิตจะตอง มีระบบการควบคุมคุณภาพเพียงพอที่จะรักษาคุณภาพผลิตภัณฑใหเปนไป ตามมาตรฐานไดอยางสมํ่าเสมอ” โดย สมอ. จะมีการตรวจสอบเพื่อพิจารณา ออกใบอนุญาตและตรวจติดตามภายหลังการออกใบอนุญาตดวย “บานของปูนิ่มมีหยากไยขึ้นที่เพดาน เธอตองการทําความ สะอาดเพดานใหสะอาด” ปูนิ่มควรเลือกใชไมกวาดชนิดใดจึงจะ มีความเหมาะสมมากที่สุด 1. ไมกวาดขนไก 2. ไมกวาดไนลอน 3. ไมกวาดเสี้ยนตาล 4. ไมกวาดทางมะพราว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเปนอุปกรณที่ใชทําความ สะอาดบริเวณที่สูง เชน เพดาน ฝาหลังคา ลักษณะของอุปกรณ คือ ปลายสําหรับกวาดทําดวยเสี้ยนตาล ดามจับทําจากไมไผ มีความยาวประมาณ 3 เมตร) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 4. ครูสุมนักเรียนเลาประสบการณการทําความ สะอาดบาน พรอมเลาถึงอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาด จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • การเลือกอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการ ทําความสะอาดควรเลือกอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีคุณภาพดี ทนทาน ชวยประหยัดพลังงาน ไดมาตรฐาน) หรือครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายวา การเลือก อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความ สะอาดบานใหดีที่สุด ควรเลือกอยางไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T22


ขอสอบเนน การคิด ๒.๓ ประเภทของอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�า ความสะอาดบ้าน การท�าความสะอาดบ้านจะน�าอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้มาใช้ ในการท�างานที่แตกต่างกัน ตามลักษณะของงานที่ท�า จึงควรพิจารณาเลือกใช้อย่างเหมาะสม ซึ่งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการท�าความสะอาดบ้านแบ่งเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ เครื่องดูดฝุ่น เหมาะส�าหรับใช้ขจัดฝุ่นละออง ขนาดเล็กบนพื้นไม้พื้นปูน พื้นหินอ่อน พื้นพรมผ้า ไม้กวาด เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดพื้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของพื้น เช่น • ไม้กวาดดอกหญ้า ใช้กวาดพื้นแห้งและเรียบ เช่น พื้นไม้ พื้นหินอ่อน • ไม้กวาดทางมะพร้าว ใช้กวาดพื้นผิวหยาบ บริเวณที่มีน�้าขัง หรือสนามหญ้า • ไม้กวาดเสี้ยนตาล ใช้ท�าความสะอาดที่สูง เช่น เพดาน เพื่อปัดหยากไย่ • ไม้กวาดไม้ไผ่ ใช้กวาดใบไม้ในสนาม • ไม้กวาดขนไก่ ใช้ปัดฝุ่นในที่ต่าง ๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ขอบหน้าต่าง • ไม้กวาดหัวแปรงไนลอน ใช้กวาดพื้นเปียกและ พื้นแห้งที่เรียบ เช่น พื้นกระเบื้อง พื้นปาร์เกต์ ใช้ปัดกวาด ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับบริเวณที่ต้องการท�าความสะอาด เช่น อุปกรณ์ประเภทปัดกวาด ควรเลือกขนาดของเครื่องดูดฝุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งาน เลือกก�าลังไฟฟ้าเหมาะสมกับพื้นที่ ควรถอดตัวกรอง หรือตะแกรงดักฝุ่นออกมาท�าความสะอาดอยู่เสมอ Trick : การใช้เครื่องดูดฝุ่นให้ประหยัดพลังงาน การดูดฝุ่นและปัดฝุ่นควรท�าอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ ของใช้ ในบ้านเสียหาย การจัดการในบ้าน ๒๑ พื้นหินอ่อน1 “มดกลับบานดึกทุกวัน เนื่องจากงานประจําคอนขางยุง จึงมีเวลาทําความสะอาดบานไดเพียงเดือนละ 2 ครั้งเทานั้น” จากขอความนี้ หากมดตองการซื้อเครื่องดูดฝุนมาใชทุนแรง ควรพิจารณาสิ่งใดกอนเปนลําดับแรก 1. กําลังไฟฟา 2. รูปลักษณภายนอก 3. ราคาของผลิตภัณฑ 4. ระบบการทํางานที่ทันสมัย (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะกําลังไฟฟาจะมีผลตอ ขนาดของหองและลักษณะการใชงาน ปกติเครื่องดูดฝุนที่ใชทํา ความสะอาดบานโดยทั่วไปจะทํางานอยูที่ 700-1600 วัตต ซึ่งถือวา เปนเครื่องที่มีกําลังแรงพอสมควร) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 5. ครูใหนักเรียนดูอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ในการความสะอาดบานจาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 เพื่อใหนักเรียน ไดรูจักลักษณะ การใชงาน และวิธีการเลือกใช 6. นักเรียนชวยกันพิจารณาความถูกตองและ เหมาะสมของการเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาด และวิธีทํา ความสะอาด จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • ประเภทของอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ในการทําความสะอาดบานมีอะไรบาง (แนวตอบ ปดกวาด เช็ดถู ขัด และอื่นๆ) • นักเรียนเคยใชอุปกรณประเภทปดกวาด ใดบาง (แนวตอบ เชน ไมกวาด เครื่องดูดฝุน) นักเรียนควรรู 1 หินออน วัสดุที่ใชในการตกแตงพื้นผิว เนื้อจะออนกวาหินทั่วไป หากนํามา ใชปูพื้นตองดูแลเปนพิเศษ เพราะหากเกิดรอยขึ้นจะไมสามารถแกไขไดนอกจาก เปลี่ยนใหมเทานั้น การทําความสะอาดใหใชนํ้ายาทําความสะอาดพื้นผิวทั่วไป มาผสมกับนํ้าใหเจือจาง ใชผาชุบนํ้าบิดหมาดกอนนําไปเช็ด และหามใชนํ้ายา ที่เปนกรด เพราะอาจทําใหพื้นหินออนเสียได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T23


ขอสอบเนนการคิด การเช็ดถูควรลงน�้าหนักพอประมาณ เพื่อให้คราบสกปรก หลุดออกโดยโดยที่พื้นผิวไม่เสียหาย ใช้เช็ดถู ควรเลือกใช้ ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานที่ต้องการท�าความสะอาด เช่น อุปกรณ์ประเภทเช็ดถู แผ่นฟองน�้า เหมาะส�าหรับล้างสิ่งของประเภท แก้ว จาน ชาม ซับน�้าออกจากเครื่องใช้หรือเช็ดถู คราบสกปรก ไม้ถูพื้น เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดพื้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น • ไม้ถูพื้นแบบถูเปียก ใช้ถูพื้นทั่วไป นิยมท�าจาก วัสดุประเภทฟองน�้า ผ้ากระสอบ หรือผ้าหนา • ไม้ถูพื้นแบบถูแห้ง ใช้ถูพื้นขัดมัน หรือพื้น ปาร์เกต์ ผ้าม็อบ เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดพื้น ท�าจากผ้าไมโครไฟเบอร์หรือด้ายดิบปั่นเป็นเกลียว มีความหนา ไม่เปื่อยง่าย ผ้า เหมาะส�าหรับเช็ดท�าความสะอาดสิ่งของ เครื่องใช้ต่าง ๆ มีลักษณะหนานุ่ม สะอาด ไม่มีขน ซับน�้าได้ดี หากใช้ไม้ถูพื้นแบบผ้า ให้ถูเป็นเลขแปดแบบ แนวนอน จะช่วยก�าจัดฝุ่นบนพื้นได้เป็นอย่างดี หากใช้ ไม้ถูพื้นแบบฟองน�้าให้ถูเป็นแนวตั้งคล้ายกับการใช้ เครื่องดูดฝุ ่น ในขณะถูควรสะบัดฝุ ่นในไม้ถูพื้นเป็น ครั้งคราว และหากบริเวณใดที่ไม้ถูพื้นไม ่สามารถ ท�าความสะอาดได้ถึง ให้ใช้ผ้าสะอาดถูบริเวณนั้นแทน Trick : เคล็ดลับการถูพื้นแบบแห้ง ๒๒ “ปุยเมฆนําเสื้อยืดตัวเกาที่ทําจากผาฝายมาทําเปนผาเช็ดพื้น” จากขอความนี้ นักเรียนเห็นดวยหรือไม อยางไร 1. เห็นดวย เพราะผาฝายมีคุณสมบัติในการซึมซับและระบาย นํ้าไดดี 2. ไมเห็นดวย เพราะเนื้อของผาฝายไมละเอียด อาจทําใหพื้น เปนรอยได 3. ไมเห็นดวย เพราะเปนเสื้อเกา เนื้อของผาฝายจะเปอยและ ขาดไดงาย 4. เห็นดวย เพราะเปนของเหลือใช เมื่อใชเสร็จสามารถทิ้งได ทันที โดยไมตองซัก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะผาฝายเปนผาที่มีการซึมซับ และระบายนํ้าไดดี ซึ่งเปนคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนํามาทําเปน ผาเช็ดพื้น นอกจากนี้ ยังเปนการใชประโยชนอยางคุมคาอีกดวย) ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 7. ครูอธิบายถึงความสําคัญของการทําความ สะอาดบาน รวมถึงการปฏิบัติตามหลักการ ทําความสะอาดตางๆ เพื่อใหสามารถทํางาน ไดอยางมีประสิทธิภาพ ครูอภิปรายเกี่ยวกับ ไมถูพื้นแบบถูเปยกและไมถูพื้นแบบถูแหง ใหนักเรียนฟง โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 22 และครูตั้ง ประเด็นคําถาม เชน • อุปกรณประเภทเช็ดถูใดที่นักเรียนใชบอย ที่สุด • นักเรียนทําความสะอาดอุปกรณเช็ดถูที่ใช แลวอยางไร • นักเรียนซื้ออุปกรณเช็ดถูที่ไหนบาง เพราะ อะไร • นักเรียนมีวิธีการเลือกซื้ออุปกรณเช็ดถู อยางไรบาง เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการ ทําความสะอาดบานใหนักเรียนฟงวา ควรเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ในการทําความสะอาดที่เหมาะสมกับลักษณะของงานและสภาพของพื้นที่ เพื่อใหการทําความสะอาดไมกอใหเกิดความเสียหายตอเครื่องเรือน หรือสวน ตางๆ ของบาน นอกจากนี้ ยังเปนการชวยยืดระยะเวลาการใชงานของอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดตางๆ ใหยาวนานยิ่งขึ้นอีกดวย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T24


ขอสอบเนน การคิด แปรงขัด เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดและขจัด สิ่งสกปรก ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น • แปรงลวด ใช้ขัดพื้นไม้ พื้นซีเมนต์หยาบ ต้อง ราดน�้าก่อนขัด • แปรงพลาสติกแบบมีด้าม ใช้ขัดโถส้วม ส่วนแบบ ไม่มีด้าม ใช้ขัดพื้นต่าง ๆ • แปรงไนลอนใช้ปัดฝุ่นละอองบนเสื้อผ้า เครื่องใช้ ที่ท�าจากหนัง • แปรงทองเหลือง ใช้ขัดพื้นประเภทพื้นปูน หรือ พื้นคอนกรีตที่มีคราบสกปรกติดแน่น • แปรงท�าความสะอาดรางผ้าม่านใช้ขัดตามซอก เล็ก ๆ ของรางผ้าม่านให้สะอาด • แปรงขัดขนาดเล็ก ใช้ขัดตามซอกมุมเล็กๆ ที่ยากต่อการท�าความสะอาด เช่น ขัดฐานก๊อกน�้า ขอบอ่างล้างจาน ฝอยขัด เหมาะส�าหรับใช้ขัดภาชนะและสิ่งสกปรก เฉพาะที่ เช่น ก้นหม้อ ก้นกระทะ โดยใช้ร่วมกับ น�้ายาขัด หรือน�้ายาล้างจาน แผ่นขัด เหมาะส�าหรับใช้ท�าความสะอาดภาชนะ หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ โดยใช้ร่วมกับน�้ายา ล้างจาน ใช้ขัดท�าความสะอาดพื้น ผนังห้อง ควรเลือกใช้ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะของงานที่ต้องการ ท�าความสะอาด เช่น อุปกรณ์ประเภทขัด ฝอยขัดช่วยป้องกันท่อน�้าอุดตัน โดยน�าฝอยขัดวางไว้บนท่อระบายน�้า เพื่อกันไม่ให้เส้นผมจากการ สระผม หรือเศษอาหารจากการล้างจานเข้าไปอุดตันในท่อน�้าได้ ในการท�างานไม้สามารถน�าฝอยขัด มาใช้แทนกระดาษทราย โดยน�ามาขัดในบริเวณพื้นผิวที่ต้องการ หรือท�าความสะอาดพื้นผิว Trick : ประโยชน์ของฝอยขัดที่อาจไม่เคยรู้ การขัดอาจท�าให้สิ่งสกปรกกระเด็นไปทั่ว จึงควรใส่ถุงมือ และระมัดระวังในการขัด การจัดการในบ้าน ๒๓ ฝอยขัด 1 หรือน�้ายาล้างจาน 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 1. ครูใหเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุมเทาๆ กัน โดยตัวแทนแตละกลุมจับสลากหัวขอตางๆ กลุมละ 1 หัวขอ เพื่อจัดทําโครงงานในหัวขอ ที่ไดรับ ดังนี้ • การทําความสะอาดหองนอนและหองนํ้า • การทําความสะอาดหองรับแขกและ หองนั่งเลน • การทําความสะอาดหองครัวและ หองรับประทานอาหาร • การทําความสะอาดหองพระและการดูแล รักษาเครื่องเรือน • การทําความสะอาดหองแตงตัวและการดูแล รักษาเครื่องแตงกาย • การดูแลรักษาบริเวณบานและสวนรอบๆ บาน 2. ครูใหนักเรียนดูหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 2 หนา 23 แลวอธิบายวา แปรงขัด มีหลายชนิด ควรเลือกใชอยางเหมาะสม จากนั้นครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • แปรงขัดมีการใชงานตางกับฝอยขัดอยางไร • แผนขัดเหมาะสําหรับทําความสะอาดสิ่งใด • แปรงขัดชนิดตางๆ มีวิธีการใชงานอยางไร ที่กนหมอมีคราบสกปรกติดอยู หากตองการทําความสะอาด แตไมมีฝอยขัด สามารถใชสิ่งใดทดแทนได 1. ผาขี้ริ้ว 2. กาบมะพราว 3. ใยสังเคราะห 4. กระดาษทราย (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะในอดีตที่ยังไมมีการผลิต ฝอยขัดขึ้นมาใช เพื่อชวยผอนแรงในการทําความสะอาด คนสมัย โบราณจะนํากาบมะพราวมาขัดคราบสกปรกที่บริเวณกนหมอ เมื่อวิวัฒนาการสมัยใหมเขามา การใชกาบมะพราวจึงไมเปนที่นิยม แตยังคงพบเห็นไดในวิถีชีวิตตามชนบท) นักเรียนควรรู 1 ฝอยขัด เปนเหล็กคารบอนตํ่าที่ขูดเปนฝอย แลวนํามารวมกันเปนแผน หรือเปนกอน เนื้อเหล็กเปนฝอยละเอียด จึงมีพื้นที่สัมผัสกับอากาศไดดี เมื่อ ติดไฟลุกไหมจะมีประกายเหมือนดอกไมไฟ จึงนิยมนํามาใชเปนเอฟเฟกต ในการถายภาพ 2 นํ้ายาลางจาน ผลิตภัณฑที่ใชในการทําความสะอาดภาชนะจําพวกจาน ชาม หรืออื่นๆ เพื่อกําจัดสิ่งสกปรกและคราบไขมัน แบงเปน 3 ชนิด คือ • นํ้ายาลางจานจากพืช มีสวนผสมของพืชเปนหลัก เชน มะกรูด มะนาว • นํ้ายาลางจานจากสารเคมี มีสวนผสมของสารเคมีเปนหลัก มีการผลิตมาก ในภาคอุตสาหกรรม • นํ้ายาลางจานจากสารเคมีและจากพืช มีสวนผสมของสารเคมีและ สารสกัดจากพืชเปนหลัก มีการผลิตและใชมากในปจจุบัน ทั้งในภาค อุตสาหกรรมและครัวเรือน นํา สอน สรุป ประเมิน T25


ขอสอบเนนการคิด การท�าความสะอาดกระจกมีหลายสูตร เช่น สูตรน�้าส้มสายชู ให้ผสมน�้าส้มสายชูกับน�้าเปล่า เทใส่ขวดสเปรย์ น�าไปพ่นบนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สูตรน�้ายาล้างจาน ให้ผสมน�้าเปล่า ๑ ถ้วยตวง น�้าส้มสายชู ๑ ๔ ถ้วยตวง น�้ายาล้างจาน ๓ หยด ผสมให้เป็น เนื้อเดียวกันเทใส่ขวดสเปรย์ น�าไปพ่นบนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สูตรไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ให้ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ Trick : เทคนิคการท�าความสะอาดกระจก ๒ ถ้วยตวง สบู่น�้ามันมะกอกสกัด ๑-๒ หยด น�้าเปล่า ๑ แกลลอน ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวด สเปรย์ น�าไปพ่นบนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สูตรเบกกิ้งโซดา ให้ผสมน�้าเปล่า ๓ ถ้วยตวง กับ น�้ามะนาว ๑ ถ้วยตวง และเบกกิ้งโซดา ๑ ช้อนโต๊ะ ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่ขวดสเปรย์ น�าไปพ่น บนกระจก เช็ดด้วยผ้าให้สะอาด สารท�าความสะอาดแต่ละชนิดมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน จึงควรระมัดระวังในการใช้เพื่อไม่ให้ผู้ ใช้ ได้รับอันตราย ใช้เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยท�าความสะอาดตามความเหมาะสมกับสิ่งของ อุปกรณ์ประเภทอื่น ๆ สารท�าความสะอาด เหมาะส�าหรับใช้ในการ ท�าความสะอาด มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ควรเลือก ใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น • สารซักฟอก ใช้ท�าความสะอาดเสื้อผ้า หรืองาน ซักล้างทั่วไป • น�้ายาล้างจาน ใช้ล้างจาน ชาม หรือภาชนะต่าง ๆ ให้สะอาด • น�้ายาเช็ดกระจก ใช้ท�าความสะอาดกระจกให้ ใสสะอาด • น�้ายาล้างห้องน�้า ใช้ท�าความสะอาดและขจัด คราบสกปรกในห้องน�้า • น�้ายาขัดและผงขัด ใช้ท�าความสะอาดพื้น ขัด ภาชนะตามที่ระบุในฉลาก ถังและกะละมัง ใช้ใส่น�้า เพื่อซักล้างสิ่งต่าง ๆ ใช้ใส่สิ่งของ เพื่อท�าความสะอาด มีทั้งที่ท�าจาก พลาสติกและท�าจากโลหะ ๒๔ หากพบวา มุงลวดมีฝุนละอองติดอยูมาก ควรทําความสะอาด อยางไรจึงจะเหมาะสม 1. ใชผาชุบนํ้าเช็ดฝุนออก 2. ใชเครื่องดูดฝุนดูดฝุนออก 3. ใชแปรงพลาสติกขัดฝุนออก 4. ใชไมกวาดทางมะพราวปดฝุนออก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะหากพบวา มุงลวดมีฝุนละออง ติดอยู ควรถอดมุงลวดออกมาลาง โดยใชนํ้าผสมผงซักฟอกและ ขัดดวยแปรงพลาสติก ผึ่งแดดใหแหง แลวนํากลับไปใสที่เดิม ซึ่งควรถอดมุงลวดออกมาทําความสะอาดอยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 3. สมาชิกในกลุมรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับหัวขอที่ได และรวมกันวางแผนแบง หนาที่ตามความเหมาะสม จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • สารทําความสะอาดที่ใชมีอะไรบาง ควรเลือก ใชอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน นํ้ายาขัดพื้น นํ้ายาเช็ด กระจก นํ้ายาลางหองนํ้า เลือกใชใหเหมาะ กับพื้นผิวที่จะทําความสะอาด รวมถึงความ สกปรกของพื้นผิวนั้น) ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายเทคนิคการทํา ความสะอาดกระจก โดยอานขอมูลในหนังสือ เรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 24 และ สืบคนขอมูลเพิ่มเติมจากแหลงการเรียนรูอื่นๆ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารซักฟอกใหนักเรียนฟงวา เปนสารซักลาง ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใชทดแทนสบู มีสารลดแรงตึงผิวชนิดสังเคราะหและชนิด ธรรมชาติ สวนประกอบหลัก คือ เกลือโซเดียมซัลโฟเนตของไฮโดรคารบอน แบงตามสารลดแรงตึงผิวได 4 ประเภท คือ สารซักฟอกประเภทแอนไอออนิก มีสารลดแรงตึงผิวเปนไอออนลบ สารซักฟอกประเภทแคตไอออนิก มีสารลด แรงตึงผิวเปนไอออนบวก สารซักฟอกประเภทนันไอออนิก มีฟองนอย ทํางาน ไดดีในทุกสภาพนํ้า ชวยในการชําระคราบไขมันไดดี และผงซักฟอกประเภท แอมโฟเทอริก มีสารลดแรงตึงผิวที่สามารถแตกตัวไดเปนไอออนบวกและ ไอออนลบได นํา สอน สรุป ประเมิน T26


ó การท�าความสะอาดและการดูแลรักษาบ้าน บ้านที่น่าอยู่นอกจากจะมีความสวยงาม มีบรรยากาศที่ร่มรื่น มีความปลอดภัยให้แก่สมาชิก ในครอบครัวแล้ว ยังต้องเป็นบ้านที่มีความสะอาด มีการจัดวางสิ่งของอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยการท�าความสะอาดบ้าน สมาชิกในครอบครัวทุกคนควรแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการ ท�าความสะอาดส่วนต่าง ๆ ของบ้าน และควรท�าเป็นประจ�าอย่างสม�่าเสมอ เพื่อให้เกิดสุขอนามัย ที่ดีและช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อีกทางหนึ่ง ๓.๑ การท�าความสะอาดห้องต่าง ๆ ในบ้าน บ้านโดยทั่วไปจะแบ่งเป็นห้อง ๆ เพื่อประโยชน์ ในการใช้สอยที่ต่างกัน ในการดูแลรักษา ห้องต่าง ๆ ให้สวยงามและสะอาดอยู่เสมอ ควรปฏิบัติ ดังนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ท�าความสะอาด ไม่ควรผสมสารฟอกสีกับแอมโมเนีย น�้าส้มสายชู หรือ สารที่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะจะท�าให้เกิดกลิ่นฉุน และอาจได้รับอันตรายจากการสูดดม Be careful • ที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม ควรเก็บที่นอน หมอน มุ้ง ผ้าห ่ม และคลุมเตียงด้วยผ้าคลุมเตียงให้ เรียบร้อยทุกวัน • ตู้ โตะ ควรจัดให้เป็นระเบียบและเช็ดถูให้สะอาด • หน้าต่าง ควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ สะดวกขณะก�าลังท�าความสะอาด • มุ้งลวด ควรปัดฝุ่นสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง และควรล้าง มุ้งลวดเดือนละ ๑ ครั้ง • พื้นห้อง ควรกวาดและถูทุกวันเหมือนพื้นบ้าน ห้องส่วนตัวที่ ใช้ส�าหรับพักผ่อนและท�ากิจกรรม บริเวณอื่น ๆ ต่าง ๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว เช่น อ่านหนังสือ แต่งตัว ดังนั้น จึงควรดูแลรักษาบริเวณต่าง ๆ และ สิ่งของในห้องนอนให้สะอาดน่าใช้อยู่เสมอ วิธีการ ดูแลท�าความสะอาดสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องนอน การจัดการในบ้าน ๒๕ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทําความสะอาดที่นอนใหนักเรียนฟงวา การทําความสะอาดที่นอน ควรทําความสะอาดอยางนอยอาทิตยละ 2 ครั้ง โดยการเปลี่ยนผาปูที่นอน ปลอกหมอน ซักทําความสะอาดผาหม ควรนําที่นอน ออกมาผึ่งแดดและใชไมเคาะฝุนออกจากที่นอน เพื่อกําจัดไรฝุนที่มองไมเห็น ใชนํ้ายาทําความสะอาดเพื่อฆาเชื้อโรคและกําจัดคราบตางๆ บนที่นอน ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 4. ครูใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนแบงหนาที่ ของสมาชิกในแตละกลุม จากนั้นครูอธิบาย การทําความสะอาดหองนอนจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 25 แลวถาม นักเรียนวา • การทําความสะอาดหองนอนควรปฏิบัติ อยางไรบาง (แนวตอบ เก็บที่นอน หมอน ผาหม ทุกวัน จัดโตะ ตู ใหเปนระเบียบและสะอาด เปด หนาตางใหอากาศถายเทอยูเสมอ กวาด และถูพื้นทุกวัน) กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันปฏิบัติกิจกรรม “Big Cleaning Day” ภายในโรงเรียน โดยนําความรูเกี่ยวกับ หลักการเลือกใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาด มาใชในการปฏิบัติงานไดอยางถูกตองและเหมาะสม บนพื้นฐาน การใชพลังงาน ทรัพยากรในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม กําหนดใหมีการถายภาพสถานที่ ปฏิบัติงานทั้งกอนหลัง และถายภาพขณะปฏิบัติงาน จากนั้น เขียนรายงานผลการปฏิบัติกิจกรรม พรอมทั้งออกมาเลาแผนการ ปฏิบัติงานของกลุมตนเองใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน (กิจกรรมนี้ เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานมุงมั่น ในการทํางานและมีจิตสาธารณะ) นํา สอน สรุป ประเมิน T27


ขอสอบเนนการคิด • โตะ เก้าอี้รับแขก ควรปัดฝุ่นและเช็ดถูทุกวัน • ภาพติดผนัง ควรปัดด้วยไม้กวาดขนไก่ สัปดาห์ ละ ๑ ครั้ง • วิทยุและโทรทัศน์ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าแห้ง ทุกวัน • หนังสือ ควรจัดวางให้เป็นระเบียบและจ�าแนกตาม ประเภทของหนังสือ • ของใช้อื่น ๆ ควรดูแลท�าความสะอาดและจัดให้เป็น ระเบียบอยู่เสมอ • โตะหมู่บูชาและอุปกรณ์เครื่องใช้ควรท�าความ สะอาดอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ไม่ควรปล่อยไว้จน ฝุ่นหนา ควรเปลี่ยนดอกไม้อยู่เสมอ • โกศบรรจุอัฐิควรหมั่นเช็ดและปัดฝุ ่นอยู ่เสมอ หรือเก็บไว้ ในตู้ น�าออกมาบังสุกุลตามประเพณีไทย ในวันสงกรานต์ • หนังสือธรรมะ ควรหมั่นเช็ดและปัดฝุ่นอยู่เสมอ เก็บในที่แห้ง ไม่มีปลวก เพื่อป้องกันหนังสือช�ารุด • พระเครื่อง เหรียญพระ ควรใส่ไว้ ในกรอบบุด้วย ผ้าก�ามะหยี่ หมั่นเช็ดและปัดฝุ่นอยู่เสมอ อาจตั้ง หน้าหิ้งพระหรือแขวน เพื่อให้ดูแลรักษาและท�าความ สะอาดได้ง่าย ห้องที่ใช้ส�าหรับต้อนรับผู้ที่มาเยี่ยมเยียน จึง ควรอยู ่บริเวณส ่วนหน้าของบ้าน ควรจัดให้เป็น ระเบียบเรียบร้อย บางบ้านอาจใช้เป็นมุมพักผ่อน ท�ากิจกรรมในครอบครัว วิธีการดูแลรักษาความ สะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องส�าหรับบูชาพระพุทธรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บ้านที่มีเนื้อที่น้อยอาจใช้ฉาก หรือม ่านกั้นเป็น สัดส่วนจากห้องนอน หรือห้องอื่น ๆ ในบ้าน วิธีการ ดูแลท�าความสะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องรับแขก ห้องพระ ๒๖ ควรปัดฝุ่นและเช็ดถูทุกวัน 1 โตะหมู่บูชาและอุปกรณ์เครื่องใช้ สะอาดอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง ไม่ควรปล่อยไว้จน 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 5. สมาชิกแตละคนศึกษาความรูจากหนังสือเรียน หองสมุด และอินเทอรเน็ต เกี่ยวกับหัวขอที่ กลุมของตนเองไดรับ เพื่อนําขอมูลที่ไดมา นําเสนอหนาชั้นเรียน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • จะทําความสะอาดหองรับแขกอยางไรให สวยงามนาอยู (แนวตอบ ทําความสะอาดอยางสมํ่าเสมอ และมีของตกแตงพอประมาณ วางของ ทุกอยางใหเปนระเบียบ) • ควรจัดหองพระอยางไร (แนวตอบ จัดใหมีอุปกรณเพียงพอ โดยเปน ระเบียบและสะอาดอยูเสมอ เชน โตะหมูบูชา อุปกรณเครื่องใช) นักเรียนควรรู 1 ฝุน หรือ ฝุนละออง เปนมลพิษรูปแบบหนึ่งที่เปนอันตรายตอสุขภาพรางกาย ของมนุษย กอใหเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคปอด และโรคหัวใจ 2 โตะหมูบูชา โตะที่ใชสําหรับตั้งพระพุทธรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตางๆ โดย ทิศที่ควรตั้ง คือ ทิศตะวันออก (ธุรกิจ การงานเจริญรุงเรือง) ทิศเหนือ (อยูเย็น เปนสุข) และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (มั่งคั่ง รํ่ารวยเปนเศรษฐี) บุคคลในขอใดปฏิบัติตนไดเหมาะสมขณะปดกวาดทําความ สะอาดบาน 1. นกใชไมกวาดขนไกซับนํ้า ปดฝุนละอองที่เกาะอยูบนโซฟา 2. นิ่มใชไมกวาดดอกหญากวาดฝุนหนาที่อยูบนหลังตูหนังสือ 3. นุมใชไมกวาดทางมะพราวกวาดพื้นกระเบื้องภายในหองครัว 4. นอมใชไมกวาดเสี้ยนตาลกวาดฝุนที่เพดานแลวกวาดพื้น ทีหลัง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการทําความสะอาดบานดวย การปดและกวาดตองเริ่มจากที่สูงลงมาหาที่ตํ่า กลาวคือ เริ่มตน จากการกวาดเพดาน ฝาผนัง แลวจึงกวาดที่พื้นเปนลําดับสุดทาย เพราะหากกวาดที่ตํ่ากอน แลวกวาดที่สูงกวาลงมาจะทําใหฝุน ตกลงสูพื้น ตองเสียเวลาในการกวาดใหมซํ้าอีกครั้ง) เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดและตกแตงหองรับแขกใหนักเรียน ฟงวา การจัดและตกแตงหองรับแขกใหสวยนามองนั้น สามารถนําดอกไมมา ประดับไวตรงมุมหอง หรือบนโตะรับแขกก็ได และอาจมีรูปภาพทิวทัศนธรรมชาติ เพื่อชวยเพิ่มสีสันและบรรยากาศที่ดีใหแกหอง นํา สอน สรุป ประเมิน T28


ขอสอบเนน การคิด • เตาไฟ ท�าความสะอาดทุกครั้งหลังจากใช้งาน เตาแก๊สต้องปิดวาล์วทุกครั้งหลังใช้ ถ้าเป็นเตาถ่าน ให้ ใช้คีมคีบถ่านออกจากเตาและจุ่มน�้าให้ไฟดับ • หม้อ กระทะ จาน ชาม ช้อน ส้อม หลังใช้ งานควรล้างให้สะอาดและคว�่าให้แห้ง เก็บใส่ตู้ให้ เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ ให้หนู แมลง มด มาท�าให้ สกปรกและเกิดโรคได้ • โตะและตู้กับข้าว โต๊ะส�าหรับประกอบอาหาร หลังใช้งานควรจัดเก็บและท�าความสะอาดทุกครั้ง ตู้กับข้าว ควรดูแลจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบและ เช็ดล้างให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าให้มีแมลงสาบ มด มาอาศัยอยู่ เพราะสัตว์เหล่านี้เป็นพาหะน�าโรค • ราวตากผ้า หรือแขวนผ้า ควรมีประจ�าห้องน�้า หรือท�าติดผนัง หมั่นเช็ดถูท�าความสะอาด • อ่างล้างหน้า หรืออ่างอาบน�้า ควรท�าความ สะอาดทุกครั้ง โดยใช้น�้ายาท�าความสะอาด จากนั้น ใช้ฟองน�้าถู แล้วล้างด้วยน�้าให้สะอาด • หัวกอกน�้า จานสบู่ กรอบกระจก ควรใช้ผ้าเช็ดน�้า ให้แห้ง หากท�าจากโครเมียม ให้ใช้ผ้าชุบน�้ายาขัดถู ให้เงางาม • กระจกแต่งตัว ควรเช็ดให้สะอาดอยู่เสมอ อาจใช้ กระดาษหนังสือพิมพ์ชุบน�้าพอหมาดเช็ด • ฝาห้อง เพดาน หน้าต่าง ควรท�าความสะอาด โดยการปัดฝุ่นและหยากไย่อยู่เสมอ • โคมไฟ หรือหลอดไฟ ใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด เพื่อ ป้องกันไม่ ให้ฝุ่นเกาะ ซึ่งอาจท�าให้แสงสว่างลดลง ห้องที่ใช้ส�าหรับประกอบอาหาร เก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องปรุง ควรมีพัดลมดูดควัน และกลิ่นออกจากตัวบ้าน ควรจัดให้อยู่ห่างจากห้อง รับแขกและห้องนอน มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก วิธีการ ดูแลรักษาความสะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องที่สมาชิกในบ้านมักใช้ร่วมกัน จึงควรช่วยกัน รักษาให้สะอาด เช ่น โถส้วมชนิดให้นั่งราบควร กดชักโครก หรือราดน�้าหลังจากใช้งานทุกครั้ง วิธี การดูแลรักษาความสะอาด สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ห้องครัว ห้องน�้า การจัดการในบ้าน ๒7 เตาแก๊สต้องปิดวาล์วทุกครั้งหลังใช้ ถ้าเป็นเตาถ่าน เครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องปรุง ควรมีพัดลมดูดควัน และกลิ่นออกจากตัวบ้าน ควรจัดให้อยู่ห่างจากห้อง 1 2 กดชักโครก หรือราดน�้าหลังจากใช้งานทุกครั้ง วิธี 3 1. ลางมุงลวด 2. ผึ่งที่นอน หมอน ผาหม 3. คลุมเตียงดวยผาคลุม จากขอมูลที่กําหนด ขอใดเรียงลําดับความถี่ในการทํางานบาน จากมากที่สุดถึงนอยที่สุดไดถูกตอง 1. 2, 3, 1 2. 3, 1, 2 3. 3, 2, 1 4. 1, 2, 3 (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสิ่งที่ตองปฏิบัติเปนประจํา และบอยที่สุด คือ การคลุมเตียงหลังจากตื่นนอน ตองปฏิบัติ เปนประจําทุกวัน ผึ่งที่นอน หมอน ผาหม ตองปฏิบัติอยางนอย สัปดาหละ 1-2 ครั้ง และการทําความสะอาดมุงลวด ตองปฏิบัติ อยางนอยเดือนละ 1 ครั้ง) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 6. ครูคอยสังเกตการณและใหแนะนําเกี่ยวกับ ขอมูลความรูที่นักเรียนคนควาได จากนั้นครู ถามนักเรียนวา • ในการทําความสะอาดหองครัวควรเนนจุด ใดบาง (แนวตอบ เตาไฟตองปดวาลวทุกครั้งหลัง ใชงาน และทําความสะอาด เก็บอุปกรณ ตางๆ เพื่อปองกันหนู แมลง มด จัดโตะและ ตูกับขาวใหสะอาดและเปนระเบียบ) • ในการทําความสะอาดหองนํ้าควรเนนจุด ใดบาง (แนวตอบ โถสวมตองสะอาดอยูเสมอ อาง ลางหนา ควรทําความสะอาดทุกวัน ฝาหอง เพดาน และหนาตาง ควรปดฝุนและหยากไย อยูเสมอ) นักเรียนควรรู 1 เตาแกส วิธีการดูแลเตาแกสเพื่อความปลอดภัย ชวยยืดอายุการใชงาน ปฏิบัติไดโดยทําความสะอาดหัวเตา บนเตา และใตเตา อยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง เมื่อเปดเตาแกสควรตรวจเช็กปริมาณไฟวา มีเปลวไฟสมํ่าเสมอหรือไม ตรวจสอบระบบสายตอแกสและหัวตอที่ตัวถังแกสวา มีจุดไหนรั่วซึม หรือมี ขอตอไมสนิทหรือไม หากเปนเตาแกสที่มีระบบความปลอดภัย เชน Safety Valve ใหตรวจสอบระบบความปลอดภัยอยางสมํ่าเสมอ 2 พัดลมดูดควัน อุปกรณอํานวยความสะดวกภายในหองครัว เหมาะสําหรับ หองขนาดเล็ก หองอับ หองที่อากาศไมถายเท หรือถายเทนอย ควรติดตั้ง ใหสูงจากพื้น 1.8-2.4 เมตร เพื่อใหสามารถใชงานไดอยางเต็มประสิทธิภาพ 3 ชักโครก มี 2 แบบ คือ แบบโถชิ้นเดียว ตัวโถกับหมอเก็บนํ้าจะถูกหลอม เปนชิ้นเดียวกัน และแบบสองชิ้น ตัวโถกับหมอเก็บนํ้าจะแยกชิ้นกัน สิ่งสําคัญ ที่ควรพิจารณากอนตัดสินใจเลือกซื้อ คือ ความสูง รูปทรง รูปแบบ การทํา ความสะอาด ระบบชําระลาง และการประหยัดนํ้า นํา สอน สรุป ประเมิน T29


ขอสอบเนนการคิด การทําความสะอาดหองแตงตัว ซึ่งมีเสื้อผาและเครื่อง แตงกายอยูเปนจํานวนมาก สามารถใชเครื่องดูดฝุนมาชวยได ยิ่งในปจจุบันมีเครื่องดูดฝุนแบบไรสายที่สะดวกตอการใชงานแลว ยังมีหุนยนตดูดฝุนที่ทํางานอยางอัตโนมัติอีกดวย การใชเครื่อง ดูดฝุนดูดฝุนตามซอกตาง ๆ ในหองแตงตัว จะทําใหหองสะอาด และใชเวลาในการทําความสะอาดนอยลง Trick : เครื่องดูดฝุนชวยได • โตะเครื่องแปงและของใชจําเปนในการแตงตัว ควรจัดวางสิ่งของบนโตะใหเปนระเบียบเรียบรอย เพื่อความสะดวกตอการหยิบใชงาน และควรทํา ความสะอาดอยูเสมอ • ตูเสื้อผา ควรจัดใหเรียบรอยและจัดแยกประเภท ของเสื้อผาไวเปนหมวดหมู เชน เสื้อ กระโปรง กางเกง ชุดชั้นใน ผาเช็ดหนา เพื่อความสะดวกใน การหยิบใชงาน • ราวแขวนผา ควรมีราวแขวนผาสําหรับตากและ แขวนผาเล็ก ๆ นอย ๆ เชน ผาเช็ดตัว เสื้อคลุม เสื้อนอน เพื่อความสะดวกและความสวยงาม • ถังขยะ สําหรับทิ้งเศษกระดาษ เศษผง เสนผม ควรจัดตั้งไวขางโตะเครื่องแปง โดยใชถุงพลาสติก รองดานใน ถังจะไมสกปรกและเก็บขยะทิ้งไดงาย • กระจก ควรหมั่นเช็ดถูทําความสะอาดอยูเสมอ โดยใชนํ้าเปลาผสมนํ้าสมสายชูฉีดพนบนกระจก ใชผาสะอาดเช็ดใหแหง หรือใชนํ้ายาเช็ดกระจก ทําความสะอาด หองสําหรับแตงตัวและเก็บเสื้อผา รวมถึงของใช อีกหลายชนิด วิธีการดูแลรักษาความสะอาด สามารถ ปฏิบัติได ดังนี้ หอง แตงตัว ๒๘ การปฏิบัติตนในขอใดเปนวิธีการปองกันไมใหสัตวที่เปนพาหะ นําโรคเขามาอาศัยอยูภายในบาน 1. กอนนอนควรปดประตู หนาตางใหมิดชิด 2. ควรเช็ดถูบริเวณสถานที่ประกอบอาหารใหสะอาด 3. โรยผงโซดาไฟใหรอบบริเวณบานและตามทอระบายนํ้าตางๆ 4. ลางทําความสะอาดและจัดเก็บอุปกรณตางๆ ใสตูใหเรียบรอย (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะสัตวที่เปนพาหะนําโรค เชน หนู แมลงสาบ จะเขามาอาศัยอยูในบานและหาเศษอาหาร รับประทาน ดังนั้น เพื่อเปนการปองกันไมใหสัตวที่เปนพาหะนําโรค เขามาอาศัยอยูภายในบาน จึงควรลางทําความสะอาดและจัดเก็บ อุปกรณตางๆ ใสตูใหเรียบรอย) ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 1. ครูถามสิ่งที่นักเรียนไดเรียนรู โดยถามคําถาม ดังนี้ • หากตองการทําความสะอาดหองนํ้า จะตอง ใชอุปกรณ เครื่องมือเครื่องใชใดบาง และมี หลักในการปดกวาดเช็ดถูอยางไรบาง • การทําความสะอาดสวนตางๆ ในบานและ การทําความสะอาดหองตางๆ มีความเหมือน และแตกตางกันอยางไร • การดูแลรักษาบริเวณบานมีความสําคัญ อยางไร • การดูแลรักษาเครื่องเรือนตองคํานึงถึงสิ่งใด บาง จากนั้น ครูอธิบายถึงการทําความสะอาด หองแตงตัว จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 2 หนา 28 จากนั้น ครูตั้งประเด็น คําถาม เชน • หองแตงตัวควรมีอะไรบาง • จะกําจัดฝุนในหองแตงตัวอยางไร • ควรจัดประเภทสิ่งของในหองแตงตัวอยางไร บูรณาการอาเซียน ใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับหองนํ้าและหองแตงตัวของประเทศ ในอาเซียนวา มีความคลายคลึงและแตกตางกันอยางไรบาง เนื่องจาก สภาพอากาศในอาเซียนมีความใกลเคียงกัน ทําใหการแตงกายโดยทั่วไป ไมแตกตางกันมากนัก สิ่งที่แตกตางกัน คือ วัฒนธรรมและความเชื่อ ทําให หลักการจัดหองตางๆ ภายในบานดั้งเดิมอาจมีความแตกตางกัน นักเรียน วิเคราะหขอมูลที่ไดแลวนํามาอภิปรายหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T30


Know M ore วิ¸ÕจัดตÙ้เÊืéอ¼้าอÂ่างªาÞ©ลาด ตู้เสื้อผ้าเป็นเครื่องเรือนชนิดหนึ่งที่ทุกบ้านนิยมใช้ เพื่อเพิ่ม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ โดยรูปแบบ ของตู้เสื้อผ้าจะมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามรสนิยม ของผู้ ใช้ ซึ่งการจัดตู้เสื้อผ้าให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ๒ จัดตาÁ»ระเÀ·¢องเÊืéอ¼้า การแบงตามประเภทของเสื้อผา ทําใหหาไดงายขึ้น เชน เสื้อยืด เสื้อ เชิ้ต กางเกง กระโปรง เดรส หาก ตูเสื้อผามีพื้นที่จํากัดใหแบงชนิด ของเสื้อผาตามสีของไมแขวนเสื้อ ๓ เ¾ิ่ÁลิéนªักãนตÙ้เÊืéอ¼้า เสื้อผาจําพวกเสื้อยืด กางเกงขาสั้น ชุดนอน เปนเสื้อผาที่ไมจําเปนตอง แขวน ใหพับเก็บไวในลิ้นชัก หาก ลิ้นชักมีจํานวนจํากัด ให ใชกลองใส ไวดานในแทนลิ้นชักได ๕ จัดเรÕÂงเÊืéอ¼้าตาÁÊÕ หากเสื้อผามีหลากหลายสี ควรจัด เรียงเสื้อผาตามสี เพื่อใหสะดวกตอ การหยิบใชและยังชวยใหตูเสื้อผา เปนระเบียบเรียบรอยดวย ๖ ติดราวแ¢วน·Õ่¼นังตÙ้ หากตูเสื้อผาไมมีพื้นที่วางแลว สามารถติดราวแขวนที่ผนังตู ซึ่ง เหมาะกับการเก็บผาพันคอ หรือ แขวนเสื้อผาที่จะใสในวันตอไป ๔ เ¾ิ่ÁแÊงÊว่างãนตÙ้เÊืéอ¼้า ตูเสื้อผาควรมีหลอดไฟเล็กๆ เพื่อ เพิ่มความสวางขณะเลือกเสื้อผา อาจ เลือกใชหลอดไฟประเภท LED ชนิด เติมแบตเตอรี่ เพราะมีกําลังวัตตนอย ชวยใหประหยัดคาใชจายได ๑ นíาเÊืéอ¼้า·Õ่ äÁ่ ãª้ออกจากตÙ้ ในตูเสื้อผาควรเก็บเสื้อผาที่ใสในชีวิตประจําวัน สวนเสื้อผาสําหรับ ใสตามฤดูกาล ควรพับเก็บใสกลอง และเสื้อผาที่ไมสวมใสแลวควร คัดแยก เพื่อนําไปบริจาค การจัดการในบ้าน ๒๙ จัดตาÁ»ระเÀ·¢องเÊืéอ¼้า1 ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 2. นักเรียนตัวแทนแตละกลุมตอบสิ่งที่ไดเรียน รูโดยสรุปสั้นๆ กลุมละไมเกิน 1 นาที ครูให นักเรียนศึกษาวิธีจัดตูเสื้อผาอยางชาญฉลาด จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 29 และรวมกันอภิปรายวา การจัดตู เสื้อผาอยางชาญฉลาดในแบบของนักเรียน ตองทําอยางไรบาง โดยนําความรูจากขอมูล ในเสริมความรู Know More มาประยุกตใช นํา สอน สรุป ประเมิน กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ใหนักเรียนเลือกหองภายในบานของตนเอง 1 หอง ถายภาพ จากนั้นเขียนอธิบายเหตุผลในการเลือก วิธีการทําความสะอาดหอง ที่เลือก ปญหาที่พบในขณะปฏิบัติงาน และแนวทางแกปญหา ลงในกระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนจัดทําคลิปวิดีโอความยาวไมเกิน 5 นาที แนะนํา เทคนิคในการทําความสะอาดหองตางๆ ภายในบาน พรอมทั้ง สาธิตและบรรยายวิธีการทําความสะอาดหองและการใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดที่ถูกตอง จากนั้นผลัดกัน ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นักเรียนควรรู 1 ประเภทของเสื้อผา เสื้อผาสามารถแบงประเภทตางๆ คือ เสื้อ กางเกง และกระโปรง แตหากเสื้อผาที่มีอยู มีหลากหลายแบบ ควรแบงประเภทเสื้อผา ตามแฟชั่น ดังนี้ • เสื้อยืด • กางเกงยีน • เสื้อเชิ้ต • กางเกงเลกกิง • เสื้อชีฟอง • จั๊มสูท • ชุดเดรส • ชุดราตรี การแบงประเภทจะทําใหสามารถจัดตูเสื้อผาไดงายและสะดวกตอการคนหา ทําใหตูเสื้อผาเปนระเบียบและสวยงามมากขึ้น T31


ขอสอบเนนการคิด ๑ ๒ ๓ ๓.๒ การดูแลรักษาบริเวณบ้าน บริเวณบ้านเป็นส่วนที่อยู่รอบ ๆ ตัวบ้าน เป็นพื้นที่ส�าหรับพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว จึงจ�าเป็นต้องมีการดูแลรักษา ตกแต่งให้สวยงาม เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศที่ดีและน่าอยู่อาศัย โดยการดูแลรักษาบริเวณบ้านสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ • กวาดให้สะอาด ถ้ามี ใบไม้ร่วงให้เก็บกวาดทุกวัน • ตัดหญ้าเดือนละ ๑ ครั้ง พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ ใส่ปุย และพรวนดินต้นไม้ • บริเวณที่เปนทางเดิน ควรน�าแผ่นอิฐ แผ่นกรวด หรือแผ่นหินกาบวางเป็นระยะให้เดินได้สะดวกและสวยงาม • พื้นบริเวณที่เปนหลุมบ่อ ให้ถมดินให้เต็ม เพื่อไม่ ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ๑ บริเวณลานบ้าน สนามหญ้าและสวน ๓0 ๑ ๒ ๓ ๓.๒ การดูแลรักษาบริเวณบ้าน บริเวณบ้านเป็นส่วนที่อยู่รอบ ๆ ตัวบ้าน เป็นพื้นที่ส�าหรับพักผ่อนของสมาชิกในครอบครัว จึงจ�าเป็นต้องมีการดูแลรักษา ตกแต่งให้สวยงาม เพื่อให้บ้านมีบรรยากาศที่ดีและน่าอยู่อาศัย โดยการดูแลรักษาบริเวณบ้านสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ • กวาดให้สะอาด ถ้ามี ใบไม้ร่วงให้เก็บกวาดทุกวัน • ตัดหญ้าเดือนละ ๑ ครั้ง พร้อมทั้งตัดแต่งกิ่งไม้ ใส่ปุย และพรวนดินต้นไม้ • บริเวณที่เปนทางเดิน ควรน�าแผ่นอิฐ แผ่นกรวด หรือแผ่นหินกาบวางเป็นระยะให้เดินได้สะดวกและสวยงาม • พื้นบริเวณที่เปนหลุมบ่อ ให้ถมดินให้เต็ม เพื่อไม่ ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ๑ บริเวณลานบ้าน สนามหญ้าและสวน ๓0 “เอกพบวา ประตูรั้วบานของตนเองเกิดสนิมขึ้นหลายจุด” จาก ขอความนี้ เอกสามารถแกปญหาสนิมขึ้นที่ประตูรั้วบานไดอยางไร 1. ใชกระดาษทรายขัดและทาดวยสีกันสนิม 2. เคาะสนิมที่จับบนรั้วออก แลวพนสีทับหลายๆ ชั้น 3. ราดดวยนํ้าผสมผงซักฟอง แลวขัดซํ้าดวยแปรงลวด 4. ลางและทําความสะอาดดวยนํ้าเปลาผสมเบกกิงโซดา (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะประตูรั้วสวนใหญจะใชเหล็ก เปนวัสดุหลักในการผลิต เมื่อใชเปนเวลานาน อาจทําใหเกิด สนิมขึ้นได วิธีแกปญหา คือ ใชกระดาษทรายขัดสนิมออก ทาทับ ดวยสีกันสนิม ลงสีตามความชอบซํ้าอีกครั้ง ฉีดสเปรยเคลือบผิว ชวยยืดอายุการใชงานของประตูรั้วได) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการขยะภายในบานใหนักเรียนฟงวา สามารถปฏิบัติได เชน • ลดการสรางขยะ คือ ใชถุงผาแทนถุงพลาสติก ซื้ออาหารที่บรรจุหีบหอนอย ลดการดื่มนํ้าเปลาบรรจุขวด ลดการใชกระดาษ • นํากลับมาใชใหมและนําไปรีไซเคิล คือ บริจาคสิ่งของเหลือใช หาที่รับ ซื้อขยะใกลบาน ทิ้งขยะใหถูกวิธี • ทําปุย คือ เก็บเศษอาหารและเศษหญา สรางที่หมักปุย เลือกวาจะทําปุย หมักรอนหรือเย็น เก็บรักษาที่หมักปุย และใชปุยเมื่อหมักเสร็จ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 3. นักเรียนทําใบงานที่ 2.2.1 เรื่อง การทําความ สะอาดบาน และกิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการ เรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 2.1 แลวนํามาสงครู 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู ครูถาม นักเรียนวา • การดูแลรักษาบริเวณบานของนักเรียนควร ทําอยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน กวาดลานบานและ สนามหญาใหสะอาด ทําบริเวณทางเดินใหเดิน ไดสะดวก ตัดแตงตนไมและหญาอยูเสมอ) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการจัดการขยะในบาน ไดจาก https://th.wikihow. com/จัดการกับขยะในบาน นํา สอน สรุป ประเมิน T32


ขอสอบเนน การคิด • ประตูบ้านและรั้วบ้าน ถ้าเป็นเหล็กดัดควรหมั่นดูแลรักษา หากมีสนิมจับให้ขัดด้วยกระดาษทรายและทาสี กันสนิม จากนั้นทาสีน�้ามันทับอีกครั้ง ถ้าประตูมีเสียงดังให้หยอดน�้ามัน • รั้วซีเมนต์ควรปัดกวาดเดือนละ ๑ ครั้ง ถ้ามีตะไคร่จับให้ขัดด้วยแปรงลวด โดยใช้น�้าผสมผงซักฟอก • รั้วต้นไม้ควรตัดแต่งเป็นประจ�า เพื่อให้มีรูปทรงที่สวยงาม เช่น ข่อย โมก ไทรเกาหลี ชาฮกเกี้ยน • ถนนทางเข้าบ้าน ควรดูแลรักษา โดยการกวาด หรือล้างให้สะอาดอยู่เสมอ • ไม่ควรน�าถังขยะวางไว้หน้าบ้าน เพราะจะท�าให้สุนัข แมวมาคุ้ยเศษอาหาร ท�าให้เกิดความสกปรกได้ • กวาดบริเวณให้สะอาด อย่าให้มีน�้าขัง เพราะจะท�าให้ส่งกลิ่นเหม็น • ไม่ควรวางสิ่งของรอบ ๆ บ้าน จะท�าให้รกรุงรัง ท�าให้บ้านไม่สวยงาม ไม่น่าอยู่ • ถ้ามีภาชนะใส่น�้า ควรปดฝาให้มิดชิด หากเปิดภาชนะไว้ เช่น โอ่ง ตุ่ม ถังน�้า จะท�าให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ยุงลายอันเป็นพาหะน�าโรคไข้เลือดออกมาสู่ผู้อยู่อาศัย • ไม่ทิ้งขยะ หรือเศษอาหารลงในทางระบายน�้า เพราะจะท�าให้น�้าไหลผ่านไม่สะดวก ท่อน�้าทิ้งอุดตัน เกิดความสกปรก และส่งกลิ่นเหม็น รบกวนบ้านที่อยู่ข้าง ๆ ได้ • ถ้าเปนทางระบายน�้าแบบเปด ควรกวาดทุกสัปดาห์ เพื่อให้น�้าไหลผ่านได้อย่างสะดวก ๒ บริเวณรั้ว ประตู และถนนเข้าบ้าน ๓ บริเวณรอบตัวบ้านและทางระบายน�้า วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน T i p หากต้องการให้บ้านมีสภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่ทรุดโทรม ควรหมั่นดูแลรักษาด้วยวิธีการ ดังนี้ ๑. ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน หากพบว่ามีการรั่วซึม ให้ปูกระเบื้องมุงหลังคาที่แตก และเปลี่ยนฝ้าใหม่ ๒. พื้นกระเบื้องไม่ควรมีน�้าขัง ควรขัดพื้นกระเบื้องที่มีตะไคร่น�้า และเช็ดน�้าให้แห้ง ๓. ดูแลสวนและต้นไม้ไม่ให้รก ควรตัดแต่งกิ่ง หรือตัดหญ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะหาก ปล่อยทิ้งไว้ให้รกรุงรัง อาจเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์มีพิษได้ ๔. มีระบบการป้องกันบ้านจากปลวก ควรตรวจสอบปลวกทุก ๆ ๔ เดือน หากพบว่าบริเวณใด บริเวณหนึ่งของบ้านมีปลวกขึ้น ให้แจ้งบริษัทที่รับก�าจัดปลวกมาฉีดยาป้องกันปลวก และควรเฝ้าติดตาม เป็นระยะ เพื่อป้องกันการเสียหายของบ้านได้ ๕. ตรวจสอบพื้นคอนกรีตอยู่เสมอ โดยเฉพาะพื้นคอนกรีตที่อยู่บริเวณโรงรถ พื้นทางเท้า เนื่องจาก ดินมีการทรุดตัว อาจท�าให้เกิดรอยร้าวหรือแตก หากพบว่าช�ารุดให้รีบท�าการซ่อมแซมทันที การจัดการในบ้าน ๓๑ ควรปัดกวาดเดือนละ ๑ ครั้ง ถ้ามีตะไคร่จับให้ขัดด้วยแปรงลวด โดยใช้น�้าผสมผงซักฟอก รั้วต้นไม้ 1 2 หากพบวา ทางระบายนํ้าหนาบานระบายนํ้าไดชาและนํ้าขัง เมื่อฝนตกหนัก ควรทําอยางไร (แนวตอบ แจงผูใหญในบานและตรวจสอบทางระบายนํ้าเบื้องตน จากนั้นแจงหนวยงานที่เกี่ยวของ เพื่อขุดลอกทอใหสามารถ ระบายนํ้าไดตามปกติ) นักเรียนควรรู 1 ตะไคร พืชสีเขียวที่เกิดติดอยูตามตนไม เกิดไดทั้งในนํ้าและตามพื้นดินหรือ กําแพงที่ชุมชื้น สามารถกําจัดไดโดยใชเครื่องฉีดนํ้าแรงดันสูง หรือใชนํ้าตม เดือดราด แลวตามดวยสารทําความสะอาด เชน ผงซักฟอก นํ้ายาขัดพื้น จากนั้น ขัดดวยแปรงที่มีขนแข็ง ปจจุบันมีนํ้ายาปองกันตะไครซึ่งเปนอีกทางเลือกหนึ่ง ในการชะลอการเกิดตะไครในที่ชื้น 2 รั้วตนไม เปนรั้วบานที่นิยม เนื่องจากชวยใหรมรื่น ไมทึบจนเกินไป ดูเปน ธรรมชาติ สามารถนําตนไมอยางเดียวมาทําเปนรั้วหรือนําไปปลูกนอกกําแพงรั้ว อีกชั้นได พรรณไมที่นํามาทําเปนรั้วตนไม ควรจะทนแดดทนฝน ชวยพรางสายตา อาจมีดอกที่มีสีสันสดใสและมีกลิ่นหอม เพื่อเพิ่มความสวยงามและบรรยากาศ ที่ดีใหกับบริเวณบาน ไมควรเลือกพรรณไมที่มีปญหาโรคและแมลงหรือดูแลยาก เพราะอาจทําใหเสียคาใชจายและเวลาในการดูแลมากเกินไป ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 1. นักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงานตามหัวขอ โครงงานที่ไดรับมอบหมาย 2. ครูและนักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยใน แตละโครงงาน ครูจึงอธิบายความรูเพิ่มเติม เกี่ยวกับวิธีดูแลรักษาบานใหแข็งแรงทนทาน ในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 31 จากนั้น ครูตั้งประเด็นอภิปรายวา หากรั้วบานมีปลวกจะแกปญหาอยางไรบาง ใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยาง นํา สอน สรุป ประเมิน T33


ขอสอบเนนการคิด ๓.๓ การดูแลรักษาเครื่องเรือน การท�าความสะอาดเครื่องเรือนควรระมัดระวังอย่าให้เกิดรอยขีดข่วนและควรดูแลรักษาให้ถูกวิธี ตามลักษณะและชนิดของวัสดุ โดยการดูแลรักษาเครื่องเรือนสามารถปฏิบัติได้ ดังนี้ ๑) เครื่องเรือนประเภทไม้ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้าชุบน�้าบิดหมาดถ้าสกปรกมาก ควรใช้ฟองน�้าชุบน�้าผสมผงซักฟอกถู แล้วใช้ผ้าชุบน�้าสะอาดเช็ดจนหมดน�้าผงซักฟอก ๒) เครื่องเรือนประเภทหนัง ควรปัดฝุ่นและใช้ผ้าชุบน�้ายาขัดเงาทาให้ทั่วและ ขัดด้วยแปรงขนสัตว์จนขึ้นเงา ๓) เครื่องเรือนประเภทพลาสติกและเครื่องเคลือบ ควรปัดฝุ่นและเช็ดด้วยผ้า ชุบน�้าบิดหมาด ถ้ามีสิ่งสกปรกให้ล้างน�้าขัดถูด้วยฟองน�้าและผงซักฟอก ๔) เครื่องเรือนประเภทเครื่องเงิน ควรขัดด้วยน�้ายาขัดเครื่องเงิน หรือขัดด้วยสบู่ ผสมน�้าอุ่น โดยใช้ผ้า หรือฟองน�้าขัด ๕) เครื่องเรือนประเภททองเหลือง ควรขัดด้วยน�้ายาขัดทองเหลือง หรือขัดด้วย น�้ามะขามเปียก แล้วล้างด้วยน�้าสะอาด เช็ดด้วยผ้าแห้ง ๖) เครื่องเรือนประเภทเครื่องแก้วและกระจก ควรระวังไม่ ให้แตกหัก เครื่องแก้ว ควรล้างด้วยน�้าผงซักฟอกแล้วล้างด้วยน�้าสะอาด เช็ดด้วยผ้าแห้ง กระจกควรเช็ดด้วยน�้ายาเช็ด กระจก หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ เครื่องเรือนประเภทไม้ ต้องหมั่นปัด เช็ด ถู ท�าความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้ผิวไม้ไม่เสียและใช้งานได้อย่างยาวนาน ๓๒ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 2.2.1 เรื่อง การทําความ สะอาดบาน 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 2.1 จากกิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรมการทํางาน กลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและการประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 2 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับวิธีการทําความสะอาดเครื่องเรือน 1. ไมมีรอยเปอน เช็ดดวยนํ้าสมสายชูผสมนํ้าอุน ขัดดวยขี้ผึ้ง 2. เหล็กมีสนิมขึ้น ใชฝอยขัด เช็ดใหแหงทาดวยนํ้ามันกันสนิม 3. แกวมีกลิ่นอาหาร ใชเปลือกมะนาวถู แลวลางออกดวยนํ้าสะอาด 4. หนังลางดวยนํ้าผสมผงซักฟอก แลวเปาใหแหงดวยเครื่องเปาผม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการทําความสะอาดเครื่องเรือน ประเภทหนังที่ถูกตอง ควรใชแปรงออนๆ ปดฝุน หรือปดสิ่งสกปรก ออกใหหมดกอน จากนั้นใชผา ฟองนํ้า หรือแปรงขัดหนังขัดใหทั่ว แลวเช็ดออกดวยผาสะอาดที่มีความนุม ทิ้งไวใหแหง แลวเก็บเขาที่ พึงระมัดระวังอยาใหเครื่องเรือนถูกความชื้นและความรอน เพราะ อาจทําใหเสียรูปทรงได) นํา สอน สรุป ประเมิน T34


ขอสอบเนน การคิด ๔ ความปลอดภัยในการท�างานบ้าน การท�างานบ้านนอกจากจะต้องค�านึงถึงความสะอาดภายในบ้านและบริเวณบ้านแล้ว สิ่งส�าคัญอีกประการหนึ่ง คือ ความปลอดภัย เพราะหากไม่ระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น จึงควรเรียนรู้เรื่องความปลอดภัยในการท�างานบ้าน ดังนี้ ๔.๑ ความปลอดภัยจากวิธีการท�างาน ขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. วางแผนการท�างานอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน และปฏิบัติตามแผนการท�างานที่วางไว้ ๒. เมื่อกวาดเพดาน หรือปัดฝุ่นควรอยู่เหนือลม ควรมีผ้าปิดจมูก เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าจมูก ๓. เมื่อหยิบของ หรือท�าความสะอาดที่สูงควรใช้ บันได หรือยืนบนโต๊ะที่มีความมั่นคง เพื่อป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุ ๔. เมื่อถูพื้น หรือขัดห้องน�้า ควรท�าจากด้านใน ออกด้านนอก โดยไม ่เหยียบพื้นที่ถูเพิ่งเสร็จ เพราะจะท�าให้เกิดรอยและอาจลื่นหกล้มได้ ๕. ระมัดระวังและมีสมาธิในการท�างาน ไม่ควร หยอกล้อ หรือเล่นกันในขณะท�างานไม่ควรท�างาน ในขณะที่ร่างกายไม่พร้อมเช่นเจ็บป่วยง่วงนอน ๖. ใช้เครื่องมือป้องกันให้เหมาะสมกับงาน เช่น ใช้ผ้าจับของร้อนเมื่อยกของร้อนออกจากเตาไฟ สวมหน้ากากและถุงมือขณะฉีดยาฆ่าแมลง ๗. ไม่หักโหมท�างานมากจนเกินไป งานที่ต้อง ออกแรงมาก เช่น ยกของหนัก ขัดพื้น เลื่อยไม้ ต้องหยุดปฏิบัติงานเมื่อรู้สึกเหนื่อย หรือรู้สึกว่า ไม่สามารถปฏิบัติต่อไปได้ ๘. ควรจัดเก็บวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ถูกวิธี และ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ๙. ลดมลภาวะที่เกิดจากการท�างาน เช่น ใช้ เครื่องดูดควันในขณะประกอบอาหาร ใช้เครื่อง ดูดฝุ่นแทนการกวาดฝุ่นด้วยไม้กวาด การใช้สารท�าความสะอาดต้องระมัดระวังไม่ให้สารเคมี เข้าสู่ร่างกายและควรใช้เท่าที่จ�าเป็น การท�างานบ้านในสภาพร ่างกายและจิตใจที่พร้อมจะ ท�าให้ท�างานได้อย่างปลอดภัยและเกิดความภาคภูมิใจ การจัดการในบ้าน ๓๓ ควรมีผ้าปิดจมูก ยกของหนัก 1 2 บุคคลในขอใดนําความรูเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน มาใชไดอยางเหมาะสม 1. วุนวางแผนการทํางานอยางเปนระบบ 2. วรรณสวมรองเทาสนสูงในขณะปฏิบัติงาน 3. แวนเลือกใชแตอุปกรณที่นําเขามาจากตางประเทศ 4. เวียรฉีดยาฆาแมลง โดยไมสวมถุงมือและผาปดจมูก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะในการปฏิบัติงานทุกงาน ควรมีการวางแผนการทํางานอยางเปนระบบ เปนขั้นตอน และ ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ไดวางแผนไว เพื่อใหงานประสบผลสําเร็จ ตามเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ) นักเรียนควรรู 1 ผาปดจมูก หรือหนากากอนามัย ควรเลือกที่สวมพอดีกับใบหนา โดยเฉพาะ ชวงสันจมูก จะตองคลุมปาก จมูก และชวงคาง ผาปดจมูกมี 2 ดาน ใหนําดาน ที่มีสีเขมออกดานนอก สวนดานที่มีสีออนอยูติดกับจมูกดานใน ดานที่มีโลหะ อยูบนสันจมูก ควรกดเสนโลหะใหแนบลงไปกับสันจมูก เพื่อปองกันการเล็ดลอด เขามาของสารพิษ ควรเปลี่ยนผาปดจมูกทุกวัน โดยนําผาปดจมูกที่ใชแลวใสถุง ใหมิดชิดและนําไปทิ้งในถังขยะ 2 ยกของหนัก จะตองใชกลามเนื้อหลังใหนอยที่สุด และใหวัสดุอยูใกลตัว มากที่สุด ภายหลังการยกวัตถุขึ้น ใหกาวเทาไปขางหนาอยางมั่นคง หามบิด หรือเอี้ยวตัวขณะยกเคลื่อนยาย หากตองการเปลี่ยนทิศทางใหหมุนเทาและลําตัว ไปในทิศที่ตองการ ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรูความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. ครูนําคลิปอุบัติเหตุที่เกิดจากการทํางานบาน ใหนักเรียนดู 2. ครูถามนักเรียนวา นักเรียนรูสึกอยางไรเกี่ยวกับ เหตุการณในคลิป อุบัติเหตุทําใหเกิดความ เสียหายอยางไรบาง ทําไมถึงเกิดอุบัติเหตุได เราสามารถปองกันอุบัติเหตุไดอยางไรบาง ครู อธิบายเรื่องความปลอดภัยจากวิธีการทํางาน ใหนักเรียนฟง โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 33 เพื่อใหนักเรียน ตระหนักถึงความปลอดภัยจากวิธีการทํางาน และตั้งประเด็นคําถาม เชน • การหยิบของในที่สูงเกินเอื้อมถึงควรทํา อยางไร • การหักโหมทํางานหนักจะเกิดผลเชนไร นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T35


๔.๒ ความปลอดภัยจากการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ การใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๔.๓ ความปลอดภัยจากการใช้สารซักฟอกและสารเคมี การใช้สารซักฟอกและสารเคมีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ศึกษาวิธีการใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ก่อนการใช้งาน เพื่อให้เข้าใจวิธี ใช้อย่างถูกต้อง ๒.ควรใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ให้เหมาะ สมกับการใช้งาน เช่น การน�ามีดหั่นมาสับเศษไม้ จะท�าให้คมมีดเสีย การน�าปลายกรรไกรมางัดแงะ สิ่งของ จะท�าให้ปลายกรรไกรหัก หรือช�ารุดได้ ๓.ควรใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการ ท�างานอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท รวมถึงระวัง การแตกหักเสียหาย และระวังความปลอดภัยของ ตนเอง เช่น การใช้มีด การใช้กรรไกร การใช้ค้อน ซึ่งอาจท�าให้เกิดอุบัติเหตุได้ ๑. เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรรีบล้างมือ ล้างเท้าให้ สะอาดทันที ๒. หลีกเลี่ยงการใช้ หรือการสัมผัสสารเคมี เช่น ใช้ปุยคอกแทนปุยวิทยาศาสตร์ ซักผ้าขาว ให้สะอาดดีกว่าทิ้งให้ผ้าหมองคล�้าแล้วน�าไปฟอก ขาวด้วยสารคลอรีน ๓. เมื่อจ�าเป็นต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่มีสารเคมี จะ ต้องหาทางป้องกันตนเองให้ปลอดภัย โดยการ สวมถุงมือ ใช้ผ้าปิดจมูก สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุม ๔. ห้ามสวมคอนแทกต์เลนส์ หากต้องใช้ตัวท�า ละลายอินทรีย์ เช่น ทินเนอร์ ๕. ควรเก็บให้มิดชิดและเก็บให้พ้นมือเด็ก ๔. ควรจัดเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่มีคม ให้พ้นมือเด็ก เก็บอุปกรณ์ที่มีน�้าหนักมากไว้บนพื้น ๕. เมื่อปรุงอาหารประเภทเคี่ยว หรือตุน โดยใช้ หม้ออัดความดัน หรือเตาแก๊ส ควรตั้งนาฬิกา ก�าหนดเวลา และบอกสัญญาณเตือนเพื่อกันลืม เพราะหากลืมทิ้งไว้นานมากเกินไปอาจจะท�าให้ อาหารไหม้ หม้อไหม้ หรือหม้ออัดความดันระเบิด จนเกิดอันตรายได้ ๖. เขียนชื่อบอกไว้ที่ข้างกล ่อง หรือข้างขวด เพื่อป้องกันการหยิบใช้งานผิดพลาด ๗. หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทันที หากรู้สึกปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ๘. ควรใช้ผลิตภัณฑ์สารซักฟอกและสารเคมีในที่ ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หากเป็น ไปได้ควรใช้ในพื้นที่โล่งแจ้ง ๙. แยกเก็บผลิตภัณฑ์ที่มี ฤทธิ์กัดกร่อน ติดไฟ ท�าปฏิกิริยาที่รุนแรง ไว้บนชั้นต่างหาก ๓๔ ๔.๓ ความปลอดภัยจากการใช้สารซักฟอกและสารเคมี ขาวด้วยสารคลอรีน สวมถุงมือ ใช้ผ้าปิดจมูก สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดกุม 1 2 3 นักเรียนควรรู 1 สารเคมี เปนสารที่ไดจากการสังเคราะห นิยมนํามาใชในการทําความสะอาด กําจัดสิ่งสกปรก ฆาเชื้อโรค สารเคมีสวนใหญอยูในสถานะของเหลวและของแข็ง ซึ่งสารเคมีแตละชนิดจะมีองคประกอบที่แตกตางกันไปตามลักษณะของการ ใชงาน 2 คลอรีน เปนสารอนินทรียในกลุมแฮโลเจน ใชสําหรับฆาเชื้อโรค มีลักษณะ เปนแกสสีเขียวแกมเหลือง สลายตัวไดดีในธรรมชาติ มีกลิ่น และมี pH เปนดาง จึงทําใหมีฤทธิ์ในการกัดกรอนสูง 3 ถุงมือ อุปกรณที่ใชสําหรับสวมมือ ทําจากวัสดุตางๆ เชน ผา ไหมพรม หนัง ยาง ถูกตัดเย็บหรือทอเปนรูปมือ เพื่อใหสวมใสไดอยางสะดวก ชวยปองกัน ความหนาวเย็น และปองกันอันตรายตางๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการทํางาน ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 3. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการ ปองกันอุบัติเหตุ และไมตองการใหอุบัติเหตุ เกิดขึ้น 4. ครูใหนักเรียนดู เรื่อง ความปลอดภัยในการ ทํางานบานจาก PowerPoint ม.4 หนวย การเรียนรูที่ 2 จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช ให ปลอดภัย ควรทําอยางไร (แนวตอบ ศึกษาวิธีการใช ใชใหเหมาะสม กับงาน ใชอยางระมัดระวัง เก็บใหเปน ระเบียบ) • นักเรียนจะใชสารซักฟอกและสารเคมีให ปลอดภัยไดอยางไร (แนวตอบ ลางมือและเทาทันทีเมื่อใชงานเสร็จ ปองกันตนเองโดยใสเสื้อผาที่รัดกุม สวม ถุงมือ ใชในบริเวณที่อากาศถายเทสะดวก แยกเก็บผลิตภัณฑที่มีฤทธิ์รายแรงไว ตางหาก) ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญลักษณแสดง ความเปนอันตรายของสารเคมีในรูปแบบตางๆ พรอมทั้งเขียน อธิบายวา เครื่องหมายดังกลาวมีความหมายอยางไร ตลอดจน บอกประโยชนที่ไดรับจากการศึกษาสัญลักษณเหลานั้น ลงใน กระดาษรายงาน สงครูผูสอน ใหนักเรียนสํารวจผลิตภัณฑที่ใชภายในครัวเรือนวา มีสวน ประกอบของสารเคมีประเภทใด ศึกษาลักษณะและคุณสมบัติ ของสารเคมี ขอควรระวัง และวิธีการใชงานที่เหมาะสม จากนั้น ออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T36


ขอสอบเนน การคิด ๔.๕ ความปลอดภัยจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟา การใช้เครื่องใช้ ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๔.๔ ความปลอดภัยจากการใช้บริเวณต่างๆ ของบ้าน การใช้บริเวณต่าง ๆ ของบ้านเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. ก ่อนใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งควรอ ่านค�า แนะน�าการใช้งานอย ่างละเอียดให้เข้าใจและ ปฏิบัติตามค�าแนะน�าอย่างเคร่งครัด ๒. ควรตรวจดูสายไฟ ปลั๊กไฟ หากมีรอยช�ารุด ควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนน�ามาใช้งาน ๓. ไม ่ควรใช้มือที่เปียกน�้าเสียบปลั๊ก หรือดึง ปลั๊กไฟ เพราะอาจท�าให้ไฟดูดได้ ๔. ระวังอย ่าให้สายไฟแช ่น�้า เพราะอาจเกิด อันตรายจากกระแสไฟได้ ๕. ไม ่ควรท�าการซ ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย ตนเอง หากไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในงาน ไฟฟ้า ควรติดต ่อให้ช ่างมืออาชีพมาท�าการ ซ่อมแซมให้ก่อนน�าไปใช้งาน ๑. ควรให้ห้องและบริเวณต่าง ๆ มีแสงสว่างที่ เพียงพอ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเมื่อท�างาน ๒. เมื่อมีน�้า หรืออาหารหกลงบนพื้นครัว ควรรีบ เช็ดให้สะอาดทันที เพื่อป้องกันการลื่นหกล้ม และ ป้องกันไม่ ให้แมลง หนู มดมากัดกินเศษอาหาร ๓. หมั่นดูแลพื้นห้องน�้าให้แห้งอยู ่เสมอ เพื่อ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งาน และควร ใช้กระเบื้องแบบด้าน ไม่ควรใช้แบบมัน เพราะ อาจท�าให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ๖. อย่าให้สายไฟใกล้เตาไฟ เพราะจะท�าให้สาย ไฟละลาย เกิดความเสียหาย และเป็นอันตราย ต่อผู้ใช้ ๗. เมื่อใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสร็จแล้ว ควรปิดสวิตช์ และถอดปลั๊กออกให้เรียบร้อยทุกครั้ง เพราะ จะท�าให้สิ้นเปลืองพลังงานและอาจเกิดไฟฟ้า ลัดวงจรได้ ๔. ปิดแก๊ส ปิดก๊อกน�้า สวิตช์ไฟฟ้า หลังการใช้งาน ทุกครั้ง ๕. ปูพรมกันลื่นในอ่างอาบน�้า หรือห้องอาบน�้า และควรติดตั้งราวจับที่ผนังหลาย ๆ จุด เพื่อใช้ ยึดจับจะช่วยป้องกันการลื่นหกล้มได้ ๖. ควรท�าความสะอาดรางน�้าอยู่เสมอ เนื่องจาก บางบ้านนิยมรองน�้าฝนไว้รับประทาน จะช ่วย ป้องกันไม่ให้มีสิ่งสกปรกปนเปือนมากับน�้าได้ การจัดการในบ้าน ๓๕ เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการปองกันไฟฟาลัดวงจรใหนักเรียนฟงวา ไฟฟาลัดวงจร เกิดจากจุด 2 จุด ในวงจรไฟฟาที่มีแรงดันไฟฟาตางกัน มาสัมผัสกัน ทําใหกระแสไฟฟาไหลผานระหวางจุดนั้นในปริมาณมาก การเกิด ไฟฟาลัดวงจรเกิดไดจากหลายสาเหตุ ดังนั้น เพื่อใหเกิดความปลอดภัยจาก การใชไฟฟาในบานไมใหเกิดอัคคีภัยเนื่องจากไฟฟาลัดวงจร สามารถปฏิบัติได โดยหามใชงานสายไฟที่เกา กรอบ และฉีกขาด เลือกขนาดสายไฟใหเหมาะกับ เครื่องใชไฟฟา ใชสายไฟที่มีคุณภาพและไดมาตรฐาน หมั่นตรวจสอบสภาพ เครื่องใชไฟฟาอยูเสมอ ใชปลั๊กแปลงและปลั๊กพวงที่ไดมาตรฐาน มอก. ไมเสียบ ใชเครื่องใชไฟฟาขนาดใหญหลายชิ้นพรอมกันในปลั๊กพวงอันเดียว หากจําเปนตองใชปลั๊กไฟที่อยูนอกตัวบานกับเครื่องใชไฟฟา แตพบวา บริเวณปลั๊กไฟฟาดังกลาวถูกฝนสาดจนเปยก นักเรียน ควรปฏิบัติตนอยางไร เพื่อใหเกิดความปลอดภัยในการใชงาน 1. เช็ดดวยผาแหง แลวนําปลั๊กไฟไปผึ่งแดด 2. ใชเสื้อที่สวมใสอยูเช็ดบริเวณปลั๊กไฟใหแหง 3. รอจนกวาปลั๊กไฟแหงสนิท จากนั้นจึงคอยใชงาน 4. ใชไมเขี่ยปลั๊กไฟเพื่อตรวจดูกระแสไฟฟากอนการใชงาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะกระแสไฟฟาเปนสิ่งที่ อันตรายถึงแกชีวิต เพื่อความปลอดภัยในการใชงาน จึงควรรอ จนกวาปลั๊กไฟแหงสนิท ใชไขควงวัดไฟตรวจสอบกระแสไฟฟา จากนั้นจึงคอยใชงาน) ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 5. ครูใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานบาน โดยครูอาจตั้งคําถามเพื่อถามนักเรียน • เพราะเหตุใดจึงควรดูแลพื้นหองนํ้าใหแหง อยูเสมอ (แนวตอบ เพื่อความสะอาดและปลอดภัย) • หากสายไฟหรือปลั๊กไฟชํารุดควรทําอยางไร (แนวตอบ ซอมแซมใหสมบูรณกอนนํามาใช หากไมสามารถซอมเองได ควรใหผูที่มี ความรูซอมให) 6. ครูกลาวถึงความสําคัญในการตกแตงบาน ใหเปนระเบียบสวยงาม ซึ่งสามารถชวยลด อุบัติเหตุได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T37


ขอสอบเนนการคิด õ การจัดตกแตงบ้านและบริเวณบ้าน บ้านที่น่าอยู่อาศัยเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา การที่จะท�าให้บ้านสะอาดและน่าอยู่อาศัยนั้น จ�าเป็นต้องศึกษาหลักการ วิธีการในการจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้าน เพื่อน�าความรู้ไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อครอบครัว อันจะน�ามาซึ่งความสุขของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ๕.๑ หลักในการจัดตกแต่งบ้าน การจัดตกแต่งบ้านมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบตามรสนิยมของเจ้าของบ้าน ซึ่งการจัดตกแต่ง บ้านให้มีความสวยงามและน่าอยู่อาศัย จะต้องค�านึงถึงหลักส�าคัญหลายประการ ดังนี้ ความสบาย การจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความสบาย ควรจัดให้ มีเครื่องช่วยป้องกันความจ้าของแสงแดด เช่น ม่าน มู่ลี่ ควรมีช่องระบายความร้อนและมีอากาศถ่ายเท ได้สะดวก สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ในบ้าน หรือนอก บ้านที่ท�าให้เกิดความเพลิดเพลินได้ ความมีระเบียบและความสวยงาม การจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความมีระเบียบและ ความสวยงาม เครื่องเรือนหรือสิ่งของที่น�ามาจัดวาง ถ้ามีมากเกินไป หรือจัดวางไม่เป็นระเบียบท�าให้ความ สวยงามลดลง นอกจากนี้ ในการจัดตกแต่งบ้านควร น�าเรื่องการใช้สีมาใช้จะท�าให้บ้านเกิดความสวยงาม น่าอยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งควรน�าไม้ดอก ไม้ประดับ มาใช้ตกแต่งบ้าน เพื่อเพิ่มความสดชื่นและสวยงาม เช่น แจกันดอกไม้สด ไม้ประดับแบบแขวน ไม้ประดับ ตกแต่งตามมุมต่าง ๆ ของบ้าน ถูกสุขลักษณะและสะอาด ในการจัดตกแต่งบ้านจะต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรจัดวางสิ่งของปิดบังทิศทางลม และมีแสงสว่าง เพียงพอ ไม่มืดทึบ รวมทั้งควรท�าความสะอาดเครื่อง เรือนให้สะอาด เรียบร้อย และจัดวางอย่างเป็นระเบียบ อยู่เสมอ เพื่อสุขอนามัยของสมาชิกในครอบครัว ๓๖ มู่ลี่ ควรมีช่องระบายความร้อนและมีอากาศถ่ายเท 1 ขอใดคือสิ่งที่ควรคํานึงถึงเปนลําดับแรกในการจัดตกแตงบาน และบริเวณบาน 1. ความสะอาดและถูกสุขลักษณะ 2. ความสะดวกสบายและความทันสมัย 3. ความปลอดภัยตอสมาชิกในครอบครัว 4. ความสวยงามของมุมตางๆ รอบบริเวณบาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะความปลอดภัยของ สมาชิกในครอบครัวเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในการจัดตกแตงบาน และบริเวณบาน ดังนั้น จึงตองคํานึงถึงความปลอดภัยตอสมาชิก ในครอบครัวเปนลําดับแรก) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาคนควาเกี่ยวกับการจัด ตกแตงบานและบริเวณบาน 2. ครูใหนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมสรางสรรค พัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 2.2 3. ครูใหนักเรียนเลือกบริเวณที่จะจัดตกแตงในบาน หรือบริเวณบานของนักเรียน โดยจะเปนสวนใด ก็ไดทีนักเรียนสนใจและสามารถปรับใหสวนนั้น สวยงามขึ้นได จากนั้น ครูอธิบายหลักในการ จัดตกแตงในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 2 หนา 36-37 ครูถามนักเรียนวา • หลักในการจัดตกแตงบานที่นักเรียนชอบ ที่สุดคืออะไร (แนวตอบ เชน ความสบาย เพื่อใหรูสึกสบาย เวลาอยูอาศัยในบาน) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 8 องคประกอบที่ทําใหบานนาอยูใหนักเรียน ฟงวา บานที่นาอยูอาศัยยอมทําใหสมาชิกในครอบครัวมีความสุขรวมกัน ดังนั้น การทําบานใหนาอยูจึงตองอาศัยองคประกอบสําคัญ 8 ประการ คือ ตองมีความสะดวก ตองอยูแลวสบาย ตองมีความปลอดภัย ตองถูกสุขลักษณะ ตองมีความเปนสัดสวน ตองสงเสริมความสัมพันธอันดีระหวางสมาชิกใน ครอบครัว ตองสวยงาม และตองมีการจัดตกแตงบานและบริเวณบาน นักเรียนควรรู 1 มูลี่ มูลี่แบงออกเปน 2 ประเภทใหญ คือ มูลี่ไมและมูลี่อะลูมิเนียม ควรเลือกใชมูลี่อะลูมิเนียมในหองนํ้าและหองครัว เนื่องจากหองนํ้ามี ความชื้นสูงและอาจเปยกได สวนหองครัวอาจเกิดคราบตางๆ ได มูลี่อะลูมิเนียม จะทําความสะอาดไดงายกวามูลี่ไม นํา สอน สรุป ประเมิน T38


ขอสอบเนน การคิด ความปลอดภัย ในการจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความปลอดภัยของ สมาชิกในครอบครัว โดยเลือกเครื่องตกแต่งบ้านที่ไม่มี มุมแหลม ไม่แตกหักง่าย ไม่วางเกะกะขวางทางเดิน และควรป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น จัดวางตู้ยา ไว้ที่สูง จัดเก็บสารเคมี ยาฆ่าแมลงในบ้านให้พ้นมือเด็ก และแยกให้ไกลจากอาหาร ไม่วางของตามขั้นบันได ไม่จัดวางสิ่งของขวางทางเดิน ไม่ขัดพื้นบันไดจนเป็น เงามันเพราะอาจท�าให้ลื่นหกล้ม หรือตกบันได นอกจากนี้ การติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนการ เดินสายไฟฟ้าจะต้องอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย สวิตช์ไฟ ต้องอยู่ ในที่ที่สะดวกต่อการปิด หรือเปิดไฟ ความประหยัด การจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความประหยัด ทั้งเวลา สิ่งของที่น�ามาใช้ตกแต่ง การใช้เครื่องทุ่นแรงจะช่วย ประหยัดเวลาและแรงงาน นอกจากนี้ สิ่งของเครื่องใช้ บางอย่างที่ใช้ในการตกแต่งบ้าน หากสามารถประดิษฐ์ เองก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ความสะดวก ในการจัดตกแต่งบ้านควรค�านึงถึงความสะดวกใน การท�ากิจกรรมต่างๆ โดยการจัดทางเดินระหว่าง ส่วนต่างๆ ของบ้านให้สัมพันธ์กัน สามารถเดิน ไปมาได้อย่างสะดวก จัดหาเครื่องเรือนที่มีขนาด และจ�านวนเหมาะสมกับพื้นที่ เลือกเครื่องเรือนที่ ใช้สอยสะดวก ท�าความสะอาดได้ง่าย และจัดเก็บ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ให้สะดวกต่อการหยิบ ใช้งาน เช่น ไม่ควรวางเครื่องมือ เครื่องใช้ที่ใช้บ่อย ๆ ในที่สูงเกินมือเอื้อมถึง จัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็น หมวดหมู่ เป็นระเบียบ เรียบร้อย เพื่อให้สะดวก ในการหยิบใช้งานในครั้งต่อไป ไอเดียตกแต่งบ้าน 37 ความประหยัด 1 เมลอนตองการตกแตงบานใหสวยงาม นาอยู ดูใหม สะอาด และแปลกตา เมลอนจึงชวนครอบครัวไปเลือกซื้อของตกแตงบาน เพื่อนํามาจัดตกแตงใหมทั้งหมด สวนของตกแตงบานเดิม เมลอน ไดบริจาคใหมูลนิธิไป เมลอนขาดหลักในการจัดตกแตงบานใน ขอใดหรือไม เพราะเหตุใด (แนวตอบ เมลอนขาดในเรื่องความประหยัด เพราะเลือกซื้อของ ตกแตงบานเพื่อนํามาจัดตกแตงใหมทั้งหมดแทนของตกแตงบาน เดิม สวนในเรื่องความปลอดภัย ความสะดวก และความสบายไมได มีการระบุไว จึงไมอาจทราบได) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 4. วางแผนการจัดตกแตงในบริเวณที่เลือก โดยเตรียมอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชใหพรอม สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 8 องคประกอบที่ทําใหบานนาอยู ไดจาก https://www.landinvestingthai.com/บานนาอยู/ นักเรียนควรรู 1 ความประหยัด คือ การใชจายเฉพาะในสิ่งที่จําเปนเทานั้น การประหยัด อยูตรงกลางระหวางคําวาตระหนี่กับฟุมเฟอย ตระหนี่หมายถึงการไมยอม ใชจายแมในสิ่งที่จําเปน สวนฟุมเฟอยหมายถึงการใชจายที่เกินจําเปน การประหยัดเปนทางสายกลางของการดําเนินชีวิตที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได หรือกลาวไดวา การประหยัด คือ การใชเงินตามฐานะของตนเอง รูจักประมาณตน รูจักการวางแผนการใชเงิน รูจักออมเงิน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 5. ครูใหนักเรียนถายรูปบริเวณนั้นกอนที่จะลงมือ ปฏิบัติ แลวถามนักเรียนวา • นักเรียนใชหลักใดในการจัดตกแตงบานบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ความสะดวกในการ ใชงานสิ่งตางๆ ในบาน ความประหยัดใน การเลือกใชและเวลาในการนํามาตกแตง) นํา สอน สรุป ประเมิน T39


ขอสอบเนนการคิด • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก เช ่น มีหน้าต ่าง มีช ่องระบายอากาศ มีพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรจัดวางให้ หัวเตียงนอนอยู่ชิดติดกับหน้าต่าง หรือได้รับลม จากเครื่องปรับอากาศ เพราะจะท�าให้เป็นไข้หวัดได้ • ใช้สีห้องนอนตามที่ผู้ใช้ชอบ ควรค�านึงถึง ความต้องการของผู้ ใช้ห้อง โดยทั่วไปจะตกแต่ง ห้องนอนด้วยสี โทนเย็น เพราะให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่ส�าหรับห้องนอนของวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่สดใส สามารถเลือกใช้สี โทนอบอุ่นได้ • จัดให้มีสิ่งของเครื่องใช้ตามความจ�าเปนและ เหมาะสม เช่น จัดหาโทรทัศน์ นาฬิกา หรือใช้มุมใด มุมหนึ่งของห้องนอนเป็นที่ส�าหรับแต่งตัว โดยจัดวาง ของใช้ส่วนตัว ตู้เสื้อผ้า หรือเครื่องใช้ส่วนตัวอื่น ๆ อย่างเป็นระเบียบ • เลือกเครื่องเรือนที่เหมาะสม ควรเลือกให้มี ขนาดที่เหมาะสม และในการจัดวางเครื่องเรือน ไม่ควรวางขวางทางเข้า-ออก โต๊ะท�างานควรวางใกล้ หน้าต่างเพื่อรับแสงและความเย็นสบายขณะท�างาน เตียงควรจัดวางให้ห่างจากผนัง ๑-๒ ฟุต เพื่อสะดวก ต่อการท�าความสะอาด ตู้ควรจัดวางชิดฝาผนัง ไม่ ให้ ปิดทับช่องลมและหน้าต่าง • มีความเปนส่วนตัว ไม่มีเสียงดังรบกวน ประตู สามารถปิดล็อกด้านในและด้านนอกได้ เพื่อความ เป็นส่วนตัว ห้องนอนเป็นห้องส่วนตัวที่ ให้ความรู้สึกสบาย มากที่สุดของบ้าน ใช้พักผ ่อนเพื่อผ ่อนคลาย ความเครียด และใช้ท�ากิจกรรมส่วนตัวอื่น ๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หลักการที่ควรค�านึงถึงในการ จัดตกแต่งห้องนอน มีดังนี้ ๕.๒ การจัดตกแต่งห้องต่างๆ ภายในบ้านจะมีห้องต่าง ๆ ซึ่งแต่ละห้องมีประโยชน์ใช้สอยที่แตกต่างกัน การจัดตกแต่งห้อง จึงควรจัดให้เหมาะสม ดังนี้ ห้องนอน ๓๘ มีพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรจัดวางให้ 1 จัดตกแต่งห้องนอน มีดังนี้ อ่านหนังสือ ฟังเพลง หลักการที่ควรค�านึงถึงในการ 2 ขอใดไมใชขั้นตอนการวางแผนจัดตกแตงหองนอน 1. ตรวจสอบบริเวณหองนอนวามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม 2. สํารวจพื้นที่รอบหองนอนวาควรจัดและตกแตงบริเวณใดบาง 3. กําหนดวัตถุประสงคและเปาหมายในการจัดตกแตง หองนอนใหชัดเจน 4. กําหนดรูปแบบและทําแผนผังในการจัดวางเครื่องเรือน เพื่อตกแตงหองนอน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการตรวจสอบบริเวณ หองนอนวามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม ไมใชขั้นตอนการวางแผน จัดตกแตงหองนอน แตเปนเพียงการดูแลรักษาหองนอนใหมี ความปลอดภัยเทานั้น) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 6. ครูใหนักเรียนจัดตกแตงบานหรือบริเวณบาน ในบริเวณที่เลือก โดยใชอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชที่เตรียมไว โดยถายรูปอีกครั้งเมื่อ ปฏิบัติงานเสร็จแลว โดยครูถามนักเรียนวา • นักเรียนจะจัดตกแตงหองนอนของตนเอง อยางไร ใหสามารถนอนหลับสบาย (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ใชสีตามที่ตนเองชอบ มีความเปนสวนตัว เครื่องเรือนมีขนาด เหมาะสม) • สิ่งของเครื่องใชที่จําเปนในหองนอนมีอะไร บาง (แนวตอบ เชน นาฬกา โตะ ตูเสื้อผา ลําโพง) นักเรียนควรรู 1 เครื่องปรับอากาศ วิธีการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศใหเกิดความคุมคา ควรเลือกประเภทของเครื่องปรับอากาศใหเหมาะสมกับสถานที่และการใชงาน เลือกขนาดใหเหมาะสมกับการใชงานแตละหอง เลือกแบบประหยัดพลังงาน และเลือกเพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติพิเศษตางๆ เชน เทคโนโลยีการฟอกอากาศ เทคโนโลยีควบคุมความเย็นอัตโนมัติ นอกจากนี้ ควรดูแลรักษาโดยการเช็ด ทําความสะอาดอยูเสมอ และลางเปนประจํา เพื่อกําจัดฝุนที่อยูในเครื่อง ปรับอากาศ 2 การจัดตกแตงหองนอน เพื่อใหถูกสุขลักษณะและเพื่อการมีสุขภาพที่ดี สามารถปฏิบัติได โดยเลือกตําแหนงที่ตั้งใหอยูในจุดที่เงียบสงบ หางไกลจาก เสียงรบกวน รับแสงอาทิตยยามเชาไดดี หุมเครื่องนอนดวยวัสดุจากธรรมชาติ ใชผามานที่มีรูปแบบเรียบงาย เพื่อหลีกเลี่ยงฝุนละอองเกาะจับ ทาสีผนังหอง ดวยสีนํ้า หรือติดวอลลเพเปอรที่ผนัง นํา สอน สรุป ประเมิน T40


ขอสอบเนน การคิด • ความสะดวกสบาย โดยเลือกใช้เครื่องเรือน ที่ถูกออกแบบให้เพื่อนั่งสบาย ดูแลรักษาง่าย มี แสงสว ่างเพียงพอ และควรจัดวางเครื่องเรือน ให้เหมาะสม สะดวกต่อการพูดคุยสนทนา • ค�านึงถึงสีของเครื่องเรือน เลือกสีให้สวยงาม กลมกลืนกับผนังห้อง ตลอดจนมีระเบียบและสะอาด • มีความเปนสัดส ่วน จัดให้มีประตูเข้าออก เท่าที่จ�าเป็น และประตูควรอยู่ส่วนหน้าของบ้าน • ควรจัดให้สวยสะดุดตาเปนพิเศษ ควรจัด ให้มีตู้ส�าหรับจัดวางสิ่งสวยงามแปลกตา หรือ จัดวางสิ่งของที่เชิดหน้าชูตาของบ้าน • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก เช่น มีช่องระบายอากาศ มีหน้าต่าง • การใช้สีในห้องอาหาร ควรใช้สีสบายตา เช่น สี เหลืองอ่อน สีส้มอ่อน สีเขียวอ่อน สีชมพูอ่อน • การจัดวางโตะ เก้าอี้ควรจัดวางให้สามารถเลื่อน เก้าอี้และลุกนั่งได้อย่างสะดวก • การจัดหาจานชามใส่อาหาร หาภาชนะที่ช่วย ให้อาหารมองดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น • การจัดหาภาพแขวนผนังประเภทอาหาร หาภาพที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เพื่อสร้างบรรยากาศ ในการรับประทานอาหาร เช่น ภาพผลไม้ ภาพอาหาร ภาพเครื่องดื่มต่าง ๆ ห้องส�าหรับใช้ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียนบ้าน หรือใช้เป็นสถานที่พักผ ่อน นั่งเล ่น สังสรรค์ หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่งห้องรับแขก มีดังนี้ ห้องที่ใช้รับประทานอาหาร บางบ้านอาจใช้เป็น สถานที่ท�ากิจกรรมต่าง ๆ เช่น อ่านหนังสือ เย็บผ้า หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่งห้องอาหาร มีดังนี้ ห้อง อาหาร ห้องรับแขก การจัดการในบ้าน ๓๙ ห้อง อาหาร 1 การจัดหองรับแขกควรจัดใหอยูสวนใดของบานจึงจะมีความ เหมาะสมมากที่สุด 1. สวนกลางของบาน 2. สวนหนาสุดของบาน 3. สวนหลังสุดของบาน 4. สวนที่ติดกับหองครัว หรือหองนํ้า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปนหองที่ใชตอนรับบุคคล ภายนอก ใชเปนสถานที่พักผอน และทํากิจกรรมรวมกันของ สมาชิกในครอบครัว เพื่อความสะดวกสบายในการใชงาน จึงควร จัดหองรับแขกใหอยูสวนหนาสุดของบาน เพื่อใหพื้นที่ของบาน ที่อยูถัดไปมีความเปนสวนตัวยิ่งขึ้น) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 7. นักเรียนนํารูปถายกอนและหลังปฏิบัติงาน มาแลกกันดูและแสดงความคิดเห็นอยาง สรางสรรค โดยครูอธิบายการจัดตกแตงหอง รับแขก หองอาหาร จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 39 ใหนักเรียนฟง จากนั้นครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • หองรับแขกควรตกแตงอยางไรบาง • หองรับแขกควรมีรูปภาพเจาของบานหรือไม เพราะเหตุใด • หองอาหารควรใชไฟสีใด • โตะอาหารในหองอาหารควรมีขนาดเทาไร เพราะเหตุใด เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใชสีในการตกแตงหองอาหารใหนักเรียน ฟงวา สีมีอิทธิพลและกระตุนความรูสึกอยากรับประทานอาหารของมนุษย สีที่รานอาหารนิยมนํามาใชในการตกแตงหองอาหารมี 3 สี คือ สีเหลือง สีสม และสีแดง สวนสีที่ไมนิยมมี 3 สี คือ สีฟา สีชมพูออน และสีเขียวมรกต เนื่องจาก เปนสีที่ลดความรูสึกอยากอาหาร นักเรียนควรรู 1 หองอาหาร ควรอยูติดกับหองรับแขก หรือหองนั่งเลน และอยูใกลกับหองครัว เพื่อใหเกิดความสะดวกสบายในขณะลําเลียงอาหาร หรืออาจจัดหองอาหารติดกับ ระเบียง เพื่อใหสามารถขยายพื้นที่เมื่อตองการเปลี่ยนบรรยากาศได นํา สอน สรุป ประเมิน T41


Click to View FlipBook Version