41 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบฝึก ทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์จำนวน 18 แบบฝึก แผนการจัดการเรียนรู้การเขียนเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 18 แผน แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และแบบ วัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิเคราะห์ ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าร้อยละ (Percentage) และค่าเยี่ยงเบน มาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80ได้ค่าเฉลี่ยตาม เกณฑ์ประสิทธิภาพโดยรวมเท่ากับ 80.33/83.83 2. ผลสัมฤทธิ์การเขียนเชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภายาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปรากฎว่า ความก้าวหน้าของ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เท่ากับ 30.99 3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนการสอน โดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภายาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในภาพรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 และค่าเยี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.76 ณริณฐ์พัชร คงแสงจันทร์ (2566) ได้ศึกษา การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านและ เขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ Picture Word Inductive Model (PWIM) กับวิธีการสอนปกติโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบ ความสามารถอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ PWIM กับการสอนปกติ (2) เปรียบเทียบความสามารถเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1 ระหว่างสอนแบบ PWIM กับการสอนปกติ(3) เปรียบเทียบความสามารถอ่านสะกดคำของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนแบบ PWIM ระหว่างก่อนและหลังเรียน 4) เปรียบเทียบความสามารถด้านการเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอน แบบ PWIM ระหว่างก่อนและหลังเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน วัดไทร จำนวน 60 คน โดยเลือกแบบเจาะจง แบ่งออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม จำนวนกลุ่ม ละ 30 คน เครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล คือ 1) แผนการสอนแบบ PWIM และการสอนปกติอย่างละ 8 แผน 2) แบบประเมินความสามารถสะกดคำ 3) แบบประเมินความสามารถเขียนสะกดคำ วิเคราะห์ ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบ Dependent Samples ttest และ Independent Samples t-test ผลการศึกษา พบว่า ความสามารถอ่านสะกดคำของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM สูงกว่านักเรียนที่เรียนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ความสามารถเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM สูงกว่านักเรียนที่เรียนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความสามารถอ่านสะกด
42 คำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ความสามารถเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สุพัตรา ศรีธรรมมา (2562) ได้ศึกษา การพัฒนาความสามารถในการอ่านและการเขียน สะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผัง ความคิด โดยมีจุดประสงค์การวิจัย 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการอ่านสะกดคำของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิด 2) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถการเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลัง การจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิด และ 3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน การวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 22 คน โรงเรียนวัดเทพประสิทธิ์คณาวาส เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1) แผนการจัดเรียนรู้โดยวิธีการสอน PWIM ร่วมกับแผนผังความคิด 2) แบบประเมินความสามารถการอ่านสะกดคำ 3) แบบประเมินความสามารถการเขียนสะกดคำ และ 4) แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบPWIM ร่วมกับแผนผังความคิด สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบทีที่แบบไม่เป็นอิสระ (T-Test Dependent Sample) ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการประเมินความสามารถการอ่านสะกดคำของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิดหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการประเมินความสามารถการเขียนสะกดคำ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิด หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความคิดเห็นของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิดอยู่ในระดับมาก จงกล วจนะเสถียร (2559) ได้ศึกษา การพัฒนาความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 โดยการจัดกจิกรรมการเรียนรู้รูปแบบซินเนคติกส์โดยมี วัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบชินเนคติกส์ 2) เพื่อศึกษา ความคิดเห็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบซินเนคติกส์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 36 คน ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม ใช้เวลา ในการทดลอง 3 สัปดาห์สัปดาห์ละ 3 คาบ คาบละ 50 นาที รวมทั้งสิ้น 9 คาบ เครื่องมือที่ใช้
43 ในการวิจัย คือ แผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดการเรียนการสอนรูปแบบซินเนคติกส์ จำนวน 3 แผน แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบชินเนคติกส์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ย (X) ค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) สถิติทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบชินเนคติกส์สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบชินเนคติกส์อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 และ 2) ความคิดเห็นของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อกิจกรรม การเรียนรู้รูปแบบชินเนคติกส์ อยู่ในระดับเห็นด้วยมาก สุกัญญา คำทอง (2563) ได้ศึกษา การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์วิชาการเขียน เชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพมหานคร 2) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์การประเมิน 70/80 3) เพื่อเปรียบเทียบความสามารถ ทางการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย เชิงปริมาณ กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี จำนวน 30 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์จาก การทดลองกับกลุ่มตัวอย่างพบว่า มีประสิทธิภาพ 78.00/82.33 แสดงว่าแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้นนั้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 70/80 2) นักเรียนที่ได้ทำ แบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์มีความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์สูงกว่าก่อนทำแบบฝึก ทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ 2.6 กรอบแนวคิดการวิจัย จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและศึกษากระบวนการสอนการคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ภาพแบบ PWIM ผู้วิจัยจึงได้นำมาสร้างเป็กรอบแนวคิดในการวิจัยครั้งนี้ โดยมีตัวแปรต้น คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM และ ตัวแปรตาม คือ การพัฒนาการเขียนเรื่องจากภาพจากการใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ดังภาพที่ 2
44 ตัวแปรต้น (Independent) ตัวแปรตาม (Dependent variables) ภาพที่ 2 กรอบแนวคิดการวิจัย จากรูปภาพที่ 2 จะเห็นว่าตัวแปรต้น คือ ขั้นตอนการจัดการเรียนการสอนแบบ PWIM ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 4 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 เลือกและระบุคำศัพท์จากภาพ (select picture and identify words) ขั้นที่ 2 เชื่อมโยงคำศัพท์ (linking words) ขั้นที่ 3 จัดกลุ่มคำศัพท์ (classify words) และ ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้คำศัพท์ (applied words) จากนั้นจึงจะ ทราบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลในบทที่ 4 ต่อไป ขั้นตอนการจัดการเรียน การสอนแบบ PWIM ผลลัพธ์ ขั้นที่ 1 เลือกและระบุคำศัพท์จากภาพ (select picture and identify words) ขั้นที่ 2 เชื่อมโยงคำศัพท์ (linking words) ขั้นที่ 3 จัดกลุ่มคำศัพท์ (classify words) ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้คำศัพท์ (applied words) สังเกตและระบุคำศัพท์จากรูปภาพ อ่านคำศัพท์และเชื่อมโยงความรู้ใหม่ จัดกลุ่มคำศัพท์เป็นแผนผังความคิด แต่งประโยคและเขียนเป็นเรื่องราว ทักษะการเขียน - มีมารยาทในการเขียน - เขียนคำเป็นเรื่องราว - เขียนเรื่องสร้างสรรค์
45 บทที่ 3 วิธีการดำเนินวิจัย การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์และเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ผู้วิจัยได้นำเสนอวิธีดำเนินการศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้ 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 8 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้มาโดยการเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) 3.2 แบบแผนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ ใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียวมีการทดสอบก่อนและหลงการทดลอง One Group Pretest-Postest Design มีแบบแนวการวิจัยดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 4 ตารางแบบแผนการวิจัย กลุ่ม การทดสอบก่อน การทดลอง การทดสอบหลัง E T1 X T2 สัญลักษณ์ที่ใช้ในรูปแบบการทคลอง E แทน กลุ่มทดลอง (Experimental Group) T1 แทนการทดสอบก่อนเรียน X แทนกิจกรรมการเรียนรู้แบบการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพ (PWIM) T2 แทนการทดสอบหลังเรียน 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียบรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีรายละเอียดดังนี้ 1. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอน การคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM จำนวน 5 แผน ดังนี้ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เขียนอย่างไรให้สร้างสรรค์
46 2) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ฝึกคิดจินตนาการ 3) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ฝึกให้คล่องลองเขียนเรื่องสร้างสรรค์ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง เขียนเรื่องอย่างสร้างสรรค์ 5) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เขียนดีมีทักษะ 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ภาพที่กำหนดให้) ก่อนและหลังเรียน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 1 ภาพ 3. แบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ จำนวน 5 ชุด 3.4 การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือ การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย มีรายละเอียด ดังนี้ 3.4.1 แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบ การสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5 ผู้ศึกษาได้ดำเนินการสร้าง ดังนี้ 3.4.1.1 ศึกษาการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM เป็นฐานทั้งด้านแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง และขั้นตอนการสอน 3.4.1.2 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คู่มือครู หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานกาษาไทย ชุดภาษา เพื่อชีวิต ภาษาพาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 3.4.1.3 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนบ้านดอนเดื่อ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3.4.1.4 ศึกษาเนื้อหาที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในการศึกษาค้นคว้าแล้ว ทำการวิเคราะห์เป็นหน่วยย่อย เพื่อจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ 3.4.1.5 เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ภาพแบบ PWIM โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 5 แผน แผนละ 50 นาทีรวม 5 ชั่วโมง 3.4.1.6 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยเพื่อ พิจารณาความถูกต้อง ของแผนการจัดการเรียนรู้ แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ 3.4.1.7 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ ที่ปรึกษาวิจัยไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนภาษาไทย ด้านหลักสูตร และการสอน การวิจัยและการวัดผลประเมินผล ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมสอดคล้อง และครอบคลุมแต่ละองค์ประกอบของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนนเป็น +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นของแผนการจัดการเรียนรู้
47 มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนนเป็น 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบนั้น ของแผนการจัด การเรียนรู้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนนเป็น -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้น ของแผนการจัดการเรียนรู้ ไม่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน 3.4.1.8 ปรับปรุงและแก้ไขแผนการจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ แล้วไปทดลองใช้กับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อบกพร่องเกี่ยวกับเวลา สื่อการสอน ปริมาณเนื้อหาและกิจกรรม ในแต่ละ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ 3.4.1.9 นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ได้ไปใช้กับผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างต่อไป 3.4.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างและหาคุณภาพตามลำดับ ดังนี้ 3.4.2.1 ศึกษาหลักสูตรและคู่มือครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชุดพื้นฐานทาง ภาษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ 3.4.2.2 ศึกษาจุดประสงค์ของหลักสูตรการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และ การประเมินผลด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ 3.4.2.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ภาพ จำนวน 1 ภาพ 3.4.2.4 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้วปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ 3.4.2.5 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา โดยใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) โดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ตรวจสอบโดยใช้เกณฑ์การพิจารณาลงความเห็น ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าแบบทดสอบวัดได้เหมาะสมและสอดคล้องกับ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าแบบทดสอบวัดได้เหมาะสมและสอดคล้องกับ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าแบบทดสอบวัดไม่สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่ คาดหวังคำกับเกณฑ์การให้คะแนนไม่มีความเหมาะสมและสอดคล้อง
48 4.2.6 นำผลการประเมินมาวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยหาค่า (IOC) ซึ่งสรุปผลการหาค่าความสอดคล้องของแบบทดสอบกับ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าความเหมาะสมโดยได้ค่า IOC เท่ากับ 1.00 4.2.7 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ไปใช้กับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็น กลุ่มตัวอย่างต่อไป 3.4.3 การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียน ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือในการศึกษาตามลำดับ ดังนี้ 3.4.3.1 การสร้างแบบฝึกทักษะการเชิงสร้างสรรค์ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือใน การวิจัย ดังนี้ 3.4.3.1.1 ศึกษาสภาพปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทยของชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 3.4.3.1.2 ศึกษาหลักสูตร ค้นคว้าข้อมูล คู่มือการจัดการเรียนรู้ หลักสูตร โรงเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เกี่ยวกับการจัดทำหน่วยการ เรียนรู้ 3.4.3.1.3 ศึกษาการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้ รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 จากเอกสารต่าง ๆ 3.4.3.1.4 ดำเนินการสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 5 แบบฝึกทักษะ 3.4.3.1.5 สร้างแบบประเมินแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 3.4.3.1.6 นำแบบฝึกทักษะพร้อมแบบประเมินที่สร้างขึ้น เสนอต่อผู้ เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอนความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะ และความถูกต้องของกาษา 3.4.3.1.7 นำแบบฝึกทักษะไปทดลองใช้กับผู้เรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้เรียนขั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 8 คน เพื่อดูเวลาที่ใช้ ความเหมาะสมของแบบฝึกทักษะ เร้าความสนใจของผู้เรียนสอดคล้องกับเนื้อหา 3.4.3.1.8 นำแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว นำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างอีกครั้ง คือ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ปีการศึกษา 2566 จำนวน 8 คน
49 3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างตามลำดับขั้น ดังนี้ 3.5.1 ทดสอบก่อนเรียน (Pretest) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3.5.2 ดำเนินการในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบการสอน การคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM โดยผู้วิจัยดำเนินการด้วยตนเองและใช้เวลาในการจัด กิจกรรมรวม 5 ชั่วโมง 3.5.3 ทำการทดสอบหลังเรียน (Posttest) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน ชุดเดียวกันกับการทดสอบก่อนเรียน 3.6 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลมาดำเนินการวิเคราะห์ตามลำดับ ดังนี้ 3.6.1. คำนวณหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการเขียน เชิงสร้างสรรค์และนำผลการทดสอบก่อนเรียนโดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 65 โดยใช้ การทดสอบทีแบบกลุ่มเดียว (One Sample t-test) และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเขียนเชิง สร้างสรรค์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้วิธีการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent Sample t-test) 3.6.2 คำนวณหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการเขียน เชิงสร้างสรรค์และนำผลการทดสอบหลังเรียนโดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 65 โดยใช้การทดสอบ ทีแบบกลุ่มเดียว (One Sample t-test) และเปรียบเทียบความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้วิธีการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent Sample t-test) 3.7 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้สถิติ ดังนี้ 3.7.1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือ 3.7.1.1 หาค่าเที่ยงตรง โดยการหาค่าค่าดัชนีความสอดคล้อง ระหว่างเนื้อหา ข้อคำถาม กับจุดประสงค์ ซึ่งคำนวณจากสูตร สูตร IOC = ∑ เมื่อ IOC แทนค่า ดัชนีความสอดคล้อง ∑ R แทนค่า ผลรวมของคะแนนของผู้เชี่ยวชาญ N แทนค่า จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 3.7.1.2 หาค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) และค่าความเชื่อมั่นของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
50 3.7.1.3 หาค่าความเชื่อมั่นของการให้คะแนนความสามารถในการเขียนเชิง สร้างสรรค์ โดยใช้สูตรหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์ 3.7.2 สถิติพื้นฐาน สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 3.7.2.1 ร้อยละ (Percentage) 3.7.2.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) 3.7.2.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติสำหรับวิเคราะห์ข้อมูลทางสังคมศาสตร์
51 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิด สร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานีผู้วิจัยได้ นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2 ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกัน ผู้วิจัยได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ n แทน จำนวนผู้เรียน X แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง (Mean) S.D. แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) df แทน ระดับชั้นความเป็นอิสระ (Degree of freedom) MD แทน ค่าเฉลี่ยของผลต่างของคะแนนระหว่างการทดสอบหลังเรียนกับการทดสอบ ก่อนเรียน S.D.D แทน ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐานของผลต่างของคะแนนระหว่างการทดสอบหลังเรียน กับการทดสอบก่อนเรียน E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการที่ได้จากการประเมินแบบฝึกทักษะของนักเรียน ของแต่ละแผน E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนของผู้เรียนทุกคน % แทน ร้อยละ t แทน ค่าสถิติที่ใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤตจากการแจกแจงแบบที(t-distribution) P แทน ความน่าจะเป็นสำหรับบอกนัยสำคัญทางสถิติ * แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ** แทน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
52 4.2 ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยลำดับผลการวิเคราะห์ข้อมูล ได้ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิง สร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพ แบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน เชิงสร้างสรรค์ และรูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ 4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน เชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพ แบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์มีดังนี้ ตารางที่ 5 แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้รูปแบบการสอนแบบ PWIM เลขที่ คะแนน ก่อนเรียน (23) คะแนนที่ได้จากการทำแบบฝึกทักษะในแต่ละ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รวมคะแนน กระบวนการ ระหว่างเรียน (50) คะแนน หลังเรียน (23) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่ 3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) 1 11 6 6 7 6 7 32 14 2 8 6 7 5 8 6 32 12 3 10 7 6 8 6 7 34 17 4 14 6 8 6 7 8 35 18 5 10 5 6 7 5 6 29 15 6 20 8 7 9 8 9 41 21 7 15 9 8 7 6 6 36 16 8 10 5 6 6 7 7 31 15 รวม 98 52 54 55 53 56 270 128 X 12.25 6.50 6.75 6.88 6.63 7.00 33.75 16.00 S.D. 3.88 1.41 0.89 1.25 1.06 0.76 3.69 2.73 ร้อยละ 53.26 65.00 67.50 68.75 66.25 70.00 67.50 69.57 ประสิทธิภาพกระบวนการ (E1 ) = 67.50 ประสิทธิภาพกระบวนการ (E2 ) = 69.57
53 จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี จำนวน 8 คน โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์พบว่าได้คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนจากการทำแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเท่ากับ 12.55 คิดเป็นร้อยละ 53.26 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.88 ส่วนคะแนนเฉลี่ยระหว่างเรียนเท่ากับ 33.75 คิดเป็นร้อยละ 67.50 โดยมีส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานเท่ากับ 3.69 และได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนจากการทำแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนเท่ากับ 16.00 มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.73 คิดเป็นร้อยละ 69.57 เมื่อเทียบกับ เกณฑ์ประสิทธิภาพ 65/65 ปรากฏว่ามีผลรวมคะแนนก่อนเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ คือ ร้อยละ 53.26 มี ผลรวมคะแนนระหว่างเรียนสูงกว่าเกณฑ์ คือ ร้อยละ 67.50 คะแนน และมีผลรวมคะแนนหลังเรียน สูงกว่าเกณฑ์คือ ร้อยละ 69.57 ตารางที่ 6 แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้รูปแบบการสอนแบบ PWIM ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 65/65 รายการประเมิน จำนวน ผู้เรียน คะแนน เต็ม คะแนน รวม คะแนน เฉลี่ย ประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 65/65 คะแนนกระบวนการระหว่างเรียน (E1) 8 50 270 33.75 67.50 คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียน (E2) 8 23 128 16.00 69.57 จากตารางที่ 6 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี จำนวน 8 คน โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์มีประสิทธิภาพ 67.57/69.57 ดังนั้น จะเห็นว่าการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียน เชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพ แบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์ มาตรฐานที่ตั้งไว้ E1/E2 = 65/65 แสดงว่าสูงเกินมาตรฐาน ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน เชิงสร้างสรรค์ และรูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ซึ่งผู้วิจัยได้ศึกษาวิจัยและเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั้ง 8 คน ดังตารางที่ 7
54 ตารางที่ 7 แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้รูปแบบการสอนแบบ PWIM คนที่ คะแนนทดสอบ D ผลต่างคะแนน D 2 ก่อนเรียน (23) หลังเรียน (23) 1 11 14 3 9 2 8 12 4 16 3 10 17 7 49 4 14 18 4 16 5 10 15 5 25 6 20 21 1 1 7 15 16 1 1 8 10 15 5 25 รวม 98 128 98 142 X 12.25 16.00 12.25 17.75 S.D. 3.88 2.73 3.88 15.70 ร้อยละ 53.26 69.57 จากตารางที่ 7 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน เชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัด อุดรธานี จำนวน 8 คน โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบ ฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์พบว่าได้คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 12.25 คิดเป็นร้อยละ 53.26 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.88 และได้คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.00 คิดเป็นร้อยละ 69.57 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.73 แสดงว่าผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และคะแนนหลังเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 65 ตามเกณฑ์65/65 ที่ตั้งไว้โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนจะได้ร้อยละ 53.26/69.57 ตามลำดับ ดังนั้น การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดังกล่าวจึงสามารถแสดงผล โดยใช้วิธีการทดสอบค่าที (t-test) แบบไม่อิสระ กำหนดให้ n = 8 นำมาเขียนสรุปได้ดังตารางที่ 8 ตารางที่ 8 แสดงผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้รูปแบบการสอนแบบ PWIM โดยใช้วิธีการทดสอบค่าที (t-test) แบบไม่อิสระ การทดสอบ ร้อยละ n คะแนนเต็ม X S.D. MD S.D.D t Sig. (2-tailed) ก่อนเรียน 53.26 8 23 12.25 3.88 3.75 2.05 5.17* 0.0006 หลังเรียน 69.57 8 23 16.00 2.73 * มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 8 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี จำนวน
55 8 คน โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.25 คะแนน และ 16.00 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นผลการวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 65 ซึ่งทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้ภาพแบบ PWIM เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนมีทักษะการสังเกตและค้นหาคำศัพท์นำไปสู่การเขียนเชิง สร้างสรรค์ อีกทั้งผู้วิจัยใช้กระบวนการดังกล่าวร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ทำให้ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน บ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานีจึงมีการพัฒนาทักษะการเขียนตรงตามจุดประสงค์ ของแผนการจัดการเรียนรู้ทั้ง 5 แผน และตรงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้
56 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยครังนี้ เป็นการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอน การคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของผู้เรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี สรุปขั้นตอนการศึกษาได้ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2. สมมติฐานของการวิจัย 3. สรุปผลการวิจัย 4. อภิปรายผลการวิจัย 5. ข้อเสนอแนะ 5.1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 5.1.1 เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ 5.1.2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ก่อนเรียนและหลังเรียน ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียน เชิงสร้างสรรค์และรูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 65/65 5.2 สมมติฐานของการวิจัย 5.2.1 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ จากการใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และรูปแบบการสอนการคิด สร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 65/65 5.2.2 ผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และรูปแบบการสอน การคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ พบว่า ผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 65/65
57 5.3 สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะห์ข้อมูลในการทำวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้าง คอม จังหวัดอุดรธานีสามารถสรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้ 5.3.1 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ จากการใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และรูปแบบการสอนการคิด สร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 65/65 ดังที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูล E1/ E2 กล่าวคือ E1แทน ประสิทธิภาพ ของกระบวนการที่ได้จากการประเมินแบบฝึกทักษะของนักเรียน ของแต่ละแผน และ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของผู้เรียน ทุกคน จะได้ 67.50/69.57 แสดงว่าวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าระหว่างเรียน ดังนั้น ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี จึงมีการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 1 5.3.2 ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานีมีผลสัมฤทธิ์ด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ จากการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และรูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ พบว่าผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งมี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 65/65 ซึ่งได้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบร้อยละของคะแนน แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน จะได้ร้อยละ 53.26/69.57 ตามลำดับ ดังนั้นผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์จึงเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 2 5.4 อภิปรายผลการวิจัย การศึกษาวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิด สร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี สามารถอภิปรายผลการวิจัยได้ ดังนี้ 5.4.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิด สร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 69.57 แสดงว่า นักเรียนที่เรียนเรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ
58 PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มีการพัฒนาทักษะในการเรียนรู้ตาม กระบวนการ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจึงมีคุณภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ปัจจัยที่ทำให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียนเชิง สร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 65 เกิดจากแผนการจัดการเรียนรู้โดยมีกระบวนการเรียนรู้แบบ PWIM และแบบฝึกทักษะ การเขียน เชิงสร้างสรรค์สามารถอธิบายได้ดังนี้ 5.4.1.1 แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอน การคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนั้น เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนใช้ทักษะ การสังเกตที่เชื่อมโยงสู่คำศัพท์ ซึ่งมีขั้นตอนการเรียนรู้ที่เป็นลำดับขั้นจากง่ายไปยาก กล่าวคือ เริ่มจาก ขั้นที่ 1 เลือกและระบุคำศัพท์จากภาพ (select picture and identify words) ขั้นที่ 2 เชื่อมโยง คำศัพท์ (linking words) ขั้นที่ 3 จัดกลุ่มคำศัพท์ (classify words) และ ขั้นที่ 4 ประยุกต์ใช้คำศัพท์ (applied words) (สง่า วงค์ไชย, 2562) ทำให้เชื่อมโยงสู่การเขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์ได้ดีและ เหมาะสม อีกทั้งผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานีมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อรูปภาพและการสังเกตรูปภาพได้ดี จึงทำให้ การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการที่ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วย ตนเองนั้น จะทำให้ผู้เรียนสนใจบทเรียนมากขึ้นเพราะได้ฝึกคิด ฝึกฝน และปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงศึกษาธิการ (2545) ได้กล่าวไว้ว่า แผนการจัดการเรียนรู้ คือ แผนการสอน แต่เป็นแผนที่เน้นให้นักเรียนได้พัฒนาการเรียนของตนเองด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลาย มีผู้สอน คอยแนะนำ หรือจัดแนวทางการเรียนรู้แก่ผู้เรียน แผนการจัดการเรียนรู้ควรจัดกิจกรรมให้นักเรียน รู้จักคิด รู้จักศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจารณ์ข้อมูล และสังเคราะห์เป็นความรู้ของตนเอง นอกจากนี้แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบ การสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นยังเป็นส่วนประกอบของการจัดการเรียนรู้อย่าง ครบถ้วนตามที่กรมวิชาการ (2545) กำหนดไว้ คือ 1) มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด 2) สาระสำคัญ 3) จุดประสงค์การเรียนรู้ 4) สาระการเรียนรู้ 5) กิจกรรม/ระบวนการจัดการเรียนรู้ 6) สื่อการสอน/ แหล่งการเรียนรู้ 7) การวัดและการประเมินผล อย่างไรก็ตาม แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบ การสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นตามหลักการ และขั้นตอนการสร้างอย่างมีระบบและวิธีการที่เหมาะสม กล่าวคือ ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรสถานศึกษา การสร้างแบบฝึกทักษะ และศึกษา
59 รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM อย่างละเอียด อีกทั้งยังได้รับการประเมิน ค่าความเที่ยงตรงของแผนการจัดการเรียนรู้ (IOC) โดยผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่าน ที่มีความรู้ และประสบการณ์ในเนื้อหาสาระรายวิชาภาษาไทย ตลอดจนคำแนะนำ เพื่อปรับปรุงแก้ไข ก่อนนำไป ทดลองใช้จริง 5.4.1.2 แบบฝึกทักษะ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเป็นแบบฝึกทักษะที่ มีองค์ประกอบหลากหลาย ได้แก่ 1) คำศัพท์จากภาพ 2) ตัวละคร 3) สถานที่ 4) แนวคิดสำคัญ/ การกระทำ 5) ข้อคิด/คุณธรรม และ 6) เรียบเรียงเป็นเรื่องราว ซึ่งองค์ประกอบต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ช่วย ให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และทำแบบฝึกหัดได้เป็นขั้นตอนหรือผู้เรียนสามารถลำดับความคิดได้อย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถทำแบบฝึกหัดและมีการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ 5.4.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี จำนวน 8 คน โดยใช้ รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ เมื่อนำผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนกับหลังเรียนมาเปรียบเทียบกันพบว่าได้คะแนนทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์เป็นคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ร้อยละ 53.26/69.57 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกันด้วยการวิเคราะห์ค่าที (t-test) แบบไม่อิสระ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ณริณฐ์พัชร คงแสงจันทร์ (2566) ที่ได้ศึกษา การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านและเขียนสะกด คำของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ Picture Word Inductive Model (PWIM) กับวิธีการสอนปกติ ผลการศึกษา พบว่า ความสามารถอ่านสะกดคำของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM สูงกว่าผู้เรียนที่เรียนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 ความสามารถเขียนสะกดคำของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM สูงกว่า นักเรียนที่เรียนแบบปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความสามารถอ่านสะกดคำของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 ความสามารถเขียนสะกดคำของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนแบบ PWIM หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สรุปได้ว่า การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ ตำบลบ้านโคก อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานีผู้วิจัยได้ศึกษาวิจัย ผลการวิจัย พบว่า ผู้เรียนที่เรียน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิด สร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มีผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและมีประสิทธิภาพหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ 65/65 ตามที่ผู้วิจัย ได้ตั้งไว้ เนื่องจากการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเกิด
60 การสังเกตเชื่อมโยงสู่คำศัพท์และนำไปสู่การเขียนเรื่องราวได้อย่างสร้างสรรค์ ดังนั้น การจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์จะทำให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้จากภาพนำไปสู่การเขียน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ ผู้เรียนในการนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานเขียนของตนในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น 5.5 ข้อเสนอแนะ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน หรือการทำวิจัยครั้งต่อไป โดยแบ่งออกเป็น 2 ประการ ได้แก่ ข้อเสนอแนะทั่วไป และ ข้อเสนอแนะ ในการศึกษาครั้งต่อไป ดังนี้ 5.5.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป 1) ผู้เรียนควรทบทวนหลักการเขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์ทุกครั้งก่อนทำแบบฝึกทักษะ 2) ควรมีการบูรณาการรูปภาพให้สอดคล้องหรือใกล้เคียงกับบริบทชุมชน 3) ควรสร้างแบบประเมินการเขียนให้ครอบคลุมเนื้อหามากที่สุด เพื่อให้การวัด ประเมินผลมีประสิทธิภาพ 5.5.2 ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 1) แบบฝึกทักษะควรจัดทำให้สอดคล้องกับความสามารถของผู้เรียน กล่าวคือ ไม่ง่ายหรือยากเกินกว่าระดับความสามารถผู้เรียนในบริบทโรงเรียน พื้นที่ หรือ ชุมชน 2) ผู้สอนควรสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้น่าสนใจอยู่เสมอ เนื่องจากต้องกระตุ้น ความสนใจและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ 3) ควรจัดทำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ ได้หลากหลายสำหรับนักเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ
61 บรรณานุกรม กติกา สุวรรณสมพงษ์. (2541). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความคงทนในการเรียนรู้ และเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องเวลาและเงินของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. กนกพร จันทะกล. (2564). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการอ่านและการเขียนจากภาพ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. กมลชนก สุขสุวรรณ์. (2559). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเขียนเรื่องจากภาพเพื่อส่งเสริมทักษะ การเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2534). ความคิดสร้างสรรค์ หลักการ ทฤษฎีการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล. กรุงเทพ ฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา. ________. (2535). คู่มือการดำเนินงานห้องสมุดโรงเรียนระดับประถมศึกษา. กรุงเทพ ฯ: ศูนย์พัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. ________. (2545). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพ ฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. กรรณิการ์พวงเกษม. (2533). ปัญหาและกลวิธีการสอนภาษาไทยในโรงเรียนประถมศึกษา. กรุงเทพ ฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ________. (2540). ปัญหาและกลวิธีการสอนภาษาในโรงเรียนประถมศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ ฯ: ไทยวัฒนาพานิช. เกศินี จุฑาวิจิตร. (2557). การเขียนเชิงสร้างสรรค์ทางสื่อสิ่งพิมพ์: Idea ดีๆ ไม่มีวันหมด. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. จงกล วจนะเสถียร. (2559). การพัฒนาความสามารถในการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกจิกรรมการเรียนรู้รูปแบบซินเนคติกส์. วิทยานิพนธ์ ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน มหาวิทยาลัยศิลปากร. ฉวีวรรณ จินดาพล. (2528). เปรียบเทียบความเข้าใจความหมายของคํานามความคงทนในการจำ โดยการใชรูปภาพการเล่านิทานและปริศนาคำทายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 1. ปริญญานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ.
62 บรรณานุกรม (ต่อ) ชม ภูมิภาค. (2532). จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพ ฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2555). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพมหานคร: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น. ชาญวิทย์ เทียมบุญประเสริฐ. (2539). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้ แบบฝึกที่สร้างตามทฤษฎีสมรรถภาพทางสมองของเทอร์สโตน. ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ชูศรี พิทักษ์. (2553). การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ชุดฝึกความคิดแบบอเนกนัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ ปริญญาครุศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ฐะปะนีย์นาครทรรพ และ ประภาศรี สีหอำไพ. (2539). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย บันไดเก้าขั้นเพื่อจรรโลงภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ณริณฐ์พัชร คงแสงจันทร์. (2566). การเปรียบเทียบความสามารถการอ่านและเขียนสะกดคำของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบ Picture Word Inductive Model (PWIM) กับวิธีการสอนปกติ. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง. ดวงใจ ไทยอุบล. (2543). ทักษะการเขียนภาษาไทย. กรุงเทพ ฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน. กรุงเทพ ฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นลินี ติยะสันต์. (2545). การใช้ภาพจากสื่อสิ่งพิมพ์พัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์สำหรับนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขต ปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. บันลือ พฤกษะวัน และ ดำรง ศิริเจริญ. (2533). เทคนิคและประสบการณ์การเขียนตำราทาง วิชาการ. กรุงเทพ ฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ประไพศรี พุ่มจันทร์. (2542). การพัฒนาแบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิจัยและพัฒนา การศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร. ประภาพรรณ เส็งวงศ์. (2550). การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยวิธีวิจัยในชั้นเรียน. กรุงเทพ ฯ: อี.เค.บุ๊คส์. ประภาศรี สีหอำไพ. (2531). การเขียนแบบสร้างสรรค์. กรุงเทพ ฯ: โอเดียนสโตร์. เปรมจิต ศรีสงคราม. (2534). การเขียนทั่วไป. กรุงเทพ ฯ: วิทยาลัยครูจันทรเกษม. พนมวัน วรดลย์. (2542). การสร้างแบบฝึกทักษะการเขียนสะกดคำของ ผู้เรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
63 บรรณานุกรม (ต่อ) พิริยา หาญบำรุงธรรม. (2565). การพัฒนาหนังสือการตูนเออารดวยเทคนิค PWIM เพื่อพัฒนา ความสามารถในการอ่านสำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนตน. วารสาร เทคโนโลยีและ สื่อสารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 14(5), 22-35. มะลิอาจวิชัย. (2540). การพัฒนาแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่องการพัฒนาการสะกดคำที่ไม่ตรง ตามมาตราตัวสะกดแม่กน แม่กด และแม่กบ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กรุงเทพมหานคร: นานมีบุ๊คส์. ลัดดา แก้วประเสริฐชัย. (2544). ผลการใช้แบบฝึกการคิดอเนกนัย เพื่อพัฒนาการเขียนเชิง สร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. สารนิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วัฒนะ บุญจับ. (2541). ศาสตร์แห่งการใช้ภาษา. กรุงเทพ ฯ: กองวรรณกรรม และประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. วาโร เพ็งสวัสดิ์. (2550). ปัจจัยทางการบริหารบางประการที่มีอิทธิพลต่อความเป็นองค์การแห่ง การเรียนรู้ของโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทย. วารสารวิทยบริการ, 18(1), 1-8. วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2545). พัฒนาการเรียนการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ศูนย์พัฒนาหลักสูตร กระทรวงศึกษาธิการ. (2532). ผลการศึกษาคำพื้นฐานที่ใช้ในการเรียนการสอน ภาษาไทยระดับประถมศึกษา, วารสารวิจัยทางการศึกษา. 19(3). สกุณา เลิกนอก. (2545). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านและการเขียนสะกดคำยากโดยใช้ แบบฝึกเสริมทักษะวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สง่า วงค์ไชย. (2562). Picture Word Inductive Model: รูปแบบการสอนอ่านและเขียนสำหรับ เด็กไทย. วารสาร Veridian E-Journal, 12(2), 1113 – 1128. สมบัติ ศิริจันดา. (2554). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพ ฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ทีพีเอ็น เพรส. สมปัต ตัญตรัยรัตน์. (2545). สอนให้คิด คิดแล้วเขียน เขียนจากความคิด. ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2540). การปฏิรูปการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญที่สุด. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). กรอบสมรรถนะหลักผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับประถมศึกษาตอนต้น (ป.1-3). กรุงเทพ ฯ: สกศ.
64 บรรณานุกรม (ต่อ) สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพ ฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. สิริพร กอบแก้ว. (2543). การพัฒนาแบบฝึกการเขียนเชิงสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร. สุกัญญา คำทอง. (2563). การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์วิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563. กรุงเทพ ฯ: โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี. สุจริต เพียรชอบ. (2542). วิธีสอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช. สุนิสา มามีสุข. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การจัด การเรียนรู้แบบ PICTURE WORD INDUCTIVE MODEL ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน แผน ก แบบ ก 2 ระดับปริญญามหาบัณฑิต ภาควิชาหลักสูตรและวิธีสอน มหาวิทยาลัยศิลปากร. สุนีติ์ ภู่จิรฐาพันธุ์. (2554). การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพ ฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น. สุพัตรา ศรีธรรมมา. (2562). การพัฒนาความสามารถในการอ่านและการเขียนสะกดคำของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบ PWIM ร่วมกับแผนผังความคิด. ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. สุวิทย์ มูลคำ และ สุนันทา สุนทรประเสริฐ. (2550). การพัฒนาผลงานทางวิชาการ สู่การเลื่อน วิทยฐานะ. กรุงเทพ ฯ: อิเคบุคส์. เสฐียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธน). (2522). นิรุกติศาสตร์. กรุงเทพ ฯ: คลังวิทยา. เสาวลักษณ์รัตนวิชช์. (2531). การพัฒนาการสอนภาษาไทยแบบมุ่งประสบการณ์ภาษา เล่ม 2. กรุงเทพ ฯ: ประยูรวงศ์พริ้นติ้ง. อรรณพา รัตนวิจารณ์. (2542). การสร้างแบบฝึกพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์วิชา ภาษาไทยชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6. กรุงเทพ ฯ: โรงเรียนวัดชนะสงคราม. อัจฉรา ชีวพันธ์. (2553). ภาษาพาสอน เรื่อง น่ารู้สำหรับครูภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพ ฯ: แอคทีฟพริ้นท์. อิศเรศ พิพัฒน์มงคลพร และ วิไล พิพัฒน์มงคลพร. (2558). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ พิคเจอร์เวิร์ด: วารสารศึกษาศาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
65 บรรณานุกรม (ต่อ) อุษา แข็งขัน. (2545). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนวิชา ภาษาไทย โดยใช้แบบฝึกทักษะการสะกดคำ ของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. Calhoun, Emily, F. (1990). Teaching Beginning Reading and Writing with the Picture Words Inductive model. Alexandria: Virginia USA. Joyce, B; Weil, M and Calhoun, E. (1998). Model of Teaching. Boston: Allyn and Bacon.
66 ภาคผนวก
67 ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
68 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. นายภัณณุวัฒน์ ประทีป ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้านดอนเดื่อ 2. นางสาวปิโยรส เดชาเลิศ ตำแหน่ง ครูโรงเรียนบ้านโคกสะอาดศรีบูรพา 3. นางเจนจิรา พรมนอก ตำแหน่ง ครูโรงเรียนโคกโพธิ์วิทยา
69 ภาคผนวก ข หนังสือเชิญเป็นผู้ตรวจเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
70
71
72
73 ภาคผนวก ค ข้อมูลแสดงความสอดคล้องของเครื่องมือ
74 ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เขียนอย่างไร ให้สร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค PWIM ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการหาค่าความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ลำดับที่ รายการประเมิน ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลวิเคราะห์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 ด้านสาระสำคัญ 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2 ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.3 สอดคล้องกับการเรียนรู้และการประเมิน +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3 ด้านเนื้อหา 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.2 สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5 ด้านสื่อการจัดการเรียนรู้ 5.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5.2 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6 ด้านการวัดและประเมินผล 6.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.3 สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง เฉลี่ย 1.00 1.00 1.00 1.00 สอดคล้อง
75 ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ฝึกคิดจินตนาการ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค PWIM ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการหาค่า ความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ลำดับที่ รายการประเมิน ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลวิเคราะห์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 ด้านสาระสำคัญ 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2 ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.3 สอดคล้องกับการเรียนรู้และการประเมิน +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3 ด้านเนื้อหา 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.2 สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5 ด้านสื่อการจัดการเรียนรู้ 5.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5.2 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6 ด้านการวัดและประเมินผล 6.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.3 สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง เฉลี่ย 1.00 1.00 1.00 1.00 สอดคล้อง
76 ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ฝึกให้คล่องลองเขียน เรื่องสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค PWIM ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 โดยการหาค่าความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ลำดับที่ รายการประเมิน ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลวิเคราะห์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 ด้านสาระสำคัญ 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2 ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.3 สอดคล้องกับการเรียนรู้และการประเมิน +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3 ด้านเนื้อหา 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.2 สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5 ด้านสื่อการจัดการเรียนรู้ 5.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5.2 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6 ด้านการวัดและประเมินผล 6.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.3 สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง เฉลี่ย 1.00 1.00 1.00 1.00 สอดคล้อง
77 ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง เขียนเรื่องอย่าง สร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค PWIM ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการหาค่าความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ลำดับที่ รายการประเมิน ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลวิเคราะห์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 ด้านสาระสำคัญ 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2 ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.3 สอดคล้องกับการเรียนรู้และการประเมิน +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3 ด้านเนื้อหา 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.2 สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5 ด้านสื่อการจัดการเรียนรู้ 5.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5.2 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6 ด้านการวัดและประเมินผล 6.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.3 สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง เฉลี่ย 1.00 1.00 1.00 1.00 สอดคล้อง
78 ตารางแสดงผลการประเมินคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง เขียนดีมีทักษะ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค PWIM ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการหาค่า ความสอดคล้อง (IOC) จากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ลำดับที่ รายการประเมิน ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ IOC ผลวิเคราะห์ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1 ด้านสาระสำคัญ 1.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 1.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2 ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 2.3 สอดคล้องกับการเรียนรู้และการประเมิน +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3 ด้านเนื้อหา 3.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.2 สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 3.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4 ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 4.3 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5 ด้านสื่อการจัดการเรียนรู้ 5.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 5.2 สอดคล้องกับการวัดผลและประเมินผล +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6 ด้านการวัดและประเมินผล 6.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.2 สอดคล้องกับเนื้อหา +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง 6.3 สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 สอดคล้อง เฉลี่ย 1.00 1.00 1.00 1.00 สอดคล้อง
79 ตารางแสดงค่าดัชนีความสอดคล้องที่ได้จากการประเมินความสอดคล้องเชิงเนื้อหาของ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน เรื่อง การเขียนเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เทคนิค PWIM ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ข้อที่ ผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ IOC สรุปผล คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ใช้ได้ ตัดทิ้ง 1 +1 +1 +1 +1 √
80 ภาคผนวก ง แผนการจัดการเรียนรู้
81 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท 15101 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง ยอดนักเขียน เวลาเรียน 22 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง เขียนอย่างไรให้สร้างสรรค์ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นายวายุวัชร์ ศรีมา ภาคเรียนที่ 2/2566 วันที่สอน 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ 1. สาระสำคัญ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ เป็นการเขียนที่แสดงความรู้ ความคิด และจินตนาการ โดยถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สึกนึกคิดอันเกิดจากประสบการณ์เดิม รวมกับประสบการณ์ใหม่ ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ที่มีถ้อยคําสละสลวย ถูกต้อง เหมาะสมกับรูปแบบและเรื่องราว ซึ่งแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง เขียนอย่างไร ให้สร้างสรรค์จะเกี่ยวกับหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์เพื่อนำไปสู่การฝึกเขียนให้สร้างสรรค์ โดยใช้รูปแบบ การสอนการคิดสร้างสรรค์โดยใช้ภาพแบบ PWIM ร่วมกับแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้ผู้เรียน เกิดองค์ความรู้และสามารถนำหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์ไปใช้ในงานเขียนของตนได้อย่างถูกต้องและ เหมาะสม 2. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐาน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท 2.1 ป.5/8 เขียนเรื่องตามจินตนาการ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 เขียนเรื่องตามจินตนาการ 3.2 การเขียนเชิงสร้างสรรค์ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 4.1 บอกหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์ได้(K) 4.2 เขียนคำศัพท์จากภาพที่กำหนดได้(P) 4.3 มีมารยาทในการเขียน (A) 5. สมรรถนะสำคัญ 5.1 การจัดการตนเอง 5.2 การสื่อสาร
82 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มีวินัย 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 6.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้(การเรียนรู้แบบ PWIM) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 7.1 ผู้เรียนจัดห้องเรียน โดยนำโต๊ะเก้าอี้วางชิดผนังทั้งสองฝั่งของห้อง เพื่อให้มีพื้นที่ ทำกิจกรรมการเรียนรู้ 7.2 ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันทำกิจกรรม “วันพิเศษของฉัน” วิธีทำกิจกรรม : ให้ผู้เรียนคนที่ 1 เริ่มพูดรายละเอียดการจัดกิจกรรมหรืองานในวัน พิเศษของตน เช่น วันเกิด วันแต่งงาน วันสำเร็จการศึกษา ฯลฯ จากนั้นให้ผู้เรียนคนที่ 2 กล่าวชมเชยกิจกรรม และเพิ่มเติมข้อคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยห้ามใช้คำพูดในแง่ร้าย ซึ่งมีคำต้องห้าม ได้แก่ แต่ ดีกว่า ไม่เหมาะสม ตัด ตัดออก ห้าม จากนั้นให้ผู้เรียนกระทำดังคนที่ 2 ไปเรื่อย ๆ จนครบทุกคน ภายในเวลา 5 นาที 7.3 ผู้สอนเชื่อมโยงกิจกรรมเข้าสู่บทเรียน เรื่อง เขียนอย่างไรให้สร้างสรรค์ ขั้นเลือกและระบุคำศัพท์จากภาพ 7.4 ผู้เรียนร่วมกันสังเกตและระบุสิ่งที่เห็นจากรูปภาพที่ผู้สอนเปิดบนโทรทัศน์ 7.5 ผู้เรียนตัวแทน 1 คน เขียนคำศัพท์บนกระดานตามที่เพื่อนผู้เรียนบอก คำศัพท์จากภาพ : เต่า ร่ม เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย ห่วงยาง ปลา ปู หอย ถังน้ำ ก้อนเมฆ ป่า ปราสาททราย ชายหาด น้ำ ทะเล ท้องฟ้า ช้อนส้อมพรวนดิน ตีนกบว่ายน้ำ ขั้นเชื่อมโยงคำศัพท์ (select picture and identify words) 7.6 ผู้เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของคำศัพท์บนกระดาน 7.7 ผู้เรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์บนกระดานพร้อมกันจนครบทุกคำ
83 ขั้นจัดกลุ่มคำศัพท์ (classify words) 7.8 ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันจัดกลุ่มคำศัพท์ตามหมวดหมู่เป็นแผนผังความคิด ดังนี้ 7.9 ผู้เรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของหมวดหมู่คำศัพท์ 7.10 ผู้เรียนรับฟังผู้สอนอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ขั้นประยุกต์ใช้คำศัพท์ (applied words) 7.11 ผู้เรียนเลือกคำศัพท์จากแผนผังความคิด 5 คำ จากนั้นร่วมกันแต่งประโยคจากคำศัพท์ ที่เลือก 7.12 ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ ประโยคทั้ง 5 ประโยค และผู้สอนเชื่อมโยงสู่การเขียนเชิงสร้างสรรค์ 7.13 ผู้เรียนร่วมกันทบทวนหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์และรับแบบฝึกทักษะการเขียน เชิงสร้างสรรค์ ชุดที่ 1 7.14 ผู้เรียนอ่านคำชี้แจงและทำแบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ชุดที่ 1 7.15 ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง 7.16 ผู้สอนมอบหมายให้ผู้เรียนเขียนสรุปหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นแผนผังความคิด 8. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 8.1 กิจกรรมวันพิเศษของฉัน 8.2 รูปภาพเด็กเล่นสนุกที่ชายหาด
84 9. ภาระงาน/ชิ้นงาน 9.1 แบบฝึกทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ ชุดที่ 1 9.2 เขียนสรุปหลักการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นแผนผังความคิด 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การ ประเมิน 1. บอกหลักการเขียน เชิงสร้างสรรค์ได้ (K) การเขียนสรุปหลักการ เขียนเชิงสร้างสรรค์ แบบประเมินการเขียน (แผนผังความคิด) ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพดี 2. เขียนคำศัพท์จากภาพที่ กำหนดได้ (P) การเขียนตอบ แบบฝึกทักษะ - แบบฝึกทักษะการเขียนเชิง สร้างสรรค์ ชุดที่ 1 - แบบประเมินแบบฝึกทักษะ การเขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ชุดที่ 1 ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพดี 3. มีมารยาทในการเขียน (A) การเขียนตอบ แบบฝึกทักษะ - แบบฝึกทักษะการเขียนเชิง สร้างสรรค์ ชุดที่ 1 - แบบประเมินมารยาท ในการเขียน ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพดี
85 11. บันทึกผลหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการสอน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………..................… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….................…. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………..................… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….................…. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................… ข้อเสนอแนะ/วิธีแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………..................… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………….................…. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….................. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………....................… ลงชื่อ..........................................ผู้สอน (นายวายุวัชร์ ศรีมา) วันที่....... เดือน..................... พ.ศ. ..........
86 12. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ............................................................. (นายภัณณุวัฒน์ ประทีป) ตำแหน่ง ครู วันที่........ เดือน..................... พ.ศ. .......... 13. ข้อเสนอแนะของผู้บริหารสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ ............................................................. (นางอัจฉราภรณ์ ศรีบุตตะ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการ วันที่........ เดือน..................... พ.ศ. .........
87 เกณฑ์วัดความสามารถในการเขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์ตามระดับคะแนน (Rubric Scores) รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. การตั้งชื่อเรื่อง 1.1ชื่อเรื่องมีคำที่สื่อความหมายที่ตรงหรือ สอดคล้องกับประเด็นที่กำหนด 1.2ใช้คำ วลี ประโยคหรือข้อความถูกต้องตาม หลักการใช้ภาษา คะแนนเต็ม 2 คะแนน ตั้งชื่อเรื่องได้ตาม เกณฑ์ครบ 2ข้อ ตั้งชื่อเรื่องได้ตาม เกณฑ์ 1 ข้อ 2. สาระสำคัญของเรื่อง 2.1 นำเสนอเนื้อหาตรงตามประเด็นหรือ รูปภาพที่กำหนด 2.2 เนื้อหามีความสัมพันธ์กับประเด็นหรือ รูปภาพที่กำหนด 2.3 ลำดับความคิดอย่างต่อเนื่อง 2.4 มีความเป็นเหตุเป็นผล เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ครบ 4 ข้อ เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ 3 ข้อ เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ 2 ข้อ เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ 1 ข้อ 3. การใช้ภาษา 3.1 เลือกใช้ภาษาสละสลวย 3.2 ใช้ประโยคสื่อความหมายได้ 3.3 เขียนเว้นวรรคตอนได้ถูกต้องและไม่เขียน ฉีกคำ 3.4 เขียนถูกต้องตามอักขรวิธีไทย ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ครบ 4 ข้อ ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ครบ 3 ข้อ ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ 2 ข้อ ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ 1 ข้อ 4. การเขียนสะกดคำ (ตรวจหาคำผิดจากเรื่อง หากเขียนผิดซ้ำ ให้นับเป็น 1 คำ) คะแนนเต็ม 3 คะแนน เขียนถูกต้องทุกคำ เขียนผิด 1 – 2 คำ เขียนผิด 3 คำ ขึ้นไป 5. ความคิดเชิงสร้างสรรค์ 5.1 มีการนำเสนอแนวคิดที่แปลกใหม่ 5.2 มีคติหรือแนวคิดที่มีคุณค่าต่อตนเองและ สังคม 5.3 มีโครงเรื่องที่น่าสนใจ - ตอนเปิดเรื่อง - ดำเนินเรื่อง - ตอนปิดเรื่อง 5.4 เนื้อหาและถ้อยคำไม่สื่อถึงอคติต่อผู้อื่น มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ครบ 4 ข้อ มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ 3 ข้อ มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ 2 ข้อ มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ 1 ข้อ 6. คำศัพท์ที่กำหนด โรงเรียน ธนาคารขยะ ขยะ พลาสติก อลูมิเนียม กระดาษ นักเรียน คุณครู คุณธรรม สะอาด คะแนนเต็ม 3 คะแนน เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ครบ 6 คำขึ้นไป เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ 2 - 5 คำ เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ 1 คำ การแปลผล เกณฑ์ของระดับคะแนน ระดับคะแนน (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) การแปลผล ร้อยละ 75 – 100 15 – 20 ดีมาก ร้อยละ 50 – 74 10 – 14 ดี ร้อยละ 25 - 49 5 – 9 พอใช้ ร้อยละ 0 - 24 0 - 4 ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์ระดับ ดี – ดีมาก
88 เกณฑ์วัดความสามารถในการเขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์ตามระดับคะแนน (Rubric Scores) รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. คำศัพท์ที่กำหนด เต่า ร่ม เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย ห่วงยาง ปลา ปู หอย ถังน้ำ ก้อนเมฆ ป่า ปราสาททราย ชายหาด น้ำ ทะเล ท้องฟ้า ตีนกบว่ายน้ำ ช้อนส้อมพรวน ดิน เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ครบ 6 คำขึ้นไป เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ 4 - 5 คำ เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ 2 - 3 คำ เขียนคำศัพท์ได้ ตามเกณฑ์ 1 คำ 2. สาระสำคัญของเรื่อง 2.1 นำเสนอเนื้อหาตรงตามประเด็นหรือ รูปภาพที่กำหนด 2.2 เนื้อหามีความสัมพันธ์กับประเด็นหรือ รูปภาพที่กำหนด 2.3 ลำดับความคิดอย่างต่อเนื่อง 2.4 มีความเป็นเหตุเป็นผล เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ครบ 4 ข้อ เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ 3 ข้อ เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ 2 ข้อ เขียนเรื่องได้ สาระสำคัญตาม เกณฑ์ 1 ข้อ 3. การใช้ภาษา 3.1 เลือกใช้ภาษาสละสลวย 3.2 ใช้ประโยคสื่อความหมายได้ 3.3 เขียนเว้นวรรคตอนได้ถูกต้องและไม่เขียน ฉีกคำ 3.4 เขียนถูกต้องตามอักขรวิธีไทย ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ครบ 4 ข้อ ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ครบ 3 ข้อ ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ 2 ข้อ ใช้ภาษาได้ตาม เกณฑ์ 1 ข้อ 4. การเขียนสะกดคำ (ตรวจหาคำผิดจากเรื่อง หากเขียนผิดซ้ำ ให้นับเป็น 1 คำ) เขียนถูกต้องทุกคำ เขียนผิด 1 – 2 คำ เขียนผิด 3 – 4 คำ เขียนผิด 5 คำ ขึ้นไป 5. ความคิดเชิงสร้างสรรค์ 5.1 มีการนำเสนอแนวคิดที่แปลกใหม่ 5.2 มีคติหรือแนวคิดที่มีคุณค่าต่อตนเองและ สังคม 5.3 มีโครงเรื่องที่น่าสนใจ - ตอนเปิดเรื่อง - ดำเนินเรื่อง - ตอนปิดเรื่อง 5.4 เนื้อหาและถ้อยคำไม่สื่อถึงอคติต่อผู้อื่น มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ครบ 4 ข้อ มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ 3 ข้อ มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ 2 ข้อ มีความคิด สร้างสรรค์ตาม เกณฑ์ 1 ข้อ การแปลผล เกณฑ์ของระดับคะแนน ระดับคะแนน (คะแนนเต็ม 20 คะแนน) การแปลผล ร้อยละ 75 – 100 15 – 20 ดีมาก ร้อยละ 50 – 74 10 – 14 ดี ร้อยละ 25 - 49 5 – 9 พอใช้ ร้อยละ 0 - 24 0 - 4 ปรับปรุง ผ่านเกณฑ์ระดับ ดี – ดีมาก
แบบประเมินแบบฝึกทักษะการเคำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการที่กำหนด แล้เลขที่ รายการ ประเมิน ชื่อ-สกุล คำศัพท์ ที่กำหนด สาระสำคัญ ของเรื่อง 4 4 4 3 2 1 4 3 2 1 1 เด็กชายณัฐวุฒิ อินทร์เจริญ 2 เด็กชายพรหมพิริยะ ศรีคล้าย 3 เด็กชายธนพล อานาม 4 เด็กหญิงณิชกมล ธาตุมี 5 เด็กหญิงนิตยา สุจินดา 6 เด็กหญิงไอลดา หมอยา 7 เด็กหญิงสุรัญชนา ภูกูล 8 เด็กหญิงธัญพิชชา หินสูงเนิน
89 เขียนเรื่องเชิงสร้างสรรค์ ชุดที่ 1 ้วทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนนการใช้ภาษา การเขียน สะกดคำ ความคิดเชิง สร้างสรรค์ คะแนน รวม สรุปผลการ ประเมิน 4 4 4 20 ผ่าน ไม่ 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ผ่าน ลงชื่อ..........................................ผู้ประเมิน (นายวายุวัชร์ ศรีมา) วันที่....... เดือน..................... พ.ศ. ..........