The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by komkrich vekchalikanon, 2022-05-04 01:40:25

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

โรงเรยีนนายรอยพระจุลจอมเกลา

วิชา

สงกําลงับํารุง
Logistics

จดัทําโดยกองวชิาเหลาสนบัสนุนการชวยรบ
สวนวิชาทหารโรงเรยีนนายรอยพระจุลจอมเกลา

เมษายนพ.ศ.2565

คำนำ

เอกสารวิชาส่งกำลังบำรุง เป็นแนวการสอนตาม “หลักสูตรโรงเรียนนายร้อยพระ
จุลจอมเกล้า พ.ศ.2563 ด้านวิชาทหาร และการเสริมสร้างคุณลักษณะผู้นำ (ปรับปรุง ต.ค.63) โดย
คณะทำงานของกองวชิ าเหล่าสนบั สนนุ การชว่ ยรบ ได้ปรบั ปรุงเน้อื หาตามขอบเขตของหลกั สตู ร เพ่ือให้
นกั เรยี นนายรอ้ ย ชนั้ ปีที่ 5 ไดศ้ ึกษาปฐมภมู ขิ องหลกั การสง่ กำลงั บำรุง ระเบียบ และคำส่ังท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั
การส่งกำลังบำรุงของกองทัพบก ตลอดจนในเรื่องการจัดดินแดนและการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง
การศึกษาตามแนวสอนของวิชาส่งกำลังบำรุงนี้ สามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการรับราชการของ
นักเรยี นนายร้อยเมอื่ จบการศึกษา

ปัจจุบันแนวสอนวิชาการส่งกำลังบำรุง ได้ใช้เป็นฐานข้อมูลในการศึกษามาหลายปี ซึ่ง
ข้อมูลบางอย่างมีการปรับเปลี่ยนตามเวลา และสถานการณ์ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการ
ผลิตนักเรียนนายร้อยตามหลักสูตรฯ ดังกล่าว กองวิชาเหล่าสนับสนุนการช่วยรบ จึงได้ขออนุมัติส่วน
วชิ าทหารดำเนินการปรับปรุง พฒั นาแนวสอนใหส้ อดคล้องกับสถานการณ์ โดยยังคงเนอ้ื หาบางส่วนไว้
และปรบั เปลี่ยนเพิ่มเติมเน้อื หาเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ภายใตร้ ะเบียบคำสง่ั ท่เี ปลีย่ นแปลง

การปรับปรุงพัฒนาหลกั สตู รเปน็ สว่ นหนึ่งของกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษา กอง
วิชาเหลา่ สนับสนนุ การชว่ ยรบจงึ แต่งต้งั คณะทำงานจากอาจารยผ์ ู้ทรงคณุ วุฒิของกองวิชาฯ เพื่อสืบค้น
รวบรวม และคดั กรองเนอ้ื งหาให้ครอบคลมุ ง่ายตอ่ การศกึ ษาค้นควา้ มรี ปู แบบเป็นระเบียบเรียบร้อย มี
ลำดบั ขัน้ ตอนที่เหมาะสมตอ่ เนอื่ ง สามารถใช้เปน็ เอกสารอา้ งอิงได้

กองวิชาเหล่าสนับสนนุ การช่วยรบ หวงั ว่าเอกสารนีจ้ ะเป็นฐานขอ้ มูลความรใู้ ห้กบั นักเรียน
นายร้อยชั้นปีที่ 5 และเป็นประโยชน์ในทางวิชาการสำหรับอาจารย์ และผู้สนใจ หากพบข้อบกพร้อง
โปรดแจง้ กองวิชาเหล่าสนบั สนนุ การช่วยรบ ส่วนวชิ าทหารโรงเรียนนายรอ้ ยพระจลุ จอมเกลา้ เพ่ือนำไป
ปรบั ปรงุ แก้ไขในโอกาสตอ่ ไป และขอขอบคณุ มา ณ โอกาสน้ีด้วย

คณะทำงานปรบั ปรงุ และจดั ทำแนวสอน ฯ
กองวชิ าเหล่าสนับสนุนการช่วยรบ

สว่ นวชิ าทหารโรงเรยี นนายร้อยพระจลุ จอมเกล้า

สารบัญ หนา้
1
บทท่ี 1 หลักการท่วั ไปของการสง่ กำลังบำรุง
ความหมายของการสง่ กำลัง 2
วตั ถปุ ระสงค์ของการสง่ กำลังบำรุง
ปจั จัยสำคัญในการสง่ กำลังบำรุง 7
ขอบเขตของการสง่ กำลังบำรงุ 8
ระบบการสง่ กำลังบำรุงของกองทพั ไทย
ศพั ทท์ างการส่งกำลังบำรุง 9
10
บทที่ 2 การสง่ กำลัง 11
วงรอบส่งกำลงั
ความตอ้ งการ 14
- ความต้องการขน้ั ต้น 20
- ความต้องการทดแทน 23
- ความตอ้ งการเพอ่ื รักษาระดับส่งกำลงั 24
การเสนอความตอ้ งการ 25
การจัดหา 26
- แหลง่ ทรพั ยากรในการจดั หา
- ทางไดม้ าซึง่ สิง่ อุปกรณ์ และบรกิ ารของ ทบ.ไทย
- วิธีการซอ้ื หรอื จ้าง
- วิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนิกส์
วิธีประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกส์
วิธีสอบราคา
วธิ ีเฉพาะเจาะจง
แหล่งทรพั ยากรในการจดั หา
การแจกจา่ ย
วิธแี จกจ่ายส่ิงอุปกรณ์
การเกบ็ รกั ษา
การจำหน่าย
- สาเหตกุ ารจำหน่าย
- การแบง่ ประเภท สป.เพื่อจำหนา่ ย
- สภาพของ สป.ท่จี ำหน่าย

- วธิ ีการจำหน่าย หนา้
คำจำกัดความท่ีสำคัญ การจำหน่าย (เดมิ )
คำจำกัดความท่ีสำคัญ การจำหนา่ ยเปน็ ส่ญู (เดิม) 27
คำจำกัดความที่สำคัญ ส่งิ อุปกรณ์ลา้ สมัย 28
การตัดยอด
ราคาซ้อื หรือได้มา 29
การตดั ยอดส่ิงอปุ กรณ์ส้นิ เปลอื ง
อำนาจอนุมัติจำหน่ายสงิ่ อุปกรณ์ 30

- ผบู้ ังคบั บัญชาชน้ั ผบู้ ัญชาการกองพล หรือเทยี บเทา่ 32
- ผู้บังคบั บัญชาช้นั แมท่ ัพ หรอื เทียบเท่า 34
- เจ้ากรมฝ่ายยุทธบริการ หรือเจ้ากรมฝ่ายกจิ การพิเศษ 35
- ผ้บู ัญชาการทหารบก 36
ขั้นตอนการจำหนา่ ย สป. 37
การสอบละเมดิ และการชดใช้
การแบ่งประเภทสงิ่ อุปกรณ์ 38
การสง่ กำลังส่งิ อุปกรณ์ประเภท 1 40
การส่งกำลงั สง่ิ อปุ กรณ์ประเภท 2 41
การสง่ กำลงั สิ่งอปุ กรณ์ประเภท 4 42
การส่งกำลังสิง่ อุปกรณป์ ระเภท 3 43
การสง่ กำลงั สิง่ อปุ กรณ์ประเภท 5
อัตรากระสนุ มูลฐาน
อัตรากระสนุ ทีต่ ้องการ
อัตรากระสุนที่ใชไ้ ด้
การสง่ กำลังส่ิงอุปกรณป์ ระเภทเบ็ดเตล็ด
การควบคุมส่งิ อปุ กรณ์
การประหยดั การส่งกำลงั
บทที่ 3 การซอ่ มบำรุง
หลกั การซ่อมบำรงุ
ความรับผดิ ชอบในการซอ่ มบำรงุ
การแบ่งประเภทการซ่อมบำรงุ
สาเหตุทีท่ ำใหเ้ กิดข้อบกพร่องในการซอ่ มบำรุง
ปัจจัยที่ทำใหก้ ารซอ่ มบำรงุ ได้ผลดี
ความหมายของคำทีใ่ ชใ้ นการซ่อมบำรุง

บทท่ี 4 การขนสง่ หนา้
หลักการขนส่ง 45
ประเภทหรอื วิธีการขนส่ง
การขนส่งในกองพนั กรม และกองพล 47
49
บทที่ 5 การบรกิ ารทางการแพทย์
การบรกิ ารทางการแพทยส์ นับสนนุ หน่วย ส่วนกลาง สว่ นภมู ภิ าค และ- 50
-หนว่ ยส่วนการศึกษา 51
การบริการทางการแพทย์ สนบั สนนุ การรบตามแบบ 52
หลักมูลฐานของการส่งกลับ และการรกั ษาพยาบาล 53
นโยบายการสง่ กลับ
การสง่ กลบั และการรกั ษาพยาบาลในยามปกติ 54
บริการเวชกรรมปอ้ งกัน
บรกิ ารทันตกรรม 55
บริการชัณสูตรโรค
การบริการโลหิต 55
บรกิ ารโรคจิตประสาท 56
บรกิ ารตรวจโรค และที่ปฐมพยาบาล 57
บรกิ ารตรวจสขุ ภาพทหาร 59

บทที่ 6 การบรกิ ารอนื่ ๆ
การก่อสร้างและซอ่ มแซมในสนาม
การอสงั หารมิ ทรพั ย์
การสาธารณูปโภค
การดับเพลงิ
การท่ีพิก
การประปา
การป้องกัน นชค.
การทำลายลา้ งวตั ถรุ ะเบิด
การพราง
การบรกิ ารในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.
พันธกจิ หรือการในหนา้ ท่ขี องเหลา่ ทหารสรรพาวุธ
การจัดหนว่ ยเพอ่ื ให้บรกิ ารสรรพาวธุ
หน่วยทหารท่ีเหล่าทหารสรรพาวธุ ตอ้ งให้การสนับสนนุ
สายการส่งกำลัง

สายการซ่อมบำรุง และการเบิกช้นิ สว่ นซอ่ ม หนา้
การสง่ กำลงั สายสรรพาวุธ
หลกั การซอ่ มบำรงุ สายสรรพาวธุ 60
การทำลายล้ายวัตถรุ ะเบิด
การปรับเทียบสภาพทางขปี นะวิธี 60
การปรบั เทยี บสภาพแบบเปรียบเทยี บ 61
การบรกิ ารในความรบั ผดิ ชอบของ กช. 67
หลักการท่ัวไปสำหรับการก่อสร้างในเขตยุทธบรเิ วณ
ข้อพงึ ประสงค์ทางการทหาร 68
หลักในการเลอื กที่ตง้ั 69
ข้อพงึ ประสงค์ของสิ่งอำนวยความสะดวก 70
อาคารในยุทธบริเวณ 71
พื้นทสี่ ำหรับตัง้ คา่ ยทหาร 72
การคน้ หาที่หมาย
การตรวจการณ์ทางตรง 73
การตรวจการณท์ างอ้อม 74
วัสดุพราง
การพรางบุคคล 75
การบรกิ ารประปาในสนาม
ชนดิ ของตำบลจา่ ยนำ้ 76
การฟื้นฟูตำบลจ่ายนำ้ 77
การบริการในความรบั ผดิ ชอบของ ยย.ทบ. 78
ขอบเขตความรบั ผิดชอบ และหน้าท่ีสำคญั 79
การบรกิ ารกอ่ สรา้ ง และซอ่ มแซมในท่ีตง้ั ปกติ
การบริการสาธารณูปโภค 82
งานที่ดนิ 83
บทท่ี 7 การจดั ดนิ แดน 92
การจดั ดนิ แดนของ ทบ. 99
การจดั ดนิ แดนยามปกติ
การจดั ดินแดนในยามสงคราม 100
การปฏิบัติการทางทหาร 101
การจัดหนว่ ยสนบั สนนุ ทางการช่วยรบ 103
การพทิ กั ษพ์ ้นื ที่สว่ นหลัง

บทที่ 8 คำสั่งเกยี่ วข้องกับการสง่ กำลังบำรุง คำสงั่ กองทพั บกท่ี 333/2562 หนา้
บทที่ 9 ระเบยี บกองทพั บกวา่ ดว้ ยการซ่อมบำรงุ ยุทโธปกรณ์ พ.ศ.2524
105
ระเบยี บกองทพั บกว่าดว้ ยการจำหน่ายสิง่ อปุ กรณ์ พ.ศ.2557 111
117-131

1

บทท่ี 1

ก. หลักการทั่วไปของการสง กำลังบำรุง

คำวา “logistics” มีรากศัพทเดิมมาจากภาษากรีก หมายถึง ศิลปะการคำนวณที่แยกมา
ตางหากจากวิชาคณิตศาสตรซ่ึงชาวกรีกใชในทฤษฎีเกี่ยวกับจำนวนตัวเลขในวิชาทหารนั้นคำๆนี้จะใช
เพื่อกำหนดหนาท่ีของฝายเสนาธิการที่เกี่ยวของกับการเคลื่อนยายหนวยทหาร การพักแรมและการสง
กำลังเสบียงของกองทัพประเทศสหรัฐอเมริกาไดนำคำคำนีม้ าใชตั้งแตป (1944 + 543 = 2487) และ
ไดม วี วิ ฒั นาการเก่ยี วกบั ความหมายของคำคำน้ีเร่อื ยมาจนปจ จุบนั

ข. ความหมายของการสงกำลังบำรงุ

การสงกำลังบำรุงเปนงานสาขาหน่ีงของการชวยรบซึ่งจะประกอบไปดวยการวางแผนและการ
ปฎิบตั ิการสนบั สนนุ หนวยเกย่ี วกับงานการชวยรบรวมทง้ั กิจกรรมท้ังปวงทน่ี อกเหนือไปจากการยุทธอัน
ไดแก

1. การกำหนดตามนโยบาย การวางแผน การวิจัยพัฒนา การทำงบประมาณในการสงกำลัง
บำรุง

2. การออกแบบและพัฒนา การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจา ย การเคลื่อนยาย การซอม
บำรุง การสง กลบั และการจำหนา ยยุทโธปกรณ

3. การเคลื่อนยา ย การสง กลบั และการรักษาพยาบาลกำลงั พล
4. การจัดหาหรือการกอสราง การซอมแซม การดำเนินงานและการจัดตั้งสิ่งอำนวยความ

สะดวกตางๆ
5. การจดั หาหรอื จัดใหม กี ารบริการตางๆ

ค. วตั ถุประสงคข องการสงกำลังบำรงุ

จากความหมายของการสงกำลังบำรุงจะเห็นวาการสงกำลังบำรุงนั้นมีตวามหมายมากมายแต
ความมุงหมายหรือวตั ถุประสงคนั้นมีเพียงการสนับสนุนทุกวิถีทางเพือ่ ใหห นวยรบสามารถทำการรบได
ชัยชนะในที่สุดหรือจะกลาวในอีกนัยหนึ่งกอคือการจัดสิ่งอุปกรณและการบริการอยางเพียงพอและ
ทันเวลาใหแกหนว ยรับการสนบั สนนุ ตามตองการ

ง. ปจจยั ทีส่ ำคัญในการสง กำลังบำรุง
การทจี่ ะใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคด ังกลา วจะตองมีการจดั งานสง กำลงั บำรงุ ทด่ี ีคือปจจยั 4 M คอื
1. คน (MAN)
2. เงิน ( MONEY )
3. สิง่ อปุ กรณ ( MATERIAL )
4. ระบบท่ีเหมาะสม (MANAGEMENT )

2

จ. ขอบเขตของการสง กำลงั บำรงุ
จากวัตถุประสงคของการสง กำลงั บำรุงทีก่ ลาวมาแลวพอสรุปใหเห็นภาพงานสงกำลังบำรุงได
ดังนี้

1. การสงกำลัง ( supply)
2. การซอมบำรุง ( maintenance )
3. การขนสง ( transportation )
4. การบริการทางการแพทย ( health service support )
5. การบรกิ ารอน่ื ๆ ( other service )

ระบบการสง กำลังบำรุงของกองทัพบกไทย

ก. หลกั การจัดต้ังระบบสงกำลังบำรงุ ในยุทธบรเิ วณ
1. กำหนดระดับสะสมส่งิ อุปกรณไ วใหนอยท่ีสุด
2. ใชก ารขนยายทางอากาศใหนอยท่สี ดุ
3. จัดใหม กี ารควบคุมการดำเนินงานอยางเขม งวด
4. ใหม กี ารยกขนหรือการเคลื่อนยา ยใหน อยทส่ี ุด
5. ใหมีทีต่ ง้ั ทางการสง กำลังบำรงุ ใหนอ ยที่สดุ
6. กระจายที่ตัง้ ทางการสงกำลังบำรุงออกไปใหมากที่สุดเทาท่ีจะไมเปนอุปสรรคตอการ
ควบคุมและการระวงั ปอ งกัน
7. ใชสิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งสาธารณูปโภคที่มีอยูในพื้นที่ปฏิบัติการตลอดจนส่ิง
อปุ กรณท ย่ี ดึ ไดจ ากขาศกึ ใหมากท่สี ุด
8. ประหยดั ทรพั ยากรณใ หม ากทส่ี ดุ
9. ใชเ สนทางสำรองใหม ากทสี่ ุด
10. ใชช ดุ ซอ มเคลื่อนทีใ่ หม ากทีส่ ุด

ข. การสนบั สนนุ การสงกำลังบำรุงในการรบ
การรบในปจ จุบนั สถานการณจ ะเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเรว็ ท้ังน้ีเนือ่ งจากหนวยปฎิบตั ิมีความคลองตัว
ในการเคลือ่ นท่ีสูงขึน้ รวมทั้งอาวธุ สนับสนุนตางๆก็มีประสิทธิภาพสูงดวยดงั น้ันการสนบั สนุนทางการสง
กำลังบำรุงในแตล ะภารกิจทางยทุ ธวธิ ีจำเปน ตอ งใชวิธกี ารตางๆอยา งใดอยางหน่ึงหรือหลายอยางรวมกัน
ดังน้ี

1. ใชเ ครอื่ งมอื ขนสงแบบรวมการใหมากทส่ี ดุ เชน รวมเครอ่ื งมอื ขนสง ในเขตหนา และเขตหลัง
เขา ดว ยกนั เพื่อสนับสนนุ การเคลอื่ นยายภารกจิ ใดภารกิจหน่งึ ใหเ กดิ ประสทิ ธิภาพสงู สุด

2. ลดการแบง มอบส่ิงอปุ กรณของบางหนว ยลงเพื่อเตรียมระดับสะสมไวสนับสนุนหนวยท่ีติด
พันภารกิจสำคัญเพ่อื ประกันความเพียงพอและตอเนอ่ื ง

3

3. โยกยายหนวยสงกำลังบำรุงจากดานที่สำคัญนอยกวาไปสนับสนุนดานที่สำคัญและเรงดวน

สูงกวา

4. จัดวาง สป. ไว ณ ตำบลทีเ่ หมาะสมตอการสนับสนนุ ของหนว ยแยกหรอื หนว ยทกี่ ำลงั ถอนตวั
5. การจดั ระเบยี บและการควบคุมการเคลื่อนยาย สป และหนว ยทหารเพือ่ การขา มเคร่อื งกีดขวาง

หรือชอ งทางบังคับสำคัญๆ
6. เพ่มิ ระดับการระวังปองกันท่ีต้งั ทางการสง กำลังบำรงุ และเสน ทางคมนาคมตางๆ
7. จดั ทำ สป ใหมีความคลองแคลวในการเคลื่อนที่เชน แยกประเภทบรรจุหรือหีบหอกองไวเปน

สัดสว นบรรทุกไวเ พือ่ เพือ่ ใหส ามารถสนับสนุนหรอื เคล่ือนยายไปโดยไมชักชา
8. นำ สป. เชน ยานพาหนะจากหนว ยที่หมดประสิทธิภาพในการรบแลว มาไวในสายงานสงกำลัง

บำรุงเพื่อใชในการแจกจายหรอื ทดแทนใหหนว ยอืน่ รวมทั้งนำ สป. ทีไ่ ดจากการชำระลางจาก
การรบมาแลว ไวในสายงานสงกำลงั บำรงุ เพอื่ แจกจา ยใหหนวยตอ ไป
9. จัดหา สป. ในทองถิ่นใหมากที่สุดเทาที่จะทำไดก ำหนดความเรงดวนในการสนับสนุนดานการ
ขนสง
ศัพททางการสงกำลงั บำรงุ
1. สิง่ อปุ กรณ ( supplies ) หมายถึงสิ่งของที่จำเปน ท้ังมวลสำหรับหนว ยทหารรวมท้ังทีม่ ไี วเพ่ือ
การดำรงอยูและการปฎิบัติการของหนวยทหารดวย เชน อาหาร เครื่องแตงกาย เชื้อเพลิง
ยานพาหนะ อาวุธกระสุน วัตถรุ ะเบดิ เครอ่ื งจักรกล ตลอดจนเครือ่ งมือเครอ่ื งใชต า งๆ
2. ยุทธภัณท ( material ) หมายถึง สิ่งอุปกรณทั้งมวลอันจำเปนเพื่อปฎิบัติการ เพือ่ ดำรงและ
สนับสนนุ การปฎิบตั กิ ารรบของหนวยทหารรวมถงึ เรือรบ รถถงั อาวธุ อตั ตาจร อากาศยานและ
อะไหลที่เกี่ยวของ ชิ้นสวนอะไหล ชิ้นสวนซอม และอุปกรณสนับสนุนแตไมรวมถึง
อสงั หารมิ ทรพั ย สถานท่ีตั้งและสาธารณปู โภคตา งๆ
3. ยุทโธปกรณ ( equipment ) หมายถึงสิ่งอุปกรณทั้งมวลที่ตองการจัดใหบุคคลหรือหนวย
ทหารไดแก อาวุธ ยานพาหนะ เครื่องแตง กาย เครื่องมอื เปน ตน
4. วัสดุ ( material ) หมายถงึ ชิ้นสว นหรอื ส่งิ ของตา งๆท่ีไดถ กู ประกอบขน้ึ หรือทำขึ้น

5. สายการบังคับบัญชา คือความเกีย่ วพันในทางการบังคับบัญชาตามลำดับเชน กองพัน กรม
กองพล กองทพั ภาค กองทพั บก

6. สายการสงกำลัง คือ ความเกี่ยวพันในการสงกำลังของหนวยตามลำดับเชน หนวยใช หนวย
สนบั สนนุ โดยตรง หนว ยสนับสนนุ สวนรวม กรมฝา ยยุทธบรกิ าร

7. ตำบลสง กำลัง ( ตส.) คือทต่ี ้งั ทางการสงกำลงั ของเจา หนา ท่รี ะดับกองทัพภาคข้นี ไปเพ่ือ สะสม
เก็บรกั ษาและแจกจา ย สป.

8. ตำบลจาย ( ตจ.) คือที่ตั้งและที่ปฏิบัติการสงกำลังของเจาหนาที่ระดับกองพลลงมาเพื่อการ
รบั /จาย สป.

9. สำนกั งานกระสุนกองพล ( สกน.) คือที่ตั้งและที่ปฎิบัติงานของนายทหารกระสุนของกองพล
เพ่ือควบคมุ และประสานงานการใช สป. 5 ในกองพล

10. อัตราการจัดและยุทโธปกรณ ( อจย.) คือเอกสารที่ ทบ.กำหนดขึ้นและแจกจายแกหนวย
ระดบั ตางๆแบงปน 4 ตอน คือ

4

ตอนท่ี 1 ภารกิจและขีดความสามารถ

ตอนท่ี 2 ผังการจัด

ตอนท่ี 3 อัตรากำลังพล

ตอนที่ 4 อตั รายุทโธปกรณ

11. อัตราสิ่งอุปกรณ ( อสอ. ) คือเอกสารที่ ทบ.กำหนดข้ีนและแจกจายแกหนวยระดับตางๆซึ่ง

เปน สป. ท่ี ทบ.จัดหาดว ยงบประมาณของ ทบ.

12. อัตราอาคาร ( ออค.) เอกสารที่ ทบ.กำหนดขี้นและแจกจายแกหนวยระดับตางๆเชนอัตรา

อาคารของหนว ยทหารใน ทบ. และ สป.ประจำอาคารนัน้ ๆ

13. อัตราเฉพาะกจิ ( อฉก. ) คือเอกสารที่ ทบ.กำหนดขี้นเพือ่ การจัดหนวยเปนการชวั่ คราวและไม

มอี ตั ราการจัดที่แนน อน

14. อตั ราพกิ ัด คอื ปริมาณ สป. ที่ ทบ.อนุมัติใหหนว ยมีไวในครอบครองเพ่ือการปฎิบัติงานไดทันที

เชน นำ้ มนั ตามอตั ราพกิ ดั กระสุนตามอตั ราพกิ ัด เปนตน

15. วนั สงกำลัง หมายถงึ ปริมาณ สป.ทป่ี ระมาณวาจะใชส้ินเปลืองในหนงึ่ วนั โดยอาศยั สถานการณ

การปฎบิ ัติและกำลงั รบเปน มลู ฐาน

16. สิ่งอปุ กรณที่ตอ งควบคุม หมายถึง สป. ที่จัดหาไดยากมีราคาสูงและตองใชเวลาในการจัดหา

นาน ซ่ึหนวยเหนอื ประกาศใหค วบคมุ ระบบการสง กำลัง

17. ระดับสงกำลัง หมายถึงปริมาณ สป. ที่ไดรับอนุมตั ิใหสะสมไว ณ ที่ตัง้ ทางการสงกำลังตางๆ

เพือ่ ใหการสง กำลงั เปนไปอยางตอ เนื่องและสมบรู ณ

18. ระดับปฎบิ ัติการ คอื ปริมาณ สป.ที่กำหนดขึน้ เพ่ือใหการสงกำลงั เปนไปโดยตอเน่อื งทุกขณะใน

หว งเวลาเบิกหรอื หวงเวลารับ สป.ท่สี ง มาเพ่มิ เติม

19. ระดับปลอดภัย คือปริมาณ สป.ที่คิดเพิ่มขึ้นจากระดับ สป. เกณทปฎิบัติการเพื่อใหการ

ปฎิบตั ิงานเปนไปโดยตอเนื่องในกรณีที่มเี หตุขดั ของในการเบิกเพิ่มเติมหรอื เกิดความไมราบรน่ื

ขาดตอนในการสงกำลงั โดยมไิ ดคาดไว เชน การคำนวณในเรื่อง สป.3 ดังน้ี

น้ำมนั ระดับปฎบิ ัตกิ าร = วันปฎิบัติการ x วันสง กำลัง

น้ำมันระดับปลอดภัย = วนั ปลอดภัย x วนั สง กำลัง

เกณทส ะสม = นำ้ มันระดบั ปฎบิ ตั กิ าร + น้ำมันระดับปลอดภัย

20. เวลาในการเบิกและจัดสง คือจำนวนวันนับตั้งแตเวลาที่หนวยเบิกสงใบเบิกจนถึงวันที่ไดรับ

สป.ตามใบเบกิ นั้น

21. จกุ เบิก (จุดเพ่มิ เตมิ ) คอื จดุ ซ่ึงเร่มิ ตนทำการเบิก สป.เพิ่มเติมเพอ่ื รักษาระดบั สะสมเอาไว

22. เกณทสะสม คือปริมาณของ สป. ที่มากทีส่ ุดทีไ่ ดร ับอนุมัตใิ หมีไวคงคลังเพื่อใหการปฎิบัตกิ าร

เปนไปโดยตอ เน่อื งคือ (ระดับปฏิบตั ิการ + ระดับปลอดภยั )

23. เกณทเบิก คือปรมิ าณ สป.ทีม่ ากที่สุดในสายการสงกำลงั ที่ไดร ับอนุมัติใหมเี พื่อการสนบั สนุนที่

ตอเน่อื ง

24. หนวยใช คือหนวยหรอื ผูชทื ีไ่ ดร บั ผลประโยชนจาก สป.นน้ั ๆ

25. หนวยจาย คอื หนว ยทีท่ ำการเบกิ จา ย สป.ใหแกห นว ยใชและผใู ช

26. หนวยสนบั สนุนโดยตรง คือ หนว ยสนบั สนนุ ท่ีมีหนาทีส่ นับสนนุ โดยตรงใหแ กห นว ยใช

5

27. หนว ยสนับสนนุ ท่ัวไปหรือหนวยสนับสนนุ สวนรวม คอื หนวยสนับสนนุ ที่มีหนาที่สนับสนุนแก
หนว ยสนบั สนุนโดยตรงหรือหนว ยอื่นๆตามคำสั่ง

28. รอบเสบียง คือ เสบียงท่ใี ชบ ริโภคในรอบหนง่ึ วันจะเริม่ ตน มื้อใดกไ็ ด
29. ยานเสบยี ง คือ กำหนดการในการเบิกเสบยี งเพื่อนำมาใชบรโิ ภคนับต้ังแตวันเบกิ จนถึงวันรับมา

บรโิ ภค
30. ตำบลจายสิง่ อปุ กรณป ระเภท 1 ( ตจ.สป.1 ) คือท่ีต้งั และท่ีทำงานของเจา หนา ท่สี ง กำลัง สป.1
31. ตำบลจายสิ่งอุปกรณประเภทที่ 3 ( ตจ.สป. 3 ) คือที่ต้ังและที่ทำงานของเจาหนาท่ีสงกำลัง

สป.3
32. ตำบลสง กำลังกระสุนท่ัวไป คือทีต่ ัง้ และท่ีทำงานของเจา หนา ท่สี งกำลงั กระสนุ ทุกชนิด
33. ตำบลสงกำลังหรือตำบลจายสงิ่ อุปกรณประเภท 2และ4(ของสายยทุ ธบริการตา งๆ) คอื ที่ต้ัง

และทที่ ำงานของเจาหนาทสี ง กำลัง สป.2 และ 4 ของสายยุทธบรกิ ารท่ีรับผดิ ชอบสายนัน้ ๆ
34. เสนหลกั สงกำลงั ( สลก.) คอื เสนทางหลกั ทก่ี องพลกำหนดใชส ง กำลังใหก ับหนวยรอง
35. ตำบลควบคุมการจราจร คือตำบลควบคุมการจราจรทางพื้นดินโดยตั้งเปนจุดตรวจขึ้น ณ

บรเิ วณที่คบั ขนั ตางๆโดยธรรมดากองพลเปนผกู ำหนด
36. บก.จราจร คอื ท่ีตงั้ และทท่ี ำงานของเจา หนา ทค่ี วบคุมการจราจรของกองพล
37. ทป่ี ฐมพยาบาลกองรอ ย คอื ทต่ี ง้ั และท่ีทำงานของนายสบิ พยาบาลกองรอย
38. ทีพ่ ยาบาลกองพนั คือ ที่ต้ัง และทีท่ ำงานของหมวดเสนารักษกองพันเพือ่ ทำการสง กลบั และ

รกั ษาพยาบาลใหก บั หนวยในอตั ราหรือหนวยสมทบ
39. ที่พยาบาลหนากองพล คือ ทีต่ ั้งและที่ทำงานของกองรอยเสนารักษข องกองพันเสนารักษของ

กองพลเพื่อทำการสงกลบั และรกั ษาพยาบาลสนบั สนนุ ใหแก กรม
40. ทีพ่ ยาบาลกองพล คือ ที่ตัง้ และที่ทำงานของกองรอยสนับสนุนของกองพันเสนารักษของกอง

พลเพื่อทำการสง กลบั และรักษาพยาบาลสนบั สนนุ หนว ยในพืน้ ทสี่ วนหลังของกองพล
41. หมวดเสนารกั ษของกรม คอื ที่ตั้งและทที่ ำงานของ หมวดเสนารกั ษ กรม
42. ตำบลรวบรวมสิ่งอุปกรณเก็บซอม คือตำบลที่กำหนดขึน้ เพื่อรวบรวม สป.ชำรุดใชการไมได

รวมทั้ง สป.ที่ยึดไดแลวแยกใหสายยุทธบริการตางๆรับไปหรือสงไปยังตำบลรวบรวมของ
กองทัพ
43. ตำบลรวบรวม สป.จำหนา ย คือ ตำบลท่ีกำหนดขึน้ เพอื่ ทำการรวบรวม สป.จำหนาย
44. หนวยซอมบำรุงและตำบลซอมบำรุง คือ ที่ตั้งและที่ทำงานของเจาหนาทีซอมบำรุงและสง
กำลงั ช้นิ สวนซอ ม
45. ตำบลทำน้ำของกองพล คือที่ตั้งและทีป่ ฎบิ ัตืงานของเจาหนาที่ กองพันทหารชางกองพลเพ่ือ
บรกิ ารน้ำประปาสนาม
46. ตำบลนำ้ อาบ คอื ท่ีตง้ั สถานบริการน้ำอาบของกอง พธ.พล.
47. ขบวนสัมภาระของหนวย คือขบวนสัมภาระของหนวยระดับตางๆ
48. พื้นที่ขบวนสมั ภาระ คือบริเวณพื้นที่ต้ัง และท่ปี ฎบิ ตั ิงานของขบวนสัมภาระของหนวยระดบั
ตางๆ
49. ขบวนสัมภาระรบ คือขบวนสัมภาระสวนหนี่งที่แยกออกไปจากขบวนสัมภาระสวนใหญของ
หนวย

6

50. ชบวนสัมภาระพกั คือขบวนสมั ภาระสวนใหญท ่ีเตรียมการสนับสนนุ ใหแกข บวนสัมภาระรบ
51. ยอดคงคลัง คือจำนวน สป.ที่ใชการไดที่มีอยูในความครอบครองของหนวยตามบัญชีคุมใน

ขณะนนั้
52. คา งรบั คือจำนวน สป.ที่หนวยไดเบกิ ไปแลวแตย ังไมไ ดรับ
53. คางจา ย คอื จำนวน สป.ทค่ี ลังแจกจา ยยังไมสามารถแจกจายใหหนวยเบิกตามทขี่ อมาได
54. การควบคุมสิ่งอุปกรณ คือการควบคุมทางบัญชแี ละการควบคุมทางการสงกำลงั
55. การควบคมุ ทางบญั ชี คือวิธีดำเนนิ การในการควบคุม สป.ที่เกี่ยวกบั การควบคุมการแจกจาย

เพิ่มเติม การรวบรวม การบันทึก รายงาน และจัดทำมาตรฐานถาวรตางๆการสำรวจ การ
รายงานสภาพ การกำหนดนโยบายเก่ียวกับระดับ สป. เพอ่ื การประหยัดโดยตอ เนอ่ื งทุกข้ันตอน
ในสายการสง กำลัง และสายการบงั คบั บัญชา
56. การควบคมุ ทางการสงกำลงั คือวิธีดำเนินการเกี่ยวกับระบบการรายงานการคำนวณรวบรวม
ขอมูลและการประเมินคาเพื่อให สป.ตามความตองการไดสว นสัมพันธกับทรัพยสินที่มีอยูอัน
เปนแนวทางในการประมาณการดา นงบประมาณ การจัดหา การแจกจายและการจำหนา ย สป.
57. ชิ้นสวน คือส่ิงอุปกรณที่ไมสามารถแยกจากกันไดและไดออกแบบไวใหแยกจากกันไมไดเชน
หลอดวิทยุ ยางนอกรถยนตหรอื ลำกลอ งปน เปนตน
58. สวนประกอบ คือสิ่งอุปกรณที่ประกอบดวยชิ้นสวนตางๆที่เชื่อมตอหรือสัมพันธกันตั้งแตสอง
ชน้ิ ข้ึนไปและสามารถถอดแยกจากกันไดเชน เคร่ืองเปลี่ยนความเรว็ และคารบ ูเรเตอรเปน ตน
59. องคประกอบ คือ สป.ที่เกิดจากการรวมเขาดวยกันของสวนประกอบและชิ้นสวนตางๆซ่ึง
สามารถปฎิบัติงานไดดวยตนเองแตอ าจตองอาศัยการควบคุมจากภายนอก เชน เครื่องยนต
หรือเคร่อื งกำเนิดไฟฟา เปนตน
60. สง่ิ อุปกรณส ำคญั คือส่งิ อปุ กรณท่ีมีความสำคัญจำเปน ตอการฝก การรบ ราคาแพงยากตอการ
จัดหาหรอื การผลติ มีความตอ งการไมแนน อน อาจจะขาดหรือเกินอยูเ สมอในระบบการสงกำลัง
อาจเปนรายการที่เกิดวิกฤติในวัสดุขั้นมูลฐาน โดยกรมฝายยทุ ธบริการที่รับผิดชอบเสนอบญั ชี
รายการใหกองทัพบกประกาศเปน ส่ิงอุปกรณส ำคัญเชน รถถงั ชดุ เรดาห เครื่องแตงกายพิเศษ
หนากากกนั ไอพิษเปน ตน
61. ส่ิงอปุ กรณหลัก คือสป.ทใ่ี ชเวลาในการจัดหานานและราคาแพงแตม ิไดร ะบุไวว าเปน ส่งิ อุปกรณ
สำคัญเชนเคร่อื งมอื กอสรา ง เครือ่ งสอื่ สารประจำท่เี ปนตน
62. สิ่งอุปกรณรอง คือสป.สำเรจ็ รูปทุกรายการซึ่งมิไดระบุไวเปนสิ่งอุปกรณสำคัญและสิ่งอปุ กรณ
หลกั โดยทั่วไปแลว สป. เหลานี้จะใชเวลาในการจัดหาสั้น ราคาถูก และงายตอการจัดหาเชน
เครอ่ื งสนาม เครื่องใชป ระจำบานพัก นำ้ มัน เปน ตน

7

บทท่ี 2

การสงกำลัง

กลา วทว่ั ไป
การสงกำลัง หมายถึง การปฏิบัติในเรื่อง ความตองการ การจัดหา การแจกจาย และการ

จำหนายสิง่ อุปกรณ รวมท้ังการควบคุมการปฏบิ ัตติ ามขน้ั ตอนดงั กลา ว
วงรอบการสงกำลงั หมายถึง การปฏิบัติการตอสิ่งอุปกรณตามลำดับขั้นตอน คือ การกำหนด

ความตองการ การจัดหา การแจกจาย การซอมบำรุง และการจำหนาย ซึ่งการดำเนินงานทุกขั้นตอน
ตามวงรอบ ท้ัง 5 งานน้ี จะตองมีการควบคุมทกุ ข้ึนตอนการปฏิบตั ิ

วงรอบการสงกำลงั

ความตอ้ งการ

การจาํ หน่าย การควบคมุ การจดั หา

การแจกจา่ ย

 จากภาพวงรอบการสง กำลังจะหมุนไปเปนลำดบั ไมมีการหมนุ ยอนหลังกลับทาง แตจะเริ่มตน
ณ จดุ ใดก็ได

 การควบคมุ ตอ งควบคมุ ในทกุ ขั้นตอน
 ความตอ งการมักจะเปน จดุ เร่มิ ตนของการสง กำลงั
 ความตองการจะเกิดข้ึนไดก ็ตอเม่อื มคี วามขาดแคลน
 ความขาดแคลน หมายถึง ไมม ี หรือไมเพยี งพอ
 เมอื่ เกดิ ความขาดแคลนก็ตอ งมีการกำหนดความตอ งการ หรือคำนวณความตองการเพอื่ จัดหา
 เมื่อจัดหาเสร็จเรยี บรอ ย สป.กจ็ ะเขา สรู ะบบการแจกจา ย
 เมอื่ สป.เขาไปอยูในครอบครองของหนวยใช กจ็ ะตองมีการชำรดุ เสื่อมสภาพ จึงตองทำการ

ซอ มบำรงุ
 เมอ่ื ซอมไมได หรอื ซอมไมค ุมคา ตอ งทำการจำหนา ย โดยปฏบิ ตั ติ ามระเบียบทเี่ กยี่ วขอ ง และ

เมือ่ จำหนายแลว ก็จะทำใหเกิดความขาดแคลนขึ้นอีก จึงเกิดความตอ งการ แลวตองจัดหา
หมุนเปนวงรอบเชนน้ตี ลอดไป

8

จากภาพวงรอบการสงกำลัง (หรือวงจรชีวิตของสิ่งอุปกรณ) จะหมุนไปตามลำดับจากความ
ตองการการจัดหา การแจกจาย การซอมบำรุง และการจำหนาย ไมมีการหมนุ ยอนกลับ สวนการ
ควบคมุ จะอยูตรงกลางโดยจะควบคมุ ในทกุ ขัน้ ตอน

วงรอบการสงกำลังดังกลาว จะเริม่ ตน ณ จุดใดกไ็ ด แตโ ดยธรรมดาแลวความตองการมักจะ
เปนจุดเริ่มตนของการสง กำลัง ความตอ งการจะเกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อมีความขาดแคลน ในที่นี้ความขาด
แคลนหมายถึงไมมี หรือไมเพียงพอ เมื่อเกิดความขาดแคลนก็จะตองมีการกำหนดความตอ งการ หรือ
คำนวณความตองการเพือ่ การจดั หา เมอื่ จัดหาเสร็จแลว สิ่งอุปกรณก็จะเขา สรู ะบบการแจกจา ย คำวา
“แจกจาย” หมายถึงการรับ การเก็บรักษา การจาย และการขนสงอุปกรณ หลังจากจัดหาแลว
จะตองมีการรับสิ่งอุปกรณเ ขามาเก็บรักษาในคลัง จากนั้นจา ยใหแกหนวยใช การที่ส่ิงอุปกรณจ ะไปถึง
หนวยใชไดนั้นตองมีการขนสงสิ่งอุปกรณเมื่อถึงหนวยใชหรือเขาไปอยูในครอบครองของหนว ยใชแลว
ตองมกี ารซอมบำรงุ ความหมายของคำวา “ซอมบำรงุ ” มีความหมายเปนสองนยั กลา วคอื

นยั แรก เปน การปรนนบิ ตั ิบำรุงส่งิ อปุ กรณใ หอ ยใู นสภาพใชก ารไดไมช ำรุด
นยั ทส่ี อง เมอื่ อุปกรณช ำรุดกต็ องทำใหกลบั คืนสสู ภาพที่ใชการได ถา ทำใหค ืนสูสภาพเดิมไมได
ตองขจัดออกไปจากระบบการสงกำลังนัน่ คือ การจำหนาย เมื่อมีการจำหนา ยก็จะทำใหเ กิดความขาด
แคลนขึน้ อกี หมุนเปน วงรอบเชน นต้ี ลอดไป
ความตอ งการ

ความตองการ หมายถึง การกำหนดหรือเสนอ หรือคำขอในเรื่องส่ิงอุปกรณตามจำนวน และ
เวลาทบ่ี ง การไว หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว ซง่ึ ความตองการน้แี บงออกเปน 4 ประเภท คอื

1.ความตองการขั้นตน ไดแก ความตองการสิ่งอุปกรณที่ทหาร หรือหนวยตองการมีไวเพ่ือ
ปฏิบตั ภิ ารกิจของตน ซึง่ สงิ่ อปุ กรณน้ันๆ ยงั ไมเคยไดรับมากอน และเปนความตองการสิ่งอุกรณในกรณี
ดังตอไปน้ี

1.1 การรบั ทหารเขา ประจำการใหม
1.2 การจดั ต้ังหนวยใหม
1.3 การกำหนดมาตรฐานส่ิงอุปกรณใหม
1.4 การเพ่มิ จำนวน และรายการเน่อื งจากการแกอ ตั รา
1.5 รายการทีไ่ ดรับอนมุ ตั ิใหจ ายครงั้ แรก ใหก บั หนว ยที่ยังไมไ ดรบั อนมุ ัตใิ นอตั รา
1.6 รายการที่ไดรับอนมุ ัตใิ หจายครงั้ แรก ซ่ึงเกนิ จำนวนจากอตั รา
1.7 การอนมุ ตั ิจายอุปกรณใ หม เพอ่ื ทดแทนสิง่ อุปกรณเ ดิมท่ียังใชร าชการได ซ่งึ ไดร ับคืน
จากหนวยทหาร
1.8 การจายครง้ั แรกใหแกห นวยนอกกองทัพบกตามคำสั่งกองทัพบก
2. ความตองการทดแทน ไดแก ความตองการเพื่อทดแทนสิ่งอุปกรณที่หนวยใชเคยไดรับ
มาแลว และมีความตอ งการสิ่งอุปกรณในกรณดี ังตอไปนี้
2.1 เพื่อทดแทนสิ่งอปุ กรณทห่ี มดเปลืองไป หรือชำรุด เนื่องจากการใช และรวมท้ังชิน้ สวน
ซอมทชี่ ำรุดดว ย
2.2 เพื่อทดแทนสิ่งอปุ กรณที่ถกู ละทิ้ง ทำลาย ขาศึกทำใหเสียหาย โจรกรรม หรือเสียหาย
โดยเหตุอน่ื ๆ

9

2.3 เพื่อทดแทนสิ่งอุปกรณที่อยูระหวางการซอมบำรุง โดยใชสิ่งอุปกรณสำรองเพื่อซอม
บำรงุ

3. ความตองการเพื่อรักษาระดับสงกำลัง ไดแก ความตองการสิ่งอุปกรณที่หนวยสงกำลัง
ตอ งการเพมิ่ เตมิ ใหเ ตม็ ระดบั สงกำลงั คือ

3.1 ระดับปลอดภัย
3.2 ระดับปฏิบตั กิ าร หรือวงรอบการจัดหา
3.3 เวลาในการเบกิ และจัดสง หรือเวลาลว งหนาในการจัดหา
4. ความตองการตามโครงการ หมายถึง ความตองการสิ่งอุปกรณที่นอกเหนือไปจากความ
ตองการ ตามปกติ เพื่อสนับสนุนโครงการ หรอื การปฏบิ ัติการพิเศษตามแผน และวัตถุประสงค
ของกองทพั บก เชนส่ิงอุปกรณประเภท 4 โครงการจดั ตง้ั หนว ยใหม และโครงการระดมสรรพกำลงั เปน
ตน
การเสนอความตองการ
1. สิ่งอุปกรณตามอัตรา ตามระดับสงกำลัง หรือตามโครงการที่ไดรับอนุมัติ แลวกรมฝาย
ยทุ ธบรกิ าร หรอื กรมฝา ยกิจการพเิ ศษ รวมรวมความตอ งการแลว เสนอไปยงั กรมสง กำลังบำรุงทหารบก
ตามท่กี องทัพบกกำหนด
2. สิ่งอุปกรณทีน่ อกเหนือจากที่กลาวแลวในขอ 1 หนว ยใชเสนอความตองการไปตามสาย
สงกำลัง จนถึงกรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบ กรมฝายยุทธบริการ หรือ
กรมฝายกิจการพิเศษ รวบรวมความตองการแลวเสนอไปยัง กรมสงกำลังบำรุงทหารบก ตามท่ี
กองทพั บกกำหนด
ข้นั ตอนการทำบัญชคี วามตอ งการ และแผนจัดหาประจำป
กรมฝายยุทธบริการ และกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบ เปนผูเสนอความตองการสิ่ง
อุปกรณรายการตางๆ ที่อยูในความรบั ผิดชอบของตน โดยการคำนวณความตองการตา งๆ แลวทำบญั ชี
ความตองการตามแบบที่ ทบ.กำหนด โดยจัดแยกความตองการที่คำนวณไดเขาไวเปนงานตามบัญชี
ความตอ งการที่ ทบ.กำหนด ซึ่งจะแบง ออกเปน 6 งาน คือ
1) งานวจิ ัยพัฒนา และทดสอบ
2) งานจัดหา สป.แจกจาย
3) งานเกบ็ รกั ษา และแจกจาย
4) งานซอมบำรงุ
5) งานผลติ
6) งานบริการอ่นื ๆ
เมื่อจัดความตองการที่คำนวณไดเขาไปในงานตางๆ แลว ขั้นตอไปจะตองพิจารณาความ
เรง ดว นของความตองการ เพือ่ สะดวกตอการพิจารณาจัดสรรงบประมาณของคณะอนุกรรมการ สง.ทบ.
โดยแบงความตอ งการออกเปน 2 สวน
สวนที่หนึ่ง เปนความตองการภายในวงเงินที่คาดวาจะไดรับจัดสรร โดยถือวงรอบเงินที่
ไดรับในปที่ผานมาเปนหลัก สวนที่เกินกวาวงเงินทีค่ าดวาจะไดรับ ใหจัดสรรไวในสวนที่สอง หลักการ
พิจารณาควาเรงดวนใหถือวาความตองการในการทรงชีพเปนความเรงดวนอันดับหนึ่ง และความ
ตอ งการทดแทนยอ มมีควาเรงดว นสงู กวา การจัดหาใหม

10

เมื่อกรมฝา ยยุทธบริการ และกรมฝา ยกิจการพเิ ศษ ทร่ี ับผดิ ชอบทำบญั ชีความตองการเสร็จ
แลว ก็จะเสนอบัญชคี วามตองการให กบ.ทบ.ตรวจสอบ ซ่ึง กบ.ทบ.จะตรวจสอบในเร่ืองตอ ไปน้ี

1) การคำนวณความตองการตางๆ ถูกตอ งเหมาะสมหรือไม
2) การจดั หาลำดบั ความเรง ดวนของความตองการ เหมาะสมหรือไม
3) ราคาหนว ย เหมาะสมหรือไม และราคารวมถูกตอ งหรือไม
4) หลกั การจัดหา ถูกตอ งหรอื ไม
5) หมวดเงนิ งบประเภทเงนิ ถกู ตอ งหรือไม
ในการเสนอความตองการไปให กบ.ทบ.ตรวจสอบน้ี จะตองเสนอขอมูลท่ีใชในการคำนวณ
ความตอ งการไปให กบ.ทบ.พจิ ารณาดวย และในการตรวจสอบ กบ.ทบ.อาจเชญิ ผแู ทนหนว ยท่ีเกย่ี วของ
ไปรวมการตรวจสอบดวย ซึ่งกรมฝายยุทธบริการ และหรือกรมฝายกิจการพิเศษจะตองเตรียมขอมูล
ตางๆ ไวใหพรอมที่จะชี้แจงตอเจาหนาที่ตรวจสอบของ กบ.ทบ.และผูแทนหนว ยที่เกี่ยวของไดเม่ือ
ตองการ เมื่อ กบ.ทบ.ตรวจสอบความตองการของกรมฝายยุทธบริการ และหรือกรมฝายกิจการพิเศษ
เสร็จแลว กรมฝา ยยุทธบริการหรอื กรมฝา ยกิจการพิเศษ ไดจดั การแกไขใหเปนไปตามผลการตรวจสอบ
เรียบรอยแลว กบ.ทบ.จะสรุปเร่ืองนำเรยี น ผบ.ทบ.เพือ่ ขออนุมัติใหใชความตองการ เมอื่ ผบ.ทบ.อนุมัติ
แลว กบ.ทบ. จะสำเนาแจกจายใหคณะกรรมการจัดสรรงบประมาณของ ทบ.เพื่อพิจารณาจัดสรร
งบประมาณใหต อไป
การจัดหา
การจัดหา คือ กรรมวิธีเพื่อใหไดมาซึ่งสิ่งอุปกรณ และบริการตางๆ ในลกั ษณะที่ถูกตองตาม
กฎหมาย
1) การกำหนดแบบส่ิงอุปกรณ
2) การกำหนดคณุ ลกั ษณะเฉพาะสิ่งอปุ กรณ
3) การกำหนดมาตรฐานสิ่งอปุ กรณ
4) การกำหนดราคากลาง
5) การกำหนดแบบสัญญา
6) การทำสญั ญา
7) เงอื่ นไขเกย่ี วกบั การสงวนสทิ ธิต์ างๆ
8) การปฏิบตั ติ ามสัญญา
9) การแกไ ขตามสญั ญา
10) การตรวจรบั สิ่งอุปกรณ
11) ขอ ปฏบิ ตั ทิ เี่ ก่ียวของกบั การเงิน
12) ขอกำหนดอื่นๆ ทเี่ ก่ยี วของกบั การจดั หา
แหลง ทรัพยากรในการจัดหา ไดแ ก
1) ภายในยุทธบริเวณ
2) เขตภายใน
3) จากยทุ ธบรเิ วณอืน่ ๆ
4) จากพันธมติ ร

11

ทางไดมาซึ่งสิ่งอุปกรณ และบริการภายในยุทธบริเวณ จะสามารถกระทำไดโดยการจัดหาใน
ทองถิน่
การซอ มคนื สภาพ/การเก็บซอม และจากยทุ โธปกรณทีย่ ึดได

ทางไดม าซ่ึงสิ่งอุปกรณ และบริการของ ทบ.ไทย
1) การจดั หาตามระเบยี บกระทรวงการคลัง วาดวยการจดั ซือ้ จัดจา งและบริการพสั ดุภาครัฐ

พ.ศ.2560

วธิ กี ารซอ้ื หรือจาง
ขอ 28 การซ้ือหรือจาง กระทําได 3 วิธี ดงั น้ี
(1) วธิ ปี ระกาศเชิญชวนทั่วไป
(2) วิธีคัดเลอื ก
(3) วิธเี ฉพาะเจาะจง

วิธปี ระกาศเชิญชวนทว่ั ไป
ขอ 29 การซอ้ื หรือจา งโดยวิธปี ระกาศเชิญชวนทวั่ ไป กระทาํ ได 3 วิธี ดงั นี้
(1) วิธีตลาดอิเลก็ ทรอนกิ ส
(2) วธิ ีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส
(3) วิธีสอบราคา
ขอ 30 วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส (e - market) คือ การซื้อหรือจางที่มีรายละเอียด

คุณลกั ษณะ เฉพาะของพัสดทุ ไ่ี มซบั ซอนหรอื เปนสินคา หรอื งานบริการท่มี ีมาตรฐาน และไดกําหนดไว
ในระบบขอมูลสินคา (e - catalog) โดยใหดําเนินการในระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส (Electronic
Market : e - market) ตามวิธกี ารทกี่ รมบญั ชีกลางกําหนด ซ่ึงสามารถกระทาํ ได 2 ลกั ษณะ ดงั น้ี

(1) การเสนอราคาโดยใบเสนอราคา คือ การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมวี งเงินเกิน 500,000
บาท แตไมเกิน 5,000,000 บาท

(2) การเสนอราคาโดยการประมูลอิเล็กทรอนิกส คือ การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงิน
เกนิ 5,000,000 บาท

ขอ 31 วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส (e - bidding) คือ การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมี
วงเงินเกิน 500,000 บาท และเปนสินคาหรืองานบริการที่ไมไดกําหนดรายละเอียดคุณลักษณะ
เฉพาะของพัสดุไวในระบบขอมูลสินคา (e - catalog) โดยใหดําเนินการในระบบประกวดราคา
อเิ ลก็ ทรอนิกส (Electronic Bidding : e - bidding) ตามวธิ ีการท่ีกรมบญั ชกี ลางกําหนด

ขอ 32 วิธีสอบราคา คอื การซอ้ื หรือจางคร้งั หนึ่ง ซง่ึ มวี งเงนิ เกนิ 500,000 บาท แตไมเกิน
5,000,000 บาท ใหกระทําไดในกรณีที่หนวยงานของรัฐนั้นตั้งอยูในพื้นที่ที่มีขอจํากัด ในการใช
สัญญาณอินเตอรเน็ต ทําใหไมสามารถดําเนนิ การผานระบบตลาดอิเล็กทรอนกิ สหรือระบบ ประกวด
ราคาอิเล็กทรอนกิ สได ทั้งนี้ ใหเจาหนา ทีร่ ะบุเหตุผลความจําเปนท่ีไมอ าจดําเนนิ การซื้อหรือจาง ดวย
วิธีตลาดอิเลก็ ทรอนิกสหรอื วิธีประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกสไวในรายงานขอซือ้ หรือขอจาง ตามขอ 22
ดวย

ขอ 33 รัฐวิสาหกิจใดมีความจําเปนจะกําหนดวงเงินการซื้อหรือจางตามขอ 30 ขอ
31 หรือขอ 32 แตกตางไปจากที่กําหนดไวในระเบียบนี้ ใหเสนอตอคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอ
ความเห็นชอบ และเมื่อไดร บั ความเหน็ ชอบแลว ใหรายงานสํานกั งานการตรวจเงนิ แผน ดินทราบดวย

12

วิธีตลาดอเิ ลก็ ทรอนิกส

ขอ 34 ใหเจา หนา ท่จี ัดทาํ เอกสารซอ้ื หรือจา งดวยวิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนิกสพรอมประกาศเชญิ
ชวนตามแบบทีค่ ณะกรรมการนโยบายกาํ หนด

การจดั ทาํ เอกสารซอื้ หรอื จางและประกาศเชญิ ชวนตามวรรคหนงึ่ ถาจําเปนตอ งมีขอความ
หรือรายการแตกตา งไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกําหนด โดยมีสาระสําคญั ตามที่กําหนดไว
ในแบบ และไมท ําใหห นวยงานของรฐั เสยี เปรยี บก็ใหกระทาํ ได เวนแตหวั หนา หนวยงานของรฐั เหน็ วา
จะมีปญหา ในทางเสียเปรียบหรือไมร ัดกุมพอ ก็ใหสงรางเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวน
ดังกลา วไปใหสํานกั งาน อัยการสงู สุดตรวจพจิ ารณากอ น

การกําหนดวัน เวลาการเสนอราคาในเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรค
หนึ่ง ใหกําหนดเปนวันถัดจากวันสุดทายของระยะเวลาการเผยแพรประกาศและเอกสารซื้อหรือ
จาง โดยกําหนดเปนวัน เวลา ทําการเทานั้น และเวลาในการเสนอราคาใหถือตามเวลาของระบบ
จัดซ้อื จัดจาง ภาครฐั ดวยอิเลก็ ทรอนกิ สเปน เกณฑ

ขอ 35 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ
22 แลวใหห ัวหนาเจาหนาที่เผยแพรประกาศและเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกสใน
ระบบ เครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหนวยงานของรัฐ เปนเวลาติดตอกันไมนอย
กวา 3 วนั ทําการ และใหปด ประกาศโดยเปด เผย ณ สถานท่ปี ดประกาศของหนวยงานของรฐั น้นั

ขอ 36 ใหกรมบญั ชีกลางจดั สง ประกาศและเอกสารซ้ือหรือจางดว ยวิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนิกส
ไปยังผูประกอบการที่ไดลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส ซึ่งไดนํา
รายละเอียด ของพัสดุลงในระบบขอมลู สินคาตรงตามประกาศและเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาด
อิเล็กทรอนิกส ของหนวยงานของรัฐ และจัดสงใหสํานักงานการตรวจเงินแผนดินผานทางระบบ
อิเล็กทรอนกิ ส

ในกรณีที่ผูประกอบการรายใดมีคุณสมบัติตรงตามประกาศและเอกสารซื้อหรือจาง
ดงั กลาว และยงั ไมไดล งทะเบียนในระบบจัดซอื้ จัดจางภาครัฐดว ยอเิ ลก็ ทรอนกิ ส หากประสงคจะเขา
รวมเสนอราคาในครั้งนั้น จะตองลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกสและ
จะตอ ง นํารายละเอยี ดของพสั ดลุ งในระบบขอ มูลสนิ คากอนการเสนอราคา

ขอ 37 เมอ่ื ถึงกําหนดวนั เสนอราคาดวยวิธตี ลาดอเิ ล็กทรอนกิ ส ใหดําเนนิ การดงั นี้
(1) กรณีเปนการซื้อหรือจาง ตามขอ 30 (1) ใหผูประกอบการเขาสูระบบตลาด
อเิ ลก็ ทรอนิกส และใหเ สนอราคาภายในเวลาท่ีกําหนด โดยสามารถเสนอราคาไดเพียงครงั้ เดยี ว
(2) กรณีเปนการซื้อหรือจาง ตามขอ 30 (2) ใหผูประกอบการเขาสูระบบตลาด
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส โดยตอ งลงทะเบียนกอนเริม่ กระบวนการเสนอราคา ภายในเวลา 15 นาที พรอ มทั้งให
ทําการทดสอบระบบ เปนเวลา 15 นาที และใหเ สนอราคาภายในเวลา 30 นาที โดยจะเสนอราคาก่ี
ครัง้ ก็ได
กําหนดวันเสนอราคาตามวรรคหนึ่ง หามมิใหรนหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกาํ หนดวัน
เสนอราคา เวนแตเปนกรณีที่กรมบัญชีกลางแจงเลื่อนกําหนดวัน เวลาการเสนอราคา เนื่องจากมี
ปญ หาขอ ขัดของ เกย่ี วกบั การเสนอราคาผานระบบจัดซ้ือจัดจางภาครฐั ดว ยอิเลก็ ทรอนิกส และเมือ่ ได
ดําเนินการ เปนประการใดแลวใหกรมบัญชีกลางรายงานคณะกรรมการวินจิ ฉยั ทราบดวย

13

ขอ 38 เม่ือสิ้นสุดการเสนอราคาตามขอ 37 แลว หากปรากฏวามีผูเสนอราคาต่ำสุด เทากัน
หลายราย ใหเจาหนาที่พิจารณาราคาต่ำสุดของผูทีเ่ สนอราคาเขา สูระบบตลาดอิเล็กทรอนกิ ส ในลําดับ
แรกเปน ผชู นะการเสนอราคาในครั้งน้ัน

ในกรณที ี่มีผูเ ขาเสนอราคาเพยี งรายเดียว หากเห็นวาราคาที่เสนอมีความเหมาะสมและเปน
ประโยชนตอหนวยงานของรัฐ ใหเจาหนาที่เสนอหัวหนาหนวยงานของรฐั ผานหัวหนาเจาหนาที่ เพื่อ
พจิ ารณารบั ราคาของผูเสนอราคารายนน้ั ได

ถาไมมีผูเขาเสนอราคา ใหเจา หนาทเ่ี สนอหัวหนาหนวยงานของรฐั ผานหัวหนาเจา หนาที่ เพ่ือ
พิจารณายกเลิกการซื้อหรือจางในครั้งนั้นและดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส
ใหม หรือจะดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ก) หรือวิธี
เฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ก) แลว แตก รณกี ไ็ ด เวน แตห นวยงานของรฐั จะดาํ เนินการ
ซอื้ หรือจา งโดยวิธคี ดั เลอื กหรือวิธีเฉพาะเจาะจงดวยเหตุอื่น ใหเ ร่ิมกระบวนการซื้อหรอื จางใหมโดยการ
จดั ทำรายงานขอซือ้ หรอื ขอจางตามขอ 22

ขอ 39 ในกรณีที่ปรากฏวาราคาของผูเสนอราคารายต่ำสุดที่ชนะการเสนอราคายังสูงกวา
วงเงินทจ่ี ะซอ้ื หรอื จางตามขอ 22 ใหเจาหนา ทด่ี ําเนนิ การ ดังน้ี

(1) ตอรองราคากับผูเ สนอราคารายดังกลาวผานทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกสใหต ่ำสุดเทาที่
จะทําได หากผูเสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและยื่นใบเสนอราคาผานทางระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส
แลว หากราคาที่เสนอใหมไ มสูงกวา วงเงินที่จะซื้อหรือจาง หรือสูงกวาแตไมเกินรอยละสิบของวงเงิน ที่
จะซือ้ หรือจาง หรอื ตอ รองแลวไมยอมลดราคาอีก แตส ว นที่สูงกวาวงเงนิ ทจ่ี ะซื้อหรือจางนั้นไมเกิน รอย
ละสบิ ของวงเงินทจ่ี ะซื้อหรอื จาง ถาเห็นวาราคาดังกลา วเปนราคาท่ีเหมาะสมกใ็ หเ สนอซื้อหรือจาง จาก
ผูเสนอราคารายนน้ั

(2) ถาดําเนินการตาม (1) แลวไมไดผล ใหแจงผูเสนอราคาที่เสนอราคาถูกตองตรงตาม
เงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกสทุกรายผานทางระบบตลาด
อเิ ล็กทรอนกิ สเ พ่ือใหเสนอราคาใหมพรอ มกนั โดยใหยนื่ ใบเสนอราคาผา นทางระบบตลาดอเิ ลก็ ทรอนิกส
ภายในเวลาที่หนวยงานของรัฐกำหนด หากผูเสนอราคารายใดไมย ืน่ ใบเสนอราคาใหม ใหถือวาผูเ สนอ
ราคา รายนน้ั ยืนราคาตามท่ีเสนอไวเดิม หากปรากฏวาผเู สนอราคาต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งใหมเ สนอ
ราคา ไมสูงกวาวงเงินที่จะซอื้ หรือจาง หรอื สงู กวา แตสวนที่สูงกวา นั้นไมเกินรอยละสิบของวงเงินที่จะซื้อ
หรือจา ง ถาเหน็ วา ราคาดงั กลาวเปน ราคาที่เหมาะสมก็ใหเ สนอซอ้ื หรอื จางจากผูเสนอราคารายน้ัน

(3) ถาดําเนินการตาม (2) แลวไมไดผล ใหเสนอหัวหนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนา
เจา หนาที่เพื่อพิจารณายกเลกิ การซื้อหรือจางในครั้งนั้น ทัง้ นี้ การดําเนินการซือ้ หรือจางครั้งใหมใหนำ
ความ ในขอ 38 วรรคสาม มาใชบ งั คับโดยอนุโลม

ขอ 40 ภายหลังจากที่ไดผูชนะการเสนอราคาตามขอ 38 หรือขอ 39 แลว ใหเจาหนาที่
จัดพิมพใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผูเสนอราคารายนั้นจากระบบตลาด
อิเล็กทรอนิกส จำนวน 1 ชุด และลงลายมอื ชื่อกำกับไวในใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาทุก
แผน

ในกรณีที่ผเู สนอราคาตามวรรคหนงึ่ เสนอราคาผิดเงือ่ นไขตามทีก่ ำหนดไวในเอกสารซ้ือ หรือ
จางดวยวิธตี ลาดอิเล็กทรอนิกส หรือเสนอแค็ตตาล็อก (catalog) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ
ของพัสดุไมถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส ใหถ ือ

14

วา ผูเสนอราคารายนั้นไมผานคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไวในเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีตลาด
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ใหเจาหนาทีเ่ สนอหัวหนา หนว ยงานของรัฐผานหวั หนา เจา หนา ท่ีเพ่ือพิจารณายกเลิกการ
ซ้ือหรือจาง ในครั้งนั้น หรือพิจารณาผูที่เสนอราคาต่ำในลำดับถัดไปเปนผูชนะการเสนอราคาก็ได ทั้งน้ี
ใหคำนึงถึง ความเหมาะสมและประโยชนข องหนว ยงานของรฐั เปน สําคัญ

ขอ 41 ใหเจาหนาที่รายงานผลการพิจารณาและความเห็นพรอมดวยเอกสารที่เกี่ยวของ
ท้งั หมดตอหวั หนาหนวยงานของรฐั ผา นหวั หนาเจาหนา ทีเ่ พ่ือพิจารณาใหค วามเห็นชอบ

ขอ 42 เมอ่ื หวั หนาหนวยงานของรัฐใหความเหน็ ชอบรายงานผลการพจิ ารณาและผูมีอำนาจ
อนุมตั ิสั่งซื้อหรือสั่งจางแลว ใหหัวหนาเจาหนาทีป่ ระกาศผลผูชนะการซ้ือหรือจางในระบบเครือขาย
สารสนเทศของกรมบญั ชีกลาง และของหนวยงานของรฐั ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด และให
ปดประกาศโดยเปดเผย ณ สถานทีป่ ดประกาศของหนว ยงานของรัฐนั้น และแจงใหผูเสนอราคา ทุก
รายทราบผา นทางจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส (e - mail) ตามแบบทกี่ รมบญั ชีกลางกำหนด

วิธีประกวดราคาอเิ ลก็ ทรอนิกส
ขอ 43 ใหเจาหนาที่จัดทำเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส พรอม

ประกาศเชญิ ชวน ตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด
การจัดทำเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ถาจำเปนตองมีขอความ

หรือรายการแตกตา งไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยมสี าระสำคัญตามที่กำหนดไวใน
แบบและไมทําใหห นวยงานของรัฐเสยี เปรียบกใ็ หกระทำได เวนแตหัวหนาหนวยงานของรัฐเห็นวา จะมี
ปญ หาในทางเสยี เปรยี บหรือไมร ัดกมุ พอ ก็ใหสงรา งเอกสารซอ้ื หรอื จางและประกาศเชิญชวนดงั กลา ว ไป
ใหสำนักงานอัยการสูงสดุ ตรวจพจิ ารณากอน

การกำหนดวัน เวลาการเสนอราคาในเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรค
หนึ่ง ใหกำหนดเปนวันถัดจากวันสุดทายของระยะเวลาการเผยแพรประกาศและเอกสารซื้อหรือ
จาง โดยกำหนดเปนวัน เวลา ทําการเทา นน้ั และเวลาในการเสนอราคาใหถ ือตามเวลาของระบบจัดซ้ือ
จดั จาง ภาครฐั ดว ยอิเลก็ ทรอนิกสเ ปน เกณฑ

ขอ 44 การซื้อหรือจา งพัสดุใดที่มีความจำเปนโดยสภาพของการซื้อหรือจางจะตองกำหนด
เงือ่ นไขไวใ นเอกสารซ้ือหรอื จางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสใหผูยื่นขอเสนอนำตัวอยางพัสดุ ท่ี
เสนอมาแสดงเพ่อื ทดลอง หรอื ทดสอบ หรือนำเสนองาน ใหหนวยงานของรฐั กำหนดใหผูย ืน่ ขอเสนอ นำ
ตัวอยางพัสดุนั้นมาแสดงเพื่อทดลอง หรือทดสอบ หรือนำเสนองาน ตามวัน และเวลา ณ สถานที่ ท่ี
หนวยงานของรฐั กำหนด

กรณีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งใดที่กำหนดใหตองมีเอกสารในสวนที่เปน
สาระสำคัญ ประกอบการยื่นขอเสนอของผูย่ืนขอเสนอที่ยื่นผานทางระบบประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส หากหนวยงานของรัฐเห็นวา เอกสารดังกลาวมีปริมาณมากและเปนอุปสรรคของผูยื่น
ขอเสนอในการนำเขา ระบบประกวดราคาอเิ ล็กทรอนกิ ส ใหห นว ยงานของรฐั กำหนดใหผูย่ืนขอเสนอนำ
เอกสารนัน้ พรอ มสรุป จำนวนเอกสารดังกลา วมาสง ณ ทท่ี ําการของหนวยงานของรัฐในภายหลัง โดยให
ลงลายมอื ชื่อ ของผยู ่ืนขอ เสนอ พรอมประทบั ตราสําคญั ของนติ บิ ุคคล (ถา มี) กำกับในเอกสารนนั้ ดวย

การกำหนดวันใหผยู นื่ ขอเสนอนำตวั อยา งพัสดุท่ีเสนอมาแสดงเพ่ือทดลอง หรือทดสอบ หรือ
นำเสนองานตามวรรคหนึ่ง หรือนำเอกสารหรือรายละเอียดมาสงตามวรรคสอง ใหหนวยงานของรัฐ
กำหนดเปนวนั ใดวันหนึ่งภายใน 5 วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา เวนแตการดําเนนิ การ ตามวรรค

15

หนึ่งที่ไมอาจดําเนินการวันใดวันหนึ่งได ใหหนวยงานของรัฐพิจารณากำหนดมากกวา 1 วันได แต
จำนวนวันดังกลาวตองไมเกิน 5 วันทําการ นับถัดจากวันเสนอราคา ทั้งนี้ ใหระบุไวเปนเงื่อนไข ใน
เอกสารซ้อื หรือจา งดว ยวิธปี ระกวดราคาอิเล็กทรอนกิ สใ หชดั เจน

ขอ 45 เมื่อผูมีหนาท่ีรับผิดชอบตามขอ 21 ไดจัดทำรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียด
คุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางแลว ใหเจาหนาที่จัดทำรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ
22 พรอมนำรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางเสนอหัวหนา
หนว ยงานของรฐั เพื่อขอความเห็นชอบ หากหัวหนาหนวยงานของรัฐเห็นวาเพื่อใหการกำหนดขอบเขต
ของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางเปนไปดวยความ
รอบคอบ เหมาะสม เปนประโยชนแกหนวยงานของรัฐ และไมมีการกำหนดเงื่อนไขที่เปนการขัดขวาง
การแขงขัน ราคาอยางเปนธรรม อาจจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นรางขอบเขตของงานหรือ
รายละเอียดคณุ ลักษณะ ของพัสดุที่จะซ้ือหรือจางพรอมกบั รา งประกาศและรา งเอกสารซ้ือหรือจางดวย
วิธปี ระกวดราคา อิเลก็ ทรอนิกสจ ากผูประกอบการกอนกไ็ ด ทงั้ นี้ โดยมหี ลกั เกณฑด ังน้ี

(1) การซ้อื หรือจา งครั้งหนงึ่ ซ่งึ มีวงเงินเกนิ 500,000 บาท แตไมเ กิน 5,000,000 บาท ใหอยู
ในดุลพินิจของหัวหนาหนวยงานของรัฐที่จะใหมีการเผยแพรเพื่อรับฟงความคิดเหน็ จากผูประกอบการ
หรอื ไมก ไ็ ด

(2) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 5,000,000 บาท ใหหนวยงานของรัฐ นำราง
ประกาศและรางเอกสารซ้อื หรือจางดว ยวิธีประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกสเ ผยแพรเพ่ือรับฟง ความคดิ เห็น
จากผูประกอบการ

รัฐวิสาหกิจใดมีความจำเปนจะกำหนดวงเงินตามวรรคหนึ่ง แตกตางไปจากที่กำหนดไวใน
ระเบียบนี้ ใหเสนอตอคณะกรรมการวนิ ิจฉยั เพ่ือขอความเห็นชอบ และเมื่อไดรบั ความเห็นชอบแลวให
รายงานสำนักงานการตรวจเงินแผน ดินทราบดว ย

ขอ 46 ในกรณีทห่ี นวยงานของรัฐนำรา งประกาศและรางเอกสารซ้อื หรือจา งดว ยวธิ ี ประกวด
ราคาอิเลก็ ทรอนิกสเผยแพรเพือ่ รบั ฟงความคิดเห็นจากผูประกอบการตามขอ 45 ใหหัวหนา เจา หนาท่ี
ดําเนินการนำรางเอกสารดังกลาวเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง และของ
หนว ยงานของรัฐ เปน เวลาตดิ ตอกันไมน อยกวา 3 วันทําการ เพอื่ ใหผูประกอบการมีความคิดเห็น ไปยัง
หนว ยงานของรฐั ที่จดั ซอื้ จัดจางโดยตรง โดยเปด เผยตัว

ขอ 47 กรณีที่มผี ูม ีความคิดเห็น ใหหัวหนาเจา หนาที่รวมกับผูมีหนาที่รบั ผิดชอบจัดทำ ราง
ขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซือ้ หรือจางตามขอ 21 พิจารณาวา
สมควรดําเนินการปรบั ปรงุ แกไ ขหรอื ไม โดยใหด าํ เนินการ ดังน้ี

(1) กรณีพิจารณาแลวเห็นวา ควรปรับปรุงรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธี
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหหัวหนาเจาหนาที่จัดทำรายงานพรอมความเห็นและรางประกาศและ
รางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสที่ไดปรับปรุงแลว เสนอหัวหนาหนวยงาน
ของรฐั เพือ่ ขอความเหน็ ชอบ เมื่อไดร บั ความเห็นชอบแลว ใหน ำรา งประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจาง
ดวยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสด ังกลาวเผยแพรในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง
และของหนวยงานของรัฐอีกครั้งหนึ่ง เปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา 3 วันทําการ และใหหัวหนา
เจาหนา ที่ แจงผมู ีความคิดเหน็ ทกุ รายทราบเปนหนงั สอื

16

(2) กรณีพิจารณาแลวเห็นวา ไมค วรปรับปรุงรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจา งดวยวิธี
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหหัวหนาเจาหนาทีจ่ ัดทำรายงานพรอมความเหน็ เสนอหัวหนาหนวยงาน
ของรฐั เพื่อขอความเห็นชอบ เมอ่ื ไดรับความเห็นชอบแลว ใหหัวหนาเจาหนาที่แจงผูมีความคดิ เหน็ ทกุ
ราย ทราบเปน หนังสือ

ขอ 48 ภายหลังจากที่หนวยงานของรัฐไดดําเนินการตามขอ 45 หรือขอ 46 และขอ
47 แลวแตกรณี เสร็จสิน้ แลว ใหหัวหนาเจาหนาทีด่ ําเนินการเผยแพรประกาศและเอกสารซือ้ หรือจาง
ดวยวิธีประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกสในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของหนวยงาน
ของรัฐ ภายในระยะเวลาท่กี ำหนด

ขอ 49 การใหหรือการขายเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส รวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวกับ
คุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดใหก ระทำไปพรอ มกนั กับการเผยแพรประกาศและเอกสารประกวด
ราคา อเิ ล็กทรอนกิ ส เพอื่ ใหผูประกอบการที่ประสงคจะเขายื่นขอเสนอสามารถขอรับหรือขอซ้ือเอกสาร
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสไดต้ังแตวันเริ่มตนจนถึงวันสุดทายของการเผยแพรประกาศและเอกสาร
ประกวดราคาอเิ ลก็ ทรอนิกส

ในกรณีที่มีการขาย ใหกำหนดราคาพอสมควรกบั คาใชจายที่หนวยงานของรัฐตองเสียไปใน
การ จัดทำเอกสารนั้น แตไมรวมถึงคาใชจายสวนอืน่ ที่หนวยงานของรัฐไดใชจายจากเงินงบประมาณ
เพอ่ื ดําเนินการดังกลา วแลว เชน คาใชจ า ยในการจา งสำรวจออกแบบ หรอื คา จางทป่ี รกึ ษา

ถามีการยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งนั้น และมีการประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนิกสใหม ใหผูรบั หรอื ผูซ อ้ื เอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาอเิ ล็กทรอนิกสคร้ังกอนมี
สทิ ธขิ อรบั เอกสาร ประกวดราคาใหม โดยไมตองเสยี คาซ้อื เอกสารประกวดราคาอีก

ขอ 50 ใหกรมบัญชีกลางจัดสงประกาศและเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนิกสของหนวยงานของรฐั ใหส ำนกั งานการตรวจเงนิ แผนดินผา นทางระบบอิเล็กทรอนกิ ส

ขอ 51 การเผยแพรป ระกาศและเอกสารซ้ือหรือจางดวยวธิ ีประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส ตาม
ขอ 58 ใหคำนึงถงึ ระยะเวลาในการใหผ ปู ระกอบการเตรียมการจัดทำเอกสารเพื่อยืน่ ขอเสนอดวย โดยมี
เงอ่ื นไข ดังนี้

(1) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 500,000 บาท แตไมเกิน 5,000,000 บาท ให
กำหนดไมน อยกวา 5 วันทาํ การ

(2) การซ้ือหรือจางครง้ั หนึง่ ซึ่งมวี งเงินเกิน 5,000,000 บาท แตไ มเ กิน 10,000,000 บาท ให
กำหนดไมน อยกวา 10 วนั ทําการ

(3) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 10,000,000 บาท แตไมเกิน 50,000,000
บาท ใหกำหนดไมนอ ยกวา 12 วันทําการ

(4) การซื้อหรือจางครั้งหนึ่ง ซึ่งมีวงเงินเกิน 50,000,000 บาท ขึ้นไป ใหกำหนดไมนอย
กวา 20 วนั ทําการ

รัฐวิสาหกิจใดมีความจำเปนจะกำหนดวงเงินและระยะเวลาในการเผยแพรตามวรรคหนึ่ง
แตกตา งไปจากที่กำหนดไวในระเบียบนี้ ใหเสนอตอคณะกรรมการวินิจฉัยเพื่อขอความเห็นชอบ และ
เม่อื ไดร บั ความเห็นชอบแลว ใหร ายงานสำนกั งานการตรวจเงนิ แผน ดนิ ทราบดวย

ขอ 52 ในกรณีที่โดยสภาพของการซื้อหรือการจางนั้นมีความจำเปนจะตองมีการสอบถาม
รายละเอียดเพื่อใหเกิดความชัดเจน ใหอยูในดุลพินิจของหัวหนาหนวยงานของรัฐที่จะกำหนดให

17

ผูประกอบการที่สนใจตองการทราบรายละเอียดเพิม่ เติม สอบถามผานทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส
(e-mail) ของหนวยงานของรัฐหรือชองทางอื่นตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด โดยใหกำหนดระยะเวลา
ตามความเหมาะสม และใหหนวยงานของรัฐชี้แจงรายละเอียดดังกลาวในระบบเครือขายสารสนเทศ
ของกรมบญั ชีกลางและของหนว ยงานของรฐั กอ นถึงกำหนดวันเสนอราคา ไมน อยกวา 3 วันทําการ

ขอ 53 การเผยแพรประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสครั้งใด หากหนวยงาน
ของรฐั ไดกำหนดรายละเอียดของประกาศหรือเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส หรือขอบเขตของ
งาน หรือรายละเอียดคุณลกั ษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรือจางไมถูกตอง หรือไมครบถวนในสว นท่ี
เปน สาระสำคัญไมวาทั้งหมดหรือแตบางสวน ใหหนว ยงานของรัฐยกเลิกการดําเนินการซื้อหรอื จางใน
ครงั้ น้นั แลว ดาํ เนนิ การใหมใหถูกตอ งตอไป

ขอ 54 เมอ่ื ถงึ กำหนดวันเสนอราคาดว ยวธิ ีประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส ใหผูป ระกอบการ เขาสู
ระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส และใหเ สนอราคาภายในเวลาที่กำหนด โดยสามารถเสนอราคา ได
เพยี งคร้ังเดียว

กำหนดวนั เสนอราคาตามวรรคหน่ึง หามมิใหรนหรือเล่ือน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดวันเสนอ
ราคา เวนแตเปนกรณีที่กรมบัญชีกลางแจง เลื่อนกำหนดวัน เวลาการเสนอราคา เนื่องจากมีปญหา
ขอขัดของ เกี่ยวกับการเสนอราคาผานระบบจัดซื้อจัดจางภาครัฐดวยอิเล็กทรอนิกส และเมื่อได
ดําเนินการ เปน ประการใดแลว ใหก รมบัญชีกลางรายงานคณะกรรมการวินจิ ฉัยทราบดว ย

ขอ 55 เมื่อสิ้นสุดการเสนอราคาตามขอ 54 ใหคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา
อเิ ล็กทรอนิกส ดําเนนิ การดังน้ี

(1) จัดพิมพใบเสนอราคาและเอกสารการเสนอราคาของผูยื่นขอเสนอทุกรายจากระบบ
ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส จำนวน 1 ชดุ โดยใหกรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไวในใบเสนอราคา
และเอกสารการเสนอราคาของผูยน่ื ขอ เสนอทกุ แผน

ทั้งนี้ การซื้อหรือจางที่มีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะท่ีจะตองคำนึงถึงเทคโนโลยี ของพัสดุ
หรือคุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอ ซึ่งอาจจะมีขอเสนอที่ไมอยูในฐานเดียวกันเปนเหตุใหมีปญหา ในการ
พจิ ารณาคัดเลือกขอเสนอ ใหหนวยงานของรัฐกำหนดเปนเงื่อนไขใหมีการยื่นขอเสนอดา นเทคนิค หรือ
ขอเสนออื่นแยกมาตางหาก ในกรณีเชนวานี้ คณะกรรมการยังไมตองจัดพิมพใบเสนอราคาจนกวา จะ
ดาํ เนนิ การตามขอ 83 (3) แลว เสรจ็

(2) ตรวจสอบการมีผลประโยชนรวมกัน และเอกสารหลักฐานการเสนอราคาตาง ๆ และพัสดุ
ตัวอยาง (ถามี) หรือพิจารณาการนำเสนองานของผูยื่นขอเสนอทุกราย หรือเอกสาร ที่กำหนดใหจัดสง
ภายหลังจากวันเสนอราคาตามขอ 44 แลวคัดเลือกผูยื่นขอเสนอที่ไมมีผลประโยชนรวมกัน และย่ืน
เอกสารการเสนอราคาครบถวน ถูกตอง มีคุณสมบัติและขอเสนอทางดานเทคนิคหรือเสนอพัสดุ ที่มี
รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะครบถว น ถูกตอง ตามเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐกำหนดไวในประกาศ
และเอกสารประกวดราคาอเิ ล็กทรอนกิ ส

ในกระบวนการพิจารณา คณะกรรมการอาจสอบถามขอ เท็จจริงเพิ่มเติมจากผูย ืน่ ขอเสนอ ราย
ใดก็ได แตจะใหผูย่นื ขอเสนอรายใดเปล่ียนแปลงสาระสำคัญทเ่ี สนอไวแ ลว มิได และหาก คณะกรรมการ
เห็นวาผูย ื่นขอเสนอรายใดมคี ุณสมบัติไมครบถวนตามเง่ือนไขท่ีหนวยงานของรัฐกำหนดไว ในประกาศ
และเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหคณะกรรมการตดั รายชือ่ ของผยู ่ืนขอเสนอรายนั้น ออกจาก
การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสในคร้ังนน้ั

18

ในกรณีที่ผูยืน่ ขอเสนอรายใดเสนอเอกสารทางเทคนคิ หรือรายละเอียดคณุ ลักษณะเฉพาะ ของ
พัสดุที่จะซื้อหรือจางไมครบถวน หรือเสนอรายละเอียดแตกตางไปจากเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐ
กำหนดไวในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ในสวนที่มิใชสาระสำคัญและความ
แตกตางนั้นไมมีผลทําใหเกิดการไดเปรียบเสียเปรียบตอผูยื่นขอเสนอรายอื่นหรือเปนการผิดพลาด
เล็กนอ ย ใหพ จิ ารณาผอนปรนการตัดสทิ ธ์ผิ ูยน่ื ขอเสนอรายน้ัน

(3) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรือคุณสมบัติของผูยื่นขอเสนอที่ถูกตองตาม (2) และพิจารณา
คัดเลือกขอ เสนอตามหลกั เกณฑท่ีกำหนดในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ ส โดยใหจัด
เรยี งลำดับผูทเ่ี สนอราคาต่ำสุดหรือไดค ะแนนรวมสูงสุด ไมเ กิน 3 ราย

ในกรณีที่ผูย่ืนขอเสนอรายที่คัดเลือกไวไมยอมเขาทําสัญญาหรือขอตกลงกับหนวยงานของรัฐ
ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส ใหค ณะกรรมการพิจารณาผูท่ีเสนอราคาต่ำ
รายถัดไป หรือผูท ่ไี ดคะแนนรวมสงู รายถัดไปตามลำดบั แลว แตก รณี

(4) จัดทำรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพรอมดวยเอกสารที่ไดรับไวทั้งหมดเสนอ
หัวหนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนาเจาหนาที่เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ ทั้งนี้ รายงานผลการ
พจิ ารณาดังกลาว ใหประกอบดว ยรายการอยางนอย ดงั ตอ ไปนี้

(ก) รายการพสั ดุที่จะซอ้ื หรือจา ง
(ข) รายชื่อผูยืน่ ขอ เสนอ ราคาทเี่ สนอ และขอ เสนอของผยู ่นื ขอเสนอทุกราย
(ค) รายชอื่ ผยู ื่นขอ เสนอทผ่ี า นการคดั เลอื กวาไมเปนผูม ีผลประโยชนรว มกนั
(ง) หลกั เกณฑก ารพิจารณาคดั เลือกขอเสนอ พรอมเกณฑก ารใหคะแนน
(จ) ผลการพิจารณาคัดเลือกขอเสนอและการใหคะแนนขอเสนอของผูยื่นขอเสนอทุกราย
พรอมเหตุผลสนบั สนนุ ในการพิจารณา
ขอ 56 ในกรณีที่ปรากฏวา มีผูยื่นขอเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผูยื่นขอเสนอหลายราย แต
ถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสเพียงรายเดียว ให
คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสเสนอหวั หนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนา
เจาหนาที่ เพ่อื ยกเลิกการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสค ร้ังนนั้ แตถ า คณะกรรมการพจิ ารณาแลวเห็นวามี
เหตผุ ล สมควรท่จี ะดําเนินการตอไปโดยไมต อ งยกเลกิ การประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกส ใหคณะกรรมการ
ดําเนินการตามขอ 57 หรอื ขอ 58 แลว แตก รณี โดยอนุโลม
ในกรณีที่ไมม ีผูย่นื ขอเสนอหรือมแี ตไมถูกตอ งตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกส ใหเสนอหัวหนาหนวยงานของรัฐผานหัวหนาเจาหนาที่เพื่อยกเลิกการประกวดราคา
อิเล็กทรอนกิ สครัง้ นั้นและดําเนนิ การประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกสใหม แตห ากหัวหนาหนวยงานของรฐั
พิจารณาแลวเหน็ วาการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสใหมอ าจไมไดผลดี จะสั่งใหดาํ เนินการซื้อหรือจาง
โดยวธิ ีคดั เลือกตามมาตรา 56 วรรคหน่ึง (1) (ก) หรอื วิธเี ฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ก)
แลวแตก รณีก็ได เวน แตห นว ยงานของรัฐจะดําเนินการซ้อื หรือจางโดยวิธีคดั เลือกหรือวิธี เฉพาะเจาะจง
ดวยเหตอุ น่ื ใหเริ่มกระบวนการซอ้ื หรือจางใหมโ ดยการจดั ทำรายงานขอซ้ือหรือขอจาง ตามขอ 22
ขอ 57 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส กรณีที่หนวยงานของรัฐเลือกใช
เกณฑราคา หากปรากฏวา มีผูเสนอราคาต่ำสุดเทา กันหลายราย ใหคณะกรรมการพิจารณาราคาต่ำสุด
ของผูที่เสนอราคาเขาสูระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนกิ สในลำดบั แรกเปนผูชนะการเสนอราคาในครงั้
น้ัน

19

ในกรณีที่ปรากฏวาราคาของผูที่ชนะการเสนอราคายังสูงกวาวงเงินที่จะซื้อหรือจางตามขอ
22 ใหคณะกรรมการดาํ เนินการ ดังน้ี

(1) ใหแจงผูที่เสนอราคารายท่ีคณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือหรือจางนั้นผานระบบประกวด
ราคา อเิ ล็กทรอนิกสเพื่อตอรองราคาใหต ่ำสดุ เทาที่จะทําได หากผูท่ีเสนอราคารายนั้นยอมลดราคาและ
ยื่น ใบเสนอราคาผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสแลว ราคาท่ีเสนอใหมไมสูงกวาวงเงินที่จะซื้อ
หรือจาง หรือสูงกวาแตสว นที่สูงกวานั้นไมเกินรอยละสิบของวงเงินที่จะซื้อหรือจาง หรือตอรองราคา
แลวไมยอม ลดราคาลงอีกแตสวนทสี่ ูงกวานน้ั ไมเ กนิ รอยละสิบของวงเงินท่ีจะซื้อหรือจาง ถาเห็นวาราคา
ดงั กลา ว เปน ราคาทเ่ี หมาะสม กใ็ หเสนอซ้อื หรอื จา งจากผทู ี่เสนอราคารายนั้น

(2) ถาดําเนินการตาม (1) แลวไมไดผล ใหแจง ผูที่เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ
หรือจางทุกรายผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส เพื่อมาเสนอราคาใหมพรอมกันโดยยื่นใบเสนอ
ราคา ผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไมยื่นใบ
เสนอราคา ใหถือวารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไวเดิม หากผูท่ีเสนอราคาต่ำสุดในการเสนอราคาครั้งน้ี
เสนอราคา ไมส งู กวา วงเงินทีจ่ ะซือ้ หรือจา ง หรือสูงกวาแตส วนที่สงู กวาน้ันไมเกินรอยละสบิ ของวงเงนิ ท่ี
จะซื้อหรอื จาง ถาเห็นวาราคาดังกลาวเปนราคาทเ่ี หมาะสม ก็ใหเสนอซ้อื หรอื จางจากผูทีเ่ สนอราคาราย
นนั้

(3) ถา ดําเนินการตาม (2) แลว ไมไดผล ใหเสนอความเห็นตอหวั หนาหนวยงานของรัฐ ผาน
หัวหนาเจาหนา ที่เพื่อประกอบการใชดุลพินิจวาจะยกเลิกการซ้ือหรือจาง หรือขอเงินเพิ่มเติม หรือลด
รายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หากการดําเนนิ การดังกลาวทําใหลำดับของผูชนะการเสนอราคา
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ถือวากอใหเกิดการไดเปรยี บเสียเปรียบระหวางผูเสนอราคา ใหยกเลิกการซ้ือ
หรือจางในครั้งนั้น แตห ากหัวหนาหนวยงานของรัฐพิจารณาแลวเห็นวา การดําเนนิ การประกวดราคา
อิเล็กทรอนิกสใหมอาจไมไดผลดี จะสั่งใหดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีคัดเลือกตามมาตรา 56 วรรค
หน่งึ (1) (ก) หรอื วิธเี ฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนง่ึ (1) (ก) แลว แตกรณีก็ได เวนแตหนวยงาน
ของรฐั จะดําเนินการซ้ือหรือจางโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจงดวยเหตุอ่ืน ใหเรม่ิ กระบวนการซื้อ
หรอื จางใหมโดยการจดั ทำรายงานขอซื้อหรอื ขอจา งตามขอ 22

ขอ 58 ในการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส กรณีทีห่ นวยงานของรัฐเลือกใช
เกณฑราคาประกอบเกณฑอื่น หากปรากฏวาราคาของผูที่ไดคะแนนรวมสูงสุด สูงกวาวงเงินที่จะซ้ือ
หรือจางตามขอ 22 ใหคณะกรรมการดําเนินการแจงผูที่เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือ
หรอื จา งน้นั ผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสเพ่ือตอ รองราคาใหตำ่ สุดเทาท่ีจะทําได หากผูท่เี สนอ
ราคา รายนนั้ ยอมลดราคาและย่ืนใบเสนอราคาผานระบบประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสแลว ราคาท่เี สนอ
ใหม ไมสูงกวาวงเงนิ ที่จะซื้อหรือจา ง หรือสูงกวาแตสวนที่สูงกวาน้ันไมเกินรอยละสิบของวงเงินท่ีจะซ้อื
หรือจา ง หรือตอ รองราคาแลว ไมยอมลดราคาลงอกี แตสวนทสี่ ูงกวานั้นไมเ กินรอ ยละสิบของวงเงินท่ีจะ
ซื้อ หรือจาง ถาเห็นวาราคาดังกลาวเปน ราคาที่เหมาะสม ก็ใหเสนอซือ้ หรือจางจากผูที่เสนอราคาราย
นัน้

หากดําเนินการตามวรรคหนึง่ แลวไมไดผ ล ใหเสนอความเห็นตอ หัวหนาหนวยงานของรัฐ ผาน
หัวหนา เจาหนาทเี่ พ่ือประกอบการใชด ลุ พนิ ิจวา จะขอเงินเพิ่มเติม หรอื ยกเลิกการซือ้ หรือจาง ในคร้ังน้ัน
และดําเนินการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกสใหม แตหากหัวหนาหนวยงานของรัฐพิจารณาแลวเห็น
วา การดาํ เนินการประกวดราคาอิเลก็ ทรอนิกสใหมอาจไมไดผลดี จะสงั่ ใหดาํ เนนิ การซ้ือหรือจางโดยวิธี

20

คัดเลือกตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (1) (ก) หรือวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2)
(ก) แลวแตกรณีก็ได เวนแตหนวยงานของรัฐจะดําเนินการซื้อหรือจางโดยวิธีคัดเลือกหรือวิธี
เฉพาะเจาะจง ดว ยเหตุอื่น ใหเริ่มกระบวนการซื้อหรือจางใหมโดยการจดั ทำรายงานขอซื้อหรือขอจาง
ตามขอ 22

ขอ 59 ใหนำความในขอ 42 มาใชบังคับกับการประกาศผลผูชนะการซื้อหรือจางโดยวิธี
ประกวดราคาอเิ ล็กทรอนกิ ส โดยอนุโลม

ขอ 60 การซอื้ หรอื จา งโดยการประกวดราคานานาชาติ ใหดําเนินการดังน้ี
(1) ใหหนวยงานของรัฐจัดทำรางขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ
พสั ดุ หรอื แบบรูปรายการงานกอสรางทจี่ ะซอ้ื หรอื จาง แลวแตก รณี ตามขอ 21
(2) การจัดทำเอกสารซ้ือหรือจางโดยการประกวดราคานานาชาตพิ รอมประกาศเชญิ ชวน ให
อยูใ นดลุ พินิจของหัวหนาหนว ยงานของรฐั ทจี่ ะพิจารณาวาจะจัดทำเปน ภาษาไทยหรือภาษาองั กฤษก็ได
(3) ใหนำวามในขอ 44 ถึงขอ 59 มาใชบังคับกับการประกวดราคานานาชาติ โดยอนุโลม
เวนแตก ารเผยแพรประกาศและเอกสารซือ้ หรือจางใหเ ผยแพรต ดิ ตอกันไมน อยกวา 30 วนั ทาํ การ

วิธีสอบราคา
ขอ 61 ใหเจาหนาที่จดั ทำเอกสารซื้อหรือจางดว ยวิธีสอบราคาพรอมประกาศเชิญชวน ตาม

แบบทีค่ ณะกรรมการนโยบายกำหนด
การจัดทำเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง ถาจำเปนตองมีขอความ

หรือรายการแตกตางไปจากแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดยมสี าระสำคญั ตามที่กำหนดไว ใน
แบบและไมทาํ ใหห นวยงานของรฐั เสียเปรียบก็ใหกระทำได เวนแต หวั หนา หนวยงานของรฐั เหน็ วา จะมี
ปญหาในทางเสยี เปรยี บหรอื ไมร ดั กุมพอ ก็ใหสง รางเอกสารซอ้ื หรอื จา งและประกาศเชิญชวน ดังกลา วไป
ใหส ำนกั งานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณากอน

การกำหนดวัน เวลาการยื่นขอเสนอในเอกสารซื้อหรือจางและประกาศเชิญชวนตามวรรค
หนึง่ ใหก ำหนดเปน วนั ถดั จากวันสดุ ทายของระยะเวลาการเผยแพรประกาศและเอกสารซ้อื หรือจางโดย
กำหนด เปน วัน เวลาทําการเพยี งวนั เดียว

การกำหนดวัน เวลาการเปดซองขอเสนอ ใหกำหนดเปนวัน เวลา ทําการ ถัดจากยน่ื ขอ เสนอ
ตามวรรคสาม

ขอ 62 หนวยงานของรัฐอาจนำรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีสอบราคา
เผยแพรเ พือ่ รับฟงความคดิ เหน็ จากผูประกอบการกอ นกไ็ ด

ในกรณีที่หนว ยงานของรฐั นำรา งประกาศและรางเอกสารซ้ือหรือจางดว ยวิธีสอบราคาเผยแพร
เพือ่ รบั ฟงความคดิ เห็นจากผูป ระกอบการ ใหนำความในขอ 46 และขอ 47 มาใชบ งั คบั โดยอนุโลม

ขอ 63 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ
22 และรางประกาศและรางเอกสารซื้อหรือจางดวยวิธีสอบราคาแลว ใหหัวหนาเจาหนาที่ดําเนินการ
เผยแพรประกาศและเอกสารสอบราคาในระบบเครือขายสารสนเทศของกรมบัญชีกลางและของ
หนวยงานของรัฐ เปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา 5 วันทําการ โดยใหคำนึงถึงระยะเวลาในการ ให
ผปู ระกอบการเตรียมการจดั ทำเอกสารเพ่ือย่ืนขอเสนอดวย

ขอ 64 ใหนำความในขอ 59 มาใชบังคบั กบั การใหหรือขายเอกสารสอบราคา โดยอนุโลม

21

ขอ 65 ใหกรมบัญชีกลางจัดสงประกาศและเอกสารสอบราคาของหนวยงานของรัฐ ให
สำนกั งานการตรวจเงนิ แผนดินผา นทางระบบอเิ ลก็ ทรอนิกส

ขอ 66 การซื้อหรือจางพัสดุใดที่มีความจำเปนโดยสภาพของการซื้อหรือจางจะตองกำหนด
เงื่อนไข ไวในเอกสารสอบราคาที่จะตองมีการชี้แจงรายละเอียดหรือการชีส้ ถานที่ ใหหนวยงานของรัฐ
กำหนด วนั เวลา และสถานที่ในการชแี้ จงรายละเอยี ดหรอื การชแ้ี จงสถานทีใ่ นเอกสารสอบราคาดว ย

กอนถึงกำหนดวันยื่นขอเสนอ หากหนวยงานของรัฐเห็นวามีความจำเปนที่จะตองกำหนด
รายละเอียดเพิ่มเติมหรอื มีการชี้สถานที่อันเปนการแกไขคณุ ลักษณะเฉพาะที่เปนสาระสำคัญซึ่งมิได
กำหนดไวในเอกสารสอบราคาตั้งแตต น ใหหนวยงานของรฐั จัดทำเปนเอกสารสอบราคาเพิ่มเติมและให
ระบุวัน เวลา และสถานที่ในการชี้แจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ไวดว ย โดยใหดําเนินการเผยแพร
ในระบบเครอื ขายสารสนเทศของกรมบัญชกี ลางและของหนวยงานของรฐั และใหแ จง ผทู ่ีไดร ับหรอื ไดซื้อ
เอกสารสอบราคาไปแลวทุกรายทราบผานทางจดหมายอิเล็กทรอนกิ สต ามแบบท่ีกรมบัญชกี ลางกำหนด

การช้ีแจงรายละเอียดหรือการชี้สถานที่ตามวรรคสอง ใหผูที่รับผดิ ชอบในการปฏบิ ัติงานนั้น
จัดทำบนั ทกึ การชี้แจงรายละเอยี ดหรือการช้สี ถานท่ีเปน ลายลกั ษณอักษรไวเปนหลักฐานทุกครั้ง

ถามีการดําเนินการตามวรรคสอง ใหหนวยงานของรัฐพิจารณาเลื่อนวัน เวลาการยื่น
ขอ เสนอ และการเปด ซองสอบราคา ตามความจำเปนแกกรณดี ว ย

ขอ 67 ใหห นวยงานของรฐั กำหนดวัน เวลา และสถานทใ่ี นการขอรับหรือขอซ้ือเอกสาร สอบ
ราคา ณ สถานท่ที ่หี นวยงานของรัฐกำหนด โดยใหข อรบั หรอื ขอซ้ือเอกสารสอบราคาไดต งั้ แตว ัน เริ่มตน
จนถงึ วนั สดุ ทายของการเผยแพรป ระกาศและเอกสารสอบราคา ตามขอ 63

ขอ 68 ในการยน่ื ซองขอเสนอ ผยู นื่ ขอเสนอจะตองผนึกซองจา หนา ถึงประธานคณะกรรมการ
พิจารณาผลการสอบราคาครั้งนั้น และสงถึงหนว ยงานของรัฐผูดำเนินการสอบราคาโดยยื่นโดยตรง ตอ
หนวยงานของรัฐ พรอมรับรองเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาพรอมกับซองใบเสนอราคาวาเอกสารดังกลาว
ถกู ตอ ง และเปนความจริงทกุ ประการ

ใหเจาหนาที่ลงรับโดยไมเปดซองพรอมระบุวันและเวลาที่รับซอง ในกรณีที่ผูยื่นขอเสนอมา
ยื่นซองโดยตรง ใหออกใบรับใหแกผูยื่นขอเสนอ และใหสงมอบซองเสนอราคาทั้งหมด และเอกสาร
หลกั ฐานตางๆ ทไ่ี ดร บั ไวตอคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคาครัง้ นั้น เพ่อื ดําเนนิ การตอ ไป

ขอ 69 นอกเหนือจากกรณที ี่กำหนดไวในขอ 66 เมื่อถึงกำหนดวันยื่นซองขอเสนอ หามมใิ ห
รน หรอื เลอ่ื น หรือเปลยี่ นแปลงกำหนดวนั ยื่นซองขอ เสนอ

ขอ 70 เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการเปดซองขอเสนอ ใหคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบ
ราคา ดําเนินการเปด ซองขอเสนอ และตรวจสอบเอกสารหลกั ฐานตาง ๆ ของผูยื่นขอ เสนอทกุ รายแลว
ให กรรมการทุกคนลงลายมือช่ือกำกับไวในใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการเสนอราคาของผูย ่ืน
ขอเสนอทุกแผน และใหนำความในขอ 55 (2) - (4) มาใชบังคับกับการดําเนินการพิจารณาคัดเลือก ผู
ชนะการซ้ือหรอื จา งของคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา โดยอนโุ ลม

ขอ 71 ในกรณีท่ีปรากฏวา มีผูยื่นขอเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผูย ื่นขอเสนอหลายราย แต
ถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว หรือไมมีผูยื่นขอเสนอหรือมี แตไม
ถูกตองตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารสอบราคา ใหคณะกรรมการพิจารณาผลการสอบราคา
ดําเนินการตามขอ 56 โดยอนโุ ลม

22

ถาปรากฏวาราคาของผูยื่นขอเสนอทีค่ ณะกรรมการเห็นสมควรซือ้ หรือจางยังสูงกวา วงเงิน ที่
จะซื้อหรือจาง ใหคณะกรรมการเรียกผูยื่นขอเสนอรายนั้นมาตอรองราคา โดยใหดําเนินการตามขอ
57 หรือขอ 58 แลวแตก รณี โดยอนโุ ลม

ขอ 72 ใหนำความในขอ 42 มาใชบังคับกับการประกาศผลผูชนะ การซอ้ื หรอื จางโดยวิธี สอบ
ราคา โดยอนุโลม

ขอ 73 ใหนำความในขอ 60 มาใชบ ังคับกับการสอบราคานานาชาติ โดยอนโุ ลม

วิธคี ัดเลือก
ขอ 74 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อหรือขอจางตามขอ 22

แลว ใหคณะกรรมการซือ้ หรอื จา งโดยวธิ ีคดั เลือก ดาํ เนนิ การดังตอ ไปนี้
(1) จัดทำหนังสือเชิญชวนผูประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐ

กำหนด ไมน อ ยกวา 3 ราย ใหเ ขายื่นขอเสนอ เวนแตในงานนั้นมีผูประกอบการที่มีคุณสมบัตติ รงตามที่
กำหนด นอ ยกวา 3 ราย โดยใหคำนึงถึงการไมม ีผลประโยชนร ว มกนั ของผูทเ่ี ขายื่นขอเสนอ พรอมจัดทำ
บัญชรี ายชอื่ ผปู ระกอบการทีค่ ณะกรรมการมีหนังสอื เชิญชวน

(2) การย่นื ซองขอเสนอและการรับซองขอเสนอ ใหด าํ เนินการตามขอ 68 โดยอนุโลม
(3) เม่ือถงึ กำหนดวนั เวลาการรบั ซองขอ เสนอ ใหรับซองขอเสนอของผยู ่นื ขอเสนอเฉพาะราย
ที่คณะกรรมการไดมีหนังสือเชิญชวนเทานั้น พรอมจัดทำบัญชีรายชื่อผูมายื่นขอเสนอ เมื่อพน
กำหนดเวลารับซองขอเสนอ หา มรับเอกสารหลักฐานตา ง ๆ และพัสดุตัวอยา ง ตามเงอื่ นไขที่กำหนดใน
หนงั สอื เชิญชวนเพิ่มเตมิ จากผูย่ืนขอเสนอ เวนแต กรณีการซ้อื หรือจางใด มรี ายละเอียดที่มีความจำเปน
โดยสภาพของการซ้ือหรือจางที่จะตองใหผ ูย่ืนขอเสนอนำตัวอยางพัสดุ มาแสดงเพ่ือทดลอง หรอื ทดสอบ
หรือนำเสนองาน หรือใหผูยื่นขอเสนอนำเอกสารหรือรายละเอียด มาสงภายหลังจากวันยื่นซอง
ขอเสนอ
(4) เมื่อถึงกำหนดวัน เวลาการเปดซองขอเสนอ ใหคณะกรรมการดําเนินการเปดซอง
ขอเสนอ และตรวจสอบเอกสารหลักฐานตาง ๆ ของผูยื่นขอเสนอทุกราย แลวใหกรรมการทุกคนลง
ลายมือช่ือกำกบั ไวในใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการเสนอราคาของผูยื่นขอเสนอทกุ แผน และ
ใหน ำความในขอ 55 (2) - (4) มาใชบังคับกบั การดาํ เนนิ การพจิ ารณาคัดเลือกผูชนะการซอ้ื หรือจางหรือ
ผไู ดรับการคดั เลอื ก ของคณะกรรมการโดยอนุโลม
ขอ 75 หากปรากฏวามีผูยื่นขอเสนอเพียงรายเดียวหรือมีผูยื่นขอเสนอหลายรายแตถูกตอง
ตรงตามเงอ่ื นไขที่กำหนดในหนังสอื เชญิ ชวนเพยี งรายเดียว ใหค ณะกรรมการดําเนินการตามขอ 56 โดย
อนโุ ลม
ในกรณที ี่ไมม ผี ูยนื่ ขอเสนอหรือมีแตไมถ ูกตองตรงตามเงื่อนไขท่ีกำหนดในหนงั สือเชญิ ชวน ให
เสนอหัวหนาหนวยงานของรัฐผา นหัวหนาเจาหนาที่เพื่อยกเลิกการคัดเลือกครั้งนั้น และจะดําเนินการ
ใหมโดยวิธีเฉพาะเจาะจงตามมาตรา 56 วรรคหนึง่ (2) (ก) ก็ได
ถาปรากฏวาราคาของผยู ื่นขอเสนอทีค่ ณะกรรมการเห็นสมควรซ้ือหรอื จา งยังสูงกวาวงเงิน ที่
จะซื้อหรือจาง ใหคณะกรรมการเรียกผูยื่นขอเสนอรายนั้นมาตอรองราคา โดยใหดําเนินการตามขอ
57 หรอื ขอ 58 แลว แตก รณี โดยอนุโลม
ขอ 76 ในกรณีการจางตามมาตรา 56 วรรคหนง่ึ (1) (ช) หากไมส ามารถดาํ เนินการ ตามปกติ
ได ใหคณะกรรมการแจงใหผ ูประกอบการยื่นซองขอเสนอดานเทคนิคเพื่อพิจารณาใหเปน ไปตามความ

23

ตองการกอนพิจารณาดานราคา แลวใหคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกขอเสนอดานเทคนิค ที่ดีที่สุด
แลวจัดลำดับ หลังจากนัน้ ใหเชิญผูท่ียื่นขอ เสนอดา นเทคนิคที่ดีท่ีสุดมายืน่ ขอเสนอดานราคา และเจรจา
ตอ รองราคาท่เี หมาะสม หากเจรจาไมไ ดผล ใหเจรจากับผยู นื่ ขอ เสนอดานเทคนคิ ท่ดี ีที่สุดรายถดั ไป

หากดําเนินการตามวรรคหนึ่ง แลวไมไดผล ใหเสนอความเห็นตอหวั หนาหนวยงานของรัฐ
ผานหัวหนาเจาหนาที่เพื่อพิจารณายกเลิกการจางในครั้งนั้นและจะสั่งใหดําเนินการใหมโดยวิธี
เฉพาะเจาะจง ตามมาตรา 56 วรรคหน่งึ (2) (ก) ก็ได

ขอ 77 ใหนำความในขอ 42 มาใชบงั คับกับการประกาศผลผชู นะการซื้อหรือจาง หรือผูไ ดรับ
การคดั เลือกโดยวธิ ีคัดเลอื ก โดยอนโุ ลม

วธิ ีเฉพาะเจาะจง
ขอ 78 เมื่อหัวหนาหนวยงานของรัฐใหความเห็นชอบรายงานขอซื้อขอจางตามขอ 22

แลว ใหคณะกรรมการซอื้ หรือจางโดยวธิ ีเฉพาะเจาะจง ดาํ เนินการดงั ตอไปน้ี
(1) จัดทำหนังสือเชิญชวนผูประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่หนวยงานของรัฐ

กำหนดรายใดรายหนง่ึ ใหเขายืน่ ขอเสนอหรือใหเขามาเจรจาตอรองราคา โดยใหดาํ เนนิ การดงั ตอ ไปนี้
(ก) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ก) ใหเชิญผูประกอบการที่มีอาชีพขาย หรือ

รับจางน้ันโดยตรงหรือจากผูย ื่นขอเสนอในการซ้ือหรอื จางโดยวธิ ีประกาศเชญิ ชวนท่ัวไปหรือวธิ ีคดั เลือก
ซึ่งถูกยกเลกิ ไป (ถามี) ใหมายื่นเสนอราคา ทั้งนี้ หากเหน็ วา ผปู ระกอบการรายที่เห็นสมควรซ้ือหรือจาง
เสนอราคาสูงกวา ราคาในทองตลาด หรือราคาที่ประมาณได หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให
ตอ รองราคาลงเทา ทีจ่ ะทําได

(ข) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึง่ (2) (ค) (ง) ใหเชิญผูป ระกอบการที่มีอาชพี ขาย หรือ
รับจางนั้นโดยตรงมายื่นเสนอราคา หากเห็นวาราคาที่เสนอนัน้ ยังสูงกวาราคาในทองถิ่น หรือราคา ท่ี
ประมาณได หรือราคาทคี่ ณะกรรมการเห็นสมควร ใหตอรองราคาลงเทา ทีจ่ ะทาํ ได

(ค) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (จ) ใหเจรจากับผูประกอบการรายเดิม ตาม
สัญญาหรือขอตกลงซ่ึงยังไมสิน้ สุดระยะเวลาสงมอบ เพื่อขอใหมีการซื้อหรือจางตามรายละเอียด และ
ราคาที่ต่ำกวาหรือราคาเดิมภายใตเงื่อนไขที่ดีกวาหรือเงื่อนไขเดิม โดยคำนึงถึงราคาตอหนวย ตาม
สญั ญาเดิม (ถามี) เพอ่ื ใหเ กิดประโยชนส ูงสดุ ตอหนวยงานของรฐั

(ง) กรณีตามมาตรา 56 วรรคหน่งึ (2) (ฉ) ใหดาํ เนินการโดยวธิ เี จรจาตกลงราคา
(จ) กรณตี ามมาตรา 56 วรรคหน่งึ (2) (ช) ใหเ ชิญเจาของทด่ี ินหรอื สิ่งปลกู สรา ง โดยตรง
มาเสนอราคา หากเห็นวาราคาที่เสนอนั้นยังสูงกวาราคาในทองตลาด หรือราคาที่คณะกรรมการ
เห็นสมควร ใหตอรองราคาลงเทา ทีจ่ ะทําได
(2) จัดทำรายงานผลการพิจารณา โดยใหนำความในขอ 55 (4) มาใชบังคับโดย
อนุโลม
ขอ 79 กรณีตามมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) ใหเจาหนาที่เจรจาตกลงราคากับ
ผูประกอบการที่มีอาชีพขายหรอื รบั จางนัน้ โดยตรง แลวใหหัวหนาเจาหนาที่ซื้อหรือจา งไดภ ายในวงเงนิ
ทไ่ี ดร บั ความเห็นชอบจากหัวหนาหนว ยงานของรฐั ตามขอ 24
การซ้ือหรือจางตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่มีความจำเปนเรงดวนที่เกิดขึ้นโดยไมไดคาดหมายไว
กอน และไมอาจดําเนินการตามปกติไดทัน ใหเจาหนาที่หรือผูที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น

24

ดําเนินการ ไปกอนแลวรีบรายงานขอความเห็นชอบตอหัวหนาหนวยงานของรัฐ และเมื่อหัวหนา
หนวยงานของรฐั ใหค วามเห็นชอบแลว ใหถ ือวา รายงานดังกลาวเปนหลกั ฐานการตรวจรบั โดยอนโุ ลม

ขอ 80 การซื้อหรือจางที่มีวงเงินเล็กนอยตามที่กำหนดในกฎกระทรวงตามความในมาตรา
96 วรรคสอง หนวยงานของรัฐอาจดําเนินการซื้อหรือจางผานระบบอิเล็กทรอนิกสตามวิธีการที่
กรมบัญชกี ลางกำหนดก็ได

ขอ 81 ใหนำความในขอ 42 มาใชบังคับกับการประกาศผลผูไดรับการคัดเลือกโดยวิธี
เฉพาะเจาะจง โดยอนโุ ลม
การจดั หา คอื กรรมวธิ ีเพ่อื ใหไ ดม าซงึ่ ส่งิ อุปกรณ และบรกิ ารตา งๆ ในลกั ษณะท่ถี ูกตองตามกฎหมาย
แหลงทรพั ยากรในการจดั หา ไดแ ก

1) ภายในยทุ ธบรเิ วณ
2) เขตภายใน
3) จากยุทธบริเวณอื่นๆ
4) จากพนั ธมิตร
ทางไดม าซึง่ สิง่ อุปกรณ และบริการของ ทบ.ไทย
1) การจัดซื้อหรือจัดจา ง ตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการจัดซื้อจัดจางและการ
บรหิ ารพัสดภุ าครฐั พ.ศ.2560
2) การเกณฑ โดยปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัตกิ ารเกณฑช ว ยราชการ พ.ศ.2530
3) การยึด โดยการปฏบิ ัตติ ามพระราชบญั ญตั ิกฎอยั การศกึ พ.ศ.2457
4) การบรจิ าค
5) การรบั ความชว ยเหลอื จากตา งประเทศ
6) การจา ง และซอ้ื สำหรบั งานวจิ ัยและพัฒนา และผลิตอาวุธโดยวิธีการพิเศษ
7) การจดั ซอื้ ดวยงบเงินกู
8) การจัดซอื้ ดว ยระบบ FMS. (Foreign Military Sale)การขอรบั การชว ยเหลอื แบบการซื้อ
ขายทางทหาร
9) การจดั ซอ้ื จากตา งประเทศในระบบรฐั ตอ รฐั
10) การเบิก การยืม และการโอน

การแจกจาย
การแจกจาย หมายถึง การรับ การเก็บรักษา การจาย และการขนสงสิ่งอุปกรณ หรือการ

แจกจาย คือ การดำเนินกรรมวิธตี อ สิง่ อุปกรณท ่ีไดรับมาจนกระท่ังสงิ่ อุปกรณน นั้ ถงึ มอื ผใู ช หรอื หนวยใช
หลักมลู ฐานของการแจกจา ย
1) ระบบการแจกจายตอ งออ นตัวไดตามการเปลย่ี นแปลงของสถานการณ
2) สิ่งอุปกรณตองมีอยูใ นความครอบครองอยางเพียงพอทจ่ี ะทดแทนการใชสิ้นเปลืองในแต

ละวันกอ นทีจ่ ะปฏิบตั ิราชการในวันตอไป
3) สิ่งอุปกรณควรจะตองจัดวางไว ณ ตำบลซึ่งจะลดความลาชาลงไดเมื่อเผชิญกับความ

ตอ งการทจ่ี ะแจกจาย
4) ระบบการแจกจายตองทำใหการใชการขนสงที่มีอยูบังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และ

จะตองขจัดการขนสง ทไ่ี มจำเปน และการยกขนซ้ำใหห มดสิน้ ไป

25

5) หนวยแตละระดับควรมีสิ่งอุปกรณจายถึงหนวย เปนกรรมวิธีการแจกจาย สป. โดยให
เจา หนาที่ของหนวยจายนำ สป.ขนสงไปแจกจายใหหนวยใชถึงที่ตั้งหนวยของหนวยใชนั้นๆ หรอื อาจ
จายถึงผูใชโ ดยตรงก็ได

วธิ แี จกจา ยสงิ่ อุปกรณ
เพื่อใหสิ่งอุปกรณถึงมือผูใชหรือหนวยใช ทั้งในยามปกติ และยามสงคราม จึงไดแบงวิธีการ

แจกจายออกเปน 2 วิธี คอื
1) การแจกจาย ณ ตำบลสงกำลัง เปนกรรมวิธีการแจกจาย สป. ของหนวยจายโดยให

เจาหนาที่ของหนวยใช นำยานพาหนะไปรับ สป.จากหนวยจาย ณ ตำบลสง กำลัง หรือตำบลจา ยที่ให
การสนบั สนนุ

2) การแจกจา ย ณ ทตี่ ง้ั หนว ย (หรือจายถึงหนว ย) เปน กรรมวธิ ีแจกจา ย สป. โดยเจาหนาที่
หนวยจายนำ สป. ขนสงไปแจกจายใหหนวยใชถึงที่ตั้งหนวยของหนวยใชนั้นๆ หรืออาจจายถึงผูใช
โดยตรงก็ได

การเกบ็ รักษา
การเก็บรักษา คือ การดำเนินกรรมวิธีตอสิง่ อุปกรณหลังจากรับ สป. เขามาสูระบบ จนถึง สป.

ไดถูกแจกจายออกไป ซึ่งการดำเนินการจัดการดังกลาวมีงานที่จะตองดำเนินงาน คือ การแยก สป.
เปนประเภท การเก็บไว ณ ตำบลท่ีกำหนด รวมทัง้ การจัดระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บ
รักษาส่งิ อุปกรณด วย

การเก็บรักษาจะสำเรจ็ ไดต องอาศัยปจจัย 3 ประการคือ สถานที่ กำลังคน และเครื่องยกขน
หรอื เครือ่ งทนุ แรง ซ่งึ ในยามสงครามปจจัยทัง้ 3 น้หี าไมไดง า ยนัก

วัตถุประสงคของการเก็บรักษา ก็คือ เก็บ และปองกันสิ่งอุปกรณที่ไดรับเขามาจนกวาจะถึง
เวลาที่ตองการ ดังนั้นจึงมีความจำเปนที่จะตองทำการระวังรักษาสิ่งอุปกรณเปนอยางดี และในเม่ือ
ตองการใชก็จะตองมีจำนวนเพียงพอ และอยูในสภาพที่ใชการได จะตองวางแผนการเก็บรักษาสิ่ง
อุปกรณที่ไดรับอยูเสมอจะตองใชพื้นที่ และสิง่ อำนวยความสะดวกใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซ่ึงแบบ
ของพนื้ ทท่ี ี่ใชในการเก็บรักษาในปจ จุบัน มดี งั นี้

1) คลังเปด หมายถงึ พื้นท่ีเก็บรักษาท่จี ดั ทำข้ึนกลางแจง
ก) คลังเปดพ้ืนท่เี รยี บ
ข) คลังเปดไมป รบั พื้นที่

2) คลังปด หมายถงึ พื้นที่เก็บรักษาที่มีหลังคา ซึ่งคลังปดนี้จะหมายรวมทัง้ คลังทั่วไป และคลัง
เฉพาะ

ก) คลงั ทว่ั ไป
ข) คลงั เกบ็ เย็น
ค) คลงั เก็บเช้อื เพลิง
ง) คลงั เกบ็ กระสนุ บนดนิ
จ) คลงั เกบ็ ปองกันความช้ืน

26

นอกจากจะแบงตามลักษณะ หรอื แบบของพื้นท่เี กบ็ รกั ษาแลว ยังสามารถแบงไดต ามประเภท
ของ สป. ทเ่ี ก็บรกั ษา ตามภารกจิ ตามท่ตี ้งั และตามรูปแบบการจดั

3) คลังแบงประเภทตาม สป. ทีเ่ ก็บรักษา จะแบงไดเปน คลัง สป.1 คลัง สป.2 คลัง สป.3
คลงั สป.4 และคลงั สป.5

4) คลงั แบง ประเภทตามภารกิจ ไดแก คลังเฉพาะ คลังแจกจาย คลังสำรอง
5) คลงั แบง ประเภททตี่ ัง้ ไดแก คลงั กองบญั ชาการชวยรบ คลังสว นภูมภิ าค
6) คลังแบงประเภทตามรปู การจัด ไดแก คลังทว่ั ไป คลงั สายงาน และคลังสนาม

การจำหนา ย
การจำหนาย หมายถึง การตัดยอดสิ่งอุปกรณออกไปจากความรับผิดชอบเนื่องจากสูญไป

สิ้นเปลือง (สป.ส้ินเปลือง) ชำรุดเสียหายจนไมสามารถซอมคืนสภาพไดอยางคุมคา เส่ือมสภาพจนใช
การไมได สูญหายตาย เกินความตอ งการ หรอื ลาสมัยไมใ ชร าชการตอ ไป

สาเหตขุ องการจำหนา ย
1) ชำรุดตามสภาพ
2) ชำรดุ สูญหายเนอ่ื งจากภัยธรรมชาติ
3) ชำรดุ สูญหายจากการกระทำของบุคคล
ก) จากการกระทำของขาศกึ
ข) จากอุบัติเหตุ
ค) จากการบกพรอง หรอื ประมาทเลินเลอ ของเจาหนา ท่ี

การแบงประเภทสิง่ อปุ กรณเพ่อื การจำหนาย
1) สง่ิ อปุ กรณส ้ินเปลือง
2) สง่ิ อปุ กรณถ าวร
3) สิ่งอปุ กรณมีชวี ิต
4) ชน้ิ สวนซอ ม

สภาพของสงิ่ อุปกรณทีจ่ ำหนา ย
1) สป.ใชส ้ินเปลอื งซง่ึ ใชหมดอายุ
2) สป.ถาวรซ่งึ หาย ชำรดุ ซอมไมค มุ คา เส่ือมสภาพจนใชการไมไ ด
3) สป.เกนิ ความตองการ
4) สป.ลา สมยั

วิธีการจำหนาย ( การดำเนินการตอซาก สป. ) ระเบียบ ทบ.วาดวยการจำหนา ย สป. พ.ศ.
2557
กรมสงกำลงั บำรงุ ทหารบก Directorate of Logistics กลาวนำปญหาทมี่ มี าแตเดมิ สาระสำคัญในการ
ปรับปรุงแกไขระเบยี บฯการสอบละเมดิ และการชดใชข อเนนยำ้

ผบ.ทบ. ไดอ นุมัติยกเลิกระเบียบ ทบ.วาดว ยการจำหนา ย สป. พ.ศ. 2539 ระเบยี บ ทบ.วาดวย
การจำหนาย สป.(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 และไดอนุมัติใชระเบียบ ทบ.วาดวยการจำหนาย สป. พ.ศ.
2557 รายละเอยี ดปรากฏตาม หนงั สอื กบ.ทบ. ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57 ระเบยี บฯ จะมีผลบังคับ
ใชเมื่อพนกำหนด 30 วัน นบั แตว ันท่ีประกาศใช (31 ม.ค. 57)

27

ปญ หาทม่ี มี าแตเ ดมิ หลักเกณฑวิธีปฏิบตั ิไมครอบคลุมเงื่อนไขบางกรณี เชน การจำหนาย สป.ท่ี
หนวยยมื จากหนว ยอ่ืนการควบคุม และตดั ยอด สป. ไมตรงกนั ระหวา ง หนว ยใช และคลงั ภายหลังการ
จำหนายการปฏิบัติบางอยาง ไมสอดคลองกับระเบียบคำส่ังทีเ่ กี่ยวของ เชน ประมวลกฎหมายแพงและ
พาณชิ ย หรอื ระเบียบสำนกั นายกรฐั มนตรวี า ดว ยการพสั ดุ พ.ศ. 2535 และที่แกไขเพ่ิมเติม เปน ตน

สาระสำคัญในการปรบั ปรงุ
กลา วทั่วไปคำจำกัดความลำดับหวั ขอ ที่มีการปรบั ปรงุ การตัดยอด สป.ท่ใี ชส้ินเปลืองไปตามปกติ

อำนาจอนุมัตจิ ำหนายบทเฉพาะกาลขั้นตอนการจำหนาย สป.

กลาวทั่วไปเพิ่มเติมระเบียบ/หลักเกณฑของหนวยเหนือ ซึ่งเปนที่มาของอำนาจหนาที่ตาม
ระเบียบฉบับนี้“เนื่องจากระเบียบกองทัพบกวาดวยการจำหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2539 และที่แกไข
เพ่ิมเติมใชปฏบิ ัติมานานไมเ หมาะสมกับสถานการณป จ จุบัน สมควรปรบั ปรุงระเบียบดังกลา วใหทันสมัย
เหมาะสมยิ่งขึ้น และเพื่อใหการปฏิบัตเิ ก่ียวกับการจำหนายสิ่งอุปกรณในกองทัพบกเปนไปในแนวทาง
เดยี วกันและสอดคลองกบั ระเบยี บสำนักนายกรัฐมนตรี วาดวยการพัสดุ พ.ศ.2535 และท่แี กไขเพิ่มเติม
รวมทั้งหลักกฎหมายที่เกี่ยวของ จึงใหออกระเบียบวาดวยการจำหนายสิ่งอุปกรณของกองทัพบกไว
สำหรับยดึ ถอื เปนหลกั ปฏิบตั ิดงั น”ี้

คำจำกดั ความท่ีสำคญั การจำหนาย (เดมิ ) หมายถงึ
การดำเนินกรรมวิธีเพื่อตัดยอดสิ่งอุปกรณ ออกจากความรับผิดชอบของกองทัพบก เนื่องจาก

สูญไป, ส้ินเปลืองไป (สงิ่ อปุ กรณใ ชส้ินเปลือง), ชำรุดเสยี หายจนไมส ามารถซอมคนื สภาพไดอยางคุมคา,
เส่อื มสภาพจนใชการไม ได หรือสญู หาย, ตาย, เกนิ ความตอ งการหรือเปนของลาสมยั หมดความจำเปน
ไมใชราชการตอไป หรือหากใชราชการตอไปจะสินเปลืองคาใชจายมาก หรือครบอายุการใชงานตาม
เกณฑที่กำหนดการจำหนาย (ใหม) หมายถงึ การดำเนินกรรมวิธีเพื่อตดั ยอด สิ่งอปุ กรณ ออกจากความ
รบั ผิดชอบของกองทัพบก เนื่องจากสูญไป, สูญหาย, ชำรุดเสียหายจนไมสามารถซอมคืนสภาพไดอยา ง
คุมคา, เสื่อมสภาพจนใชการไมได, ตาย, ลาสมัย หรือ หมดความจำเปน หรือหากใชราชการตอไปจะ
ส้ินเปลืองคา ใชจ ายมาก

คำจำกดั ความท่ีสำคญั การจำหนายเปนสญู (เดิม) หมายถงึ
การจำหนายในกรณีที่สิง่ อุปกรณสูญไป โดยไมปรากฏตัวผูรบั ผิดชอบ หรือมีตัวผูรับผิดแตไม

สามารถชดใชตามระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยความรับผิดทางแพงของเจาหนาที่สวนราชการได
หรือมีสิ่งอุปกรณอยูแตไ มสามารถขาย แลกเปลยี่ น โอน แปรสภาพ หรือทำลายไดเฉพาะในการปฏิบัติ
ราชการสนามน้ัน ในกรณีท่ไี มสามารถนำซากสิ่งอปุ กรณก ลบั มาได เนอื่ งจากความจำกัดของภูมิประเทศ
หรอื เน่อื งจากการกระทำของขาศึก ใหถือวา สง่ิ อุปกรณน ั้นสูญไป ไมมีซากเหลืออยใู หเห็น และในกรณีท่ี
ผูรับผดิ ชอบชดใชถึงแกกรรม เนอื่ งจากการปฏบิ ตั ิราชการสนามคราวน้ัน ใหถ ือวา หาผูรับผิดชอบชดใช
ไมไ ด การจำหนา ยเปนสูญ (ใหม) หมายถงึ การจำหนา ยในกรณที ่สี ิง่ อุปกรณสูญไปโดยไมปรากฏตัวผูรับ
ผิด หรือมีตวั ผูรับผิดแตไมสามารถชดใชคา เสียหายในทางแพงและความรับผิดทางละเมิดได หรอื มีสิ่ง
อุปกรณอยูแตไมสามารถขาย แลกเปลี่ยน โอน แปรสภาพ หรือทำลายได การสูญไปเฉพาะในการ
ปฏิบัติราชการสนามนั้น ในกรณีทีไ่ มสามารถนำซากสิ่งอุปกรณกลับมาได เนื่องจากความจำกดั ของภูมิ

28

ประเทศ หรอื เนอ่ื งจากการกระทำของขาศกึ หรอื จากการกระทำของบคุ คลภายนอก ใหถอื วาส่ิงอปุ กรณ
นั้นสญู ไป ไมมีซากเหลอื อยใู หเ ห็น

คำจำกดั ความท่สี ำคญั ส่ิงอุปกรณลา สมัย หมายถึง
สิ่งอุปกรณที่ใชราชการมาเปนเวลานาน หรือมีอายุการใชงานมาเปนเวลานาน หรือไมมี

สายการผลิต หรอื ปจจุบันมีกลไกการทำงานหรือเทคโนโลยีอื่นที่มีประสิทธิภาพย่ิงกวา หรือกรณีอื่นๆ
ซึ่งทำใหสิ่งอุปกรณดังกลาวหมดความจำเปนในการใชราชการตอไป หรือหากใชราชการตอไปจะ
สิ้นเปลอื งคา ใชจ ายมาก และกองทพั บกไดกำหนดใหสิ่งอุปกรณดังกลา วเปนสงิ่ อปุ กรณล า สมยั

สงิ่ อปุ กรณถ าวร
สิง่ อปุ กรณถาวร หมายถึงสิ่งอปุ กรณส ำเรจ็ รปู ซึ่งมสี ภาพ และลกั ษณะมน่ั คงตอการใชงาน แต

ยอมเส่ือมสภาพ เสื่อมราคาไปตามวาระ และระยะเวลาแหงการใชง าน สปช.ทบ.ขอใหจัดทำอายุ สป.ทกุ
ชนิด เพ่ือใชใ นการคำนวณตนทุน และ กบ.ทบ.ไดนำเรยี นใหกรมฝายยุทธบรกิ าร/กรมฝายกิจการพิเศษ
รบั ผิดชอบดำเนินการกำหนดอายุ สป.ถาวร ซง่ึ ผบ.ทบ.(ผช.ผบ.ทบ.(1)รับคำส่ังฯ) ไดอนุมตั ิตามหนังสอื
กบ.ทบ.ท่ี กห 0404/215 ลง 31 มี.ค. 52

การตัดยอด หมายถึง
การตัดสิ่งอุปกรณออกจากบัญชีหรือทะเบียนคุม ทั้งนี้การตัดยอดสิง่ อุปกรณอาจเกิดขึ้นจาก

กรณีตางๆ เชน การใชสิ้นเปลืองไป , การโอนสิ่งอุปกรณใหกับสวนราชการอื่น , การแลกเปลี่ยนส่ิง
อุปกรณ และการจำหนายสิง่ อุปกรณ เปนตน สำหรับการตัดยอดสิ่งอุปกรณทีใ่ ชสิน้ เปลืองไปตามปกติ
หรือการโอน หรือกรณีอื่นใดนอกเหนือนจากการจำหนาย ใชหลักฐานการดำเนินการแตละกรณีเปน
หลักฐานการตัดยอด เชน ใชห ลักฐานการเบิกจายเปนหลักฐานการตัดยอดสิง่ อุปกรณที่ใชสิน้ เปลืองไป
ตามปกติ เปน ตน

ราคาซื้อ หรือไดม า หมายถึง
ราคาที่ซื้อสิ่งอุปกรณนัน้ มา หรือราคาสิ่งอุปกรณที่ไดมา สำหรบั สิ่งอุปกรณในโครงการใหถือ

ราคาตามใบแจงราคาและเพ่ิมข้ึนอีก รอ ยละ 20 สวนส่ิงอุปกรณท่ีกองทัพบกจัดหา หรือไดม าโดยวิธีอื่น
ใหถ ือราคาตามใบเบิก หรือราคาตามทก่ี รมฝา ยยุทธบริการ หรอื กรมฝา ยกิจการพิเศษ ทร่ี บั ผดิ ชอบในสง่ิ
อปุ กรณน ้ันกำหนดราคาซ้ือหรอื ไดมา หมายถึงราคาที่ซื้อ สงิ่ อุปกรณนน้ั มา หรือราคาส่ิงอุปกรณท่ีไดมา
สำหรบั สิง่ อุปกรณในโครงการใหถือราคาตามใบแจงราคา และใหรวมคาใชจา ยที่เกีย่ วของกับการจัดหา
สิ่งอุปกรณน ั้นดวย สวนสิ่งอปุ กรณที่กองทัพบกจัดหา หรอื ไดมาโดยวิธอี ื่น ใหถือราคาตามใบเบิก หรือ
ราคาตามท่กี รมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝา ยกิจการพเิ ศษ ทรี่ บั ผดิ ชอบในสิ่งอปุ กรณนัน้ กำหนด

ลำดับหัวขออำนาจอนุมัติจำหนา ย สป. จากเดิมอยูในตอนท่ี 4 เปน ตอนที่ 3 ปรับการดำเนนิ
กรรมวิธีขออนุมัตจิ ำหนาย สป. จากเดมิ อยูในตอนที่ 3 เปน ตอนที่ 4 เน่ืองจาก เดมิ ตอนที่ 3 ขอ 21
อางถึงอำนาจอนุมัติจำหนา ยในตอนที่ 4 เหน็ ไดว ามีการอางไปยังขอที่ยังมิไดกลาวถึง ซึ่งเปนตัวอยา ง
ของการเรยี งหัวขอ การปฏิบตั ทิ ่ีไมเ ปน ไปตามลำดบั เหตุการณ

29

การตัดยอดส่งิ อุปกรณส้ินเปลือง
ระเบยี บฯ ขอ 5.13 ฯลฯ ... การตัดยอดสง่ิ อปุ กรณทใ่ี ชสิ้นเปลอื งไปตามปกติ หรือการโอน หรอื

กรณีอื่นใดนอกเหนือจากการจำหนาย ใชหลักฐานการดำเนินการแตล ะกรณีเปนหลักฐานการตัดยอด
เชน ใชหลักฐานการเบกิ จา ยเปนหลกั ฐานการตัดยอดสิง่ อุปกรณทใ่ี ชสน้ิ เปลอื งไปตามปกติ เปนตน

หนงั สือ กบ.ทบ.ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57 การควบคุม และตัดยอด สป. ใชส ้ินเปลือง ซงึ่
ถกู ใช และจะตองหมดสิน้ สภาพไปตามการใชงานเมื่อไดจา ย สป. น้นั ไปในการใชง านแลวใหต ัดยอดออก
จากบัญชีคุมโดยไมตองดำเนินการจำหนายสำหรับซาก สป. ใชสิ้นเปลืองดังกลาว ใหปฏิบัติตามท่ีกรม
ฝา ยยุทธบริการหรือกรมฝา ยกจิ การพิเศษที่รับผิดชอบ สป. กำหนด

หนังสอื กบ.ทบ. ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57 การควบคมุ และตัดยอดชนิ้ สวนซอ มซ่งึ ใชไปใน
การซอ มบำรงุ

1. เมอื่ ใชช ้นิ สว นซอมไปในการซอมบำรุง ใหต ัดยอดชิน้ สวน ซอมดังกลา วออกจากบัญชีคุม โดย
ไมต องดำเนนิ การจำหนา ย

2. สำหรับชนิ้ สว นซอมทชี่ ำรุด และถอดออกจาก สป. สำเรจ็ รปู ใหสงคืนหรือปฏิบัติตอช้ินสวน
ซอมหรือซากชิ้นสวนซอมนั้น ตามที่กรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษที่ รับผิดชอบ สป.
กำหนด

3. หากการชำรุดของชิ้นสวนซอ มนั้นเปนการชำรุดผิดสภาพตองปฏิบัติตามระเบียบ ทบ. วา
ดว ยการจำหนายที่มผี ลบังคับ ใชใ นปจจุบนั เพราะใชนานจึงเสยี เพราะใชไมดีจงึ เสีย
การตดั ยอดสิ่งอปุ กรณส ้ินเปลือง

หนังสือ กบ.ทบ. ที่ 0404/144 ลง 10 ม.ค. 57การควบคุมและตัดยอดเครื่องแตง กาย, เครื่อง
ประกอบเครื่องแตงกาย, เครื่องนอน, ของใชประจำตัว และ สป.อื่นใด ซึ่งกำหนดใหจายประจำกาย
ทหารเมื่อจาย สป.ดังกลา วใหกับทหารแลว ใหต ัดยอดออกจากบัญชคี มุ โดยไมตอ งดำเนนิ การจำหนาย
อำนาจอนมุ ัติจำหนายสงิ่ อปุ กรณ

1. ผูบังคับบัญชาชัน้ ผูบัญชาการกองพล หรือเทียบเทา มีอำนาจอนุมัติใหจำหนาย สป.ออก
จากบญั ชคี มุ ของหนวยในอตั ราของตน

เฉพาะผูบญั ชาการกองบัญชาการชวยรบ ใหมีอำนาจอนุมัติจำหนาย สป.ออกจากบัญชีคุมของ
หนวยอืน่ ๆ ซึง่ รบั การสนับสนุน สป.จากกองบญั ชาการชว ยรบ

ผูบังคับบญั ชาตามวรรคหน่ึง และวรรคสอง มอี ำนาจอนมุ ัติโดยถือจำนวนเงินตามราคาซ้ือ หรอื
ไดมาของ สป.ทร่ี ายงานขออนมุ ตั จิ ำหนายในคราวหน่ึงดงั นี้

1.1 สิ่งอปุ กรณใชสน้ิ เปลือง ส่งิ อปุ กรณถ าวร ส่งิ อุปกรณม ชี วี ิต และชน้ิ สว นซอ มรวมท้งั สิน้ ไม
เกิน 150,000 บาท

1.2 สิ่งอุปกรณตามขอ 1.1 กรณีจำหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 40,000 บาท เวนสิ่ง
อปุ กรณท่ไี ดรับการชวยเหลือทางการทหารในระหวางภาวะไมปกติ วงเงนิ ตองไมเกนิ 50,000 บาท

2. ผูบังคับบัญชาชั้น แมทัพหรือเทียบเทา ซึ่งมีหนวยสนับสนุนทางการสงกำลังในอัตรา มี
อำนาจอนุมัติใหจำหนาย สป.ออกจากบญั ชีคุมของหนวยในอัตราของตน และหนวยในพื้นที่ซึ่งรับการ
สนับสนนุ จากทตี่ ัง้ ทางการสงกำลงั ของตน

30

สำหรับผูบังคับบญั ชาช้ัน แมทัพหรือเทียบเทา ที่ไมมีหนวยสนับสนุนในอัตรา มีอำนาจอนุมตั ิ
จำหนาย สป.ออกจากบัญชคี มุ เฉพาะหนวยในอัตราของตน

ผูบังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง มีอำนาจอนุมัตโิ ดยใหถือจำนวนเงินตามราคาซ้ือ
หรอื ไดม าของ สป.ทข่ี ออนมุ ตั ิจำหนายในคราวหนึ่งดังน้ี

2.1 สป.ใชสิ้นเปลอื ง , สป.ถาวร , สป.มีชีวิต และชิ้นสวนซอม รวมทั้งสิ้นไมเกนิ 300,000
บาท

2.2 สป.ตามขอ 2.1 กรณีจำหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 80,000 บาท เวน สป.ทีไ่ ดรับ
การชว ยเหลอื ทางการทหารในระหวางภาวะไมป กติ วงเงนิ ตองไมเ กิน 100,000 บาท

3. เจากรมฝายยุทธบริการ หรอื เจากรมฝายกจิ การพิเศษ มีอำนาจอนุมัติใหจำหนาย สป.ซ่ึง
อยูใ นความรับผดิ ชอบของสายงานออกจากบัญชคี มุ ดงั น้ี

3.1 สป.ใชส น้ิ เปลือง , สป.ถาวร , สป.มีชวี ิต และชนิ้ สวนซอ ม ใหถ อื จำนวนเงนิ ตามราคาซ้ือ
หรือไดมาของ สป.ทีข่ ออนุมตั ิจำหนายในคราวหนึง่ รวมท้ังสิ้นไมเกิน 600,000 บาท สำหรับสิ่งอุปกรณ
ที่มีชีวิต หากวงเงินเกินที่กำหนดใหลงนามอนุมัติ โดยรับคำสั่งผูบัญชาการทหารบก และรายงานให
กองทพั บกทราบดวย กรณีจำหนายเปนสูญ วงเงินตามราคาซื้อหรือไดม าของ สป.ประเภทที่จำหนาย
เปนสูญ ใหเ ปนไปตามขอ 1.1 และ 1.2 แลวแตกรณี

4. ผูบญั ชาการทหารบก มอี ำนาจอนุมัตจิ ำหนาย สป.ทุกประเภทออกจากบญั ชีคุมไดทุกกรณี
โดยไมจ ำกดั วงเงิน เวนแตก ารจำหนา ยเปน สูญ มีอำนาจอนุมตั ิในวงเงินตามราคาซ้ือหรอื ไดมาของ สป.
ทั้งส้นิ ไมเ กิน 500,000 บาท

ข้ันตอนการจำหนา ย สป.
แผนผังข้ันตอนการจำหนา ย สป.

สายงานสงกำลัง แผนผังขั้นตอนการจำหนาย สป.เมื่อ สป.มสี ภาพสมควรจำหนายสายงาน
กำลังพลหนว ยใช : ใหร ายงานตามสายการบังคับบญั ชาหนว ยบังคบั บญั ชาระดับกองพันข้ึนไป : รายงาน
ตามสายกำลังพลถึง ทบ. (ผาน สธน.ทบ.) เพื่อแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดหนวยบังคับบัญชาระดับกองพันขึ้นไป : ใหแตงตั้งคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง
คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง : รายงานผลใหผแู ตงต้ังทราบหนวยบงั คับบญั ชาระดับกองพันข้ึนไป
: รายงานตามสายการสงกำลัง จนถงึ ผมู ีอำนาจอนมุ ัตจิ ำหนายคณะกรรมการสอบขอเทจ็ จริงความรับผดิ
ทางละเมิด : สอบสวนขอเท็จจริง รายงาน ทบ. และ ทบ. ไดสั่งการชดใช/ ไมตอ งชดใชผูมอี ำนาจอนุมตั ิ
จำหนา ย

1. พิจารณาอนุมตั จิ ำหนา ย และส่งั การดำเนนิ การตอซาก สป.
2. แจงตามสายการสงกำลัง จนถงึ หนว ยใช
3. สำเนาให กรมฝายยุทธบริการ ทราบ
4. กรณีมีการละเมิด ใหแจงผูรับผิดชอบดำเนินการตามที่ ทบ.สั่งการหนวยใช : ตัดยอด สป.
จากบัญชีคุมของหนวย และเบิกทดแทนกรมฝายยุทธบริการ : รับทราบ และบันทึกหลักฐานอนุมัติ
จำหนายตำบลรวบรวม สป.จำหนา ย : ดำเนนิ การตอซาก แลวแจงกรมฝายยุทธบริการทราบภายใน 30
วันกรมฝายยุทธบริการ : รับทราบและตดั ยอด สป.ออกจากบญั ชคี มุ ของ ทบ. โดยไมมีตัวผูร ับผดิ กรณี
พสั ดุสูญไป โดยไมม ตี ัวผูรบั ผดิ

31

ขั้นตอนการจำหนาย สป.ลา สมัย ใชตอไปไมคุมสป.มีสภาพสมควรจำหนาย(ระเบียบพัสดุฯ ขอ
157)ชำรุด ซอมไมคุมคาหาย (แต) มีผูชดใชจำหนายเปนสูญ(ระเบียบพัสดุฯ ขอ 159)กรณีพัสดุสูญไป
โดยไมม ีตัวผูรับผิดกรณีพัสดสุ ญู ไปโดยมีตัวผูรับผิดแตไมสามารถชดใชตามหลักเกณฑความรบั ผิดทาง
แพงกรณยี งั มีตัวพัสดุอยูแ ตไมส มควรจำหนายตามระเบยี บขอ 157
ขนั้ ตอนการจำหนาย สป.หนวยเริ่มรายงาน หนว ยรายงาน หนว ยครอบครอง

ระเบียบฯ ขอ 17.1 หนว ยขนาดกองรอย หรือเทียบเทา เปนหนวยเริ่มรายงานหนวยรายงาน
ระเบียบฯ ขอ 18 กองพันหรือเทียบเทาขึ้นไปหนวยครอบครองระเบียบฯ ขอ 16 , คำอธิบาย ขอ 3
หนวยระดับกองพันหรือเทียบเทา หรือกองรอยอิสระขึ้นไป ซึ่งเปนหนวยใช ที่รับการสนับสนุนส่ิง
อุปกรณจากหนวยสนบั สนุนโดยตรง เชน พัน.ร. หรือ รอ ย.สห.พล. เปนตนหนว ยสนับสนุนคำอธิบาย ขอ
2 หนวยสนับสนุนทางการสงกำลังที่รับผดิ ชอบสนับสนุนโดยตรงสิ่งอุปกรณที่จะจำหนายใหแก หนวย
ครอบครอง
ขน้ั ตอนการจำหนา ย สป.หนวยรายงาน (ระเบียบ ทบ.วาดวยการจำหนา ย สป.พ.ศ.2557)

แตงตัง้ “คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง”คณะกรรมการฯ ดำเนินการภายใน 90 วนั ถามี
การละเมดิ เชน ชำรุดผิดสภาพ หรือสูญหาย ใหหนวยรายงานดงั กลาว รายงาน ทบ.ผานตามสายการ
บังคบั บัญชา ถึง ทบ.(เพื่อขอแตง ตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมดิ ) เชนยืม, สง
ซอม, ขนสง สป.ใหหนวยอื่น ขั้นตอนการจำหนาย สป.หนวยรายงานกรณี หนวยรายงานมิใชหนว ย
ครอบครองที่เบกิ สป.มาจากหนว ยสง กำลังทีใ่ หการสนบั สนุนเชน ยืม, สงซอม, ขนสง สป.ใหห นว ยอน่ื ให
หนวยรายงาน(ผูย ืม) เปนหนวยแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริง (ระเบยี บฯ ขอ 22)เมือ่ สอบสวน
เสร็จสิ้นแลว (รวมท้ังสอบละเมดิ ) ใหสง เอกสารใหหนว ยครอบครองทเ่ี ปนผเู บิก สป.จากหนวยสงกำลังที่
ใหก ารสนบั สนนุ เพอ่ื ดำเนนิ การรายงานขออนุมัตจิ ำหนา ยตอไป

ขน้ั ตอนการจำหนาย สป.หนวยรบั รายงาน
กรณี ไมมีอำนาจอนุมตั ิ ใหส งตอ ตามสายการสง กำลงั

กรณี มีอำนาจอนุมตั ิ
1. ใหตรวจสอบวาไดดำเนินการเกีย่ วกบั การละเมดิ เสรจ็ ส้ินแลว ใชหรือไม
2. ถา ใช และ ทบ. ส่งั การชดใช ใหแ จง ผูชดใชดำเนนิ การชดใช ตามท่ี ทบ. สง่ั การ
3. ส่ังการปฏบิ ตั ติ อ ซาก
4. สง รายงานที่อนมุ ัติแลวกลับตามสายสง กำลัง จนถงึ หนว ยรายงาน ภายใน 30 วัน
5. สำเนา ทบ.400 – 065 ที่อนมุ ัตแิ ลว ตามสายสง กำลัง ใหกรมฝายยุทธบริการ ภายใน 30 วัน

ข้ันตอนการจำหนาย สป.หนวยรายงาน
เมอื่ ทราบผลการอนุมัติจำหนายแลว ใหตัดยอดจากบัญชีคุมของหนวย (หนวยตามสายสงกำลัง

เชน บชร. ใหตัดยอดดวย เวน กรมฝายยุทธบริการยังไมตองตัดยอด)ระหวา งขออนุมัติจำหนาย หาก
จำเปนตองใช สป.2 ใหเบิกทดแทนไปได โดยใชหลักฐานที่แสดงวา สป.2 ดังกลาวอยูระหวางการ
จำหนา ย
กรมฝายยุทธบรกิ าร/กรมฝา ยกจิ การพเิ ศษท่ีรบั ผดิ ชอบใน สป.

32

ขั้นตอนการจำหนาย สป.กรมฝายยุทธบริการ/กรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบใน สป.เม่ือ
ทราบผลการอนุมัติจำหนายแลว ใหต ดั ยอด สป.จากบัญชีคุมของหนวยใชสำหรับบัญชีคุมของกรมฝาย
ยทุ ธบรกิ าร กอนตดั ยอดใหพิจารณาดงั นี้

1. กรณี สป.ไมม ซี ากเหลืออยู หรอื ไดท ำลายไปแลว ใหตดั ยอดบัญชีคมุ ได
2. กรณี สป.ยังคงมีซาก เชน สงซากใหตำบลรวบรวม สป.จำหนาย ใหบันทึกหลักการอนมุ ัติ
จำหนา ยในบัญชีคมุ ของกรมฝายยุทธบรกิ าร (แตย ังไมต ัดยอดจากบัญชีคมุ )
ขัน้ ตอนการจำหนา ย สป.ตำบลรวบรวม สป.จำหนาย
ตำบลฯ ที่จัดต้ังโดย มทบ. และ บชร. รับ สป./ซาก สป. ทุกสายยุทธบริการ ตำบลฯ ท่ีจัดตั้ง
โดยกรมฝายยุทธบริการ/กรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบใน สป. รับเฉพาะ สป./ซาก สป.ในความ
รับผิดชอบซาก สป.สิ้นเปลือง ที่กรมฝายยุทธบริการกำหนดใหส งซากคืน ก็ใหต ำบลฯ รับไวดำเนินการ
ดว ย
ตำบลฯ ท่จี ดั ต้งั โดย มทบ. และ บชร. รับ สป./ซาก สป. ทกุ สายยุทธบรกิ ารดำเนนิ การตอ สป./
ซาก สป. ภายใน 6 เดือน นับแตไดรับ หากดำเนินการไมทนั ผบ.หนวยจัดตั้งตำบลฯ ขยายไดอีก 6
เดือน หากยังไมแลวเสร็จ ใหรายงาน กบ.ทบ. เพื่อขอขยายเวลาดำเนินการ พรอมชี้แจงเหตุผลความ
จำเปน และระยะเวลาท่ขี อขยายดวย
เมอื่ ดำเนนิ การตอ สป./ซาก สป. เรยี บรอยแลว ใหร ายงานกรมฝา ยยุทธบรกิ าร/กรมฝา ยกิจการ
พิเศษท่ีรบั ผดิ ชอบใน สป. ทราบโดยตรง ภายใน 30 วนั
กรมฝายยุทธบรกิ าร/กรมฝายกจิ การพเิ ศษท่รี ับผดิ ชอบใน สป.
ขั้นตอนการจำหนาย สป.กรมฝายยุทธบริการ/กรมฝา ยกิจการพิเศษท่ีรับผิดชอบใน สป.เม่ือ
ตำบลรวบรวม สป.จำหนาย ไดดำเนินการตอซากเรียบรอยแลว จงึ ใหกรมฝายยุทธบริการตัดยอดจาก
บัญชีคมุ ได
การสอบละเมดิ และการชดใช
พระราชบัญญัติความรับผดิ ทางละเมดิ ของเจาหนาที่ พ.ศ. 2539 ระเบียบสำนกั นายกรัฐมนตรี
วา ดว ยหลักเกณฑการปฏิบัติเก่ียวกับความรับผิดทางละเมดิ ของเจาหนา ที่ พ.ศ. 2539 ขอบงั คับ กห. วา
ดวยการปฏิบัติเมื่อเกิดความเสียหายแกเงินราชการหรือทรัพยสินของทางราชการอันเนื่องมาจากการ
กระทำละเมิดของเจาหนาท่ี พ.ศ. 2542 พระราชบญั ญัติวิธปี ฏบิ ตั ิราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
การสอบละเมิดและการชดใชสรปุ ภาพรวมไดด ังน้ี
1. เมื่อเกิดความเสยี หายกับหนวยงานของรัฐ และหัวหนาหนวยงานของรัฐมีเหตุอนั ควรเช่ือวา
เกิดจากการกระทำของเจาหนาที่ของหนวยงาน ใหหัวหนาหนวยงานแตงตั้งคณะกรรมการสอบ
ขอเทจ็ จรงิ ความรับผิดทางละเมิด มจี ำนวนไมเกิน 5 คนโดยแตงตัง้ จากเจาหนาที่ของหนวยงานของรัฐ
แหง นั้น หรอื หนวยงานของรฐั อนื่ ตามทเ่ี หน็ สมควร เพ่อื พจิ ารณาเสนอความเห็นเก่ยี วกับผตู องรบั ผดิ และ
จำนวนคาสนิ ไหมทดแทนที่ผูนั้นตอ งชดใช
2. ในกรณีความเสียหายไมไดเกิดการจากกระทำของเจาหนาที่ และไมแตงต้ังคณะกรรมการ
สอบขอเท็จจริงความรบั ผิดทางละเมิด ตอ งรายงานใหปลัดกระทรวง รฐั มนตรีทีก่ ำกับดูแลเพ่ือพิจารณา
อกี ครง้ั
3. คณะกรรมการสอบขอเท็จจรงิ ความรับผดิ ทางละเมดิ จะเปน ผูตรวจสอบขอเท็จจริงโดยการ
รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ใหโอกาสผูเกี่ยวของทุกฝายมีสิทธิชี้แจงแสดงพยานหลักฐาน แลว

33

พิจารณาวาความเสียหายเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหนาที่หรือไม หากความเสียหายเกิดจากการปฏิบัติ
หนา ท่ี ใหพ จิ ารณาตอ ไปวา เปน การจงใจหรอื ประมาทเลนิ เลอ อยางรายแรงหรอื ไม หากเปนการกระทำท่ี
จงใจหรือประมาทเลินเลออยางรายแรงก็ตองรับผิดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ
เจาหนาท่ี พ.ศ. 2539 หากพจิ ารณาแลว เห็นวาเปนความประมาทเลินเลอแตไมถ ึงขัน้ รา ยแรง เจาหนาท่ี
ผูนนั้ ไมต องรบั ผิดและไมตอ งชดใชค าเสียหายใหก ับหนวยงานของรฐั แตอยางใด

4. ในกรณีที่วินิจฉัยแลวเห็นวา ความเสียหายไมไดเกิดจากการปฏบิ ัติตามหนาที่ก็ตองรับผิด
ตามประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ย กลาวคือ รับผิดอยางลกู หนี้รวม และตองรับผิดเตม็ จำนวน หัก
สวนทเี่ กดิ จากความบกพรอ งของหนวยงานของรฐั ไมได

5. เมื่อคณะกรรมการสอบขอ เทจ็ จริงความรับผิดทางละเมิดมีมติอยางไรแลวใหเสนอความเห็น
ตอผูแตงตั้งคณะกรรมการฯ วา มีผูตองรับผิดหรือไม หากมีผูต องรับผิด ตองรบั ผิดจำนวนเทาใด และผู
แตงตัง้ คณะกรรมการฯ เปนผูว นิ ิจฉัยสั่งการวามีผูต อ งรับผิดหรือไม หากมผี ูตอ งรับผิด ตองระบุวาตอง
ชดใชคาเสียหายจำนวนเทาใด แตยังมิตองแจงการสั่งการใหผูที่เกี่ยวของทราบ แลวใหสง สำนวนการ
สอบสวนไปยังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบ (เวนแตเปนเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดวา
ไมต องรายงาน) สำหรับในสวนของ ทบ. การสอบละเมิดเปนอำนาจของ ผบ.ทบ. ซึ่งมอบให ผช.ผบ.
ทบ.(สายงงานกำลังพล) ซง่ึ กบ.ทบ.ไดส อบถาม สธน.ทบ.แลว มีแนวทางการดำเนนิ การดงั น้ี

1. เมื่อหนวยรายงาน (หนวยระดับกองพัน หรือเทียบเทาขึ้นไป) ไดแตงตั้ง คณะกรรมการ
สอบสวนขอ เทจ็ จรงิ และผลการสอบสวนเห็นวา นาจะมีการละเมดิ เกดิ ข้ึนโดย สป. มีการชำรุดผิดสภาพ
หรือสูญหายแลว

2. หนวยจะตอ งรายงานตามสายการบังคับบัญชา (ผานฝา ยกำลังพลของหนวย) จนถึง นขต.
ทบ. และ นขต.ทบ. รายงาน ทบ.(ผา น สธน.ทบ.)

3. สธน.ทบ. จะตรวจสอบและพิจารณานำเรียน ผบ.ทบ.(ผาน กพ.ทบ.) เพ่ือขออนุมัติแตงตั้ง
คณะกรรมการสอบขอ เทจ็ จรงิ ความรบั ผิดทางละเมดิ

4. เมื่อคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดสอบสวนแลวพบวาจะตองมี
ผูรับผิดชอบชดใช คณะกรรมการฯ ก็จะสรุปผลการสอบสวนรายงาน ทบ. (ผาน สธน.ทบ.)

5. สธน.ทบ. จะหารือ สปช.ทบ. เพื่อพิจารณาในสวนที่เกี่ยวของกับการเงินและงบประมาณ
เชน การผอนชำระ เปน ตน

6. หากผูร ับผิดชอบชดใชยินยอมท่ีจะดำเนินการชดใช สธน.ทบ. กจ็ ะเสนอ ทบ. เพื่ออนุมัตสิ ่ัง
การ แตถ าหากไมยินยอมชดใชกจ็ ะตอ งฟองรองทางแพงใหไดขอยุตติ อไป

7. กรณีคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดสอบสวนแลวพบวาไมตองมี
ผูรับผิดชอบชดใช คณะกรรมการฯ ก็จะสรุปผลการสอบสวนเสนอ ทบ.(ผาน สธน.ทบ.) เพื่อให สธน.
ทบ. ดำเนนิ การตอ ไป

8. เม่อื ทบ. อนมุ ัติใหด ำเนนิ การตามขอ เสนอของคณะกรรมการสอบขอเท็จจรงิ ความรบั ผิดทาง
ละเมดิ ซึ่งรวมถงึ รายละเอียดวาจะตองชดใชห รือไมอยางไรแลว สธน.ทบ. จะแจงผลการพิจารณาใหกับ
นขต.ทบ. ซ่ึงเปน หนว ยตน สังกดั ของหนวยรายงานทราบ

9. เมื่อ นขต.ทบ. ซึ่งเปนหนว ยตนสังกัดของหนวยรายงาน ไดรับทราบผลการสอบสวนฯ และ
การส่ังการเกี่ยวกับการชดใชหรือไมดังกลาวแลว ใหแจงใหหนวยรายงานทราบ และใหหนวยรายงาน
ดำเนนิ การขออนมุ ตั ิจำหนายตามระเบียบ ฯ ตอ ไป

34

สำหรับการชดใชเปนเงิน สปช.ทบ. จะเปนหนวยรับผิดชอบในการหารือกระทรวงการคลัง
ดงั นั้นหากมีขอ สงสยั สามารถสอบถาม สปช.ทบ.

ขอเนนย้ำกรมฝายยุทธบริการ : กำหนดรายการ สป.ที่จะตองสงซาก/ ไมตองสงซากหนวยที่
จดั ต้ังตำบลรวบรวม สป.จำหนา ย ออกระเบียบฯ โดยดตู ัวอยางจากระเบยี บฯ ของ พธ.ทบ.

การแบงประเภทสงิ่ อปุ กรณ ในปจจุบัน ทบ.ไทยแบงส่ิงอปุ กรณออกเปน 5 ประเภทคือ
1) สป.1 ไดแ ก เสบยี ง (อาหาร) ทใี่ ชบ รโิ ภคสำหรับคน และสัตว
2) สป.2 ไดแก สิ่งของที่จายไวประจำหนวย หรือประจำกาย ตามที่ ทบ. กำหนดไวเปน

อัตราจายใหแกหนวยทหาร โดยระบุไวใน อจย. หรือ อสอ. หรือบัญชีแบงมอบอื่น ๆ เชนอาวุธ
ยานพาหนะและวิทยุ เปนตน

3) สป.3 ไดแก น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันสิ่งอุปกรณ ที่อยูในความรับผิดชอบทางการสง
กำลังของ พธ.ทบ. ซึ่งใชเกี่ยวกับยานยนต เครื่องจักรกล เครื่องบิน เครื่องใหแสงสวาง และ
เคร่ืองใหค วามรอ น เปน ตน

4) สป.4 ไดแ ก สป.รายการที่ ทบ. มิไดกำหนดในอัตราจายใหแกหนวยเปนประจำไว
แตเปน สป.ที่จะตองจัดหาเปนครั้งคราวเพื่อตอบสนองความตองการแกหนวย ซึ่งเปน สป.นอกอัตรา
เชน เคร่ืองแตงกายพิเศษ อาวุธพิเศษ ยานพาหนะพเิ ศษ และวัตถปุ อ มสนาม เปนตน

5) สป.5 ไดแก กระสุน วตั ถรุ ะเบิด วัตถุเคมี ซง่ึ อยใู นความรับผดิ ชอบทางการสงกำลัง
ของ สพ.ทบ. และ วศ.ทบ. เชน กระสนุ ระเบิดขวาง ดนิ ระเบิด เปนตน

สำหรับ สป.ชนิดอืน่ ๆ ที่ ทบ.มิไดกำหนดรายการไวใ น สป.ทั้ง 5 ประเภทที่กลาวแลวนั้น ใหถอื
วา เปน สป.เบ็ดเตลด็ เชน นำ้ แผนที่ สง่ิ ของทยี่ ึดจากขา ศกึ เปนตน

นอกจากนนั้ จากการแบง สป. ออกเปน 5 ประเภทแลว ทบ.ยงั ไดก ำหนดความรบั ผดิ ชอบ
ในสิ่งอุปกรณใหแกกรมฝา ยยุทธบริการทั้ง 9 และกรมฝายกิจการพิเศษที่เกี่ยวของ ( ตามระเบียบ ทบ.
วาดวยความรับผิดชอบในสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2535 ) ดังนั้น จึงมีการแบง สป.ออกเปนประเภทความ
รับผิดชอบของฝา ยยุทธบรกิ าร และกรมฝายกิจการพเิ ศษ อกี ดวย

การสงกำลงั สิ่งอปุ กรณป ระเภท 1 (สป.1)
1) สป.1 หมายถงึ เสบยี ง ( อาหาร ) ท่ีใชบริโภคสำหรบั คนหรอื สตั ว ทีไ่ ดกำหนดเกณฑจ าย

ไวตายตัวเปน รายวนั โดยไมคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงไดตามภาวะตา งๆ และไมเปลี่ยนแปลงเพื่อการ
สนองความตองการเฉพาะบคุ คลแตอยางใด เสบยี ง ( อาหารคน ) ทบ.แบงออกเปน 5 ประเภท คือ

ก) เสบียงประเภท ก หมายถึง อาหารสด และแหง ทุกชนิด รวมถึงเครือ่ งปรุงตามสว น
สัมพันธด วย ปกติแลว หนวยใชบริโภคตามรายการอาหารประจำวัน หรือตามรอบเสบียงกำหนด ซึ่ง
เสบียงประเภทนี้ กอนการรับประทานจะตองทำการหุงตม และปรุงแตงเสียกอน และเปนเสบียง
ประเภทที่เสียงา ย หากจะเกบ็ อาหารสดใหไดนานวัน ก็จะตอ งเก็บไวในที่เก็บทมี่ ีความเย็น เชน เน้ือสด
ผกั สด ไขสด ปลาสด เปน ตน

ข) เสบียงประเภท ข หมายถึง อาหารประเภทกระปอง หรืออาจบรรจุในภาชนะอืน่ ใด
ทำนองเดยี วกันน้ี เสบียงประเภทนี้ สามารถเก็บไวในอุณหภูมิปกติ และเสียยาก กอนรับประทานอาจ
ตอ งอุนใหร อ นหรอื ปรุงแตงรสตามตอ งการได

35

ค) เสบียงประเภท ค หมายถึง อาหารสำเร็จรปู บรรจใุ นภาชนะท่ีเหมาะสม หรอื อาจเปน
เสบียงชุด ใชรับประทานไดทันทีโดยไมตองหุงตม หรือปรุงแตงใดๆ อีก เสบียงประเภทนี้ใช
รับประทานประทงั ชวี ิตในกรณฉี ุกเฉนิ หรอื เมอ่ื ไมสามารถประกอบเล้ยี งดวยเสบยี งอื่นๆ ได

ง) เสบียงประเภท ง หมายถงึ อาหารทใี่ ชบ ริโภคสำหรบั คนไข หรอื ผปู ว ยเจบ็ เพื่อชูกำลัง
คนไขหรือใหย อยงา ย เชน อาหารออ น นม เนย และน้ำผลไม เปนตน

จ) เสบียงเสริมเบ็ดเตล็ด หมายถงึ รายการสิ่งของจำเปน ตอความสะดวกสบาย และ
อำนวยประโยชนตอชีวิตประจำวันของบุคคล เชน ของใชสอยสวนบุคคล แปรงสีฟน ยาสีฟน สบู
ไมข ีดไฟ และลกู กวาด เปน ตน

2) การเบิกจา ย สป.1
ก) การรองขอหรือเบิกเสบียงประเภท ก สำหรับเสบียงประเภท ก นัน้ หนวยใชไมตอง

ดำเนินการเบิก เพยี งแจงยอดกำลังพลไปยังหนว ยสนับสนนุ เทาน้ัน หนว ยสนบั สนนุ จะเปนผูดำเนินการ
เอง โดยการยึดถือยอดกำลังพลประจำวนั ของหนวยใชนั้นๆ เปนเกณฑการจายตามวงรอบเสบียงท่ี
กำหนด

ข) การรองขอเสบยี งประเภท ข และเสบียงประเภท ค ผบ.หนวยใชจ ะตองดำเนนิ การ
ตามระเบียบ โดยใหหนวยใชระดับกองรอยเปนหนวยเล็กท่ีสดุ ในการเบิกดว ยการใชแบบฟอรม ใบ
เบิกทส่ี ายพลาธิการกำหนดให แลวเสนอใบเบิกนน้ั ไปตามสายการสงกำลงั จนถึง กอง พธ.พล. ที่ใหการ
สนับสนุน เพ่อื ดำเนนิ การตอ ไป

ค) เสบียงประเภท ง การเบิกเปนหนาที่ของเจาหนาที่สงกำลังบำรุงสายแพทยเปน
ผูดำเนินการ

ง) เสบียงเสริมเบ็ดเตลด็ หนวยเหนือจะเปนผูพิจารณาแจกจายใหเปนครั้งคราวตาม
ยอดกำลังพลของหนวย และจะดำเนนิ การแจกจายไปพรอมกับการแจกจายเสบียงของหนวยใชน ้นั ๆ

การแจกจายเสบียงตามประเภท หนวยสนับสนุนโดยตรงจะดำเนินการแจกจายตามสาย
การสง กำลังซึง่ อาจจะกำหนดหวงการแจกจายตามวงรอบเสบียง หรือยานเสบียงที่กำหนดไวใน รปจ.
ของหนว ย

การสงกำลงั ส่งิ อปุ กรณประเภท 2 ( สป.2 )
1) สป.2 หมายถึง สป.ที่ ทบ.กำหนดไวให ซึ่งเมื่อหนวยเขาทำการรบแลว สป.2 ที่ไดรับ

จา ยไวในครอบครองขั้นตนน้ัน อาจไดรบั ความเสียหายเนื่องจากการรบ สญู หาย หรือชำรุดจนใชก าร
ไมไ ด หนวยใชนั้นๆจะตองดำเนินการจดั หามาทดแทน วธิ ีการจัดหาตามระเบียบปฏิบัติที่กำหนดไว
ระบบการสงกำลัง สป.2 จึงแบงออกตามประเภทของ สป.2 ไดเปน 2 วิธี คือ สป.2 รายการที่
ผูบังคับบัญชาควบคุมการสงกำลัง และมิไดควบคุมการสงกำลัง โดยผูบังคับบัญชาชั้นเหนือเปนผู
กำหนด และมอบอำนาจการอนุมัติใหกับผูบังคับบัญชา ในระดับตางๆ ไวดวย ดังนั้นกรรมวิธีการเบิก
สป.2 รายการทค่ี วบคุม และมิไดค วบคุมการสง กำลงั จึงมีวิธีปฏิบัติทีแ่ ตกตา งกนั ออกไปดังตอไปนี้

ก) สป.2 รายการทีค่ วบคมุ หมายถึง สป.2 รายการใดกต็ ามที่ ผบ.ยทุ ธบริเวณ มีบญั ชี
ประกาศใหควบคุมระบบการแจกจาย หนวยใชจะตองดำเนินการรองขอ และเบิกจายตามสายการ
บงั คับบัญชา เพอ่ื การขอรบั อนุมตั จิ ากผูมีอำนาจอนุมตั จิ าย สป.2 รายการน้ันๆ กอ นการดำเนนิ การ
เบิกตามสายการบังคับบญั ชา มรี ะเบยี บการปฏบิ ัตติ ามลำดับ ดงั น้ี

กองพนั กรม กองพล กองทัพภาค กองทพั บก

36

ข) สป.2 รายการที่มิไดควบคุม หมายถึง สป.2 รายการที่มิไดมีการควบคุมระบบการ
เบกิ จา ยซึ่งหนวยใชส ามารถทำการเบกิ จายตามสายสงกำลังได การดำเนนิ การเบิกตามสายการสงกำลัง
นัน้ ใหห นวยใชปฏิบัติตามลำดับ ดงั นี้
หนว ยใช หนว ยสนับสนนุ หนวยสนับสนนุ ทัว่ ไป กรมฝา ยยุทธบรกิ าร กองทพั บก

ค) ระเบียบปฏิบัติในการรองขอ และเบิก สป. หนวยใชจะตองทำบันทึกลงนามใน
เอกสารทใ่ี ช ดวยการแสดงเหตุผลเกี่ยวกบั ทรัพยสนิ ทเ่ี สยี หาย หรือการใชสนิ้ เปลืองไป เนื่องจากการรบ
โดย ผบ.หนว ยใชเ ปนผทู ำบันทึกดังกลาว

2) การจาย สป.2 หนวยที่ใหการสนับสนนุ จะทำการแจกจา ย สป.2 ตามสายการสงกำลงั
หรืออาจ“แจกจายแบบสายตรง” ถึงที่ตั้งของหนวยใชโดยตรง หรืออาจเรียกวา “การจายแบบ
สงผาน” เพือ่ ให สป.2 ถึงหนวยใชโดยตรงกไ็ ด การแจกจายวิธีน้ีจะชวยใหเกิดความสะดวกรวดเรว็ กวา
จายตามสายการสง กำลงั และเปน วิธที ีห่ นวยใชพงึ ประสงคม ากทส่ี ุดดวย

การสงกำลังสิง่ อปุ กรณป ระเภท 4 ( สป.4 )
1) สป.4 หมายถงึ สป.รายการท่ี ทบ.มิไดก ำหนดเปน อัตราจายไวป ระจำหนว ยใช หากแต

วา เม่ือหนว ยใชมคี วามจำเปน ตองใชเพื่อปฏิบัติภารกิจของตน ก็จะตอ งดำเนินการเสนอความตองการได
เปนครั้งคราว และเมื่อเสรจ็ ภารกิจ หรือหมดความจำเปนตอการใช หรอื เมื่อมีคำสั่งจากหนวยเหนือให
สงคนื หนวยใชจะตองดำเนินการสงคืนหนวยจายตามระเบียบปฏิบัตทิ ี่ ทบ.กำหนด รายการ สป.4 สวน
ใหญ จะไดแก วสั ดุปอมสนาม

2) การรองขอ และการเบิก การเสนอความตองการ และการเบิก สป.4 ทุกรายการ
หนวยใชจ ะตอ งดำเนินการตามสายการบงั คบั บญั ชาจนถึงผมู ีอำนาจใหย ืม หรือสง่ั จายได

3) การจาย คงถือตามระเบียบปฏบิ ตั ิเชนเดียวกับ สป.2 คอื อาจจายตามสายการสง กำลัง
หรือจายแบบสายตรง หรือแบบสงผานก็ได เพื่อความรวดเร็วทันเวลา หรือถา สป.4 จำนวนนอย อาจ
แจกจายไปพรอ มกับการจายเสบียงของหนว ยใชก ็ได

การสงกำลังสิง่ อุปกรณประเภท 3 ( สป.3)
1) สป.3 หมายถึง น้ำมันเชื้อเพลิง และนำ้ มันอุปกรณท่ี ทบ.กำหนดความรบั ผิดชอบ

ใหกับ พธ.ทบ. เปนผูด ำเนนิ การสนับสนนุ หนว ยตา งๆ ใน ทบ. และหนวยอ่ืนๆ ตามคำสัง่ ทบ.
2) การรองขอและเบิก สป.3 โดยทั่วไปหนวยใชจะตองดำเนินการขอรับการสนับสนุน

ตามสายการสงกำลังขึ้นไปจนถึงผูมีอำนาจสั่งจาย หนวยใชร ะดับกรมลงมาจะไดรับเครดิตน้ำมนั ตาม
อัตราพกิ ดั เพอ่ื ใช
เติมเต็มถังประจำรถ และถังอะไหลที่จัดไวตามอัตราของยานยนตชนิดนั้นๆ เพื่อใหสามารถใช
ปฏิบัตกิ ารไดท ันทีในขัน้ ตน และเม่อื ใชไปจนพรองลงแลว ก็จะตองดำเนนิ การทดแทนใหเต็มอัตราพิกัด
ที่กำหนด ดังนั้นการเพิ่มเติมหรือทดแทน สป.3 ประเภทเชื้อเพลิงในหนวยระดับกรมลงมา เมื่อ
ปฏิบตั ิราชการในสนาม มีหลกั การปฏบิ ัติการงา ยๆ อยู 2 ประการ คือ

ก) ใชถังเปลาแลกเปลี่ยนถังน้ำมันเต็ม หรือใชรถยนตบรรทุกน้ำมันเปลาแลกเปลี่ยน
รถยนตบ รรทกุ น้ำมันเต็มถัง ณ ตำบลจา ยทีใ่ หก ารสนบั สนุน

37

ข) ยานพาหนะทีต่ องไปปฏิบตั ิงานทางธรุ การในพนื้ ทสี่ วนหลัง กอ นที่จะกลับไปยังพ้ืนท่ี
สวนหนา หรือทีต่ ั้งของหนวยตน จะตองทำการเติม สป.3 จากตำบลสงกำลัง หรือตำบลจาย สป.3 ใน
พื้นที่น้นั ๆ ใหเ ตม็ ประจำรถ และถังอะไหลประจำรถเสยี กอน

3) การแจกจา ย หนวยจา ยทำการจัดต้งั ตำบลจา ย สป.3 เพอ่ื สนบั สนุนใหก ับหนวยใช และ
อาจตองทำเอกสารบันทกึ การจายน้ำมนั ของตนขึ้น เพ่อื ปอ งกนั การทุจริตของเจาหนาท่ี และเพ่อื ใชเปน
หลักฐานการจดั ทำรายงานสถานภาพ สป.3 ประจำวันของหนว ย

การสงกำลังบำรุงส่ิงอุปกรณประเภทท่ี 5 ( สป.5)
1) สป.5 หมายถึง กระสุน วัตถุระเบิด วัตถุเคมีชนิดตางๆ ที่ไดจัดไวใ นความรับผิดชอบ

ของสายสรรพาวธุ และสายวทิ ยาศาสตรของ ทบ.
2) ระบบการสงกำลงั สป.5 มีระบบท่ีแตกตางไปจากการสงกำลัง สป. ประเภทอื่นๆ

ฉะนั้น กอนที่จะศึกษาในรายละเอียดของระบบการสงกำลัง สป.5 ใหเขาใจ จึงจำเปนตองศึกษา
เก่ียวกับอตั รากระสุน และวัตถรุ ะเบดิ ท่ี ทบ. กำหนดไวเ สียกอ น ดงั น้ี

ก) อัตรากระสุนมูลฐาน คือ จำนวนกระสุนที่ ทบ. กำหนดใหหนวยใชร ะดับตา งๆ มี
ไวเพื่อปฏิบัติการรบ หรือใชปฏิบัติขั้นตนในกรณฉี ุกเฉนิ โดยกำหนดเปนจำนวนนัดตอ กระบอกของ
แตละชนิดของอาวธุ นั้นๆซึ่งทหารจะตองนำไปเปนบุคคล หรือดวยยานพาหนะประจำหนวย หรือดวย
เครื่องมือขนสงชนิดอื่นสำหรับ สป.5 ชนิดอื่นๆ ที่มีลักษณะ และวิธีใชแตกตางไปจากกระสุนตาม
รายการอนุมัติที่จาย อาจกำหนดหนวยนับที่แตกตางกันออกไปซึ่ง สป.5 ชนิดตางๆ เหลานั้น มักจะ
กำหนดอัตรามูลฐานไวเปนหนวยเพ่ือใหมใี ชเปนสว นรวมเชนหนว ยนับเปน ลูก หรือเปนปอนด เปนฟุต
เปนตน และจำนวนอัตรามูลฐานนี้ แมทัพอาจกำหนดใหมาก หรือนอยลงก็ได โดยการพิจารณาถึง
จำนวนยานพาหนะในอัตราของหนวยเปนพื้นฐานในการกำหนด หรอื พิจารณาจากแผนการยุทธที่ได
คาดการณไวลวงหนา ดังนั้นการเพิ่มเติมกระสุนมูลฐานในความรบั ผิดชอบใหหนวยมีความพรอมอยู
เสมอ ตลอดจนการหมุนเวียนใชกระสนุ ทเ่ี กา เกบ็ เพ่อื ใหม กี ระสุนที่มีสภาพใชก ารไดด ตี ลอดไป

ข) อัตรากระสนุ ทต่ี อ งการ คือ จำนวนกระสนุ ทห่ี นว ยเหนือ หรอื หนว ยใชประมาณ
การวาหนวยใดหนวยหนึ่งมีความจำเปนตอ งใชปฏิบตั ิการตามภารกิจทมี่ อบหมายใหและสามารถใชทำ
การรบไดอยางเพียงพอหรือตอเนื่องในหวงระยะเวลาหนึ่ง โดยไมจำกัดการใช สำหรับ สป.5 ชนิด
อื่นๆ จะทำประมาณการความตองการเปนหนวย เชน ระเบิดขวาง ทุนระเบิดดักรถถัง ดินระเบิด
เปนตน การประมาณการความตองการ สป.5 โดยธรรมดาเปนหนาที่ของ สธ.4 กองพล โดยจะ
ประสานกับ สธ.3 กองพล แลวกำหนดความตองการขึ้น วิธีกำหนดความตองการจะคิดเฉพาะ
อาวธุ ท่ใี ชทางยุทธวิธีในภารกิจนั้นๆ โดยคดิ เปน จำนวนนัดตอกระบอกจากประสบการณในการรบท่ีผาน
มาเปนพืน้ ฐานในการประมาณการ

ค) อัตรากระสุนที่ใชได คอื กระสุนจำนวนหนึ่งทจ่ี ำกัดใหห นว ยใชดำรงความตอเนื่องใน
การยิงเทาท่ีจำนวนกระสุนใชไดช ัว่ ระยะเวลาหนึ่ง หรือตามหวงระยะเวลาที่กำหนดเปนจำนวนนัด ตอ
กระบอกตอวัน สวนอาวุธท่ีหนวยเหนือไดกำหนดอัตรากระสุนที่ใชได ใหอาวุธเหลาน้ันคงทำการรบ
ดวยการใชอัตรากระสุนมูลฐานของตนตอไป โดย ผบ.ยุทธบริเวณ จำเปนตองกำหนดอัตรากระสุนที่
ใชไดของแตละชนดิ อาวุธตามความเหมาะสมกับสภาวการณนั้นๆ ทั้งน้ีเพื่อควบคุมระบบการสงกำลัง
กระสุน ระหวางหนวยที่ใหการสนับสนุนในระดับตางๆ เชน กองทัพภาค กองพล กรม และกองพัน
อาจมีความจำเปนตองกำหนดอัตรากระสุนที่ใชไดภายในหนวยของตนอีกขั้นหนึง่ ก็ยอมกระทำได แต

38

หลกั พึงปฏบิ ัตอิ ยปู ระการหนึง่ คือจะตองไมกำหนดอัตรากระสุนทีใ่ ชก ารไดเ กินกวา อตั รากระสุนทใ่ี ชได
ซึง่ หนวยเหนอื ขนึ้ ไปประกาศใชอยูใ นหว งระยะเวลาทก่ี ำหนด หมายถงึ กำหนดใหนอ ยกวาไดน ั่นเอง

3) การเบิก กองพลจะไมทำการสงกำลัง สป.5 ใหกับหนวยรองโดยตรง แตกองพลจะ
จัดตั้งสำนักงานกระสุนของกองพลขึ้นในบริเวณพื้นที่สนับสนุนของกองพล และปฏิบัติงานโดย
นายทหารกระสุนกองพล และเจาหนาที่สายสรรพาวุธจำนวนหนึ่ง เพื่อควบคุมการใช สป.5 ในกอง
พล และทำหนาทีป่ ระสานงานระหวางหนวยใชกับหนวยที่ใหการสนบั สนุนระดับตางๆ ตลอดจนการ
รวบรวม และรายงานสถานภาพ สป.5 ภายในกองพล เสนอไปยงั สายงานท่ีรับผดิ ชอบตอไป สำหรบั
แบบพิมพ ทบ.ทใ่ี ชในการเบิกกระสุนไดแ กทบ.468-512 ซ่งึ หนว ยใชระดับกองพัน กรม จะมเี จา หนา ที่
สงกำลังกระสุนของหนว ยดำเนินการรวบรวมความตอ งการของหนวยใชตา งๆ และจัดทำเปนใบเบิกขึ้น
แลวเสนอใบเบกิ พรอมกบั ใหนำยานพาหนะลำเลยี งไปยังสำนักงานกระสุนของกองพล เพอ่ื ใหนายทหาร
กระสนุ ของกองพลตรวจความถูกตอง และลงนามรบั รองใบเบิกกระสุนเสียกอน หลังจากน้ันเจาหนาที่
กระสุนจะตอ งเดินทางตอไปเพื่อขอรบั กระสุนจากตำบลสงกำลงั กระสนุ ของกองทัพ ณ พนื้ ทชี่ ว ยรบของ
กองทัพ

4) การจาย ณ ตำบลสงกำลังกระสุนกองทัพ จะทำการบรรทุกกระสุนใหตามจำนวนท่ี
ตองการในใบเบิกของหนว ยใช ครน้ั เมื่อหนวยใชไดร บั กระสุนครบตามจำนวนถูกตองแลว จะนำพาหนะ
เดินทางกลบั ไปยังที่ตั้งตำบลจายกระสุนของตนเพื่อดำเนินการแจกจายใหผูใชตอไป กรณีที่หนวยใช
ไดรับกระสุนชนิดใดไมครบจำนวนตามรายการในใบเบิก ในเที่ยวกลับใหเจาหนาที่กระสุนไปแสดง
หลักฐาน และจำนวนที่ไดรบั ไมครบตามรายการนั้นๆ ใหกับนายทหารกระสุนของกองพลทราบ เพื่อจะ
ไดด ำเนนิ การใหไดร ับในโอกาสตอ ไป

การสงกำลังสิ่งอุปกรณประเภทเบด็ เตลด็
1) น้ำ ตามธรรมดาแลว กองพันทหารชางสนามของกองพล จดั ตั้งตำบลจายน้ำประปา

ข้นึ ในพน้ื ที่ขบวนสัมภาระของกรม กรมละ 1 แหง และจดั ต้งั อีกหนว ยมารับน้ำจากตำบลจายน้ำท่ีใกล
ท่ีสุดแลว นำไปแจกจายอกี ทอดหนงึ่

2) แผนที่ พัน.ช.พล จะรับแผนที่จำนวนมาก สำหรับกองพลจากคลังแผนที่ของกองพล
แลวทำการจา ยใหก ับหนว ยตางๆ ของกองพล และหนวยข้ึนสมทบ ท้ังยงั เกบ็ รกั ษาแผนทีส่ ำรองของกอง
พลไวดวยหนวยใชเสนอความตองการแผนที่ไปยัง ผบ.ช.พล. ซึ่ง ผบ.ช.พล.จะคำนวณความตองการ
แผนที่ภายใตก ารกำกับดแู ล

3) สิ่งอปุ กรณสายสารบรรณ กองรอยกองบัญชาการกองพล ( รอ ย.บก.พล. ) รับผดิ ชอบ
ในการกำหนดความตอ งการเบิก รับ เก็บรกั ษา และแจกจายบรรดาส่ิงพิมพทางการ เชน คูมือราชการ
สนาม คูมือทางเทคนิค แบบฟอรม และสิ่งพิมพอื่นๆ ใหแกหนวยตางๆ ของกองพล หนวยตางๆ ระดับ
กองพัน เสนอใบเบิกผานรอย.บก.พล. ซึ่ง รอย.บก.พล. จะสรุปใบเบิกเสนอไปยังคลังสิ่งพิมพของ
กองทพั ที่ใหการสนับสนนุ

การควบคมุ สิ่งอุปกรณ
1) การควบคุมสิ่งอุปกรณ เปนกรรมวธิ ีในการจัดทำบัญชี การสงกำลัง การแจกจา ย การ

ซอมคืนสภาพ และหรือ การจำหนายส่ิงอุปกรณ ซึ่งการดำเนนิ งานนี้ดำเนินการโดยผานทางระบบการ
รายงาน การคิดคำนวณ และการประเมินคา ทำใหก ารปฏิบัติงานสงกำลงั มคี วามแนน อนขนึ้ ในรปู ของ

39

การคิดงบประมาณ และการจัดหา หรือการจัดสรรปจจัยพื้นฐานของระบบการควบคุมสิ่งอุปกรณ
ไดแ ก

ก) การทำแคตตาลอก ซึ่งรวมถึง การกำหนดหมายเลขควบคุม การลงบัญชีเอกสาร
ขอ มลู การแจกจาย สภาพแวดลอ มโดยทั่วไป การกำหนดมาตรฐาน และขอมูลการใชง าน

ข) การแจกจาย ซึ่งรวมถึงการกำหนดที่ตั้งคลัง ตรวจทานความตองการพิเศษในการขน
ยาย จัดใหมีใบรับวัสดุ แจกจายสิ่งอุปกรณ ดำรงรักษาขอมูลความตองการ และพัฒนาการวิเคราะหใน
การควบคมุ การสงกำลงั

ค) กำหนดแนวทาง ความตองการ และทรัพยากร ซึ่งเกี่ยวของกับกำหนดการในการ
ซอ มใหญ หรือซอมคนื สภาพ

ง) จำหนา ยวัสดทุ ีเ่ กินความตอ งการ เหลือใช หรอื เปนเศษซาก ตามอำนาจท่ีกำหนดไว
โดยถูกตอ ง การจำหนายอาจกระทำโดยสงไปท่ีอน่ื การบริจาค การขายทอดตลาด นำไปท้ิง หรือ
ทำลาย

2) การควบคุมสิ่งอุปกรณ แบงออกเปน 2 ลักษณะ คือ การควบคุมทางการสงกำลัง
และการควบคมุ ทางบัญชี

ก) การควบคุมทางการสงกำลัง คือกรรมวิธีซึ่งสิ่งอุปกรณแตละชิ้นถูกควบคุมไวโดย
ระบบสง กำลงั ระบบนี้รวมถึงการกำหนดความตอ งการ การรับ การเกบ็ รกั ษา การจัดสง การแจกจาย
การแบงมอบ การทำเครือ่ งหมาย และการทำบัญชี

การควบคุมทางการสงกำลัง เปนวิธีการที่มีระเบียบสำหรับการรักษาดุลที่เปนไปได
ระหวางการสงกำลังกับความตองการสิ่งอุปกรณทั้งหมด เพื่อจัดใหมีสิ่งอุปกรณตองการไดทันเวลา
ปองกันการสะสมสิ่งอุปกรณไวจนเกินอัตรา และพิจารณากำหนดปริมาณสิ่งอุปกรณที่มีอยูเพื่อการ
แจกจายใหม หรือจำหนายไประบบนี้ตองการขอมูลสำคัญเกี่ยวกับ สถานภาพของการสงกำลัง และ
ความตองการส่ิงอปุ กรณ ซึง่ ตองทำใหทนั สมัยอยูเสมอ และตองทำแบบรวมการ

สวนประกอบหลักระบบการควบคุมการสง กำลงั ไดแ ก
2) บันทกึ การควบคุมทางบัญชี และรายงานการสงกำลงั
3) การคาดคะเนความตอ งการทางการสง กำลงั และสงิ่ อุปกรณที่มอี ยู
4) ขอมูลจากสถานภาพการสงกำลังในอัตราปจจุบนั และอนาคต ของ สป.แตละ

รายการ
5) ระบบกรรมวิธีขอมูลอัตโนมัติ ซึ่งมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะใหการ

สนับสนนุ ตอ การปฏิบัตงิ านสงกำลัง
ข) การควบคุมทางบัญชี คือ กรรมวิธีการรักษาขอมูลตางๆ ของปริมาณที่มีอยู และ

สภาพของสิ่งอุปกรณ และยุทโธปกรณทีค่ างรับ คงคลัง และคางจาย ความมุงหมายของการควบคุม
ทางบัญชกี ค็ ือ การกำหนดปรมิ าณของสงิ่ อุปกรณ และยุทโธปกรณท ่ีมีอยู และ/หรอื มคี วามตองการเพ่ือ
การแจกจาย และเพอื่ ความสะดวกในการจดั งานแจกจายส่ิงอุปกรณ

ระบบควบคุมทางบัญชี หมายถึงวธิ ีปฏิบัติตา งๆ ดังนี้
1) การเบิกใชมลู ฐานตามระยะเวลา
2) การคนหาและรายงานส่งิ อปุ กรณทข่ี าดแคลน และเกนิ ระดับการสะสม

40

3) การทราบที่อยูของการรายงานสิ่งอุปกรณที่เหลือใช และลาสมัยที่ใชการไมได
และท่ีซอ มแกไ มได ประสทิ ธภิ าพของการควบคมุ ทางบญั ชีข้ึนอยูกบั การบันทกึ และการตรวจสอบ
เอกสารควบคุมทางบัญชีอยางรวดเร็วและถูกตอง การตรวจชวยเหลือ และการแนะนำชีแ้ จง ตลอด
ทั่วทั้งหนวยบัญชาการ รวมทั้งการใชวิทยาการแผนใหมเขาชวย จะทำใหผูจัดงานสามารถควบคมุ ส่ิง
อุปกรณทเ่ี พ่ิมมากขน้ึ ตลอดเวลาไดอยางมีประสิทธิภาพ

การประหยดั การสง กำลงั
การประหยัดการสงกำลัง เปนความรบั ผดิ ชอบของ ผบ.หนวยทุกระดับ และมีความสำคัญมาก
ทสี่ ดุ ในเขตหนา ซึ่งทหารทุกคนจะตองไดรับการปลกู ฝง นสิ ัยในเรื่องพน้ื ฐานทางการปรนิบัตบิ ำรุง และ
รักษายุทโธปกรณตา งๆ ในความรบั ผิดชอบของตน และของหนวยใหสามารถใชการได ตลอดจนการ
ถนอมรกั ษาการเก็บ การซอ มบำรงุ และการใชอยา งประหยัด
การประหยัดการสงกำลัง ตองไมคิดเพียงแตออมเทานั้น นักการทหารจะตองมองการไกล คือ
ตองคำนึงถึงความเปนไปไดดา นทรัพยากร ที่จะใหการสนับสนุนทางการสง กำลังแกสวนกำลงั รบใน
แนวหนาซึ่งยอมมีความตองการเครื่องมือ และอุปกรณตางๆ เพื่อการสูรบที่มีประสิทธิภาพอยูใน
ความครอบครองตลอดเวลา ดงั น้ัน การละเลยในเรื่องการประหยดั การสงกำลงั อาจหมายถงึ ชีวิต หรือ
ความพายแพก็ได
นายทหารฝา ยสงกำลังบำรุง จะตองประสานกับฝายยุทธการ เพื่อใหมั่นใจวา ไดมีการฝก
หรือฟน ฟูในเร่ืองการประหยัดการสง กำลังแกสว นกำลังทุกหนว ย และเนน เร่อื งมาตรการปองกนั มิให
มีการละเมดิ การประหยดั การสงกำลัง
ตวั อยางของการละเมิดการประหยัด การสง กำลงั
1) ทหารละทงิ้ หรือโยนทง้ิ ยทุ ธภณั ฑเพื่อลดน้ำหนัก
2) การสะสมส่งิ อุปกรณเ กนิ ความจำเปน หรือเกินกวาที่ไดรบั อนุมัติ
3) การใชยานพาหนะโดยไมจำเปน หรือไมคมุ คา
4) การนำ สป.งดใชการ ใชป ระโยชนก อนการซอ มบำรุง
5) ไมปฏิบตั ิตามระบบการซอ มบำรุงตามท่ี ทบ.กำหนด

41

บทที่ 3

การซอ มบำรุง

กลาวทั่วไป

ก. การซอมบำรุง หมายถึง การกระทำใด ๆ ทม่ี งุ หมายทจ่ี ะรกั ษายุทโธปกรณตาง ๆ ใหอยูใน
สภาพที่ใชการได หรือมุงหมายทีจ่ ะทำใหยุทโธปกรณท ชี่ ำรุด กลบั คืนมาสสู ภาพทใ่ี ชการได และใหหมาย
รวมถึงการ ตรวจสภาพ การทดสอบ การบริหาร การซอมแก การซอมใหญ การซอมสรางการ
ดัดแปลง และการซอ มคนื สสู ภาพ

ข. การปรนนิบัติบำรงุ หมายถึง การดูแลและการใหบรกิ ารโดยเจาหนาท่ี เพือ่ มุงประสงคท ี่
จะรักษายุทโธปกรณ และเครื่องมือเครื่องใชใหอยูในสภาพที่ใชการไดด ี โดยจัดใหมีระบบการ
ตรวจสภาพ และตรวจคน และการแกไขขอ บกพรองกอนท่ีจะเกดิ ขึ้น หรอื ทีจ่ ะชำรุดมากขึ้น

ค. การตรวจสภาพ
ตรวจสภาพ มีความมุงหมายเพื่อทราบสภาพของยุทโธปกรณทีใ่ ชการได และความสามารถ

ในการซอมบำรุงของหนวย การตรวจสภาพแบงออกเปน 3 ประเภท คือ การตรวจสภาพโดย
ผูบังคบั บัญชา การตรวจสภาพเฉพาะอยา ง และการตรวจสภาพทางเทคนิค

1) การตรวจสภาพโดยผบู งั คบั บัญชา ผบ.หนว ยใชย ทุ โธปกรณแ ละผบู งั คับบญั ชาชั้นเหนือจะตอ ง
ทำการตรวจสภาพยทุ โธปกรณตามระยะเวลาทีก่ ำหนดขึน้ เพื่อใหทราบถึงการใชการประหยัด และ
หลักการซอมบำรุง จะประเมินคาแหง ความพรอมรบของหนวย

2) การตรวจสอบสภาพเฉพาะอยาง กระทำเพอ่ื การทราบวาความสามารถในการซอมบำรุง
ประจำหนวยเปน อยางไร เพยี งพอหรือไม สายยุทธบรกิ ารรบั ผดิ ชอบในการตรวจ โดยออกเปนระเบยี บ
ปฏิบตั ิในการตรวจขนึ้

3) การตรวจสภาพทางเทคนิค กระทำเพือ่ ตอ งการทราบสภาพของยุทโธปกรณที่ใชการได
และการคาดคะเนหนักเบาของการซอมบำรุง และความตองการที่จะเปลี่ยนแปลงในภายหนา สาย
ยุทธบริการทุกสาย ตองกำหนดระเบียบวิธีดำเนินการและระยะเวลาในการตรวจ และอาจกระทำ
ภายใตก ารกำกับดูแลของ ผบ.พล หรอื แมทพั ซง่ึ เปน ผรู บั ผิดชอบโดยตรงตอการซอมบำรงุ
หลกั การซอ มบำรุง

การซอมบำรุง ตองยึดถอื หลักการดังนี้
ก. ตอ งปฏิบตั ติ ามคูม อื ที่ไดร บั จากกรมฝา ยยุทธบรกิ าร หรอื กรมฝายกิจการพเิ ศษทร่ี ับผดิ ชอบ
ข. การซอ มแกต องพยายามกระทำ ณ ทซ่ี ่งึ ยทุ โธปกรณต ้งั อยู
ค. ยุทโธปกรณที่ชำรุดเกินขีดความสามารถของหนวย หนวยจะสงซอมที่หนวยซอมบำรุง
ประเภทสูงกวา หรือรองขอใหหนวยซอมบำรงุ ประเภทสงู กวา ดงั กลาว มาชว ยซอมใหก ็ได
ง. หามทำการยบุ รวม เวน แตจะไดร บั อนมุ ัติจากผมู อี ำนาจ หรอื สถานการณท างยทุ ธวิธีบังคับ

42

ความรบั ผิดชอบในการซอ มบำรุง
การซอมบำรุงเปนความรับผิดชอบของบุคคล (ผูใชยุทโธปกรณ หรือมอบหมายให

ผูใตบังคับบัญชาของตนใช) และความรับผิดชอบของผูบังคับบัญชา ตามสายการบังคับบัญชา ซึ่งความ
รับผดิ ชอบทางการซอมบำรงุ มีดงั น้ี

ก. ความรบั ผดิ ชอบโดยตรง คอื ผูท่ีรับยุทโธปกรณใ ช หรือมอบหมายใหผใู ตบ ังคบั บัญชาของ
ตนใช จะตอ งรับผิดชอบยุทโธปกรณนั้น ๆ ความรบั ผิดชอบโดยตรงแบง ออกเปน

1) ความรบั ผดิ ชอบของบคุ คล ผูท ี่ไดร บั ยุทโธปกรณป ระจำตัว หรอื ไดร บั มอบหมายใหเ ปน
พนักงานประจำยุทโธปกรณ จะตอ งรับผดิ ชอบในการดูแลรักษา รวมทั้งปรนนิบัติบำรุงยุทโธปกรณใน
ความรับผิดชอบของตนอยางรอบคอบอยูเสมอ ในขั้นของผูใช

2) ความรับผิดชอบในการตรวจตรา ผูบังคับหนวยตั้งแต ผบ.หมูขึน้ ไป รับผิดชอบในการ
ดูแลรกั ษายุทโธปกรณของตนอยางรอบคอบอยูเ สมอ ในขน้ั ของหนวยใช

ข. ความรับผดิ ชอบตามสายการบังคับบัญชา คือ ผูบ งั คบั บญั ชาทุกระดบั ช้ันตอ งสอดสองดแู ล
จนเปน ที่แนใจวา ยทุ โธปกรณท ี่อยูในความรบั ผดิ ชอบของตนไดรับการปรนนิบัติบำรุง และการซอ มบำรุง
อยางดี และอยใู นสภาพทีใ่ ชก ารไดอยูเสมอ

การแบง ประเภทการซอมบำรงุ
เพื่อใหเกิดความงายในการซอมบำรุง และเปนแบง เบาภาระหนว ยรอง จึงกำหนดหนาที่ใน

การซอมบำรุงใหแตกตางกัน นับตั้งแตวิธีการดำเนินการปรนนิบัติบำรุงอยางธรรมดา ซึ่งผูใช
ยุทโธปกรณน้ัน ๆ เปน ผปู ฏิบัติ ข้นึ ไปจนถึงขน้ั การซอมแกย ุงยากซับซอน ซ่ึงกระทำโดยโรงงานในการ
ซอมบำรุงระดับคลงั

การซอ มบำรุงแบงออกเปน 4 ประเภท คือ
ก. การซอ มบำรุงระดับหนวย คือ การซอมบำรุงที่หนวยไดร ับอนุมัติใหก ระทำได และอยูใน
ความรบั ผิดชอบของหนวยผูใชยุทโธปกรณนั้น ๆ การซอมบำรุงประเภทนี้ประกอบดว ย การตรวจสภาพ
การทำความสะอาด การดแู ลรักษา การหลอลื่น การปรับ การเปลี่ยนชิ้นสว นอะไหลเ ลก็ ๆ ท่ีไมตอง
ใชความชำนาญทางเทคนคิ มาก การซอมบำรุงระดับหนว ยอยูในความรบั ผิดชอบของ ผบ.หนว ยใช
ข. การซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง คือ การซอมที่อนุมัตใิ หกระทำโดยหนวยซอมบำรุงท่ี
ไดรับมอบหนาที่ใหการสนับสนุนหนวยใชยุทโธปกรณนั้น ๆ การซอมบำรงุ สนับสนุนโดยตรงเปนการ
ซอมแกอ ยางจำกัดตอยุทโธปกรณครบชุด หรือซอมแกสวนประกอบที่ใชการไมได เพือ่ สนับสนุน
หนวยใช ประกอบดวยการซอม และการเปลี่ยนที่ใชการไมได รวมทั้งการซอม และการเปลี่ยน
สวนประกอบ และสวนประกอบยอย การซอมบำรงุ สนบั สนุนโดยตรงอยูใ นความรับผิดชอบของ ผบ.
หนวยซอ มบำรุงสนับสนนุ โดยตรง
ค. การซอมบำรุงสนับสนุนทัว่ ไป คือ การซอ มแกยุทโธปกรณที่ใชการไมได ซึ่งเดิมเกินขีด
ความสามารถของหนวยซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง เพื่อสง กลบั เขาสายการสง กำลัง หรือเพื่อการ
สนบั สนุนการแลกเปลี่ยนโดยตรง รวมทั้งการซอมสวนประกอบ และสว นประกอบยอย เพื่อสงเขา
สายการสงกำลังตอไป การซอมบำรุงสนับสนุนทั่วไป อยูในความรับผิดชอบของ ผบ.หนวยซอ ม
บำรงุ สนับสนนุ ทวั่ ไป

43

ง. การซอมบำรุงระดับคลัง คือ การซอมบำรุงโดยหนวยซอมขั้นคลังของ กรมฝายยุทธ
บริการซึ่งจะทำการซอมใหญตอยุทโธปกรณที่ใชการไมได ใหกลับคืนสูสภาพการใชการไดอยาง
สมบรู ณตามคมู ือทางเทคนิค หรอื ทำการซอมสรา งยุทโธปกรณใ หอยูในสภาพเสมือนของใหม ซึ่งอยูใน
ความรบั ผดิ ชอบของเจาหนาทฝ่ี า ยยทุ ธบรกิ าร
สาเหตุท่ีทำใหเ กดิ ขอบกพรองในการซอ มบำรงุ

ก. ผูใชอยางไมถกู ตอ งใชอยา งไมเ อาใจใส
ข. ขาดการปรนนบิ ัตบิ ำรุงกอ นใชง าน ขณะใชง าน และหลงั ใชง าน
ค. ทำการซอ มเกินกวาข้ันทไ่ี ดร ับอนุมัตใิ หกระทำได
ง. ขาดกาตรวจสภาพการซอ มบำรงุ
จ. การสง กำลงั ชิน้ สว นซอ มไมพ อ
ฉ. หนวยซอ มบำรงุ สนบั สนุนไมเ ตม็ ท่ี

ปจจัยที่ทำใหก ารซอมบำรุงไดผ ลดี
ก. ผบู งั คับหนวย และฝา ยอำนวยการ มคี วามรูค วามสามารถ และสนใจทจี่ ะสั่งการควบคุม

ใหแนวทางรวมทงั้ กำกับดแู ลการซอมบำรงุ ภายในหนว ยของตน
ข. ผใู ชต องไดรบั การฝกใหป ฏบิ ัติงานไดอยา งถกู ตอง
ค. ชางซอม หรือเจาหนาที่เทคนิคของหนวย มีความรูความสามารถที่จะทำการซอมบำรุงได

ตามประเภทท่รี บั ผดิ ชอบอยางแทจรงิ
ง. ปจจยั เวลามีเพียงพอท่ีจะทำการซอมใหเกดิ
จ. มเี คร่อื งมือและชิน้ สวนซอ มอยางเพยี งพอ
ฉ. ถาทำไดควรมียุทโธปกรณที่เปนมาตรฐานเดียวกัน (STANDARDIZATION) (ไม

หลากหลายชนิด หลากหลายผูผลิต) เพราะจะชวยลดภาระ การฝกอบรมชางเทคนิค ลดจำนวนและ
รายการในการสะสมชิน้ สวนซอมลงไปเปนอันมาก
ความหมายของคำท่ีใชใ นการซอ มบำรงุ

ก. การตรวจสภาพ (INSPECTION) หมายถึง การพิจารณาถึงสภาพการใชงานไดของ
ยุทโธปกรณโดยเปรียบเทียบคุณลักษณะทางฟสิกส ทางเคมี ทางจักรกล และทางไฟฟา ตาม
มาตรฐานท่กี ำหนดไว

ข. การทดสอบ (TEST)หมายถึง การพิสูจนสภาพการใชการไดของยุทโธปกรณ และคนหา
ขอบกพรอ งทางไฟฟา ทางเคมี และทางจักรกล โดยใชเครอื่ งมอื หรือวิธที ดสอบตา ง ๆ

ค. การบรกิ าร (SERVICE) หมายถึง การทำความสะอาด การดูรักษา การประจุไฟฟา การ
เติม น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหลอลื่น การเติมสารระบบความเย็น และการเติมลม การเติมกาซ
นอกจากนั้นยังหมายรวมถึงความตองการบริการพิเศษตาง ๆ ที่อาจกำหนดขึ้นตามความจำเปน เชน
การพนสี การหลอลนื่ ฯลฯ เปนตน

ง. การซอ มแก (KEPAIR) หมายถึง การซอ มยทุ โธปกรณช ำรุดใหใ ชการได และยงั หมายรวมถึง
การปรับ การถอดเปลีย่ น การเช่ือม การยำ้ และการทำใหแข็งแรง

จ. การซอมใหญ (OVERHAL) หมายถงึ การซอมยทุ โธปกรณทชี่ ำรุดใหใชการไดอยางสมบูรณ
โดยกำหนดมาตรฐานการซอมบำรุงไวเปนเอกสารเฉพาะ การซอมใหญอาจกระทำใหสำเรจ็ โดยการแยก


Click to View FlipBook Version