ขอสอบเนนการคิด • จัดวางอุปกรณ์เครื่องใช้ ให้เปนหมวดหมู่ โดย ค�านึงถึงความสะดวกในการหยิบใช้งาน การรักษา ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ดังนี้ มีที่ส�าหรับเตรียมอาหาร เป็นที่ ใช้ส�าหรับเตรียมและประกอบอาหาร โดยจัด ให้มีอ่างส�าหรับล้างอยู่ตรงกลาง ใต้ โต๊ะเป็นตู้ส�าหรับ เก็บเครื่องใช้ในการประกอบอาหาร มีที่ส�าหรับเก็บอุปกรณ์ เป็นที่ส�าหรับเก็บอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เช่น จาน ช้อน ส้อม อาหารแห้ง อาหารกระปอง รวมทั้ง ตู้เก็บข้าว หรือตู้เย็น มีอุปกรณ์หุงต้ม ประกอบด้วยเตาชนิดต่าง ๆ อาจจัดให้อยู่ถัดจาก โต๊ะประกอบอาหาร มีตะแกรงพักของร้อน มีฐานรอง ส�าหรับพักอาหารที่เสร็จจากการปรุงและยกลงจาก เตาไฟ • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก เช่น มีช่องระบายอากาศ มีเครื่องดูดควัน มีหน้าต่าง และควรตกแต่งด้วยสีที่ให้ความสว่าง และให้ความรู้สึกสะอาดตา เช่น สีฟ้าอ่อน สีขาว • จัดให้มีที่รองรับขยะ หรือเศษอาหาร หลังจาก ประกอบอาหารเสร็จควรน�าขยะออกจากห้องครัว เพราะเศษอาหารจะเน่าเสียง่าย หากทิ้งไว้จะส่งกลิ่น เหม็น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน แมลงสาบ และมด ซึ่งอาจเป็นพาหะน�าโรคมาสู ่สมาชิกใน ครอบครัวได้ ห้องที่ ใช้ประกอบอาหาร ควรจัดให้สามารถ ใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังเป็นห้องที่ ต้องท�าความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรค และสัตว์ที่มากับความสกปรก ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรค บางชนิดได้ หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่ง ห้องครัว มีดังนี้ • จัดวางต�าแหน่งสิ่งของเครื่องใช้ ให้เหมาะสม เนื่องจากอุปกรณ์ที่ ใช้ภายในครัวมีหลายชนิด จึงควรจัดวาง ต�าแหน่งให้เหมาะสมต่อการใช้งาน เพราะหากวางผิดอาจท�าให้ไม่สะดวกต่อการใช้งาน อาจท�าให้สกปรก และ ไม่ปลอดภัยได้ ห้องครัว ๔0 เตาไฟ 1 “ลูกศรอาศัยอยูภายในคอนโดมิเนียม เธอชอบทําอาหารมาก จึงอยากใชพื้นที่บริเวณทางเดินแคบๆ ทําเปนหองครัว” จาก ขอความนี้ ลูกศรควรจัดหองครัวในลักษณะใด 1. การจัดแบบตัวยู 2. การจัดแบบตัวแอล 3. การจัดแบบแถวยาวตลอด 4. การจัดแบบแถวยาวตามทางเดิน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการจัดแบบแถวยาวตาม ทางเดินมีรูปแบบและลักษณะที่เหมาะสมสําหรับการจัดหองครัว ในพื้นที่แคบๆ โดยมีทางเดินอยูแนวกลาง) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 8. ครูถามนักเรียนวา รูปที่ถายหลังปฏิบัติงาน ดูสวยงามกวารูปที่ถายกอนปฏิบัติงานหรือไม นักเรียนแตละคนมีเคล็ดลับในการปฏิบัติ จัดตกแตงบานอยางไร ใหนักเรียนบอกครู และเพื่อนๆ คนละ 1 ขอ 9. ครูอธิบายถึงความสําคัญของความสะอาด และสวยงามภายในบาน โดยครูถามนักเรียนวา • การจัดวางอุปกรณในหองครัวใหเปนหมวดหมู ชวยใหบานสะอาดและสวยงามขึ้นหรือไม อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ดูสะอาดและสวยงามขึ้น เพราะมีความเปนระเบียบ ทําใหนาใชงาน และทําใหรูวามีอุปกรณใดบาง) นักเรียนควรรู 1 เตาไฟ ปจจุบันในบานเรือนนิยมใชเตาไฟฟาซึ่งแบงเปน 3 ประเภท ดังนี้ • เตาไฟฟาเพลตรอน (Hot Plate) • เตาไฟฟาเซรามิก (Ceramic hob) • เตาแมเหล็กไฟฟา (Induction) ในการเลือกซื้อเตาไฟฟา มีหลักในการพิจารณาหลายประการ เชน มาตรฐาน ความปลอดภัย คุณภาพ ความแข็งแรงทนทานของวัสดุที่นํามาใช ระบบปองกันอันตรายจากการเกิดไฟฟาลัดวงจร เครื่องหมายที่ระบุกําลังไฟฟา สถานที่ประกอบอาหาร บริการหลังการขาย นํา สอน สรุป ประเมิน T42
ขอสอบเนน การคิด ห้องน�้าแบบดั้งเดิม เป็นแบบที่ ใช้กันโดยทั่วไปส่วนประกอบส�าคัญที่สุด คือ ถังส�าหรับใส่น�้า บางบ้านอาจสร้างเป็นบ่อน�้าเล็ก ๆ เพื่อใส่น�้าประปา น�้าบ่อ หรือน�้าคลอง ห้องน�้าแบบใช้อ่างหรือตู้อาบน�้า เป็นห้องน�้าที่มีความทันสมัยราคาสูง มีอุปกรณ์และ สุขภัณฑ์ครบครัน เช่น อ่างอาบน�้า หรือตู้อาบน�้า ก๊อก น�้าร้อน ก๊อกน�้าเย็นที่ ใส่กระดาษช�าระ ห้องน�้าที่มีฝกบัวและกอกน�้า เป็นห้องน�้าที่อยู่ทั่วไป ซึ่งอยู่ ในย่านที่ ใช้น�้าประปา หรือน�้าบาดาลซึ่งฝักบัวมีหลายลักษณะจึงควรเลือก ใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน หลักการที่ควรค�านึงถึงในการจัดตกแต่งห้องน�้า มีดังนี้ • มีแสงสว ่างเพียงพอและอากาศถ ่ายเทได้ สะดวก โดยจัดให้มีช่องระบายอากาศสูงเหนือศีรษะ และมิดชิด ไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ โดยใช้ กระจกฝ้า หรืออิฐบล็อกแบบมีช่องระบายลม • การใช้สีในห้องน�้า ควรเป็นสีอ่อนที่ดูแล้วสบายตา เช่น สีเขียวอ่อน สีเหลืองอ่อน สีฟ้าอ่อน สีชมพูอ่อน และสามารถน�าต้นไม้มาประดับตกแต่งเพื่อความ สวยงาม เพิ่มความสดชื่น เช่น บัวดอย บีโกเนีย เฟิน สาวน้อยประแป้ง ฟิโลเดนดรอน กวักมรกต ห้องที่มีความชื้นสูง จึงควรให้มีลมพัดผ่านได้ อย่างสะดวก เพื่อให้พื้นแห้ง มีแสงสว่างเพียงพอ และควรจัดให้มีอุปกรณ์เครื่องใช้อ�านวยความสะดวก ครบครัน ห้องน�้ามีหลายรูปแบบทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยม ฐานะ รวมทั้งสภาพแวดล้อมต ่าง ๆ ซึ่งสามารถ จัดแยกประเภทได้ ดังนี้ • จัดให้มีอุปกรณ์เครื่องใช้อ�านวยความสะดวกในห้องน�้า ควรมีอุปกรณ์ที่เพียงพอจัดเตรียมอยู่ในห้องน�้า เช่น ถังใส่น�้า ฝักบัวอาบน�้า ที่วางสบู่ อ่างล้างมือ กระจกเงา กระดาษช�าระ ถังขยะ ห้องน�้า การจัดการในบ้าน ๔๑ เป็นห้องน�้าที่อยู่ทั่วไป ซึ่งอยู่ ในย่านที่ ใช้น�้าประปา หรือน�้าบาดาลซึ่งฝักบัวมีหลายลักษณะจึงควรเลือก กระจกฝ้า หรืออิฐบล็อกแบบมีช่องระบายลม เช่น ถังใส่น�้า ฝักบัวอาบน�้า ที่วางสบู่ อ่างล้างมือ กระจกเงา กระดาษช�าระ ถังขยะ 1 2 3 นักเรียนควรรู 1 นํ้าบาดาล เปนนํ้าที่อยูใตดิน มีความใสสะอาด สามารถนํามากรองเพื่อ รับประทานได นิยมนํามาใชประโยชนในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม 2 กระจกฝา กระจกที่ไมเนนความโปรงใส นิยมนํามาทําเปนประตู หรือฉากกั้น ในหองนํ้า กระจกฝามี 2 แบบ คือ กระจกพนทรายและกระจกฝาผิวซาติน 3 กระจกเงา วัตถุที่มีความสามารถในการสะทอน ทําใหเห็นภาพสะทอน ของวัตถุไดอยางชัดเจน โดยกระจกที่มีลักษณะเวา ภาพที่เห็นจะมีขนาดใหญ กวาของจริง และกระจกที่มีลักษณะนูน ภาพที่เห็นจะมีขนาดกวางกวาปกติ การทําความสะอาดกระจกเงา ทําไดหลายวิธี เชน เทสบูเหลว 3 ชอนโตะ ลงในขวดสเปรย เติมนํ้าเปลาลงในขวด แลวปดฝาใหสนิท เขยาใหเขากัน จากนั้นนําไปเช็ดกระจก ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 10. ครูอธิบายเกี่ยวกับหองนํ้าแบบตางๆ ให นักเรียนฟง โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 2 หนา 41 ครูตั้งประเด็น อภิปรายวา การตกแตงหองนํ้าขึ้นอยูกับ งบประมาณและรสนิยมของผูใชจริงหรือไม เพราะเหตุใด จากนั้นนักเรียนแบงกลุม กลุมละ เทาๆ กัน ทํารายงานโครงงาน เรื่อง การจัด การบานใหสะอาดสวยงาม แลวนํามาสงครู เพราะเหตุใดจึงไมนิยมนําสีเหลืองมาใชในการทาสีหองนํ้า 1. สวางเกินไป อาจทําใหเวียนศีรษะได 2. ดูดกลืนความชื้นไดดี 3. เปรอะเปอนไดงาย 4. ใหความรูสึกรอน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะหากตองการใหเกิดความ รูสึกสดชื่นในขณะอาบนํ้า ไมควรเลือกทาสีหองนํ้าดวยสีเหลือง เนื่องจากเปนสีโทนรอน จะใหความรูสึกรอน หรืออบอุนมากกวา ใหความรูสึกเย็นสบาย) นํา สอน สรุป ประเมิน T43
กิจกรรม 21st Century Skills การจัดตกแต่งห้องนํ้าและห้องสุขา T i p การจัดตกแตงหองนํ้าและหองสุขาใหสวยงาม นาใช และมีความเหมาะสม ควรพิจารณาถึง สิ่งตาง ๆ ดังนี้ ๑. ที่ตั้ง ควรอยูทางทิศตะวันตก เพราะเปนทิศที่แสงแดดสองถึงมากที่สุด จะชวยทําใหหอง ดูสวาง ลดความอับชื้น และฆาเชื้อโรคได ๒. ไฟสองสวาง ควรติดตั้งแบบตายตัว เตาสําหรับเสียบปลั๊กควรมีฝาครอบ เพื่อความปลอดภัย สวนสวิตชไฟควรติดไวภายนอกหอง ๓. ผนังและพื้นหอง ที่นิยมใชมากที่สุด คือ กระเบื้องเซรามิก เพราะมีคุณภาพดี มีความคงทน ตอการใชงาน มีสีสันและลวดลายหลายแบบใหเลือกใช ๔. ชั้นวางของ ควรติดตั้งไว ใกลกับอางลางหนา เพื่อความสะดวกตอการหยิบใชงาน ๕. สี ควรเลือกใชสีออนและสวาง เชน สีขาว สีครีม สีเทาออน สีฟาออน เพราะจะชวยใหหองดู โลงโปรง ไมมืดทึบ และดูกวางขึ้น • อากาศถายเทไดสะดวก มีหนาตางหรือชองลมที่ พอเพียงตอการระบายอากาศ เพื่อไมใหเปนแหลง สะสมของเชื้อโรค • แสงสวางเพียงพอ ควรมีแสงสวางที่เพียงพอทั้ง ในเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อความปลอดภัย ในการใชงาน • เครื่องใชมีความสะดวกและปลอดภัย เครื่องใช ขนาดใหญ ไดแก โถสุขา กอกนํ้า และอางลางมือ ซึ่งเครื่องใชเหลานี้จะอยูติดกับที่ เครื่องใชขนาดเล็ก เชน กระดาษชําระ กลองสบู แชมพู ผาเช็ดมือ ขันตักนํ้า ที่ใสขยะ ควรจัดวางไว ในที่ที่สะดวกตอการ หยิบใช เชน กระดาษชําระอยูใกล โถสวม • เก็บอุปกรณ ในที่ลับสายตา เครื่องใชประเภท แปรงสําหรับขัดพื้น หรือขัดโถสุขา และไมกวาด สําหรับกวาดพื้นหองสุขา ควรจัดใหเปนระเบียบ หองที่ทุกคนตองใช ในกิจวัตรประจําวัน นิยม สรางอยูดวยกันกับหองนํ้า โดยแบงสวนนอกเปน หองสุขาและสวนในเปนหองนํ้า มักจัดใหติดกับ หองรับแขก หรือติดหองนอน เพื่อความสะดวก ในการใชงาน หลักการที่ควรคํานึงถึงในการจัดตกแตง หองสุขา มีดังนี้ หองสุขา ๔๒ เชน กระดาษชําระ กลองสบู แชมพู ผาเช็ดมือ 1 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการใชหองสุขาใหนักเรียนฟงวา การปฏิบัติตน อยางเหมาะสมในการใชหองสุขา คือ นั่งบนโถสุขาใหเรียบรอย เพื่อปองกันการ เกิดอันตราย ไมทิ้งสิ่งของใดๆ ลงในโถสุขา เพราะอาจทําใหเกิดการอุดตันได ราดนํ้า หรือกดชักโครกทุกครั้งหลังจากใชงานเสร็จ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และควร ลางมือใหสะอาดทุกครั้ง เพื่อปองกันเชื้อโรคเขาสูรางกาย นักเรียนควรรู 1 กระดาษชําระ เปนกระดาษที่มีเนื้อบางและเบา เปอยยุยไดงายเมื่อถูกนํ้า วัตถุดิบหลักที่นํามาใชในการผลิตกระดาษชําระ คือ เยื่อกระดาษบริสุทธิ์และ เยื่อกระดาษเวียนใหม ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการจัดตกแตง บานและบริเวณบาน รวมถึงความปลอดภัย ในการทํางานบาน โดยครูถามนักเรียนวา • หองสุขาที่ตกแตงอยางสวยงามและปลอดภัย ควรมีลักษณะอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มีอากาศถายเทสะดวก มีแสงสวางเพียงพอ) จากนั้นครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • หองนํ้าและหองสุขาควรอยูทิศใด • ควรจัดสวิตซไฟในหองนํ้าอยางไร เพื่อให ปลอดภัย • สีในหองนํ้าและหองสุขาควรเปนโทนใด เพราะอะไร 1. ใหนักเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุม กลุมละเทากันๆ กัน 2. สมาชิกแตละกลุมรวมกันศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับหลักการ จัดตกแตงหอง จากสื่อการเรียนรูตางๆ อยางหลากหลาย โดยกําหนดให • กลุมที่ 1 หองนอน • กลุมที่ 2 หองครัว • กลุมที่ 3 หองอาหาร • กลุมที่ 4 หองรับแขก • กลุมที่ 5 หองนํ้า • กลุมที่ 6 หองสุขา 3. ใหแตละกลุมผลัดกันออกมานําเสนอผลงานการศึกษาคนควา ขอมูลเกี่ยวกับหลักการจัดตกแตงหองใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T44
กิจกรรม Mini Project ๕.๓ การจัดตกแต่งบริเวณบ้าน บริเวณบ้านเป็นส่วนที่อยู่รอบ ๆ บ้านควรดูแลและตกแต่งให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความ สวยงาม สดชื่น และความปลอดภัย โดยมีหลักที่ต้องค�านึงถึง ดังนี้ การดูแลรักษาบ้านให้มีความสะอาด สวยงาม และน่าอยู่อาศัยนั้น จ�าเป็น ต้องรู้จักเลือกใช้อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการท�าความสะอาดให้เหมาะสมกับงาน รู้จักวิธีการ ขั้นตอนในการท�าความสะอาด รู้จักท�าความสะอาด และดูแลรักษาห้อง เครื่องเรือนต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งจะต้องท�างานด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงานด้วย นอกจากนี้การจัดตกแต่งบ้านให้มีความสะอาด สวยงาม และน่าอยู่อาศัย ต้องค�านึง ถึงหลักการต ่าง ๆ เช่น หลักความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย สวยงาม และความประหยัด ในการจัดตกแต่งห้องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องครัว ห้องน�้า และบริเวณอื่น ๆ ของบ้าน ควรค�านึงถึงประโยชน์ ใช้สอยในการท�ากิจกรรมต่าง ๆ ของสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ เพื่อให้สมาชิกในครอบครัว อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สรุป ๑. สนามหญ้า ควรดูแลโดยหมั่นตัดหญ้าให้สั้น อยู่เสมออย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง เพื่อให้เกิด ความสวยงามและช่วยให้เกิดความปลอดภัยจาก สัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ และหากมีหลุม มีบ่อ หรือมีแอ่งน�้าขังควรถมให้เรียบร้อย เพื่อกันการ หกล้ม และป้องกันแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ๒. บริเวณขอบสนาม อาจปลูกต้นไม้ เช่น มะม่วง ชมพู่ ตะแบก เพื่อความร่มรื่น สวยงาม หรือจัดสวนหย่อม ปลูกพืชผักสวนครัว เพราะ นอกจากจะใช้ประโยชน์ ได้แล้ว ยังท�าให้เกิดความ สวยงาม และควรจัดให้มีแผ่นหินเป็นทางเท้าใน สนาม เพื่อป้องกันการเดินเหยียบหญ้า อันจะเป็น สาเหตุให้หญ้าตายได้ ๓. ถนนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรมีการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น เข็ม กุหลาบ บานชื่น ดาวเรือง ใบเงิน ใบทอง อังกาบ ตรีชวา ต้อยติ่งฝรั่ง ช้อนทองฤๅษีผสมเทียนทอง เพื่อความสวยงาม และเพื่อสร้างความสดชื่น ๔. ระเบียงหน้าบ้าน หรือมุมบ้าน ควรจัด วางไม้กระถางประเภทไม้ปลูกในร่ม เช่น พลูด่าง เขียวหมื่นปี เศรษฐีเรือนใน คล้า บัวดอย วาสนา สาวน้อยประแป้ง เข็มสามสี สับปะรดสี ลิ้นมังกร แก้วกาญจนา และสามารถตกแต่งด้วยไม้แขวน หรือโมบายแขวนไว้ที่ชายคาบ้านจะท�าให้บริเวณ บ้านมีความสวยงาม สดชื่น และน่าอยู่ยิ่งขึ้น การจัดการในบ้าน ๔๓ สนามหญ้า วางไม้กระถางประเภทไม้ปลูกในร่ม เขียวหมื่นปี 1 2 1. ใหนักเรียนสํารวจหองภายในบานของตนเอง เลือกหองตาม ความสนใจ 1 หอง เพื่อจัดและตกแตงใหสวยงาม พรอมทั้ง ถายภาพกอนและหลังการปฏิบัติงานไวเปนหลักฐาน 2. ลงมือทําความสะอาดหอง โดยนําความรูเกี่ยวกับการเลือกใช อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชในการทําความสะอาดบานมาใช ไดอยางถูกตอง 3. จัดตกแตงหองตามแบบที่ไดวางไว ซึ่งจะตองคํานึงถึงการใช พลังงาน ทรัพยากรในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อ การอนุรักษสิ่งแวดลอม 4. ติดภาพกอนและหลังการจัดตกแตงหองลงในกระดาษรายงาน เขียนบรรยายแนวคิดในการออกแบบ วิธีการปฏิบัติงาน ปญหา ที่พบ และแนวทางแกไข สงครูผูสอน ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 2. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรูที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การจัดตกแตงบริเวณบานควรคํานึงถึง บริเวณใดบาง (แนวตอบ สนามหญา ขอบสนาม ถนนเขาสูบาน ระเบียงหนาบาน รั้วบาน ประตูบาน) • บริเวณขอบสนามจะตกแตงอยางไรไดบาง (แนวตอบ จัดสวนหยอม ปลูกพืชผักสวนครัว วางแผนหินทางเดิน) นักเรียนควรรู 1 หญา เปนพืชลมลุกชนิดหนึ่งที่นิยมนํามาปลูกเพื่อจัดและตกแตงบริเวณบาน โดยหญาที่นิยมปลูกมีหลายชนิด เชน • หญานวลนอย เปนหญาที่ไดรับความนิยมมาก เนื่องจากปลูกงายกับ ทุกสภาพดิน • หญามาเลเซีย ปลูกไดทั้งในที่รมและกลางแจง เหมาะสําหรับปลูกใต ตนไมใหญ หรือบริเวณที่มีแดดรําไร • หญาญี่ปุน เปนหญาที่เจริญเติบโตชา ชอบแดดและตองการนํ้ามาก ทนตออากาศหนาวไดดี • หญาเบอรมิวดา เปนหญาที่ตองการแดดมาก เหมาะที่จะปลูกกลางแจง ทนตอความแหงแลงไดดี 2 เขียวหมื่นป เปนวานชนิดหนึ่ง มีถิ่นกําเนิดกระจายอยูในประเทศเขตรอน ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต จีน และแอฟริกา นิยมนํามาปลูกเพื่อประดับตกแตง อาคาร เจริญงอกงามไดแมในที่ที่มีแสงสวางเพียงเล็กนอย T45 นํา สอน สรุป ประเมิน
ขอสอบเนนการคิด ๑. ในการท�างานบ้านควรวางแผนการท�างานอย่างไร ระบุขั้นตอนเป็นข้อ ๆ ๒. ส�ารวจงานที่ตนเองรับผิดชอบและกิจวัตรส่วนตัว จากนั้นน�ามาจัดท�าเป็นตารางการท�างานประจ�าวัน ให้ครบถ้วนทั้ง ๗ วัน ๓. วางแผนปฏิบัติงานการท�าความสะอาดบ้านของตนเอง โดยเลือกอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ให้เหมาะสม กับงานที่ท�า ตามรายการท�าความสะอาด ดังนี้ • เพดาน • ห้องนอน • ห้องน�้า • ห้องครัว • เครื่องใช้ ภายในบ้าน ๔. เขียนรายงานการปฏิบัติงานตามแบบแผนที่ก�าหนด ๕. บันทึกภาพขณะท�างาน เพื่อน�ามาใช้เป็นหลักฐาน หรือขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง เพื่อรับรองการ ท�างาน Êรé างÊรร¤ì ¾ั²นาการเรÕÂนรéÙกิจกรรÁ ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบ และปฏิบัติงานตามที่ก�าหนด เรื่อง การดÙแลรักÉาบ้าน ใบมอบหมายงานที่ ๒.๑ ๔๔ หากตองการทําความสะอาดบาน แตมีอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช บางอยางไมครบจะแกปญหาอยางไร (แนวตอบ วางแผนการทํางานกอน เพื่อใหทราบวาตองใช อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชใดบาง จากนั้นจึงเตรียมอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชใหพรอมกอนลงมือปฏิบัติงาน วิธีแกปญหา เมื่อพบวาอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชไมครบ แกปญหาโดยการ หาสิ่งอื่นที่สามารถใชไดมาทดแทน หากของที่มีอยูไมสามารถ ทดแทนได จําเปนที่จะตองซื้อใหม ควรเลือกซื้ออุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใชที่คุมคา เหมาะสมกับการใชงาน) เกร็ดแนะครู ครูอาจใหนักเรียนวิเคราะหวา การทําความสะอาดบานและการจัดตกแตงบาน มีประโยชนตอชีวิตในอนาคตของนักเรียนอยางไรบาง เชน • การมีบานที่สะอาดและสวยงามเปนการสรางคุณภาพชีวิตที่ดีใหแกตนเอง และครอบครัว • การจัดตกแตงบานอาจทําใหเกิดความชื่นชอบและเลือกเรียนตอในสาขา อาชีพที่ตนเองสนใจ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 2.2 จากกิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู นํา สอน สรุป ประเมิน T46
ขอสอบเนน การคิด ๑. อธิบายหลักการจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้านเป็นข้อ ๆ ๒. ท�าการจัดตกแต่งบ้านให้สวยงาม โดยใช้หลักการจัดตกแต่งบ้านตามที่ได้ศึกษามา โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ • ส�ารวจบ้านและห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน • เลือกห้อง หรือมุมใดมุมหนึ่งของบ้านที่จะท�าการจัดตกแต่งใหม่ • ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดตกแต่งบ้าน • วางแผนการจัดตกแต่งบ้าน • เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดตกแต่งบ้าน • ลงมือปฏิบัติการจัดตกแต่งบ้าน • บันทึกผลและน�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน • ประเมินผลการท�างาน ๓. ท�าการจัดตกแต่งบริเวณบ้านให้สวยงามโดยใช้หลักการจัดตกแต่งบริเวณบ้านตามที่ได้ศึกษามา โดยปฏิบัติ ตามขั้นตอน ดังนี้ • ส�ารวจบริเวณบ้าน • เลือกบริเวณบ้านที่จะท�าการจัดตกแต่งใหม่ • ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • วางแผนการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ในการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • ลงมือปฏิบัติการจัดตกแต่งบริเวณบ้าน • บันทึกผลและน�าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน • ประเมินผลการท�างาน ค�าชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล โดยเขียนตอบ และปฏิบัติงานตามที่ก�าหนด เรื่อง การจัดตกแต่งบ้าน และบริเวณบ้าน ใบมอบหมายงานที่ ๒.๒ การจัดการในบ้าน ๔๕ ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจรายงานโครงงาน เรื่อง การจัดการบาน ใหสะอาดสวยงาม 4. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 2 เรื่อง การจัดการในบาน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม ประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรูหนวยการเรียนรูที่ 2 แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การจัดการบ้านให้สะอาดสวยงาม รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผนท า โครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ไม่เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานการ จัดการบ้านให้ สะอาดสวยงาม ผลงานการจัดการบ้านให้ สะอาดสวยงามมีความ เหมาะสม ผลงานการจัดการบ้านให้ สะอ าดส วยง ามมีค ว าม เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงานการจัดการบ้านให้ สะอาดสวยงามมีความ เหมาะสมเป็นบางส่วน ไม่มีผลงานการจัดการบ้าน ให้สะอาดสวยงาม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ล าดับที่ ชื่อ – สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การท างาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ าใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............./.................../............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง การจัดการในบานที่มีประสิทธิภาพมีประโยชนอยางไรบาง และ หากไมมีการจัดการในบานจะเกิดสิ่งใดขึ้น (แนวตอบ การจัดการในบานที่มีประสิทธิภาพจะทําใหบาน สะอาดและสวยงาม ถูกสุขลักษณะ ผูอยูอาศัยมีรางกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไขเจ็บ มีอายุยืน มีความสุขในการใชชีวิตในบาน หากไมมีการจัดการในบานจะทําใหบานไมสวยงามและนาอยูอยาง ที่ควรเปน อาจทําใหผูอยูอาศัยปวยบอย) นํา สอน สรุป ประเมิน T47
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 การเลือกซื้อ อาหาร 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการเลือกซื้อ อาหารได้ 2. บอกวิธีการเลือกซื้อ อาหารประเภทต่างๆได้ กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 3.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 การเตรียมและ การปรุงอาหาร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. บอกวิธีการเตรียมและ การปรุงอาหารได้ 2. ปรุงอาหารตามหลัก การประกอบอาหารได้ กระบวนการ ปฏิบัติ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T48
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 หลักการแปรรูป และการถนอม อาหาร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. อธิบายหลักการแปรรูป และการถนอมอาหารได้ 2. เลือกภาชนะบรรจุ ส�ำหรับเก็บอาหารที่ได้ จากการแปรรูปและ การถนอมอาหารได้ กระบวนการ กลุ่มสัมพันธ์ - ตรวจใบงานที่ 3.3.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 4 การแปรรูป และการถนอม อาหาร 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. บอกขั้นตอนการแปรรูป และการถนอมอาหารได้ 2. สามารถน�ำอาหารมา แปรรูป หรือถนอม อาหารได้ โครงงาน เป็นฐาน (Project Based Learning) - ตรวจใบงานที่ 3.4.1 - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T49
ñ หลักการเลือกซื้ออาหาร การเลือกซื้ออาหารให้ ได้คุณภาพ ประหยัดเงิน เวลา และแรงงาน ควรยึดหลักการ ดังนี้ ๑. ประหยัด การเลือกซื้ออาหารควรค�านึงถึงความประหยัดในด้านต่าง ๆ ดังนี้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ความคิดสรางสรรคมี ๔ ลักษณะ ประกอบดวย ความคิดริเริ่ม ความคลองในการคิด ความยืดหยุนในการคิด และความคิดละเอียดลออ ■ ทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน มีขั้นตอน คือ การสังเกต วิเคราะห สรางทางเลือก และประเมินทางเลือก เชน การเก็บ ถนอม และแปรรูปอาหาร ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืน เพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) • เงิน ซื้อของตามงบประมาณและมีคุณภาพดี ไม่จ�าเป็นต้องมีราคาสูง บางอย่างสามารถใช้ ทดแทนกันได้และซื้ออาหารที่มีอยู่ ในท้องถิ่น • เชื้อเพลิง ใช้ให้คุ้มค่า อาหารบางอย่างต้องใช้ เวลาในการหุงต้มนาน หรือเปือยเละยาก ท�าให้ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยไม่จ�าเป็น • เวลาและแรงงาน ควรก�าหนดความถี่ในการ จ่ายตลาด สัปดาห์ละ ๑-๒ ครั้ง เพื่อลดภาระ ของผู้จ่ายตลาด และควรจดรายการสินค้าที่จะซื้อ ทุกครั้ง เพื่อให้ซื้อได้ครบถ้วนตามต้องการ อาหารและâÀªนาการ หน่วยการเรียนรู้ที่ó ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃà¡çºÍÒËÒÃãËŒ ÃѺ»Ãзҹ䴌¹Ò¹áÅÐÂѧ¤§ ¤Ø³¤ ‹Ò·Ò§ÍÒËÒäú¶ŒÇ¹ ¤Ç÷ÓÍ‹ҧäà ๔๖ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง หลักการเลือกซื้ออาหาร การเลือกซื้ออาหาร ประเภทตางๆ การเตรียมและการปรุงอาหาร การแปรรูปอาหาร และการถนอมอาหาร ใชทักษะการแสวงหาความรูและทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน อยางเปนขั้นตอนในการปรุงอาหาร การแปรรูปอาหาร และการถนอมอาหารตามขั้นตอนที่ถูกตองและเหมาะสม มีจิตสํานึกในการทํางาน และใชทรัพยากรในการ ปฏิบัติงานอยางประหยัดและคุมคา โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับอาหารและโภชนาการ • ใหฝกการปรุงอาหาร การแปรรูปอาหาร และการถนอมอาหาร เพื่อใหเกิดทักษะในการทํางาน สามารถใชทรัพยากรไดอยางคุมคา และมีทักษะในการ แกไขปญหาในการถนอมอาหาร เพื่อการดํารงชีวิตอยางพอเพียง ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรู ความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง อาหารและโภชนาการ 2. ครูนํารูปอาหารที่นารับประทานใหนักเรียนดู 3. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนจะเลือกซื้ออาหารอยางไร ซื้อที่ใด เพราะอะไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เลือกซื้ออาหารที่สด สะอาด อยูใกลบาน ราคาเหมาะสม) • เวลาและแรงงานมีความสําคัญในการเลือก ซื้ออาหารอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การใชเวลาและแรงงาน เทาที่จําเปนจะชวยลดภาระในการเลือกซื้อ อาหารได) ครูใหนักเรียนนึกถึงอาหารที่เคยซื้อมา แลว ตั้งประเด็นคําถาม เชน • อาหารที่ซื้อมาทํายากหรือไม ตองใชเชื้อเพลิง มากนอยเพียงใด • อาหารชนิดใดใชเวลาในการทํานานที่สุด • อาหารที่ซื้อมานับวาประหยัดแลวหรือไม เพราะเหตุใด T50
ขอสอบเนน การคิด อาหารและโภชนาการจ�าเปนต ่อการด�ารงชีวิต ประจ�าวันของมนุษย์ อาหารที่รับประทานเข้าไปจะให้คุณค่า ทางโภชนาการได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อ วัตถุดิบที่มีความสด สะอาด ปลอดภัย และเมื่อน�ามา ประกอบอาหาร ต้องผ่านการเตรียมและปรุงอย่างถูกต้องตาม หลักโภชนาการ นอกจากนี้ วัตถุดิบที่เหลือจากการประกอบ อาหารสามารถน�ามาแปรรูปเปนอาหารใหม่ที่น่ารับประทาน และเกิดประโยชน์แก่ร่างกายได้เช่นเดียวกัน ๒. ประโยชน์ การเลือกซื้ออาหารสดที่มีคุณค่าครบถ้วนตามอาหารหลัก ๕ หมู่ และให้คุณค่า ทางโภชนาการสูง จะช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภค ๓. ปริมาณเหมาะสม การซื้อของเป็นจ�านวนมากย่อมมีราคาถูกกว่าการซื้อปลีก โดยเฉพาะ อาหารแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน อย่างไรก็ตาม ควรเลือกซื้อในปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภค ๔. คุณภาพดี ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้ออาหารชนิดต่าง ๆ ได้ โดยทราบวิธีเลือกซื้ออาหารที่ถูกต้อง ท�าให้ได้อาหารที่สดและใหม่ ในปริมาณที่พอใช้ ๕. สถานที่ซื้อได้มาตรฐาน สถานที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ เพื่อความ ปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันมีทั้งตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตให้เลือกซื้อได้ตามความสะดวก อาหารและâÀªนาการ อาหารและโภชนาการ ๔๗ ปลอดภัยของผู้บริโภค ปัจจุบันมีทั้งตลาดสดและซูเปอร์มาร์เก็ตให้เลือกซื้อได้ตามความสะดวก ๕. สถานที่ซื้อได้มาตรฐาน สถานที่ต้องสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ เพื่อความ 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 4. ครูกลาวถึงหลักการเลือกซื้ออาหารวา ควร ซื้ออาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม จะชวยประหยัดทั้งเงิน เวลา และแรงงาน โดยไดคุณคาทางโภชนาการครบถวน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา สถานที่ซื้ออาหารควรมี ลักษณะอยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ไดมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย) • ปริมาณเหมาะสมคือหมายถึงเทาใด (แนวตอบ สามารถรับประทานไดหมดในเวลา ไมนาน และเพียงพอตอการบริโภค) นักเรียนควรรู 1 ความปลอดภัยของผูบริโภค เปนสิ่งที่จะตองคํานึงถึงเปนลําดับแรก ทั้งใน เรื่องของความสะอาด คุณภาพของอาหาร ขอมูลเกี่ยวกับการผลิตอาหาร เพื่อ ใหเปนไปตามมาตรฐานสากลและเพื่อสุขอนามัยที่ดีของผูบริโภค 2 ตลาดสด ในการเลือกซื้ออาหารจากตลาดสด ควรเลือกซื้อจากตลาดที่ ไดรับการรับรองคุณภาพมาตรฐานใน 3 ดาน ดังนี้ • ดานสุขาภิบาลสิ่งแวดลอม เชน อากาศถายเทไดสะดวก ไมรอนอบอาว ไมอับทึบ ไมมีนํ้าขัง จัดวางสิ่งของเปนระเบียบ • ดานความปลอดภัยของอาหาร เชน ไมมีการปนเปอนสารฟอรมาลิน สารกันรา สารบอแรกซ สารฟอกขาว สารเรงเนื้อแดงในอาหาร • ดานการคุมครองผูบริโภค เชน มีบอรดแนะนําความรูเกี่ยวกับอาหารที่ ปลอดภัย มีจุดทดสอบสารปนเปอน มีตาชั่งกลางที่ไดมาตรฐานไวบริการ เพื่อ ใหผูบริโภคไดรับประโยชนจากการเลือกซื้ออาหารมากที่สุด ขอใดเปนการเลือกซื้ออาหารอยางเหมาะสม 1. เลือกซื้ออาหารเสริมมาบริโภค เพื่อใหรางกายแข็งแรง 2. เลือกซื้ออาหารที่นําเขามาจากตางประเทศ 3. เลือกซื้อเฉพาะอาหารที่ชอบเทานั้น 4. เลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพดี (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะในการเลือกซื้ออาหารมา บริโภค จะตองคํานึงถึงหลักโภชนาการเสมอ อาหารจะตองมีความ สะอาด มีความปลอดภัย มีสารอาหารที่มีประโยชนครบถวนทั้ง 5 หมู ใหคุณคาทางอาหารสูง เพื่อใหไดอาหารที่ดี มีคุณภาพ และ มีประโยชนตอรางกายของผูบริโภค) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T51
ขอสอบเนนการคิด เนื้อหมู มีสีชมพู มันสีขาว ถ้าเป็นสามชั้น มันระหว่างหนังกับเนื้อจะต้องไม่หนามาก เนื้อวัว มีสีแดง มันสีเหลือง เส้นเนื้อเล็กละเอียด นุ่มกว่าเนื้อควาย ปลา ตาใส เหงือกแดง เนื้อไม่เละ ถ้าเป็นปลาชนิดมีเกล็ด เกล็ดต้องติดแน่น ไก่ ไม่มีรอยเขียวช�้าตามคอ หรือท้อง และบริเวณอื่น ๆ หอย เลือกที่ยังไม่ตาย เปลือกหอยจะอ้าหุบเองได้ กุ้ง หัวติดแน่นกับล�าตัว เปลือกสีเขียวแกมน�้าเงิน ไม่มีรอยคล�้า ไม่มีกลิ่นเหม็น เนื้อวัว เนื้อหมู ปลา ò วิธีการเลือกซื้ออาหารประเภทตางๆ อาหารที่รับประทานในครอบครัวสามารถแบ่งได้หลายประเภท เช่น อาหารสด อาหารแห้ง อาหารส�าเร็จรูป อาหารกระป๋อง หรืออาหารบรรจุขวด ซึ่งควรเลือกซื้อให้ถูกต้อง ดังนี้ ๒.๑ การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ ควรเลือกซื้อจากร้านที่ผ่านการตรวจและได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ที่ตรวจสอบสัตว์นั้น ก่อนฆ่าว่าไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคที่สามารถแพร่เชื้อมาสู่ผู้บริโภคได้ไม่ควรเลือกซื้อตามร้าน ข้างถนน หรือแผงลอยในตลาดที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัจจุบันห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าบางแห ่งอาจแล ่ส ่วนต ่าง ๆ ของเนื้อสัตว์จ�าหน ่าย เพื่อความสะดวกในการน�าไปประกอบอาหารตามความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งหากผู้แล่เนื้อสัตว์ ไม่ช�านาญ อาจท�าให้เนื้อสัตว์ช�้า หรือเน่าเสียได้ การเลือกซื้อเนื้อสัตว์ควรพิจารณาดังนี้ การเลือกซื้อ ๔๘ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 5. ครูใหนักเรียนแตละคนศึกษาคนควาเกี่ยวกับ วิธีการเลือกซื้ออาหารประเภทตางๆ 6. ครูใหนักเรียนดูการเลือกซื้ออาหาร จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 7. ใหนักเรียนจับกลุม กลุมละ 2-3 คน เพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนวิธีการเลือกซื้ออาหารประเภท ตางๆ จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การเลือกซื้อเนื้อสัตวควรเลือกซื้ออยางไร (แนวตอบ เชน ปลาตองตาใส เหงือกแดง เนื้อไมเละ ไกตองไมมีรอยชํ้า หอยตองสด ยังไมตาย) • การเลือกซื้อเนื้อหมูและเนื้อวัวแตกตางกัน อยางไร (แนวตอบ เนื้อหมูเลือกสีชมพู มันสีขาว สวนเนื้อวัวเลือกสีแดง มันสีเหลือง) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของสถานที่จําหนายเนื้อสัตวให นักเรียนฟงวา สถานที่จําหนายเนื้อสัตวที่ไดมาตรฐาน จะมีหลักเกณฑที่สําคัญ คือ เนื้อสัตวที่นํามาจําหนายตองมาจากโรงฆาสัตวที่มีใบอนุญาตตั้งโรงฆาสัตว โรงพักสัตว และการฆาสัตว มีแบบตอบรับแจงการฆาและจําหนายเนื้อสัตว ผูประกอบการมีใบอนุญาตใหทําการคาสัตว หรือซากสัตว แผงจําหนายตองทํา ดวยวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทาน ผิวเรียบ ทําความสะอาดไดงาย ไมดูดซับนํ้า สามารถฆาเชื้อโรคได สูงจากพื้นไมนอยวา 80 ซม. มีอางลางมือและสบู หรือ สารทําความสะอาดตั้งอยูในสถานที่ที่เหมาะสม ไมกอใหเกิดการปนเปอนใน เนื้อสัตว เนื้อสัตวที่วางจําหนายถูกจัดวางอยางเปนระเบียบ โดยแยกสวนเนื้อ ออกจากเครื่องใน ผูจําหนายตองสวมเครื่องแตงกายที่สะอาด มีอุปกรณปองกัน การปนเปอน เชน หมวกคลุมผม “แกวตองการทําขาวตมหมูเปนอาหารเชา” แกวควรเลือก เนื้อหมูอยางไรจึงจะเหมาะสม 1. เนื้อสีแดงสด มันสีขาว เนื้อแข็ง ไมมีกลิ่นคาว 2. เนื้อสีชมพู มันสีขาว เนื้อนุมปานกลาง ไมมีกลิ่นคาว 3. เนื้อสีแดงอมชมพู มันมีเหลืองออน เนื้อแข็ง ไมมีกลิ่นคาว 4. เนื้อสีชมพูออน มันสีเหลืองออน เนื้อนุมปานกลาง ไมมี กลิ่นคาว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะในการเลือกซื้อเนื้อหมูมาใช ในการประกอบอาหาร ควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่สดใหม ซึ่งมีลักษณะ คือ เนื้อมีสีชมพู มันสีขาว เนื้อนุมปานกลาง เมื่อใชนิ้วกดจะไมมี รอยบุม ไมมีกลิ่นคาว และไมมีเมือก) T52
ขอสอบเนน การคิด ผักรับประทานใบ ควรเลือกที่สดใหม่ ไม่เหี่ยวช�้า ล�าต้นอวบน�้า ใบอาจมีรอยแมลง กัดบ้าง เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้งควรเลือกที่มีสีเขียวสด ไม่เหี่ยว ต้นใหญ่อวบ ใบแน่นติดกับโคน ผักรับประทานหัว ควรเลือกที่น�้าหนักเหมาะสมกับขนาด ถ้าหัวใหญ่น�้าหนักเบา เนื้อจะ ไม่แน่น วิธีการเลือก เช่น เผือก มัน เลือกที่มีน�้าหนักมาก เนื้อแน่น ผิวเรียบ หอมใหญ่ เลือกหัวแน่น ๆ เปลือกแข็ง แคร์รอต เลือกหัว ยาวเรียว ผิวเรียบ แกนในเล็ก ผักรับประทานผล เลือกตามลักษณะเฉพาะ เช่น ฟักทอง เลือกผลที่หนัก เนื้อแน่น สีเหลืองอมเขียว ผิวขรุขระ แตงกวา เลือกผิวตึงสีเขียว ริ้วขาว ถ้าผิวเหลืองแสดงว่าเป็นแตงเก่าและเริ่มแก่ ๒.๓ การเลือกซื้อผลไม้ ควรเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อให้ได้คุณภาพและราคาที่เหมาะสม ได้รับวิตามินจากผลไม้ ลักษณะของผลไม้ที่ดี คือ สด ใหม่ ผิวไม่เหี่ยว ขั้วก้านเขียวและแข็ง ไม่มีรอยช�้า หรือรอยแมลง กัดกิน การเลือกซื้อผลไม้แต่ละชนิดจะมีความแตกต่างกัน เช่น มังคุดควรเลือกที่แก่จัด ผิวสีเข้ม เปลือกไม่แข็ง กล้วยน�้าว้าควรเลือกที่เปลือกบาง ไม่มีเหลี่ยม มะละกอควรเลือกที่แก่จัด ผิวและสี ของเนื้อขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ มะม่วงควรเลือกที่แก่จัด ผิวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ๒.๔ การเลือกซื้ออาหารแห้ง ควรเลือกที่ใหม่และสะอาด อาหารแห้งที่ต้องระมัดระวัง คือ อาหารที่ขึ้นราได้ง่าย โดยเฉพาะ ราที่มีสีด�า ซึ่งพบในหอม กระเทียม ถั่วเมล็ดแห้ง ราชนิดนี้ทนต่อความร้อนที่ใช้ ในการหุงต้ม หากรับประทานอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งได้ ๒.๒ การเลือกซื้อผัก ควรเลือกที่ใหม่ สด สะอาด ไม่มีคราบสีขาว ๆ ของยาฆ่าแมลง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การเลือกซื้อผักแต่ละประเภทควรพิจารณาดังนี้ การเลือกซื้อ อาหารและโภชนาการ ๔๙ ควรเลือกซื้อผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อให้ได้คุณภาพและราคาที่เหมาะสม ได้รับวิตามินจากผลไม้ ควรเลือกที่ใหม่และสะอาด อาหารแห้งที่ต้องระมัดระวัง คือ อาหารที่ขึ้นราได้ง่าย โดยเฉพาะ 1 2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 1. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การเลือก ซื้ออาหารที่เหมาะกับฉัน และดูหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 49 หัวขอ การ เลือกซื้อผัก การเลือกซื้อผลไม และการเลือก ซื้ออาหารแหง ครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • การเลือกผักรับประทานใบควรเลือกซื้อผัก ชนิดใดบาง • การเลือกซื้อผลไมตามฤดูกาลเปนอยางไร • การเลือกซื้ออาหารแหง ควรสังเกตสิ่งใดบาง 2. ครูใหนักเรียนอานใบงานของเพื่อนในกลุม โดยสลับใบงานของตนเองกับเพื่อน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 3. นักเรียนพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในกลุมเกี่ยวกับสิ่งที่เหมือนและแตกตางกัน ในใบงาน นักเรียนควรรู 1 วิตามินจากผลไม ในผลไมแตละชนิดจะมีวิตามินอยูมากมาย ซึ่งจะ แตกตางกันออกไปตามชนิดของผลไม เชน วิตามินซี ชวยสรางคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยกอนวัย ผิวพรรณสดใส เปลงปลั่ง ลดคอเลสเตอรอลในเสนเลือด ปองกันโรคมะเร็ง พบมากในมะละกอสุก กีวี มะขามเทศ ฝรั่ง สตรอวเบอรรี เงาะ สมโอ พุทรา วิตามินอี ชวยปองกันเซลลถูกทําลายจากสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเสื่อม ของเยื่อหุมเซลล ระบบไหลเวียนเลือดทํางานไดดีขึ้น ลดเลือนริ้วรอยกอนวัย ผิวพรรณสดใส เปลงปลง พบมากในขนุน มะมวง แกวมังกร กลวยไข ทับทิม และอะโวคาโด 2 อาหารที่ขึ้นราไดงาย สวนใหญเปนอาหารที่ปรุงสุกแลว ซึ่งมีโอกาสขึ้นรา ไดงายกวาอาหารสด ดังนั้น จึงควรบริโภคอาหารที่ปรุงสุกภายใน 3 วัน หลังจาก ปรุงเสร็จ เพื่อเปนการชวยลดโอกาสในการเกิดเชื้อรา “พลตองการเปนเจาของธุรกิจสัตวเลี้ยง” พลควรคํานึงถึงปจจัย ในขอใดมากที่สุด 1. เงินทุน 2. แรงงาน 3. วัสดุ อุปกรณ 4. การบริหารจัดการ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะพลสามารถนําเงินทุนไปใช ในการจางแรงงาน ซื้อวัสดุ อุปกรณ รวมถึงวาจางผูที่มีความรู ความเชี่ยวชาญ และมีความสามารถมาชวยในการบริหารจัดการ ธุรกิจของตนใหประสบความสําเร็จได) นํา สอน สรุป ประเมิน T53
๒.๕ การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง ควรสังเกตดังนี้ ๒.๖ การเลือกซื้ออาหารส�าเร็จรูปและอาหารพร้อมปรุง อาหารส�าเร็จรูป เป็นอาหารที่ผู้ขายปรุงไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ซื้อสามารถน�าไปอุ่น หรือ รับประทานได้ทันทีอาหารส�าเร็จรูปนี้รวมถึงอาหารที่ผู้บริโภคสั่งให้ประกอบ หรือปรุงให้การเลือกซื้อ ควรสังเกตสถานที่จ�าหน่ายว่าสะอาดหรือไม่ ภาชนะใส่อาหารมีสิ่งปิดกันแมลงและฝุ่นละออง หรือไม่ ผู้ขายแต่งกายสะอาด ถูกหลักสุขาภิบาลอาหารหรือไม่ อาหารพร้อมปรุง เป็นอาหารที่ผู้ขายจัดเตรียมวัตถุดิบ พร้อมเครื่องปรุงไว้เป็นชุด ผู้บริโภค สามารถซื้อไปประกอบอาหารเองได้ โดยสิ่งที่ควรสังเกต คือ วัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ เนื่องจากเป็นอาหารสดที่ยังไม่ผ่านการหุงต้ม จึงมีโอกาสเน่าเสีย หรืออาหารเสื่อมคุณภาพได้ ๑. ดูลักษณะกระป๋อง ไม่บุบ หรือโป่งพอง ไม ่เป็นสนิม รอยต ่อต้องเรียบร้อยและ แน่นหนา ๒. ฝาและก้นกระป๋องเรียบ เมื่อนิ้วกดลงไป บนฝากระป๋องแล้วเป็นปกติ ไม่ยุบลง ๖. ด้านในกระป๋องมีสภาพดี เมื่อเทอาหาร ออกจากกระป๋อง ภายในกระป๋องไม ่มี รอยสนิมหรือรอยด่างของโลหะ ๗. ฉลากมีรายละเอียดครบถ้วน มีชื่อ เลข ทะเบียนอาหาร สถานที่ตั้งของผู้ผลิต และ วัน เดือน ปี ที่ผลิตอาหารกระป๋อง โดย ไม่ควรบริโภคอาหารกระป๋องที่เก็บไว้นาน เพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง ๓. ไม่มีเสียงกระฉอก เมื่อเขย ่ากระป๋อง แล้วไม่มีเสียงกระฉอกของน�้ากับอากาศ ๔. ไม่มีอากาศพุ่งออกมา เมื่อเปิดกระป๋อง จะไม่มีอากาศ หรือลมพุ่งออกมาจากภายใน กระป๋อง ๕. มีกลิ่นปกติเมื่อเปิดกระป๋องแล้วได้กลิ่น อาหารที่ปกติ ไม่มีกลิ่นเน่าเสีย การเปิดอาหารกระป๋องควรเปิดด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจท�าให้บาดมือได้ ๕0 ๒.๕ การเลือกซื้ออาหารกระป๋อง1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูถามนักเรียนวา • อาหารกระปองลักษณะใด ที่ไมควรซื้อ (แนวตอบ เชน กระปองบุบ ฉลากไมชัดเจน) • การเลือกซื้ออาหารสําเร็จรูปและอาหาร พรอมปรุง ควรเลือกซื้ออยางไร (แนวตอบ อาหารสําเร็จรูปเลือกซื้อที่สะอาด ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร อาหารพรอมปรุง เลือกซื้อที่เพิ่งผลิต ควรสังเกตวันผลิตและ วันหมดอายุกอนซื้อ) 2. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเขียน วิธีการเลือกซื้ออาหารกลุมละ 1 อยาง ที่หนา ชั้นเรียน โดยแตละกลุมพยายามเขียนอาหาร ไมซํ้ากัน จากนั้นครูและนักเรียนชวยกันดูวา ถูกตองหรือไม ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 4. นักเรียนกําหนดหัวขอที่เห็นแตกตางกันและ นาสนใจ เพื่อนําไปศึกษาคนควาเพิ่มเติม 5. นักเรียนแตละกลุมไดขอมูลที่ถูกตองในหัวขอ ที่กําหนดไว เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารกระปองใหนักเรียนฟงวา อาหารกระปอง เปนอาหารที่ผานการใหความรอนสูงจนทําใหอาหารสุก สงผลใหสารอาหาร ยอยงายขึ้น และยังชวยในการทําลายสารพิษในธรรมชาติ ซึ่งมีอยูในอาหารบาง ประเภท แตการผานความรอนสูง จะทําใหสูญเสียคุณคาทางโภชนาการมากขึ้น เชน กรดแอมิโนบางตัวที่สําคัญ วิตามินบี วิตามินซี อาหารกระปองที่ผลิตขึ้น อยางถูกตองตรงตามมาตรฐานการผลิตจะเก็บไวในอุณหภูมิปกติไดนาน 1-3 ป หลังจากวันที่ผลิต ใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้ออาหาร ประเภทตางๆ ตามความสนใจ 1 ประเภท เขียนสรุปความสําคัญ และจัดทําในรูปแบบของแผนพับ ตกแตงใหสวยงาม นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน นําเสนอวิธีการเลือก ซื้ออาหารประเภทตางๆ ตามความสนใจ 1 ประเภท ในรูปแบบ ของการแสดงบทบาทสมมติ จากนั้นใหแตละกลุมผลัดกันออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน นักเรียนควรรู 1 อาหารกระปอง หากเปดรับประทานแลวแตรับประทานไมหมด ควรถายใส ภาชนะที่สะอาด มีฝาปดมิดชิด และเก็บไวในตูเย็น หามเก็บไวในที่ที่มีอุณหภูมิ สูงกวา 40 องศาเซลเซียส เพราะจะทําใหอาหารเนาเสียไดงาย นํา สอน สรุป ประเมิน T54
ขอสอบเนน การคิด การเก็บรักษาคุณภาพของอาหารนับเป็นเรื่องส�าคัญที่ ผู้บริโภคควรค�านึงถึง เพราะหากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี จะท�าให้ อาหารเน่าเสียเร็วและการรับประทานอาหารที่เน่าเสียอาจ ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ ส�าหรับการเก็บ รักษาอาหารแต่ละประเภทจะมีวิธีการแตกต่างกัน ดังนี้ การเกçบรักÉาอาหาร Know M ore ñ การเกçบรักÉาอาหารÊ´ เนื้อสัตว์ ควรลางใหสะอาด นํามาหั่นหรือสับตามตองการ เก็บใสถุงพลาสติก หรือหอดวยกระดาษไขเก็บไว ในตูเย็น ผัก ควรเลือกผักสวนที่เนาทิ้ง แลวนําไปลางน้ํา • ผักที่มีราก เชน ผักชี ผักบุง ใหนํารากผักแชใน น้ําเย็น • ผักที่ไมมีรากใหนําโคนผักแชน้ําในกะละมัง ใช ผาขาวบางชุบน้ําบิดพอหมาดคลุมยอดผักไว พรมน้ําใหพอเปยก หากเก็บไว ในตูเย็น ใหเลือกผักสวนที่เนาทิ้ง แชผัก ในน้ําสะอาด ผสมเกลือแกงเล็กนอย แลวลางดวย น้ําสะอาดอีกครั้ง ใหสะเด็ดน้ํา ใสในถุงพลาสติก ที่มีรู แลวนําไปเก็บไวในตูเย็น ผลไม้ ควรแยกเก็บผลไมที่รับประทานทั้งเปลือกออก จากผลไมที่ตองปอกเปลือกกอนรับประทานเก็บ ไว ในที่เย็นและมีความชื้น ò การเกçบรักÉาอาหารแหŒง ข้าวสาร ควรนําขาวที่อยูในบรรจุภัณฑออกมาตากแดด เปนครั้งคราว เก็บในภาชนะที่ปดสนิท เพื่อ ปองกันฝุนละอองและแมลง อาหารกระป๋อง ควรเก็บไว ในที่แหง ไมถูกแสงแดด หากมีรอยรั่ว มีสนิม หรือบวม แสดงวาอาหารเสื่อมสภาพ ให นําไปทิ้ง อาหารแห้ง ควรเก็บไว ในที่โปรงเพื่อไมใหเกิดเชื้อรา เชน ปลาเค็ม ปลาสลิด กุนเชียง ถาเปนพริกไทย พริกแหง กุงแหง ควรเก็บไว ในขวดที่ปดสนิท สวนกระเทียม หอมแดง ควรเก็บไวในที่แหง และมีอากาศถายเท อาหารและโภชนาการ ๕๑ ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการเลือกซื้อ อาหารและวิธีการเลือกซื้ออาหารประเภท ตางๆ จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การเก็บรักษาอาหารสดและอาหารแหง สามารถเก็บในที่เดียวกันไดหรือไม เพราะ เหตุใด (แนวตอบ คําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ นักเรียน เชน อาหารสดควรเก็บใหมิดชิด ในตูเย็น สวนอาหารแหงแบงเก็บใหมิดชิด โดยไมจําเปนตองแชตูเย็น) 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 3.1 แลวนํามาสงครู ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.1.1 เรื่อง การเลือกซื้อ อาหารที่เหมาะกับฉัน 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 3.1 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู “หลังจากทําอาหารเสร็จ พบวา มีผักบุงจีนเหลืออยูเปนจํานวนมาก” นักเรียนจะมีวิธีการอยางไรในการเก็บรักษาผักบุงใหคงความสด 1. จับตนแยกออกจากกัน วางลงในถาด ใชผาขนหนูชุบนํ้าคลุม 2. จับตนตั้งขึ้น คลุมดวยถุงพลาสติก หลอนํ้าที่ราก แลวแชใน ตูเย็น 3. จับตนแชนํ้าใหชุม ทิ้งไว 15-20 นาที วางลงในถาด ใชผา ขาวบางคลุม 4. จับตนเปนกํา ใชเชือกมัดกลางตน แชลงในถังเปลา ฉีดนํ้าดวย กระบอกฉีดนํ้า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะจะทําใหผักบุงคงความสดอยู เสมอ หากผักบุงมีรากติดอยูใหจับตนตั้งขึ้น คลุมดวยถุงพลาสติก หลอนํ้าที่ราก แลวแชในตูเย็น หากไมมีรากติดอยูใหเก็บใสถุง พลาสติก มัดปากถุงใหแนน แลวแชในตูเย็น) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรู ที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T55
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค T i p ó การเตรียมและการปรุงอาหาร อาหารหลายชนิดจ�าเป็นต้องผ่านกระบวนการหุงต้มก่อนบริโภค ถ้าท�าไม่ถูกวิธีจะท�าให้ สูญเสียคุณค่าทางอาหาร หรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ในการปรุงอาหารจึงต้องรู้หลักการเตรียม การปรุง และวิธีการหุงต้ม รวมทั้งปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง การเตรียมอาหารเป็นวิธีการท�าให้อาหารพร้อมที่จะน�าไปปรุงให้สุก หรือบริโภคได้ ซึ่ง ประกอบด้วยวิธีต่าง ๆ ได้แก่ ปอก หั่น ตัด ฉีก ต�า คั้น ครูด บด ปัน โขลก และสับ วิธีเหล่านี้ จะช่วยให้อาหารมีขนาดเล็กลง ปรุงสุกได้เร็วขึ้น และแยกส่วนที่รับประทานไม่ได้ทิ้งไป หรือตัดส่วน ที่สกปรกทิ้ง ๓.๑ การเตรียมและการปรุงอาหารชนิดตาง ๆ การเตรียมและการปรุงอาหารชนิดต่าง ๆ หากท�าไม่ถูกวิธี อาจท�าให้สูญเสียคุณค่าทาง อาหาร จึงควรเรียนรู้วิธีการเตรียมและการปรุง อาหาร เพื่อสงวนคุณค่าของอาหาร ดังนี้ หลักสุขาภิบาลอาหาร การสุขาภิบาลอาหารเป็นการจัดการเกี่ยวกับอาหารด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้อาหารปลอดภัย และมีประโยชน์ ไม่ก่อให้เกิดโทษ หรืออันตรายแก่ผู้บริโภค หลักสุขาภิบาลอาหารมีดังนี้ ๑. ความสะอาดและความปลอดภัยของอาหาร ๒. อนามัยของผู้ประกอบอาหารและผู้เสิร์ฟอาหาร ๓. อนามัยของการประกอบอาหารและการเสิร์ฟอาหาร ๔. ความสะอาดและความปลอดภัยของน�้า ๕. การเก็บรักษาอาหาร ๖. การล้างและเก็บภาชนะเครื่องใช้ ในการปรุงอาหาร ๗. การก�าจัดเศษอาหาร น�้าทิ้ง และอื่น ๆ ๘. การสุขาภิบาลสถานที่ประกอบอาหาร อาหารที่จะรับประทานภายในครอบครัวจะต้องค�านึงถึง คุณค่าทางอาหารและความสะอาด ๕๒ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน การปรุง และวิธีการหุงต้ม รวมทั้งปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างถูกต้อง ๔. ความสะอาดและความปลอดภัยของน�้า 1 2 ขั้นนํา (กระบวนการปฏิบัติ) ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 1. ครูนําภาพอาหารจากโฆษณาของรานตางๆ ใหนักเรียนดู 2. ครูตั้งประเด็นอภิปรายวา • นักเรียนชอบอาหารในภาพใดมากที่สุด • อยากรับประทานอาหารใดมากที่สุด เพราะ อะไร เคยรับประทานหรือไม • นักเรียนคิดวา ตนเองสามารถทําอาหาร ดังภาพไดหรือไม เพราะอะไร จากนั้นครูถามนักเรียนวา • หากนักเรียนตองเตรียมและปรุงอาหาร ดังภาพ นักเรียนจะเตรียมและปรุงอาหาร อยางไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เตรียมวัตถุดิบที่สด สะอาด โดยเก็บไวในตูเย็น เตรียมเครื่องปรุง ใหครบถวน โดยเก็บในที่แหง กอนทํานําของ ที่ตองใชออกมาใหครบ แลวทําโดยคอยๆ ปรุงรส เพื่อไมใหอาหารมีรสจัดเกินไป) นักเรียนควรรู 1 หลักสุขาภิบาลอาหาร การบริหารจัดการและควบคุมสิ่งแวดลอม รวมถึง บุคลากรที่เกี่ยวของกับกิจกรรมที่เกี่ยวของกับอาหาร เพื่อทําใหอาหารสะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค พยาธิ สารเคมีตางๆ ที่เปนอันตราย หรืออาจกอให เกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัยของรางกาย และการดํารงชีวิตของผูบริโภค 2 ความปลอดภัยของนํ้า โดยเฉพาะนํ้าดื่มที่ไมไดผานกระบวนการผลิตและ ฆาเชื้ออยางถูกตอง เชน นํ้าจากแมนํ้าลําคลอง นํ้าจากทะเลสาบ หรือแหลงนํ้า ขนาดใหญ สามารถนําเชื้อจุลินทรียที่กอใหเกิดโรคมาปนเปอนอยูในอาหารได ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันเตรียมและปรุง อาหารตามความสนใจกลุมละ 1 ชนิด โดยเลือกใชพืชผักสมุนไพร ที่มีอยูในทองถิ่น หรือในครัวเรือนของตนเองมาเปนสวนประกอบ หลักในการปรุงอาหาร นําเสนอผลงานในรูปแบบคลิปวิดีโอ ความยาวไมเกิน 7 นาที จากนั้นใหแตละกลุมผลัดกันออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง และมุงมั่นในการทํางาน) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสุขาภิบาลอาหาร ไดจาก https://advisor. anamai.moph.go.th/main.php?fifilename=env209 T56
ขอสอบเนน การคิด การเตรียม และ การหุงข้าว ข้าวแต่ละชนิดมีวิธีการหุงข้าวที่แตกต่างกัน จึงควรเลือก วิธีการหุงให้เหมาะสมกับชนิดของข้าว ๑. การเก็บสิ่งปนเปอนในข้าว ควรเก็บกาก หรือสิ่งสกปรกที่ปนเปื้อนในข้าวทิ้ง เช่น เปลือกข้าว กรวด มอด ๒. การซาวข้าว ควรซาวข้าวให้เร็วและน้อยครั้ง ถ้าข้าวสะอาดอยู่ แล้วให้ซาวเพียงครั้งเดียว ข้าวที่รับประทานส่วนใหญ่ ในปัจจุบันเป็นข้าว ที่ขัดสีจนขาว คุณค่าทางอาหารจึงมีน้อยลง หากมี การหุงต้มที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ จะท�าให้สูญเสีย วิตามินบีไปมาก เพื่อรักษาคุณค่าทางอาหารในข้าว ให้มากที่สุด จึงควรหุงต้ม ดังนี้ การปรุง ๑. การหุงข้าวด้วยวิธีไม่เช็ดนำ้า ใช้น�้า ๒ ส่วนต่อข้าวเก่า ๑ ส่วน หรือใช้น�้า ๑ ส่วน ต่อข้าวใหม่ ๑ ส่วน ใส่ข้าวและน�้าตามส่วนที่ ก�าหนด ในกรณีที่หุงด้วยเตาถ่าน หรือเตาแกส ให้ยกตั้งไฟให้เดือด เมื่อเมล็ดข้าวเริ่มบานให้ หรี่ไฟลงปิดฝาหม้อให้สนิท ตั้งทิ้งไว้บนเตาไม่ต้อง คนอีก ข้าวจะระอุสุกนิ่ม หากหุงด้วยหม้อหุงข้าว ไฟฟ้าให้เสียบปลั๊กแล้วกดสวิตช์ที่หม้อหุงข้าว และรอให้ข้าวสุก ๒. การนึ่งข้าว ใช้อัตราส ่วนของข้าวและน�้าเช ่นเดียวกับการ หุงข้าวไม่เช็ดน�้า ใส่ลงในภาชนะที่ต้องการน�าไปนึ่ง การนึ่งข้าวเหนียว ควรล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่โดยใช้น�้าปริมาณน้อย ประมาณดูว่าเมื่อ เมล็ดข้าวเหนียวพองจะไม่มีน�้าเหลือมาก จึงน�า ไปนึ่งในภาชนะที่ต้องการ การเตรียม อาหารและโภชนาการ ๕๓ ๑. การเก็บสิ่งปนเปอนในข้าว ๒. การซาวข้าว 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 3. นักเรียนแสดงความคิดเห็นวา อาหารแตละ อยางในภาพนาจะทําโดยใชวิธีใดบาง 4. ครูอธิบายวิธีทําที่ถูกตองของอาหารในแตละ ภาพโดยยอ เพื่อใหนักเรียนรูถึงวิธีการหลักของ การทําอาหารชนิดนั้นๆ 5. ครูใหนักเรียนดูการเตรียมและการปรุงอาหาร จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 แลวถามนักเรียนวา • การเตรียมและหุงขาวควรทําอยางไรบาง (แนวตอบ การเตรียม เริ่มจากการเก็บสิ่ง ปนเปอนในขาว แลวจึงซาวขาว สวนการหุงขาว ดวยหมอหุงขาวใหใชนํ้า 2 สวนตอขาวเกา 1 สวน หรือใชนํ้า 1 สวน ตอขาวใหม 1 สวน แลวกดสวิตชที่หมอหุงขาว) • เพราะเหตุใดจึงควรซาวขาวใหเร็วและ นอยครั้ง (แนวตอบ เพื่อใหสูญเสียวิตามินไปกับนํ้านอย ที่สุด) นักเรียนควรรู 1 ขาว ประเทศไทยมีการปลูกขาวอยูดวยกันหลายสายพันธุ ซึ่งขาวแตละ สายพันธุจะมีคุณประโยชนที่แตกตางกัน เชน • ขาวสีแดง (ขาวหอมมะลิแดง) ชวยปองกันโรคปากนกกระจอก โรคเหน็บชา ลดการเปนตะคริว เสริมสรางเม็ดเลือด ชวยในเรื่องระบบขับถาย ปองกัน ทองผูก • ขาวสีนิล (ขาวหอมนิล) ชวยในเรื่องระบบขับถาย ลดปญหาการเกิด โรคมะเร็งลําไส ทําใหผมดกดํานุมสลวย ไมแตกปลาย • ขาวกลอง (ขาวหอมมะลิกลอง) ชวยปองกันโรคเหน็บชา โรคปากนก กระจอก โรคโลหิตจาง ลดอาการปวดตามขอ 2 การซาวขาว เปนการขจัดสิ่งสกปรก ฝุนละออง แมลง และสารเคมีตางๆ ที่ตกคางในขาวสารใหสะอาดกอนนํามาหุง หากเปนขาวสารใหม เมื่อลอง ซาวขาวแลวพบวาไมมีฝุน หรือตะกอนลอยขึ้นมา ใหซาวเพียง 1-2 ครั้ง เพื่อ เปนการรักษาคุณคาทางอาหาร นักเรียนชอบรับประทานขาวชนิดใด เพราะเหตุใดจึงชอบ รับประทานขาวชนิดนี้ (แนวตอบ ชอบรับประทานขาวกลอง เพราะขาวกลองมีประโยชน และมีคุณคาทางอาหารมากมาย เชน ใหพลังงานแกรางกาย (คารโบไฮเดรต) เสริมสรางและซอมแซมเซลลตางๆ (โปรตีน) ซอมแซมและเสริมสรางกระดูกใหแข็งแรง (แคลเซียม) ปองกัน โรคเหน็บชา (วิตามินบี 1) ปองกันโรคปากนกกระจอก (วิตามิน บี 2) ชวยในการเจริญเติบโตของรางกาย (วิตามินบี 3) เสริมสราง ประสิทธิภาพของธาตุเหล็ก (ทองแดง) เสริมสรางสุขภาพของ เหงือกและฟนใหแข็งแรง (ฟอสฟอรัส) ชวยในการทํางานของ ระบบประสาทและกลามเนื้อ (โพแทสเซียม) เพิ่มคอลลาเจนให แกผิวหนัง (สังกะสี) ชวยใหระบบขับถายดีขึ้น ลดอาการทองผูก (ใยอาหาร)) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T57
ขอสอบเนนการคิด การเตรียม การปรุง ๑. การปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว ไม่ควรใช้ ไฟแรง เพราะเนื้อสัตว์จะหดตัวเหนียว ท�าให้น�้าไหลออกจากเนื้อมากจนเสียรสชาติ ยกเว้น อาหารประเภทปลาและอาหารทะเลต้องใช้ไฟแรง หรือใช้น�้าเดือด เพื่อป้องกันไม่ ให้เกิดกลิ่นคาว ๒. การต้มและเคี่ยวเนื้อสัตวจนเปอย ควรรับประทานน�้าที่ต้มด้วย เพราะวิตามินและ เกลือแร่บางส่วนละลายอยู่ ในน�้าที่ต้ม ๓. การทอดและผัดเนื้อสัตว จะท�าให้สูญเสียวิตามินน้อยกว่าการต้มเคี่ยวเนื้อ สัตว์ที่ใช้เวลานาน ๆ ๔. การปรุงในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ควรมีอาหารเหลือ เพราะจะท�าให้เสียคุณค่าทาง อาหารมาก จึงไม่ควรประกอบอาหารให้เหลือเก็บ ค้างไว้หลายวัน ๕. การปิดฝาภาชนะเวลาหุงต้ม จะช่วยเพื่อให้อาหารสุกเร็วยิ่งขึ้นและป้องกันการ สูญเสียวิตามิน ๖. การปรุงอาหารให้สุก ไม่ควรรับประทานเนื้อสัตว์ดิบ ๆ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาจมีพยาธิ หรือมีเชื้อโรคปะปนอยู่ ควรท�าให้ สุกก่อน แล้วจึงน�ามารับประทาน การเตรียมและการปรุง อาหารประเภท เนื้อสัตว การรับประทานอาหารที่สุกใหม่ และสะอาด จะช่วยไม่ให้ เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ๑. เนื้อสัตวจำาพวกหมู วัว เปด ไก่ ปลา ล้างด้วยน�้าสะอาดแล้วให้รีบเอาขึ้นทันที หากน�า มาหั่นแล้วไม่ควรล้าง หรือแช่น�้าอีกเพราะจะท�าให้ วิตามินและเกลือแร่ในเนื้อสัตว์ละลายไปกับน�้า ๒. เนื้อสัตวจำาพวกกุ้ง ปู หอย ล้างด้วยน�้าสะอาดทั้งเปลือก ปูและหอยให้แช่น�้าผสมเกลือ และเปลี่ยนน�้าบ่อย ๆ เพื่อจะ ได้คายดินและทรายออก ๕๔ ๒. เนื้อสัตวจำาพวกกุ้ง ปู หอย 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน แลว หาคลิปวิดีโอสอนทําอาหารเพื่อเลือกอาหารที่ สนใจ โดยอาหารที่เลือกสามารถทําไดในเวลา ที่กําหนด 2. นักเรียนแตละกลุมเตรียมและปรุงอาหารตาม คลิปวิดีโอที่เลือกและแบงงานในกลุมอยาง เหมาะสม โดยครูคอยสังเกตการทํางานของ นักเรียนและใหคําแนะนํา จากนั้นครูทบทวน การเตรียมและการปรุงอาหารประเภทเนื้อสัตว โดยถามนักเรียนวา • การเตรียมเนื้อสัตวจําพวกหมู วัว เปด ไก ปลา ควรทําอยางไร (แนวตอบ ลางดวยนํ้าสะอาดแลวรีบนําขึ้น จากนํ้า) • การเตรียมเนื้อสัตวจําพวกกุง ปู หอย ควรทํา อยางไร (แนวตอบ ลางดวยนํ้าสะอาดทั้งเปลือก สําหรับปูและหอยใหแชนํ้าผสมเกลือและ เปลี่ยนนํ้าบอยๆ) • นักเรียนจะเตรียมและปรุงอาหารประเภท เนื้อสัตวอยางไรบาง (แนวตอบ คําตอบขึ้นอยูกับดุลยพินิจของ นักเรียน เชน ใชความแรงของไฟอยาง พอเหมาะ เพื่อใหเนื้อสัตวไมกระดาง ปรุงใน ปริมาณที่เหมาะสมเพื่อไมใหมีอาหารเหลือ) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการลางหอยลาย หอยแครง และหอย แมลงภูใหนักเรียนฟงวา กอนนําหอยชนิดตางๆ มาปรุงเปนอาหาร ควรนํา หอยมาทําความสะอาด เพื่อขจัดโคลน หรือทรายที่ออกมาจากตัวหอย ซึ่งมี วิธีการ คือ ผสมเกลือเล็กนอยกับนํ้าเปลา นําหอยลงไปแชในนํ้าผสมเกลือ โดยนํ้าจะตองสูงทวมตัวหอย แชทิ้งไวสักพัก หอยจะคายสิ่งสกปรกออกมา จากนั้นจึงลางดวยนํ้าสะอาด แลวจึงนําไปปรุงเปนอาหารในขั้นตอนตอไป เพราะเหตุใดจึงไมควรใชไฟแรงในขณะปรุงอาหารที่ทําจาก เนื้อสัตว 1. เนื้อสัตวจะสุกมากเกินไป 2. เนื้อสัตวจะหดตัวและเหนียว 3. เนื้อสัตวจะไมมีไขมันผสมอยู 4. เนื้อสัตวจะขาดคุณคาทางอาหาร (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะในการปรุงอาหารประเภท เนื้อสัตว ควรเลือกใชไฟออน หรือไฟแรงปานกลาง เพื่อปองกัน ไมใหเนื้อสัตวหดตัว ซึ่งจะสงผลใหเนื้อสัตวเหนียวและเสียรสชาติ มากเกินไป) นักเรียนควรรู 1 ปู หากตองการเลือกซื้อปูตัวเมียและปูตัวผู ควรมีหลักในการพิจารณา คือ หากตองการไขใหเลือกปูตัวเมีย (มีฝาปดหนาอกขนาดใหญ มีลักษณะคลายกลีบ ดอกไม ปูที่มีไขเมื่อใชนิ้วดีดกระดองจะมีเสียงแนนทึบ) หากตองการเนื้อใหเลือก ปูตัวผู (มีกามขนาดใหญ ฝาปดหนาอกเรียวเล็ก มีลักษณะคลายใบพาย) นํา สอน สรุป ประเมิน T58
การต้ม หรือ การทอดไข่ การปรุง ๑. การต้มไข่ วางไข่ ในหม้อ เติมน�้าให้ท่วมไข่ประมาณ ๑ นิ้ว ใช้ไฟแรงปานกลาง ถ้าไฟแรงมากน�้าจะเดือดจัด อาจท�าให้ไข ่แตกได้ ใส ่เกลือลงในน�้าที่ต้มไข ่ ประมาณ ๓ ช้อนชา เพื่อให้เปลือกไข่ล่อน ตักแช่ น�้าเย็นทันทีเมื่อยกลงจากเตา เพื่อป้องกันการเกิด วงแหวนรอบไข่แดง ไข่ต้มที่ดีไม่ควรมีวงแหวนที่ ไข่แดง ระยะเวลาการต้มไข่ (ใช้ ไข่สดอุณหภูมิห้อง) • ไข่ต้มชนิดยางมะตูม ไข่ไก่ ใช้เวลา ๕ นาที ไข่เป็ด ใช้เวลา ๘ นาที • ไข่ต้มชนิดไข่แดงแข็ง ไข่ไก่ ใช้เวลา ๘-๑๐ นาที ไข่เป็ด ใช้เวลา ๑๐-๑๕ นาที ๒. การลวกไข่ ระยะเวลาการลวกไข่ (ใช้ ไข่สดอุณหภูมิห้อง) • ไข่ลวก ให้น�าไข่ ใส่ลงในภาชนะที่ทนความร้อนได้ เทน�้าเดือดลงไปพอให้ไข่จม ปิดฝาทิ้งไว้ ๓ นาที ๓. การทอดไข่ ควรใช้ ไฟแรงปานกลาง และใช้ระยะเวลาสั้น ๔. การต้ม หรือการทอดให้สุก ควรต้ม หรือทอดไข่ให้สุกทั่วทั้งหมด เพราะไข่ดิบ จะท�าให้ย่อยยาก ไข่ทอดและไข่ต้มมีวิธีท�าที่ต่างกันจึงควรใช้อุปกรณ์ ความ แรงของไฟ และระยะเวลาให้เหมาะสม การเตรียม การล้างทำาความสะอาดเปลือกไข่ ควรล้างเปลือกไข่ ให้สะอาดก่อนน�ามาต้ม เนื่องจากไข่ อาจมีขี้ไก่ หรือฝุ่นผงจากการขนส่งติดอยู่ อาหารและโภชนาการ ๕๕ ๓. การทอดไข่ ควรต้ม หรือทอดไข่ให้สุกทั่วทั้งหมด เพราะไข่ดิบ 1 2 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 3. ครูและนักเรียนแตละกลุมตรวจสอบผลงาน ของตนเอง และพิจารณาถึงสิ่งที่ตองแกไข หรือพัฒนา เพื่อนําไปใชในการทําครั้งถัดไป จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การตมหรือการทอดไขควรเตรียมไขอยางไร (แนวตอบ ลางทําความสะอาดใหสะอาด โดยเฉพาะไขที่นํามาตม) • หากนักเรียนตองการไขตมชนิดยางมะตูม ควรทําอยางไร (แนวตอบ ตมไขอุณหภูมิหอง โดยไขไกใชเวลา ตม 5 นาที ไขเปดใชเวลาตม 10-15 นาที) • การทอดไขควรทําอยางไร (แนวตอบ ควรใชเวลาสั้น จึงควรใชไฟแรง ปานกลางเพื่อใหสุกเร็ว) ใหนักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชนของการบริโภค ไขไกและไขเปด พรอมทั้งคนหาสูตรอาหารที่มีไขเปนสวนประกอบ หลักตามความสนใจ 1 รายการ จัดทําเปนสมุดเลมเล็ก ตกแตงให สวยงาม นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนคิดคนเมนูอาหารที่นําไขมาใชเปนสวนประกอบ หลักตามความคิดสรางสรรคและจินตนาการคนละ 1 รายการ จากนั้นฝกประกอบอาหารที่บาน ถายภาพและบันทึกขั้นตอน การประกอบอาหารลงในกระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน นักเรียนควรรู 1 การทอดไข การทอดไขเจียวดวยหมอจะทําใหไขฟูดูนารับประทาน ทําได โดยการเทนํ้ามันใสหมอ รอใหนํ้ามันรอน เจียวไขพรอมปรุงรสชาติตามตองการ โดยตีไขดวยความเร็วเทาๆ กัน จนเกิดฟอง เทไขลงในหมอ ทอดจนไขเหลืองกรอบ นารับประทาน จากนั้นยกขึ้นใสตะแกรง เพื่อใหสะเด็ดนํ้ามัน 2 ไขดิบ การรับประทานไขไก 1 ฟอง จะมีโปรตีนและไขมันที่ใหความรอนแก รางกายประมาณ 70-90 กิโลแคลอรี เทียบเทากับการดื่มนม 30 มิลลิลิตร หรือ การกินเนื้อสัตว 42 กรัม หากตองการใหรางกายไดรับประโยชนอยางเต็มที่จะตอง นําไขไกมาปรุงใหสุกกอนนํามารับประทาน เนื่องจากการรับประทานไขดิบจะ ทําใหไมไดรับคุณคาทางสารอาหาร เพราะไขดิบมีความลื่นสูง ทําใหไขผานลําไส เล็กลงไปอยางรวดเร็ว จนไมสามารถดูดซึมสารอาหารไดทัน และเมือกของไขขาว ยังเปนตัวขัดขวางการทํางานของนํ้ายอยในกระเพาะอาหารอีกดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T59
ขอสอบเนนการคิด การเตรียม และการ ปรุงอาหาร ประเภทผัก การเตรียม ๑. ผักสด เมื่อซื้อผักสดมาแลวยังไมได ใช งานใหเก็บในตูเย็น หรือในที่เย็น พรมนํ้าหอดวยใบตอง หรือใชผาสะอาด ชุบนํ้าบิดพอหมาดคลุมไว ๒. ผักรับประทานทั้งเปลือก ผักชนิดใดที่รับประทานทั้งเปลือกไดไมตองปอก เชน แตงกวา เพราะมี วิตามินอยูที่เปลือก การปรุง ๑. การใชไฟแรงและระยะเวลาสั้น การใชไฟแรงและระยะเวลาสั้นจะชวยสงวนคุณคา ของอาหารไว ไดมากกวาการหุงตมนาน ๆ และ สามารถนํานํ้าตมผักมาประกอบอาหารไดดวย เชน ใชทํานํ้าแกงจืด ๒. อาหารประเภทยํา หรือสลัดผัก เมื่อคลุกแลวตองนํามารับประทานทันที จะทําให ไดรสชาติและประโยชนมากกวาการคลุกทิ้งไวนาน ๓. อาหารประเภทแกงจืด ใหปรุงนํ้าแกงใหเสร็จกอน แลวจึงใสผักเปนลําดับ สุดทาย เมื่อสุกใหยกลงจากเตา ควรหั่นผักตามปริมาณที่ตองการใช เพราะผักที่หั่นไวมาก เมื่อนําไปเก็บไวนาน จะทําใหเนาเสียได ๓. การลางทําความสะอาด ควรตัดสวนที่ไมตองการออกกอนลาง โดยตัดราก และสวนที่เนาชํ้าทิ้งไป ถาเปนผักใบ เชน ผักกาด ควรตัดลางใหสะอาดทุกใบ เพราะดินทรายและ สิ่งสกปรกจะติดอยูตามซอกของกานใบ หลังจาก ลางผักแลวไมควรนําไปแชนํ้าอีก เพราะจะทําให สูญเสียวิตามินไปกับนํ้า ๔. การลางโดยไมใหวิตามินถูกทําลาย วิตามินที่ละลายในนํ้า เชน วิตามินซี วิตามินบี ๑ จะสลายตัวไดงายเมื่อถูกดาง หรือนํ้าที่ ใชเปนดาง ดังนั้น การใช โซเดียมไบคารบอเนตเติมลงในนํ้า เพื่อลางสารพิษจะทําใหสูญเสียวิตามินมากขึ้น ๕. การเตรียมผักเพื่อประกอบอาหารทันที ควรเตรียมผักใกลเวลาที่จะปรุง หากเตรียมลวงหนานาน จะทําใหผักเหี่ยวเฉาและเสียคุณคาทางโภชนาการได ๕๖ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 4. นักเรียนแตละกลุมทบทวนวิธีการทําอาหาร ชนิดเดิมที่เคยทําตามคลิปวิดีโอ แลวสังเกต วาการเตรียมและการปรุงอาหารประเภทผัก เหมือนกับหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 3 หนา 56 หรือไม อยางไร จากนั้น ครูตั้ง ประเด็นคําถาม เชน • การเตรียมผักสดควรเตรียมอยางไร • จะลางผักอยางไรไมใหวิตามินถูกทําลาย • การปรุงอาหารประเภทผักสามารถปรุงได อยางไรบาง • เพราะเหตุใดจึงตองประกอบอาหารทันที หลังจากที่เตรียมผักแลว • การปรุงผักในอาหารประเภทแกงจืดควรทํา อยางไรบาง เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการหั่นผักใหนักเรียนฟงวา การหั่นผักเพื่อ ใหเกิดความสวยงาม สามารถปฏิบัติได ดังนี้ • การหั่นผักที่มีลักษณะโคงมน ใหหั่นสวนใดสวนหนึ่งของผักใหเรียบ กอน จากนั้นจึงนําสวนที่เรียบวางลงบนเขียง แลวจึงหั่นใหไดขนาดตาม ตองการ วิธีนี้ชวยใหวัตถุดิบไมกลิ้งไปมาในขณะหั่น • การซอย หรือการหั่นละเอียด ใหกดปลายมีดติดกับเขียง แลวยกสวน โคนมีดในการหั่นเทานั้น โดยใชมือซายประคองกดที่สันมีดไว • การหั่นผักที่ดีตองเกิดจากการเฉือนและการกดของใบมีดลงไปที่ผัก พรอมๆ กัน จึงจะทําใหหั่นงายและเกิดรอยหั่นที่สวยงาม หากกดมีด เพียงอยางเดียวโดยไมมีการเฉือน จะตองออกแรงมากกวาปกติ และจะ สงผลใหเสียความชุมฉํ่าของผักได หากตองการทํานํ้าผักเพื่อสุขภาพไวดื่ม แตผักมีกลิ่นเหม็นเขียว จะแกปญหาที่เกิดขึ้นอยางไร 1. เติมเกลือและนํ้าตาลลงไปตามความชอบ 2. ตมผักใหสุก ทิ้งไวจนเย็น จึงนํามาปน 3. นําผักไปแชนํ้าเย็นจัดกอนปน 4. บีบมะนาวลงไปในขณะปน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะความเย็นจะชวยลดกลิ่น เหม็นเขียวลงได ซึ่งทําไดโดยการนําผักที่ตองการปนมาลางให สะอาด จากนั้นแชในนํ้าเย็นจัดกอนทิ้งไวสักพัก เมื่อตองการปน ใหใชนํ้าแข็งเปนสวนประกอบหลักแทนนํ้าสะอาดจะชวยลดกลิ่น เหม็นเขียวลงได) นํา สอน สรุป ประเมิน T60
ขอสอบเนน การคิด การปรุง ๑. การใส่เกลือเมื่อเริ่มหุงต้ม จะท�าให้ ได้รสเค็มสม�่าเสมอทั่วทั้งเมล็ด ส่วนน�้าตาล ให้เติมลงไปเมื่อถั่วสุกแล้ว มิฉะนั้นข้างในเมล็ดจะ ไม่สุก ๒. การหุงต้มถั่วเมล็ดแห้ง จะใช้เวลานานกว่าเนื้อสัตว์ เนื่องจากถั่วเมล็ดแห้ง มีความชื้นต�่า และมีเปลือก ซึ่งน�้าซึมผ่านได้ยาก จึงต้องใช้เวลานาน เพื่อให้ความร้อนซึมเข้าไปถึง จุดภายในเมล็ดถั่ว และเมื่อถั่วเมล็ดแห้งต้มสุกจะ มีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ ๒ เท่าของถั่วดิบ เมื่อ ต้มถั่วในน�้าเดือด ๒ นาที ปิดฝาทิ้งไว้ ๑ ชั่วโมง จะได้ผลเหมือนการแช ่ค้างคืน วิธีนี้ช ่วยสงวน วิตามินบี ๑ และเกลือแร่ รวมทั้งเป็นการดับกลิ่น เหม็นเขียวของถั่ว ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ ควรใช้น�้า ๒ ๑ ๒ -๓ ถ้วยตวง ต ่อถั่วเมล็ดแห้ง ๑ ถ้วยตวง การเตรียม และหุงต้ม ถั่วเมล็ดแห้ง ต่างๆ การเตรียม ๑. การนำาเปลือกออก การแช่น�้าก่อนน�าไปหุงต้ม ซึ่งเป็นวิธีง่ายที่สุด เปลือกจะอมน�้ามาก เมล็ดในแยกออกจากกันได้ ง่ายเพียงใช้มือถูเบา ๆ ก็จะหลุดออก ๒. การแช่นำ้า การน�าถั่วไปแช่น�้าก่อนหุงต้ม จะช่วยให้ถั่วสุกเร็วขึ้น ถ้าแช่ น�้าเย็นให้แช่ค้างคืน ถั่วมีหลากหลายประเภท จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับ การน�ามาประกอบอาหาร อาหารและโภชนาการ ๕๗ ถั่วเมล็ดแห้ง 1 เหม็นเขียวของถั่ว ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์2 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 5. นักเรียนแตละกลุมเตรียมและปรุงอาหารชนิด เดิมอีกครั้ง โดยไมดูคลิปวิดีโอ แลวนําสิ่งที่ตอง แกไขหรือพัฒนามาใชในการทําอาหารครั้งนี้ โดยครูคอยสังเกตการทํางานของนักเรียนและ ใหคําแนะนํา 6. ครูและนักเรียนตรวจสอบผลงาน จากนั้นครูตั้ง ประเด็นอภิปรายวา มีกลุมใดใชถั่วเมล็ดแหงบาง นักเรียนทําอยางไร ใหเลาใหเพื่อนในชั้นเรียน ฟง ครูจึงถามนักเรียนวา • การเตรียมและหุงตมถั่วเมล็ดแหงตางๆ ควรทําอยางไรบาง (แนวตอบ เตรียมโดยการนําเปลือกออกแลว นําไปแชนํ้า จากนั้นใสเกลือ การหุงตมจะ ใชเวลานานแตกตางกันขึ้นอยูกับชนิดของ ถั่วเมล็ดแหง) เพราะเหตุใดจึงตองนําถั่วไปแชนํ้ากอนนํามาประกอบอาหาร 1. เปนการลางสิ่งสกปรกที่ปะปนมากับถั่ว 2. ลดระยะเวลาการตม ทําใหถั่วสุกเร็วขึ้น 3. เพิ่มรสชาติของถั่วใหมีความหวานมากยิ่งขึ้น 4. เก็บรักษาคุณคาทางอาหารไมใหหายไปในขณะตม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการนําถั่วลงไปแชในนํ้ากอน นํามาประกอบอาหาร จะชวยทําใหถั่วสุกเร็วขึ้น ลดระยะเวลา การตมใหนอยลง เปนการชวยประหยัดพลังงานไดอีกทางหนึ่ง) นักเรียนควรรู 1 ถั่ว เปนธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชนอยางมากมาย เชน มีสารตาน อนุมูลอิสระ ชวยชะลอความแก ชวยลดความดันโลหิต ลดความเสี่ยงตอการเกิด โรคมะเร็ง มีวิตามินบีและธาตุเหล็กสูง ชวยควบคุมนํ้าหนักและลดความอยาก อาหาร ชวยลดคอเลสเตอรอล ชวยใหระบบขับถายทํางานไดตามปกติ ควบคุม เชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร 2 เอนไซม มีอยูในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดตามธรรมชาติ เอนไซมจะสลายตัวไดงาย เมื่อถูกความรอนสูง เมื่อเอนไซมถูกทําลาย รางกายจะเรงสรางเอนไซมขึ้นใหม ซึ่งจะสงผลใหตับออนทํางานหนัก หากสรางเอนไซมไดไมเพียงพอ อาหารจะ ไมถูกยอย จะมีอาการตับออนบวม ออนเพลียเปนประจํา ทองผูก มีกลิ่นปาก นํ้าหนักตัวเพิ่มขึ้นไดงาย มีอาการของโรคภูมิแพ บางครั้งอาจมีอาการของโรค หอบหืดรวมดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T61
ขอสอบเนนการคิด ๓.๒ หลักการประกอบอาหาร การประกอบอาหาร เป็นการท�าอาหารให้ สุกด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น หุง ต้ม ปิ้ง ย่าง เผา อบ ก ่อนการประกอบอาหารจะต้องมีการเตรียม ทั้งการปอก การล้าง การหั่น การสับ และการคลุก สารอาหารจะเหลืออยู่น้อยหรือมากขึ้นอยู่กับ การเตรียม ถ้าท�าไม่ถูกต้องตามหลักการประกอบ อาหารแล้ว อาจท�าให้ร่างกายได้รับสารอาหาร ไม่เพียงพอ ข้อควรค�านึงในการประกอบอาหาร มีดังนี้ ๑) ประโยชนของการประกอบอาหาร การหุงต้มอาหารมีประโยชน์ ดังนี้ ๑. ความร้อนจะท�าให้อาหารสุก สะอาด ถูกสุขลักษณะ และท�าลายเชื้อโรค ควรใช้ความร้อนสูงและนานพอที่จะฆ่าเชื้อโรคได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ๒. ท�าให้อาหารย่อยง่ายขึ้น ส�าหรับการท�าอาหารให้สุกโดยวิธีการหุงต้ม เช่น อาหารประเภทข้าว เผือก มัน เมื่อสุกแล้วผนังเซลล์ของเมล็ดแป้งจะแตกออก ท�าให้น�้าที่เข้าไปผสม ท�าการย่อยได้ทั่วถึง ถ้ารับประทานดิบการย่อยจะไม่สมบูรณ์ เมื่ออาหารย่อยไม่หมด อาจท�าให้ เกิดแกสในกระเพาะอาหาร จะมีอาการท้องอืด ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ถ้าท�าให้สุกจะย่อยง่าย แต่ถ้าสุกจนแข็งหรือเหนียว เช่น เคี่ยวเนื้อสัตว์ใช้ ไฟแรงจะท�าให้ย่อยยาก อาหารประเภทผักและ ผลไม้เมื่อสุก เส้นใยในผัก ผลไม้ที่เรียกว่า “เซลลูโลส” จะอ่อนตัวลง ท�าให้เคี้ยวและย่อยง่ายขึ้น ๓. ท�าให้อาหารเปลี่ยนไปจากวัตถุดิบที่จัดเตรียมไว้ เช่น จากผักดิบเป็นผักสุก จากเนื้อสัตว์ดิบที่รับประทานไม่ได้ เมื่อน�ามาประกอบอาหารท�าให้เนื้อสัตว์สุกสามารถรับประทานได้ มีกลิ่นและรสชาติดีขึ้น ๔. ท�าให้อาหารมีสีสันสวยงามเป็นการดึงดูด ความสนใจให้น่ารับประทานเกิดความอยากบริโภคอาหาร ๕. ท�าให้เก็บอาหารไว้ได้นานขึ้น ผลไม้สุก และสด เช่น มะม่วง สับปะรด กล้วย ถ้าเก็บไว้นานจะเกิด ปฏิกิริยาของเอนไซม์ ในผลไม้ หรือจากแบคทีเรีย ถ้าท�าให้ สุกโดยการต้ม กวน ตากแห้ง ความร้อนจะไประงับไม่ ให้ เอนไซม์และแบคทีเรียท�างานได้ ท�าให้เน่าเสียช้าลงและเก็บ ไว้ได้นานขึ้น ในการประกอบอาหารจะต้องค�านึงถึงคุณค่าทางอาหารและ รสชาติที่สมาชิกในครอบครัวจะได้รับด้วย ๕๘ อาด ถูกสุขลักษณะ และท�าลายเชื้อโรค 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 ฝกใหเกิดความชํานาญ 7. นักเรียนแตละกลุมคนควาวิธีการทําอาหาร ชนิดอื่นที่มีวิธีการเตรียมและปรุงที่ใกลเคียง กับอาหารชนิดเดิม แลวเลือกมา 1 ชนิด 8. นักเรียนแตละกลุมเตรียมและปรุงอาหาร ที่เลือก โดยครูคอยสังเกตการทํางานของ นักเรียนและใหคําแนะนํา เมื่อปรุงอาหารเสร็จ ครูถามนักเรียนวา • การประกอบอาหารมีประโยชนอยางไร (แนวตอบ ทําใหอาหารสุก สะอาด ทําลาย เชื้อโรค ยอยงาย นารับประทาน เก็บไดนาน) นักเรียนควรรู 1 ทําลายเชื้อโรค การประกอบอาหารดวยความรอนสูงและนานเพียงพอ จะทําใหเชื้อโรคที่อยูในอาหารถูกทําลาย สามารถรับประทานอาหารไดอยาง ปลอดภัย อาหารสุกควรรับประทานทันที เพื่อความสะอาดและรสชาติที่ดี ในฤดูรอนเชื้อโรคในอาหารจะเจริญเติบโตอยางรวดเร็ว ทําใหอาหารบูด และเสียไดงาย พบวา มีผูปวยจากอาหารเปนพิษจํานวนมาก จึงควรรับประทาน อาหารที่สะอาดและสดใหม สวนเชื้อโรคที่กอใหเกิดอาหารเปนพิษมีทั้งไวรัส และปรสิต เชน ไวรัสโคโรนา ไวรัสอะดีโน ไวรัสโรตา ไวรัสตับอักเสบเอ รวมถึง เชื้อแบคทีเรียตางๆ เชน อีโคไล บาซิลลัสซีเรียส สื่อ Digital ศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการประกอบอาหาร ไดจาก http://www.human.cmu.ac.th/home/research/research/data/food.pdf การประกอบอาหารโดยใชความรอนไมเพียงพออาจทําให อาหารเนาเสียได เพราะเหตุใด (แนวตอบ เพราะความรอนที่ไมเพียงพอทั้งอุณหภูมิและ ระยะเวลาจะทําใหเชื้อโรคไมถูกทําลาย หรือถูกทําลายไมหมด อาหารจึงเนาเสียหรือเปนพิษ อาจเกิดสี กลิ่น แกส และการไหลเยิ้ม ของของเหลว) นํา สอน สรุป ประเมิน T62
ขอสอบเนน การคิด อากาศ นำ้า ไอนำ้า นำ้ามัน การปิ้ง การย่าง การอบ การเผา การต้ม การเคี่ยว การนึ่ง การตุน การผัด การเจียว การรวน การทอด การใช้ตัวนำาความร้อนในการประกอบอาหาร ๒) ประเภทของตัวน�าความร้อนที่ใช้ ในการประกอบอาหาร วิธีการประกอบ อาหารให้สุกโดยใช้ความร้อน สามารถจ�าแนกได้หลายวิธีตามชนิดของตัวน�าความร้อน เช่น ตัวนำาความร้อน วิธีใช้ความร้อนแห้ง เหมาะส�าหรับอาหารประเภท ที่สุกง่าย และจะมีกลิ่นหอมเพราะถูกเปลวไฟ แต่ หากใช้เวลานานเกินไปอาจท�าให้อาหารแห้งและ ไหม้ อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ วิธีที่ท�าได้นานโดยอาหารไม่แห้ง เหมาะส�าหรับ เคี่ยวเนื้อสัตว์ที่มีความเหนียว จึงควรรับประทาน น�้าซุป เพราะมีวิตามินและเกลือแร่ที่ละลายออกมา การใช้ความร้อนรักษาความชื้นในอาหาร ไอน�้า ที่ร้อนจัดจะแทรกไปในอาหารได้รวดเร็ว เนื้อสัตว์ ที่ได้จะเปือยนุ่มเร็ว หากใช้เวลานานเกินไปอาจ สูญเสียวิตามินบีและวิตามินซีได้ การท�าให้สุกได้รวดเร็วที่สุด แต่อาหารจะไม่เปือยนุ่ม การทอดควรใช้น�้ามันที่ทนความร้อนได้ดี ส ่วน การผัดควรใช้น�้ามันที่มีไขมันดี แต่การใช้น�้ามัน อาจท�าให้สูญเสียวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเคได้ วิธีการประกอบอาหาร อาหารและโภชนาการ ๕๙ ขั้นสรุป 1. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน โดยอธิบายถึงการเตรียม และการปรุงอาหาร 2. ครูและนักเรียนรวมกันชิมและติชมอาหารของ แตละกลุม 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับการเตรียม และการปรุงอาหารชนิดตางๆ เชน ขาว เนื้อสัตว ไข ผัก ถั่วเมล็ดแหง จากนั้นใหนักเรียนชวยกัน อธิบายเกี่ยวกับตัวนําความรอนและวิธีประกอบ อาหารวา วิธีประกอบอาหารแบบใดใชตัวนํา ความรอนแบบใด แลวตั้งประเด็นคําถาม เชน • วิธีการประกอบอาหารใดบางที่ใชอากาศ เปนตัวนําความรอนในการประกอบอาหาร • วิธีการประกอบอาหารใดสามารถทําไดนาน โดยอาหารไมแหง เพราะอะไร • การนึ่งและการตุนชวยรักษาความชื้นใน อาหารได เพราะเหตุใด 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 3.2 แลวนํามาสงครู จินตนาควรเลือกใชภาชนะในขอใดตุนเนื้อหมู 1. หมอเคลือบ 2. หมอสเตนเลส 3. หมออะลูมิเนียม 4. หมออัดความดัน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะหมออัดความดันจะชวยให อาหารคงรสชาติความอรอยโดยไมสูญเสียวิตามินในอาหาร ใช เวลานอยกวาหมอทั่วไป จึงชวยรักษาคุณคาทางอาหารไดดีกวา ภาชนะอื่น) บูรณาการอาเซียน ครูใหขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหารในอาเซียน เชน • อัมบูยัต (Ambuyat) คลายขาวตม หรือโจก มีสวนผสมของแปงสาคู เปนหลัก โดยทั่วไปรับประทานแทนขาว โดยจะมีอาหารจานหลักและเครื่องเคียง อยางนอย 3 อยาง วางอยูโดยรอบ • อาม็อก (Amok) คลายหอหมกของไทย ทําจากปลา นํ้าพริก เครื่องแกง และกะทิ • อโดโบ (Adobo) เปนอาหารยอดนิยมของประเทศฟลิปปนส เปนที่นิยม ของนักเดินทางหรือนักเดินเขา ทําจากหมูหรือไกที่ผานกรรมวิธีหมักและปรุงรส โดยจะใสซีอิ๊วขาว นํ้าสมสายชู กระเทียมสับ ใบกระวาน พริกไทยดํา นําไป ทําใหสุกโดยใสในเตาอบหรือทอด และรับประทานกับขาว เพื่อใหนักเรียนวิเคราะหถึงการประกอบอาหารเหลานั้นวาใชวิธีใดบาง สามารถเลือกอาหารใหกับบุคคลที่มีขอจํากัดตางๆ ไดอยางเหมาะสม เชน ผูสูงอายุควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง นํา สอน สรุป ประเมิน T63
๓) การเปลี่ยนแปลงหลังการประกอบอาหาร อาหารเปลี่ยนแปลง ดังนี้ ô การแปรรูปอาหาร ประเทศไทยเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยอาหารนานาชนิด ทั้งอาหารประเภทผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ซึ่งในบางฤดู ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มีเป็นจ�านวนมาก ท�าให้ราคาผลผลิตต�่าจนมีการ ปล่อยทิ้งให้เน่าเสีย ในขณะที่บางฤดู ผัก ผลไม้มีผลผลิตออกมาน้อย ท�าให้มีราคาสูง วิธีการหนึ่ง ที่จะท�าให้ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์มีรับประทานได้ตลอดทั้งปีในราคาที่เหมาะสม คือ การน�ามาแปรรูป เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังคงคุณค่าทางอาหาร เก็บรักษาได้นาน และมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ๔.๑ ความหมายและความส�าคัญของการแปรรูปอาหาร การแปรรูปอาหาร เป็นกระบวนการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงรูปร่าง และรสชาติของอาหาร ให้มีลักษณะแปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่า และคุณภาพ สามารถเก็บไว้รับประทานได้เป็นระยะเวลานาน และน�าไปใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น เช่น การท�ากล้วยตาก การท�ากล้วยกวน การท�าผลไม้แช่อิ่ม การดองผัก การเชื่อมผลไม้ การท�าน�้าผลไม้ การท�ากะปิ การท�ากุ้งแห้ง การท�าปลาเค็ม การประกอบอาหารหลาย ๆ วิธีดังที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ละคนอาจใช้วิธีการที่แตกต่างกัน ตามความนิยม ความเคยชิน และความสะดวกสบาย แต่ข้อส�าคัญที่ควรค�านึงถึง คือ ควรรักษาคุณค่า ทางอาหารให้มากที่สุด เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของร่างกาย • รส โดยทั่วไปการประกอบอาหารประเภทผัก ผลไม้ ควรรักษารสชาติให้ ใกล้เคียงธรรมชาติ มากที่สุด ขณะปรุงอาหารสารอาหารบางประเภท ที่ระเหยได้อาจเสียไป ขณะที่บางประเภทละลาย ลงไปอยู ่ในน�้าที่ใช้ในการปรุง เพราะฉะนั้น น�้าต้มผักจึงมีรสหวาน • กลิ่น อาหารจะมีกลิ่นหอมชวนให้รับประทาน เช่น ไข่เจียว กระเทียมเจียว • สี ผักผลไม้จะเปลี่ยนสีไปเมื่อผ่านการปรุง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดของผักผลไม้ ภาชนะที่ ใช้ ในการ ประกอบอาหารและความเป็นกรดหรือเป็นด่าง ของน�้า และป้องกันไม่ ให้แมลง หนู มดมากัดกิน เศษอาหาร • รูปร่าง จะเปลี่ยนแปลงไป เช่น การต้มผักที่มี น�้ามาก น�้าในผักจะลดลง ท�าให้ผัก ไม่สามารถคงรูปร่างเดิมไว้ ได้ ๖0 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูประเมินผลจากผลงานและการนําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 3.2 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใหนักเรียนจับคูกับเพื่อนเพื่อสังเกตอาหารทั้งกอนและหลังการ ประกอบอาหารวา มีความเปลี่ยนแปลงไปอยางไรบาง ใหนักเรียน ชวยกันบันทึกขอมูล แลวนํามารายงานหนาชั้นเรียน ใหนักเรียนชิมอาหาร 2 ประเภท ซึ่งผานการประกอบอาหาร แลว โดยเปนอาหารชนิดเดียวกัน คือ ประเภทที่ไมผานการปรุงรส และประเภทที่ผานการปรุงรส บันทึกขอมูลที่ไดจากการชิม แลวนําสงครูผูสอน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T64
ขอสอบเนน การคิด การแปรรูปอาหารต้องศึกษาวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ที่แปรรูป และผู้บริโภค ไม่มีสารตกค้างใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ Be careful การแปรรูปอาหารมีความส�าคัญ ดังนี้ ๑. ช่วยประหยัดงบประมาณในการจัดซื้ออาหาร ๒. ช่วยประหยัดทรัพยากร โดยน�ามาแปรรูปใหม่ ไม่ทิ้งของเหลือ ๓. ท�าให้ได้อาหารที่มีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม ได้รสชาติใหม่ ท�าให้ผู้รับประทานอาหารไม่เบื่อ ๔. ได้คุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้นจากการเติม เนื้อสัตว์ หรือผักสด ๕. ท�าให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในการแปรรูป อาหาร เพื่อให้ได้อาหารชนิดใหม่ ๖. ช่วยถนอมอาหารบางประเภท เช่น ผัก ผลไม้ ที่มีมากตามฤดูกาล ๗. ช ่วยเพิ่มมูลค ่าและรายได้ เช่น กล้วยกวน สับปะรดกระป๋อง ทุเรียนทอด ๔.๒ หลักการแปรรูปอาหาร การแปรรูปอาหารจ�าเป็นต้องค�านึงถึงหลักการส�าคัญต่าง ๆ ดังนี้ ๒. เมื่อแปรรูปแล้วจะได้อาหารใหม่ที่มีรสชาติ ลักษณะแตกต่างไปจากอาหารเดิม มองดู น่ารับประทานยิ่งขึ้น ๓. คุณค่าทางโภชนาการของอาหารที่แปรรูป ต้องไม่สูญเสียมาก ๑. อาหารที่น�ามาใช้แปรรูปต้องอยู่ในสภาพดี ไม่มีกลิ่นเน่าเสีย ๔. ไม ่น�าสารปรุงแต ่งอาหารที่ให้โทษมาใช้ ในการแปรรูป ๕. สามารถน�าไปรับประทาน จัดเลี้ยง หรือ จ�าหน่ายเป็นรายได้เสริมได้ นวัตกรรมอาหารแปรรูป ผลไม้แปรรูปสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน โดยยังคง คุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วน ๖๑ สารปรุงแต ่งอาหารที่ 1 ขั้นนํา (กระบวนการกลุมสัมพันธ) ขั้นที่ 1 ขั้นนํา 1. ครูนําอาหารที่ผานการแปรรูปและถนอม อาหารมา 4-5 ชนิด แลวสงใหนักเรียนดูทั่ว ชั้นเรียน 2. ครูถามนักเรียนวา สิ่งที่ครูนํามาคืออะไรบาง ทํามาจากอะไร ทําเพื่ออะไร มีรสชาติอยางไร นักเรียนรวมกันตอบและแสดงความคิดเห็น 3. ครูถามนักเรียนวา นอกจากสิ่งที่ครูนํามานี้ นักเรียนรูจักอาหารที่ผานการแปรรูปและการ ถนอมอาหารอะไรอีกบาง อาหารเหลานั้นมีวิธี การทําอยางไร ครูและนักเรียนพูดคุยกัน 4. ครูอธิบายถึงสารตกคางตางๆ ที่อาจมีใน อาหารที่ผานการแปรรูปและการถนอมอาหาร อาหารจึงควรผานวิธีการทําที่ถูกตอง เพื่อให ผูบริโภคสามารถบริโภคไดอยางปลอดภัย ครูให นักเรียนดูหลักการแปรรูปอาหารในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 61 จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การแปรรูปอาหารมีความสําคัญอยางไร (แนวตอบ เชน ประหยัดทรัพยากร เพิ่มมูลคา และรายได ไดอาหารรสชาติใหม) • หลักการแปรรูปอาหารมีอะไรบาง (แนวตอบ เชน รสชาติตางจากเดิม ไมสูญเสีย คุณคาทางโภชนาการ ไมใสสารปรุงแตง อาหารที่ใหโทษ) พืชในขอใดแปรรูปแลวเพิ่มมูลคาไดมากที่สุด 1. มังคุด-สบูมังคุด 2. กลวย-กลวยกวน 3. มะขาม-มะขามสามรส 4. สับปะรด-สับปะรดเชื่อม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะสบูเปนผลิตภัณฑเกี่ยวกับ ผิวพรรณ ซึ่งถาทําจากวัตถุดิบธรรมชาติจะเพิ่มมูลคาไดมาก มีราคาแพง รวมถึงผลผลิตของมังคุดมักจะมีนอยกวากลวย มะขาม และสับปะรดอีกดวย) นักเรียนควรรู 1 สารปรุงแตงอาหาร เปนสารที่เพิ่มเขาไปในอาหาร ทั้งสารที่ไดจากธรรมชาติ และสารจากการสังเคราะห สารปรุงแตงอาหารที่ใชกันทั่วไป เชน สารอาหาร สีผสมอาหาร สารเพิ่มกลิ่นและรสชาติอาหาร สารกันบูด สารปรุงแตงที่ใช ในอาหารตองไดรับการรับรองวา เปนสารที่สามารถนํามาใชประกอบอาหาร ไดอยางปลอดภัย โดยสารปรุงแตงอาหารจะตองมีคุณสมบัติหรือนํามาใช ดังนี้ • ตองใชในปริมาณจํากัด • มีคุณสมบัติเปนที่ตองการสําหรับผลิตภัณฑอาหาร เชน ปองกันเชื้อรา • มีคุณสมบัติชวยรักษาความสดของอาหารและมีความปลอดภัย • ระบุอยางชัดเจนบนฉลากอาหาร สารปรุงแตงที่ควรหลีกเลี่ยง เชน • ความหวานสังเคราะห • ผงชูรส • ไขมันทรานส • โซเดียมไนไตรท นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T65
ขอสอบเนนการคิด ๔.๓ วิธีการแปรรูปอาหารประเภทตางๆ โดยทั่วไปอาหารที่สามารถน�ามาแปรรูปเป็นอาหารใหม่ได้ มีดังนี้ ผลไม้บางชนิดจะล้นตลาดในบางฤดูกาล ท�าให้มีราคาถูก และไม่สามารถ เก็บไว้ได้นาน เพราะจะสุกงอมและเน่าเสีย จึงสามารถน�าผลไม้เหล่านั้นมา แปรรูปได้หลายวิธี เช่น การกวน การเชื่อม การแช่อิ่ม ผลไม้ที่มีมากในฤดูกาล ขั้นตอนการทำา ๑ ช้อนหัวกะทิให้ได้ปริมาณ ๑ ถ้วยตวง เคี่ยวจนเป็นน�้ามันมะพร้าว (ขี้โล้) ๒ ผสมกล้วยกับกะทิที่เหลือเข้าด้วยกัน กวนด้วยไฟปานกลาง จน กระทั่งงวดลง ๓ ใส่น�้าตาลมะพร้าว ลดไฟอ่อน กวนต่อไปจนเหนียว ใส่น�้ามัน มะพร้าว (ขี้โล้) ทีละน้อยจนหมด กวนต่อจนกล้วยแห้ง เหนียว ร่อน ไม่ติดกระทะ ๔ ทิ้งไว้ ให้เย็น ห่อด้วยกระดาษแก้วใส หรือบรรจุใส่ภาชนะแห้ง สะอาด ฝาปิดสนิท สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ส�าคัญและจ�าเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม คาร์ โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี ๖ วิตามินบี ๑๒ และวิตามินซี มีน�้าตาลตามธรรมชาติ ได้แก่ ซูโครส ฟรักโทส และกลูโคส ๒. มีกากใยอาหารที่ส่งผลดีต่อระบบขับถ่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ตัวของร่างกาย มีสารแทนนินช่วยในการรักษาโรคกระเพาะอาหาร วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • กระดาษแก้วใส • กระทะทองเหลือง • ไม้พายหรือไม้พายพลาสติกทนความร้อน ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • กล้วยน�้าว้าสุกงอมบดละเอียด ๕ ถ้วยตวง • น�้าตาลมะพร้าว ๓ ถ้วยตวง • กะทิ ๕ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๑ ๔ ช้อนชา เคล็ดลับ การท�าน�้ามันมะพร้าว (ขี้โล้) จะท�าให้กล้วยกวนมีความหอม หวาน มัน นอกจากนี้ การ เลือกใช้น�้าตาลมะพร้าวจะช่วย ท�าให้สีของกล้วยกวนมีความ สวยงามอีกด้วย ตัวอย่าง กล้วยกวน ๖๒ ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ศึกษา เกี่ยวกับการแปรรูปอาหารและการถนอม อาหาร จากหนังสือเรียนการงานฯ ม.4 และ แหลงการเรียนรูที่หลากหลายในประเด็น ที่กําหนด ดังนี้ • ความหมายของการแปรรูปอาหารและ การถนอมอาหาร • ความสําคัญของการแปรรูปอาหารและการ ถนอมอาหาร • หลักการแปรรูปอาหารและหลักการถนอม อาหาร • ภาชนะบรรจุของอาหารที่ผานการแปรรูป อาหารและการถนอมอาหาร จากนั้นใหนักเรียนศึกษาวิธีการทํากลวยกวน และมะยมเชื่อมจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 3 หนา 62-63 ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงควรเลือกใชนํ้าตาลมะพราว ในการทํากลวยกวน (แนวตอบ จะทําใหกลวยกวนมีความหอม หวาน มัน และมีสีสันสวยงาม) เกร็ดแนะครู ครูแนะนําใหนักเรียนคนควาวิธีการแปรรูปอาหารที่สนใจ 1 ชนิด โดยหา วิธีการแปรรูปจากหลากหลายชองทาง แลวบันทึกขอมูลที่ได ดังนี้ • วิธีการแปรรูปอาหารที่สนใจ • ไดขอมูลวิธีการแปรรูปกี่แบบ แตละแบบมีวิธีทําอยางไร • เลือกทํา 1 แบบ พรอมบอกเหตุผลที่เลือก เพื่อใหนักเรียนไดทราบวา การแปรรูปอาหาร 1 ชนิด มีหลายสูตร ซึ่งมี รายละเอียดและวิธีการทําที่แตกตางกันไป เมื่อลองทําหลายๆ แบบแลว อาจทําให นักเรียนพบเทคนิคในการแปรรูปอาหารชนิดนั้นๆ เมื่อกลวยลนตลาด ทําใหกลวยมีราคาตกตํ่า ควรนํากลวยมา แปรรูปตามขอใดเพื่อใหเก็บไดนานและคุมคา 1. กลวยอบ 2. กลวยฉาบ 3. กลวยกวน 4. กลวยเชื่อม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการฉาบทําใหเก็บไวไดนาน ลงทุนนอยกวาการแปรรูปแบบอื่นๆ สามารถทําไดงาย ไมตองใช เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง) นํา สอน สรุป ประเมิน T66
ขอสอบเนน การคิด วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • เตา • ไม้พาย • กระทะทองเหลือง • ขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท ขั้นตอนการทำา ๑ ล้างมะยมให้สะอาด คลึงพอช�้า ไม่ต้องเอาเมล็ดออก น�าไปแช่ น�้าปูนใส ๓ ชั่วโมง ๒ ผสมน�้าตาลทราย เกลือ และน�้าเปล่า ต้มให้เดือด น�ามะยมใส่ลงไป ลดไฟอ่อน ๓ กลับด้านมะยมบ่อย ๆ เชื่อมนาน ๓ ชั่วโมง จนน�้าเชื่อมเหนียว มะยมจะมีสีแดงเป็นเงา ๔ พักให้เย็น ใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. มีสารอาหารจ�าพวก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และวิตามินซี ช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ในร่างกาย ๒. บ�ารุงโลหิต มีสารต้านอนุมูลอิสระ ดับร้อนและปรับสมดุลในร ่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ และ ยาระบายอ่อน ๆ ๓. มีฤทธิ์ในการก�าจัดเสมหะ หรือละลายเสมหะ มะยมเชื่อม ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • มะยม ๑ ๒ กิโลกรัม • น�้าตาลทราย ๓ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๕ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๑ ๔ ช้อนชา • น�้าปูนใส ๕ ถ้วยตวง วัสดุ อุปกรณ มะยมเชื่อม ตัวอย่าง เคล็ดลับ วิธีท�าน�้าปูนใส ให้ ใช้ปูนแดง (กินหมาก) ๑ ช้อนโตะ น�้าเปล่า ๔ ถ้วยตวง ละลายให้เข้ากัน ทิ้งไว้ ๑ คืน เพื่อให้ปูนแดงตก ตะกอน แล้วช้อนเฉพาะส่วน ที่เป็นน�้าใสมาใช้ ซึ่งน�้าปูนใส จะช่วยให้อาหารไม่เละเกินไป เมื่อน�ามาเชื่อม หรือแช่อิ่ม อาหารและโภชนาการ ๖๓ ยาระบายอ่อน ๆ 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ขั้นกิจกรรม 2. นําขอมูลที่ไดมาแลกเปลี่ยนเรียนรูกันในกลุม จากนั้นสรุปขอมูล เพื่อสงตัวแทนนําเสนอ หนาชั้นเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 3. แตละกลุมสงตัวแทนนําเสนอขอมูลเกี่ยวกับ การแปรรูปอาหารและการถนอมอาหารใน ประเด็นที่กําหนดหนาชั้นเรียน ครูตั้งคําถามวา • นํ้าปูนใสที่จะนํามะยมมาแชมีวิธีทําอยางไร (แนวตอบ ใชปูนแดง 1 ชอนโตะ ละลายใน นํ้าเปลา 4 ถวยตวง ทิ้งไว 1 คืน แลวชอน เฉพาะสวนที่นํ้าใสมาใช) • จะรูไดอยางไรวามะยมเชื่อมใกลเสร็จแลว (แนวตอบ นํ้าเชื่อมเหนียว และมะยมมีสีแดง เปนเงา) การทํามะยมเชื่อมในชวงใดสามารถประหยัดตนทุนการผลิตได 1. ธันวาคม-มกราคม 2. กุมภาพันธ-มีนาคม 3. กรกฎาคม-สิงหาคม 4. ตุลาคม-พฤศจิกายน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เปนชวงที่มะยมออกผลมาก ทําใหมีเหลือจากการบริโภค จึงควร นํามาถนอมอาหารใหสามารถเก็บไวรับประทานไดนาน เชน มะยมเชื่อม มะยมดอง) นักเรียนควรรู 1 ยาระบาย อาหารบางชนิดมีฤทธิ์เปนยาระบายออนๆ ทําใหผูที่รับประทาน เขาไปมีอาการขับถายมากกวาปกติได ขึ้นอยูกับรางกายของแตละคน โดยเฉพาะ ผลไมตางๆ ที่มีกากใยสูงชวยในการขับถาย เชน ลูกพรุน กลวยสุก แอปเปล มะละกอสุก มะมวงสุก รวมถึงเครื่องดื่มตางๆ เชน นํ้าผึ้ง ชากุหลาบ นํ้าขิง นํ้ามะเขือเทศ ผูบริโภคจึงควรสังเกตตนเองวา หลังจากรับประทานมีอาการใดหรือไม เพื่อไมใหขับถายมากเกินไปจนเกิดผลเสียตอรางกาย การรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์เปนยาระบายออนๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ จึงเปนเรื่องจําเปน เพราะจะทําใหระบบขับถายทํางานไดอยางปกติ นํา สอน สรุป ประเมิน T67
มะขามแก้ว เป็นวัตถุดิบที่มีมากและไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เช่น ผักสด เนื้อสัตว์ เครื่องแกง บางอย่างอาจเหลือจากการแยกใช้เป็นบางส่วน เช่น แยกไข่ขาวออก โดยใช้แต่ไข่แดงในการท�าอาหารหวาน วัตถุดิบที่เหลือใช้จากการประกอบอาหาร วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • ครก • กระดาษแก้วใส • กระทะทองเหลือง • ไม้พายหรือไม้พายพลาสติก ทนความร้อน ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • เนื้อมะขามเปียก ไม่มีเมล็ด ๑ ถ้วยตวง • น�้าตาลทรายขาว ๒ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๔ ช้อนชา • พริกขี้หนูแดง โขลกละเอียด ๒ เม็ด • น�้าเปล่า ๑ ถ้วยตวง ขั้นตอนการทำา ๑ สับเนื้อมะขามเปียกให้ละเอียด เติมน�้าทีละน้อยระหว่างสับ ๒ น�าเนื้อมะขามที่สับแล้ว ใส่น�้าตาลทรายขาว เกลือป่น พริกขี้หนู โขลกให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ๓ ใส่กระทะทองเหลือง ตั้งไฟอ่อน กวนจนเหนียว โดยสังเกต จากเนื้อมะขามจะเกาะเป็นก้อนกับไม้พายที่ใช้กวน ๔ ปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ คลุกกับน�้าตาลทราย จากนั้นห่อด้วย กระดาษแก้วสีใส บรรจุภาชนะปิดฝาสนิท สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. วิตามินซี วิตามินบี ๒ วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ๒. เสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกายด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ๓. ช่วยบ�ารุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ๔. ช่วยป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยขับและละลายเสมหะ ๕. เป็นยาขับพยาธิ เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก ตัวอย่าง เคล็ดลับ หลังจากกวนมะขามแก้วจนได้ที่แล้ว ควรพักให้เย็น แล้วจึงน�ามาคลุกกับน�้าตาลทราย (ขนาดเม็ดใหญ่) ห่อด้วย กระดาษแก้วใส ใส่ภาชนะที่ปิดสนิท หากคลุกกับน�้าตาลขณะ มะขามแก้วร้อน หรือบรรจุในภาชนะที่มีอากาศเข้าไปได้ จะ ท�าให้น�้าตาลทรายที่คลุกกับมะขามแก้วละลายจนแฉะท�าให้ ไม่น่ารับประทาน ๖๔ เช่น แยกไข่ขาวออก 1 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปราย 4. นักเรียนแตกลุมสํารวจวา ขอมูลของกลุม ตนเองเหมือนและแตกตางจากกลุมของ เพื่อนๆ อยางไรบาง 5. เมื่อนําเสนอครบทุกกลุมแลว ครูถามวามีขอมูล ในประเด็นใดที่แตละกลุมแตกตางกันบาง ให นักเรียนชวยกันหาขอมูลที่ถูกตองรวมกันใน ประเด็นนั้น จากนั้นครูและนักเรียนชวยกันสรุป ขอมูลในประเด็นนั้น 6. ครูอธิบายวิธีการทํามะขามแกว ซึ่งเปนวัตถุดิบ ที่เหลือใชจากการประกอบอาหาร พรอมกับ นักเรียนดูหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 3 หนา 64 แลวตั้งประเด็นอภิปรายวา เมื่อ กวนมะขามแกวจนไดที่แลว หากไมหอดวย กระดาษแกวใส จะเก็บอยางไรไดบาง ใหนักเรียนสืบคนเคล็ดลับการแปรรูปอาหารดวยวิธีตางๆ มา 3 วิธี สรุปขอมูล แลวนํามาเลาใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียนและ นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนชวยกันบอกวัตถุดิบเหลือใชจากการประกอบ อาหารที่สามารถนํามาแปรรูปได โดยชวยกันบอกใหไดมากที่สุด พรอมบอกวาสามารถนํามาแปรรูปเปนอาหารชนิดใดไดบาง นักเรียนควรรู 1 ไขขาว ไขขาวที่เหลือจากการนําไขแดงมาประกอบอาหาร สามารถนําไป ประกอบอาหารไดหลายชนิด เชน • โจกไขขาว • ไขขาวเจียว • สลัดไขขาว • แซนดวิชไขขาว • ไขขาวตุน • เคกไขขาว • เมอแรงค นอกจากนี้ ไขขาวยังเปนโปรตีนดีที่รางกายสามารถดูดซึมไดมากและมี วิตามินบีสูง ชวยบํารุงระบบประสาทและการทํางานของสมองอีกดวย นํา สอน สรุป ประเมิน T68
ขอสอบเนน การคิด õ การถนอมอาหาร บางฤดูกาลอาจมีผลผลิตออกมามากมาย ท�าให้ไม่สามารถรับประทานอาหารสดได้หมด แต่ เราสามารถเก็บรักษาอาหารนั้นไว้รับประทานต่อด้วยวิธีการถนอมอาหาร จึงต้องเลือกวิธีการ ถนอมอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถเก็บอาหารไว้รับประทานได้นานขึ้น ๕.๑ ความหมายและความส�าคัญของการถนอมอาหาร การถนอมอาหาร เป็นการเก็บรักษาอาหารให้คงสภาพเดิมมากที่สุด สามารถรับประทาน ได้นาน ปัจจุบันการถนอมอาหารสามารถท�าเป็นงานอดิเรกเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ จึงควรเห็นคุณค่าและความส�าคัญของการถนอมอาหาร ดังนี้ ๑) ชวยยืดอายุของอาหาร การถนอมอาหารเป็นการป้องกัน ยับยั้งการท�างาน และการเข้าท�าลายของจุลินทรีย์บางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ ซึ่งเป็นตัวการที่ท�าให้ อาหารเน่าเสียและมีคุณค่าทางโภชนาการลดลง ๒) ชวยให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น การถนอมอาหารเป็นการเปลี่ยนแปลงรสชาติ ของอาหารวิธีหนึ่ง เช่น น�าผักสดที่มีมากและรับประทานบ่อย ๆ มาถนอมอาหารโดยวิธีการดอง ก็จะได้รสชาติที่แตกต่างไปจากเดิม ๓) ชวยประหยัดคาอาหารให้กับครอบครัว การถนอมอาหารสามารถเก็บรักษา อาหารที่เหลือไว้รับประทานได้นาน โดยไม่ท�าให้อาหารเน่าเสีย ๔) ชวยเพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัว การถนอมอาหารสามารถน�ามารับประทาน ในครอบครัวและยังสามารถน�ามาปรับปรุงและพัฒนา เพื่อจ�าหน่ายสร้างรายได้อีกด้วย ๕.๒ หลักการถนอมอาหาร การถนอมอาหารจ�าเป็นต้องค�านึงถึงหลักการส�าคัญต่าง ๆ ดังนี้ ๔. วิธีการถนอมอาหารเหมาะสมกับอาหาร ชนิดนั้น ๆ ๓. อาหารที่น�ามาใช้แปรรูปต้องอยู่ในสภาพดี ๒. ค�านึงถึงหลักความปลอดภัยส�าหรับผู้บริโภค อาหารที่ได้จะต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรค และสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ๑. ค�านึงถึงหลักเศรษฐกิจ โดยค�านึงว่าอาหารที่ น�ามาถนอมจะต้องได้ผลผลิตคุ้มค่ากับเวลา แรงงาน และเงินที่ลงทุนไป อาหารและโภชนาการ ๖๕ และการเข้าท�าลายของจุลินทรีย์บางชนิด เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย1 การทํากิมจิจัดเปนเทคโนโลยีในขอใด 1. เทคโนโลยีอาหาร 2. เทคโนโลยีชีวภาพ 3. เทคโนโลยีการผลิต 4. เทคโนโลยีการจัดการ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการทํากิมจิเปนการแปรรูป พืชผักเปนอาหารหมักดอง เปนการนําเทคโนโลยีมาใชในการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร) นักเรียนควรรู 1 เชื้อแบคทีเรีย การรับประทานอาหารที่ปนเปอนเชื้อแบคทีเรียอาจทําให รางกายเจ็บปวยได เนื่องจากแบคทีเรียเปนสาเหตุสําคัญที่ทําใหอาหารเนาเสีย บางชนิดทําใหเกิดโรคอาหารเปนพิษ บางชนิดนํามาใชหมักเพื่อถนอมอาหารได สวนอาหารที่ชวยตอตานเชื้อแบคทีเรีย เชน • กระเทียม • มะนาว • สับปะรด • นํ้าผึ้ง • ขิง แบคทีเรียบางชนิดก็มีประโยชน เพราะเปนแบคทีเรียที่ชวยยอยและอาศัย อยูในรางกาย ทําใหมีสุขภาพดี อาหารที่มีแบคทีเรียดี เชน โยเกิรต นมเปรี้ยว ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช 1. นักเรียนทําใบงานที่ 3.3.1 เรื่อง หลักการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร แลวนํามา สงครู 2. นักเรียนรวมกันสรุปความรู เรื่อง หลักการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร ในประเด็น ทั้งหมดที่ไดเรียนไป โดยชวยกันเขียน Mind Mapping บนกระดานหนาชั้นเรียน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • การถนอมอาหารมีความสําคัญอยางไรบาง (แนวตอบ ยืดอายุของอาหาร อาหารมีรสชาติ ดีขึ้น ประหยัดคาอาหาร เพิ่มรายไดให ครอบครัว) • หลักการถนอมอาหารที่สําคัญคืออะไร (แนวตอบ เชน มีความปลอดภัย คุมคากับ เวลา แรงงาน และเงินลงทุน) นํา สอน สรุป ประเมิน T69
ขอสอบเนนการคิด ๕.๓ หลักการเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ ในการถนอมอาหาร การเลือกใช้อุปกรณ์ในการถนอมอาหาร ควรมีความเหมาะสม เพราะอาหารแต่ละชนิด มีลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกัน เนื่องจาก ความเป็นกรดด่างเกลือที่มีอยู่ในอาหารซึ่งจะท�า ปฏิกิริยากับอุปกรณ์ที่น�ามาใช้ หรือภาชนะที่ น�ามาบรรจุ ดังนั้น การเลือกใช้อุปกรณ์ ในการ ถนอมอาหารให้เหมาะสมจะท�าให้เก็บอาหารไว้ ได้นานขึ้นไม่เสื่อมคุณภาพ และไม่เป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค หลักการเลือกอุปกรณ์ที่ใช้ในการ ถนอมอาหาร มีดังนี้ ๑. ภาชนะที่ ใช้ ในการถนอมอาหารที่มีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน หรืออาหารที่เป็นน�้า โดยใช้วิธีการดอง การแช่อิ่มเช่นมะม่วงดองมะนาวดองมะยมดองมะดันแช่อิ่มมะขามแช่อิ่มควรเลือกใช้ภาชนะ ที่เป็นแก้ว เช่น ขวดโหล ขวดแก้วอัดความดัน ไม่ควรใช้กับภาชนะที่เป็นสังกะสี หรืออะลูมิเนียม เพราะอาหารจะกัดกร่อนเนื้อภาชนะและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ๒. ภาชนะที่น�ามาใช้ในการถนอมอาหารแบบเค็ม อาหารที่แห้งเช่น ตั้งฉ่าย หัวผักกาดเค็ม กะปิ ควรใช้อุปกรณ์ที่เป็นกระเบื้องเคลือบ หรือดินเผาเคลือบ ไม่ควรใช้ภาชนะที่ท�าด้วยอะลูมิเนียม เพราะจะกัดเนื้อภาชนะให้สึกกร่อนและผุได้ ๓. เลือกใช้อุปกรณ์ที่ไม ่ท�าปฏิกิริยากับอาหาร เพราะอาหารบางชนิดมีสภาพเป็นทั้งกรด และด่าง ซึ่งจะท�าปฏิกิริยากับภาชนะที่ใส ่ ท�าให้อาหารบูดเสียได้ง่าย และเป็นอันตราย ต่อผู้บริโภค ๔. ภาชนะที่จะน�ามาใช้ในการถนอมอาหารต้อง แห้งและสะอาดผ่านการฆ่าเชื้อโรคเพื่อไม่ให้ อาหารบูดเสียและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค การเลือกใช้ การถนอมอาหารประเภทดอง ควรบรรจุในขวดโหลแก้ว เพื่อป้องกันการกัดกร่อนและเพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เมื่อท�าการถนอมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรเลือก ภาชนะที่จะน�ามาใส่ให้เหมาะสมกับการน�าไปใช้ ๖๖ ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํางาน รายบุคคล การทํากิจกรรมกลุม และการ นําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.3.1 เรื่อง หลักการ แปรรูปอาหารและการถนอมอาหาร 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 3.3 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินการนําเสนอผลงานและสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม เพราะเหตุใดจึงนํากระทะทองเหลืองมาใชในการกวน 1. มีราคาถูก 2. เนื้อหนา ไมแตกหัก 3. ทําใหอาหารมีรสหวาน 4. กระจายความรอนไดรวดเร็ว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะกระทะทองเหลืองมีคุณสมบัติ ในการนําความรอน สามารถกระจายความรอนไดดี ความรอนจะ สมํ่าเสมอ ทําใหอาหารสุกทั่วพรอมกันและไมติดกระทะ) ขั้นสรุป ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปและนําไปใช • หลักการเลือกอุปกรณที่ใชในการถนอม อาหารมีอะไรบาง (แนวตอบ เชน เลือกอุปกรณที่ไมทําปฏิกิริยา กับอาหาร ภาชนะตองผานการฆาเชื้อโรค เพื่อปองกันอาหารเนาเสีย) 3. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการ เรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 3.3 แลวนํามาสงครู แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T70
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ๕.๔ วิธีการถนอมอาหาร บางฤดูกาลผลผลิตทางการเกษตรที่ใช้เพื่อการบริโภคมีจ�านวนมากเกินไป ท�าให้ไม่สามารถ บริโภคได้ทั้งหมดก่อนที่จะเน่าเสีย แต่เราสามารถเก็บรักษาอาหารนั้นไว้รับประทานต่อได้ด้วย วิธีการถนอมอาหาร การถนอมอาหารที่สามารถท�าได้ภายในครอบครัวมีหลายวิธี ดังนี้ การตากแห้งเป็นวิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุด โดยน�าน�้าหรือความชื้นออกจากอาหารให้มากที่สุด เพื่อให้เอนไซม์ในอาหารไม่ท�างาน และแบคทีเรียไม่เจริญเติบโต การใช้ ความร้อนจากแสงแดด ควรมีฝาชี หรือตู้ที่ป้องกันแมลงและฝุ่นละออง ส่วนการใช้ความร้อนจากแหล่งอื่น เช่น ตู้อบ จะค่อนข้างสะอาด อาหารที่ผ่านวิธีการตากแห้ง เช่น เนื้อเค็ม ปลาเค็ม กล้วยตาก การถนอมอาหารโดยการตากแห้ง วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • กะละมัง • ตะแกรงโปร่ง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • ปลาช่อน ๑ กิโลกรัม • เกลือป่น ๑ ถ้วยตวง ขั้นตอนการทำา ๑ น�าปลาช่อนมาขอดเกล็ด ตัดหัว แล่สันหลัง ผ่ากลางตัวปลา ให้แผ่ออก เอาของในท้องทิ้งให้หมด ล้างด้วยน�้าสะอาด ๒ ใช้มีดกรีดตามยาวของตัวปลา ๓ ครั้ง กรีดให้มีลักษณะแผ่ครึ่ง ไม่ขาดไปถึงอีกฝังของตัวปลา ทาเกลือที่เนื้อปลาให้ทั่ว ๓ ขย�าปลากับเกลือแรง ๆ แช่ทิ้งไว้ ในภาชนะ ๑ คืน ๔ น�าปลามาล้างน�้า แล้วสะเด็ดน�้า วางเรียงบนตะแกรง แยกชิ้น ปลาที่กรีดให้ห่างกัน ดึงข้างตัวปลาให้ โค้งกางออกไปด้านข้าง ๕ ผึ่งแดดทุกวันจนปลาแห้งและแข็ง แล้วน�าไปประกอบอาหาร โดยการทอดหรือแกงเผ็ด ตัวอย่าง ปลาช่อนตากแห้ง เคล็ดลับ การป้องกันไม่ให้แมลงวันมารบกวน หรือวางไข่ ให้ ใช้พริกแห้งวางไว้รอบ ๆ เนื้อปลาที่ตากแห้ง อาหารและโภชนาการ ๖๗ ขั้นนํา (Project Based Learning) ขั้นที่ 1 ขั้นใหความรูพื้นฐาน 1. ครูถามนักเรียนวา การแปรรูปและการถนอม อาหารแตกตางกันอยางไร ใหนักเรียนชวยกัน หาขอมูลจากหนังสือเรียน การงานฯ ม.4 และ แหลงการเรียนรูตางๆ 2. นักเรียนชวยกันบอกขอมูลที่หาได โดยครู และนักเรียนชวยกันสรุปขอมูล 3. ครูบอกนักเรียนวา อาหารที่ผานการแปรรูป และการถนอมอาหารแตละชนิดมีวิธีการที่ ตางกัน ควรเลือกวิธีการใหเหมาะสมกับ วัตถุดิบที่นํามาใช โดยครูอธิบายการถนอม อาหารโดยการตากแหงในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 67 จากนั้นครูถาม นักเรียนวา • กอนนําปลาชอนไปตากแหงควรเตรียมปลา อยางไร (แนวตอบ ขอดเกล็ด ตัดหัว แลสันหลัง ผา กลางตัวปลาใหแผออก นําของในทองทิ้ง แลวลางดวยนํ้าสะอาด จากนั้นกรีดและทา เกลือ) ครูใหนักเรียนเลือกอาหารที่ผานการถนอมหรือแปรรูปอาหาร ที่สนใจ 1 ชนิด แลวหาขอมูลเพื่อนําเสนอหนาชั้นเรียน • ชื่อของอาหารที่ผานการถนอมหรือแปรรูปอาหาร • วัตถุดิบและวิธีทํา • จังหวัดที่นิยมทํา • ประโยชนของอาหารที่เลือก • การนําไปตอยอดเพื่อหาเลี้ยงชีพ (กิจกรรมนี้สรางเสริมคุณลักษณะดานซื่อสัตย สุจริต ใฝเรียนรู และมุงมั่นในการทํางาน) เกร็ดแนะครู ครูแนะนําเกี่ยวกับการถนอมอาหารดวยการตากแหงวา การตากแหง โดยใชตูอบแหง มีขอดีดังนี้ • ไดอาหารที่สีสวยและมีสีที่สมํ่าเสมอ • ไดอาหารที่สะอาด เนื่องจากฝุนและแมลงไมสามารถเขาไปในตูอบได • ประหยัดเวลา เนื่องจากใชเวลานอยกวาการตากแดดธรรมชาติ • ประหยัดพื้นที่ เนื่องจากในตูอบสามารถวางอาหารไดหลายชั้น • สามารถทําไดทุกเวลา ไมตองรอแสงแดดจากดวงอาทิตย นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T71
ขอสอบเนนการคิด วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • กะละมัง • ไหหรือโหลแก้วขนาดใหญ่ ขั้นตอนการทำา ๑ ขอดเกล็ดปลา ควักไส้ บั้งที่ตัวปลาถี่ ๆ ล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง ๒ โขลกเกลือ กระเทียมให้ละเอียด คลุกกับตัวปลา นวดให้เข้ากัน โดยเฉพาะตรงท้องปลาให้ใส่เกลือและกระเทียมเข้าไปข้างใน เก็บใส่ภาชนะทิ้งไว้ ๑ คืน ๓ ล้างข้าวสุกด้วยน�้า น�าข้าวไปคลุกกับตัวปลาที่หมักไว้ เก็บใส่ภาชนะ เช่น ขวดแก้วปากกว้าง เวลาเรียงลงภาชนะให้กดตัวปลาให้แน่น ปิดปากขวดให้สนิท เช็ดปากขวดให้สะอาด ทิ้งไว้ประมาณ ๓-๕ วัน หรือจนกว่าปลาจะมีรสเปรี้ยว ๔ น�าไปทอดรับประทานคู ่กับพริกทอด หอมซอย พริกขี้หนู และมะนาว การถนอมอาหารโดยการดอง สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. ปลาตะเพียนอุดมไปด้วยโปรตีนที่ย่อยง่ายในร่างกายมนุษย์ ๒. มีสารอาหารจ�าพวก แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินบี ๓ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ มีความจ�าเป็นต่อระบบประสาทและการท�างานของสมอง ช่วยเผาผลาญไขมัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารท�างานได้ดีขึ้น บรรเทาปัญหาต่าง ๆ ของระบบย่อยอาหาร การหมักดองโดยจุลินทรีย เรียกว่า Fermentation ได้แก่ การหมักให้เกิดแอลกอฮอล์ เช่น ข้าวหมาก การหมักให้เกิดกรดแอซิติกเช่น การหมักน�้าส้มสายชู และการหมักให้เกิด กรดแลกติก เช่น การดองเปรี้ยว การหมักแหนม นมเปรี้ยว ส�าหรับ ผลิตภัณฑ์บางอย่างจะเป็นการหมักแบบผสม เช่น ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ปลาร้า กะปิ ตัวอย่าง ปลาส้ม ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • ปลาตะเพียน ๒ กิโลกรัม • ข้าวสุก ๑ ถ้วยตวง • เกลือป่น ๒ ช้อนโตะ • กระเทียมไทย ๑ ๔ ถ้วยตวง เคล็ดลับ ปลาตะเพียนมีก้างจ�านวนมาก จึงควรบั้งปลาตะเพียนแนว เฉลียงด้วยระยะถี่ ๆ จะท�าให้ ก้างปลาถูกตัดขาด เมื่อน�ามา ประกอบอาหารจะท�าให้ไม ่มี ก้างมาขัดขวางความอร ่อย หรือเกิดอันตรายจากก้างติดคอ เมื่อน�ามารับประทาน ๖๘ ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 4. ครูใหนักเรียนดูการแปรรูปและการถนอมอาหาร จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 3 และการถนอมอาหารโดยการดองใน หนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 3 หนา 68-69 จากนั้นครูถามวา • ปลาตะเพียนมีกางจํานวนมาก จะบั้งปลา อยางไร (แนวตอบ ควรบั้งปลาตะเพียนแนวเฉลียงดวย ระยะถี่ๆ จะทําใหกางถูกตัดขาด ไมมีกางมา ขวาง สามารถรับประทานไดอยางปลอดภัย) 5. นักเรียนศึกษาขั้นตอนการแปรรูปหรือการ ถนอมอาหารที่สนใจ คนละ 2-3 อยาง แลว นํามาแลกเปลี่ยนขอมูลกับเพื่อนๆ ในชั้นเรียน 6. นักเรียนเลือกขั้นตอนการแปรรูปหรือการ ถนอมอาหารที่สนใจ 1 อยาง จากที่เลือกไว 2-3 อยางในตอนแรก โดยเลือกที่สามารถ นํามาทําในหองเรียนได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน การหมักให้เกิดกรดแอซิติกเช่น การหมักน�้าส้มสายชู และการหมักให้เกิด 1 ขอใดคือสวนผสมหลักที่สําคัญของการหมักดองโดยจุลินทรีย 1. ผักและผลไม 2. เนื้อสัตวและผัก 3. ขาวและเกลือปน 4. นํ้าตาลและเกลือปน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะขาวและเกลือปนเปนอาหาร เลี้ยงจุลินทรีย ที่มีบทบาทสําคัญในการหมักเพื่อใหจุลินทรียเติบโต ซึ่งทําใหอาหารที่หมักมีรสเปรี้ยว แตความเปรี้ยวจะมีมากหรือนอย ขึ้นอยูกับวัตถุดิบและระยะเวลาในการหมัก) นักเรียนควรรู 1 นํ้าสมสายชู แบงออกเปน 3 ชนิด ไดแก • นํ้าสมสายชูหมัก ไดจากการหมักเมล็ดธัญพืช เชน ขาว ขาวโพด สับปะรด แอปเปล หรือนํ้าตาลกับสาเหลา มีลักษณะใส ไมมีตะกอน มีกลิ่นหอมตามกลิ่น ของวัตถุดิบ มีรสชาติดี • นํ้าสมสายชูกลั่น ไดจากการนําเอทิลแอลกอฮอลกลั่นเจือจางมาหมัก กับเชื้อนํ้าสมสายชู มีลักษณะใส ไมมีตะกอนตกคาง • นํ้าสมสายชูเทียม ไดจากการนํากรดนํ้าสมสังเคราะหเคมีมาเจือจางจน ไดปริมาณกรด 4-7% โดยกรดนํ้าสมที่นํามาเจือจางจะตองมีความบริสุทธิ์สูง เหมาะที่จะนํามาประกอบอาหารได T72
ขอสอบเนน การคิด วัสดุ อุปกรณ • มีด • หม้อ • ทัพพี • อ่างผสม • ขวดโหล ขั้นตอนการทำา ๑ หั่นหัวไชเท้า แคร์รอต แตงกวาญี่ปุ่น เป็นแว่นขนาด ๑ เซนติเมตร หรือใช้พิมพ์กดเป็นรูปต่าง ๆ ตามต้องการ ดอกกะหล�่าให้หั่น เป็นช่อเล็ก ๆ ๒ แช่ผักทุกชนิดในน�้าละลายสารส้มนาน ๑๐ นาที ตักขึ้น แล้วล้าง น�้าสะอาดอีกครั้ง ๓ ต้มน�้าให้เดือด ลวกผักทั้งหมดพอสุก ตักขึ้นพักไว้ ๔ ท�าน�้าดองผัก โดยเคี่ยวเกลือ น�้าตาลทราย น�้าส้มสายชู และน�้าเปล่า เข้าด้วยกัน คนให้ละลาย ปิดไฟ ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ๕ จัดผักทุกชนิดลงในขวดโหลแก้ว เทน�้าดองผักลงไป ปิดฝาให้สนิท สรรพคุณและคุณค่าทางโภชนาการ ๑. ผักมีใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย มีสารพฤกษเคมีที่ช่วยควบคุมการไหลเวียนของโลหิตให้เป็นปกติ ๒. มีวิตามินบี ๑ วิตามินบี ๒ ช่วยบ�ารุงระบบประสาทและสมองให้มีสมาธิความจ�าที่ดี วิตามินบี ๓ ช่วยระบบ ย่อยอาหาร บ�ารุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี ๓. มีบีตาแคโรทีน ต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวท�าลายเซลล์ ในร่างกาย ช่วยระบบสายตาและการมองเห็น ผักดองหลากสี ตัวอย่าง • หัวไชเท้า ๑ ๒ ถ้วยตวง • แคร์รอต ๑ ๔ ถ้วยตวง • ดอกกะหล�่า ๑ ๔ ถ้วยตวง • แตงกวาญี่ปุ่น ๑ ๒ ถ้วยตวง • น�้าตาลทราย ๑ กิโลกรัม ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • เกลือป่น ๒ ช้อนชา • น�้าส้มสายชู ๑ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๓ ๔ ถ้วยตวง • น�้าละลายสารส้ม (ใช้แช่ผัก) เคล็ดลับ การท�าน�้าละลายสารส้ม ให้ ใช้ น�้าเปล่า ๑ ลิตร และน�าสารส้ม ไปแกว่งในน�้าเปล่าประมาณ ๑๐ รอบ น�าผักลงไปแช่ก่อนลวก ให้ผักสุก จะท�าให้ผักที่น�าไป ดองกรอบอร่อยมากยิ่งขึ้น ๖ น�าไปแช่เย็น ทิ้งไว้ ๑ คืน น�ามารับประทานเป็นเครื่องเคียงกับอาหารจานต่าง ๆ ได้ การหมักดองโดยใช้สารเคมี ใช้สารเคมีที่เป็นสารถนอมอาหารโดยตรงในปริมาณที่มากพอที่จะยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ได้แก่ การดองเค็ม เช่น มะนาวดองเค็ม การดองหวาน เช่น มะนาวดองหวาน และการดองสามรส เช่น ขิงดองสามรส อาหารและโภชนาการ ๖๙ ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 7. ครูอธิบายถึงความสําคัญของการแปรรูปหรือ การถนอมอาหารที่ถูกวิธี รวมถึงมีการวางแผน และการจัดการในการทํางานที่ดี จะทําใหได อาหารที่ผานการแปรรูปและการถนอมอาหาร ที่มีคุณภาพและปลอดภัยตอผูบริโภค 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา การทําผักดองหลากสีมี วิธีที่ทําใหผักที่จะนําไปดองกรอบอรอยมากขึ้น โดยดูเคล็ดลับในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 3 หนา 69 จากนั้นครูถามนักเรียนวา • การหมักดองโดยใชสารเคมีที่นักเรียนรูจัก มีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน มะนาวดองเค็ม ขิงดอง สามรส) ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 1. นักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ชวยกัน เลือกการแปรรูปหรือการถนอมอาหารที่แตละ คนไดเลือกไว จากนั้นเตรียมทําการแปรรูปและ การถนอมอาหาร เชน ผักดอง มันเชื่อม ลูกหยี กวน มะมวงดอง กลวยฉาบ เพื่อจัดทําโครงงาน เรื่อง การแปรรูปและการถนอมอาหาร การแชผักในนํ้าละลายสารสมมีประโยชนอยางไร 1. ผักไมมีกลิ่นเหม็น 2. ผักมีรสเปรี้ยวมากขึ้น 3. ผักมีความสดและกรอบ 4. สีของผักไมเปลี่ยนแปลง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะสารสมจะทําใหผักที่ตองการ นํามาดองมีความสด กรอบ สามารถเก็บไวไดนาน โดยวิธีการทํา คือ นําผักที่ตองการดองแชไวในนํ้าละลายสารสมประมาณ 10 นาที แลวตักขึ้น จากนั้นลางนํ้าสะอาดอีกครั้ง) บูรณาการอาเซียน ของหมักดองจากประเทศในอาเซียนที่ดีตอสุขภาพลําไส เชน • เทมเป หรือถั่วเนา จากประเทศอินโดนีเซีย ทํามาจากการหมักถั่วเหลือง ใชจุลินทรียชนิดดีที่เปนเชื้อรามีชื่อวา Rhizopus oligosporus ที่สามารถชวยยอย โปรตีนใหเปนกรดแอมิโน นอกจากนี้ ยังไดนํ้าตาลสแตไคโอส ซึ่งเปนอาหารของ จุลินทรียในลําไสหรือโพรไบโอติกส ชวยยอยสลายไขมันในถั่วเหลือง และชวยลด อาการทองอืด • ขาวหมาก จากประเทศไทย เปนอาหารไทยโบราณทํามาจากขาวเหนียว มีรสเปรี้ยว และมีกลิ่นแอลกอฮอล ชวยรักษาสมดุลของจุลินทรียในลําไส นํามาเปนสวนประกอบของอาหารและรับประทานเปนของหวานควบคูกับ ของหวานชนิดอื่นได นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T73
ขอสอบเนนการคิด การถนอมอาหารโดยใช้นำ้าตาล เทคนิคการถนอมอาหาร โดยการหมักเกลือ T i p เป็นการถนอมอาหารโดยใช้เกลือเป็นตัวช่วยในการรักษาคุณภาพของอาหารไม่ให้เกิดการ เน่าเสีย นิยมน�ามาใช้กับอาหารจ�าพวกเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว โดยน�าเนื้อสัตว์มาคลุกเกลือ ท�าให้เนื้อสัตว์มีรสชาติเค็ม ซึ่งความเค็มจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ท�าให้เก็บอาหารไว้ รับประทานได้นานขึ้น การหมักเกลือสามารถท�าได้หลายรูปแบบ เช่น การหมักแห้ง การหมักด้วย น�้าเกลือ การฉีดน�้าเกลือ นิยมใช้กับผลไม้ ซึ่งปริมาณน�้าตาลที่ใช้ขึ้นอยู่กับความต้องการในการเก็บรักษา โดยทั่วไปผลไม้ที่มี รสเปรี้ยวจะนิยมใส่น�้าตาลมาก การใช้น�้าตาลเพื่อการถนอมอาหารมีหลายวิธี ดังนี้ การเชื่อม ใช้ความเข้มข้นของน�้าตาลแตกต่างกันตามอัตราส่วนที่เหมาะสม ได้แก่ • น�้าเชื่อมใส ใช้น�้าตาล ๑ ถ้วย น�้า ๓ ถ้วย • น�้าเชื่อมปานกลาง ใช้น�้าตาล ๑ ถ้วย น�้า ๒ ถ้วย • น�้าเชื่อมเข้มข้น ใช้น�้าตาล ๑ ถ้วย น�้า ๑ ถ้วย ขั้นตอนการทำา ๑ ปอกเปลือกฟักเขียว หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ แคะเมล็ดออก แช่น�้าปูนใส ๓ ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน�้าสะอาดอีกครั้ง ๒ ละลายน�้าตาลทรายกับน�้า ต้มให้เดือด ใส่ฟักเขียวเชื่อมต้มด้วยไฟกลาง ลดไฟอ่อนเมื่อน�้าเชื่อมซึมเข้าเนื้อ ๓ เชื่อมต่อไปจนน�้าเชื่อมตกทรายและเคลือบทั่วชิ้นฟักเขียวจึงตักขึ้น ๔ ผึ่งให้เย็น บรรจุในภาชนะที่แห้ง สะอาด และปิดสนิท วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • เตา • ไม้พาย • ภาชนะมีฝาปิด • กระทะทองเหลือง ตัวอย่าง ฟกเขียวเชื่อมแห้ง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • ฟักเขียวแก่ ๑ กิโลกรัม • น�้าตาลทราย ๕ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๕ ถ้วยตวง • น�้าปูนใส ๕ ถ้วยตวง ๗0 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 2. สมาชิกในกลุมรวมกันแบงหนาที่ตามความ เหมาะสม โดยครูใหคําปรึกษาเกี่ยวกับการ วางแผนแบงหนาที่ของสมาชิกในแตละกลุม 3. สมาชิกในกลุมชวยกันปฏิบัติการแปรรูปและ การถนอมอาหารที่ไดเลือกและเตรียมไวตาม หนาที่ที่ไดรับมอบหมาย โดยชวยกันปฏิบัติ ตามขั้นตอนอยางเครงครัด 4. ครูใหความรูเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมวา ความเขมขนของนํ้าตาลแตกตางกันตาม อัตราสวนที่เหมาะสม ไดแก • นํ้าเชื่อมใส ใชนํ้าตาล 1 ถวย นํ้า 3 ถวย • นํ้าเชื่อมปานกลาง ใชนํ้าตาล 1 ถวย นํ้า 2 ถวย • นํ้าเชื่อมเขมขน ใชนํ้าตาล 1 ถวย นํ้า 1 ถวย เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา ถาตองการใหฟกแข็งจะตองแช นํ้าปูนใส เพราะนํ้าปูนใสจะชวยทําใหอาหารที่ใชเชื่อมแข็งตัว ไมเละ โดยใหนํา ฟกแชนํ้าปูนใสไว 12 ชั่วโมง แลวนําขึ้นแชในนํ้าเปลา 4 ชั่วโมง ลางนํ้า 2-3 ครั้ง เพื่อใหกลิ่นปูนหมด นําขึ้นพักไวใหสะเด็ดนํ้ากอนนําไปเชื่อม หากตองการใหอาหารที่ถนอมมีความกรอบควรเลือกใชสิ่งใด 1. นํ้าปูนใส 2. ดินประสิว 3. นํ้าสมสายชู 4. นํ้าประสานทอง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะนํ้าปูนใสมีคุณสมบัติชวยให อาหารที่แชมีความกรอบ จึงถูกนํามาใชเปนสวนผสมหรือใชแช อาหาร เพื่อใหอาหารที่แชมีความแข็ง เนื้อไมเละ สวนดินประสิว มักใชเปนสารกันบูด ไมควรนํามาประกอบอาหาร นํ้าสมสายชู เปน สารปรุงแตงรสชาติอาหารใหมีความเปรี้ยว และนํ้าประสานทอง เปนตัวเชื่อมใหทองคําติดกัน) นักเรียนควรรู 1 นํ้าปูนใส ไดมาจากการนําปูนแดง หรือปูนที่ใชรับประทานกับหมาก มาละลายนํ้าและปลอยทิ้งไวสักพักเพื่อใหปูนตกตะกอน จากนั้นจึงไดนํ้าใสๆ เรียกวา “นํ้าปูนใส” โดยนํ้าปูนใสสามารถนํามาใชเปนสวนผสม หรือใชแชอาหาร ซึ่งทําใหอาหารที่แชมีความแข็ง เนื้อไมเละ หรือใชนํ้าปูนใสแทนนํ้าเปลาผสมแปง ที่ใชทอดอาหารจะทําใหอาหารมีความกรอบมากขึ้น นํา สอน สรุป ประเมิน T74
ขอสอบเนน การคิด การกวน การแช่อิ่ม วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • พิมพ์ขนมรูปต่าง ๆ • กระทะทองเหลือง • ไม้พายหรือไม้พายพลาสติกทนความร้อน วัสดุ อุปกรณ • มีด • เขียง • อ่างผสม • เตา • ไม้พาย • กระทะทองเหลือง • ขวดโหลที่มีฝาปิดสนิท ใช้ความร้อนเคี่ยวกวนกับน�้าตาลจนปริมาณน�้าน้อยลง และผสมเป็นเนื้อเดียวกัน แช่ในน�้าเชื่อมและเพิ่มความเข้มข้นของน�้าเชื่อมจนถึงจุดอิ่มตัว แล้วน�ามาท�าแห้ง ขั้นตอนการทำา ๑ ปอกเปลือกเผือก ล้างให้สะอาด ผ่าให้เป็นชิ้นใหญ่ น�าไปนึ่งให้สุก จากนั้นน�ามาบดละเอียด ๒ น�าหัวกะทิ ๑ ถ้วยตวง ไปเคี่ยวเป็นน�้ามันมะพร้าว (ขี้โล้) ๓ ผสมเผือก กะทิ น�้าตาลมะพร้าว น�้าตาลทราย เข้าด้วยกัน กวนด้วยไฟปานกลางจนข้น ลดไฟอ่อน กวนต่อไปจนเหนียว ใส่น�้ามันมะพร้าวทีละน้อย กวนให้เข้ากันจนเผือกแห้ง เหนียว ร่อนไม่ติดภาชนะ ๔ ปั้นเป็นก้อนกลมน�าไปใส่ในพิมพ์ขนมรูปต่าง ๆ เพื่อความสวยงาม หากไม่มีพิมพ์ ขนมให้ ใช้ถาดแล้ว เกลี่ยให้เรียบเสมอกัน และน�ามาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ขั้นตอนการทำา ๑ ปอกเปลือกมะม่วง ล้างให้สะอาด หั่นมะม่วงเป็นชิ้น แช่ในน�้าเกลือ ๑ วัน แช่น�้าปูนใส ๑ ชั่วโมง ล้าง และผึ่งให้สะเด็ดน�้า ๒ ท�าน�้าเชื่อม โดยผสมน�้าตาลทราย ๕ ถ้วยตวง กับน�้า ๘ ถ้วยตวง ต้มให้เดือด กรองแล้วทิ้งไว้ให้เย็น ๓ แช่มะม่วงในน�้าเชื่อม ๑ คืน แล้วท�าการแช่อิ่ม โดยการอุ่นเฉพาะน�้าเชื่อม และเติมน�้าตาลวันละ ๑ ๒ ถ้วยตวง ติดต่อกัน ๓ วัน จนมะม่วงใสและกรอบ เก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เผือกกวน มะม่วงแช่อิ่ม ตัวอย่าง ตัวอย่าง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • เผือกชนิดหัวใหญ่ ๑ กิโลกรัม • น�้าตาลมะพร้าว ๑ ๓ ๔ ถ้วยตวง • น�้าตาลทราย ๔ ช้อนโตะ • หัวกะทิ ๓ ถ้วยตวง ส่วนผสมและเครื่องปรุงรส • มะม่วงดิบ ๑ กิโลกรัม • น�้าตาลทราย ๖ ๑ ๒ ถ้วยตวง • น�้าเปล่า ๘ ถ้วยตวง • น�้าเกลือ (เกลือ ๒๐๐ กรัมต่อน�้า ๘ ถ้วยตวง) อาหารและโภชนาการ ๗๑ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 5. ครูและสมาชิกในกลุมชวยกันตรวจสอบผลงาน การแปรรูปและการถนอมอาหาร แลวพิจารณา ถึงสิ่งที่ควรแกไขหรือพัฒนาเพื่อใหผลงานดีขึ้น 6. สมาชิกในกลุมนําสิ่งที่ควรแกไขหรือพัฒนามา ศึกษาหาความรูจากหนังสือเรียน การงานฯ ม.4 หองสมุด และอินเทอรเน็ต เพื่อนําไปแกไขหรือ พัฒนาผลงานการแปรรูปและการถนอมอาหาร ใหไดผลงานที่ดีขึ้น 7. ครูถามนักเรียนวา • การนําผลไมมาแชในนํ้าเชื่อมและเพิ่มความ เขมขนของนํ้าเชื่อมจนถึงจุดอิ่มตัว แลว นํามาทําใหแหง คือการถนอมอาหารโดยใช นํ้าตาลแบบใด (แนวตอบ การแชอิ่ม) หากตองการทําเผือกกวนควรเลือกเผือกที่มีลักษณะอยางไร 1. เผือกชนิดหัวเล็ก 2. เผือกชนิดหัวใหญ 3. เปลือกมีสีมวงออน 4. เนื้อเผือกมีสีมวงจัด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะการทําเผือกกวนจะตอง เลือกเผือกชนิดหัวใหญ เนื่องจากจะใหเนื้อเผือกมาก และสามารถ นํามากวนไดปริมาณมากอีกดวย) เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนฟงวา หากตองการใหมะมวงแชอิ่ม มีขนาดที่สวยงาม นารับประทาน และเนื้อมะมวงมีความกรอบ โดยที่ไมใส สารกรอบ มีเคล็ดลับ คือ ควรเลือกมะมวงที่แกจัด มีผลขนาดเทาๆ กัน และ นําเนื้อมะมวงไปแชในนํ้าเย็นจัดกอนที่จะทําการแชอิ่ม จะทําใหมะมวงแชอิ่ม มีความกรอบ ขนาดและสีสันสะดุดตา รสชาติอรอยมากยิ่งขึ้น สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทํามะมวงแชอิ่ม ไดจาก https://www.youtube. com/watch?v=aIRl5TBVex4 นํา สอน สรุป ประเมิน T75
การแชแข็งเปนการถนอมอาหารโดยการใชอุณหภูมิตํ่า เพื่อชวยปองกันไมใหอาหารเนาเสีย โดยการ ควบคุมจุลินทรียและแบคทีเรียไมใหสามารถเจริญเติบโตได นิยมใชกับอาหารสด อาหารที่ปรุงสุกและ บรรจุภัณฑพรอมจําหนาย ซึ่งผูบริโภคซื้อแลวสามารถนําไปอุนกอนรับประทาน ในปจจุบันนิยมกัน อยางแพรหลายแมวาจะมีราคาสูง เพราะชวยประหยัดเวลาและแรงงานในการประกอบ อาหาร นอกจากนี้ อาหารแชแข็งจะสดและมีรสชาติดีกวาอาหารกระปอง การใชสารปรุงแตงอาหารเปนการถนอมอาหาร เพื่อหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงการทํางานของเอนไซม หรือปฏิกิริยาทางเคมี ทําใหเก็บรักษาอาหารไดนานขึ้น หรือเพื่อตกแตงอาหาร สําหรับสารปรุงแตง ที่นิยมใส ในอาหาร มีดังนี้ • สารกันบูด เรียกอีกชื่อหนึ่งวา “วัตถุกันเสีย” มีหลายชนิดและมีชื่อทางเคมีแตกตางกันไป เชน กรดเบนโซอิก (benzoic acid) บีเอชเอ (BHA) ถาใชเพียงเล็กนอยจะไมกอใหเกิดอันตราย ควรใชสารกันบูด ๑ กรัมตอนํ้าหนักอาหาร ๑ กิโลกรัม • สีผสมอาหาร ควรใชสีจากธรรมชาติ หรือสารเคมีที่ไดรับอนุญาตให ใส ในอาหารขององคการ เภสัชกรรม • สารเคมี ชวยควบคุมคุณสมบัติทางกายภาพของอาหาร ทําให อาหารคงความสดอยูเสมอ ไดแก วัตถุปรุงแตงรสอาหาร หรือ วัตถุที่ชวยในการควบคุมความเปนกรด ดาง เกลือในอาหาร การรมควันนอกจากจะทําใหอาหารแหงแลว ยังชวยเก็บรักษาอาหารไว ไดนานขึ้น มีกลิ่นหอมและมีรสชาติแปลกใหม การรมควันที่สามารถทําได ในครอบครัวจะเปนการรมควันแบบธรรมชาติ โดยการสุมไฟดวยไม กาบมะพราว ขี้เลื่อย ซังขาวโพด โดยแขวนอาหารไวเหนือกองไฟ ใชไฟออน ๆ เพื่อใหควันรมอาหารไปพรอมกับไอรอน จะชวยทําให อาหารแหงเร็ว เชน การรมควันปลา การถนอมอาหารโดยการแชแข็ง การถนอมอาหารโดยสารปรุงแตงอาหาร การถนอมอาหารโดยการรมควัน ๗๒ กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 8. แตละกลุมหาขอมูลเกี่ยวกับเทคนิคการปฏิบัติ การแปรรูปและการถนอมอาหารชนิดนั้นๆ เพื่อใหเกิดความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน มากขึ้น 9. ครูถามนักเรียนวา • การถนอมอาหารโดยการแชแข็งดีกวาอาหาร กระปองอยางไร (แนวตอบ สดและรสชาติดีกวา) • การถนอมอาหารโดยใชสารปรุงแตงอาหาร มีอะไรบาง (แนวตอบ สารกันบูด สีผสมอาหาร สารเคมี) • การถนอมอาหารโดยการรมควันทําใหได อาหารที่มีลักษณะพิเศษอยางไร (แนวตอบ อาหารแหงโดยมีกลิ่นหอมและมี รสชาติแปลกใหม) เกร็ดแนะครู ครูสามารถอธิบายเพิ่มเติมวา นอกจากการถนอมอาหารโดยการแชแข็งแลว ยังมีการถนอมอาหารโดยใชความเย็นอีกดวย ซึ่งสามารถทําไดหลายวิธี เชน • การใชนํ้าแข็ง จะทําใหอุณหภูมิของอาหารลดลงอยางรวดเร็ว เหมาะ สําหรับแชอาหารทะเล • การใชสารผสมแชแข็ง โดยการใชนํ้าแข็งผสมกับเกลือแกง หรือเกลือ อนินทรียอื่นๆ เหมาะสําหรับอาหารแชแข็งที่บรรจุในภาชนะสําหรับขนสง • การใชเครื่องทําความเย็น ซึ่งจะมีชองทําความเย็นแยกสวนกัน โดยมี ชองเก็บอาหาร ชองเก็บผักสด ครูใหนักเรียนสํารวจตลาดในชุมชนใกลบานของตนเองวา มีการถนอมอาหารรูปแบบใดเปนสวนใหญ จากนั้นวิเคราะหวา เพราะเหตุใดจึงนิยมถนอมอาหารดวยวิธีการดังกลาว โดยเขียน สรุปผลการวิเคราะหลงในกระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนชวยกันบอกวัตถุดิบเหลือใชจากการประกอบ อาหารที่สามารถนํามาทําแปรรูปได โดยชวยกันบอกใหไดมากที่สุด พรอมบอกวา สามารถนํามาแปรรูปเปนอาหารชนิดใดไดบาง นํา สอน สรุป ประเมิน T76
ขอสอบเนน การคิด ๒) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยการดอง ควรเก็บด้วยภาชนะที่ แตกต่างกันไปตามชนิดของอาหาร เช่น ๕.๕ การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมแล้ว การเก็บรักษาและบรรจุอาหารหลังจากถนอมแล้วควรปฏิบัติให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันไม่ให้อาหาร เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม อาหารที่ถนอมแล้วจะเก็บไว้ได้นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการถนอมอาหาร และการเก็บรักษา โดยการเก็บรักษาอาหารที่ถนอมแล้วสามารถท�าได้หลายวิธี ดังนี้ ๑) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยการตากแห้งควรเก็บไว้ในภาชนะ ที่แห้ง หรือโปร่ง เช่น • กล้วยตาก ควรเก็บไว้ในขวดโหล หรือกล่อง พลาสติกจัดเรียงล�าดับให้ดีมีฝาปิดให้เรียบร้อย เวลาจะรับประทานควรใช้ส้อมจิ้ม ถ้าใช้มือหยิบ มือจะต้องสะอาดและแห้งซึ่งจะท�าให้ของเก็บได้ นานขึ้น ไม่เน่าเสียเร็ว • เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ให้แขวนไว้ในที่โปร่งจะท�าให้ ไม่ขึ้นรา หรือเก็บใส่ถุงพลาสติกแล้วแช่ตู้เย็น • พริกแห้ง น�าพริกแห้งใส่ตะกร้าโปร่ง ๆ ผึ่งแดด ให้แห้งจะเก็บไว้ได้นานถ้าใส่ภาชนะที่อับจะท�าให้ เกิดความชื้นจนขึ้นราและเสียง่าย ถ้าใส่ถุงควร เจาะรูรอบถุง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและไม่อับชื้น • มะนาวดอง ควรใส่ขวด หรือภาชนะที่เป็นแก้ว ถ้าต้องการเก็บให้ได้นานมากขึ้น ควรใช้ขวด ประเภทอัดความดัน • หัวผักกาดเค็ม ควรเก็บในภาชนะที่เป็นกระเบื้อง หรือดินเผาชนิดเคลือบ หรือภาชนะแก้ว ถ้าใช้ ภาชนะอื่นความเค็มจะค่อย ๆ กัดภาชนะที่บรรจุ ให้ผุกร่อนได้ • มะม่วงดอง ควรบรรจุในภาชนะที่เป็นแก้ว เช่น ขวดโหล ไม่ควรบรรจุในภาชนะที่เป็นโลหะ เช่น หม้ออะลูมิเนียมเพราะในการดองจะเกิดกรดและ ท�าปฏิกิริยากับโลหะ ท�าให้เกิดสารพิษในอาหาร ก่อนเก็บพริกจะต้องตากให้แห้ง เก็บใส่ในภาชนะให้ มิดชิด และหมั่นน�ามาผึ่งแดด เพื่อป้องกันการขึ้นรา อาหารและโภชนาการ ๗๓ พลาสติก ปลาเค็ม 1 2 หากนําอาหารที่เปนกรด-ดางไปใสในภาชนะที่ทําดวย อะลูมิเนียมจะสงผลอยางไร 1. อาหารมีรสเฝอน 2. อาหารกัดกรอนภาชนะ 3. อาหารมีสีสวยนารับประทาน 4. อาหารจะมีสีคลํ้าไมนารับประทาน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะความเปนกรด-ดางจะทํา ปฏิกิริยากับภาชนะจนทําใหเกิดสีดําในอาหารและภาชนะ อีกทั้ง ยังทําใหเกิดสารพิษในอาหาร ซึ่งหากบริโภคเขาไปจะทําใหเกิด อันตรายตอรางกายได) นักเรียนควรรู 1 พลาสติก พลาสติกที่ไมไดมาตรฐานอาจจะมีสาร Bisphenol (BPA) ปนเปอน ได โดยสารชนิดนี้นิยมใชกันทั่วไปในการผลิตพลาสติกเพื่อทําใหพลาสติกมีความ ใสและราคาถูก แตสารชนิดนี้เปนสารกอมะเร็ง ทําใหภูมิคุมกันบกพรองได ดังนั้น หากจะเลือกใชกลองพลาสติกเพื่อนํามาใสอาหารนั้น ควรเลือกกลองพลาสติก ที่ปลอดสาร BPA และเลือกที่ไดคุณภาพ 2 ปลาเค็ม หากเก็บไวนานจะทําใหปลามีรสเค็มจัดเกินไป ดังนั้น หากตองการ ลดความเค็มของปลาเค็มกอนที่จะนําไปปรุงอาหารสามารถทําไดโดยใชเกลือ 1 ชอนโตะ ผสมกับนํ้า 1 ชาม แลวนําปลาเค็มไปแชไวนาน 30 นาที จากนั้น นําปลาเค็มขึ้นมาลางนํ้าสะอาด จึงนําไปปรุงอาหารได ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 10. ครูถามนักเรียนวา • การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมดวย การตากแหงและการดองมีความแตกตางกัน อยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน อาหารตากแหงควร เก็บไวในที่แหงหรือที่โปรง สวนอาหารดอง ขึ้นอยูกับชนิดของอาหาร มะนาวดองและ มะมวงดองควรบรรจุในภาชนะที่เปนแกว หัวผักกาดเค็มควรเก็บในภาชนะที่เปน กระเบื้อง) • อาหารดองไมควรบรรจุในภาชนะใด เพราะ เหตุใด (แนวตอบ ภาชนะที่เปนโลหะ เชน หมอ อะลูมิเนียม เพราะจะทําปฏิกิริยากับโลหะ กอใหเกิดสารพิษได) นํา สอน สรุป ประเมิน T77
การประกอบอาหารมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี เช่น ต้ม ผัด นึ่ง ทอด ตุ๋น ซึ่งการ ประกอบอาหารให้ได้คุณค่าทางโภชนาการนั้นจะต้องรู้จักเลือกซื้อวัตถุดิบที่มีความสด สะอาด และปลอดภัย รวมทั้งเลือกวิธีการประกอบอาหารที่ช่วยสงวนคุณค่าทางอาหาร จึงจะได้อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ การแปรรูปและการถนอมอาหารยังช ่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับปริมาณอาหารที่มีมากเกินความต้องการในบางฤดูกาล ท�าให้ราคาตกต�่า การถนอม อาหารด้วยวิธีการต่าง ๆ จะท�าให้มีอาหารบริโภคตลอดทั้งปี และแก้ปัญหาการขาดแคลน อาหารในบางท้องถิ่นได้ส่วนการถนอมอาหารไว้รับประทานเองในครอบครัวจะท�าให้ได้ อาหารที่สะอาด ปลอดภัยจากสารกันบูด สารปรุงแต่งสีและกลิ่น รวมทั้งมีราคาถูกกว่า อาหารส�าเร็จรูปที่จ�าหน่ายทั่วไป ๓) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยการกวน ควรเก็บในขวดแก้ว หรือภาชนะที่ไม่ได้ท�ามาจากอะลูมิเนียม สังกะสี เพราะอาหารกวนบางชนิดมีรสเปรี้ยว เป็นกรด ซึ่งจะท�าปฏิกิริยากับภาชนะและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น มะม่วงกวน กล้วยกวน ส้มโอกวน สับปะรดกวน อาหารที่น�ามากวนหลายชนิดสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามได้เช่น ใช้กระดาษแก้วใสห่อ เพื่อให้เห็นเนื้ออาหารภายใน ๔) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมด้วยอุณหภูมิต�่า สามารถเก็บไว้ได้ นานด้วยการแช่ตู้เย็น หรือห้องเย็น โดยเก็บตามช่องหรือชั้นของประเภทอาหารในตู้เย็นซึ่งมี หลายระดับเช่นไข่ควรเก็บในช่องเก็บไข่ที่ฝาตู้เย็นเนื้อสัตว์ควรเก็บในช่องวางเนื้อสัตว์ผักผลไม้ ควรเก็บในช่องผักส่วนใหญ่จะอยู่ชั้นล่างสุดของตู้เย็นและควรท�าความสะอาดตู้เย็นอย่างสม�่าเสมอ เพื่อป้องกันไม่ ให้ของในตู้เย็นเน่าเสีย ๕) การเก็บรักษาและบรรจุอาหารที่ถนอมโดยการบรรจุกระป๋อง หรือขวด สามารถเก็บรักษาอาหารส�าเร็จรูป โดยการบรรจุกระป๋องจะต้องอาศัยเครื่องจักร จึงต้องผลิตใน โรงงาน ส่วนการบรรจุขวดแบบง่ายสามารถท�าได้ ในครัวเรือน ซึ่งมีหลักในการเก็บรักษา ดังนี้ สรุป ใช้ความร้อนสูง ความร้อนสูงจะช ่วยฆ ่าเชื้อ จุลินทรีย์ อันเป็นสาเหตุให้ อาหารเน่าเสีย ใช้ภาชนะที่ฝาปิดสนิท ภาชนะจะต้องป้องกันไม ่ให้ อากาศ หรือเชื้อโรคเข้าไปได้ หลังจากท�าการฆ่าเชื้อแล้ว เก็บไว้ในที่แห้ง สถานที่เก็บต้องแห้ง ไม่โดน แสงแดด และไม่อับชื้น เพื่อ ป้องกันการเกิดสนิมและการ เสื่อมคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ ๗๔ มาจากอะลูมิเนียม เป็นกรด 1 2 นักเรียนควรรู 1 อะลูมิเนียม ภาชนะที่ทํามาจากอะลูมิเนียมที่ไมมีคุณภาพมากพอ อาจกอใหเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับอาหารที่มีฤทธิ์เปนกรด ซึ่งกรดอาจกัดกรอน ภาชนะเมื่อนํามาใสอาหารอาจมีการปนเปอนเขาสูอาหาร และหากรับประทาน เขาไปจะทําใหเกิดอันตรายตอรางกาย 2 กรด อาหารที่มีสภาพเปนกรด (Acid Food) เชน เนื้อสัตวทุกชนิด แปง ขาว โดยเฉพาะขาวที่ขัดสีแลว ผงชูรส อาหารหมักดอง นํ้าสมสายชู อาหาร ประเภททอด หากรับประทานเปนประจําและในปริมาณมากจะกอใหเกิดอันตราย ตอรางกาย เชน หากสารที่เปนกรดไปสะสมไวในขอตอ จะทําใหเกิดอาการปวด ตามขอ โรคเกาต ดังนั้น ควรรับประทานอาหารที่มีสภาพเปนกรดใหนอยลง และเพิ่มปริมาณอาหารที่เปนดางใหมากขึ้น เชน ผัก ผลไม ธัญพืช ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 1. แตละกลุมทําโครงงาน เรื่อง การแปรรูปและ การถนอมอาหาร ใหสมบูรณในทุกประเด็น เพื่อเตรียมนําเสนอหนาชั้นเรียน 2. ครูถามนักเรียนวา หากที่บานของนักเรียนมี มะมวงออกผลมาก นักเรียนจะทําอยางไรบาง ให นักเรียนแสดงความคิดเห็นรวมกัน 3. นักเรียนทําใบงานที่ 3.4.1 เรื่อง การแปรรูป และการถนอมอาหาร จากนั้นครูถามนักเรียน วา • มะมวงกวน กลวยกวน และสมโอกวน ควรเก็บในภาชนะแบบใด (แนวตอบ ควรเก็บในขวดแกว หรือภาชนะอื่น ที่ไมใชอะลูมิเนียมและสังกะสี) • อาหารที่บรรจุกระปองหรือบรรจุขวด มีหลักในการเก็บรักษาอยางไร (แนวตอบ ใชความรอนสูง ใชภาชนะที่มี ฝาปดสนิท เก็บไวในที่แหง) 4. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู กิจกรรม 21st Century Skills 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน รวมกันสืบคนวิธีการ ถนอมอาหารจากแหลงการเรียนรูตางๆ 2. ครูใหสมาชิกในกลุมรวมกันสํารวจแลววิเคราะหวา ในทองถิ่น ของตนเองมีวัตถุดิบใดที่กําลังลนตลาดบาง และวัตถุดิบดังกลาว สามารถนํามาถนอมอาหารไดหรือไม และมีวิธีการถนอมอาหาร ดวยวิธีใด 3. ครูใหสมาชิกในกลุมเลือกวัตถุดิบที่ไดจากการสํารวจมา 1 อยาง เพื่อทําการถนอมอาหาร 4. สมาชิกในกลุมรวมกันเตรียมวัสดุ อุปกรณ วัตถุดิบ และเครื่องปรุง สําหรับถนอมอาหาร จากนั้นลงมือปฏิบัติงาน 5. นําเสนอผลงานหนาชั้นเรียน โดยใหครูและเพื่อนกลุมอื่นๆ เสนอแนะเพิ่มเติม นํา สอน สรุป ประเมิน T78
ขอสอบเนน การคิด ๑. การเลือกซื้ออาหารมีข้อควรค�านึงอย่างไร ๒. อธิบายวิธีการเลือกซื้อและการเก็บรักษาอาหารที่ก�าหนดให้ โดยค�านึงถึงการสงวนคุณค่าทางอาหาร • ผัก • ผลไม้ • เน�้อสัตว์ • อาหารแห้ง • อาหารกระป๋อง • อาหารส�าเร็จรูป • เครื่องปรุงรส ๓. ในการประกอบอาหารตามรายการที่ก�าหนด ควรมีวิธีการเลือกซื้อและการเก็บรักษาวัตถุดิบอย่างไร • ไข่เจียวกุ้งสับ • ปลาตะเพียนทอด • ย�ารวมมิตรทะเล • แกงเขียวหวานไก่ใส่มะเขือ • แกงจืดเต้าหู้หมูสับใส่ผักกาดขาว • ขนมทองหยิบ ทองหยอด Êรé Ò§ÊÃÃ¤ì ¾ั²นาการเรÕÂนรéูกิ¨กรรม คำาชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงานกลุ่ม โดยวิเคราะห์และเขียนตอบ ลงในแบบรายงานที่แต่ละกลุ่มออกแบบ ดังนี้ เรื่อง การเลือก«ืéอและ การเกçบรักÉาอาหาร ใบมอบหมายงานที่ ๓.๑ อาหารและโภชนาการ ๗๕ • อาหารส�าเร็จรูป 1 ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 5. นักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงาน เรื่อง การแปรรูปและการถนอมอาหาร 6. ครูและนักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยใน แตละโครงงาน 7. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน หนวย การเรียนรูที่ 3 เรื่อง อาหารและโภชนาการ นักเรียนควรรู 1 อาหารสําเร็จรูป กรมอนามัยแนะนําถึงการซื้ออาหารสําเร็จรูปอยาง ปลอดภัย โดยใหยึดหลัก 3 ป. ไดแก • ป. ประโยชน คือ เลือกอาหารที่มีความสด และมีคุณคาทางโภชนาการ • ป. ปลอดภัย คือ เลือกอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ผลิตจากแหลงที่เชื่อถือได ไมเสี่ยงตอการปนเปอนและไมทําใหเกิดโรค และ • ป. ประหยัด คือ เลือกอาหารที่มีในทองถิ่น มีตามฤดูกาล เพราะจะได อาหารคุณภาพดี และราคาถูก นอกจากนี้ นํ้าดื่ม หรือเครื่องดื่มจะตองบรรจุใน ภาชนะที่มีการปกปด นํ้าแข็งตองสะอาด มีที่ตัก ไมแชอาหารหรือสิ่งอื่นๆ ปะปน การเลือกซื้ออาหารกระปองมีวิธีการเลือกซื้ออยางไร (แนวตอบ 1. กระปองตองไมบุบบี้หรือโปงพอง และไมเปนสนิม 2. เมื่อกดนิ้วลงไปบนฝากระปอง ถาฝากระปองบุบหรือ ยุบลงไป หรือตัวกระปองโปงหรือพองออก ไมควรเลือกอาหาร กระปองนั้น 3. เมื่อเขยากระปอง จะตองไมมีเสียงกระฉอกของนํ้ากับอากาศ 4. เมื่อเปดกระปองแลวไดกลิ่นบูดเนา หรือกลิ่นผิดแปลกไป จากที่เคยรับประทาน หามนํามารับประทานโดยเด็ดขาด 5. ควรดูวัน เดือน ปที่ผลิต ไมควรซื้อ หรือรับประทานอาหาร กระปองที่เก็บไวนาน เพราะการเก็บไวนานจะทําใหคุณคาทาง อาหารลดลงไปเรื่อยๆ) นํา สอน สรุป ประเมิน T79
กิจกรรม Mini Project ๑. ประกอบอาหารร่วมกัน โดยจัดรายการอาหารให้เพียงพอกับจ�านวนสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งจะต้องค�านึงถึง อาหารหลัก ๕ หมู่ ๒. เตรียมศึกษาขั้นตอนวิธีการประกอบอาหารแต่ละชนิด ๓. เขียนแผนการประกอบอาหารส่งครูล่วงหน้าก่อนปฏิบัติงานอย่างน้อย ๔ วัน ดังนี้ • ชื่ออาหารที่สมาชิกในกลุ่มเลือก • ส่วนผสมและเครื่องปรุงของอาหารแต่ละชนิด • อุปกรณ์และภาชนะที่ใช้ส�าหรับประกอบอาหารแต่ละชนิด • วิธีการประกอบอาหารแต่ละชนิด • ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๔. อธิบายวิธีการเลือกซื้ออาหารแต่ละชนิดตามที่ก�าหนดให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ๕. เมื่อถึงวันปฏิบัติงาน จะต้องจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนและหมวกคลุมผมมาให้เรียบร้อย ๖. ปฏิบัติตามแผนการประกอบอาหาร เพื่อให้ได้อาหารตามที่สมาชิกในกลุ่มเลือก ๗. ประเมินผลการปฏิบัติงาน ในหัวข้อ ดังนี้ • การท�างานร่วมกันในกลุ่ม • วิธีการประกอบอาหาร • รสชาติของอาหาร ๘. ระบุปัญหาและอุปสรรค พร้อมแนวทางการแก้ ไข เรื่อง การฝึกปฏิบัติ คำาชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงานกลุ่มตามที่ก�าหนด ประกอบอาหาร ใบมอบหมายงานที่ ๓.๒ ๗๖ โดยจัดรายการอาหารให้เพียงพอกับจ 1 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม การนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 3.4.1 เรื่อง การแปรรูป และการถนอมอาหาร เกร็ดแนะครู ครูสามารถแนะนํานักเรียนระหวางการฝกปฏิบัติประกอบอาหารวา ขณะ ประกอบอาหารนักเรียนจะตองคํานึงถึงความปลอดภัยของตนเองและเพื่อนใน กลุมดวย เชน การใชอุปกรณในการประกอบอาหาร การใชความรอนในการ หุงตม หรือทอดอาหาร ซึ่งระหวางการประกอบอาหารนักเรียนไมควรหลอกลอ หรือเลนกัน เพราะอาจจะทําใหเกิดอันตรายได นักเรียนควรรู 1 จัดรายการอาหาร หลักในการจัดรายการอาหารที่ดี คือ มีคุณคาทาง โภชนาการอยางเพียงพอ ชนิดของอาหารในแตละมื้อควรมีอาหารตางชนิดกัน เชน แกง ผัด ทอด และควรมีผักทุกมื้อ ไมควรจัดอาหารซํ้ากันบอยครั้ง พยายาม จัดรายการอาหารใหหมุนเวียนกันไป โดยอาจจัดไวลวงหนาอยางนอย 2 สัปดาห 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน 2. ครูใหสมาชิกในกลุมรวมกันคิดประกอบอาหารมา 1 ชนิด โดยอาหารชนิดนั้น จะตองมีคุณคาทางโภชนาการและมีรสชาติดี 3. ครูใหนักเรียนเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณในการประกอบอาหาร ใหพรอม 4. สมาชิกในกลุมรวมกันประกอบอาหารจนสําเร็จ จากนั้นครูให สมาชิกในกลุม รวมกันตรวจสอบดูวา มีวัตถุดิบใดที่เหลือจาก การประกอบอาหารบาง และใหรวมกันวิเคราะหวาสามารถนํา มาแปรรูปอาหาร หรือถนอมอาหารไดหรือไม ดวยวิธีใด 5. ครูใหสมาชิกแตละกลุมประเมินผลการปฏิบัติงาน และสงตัวแทน กลุมออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน นํา สอน สรุป ประเมิน T80
ขอสอบเนน การคิด ๑. ปฏิบัติการแปรรูปและการถนอมอาหาร โดยปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ • ส�ารวจผลผลิตทางการเกษตรที่มีในท้องถิ่น เพื่อน�ามาเป็นข้อมูลในการพิจารณาเลือกท�าการแปรรูป หรือการถนอมอาหาร เช่น - ผัก ผลไม้ตามฤดูกาล - สัตว์ที่เลี้ยงเป็นอาหาร เช่น ปลา หมู ไก่ • วางแผนการท�างาน ก�าหนดระยะเวลา ก�าหนดขั้นตอนการท�างาน เตรียมอุปกรณ์ และประเมินค่าใช้จ่าย • ลงมือปฏิบัติการแปรรูปอาหาร หรือการถนอมอาหารในชั่วโมงเรียน • ประเมินผลการปฏิบัติงานว่าบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ก�าหนดไว้หรือไม่ ๒. น�าอาหารที่ได้จากการแปรรูปหรือการถนอมอาหารจัดลงในบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อน�าไปใช้ในครัวเรือน หรือน�าไปจ�าหน่าย ๓. จัดท�าแผ่นพับเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิธีการแปรรูปอาหารและการถนอมอาหารที่มีในท้องถิ่นให้กับบุคลากร ในโรงเรียนและชุมชนกลุ่มละ ๑ รายการ เรื่อง การแปรรูปและ คำาชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงานกลุ่มตามที่ก�าหนด การถนอมอาหาร ใบมอบหมายงานที่ ๓.๓ อาหารและโภชนาการ ๗๗ ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรียนรู ที่ 3 เรื่อง อาหารและโภชนาการ การลดปริมาณนํ้าในผลผลิตเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของ เชื้อจุลินทรีย เปนการแปรรูปอาหารประเภทใด 1. การอบ 2. การกวน 3. การเชื่อม 4. การพาสเจอไรซ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการกําจัดนํ้า หรือความชื้นโดย การใชความรอนดวยการตากแหง หรือการอบแหง มีจุดประสงค เพื่อลดนํ้าที่อยูในอาหาร เพื่อชวยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของ เชื้อจุลินทรียชนิดตางๆ สวนขอ 2. และขอ 3. เปนการใชนํ้าตาล เพื่อยับยั้งการทํางานของจุลินทรีย และขอ 4. เปนการยับยั้งจุลินทรีย โดยการใชความรอนสูงในอุณหภูมิระหวาง 60-80 องศาเซลเซียส) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การทําชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการ เรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 3 แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง การแปรรูปและการถนอมอาหาร เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต ่ำกว่ำ 12 ปรับปรุง รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. กำรวำงแผนท่ำ โครงงำน วำงแผนท่ำโครงงำนได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วำงแผนท่ ำโค รงง ำนได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วำงแผนท่ำโครงงำนได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วำงแผนท่ำโครงงำนได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. กำรด่ำเนินงำน ตำมแผน โครงงำน ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ ถูกต้องบำงส่วน ไม่ด่ำเนินงำนตำมแผน โครงงำนที ก่ำหนดไว้ 3. กำรเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื องมือ เครื องใช้อย่ำง เหมำะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ได้อย่ำง เหมำะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ได้อย่ำง เหมำะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ได้อย่ำง เหมำะสมเป็นบำงส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื องมือเครื องใช้ ไม่เหมำะสม 4. กำรใช้พลังงำน และทรัพยำกร อย่ำงคุ้มค่ำ กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำได้ อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำได้ อย่ำงถูกต้อง เหมำะสมเป็น ส่วนใหญ่ กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำ อย่ำงถูกต้อง เหมำะสม เป็นบำงส่วน กำรใช้พลังงำนและ ทรัพยำกรอย่ำงคุ้มค่ำได้ อย่ำงไม่ถูกต้อง ไม่ เหมำะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน กำรท่ำงำน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกำรท่ำงำน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในกำรท่ำงำนเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกำ รท่ ำง ำนเป็น บำงส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกำรท่ำงำน 6. ผลงำนกำร แปรรูปและกำร ถนอมอำหำร ผลงำนกำรแปรรูปและกำร ถนอมอำหำร มี ค ว ำ ม เหมำะสม ผลงำนกำรแปรรูปและกำร ถนอมอำหำร มี ค ว ำ ม เหมำะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงำนกำรแปรรูปและกำร ถนอมอำหำร มี ค ว ำ ม เหมำะสมเป็นบำงส่วน ไม่มีผลงำนกำรแปรรูป และกำรถนอมอำหำร แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T81
Chapter Overview แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 1 ปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อ การปลูกพืชและ การเจริญเติบโต ของพืช 1 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบก่อนเรียน - PowerPoint 1. อธิบายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง กับการปลูกพืชได้ 2. ระบุปัจจัยที่มีอิทธิพล ต่อการเจริญเติบโตของ พืชได้ กระบวนการ เรียนความรู้ ความเข้าใจ - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจใบงานที่ 4.1.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ แผนฯ ที่ 2 การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ์ และ พันธุ์พืชในการ ปลูกพืช 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - PowerPoint 1. บอกหลักการใช้และ เก็บรักษาเครื่องมือและ อุปกรณ์ในการปลูกพืช ได้ 2. อธิบายหลักในการ คัดเลือกพันธุ์พืชและ วิธีการเตรียมพันธุ์พืช ได้ โครงงาน เป็นฐาน (Project Based Learning) - ตรวจใบงานที่ 4.2.1 - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T82
แผนการจัด การเรียนรู้ สื่อที่ใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 การเตรียมดิน ปลูกพืช 2 ชั่วโมง - หนังสือเรียนการงาน อาชีพ ม.4 - แบบทดสอบหลังเรียน - PowerPoint 1. บอกสูตรผสมดินเพาะ เมล็ดอย่างน้อย 1 สูตร ได้ 2. เตรียมดินส�ำหรับปลูก พืชได้ กระบวนการ ปฏิบัติ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท�ำงานกลุ่ม - สังเกตคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ทักษะในการ สื่อสาร - ทักษะในการแสดง ความคิดเห็น - ทักษะในการ ส�ำรวจ ค้นหา - ทักษะการคิด วิเคราะห์ - ทักษะการจัดการ - ทักษะการ แก้ปัญหา - รักชาติศาสน์ กษัตริย์ - ซื่อสัตย์สุจริต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - อยู่อย่าง พอเพียง - มุ่งมั่นใน การท�ำงาน - รักความ เป็นไทย - มีจิตสาธารณะ T83
ËÒ¡µŒÍ§¡ÒÃãËŒ¾×ª·Õè»ÅÙ¡âµàÃçÇ áÅÐá¢ç§áç ¤Ç÷ÓÍ‹ҧäà การเ¾าะปÅÙก¾ืª ô ñ ปัจจัยที่เกี่ยวของกับการปลูกพืช กำรปลูกพืชให้ ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ำ จ�ำเป็นต้องค�ำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกำรปลูกพืช ดังนี้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ■ ความคิดสรางสรรคมี ๔ ลักษณะ ประกอบดวย ความคิดริเริ่ม ความคลองในการคิด ความยืดหยุนในการคิด และความคิดละเอียดลออ ■ ทักษะการจัดการ เปนการจัดการระบบงานและระบบคน เพื่อใหการทํางานสําเร็จตาม เปาหมายอยางมีประสิทธิภาพ เชน การปลูกพืช ขยายพันธุพืช หรือเลี้ยงสัตว ■ คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางานเปนการสรางคุณงามความดี และควรฝกใหผูเรียน มีคุณภาพที่สําคัญๆ เชน ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย ■ การใชพลังงาน ทรัพยากรอยางคุมคาและยั่งยืน เปนคุณธรรมในการทํางาน ตัวชี้วัด ■ สรางผลงานอยางมีความคิดสรางสรรคและมีทักษะการทํางานรวมกัน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๒) ■ มีทักษะการจัดการในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๓) ■ มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๔) ■ มีทักษะในการทํางานแสวงหาความรูเพื่อการดํารงชีวิต (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๕) ■ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการทํางาน (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๖) ■ ใชพลังงาน ทรัพยากร ในการทํางานอยางคุมคาและยั่งยืนเพื่อการอนุรักษสิ่งแวดลอม (ง ๑.๑ ม.๔-๖/๗) ควำมลำดเอียง หรือสูงต�่ำของพื้นที่ แปลงปลูกพืชควรมีควำมลำดเอียงเล็กน้อย เพื่อ สะดวกในกำรทดน�้ำและระบำยน�้ำ หำกลำดเอียง มำกเกินไปจะท�ำให้เกิดปัญหำกำรชะล้ำงหน้ำดิน ป้องกันได้โดยกำรปลูกพืชคลุมดิน หำกลำดชัน สูงมำกให้ปลูกพืชแบบขั้นบันได ขนำดของพื้นที่ กำรพิจำรณำพืชที่น�ำมำปลูกต้องค�ำนึงถึงขนำด ของพื้นที่ เพื่อผลตอบแทนที่คุ้มค่ำ รวมถึงกำรเลือก ใช้เครื่องมือและเครื่องทุ่นแรง ถ้ำพื้นที่มีขนำดเล็ก อำจไม่คุ้มค่ำต่อกำรลงทุนซื้อเครื่องมือ และกำรมี พื้นที่มำกจะช่วยในกำรขยำยกิจกำรในอนำคตได้ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗8 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา (กระบวนการเรียนความรู ความเขาใจ) ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 1. นักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เรื่อง การเพาะปลูกพืช 2. ครูใหนักเรียนที่มีประสบการณการปลูกผัก หรือ ที่บานมีการปลูกผัก เลาวิธีการปลูก การดูแล รักษา และการนํามาใชประโยชน เชน นํามา ประกอบอาหารอะไรไดบาง มีวิธีการประกอบ อาหารอยางไร คุณคาสารอาหารจากผัก ขอดี จากการปลูกผัก และถามคําถาม Big Question จากในหนังสือเรียน โดยที่นักเรียนชวยกันตอบ คําถามโดยยังไมสรุปตอบ และจะสรุปคําตอบ ภายหลังจากเรียนจบ หนวยการเรียนรูที่ 4 เกร็ดแนะครู ครูควรจัดการเรียนรู โดยอธิบายเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชใหนักเรียนฟง เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เรื่อง ปจจัยที่เกี่ยวของกับการปลูกพืช ปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการเจริญเติบโตของพืช การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืช การเตรียมพันธุพืช และการเตรียมดินปลูกพืช ใชทักษะการแสวงหาความรูและทักษะ กระบวนการแกปญหาในการทํางานอยางเปนขั้นตอนในการเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ พันธุพืช และดินปลูกพืชตามขั้นตอนที่ถูกตองและเหมาะสม มีจิตสํานึก ในการทํางาน และใชทรัพยากรในการปฏิบัติงานอยางประหยัดและคุมคา โดยสามารถจัดกิจกรรมได ดังนี้ • ใหตอบคําถามและรวมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืช • ใหฝกเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ พันธุพืช และดินปลูกพืช เพื่อใหนักเรียนเกิดทักษะการจัดการ ทักษะการแกปญหา ทักษะการแสวงหาความรู และรูจัก ใชทรัพยากรในการปฏิบัติงานอยางประหยัดและคุมคา T84
ขอสอบเนน การคิด กำรปลูกพืชทุกชนิด ผู้ปลูกจ�าเปนต้องรู้ถึง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการเจริญเติบโตของพืช การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ์ส�าหรับการเตรียมการเพาะปลูกพืช ตลอดจนวิธีการเตรียมดินปลูกได้อย่างเหมาะสมกับ ชนิดของพืช ปองกันปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจ เกิดขึ้นระหว่างการปลูก รวมถึงใช้ปัจจัยการผลิตอย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้การปลูกพืชบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ คุณสมบั ติของดิน ควำมอุดมสมบูรณ์ของดินมีผลต่อกำรเจริญเติบโต ของพืช โดยดินดีหรือไม่ดีนั้นสำมำรถสังเกตได้ เช่น ถ้ำดินมีสีด�ำคล�้ำหรือค่อนข้ำงด�ำ ส่วนใหญ่ จะเป็นดินดีมีอินทรียวัตถุมำก แต่อำจมีบำงส่วน ที่ไม่ดี จึงควรน�ำไปตรวจวิเครำะห์ ในห้องปฏิบัติกำร ทำงปฐพีวิทยำ เพื่อหำควำมอุดมสมบูรณ์ของดิน และปริมำณธำตุอำหำรพืช รวมทั้งคุณลักษณะ ทำงกำยภำพของดินก่อนที่จะลงมือปลูกพืช ท�ำเลที่ตั้งของที่ดิน ที่ดินควรตั้งอยู่ใกล้กับตลำดและชุมชน เพื่อควำม สะดวกในกำรขนส่งผลผลิตออกสู่ตลำด และต้อง เป็นที่ดินที่ถูกต้องตำมกฎหมำย โดยมีเอกสำร สิทธิ์ครอบครอง เพื่อป้องกันปัญหำที่อำจเกิดขึ้น ในอนำคต นอกจำกนี้ ควรทรำบข้อมูลเกี่ยวกับ พืชที่เคยปลูกบนที่ดินนั้น ๆ โรคและแมลงที่เคย ระบำดในพื้นที่หรือบริเวณใกล้เคียง เพื่อหำวิธี ป้องกันก่อนลงมือเพำะปลูกพืช การเพาะปลูกพืช ๗9 ทำงปฐพีวิทยำ เพื่อหำควำมอุดมสมบูรณ์ของดิน และปริมำณธำตุอำหำรพืช รวมทั้งคุณลักษณะ 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 3. ครูใหนักเรียนดูภาพการปลูกผักจากหนังสือ เรียนหนา 79 ใหนักเรียนชวยกันบอกวิธี การเตรียมดิน การบํารุงรักษา การเก็บเกี่ยว ผลผลิต การนําไปใชประโยชน จากนั้น ครูนํา รูปพืชหรือพืชจริงมาใหนักเรียนดูหลายๆ แบบ ทั้งตนกลา เมล็ดที่เริ่มงอก ตนเล็กและตนใหญ 4. ครูใหนักเรียนชวยกันวิเคราะหดินที่ใชปลูกพืช ในหนา 79 วาควรมีลักษณะอยางไร นักเรียนควรรู 1 ปฐพีวิทยา หรือ Soil Science เปนวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับดิน ในเรื่องของความ สําคัญของดิน การกําเนิดดิน สมบัติทางกายภาพ ชีววิทยา และเคมีของดิน ธาตุ อาหาร พืช การอนุรักษดินและนํ้า การสํารวจและการใชแผนที่ดิน ตลอดจน การจําแนกดิน ซึ่งในการเพาะปลูกพืชจําเปนตองอาศัยความรู ความเขาใจทาง ปฐพีวิทยา เพื่อชวยใหสามารถเพาะปลูกพืชไดอยางถูกตองและประสบผลสําเร็จ 2 ธาตุอาหาร มีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของพืชเปนอยางยิ่ง หากพืช ไดรับธาตุอาหารไมเพียงพอ จะสงผลใหไมสามารถเจริญเติบโตไดอยางเต็มที่ นอกเหนือจากการที่พืชไดรับธาตุอาหารจากดินเองแลว สามารถเพิ่มธาตุอาหาร ใหแกพืชไดโดยการใชปุยที่มีสวนผสมของธาตุอาหาร ซึ่งสามารถหาซื้อไดจาก แหลงจําหนายอุปกรณทางการเกษตร เพราะเหตุใดแปลงปลูกผักจึงนิยมทําใหนูนโคงจากตรงกลาง แปลงและลาดลงสูขอบแปลง 1. เพื่อปองกันนํ้าขัง 2. เพื่อความสวยงาม 3. เพื่อใหไดรับแสงอยางเต็มที่ 4. เพื่อหลีกเลี่ยงจากศัตรูพืชบางชนิด (วิเคราะหคําตอบ ตอบ 1. เพราะการเตรียมแปลงปลูกพืช ควร เตรียมแปลงใหนูนโคงจากตรงกลางแปลงและลาดลงสูขอบแปลง โดยเวนขอบแปลงเปนที่ราบสําหรับใชเปนทางเดิน หรือสูบนํ้าขังไว เพื่อใชในการรดนํ้า การเตรียมแปลงปลูกพืชในลักษณะนี้ จะชวย ใหแปลงปลูกพืชสามารถระบายนํ้าไดดีขึ้น และยังชวยปองกัน การเกิดนํ้าทวมขังไดอีกดวย) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T85
ขอสอบเนนการคิด แหล่งน�้ำ น�้ำมีควำมส�ำคัญต่อกำรปลูกพืชเป็นอย่ำงมำก กำรเลือกพื้นที่จึงต้องค�ำนึงถึงแหล่งน�้ำด้วยว่ำสำมำรถน�ำ น�้ำจำกที่ใดมำใช้ประโยชน์ได้ น�้ำที่น�ำมำใช้ในกำรเกษตรควรมำจำกแหล่งน�้ำสะอำดที่สำมำรถใช้เพื่อกำร บริโภคไม่ควรน�ำน�้ำที่มีกำรปนเปื้อนสำรพิษ หรือโลหะหนักจุลินทรีย์ก่อโรคมำรดพืช โดยทั่วไปสำมำรถ ใช้น�้ำในกำรท�ำกำรเกษตรจำกแหล่งต่ำง ๆ ดังนี้ • แหล่งน�้ำที่เกิดขึ้นเองตำมธรรมชำติ แหล่งน�้ำผิวดิน เกิดจำกน�้ำฝนที่ไหลมำรวมกันโดยทั่วไปจะมีปุ๋ยและธำตุอำหำรที่จ�ำเป็นต่อกำร เจริญเติบโตของพืชปะปนมำด้วยเสมอและปริมำณน�้ำผิวดินจะขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิอำกำศ ภูมิประเทศ และปริมำณน�้ำฝน แหล่งน�้ำใต้ดินเกิดจำกน�้ำฝนที่ตกลงมำแล้วซึมลงในชั้นดินต่ำง ๆ จนถึงชั้นหินที่น�้ำไม่สำมำรถ ไหลซึมลงได้อีก บำงครั้งเรำเรียกน�้ำชนิดนี้ว่ำ “น�้ำบำดำล” น�้ำใต้ดินมีอยู่หลำยระดับ มีควำมลึกตื้น ไม่เท่ำกัน ขึ้นอยู่กับสภำพของพื้นที่เป็นหลัก • แหล่งน�้ำที่มนุษย์สร้ำงขึ้น น�้ำจำกอ่ำงเก็บน�้ำ เหมือง ฝำย เขื่อน น�้ำจำกอ่ำงเก็บน�้ำ เหมือง ฝำย เขื่อน นับว่ำมีควำม ส�ำคัญต่อกำรเพำะปลูกพืชเป็นอย่ำงมำก โดยเฉพำะในฤดูแล้ง น�้ำจำกแหล่งดังกล่ำวจะช่วยท�ำให้พืช เจริญเติบโตได้อย่ำงต่อเนื่อง กำรปลูกพืชให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภำพ ผู้ปลูกควรศึกษำเกี่ยวกับควำมลำดเอียงของพื้นที่ขนำดของพื้นที่คุณสมบัติของดิน ท�ำเลที่ตั้งของดิน และแหล่งน�้ำ เพื่อให้สำมำรถจัดกำรเพำะปลูกได้อย่ำงเหมำะสม 80 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน หรือโลหะหนัก “น�้ำบำดำล 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 5. ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนรูจักพืชชนิดใดบาง แลวเคยปลูกพืช ชนิดใด พืชที่ปลูกออกดอกออกผลตามตองการ หรือไม (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) • นักเรียนมีวิธีใหนํ้าพืชเหลานั้นอยางไร และ แหลงนํ้ามาจากที่ไหน (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ) ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงแหลงนํ้า เพื่อใชในการเพาะปลูก ความสําคัญของนํ้า การจัดการนํ้าเพื่อใหมีเพียงพอ และรวมกัน หาวิธีอนุรักษแหลงนํ้าเพื่อใหมีนํ้าไวใชในการ อุปโภค บริโภค และการเพาะปลูก นักเรียนควรรู 1 โลหะหนัก เปนโลหะที่มีความถวงจําเพาะมากกวานํ้าถึง 5 เทาขึ้นไป พบอยูในดีบุก สังกะสี ทองแดง ตะกั่ว สารหนู และปรอท มีอัตราการสลายตัว คอนขางชา สามารถสะสมอยูในสิ่งแวดลอมไดนาน กอใหเกิดปญหามลพิษทางนํ้า หากมนุษยรับประทานอาหารที่มีโลหะหนักเจือปน อาจกอใหเกิดอันตรายหลาย ประการ เชน ระบบยอยอาหารบกพรอง เกิดโรคโลหิตจาง ความดันโลหิตสูง มีไข ออนเพลีย ไตทํางานผิดปกติ กอใหเกิดภาวะไตวายได 2 นํ้าบาดาล เปนแหลงนํ้าใตดินที่มีความสําคัญ การนํานํ้าบาดาลมาใช ในการเกษตรตองใชจายเงินจํานวนมาก เพื่อทําการขุดเจาะนํ้าบาดาลขึ้นมา กอนนํานํ้าบาดาลมาใช ควรมีการวัดคาความเปนกรด-ดางกอน จากนั้นใหพักนํ้า ไวประมาณ 3 วัน เพื่อเพิ่มออกซิเจนในนํ้า เพราะโดยปกตินํ้าบาดาลจะมีปริมาณ ออกซิเจนตํ่า สงผลใหพืชไดประโยชนจากนํ้าไดไมเต็มที่ การเลือกใชนํ้าบาดาล หรือแหลงนํ้าใตดินในปริมาณที่มาก เกินไป กอใหเกิดผลกระทบอยางไร (วิเคราะหคําตอบ การใชนํ้าบาดาล หรือแหลงนํ้าใตดินใน ปริมาณที่มากเกินไป กอใหเกิดผลกระทบในหลายประการ เชน ทําใหแผนดินทรุดตัวลง เนื่องจากมีการสูบนํ้าบาดาลในปริมาณมาก สังเกตไดจากฝน คือ หากฝนตกในพื้นที่ที่แผนดินทรุด จะสงผลให มีนํ้าทวมขังนานกวาพื้นที่อื่นๆ ระดับนํ้าใตดินลดลง เนื่องจากการ ขุดเจาะบอบาดาลลึกลงไปเรื่อยๆ จะทําใหนํ้าบาดาลดังกลาวนํามา ใชประโยชนอีกไมได ทําใหนํ้าเค็มเขามาแทนที่นํ้าจืด เนื่องจากการ หนุนของนํ้าทะเล สงผลใหคุณภาพของนํ้าบาดาลลดลง เนื่องจาก ถูกเจือปนดวยนํ้าเค็ม) T86
ขอสอบเนน การคิด ๒ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืช ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกำรเจริญเติบโตของพืช เป็นสภำพภำยนอกที่อยู่รอบ ๆ ต้นพืช ซึ่งมี ผลโดยตรงต่อกำรเจริญเติบโตและกำรให้ผลผลิตของพืช โดยทั่วไปปัจจัยต่ำง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อ กำรเจริญเติบโตของพืช มีดังนี้ ๒.๑ ดิน ดิน เป็นวัตถุที่เกิดจำกกำรรวมตัวตำมธรรมชำติของเศษหินและแร่ธำตุต่ำง ๆ ที่สลำยตัวเป็น ชิ้นเล็ก ๆ กับอินทรียวัตถุที่เน่ำเปื่อยผุพัง รวมตัวกันเป็นชั้น ๆ ห่อหุ้มผิวโลก เมื่อมีอำกำศและ น�้ำเข้ำมำผสมกับดินในปริมำณที่เหมำะสม พืชจะสำมำรถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อมนุษย์และสัตว์ ๑) ควำมส�ำคัญของดิน ดินมีควำมส�ำคัญต่อกำรเจริญเติบโตของพืช ดังนี้ ๑. ดินเป็นรำกฐำนส�ำหรับกำรเจริญเติบโตของพืชและเป็นที่ยึดเหนี่ยวของรำกพืช ๒. ดินเป็นแหล่งน�้ำและอำกำศส�ำหรับให้รำกพืชดูดไปใช้ประโยชน์ ๓. ดินเป็นแหล่งธำตุอำหำรที่จ�ำเป็นต่อกำรเจริญเติบโตของพืช ๔. ดินเป็นที่อยู่อำศัยของจุลินทรีย์หลำยชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ๒) ส่วนประกอบของดิน ดินประกอบด้วยส่วนต่ำง ๆ ดังนี้ เป็นส่วนของวัตถุที่เกิดจำกกำรย่อยสลำยตัวของ หินและแร่ธำตุต่ำง ๆ ที่ผสมคลุกเคล้ำอยู่ในเนื้อดิน ประมำณร้อยละ ๔๕ โดยปริมำตร เป็นแหล่งก�ำเนิด ธำตุอำหำรพืชและแหล่งอำศัยจุลินทรีย์ในดิน และ ยังเป็นส่วนที่ควบคุมเนื้อดิน กระบวนกำรต่ำง ๆ ทำงเคมีของดิน รวมถึงสีของดินด้วย แร่ธำตุ ร้อยละ ๔๕ น�้ำ ร้อยละ ๒๕ อำกำศ ร้อยละ ๒๕ อินทรียวัตถุ ร้อยละ ๕ แร่ธำตุ หรืออนินทรียวัตถุ แผนภูมิแสดงส่วนประกอบของดิน เป็นสิ่งที่เกิดจำกกำรสลำยตัวเน ่ำเปื ่อยผุพัง ของเศษพืช ซำกสัตว์ที่ตำยมำทับถมอยู ่บนดิน ประมำณร้อยละ ๕ โดยปริมำตร เป็นแหล่งก�ำเนิด ธำตุอำหำรพืชและแหล่งอำหำรของจุลินทรีย์ในดิน เป็นส่วนควบคุมเนื้อดิน ท�ำให้เกิดกระบวนกำรทำง เคมีต่ำง ๆ ในดินรวมถึงควบคุมโครงสร้ำงของดินด้วย อินทรียวัตถุ การเพาะปลูกพืช 81 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกต ตระหนัก 6. ครูกลาววา พืชเปนสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชนตอ มนุษย นักเรียนควรรูวาปจจัยตางๆ มีผลตอ การปลูกและการเจริญเติบโตของพืชอยางไร บาง เพื่อใหสามารถดูแลพืชที่ปลูกใหมีผลผลิต ตามตองการ ครูถามคําถาม • ปจจัยใดบางที่มีอิทธิพลตอการเจริญเติบโต ของพืช (แนวตอบ เชน ดินที่อุดมสมบูรณไปดวย ธาตุอาหารอินทรียวัตถุเปนดินรวน นํ้า พืชตองไดรับนํ้าอยางเพียงพอ) 7. ครูใหนักเรียนดูปจจัยที่เกี่ยวของกับการปลูกพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 และหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 81-91 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุลินทรียในดินใหนักเรียนฟงวา ดินเปนแหลง ที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโตของจุลินทรียชนิดตางๆ เชน แบคทีเรีย ฟงไจ โปรโตซัว ไวรัส ดินที่อยูลึกลงไปอากาศจะถายเทไมสะดวก สงผลใหมีจุลินทรีย นอย ในขณะที่ดินที่มีอากาศถายเทไดดีจะมีจุลินทรียมาก โดยชนิดของจุลินทรีย ในดินจะแตกตางกันออกไปตามชนิดของดิน แรธาตุ สารอินทรีย และความชื้น ของดิน ซึ่งสารอินทรีย หรือสารอาหารในดินนับวามีความสําคัญตอการเจริญ เติบโตของจุลินทรียเปนอยางยิ่ง อินทรียวัตถุมีประโยชนตอดินอยางไร (แนวตอบ อินทรียวัตถุเปนแหลงกําเนิดของธาตุอาหารที่อยู ภายในดิน เกิดจากการเนาเปอยของเศษซากพืชและซากสัตว ที่ทับถมกันอยูในดิน อินทรียวัตถุชวยทําใหดินมีความรวนซุย ระบายนํ้าและถายเทอากาศไดดี ทั้งยังชวยในการเจริญเติบโต ของพืช ควบคุมโครงสรางของดิน และทําใหเกิดกระบวนการทาง เคมีตางๆ ในดินอีกดวย) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวนประกอบของดิน ไดจาก http://www.kladee. com/basic/soil/ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T87
ขอสอบเนนการคิด ดินเหนียว เป็นดินที่มีกำรจับตัวกันอย ่ำงหนำแน ่น มี ช ่องว ่ำงระหว ่ำงเม็ดดินน้อย ดินเหนียวจึงมี ประสิทธิภำพในกำรอุ้มน�้ำได้ดีที่สุด ดินร่วน เป็นดินที่มีช่องว่ำงระหว่ำงเม็ดดินมำก น�้ำและ อำกำศสำมำรถผ ่ำนได้ง ่ำย ดินร ่วนจึงมี ประสิทธิภำพในกำรอุ้มน�้ำได้น้อยกว่ำดินเหนียว ดินทรำย เป็นดินที่มีเนื้อดินหยำบ เม็ดดินไม่เกำะตัวกัน มีช่องว่ำงในดินมำก ระบำยน�้ำได้ดี ด้วยเหตุนี้ ดินทรำยจึงไม่สำมำรถเก็บกักน�้ำไว้ได้ ๓) ประเภทของดิน ดินทั่วไปที่ใช้ ในกำรเพำะปลูกแบ่งได้เป็น ๓ ประเภท ดังนี้ ขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ของอนุภำคดินเล็กกว ่ำ ๐.๐๐๒ มิลลิเมตร ซึ่งมี ขนำดเล็กที่สุด มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ของอนุภำคดินตั้งแต่ ๐.๐๕-๒.๐ มิลลิเมตร มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ของอนุภำคดิน ตั้งแต่ ๐.๐๐๒-๐.๐๕ มิลลิเมตร เป็นกลุ่มแก๊สที่อยู่ในช่องว่ำงระหว่ำงเม็ดดิน หรือ อนุภำคดิน ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน ออกซิเจน และคำร์บอนไดออกไซด์ประมำณร้อยละ ๒๕ โดย น�้ำหนัก เป็นแหล่งแก๊สออกซิเจนส�ำหรับรำกพืชและ จุลินทรีย์ ในดินเพื่อใช้ส�ำหรับกำรหำยใจ อีกทั้งยังให้ แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ด้วย เมื่อรวมตัวกับน�้ำจะให้ กรดคำร์บอนิกมีควำมส�ำคัญต่อกระบวนกำรทำงเคมี ในดิน นอกจำกนี้ ยังให้แก๊สไนโตรเจน ซึ่งจ�ำเป็นต่อ กำรเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ในดิน เช่น ไรโซเบียม คลอสตริเดียม อำกำศ ประเภทและขนำดของดิน เป็นของเหลวที่อยู่ตำมช่องว่ำงระหว่ำงเม็ดดิน หรืออนุภำคดิน ประมำณร้อยละ ๒๕ โดยน�้ำหนัก มีหน้ำที่ในกำรละลำยธำตุอำหำรต่ำง ๆ ในดิน และ ช่วยในกำรดูด ล�ำเลียง เคลื่อนย้ำยธำตุอำหำรพืช จำกรำกไปสู ่ล�ำต้นและใบ ซึ่งเป็นวัตถุดิบส�ำคัญ ส�ำหรับกำรสังเครำะห์แสงของพืช น�้ำ 8๒ 1 นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 8. ครูนําอภิปรายในประเด็นดินที่เหมาะสมกับ การปลูกพืชวามีคุณสมบัติอยางไร และให นักเรียนแตละคนศึกษาคนควาเกี่ยวกับการ ปลูกและการดูแลตนไมที่นักเรียนสนใจ อาจ เปนตนไมที่บานหรือที่โรงเรียนก็ได 9. ครูใหนักเรียนสํารวจดินที่จะใชปลูกวาเปน ดินประเภทใด โดยดูจากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 82 เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกตางของดินแตละประเภทใหนักเรียน ฟงวา ดินมีอยูดวยกันหลายประเภท ซึ่งดินแตละประเภทจะมีคุณสมบัติที่ แตกตางกัน เชน ดินเหนียว เนื้อละเอียด อุมนํ้าไดดี เหมาะสําหรับเพาะปลูก พืชที่ตองการนํ้ามาก เชน ขาว ดินรวน เนื้อคอนขางละเอียด ระบายนํ้าได ดีปานกลาง เหมาะสําหรับการเพาะปลูกพืชหลายชนิด เชน ออย ดินทราย เนื้อหยาบ ระบายนํ้าและอากาศไดดี อุมนํ้าตํ่า เหมาะสําหรับการเพาะปลูกพืช บางชนิด เชน มันสําปะหลัง นักเรียนควรรู 1 การสังเคราะหแสงของพืช มีประโยชนหลายประการ เชน เปนกระบวนการ สรางอาหารเพื่อการดํารงชีวิตของพืช เปนกระบวนการใหแกสออกซิเจนแก ชั้นบรรยากาศ ชวยลดปริมาณแกสคารบอนไดออกไซดใหอยูในภาวะสมดุล ความเปนกรด-ดางของดินมีความสําคัญตอพืชอยางไร (แนวตอบ เปนตัวควบคุมการละลายธาตุอาหารในดินใหออก มาอยูในรูปของสารละลายรวมกับนํ้าในดิน หากดินมีความเปน กรด-ดางไมเหมาะสม ธาตุอาหารในดินอาจละลายออกมาได นอย ไมเพียงพอตอความตองการของพืช หรือในทางตรงกันขาม ธาตุอาหารบางชนิดอาจละลายออกมามากเกินไปจนเปนพิษตอ พืชได ดังนั้น จึงตองมีการปรับปรุงดินใหมีความเปนกรด-ดาง อยางเหมาะสม) T88
กิจกรรม เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงค ดินกรด มีวิธีกำรปรับปรุงดินหลำยวิธี ดังนี้ ๑. ใส่ปูนขำว หรือปูนมำร์ล หรือขี้เถ้ำแกลบลง ในดิน เพื่อปรับสภำพให้กรดเจือจำง ส่วน อัตรำกำรใส่ปูนกี่กิโลกรัมต่อไร่นั้น สำมำรถ ขอค�ำแนะน�ำได้จำกศูนย์ถ่ำยทอดเทคโนโลยี กำรเกษตร หรือเจ้ำหน้ำที่เกษตรต�ำบลเกษตร อ�ำเภอใกล้บ้ำนได้ทุกแห่ง ๒. กำรใช้อินทรียวัตถุเพรำะสำมำรถดูดซับน�้ำและ ธำตุอำหำรได้ดี และเพิ่มผลผลิตพืชได้ ๔) กำรปรับปรุงดินให้เหมำะสมกับกำรเจริญเติบโตของพืช ก่อนท�ำกำรเลือก พื้นที่ที่ใช้ส�ำหรับกำรปลูกพืช เรำสำมำรถสังเกตคุณลักษณะของดินที่จะใช้ท�ำกำรปลูกพืชได้ เช่น มีพืชที่ปลูกอยู่ก่อนแล้วเจริญเติบโตงอกงำมดี เนื้อดินร่วนซุย ระบำยน�้ำ และถ่ำยเทอำกำศได้ดี มีสีคล�้ำ เพรำะมีปริมำณอินทรียวัตถุในดินมำก ส�ำหรับกำรแก้ไขปรับปรุงดินชนิดต่ำง ๆ ท�ำได้ ดังนี้ ดินด่ำง มีวิธีกำรปรับปรุงดินหลำยวิธี ดังนี้ ๑. ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอก เพื่อ ลดปฏิกิริยำทำงเคมีของดินและเพื่อควำม อุดมสมบูรณ์ของดิน ๒. กำรทดน�้ำเข้ำแปลงปลูกพืชแล้วกักน�้ำไว้ เพื่อ ให้น�้ำละลำย ช่วยลดควำมเจือจำงที่เป็นด่ำง ให้น้อยลงและไหลซึมลงสู่ดินชั้นล่ำง ๓. กำรไถพลิกหน้ำดินด้ำนบนลงด้ำนล่ำง เพื่อลด ปฏิกิริยำทำงเคมีในดิน ๔. ควรใส่ปุ๋ยที่มีฤทธิ์ตกค้ำงเป็นกรด เช่น ปุ๋ย แอมโมเนียมซัลเฟต ๕. ใส่สำรเคมี เช่น ธำตุก�ำมะถัน ในขณะที่ดินชื้น เพรำะธำตุก�ำมะถันจะเปลี่ยนเป็นกรดซัลฟูริก ซึ่งมี ฤทธิ์เป็นกรด จึงสำมำรถลดกำรเป็นด่ำงของดินได้ รถไถดินขนำดใหญ่ ช่วยไถพลิกหน้ำดินในพื้นที่กว้ำง ช่วยประหยัดเวลำและแรงงำน ๓. ใส่ปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มแหล่งอำหำรของจุลินทรีย์ ในดิน ท�ำให้มีจุลินทรีย์เพิ่มมำกขึ้น ๔. ลดกำรใช้ปุ๋ยเคมี โดยเฉพำะปุ๋ยไนโตรเจน ๕. ใช้น�้ำชะล้ำงกรดในดิน โดยท�ำให้น�้ำขังและ ระบำยออก ควรทิ้งช่วงครั้งละ ๑-๒ สัปดำห์ ให้ระบำยออก ๒-๓ ครั้ง การเพาะปลูกพืช 83 ดินด่ำง แอมโมเนียมซัลเฟต ปุ๋ย 1 2 ขั้นนํา ขั้นที่ 2 วางแผนปฏิบัติ 10. ใหนักเรียนที่เลือกตนไมชนิดเดียวกันหรือ ใกลเคียงกัน แลวจับกลุมกันเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนขอมูลเกี่ยวกับการปลูกและการ ดูแลตนไมที่ไดศึกษาคนความา จากนั้น ครูนําอภิปรายหากดินไมอุดมสมบูรณขาด คุณลักษณะที่เหมาะสมในการปลูกพืช เกษตรกรควรแกปญหาอยางไร (แนวตอบ เชน ถาดินเปนกรด เปนภาวะ ดินเปรี้ยวปลูกพืชไมขึ้น แกปญหา เชน การใช ปูนขาว การใชนํ้าชะลางหนาดิน เกษตรกร ที่ปลูกผัก ผลไม ควรปลูกพืชแบบยกรอง) นักเรียนควรรู 1 ดินดาง สงผลใหพืชมีความเสี่ยงตอการขาดจุลธาตุบางชนิด เชน เหล็ก แมงกานีส ทั้งยังทําใหมีการตรึงฟอสฟอรัสมากในดิน พืชจึงมีความเสี่ยงในการ ขาดฟอสฟอรัส ทั้งยังเสี่ยงตอการขาดนํ้าไดงาย เมื่อพบชั้นปูนในระดับตื้นและ ดินอาจมีโอกาสเปนโรคดินปนกรวด เนื่องจากมีปูนแทรกซอนอยูในดิน ซึ่งสงผล ตอการเจริญเติบโตของพืชเปนอยางมาก จึงควรใชปุยชีวภาพ เพื่อเพิ่มการ ปลดปลอยฟอสฟอรัสใหแกพืช โดยฉีดพนจุลธาตุใหกับพืชทางใบในพืชที่มีความ ออนไหวตอจุลธาตุ เชน ถั่วลิสง ควรมีการไถกลบอยางสมํ่าเสมอ และควรมีการ คลุมดินเพื่อลดความเสี่ยงตอการขาดนํ้าของพืช 2 ปุยแอมโมเนียมซัลเฟต เปนปุยที่นิยมนํามาใชในการเพิ่มไนโตรเจนในดิน ทําหนาที่ในการบํารุงใบเปนหลัก ชวยปรับสภาพดินดาง เพื่อเพิ่มความเปนกรด ของดิน ชวยเรงการเจริญเติบโตใหกับพืชไดเปนอยางดี ใหนักเรียนสํารวจดินภายในบริเวณบานของตนเองที่ตองการ นํามาใชในการเพาะปลูกพืชวามีความเปนกรด-ดางหรือไม โดย นักเรียนสามารถศึกษาคนควาวิธีการตรวจสอบดินไดจากแหลง เรียนรูที่หลากหลาย จากนั้นนําความรูที่ไดรับมาอภิปรายรวมกันใน ชั้นเรียน ในประเด็นที่วา “หากตองการปรับปรุงดินในแตละพื้นใหมี ความเหมาะสมตอการเพาะปลูกพืชควรปฏิบัติอยางไร” (กิจกรรมนี้เสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคดานใฝเรียนรู และมุงมั่นการทํางาน) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T89
ดินลูกรังมีศักยภำพทำงกำรเกษตรต�่ำ เนื่องจำกดินชั้นล่ำง แน่นทึบ เป็นอุปสรรคต่อกำรชอนไชของรำกพืช ท�ำให้พืช ไม่สำมำรถเจริญเติบโตได้ นอกจำกนี้ ดินที่มีกรวดปนมักเป็น ดินที่ไม่ชุ่มชื้น รวมถึงมีข้อจ�ำกัดในกำรเลือกชนิดของพืชที่ ต้องกำรปลูกอีกด้วย การ¨ัดการดÔนÅÙกรัง เ¾ื่อเ¾Ô่ม¼Å¼ÅÔµ¾ืª ÇÔ¸Õการเ¾Ô่มอÔน·รÕÂÇัµ¶ุ เ¾ื่อปรับปรุงดÔนÅÙกรังÊíาËรับปÅÙก¾ืª ñ. การไถกลบฟางขาวและรดดวยปุยอินทรีย นํ้าอัตรา ๕ ลิตรตอไร หมักทิ้งไว ชวยใหฟางยอยสลายเร็วขึ้น เปนการ เพิ่มอินทรียวัตถุใหแกดิน ò. ใสปุยหมัก หรือปุยคอก ในอัตรา ๒-๔ ตันตอไร คลุกเคลากับดินในแปลงปลูกพืช หรือในบริเวณหลุมปลูกไมผล ในอัตรา ๒๕-๕๐ กิโลกรัมตอหลุม ó. ปลูกพืชปุยสด เชน ปอเทือง ถั่วพุม ถั่วพรา จากนั้นไถกลบลงดิน ในชวงออกดอก (อายุ ๕๐-๖๐ วันหลังปลูก) กอนปลูกพืชควรเพิ่มอินทรียวัตถุ จะทําใหดินรวนซุย ถายเทอากาศ และระบายนํ้าไดดี ดินอุดมสมบูรณขึ้น Know M ore การทํานา ดินลูกรังที่พบในที่ราบ หรือที่ราบตํ่าที่มีหนาดินลึกประมาณ ๑๕ เซนติเมตร และมีการระบายนํ้า เร็ว ในชวงฤดูฝนมีนํ้าขังเปนเวลานาน เหมาะแกการปลูกขาว ดินลูกรังที่หนาดินตื้น ไมควรปลูกพืชที่ตองไถพรวนดิน เชน ขาวโพด มันสําปะหลัง ควรเปนพื้นที่ปาไมตอไป การปลูกพืชไร ดินลูกรังที่มีหนาดิน หนาประมาณ ๒๐ เซนติเมตร ระบาย นํ้าไดดีปานกลาง ไมมีนํ้าทวมขัง ในฤดูฝน ควรบํารุงรักษาโดยการใส ปุยและรักษาความชื้น การปลูกไมผลและไมโตเร็ว ดิน ลูกรังจะไมจับเปนชั้นแนนมากนัก สามารถปลูกไมผลและไม โตเร็วได สวนยางพาราปลูกไดในบริเวณที่มี ปริมาณนํ้าฝนมาก การทําทุงหญาเลี้ยงสัตว เหมาะกับ ดินลูกรังที่พบในที่ดอนและมีหนาดิน หนาเกิน ๑๕ เซนติเมตรขึ้นไป áนว·างáกŒ ä¢áลÐการãชŒปรÐโÂชน¨าก´Ôนลูกรัง 8๔ การ¨ัดการดÔนÅÙกรัง 1 ใสปุยหมัก หรือปุยคอก ในอัตรา ๒-๔ ตันตอไร คลุกเคลากับดินในแปลงปลูกพืช หรือในบริเวณหลุมปลูกไมผล ปลูกพืชปุยสด เชน ปอเทือง ถั่วพุม ถั่วพรา จากนั้นไถกลบลงดิน ในชวงออกดอก (อายุ ๕๐-๖๐ วันหลังปลูก) 2 3 นักเรียนควรรู 1 ดินลูกรัง เปนดินที่ไมเหมาะสมตอการปลูกพืช เนื่องจากมีปริมาณหนาดิน นอย ดินชั้นลางแนนทึบ ซึ่งเปนอุปสรรคตอการชอนไชของรากพืช 2 ปุยหมัก หรือปุยคอก เปนปุยอินทรียที่ไดจากการเลี้ยงสัตว โดยปุยหมัก ไดมาจากการนํามูลสัตว เศษอาหาร ซากพืช ซากสัตว มาหมักรวมกัน และ ใชปุยเคมีหรือสารเรงจุลินทรียผสมลงไป จะทําใหเศษซากตางๆ เปอยยุยและ มีสีที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สวนปุยคอกไดมาจากมูลสัตวที่สะสมอยูในคอก เกษตรกร สามารถนํามูลสัตวไปใสในบริเวณแปลงเพาะปลูกพืช เพื่อใชเปนปุย ใหแกพืชได โดยไมตองผานกรรมวิธีที่ยุงยากเหมือนปุยชนิดอื่นๆ 3 ปอเทือง เปนพืชตระกูลถั่วที่นิยมนํามาปลูกเพื่อใชเปนอาหารสําหรับสัตว เชน โค กระบือ สุกร หรือปลูกเพื่อไถกลบเปนปุยพืชสด ปลูกเปนพืชคลุมดิน เพื่อชวยปองกันการพังทลายของหนาดินได กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทากันๆ กัน 2. นักเรียนแตละกลุมรวมกันศึกษาคนควาขอมูลเกี่ยวกับพืชผัก ผลไมที่สามารถปลูกในดินลูกรังได เชน ขาวโพด ขาวฟาง ขาวไร ถั่วลิสง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วพุม และพืชรากตื้นอื่นๆ 3. นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามาสรุปในรูปแบบของแผนผัง มโนทัศน ติดลงบนแผนฟเจอรบอรด ตกแตงใหสวยงาม นําสง ครูผูสอน 4. ใหนักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนกลุมละ 2-3 คน ออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 1. ครูใหนักเรียนศึกษาการจัดการดินลูกรัง เพื่อ เพิ่มผลิตพืช จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการ เรียนรูที่ 4 หนา 84 ครูถามคําถามนักเรียนวา • หากตองปลูกพืชในพื้นที่เปนดินลูกรังควร เลือกปลูกพืชอะไร เพราะเหตุใด และดูแล รักษาอยางไร (แนวตอบ ปลูกพืชไร เชน ขาวโพด ถั่วลิสง เพราะเปนพืชรากตื้น แตตองเปนบริเวณ ที่ระบายนํ้าไดดี การบํารุงรักษา โดยการ ควบคุมความชื้นในดินและบํารุงใหดวยนํ้า ปุย ใหเพียงพอตอการเจริญเติบโต) 2. นักเรียนแตละคนทําใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง ปจจัย ที่มีอิทธิพลตอการปลูกพืชและการเจริญเติบโต ของพืช นํา สอน สรุป ประเมิน T90
ขอสอบเนน การคิด ๒.๒ นํ้า น�้ำเป็นสิ่งจ�ำเป็นต่อกำรด�ำรงชีวิตและกำรเจริญเติบโตของพืช ดังนี้ ๑. ช่วยละลำยธำตุอำหำรพืชในดินให้อยู่ ในรูปของสำรละลำย เพื่อดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ ๒. เป็นวัตถุดิบในกำรสังเครำะห์แสงของพืช ๓. ท�ำให้เซลล์พืชเต่งตึง ๔. ช่วยล�ำเลียงแร่ธำตุ อำหำร แป้ง และน�้ำตำลที่ได้จำกกำรสังเครำะห์แสงส่งไปยัง ส่วนต่ำง ๆ ของต้นพืช ๕. ช่วยปรับระดับอุณหภูมิภำยใน ต้นพืชด้วยกำรคำยน�้ำ เนื่องจำกน�้ำและควำมชื้น ในดินมีควำมส�ำคัญต่อพืช ถ้ำพืชได้รับน�้ำใน ปริมำณที่ไม ่เพียงพอ จะท�ำให้กระบวนกำร สังเครำะห์แสงและปฏิกิริยำต่ำง ๆ ภำยในต้นพืช ผิดปกติ เช ่น ริมใบแห้ง ใบลำยและเหี่ยว ล�ำต้นแข็ง มีเสี้ยน ถ้ำเป็นพืชหัว หัวจะแก่เร็ว ถ้ำอยู่ในช่วงผสมเกสรแล้วขำดน�้ำ จะท�ำให้กำร ผสมพันธุ์ ไม่ติดผล ดอกร่วง ส�ำหรับควำมชื้นในอำกำศ หรือควำมชื้นสัมพัทธ์มีผลกระทบต่อกำรคำยน�้ำของพืชด้วย ถ้ำอำกำศมีควำมชื้นต�่ำ เช่น ในฤดูหนำว หรือฤดูร้อน อำกำศจะแห้ง พืชจะคำยน�้ำออกทำงใบมำก ถ้ำพืช เสียน�้ำในปริมำณมำกจะท�ำให้พืชหยุดกำรเจริญเติบโตได้ จึงควรให้น�้ำตำมที่พืชแต่ละชนิดต้องกำร พืชกับความต้องการนํ้า T i p โดยทั่วไปสำมำรถแบ่งพืชตำมปริมำณน�้ำที่ต้องกำรได้ ดังนี้ ๑. พืชที่ต้องกำรน�้ำในปริมำณมำก ควรปลูกในที่ลุ่ม หรือที่ที่มีน�้ำท่วมขังตลอดทั้งปี จึงจะให้ผลผลิต ที่ดี เช่น ข้ำว บัว แห้ว กระจับ ๒. พืชที่ต้องกำรน�้ำในปริมำณปำนกลำง เป็นพืชที่ขึ้นได้ดี ในที่ดอนทั่วไป มีทั้งพืชไร่ พืชสวน เช่น พริก มะเขือ แตงกวำ ข้ำวโพด ส้ม เงำะ ทุเรียน ๓. พืชที่ต้องกำรน�้ำในปริมำณน้อย เป็นพืชที่ทนควำมแห้งแล้งได้ดี เหมำะส�ำหรับปลูกในที่ที่มี ปริมำณน�้ำฝนน้อย ขำดแคลนน�้ำ หรือในที่ที่เป็นดินร่วนปนทรำย ซึ่งอุ้มน�้ำได้ไม่ดี เช่น มันส�ำปะหลัง ป่ำนศรนำรำยณ์ อะกำเว ๔. พืชที่มีระบบรำกพิเศษ เป็นพืชที่ดูดซับควำมชื้นในอำกำศไปใช้ประโยชน์ ได้ ท�ำให้ทนควำม แห้งแล้งได้ดี เช่น กล้วยไม้ น�้ำเป็นตัวท�ำละลำยที่ช ่วยละลำยแร ่ธำตุอำหำรในดิน และเป็นตัวกลำงน�ำธำตุอำหำรไปเลี้ยงส่วนต่ำง ๆ ของพืช การเพาะปลูกพืช 8๕ ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ลงมือปฏิบัติ 3. นักเรียนจับคูกัน เพื่อแลกกันอานใบงานของ ตนเองกับเพื่อน จากนั้นครูถามนักเรียนวา • นํ้ามีความจําเปนตอพืชอยางไรบาง (แนวตอบ นํ้าชวยใหพืชเจริญเติบโต เปนตัว ทําละลาย ชวยลําเลียงแรธาตุไปเลี้ยงพืช ชวยควบคุมอุณหภูมิของตนพืช) จากนั้นใหนักเรียนยกตัวอยางพืชหรือตนไม ที่บานของนักเรียนวาตองการนํ้าปริมาณมาก นอยแคไหน และมีการใหนํ้าพืชที่บานอยางไร เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใหนํ้าแกพืชใหนักเรียนฟงวา การใหนํ้า แกพืชสามารถทําไดหลายวิธี แตจะตองมีการพิจารณาลักษณะของภูมิประเทศ คุณสมบัติของดิน ลักษณะของพื้นที่เพาะปลูก พืชที่ตองการปลูก วิธีการเพาะปลูก แหลงนํ้าที่ใช รวมถึงเงินทุนรวมดวย เพื่อใหสามารถเลือกวิธีการใหนํ้าไดอยาง เหมาะสม การใหนํ้าแกพืชโดยทั่วไปแบงเปน 4 วิธี คือ การใหนํ้าแบบฉีดฝอย การใหนํ้าทางผิวดิน การใหนํ้าทางใตผิวดิน และการใหนํ้าแบบหยด สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใหนํ้าแกพืช ไดจาก http://natres.psu.ac.th/ Department/plantscience/510111web/book/book%20content.htm/ chapter09/Agri_09.htm “บัวตองการรดนํ้าแปลงผักคะนาที่ปลูกไวบริเวณหลังบาน” บัวควรรดนํ้าในเวลาใดจึงจะมีความเหมาะสมมากที่สุด 1. 06.00-08.00 น. 2. 11.00-13.00 น. 3. 18.00-20.00 น. 4. 22.00-24.00 น. (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะการรดนํ้าตนไม ควรรดอยาง นอยวันละ 2 ครั้ง คือ ในชวงเชา หรือชวงเย็นที่อากาศไมรอนจน เกินไป ชวงเชาควรรดเวลา 06.00-8.00 น. เนื่องจากเปนชวงที่มี แสงแดดออนๆ และชวงเย็นควรรดเวลา 16.00-18.00 น. เพื่อใหนํ้า ในดินระเหยออกไปบางสวน ตนไมจะไดไมเก็บความชื้นไวมาก จนเกินไป และหากเลยชวงเวลาดังกลาวไปแลวไมควรรดนํ้าตนไม เพราะจะทําใหตนไมสะสมความชื้นไวมาก ซึ่งอาจสงผลทําให ตนไมเนาได) นํา สอน สรุป ประเมิน T91