The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กัลยกร ไชยมงคล, 2023-05-12 03:54:23

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

3417009TM-คู่มือครู-การงานอาชีพ-ม4-[221221]

ขอสอบเนนการคิด ๒.๓ อุณหภูมิ   อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีควำมส�ำคัญต่อกำรเจริญเติบโตและมีผลต่อกระบวนกำรต่ำง ๆ ของพืช  เช่น  กระบวนกำรหำยใจ  กระบวนกำรสังเครำะห์แสง  ซึ่งอุณหภูมิที่เหมำะสมที่จะท�ำให้ พืชเจริญเติบโตได้อย่ำงรวดเร็ว จะอยู่ระหว่ำง ๑๕-๔๐ องศำเซลเซียส กระบวนกำรคำยน�้ำของพืช อุณหภูมิของดินที่ดีจะอยู่ระหว่ำง  ๒๐-๓๐  องศำเซลเซียส  ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีควำมต้องกำร อุณหภูมิสูงต�่ำแตกต่ำงกันออกไป  โดยทั่วไปพืชแบ่งเป็น  ๒  ประเภท  คือ  พืชเมืองหนำวและ พืชเมืองร้อน ซึ่งมีลักษณะ ดังนี้   เป็นพืชที่ต้องกำรอุณหภูมิในกำรเจริญ เติบโตอยู ่ระหว ่ำง  ๑๕-๒๐  องศำเซลเซียส เช่น แอปเปิล พลับ ท้อ สตรอว์เบอร์รี มันฝรั่ง ข้ำวบำร์เลย์  ข้ำวสำลี  แต ่ถ้ำน�ำพืชเหล ่ำนี้ มำปลูกในท้องถิ่นที่มีอำกำศร้อน  จะท�ำให้พืช เกิดอำกำรใบไหม้ เนื่องจำกมีกำร คำยน�้ำมำก หรือ เกิดกำรแข็งตัว ของโพรโทพลำซึม ในเซลล์ ใบพืช   เป็นพืชที่ต้องกำรอุณหภูมิในกำรเจริญ เติบโตอยู่ระหว่ำง ๒๐-๔๐ องศำเซลเซียส เช่น  มะม่วง เงำะ ทุเรียน มังคุด ขนุน ส้ม มะขำม  ข้ำว ข้ำวโพด ข้ำวฟ่ำง ขี้เหล็ก สัก พืชเหล่ำนี้  ถ้ำน�ำไปปลูกในอุณหภูมิต�่ำเกินไป  จะหยุดกำร เจริญเติบโต  หรือตำยได้ เนื่องจำกอุณหภูมิที่ลดลง น�้ำที่อยู่ ในโพรโทพลำซึม  ของเซลล์จะแข็งตัวและ ขยำยตัว ท�ำให้เซลล์แตก และตำยในที่สุด พืชเมืองหนำว พืชเมืองร้อน สตรอว์เบอร์รี  เป็นผลไม้ที่มีรสหวำนและเปรี้ยว  มีสีสันสวยงำม นิยมปลูกกันมำกในบริเวณภำคเหนือ สัก  เป็นไม้ยืนต้นขนำดใหญ ่  พบมำกในป ่ำ เบญจพรรณทำงภำคเหนือ  บำงส ่วนของภำคกลำง  และภำคตะวันตกรวมถึงภำคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย 86 พืชเจริญเติบโตได้อย่ำงรวดเร็ว จะอยู่ระหว่ำง ๑๕-๔๐ องศำเซลเซียส กระบวนกำรคำยน�้ำของพืช 1 เกิดอำกำรใบไหม้ สัก  เป็นไม้ยืนต้นขนำดใหญ ่  พบมำกในป ่ำ เบญจพรรณทำงภำคเหนือ  บำงส ่วนของภำคกลำง  2 3 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 4. พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน เกี่ยวกับสิ่งที่เหมือนและแตกตางกันในใบงาน จากนั้นครูนําอภิปรายถึงปจจัยของการเจริญ เติบโตของพืชเกี่ยวกับอุณหภูมิ และตั้งประเด็น วิเคราะห • ทําไมสตรอวเบอรรี กะหลํ่าปลี จึงปลูกมาก ในภาคเหนือของไทย พืชเหลานี้ปลูกใน ภาคใตไดหรือไม เพราะเหตุใด • ทําไมเงาะ มังคุด จึงปลูกมากในภาคใต ภาคตะวันออก แลวผลไมเหลานี้ปลูกใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได หรือไม เพราะเหตุใด ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงปจจัยใน การปลูกพืชเหลานี้วาผลผลิตจะดีหรือไมดีนั้น ขึ้นอยูกับลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะดิน ลักษณะภูมิอากาศ ปริมาณฝนของแตละพื้นที่ นักเรียนควรรู 1 การคายนํ้า พืชจะดูดนํ้าไปใชในกระบวนการสังเคราะหแสง 1-2% เทานั้น สวนที่เหลือ 98-99% จะสูญเสียไปในรูปของการคายนํ้า 2 อาการใบไหม ระบาดไดอยางรวดเร็วและรุนแรงในสภาพอากาศเย็นที่มี อุณหภูมิตั้งแต 18 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสูงมาก อาการของโรคสังเกตได จากพืช ซึ่งมีลักษณะเปนจุดชํ้าคลายถูกนํ้ารอนลวก บริเวณแผลเปนสีเขียวหมน ใตใบมองเห็นคลายเปนละอองนํ้าเล็กๆ สีขาวติดอยู โดยเฉพาะบริเวณขอบแผล ซึ่งจะคอยๆ แหงกลายเปนสีนํ้าตาล และในขณะเดียวกันขนาดของแผลจะขยาย ใหญขึ้นจนเกือบทั่วใบ และใบจะแหงไหมเปนสีนํ้าตาลในที่สุด 3 ปาเบญจพรรณ หรือปาผสมผลัดใบ มีลักษณะเปนปาโปรง โดยจะผลัดใบ ในฤดูแลง ซึ่งเริ่มตั้งแตปลายเดือนมกราคมถึงเมษายน พรรณไมที่พบมาก เชน สัก มะคา แดง ประดู ชิงชัน จากสภาพอากาศของประเทศไทย นักเรียนคิดวาสามารถ เพาะปลูกพืชประเภทใดได (แนวตอบ ประเทศไทยสามารถปลูกพืชไดทั้ง 2 ประเภท คือ พืชเมืองรอนและพืชเมืองหนาว โดยพืชเมืองรอนควรปลูกบริเวณ ที่ราบลุมที่ทนตอสภาพอากาศรอนไดดี โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สวนพืชเมืองหนาวควรปลูกบริเวณ ที่สูง หรือที่ราบบนภูเขาสูงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิตํ่า ซึ่งไดแก บริเวณภาคเหนือ) นํา สอน สรุป ประเมิน T92


ขอสอบเนน การคิด ๒.๔ แสงสว่าง   แสงสว่ำงที่ได้จำกดวงอำทิตย์จัดเป็นแหล่งพลังงำนที่ส�ำคัญส�ำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ส�ำหรับพืช แสงเป็นแหล่งพลังงำนที่พืชน�ำไปใช้ในกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสงเพื่อสร้ำงแป้งและน�้ำตำล  ควำมส�ำคัญของแสงที่มีต่อกำรเจริญเติบโตของพืช มีดังนี้ ๑) แสงเป็นปัจจัยในกำรงอกของเมล็ด เมล็ดพืชบำงชนิด เช่น ยำสูบ ผักกำดหอม และเมล็ดวัชพืชต้องกำรแสงในกำรงอก จึงไม่ต้องน�ำดินกลบเมล็ด แต่เมล็ดพืชส่วนใหญ่ไม่ต้องกำร แสงในกำรงอกจึงต้องน�ำดินกลบเมล็ด เพรำะแสงจะไปยับยั้งกำรงอก แสงจะมีบทบำทส�ำคัญต่อพืช ภำยหลังจำกกำรงอก เนื่องจำกพืชต้องกำรแสงเป็นแหล่งพลังงำนในกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง  กำรเจริญเติบโตของต้นกล้ำ และกำรออกดอก โดยพืชแต่ละชนิดมีควำมต้องกำรแสงสว่ำงไม่เท่ำกัน     ดังนั้น  กำรเพำะปลูกพืช  แสงจะมีอิทธิพลต่อกำรเจริญเติบโต  ต้นกล้ำที่ได้รับแสง ไม่เพียงพอจะมีลักษณะซีด ล�ำต้นยืดยำว และเรียวเล็ก เชื้อโรคต่ำง ๆ สำมำรถเข้ำท�ำลำยได้ง่ำย  เช่น โรคเน่ำคอดิน ส่วนต้นกล้ำที่ได้รับแสงเพียงพอ ล�ำต้นจะเจริญเติบโตตำมปกติ แต่ถ้ำได้รับแสง มำกเกินไป ต้นกล้ำก็จะเหี่ยว เพรำะทนต่อควำมร้อนไม่ได้     ส�ำหรับพืชที่ปลูกด้วยวิธีกำรอื่น เช่น ปักช�ำ ตอนกิ่ง ในระยะแรกของกำรปลูกพืชควร พรำงแสงด้วยทำงมะพร้ำว หรือตำข่ำยพรำงแสง เพื่อลดควำมแรงของแสงแดด ซึ่งอำจเป็นอันตรำย แก่กิ่งที่ปลูกใหม่ ๆ ได้ และเมื่อกิ่งตอนแข็งแรงดีแล้ว จึงค่อยให้ ได้รับแสงแดดอย่ำงเต็มที่ การป้องกันโรคเน่าคอดินในต้นกล้า   โรคเน่ำคอดินเกิดจำกเชื้อรำ Phytophthora sp., Fusarium sp., Rhizoctonia sp., Pythium sp.  โดยเป็นโรคที่เกิดในต้นกล้ำอำยุ ๑-๓ เดือนในแปลงเพำะช�ำ สำเหตุของโรคเกิดจำกหลำยปัจจัย เช่น  แปลงต้นกล้ำชื้น กำรระบำยน�้ำไม่ดีเพรำะแน่นทึบจนเกินไป ต้นกล้ำที่เป็นโรคนี้ จะเป็นแผลสีน�้ำตำล บริเวณโคนต้นในระยะแรก ต่อมำจะเน่ำกลำยเป็นสีด�ำเหี่ยวและตำยในที่สุด ส�ำหรับ กำรป้องกันและก�ำจัดสำมำรถปฏิบัติได้ ดังนี้   ๑. หน้ำดิน หรือวัสดุเพำะอื่น ๆ ควรเป็นของใหม่ ไม่ควรน�ำของเก่ำ มำเพำะซ�้ำ เพรำะอำจมีเชื้อรำสะสมอยู่   ๒. มีกำรระบำยน�้ำที่ดี อย่ำให้มีน�้ำขังแฉะในแปลงต้นกล้ำ   ๓. เพำะเมล็ดในแปลงให้มีระยะห่ำง อย่ำแน่นทึบเกินไป   ๔. ปรับปรุงดินโดยใช้ปูนขำว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก   ๕. เมื่อพบต้นกล้ำเป็นโรคควรถอนออก จำกนั้นให้พ่นสำรป้องกันก�ำจัดเชื้อรำ T i p การเพาะปลูกพืช 8๗ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 5. ชวยกันศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่แตกตางกัน และนาสนใจที่พบในใบงาน เพื่อใหไดขอมูล เกี่ยวกับสิ่งนั้น ครูตั้งคําถามวา • แสงมีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของ พืชอยางไร ความตองการแสงของพืชแตละ ชนิดเหมือนหรือแตกตางกันอยางไร (แนวตอบ แสงแดดใชในการสังเคราะห ดวยแสง และการสรางอาหารของพืช พืช แตละชนิดตองการแสงตางกัน เชน ดอก เบญจมาศ ตองการแสง 13 ชั่วโมงตอวัน เพื่อพัฒนาตาดอก ชวยในการออกดอก) • ทําไมพืชบางชนิดตองปลูกในรม ทําหลังคา คลุมผาใบ (แนวตอบ การสรางโรงเรือนมีหลังคาใชกับพืช ที่ตองควบคุมอุณหภูมิ แสง ศัตรูพืช และใช ระบบควบคุมนํ้า) ตนกลาที่ไดรับแสงสวางไมเพียงพอ หรือไมไดรับแสงสวางอาจ เกิดโรคใด และมีแนวทางในการปองกันโรคอยางไร (แนวตอบ อาจเกิดโรคไดหลายชนิด เชน โรคเนาคอดิน หรือ โรคกลาไหมแหง สาเหตุของโรคมาจากการไดรับความชื้นที่มาก เกินไป ซึ่งมีวิธีในการปองกันและกําจัดโรค คือ ในการเพาะกลา ควรใชวัสดุที่เปนของใหมมาเพาะชํา เพราะของเกาอาจมีเชื้อรา แอบซอนอยู ควรดูแลเรื่องการระบายนํ้าใหไหลผานไดอยางสะดวก เพื่อปองกันไมใหเกิดนํ้าทวมขังบริเวณแปลงเพาะกลา ซึ่งจะกอ ใหเกิดความชื้นสูง การเพาะเมล็ดแตละเมล็ดควรใหมีระยะหางที่ เหมาะสม มีการปรับปรุงดินโดยใชปูนขาว ปุยคอก หรือปุยหมัก และหากพบตนกลาที่เปนโรคควรถอนออกจากแปลงเพาะโดยทันที จากนั้นใหพนสารกําจัดเชื้อรา เพื่อปองกันการเกิดโรค) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกตนกลาใหนักเรียนฟงวา เกษตรกรนิยม เพาะตนกลากอนการเพาะปลูกพืช เนื่องจากเมล็ดพันธุมีราคาสูง การเพาะ ตนกลาจะชวยลดตนทุนในการเพาะปลูกได ซึ่งมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ • ลางทรายหยาบใหสะอาดแลวรอน 1 รอบ นําไปใสถาดที่รองดวยกระดาษ หนังสือพิมพหนา 2.5 เซนติเมตร ใชไมกรีดรองลึก 1 เซนติเมตร เปนแถว เพื่อโรยเมล็ดพันธุ กลบดวยทราย และรดนํ้าใหชุม ภายใน 1 สัปดาห ตนกลาจะเริ่มงอก • เตรียมถาดเพาะและดินเพาะกลาโดยเฉพาะ เพราะสามารถอุมนํ้าและ ระบายอากาศไดดี ทั้งยังมีปุยผสมอยู ทําใหรากของตนกลาแตกและ ขยายไดดี • นํากลาแยกเปนตนๆ จิ้มลงในถาดเพาะที่มีดินเพาะกลา ประมาณ 15-20 วัน จะไดตนกลาที่แข็งแรง พรอมที่จะนําไปลงในแปลงเพาะปลูกได นํา สอน สรุป ประเมิน T93


ขอสอบเนนการคิด พืชวันสั้น พืชวันยำว พืชที่ไม่มีปฏิกิริยำต่อ ช่วงแสง ๒) แสงมีอิทธิพลต่อกำรสร้ำงผลผลิตพืช พืชผักใช้แสงน้อยกว่ำไม้ดอกและไม้ผล  กำรตอบสนองต่อช่วงแสงของพืชส่วนใหญ่จะใช้กับไม้ดอกและพืชผักมี ๓ ประเภท ดังนี้ ควำมยำวนำนของแสงในแต่ละวันมีผลต่อกำรออกดอกของพืช  จึงควรแบ่งกลุ่มพืช  เพื่อจัดกำรสภำพแวดล้อมหรือเลือกชนิดพืชให้เหมำะสมกับพื้นที่ ๑๐-๑๔ ชั่วโมง หรือน้อยกว่ำ จึงจะออกดอก  ถ้ำได้รับ ช ่วงแสงต ่อวันมำกกว ่ำนี้ พืชจะไม่ออกดอก ยำสูบ  มันฝรั่งบำงพันธุ์ สตรอว์เบอร์รี  เบญจมำศ  มันเทศ คริสต์มำส ๑๔-๑๖ ชั่วโมง หรือมำกกว่ำ  ถ้ำพืชได้รับช่วงแสงน้อยกว่ำนี้ จะไม่ออกดอก ดำวเรือง  พุดซ้อน  แคร์รอต  ผักกำดหอม ข้ำวโอ๊ต ข้ำวสำลี ควำมยำวของช่วงแสงไม่มี ผลต่อกำรออกดอก  เมื่อพืช มีอำยุถึงก�ำหนดกำรออกดอก  พืชจะออกดอกได้ไม่ว่ำจะอยู่ ในระยะช่วงแสงใด แตงกวำ พริกไทย กระเจี๊ยบ  กะหล�่ำปลี มะเขือเทศ  ข้ำว  ข้ำวโพด ประเภทของพืชควำมต้องกำรช่วงแสงต่อวันตัวอย่ำง 88 เกร็ดแนะครู ครูควรอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิทธิพลของแสงที่มีผลตอการเจริญเติบโต ของพืชใหนักเรียนฟงวา แสงเปนองคประกอบสําคัญในการสังเคราะหแสงของพืช แสงที่ไดรับจาก ดวงอาทิตย ประกอบไปดวยสีมวง สีนํ้าเงิน สีเขียว สีเหลือง สีสม และสีแดง ซึ่งสีที่มีประสิทธิภาพในการสังเคราะหแสงมากที่สุด คือ สีแดง สีนํ้าเงิน สีเขียว และสีเหลือง สวนสีที่มีประสิทธิภาพในการสังเคราะหแสงตํ่าที่สุด คือ สีมวง โดยทั่วไปพืชจะใชแสงสีนํ้าเงินและแสงสีแดงในการสังเคราะหแสงในปริมาณที่ เทาๆ กัน นอกจากนี้ ความเขมของแสงยังเปนสิ่งที่จําเปนสําหรับพืชเชนเดียวกัน พืช ที่ชอบรมเงาจะตองการความเขมแสงที่นอย ในขณะเดียวกันพืชที่ชอบแสง เชน พืชไร พืชสวน จะตองการความเขมแสงที่มากกวา ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับชวงแสงของพืชจําพวกผัก 1. ชวงแสงวันสั้นอยูในชวงเดือนตุลาคม-มกราคม ชวยใหผลผลิตตํ่า 2. ชวงแสงวันสั้นอยูในชวงเดือนตุลาคม-มกราคม ชวยใหผลผลิตสูง 3. ชวงแสงวันยาวอยูในชวงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ชวยใหผลผลิตสูง 4. ชวงแสงวันปกติอยูในชวงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ชวยให ผลผลิตตํ่า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะชวงแสงวันสั้นอยูในชวงเดือน ตุลาคม-มกราคม ซึ่งจะสงผลใหพืชแทงชอดอกเร็ว การติดผลมาก ใหผลผลิตสูง คําตอบในขอ 1. จึงผิด สวนคําตอบในขอ 3. ผิด เพราะ ชวงแสงวันยาวในชวงเดือนมีนาคม-มิถุนายน จะสงผลใหมีดอก เพศผูมาก การติดผลนอย ใหผลผลิตตํ่า และคําตอบในขอ 4. ผิด เพราะชวงแสงวันปกติในชวงเดือนกรกฎาคม-กันยายน จะสงผล ใหพืชสรางดอกมาก ใหผลผลิตสูง) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 6. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางพืชและบอกความ ตองการแสง เชน มะเขือเทศ ขาว ขาวโพด สามารถเติบโตไดดีไมวาจะมีชวงแสงสั้นหรือ ยาว สวนดอกเบญจมาศ ตองการแสงวันละ 13 ชั่วโมง นํา สอน สรุป ประเมิน T94


ขอสอบเนน การคิด ๓) คุณภาพของแสงมีทั้งคลื่นแสงที่มองไม่เห็นและคลื่นแสงที่มองเห็น โดยคลื่นแสง ที่มองเห็นจะมีสีต่างกัน สีส�าคัญที่มีอิทธิพลต่อการงอกและการเจริญเติบโตของพืช มีดังนี้ ๑. แสงสีแดง จะช่วยให้เมล็ดพืชงอกได้เร็วขึ้น รวมทั้งการเจริญเติบโตของต้นกล้า และการผลิตดอก ๒. แสงสีน�้าเงิน ท�าให้เซลล์พืชแก่เร็วและช่วยกระตุ้นการสร้างคลอโรฟิลล์ในพืช มากยิ่งขึ้น ๔) ความเข้มของแสง มีอิทธิพลต่อการสังเคราะห์แสงของพืช เพราะพืชแต่ละชนิด มีความต้องการความเข้มของแสงไม่เท่ากัน จากความแตกต่างดังกล่าวสามารถจ�าแนกพืชตาม ความต้องการความเข้มของแสงได้ ดังนี้ ไม่ควรน�าพืชในร่มถูกแสงแดดจัด เพราะจะท�าให้ปริมาณคลอโรฟิลล์ลดลง อุณหภูมิของ ใบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้พืชสังเคราะห์แสงได้น้อยลง Be careful พืชในร่ม (Indoor Plants) เป็นพืชที่ต้องการความเข้มของแสงต�่า ควร ปลูกพืชเหล่านี้ในที่ร่ม มีแสงแดดร�าไร จะท�าให้ พืชมีการเจริญเติบโตได้ดี ไม่ควรปลูกในที่ที่มี แสงแดดจัดเพราะจะท�าให้ใบไหม้และตายได้ จึง นิยมปลูกไว้ในร่มตามระเบียงบ้าน และบริเวณ หน้าต่าง เช่น เฟิน สาวน้อยประแป้ง บอนสี เป็นพืชที่ต้องการความเข้มของแสงสูง จึงจะ ท�าให้กระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชท�า ได้ดี พืชประเภทนี้จึงต้องปลูกกลางแจ้ง ให้ ถูกแสงแดดจัดทั้งวัน เช่น กุหลาบ ดาวเรือง ดาวกระจาย เข็ม ยี่โถ ผักต่างๆ ไม้ยืนต้น ไม้ผล บอนสี เป็นไม้ในร่มที่มีสีสันสวยงาม ควรปลูกในที่ร่ม ที่มีแสงแดดร�าไร กุหลาบ ถูกจัดให้เป็นราชินีแห่งดอกไม้ จัดเป็นไม้ดอก ที่ต้องการแสงแดดจัด เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต พืชกลางแจ้ง (Outdoor Plants) การเพาะปลูกพืช 89 ๓) คุณภาพของแสงมีทั้งคลื่นแสงที่มองไม่เห็นและคลื่นแสงที่มองเห็น โดยคลื่นแสง 1 2 นักเรียนควรรู 1 คุณภาพของแสง เปนความยาวของคลื่นแสง มีผลตอการเจริญเติบโต ของพืช แบงเปน 2 กลุม คือ • คลื่นแสงที่มองไมเห็น ไดแก แสงเหนือมวง เปนตัวการในการยับยัง การเจริญเติบโตของพืช และแสงอินฟราเรด จะทําใหปลองของพืชยืดยาวออก • คลื่นแสงที่มองเห็น ไดแก แสงสีแดง ชวยใหเมล็ดพืชงอกเร็ว ชวยในการ เจริญเติบโตของตนกลา และชวยในการออกดอก แสงสีมวงและแสงสีนํ้าเงิน ชวยกระตุนการสรางคลอโรฟลลในพืช แสงสีเขียว ชวยระงับการเจริญเติบโตของ พืช แสงสีเหลืองและสีสม ชวยในเรื่องการการงอกของเมล็ด 2 คลื่นแสง ความยาวของคลื่นแสงที่มนุษยสามารถมองเห็นไดดวยตาเปลา จะมีความยาวคลื่นอยูในชวง 400-800 นาโนเมตร จัดเปนชวงคลื่นแสงที่มี ประโยชนตอพืช เนื่องจากพืชสามารถตอบสนองกับความยาวของคลื่นแสง เพื่อนําไปใชในการสังเคราะหแสงได พืชชนิดใดไมควรปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด 1. ดาวเรือง 2. ทานตะวัน 3. ดาวกระจาย 4. สาวนอยประแปง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะสาวนอยประแปงเปนพืชที่ ตองการความเขมแสงตํ่า หากปลูกในพื้นที่ที่มีความเขมแสงสูง หรือพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด อาจทําใหใบแหงและตายได ดังนั้น จึงควรปลูกไวในที่รมที่มีแสงแดดรําไรจึงจะมีความเหมาะสม มากกวา) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 7. ครูนําสนทนาเกี่ยวกับแสงและการเจริญเติบโต ของพืช ความตองการแสงของพืชในรม และ พืชกลางแจง จากนั้นครูใหนักเรียนดูภาพ โรงเรือนปลูกพืช หรือใหนักเรียนใชสมาทโฟน คนหาในเว็บไซตตางๆ เกี่ยวกับโรงเรือน ปลูกพืช รวมกันอภิปรายถึงเหตุผลในการทํา โรงเรือน ลักษณะของโรงเรือน วัสดุ อุปกรณ ในการทําโรงเรือนพืชที่ปลูก ครูเพิ่มเติมขอมูล โรงเรือน พลาสติกที่ใชเพาะปลูกพืชในเขตรอน เชน ประเทศไทย เพื่อชวยปองกันศัตรูพืช รักษาความชื้นและอุณหภูมิ สามารถปลูกพืช ไดหลากหลายชนิด เชน แตงกวา แคนตาลูป ฟกทอง นํา สอน สรุป ประเมิน T95


ขอสอบเนนการคิด ๒.๕ อากาศ   อำกำศเป็นกลุ ่มแก๊สชนิดต ่ำง ๆ  ที่อยู ่ในบรรยำกำศทั่วไปและอยู ่ในดิน ซึ่งมีอิทธิพลต ่อ กำรเจริญเติบโตของพืชและจุลินทรีย์ชนิดต่ำง ๆ อำกำศในดินส่วนใหญ่ประกอบด้วยแก๊สออกซิเจน  พืชใช้แก๊สออกซิเจนเป็นวัตถุดิบที่ส�ำคัญในกำรหำยใจและใช้แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ ในกระบวนกำรสังเครำะห์แสง หรือกำรปรุงอำหำรของพืช เพื่อให้ได้แป้งและน�้ำตำลมำเก็บไว้ ในส่วนต่ำง ๆ ของพืช และน�ำมำใช้ในกำรเจริญเติบโตต่อไป    เมื่อลมพัด โมเลกุลของแก๊สออกซิเจน คำร์บอนไดออกไซด์ และโมเลกุลของน�้ำจะเคลื่อนที่ เข้ำและออกทำงปำกใบพืช ท�ำให้เกิดกระบวนกำรและปฏิกิริยำต่ำง ๆ  ในพืช เช่น  กำรหำยใจ กำรคำยน�้ำ  กำรสังเครำะห์แสงของพืช ท�ำให้พืชที่ปลูกอยู่ในที่ลมพัดเจริญเติบโตได้ดีกว่ำพืชที่  ปลูกอยู่ในที่ลมสงบ   นอกจำกนี้  ลมยังช่วยในกำรผสมเกสรของพืชได้เป็นอย่ำงดี  และช่วยท�ำให้ เมล็ดปลิวกระจำย ซึ่งเป็นวิธีกำรหนึ่งที่ท�ำให้มีกำรกระจำยพันธุ์พืชได้เป็นอย่ำงดี แต่ในบำงครั้ง ลมก็มีโทษต่อพืชเช่นกัน  หำกเกิดพำยุ  ควำมแรงของลมจะท�ำให้ต้นไม้โค่นล้ม  เสียหำย  และยัง เป็นปัจจัยกำรแพร่กระจำยเชื้อโรคของพืช เช่น เชื้อรำ ที่สำมำรถฟุ้งกระจำยไปในระยะไกล ก่อให้ เกิดควำมเสียหำยต่อพืชได้ เกษตรกรและผู้ที่เพำะปลูกพืชควรติดตำมข่ำวสำรเกี่ยวกับสภำพดิน ฟ้ำ อำกำศ อยู่เสมอ หำกลมแรงและฝนตกหนัก ไม่ควรอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ และควรเก็บพืชที่เพิ่งเพำะกล้ำไว้ใน อำคำรหรือที่ที่ปลอดภัย Be careful  ทำนตะวันเป็นพืชที่ทนต่อสภำพอำกำศที่แห้งแล้งได้ดี ไนโตรเจน และคำร์บอนไดออกไซด์ส่วนแก๊ส อื่น ๆ มีปะปนบ้ำงเล็กน้อย  รำกพืชใช้แก๊ส ออกซิเจนที่มีอยู่ในดินในกำรหำยใจ ถ้ำในดิน มีแก๊สออกซิเจนในปริมำณที่ไม ่เพียงพอจะ ท�ำให้รำกพืชไม่เจริญเติบโต ซึ่งมีผลโดยตรง ต่อกำรดูดน�้ำและแร่ธำตุอำหำรพืช ส่วนแก๊ส คำร์บอนไดออกไซด์ในดิน ถ้ำมีในปริมำณที่  มำกเกินไปก็จะเป็นพิษต่อพืช ท�ำให้รำกพืชดูดน�้ำ และธำตุอำหำรได้น้อยลงส่งผลให้พืชไม่แข็งแรง และเจริญเติบโตช้ำ 90 และคำร์บอนไดออกไซด์ รดูดน�้ำและแร่ธ งปำกใบพืช 1 2 3 นักเรียนควรรู 1 คารบอนไดออกไซด เปนแกสที่มีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งพืชตองการแกสชนิดนี้ เพื่อชวยในการสังเคราะหแสง สงผลใหพืชเจริญเติบโต เมื่อแกสชนิดนี้มีมากขึ้นความเขมขนของแกสคารบอนไดออกไซดจะเพิ่มขึ้น สงผลใหพืชสังเคราะหแสงไดมากขึ้น แตหากมีในปริมาณที่มากเกินไปจะสงผล ใหพืชลดการคายนํ้าลง พืชจะไมดูดนํ้าจากดิน ซึ่งอาจทําใหเกิดปญหานํ้าทวม เพิ่มมากขึ้นในอนาคต 2 นํ้า เปนวัตถุดิบในการสรางอาหารของพืช เปนสารที่ใหไฮโดรเจน เพื่อ รวมตัวกับคารบอนที่ไดจากแกสคารบอนไดออกไซด จากนั้นสรางเปนสารอาหาร คือ คารโบไฮเดรต 3 ปากใบ หรือ Stomata ทําหนาที่เปนทางเขา-ออกของนํ้าและอากาศ บริเวณผิวใบดานบนจะมีไขเคลือบอยู ซึ่งชวยลดการคายนํ้าออกจากปากใบได อากาศมีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของพืช อยางไร (แนวตอบ อากาศมีความสําคัญเปนอยางมากตอการเจริญเติบโต ของพืชทุกชนิด ซึ่งเริ่มตั้งแตการที่อากาศชวยพัดเกสรใหไปผสมกัน จนเกิดเปนพืชขึ้น ชวยทําใหเกิดกระบวนการหายใจของพืช การ คายนํ้า การสังเคราะหแสง นอกจากนี้ อากาศยังชวยใหจุลินทรีย ที่อยูในดินมีชีวิต ซึ่งจะกลายเปนสารอาหารใหพืชดูดซึมไปใชใน กระบวนการตางๆ) ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูสุมนักเรียน 5 คน ที่เลือกพืชตางชนิดกัน ออกมาเขียนปจจัยที่มีอิทธิพลตอเจริญเติบโต ของพืชหนาชั้นเรียน จากนั้นครูและนักเรียน ชวยกันดูวาถูกตองหรือไม 2. ครูใหนักเรียนดูปจจัยที่มีอิทธิพลตอการเจริญ เติบโตของพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวย การเรียนรูที่ 4 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการปลูกพืชและการเจริญเติบโตของพืช 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 4.1 แลวนํามาสงครู นํา สอน สรุป ประเมิน T96


ขอสอบเนน การคิด ธำตุอำหำรที่ได้จำกดิน น�้ำ H2O ออกซิเจน O2 คำร์บอนได ออกไซด์CO2 ธำตุอำหำรหลัก ธำตุอำหำรรอง ธำตุอำหำรเสริม N P K Ca Mg S B Fe Mn Mo Zn Cu Cl ๒.๖ ธาตุอาหาร   พืชมีควำมจ�ำเป็นต้องอำศัยธำตุอำหำรต่ำง ๆ ในกำรเจริญเติบโต ออกดอก และสร้ำงผลผลิต ธำตุอำหำรที่พืชจ�ำเป็นต้องใช้ในกำรเจริญเติบโตมี ๑๖ ธำตุ ได้แก่ คำร์บอน (C)  ไฮโดรเจน (H) ออกซิเจน (O)  ไนโตรเจน (N)  ฟอสฟอรัส (P)  โพแทสเซียม (K)  แคลเซียม (Ca)  แมกนีเซียม (Mg) ก�ำมะถัน (S)  เหล็ก (Fe)  ทองแดง (Cu)  สังกะสี (Zn)  โบรอน (B)  คลอรีน (Cl)  แมงกำนีส (Mn) และโมลิบดีนัม (Mo)   ธำตุคำร์บอน  (C)  ไฮโดรเจน  (H)  และ ออกซิเจน (O) เป็นธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรใน ปริมำณสูง แต่พืชไม่ขำดธำตุเหล่ำนี้ เนื่องจำก พืชจะได้รับจำกดิน  น�้ำ  อำกำศอย่ำงเพียงพอ  เพรำะพืชชั้นสูงได้รับคำร์บอนและออกซิเจน เกือบทั้งหมดจำกอำกำศโดยตรงทำงปำกใบ  ซึ่งคำร์บอนจะอยู่ในรูปของคำร์บอนไดออกไซด์  ส่วนไฮโดรเจนและออกซิเจนพืชจะได้รับจำกน�้ำ ในกำรสังเครำะห์แสง ส่วนอีก ๑๓ ธำตุที่เหลือ เป็นธำตุที่พืชได้จำกดิน  ยกเว้นธำตุไนโตรเจน ที่ได้บำงส่วนจำกพืชตระกูลถั่ว เกิดจำกกำรตรึง แก๊สไนโตรเจนจำกอำกำศของแบคทีเรียประเภทไรโซเบียมที่อำศัยอยู่ในปมรำกของพืชตระกูลถั่ว  นอกจำกนี้ ธำตุอำหำรที่จ�ำเป็นต่อกำรเจริญเติบโตของพืช ซึ่งได้จำกดินทั้ง ๑๓ ธำตุ ยังแบ่งเป็น  ๒ กลุ่ม คือ ธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณมำกและธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณน้อย • เหล็ก (Fe)  • สังกะสี (Zn)  • ทองแดง (Cu) • แมงกำนีส (Mn)  • คลอรีน (Cl)  • โบรอน (B)  • โมลิบดีนัม (Mo) ธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณน้อย • ไนโตรเจน (N)  • ฟอสฟอรัส (P)  • โพแทสเซียม (K) • แคลเซียม (Ca)  • แมกนีเซียม (Mg)  • ก�ำมะถัน (S) ธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณมำก  แผนภูมิแสดงธำตุอำหำรที่พืชใช้สร้ำงกำรเจริญเติบโต การเพาะปลูกพืช 91 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง ปจจัยที่มี อิทธิพลตอการปลูกพืชและการเจริญเติบโต ของพืช 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 4.1 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู “กรตองการปลูกพืชโดยไมใชดิน” พืชที่กรปลูกจะไดรับธาตุ อาหารที่เพียงพอตอการเจริญเติบโตไดอยางไร (แนวตอบ การปลูกพืชโดยไมใชดิน ผูปลูกสามารถควบคุม ปริมาณธาตุอาหารใหพืชอยางเพียงพอและเหมาะสมได โดยผสม กับนํ้าที่ใชในการปลูกพืช ชวยใหประหยัดนํ้ามากกวาการปลูกพืช ในดิน และสามารถควบคุมโรคที่อาจเกิดขึ้นกับพืชไดอยางเปน ระบบ การปลูกพืชในลักษณะนี้ ผูปลูกควรระมัดระวังเปนพิเศษ เพราะหากไมมีความรูเรื่องธาตุอาหารที่ถูกตอง อาจทําใหการปลูก พืชโดยไมใชดินเกิดอันตรายตอผูบริโภคได) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรู ที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T97


ขอสอบเนนการคิด ๑. เครื่องมือที่ใชเตรียมดิน พรวนดิน เปน เครื่องมือที่ทําใหดินมีความเหมาะสมกับการ เจริญเติบโตของพืชที่ปลูก เชน ชอนปลูก สอมปลูก จอบ เสียม พลั่ว คราด ๒. เครื่องมือที่ใชปฏิบัติดูแลบํารุงรักษาพืช เปนเครื่องมือที่ใชปฏิบัติดูแลบํารุงรักษาให พืชเจริญเติบโตไดดี เชน กรรไกรตัดแตงกิ่ง มีดตัดแตงกิ่ง เลื่อย บุงกี๋ เครื่องพนสารเคมี บัวรดนํ้า ๓. เครื่องมือที่ใชเก็บเกี่ยว เปนเครื่องมือที่ ใช ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อนําไปบริโภค แปรรูป หรือจัดจําหนาย เชน เคียว มีด ตะกรอ จอบ เสียม ๔. เครื่องมือบริการพิเศษ เปนเครื่องมือ ที่ชวยอํานวยความสะดวกใหการปลูกพืช มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ชวยลดการใช แรงงาน ผลผลิตทางการเกษตรอยูในสภาพ พรอมใชประโยชน เพื่อการบริโภค หรือ แปรรูปผลิตภัณฑ เชน เครื่องมือใสปุยแบบ ใชแรงงานคน เครื่องหยอดเมล็ดพืช เครื่อง สีขาวแบบใชแรงงานคน เครื่องตัดหญาแบบ ใชแรงงานคนผลักดัน เครื่องกระเทาะเมล็ด เครื่องฝดมือ บุงกี๋ ó การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืช เครื่องมือและอุปกรณที่ใช ในการปลูกพืช เปนสิ่งที่มนุษยประดิษฐขึ้น เพื่ออํานวยความสะดวก ในการปลูกพืช ทําใหไดงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งชวยประหยัดเวลาและแรงงาน ในการปฏิบัติงาน เครื่องมือที่ใชปลูกพืชมีทั้งชนิดที่ใชแรงงานคน แรงงานสัตว และเครื่องจักรกล เชน จอบ เสียม พลั่ว คราด ไถ ระหัดวิดนํ้า เครื่องพนสารเคมี เครื่องหวานเมล็ดพืช ๓.๑ ประเภทของเครื่องมือและอุปกรณที่ ใช ในการปลูกพืช เครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืชสามารถจําแนกตามลักษณะของการใชงานได ดังนี้ เครื่องสีขาว เครื่องหยอดเมล็ดพืช ตะกรอ เคียว ชอนปลูก คราดพรวนดิน พลั่ว กรรไกรตัดกิ่ง ๙๒ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา (Project Based Learning) ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 1. ครูถามนักเรียนวา การปลูกพืชตองใชเครื่องมือ และอุปกรณอะไรบาง มีหลักการใชอยางไร ใหนักเรียนชวยกันหาขอมูลจากหนังสือเรียน การงานฯ ม.4 และแหลงการเรียนรูตางๆ 2. นักเรียนชวยกันบอกขอมูลที่หาได จากนั้น ครูและนักเรียนชวยนักเรียนสรุปขอมูล 3. ครูบอกนักเรียนวา วิธีการปลูกพืชแตละชนิด และวัตถุประสงคในการปลูกพืชของแตละคน แตกตางกัน จึงควรศึกษาวิธีการที่หลากหลาย เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมและใชเครื่องมือ อุปกรณไดอยางมีประสิทธิภาพ ครูตั้งประเด็น คําถาม เชน • นักเรียนเคยปลูกพืชหรือไม เคยปลูกพืช ประเภทใด • เคยใชเครื่องมือใดในการปลูกพืชบาง ใชทํา สิ่งใดบาง • นักเรียนรูจักเครื่องมือบริการพิเศษหรือไม เครื่องมือดังกลาวใชทําอะไร บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ประชาคมอาเซียนมีบทบาทสําคัญในการดําเนินงาน ดานความรวมมือทางการเกษตร ซึ่งสินคาทางการเกษตรของภูมิภาคถือเปน จุดเดนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากแตละประเทศมีการทําการเกษตรเปนสวนใหญ โดยสินคาเกษตรของประเทศไทยที่สงออกในอาเซียน ไดแก ขาว มันสําปะหลัง นํ้าตาล ยางพารา และผลไม จากนั้นครูใหนักเรียนสืบคนวิธีการทําการเกษตร ของเกษตรกรในประเทศสมาชิกอาเซียนตามความสนใจ 1 ประเทศ แลว รวมกันอภิปรายในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • การเปนประชาคมอาเซียน สงผลดีหรือสงผลกระทบตอเกษตรกรของ แตละประเทศอยางไร • เกษตรกรควรปฏิบัติตนอยางไร เพื่อใหสินคาทางการเกษตรของตนเปน ที่ยอมรับของนานาประเทศ และกลายสินคาสงออกที่สําคัญ บุคคลในขอใดปฏิบัติตนไดเหมาะสมในการใชงานเครื่องมือ และอุปกรณทางการเกษตร 1. ทศพรกมหนากมตาขุดดิน โดยไมมองที่อื่น 2. ทับทิมพูดคุยกับเพื่อนขณะกําลังรดนํ้าตนไม 3. ทิพยวรรณวางบัวรดนํ้าไวขางแปลงผักสวนครัว 4. แทนไทหลอกลอกับเพื่อนขณะกําลังใชเคียวเกี่ยวขาว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะอุปกรณในการรดนํ้าตนไม ไมใชอุปกรณมีคม การพูดคุยกันในขณะรดนํ้าตนไม จึงไมกอให เกิดอันตรายตอผูใชงาน คําตอบในขอ 1. การไมมองพื้นที่บริเวณ โดยรอบ อาจกอใหเกิดอันตรายตอผูที่อยูในบริเวณใกลเคียง คําตอบในขอ 3. อุปกรณอาจเสื่อมสภาพไดอยางรวดเร็วและ คําตอบในขอ 4. เคียวเปนอุปกรณมีคม อาจกอใหเกิดอันตรายได) T98


ขอสอบเนน การคิด ๑. ศึกษำวิธีกำรใช้เครื่องมือจำกคู่มือกำรใช้งำน  เฉพำะของเครื่องมือชนิดนั้น ๆ ก ่อนที่จะใช้ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ซื้อมำจำกร้ำนค้ำ ๒. ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ให้ถูกต้องเหมำะสม กับงำน เช่นไม่ใช้งำนเครื่องจักรจนเกินก�ำลังกำร ท�ำงำนของเครื่อง เพรำะอำจท�ำให้เครื่องจักรเกิด  กำรช�ำรุดเสียหำย ควรตรวจดูควำมเรียบร้อย ให้เครื่องมือมีสภำพพร้อมใช้งำน  ในขณะใช้งำน หำกพบว่ำเครื่องมือเกิดกำรช�ำรุดควรหยุดใช้ ทันทีแล้วรีบท�ำกำรซ่อมแซมแก้ไข เพื่อควำม ปลอดภัยและประสิทธิภำพสูงสุดของกำรปฏิบัติงำน ๓. ขณะใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในกำรปฏิบัติงำน  ไม่ควรหยอกล้อ เล่น แกล้งกัน หรือปฏิบัติงำน ด้วยควำมประมำท เลินเล่อ เพรำะอำจท�ำให้เกิด อุบัติเหตุได้ ๔. เมื่อปฏิบัติงำนเสร็จ หรืออยู่ในระหว่ำงพักงำน  ควรเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบในที่ จัดเก็บไม่ควรวำงเครื่องมือเกะกะกีดขวำงทำงเดิน และตรวจตรำซ่อมแซมเครื่องมือให้อยู่ในสภำพ สมบูรณ์พร้อมใช้งำนในครั้งต่อไปตำมหลักปฏิบัติ ของค�ำกล่ำวที่ว่ำ “หยิบก็ง่ำย หำยก็รู้ ดูก็งำมตำ” ๓.๒ หลักการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการปลูกพืช   กำรใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อย่ำงมีประสิทธิภำพและปลอดภัย ควรมีกำรเก็บและดูแลรักษำ อย่ำงถูกต้อง เพื่อให้มีสภำพพร้อมใช้งำนและสำมำรถใช้งำนได้นำน  หลักกำรใช้เครื่องมือและ อุปกรณ์ ในกำรปลูกพืช มีดังนี้ ๕. ผู้ปฏิบัติงำนควรแต่งกำยให้รัดกุมและเหมำะสม กับกำรใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ชนิดนั้น ๆ เช่นใน กำรใช้เครื่องมือพ่นสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืช ควรแต่ง กำยให้รัดกุม โดยใส่ชุดส�ำหรับป้องกันสำรเคมี ก�ำจัดศัตรูพืช เพื่อไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับสำรเคมี ควรสวมหมวกสวมหน้ำกำกเพื่อป้องกันอันตรำย จำกละอองยำ และสวมใส่รองเท้ำให้มิดชิดทุกครั้ง ในขณะปฏิบัติงำน  กำรใช้เครื่องมือพ่นสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืช ควรแต่งกำย ให้มิดชิดรัดกุมเพื่อป้องกันอันตรำยจำกสำรพิษเข้ำสู่ร่ำงกำย   ส้อมพรวนใช้ส�ำหรับพรวนดินรอบ ๆ พืชที่ปลูก เพื่อให้ดินร่วนซุย แต่ไม่ควรใช้พรวนดินที่มีลักษณะ แข็งเกินไป เพรำะอำจท�ำให้ส้อมพรวนหักงอได้ Trick : กำรใช้ส้อมพรวน การเพาะปลูกพืช 93 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 4. ครูใหนักเรียนดูเครื่องมือและอุปกรณในการ ปลูกพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 4 ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 5. ครูถามนักเรียนวา เครื่องมือและอุปกรณควร เก็บรักษาอยางไร พันธุพืชที่จะนําไปปลูกควร เตรียมอยางไร 6. นักเรียนชวยกันคิดและตอบคําถาม โดยครูสุม ถามนักเรียน 2-3 คน 7. ครูถามนักเรียนวา • หลักการใชเครื่องมือและอุปกรณในการ ปลูกพืชมีอะไรบาง (แนวตอบ ศึกษาคูมือการใชงาน ใชงานอยาง เหมาะสม ใชงานอยางมีสติ จัดเก็บใหเปน ระเบียบ แตงกายใหรัดกุม) บุคคลในขอใดแตงกายเหมาะสมในการพนสารเคมี เพื่อกําจัด ศัตรูพืชมากที่สุด 1. ปูสวมชุดคลุมปองกันสารเคมี สวมรองเทาบูต หมวก หนากาก และแวนตา เพื่อปองกันฝุนละออง 2. ปลาสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวก และใช ผาเช็ดหนาปดบริเวณจมูกอยางมิดชิด 3. แปงสวมชุดปองกันสารเคมี สวมรองเทาแตะ หมวก หนากาก และแวนตากันแดด 4. โปงสวมเสื้อแขนยาวสองชั้น สวมกางเกงขายาว แวนตา และหนากาก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะสารเคมีที่นํามาใชมีสารที่กอ ใหเกิดอันตราย หากสูดดมเขาไปจะทําใหเกิดอาการผิดปกติตางๆ หรืออาจเสียชีวิตได จึงควรสวมชุดใหเหมาะสม) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารเคมีกําจัดศัตรูพืชใหนักเรียนฟงวา สารเคมี กําจัดศัตรูพืช เปนสารเคมีที่นํามาใชในการปองกันและกําจัดศัตรูของพืชชนิด ตางๆ เชน แมลง หนูหรือสัตวฟนแทะ เชื้อรา วัชพืช เปนสารที่กอใหเกิดอันตราย ตอสุขภาพ โดยมนุษยสามารถรับสารพิษเขาสูรางกายไดทางผิวหนัง การหายใจ และการกิน หากรางกายไดรับพิษจะแสดงอาการได 2 ลักษณะ คือ • พิษเฉียบพลัน เกิดขึ้นทันทีเมื่อไดรับสารพิษเขาสูรางกาย สงผลใหมีอาการ ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส อาเจียน เจ็บหนาอก ปวดกลามเนื้อ เหงื่อ ออกมาก ทองรวง เปนตะคริว หายใจติดขัด มองเห็นไมชัด หรืออาจ เสียชีวิตได • พิษเรื้อรัง เกิดขึ้นชาเมื่อไดรับสารพิษเขาสูรางกาย จะใชเวลานานกวาจะ แสดงอาการ สงผลใหเปนหมัน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เปนอัมพฤกษ อัมพาต หรือโรคมะเร็ง นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T99


ขอสอบเนนการคิด ๓.๓ หลักการเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ ในการปลูกพืช   กำรเก็บรักษำเครื่องมือและอุปกรณ์ ในกำรปลูกพืช ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑.  เครื่องมือทุกชนิดควรเก็บไว้ ในโรงเรือนให้ มิดชิด เพื่อป้องกันแดดและฝน ๒.  เครื่องมือที่มีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ ควรชโลมด้วย น�้ำมันกันสนิมหลังกำรใช้งำนทุกครั้ง เพื่อป้องกัน กำรเกิดสนิม ๓.  ควรอัดจำระบีหล ่อลื่นในชิ้นส ่วนที่มีควำม เคลื่อนไหวและเสียดสีกันของโลหะ  เพื่อป้องกัน กำรสึกหรอของเครื่องมือ ๔.  เครื่องมือที่มีจ�ำนวนมำกและมีขนำดเล็ก  เช่น ประแจ ไขควง ควรวำงบนแผงใส่เครื่องมือ ให้เรียบร้อยและจัดท�ำบัญชีรำยกำรเครื่องมือ  อุปกรณ์ทุกชนิด  เพื่อควำมสะดวกในกำรใช้งำน และช่วยเตือนควำมจ�ำ ๕.  ควรดูแลรักษำเครื่องมือ  และอุปกรณ์ที่ผู้อื่น หยิบยืมไปใช้ ซึ่งอำจจะมีกำรสึกหรอ หรือเกิดกำร เสียหำยขึ้น ควรท�ำกำรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน น�ำมำใช้งำน  หลังท�ำควำมสะอำด ควรจัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ  เพื่อควำมสะดวกและปลอดภัยในกำรใช้งำนครั้งต่อไป  เครื่องมือและอุปกรณ์ ในกำรเก็บเกี่ยวที่มีคม ก่อนน�ำ ไปใช้จะต้องลับให้คม เพื่อกำรใช้งำนอย่ำงมีประสิทธิภำพ การเลือกใช้จาระบี T i p   จำระบีที่มีหลำยประเภท จึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมำะสมกับกำรใช้งำน ดังนี้   ๑.  หำกอุปกรณ์ต้องสัมผัสกับน�้ำและควำมชื้น ควรเลือกใช้จำระบีประเภททนน�้ำ   ๒.  หำกอุปกรณ์ต้องสัมผัสทั้งน�้ำและควำมร้อน  ควรเลือกใช้จำระบีอเนกประสงค์  หรือจำระบี คอมเพล็กซ์   ๓.  หำกอุปกรณ์ต้องใช้แรงกดกระแทกระหว่ำงกำรใช้งำน  ควรเลือกใช้จำระบีผสมสำรรับแรง กดกระแทก 9๔ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 8. ครูอธิบายถึงหลักการเก็บรักษาเครื่องมือและ อุปกรณในการปลูกพืช และการเตรียมพันธุพืช เพื่อนําไปปลูกใหนักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียน เขาใจวา การเตรียมและการปลูกพืชที่เหมาะสม จะทําใหไดพืชตนใหมที่มีคุณภาพตรงตาม ความตองการ จากนั้น ครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • ควรเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณที่มีคม อยางไร • การทําบัญชีรายการเครื่องมือและอุปกรณ มีความจําเปนหรือไม เพราะเหตุใด • การชโลมดวยนํ้ามันกันสนิมควรทําใน ขั้นตอนใดกับอุปกรณใด เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลับเครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตรให นักเรียนฟงวา เครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตรแตละประเภทจะมีวิธีการลับ ที่แตกตางกัน กลาวคือ เครื่องมือขนาดเล็ก เชน มีด กรรไกร ใหใชหินลับมีด ในการลับคม เวลาลับมีดควรใสนํ้าเล็กนอย เพื่อใหลื่นและลับมีดไดสะดวกขึ้น เมื่อลับมีดเสร็จใหนําไปลางดวยนํ้าสะอาด เช็ดใหแหง แลวทานํ้ามันกันสนิม สวนเครื่องมือขนาดใหญ เชน จอบ พลั่ว เสียม ใหใชตะไบลับมีดถูสวนที่คม เมื่อเสร็จใหนําไปลางดวยนํ้าสะอาด เช็ดใหแหง แลวทานํ้ามันกันสนิม ขอใดไมใชขอควรปฏิบัติในการเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณ ทางการเกษตร 1. อัดจาระบีในสวนที่มีการเสียดสี เพื่อลดการสึกหรอ 2. เก็บไวในโรงเรือนที่สามารถปองกันแดดและฝนได 3. ชโลมดวยนํ้ามันเครื่องชนิดใสกอนการนําไปใชงาน เพื่อปองกันสนิม 4. มีบัญชีรายการเครื่องมือและอุปกรณ เพื่อความสะดวกในการ ตรวจสอบ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการชโลมดวยนํ้ามันเครื่อง ชนิดใส เปนขั้นตอนการทําความสะอาดที่ควรปฏิบัติทําหลังจาก ที่ไดใชงานเครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตรเสร็จเรียบรอยแลว ไมใชชโลมกอนการใชงาน) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการลับคมมีด ไดจาก https://cooking.kapook. com/view84194.html T100


ขอสอบเนน การคิด ๔ การเตรียมพันธุ์พืช กำรเตรียมพันธุ์พืชเป็นกำรจัดหำ หรือกำรคัดเลือกพันธุ์พืชที่ดีแล้วน�ำไปปลูกในพื้นที่ที่ก�ำหนด ไว้ในแผนกำรปลูกพืชในกำรปลูกพืชผู้ปลูกย่อมต้องกำรให้พืชที่ปลูกเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี ทั้งปริมำณและคุณภำพ ดังนั้น กำรปลูกพืชให้ประสบผลส�ำเร็จผู้ปลูกต้องมีกำรวำงแผนจัดกำรที่ดี  ตั้งแต่ขั้นตอนแรก  คือ  กำรเตรียมพันธุ์พืชที่ดีมำปลูกในพื้นที่  หรือในแปลงปลูกพืชที่ได้วำงแผน กำรผลิตไว้  โดยทั่วไปสำมำรถเตรียมพันธุ์พืชได้  ๒  แนวทำง  คือ  กำรเตรียมพันธุ์พืชโดยวิธีกำร เพำะเมล็ด และเตรียมพันธุ์พืชจำกกำรน�ำส่วนต่ำง ๆ ของต้นพืชมำขยำยพันธุ์เป็นต้นใหม่ ซึ่งจะมี ข้อดีและข้อเสียแตกต่ำงกันไป  ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของพืชที่ต้องกำรปลูกและวัตถุประสงค์ ในกำรปลูกพืชเป็นหลัก ๔.๑ วัตถุประสงค์ของการเตรียมพันธุ์พืช   ในกำรเตรียมพันธุ์พืชมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑.  เพื่อให้ได้ต้นพืชที่ปลูกถูกต้องตรงตำม วัตถุประสงค์ของผู้ปลูก ๒.  เพื่อให้ได้ต้นพืชที่ดี  มีอัตรำกำรเจริญเติบโต เร็ว ล�ำต้นแข็งแรง ดูแลรักษำง่ำย  ไม่มีปัญหำ เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวน ๓.  เพื่อให้ได้ต้นพืชที่ให้ผลผลิตสูงทั้งปริมำณ และคุณภำพ เช่นถ้ำเป็นไม้ผลก็ควรเป็นพันธุ์ที่ให้ ผลดก ขนำดของผลใหญ่ รสชำติดี สีผลสวยงำม  เป็นที่นิยมของผู้บริโภคซึ่งตลำดมีควำมต้องกำร สูงและมีรำคำดี ๔.  เพื่อให้ได้พันธุ์พืชในปริมำณที่เพียงพอกับ ควำมต้องกำรที่จะปลูก มีขนำดและกำรเจริญ เติบโตเท่ำ ๆ กัน ๕.  กำรเตรียมต้นพันธุ์ที่มีอำยุเท่ำ ๆ  กัน  จะท�ำ  ให้ผู้ปลูกได้รับผลผลิตพร้อมกันทั้งแปลง ท�ำให้ เกิดควำมสะดวกในกำรเก็บเกี่ยวและกำรดูแล พื้นที่หลังกำรเก็บเกี่ยว กำรเตรียมพันธุ์พืชควรให้พืชได้รับสำรอำหำรเพียงพอ และอยู่ในอุณหภูมิที่เหมำะสม เพื่อให้พันธุ์พืชแข็งแรง การเพาะปลูกพืช 9๕ เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 1. ครูนําเมล็ดพันธุพืชที่เตรียมไว เชน เมล็ดกะเพรา เมล็ดสะระแหน เมล็ดผักสลัด เมล็ดทานตะวัน เมล็ดถั่วเขียว เมล็ดผักชี เมล็ดกวางตุง วางตาม จุดตางๆ รอบหองเรียน จากนั้น ครูอธิบายถึง วัตถุประสงคของการเตรียมพันธุพืชในหนังสือ เรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 95 แลว ถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา ผูเตรียมพันธุพืชมี วัตถุประสงคใดในการเตรียมพันธุพืช (แนวตอบ ไดตนพืชตรงตามตองการ ได ปริมาณมากและมีคุณภาพดี ไดตนพืชที่ แข็งแรง) 2. นักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน แตละกลุม สังเกตเมล็ดพันธุพืชที่อยูตามจุดตางๆ รอบ หองเรียน แลวพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน การเตรียมพันธุพืชที่มีอายุเทากันกอนการเพาะปลูกพืช จะสง ผลตอผลผลิตอยางไร 1. ผลผลิตเกิดการกลายพันธุ 2. ผลผลิตที่ไดแข็งแรงสมบูรณดี 3. พืชแยงอาหารจากกัน จึงสงผลทําใหผลผลิตมีปริมาณนอย 4. เก็บเกี่ยวไดพรอมกัน ทําใหเกิดความสะดวกในการเก็บเกี่ยว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการเตรียมพันธุพืชกอนการ เพาะปลูกพืช จําทําใหไดเมล็ดพันธุที่มีอายุเทาๆ กัน สงผลให ผลผลิตออกผลในชวงเวลาใกลเคียงกัน ทําใหเกษตรกรสามารถ เก็บเกี่ยวผลผลิตไดพรอมๆ กัน ชวยใหสะดวก ประหยัดเงิน เวลา และแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต) นักเรียนควรรู 1 แมลงศัตรูพืช เปนหนึ่งในหลายปญหาที่สงผลกระทบตอการเจริญเติบโต ของพืช การกําจัดแมลงศัตรูพืชสามารถใชสารสกัดจากธรรมชาติได ดังนี้ • ขมิ้นชัน นําขมิ้นชันแหงครึ่งกิโลกรัมมาตําใหละเอียด หมักในนํ้า 2 ลิตร ทิ้งไว 1 คืน กรองเอากากทิ้ง นําสวนที่สกัดได 200 มิลลิลิตร ผสมกับนํ้า 2 ลิตร ฉีดพนในแปลงผัก เพื่อกําจัดหนอนใยผักและหนอนกระทูผัก • สาบเสือ นําใบสาบเสือแหง 400 กรัม มาตําใหละเอียด ผสมกับนํ้า 3 ลิตร นําไปตมนาน 10 นาที รอใหเย็น กรองเอากากทิ้ง ฉีดพนในแปลงมะเขือเปราะ เพื่อกําจัดเพลี้ยออนและหนอนกระทูผัก • โลติ๊น นํารากโลติ๊นที่มีอายุ 3-5 ป มาสับเปนชิ้นเล็กๆ นําไปตากแดด ใหแหง และชั่งนํ้าหนักใหไดครึ่งกิโลกรัม หมักในนํ้า 20 ลิตร ทิ้งไว 1 คืน ฉีดพนในแปลงขาวโพด เพื่อลดการระบาดของตั๊กแตนปาทังกา นํา สอน สรุป ประเมิน T101


๔.๒ หลักการเลือกพันธุ์พืชเพื่อใช้ในการปลูก   กำรคัดเลือกพันธุ์พืชมีหลักกำรคัดเลือกในเบื้องต้น ดังนี้ ๑) ควรเป็นพันธุ์พืชที่มีควำมเหมำะสมกับสภำพแวดล้อมในท้องถิ่นของผู้ปลูก เนื่องจำกประเทศไทยมีสภำพของดิน ฟ้ำ อำกำศ ควำมชุ่มชื้น ปริมำณน�้ำฝนที่ตก และอุณหภูมิ  ในแต่ละท้องถิ่นแตกต่ำงกัน  กำรน�ำพืชที่ปลูกได้ดีในท้องถิ่นหนึ่งไปปลูกในอีกท้องถิ่นหนึ่งอำจได้ ผลผลิตต่ำงกัน หรืออำจไม่ได้ผลผลิตเลยก็ได้ เช่น กำรน�ำปำล์มน�้ำมัน เงำะ ทุเรียน ที่เจริญเติบโต ได้ดีทำงภำคใต้และภำคตะวันออกที่มีภูมิอำกำศชุ่มชื้นไปปลูกในแถบจังหวัดภำคเหนือหรือบนดอย สูงที่มีอำกำศหนำวเย็น ผลผลิตที่ได้ย่อมมีควำมแตกต่ำงกัน ๒) ควรเป็นพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและดีที่สุดเนื่องจำกพืชแต่ละชนิดมีหลำกหลำย  พันธุ์แต่ละพันธุ์จะให้ผลผลิตแตกต่ำงกันไป คุณภำพของผลผลิต เช่น รส  กลิ่น  สี  เนื้อเยื่อ ของผลควำมหวำนของเนื้อผลไม้ก็จะแตกต่ำงกันด้วย กำรปลูกพืชเพื่อกำรค้ำจึงต้องค�ำนึงถึงปัจจัย ด้ำนพันธุ์พืชเป็นอย่ำงมำก ๓) ควรเป็นพันธุ์พืชที่มีควำมต้ำนทำนต่อโรคและแมลงศัตรูพืชในท้องถิ่นรวมถึง สำมำรถเจริญเติบโตได้ดีในท้องถิ่น จะช่วยประหยัดค่ำใช้จ่ำยเรื่องแรงงำนและค่ำสำรเคมีเกษตร ที่ใช้ในกำรบ�ำรุงดูแลรักษำพืชได้ ๔) ควรเป็นพันธุ์พืชที่ตรงกับควำมต้องกำรของตลำดและผู้บริโภค เพรำะเมื่อ ปลูกแล้วสำมำรถจ�ำหน่ำยผลผลิตได้รำคำดี   กล้วยไม้หวำยจำกประเทศไทยได้รับกำรยอมรับจำกประเทศต่ำง ๆ ถึงควำมสวยงำม จึงท�ำให้เป็นไม้ตัดดอกเศรษฐกิจที่ส�ำคัญ 96 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 3. นักเรียนแตละกลุมปรึกษากัน เพื่อเลือกเมล็ด พันธุพืชที่สนใจ 1 ชนิด โดยครูคอยใหคําปรึกษา ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 4. นักเรียนแตละกลุมชวยกันหาขอมูลเกี่ยวกับ การเตรียมเมล็ดพันธุพืชที่สนใจ 1 ชนิด ที่ไดเลือก ไวในชั่วโมงที่แลว แลวนําขอมูลที่ไดมาพิจารณา ในกลุม โดยครูคอยสังเกตการทํางานกลุม จากนั้นครูถามนักเรียนวา • หลักการเลือกพันธุพืชเพื่อใชในการปลูกของ นักเรียนมีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เหมาะสมกับสภาพแวดลอม ใหผลผลิตสูง ตานทานตอโรคและแมลง ศัตรูพืช ตรงกับความตองการของตลาด) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุพืชดวย ตนเองใหนักเรียนฟงวา การงอกของเมล็ดพันธุพืชสามารถทําไดดวยตนเอง โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้ • นําเมล็ดพันธุพืชใสลงในภาชนะ เติมนํ้าลงไป เมล็ดพันธุที่เสียจะลอยนํ้า สวนเมล็ดที่ดีจะจมนํ้า หากสังเกตเห็นวามีเมล็ดพันธุลอยนํ้ามาก แสดง วามีเมล็ดพันธุเสียมาก จึงไมควรซื้อมาปลูก • ใชกระดาษฟางหรือกระดาษซับมาตัดใหพอดีกับจาน วางบริเวณกนจาน เติมนํ้าลงไปพอชุมแลวจึงใสเมล็ดพันธุ นํากระดาษฟางหรือกระดาษซับ ปดไวอีกชั้นหนึ่ง เติมนํ้าลงไปพอชุม ภายในเวลา 1-3 วัน เมล็ดพันธุ จะงอก ใหนับเมล็ดที่งอกดู หากงอก 70-80 % แสดงวาอยูในเกณฑใชได หากงอก 90 % ขึ้นไปแสดงวาใชไดดี หากตํ่ากวา 60 % ไมควรซื้อมาปลูก ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกพันธุพืช เพื่อใชในการเพาะปลูก นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามาสรุปลงใน กระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกพันธุพืช เพื่อใชในการเพาะปลูก เลือกพันธุพืชตามความสนใจ 1 ชนิด มาทําการทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุพืช บันทึกขอมูลที่ได จากการทดสอบลงในกระดาษรายงาน จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวทางในการ แกปญหา หากพบวาเมล็ดพันธุที่เลือกมีคุณสมบัติที่ไมเหมาะสม ตอการนํามาเพาะปลูก นํา สอน สรุป ประเมิน T102


ขอสอบเนน การคิด ๔.๓ แหล่งที่มาของพันธุ์พืช   ผู้ปลูกพืชสำมำรถเตรียมพันธุ์พืชที่ใช้ปลูกได้หลำยวิธี ดังนี้ ๑) กำรเก็บรวบรวมพันธุ์พืชไว้ใช้เอง เกษตรกรผู้ปลูกพืชสำมำรถพิจำรณำคัดเลือก พันธุ์พืชจำกต้นแม่พันธุ์ที่ใช้ปลูกอยู่แล้วเป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีที่สุดตำมหลักกำรคัดเลือก พันธุ์พืช  เหมำะที่จะน�ำไปปลูกขยำยพันธุ์  เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในรุ่นต่อ ๆ  ไป  โดยสังเกตและ ตรวจสอบคุณสมบัติจำกต้นแม่พันธุ์เป็นหลัก ส่วนวิธีกำรเตรียมพันธุ์พืชควรดูจำกควำมเหมำะสม ของพืชแต่ละชนิด ๒) กำรจัดซื้อ หรือติดต่อขอรับจำกหน่วยงำนรำชกำรที่เกี่ยวข้อง  ในปัจจุบัน มีหน่วยงำนรำชกำรมำกมำย เช่น กรมส่งเสริมกำรเกษตร กรมวิชำกำรเกษตร กรมพัฒนำที่ดิน  มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำลัยเกษตรและเทคโนโลยี ซึ่งท�ำหน้ำที่ส่งเสริมและเผยแพร่พันธุ์ พืชใหม่ ไว้ส�ำหรับแจกจ่ำยแก่เกษตรกรและผู้สนใจโดยไม่คิดมูลค่ำ หรือจ�ำหน่ำยในรำคำถูก  สำมำรถ ติดต่อขอรับ หรือซื้อได้จำกหน่วยงำนต่ำง ๆ เช่น เกษตรต�ำบล เกษตรอ�ำเภอ สถำนวิจัยพืชสวน ที่อยู่ใกล้บ้ำน ๓) กำรจัดซื้อจำกแหล่งที่เชื่อถือได้ ในปัจจุบันมีบริษัทต่ำง ๆ  จ�ำหน่ำยพันธุ์พืช จ�ำนวนมำก พันธุ์พืชเหล่ำนี้จะน�ำออกจ�ำหน่ำยได้ต้องได้รับกำรอนุญำตและรับรองพันธุ์ พร้อมทั้ง ตรวจสอบคุณภำพของพันธุ์พืชจำกกรมวิชำกำรเกษตร  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  นอกจำกนี้  ยังสำมำรถซื้อจำกเกษตรกรเจ้ำของไร่ เจ้ำของสวนที่มีกำรคัดเลือกพันธุ์พืชไว้ ใช้เองหรือเพื่อกำรค้ำ ควรเลือกซื้อจำกเจ้ำของไร่ เจ้ำของสวน หรือผู้จ�ำหน่ำยกิ่งพันธุ์พืชที่ได้รับกำรรับรองจำกกรมส่งเสริม กำรเกษตรเท่ำนั้น ๔.๔ วิธีการเตรียมพันธุ์พืช   กำรเตรียมพันธุ์พืชที่ต้องกำรน�ำมำปลูกสำมำรถเตรียมได้ หลำยวิธี  ขึ้นอยู่กับควำมเหมำะสมและชนิดของพืช  เช่น  กำรปลูกพืชผักชนิดต่ำง ๆต้องเตรียมพันธุ์พืชด้วยวิธีกำร เพำะเมล็ด  หรือเพำะกล้ำและย้ำยกล้ำปลูก  กำรปลูกไม้ ประดับและพืชไร่  ควรเตรียมพันธุ์ พืชโดยใช้วิธีกำรปักช�ำกิ่ง และล�ำต้น  กำรปลูกไม้ผลเกือบทุกชนิด  สำมำรถเตรียมพันธุ์พืชได้ โดยวิธีกำรตอนกิ่ง กำรเสียบกิ่งกำรทำบกิ่ง กำรติดตำ ส่วนกำรปลูกไม้ดอก สำมำรถเตรียมพันธุ์ พืชได้ โดยวิธีกำรตอนกิ่ง  กำรปักช�ำ  กำรติดตำ  และกำรเพำะเมล็ด การเพาะปลูกพืช 9๗ มีหน่วยงำนรำชกำรมำกมำย เช่น กรมส่งเสริมกำรเกษตร กรมวิชำกำรเกษตร กรมพัฒนำที่ดิน  1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 5. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลเกี่ยวกับการเตรียม เมล็ดพันธุพืชที่สนใจและที่พิจารณาแลว มา เขียนบนกระดานหนาหองเรียน จากนั้นครูและ นักเรียนชวยกันพิจารณาและตรวจสอบความ ถูกตองของขอมูลที่อยูหนาชั้นเรียน 6. นักเรียนแตละกลุมชวยกันหาขอมูลเกี่ยวกับ การเตรียมพันธุพืชในประเด็นตางๆ เชน วัตถุประสงค หลักการ แหลงที่มา วิธีการ โดยครูคอยสังเกตการทํางานกลุม จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • แหลงที่มาของพันธุพืชมาจากที่ใดบาง (แนวตอบ คัดเลือกไวใชเอง ซื้อหรือขอรับ จากหนวยงานที่เกี่ยวของ ซื้อจากแหลงที่ นาเชื่อถือ) • หากตองการซื้อพันธุพืชจากแหลงที่นา เชื่อถือไดควรดูจากสิ่งใด (แนวตอบ บริษัทหรือหนวยงานที่ไดรับการ อนุญาตและรับรองพันธุ รวมถึงตรวจสอบ คุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวง เกษตรและสหกรณ) นักเรียนมีวิธีการอยางไรที่จะชวยใหประหยัดคาใชจายในการ หาพันธุพืชมาทําการเพาะปลูก (แนวตอบ วิธีการที่จะชวยประหยัดคาใชจายในการหาพันธุพืช มาทําการเพาะปลูก คือ การเก็บรวบรวมพันธุพืชไวใชเอง กลาว คือ เราสามารถคัดเลือกพันธุพืชไดจากตนแมพันธุที่ปลูกอยูใน บริเวณพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะชวยใหประหยัดคาใชจายในการซื้อ พันธุพืชจากแหลงจําหนายตางๆ มาเพาะปลูก และพืชสามารถ เจริญเติบโตไดดี โดยไมกลายพันธุ) นักเรียนควรรู 1 กรมสงเสริมการเกษตร หรือ Department of Agriculture Extension เปนหนวยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ทําหนาที่หลายประการ เชน ศึกษา วิจัย และพัฒนางานดานการสงเสริมการเกษตร การถายทอดเทคโนโลยี เพื่อใหไดมาซึ่งผลิตผล สินคาและบริการทางการเกษตรที่มีคุณภาพ สงเสริม พัฒนาครอบครัวและสถาบันเกษตรกรใหเขมแข็ง เพื่อใหสามารถพึ่งพาตนเองได สามารถดําเนินการแขงขันไดอยางเปนธรรมและยั่งยืน เสริมสรางใหประชาชน มีสวนรวม เพื่อสงเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนใหมีขีดความสามารถในการ ผลิตและแขงขันในการผลิตสินคาและบริการทางการเกษตร ดําเนินการปองกัน แกปญหาความตองการของเกษตรกร ชุมชนเกษตรกรอยางพอเพียง บรรเทา ภัยธรรมชาติ ฟนฟูหลังเกิดความเสียหายตอกิจกรรมทางการเกษตรทุกระดับ นํา สอน สรุป ประเมิน T103


ขอสอบเนนการคิด เมล็ดเป็นผลที่ได้รับจำกกำรผสมพันธุ์ระหว ่ำงเกสรตัวผู้กับเกสรตัวเมียของพืช ซึ่งเป็นส ่วนหนึ่ง ของพืชที่เกิดขึ้นและเจริญเติบโตเป็นเมล็ด เมล็ดที่แก่เต็มที่ของพืชแต่ละชนิดจะมีลักษณะ รูปร่ำง ขนำด  และสีที่แตกต่ำงกัน  สำมำรถน�ำไปเพำะปลูกเป็นพืชต้นใหม่ได้ เช่น ข้ำว ข้ำวโพด แตงต่ำง ๆ  ถั่ว ผักกำด  ผักบุ้ง กำรเตรียมพันธุ์พืชโดยใช้เมล็ดมีประโยชน์ ดังนี้ กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกเมล็ด ๑.   สะดวกในกำรน�ำเมล็ดไปปลูกที่อื่น เนื่องจำก เมล็ดมีน�้ำหนักเบำ  มีขนำดเล็ก ไม่บอบช�้ำง่ำย  มีกำรบรรจุหีบห่ออย่ำงมิดชิดเก็บรักษำเมล็ดพันธุ์ ไว้ได้นำน แต่ต้องเก็บอย่ำงถูกวิธี  ๒.  สำมำรถท�ำได้ง่ำย สะดวกรวดเร็ว ท�ำได้ครั้งละ มำก ๆ ตำมจ�ำนวนพื้นที่ และได้ต้นพืชที่มีขนำด  อำยุเท่ำ ๆ  กัน ซึ่งง่ำยต่อกำรดูแลรักษำจนถึง กำรเก็บเกี่ยว ๓.  ท�ำให้ได้พันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลผลิตดีกว่ำพันธุ์เดิม เพรำะสำมำรถผสมพันธุ์และขยำยพันธุ์ได้ โดยฝีมือของมนุษย์  กำรปลูกพืชวิธีนี้จึงนิยมใช้ เพื่อกำรทดลองค้นคว้ำ ปรับปรุงพันธุ์พืชของนัก วิทยำศำสตร์เกษตรโดยทั่วไป ๔.  ท�ำให้ได้ต้นพืชที่มีระบบของรำกแก้วแข็งแรง รำกหยั่งลึกลงไปในดิน ต้นไม้จึงไม่โค่นล้มง่ำย  และเจริญเติบโตได้อย่ำงรวดเร็ว ๕.  พืชบำงชนิดสำมำรถน�ำไปใช้ในกำรเตรียม ต้นตอส�ำหรับกำรขยำยพันธุ์ โดยกำรปักช�ำติดตำ  ต่อกิ่ง และทำบกิ่งได้ เช่น ยำงพำรำ ๖.  ใช้เงินลงทุนน้อยกว ่ำวิธีอื่น  เป็นกำรประหยัด ค่ำใช้จ่ำยในกำรขยำยพันธุ์พืช เพรำะไม่ต้องใช้ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์มำกนัก ๗.  ต้นพืชที่ได้จะไม ่ติดโรคไวรัสจำกต้นแม ่พันธุ์ เนื่องจำกเชื้อไวรัสไม่สำมำรถถ่ำยทอดจำกต้นแม่ มำสู่ต้นลูกได้ จำกกำรใช้เมล็ดเป็นพำหะ เมล็ดของพืชชนิดต่ำง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของพืชที่สำมำรถ น�ำไปปลูกให้เจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ได้  กำรเตรียมพันธุ์พืชที่ได้จำกกำรเพำะเมล็ดเป็นวิธีกำรที่ท�ำ ได้สะดวก รวดเร็ว และได้ต้นพืชจ�ำนวนมำก 98 ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 1. ครูถามนักเรียนวา หากนักเรียนตองการปลูกพืช เพื่อรับประทานในครอบครัว นักเรียนควรเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ และพันธุพืชอยางไรบาง 2. นักเรียนทําใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ และพันธุพืชในการปลูกพืช 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู 4. ครูใหนักเรียนดูประโยชนของการเตรียมพันธุพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 แลวตั้งประเด็นคําถาม เชน • เพราะเหตุใดการเตรียมพันธุพืชจากเมล็ด จึงสะดวกในการนําไปปลูกที่อื่น • การเตรียมพันธุพืชจากเมล็ดมีความ เกี่ยวของกับรากแกวอยางไร • ขอดีของการเตรียมพันธุพืชจากเมล็ดมี อะไรบาง เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพาะเมล็ดใหนักเรียนฟงวา การเพาะเมล็ด เปนวิธีการเตรียมพันธุพืชที่เหมาะสมกับพืชผักสวนครัวและพืชดอกมากกวา เนื่องจากเปนวิธีที่ทําใหไดผลผลิตในปริมาณมาก สามารถทําไดอยางสะดวก และรวดเร็ว โดยวิธีการเพาะเมล็ดใหสําเร็จนั้นขึ้นอยูกับหลายปจจัย เชน ตอง เปนเมล็ดพันธุที่ดี มีความชื้น อุณหภูมิและแสงที่ไดรับมีความเหมาะสม วัสดุ อุปกรณที่ใชในการเพาะมีความเหมาะสม เมล็ดพันธุพืชที่ดีจะตองมีคุณสมบัติตรงตามพันธุพืช สามารถงอกไดเร็ว และมีความแข็งแรงหากเมล็ดที่ยังไมไดนําไปเพาะควรเก็บรักษาอยางถูกวิธี โดยเก็บไวในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิตํ่า ซึ่งจะทําใหคงสภาพเมล็ดพันธุไวได เนื่องจากพืชแตละชนิดมีอายุตางกัน อยางไรก็ตาม ระยะเวลาในการเก็บรักษา เมล็ดจะขึ้นอยูกับชนิดของเมล็ดพันธุเปนหลัก หากตองการปลูกมะขามควรเตรียมพันธุพืชแบบใดจึงจะ เหมาะสมที่สุด 1. การใชรังสี 2. การเสียบกิ่ง 3. การเพาะกลา 4. การเพาะเมล็ด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะมะขามจัดเปนไมผล ซึ่งไม ผลเกือบทุกชนิดเหมาะสําหรับกับการเตรียมพันธุพืช เพื่อนํามา ขยายพันธุ โดยวิธีการเสียบกิ่ง การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง และ การติดตา สวนการเพาะเมล็ดจะใชเวลานานกวาจะไดผลผลิต) นํา สอน สรุป ประเมิน T104


ขอสอบเนน การคิด   ส่วนต่ำง ๆ ของพืช เช่น รำก  ล�ำต้น ใบ กิ่ง  ยอดอ่อน หัว หน่อ รวมถึงวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช  สำมำรถน�ำไปเพำะปลูกเป็นพืชต้นใหม่ได้ ซึ่งวิธีกำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วนต่ำง ๆ ของพืช สำมำรถท�ำได้หลำย วิธี เช่น กำรปักช�ำ กำรตอนกิ่ง กำรติดตำ กำรทำบกิ่ง กำรต่อกิ่ง กำรเสียบยอด กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วน ต่ำง ๆ ของพืชมีประโยชน์ ดังนี้ กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วนต่ำง ๆ ของพืช ๑.  พันธุ์พืชที่ได้จะมีลักษณะและคุณสมบัติเหมือน กับต้นพ่อแม่พันธุ์ทุกประกำร ท�ำให้ไม่เกิดปัญหำ เรื่องกำรกลำยพันธุ์ ๒.  พืชบำงชนิดขยำยพันธุ์ด้วยเมล็ดยำก  จึงนิยม ขยำยพันธุ์ โดยกำรใช้ส่วนต่ำง ๆ  ของพืช  เช่น  กล้วยขยำยพันธุ์ด้วยหน่อ กล้วยไม้ขยำยพันธุ์ด้วย กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หอม กระเทียมขยำยพันธุ์ ด้วยหัว โกสน กุหลำบขยำยพันธุ์ โดยใช้กิ่งปักช�ำ ๓.  สำมำรถรวมลักษณะที่ดีของพืชไว้ในต้นเดียวกัน ได้  ท�ำให้ได้พืชชนิดใหม ่ที่ให้ผลผลิตดีตำมที่ ต้องกำร ๔.  ให้ผลผลิตที่เร็วกว่ำกำรเตรียมพันธุ์พืชจำกเมล็ด  เช่น มะม่วง ถ้ำปลูกด้วยเมล็ดจะให้ผลผลิตเมื่อพืช มีอำยุ ๔-๕ ปี แต่ถ้ำปลูกโดยกำรทำบกิ่ง จะให้ ผลผลิตเมื่อพืชมีอำยุ ๒-๓ ปี ๕.  ให้ต้นพืชที่มีทรงพุ่มขนำดปำนกลำง ล�ำต้นไม่สูง จนเกินไป  ซึ่งก่อให้เกิดควำมสะดวกในกำรดูแล รักษำและเก็บเกี่ยวผลผลิต ๖.  กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชท�ำให้ได้ต้นพืชที่ปลอดโรค เป็นจ�ำนวนมำก  โดยใช้ระยะเวลำสั้น  มีลักษณะ เหมือนต้นแม่พันธุ์ทุกประกำร  มีอัตรำกำรงอก มำกกว่ำกำรเพำะเมล็ด หน่อเป็นส่วนที่เกิดจำกต้นพืช  หรือรำกของพืชต้นเดิม หลังจำกที่รำกเกิดสมบูรณ์แล้ว  สำมำรถแยกไปปลูกเป็น พืชต้นใหม่ได้ กำรทำบกิ่งเป็นวิธีกำรขยำยพันธุ์พืชที่ได้รับควำมนิยม  เนื่องจำกจะได้ต้นพืชตรงตำมสำยพันธุ์เดิม  พืชโตเร็ว  ให้ ผลผลิตเร็วขึ้น การเพาะปลูกพืช 99   ส่วนต่ำง ๆ ของพืช เช่น รำก  ล�ำต้น ใบ กิ่ง  ยอดอ่อน หัว หน่อ รวมถึงวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช  วิธี เช่น กำรปักช�ำ กำรตอนกิ่ง กำรติดตำ กำรทำบกิ่ง กำรต่อกิ่ง กำรเสียบยอด กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วน 1 2 ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 5. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ ขอมูลเกี่ยวกับการเตรียมพันธุพืชในประเด็น ตางๆ ที่ไดหาขอมูลไวกอนหนานี้ 6. ครูและนักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยเกี่ยวกับ ขอมูลที่นําเสนอ ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาการเตรียมพันธุพืชจากสวน ตางๆ ของพืช สวนใดทํางายที่สุด เพราะอะไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การปกชํา เพราะเปน การนําตนหรือกิ่งมาปกเปนพืชตนใหม) 7. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 4.2 แลวนํามาสงครู นักเรียนควรรู 1 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เปนการนําเนื้อเยื่อเซลลสวนใดสวนหนึ่งของพืช มาเลี้ยงในสภาพปลอดจุลินทรีย โดยมีการควบคุมอุณหภูมิ แสง และความชื้น เพื่อใหเซลลปราศจากเชื้อที่มารบกวนและทําลายการเจริญเติบโตของพืช พืชที่ นิยมนํามาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เชน กลวยไม กุหลาบ ดาวเรือง ซึ่งเปนพืชที่มีปญหา ในเรื่องของการขยายพันธุ ประโยชนจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คือ สามารถผลิต พันธุพืชปริมาณมากไดในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังเก็บรักษาพันธุพืชไมใหสูญพันธุ และผลิตพันธุพืชที่ทนทานตอโรคตางๆ ไดดี 2 การทาบกิ่ง การขยายพันธุพืชเพื่อใหไดตนพันธุที่มีลักษณะเชนเดียวกัน กับตนแมพันธุ โดยกิ่งพันธุจะทําหนาที่เปนลําตนของตนพืช สวนตนตอที่นํามา ทาบติดกับกิ่งของตนพันธุจะทําหนาที่เปนระบบราก เพื่อหาอาหารใหกับตนพันธุ เพราะเหตุใดการศึกษา คนควา ทดลอง พัฒนา และปรับปรุง พันธุพืชจึงนิยมใชวิธีการเตรียมพันธุพืชโดยใชเมล็ด (แนวตอบ วิธีการเตรียมพันธุพืชโดยใชเมล็ด จะทําใหพันธุพืช มีการกลายพันธุ อาจทําใหไดพันธุพืชใหมซึ่งดีกวาพันธุพืชเดิม ในขณะที่วิธีการเตรียมพันธุพืชโดยการใชสวนตางๆ ของพืช จะใหผลที่ตางกัน คือ พืชที่ไดจะไมมีการกลายพันธุ ไมมีการ เปลี่ยนแปลง ดังนั้น จึงไมนิยมนํามาใชในการศึกษา คนควา ทดลอง พัฒนา และปรับปรุงพันธุพืช) นํา สอน สรุป ประเมิน T105


ขอสอบเนนการคิด พันธุ์พืชที่ใช้ปลูกในปัจจุบันนอกจำกจะได้จำกวิธีกำรขยำยพันธุ์ ด้วยเมล็ดแล้ว  ยังได้จำกวิธีกำรขยำยพันธุ์โดยใช้ส่วนต่ำง ๆ  ของพืช เช่น รำก ใบ กิ่ง ก้ำน ล�ำต้น หัว หน่อ จะได้ต้นพืชใหม่ เหมือนต้นเดิม ซึ่งสำมำรถท�ำได้หลำยวิธี ดังนี้ วÔ¸Õการง‹า æ ãนการ¢ÂาÂพัน¸Øพืช การป˜กªíา การµÔดµา เÊÕÂบÂอด การµอนกÔ่ง เปนพันธุพืชที่ไดจากการทําใหกิ่งออกราก ในขณะที่ติดอยูกับตนเดิม เมื่อกิ่งออกราก และแข็งแรงดีแลว จึงตัดออกจากตนเดิม และนําไปปลูกเปนพืชตนใหม พืชที่นิยม นํามาขยายพันธุดวยวิธีการตอนกิ่ง เชน มะนาว สมโอ เปนพันธุพืชที่ไดจากการตัดสวนหนึ่งสวนใด ของพืช เชน ใบ กิ่ง กาน ลําตน ราก ออก จากตนเดิม ไปเก็บไว ในที่ที่มีสภาพแวดลอม เหมาะสม สวนตางๆ ของพืช ดังกลาวจะออก รากและแตกยอด เจริญเติบโตเปนตนพืชใหม แลวนําไปปกชําในแปลงปลูก พืชที่นิยมนํามา ขยายพันธุดวยวิธีการปกชํา เชน ชมพู ฝรั่ง สม เปนพันธุพืชที่ไดจากการขยายพันธุ โดย การเชื่อมประสานสวนของตนพืชเขาดวยกัน เพื่อใหเจริญเติบโตเปนพืชตนเดียวกัน โดย การนําแผนตาจากกิ่งพันธุดีไปติดบนตนตอ พืชเดิม เพื่อใหตาของพืชเจริญเติบโตเปน พืชตนใหม พืชที่นิยมนํามาขยายพันธุ ดวยวิธีการติดตา เชน มะมวง นอยหนา กุหลาบ เปนพันธุพืชที่ไดจากการนําสวนของพืชที่ เปนพันธุดีมาติด หรือตอกับพืชอีกตนหนึ่ง เมื่อติดแลว พืชทั้งสองชนิดจะเจริญเติบโต เปนตนเดียวกัน ใชกับพืชที่ขยายพันธุ ไดยาก พืชที่นิยมนํามาขยายพันธุดวยวิธีการเสียบ ยอด เชน สมเขียวหวานกับสมเกลี้ยง มะนาว กับมะกรูด Know M ore 100 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ และพันธุพืชในการปลูก พืช 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 4.2 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู การขยายพันธุพืชดวยวิธีการใดสามารถเพิ่มจํานวนตนพืชที่จะ นําไปปลูกไดจํานวนมาก และไดพันธุพืชตรงตามพันธุที่ตองการ 1. การปกชํา 2. การติดตา 3. การตอนกิ่ง 4. การเสียบยอด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการตอนกิ่งเปนวิธีการขยาย พันธุพืชที่ทําใหไดพันธุพืชตรงตามพันธุดั้งเดิม สามารถเพิ่มปริมาณ ตนพืชที่จะนําไปปลูกไดเปนจํานวนมาก สามารถขยายพันธุพืช ตรงตามพันธุไดอยางรวดเร็วจากกิ่งที่ตอนออกมาจากตนเดิม) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรู ที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T106


ขอสอบเนน การคิด ๕ การเตรียมดินปลูกพืช   กำรเตรียมดินปลูกพืชเป็นกำรท�ำให้ดินมีสภำพเหมำะสมต่อกำรเจริญเติบโตของพืชเพื่อให้พืช ที่ปลูกมีอัตรำกำรเจริญเติบโตดีให้ผลผลิตสูงมีอำยุในกำรเก็บเกี่ยวสั้น หำกเกษตรกรมีกำรเตรียม ดินปลูกพืชที่ดีแล้วจะช่วยลดปัญหำและค่ำใช้จ่ำยในกำรปฏิบัติดูแลรักษำพืชได้มำก เช่นลดปัญหำ กำรก�ำจัดวัชพืชในแปลงปลูก ลดกำรใช้ปุ๋ยเคมี เพรำะสำมำรถใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนได้ ท�ำให้ดินปลูก มีควำมอุดมสมบูรณ์ โดยทั่วไปกำรเตรียมดินปลูกพืชมี ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๕.๑ การเตรียมดินเพาะเมล็ด หรือเพาะกล้าในภาชนะ   กำรเตรียมดินเพื่อกำรเพำะเมล็ด  หรือเพำะกล้ำในภำชนะ  อำจใช้ดินผสมซึ่งมีอยู่หลำยชนิด หรือหลำยสูตรด้วยกัน  ซึ่งสำมำรถน�ำมำดัดแปลงให้มีควำมเหมำะสมกับวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดควำมสะดวก หำซื้อได้ง่ำย และมีรำคำถูก ดังนี้   วิธีกำรผสมดินเพำะเมล็ดสำมำรถท�ำได้ โดยกำรน�ำส่วนผสมทั้งหมดของแต่ละสูตรมำ  กองรวมกัน จำกนั้นใช้จอบ หรือพลั่วพลิกส่วน ผสมของดินและวัสดุอื่น ๆ กลับไปกลับมำจน ส่วนผสมเข้ำกันจึงน�ำมำใส่ในภำชนะที่เตรียมไว้ เช่น กระบะสี่เหลี่ยม ตะกร้ำพลำสติก  ถุง พลำสติกด�ำที่เจำะรูก้นถุง แล้วใส่ดินให้หนำ  ๑๐-๑๕ เซนติเมตร เกลี่ยหน้ำดินให้เรียบ แล้ว จึงโรยเมล็ดพืชลงไป สูตรที่ 1 1 ส่วน 1 ส่วน 3 ส่วน สูตรที่ 3 1 ส่วน 1 ส่วน 3 ส่วน   ดินร่วน    ปุ๋ยคอก    ปุ๋ยหมัก    ทรำยหยำบ    ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ สูตรที่ ๒ 1 ส่วน 1 ส่วน 1 ส่วน 3 ส่วน การเพาะปลูกพืช 101 กำรก�ำจัดวัชพืชในแปลงปลูก รใช้ปุ๋ยเคมี 1 2 ขั้นนํา (กระบวนการปฏิบัติ) ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 1. ครูนําดินหลายชนิดมาใหนักเรียนดูและสังเกต เชน ดินรวน ดินทราย ดินเหนียว 2. ครูถามนักเรียนวา ดินที่นักเรียนดูเปนดิน ชนิดใดบาง มีความแตกตางกันอยางไร ดิน แตละชนิดเหมาะที่จะนําไปปลูกอะไรบาง นักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น จากนั้นครู อธิบายการเตรียมดินทั้ง 3 สูตร จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 101 แลวถาม นักเรียนวา • นักเรียนเคยเตรียมดินเพาะเมล็ดหรือไม ถาเคย เคยทําอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เคย เตรียมดินเพาะเมล็ด โดยการนําดินหลายๆ ชนิด มาผสมกัน) นักเรียนควรรู 1 การกําจัดวัชพืช สามารถปฏิบัติไดเองดวยวิธีการที่หลากหลาย เชน คลุมดิน ดวยหนังสือพิมพ 1 ชั้น จากนั้นโรยแกลบทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง วัชพืชจะไมสามารถ โผลมาสังเคราะหดวยแสงได และจะเฉาตายในที่สุด ใชนํ้าสมสายชู 2 ถวยตวง เกลือ 1 2 ถวยตวง และนํ้ายาลางจานเล็กนอย ผสมเปนเนื้อเดียวกัน เทใสขวด สเปรย นําไปฉีดพนลงบนวัชพืช วัชพืชจะคอยๆ เฉาตายในที่สุด 2 ปุยเคมี หรือปุยวิทยาศาสตร เปนปุยที่ไดจากอนินทรียสาร หรืออินทรีย สังเคราะห มีธาตุอาหารหลัก N P K สวนมากผลิตจากสารตั้งตน คือ แกส แอมโมเนีย หรือกระบวนการสังเคราะหนํ้ามัน จากนั้นนํามารวมกับกรด โดยผาน กระบวนการทางเคมี จัดเปนปุยที่นิยมใชกันอยางแพรหลาย ซึ่งผลเสียจากการ ใชปุยเคมีมีอยูดวยกันหลายประการ เชน ทําใหดินเสื่อมสภาพ ตนทุนการผลิต สูงขึ้น มีสารตกคางในผลผลิต ผลผลิตเนาเสียไดงาย รสชาติไมอรอย การเตรียมดินเพาะเมล็ด หรือเพาะกลาในภาชนะมีขอดีอยางไร และมีขั้นตอนในการปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ การเตรียมดินเพาะเมล็ด หรือเพาะกลาในภาชนะมีขอดี คือ สะดวก หาไดงายในทองถิ่น และมีราคาไมสูง สําหรับขั้นตอน การเตรียมดินเพาะเมล็ดสามารถทําไดโดยนําสวนผสมที่มีนํ้าหนัก มาก คือ ดินไวที่ชั้นลางสุด ตามดวยทรายหยาบและปุยหมัก โดยใหปุยคอกอยูดานบนสุด กองรวมกันแลวใชจอบ หรือพลั่ว พลิกสวนผสมของดินและวัสดุอื่นๆ จากดานลางขึ้นดานบน กลับไปกลับมาจนผสมเปนเนื้อเดียวกัน นํามาใสในภาชนะที่ เตรียมไว โดยใสดินใหหนาประมาณ 10-15 เซนติเมตร เกลี่ย หนาดินใหเรียบ แลวจึงโรยเมล็ดพืชลงไป) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T107


ขอสอบเนนการคิด ๒. ใช้จอบขุดโดยขุดดินให้ลึกอย่ำงน้อยหนึ่ง หน้ำจอบหรือลึกประมำณ ๒๐-๓๐เซนติเมตร พลิกดินชั้นล่ำงขึ้นมำข้ำงบน ตำกดินทิ้งไว้ ๒-๓ วัน เพื่อฆ่ำเชื้อโรคและท�ำลำย แมลงศัตรูพืชที่อำศัยอยู่ในดิน ๔. แปลงเพำะควรกว้ำงประมำณ  ๑  เมตร ควำมยำวขึ้นอยู่กับปริมำณต้นกล้ำ ขอบแปลง สูง ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เพื่อให้ระบำยน�้ำได้ดี  และควรมีหลังคำ หรือตำข่ำยพรำงแสง เพื่อ ป้องกันแสงแดด ลม และฝน ๕.๒ การเตรียมดินเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ   กำรเตรียมดินเพื่อกำรเพำะเมล็ดในแปลงเพำะส่วนใหญ่จะเป็นกำรเพำะเมล็ดตำมฤดูกำลปกติ เมื่อต้องกำรต้นกล้ำจ�ำนวนมำก  เนื่องจำกท�ำได้ง่ำยและสะดวกในกำรดูแล  ซึ่งกำรเตรียมดิน เพำะเมล็ดในแปลงเพำะมีขั้นตอนในกำรเตรียม ดังนี้ ๑. ก�ำจัดวัชพืชและวัสดุอื่น ๆ  เช่น ก้อนหิน กรวดกิ่งไม้ขยะถุงพลำสติกออกจำกบริเวณ แปลงเพำะให้หมด ๓. ย่อยดินให้ละเอียดและเก็บเศษวัชพืชออก อีกครั้ง จำกนั้นจึงน�ำปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์  ทรำยหยำบผสมกับดินให้เข้ำกัน แล้วเกลี่ย หน้ำดินให้เรียบ   ดินดี คือ ดินที่เหมำะสมกับพืชชนิดนั้น ๆ ท�ำให้พืชเติบโตได้โดยไม่มีอำกำรผิดปกติและผู้ปลูกไม่จ�ำเป็นต้องบ�ำรุงดินมำก 10๒ ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 3. ครูอธิบายวา การเตรียมดินเพื่อเพาะเมล็ด ที่เหมาะสมกับตนพืช จะทําใหไดตนกลาที่ แข็งแรง และการเตรียมดินที่เหมาะสมกับพืช แตละชนิด จะทําใหพืชโตไวและแข็งแรง 4. ครูใหนักเรียนดูการเตรียมดินปลูกพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 ครูถาม นักเรียนวา • ขั้นตอนแรกในการเตรียมดินเพาะเมล็ด ในแปลงเพาะคืออะไร (แนวตอบ กําจัดวัชพืชและเศษวัสดุออกจาก บริเวณแปลงเพาะใหหมด) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 1. ครูเตรียมอุปกรณและดินเพาะเมล็ดในภาชนะ สูตรที่ 1 ไว เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมแปลงเพาะใหนักเรียนฟงวา การเลือกและ การเตรียมแปลงเพาะ สามารถปฏิบัติได ดังนี้ • เลือกพื้นที่ที่มีวัชพืชขึ้นนอยและดินมีความอุดมสมบูรณ • ถางหญาและเก็บเศษวัชพืชตางๆ ออกจนหมด • จัดแปลงเพาะใหหัวทายของแปลงอยูแนวทิศเหนือและทิศใต • หากเปนพื้นที่ที่เปนดินเหนียว ควรผึ่งใหแหงกอน • เมื่อดินแหงจึงยอยดิน แลวใสปุยคอก หากดินมีฤทธิ์เปนกรดใหใสปูนขาว เล็กนอย รดนํ้าใหดินชื้น ยอยดินใหทั่วแปลง แตงดินยกเปนรูปแปลงตาม ขนาดที่วางแผนไว และยกแปลงสูงจากพื้นทางเดิน 15-20 เซนติเมตร • ใชสารเมทิลโบรไมดอบดิน เพื่อฆาศัตรูพืชในดิน โรค หรือแมลงที่เปน ศัตรูของเมล็ดและกลาพืชที่จะเพาะ ไสเดือนดินสงผลโดยตรงตอการเจริญเติบโตของพืชอยางไร 1. ทําใหดินมีฤทธิ์เปนกรด 2. ทําใหรากพืชเจริญเติบโต 3. ทําใหพืชติดเชื้อโรคจากไสเดือน 4. ทําใหเกิดการถายเทอากาศในดิน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการเคลื่อนไหวของไสเดือนดิน จะทําใหเกิดชองวางในดิน เมื่อมีชองวางในดินเกิดขึ้น จะทํา ใหดินมีทางระบายนํ้าและมีอากาศหมุนเวียนใหพืชไดนําไปใช ซึ่งจะสงผลโดยตรงตอการเจริญเติบโตของพืชได) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T108


กำรเตรียมดินปลูกพืชผักสวนครัว วิธีกำรเตรียมดินปลูกพืชผักสวนครัว ๕.๓ การเตรียมดินปลูกพืชเฉพาะอย่าง   กำรเตรียมดินเพื่อกำรปลูกพืชเฉพำะอย่ำงจะมีวิธีกำรเตรียมดินปลูกแตกต่ำงกัน เนื่องจำก พืชแต่ละชนิดมีระบบรำกที่ต่ำงกัน บำงชนิดมีรำกลึก บำงชนิดมีรำกตื้น จึงจ�ำเป็นต้องเตรียมดิน ให้เหมำะกับชนิดของพืช กำรเตรียมดินปลูกพืชเฉพำะอย่ำงที่จะกล่ำวถึง มีดังนี้ พืชผักสวนครัวเป็นพืชที่สำมำรถน�ำส่วนต่ำง ๆ ของพืช  มำประกอบเป็นอำหำรได้ จึงนิยมปลูกไว้ ในบริเวณบ้ำนเพื่อน�ำมำบริโภคในครอบครัว เช่น พริก กะเพรำ  โหระพำ  ผักบุ้งจีน ต�ำลึง ตะไคร้ โดยทั่วไปขนำดของแปลงปลูกพืชผักสวนครัวที่ปลูกในโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีขนำด ๑ × ๔ เมตร ๑.   ก�ำจัดวัชพืชและวัสดุอื่น ๆ  เช่น ตอไม้กิ่งไม้ เศษพืช ถุงพลำสติก ออกจำกบริเวณแปลงปลูก ให้หมด ๒.  ใช้ไม้ปักเพื่อก�ำหนดขนำดของแปลงปลูกทั้ง ๔ มุม ตำมควำมต้องกำร  ๓.  ใช้จอบขุดพลิกหน้ำดินชั้นล่ำงขึ้นมำชั้นบนให้ลึก ๑๕-๓๐ เซนติเมตร ปล่อยดินตำกแดดให้แห้ง ๒-๓ วัน ๔. ใช้เสียมย่อยดินในแปลงให้ร่วนและเก็บเศษวัชพืช ออกจำกแปลงปลูกอีกครั้ง ๕.  ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักปริมำณ ๔-๖ ปี๊บต่อพื้นที่  ๔ ตำรำงเมตร ผสมปุ๋ยและดินให้เข้ำกัน ๖. ปรับตกแต ่งแปลงปลูกให้สวยงำมและควรยก แปลงปลูกให้สูง ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เพื่อช่วย ให้มีกำรระบำยน�้ำในแปลงปลูก แล้วปลูกพืชตำม ควำมต้องกำร ต้นไม้จัดสวนยอดนิยม   กำรปลูกพืชควรเว้นระยะห่ำงแต่ละต้นให้เหมำะสมเพื่อให้ พืชไม่เบียดกันจนเกินไป 103 พืชผักสวนครัว โหระพำ  ต�ำลึง 1 2 3 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 2. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ครู ผสมดินเพาะเมล็ดในภาชนะสูตรที่ 1 โดย นักเรียนแตละกลุมคอยสังเกตสิ่งที่ครูทํา 3. สมาชิกในกลุมชวยกันวางแผนและลงมือผสม ดินเพาะเมล็ดในภาชนะสูตร 1 ตามที่ไดดูครูทํา โดยครูคอยสังเกตการทํางานของนักเรียนและ ใหคําแนะนํา 4. ครูและนักเรียนแตละกลุมตรวจสอบผลงาน ของตนเอง และพิจารณาถึงสิ่งที่ตองแกไข หรือพัฒนา เพื่อนําไปใชในการทําครั้งถัดไป จากนั้นครูถามนักเรียนวา • ผักสวนครัวที่นักเรียนอยากปลูกมีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ตนหอม ผักชี พริก มะกรูด) • แปลงปลูกพืชผักสวนครัว ควรจัดใหมีการ ระบายนํ้าอยางไร (แนวตอบ ควรยกแปลงปลูกใหสูง เพื่อใหมี การระบายนํ้าในแปลงปลูก) ใหนักเรียนดูคลิปวิดีโอจาก QR Code เรื่อง ตนไมจัดสวนยอดนิยม แลวอภิปรายรวมกัน ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมดิน ปลูกพืชผักสวนครัว นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามาสรุปใน รูปแบบของแผนผังความคิด (Mind Mapping) ตกแตงใหสวยงาม นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนนําขั้นตอนการเตรียมดินปลูกพืชผักสวนครัวที่ ไดจากการสรุปความรูมาปฏิบัติ ในการปลูกพืชผักสวนครัวตาม ความสนใจ 1 ชนิด บันทึกขอมูลการเจริญของพืชผักสวนครัว ที่ปลูก พรอมทั้งถายภาพประกอบจัดทําเปนรูปเลมรายงาน นําสงครูผูสอน นักเรียนควรรู 1 ผักสวนครัว เปนพืชลมลุกที่มีชวงอายุการเก็บเกี่ยวสั้น นิยมปลูกเพื่อบริโภค ภายในครัวเรือนหรือชุมชน การปลูกผักสวนครัวไวรับประทานเอง จะทําให ไดรับประทานผักสดที่อุดมไปดวยวิตามินและเกลือแรตางๆ ปลอดภัยจาก สารเคมีตกคาง ชวยลดรายจายภายในครัวเรือน ทั้งยังชวยใหสมาชิกในครอบครัว ไดทํากิจกรรมที่มีประโยชนรวมกันอีกดวย 2 โหระพา เปนพืชผักสวนครัวที่นิยมนํามาใชในการประกอบอาหาร อุดมไป ดวยสารอาหาร แรธาตุ และวิตามินที่มีประโยชนหลายชนิด ประโยชนที่ไดรับ จากการบริโภคโหระพามีหลายประการ เชน เสริมสรางภูมิคุมกันใหแกรางกาย รักษาและกระตุนระบบการยอยอาหาร ลดคอเลสเตอรอลในเลือด 3 ตําลึง เปนไมเลื้อยที่ผูคนสวนใหญนิยมบริโภค อุดมไปดวยวิตามินและ แรธาตุหลายชนิด ชวยปองกันโรคโลหิตจาง และลดความเสี่ยงตอการเกิด โรคมะเร็ง นํา สอน สรุป ประเมิน T109


ขอสอบเนนการคิด กำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำง กำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำง เป็นกำรปลูกและเลี้ยงดูต้นพืชในบริเวณที่จ�ำกัดให้เจริญเติบโตเหมือนหรือ ใกล้เคียงกับกำรปลูกและเลี้ยงดูต้นพืชบนดิน ผู้ปลูกจะต้องจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ คือ ดินปลูก กระถำง หรือ ภำชนะ และต้นพืชที่ต้องกำรปลูก วิธีกำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำง ๑. หำดินที่มีคุณสมบัติ ดังนี้   •  มีน�้ำหนักเบำ สะดวกในกำรเคลื่อนย้ำย แต่ต้อง มีควำมแน่นพอที่จะยึดล�ำต้นของพืชให้อยู่กับที่ และมั่นคง ไม่ล้มง่ำย   •  มีลักษณะโปร่ง  สำมำรถระบำยน�้ำและถ่ำยเท อำกำศได้ดี   •  มีธำตุอำหำรเพียงพอตำมควำมต้องกำรของพืช   • ไม่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือด่ำงมำกจนเกินไป   • หำซื้อได้ง่ำยและมีรำคำถูก ๒. เตรียมดินชนิดต่ำง ๆ ดังนี้   •  ดินร่วน ๑ ส่วนโดยปริมำตรซึ่งดินร่วนที่น�ำมำเป็น ส่วนผสมควรใช้เฉพำะหน้ำดินลึกไม่เกิน ๑ ฟุต  น�ำมำตำกแดดให้แห้ง รดน�้ำให้ชุ่ม และย่อยให้ เป็นก้อนเล็ก ๆ   •  อินทรียวัตถุ ๑ ส่วนโดยปริมำตร ได้แก่ หญ้ำหมัก หรือใบไม้ผุหรือเปลือกถั่วขุยมะพร้ำว ชำนอ้อย แกลบดิบ หรือแกลบผุ ซังข้ำวโพด หรือวัสดุที่  หำง่ำยในท้องถิ่นมีรำคำถูกและมีขนำดเหมำะสม กับขนำดของต้นพืชที่ต้องกำรปลูก   •  ปุ๋ยคอก ๑ ส่วนโดยปริมำตรเช่นมูลวัวมูลควำย มูล เป็ดมูลไก่มูลสุกรอย่ำงใดก็ได้แต่ต้องตำกแดด ให้แห้ง  อำจมีเศษหญ้ำ  เศษฟำงปนติดมำด้วย ก็ได้ น�ำมำบดให้ละเอียดก่อนน�ำไปผสม  กำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำงควรเตรียมดินให้มีปริมำณ พอเหมำะกับจ�ำนวนกระถำง เพื่อไม่ให้เหลือดินมำกเกินไป   •  ทรำยหยำบ ๑ ส่วนโดยปริมำตร ใช้ทรำยหยำบ หรือทรำยที่ ใช้ ในกำรก่อสร้ำง โดยเป็นตัวปรับโครงสร้ำง ดินปลูกให้ โปร่ง และเพื่อให้สำมำรถระบำยน�้ำได้ดี ๓.  ผสมดิน กำรผสมดินสำมำรถท�ำได้ โดยน�ำเอำส่วนผสมทั้ง ๔ ส่วน มำกองรวมกัน ใช้พลั่วตักส่วนผสมจำก ชั้นล่ำงขึ้นชั้นบน พลิกกองวัสดุจนกว่ำส่วนผสมจะเข้ำกัน น�ำไปใช้งำนได้ 10๔ ขุยมะพร้ำวชำนอ้อย   ทรำยหยำบ 1 2 3 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันคนควาหาดิน เพาะเมล็ดในภาชนะสูตรอื่นๆ ที่สนใจ เพื่อนํา มาปฏิบัติจริง 6. สมาชิกในกลุมชวยกันวางแผนและลงมือผสม ดินตามสูตรที่ไดคนความา ครูคอยสังเกตการ ทํางานของนักเรียนและใหคําแนะนํา 7. ครูและนักเรียนตรวจสอบผลงาน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • ไมกระถางที่นักเรียนอยากปลูกมีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน บอนสี โกสน วานสี่ทิศ ลิ้นมังกร) นักเรียนควรรู 1 ขุยมะพราว เกิดจากการนําเปลือกมะพราวมาปนใยใหละเอียดเปนขุยๆ มีขนาดเล็กประมาณเม็ดทราย ซึ่งจะตองแหงสนิท เปนเศษเหลือของโรงงานทํา เสนใยมะพราว มีคุณสมบัติสําคัญ คือ มีนํ้าหนักเบา อุมนํ้าไดดี และเก็บความชื้น ไดนาน เมื่อตองการใชงานใหพรมนํ้าลงบนขุยมะพราว เพื่อใหมีความชื้นที่ เหมาะสม ไมแฉะ และไมแหงจนเกินไป 2 ชานออย ทําหนาที่ในการรักษาความชื้นและชวยปองกันวัชพืช จึงเหมาะ สําหรับนําใชเปนวัสดุคลุมดิน ในขณะเดียวกันชานออยยังเปนแหลงอาหารของ จุลินทรียตางๆ ที่อยูในดิน ทั้งยังมีธาตุอาหารที่จําเปนตอการเจริญเติบโตของ พืช โดยนํามาเปนปุยบํารุงดิน 3 ทรายหยาบ เปนทรายที่มีขนาดใหญ มีเหลี่ยมคมและแข็งแรงมากกวา ทรายชนิดอื่นๆ นิยมนํามาใชในงานคอนกรีตที่ตองการความแข็งแรงมากๆ หากตองการทําการเกษตรที่หลีกเลี่ยงการใชสารเคมีในการผลิต โดยใชปุยอินทรีย เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ควบคุม และกําจัดศัตรูพืชดวยวิธีการทางชีวภาพ ควรเลือกทําการเกษตร รูปแบบใด 1. เกษตรผสมผสาน 2. เกษตรธรรมชาติ 3. เกษตรอินทรีย 4. วนเกษตร (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปนการนําหลักการความ สมดุลทางนิเวศวิทยาของธรรมชาติมาประยุกตใช เพื่อจัดการ ผลิตผลทางการเกษตรเนนการบํารุงดินดวยอินทรียวัตถุ เชน การใชปุยคอก ปุยหมัก ปุยพืชสด ชวยรักษาความสมดุลของธาตุ อาหารตางๆ) นํา สอน สรุป ประเมิน T110


กำรเตรียมดินปลูกพืชไร่   กำรเตรียมดินปลูกพืชไร่ไม่จ�ำเป็นต้องเตรียมดินแบบปลูกพืชผักสวนครัว เพรำะพืชไร่ต้องใช้พื้นที่มำก  จ�ำนวนต้นพืชต่อไร่มำกกว่ำกำรปลูกพืชสวน หรือพืชผัก พืชไร่ส่วนมำกเป็นพืชฤดูเดียว หรือพืชล้มลุก เช่น  ข้ำวโพด ข้ำวฟ่ำง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง วิธีกำรเตรียมดินปลูกพืชไร่ ๑. ปรับสภำพพื้นที่ปลูกพืชไร่ให้รำบเรียบเสมอกัน มีควำมลำดเอียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น�้ำท่วมขัง เมื่อฝนตกหนัก ๒.  เก็บเศษวัชพืช ตอไม้ กิ่งไม้ สิ่งกีดขวำงในกำรใช้ เครื่องมือส�ำหรับเตรียมดิน ๓.  ไถดินครั้งแรกให้ลึก ๒๕-๕๐เซนติเมตร เพื่อพลิก เอำหน้ำดินชั้นล่ำงขึ้นมำ  เพรำะท�ำให้ดินร่วนซุย หลังจำกกำรไถครั้งแรกควรตำกดินทิ้งไว้ประมำณ  ๒-๓ วันแล้วท�ำกำรตรวจสภำพควำมเป็นกรดด่ำง ของดินปรับสภำพทำงเคมีของดินให้เหมำะสมกับ พืชที่ต้องกำรปลูก ถ้ำพบว่ำดินเหนียวมำก ควรใส่ ปุ๋ยคอก  หรือปุ๋ยหมัก  เพื่อปรับโครงสร้ำงของดิน  ให้มีควำมร ่วนซุย แล้วจึงท�ำกำรไถครั้งที่  ๒  เรียกว่ำ “ไถแปร” เป็นกำรไถตัดขวำงแนวไถครั้งที่ หนึ่ง เพื่อย่อยดินให้ละเอียด จำกนั้นจึงท�ำกำรขุด หลุมเพื่อหยอดเมล็ดพืชตำมที่วำงแผนกำรปลูกไว้ ดินที่มีหญ้ำมำกให้ใส่จุลินทรีย์แห้งในดินแล้วพ่นจุลินทรีย์ให้ทั่ว จำกนั้นไถกลบแล้วพ่นจุลินทรีย์น�้ำ อีกครั้งเพื่อช่วยให้หญ้ำงอก  ทิ้งไว้ประมำณ  ๑๒  วัน  แล้วไถครำดให้เป็นปุ๋ย  หำกดินยังมีหญ้ำอยู่ให้พ่น จุลินทรีย์น�้ำทิ้งไว้ประมำณ ๑๒ วัน แล้วไถครำดอีกครั้ง จึงเริ่มปลูกพืชได้ Trick : กำรเตรียมดินที่มีหญ้ำมำก   กำรเตรียมดินให้พร้อมปลูกพืชไร่จะท�ำให้พืชเติบโตได้ดี เท่ำ ๆ กันทั่วทั้งไร่ การเพาะปลูกพืช 10๕ เพื่อหยอดเมล็ดพืชต1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 ฝกใหเกิดความชํานาญ 8. นักเรียนแตละกลุมคนควาวิธีการเตรียมดิน เพาะเมล็ดในแปลงเพาะ 9. นักเรียนแตละกลุมชวยกันวางแผนและลงมือ เตรียมดินเพาะเมล็ดในแปลงเพาะตามขั้น ตอนอยางถูกตอง โดยครูคอยสังเกตการ ทํางานของนักเรียนและใหคําแนะนํา 10. ครูและนักเรียนชวยกันตรวจสอบดินเพาะ เมล็ดในแปลงเพาะ จากนั้นตัวแทนแตละกลุม ออกมานําเสนอผลงาน 11. ครูใหนักเรียนดูตัวอยางการปลูกพืชตางๆ จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 และการเตรียมดินปลูกพืชไรในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 105 จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงควรปรับสภาพพื้นที่ใหมี ความลาดเอียงเล็กนอย (แนวตอบ เพื่อไมใหเกิดนํ้าทวมขัง เมื่อ ฝนตกหนัก) กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ใหแตละกลุมเลือกศึกษา วิธีการเตรียมดินปลูกพืชประเภทตางๆ ความสนใจ 1 ชนิด 2. ประชุมรวมกันเพื่อวางแผนการเตรียมดินปลูกพืชที่เลือก โดย เลือกพันธุพืชที่สนใจ 1 ชนิด มาปลูก 3. จดบันทึกขอมูลการเจริญของพืชที่ปลูก พรอมทั้งถายภาพ ประกอบ 4. นําผลงานที่ไดจากการศึกษามาติดลงบนแผนฟเจอรบอรด ตกแตงใหสวยงาม 5. แตละกลุมผลัดกันออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน โดยครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น หรือซักถามในประเด็นที่สงสัย นักเรียนควรรู 1 หยอดเมล็ดพืช ทําหลุมใหลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร หยอดเมล็ดลงกลาง หลุมประมาณ 2-3 เมล็ด แลวกลบดิน รดนํ้าใหชุม และควรระมัดระวังอยาให นํ้าทวมขังในหลุมปลูก เพราะจะทําใหเมล็ดเนาได รอเวลาใหเมล็ดงอกเปน ตนกลา ซึ่งระยะเวลาในการงอกจะขึ้นอยูกับชนิดของพืช เมื่อตนกลาแข็งแรง ดีแลวจะมีใบจริงขึ้น 2-4 ใบ ใหถอนออกเหลือหลุมละ 1-2 ตน และดูแลรักษา จนกวาจะใหผลผลิต การปลูกพืชวิธีนี้นิยมใชกับการปลูกพืชที่มีเมล็ดขนาดใหญ และมีระบบรากลึก เชน ไมผลยืนตน ผักสวนครัวประเภทแตงตางๆ สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมดินปลูกพืช ไดจาก http://www.ldd. go.th/Lddwebsite/web_ord/Technical/pdf/P_Technical10026.pdf นํา สอน สรุป ประเมิน T111


ขอสอบเนนการคิด กำรเพาะปลูกพืช ผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชที่ต้องการปลูก เช่น ดิน น�้า อากาศ แสงสว่าง อุณหภูมิ ธาตุอาหารพืช นอกจากนี้ ควรเลือกสถานที่ให้เหมาะสมกับชนิดของพืชที่ต้องการปลูก ตลอดจนเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์การปลูก การเตรียมพันธุ์พืช การเตรียมดินที่ใช้ ในการปลูกพืชได้อย่างถูกต้องจึงจะประสบความส�าเร็จตามวัตถุประสงค์ กำรเตรียมดินปลูกไม้ยืนต้น   กำรเตรียมดินปลูกไม้ยืนต้นจะต้องค�ำนึงถึงพื้นที่เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตขึ้น เพรำะไม้ยืนต้นเป็นต้นไม้ ที่มีรำกแก้วที่ช่วยในกำรค�้ำจุน ลักษณะของล�ำต้นเป็นไม้เนื้อแข็งที่แผ่กิ่งก้ำนออกไปได้ไกลและเป็นพุ่ม วิธีกำรเตรียมดินปลูกไม้ยืนต้น ๑. ขุดหลุมปลูกไม้ยืนต้น ควรมีขนำดควำมกว้ำง  ๑ เมตร ควำมยำว ๑ เมตร และควำมลึก ๑ เมตร  หรือลึกอย่ำงน้อย ๘๐ เซนติเมตร ๒.  กำรขุดหลุมปลูกควรแยกหน้ำดิน หรือดินชั้นบนไว้ ข้ำงหนึ่งและดินชั้นล่ำงไว้อีกข้ำงหนึ่งของปำกหลุม ๓.  เมื่อขุดเสร็จแล้วควรตำกดินทิ้งไว้ประมำณ ๑๐-๑๕ วัน เพื่อฆ่ำเชื้อโรค หรือแมลงที่มีอยู่ ในดิน ก่อน ท�ำกำรย่อยดิน ๔. ใช้หญ้ำแห้ง หรือฟำงแห้งรองพื้นที่บริเวณก้นหลุม ให้หนำประมำณ ๕๐ เซนติเมตร ๕.  ใส่ปุ๋ยคอกแห้งประมำณ ๑-๒ ปี๊บ ผสมกับดินชั้น บนใส่ลงในก้นหลุม ๖. ใส่ดินผสมซึ่งประกอบด้วยดินร่วน ๒ ส่วนปุ๋ยหมัก ๑ ส่วนผสมคลุกเคล้ำจนเข้ำกันให้เต็มหลุมใช้ดิน ชั้นล่ำงกลบปำกหลุมให้สูงกว่ำปำกหลุมเล็กน้อย เพรำะเมื่อหญ้ำแห้งหรือฟำงแห้งเน่ำเปื่อยแล้ว ดินจะยุบตัวลงอยู่ในระดับปำกหลุม หรือต�่ำกว่ำ ปำกหลุมเล็กน้อย สรุป ไม้ยืนต้นที่มีล�ำต้นไม่ใหญ่มำก  สำมำรถน�ำมำปลูกริมรั้ว เพื่อให้ร่มเงำและควำมสวยงำมได้ 106 ไม้ยืนต้น 1 ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุป เรื่อง การเตรียม ดินเพาะเมล็ดในภาชนะและในแปลงเพาะ 2. ครูอธิบายวา การเตรียมดินปลูกพืชเฉพาะ อยาง มีความแตกตางกัน ทั้งวิธีการ ปริมาณ ของดิน และขนาดของพื้นที่ ผูที่เตรียมดินปลูก จึงตองรูวาจะเตรียมดินอยางไรใหเหมาะสมกับ พืชชนิดนั้น ครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • การเตรียมดินปลูกไมยืนตนควรคํานึงถึง สิ่งใดบาง • การเตรียมดินปลูกไมยืนตน ควรใชดิน อะไรบาง และใสปุยชนิดใด เกร็ดแนะครู ครูอธิบายสรุปสาระสําคัญที่ไดรับจากการศึกษาการเพาะปลูกพืช ให นักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียนไดทบทวนความรูและเกิดความเขาใจที่ถูกตอง เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการตางๆ โดยครูอาจใหนักเรียนสรุปสาระสําคัญ ลงในสมุดบันทึกของตนเอง จากนั้นเขียนเรียบเรียงเปนภาษาของตนเอง เพื่อให นักเรียนเกิดความเขาใจอยางแทจริง เพราะเหตุใดจึงไมควรพรวนดินใกลโคนตน 1. ทําใหวัชพืชตาย 2. ทําใหดินรวนซุย 3. ทําใหรากพืชขาด 4. ทําใหดินถายเทอากาศไดดี (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเมื่อพรวนดินใกลโคนตน มากเกินไป ความคมของเครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตร อาจทําใหรากของพืชขาดไดงาย โดยเฉพาะรากฝอย จึงไมควร พรวนดินใกลโคนตน ซึ่งอาจเวนระยะหางตามความเหมาะสม เพื่อปองกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืช) นักเรียนควรรู 1 ไมยืนตน ไมเนื้อแข็งขนาดใหญที่มีลําตนเดี่ยว ลําตนตั้งตรง มีรากแกวที่ชวย ในการคํ้าจุนตน เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีความสูง 5 เมตรขึ้นไป เปนพรรณไม ที่มีอายุยืนยาวนานหลายป และการแตกกิ่งกานสาขาที่สวนปลายยอดมากกวา บริเวณสวนโคนดานลาง เชน สน เต็ง รัง แดง สัก ประดู นนทรี จามจุรี มะขาม นํา สอน สรุป ประเมิน T112


ขอสอบเนน การคิด ๑. เพรำะเหตุใดในกำรปลูกพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ำ จึงต้องค�ำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้   • ควำมลำดเอียงของพื้นที่ หรือระดับควำมสูงต�่ำของพื้นที่   • ขนำดของพื้นที่   • ลักษณะของดิน   • สถำนที่ตั้งของที่ดิน   • แหล่งน�้ำ ๒. ลักษณะของดินต่อไปนี้เหมำะส�ำหรับกำรปลูกพืชชนิดใด เพรำะเหตุใด   • ดินเหนียว ดินจับตัวแน่น อุ้มน�้ำได้ดี   • ดินร่วน อุ้มน�้ำได้ดี   • ดินทรำย เนื้อดินหยำบ ระบำยน�้ำได้ดี ๓. ในกำรปลูกพืชที่ก�ำหนดให้จะต้องค�ำนึงถึงสิ่งใด เพรำะเหตุใด   • มะม่วง   • ผักกำดขำว   • ดำวเรือง    • กุหลำบ   • บอนสี    • เฟิน Êรé างสรรคì ¾ั²นาการเรÕÂนรéÙกÔ¨กรรม ค�ำชี้แจง :  ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรำยบุคคล โดยเขียนตอบตำมที่ก�ำหนด เรื่อง ป˜¨¨ั·Õ่เกÕ่ÂÇ¢้อง ãนการปÅÙก¾ืª ใบมอบหมำยงำนที่ ๔.1 การเพาะปลูกพืช 10๗ ขั้นสรุป 3. นักเรียนแตละกลุมทําโครงงาน เรื่อง พืชที่ฉัน ปลูก โดยจะตองมีการเตรียมดินเพื่อปลูกพืช ชนิดที่เลือกดวย โดยหาขอมูลวาตองเตรียม ดินแบบใด เชน การเตรียมดินสําหรับผักสวน ครัว การเตรียมดินปลูกไมกระถาง การเตรียม ดินปลูกพืชไร การเตรียมดินสําหรับไมยืนตน 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 4.3 แลวนํามาสงครู เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชนของทรัพยากรดินที่มีตอมนุษยและ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใหนักเรียนฟงวา ทรัพยากรดินมีประโยชนหลายประการ เชน • มีประโยชนตอการเกษตรกรรม เพราะเปนตนกําเนิดของการเกษตรกรรม เปนแหลงผลิตอาหารของมนุษย ในดินจะมีอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร รวมถึงนํ้าที่จําเปนตอการเจริญเติบโตของพืช อาหารที่คนเราบริโภค ทุกวันนี้มาจากการทําเกษตรกรรมมากกวา 90% • การเลี้ยงสัตว ดินเปนแหลงอาหารของสัตว ทั้งพืชและหญาที่ขึ้นอยู ตลอดจนเปนแหลงที่อยูอาศัยของสัตวบางชนิดอีกดวย • เปนแหลงที่อยูอาศัย แผนดินเปนที่ตั้งของเมือง บานเรือน ทําใหเกิด วัฒนธรรมและอารยธรรมของชุมชนตางๆ ที่สืบตอกันมาอีกมากมาย ลักษณะนิสัยพื้นฐานในขอใดไมจําเปนสําหรับผูประกอบอาชีพ เกษตรกร 1. มีวินัย 2. มีความอดทน 3. มีเครือขายมาก 4. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะลักษณะนิสัยพื้นฐานของ อาชีพเกษตรกรที่ดี คือ ตองมีวินัยในการทํางาน ไมมักงาย เพื่อให ไดผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ อีกทั้งการทําการเกษตรตองรูจัก อดทนรอเวลาที่จะมีผลผลิตออกมา และตองดูแลผลผลิตใน ระยะเวลานาน จึงจะสามารถนําไปบริโภค หรือจําหนายได ที่ สําคัญตองไมเอาเปรียบผูบริโภคไมวาจะทางใดก็ตาม สวนการมี เครือขายมากเปนความสําคัญรองลงมา) นํา สอน สรุป ประเมิน T113


ขอสอบเนนการคิด ๑. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับตำมควำมสนใจ ๑ ชนิด โดยปฏิบัติตำมขั้นตอน ดังนี้ • ศึกษำข้อมูลเกี่ยวกับกำรปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ จำกแหล่งข้อมูล หรือแหล่งกำรเรียนรู้ต่ำง ๆ   •  เลือกไม้ดอก ไม้ประดับที่ต้องกำรปลูก และศึกษำค้นคว้ำข้อมูลเกี่ยวกับไม้ดอก ไม้ประดับที่ต้องกำรปลูก ให้มำกที่สุด   • เตรียมพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ เครื่องมือและอุปกรณ์ในกำรปลูก ได้แก่     -  เครื่องมือที่ใช้ ในกำรเตรียมดิน พรวนดิน เช่น จอบ เสียม ช้อนปลูก     -  เครื่องมือที่ใช้ ในกำรดูแลบ�ำรุงรักษำไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูก เช่น กรรไกรตัดกิ่ง บุ้งกี๋ มีด   • เตรียมดินปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ   • ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ   • บันทึกกำรเจริญเติบโตของไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูก   • ประเมินผลกำรปฏิบัติงำน ๒. น�ำไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูกส่งครูผู้สอน เรื่อง ไม้ดอก ไม้ประดับ ค�ำชี้แจง :  ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรำยบุคคล ใบมอบหมำยงำนที่ ๔.๒ 108 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูประเมินผลจากผลงานและการนําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนรวมกันสืบคนขอมูลเพิ่มเติม เพื่อศึกษาเกี่ยวกับหลักการ ใชเครื่องมือและอุปกรณในการเพาะปลูกพืชที่ถูกวิธี เพื่อใหนักเรียนสามารถ เลือกและใชงานเครื่องมือและอุปกรณในการเพาะปลูกพืชไดอยางถูกตองและ ปลอดภัย โดยใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติม จากแหลงการเรียนรูที่ หลากหลาย เชน หนังสือในหองสมุด วารสาร อินเทอรเน็ต จากนั้นใหนักเรียน นําความรูที่ไดรับจากการสืบคนมาอภิปรายรวมกันภายในชั้นเรียน ขอใดไมใชเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืช 1. การใชรังสี 2. การใชฮอรโมน 3. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 4. การดัดแปลงพันธุกรรม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะฮอรโมนเปนสารควบคุม การเจริญเติบโตของพืช ไมใชเทคโนโลยีในการเพาะปลูกพืช สวน คําตอบในขอ 1. 3. และ 4. เปนกระบวนการที่มีความเกี่ยวของกับ การเพาะปลูกพืช ซึ่งเปนการนําเทคโนโลยีตางๆ เขามาประกอบ) นํา สอน สรุป ประเมิน T114


กิจกรรม Mini Project ๑.  ส�ำรวจผักที่ขำยในตลำดท้องถิ่น เพื่อน�ำมำเป็นข้อมูลในกำรเลือกปลูกผัก  จำกนั้นวิเครำะห์ถึงสำเหตุที่มี    กำรปลูกผักแต่ละชนิด จัดท�ำเป็นตำรำงสรุปผลกำรตัดสินใจเลือกปลูกผัก ๒. เขียนโครงกำรปลูกพืชผักสวนครัวส่งครูผู้สอน ในประเด็นที่ก�ำหนดให้ ดังนี้   • ชื่อโครงกำร  • สถำนที่   • หลักกำรและเหตุผล  • กำรด�ำเนินกำร   • วัตถุประสงค์  • งบประมำณ   • เป้ำหมำย  • ผลที่คำดว่ำจะได้รับ   • ผู้จัดท�ำโครงกำร  • กำรประเมินโครงกำร   • ระยะเวลำ  • ปัญหำที่พบและแนวทำงแก้ ไข ๓. ปลูกพืชผักสวนครัว กลุ่มละ ๑ ชนิด โดยปฏิบัติ ดังนี้   •  ศึกษำพันธุ์พืชที่ต้องกำรปลูก   •  เตรียมพันธุ์พืช เครื่องมือ และอุปกรณ์ในกำรปลูกให้พร้อม   • เตรียมดินปลูกพืช   • ปลูกพืช   • บันทึกกำรเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก   • ปัญหำที่พบ และแนวทำงแก้ไข ๔. เก็บเกี่ยวผลผลิต น�ำไปบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ ให้สวยงำม แล้วจัดจ�ำหน่ำยในโรงเรียน หรือในชุมชนใกล้    โรงเรียน ๕. สรุปผลกำรท�ำงำน พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ ไขข้อบกพร่อง เพื่อน�ำไปพัฒนำกำรท�ำงำนในครั้งต่อไป ค�ำชี้แจง :  ให้นักเรียนปฏิบัติงำนกลุ่ม เพื่อท�ำโครงกำรปลูกพืชผัก      สวนครัว โดยปฏิบัติตำมขั้นตอน ดังนี้ เรื่อง โครงการปลูก พืชผักสวนครัว ใบมอบหมำยงำนที่ ๔.3 การเพาะปลูกพืช 109 ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เรื่อง การเตรียมดินปลูกพืช 4. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 4.3 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินจากการนําเสนอผลงานและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัด การเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง พืชที่ฉันปลูก รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผน ท าโครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ไม่เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานการปลูก พืช ผลงานการปลูกพืชมีความ เหมาะสม ผลงานการปลูกพืชมีความ เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงานการปลูกพืชมีความ เหมาะสมเป็นบางส่วน ไม่มีผลงานการปลูกพืช เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน เพื่อทําการสํารวจพืชผัก ที่จําหนายอยูในตลาดทองถิ่น หรือในชุมชน นํามาใชเปนขอมูล ในการเลือกเพาะปลูกพืชตามความสนใจ 1 ชนิด ในประเด็นที่ครู กําหนดให ดังนี้ • เครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการเพาะปลูกพืช • วิธีการเตรียมดินปลูกพืช • ขั้นตอนการปลูกพืช • ปญหาที่พบและแนวทางการแกไข จัดทําเปนรูปเลมรายงาน นําสงครูผูสอน พรอมทั้งออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูเปดโอกาสให นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น หรือซักถามในประเด็นที่สงสัย นํา สอน สรุป ประเมิน T115


บรรณาน ุ กรม กระทรวงศึกษาธิการ กรมวิชาการ. ๒๕๔๕. คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. กระทรวงศึกษาธิการ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ๒๕๕๑. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. เกริก ท่วมกลาง. ๒๕๔๗. เทคนิคการปลูกผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษ. กรุงเทพมหานคร : สถาพรบุ๊คส์. แจ็กแมน, แอน. ๒๕๕๐. ทำ ให้สำ เร็จ : จัดระบอบการทำ งานและระเบียบชีวิตให้บรรลุประสิทธิพลสูงสุด. แปลและเรียบเรียงโดย จิระพล ฉายัษฐิต. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น. ชัชวาล อรวงศ์ศูภทัต. ๒๕๕๘. เคล็ดลับทำ งานดี เป็น Somebody ที่ (องค์กร) ต้องการ. กรุงเทพมหานคร : เพชรประกาย. ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ. ๒๕๕๘. เทคนิคการขยายพันธุ์ด้วยรูปภาพ. พิจิตร : ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร. ทิศนา แขมมณี. ๒๕๕๗. ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บ้านและสวน. ๒๕๔๕. บ้านสีสด : คู่มือการจัดและตกแต่ง. กรุงเทพมหานคร : บ้านและสวน. ปฐพีชล วายุอัคคี. ๒๕๔๔. ดินและปุ๋ย. กรุงเทพมหานคร : เทพพิทักษ์การพิมพ์. พิศมัย มิ่งเมือง และนิภาพร เหลืองสถิตย์. ๒๕๔๒. หมวดวิชาพื้นฐานอาชีพ สาขาวิชาคหกรรม (บังคับ). กรุงเทพมหานคร : เจริญดีการพิมพ์. ศุภชัย อาชีวระงับโรค. ๒๕๔๖. Practical PDCA : แก้ปัญหาและปรับปรุงงานเพื่อความสำ เร็จ. กรุงเทพมหานคร : ซีโน ดีไซน์. โอะชิ, โทะโยะโกะ. ๒๕๖๑. เคล็ดลับงานบ้าน เล่มเดียวเอาอยู่!. กรุงเทพมหานคร : อินสปายร์. Jane Clarke. 2014. Complete Family Nutrition. London: Dorling Kindersley Limited. Peter Stensel, Andrew Tung and Soh Beng Seng. 2002. Building a Foundation with Design & Technology 1-2. Singapore: Pearson Education South Asia Pte. Ltd. Thailand’s National Science and Technology Development Agency. 1998. Application of Technology Foresight. Bangkok: National Science and Technology Development Agency. Xu Sufang. 2001. Design Technology Lower Secondary. Singapore: Educational Publishing House Pte. Ltd. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริ (สำนักงาน กปร.) ๒๕๕๕. คู่มือการจัดการดินลูกรังเพื่อเพิ่มผลผลิตพืช. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๑. จาก http:// puparn.rid.go.th/soilnew/PDF/19-14.pdf T116


การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè  úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ   ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ    ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ    Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ    ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ    Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò    ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā   ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ    ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ    Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ   éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè  ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔ การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè  úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ   ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ    ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ    Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ    ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ    Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò    ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā   ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ    ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ    Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ   éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè  ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔


Click to View FlipBook Version