The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunkrurachata, 2021-11-29 10:41:02

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ม6

แผน2

50

วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี  สบื ค้นข้อมลู เกย่ี วกับกระบวนการสาคญั ทส่ี ง่ ผลให้เกิดลักษณะภมู ิประเทศของโลก
และนาเสนอขอ้ มลู ในรปู แบบโปรแกรม PowerPoint

7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั ที่ 1 นาเข้าส่บู ทเรียน
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวช้ีวัดช่วงชั้น

และจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ ักเรยี นทราบ
2. ครูให้นักเรียนดูแผนท่ีลักษณะภูมิประเทศของทวีปเอเชีย และแผนที่ลักษณะภูมิประเทศของทวีป

แอฟรกิ า แลว้ ใหน้ ักเรียนร่วมกันเปรยี บเทยี บลกั ษณะภูมปิ ระเทศของทวีปทั้งสองวา่ เหมือนหรือแตกตา่ งกันอย่างไร
3. ครูสุ่มเลือกนักเรียนเปรียบเทียบลักษณะภูมิประเทศของทวีปท้ังสองว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ครูสรุปคาตอบของนกั เรยี นแล้วโยงเข้าสเู่ นอ้ื หาในบทเรยี น
ขนั้ ที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
4. ครูอธิบายเรื่อง กระบวนการสาคัญที่ส่งผลให้เกิดลักษณะภูมิประเทศของโลก โดยใช้ภาพประกอบ

การอธบิ ายเก่ยี วกับกระบวนการต่าง ๆ
5. ครูให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเร่ือง กระบวนการสาคัญที่ส่งผลให้เกิดลักษณะภูมิประเทศ

ของโลก
6. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5–6 คน เลือกลักษณะภูมิประเทศบริเวณใดบริเวณหนึ่งของโลก

ที่นักเรียนสนใจ ศึกษาสภาพทั่วไปและวิเคราะห์กระบวนการเกิดของลักษณะภูมิประเทศดังกล่าว จัดทาเป็น
PowerPoint และนาเสนอผลงานทีละกล่มุ จนครบทกุ กลุ่ม

7. ครูมอบหมายให้นักเรียนสืบค้นภาพลักษณะภูมิประเทศบริเวณใดบริเวณหน่ึงของภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ แล้วให้ศึกษาสภาพท่ัวไปและวิเคราะห์กระบวนการเกิดของลักษณะภูมิประเทศดังกล่าว และ นา
ภาพพรอ้ มสรปุ ผลลงในโปรแกรม PowerPoint ครสู ุม่ เลือกมา 3–5 เรอื่ ง ให้เจ้าของผลงานนาเสนอผลงาน

8. ขณะที่นักเรียนนาเสนอผลงาน ให้นักเรียนคนอื่นบันทึกความรู้จากการนาเสนอของกลุ่มต่าง ๆ ลงใน
แบบบนั ทึกความรู้

9. ครูส่มุ เลือกนกั เรียนสรุปความรทู้ ไี่ ด้จากการนาเสนอผลงานของเพ่อื น
ข้ันที่ 3 ฝึกฝนผู้เรยี น
10. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมที่เกี่ยวกับกระบวนการสาคัญท่ีส่งผลให้เกิดลักษณะภูมิประเทศของโลก ใน
แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาพนื้ ฐาน ภมู ศิ าสตร์ ม. 4–6 จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ
ขั้นที่ 4 นาไปใช้
11. ครูให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประโยชน์ท่ีได้รับจากการศึกษาเรื่อง กระบวนการ
สาคัญท่สี ่งผลให้เกดิ ลักษณะภมู ิประเทศของโลก
12. ครูใหน้ ักเรยี นนาความรเู้ รื่อง กระบวนการสาคัญทสี่ ง่ ผลให้เกิดลกั ษณะภูมิประเทศของโลก ไปเผยแพร่
ในกลมุ่ Facebook

51

ขนั้ ท่ี 5 สรปุ
13. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง กระบวนการสาคัญท่ีส่งผลให้เกิดลักษณะภูมิประเทศของโลก
แลว้ ใหน้ ักเรยี นบนั ทกึ ลงสมดุ
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครูให้นักเรียนศกึ ษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศรูปแบบต่าง ๆ ที่ปรากฏบนพ้ืนผิวโลก แล้วนามา
วเิ คราะห์กระบวนการทก่ี อ่ ให้เกิดลักษณะภมู ปิ ระเทศดังกล่าว
9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
1. แผนที่ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของทวปี เอเชยี
2. แผนท่ลี ักษณะภมู ิประเทศของทวีปแอฟริกา
3. แบบบันทกึ ความรู้
4. หนงั สอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน ภูมศิ าสตร์ ม. 4–6 บริษทั สานักพิมพว์ ัฒนาพานิช จากดั
5. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาพืน้ ฐาน ภมู ศิ าสตร์

52

ชอื่ นามสกลุ เลขท่ี ชนั้

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี แบบบนั ทกึ ความรู้
1. สรุปความรู้ท่ไี ด้
เรอ่ื ง

2. สรปุ แนวคดิ ใหม่ทไ่ี ด้

3. การนาไปใช้ประโยชน์

53

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ช่อื –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรือ

อาจใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

54

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม หรืออาจ

ใชเ้ กณฑ์ดงั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

55

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขยี นเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมท่นี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ที่ ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

56

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแี้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมที่นกั เรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

57

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมินผลการบันทึกผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคดิ หลกั ถูกต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกต้อง

– บันทกึ ผลงานไดถ้ กู ตอ้ งตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ทมี่ บี างส่วนยงั ไมช่ ดั เจน
แนวคิดหลักถกู ตอ้ ง ส่วนทีเ่ ปน็ ประเด็นสาคัญมีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศพั ท์ไม่ถกู ตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ไมช่ ดั เจน แนวคดิ หลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนทเี่ ปน็ ประเด็นสาคัญมไี ม่ครบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ กู ต้องในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ไมช่ ัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ ม่ถกู ตอ้ ง

– ใชภ้ าษา คาศพั ทไ์ มถ่ กู ต้อง

58

บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงชื่อ (ครผู ู้สอน)
(นายรชตะ ขาวดี)
//

59

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ลงช่ือ หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ
(นางป่ินแก้ว แกว้ เป็นบญุ )

วนั ที่ / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงชื่อ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
(นางยุคลทร โพธ์ศิ รี)
วนั ที่ / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงช่ือ ผู้อานวยการโรงเรยี น
(นายเอกชยั คะษาวงค์)
วนั ที่ / /

60

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 6
ปญั หาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก

สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ปรากฏการณท์ างภมู ศิ าสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

1. สาระสาคญั
ลักษณะภูมิประเทศท่ีปรากฏบนพ้ืนผิวโลกบางอย่างส่งเสริมต่อการดาเนินชีวิตของมนุษย์ แต่บางอย่างก็

เป็นอปุ สรรคในการดาเนนิ ชวี ิตของมนษุ ย์

2. ตวั ช้วี ัดชว่ งชนั้
 วิเคราะห์อิทธิพลของสภาพภูมิศาสตร์ ซ่ึงทาให้เกิดปัญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติใน

ประเทศไทยและภูมภิ าคต่าง ๆ ของโลก (ส 5.1 ม. 4–6/2)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายลักษณะทางกายภาพของพืน้ ที่ท่เี ปน็ ปัญหาได้ (K)
2. วเิ คราะห์ปัจจัยทางภูมศิ าสตรท์ ที่ าให้เกดิ ปญั หาทางกายภาพของพ้ืนที่ได้ (K, P)
3. สนใจใฝเ่ รยี นร้เู รอ่ื ง ปัญหาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก (A)
4. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)
1. ซักถามความรเู้ รื่อง ปัญหา  ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
ทางกายภาพของประเทศไทยและ  ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ ทางานเป็นรายบคุ คลและเปน็ กลุม่
ของโลก ทางานเปน็ รายบคุ คลในด้านความ ในดา้ นการส่อื สาร การคดิ การ
2. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น มวี ินยั ความใฝเ่ รียนรู้ ฯลฯ แกป้ ญั หา ฯลฯ
รายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม

5. สาระการเรียนรู้
 ปญั หาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก

1. ปญั หาทางกายภาพของประเทศไทย

2. ปญั หาทางกายภาพของโลก

6. แนวทางบรู ณาการ
ภาษาไทย  ฟงั พดู อา่ น และเขียนขอ้ มูลเกีย่ วกับปัญหาทางกายภาพของประเทศ

ไทยและของโลก
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี  สืบค้นข้อมลู เก่ียวกบั เร่อื ง ปญั หาทางกายภาพของประเทศไทยและ

ของโลก และจัดทา Infographic

61

7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวชี้วัดช่วงช้ัน

และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ หน้ กั เรยี นทราบ
2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับลักษณะภูมิประเทศรูปแบบต่าง ๆ ของโลก แล้วให้นักเรียนดูภาพ

ทงุ่ กุลารอ้ งไห้ และทะเลทราย แล้วถามนักเรียนว่าลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร ครูโยงคาถามเข้าสู่
เนือ้ หาในบทเรยี น

ขั้นท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้
3. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม 2 กล่มุ แล้วต้งั ประเดน็ ปัญหาให้แตล่ ะกลุ่มศกึ ษาค้นคว้าความรู้
กลุ่มที่ 1 ศึกษาประเด็น “ท่งุ กลุ าร้องไหเ้ กดิ ข้ึนได้อยา่ งไร”
กลมุ่ ท่ี 2 ศกึ ษาประเดน็ “ทะเลทรายเกดิ ข้ึนไดอ้ ยา่ งไร”
4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาความรู้ที่ได้จากการศึกษาเรื่องที่ได้รับผิดชอบนามาจัดทา แผนภาพ
Infographic แลว้ ส่งตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงาน
5. เมอื่ นักเรียนนาเสนอข้อมลู ครบทุกกลุ่มแล้ว ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนถามข้อสงสัยหรือเรื่องท่ียังไม่เข้าใจ
โดยใหน้ กั เรยี นทเ่ี ข้าใจเป็นผูต้ อบคาถาม แล้วครูเสริมคาตอบใหส้ มบูรณ์
6. ครูใหน้ ักเรยี นช่วยกนั แสดงความคิดเหน็ วา่ ปัญหาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลกสามารถแก้ไข
ได้ด้วยการใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่ อย่างไร ครูบันทึกความคิดเห็นและช่วยสรุปเป็นแผนที่ความคิด
หรอื แผนผงั ตามความเหมาะสม แลว้ ให้นักเรียนบันทึกแผนท่ีความคดิ หรือแผนผังนั้นๆ ลงสมดุ ส่งครู
7. ครูมอบหมายให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน ศึกษาปัญหาทางกายภาพที่เกิดข้ึนในประเทศ
สมาชิกอาเซียน (ยกเว้นประเทศไทย) ว่ามีหรือไม่ อะไรบ้าง และประสบกับปัญหาอย่างไร และเปรียบเทียบว่ามี
ความเหมือนหรือแตกต่างไปจากปัญหาทางกายภาพที่เกิดข้ึนในทุ่งกุลาร้องไห้ของประเทศไทย และการเกิดและ
ขยายตวั ของทะเลทรายหรือไม่ อยา่ งไร สรปุ เปน็ แผนทค่ี วามคิด หรือแผนผัง หรอื แผนภาพ อย่างใดอย่างหน่ึงตาม
ความสนใจของกลุ่ม แลว้ จัดทาเปน็ แผนภาพ Infographic
ขน้ั ที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรยี น
8. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมท่ีเกี่ยวกับปัญหาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก ในแบบฝึกทักษะ
รายวชิ าพ้นื ฐาน ภมู ศิ าสตร์ จากนัน้ ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยคาตอบ
ขน้ั ที่ 4 นาไปใช้
9. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างการนาความรู้เรื่อง ปัญหาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก
ไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ขนั้ ท่ี 5 สรุป
10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับปัญหาทางกายภาพของประเทศไทยและของโลก แล้วให้
นกั เรยี นบนั ทึกลงสมุด

62

8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครใู หน้ ักเรยี นค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับสถานท่ีท่ีมีลักษณะทางกายภาพท่ีเป็นปัญหาและเป็นอุปสรรค

ตอ่ การดาเนนิ ชวี ิตของมนษุ ย์นอกเนื้อหาในบทเรียน
9. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

1. ภาพทงุ่ กลุ าร้องไห้ และทะเลทราย
2. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน ภูมิศาสตร์ ม. 4–6 บริษัท สานักพมิ พ์วัฒนาพานิช จากัด
3. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภมู ิศาสตร์ ม. 4–6

63

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ช่อื –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรือ

อาจใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

64

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม หรืออาจ

ใชเ้ กณฑ์ดงั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

65

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขยี นเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมท่นี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ที่ ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

66

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแี้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมที่นกั เรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

67

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมินผลการบันทึกผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคดิ หลกั ถูกต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกตอ้ ง

– บันทกึ ผลงานไดถ้ กู ตอ้ งตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ทมี่ บี างส่วนยงั ไมช่ ดั เจน
แนวคิดหลักถกู ตอ้ ง ส่วนทีเ่ ปน็ ประเด็นสาคัญมีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศพั ท์ไม่ถกู ตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบันทึกไมช่ ดั เจน แนวคดิ หลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนทเี่ ปน็ ประเด็นสาคัญมไี ม่ครบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ กู ต้องในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ไมช่ ัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ ม่ถกู ตอ้ ง

– ใชภ้ าษา คาศพั ทไ์ มถ่ กู ต้อง

68

บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงชื่อ (ครผู ู้สอน)
(นายรชตะ ขาวดี)
//

69

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เห็นเพมิ่ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ลงชื่อ หวั หนา้ กลุ่มสาระสงั คมศกึ ษาฯ
(นางปน่ิ แก้ว แกว้ เป็นบุญ)
วนั ท่ี / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงช่ือ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
(นางยุคลทร โพธิศ์ รี)
วันที่ / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงชอ่ื ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายเอกชยั คะษาวงค์)
วนั ที่ / /

70

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 7
ภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาตขิ องประเทศไทยและของโลก

สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ปรากฏการณท์ างภมู ศิ าสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

1. สาระสาคัญ

ภัยพิบัติทางธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นบนพื้นผิวโลกเกิดข้ึนได้จากสาเหตุ 2 ประการสาคัญ คือ เกิดจากการ

กระทาของมนุษยแ์ ละเกิดข้นึ จากกระบวนการทางธรรมชาติ แตไ่ ม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ภัยพิบัติดังกล่าวก็ส่งผล

กระทบตอ่ การดาเนนิ ชีวิตของมนษุ ยแ์ ละสภาพแวดล้อมโดยท่ัวไป

2. ตัวชวี้ ดั ชว่ งชัน้

1. วิเคราะห์อิทธิพลของสภาพภูมิศาสตร์ ซ่ึงทาให้เกิดปัญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติใน

ประเทศไทยและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก (ส 5.1 ม. 4–6/2)

2. ประเมินการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติในโลกว่าเป็นผลมาจากการกระทาของมนุษยแ์ ละหรอื ธรรมชาติ

(ส 5.1 ม. 4–6/4)

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. วิเคราะหป์ จั จยั ทางภูมิศาสตรท์ ่ีกอ่ ให้เกดิ ภยั พิบัตทิ างธรรมชาตขิ องไทยและของโลกได้ (K, P)

2. สนใจใฝเ่ รียนรู้เรื่องภยั พิบัตทิ างธรรมชาตขิ องไทยและของโลก (A)

3. นาความรู้ไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ (K)

4. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)

1. ทดสอบหลงั เรยี น  ประเมินพฤตกิ รรมในการ  ประเมินพฤติกรรมในการ

2. ซกั ถามความร้เู รอ่ื ง ภยั พิบตั ิ ทางานเป็นรายบุคคลในดา้ นความ ทางานเป็นรายบคุ คลและเปน็

ทางธรรมชาตขิ องไทยและของโลก มีวนิ ยั ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ กลุ่มในดา้ นการส่ือสาร การคิด

3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น การแก้ปัญหา ฯลฯ

รายบุคคลหรือเปน็ กลมุ่

5. สาระการเรียนรู้
 ภยั พิบัติทางธรรมชาตขิ องไทยและของโลก
1. แผน่ ดนิ ถล่ม
2. อทุ กภัย
3. ภยั แลง้
4. แผน่ ดินไหว
5. สนึ ามิ

71

6. ภูเขาไฟ

7. พายุหมุน

6. แนวทางบูรณาการ

ภาษาไทย  ฟัง พดู อา่ น และเขียนข้อมูลเกย่ี วกบั ภยั พบิ ัติทางธรรมชาติของไทย

และของโลก

ศลิ ปะ  วาดภาพระบายในหัวข้อภัยพิบัตทิ างธรรมชาติในเร่อื งที่กาหนดให้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  จดั ทาเป็นแผ่นพบั หรอื แผน่ โปสเตอร์

7. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้ันที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น

1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวช้ีวัดช่วงช้ัน

และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ให้นกั เรียนทราบครูแจ้งตวั ช้ีวดั ชว่ งชัน้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ

2. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันท่ี 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 แล้วโยงเข้าสู่

เนือ้ หาในบทเรียน

ข้ันที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้

3. ครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติของไทยและของโลก แล้วแบ่งกลุ่มนักเรียน

ออกเป็น 7 กลมุ่ ให้แตล่ ะกลมุ่ ลงสใี นไฟล์ Google drive ที่ครใู ห้ หวั ขอ้ ภัยพิบตั ทิ างธรรมชาตใิ นเรื่องต่อไปน้ี

กลมุ่ ที่ 1 ลงสีเรื่อง แผ่นดินถล่ม

กลมุ่ ท่ี 2 ลงสีเรอื่ ง อุทกภัย

กลุ่มท่ี 3 ลงสเี รื่อง ภยั แล้ง

กลมุ่ ที่ 4 ลงสีเรอื่ ง แผ่นดินไหว

กล่มุ ที่ 5 ลงสเี ร่ือง สนึ ามิ

กลุ่มที่ 6 ลงสเี รื่อง ภูเขาไฟ

กลุ่มท่ี 7 ลงสเี รื่อง พายุหมนุ

4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลงาน โดยนักเรียนวิเคราะห์สาเหตุการเกิดผลกระทบ

ต่อสภาพแวดล้อม และการป้องกันอันตรายจากภัยพิบตั ิทางธรรมชาติ

5. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศสมาชิก

อาเซียนในเร่ืองท่ีกลุ่มได้รับมอบหมาย สรุป และจัดทาเป็นแผ่นพับ หรือแผ่นโปสเตอร์ หรือพอกเกตบุ๊ก นาไป

เผยแพร่ข้อมลู ให้เพือ่ นนกั เรียนชน้ั อื่น ๆ ผ่านทางกลุ่ม Facebook

6. ขณะท่ีนักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ครูสังเกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงานของนักเรียน

ตามแบบประเมนิ พฤติกรรมในการทางานเป็นรายบุคคลหรอื เป็นกลุ่ม

ขนั้ ท่ี 3 ฝกึ ฝนผ้เู รียน

7. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมที่เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติของไทยและของโลก และวัดแประเมินผล

การเรียนรู้ประจาหน่วยการเรียนรู้ ในแบบฝึกทักษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ภูมิศาสตร์ จากน้ันครูและนักเรียนร่วมกัน

เฉลยคาตอบ

72

ขั้นท่ี 4 นาไปใช้
8. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างเหตุการณ์การนาความรู้เรื่อง ภัยพิบัติทางธรรมชาติของไทยและของโลกไป
ประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจาวนั
ขั้นท่ี 5 สรปุ
9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติของไทยและของโลก แล้วให้นักเรียน
บันทึกลงสมุด
10. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนผ่าน Quizizz ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยสร้างแบบทดสอบ
เพ่ือประเมินผลคุณภาพผูเ้ รยี นแบบออนไลน์ และทราบคะแนนสอบทันที
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครูให้นักเรียนค้นข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบและความเสียหายจาก ภัยพิบัติทางธรรมชาติของไทยหรือ
ตา่ งประเทศที่เกิดขน้ึ ในอดีต 1 เหตุการณ์ แลว้ นาขอ้ มูลมาแลกเปล่ียนกันในชน้ั เรยี น
9. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. วดี ิทศั น์เรอ่ื ง แผน่ ดินถล่ม อุทกภยั ภยั แล้ง แผ่นดนิ ไหว สึนามิ ภูเขาไฟ พายหุ มนุ
2. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนผา่ นโปรแกรม Quizizz
3. หนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภมู ิศาสตร์ ม. 4–6 บริษทั สานักพิมพ์วฒั นาพานชิ จากดั
4. แบบฝกึ ทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ภูมศิ าสตร์

73

แบบทดสอบหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 ปรากฏการณท์ างภมู ศิ าสตร์
คาชแ้ี จง เลอื กคาตอบทถี่ กู ตอ้ งทีส่ ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
1. โครงสรา้ งทอี่ ยนู่ อกสดุ ของโลกเรยี กว่าอะไร
ก ชน้ั เนื้อโลก
ข ชน้ั แกน่ โลก
ค ช้ันเปลือกโลก
ง ชน้ั แกน่ โลกชั้นนอก
2. ขอ้ ใดบอกสณั ฐานของโลกไดถ้ กู ตอ้ ง
ก มลี ักษณะคลา้ ยลกู ปิงปอง
ข มีเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางในแนวด่ิงยาวกวา่ ในแนวนอน
ค มีลกั ษณะกลมรี แบนเลก็ นอ้ ยด้านขวั้ โลกเหนอื และใต้
ง ถูกทุกขอ้
3. “สภาวะทเี่ กดิ ขน้ึ กบั เปลอื กโลกและบรรยากาศทหี่ อ่ หมุ้ โลกซง่ึ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การดาเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์” ขอ้ ความ
น้เี ปน็ ความหมายของอะไร
ก วธิ ีการทางภูมศิ าสตร์
ข ปรากฏการณ์ทางภูมิศาสตร์
ค กระบวนการทางภมู ิศาสตร์
ง การเปล่ียนแปลงทางภมู ิศาสตร์
4. ข้อใดสรปุ ข้อมลู เกย่ี วกบั ชน้ั แกน่ โลกไดถ้ กู ตอ้ ง
ก ชน้ั แก่นโลกแบ่งออกเป็น 2 ชั้นยอ่ ย
ข ชน้ั แก่นโลกชั้นนอกประกอบด้วยหนิ ชน้ั หรือหินตะกอนเป็นสว่ นใหญ่
ค ชัน้ แก่นโลกชั้นในประกอบดว้ ยหนิ อคั นที ่ีเกิดจากหินหนดื เยน็ ตวั เป็นส่วนใหญ่
ง ชั้นแกน่ โลกชั้นนอกและชน้ั ในมีหินหนืดเปน็ ส่วนประกอบ โดยมีหนิ อัคนีลอยตัวอย่บู นผิวดา้ นบน
5. ข้อใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกย่ี วกบั กระบวนการแปรสณั ฐาน
ก เป็นกระบวนการท่เี กิดขน้ึ อยา่ งรวดเร็ว
ข เกิดจากอุกกาบาตทต่ี กลงบนพื้นผวิ โลก
ค เปน็ กระบวนการที่เกิดขน้ึ ช้า ๆ อย่างต่อเน่ือง
ง ผลจากกระบวนการทาให้เกดิ ลกั ษณะภมู ิประเทศต่าง ๆ
6. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศใดเกดิ จากการยกตวั สงู ของภเู ขาประเภทเลอ่ื นตวั ของหนิ
ก ฮอสต์
ข อาแรต
ค ฟยอร์ด
ง กราเบนิ

74

7. ทร่ี าบสงู ฮารต์ อยใู่ นประเทศใด
ก สเปน
ข ฝรั่งเศส
ค เยอรมนี
ง สหรัฐอเมริกา

8. ข้อใดเปน็ ลักษณะของภเู ขาไฟรปู โล่
ก ภูเขาไฟพลี ี ประเทศฝร่งั เศส
ข ภเู ขาไฟลากี ประเทศไอซแ์ ลนด์
ค ภูเขาไฟวิสซูเวยี ส ประเทศอิตาลี
ง ภูเขาไฟเมยอน ประเทศฟลิ ปิ ปินส์

9. แอง่ ขนาดใหญท่ ่ีเกดิ จากการระเบดิ ของภเู ขาไฟเรยี กว่าอะไร
ก ฮอสต์
ข อาแรต
ค กราเบนิ
ง แคลดรี า

10. การกดั เซาะของนา้ อยา่ งรวดเรว็ บรเิ วณทอ้ งนา้ จนเปน็ รอ่ งลกึ คอื กระบวนการเกดิ ของอะไร
ก ถ้า
ข แกง่
ค น้าตก
ง หุบผาชัน

11. ท่ีราบนา้ ทว่ มถงึ เปน็ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทเี่ กดิ ขนึ้ ในระยะใดของววิ ฒั นาการของแมน่ า้
ก ระยะวยั อ่อน
ข ระยะวัยหน่มุ
ค ระยะวัยหนุ่มและวยั ชรา
ง ระยะวัยอ่อนและวยั หนุ่ม

12. ขอ้ ใดเปน็ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศที่เกดิ จากการกระทาของแมน่ า้
ก สันทราย
ข เนินทราย
ค รอยเลอื่ น
ง เนินตะกอนรปู พดั

75

13. ทีร่ าบภาคกลางตอนบนของประเทศไทยจดั อยใู่ นทรี่ าบประเภทใด
ก ท่รี าบน้าท่วมถึง
ข ท่ีราบภายในทวีป
ค ทร่ี าบชายฝัง่ ทะเล
ง ทีร่ าบดนิ ตะกอนสามเหลีย่ ม

14. ดนิ เลสิ สพ์ บมากในบรเิ วณใด
ก บรเิ วณทร่ี าบชายฝั่งประเทศนอรเ์ วย์
ข บรเิ วณท่รี าบชายฝั่งประเทศเบลเยียม
ค บรเิ วณท่รี าบลมุ่ ตอนกลางประเทศสหรฐั อเมรกิ า
ง บรเิ วณท่ีราบเขตทุ่งหญ้าปมั ปาประเทศอารเ์ จนตนิ า

15. แกรนดแ์ คนยอนเปน็ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทพี่ บในบรเิ วณใด
ก ที่ราบสงู ในเขตแหง้ แล้ง
ข ที่ราบสูงท่มี ฝี นตกตลอดปี
ค ทร่ี าบสงู ในเขตท่มี ฝี นตกชุก
ง ชายฝัง่ ทะเลท่ีมธี ารน้าแข็งไหลผ่าน

76

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ช่อื –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรือ

อาจใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

77

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม หรืออาจ

ใชเ้ กณฑ์ดงั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

78

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขยี นเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมท่นี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ที่ ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ ังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

79

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแี้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมที่นกั เรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

80

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมินผลการบันทึกผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคดิ หลกั ถูกต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกตอ้ ง

– บันทกึ ผลงานไดถ้ กู ตอ้ งตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ทมี่ บี างส่วนยงั ไมช่ ดั เจน
แนวคิดหลักถกู ตอ้ ง ส่วนทีเ่ ปน็ ประเด็นสาคัญมีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศพั ท์ไม่ถกู ตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบันทึกไมช่ ดั เจน แนวคดิ หลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนทเี่ ปน็ ประเด็นสาคัญมไี ม่ครบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ กู ต้องในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ไมช่ ัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ ม่ถกู ตอ้ ง

– ใชภ้ าษา คาศพั ทไ์ มถ่ กู ต้อง

81

บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงชื่อ (ครผู ู้สอน)
(นายรชตะ ขาวดี)
//

82

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ลงช่ือ หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ
(นางป่ินแก้ว แกว้ เป็นบญุ )

วนั ที่ / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงชื่อ รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
(นางยุคลทร โพธ์ศิ รี)
วนั ที่ / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงช่ือ ผู้อานวยการโรงเรยี น
(นายเอกชยั คะษาวงค์)
วนั ที่ / /

83

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3
วกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

เวลา 9 ชว่ั โมง

ผงั มโนทศั นเ์ ปา้ หมายการเรยี นรแู้ ละขอบขา่ ยภาระงาน/ชนิ้ งาน

ภาระงาน/ช้นิ งาน ความรู้ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1. การทาแบบทดสอบ 1. ความสมั พนั ธ์ของทรัพยากร และคา่ นยิ ม
2. การบนั ทึกความรู้
3. การอภปิ ราย ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม 1. มีวินัย
4. การสรา้ งแผนทคี่ วามคดิ 2. วิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากร 2. ใฝ่เรียนรู้
3. รบั ผิดชอบ
โปสเตอร์ ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม 4. มงุ่ มั่นในการทางาน
5. การนาเสนอผลงาน ในประเทศไทย
3. วกิ ฤตการณด์ า้ นทรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ของโลก

วกิ ฤตการณด์ า้ น
ทรพั ยากรธรรมชาติ

และสง่ิ แวดล้อม

ทักษะ/กระบวนการ
1. การส่ือสาร
2. การคดิ
3. การใช้เทคโนโลยี
4. กระบวนการกลุ่ม

84

ผงั การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

ขั้นท่ี 1 ผลลพั ธป์ ลายทางทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ ขนึ้ กบั นกั เรยี น

ตวั ชว้ี ดั ชว่ งชน้ั
 วิเคราะหส์ ถานการณ์และวกิ ฤตการณ์ด้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมของประเทศไทยและ ของ

โลก (ส. 5.2 ม. 4–6/1)

ความเขา้ ใจทค่ี งทนของนักเรยี น คาถามสาคญั ท่ีทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทค่ี งทน

นกั เรยี นจะเขา้ ใจวา่ ...

ทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมมคี วาม  ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความ

สาคัญต่อการดาเนินชีวติ ของมนุษย์ เมอื่ สถานการณ์ สาคัญอย่างไร

ของทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มอยู่ในภาวะที่

เปน็ ปัญหา หากไมไ่ ด้รับการแกไ้ ขและป้องกันให้ดีขน้ึ

จะส่งผลกระทบตอ่ การดาเนินชีวิตของมนษุ ย์

ความรขู้ องนกั เรยี นทน่ี าไปสคู่ วามเขา้ ใจทค่ี งทน ทกั ษะ/ความสามารถของนกั เรยี นท่ีนาไปสู่

นกั เรยี นจะรวู้ า่ ... ความเขา้ ใจทคี่ งทน นกั เรียนจะสามารถ...

1. คาสาคัญ ไดแ้ ก่ เศรษฐทรพั ย์ เกลอื สนิ เธาว์ สง่ิ 1. วิเคราะหส์ ถานการณด์ ้านทรัพยากรธรรมชาติ

ปฏกิ ูล เขตรกั ษาพนั ธุ์สัตวป์ า่ ป่าดบิ ช้ืน รังสี และส่งิ แวดล้อมของประเทศไทยและของโลก

อลั ตราไวโอเลต รงั สอี นิ ฟราเรด สแตรโทสเฟยี ร์ 2. อธิบายลกั ษณะทรัพยากรธรรมชาติและ

2. ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมตา่ งมีความ ส่งิ แวดลอ้ มท่ีเส่ือมโทรม

สมั พันธ์กัน ผลกระทบที่เกิดขนึ้ กับส่ิงใดสิง่ หน่งึ ยอ่ มมี 3. วเิ คราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ จากวกิ ฤตการณด์ า้ น

ผลต่อสงิ่ อื่น ๆ มนษุ ยจ์ ึงตอ้ งรู้จกั ใช้และรกั ษา ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม

ทรพั ยากร 4. บอกแนวทางการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและ

ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มอย่างถูกต้อง เพราะผู้ท่ี สง่ิ แวดล้อม

ได้รบั

ผลกระทบโดยตรงกค็ ือมนุษย์เอง

3. วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาติและ

สง่ิ แวดล้อมของประเทศ แบ่งออกเปน็ วกิ ฤตการณ์

ด้านทรัพยากร

ธรรมชาตแิ ละวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม

4. วิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาติ เช่น

85

ทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้า แร่ สัตว์ปา่ ซ่ึงปัจจบุ นั

ทรัพยากรธรรมชาตเิ หล่าน้มี ีปริมาณลดลงและบาง

ชนดิ กาลังตกอยใู่ นสภาพเสอ่ื มโทรม

5. วิกฤตการณด์ ้านสง่ิ แวดลอ้ มที่เกิดขน้ึ ในประเทศ

ไทยเปน็ วกิ ฤตการณ์ทีเ่ ก่ียวกับการเกิดมลพิษ

สง่ิ แวดลอ้ ม เชน่ มลพษิ ทางอากาศ เสียง น้า ดนิ

และความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเทยี่ ว ซึ่งนับวันจะ

ทวคี วามรนุ แรงมากขึ้น

6. วกิ ฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาติและ

สง่ิ แวดล้อมของโลกแบง่ ออกได้ 3 กล่มุ คอื ปัญหา

การลดลงของทรัพยากรธรรมชาติ การเกดิ มลพษิ

และการทาลายระบบนิเวศ ซึ่งมีสาเหตุสาคญั มาจาก

การเพิม่ ข้นึ ของจานวน ประชากรโลก และการ

ใช้วทิ ยาการและเทคโนโลยีที่ทนั สมยั โดยไมค่ านึงถึง

ผลกระทบทีต่ ามมาของทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ

สิ่งแวดล้อม วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ

และสงิ่ แวดล้อมของโลกในปัจจุบัน เช่น วกิ ฤตการณ์

เก่ยี วกบั การตัดไม้ทาลายป่า วิกฤตการณ์เกีย่ วกบั

ความเสื่อมโทรมของแหล่งน้าจดื วิกฤตการณ์

เกย่ี วกบั ความเส่อื มโทรมของดนิ วกิ ฤตการณเ์ กยี่ วกบั

การขยายตัวของพ้นื ทแี่ หง้ แล้ง วิกฤตการณ์เกยี่ วกบั

การเปลยี่ นแปลงของภูมอิ ากาศวิกฤตการณเ์ ก่ยี วกบั

พลังงาน

ขนั้ ที่ 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรยี นรซู้ ง่ึ เปน็ หลกั ฐานทีแ่ สดงวา่ นกั เรยี นมผี ลการเรยี นรตู้ ามท่ี

กาหนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

1. ภาระงานทนี่ กั เรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ิ

1.1 ศึกษาคน้ ควา้ เก่ยี วกบั วกิ ฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มของประเทศไทยและของ

โลก

1.2 วเิ คราะห์สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและของโลก

1.3 อภิปรายเกย่ี วกบั วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมของโลก

2. วธิ กี ารและเครอ่ื งมอื ประเมนิ ผลการเรยี นรู้

2.1 วธิ ีการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 2.2 เคร่อื งมือประเมินผลการเรียนรู้

86

1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น

2) การประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น 2) แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเป็น

รายบุคคลหรือเปน็ กลมุ่ รายบุคคลหรอื เป็นกลุ่ม

3) การประเมินด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 3) แบบประเมินด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม

และคา่ นยิ ม และคา่ นิยม

4) การประเมนิ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมนิ ด้านทักษะ/กระบวนการ

3. สงิ่ ทม่ี งุ่ ประเมนิ

3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธบิ าย ช้ีแจง การแปลความและตคี วาม การประยกุ ต์

ดดั แปลง

และนาไปใช้ การมมี ุมมองท่หี ลากหลาย การให้ความสาคญั และใสใ่ จในความรูส้ กึ ของผอู้ น่ื และการรู้จัก

ตนเอง

3.2 ทักษะ/กระบวนการ เชน่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลมุ่

3.3 คณุ ธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ ม เช่น รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สัตย์สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้

อยอู่ ย่าง

พอเพียง ม่งุ มัน่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ

ขั้นท่ี 3 แผนการจดั การเรยี นรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8 วิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ เวลา 1 ชัว่ โมง

สง่ิ แวดลอ้ มของประเทศไทย

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 วิกฤตการณ์ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและ เวลา 1 ช่วั โมง

สิ่งแวดล้อมของโลก

87

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 8
วกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมของประเทศไทย

สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6

1. สาระสาคัญ

วิกฤตการณท์ ี่เกดิ ข้ึนกบั ทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของประเทศไทยในปจั จบุ ันเป็นผลมาจาก

การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยไม่คานึงถึงผลกระทบที่จะตามมาจนกระทั่งทรัพยากร

ธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มทีม่ อี ย่เู กดิ สภาพเส่อื มโทรมและสง่ ผลกระทบต่อการดาเนนิ ชีวติ ของมนษุ ย์

2. ตัวชว้ี ดั ชว่ งชน้ั
 วิเคราะห์สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

และของโลก (ส. 5.2 ม. 4–6/1)

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. วเิ คราะห์สถานการณ์ดา้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของประเทศไทยได้ (K, P)

2. เหน็ คุณคา่ และประโยชนข์ องทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม (A)

3. นาความรู้เร่ือง วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของประเทศไทยไป

ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้ (K, P)

4. การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)

1. ทดสอบกอ่ นเรยี น  ประเมนิ พฤติกรรมในการ  ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ

2. ซักถามความรูเ้ รื่องวิกฤต ทางานเป็นรายบุคคลในด้านความ ทางานเปน็ รายบคุ คลและเป็นกลมุ่

การณ์ด้านทรพั ยากรธรรมชาติ มีวนิ ยั ความใฝ่เรยี นรู้ ฯลฯ ในดา้ นการส่อื สาร การคดิ การ

และสิง่ แวดลอ้ มของประเทศไทย แก้ปัญหา ฯลฯ

3. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเปน็

รายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่ม

5. สาระการเรียนรู้
 วิกฤตการณ์ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มของประเทศไทย

1. วกิ ฤตการณด์ ้านทรัพยากรธรรมชาติ

2. วิกฤตการณด์ า้ นสิ่งแวดลอ้ ม

88

6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย  ฟัง พูด อ่าน และเขียนข้อมูลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย
ศิลปะ  ตกแตง่ ระบายสแี ผนท่คี วามคิดเรือ่ งวิกฤตการณ์ด้าน
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมของประเทศไทย

7. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวช้ีวัด

ช่วงชั้นและจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ
2. ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นผ่านลงิ กใ์ นโปรแกรม Quizizz
3. ครใู หน้ กั เรียนคน้ หาสถติ ิเน้ือทีป่ า่ ไมใ้ นประเทศไทยต้ังแต่ พ.ศ. 2540 ถงึ ปัจจุบัน แล้วร่วมกัน

แสดงความคิดเห็นว่า ป่าไม้ในประเทศไทยมีสภาพแตกต่างไปจากอดีตอย่างไร แล้วในอนาคตจะมีสภาพ
อย่างไร

ข้นั ที่ 2 กิจกรรมการเรียนรู้
4. ครูสนทนากับนักเรียน โดยให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านทรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของประเทศไทย
5. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5–6 คน ให้แต่ละกลุ่มระดมความรู้ศึกษาเร่ือง วิกฤตการณ์
ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของประเทศไทย จดั ทาขอ้ มลู เปน็ แผนทค่ี วามคดิ ลงในไฟล์ Google
Driveทคี่ รแู ชรใ์ ห้ ตกแต่งระบายสใี หส้ วยงาม
6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของประเทศไทย โดยใช้แผนท่ีความคิดของกลุ่มประกอบการนาเสนอ พร้อมทั้งวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต
ของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของประเทศไทยวา่ จะเป็นอยา่ งไร
7. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ว่า วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของประเทศไทยสามารถแก้ไขวิกฤตการณ์เหล่านั้นด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงได้หรือไม่ อย่างไร สรุป
เป็นความเรียง หรอื เปน็ แผนภาพตามความเหมาะสม สง่ ครู ครูช่วยตรวจสอบให้ถูกตอ้ งสมบรู ณ์
8. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อมท่ีเกิดข้ึนในประเทศสมาชิกอาเซียน (ยกเว้นประเทศไทย) สรุป และวิเคราะห์ว่าเหมือน
หรือแตกต่างจากวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร แล้ว
จัดทาเปน็ รายงานสง่ ครู
9. ขณะท่ีนักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ครูสังเกตพฤติกรรมในการทางานและการนาเสนอผลงาน
ของนักเรียนตามแบบประเมินพฤติกรรมในการทางานเปน็ รายบุคคลหรือเปน็ กลุ่ม

89

ขน้ั ท่ี 3 ฝึกฝนผู้เรยี น
10. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมที่เก่ียวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของประเทศไทย ในแบบฝึกทักษะภูมิศาสตร์ ม. 4–6 แล้วชว่ ยกันเฉลยคาตอบ
ขั้นที่ 4 นาไปใช้
11. ครูแนะนาให้นักเรียนนาความรู้เรื่อง วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของประเทศไทยไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
ขนั้ ที่ 5 สรปุ
12. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปความรูเ้ กย่ี วกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของประเทศไทย แลว้ ใหน้ ักเรียนบันทกึ ลงสมุด
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครูให้นักเรียนค้นห าข่าว ท่ีเก่ียวข้อง กับวิก ฤตการ ณ์ด้าน ทรัพยากรธ รรมช าติแล ะสิ่งแวดล้อ ม
ของประเทศไทยแล้วนามาเลา่ ให้เพื่อนฟงั ในชน้ั เรียน
9. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียนผ่านโปรแกรม Quizizz
2. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน ภูมิศาสตร์ ม. 4–6 บริษทั สานกั พมิ พว์ ัฒนาพานิช จากดั
3. แบบฝกึ ทักษะ รายวชิ าพนื้ ฐาน ภมู ศิ าสตร์ ม. 4–6

90

แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม

คาช้แี จง เลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องทสี่ ุดเพียงคาตอบเดียว

1. ข้อใดเป็นทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชแ้ ล้วไมห่ มดไปแต่มีการแปรสภาพ

ก นา้ ข แร่ ค ป่าไม้ ง สัตวป์ า่

2. ไฟปา่ สง่ ผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตใิ นขอ้ ใด

ก ดนิ ข อากาศ ค สัตว์ปา่ ง ถูกทกุ ขอ้

3. จรงิ หรอื ไมท่ มี่ นษุ ย์ไม่สามารถสร้างส่งิ แวดลอ้ มได้

ก จรงิ เพราะสิง่ แวดลอ้ มมวี ัฏจักรการหมนุ เวียน

ข จรงิ เพราะสิ่งแวดลอ้ มเป็นส่งิ ทเ่ี กดิ เองตามธรรมชาติ

ค ไม่จริง เพราะสิง่ แวดล้อมเป็นสงิ่ ทีน่ ากลับมาใช้ใหมไ่ ด้

ง ไมจ่ ริง เพราะสง่ิ แวดล้อมคือทุกส่งิ ทกุ อย่างท่อี ยู่รอบตวั เรา

4. พน้ื ทใ่ี ดเสยี่ งตอ่ การเกิดภาวะดนิ เคม็

ก นาขา้ ว ข ไรข่ ้าวโพด

ค พนื้ ท่ีนา้ ทว่ มขงั ง พืน้ ท่ที านาก้งุ กุลาดา

5. ขอ้ ใดไมใ่ ชผ่ ลกระทบทเี่ กดิ จากนา้ เนา่ เสยี

ก เกิดพืชใตน้ า้ ข สง่ กล่ินเหม็น

ค สัตว์น้าสูญพันธ์ุ ง เปน็ แหล่งเพาะเชอ้ื โรค

6. ขอ้ ใดเปน็ ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการทาเหมอื งแร่ทไ่ี มไ่ ดม้ าตรฐาน

ก เกิดสารพิษตกคา้ งในดิน ข เกดิ สารพษิ ตกค้างในแหล่งน้า

ค ทาใหด้ ินขาดความอดุ มสมบูรณ์ ง ถกู ทกุ ขอ้

7. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง

ก ขยะมูลฝอยทาใหเ้ กดิ มลพิษทางอากาศเท่าน้ัน

ข รถจกั รยานยนตท์ าให้เกดิ มลพษิ ทางเสียงเท่านน้ั

ค บริเวณที่มีนา้ ขังเป็นแหล่งเพาะพนั ธ์แุ มลงท่ีเปน็ พาหะนาโรค

ง เสียงท่ีดังเกนิ 90 เดซิเบลข้ึนไปเป็นอันตรายตอ่ ระบบการได้ยนิ

8. ปจั จยั สาคญั ทที่ าใหเ้ กดิ วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของโลกมากทีส่ ดุ คอื อะไร

ก ความเจริญของเมืองใหญ่

ข ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

ค การเพมิ่ ของจานวนประชากร

ง ความเจริญของอุตสาหกรรม

91

9. ความเสอื่ มโทรมของแหลง่ น้าจดื มคี วามสมั พนั ธก์ บั สง่ิ ใดมากทส่ี ดุ

ก การลดลงของพื้นทีป่ ่า ข การลดลงของคุณภาพดิน

ค การขยายตวั ของชุมชนเมือง ง การขยายตัวของสภาพเศรษฐกจิ

10. รงั สอี ลั ตราไวโอเลตสง่ ผลกระทบตอ่ มนษุ ย์ในขอ้ ใด

ก ทาใหต้ าบอด ข ทาให้รา่ งกายขาดน้า

ค ทาให้ผิวหนงั ไหม้เกรยี ม ง ทาให้เกดิ อาการเวียนศรี ษะ

11. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งเกีย่ วกบั สภาพดนิ ท่เี สอ่ื มโทรม

ก ดนิ เค็ม ข ดินทม่ี ีนา้ ทว่ มขัง

ค ดินทีม่ คี วามเป็นกรด ง ดนิ ทไี่ ม่เหมาะแก่การเพาะปลูก

12. ผลติ ภณั ฑ์ทตี่ ดิ ฉลากเขียวหมายถงึ อะไร

ก ผลิตภัณฑท์ ย่ี ่อยสลายงา่ ย ข ผลติ ภณั ฑ์ทท่ี าลายสง่ิ แวดล้อม

ค ผลติ ภัณฑท์ ที่ าจากวสั ดธุ รรมชาติ ง ผลิตภณั ฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนอ้ ย

13. กจิ กรรมใดทป่ี ลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกออกมามากทส่ี ดุ

ก การเพาะปลูก ข การเลย้ี งสัตว์

ค การทาเหมืองแร่ ง การเผาไหมเ้ ช้ือเพลงิ ในภาคอุตสาหกรรม

14. การแกไ้ ขวกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของโลกเปน็ หนา้ ที่ ของใคร

ก ภาครฐั ข ภาคเอกชน

ค ผปู้ ระกอบการ ง ถกู ทกุ ข้อ

15. ขอ้ ใดเปน็ ปจั จยั สาคญั ทที่ าใหพ้ น้ื ทแี่ หง้ แลง้ ขยายตวั อยา่ งรวดเรว็

ก ปา่ ไม้ถกู ทาลาย ข การขยายพ้ืนที่ทาเหมืองแร่

ค แหลง่ นา้ ธรรมชาติเกิดมลพิษ ง การเพมิ่ ข้นึ ของโรงงานอตุ สาหกรรม

92

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ช่อื –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ไดต้ ามความเหมาะสม หรือ

อาจใช้เกณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

93

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมนิ ให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม หรืออาจ

ใชเ้ กณฑ์ดังนี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

94

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมท่นี ักเรยี นปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ที่ ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑ์ดงั น้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

95

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมท่ี เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแี้ จง สังเกตพฤติกรรมในการทางานของนักเรยี น โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในชอ่ งรายการ

พฤติกรรมที่นกั เรียนปฏบิ ัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

96

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมินผลการบันทึกผลงานโดยใชม้ าตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดับ ดงั น้ี 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคดิ หลกั ถูกต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกต้อง

– บันทกึ ผลงานไดถ้ กู ตอ้ งตามจุดประสงค์ เขยี นบันทกึ ทมี่ บี างส่วนยงั ไมช่ ดั เจน
แนวคิดหลักถกู ตอ้ ง ส่วนทเ่ี ปน็ ประเด็นสาคัญมีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศพั ท์ไม่ถกู ตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบันทึกไมช่ ดั เจน แนวคดิ หลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนทเี่ ปน็ ประเด็นสาคัญมไี ม่ครบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศพั ทไ์ ม่ถูกตอ้ งในบางส่วน

– บนั ทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ไมช่ ัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ ม่ถกู ตอ้ ง

– ใชภ้ าษา คาศพั ทไ์ ม่ถูกต้อง

97

บันทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ด้านทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงชื่อ (ครูผ้สู อน)
(นายรชตะ ขาวดี)
//

98

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เห็นเพมิ่ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

ลงชื่อ หัวหนา้ กลุ่มสาระสงั คมศกึ ษาฯ
(นางป่นิ แก้ว แก้วเปน็ บญุ )

วนั ที่ / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงช่อื รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
(นางยุคลทร โพธ์ศิ รี)
วันท่ี / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงชือ่ ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายเอกชัย คะษาวงค์)
วันที่ / /

99

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 9
วกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมของโลก

สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6

1. สาระสาคญั

วิกฤตการณ์ท่ีเกิดข้ึนกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของโลกในปัจจุบันเป็นผลมาจากการใช้

ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มโดยไม่คานึงถงึ ผลกระทบท่จี ะตามมา จนกระท่ังทรัพยากร ธรรมชาติและ

สิง่ แวดล้อมที่มีอยู่เกดิ สภาพเสื่อมโทรมและส่งผลกระทบต่อการดาเนนิ ชีวิตของมนษุ ย์

2. ตวั ชว้ี ัดช่วงชนั้

 วิเคราะห์สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย

และของโลก (ส. 5.2 ม. 4–6/1)

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. วเิ คราะหส์ ถานการณ์ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมของโลกได้ (K, P)

2. เหน็ คณุ ค่าและประโยชน์ของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม (A)

3. นาความรู้เรื่องวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกไปประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจาวนั ได้ (K, P)

4. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)

1. ทดสอบหลังเรยี น  ประเมนิ พฤตกิ รรมการทางาน  ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ

2. ซักถามความรู้เรอ่ื ง เปน็ รายบุคคลในดา้ นความมวี ินัย ทางานเป็นรายบคุ คล

วกิ ฤตการณ์ ความใฝเ่ รียนรู้ ฯลฯ และเปน็ กลมุ่ ในดา้ นการส่ือสาร

ด้านทรัพยากรธรรมชาติ การคิด การแก้ปญั หา ฯลฯ

และส่งิ แวดล้อมของโลก

3. ตรวจผลงาน/กิจกรรม

รายบคุ คลหรอื เปน็ กลุ่ม

5. สาระการเรียนรู้
 วิกฤตการณ์ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มของโลก

1. สาเหตุการเกิดวิกฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมของโลก

2. วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของโลกในปจั จบุ ัน


Click to View FlipBook Version