ขอสอบเนนการคิด ๒.๓ อุณหภูมิ อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีควำมส�ำคัญต่อกำรเจริญเติบโตและมีผลต่อกระบวนกำรต่ำง ๆ ของพืช เช่น กระบวนกำรหำยใจ กระบวนกำรสังเครำะห์แสง ซึ่งอุณหภูมิที่เหมำะสมที่จะท�ำให้ พืชเจริญเติบโตได้อย่ำงรวดเร็ว จะอยู่ระหว่ำง ๑๕-๔๐ องศำเซลเซียส กระบวนกำรคำยน�้ำของพืช อุณหภูมิของดินที่ดีจะอยู่ระหว่ำง ๒๐-๓๐ องศำเซลเซียส ซึ่งพืชแต่ละชนิดจะมีควำมต้องกำร อุณหภูมิสูงต�่ำแตกต่ำงกันออกไป โดยทั่วไปพืชแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ พืชเมืองหนำวและ พืชเมืองร้อน ซึ่งมีลักษณะ ดังนี้ เป็นพืชที่ต้องกำรอุณหภูมิในกำรเจริญ เติบโตอยู ่ระหว ่ำง ๑๕-๒๐ องศำเซลเซียส เช่น แอปเปิล พลับ ท้อ สตรอว์เบอร์รี มันฝรั่ง ข้ำวบำร์เลย์ ข้ำวสำลี แต ่ถ้ำน�ำพืชเหล ่ำนี้ มำปลูกในท้องถิ่นที่มีอำกำศร้อน จะท�ำให้พืช เกิดอำกำรใบไหม้ เนื่องจำกมีกำร คำยน�้ำมำก หรือ เกิดกำรแข็งตัว ของโพรโทพลำซึม ในเซลล์ ใบพืช เป็นพืชที่ต้องกำรอุณหภูมิในกำรเจริญ เติบโตอยู่ระหว่ำง ๒๐-๔๐ องศำเซลเซียส เช่น มะม่วง เงำะ ทุเรียน มังคุด ขนุน ส้ม มะขำม ข้ำว ข้ำวโพด ข้ำวฟ่ำง ขี้เหล็ก สัก พืชเหล่ำนี้ ถ้ำน�ำไปปลูกในอุณหภูมิต�่ำเกินไป จะหยุดกำร เจริญเติบโต หรือตำยได้ เนื่องจำกอุณหภูมิที่ลดลง น�้ำที่อยู่ ในโพรโทพลำซึม ของเซลล์จะแข็งตัวและ ขยำยตัว ท�ำให้เซลล์แตก และตำยในที่สุด พืชเมืองหนำว พืชเมืองร้อน สตรอว์เบอร์รี เป็นผลไม้ที่มีรสหวำนและเปรี้ยว มีสีสันสวยงำม นิยมปลูกกันมำกในบริเวณภำคเหนือ สัก เป็นไม้ยืนต้นขนำดใหญ ่ พบมำกในป ่ำ เบญจพรรณทำงภำคเหนือ บำงส ่วนของภำคกลำง และภำคตะวันตกรวมถึงภำคตะวันออกเฉียงเหนือด้วย 86 พืชเจริญเติบโตได้อย่ำงรวดเร็ว จะอยู่ระหว่ำง ๑๕-๔๐ องศำเซลเซียส กระบวนกำรคำยน�้ำของพืช 1 เกิดอำกำรใบไหม้ สัก เป็นไม้ยืนต้นขนำดใหญ ่ พบมำกในป ่ำ เบญจพรรณทำงภำคเหนือ บำงส ่วนของภำคกลำง 2 3 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 4. พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน เกี่ยวกับสิ่งที่เหมือนและแตกตางกันในใบงาน จากนั้นครูนําอภิปรายถึงปจจัยของการเจริญ เติบโตของพืชเกี่ยวกับอุณหภูมิ และตั้งประเด็น วิเคราะห • ทําไมสตรอวเบอรรี กะหลํ่าปลี จึงปลูกมาก ในภาคเหนือของไทย พืชเหลานี้ปลูกใน ภาคใตไดหรือไม เพราะเหตุใด • ทําไมเงาะ มังคุด จึงปลูกมากในภาคใต ภาคตะวันออก แลวผลไมเหลานี้ปลูกใน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได หรือไม เพราะเหตุใด ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถึงปจจัยใน การปลูกพืชเหลานี้วาผลผลิตจะดีหรือไมดีนั้น ขึ้นอยูกับลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะดิน ลักษณะภูมิอากาศ ปริมาณฝนของแตละพื้นที่ นักเรียนควรรู 1 การคายนํ้า พืชจะดูดนํ้าไปใชในกระบวนการสังเคราะหแสง 1-2% เทานั้น สวนที่เหลือ 98-99% จะสูญเสียไปในรูปของการคายนํ้า 2 อาการใบไหม ระบาดไดอยางรวดเร็วและรุนแรงในสภาพอากาศเย็นที่มี อุณหภูมิตั้งแต 18 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสูงมาก อาการของโรคสังเกตได จากพืช ซึ่งมีลักษณะเปนจุดชํ้าคลายถูกนํ้ารอนลวก บริเวณแผลเปนสีเขียวหมน ใตใบมองเห็นคลายเปนละอองนํ้าเล็กๆ สีขาวติดอยู โดยเฉพาะบริเวณขอบแผล ซึ่งจะคอยๆ แหงกลายเปนสีนํ้าตาล และในขณะเดียวกันขนาดของแผลจะขยาย ใหญขึ้นจนเกือบทั่วใบ และใบจะแหงไหมเปนสีนํ้าตาลในที่สุด 3 ปาเบญจพรรณ หรือปาผสมผลัดใบ มีลักษณะเปนปาโปรง โดยจะผลัดใบ ในฤดูแลง ซึ่งเริ่มตั้งแตปลายเดือนมกราคมถึงเมษายน พรรณไมที่พบมาก เชน สัก มะคา แดง ประดู ชิงชัน จากสภาพอากาศของประเทศไทย นักเรียนคิดวาสามารถ เพาะปลูกพืชประเภทใดได (แนวตอบ ประเทศไทยสามารถปลูกพืชไดทั้ง 2 ประเภท คือ พืชเมืองรอนและพืชเมืองหนาว โดยพืชเมืองรอนควรปลูกบริเวณ ที่ราบลุมที่ทนตอสภาพอากาศรอนไดดี โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สวนพืชเมืองหนาวควรปลูกบริเวณ ที่สูง หรือที่ราบบนภูเขาสูงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิตํ่า ซึ่งไดแก บริเวณภาคเหนือ) นํา สอน สรุป ประเมิน T92
ขอสอบเนน การคิด ๒.๔ แสงสว่าง แสงสว่ำงที่ได้จำกดวงอำทิตย์จัดเป็นแหล่งพลังงำนที่ส�ำคัญส�ำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ส�ำหรับพืช แสงเป็นแหล่งพลังงำนที่พืชน�ำไปใช้ในกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสงเพื่อสร้ำงแป้งและน�้ำตำล ควำมส�ำคัญของแสงที่มีต่อกำรเจริญเติบโตของพืช มีดังนี้ ๑) แสงเป็นปัจจัยในกำรงอกของเมล็ด เมล็ดพืชบำงชนิด เช่น ยำสูบ ผักกำดหอม และเมล็ดวัชพืชต้องกำรแสงในกำรงอก จึงไม่ต้องน�ำดินกลบเมล็ด แต่เมล็ดพืชส่วนใหญ่ไม่ต้องกำร แสงในกำรงอกจึงต้องน�ำดินกลบเมล็ด เพรำะแสงจะไปยับยั้งกำรงอก แสงจะมีบทบำทส�ำคัญต่อพืช ภำยหลังจำกกำรงอก เนื่องจำกพืชต้องกำรแสงเป็นแหล่งพลังงำนในกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง กำรเจริญเติบโตของต้นกล้ำ และกำรออกดอก โดยพืชแต่ละชนิดมีควำมต้องกำรแสงสว่ำงไม่เท่ำกัน ดังนั้น กำรเพำะปลูกพืช แสงจะมีอิทธิพลต่อกำรเจริญเติบโต ต้นกล้ำที่ได้รับแสง ไม่เพียงพอจะมีลักษณะซีด ล�ำต้นยืดยำว และเรียวเล็ก เชื้อโรคต่ำง ๆ สำมำรถเข้ำท�ำลำยได้ง่ำย เช่น โรคเน่ำคอดิน ส่วนต้นกล้ำที่ได้รับแสงเพียงพอ ล�ำต้นจะเจริญเติบโตตำมปกติ แต่ถ้ำได้รับแสง มำกเกินไป ต้นกล้ำก็จะเหี่ยว เพรำะทนต่อควำมร้อนไม่ได้ ส�ำหรับพืชที่ปลูกด้วยวิธีกำรอื่น เช่น ปักช�ำ ตอนกิ่ง ในระยะแรกของกำรปลูกพืชควร พรำงแสงด้วยทำงมะพร้ำว หรือตำข่ำยพรำงแสง เพื่อลดควำมแรงของแสงแดด ซึ่งอำจเป็นอันตรำย แก่กิ่งที่ปลูกใหม่ ๆ ได้ และเมื่อกิ่งตอนแข็งแรงดีแล้ว จึงค่อยให้ ได้รับแสงแดดอย่ำงเต็มที่ การป้องกันโรคเน่าคอดินในต้นกล้า โรคเน่ำคอดินเกิดจำกเชื้อรำ Phytophthora sp., Fusarium sp., Rhizoctonia sp., Pythium sp. โดยเป็นโรคที่เกิดในต้นกล้ำอำยุ ๑-๓ เดือนในแปลงเพำะช�ำ สำเหตุของโรคเกิดจำกหลำยปัจจัย เช่น แปลงต้นกล้ำชื้น กำรระบำยน�้ำไม่ดีเพรำะแน่นทึบจนเกินไป ต้นกล้ำที่เป็นโรคนี้ จะเป็นแผลสีน�้ำตำล บริเวณโคนต้นในระยะแรก ต่อมำจะเน่ำกลำยเป็นสีด�ำเหี่ยวและตำยในที่สุด ส�ำหรับ กำรป้องกันและก�ำจัดสำมำรถปฏิบัติได้ ดังนี้ ๑. หน้ำดิน หรือวัสดุเพำะอื่น ๆ ควรเป็นของใหม่ ไม่ควรน�ำของเก่ำ มำเพำะซ�้ำ เพรำะอำจมีเชื้อรำสะสมอยู่ ๒. มีกำรระบำยน�้ำที่ดี อย่ำให้มีน�้ำขังแฉะในแปลงต้นกล้ำ ๓. เพำะเมล็ดในแปลงให้มีระยะห่ำง อย่ำแน่นทึบเกินไป ๔. ปรับปรุงดินโดยใช้ปูนขำว ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก ๕. เมื่อพบต้นกล้ำเป็นโรคควรถอนออก จำกนั้นให้พ่นสำรป้องกันก�ำจัดเชื้อรำ T i p การเพาะปลูกพืช 8๗ ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 5. ชวยกันศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่แตกตางกัน และนาสนใจที่พบในใบงาน เพื่อใหไดขอมูล เกี่ยวกับสิ่งนั้น ครูตั้งคําถามวา • แสงมีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของ พืชอยางไร ความตองการแสงของพืชแตละ ชนิดเหมือนหรือแตกตางกันอยางไร (แนวตอบ แสงแดดใชในการสังเคราะห ดวยแสง และการสรางอาหารของพืช พืช แตละชนิดตองการแสงตางกัน เชน ดอก เบญจมาศ ตองการแสง 13 ชั่วโมงตอวัน เพื่อพัฒนาตาดอก ชวยในการออกดอก) • ทําไมพืชบางชนิดตองปลูกในรม ทําหลังคา คลุมผาใบ (แนวตอบ การสรางโรงเรือนมีหลังคาใชกับพืช ที่ตองควบคุมอุณหภูมิ แสง ศัตรูพืช และใช ระบบควบคุมนํ้า) ตนกลาที่ไดรับแสงสวางไมเพียงพอ หรือไมไดรับแสงสวางอาจ เกิดโรคใด และมีแนวทางในการปองกันโรคอยางไร (แนวตอบ อาจเกิดโรคไดหลายชนิด เชน โรคเนาคอดิน หรือ โรคกลาไหมแหง สาเหตุของโรคมาจากการไดรับความชื้นที่มาก เกินไป ซึ่งมีวิธีในการปองกันและกําจัดโรค คือ ในการเพาะกลา ควรใชวัสดุที่เปนของใหมมาเพาะชํา เพราะของเกาอาจมีเชื้อรา แอบซอนอยู ควรดูแลเรื่องการระบายนํ้าใหไหลผานไดอยางสะดวก เพื่อปองกันไมใหเกิดนํ้าทวมขังบริเวณแปลงเพาะกลา ซึ่งจะกอ ใหเกิดความชื้นสูง การเพาะเมล็ดแตละเมล็ดควรใหมีระยะหางที่ เหมาะสม มีการปรับปรุงดินโดยใชปูนขาว ปุยคอก หรือปุยหมัก และหากพบตนกลาที่เปนโรคควรถอนออกจากแปลงเพาะโดยทันที จากนั้นใหพนสารกําจัดเชื้อรา เพื่อปองกันการเกิดโรค) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกตนกลาใหนักเรียนฟงวา เกษตรกรนิยม เพาะตนกลากอนการเพาะปลูกพืช เนื่องจากเมล็ดพันธุมีราคาสูง การเพาะ ตนกลาจะชวยลดตนทุนในการเพาะปลูกได ซึ่งมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้ • ลางทรายหยาบใหสะอาดแลวรอน 1 รอบ นําไปใสถาดที่รองดวยกระดาษ หนังสือพิมพหนา 2.5 เซนติเมตร ใชไมกรีดรองลึก 1 เซนติเมตร เปนแถว เพื่อโรยเมล็ดพันธุ กลบดวยทราย และรดนํ้าใหชุม ภายใน 1 สัปดาห ตนกลาจะเริ่มงอก • เตรียมถาดเพาะและดินเพาะกลาโดยเฉพาะ เพราะสามารถอุมนํ้าและ ระบายอากาศไดดี ทั้งยังมีปุยผสมอยู ทําใหรากของตนกลาแตกและ ขยายไดดี • นํากลาแยกเปนตนๆ จิ้มลงในถาดเพาะที่มีดินเพาะกลา ประมาณ 15-20 วัน จะไดตนกลาที่แข็งแรง พรอมที่จะนําไปลงในแปลงเพาะปลูกได นํา สอน สรุป ประเมิน T93
ขอสอบเนนการคิด พืชวันสั้น พืชวันยำว พืชที่ไม่มีปฏิกิริยำต่อ ช่วงแสง ๒) แสงมีอิทธิพลต่อกำรสร้ำงผลผลิตพืช พืชผักใช้แสงน้อยกว่ำไม้ดอกและไม้ผล กำรตอบสนองต่อช่วงแสงของพืชส่วนใหญ่จะใช้กับไม้ดอกและพืชผักมี ๓ ประเภท ดังนี้ ควำมยำวนำนของแสงในแต่ละวันมีผลต่อกำรออกดอกของพืช จึงควรแบ่งกลุ่มพืช เพื่อจัดกำรสภำพแวดล้อมหรือเลือกชนิดพืชให้เหมำะสมกับพื้นที่ ๑๐-๑๔ ชั่วโมง หรือน้อยกว่ำ จึงจะออกดอก ถ้ำได้รับ ช ่วงแสงต ่อวันมำกกว ่ำนี้ พืชจะไม่ออกดอก ยำสูบ มันฝรั่งบำงพันธุ์ สตรอว์เบอร์รี เบญจมำศ มันเทศ คริสต์มำส ๑๔-๑๖ ชั่วโมง หรือมำกกว่ำ ถ้ำพืชได้รับช่วงแสงน้อยกว่ำนี้ จะไม่ออกดอก ดำวเรือง พุดซ้อน แคร์รอต ผักกำดหอม ข้ำวโอ๊ต ข้ำวสำลี ควำมยำวของช่วงแสงไม่มี ผลต่อกำรออกดอก เมื่อพืช มีอำยุถึงก�ำหนดกำรออกดอก พืชจะออกดอกได้ไม่ว่ำจะอยู่ ในระยะช่วงแสงใด แตงกวำ พริกไทย กระเจี๊ยบ กะหล�่ำปลี มะเขือเทศ ข้ำว ข้ำวโพด ประเภทของพืชควำมต้องกำรช่วงแสงต่อวันตัวอย่ำง 88 เกร็ดแนะครู ครูควรอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิทธิพลของแสงที่มีผลตอการเจริญเติบโต ของพืชใหนักเรียนฟงวา แสงเปนองคประกอบสําคัญในการสังเคราะหแสงของพืช แสงที่ไดรับจาก ดวงอาทิตย ประกอบไปดวยสีมวง สีนํ้าเงิน สีเขียว สีเหลือง สีสม และสีแดง ซึ่งสีที่มีประสิทธิภาพในการสังเคราะหแสงมากที่สุด คือ สีแดง สีนํ้าเงิน สีเขียว และสีเหลือง สวนสีที่มีประสิทธิภาพในการสังเคราะหแสงตํ่าที่สุด คือ สีมวง โดยทั่วไปพืชจะใชแสงสีนํ้าเงินและแสงสีแดงในการสังเคราะหแสงในปริมาณที่ เทาๆ กัน นอกจากนี้ ความเขมของแสงยังเปนสิ่งที่จําเปนสําหรับพืชเชนเดียวกัน พืช ที่ชอบรมเงาจะตองการความเขมแสงที่นอย ในขณะเดียวกันพืชที่ชอบแสง เชน พืชไร พืชสวน จะตองการความเขมแสงที่มากกวา ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับชวงแสงของพืชจําพวกผัก 1. ชวงแสงวันสั้นอยูในชวงเดือนตุลาคม-มกราคม ชวยใหผลผลิตตํ่า 2. ชวงแสงวันสั้นอยูในชวงเดือนตุลาคม-มกราคม ชวยใหผลผลิตสูง 3. ชวงแสงวันยาวอยูในชวงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ชวยใหผลผลิตสูง 4. ชวงแสงวันปกติอยูในชวงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ชวยให ผลผลิตตํ่า (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะชวงแสงวันสั้นอยูในชวงเดือน ตุลาคม-มกราคม ซึ่งจะสงผลใหพืชแทงชอดอกเร็ว การติดผลมาก ใหผลผลิตสูง คําตอบในขอ 1. จึงผิด สวนคําตอบในขอ 3. ผิด เพราะ ชวงแสงวันยาวในชวงเดือนมีนาคม-มิถุนายน จะสงผลใหมีดอก เพศผูมาก การติดผลนอย ใหผลผลิตตํ่า และคําตอบในขอ 4. ผิด เพราะชวงแสงวันปกติในชวงเดือนกรกฎาคม-กันยายน จะสงผล ใหพืชสรางดอกมาก ใหผลผลิตสูง) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 6. ครูใหนักเรียนยกตัวอยางพืชและบอกความ ตองการแสง เชน มะเขือเทศ ขาว ขาวโพด สามารถเติบโตไดดีไมวาจะมีชวงแสงสั้นหรือ ยาว สวนดอกเบญจมาศ ตองการแสงวันละ 13 ชั่วโมง นํา สอน สรุป ประเมิน T94
ขอสอบเนน การคิด ๓) คุณภาพของแสงมีทั้งคลื่นแสงที่มองไม่เห็นและคลื่นแสงที่มองเห็น โดยคลื่นแสง ที่มองเห็นจะมีสีต่างกัน สีส�าคัญที่มีอิทธิพลต่อการงอกและการเจริญเติบโตของพืช มีดังนี้ ๑. แสงสีแดง จะช่วยให้เมล็ดพืชงอกได้เร็วขึ้น รวมทั้งการเจริญเติบโตของต้นกล้า และการผลิตดอก ๒. แสงสีน�้าเงิน ท�าให้เซลล์พืชแก่เร็วและช่วยกระตุ้นการสร้างคลอโรฟิลล์ในพืช มากยิ่งขึ้น ๔) ความเข้มของแสง มีอิทธิพลต่อการสังเคราะห์แสงของพืช เพราะพืชแต่ละชนิด มีความต้องการความเข้มของแสงไม่เท่ากัน จากความแตกต่างดังกล่าวสามารถจ�าแนกพืชตาม ความต้องการความเข้มของแสงได้ ดังนี้ ไม่ควรน�าพืชในร่มถูกแสงแดดจัด เพราะจะท�าให้ปริมาณคลอโรฟิลล์ลดลง อุณหภูมิของ ใบเพิ่มขึ้น ส่งผลให้พืชสังเคราะห์แสงได้น้อยลง Be careful พืชในร่ม (Indoor Plants) เป็นพืชที่ต้องการความเข้มของแสงต�่า ควร ปลูกพืชเหล่านี้ในที่ร่ม มีแสงแดดร�าไร จะท�าให้ พืชมีการเจริญเติบโตได้ดี ไม่ควรปลูกในที่ที่มี แสงแดดจัดเพราะจะท�าให้ใบไหม้และตายได้ จึง นิยมปลูกไว้ในร่มตามระเบียงบ้าน และบริเวณ หน้าต่าง เช่น เฟิน สาวน้อยประแป้ง บอนสี เป็นพืชที่ต้องการความเข้มของแสงสูง จึงจะ ท�าให้กระบวนการสังเคราะห์แสงของพืชท�า ได้ดี พืชประเภทนี้จึงต้องปลูกกลางแจ้ง ให้ ถูกแสงแดดจัดทั้งวัน เช่น กุหลาบ ดาวเรือง ดาวกระจาย เข็ม ยี่โถ ผักต่างๆ ไม้ยืนต้น ไม้ผล บอนสี เป็นไม้ในร่มที่มีสีสันสวยงาม ควรปลูกในที่ร่ม ที่มีแสงแดดร�าไร กุหลาบ ถูกจัดให้เป็นราชินีแห่งดอกไม้ จัดเป็นไม้ดอก ที่ต้องการแสงแดดจัด เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต พืชกลางแจ้ง (Outdoor Plants) การเพาะปลูกพืช 89 ๓) คุณภาพของแสงมีทั้งคลื่นแสงที่มองไม่เห็นและคลื่นแสงที่มองเห็น โดยคลื่นแสง 1 2 นักเรียนควรรู 1 คุณภาพของแสง เปนความยาวของคลื่นแสง มีผลตอการเจริญเติบโต ของพืช แบงเปน 2 กลุม คือ • คลื่นแสงที่มองไมเห็น ไดแก แสงเหนือมวง เปนตัวการในการยับยัง การเจริญเติบโตของพืช และแสงอินฟราเรด จะทําใหปลองของพืชยืดยาวออก • คลื่นแสงที่มองเห็น ไดแก แสงสีแดง ชวยใหเมล็ดพืชงอกเร็ว ชวยในการ เจริญเติบโตของตนกลา และชวยในการออกดอก แสงสีมวงและแสงสีนํ้าเงิน ชวยกระตุนการสรางคลอโรฟลลในพืช แสงสีเขียว ชวยระงับการเจริญเติบโตของ พืช แสงสีเหลืองและสีสม ชวยในเรื่องการการงอกของเมล็ด 2 คลื่นแสง ความยาวของคลื่นแสงที่มนุษยสามารถมองเห็นไดดวยตาเปลา จะมีความยาวคลื่นอยูในชวง 400-800 นาโนเมตร จัดเปนชวงคลื่นแสงที่มี ประโยชนตอพืช เนื่องจากพืชสามารถตอบสนองกับความยาวของคลื่นแสง เพื่อนําไปใชในการสังเคราะหแสงได พืชชนิดใดไมควรปลูกในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด 1. ดาวเรือง 2. ทานตะวัน 3. ดาวกระจาย 4. สาวนอยประแปง (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะสาวนอยประแปงเปนพืชที่ ตองการความเขมแสงตํ่า หากปลูกในพื้นที่ที่มีความเขมแสงสูง หรือพื้นที่ที่มีแสงแดดจัด อาจทําใหใบแหงและตายได ดังนั้น จึงควรปลูกไวในที่รมที่มีแสงแดดรําไรจึงจะมีความเหมาะสม มากกวา) ขั้นสอน ขั้นที่ 4 พัฒนาความรูความเขาใจ 7. ครูนําสนทนาเกี่ยวกับแสงและการเจริญเติบโต ของพืช ความตองการแสงของพืชในรม และ พืชกลางแจง จากนั้นครูใหนักเรียนดูภาพ โรงเรือนปลูกพืช หรือใหนักเรียนใชสมาทโฟน คนหาในเว็บไซตตางๆ เกี่ยวกับโรงเรือน ปลูกพืช รวมกันอภิปรายถึงเหตุผลในการทํา โรงเรือน ลักษณะของโรงเรือน วัสดุ อุปกรณ ในการทําโรงเรือนพืชที่ปลูก ครูเพิ่มเติมขอมูล โรงเรือน พลาสติกที่ใชเพาะปลูกพืชในเขตรอน เชน ประเทศไทย เพื่อชวยปองกันศัตรูพืช รักษาความชื้นและอุณหภูมิ สามารถปลูกพืช ไดหลากหลายชนิด เชน แตงกวา แคนตาลูป ฟกทอง นํา สอน สรุป ประเมิน T95
ขอสอบเนนการคิด ๒.๕ อากาศ อำกำศเป็นกลุ ่มแก๊สชนิดต ่ำง ๆ ที่อยู ่ในบรรยำกำศทั่วไปและอยู ่ในดิน ซึ่งมีอิทธิพลต ่อ กำรเจริญเติบโตของพืชและจุลินทรีย์ชนิดต่ำง ๆ อำกำศในดินส่วนใหญ่ประกอบด้วยแก๊สออกซิเจน พืชใช้แก๊สออกซิเจนเป็นวัตถุดิบที่ส�ำคัญในกำรหำยใจและใช้แก๊สคำร์บอนไดออกไซด์ ในกระบวนกำรสังเครำะห์แสง หรือกำรปรุงอำหำรของพืช เพื่อให้ได้แป้งและน�้ำตำลมำเก็บไว้ ในส่วนต่ำง ๆ ของพืช และน�ำมำใช้ในกำรเจริญเติบโตต่อไป เมื่อลมพัด โมเลกุลของแก๊สออกซิเจน คำร์บอนไดออกไซด์ และโมเลกุลของน�้ำจะเคลื่อนที่ เข้ำและออกทำงปำกใบพืช ท�ำให้เกิดกระบวนกำรและปฏิกิริยำต่ำง ๆ ในพืช เช่น กำรหำยใจ กำรคำยน�้ำ กำรสังเครำะห์แสงของพืช ท�ำให้พืชที่ปลูกอยู่ในที่ลมพัดเจริญเติบโตได้ดีกว่ำพืชที่ ปลูกอยู่ในที่ลมสงบ นอกจำกนี้ ลมยังช่วยในกำรผสมเกสรของพืชได้เป็นอย่ำงดี และช่วยท�ำให้ เมล็ดปลิวกระจำย ซึ่งเป็นวิธีกำรหนึ่งที่ท�ำให้มีกำรกระจำยพันธุ์พืชได้เป็นอย่ำงดี แต่ในบำงครั้ง ลมก็มีโทษต่อพืชเช่นกัน หำกเกิดพำยุ ควำมแรงของลมจะท�ำให้ต้นไม้โค่นล้ม เสียหำย และยัง เป็นปัจจัยกำรแพร่กระจำยเชื้อโรคของพืช เช่น เชื้อรำ ที่สำมำรถฟุ้งกระจำยไปในระยะไกล ก่อให้ เกิดควำมเสียหำยต่อพืชได้ เกษตรกรและผู้ที่เพำะปลูกพืชควรติดตำมข่ำวสำรเกี่ยวกับสภำพดิน ฟ้ำ อำกำศ อยู่เสมอ หำกลมแรงและฝนตกหนัก ไม่ควรอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ และควรเก็บพืชที่เพิ่งเพำะกล้ำไว้ใน อำคำรหรือที่ที่ปลอดภัย Be careful ทำนตะวันเป็นพืชที่ทนต่อสภำพอำกำศที่แห้งแล้งได้ดี ไนโตรเจน และคำร์บอนไดออกไซด์ส่วนแก๊ส อื่น ๆ มีปะปนบ้ำงเล็กน้อย รำกพืชใช้แก๊ส ออกซิเจนที่มีอยู่ในดินในกำรหำยใจ ถ้ำในดิน มีแก๊สออกซิเจนในปริมำณที่ไม ่เพียงพอจะ ท�ำให้รำกพืชไม่เจริญเติบโต ซึ่งมีผลโดยตรง ต่อกำรดูดน�้ำและแร่ธำตุอำหำรพืช ส่วนแก๊ส คำร์บอนไดออกไซด์ในดิน ถ้ำมีในปริมำณที่ มำกเกินไปก็จะเป็นพิษต่อพืช ท�ำให้รำกพืชดูดน�้ำ และธำตุอำหำรได้น้อยลงส่งผลให้พืชไม่แข็งแรง และเจริญเติบโตช้ำ 90 และคำร์บอนไดออกไซด์ รดูดน�้ำและแร่ธ งปำกใบพืช 1 2 3 นักเรียนควรรู 1 คารบอนไดออกไซด เปนแกสที่มีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งพืชตองการแกสชนิดนี้ เพื่อชวยในการสังเคราะหแสง สงผลใหพืชเจริญเติบโต เมื่อแกสชนิดนี้มีมากขึ้นความเขมขนของแกสคารบอนไดออกไซดจะเพิ่มขึ้น สงผลใหพืชสังเคราะหแสงไดมากขึ้น แตหากมีในปริมาณที่มากเกินไปจะสงผล ใหพืชลดการคายนํ้าลง พืชจะไมดูดนํ้าจากดิน ซึ่งอาจทําใหเกิดปญหานํ้าทวม เพิ่มมากขึ้นในอนาคต 2 นํ้า เปนวัตถุดิบในการสรางอาหารของพืช เปนสารที่ใหไฮโดรเจน เพื่อ รวมตัวกับคารบอนที่ไดจากแกสคารบอนไดออกไซด จากนั้นสรางเปนสารอาหาร คือ คารโบไฮเดรต 3 ปากใบ หรือ Stomata ทําหนาที่เปนทางเขา-ออกของนํ้าและอากาศ บริเวณผิวใบดานบนจะมีไขเคลือบอยู ซึ่งชวยลดการคายนํ้าออกจากปากใบได อากาศมีความสําคัญตอการเจริญเติบโตของพืช อยางไร (แนวตอบ อากาศมีความสําคัญเปนอยางมากตอการเจริญเติบโต ของพืชทุกชนิด ซึ่งเริ่มตั้งแตการที่อากาศชวยพัดเกสรใหไปผสมกัน จนเกิดเปนพืชขึ้น ชวยทําใหเกิดกระบวนการหายใจของพืช การ คายนํ้า การสังเคราะหแสง นอกจากนี้ อากาศยังชวยใหจุลินทรีย ที่อยูในดินมีชีวิต ซึ่งจะกลายเปนสารอาหารใหพืชดูดซึมไปใชใน กระบวนการตางๆ) ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุป 1. ครูสุมนักเรียน 5 คน ที่เลือกพืชตางชนิดกัน ออกมาเขียนปจจัยที่มีอิทธิพลตอเจริญเติบโต ของพืชหนาชั้นเรียน จากนั้นครูและนักเรียน ชวยกันดูวาถูกตองหรือไม 2. ครูใหนักเรียนดูปจจัยที่มีอิทธิพลตอการเจริญ เติบโตของพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวย การเรียนรูที่ 4 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปปจจัยที่มีอิทธิพล ตอการปลูกพืชและการเจริญเติบโตของพืช 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 4.1 แลวนํามาสงครู นํา สอน สรุป ประเมิน T96
ขอสอบเนน การคิด ธำตุอำหำรที่ได้จำกดิน น�้ำ H2O ออกซิเจน O2 คำร์บอนได ออกไซด์CO2 ธำตุอำหำรหลัก ธำตุอำหำรรอง ธำตุอำหำรเสริม N P K Ca Mg S B Fe Mn Mo Zn Cu Cl ๒.๖ ธาตุอาหาร พืชมีควำมจ�ำเป็นต้องอำศัยธำตุอำหำรต่ำง ๆ ในกำรเจริญเติบโต ออกดอก และสร้ำงผลผลิต ธำตุอำหำรที่พืชจ�ำเป็นต้องใช้ในกำรเจริญเติบโตมี ๑๖ ธำตุ ได้แก่ คำร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) ออกซิเจน (O) ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) แคลเซียม (Ca) แมกนีเซียม (Mg) ก�ำมะถัน (S) เหล็ก (Fe) ทองแดง (Cu) สังกะสี (Zn) โบรอน (B) คลอรีน (Cl) แมงกำนีส (Mn) และโมลิบดีนัม (Mo) ธำตุคำร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H) และ ออกซิเจน (O) เป็นธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรใน ปริมำณสูง แต่พืชไม่ขำดธำตุเหล่ำนี้ เนื่องจำก พืชจะได้รับจำกดิน น�้ำ อำกำศอย่ำงเพียงพอ เพรำะพืชชั้นสูงได้รับคำร์บอนและออกซิเจน เกือบทั้งหมดจำกอำกำศโดยตรงทำงปำกใบ ซึ่งคำร์บอนจะอยู่ในรูปของคำร์บอนไดออกไซด์ ส่วนไฮโดรเจนและออกซิเจนพืชจะได้รับจำกน�้ำ ในกำรสังเครำะห์แสง ส่วนอีก ๑๓ ธำตุที่เหลือ เป็นธำตุที่พืชได้จำกดิน ยกเว้นธำตุไนโตรเจน ที่ได้บำงส่วนจำกพืชตระกูลถั่ว เกิดจำกกำรตรึง แก๊สไนโตรเจนจำกอำกำศของแบคทีเรียประเภทไรโซเบียมที่อำศัยอยู่ในปมรำกของพืชตระกูลถั่ว นอกจำกนี้ ธำตุอำหำรที่จ�ำเป็นต่อกำรเจริญเติบโตของพืช ซึ่งได้จำกดินทั้ง ๑๓ ธำตุ ยังแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม คือ ธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณมำกและธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณน้อย • เหล็ก (Fe) • สังกะสี (Zn) • ทองแดง (Cu) • แมงกำนีส (Mn) • คลอรีน (Cl) • โบรอน (B) • โมลิบดีนัม (Mo) ธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณน้อย • ไนโตรเจน (N) • ฟอสฟอรัส (P) • โพแทสเซียม (K) • แคลเซียม (Ca) • แมกนีเซียม (Mg) • ก�ำมะถัน (S) ธำตุอำหำรที่พืชต้องกำรในปริมำณมำก แผนภูมิแสดงธำตุอำหำรที่พืชใช้สร้ำงกำรเจริญเติบโต การเพาะปลูกพืช 91 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 4.1.1 เรื่อง ปจจัยที่มี อิทธิพลตอการปลูกพืชและการเจริญเติบโต ของพืช 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 4.1 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู “กรตองการปลูกพืชโดยไมใชดิน” พืชที่กรปลูกจะไดรับธาตุ อาหารที่เพียงพอตอการเจริญเติบโตไดอยางไร (แนวตอบ การปลูกพืชโดยไมใชดิน ผูปลูกสามารถควบคุม ปริมาณธาตุอาหารใหพืชอยางเพียงพอและเหมาะสมได โดยผสม กับนํ้าที่ใชในการปลูกพืช ชวยใหประหยัดนํ้ามากกวาการปลูกพืช ในดิน และสามารถควบคุมโรคที่อาจเกิดขึ้นกับพืชไดอยางเปน ระบบ การปลูกพืชในลักษณะนี้ ผูปลูกควรระมัดระวังเปนพิเศษ เพราะหากไมมีความรูเรื่องธาตุอาหารที่ถูกตอง อาจทําใหการปลูก พืชโดยไมใชดินเกิดอันตรายตอผูบริโภคได) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรู ที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T97
ขอสอบเนนการคิด ๑. เครื่องมือที่ใชเตรียมดิน พรวนดิน เปน เครื่องมือที่ทําใหดินมีความเหมาะสมกับการ เจริญเติบโตของพืชที่ปลูก เชน ชอนปลูก สอมปลูก จอบ เสียม พลั่ว คราด ๒. เครื่องมือที่ใชปฏิบัติดูแลบํารุงรักษาพืช เปนเครื่องมือที่ใชปฏิบัติดูแลบํารุงรักษาให พืชเจริญเติบโตไดดี เชน กรรไกรตัดแตงกิ่ง มีดตัดแตงกิ่ง เลื่อย บุงกี๋ เครื่องพนสารเคมี บัวรดนํ้า ๓. เครื่องมือที่ใชเก็บเกี่ยว เปนเครื่องมือที่ ใช ในการเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อนําไปบริโภค แปรรูป หรือจัดจําหนาย เชน เคียว มีด ตะกรอ จอบ เสียม ๔. เครื่องมือบริการพิเศษ เปนเครื่องมือ ที่ชวยอํานวยความสะดวกใหการปลูกพืช มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ชวยลดการใช แรงงาน ผลผลิตทางการเกษตรอยูในสภาพ พรอมใชประโยชน เพื่อการบริโภค หรือ แปรรูปผลิตภัณฑ เชน เครื่องมือใสปุยแบบ ใชแรงงานคน เครื่องหยอดเมล็ดพืช เครื่อง สีขาวแบบใชแรงงานคน เครื่องตัดหญาแบบ ใชแรงงานคนผลักดัน เครื่องกระเทาะเมล็ด เครื่องฝดมือ บุงกี๋ ó การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืช เครื่องมือและอุปกรณที่ใช ในการปลูกพืช เปนสิ่งที่มนุษยประดิษฐขึ้น เพื่ออํานวยความสะดวก ในการปลูกพืช ทําใหไดงานที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งชวยประหยัดเวลาและแรงงาน ในการปฏิบัติงาน เครื่องมือที่ใชปลูกพืชมีทั้งชนิดที่ใชแรงงานคน แรงงานสัตว และเครื่องจักรกล เชน จอบ เสียม พลั่ว คราด ไถ ระหัดวิดนํ้า เครื่องพนสารเคมี เครื่องหวานเมล็ดพืช ๓.๑ ประเภทของเครื่องมือและอุปกรณที่ ใช ในการปลูกพืช เครื่องมือและอุปกรณในการปลูกพืชสามารถจําแนกตามลักษณะของการใชงานได ดังนี้ เครื่องสีขาว เครื่องหยอดเมล็ดพืช ตะกรอ เคียว ชอนปลูก คราดพรวนดิน พลั่ว กรรไกรตัดกิ่ง ๙๒ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา (Project Based Learning) ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 1. ครูถามนักเรียนวา การปลูกพืชตองใชเครื่องมือ และอุปกรณอะไรบาง มีหลักการใชอยางไร ใหนักเรียนชวยกันหาขอมูลจากหนังสือเรียน การงานฯ ม.4 และแหลงการเรียนรูตางๆ 2. นักเรียนชวยกันบอกขอมูลที่หาได จากนั้น ครูและนักเรียนชวยนักเรียนสรุปขอมูล 3. ครูบอกนักเรียนวา วิธีการปลูกพืชแตละชนิด และวัตถุประสงคในการปลูกพืชของแตละคน แตกตางกัน จึงควรศึกษาวิธีการที่หลากหลาย เพื่อหาวิธีการที่เหมาะสมและใชเครื่องมือ อุปกรณไดอยางมีประสิทธิภาพ ครูตั้งประเด็น คําถาม เชน • นักเรียนเคยปลูกพืชหรือไม เคยปลูกพืช ประเภทใด • เคยใชเครื่องมือใดในการปลูกพืชบาง ใชทํา สิ่งใดบาง • นักเรียนรูจักเครื่องมือบริการพิเศษหรือไม เครื่องมือดังกลาวใชทําอะไร บูรณาการอาเซียน ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ประชาคมอาเซียนมีบทบาทสําคัญในการดําเนินงาน ดานความรวมมือทางการเกษตร ซึ่งสินคาทางการเกษตรของภูมิภาคถือเปน จุดเดนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากแตละประเทศมีการทําการเกษตรเปนสวนใหญ โดยสินคาเกษตรของประเทศไทยที่สงออกในอาเซียน ไดแก ขาว มันสําปะหลัง นํ้าตาล ยางพารา และผลไม จากนั้นครูใหนักเรียนสืบคนวิธีการทําการเกษตร ของเกษตรกรในประเทศสมาชิกอาเซียนตามความสนใจ 1 ประเทศ แลว รวมกันอภิปรายในประเด็นที่ครูกําหนดให ดังนี้ • การเปนประชาคมอาเซียน สงผลดีหรือสงผลกระทบตอเกษตรกรของ แตละประเทศอยางไร • เกษตรกรควรปฏิบัติตนอยางไร เพื่อใหสินคาทางการเกษตรของตนเปน ที่ยอมรับของนานาประเทศ และกลายสินคาสงออกที่สําคัญ บุคคลในขอใดปฏิบัติตนไดเหมาะสมในการใชงานเครื่องมือ และอุปกรณทางการเกษตร 1. ทศพรกมหนากมตาขุดดิน โดยไมมองที่อื่น 2. ทับทิมพูดคุยกับเพื่อนขณะกําลังรดนํ้าตนไม 3. ทิพยวรรณวางบัวรดนํ้าไวขางแปลงผักสวนครัว 4. แทนไทหลอกลอกับเพื่อนขณะกําลังใชเคียวเกี่ยวขาว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะอุปกรณในการรดนํ้าตนไม ไมใชอุปกรณมีคม การพูดคุยกันในขณะรดนํ้าตนไม จึงไมกอให เกิดอันตรายตอผูใชงาน คําตอบในขอ 1. การไมมองพื้นที่บริเวณ โดยรอบ อาจกอใหเกิดอันตรายตอผูที่อยูในบริเวณใกลเคียง คําตอบในขอ 3. อุปกรณอาจเสื่อมสภาพไดอยางรวดเร็วและ คําตอบในขอ 4. เคียวเปนอุปกรณมีคม อาจกอใหเกิดอันตรายได) T98
ขอสอบเนน การคิด ๑. ศึกษำวิธีกำรใช้เครื่องมือจำกคู่มือกำรใช้งำน เฉพำะของเครื่องมือชนิดนั้น ๆ ก ่อนที่จะใช้ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่ซื้อมำจำกร้ำนค้ำ ๒. ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ให้ถูกต้องเหมำะสม กับงำน เช่นไม่ใช้งำนเครื่องจักรจนเกินก�ำลังกำร ท�ำงำนของเครื่อง เพรำะอำจท�ำให้เครื่องจักรเกิด กำรช�ำรุดเสียหำย ควรตรวจดูควำมเรียบร้อย ให้เครื่องมือมีสภำพพร้อมใช้งำน ในขณะใช้งำน หำกพบว่ำเครื่องมือเกิดกำรช�ำรุดควรหยุดใช้ ทันทีแล้วรีบท�ำกำรซ่อมแซมแก้ไข เพื่อควำม ปลอดภัยและประสิทธิภำพสูงสุดของกำรปฏิบัติงำน ๓. ขณะใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในกำรปฏิบัติงำน ไม่ควรหยอกล้อ เล่น แกล้งกัน หรือปฏิบัติงำน ด้วยควำมประมำท เลินเล่อ เพรำะอำจท�ำให้เกิด อุบัติเหตุได้ ๔. เมื่อปฏิบัติงำนเสร็จ หรืออยู่ในระหว่ำงพักงำน ควรเก็บเครื่องมือและอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบในที่ จัดเก็บไม่ควรวำงเครื่องมือเกะกะกีดขวำงทำงเดิน และตรวจตรำซ่อมแซมเครื่องมือให้อยู่ในสภำพ สมบูรณ์พร้อมใช้งำนในครั้งต่อไปตำมหลักปฏิบัติ ของค�ำกล่ำวที่ว่ำ “หยิบก็ง่ำย หำยก็รู้ ดูก็งำมตำ” ๓.๒ หลักการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการปลูกพืช กำรใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อย่ำงมีประสิทธิภำพและปลอดภัย ควรมีกำรเก็บและดูแลรักษำ อย่ำงถูกต้อง เพื่อให้มีสภำพพร้อมใช้งำนและสำมำรถใช้งำนได้นำน หลักกำรใช้เครื่องมือและ อุปกรณ์ ในกำรปลูกพืช มีดังนี้ ๕. ผู้ปฏิบัติงำนควรแต่งกำยให้รัดกุมและเหมำะสม กับกำรใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ชนิดนั้น ๆ เช่นใน กำรใช้เครื่องมือพ่นสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืช ควรแต่ง กำยให้รัดกุม โดยใส่ชุดส�ำหรับป้องกันสำรเคมี ก�ำจัดศัตรูพืช เพื่อไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับสำรเคมี ควรสวมหมวกสวมหน้ำกำกเพื่อป้องกันอันตรำย จำกละอองยำ และสวมใส่รองเท้ำให้มิดชิดทุกครั้ง ในขณะปฏิบัติงำน กำรใช้เครื่องมือพ่นสำรเคมีก�ำจัดศัตรูพืช ควรแต่งกำย ให้มิดชิดรัดกุมเพื่อป้องกันอันตรำยจำกสำรพิษเข้ำสู่ร่ำงกำย ส้อมพรวนใช้ส�ำหรับพรวนดินรอบ ๆ พืชที่ปลูก เพื่อให้ดินร่วนซุย แต่ไม่ควรใช้พรวนดินที่มีลักษณะ แข็งเกินไป เพรำะอำจท�ำให้ส้อมพรวนหักงอได้ Trick : กำรใช้ส้อมพรวน การเพาะปลูกพืช 93 ขั้นนํา ขั้นที่ 1 ใหความรูพื้นฐาน 4. ครูใหนักเรียนดูเครื่องมือและอุปกรณในการ ปลูกพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรู ที่ 4 ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 5. ครูถามนักเรียนวา เครื่องมือและอุปกรณควร เก็บรักษาอยางไร พันธุพืชที่จะนําไปปลูกควร เตรียมอยางไร 6. นักเรียนชวยกันคิดและตอบคําถาม โดยครูสุม ถามนักเรียน 2-3 คน 7. ครูถามนักเรียนวา • หลักการใชเครื่องมือและอุปกรณในการ ปลูกพืชมีอะไรบาง (แนวตอบ ศึกษาคูมือการใชงาน ใชงานอยาง เหมาะสม ใชงานอยางมีสติ จัดเก็บใหเปน ระเบียบ แตงกายใหรัดกุม) บุคคลในขอใดแตงกายเหมาะสมในการพนสารเคมี เพื่อกําจัด ศัตรูพืชมากที่สุด 1. ปูสวมชุดคลุมปองกันสารเคมี สวมรองเทาบูต หมวก หนากาก และแวนตา เพื่อปองกันฝุนละออง 2. ปลาสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวก และใช ผาเช็ดหนาปดบริเวณจมูกอยางมิดชิด 3. แปงสวมชุดปองกันสารเคมี สวมรองเทาแตะ หมวก หนากาก และแวนตากันแดด 4. โปงสวมเสื้อแขนยาวสองชั้น สวมกางเกงขายาว แวนตา และหนากาก (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 1. เพราะสารเคมีที่นํามาใชมีสารที่กอ ใหเกิดอันตราย หากสูดดมเขาไปจะทําใหเกิดอาการผิดปกติตางๆ หรืออาจเสียชีวิตได จึงควรสวมชุดใหเหมาะสม) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารเคมีกําจัดศัตรูพืชใหนักเรียนฟงวา สารเคมี กําจัดศัตรูพืช เปนสารเคมีที่นํามาใชในการปองกันและกําจัดศัตรูของพืชชนิด ตางๆ เชน แมลง หนูหรือสัตวฟนแทะ เชื้อรา วัชพืช เปนสารที่กอใหเกิดอันตราย ตอสุขภาพ โดยมนุษยสามารถรับสารพิษเขาสูรางกายไดทางผิวหนัง การหายใจ และการกิน หากรางกายไดรับพิษจะแสดงอาการได 2 ลักษณะ คือ • พิษเฉียบพลัน เกิดขึ้นทันทีเมื่อไดรับสารพิษเขาสูรางกาย สงผลใหมีอาการ ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส อาเจียน เจ็บหนาอก ปวดกลามเนื้อ เหงื่อ ออกมาก ทองรวง เปนตะคริว หายใจติดขัด มองเห็นไมชัด หรืออาจ เสียชีวิตได • พิษเรื้อรัง เกิดขึ้นชาเมื่อไดรับสารพิษเขาสูรางกาย จะใชเวลานานกวาจะ แสดงอาการ สงผลใหเปนหมัน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เปนอัมพฤกษ อัมพาต หรือโรคมะเร็ง นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T99
ขอสอบเนนการคิด ๓.๓ หลักการเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ ในการปลูกพืช กำรเก็บรักษำเครื่องมือและอุปกรณ์ ในกำรปลูกพืช ควรปฏิบัติ ดังนี้ ๑. เครื่องมือทุกชนิดควรเก็บไว้ ในโรงเรือนให้ มิดชิด เพื่อป้องกันแดดและฝน ๒. เครื่องมือที่มีชิ้นส่วนที่เป็นโลหะ ควรชโลมด้วย น�้ำมันกันสนิมหลังกำรใช้งำนทุกครั้ง เพื่อป้องกัน กำรเกิดสนิม ๓. ควรอัดจำระบีหล ่อลื่นในชิ้นส ่วนที่มีควำม เคลื่อนไหวและเสียดสีกันของโลหะ เพื่อป้องกัน กำรสึกหรอของเครื่องมือ ๔. เครื่องมือที่มีจ�ำนวนมำกและมีขนำดเล็ก เช่น ประแจ ไขควง ควรวำงบนแผงใส่เครื่องมือ ให้เรียบร้อยและจัดท�ำบัญชีรำยกำรเครื่องมือ อุปกรณ์ทุกชนิด เพื่อควำมสะดวกในกำรใช้งำน และช่วยเตือนควำมจ�ำ ๕. ควรดูแลรักษำเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ผู้อื่น หยิบยืมไปใช้ ซึ่งอำจจะมีกำรสึกหรอ หรือเกิดกำร เสียหำยขึ้น ควรท�ำกำรซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน น�ำมำใช้งำน หลังท�ำควำมสะอำด ควรจัดเก็บอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ เพื่อควำมสะดวกและปลอดภัยในกำรใช้งำนครั้งต่อไป เครื่องมือและอุปกรณ์ ในกำรเก็บเกี่ยวที่มีคม ก่อนน�ำ ไปใช้จะต้องลับให้คม เพื่อกำรใช้งำนอย่ำงมีประสิทธิภำพ การเลือกใช้จาระบี T i p จำระบีที่มีหลำยประเภท จึงควรเลือกใช้ให้ถูกต้องและเหมำะสมกับกำรใช้งำน ดังนี้ ๑. หำกอุปกรณ์ต้องสัมผัสกับน�้ำและควำมชื้น ควรเลือกใช้จำระบีประเภททนน�้ำ ๒. หำกอุปกรณ์ต้องสัมผัสทั้งน�้ำและควำมร้อน ควรเลือกใช้จำระบีอเนกประสงค์ หรือจำระบี คอมเพล็กซ์ ๓. หำกอุปกรณ์ต้องใช้แรงกดกระแทกระหว่ำงกำรใช้งำน ควรเลือกใช้จำระบีผสมสำรรับแรง กดกระแทก 9๔ นํา นํา สอน สรุป ประเมิน ขั้นนํา ขั้นที่ 2 กระตุนความสนใจ 8. ครูอธิบายถึงหลักการเก็บรักษาเครื่องมือและ อุปกรณในการปลูกพืช และการเตรียมพันธุพืช เพื่อนําไปปลูกใหนักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียน เขาใจวา การเตรียมและการปลูกพืชที่เหมาะสม จะทําใหไดพืชตนใหมที่มีคุณภาพตรงตาม ความตองการ จากนั้น ครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • ควรเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณที่มีคม อยางไร • การทําบัญชีรายการเครื่องมือและอุปกรณ มีความจําเปนหรือไม เพราะเหตุใด • การชโลมดวยนํ้ามันกันสนิมควรทําใน ขั้นตอนใดกับอุปกรณใด เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลับเครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตรให นักเรียนฟงวา เครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตรแตละประเภทจะมีวิธีการลับ ที่แตกตางกัน กลาวคือ เครื่องมือขนาดเล็ก เชน มีด กรรไกร ใหใชหินลับมีด ในการลับคม เวลาลับมีดควรใสนํ้าเล็กนอย เพื่อใหลื่นและลับมีดไดสะดวกขึ้น เมื่อลับมีดเสร็จใหนําไปลางดวยนํ้าสะอาด เช็ดใหแหง แลวทานํ้ามันกันสนิม สวนเครื่องมือขนาดใหญ เชน จอบ พลั่ว เสียม ใหใชตะไบลับมีดถูสวนที่คม เมื่อเสร็จใหนําไปลางดวยนํ้าสะอาด เช็ดใหแหง แลวทานํ้ามันกันสนิม ขอใดไมใชขอควรปฏิบัติในการเก็บรักษาเครื่องมือและอุปกรณ ทางการเกษตร 1. อัดจาระบีในสวนที่มีการเสียดสี เพื่อลดการสึกหรอ 2. เก็บไวในโรงเรือนที่สามารถปองกันแดดและฝนได 3. ชโลมดวยนํ้ามันเครื่องชนิดใสกอนการนําไปใชงาน เพื่อปองกันสนิม 4. มีบัญชีรายการเครื่องมือและอุปกรณ เพื่อความสะดวกในการ ตรวจสอบ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการชโลมดวยนํ้ามันเครื่อง ชนิดใส เปนขั้นตอนการทําความสะอาดที่ควรปฏิบัติทําหลังจาก ที่ไดใชงานเครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตรเสร็จเรียบรอยแลว ไมใชชโลมกอนการใชงาน) สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการลับคมมีด ไดจาก https://cooking.kapook. com/view84194.html T100
ขอสอบเนน การคิด ๔ การเตรียมพันธุ์พืช กำรเตรียมพันธุ์พืชเป็นกำรจัดหำ หรือกำรคัดเลือกพันธุ์พืชที่ดีแล้วน�ำไปปลูกในพื้นที่ที่ก�ำหนด ไว้ในแผนกำรปลูกพืชในกำรปลูกพืชผู้ปลูกย่อมต้องกำรให้พืชที่ปลูกเจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี ทั้งปริมำณและคุณภำพ ดังนั้น กำรปลูกพืชให้ประสบผลส�ำเร็จผู้ปลูกต้องมีกำรวำงแผนจัดกำรที่ดี ตั้งแต่ขั้นตอนแรก คือ กำรเตรียมพันธุ์พืชที่ดีมำปลูกในพื้นที่ หรือในแปลงปลูกพืชที่ได้วำงแผน กำรผลิตไว้ โดยทั่วไปสำมำรถเตรียมพันธุ์พืชได้ ๒ แนวทำง คือ กำรเตรียมพันธุ์พืชโดยวิธีกำร เพำะเมล็ด และเตรียมพันธุ์พืชจำกกำรน�ำส่วนต่ำง ๆ ของต้นพืชมำขยำยพันธุ์เป็นต้นใหม่ ซึ่งจะมี ข้อดีและข้อเสียแตกต่ำงกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของพืชที่ต้องกำรปลูกและวัตถุประสงค์ ในกำรปลูกพืชเป็นหลัก ๔.๑ วัตถุประสงค์ของการเตรียมพันธุ์พืช ในกำรเตรียมพันธุ์พืชมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑. เพื่อให้ได้ต้นพืชที่ปลูกถูกต้องตรงตำม วัตถุประสงค์ของผู้ปลูก ๒. เพื่อให้ได้ต้นพืชที่ดี มีอัตรำกำรเจริญเติบโต เร็ว ล�ำต้นแข็งแรง ดูแลรักษำง่ำย ไม่มีปัญหำ เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวน ๓. เพื่อให้ได้ต้นพืชที่ให้ผลผลิตสูงทั้งปริมำณ และคุณภำพ เช่นถ้ำเป็นไม้ผลก็ควรเป็นพันธุ์ที่ให้ ผลดก ขนำดของผลใหญ่ รสชำติดี สีผลสวยงำม เป็นที่นิยมของผู้บริโภคซึ่งตลำดมีควำมต้องกำร สูงและมีรำคำดี ๔. เพื่อให้ได้พันธุ์พืชในปริมำณที่เพียงพอกับ ควำมต้องกำรที่จะปลูก มีขนำดและกำรเจริญ เติบโตเท่ำ ๆ กัน ๕. กำรเตรียมต้นพันธุ์ที่มีอำยุเท่ำ ๆ กัน จะท�ำ ให้ผู้ปลูกได้รับผลผลิตพร้อมกันทั้งแปลง ท�ำให้ เกิดควำมสะดวกในกำรเก็บเกี่ยวและกำรดูแล พื้นที่หลังกำรเก็บเกี่ยว กำรเตรียมพันธุ์พืชควรให้พืชได้รับสำรอำหำรเพียงพอ และอยู่ในอุณหภูมิที่เหมำะสม เพื่อให้พันธุ์พืชแข็งแรง การเพาะปลูกพืช 9๕ เรื่องโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 1. ครูนําเมล็ดพันธุพืชที่เตรียมไว เชน เมล็ดกะเพรา เมล็ดสะระแหน เมล็ดผักสลัด เมล็ดทานตะวัน เมล็ดถั่วเขียว เมล็ดผักชี เมล็ดกวางตุง วางตาม จุดตางๆ รอบหองเรียน จากนั้น ครูอธิบายถึง วัตถุประสงคของการเตรียมพันธุพืชในหนังสือ เรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 95 แลว ถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวา ผูเตรียมพันธุพืชมี วัตถุประสงคใดในการเตรียมพันธุพืช (แนวตอบ ไดตนพืชตรงตามตองการ ได ปริมาณมากและมีคุณภาพดี ไดตนพืชที่ แข็งแรง) 2. นักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน แตละกลุม สังเกตเมล็ดพันธุพืชที่อยูตามจุดตางๆ รอบ หองเรียน แลวพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน การเตรียมพันธุพืชที่มีอายุเทากันกอนการเพาะปลูกพืช จะสง ผลตอผลผลิตอยางไร 1. ผลผลิตเกิดการกลายพันธุ 2. ผลผลิตที่ไดแข็งแรงสมบูรณดี 3. พืชแยงอาหารจากกัน จึงสงผลทําใหผลผลิตมีปริมาณนอย 4. เก็บเกี่ยวไดพรอมกัน ทําใหเกิดความสะดวกในการเก็บเกี่ยว (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะการเตรียมพันธุพืชกอนการ เพาะปลูกพืช จําทําใหไดเมล็ดพันธุที่มีอายุเทาๆ กัน สงผลให ผลผลิตออกผลในชวงเวลาใกลเคียงกัน ทําใหเกษตรกรสามารถ เก็บเกี่ยวผลผลิตไดพรอมๆ กัน ชวยใหสะดวก ประหยัดเงิน เวลา และแรงงานในการเก็บเกี่ยวผลผลิต) นักเรียนควรรู 1 แมลงศัตรูพืช เปนหนึ่งในหลายปญหาที่สงผลกระทบตอการเจริญเติบโต ของพืช การกําจัดแมลงศัตรูพืชสามารถใชสารสกัดจากธรรมชาติได ดังนี้ • ขมิ้นชัน นําขมิ้นชันแหงครึ่งกิโลกรัมมาตําใหละเอียด หมักในนํ้า 2 ลิตร ทิ้งไว 1 คืน กรองเอากากทิ้ง นําสวนที่สกัดได 200 มิลลิลิตร ผสมกับนํ้า 2 ลิตร ฉีดพนในแปลงผัก เพื่อกําจัดหนอนใยผักและหนอนกระทูผัก • สาบเสือ นําใบสาบเสือแหง 400 กรัม มาตําใหละเอียด ผสมกับนํ้า 3 ลิตร นําไปตมนาน 10 นาที รอใหเย็น กรองเอากากทิ้ง ฉีดพนในแปลงมะเขือเปราะ เพื่อกําจัดเพลี้ยออนและหนอนกระทูผัก • โลติ๊น นํารากโลติ๊นที่มีอายุ 3-5 ป มาสับเปนชิ้นเล็กๆ นําไปตากแดด ใหแหง และชั่งนํ้าหนักใหไดครึ่งกิโลกรัม หมักในนํ้า 20 ลิตร ทิ้งไว 1 คืน ฉีดพนในแปลงขาวโพด เพื่อลดการระบาดของตั๊กแตนปาทังกา นํา สอน สรุป ประเมิน T101
๔.๒ หลักการเลือกพันธุ์พืชเพื่อใช้ในการปลูก กำรคัดเลือกพันธุ์พืชมีหลักกำรคัดเลือกในเบื้องต้น ดังนี้ ๑) ควรเป็นพันธุ์พืชที่มีควำมเหมำะสมกับสภำพแวดล้อมในท้องถิ่นของผู้ปลูก เนื่องจำกประเทศไทยมีสภำพของดิน ฟ้ำ อำกำศ ควำมชุ่มชื้น ปริมำณน�้ำฝนที่ตก และอุณหภูมิ ในแต่ละท้องถิ่นแตกต่ำงกัน กำรน�ำพืชที่ปลูกได้ดีในท้องถิ่นหนึ่งไปปลูกในอีกท้องถิ่นหนึ่งอำจได้ ผลผลิตต่ำงกัน หรืออำจไม่ได้ผลผลิตเลยก็ได้ เช่น กำรน�ำปำล์มน�้ำมัน เงำะ ทุเรียน ที่เจริญเติบโต ได้ดีทำงภำคใต้และภำคตะวันออกที่มีภูมิอำกำศชุ่มชื้นไปปลูกในแถบจังหวัดภำคเหนือหรือบนดอย สูงที่มีอำกำศหนำวเย็น ผลผลิตที่ได้ย่อมมีควำมแตกต่ำงกัน ๒) ควรเป็นพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและดีที่สุดเนื่องจำกพืชแต่ละชนิดมีหลำกหลำย พันธุ์แต่ละพันธุ์จะให้ผลผลิตแตกต่ำงกันไป คุณภำพของผลผลิต เช่น รส กลิ่น สี เนื้อเยื่อ ของผลควำมหวำนของเนื้อผลไม้ก็จะแตกต่ำงกันด้วย กำรปลูกพืชเพื่อกำรค้ำจึงต้องค�ำนึงถึงปัจจัย ด้ำนพันธุ์พืชเป็นอย่ำงมำก ๓) ควรเป็นพันธุ์พืชที่มีควำมต้ำนทำนต่อโรคและแมลงศัตรูพืชในท้องถิ่นรวมถึง สำมำรถเจริญเติบโตได้ดีในท้องถิ่น จะช่วยประหยัดค่ำใช้จ่ำยเรื่องแรงงำนและค่ำสำรเคมีเกษตร ที่ใช้ในกำรบ�ำรุงดูแลรักษำพืชได้ ๔) ควรเป็นพันธุ์พืชที่ตรงกับควำมต้องกำรของตลำดและผู้บริโภค เพรำะเมื่อ ปลูกแล้วสำมำรถจ�ำหน่ำยผลผลิตได้รำคำดี กล้วยไม้หวำยจำกประเทศไทยได้รับกำรยอมรับจำกประเทศต่ำง ๆ ถึงควำมสวยงำม จึงท�ำให้เป็นไม้ตัดดอกเศรษฐกิจที่ส�ำคัญ 96 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 3 จัดกลุมรวมมือ 3. นักเรียนแตละกลุมปรึกษากัน เพื่อเลือกเมล็ด พันธุพืชที่สนใจ 1 ชนิด โดยครูคอยใหคําปรึกษา ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 4. นักเรียนแตละกลุมชวยกันหาขอมูลเกี่ยวกับ การเตรียมเมล็ดพันธุพืชที่สนใจ 1 ชนิด ที่ไดเลือก ไวในชั่วโมงที่แลว แลวนําขอมูลที่ไดมาพิจารณา ในกลุม โดยครูคอยสังเกตการทํางานกลุม จากนั้นครูถามนักเรียนวา • หลักการเลือกพันธุพืชเพื่อใชในการปลูกของ นักเรียนมีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เหมาะสมกับสภาพแวดลอม ใหผลผลิตสูง ตานทานตอโรคและแมลง ศัตรูพืช ตรงกับความตองการของตลาด) เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุพืชดวย ตนเองใหนักเรียนฟงวา การงอกของเมล็ดพันธุพืชสามารถทําไดดวยตนเอง โดยมีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้ • นําเมล็ดพันธุพืชใสลงในภาชนะ เติมนํ้าลงไป เมล็ดพันธุที่เสียจะลอยนํ้า สวนเมล็ดที่ดีจะจมนํ้า หากสังเกตเห็นวามีเมล็ดพันธุลอยนํ้ามาก แสดง วามีเมล็ดพันธุเสียมาก จึงไมควรซื้อมาปลูก • ใชกระดาษฟางหรือกระดาษซับมาตัดใหพอดีกับจาน วางบริเวณกนจาน เติมนํ้าลงไปพอชุมแลวจึงใสเมล็ดพันธุ นํากระดาษฟางหรือกระดาษซับ ปดไวอีกชั้นหนึ่ง เติมนํ้าลงไปพอชุม ภายในเวลา 1-3 วัน เมล็ดพันธุ จะงอก ใหนับเมล็ดที่งอกดู หากงอก 70-80 % แสดงวาอยูในเกณฑใชได หากงอก 90 % ขึ้นไปแสดงวาใชไดดี หากตํ่ากวา 60 % ไมควรซื้อมาปลูก ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกพันธุพืช เพื่อใชในการเพาะปลูก นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามาสรุปลงใน กระดาษรายงาน นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกพันธุพืช เพื่อใชในการเพาะปลูก เลือกพันธุพืชตามความสนใจ 1 ชนิด มาทําการทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุพืช บันทึกขอมูลที่ได จากการทดสอบลงในกระดาษรายงาน จากนั้นออกมานําเสนอ ผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน พรอมทั้งอธิบายแนวทางในการ แกปญหา หากพบวาเมล็ดพันธุที่เลือกมีคุณสมบัติที่ไมเหมาะสม ตอการนํามาเพาะปลูก นํา สอน สรุป ประเมิน T102
ขอสอบเนน การคิด ๔.๓ แหล่งที่มาของพันธุ์พืช ผู้ปลูกพืชสำมำรถเตรียมพันธุ์พืชที่ใช้ปลูกได้หลำยวิธี ดังนี้ ๑) กำรเก็บรวบรวมพันธุ์พืชไว้ใช้เอง เกษตรกรผู้ปลูกพืชสำมำรถพิจำรณำคัดเลือก พันธุ์พืชจำกต้นแม่พันธุ์ที่ใช้ปลูกอยู่แล้วเป็นต้นพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีที่สุดตำมหลักกำรคัดเลือก พันธุ์พืช เหมำะที่จะน�ำไปปลูกขยำยพันธุ์ เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในรุ่นต่อ ๆ ไป โดยสังเกตและ ตรวจสอบคุณสมบัติจำกต้นแม่พันธุ์เป็นหลัก ส่วนวิธีกำรเตรียมพันธุ์พืชควรดูจำกควำมเหมำะสม ของพืชแต่ละชนิด ๒) กำรจัดซื้อ หรือติดต่อขอรับจำกหน่วยงำนรำชกำรที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบัน มีหน่วยงำนรำชกำรมำกมำย เช่น กรมส่งเสริมกำรเกษตร กรมวิชำกำรเกษตร กรมพัฒนำที่ดิน มหำวิทยำลัยเกษตรศำสตร์ วิทยำลัยเกษตรและเทคโนโลยี ซึ่งท�ำหน้ำที่ส่งเสริมและเผยแพร่พันธุ์ พืชใหม่ ไว้ส�ำหรับแจกจ่ำยแก่เกษตรกรและผู้สนใจโดยไม่คิดมูลค่ำ หรือจ�ำหน่ำยในรำคำถูก สำมำรถ ติดต่อขอรับ หรือซื้อได้จำกหน่วยงำนต่ำง ๆ เช่น เกษตรต�ำบล เกษตรอ�ำเภอ สถำนวิจัยพืชสวน ที่อยู่ใกล้บ้ำน ๓) กำรจัดซื้อจำกแหล่งที่เชื่อถือได้ ในปัจจุบันมีบริษัทต่ำง ๆ จ�ำหน่ำยพันธุ์พืช จ�ำนวนมำก พันธุ์พืชเหล่ำนี้จะน�ำออกจ�ำหน่ำยได้ต้องได้รับกำรอนุญำตและรับรองพันธุ์ พร้อมทั้ง ตรวจสอบคุณภำพของพันธุ์พืชจำกกรมวิชำกำรเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจำกนี้ ยังสำมำรถซื้อจำกเกษตรกรเจ้ำของไร่ เจ้ำของสวนที่มีกำรคัดเลือกพันธุ์พืชไว้ ใช้เองหรือเพื่อกำรค้ำ ควรเลือกซื้อจำกเจ้ำของไร่ เจ้ำของสวน หรือผู้จ�ำหน่ำยกิ่งพันธุ์พืชที่ได้รับกำรรับรองจำกกรมส่งเสริม กำรเกษตรเท่ำนั้น ๔.๔ วิธีการเตรียมพันธุ์พืช กำรเตรียมพันธุ์พืชที่ต้องกำรน�ำมำปลูกสำมำรถเตรียมได้ หลำยวิธี ขึ้นอยู่กับควำมเหมำะสมและชนิดของพืช เช่น กำรปลูกพืชผักชนิดต่ำง ๆต้องเตรียมพันธุ์พืชด้วยวิธีกำร เพำะเมล็ด หรือเพำะกล้ำและย้ำยกล้ำปลูก กำรปลูกไม้ ประดับและพืชไร่ ควรเตรียมพันธุ์ พืชโดยใช้วิธีกำรปักช�ำกิ่ง และล�ำต้น กำรปลูกไม้ผลเกือบทุกชนิด สำมำรถเตรียมพันธุ์พืชได้ โดยวิธีกำรตอนกิ่ง กำรเสียบกิ่งกำรทำบกิ่ง กำรติดตำ ส่วนกำรปลูกไม้ดอก สำมำรถเตรียมพันธุ์ พืชได้ โดยวิธีกำรตอนกิ่ง กำรปักช�ำ กำรติดตำ และกำรเพำะเมล็ด การเพาะปลูกพืช 9๗ มีหน่วยงำนรำชกำรมำกมำย เช่น กรมส่งเสริมกำรเกษตร กรมวิชำกำรเกษตร กรมพัฒนำที่ดิน 1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 แสวงหาความรู 5. นักเรียนแตละกลุมนําขอมูลเกี่ยวกับการเตรียม เมล็ดพันธุพืชที่สนใจและที่พิจารณาแลว มา เขียนบนกระดานหนาหองเรียน จากนั้นครูและ นักเรียนชวยกันพิจารณาและตรวจสอบความ ถูกตองของขอมูลที่อยูหนาชั้นเรียน 6. นักเรียนแตละกลุมชวยกันหาขอมูลเกี่ยวกับ การเตรียมพันธุพืชในประเด็นตางๆ เชน วัตถุประสงค หลักการ แหลงที่มา วิธีการ โดยครูคอยสังเกตการทํางานกลุม จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • แหลงที่มาของพันธุพืชมาจากที่ใดบาง (แนวตอบ คัดเลือกไวใชเอง ซื้อหรือขอรับ จากหนวยงานที่เกี่ยวของ ซื้อจากแหลงที่ นาเชื่อถือ) • หากตองการซื้อพันธุพืชจากแหลงที่นา เชื่อถือไดควรดูจากสิ่งใด (แนวตอบ บริษัทหรือหนวยงานที่ไดรับการ อนุญาตและรับรองพันธุ รวมถึงตรวจสอบ คุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวง เกษตรและสหกรณ) นักเรียนมีวิธีการอยางไรที่จะชวยใหประหยัดคาใชจายในการ หาพันธุพืชมาทําการเพาะปลูก (แนวตอบ วิธีการที่จะชวยประหยัดคาใชจายในการหาพันธุพืช มาทําการเพาะปลูก คือ การเก็บรวบรวมพันธุพืชไวใชเอง กลาว คือ เราสามารถคัดเลือกพันธุพืชไดจากตนแมพันธุที่ปลูกอยูใน บริเวณพื้นที่ของตนเอง ซึ่งจะชวยใหประหยัดคาใชจายในการซื้อ พันธุพืชจากแหลงจําหนายตางๆ มาเพาะปลูก และพืชสามารถ เจริญเติบโตไดดี โดยไมกลายพันธุ) นักเรียนควรรู 1 กรมสงเสริมการเกษตร หรือ Department of Agriculture Extension เปนหนวยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ทําหนาที่หลายประการ เชน ศึกษา วิจัย และพัฒนางานดานการสงเสริมการเกษตร การถายทอดเทคโนโลยี เพื่อใหไดมาซึ่งผลิตผล สินคาและบริการทางการเกษตรที่มีคุณภาพ สงเสริม พัฒนาครอบครัวและสถาบันเกษตรกรใหเขมแข็ง เพื่อใหสามารถพึ่งพาตนเองได สามารถดําเนินการแขงขันไดอยางเปนธรรมและยั่งยืน เสริมสรางใหประชาชน มีสวนรวม เพื่อสงเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนใหมีขีดความสามารถในการ ผลิตและแขงขันในการผลิตสินคาและบริการทางการเกษตร ดําเนินการปองกัน แกปญหาความตองการของเกษตรกร ชุมชนเกษตรกรอยางพอเพียง บรรเทา ภัยธรรมชาติ ฟนฟูหลังเกิดความเสียหายตอกิจกรรมทางการเกษตรทุกระดับ นํา สอน สรุป ประเมิน T103
ขอสอบเนนการคิด เมล็ดเป็นผลที่ได้รับจำกกำรผสมพันธุ์ระหว ่ำงเกสรตัวผู้กับเกสรตัวเมียของพืช ซึ่งเป็นส ่วนหนึ่ง ของพืชที่เกิดขึ้นและเจริญเติบโตเป็นเมล็ด เมล็ดที่แก่เต็มที่ของพืชแต่ละชนิดจะมีลักษณะ รูปร่ำง ขนำด และสีที่แตกต่ำงกัน สำมำรถน�ำไปเพำะปลูกเป็นพืชต้นใหม่ได้ เช่น ข้ำว ข้ำวโพด แตงต่ำง ๆ ถั่ว ผักกำด ผักบุ้ง กำรเตรียมพันธุ์พืชโดยใช้เมล็ดมีประโยชน์ ดังนี้ กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกเมล็ด ๑. สะดวกในกำรน�ำเมล็ดไปปลูกที่อื่น เนื่องจำก เมล็ดมีน�้ำหนักเบำ มีขนำดเล็ก ไม่บอบช�้ำง่ำย มีกำรบรรจุหีบห่ออย่ำงมิดชิดเก็บรักษำเมล็ดพันธุ์ ไว้ได้นำน แต่ต้องเก็บอย่ำงถูกวิธี ๒. สำมำรถท�ำได้ง่ำย สะดวกรวดเร็ว ท�ำได้ครั้งละ มำก ๆ ตำมจ�ำนวนพื้นที่ และได้ต้นพืชที่มีขนำด อำยุเท่ำ ๆ กัน ซึ่งง่ำยต่อกำรดูแลรักษำจนถึง กำรเก็บเกี่ยว ๓. ท�ำให้ได้พันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลผลิตดีกว่ำพันธุ์เดิม เพรำะสำมำรถผสมพันธุ์และขยำยพันธุ์ได้ โดยฝีมือของมนุษย์ กำรปลูกพืชวิธีนี้จึงนิยมใช้ เพื่อกำรทดลองค้นคว้ำ ปรับปรุงพันธุ์พืชของนัก วิทยำศำสตร์เกษตรโดยทั่วไป ๔. ท�ำให้ได้ต้นพืชที่มีระบบของรำกแก้วแข็งแรง รำกหยั่งลึกลงไปในดิน ต้นไม้จึงไม่โค่นล้มง่ำย และเจริญเติบโตได้อย่ำงรวดเร็ว ๕. พืชบำงชนิดสำมำรถน�ำไปใช้ในกำรเตรียม ต้นตอส�ำหรับกำรขยำยพันธุ์ โดยกำรปักช�ำติดตำ ต่อกิ่ง และทำบกิ่งได้ เช่น ยำงพำรำ ๖. ใช้เงินลงทุนน้อยกว ่ำวิธีอื่น เป็นกำรประหยัด ค่ำใช้จ่ำยในกำรขยำยพันธุ์พืช เพรำะไม่ต้องใช้ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์มำกนัก ๗. ต้นพืชที่ได้จะไม ่ติดโรคไวรัสจำกต้นแม ่พันธุ์ เนื่องจำกเชื้อไวรัสไม่สำมำรถถ่ำยทอดจำกต้นแม่ มำสู่ต้นลูกได้ จำกกำรใช้เมล็ดเป็นพำหะ เมล็ดของพืชชนิดต่ำง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของพืชที่สำมำรถ น�ำไปปลูกให้เจริญเติบโตเป็นพืชต้นใหม่ได้ กำรเตรียมพันธุ์พืชที่ได้จำกกำรเพำะเมล็ดเป็นวิธีกำรที่ท�ำ ได้สะดวก รวดเร็ว และได้ต้นพืชจ�ำนวนมำก 98 ขั้นสรุป ขั้นที่ 5 สรุปสิ่งที่ไดเรียนรู 1. ครูถามนักเรียนวา หากนักเรียนตองการปลูกพืช เพื่อรับประทานในครอบครัว นักเรียนควรเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ และพันธุพืชอยางไรบาง 2. นักเรียนทําใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ และพันธุพืชในการปลูกพืช 3. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู 4. ครูใหนักเรียนดูประโยชนของการเตรียมพันธุพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 แลวตั้งประเด็นคําถาม เชน • เพราะเหตุใดการเตรียมพันธุพืชจากเมล็ด จึงสะดวกในการนําไปปลูกที่อื่น • การเตรียมพันธุพืชจากเมล็ดมีความ เกี่ยวของกับรากแกวอยางไร • ขอดีของการเตรียมพันธุพืชจากเมล็ดมี อะไรบาง เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพาะเมล็ดใหนักเรียนฟงวา การเพาะเมล็ด เปนวิธีการเตรียมพันธุพืชที่เหมาะสมกับพืชผักสวนครัวและพืชดอกมากกวา เนื่องจากเปนวิธีที่ทําใหไดผลผลิตในปริมาณมาก สามารถทําไดอยางสะดวก และรวดเร็ว โดยวิธีการเพาะเมล็ดใหสําเร็จนั้นขึ้นอยูกับหลายปจจัย เชน ตอง เปนเมล็ดพันธุที่ดี มีความชื้น อุณหภูมิและแสงที่ไดรับมีความเหมาะสม วัสดุ อุปกรณที่ใชในการเพาะมีความเหมาะสม เมล็ดพันธุพืชที่ดีจะตองมีคุณสมบัติตรงตามพันธุพืช สามารถงอกไดเร็ว และมีความแข็งแรงหากเมล็ดที่ยังไมไดนําไปเพาะควรเก็บรักษาอยางถูกวิธี โดยเก็บไวในที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิตํ่า ซึ่งจะทําใหคงสภาพเมล็ดพันธุไวได เนื่องจากพืชแตละชนิดมีอายุตางกัน อยางไรก็ตาม ระยะเวลาในการเก็บรักษา เมล็ดจะขึ้นอยูกับชนิดของเมล็ดพันธุเปนหลัก หากตองการปลูกมะขามควรเตรียมพันธุพืชแบบใดจึงจะ เหมาะสมที่สุด 1. การใชรังสี 2. การเสียบกิ่ง 3. การเพาะกลา 4. การเพาะเมล็ด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะมะขามจัดเปนไมผล ซึ่งไม ผลเกือบทุกชนิดเหมาะสําหรับกับการเตรียมพันธุพืช เพื่อนํามา ขยายพันธุ โดยวิธีการเสียบกิ่ง การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง และ การติดตา สวนการเพาะเมล็ดจะใชเวลานานกวาจะไดผลผลิต) นํา สอน สรุป ประเมิน T104
ขอสอบเนน การคิด ส่วนต่ำง ๆ ของพืช เช่น รำก ล�ำต้น ใบ กิ่ง ยอดอ่อน หัว หน่อ รวมถึงวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช สำมำรถน�ำไปเพำะปลูกเป็นพืชต้นใหม่ได้ ซึ่งวิธีกำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วนต่ำง ๆ ของพืช สำมำรถท�ำได้หลำย วิธี เช่น กำรปักช�ำ กำรตอนกิ่ง กำรติดตำ กำรทำบกิ่ง กำรต่อกิ่ง กำรเสียบยอด กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วน ต่ำง ๆ ของพืชมีประโยชน์ ดังนี้ กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วนต่ำง ๆ ของพืช ๑. พันธุ์พืชที่ได้จะมีลักษณะและคุณสมบัติเหมือน กับต้นพ่อแม่พันธุ์ทุกประกำร ท�ำให้ไม่เกิดปัญหำ เรื่องกำรกลำยพันธุ์ ๒. พืชบำงชนิดขยำยพันธุ์ด้วยเมล็ดยำก จึงนิยม ขยำยพันธุ์ โดยกำรใช้ส่วนต่ำง ๆ ของพืช เช่น กล้วยขยำยพันธุ์ด้วยหน่อ กล้วยไม้ขยำยพันธุ์ด้วย กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หอม กระเทียมขยำยพันธุ์ ด้วยหัว โกสน กุหลำบขยำยพันธุ์ โดยใช้กิ่งปักช�ำ ๓. สำมำรถรวมลักษณะที่ดีของพืชไว้ในต้นเดียวกัน ได้ ท�ำให้ได้พืชชนิดใหม ่ที่ให้ผลผลิตดีตำมที่ ต้องกำร ๔. ให้ผลผลิตที่เร็วกว่ำกำรเตรียมพันธุ์พืชจำกเมล็ด เช่น มะม่วง ถ้ำปลูกด้วยเมล็ดจะให้ผลผลิตเมื่อพืช มีอำยุ ๔-๕ ปี แต่ถ้ำปลูกโดยกำรทำบกิ่ง จะให้ ผลผลิตเมื่อพืชมีอำยุ ๒-๓ ปี ๕. ให้ต้นพืชที่มีทรงพุ่มขนำดปำนกลำง ล�ำต้นไม่สูง จนเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดควำมสะดวกในกำรดูแล รักษำและเก็บเกี่ยวผลผลิต ๖. กำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชท�ำให้ได้ต้นพืชที่ปลอดโรค เป็นจ�ำนวนมำก โดยใช้ระยะเวลำสั้น มีลักษณะ เหมือนต้นแม่พันธุ์ทุกประกำร มีอัตรำกำรงอก มำกกว่ำกำรเพำะเมล็ด หน่อเป็นส่วนที่เกิดจำกต้นพืช หรือรำกของพืชต้นเดิม หลังจำกที่รำกเกิดสมบูรณ์แล้ว สำมำรถแยกไปปลูกเป็น พืชต้นใหม่ได้ กำรทำบกิ่งเป็นวิธีกำรขยำยพันธุ์พืชที่ได้รับควำมนิยม เนื่องจำกจะได้ต้นพืชตรงตำมสำยพันธุ์เดิม พืชโตเร็ว ให้ ผลผลิตเร็วขึ้น การเพาะปลูกพืช 99 ส่วนต่ำง ๆ ของพืช เช่น รำก ล�ำต้น ใบ กิ่ง ยอดอ่อน หัว หน่อ รวมถึงวิธีกำรเพำะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช วิธี เช่น กำรปักช�ำ กำรตอนกิ่ง กำรติดตำ กำรทำบกิ่ง กำรต่อกิ่ง กำรเสียบยอด กำรเตรียมพันธุ์พืชจำกส่วน 1 2 ขั้นสรุป ขั้นที่ 6 นําเสนอผลงาน 5. นักเรียนแตละกลุมสงตัวแทนออกมานําเสนอ ขอมูลเกี่ยวกับการเตรียมพันธุพืชในประเด็น ตางๆ ที่ไดหาขอมูลไวกอนหนานี้ 6. ครูและนักเรียนรวมกันซักถามขอสงสัยเกี่ยวกับ ขอมูลที่นําเสนอ ครูถามนักเรียนวา • นักเรียนคิดวาการเตรียมพันธุพืชจากสวน ตางๆ ของพืช สวนใดทํางายที่สุด เพราะอะไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน การปกชํา เพราะเปน การนําตนหรือกิ่งมาปกเปนพืชตนใหม) 7. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 4.2 แลวนํามาสงครู นักเรียนควรรู 1 การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เปนการนําเนื้อเยื่อเซลลสวนใดสวนหนึ่งของพืช มาเลี้ยงในสภาพปลอดจุลินทรีย โดยมีการควบคุมอุณหภูมิ แสง และความชื้น เพื่อใหเซลลปราศจากเชื้อที่มารบกวนและทําลายการเจริญเติบโตของพืช พืชที่ นิยมนํามาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เชน กลวยไม กุหลาบ ดาวเรือง ซึ่งเปนพืชที่มีปญหา ในเรื่องของการขยายพันธุ ประโยชนจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ คือ สามารถผลิต พันธุพืชปริมาณมากไดในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งยังเก็บรักษาพันธุพืชไมใหสูญพันธุ และผลิตพันธุพืชที่ทนทานตอโรคตางๆ ไดดี 2 การทาบกิ่ง การขยายพันธุพืชเพื่อใหไดตนพันธุที่มีลักษณะเชนเดียวกัน กับตนแมพันธุ โดยกิ่งพันธุจะทําหนาที่เปนลําตนของตนพืช สวนตนตอที่นํามา ทาบติดกับกิ่งของตนพันธุจะทําหนาที่เปนระบบราก เพื่อหาอาหารใหกับตนพันธุ เพราะเหตุใดการศึกษา คนควา ทดลอง พัฒนา และปรับปรุง พันธุพืชจึงนิยมใชวิธีการเตรียมพันธุพืชโดยใชเมล็ด (แนวตอบ วิธีการเตรียมพันธุพืชโดยใชเมล็ด จะทําใหพันธุพืช มีการกลายพันธุ อาจทําใหไดพันธุพืชใหมซึ่งดีกวาพันธุพืชเดิม ในขณะที่วิธีการเตรียมพันธุพืชโดยการใชสวนตางๆ ของพืช จะใหผลที่ตางกัน คือ พืชที่ไดจะไมมีการกลายพันธุ ไมมีการ เปลี่ยนแปลง ดังนั้น จึงไมนิยมนํามาใชในการศึกษา คนควา ทดลอง พัฒนา และปรับปรุงพันธุพืช) นํา สอน สรุป ประเมิน T105
ขอสอบเนนการคิด พันธุ์พืชที่ใช้ปลูกในปัจจุบันนอกจำกจะได้จำกวิธีกำรขยำยพันธุ์ ด้วยเมล็ดแล้ว ยังได้จำกวิธีกำรขยำยพันธุ์โดยใช้ส่วนต่ำง ๆ ของพืช เช่น รำก ใบ กิ่ง ก้ำน ล�ำต้น หัว หน่อ จะได้ต้นพืชใหม่ เหมือนต้นเดิม ซึ่งสำมำรถท�ำได้หลำยวิธี ดังนี้ วÔ¸Õการง‹า æ ãนการ¢ÂาÂพัน¸Øพืช การป˜กªíา การµÔดµา เÊÕÂบÂอด การµอนกÔ่ง เปนพันธุพืชที่ไดจากการทําใหกิ่งออกราก ในขณะที่ติดอยูกับตนเดิม เมื่อกิ่งออกราก และแข็งแรงดีแลว จึงตัดออกจากตนเดิม และนําไปปลูกเปนพืชตนใหม พืชที่นิยม นํามาขยายพันธุดวยวิธีการตอนกิ่ง เชน มะนาว สมโอ เปนพันธุพืชที่ไดจากการตัดสวนหนึ่งสวนใด ของพืช เชน ใบ กิ่ง กาน ลําตน ราก ออก จากตนเดิม ไปเก็บไว ในที่ที่มีสภาพแวดลอม เหมาะสม สวนตางๆ ของพืช ดังกลาวจะออก รากและแตกยอด เจริญเติบโตเปนตนพืชใหม แลวนําไปปกชําในแปลงปลูก พืชที่นิยมนํามา ขยายพันธุดวยวิธีการปกชํา เชน ชมพู ฝรั่ง สม เปนพันธุพืชที่ไดจากการขยายพันธุ โดย การเชื่อมประสานสวนของตนพืชเขาดวยกัน เพื่อใหเจริญเติบโตเปนพืชตนเดียวกัน โดย การนําแผนตาจากกิ่งพันธุดีไปติดบนตนตอ พืชเดิม เพื่อใหตาของพืชเจริญเติบโตเปน พืชตนใหม พืชที่นิยมนํามาขยายพันธุ ดวยวิธีการติดตา เชน มะมวง นอยหนา กุหลาบ เปนพันธุพืชที่ไดจากการนําสวนของพืชที่ เปนพันธุดีมาติด หรือตอกับพืชอีกตนหนึ่ง เมื่อติดแลว พืชทั้งสองชนิดจะเจริญเติบโต เปนตนเดียวกัน ใชกับพืชที่ขยายพันธุ ไดยาก พืชที่นิยมนํามาขยายพันธุดวยวิธีการเสียบ ยอด เชน สมเขียวหวานกับสมเกลี้ยง มะนาว กับมะกรูด Know M ore 100 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การทํา กิจกรรมกลุม และการนําเสนอผลงาน 2. ครูตรวจสอบใบงานที่ 4.2.1 เรื่อง การเตรียม เครื่องมือ อุปกรณ และพันธุพืชในการปลูก พืช 3. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 4.2 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู การขยายพันธุพืชดวยวิธีการใดสามารถเพิ่มจํานวนตนพืชที่จะ นําไปปลูกไดจํานวนมาก และไดพันธุพืชตรงตามพันธุที่ตองการ 1. การปกชํา 2. การติดตา 3. การตอนกิ่ง 4. การเสียบยอด (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการตอนกิ่งเปนวิธีการขยาย พันธุพืชที่ทําใหไดพันธุพืชตรงตามพันธุดั้งเดิม สามารถเพิ่มปริมาณ ตนพืชที่จะนําไปปลูกไดเปนจํานวนมาก สามารถขยายพันธุพืช ตรงตามพันธุไดอยางรวดเร็วจากกิ่งที่ตอนออกมาจากตนเดิม) แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม การนําเสนอผลงาน โดยศึกษา เกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรู ที่ 4 แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ าเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การท างานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ าใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม นํา สอน สรุป ประเมิน T106
ขอสอบเนน การคิด ๕ การเตรียมดินปลูกพืช กำรเตรียมดินปลูกพืชเป็นกำรท�ำให้ดินมีสภำพเหมำะสมต่อกำรเจริญเติบโตของพืชเพื่อให้พืช ที่ปลูกมีอัตรำกำรเจริญเติบโตดีให้ผลผลิตสูงมีอำยุในกำรเก็บเกี่ยวสั้น หำกเกษตรกรมีกำรเตรียม ดินปลูกพืชที่ดีแล้วจะช่วยลดปัญหำและค่ำใช้จ่ำยในกำรปฏิบัติดูแลรักษำพืชได้มำก เช่นลดปัญหำ กำรก�ำจัดวัชพืชในแปลงปลูก ลดกำรใช้ปุ๋ยเคมี เพรำะสำมำรถใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนได้ ท�ำให้ดินปลูก มีควำมอุดมสมบูรณ์ โดยทั่วไปกำรเตรียมดินปลูกพืชมี ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๕.๑ การเตรียมดินเพาะเมล็ด หรือเพาะกล้าในภาชนะ กำรเตรียมดินเพื่อกำรเพำะเมล็ด หรือเพำะกล้ำในภำชนะ อำจใช้ดินผสมซึ่งมีอยู่หลำยชนิด หรือหลำยสูตรด้วยกัน ซึ่งสำมำรถน�ำมำดัดแปลงให้มีควำมเหมำะสมกับวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดควำมสะดวก หำซื้อได้ง่ำย และมีรำคำถูก ดังนี้ วิธีกำรผสมดินเพำะเมล็ดสำมำรถท�ำได้ โดยกำรน�ำส่วนผสมทั้งหมดของแต่ละสูตรมำ กองรวมกัน จำกนั้นใช้จอบ หรือพลั่วพลิกส่วน ผสมของดินและวัสดุอื่น ๆ กลับไปกลับมำจน ส่วนผสมเข้ำกันจึงน�ำมำใส่ในภำชนะที่เตรียมไว้ เช่น กระบะสี่เหลี่ยม ตะกร้ำพลำสติก ถุง พลำสติกด�ำที่เจำะรูก้นถุง แล้วใส่ดินให้หนำ ๑๐-๑๕ เซนติเมตร เกลี่ยหน้ำดินให้เรียบ แล้ว จึงโรยเมล็ดพืชลงไป สูตรที่ 1 1 ส่วน 1 ส่วน 3 ส่วน สูตรที่ 3 1 ส่วน 1 ส่วน 3 ส่วน ดินร่วน ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ทรำยหยำบ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยอินทรีย์ สูตรที่ ๒ 1 ส่วน 1 ส่วน 1 ส่วน 3 ส่วน การเพาะปลูกพืช 101 กำรก�ำจัดวัชพืชในแปลงปลูก รใช้ปุ๋ยเคมี 1 2 ขั้นนํา (กระบวนการปฏิบัติ) ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 1. ครูนําดินหลายชนิดมาใหนักเรียนดูและสังเกต เชน ดินรวน ดินทราย ดินเหนียว 2. ครูถามนักเรียนวา ดินที่นักเรียนดูเปนดิน ชนิดใดบาง มีความแตกตางกันอยางไร ดิน แตละชนิดเหมาะที่จะนําไปปลูกอะไรบาง นักเรียนชวยกันแสดงความคิดเห็น จากนั้นครู อธิบายการเตรียมดินทั้ง 3 สูตร จากหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 101 แลวถาม นักเรียนวา • นักเรียนเคยเตรียมดินเพาะเมล็ดหรือไม ถาเคย เคยทําอยางไร (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน เคย เตรียมดินเพาะเมล็ด โดยการนําดินหลายๆ ชนิด มาผสมกัน) นักเรียนควรรู 1 การกําจัดวัชพืช สามารถปฏิบัติไดเองดวยวิธีการที่หลากหลาย เชน คลุมดิน ดวยหนังสือพิมพ 1 ชั้น จากนั้นโรยแกลบทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง วัชพืชจะไมสามารถ โผลมาสังเคราะหดวยแสงได และจะเฉาตายในที่สุด ใชนํ้าสมสายชู 2 ถวยตวง เกลือ 1 2 ถวยตวง และนํ้ายาลางจานเล็กนอย ผสมเปนเนื้อเดียวกัน เทใสขวด สเปรย นําไปฉีดพนลงบนวัชพืช วัชพืชจะคอยๆ เฉาตายในที่สุด 2 ปุยเคมี หรือปุยวิทยาศาสตร เปนปุยที่ไดจากอนินทรียสาร หรืออินทรีย สังเคราะห มีธาตุอาหารหลัก N P K สวนมากผลิตจากสารตั้งตน คือ แกส แอมโมเนีย หรือกระบวนการสังเคราะหนํ้ามัน จากนั้นนํามารวมกับกรด โดยผาน กระบวนการทางเคมี จัดเปนปุยที่นิยมใชกันอยางแพรหลาย ซึ่งผลเสียจากการ ใชปุยเคมีมีอยูดวยกันหลายประการ เชน ทําใหดินเสื่อมสภาพ ตนทุนการผลิต สูงขึ้น มีสารตกคางในผลผลิต ผลผลิตเนาเสียไดงาย รสชาติไมอรอย การเตรียมดินเพาะเมล็ด หรือเพาะกลาในภาชนะมีขอดีอยางไร และมีขั้นตอนในการปฏิบัติอยางไร (แนวตอบ การเตรียมดินเพาะเมล็ด หรือเพาะกลาในภาชนะมีขอดี คือ สะดวก หาไดงายในทองถิ่น และมีราคาไมสูง สําหรับขั้นตอน การเตรียมดินเพาะเมล็ดสามารถทําไดโดยนําสวนผสมที่มีนํ้าหนัก มาก คือ ดินไวที่ชั้นลางสุด ตามดวยทรายหยาบและปุยหมัก โดยใหปุยคอกอยูดานบนสุด กองรวมกันแลวใชจอบ หรือพลั่ว พลิกสวนผสมของดินและวัสดุอื่นๆ จากดานลางขึ้นดานบน กลับไปกลับมาจนผสมเปนเนื้อเดียวกัน นํามาใสในภาชนะที่ เตรียมไว โดยใสดินใหหนาประมาณ 10-15 เซนติเมตร เกลี่ย หนาดินใหเรียบ แลวจึงโรยเมล็ดพืชลงไป) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T107
ขอสอบเนนการคิด ๒. ใช้จอบขุดโดยขุดดินให้ลึกอย่ำงน้อยหนึ่ง หน้ำจอบหรือลึกประมำณ ๒๐-๓๐เซนติเมตร พลิกดินชั้นล่ำงขึ้นมำข้ำงบน ตำกดินทิ้งไว้ ๒-๓ วัน เพื่อฆ่ำเชื้อโรคและท�ำลำย แมลงศัตรูพืชที่อำศัยอยู่ในดิน ๔. แปลงเพำะควรกว้ำงประมำณ ๑ เมตร ควำมยำวขึ้นอยู่กับปริมำณต้นกล้ำ ขอบแปลง สูง ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เพื่อให้ระบำยน�้ำได้ดี และควรมีหลังคำ หรือตำข่ำยพรำงแสง เพื่อ ป้องกันแสงแดด ลม และฝน ๕.๒ การเตรียมดินเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ กำรเตรียมดินเพื่อกำรเพำะเมล็ดในแปลงเพำะส่วนใหญ่จะเป็นกำรเพำะเมล็ดตำมฤดูกำลปกติ เมื่อต้องกำรต้นกล้ำจ�ำนวนมำก เนื่องจำกท�ำได้ง่ำยและสะดวกในกำรดูแล ซึ่งกำรเตรียมดิน เพำะเมล็ดในแปลงเพำะมีขั้นตอนในกำรเตรียม ดังนี้ ๑. ก�ำจัดวัชพืชและวัสดุอื่น ๆ เช่น ก้อนหิน กรวดกิ่งไม้ขยะถุงพลำสติกออกจำกบริเวณ แปลงเพำะให้หมด ๓. ย่อยดินให้ละเอียดและเก็บเศษวัชพืชออก อีกครั้ง จำกนั้นจึงน�ำปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์ ทรำยหยำบผสมกับดินให้เข้ำกัน แล้วเกลี่ย หน้ำดินให้เรียบ ดินดี คือ ดินที่เหมำะสมกับพืชชนิดนั้น ๆ ท�ำให้พืชเติบโตได้โดยไม่มีอำกำรผิดปกติและผู้ปลูกไม่จ�ำเป็นต้องบ�ำรุงดินมำก 10๒ ขั้นนํา ขั้นที่ 1 สังเกตและรับรู 3. ครูอธิบายวา การเตรียมดินเพื่อเพาะเมล็ด ที่เหมาะสมกับตนพืช จะทําใหไดตนกลาที่ แข็งแรง และการเตรียมดินที่เหมาะสมกับพืช แตละชนิด จะทําใหพืชโตไวและแข็งแรง 4. ครูใหนักเรียนดูการเตรียมดินปลูกพืช จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 ครูถาม นักเรียนวา • ขั้นตอนแรกในการเตรียมดินเพาะเมล็ด ในแปลงเพาะคืออะไร (แนวตอบ กําจัดวัชพืชและเศษวัสดุออกจาก บริเวณแปลงเพาะใหหมด) ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 1. ครูเตรียมอุปกรณและดินเพาะเมล็ดในภาชนะ สูตรที่ 1 ไว เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมแปลงเพาะใหนักเรียนฟงวา การเลือกและ การเตรียมแปลงเพาะ สามารถปฏิบัติได ดังนี้ • เลือกพื้นที่ที่มีวัชพืชขึ้นนอยและดินมีความอุดมสมบูรณ • ถางหญาและเก็บเศษวัชพืชตางๆ ออกจนหมด • จัดแปลงเพาะใหหัวทายของแปลงอยูแนวทิศเหนือและทิศใต • หากเปนพื้นที่ที่เปนดินเหนียว ควรผึ่งใหแหงกอน • เมื่อดินแหงจึงยอยดิน แลวใสปุยคอก หากดินมีฤทธิ์เปนกรดใหใสปูนขาว เล็กนอย รดนํ้าใหดินชื้น ยอยดินใหทั่วแปลง แตงดินยกเปนรูปแปลงตาม ขนาดที่วางแผนไว และยกแปลงสูงจากพื้นทางเดิน 15-20 เซนติเมตร • ใชสารเมทิลโบรไมดอบดิน เพื่อฆาศัตรูพืชในดิน โรค หรือแมลงที่เปน ศัตรูของเมล็ดและกลาพืชที่จะเพาะ ไสเดือนดินสงผลโดยตรงตอการเจริญเติบโตของพืชอยางไร 1. ทําใหดินมีฤทธิ์เปนกรด 2. ทําใหรากพืชเจริญเติบโต 3. ทําใหพืชติดเชื้อโรคจากไสเดือน 4. ทําใหเกิดการถายเทอากาศในดิน (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะการเคลื่อนไหวของไสเดือนดิน จะทําใหเกิดชองวางในดิน เมื่อมีชองวางในดินเกิดขึ้น จะทํา ใหดินมีทางระบายนํ้าและมีอากาศหมุนเวียนใหพืชไดนําไปใช ซึ่งจะสงผลโดยตรงตอการเจริญเติบโตของพืชได) นํา นํา สอน สรุป ประเมิน T108
กำรเตรียมดินปลูกพืชผักสวนครัว วิธีกำรเตรียมดินปลูกพืชผักสวนครัว ๕.๓ การเตรียมดินปลูกพืชเฉพาะอย่าง กำรเตรียมดินเพื่อกำรปลูกพืชเฉพำะอย่ำงจะมีวิธีกำรเตรียมดินปลูกแตกต่ำงกัน เนื่องจำก พืชแต่ละชนิดมีระบบรำกที่ต่ำงกัน บำงชนิดมีรำกลึก บำงชนิดมีรำกตื้น จึงจ�ำเป็นต้องเตรียมดิน ให้เหมำะกับชนิดของพืช กำรเตรียมดินปลูกพืชเฉพำะอย่ำงที่จะกล่ำวถึง มีดังนี้ พืชผักสวนครัวเป็นพืชที่สำมำรถน�ำส่วนต่ำง ๆ ของพืช มำประกอบเป็นอำหำรได้ จึงนิยมปลูกไว้ ในบริเวณบ้ำนเพื่อน�ำมำบริโภคในครอบครัว เช่น พริก กะเพรำ โหระพำ ผักบุ้งจีน ต�ำลึง ตะไคร้ โดยทั่วไปขนำดของแปลงปลูกพืชผักสวนครัวที่ปลูกในโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีขนำด ๑ × ๔ เมตร ๑. ก�ำจัดวัชพืชและวัสดุอื่น ๆ เช่น ตอไม้กิ่งไม้ เศษพืช ถุงพลำสติก ออกจำกบริเวณแปลงปลูก ให้หมด ๒. ใช้ไม้ปักเพื่อก�ำหนดขนำดของแปลงปลูกทั้ง ๔ มุม ตำมควำมต้องกำร ๓. ใช้จอบขุดพลิกหน้ำดินชั้นล่ำงขึ้นมำชั้นบนให้ลึก ๑๕-๓๐ เซนติเมตร ปล่อยดินตำกแดดให้แห้ง ๒-๓ วัน ๔. ใช้เสียมย่อยดินในแปลงให้ร่วนและเก็บเศษวัชพืช ออกจำกแปลงปลูกอีกครั้ง ๕. ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักปริมำณ ๔-๖ ปี๊บต่อพื้นที่ ๔ ตำรำงเมตร ผสมปุ๋ยและดินให้เข้ำกัน ๖. ปรับตกแต ่งแปลงปลูกให้สวยงำมและควรยก แปลงปลูกให้สูง ๑๕-๒๐ เซนติเมตร เพื่อช่วย ให้มีกำรระบำยน�้ำในแปลงปลูก แล้วปลูกพืชตำม ควำมต้องกำร ต้นไม้จัดสวนยอดนิยม กำรปลูกพืชควรเว้นระยะห่ำงแต่ละต้นให้เหมำะสมเพื่อให้ พืชไม่เบียดกันจนเกินไป 103 พืชผักสวนครัว โหระพำ ต�ำลึง 1 2 3 กิจกรรม สรางเสริม กิจกรรม ทาทาย ขั้นสอน ขั้นที่ 2 ทําตามแบบ 2. ครูใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ครู ผสมดินเพาะเมล็ดในภาชนะสูตรที่ 1 โดย นักเรียนแตละกลุมคอยสังเกตสิ่งที่ครูทํา 3. สมาชิกในกลุมชวยกันวางแผนและลงมือผสม ดินเพาะเมล็ดในภาชนะสูตร 1 ตามที่ไดดูครูทํา โดยครูคอยสังเกตการทํางานของนักเรียนและ ใหคําแนะนํา 4. ครูและนักเรียนแตละกลุมตรวจสอบผลงาน ของตนเอง และพิจารณาถึงสิ่งที่ตองแกไข หรือพัฒนา เพื่อนําไปใชในการทําครั้งถัดไป จากนั้นครูถามนักเรียนวา • ผักสวนครัวที่นักเรียนอยากปลูกมีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน ตนหอม ผักชี พริก มะกรูด) • แปลงปลูกพืชผักสวนครัว ควรจัดใหมีการ ระบายนํ้าอยางไร (แนวตอบ ควรยกแปลงปลูกใหสูง เพื่อใหมี การระบายนํ้าในแปลงปลูก) ใหนักเรียนดูคลิปวิดีโอจาก QR Code เรื่อง ตนไมจัดสวนยอดนิยม แลวอภิปรายรวมกัน ใหนักเรียนศึกษาคนควาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมดิน ปลูกพืชผักสวนครัว นําขอมูลที่ไดจากการศึกษามาสรุปใน รูปแบบของแผนผังความคิด (Mind Mapping) ตกแตงใหสวยงาม นําสงครูผูสอน ใหนักเรียนนําขั้นตอนการเตรียมดินปลูกพืชผักสวนครัวที่ ไดจากการสรุปความรูมาปฏิบัติ ในการปลูกพืชผักสวนครัวตาม ความสนใจ 1 ชนิด บันทึกขอมูลการเจริญของพืชผักสวนครัว ที่ปลูก พรอมทั้งถายภาพประกอบจัดทําเปนรูปเลมรายงาน นําสงครูผูสอน นักเรียนควรรู 1 ผักสวนครัว เปนพืชลมลุกที่มีชวงอายุการเก็บเกี่ยวสั้น นิยมปลูกเพื่อบริโภค ภายในครัวเรือนหรือชุมชน การปลูกผักสวนครัวไวรับประทานเอง จะทําให ไดรับประทานผักสดที่อุดมไปดวยวิตามินและเกลือแรตางๆ ปลอดภัยจาก สารเคมีตกคาง ชวยลดรายจายภายในครัวเรือน ทั้งยังชวยใหสมาชิกในครอบครัว ไดทํากิจกรรมที่มีประโยชนรวมกันอีกดวย 2 โหระพา เปนพืชผักสวนครัวที่นิยมนํามาใชในการประกอบอาหาร อุดมไป ดวยสารอาหาร แรธาตุ และวิตามินที่มีประโยชนหลายชนิด ประโยชนที่ไดรับ จากการบริโภคโหระพามีหลายประการ เชน เสริมสรางภูมิคุมกันใหแกรางกาย รักษาและกระตุนระบบการยอยอาหาร ลดคอเลสเตอรอลในเลือด 3 ตําลึง เปนไมเลื้อยที่ผูคนสวนใหญนิยมบริโภค อุดมไปดวยวิตามินและ แรธาตุหลายชนิด ชวยปองกันโรคโลหิตจาง และลดความเสี่ยงตอการเกิด โรคมะเร็ง นํา สอน สรุป ประเมิน T109
ขอสอบเนนการคิด กำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำง กำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำง เป็นกำรปลูกและเลี้ยงดูต้นพืชในบริเวณที่จ�ำกัดให้เจริญเติบโตเหมือนหรือ ใกล้เคียงกับกำรปลูกและเลี้ยงดูต้นพืชบนดิน ผู้ปลูกจะต้องจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ คือ ดินปลูก กระถำง หรือ ภำชนะ และต้นพืชที่ต้องกำรปลูก วิธีกำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำง ๑. หำดินที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ • มีน�้ำหนักเบำ สะดวกในกำรเคลื่อนย้ำย แต่ต้อง มีควำมแน่นพอที่จะยึดล�ำต้นของพืชให้อยู่กับที่ และมั่นคง ไม่ล้มง่ำย • มีลักษณะโปร่ง สำมำรถระบำยน�้ำและถ่ำยเท อำกำศได้ดี • มีธำตุอำหำรเพียงพอตำมควำมต้องกำรของพืช • ไม่มีฤทธิ์เป็นกรด หรือด่ำงมำกจนเกินไป • หำซื้อได้ง่ำยและมีรำคำถูก ๒. เตรียมดินชนิดต่ำง ๆ ดังนี้ • ดินร่วน ๑ ส่วนโดยปริมำตรซึ่งดินร่วนที่น�ำมำเป็น ส่วนผสมควรใช้เฉพำะหน้ำดินลึกไม่เกิน ๑ ฟุต น�ำมำตำกแดดให้แห้ง รดน�้ำให้ชุ่ม และย่อยให้ เป็นก้อนเล็ก ๆ • อินทรียวัตถุ ๑ ส่วนโดยปริมำตร ได้แก่ หญ้ำหมัก หรือใบไม้ผุหรือเปลือกถั่วขุยมะพร้ำว ชำนอ้อย แกลบดิบ หรือแกลบผุ ซังข้ำวโพด หรือวัสดุที่ หำง่ำยในท้องถิ่นมีรำคำถูกและมีขนำดเหมำะสม กับขนำดของต้นพืชที่ต้องกำรปลูก • ปุ๋ยคอก ๑ ส่วนโดยปริมำตรเช่นมูลวัวมูลควำย มูล เป็ดมูลไก่มูลสุกรอย่ำงใดก็ได้แต่ต้องตำกแดด ให้แห้ง อำจมีเศษหญ้ำ เศษฟำงปนติดมำด้วย ก็ได้ น�ำมำบดให้ละเอียดก่อนน�ำไปผสม กำรเตรียมดินปลูกไม้กระถำงควรเตรียมดินให้มีปริมำณ พอเหมำะกับจ�ำนวนกระถำง เพื่อไม่ให้เหลือดินมำกเกินไป • ทรำยหยำบ ๑ ส่วนโดยปริมำตร ใช้ทรำยหยำบ หรือทรำยที่ ใช้ ในกำรก่อสร้ำง โดยเป็นตัวปรับโครงสร้ำง ดินปลูกให้ โปร่ง และเพื่อให้สำมำรถระบำยน�้ำได้ดี ๓. ผสมดิน กำรผสมดินสำมำรถท�ำได้ โดยน�ำเอำส่วนผสมทั้ง ๔ ส่วน มำกองรวมกัน ใช้พลั่วตักส่วนผสมจำก ชั้นล่ำงขึ้นชั้นบน พลิกกองวัสดุจนกว่ำส่วนผสมจะเข้ำกัน น�ำไปใช้งำนได้ 10๔ ขุยมะพร้ำวชำนอ้อย ทรำยหยำบ 1 2 3 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ทําเองโดยไมมีแบบ 5. ครูใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันคนควาหาดิน เพาะเมล็ดในภาชนะสูตรอื่นๆ ที่สนใจ เพื่อนํา มาปฏิบัติจริง 6. สมาชิกในกลุมชวยกันวางแผนและลงมือผสม ดินตามสูตรที่ไดคนความา ครูคอยสังเกตการ ทํางานของนักเรียนและใหคําแนะนํา 7. ครูและนักเรียนตรวจสอบผลงาน จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • ไมกระถางที่นักเรียนอยากปลูกมีอะไรบาง (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็น ไดอยางอิสระ เชน บอนสี โกสน วานสี่ทิศ ลิ้นมังกร) นักเรียนควรรู 1 ขุยมะพราว เกิดจากการนําเปลือกมะพราวมาปนใยใหละเอียดเปนขุยๆ มีขนาดเล็กประมาณเม็ดทราย ซึ่งจะตองแหงสนิท เปนเศษเหลือของโรงงานทํา เสนใยมะพราว มีคุณสมบัติสําคัญ คือ มีนํ้าหนักเบา อุมนํ้าไดดี และเก็บความชื้น ไดนาน เมื่อตองการใชงานใหพรมนํ้าลงบนขุยมะพราว เพื่อใหมีความชื้นที่ เหมาะสม ไมแฉะ และไมแหงจนเกินไป 2 ชานออย ทําหนาที่ในการรักษาความชื้นและชวยปองกันวัชพืช จึงเหมาะ สําหรับนําใชเปนวัสดุคลุมดิน ในขณะเดียวกันชานออยยังเปนแหลงอาหารของ จุลินทรียตางๆ ที่อยูในดิน ทั้งยังมีธาตุอาหารที่จําเปนตอการเจริญเติบโตของ พืช โดยนํามาเปนปุยบํารุงดิน 3 ทรายหยาบ เปนทรายที่มีขนาดใหญ มีเหลี่ยมคมและแข็งแรงมากกวา ทรายชนิดอื่นๆ นิยมนํามาใชในงานคอนกรีตที่ตองการความแข็งแรงมากๆ หากตองการทําการเกษตรที่หลีกเลี่ยงการใชสารเคมีในการผลิต โดยใชปุยอินทรีย เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ควบคุม และกําจัดศัตรูพืชดวยวิธีการทางชีวภาพ ควรเลือกทําการเกษตร รูปแบบใด 1. เกษตรผสมผสาน 2. เกษตรธรรมชาติ 3. เกษตรอินทรีย 4. วนเกษตร (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะเปนการนําหลักการความ สมดุลทางนิเวศวิทยาของธรรมชาติมาประยุกตใช เพื่อจัดการ ผลิตผลทางการเกษตรเนนการบํารุงดินดวยอินทรียวัตถุ เชน การใชปุยคอก ปุยหมัก ปุยพืชสด ชวยรักษาความสมดุลของธาตุ อาหารตางๆ) นํา สอน สรุป ประเมิน T110
กำรเตรียมดินปลูกพืชไร่ กำรเตรียมดินปลูกพืชไร่ไม่จ�ำเป็นต้องเตรียมดินแบบปลูกพืชผักสวนครัว เพรำะพืชไร่ต้องใช้พื้นที่มำก จ�ำนวนต้นพืชต่อไร่มำกกว่ำกำรปลูกพืชสวน หรือพืชผัก พืชไร่ส่วนมำกเป็นพืชฤดูเดียว หรือพืชล้มลุก เช่น ข้ำวโพด ข้ำวฟ่ำง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง วิธีกำรเตรียมดินปลูกพืชไร่ ๑. ปรับสภำพพื้นที่ปลูกพืชไร่ให้รำบเรียบเสมอกัน มีควำมลำดเอียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้น�้ำท่วมขัง เมื่อฝนตกหนัก ๒. เก็บเศษวัชพืช ตอไม้ กิ่งไม้ สิ่งกีดขวำงในกำรใช้ เครื่องมือส�ำหรับเตรียมดิน ๓. ไถดินครั้งแรกให้ลึก ๒๕-๕๐เซนติเมตร เพื่อพลิก เอำหน้ำดินชั้นล่ำงขึ้นมำ เพรำะท�ำให้ดินร่วนซุย หลังจำกกำรไถครั้งแรกควรตำกดินทิ้งไว้ประมำณ ๒-๓ วันแล้วท�ำกำรตรวจสภำพควำมเป็นกรดด่ำง ของดินปรับสภำพทำงเคมีของดินให้เหมำะสมกับ พืชที่ต้องกำรปลูก ถ้ำพบว่ำดินเหนียวมำก ควรใส่ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก เพื่อปรับโครงสร้ำงของดิน ให้มีควำมร ่วนซุย แล้วจึงท�ำกำรไถครั้งที่ ๒ เรียกว่ำ “ไถแปร” เป็นกำรไถตัดขวำงแนวไถครั้งที่ หนึ่ง เพื่อย่อยดินให้ละเอียด จำกนั้นจึงท�ำกำรขุด หลุมเพื่อหยอดเมล็ดพืชตำมที่วำงแผนกำรปลูกไว้ ดินที่มีหญ้ำมำกให้ใส่จุลินทรีย์แห้งในดินแล้วพ่นจุลินทรีย์ให้ทั่ว จำกนั้นไถกลบแล้วพ่นจุลินทรีย์น�้ำ อีกครั้งเพื่อช่วยให้หญ้ำงอก ทิ้งไว้ประมำณ ๑๒ วัน แล้วไถครำดให้เป็นปุ๋ย หำกดินยังมีหญ้ำอยู่ให้พ่น จุลินทรีย์น�้ำทิ้งไว้ประมำณ ๑๒ วัน แล้วไถครำดอีกครั้ง จึงเริ่มปลูกพืชได้ Trick : กำรเตรียมดินที่มีหญ้ำมำก กำรเตรียมดินให้พร้อมปลูกพืชไร่จะท�ำให้พืชเติบโตได้ดี เท่ำ ๆ กันทั่วทั้งไร่ การเพาะปลูกพืช 10๕ เพื่อหยอดเมล็ดพืชต1 ขั้นสอน ขั้นที่ 4 ฝกใหเกิดความชํานาญ 8. นักเรียนแตละกลุมคนควาวิธีการเตรียมดิน เพาะเมล็ดในแปลงเพาะ 9. นักเรียนแตละกลุมชวยกันวางแผนและลงมือ เตรียมดินเพาะเมล็ดในแปลงเพาะตามขั้น ตอนอยางถูกตอง โดยครูคอยสังเกตการ ทํางานของนักเรียนและใหคําแนะนํา 10. ครูและนักเรียนชวยกันตรวจสอบดินเพาะ เมล็ดในแปลงเพาะ จากนั้นตัวแทนแตละกลุม ออกมานําเสนอผลงาน 11. ครูใหนักเรียนดูตัวอยางการปลูกพืชตางๆ จาก PowerPoint ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 และการเตรียมดินปลูกพืชไรในหนังสือเรียน ม.4 หนวยการเรียนรูที่ 4 หนา 105 จากนั้น ครูถามนักเรียนวา • เพราะเหตุใดจึงควรปรับสภาพพื้นที่ใหมี ความลาดเอียงเล็กนอย (แนวตอบ เพื่อไมใหเกิดนํ้าทวมขัง เมื่อ ฝนตกหนัก) กิจกรรม 21st Century Skills 1. ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน ใหแตละกลุมเลือกศึกษา วิธีการเตรียมดินปลูกพืชประเภทตางๆ ความสนใจ 1 ชนิด 2. ประชุมรวมกันเพื่อวางแผนการเตรียมดินปลูกพืชที่เลือก โดย เลือกพันธุพืชที่สนใจ 1 ชนิด มาปลูก 3. จดบันทึกขอมูลการเจริญของพืชที่ปลูก พรอมทั้งถายภาพ ประกอบ 4. นําผลงานที่ไดจากการศึกษามาติดลงบนแผนฟเจอรบอรด ตกแตงใหสวยงาม 5. แตละกลุมผลัดกันออกมานําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนา ชั้นเรียน โดยครูเปดโอกาสใหนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น หรือซักถามในประเด็นที่สงสัย นักเรียนควรรู 1 หยอดเมล็ดพืช ทําหลุมใหลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร หยอดเมล็ดลงกลาง หลุมประมาณ 2-3 เมล็ด แลวกลบดิน รดนํ้าใหชุม และควรระมัดระวังอยาให นํ้าทวมขังในหลุมปลูก เพราะจะทําใหเมล็ดเนาได รอเวลาใหเมล็ดงอกเปน ตนกลา ซึ่งระยะเวลาในการงอกจะขึ้นอยูกับชนิดของพืช เมื่อตนกลาแข็งแรง ดีแลวจะมีใบจริงขึ้น 2-4 ใบ ใหถอนออกเหลือหลุมละ 1-2 ตน และดูแลรักษา จนกวาจะใหผลผลิต การปลูกพืชวิธีนี้นิยมใชกับการปลูกพืชที่มีเมล็ดขนาดใหญ และมีระบบรากลึก เชน ไมผลยืนตน ผักสวนครัวประเภทแตงตางๆ สื่อ Digital ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเตรียมดินปลูกพืช ไดจาก http://www.ldd. go.th/Lddwebsite/web_ord/Technical/pdf/P_Technical10026.pdf นํา สอน สรุป ประเมิน T111
ขอสอบเนนการคิด กำรเพาะปลูกพืช ผู้ปลูกจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของพืชที่ต้องการปลูก เช่น ดิน น�้า อากาศ แสงสว่าง อุณหภูมิ ธาตุอาหารพืช นอกจากนี้ ควรเลือกสถานที่ให้เหมาะสมกับชนิดของพืชที่ต้องการปลูก ตลอดจนเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์การปลูก การเตรียมพันธุ์พืช การเตรียมดินที่ใช้ ในการปลูกพืชได้อย่างถูกต้องจึงจะประสบความส�าเร็จตามวัตถุประสงค์ กำรเตรียมดินปลูกไม้ยืนต้น กำรเตรียมดินปลูกไม้ยืนต้นจะต้องค�ำนึงถึงพื้นที่เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตขึ้น เพรำะไม้ยืนต้นเป็นต้นไม้ ที่มีรำกแก้วที่ช่วยในกำรค�้ำจุน ลักษณะของล�ำต้นเป็นไม้เนื้อแข็งที่แผ่กิ่งก้ำนออกไปได้ไกลและเป็นพุ่ม วิธีกำรเตรียมดินปลูกไม้ยืนต้น ๑. ขุดหลุมปลูกไม้ยืนต้น ควรมีขนำดควำมกว้ำง ๑ เมตร ควำมยำว ๑ เมตร และควำมลึก ๑ เมตร หรือลึกอย่ำงน้อย ๘๐ เซนติเมตร ๒. กำรขุดหลุมปลูกควรแยกหน้ำดิน หรือดินชั้นบนไว้ ข้ำงหนึ่งและดินชั้นล่ำงไว้อีกข้ำงหนึ่งของปำกหลุม ๓. เมื่อขุดเสร็จแล้วควรตำกดินทิ้งไว้ประมำณ ๑๐-๑๕ วัน เพื่อฆ่ำเชื้อโรค หรือแมลงที่มีอยู่ ในดิน ก่อน ท�ำกำรย่อยดิน ๔. ใช้หญ้ำแห้ง หรือฟำงแห้งรองพื้นที่บริเวณก้นหลุม ให้หนำประมำณ ๕๐ เซนติเมตร ๕. ใส่ปุ๋ยคอกแห้งประมำณ ๑-๒ ปี๊บ ผสมกับดินชั้น บนใส่ลงในก้นหลุม ๖. ใส่ดินผสมซึ่งประกอบด้วยดินร่วน ๒ ส่วนปุ๋ยหมัก ๑ ส่วนผสมคลุกเคล้ำจนเข้ำกันให้เต็มหลุมใช้ดิน ชั้นล่ำงกลบปำกหลุมให้สูงกว่ำปำกหลุมเล็กน้อย เพรำะเมื่อหญ้ำแห้งหรือฟำงแห้งเน่ำเปื่อยแล้ว ดินจะยุบตัวลงอยู่ในระดับปำกหลุม หรือต�่ำกว่ำ ปำกหลุมเล็กน้อย สรุป ไม้ยืนต้นที่มีล�ำต้นไม่ใหญ่มำก สำมำรถน�ำมำปลูกริมรั้ว เพื่อให้ร่มเงำและควำมสวยงำมได้ 106 ไม้ยืนต้น 1 ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุป เรื่อง การเตรียม ดินเพาะเมล็ดในภาชนะและในแปลงเพาะ 2. ครูอธิบายวา การเตรียมดินปลูกพืชเฉพาะ อยาง มีความแตกตางกัน ทั้งวิธีการ ปริมาณ ของดิน และขนาดของพื้นที่ ผูที่เตรียมดินปลูก จึงตองรูวาจะเตรียมดินอยางไรใหเหมาะสมกับ พืชชนิดนั้น ครูตั้งประเด็นคําถาม เชน • การเตรียมดินปลูกไมยืนตนควรคํานึงถึง สิ่งใดบาง • การเตรียมดินปลูกไมยืนตน ควรใชดิน อะไรบาง และใสปุยชนิดใด เกร็ดแนะครู ครูอธิบายสรุปสาระสําคัญที่ไดรับจากการศึกษาการเพาะปลูกพืช ให นักเรียนฟง เพื่อใหนักเรียนไดทบทวนความรูและเกิดความเขาใจที่ถูกตอง เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการตางๆ โดยครูอาจใหนักเรียนสรุปสาระสําคัญ ลงในสมุดบันทึกของตนเอง จากนั้นเขียนเรียบเรียงเปนภาษาของตนเอง เพื่อให นักเรียนเกิดความเขาใจอยางแทจริง เพราะเหตุใดจึงไมควรพรวนดินใกลโคนตน 1. ทําใหวัชพืชตาย 2. ทําใหดินรวนซุย 3. ทําใหรากพืชขาด 4. ทําใหดินถายเทอากาศไดดี (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 3. เพราะเมื่อพรวนดินใกลโคนตน มากเกินไป ความคมของเครื่องมือและอุปกรณทางการเกษตร อาจทําใหรากของพืชขาดไดงาย โดยเฉพาะรากฝอย จึงไมควร พรวนดินใกลโคนตน ซึ่งอาจเวนระยะหางตามความเหมาะสม เพื่อปองกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืช) นักเรียนควรรู 1 ไมยืนตน ไมเนื้อแข็งขนาดใหญที่มีลําตนเดี่ยว ลําตนตั้งตรง มีรากแกวที่ชวย ในการคํ้าจุนตน เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีความสูง 5 เมตรขึ้นไป เปนพรรณไม ที่มีอายุยืนยาวนานหลายป และการแตกกิ่งกานสาขาที่สวนปลายยอดมากกวา บริเวณสวนโคนดานลาง เชน สน เต็ง รัง แดง สัก ประดู นนทรี จามจุรี มะขาม นํา สอน สรุป ประเมิน T112
ขอสอบเนน การคิด ๑. เพรำะเหตุใดในกำรปลูกพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่คุ้มค่ำ จึงต้องค�ำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้ • ควำมลำดเอียงของพื้นที่ หรือระดับควำมสูงต�่ำของพื้นที่ • ขนำดของพื้นที่ • ลักษณะของดิน • สถำนที่ตั้งของที่ดิน • แหล่งน�้ำ ๒. ลักษณะของดินต่อไปนี้เหมำะส�ำหรับกำรปลูกพืชชนิดใด เพรำะเหตุใด • ดินเหนียว ดินจับตัวแน่น อุ้มน�้ำได้ดี • ดินร่วน อุ้มน�้ำได้ดี • ดินทรำย เนื้อดินหยำบ ระบำยน�้ำได้ดี ๓. ในกำรปลูกพืชที่ก�ำหนดให้จะต้องค�ำนึงถึงสิ่งใด เพรำะเหตุใด • มะม่วง • ผักกำดขำว • ดำวเรือง • กุหลำบ • บอนสี • เฟิน Êรé างสรรคì ¾ั²นาการเรÕÂนรéÙกÔ¨กรรม ค�ำชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรำยบุคคล โดยเขียนตอบตำมที่ก�ำหนด เรื่อง ป˜¨¨ั·Õ่เกÕ่ÂÇ¢้อง ãนการปÅÙก¾ืª ใบมอบหมำยงำนที่ ๔.1 การเพาะปลูกพืช 10๗ ขั้นสรุป 3. นักเรียนแตละกลุมทําโครงงาน เรื่อง พืชที่ฉัน ปลูก โดยจะตองมีการเตรียมดินเพื่อปลูกพืช ชนิดที่เลือกดวย โดยหาขอมูลวาตองเตรียม ดินแบบใด เชน การเตรียมดินสําหรับผักสวน ครัว การเตรียมดินปลูกไมกระถาง การเตรียม ดินปลูกพืชไร การเตรียมดินสําหรับไมยืนตน 4. นักเรียนทํากิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู ใบมอบหมายงานที่ 4.3 แลวนํามาสงครู เกร็ดแนะครู ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชนของทรัพยากรดินที่มีตอมนุษยและ สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใหนักเรียนฟงวา ทรัพยากรดินมีประโยชนหลายประการ เชน • มีประโยชนตอการเกษตรกรรม เพราะเปนตนกําเนิดของการเกษตรกรรม เปนแหลงผลิตอาหารของมนุษย ในดินจะมีอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร รวมถึงนํ้าที่จําเปนตอการเจริญเติบโตของพืช อาหารที่คนเราบริโภค ทุกวันนี้มาจากการทําเกษตรกรรมมากกวา 90% • การเลี้ยงสัตว ดินเปนแหลงอาหารของสัตว ทั้งพืชและหญาที่ขึ้นอยู ตลอดจนเปนแหลงที่อยูอาศัยของสัตวบางชนิดอีกดวย • เปนแหลงที่อยูอาศัย แผนดินเปนที่ตั้งของเมือง บานเรือน ทําใหเกิด วัฒนธรรมและอารยธรรมของชุมชนตางๆ ที่สืบตอกันมาอีกมากมาย ลักษณะนิสัยพื้นฐานในขอใดไมจําเปนสําหรับผูประกอบอาชีพ เกษตรกร 1. มีวินัย 2. มีความอดทน 3. มีเครือขายมาก 4. มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 4. เพราะลักษณะนิสัยพื้นฐานของ อาชีพเกษตรกรที่ดี คือ ตองมีวินัยในการทํางาน ไมมักงาย เพื่อให ไดผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ อีกทั้งการทําการเกษตรตองรูจัก อดทนรอเวลาที่จะมีผลผลิตออกมา และตองดูแลผลผลิตใน ระยะเวลานาน จึงจะสามารถนําไปบริโภค หรือจําหนายได ที่ สําคัญตองไมเอาเปรียบผูบริโภคไมวาจะทางใดก็ตาม สวนการมี เครือขายมากเปนความสําคัญรองลงมา) นํา สอน สรุป ประเมิน T113
ขอสอบเนนการคิด ๑. ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับตำมควำมสนใจ ๑ ชนิด โดยปฏิบัติตำมขั้นตอน ดังนี้ • ศึกษำข้อมูลเกี่ยวกับกำรปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ จำกแหล่งข้อมูล หรือแหล่งกำรเรียนรู้ต่ำง ๆ • เลือกไม้ดอก ไม้ประดับที่ต้องกำรปลูก และศึกษำค้นคว้ำข้อมูลเกี่ยวกับไม้ดอก ไม้ประดับที่ต้องกำรปลูก ให้มำกที่สุด • เตรียมพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ เครื่องมือและอุปกรณ์ในกำรปลูก ได้แก่ - เครื่องมือที่ใช้ ในกำรเตรียมดิน พรวนดิน เช่น จอบ เสียม ช้อนปลูก - เครื่องมือที่ใช้ ในกำรดูแลบ�ำรุงรักษำไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูก เช่น กรรไกรตัดกิ่ง บุ้งกี๋ มีด • เตรียมดินปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ • ปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ • บันทึกกำรเจริญเติบโตของไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูก • ประเมินผลกำรปฏิบัติงำน ๒. น�ำไม้ดอก ไม้ประดับที่ปลูกส่งครูผู้สอน เรื่อง ไม้ดอก ไม้ประดับ ค�ำชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเป็นรำยบุคคล ใบมอบหมำยงำนที่ ๔.๒ 108 ขั้นประเมิน 1. ครูประเมินผลจากการตอบคําถาม การศึกษา คนควา และการทํากิจกรรมกลุม 2. ครูประเมินผลจากผลงานและการนําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน เกร็ดแนะครู ครูใหนักเรียนรวมกันสืบคนขอมูลเพิ่มเติม เพื่อศึกษาเกี่ยวกับหลักการ ใชเครื่องมือและอุปกรณในการเพาะปลูกพืชที่ถูกวิธี เพื่อใหนักเรียนสามารถ เลือกและใชงานเครื่องมือและอุปกรณในการเพาะปลูกพืชไดอยางถูกตองและ ปลอดภัย โดยใหนักเรียนศึกษาคนควาขอมูลเพิ่มเติม จากแหลงการเรียนรูที่ หลากหลาย เชน หนังสือในหองสมุด วารสาร อินเทอรเน็ต จากนั้นใหนักเรียน นําความรูที่ไดรับจากการสืบคนมาอภิปรายรวมกันภายในชั้นเรียน ขอใดไมใชเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเพาะปลูกพืช 1. การใชรังสี 2. การใชฮอรโมน 3. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 4. การดัดแปลงพันธุกรรม (วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. เพราะฮอรโมนเปนสารควบคุม การเจริญเติบโตของพืช ไมใชเทคโนโลยีในการเพาะปลูกพืช สวน คําตอบในขอ 1. 3. และ 4. เปนกระบวนการที่มีความเกี่ยวของกับ การเพาะปลูกพืช ซึ่งเปนการนําเทคโนโลยีตางๆ เขามาประกอบ) นํา สอน สรุป ประเมิน T114
กิจกรรม Mini Project ๑. ส�ำรวจผักที่ขำยในตลำดท้องถิ่น เพื่อน�ำมำเป็นข้อมูลในกำรเลือกปลูกผัก จำกนั้นวิเครำะห์ถึงสำเหตุที่มี กำรปลูกผักแต่ละชนิด จัดท�ำเป็นตำรำงสรุปผลกำรตัดสินใจเลือกปลูกผัก ๒. เขียนโครงกำรปลูกพืชผักสวนครัวส่งครูผู้สอน ในประเด็นที่ก�ำหนดให้ ดังนี้ • ชื่อโครงกำร • สถำนที่ • หลักกำรและเหตุผล • กำรด�ำเนินกำร • วัตถุประสงค์ • งบประมำณ • เป้ำหมำย • ผลที่คำดว่ำจะได้รับ • ผู้จัดท�ำโครงกำร • กำรประเมินโครงกำร • ระยะเวลำ • ปัญหำที่พบและแนวทำงแก้ ไข ๓. ปลูกพืชผักสวนครัว กลุ่มละ ๑ ชนิด โดยปฏิบัติ ดังนี้ • ศึกษำพันธุ์พืชที่ต้องกำรปลูก • เตรียมพันธุ์พืช เครื่องมือ และอุปกรณ์ในกำรปลูกให้พร้อม • เตรียมดินปลูกพืช • ปลูกพืช • บันทึกกำรเจริญเติบโตของพืชที่ปลูก • ปัญหำที่พบ และแนวทำงแก้ไข ๔. เก็บเกี่ยวผลผลิต น�ำไปบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์ ให้สวยงำม แล้วจัดจ�ำหน่ำยในโรงเรียน หรือในชุมชนใกล้ โรงเรียน ๕. สรุปผลกำรท�ำงำน พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ ไขข้อบกพร่อง เพื่อน�ำไปพัฒนำกำรท�ำงำนในครั้งต่อไป ค�ำชี้แจง : ให้นักเรียนปฏิบัติงำนกลุ่ม เพื่อท�ำโครงกำรปลูกพืชผัก สวนครัว โดยปฏิบัติตำมขั้นตอน ดังนี้ เรื่อง โครงการปลูก พืชผักสวนครัว ใบมอบหมำยงำนที่ ๔.3 การเพาะปลูกพืช 109 ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนวยการ เรียนรูที่ 4 เรื่อง การเตรียมดินปลูกพืช 4. ครูตรวจสอบใบมอบหมายงานที่ 4.3 จาก กิจกรรมสรางสรรคพัฒนาการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล ครูสามารถประเมินจากการนําเสนอผลงานและประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) โดยศึกษาเกณฑการวัดและประเมินผลที่แนบทายแผนการจัด การเรียนรู หนวยการเรียนรูที่ 4 แบบประเมินการน าเสนอผลงาน ค าชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลการน าเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการ แล้วขีด ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............/................./................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ ากว่า 8 ปรับปรุง ล าดับที่ รายการประเมินระดับคะแนน 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 การล าดับขั้นตอนของเรื่อง 3 วิธีการน าเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ 4 การใช้เทคโนโลยีในการน าเสนอ 5 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม รวม แบบประเมิน กิจกรรม รายงานโครงงาน เรื่อง พืชที่ฉันปลูก รายการ ประเมิน เกณฑ์การประเมิน (ระดับคุณภาพ) ระดับ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) คุณภาพ 1. การวางแผน ท าโครงงาน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 13-15 ขั้นตอน วางแผนท าโค รงง านได้ ถูกต้อง 9-12 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 5-8 ขั้นตอน วางแผนท าโครงงานได้ ถูกต้อง 1-4 ขั้นตอน ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. การด าเนินงาน ตามแผน โครงงาน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้อง ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ ถูกต้องบางส่วน ไม่ด าเนินงานตามแผน โครงงานที่ก าหนดไว้ 3. การเลือกและใช้ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสม เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ได้อย่าง เหมาะสมเป็นบางส่วน เลือกและใช้อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ไม่เหมาะสม 4. การใช้พลังงาน และทรัพยากร อย่างคุ้มค่า การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสม การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างถูกต้อง เหมาะสมเป็น ส่วนใหญ่ การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า อย่างถูกต้อง เหมาะสม เป็นบางส่วน การใช้พลังงานและ ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้ อย่างไม่ถูกต้อง ไม่ เหมาะสม 5. คุณธรรมและ ลักษณะนิสัยใน การท างาน มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน มีคุณธรรมและลักษณะนิสัย ในการท างานเป็นส่วนใหญ่ มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในกา รท าง านเป็น บางส่วน ไม่มีคุณธรรมและลักษณะ นิสัยในการท างาน 6. ผลงานการปลูก พืช ผลงานการปลูกพืชมีความ เหมาะสม ผลงานการปลูกพืชมีความ เหมาะสมเป็นส่วนใหญ่ ผลงานการปลูกพืชมีความ เหมาะสมเป็นบางส่วน ไม่มีผลงานการปลูกพืช เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 21-24 ดีมาก 17-20 ดี 12-16 พอใช้ ต่ ากว่า 12 ปรับปรุง ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละเทาๆ กัน เพื่อทําการสํารวจพืชผัก ที่จําหนายอยูในตลาดทองถิ่น หรือในชุมชน นํามาใชเปนขอมูล ในการเลือกเพาะปลูกพืชตามความสนใจ 1 ชนิด ในประเด็นที่ครู กําหนดให ดังนี้ • เครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการเพาะปลูกพืช • วิธีการเตรียมดินปลูกพืช • ขั้นตอนการปลูกพืช • ปญหาที่พบและแนวทางการแกไข จัดทําเปนรูปเลมรายงาน นําสงครูผูสอน พรอมทั้งออกมา นําเสนอผลงานใหเพื่อนชมหนาชั้นเรียน โดยครูเปดโอกาสให นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น หรือซักถามในประเด็นที่สงสัย นํา สอน สรุป ประเมิน T115
บรรณาน ุ กรม กระทรวงศึกษาธิการ กรมวิชาการ. ๒๕๔๕. คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. กระทรวงศึกษาธิการ สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ๒๕๕๑. ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้ แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. เกริก ท่วมกลาง. ๒๕๔๗. เทคนิคการปลูกผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษ. กรุงเทพมหานคร : สถาพรบุ๊คส์. แจ็กแมน, แอน. ๒๕๕๐. ทำ ให้สำ เร็จ : จัดระบอบการทำ งานและระเบียบชีวิตให้บรรลุประสิทธิพลสูงสุด. แปลและเรียบเรียงโดย จิระพล ฉายัษฐิต. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น. ชัชวาล อรวงศ์ศูภทัต. ๒๕๕๘. เคล็ดลับทำ งานดี เป็น Somebody ที่ (องค์กร) ต้องการ. กรุงเทพมหานคร : เพชรประกาย. ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ. ๒๕๕๘. เทคนิคการขยายพันธุ์ด้วยรูปภาพ. พิจิตร : ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร. ทิศนา แขมมณี. ๒๕๕๗. ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บ้านและสวน. ๒๕๔๕. บ้านสีสด : คู่มือการจัดและตกแต่ง. กรุงเทพมหานคร : บ้านและสวน. ปฐพีชล วายุอัคคี. ๒๕๔๔. ดินและปุ๋ย. กรุงเทพมหานคร : เทพพิทักษ์การพิมพ์. พิศมัย มิ่งเมือง และนิภาพร เหลืองสถิตย์. ๒๕๔๒. หมวดวิชาพื้นฐานอาชีพ สาขาวิชาคหกรรม (บังคับ). กรุงเทพมหานคร : เจริญดีการพิมพ์. ศุภชัย อาชีวระงับโรค. ๒๕๔๖. Practical PDCA : แก้ปัญหาและปรับปรุงงานเพื่อความสำ เร็จ. กรุงเทพมหานคร : ซีโน ดีไซน์. โอะชิ, โทะโยะโกะ. ๒๕๖๑. เคล็ดลับงานบ้าน เล่มเดียวเอาอยู่!. กรุงเทพมหานคร : อินสปายร์. Jane Clarke. 2014. Complete Family Nutrition. London: Dorling Kindersley Limited. Peter Stensel, Andrew Tung and Soh Beng Seng. 2002. Building a Foundation with Design & Technology 1-2. Singapore: Pearson Education South Asia Pte. Ltd. Thailand’s National Science and Technology Development Agency. 1998. Application of Technology Foresight. Bangkok: National Science and Technology Development Agency. Xu Sufang. 2001. Design Technology Lower Secondary. Singapore: Educational Publishing House Pte. Ltd. สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริ (สำนักงาน กปร.) ๒๕๕๕. คู่มือการจัดการดินลูกรังเพื่อเพิ่มผลผลิตพืช. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๑. จาก http:// puparn.rid.go.th/soilnew/PDF/19-14.pdf T116
การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔ การงานอาชีพ ม.๔ หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน มนตรี สมไร่ขิง เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ วรรณี วงศ์พานิชย์ ศิริรัตน์ ฉัตรศิขรินทร ดร.สถิตย์พงษ์ มั่นหลำ ÔÖ.- หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ม. ๔ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ flêÐúôĀÖ úèĀÖùĆüċòĄñè..................................................................................................................................................................................... ĎéêòÿÐĀèÓćâïāíùĆēüÐāòċòĄñèòĈśÑüÖùĘāèĀÐíăðíŞċüÐÙè úèĀÖùĆüċòĄñè òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄí ð ğ ÙĀĔèðĀçñð÷ąÐøāêŒæĄē ğ ÐôćŚðùāòÿÐāòċòĄñèòĈśÐāòÖāèüāÙĄí ċôŚðèĄĔ ×ĀãíăðíŞčãñ éòăøĀæ üĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞ ü׿ ×ĘāÐĀã ùĘāúòĀéĎÙśêòÿÐüéÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäòČÐèÐôāÖÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāè íćæç÷ĀÐòāÙ ĝĠĠĜčãñðĄčÓòÖùòśāÖċèĆĔüúāäāðæĄēéòăøĀæÐĘāúèãČôÿðĄëĈśċòĄñéċòĄñÖëĈśäòö× ČôÿéòòâāçăÐāò ãĀÖèĄĔ ëĈśċòĄñéċòĄñÖ Ĝ èāñðèäòĄùðďòŚÑăÖ ĝ ë÷ċíĒÜíò êòÿðöôùćÑ Ğ èāñêŠÜÜā ùĀÖÑŞïăòðñŞ ğ èāÖöòò⥠öÖ÷ŞíāèăÙñŞ Ġ èāÖ÷ăòăòĀäèŞØĀäò÷ăÑòăèæò ġ ãòùåăäñŞíÖøŞðĀēèúôĘā ëĈśäòö× Ĝ ò÷×üðÑöĀÜ ùćöòòâòĀÐøŞ ĝ ë÷ ãòċéÜÜā ðÿčèÙĀñ Ğ èāÖùāöÐćúôāé ôā÷èĀèæŞ éòòâāçăÐāò èāñùðċÐĄñòäă ïĈŚòÿúÖøŞ éòăøĀæÑüòĀéòüÖöŚā ÓâÿëĈśäòö×ČôÿéòòâāçăÐāòãĀÖÐôŚāö ċêŢèëĈśðĄÓćâùðéĀäăċêŢèďê äāðúôĀÐċÐâàŞČôÿċÖĆēüèďÑæĄēùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèÐĘāúèã ÚąēÖďãś æĘāúèśāæĄēäòö×íă×āòâāÓćâïāíČôÿéòòâāçăÐāòúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔĎúśðĄÓöāðåĈÐäśüÖČôÿðĄÓćâïāí ĎèÐāò×ĀãÐāòċòĄñèòĈśäāðúôĀÐùĈäò úāÐúèĀÖùĆüċôŚðèĄĔðĄÑśüéÐíòŚüÖéòăøĀæ×ÿêòĀéêòćÖČÐśďÑČôÿùŚÖúèĀÖùĆüæĄēêòĀéêòćÖČôśö Ďúśùåāè÷ąÐøā ĎèÐòâĄðĄċèĆĔüúāďðŚåĈÐäśüÖ ďðŚċúðāÿùð ðĄëôċùĄñäŚüÐāòċòĄñèòĈś ÐŚüĎúśċÐăã ëôċùĄñúāñäŚüÐāò÷ąÐøā Óćâçòòð ×òăñçòòð ČôÿÓöāððĀēèÓÖÑüÖÙāäă éòăøĀæñăèãĄĎúś ùĘāèĀÐÖāèÓâÿÐòòðÐāòÐāò÷ąÐøāÑĀĔèíĆĔèßāèåüãåüèòāñÙĆēüüüÐ×āÐéĀÜÙĄêòÿÐā÷ÐĘāúèã úèĀÖùĆüċòĄñè Čôÿíòśüð×ÿċòĄñÐċÐĒéúèĀÖùĆüæĄē×ĘāúèŚāñæĀĔÖúðã ČôÿÙãĎÙśÓŚāċùĄñúāñĎúśÐĀé ùåāè÷ąÐøā èāñÙĀñâòÖÓŞ ôăðêřÐăääăùăè ÐòòðÐāòëĈś×ĀãÐāòéòăøĀæüĀÐøòċ×òăÜæĀ÷èŞü׿×ĘāÐĀã òāñöăÙāíĆĔèßāè ÐāòÖāèüāÙĄíČôÿċæÓčèčôñĄ ðğ คู่มือครู บร. วิทยาศาสตร์ ม.2 ล.1 300.- 8 858649 121349 สร้างอนาคตเด็กไทย ด้วยนวัตกรรมการเรียนรู้ระดับโลก ม.๔ คู่มือครู นร. การงานอาชีพ ม.4 300.- 8 858649 144287 เพ็ญพร ประมวลสุข ปัญญา สังข์ภิรมย์ ใช้ประกอบการสอนคู่กับหนังสือเรียน คู่มือครู อจท. เพิ่ม คำแนะนำการใช้ เพิ่ม คำอธิบายรายวิชา เพิ่ม Pedagogy เพิ่ม Teacher Guide Overview เพิ่ม Chapter Overview เพิ่ม ข้อสอบเน้นการคิด เพิ่ม กิจกรรม 21 Century Skills st ราคานี้เป็นของฉบับคู่มือครูเท่านั้น >> ราคาเล่มนักเรียนโปรดดูจากใบสั่งซื้อของ อจท. บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 โทร. 0 2622 2999 (อัตโนมัติ 20 คู่สาย) ID Line: @aksornkrumattayom www.aksorn.com อักษรเจริญทัศน์ อจท. ภาพปกนี้มีขนาดเท่ากับหนังสือเรียนฉบับจริงของนักเรียน ผู้เรียบเรียงคู่มือครู พรรณมณฑ์ นิลนฤนาท อัญชลี ฉายแสงจันทร์ แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน แจกฟรี เฉพาะครูผู้สอน คู่มือครู ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ¡ÒçҹÍÒªÕ¾ Á. ๔