The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กัลยกร ไชยมงคล, 2023-05-12 03:54:23

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

ขอสอบเนนการคิด • จัดวางอุปกรณ์เครื่องใช้ ให้เปนหมวดหมู่ โดย ค�านึงถึงความสะดวกในการหยิบใช้งาน การรักษา ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ดังนี้ มีที่ส�าหรับเตรียมอาหาร เป็นที่ ใช้ส�าหรับเตรียมและประกอบอาหาร โดยจัด ให้มีอ่างส�าหรับล้างอยู่ตรงกลาง ใต้ โต๊ะเป็นตู้ส�าหรับ เก็บเครื่องใช้ในการประกอบอาหาร มีที่ส�าหรับเก็บอุปกรณ์ เป็นที่ส�าหรับเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เช่น จาน ช้อน ส้อม อาหารแห้ง อาหารกระปอง รวมทั้ง ตู้เก็บข้าว หรือตู้เย็น มีอุปกรณ์หุงต้ม ประกอบด้วยเตาชนิดต่าง ๆ อาจจัดให้อยู่ถัดจาก โต๊ะประกอบอาหาร มีตะแกรงพักของร้อน มีฐานรอง ส�าหรับพักอาหารที่เสร็จจากการปรุงและยกลงจาก เตาไฟ • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก เช่น มีช่องระบายอากาศ มีเครื่องดูดควัน มีหน้าต่าง และควรตกแต่งด้วยสีที่ให้ความสว่าง และให้ความรู้สึกสะอาดตา เช่น สีฟ้าอ่อน สีขาว • จัดให้มีที่รองรับขยะ หรือเศษอาหาร หลังจาก ประกอบอาหารเสร็จควรน�าขยะออกจากห้องครัว เพราะเศษอาหารจะเน่าเสียง่าย หากทิ้งไว้จะส่งกลิ่น เหม็น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน แมลงสาบ และมด ซึ่งอาจเป็นพาหะน�าโรคมาสู ่สมาชิกใน ครอบครัวได้ ห้องที่ ใช้ประกอบอาหาร ควรจัดให้สามารถ ใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังเป็นห้องที่ ต้องท�าความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรค และสัตว์ที่มากับความสกปรก ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรค บางชนิดได้ หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่ง ห้องครัว มีดังนี้ • จัดวางต�าแหน่งสิ่งของเครื่องใช้ ให้เหมาะสม เนื่องจากอุปกรณ์ที่ ใช้ภายในครัวมีหลายชนิด จึงควรจัดวาง ต�าแหน่งให้เหมาะสมต่อการใช้งาน เพราะหากวางผิดอาจท�าให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน อาจท�าให้สกปรก และ ไม่ปลอดภัยได้ ห้องครัว ๔0 เตาไฟ 1 “ลูกศรอาศัยอยูภายในคอนโดมิเนียม เธอชอบทําอาหารมาก จึงอยากใชพื้นที่บริเวณทางเดินแคบๆ ทําเปนหองครัว” จาก ขอความนี้ ลูกศรควรจัดหองครัวในลักษณะใด 1. การจัดแบบตัวยู 2. การจัดแบบตัวแอล 3. การจัดแบบแถวยาวตลอด 4. การจัดแบบแถวยาวตามทางเดิน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการจัดแบบแถวยาวตาม ทางเดินมีรูปแบบและลักษณะที่เหมาะสมสําหรับการจัดหองครัว ในพื้นที่แคบๆ โดยมีทางเดินอยูแนวกลาง) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 8. ครูถามนักเรียนวา รูปที่ถายหลังปฏิบัติงาน ดูสวยงามกวารูปที่ถายกอนปฏิบัติงานหรือไม นักเรียนแตละคนมีเคล็ดลับในการปฏิบัติ จัดตกแตงบานอยางไร ใหนักเรียนบอกครู และเพื่อนๆ คนละ 1 ขอ 9. ครูอธิบายถึงความสําคัญของความสะอาด และสวยงามภายในบาน โดยครูถามนักเรียนวา • การจัดวางอุปกรณในหองครัวใหเปนหมวดหมู ชวยใหบานสะอาดและสวยงามขึ้นหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ดูสะอาดและสวยงามขึ้น เพราะมีความเปนระเบียบ ทําใหนาใชงาน และทําใหรูวามีอุปกรณใดบาง) นักเรียนควรรู 1 เตาไฟ ปจจุบันในบานเรือนนิยมใชเตาไฟฟาซึ่งแบงเปน 3 ประเภท ดังนี้ • เตาไฟฟาเพลตรอน (Hot Plate) • เตาไฟฟาเซรามิก (Ceramic hob) • เตาแมเหล็กไฟฟา (Induction) ในการเลือกซื้อเตาไฟฟา มีหลักในการพิจารณาหลายประการ เชน มาตรฐาน ความปลอดภัย คุณภาพ ความแข็งแรงทนทานของวัสดุที่นํามาใช ระบบปองกันอันตรายจากการเกิดไฟฟาลัดวงจร เครื่องหมายที่ระบุกําลังไฟฟา สถานที่ประกอบอาหาร บริการหลังการขาย นํา สอน สรุป ประเมิน T42


ขอสอบเนน การคิด ห้องน�้าแบบดั้งเดิม เป็นแบบที่ ใช้กันโดยทั่วไปส่วนประกอบส�าคัญที่สุด คือ ถังส�าหรับใส่น�้า บางบ้านอาจสร้างเป็นบ่อน�้าเล็ก ๆ เพื่อใส่น�้าประปา น�้าบ่อ หรือน�้าคลอง ห้องน�้าแบบใช้อ่างหรือตู้อาบน�้า เป็นห้องน�้าที่มีความทันสมัยราคาสูง มีอุปกรณ์และ สุขภัณฑ์ครบครัน เช่น อ่างอาบน�้า หรือตู้อาบน�้า ก๊อก น�้าร้อน ก๊อกน�้าเย็นที่ ใส่กระดาษช�าระ ห้องน�้าที่มีฝกบัวและกอกน�้า เป็นห้องน�้าที่อยู่ทั่วไป ซึ่งอยู่ ในย่านที่ ใช้น�้าประปา หรือน�้าบาดาลซึ่งฝักบัวมีหลายลักษณะจึงควรเลือก ใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่งห้องน�้า มีดังนี้ • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก โดยจัดให้มีช่องระบายอากาศสูงเหนือศีรษะ และมิดชิด ไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ โดยใช้ กระจกฝ้า หรืออิฐบล็อกแบบมีช่องระบายลม • การใช้สีในห้องน�้า ควรเป็นสีอ่อนที่ดูแล้วสบายตา เช่น สีเขียวอ่อน สีเหลืองอ่อน สีฟ้าอ่อน สีชมพูอ่อน และสามารถน�าต้นไม้มาประดับตกแต่งเพื่อความ สวยงาม เพิ่มความสดชื่น เช่น บัวดอย บีโกเนีย เฟิน สาวน้อยประแป้ง ฟิโลเดนดรอน กวักมรกต ห้องที่มีความชื้นสูง จึงควรให้มีลมพัดผ่านได้ อย่างสะดวก เพื่อให้พื้นแห้ง มีแสงสว่างเพียงพอ และควรจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องใช้อ�านวยความสะดวก ครบครัน ห้องน�้ามีหลายรูปแบบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยม ฐานะ รวมทั้งสภาพแวดล้อมต ่าง ๆ ซึ่งสามารถ จัดแยกประเภทได้ ดังนี้ • จัดให้มีอุปกรณ์เครื่องใช้อ�านวยความสะดวกในห้องน�้า ควรมีอุปกรณ์ที่เพียงพอจัดเตรียมอยู่ในห้องน�้า เช่น ถังใส่น�้า ฝักบัวอาบน�้า ที่วางสบู่ อ่างล้างมือ กระจกเงา กระดาษช�าระ ถังขยะ ห้องน�้า การจัดการในบ้าน ๔๑ เป็นห้องน�้าที่อยู่ทั่วไป ซึ่งอยู่ ในย่านที่ ใช้น�้าประปา หรือน�้าบาดาลซึ่งฝักบัวมีหลายลักษณะจึงควรเลือก กระจกฝ้า หรืออิฐบล็อกแบบมีช่องระบายลม เช่น ถังใส่น�้า ฝักบัวอาบน�้า ที่วางสบู่ อ่างล้างมือ กระจกเงา กระดาษช�าระ ถังขยะ 1 2 3 นักเรียนควรรู 1 นํ้าบาดาล เปนนํ้าที่อยูใตดิน มีความใสสะอาด สามารถนํามากรองเพื่อ รับประทานได นิยมนํามาใชประโยชนในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม 2 กระจกฝา กระจกที่ไมเนนความโปรงใส นิยมนํามาทําเปนประตู หรือฉากกั้น ในหองนํ้า กระจกฝามี 2 แบบ คือ กระจกพนทรายและกระจกฝาผิวซาติน 3 กระจกเงา วัตถุที่มีความสามารถในการสะทอน ทําใหเห็นภาพสะทอน ของวัตถุไดอยางชัดเจน โดยกระจกที่มีลักษณะเวา ภาพที่เห็นจะมีขนาดใหญ กวาของจริง และกระจกที่มีลักษณะนูน ภาพที่เห็นจะมีขนาดกวางกวาปกติ การทําความสะอาดกระจกเงา ทําไดหลายวิธี เชน เทสบูเหลว 3 ชอนโตะ ลงในขวดสเปรย เติมนํ้าเปลาลงในขวด แลวปดฝาใหสนิท เขยาใหเขากัน จากนั้นนําไปเช็ดกระจก ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 10. ครูอธิบายเกี่ยวกับหองนํ้าแบบตางๆ ให นักเรียนฟง โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 41 ครูตั้งประเด็น อภิปรายวา การตกแตงหองนํ้าขึ้นอยูกับ งบประมาณและรสนิยมของผูใชจริงหรือไม เพราะเหตุใด จากนั้นนักเรียนแบงกลุม กลุมละ เทาๆ กัน ทํารายงานโครงงาน เรื่อง การจัด การบานใหสะอาดสวยงาม แลวนํามาสงครู เพราะเหตุใดจึงไมนิยมนําสีเหลืองมาใชในการทาสีหองนํ้า 1. สวางเกินไป อาจทําใหเวียนศีรษะได 2. ดูดกลืนความชื้นไดดี 3. เปรอะเปอนไดงาย 4. ใหความรูสึกรอน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะหากตองการใหเกิดความ รูสึกสดชื่นในขณะอาบนํ้า ไมควรเลือกทาสีหองนํ้าดวยสีเหลือง เนื่องจากเปนสีโทนรอน จะใหความรูสึกรอน หรืออบอุนมากกวา ใหความรูสึกเย็นสบาย) นํา สอน สรุป ประเมิน T43


กิจกรรม 21st Century Skills การจัดตกแต่งห้องนํ้าและห้องสุขา T i p การจัดตกแตงหองนํ้าและหองสุขาใหสวยงาม นาใช และมีความเหมาะสม ควรพิจารณาถึง สิ่งตาง ๆ ดังนี้ ๑. ที่ตั้ง ควรอยูทางทิศตะวันตก เพราะเปนทิศที่แสงแดดสองถึงมากที่สุด จะชวยทําใหหอง ดูสวาง ลดความอับชื้น และฆาเชื้อโรคได ๒. ไฟสองสวาง ควรติดตั้งแบบตายตัว เตาสําหรับเสียบปลั๊กควรมีฝาครอบ เพื่อความปลอดภัย สวนสวิตชไฟควรติดไวภายนอกหอง ๓. ผนังและพื้นหอง ที่นิยมใชมากที่สุด คือ กระเบื้องเซรามิก เพราะมีคุณภาพดี มีความคงทน ตอการใชงาน มีสีสันและลวดลายหลายแบบใหเลือกใช ๔. ชั้นวางของ ควรติดตั้งไว ใกลกับอางลางหนา เพื่อความสะดวกตอการหยิบใชงาน ๕. สี ควรเลือกใชสีออนและสวาง เชน สีขาว สีครีม สีเทาออน สีฟาออน เพราะจะชวยใหหองดู โลงโปรง ไมมืดทึบ และดูกวางขึ้น • อากาศถายเทไดสะดวก มีหนาตางหรือชองลมที่ พอเพียงตอการระบายอากาศ เพื่อไมใหเปนแหลง สะสมของเชื้อโรค • แสงสวางเพียงพอ ควรมีแสงสวางที่เพียงพอทั้ง ในเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อความปลอดภัย ในการใชงาน • เครื่องใชมีความสะดวกและปลอดภัย เครื่องใช ขนาดใหญ ไดแก โถสุขา กอกนํ้า และอางลางมือ ซึ่งเครื่องใชเหลานี้จะอยูติดกับที่ เครื่องใชขนาดเล็ก เชน กระดาษชําระ กลองสบู แชมพู ผาเช็ดมือ ขันตักนํ้า ที่ใสขยะ ควรจัดวางไว ในที่ที่สะดวกตอการ หยิบใช เชน กระดาษชําระอยูใกล โถสวม • เก็บอุปกรณ ในที่ลับสายตา เครื่องใชประเภท แปรงสําหรับขัดพื้น หรือขัดโถสุขา และไมกวาด สําหรับกวาดพื้นหองสุขา ควรจัดใหเปนระเบียบ หองที่ทุกคนตองใช ในกิจวัตรประจําวัน นิยม สรางอยูดวยกันกับหองนํ้า โดยแบงสวนนอกเปน หองสุขาและสวนในเปนหองนํ้า มักจัดใหติดกับ หองรับแขก หรือติดหองนอน เพื่อความสะดวก ในการใชงาน หลักการที่ควรคํานึงถึงในการจัดตกแตง หองสุขา มีดังนี้ หองสุขา ๔๒ เชน กระดาษชําระ กลองสบู แชมพู ผาเช็ดมือ 1 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการใชหองสุขาใหนักเรียนฟงวา การปฏิบัติตน อยางเหมาะสมในการใชหองสุขา คือ นั่งบนโถสุขาใหเรียบรอย เพื่อปองกันการ เกิดอันตราย ไมทิ้งสิ่งของใดๆ ลงในโถสุขา เพราะอาจทําใหเกิดการอุดตันได ราดนํ้า หรือกดชักโครกทุกครั้งหลังจากใชงานเสร็จ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และควร ลางมือใหสะอาดทุกครั้ง เพื่อปองกันเชื้อโรคเขาสูรางกาย นักเรียนควรรู 1 กระดาษชําระ เปนกระดาษที่มีเนื้อบางและเบา เปอยยุยไดงายเมื่อถูกนํ้า วัตถุดิบหลักที่นํามาใชในการผลิตกระดาษชําระ คือ เยื่อกระดาษบริสุทธิ์และ เยื่อกระดาษเวียนใหม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการจัดตกแตง บานและบริเวณบาน รวมถึงความปลอดภัย ในการทํางานบาน โดยครูถามนักเรียนวา • หองสุขาที่ตกแตงอยางสวยงามและปลอดภัย ควรมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีอากาศถายเทสะดวก มีแสงสวางเพียงพอ) จากนั้นครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • หองนํ้าและหองสุขาควรอยูทิศใด • ควรจัดสวิตซไฟในหองนํ้าอยางไร เพื่อให ปลอดภัย • สีในหองนํ้าและหองสุขาควรเปนโทนใด เพราะอะไร 1. ใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุม กลุมละเทากันๆ กัน 2. สมาชิกแตละกลุมรวมกันศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับหลักการ จัดตกแตงหอง จากสื่อการเรียนรูตางๆ อยางหลากหลาย โดยกําหนดให • กลุมที่ 1 หองนอน • กลุมที่ 2 หองครัว • กลุมที่ 3 หองอาหาร • กลุมที่ 4 หองรับแขก • กลุมที่ 5 หองนํ้า • กลุมที่ 6 หองสุขา 3. ใหแตละกลุมผลัดกันออกมานําเสนอผลงานการศึกษาคนควา ขอมูลเกี่ยวกับหลักการจัดตกแตงหองใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T44


กิจกรรม Mini Project ๕.๓ การจัดตกแต่งบริเวณบ้าน บริเวณบ้านเป็นส่วนที่อยู่รอบ ๆ บ้านควรดูแลและตกแต่งให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความ สวยงาม สดชื่น และความปลอดภัย โดยมีหลักที่ต้องค�านึงถึง ดังนี้ การดูแลรักษาบ้านให้มีความสะอาด สวยงาม และน่าอยู่อาศัยนั้น จ�าเป็น ต้องรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการท�าความสะอาดให้เหมาะสมกับงาน รู้จักวิธีการ ขั้นตอนในการท�าความสะอาด รู้จักท�าความสะอาด และดูแลรักษาห้อง เครื่องเรือนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งจะต้องท�างานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานด้วย นอกจากนี้การจัดตกแต่งบ้านให้มีความสะอาด สวยงาม และน่าอยู่อาศัย ต้องค�านึง ถึงหลักการต ่าง ๆ เช่น หลักความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม และความประหยัด ในการจัดตกแต่งห้องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องน�้า และบริเวณอื่น ๆ ของบ้าน ควรค�านึงถึงประโยชน์ ใช้สอยในการท�ากิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัว อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สรุป ๑. สนามหญ้า ควรดูแลโดยหมั่นตัดหญ้าให้สั้น อยู่เสมออย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อให้เกิด ความสวยงามและช่วยให้เกิดความปลอดภัยจาก สัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ และหากมีหลุม มีบ่อ หรือมีแอ่งน�้าขังควรถมให้เรียบร้อย เพื่อกันการ หกล้ม และป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ๒. บริเวณขอบสนาม อาจปลูกต้นไม้ เช่น มะม่วง ชมพู่ ตะแบก เพื่อความร่มรื่น สวยงาม หรือจัดสวนหย่อม ปลูกพืชผักสวนครัว เพราะ นอกจากจะใช้ประโยชน์ ได้แล้ว ยังท�าให้เกิดความ สวยงาม และควรจัดให้มีแผ่นหินเป็นทางเท้าใน สนาม เพื่อป้องกันการเดินเหยียบหญ้า อันจะเป็น สาเหตุให้หญ้าตายได้ ๓. ถนนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรมีการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น เข็ม กุหลาบ บานชื่น ดาวเรือง ใบเงิน ใบทอง อังกาบ ตรีชวา ต้อยติ่งฝรั่ง ช้อนทองฤๅษีผสมเทียนทอง เพื่อความสวยงาม และเพื่อสร้างความสดชื่น ๔. ระเบียงหน้าบ้าน หรือมุมบ้าน ควรจัด วางไม้กระถางประเภทไม้ปลูกในร่ม เช่น พลูด่าง เขียวหมื่นปี เศรษฐีเรือนใน คล้า บัวดอย วาสนา สาวน้อยประแป้ง เข็มสามสี สับปะรดสี ลิ้นมังกร แก้วกาญจนา และสามารถตกแต่งด้วยไม้แขวน หรือโมบายแขวนไว้ที่ชายคาบ้านจะท�าให้บริเวณ บ้านมีความสวยงาม สดชื่น และน่าอยู่ยิ่งขึ้น การจัดการในบ้าน ๔๓ สนามหญ้า วางไม้กระถางประเภทไม้ปลูกในร่ม เขียวหมื่นปี 1 2 1. ใหนักเรียนสํารวจหองภายในบานของตนเอง เลือกหองตาม ความสนใจ 1 หอง เพื่อจัดและตกแตงใหสวยงาม พรอมทั้ง ถายภาพกอนและหลังการปฏิบัติงานไวเปนหลักฐาน 2. ลงมือทําความสะอาดหอง โดยนําความรูเกี่ยวกับการเลือกใช อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบานมาใช ไดอยางถูกตอง 3. จัดตกแตงหองตามแบบที่ไดวางไว ซึ่งจะตองคํานึงถึงการใช พลังงาน ทรัพยากรในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อ การอนุรักษสิ่งแวดลอม 4. ติดภาพกอนและหลังการจัดตกแตงหองลงในกระดาษรายงาน เขียนบรรยายแนวคิดในการออกแบบ วิธีการปฏิบัติงาน ปญหา ที่พบ และแนวทางแกไข สงครูผูสอน ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การจัดตกแตงบริเวณบานควรคํานึงถึง บริเวณใดบาง (แนวตอบ สนามหญา ขอบสนาม ถนนเขาสูบาน ระเบียงหนาบาน รั้วบาน ประตูบาน) • บริเวณขอบสนามจะตกแตงอยางไรไดบาง (แนวตอบ จัดสวนหยอม ปลูกพืชผักสวนครัว วางแผนหินทางเดิน) นักเรียนควรรู 1 หญา เปนพืชลมลุกชนิดหนึ่งที่นิยมนํามาปลูกเพื่อจัดและตกแตงบริเวณบาน โดยหญาที่นิยมปลูกมีหลายชนิด เชน • หญานวลนอย เปนหญาที่ไดรับความนิยมมาก เนื่องจากปลูกงายกับ ทุกสภาพดิน • หญามาเลเซีย ปลูกไดทั้งในที่รมและกลางแจง เหมาะสําหรับปลูกใต ตนไมใหญ หรือบริเวณที่มีแดดรําไร • หญาญี่ปุน เปนหญาที่เจริญเติบโตชา ชอบแดดและตองการนํ้ามาก ทนตออากาศหนาวไดดี • หญาเบอรมิวดา เปนหญาที่ตองการแดดมาก เหมาะที่จะปลูกกลางแจง ทนตอความแหงแลงไดดี 2 เขียวหมื่นป เปนวานชนิดหนึ่ง มีถิ่นกําเนิดกระจายอยูในประเทศเขตรอน ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต จีน และแอฟริกา นิยมนํามาปลูกเพื่อประดับตกแตง อาคาร เจริญงอกงามไดแมในที่ที่มีแสงสวางเพียงเล็กนอย T45 นํา สอน สรุป ประเมิน


ขอสอบเนนการคิด ๑. ในการท�างานบ้านควรวางแผนการท�างานอย่างไร ระบุขั้นตอนเป็นข้อ ๆ ๒. ส�ารวจงานที่ตนเองรับผิดชอบและกิจวัตรส่วนตัว จากนั้นน�ามาจัดท�าเป็นตารางการท�างานประจ�าวัน ให้ครบถ้วนทั้ง ๗ วัน ๓. วางแผนปฏิบัติงานการท�าความสะอาดบ้านของตนเอง โดยเลือกอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ให้เหมาะสม กับงานที่ท�า ตามรายการท�าความสะอาด ดังนี้ • เพดาน • ห้องนอน • ห้องน�้า • ห้องครัว • เครื่องใช้ ภายในบ้าน ๔. เขียนรายงานการปฏิบัติงานตามแบบแผนที่ก�าหนด ๕. บันทึกภาพขณะท�างาน เพื่อน�ามาใช้เป็นหลักฐาน หรือขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง เพื่อรับรองการ ท�างาน Êรé างÊรร¤ì ¾ั²นาการเรÕÂนรéÙกิจกรรÁ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบ และปฏิบัติงานตามที่ก�าหนด เรื่อง การดÙแลรักÉาบ้าน ใบมอบหมายงานที่ ๒.๑ ๔๔ หากตองการทําความสะอาดบาน แตมีอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช บางอยางไมครบจะแกปญหาอยางไร (แนวตอบ วางแผนการทํางานกอน เพื่อใหทราบวาตองใช อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชใดบาง จากนั้นจึงเตรียมอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชใหพรอมกอนลงมือปฏิบัติงาน วิธีแกปญหา เมื่อพบวาอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชไมครบ แกปญหาโดยการ หาสิ่งอื่นที่สามารถใชไดมาทดแทน หากของที่มีอยูไมสามารถ ทดแทนได จําเปนที่จะตองซื้อใหม ควรเลือกซื้ออุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชที่คุมคา เหมาะสมกับการใชงาน) เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนวิเคราะหวา การทําความสะอาดบานและการจัดตกแตงบาน มีประโยชนตอชีวิตในอนาคตของนักเรียนอยางไรบาง เชน • การมีบานที่สะอาดและสวยงามเปนการสรางคุณภาพชีวิตที่ดีใหแกตนเอง และครอบครัว • การจัดตกแตงบานอาจทําใหเกิดความชื่นชอบและเลือกเรียนตอในสาขา อาชีพที่ตนเองสนใจ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 2.2 จากกิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T46


ขอสอบเนน การคิด ๑. อธิบายหลักการจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้านเป็นข้อ ๆ ๒. ท�าการจัดตกแต่งบ้านให้สวยงาม โดยใช้หลักการจัดตกแต่งบ้านตามที่ได้ศึกษามา โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ • ส�ารวจบ้านและห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน • เลือกห้อง หรือมุมใดมุมหนึ่งของบ้านที่จะท�าการจัดตกแต่งใหม่ • ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดตกแต่งบ้าน • วางแผนการจัดตกแต่งบ้าน • เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดตกแต่งบ้าน • ลงมือปฏิบัติการจัดตกแต่งบ้าน • บันทึกผลและน�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน • ประเมินผลการท�างาน ๓. ท�าการจัดตกแต่งบริเวณบ้านให้สวยงามโดยใช้หลักการจัดตกแต่งบริเวณบ้านตามที่ได้ศึกษามา โดยปฏิบัติ ตามขั้นตอน ดังนี้ • ส�ารวจบริเวณบ้าน • เลือกบริเวณบ้านที่จะท�าการจัดตกแต่งใหม่ • ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • วางแผนการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • ลงมือปฏิบัติการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • บันทึกผลและน�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน • ประเมินผลการท�างาน ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบ และปฏิบัติงานตามที่ก�าหนด เรื่อง การจัดตกแต่งบ้าน และบริเวณบ้าน ใบมอบหมายงานที่ ๒.๒ การจัดการในบ้าน ๔๕ ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การจัดการบาน ใหสะอาดสวยงาม 4. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม ประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรูหนวยการเรียนรูที่ 2 แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การจัดการบ้านให้สะอาดสวยงาม รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผนท า โครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ไม่เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานการ จัดการบ้านให้ สะอาดสวยงาม ผลงานการจัดการบ้านให้ สะอาดสวยงามมีความ เหมาะสม ผลงานการจัดการบ้านให้ สะอ าดส วยง ามมีค ว าม เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงานการจัดการบ้านให้ สะอาดสวยงามมีความ เหมาะสมเป็นบางส่วน ไม่มีผลงานการจัดการบ้าน ให้สะอาดสวยงาม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง การจัดการในบานที่มีประสิทธิภาพมีประโยชนอยางไรบาง และ หากไมมีการจัดการในบานจะเกิดสิ่งใดขึ้น (แนวตอบ การจัดการในบานที่มีประสิทธิภาพจะทําใหบาน สะอาดและสวยงาม ถูกสุขลักษณะ ผูอยูอาศัยมีรางกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไขเจ็บ มีอายุยืน มีความสุขในการใชชีวิตในบาน หากไมมีการจัดการในบานจะทําใหบานไมสวยงามและนาอยูอยาง ที่ควรเปน อาจทําใหผูอยูอาศัยปวยบอย) นํา สอน สรุป ประเมิน T47


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การเลือกซื้อ อาหาร 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการเลือกซื้อ อาหารได้ 2. บอกวิธีการเลือกซื้อ อาหารประเภทต่างๆได้ กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 3.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 การเตรียมและ การปรุงอาหาร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. บอกวิธีการเตรียมและ การปรุงอาหารได้ 2. ปรุงอาหารตามหลัก การประกอบอาหารได้ กระบวนการ ปฏิบัติ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T48


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 หลักการแปรรูป และการถนอม อาหาร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการแปรรูป และการถนอมอาหารได้ 2. เลือกภาชนะบรรจุ ส�ำหรับเก็บอาหารที่ได้ จากการแปรรูปและ การถนอมอาหารได้ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจใบงานที่ 3.3.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 4 การแปรรูป และการถนอม อาหาร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. บอกขั้นตอนการแปรรูป และการถนอมอาหารได้ 2. สามารถน�ำอาหารมา แปรรูป หรือถนอม อาหารได้ โครงงาน เป็นฐาน (Project Based Learning) - ตรวจใบงานที่ 3.4.1 - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T49


ñ หลักการเลือกซื้ออาหาร การเลือกซื้ออาหารให้ ได้คุณภาพ ประหยัดเงิน เวลา และแรงงาน ควรยึดหลักการ ดังนี้ ๑. ประหยัด การเลือกซื้ออาหารควรค�านึงถึงความประหยัดในด้านต่าง ๆ ดังนี้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ความคิดสรางสรรคมี ๔ ลักษณะ ประกอบดวย ความคิดริเริ่ม ความคลองในการคิด ความยืดหยุนในการคิด และความคิดละเอียดลออ ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน มีขั้นตอน คือ การสังเกต วิเคราะห สรางทางเลือก และประเมินทางเลือก เชน การเก็บ ถนอม และแปรรูปอาหาร ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) • เงิน ซื้อของตามงบประมาณและมีคุณภาพดี ไม่จ�าเป็นต้องมีราคาสูง บางอย่างสามารถใช้ ทดแทนกันได้และซื้ออาหารที่มีอยู่ ในท้องถิ่น • เชื้อเพลิง ใช้ให้คุ้มค่า อาหารบางอย่างต้องใช้ เวลาในการหุงต้มนาน หรือเปือยเละยาก ท�าให้ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยไม่จ�าเป็น • เวลาและแรงงาน ควรก�าหนดความถี่ในการ จ่ายตลาด สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง เพื่อลดภาระ ของผู้จ่ายตลาด และควรจดรายการสินค้าที่จะซื้อ ทุกครั้ง เพื่อให้ซื้อได้ครบถ้วนตามต้องการ อาหารและâÀªนาการ หน่วยการเรียนรู้ที่ó ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃà¡çºÍÒËÒÃãËŒ ÃѺ»Ãзҹ䴌¹Ò¹áÅÐÂѧ¤§ ¤Ø³¤ ‹Ò·Ò§ÍÒËÒäú¶ŒÇ¹ ¤Ç÷ÓÍ‹ҧäà ๔๖ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง หลักการเลือกซื้ออาหาร การเลือกซื้ออาหาร ประเภทตางๆ การเตรียมและการปรุงอาหาร การแปรรูปอาหาร และการถนอมอาหาร ใชทักษะการแสวงหาความรูและทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน อยางเปนขั้นตอนในการปรุงอาหาร การแปรรูปอาหาร และการถนอมอาหารตามขั้นตอนที่ถูกตองและเหมาะสม มีจิตสํานึกในการทํางาน และใชทรัพยากรในการ ปฏิบัติงานอยางประหยัดและคุมคา โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ • ใหฝกการปรุงอาหาร การแปรรูปอาหาร และการถนอมอาหาร เพื่อใหเกิดทักษะในการทํางาน สามารถใชทรัพยากรไดอยางคุมคา และมีทักษะในการ แกไขปญหาในการถนอมอาหาร เพื่อการดํารงชีวิตอยางพอเพียง ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรู ความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง อาหารและโภชนาการ 2. ครูนํารูปอาหารที่นารับประทานใหนักเรียนดู 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนจะเลือกซื้ออาหารอยางไร ซื้อที่ใด เพราะอะไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เลือกซื้ออาหารที่สด สะอาด อยูใกลบาน ราคาเหมาะสม) • เวลาและแรงงานมีความสําคัญในการเลือก ซื้ออาหารอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การใชเวลาและแรงงาน เทาที่จําเปนจะชวยลดภาระในการเลือกซื้อ อาหารได) ครูใหนักเรียนนึกถึงอาหารที่เคยซื้อมา แลว ตั้งประเด็นคําถาม เชน • อาหารที่ซื้อมาทํายากหรือไม ตองใชเชื้อเพลิง มากนอยเพียงใด • อาหารชนิดใดใชเวลาในการทํานานที่สุด • อาหารที่ซื้อมานับวาประหยัดแลวหรือไม เพราะเหตุใด T50


ขอสอบเนน การคิด อาหารและโภชนาการจ�าเปนต ่อการด�ารงชีวิต ประจ�าวันของมนุษย์ อาหารที่รับประทานเข้าไปจะให้คุณค่า ทางโภชนาการได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อ วัตถุดิบที่มีความสด สะอาด ปลอดภัย และเมื่อน�ามา ประกอบอาหาร ต้องผ่านการเตรียมและปรุงอย่างถูกต้องตาม หลักโภชนาการ นอกจากนี้ วัตถุดิบที่เหลือจากการประกอบ อาหารสามารถน�ามาแปรรูปเปนอาหารใหม่ที่น่ารับประทาน และเกิดประโยชน์แก่ร่างกายได้เช่นเดียวกัน ๒. ประโยชน์ การเลือกซื้ออาหารสดที่มีคุณค่าครบถ้วนตามอาหารหลัก ๕ หมู่ และให้คุณค่า ทางโภชนาการสูง จะช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ๓. ปริมาณเหมาะสม การซื้อของเป็นจ�านวนมากย่อมมีราคาถูกกว่าการซื้อปลีก โดยเฉพาะ อาหารแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน อย่างไรก็ตาม ควรเลือกซื้อในปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภค ๔. คุณภาพดี ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้ออาหารชนิดต่าง ๆ ได้ โดยทราบวิธีเลือกซื้ออาหารที่ถูกต้อง ท�าให้ได้อาหารที่สดและใหม่ ในปริมาณที่พอใช้ ๕. สถานที่ซื้อได้มาตรฐาน สถานที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ เพื่อความ ปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันมีทั้งตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตให้เลือกซื้อได้ตามความสะดวก อาหารและâÀªนาการ อาหารและโภชนาการ ๔๗ ปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันมีทั้งตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตให้เลือกซื้อได้ตามความสะดวก ๕. สถานที่ซื้อได้มาตรฐาน สถานที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ เพื่อความ 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 4. ครูกลาวถึงหลักการเลือกซื้ออาหารวา ควร ซื้ออาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จะชวยประหยัดทั้งเงิน เวลา และแรงงาน โดยไดคุณคาทางโภชนาการครบถวน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา สถานที่ซื้ออาหารควรมี ลักษณะอยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ไดมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย) • ปริมาณเหมาะสมคือหมายถึงเทาใด (แนวตอบ สามารถรับประทานไดหมดในเวลา ไมนาน และเพียงพอตอการบริโภค) นักเรียนควรรู 1 ความปลอดภัยของผูบริโภค เปนสิ่งที่จะตองคํานึงถึงเปนลําดับแรก ทั้งใน เรื่องของความสะอาด คุณภาพของอาหาร ขอมูลเกี่ยวกับการผลิตอาหาร เพื่อ ใหเปนไปตามมาตรฐานสากลและเพื่อสุขอนามัยที่ดีของผูบริโภค 2 ตลาดสด ในการเลือกซื้ออาหารจากตลาดสด ควรเลือกซื้อจากตลาดที่ ไดรับการรับรองคุณภาพมาตรฐานใน 3 ดาน ดังนี้ • ดานสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม เชน อากาศถายเทไดสะดวก ไมรอนอบอาว ไมอับทึบ ไมมีนํ้าขัง จัดวางสิ่งของเปนระเบียบ • ดานความปลอดภัยของอาหาร เชน ไมมีการปนเปอนสารฟอรมาลิน สารกันรา สารบอแรกซ สารฟอกขาว สารเรงเนื้อแดงในอาหาร • ดานการคุมครองผูบริโภค เชน มีบอรดแนะนําความรูเกี่ยวกับอาหารที่ ปลอดภัย มีจุดทดสอบสารปนเปอน มีตาชั่งกลางที่ไดมาตรฐานไวบริการ เพื่อ ใหผูบริโภคไดรับประโยชนจากการเลือกซื้ออาหารมากที่สุด ขอใดเปนการเลือกซื้ออาหารอยางเหมาะสม 1. เลือกซื้ออาหารเสริมมาบริโภค เพื่อใหรางกายแข็งแรง 2. เลือกซื้ออาหารที่นําเขามาจากตางประเทศ 3. เลือกซื้อเฉพาะอาหารที่ชอบเทานั้น 4. เลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพดี (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะในการเลือกซื้ออาหารมา บริโภค จะตองคํานึงถึงหลักโภชนาการเสมอ อาหารจะตองมีความ สะอาด มีความปลอดภัย มีสารอาหารที่มีประโยชนครบถวนทั้ง 5 หมู ใหคุณคาทางอาหารสูง เพื่อใหไดอาหารที่ดี มีคุณภาพ และ มีประโยชนตอรางกายของผูบริโภค) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T51


ขอสอบเนนการคิด เนื้อหมู มีสีชมพู มันสีขาว ถ้าเป็นสามชั้น มันระหว่างหนังกับเนื้อจะต้องไม่หนามาก เนื้อวัว มีสีแดง มันสีเหลือง เส้นเนื้อเล็กละเอียด นุ่มกว่าเนื้อควาย ปลา ตาใส เหงือกแดง เนื้อไม่เละ ถ้าเป็นปลาชนิดมีเกล็ด เกล็ดต้องติดแน่น ไก่ ไม่มีรอยเขียวช�้าตามคอ หรือท้อง และบริเวณอื่น ๆ หอย เลือกที่ยังไม่ตาย เปลือกหอยจะอ้าหุบเองได้ กุ้ง หัวติดแน่นกับล�าตัว เปลือกสีเขียวแกมน�้าเงิน ไม่มีรอยคล�้า ไม่มีกลิ่นเหม็น เนื้อวัว เนื้อหมู ปลา ò วิธีการเลือกซื้ออาหารประเภทตางๆ อาหารที่รับประทานในครอบครัวสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น อาหารสด อาหารแห้ง อาหารส�าเร็จรูป อาหารกระป๋อง หรืออาหารบรรจุขวด ซึ่งควรเลือกซื้อให้ถูกต้อง ดังนี้ ๒.๑ การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ ควรเลือกซื้อจากร้านที่ผ่านการตรวจและได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบสัตว์นั้น ก่อนฆ่าว่าไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคที่สามารถแพร่เชื้อมาสู่ผู้บริโภคได้ไม่ควรเลือกซื้อตามร้าน ข้างถนน หรือแผงลอยในตลาดที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัจจุบันห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าบางแห ่งอาจแล ่ส ่วนต ่าง ๆ ของเนื้อสัตว์จ�าหน ่าย เพื่อความสะดวกในการน�าไปประกอบอาหารตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งหากผู้แล่เนื้อสัตว์ ไม่ช�านาญ อาจท�าให้เนื้อสัตว์ช�้า หรือเน่าเสียได้ การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ควรพิจารณาดังนี้ การเลือกซื้อ ๔๘ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 5. ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาคนควาเกี่ยวกับ วิธีการเลือกซื้ออาหารประเภทตางๆ 6. ครูใหนักเรียนดูการเลือกซื้ออาหาร จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 7. ใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 2-3 คน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนวิธีการเลือกซื้ออาหารประเภท ตางๆ จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การเลือกซื้อเนื้อสัตวควรเลือกซื้ออยางไร (แนวตอบ เชน ปลาตองตาใส เหงือกแดง เนื้อไมเละ ไกตองไมมีรอยชํ้า หอยตองสด ยังไมตาย) • การเลือกซื้อเนื้อหมูและเนื้อวัวแตกตางกัน อยางไร (แนวตอบ เนื้อหมูเลือกสีชมพู มันสีขาว สวนเนื้อวัวเลือกสีแดง มันสีเหลือง) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของสถานที่จําหนายเนื้อสัตวให นักเรียนฟงวา สถานที่จําหนายเนื้อสัตวที่ไดมาตรฐาน จะมีหลักเกณฑที่สําคัญ คือ เนื้อสัตวที่นํามาจําหนายตองมาจากโรงฆาสัตวที่มีใบอนุญาตตั้งโรงฆาสัตว โรงพักสัตว และการฆาสัตว มีแบบตอบรับแจงการฆาและจําหนายเนื้อสัตว ผูประกอบการมีใบอนุญาตใหทําการคาสัตว หรือซากสัตว แผงจําหนายตองทํา ดวยวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน ผิวเรียบ ทําความสะอาดไดงาย ไมดูดซับนํ้า สามารถฆาเชื้อโรคได สูงจากพื้นไมนอยวา 80 ซม. มีอางลางมือและสบู หรือ สารทําความสะอาดตั้งอยูในสถานที่ที่เหมาะสม ไมกอใหเกิดการปนเปอนใน เนื้อสัตว เนื้อสัตวที่วางจําหนายถูกจัดวางอยางเปนระเบียบ โดยแยกสวนเนื้อ ออกจากเครื่องใน ผูจําหนายตองสวมเครื่องแตงกายที่สะอาด มีอุปกรณปองกัน การปนเปอน เชน หมวกคลุมผม “แกวตองการทําขาวตมหมูเปนอาหารเชา” แกวควรเลือก เนื้อหมูอยางไรจึงจะเหมาะสม 1. เนื้อสีแดงสด มันสีขาว เนื้อแข็ง ไมมีกลิ่นคาว 2. เนื้อสีชมพู มันสีขาว เนื้อนุมปานกลาง ไมมีกลิ่นคาว 3. เนื้อสีแดงอมชมพู มันมีเหลืองออน เนื้อแข็ง ไมมีกลิ่นคาว 4. เนื้อสีชมพูออน มันสีเหลืองออน เนื้อนุมปานกลาง ไมมี กลิ่นคาว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะในการเลือกซื้อเนื้อหมูมาใช ในการประกอบอาหาร ควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่สดใหม ซึ่งมีลักษณะ คือ เนื้อมีสีชมพู มันสีขาว เนื้อนุมปานกลาง เมื่อใชนิ้วกดจะไมมี รอยบุม ไมมีกลิ่นคาว และไมมีเมือก) T52


ขอสอบเนน การคิด ผักรับประทานใบ ควรเลือกที่สดใหม่ ไม่เหี่ยวช�้า ล�าต้นอวบน�้า ใบอาจมีรอยแมลง กัดบ้าง เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้งควรเลือกที่มีสีเขียวสด ไม่เหี่ยว ต้นใหญ่อวบ ใบแน่นติดกับโคน ผักรับประทานหัว ควรเลือกที่น�้าหนักเหมาะสมกับขนาด ถ้าหัวใหญ่น�้าหนักเบา เนื้อจะ ไม่แน่น วิธีการเลือก เช่น เผือก มัน เลือกที่มีน�้าหนักมาก เนื้อแน่น ผิวเรียบ หอมใหญ่ เลือกหัวแน่น ๆ เปลือกแข็ง แคร์รอต เลือกหัว ยาวเรียว ผิวเรียบ แกนในเล็ก ผักรับประทานผล เลือกตามลักษณะเฉพาะ เช่น ฟักทอง เลือกผลที่หนัก เนื้อแน่น สีเหลืองอมเขียว ผิวขรุขระ แตงกวา เลือกผิวตึงสีเขียว ริ้วขาว ถ้าผิวเหลืองแสดงว่าเป็นแตงเก่าและเริ่มแก่ ๒.๓ การเลือกซื้อผลไม้ ควรเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อให้ได้คุณภาพและราคาที่เหมาะสม ได้รับวิตามินจากผลไม้ ลักษณะของผลไม้ที่ดี คือ สด ใหม่ ผิวไม่เหี่ยว ขั้วก้านเขียวและแข็ง ไม่มีรอยช�้า หรือรอยแมลง กัดกิน การเลือกซื้อผลไม้แต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน เช่น มังคุดควรเลือกที่แก่จัด ผิวสีเข้ม เปลือกไม่แข็ง กล้วยน�้าว้าควรเลือกที่เปลือกบาง ไม่มีเหลี่ยม มะละกอควรเลือกที่แก่จัด ผิวและสี ของเนื้อขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มะม่วงควรเลือกที่แก่จัด ผิวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ๒.๔ การเลือกซื้ออาหารแห้ง ควรเลือกที่ใหม่และสะอาด อาหารแห้งที่ต้องระมัดระวัง คือ อาหารที่ขึ้นราได้ง่าย โดยเฉพาะ ราที่มีสีด�า ซึ่งพบในหอม กระเทียม ถั่วเมล็ดแห้ง ราชนิดนี้ทนต่อความร้อนที่ใช้ ในการหุงต้ม หากรับประทานอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ ๒.๒ การเลือกซื้อผัก ควรเลือกที่ใหม่ สด สะอาด ไม่มีคราบสีขาว ๆ ของยาฆ่าแมลง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การเลือกซื้อผักแต่ละประเภทควรพิจารณาดังนี้ การเลือกซื้อ อาหารและโภชนาการ ๔๙ ควรเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อให้ได้คุณภาพและราคาที่เหมาะสม ได้รับวิตามินจากผลไม้ ควรเลือกที่ใหม่และสะอาด อาหารแห้งที่ต้องระมัดระวัง คือ อาหารที่ขึ้นราได้ง่าย โดยเฉพาะ 1 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 1. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การเลือก ซื้ออาหารที่เหมาะกับฉัน และดูหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 49 หัวขอ การ เลือกซื้อผัก การเลือกซื้อผลไม และการเลือก ซื้ออาหารแหง ครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • การเลือกผักรับประทานใบควรเลือกซื้อผัก ชนิดใดบาง • การเลือกซื้อผลไมตามฤดูกาลเปนอยางไร • การเลือกซื้ออาหารแหง ควรสังเกตสิ่งใดบาง 2. ครูใหนักเรียนอานใบงานของเพื่อนในกลุม โดยสลับใบงานของตนเองกับเพื่อน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 3. นักเรียนพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในกลุมเกี่ยวกับสิ่งที่เหมือนและแตกตางกัน ในใบงาน นักเรียนควรรู 1 วิตามินจากผลไม ในผลไมแตละชนิดจะมีวิตามินอยูมากมาย ซึ่งจะ แตกตางกันออกไปตามชนิดของผลไม เชน วิตามินซี ชวยสรางคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยกอนวัย ผิวพรรณสดใส เปลงปลั่ง ลดคอเลสเตอรอลในเสนเลือด ปองกันโรคมะเร็ง พบมากในมะละกอสุก กีวี มะขามเทศ ฝรั่ง สตรอวเบอรรี เงาะ สมโอ พุทรา วิตามินอี ชวยปองกันเซลลถูกทําลายจากสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเสื่อม ของเยื่อหุมเซลล ระบบไหลเวียนเลือดทํางานไดดีขึ้น ลดเลือนริ้วรอยกอนวัย ผิวพรรณสดใส เปลงปลง พบมากในขนุน มะมวง แกวมังกร กลวยไข ทับทิม และอะโวคาโด 2 อาหารที่ขึ้นราไดงาย สวนใหญเปนอาหารที่ปรุงสุกแลว ซึ่งมีโอกาสขึ้นรา ไดงายกวาอาหารสด ดังนั้น จึงควรบริโภคอาหารที่ปรุงสุกภายใน 3 วัน หลังจาก ปรุงเสร็จ เพื่อเปนการชวยลดโอกาสในการเกิดเชื้อรา “พลตองการเปนเจาของธุรกิจสัตวเลี้ยง” พลควรคํานึงถึงปจจัย ในขอใดมากที่สุด 1. เงินทุน 2. แรงงาน 3. วัสดุ อุปกรณ 4. การบริหารจัดการ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะพลสามารถนําเงินทุนไปใช ในการจางแรงงาน ซื้อวัสดุ อุปกรณ รวมถึงวาจางผูที่มีความรู ความเชี่ยวชาญ และมีความสามารถมาชวยในการบริหารจัดการ ธุรกิจของตนใหประสบความสําเร็จได) นํา สอน สรุป ประเมิน T53


๒.๕ การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง ควรสังเกตดังนี้ ๒.๖ การเลือกซื้ออาหารส�าเร็จรูปและอาหารพร้อมปรุง อาหารส�าเร็จรูป เป็นอาหารที่ผู้ขายปรุงไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ซื้อสามารถน�าไปอุ่น หรือ รับประทานได้ทันทีอาหารส�าเร็จรูปนี้รวมถึงอาหารที่ผู้บริโภคสั่งให้ประกอบ หรือปรุงให้การเลือกซื้อ ควรสังเกตสถานที่จ�าหน่ายว่าสะอาดหรือไม่ ภาชนะใส่อาหารมีสิ่งปิดกันแมลงและฝุ่นละออง หรือไม่ ผู้ขายแต่งกายสะอาด ถูกหลักสุขาภิบาลอาหารหรือไม่ อาหารพร้อมปรุง เป็นอาหารที่ผู้ขายจัดเตรียมวัตถุดิบ พร้อมเครื่องปรุงไว้เป็นชุด ผู้บริโภค สามารถซื้อไปประกอบอาหารเองได้ โดยสิ่งที่ควรสังเกต คือ วัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ เนื่องจากเป็นอาหารสดที่ยังไม่ผ่านการหุงต้ม จึงมีโอกาสเน่าเสีย หรืออาหารเสื่อมคุณภาพได้ ๑. ดูลักษณะกระป๋อง ไม่บุบ หรือโป่งพอง ไม ่เป็นสนิม รอยต ่อต้องเรียบร้อยและ แน่นหนา ๒. ฝาและก้นกระป๋องเรียบ เมื่อนิ้วกดลงไป บนฝากระป๋องแล้วเป็นปกติ ไม่ยุบลง ๖. ด้านในกระป๋องมีสภาพดี เมื่อเทอาหาร ออกจากกระป๋อง ภายในกระป๋องไม ่มี รอยสนิมหรือรอยด่างของโลหะ ๗. ฉลากมีรายละเอียดครบถ้วน มีชื่อ เลข ทะเบียนอาหาร สถานที่ตั้งของผู้ผลิต และ วัน เดือน ปี ที่ผลิตอาหารกระป๋อง โดย ไม่ควรบริโภคอาหารกระป๋องที่เก็บไว้นาน เพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง ๓. ไม่มีเสียงกระฉอก เมื่อเขย ่ากระป๋อง แล้วไม่มีเสียงกระฉอกของน�้ากับอากาศ ๔. ไม่มีอากาศพุ่งออกมา เมื่อเปิดกระป๋อง จะไม่มีอากาศ หรือลมพุ่งออกมาจากภายใน กระป๋อง ๕. มีกลิ่นปกติเมื่อเปิดกระป๋องแล้วได้กลิ่น อาหารที่ปกติ ไม่มีกลิ่นเน่าเสีย การเปิดอาหารกระป๋องควรเปิดด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจท�าให้บาดมือได้ ๕0 ๒.๕ การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูถามนักเรียนวา • อาหารกระปองลักษณะใด ที่ไมควรซื้อ (แนวตอบ เชน กระปองบุบ ฉลากไมชัดเจน) • การเลือกซื้ออาหารสําเร็จรูปและอาหาร พรอมปรุง ควรเลือกซื้ออยางไร (แนวตอบ อาหารสําเร็จรูปเลือกซื้อที่สะอาด ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร อาหารพรอมปรุง เลือกซื้อที่เพิ่งผลิต ควรสังเกตวันผลิตและ วันหมดอายุกอนซื้อ) 2. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเขียน วิธีการเลือกซื้ออาหารกลุมละ 1 อยาง ที่หนา ชั้นเรียน โดยแตละกลุมพยายามเขียนอาหาร ไมซํ้ากัน จากนั้นครูและนักเรียนชวยกันดูวา ถูกตองหรือไม ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 4. นักเรียนกําหนดหัวขอที่เห็นแตกตางกันและ นาสนใจ เพื่อนําไปศึกษาคนควาเพิ่มเติม 5. นักเรียนแตละกลุมไดขอมูลที่ถูกตองในหัวขอ ที่กําหนดไว เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารกระปองใหนักเรียนฟงวา อาหารกระปอง เปนอาหารที่ผานการใหความรอนสูงจนทําใหอาหารสุก สงผลใหสารอาหาร ยอยงายขึ้น และยังชวยในการทําลายสารพิษในธรรมชาติ ซึ่งมีอยูในอาหารบาง ประเภท แตการผานความรอนสูง จะทําใหสูญเสียคุณคาทางโภชนาการมากขึ้น เชน กรดแอมิโนบางตัวที่สําคัญ วิตามินบี วิตามินซี อาหารกระปองที่ผลิตขึ้น อยางถูกตองตรงตามมาตรฐานการผลิตจะเก็บไวในอุณหภูมิปกติไดนาน 1-3 ป หลังจากวันที่ผลิต ใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้ออาหาร ประเภทตางๆ ตามความสนใจ 1 ประเภท เขียนสรุปความสําคัญ และจัดทําในรูปแบบของแผนพับ ตกแตงใหสวยงาม นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน นําเสนอวิธีการเลือก ซื้ออาหารประเภทตางๆ ตามความสนใจ 1 ประเภท ในรูปแบบ ของการแสดงบทบาทสมมติ จากนั้นใหแตละกลุมผลัดกันออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นักเรียนควรรู 1 อาหารกระปอง หากเปดรับประทานแลวแตรับประทานไมหมด ควรถายใส ภาชนะที่สะอาด มีฝาปดมิดชิด และเก็บไวในตูเย็น หามเก็บไวในที่ที่มีอุณหภูมิ สูงกวา 40 องศาเซลเซียส เพราะจะทําใหอาหารเนาเสียไดงาย นํา สอน สรุป ประเมิน T54


ขอสอบเนน การคิด การเก็บรักษาคุณภาพของอาหารนับเป็นเรื่องส�าคัญที่ ผู้บริโภคควรค�านึงถึง เพราะหากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี จะท�าให้ อาหารเน่าเสียเร็วและการรับประทานอาหารที่เน่าเสียอาจ ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ ส�าหรับการเก็บ รักษาอาหารแต่ละประเภทจะมีวิธีการแตกต่างกัน ดังนี้ การเกçบรักÉาอาหาร Know M ore ñ การเกçบรักÉาอาหารÊ´ เนื้อสัตว์ ควรลางใหสะอาด นํามาหั่นหรือสับตามตองการ เก็บใสถุงพลาสติก หรือหอดวยกระดาษไขเก็บไว ในตูเย็น ผัก ควรเลือกผักสวนที่เนาทิ้ง แลวนําไปลางน้ํา • ผักที่มีราก เชน ผักชี ผักบุง ใหนํารากผักแชใน น้ําเย็น • ผักที่ไมมีรากใหนําโคนผักแชน้ําในกะละมัง ใช ผาขาวบางชุบน้ําบิดพอหมาดคลุมยอดผักไว พรมน้ําใหพอเปยก หากเก็บไว ในตูเย็น ใหเลือกผักสวนที่เนาทิ้ง แชผัก ในน้ําสะอาด ผสมเกลือแกงเล็กนอย แลวลางดวย น้ําสะอาดอีกครั้ง ใหสะเด็ดน้ํา ใสในถุงพลาสติก ที่มีรู แลวนําไปเก็บไวในตูเย็น ผลไม้ ควรแยกเก็บผลไมที่รับประทานทั้งเปลือกออก จากผลไมที่ตองปอกเปลือกกอนรับประทานเก็บ ไว ในที่เย็นและมีความชื้น ò การเกçบรักÉาอาหารแหŒง ข้าวสาร ควรนําขาวที่อยูในบรรจุภัณฑออกมาตากแดด เปนครั้งคราว เก็บในภาชนะที่ปดสนิท เพื่อ ปองกันฝุนละอองและแมลง อาหารกระป๋อง ควรเก็บไว ในที่แหง ไมถูกแสงแดด หากมีรอยรั่ว มีสนิม หรือบวม แสดงวาอาหารเสื่อมสภาพ ให นําไปทิ้ง อาหารแห้ง ควรเก็บไว ในที่โปรงเพื่อไมใหเกิดเชื้อรา เชน ปลาเค็ม ปลาสลิด กุนเชียง ถาเปนพริกไทย พริกแหง กุงแหง ควรเก็บไว ในขวดที่ปดสนิท สวนกระเทียม หอมแดง ควรเก็บไวในที่แหง และมีอากาศถายเท อาหารและโภชนาการ ๕๑ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการเลือกซื้อ อาหารและวิธีการเลือกซื้ออาหารประเภท ตางๆ จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การเก็บรักษาอาหารสดและอาหารแหง สามารถเก็บในที่เดียวกันไดหรือไม เพราะ เหตุใด (แนวตอบ คําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ นักเรียน เชน อาหารสดควรเก็บใหมิดชิด ในตูเย็น สวนอาหารแหงแบงเก็บใหมิดชิด โดยไมจําเปนตองแชตูเย็น) 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 3.1 แลวนํามาสงครู ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การเลือกซื้อ อาหารที่เหมาะกับฉัน 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 3.1 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู “หลังจากทําอาหารเสร็จ พบวา มีผักบุงจีนเหลืออยูเปนจํานวนมาก” นักเรียนจะมีวิธีการอยางไรในการเก็บรักษาผักบุงใหคงความสด 1. จับตนแยกออกจากกัน วางลงในถาด ใชผาขนหนูชุบนํ้าคลุม 2. จับตนตั้งขึ้น คลุมดวยถุงพลาสติก หลอนํ้าที่ราก แลวแชใน ตูเย็น 3. จับตนแชนํ้าใหชุม ทิ้งไว 15-20 นาที วางลงในถาด ใชผา ขาวบางคลุม 4. จับตนเปนกํา ใชเชือกมัดกลางตน แชลงในถังเปลา ฉีดนํ้าดวย กระบอกฉีดนํ้า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะจะทําใหผักบุงคงความสดอยู เสมอ หากผักบุงมีรากติดอยูใหจับตนตั้งขึ้น คลุมดวยถุงพลาสติก หลอนํ้าที่ราก แลวแชในตูเย็น หากไมมีรากติดอยูใหเก็บใสถุง พลาสติก มัดปากถุงใหแนน แลวแชในตูเย็น) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรู ที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T55


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค T i p ó การเตรียมและการปรุงอาหาร อาหารหลายชนิดจ�าเป็นต้องผ่านกระบวนการหุงต้มก่อนบริโภค ถ้าท�าไม่ถูกวิธีจะท�าให้ สูญเสียคุณค่าทางอาหาร หรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ในการปรุงอาหารจึงต้องรู้หลักการเตรียม การปรุง และวิธีการหุงต้ม รวมทั้งปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง การเตรียมอาหารเป็นวิธีการท�าให้อาหารพร้อมที่จะน�าไปปรุงให้สุก หรือบริโภคได้ ซึ่ง ประกอบด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่ ปอก หั่น ตัด ฉีก ต�า คั้น ครูด บด ปัน โขลก และสับ วิธีเหล่านี้ จะช่วยให้อาหารมีขนาดเล็กลง ปรุงสุกได้เร็วขึ้น และแยกส่วนที่รับประทานไม่ได้ทิ้งไป หรือตัดส่วน ที่สกปรกทิ้ง ๓.๑ การเตรียมและการปรุงอาหารชนิดตาง ๆ การเตรียมและการปรุงอาหารชนิดต่าง ๆ หากท�าไม่ถูกวิธี อาจท�าให้สูญเสียคุณค่าทาง อาหาร จึงควรเรียนรู้วิธีการเตรียมและการปรุง อาหาร เพื่อสงวนคุณค่าของอาหาร ดังนี้ หลักสุขาภิบาลอาหาร การสุขาภิบาลอาหารเป็นการจัดการเกี่ยวกับอาหารด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้อาหารปลอดภัย และมีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษ หรืออันตรายแก่ผู้บริโภค หลักสุขาภิบาลอาหารมีดังนี้ ๑. ความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร ๒. อนามัยของผู้ประกอบอาหารและผู้เสิร์ฟอาหาร ๓. อนามัยของการประกอบอาหารและการเสิร์ฟอาหาร ๔. ความสะอาดและความปลอดภัยของน�้า ๕. การเก็บรักษาอาหาร ๖. การล้างและเก็บภาชนะเครื่องใช้ ในการปรุงอาหาร ๗. การก�าจัดเศษอาหาร น�้าทิ้ง และอื่น ๆ ๘. การสุขาภิบาลสถานที่ประกอบอาหาร อาหารที่จะรับประทานภายในครอบครัวจะต้องค�านึงถึง คุณค่าทางอาหารและความสะอาด ๕๒ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน การปรุง และวิธีการหุงต้ม รวมทั้งปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง ๔. ความสะอาดและความปลอดภัยของน�้า 1 2 ขั้นนํา (กระบวนการปฏิบัติ) ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 1. ครูนําภาพอาหารจากโฆษณาของรานตางๆ ใหนักเรียนดู 2. ครูตั้งประเด็นอภิปรายวา • นักเรียนชอบอาหารในภาพใดมากที่สุด • อยากรับประทานอาหารใดมากที่สุด เพราะ อะไร เคยรับประทานหรือไม • นักเรียนคิดวา ตนเองสามารถทําอาหาร ดังภาพไดหรือไม เพราะอะไร จากนั้นครูถามนักเรียนวา • หากนักเรียนตองเตรียมและปรุงอาหาร ดังภาพ นักเรียนจะเตรียมและปรุงอาหาร อยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เตรียมวัตถุดิบที่สด สะอาด โดยเก็บไวในตูเย็น เตรียมเครื่องปรุง ใหครบถวน โดยเก็บในที่แหง กอนทํานําของ ที่ตองใชออกมาใหครบ แลวทําโดยคอยๆ ปรุงรส เพื่อไมใหอาหารมีรสจัดเกินไป) นักเรียนควรรู 1 หลักสุขาภิบาลอาหาร การบริหารจัดการและควบคุมสิ่งแวดลอม รวมถึง บุคลากรที่เกี่ยวของกับกิจกรรมที่เกี่ยวของกับอาหาร เพื่อทําใหอาหารสะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค พยาธิ สารเคมีตางๆ ที่เปนอันตราย หรืออาจกอให เกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัยของรางกาย และการดํารงชีวิตของผูบริโภค 2 ความปลอดภัยของนํ้า โดยเฉพาะนํ้าดื่มที่ไมไดผานกระบวนการผลิตและ ฆาเชื้ออยางถูกตอง เชน นํ้าจากแมนํ้าลําคลอง นํ้าจากทะเลสาบ หรือแหลงนํ้า ขนาดใหญ สามารถนําเชื้อจุลินทรียที่กอใหเกิดโรคมาปนเปอนอยูในอาหารได ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันเตรียมและปรุง อาหารตามความสนใจกลุมละ 1 ชนิด โดยเลือกใชพืชผักสมุนไพร ที่มีอยูในทองถิ่น หรือในครัวเรือนของตนเองมาเปนสวนประกอบ หลักในการปรุงอาหาร นําเสนอผลงานในรูปแบบคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 7 นาที จากนั้นใหแตละกลุมผลัดกันออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง และมุงมั่นในการทํางาน) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสุขาภิบาลอาหาร ไดจาก https://advisor. anamai.moph.go.th/main.php?fifilename=env209 T56


ขอสอบเนน การคิด การเตรียม และ การหุงข้าว ข้าวแต่ละชนิดมีวิธีการหุงข้าวที่แตกต่างกัน จึงควรเลือก วิธีการหุงให้เหมาะสมกับชนิดของข้าว ๑. การเก็บสิ่งปนเปอนในข้าว ควรเก็บกาก หรือสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนในข้าวทิ้ง เช่น เปลือกข้าว กรวด มอด ๒. การซาวข้าว ควรซาวข้าวให้เร็วและน้อยครั้ง ถ้าข้าวสะอาดอยู่ แล้วให้ซาวเพียงครั้งเดียว ข้าวที่รับประทานส่วนใหญ่ ในปัจจุบันเป็นข้าว ที่ขัดสีจนขาว คุณค่าทางอาหารจึงมีน้อยลง หากมี การหุงต้มที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ จะท�าให้สูญเสีย วิตามินบีไปมาก เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารในข้าว ให้มากที่สุด จึงควรหุงต้ม ดังนี้ การปรุง ๑. การหุงข้าวด้วยวิธีไม่เช็ดนำ้า ใช้น�้า ๒ ส่วนต่อข้าวเก่า ๑ ส่วน หรือใช้น�้า ๑ ส่วน ต่อข้าวใหม่ ๑ ส่วน ใส่ข้าวและน�้าตามส่วนที่ ก�าหนด ในกรณีที่หุงด้วยเตาถ่าน หรือเตาแกส ให้ยกตั้งไฟให้เดือด เมื่อเมล็ดข้าวเริ่มบานให้ หรี่ไฟลงปิดฝาหม้อให้สนิท ตั้งทิ้งไว้บนเตาไม่ต้อง คนอีก ข้าวจะระอุสุกนิ่ม หากหุงด้วยหม้อหุงข้าว ไฟฟ้าให้เสียบปลั๊กแล้วกดสวิตช์ที่หม้อหุงข้าว และรอให้ข้าวสุก ๒. การนึ่งข้าว ใช้อัตราส ่วนของข้าวและน�้าเช ่นเดียวกับการ หุงข้าวไม่เช็ดน�้า ใส่ลงในภาชนะที่ต้องการน�าไปนึ่ง การนึ่งข้าวเหนียว ควรล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่โดยใช้น�้าปริมาณน้อย ประมาณดูว่าเมื่อ เมล็ดข้าวเหนียวพองจะไม่มีน�้าเหลือมาก จึงน�า ไปนึ่งในภาชนะที่ต้องการ การเตรียม อาหารและโภชนาการ ๕๓ ๑. การเก็บสิ่งปนเปอนในข้าว ๒. การซาวข้าว 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 3. นักเรียนแสดงความคิดเห็นวา อาหารแตละ อยางในภาพนาจะทําโดยใชวิธีใดบาง 4. ครูอธิบายวิธีทําที่ถูกตองของอาหารในแตละ ภาพโดยยอ เพื่อใหนักเรียนรูถึงวิธีการหลักของ การทําอาหารชนิดนั้นๆ 5. ครูใหนักเรียนดูการเตรียมและการปรุงอาหาร จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 แลวถามนักเรียนวา • การเตรียมและหุงขาวควรทําอยางไรบาง (แนวตอบ การเตรียม เริ่มจากการเก็บสิ่ง ปนเปอนในขาว แลวจึงซาวขาว สวนการหุงขาว ดวยหมอหุงขาวใหใชนํ้า 2 สวนตอขาวเกา 1 สวน หรือใชนํ้า 1 สวน ตอขาวใหม 1 สวน แลวกดสวิตชที่หมอหุงขาว) • เพราะเหตุใดจึงควรซาวขาวใหเร็วและ นอยครั้ง (แนวตอบ เพื่อใหสูญเสียวิตามินไปกับนํ้านอย ที่สุด) นักเรียนควรรู 1 ขาว ประเทศไทยมีการปลูกขาวอยูดวยกันหลายสายพันธุ ซึ่งขาวแตละ สายพันธุจะมีคุณประโยชนที่แตกตางกัน เชน • ขาวสีแดง (ขาวหอมมะลิแดง) ชวยปองกันโรคปากนกกระจอก โรคเหน็บชา ลดการเปนตะคริว เสริมสรางเม็ดเลือด ชวยในเรื่องระบบขับถาย ปองกัน ทองผูก • ขาวสีนิล (ขาวหอมนิล) ชวยในเรื่องระบบขับถาย ลดปญหาการเกิด โรคมะเร็งลําไส ทําใหผมดกดํานุมสลวย ไมแตกปลาย • ขาวกลอง (ขาวหอมมะลิกลอง) ชวยปองกันโรคเหน็บชา โรคปากนก กระจอก โรคโลหิตจาง ลดอาการปวดตามขอ 2 การซาวขาว เปนการขจัดสิ่งสกปรก ฝุนละออง แมลง และสารเคมีตางๆ ที่ตกคางในขาวสารใหสะอาดกอนนํามาหุง หากเปนขาวสารใหม เมื่อลอง ซาวขาวแลวพบวาไมมีฝุน หรือตะกอนลอยขึ้นมา ใหซาวเพียง 1-2 ครั้ง เพื่อ เปนการรักษาคุณคาทางอาหาร นักเรียนชอบรับประทานขาวชนิดใด เพราะเหตุใดจึงชอบ รับประทานขาวชนิดนี้ (แนวตอบ ชอบรับประทานขาวกลอง เพราะขาวกลองมีประโยชน และมีคุณคาทางอาหารมากมาย เชน ใหพลังงานแกรางกาย (คารโบไฮเดรต) เสริมสรางและซอมแซมเซลลตางๆ (โปรตีน) ซอมแซมและเสริมสรางกระดูกใหแข็งแรง (แคลเซียม) ปองกัน โรคเหน็บชา (วิตามินบี 1) ปองกันโรคปากนกกระจอก (วิตามิน บี 2) ชวยในการเจริญเติบโตของรางกาย (วิตามินบี 3) เสริมสราง ประสิทธิภาพของธาตุเหล็ก (ทองแดง) เสริมสรางสุขภาพของ เหงือกและฟนใหแข็งแรง (ฟอสฟอรัส) ชวยในการทํางานของ ระบบประสาทและกลามเนื้อ (โพแทสเซียม) เพิ่มคอลลาเจนให แกผิวหนัง (สังกะสี) ชวยใหระบบขับถายดีขึ้น ลดอาการทองผูก (ใยอาหาร)) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T57


ขอสอบเนนการคิด การเตรียม การปรุง ๑. การปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว ไม่ควรใช้ ไฟแรง เพราะเนื้อสัตว์จะหดตัวเหนียว ท�าให้น�้าไหลออกจากเนื้อมากจนเสียรสชาติ ยกเว้น อาหารประเภทปลาและอาหารทะเลต้องใช้ไฟแรง หรือใช้น�้าเดือด เพื่อป้องกันไม่ ให้เกิดกลิ่นคาว ๒. การต้มและเคี่ยวเนื้อสัตวจนเปอย ควรรับประทานน�้าที่ต้มด้วย เพราะวิตามินและ เกลือแร่บางส่วนละลายอยู่ ในน�้าที่ต้ม ๓. การทอดและผัดเนื้อสัตว จะท�าให้สูญเสียวิตามินน้อยกว่าการต้มเคี่ยวเนื้อ สัตว์ที่ใช้เวลานาน ๆ ๔. การปรุงในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรมีอาหารเหลือ เพราะจะท�าให้เสียคุณค่าทาง อาหารมาก จึงไม่ควรประกอบอาหารให้เหลือเก็บ ค้างไว้หลายวัน ๕. การปิดฝาภาชนะเวลาหุงต้ม จะช่วยเพื่อให้อาหารสุกเร็วยิ่งขึ้นและป้องกันการ สูญเสียวิตามิน ๖. การปรุงอาหารให้สุก ไม่ควรรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ๆ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาจมีพยาธิ หรือมีเชื้อโรคปะปนอยู่ ควรท�าให้ สุกก่อน แล้วจึงน�ามารับประทาน การเตรียมและการปรุง อาหารประเภท เนื้อสัตว การรับประทานอาหารที่สุกใหม่ และสะอาด จะช่วยไม่ให้ เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ๑. เนื้อสัตวจำาพวกหมู วัว เปด ไก่ ปลา ล้างด้วยน�้าสะอาดแล้วให้รีบเอาขึ้นทันที หากน�า มาหั่นแล้วไม่ควรล้าง หรือแช่น�้าอีกเพราะจะท�าให้ วิตามินและเกลือแร่ในเนื้อสัตว์ละลายไปกับน�้า ๒. เนื้อสัตวจำาพวกกุ้ง ปู หอย ล้างด้วยน�้าสะอาดทั้งเปลือก ปูและหอยให้แช่น�้าผสมเกลือ และเปลี่ยนน�้าบ่อย ๆ เพื่อจะ ได้คายดินและทรายออก ๕๔ ๒. เนื้อสัตวจำาพวกกุ้ง ปู หอย 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน แลว หาคลิปวิดีโอสอนทําอาหารเพื่อเลือกอาหารที่ สนใจ โดยอาหารที่เลือกสามารถทําไดในเวลา ที่กําหนด 2. นักเรียนแตละกลุมเตรียมและปรุงอาหารตาม คลิปวิดีโอที่เลือกและแบงงานในกลุมอยาง เหมาะสม โดยครูคอยสังเกตการทํางานของ นักเรียนและใหคําแนะนํา จากนั้นครูทบทวน การเตรียมและการปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว โดยถามนักเรียนวา • การเตรียมเนื้อสัตวจําพวกหมู วัว เปด ไก ปลา ควรทําอยางไร (แนวตอบ ลางดวยนํ้าสะอาดแลวรีบนําขึ้น จากนํ้า) • การเตรียมเนื้อสัตวจําพวกกุง ปู หอย ควรทํา อยางไร (แนวตอบ ลางดวยนํ้าสะอาดทั้งเปลือก สําหรับปูและหอยใหแชนํ้าผสมเกลือและ เปลี่ยนนํ้าบอยๆ) • นักเรียนจะเตรียมและปรุงอาหารประเภท เนื้อสัตวอยางไรบาง (แนวตอบ คําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ นักเรียน เชน ใชความแรงของไฟอยาง พอเหมาะ เพื่อใหเนื้อสัตวไมกระดาง ปรุงใน ปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไมใหมีอาหารเหลือ) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการลางหอยลาย หอยแครง และหอย แมลงภูใหนักเรียนฟงวา กอนนําหอยชนิดตางๆ มาปรุงเปนอาหาร ควรนํา หอยมาทําความสะอาด เพื่อขจัดโคลน หรือทรายที่ออกมาจากตัวหอย ซึ่งมี วิธีการ คือ ผสมเกลือเล็กนอยกับนํ้าเปลา นําหอยลงไปแชในนํ้าผสมเกลือ โดยนํ้าจะตองสูงทวมตัวหอย แชทิ้งไวสักพัก หอยจะคายสิ่งสกปรกออกมา จากนั้นจึงลางดวยนํ้าสะอาด แลวจึงนําไปปรุงเปนอาหารในขั้นตอนตอไป เพราะเหตุใดจึงไมควรใชไฟแรงในขณะปรุงอาหารที่ทําจาก เนื้อสัตว 1. เนื้อสัตวจะสุกมากเกินไป 2. เนื้อสัตวจะหดตัวและเหนียว 3. เนื้อสัตวจะไมมีไขมันผสมอยู 4. เนื้อสัตวจะขาดคุณคาทางอาหาร (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะในการปรุงอาหารประเภท เนื้อสัตว ควรเลือกใชไฟออน หรือไฟแรงปานกลาง เพื่อปองกัน ไมใหเนื้อสัตวหดตัว ซึ่งจะสงผลใหเนื้อสัตวเหนียวและเสียรสชาติ มากเกินไป) นักเรียนควรรู 1 ปู หากตองการเลือกซื้อปูตัวเมียและปูตัวผู ควรมีหลักในการพิจารณา คือ หากตองการไขใหเลือกปูตัวเมีย (มีฝาปดหนาอกขนาดใหญ มีลักษณะคลายกลีบ ดอกไม ปูที่มีไขเมื่อใชนิ้วดีดกระดองจะมีเสียงแนนทึบ) หากตองการเนื้อใหเลือก ปูตัวผู (มีกามขนาดใหญ ฝาปดหนาอกเรียวเล็ก มีลักษณะคลายใบพาย) นํา สอน สรุป ประเมิน T58


การต้ม หรือ การทอดไข่ การปรุง ๑. การต้มไข่ วางไข่ ในหม้อ เติมน�้าให้ท่วมไข่ประมาณ ๑ นิ้ว ใช้ไฟแรงปานกลาง ถ้าไฟแรงมากน�้าจะเดือดจัด อาจท�าให้ไข ่แตกได้ ใส ่เกลือลงในน�้าที่ต้มไข ่ ประมาณ ๓ ช้อนชา เพื่อให้เปลือกไข่ล่อน ตักแช่ น�้าเย็นทันทีเมื่อยกลงจากเตา เพื่อป้องกันการเกิด วงแหวนรอบไข่แดง ไข่ต้มที่ดีไม่ควรมีวงแหวนที่ ไข่แดง ระยะเวลาการต้มไข่ (ใช้ ไข่สดอุณหภูมิห้อง) • ไข่ต้มชนิดยางมะตูม ไข่ไก่ ใช้เวลา ๕ นาที ไข่เป็ด ใช้เวลา ๘ นาที • ไข่ต้มชนิดไข่แดงแข็ง ไข่ไก่ ใช้เวลา ๘-๑๐ นาที ไข่เป็ด ใช้เวลา ๑๐-๑๕ นาที ๒. การลวกไข่ ระยะเวลาการลวกไข่ (ใช้ ไข่สดอุณหภูมิห้อง) • ไข่ลวก ให้น�าไข่ ใส่ลงในภาชนะที่ทนความร้อนได้ เทน�้าเดือดลงไปพอให้ไข่จม ปิดฝาทิ้งไว้ ๓ นาที ๓. การทอดไข่ ควรใช้ ไฟแรงปานกลาง และใช้ระยะเวลาสั้น ๔. การต้ม หรือการทอดให้สุก ควรต้ม หรือทอดไข่ให้สุกทั่วทั้งหมด เพราะไข่ดิบ จะท�าให้ย่อยยาก ไข่ทอดและไข่ต้มมีวิธีท�าที่ต่างกันจึงควรใช้อุปกรณ์ ความ แรงของไฟ และระยะเวลาให้เหมาะสม การเตรียม การล้างทำาความสะอาดเปลือกไข่ ควรล้างเปลือกไข่ ให้สะอาดก่อนน�ามาต้ม เนื่องจากไข่ อาจมีขี้ไก่ หรือฝุ่นผงจากการขนส่งติดอยู่ อาหารและโภชนาการ ๕๕ ๓. การทอดไข่ ควรต้ม หรือทอดไข่ให้สุกทั่วทั้งหมด เพราะไข่ดิบ 1 2 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 3. ครูและนักเรียนแตละกลุมตรวจสอบผลงาน ของตนเอง และพิจารณาถึงสิ่งที่ตองแกไข หรือพัฒนา เพื่อนําไปใชในการทําครั้งถัดไป จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การตมหรือการทอดไขควรเตรียมไขอยางไร (แนวตอบ ลางทําความสะอาดใหสะอาด โดยเฉพาะไขที่นํามาตม) • หากนักเรียนตองการไขตมชนิดยางมะตูม ควรทําอยางไร (แนวตอบ ตมไขอุณหภูมิหอง โดยไขไกใชเวลา ตม 5 นาที ไขเปดใชเวลาตม 10-15 นาที) • การทอดไขควรทําอยางไร (แนวตอบ ควรใชเวลาสั้น จึงควรใชไฟแรง ปานกลางเพื่อใหสุกเร็ว) ใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชนของการบริโภค ไขไกและไขเปด พรอมทั้งคนหาสูตรอาหารที่มีไขเปนสวนประกอบ หลักตามความสนใจ 1 รายการ จัดทําเปนสมุดเลมเล็ก ตกแตงให สวยงาม นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนคิดคนเมนูอาหารที่นําไขมาใชเปนสวนประกอบ หลักตามความคิดสรางสรรคและจินตนาการคนละ 1 รายการ จากนั้นฝกประกอบอาหารที่บาน ถายภาพและบันทึกขั้นตอน การประกอบอาหารลงในกระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน นักเรียนควรรู 1 การทอดไข การทอดไขเจียวดวยหมอจะทําใหไขฟูดูนารับประทาน ทําได โดยการเทนํ้ามันใสหมอ รอใหนํ้ามันรอน เจียวไขพรอมปรุงรสชาติตามตองการ โดยตีไขดวยความเร็วเทาๆ กัน จนเกิดฟอง เทไขลงในหมอ ทอดจนไขเหลืองกรอบ นารับประทาน จากนั้นยกขึ้นใสตะแกรง เพื่อใหสะเด็ดนํ้ามัน 2 ไขดิบ การรับประทานไขไก 1 ฟอง จะมีโปรตีนและไขมันที่ใหความรอนแก รางกายประมาณ 70-90 กิโลแคลอรี เทียบเทากับการดื่มนม 30 มิลลิลิตร หรือ การกินเนื้อสัตว 42 กรัม หากตองการใหรางกายไดรับประโยชนอยางเต็มที่จะตอง นําไขไกมาปรุงใหสุกกอนนํามารับประทาน เนื่องจากการรับประทานไขดิบจะ ทําใหไมไดรับคุณคาทางสารอาหาร เพราะไขดิบมีความลื่นสูง ทําใหไขผานลําไส เล็กลงไปอยางรวดเร็ว จนไมสามารถดูดซึมสารอาหารไดทัน และเมือกของไขขาว ยังเปนตัวขัดขวางการทํางานของนํ้ายอยในกระเพาะอาหารอีกดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T59


ขอสอบเนนการคิด การเตรียม และการ ปรุงอาหาร ประเภทผัก การเตรียม ๑. ผักสด เมื่อซื้อผักสดมาแลวยังไมได ใช งานใหเก็บในตูเย็น หรือในที่เย็น พรมนํ้าหอดวยใบตอง หรือใชผาสะอาด ชุบนํ้าบิดพอหมาดคลุมไว ๒. ผักรับประทานทั้งเปลือก ผักชนิดใดที่รับประทานทั้งเปลือกไดไมตองปอก เชน แตงกวา เพราะมี วิตามินอยูที่เปลือก การปรุง ๑. การใชไฟแรงและระยะเวลาสั้น การใชไฟแรงและระยะเวลาสั้นจะชวยสงวนคุณคา ของอาหารไว ไดมากกวาการหุงตมนาน ๆ และ สามารถนํานํ้าตมผักมาประกอบอาหารไดดวย เชน ใชทํานํ้าแกงจืด ๒. อาหารประเภทยํา หรือสลัดผัก เมื่อคลุกแลวตองนํามารับประทานทันที จะทําให ไดรสชาติและประโยชนมากกวาการคลุกทิ้งไวนาน ๓. อาหารประเภทแกงจืด ใหปรุงนํ้าแกงใหเสร็จกอน แลวจึงใสผักเปนลําดับ สุดทาย เมื่อสุกใหยกลงจากเตา ควรหั่นผักตามปริมาณที่ตองการใช เพราะผักที่หั่นไวมาก เมื่อนําไปเก็บไวนาน จะทําใหเนาเสียได ๓. การลางทําความสะอาด ควรตัดสวนที่ไมตองการออกกอนลาง โดยตัดราก และสวนที่เนาชํ้าทิ้งไป ถาเปนผักใบ เชน ผักกาด ควรตัดลางใหสะอาดทุกใบ เพราะดินทรายและ สิ่งสกปรกจะติดอยูตามซอกของกานใบ หลังจาก ลางผักแลวไมควรนําไปแชนํ้าอีก เพราะจะทําให สูญเสียวิตามินไปกับนํ้า ๔. การลางโดยไมใหวิตามินถูกทําลาย วิตามินที่ละลายในนํ้า เชน วิตามินซี วิตามินบี ๑ จะสลายตัวไดงายเมื่อถูกดาง หรือนํ้าที่ ใชเปนดาง ดังนั้น การใช โซเดียมไบคารบอเนตเติมลงในนํ้า เพื่อลางสารพิษจะทําใหสูญเสียวิตามินมากขึ้น ๕. การเตรียมผักเพื่อประกอบอาหารทันที ควรเตรียมผักใกลเวลาที่จะปรุง หากเตรียมลวงหนานาน จะทําใหผักเหี่ยวเฉาและเสียคุณคาทางโภชนาการได ๕๖ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 4. นักเรียนแตละกลุมทบทวนวิธีการทําอาหาร ชนิดเดิมที่เคยทําตามคลิปวิดีโอ แลวสังเกต วาการเตรียมและการปรุงอาหารประเภทผัก เหมือนกับหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 3 หนา 56 หรือไม อยางไร จากนั้น ครูตั้ง ประเด็นคําถาม เชน • การเตรียมผักสดควรเตรียมอยางไร • จะลางผักอยางไรไมใหวิตามินถูกทําลาย • การปรุงอาหารประเภทผักสามารถปรุงได อยางไรบาง • เพราะเหตุใดจึงตองประกอบอาหารทันที หลังจากที่เตรียมผักแลว • การปรุงผักในอาหารประเภทแกงจืดควรทํา อยางไรบาง เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการหั่นผักใหนักเรียนฟงวา การหั่นผักเพื่อ ใหเกิดความสวยงาม สามารถปฏิบัติได ดังนี้ • การหั่นผักที่มีลักษณะโคงมน ใหหั่นสวนใดสวนหนึ่งของผักใหเรียบ กอน จากนั้นจึงนําสวนที่เรียบวางลงบนเขียง แลวจึงหั่นใหไดขนาดตาม ตองการ วิธีนี้ชวยใหวัตถุดิบไมกลิ้งไปมาในขณะหั่น • การซอย หรือการหั่นละเอียด ใหกดปลายมีดติดกับเขียง แลวยกสวน โคนมีดในการหั่นเทานั้น โดยใชมือซายประคองกดที่สันมีดไว • การหั่นผักที่ดีตองเกิดจากการเฉือนและการกดของใบมีดลงไปที่ผัก พรอมๆ กัน จึงจะทําใหหั่นงายและเกิดรอยหั่นที่สวยงาม หากกดมีด เพียงอยางเดียวโดยไมมีการเฉือน จะตองออกแรงมากกวาปกติ และจะ สงผลใหเสียความชุมฉํ่าของผักได หากตองการทํานํ้าผักเพื่อสุขภาพไวดื่ม แตผักมีกลิ่นเหม็นเขียว จะแกปญหาที่เกิดขึ้นอยางไร 1. เติมเกลือและนํ้าตาลลงไปตามความชอบ 2. ตมผักใหสุก ทิ้งไวจนเย็น จึงนํามาปน 3. นําผักไปแชนํ้าเย็นจัดกอนปน 4. บีบมะนาวลงไปในขณะปน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะความเย็นจะชวยลดกลิ่น เหม็นเขียวลงได ซึ่งทําไดโดยการนําผักที่ตองการปนมาลางให สะอาด จากนั้นแชในนํ้าเย็นจัดกอนทิ้งไวสักพัก เมื่อตองการปน ใหใชนํ้าแข็งเปนสวนประกอบหลักแทนนํ้าสะอาดจะชวยลดกลิ่น เหม็นเขียวลงได) นํา สอน สรุป ประเมิน T60


ขอสอบเนน การคิด การปรุง ๑. การใส่เกลือเมื่อเริ่มหุงต้ม จะท�าให้ ได้รสเค็มสม�่าเสมอทั่วทั้งเมล็ด ส่วนน�้าตาล ให้เติมลงไปเมื่อถั่วสุกแล้ว มิฉะนั้นข้างในเมล็ดจะ ไม่สุก ๒. การหุงต้มถั่วเมล็ดแห้ง จะใช้เวลานานกว่าเนื้อสัตว์ เนื่องจากถั่วเมล็ดแห้ง มีความชื้นต�่า และมีเปลือก ซึ่งน�้าซึมผ่านได้ยาก จึงต้องใช้เวลานาน เพื่อให้ความร้อนซึมเข้าไปถึง จุดภายในเมล็ดถั่ว และเมื่อถั่วเมล็ดแห้งต้มสุกจะ มีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ ๒ เท่าของถั่วดิบ เมื่อ ต้มถั่วในน�้าเดือด ๒ นาที ปิดฝาทิ้งไว้ ๑ ชั่วโมง จะได้ผลเหมือนการแช ่ค้างคืน วิธีนี้ช ่วยสงวน วิตามินบี ๑ และเกลือแร่ รวมทั้งเป็นการดับกลิ่น เหม็นเขียวของถั่ว ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ ควรใช้น�้า ๒ ๑ ๒ -๓ ถ้วยตวง ต ่อถั่วเมล็ดแห้ง ๑ ถ้วยตวง การเตรียม และหุงต้ม ถั่วเมล็ดแห้ง ต่างๆ การเตรียม ๑. การนำาเปลือกออก การแช่น�้าก่อนน�าไปหุงต้ม ซึ่งเป็นวิธีง่ายที่สุด เปลือกจะอมน�้ามาก เมล็ดในแยกออกจากกันได้ ง่ายเพียงใช้มือถูเบา ๆ ก็จะหลุดออก ๒. การแช่นำ้า การน�าถั่วไปแช่น�้าก่อนหุงต้ม จะช่วยให้ถั่วสุกเร็วขึ้น ถ้าแช่ น�้าเย็นให้แช่ค้างคืน ถั่วมีหลากหลายประเภท จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับ การน�ามาประกอบอาหาร อาหารและโภชนาการ ๕๗ ถั่วเมล็ดแห้ง 1 เหม็นเขียวของถั่ว ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 5. นักเรียนแตละกลุมเตรียมและปรุงอาหารชนิด เดิมอีกครั้ง โดยไมดูคลิปวิดีโอ แลวนําสิ่งที่ตอง แกไขหรือพัฒนามาใชในการทําอาหารครั้งนี้ โดยครูคอยสังเกตการทํางานของนักเรียนและ ใหคําแนะนํา 6. ครูและนักเรียนตรวจสอบผลงาน จากนั้นครูตั้ง ประเด็นอภิปรายวา มีกลุมใดใชถั่วเมล็ดแหงบาง นักเรียนทําอยางไร ใหเลาใหเพื่อนในชั้นเรียน ฟง ครูจึงถามนักเรียนวา • การเตรียมและหุงตมถั่วเมล็ดแหงตางๆ ควรทําอยางไรบาง (แนวตอบ เตรียมโดยการนําเปลือกออกแลว นําไปแชนํ้า จากนั้นใสเกลือ การหุงตมจะ ใชเวลานานแตกตางกันขึ้นอยูกับชนิดของ ถั่วเมล็ดแหง) เพราะเหตุใดจึงตองนําถั่วไปแชนํ้ากอนนํามาประกอบอาหาร 1. เปนการลางสิ่งสกปรกที่ปะปนมากับถั่ว 2. ลดระยะเวลาการตม ทําใหถั่วสุกเร็วขึ้น 3. เพิ่มรสชาติของถั่วใหมีความหวานมากยิ่งขึ้น 4. เก็บรักษาคุณคาทางอาหารไมใหหายไปในขณะตม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการนําถั่วลงไปแชในนํ้ากอน นํามาประกอบอาหาร จะชวยทําใหถั่วสุกเร็วขึ้น ลดระยะเวลา การตมใหนอยลง เปนการชวยประหยัดพลังงานไดอีกทางหนึ่ง) นักเรียนควรรู 1 ถั่ว เปนธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชนอยางมากมาย เชน มีสารตาน อนุมูลอิสระ ชวยชะลอความแก ชวยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงตอการเกิด โรคมะเร็ง มีวิตามินบีและธาตุเหล็กสูง ชวยควบคุมนํ้าหนักและลดความอยาก อาหาร ชวยลดคอเลสเตอรอล ชวยใหระบบขับถายทํางานไดตามปกติ ควบคุม เชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร 2 เอนไซม มีอยูในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดตามธรรมชาติ เอนไซมจะสลายตัวไดงาย เมื่อถูกความรอนสูง เมื่อเอนไซมถูกทําลาย รางกายจะเรงสรางเอนไซมขึ้นใหม ซึ่งจะสงผลใหตับออนทํางานหนัก หากสรางเอนไซมไดไมเพียงพอ อาหารจะ ไมถูกยอย จะมีอาการตับออนบวม ออนเพลียเปนประจํา ทองผูก มีกลิ่นปาก นํ้าหนักตัวเพิ่มขึ้นไดงาย มีอาการของโรคภูมิแพ บางครั้งอาจมีอาการของโรค หอบหืดรวมดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T61


ขอสอบเนนการคิด ๓.๒ หลักการประกอบอาหาร การประกอบอาหาร เป็นการท�าอาหารให้ สุกด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น หุง ต้ม ปิ้ง ย่าง เผา อบ ก ่อนการประกอบอาหารจะต้องมีการเตรียม ทั้งการปอก การล้าง การหั่น การสับ และการคลุก สารอาหารจะเหลืออยู่น้อยหรือมากขึ้นอยู่กับ การเตรียม ถ้าท�าไม่ถูกต้องตามหลักการประกอบ อาหารแล้ว อาจท�าให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ไม่เพียงพอ ข้อควรค�านึงในการประกอบอาหาร มีดังนี้ ๑) ประโยชนของการประกอบอาหาร การหุงต้มอาหารมีประโยชน์ ดังนี้ ๑. ความร้อนจะท�าให้อาหารสุก สะอาด ถูกสุขลักษณะ และท�าลายเชื้อโรค ควรใช้ความร้อนสูงและนานพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ๒. ท�าให้อาหารย่อยง่ายขึ้น ส�าหรับการท�าอาหารให้สุกโดยวิธีการหุงต้ม เช่น อาหารประเภทข้าว เผือก มัน เมื่อสุกแล้วผนังเซลล์ของเมล็ดแป้งจะแตกออก ท�าให้น�้าที่เข้าไปผสม ท�าการย่อยได้ทั่วถึง ถ้ารับประทานดิบการย่อยจะไม่สมบูรณ์ เมื่ออาหารย่อยไม่หมด อาจท�าให้ เกิดแกสในกระเพาะอาหาร จะมีอาการท้องอืด ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ถ้าท�าให้สุกจะย่อยง่าย แต่ถ้าสุกจนแข็งหรือเหนียว เช่น เคี่ยวเนื้อสัตว์ใช้ ไฟแรงจะท�าให้ย่อยยาก อาหารประเภทผักและ ผลไม้เมื่อสุก เส้นใยในผัก ผลไม้ที่เรียกว่า “เซลลูโลส” จะอ่อนตัวลง ท�าให้เคี้ยวและย่อยง่ายขึ้น ๓. ท�าให้อาหารเปลี่ยนไปจากวัตถุดิบที่จัดเตรียมไว้ เช่น จากผักดิบเป็นผักสุก จากเนื้อสัตว์ดิบที่รับประทานไม่ได้ เมื่อน�ามาประกอบอาหารท�าให้เนื้อสัตว์สุกสามารถรับประทานได้ มีกลิ่นและรสชาติดีขึ้น ๔. ท�าให้อาหารมีสีสันสวยงามเป็นการดึงดูด ความสนใจให้น่ารับประทานเกิดความอยากบริโภคอาหาร ๕. ท�าให้เก็บอาหารไว้ได้นานขึ้น ผลไม้สุก และสด เช่น มะม่วง สับปะรด กล้วย ถ้าเก็บไว้นานจะเกิด ปฏิกิริยาของเอนไซม์ ในผลไม้ หรือจากแบคทีเรีย ถ้าท�าให้ สุกโดยการต้ม กวน ตากแห้ง ความร้อนจะไประงับไม่ ให้ เอนไซม์และแบคทีเรียท�างานได้ ท�าให้เน่าเสียช้าลงและเก็บ ไว้ได้นานขึ้น ในการประกอบอาหารจะต้องค�านึงถึงคุณค่าทางอาหารและ รสชาติที่สมาชิกในครอบครัวจะได้รับด้วย ๕๘ อาด ถูกสุขลักษณะ และท�าลายเชื้อโรค 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 ฝกใหเกิดความชํานาญ 7. นักเรียนแตละกลุมคนควาวิธีการทําอาหาร ชนิดอื่นที่มีวิธีการเตรียมและปรุงที่ใกลเคียง กับอาหารชนิดเดิม แลวเลือกมา 1 ชนิด 8. นักเรียนแตละกลุมเตรียมและปรุงอาหาร ที่เลือก โดยครูคอยสังเกตการทํางานของ นักเรียนและใหคําแนะนํา เมื่อปรุงอาหารเสร็จ ครูถามนักเรียนวา • การประกอบอาหารมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ ทําใหอาหารสุก สะอาด ทําลาย เชื้อโรค ยอยงาย นารับประทาน เก็บไดนาน) นักเรียนควรรู 1 ทําลายเชื้อโรค การประกอบอาหารดวยความรอนสูงและนานเพียงพอ จะทําใหเชื้อโรคที่อยูในอาหารถูกทําลาย สามารถรับประทานอาหารไดอยาง ปลอดภัย อาหารสุกควรรับประทานทันที เพื่อความสะอาดและรสชาติที่ดี ในฤดูรอนเชื้อโรคในอาหารจะเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว ทําใหอาหารบูด และเสียไดงาย พบวา มีผูปวยจากอาหารเปนพิษจํานวนมาก จึงควรรับประทาน อาหารที่สะอาดและสดใหม สวนเชื้อโรคที่กอใหเกิดอาหารเปนพิษมีทั้งไวรัส และปรสิต เชน ไวรัสโคโรนา ไวรัสอะดีโน ไวรัสโรตา ไวรัสตับอักเสบเอ รวมถึง เชื้อแบคทีเรียตางๆ เชน อีโคไล บาซิลลัสซีเรียส สื่อ Digital ศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการประกอบอาหาร ไดจาก http://www.human.cmu.ac.th/home/research/research/data/food.pdf การประกอบอาหารโดยใชความรอนไมเพียงพออาจทําให อาหารเนาเสียได เพราะเหตุใด (แนวตอบ เพราะความรอนที่ไมเพียงพอทั้งอุณหภูมิและ ระยะเวลาจะทําใหเชื้อโรคไมถูกทําลาย หรือถูกทําลายไมหมด อาหารจึงเนาเสียหรือเปนพิษ อาจเกิดสี กลิ่น แกส และการไหลเยิ้ม ของของเหลว) นํา สอน สรุป ประเมิน T62


ขอสอบเนน การคิด อากาศ นำ้า ไอนำ้า นำ้ามัน การปิ้ง การย่าง การอบ การเผา การต้ม การเคี่ยว การนึ่ง การตุน การผัด การเจียว การรวน การทอด การใช้ตัวนำาความร้อนในการประกอบอาหาร ๒) ประเภทของตัวน�าความร้อนที่ใช้ ในการประกอบอาหาร วิธีการประกอบ อาหารให้สุกโดยใช้ความร้อน สามารถจ�าแนกได้หลายวิธีตามชนิดของตัวน�าความร้อน เช่น ตัวนำาความร้อน วิธีใช้ความร้อนแห้ง เหมาะส�าหรับอาหารประเภท ที่สุกง่าย และจะมีกลิ่นหอมเพราะถูกเปลวไฟ แต่ หากใช้เวลานานเกินไปอาจท�าให้อาหารแห้งและ ไหม้ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ วิธีที่ท�าได้นานโดยอาหารไม่แห้ง เหมาะส�าหรับ เคี่ยวเนื้อสัตว์ที่มีความเหนียว จึงควรรับประทาน น�้าซุป เพราะมีวิตามินและเกลือแร่ที่ละลายออกมา การใช้ความร้อนรักษาความชื้นในอาหาร ไอน�้า ที่ร้อนจัดจะแทรกไปในอาหารได้รวดเร็ว เนื้อสัตว์ ที่ได้จะเปือยนุ่มเร็ว หากใช้เวลานานเกินไปอาจ สูญเสียวิตามินบีและวิตามินซีได้ การท�าให้สุกได้รวดเร็วที่สุด แต่อาหารจะไม่เปือยนุ่ม การทอดควรใช้น�้ามันที่ทนความร้อนได้ดี ส ่วน การผัดควรใช้น�้ามันที่มีไขมันดี แต่การใช้น�้ามัน อาจท�าให้สูญเสียวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเคได้ วิธีการประกอบอาหาร อาหารและโภชนาการ ๕๙ ขั้นสรุป 1. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน โดยอธิบายถึงการเตรียม และการปรุงอาหาร 2. ครูและนักเรียนรวมกันชิมและติชมอาหารของ แตละกลุม 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับการเตรียม และการปรุงอาหารชนิดตางๆ เชน ขาว เนื้อสัตว ไข ผัก ถั่วเมล็ดแหง จากนั้นใหนักเรียนชวยกัน อธิบายเกี่ยวกับตัวนําความรอนและวิธีประกอบ อาหารวา วิธีประกอบอาหารแบบใดใชตัวนํา ความรอนแบบใด แลวตั้งประเด็นคําถาม เชน • วิธีการประกอบอาหารใดบางที่ใชอากาศ เปนตัวนําความรอนในการประกอบอาหาร • วิธีการประกอบอาหารใดสามารถทําไดนาน โดยอาหารไมแหง เพราะอะไร • การนึ่งและการตุนชวยรักษาความชื้นใน อาหารได เพราะเหตุใด 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 3.2 แลวนํามาสงครู จินตนาควรเลือกใชภาชนะในขอใดตุนเนื้อหมู 1. หมอเคลือบ 2. หมอสเตนเลส 3. หมออะลูมิเนียม 4. หมออัดความดัน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะหมออัดความดันจะชวยให อาหารคงรสชาติความอรอยโดยไมสูญเสียวิตามินในอาหาร ใช เวลานอยกวาหมอทั่วไป จึงชวยรักษาคุณคาทางอาหารไดดีกวา ภาชนะอื่น) บูรณาการอาเซียน ครูใหขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารในอาเซียน เชน • อัมบูยัต (Ambuyat) คลายขาวตม หรือโจก มีสวนผสมของแปงสาคู เปนหลัก โดยทั่วไปรับประทานแทนขาว โดยจะมีอาหารจานหลักและเครื่องเคียง อยางนอย 3 อยาง วางอยูโดยรอบ • อาม็อก (Amok) คลายหอหมกของไทย ทําจากปลา นํ้าพริก เครื่องแกง และกะทิ • อโดโบ (Adobo) เปนอาหารยอดนิยมของประเทศฟลิปปนส เปนที่นิยม ของนักเดินทางหรือนักเดินเขา ทําจากหมูหรือไกที่ผานกรรมวิธีหมักและปรุงรส โดยจะใสซีอิ๊วขาว นํ้าสมสายชู กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดํา นําไป ทําใหสุกโดยใสในเตาอบหรือทอด และรับประทานกับขาว เพื่อใหนักเรียนวิเคราะหถึงการประกอบอาหารเหลานั้นวาใชวิธีใดบาง สามารถเลือกอาหารใหกับบุคคลที่มีขอจํากัดตางๆ ไดอยางเหมาะสม เชน ผูสูงอายุควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง นํา สอน สรุป ประเมิน T63


๓) การเปลี่ยนแปลงหลังการประกอบอาหาร อาหารเปลี่ยนแปลง ดังนี้ ô การแปรรูปอาหาร ประเทศไทยเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ซึ่งในบางฤดู ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มีเป็นจ�านวนมาก ท�าให้ราคาผลผลิตต�่าจนมีการ ปล่อยทิ้งให้เน่าเสีย ในขณะที่บางฤดู ผัก ผลไม้มีผลผลิตออกมาน้อย ท�าให้มีราคาสูง วิธีการหนึ่ง ที่จะท�าให้ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มีรับประทานได้ตลอดทั้งปีในราคาที่เหมาะสม คือ การน�ามาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณค่าทางอาหาร เก็บรักษาได้นาน และมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ๔.๑ ความหมายและความส�าคัญของการแปรรูปอาหาร การแปรรูปอาหาร เป็นกระบวนการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปร่าง และรสชาติของอาหาร ให้มีลักษณะแปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่า และคุณภาพ สามารถเก็บไว้รับประทานได้เป็นระยะเวลานาน และน�าไปใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น เช่น การท�ากล้วยตาก การท�ากล้วยกวน การท�าผลไม้แช่อิ่ม การดองผัก การเชื่อมผลไม้ การท�าน�้าผลไม้ การท�ากะปิ การท�ากุ้งแห้ง การท�าปลาเค็ม การประกอบอาหารหลาย ๆ วิธีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ละคนอาจใช้วิธีการที่แตกต่างกัน ตามความนิยม ความเคยชิน และความสะดวกสบาย แต่ข้อส�าคัญที่ควรค�านึงถึง คือ ควรรักษาคุณค่า ทางอาหารให้มากที่สุด เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของร่างกาย • รส โดยทั่วไปการประกอบอาหารประเภทผัก ผลไม้ ควรรักษารสชาติให้ ใกล้เคียงธรรมชาติ มากที่สุด ขณะปรุงอาหารสารอาหารบางประเภท ที่ระเหยได้อาจเสียไป ขณะที่บางประเภทละลาย ลงไปอยู ่ในน�้าที่ใช้ในการปรุง เพราะฉะนั้น น�้าต้มผักจึงมีรสหวาน • กลิ่น อาหารจะมีกลิ่นหอมชวนให้รับประทาน เช่น ไข่เจียว กระเทียมเจียว • สี ผักผลไม้จะเปลี่ยนสีไปเมื่อผ่านการปรุง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของผักผลไม้ ภาชนะที่ ใช้ ในการ ประกอบอาหารและความเป็นกรดหรือเป็นด่าง ของน�้า และป้องกันไม่ ให้แมลง หนู มดมากัดกิน เศษอาหาร • รูปร่าง จะเปลี่ยนแปลงไป เช่น การต้มผักที่มี น�้ามาก น�้าในผักจะลดลง ท�าให้ผัก ไม่สามารถคงรูปร่างเดิมไว้ ได้ ๖0 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูประเมินผลจากผลงานและการนําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 3.2 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อนเพื่อสังเกตอาหารทั้งกอนและหลังการ ประกอบอาหารวา มีความเปลี่ยนแปลงไปอยางไรบาง ใหนักเรียน ชวยกันบันทึกขอมูล แลวนํามารายงานหนาชั้นเรียน ใหนักเรียนชิมอาหาร 2 ประเภท ซึ่งผานการประกอบอาหาร แลว โดยเปนอาหารชนิดเดียวกัน คือ ประเภทที่ไมผานการปรุงรส และประเภทที่ผานการปรุงรส บันทึกขอมูลที่ไดจากการชิม แลวนําสงครูผูสอน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T64


ขอสอบเนน การคิด การแปรรูปอาหารต้องศึกษาวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่แปรรูป และผู้บริโภค ไม่มีสารตกค้างใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ Be careful การแปรรูปอาหารมีความส�าคัญ ดังนี้ ๑. ช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดซื้ออาหาร ๒. ช่วยประหยัดทรัพยากร โดยน�ามาแปรรูปใหม่ ไม่ทิ้งของเหลือ ๓. ท�าให้ได้อาหารที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม ได้รสชาติใหม่ ท�าให้ผู้รับประทานอาหารไม่เบื่อ ๔. ได้คุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้นจากการเติม เนื้อสัตว์ หรือผักสด ๕. ท�าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการแปรรูป อาหาร เพื่อให้ได้อาหารชนิดใหม่ ๖. ช่วยถนอมอาหารบางประเภท เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีมากตามฤดูกาล ๗. ช ่วยเพิ่มมูลค ่าและรายได้ เช่น กล้วยกวน สับปะรดกระป๋อง ทุเรียนทอด ๔.๒ หลักการแปรรูปอาหาร การแปรรูปอาหารจ�าเป็นต้องค�านึงถึงหลักการส�าคัญต่าง ๆ ดังนี้ ๒. เมื่อแปรรูปแล้วจะได้อาหารใหม่ที่มีรสชาติ ลักษณะแตกต่างไปจากอาหารเดิม มองดู น่ารับประทานยิ่งขึ้น ๓. คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่แปรรูป ต้องไม่สูญเสียมาก ๑. อาหารที่น�ามาใช้แปรรูปต้องอยู่ในสภาพดี ไม่มีกลิ่นเน่าเสีย ๔. ไม ่น�าสารปรุงแต ่งอาหารที่ให้โทษมาใช้ ในการแปรรูป ๕. สามารถน�าไปรับประทาน จัดเลี้ยง หรือ จ�าหน่ายเป็นรายได้เสริมได้ นวัตกรรมอาหารแปรรูป ผลไม้แปรรูปสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน โดยยังคง คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วน ๖๑ สารปรุงแต ่งอาหารที่ 1 ขั้นนํา (กระบวนการกลุมสัมพันธ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. ครูนําอาหารที่ผานการแปรรูปและถนอม อาหารมา 4-5 ชนิด แลวสงใหนักเรียนดูทั่ว ชั้นเรียน 2. ครูถามนักเรียนวา สิ่งที่ครูนํามาคืออะไรบาง ทํามาจากอะไร ทําเพื่ออะไร มีรสชาติอยางไร นักเรียนรวมกันตอบและแสดงความคิดเห็น 3. ครูถามนักเรียนวา นอกจากสิ่งที่ครูนํามานี้ นักเรียนรูจักอาหารที่ผานการแปรรูปและการ ถนอมอาหารอะไรอีกบาง อาหารเหลานั้นมีวิธี การทําอยางไร ครูและนักเรียนพูดคุยกัน 4. ครูอธิบายถึงสารตกคางตางๆ ที่อาจมีใน อาหารที่ผานการแปรรูปและการถนอมอาหาร อาหารจึงควรผานวิธีการทําที่ถูกตอง เพื่อให ผูบริโภคสามารถบริโภคไดอยางปลอดภัย ครูให นักเรียนดูหลักการแปรรูปอาหารในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 61 จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การแปรรูปอาหารมีความสําคัญอยางไร (แนวตอบ เชน ประหยัดทรัพยากร เพิ่มมูลคา และรายได ไดอาหารรสชาติใหม) • หลักการแปรรูปอาหารมีอะไรบาง (แนวตอบ เชน รสชาติตางจากเดิม ไมสูญเสีย คุณคาทางโภชนาการ ไมใสสารปรุงแตง อาหารที่ใหโทษ) พืชในขอใดแปรรูปแลวเพิ่มมูลคาไดมากที่สุด 1. มังคุด-สบูมังคุด 2. กลวย-กลวยกวน 3. มะขาม-มะขามสามรส 4. สับปะรด-สับปะรดเชื่อม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะสบูเปนผลิตภัณฑเกี่ยวกับ ผิวพรรณ ซึ่งถาทําจากวัตถุดิบธรรมชาติจะเพิ่มมูลคาไดมาก มีราคาแพง รวมถึงผลผลิตของมังคุดมักจะมีนอยกวากลวย มะขาม และสับปะรดอีกดวย) นักเรียนควรรู 1 สารปรุงแตงอาหาร เปนสารที่เพิ่มเขาไปในอาหาร ทั้งสารที่ไดจากธรรมชาติ และสารจากการสังเคราะห สารปรุงแตงอาหารที่ใชกันทั่วไป เชน สารอาหาร สีผสมอาหาร สารเพิ่มกลิ่นและรสชาติอาหาร สารกันบูด สารปรุงแตงที่ใช ในอาหารตองไดรับการรับรองวา เปนสารที่สามารถนํามาใชประกอบอาหาร ไดอยางปลอดภัย โดยสารปรุงแตงอาหารจะตองมีคุณสมบัติหรือนํามาใช ดังนี้ • ตองใชในปริมาณจํากัด • มีคุณสมบัติเปนที่ตองการสําหรับผลิตภัณฑอาหาร เชน ปองกันเชื้อรา • มีคุณสมบัติชวยรักษาความสดของอาหารและมีความปลอดภัย • ระบุอยางชัดเจนบนฉลากอาหาร สารปรุงแตงที่ควรหลีกเลี่ยง เชน • ความหวานสังเคราะห • ผงชูรส • ไขมันทรานส • โซเดียมไนไตรท นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T65


ขอสอบเนนการคิด ๔.๓ วิธีการแปรรูปอาหารประเภทตางๆ โดยทั่วไปอาหารที่สามารถน�ามาแปรรูปเป็นอาหารใหม่ได้ มีดังนี้ ผลไม้บางชนิดจะล้นตลาดในบางฤดูกาล ท�าให้มีราคาถูก และไม่สามารถ เก็บไว้ได้นาน เพราะจะสุกงอมและเน่าเสีย จึงสามารถน�าผลไม้เหล่านั้นมา แปรรูปได้หลายวิธี เช่น การกวน การเชื่อม การแช่อิ่ม ผลไม้ที่มีมากในฤดูกาล ขั้นตอนการทำา ๑ ช้อนหัวกะทิให้ได้ปริมาณ ๑ ถ้วยตวง เคี่ยวจนเป็นน�้ามันมะพร้าว (ขี้โล้) ๒ ผสมกล้วยกับกะทิที่เหลือเข้าด้วยกัน กวนด้วยไฟปานกลาง จน กระทั่งงวดลง ๓ ใส่น�้าตาลมะพร้าว ลดไฟอ่อน กวนต่อไปจนเหนียว ใส่น�้ามัน มะพร้าว (ขี้โล้) ทีละน้อยจนหมด กวนต่อจนกล้วยแห้ง เหนียว ร่อน ไม่ติดกระทะ ๔ ทิ้งไว้ ให้เย็น ห่อด้วยกระดาษแก้วใส หรือบรรจุใส่ภาชนะแห้ง สะอาด ฝาปิดสนิท สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ส�าคัญและจ�าเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์ โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี ๖ วิตามินบี ๑๒ และวิตามินซี มีน�้าตาลตามธรรมชาติ ได้แก่ ซูโครส ฟรักโทส และกลูโคส ๒. มีกากใยอาหารที่ส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ตัวของร่างกาย มีสารแทนนินช่วยในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • กระดาษแก้วใส • กระทะทองเหลือง • ไม้พายหรือไม้พายพลาสติกทนความร้อน ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • กล้วยน�้าว้าสุกงอมบดละเอียด ๕ ถ้วยตวง • น�้าตาลมะพร้าว ๓ ถ้วยตวง • กะทิ ๕ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๑ ๔ ช้อนชา เคล็ดลับ การท�าน�้ามันมะพร้าว (ขี้โล้) จะท�าให้กล้วยกวนมีความหอม หวาน มัน นอกจากนี้ การ เลือกใช้น�้าตาลมะพร้าวจะช่วย ท�าให้สีของกล้วยกวนมีความ สวยงามอีกด้วย ตัวอย่าง กล้วยกวน ๖๒ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ศึกษา เกี่ยวกับการแปรรูปอาหารและการถนอม อาหาร จากหนังสือเรียนการงานฯ ม.4 และ แหลงการเรียนรูที่หลากหลายในประเด็น ที่กําหนด ดังนี้ • ความหมายของการแปรรูปอาหารและ การถนอมอาหาร • ความสําคัญของการแปรรูปอาหารและการ ถนอมอาหาร • หลักการแปรรูปอาหารและหลักการถนอม อาหาร • ภาชนะบรรจุของอาหารที่ผานการแปรรูป อาหารและการถนอมอาหาร จากนั้นใหนักเรียนศึกษาวิธีการทํากลวยกวน และมะยมเชื่อมจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 3 หนา 62-63 ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงควรเลือกใชนํ้าตาลมะพราว ในการทํากลวยกวน (แนวตอบ จะทําใหกลวยกวนมีความหอม หวาน มัน และมีสีสันสวยงาม) เกร็ดแนะครู ครูแนะนําใหนักเรียนคนควาวิธีการแปรรูปอาหารที่สนใจ 1 ชนิด โดยหา วิธีการแปรรูปจากหลากหลายชองทาง แลวบันทึกขอมูลที่ได ดังนี้ • วิธีการแปรรูปอาหารที่สนใจ • ไดขอมูลวิธีการแปรรูปกี่แบบ แตละแบบมีวิธีทําอยางไร • เลือกทํา 1 แบบ พรอมบอกเหตุผลที่เลือก เพื่อใหนักเรียนไดทราบวา การแปรรูปอาหาร 1 ชนิด มีหลายสูตร ซึ่งมี รายละเอียดและวิธีการทําที่แตกตางกันไป เมื่อลองทําหลายๆ แบบแลว อาจทําให นักเรียนพบเทคนิคในการแปรรูปอาหารชนิดนั้นๆ เมื่อกลวยลนตลาด ทําใหกลวยมีราคาตกตํ่า ควรนํากลวยมา แปรรูปตามขอใดเพื่อใหเก็บไดนานและคุมคา 1. กลวยอบ 2. กลวยฉาบ 3. กลวยกวน 4. กลวยเชื่อม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการฉาบทําใหเก็บไวไดนาน ลงทุนนอยกวาการแปรรูปแบบอื่นๆ สามารถทําไดงาย ไมตองใช เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง) นํา สอน สรุป ประเมิน T66


ขอสอบเนน การคิด วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • เตา • ไม้พาย • กระทะทองเหลือง • ขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท ขั้นตอนการทำา ๑ ล้างมะยมให้สะอาด คลึงพอช�้า ไม่ต้องเอาเมล็ดออก น�าไปแช่ น�้าปูนใส ๓ ชั่วโมง ๒ ผสมน�้าตาลทราย เกลือ และน�้าเปล่า ต้มให้เดือด น�ามะยมใส่ลงไป ลดไฟอ่อน ๓ กลับด้านมะยมบ่อย ๆ เชื่อมนาน ๓ ชั่วโมง จนน�้าเชื่อมเหนียว มะยมจะมีสีแดงเป็นเงา ๔ พักให้เย็น ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. มีสารอาหารจ�าพวก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และวิตามินซี ช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ในร่างกาย ๒. บ�ารุงโลหิต มีสารต้านอนุมูลอิสระ ดับร้อนและปรับสมดุลในร ่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ และ ยาระบายอ่อน ๆ ๓. มีฤทธิ์ในการก�าจัดเสมหะ หรือละลายเสมหะ มะยมเชื่อม ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • มะยม ๑ ๒ กิโลกรัม • น�้าตาลทราย ๓ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๕ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๑ ๔ ช้อนชา • น�้าปูนใส ๕ ถ้วยตวง วัสดุ อุปกรณ มะยมเชื่อม ตัวอย่าง เคล็ดลับ วิธีท�าน�้าปูนใส ให้ ใช้ปูนแดง (กินหมาก) ๑ ช้อนโตะ น�้าเปล่า ๔ ถ้วยตวง ละลายให้เข้ากัน ทิ้งไว้ ๑ คืน เพื่อให้ปูนแดงตก ตะกอน แล้วช้อนเฉพาะส่วน ที่เป็นน�้าใสมาใช้ ซึ่งน�้าปูนใส จะช่วยให้อาหารไม่เละเกินไป เมื่อน�ามาเชื่อม หรือแช่อิ่ม อาหารและโภชนาการ ๖๓ ยาระบายอ่อน ๆ 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 2. นําขอมูลที่ไดมาแลกเปลี่ยนเรียนรูกันในกลุม จากนั้นสรุปขอมูล เพื่อสงตัวแทนนําเสนอ หนาชั้นเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 3. แตละกลุมสงตัวแทนนําเสนอขอมูลเกี่ยวกับ การแปรรูปอาหารและการถนอมอาหารใน ประเด็นที่กําหนดหนาชั้นเรียน ครูตั้งคําถามวา • นํ้าปูนใสที่จะนํามะยมมาแชมีวิธีทําอยางไร (แนวตอบ ใชปูนแดง 1 ชอนโตะ ละลายใน นํ้าเปลา 4 ถวยตวง ทิ้งไว 1 คืน แลวชอน เฉพาะสวนที่นํ้าใสมาใช) • จะรูไดอยางไรวามะยมเชื่อมใกลเสร็จแลว (แนวตอบ นํ้าเชื่อมเหนียว และมะยมมีสีแดง เปนเงา) การทํามะยมเชื่อมในชวงใดสามารถประหยัดตนทุนการผลิตได 1. ธันวาคม-มกราคม 2. กุมภาพันธ-มีนาคม 3. กรกฎาคม-สิงหาคม 4. ตุลาคม-พฤศจิกายน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เปนชวงที่มะยมออกผลมาก ทําใหมีเหลือจากการบริโภค จึงควร นํามาถนอมอาหารใหสามารถเก็บไวรับประทานไดนาน เชน มะยมเชื่อม มะยมดอง) นักเรียนควรรู 1 ยาระบาย อาหารบางชนิดมีฤทธิ์เปนยาระบายออนๆ ทําใหผูที่รับประทาน เขาไปมีอาการขับถายมากกวาปกติได ขึ้นอยูกับรางกายของแตละคน โดยเฉพาะ ผลไมตางๆ ที่มีกากใยสูงชวยในการขับถาย เชน ลูกพรุน กลวยสุก แอปเปล มะละกอสุก มะมวงสุก รวมถึงเครื่องดื่มตางๆ เชน นํ้าผึ้ง ชากุหลาบ นํ้าขิง นํ้ามะเขือเทศ ผูบริโภคจึงควรสังเกตตนเองวา หลังจากรับประทานมีอาการใดหรือไม เพื่อไมใหขับถายมากเกินไปจนเกิดผลเสียตอรางกาย การรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เปนยาระบายออนๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ จึงเปนเรื่องจําเปน เพราะจะทําใหระบบขับถายทํางานไดอยางปกติ นํา สอน สรุป ประเมิน T67


มะขามแก้ว เป็นวัตถุดิบที่มีมากและไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น ผักสด เนื้อสัตว์ เครื่องแกง บางอย่างอาจเหลือจากการแยกใช้เป็นบางส่วน เช่น แยกไข่ขาวออก โดยใช้แต่ไข่แดงในการท�าอาหารหวาน วัตถุดิบที่เหลือใช้จากการประกอบอาหาร วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • ครก • กระดาษแก้วใส • กระทะทองเหลือง • ไม้พายหรือไม้พายพลาสติก ทนความร้อน ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • เนื้อมะขามเปียก ไม่มีเมล็ด ๑ ถ้วยตวง • น�้าตาลทรายขาว ๒ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๔ ช้อนชา • พริกขี้หนูแดง โขลกละเอียด ๒ เม็ด • น�้าเปล่า ๑ ถ้วยตวง ขั้นตอนการทำา ๑ สับเนื้อมะขามเปียกให้ละเอียด เติมน�้าทีละน้อยระหว่างสับ ๒ น�าเนื้อมะขามที่สับแล้ว ใส่น�้าตาลทรายขาว เกลือป่น พริกขี้หนู โขลกให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ๓ ใส่กระทะทองเหลือง ตั้งไฟอ่อน กวนจนเหนียว โดยสังเกต จากเนื้อมะขามจะเกาะเป็นก้อนกับไม้พายที่ใช้กวน ๔ ปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ คลุกกับน�้าตาลทราย จากนั้นห่อด้วย กระดาษแก้วสีใส บรรจุภาชนะปิดฝาสนิท สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. วิตามินซี วิตามินบี ๒ วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ๒. เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ๓. ช่วยบ�ารุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ๔. ช่วยป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยขับและละลายเสมหะ ๕. เป็นยาขับพยาธิ เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก ตัวอย่าง เคล็ดลับ หลังจากกวนมะขามแก้วจนได้ที่แล้ว ควรพักให้เย็น แล้วจึงน�ามาคลุกกับน�้าตาลทราย (ขนาดเม็ดใหญ่) ห่อด้วย กระดาษแก้วใส ใส่ภาชนะที่ปิดสนิท หากคลุกกับน�้าตาลขณะ มะขามแก้วร้อน หรือบรรจุในภาชนะที่มีอากาศเข้าไปได้ จะ ท�าให้น�้าตาลทรายที่คลุกกับมะขามแก้วละลายจนแฉะท�าให้ ไม่น่ารับประทาน ๖๔ เช่น แยกไข่ขาวออก 1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 4. นักเรียนแตกลุมสํารวจวา ขอมูลของกลุม ตนเองเหมือนและแตกตางจากกลุมของ เพื่อนๆ อยางไรบาง 5. เมื่อนําเสนอครบทุกกลุมแลว ครูถามวามีขอมูล ในประเด็นใดที่แตละกลุมแตกตางกันบาง ให นักเรียนชวยกันหาขอมูลที่ถูกตองรวมกันใน ประเด็นนั้น จากนั้นครูและนักเรียนชวยกันสรุป ขอมูลในประเด็นนั้น 6. ครูอธิบายวิธีการทํามะขามแกว ซึ่งเปนวัตถุดิบ ที่เหลือใชจากการประกอบอาหาร พรอมกับ นักเรียนดูหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 3 หนา 64 แลวตั้งประเด็นอภิปรายวา เมื่อ กวนมะขามแกวจนไดที่แลว หากไมหอดวย กระดาษแกวใส จะเก็บอยางไรไดบาง ใหนักเรียนสืบคนเคล็ดลับการแปรรูปอาหารดวยวิธีตางๆ มา 3 วิธี สรุปขอมูล แลวนํามาเลาใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียนและ นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนชวยกันบอกวัตถุดิบเหลือใชจากการประกอบ อาหารที่สามารถนํามาแปรรูปได โดยชวยกันบอกใหไดมากที่สุด พรอมบอกวาสามารถนํามาแปรรูปเปนอาหารชนิดใดไดบาง นักเรียนควรรู 1 ไขขาว ไขขาวที่เหลือจากการนําไขแดงมาประกอบอาหาร สามารถนําไป ประกอบอาหารไดหลายชนิด เชน • โจกไขขาว • ไขขาวเจียว • สลัดไขขาว • แซนดวิชไขขาว • ไขขาวตุน • เคกไขขาว • เมอแรงค นอกจากนี้ ไขขาวยังเปนโปรตีนดีที่รางกายสามารถดูดซึมไดมากและมี วิตามินบีสูง ชวยบํารุงระบบประสาทและการทํางานของสมองอีกดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T68


ขอสอบเนน การคิด õ การถนอมอาหาร บางฤดูกาลอาจมีผลผลิตออกมามากมาย ท�าให้ไม่สามารถรับประทานอาหารสดได้หมด แต่ เราสามารถเก็บรักษาอาหารนั้นไว้รับประทานต่อด้วยวิธีการถนอมอาหาร จึงต้องเลือกวิธีการ ถนอมอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้นานขึ้น ๕.๑ ความหมายและความส�าคัญของการถนอมอาหาร การถนอมอาหาร เป็นการเก็บรักษาอาหารให้คงสภาพเดิมมากที่สุด สามารถรับประทาน ได้นาน ปัจจุบันการถนอมอาหารสามารถท�าเป็นงานอดิเรกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ จึงควรเห็นคุณค่าและความส�าคัญของการถนอมอาหาร ดังนี้ ๑) ชวยยืดอายุของอาหาร การถนอมอาหารเป็นการป้องกัน ยับยั้งการท�างาน และการเข้าท�าลายของจุลินทรีย์บางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ ซึ่งเป็นตัวการที่ท�าให้ อาหารเน่าเสียและมีคุณค่าทางโภชนาการลดลง ๒) ชวยให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น การถนอมอาหารเป็นการเปลี่ยนแปลงรสชาติ ของอาหารวิธีหนึ่ง เช่น น�าผักสดที่มีมากและรับประทานบ่อย ๆ มาถนอมอาหารโดยวิธีการดอง ก็จะได้รสชาติที่แตกต่างไปจากเดิม ๓) ชวยประหยัดคาอาหารให้กับครอบครัว การถนอมอาหารสามารถเก็บรักษา อาหารที่เหลือไว้รับประทานได้นาน โดยไม่ท�าให้อาหารเน่าเสีย ๔) ชวยเพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัว การถนอมอาหารสามารถน�ามารับประทาน ในครอบครัวและยังสามารถน�ามาปรับปรุงและพัฒนา เพื่อจ�าหน่ายสร้างรายได้อีกด้วย ๕.๒ หลักการถนอมอาหาร การถนอมอาหารจ�าเป็นต้องค�านึงถึงหลักการส�าคัญต่าง ๆ ดังนี้ ๔. วิธีการถนอมอาหารเหมาะสมกับอาหาร ชนิดนั้น ๆ ๓. อาหารที่น�ามาใช้แปรรูปต้องอยู่ในสภาพดี ๒. ค�านึงถึงหลักความปลอดภัยส�าหรับผู้บริโภค อาหารที่ได้จะต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ๑. ค�านึงถึงหลักเศรษฐกิจ โดยค�านึงว่าอาหารที่ น�ามาถนอมจะต้องได้ผลผลิตคุ้มค่ากับเวลา แรงงาน และเงินที่ลงทุนไป อาหารและโภชนาการ ๖๕ และการเข้าท�าลายของจุลินทรีย์บางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย1 การทํากิมจิจัดเปนเทคโนโลยีในขอใด 1. เทคโนโลยีอาหาร 2. เทคโนโลยีชีวภาพ 3. เทคโนโลยีการผลิต 4. เทคโนโลยีการจัดการ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการทํากิมจิเปนการแปรรูป พืชผักเปนอาหารหมักดอง เปนการนําเทคโนโลยีมาใชในการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร) นักเรียนควรรู 1 เชื้อแบคทีเรีย การรับประทานอาหารที่ปนเปอนเชื้อแบคทีเรียอาจทําให รางกายเจ็บปวยได เนื่องจากแบคทีเรียเปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหอาหารเนาเสีย บางชนิดทําใหเกิดโรคอาหารเปนพิษ บางชนิดนํามาใชหมักเพื่อถนอมอาหารได สวนอาหารที่ชวยตอตานเชื้อแบคทีเรีย เชน • กระเทียม • มะนาว • สับปะรด • นํ้าผึ้ง • ขิง แบคทีเรียบางชนิดก็มีประโยชน เพราะเปนแบคทีเรียที่ชวยยอยและอาศัย อยูในรางกาย ทําใหมีสุขภาพดี อาหารที่มีแบคทีเรียดี เชน โยเกิรต นมเปรี้ยว ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 1. นักเรียนทําใบงานที่ 3.3.1 เรื่อง หลักการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร แลวนํามา สงครู 2. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง หลักการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร ในประเด็น ทั้งหมดที่ไดเรียนไป โดยชวยกันเขียน Mind Mapping บนกระดานหนาชั้นเรียน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การถนอมอาหารมีความสําคัญอยางไรบาง (แนวตอบ ยืดอายุของอาหาร อาหารมีรสชาติ ดีขึ้น ประหยัดคาอาหาร เพิ่มรายไดให ครอบครัว) • หลักการถนอมอาหารที่สําคัญคืออะไร (แนวตอบ เชน มีความปลอดภัย คุมคากับ เวลา แรงงาน และเงินลงทุน) นํา สอน สรุป ประเมิน T69


ขอสอบเนนการคิด ๕.๓ หลักการเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ ในการถนอมอาหาร การเลือกใช้อุปกรณ์ในการถนอมอาหาร ควรมีความเหมาะสม เพราะอาหารแต่ละชนิด มีลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกัน เนื่องจาก ความเป็นกรดด่างเกลือที่มีอยู่ในอาหารซึ่งจะท�า ปฏิกิริยากับอุปกรณ์ที่น�ามาใช้ หรือภาชนะที่ น�ามาบรรจุ ดังนั้น การเลือกใช้อุปกรณ์ ในการ ถนอมอาหารให้เหมาะสมจะท�าให้เก็บอาหารไว้ ได้นานขึ้นไม่เสื่อมคุณภาพ และไม่เป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค หลักการเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในการ ถนอมอาหาร มีดังนี้ ๑. ภาชนะที่ ใช้ ในการถนอมอาหารที่มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน หรืออาหารที่เป็นน�้า โดยใช้วิธีการดอง การแช่อิ่มเช่นมะม่วงดองมะนาวดองมะยมดองมะดันแช่อิ่มมะขามแช่อิ่มควรเลือกใช้ภาชนะ ที่เป็นแก้ว เช่น ขวดโหล ขวดแก้วอัดความดัน ไม่ควรใช้กับภาชนะที่เป็นสังกะสี หรืออะลูมิเนียม เพราะอาหารจะกัดกร่อนเนื้อภาชนะและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ๒. ภาชนะที่น�ามาใช้ในการถนอมอาหารแบบเค็ม อาหารที่แห้งเช่น ตั้งฉ่าย หัวผักกาดเค็ม กะปิ ควรใช้อุปกรณ์ที่เป็นกระเบื้องเคลือบ หรือดินเผาเคลือบ ไม่ควรใช้ภาชนะที่ท�าด้วยอะลูมิเนียม เพราะจะกัดเนื้อภาชนะให้สึกกร่อนและผุได้ ๓. เลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม ่ท�าปฏิกิริยากับอาหาร เพราะอาหารบางชนิดมีสภาพเป็นทั้งกรด และด่าง ซึ่งจะท�าปฏิกิริยากับภาชนะที่ใส ่ ท�าให้อาหารบูดเสียได้ง่าย และเป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค ๔. ภาชนะที่จะน�ามาใช้ในการถนอมอาหารต้อง แห้งและสะอาดผ่านการฆ่าเชื้อโรคเพื่อไม่ให้ อาหารบูดเสียและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค การเลือกใช้ การถนอมอาหารประเภทดอง ควรบรรจุในขวดโหลแก้ว เพื่อป้องกันการกัดกร่อนและเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เมื่อท�าการถนอมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเลือก ภาชนะที่จะน�ามาใส่ให้เหมาะสมกับการน�าไปใช้ ๖๖ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํางาน รายบุคคล การทํากิจกรรมกลุม และการ นําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.3.1 เรื่อง หลักการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 3.3 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เพราะเหตุใดจึงนํากระทะทองเหลืองมาใชในการกวน 1. มีราคาถูก 2. เนื้อหนา ไมแตกหัก 3. ทําใหอาหารมีรสหวาน 4. กระจายความรอนไดรวดเร็ว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะกระทะทองเหลืองมีคุณสมบัติ ในการนําความรอน สามารถกระจายความรอนไดดี ความรอนจะ สมํ่าเสมอ ทําใหอาหารสุกทั่วพรอมกันและไมติดกระทะ) ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช • หลักการเลือกอุปกรณที่ใชในการถนอม อาหารมีอะไรบาง (แนวตอบ เชน เลือกอุปกรณที่ไมทําปฏิกิริยา กับอาหาร ภาชนะตองผานการฆาเชื้อโรค เพื่อปองกันอาหารเนาเสีย) 3. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการ เรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 3.3 แลวนํามาสงครู แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T70


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๕.๔ วิธีการถนอมอาหาร บางฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้เพื่อการบริโภคมีจ�านวนมากเกินไป ท�าให้ไม่สามารถ บริโภคได้ทั้งหมดก่อนที่จะเน่าเสีย แต่เราสามารถเก็บรักษาอาหารนั้นไว้รับประทานต่อได้ด้วย วิธีการถนอมอาหาร การถนอมอาหารที่สามารถท�าได้ภายในครอบครัวมีหลายวิธี ดังนี้ การตากแห้งเป็นวิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุด โดยน�าน�้าหรือความชื้นออกจากอาหารให้มากที่สุด เพื่อให้เอนไซม์ในอาหารไม่ท�างาน และแบคทีเรียไม่เจริญเติบโต การใช้ ความร้อนจากแสงแดด ควรมีฝาชี หรือตู้ที่ป้องกันแมลงและฝุ่นละออง ส่วนการใช้ความร้อนจากแหล่งอื่น เช่น ตู้อบ จะค่อนข้างสะอาด อาหารที่ผ่านวิธีการตากแห้ง เช่น เนื้อเค็ม ปลาเค็ม กล้วยตาก การถนอมอาหารโดยการตากแห้ง วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • กะละมัง • ตะแกรงโปร่ง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • ปลาช่อน ๑ กิโลกรัม • เกลือป่น ๑ ถ้วยตวง ขั้นตอนการทำา ๑ น�าปลาช่อนมาขอดเกล็ด ตัดหัว แล่สันหลัง ผ่ากลางตัวปลา ให้แผ่ออก เอาของในท้องทิ้งให้หมด ล้างด้วยน�้าสะอาด ๒ ใช้มีดกรีดตามยาวของตัวปลา ๓ ครั้ง กรีดให้มีลักษณะแผ่ครึ่ง ไม่ขาดไปถึงอีกฝังของตัวปลา ทาเกลือที่เนื้อปลาให้ทั่ว ๓ ขย�าปลากับเกลือแรง ๆ แช่ทิ้งไว้ ในภาชนะ ๑ คืน ๔ น�าปลามาล้างน�้า แล้วสะเด็ดน�้า วางเรียงบนตะแกรง แยกชิ้น ปลาที่กรีดให้ห่างกัน ดึงข้างตัวปลาให้ โค้งกางออกไปด้านข้าง ๕ ผึ่งแดดทุกวันจนปลาแห้งและแข็ง แล้วน�าไปประกอบอาหาร โดยการทอดหรือแกงเผ็ด ตัวอย่าง ปลาช่อนตากแห้ง เคล็ดลับ การป้องกันไม่ให้แมลงวันมารบกวน หรือวางไข่ ให้ ใช้พริกแห้งวางไว้รอบ ๆ เนื้อปลาที่ตากแห้ง อาหารและโภชนาการ ๖๗ ขั้นนํา (Project Based Learning) ขั้นที่ 1 ขั้นใหความรูพื้นฐาน 1. ครูถามนักเรียนวา การแปรรูปและการถนอม อาหารแตกตางกันอยางไร ใหนักเรียนชวยกัน หาขอมูลจากหนังสือเรียน การงานฯ ม.4 และ แหลงการเรียนรูตางๆ 2. นักเรียนชวยกันบอกขอมูลที่หาได โดยครู และนักเรียนชวยกันสรุปขอมูล 3. ครูบอกนักเรียนวา อาหารที่ผานการแปรรูป และการถนอมอาหารแตละชนิดมีวิธีการที่ ตางกัน ควรเลือกวิธีการใหเหมาะสมกับ วัตถุดิบที่นํามาใช โดยครูอธิบายการถนอม อาหารโดยการตากแหงในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 67 จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • กอนนําปลาชอนไปตากแหงควรเตรียมปลา อยางไร (แนวตอบ ขอดเกล็ด ตัดหัว แลสันหลัง ผา กลางตัวปลาใหแผออก นําของในทองทิ้ง แลวลางดวยนํ้าสะอาด จากนั้นกรีดและทา เกลือ) ครูใหนักเรียนเลือกอาหารที่ผานการถนอมหรือแปรรูปอาหาร ที่สนใจ 1 ชนิด แลวหาขอมูลเพื่อนําเสนอหนาชั้นเรียน • ชื่อของอาหารที่ผานการถนอมหรือแปรรูปอาหาร • วัตถุดิบและวิธีทํา • จังหวัดที่นิยมทํา • ประโยชนของอาหารที่เลือก • การนําไปตอยอดเพื่อหาเลี้ยงชีพ (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตย สุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) เกร็ดแนะครู ครูแนะนําเกี่ยวกับการถนอมอาหารดวยการตากแหงวา การตากแหง โดยใชตูอบแหง มีขอดีดังนี้ • ไดอาหารที่สีสวยและมีสีที่สมํ่าเสมอ • ไดอาหารที่สะอาด เนื่องจากฝุนและแมลงไมสามารถเขาไปในตูอบได • ประหยัดเวลา เนื่องจากใชเวลานอยกวาการตากแดดธรรมชาติ • ประหยัดพื้นที่ เนื่องจากในตูอบสามารถวางอาหารไดหลายชั้น • สามารถทําไดทุกเวลา ไมตองรอแสงแดดจากดวงอาทิตย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T71


ขอสอบเนนการคิด วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • กะละมัง • ไหหรือโหลแก้วขนาดใหญ่ ขั้นตอนการทำา ๑ ขอดเกล็ดปลา ควักไส้ บั้งที่ตัวปลาถี่ ๆ ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง ๒ โขลกเกลือ กระเทียมให้ละเอียด คลุกกับตัวปลา นวดให้เข้ากัน โดยเฉพาะตรงท้องปลาให้ใส่เกลือและกระเทียมเข้าไปข้างใน เก็บใส่ภาชนะทิ้งไว้ ๑ คืน ๓ ล้างข้าวสุกด้วยน�้า น�าข้าวไปคลุกกับตัวปลาที่หมักไว้ เก็บใส่ภาชนะ เช่น ขวดแก้วปากกว้าง เวลาเรียงลงภาชนะให้กดตัวปลาให้แน่น ปิดปากขวดให้สนิท เช็ดปากขวดให้สะอาด ทิ้งไว้ประมาณ ๓-๕ วัน หรือจนกว่าปลาจะมีรสเปรี้ยว ๔ น�าไปทอดรับประทานคู ่กับพริกทอด หอมซอย พริกขี้หนู และมะนาว การถนอมอาหารโดยการดอง สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. ปลาตะเพียนอุดมไปด้วยโปรตีนที่ย่อยง่ายในร่างกายมนุษย์ ๒. มีสารอาหารจ�าพวก แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินบี ๓ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ มีความจ�าเป็นต่อระบบประสาทและการท�างานของสมอง ช่วยเผาผลาญไขมัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารท�างานได้ดีขึ้น บรรเทาปัญหาต่าง ๆ ของระบบย่อยอาหาร การหมักดองโดยจุลินทรีย เรียกว่า Fermentation ได้แก่ การหมักให้เกิดแอลกอฮอล์ เช่น ข้าวหมาก การหมักให้เกิดกรดแอซิติกเช่น การหมักน�้าส้มสายชู และการหมักให้เกิด กรดแลกติก เช่น การดองเปรี้ยว การหมักแหนม นมเปรี้ยว ส�าหรับ ผลิตภัณฑ์บางอย่างจะเป็นการหมักแบบผสม เช่น ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ปลาร้า กะปิ ตัวอย่าง ปลาส้ม ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • ปลาตะเพียน ๒ กิโลกรัม • ข้าวสุก ๑ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๒ ช้อนโตะ • กระเทียมไทย ๑ ๔ ถ้วยตวง เคล็ดลับ ปลาตะเพียนมีก้างจ�านวนมาก จึงควรบั้งปลาตะเพียนแนว เฉลียงด้วยระยะถี่ ๆ จะท�าให้ ก้างปลาถูกตัดขาด เมื่อน�ามา ประกอบอาหารจะท�าให้ไม ่มี ก้างมาขัดขวางความอร ่อย หรือเกิดอันตรายจากก้างติดคอ เมื่อน�ามารับประทาน ๖๘ ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 4. ครูใหนักเรียนดูการแปรรูปและการถนอมอาหาร จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 3 และการถนอมอาหารโดยการดองใน หนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 68-69 จากนั้นครูถามวา • ปลาตะเพียนมีกางจํานวนมาก จะบั้งปลา อยางไร (แนวตอบ ควรบั้งปลาตะเพียนแนวเฉลียงดวย ระยะถี่ๆ จะทําใหกางถูกตัดขาด ไมมีกางมา ขวาง สามารถรับประทานไดอยางปลอดภัย) 5. นักเรียนศึกษาขั้นตอนการแปรรูปหรือการ ถนอมอาหารที่สนใจ คนละ 2-3 อยาง แลว นํามาแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน 6. นักเรียนเลือกขั้นตอนการแปรรูปหรือการ ถนอมอาหารที่สนใจ 1 อยาง จากที่เลือกไว 2-3 อยางในตอนแรก โดยเลือกที่สามารถ นํามาทําในหองเรียนได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน การหมักให้เกิดกรดแอซิติกเช่น การหมักน�้าส้มสายชู และการหมักให้เกิด 1 ขอใดคือสวนผสมหลักที่สําคัญของการหมักดองโดยจุลินทรีย 1. ผักและผลไม 2. เนื้อสัตวและผัก 3. ขาวและเกลือปน 4. นํ้าตาลและเกลือปน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะขาวและเกลือปนเปนอาหาร เลี้ยงจุลินทรีย ที่มีบทบาทสําคัญในการหมักเพื่อใหจุลินทรียเติบโต ซึ่งทําใหอาหารที่หมักมีรสเปรี้ยว แตความเปรี้ยวจะมีมากหรือนอย ขึ้นอยูกับวัตถุดิบและระยะเวลาในการหมัก) นักเรียนควรรู 1 นํ้าสมสายชู แบงออกเปน 3 ชนิด ไดแก • นํ้าสมสายชูหมัก ไดจากการหมักเมล็ดธัญพืช เชน ขาว ขาวโพด สับปะรด แอปเปล หรือนํ้าตาลกับสาเหลา มีลักษณะใส ไมมีตะกอน มีกลิ่นหอมตามกลิ่น ของวัตถุดิบ มีรสชาติดี • นํ้าสมสายชูกลั่น ไดจากการนําเอทิลแอลกอฮอลกลั่นเจือจางมาหมัก กับเชื้อนํ้าสมสายชู มีลักษณะใส ไมมีตะกอนตกคาง • นํ้าสมสายชูเทียม ไดจากการนํากรดนํ้าสมสังเคราะหเคมีมาเจือจางจน ไดปริมาณกรด 4-7% โดยกรดนํ้าสมที่นํามาเจือจางจะตองมีความบริสุทธิ์สูง เหมาะที่จะนํามาประกอบอาหารได T72


ขอสอบเนน การคิด วัสดุ อุปกรณ • มีด • หม้อ • ทัพพี • อ่างผสม • ขวดโหล ขั้นตอนการทำา ๑ หั่นหัวไชเท้า แคร์รอต แตงกวาญี่ปุ่น เป็นแว่นขนาด ๑ เซนติเมตร หรือใช้พิมพ์กดเป็นรูปต่าง ๆ ตามต้องการ ดอกกะหล�่าให้หั่น เป็นช่อเล็ก ๆ ๒ แช่ผักทุกชนิดในน�้าละลายสารส้มนาน ๑๐ นาที ตักขึ้น แล้วล้าง น�้าสะอาดอีกครั้ง ๓ ต้มน�้าให้เดือด ลวกผักทั้งหมดพอสุก ตักขึ้นพักไว้ ๔ ท�าน�้าดองผัก โดยเคี่ยวเกลือ น�้าตาลทราย น�้าส้มสายชู และน�้าเปล่า เข้าด้วยกัน คนให้ละลาย ปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ๕ จัดผักทุกชนิดลงในขวดโหลแก้ว เทน�้าดองผักลงไป ปิดฝาให้สนิท สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. ผักมีใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย มีสารพฤกษเคมีที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของโลหิตให้เป็นปกติ ๒. มีวิตามินบี ๑ วิตามินบี ๒ ช่วยบ�ารุงระบบประสาทและสมองให้มีสมาธิความจ�าที่ดี วิตามินบี ๓ ช่วยระบบ ย่อยอาหาร บ�ารุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี ๓. มีบีตาแคโรทีน ต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวท�าลายเซลล์ ในร่างกาย ช่วยระบบสายตาและการมองเห็น ผักดองหลากสี ตัวอย่าง • หัวไชเท้า ๑ ๒ ถ้วยตวง • แคร์รอต ๑ ๔ ถ้วยตวง • ดอกกะหล�่า ๑ ๔ ถ้วยตวง • แตงกวาญี่ปุ่น ๑ ๒ ถ้วยตวง • น�้าตาลทราย ๑ กิโลกรัม ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • เกลือป่น ๒ ช้อนชา • น�้าส้มสายชู ๑ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๓ ๔ ถ้วยตวง • น�้าละลายสารส้ม (ใช้แช่ผัก) เคล็ดลับ การท�าน�้าละลายสารส้ม ให้ ใช้ น�้าเปล่า ๑ ลิตร และน�าสารส้ม ไปแกว่งในน�้าเปล่าประมาณ ๑๐ รอบ น�าผักลงไปแช่ก่อนลวก ให้ผักสุก จะท�าให้ผักที่น�าไป ดองกรอบอร่อยมากยิ่งขึ้น ๖ น�าไปแช่เย็น ทิ้งไว้ ๑ คืน น�ามารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารจานต่าง ๆ ได้ การหมักดองโดยใช้สารเคมี ใช้สารเคมีที่เป็นสารถนอมอาหารโดยตรงในปริมาณที่มากพอที่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ได้แก่ การดองเค็ม เช่น มะนาวดองเค็ม การดองหวาน เช่น มะนาวดองหวาน และการดองสามรส เช่น ขิงดองสามรส อาหารและโภชนาการ ๖๙ ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 7. ครูอธิบายถึงความสําคัญของการแปรรูปหรือ การถนอมอาหารที่ถูกวิธี รวมถึงมีการวางแผน และการจัดการในการทํางานที่ดี จะทําใหได อาหารที่ผานการแปรรูปและการถนอมอาหาร ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตอผูบริโภค 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา การทําผักดองหลากสีมี วิธีที่ทําใหผักที่จะนําไปดองกรอบอรอยมากขึ้น โดยดูเคล็ดลับในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 3 หนา 69 จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การหมักดองโดยใชสารเคมีที่นักเรียนรูจัก มีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มะนาวดองเค็ม ขิงดอง สามรส) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 1. นักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ชวยกัน เลือกการแปรรูปหรือการถนอมอาหารที่แตละ คนไดเลือกไว จากนั้นเตรียมทําการแปรรูปและ การถนอมอาหาร เชน ผักดอง มันเชื่อม ลูกหยี กวน มะมวงดอง กลวยฉาบ เพื่อจัดทําโครงงาน เรื่อง การแปรรูปและการถนอมอาหาร การแชผักในนํ้าละลายสารสมมีประโยชนอยางไร 1. ผักไมมีกลิ่นเหม็น 2. ผักมีรสเปรี้ยวมากขึ้น 3. ผักมีความสดและกรอบ 4. สีของผักไมเปลี่ยนแปลง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสารสมจะทําใหผักที่ตองการ นํามาดองมีความสด กรอบ สามารถเก็บไวไดนาน โดยวิธีการทํา คือ นําผักที่ตองการดองแชไวในนํ้าละลายสารสมประมาณ 10 นาที แลวตักขึ้น จากนั้นลางนํ้าสะอาดอีกครั้ง) บูรณาการอาเซียน ของหมักดองจากประเทศในอาเซียนที่ดีตอสุขภาพลําไส เชน • เทมเป หรือถั่วเนา จากประเทศอินโดนีเซีย ทํามาจากการหมักถั่วเหลือง ใชจุลินทรียชนิดดีที่เปนเชื้อรามีชื่อวา Rhizopus oligosporus ที่สามารถชวยยอย โปรตีนใหเปนกรดแอมิโน นอกจากนี้ ยังไดนํ้าตาลสแตไคโอส ซึ่งเปนอาหารของ จุลินทรียในลําไสหรือโพรไบโอติกส ชวยยอยสลายไขมันในถั่วเหลือง และชวยลด อาการทองอืด • ขาวหมาก จากประเทศไทย เปนอาหารไทยโบราณทํามาจากขาวเหนียว มีรสเปรี้ยว และมีกลิ่นแอลกอฮอล ชวยรักษาสมดุลของจุลินทรียในลําไส นํามาเปนสวนประกอบของอาหารและรับประทานเปนของหวานควบคูกับ ของหวานชนิดอื่นได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T73


ขอสอบเนนการคิด การถนอมอาหารโดยใช้นำ้าตาล เทคนิคการถนอมอาหาร โดยการหมักเกลือ T i p เป็นการถนอมอาหารโดยใช้เกลือเป็นตัวช่วยในการรักษาคุณภาพของอาหารไม่ให้เกิดการ เน่าเสีย นิยมน�ามาใช้กับอาหารจ�าพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว โดยน�าเนื้อสัตว์มาคลุกเกลือ ท�าให้เนื้อสัตว์มีรสชาติเค็ม ซึ่งความเค็มจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ท�าให้เก็บอาหารไว้ รับประทานได้นานขึ้น การหมักเกลือสามารถท�าได้หลายรูปแบบ เช่น การหมักแห้ง การหมักด้วย น�้าเกลือ การฉีดน�้าเกลือ นิยมใช้กับผลไม้ ซึ่งปริมาณน�้าตาลที่ใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการในการเก็บรักษา โดยทั่วไปผลไม้ที่มี รสเปรี้ยวจะนิยมใส่น�้าตาลมาก การใช้น�้าตาลเพื่อการถนอมอาหารมีหลายวิธี ดังนี้ การเชื่อม ใช้ความเข้มข้นของน�้าตาลแตกต่างกันตามอัตราส่วนที่เหมาะสม ได้แก่ • น�้าเชื่อมใส ใช้น�้าตาล ๑ ถ้วย น�้า ๓ ถ้วย • น�้าเชื่อมปานกลาง ใช้น�้าตาล ๑ ถ้วย น�้า ๒ ถ้วย • น�้าเชื่อมเข้มข้น ใช้น�้าตาล ๑ ถ้วย น�้า ๑ ถ้วย ขั้นตอนการทำา ๑ ปอกเปลือกฟักเขียว หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ แคะเมล็ดออก แช่น�้าปูนใส ๓ ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน�้าสะอาดอีกครั้ง ๒ ละลายน�้าตาลทรายกับน�้า ต้มให้เดือด ใส่ฟักเขียวเชื่อมต้มด้วยไฟกลาง ลดไฟอ่อนเมื่อน�้าเชื่อมซึมเข้าเนื้อ ๓ เชื่อมต่อไปจนน�้าเชื่อมตกทรายและเคลือบทั่วชิ้นฟักเขียวจึงตักขึ้น ๔ ผึ่งให้เย็น บรรจุในภาชนะที่แห้ง สะอาด และปิดสนิท วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • เตา • ไม้พาย • ภาชนะมีฝาปิด • กระทะทองเหลือง ตัวอย่าง ฟกเขียวเชื่อมแห้ง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • ฟักเขียวแก่ ๑ กิโลกรัม • น�้าตาลทราย ๕ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๕ ถ้วยตวง • น�้าปูนใส ๕ ถ้วยตวง ๗0 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 2. สมาชิกในกลุมรวมกันแบงหนาที่ตามความ เหมาะสม โดยครูใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการ วางแผนแบงหนาที่ของสมาชิกในแตละกลุม 3. สมาชิกในกลุมชวยกันปฏิบัติการแปรรูปและ การถนอมอาหารที่ไดเลือกและเตรียมไวตาม หนาที่ที่ไดรับมอบหมาย โดยชวยกันปฏิบัติ ตามขั้นตอนอยางเครงครัด 4. ครูใหความรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมวา ความเขมขนของนํ้าตาลแตกตางกันตาม อัตราสวนที่เหมาะสม ไดแก • นํ้าเชื่อมใส ใชนํ้าตาล 1 ถวย นํ้า 3 ถวย • นํ้าเชื่อมปานกลาง ใชนํ้าตาล 1 ถวย นํ้า 2 ถวย • นํ้าเชื่อมเขมขน ใชนํ้าตาล 1 ถวย นํ้า 1 ถวย เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา ถาตองการใหฟกแข็งจะตองแช นํ้าปูนใส เพราะนํ้าปูนใสจะชวยทําใหอาหารที่ใชเชื่อมแข็งตัว ไมเละ โดยใหนํา ฟกแชนํ้าปูนใสไว 12 ชั่วโมง แลวนําขึ้นแชในนํ้าเปลา 4 ชั่วโมง ลางนํ้า 2-3 ครั้ง เพื่อใหกลิ่นปูนหมด นําขึ้นพักไวใหสะเด็ดนํ้ากอนนําไปเชื่อม หากตองการใหอาหารที่ถนอมมีความกรอบควรเลือกใชสิ่งใด 1. นํ้าปูนใส 2. ดินประสิว 3. นํ้าสมสายชู 4. นํ้าประสานทอง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะนํ้าปูนใสมีคุณสมบัติชวยให อาหารที่แชมีความกรอบ จึงถูกนํามาใชเปนสวนผสมหรือใชแช อาหาร เพื่อใหอาหารที่แชมีความแข็ง เนื้อไมเละ สวนดินประสิว มักใชเปนสารกันบูด ไมควรนํามาประกอบอาหาร นํ้าสมสายชู เปน สารปรุงแตงรสชาติอาหารใหมีความเปรี้ยว และนํ้าประสานทอง เปนตัวเชื่อมใหทองคําติดกัน) นักเรียนควรรู 1 นํ้าปูนใส ไดมาจากการนําปูนแดง หรือปูนที่ใชรับประทานกับหมาก มาละลายนํ้าและปลอยทิ้งไวสักพักเพื่อใหปูนตกตะกอน จากนั้นจึงไดนํ้าใสๆ เรียกวา “นํ้าปูนใส” โดยนํ้าปูนใสสามารถนํามาใชเปนสวนผสม หรือใชแชอาหาร ซึ่งทําใหอาหารที่แชมีความแข็ง เนื้อไมเละ หรือใชนํ้าปูนใสแทนนํ้าเปลาผสมแปง ที่ใชทอดอาหารจะทําใหอาหารมีความกรอบมากขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T74


ขอสอบเนน การคิด การกวน การแช่อิ่ม วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • พิมพ์ขนมรูปต่าง ๆ • กระทะทองเหลือง • ไม้พายหรือไม้พายพลาสติกทนความร้อน วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • เตา • ไม้พาย • กระทะทองเหลือง • ขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท ใช้ความร้อนเคี่ยวกวนกับน�้าตาลจนปริมาณน�้าน้อยลง และผสมเป็นเนื้อเดียวกัน แช่ในน�้าเชื่อมและเพิ่มความเข้มข้นของน�้าเชื่อมจนถึงจุดอิ่มตัว แล้วน�ามาท�าแห้ง ขั้นตอนการทำา ๑ ปอกเปลือกเผือก ล้างให้สะอาด ผ่าให้เป็นชิ้นใหญ่ น�าไปนึ่งให้สุก จากนั้นน�ามาบดละเอียด ๒ น�าหัวกะทิ ๑ ถ้วยตวง ไปเคี่ยวเป็นน�้ามันมะพร้าว (ขี้โล้) ๓ ผสมเผือก กะทิ น�้าตาลมะพร้าว น�้าตาลทราย เข้าด้วยกัน กวนด้วยไฟปานกลางจนข้น ลดไฟอ่อน กวนต่อไปจนเหนียว ใส่น�้ามันมะพร้าวทีละน้อย กวนให้เข้ากันจนเผือกแห้ง เหนียว ร่อนไม่ติดภาชนะ ๔ ปั้นเป็นก้อนกลมน�าไปใส่ในพิมพ์ขนมรูปต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม หากไม่มีพิมพ์ ขนมให้ ใช้ถาดแล้ว เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน และน�ามาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ขั้นตอนการทำา ๑ ปอกเปลือกมะม่วง ล้างให้สะอาด หั่นมะม่วงเป็นชิ้น แช่ในน�้าเกลือ ๑ วัน แช่น�้าปูนใส ๑ ชั่วโมง ล้าง และผึ่งให้สะเด็ดน�้า ๒ ท�าน�้าเชื่อม โดยผสมน�้าตาลทราย ๕ ถ้วยตวง กับน�้า ๘ ถ้วยตวง ต้มให้เดือด กรองแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ๓ แช่มะม่วงในน�้าเชื่อม ๑ คืน แล้วท�าการแช่อิ่ม โดยการอุ่นเฉพาะน�้าเชื่อม และเติมน�้าตาลวันละ ๑ ๒ ถ้วยตวง ติดต่อกัน ๓ วัน จนมะม่วงใสและกรอบ เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เผือกกวน มะม่วงแช่อิ่ม ตัวอย่าง ตัวอย่าง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • เผือกชนิดหัวใหญ่ ๑ กิโลกรัม • น�้าตาลมะพร้าว ๑ ๓ ๔ ถ้วยตวง • น�้าตาลทราย ๔ ช้อนโตะ • หัวกะทิ ๓ ถ้วยตวง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • มะม่วงดิบ ๑ กิโลกรัม • น�้าตาลทราย ๖ ๑ ๒ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๘ ถ้วยตวง • น�้าเกลือ (เกลือ ๒๐๐ กรัมต่อน�้า ๘ ถ้วยตวง) อาหารและโภชนาการ ๗๑ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 5. ครูและสมาชิกในกลุมชวยกันตรวจสอบผลงาน การแปรรูปและการถนอมอาหาร แลวพิจารณา ถึงสิ่งที่ควรแกไขหรือพัฒนาเพื่อใหผลงานดีขึ้น 6. สมาชิกในกลุมนําสิ่งที่ควรแกไขหรือพัฒนามา ศึกษาหาความรูจากหนังสือเรียน การงานฯ ม.4 หองสมุด และอินเทอรเน็ต เพื่อนําไปแกไขหรือ พัฒนาผลงานการแปรรูปและการถนอมอาหาร ใหไดผลงานที่ดีขึ้น 7. ครูถามนักเรียนวา • การนําผลไมมาแชในนํ้าเชื่อมและเพิ่มความ เขมขนของนํ้าเชื่อมจนถึงจุดอิ่มตัว แลว นํามาทําใหแหง คือการถนอมอาหารโดยใช นํ้าตาลแบบใด (แนวตอบ การแชอิ่ม) หากตองการทําเผือกกวนควรเลือกเผือกที่มีลักษณะอยางไร 1. เผือกชนิดหัวเล็ก 2. เผือกชนิดหัวใหญ 3. เปลือกมีสีมวงออน 4. เนื้อเผือกมีสีมวงจัด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทําเผือกกวนจะตอง เลือกเผือกชนิดหัวใหญ เนื่องจากจะใหเนื้อเผือกมาก และสามารถ นํามากวนไดปริมาณมากอีกดวย) เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา หากตองการใหมะมวงแชอิ่ม มีขนาดที่สวยงาม นารับประทาน และเนื้อมะมวงมีความกรอบ โดยที่ไมใส สารกรอบ มีเคล็ดลับ คือ ควรเลือกมะมวงที่แกจัด มีผลขนาดเทาๆ กัน และ นําเนื้อมะมวงไปแชในนํ้าเย็นจัดกอนที่จะทําการแชอิ่ม จะทําใหมะมวงแชอิ่ม มีความกรอบ ขนาดและสีสันสะดุดตา รสชาติอรอยมากยิ่งขึ้น สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทํามะมวงแชอิ่ม ไดจาก https://www.youtube. com/watch?v=aIRl5TBVex4 นํา สอน สรุป ประเมิน T75


การแชแข็งเปนการถนอมอาหารโดยการใชอุณหภูมิตํ่า เพื่อชวยปองกันไมใหอาหารเนาเสีย โดยการ ควบคุมจุลินทรียและแบคทีเรียไมใหสามารถเจริญเติบโตได นิยมใชกับอาหารสด อาหารที่ปรุงสุกและ บรรจุภัณฑพรอมจําหนาย ซึ่งผูบริโภคซื้อแลวสามารถนําไปอุนกอนรับประทาน ในปจจุบันนิยมกัน อยางแพรหลายแมวาจะมีราคาสูง เพราะชวยประหยัดเวลาและแรงงานในการประกอบ อาหาร นอกจากนี้ อาหารแชแข็งจะสดและมีรสชาติดีกวาอาหารกระปอง การใชสารปรุงแตงอาหารเปนการถนอมอาหาร เพื่อหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงการทํางานของเอนไซม หรือปฏิกิริยาทางเคมี ทําใหเก็บรักษาอาหารไดนานขึ้น หรือเพื่อตกแตงอาหาร สําหรับสารปรุงแตง ที่นิยมใส ในอาหาร มีดังนี้ • สารกันบูด เรียกอีกชื่อหนึ่งวา “วัตถุกันเสีย” มีหลายชนิดและมีชื่อทางเคมีแตกตางกันไป เชน กรดเบนโซอิก (benzoic acid) บีเอชเอ (BHA) ถาใชเพียงเล็กนอยจะไมกอใหเกิดอันตราย ควรใชสารกันบูด ๑ กรัมตอนํ้าหนักอาหาร ๑ กิโลกรัม • สีผสมอาหาร ควรใชสีจากธรรมชาติ หรือสารเคมีที่ไดรับอนุญาตให ใส ในอาหารขององคการ เภสัชกรรม • สารเคมี ชวยควบคุมคุณสมบัติทางกายภาพของอาหาร ทําให อาหารคงความสดอยูเสมอ ไดแก วัตถุปรุงแตงรสอาหาร หรือ วัตถุที่ชวยในการควบคุมความเปนกรด ดาง เกลือในอาหาร การรมควันนอกจากจะทําใหอาหารแหงแลว ยังชวยเก็บรักษาอาหารไว ไดนานขึ้น มีกลิ่นหอมและมีรสชาติแปลกใหม การรมควันที่สามารถทําได ในครอบครัวจะเปนการรมควันแบบธรรมชาติ โดยการสุมไฟดวยไม กาบมะพราว ขี้เลื่อย ซังขาวโพด โดยแขวนอาหารไวเหนือกองไฟ ใชไฟออน ๆ เพื่อใหควันรมอาหารไปพรอมกับไอรอน จะชวยทําให อาหารแหงเร็ว เชน การรมควันปลา การถนอมอาหารโดยการแชแข็ง การถนอมอาหารโดยสารปรุงแตงอาหาร การถนอมอาหารโดยการรมควัน ๗๒ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 8. แตละกลุมหาขอมูลเกี่ยวกับเทคนิคการปฏิบัติ การแปรรูปและการถนอมอาหารชนิดนั้นๆ เพื่อใหเกิดความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน มากขึ้น 9. ครูถามนักเรียนวา • การถนอมอาหารโดยการแชแข็งดีกวาอาหาร กระปองอยางไร (แนวตอบ สดและรสชาติดีกวา) • การถนอมอาหารโดยใชสารปรุงแตงอาหาร มีอะไรบาง (แนวตอบ สารกันบูด สีผสมอาหาร สารเคมี) • การถนอมอาหารโดยการรมควันทําใหได อาหารที่มีลักษณะพิเศษอยางไร (แนวตอบ อาหารแหงโดยมีกลิ่นหอมและมี รสชาติแปลกใหม) เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมวา นอกจากการถนอมอาหารโดยการแชแข็งแลว ยังมีการถนอมอาหารโดยใชความเย็นอีกดวย ซึ่งสามารถทําไดหลายวิธี เชน • การใชนํ้าแข็ง จะทําใหอุณหภูมิของอาหารลดลงอยางรวดเร็ว เหมาะ สําหรับแชอาหารทะเล • การใชสารผสมแชแข็ง โดยการใชนํ้าแข็งผสมกับเกลือแกง หรือเกลือ อนินทรียอื่นๆ เหมาะสําหรับอาหารแชแข็งที่บรรจุในภาชนะสําหรับขนสง • การใชเครื่องทําความเย็น ซึ่งจะมีชองทําความเย็นแยกสวนกัน โดยมี ชองเก็บอาหาร ชองเก็บผักสด ครูใหนักเรียนสํารวจตลาดในชุมชนใกลบานของตนเองวา มีการถนอมอาหารรูปแบบใดเปนสวนใหญ จากนั้นวิเคราะหวา เพราะเหตุใดจึงนิยมถนอมอาหารดวยวิธีการดังกลาว โดยเขียน สรุปผลการวิเคราะหลงในกระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนชวยกันบอกวัตถุดิบเหลือใชจากการประกอบ อาหารที่สามารถนํามาทําแปรรูปได โดยชวยกันบอกใหไดมากที่สุด พรอมบอกวา สามารถนํามาแปรรูปเปนอาหารชนิดใดไดบาง นํา สอน สรุป ประเมิน T76


ขอสอบเนน การคิด ๒) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยการดอง ควรเก็บด้วยภาชนะที่ แตกต่างกันไปตามชนิดของอาหาร เช่น ๕.๕ การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมแล้ว การเก็บรักษาและบรรจุอาหารหลังจากถนอมแล้วควรปฏิบัติให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้อาหาร เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม อาหารที่ถนอมแล้วจะเก็บไว้ได้นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการถนอมอาหาร และการเก็บรักษา โดยการเก็บรักษาอาหารที่ถนอมแล้วสามารถท�าได้หลายวิธี ดังนี้ ๑) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยการตากแห้งควรเก็บไว้ในภาชนะ ที่แห้ง หรือโปร่ง เช่น • กล้วยตาก ควรเก็บไว้ในขวดโหล หรือกล่อง พลาสติกจัดเรียงล�าดับให้ดีมีฝาปิดให้เรียบร้อย เวลาจะรับประทานควรใช้ส้อมจิ้ม ถ้าใช้มือหยิบ มือจะต้องสะอาดและแห้งซึ่งจะท�าให้ของเก็บได้ นานขึ้น ไม่เน่าเสียเร็ว • เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ให้แขวนไว้ในที่โปร่งจะท�าให้ ไม่ขึ้นรา หรือเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ตู้เย็น • พริกแห้ง น�าพริกแห้งใส่ตะกร้าโปร่ง ๆ ผึ่งแดด ให้แห้งจะเก็บไว้ได้นานถ้าใส่ภาชนะที่อับจะท�าให้ เกิดความชื้นจนขึ้นราและเสียง่าย ถ้าใส่ถุงควร เจาะรูรอบถุง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและไม่อับชื้น • มะนาวดอง ควรใส่ขวด หรือภาชนะที่เป็นแก้ว ถ้าต้องการเก็บให้ได้นานมากขึ้น ควรใช้ขวด ประเภทอัดความดัน • หัวผักกาดเค็ม ควรเก็บในภาชนะที่เป็นกระเบื้อง หรือดินเผาชนิดเคลือบ หรือภาชนะแก้ว ถ้าใช้ ภาชนะอื่นความเค็มจะค่อย ๆ กัดภาชนะที่บรรจุ ให้ผุกร่อนได้ • มะม่วงดอง ควรบรรจุในภาชนะที่เป็นแก้ว เช่น ขวดโหล ไม่ควรบรรจุในภาชนะที่เป็นโลหะ เช่น หม้ออะลูมิเนียมเพราะในการดองจะเกิดกรดและ ท�าปฏิกิริยากับโลหะ ท�าให้เกิดสารพิษในอาหาร ก่อนเก็บพริกจะต้องตากให้แห้ง เก็บใส่ในภาชนะให้ มิดชิด และหมั่นน�ามาผึ่งแดด เพื่อป้องกันการขึ้นรา อาหารและโภชนาการ ๗๓ พลาสติก ปลาเค็ม 1 2 หากนําอาหารที่เปนกรด-ดางไปใสในภาชนะที่ทําดวย อะลูมิเนียมจะสงผลอยางไร 1. อาหารมีรสเฝอน 2. อาหารกัดกรอนภาชนะ 3. อาหารมีสีสวยนารับประทาน 4. อาหารจะมีสีคลํ้าไมนารับประทาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะความเปนกรด-ดางจะทํา ปฏิกิริยากับภาชนะจนทําใหเกิดสีดําในอาหารและภาชนะ อีกทั้ง ยังทําใหเกิดสารพิษในอาหาร ซึ่งหากบริโภคเขาไปจะทําใหเกิด อันตรายตอรางกายได) นักเรียนควรรู 1 พลาสติก พลาสติกที่ไมไดมาตรฐานอาจจะมีสาร Bisphenol (BPA) ปนเปอน ได โดยสารชนิดนี้นิยมใชกันทั่วไปในการผลิตพลาสติกเพื่อทําใหพลาสติกมีความ ใสและราคาถูก แตสารชนิดนี้เปนสารกอมะเร็ง ทําใหภูมิคุมกันบกพรองได ดังนั้น หากจะเลือกใชกลองพลาสติกเพื่อนํามาใสอาหารนั้น ควรเลือกกลองพลาสติก ที่ปลอดสาร BPA และเลือกที่ไดคุณภาพ 2 ปลาเค็ม หากเก็บไวนานจะทําใหปลามีรสเค็มจัดเกินไป ดังนั้น หากตองการ ลดความเค็มของปลาเค็มกอนที่จะนําไปปรุงอาหารสามารถทําไดโดยใชเกลือ 1 ชอนโตะ ผสมกับนํ้า 1 ชาม แลวนําปลาเค็มไปแชไวนาน 30 นาที จากนั้น นําปลาเค็มขึ้นมาลางนํ้าสะอาด จึงนําไปปรุงอาหารได ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 10. ครูถามนักเรียนวา • การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมดวย การตากแหงและการดองมีความแตกตางกัน อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน อาหารตากแหงควร เก็บไวในที่แหงหรือที่โปรง สวนอาหารดอง ขึ้นอยูกับชนิดของอาหาร มะนาวดองและ มะมวงดองควรบรรจุในภาชนะที่เปนแกว หัวผักกาดเค็มควรเก็บในภาชนะที่เปน กระเบื้อง) • อาหารดองไมควรบรรจุในภาชนะใด เพราะ เหตุใด (แนวตอบ ภาชนะที่เปนโลหะ เชน หมอ อะลูมิเนียม เพราะจะทําปฏิกิริยากับโลหะ กอใหเกิดสารพิษได) นํา สอน สรุป ประเมิน T77


การประกอบอาหารมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น ต้ม ผัด นึ่ง ทอด ตุ๋น ซึ่งการ ประกอบอาหารให้ได้คุณค่าทางโภชนาการนั้นจะต้องรู้จักเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีความสด สะอาด และปลอดภัย รวมทั้งเลือกวิธีการประกอบอาหารที่ช่วยสงวนคุณค่าทางอาหาร จึงจะได้อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ การแปรรูปและการถนอมอาหารยังช ่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับปริมาณอาหารที่มีมากเกินความต้องการในบางฤดูกาล ท�าให้ราคาตกต�่า การถนอม อาหารด้วยวิธีการต่าง ๆ จะท�าให้มีอาหารบริโภคตลอดทั้งปี และแก้ปัญหาการขาดแคลน อาหารในบางท้องถิ่นได้ส่วนการถนอมอาหารไว้รับประทานเองในครอบครัวจะท�าให้ได้ อาหารที่สะอาด ปลอดภัยจากสารกันบูด สารปรุงแต่งสีและกลิ่น รวมทั้งมีราคาถูกกว่า อาหารส�าเร็จรูปที่จ�าหน่ายทั่วไป ๓) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยการกวน ควรเก็บในขวดแก้ว หรือภาชนะที่ไม่ได้ท�ามาจากอะลูมิเนียม สังกะสี เพราะอาหารกวนบางชนิดมีรสเปรี้ยว เป็นกรด ซึ่งจะท�าปฏิกิริยากับภาชนะและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น มะม่วงกวน กล้วยกวน ส้มโอกวน สับปะรดกวน อาหารที่น�ามากวนหลายชนิดสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามได้เช่น ใช้กระดาษแก้วใสห่อ เพื่อให้เห็นเนื้ออาหารภายใน ๔) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยอุณหภูมิต�่า สามารถเก็บไว้ได้ นานด้วยการแช่ตู้เย็น หรือห้องเย็น โดยเก็บตามช่องหรือชั้นของประเภทอาหารในตู้เย็นซึ่งมี หลายระดับเช่นไข่ควรเก็บในช่องเก็บไข่ที่ฝาตู้เย็นเนื้อสัตว์ควรเก็บในช่องวางเนื้อสัตว์ผักผลไม้ ควรเก็บในช่องผักส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นล่างสุดของตู้เย็นและควรท�าความสะอาดตู้เย็นอย่างสม�่าเสมอ เพื่อป้องกันไม่ ให้ของในตู้เย็นเน่าเสีย ๕) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมโดยการบรรจุกระป๋อง หรือขวด สามารถเก็บรักษาอาหารส�าเร็จรูป โดยการบรรจุกระป๋องจะต้องอาศัยเครื่องจักร จึงต้องผลิตใน โรงงาน ส่วนการบรรจุขวดแบบง่ายสามารถท�าได้ ในครัวเรือน ซึ่งมีหลักในการเก็บรักษา ดังนี้ สรุป ใช้ความร้อนสูง ความร้อนสูงจะช ่วยฆ ่าเชื้อ จุลินทรีย์ อันเป็นสาเหตุให้ อาหารเน่าเสีย ใช้ภาชนะที่ฝาปิดสนิท ภาชนะจะต้องป้องกันไม ่ให้ อากาศ หรือเชื้อโรคเข้าไปได้ หลังจากท�าการฆ่าเชื้อแล้ว เก็บไว้ในที่แห้ง สถานที่เก็บต้องแห้ง ไม่โดน แสงแดด และไม่อับชื้น เพื่อ ป้องกันการเกิดสนิมและการ เสื่อมคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ ๗๔ มาจากอะลูมิเนียม เป็นกรด 1 2 นักเรียนควรรู 1 อะลูมิเนียม ภาชนะที่ทํามาจากอะลูมิเนียมที่ไมมีคุณภาพมากพอ อาจกอใหเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับอาหารที่มีฤทธิ์เปนกรด ซึ่งกรดอาจกัดกรอน ภาชนะเมื่อนํามาใสอาหารอาจมีการปนเปอนเขาสูอาหาร และหากรับประทาน เขาไปจะทําใหเกิดอันตรายตอรางกาย 2 กรด อาหารที่มีสภาพเปนกรด (Acid Food) เชน เนื้อสัตวทุกชนิด แปง ขาว โดยเฉพาะขาวที่ขัดสีแลว ผงชูรส อาหารหมักดอง นํ้าสมสายชู อาหาร ประเภททอด หากรับประทานเปนประจําและในปริมาณมากจะกอใหเกิดอันตราย ตอรางกาย เชน หากสารที่เปนกรดไปสะสมไวในขอตอ จะทําใหเกิดอาการปวด ตามขอ โรคเกาต ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีสภาพเปนกรดใหนอยลง และเพิ่มปริมาณอาหารที่เปนดางใหมากขึ้น เชน ผัก ผลไม ธัญพืช ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 1. แตละกลุมทําโครงงาน เรื่อง การแปรรูปและ การถนอมอาหาร ใหสมบูรณในทุกประเด็น เพื่อเตรียมนําเสนอหนาชั้นเรียน 2. ครูถามนักเรียนวา หากที่บานของนักเรียนมี มะมวงออกผลมาก นักเรียนจะทําอยางไรบาง ให นักเรียนแสดงความคิดเห็นรวมกัน 3. นักเรียนทําใบงานที่ 3.4.1 เรื่อง การแปรรูป และการถนอมอาหาร จากนั้นครูถามนักเรียน วา • มะมวงกวน กลวยกวน และสมโอกวน ควรเก็บในภาชนะแบบใด (แนวตอบ ควรเก็บในขวดแกว หรือภาชนะอื่น ที่ไมใชอะลูมิเนียมและสังกะสี) • อาหารที่บรรจุกระปองหรือบรรจุขวด มีหลักในการเก็บรักษาอยางไร (แนวตอบ ใชความรอนสูง ใชภาชนะที่มี ฝาปดสนิท เก็บไวในที่แหง) 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู กิจกรรม 21st Century Skills 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสืบคนวิธีการ ถนอมอาหารจากแหลงการเรียนรูตางๆ 2. ครูใหสมาชิกในกลุมรวมกันสํารวจแลววิเคราะหวา ในทองถิ่น ของตนเองมีวัตถุดิบใดที่กําลังลนตลาดบาง และวัตถุดิบดังกลาว สามารถนํามาถนอมอาหารไดหรือไม และมีวิธีการถนอมอาหาร ดวยวิธีใด 3. ครูใหสมาชิกในกลุมเลือกวัตถุดิบที่ไดจากการสํารวจมา 1 อยาง เพื่อทําการถนอมอาหาร 4. สมาชิกในกลุมรวมกันเตรียมวัสดุ อุปกรณ วัตถุดิบ และเครื่องปรุง สําหรับถนอมอาหาร จากนั้นลงมือปฏิบัติงาน 5. นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน โดยใหครูและเพื่อนกลุมอื่นๆ เสนอแนะเพิ่มเติม นํา สอน สรุป ประเมิน T78


ขอสอบเนน การคิด ๑. การเลือกซื้ออาหารมีข้อควรค�านึงอย่างไร ๒. อธิบายวิธีการเลือกซื้อและการเก็บรักษาอาหารที่ก�าหนดให้ โดยค�านึงถึงการสงวนคุณค่าทางอาหาร • ผัก • ผลไม้ • เน�้อสัตว์ • อาหารแห้ง • อาหารกระป๋อง • อาหารส�าเร็จรูป • เครื่องปรุงรส ๓. ในการประกอบอาหารตามรายการที่ก�าหนด ควรมีวิธีการเลือกซื้อและการเก็บรักษาวัตถุดิบอย่างไร • ไข่เจียวกุ้งสับ • ปลาตะเพียนทอด • ย�ารวมมิตรทะเล • แกงเขียวหวานไก่ใส่มะเขือ • แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่ผักกาดขาว • ขนมทองหยิบ ทองหยอด Êรé Ò§ÊÃÃ¤ì ¾ั²นาการเรÕÂนรéูกิ¨กรรม คำาชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงานกลุ่ม โดยวิเคราะห์และเขียนตอบ ลงในแบบรายงานที่แต่ละกลุ่มออกแบบ ดังนี้ เรื่อง การเลือก«ืéอและ การเกçบรักÉาอาหาร ใบมอบหมายงานที่ ๓.๑ อาหารและโภชนาการ ๗๕ • อาหารส�าเร็จรูป 1 ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 5. นักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงาน เรื่อง การแปรรูปและการถนอมอาหาร 6. ครูและนักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยใน แตละโครงงาน 7. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง อาหารและโภชนาการ นักเรียนควรรู 1 อาหารสําเร็จรูป กรมอนามัยแนะนําถึงการซื้ออาหารสําเร็จรูปอยาง ปลอดภัย โดยใหยึดหลัก 3 ป. ไดแก • ป. ประโยชน คือ เลือกอาหารที่มีความสด และมีคุณคาทางโภชนาการ • ป. ปลอดภัย คือ เลือกอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ผลิตจากแหลงที่เชื่อถือได ไมเสี่ยงตอการปนเปอนและไมทําใหเกิดโรค และ • ป. ประหยัด คือ เลือกอาหารที่มีในทองถิ่น มีตามฤดูกาล เพราะจะได อาหารคุณภาพดี และราคาถูก นอกจากนี้ นํ้าดื่ม หรือเครื่องดื่มจะตองบรรจุใน ภาชนะที่มีการปกปด นํ้าแข็งตองสะอาด มีที่ตัก ไมแชอาหารหรือสิ่งอื่นๆ ปะปน การเลือกซื้ออาหารกระปองมีวิธีการเลือกซื้ออยางไร (แนวตอบ 1. กระปองตองไมบุบบี้หรือโปงพอง และไมเปนสนิม 2. เมื่อกดนิ้วลงไปบนฝากระปอง ถาฝากระปองบุบหรือ ยุบลงไป หรือตัวกระปองโปงหรือพองออก ไมควรเลือกอาหาร กระปองนั้น 3. เมื่อเขยากระปอง จะตองไมมีเสียงกระฉอกของนํ้ากับอากาศ 4. เมื่อเปดกระปองแลวไดกลิ่นบูดเนา หรือกลิ่นผิดแปลกไป จากที่เคยรับประทาน หามนํามารับประทานโดยเด็ดขาด 5. ควรดูวัน เดือน ปที่ผลิต ไมควรซื้อ หรือรับประทานอาหาร กระปองที่เก็บไวนาน เพราะการเก็บไวนานจะทําใหคุณคาทาง อาหารลดลงไปเรื่อยๆ) นํา สอน สรุป ประเมิน T79


กิจกรรม Mini Project ๑. ประกอบอาหารร่วมกัน โดยจัดรายการอาหารให้เพียงพอกับจ�านวนสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งจะต้องค�านึงถึง อาหารหลัก ๕ หมู่ ๒. เตรียมศึกษาขั้นตอนวิธีการประกอบอาหารแต่ละชนิด ๓. เขียนแผนการประกอบอาหารส่งครูล่วงหน้าก่อนปฏิบัติงานอย่างน้อย ๔ วัน ดังนี้ • ชื่ออาหารที่สมาชิกในกลุ่มเลือก • ส่วนผสมและเครื่องปรุงของอาหารแต่ละชนิด • อุปกรณ์และภาชนะที่ใช้ส�าหรับประกอบอาหารแต่ละชนิด • วิธีการประกอบอาหารแต่ละชนิด • ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๔. อธิบายวิธีการเลือกซื้ออาหารแต่ละชนิดตามที่ก�าหนดให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ๕. เมื่อถึงวันปฏิบัติงาน จะต้องจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนและหมวกคลุมผมมาให้เรียบร้อย ๖. ปฏิบัติตามแผนการประกอบอาหาร เพื่อให้ได้อาหารตามที่สมาชิกในกลุ่มเลือก ๗. ประเมินผลการปฏิบัติงาน ในหัวข้อ ดังนี้ • การท�างานร่วมกันในกลุ่ม • วิธีการประกอบอาหาร • รสชาติของอาหาร ๘. ระบุปัญหาและอุปสรรค พร้อมแนวทางการแก้ ไข เรื่อง การฝึกปฏิบัติ คำาชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงานกลุ่มตามที่ก�าหนด ประกอบอาหาร ใบมอบหมายงานที่ ๓.๒ ๗๖ โดยจัดรายการอาหารให้เพียงพอกับจ 1 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม การนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.4.1 เรื่อง การแปรรูป และการถนอมอาหาร เกร็ดแนะครู ครูสามารถแนะนํานักเรียนระหวางการฝกปฏิบัติประกอบอาหารวา ขณะ ประกอบอาหารนักเรียนจะตองคํานึงถึงความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนใน กลุมดวย เชน การใชอุปกรณในการประกอบอาหาร การใชความรอนในการ หุงตม หรือทอดอาหาร ซึ่งระหวางการประกอบอาหารนักเรียนไมควรหลอกลอ หรือเลนกัน เพราะอาจจะทําใหเกิดอันตรายได นักเรียนควรรู 1 จัดรายการอาหาร หลักในการจัดรายการอาหารที่ดี คือ มีคุณคาทาง โภชนาการอยางเพียงพอ ชนิดของอาหารในแตละมื้อควรมีอาหารตางชนิดกัน เชน แกง ผัด ทอด และควรมีผักทุกมื้อ ไมควรจัดอาหารซํ้ากันบอยครั้ง พยายาม จัดรายการอาหารใหหมุนเวียนกันไป โดยอาจจัดไวลวงหนาอยางนอย 2 สัปดาห 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน 2. ครูใหสมาชิกในกลุมรวมกันคิดประกอบอาหารมา 1 ชนิด โดยอาหารชนิดนั้น จะตองมีคุณคาทางโภชนาการและมีรสชาติดี 3. ครูใหนักเรียนเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณในการประกอบอาหาร ใหพรอม 4. สมาชิกในกลุมรวมกันประกอบอาหารจนสําเร็จ จากนั้นครูให สมาชิกในกลุม รวมกันตรวจสอบดูวา มีวัตถุดิบใดที่เหลือจาก การประกอบอาหารบาง และใหรวมกันวิเคราะหวาสามารถนํา มาแปรรูปอาหาร หรือถนอมอาหารไดหรือไม ดวยวิธีใด 5. ครูใหสมาชิกแตละกลุมประเมินผลการปฏิบัติงาน และสงตัวแทน กลุมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T80


ขอสอบเนน การคิด ๑. ปฏิบัติการแปรรูปและการถนอมอาหาร โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ • ส�ารวจผลผลิตทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่น เพื่อน�ามาเป็นข้อมูลในการพิจารณาเลือกท�าการแปรรูป หรือการถนอมอาหาร เช่น - ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล - สัตว์ที่เลี้ยงเป็นอาหาร เช่น ปลา หมู ไก่ • วางแผนการท�างาน ก�าหนดระยะเวลา ก�าหนดขั้นตอนการท�างาน เตรียมอุปกรณ์ และประเมินค่าใช้จ่าย • ลงมือปฏิบัติการแปรรูปอาหาร หรือการถนอมอาหารในชั่วโมงเรียน • ประเมินผลการปฏิบัติงานว่าบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ก�าหนดไว้หรือไม่ ๒. น�าอาหารที่ได้จากการแปรรูปหรือการถนอมอาหารจัดลงในบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อน�าไปใช้ในครัวเรือน หรือน�าไปจ�าหน่าย ๓. จัดท�าแผ่นพับเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิธีการแปรรูปอาหารและการถนอมอาหารที่มีในท้องถิ่นให้กับบุคลากร ในโรงเรียนและชุมชนกลุ่มละ ๑ รายการ เรื่อง การแปรรูปและ คำาชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงานกลุ่มตามที่ก�าหนด การถนอมอาหาร ใบมอบหมายงานที่ ๓.๓ อาหารและโภชนาการ ๗๗ ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 3 เรื่อง อาหารและโภชนาการ การลดปริมาณนํ้าในผลผลิตเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของ เชื้อจุลินทรีย เปนการแปรรูปอาหารประเภทใด 1. การอบ 2. การกวน 3. การเชื่อม 4. การพาสเจอไรซ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการกําจัดนํ้า หรือความชื้นโดย การใชความรอนดวยการตากแหง หรือการอบแหง มีจุดประสงค เพื่อลดนํ้าที่อยูในอาหาร เพื่อชวยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของ เชื้อจุลินทรียชนิดตางๆ สวนขอ 2. และขอ 3. เปนการใชนํ้าตาล เพื่อยับยั้งการทํางานของจุลินทรีย และขอ 4. เปนการยับยั้งจุลินทรีย โดยการใชความรอนสูงในอุณหภูมิระหวาง 60-80 องศาเซลเซียส) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การแปรรูปและการถนอมอาหาร เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต ่ำกว่ำ 12 ปรับปรุง รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. กำรวำงแผนท่ำ โครงงำน วำงแผนท่ำโครงงำนได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วำงแผนท่ ำโค รงง ำนได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วำงแผนท่ำโครงงำนได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วำงแผนท่ำโครงงำนได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. กำรด่ำเนินงำน ตำมแผน โครงงำน ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ ถูกต้องบำงส่วน ไม่ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ 3. กำรเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื องมือ เครื องใช้อย่ำง เหมำะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ได้อย่ำง เหมำะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ได้อย่ำง เหมำะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ได้อย่ำง เหมำะสมเป็นบำงส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ ไม่เหมำะสม 4. กำรใช้พลังงำน และทรัพยำกร อย่ำงคุ้มค่ำ กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำได้ อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำได้ อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมเป็น ส่วนใหญ่ กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำ อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม เป็นบำงส่วน กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำได้ อย่ำงไม่ถูกต้อง ไม่ เหมำะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน กำรท่ำงำน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกำรท่ำงำน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในกำรท่ำงำนเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกำ รท่ ำง ำนเป็น บำงส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกำรท่ำงำน 6. ผลงำนกำร แปรรูปและกำร ถนอมอำหำร ผลงำนกำรแปรรูปและกำร ถนอมอำหำร มี ค ว ำ ม เหมำะสม ผลงำนกำรแปรรูปและกำร ถนอมอำหำร มี ค ว ำ ม เหมำะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงำนกำรแปรรูปและกำร ถนอมอำหำร มี ค ว ำ ม เหมำะสมเป็นบำงส่วน ไม่มีผลงำนกำรแปรรูป และกำรถนอมอำหำร แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T81


Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อ การปลูกพืชและ การเจริญเติบโต ของพืช 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับการปลูกพืชได้ 2. ระบุปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อการเจริญเติบโตของ พืชได้ กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 4.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ์ และ พันธุ์พืชในการ ปลูกพืช 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. บอกหลักการใช้และ เก็บรักษาเครื่องมือและ อุปกรณ์ในการปลูกพืช ได้ 2. อธิบายหลักในการ คัดเลือกพันธุ์พืชและ วิธีการเตรียมพันธุ์พืช ได้ โครงงาน เป็นฐาน (Project Based Learning) - ตรวจใบงานที่ 4.2.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T82


แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 การเตรียมดิน ปลูกพืช 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. บอกสูตรผสมดินเพาะ เมล็ดอย่างน้อย 1 สูตร ได้ 2. เตรียมดินส�ำหรับปลูก พืชได้ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T83


ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃãËŒ¾×ª·Õè»ÅÙ¡âµàÃçÇ áÅÐá¢ç§áç ¤Ç÷ÓÍ‹ҧäà การเ¾าะปÅÙก¾ืª ô ñ ปัจจัยที่เกี่ยวของกับการปลูกพืช กำรปลูกพืชให้ ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ำ จ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกำรปลูกพืช ดังนี้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ความคิดสรางสรรคมี ๔ ลักษณะ ประกอบดวย ความคิดริเริ่ม ความคลองในการคิด ความยืดหยุนในการคิด และความคิดละเอียดลออ ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดการระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตาม เปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ เชน การปลูกพืช ขยายพันธุพืช หรือเลี้ยงสัตว ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืนเพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ควำมลำดเอียง หรือสูงต�่ำของพื้นที่ แปลงปลูกพืชควรมีควำมลำดเอียงเล็กน้อย เพื่อ สะดวกในกำรทดน�้ำและระบำยน�้ำ หำกลำดเอียง มำกเกินไปจะท�ำให้เกิดปัญหำกำรชะล้ำงหน้ำดิน  ป้องกันได้โดยกำรปลูกพืชคลุมดิน  หำกลำดชัน สูงมำกให้ปลูกพืชแบบขั้นบันได ขนำดของพื้นที่ กำรพิจำรณำพืชที่น�ำมำปลูกต้องค�ำนึงถึงขนำด ของพื้นที่ เพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ รวมถึงกำรเลือก ใช้เครื่องมือและเครื่องทุ่นแรง ถ้ำพื้นที่มีขนำดเล็ก อำจไม่คุ้มค่ำต่อกำรลงทุนซื้อเครื่องมือ และกำรมี พื้นที่มำกจะช่วยในกำรขยำยกิจกำรในอนำคตได้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗8 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรู ความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เรื่อง การเพาะปลูกพืช 2. ครูใหนักเรียนที่มีประสบการณการปลูกผัก หรือ ที่บานมีการปลูกผัก เลาวิธีการปลูก การดูแล รักษา และการนํามาใชประโยชน เชน นํามา ประกอบอาหารอะไรไดบาง มีวิธีการประกอบ อาหารอยางไร คุณคาสารอาหารจากผัก ขอดี จากการปลูกผัก และถามคําถาม Big Question จากในหนังสือเรียน โดยที่นักเรียนชวยกันตอบ คําถามโดยยังไมสรุปตอบ และจะสรุปคําตอบ ภายหลังจากเรียนจบ หนวยการเรียนรูที่ 4 เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง ปจจัยที่เกี่ยวของกับการปลูกพืช ปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการเจริญเติบโตของพืช การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืช การเตรียมพันธุพืช และการเตรียมดินปลูกพืช ใชทักษะการแสวงหาความรูและทักษะ กระบวนการแกปญหาในการทํางานอยางเปนขั้นตอนในการเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ พันธุพืช และดินปลูกพืชตามขั้นตอนที่ถูกตองและเหมาะสม มีจิตสํานึก ในการทํางาน และใชทรัพยากรในการปฏิบัติงานอยางประหยัดและคุมคา โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืช • ใหฝกเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ พันธุพืช และดินปลูกพืช เพื่อใหนักเรียนเกิดทักษะการจัดการ ทักษะการแกปญหา ทักษะการแสวงหาความรู และรูจัก ใชทรัพยากรในการปฏิบัติงานอยางประหยัดและคุมคา T84


ขอสอบเนน การคิด กำรปลูกพืชทุกชนิด ผู้ปลูกจ�าเปนต้องรู้ถึง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการเจริญเติบโตของพืช การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ์ส�าหรับการเตรียมการเพาะปลูกพืช ตลอดจนวิธีการเตรียมดินปลูกได้อย่างเหมาะสมกับ ชนิดของพืช ปองกันปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจ เกิดขึ้นระหว่างการปลูก รวมถึงใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้การปลูกพืชบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ คุณสมบั ติของดิน ควำมอุดมสมบูรณ์ของดินมีผลต่อกำรเจริญเติบโต ของพืช  โดยดินดีหรือไม่ดีนั้นสำมำรถสังเกตได้  เช่น  ถ้ำดินมีสีด�ำคล�้ำหรือค่อนข้ำงด�ำ  ส่วนใหญ่ จะเป็นดินดีมีอินทรียวัตถุมำก  แต่อำจมีบำงส่วน ที่ไม่ดี จึงควรน�ำไปตรวจวิเครำะห์ ในห้องปฏิบัติกำร ทำงปฐพีวิทยำ เพื่อหำควำมอุดมสมบูรณ์ของดิน และปริมำณธำตุอำหำรพืช รวมทั้งคุณลักษณะ ทำงกำยภำพของดินก่อนที่จะลงมือปลูกพืช ท�ำเลที่ตั้งของที่ดิน ที่ดินควรตั้งอยู่ใกล้กับตลำดและชุมชน เพื่อควำม สะดวกในกำรขนส่งผลผลิตออกสู่ตลำด และต้อง เป็นที่ดินที่ถูกต้องตำมกฎหมำย  โดยมีเอกสำร สิทธิ์ครอบครอง เพื่อป้องกันปัญหำที่อำจเกิดขึ้น ในอนำคต  นอกจำกนี้  ควรทรำบข้อมูลเกี่ยวกับ พืชที่เคยปลูกบนที่ดินนั้น ๆ  โรคและแมลงที่เคย ระบำดในพื้นที่หรือบริเวณใกล้เคียง  เพื่อหำวิธี ป้องกันก่อนลงมือเพำะปลูกพืช การเพาะปลูกพืช ๗9 ทำงปฐพีวิทยำ เพื่อหำควำมอุดมสมบูรณ์ของดิน และปริมำณธำตุอำหำรพืช รวมทั้งคุณลักษณะ 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 3. ครูใหนักเรียนดูภาพการปลูกผักจากหนังสือ เรียนหนา 79 ใหนักเรียนชวยกันบอกวิธี การเตรียมดิน การบํารุงรักษา การเก็บเกี่ยว ผลผลิต การนําไปใชประโยชน จากนั้น ครูนํา รูปพืชหรือพืชจริงมาใหนักเรียนดูหลายๆ แบบ ทั้งตนกลา เมล็ดที่เริ่มงอก ตนเล็กและตนใหญ 4. ครูใหนักเรียนชวยกันวิเคราะหดินที่ใชปลูกพืช ในหนา 79 วาควรมีลักษณะอยางไร นักเรียนควรรู 1 ปฐพีวิทยา หรือ Soil Science เปนวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับดิน ในเรื่องของความ สําคัญของดิน การกําเนิดดิน สมบัติทางกายภาพ ชีววิทยา และเคมีของดิน ธาตุ อาหาร พืช การอนุรักษดินและนํ้า การสํารวจและการใชแผนที่ดิน ตลอดจน การจําแนกดิน ซึ่งในการเพาะปลูกพืชจําเปนตองอาศัยความรู ความเขาใจทาง ปฐพีวิทยา เพื่อชวยใหสามารถเพาะปลูกพืชไดอยางถูกตองและประสบผลสําเร็จ 2 ธาตุอาหาร มีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของพืชเปนอยางยิ่ง หากพืช ไดรับธาตุอาหารไมเพียงพอ จะสงผลใหไมสามารถเจริญเติบโตไดอยางเต็มที่ นอกเหนือจากการที่พืชไดรับธาตุอาหารจากดินเองแลว สามารถเพิ่มธาตุอาหาร ใหแกพืชไดโดยการใชปุยที่มีสวนผสมของธาตุอาหาร ซึ่งสามารถหาซื้อไดจาก แหลงจําหนายอุปกรณทางการเกษตร เพราะเหตุใดแปลงปลูกผักจึงนิยมทําใหนูนโคงจากตรงกลาง แปลงและลาดลงสูขอบแปลง 1. เพื่อปองกันนํ้าขัง 2. เพื่อความสวยงาม 3. เพื่อใหไดรับแสงอยางเต็มที่ 4. เพื่อหลีกเลี่ยงจากศัตรูพืชบางชนิด (วิเคราะหคําตอบ ตอบ 1. เพราะการเตรียมแปลงปลูกพืช ควร เตรียมแปลงใหนูนโคงจากตรงกลางแปลงและลาดลงสูขอบแปลง โดยเวนขอบแปลงเปนที่ราบสําหรับใชเปนทางเดิน หรือสูบนํ้าขังไว เพื่อใชในการรดนํ้า การเตรียมแปลงปลูกพืชในลักษณะนี้ จะชวย ใหแปลงปลูกพืชสามารถระบายนํ้าไดดีขึ้น และยังชวยปองกัน การเกิดนํ้าทวมขังไดอีกดวย) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T85


ขอสอบเนนการคิด แหล่งน�้ำ น�้ำมีควำมส�ำคัญต่อกำรปลูกพืชเป็นอย่ำงมำก กำรเลือกพื้นที่จึงต้องค�ำนึงถึงแหล่งน�้ำด้วยว่ำสำมำรถน�ำ น�้ำจำกที่ใดมำใช้ประโยชน์ได้ น�้ำที่น�ำมำใช้ในกำรเกษตรควรมำจำกแหล่งน�้ำสะอำดที่สำมำรถใช้เพื่อกำร บริโภคไม่ควรน�ำน�้ำที่มีกำรปนเปื้อนสำรพิษ หรือโลหะหนักจุลินทรีย์ก่อโรคมำรดพืช โดยทั่วไปสำมำรถ ใช้น�้ำในกำรท�ำกำรเกษตรจำกแหล่งต่ำง ๆ ดังนี้ • แหล่งน�้ำที่เกิดขึ้นเองตำมธรรมชำติ แหล่งน�้ำผิวดิน เกิดจำกน�้ำฝนที่ไหลมำรวมกันโดยทั่วไปจะมีปุ๋ยและธำตุอำหำรที่จ�ำเป็นต่อกำร เจริญเติบโตของพืชปะปนมำด้วยเสมอและปริมำณน�้ำผิวดินจะขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิอำกำศ ภูมิประเทศ และปริมำณน�้ำฝน แหล่งน�้ำใต้ดินเกิดจำกน�้ำฝนที่ตกลงมำแล้วซึมลงในชั้นดินต่ำง ๆ จนถึงชั้นหินที่น�้ำไม่สำมำรถ ไหลซึมลงได้อีก  บำงครั้งเรำเรียกน�้ำชนิดนี้ว่ำ  “น�้ำบำดำล” น�้ำใต้ดินมีอยู่หลำยระดับ มีควำมลึกตื้น ไม่เท่ำกัน ขึ้นอยู่กับสภำพของพื้นที่เป็นหลัก • แหล่งน�้ำที่มนุษย์สร้ำงขึ้น น�้ำจำกอ่ำงเก็บน�้ำ เหมือง ฝำย เขื่อน น�้ำจำกอ่ำงเก็บน�้ำ เหมือง ฝำย เขื่อน นับว่ำมีควำม ส�ำคัญต่อกำรเพำะปลูกพืชเป็นอย่ำงมำก โดยเฉพำะในฤดูแล้ง  น�้ำจำกแหล่งดังกล่ำวจะช่วยท�ำให้พืช เจริญเติบโตได้อย่ำงต่อเนื่อง   กำรปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภำพ ผู้ปลูกควรศึกษำเกี่ยวกับควำมลำดเอียงของพื้นที่ขนำดของพื้นที่คุณสมบัติของดิน ท�ำเลที่ตั้งของดิน และแหล่งน�้ำ เพื่อให้สำมำรถจัดกำรเพำะปลูกได้อย่ำงเหมำะสม 80 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน หรือโลหะหนัก “น�้ำบำดำล 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 5. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนรูจักพืชชนิดใดบาง แลวเคยปลูกพืช ชนิดใด พืชที่ปลูกออกดอกออกผลตามตองการ หรือไม (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนมีวิธีใหนํ้าพืชเหลานั้นอยางไร และ แหลงนํ้ามาจากที่ไหน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงแหลงนํ้า เพื่อใชในการเพาะปลูก ความสําคัญของนํ้า การจัดการนํ้าเพื่อใหมีเพียงพอ และรวมกัน หาวิธีอนุรักษแหลงนํ้าเพื่อใหมีนํ้าไวใชในการ อุปโภค บริโภค และการเพาะปลูก นักเรียนควรรู 1 โลหะหนัก เปนโลหะที่มีความถวงจําเพาะมากกวานํ้าถึง 5 เทาขึ้นไป พบอยูในดีบุก สังกะสี ทองแดง ตะกั่ว สารหนู และปรอท มีอัตราการสลายตัว คอนขางชา สามารถสะสมอยูในสิ่งแวดลอมไดนาน กอใหเกิดปญหามลพิษทางนํ้า หากมนุษยรับประทานอาหารที่มีโลหะหนักเจือปน อาจกอใหเกิดอันตรายหลาย ประการ เชน ระบบยอยอาหารบกพรอง เกิดโรคโลหิตจาง ความดันโลหิตสูง มีไข ออนเพลีย ไตทํางานผิดปกติ กอใหเกิดภาวะไตวายได 2 นํ้าบาดาล เปนแหลงนํ้าใตดินที่มีความสําคัญ การนํานํ้าบาดาลมาใช ในการเกษตรตองใชจายเงินจํานวนมาก เพื่อทําการขุดเจาะนํ้าบาดาลขึ้นมา กอนนํานํ้าบาดาลมาใช ควรมีการวัดคาความเปนกรด-ดางกอน จากนั้นใหพักนํ้า ไวประมาณ 3 วัน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในนํ้า เพราะโดยปกตินํ้าบาดาลจะมีปริมาณ ออกซิเจนตํ่า สงผลใหพืชไดประโยชนจากนํ้าไดไมเต็มที่ การเลือกใชนํ้าบาดาล หรือแหลงนํ้าใตดินในปริมาณที่มาก เกินไป กอใหเกิดผลกระทบอยางไร (วิเคราะหคําตอบ การใชนํ้าบาดาล หรือแหลงนํ้าใตดินใน ปริมาณที่มากเกินไป กอใหเกิดผลกระทบในหลายประการ เชน ทําใหแผนดินทรุดตัวลง เนื่องจากมีการสูบนํ้าบาดาลในปริมาณมาก สังเกตไดจากฝน คือ หากฝนตกในพื้นที่ที่แผนดินทรุด จะสงผลให มีนํ้าทวมขังนานกวาพื้นที่อื่นๆ ระดับนํ้าใตดินลดลง เนื่องจากการ ขุดเจาะบอบาดาลลึกลงไปเรื่อยๆ จะทําใหนํ้าบาดาลดังกลาวนํามา ใชประโยชนอีกไมได ทําใหนํ้าเค็มเขามาแทนที่นํ้าจืด เนื่องจากการ หนุนของนํ้าทะเล สงผลใหคุณภาพของนํ้าบาดาลลดลง เนื่องจาก ถูกเจือปนดวยนํ้าเค็ม) T86


ขอสอบเนน การคิด ๒ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกำรเจริญเติบโตของพืช เป็นสภำพภำยนอกที่อยู่รอบ ๆ ต้นพืช  ซึ่งมี  ผลโดยตรงต่อกำรเจริญเติบโตและกำรให้ผลผลิตของพืช โดยทั่วไปปัจจัยต่ำง ๆ  ที่มีอิทธิพลต่อ กำรเจริญเติบโตของพืช มีดังนี้ ๒.๑ ดิน   ดิน เป็นวัตถุที่เกิดจำกกำรรวมตัวตำมธรรมชำติของเศษหินและแร่ธำตุต่ำง ๆ ที่สลำยตัวเป็น  ชิ้นเล็ก ๆ กับอินทรียวัตถุที่เน่ำเปื่อยผุพัง รวมตัวกันเป็นชั้น ๆ  ห่อหุ้มผิวโลก เมื่อมีอำกำศและ น�้ำเข้ำมำผสมกับดินในปริมำณที่เหมำะสม พืชจะสำมำรถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อมนุษย์และสัตว์ ๑) ควำมส�ำคัญของดิน ดินมีควำมส�ำคัญต่อกำรเจริญเติบโตของพืช ดังนี้      ๑. ดินเป็นรำกฐำนส�ำหรับกำรเจริญเติบโตของพืชและเป็นที่ยึดเหนี่ยวของรำกพืช      ๒.  ดินเป็นแหล่งน�้ำและอำกำศส�ำหรับให้รำกพืชดูดไปใช้ประโยชน์      ๓.  ดินเป็นแหล่งธำตุอำหำรที่จ�ำเป็นต่อกำรเจริญเติบโตของพืช      ๔. ดินเป็นที่อยู่อำศัยของจุลินทรีย์หลำยชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ๒) ส่วนประกอบของดิน ดินประกอบด้วยส่วนต่ำง ๆ ดังนี้ เป็นส่วนของวัตถุที่เกิดจำกกำรย่อยสลำยตัวของ หินและแร่ธำตุต่ำง ๆ ที่ผสมคลุกเคล้ำอยู่ในเนื้อดิน ประมำณร้อยละ ๔๕ โดยปริมำตร เป็นแหล่งก�ำเนิด ธำตุอำหำรพืชและแหล่งอำศัยจุลินทรีย์ในดิน และ ยังเป็นส่วนที่ควบคุมเนื้อดิน กระบวนกำรต่ำง ๆ  ทำงเคมีของดิน รวมถึงสีของดินด้วย แร่ธำตุ ร้อยละ ๔๕ น�้ำ ร้อยละ ๒๕ อำกำศ ร้อยละ ๒๕ อินทรียวัตถุ ร้อยละ ๕ แร่ธำตุ หรืออนินทรียวัตถุ  แผนภูมิแสดงส่วนประกอบของดิน เป็นสิ่งที่เกิดจำกกำรสลำยตัวเน ่ำเปื ่อยผุพัง ของเศษพืช  ซำกสัตว์ที่ตำยมำทับถมอยู ่บนดิน ประมำณร้อยละ ๕ โดยปริมำตร เป็นแหล่งก�ำเนิด ธำตุอำหำรพืชและแหล่งอำหำรของจุลินทรีย์ในดิน เป็นส่วนควบคุมเนื้อดิน ท�ำให้เกิดกระบวนกำรทำง เคมีต่ำง ๆ ในดินรวมถึงควบคุมโครงสร้ำงของดินด้วย อินทรียวัตถุ การเพาะปลูกพืช 81 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 6. ครูกลาววา พืชเปนสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชนตอ มนุษย นักเรียนควรรูวาปจจัยตางๆ มีผลตอ การปลูกและการเจริญเติบโตของพืชอยางไร บาง เพื่อใหสามารถดูแลพืชที่ปลูกใหมีผลผลิต ตามตองการ ครูถามคําถาม • ปจจัยใดบางที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต ของพืช (แนวตอบ เชน ดินที่อุดมสมบูรณไปดวย ธาตุอาหารอินทรียวัตถุเปนดินรวน นํ้า พืชตองไดรับนํ้าอยางเพียงพอ) 7. ครูใหนักเรียนดูปจจัยที่เกี่ยวของกับการปลูกพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 และหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 81-91 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุลินทรียในดินใหนักเรียนฟงวา ดินเปนแหลง ที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโตของจุลินทรียชนิดตางๆ เชน แบคทีเรีย ฟงไจ โปรโตซัว ไวรัส ดินที่อยูลึกลงไปอากาศจะถายเทไมสะดวก สงผลใหมีจุลินทรีย นอย ในขณะที่ดินที่มีอากาศถายเทไดดีจะมีจุลินทรียมาก โดยชนิดของจุลินทรีย ในดินจะแตกตางกันออกไปตามชนิดของดิน แรธาตุ สารอินทรีย และความชื้น ของดิน ซึ่งสารอินทรีย หรือสารอาหารในดินนับวามีความสําคัญตอการเจริญ เติบโตของจุลินทรียเปนอยางยิ่ง อินทรียวัตถุมีประโยชนตอดินอยางไร (แนวตอบ อินทรียวัตถุเปนแหลงกําเนิดของธาตุอาหารที่อยู ภายในดิน เกิดจากการเนาเปอยของเศษซากพืชและซากสัตว ที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุชวยทําใหดินมีความรวนซุย ระบายนํ้าและถายเทอากาศไดดี ทั้งยังชวยในการเจริญเติบโต ของพืช ควบคุมโครงสรางของดิน และทําใหเกิดกระบวนการทาง เคมีตางๆ ในดินอีกดวย) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนประกอบของดิน ไดจาก http://www.kladee. com/basic/soil/ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T87


ขอสอบเนนการคิด ดินเหนียว เป็นดินที่มีกำรจับตัวกันอย ่ำงหนำแน ่น  มี ช ่องว ่ำงระหว ่ำงเม็ดดินน้อย  ดินเหนียวจึงมี ประสิทธิภำพในกำรอุ้มน�้ำได้ดีที่สุด ดินร่วน เป็นดินที่มีช่องว่ำงระหว่ำงเม็ดดินมำก  น�้ำและ อำกำศสำมำรถผ ่ำนได้ง ่ำย  ดินร ่วนจึงมี ประสิทธิภำพในกำรอุ้มน�้ำได้น้อยกว่ำดินเหนียว ดินทรำย เป็นดินที่มีเนื้อดินหยำบ  เม็ดดินไม่เกำะตัวกัน มีช่องว่ำงในดินมำก ระบำยน�้ำได้ดี  ด้วยเหตุนี้  ดินทรำยจึงไม่สำมำรถเก็บกักน�้ำไว้ได้ ๓) ประเภทของดิน ดินทั่วไปที่ใช้ ในกำรเพำะปลูกแบ่งได้เป็น ๓ ประเภท ดังนี้ ขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ของอนุภำคดินเล็กกว ่ำ  ๐.๐๐๒  มิลลิเมตร  ซึ่งมี ขนำดเล็กที่สุด มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ของอนุภำคดินตั้งแต่  ๐.๐๕-๒.๐ มิลลิเมตร มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ของอนุภำคดิน ตั้งแต่  ๐.๐๐๒-๐.๐๕ มิลลิเมตร   เป็นกลุ่มแก๊สที่อยู่ในช่องว่ำงระหว่ำงเม็ดดิน หรือ อนุภำคดิน ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน ออกซิเจน  และคำร์บอนไดออกไซด์ประมำณร้อยละ  ๒๕  โดย น�้ำหนัก เป็นแหล่งแก๊สออกซิเจนส�ำหรับรำกพืชและ จุลินทรีย์ ในดินเพื่อใช้ส�ำหรับกำรหำยใจ อีกทั้งยังให้ แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ด้วย เมื่อรวมตัวกับน�้ำจะให้ กรดคำร์บอนิกมีควำมส�ำคัญต่อกระบวนกำรทำงเคมี ในดิน นอกจำกนี้ ยังให้แก๊สไนโตรเจน ซึ่งจ�ำเป็นต่อ กำรเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ในดิน เช่น ไรโซเบียม คลอสตริเดียม อำกำศ ประเภทและขนำดของดิน   เป็นของเหลวที่อยู่ตำมช่องว่ำงระหว่ำงเม็ดดิน  หรืออนุภำคดิน ประมำณร้อยละ ๒๕ โดยน�้ำหนัก  มีหน้ำที่ในกำรละลำยธำตุอำหำรต่ำง ๆ ในดิน และ ช่วยในกำรดูด  ล�ำเลียง  เคลื่อนย้ำยธำตุอำหำรพืช จำกรำกไปสู ่ล�ำต้นและใบ  ซึ่งเป็นวัตถุดิบส�ำคัญ ส�ำหรับกำรสังเครำะห์แสงของพืช น�้ำ 8๒ 1 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 8. ครูนําอภิปรายในประเด็นดินที่เหมาะสมกับ การปลูกพืชวามีคุณสมบัติอยางไร และให นักเรียนแตละคนศึกษาคนควาเกี่ยวกับการ ปลูกและการดูแลตนไมที่นักเรียนสนใจ อาจ เปนตนไมที่บานหรือที่โรงเรียนก็ได 9. ครูใหนักเรียนสํารวจดินที่จะใชปลูกวาเปน ดินประเภทใด โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 82 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกตางของดินแตละประเภทใหนักเรียน ฟงวา ดินมีอยูดวยกันหลายประเภท ซึ่งดินแตละประเภทจะมีคุณสมบัติที่ แตกตางกัน เชน ดินเหนียว เนื้อละเอียด อุมนํ้าไดดี เหมาะสําหรับเพาะปลูก พืชที่ตองการนํ้ามาก เชน ขาว ดินรวน เนื้อคอนขางละเอียด ระบายนํ้าได ดีปานกลาง เหมาะสําหรับการเพาะปลูกพืชหลายชนิด เชน ออย ดินทราย เนื้อหยาบ ระบายนํ้าและอากาศไดดี อุมนํ้าตํ่า เหมาะสําหรับการเพาะปลูกพืช บางชนิด เชน มันสําปะหลัง นักเรียนควรรู 1 การสังเคราะหแสงของพืช มีประโยชนหลายประการ เชน เปนกระบวนการ สรางอาหารเพื่อการดํารงชีวิตของพืช เปนกระบวนการใหแกสออกซิเจนแก ชั้นบรรยากาศ ชวยลดปริมาณแกสคารบอนไดออกไซดใหอยูในภาวะสมดุล ความเปนกรด-ดางของดินมีความสําคัญตอพืชอยางไร (แนวตอบ เปนตัวควบคุมการละลายธาตุอาหารในดินใหออก มาอยูในรูปของสารละลายรวมกับนํ้าในดิน หากดินมีความเปน กรด-ดางไมเหมาะสม ธาตุอาหารในดินอาจละลายออกมาได นอย ไมเพียงพอตอความตองการของพืช หรือในทางตรงกันขาม ธาตุอาหารบางชนิดอาจละลายออกมามากเกินไปจนเปนพิษตอ พืชได ดังนั้น จึงตองมีการปรับปรุงดินใหมีความเปนกรด-ดาง อยางเหมาะสม) T88


กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ดินกรด มีวิธีกำรปรับปรุงดินหลำยวิธี ดังนี้ ๑.   ใส่ปูนขำว  หรือปูนมำร์ล หรือขี้เถ้ำแกลบลง ในดิน เพื่อปรับสภำพให้กรดเจือจำง ส่วน อัตรำกำรใส่ปูนกี่กิโลกรัมต่อไร่นั้น  สำมำรถ ขอค�ำแนะน�ำได้จำกศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยี กำรเกษตร หรือเจ้ำหน้ำที่เกษตรต�ำบลเกษตร อ�ำเภอใกล้บ้ำนได้ทุกแห่ง ๒. กำรใช้อินทรียวัตถุเพรำะสำมำรถดูดซับน�้ำและ ธำตุอำหำรได้ดี และเพิ่มผลผลิตพืชได้ ๔) กำรปรับปรุงดินให้เหมำะสมกับกำรเจริญเติบโตของพืช ก่อนท�ำกำรเลือก พื้นที่ที่ใช้ส�ำหรับกำรปลูกพืช เรำสำมำรถสังเกตคุณลักษณะของดินที่จะใช้ท�ำกำรปลูกพืชได้ เช่น  มีพืชที่ปลูกอยู่ก่อนแล้วเจริญเติบโตงอกงำมดี  เนื้อดินร่วนซุย ระบำยน�้ำ และถ่ำยเทอำกำศได้ดี มีสีคล�้ำ เพรำะมีปริมำณอินทรียวัตถุในดินมำก ส�ำหรับกำรแก้ไขปรับปรุงดินชนิดต่ำง ๆ ท�ำได้ ดังนี้ ดินด่ำง มีวิธีกำรปรับปรุงดินหลำยวิธี ดังนี้ ๑.   ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก เพื่อ ลดปฏิกิริยำทำงเคมีของดินและเพื่อควำม  อุดมสมบูรณ์ของดิน ๒.   กำรทดน�้ำเข้ำแปลงปลูกพืชแล้วกักน�้ำไว้ เพื่อ ให้น�้ำละลำย ช่วยลดควำมเจือจำงที่เป็นด่ำง ให้น้อยลงและไหลซึมลงสู่ดินชั้นล่ำง ๓.   กำรไถพลิกหน้ำดินด้ำนบนลงด้ำนล่ำง เพื่อลด ปฏิกิริยำทำงเคมีในดิน ๔.  ควรใส่ปุ๋ยที่มีฤทธิ์ตกค้ำงเป็นกรด เช่น ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต ๕.   ใส่สำรเคมี เช่น ธำตุก�ำมะถัน ในขณะที่ดินชื้น เพรำะธำตุก�ำมะถันจะเปลี่ยนเป็นกรดซัลฟูริก ซึ่งมี ฤทธิ์เป็นกรด จึงสำมำรถลดกำรเป็นด่ำงของดินได้ รถไถดินขนำดใหญ่ ช่วยไถพลิกหน้ำดินในพื้นที่กว้ำง ช่วยประหยัดเวลำและแรงงำน ๓.   ใส่ปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มแหล่งอำหำรของจุลินทรีย์ ในดิน ท�ำให้มีจุลินทรีย์เพิ่มมำกขึ้น ๔.   ลดกำรใช้ปุ๋ยเคมี โดยเฉพำะปุ๋ยไนโตรเจน ๕.   ใช้น�้ำชะล้ำงกรดในดิน โดยท�ำให้น�้ำขังและ ระบำยออก  ควรทิ้งช่วงครั้งละ ๑-๒  สัปดำห์  ให้ระบำยออก ๒-๓ ครั้ง การเพาะปลูกพืช 83 ดินด่ำง แอมโมเนียมซัลเฟต ปุ๋ย 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 10. ใหนักเรียนที่เลือกตนไมชนิดเดียวกันหรือ ใกลเคียงกัน แลวจับกลุมกันเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนขอมูลเกี่ยวกับการปลูกและการ ดูแลตนไมที่ไดศึกษาคนความา จากนั้น ครูนําอภิปรายหากดินไมอุดมสมบูรณขาด คุณลักษณะที่เหมาะสมในการปลูกพืช เกษตรกรควรแกปญหาอยางไร (แนวตอบ เชน ถาดินเปนกรด เปนภาวะ ดินเปรี้ยวปลูกพืชไมขึ้น แกปญหา เชน การใช ปูนขาว การใชนํ้าชะลางหนาดิน เกษตรกร ที่ปลูกผัก ผลไม ควรปลูกพืชแบบยกรอง) นักเรียนควรรู 1 ดินดาง สงผลใหพืชมีความเสี่ยงตอการขาดจุลธาตุบางชนิด เชน เหล็ก แมงกานีส ทั้งยังทําใหมีการตรึงฟอสฟอรัสมากในดิน พืชจึงมีความเสี่ยงในการ ขาดฟอสฟอรัส ทั้งยังเสี่ยงตอการขาดนํ้าไดงาย เมื่อพบชั้นปูนในระดับตื้นและ ดินอาจมีโอกาสเปนโรคดินปนกรวด เนื่องจากมีปูนแทรกซอนอยูในดิน ซึ่งสงผล ตอการเจริญเติบโตของพืชเปนอยางมาก จึงควรใชปุยชีวภาพ เพื่อเพิ่มการ ปลดปลอยฟอสฟอรัสใหแกพืช โดยฉีดพนจุลธาตุใหกับพืชทางใบในพืชที่มีความ ออนไหวตอจุลธาตุ เชน ถั่วลิสง ควรมีการไถกลบอยางสมํ่าเสมอ และควรมีการ คลุมดินเพื่อลดความเสี่ยงตอการขาดนํ้าของพืช 2 ปุยแอมโมเนียมซัลเฟต เปนปุยที่นิยมนํามาใชในการเพิ่มไนโตรเจนในดิน ทําหนาที่ในการบํารุงใบเปนหลัก ชวยปรับสภาพดินดาง เพื่อเพิ่มความเปนกรด ของดิน ชวยเรงการเจริญเติบโตใหกับพืชไดเปนอยางดี ใหนักเรียนสํารวจดินภายในบริเวณบานของตนเองที่ตองการ นํามาใชในการเพาะปลูกพืชวามีความเปนกรด-ดางหรือไม โดย นักเรียนสามารถศึกษาคนควาวิธีการตรวจสอบดินไดจากแหลง เรียนรูที่หลากหลาย จากนั้นนําความรูที่ไดรับมาอภิปรายรวมกันใน ชั้นเรียน ในประเด็นที่วา “หากตองการปรับปรุงดินในแตละพื้นใหมี ความเหมาะสมตอการเพาะปลูกพืชควรปฏิบัติอยางไร” (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานใฝเรียนรู และมุงมั่นการทํางาน) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T89


 ดินลูกรังมีศักยภำพทำงกำรเกษตรต�่ำ  เนื่องจำกดินชั้นล่ำง แน่นทึบ  เป็นอุปสรรคต่อกำรชอนไชของรำกพืช  ท�ำให้พืช ไม่สำมำรถเจริญเติบโตได้ นอกจำกนี้ ดินที่มีกรวดปนมักเป็น ดินที่ไม่ชุ่มชื้น รวมถึงมีข้อจ�ำกัดในกำรเลือกชนิดของพืชที่ ต้องกำรปลูกอีกด้วย การ¨ัดการดÔนÅÙกรัง เ¾ื่อเ¾Ô่ม¼Å¼ÅÔµ¾ืª ÇÔ¸Õการเ¾Ô่มอÔน·รÕÂÇัµ¶ุ เ¾ื่อปรับปรุงดÔนÅÙกรังÊíาËรับปÅÙก¾ืª ñ. การไถกลบฟางขาวและรดดวยปุยอินทรีย นํ้าอัตรา ๕ ลิตรตอไร หมักทิ้งไว ชวยใหฟางยอยสลายเร็วขึ้น เปนการ เพิ่มอินทรียวัตถุใหแกดิน ò. ใสปุยหมัก หรือปุยคอก ในอัตรา ๒-๔ ตันตอไร คลุกเคลากับดินในแปลงปลูกพืช หรือในบริเวณหลุมปลูกไมผล ในอัตรา ๒๕-๕๐ กิโลกรัมตอหลุม ó. ปลูกพืชปุยสด เชน ปอเทือง ถั่วพุม ถั่วพรา จากนั้นไถกลบลงดิน ในชวงออกดอก (อายุ ๕๐-๖๐ วันหลังปลูก) กอนปลูกพืชควรเพิ่มอินทรียวัตถุ จะทําใหดินรวนซุย ถายเทอากาศ และระบายนํ้าไดดี ดินอุดมสมบูรณขึ้น Know M ore การทํานา ดินลูกรังที่พบในที่ราบ หรือที่ราบตํ่าที่มีหนาดินลึกประมาณ ๑๕ เซนติเมตร และมีการระบายนํ้า เร็ว ในชวงฤดูฝนมีนํ้าขังเปนเวลานาน เหมาะแกการปลูกขาว ดินลูกรังที่หนาดินตื้น ไมควรปลูกพืชที่ตองไถพรวนดิน เชน ขาวโพด มันสําปะหลัง ควรเปนพื้นที่ปาไมตอไป การปลูกพืชไร ดินลูกรังที่มีหนาดิน หนาประมาณ ๒๐ เซนติเมตร ระบาย นํ้าไดดีปานกลาง ไมมีนํ้าทวมขัง ในฤดูฝน ควรบํารุงรักษาโดยการใส ปุยและรักษาความชื้น การปลูกไมผลและไมโตเร็ว ดิน ลูกรังจะไมจับเปนชั้นแนนมากนัก สามารถปลูกไมผลและไม โตเร็วได สวนยางพาราปลูกไดในบริเวณที่มี ปริมาณนํ้าฝนมาก การทําทุงหญาเลี้ยงสัตว เหมาะกับ ดินลูกรังที่พบในที่ดอนและมีหนาดิน หนาเกิน ๑๕ เซนติเมตรขึ้นไป áนว·างáกŒ ä¢áลÐการãชŒปรÐโÂชน¨าก´Ôนลูกรัง 8๔ การ¨ัดการดÔนÅÙกรัง 1 ใสปุยหมัก หรือปุยคอก ในอัตรา ๒-๔ ตันตอไร คลุกเคลากับดินในแปลงปลูกพืช หรือในบริเวณหลุมปลูกไมผล ปลูกพืชปุยสด เชน ปอเทือง ถั่วพุม ถั่วพรา จากนั้นไถกลบลงดิน ในชวงออกดอก (อายุ ๕๐-๖๐ วันหลังปลูก) 2 3 นักเรียนควรรู 1 ดินลูกรัง เปนดินที่ไมเหมาะสมตอการปลูกพืช เนื่องจากมีปริมาณหนาดิน นอย ดินชั้นลางแนนทึบ ซึ่งเปนอุปสรรคตอการชอนไชของรากพืช 2 ปุยหมัก หรือปุยคอก เปนปุยอินทรียที่ไดจากการเลี้ยงสัตว โดยปุยหมัก ไดมาจากการนํามูลสัตว เศษอาหาร ซากพืช ซากสัตว มาหมักรวมกัน และ ใชปุยเคมีหรือสารเรงจุลินทรียผสมลงไป จะทําใหเศษซากตางๆ เปอยยุยและ มีสีที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สวนปุยคอกไดมาจากมูลสัตวที่สะสมอยูในคอก เกษตรกร สามารถนํามูลสัตวไปใสในบริเวณแปลงเพาะปลูกพืช เพื่อใชเปนปุย ใหแกพืชได โดยไมตองผานกรรมวิธีที่ยุงยากเหมือนปุยชนิดอื่นๆ 3 ปอเทือง เปนพืชตระกูลถั่วที่นิยมนํามาปลูกเพื่อใชเปนอาหารสําหรับสัตว เชน โค กระบือ สุกร หรือปลูกเพื่อไถกลบเปนปุยพืชสด ปลูกเปนพืชคลุมดิน เพื่อชวยปองกันการพังทลายของหนาดินได กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทากันๆ กัน 2. นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับพืชผัก ผลไมที่สามารถปลูกในดินลูกรังได เชน ขาวโพด ขาวฟาง ขาวไร ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วพุม และพืชรากตื้นอื่นๆ 3. นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามาสรุปในรูปแบบของแผนผัง มโนทัศน ติดลงบนแผนฟเจอรบอรด ตกแตงใหสวยงาม นําสง ครูผูสอน 4. ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 2-3 คน ออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาการจัดการดินลูกรัง เพื่อ เพิ่มผลิตพืช จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 4 หนา 84 ครูถามคําถามนักเรียนวา • หากตองปลูกพืชในพื้นที่เปนดินลูกรังควร เลือกปลูกพืชอะไร เพราะเหตุใด และดูแล รักษาอยางไร (แนวตอบ ปลูกพืชไร เชน ขาวโพด ถั่วลิสง เพราะเปนพืชรากตื้น แตตองเปนบริเวณ ที่ระบายนํ้าไดดี การบํารุงรักษา โดยการ ควบคุมความชื้นในดินและบํารุงใหดวยนํ้า ปุย ใหเพียงพอตอการเจริญเติบโต) 2. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง ปจจัย ที่มีอิทธิพลตอการปลูกพืชและการเจริญเติบโต ของพืช นํา สอน สรุป ประเมิน T90


ขอสอบเนน การคิด ๒.๒ นํ้า   น�้ำเป็นสิ่งจ�ำเป็นต่อกำรด�ำรงชีวิตและกำรเจริญเติบโตของพืช ดังนี้     ๑. ช่วยละลำยธำตุอำหำรพืชในดินให้อยู่ ในรูปของสำรละลำย เพื่อดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้     ๒. เป็นวัตถุดิบในกำรสังเครำะห์แสงของพืช     ๓. ท�ำให้เซลล์พืชเต่งตึง     ๔. ช่วยล�ำเลียงแร่ธำตุ  อำหำร  แป้ง  และน�้ำตำลที่ได้จำกกำรสังเครำะห์แสงส่งไปยัง ส่วนต่ำง ๆ ของต้นพืช     ๕. ช่วยปรับระดับอุณหภูมิภำยใน ต้นพืชด้วยกำรคำยน�้ำ เนื่องจำกน�้ำและควำมชื้น ในดินมีควำมส�ำคัญต่อพืช  ถ้ำพืชได้รับน�้ำใน ปริมำณที่ไม ่เพียงพอ  จะท�ำให้กระบวนกำร สังเครำะห์แสงและปฏิกิริยำต่ำง ๆ ภำยในต้นพืช ผิดปกติ  เช ่น  ริมใบแห้ง  ใบลำยและเหี่ยว  ล�ำต้นแข็ง มีเสี้ยน ถ้ำเป็นพืชหัว หัวจะแก่เร็ว  ถ้ำอยู่ในช่วงผสมเกสรแล้วขำดน�้ำ จะท�ำให้กำร ผสมพันธุ์ ไม่ติดผล ดอกร่วง     ส�ำหรับควำมชื้นในอำกำศ หรือควำมชื้นสัมพัทธ์มีผลกระทบต่อกำรคำยน�้ำของพืชด้วย ถ้ำอำกำศมีควำมชื้นต�่ำ เช่น ในฤดูหนำว หรือฤดูร้อน อำกำศจะแห้ง พืชจะคำยน�้ำออกทำงใบมำก ถ้ำพืช เสียน�้ำในปริมำณมำกจะท�ำให้พืชหยุดกำรเจริญเติบโตได้ จึงควรให้น�้ำตำมที่พืชแต่ละชนิดต้องกำร พืชกับความต้องการนํ้า T i p โดยทั่วไปสำมำรถแบ่งพืชตำมปริมำณน�้ำที่ต้องกำรได้ ดังนี้   ๑. พืชที่ต้องกำรน�้ำในปริมำณมำก ควรปลูกในที่ลุ่ม หรือที่ที่มีน�้ำท่วมขังตลอดทั้งปี จึงจะให้ผลผลิต ที่ดี เช่น ข้ำว บัว แห้ว กระจับ   ๒. พืชที่ต้องกำรน�้ำในปริมำณปำนกลำง เป็นพืชที่ขึ้นได้ดี ในที่ดอนทั่วไป มีทั้งพืชไร่ พืชสวน เช่น  พริก มะเขือ แตงกวำ ข้ำวโพด ส้ม เงำะ ทุเรียน   ๓. พืชที่ต้องกำรน�้ำในปริมำณน้อย  เป็นพืชที่ทนควำมแห้งแล้งได้ดี  เหมำะส�ำหรับปลูกในที่ที่มี ปริมำณน�้ำฝนน้อย ขำดแคลนน�้ำ หรือในที่ที่เป็นดินร่วนปนทรำย ซึ่งอุ้มน�้ำได้ไม่ดี เช่น มันส�ำปะหลัง  ป่ำนศรนำรำยณ์ อะกำเว   ๔. พืชที่มีระบบรำกพิเศษ  เป็นพืชที่ดูดซับควำมชื้นในอำกำศไปใช้ประโยชน์ ได้  ท�ำให้ทนควำม แห้งแล้งได้ดี เช่น กล้วยไม้  น�้ำเป็นตัวท�ำละลำยที่ช ่วยละลำยแร ่ธำตุอำหำรในดิน  และเป็นตัวกลำงน�ำธำตุอำหำรไปเลี้ยงส่วนต่ำง ๆ ของพืช การเพาะปลูกพืช 8๕ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 3. นักเรียนจับคูกัน เพื่อแลกกันอานใบงานของ ตนเองกับเพื่อน จากนั้นครูถามนักเรียนวา • นํ้ามีความจําเปนตอพืชอยางไรบาง (แนวตอบ นํ้าชวยใหพืชเจริญเติบโต เปนตัว ทําละลาย ชวยลําเลียงแรธาตุไปเลี้ยงพืช ชวยควบคุมอุณหภูมิของตนพืช) จากนั้นใหนักเรียนยกตัวอยางพืชหรือตนไม ที่บานของนักเรียนวาตองการนํ้าปริมาณมาก นอยแคไหน และมีการใหนํ้าพืชที่บานอยางไร เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใหนํ้าแกพืชใหนักเรียนฟงวา การใหนํ้า แกพืชสามารถทําไดหลายวิธี แตจะตองมีการพิจารณาลักษณะของภูมิประเทศ คุณสมบัติของดิน ลักษณะของพื้นที่เพาะปลูก พืชที่ตองการปลูก วิธีการเพาะปลูก แหลงนํ้าที่ใช รวมถึงเงินทุนรวมดวย เพื่อใหสามารถเลือกวิธีการใหนํ้าไดอยาง เหมาะสม การใหนํ้าแกพืชโดยทั่วไปแบงเปน 4 วิธี คือ การใหนํ้าแบบฉีดฝอย การใหนํ้าทางผิวดิน การใหนํ้าทางใตผิวดิน และการใหนํ้าแบบหยด สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใหนํ้าแกพืช ไดจาก http://natres.psu.ac.th/ Department/plantscience/510111web/book/book%20content.htm/ chapter09/Agri_09.htm “บัวตองการรดนํ้าแปลงผักคะนาที่ปลูกไวบริเวณหลังบาน” บัวควรรดนํ้าในเวลาใดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. 06.00-08.00 น. 2. 11.00-13.00 น. 3. 18.00-20.00 น. 4. 22.00-24.00 น. (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการรดนํ้าตนไม ควรรดอยาง นอยวันละ 2 ครั้ง คือ ในชวงเชา หรือชวงเย็นที่อากาศไมรอนจน เกินไป ชวงเชาควรรดเวลา 06.00-8.00 น. เนื่องจากเปนชวงที่มี แสงแดดออนๆ และชวงเย็นควรรดเวลา 16.00-18.00 น. เพื่อใหนํ้า ในดินระเหยออกไปบางสวน ตนไมจะไดไมเก็บความชื้นไวมาก จนเกินไป และหากเลยชวงเวลาดังกลาวไปแลวไมควรรดนํ้าตนไม เพราะจะทําใหตนไมสะสมความชื้นไวมาก ซึ่งอาจสงผลทําให ตนไมเนาได) นํา สอน สรุป ประเมิน T91


Click to View FlipBook Version