The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kunkrurachata, 2021-11-29 10:41:02

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ม6

แผน2

100

6. แนวทางบูรณาการ
ภาษาไทย  ฟัง พูด อ่าน และเขียนข้อมูลเก่ียวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี  สบื ค้นข้อมูลเก่ยี วกับวิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มของโลก จากแหล่งการเรยี นรู้ เช่น ห้องสมดุ
อนิ เทอร์เน็ต

7. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวชี้วัด

ชว่ งชนั้ และจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ให้นกั เรยี นทราบ
2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

ในปัจจบุ ันตามความคิดเหน็ ของนกั เรียน แล้วเชื่อมโยงเข้าส่เู นือ้ หาในบทเรียน
ข้นั ที่ 2 กจิ กรรมการเรียนรู้
3. ครูให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

จากแหล่งการเรยี นรู้ต่าง ๆ ในอนิ เทอรเ์ นต็ แล้วบนั ทึกขอ้ มลู ลงในแบบบันทกึ ความรู้
4. ครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายร่วมกันในประเด็นท่ีกาหนดให้ แล้วให้นักเรียนเลือกประธาน

1 คน เลขานุการ 2 คน ทาหน้าที่ดาเนินการอภิปราย ขณะอภิปรายให้นักเรียนแต่ละคนบันทึกข้อมูล
ลงในแบบบันทกึ การอภปิ ราย เร่ือง วกิ ฤตการณ์ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

ประเด็นการอภิปราย
1) สถานการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมของโลก
2) สาเหตุการเกดิ วิกฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มของโลก
3) ผลกระทบที่เกิดจากวกิ ฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของโลก
4) แนวโน้มสถานการณด์ ้านทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มของโลกในอนาคต
5. ครใู หป้ ระธานสรปุ ผลการอภปิ ราย
6. ครูแบง่ กลุ่มนกั เรียนกล่มุ ละ4–6คน แลว้ นาข้อมลู เก่ียวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ้ มท่ีเกิดข้ึนในประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งของประเทศไทย ท่ีได้สืบค้นไว้แล้วในชั่วโมงท่ีผ่าน
มา สรปุ และวิเคราะหว์ า่ มคี วามเหมอื นหรือแตกต่างจากวกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของโลกหรอื ไม่ อยา่ งไร แล้วจดั ทาเป็นรายงานส่งครู
ข้นั ที่ 3 ฝกึ ฝนผู้เรยี น
7. ครใู ห้นกั เรียนทากจิ กรรมท่ีเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก
และแบบทดสอบการวดั ประเมินผลการเรียนรู้ประจาหน่วยการเรียนรู้ในแบบฝึกทักษะ ภูมิศาสตร์ ม. 4–6
จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั เฉลยคาตอบ

101

ขน้ั ที่ 4 นาไปใช้
8. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างการนาความรู้เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดลอ้ มของโลกไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจาวนั
ขั้นที่ 5 สรุป
9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ของโลก โดยใหน้ กั เรียนบนั ทกึ เปน็ แผนท่คี วามคิดบนั ทึกลงสมดุ
10. ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรียนผา่ นโปรแกรม Quizizz
8. กิจกรรมเสนอแนะ
ครูให้นักเรียนจัดทาแผ่นป้ายโปสเตอร์ความรู้เก่ียวกับวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดลอ้ มของโลก
9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียนผ่านโปรแกรม Quizizz
2. แบบบนั ทกึ ความรู้
3. แบบบนั ทกึ การอภปิ รายเร่ือง วิกฤตการณ์ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มของโลก
4. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภมู ิศาสตร์ ม. 4–6 บรษิ ัท สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากดั
5. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภมู ิศาสตร์ ม. 4–6

102

แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

คาช้ีแจง เลอื กคาตอบทถี่ กู ต้องทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดยี ว

1. ข้อใดเป็นทรัพยากรธรรมชาติทใี่ ชแ้ ล้วไม่หมดไปแตม่ กี ารแปรสภาพ

ก นา้ ข แร่ ค ปา่ ไม้ ง สัตวป์ า่

2. ไฟป่าส่งผลกระทบตอ่ ส่งิ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตใิ นข้อใด

ก ดนิ ข อากาศ ค สตั ว์ปา่ ง ถูกทกุ ขอ้

3. จรงิ หรือไมท่ มี่ นุษย์ไม่สามารถสร้างสิ่งแวดลอ้ มได้

ก จรงิ เพราะส่ิงแวดลอ้ มมวี ฏั จักรการหมุนเวียน

ข จรงิ เพราะส่ิงแวดล้อมเป็นสิง่ ท่เี กดิ เองตามธรรมชาติ

ค ไมจ่ รงิ เพราะสิง่ แวดล้อมเป็นสง่ิ ทีน่ ากลบั มาใช้ใหม่ได้

ง ไมจ่ รงิ เพราะสิ่งแวดลอ้ มคอื ทุกส่ิงทกุ อย่างท่อี ย่รู อบตวั เรา

4. พน้ื ทใ่ี ดเสยี่ งตอ่ การเกิดภาวะดนิ เคม็

ก นาขา้ ว ข ไร่ขา้ วโพด

ค พ้นื ทน่ี ้าท่วมขัง ง พ้ืนทท่ี านากงุ้ กุลาดา

5. ขอ้ ใดไมใ่ ชผ่ ลกระทบทเี่ กดิ จากนา้ เนา่ เสยี

ก เกดิ พืชใตน้ า้ ข สง่ กล่ินเหมน็

ค สัตวน์ า้ สูญพันธุ์ ง เป็นแหลง่ เพาะเชอ้ื โรค

6. ขอ้ ใดเปน็ ผลกระทบทเี่ กดิ จากการทาเหมอื งแร่ทไ่ี มไ่ ดม้ าตรฐาน

ก เกิดสารพิษตกคา้ งในดนิ ข เกดิ สารพษิ ตกค้างในแหล่งน้า

ค ทาให้ดนิ ขาดความอุดมสมบรู ณ์ ง ถกู ทุกข้อ

7. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง

ก ขยะมูลฝอยทาให้เกิดมลพษิ ทางอากาศเทา่ น้ัน

ข รถจกั รยานยนต์ทาให้เกิดมลพิษทางเสียงเท่านั้น

ค บรเิ วณทีม่ ีน้าขงั เป็นแหลง่ เพาะพนั ธุ์แมลงทเี่ ป็นพาหะนาโรค

ง เสยี งทดี่ ังเกนิ 90 เดซิเบลข้ึนไปเปน็ อันตรายตอ่ ระบบการไดย้ ิน

8. ปจั จยั สาคญั ทท่ี าใหเ้ กดิ วกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของโลกมากทีส่ ดุ คอื อะไร

ก ความเจริญของเมืองใหญ่

ข ความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยี

ค การเพ่มิ ของจานวนประชากร

ง ความเจริญของอุตสาหกรรม

103

9. ความเสอื่ มโทรมของแหลง่ นา้ จดื มคี วามสมั พนั ธก์ บั สงิ่ ใดมากทสี่ ดุ

ก การลดลงของพ้นื ที่ป่า ข การลดลงของคุณภาพดิน

ค การขยายตัวของชุมชนเมือง ง การขยายตวั ของสภาพเศรษฐกจิ

10. รงั สอี ลั ตราไวโอเลตสง่ ผลกระทบตอ่ มนษุ ย์ในขอ้ ใด

ก ทาให้ตาบอด ข ทาให้รา่ งกายขาดนา้

ค ทาใหผ้ ิวหนงั ไหม้เกรยี ม ง ทาใหเ้ กดิ อาการเวียนศรี ษะ

11. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเกี่ยวกบั สภาพดนิ ทเ่ี สอ่ื มโทรม

ก ดนิ เค็ม ข ดินท่ีมีนา้ ท่วมขงั

ค ดนิ ที่มีความเป็นกรด ง ดนิ ทไี่ ม่เหมาะแก่การเพาะปลูก

12. ผลติ ภณั ฑท์ ตี่ ดิ ฉลากเขียวหมายถงึ อะไร

ก ผลิตภัณฑ์ทยี่ ่อยสลายงา่ ย ข ผลติ ภณั ฑท์ ่ที าลายสิ่งแวดลอ้ ม

ค ผลติ ภณั ฑท์ ีท่ าจากวสั ดธุ รรมชาติ ง ผลิตภณั ฑ์ทีม่ ีผลกระทบตอ่ สิ่งแวดล้อมนอ้ ย

13. กจิ กรรมใดทป่ี ลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจกออกมามากทสี่ ดุ

ก การเพาะปลกู ข การเลี้ยงสัตว์

ค การทาเหมอื งแร่ ง การเผาไหมเ้ ช้ือเพลงิ ในภาคอุตสาหกรรม

14. การแกไ้ ขวกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของโลกเปน็ หนา้ ท่ี ของใคร

ก ภาครฐั ข ภาคเอกชน

ค ผู้ประกอบการ ง ถูกทกุ ขอ้

15. ขอ้ ใดเปน็ ปจั จยั สาคญั ท่ที าใหพ้ น้ื ทแ่ี หง้ แลง้ ขยายตวั อย่างรวดเรว็

ก ป่าไม้ถกู ทาลาย ข การขยายพ้ืนที่ทาเหมืองแร่

ค แหลง่ นา้ ธรรมชาติเกดิ มลพษิ ง การเพมิ่ ขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรม

104

แบบบนั ทกึ ความรู้

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ _____เรอ่ื ง ______________________________________

สรุปความรทู้ ไ่ี ดร้ บั
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________
___________________________________________________________________________________

ชือ่ –นามสกลุ _____________________________________เลขที่______ชนั้ ___________

105

แบบบนั ทกึ การอภปิ ราย

1. สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและ 3. ผลกระทบท่ีเกิดจากวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากร

สิง่ แวดลอ้ มของโลก ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมของโลก

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

2. สาเหตุการเกิดวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากร 4. แนวโน้มสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ

ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มของโลก และสิ่งแวดล้อมของโลกในอนาคต

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

_______________________________ _______________________________

ชือ่ –นามสกุล ___________________________________เลขที่ _______ชน้ั __________

106

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื

อาจใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

107

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื อาจ

ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

108

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเครือ่ งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทนี่ ักเรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใชเ้ กณฑด์ งั น้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

109

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทน่ี กั เรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ที่ ชอ่ื –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

110

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั นี้ 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานไดถ้ กู ต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคิดหลักถกู ต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกตอ้ ง

– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทึกท่มี บี างส่วนยงั ไม่ชดั เจน
แนวคดิ หลกั ถูกตอ้ ง สว่ นทเ่ี ปน็ ประเดน็ สาคัญมไี ม่ครบถ้วน

– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางสว่ น

– บันทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนท่เี ปน็ ประเด็นสาคัญมไี มค่ รบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้องในบางส่วน

– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ไม่ชัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ มถ่ ูกต้อง

– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถกู ต้อง

111

บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงช่อื (ครูผูส้ อน)
(นายรชตะ ขาวด)ี
//

112

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้

ลงชื่อ หัวหนา้ กลุม่ สาระสังคมศึกษาฯ
(นางปนิ่ แก้ว แก้วเปน็ บญุ )

วันที่ / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงชือ่ รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
(นางยุคลทร โพธ์ศิ รี)
วันท่ี / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงชอื่ ผอู้ านวยการโรงเรียน
(นายเอกชยั คะษาวงค์)
วันที่ / /

113

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การจดั การดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม
เวลา 8 ชวั่ โมง

ผงั มโนทศั นเ์ ปา้ หมายการเรยี นรแู้ ละขอบขา่ ยภาระงาน/ชน้ิ งาน

ความรู้
1. มาตรการในการจดั การวกิ ฤตการณ์ดา้ นทรพั ยากร

ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมของโลก
2. องคก์ รทมี่ บี ทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

และส่งิ แวดลอ้ ม
3. กฎหมายท่เี กีย่ วข้องกับการอนรุ ักษท์ รพั ยากร

ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมของประเทศไทย
4. แนวทางในการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและ

ส่ิงแวดล้อมในภมู ภิ าคตา่ ง ๆ ของโลก

ภาระงาน/ช้นิ งาน การจดั การดา้ น คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
1. การทาแบบทดสอบ ทรพั ยากรธรรมชาติ และคา่ นยิ ม
2. การนาเสนอผลงาน
ด้วย Power point และสง่ิ แวดล้อม 1. มีวินัย
3. การบนั ทึกความรู้ 2. ใฝ่เรียนรู้
4. สร้างแผน่ พบั โปสเตอร์ ทักษะ/กระบวนการ 3. รบั ผิดชอบ
5. สร้างแผนทคี่ วามคิด 1. การสือ่ สาร 4. มุ่งมน่ั ในการทางาน
2. การคิด
3. การใช้เทคโนโลยี
4. กระบวนการกลมุ่

114

ผงั การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 การจดั การดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

ขนั้ ที่ 1 ผลลัพธป์ ลายทางทต่ี อ้ งการใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั นกั เรียน

ตวั ชว้ี ดั ชว่ งชนั้

1. ระบุมาตรการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหา บทบาทองคก์ รและการประสานความร่วมมือทงั้ ในประเทศ

และนอกประเทศเกี่ยวกบั กฎหมายส่งิ แวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

(ส 5.2 ม. 4–6/2)

2. ระบแุ นวทางการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในภูมภิ าคต่าง ๆ ของโลก

(ส 5.2 ม. 4–6/3)

ความเขา้ ใจทคี่ งทนของนักเรยี น คาถามสาคญั ที่ทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทค่ี งทน

นกั เรยี นจะเขา้ ใจวา่ ...

วิกฤตการณ์ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและ 1. เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งมมี าตรการในการจดั การ

สง่ิ แวดลอ้ มทเี่ กิดข้ึนท้ังในประเทศไทยและของโลก ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม

นบั วันจะทวีความรุนแรงมากขึน้ และส่งผลกระทบ 2. การอนุรักษ์ฟน้ื ฟูทรพั ยากรธรรมชาติและ

ตอ่ มนุษย์ ซึ่งสบื เนอื่ งมาจากภาวะการขาดความ สง่ิ แวดลอ้ มมีแนวทางการจดั การอยา่ งไร

สมดุลของธรรมชาติ สง่ ผลใหเ้ กดิ มาตรการในการ

จดั การทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมทั้งทเ่ี ป็น

พันธกรณีระหว่างประเทศ องคก์ ารท้งั ในประเทศ

และต่างประเทศ ตลอดจนมกี ารออกกฎหมายที่

เกย่ี วขอ้ งกบั การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ

ส่ิงแวดล้อมทั้งในระดบั ประเทศและระดับโลก โดย

มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พือ่ เป็นแนวทางในการจัดการ

ทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มให้เกิดภาวะ

สมดลุ และลดผลกระทบต่าง ๆ ทีเ่ กิดจาก

วิกฤตการณด์ ้านทรพั ยากรธรรมชาติและ

สง่ิ แวดลอ้ ม

ความรขู้ องนกั เรยี นทนี่ าไปสคู่ วามเขา้ ใจทคี่ งทน ทักษะ/ความสามารถของนกั เรยี นที่นาไปสู่

นกั เรยี นจะรวู้ ่า... ความเขา้ ใจทค่ี งทน นกั เรียนจะสามารถ...

1. คาสาคัญ ได้แก่ ประชาคม มาตรการอนสุ ญั ญา 1. บอกมาตรการในการจัดการวกิ ฤตการณ์ดา้ น

องค์กรเอกชน ป่าชมุ ชน สมชั ชา มูลนธิ ิ ป่า ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมของโลก

อนรุ กั ษ์ เหตรุ าคาญ สตั ว์ปา่ คมุ้ ครอง สตั วป์ ่าสงวน 2.อธิบายลักษณะการดาเนินงานขององคก์ รท่ีมี

115

2. มาตรการในการจัดการวกิ ฤตการณด์ า้ น บทบาทในการจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมของโลกทเี่ ป็น สิ่งแวดลอ้ มท้งั ในประเทศและต่างประเทศ

ลักษณะกฎหมายระหว่างประเทศด้านทรพั ยากร 3. บอกกฎหมายทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การอนรุ กั ษท์ รพั ยากร

ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม โดยจัดทาเปน็ กติกาและ ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มของประเทศไทย

นามาปฏบิ ตั ริ ่วมกัน เชน่ อนสุ ัญญาไซเตส 4.อธบิ ายแนวทางในการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ

อนสุ ัญญาเวยี นนาและพิธีสารมอนทรอี อล และสงิ่ แวดล้อมในภูมภิ าคต่าง ๆ ของ โลก

อนสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ ่าด้วยการเปลย่ี นแปลง

สภาพภูมิอากาศ อนสุ ัญญาว่าด้วยความหลาก

หลายทางชวี ภาพ อนสุ ญั ญาบาเซลิ

3. องคก์ รที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากร

ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มมีท้ังในประเทศและต่าง

ประเทศ องค์กรในประเทศ เชน่ มลู นธิ คิ มุ้ ครอง

สัตวป์ ่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรม

ราชนิ ูปถัมภ์ มูลนธิ สิ บื นาคะเสถยี ร สมาคมหยาด

ฝน มลู นิธเิ พอ่ื นช้าง สว่ นองคก์ รต่างประเทศ เช่น

องคก์ รกรนี พซี องคก์ ารกองทุนสตั วป์ ่าโลก

4. กฎหมายเกยี่ วกับการอนุรกั ษ์ทรัพยากร

ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ มของประเทศไทย แบ่ง

ออกเปน็ กฎหมายทเ่ี กยี่ วกบั การใชท้ รัพยากร

ธรรมชาตปิ ระเภทตา่ ง ๆ และกฎหมายท่ีเก่ยี วกับ

ส่งิ แวดลอ้ มท่มี นษุ ย์สร้างขึ้น เช่น พระราชบญั ญตั ิ

สง่ เสริมและรักษา คณุ ภาพส่งิ แวดล้อมแหง่ ชาติ

พ.ศ. 2535 พระราชบญั ญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. 2535 พระราชบัญญตั ริ ักษาความสะอาด

และความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ยของบา้ นเมอื ง พ.ศ.

2535 พระราชบญั ญตั ปิ า่ สงวนแหง่ ชาติ พ.ศ.

2507 พระราชบัญญัตสิ งวนและคุ้มครองสตั วป์ า่

พ.ศ. 2535

5.แนวทางในการอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ

ส่ิงแวดล้อมในภมู ภิ าคต่าง ๆ ของโลก เชน่ การ

ถนอมรักษา การใชว้ ัสดอุ นื่ ทดแทนการหมุนเวียน

กลบั มาใชป้ ระโยชนใ์ หม่ การปรบั ปรุงสิง่ ทม่ี ีอย่ใู ห้มี

116

คณุ ภาพดียิง่ ขึ้น การบูรณะฟ้นื ฟใู หก้ ลับสูส่ ภาพ

เดมิ การสารวจหาแหลง่ ทรัพยากรเพมิ่ เตมิ การ

ประดษิ ฐข์ องเทยี มขน้ึ ใช้

ขนั้ ที่ 2 ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรซู้ ง่ึ เปน็ หลกั ฐานทแ่ี สดงวา่ นกั เรยี นมผี ลการเรยี นรตู้ ามที่

กาหนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

1. ภาระงานทน่ี กั เรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ิ

1.1 ศึกษาค้นคว้าเก่ยี วกับการจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม

1.2 จัดทาแผ่นพับเกยี่ วกับมาตรการในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม

1.3 แสดงละครเกี่ยวกับแนวทางในการอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม

2. วธิ กี ารและเครอื่ งมอื ประเมนิ ผลการเรยี นรู้

2.1 วธิ ีการประเมินผลการเรยี นรู้ 2.2 เคร่ืองมอื ประเมินผลการเรียนรู้

1) การทดสอบ 1) แบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรยี น

2) การประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น 2) แบบประเมินผลงาน/กิจกรรมเป็น

รายบุคคลหรอื เปน็ กลุ่ม รายบคุ คลหรอื เป็นกลุ่ม

3) การประเมนิ ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม 3) แบบประเมนิ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม

และค่านิยม และคา่ นิยม

4) การประเมนิ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ 4) แบบประเมินดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ

3. สง่ิ ทม่ี งุ่ ประเมนิ

3.1 ความสามารถ 6 ด้าน ได้แก่ การอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดัดแปลง

และนาไปใช้ การมมี มุ มองทห่ี ลากหลาย การให้ความสาคัญและใส่ใจในความรสู้ ึกของผอู้ น่ื และการรูจ้ กั ตนเอง

3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ เชน่ การสื่อสาร การคดิ การแกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยี กระบวนการกลุ่ม

3.3 คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม เชน่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสตั ย์สุจริต มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้

อยู่อย่างพอเพียง มุง่ มั่นในการทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ

ขน้ั ที่ 3 แผนการจดั การเรียนรู้

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 10 มาตรการในการจดั การวิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากร เวลา 1 ชวั่ โมง

ธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มของโลก

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 11 องคก์ รทม่ี ีบทบาทในการจัดการทรพั ยากร เวลา 1 ชว่ั โมง

ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 12 กฎหมายทเ่ี กี่ยวกบั การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เวลา 1 ชว่ั โมง

และสง่ิ แวดลอ้ มของประเทศไทย

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 13 แนวทางในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ เวลา 2 ช่วั โมง

สิ่งแวดล้อมในภมู ภิ าคต่าง ๆ ของโลก

117

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 10
มาตรการในการจดั การวกิ ฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของโลก

สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 การจดั การดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6

1. สาระสาคญั
มาตรการดา้ นกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการจัดการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์

ด้านทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มของประเทศไทยและของโลก
2. ตวั ชว้ี ดั ชว่ งชนั้

 ระบุมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา บทบาทขององค์กรและการประสานความร่วมมือทั้งใน
ประเทศและนอกประเทศเกี่ยวกับกฎหมายส่ิงแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (ส
5.2 ม.4–6/2)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ยกตัวอย่างมาตรการในการจัดการวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อมของโลกได้
(K)

2. ตระหนักถึงความสาคัญและบอกประโยชน์ของการปฏิบัติตามมาตรการในการจัดการ
วิกฤตการณ์ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มระหวา่ งประเทศได้ (A)

3. นาความรู้เก่ียวกับมาตรการในการจัดการวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ของโลกไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวันได้ (K)
4. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)
1. ทดสอบก่อนเรยี น  ประเมินพฤตกิ รรมในการ
2. ซกั ถามความรู้เร่อื ง มาตรการ  ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ ทางานเป็นรายบคุ คลและเปน็
ในการจดั การวิกฤตการณ์ ด้าน ทางานเปน็ รายบคุ คลในดา้ น กลุ่มในดา้ นการส่ือสาร การคิด
ทรัพยากรธรรมชาติและ ความมวี ินัย ความใฝเ่ รยี นรู้ ฯลฯ การแก้ปัญหา ฯลฯ
สงิ่ แวดล้อม
3. ตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น
รายบคุ คลหรือเปน็ กลุ่ม

118

5. สาระการเรียนรู้
 มาตรการในการจัดการวิกฤตการณด์ ้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของโลก

1. อนุสัญญาไซเตส

2. อนุสัญญาเวียนนาและพิธีสารมอนทรอี อล

3. อนุสญั ญาสหประชาชาติว่าดว้ ยการเปลี่ยนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ

4. อนสุ ัญญาว่าดว้ ยความหลากหลายทางชีวภาพ

5. อนุสัญญาบาเซิล

6. แนวทางบรู ณาการ

ภาษาไทย ฟงั พดู อา่ น และเขียนเก่ยี วกับมาตรการในการจดั การ

วิกฤตการณด์ า้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม

วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ค้นคว้าขอ้ มลู และจัดทาแผน่ พบั เก่ียวกับมาตรการในการ

จัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

7. กระบวนการจดั การเรยี นรู้

ข้ันที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น

1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวช้ีวัด

ช่วงชน้ั และจุดประสงค์การเรียนรใู้ หน้ กั เรียนทราบ

2. ครูให้นกั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนผ่านโปรแกรม Quizizz

3. ครใู หน้ ักเรียนค้นหาข่าวเกีย่ วกบั การค้าสตั ว์ป่ามาบอกเลา่ ให้เพ่ือนฟงั แล้วสนทนาร่วมกันถงึ ปัญหา

การค้าสัตวป์ ่า ครโู ยงเรอ่ื งเข้าสู่บทเรยี น

ขั้นท่ี 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้

4. ครูให้นกั เรียนศึกษาเรอ่ื ง มาตรการในการจดั การวิกฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ

สงิ่ แวดล้อม แลว้ ร่วมกนั บอกประโยชนจ์ ากการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมโดยใช้มาตรการ

ระหวา่ งประเทศมาดาเนินการ

5. ครใู ห้นกั เรียนแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ศึกษาขอ้ มูลเก่ยี วกบั อนสุ ญั ญาทก่ี าหนดให้ แลว้ บันทึกขอ้ มูล

ลงในแบบบันทกึ กจิ กรรม เรอื่ ง มาตรการในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มของโลก

กลมุ่ ท่ี 1 ศึกษาอนสุ ัญญาไซเตส

กลมุ่ ที่ 2 ศึกษาอนุสัญญาเวยี นนาและพิธีสารมอนทรีออล

กลมุ่ ท่ี 3 ศึกษาอนุสัญญาสหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยการเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

กลมุ่ ท่ี 4 ศึกษาอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

กลมุ่ ที่ 5 ศึกษาอนุสญั ญาบาเซิล

6. ครูให้นกั เรยี นนาเสนอขอ้ มลู หน้าช้นั เรยี น

119

ขั้นท่ี 3 ฝกึ ฝนผู้เรยี น
7. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะคนศึกษาขอ้ มูลอนุสัญญาท่ีเกยี่ วข้องกับการจดั การทรัพยากรธรรมชาติ

และส่ิงแวดลอ้ มที่นักเรยี นสนใจนอกจากเนื้อหาในบทเรยี นคนละ 1 เรื่อง ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้ แล้วจดั ทาเปน็
แผ่นพับหรอื โปสเตอร์ นามาแลกเปลย่ี นกนั ศึกษาในชั้นเรียน

ประเดน็ การศึกษา
1) ชือ่ อนสุ ัญญา
2) ความเปน็ มาของอนุสัญญา
3) วัตถปุ ระสงคแ์ ละแนวทางในการจดั การ
4) การดาเนนิ งานของประเทศไทยเพ่ือให้สอดคลอ้ งกบั อนุสญั ญาดังกล่าว
ขั้นท่ี 4 นาไปใช้
8. ครใู หน้ กั เรียนยกตัวอย่างการนาความรเู้ รอื่ ง มาตรการในการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อมของโลกไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน
ขัน้ ที่ 5 สรปุ
9. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรเู้ ก่ียวกบั มาตรการในการจัดการวกิ ฤตการณด์ ้านทรพั ยากร
ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม แลว้ ใหน้ ักเรยี นบนั ทึกลงสมดุ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ
ครูให้นกั เรยี นคน้ หาข่าวสารเกย่ี วกับมาตรการในการจดั การวกิ ฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมของประเทศไทยในปัจจบุ ัน
9. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียนผา่ นโปรแกรม Quizizz
2. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม เรือ่ ง มาตรการในการจัดการวิกฤตการณ์ด้านทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มของโลก
3. หนังสอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน ภมู ศิ าสตร์ ม. 4–6 บรษิ ทั สานักพิมพว์ ัฒนาพานิช จากดั

120

แบบทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การจดั การดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

คาช้ีแจง เลอื กคาตอบทถ่ี กู ต้องทีส่ ดุ เพียงคาตอบเดยี ว

1. ประเทศไทยไดใ้ หส้ ตั ยาบนั การเปน็ ภาคีสมาชกิ อนสุ ญั ญาบาเซลิ เมอ่ื ไร

ก วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2538 ข วันท่ี 24 มิถุนายน พ.ศ. 2538

ค วนั ที่ 24 กนั ยายน พ.ศ. 2540 ง วันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540

2. อนสุ ญั ญาอะไรทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือยกเลกิ การใช้สารซเี อฟซแี ละสารอนื่ ๆ ทมี่ ผี ลทาใหช้ นั้ โอโซนเบาบางลง

ก อนสุ ญั ญาบาเซลิ ข อนสุ ญั ญาไซเตส

ค อนสุ ญั ญาเวยี นนา ง อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยความหลากหลายทางชวี ภาพ

3. ประเทศไทยรว่ มลงนามในพธิ สี ารมอนทรี-ออลเมอ่ื ไร

ก พ.ศ. 2527 ข พ.ศ. 2528

ค พ.ศ. 2530 ง พ.ศ. 2532

4. ปรากฏการณเ์ รอื นกระจกเกดิ จากการปลอ่ ยกา๊ ซอะไรสชู่ นั้ บรรยากาศ

ก ออกซเิ จน ข ไนโตรเจนออกไซด์

ค ซัลเฟอรไ์ ดออกไซด์ ง คารบ์ อนไดออกไซด์

5. ขอ้ ใดเปน็ องคก์ รประชาชนและองคก์ รเอกชนทอี่ ยใู่ นภาคเหนอื

ก กล่มุ ฮักป่าเชียงดาว ข กลุม่ คนรกั เมืองเพชร

ค กลุ่มสมาคมรักษท์ ะเลไทย ง กลมุ่ สมาพนั ธ์เกษตรกรฝายราศไี ศล

6. อนสุ ญั ญาเวยี นนาและพธิ สี ารมอนทรอี อลเปน็ ข้อตกลงระหว่างประเทศทเ่ี กดิ จากความวติ กกบั เรอื่ งอะไร

ก ปญั หาโอโซนของโลกถกู ทาลาย ข ปัญหาสตั วป์ า่ และพชื ป่าถูกทาลาย

ค ปัญหาอณุ หภูมิเฉล่ียของโลกสูงขน้ึ ง ปัญหาทรพั ยากรธรรมชาติถูกทาลาย

7. อนสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ ่าดว้ ยการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศมขี ้นึ เพอื่ วตั ถปุ ระสงคใ์ นขอ้ ใด

ก ปกป้องช้ันบรรยากาศของโลก ข ควบคมุ การคา้ ระหว่างประเทศ

ค ลดและยกเลกิ การใช้สารซีเอฟซี ง อนุรกั ษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

8. การดาเนนิ การขององคก์ รใดตอ่ ไปนถ้ี อื วา่ มีสว่ นกบั การอนรุ กั ษผ์ นื ปา่ และสตั วป์ า่ ของเขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั ว์

ปา่ หว้ ยขาแขง้ มากท่ีสดุ

ก มูลนิธเิ พ่อื นชา้ ง ข สมาคมหยาดฝน

ค มูลนิธิสบื นาคะเสถยี ร ง สมาคมสร้างสรรคไ์ ทย

9. องคก์ รใดทมี่ บี ทบาทโดยตรงในด้านการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม

ก กระทรวงมหาดไทย

ข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ค กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม

ง มูลนธิ คิ มุ้ ครองสตั วป์ ่าและพรรณพชื แหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชนิ ปู ถมั ภ์

121

10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะขององคก์ รชมุ ชนชาวบา้ นทมี่ บี ทบาทในการจดั การดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ

สง่ิ แวดลอ้ ม

ก มกี ารจดทะเบยี นเป็นองคก์ รเอกชน

ข เปน็ องคก์ รที่เกดิ จากการรวมตัวของประชาชนในหมู่บ้านหรอื ท้องถิน่

ค มเี จตคตดิ า้ นการจัดการเก่ยี วกบั ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มในชุมชนและทอ้ งถิน่ ร่วมกนั

ง มีบทบาทมากขน้ึ นบั ต้ังแต่ได้เกิดเหตกุ ารณก์ ารล่าสัตว์ในเขตรักษาพนั ธุ์สตั วป์ ่าทงุ่ ใหญ่นเรศวร

11. การดาเนนิ งานของมลู นธิ คิ มุ้ ครองสตั วป์ า่ และพรรณพชื แหง่ ประเทศไทย ในพระบรม-ราชนิ ปู ถมั ภม์ ี

วตั ถปุ ระสงคอ์ ย่างไร

ก ตรวจสอบการทางานของเจ้าหนา้ ทป่ี ่าไม้

ข ลงโทษผทู้ ก่ี ระทาผดิ เกยี่ วกบั พระราชบัญญตั คิ ุ้มครองสัตว์ปา่

ค อนุรกั ษร์ ะบบธรรมชาตใิ หค้ งความหลากหลายของพันธุ์พชื และพนั ธ์สุ ัตวไ์ ว้

ง ถกู ทกุ ข้อ

12. ขอ้ ใดไมใ่ ชบ่ ทบาทของกลมุ่ กรนี พซี ในประเทศไทย

ก รณรงค์เกีย่ วกบั มลพิษจากการปล่อยสารไดออกซิน

ข รณรงคใ์ หม้ กี ารผลติ กระแสไฟฟา้ จากพลงั งานนวิ เคลียร์

ค รณรงค์ให้ลดการใช้เชื้อเพลิงท่ีได้ชือ่ วา่ เปน็ พลังงานสกปรก

ง รณรงค์ให้คนไทยตื่นตัวเกยี่ วกบั การนาเอากระบวนการทางพันธวุ ิศวกรรมมาใช้

13. ข้อใดไมใ่ ชก่ ฎหมายทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การ อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

ก พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490

ข พระราชบัญญตั ิการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ค พระราชบญั ญัตสิ ง่ เสริมและประสานงานเยาวชนแหง่ ชาติ พ.ศ. 2521

ง พระราชบัญญตั สิ ง่ เสริมและรกั ษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535

14. สาเหตใุ ดทท่ี าใหร้ ฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณา-จกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2540 ถกู เรยี กว่ารฐั ธรรมนญู ฉบบั สเี ขยี ว

ก เพราะรัฐธรรมนญู ฉบบั น้ีมีปกสีเขียว

ข เน้อื หาของรฐั ธรรมนูญมีบทบญั ญัติเกี่ยวกับองคก์ รท่ีเก่ยี วข้องกบั สงิ่ แวดลอ้ มหลายองคก์ ร

ค มีบทบัญญัตหิ ลายประการที่ให้ความสาคญั แก่ประเด็นการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและ

สิง่ แวดลอ้ ม

ง เป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสใหอ้ งค์กรที่เกี่ยวขอ้ งกบั การอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและ

ส่งิ แวดลอ้ มรว่ มกนั รา่ งข้ึนมา

15. การนาเศษเหลก็ ไปแปรรปู เปน็ ผลติ ภณั ฑต์ า่ ง ๆ ตรงกบั การอนรุ กั ษใ์ นขอ้ ใด

ก การฟน้ื ฟู ข การถนอมรกั ษา

ค การใชว้ สั ดอุ ืน่ ทดแทน ง การหมุนเวยี นกลบั มาใช้ใหม่

122

แบบบนั ทกึ กจิ กรรม
เรอื่ ง มาตรการในการจดั การวกิ ฤตการณด์ า้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มของโลก

ตวั ชว้ี ดั ชว่ งชนั้
 ระบมุ าตรการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หา บทบาทขององค์การและการประสานความร่วมมอื ทัง้ ในประเทศและ

นอกประเทศเกยี่ วกบั กฎหมายส่งิ แวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม (ส 5.2 ม. 4–6/2)
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนศกึ ษาค้นควา้ ข้อมลู เกยี่ วกบั อนสุ ญั ญาที่กาหนดใหแ้ ลว้ บนั ทึกข้อมูลในประเดน็ ต่อไปน้ี

สมาชกิ กลมุ่
1. _______________________________ 4. _______________________________
2. _______________________________ 5. _______________________________
3. _______________________________ 6. _______________________________

ชอื่ อนสุ ัญญา _______________________________________
1. ความเปน็ มาของอนุสัญญา

________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
2. วตั ถปุ ระสงคแ์ ละแนวทางในการจดั การ
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
3. การดาเนนิ งานของประเทศไทยเพ่อื ให้สอดคล้องกับอนุสญั ญาดังกลา่ ว
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________

123

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื

อาจใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

124

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื อาจ

ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

125

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทนี่ ักเรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

126

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทน่ี กั เรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ที่ ชอ่ื –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจ ักบความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

127

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั นี้ 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานไดถ้ กู ต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคิดหลักถกู ต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกตอ้ ง

– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทึกท่มี บี างส่วนยงั ไม่ชดั เจน
แนวคดิ หลกั ถูกตอ้ ง สว่ นทเ่ี ปน็ ประเดน็ สาคัญมไี ม่ครบถ้วน

– ใชภ้ าษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกต้องในบางสว่ น

– บันทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนท่เี ปน็ ประเด็นสาคัญมไี มค่ รบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถูกต้องในบางส่วน

– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ไม่ชัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ มถ่ ูกต้อง

– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ ม่ถกู ต้อง

128

บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงช่อื (ครูผูส้ อน)
(นายรชตะ ขาวด)ี
//

129

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้

ลงชื่อ หัวหนา้ กลุม่ สาระสังคมศึกษาฯ
(นางปนิ่ แก้ว แก้วเปน็ บญุ )

วันที่ / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงชือ่ รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
(นางยุคลทร โพธ์ศิ รี)
วันท่ี / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงชอื่ ผอู้ านวยการโรงเรียน
(นายเอกชยั คะษาวงค์)
วันที่ / /

130

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 11
องคก์ รทมี่ บี ทบาทในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชวั่ โมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 การจดั การดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6

1. สาระสาคญั

ปัญหาความเส่ือมโทรมที่เกิดขึ้นกับทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ส่งผลให้เกิดการรวมกลุ่มกันทั้ง

องคก์ รภาครัฐตลอดจนองคก์ รประชาชน และองคก์ รเอกชนของประเทศต่าง ๆ เพอื่ แก้ไขปัญหาท่ีเกิดขน้ึ

2. ตวั ชว้ี ดั ชว่ งชนั้

 ระบุมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา บทบาทขององค์กรและการประสานความร่วมมือท้ังในประเทศ

และนอกประเทศเกีย่ วกบั กฎหมายสิ่งแวดล้อม การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อ(ส 5.2 ม. 4–6/2)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายบทบาทขององค์กรทั้งในและนอกประเทศท่ีมีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อมได้ (K)

2. วเิ คราะห์ความสัมพนั ธข์ ององค์กรท้งั ในและนอกประเทศที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติ

และสิ่งแวดลอ้ มได้ (P, K)

3. อธิบายประโยชน์จากการดาเนินงานขององค์กรทั้งในและนอกประเทศที่มีบทบาทในการจัดการ

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมได้ (A)

4. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)

1. ซกั ถามความรู้เร่ือง องค์กรท่ี  ประเมินพฤติกรรมในการ  ประเมินพฤตกิ รรมในการ

มบี ทบาทในการจดั การทรพั ยากร ทางานเปน็ รายบุคคลในด้านความ ทางานเปน็ รายบุคคลและเป็นกล่มุ

ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม มวี นิ ัย ความใฝ่เรียนรู้ ฯลฯ ในดา้ นการสอื่ สาร การคิด

2. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเป็น การแก้ปัญหา ฯลฯ

รายบุคคลหรอื เป็นกลุ่ม

5. สาระการเรยี นรู้
 องคก์ รทีม่ ีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม

1. องคก์ รในประเทศทีม่ บี ทบาทในการจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม

2. องคก์ รต่างประเทศท่มี บี ทบาทในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมของประเทศไทย

131

6. แนวทางบรู ณาการ

ภาษาไทย ฟงั พูด อา่ น และเขียนเกี่ยวกับองคก์ รทีม่ ีบทบาทในการจดั การ

ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศกึ ษาองคก์ รในประเทศ 1 องคก์ ร และต่างประเทศ 1 องคก์ ร

ทมี่ บี ทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม

ของประเทศไทยจากแหลง่ การเรียนรูต้ ่าง ๆ เช่น ห้องสมุด

อินเทอร์เน็ต

7. กระบวนการจดั การเรียนรู้

ขนั้ ท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรยี น

1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวชี้วัดช่วงช้ัน

และจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ใู ห้นกั เรียนทราบ

2. ครูสนทนากับนักเรียน ทบทวนความรู้เกี่ยวกับมาตรการในการจัดการวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากร

ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของโลก

ขน้ั ท่ี 2 กิจกรรมการเรียนรู้

3. ครูแบ่งกลุ่มให้นักเรียนกลุ่มละ 5–6 คน ศึกษาความรู้เกี่ยวกับองค์กรท่ีมีบทบาทในการจัดการ

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกศึกษาองค์กรในประเทศ 1 องค์กร และต่างประเทศ 1 องค์กร ที่มี

บทบาทในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมของประเทศไทยจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น ห้องสมุด

อินเทอร์เน็ต โดยศึกษาในประเด็นต่อไปน้ี แล้วบันทึกข้อมูลลงในใบงานท่ี 1 เร่ือง องค์กรในประเทศท่ีมีบทบาท

ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และใบงานที่ 2 เร่ือง องค์กรต่าง ประเทศที่มีบทบาทในการ

จดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

1) ชอ่ื องค์กร

2) สถานทตี่ ง้ั

3) ความเป็นมาขององคก์ ร

4) จุดประสงค์ขององคก์ ร

5) บทบาทและผลการดาเนินงาน

5. ครูสมุ่ เลือกนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในชนั้ เรียน

6. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั วิเคราะห์ประโยชน์ทไี่ ด้จากการดาเนินงานขององคก์ รท้ังในประเทศและต่างประเทศ

ท่ีมีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม

ขน้ั ท่ี 3 ฝึกฝนผเู้ รยี น

7. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมที่เก่ียวกับองค์กรที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม

จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยกจิ กรรม

132

ข้ันที่ 4 นาไปใช้
8. ครูแนะนาให้นักเรียนยกตัวอย่างการนาความรู้เกี่ยวกับองค์กรท่ีมีบทบาทในการจัดการทรัพยากร

ธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อมไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั
ขัน้ ที่ 5 สรุป
9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง องค์กรท่ีมีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

และสงิ่ แวดลอ้ ม แล้วให้นักเรียนบันทกึ ลงสมดุ
8. กจิ กรรมเสนอแนะ

ครูให้นักเรียนไปศึกษาการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีองค์กรท่ีมีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมจดั ขนึ้ แล้วให้นกั เรียนบันทกึ ความรแู้ ละประโยชน์ที่ได้รับ
9. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้

1. ใบงานที่ 1 เรือ่ ง องคก์ รในประเทศท่ีมบี ทบาทในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม
2. ใบงานท่ี 2 เรือ่ ง องคก์ รตา่ งประเทศทีม่ ีบทบาทในการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
3. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภูมศิ าสตร์ ม. 4–6 บริษัท สานักพิมพว์ ัฒนาพานิช จากัด

133

ใบงานที่ 1
เรอ่ื ง องคก์ รในประเทศทม่ี บี ทบาทในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

ตวั ชวี้ ดั ชว่ งชนั้
 ระบมุ าตรการปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หา บทบาทขององค์การและการประสานความร่วมมอื ท้ังในประเทศและ

นอกประเทศเกยี่ วกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม การจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม (ส 5.2 ม. 4–6/2)
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนศกึ ษาคน้ คว้าขอ้ มลู เกี่ยวกับองคก์ รในประเทศท่ีมีบทบาทในการจดั การทรัพยากร ธรรมชาติ
และสิง่ แวดล้อม แล้วบันทกึ ขอ้ มลู ในประเด็นตอ่ ไปนี้

สมาชกิ กลมุ่
1. _______________________________ 4. _______________________________
2. _______________________________ 5. _______________________________
3. _______________________________ 6. _______________________________

ชอ่ื องคก์ ร _______________________________________
1. สถานท่ตี ง้ั

________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
2. ความเปน็ มาขององค์กร
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
3. จุดประสงคข์ ององคก์ ร
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
4. บทบาทและผลการดาเนินงาน
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________

134

ใบงานท่ี 2
เรอื่ ง องคก์ รในประเทศทมี่ บี ทบาทในการจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม

ตวั ชวี้ ดั ชว่ งชนั้
 ระบมุ าตรการป้องกันและแกไ้ ขปัญหา บทบาทขององค์การและการประสานความร่วมมือทัง้ ในประเทศและ

นอกประเทศเกีย่ วกับกฎหมายสิ่งแวดลอ้ ม การจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม (ส5.2ม.4–6/2)
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลเกี่ยวกบั องคก์ รในประเทศท่ีมบี ทบาทในการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติ
และสิง่ แวดล้อม แลว้ บันทกึ ข้อมูลในประเด็นตอ่ ไปนี้

สมาชกิ กลมุ่
1. _______________________________ 4. _______________________________
2. _______________________________ 5. _______________________________
3. _______________________________ 6. _______________________________

ชอ่ื องคก์ ร _______________________________________
1. สถานทต่ี ้งั

________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
2. ความเปน็ มาขององค์กร
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
3. จดุ ประสงค์ขององคก์ ร
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
4. บทบาทและผลการดาเนนิ งาน
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________
________________________________________________________________________

135

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื

อาจใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

136

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดบั คุณภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื อาจ

ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

137

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทนี่ ักเรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

138

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทน่ี กั เรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอ่ื –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจกับความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

139

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ผลการบันทกึ ผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดงั นี้ 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานได้ถูกต้องตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไดช้ ัดเจน แนวคิดหลักถกู ต้อง 2
มีประเด็นสาคญั ครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพทถ์ ูกตอ้ ง

– บันทกึ ผลงานได้ถูกต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบนั ทึกท่มี บี างส่วนยงั ไม่ชดั เจน
แนวคดิ หลกั ถูกตอ้ ง สว่ นทเ่ี ปน็ ประเดน็ สาคัญมไี ม่ครบถ้วน

– ใชภ้ าษา คาศัพท์ไมถ่ ูกต้องในบางสว่ น

– บันทกึ ผลงานยึดตามจุดประสงค์ เขยี นบนั ทึกไม่ชัดเจน แนวคิดหลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนทเ่ี ปน็ ประเด็นสาคัญมไี มค่ รบถว้ น

– ใช้ภาษา คาศัพทไ์ มถ่ ูกตอ้ งในบางส่วน

– บันทกึ ผลงานไม่สอดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบันทกึ ไม่ชัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ มถ่ ูกต้อง

– ใช้ภาษา คาศพั ท์ไมถ่ ูกต้อง

140

บนั ทกึ หลงั การจดั การเรยี นรู้

หวั ขอ้ การประเมนิ ผลการจดั การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้
(K) ………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

2. ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….
(P)
………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………
3. ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
(A) ………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………….……………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………..…………………………………………………….

ลงช่อื (ครูผู้สอน)
(นายรชตะ ขาวด)ี
//

141

ขอ้ เสนอแนะความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ

หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้

ลงชือ่ หัวหนา้ กลมุ่ สาระสังคมศึกษาฯ
(นางป่นิ แก้ว แก้วเป็นบุญ)

วันท่ี / /

รองผอู้ านวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ

ลงชอ่ื รองผอู้ านวยการกล่มุ บริหารงานวชิ าการ
(นางยุคลทร โพธ์ศิ รี)
วนั ที่ / /

ผอู้ านวยการโรงเรยี น

ลงชื่อ ผู้อานวยการโรงเรียน
(นายเอกชัย คะษาวงค์)
วนั ที่ / /

142

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 12
กฎหมายทเี่ กยี่ วกบั การอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของประเทศไทย

สาระท่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 การจดั การดา้ นทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6

1. สาระสาคญั

กฎหมายท่ีมีข้อบัญญัติเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่

นามาใช้เพ่ือให้เกิดการดาเนินการในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างได้ผลและนาไปสู่

คุณภาพชวี ิตทดี่ ี

2. ตวั ชวี้ ดั ชว่ งชนั้

 ระบุมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา บทบาทขององค์กรและการประสานความร่วมมือทั้งในประเทศ

และนอกประเทศเกยี่ วกับกฎหมายส่ิงแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม(ส 5.2 ม.4–6/2)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายหลักการและความสาคัญของกฎหมายท่ีเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ของประเทศไทยได้ (K, A)

2. วิเคราะห์การมีส่วนร่วมของประชาชนตามแนวทางของกฎหมายท่ีเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากร

ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มของประเทศไทยได้ (K, P)

4. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
และคา่ นยิ ม (A)

1. ซกั ถามความรู้เรือ่ ง กฎหมาย  ประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางาน  ประเมินพฤติกรรมในการทางาน

ทเี่ ก่ียวกบั การอนุรักษ์ทรพั ยากร เปน็ รายบคุ คลในด้านความมวี ินัย เป็นรายบุคคลและเป็นกลมุ่ ในดา้ น

ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มของ ความใฝเ่ รยี นรู้ ฯลฯ การสื่อสาร การคดิ การแก้ปัญหา

ประเทศไทย ฯลฯ

2. ตรวจผลงาน/กจิ กรรมเป็น

รายบุคคลหรือเป็นกลมุ่

5. สาระการเรียนรู้
 กฎหมายทีเ่ กย่ี วกบั การอนรุ ักษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมของประเทศไทย

1. พระราชบญั ญัติสง่ เสริมและรักษาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535

2. พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

3. พระราชบัญญตั ริ ักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยของบ้านเมอื ง พ.ศ. 2535

4. พระราชบญั ญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

5. พระราชบัญญัตสิ งวนและคุ้มครองสตั วป์ า่ พ.ศ. 2535

143

6. แนวทางบรู ณาการ

ภาษาไทย ฟัง พูด อ่าน และเขยี นเกีย่ วกับกฎหมายทีเ่ กี่ยวกบั การอนรุ ักษ์

ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมของประเทศไทย

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นาเสนอข้อมูลดว้ ยโปรแกรม Power Point

7. กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ขนั้ ที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน

1. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ห้องเรียนออนไลน์ผ่าน แอพพลิเคชัน Line meeting ครูแจ้งตัวชี้วัดช่วงช้ัน

และจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ หน้ กั เรียนทราบ

2. ครูสนทนาทบทวนความรู้ของนักเรียนเกี่ยวกับองค์กรที่มีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

และสิง่ แวดลอ้ ม

ขน้ั ท่ี 2 กจิ กรรมการเรยี นรู้

3. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม ศึกษากฎหมายท่ีเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

และส่ิงแวดล้อมของประเทศไทยต่อไปนี้ แล้วนาเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรม Power Point พร้อมกับอธิบาย

แนวทางการดาเนินชีวติ ตามแนวทางของกฎหมายฉบบั น้ัน

กลุม่ ที่ 1 ศกึ ษาความรูเ้ ร่อื ง พระราชบัญญตั สิ ่งเสริมและรกั ษาคุณภาพสง่ิ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535

กลุ่มท่ี2 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง พระราชบัญญัตกิ ารสาธารณสุข พ.ศ. 2535

กลุ่มท่ี3 ศึกษาความรู้เร่ือง พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของ

บ้านเมอื ง พ.ศ. 2535

กลุ่มท่ี4 ศกึ ษาความรเู้ รื่อง พระราชบญั ญัติปา่ สงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

กลุ่มที่5 ศกึ ษาความรู้เรือ่ ง พระราชบัญญตั สิ งวนและคุ้มครองสัตวป์ ่า พ.ศ. 2535

4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอข้อมูลในช้ันเรียนทีละกล่มุ จนครบทุกกล่มุ

ขั้นที่ 3 ฝึกฝนผ้เู รียน

5. ครูให้นักเรียนทากิจกรรมท่ีเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ของประเทศไทย จากนัน้ ครแู ละนักเรียนร่วมกนั เฉลยกิจกรรม

ขนั้ ที่ 4 นาไปใช้

6. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างการนาความรู้เร่ือง กฎหมายที่เก่ียวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

และส่ิงแวดลอ้ มของประเทศไทยไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวัน

ขั้นที่ 5 สรปุ

7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับกฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดลอ้ มของประเทศไทย แลว้ ใหน้ ักเรยี นบันทึกลงสมดุ

8. กิจกรรมเสนอแนะ

ครูให้นักเรียนศึกษากฎหมายท่ีเก่ียวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของประเทศไทย

เพ่ิมเติมจากบทเรียนแลว้ นามาเลา่ ให้เพื่อนฟัง

144

9. สอ่ื /แหลง่ การเรยี นรู้
1. สือ่ การเรียนรู้ ภมู ศิ าสตร์
2. หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน ภูมิศาสตร์ ม. 4–6 บริษทั สานักพิมพ์วัฒนาพานชิ จากดั

145

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชนั้ วนั เดอื น พ.ศ.

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชือ่ –สกลุ ความถูก ้ตองการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 4321
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดสร้างสรรค์ (4 คะแนน)
รูปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยชน์ (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1
2

3
4
5
6
7
8
9
10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรปุ ผลการประเมินให้เป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื

อาจใชเ้ กณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรุง)

146

แบบประเมนิ ผลงาน/กจิ กรรมเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี

ชน้ั วนั เดือน พ.ศ.

กลมุ่ ท่ี

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ ความ ูถกต้องการของผลงาน/กิจกรรม (6 คะแนน) 432 1
จุดเด่นของผลงาน/ ิกจกรรม (4 คะแนน)
ความคิดส ้รางสรรค์ (4 คะแนน)
ูรปแบบการนาเสนอผลงาน (3 คะแนน)
การนาไปใช้ประโยช ์น (3 คะแนน)
รวมคะแนน (20 คะแนน)

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 กาหนดเกณฑไ์ ด้ตามความเหมาะสม หรอื อาจ

ใชเ้ กณฑ์ดังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรงุ )

147

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ รายบคุ คล

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอ่ื ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่

ชน้ั วนั เดอื น พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนักเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทนี่ ักเรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอื่ –สกลุ สนใจในการทางาน
ไม่เอาเปรียบเพ่ือนในการทางาน
เสนอความคิดเห็น 432 1
ัรบฟังความคิดเห็นของผู้ ่ือน
ให้ความ ่ชวยเห ืลอ ู้ผ ือ่น
มุ่งม่ันทางานให้สาเ ็รจ

ประเ ิมนและปรับปรุงงาน ้ดวยความเต็มใจ

เคารพ ้ขอตกลงของก ุล่ม
ทาตามห ้นา ่ีท ี่ทไ ้ด ัรบมอบหมาย
พอใจ ักบความสาเ ็รจของงาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การให้คะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรปุ ผลการประเมนิ ให้เป็นระดบั คณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ ังน้ี

9–10 คะแนน = 4 (ดมี าก)

7–8 คะแนน = 3 (ดี)

5–6 คะแนน = 2 (พอใช้)

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรับปรงุ )

148

แบบประเมนิ พฤตกิ รรมในการทางานเปน็ กลมุ่

ผลงาน/กจิ กรรมที่ เรอื่ ง

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่

ชนั้ วนั เดือน พ.ศ.

คาชแ้ี จง สงั เกตพฤตกิ รรมในการทางานของนกั เรียน โดยเขยี นเครอ่ื งหมาย ลงในช่องรายการ

พฤตกิ รรมทน่ี กั เรยี นปฏิบัติ

รายการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

ท่ี ชอ่ื –สกลุ แ ่บงงานกันรับผิดชอบ 432 1
ีมกระบวนการทางานเป็นข้ันตอน
ทาตามหน้าที่ที่ไ ้ด ัรบมอบหมาย
ร่วมกันแสดงความ ิคดเห็น
รับ ัฟงความ ิคดเห็นของสมา ิชกกลุ่ม
นามติ/ข้อตกลงของกลุ่มไปปฏิบัติ
ร่วม ักนปรับปรุงผลงาน ้ดวยความเต็มใจ
่มุงมั่นทางานใ ้หสาเร็จ
พอใจกับความสาเร็จของงาน
บรรยากาศในการทางาน

รวมคะแนน

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10

เกณฑก์ ารประเมนิ

1. การใหค้ ะแนน  ให้ 1 คะแนน

2. การสรุปผลการประเมนิ ใหเ้ ป็นระดับคณุ ภาพ 4, 3, 2, 1 ใช้เกณฑด์ งั นี้

9–10 คะแนน = 4 (ดีมาก)

7–8 คะแนน = 3 (ด)ี

5–6 คะแนน = 2 (พอใช)้

0–4 คะแนน = 1 (ควรปรบั ปรุง)

149

มติ คิ ณุ ภาพของการบนั ทกึ ผลงาน ระดบั คณุ ภาพ
กาหนดเกณฑ์การประเมินผลการบนั ทกึ ผลงานโดยใช้มาตราส่วนประเมนิ คา่ 4 ระดบั ดังนี้ 4

รายการประเมนิ 3

– บันทึกผลงานไดถ้ กู ตอ้ งตามจดุ ประสงค์ เขยี นบันทึกไดช้ ัดเจน แนวคดิ หลักถกู ต้อง 2
มีประเด็นสาคัญครบถ้วน
1
– ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสม คาศัพท์ถูกต้อง

– บันทกึ ผลงานไดถ้ กู ต้องตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกท่มี ีบางส่วนยงั ไม่ชดั เจน
แนวคดิ หลกั ถูกต้อง สว่ นท่เี ป็นประเด็นสาคัญมีไม่ครบถว้ น

– ใชภ้ าษา คาศพั ทไ์ ม่ถกู ตอ้ งในบางส่วน

– บันทกึ ผลงานยดึ ตามจดุ ประสงค์ เขียนบันทึกไม่ชัดเจน แนวคดิ หลักบางส่วนไม่
ถูกต้อง ส่วนทเี่ ปน็ ประเด็นสาคัญมีไม่ครบถ้วน

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไมถ่ ูกตอ้ งในบางสว่ น

– บันทกึ ผลงานไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์ เขยี นบนั ทึกไม่ชัดเจน และแนวคิดหลัก
ส่วนใหญไ่ ม่ถูกตอ้ ง

– ใช้ภาษา คาศัพท์ไม่ถกู ตอ้ ง


Click to View FlipBook Version