โรงเรยีนนายรอยพระจุลจอมเกลา
วิชา
สงกําลงับํารุง
Logistics
จดัทําโดยกองวชิาเหลาสนบัสนุนการชวยรบ
สวนวิชาทหารโรงเรยีนนายรอยพระจุลจอมเกลา
เมษายนพ.ศ.2565
คำนำ
เอกสารวิชาส่งกำลังบำรุง เป็นแนวการสอนตาม “หลักสูตรโรงเรียนนายร้อยพระ
จุลจอมเกล้า พ.ศ.2563 ด้านวิชาทหาร และการเสริมสร้างคุณลักษณะผู้นำ (ปรับปรุง ต.ค.63) โดย
คณะทำงานของกองวชิ าเหล่าสนบั สนนุ การชว่ ยรบ ได้ปรบั ปรุงเน้อื หาตามขอบเขตของหลกั สตู ร เพ่ือให้
นกั เรยี นนายรอ้ ย ชนั้ ปีที่ 5 ไดศ้ ึกษาปฐมภมู ขิ องหลกั การสง่ กำลงั บำรุง ระเบียบ และคำส่ังท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั
การส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก ตลอดจนในเรื่องการจัดดินแดนและการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง
การศึกษาตามแนวสอนของวิชาส่งกำลังบำรุงนี้ สามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการรับราชการของ
นักเรยี นนายร้อยเมอื่ จบการศึกษา
ปัจจุบันแนวสอนวิชาการส่งกำลังบำรุง ได้ใช้เป็นฐานข้อมูลในการศึกษามาหลายปี ซึ่ง
ข้อมูลบางอย่างมีการปรับเปลี่ยนตามเวลา และสถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการ
ผลิตนักเรียนนายร้อยตามหลักสูตรฯ ดังกล่าว กองวิชาเหล่าสนับสนุนการช่วยรบ จึงได้ขออนุมัติส่วน
วชิ าทหารดำเนินการปรับปรุง พฒั นาแนวสอนใหส้ อดคล้องกับสถานการณ์ โดยยังคงเนอ้ื หาบางส่วนไว้
และปรบั เปลี่ยนเพิ่มเติมเน้อื หาเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ภายใตร้ ะเบียบคำสง่ั ท่เี ปลีย่ นแปลง
การปรับปรุงพัฒนาหลกั สตู รเปน็ สว่ นหนึ่งของกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา กอง
วิชาเหลา่ สนับสนนุ การชว่ ยรบจงึ แต่งต้งั คณะทำงานจากอาจารยผ์ ู้ทรงคณุ วุฒิของกองวิชาฯ เพื่อสืบค้น
รวบรวม และคดั กรองเนอ้ื งหาให้ครอบคลมุ ง่ายตอ่ การศกึ ษาค้นควา้ มรี ปู แบบเป็นระเบียบเรียบร้อย มี
ลำดบั ขัน้ ตอนที่เหมาะสมตอ่ เนอื่ ง สามารถใช้เปน็ เอกสารอา้ งอิงได้
กองวิชาเหล่าสนับสนนุ การช่วยรบ หวงั ว่าเอกสารนีจ้ ะเป็นฐานขอ้ มูลความรใู้ ห้กบั นักเรียน
นายร้อยชั้นปีที่ 5 และเป็นประโยชน์ในทางวิชาการสำหรับอาจารย์ และผู้สนใจ หากพบข้อบกพร้อง
โปรดแจง้ กองวิชาเหล่าสนบั สนนุ การช่วยรบ ส่วนวชิ าทหารโรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้ เพ่ือนำไป
ปรบั ปรงุ แก้ไขในโอกาสตอ่ ไป และขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ีด้วย
คณะทำงานปรบั ปรงุ และจดั ทำแนวสอน ฯ
กองวชิ าเหล่าสนับสนุนการช่วยรบ
สว่ นวชิ าทหารโรงเรยี นนายร้อยพระจลุ จอมเกล้า
สารบัญ หนา้
1
บทท่ี 1 หลักการท่วั ไปของการสง่ กำลังบำรุง
ความหมายของการสง่ กำลัง 2
วตั ถปุ ระสงค์ของการสง่ กำลังบำรุง
ปจั จัยสำคัญในการสง่ กำลังบำรุง 7
ขอบเขตของการสง่ กำลังบำรงุ 8
ระบบการสง่ กำลังบำรุงของกองทพั ไทย
ศพั ทท์ างการส่งกำลังบำรุง 9
10
บทที่ 2 การสง่ กำลัง 11
วงรอบส่งกำลงั
ความตอ้ งการ 14
- ความต้องการขน้ั ต้น 20
- ความต้องการทดแทน 23
- ความตอ้ งการเพอ่ื รักษาระดับส่งกำลงั 24
การเสนอความตอ้ งการ 25
การจัดหา 26
- แหลง่ ทรพั ยากรในการจดั หา
- ทางไดม้ าซึง่ สิง่ อุปกรณ์ และบรกิ ารของ ทบ.ไทย
- วิธีการซอ้ื หรอื จ้าง
- วิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนิกส์
วิธีประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกส์
วิธีสอบราคา
วธิ ีเฉพาะเจาะจง
แหล่งทรพั ยากรในการจดั หา
การแจกจา่ ย
วิธแี จกจ่ายส่ิงอุปกรณ์
การเกบ็ รกั ษา
การจำหน่าย
- สาเหตกุ ารจำหน่าย
- การแบง่ ประเภท สป.เพื่อจำหนา่ ย
- สภาพของ สป.ท่จี ำหน่าย
- วธิ ีการจำหน่าย หนา้
คำจำกัดความท่ีสำคัญ การจำหน่าย (เดมิ )
คำจำกัดความท่ีสำคัญ การจำหนา่ ยเปน็ ส่ญู (เดิม) 27
คำจำกัดความที่สำคัญ ส่งิ อุปกรณ์ลา้ สมัย 28
การตัดยอด
ราคาซ้อื หรือได้มา 29
การตดั ยอดส่ิงอปุ กรณ์ส้นิ เปลอื ง
อำนาจอนุมัติจำหน่ายสงิ่ อุปกรณ์ 30
- ผบู้ ังคบั บัญชาชน้ั ผบู้ ัญชาการกองพล หรือเทยี บเทา่ 32
- ผู้บังคบั บัญชาช้นั แมท่ ัพ หรอื เทียบเท่า 34
- เจ้ากรมฝ่ายยุทธบริการ หรือเจ้ากรมฝ่ายกจิ การพิเศษ 35
- ผ้บู ัญชาการทหารบก 36
ขั้นตอนการจำหนา่ ย สป. 37
การสอบละเมดิ และการชดใช้
การแบ่งประเภทสงิ่ อุปกรณ์ 38
การสง่ กำลังส่งิ อุปกรณ์ประเภท 1 40
การส่งกำลงั สง่ิ อปุ กรณ์ประเภท 2 41
การสง่ กำลงั สิ่งอปุ กรณ์ประเภท 4 42
การส่งกำลังสิง่ อุปกรณป์ ระเภท 3 43
การสง่ กำลงั สิง่ อปุ กรณ์ประเภท 5
อัตรากระสนุ มูลฐาน
อัตรากระสนุ ทีต่ ้องการ
อัตรากระสุนที่ใชไ้ ด้
การสง่ กำลังส่ิงอุปกรณป์ ระเภทเบ็ดเตล็ด
การควบคุมส่งิ อปุ กรณ์
การประหยดั การส่งกำลงั
บทที่ 3 การซอ่ มบำรุง
หลกั การซ่อมบำรงุ
ความรับผดิ ชอบในการซอ่ มบำรงุ
การแบ่งประเภทการซ่อมบำรงุ
สาเหตุทีท่ ำใหเ้ กิดข้อบกพร่องในการซอ่ มบำรุง
ปัจจัยที่ทำใหก้ ารซอ่ มบำรงุ ได้ผลดี
ความหมายของคำทีใ่ ชใ้ นการซ่อมบำรุง
บทท่ี 4 การขนสง่ หนา้
หลักการขนส่ง 45
ประเภทหรอื วิธีการขนส่ง
การขนส่งในกองพนั กรม และกองพล 47
49
บทที่ 5 การบรกิ ารทางการแพทย์
การบรกิ ารทางการแพทยส์ นับสนนุ หน่วย ส่วนกลาง สว่ นภมู ภิ าค และ- 50
-หนว่ ยส่วนการศึกษา 51
การบริการทางการแพทย์ สนบั สนนุ การรบตามแบบ 52
หลักมูลฐานของการส่งกลับ และการรกั ษาพยาบาล 53
นโยบายการสง่ กลับ
การสง่ กลบั และการรกั ษาพยาบาลในยามปกติ 54
บริการเวชกรรมปอ้ งกัน
บรกิ ารทันตกรรม 55
บริการชัณสูตรโรค
การบริการโลหิต 55
บรกิ ารโรคจิตประสาท 56
บรกิ ารตรวจโรค และที่ปฐมพยาบาล 57
บรกิ ารตรวจสขุ ภาพทหาร 59
บทที่ 6 การบรกิ ารอนื่ ๆ
การก่อสร้างและซอ่ มแซมในสนาม
การอสงั หารมิ ทรพั ย์
การสาธารณูปโภค
การดับเพลงิ
การท่ีพิก
การประปา
การป้องกัน นชค.
การทำลายลา้ งวตั ถรุ ะเบิด
การพราง
การบรกิ ารในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.
พันธกจิ หรือการในหนา้ ท่ขี องเหลา่ ทหารสรรพาวุธ
การจัดหนว่ ยเพอ่ื ให้บรกิ ารสรรพาวธุ
หน่วยทหารท่ีเหล่าทหารสรรพาวธุ ตอ้ งให้การสนับสนนุ
สายการส่งกำลัง
สายการซ่อมบำรุง และการเบิกช้นิ สว่ นซอ่ ม หนา้
การสง่ กำลงั สายสรรพาวุธ
หลกั การซอ่ มบำรงุ สายสรรพาวธุ 60
การทำลายล้ายวัตถรุ ะเบิด
การปรับเทียบสภาพทางขปี นะวิธี 60
การปรบั เทยี บสภาพแบบเปรียบเทยี บ 61
การบรกิ ารในความรบั ผดิ ชอบของ กช. 67
หลักการท่ัวไปสำหรับการก่อสร้างในเขตยุทธบรเิ วณ
ข้อพงึ ประสงค์ทางการทหาร 68
หลักในการเลอื กที่ตง้ั 69
ข้อพงึ ประสงค์ของสิ่งอำนวยความสะดวก 70
อาคารในยุทธบริเวณ 71
พื้นทสี่ ำหรับตัง้ คา่ ยทหาร 72
การคน้ หาที่หมาย
การตรวจการณ์ทางตรง 73
การตรวจการณท์ างอ้อม 74
วัสดุพราง
การพรางบุคคล 75
การบรกิ ารประปาในสนาม
ชนดิ ของตำบลจา่ ยนำ้ 76
การฟื้นฟูตำบลจ่ายนำ้ 77
การบริการในความรบั ผดิ ชอบของ ยย.ทบ. 78
ขอบเขตความรบั ผิดชอบ และหน้าท่ีสำคญั 79
การบรกิ ารกอ่ สรา้ ง และซอ่ มแซมในท่ีตง้ั ปกติ
การบริการสาธารณูปโภค 82
งานที่ดนิ 83
บทท่ี 7 การจดั ดนิ แดน 92
การจดั ดนิ แดนของ ทบ. 99
การจดั ดนิ แดนยามปกติ
การจดั ดินแดนในยามสงคราม 100
การปฏิบัติการทางทหาร 101
การจัดหนว่ ยสนบั สนนุ ทางการช่วยรบ 103
การพทิ กั ษพ์ ้นื ที่สว่ นหลัง
บทที่ 8 คำสั่งเกยี่ วข้องกับการสง่ กำลังบำรุง คำสงั่ กองทพั บกท่ี 333/2562 หนา้
บทที่ 9 ระเบยี บกองทพั บกวา่ ดว้ ยการซ่อมบำรงุ ยุทโธปกรณ์ พ.ศ.2524
105
ระเบยี บกองทพั บกว่าดว้ ยการจำหน่ายสิง่ อปุ กรณ์ พ.ศ.2557 111
117-131
1
บทท่ี 1
ก. หลักการทั่วไปของการสง กำลังบำรุง
คำวา “logistics” มีรากศัพทเดิมมาจากภาษากรีก หมายถึง ศิลปะการคำนวณที่แยกมา
ตางหากจากวิชาคณิตศาสตรซ่ึงชาวกรีกใชในทฤษฎีเกี่ยวกับจำนวนตัวเลขในวิชาทหารนั้นคำๆนี้จะใช
เพื่อกำหนดหนาท่ีของฝายเสนาธิการที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนยายหนวยทหาร การพักแรมและการสง
กำลังเสบียงของกองทัพประเทศสหรัฐอเมริกาไดนำคำคำนีม้ าใชตั้งแตป (1944 + 543 = 2487) และ
ไดม วี วิ ฒั นาการเก่ยี วกบั ความหมายของคำคำน้ีเร่อื ยมาจนปจ จุบนั
ข. ความหมายของการสงกำลังบำรงุ
การสงกำลังบำรุงเปนงานสาขาหน่ีงของการชวยรบซึ่งจะประกอบไปดวยการวางแผนและการ
ปฎิบตั ิการสนบั สนนุ หนวยเกย่ี วกับงานการชวยรบรวมทง้ั กิจกรรมท้ังปวงทน่ี อกเหนือไปจากการยุทธอัน
ไดแก
1. การกำหนดตามนโยบาย การวางแผน การวิจัยพัฒนา การทำงบประมาณในการสงกำลัง
บำรุง
2. การออกแบบและพัฒนา การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจา ย การเคลื่อนยาย การซอม
บำรุง การสง กลบั และการจำหนา ยยุทโธปกรณ
3. การเคลื่อนยา ย การสง กลบั และการรักษาพยาบาลกำลงั พล
4. การจัดหาหรือการกอสราง การซอมแซม การดำเนินงานและการจัดตั้งสิ่งอำนวยความ
สะดวกตางๆ
5. การจดั หาหรอื จัดใหม กี ารบริการตางๆ
ค. วตั ถุประสงคข องการสงกำลังบำรงุ
จากความหมายของการสงกำลังบำรุงจะเห็นวาการสงกำลังบำรุงนั้นมีตวามหมายมากมายแต
ความมุงหมายหรือวตั ถุประสงคนั้นมีเพียงการสนับสนุนทุกวิถีทางเพือ่ ใหห นวยรบสามารถทำการรบได
ชัยชนะในที่สุดหรือจะกลาวในอีกนัยหนึ่งกอคือการจัดสิ่งอุปกรณและการบริการอยางเพียงพอและ
ทันเวลาใหแกหนว ยรับการสนบั สนนุ ตามตองการ
ง. ปจจยั ทีส่ ำคัญในการสง กำลังบำรุง
การทจี่ ะใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคด ังกลา วจะตองมีการจดั งานสง กำลงั บำรงุ ทด่ี ีคือปจจยั 4 M คอื
1. คน (MAN)
2. เงิน ( MONEY )
3. สิง่ อปุ กรณ ( MATERIAL )
4. ระบบท่ีเหมาะสม (MANAGEMENT )
2
จ. ขอบเขตของการสง กำลงั บำรงุ
จากวัตถุประสงคของการสง กำลงั บำรุงทีก่ ลาวมาแลวพอสรุปใหเห็นภาพงานสงกำลังบำรุงได
ดังนี้
1. การสงกำลัง ( supply)
2. การซอมบำรุง ( maintenance )
3. การขนสง ( transportation )
4. การบริการทางการแพทย ( health service support )
5. การบรกิ ารอน่ื ๆ ( other service )
ระบบการสง กำลังบำรุงของกองทัพบกไทย
ก. หลกั การจัดต้ังระบบสงกำลังบำรงุ ในยุทธบรเิ วณ
1. กำหนดระดับสะสมส่งิ อุปกรณไ วใหนอยท่ีสุด
2. ใชก ารขนยายทางอากาศใหนอยท่สี ดุ
3. จัดใหม กี ารควบคุมการดำเนินงานอยางเขม งวด
4. ใหม กี ารยกขนหรือการเคลื่อนยา ยใหน อยทส่ี ุด
5. ใหมีทีต่ ง้ั ทางการสง กำลังบำรงุ ใหนอ ยที่สดุ
6. กระจายที่ตัง้ ทางการสงกำลังบำรุงออกไปใหมากที่สุดเทาท่ีจะไมเปนอุปสรรคตอการ
ควบคุมและการระวงั ปอ งกัน
7. ใชสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งสาธารณูปโภคที่มีอยูในพื้นที่ปฏิบัติการตลอดจนส่ิง
อปุ กรณท ย่ี ดึ ไดจ ากขาศกึ ใหมากท่สี ุด
8. ประหยดั ทรพั ยากรณใ หม ากทส่ี ดุ
9. ใชเ สนทางสำรองใหม ากทสี่ ุด
10. ใชช ดุ ซอ มเคลื่อนทีใ่ หม ากทีส่ ุด
ข. การสนบั สนนุ การสงกำลังบำรุงในการรบ
การรบในปจ จุบนั สถานการณจ ะเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเรว็ ท้ังน้ีเนือ่ งจากหนวยปฎิบตั ิมีความคลองตัว
ในการเคลือ่ นท่ีสูงขึน้ รวมทั้งอาวธุ สนับสนุนตางๆก็มีประสิทธิภาพสูงดวยดงั น้ันการสนบั สนุนทางการสง
กำลังบำรุงในแตล ะภารกิจทางยทุ ธวธิ ีจำเปน ตอ งใชวิธกี ารตางๆอยา งใดอยางหน่ึงหรือหลายอยางรวมกัน
ดังน้ี
1. ใชเ ครอื่ งมอื ขนสงแบบรวมการใหมากทส่ี ดุ เชน รวมเครอ่ื งมอื ขนสง ในเขตหนา และเขตหลัง
เขา ดว ยกนั เพื่อสนับสนนุ การเคลอื่ นยายภารกจิ ใดภารกิจหน่งึ ใหเ กดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุด
2. ลดการแบง มอบส่ิงอปุ กรณของบางหนว ยลงเพื่อเตรียมระดับสะสมไวสนับสนุนหนวยท่ีติด
พันภารกิจสำคัญเพ่อื ประกันความเพียงพอและตอเนอ่ื ง
3
3. โยกยายหนวยสงกำลังบำรุงจากดานที่สำคัญนอยกวาไปสนับสนุนดานที่สำคัญและเรงดวน
สูงกวา
4. จัดวาง สป. ไว ณ ตำบลทีเ่ หมาะสมตอการสนับสนนุ ของหนว ยแยกหรอื หนว ยทกี่ ำลงั ถอนตวั
5. การจดั ระเบยี บและการควบคุมการเคลื่อนยาย สป และหนว ยทหารเพือ่ การขา มเคร่อื งกีดขวาง
หรือชอ งทางบังคับสำคัญๆ
6. เพ่มิ ระดับการระวังปองกันท่ีต้งั ทางการสง กำลังบำรงุ และเสน ทางคมนาคมตางๆ
7. จดั ทำ สป ใหมีความคลองแคลวในการเคลื่อนที่เชน แยกประเภทบรรจุหรือหีบหอกองไวเปน
สัดสว นบรรทุกไวเ พือ่ เพือ่ ใหส ามารถสนับสนุนหรอื เคล่ือนยายไปโดยไมชักชา
8. นำ สป. เชน ยานพาหนะจากหนว ยที่หมดประสิทธิภาพในการรบแลว มาไวในสายงานสงกำลัง
บำรุงเพื่อใชในการแจกจายหรอื ทดแทนใหหนว ยอืน่ รวมทั้งนำ สป. ทีไ่ ดจากการชำระลางจาก
การรบมาแลว ไวในสายงานสงกำลงั บำรงุ เพอื่ แจกจา ยใหหนวยตอ ไป
9. จัดหา สป. ในทองถิ่นใหมากที่สุดเทาที่จะทำไดก ำหนดความเรงดวนในการสนับสนุนดานการ
ขนสง
ศัพททางการสงกำลงั บำรงุ
1. สิง่ อปุ กรณ ( supplies ) หมายถึงสิ่งของที่จำเปน ท้ังมวลสำหรับหนว ยทหารรวมท้ังทีม่ ไี วเพ่ือ
การดำรงอยูและการปฎิบัติการของหนวยทหารดวย เชน อาหาร เครื่องแตงกาย เชื้อเพลิง
ยานพาหนะ อาวุธกระสุน วัตถรุ ะเบดิ เครอ่ื งจักรกล ตลอดจนเครือ่ งมือเครอ่ื งใชต า งๆ
2. ยุทธภัณท ( material ) หมายถึง สิ่งอุปกรณทั้งมวลอันจำเปนเพื่อปฎิบัติการ เพือ่ ดำรงและ
สนับสนนุ การปฎิบตั กิ ารรบของหนวยทหารรวมถงึ เรือรบ รถถงั อาวธุ อตั ตาจร อากาศยานและ
อะไหลที่เกี่ยวของ ชิ้นสวนอะไหล ชิ้นสวนซอม และอุปกรณสนับสนุนแตไมรวมถึง
อสงั หารมิ ทรพั ย สถานท่ีตั้งและสาธารณปู โภคตา งๆ
3. ยุทโธปกรณ ( equipment ) หมายถึงสิ่งอุปกรณทั้งมวลที่ตองการจัดใหบุคคลหรือหนวย
ทหารไดแก อาวุธ ยานพาหนะ เครื่องแตง กาย เครื่องมอื เปน ตน
4. วัสดุ ( material ) หมายถงึ ชิ้นสว นหรอื ส่งิ ของตา งๆท่ีไดถ กู ประกอบขน้ึ หรือทำขึ้น
5. สายการบังคับบัญชา คือความเกีย่ วพันในทางการบังคับบัญชาตามลำดับเชน กองพัน กรม
กองพล กองทพั ภาค กองทพั บก
6. สายการสงกำลัง คือ ความเกี่ยวพันในการสงกำลังของหนวยตามลำดับเชน หนวยใช หนวย
สนบั สนนุ โดยตรง หนว ยสนับสนนุ สวนรวม กรมฝา ยยุทธบรกิ าร
7. ตำบลสง กำลัง ( ตส.) คือทต่ี ้งั ทางการสงกำลงั ของเจา หนา ท่รี ะดับกองทัพภาคข้นี ไปเพ่ือ สะสม
เก็บรกั ษาและแจกจา ย สป.
8. ตำบลจาย ( ตจ.) คือที่ตั้งและที่ปฏิบัติการสงกำลังของเจาหนาที่ระดับกองพลลงมาเพื่อการ
รบั /จาย สป.
9. สำนกั งานกระสุนกองพล ( สกน.) คือที่ตั้งและที่ปฎิบัติงานของนายทหารกระสุนของกองพล
เพ่ือควบคมุ และประสานงานการใช สป. 5 ในกองพล
10. อัตราการจัดและยุทโธปกรณ ( อจย.) คือเอกสารที่ ทบ.กำหนดขึ้นและแจกจายแกหนวย
ระดบั ตางๆแบงปน 4 ตอน คือ
4
ตอนท่ี 1 ภารกิจและขีดความสามารถ
ตอนท่ี 2 ผังการจัด
ตอนท่ี 3 อัตรากำลังพล
ตอนที่ 4 อตั รายุทโธปกรณ
11. อัตราสิ่งอุปกรณ ( อสอ. ) คือเอกสารที่ ทบ.กำหนดข้ีนและแจกจายแกหนวยระดับตางๆซึ่ง
เปน สป. ท่ี ทบ.จัดหาดว ยงบประมาณของ ทบ.
12. อัตราอาคาร ( ออค.) เอกสารที่ ทบ.กำหนดขี้นและแจกจายแกหนวยระดับตางๆเชนอัตรา
อาคารของหนว ยทหารใน ทบ. และ สป.ประจำอาคารนัน้ ๆ
13. อัตราเฉพาะกจิ ( อฉก. ) คือเอกสารที่ ทบ.กำหนดขี้นเพือ่ การจัดหนวยเปนการชวั่ คราวและไม
มอี ตั ราการจัดที่แนน อน
14. อตั ราพกิ ัด คอื ปริมาณ สป. ที่ ทบ.อนุมัติใหหนว ยมีไวในครอบครองเพ่ือการปฎิบัติงานไดทันที
เชน นำ้ มนั ตามอตั ราพกิ ดั กระสุนตามอตั ราพกิ ัด เปนตน
15. วนั สงกำลัง หมายถงึ ปริมาณ สป.ทป่ี ระมาณวาจะใชส้ินเปลืองในหนงึ่ วนั โดยอาศยั สถานการณ
การปฎบิ ัติและกำลงั รบเปน มลู ฐาน
16. สิ่งอปุ กรณที่ตอ งควบคุม หมายถึง สป. ที่จัดหาไดยากมีราคาสูงและตองใชเวลาในการจัดหา
นาน ซ่ึหนวยเหนอื ประกาศใหค วบคมุ ระบบการสง กำลัง
17. ระดับสงกำลัง หมายถึงปริมาณ สป. ที่ไดรับอนุมตั ิใหสะสมไว ณ ที่ตัง้ ทางการสงกำลังตางๆ
เพือ่ ใหการสง กำลงั เปนไปอยางตอ เนื่องและสมบรู ณ
18. ระดับปฎบิ ัติการ คอื ปริมาณ สป.ที่กำหนดขึน้ เพ่ือใหการสงกำลงั เปนไปโดยตอเน่อื งทุกขณะใน
หว งเวลาเบิกหรอื หวงเวลารับ สป.ท่สี ง มาเพ่มิ เติม
19. ระดับปลอดภัย คือปริมาณ สป.ที่คิดเพิ่มขึ้นจากระดับ สป. เกณทปฎิบัติการเพื่อใหการ
ปฎิบตั ิงานเปนไปโดยตอเนื่องในกรณีที่มเี หตุขดั ของในการเบิกเพิ่มเติมหรอื เกิดความไมราบรน่ื
ขาดตอนในการสงกำลงั โดยมไิ ดคาดไว เชน การคำนวณในเรื่อง สป.3 ดังน้ี
น้ำมนั ระดับปฎบิ ัตกิ าร = วันปฎิบัติการ x วันสง กำลัง
น้ำมันระดับปลอดภัย = วนั ปลอดภัย x วนั สง กำลัง
เกณทส ะสม = นำ้ มันระดบั ปฎบิ ตั กิ าร + น้ำมันระดับปลอดภัย
20. เวลาในการเบิกและจัดสง คือจำนวนวันนับตั้งแตเวลาที่หนวยเบิกสงใบเบิกจนถึงวันที่ไดรับ
สป.ตามใบเบกิ นั้น
21. จกุ เบิก (จุดเพ่มิ เตมิ ) คอื จดุ ซ่ึงเร่มิ ตนทำการเบิก สป.เพิ่มเติมเพอ่ื รักษาระดบั สะสมเอาไว
22. เกณทสะสม คือปริมาณของ สป. ที่มากทีส่ ุดทีไ่ ดร ับอนุมัตใิ หมีไวคงคลังเพื่อใหการปฎิบัตกิ าร
เปนไปโดยตอ เน่อื งคือ (ระดับปฏิบตั ิการ + ระดับปลอดภยั )
23. เกณทเบิก คือปรมิ าณ สป.ทีม่ ากที่สุดในสายการสงกำลงั ที่ไดร ับอนุมัติใหมเี พื่อการสนบั สนุนที่
ตอเน่อื ง
24. หนวยใช คือหนวยหรอื ผูชทื ีไ่ ดร บั ผลประโยชนจาก สป.นน้ั ๆ
25. หนวยจาย คอื หนว ยทีท่ ำการเบกิ จา ย สป.ใหแกห นว ยใชและผใู ช
26. หนวยสนบั สนุนโดยตรง คือ หนว ยสนบั สนนุ ท่ีมีหนาทีส่ นับสนนุ โดยตรงใหแ กห นว ยใช
5
27. หนว ยสนับสนนุ ท่ัวไปหรือหนวยสนับสนนุ สวนรวม คอื หนวยสนับสนนุ ที่มีหนาที่สนับสนุนแก
หนว ยสนบั สนุนโดยตรงหรือหนว ยอื่นๆตามคำสั่ง
28. รอบเสบียง คือ เสบียงท่ใี ชบ ริโภคในรอบหนง่ึ วันจะเริม่ ตน มื้อใดกไ็ ด
29. ยานเสบยี ง คือ กำหนดการในการเบิกเสบยี งเพื่อนำมาใชบรโิ ภคนับต้ังแตวันเบกิ จนถึงวันรับมา
บรโิ ภค
30. ตำบลจายสิง่ อปุ กรณป ระเภท 1 ( ตจ.สป.1 ) คือท่ีต้งั และท่ีทำงานของเจา หนา ท่สี ง กำลัง สป.1
31. ตำบลจายสิ่งอุปกรณประเภทที่ 3 ( ตจ.สป. 3 ) คือที่ต้ังและที่ทำงานของเจาหนาท่ีสงกำลัง
สป.3
32. ตำบลสง กำลังกระสุนท่ัวไป คือทีต่ ัง้ และท่ีทำงานของเจา หนา ท่สี งกำลงั กระสนุ ทุกชนิด
33. ตำบลสงกำลังหรือตำบลจายสงิ่ อุปกรณประเภท 2และ4(ของสายยทุ ธบริการตา งๆ) คอื ที่ต้ัง
และทที่ ำงานของเจาหนาทสี ง กำลัง สป.2 และ 4 ของสายยุทธบรกิ ารท่ีรับผดิ ชอบสายนัน้ ๆ
34. เสนหลกั สงกำลงั ( สลก.) คอื เสนทางหลกั ทก่ี องพลกำหนดใชส ง กำลังใหก ับหนวยรอง
35. ตำบลควบคุมการจราจร คือตำบลควบคุมการจราจรทางพื้นดินโดยตั้งเปนจุดตรวจขึ้น ณ
บรเิ วณที่คบั ขนั ตางๆโดยธรรมดากองพลเปนผกู ำหนด
36. บก.จราจร คอื ท่ีตงั้ และทท่ี ำงานของเจา หนา ทค่ี วบคุมการจราจรของกองพล
37. ทป่ี ฐมพยาบาลกองรอ ย คอื ทต่ี ง้ั และท่ีทำงานของนายสบิ พยาบาลกองรอย
38. ทีพ่ ยาบาลกองพนั คือ ที่ต้ัง และทีท่ ำงานของหมวดเสนารักษกองพันเพือ่ ทำการสง กลบั และ
รกั ษาพยาบาลใหก บั หนวยในอตั ราหรือหนวยสมทบ
39. ที่พยาบาลหนากองพล คือ ทีต่ ั้งและที่ทำงานของกองรอยเสนารักษข องกองพันเสนารักษของ
กองพลเพื่อทำการสงกลบั และรกั ษาพยาบาลสนบั สนนุ ใหแก กรม
40. ทีพ่ ยาบาลกองพล คือ ที่ตัง้ และที่ทำงานของกองรอยสนับสนุนของกองพันเสนารักษของกอง
พลเพื่อทำการสง กลบั และรักษาพยาบาลสนบั สนนุ หนว ยในพืน้ ทสี่ วนหลังของกองพล
41. หมวดเสนารกั ษของกรม คอื ที่ตั้งและทที่ ำงานของ หมวดเสนารกั ษ กรม
42. ตำบลรวบรวมสิ่งอุปกรณเก็บซอม คือตำบลที่กำหนดขึน้ เพื่อรวบรวม สป.ชำรุดใชการไมได
รวมทั้ง สป.ที่ยึดไดแลวแยกใหสายยุทธบริการตางๆรับไปหรือสงไปยังตำบลรวบรวมของ
กองทัพ
43. ตำบลรวบรวม สป.จำหนา ย คือ ตำบลท่ีกำหนดขึน้ เพอื่ ทำการรวบรวม สป.จำหนาย
44. หนวยซอมบำรุงและตำบลซอมบำรุง คือ ที่ตั้งและที่ทำงานของเจาหนาทีซอมบำรุงและสง
กำลงั ช้นิ สวนซอ ม
45. ตำบลทำน้ำของกองพล คือที่ตั้งและทีป่ ฎบิ ัตืงานของเจาหนาที่ กองพันทหารชางกองพลเพ่ือ
บรกิ ารน้ำประปาสนาม
46. ตำบลนำ้ อาบ คอื ท่ีตง้ั สถานบริการน้ำอาบของกอง พธ.พล.
47. ขบวนสัมภาระของหนวย คือขบวนสัมภาระของหนวยระดับตางๆ
48. พื้นที่ขบวนสมั ภาระ คือบริเวณพื้นที่ต้ัง และท่ปี ฎบิ ตั ิงานของขบวนสัมภาระของหนวยระดบั
ตางๆ
49. ขบวนสัมภาระรบ คือขบวนสัมภาระสวนหนี่งที่แยกออกไปจากขบวนสัมภาระสวนใหญของ
หนวย
6
50. ชบวนสัมภาระพกั คือขบวนสมั ภาระสวนใหญท ่ีเตรียมการสนับสนนุ ใหแกข บวนสัมภาระรบ
51. ยอดคงคลัง คือจำนวน สป.ที่ใชการไดที่มีอยูในความครอบครองของหนวยตามบัญชีคุมใน
ขณะนนั้
52. คา งรบั คือจำนวน สป.ที่หนวยไดเบกิ ไปแลวแตย ังไมไ ดรับ
53. คางจา ย คอื จำนวน สป.ทค่ี ลังแจกจา ยยังไมสามารถแจกจายใหหนวยเบิกตามทขี่ อมาได
54. การควบคุมสิ่งอุปกรณ คือการควบคุมทางบัญชแี ละการควบคุมทางการสงกำลงั
55. การควบคมุ ทางบญั ชี คือวิธีดำเนนิ การในการควบคุม สป.ที่เกี่ยวกบั การควบคุมการแจกจาย
เพิ่มเติม การรวบรวม การบันทึก รายงาน และจัดทำมาตรฐานถาวรตางๆการสำรวจ การ
รายงานสภาพ การกำหนดนโยบายเก่ียวกับระดับ สป. เพอ่ื การประหยัดโดยตอ เนอ่ื งทุกข้ันตอน
ในสายการสง กำลัง และสายการบงั คบั บัญชา
56. การควบคมุ ทางการสงกำลงั คือวิธีดำเนินการเกี่ยวกับระบบการรายงานการคำนวณรวบรวม
ขอมูลและการประเมินคาเพื่อให สป.ตามความตองการไดสว นสัมพันธกับทรัพยสินที่มีอยูอัน
เปนแนวทางในการประมาณการดา นงบประมาณ การจัดหา การแจกจายและการจำหนา ย สป.
57. ชิ้นสวน คือส่ิงอุปกรณที่ไมสามารถแยกจากกันไดและไดออกแบบไวใหแยกจากกันไมไดเชน
หลอดวิทยุ ยางนอกรถยนตหรอื ลำกลอ งปน เปนตน
58. สวนประกอบ คือสิ่งอุปกรณที่ประกอบดวยชิ้นสวนตางๆที่เชื่อมตอหรือสัมพันธกันตั้งแตสอง
ชน้ิ ข้ึนไปและสามารถถอดแยกจากกันไดเชน เคร่ืองเปลี่ยนความเรว็ และคารบ ูเรเตอรเปน ตน
59. องคประกอบ คือ สป.ที่เกิดจากการรวมเขาดวยกันของสวนประกอบและชิ้นสวนตางๆซ่ึง
สามารถปฎิบัติงานไดดวยตนเองแตอ าจตองอาศัยการควบคุมจากภายนอก เชน เครื่องยนต
หรือเคร่อื งกำเนิดไฟฟา เปนตน
60. สง่ิ อุปกรณส ำคญั คือส่งิ อปุ กรณท่ีมีความสำคัญจำเปน ตอการฝก การรบ ราคาแพงยากตอการ
จัดหาหรอื การผลติ มีความตอ งการไมแนน อน อาจจะขาดหรือเกินอยูเ สมอในระบบการสงกำลัง
อาจเปนรายการที่เกิดวิกฤติในวัสดุขั้นมูลฐาน โดยกรมฝายยทุ ธบริการที่รับผิดชอบเสนอบญั ชี
รายการใหกองทัพบกประกาศเปน ส่ิงอุปกรณส ำคัญเชน รถถงั ชดุ เรดาห เครื่องแตงกายพิเศษ
หนากากกนั ไอพิษเปน ตน
61. ส่ิงอปุ กรณหลัก คือสป.ทใ่ี ชเวลาในการจัดหานานและราคาแพงแตม ิไดร ะบุไวว าเปน ส่งิ อุปกรณ
สำคัญเชนเคร่อื งมอื กอสรา ง เครือ่ งสอื่ สารประจำท่เี ปนตน
62. สิ่งอุปกรณรอง คือสป.สำเรจ็ รูปทุกรายการซึ่งมิไดระบุไวเปนสิ่งอุปกรณสำคัญและสิ่งอปุ กรณ
หลกั โดยทั่วไปแลว สป. เหลานี้จะใชเวลาในการจัดหาสั้น ราคาถูก และงายตอการจัดหาเชน
เครอ่ื งสนาม เครื่องใชป ระจำบานพัก นำ้ มัน เปน ตน
7
บทท่ี 2
การสงกำลัง
กลา วทว่ั ไป
การสงกำลัง หมายถึง การปฏิบัติในเรื่อง ความตองการ การจัดหา การแจกจาย และการ
จำหนายสิง่ อุปกรณ รวมท้ังการควบคุมการปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนดงั กลา ว
วงรอบการสงกำลงั หมายถึง การปฏิบัติการตอสิ่งอุปกรณตามลำดับขั้นตอน คือ การกำหนด
ความตองการ การจัดหา การแจกจาย การซอมบำรุง และการจำหนาย ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอน
ตามวงรอบ ท้ัง 5 งานน้ี จะตองมีการควบคุมทกุ ข้ึนตอนการปฏิบตั ิ
วงรอบการสงกำลงั
ความตอ้ งการ
การจาํ หน่าย การควบคมุ การจดั หา
การแจกจา่ ย
จากภาพวงรอบการสง กำลังจะหมุนไปเปนลำดบั ไมมีการหมนุ ยอนหลังกลับทาง แตจะเริ่มตน
ณ จดุ ใดก็ได
การควบคมุ ตอ งควบคมุ ในทกุ ขั้นตอน
ความตอ งการมักจะเปน จดุ เร่มิ ตนของการสง กำลงั
ความตองการจะเกิดข้ึนไดก ็ตอเม่อื มคี วามขาดแคลน
ความขาดแคลน หมายถึง ไมม ี หรือไมเพยี งพอ
เมอื่ เกดิ ความขาดแคลนก็ตอ งมีการกำหนดความตอ งการ หรือคำนวณความตองการเพอื่ จัดหา
เมื่อจัดหาเสร็จเรยี บรอ ย สป.กจ็ ะเขา สรู ะบบการแจกจา ย
เมอื่ สป.เขาไปอยูในครอบครองของหนวยใช กจ็ ะตองมีการชำรดุ เสื่อมสภาพ จึงตองทำการ
ซอ มบำรงุ
เมอ่ื ซอมไมได หรอื ซอมไมค ุมคา ตอ งทำการจำหนา ย โดยปฏบิ ตั ติ ามระเบียบทเี่ กยี่ วขอ ง และ
เมือ่ จำหนายแลว ก็จะทำใหเกิดความขาดแคลนขึ้นอีก จึงเกิดความตอ งการ แลวตองจัดหา
หมุนเปนวงรอบเชนน้ตี ลอดไป
8
จากภาพวงรอบการสงกำลัง (หรือวงจรชีวิตของสิ่งอุปกรณ) จะหมุนไปตามลำดับจากความ
ตองการการจัดหา การแจกจาย การซอมบำรุง และการจำหนาย ไมมีการหมนุ ยอนกลับ สวนการ
ควบคมุ จะอยูตรงกลางโดยจะควบคมุ ในทกุ ขัน้ ตอน
วงรอบการสงกำลังดังกลาว จะเริม่ ตน ณ จุดใดกไ็ ด แตโ ดยธรรมดาแลวความตองการมักจะ
เปนจุดเริ่มตนของการสง กำลัง ความตอ งการจะเกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อมีความขาดแคลน ในที่นี้ความขาด
แคลนหมายถึงไมมี หรือไมเพียงพอ เมื่อเกิดความขาดแคลนก็จะตองมีการกำหนดความตอ งการ หรือ
คำนวณความตองการเพือ่ การจดั หา เมอื่ จัดหาเสร็จแลว สิ่งอุปกรณก็จะเขา สรู ะบบการแจกจา ย คำวา
“แจกจาย” หมายถึงการรับ การเก็บรักษา การจาย และการขนสงอุปกรณ หลังจากจัดหาแลว
จะตองมีการรับสิ่งอุปกรณเ ขามาเก็บรักษาในคลัง จากนั้นจา ยใหแกหนวยใช การที่ส่ิงอุปกรณจ ะไปถึง
หนวยใชไดนั้นตองมีการขนสงสิ่งอุปกรณเมื่อถึงหนวยใชหรือเขาไปอยูในครอบครองของหนว ยใชแลว
ตองมกี ารซอมบำรงุ ความหมายของคำวา “ซอมบำรงุ ” มีความหมายเปนสองนยั กลา วคอื
นยั แรก เปน การปรนนบิ ตั ิบำรุงส่งิ อปุ กรณใ หอ ยใู นสภาพใชก ารไดไมช ำรุด
นยั ทส่ี อง เมอื่ อุปกรณช ำรุดกต็ องทำใหกลบั คืนสสู ภาพที่ใชการได ถา ทำใหค ืนสูสภาพเดิมไมได
ตองขจัดออกไปจากระบบการสงกำลังนัน่ คือ การจำหนาย เมื่อมีการจำหนา ยก็จะทำใหเ กิดความขาด
แคลนขึน้ อกี หมุนเปน วงรอบเชน นต้ี ลอดไป
ความตอ งการ
ความตองการ หมายถึง การกำหนดหรือเสนอ หรือคำขอในเรื่องส่ิงอุปกรณตามจำนวน และ
เวลาทบ่ี ง การไว หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว ซง่ึ ความตองการน้แี บงออกเปน 4 ประเภท คอื
1.ความตองการขั้นตน ไดแก ความตองการสิ่งอุปกรณที่ทหาร หรือหนวยตองการมีไวเพ่ือ
ปฏิบตั ภิ ารกิจของตน ซึง่ สงิ่ อปุ กรณน้ันๆ ยงั ไมเคยไดรับมากอน และเปนความตองการสิ่งอุกรณในกรณี
ดังตอไปน้ี
1.1 การรบั ทหารเขา ประจำการใหม
1.2 การจดั ต้ังหนวยใหม
1.3 การกำหนดมาตรฐานส่ิงอุปกรณใหม
1.4 การเพ่มิ จำนวน และรายการเน่อื งจากการแกอ ตั รา
1.5 รายการทีไ่ ดรับอนมุ ตั ิใหจ ายครงั้ แรก ใหก บั หนว ยที่ยังไมไ ดรบั อนมุ ัตใิ นอตั รา
1.6 รายการที่ไดรับอนมุ ัตใิ หจายครงั้ แรก ซ่ึงเกนิ จำนวนจากอตั รา
1.7 การอนมุ ตั ิจายอุปกรณใ หม เพอ่ื ทดแทนสิง่ อุปกรณเ ดิมท่ียังใชร าชการได ซ่งึ ไดร ับคืน
จากหนวยทหาร
1.8 การจายครง้ั แรกใหแกห นวยนอกกองทัพบกตามคำสั่งกองทัพบก
2. ความตองการทดแทน ไดแก ความตองการเพื่อทดแทนสิ่งอุปกรณที่หนวยใชเคยไดรับ
มาแลว และมีความตอ งการสิ่งอุปกรณในกรณดี ังตอไปนี้
2.1 เพื่อทดแทนสิ่งอปุ กรณทห่ี มดเปลืองไป หรือชำรุด เนื่องจากการใช และรวมท้ังชิน้ สวน
ซอมทชี่ ำรุดดว ย
2.2 เพื่อทดแทนสิ่งอปุ กรณที่ถกู ละทิ้ง ทำลาย ขาศึกทำใหเสียหาย โจรกรรม หรือเสียหาย
โดยเหตุอน่ื ๆ
9
2.3 เพื่อทดแทนสิ่งอุปกรณที่อยูระหวางการซอมบำรุง โดยใชสิ่งอุปกรณสำรองเพื่อซอม
บำรงุ
3. ความตองการเพื่อรักษาระดับสงกำลัง ไดแก ความตองการสิ่งอุปกรณที่หนวยสงกำลัง
ตอ งการเพมิ่ เตมิ ใหเ ตม็ ระดบั สงกำลงั คือ
3.1 ระดับปลอดภัย
3.2 ระดับปฏิบตั กิ าร หรือวงรอบการจัดหา
3.3 เวลาในการเบกิ และจัดสง หรือเวลาลว งหนาในการจัดหา
4. ความตองการตามโครงการ หมายถึง ความตองการสิ่งอุปกรณที่นอกเหนือไปจากความ
ตองการ ตามปกติ เพื่อสนับสนุนโครงการ หรอื การปฏบิ ัติการพิเศษตามแผน และวัตถุประสงค
ของกองทพั บก เชนส่ิงอุปกรณประเภท 4 โครงการจดั ตง้ั หนว ยใหม และโครงการระดมสรรพกำลงั เปน
ตน
การเสนอความตองการ
1. สิ่งอุปกรณตามอัตรา ตามระดับสงกำลัง หรือตามโครงการที่ไดรับอนุมัติ แลวกรมฝาย
ยทุ ธบรกิ าร หรอื กรมฝา ยกิจการพเิ ศษ รวมรวมความตอ งการแลว เสนอไปยงั กรมสง กำลังบำรุงทหารบก
ตามท่กี องทัพบกกำหนด
2. สิ่งอุปกรณทีน่ อกเหนือจากที่กลาวแลวในขอ 1 หนว ยใชเสนอความตองการไปตามสาย
สงกำลัง จนถึงกรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบ กรมฝายยุทธบริการ หรือ
กรมฝายกิจการพิเศษ รวบรวมความตองการแลวเสนอไปยัง กรมสงกำลังบำรุงทหารบก ตามท่ี
กองทพั บกกำหนด
ข้นั ตอนการทำบัญชคี วามตอ งการ และแผนจัดหาประจำป
กรมฝายยุทธบริการ และกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบ เปนผูเสนอความตองการสิ่ง
อุปกรณรายการตางๆ ที่อยูในความรบั ผิดชอบของตน โดยการคำนวณความตองการตา งๆ แลวทำบญั ชี
ความตองการตามแบบที่ ทบ.กำหนด โดยจัดแยกความตองการที่คำนวณไดเขาไวเปนงานตามบัญชี
ความตอ งการที่ ทบ.กำหนด ซึ่งจะแบง ออกเปน 6 งาน คือ
1) งานวจิ ัยพัฒนา และทดสอบ
2) งานจัดหา สป.แจกจาย
3) งานเกบ็ รกั ษา และแจกจาย
4) งานซอมบำรงุ
5) งานผลติ
6) งานบริการอ่นื ๆ
เมื่อจัดความตองการที่คำนวณไดเขาไปในงานตางๆ แลว ขั้นตอไปจะตองพิจารณาความ
เรง ดว นของความตองการ เพือ่ สะดวกตอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของคณะอนุกรรมการ สง.ทบ.
โดยแบงความตอ งการออกเปน 2 สวน
สวนที่หนึ่ง เปนความตองการภายในวงเงินที่คาดวาจะไดรับจัดสรร โดยถือวงรอบเงินที่
ไดรับในปที่ผานมาเปนหลัก สวนที่เกินกวาวงเงินทีค่ าดวาจะไดรับ ใหจัดสรรไวในสวนที่สอง หลักการ
พิจารณาควาเรงดวนใหถือวาความตองการในการทรงชีพเปนความเรงดวนอันดับหนึ่ง และความ
ตอ งการทดแทนยอ มมีควาเรงดว นสงู กวา การจัดหาใหม
10
เมื่อกรมฝา ยยุทธบริการ และกรมฝา ยกิจการพเิ ศษ ทร่ี ับผดิ ชอบทำบญั ชีความตองการเสร็จ
แลว ก็จะเสนอบัญชคี วามตองการให กบ.ทบ.ตรวจสอบ ซ่ึง กบ.ทบ.จะตรวจสอบในเร่ืองตอ ไปน้ี
1) การคำนวณความตองการตางๆ ถูกตอ งเหมาะสมหรือไม
2) การจดั หาลำดบั ความเรง ดวนของความตองการ เหมาะสมหรือไม
3) ราคาหนว ย เหมาะสมหรือไม และราคารวมถูกตอ งหรือไม
4) หลกั การจัดหา ถูกตอ งหรอื ไม
5) หมวดเงนิ งบประเภทเงนิ ถกู ตอ งหรือไม
ในการเสนอความตองการไปให กบ.ทบ.ตรวจสอบน้ี จะตองเสนอขอมูลท่ีใชในการคำนวณ
ความตอ งการไปให กบ.ทบ.พจิ ารณาดวย และในการตรวจสอบ กบ.ทบ.อาจเชญิ ผแู ทนหนว ยท่ีเกย่ี วของ
ไปรวมการตรวจสอบดวย ซึ่งกรมฝายยุทธบริการ และหรือกรมฝายกิจการพิเศษจะตองเตรียมขอมูล
ตางๆ ไวใหพรอมที่จะชี้แจงตอเจาหนาที่ตรวจสอบของ กบ.ทบ.และผูแทนหนว ยที่เกี่ยวของไดเม่ือ
ตองการ เมื่อ กบ.ทบ.ตรวจสอบความตองการของกรมฝายยุทธบริการ และหรือกรมฝายกิจการพิเศษ
เสร็จแลว กรมฝา ยยุทธบริการหรอื กรมฝา ยกิจการพิเศษ ไดจดั การแกไขใหเปนไปตามผลการตรวจสอบ
เรียบรอยแลว กบ.ทบ.จะสรุปเร่ืองนำเรยี น ผบ.ทบ.เพือ่ ขออนุมัติใหใชความตองการ เมอื่ ผบ.ทบ.อนุมัติ
แลว กบ.ทบ. จะสำเนาแจกจายใหคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณของ ทบ.เพื่อพิจารณาจัดสรร
งบประมาณใหต อไป
การจัดหา
การจัดหา คือ กรรมวิธีเพื่อใหไดมาซึ่งสิ่งอุปกรณ และบริการตางๆ ในลกั ษณะที่ถูกตองตาม
กฎหมาย
1) การกำหนดแบบส่ิงอุปกรณ
2) การกำหนดคณุ ลกั ษณะเฉพาะสิ่งอปุ กรณ
3) การกำหนดมาตรฐานสิ่งอปุ กรณ
4) การกำหนดราคากลาง
5) การกำหนดแบบสัญญา
6) การทำสญั ญา
7) เงอื่ นไขเกย่ี วกบั การสงวนสทิ ธิต์ างๆ
8) การปฏิบตั ติ ามสัญญา
9) การแกไ ขตามสญั ญา
10) การตรวจรบั สิ่งอุปกรณ
11) ขอ ปฏบิ ตั ทิ เี่ ก่ียวของกบั การเงิน
12) ขอกำหนดอื่นๆ ทเี่ ก่ยี วของกบั การจดั หา
แหลง ทรัพยากรในการจัดหา ไดแ ก
1) ภายในยุทธบริเวณ
2) เขตภายใน
3) จากยทุ ธบรเิ วณอืน่ ๆ
4) จากพันธมติ ร
11
ทางไดมาซึ่งสิ่งอุปกรณ และบริการภายในยุทธบริเวณ จะสามารถกระทำไดโดยการจัดหาใน
ทองถิน่
การซอ มคนื สภาพ/การเก็บซอม และจากยทุ โธปกรณทีย่ ึดได
ทางไดม าซ่ึงสิ่งอุปกรณ และบริการของ ทบ.ไทย
1) การจดั หาตามระเบยี บกระทรวงการคลัง วาดวยการจดั ซือ้ จัดจา งและบริการพสั ดุภาครัฐ
พ.ศ.2560
วธิ กี ารซอ้ื หรือจาง
ขอ 28 การซ้ือหรือจาง กระทําได 3 วิธี ดงั น้ี
(1) วธิ ปี ระกาศเชิญชวนทั่วไป
(2) วิธีคัดเลอื ก
(3) วิธเี ฉพาะเจาะจง
วิธปี ระกาศเชิญชวนทว่ั ไป
ขอ 29 การซอ้ื หรือจา งโดยวิธปี ระกาศเชิญชวนทวั่ ไป กระทาํ ได 3 วิธี ดงั นี้
(1) วิธีตลาดอิเลก็ ทรอนกิ ส
(2) วธิ ีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส
(3) วิธีสอบราคา
ขอ 30 วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส (e - market) คือ การซื้อหรือจางที่มีรายละเอียด
คุณลกั ษณะ เฉพาะของพัสดทุ ไ่ี มซบั ซอนหรอื เปนสินคา หรอื งานบริการท่มี ีมาตรฐาน และไดกําหนดไว
ในระบบขอมูลสินคา (e - catalog) โดยใหดําเนินการในระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส (Electronic
Market : e - market) ตามวิธกี ารทกี่ รมบญั ชีกลางกําหนด ซ่ึงสามารถกระทาํ ได 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี
(1) การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา คือ การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมวี งเงินเกิน 500,000
บาท แตไมเกิน 5,000,000 บาท
(2) การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส คือ การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงิน
เกนิ 5,000,000 บาท
ขอ 31 วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส (e - bidding) คือ การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมี
วงเงินเกิน 500,000 บาท และเปนสินคาหรืองานบริการที่ไมไดกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะ
เฉพาะของพัสดุไวในระบบขอมูลสินคา (e - catalog) โดยใหดําเนินการในระบบประกวดราคา
อเิ ลก็ ทรอนิกส (Electronic Bidding : e - bidding) ตามวธิ ีการท่ีกรมบญั ชกี ลางกําหนด
ขอ 32 วิธีสอบราคา คอื การซอ้ื หรือจางคร้งั หนึ่ง ซง่ึ มวี งเงนิ เกนิ 500,000 บาท แตไมเกิน
5,000,000 บาท ใหกระทําไดในกรณีที่หนวยงานของรัฐนั้นตั้งอยูในพื้นที่ที่มีขอจํากัด ในการใช
สัญญาณอินเตอรเน็ต ทําใหไมสามารถดําเนนิ การผานระบบตลาดอิเล็กทรอนกิ สหรือระบบ ประกวด
ราคาอิเล็กทรอนกิ สได ทั้งนี้ ใหเจาหนา ทีร่ ะบุเหตุผลความจําเปนท่ีไมอ าจดําเนนิ การซื้อหรือจาง ดวย
วิธีตลาดอิเลก็ ทรอนิกสหรอื วิธีประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกสไวในรายงานขอซือ้ หรือขอจาง ตามขอ 22
ดวย
ขอ 33 รัฐวิสาหกิจใดมีความจําเปนจะกําหนดวงเงินการซื้อหรือจางตามขอ 30 ขอ
31 หรือขอ 32 แตกตางไปจากที่กําหนดไวในระเบียบนี้ ใหเสนอตอคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอ
ความเห็นชอบ และเมื่อไดร บั ความเหน็ ชอบแลว ใหรายงานสํานกั งานการตรวจเงนิ แผน ดินทราบดวย
12
วิธีตลาดอเิ ลก็ ทรอนิกส
ขอ 34 ใหเจา หนา ท่จี ัดทาํ เอกสารซอ้ื หรือจา งดวยวิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนิกสพรอมประกาศเชญิ
ชวนตามแบบทีค่ ณะกรรมการนโยบายกาํ หนด
การจดั ทาํ เอกสารซอื้ หรอื จางและประกาศเชญิ ชวนตามวรรคหนงึ่ ถาจําเปนตอ งมีขอความ
หรือรายการแตกตา งไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดยมีสาระสําคญั ตามที่กําหนดไว
ในแบบ และไมท ําใหห นวยงานของรฐั เสยี เปรยี บก็ใหกระทาํ ได เวนแตหวั หนา หนวยงานของรฐั เหน็ วา
จะมีปญหา ในทางเสียเปรียบหรือไมร ัดกุมพอ ก็ใหสงรางเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวน
ดังกลา วไปใหสํานกั งาน อัยการสงู สุดตรวจพจิ ารณากอ น
การกําหนดวัน เวลาการเสนอราคาในเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรค
หนึ่ง ใหกําหนดเปนวันถัดจากวันสุดทายของระยะเวลาการเผยแพรประกาศและเอกสารซื้อหรือ
จาง โดยกําหนดเปนวัน เวลา ทําการเทานั้น และเวลาในการเสนอราคาใหถือตามเวลาของระบบ
จัดซ้อื จัดจาง ภาครฐั ดวยอิเลก็ ทรอนกิ สเปน เกณฑ
ขอ 35 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ
22 แลวใหห ัวหนาเจาหนาที่เผยแพรประกาศและเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกสใน
ระบบ เครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหนวยงานของรัฐ เปนเวลาติดตอกันไมนอย
กวา 3 วนั ทําการ และใหปด ประกาศโดยเปด เผย ณ สถานท่ปี ดประกาศของหนวยงานของรฐั น้นั
ขอ 36 ใหกรมบญั ชีกลางจดั สง ประกาศและเอกสารซ้ือหรือจางดว ยวิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนิกส
ไปยังผูประกอบการที่ไดลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส ซึ่งไดนํา
รายละเอียด ของพัสดุลงในระบบขอมลู สินคาตรงตามประกาศและเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาด
อิเล็กทรอนิกส ของหนวยงานของรัฐ และจัดสงใหสํานักงานการตรวจเงินแผนดินผานทางระบบ
อิเล็กทรอนกิ ส
ในกรณีที่ผูประกอบการรายใดมีคุณสมบัติตรงตามประกาศและเอกสารซื้อหรือจาง
ดงั กลาว และยงั ไมไดล งทะเบียนในระบบจัดซอื้ จัดจางภาครัฐดว ยอเิ ลก็ ทรอนกิ ส หากประสงคจะเขา
รวมเสนอราคาในครั้งนั้น จะตองลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกสและ
จะตอ ง นํารายละเอยี ดของพสั ดลุ งในระบบขอ มูลสนิ คากอนการเสนอราคา
ขอ 37 เมอ่ื ถึงกําหนดวนั เสนอราคาดวยวิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนกิ ส ใหดําเนนิ การดงั นี้
(1) กรณีเปนการซื้อหรือจาง ตามขอ 30 (1) ใหผูประกอบการเขาสูระบบตลาด
อเิ ลก็ ทรอนิกส และใหเ สนอราคาภายในเวลาท่ีกําหนด โดยสามารถเสนอราคาไดเพียงครงั้ เดยี ว
(2) กรณีเปนการซื้อหรือจาง ตามขอ 30 (2) ใหผูประกอบการเขาสูระบบตลาด
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยตอ งลงทะเบียนกอนเริม่ กระบวนการเสนอราคา ภายในเวลา 15 นาที พรอ มทั้งให
ทําการทดสอบระบบ เปนเวลา 15 นาที และใหเ สนอราคาภายในเวลา 30 นาที โดยจะเสนอราคาก่ี
ครัง้ ก็ได
กําหนดวันเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง หามมิใหรนหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกาํ หนดวัน
เสนอราคา เวนแตเปนกรณีที่กรมบัญชีกลางแจงเลื่อนกําหนดวัน เวลาการเสนอราคา เนื่องจากมี
ปญ หาขอ ขัดของ เกย่ี วกบั การเสนอราคาผานระบบจัดซ้ือจัดจางภาครฐั ดว ยอิเลก็ ทรอนิกส และเมือ่ ได
ดําเนินการ เปนประการใดแลวใหกรมบัญชีกลางรายงานคณะกรรมการวินจิ ฉยั ทราบดวย
13
ขอ 38 เม่ือสิ้นสุดการเสนอราคาตามขอ 37 แลว หากปรากฏวามีผูเสนอราคาต่ำสุด เทากัน
หลายราย ใหเจาหนาที่พิจารณาราคาต่ำสุดของผูทีเ่ สนอราคาเขา สูระบบตลาดอิเล็กทรอนกิ ส ในลําดับ
แรกเปน ผชู นะการเสนอราคาในครั้งน้ัน
ในกรณที ี่มีผูเ ขาเสนอราคาเพยี งรายเดียว หากเห็นวาราคาที่เสนอมีความเหมาะสมและเปน
ประโยชนตอหนวยงานของรัฐ ใหเจาหนาที่เสนอหัวหนาหนวยงานของรฐั ผานหัวหนาเจาหนาที่ เพื่อ
พจิ ารณารบั ราคาของผูเสนอราคารายนน้ั ได
ถาไมมีผูเขาเสนอราคา ใหเจา หนาทเ่ี สนอหัวหนาหนวยงานของรฐั ผานหัวหนาเจา หนาที่ เพ่ือ
พิจารณายกเลิกการซื้อหรือจางในครั้งนั้นและดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส
ใหม หรือจะดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ก) หรือวิธี
เฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ก) แลว แตก รณกี ไ็ ด เวน แตห นวยงานของรฐั จะดาํ เนินการ
ซอื้ หรือจา งโดยวิธคี ดั เลอื กหรือวิธีเฉพาะเจาะจงดวยเหตุอื่น ใหเ ร่ิมกระบวนการซื้อหรอื จางใหมโดยการ
จดั ทำรายงานขอซือ้ หรอื ขอจางตามขอ 22
ขอ 39 ในกรณีที่ปรากฏวาราคาของผูเสนอราคารายต่ำสุดที่ชนะการเสนอราคายังสูงกวา
วงเงินทจ่ี ะซอ้ื หรอื จางตามขอ 22 ใหเจาหนา ทด่ี ําเนนิ การ ดังน้ี
(1) ตอรองราคากับผูเ สนอราคารายดังกลาวผานทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกสใหต ่ำสุดเทาที่
จะทําได หากผูเสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและยื่นใบเสนอราคาผานทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส
แลว หากราคาที่เสนอใหมไ มสูงกวา วงเงินที่จะซื้อหรือจาง หรือสูงกวาแตไมเกินรอยละสิบของวงเงิน ที่
จะซือ้ หรือจาง หรอื ตอ รองแลวไมยอมลดราคาอีก แตส ว นที่สูงกวาวงเงนิ ทจ่ี ะซื้อหรือจางนั้นไมเกิน รอย
ละสบิ ของวงเงินทจ่ี ะซื้อหรอื จาง ถาเห็นวาราคาดังกลา วเปนราคาท่ีเหมาะสมกใ็ หเ สนอซื้อหรือจาง จาก
ผูเสนอราคารายนน้ั
(2) ถาดําเนินการตาม (1) แลวไมไดผล ใหแจงผูเสนอราคาที่เสนอราคาถูกตองตรงตาม
เงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกสทุกรายผานทางระบบตลาด
อเิ ล็กทรอนกิ สเ พ่ือใหเสนอราคาใหมพรอ มกนั โดยใหยนื่ ใบเสนอราคาผา นทางระบบตลาดอเิ ลก็ ทรอนิกส
ภายในเวลาที่หนวยงานของรัฐกำหนด หากผูเสนอราคารายใดไมย ืน่ ใบเสนอราคาใหม ใหถือวาผูเ สนอ
ราคา รายนน้ั ยืนราคาตามท่ีเสนอไวเดิม หากปรากฏวาผเู สนอราคาต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งใหมเ สนอ
ราคา ไมสูงกวาวงเงินที่จะซอื้ หรือจาง หรอื สงู กวา แตสวนที่สูงกวา นั้นไมเกินรอยละสิบของวงเงินที่จะซื้อ
หรือจา ง ถาเหน็ วา ราคาดงั กลาวเปน ราคาที่เหมาะสมก็ใหเ สนอซอ้ื หรอื จางจากผูเสนอราคารายน้ัน
(3) ถาดําเนินการตาม (2) แลวไมไดผล ใหเสนอหัวหนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนา
เจา หนาที่เพื่อพิจารณายกเลกิ การซื้อหรือจางในครั้งนั้น ทัง้ นี้ การดําเนินการซือ้ หรือจางครั้งใหมใหนำ
ความ ในขอ 38 วรรคสาม มาใชบ งั คับโดยอนุโลม
ขอ 40 ภายหลังจากที่ไดผูชนะการเสนอราคาตามขอ 38 หรือขอ 39 แลว ใหเจาหนาที่
จัดพิมพใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผูเสนอราคารายนั้นจากระบบตลาด
อิเล็กทรอนิกส จำนวน 1 ชุด และลงลายมอื ชื่อกำกับไวในใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาทุก
แผน
ในกรณีที่ผเู สนอราคาตามวรรคหนงึ่ เสนอราคาผิดเงือ่ นไขตามทีก่ ำหนดไวในเอกสารซ้ือ หรือ
จางดวยวิธตี ลาดอิเล็กทรอนิกส หรือเสนอแค็ตตาล็อก (catalog) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ของพัสดุไมถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส ใหถ ือ
14
วา ผูเสนอราคารายนั้นไมผานคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาด
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ใหเจาหนาทีเ่ สนอหัวหนา หนว ยงานของรัฐผานหวั หนา เจา หนา ท่ีเพ่ือพิจารณายกเลิกการ
ซ้ือหรือจาง ในครั้งนั้น หรือพิจารณาผูที่เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเปนผูชนะการเสนอราคาก็ได ทั้งน้ี
ใหคำนึงถึง ความเหมาะสมและประโยชนข องหนว ยงานของรฐั เปน สําคัญ
ขอ 41 ใหเจาหนาที่รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพรอมดวยเอกสารที่เกี่ยวของ
ท้งั หมดตอหวั หนาหนวยงานของรฐั ผา นหวั หนาเจาหนา ทีเ่ พ่ือพิจารณาใหค วามเห็นชอบ
ขอ 42 เมอ่ื หวั หนาหนวยงานของรัฐใหความเหน็ ชอบรายงานผลการพจิ ารณาและผูมีอำนาจ
อนุมตั ิสั่งซื้อหรือสั่งจางแลว ใหหัวหนาเจาหนาทีป่ ระกาศผลผูชนะการซ้ือหรือจางในระบบเครือขาย
สารสนเทศของกรมบญั ชีกลาง และของหนวยงานของรฐั ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด และให
ปดประกาศโดยเปดเผย ณ สถานทีป่ ดประกาศของหนว ยงานของรัฐนั้น และแจงใหผูเสนอราคา ทุก
รายทราบผา นทางจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส (e - mail) ตามแบบทกี่ รมบญั ชีกลางกำหนด
วิธีประกวดราคาอเิ ลก็ ทรอนิกส
ขอ 43 ใหเจาหนาที่จัดทำเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส พรอม
ประกาศเชญิ ชวน ตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
การจัดทำเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ถาจำเปนตองมีขอความ
หรือรายการแตกตา งไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยมสี าระสำคัญตามที่กำหนดไวใน
แบบและไมทําใหห นวยงานของรัฐเสยี เปรียบกใ็ หกระทำได เวนแตหัวหนาหนวยงานของรัฐเห็นวา จะมี
ปญ หาในทางเสยี เปรยี บหรือไมร ัดกมุ พอ ก็ใหสงรา งเอกสารซอ้ื หรอื จางและประกาศเชิญชวนดงั กลา ว ไป
ใหสำนักงานอัยการสูงสดุ ตรวจพจิ ารณากอน
การกำหนดวัน เวลาการเสนอราคาในเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรค
หนึ่ง ใหกำหนดเปนวันถัดจากวันสุดทายของระยะเวลาการเผยแพรประกาศและเอกสารซื้อหรือ
จาง โดยกำหนดเปนวัน เวลา ทําการเทา นน้ั และเวลาในการเสนอราคาใหถ ือตามเวลาของระบบจัดซ้ือ
จดั จาง ภาครฐั ดว ยอิเลก็ ทรอนิกสเ ปน เกณฑ
ขอ 44 การซื้อหรือจา งพัสดุใดที่มีความจำเปนโดยสภาพของการซื้อหรือจางจะตองกำหนด
เงือ่ นไขไวใ นเอกสารซ้ือหรอื จางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสใหผูยื่นขอเสนอนำตัวอยางพัสดุ ท่ี
เสนอมาแสดงเพ่อื ทดลอง หรอื ทดสอบ หรือนำเสนองาน ใหหนวยงานของรฐั กำหนดใหผูย ืน่ ขอเสนอ นำ
ตัวอยางพัสดุนั้นมาแสดงเพื่อทดลอง หรือทดสอบ หรือนำเสนองาน ตามวัน และเวลา ณ สถานที่ ท่ี
หนวยงานของรฐั กำหนด
กรณีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งใดที่กำหนดใหตองมีเอกสารในสวนที่เปน
สาระสำคัญ ประกอบการยื่นขอเสนอของผูย่ืนขอเสนอที่ยื่นผานทางระบบประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส หากหนวยงานของรัฐเห็นวา เอกสารดังกลาวมีปริมาณมากและเปนอุปสรรคของผูยื่น
ขอเสนอในการนำเขา ระบบประกวดราคาอเิ ล็กทรอนกิ ส ใหห นว ยงานของรฐั กำหนดใหผูย่ืนขอเสนอนำ
เอกสารนัน้ พรอ มสรุป จำนวนเอกสารดังกลา วมาสง ณ ทท่ี ําการของหนวยงานของรัฐในภายหลัง โดยให
ลงลายมอื ชื่อ ของผยู ่ืนขอ เสนอ พรอมประทบั ตราสําคญั ของนติ บิ ุคคล (ถา มี) กำกับในเอกสารนนั้ ดวย
การกำหนดวันใหผยู นื่ ขอเสนอนำตวั อยา งพัสดุท่ีเสนอมาแสดงเพ่ือทดลอง หรือทดสอบ หรือ
นำเสนองานตามวรรคหนึ่ง หรือนำเอกสารหรือรายละเอียดมาสงตามวรรคสอง ใหหนวยงานของรัฐ
กำหนดเปนวนั ใดวันหนึ่งภายใน 5 วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา เวนแตการดําเนนิ การ ตามวรรค
15
หนึ่งที่ไมอาจดําเนินการวันใดวันหนึ่งได ใหหนวยงานของรัฐพิจารณากำหนดมากกวา 1 วันได แต
จำนวนวันดังกลาวตองไมเกิน 5 วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา ทั้งนี้ ใหระบุไวเปนเงื่อนไข ใน
เอกสารซ้อื หรือจา งดว ยวิธปี ระกวดราคาอิเล็กทรอนกิ สใ หชดั เจน
ขอ 45 เมื่อผูมีหนาท่ีรับผิดชอบตามขอ 21 ไดจัดทำรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียด
คุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางแลว ใหเจาหนาที่จัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ
22 พรอมนำรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางเสนอหัวหนา
หนว ยงานของรฐั เพื่อขอความเห็นชอบ หากหัวหนาหนวยงานของรัฐเห็นวาเพื่อใหการกำหนดขอบเขต
ของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางเปนไปดวยความ
รอบคอบ เหมาะสม เปนประโยชนแกหนวยงานของรัฐ และไมมีการกำหนดเงื่อนไขที่เปนการขัดขวาง
การแขงขัน ราคาอยางเปนธรรม อาจจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นรางขอบเขตของงานหรือ
รายละเอียดคณุ ลักษณะ ของพัสดุที่จะซ้ือหรือจางพรอมกบั รา งประกาศและรา งเอกสารซ้ือหรือจางดวย
วิธปี ระกวดราคา อิเลก็ ทรอนิกสจ ากผูประกอบการกอนกไ็ ด ทงั้ นี้ โดยมหี ลกั เกณฑด ังน้ี
(1) การซ้อื หรือจา งครั้งหนงึ่ ซ่งึ มีวงเงินเกนิ 500,000 บาท แตไมเ กิน 5,000,000 บาท ใหอยู
ในดุลพินิจของหัวหนาหนวยงานของรัฐที่จะใหมีการเผยแพรเพื่อรับฟงความคิดเหน็ จากผูประกอบการ
หรอื ไมก ไ็ ด
(2) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 5,000,000 บาท ใหหนวยงานของรัฐ นำราง
ประกาศและรางเอกสารซ้อื หรือจางดว ยวิธีประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกสเ ผยแพรเพ่ือรับฟง ความคดิ เห็น
จากผูประกอบการ
รัฐวิสาหกิจใดมีความจำเปนจะกำหนดวงเงินตามวรรคหนึ่ง แตกตางไปจากที่กำหนดไวใน
ระเบียบนี้ ใหเสนอตอคณะกรรมการวนิ ิจฉยั เพ่ือขอความเห็นชอบ และเมื่อไดรบั ความเห็นชอบแลวให
รายงานสำนักงานการตรวจเงินแผน ดินทราบดว ย
ขอ 46 ในกรณีทห่ี นวยงานของรัฐนำรา งประกาศและรางเอกสารซ้อื หรือจา งดว ยวธิ ี ประกวด
ราคาอิเลก็ ทรอนิกสเผยแพรเพือ่ รบั ฟงความคิดเห็นจากผูประกอบการตามขอ 45 ใหหัวหนา เจา หนาท่ี
ดําเนินการนำรางเอกสารดังกลาวเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และของ
หนว ยงานของรัฐ เปน เวลาตดิ ตอกันไมน อยกวา 3 วันทําการ เพอื่ ใหผูประกอบการมีความคิดเห็น ไปยัง
หนว ยงานของรฐั ที่จดั ซอื้ จัดจางโดยตรง โดยเปด เผยตัว
ขอ 47 กรณีที่มผี ูม ีความคิดเห็น ใหหัวหนาเจา หนาที่รวมกับผูมีหนาที่รบั ผิดชอบจัดทำ ราง
ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซือ้ หรือจางตามขอ 21 พิจารณาวา
สมควรดําเนินการปรบั ปรงุ แกไ ขหรอื ไม โดยใหด าํ เนินการ ดังน้ี
(1) กรณีพิจารณาแลวเห็นวา ควรปรับปรุงรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธี
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหหัวหนาเจาหนาที่จัดทำรายงานพรอมความเห็นและรางประกาศและ
รางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสที่ไดปรับปรุงแลว เสนอหัวหนาหนวยงาน
ของรฐั เพือ่ ขอความเหน็ ชอบ เมื่อไดร บั ความเห็นชอบแลว ใหน ำรา งประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจาง
ดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสด ังกลาวเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
และของหนวยงานของรัฐอีกครั้งหนึ่ง เปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา 3 วันทําการ และใหหัวหนา
เจาหนา ที่ แจงผมู ีความคิดเหน็ ทกุ รายทราบเปนหนงั สอื
16
(2) กรณีพิจารณาแลวเห็นวา ไมค วรปรับปรุงรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจา งดวยวิธี
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหหัวหนาเจาหนาทีจ่ ัดทำรายงานพรอมความเหน็ เสนอหัวหนาหนวยงาน
ของรฐั เพื่อขอความเห็นชอบ เมอ่ื ไดรับความเห็นชอบแลว ใหหัวหนาเจาหนาที่แจงผูมีความคดิ เหน็ ทกุ
ราย ทราบเปน หนังสือ
ขอ 48 ภายหลังจากที่หนวยงานของรัฐไดดําเนินการตามขอ 45 หรือขอ 46 และขอ
47 แลวแตกรณี เสร็จสิน้ แลว ใหหัวหนาเจาหนาทีด่ ําเนินการเผยแพรประกาศและเอกสารซือ้ หรือจาง
ดวยวิธีประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกสในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหนวยงาน
ของรัฐ ภายในระยะเวลาท่กี ำหนด
ขอ 49 การใหหรือการขายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับ
คุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดใหก ระทำไปพรอ มกนั กับการเผยแพรประกาศและเอกสารประกวด
ราคา อเิ ล็กทรอนกิ ส เพอื่ ใหผูประกอบการที่ประสงคจะเขายื่นขอเสนอสามารถขอรับหรือขอซ้ือเอกสาร
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสไดต้ังแตวันเริ่มตนจนถึงวันสุดทายของการเผยแพรประกาศและเอกสาร
ประกวดราคาอเิ ลก็ ทรอนิกส
ในกรณีที่มีการขาย ใหกำหนดราคาพอสมควรกบั คาใชจายที่หนวยงานของรัฐตองเสียไปใน
การ จัดทำเอกสารนั้น แตไมรวมถึงคาใชจายสวนอืน่ ที่หนวยงานของรัฐไดใชจายจากเงินงบประมาณ
เพอ่ื ดําเนินการดังกลา วแลว เชน คาใชจ า ยในการจา งสำรวจออกแบบ หรอื คา จางทป่ี รกึ ษา
ถามีการยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งนั้น และมีการประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนิกสใหม ใหผูรบั หรอื ผูซ อ้ื เอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกสคร้ังกอนมี
สทิ ธขิ อรบั เอกสาร ประกวดราคาใหม โดยไมตองเสยี คาซ้อื เอกสารประกวดราคาอีก
ขอ 50 ใหกรมบัญชีกลางจัดสงประกาศและเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนิกสของหนวยงานของรฐั ใหส ำนกั งานการตรวจเงนิ แผนดินผา นทางระบบอิเล็กทรอนกิ ส
ขอ 51 การเผยแพรป ระกาศและเอกสารซ้ือหรือจางดวยวธิ ีประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส ตาม
ขอ 58 ใหคำนึงถงึ ระยะเวลาในการใหผ ปู ระกอบการเตรียมการจัดทำเอกสารเพื่อยืน่ ขอเสนอดวย โดยมี
เงอ่ื นไข ดังนี้
(1) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 500,000 บาท แตไมเกิน 5,000,000 บาท ให
กำหนดไมน อยกวา 5 วันทาํ การ
(2) การซ้ือหรือจางครง้ั หนึง่ ซึ่งมวี งเงินเกิน 5,000,000 บาท แตไ มเ กิน 10,000,000 บาท ให
กำหนดไมน อยกวา 10 วนั ทําการ
(3) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 10,000,000 บาท แตไมเกิน 50,000,000
บาท ใหกำหนดไมนอ ยกวา 12 วันทําการ
(4) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 50,000,000 บาท ขึ้นไป ใหกำหนดไมนอย
กวา 20 วนั ทําการ
รัฐวิสาหกิจใดมีความจำเปนจะกำหนดวงเงินและระยะเวลาในการเผยแพรตามวรรคหนึ่ง
แตกตา งไปจากที่กำหนดไวในระเบียบนี้ ใหเสนอตอคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอความเห็นชอบ และ
เม่อื ไดร บั ความเห็นชอบแลว ใหร ายงานสำนกั งานการตรวจเงนิ แผน ดนิ ทราบดวย
ขอ 52 ในกรณีที่โดยสภาพของการซื้อหรือการจางนั้นมีความจำเปนจะตองมีการสอบถาม
รายละเอียดเพื่อใหเกิดความชัดเจน ใหอยูในดุลพินิจของหัวหนาหนวยงานของรัฐที่จะกำหนดให
17
ผูประกอบการที่สนใจตองการทราบรายละเอียดเพิม่ เติม สอบถามผานทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail) ของหนวยงานของรัฐหรือชองทางอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด โดยใหกำหนดระยะเวลา
ตามความเหมาะสม และใหหนวยงานของรัฐชี้แจงรายละเอียดดังกลาวในระบบเครือขายสารสนเทศ
ของกรมบญั ชีกลางและของหนว ยงานของรฐั กอ นถึงกำหนดวันเสนอราคา ไมน อยกวา 3 วันทําการ
ขอ 53 การเผยแพรประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งใด หากหนวยงาน
ของรฐั ไดกำหนดรายละเอียดของประกาศหรือเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส หรือขอบเขตของ
งาน หรือรายละเอียดคุณลกั ษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางไมถูกตอง หรือไมครบถวนในสว นท่ี
เปน สาระสำคัญไมวาทั้งหมดหรือแตบางสวน ใหหนว ยงานของรัฐยกเลิกการดําเนินการซื้อหรอื จางใน
ครงั้ น้นั แลว ดาํ เนนิ การใหมใหถูกตอ งตอไป
ขอ 54 เมอ่ื ถงึ กำหนดวันเสนอราคาดว ยวธิ ีประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส ใหผูป ระกอบการ เขาสู
ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส และใหเ สนอราคาภายในเวลาที่กำหนด โดยสามารถเสนอราคา ได
เพยี งคร้ังเดียว
กำหนดวนั เสนอราคาตามวรรคหน่ึง หามมิใหรนหรือเล่ือน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันเสนอ
ราคา เวนแตเปนกรณีที่กรมบัญชีกลางแจง เลื่อนกำหนดวัน เวลาการเสนอราคา เนื่องจากมีปญหา
ขอขัดของ เกี่ยวกับการเสนอราคาผานระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส และเมื่อได
ดําเนินการ เปน ประการใดแลว ใหก รมบัญชีกลางรายงานคณะกรรมการวินจิ ฉัยทราบดว ย
ขอ 55 เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคาตามขอ 54 ใหคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนิกส ดําเนนิ การดังน้ี
(1) จัดพิมพใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผูยื่นขอเสนอทุกรายจากระบบ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส จำนวน 1 ชดุ โดยใหกรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไวในใบเสนอราคา
และเอกสารการเสนอราคาของผูยน่ื ขอ เสนอทกุ แผน
ทั้งนี้ การซื้อหรือจางที่มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะท่ีจะตองคำนึงถึงเทคโนโลยี ของพัสดุ
หรือคุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ ซึ่งอาจจะมีขอเสนอที่ไมอยูในฐานเดียวกันเปนเหตุใหมีปญหา ในการ
พจิ ารณาคัดเลือกขอเสนอ ใหหนวยงานของรัฐกำหนดเปนเงื่อนไขใหมีการยื่นขอเสนอดา นเทคนิค หรือ
ขอเสนออื่นแยกมาตางหาก ในกรณีเชนวานี้ คณะกรรมการยังไมตองจัดพิมพใบเสนอราคาจนกวา จะ
ดาํ เนนิ การตามขอ 83 (3) แลว เสรจ็
(2) ตรวจสอบการมีผลประโยชนรวมกัน และเอกสารหลักฐานการเสนอราคาตาง ๆ และพัสดุ
ตัวอยาง (ถามี) หรือพิจารณาการนำเสนองานของผูยื่นขอเสนอทุกราย หรือเอกสาร ที่กำหนดใหจัดสง
ภายหลังจากวันเสนอราคาตามขอ 44 แลวคัดเลือกผูยื่นขอเสนอที่ไมมีผลประโยชนรวมกัน และย่ืน
เอกสารการเสนอราคาครบถวน ถูกตอง มีคุณสมบัติและขอเสนอทางดานเทคนิคหรือเสนอพัสดุ ที่มี
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะครบถว น ถูกตอง ตามเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐกำหนดไวในประกาศ
และเอกสารประกวดราคาอเิ ล็กทรอนกิ ส
ในกระบวนการพิจารณา คณะกรรมการอาจสอบถามขอ เท็จจริงเพิ่มเติมจากผูย ืน่ ขอเสนอ ราย
ใดก็ได แตจะใหผูย่นื ขอเสนอรายใดเปล่ียนแปลงสาระสำคัญทเ่ี สนอไวแ ลว มิได และหาก คณะกรรมการ
เห็นวาผูย ื่นขอเสนอรายใดมคี ุณสมบัติไมครบถวนตามเง่ือนไขท่ีหนวยงานของรัฐกำหนดไว ในประกาศ
และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหคณะกรรมการตดั รายชือ่ ของผยู ่ืนขอเสนอรายนั้น ออกจาก
การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสในคร้ังนน้ั
18
ในกรณีที่ผูยืน่ ขอเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนคิ หรือรายละเอียดคณุ ลักษณะเฉพาะ ของ
พัสดุที่จะซื้อหรือจางไมครบถวน หรือเสนอรายละเอียดแตกตางไปจากเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐ
กำหนดไวในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ในสวนที่มิใชสาระสำคัญและความ
แตกตางนั้นไมมีผลทําใหเกิดการไดเปรียบเสียเปรียบตอผูยื่นขอเสนอรายอื่นหรือเปนการผิดพลาด
เล็กนอ ย ใหพ จิ ารณาผอนปรนการตัดสทิ ธ์ผิ ูยน่ื ขอเสนอรายน้ัน
(3) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรือคุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอที่ถูกตองตาม (2) และพิจารณา
คัดเลือกขอ เสนอตามหลกั เกณฑท่ีกำหนดในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส โดยใหจัด
เรยี งลำดับผูทเ่ี สนอราคาต่ำสุดหรือไดค ะแนนรวมสูงสุด ไมเ กิน 3 ราย
ในกรณีที่ผูย่ืนขอเสนอรายที่คัดเลือกไวไมยอมเขาทําสัญญาหรือขอตกลงกับหนวยงานของรัฐ
ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหค ณะกรรมการพิจารณาผูท่ีเสนอราคาต่ำ
รายถัดไป หรือผูท ่ไี ดคะแนนรวมสงู รายถัดไปตามลำดบั แลว แตก รณี
(4) จัดทำรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพรอมดวยเอกสารที่ไดรับไวทั้งหมดเสนอ
หัวหนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนาเจาหนาที่เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ ทั้งนี้ รายงานผลการ
พจิ ารณาดังกลาว ใหประกอบดว ยรายการอยางนอย ดงั ตอ ไปนี้
(ก) รายการพสั ดุที่จะซอ้ื หรือจา ง
(ข) รายชื่อผูยืน่ ขอ เสนอ ราคาทเี่ สนอ และขอ เสนอของผยู ่นื ขอเสนอทุกราย
(ค) รายชอื่ ผยู ื่นขอ เสนอทผ่ี า นการคดั เลอื กวาไมเปนผูม ีผลประโยชนรว มกนั
(ง) หลกั เกณฑก ารพิจารณาคดั เลือกขอเสนอ พรอมเกณฑก ารใหคะแนน
(จ) ผลการพิจารณาคัดเลือกขอเสนอและการใหคะแนนขอเสนอของผูยื่นขอเสนอทุกราย
พรอมเหตุผลสนบั สนนุ ในการพิจารณา
ขอ 56 ในกรณีที่ปรากฏวา มีผูยื่นขอเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผูยื่นขอเสนอหลายราย แต
ถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสเพียงรายเดียว ให
คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสเสนอหวั หนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนา
เจาหนาที่ เพ่อื ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสค ร้ังนนั้ แตถ า คณะกรรมการพจิ ารณาแลวเห็นวามี
เหตผุ ล สมควรท่จี ะดําเนินการตอไปโดยไมต อ งยกเลกิ การประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส ใหคณะกรรมการ
ดําเนินการตามขอ 57 หรอื ขอ 58 แลว แตก รณี โดยอนุโลม
ในกรณีที่ไมม ีผูย่นื ขอเสนอหรือมแี ตไมถูกตอ งตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส ใหเสนอหัวหนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนาเจาหนาที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคา
อิเล็กทรอนกิ สครัง้ นั้นและดําเนนิ การประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกสใหม แตห ากหัวหนาหนวยงานของรฐั
พิจารณาแลวเหน็ วาการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสใหมอ าจไมไดผลดี จะสั่งใหดาํ เนินการซื้อหรือจาง
โดยวธิ ีคดั เลือกตามมาตรา 56 วรรคหน่ึง (1) (ก) หรอื วิธเี ฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ก)
แลวแตก รณีก็ได เวน แตห นว ยงานของรัฐจะดําเนินการซ้อื หรือจางโดยวิธีคดั เลือกหรือวิธี เฉพาะเจาะจง
ดวยเหตอุ น่ื ใหเริ่มกระบวนการซอ้ื หรือจางใหมโ ดยการจดั ทำรายงานขอซ้ือหรือขอจาง ตามขอ 22
ขอ 57 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส กรณีที่หนวยงานของรัฐเลือกใช
เกณฑราคา หากปรากฏวา มีผูเสนอราคาต่ำสุดเทา กันหลายราย ใหคณะกรรมการพิจารณาราคาต่ำสุด
ของผูที่เสนอราคาเขาสูระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ สในลำดบั แรกเปนผูชนะการเสนอราคาในครงั้
น้ัน
19
ในกรณีที่ปรากฏวาราคาของผูที่ชนะการเสนอราคายังสูงกวาวงเงินที่จะซื้อหรือจางตามขอ
22 ใหคณะกรรมการดาํ เนินการ ดังน้ี
(1) ใหแจงผูที่เสนอราคารายท่ีคณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือหรือจางนั้นผานระบบประกวด
ราคา อเิ ล็กทรอนิกสเพื่อตอรองราคาใหต ่ำสดุ เทาที่จะทําได หากผูท่ีเสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและ
ยื่น ใบเสนอราคาผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสแลว ราคาท่ีเสนอใหมไมสูงกวาวงเงินที่จะซื้อ
หรือจาง หรือสูงกวาแตสว นที่สูงกวานั้นไมเกินรอยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจาง หรือตอรองราคา
แลวไมยอม ลดราคาลงอีกแตสวนทสี่ ูงกวานน้ั ไมเ กนิ รอยละสิบของวงเงินท่ีจะซื้อหรือจาง ถาเห็นวาราคา
ดงั กลา ว เปน ราคาทเ่ี หมาะสม กใ็ หเสนอซ้อื หรอื จา งจากผทู ี่เสนอราคารายนั้น
(2) ถาดําเนินการตาม (1) แลวไมไดผล ใหแจง ผูที่เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ
หรือจางทุกรายผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส เพื่อมาเสนอราคาใหมพรอมกันโดยยื่นใบเสนอ
ราคา ผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไมยื่นใบ
เสนอราคา ใหถือวารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไวเดิม หากผูท่ีเสนอราคาต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งน้ี
เสนอราคา ไมส งู กวา วงเงินทีจ่ ะซือ้ หรือจา ง หรือสูงกวาแตส วนที่สงู กวาน้ันไมเกินรอยละสบิ ของวงเงนิ ท่ี
จะซื้อหรอื จาง ถาเห็นวาราคาดังกลาวเปนราคาทเ่ี หมาะสม ก็ใหเสนอซ้อื หรอื จางจากผูทีเ่ สนอราคาราย
นนั้
(3) ถา ดําเนินการตาม (2) แลว ไมไดผล ใหเสนอความเห็นตอหวั หนาหนวยงานของรัฐ ผาน
หัวหนาเจาหนา ที่เพื่อประกอบการใชดุลพินิจวาจะยกเลิกการซ้ือหรือจาง หรือขอเงินเพิ่มเติม หรือลด
รายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หากการดําเนนิ การดังกลาวทําใหลำดับของผูชนะการเสนอราคา
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ถือวากอใหเกิดการไดเปรยี บเสียเปรียบระหวางผูเสนอราคา ใหยกเลิกการซ้ือ
หรือจางในครั้งนั้น แตห ากหัวหนาหนวยงานของรัฐพิจารณาแลวเห็นวา การดําเนนิ การประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกสใหมอาจไมไดผลดี จะสั่งใหดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา 56 วรรค
หน่งึ (1) (ก) หรอื วิธเี ฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนง่ึ (1) (ก) แลว แตกรณีก็ได เวนแตหนวยงาน
ของรฐั จะดําเนินการซ้ือหรือจางโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจงดวยเหตุอ่ืน ใหเรม่ิ กระบวนการซื้อ
หรอื จางใหมโดยการจดั ทำรายงานขอซื้อหรอื ขอจา งตามขอ 22
ขอ 58 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส กรณีทีห่ นวยงานของรัฐเลือกใช
เกณฑราคาประกอบเกณฑอื่น หากปรากฏวาราคาของผูที่ไดคะแนนรวมสูงสุด สูงกวาวงเงินที่จะซ้ือ
หรือจางตามขอ 22 ใหคณะกรรมการดําเนินการแจงผูที่เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือ
หรอื จา งน้นั ผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสเพ่ือตอ รองราคาใหตำ่ สุดเทาท่ีจะทําได หากผูท่เี สนอ
ราคา รายนนั้ ยอมลดราคาและย่ืนใบเสนอราคาผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสแลว ราคาท่เี สนอ
ใหม ไมสูงกวาวงเงนิ ที่จะซื้อหรือจา ง หรือสูงกวาแตสวนที่สูงกวาน้ันไมเกินรอยละสิบของวงเงินท่ีจะซ้อื
หรือจา ง หรือตอ รองราคาแลว ไมยอมลดราคาลงอกี แตสวนทสี่ ูงกวานั้นไมเ กินรอ ยละสิบของวงเงินท่ีจะ
ซื้อ หรือจาง ถาเห็นวาราคาดังกลาวเปน ราคาที่เหมาะสม ก็ใหเสนอซือ้ หรือจางจากผูที่เสนอราคาราย
นัน้
หากดําเนินการตามวรรคหนึง่ แลวไมไดผ ล ใหเสนอความเห็นตอ หัวหนาหนวยงานของรัฐ ผาน
หัวหนา เจาหนาทเี่ พ่ือประกอบการใชด ลุ พนิ ิจวา จะขอเงินเพิ่มเติม หรอื ยกเลิกการซือ้ หรือจาง ในคร้ังน้ัน
และดําเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสใหม แตหากหัวหนาหนวยงานของรัฐพิจารณาแลวเห็น
วา การดาํ เนินการประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกสใหมอาจไมไดผลดี จะสงั่ ใหดาํ เนนิ การซ้ือหรือจางโดยวิธี
20
คัดเลือกตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ก) หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2)
(ก) แลวแตกรณีก็ได เวนแตหนวยงานของรัฐจะดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธี
เฉพาะเจาะจง ดว ยเหตุอื่น ใหเริ่มกระบวนการซื้อหรือจางใหมโดยการจดั ทำรายงานขอซื้อหรือขอจาง
ตามขอ 22
ขอ 59 ใหนำความในขอ 42 มาใชบังคับกับการประกาศผลผูชนะการซื้อหรือจางโดยวิธี
ประกวดราคาอเิ ล็กทรอนกิ ส โดยอนุโลม
ขอ 60 การซอื้ หรอื จา งโดยการประกวดราคานานาชาติ ใหดําเนินการดังน้ี
(1) ใหหนวยงานของรัฐจัดทำรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ
พสั ดุ หรอื แบบรูปรายการงานกอสรางทจี่ ะซอ้ื หรอื จาง แลวแตก รณี ตามขอ 21
(2) การจัดทำเอกสารซ้ือหรือจางโดยการประกวดราคานานาชาตพิ รอมประกาศเชญิ ชวน ให
อยูใ นดลุ พินิจของหัวหนาหนว ยงานของรฐั ทจี่ ะพิจารณาวาจะจัดทำเปน ภาษาไทยหรือภาษาองั กฤษก็ได
(3) ใหนำวามในขอ 44 ถึงขอ 59 มาใชบังคับกับการประกวดราคานานาชาติ โดยอนุโลม
เวนแตก ารเผยแพรประกาศและเอกสารซือ้ หรือจางใหเ ผยแพรต ดิ ตอกันไมน อยกวา 30 วนั ทาํ การ
วิธีสอบราคา
ขอ 61 ใหเจาหนาที่จดั ทำเอกสารซื้อหรือจางดว ยวิธีสอบราคาพรอมประกาศเชิญชวน ตาม
แบบทีค่ ณะกรรมการนโยบายกำหนด
การจัดทำเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ถาจำเปนตองมีขอความ
หรือรายการแตกตางไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยมสี าระสำคญั ตามที่กำหนดไว ใน
แบบและไมทาํ ใหห นวยงานของรฐั เสียเปรียบก็ใหกระทำได เวนแต หวั หนา หนวยงานของรฐั เหน็ วา จะมี
ปญหาในทางเสยี เปรยี บหรอื ไมร ดั กุมพอ ก็ใหสง รางเอกสารซอ้ื หรอื จา งและประกาศเชิญชวน ดังกลา วไป
ใหส ำนกั งานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณากอน
การกำหนดวัน เวลาการยื่นขอเสนอในเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรค
หนึง่ ใหก ำหนดเปน วนั ถดั จากวันสดุ ทายของระยะเวลาการเผยแพรประกาศและเอกสารซ้อื หรือจางโดย
กำหนด เปน วัน เวลาทําการเพยี งวนั เดียว
การกำหนดวัน เวลาการเปดซองขอเสนอ ใหกำหนดเปนวัน เวลา ทําการ ถัดจากยน่ื ขอ เสนอ
ตามวรรคสาม
ขอ 62 หนวยงานของรัฐอาจนำรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีสอบราคา
เผยแพรเ พือ่ รับฟงความคดิ เหน็ จากผูประกอบการกอ นกไ็ ด
ในกรณีที่หนว ยงานของรฐั นำรา งประกาศและรางเอกสารซ้ือหรือจางดว ยวิธีสอบราคาเผยแพร
เพือ่ รบั ฟงความคดิ เห็นจากผูป ระกอบการ ใหนำความในขอ 46 และขอ 47 มาใชบ งั คบั โดยอนุโลม
ขอ 63 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ
22 และรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีสอบราคาแลว ใหหัวหนาเจาหนาที่ดําเนินการ
เผยแพรประกาศและเอกสารสอบราคาในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของ
หนวยงานของรัฐ เปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา 5 วันทําการ โดยใหคำนึงถึงระยะเวลาในการ ให
ผปู ระกอบการเตรียมการจดั ทำเอกสารเพ่ือย่ืนขอเสนอดวย
ขอ 64 ใหนำความในขอ 59 มาใชบังคบั กบั การใหหรือขายเอกสารสอบราคา โดยอนุโลม
21
ขอ 65 ใหกรมบัญชีกลางจัดสงประกาศและเอกสารสอบราคาของหนวยงานของรัฐ ให
สำนกั งานการตรวจเงนิ แผนดินผา นทางระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส
ขอ 66 การซื้อหรือจางพัสดุใดที่มีความจำเปนโดยสภาพของการซื้อหรือจางจะตองกำหนด
เงื่อนไข ไวในเอกสารสอบราคาที่จะตองมีการชี้แจงรายละเอียดหรือการชีส้ ถานที่ ใหหนวยงานของรัฐ
กำหนด วนั เวลา และสถานที่ในการชแี้ จงรายละเอยี ดหรอื การชแ้ี จงสถานทีใ่ นเอกสารสอบราคาดว ย
กอนถึงกำหนดวันยื่นขอเสนอ หากหนวยงานของรัฐเห็นวามีความจำเปนที่จะตองกำหนด
รายละเอียดเพิ่มเติมหรอื มีการชี้สถานที่อันเปนการแกไขคณุ ลักษณะเฉพาะที่เปนสาระสำคัญซึ่งมิได
กำหนดไวในเอกสารสอบราคาตั้งแตต น ใหหนวยงานของรฐั จัดทำเปนเอกสารสอบราคาเพิ่มเติมและให
ระบุวัน เวลา และสถานที่ในการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ไวดว ย โดยใหดําเนินการเผยแพร
ในระบบเครอื ขายสารสนเทศของกรมบัญชกี ลางและของหนวยงานของรฐั และใหแ จง ผทู ่ีไดร ับหรอื ไดซื้อ
เอกสารสอบราคาไปแลวทุกรายทราบผานทางจดหมายอิเล็กทรอนกิ สต ามแบบท่ีกรมบัญชกี ลางกำหนด
การช้ีแจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ตามวรรคสอง ใหผูที่รับผดิ ชอบในการปฏบิ ัติงานนั้น
จัดทำบนั ทกึ การชี้แจงรายละเอยี ดหรือการช้สี ถานท่ีเปน ลายลกั ษณอักษรไวเปนหลักฐานทุกครั้ง
ถามีการดําเนินการตามวรรคสอง ใหหนวยงานของรัฐพิจารณาเลื่อนวัน เวลาการยื่น
ขอ เสนอ และการเปด ซองสอบราคา ตามความจำเปนแกกรณดี ว ย
ขอ 67 ใหห นวยงานของรฐั กำหนดวัน เวลา และสถานทใ่ี นการขอรับหรือขอซ้ือเอกสาร สอบ
ราคา ณ สถานท่ที ่หี นวยงานของรัฐกำหนด โดยใหข อรบั หรอื ขอซ้ือเอกสารสอบราคาไดต งั้ แตว ัน เริ่มตน
จนถงึ วนั สดุ ทายของการเผยแพรป ระกาศและเอกสารสอบราคา ตามขอ 63
ขอ 68 ในการยน่ื ซองขอเสนอ ผยู นื่ ขอเสนอจะตองผนึกซองจา หนา ถึงประธานคณะกรรมการ
พิจารณาผลการสอบราคาครั้งนั้น และสงถึงหนว ยงานของรัฐผูดำเนินการสอบราคาโดยยื่นโดยตรง ตอ
หนวยงานของรัฐ พรอมรับรองเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาพรอมกับซองใบเสนอราคาวาเอกสารดังกลาว
ถกู ตอ ง และเปนความจริงทกุ ประการ
ใหเจาหนาที่ลงรับโดยไมเปดซองพรอมระบุวันและเวลาที่รับซอง ในกรณีที่ผูยื่นขอเสนอมา
ยื่นซองโดยตรง ใหออกใบรับใหแกผูยื่นขอเสนอ และใหสงมอบซองเสนอราคาทั้งหมด และเอกสาร
หลกั ฐานตางๆ ทไ่ี ดร บั ไวตอคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคาครัง้ นั้น เพ่อื ดําเนนิ การตอ ไป
ขอ 69 นอกเหนือจากกรณที ี่กำหนดไวในขอ 66 เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซองขอเสนอ หามมใิ ห
รน หรอื เลอ่ื น หรือเปลยี่ นแปลงกำหนดวนั ยื่นซองขอ เสนอ
ขอ 70 เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการเปดซองขอเสนอ ใหคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบ
ราคา ดําเนินการเปด ซองขอเสนอ และตรวจสอบเอกสารหลกั ฐานตาง ๆ ของผูยื่นขอ เสนอทกุ รายแลว
ให กรรมการทุกคนลงลายมือช่ือกำกับไวในใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการเสนอราคาของผูย ่ืน
ขอเสนอทุกแผน และใหนำความในขอ 55 (2) - (4) มาใชบังคับกับการดําเนินการพิจารณาคัดเลือก ผู
ชนะการซ้ือหรอื จา งของคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา โดยอนโุ ลม
ขอ 71 ในกรณีท่ีปรากฏวา มีผูยื่นขอเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผูย ื่นขอเสนอหลายราย แต
ถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว หรือไมมีผูยื่นขอเสนอหรือมี แตไม
ถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคา ใหคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา
ดําเนินการตามขอ 56 โดยอนโุ ลม
22
ถาปรากฏวาราคาของผูยื่นขอเสนอทีค่ ณะกรรมการเห็นสมควรซือ้ หรือจางยังสูงกวา วงเงิน ที่
จะซื้อหรือจาง ใหคณะกรรมการเรียกผูยื่นขอเสนอรายนั้นมาตอรองราคา โดยใหดําเนินการตามขอ
57 หรือขอ 58 แลวแตก รณี โดยอนโุ ลม
ขอ 72 ใหนำความในขอ 42 มาใชบังคับกับการประกาศผลผูชนะ การซอ้ื หรอื จางโดยวิธี สอบ
ราคา โดยอนุโลม
ขอ 73 ใหนำความในขอ 60 มาใชบ ังคับกับการสอบราคานานาชาติ โดยอนโุ ลม
วิธคี ัดเลือก
ขอ 74 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ 22
แลว ใหคณะกรรมการซือ้ หรอื จา งโดยวธิ ีคดั เลือก ดาํ เนนิ การดังตอ ไปนี้
(1) จัดทำหนังสือเชิญชวนผูประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐ
กำหนด ไมน อ ยกวา 3 ราย ใหเ ขายื่นขอเสนอ เวนแตในงานนั้นมีผูประกอบการที่มีคุณสมบัตติ รงตามที่
กำหนด นอ ยกวา 3 ราย โดยใหคำนึงถึงการไมม ีผลประโยชนร ว มกนั ของผูทเ่ี ขายื่นขอเสนอ พรอมจัดทำ
บัญชรี ายชอื่ ผปู ระกอบการทีค่ ณะกรรมการมีหนังสอื เชิญชวน
(2) การย่นื ซองขอเสนอและการรับซองขอเสนอ ใหด าํ เนินการตามขอ 68 โดยอนุโลม
(3) เม่ือถงึ กำหนดวนั เวลาการรบั ซองขอ เสนอ ใหรับซองขอเสนอของผยู ่นื ขอเสนอเฉพาะราย
ที่คณะกรรมการไดมีหนังสือเชิญชวนเทานั้น พรอมจัดทำบัญชีรายชื่อผูมายื่นขอเสนอ เมื่อพน
กำหนดเวลารับซองขอเสนอ หา มรับเอกสารหลักฐานตา ง ๆ และพัสดุตัวอยา ง ตามเงอื่ นไขที่กำหนดใน
หนงั สอื เชิญชวนเพิ่มเตมิ จากผูย่ืนขอเสนอ เวนแต กรณีการซ้อื หรือจางใด มรี ายละเอียดที่มีความจำเปน
โดยสภาพของการซ้ือหรือจางที่จะตองใหผ ูย่ืนขอเสนอนำตัวอยางพัสดุ มาแสดงเพ่ือทดลอง หรอื ทดสอบ
หรือนำเสนองาน หรือใหผูยื่นขอเสนอนำเอกสารหรือรายละเอียด มาสงภายหลังจากวันยื่นซอง
ขอเสนอ
(4) เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการเปดซองขอเสนอ ใหคณะกรรมการดําเนินการเปดซอง
ขอเสนอ และตรวจสอบเอกสารหลักฐานตาง ๆ ของผูยื่นขอเสนอทุกราย แลวใหกรรมการทุกคนลง
ลายมือช่ือกำกบั ไวในใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการเสนอราคาของผูยื่นขอเสนอทกุ แผน และ
ใหน ำความในขอ 55 (2) - (4) มาใชบังคับกบั การดาํ เนนิ การพจิ ารณาคัดเลือกผูชนะการซอ้ื หรือจางหรือ
ผไู ดรับการคดั เลอื ก ของคณะกรรมการโดยอนุโลม
ขอ 75 หากปรากฏวามีผูยื่นขอเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผูยื่นขอเสนอหลายรายแตถูกตอง
ตรงตามเงอ่ื นไขที่กำหนดในหนังสอื เชญิ ชวนเพยี งรายเดียว ใหค ณะกรรมการดําเนินการตามขอ 56 โดย
อนโุ ลม
ในกรณที ี่ไมม ผี ูยนื่ ขอเสนอหรือมีแตไมถ ูกตองตรงตามเงื่อนไขท่ีกำหนดในหนงั สือเชญิ ชวน ให
เสนอหัวหนาหนวยงานของรัฐผา นหัวหนาเจาหนาที่เพื่อยกเลิกการคัดเลือกครั้งนั้น และจะดําเนินการ
ใหมโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึง่ (2) (ก) ก็ได
ถาปรากฏวาราคาของผยู ื่นขอเสนอทีค่ ณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือหรอื จา งยังสูงกวาวงเงิน ที่
จะซื้อหรือจาง ใหคณะกรรมการเรียกผูยื่นขอเสนอรายนั้นมาตอรองราคา โดยใหดําเนินการตามขอ
57 หรอื ขอ 58 แลว แตก รณี โดยอนุโลม
ขอ 76 ในกรณีการจางตามมาตรา 56 วรรคหนง่ึ (1) (ช) หากไมส ามารถดาํ เนินการ ตามปกติ
ได ใหคณะกรรมการแจงใหผ ูประกอบการยื่นซองขอเสนอดานเทคนิคเพื่อพิจารณาใหเปน ไปตามความ
23
ตองการกอนพิจารณาดานราคา แลวใหคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกขอเสนอดานเทคนิค ที่ดีที่สุด
แลวจัดลำดับ หลังจากนัน้ ใหเชิญผูท่ียื่นขอ เสนอดา นเทคนิคที่ดีท่ีสุดมายืน่ ขอเสนอดานราคา และเจรจา
ตอ รองราคาท่เี หมาะสม หากเจรจาไมไ ดผล ใหเจรจากับผยู นื่ ขอ เสนอดานเทคนคิ ท่ดี ีที่สุดรายถดั ไป
หากดําเนินการตามวรรคหนึ่ง แลวไมไดผล ใหเสนอความเห็นตอหวั หนาหนวยงานของรัฐ
ผานหัวหนาเจาหนาที่เพื่อพิจารณายกเลิกการจางในครั้งนั้นและจะสั่งใหดําเนินการใหมโดยวิธี
เฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหน่งึ (2) (ก) ก็ได
ขอ 77 ใหนำความในขอ 42 มาใชบงั คับกับการประกาศผลผชู นะการซื้อหรือจาง หรือผูไ ดรับ
การคดั เลือกโดยวธิ ีคัดเลอื ก โดยอนโุ ลม
วธิ ีเฉพาะเจาะจง
ขอ 78 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจางตามขอ 22
แลว ใหคณะกรรมการซอื้ หรือจางโดยวธิ ีเฉพาะเจาะจง ดาํ เนินการดงั ตอไปน้ี
(1) จัดทำหนังสือเชิญชวนผูประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐ
กำหนดรายใดรายหนง่ึ ใหเขายืน่ ขอเสนอหรือใหเขามาเจรจาตอรองราคา โดยใหดาํ เนนิ การดงั ตอ ไปนี้
(ก) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ก) ใหเชิญผูประกอบการที่มีอาชีพขาย หรือ
รับจางน้ันโดยตรงหรือจากผูย ื่นขอเสนอในการซ้ือหรอื จางโดยวธิ ีประกาศเชญิ ชวนท่ัวไปหรือวธิ ีคดั เลือก
ซึ่งถูกยกเลกิ ไป (ถามี) ใหมายื่นเสนอราคา ทั้งนี้ หากเหน็ วา ผปู ระกอบการรายที่เห็นสมควรซ้ือหรือจาง
เสนอราคาสูงกวา ราคาในทองตลาด หรือราคาที่ประมาณได หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให
ตอ รองราคาลงเทา ทีจ่ ะทําได
(ข) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึง่ (2) (ค) (ง) ใหเชิญผูป ระกอบการที่มีอาชพี ขาย หรือ
รับจางนั้นโดยตรงมายื่นเสนอราคา หากเห็นวาราคาที่เสนอนัน้ ยังสูงกวาราคาในทองถิ่น หรือราคา ท่ี
ประมาณได หรือราคาทคี่ ณะกรรมการเห็นสมควร ใหตอรองราคาลงเทา ทีจ่ ะทาํ ได
(ค) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (จ) ใหเจรจากับผูประกอบการรายเดิม ตาม
สัญญาหรือขอตกลงซ่ึงยังไมสิน้ สุดระยะเวลาสงมอบ เพื่อขอใหมีการซื้อหรือจางตามรายละเอียด และ
ราคาที่ต่ำกวาหรือราคาเดิมภายใตเงื่อนไขที่ดีกวาหรือเงื่อนไขเดิม โดยคำนึงถึงราคาตอหนวย ตาม
สญั ญาเดิม (ถามี) เพอ่ื ใหเ กิดประโยชนส ูงสดุ ตอหนวยงานของรฐั
(ง) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหน่งึ (2) (ฉ) ใหดาํ เนินการโดยวธิ เี จรจาตกลงราคา
(จ) กรณตี ามมาตรา 56 วรรคหน่งึ (2) (ช) ใหเ ชิญเจาของทด่ี ินหรอื สิ่งปลกู สรา ง โดยตรง
มาเสนอราคา หากเห็นวาราคาที่เสนอนั้นยังสูงกวาราคาในทองตลาด หรือราคาที่คณะกรรมการ
เห็นสมควร ใหตอรองราคาลงเทา ทีจ่ ะทําได
(2) จัดทำรายงานผลการพิจารณา โดยใหนำความในขอ 55 (4) มาใชบังคับโดย
อนุโลม
ขอ 79 กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) ใหเจาหนาที่เจรจาตกลงราคากับ
ผูประกอบการที่มีอาชีพขายหรอื รบั จางนัน้ โดยตรง แลวใหหัวหนาเจาหนาที่ซื้อหรือจา งไดภ ายในวงเงนิ
ทไ่ี ดร บั ความเห็นชอบจากหัวหนาหนว ยงานของรฐั ตามขอ 24
การซ้ือหรือจางตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่มีความจำเปนเรงดวนที่เกิดขึ้นโดยไมไดคาดหมายไว
กอน และไมอาจดําเนินการตามปกติไดทัน ใหเจาหนาที่หรือผูที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น
24
ดําเนินการ ไปกอนแลวรีบรายงานขอความเห็นชอบตอหัวหนาหนวยงานของรัฐ และเมื่อหัวหนา
หนวยงานของรฐั ใหค วามเห็นชอบแลว ใหถ ือวา รายงานดังกลาวเปนหลกั ฐานการตรวจรบั โดยอนโุ ลม
ขอ 80 การซื้อหรือจางที่มีวงเงินเล็กนอยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามความในมาตรา
96 วรรคสอง หนวยงานของรัฐอาจดําเนินการซื้อหรือจางผานระบบอิเล็กทรอนิกสตามวิธีการที่
กรมบัญชกี ลางกำหนดก็ได
ขอ 81 ใหนำความในขอ 42 มาใชบังคับกับการประกาศผลผูไดรับการคัดเลือกโดยวิธี
เฉพาะเจาะจง โดยอนโุ ลม
การจดั หา คอื กรรมวธิ ีเพ่อื ใหไ ดม าซงึ่ ส่งิ อุปกรณ และบรกิ ารตา งๆ ในลกั ษณะท่ถี ูกตองตามกฎหมาย
แหลงทรพั ยากรในการจดั หา ไดแ ก
1) ภายในยทุ ธบรเิ วณ
2) เขตภายใน
3) จากยุทธบริเวณอื่นๆ
4) จากพนั ธมิตร
ทางไดม าซึง่ สิง่ อุปกรณ และบริการของ ทบ.ไทย
1) การจัดซื้อหรือจัดจา ง ตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการ
บรหิ ารพัสดภุ าครฐั พ.ศ.2560
2) การเกณฑ โดยปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัตกิ ารเกณฑช ว ยราชการ พ.ศ.2530
3) การยึด โดยการปฏบิ ัตติ ามพระราชบญั ญตั ิกฎอยั การศกึ พ.ศ.2457
4) การบรจิ าค
5) การรบั ความชว ยเหลอื จากตา งประเทศ
6) การจา ง และซอ้ื สำหรบั งานวจิ ัยและพัฒนา และผลิตอาวุธโดยวิธีการพิเศษ
7) การจดั ซอื้ ดวยงบเงินกู
8) การจัดซอื้ ดว ยระบบ FMS. (Foreign Military Sale)การขอรบั การชว ยเหลอื แบบการซื้อ
ขายทางทหาร
9) การจดั ซอ้ื จากตา งประเทศในระบบรฐั ตอ รฐั
10) การเบิก การยืม และการโอน
การแจกจาย
การแจกจาย หมายถึง การรับ การเก็บรักษา การจาย และการขนสงสิ่งอุปกรณ หรือการ
แจกจาย คือ การดำเนินกรรมวิธตี อ สิง่ อุปกรณท ่ีไดรับมาจนกระท่ังสงิ่ อุปกรณน นั้ ถงึ มอื ผใู ช หรอื หนวยใช
หลักมลู ฐานของการแจกจา ย
1) ระบบการแจกจายตอ งออ นตัวไดตามการเปลย่ี นแปลงของสถานการณ
2) สิ่งอุปกรณตองมีอยูใ นความครอบครองอยางเพียงพอทจ่ี ะทดแทนการใชสิ้นเปลืองในแต
ละวันกอ นทีจ่ ะปฏิบตั ิราชการในวันตอไป
3) สิ่งอุปกรณควรจะตองจัดวางไว ณ ตำบลซึ่งจะลดความลาชาลงไดเมื่อเผชิญกับความ
ตอ งการทจ่ี ะแจกจาย
4) ระบบการแจกจายตองทำใหการใชการขนสงที่มีอยูบังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ
จะตองขจัดการขนสง ทไ่ี มจำเปน และการยกขนซ้ำใหห มดสิน้ ไป
25
5) หนวยแตละระดับควรมีสิ่งอุปกรณจายถึงหนวย เปนกรรมวิธีการแจกจาย สป. โดยให
เจา หนาที่ของหนวยจายนำ สป.ขนสงไปแจกจายใหหนวยใชถึงที่ตั้งหนวยของหนวยใชนั้นๆ หรอื อาจ
จายถึงผูใชโ ดยตรงก็ได
วธิ แี จกจา ยสงิ่ อุปกรณ
เพื่อใหสิ่งอุปกรณถึงมือผูใชหรือหนวยใช ทั้งในยามปกติ และยามสงคราม จึงไดแบงวิธีการ
แจกจายออกเปน 2 วิธี คอื
1) การแจกจาย ณ ตำบลสงกำลัง เปนกรรมวิธีการแจกจาย สป. ของหนวยจายโดยให
เจาหนาที่ของหนวยใช นำยานพาหนะไปรับ สป.จากหนวยจาย ณ ตำบลสง กำลัง หรือตำบลจา ยที่ให
การสนบั สนนุ
2) การแจกจา ย ณ ทตี่ ง้ั หนว ย (หรือจายถึงหนว ย) เปน กรรมวธิ ีแจกจา ย สป. โดยเจาหนาที่
หนวยจายนำ สป. ขนสงไปแจกจายใหหนวยใชถึงที่ตั้งหนวยของหนวยใชนั้นๆ หรืออาจจายถึงผูใช
โดยตรงก็ได
การเกบ็ รักษา
การเก็บรักษา คือ การดำเนินกรรมวิธีตอสิง่ อุปกรณหลังจากรับ สป. เขามาสูระบบ จนถึง สป.
ไดถูกแจกจายออกไป ซึ่งการดำเนินการจัดการดังกลาวมีงานที่จะตองดำเนินงาน คือ การแยก สป.
เปนประเภท การเก็บไว ณ ตำบลท่ีกำหนด รวมทัง้ การจัดระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บ
รักษาส่งิ อุปกรณด วย
การเก็บรักษาจะสำเรจ็ ไดต องอาศัยปจจัย 3 ประการคือ สถานที่ กำลังคน และเครื่องยกขน
หรอื เครือ่ งทนุ แรง ซ่งึ ในยามสงครามปจจัยทัง้ 3 น้หี าไมไดง า ยนัก
วัตถุประสงคของการเก็บรักษา ก็คือ เก็บ และปองกันสิ่งอุปกรณที่ไดรับเขามาจนกวาจะถึง
เวลาที่ตองการ ดังนั้นจึงมีความจำเปนที่จะตองทำการระวังรักษาสิ่งอุปกรณเปนอยางดี และในเม่ือ
ตองการใชก็จะตองมีจำนวนเพียงพอ และอยูในสภาพที่ใชการได จะตองวางแผนการเก็บรักษาสิ่ง
อุปกรณที่ไดรับอยูเสมอจะตองใชพื้นที่ และสิง่ อำนวยความสะดวกใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซ่ึงแบบ
ของพนื้ ทท่ี ี่ใชในการเก็บรักษาในปจ จุบัน มดี งั นี้
1) คลังเปด หมายถงึ พื้นท่ีเก็บรักษาท่จี ดั ทำข้ึนกลางแจง
ก) คลังเปดพ้ืนท่เี รยี บ
ข) คลังเปดไมป รบั พื้นที่
2) คลังปด หมายถงึ พื้นที่เก็บรักษาที่มีหลังคา ซึ่งคลังปดนี้จะหมายรวมทัง้ คลังทั่วไป และคลัง
เฉพาะ
ก) คลงั ทว่ั ไป
ข) คลงั เกบ็ เย็น
ค) คลงั เก็บเช้อื เพลิง
ง) คลงั เกบ็ กระสนุ บนดนิ
จ) คลงั เกบ็ ปองกันความช้ืน
26
นอกจากจะแบงตามลักษณะ หรอื แบบของพื้นท่เี กบ็ รกั ษาแลว ยังสามารถแบงไดต ามประเภท
ของ สป. ทเ่ี ก็บรกั ษา ตามภารกจิ ตามท่ตี ้งั และตามรูปแบบการจดั
3) คลังแบงประเภทตาม สป. ทีเ่ ก็บรักษา จะแบงไดเปน คลัง สป.1 คลัง สป.2 คลัง สป.3
คลงั สป.4 และคลงั สป.5
4) คลงั แบง ประเภทตามภารกิจ ไดแก คลังเฉพาะ คลังแจกจาย คลังสำรอง
5) คลงั แบง ประเภททตี่ ัง้ ไดแก คลงั กองบญั ชาการชวยรบ คลังสว นภูมภิ าค
6) คลังแบงประเภทตามรปู การจัด ไดแก คลังทว่ั ไป คลงั สายงาน และคลังสนาม
การจำหนา ย
การจำหนาย หมายถึง การตัดยอดสิ่งอุปกรณออกไปจากความรับผิดชอบเนื่องจากสูญไป
สิ้นเปลือง (สป.ส้ินเปลือง) ชำรุดเสียหายจนไมสามารถซอมคืนสภาพไดอยางคุมคา เส่ือมสภาพจนใช
การไมได สูญหายตาย เกินความตอ งการ หรอื ลาสมัยไมใ ชร าชการตอ ไป
สาเหตขุ องการจำหนา ย
1) ชำรุดตามสภาพ
2) ชำรดุ สูญหายเนอ่ื งจากภัยธรรมชาติ
3) ชำรดุ สูญหายจากการกระทำของบุคคล
ก) จากการกระทำของขาศกึ
ข) จากอุบัติเหตุ
ค) จากการบกพรอง หรอื ประมาทเลินเลอ ของเจาหนา ท่ี
การแบงประเภทสิง่ อปุ กรณเพ่อื การจำหนาย
1) สง่ิ อปุ กรณส ้ินเปลือง
2) สง่ิ อปุ กรณถ าวร
3) สิ่งอปุ กรณมีชวี ิต
4) ชน้ิ สวนซอ ม
สภาพของสงิ่ อุปกรณทีจ่ ำหนา ย
1) สป.ใชส ้ินเปลอื งซง่ึ ใชหมดอายุ
2) สป.ถาวรซ่งึ หาย ชำรดุ ซอมไมค มุ คา เส่ือมสภาพจนใชการไมไ ด
3) สป.เกนิ ความตองการ
4) สป.ลา สมยั
วิธีการจำหนาย ( การดำเนินการตอซาก สป. ) ระเบียบ ทบ.วาดวยการจำหนา ย สป. พ.ศ.
2557
กรมสงกำลงั บำรงุ ทหารบก Directorate of Logistics กลาวนำปญหาทมี่ มี าแตเดมิ สาระสำคัญในการ
ปรับปรุงแกไขระเบยี บฯการสอบละเมดิ และการชดใชข อเนนยำ้
ผบ.ทบ. ไดอ นุมัติยกเลิกระเบียบ ทบ.วาดว ยการจำหนา ย สป. พ.ศ. 2539 ระเบยี บ ทบ.วาดวย
การจำหนาย สป.(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 และไดอนุมัติใชระเบียบ ทบ.วาดวยการจำหนาย สป. พ.ศ.
2557 รายละเอยี ดปรากฏตาม หนงั สอื กบ.ทบ. ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57 ระเบยี บฯ จะมีผลบังคับ
ใชเมื่อพนกำหนด 30 วัน นบั แตว ันท่ีประกาศใช (31 ม.ค. 57)
27
ปญ หาทม่ี มี าแตเ ดมิ หลักเกณฑวิธีปฏิบตั ิไมครอบคลุมเงื่อนไขบางกรณี เชน การจำหนาย สป.ท่ี
หนวยยมื จากหนว ยอ่ืนการควบคุม และตดั ยอด สป. ไมตรงกนั ระหวา ง หนว ยใช และคลงั ภายหลังการ
จำหนายการปฏิบัติบางอยาง ไมสอดคลองกับระเบียบคำส่ังทีเ่ กี่ยวของ เชน ประมวลกฎหมายแพงและ
พาณชิ ย หรอื ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรวี า ดว ยการพสั ดุ พ.ศ. 2535 และที่แกไขเพ่ิมเติม เปน ตน
สาระสำคัญในการปรบั ปรงุ
กลา วทั่วไปคำจำกัดความลำดับหวั ขอ ที่มีการปรบั ปรงุ การตัดยอด สป.ท่ใี ชส้ินเปลืองไปตามปกติ
อำนาจอนุมัตจิ ำหนายบทเฉพาะกาลขั้นตอนการจำหนาย สป.
กลาวทั่วไปเพิ่มเติมระเบียบ/หลักเกณฑของหนวยเหนือ ซึ่งเปนที่มาของอำนาจหนาที่ตาม
ระเบียบฉบับนี้“เนื่องจากระเบียบกองทัพบกวาดวยการจำหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2539 และที่แกไข
เพ่ิมเติมใชปฏบิ ัติมานานไมเ หมาะสมกับสถานการณป จ จุบัน สมควรปรบั ปรุงระเบียบดังกลา วใหทันสมัย
เหมาะสมยิ่งขึ้น และเพื่อใหการปฏิบัตเิ ก่ียวกับการจำหนายสิ่งอุปกรณในกองทัพบกเปนไปในแนวทาง
เดยี วกันและสอดคลองกบั ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยการพัสดุ พ.ศ.2535 และท่แี กไขเพิ่มเติม
รวมทั้งหลักกฎหมายที่เกี่ยวของ จึงใหออกระเบียบวาดวยการจำหนายสิ่งอุปกรณของกองทัพบกไว
สำหรับยดึ ถอื เปนหลกั ปฏิบตั ิดงั น”ี้
คำจำกดั ความท่ีสำคญั การจำหนาย (เดมิ ) หมายถงึ
การดำเนินกรรมวิธีเพื่อตัดยอดสิ่งอุปกรณ ออกจากความรับผิดชอบของกองทัพบก เนื่องจาก
สูญไป, ส้ินเปลืองไป (สงิ่ อปุ กรณใ ชส้ินเปลือง), ชำรุดเสยี หายจนไมส ามารถซอมคนื สภาพไดอยางคุมคา,
เส่อื มสภาพจนใชการไม ได หรือสญู หาย, ตาย, เกนิ ความตอ งการหรือเปนของลาสมยั หมดความจำเปน
ไมใชราชการตอไป หรือหากใชราชการตอไปจะสินเปลืองคาใชจายมาก หรือครบอายุการใชงานตาม
เกณฑที่กำหนดการจำหนาย (ใหม) หมายถงึ การดำเนินกรรมวิธีเพื่อตดั ยอด สิ่งอปุ กรณ ออกจากความ
รบั ผิดชอบของกองทัพบก เนื่องจากสูญไป, สูญหาย, ชำรุดเสียหายจนไมสามารถซอมคืนสภาพไดอยา ง
คุมคา, เสื่อมสภาพจนใชการไมได, ตาย, ลาสมัย หรือ หมดความจำเปน หรือหากใชราชการตอไปจะ
ส้ินเปลืองคา ใชจ ายมาก
คำจำกดั ความท่ีสำคญั การจำหนายเปนสญู (เดิม) หมายถงึ
การจำหนายในกรณีที่สิง่ อุปกรณสูญไป โดยไมปรากฏตัวผูรบั ผิดชอบ หรือมีตัวผูรับผิดแตไม
สามารถชดใชตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยความรับผิดทางแพงของเจาหนาที่สวนราชการได
หรือมีสิ่งอุปกรณอยูแตไ มสามารถขาย แลกเปลยี่ น โอน แปรสภาพ หรือทำลายไดเฉพาะในการปฏิบัติ
ราชการสนามน้ัน ในกรณีท่ไี มสามารถนำซากสิ่งอปุ กรณก ลบั มาได เนอื่ งจากความจำกัดของภูมิประเทศ
หรอื เน่อื งจากการกระทำของขาศึก ใหถือวา สง่ิ อุปกรณน ั้นสูญไป ไมมีซากเหลืออยใู หเห็น และในกรณีท่ี
ผูรับผดิ ชอบชดใชถึงแกกรรม เนอื่ งจากการปฏบิ ตั ิราชการสนามคราวน้ัน ใหถ ือวา หาผูรับผิดชอบชดใช
ไมไ ด การจำหนา ยเปนสูญ (ใหม) หมายถงึ การจำหนา ยในกรณที ่สี ิง่ อุปกรณสูญไปโดยไมปรากฏตัวผูรับ
ผิด หรือมีตวั ผูรับผิดแตไมสามารถชดใชคา เสียหายในทางแพงและความรับผิดทางละเมิดได หรอื มีสิ่ง
อุปกรณอยูแตไมสามารถขาย แลกเปลี่ยน โอน แปรสภาพ หรือทำลายได การสูญไปเฉพาะในการ
ปฏิบัติราชการสนามนั้น ในกรณีทีไ่ มสามารถนำซากสิ่งอุปกรณกลับมาได เนื่องจากความจำกดั ของภูมิ
28
ประเทศ หรอื เนอ่ื งจากการกระทำของขาศกึ หรอื จากการกระทำของบคุ คลภายนอก ใหถอื วาส่ิงอปุ กรณ
นั้นสญู ไป ไมมีซากเหลอื อยใู หเ ห็น
คำจำกดั ความท่สี ำคญั ส่ิงอุปกรณลา สมัย หมายถึง
สิ่งอุปกรณที่ใชราชการมาเปนเวลานาน หรือมีอายุการใชงานมาเปนเวลานาน หรือไมมี
สายการผลิต หรอื ปจจุบันมีกลไกการทำงานหรือเทคโนโลยีอื่นที่มีประสิทธิภาพย่ิงกวา หรือกรณีอื่นๆ
ซึ่งทำใหสิ่งอุปกรณดังกลาวหมดความจำเปนในการใชราชการตอไป หรือหากใชราชการตอไปจะ
สิ้นเปลอื งคา ใชจ ายมาก และกองทพั บกไดกำหนดใหสิ่งอุปกรณดังกลา วเปนสงิ่ อปุ กรณล า สมยั
สงิ่ อปุ กรณถ าวร
สิง่ อปุ กรณถาวร หมายถึงสิ่งอปุ กรณส ำเรจ็ รปู ซึ่งมสี ภาพ และลกั ษณะมน่ั คงตอการใชงาน แต
ยอมเส่ือมสภาพ เสื่อมราคาไปตามวาระ และระยะเวลาแหงการใชง าน สปช.ทบ.ขอใหจัดทำอายุ สป.ทกุ
ชนิด เพ่ือใชใ นการคำนวณตนทุน และ กบ.ทบ.ไดนำเรยี นใหกรมฝายยุทธบรกิ าร/กรมฝายกิจการพิเศษ
รบั ผิดชอบดำเนินการกำหนดอายุ สป.ถาวร ซง่ึ ผบ.ทบ.(ผช.ผบ.ทบ.(1)รับคำส่ังฯ) ไดอนุมตั ิตามหนังสอื
กบ.ทบ.ท่ี กห 0404/215 ลง 31 มี.ค. 52
การตัดยอด หมายถึง
การตัดสิ่งอุปกรณออกจากบัญชีหรือทะเบียนคุม ทั้งนี้การตัดยอดสิง่ อุปกรณอาจเกิดขึ้นจาก
กรณีตางๆ เชน การใชสิ้นเปลืองไป , การโอนสิ่งอุปกรณใหกับสวนราชการอื่น , การแลกเปลี่ยนส่ิง
อุปกรณ และการจำหนายสิง่ อุปกรณ เปนตน สำหรับการตัดยอดสิ่งอุปกรณทีใ่ ชสิน้ เปลืองไปตามปกติ
หรือการโอน หรือกรณีอื่นใดนอกเหนือนจากการจำหนาย ใชหลักฐานการดำเนินการแตละกรณีเปน
หลักฐานการตัดยอด เชน ใชห ลักฐานการเบิกจายเปนหลักฐานการตัดยอดสิง่ อุปกรณที่ใชสิน้ เปลืองไป
ตามปกติ เปน ตน
ราคาซื้อ หรือไดม า หมายถึง
ราคาที่ซื้อสิ่งอุปกรณนัน้ มา หรือราคาสิ่งอุปกรณที่ไดมา สำหรบั สิ่งอุปกรณในโครงการใหถือ
ราคาตามใบแจงราคาและเพ่ิมข้ึนอีก รอ ยละ 20 สวนส่ิงอุปกรณท่ีกองทัพบกจัดหา หรือไดม าโดยวิธีอื่น
ใหถ ือราคาตามใบเบิก หรือราคาตามทก่ี รมฝา ยยุทธบริการ หรอื กรมฝา ยกิจการพิเศษ ทร่ี บั ผดิ ชอบในสง่ิ
อปุ กรณน ้ันกำหนดราคาซ้ือหรอื ไดมา หมายถึงราคาที่ซื้อ สงิ่ อุปกรณนน้ั มา หรือราคาส่ิงอุปกรณท่ีไดมา
สำหรบั สิง่ อุปกรณในโครงการใหถือราคาตามใบแจงราคา และใหรวมคาใชจา ยที่เกีย่ วของกับการจัดหา
สิ่งอุปกรณน ั้นดวย สวนสิ่งอปุ กรณที่กองทัพบกจัดหา หรอื ไดมาโดยวิธอี ื่น ใหถือราคาตามใบเบิก หรือ
ราคาตามท่กี รมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝา ยกิจการพเิ ศษ ทรี่ บั ผดิ ชอบในสิ่งอปุ กรณนัน้ กำหนด
ลำดับหัวขออำนาจอนุมัติจำหนา ย สป. จากเดิมอยูในตอนท่ี 4 เปน ตอนที่ 3 ปรับการดำเนนิ
กรรมวิธีขออนุมัตจิ ำหนาย สป. จากเดมิ อยูในตอนที่ 3 เปน ตอนที่ 4 เน่ืองจาก เดมิ ตอนที่ 3 ขอ 21
อางถึงอำนาจอนุมัติจำหนา ยในตอนที่ 4 เหน็ ไดว ามีการอางไปยังขอที่ยังมิไดกลาวถึง ซึ่งเปนตัวอยา ง
ของการเรยี งหัวขอ การปฏิบตั ทิ ่ีไมเ ปน ไปตามลำดบั เหตุการณ
29
การตัดยอดส่งิ อุปกรณส้ินเปลือง
ระเบยี บฯ ขอ 5.13 ฯลฯ ... การตัดยอดสง่ิ อปุ กรณทใ่ี ชสิ้นเปลอื งไปตามปกติ หรือการโอน หรอื
กรณีอื่นใดนอกเหนือจากการจำหนาย ใชหลักฐานการดำเนินการแตล ะกรณีเปนหลักฐานการตัดยอด
เชน ใชหลักฐานการเบกิ จา ยเปนหลกั ฐานการตัดยอดสิง่ อุปกรณทใ่ี ชสน้ิ เปลอื งไปตามปกติ เปนตน
หนงั สือ กบ.ทบ.ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57 การควบคุม และตัดยอด สป. ใชส ้ินเปลือง ซงึ่
ถกู ใช และจะตองหมดสิน้ สภาพไปตามการใชงานเมื่อไดจา ย สป. น้นั ไปในการใชง านแลวใหต ัดยอดออก
จากบัญชีคุมโดยไมตองดำเนินการจำหนายสำหรับซาก สป. ใชสิ้นเปลืองดังกลาว ใหปฏิบัติตามท่ีกรม
ฝา ยยุทธบริการหรือกรมฝา ยกจิ การพิเศษที่รับผิดชอบ สป. กำหนด
หนังสอื กบ.ทบ. ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57 การควบคมุ และตัดยอดชนิ้ สวนซอ มซ่งึ ใชไปใน
การซอ มบำรงุ
1. เมอื่ ใชช ้นิ สว นซอมไปในการซอมบำรุง ใหต ัดยอดชิน้ สวน ซอมดังกลา วออกจากบัญชีคุม โดย
ไมต องดำเนนิ การจำหนา ย
2. สำหรับชนิ้ สว นซอมทชี่ ำรุด และถอดออกจาก สป. สำเรจ็ รปู ใหสงคืนหรือปฏิบัติตอช้ินสวน
ซอมหรือซากชิ้นสวนซอมนั้น ตามที่กรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษที่ รับผิดชอบ สป.
กำหนด
3. หากการชำรุดของชิ้นสวนซอ มนั้นเปนการชำรุดผิดสภาพตองปฏิบัติตามระเบียบ ทบ. วา
ดว ยการจำหนายที่มผี ลบังคับ ใชใ นปจจุบนั เพราะใชนานจึงเสยี เพราะใชไมดีจงึ เสีย
การตดั ยอดสิ่งอปุ กรณส ้ินเปลือง
หนังสือ กบ.ทบ. ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57การควบคุมและตัดยอดเครื่องแตง กาย, เครื่อง
ประกอบเครื่องแตงกาย, เครื่องนอน, ของใชประจำตัว และ สป.อื่นใด ซึ่งกำหนดใหจายประจำกาย
ทหารเมื่อจาย สป.ดังกลา วใหกับทหารแลว ใหต ัดยอดออกจากบัญชคี มุ โดยไมตอ งดำเนนิ การจำหนาย
อำนาจอนมุ ัติจำหนายสงิ่ อปุ กรณ
1. ผูบังคับบัญชาชัน้ ผูบัญชาการกองพล หรือเทียบเทา มีอำนาจอนุมัติใหจำหนาย สป.ออก
จากบญั ชคี มุ ของหนวยในอตั ราของตน
เฉพาะผูบญั ชาการกองบัญชาการชวยรบ ใหมีอำนาจอนุมัติจำหนาย สป.ออกจากบัญชีคุมของ
หนวยอืน่ ๆ ซึง่ รบั การสนับสนุน สป.จากกองบญั ชาการชว ยรบ
ผูบังคับบญั ชาตามวรรคหน่ึง และวรรคสอง มอี ำนาจอนมุ ัติโดยถือจำนวนเงินตามราคาซ้ือ หรอื
ไดมาของ สป.ทร่ี ายงานขออนมุ ตั จิ ำหนายในคราวหน่ึงดงั นี้
1.1 สิ่งอปุ กรณใชสน้ิ เปลือง ส่งิ อปุ กรณถ าวร ส่งิ อุปกรณม ชี วี ิต และชน้ิ สว นซอ มรวมท้งั สิน้ ไม
เกิน 150,000 บาท
1.2 สิ่งอุปกรณตามขอ 1.1 กรณีจำหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 40,000 บาท เวนสิ่ง
อปุ กรณท่ไี ดรับการชวยเหลือทางการทหารในระหวางภาวะไมปกติ วงเงนิ ตองไมเกนิ 50,000 บาท
2. ผูบังคับบัญชาชั้น แมทัพหรือเทียบเทา ซึ่งมีหนวยสนับสนุนทางการสงกำลังในอัตรา มี
อำนาจอนุมัติใหจำหนาย สป.ออกจากบญั ชีคุมของหนวยในอัตราของตน และหนวยในพื้นที่ซึ่งรับการ
สนับสนนุ จากทตี่ ัง้ ทางการสงกำลงั ของตน
30
สำหรับผูบังคับบญั ชาช้ัน แมทัพหรือเทียบเทา ที่ไมมีหนวยสนับสนุนในอัตรา มีอำนาจอนุมตั ิ
จำหนาย สป.ออกจากบัญชคี มุ เฉพาะหนวยในอัตราของตน
ผูบังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง มีอำนาจอนุมัตโิ ดยใหถือจำนวนเงินตามราคาซ้ือ
หรอื ไดม าของ สป.ทข่ี ออนมุ ตั ิจำหนายในคราวหนึ่งดังน้ี
2.1 สป.ใชสิ้นเปลอื ง , สป.ถาวร , สป.มีชีวิต และชิ้นสวนซอม รวมทั้งสิ้นไมเกนิ 300,000
บาท
2.2 สป.ตามขอ 2.1 กรณีจำหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 80,000 บาท เวน สป.ทีไ่ ดรับ
การชว ยเหลอื ทางการทหารในระหวางภาวะไมป กติ วงเงนิ ตองไมเ กิน 100,000 บาท
3. เจากรมฝายยุทธบริการ หรอื เจากรมฝายกจิ การพิเศษ มีอำนาจอนุมัติใหจำหนาย สป.ซ่ึง
อยูใ นความรับผดิ ชอบของสายงานออกจากบัญชคี มุ ดงั น้ี
3.1 สป.ใชส น้ิ เปลือง , สป.ถาวร , สป.มีชวี ิต และชนิ้ สวนซอ ม ใหถ อื จำนวนเงนิ ตามราคาซ้ือ
หรือไดมาของ สป.ทีข่ ออนุมตั ิจำหนายในคราวหนึง่ รวมท้ังสิ้นไมเกิน 600,000 บาท สำหรับสิ่งอุปกรณ
ที่มีชีวิต หากวงเงินเกินที่กำหนดใหลงนามอนุมัติ โดยรับคำสั่งผูบัญชาการทหารบก และรายงานให
กองทพั บกทราบดวย กรณีจำหนายเปนสูญ วงเงินตามราคาซื้อหรือไดม าของ สป.ประเภทที่จำหนาย
เปนสูญ ใหเ ปนไปตามขอ 1.1 และ 1.2 แลวแตกรณี
4. ผูบญั ชาการทหารบก มอี ำนาจอนุมัตจิ ำหนาย สป.ทุกประเภทออกจากบญั ชีคุมไดทุกกรณี
โดยไมจ ำกดั วงเงิน เวนแตก ารจำหนา ยเปน สูญ มีอำนาจอนุมตั ิในวงเงินตามราคาซ้ือหรอื ไดมาของ สป.
ทั้งส้นิ ไมเ กิน 500,000 บาท
ข้ันตอนการจำหนา ย สป.
แผนผังข้ันตอนการจำหนา ย สป.
สายงานสงกำลัง แผนผังขั้นตอนการจำหนาย สป.เมื่อ สป.มสี ภาพสมควรจำหนายสายงาน
กำลังพลหนว ยใช : ใหร ายงานตามสายการบังคับบญั ชาหนว ยบังคบั บญั ชาระดับกองพันข้ึนไป : รายงาน
ตามสายกำลังพลถึง ทบ. (ผาน สธน.ทบ.) เพื่อแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดหนวยบังคับบัญชาระดับกองพันขึ้นไป : ใหแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง
คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง : รายงานผลใหผแู ตงต้ังทราบหนวยบงั คับบญั ชาระดับกองพันข้ึนไป
: รายงานตามสายการสงกำลัง จนถงึ ผมู ีอำนาจอนมุ ัตจิ ำหนายคณะกรรมการสอบขอเทจ็ จริงความรับผดิ
ทางละเมิด : สอบสวนขอเท็จจริง รายงาน ทบ. และ ทบ. ไดสั่งการชดใช/ ไมตอ งชดใชผูมอี ำนาจอนุมตั ิ
จำหนา ย
1. พิจารณาอนุมตั จิ ำหนา ย และส่งั การดำเนนิ การตอซาก สป.
2. แจงตามสายการสงกำลัง จนถงึ หนว ยใช
3. สำเนาให กรมฝายยุทธบริการ ทราบ
4. กรณีมีการละเมิด ใหแจงผูรับผิดชอบดำเนินการตามที่ ทบ.สั่งการหนวยใช : ตัดยอด สป.
จากบัญชีคุมของหนวย และเบิกทดแทนกรมฝายยุทธบริการ : รับทราบ และบันทึกหลักฐานอนุมัติ
จำหนายตำบลรวบรวม สป.จำหนา ย : ดำเนนิ การตอซาก แลวแจงกรมฝายยุทธบริการทราบภายใน 30
วันกรมฝายยุทธบริการ : รับทราบและตดั ยอด สป.ออกจากบญั ชคี มุ ของ ทบ. โดยไมมีตัวผูร ับผดิ กรณี
พสั ดุสูญไป โดยไมม ตี ัวผูรบั ผดิ
31
ขั้นตอนการจำหนาย สป.ลา สมัย ใชตอไปไมคุมสป.มีสภาพสมควรจำหนาย(ระเบียบพัสดุฯ ขอ
157)ชำรุด ซอมไมคุมคาหาย (แต) มีผูชดใชจำหนายเปนสูญ(ระเบียบพัสดุฯ ขอ 159)กรณีพัสดุสูญไป
โดยไมม ีตัวผูรับผิดกรณีพัสดสุ ญู ไปโดยมีตัวผูรับผิดแตไมสามารถชดใชตามหลักเกณฑความรบั ผิดทาง
แพงกรณยี งั มีตัวพัสดุอยูแ ตไมส มควรจำหนายตามระเบยี บขอ 157
ขนั้ ตอนการจำหนาย สป.หนวยเริ่มรายงาน หนว ยรายงาน หนว ยครอบครอง
ระเบียบฯ ขอ 17.1 หนว ยขนาดกองรอย หรือเทียบเทา เปนหนวยเริ่มรายงานหนวยรายงาน
ระเบียบฯ ขอ 18 กองพันหรือเทียบเทาขึ้นไปหนวยครอบครองระเบียบฯ ขอ 16 , คำอธิบาย ขอ 3
หนวยระดับกองพันหรือเทียบเทา หรือกองรอยอิสระขึ้นไป ซึ่งเปนหนวยใช ที่รับการสนับสนุนส่ิง
อุปกรณจากหนวยสนบั สนุนโดยตรง เชน พัน.ร. หรือ รอ ย.สห.พล. เปนตนหนว ยสนับสนุนคำอธิบาย ขอ
2 หนวยสนับสนุนทางการสงกำลังที่รับผดิ ชอบสนับสนุนโดยตรงสิ่งอุปกรณที่จะจำหนายใหแก หนวย
ครอบครอง
ขน้ั ตอนการจำหนา ย สป.หนวยรายงาน (ระเบียบ ทบ.วาดวยการจำหนา ย สป.พ.ศ.2557)
แตงตัง้ “คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง”คณะกรรมการฯ ดำเนินการภายใน 90 วนั ถามี
การละเมดิ เชน ชำรุดผิดสภาพ หรือสูญหาย ใหหนวยรายงานดงั กลาว รายงาน ทบ.ผานตามสายการ
บังคบั บัญชา ถึง ทบ.(เพื่อขอแตง ตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมดิ ) เชนยืม, สง
ซอม, ขนสง สป.ใหหนวยอื่น ขั้นตอนการจำหนาย สป.หนวยรายงานกรณี หนวยรายงานมิใชหนว ย
ครอบครองที่เบกิ สป.มาจากหนว ยสง กำลังทีใ่ หการสนบั สนุนเชน ยืม, สงซอม, ขนสง สป.ใหห นว ยอน่ื ให
หนวยรายงาน(ผูย ืม) เปนหนวยแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริง (ระเบยี บฯ ขอ 22)เมือ่ สอบสวน
เสร็จสิ้นแลว (รวมท้ังสอบละเมดิ ) ใหสง เอกสารใหหนว ยครอบครองทเ่ี ปนผเู บิก สป.จากหนวยสงกำลังที่
ใหก ารสนบั สนนุ เพอ่ื ดำเนนิ การรายงานขออนุมัตจิ ำหนา ยตอไป
ขน้ั ตอนการจำหนาย สป.หนวยรบั รายงาน
กรณี ไมมีอำนาจอนุมตั ิ ใหส งตอ ตามสายการสง กำลงั
กรณี มีอำนาจอนุมตั ิ
1. ใหตรวจสอบวาไดดำเนินการเกีย่ วกบั การละเมดิ เสรจ็ ส้ินแลว ใชหรือไม
2. ถา ใช และ ทบ. ส่งั การชดใช ใหแ จง ผูชดใชดำเนนิ การชดใช ตามท่ี ทบ. สง่ั การ
3. ส่ังการปฏบิ ตั ติ อ ซาก
4. สง รายงานที่อนมุ ัติแลวกลับตามสายสง กำลัง จนถงึ หนว ยรายงาน ภายใน 30 วัน
5. สำเนา ทบ.400 – 065 ที่อนมุ ัตแิ ลว ตามสายสง กำลัง ใหกรมฝายยุทธบริการ ภายใน 30 วัน
ข้ันตอนการจำหนาย สป.หนวยรายงาน
เมอื่ ทราบผลการอนุมัติจำหนายแลว ใหตัดยอดจากบัญชีคุมของหนวย (หนวยตามสายสงกำลัง
เชน บชร. ใหตัดยอดดวย เวน กรมฝายยุทธบริการยังไมตองตัดยอด)ระหวา งขออนุมัติจำหนาย หาก
จำเปนตองใช สป.2 ใหเบิกทดแทนไปได โดยใชหลักฐานที่แสดงวา สป.2 ดังกลาวอยูระหวางการ
จำหนา ย
กรมฝายยุทธบรกิ าร/กรมฝา ยกจิ การพเิ ศษท่ีรบั ผดิ ชอบใน สป.
32
ขั้นตอนการจำหนาย สป.กรมฝายยุทธบริการ/กรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบใน สป.เม่ือ
ทราบผลการอนุมัติจำหนายแลว ใหต ดั ยอด สป.จากบัญชีคุมของหนวยใชสำหรับบัญชีคุมของกรมฝาย
ยทุ ธบรกิ าร กอนตดั ยอดใหพิจารณาดงั นี้
1. กรณี สป.ไมม ซี ากเหลืออยู หรอื ไดท ำลายไปแลว ใหตดั ยอดบัญชีคมุ ได
2. กรณี สป.ยังคงมีซาก เชน สงซากใหตำบลรวบรวม สป.จำหนาย ใหบันทึกหลักการอนมุ ัติ
จำหนา ยในบัญชีคมุ ของกรมฝายยุทธบรกิ าร (แตย ังไมต ัดยอดจากบัญชีคมุ )
ขัน้ ตอนการจำหนา ย สป.ตำบลรวบรวม สป.จำหนาย
ตำบลฯ ที่จัดต้ังโดย มทบ. และ บชร. รับ สป./ซาก สป. ทุกสายยุทธบริการ ตำบลฯ ท่ีจัดตั้ง
โดยกรมฝายยุทธบริการ/กรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบใน สป. รับเฉพาะ สป./ซาก สป.ในความ
รับผิดชอบซาก สป.สิ้นเปลือง ที่กรมฝายยุทธบริการกำหนดใหส งซากคืน ก็ใหต ำบลฯ รับไวดำเนินการ
ดว ย
ตำบลฯ ท่จี ดั ต้งั โดย มทบ. และ บชร. รับ สป./ซาก สป. ทกุ สายยุทธบรกิ ารดำเนนิ การตอ สป./
ซาก สป. ภายใน 6 เดือน นับแตไดรับ หากดำเนินการไมทนั ผบ.หนวยจัดตั้งตำบลฯ ขยายไดอีก 6
เดือน หากยังไมแลวเสร็จ ใหรายงาน กบ.ทบ. เพื่อขอขยายเวลาดำเนินการ พรอมชี้แจงเหตุผลความ
จำเปน และระยะเวลาท่ขี อขยายดวย
เมอื่ ดำเนนิ การตอ สป./ซาก สป. เรยี บรอยแลว ใหร ายงานกรมฝา ยยุทธบรกิ าร/กรมฝา ยกิจการ
พิเศษท่ีรบั ผดิ ชอบใน สป. ทราบโดยตรง ภายใน 30 วนั
กรมฝายยุทธบรกิ าร/กรมฝายกจิ การพเิ ศษท่รี ับผดิ ชอบใน สป.
ขั้นตอนการจำหนาย สป.กรมฝายยุทธบริการ/กรมฝา ยกิจการพิเศษท่ีรับผิดชอบใน สป.เม่ือ
ตำบลรวบรวม สป.จำหนาย ไดดำเนินการตอซากเรียบรอยแลว จงึ ใหกรมฝายยุทธบริการตัดยอดจาก
บัญชีคมุ ได
การสอบละเมดิ และการชดใช
พระราชบัญญัติความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจาหนาที่ พ.ศ. 2539 ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรี
วา ดว ยหลักเกณฑการปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิดทางละเมดิ ของเจาหนา ที่ พ.ศ. 2539 ขอบงั คับ กห. วา
ดวยการปฏิบัติเมื่อเกิดความเสียหายแกเงินราชการหรือทรัพยสินของทางราชการอันเนื่องมาจากการ
กระทำละเมิดของเจาหนาท่ี พ.ศ. 2542 พระราชบญั ญัติวิธปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
การสอบละเมิดและการชดใชสรปุ ภาพรวมไดด ังน้ี
1. เมื่อเกิดความเสยี หายกับหนวยงานของรัฐ และหัวหนาหนวยงานของรัฐมีเหตุอนั ควรเช่ือวา
เกิดจากการกระทำของเจาหนาที่ของหนวยงาน ใหหัวหนาหนวยงานแตงตั้งคณะกรรมการสอบ
ขอเทจ็ จรงิ ความรับผิดทางละเมิด มจี ำนวนไมเกิน 5 คนโดยแตงตัง้ จากเจาหนาที่ของหนวยงานของรัฐ
แหง นั้น หรอื หนวยงานของรฐั อนื่ ตามทเ่ี หน็ สมควร เพ่อื พจิ ารณาเสนอความเห็นเก่ยี วกับผตู องรบั ผดิ และ
จำนวนคาสนิ ไหมทดแทนที่ผูนั้นตอ งชดใช
2. ในกรณีความเสียหายไมไดเกิดการจากกระทำของเจาหนาที่ และไมแตงต้ังคณะกรรมการ
สอบขอเท็จจริงความรบั ผิดทางละเมิด ตอ งรายงานใหปลัดกระทรวง รฐั มนตรีทีก่ ำกับดูแลเพ่ือพิจารณา
อกี ครง้ั
3. คณะกรรมการสอบขอเท็จจรงิ ความรับผดิ ทางละเมดิ จะเปน ผูตรวจสอบขอเท็จจริงโดยการ
รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ใหโอกาสผูเกี่ยวของทุกฝายมีสิทธิชี้แจงแสดงพยานหลักฐาน แลว
33
พิจารณาวาความเสียหายเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหนาที่หรือไม หากความเสียหายเกิดจากการปฏิบัติ
หนา ท่ี ใหพ จิ ารณาตอ ไปวา เปน การจงใจหรอื ประมาทเลนิ เลอ อยางรายแรงหรอื ไม หากเปนการกระทำท่ี
จงใจหรือประมาทเลินเลออยางรายแรงก็ตองรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ
เจาหนาท่ี พ.ศ. 2539 หากพจิ ารณาแลว เห็นวาเปนความประมาทเลินเลอแตไมถ ึงขัน้ รา ยแรง เจาหนาท่ี
ผูนนั้ ไมต องรบั ผิดและไมตอ งชดใชค าเสียหายใหก ับหนวยงานของรฐั แตอยางใด
4. ในกรณีที่วินิจฉัยแลวเห็นวา ความเสียหายไมไดเกิดจากการปฏบิ ัติตามหนาที่ก็ตองรับผิด
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ย กลาวคือ รับผิดอยางลกู หนี้รวม และตองรับผิดเตม็ จำนวน หัก
สวนทเี่ กดิ จากความบกพรอ งของหนวยงานของรฐั ไมได
5. เมื่อคณะกรรมการสอบขอ เทจ็ จริงความรับผิดทางละเมิดมีมติอยางไรแลวใหเสนอความเห็น
ตอผูแตงตั้งคณะกรรมการฯ วา มีผูตองรับผิดหรือไม หากมีผูต องรับผิด ตองรบั ผิดจำนวนเทาใด และผู
แตงตัง้ คณะกรรมการฯ เปนผูว นิ ิจฉัยสั่งการวามีผูต อ งรับผิดหรือไม หากมผี ูตอ งรับผิด ตองระบุวาตอง
ชดใชคาเสียหายจำนวนเทาใด แตยังมิตองแจงการสั่งการใหผูที่เกี่ยวของทราบ แลวใหสง สำนวนการ
สอบสวนไปยังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ (เวนแตเปนเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดวา
ไมต องรายงาน) สำหรับในสวนของ ทบ. การสอบละเมิดเปนอำนาจของ ผบ.ทบ. ซึ่งมอบให ผช.ผบ.
ทบ.(สายงงานกำลังพล) ซง่ึ กบ.ทบ.ไดส อบถาม สธน.ทบ.แลว มีแนวทางการดำเนนิ การดงั น้ี
1. เมื่อหนวยรายงาน (หนวยระดับกองพัน หรือเทียบเทาขึ้นไป) ไดแตงตั้ง คณะกรรมการ
สอบสวนขอ เทจ็ จรงิ และผลการสอบสวนเห็นวา นาจะมีการละเมดิ เกดิ ข้ึนโดย สป. มีการชำรุดผิดสภาพ
หรือสูญหายแลว
2. หนวยจะตอ งรายงานตามสายการบังคับบัญชา (ผานฝา ยกำลังพลของหนวย) จนถึง นขต.
ทบ. และ นขต.ทบ. รายงาน ทบ.(ผา น สธน.ทบ.)
3. สธน.ทบ. จะตรวจสอบและพิจารณานำเรียน ผบ.ทบ.(ผาน กพ.ทบ.) เพ่ือขออนุมัติแตงตั้ง
คณะกรรมการสอบขอ เทจ็ จรงิ ความรบั ผิดทางละเมดิ
4. เมื่อคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดสอบสวนแลวพบวาจะตองมี
ผูรับผิดชอบชดใช คณะกรรมการฯ ก็จะสรุปผลการสอบสวนรายงาน ทบ. (ผาน สธน.ทบ.)
5. สธน.ทบ. จะหารือ สปช.ทบ. เพื่อพิจารณาในสวนที่เกี่ยวของกับการเงินและงบประมาณ
เชน การผอนชำระ เปน ตน
6. หากผูร ับผิดชอบชดใชยินยอมท่ีจะดำเนินการชดใช สธน.ทบ. กจ็ ะเสนอ ทบ. เพื่ออนุมัตสิ ่ัง
การ แตถ าหากไมยินยอมชดใชกจ็ ะตอ งฟองรองทางแพงใหไดขอยุตติ อไป
7. กรณีคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดสอบสวนแลวพบวาไมตองมี
ผูรับผิดชอบชดใช คณะกรรมการฯ ก็จะสรุปผลการสอบสวนเสนอ ทบ.(ผาน สธน.ทบ.) เพื่อให สธน.
ทบ. ดำเนนิ การตอ ไป
8. เม่อื ทบ. อนมุ ัติใหด ำเนนิ การตามขอ เสนอของคณะกรรมการสอบขอเท็จจรงิ ความรบั ผิดทาง
ละเมดิ ซึ่งรวมถงึ รายละเอียดวาจะตองชดใชห รือไมอยางไรแลว สธน.ทบ. จะแจงผลการพิจารณาใหกับ
นขต.ทบ. ซ่ึงเปน หนว ยตน สังกดั ของหนวยรายงานทราบ
9. เมื่อ นขต.ทบ. ซึ่งเปนหนว ยตนสังกัดของหนวยรายงาน ไดรับทราบผลการสอบสวนฯ และ
การส่ังการเกี่ยวกับการชดใชหรือไมดังกลาวแลว ใหแจงใหหนวยรายงานทราบ และใหหนวยรายงาน
ดำเนนิ การขออนมุ ตั ิจำหนายตามระเบียบ ฯ ตอ ไป
34
สำหรับการชดใชเปนเงิน สปช.ทบ. จะเปนหนวยรับผิดชอบในการหารือกระทรวงการคลัง
ดงั นั้นหากมีขอ สงสยั สามารถสอบถาม สปช.ทบ.
ขอเนนย้ำกรมฝายยุทธบริการ : กำหนดรายการ สป.ที่จะตองสงซาก/ ไมตองสงซากหนวยที่
จดั ต้ังตำบลรวบรวม สป.จำหนา ย ออกระเบียบฯ โดยดตู ัวอยางจากระเบยี บฯ ของ พธ.ทบ.
การแบงประเภทสงิ่ อปุ กรณ ในปจจุบัน ทบ.ไทยแบงส่ิงอปุ กรณออกเปน 5 ประเภทคือ
1) สป.1 ไดแ ก เสบยี ง (อาหาร) ทใี่ ชบ รโิ ภคสำหรับคน และสัตว
2) สป.2 ไดแก สิ่งของที่จายไวประจำหนวย หรือประจำกาย ตามที่ ทบ. กำหนดไวเปน
อัตราจายใหแกหนวยทหาร โดยระบุไวใน อจย. หรือ อสอ. หรือบัญชีแบงมอบอื่น ๆ เชนอาวุธ
ยานพาหนะและวิทยุ เปนตน
3) สป.3 ไดแก น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันสิ่งอุปกรณ ที่อยูในความรับผิดชอบทางการสง
กำลังของ พธ.ทบ. ซึ่งใชเกี่ยวกับยานยนต เครื่องจักรกล เครื่องบิน เครื่องใหแสงสวาง และ
เคร่ืองใหค วามรอ น เปน ตน
4) สป.4 ไดแ ก สป.รายการที่ ทบ. มิไดกำหนดในอัตราจายใหแกหนวยเปนประจำไว
แตเปน สป.ที่จะตองจัดหาเปนครั้งคราวเพื่อตอบสนองความตองการแกหนวย ซึ่งเปน สป.นอกอัตรา
เชน เคร่ืองแตงกายพิเศษ อาวุธพิเศษ ยานพาหนะพเิ ศษ และวัตถปุ อ มสนาม เปนตน
5) สป.5 ไดแก กระสุน วตั ถรุ ะเบิด วัตถุเคมี ซง่ึ อยใู นความรับผดิ ชอบทางการสงกำลัง
ของ สพ.ทบ. และ วศ.ทบ. เชน กระสนุ ระเบิดขวาง ดนิ ระเบิด เปนตน
สำหรับ สป.ชนิดอืน่ ๆ ที่ ทบ.มิไดกำหนดรายการไวใ น สป.ทั้ง 5 ประเภทที่กลาวแลวนั้น ใหถอื
วา เปน สป.เบ็ดเตลด็ เชน นำ้ แผนที่ สง่ิ ของทยี่ ึดจากขา ศกึ เปนตน
นอกจากนนั้ จากการแบง สป. ออกเปน 5 ประเภทแลว ทบ.ยงั ไดก ำหนดความรบั ผดิ ชอบ
ในสิ่งอุปกรณใหแกกรมฝา ยยุทธบริการทั้ง 9 และกรมฝายกิจการพิเศษที่เกี่ยวของ ( ตามระเบียบ ทบ.
วาดวยความรับผิดชอบในสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2535 ) ดังนั้น จึงมีการแบง สป.ออกเปนประเภทความ
รับผิดชอบของฝา ยยุทธบรกิ าร และกรมฝายกิจการพเิ ศษ อกี ดวย
การสงกำลงั สิ่งอปุ กรณป ระเภท 1 (สป.1)
1) สป.1 หมายถงึ เสบยี ง ( อาหาร ) ท่ีใชบริโภคสำหรบั คนหรอื สตั ว ทีไ่ ดกำหนดเกณฑจ าย
ไวตายตัวเปน รายวนั โดยไมคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงไดตามภาวะตา งๆ และไมเปลี่ยนแปลงเพื่อการ
สนองความตองการเฉพาะบคุ คลแตอยางใด เสบยี ง ( อาหารคน ) ทบ.แบงออกเปน 5 ประเภท คือ
ก) เสบียงประเภท ก หมายถึง อาหารสด และแหง ทุกชนิด รวมถึงเครือ่ งปรุงตามสว น
สัมพันธด วย ปกติแลว หนวยใชบริโภคตามรายการอาหารประจำวัน หรือตามรอบเสบียงกำหนด ซึ่ง
เสบียงประเภทนี้ กอนการรับประทานจะตองทำการหุงตม และปรุงแตงเสียกอน และเปนเสบียง
ประเภทที่เสียงา ย หากจะเกบ็ อาหารสดใหไดนานวัน ก็จะตอ งเก็บไวในที่เก็บทมี่ ีความเย็น เชน เน้ือสด
ผกั สด ไขสด ปลาสด เปน ตน
ข) เสบียงประเภท ข หมายถึง อาหารประเภทกระปอง หรืออาจบรรจุในภาชนะอืน่ ใด
ทำนองเดยี วกันน้ี เสบียงประเภทนี้ สามารถเก็บไวในอุณหภูมิปกติ และเสียยาก กอนรับประทานอาจ
ตอ งอุนใหร อ นหรอื ปรุงแตงรสตามตอ งการได
35
ค) เสบียงประเภท ค หมายถึง อาหารสำเร็จรปู บรรจใุ นภาชนะท่ีเหมาะสม หรอื อาจเปน
เสบียงชุด ใชรับประทานไดทันทีโดยไมตองหุงตม หรือปรุงแตงใดๆ อีก เสบียงประเภทนี้ใช
รับประทานประทงั ชวี ิตในกรณฉี ุกเฉนิ หรอื เมอ่ื ไมสามารถประกอบเล้ยี งดวยเสบยี งอื่นๆ ได
ง) เสบียงประเภท ง หมายถงึ อาหารทใี่ ชบ ริโภคสำหรบั คนไข หรอื ผปู ว ยเจบ็ เพื่อชูกำลัง
คนไขหรือใหย อยงา ย เชน อาหารออ น นม เนย และน้ำผลไม เปนตน
จ) เสบียงเสริมเบ็ดเตล็ด หมายถงึ รายการสิ่งของจำเปน ตอความสะดวกสบาย และ
อำนวยประโยชนตอชีวิตประจำวันของบุคคล เชน ของใชสอยสวนบุคคล แปรงสีฟน ยาสีฟน สบู
ไมข ีดไฟ และลกู กวาด เปน ตน
2) การเบิกจา ย สป.1
ก) การรองขอหรือเบิกเสบียงประเภท ก สำหรับเสบียงประเภท ก นัน้ หนวยใชไมตอง
ดำเนินการเบิก เพยี งแจงยอดกำลังพลไปยังหนว ยสนับสนนุ เทาน้ัน หนว ยสนบั สนนุ จะเปนผูดำเนินการ
เอง โดยการยึดถือยอดกำลังพลประจำวนั ของหนวยใชนั้นๆ เปนเกณฑการจายตามวงรอบเสบียงท่ี
กำหนด
ข) การรองขอเสบยี งประเภท ข และเสบียงประเภท ค ผบ.หนวยใชจ ะตองดำเนนิ การ
ตามระเบียบ โดยใหหนวยใชระดับกองรอยเปนหนวยเล็กท่ีสดุ ในการเบิกดว ยการใชแบบฟอรม ใบ
เบิกทส่ี ายพลาธิการกำหนดให แลวเสนอใบเบิกนน้ั ไปตามสายการสงกำลงั จนถึง กอง พธ.พล. ที่ใหการ
สนับสนุน เพ่อื ดำเนนิ การตอ ไป
ค) เสบียงประเภท ง การเบิกเปนหนาที่ของเจาหนาที่สงกำลังบำรุงสายแพทยเปน
ผูดำเนินการ
ง) เสบียงเสริมเบ็ดเตลด็ หนวยเหนือจะเปนผูพิจารณาแจกจายใหเปนครั้งคราวตาม
ยอดกำลังพลของหนวย และจะดำเนนิ การแจกจายไปพรอมกับการแจกจายเสบียงของหนวยใชน ้นั ๆ
การแจกจายเสบียงตามประเภท หนวยสนับสนุนโดยตรงจะดำเนินการแจกจายตามสาย
การสง กำลังซึง่ อาจจะกำหนดหวงการแจกจายตามวงรอบเสบียง หรือยานเสบียงที่กำหนดไวใน รปจ.
ของหนว ย
การสงกำลงั ส่งิ อปุ กรณประเภท 2 ( สป.2 )
1) สป.2 หมายถึง สป.ที่ ทบ.กำหนดไวให ซึ่งเมื่อหนวยเขาทำการรบแลว สป.2 ที่ไดรับ
จา ยไวในครอบครองขั้นตนน้ัน อาจไดรบั ความเสียหายเนื่องจากการรบ สญู หาย หรือชำรุดจนใชก าร
ไมไ ด หนวยใชนั้นๆจะตองดำเนินการจดั หามาทดแทน วธิ ีการจัดหาตามระเบียบปฏิบัติที่กำหนดไว
ระบบการสงกำลัง สป.2 จึงแบงออกตามประเภทของ สป.2 ไดเปน 2 วิธี คือ สป.2 รายการที่
ผูบังคับบัญชาควบคุมการสงกำลัง และมิไดควบคุมการสงกำลัง โดยผูบังคับบัญชาชั้นเหนือเปนผู
กำหนด และมอบอำนาจการอนุมัติใหกับผูบังคับบัญชา ในระดับตางๆ ไวดวย ดังนั้นกรรมวิธีการเบิก
สป.2 รายการทค่ี วบคุม และมิไดค วบคุมการสง กำลงั จึงมีวิธีปฏิบัติทีแ่ ตกตา งกนั ออกไปดังตอไปนี้
ก) สป.2 รายการทีค่ วบคมุ หมายถึง สป.2 รายการใดกต็ ามที่ ผบ.ยทุ ธบริเวณ มีบญั ชี
ประกาศใหควบคุมระบบการแจกจาย หนวยใชจะตองดำเนินการรองขอ และเบิกจายตามสายการ
บงั คับบัญชา เพอ่ื การขอรบั อนุมตั จิ ากผูมีอำนาจอนุมตั จิ าย สป.2 รายการน้ันๆ กอ นการดำเนนิ การ
เบิกตามสายการบังคับบญั ชา มรี ะเบยี บการปฏบิ ัตติ ามลำดับ ดงั น้ี
กองพนั กรม กองพล กองทัพภาค กองทพั บก
36
ข) สป.2 รายการที่มิไดควบคุม หมายถึง สป.2 รายการที่มิไดมีการควบคุมระบบการ
เบกิ จา ยซึ่งหนวยใชส ามารถทำการเบกิ จายตามสายสงกำลังได การดำเนนิ การเบิกตามสายการสงกำลัง
นัน้ ใหห นวยใชปฏิบัติตามลำดับ ดงั นี้
หนว ยใช หนว ยสนับสนนุ หนวยสนับสนนุ ทัว่ ไป กรมฝา ยยุทธบรกิ าร กองทพั บก
ค) ระเบียบปฏิบัติในการรองขอ และเบิก สป. หนวยใชจะตองทำบันทึกลงนามใน
เอกสารทใ่ี ช ดวยการแสดงเหตุผลเกี่ยวกบั ทรัพยสนิ ทเ่ี สยี หาย หรือการใชสนิ้ เปลืองไป เนื่องจากการรบ
โดย ผบ.หนว ยใชเ ปนผทู ำบันทึกดังกลาว
2) การจาย สป.2 หนวยที่ใหการสนับสนนุ จะทำการแจกจา ย สป.2 ตามสายการสงกำลงั
หรืออาจ“แจกจายแบบสายตรง” ถึงที่ตั้งของหนวยใชโดยตรง หรืออาจเรียกวา “การจายแบบ
สงผาน” เพือ่ ให สป.2 ถึงหนวยใชโดยตรงกไ็ ด การแจกจายวิธีน้ีจะชวยใหเกิดความสะดวกรวดเรว็ กวา
จายตามสายการสง กำลงั และเปน วิธที ีห่ นวยใชพงึ ประสงคม ากทส่ี ุดดวย
การสงกำลังสิง่ อปุ กรณป ระเภท 4 ( สป.4 )
1) สป.4 หมายถงึ สป.รายการท่ี ทบ.มิไดก ำหนดเปน อัตราจายไวป ระจำหนว ยใช หากแต
วา เม่ือหนว ยใชมคี วามจำเปน ตองใชเพื่อปฏิบัติภารกิจของตน ก็จะตอ งดำเนินการเสนอความตองการได
เปนครั้งคราว และเมื่อเสรจ็ ภารกิจ หรือหมดความจำเปนตอการใช หรอื เมื่อมีคำสั่งจากหนวยเหนือให
สงคนื หนวยใชจะตองดำเนินการสงคืนหนวยจายตามระเบียบปฏิบัตทิ ี่ ทบ.กำหนด รายการ สป.4 สวน
ใหญ จะไดแก วสั ดุปอมสนาม
2) การรองขอ และการเบิก การเสนอความตองการ และการเบิก สป.4 ทุกรายการ
หนวยใชจ ะตอ งดำเนินการตามสายการบงั คบั บญั ชาจนถึงผมู ีอำนาจใหย ืม หรือสง่ั จายได
3) การจาย คงถือตามระเบียบปฏบิ ตั ิเชนเดียวกับ สป.2 คอื อาจจายตามสายการสง กำลัง
หรือจายแบบสายตรง หรือแบบสงผานก็ได เพื่อความรวดเร็วทันเวลา หรือถา สป.4 จำนวนนอย อาจ
แจกจายไปพรอ มกับการจายเสบียงของหนว ยใชก ็ได
การสงกำลังสิง่ อุปกรณประเภท 3 ( สป.3)
1) สป.3 หมายถึง น้ำมันเชื้อเพลิง และนำ้ มันอุปกรณท่ี ทบ.กำหนดความรบั ผิดชอบ
ใหกับ พธ.ทบ. เปนผูด ำเนนิ การสนับสนนุ หนว ยตา งๆ ใน ทบ. และหนวยอ่ืนๆ ตามคำสัง่ ทบ.
2) การรองขอและเบิก สป.3 โดยทั่วไปหนวยใชจะตองดำเนินการขอรับการสนับสนุน
ตามสายการสงกำลังขึ้นไปจนถึงผูมีอำนาจสั่งจาย หนวยใชร ะดับกรมลงมาจะไดรับเครดิตน้ำมนั ตาม
อัตราพกิ ดั เพอ่ื ใช
เติมเต็มถังประจำรถ และถังอะไหลที่จัดไวตามอัตราของยานยนตชนิดนั้นๆ เพื่อใหสามารถใช
ปฏิบัตกิ ารไดท ันทีในขัน้ ตน และเม่อื ใชไปจนพรองลงแลว ก็จะตองดำเนนิ การทดแทนใหเต็มอัตราพิกัด
ที่กำหนด ดังนั้นการเพิ่มเติมหรือทดแทน สป.3 ประเภทเชื้อเพลิงในหนวยระดับกรมลงมา เมื่อ
ปฏิบตั ิราชการในสนาม มีหลกั การปฏบิ ัติการงา ยๆ อยู 2 ประการ คือ
ก) ใชถังเปลาแลกเปลี่ยนถังน้ำมันเต็ม หรือใชรถยนตบรรทุกน้ำมันเปลาแลกเปลี่ยน
รถยนตบ รรทกุ น้ำมันเต็มถัง ณ ตำบลจา ยทีใ่ หก ารสนบั สนุน
37
ข) ยานพาหนะทีต่ องไปปฏิบตั ิงานทางธรุ การในพนื้ ทสี่ วนหลัง กอ นที่จะกลับไปยังพ้ืนท่ี
สวนหนา หรือทีต่ ั้งของหนวยตน จะตองทำการเติม สป.3 จากตำบลสงกำลัง หรือตำบลจาย สป.3 ใน
พื้นที่น้นั ๆ ใหเ ตม็ ประจำรถ และถังอะไหลประจำรถเสยี กอน
3) การแจกจา ย หนวยจา ยทำการจัดต้งั ตำบลจา ย สป.3 เพอ่ื สนบั สนุนใหก ับหนวยใช และ
อาจตองทำเอกสารบันทกึ การจายน้ำมนั ของตนขึ้น เพ่อื ปอ งกนั การทุจริตของเจาหนาท่ี และเพ่อื ใชเปน
หลักฐานการจดั ทำรายงานสถานภาพ สป.3 ประจำวันของหนว ย
การสงกำลังบำรุงส่ิงอุปกรณประเภทท่ี 5 ( สป.5)
1) สป.5 หมายถึง กระสุน วัตถุระเบิด วัตถุเคมีชนิดตางๆ ที่ไดจัดไวใ นความรับผิดชอบ
ของสายสรรพาวธุ และสายวทิ ยาศาสตรของ ทบ.
2) ระบบการสงกำลงั สป.5 มีระบบท่ีแตกตางไปจากการสงกำลัง สป. ประเภทอื่นๆ
ฉะนั้น กอนที่จะศึกษาในรายละเอียดของระบบการสงกำลัง สป.5 ใหเขาใจ จึงจำเปนตองศึกษา
เก่ียวกับอตั รากระสุน และวัตถรุ ะเบดิ ท่ี ทบ. กำหนดไวเ สียกอ น ดงั น้ี
ก) อัตรากระสุนมูลฐาน คือ จำนวนกระสุนที่ ทบ. กำหนดใหหนวยใชร ะดับตา งๆ มี
ไวเพื่อปฏิบัติการรบ หรือใชปฏิบัติขั้นตนในกรณฉี ุกเฉนิ โดยกำหนดเปนจำนวนนัดตอ กระบอกของ
แตละชนิดของอาวธุ นั้นๆซึ่งทหารจะตองนำไปเปนบุคคล หรือดวยยานพาหนะประจำหนวย หรือดวย
เครื่องมือขนสงชนิดอื่นสำหรับ สป.5 ชนิดอื่นๆ ที่มีลักษณะ และวิธีใชแตกตางไปจากกระสุนตาม
รายการอนุมัติที่จาย อาจกำหนดหนวยนับที่แตกตางกันออกไปซึ่ง สป.5 ชนิดตางๆ เหลานั้น มักจะ
กำหนดอัตรามูลฐานไวเปนหนวยเพ่ือใหมใี ชเปนสว นรวมเชนหนว ยนับเปน ลูก หรือเปนปอนด เปนฟุต
เปนตน และจำนวนอัตรามูลฐานนี้ แมทัพอาจกำหนดใหมาก หรือนอยลงก็ได โดยการพิจารณาถึง
จำนวนยานพาหนะในอัตราของหนวยเปนพื้นฐานในการกำหนด หรอื พิจารณาจากแผนการยุทธที่ได
คาดการณไวลวงหนา ดังนั้นการเพิ่มเติมกระสุนมูลฐานในความรบั ผิดชอบใหหนวยมีความพรอมอยู
เสมอ ตลอดจนการหมุนเวียนใชกระสนุ ทเ่ี กา เกบ็ เพ่อื ใหม กี ระสุนที่มีสภาพใชก ารไดด ตี ลอดไป
ข) อัตรากระสนุ ทต่ี อ งการ คือ จำนวนกระสนุ ทห่ี นว ยเหนือ หรอื หนว ยใชประมาณ
การวาหนวยใดหนวยหนึ่งมีความจำเปนตอ งใชปฏิบตั ิการตามภารกิจทมี่ อบหมายใหและสามารถใชทำ
การรบไดอยางเพียงพอหรือตอเนื่องในหวงระยะเวลาหนึ่ง โดยไมจำกัดการใช สำหรับ สป.5 ชนิด
อื่นๆ จะทำประมาณการความตองการเปนหนวย เชน ระเบิดขวาง ทุนระเบิดดักรถถัง ดินระเบิด
เปนตน การประมาณการความตองการ สป.5 โดยธรรมดาเปนหนาที่ของ สธ.4 กองพล โดยจะ
ประสานกับ สธ.3 กองพล แลวกำหนดความตองการขึ้น วิธีกำหนดความตองการจะคิดเฉพาะ
อาวธุ ท่ใี ชทางยุทธวิธีในภารกิจนั้นๆ โดยคดิ เปน จำนวนนัดตอกระบอกจากประสบการณในการรบท่ีผาน
มาเปนพืน้ ฐานในการประมาณการ
ค) อัตรากระสุนที่ใชได คอื กระสุนจำนวนหนึ่งทจ่ี ำกัดใหห นว ยใชดำรงความตอเนื่องใน
การยิงเทาท่ีจำนวนกระสุนใชไดช ัว่ ระยะเวลาหนึ่ง หรือตามหวงระยะเวลาที่กำหนดเปนจำนวนนัด ตอ
กระบอกตอวัน สวนอาวุธท่ีหนวยเหนือไดกำหนดอัตรากระสุนที่ใชได ใหอาวุธเหลาน้ันคงทำการรบ
ดวยการใชอัตรากระสุนมูลฐานของตนตอไป โดย ผบ.ยุทธบริเวณ จำเปนตองกำหนดอัตรากระสุนที่
ใชไดของแตละชนดิ อาวุธตามความเหมาะสมกับสภาวการณนั้นๆ ทั้งน้ีเพื่อควบคุมระบบการสงกำลัง
กระสุน ระหวางหนวยที่ใหการสนับสนุนในระดับตางๆ เชน กองทัพภาค กองพล กรม และกองพัน
อาจมีความจำเปนตองกำหนดอัตรากระสุนที่ใชไดภายในหนวยของตนอีกขั้นหนึง่ ก็ยอมกระทำได แต
38
หลกั พึงปฏบิ ัตอิ ยปู ระการหนึง่ คือจะตองไมกำหนดอัตรากระสุนทีใ่ ชก ารไดเ กินกวา อตั รากระสุนทใ่ี ชได
ซึง่ หนวยเหนอื ขนึ้ ไปประกาศใชอยูใ นหว งระยะเวลาทก่ี ำหนด หมายถงึ กำหนดใหนอ ยกวาไดน ั่นเอง
3) การเบิก กองพลจะไมทำการสงกำลัง สป.5 ใหกับหนวยรองโดยตรง แตกองพลจะ
จัดตั้งสำนักงานกระสุนของกองพลขึ้นในบริเวณพื้นที่สนับสนุนของกองพล และปฏิบัติงานโดย
นายทหารกระสุนกองพล และเจาหนาที่สายสรรพาวุธจำนวนหนึ่ง เพื่อควบคุมการใช สป.5 ในกอง
พล และทำหนาทีป่ ระสานงานระหวางหนวยใชกับหนวยที่ใหการสนบั สนุนระดับตางๆ ตลอดจนการ
รวบรวม และรายงานสถานภาพ สป.5 ภายในกองพล เสนอไปยงั สายงานท่ีรับผดิ ชอบตอไป สำหรบั
แบบพิมพ ทบ.ทใ่ี ชในการเบิกกระสุนไดแ กทบ.468-512 ซ่งึ หนว ยใชระดับกองพัน กรม จะมเี จา หนา ที่
สงกำลังกระสุนของหนว ยดำเนินการรวบรวมความตอ งการของหนวยใชตา งๆ และจัดทำเปนใบเบิกขึ้น
แลวเสนอใบเบกิ พรอมกบั ใหนำยานพาหนะลำเลยี งไปยังสำนักงานกระสุนของกองพล เพอ่ื ใหนายทหาร
กระสนุ ของกองพลตรวจความถูกตอง และลงนามรบั รองใบเบิกกระสุนเสียกอน หลังจากน้ันเจาหนาที่
กระสุนจะตอ งเดินทางตอไปเพื่อขอรบั กระสุนจากตำบลสงกำลงั กระสนุ ของกองทัพ ณ พนื้ ทชี่ ว ยรบของ
กองทัพ
4) การจาย ณ ตำบลสงกำลังกระสุนกองทัพ จะทำการบรรทุกกระสุนใหตามจำนวนท่ี
ตองการในใบเบิกของหนว ยใช ครน้ั เมื่อหนวยใชไดร บั กระสุนครบตามจำนวนถูกตองแลว จะนำพาหนะ
เดินทางกลบั ไปยังที่ตั้งตำบลจายกระสุนของตนเพื่อดำเนินการแจกจายใหผูใชตอไป กรณีที่หนวยใช
ไดรับกระสุนชนิดใดไมครบจำนวนตามรายการในใบเบิก ในเที่ยวกลับใหเจาหนาที่กระสุนไปแสดง
หลักฐาน และจำนวนที่ไดรบั ไมครบตามรายการนั้นๆ ใหกับนายทหารกระสุนของกองพลทราบ เพื่อจะ
ไดด ำเนนิ การใหไดร ับในโอกาสตอ ไป
การสงกำลังสิ่งอุปกรณประเภทเบด็ เตลด็
1) น้ำ ตามธรรมดาแลว กองพันทหารชางสนามของกองพล จดั ตั้งตำบลจายน้ำประปา
ข้นึ ในพน้ื ที่ขบวนสัมภาระของกรม กรมละ 1 แหง และจดั ต้งั อีกหนว ยมารับน้ำจากตำบลจายน้ำท่ีใกล
ท่ีสุดแลว นำไปแจกจายอกี ทอดหนงึ่
2) แผนที่ พัน.ช.พล จะรับแผนที่จำนวนมาก สำหรับกองพลจากคลังแผนที่ของกองพล
แลวทำการจา ยใหก ับหนว ยตางๆ ของกองพล และหนวยข้ึนสมทบ ท้ังยงั เกบ็ รกั ษาแผนทีส่ ำรองของกอง
พลไวดวยหนวยใชเสนอความตองการแผนที่ไปยัง ผบ.ช.พล. ซึ่ง ผบ.ช.พล.จะคำนวณความตองการ
แผนที่ภายใตก ารกำกับดแู ล
3) สิ่งอปุ กรณสายสารบรรณ กองรอยกองบัญชาการกองพล ( รอ ย.บก.พล. ) รับผดิ ชอบ
ในการกำหนดความตอ งการเบิก รับ เก็บรกั ษา และแจกจายบรรดาส่ิงพิมพทางการ เชน คูมือราชการ
สนาม คูมือทางเทคนิค แบบฟอรม และสิ่งพิมพอื่นๆ ใหแกหนวยตางๆ ของกองพล หนวยตางๆ ระดับ
กองพัน เสนอใบเบิกผานรอย.บก.พล. ซึ่ง รอย.บก.พล. จะสรุปใบเบิกเสนอไปยังคลังสิ่งพิมพของ
กองทพั ที่ใหการสนับสนนุ
การควบคมุ สิ่งอุปกรณ
1) การควบคุมสิ่งอุปกรณ เปนกรรมวธิ ีในการจัดทำบัญชี การสงกำลัง การแจกจา ย การ
ซอมคืนสภาพ และหรือ การจำหนายส่ิงอุปกรณ ซึ่งการดำเนนิ งานนี้ดำเนินการโดยผานทางระบบการ
รายงาน การคิดคำนวณ และการประเมินคา ทำใหก ารปฏิบัติงานสงกำลงั มคี วามแนน อนขนึ้ ในรปู ของ
39
การคิดงบประมาณ และการจัดหา หรือการจัดสรรปจจัยพื้นฐานของระบบการควบคุมสิ่งอุปกรณ
ไดแ ก
ก) การทำแคตตาลอก ซึ่งรวมถึง การกำหนดหมายเลขควบคุม การลงบัญชีเอกสาร
ขอ มลู การแจกจาย สภาพแวดลอ มโดยทั่วไป การกำหนดมาตรฐาน และขอมูลการใชง าน
ข) การแจกจาย ซึ่งรวมถึงการกำหนดที่ตั้งคลัง ตรวจทานความตองการพิเศษในการขน
ยาย จัดใหมีใบรับวัสดุ แจกจายสิ่งอุปกรณ ดำรงรักษาขอมูลความตองการ และพัฒนาการวิเคราะหใน
การควบคมุ การสงกำลงั
ค) กำหนดแนวทาง ความตองการ และทรัพยากร ซึ่งเกี่ยวของกับกำหนดการในการ
ซอ มใหญ หรือซอมคนื สภาพ
ง) จำหนา ยวัสดทุ ีเ่ กินความตอ งการ เหลือใช หรอื เปนเศษซาก ตามอำนาจท่ีกำหนดไว
โดยถูกตอ ง การจำหนายอาจกระทำโดยสงไปท่ีอน่ื การบริจาค การขายทอดตลาด นำไปท้ิง หรือ
ทำลาย
2) การควบคุมสิ่งอุปกรณ แบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ การควบคุมทางการสงกำลัง
และการควบคมุ ทางบัญชี
ก) การควบคุมทางการสงกำลัง คือกรรมวิธีซึ่งสิ่งอุปกรณแตละชิ้นถูกควบคุมไวโดย
ระบบสง กำลงั ระบบนี้รวมถึงการกำหนดความตอ งการ การรับ การเกบ็ รกั ษา การจัดสง การแจกจาย
การแบงมอบ การทำเครือ่ งหมาย และการทำบัญชี
การควบคุมทางการสงกำลัง เปนวิธีการที่มีระเบียบสำหรับการรักษาดุลที่เปนไปได
ระหวางการสงกำลังกับความตองการสิ่งอุปกรณทั้งหมด เพื่อจัดใหมีสิ่งอุปกรณตองการไดทันเวลา
ปองกันการสะสมสิ่งอุปกรณไวจนเกินอัตรา และพิจารณากำหนดปริมาณสิ่งอุปกรณที่มีอยูเพื่อการ
แจกจายใหม หรือจำหนายไประบบนี้ตองการขอมูลสำคัญเกี่ยวกับ สถานภาพของการสงกำลัง และ
ความตองการส่ิงอปุ กรณ ซึง่ ตองทำใหทนั สมัยอยูเสมอ และตองทำแบบรวมการ
สวนประกอบหลักระบบการควบคุมการสง กำลงั ไดแ ก
2) บันทกึ การควบคุมทางบัญชี และรายงานการสงกำลงั
3) การคาดคะเนความตอ งการทางการสง กำลงั และสงิ่ อุปกรณที่มอี ยู
4) ขอมูลจากสถานภาพการสงกำลังในอัตราปจจุบนั และอนาคต ของ สป.แตละ
รายการ
5) ระบบกรรมวิธีขอมูลอัตโนมัติ ซึ่งมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะใหการ
สนับสนนุ ตอ การปฏิบัตงิ านสงกำลัง
ข) การควบคุมทางบัญชี คือ กรรมวิธีการรักษาขอมูลตางๆ ของปริมาณที่มีอยู และ
สภาพของสิ่งอุปกรณ และยุทโธปกรณทีค่ างรับ คงคลัง และคางจาย ความมุงหมายของการควบคุม
ทางบัญชกี ค็ ือ การกำหนดปรมิ าณของสงิ่ อุปกรณ และยุทโธปกรณท ่ีมีอยู และ/หรอื มคี วามตองการเพ่ือ
การแจกจาย และเพอื่ ความสะดวกในการจดั งานแจกจายส่ิงอุปกรณ
ระบบควบคุมทางบัญชี หมายถึงวธิ ีปฏิบัติตา งๆ ดังนี้
1) การเบิกใชมลู ฐานตามระยะเวลา
2) การคนหาและรายงานส่งิ อปุ กรณทข่ี าดแคลน และเกนิ ระดับการสะสม
40
3) การทราบที่อยูของการรายงานสิ่งอุปกรณที่เหลือใช และลาสมัยที่ใชการไมได
และท่ีซอ มแกไ มได ประสทิ ธภิ าพของการควบคมุ ทางบญั ชีข้ึนอยูกบั การบันทกึ และการตรวจสอบ
เอกสารควบคุมทางบัญชีอยางรวดเร็วและถูกตอง การตรวจชวยเหลือ และการแนะนำชีแ้ จง ตลอด
ทั่วทั้งหนวยบัญชาการ รวมทั้งการใชวิทยาการแผนใหมเขาชวย จะทำใหผูจัดงานสามารถควบคมุ ส่ิง
อุปกรณทเ่ี พ่ิมมากขน้ึ ตลอดเวลาไดอยางมีประสิทธิภาพ
การประหยดั การสง กำลงั
การประหยัดการสงกำลัง เปนความรบั ผดิ ชอบของ ผบ.หนวยทุกระดับ และมีความสำคัญมาก
ทสี่ ดุ ในเขตหนา ซึ่งทหารทุกคนจะตองไดรับการปลกู ฝง นสิ ัยในเรื่องพน้ื ฐานทางการปรนิบัตบิ ำรุง และ
รักษายุทโธปกรณตา งๆ ในความรบั ผิดชอบของตน และของหนวยใหสามารถใชการได ตลอดจนการ
ถนอมรกั ษาการเก็บ การซอ มบำรงุ และการใชอยา งประหยัด
การประหยัดการสงกำลัง ตองไมคิดเพียงแตออมเทานั้น นักการทหารจะตองมองการไกล คือ
ตองคำนึงถึงความเปนไปไดดา นทรัพยากร ที่จะใหการสนับสนุนทางการสง กำลังแกสวนกำลงั รบใน
แนวหนาซึ่งยอมมีความตองการเครื่องมือ และอุปกรณตางๆ เพื่อการสูรบที่มีประสิทธิภาพอยูใน
ความครอบครองตลอดเวลา ดงั น้ัน การละเลยในเรื่องการประหยดั การสงกำลงั อาจหมายถงึ ชีวิต หรือ
ความพายแพก็ได
นายทหารฝา ยสงกำลังบำรุง จะตองประสานกับฝายยุทธการ เพื่อใหมั่นใจวา ไดมีการฝก
หรือฟน ฟูในเร่ืองการประหยัดการสง กำลังแกสว นกำลังทุกหนว ย และเนน เร่อื งมาตรการปองกนั มิให
มีการละเมดิ การประหยดั การสงกำลัง
ตวั อยางของการละเมิดการประหยัด การสง กำลงั
1) ทหารละทงิ้ หรือโยนทง้ิ ยทุ ธภณั ฑเพื่อลดน้ำหนัก
2) การสะสมส่งิ อุปกรณเ กนิ ความจำเปน หรือเกินกวาที่ไดรบั อนุมัติ
3) การใชยานพาหนะโดยไมจำเปน หรือไมคมุ คา
4) การนำ สป.งดใชการ ใชป ระโยชนก อนการซอ มบำรุง
5) ไมปฏิบตั ิตามระบบการซอ มบำรุงตามท่ี ทบ.กำหนด
41
บทที่ 3
การซอ มบำรุง
กลาวทั่วไป
ก. การซอมบำรุง หมายถึง การกระทำใด ๆ ทม่ี งุ หมายทจ่ี ะรกั ษายุทโธปกรณตาง ๆ ใหอยูใน
สภาพที่ใชการได หรือมุงหมายทีจ่ ะทำใหยุทโธปกรณท ชี่ ำรุด กลบั คืนมาสสู ภาพทใ่ี ชการได และใหหมาย
รวมถึงการ ตรวจสภาพ การทดสอบ การบริหาร การซอมแก การซอมใหญ การซอมสรางการ
ดัดแปลง และการซอ มคนื สสู ภาพ
ข. การปรนนิบัติบำรงุ หมายถึง การดูแลและการใหบรกิ ารโดยเจาหนาท่ี เพือ่ มุงประสงคท ี่
จะรักษายุทโธปกรณ และเครื่องมือเครื่องใชใหอยูในสภาพที่ใชการไดด ี โดยจัดใหมีระบบการ
ตรวจสภาพ และตรวจคน และการแกไขขอ บกพรองกอนท่ีจะเกดิ ขึ้น หรอื ทีจ่ ะชำรุดมากขึ้น
ค. การตรวจสภาพ
ตรวจสภาพ มีความมุงหมายเพื่อทราบสภาพของยุทโธปกรณทีใ่ ชการได และความสามารถ
ในการซอมบำรุงของหนวย การตรวจสภาพแบงออกเปน 3 ประเภท คือ การตรวจสภาพโดย
ผูบังคบั บัญชา การตรวจสภาพเฉพาะอยา ง และการตรวจสภาพทางเทคนิค
1) การตรวจสภาพโดยผบู งั คบั บัญชา ผบ.หนว ยใชย ทุ โธปกรณแ ละผบู งั คับบญั ชาชั้นเหนือจะตอ ง
ทำการตรวจสภาพยทุ โธปกรณตามระยะเวลาทีก่ ำหนดขึน้ เพื่อใหทราบถึงการใชการประหยัด และ
หลักการซอมบำรุง จะประเมินคาแหง ความพรอมรบของหนวย
2) การตรวจสอบสภาพเฉพาะอยาง กระทำเพอ่ื การทราบวาความสามารถในการซอมบำรุง
ประจำหนวยเปน อยางไร เพยี งพอหรือไม สายยุทธบรกิ ารรบั ผดิ ชอบในการตรวจ โดยออกเปนระเบยี บ
ปฏิบตั ิในการตรวจขนึ้
3) การตรวจสภาพทางเทคนิค กระทำเพือ่ ตอ งการทราบสภาพของยุทโธปกรณที่ใชการได
และการคาดคะเนหนักเบาของการซอมบำรุง และความตองการที่จะเปลี่ยนแปลงในภายหนา สาย
ยุทธบริการทุกสาย ตองกำหนดระเบียบวิธีดำเนินการและระยะเวลาในการตรวจ และอาจกระทำ
ภายใตก ารกำกับดูแลของ ผบ.พล หรอื แมทพั ซง่ึ เปน ผรู บั ผิดชอบโดยตรงตอการซอมบำรงุ
หลกั การซอ มบำรุง
การซอมบำรุง ตองยึดถอื หลักการดังนี้
ก. ตอ งปฏิบตั ติ ามคูม อื ที่ไดร บั จากกรมฝา ยยุทธบรกิ าร หรอื กรมฝายกิจการพเิ ศษทร่ี ับผดิ ชอบ
ข. การซอ มแกต องพยายามกระทำ ณ ทซ่ี ่งึ ยทุ โธปกรณต ้งั อยู
ค. ยุทโธปกรณที่ชำรุดเกินขีดความสามารถของหนวย หนวยจะสงซอมที่หนวยซอมบำรุง
ประเภทสูงกวา หรือรองขอใหหนวยซอมบำรงุ ประเภทสงู กวา ดงั กลาว มาชว ยซอมใหก ็ได
ง. หามทำการยบุ รวม เวน แตจะไดร บั อนมุ ัติจากผมู อี ำนาจ หรอื สถานการณท างยทุ ธวิธีบังคับ
42
ความรบั ผิดชอบในการซอ มบำรุง
การซอมบำรุงเปนความรับผิดชอบของบุคคล (ผูใชยุทโธปกรณ หรือมอบหมายให
ผูใตบังคับบัญชาของตนใช) และความรับผิดชอบของผูบังคับบัญชา ตามสายการบังคับบัญชา ซึ่งความ
รับผดิ ชอบทางการซอมบำรงุ มีดงั น้ี
ก. ความรบั ผดิ ชอบโดยตรง คอื ผูท่ีรับยุทโธปกรณใ ช หรือมอบหมายใหผใู ตบ ังคบั บัญชาของ
ตนใช จะตอ งรับผิดชอบยุทโธปกรณนั้น ๆ ความรบั ผิดชอบโดยตรงแบง ออกเปน
1) ความรบั ผดิ ชอบของบคุ คล ผูท ี่ไดร บั ยุทโธปกรณป ระจำตัว หรอื ไดร บั มอบหมายใหเ ปน
พนักงานประจำยุทโธปกรณ จะตอ งรับผดิ ชอบในการดูแลรักษา รวมทั้งปรนนิบัติบำรุงยุทโธปกรณใน
ความรับผิดชอบของตนอยางรอบคอบอยูเสมอ ในขั้นของผูใช
2) ความรับผิดชอบในการตรวจตรา ผูบังคับหนวยตั้งแต ผบ.หมูขึน้ ไป รับผิดชอบในการ
ดูแลรกั ษายุทโธปกรณของตนอยางรอบคอบอยูเ สมอ ในขน้ั ของหนวยใช
ข. ความรับผดิ ชอบตามสายการบังคับบัญชา คือ ผูบ งั คบั บญั ชาทุกระดบั ช้ันตอ งสอดสองดแู ล
จนเปน ที่แนใจวา ยทุ โธปกรณท ี่อยูในความรบั ผดิ ชอบของตนไดรับการปรนนิบัติบำรุง และการซอ มบำรุง
อยางดี และอยใู นสภาพทีใ่ ชก ารไดอยูเสมอ
การแบง ประเภทการซอมบำรงุ
เพื่อใหเกิดความงายในการซอมบำรุง และเปนแบง เบาภาระหนว ยรอง จึงกำหนดหนาที่ใน
การซอมบำรุงใหแตกตางกัน นับตั้งแตวิธีการดำเนินการปรนนิบัติบำรุงอยางธรรมดา ซึ่งผูใช
ยุทโธปกรณน้ัน ๆ เปน ผปู ฏิบัติ ข้นึ ไปจนถึงขน้ั การซอมแกย ุงยากซับซอน ซ่ึงกระทำโดยโรงงานในการ
ซอมบำรุงระดับคลงั
การซอ มบำรุงแบงออกเปน 4 ประเภท คือ
ก. การซอ มบำรุงระดับหนวย คือ การซอมบำรุงที่หนวยไดร ับอนุมัติใหก ระทำได และอยูใน
ความรบั ผิดชอบของหนวยผูใชยุทโธปกรณนั้น ๆ การซอมบำรุงประเภทนี้ประกอบดว ย การตรวจสภาพ
การทำความสะอาด การดแู ลรักษา การหลอลื่น การปรับ การเปลี่ยนชิ้นสว นอะไหลเ ลก็ ๆ ท่ีไมตอง
ใชความชำนาญทางเทคนคิ มาก การซอมบำรุงระดับหนว ยอยูในความรบั ผิดชอบของ ผบ.หนว ยใช
ข. การซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง คือ การซอมที่อนุมัตใิ หกระทำโดยหนวยซอมบำรุงท่ี
ไดรับมอบหนาที่ใหการสนับสนุนหนวยใชยุทโธปกรณนั้น ๆ การซอมบำรงุ สนับสนุนโดยตรงเปนการ
ซอมแกอ ยางจำกัดตอยุทโธปกรณครบชุด หรือซอมแกสวนประกอบที่ใชการไมได เพือ่ สนับสนุน
หนวยใช ประกอบดวยการซอม และการเปลี่ยนที่ใชการไมได รวมทั้งการซอม และการเปลี่ยน
สวนประกอบ และสวนประกอบยอย การซอมบำรงุ สนบั สนุนโดยตรงอยูใ นความรับผิดชอบของ ผบ.
หนวยซอ มบำรุงสนับสนนุ โดยตรง
ค. การซอมบำรุงสนับสนุนทัว่ ไป คือ การซอ มแกยุทโธปกรณที่ใชการไมได ซึ่งเดิมเกินขีด
ความสามารถของหนวยซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง เพื่อสง กลบั เขาสายการสง กำลัง หรือเพื่อการ
สนบั สนุนการแลกเปลี่ยนโดยตรง รวมทั้งการซอมสวนประกอบ และสว นประกอบยอย เพื่อสงเขา
สายการสงกำลังตอไป การซอมบำรุงสนับสนุนทั่วไป อยูในความรับผิดชอบของ ผบ.หนวยซอ ม
บำรงุ สนับสนนุ ทวั่ ไป
43
ง. การซอมบำรุงระดับคลัง คือ การซอมบำรุงโดยหนวยซอมขั้นคลังของ กรมฝายยุทธ
บริการซึ่งจะทำการซอมใหญตอยุทโธปกรณที่ใชการไมได ใหกลับคืนสูสภาพการใชการไดอยาง
สมบรู ณตามคมู ือทางเทคนิค หรอื ทำการซอมสรา งยุทโธปกรณใ หอยูในสภาพเสมือนของใหม ซึ่งอยูใน
ความรบั ผดิ ชอบของเจาหนาทฝ่ี า ยยทุ ธบรกิ าร
สาเหตุท่ีทำใหเ กดิ ขอบกพรองในการซอ มบำรงุ
ก. ผูใชอยางไมถกู ตอ งใชอยา งไมเ อาใจใส
ข. ขาดการปรนนบิ ัตบิ ำรุงกอ นใชง าน ขณะใชง าน และหลงั ใชง าน
ค. ทำการซอ มเกินกวาข้ันทไ่ี ดร ับอนุมัตใิ หกระทำได
ง. ขาดกาตรวจสภาพการซอ มบำรงุ
จ. การสง กำลงั ชิน้ สว นซอ มไมพ อ
ฉ. หนวยซอ มบำรงุ สนบั สนุนไมเ ตม็ ท่ี
ปจจัยที่ทำใหก ารซอมบำรุงไดผ ลดี
ก. ผบู งั คับหนวย และฝา ยอำนวยการ มคี วามรูค วามสามารถ และสนใจทจี่ ะสั่งการควบคุม
ใหแนวทางรวมทงั้ กำกับดแู ลการซอมบำรงุ ภายในหนว ยของตน
ข. ผใู ชต องไดรบั การฝกใหป ฏบิ ัติงานไดอยา งถกู ตอง
ค. ชางซอม หรือเจาหนาที่เทคนิคของหนวย มีความรูความสามารถที่จะทำการซอมบำรุงได
ตามประเภทท่รี บั ผดิ ชอบอยางแทจรงิ
ง. ปจจยั เวลามีเพียงพอท่ีจะทำการซอมใหเกดิ
จ. มเี คร่อื งมือและชิน้ สวนซอ มอยางเพยี งพอ
ฉ. ถาทำไดควรมียุทโธปกรณที่เปนมาตรฐานเดียวกัน (STANDARDIZATION) (ไม
หลากหลายชนิด หลากหลายผูผลิต) เพราะจะชวยลดภาระ การฝกอบรมชางเทคนิค ลดจำนวนและ
รายการในการสะสมชิน้ สวนซอมลงไปเปนอันมาก
ความหมายของคำท่ีใชใ นการซอ มบำรงุ
ก. การตรวจสภาพ (INSPECTION) หมายถึง การพิจารณาถึงสภาพการใชงานไดของ
ยุทโธปกรณโดยเปรียบเทียบคุณลักษณะทางฟสิกส ทางเคมี ทางจักรกล และทางไฟฟา ตาม
มาตรฐานท่กี ำหนดไว
ข. การทดสอบ (TEST)หมายถึง การพิสูจนสภาพการใชการไดของยุทโธปกรณ และคนหา
ขอบกพรอ งทางไฟฟา ทางเคมี และทางจักรกล โดยใชเครอื่ งมอื หรือวิธที ดสอบตา ง ๆ
ค. การบรกิ าร (SERVICE) หมายถึง การทำความสะอาด การดูรักษา การประจุไฟฟา การ
เติม น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหลอลื่น การเติมสารระบบความเย็น และการเติมลม การเติมกาซ
นอกจากนั้นยังหมายรวมถึงความตองการบริการพิเศษตาง ๆ ที่อาจกำหนดขึ้นตามความจำเปน เชน
การพนสี การหลอลนื่ ฯลฯ เปนตน
ง. การซอ มแก (KEPAIR) หมายถึง การซอ มยทุ โธปกรณช ำรุดใหใ ชการได และยงั หมายรวมถึง
การปรับ การถอดเปลีย่ น การเช่ือม การยำ้ และการทำใหแข็งแรง
จ. การซอมใหญ (OVERHAL) หมายถงึ การซอมยทุ โธปกรณทชี่ ำรุดใหใชการไดอยางสมบูรณ
โดยกำหนดมาตรฐานการซอมบำรุงไวเปนเอกสารเฉพาะ การซอมใหญอาจกระทำใหสำเรจ็ โดยการแยก