44
สวนประกอบ การตรวจสภาพสวนประกอบ การประกอบสวนประกอบยอยและชิ้นสวนตาง ๆ ทั้งน้ี
จะตองมีการตรวจสภาพ และทดสอบการปฏิบตั กิ ารประกอบดวย
ฉ. การซอ มสราง (REDBILT) หมายถงึ การซอมบำรุงยุทโธปกรณท่ีชำรดุ ใหกลับคนื สภาพ
มาตรฐานอนั ใกลเคียงกับสภาพเดิม หรือเหมอื นของใหม ทัง้ ในรปู รางคุณสมบัตใิ นการทำงานและ
อายกุ ารใชงาน การซอมสรา งอาจกระทำใหสำเรจ็ ไดโดยการถอดชิ้นสวน และสว นประกอบทชี่ ำรุดหรือ
ใชการไมไ ด แลว นำมาประกอบเปน ยทุ โธปกรณช นิ้ ตอ ไป
ช. การดัดแปลงแกไ ข (MODIFICATION) หมายถงึ การเปล่ยี นแปลงยุทโธปกรณต ามคำสั่งการ
การดัดแปลงนี้ตองไมเปลี่ยนลักษณะมูลฐานเดิมของยุทโธปกรณ เพียงแตเพื่อเปลี่ยนภารกิจ หรือ
ความสามารถในการทำงาน เพิ่มความปลอดภัยแกผูใช และเพื่อผลที่ตองการตามแบบที่กำหนดให
ดดั แปลงน้นั
ซ. การซอมคืนสภาพ (KECLAMATION) หมายถึง การดำเนินกรรมวิธีซอ มยุทโธปกรณที่
ใชไมไดเ ลกิ ใช ละท้งิ หรือเสยี หายแลว ใหใชป ระโยชนไ ด หรอื ชิ้นสวน สว นประกอบ หรอื องคป ระกอบ
ยุทโธปกรณเ หลานนั้ ใหใ ชประโยชนไ ด และนำกลบั คนื สายสงกำลงั ตอไป
ฌ. การปรนนิบตั บิ ำรงุ (PERVENTUIV MAINTENANCE) หมายถงึ การดแู ล และการใหบริการ
โดยเจา หนาท่ี เพ่ือมุง ประสงคท ีจ่ ะรักษายุทโธปกรณ และเครอื่ งมอื เครอื่ งใชใหอยใู นสภาพใชการไดด ี
โดยจัดใหมีการตรวจสภาพ การตรวจคน และการแกไขขอบกพรองทีจ่ ะเกิดขึน้ หรือทีจ่ ะชำรุดมาก
ขึ้น
ญ. การถอดปรน (CANNIFALION) หมายถึง การถอด ชิ้นสวน สวนประกอบตามที่ไดรับ
อนุมัตอิ นุมัตจิ ากยุทโธปกรณครบชุดหรืองคประกอบที่เกี่ยวของ ซึง่ สามารถซอมไดแตไมคุมคาหรือท่ี
จำหนา ยแลว เพือ่ นำไปใชประโยชนใหแกย ุทโธปกรณอ ่นื
ฎ. ยุบรวม (CANNIBALICE) หมายถึง การถอดชิ้นสวน สวนประกอบที่ใชการไดจาก
ยุทโธปกรณหนึ่งไปประกอบอีกยุทโธปกรณห น่งึ
ฎ. ยุทโธปกรณสำรองการซองบำรุง (MAINTENANCE FLOATS) หมายถึง ยุทโธปกรณท่ี
หนวยซอมมไี วเพื่อจายทดแทนใหกับหนวยใชในกรณีเห็นวา จะซอมไมคุมคา หรือ ซอมใหไมท ันตาม
ความตองการ หากไมจายทดแทนใหทนั ท่ี หนวยจะขาดความพรอมรบ และไมสามารถบรรลุภารกิจ
สำคัญและเรงดว นได
45
บทท่ี 4
การขนสง
กลา วทวั่ ไป
ก. การขนสง คือ การใชเครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกอันจำเปนมาสนับสนุนการ
เคลอ่ื นยายโดยมงุ ที่จะใหการเคลอ่ื นยา ยสามารถบรรลภุ ารกิจไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
การขนสง เปนงานกิ่งหนึ่งของการสงกำลังบำรุง พันธกิจของการขนสงคือการจัดใหมีการ
เคลอ่ื นยา ยกำลังพลและยุทโธปกรณ จากท่ีหน่ึงไปยังอีกท่ีหนึง่ ท้ัง ทางบก ทางนำ้ ทางอากาศ และทาง
ทอ
จากคำจำกัดความดังกลาว พอจะสรุปไดวา ขอบเขตของการขนสงหมายรวมถึงการ
เคลื่อนยายกำลังพล ยุทโธปกรณ อปุ กรณ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนสงตา ง ๆ การวางแผน
ทางฝายอำนวยการ และการจัดการอันจำเปน เพื่อใหก ารเคลื่อนยา ยดังกลาวสำเรจ็ ผล
ข. การเคล่ือนยาย คือ การนำกำลังพล ยุทโธปกรณ หรือส่ิงอุปกรณจากตำบลหนึง่ ไปยังอีก
ตำบลหนงึ่ ตามท่ีกำหนดความมงุ หมายเอาได
การเคล่ือนยา ยแบงตามความมุงหมายได 2 ประเภท คือ
1) การเคล่ือนยายทางยุทธวธิ ี คอื การเคลอื่ นยายหนวยทหาร และยทุ ธภัณฑที่มีภารกิจทาง
ยุทธวิธี ภายใตสภาพการรบในเมื่อยงั ไมมกี ารปะทะทางพื้นดินกับกำลังขาศึก นายทหารฝายยุทธการ
เปน ผรู บั ผิดชอบ (ยกเวนทางอากาศ)
2) การเคลือ่ นยายทางธรุ การ คือ การเคลอ่ื นยายหนวยทหาร ยุทโธปกรณ และสิง่ อุปกรณที่
อยูหางจากความกดดันของขาศึก ขบวนเคลื่อนยายมีความสะดวกสบาย เพราะไมมีการรบกวนจาก
ขาศึกนายทหาร
ฝายสง กำลังบำรุงรบั ผิดชอบ
หลักการขนสง
ก. ใชเคร่ืองมือขนสงใหเกดิ ประโยชนมากท่สี ดุ
ข. เลือกใชเ คร่อื งมือใหเ หมาะสมกบั สถานการณใหม ากทส่ี ดุ
ค. ลดการขนถา ยใหเหลอื นอ ยคร้งั ทีส่ ุด
ง. หลกี เลย่ี งการขนยา ยยอนกลบั มาขา งหลัง
ประเภทหรือวิธีการขนสง
วิธีการขนสง แบงออกเปน 6 วิธี คือ ทางทอ ทางน้ำ ทางรถไฟ ทางถนน ทางอากาศ และ
เบ็ดเตล็ด
ก. การขนสง ทางทอ
โดยธรรมดาใชขนสงเช้อื เพลิงเหลวในปริมาณมาก ๆ เปนการขนสงทีป่ ระหยัดทั้งเจาหนาที่ ท้ัง
ยานพาหนะ และคาใชจ าย
1) ขอดขี องการขนสง ทางทอ คือ
ก) เปน วิธีการที่ประหยัดท่ีสุด
46
ข) ลดความตอ งการเคร่อื งมอื ขนสง ชนิดอ่นื
ค) เสียหายจากขาศกึ นอ ยกวา
ง) ใชไดในพื้นทท่ี ไ่ี มอำนวยใหแ กการขนสง ชนิดอ่นื
จ) ขนสง ของเหลวจากเรอื สูฝง ไดส ะดวกทสี่ ดุ
2) การเลือกเสนทางทอเปนปจจัยที่สำคัญที่สุดในการวางแผนขนสงทางทอ มีขอที่ตอง
พจิ ารณาคอื
ก) เลอื กทางทมี่ มี มุ หกั ทางด่งิ นอ ยทีส่ ุด
ข) กำบังตามธรรมชาติ
ค) ขนานกับทางรถไฟหรอื ถนน
ง) สนับสนุนแผนการยุทธตอ ไปได
จ) ปลายทางทอควรมีที่เก็บ และมีเสนทางเขาออกสะดวก และใชเครื่องมือขนสงได
หลายชนิด
ข. การขนสง ทางน้ำ
การขนสง ทางน้ำ หมายรวมถึง การขนสงโดยการเดินเรือทะเล การขนสงโดยเรือชายฝง และ
การขนสงโดยการเดินเรือทางน้ำในแผนดิน การขนสงทางน้ำ สามารถขนสงไดปริมาณมาก แต
ความเร็วคอนขางตำ่ และมีขอ จำกดั คือ
1) ตอ งมีส่งิ อำนวยความสะดวกในการบรรทกุ และการขนถาย
2) ลอ แหลมตอ การปฏบิ ตั กิ ารของขา ศึก
3) ข้ึนอยูกับสภาพทางน้ำและสิ่งกอ สรา งเกย่ี วกับทางนำ้
4) ลอ แหลมตอ สภาพอากาศ
ค. การขนสงทางรถไฟ
1) สามารถขนยายสัมภาระ และกำลังพล ไดปริมาณมากในระยะทางไกล ดวยความเร็ว
คอ นขา งสงู
2) เมื่อเทียบกับการขนสงแบบอื่นแลว การขนสงทางรถไฟไดรับความกระทบกระเทือน
จากลมฟา อากาศนอยทีส่ ุด
3) มีความออ นตวั นอยกวาการขนสงแบบอ่ืน เพราะเปน ยานพาหนะทีใชปฏิบัติงานบนรางท่ี
ตายตัว
ง. การขนสงทางถนน
1) การขนสงทางถนน เปนการขนสงที่ออนตัวมากที่สุด และมีขีดความสามารถในการสง
กำลังพลและสัมภาระจากตำบลตนทาง ไปยังตำบลปลายทางได โดยไมตองทำการขนถายไปสูการ
ขนสง แบบอ่ืน ในระหวา งทาง นอกจากนยี้ ังมคี วามเรว็ คอ นขา งสูง และเชอื่ มโยงกับวิธีการขนสงชนิดอ่ืน
ไดเปน อยางดี การขนสงทางถนนดวยรถยนต เปนแบบที่เหมาะสมสำหรับการขนสงสัมภาระที่บรรจุหบี
หอสงไปยังพื้นที่สวนหนาและชวยใหบรรลุวตั ถุประสงคไ ดม าก
2) ชนิดของการขนสง
ก) การขนสงระยะใกล (LOCAL HAUL) คือ การขนที่ไดจำนวนเที่ยวมาก เพราะใช
เวลาในการเดินทางนอ ย
47
ข) การขนสง ระยะไกล (LINE HAUL) คือ การขนทไ่ี ดจ ำนวนเทยี่ วนอ ย เพราะใชเ วลา
ในการเดนิ ทางมาก
ค) การเทียวขน (SHUTTLE) คือ การกลับมาขนอีกดวยยานพาหนะคันเดิม ระหวา งจุด
สองจดุ ท่ีกำหนด
ง) การผลัดเปลี่ยน (REAY) คือ การขนยายสิ่งอุปกรณหรือทหารไปขางหนาตลอดเวลา
โดยไมเ ปล่ยี นการบรรทกุ นน้ั แตจะเปล่ยี นพลขับหรือรถลากจูง
จ. การขนสงทางอากาศ
1) การขนสงทางอากาศ เปนการขนสงที่มีความเร็วสูง ออนตัวมาก เลือกเสนทางไดไม
จำกัดใชในพื้นที่เขตหนาไดตั้งแตเริ่มตนการยุทธ แตการขนสงทางอากาศมีขอจำกัดมากมายหลาย
ประการ เชนตองมีการคุมครองทางอากาศโดยฝายเดียวกัน ขึ้นอยูกับสภาพลมฟาอากาศ ออนแอตอ
การยิง มีความจนุ อ ย ระยะทำการจำกัด ความสน้ิ เปลืองสูงมาก และตองอาศยั ส่งิ อำนวยความสะดวก
ในการบนิ ขึ้นลง
2) วธิ ีสงสิง่ อุปกรณทางอากาศ ทำได 2 วิธี
ก) ดว ยการบินลง ใชม ากทีส่ ดุ มีประสทิ ธิภาพสูงสดุ
ข) ดว ยการสงทางอากาศ
1) ทิ้งลงดวยความเร็วต่ำ ใชรมชูชีพหนึ่งรม หรือมากกวา และมีวัสดุกันสะเทือน
เชน การทง้ิ ปน ใหญ รถยนต เปนตน
2) ทิ้งดวยความเร็วสูง ใชรมชชู พี ขนาดเล็ก เชน การท้ิงอาหาร กระสนุ
3) การสงกำลังทางอากาศยามฉุกเฉิน หนวยที่ตองการใหสงกำลังทางอากาศยามฉุกเฉิน
เสนอคำขอมาตามสายงานมายัง สธ.4 กองพล โดยเครื่องสื่อสารที่เร็วท่ีสุด สธ.4 จะเสนอตรงไปยัง
กองทพั เพื่อดำเนินการตอไป หนวยท่ีเสนอคำขอเปนผูเสนอประเภทเครื่องบินและวิธกี ารสงลงหนวย
รับผดิ ชอบในการ เกบ็ กอู ปุ กรณ และเคร่อื งบรรจทุ ่ที ้งิ ลงทางอากาศ
ฉ. การขนสง เบ็ดเตล็ด
การขนสง เบ็ดเตลด็ คือ การขนสงที่มิใชการขนสงทั้ง 5 วิธีดงั กลาวแลว เชน ใชหาบหาม สัตว
ตา งลอเลือ่ น สายเคเบิลขา มเหวลกึ และอ่ืน ๆ นอกจากทกี่ ลา วมาแลว
การขนสง ในกองพนั กรม และกองพล
การขนสงตามอัตราการจัดและที่สมทบใหกบั หนวยปฏิบัติการสงกำลังบำรุงนั้น อาจนำมาใช
สำหรับการเคลื่อนยายหนวยทหารในทางยุทธวิธีได เมื่อเปนเชนนี้จะตอ งมีการประสานงานกับฝา ย
ยุทธการ ถงึ ขอ พจิ ารณาเก่ียวกับ การวางกำลงั และท่ีต้งั ทางยุทธวิธี ระเบียบการจราจร การควบคุม
การจราจร รวมถงึ การกำหนดชน้ั ของเสน ทาง และการกำหนดมาตรการท่จี ะนำเอาถนน และสะพาน
ที่มอี ยูมาใชใหเปนประโยชนมากทีส่ ุด ก็จะรวมอยูใ นเรื่องของการขนสงดวย และยงั หมายรวมถึงการ
สงกลับผูปว ยเจ็บจำนวนมาก ตาม นโยบายสง กลับของกองพลอีกดว ย
ก. การขนสงระดับกองพนั และกรม
1) กองพัน เปนหนวยทางยทุ ธวิธี และหนวยชวยรบ การขนสงในกองพันจะปรากฏอยู
ในหมวดยานยนต และซอมบำรุง และหมวดบริการ กองรอยสนับสนุนการชวยรบ ยานพาหนะทใี่ ช
เพอื่ บรกิ ารขนสง ใน พนั .ร. เปนสวนรวม มี รยบ.2 ½ ตัน จำนวน 8 คนั
48
2) กรมทหารราบ เปนหนว ยทางยทุ ธวธิ ีไมอยูในสายการสงกำลังระหวาง กองพันกับกอง
พล แตกรม ร. มหี มวดยานยนตอยูใน รอย.บก.กรม 1 หมวด เพอ่ื ใชบริการขนสงใหกับกองรอยตา ง ๆ ใน
กรม ร.
3) การควบคมุ การจราจร ในระดับกรม และกองพนั จดั ใหม กี ารจดั ตั้งระบบเคร่อื งหมาย
ชี้ทาง และขอแนะนำไว เมื่อหนวยเคลื่อนที่เปนขบวนยานยนต กรม ร. จะไดรับการสนับสนุนในเรือ่ ง
การควบคุมจาก รอ ย.สห.พล โดยธรรมดาแลว หมวดสารวัตรทหารหนึ่งหมวดจะมาข้ึนสมทบตอกรมท
หารราบหนึ่งกรม เพื่อจัดการชวยเหลือในเรื่อง การจราจร และควบคุมเชลยศกึ อยู ณ ตำบลรวบรวม
เชลยศึกสว นหนาของกองพล ผูชวยเหลือในเรื่องการควบคุมการจราจรของ กรม และกองพัน ก็คือ
นายทหารยานยนตของหนว ย
ข. การขนสง ในระดบั กองพล
1) หนวยขนสงกองพลทหารราบ แบบ 1 คือ กอง พธ.พล หนวยขนสงของกองพล
ทหารราบแบบ 2 (พล.ร.9 ) คือ พนั .ขส. กรม สน. มภี ารกจิ ในการขนสงส่ิงอุปกรณท ุกประเภท เวน
สป.5
2) การใชยานพาหนะ ตามธรรมดาแลวมักใชการควบคมุ แบบรวมการ ถาสามารถทำได
การจายยานพาหนะทกุ ๆ ระดับออกใชงานตอ งใหบรรลุวตั ถุประสงค 2 ประการ คือเมื่อลำเลียง สป.
ข้นึ ไปขา งหนา ในพ้ืนท่ีของ กรม ร. ในเท่ยี วกลบั ใหลำเลียงสิ่งอุปกรณเก็บซอม เชลยศกึ และศพลงมา
ดวยเพือ่ การประหยัด
3) การแบงมอบการควบคุม โดยปกติกระทำภายใตการควบคุมของ กอง พธ.พล
สำหรบั สถานการณที่ตองเคล่ือนที่อยางรวดเร็ว หรอื ในเม่อื หนว ยปฏิบัติการอิสระอาจจัดหมวด รยบ.
ไปขึน้ สมทบใหการใชเครื่องมือขนสง เพื่อสนับสนุนการสงกำลังอยูในความควบคุมของ กอง พธ.พล
ผา นผูชว ยหัวหนา สธ.4 ฝายการขนสง และประสานกับ สธ.3 กองพล
4) การวางแผนควบคมุ จราจร เปนความรบั ผดิ ชอบของ สธ.4 กองพล โดย สธ.4 กองพล
จะจัดตั้ง บก.ควบคุมการจราจรของกองพลขึ้น และใหอยูภายใตการกำกับดูแลของนายทหารฝายสง
กำลังบำรุง ฝายการขนสงของกองพล ณ บก.ควบคมุ การจราจรนี้ จะประกอบดวยผูแทนขนสง หนวย
ทหารชางสห. และนายทหารฝายการสื่อสารกองพล (จัดใหมีการติดตอสื่อสารสำหรับ บก.ควบคุม
การจราจร)
49
บทที่ 5
การบริการทางการแพทย
กลาวทั่วไป
การบริการทางการแพทย มีความมุงหมายเพื่อถนอมกำลังพล ดวยการดำรงไวคุณภาพ
และพลานามัยที่เหมาะสมตอการปฏิบัตกิ ารทางทหาร โดยจัดบริการปอ งกันทางแพทย เพื่อมิใหกำลัง
พลเกิดความเจ็บปวย จัดใหมีการรักษาพยาบาลอยางมีประสิทธิภาพ และจัดการบริการอื่น ๆ เพ่ือ
เพิม่ พนู ประสทิ ธิภาพของการบรกิ ารทางการแพทย
ก. การบริการสายแพทย ประกอบดวย
1) การสงกลบั และการรกั ษาพยาบาล
2) บรกิ ารเวชกรรมปองกนั
3) บรกิ ารชณั สตู รโรค
4) การบรกิ ารโลหติ
5) บรกิ ารทันตกรรม
6) บริการที่ตรวจโรคและปฐมพยาบาล
7) บรกิ ารโรคจติ ประสาท
8) บรกิ ารตรวจสุขภาพทหาร
การบริการทางการแพทยสนับสนนุ หนวยสวนกลาง หนวยสวนภูมิภาค และหนวยสว นการศึกษา
(หนวยใช อฉก.)
ก. โรงพยาบาล ปจจุบันมี 37 แหง แบงออกไดดงั น้ี
1) โรงพยาบาลสังกัด ทบ. หรอื หนวยสวนกลาง
ก) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลา เปน โรงพยาบาล ทบ.
ข) โรงพยาบาลอานันทมหิดล เปน นขต.พบ.
ค) โรงพยาบาลคา ยสรุ นารี เปน นขต.พบ. ฝากการบงั คบั บญั ชาไวก ับ ทภ.2
2) โรงพยาบาลสงั กัดหนว ยสวนการศกึ ษา
ก) โรงพยาบาลคา ยธนะรชั ต เปน นขต.ศร.
ข) โรงพยาบาล รร.จปร. เปน นขต.รร.จปร.
3) โรงพยาบาลกองทัพภาค
ก) โรงพยาบาลคา ยสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช เปน นขต.ทภ.3
ข) โรงพยาบาลคา ยวชริ าวธุ เปน นขต.ทภ.4
ค) โรงพยาบาลมณฑลทหารบก จำนวน 10 แหง
4) โรงพยาบาลจังหวัดทหารบก จำนวน 20 แหง
5) หนวยพยาบาลอื่น ๆ ท่จี ัดจาก รพ. ของ ทบ. ไปบรกิ ารหนว ยตาง ๆ
ก) กองพยาบาล
ข) แผนกพยาบาล
ค) หมวดพยาบาล
ง) หนว ยตรวจโรค
50
การบริการทางการแพทยส นบั สนุนการรบตามแบบ (หนวย อจย.)
การบริการทางการแพทยสนับสนุนการรบตามแบบ แบงออกไดเปน 5 ระดับ (ในยุทธบริเวณ
4 ระดบั และในเขตภายใน 1 ระดบั )
ก. การบริการทางการแพทยระดับหนว ย
1) มว.สร.ของ กรม ร., พัน.ร., พัน.ม., พนั .ช., พนั .สัตวตา ง
2) ตอน สร.รอ ย.ปจว.
3) หมู สร.ของ กรม ป., พัน.ป., พัน.ปตอ.
ข. การบริการทางการแพทยร ะดับกรม
จะดำเนินการโดย พนั .สร.พล หรอื พัน.สร.กรม สน.
ค. การบริการทางการแพทยระดับกองทพั ภาค
จะดำเนนิ การโดย พนั .สร.บชร.
ง. การบริการทางการแพทยในระดบั ทบ. (เขตหลัง)
1) โรงพยาบาลทั่วไป
2) โรงพยาบาลประจำถน่ิ
3) โรงพยาบาลสนาม
4) ศนู ยพกั ฟน และพักผอ น
5) กองรอยรถยนตพยาบาล
6) กองรอย ฮ.พยาบาล
7) หนวยเวชกรรมปองกัน
จ. การบริการทางการแพทยในเขตภายใน
การบริการทางการแพทยในเขตภายใน ใชบริการทางการแพทยทีม่ ีอยตู ามปกติ แตมีการ
ควบคุมอยา งรัดกุม เปนที่รักษาพยาบาลขั้นสุดทาย มีเตียงสำรองไวสำหรับผูปวยที่ถูกสงตัวมาจาก
สนามอยางพอเพียง มีโรงพยาบาลท่วั ไป (GENERAL HOSPITAL) ทใ่ี ชช อ่ื เดมิ และโรงพยาบาลเฉพาะ
โรค
หลักมูลฐานของการสงกลับและการรักษาพยาบาล
การสงกลับและการรักษาพยาบาล จะตองกระทำใหส อดคลองกัน โดยมงุ ท่จี ะปลดเปลีย่ น
ภาระเกี่ยวกับกำลังพลที่เจ็บปวยใหกับหนวยตาง ๆ รวมทั้งการพยายามสงทหารนั้นกลับไปปฏิบัติ
หนาทใี่ หเ ร็วทสี่ ดุ โดยมหี ลกั มูลฐานดงั น้ี
ก. จัดตง้ั ที่รกั ษาพยาบาลใหอยใู กลกับหนวยรับการสนบั สนุนมากท่สี ดุ
ข. สงกำลงั พลกลบั เขามาปฏบิ ตั ิหนาที่ในยทุ ธบรเิ วณใหมากท่ีสดุ
ค. ไมสงผูเจ็บปวยไปขางหลังเกินความจำเปนตอสภาพการเจ็บปวย และสถานการณทาง
ยุทธวิธี
ง. หนว ยรักษาพยาบาลที่อยูขางหลัง รบั ผิดชอบในการปลดเปลอ้ื งภาระเกย่ี วกับผูเจ็บปว ย สิ่ง
อำนวยความสะดวกท่ีมอี ยู และวธิ ีการขนสงที่ใชได
51
จ. ณ ทีต่ ัง้ การแพทยทุกแหง ผเู จบ็ ปว ยตอ งไดร ับการตรวจสอบ และแยกประเภทเพ่ือใหการ
รักษาพยาบาล ณ ทน่ี ้นั หรือเพื่อสงกลบั ตอ ไป หรือเพอื่ สงไปปฏบิ ัตงิ านตามเดมิ
นโยบายการสงกลบั
นโยบายการสงกลบั เปน เครอื่ งมอื ในการควบคมุ มิใหสงกลบั ผูปว ยเจ็บไปขางหลังไกลเกินความ
จำเปน ตอสภาพการเจ็บปวย ทงั้ นี้ก็เพื่อหลีกเล่ียงการสญู เสียกำลงั พลโดยไมจำเปน ทำใหสามารถรักษา
ผูปวยที่เลือกไวบางประเภทไดดขี ึ้น โดยธรรมดานโยบายการสงกลับจะกำหนดตามพื้นที่ประเภทของ
สถานพยาบาล และประเภทของผปู วย
การสง กลบั และการกั ษาพยาบาลในยามปกติ
หนว ยรกั ษาพยาบาล
1) หนวยรักษาพยาบาล ที่รักษาทั้งคนไขนอกและคนไขใ น ไดแก โรงพยาบาล และหนวย
พยาบาล
2) หนว ยรักษาพยาบาลที่รับรักษาพยาบาลเฉพาะคนไขนอก ไดแ กหนวยตรวจโรค ที่ปฐม
พยาบาลและหมูพยาบาล
กรมแพทยทหารบก เปน ผกู ำหนดประเภทหนว ยรักษาพยาบาล จำนวนเตยี ง และนโยบสง กลบั
ของหนวยรกั ษาพยาบาล
กรรมวธิ ใี นการปฏิบัติกอน ระหวางและภายหลังการรักษาพยาบาล การเคลื่อนยาย การเงิน
และเรื่องอน่ื ๆ ปฏิบัติตามระเบียบ ทบ. วาดว ยการรกั ษาพยาบาล และการสง กลบั ในเวลาปกติ
การสง กลบั และการักษาพยาบาลในยามสงคราม หรอื ในสถานการณฉ ุกเฉนิ
ก. การสง กลับ
1) หนวยเสนารักษ ที่อยูขางหลังจะตองรับผิดชอบในการสงกลับคนใชของหนวย
เสนารักษที่อยูขางหนาตามลำดับ โดยใหหนวยรักษาพยาบาลซึ่งอยูขางหนาแจงความประสงคหรอื
เสนอคำขอไปใหทราบ
2) หนวยเหนือ มีหนาที่กำหนดนโยบายสง กลับใหแกหนว ยรอง โดยใหถ ือเกณฑนโยบาย
สง กลบั ทวั่ ไป ดังน้ี
ก) ทพี่ ยาบาลกรม ไมเ กนิ 10 วนั
ข) ทพ่ี ยาบาลกองพล ไมเกิน 20 วัน
ค) หนว ยรกั ษาพยาบาลทีส่ นับสนุนระดับกองทพั ไมเ กิน 30 วัน
3) แนวทางการปฏบิ ัติและการสง กลบั ใหปฏบิ ัติตามระเบียบ ทบ. วา ดว ยการรกั ษาพยาบาล
และการสง กลับในสนาม
ข. การรักษาพยาบาล
1) ผบ.หนวย เปน ผรู ับผดิ ชอบการรักษาพยาบาลในหนว ย หรอื สายงานของตน
2) นายสิบพยาบาลกองรอย รับผิดชอบในการปฐมพยาบาล เชน หา มเลือดปากแผล หรือ
แตงบาดแผล เขาเฝอก ปองกันอาการคัน ฉีดมอรฟน ทำปายการรกั ษาพยาบาลขั้นตนใหแกคนไขทุก
คน
3) ท่พี ยาบาลกองพัน รบั ผิดชอบในการรักษาพยาบาลตอจากนายสิบพยาบาลกองรอยเพ่ือ
สง กลับตอไป
52
4) ที่พยาบาลกรม รับผิดชอบในการรักษาพยาบาล เก็บรวบรวม และทำการคัดแยกคนไข
เพอ่ื การสงกลบั หรอื คนื หนว ยตน สังกดั โดยตรง
5) ท่ีพยาบาลกองพล รับผดิ ชอบในการรกั ษาพยาบาล เพื่อสงกลับหรอื คืนหนวยตนสังกัด
โดยตรง
6) หนว ยพยาบาลทส่ี นบั สนุนกองทพั ภาค รับผิดชอบในการรักษาพยาบาล เพ่ือการสงกลับ
หรอื สงทหารทหี่ ายจากการบาดเจ็บปวยผา นหนว ยกำลังทดแทน
7) หนวยรกั ษาพยาบาลของ ทบ. รบั ผิดชอบในการรักษาพยาบาล, สงคืนทหารที่หายจาก
การเจ็บปวยผา นหนวยทดแทน หรือทหารที่หายดีแลวไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหสงคนื หนวยตน
สังกดั ปกติเพ่อื ดำเนนิ การตอ ไป
8) รายละเอยี ดในการรักษาพยาบาลปฏิบัติตามระเบยี บ ทบ.วา ดวยการรักษาพยาบาลและ
สง กลบั ในสนาม
บรกิ ารเวชกรรมปอ งกนั
ก. ผบ.หนวยทหารทุกระดับช้ัน มีหนาที่รับผดิ ชอบเกี่ยวกับการผดุงและสงเสริมสุขภาพของ
ทหารท้ังรางกายและจิตใจ การปองกันโรคและอุบัติเหตุ ตลอดจนการกวดขันดูแลใหทหารปฏิบัติตาม
คำส่ัง และระเบยี บกองทพั บก วา ดว ยการสุขาภิบาลภายในเขตรบั ผดิ ชอบของหนว ย
ข. ผบ.หนวยเสนารักษ และ ผบ.หนวยรักษาพยาบาลทุกระดับชั้น มีหนาที่รับผิดชอบให
ขอเสนอแนะ กำกับดูแลเกี่ยวกบั กิจกรรมทางเวชกรรมปองกันของหนวย วางแผนอบรม การสุขศึกษา
และสุขศาสตรสวนบุคคลแกทหาร กำกับดูแลการปฏิบตั งิ านของเจาหนาที่สายแพทย ในดา นเวชกรรม
ปอ งกัน ตลอดจนรวบรวมรายงานการสขุ าภิบาลของหนว ย
ค. เจาหนาที่เวชกรรมปองกัน มีหนาที่เปนผูชวย ผบ.หนวยเสนารักษ และ ผบ.หนวย
รกั ษาพยาบาลในการปฏบิ ัตหิ นา ที่ทางดา นเวชกรรมปอ งกันแกหนวย ตรวจและรายงานการสุขาภบิ าล
รวมทั้งใหขอเสนอแนะการแกไขปญหาขอบกพรองตาง ๆ ตอ ผบ.หนวยเสนารักษ และ ผบ.หนวย
รกั ษาพยาบาลดว ย
ง. หนวยเวชกรรมปองกันกองทัพบก มีหนาที่ใหการสนับสนุนการปฏิบัติทางเวชกรรม
ปองกันแกหนว ยในสนาม ในกรณีเกนิ ขีดความสามารถของหนว ยทหารน้ัน ๆ
จ. โรงพยาบาลทหารในพนื้ ที่ปฏิบัติการ มหี นา ท่ใี หก ารสนับสนุนทางดานเวชกรรมปองกันแก
หนวยทหารทีอ่ อกปฏิบัติราชการสนามในพืน้ ทร่ี บั ผิดชอบดว ย
บรกิ ารทันตกรรม
ผบ.หนวยทุกระดับชั้น เปนผูรับผิดชอบในการจัดใหมีการรักษาดแู ลทางดานทนั ตกรรมใหแก
กำลังพลของหนวย ทันตกรรมและเจาหนาที่ทันตกรรมที่อยูประจำหนวย รับผิดชอบในการ
รักษาพยาบาลทันตกรรมเทาที่สามารถกระทำได ถามีคนไขมากเกินขีดความสามารถ ใหขอความ
ชว ยเหลอื จากหนว ยทันตกรรมเคลือ่ นท่ี
ในยามสงคราม จะจัดหนว ยทันตกรรมเคลอื่ นที่ และกระจายกำลังใหเหมาะสมเพอื่ ใหกำลังพล
ทีไ่ ปรับการรักษาพยาบาลทางทันตกรรมเคลื่อนที่ไปขางหลังระยะส้ันทีส่ ุด บริการทนั ตกรรมจะจดั ใหม ี
ขึน้ ในพื้นที่ที่มกี ำลังทหารอาศยั อยูห นาแนน จัดใหม ที ง้ั ทนั ตกรรมคลนิ ิก และทนั ตกรรมประดษิ ฐ
53
บริการชัณสูตรโรค
สถาบันพยาธิวิทยา มีเจาหนา ท่ีตรวจคน วิจัย และชัณสตู ร เพ่อื หาสมหุ ฐานของโรค จากความ
ผิดปกติของอวยั วะชน้ิ สวนของอวัยวะ โลหิต ของเหลว และสิ่งขับถายท้ังปวงของรางกายสามารถจัด
เจาหนาที่ชำนาญงานไปชวยเหลือสนบั สนนุ หนวยรักษาพยาบาลได ตามความจำเปน
การบริการโลหิต
กองวิทยาศาสตรการแพทย สถาบันพยาธิวิทยามีหนาที่จัดหา เก็บรักษาและแจกจายเลือด
เพ่ือรักษาพยาบาลแกหนวยรักษาพยาบาลของกองทัพบก โรงพยาบาลตาง ๆ ของกองทัพบก จะสะสม
เลอื ดเลอื ดไวตามระดับการสะสมท่กี องทพั บกกำหนด
บรกิ ารโรคจติ ประสาท
ก. ผบ.มว.เสนารกั ษ รบั ผิดชอบในการแยกผทู ี่มีสภาพจติ ผดิ ปกติ เพอ่ื ทำการสงกลับ
ข. ผบ.รอย.เสนารักษ รับผิดชอบในการคัดแยก ใหมีการรักษาคนไขทางโรคจิตประสาท
ณ ท่ีน้นั หรอื สงกลบั ตามความจำเปน
ค. ผบ.พัน.เสนารักษ รับผิดชอบจัดตั้งที่คัดเลือกคนไขโรคจิตประสาท และใหการ
รกั ษาพยาบาลหรอื สงกลบั ตามความจำเปน
ง. ผอู ำนวยการโรงพยาบาล รับผดิ ชอบในการรักษาพยาบาลตามขีดความสามารถ โดยจดั ให
มีเจาหนาที่ ซึ่งเคยผานการฝกอบรมเปนพิเศษในการดูแลคนไขทางโรคจิตประสาทมาแลว และจัดใหม ี
สิ่งอปุ กรณใ นการรกั ษาพยาบาลอยา งเพียงพอ
จ. หลกั ในการปฏิบัติ ตองใหการรักษาพยาบาลใหใกลหนวยตนสังกัดของคนไขใหมากที่สุด
เทาที่จะทำได ในกรณีจำเปนตองใชจิตแพทย ใหค ำดำเนินการขอจิตแพทยไปทำการรักษา ใหการ
พจิ ารณาสงคนื คนไขท่หี ายแลว ใหพ จิ ารณาวา สงคนื ไปทำหนาทเี่ ดิม หรอื ไปทำหนาท่ีอื่น
บรกิ ารตรวจโรค และที่ปฐมพยาบาล
เปนบริการแพทยประจำหนวยในคา ยพัก หรือในพื้นท่ีพกั แรมในสนาม เปดดำเนินการที่ตรวจ
โรค เพอ่ื ทำการรักษาพยาบาลในขนั้ ตนตามความจำเปน
บริการตรวจสขุ ภาพทหาร
เมอื่ หนวยทหารอยูในระยะพักปฏิบัติการ ใหมตี รวจรา งกายทั่วไป รวมทั้งสุขภาพจิต สขุ ภาพ
ทันตอนามัย และสุขศาสตรสวนบุคคลดว ย การตรวจรางกายทหารในยามปกติใหดำเนินการ ตามหวง
ระยะเวลาทก่ี องทพั บกกำหนด
54
บทที่ 6
การบรกิ ารอ่ืน ๆ
กลา วทัว่ ไป
การบริการอื่นๆ เปนงานกิ่งหนึ่งของการสงกำลังบำรุง ซึ่งเปนการบริการแกหนวย และหรือ
กำลังพลนอกเหนอื จากการบรทิ างการแพทย การบริการอื่น ๆ จะประกอบไปดวย การกอสรางและ
ซอมแซมทั้งในที่ตั้งปกติ และในสนาม การอสังหาริมทรัพย การสาธารณูปโภค การดับเพลิง การที่พัก
การประปา การปองกนั คชรน. การทำลายลา งวัตถรุ ะเบดิ การพราง เปนตน
การกอสรางและการซอมแซมในสนาม
เปนความรับผิดชอบของหนวยทหารชางในสนาม และหนวยทหารชางกอสราง ทำการ
กอสรางและซอมแซมสิ่งอุปกรณตาง ๆ ตลอดจนเสนทางคมนาคม เฉพาะงานกอสรางเพื่อสนับสนุน
หนวยทีอ่ อกปฏิบัติการในสนามเทานั้น การกอสราง และซอ มแซมสิ่งกอสราง เพื่อการชวยเหลือใน
การพัฒนาชนบท จะกระทำตามนโยบายของหนวยเหนือเทานั้น หนวยทหารชางกอสรางอาจกอสราง
สิ่งปลูกสรางตางๆ ในยามปกติไดก็ตอเมื่อกองทัพบกสั่ง และเปนไปตามนโยบายของรัฐบาลในยาม
สงคราม การกอสรางของหนวยทหารชางสนาม และหนวยทหารชางกอสราง มักจะกระทำเพื่อ
ประโยชนในการสนบั สนนุ การรบ และกจิ กรรมการชว ยรบ
การกอ สรา งและซอมแซมในยามปกติ
เปนความรับผิดชอบของกรมยุทธโยธาทหารบก การดำเนินการสวนใหญแลวเปนการจาง
โดยมีเจาหนาที่ของกรมยุทธโยธาทหารบกเปนผูควบคุมงาน อยา งไรก็ดีหากหนวยตาง ๆ ของ ทบ. มี
ความประสงคที่จะรบั งานกอสรางในหนวยไปดำเนินการเองก็ยอมทำได โดยปฏิบัติตามคำสั่ง และ
นโยบายการดำเนินการจางเหมากอสรางของ ทบ. การกอสราง และการซอมแซมในยามสงครามคง
ดำเนินงานเชนเดียวกับการกอสรางใด ๆ ที่จะมอบให ยย.ทบ. หรือ กช.ดำเนินการคงเปนไปตาม
นโยบายของ บช.กบ.ทบ.
การอสงั หาริมทรัพย
เปนความรับผิดชอบของ ยย.ทบ.ซึ่งรับผิดชอบในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ควบคุมทะเบียน
ประวัติที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสราง และทางที่เปนกรรมสิทธิ์ของ ทบ. และยังรับผิดชอบในการจัดหา
อสังหาริมทรพั ย เพือ่ ใชประโยชนใ นกิจการทหาร โดยมีกองที่ดิน เปนหนวยงานรับผิดชอบ การจัดหา
อสังหาริมทรพั ยเ พื่อใชใ นกจิ การทหารยามสงคราม เปนไปตามนโยบายของหนว ยเหนอื โดยมีนายทหาร
ฝายยุทธโยธา ประจำ ปช.กบ.ทบ. เปน ฝายอำนวยการรบั ผดิ ชอบ
การสาธารณปู โภค
เปนความรับผิดชอบของ ยย.ทบ.ไดแก การไฟฟา การประปา การทำความเย็น การระบายสิง่
โสโครกและการสุขาภิบาล เปน ตน งานทีด่ ำเนินการ ไดแก การติดตง้ั การใชงาน และการซอมแซมสิ่ง
สาธารณูปโภคดังกลาวในยามปกติ ในยามสงครามคงดำเนินการติดตั้ง ใชงานและซอมแซม สิ่ง
สาธารณูปโภคเฉพาะทีเ่ ปนที่ตั้งประจำ ในพื้นที่เขตหลัง เชน โรงพยาบาลทั่วไป บก.ทบ. สนาม กอง
สาธารณูปโภค ยย.ทบ. อาจจัดเจาหนาที่เปนชุดปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ตั้งตาง ๆ ตามความ
จำเปนการติดตั้งและการซอมแซมขนาดใหญ มักจะเปนการจางเหมาโดยอยูในความควบคุมของ
เจาหนา ท่ี ยย.ทบ.
55
การดับเพลิง
เปนความรับผิดชอบ วศ.ทบ. ซึ่งจะดำเนินการในเรื่องการสงกำลังสิ่งอุปกรณดับเพลิงเวน
รถดับเพลิง และอุปกรณประจำรถดับเพลิงการดับเพลิงและการปอ งกันอัคคีภัย อยูในความรับผิดชอบ
ของ ผบ.หนวยทหารทหารทุกระดับ
การที่พกั
เปนความรับผดิ ชอบ ยย.ทบ. ในการจัดหาที่พักสำหรับหนวยทหาร ตลอดจนการกอสรางท่ีพัก
ชั่วคราวสำหรับหนว ยทหารท้ังในยามปกติ และยามที่หนวยออกปฏิบัติการในสนามการจัดหาที่พกั โดย
การเกณฑในยามสงคราม หรือในสถานการณฉุกเฉิน ตองแจงให จทบ. หรือ มทบ. เจาของพื้นที่
ดำเนินการใหต ามกฎหมาย
การประปา
เปนความรับผิดชอบของ ยย.ทบ. ในการดำเนินการจัดหา และแจกจายน้ำประปาใหแกท่ีต้ัง
ปกติของหนวยทหาร ในยามสงคราม ยย.ทบ.อาจไดรับมอบใหด ำเนินงานประปาในสถานที่ตั้งประจำ
เชน บก.ทบ.สนาม ในพน้ื ทส่ี ว นหลัง ตามนโยบายของ บช.กบ.ทบ.
การปอ งกัน นชค.
เปนความรับผิดชอบของ วศ.ทบ. ในการดำเนนิ การสำรวจพื้นที่เปนพิษ การทำลายลางพื้นที่
เปนพิษการตั้งสถานีทำลายลางกำลังพลเปนบุคคล วศ.ทบ. จะจัดตั้งเจาหนาที่ชุดพิเศษ ชุด
วิทยาศาสตรข้ึนปฏิบตั ิงานสนับสนนุ โดยตรง ชุด วศ. หรือ รอย.วศ. นี้ จะขึ้นอยูกับหนวยทหารระดับ
กองพลขนึ้ ไป แต วศ.ทบ. เปนผูค วบคมุ ทางเทคนคิ อยา งใกลชดิ ตลอดมา
การทำลายลางวตั ถุระเบิด
เปนความรับผิดชอบของ สพ.ทบ. ในยามปกติชุดทำลางวัตถุระเบิดในกองทัพภาค หรือที่
ประจำอยูสว นกลาง เปน หนว ยปฏิบัตงิ านตามคำสงั่ ในยามสงครามขุดทำลายลางวัตถรุ ะเบดิ จะประจำ
อยูกับ กช.กบ.ทบ. มีหนาที่ปฏิบัติงานในพื้นทีส่ วนหลัง ในบางกรณีกองโรงงานวตั ถุระเบิด อาจจัด
เจาหนา ท่ีทีส่ ันทัดงานไปปฏิบัติงานเฉพาะกไ็ ด
การพราง
เปนความรับผิดชอบของ กช. ในการสงกำลังวัสดุพราง และชวยเหลือแนะนำหนวยตาง ๆ
เก่ียวกบั เทคนคิ การพราง ผูบงั คับหนว ยทหารทุกระดับ รบั ผิดชอบในการพรางหนว ยของตน การพราง
โดยอาศยั ลกั ษณะภูมปิ ระเทศใหเปนประโยชนในการพรางมากทส่ี ดุ ยอ มดกี วา การพรางดวยวัสดพุ ราง
การบริการในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.
1. พนั ธกจิ หรอื การในหนาทข่ี องเหลาสรรพาวุธทหารบก
2. การสงกาํ ลงั สายสรรพาวธุ
3. การทําลายลางวัตถรุ ะเบดิ
4. การปรับเทียบสภาพทางขีปนะวธิ ี
การบรกิ ารในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.
1. ภารกจิ ของกรมสรรพาวุธทหารบก
- ดํารงไวซ่งึ อํานาจการยงิ และความคลองแคลวในการเคลอื่ นท่ขี องหนวยทหาร
2. ส่งิ อุปกรณในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.
56
ตามระเบียบ ทบ.วาดวยความรับผิดชอบในสิ่งอุปกรณพ.ศ.2535 ลง 13 ม.ค.35
กาํ หนดให สพ.ทบ. รับผดิ ชอบสิง่ อปุ กรณ 5 จําพวกคือ
2.1 อาวธุ กระสุน และวัตถรุ ะเบดิ
2.2 รถยนตสงคราม
2.3 เครอ่ื งควบคมุ การยิงท่ไี มใชอีเลคโทรนิคส
(ยกเวนเครื่องควบคมุ การยิงท่ใี ชอีเลคโทรนิคสของ ถ. ทุกแบบ)
2.4 วัสดุทาํ ความสะอาดอาวธุ และเคร่อื งควบคมุ การยิง
2.5 เครอ่ื งมือเคร่อื งใชและอปุ กรณใ นการผลิตและซอมบาํ รุงรายการขางตน
3. พันธกจิ หรอื การในหนาท่ขี องเหลาทหารสรรพาวธุ
เนื่องจาก ทบ.ไดมอบภารกิจ “ ดาํ รงไวซึ่งอํานาจการยิงและความคลองแคลวในการเคลื่อนที่
ของหนวย ทหาร” ใหกับทหารเหลา สพ. ดงั นั้น หนวยทหารสรรพาวุธจึงมีพันธกิจหรือการในหนาที่ที่
ตอง สนับสนุนหนวยทหารตาง ๆ ใหสามารถดํารงไวซึ่งอํานาจการยิงและความคลองแคลวในการ
เคลื่อนที่ โดยเรียกการใหการสนับสนุนแกหนวยทหารตาง ๆ นี้วา “บริการสรรพาวุธ” ซึ่งประกอบ
ดวยการ ใหบรกิ าร 6 อยาง ดงั น้ี
- การสงกาํ ลงั
- การซอมบาํ รุง
- การใหความชวยเหลอื ทางเทคนคิ
- การทาํ ลายลางวัตถรุ ะเบิด
- การบริการขา วกรองทางเทคนคิ
- การปรับเทยี บสภาพทางขีปนวิธี
3.1 การสงกําลัง คือการสนับสนุนหนวยทหารตาง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับ การใหไดมา การเก็บ
รกั ษา การจา ยทดแทนยุทโธปกรณสายสรรพาวุธ ตามความตองการของหนว ยทหาร
3.2 การซอ มบํารุง คือการสนับสนุนหนวยทหารตาง ๆ ใหมียุทโธปกรณสาย สพ.ที่ใชการไดอยู
ตลอดเวลา (การปรนนบิ ตั ิบาํ รงุ ) และการซอมยุทโธปกรณส าย สพ.ทใี่ ชการไมไดใ หกลับมาใชการได
3.3 การใหความชวยเหลือทางเทคนิค คือ การจัดใหมีการสอน และการแนะนําทางเทคนิค
เกี่ยวกับการใชย ุทโธปกรณสาย สพ. ใหกับหนวยทหารตาง ๆ เพื่อใหสามารถใชยทุ โธปกรณ เหลานีไ้ ดอย
างถูกตอ ง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการแนะนาํ ใหป ฏิบัติตามระเบียบการสงกําลัง และซอมบํารุงอยาง
ถกู ตอ งอีกดว ย
3.4 การทําลายลางวัตถุระเบิด คือการสนับสนุนเกี่ยวกับการตรวจคน การเก็บกูการทําให
ปลอดภัย และการทําลายวัตถรุ ะเบิดที่ยงั ไมระเบิด ทงั้ ของฝายเราและฝา ยตรงขาม
3.5 การบริการขาวกรองทางเทคนิค คือการรวบรวม สอบทาน ประเมินคา และกระจายขาวก
รองท่ีเกี่ยวของกับลักษณะทางเทคนิคขีดความสามารถในการทํางานและขีดจํากัดของยุทโธปกรณ
สรรพาวุธตางชาติทงั้ น้ีเพอ่ื ใหไดแ นวความคิดในการปฏิบัตทิ ีจ่ ะทําใหเกิดผลดีแกฝายเรา
57
3.6 การปรับเทียบสภาพทางขีปนวิธี คือการหาความเร็วที่ถูกตอ งของกระสุนที่ยิงออกไปจากป
นใหญแตละกระบอก ทั้งนี้เพราะกระสุนที่ยิงออกไปจากปนใหญแตละกระบอกมีความเร็วไมเทากัน
เน่อื งจาก
3.6.1 ความสึกหรอของลาํ กลองไมเ ทากัน
3.6.2 นำ้ หนักของลูกกระสุนปนใหญแตละเลขงานไมเทากัน
การปรบั เทียบสภาพทางขีปนวิธจี ึงเปนการตรวจวัดความเร็วตนของกระสุนที่ใชยิงจากปนใหญแต
ละกระบอกเพื่อใหหนวยใชทราบความเร็วตนของปนใหญกระบอกนั้น ๆ สําหรับ นําไปปรับแกมมุมยิง
ตามทก่ี าํ หนดไวในสมดุ ตารางยงิ
4. การจัดหนวยเพ่ือใหบริการสรรพาวธุ
การบริการสรรพาวธุ จะมปี ระสทิ ธิภาพสูงสดุ ก็ตอเมื่อสามารถจัดหนวยทหารสรรพาวุธให ปฏิบัติ
การอยูใกลชิดหนวยรบั การสนบั สนนุ มากท่ีสุด และหนวยทหารสรรพาวุธน้ัน จะตองมคี น เครื่องมือและอปุ
กรณท กุ ประเภทเพียงพอและพรอมท่จี ะตอบสนองความตองการในดานการสงกําลัง และซอมบํารงุ ท้ังมวลท่ี
จะเกดิ ขนึ้ ไดโดยทนั ที
แตในทางปฏิบัตินั้น จะตองคํานึงถึงความคลองแคลวของหนวยทหารสรรพาวุธ และหลักการ
กระจายกําลังในสนามรบดวยเพราะหากหนวยทหารสรรพาวุธตองมีสิ่งอุปกรณทุกอยางพรอมใหการ
สนบั สนนุ ในทกุ เรื่องแลว หนวยทหารสรรพาวธุ นัน้ จะตองมีขนาดใหญมาก ทําใหเกิดความไมคลอ งแคลว ใน
การเคลอ่ื นท่ีติดตามหนวยกําลังรบ และอาจขัดขวางการปฏิบัติการทางยุทธวิธีอีกดวย นอกจากน้ันแลวการ
เปนหนวยขนาดใหญยังเปนเปาหมายที่คุมคาตอการโจมตีอีกดวย ซึ่งหากหนวย ทหารสรรพาวุธถูกทําลาย
แลวจะมีผลทําใหหนวยกําลังรบขาดการสนับสนุน อนั จะดํารงไวซ่ึงอาํ นาจ การยิงและความคลองแคลวใน
การเคลอ่ื นท่ีไปดว ย ดว ยเหตุผลดังกลาวจงึ ตองพจิ ารณาแบงการ สนบั สนนุ สาย สพ.ออกเปน 3 ระดับ คือ
- ระดับสนับสนนุ โดยตรง
- ระดับสนบั สนนุ ท่วั ไป
- ระดบั สนบั สนนุ ประจาํ ท่ี
4.1 ระดับสนับสนุนโดยตรง เปนการปฏิบัติโดยทหารสรรพาวุธที่มีความคลองแคลวในการ
เคลือ่ นทีส่ งู สามารถเคลอ่ื นที่ติดตามใหการสนบั สนนุ แกหนว ยกําลงั รบไดโดยใกลชดิ ในทุก สถานการณมี
ชนิ้ สวนซอ ม ซ่งึ มีสถติ กิ ารใชจายสูง บรรทุกไปโดยยานพาหนะในอตั ราของหนวย หนวยทหารสรรพาวุธ
ประเภทนี้จะใหบริการทั้งการสงกําลัง และซอมบํารุงโดยติดตอโดยตรงกับหนวยรับการสนับสนุน
แบงออกเปน 2 ประเภท คอื หนวยสนับสนุนโดยตรง ในอัตราของกองพล และหนวยสนับสนนุ โดยตรง
นอกอตรากองพล
4.1.1 หนวยสนบั สนุนโดยตรงในอตั รากองพล ปจจุบันมที ้งั สิ้น 10 หนวย คือ
- กองสรรพาวธุ เบากองพลท่ี 1 รกั ษาพระองค (กรุงเทพ ฯ)
- กองพันซอมบาํ รุงกรมสนบั สนุน กองพลทหารราบที่ 2 รกั ษาพระองค (ปราจนี บุรี)
- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบท่ี 3 (นครราชสมี า)
- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบท่ี 4 (พษิ ณโุ ลก)
- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบท่ี 5 (นครศรีธรรมราช)
58
- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบที่ 6 (รอยเอ็ด)
- กองสรรพาวธเบา ุ กองพลทหารมาท่ี 1 (เพชรบูรณ)
- กองพันซอมบาํ รุงกรมสนบั สนนุ กองพลทหารมาท่ี 2 (สระบรุ ี)
- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารปนใหญตอสอู ากาศยาน(กรงุ เทพ ฯ)
- กองพนั ซอ มบาํ รงุ กรมสนบั สนนุ กองพลทหารราบท่ี 9 (กาญจนบรุ )ี
4.1.2 หนวยสนบั สนุนโดยตรง นอกอัตรากองพลและกองทัพภาค ปจ จุบนั มีอยู 1 หนวย
คอื กองพนั สรรพาวธุ ซอมบาํ รุงเขตหลงั ประกอบดวย
- กองรอยสรรพาวธุ สนบั สนุนโดยตรง พัน.สพ.ซบร.เขตหลัง (ลพบุร)ี
- กองรอยสรรพาวธุ สนบั สนนุ ท่ัวไป พนั .สพ.ซบร.เขตหลัง (กรุงเทพ ฯ)
- กองรอยสงกาํ ลังสรรพาวธุ พัน.สพ.ซบร.เขตหลงั (กรงุ เทพฯ)
4.2 ระดับสนับสนุนทั่วไป เปนการปฏิบัติโดยหนวยทหารสรรพาวุธ ซึ่งมีความคลอง แคลว
นอยกวา หนวยสนับสนุนโดยตรง แตมีขีดความสามารถในการสงกําลัง และซอมบํารุงสูงกวาหนวย
สนับสนนุ โดยตรง ปกติจะใหบริการเฉพาะพันธกิจใดพันธกจิ หนึง่ เพียงอยางเดยี ว การซอมบาํ รุง สป.
2 และ 4, การสงกําลัง สป.2 และ 4, การสงกําลัง สป.5 หนวยสนับสนุนทั่วไป มีทั้งในอตั รา ทภ.
และนอกอัตรา ทภ.
4.2.1 หนวยสนบั สนุนทั่วไปในอัตรา ทภ.มีดงั น้ี
4.2.1.1 หนวยสง กําลงั สป.2 และ 4 สาย สพ.จัดอยูในกองพันสงกําลัง และบริการ
กองบัญชาการชว ยรบ เชนเดียวกบั สาย ช.,สส., ขส.,วศ.และ พธ. ดังน้ี
- พนั .สบร.21 บชร.1 (ชลบุร)ี
- พัน.สบร.22 บชร.2 (นครราชสีมา)
- พัน.สบร.23 บชร.3 (พษิ ณุโลก)
- พนั .สบร.24 บชร.4 (นครศรีธรรมราช)
4.2.1.2 หนวยซอมบํารุง สป.2 และ 4 สาย สพ. จัดอยูในกองพันซอมบํารุง
กองบญั ชาการชว ยรบ เชนเดียวกบั สาย ช., สส., ขส.และวศ. ดังนี้
- พนั .ซบร.21 บชร.1 (ชลบุร)ี
- พนั .ซบร.22 บชร.2 (นครราชสีมา )
- พัน.ซบร.23 บชร.3 (พิษณุโลก)
- พนั .ซบร.24 บชร.4 (นครศรีธรรมราช)
4.2.1.3 หนวยสง กาํ ลงั และซอมบาํ รุง สป.5 สาย สพ.
- พนั .สพ.กระสุนที่ 21 บชร.1 (ชลบรุ ี)
- พนั .สพ.กระสุนท่ี 22 บชร.2 (นครราชสีมา)
- พนั .สพ.กระสุนที่ 23 บชร.3 (พิษณุโลก)
- พัน.สพ.กระสนุ ท่ี 24 บชร.4 (นครศรธี รรมราช)
59
4.2.2 หนวยสนับสนุนทั่วไปนอกอัตรา ทภ.ปจจุบันมีอยู 1 หนว ยคือกองพัน
สรรพาวุธ ซอ มบาํ รุงเขตหลัง
4.3 ระดับสนับสนุนประจําท่ี ปฏิบตั ิโดยหนวยทหารสรรพาวุธท่ีต้ังอยูในเขตหลังหรือเขต
ภายใน เปนหนว ยต้ังประจําท่ใี นลักษณะของคลัง หรอื ฐานปฏิบตั ิการใหญเพื่อดําเนินงานสง กําลังและ ซ
อมบํารงุ ยุทโธปกรณท ง้ั ปวงในยุทธบริเวณ ทเ่ี กนิ ขีดความสามารถของหนวยสนับสนนุ ทั่วไป ตามปกติยุท
โธปกรณที่สง กลบั มารบั การซอมบาํ รงุ ประจําที่ เมอ่ื ซอมแลว เสร็จจะขึน้ บญั ชีไว เปน ยทุ ธภณั ฑคงคลังเพอ่ื
แจกจายใหมหนวยสนบั สนนุ ประจําทม่ี ดี งั นี้
- กองสรรพาวธุ ซอมยาง (อยธุ ยา)
- กองควบคุมส่ิงอุปกรณ (กรุงเทพ ฯ)
- กองคลังยทุ โธปกรณ (กรุงเทพ ฯ)
- กองคลงั แสง (นนทบรุ ี)
- โรงงานซอมสรา งรถยนตทหาร(ปทมุ ธานี)
- ศนู ยอตุ สาหการสรรพาวุธ
- กองโรงงานชางแสง (กรุงเทพ ฯ)
- กองโรงงานซอมสรา งยทุ โธปกรณสายสรรพาวธุ (นครราชสีมา)
- กองโรงงานวัตถุระเบดิ (อยธุ ยา)
5. หนวยทหารที่เหลา ทหารสรรพาวุธตองใหการสนบั สนุน
หนวยทหารท่ีเหลาทหารสรรพาวุธตองใหการสนบั สนนุ นัน้ แบงไดเ ปน 4 ประเภท ดงั นี้
5.1 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทบ. (กองพลนอก ทภ.) เชน พล.ปตอ., พล.ม.2,
พล.รพศ.
5.2 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทภ. เชน พล.ร.9 (ทภ.1), พล.ร.6 (ทภ.2), พล.ร.4 (ทภ.
3), พล.ร.5 (ทภ.4)
5.3 หนวยในอัตราการจัดของ ทภ.นอกอตั ราการจัดของกองพลเชน บชร. และ มทบ.
5.4 หนวยนอกอัตราการจัดของกองพลและกองทัพภาคเชน กรมฝายยุทธบรกิ ารและกรมฝายกิจการ
พเิ ศษ
6. สายการสงกาํ ลัง
(สป.สําคญั ,สป.หลกั ,วสั ดทุ าํ ความสะอาด)
6.1 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทบ. (กองพลนอก ทภ.) คลังสายงาน คลังสวนภูมิภาค
หนวยใช (สพ.ทบ.) (มทบ.)
6.2 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทภ. คลังสายงาน คลัง บชร.ทภ. คลังสวนภูมภิ าค
หนวยใช (สพ.ทบ.) (บชร.) (มทบ.)
6.3 หนวยในอัตราการจัดของ ทภ.นอกอัตราการจัดของกองพล คลังสายงาน คลัง บชร.ทภ.
หนวยใช (สพ.ทบ.) (บชร.) (มทบ. และหนวยใชอื่น ๆ )
60
6.4 หนว ยนอกอัตราการจดั ของกองพลและกองทัพภาค คลังสายงาน คลังสวนภูมิภาค หนวย
ใช (สพ.ทบ.) (มทบ.) เฉพาะ สป.5 คลังสายงาน หนวยใช (สพ.ทบ.) (กรุงเทพ ฯ,นครปฐม,สมุทรสาคร
,นนทบรุ ี, สมุทรปราการ,ปทมุ ธานี,อยุธยา,นครนายก)
7. สายการซอมบํารงุ และการเบิกชิ้นสวนซอ ม
7.1 หนว ยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทบ.(กองพลนอก ทภ.) หนวยใช กอง สพบ.พล.หรอื
พัน.สพ.ซบร.เขตหลัง คลังสายงาน พัน.ซบร.กรม สน.พล.หรือ (หนวสนับสนุนทั่วไป) รอย สพ./สต.
พัน.สพ.ซบร.เขตหลงั (หนวยสนับสนุนโดยตรง)
7.2 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทภ. หนวยใช สพบ.พล.หรือ พัน.ซบร. กรม สน.พล
พัน.ซบร.บชร. คลงั สายงาน (สนบั สนุนโดยตรง) (หนวยสนับสนนุ ทัว่ ไป)
7.3 หนวยในอตั ราการจัดของ ทภ.นอกอัตราการจดั ของกองพล หนวยใช พนั .ซบร.บชร. คลงั สาย
งาน
7.4 หนวยนอกอตั ราการจดั ของกองพลและกองทัพภาค หนวยใช พนั .สพ.ซบร.เขตหลงั คลังสาย
งาน
การสงกําลังสายสรรพาวุธ
1. สง กาํ ลงั ใหกบั ผูใชตาม รายการจํานวน สถานทีแ่ ละเวลาที่หนวยตองการ
2. ใหกระจายการสะสมสงิ่ อุปกรณและควบคุมแบบแยกการ
3. งา ยตอ การปฏิบัติ
4. ใหม ีความออนตัว สามารถปรบั ใหเหมาะสมกับสถานการณไดท ้งั ในยามปกติ และสงคราม
5. จัดระเบียบและควบคมุ การไหลของสิ่งอุปกรณเพ่ือประกันวาทกุ ตาํ บลในระบบสงกําลังจะมี
สิง่ อปุ กรณเ พยี งพอแตตองไมเกนิ ความตองการ
6. ใหผูใชไดรับส่ิงอุปกรณรายการที่ตามปกติมิไดมีไว ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อมีความตองการ
เกิดขึน้
7. ใชการซอ มจากระดับสนบั สนนุ ท่ัวไปและระดับสนบั สนุนประจําทเ่ี ปนหลักแหงการไดมาของ
ชิ้นสวนท่มี กี ารสนิ้ เปลอื งชา
หลักการซอ มบํารุงสายสรรพาวธุ
1. การซอมบํารุงจะตองกระทําโดยขั้นการซอมบํารุงต่ำสุด ซึ่งมีขีดความสามารถที่จะ
กระทํางานซอ มนนั้ ได
2. ขีดขั้นของการซอมบํารุงที่จะกระทํายอมขึ้นอยูกับเวลา เครื่องมือความชํานาญการของ
เจาหนาที่สิ่งอํานวย ความสะดวก ตลอดจนสิ่งอุปกรณท่ีมีอยูโดยพิจารณาใหเหมาะสมกับสถานการณ
ทางยุทธวิธี
3. ยทุ ธภัณฑท ีไ่ มส ามารถทําการซอมไดโดยเรว็ จะตองไดรบั การจายทดแทน
4. การซอมบํารงุ พึงกระทําในเวลา และตําบลซี่งอำนวยใหหนวยทหารสามารถจะมียุทธภณั ฑ
ใชการไดอ ยูใน ครอบครองไดด ีที่สุด
61
5. การซอมบํารุงขั้นใดๆพึงกระทําโดยจํากัดเทาที่จําเปนเพื่อใหยุทโธปกรณกลับสูสภาพ
พรอ มใชก ารไดเทานัน้ ถึงแมวาการถอดประกอบโดยไมจําเปน การดดั แปลง หรอื การซอมแกที่ไมส ําคัญ
จะทําใหไดผลดีขึ้นก็ตาม พึงงดเวนการดําเนินการดังกลาวเสีย หลักการขอน้ีสหรัฐฯเรยี กวา “I-RON”
คอื INSPECT REPAIR ONLY AS NECESSARY
การทาํ ลายลางวตั ถุระเบดิ (ทลร.)
1. ความเปนมา
กระสุน - วตั ถรุ ะเบิด เปนสิ่งประดิษฐที่มนุษยสรางขึ้นเพื่อใชเปนเครื่องประหัตประหารชนิด
หน่ึง สัมฤทธิผลในประดิษฐกรรมชิ้นน้ีไดนําความสูญเสยี มาสูชีวิต และทรัพยสินของมนุษยมาแลวมาก
มายแตเรา ก็ยังคงจะตองใชมันตอไป ตราบใดที่การสงครามยังเปนสิ่งที่หลีกเลี่ยงไมได เชนเดียวกัน
กระสุน - วัตถุระเบิด ก็คงจะตองมีการพัฒนาตอไปเหมือนดังที่เปนมาแลวแตอดีต ดังจะเห็นไดวา ใน
สมยั สงครามโลก ครง้ั ท่ี 1 (2457-2462)นนั้ บรรดาสรรพาวธุ ระเบดิ (EXPLOSIVE ORDNANCE) ท้งั
ปวง ยังใชชนวนแบบ งา ย ๆ การทํางานไมยุง ยากซับซอนเทาใดนัก ถึงแมจะมีปรมิ าณการดานสูง แตก็
สามารถเก็บกูและทําลายไดโดยไมมีอุปสรรคมากนัก ตอมาในระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 นานา
ประเทศตางก็แขงขันกันพัฒนาระบบชนวนของตนใหทรงประสิทธภิ าพยิ่งขนึ้ เปนผลใหมกี ารนําชนวนถ
วงเวลายาวนาน และชนวนปองกันการถอดมา ใชใ นสมยั สงครามโลกคร้ังท่ี 2 ซึ่งยังความสูญเสียในดาน
กําลังพลนักทําลายใหแกกองทัพอังกฤษมิใชนอย ในป พ.ศ.2483 องั กฤษไดจัดตั้งหนวยทําลายระเบิด
ขึ้น เรียกวา BOMB DISPOSAL SQUAD ประกอบดวยกําลังพลที่รับจากอาสาสมัครจํานวน 46 นาย
หนวยทําลายหนวยนี้ไดปฏิบัติหนาที่ อยาง เขมแข็งในการเก็บกู และทําลายสรรพาวุธระเบิดใน
สงครามโลกคร้ังท่ี 2ปรากฎวาเมื่อถงึ ชว งตนป พ.ศ.2585 กําลังพลของหนวยมีชีวิตเหลอื รอดอยูเพียง 8
หรือ 9 นาย เทาน้ัน สาเหตุการสูญเสียมีอัตราสูงมากเชนนี้สรุปไดวาเปนเพราะมิไดมีการเตรียมการ
ศึกษาเรื่องการทําลายสรรพาวธุ ระเบิดมาเปนอยางดี ประกอบกับฝายเยอรมัน ไดพัฒนาระบบชนวน
แบบใหมๆ ออกมาใชอยางไดผ ล
ลวงมาถึงป พ.ศ.2484 กองทัพเรือสหรัฐฯ ไดมองเห็นความจําเปนของงานทำลายสรรพาวุธ
ระเบิด โดย อาศัยประสบการณของกองทัพอังกฤษเปนพื้นฐาน จึงไดจัดตั้งโรงเรียนการทําลาย
สรรพาวุธระเบิดขึ้น เรียกวา BOMB DISPOSAL SCHOOL มุงศึกษาเฉพาะการเก็บกู และการทําลาย
ลูกระเบิดอากาศเปนสําคัญ ตอมาในปพ.ศ.2491 แนวนโยบายไดเปลี่ยนแปลงไป จึงไดเปลี่ยนช่ือ
สถาบนั การศกึ ษาแหงนี้ เปน EXPLOSIVE ORDNANCE DISPOSAL SCHOOL และเปดใหการศึกษา
แกกําลังพลทกเหลาทัพในเรื่อง การเก็บกู การประเมินคา และการทําลายสรรพาวุธระเบิด ทั้งทาง
ภาคพื้นดิน และใตน้ำ ทั้งน้ีเปน ผลิตภัณฑ สรรพาวุธระเบิดของฝายสหรัฐฯ เอง และของตางชาติที่
นาํ มาใช
กองทัพไทยของเราไดจัดสงนายทหาร และนายสิบไปเขารับการศึกษาในโรงเรียนการทาํ ลาย
ของสหรัฐฯ สําเร็จการศึกษามาแลวเปนจาํ นวนมาก และโดยที่ไดเล็งเหน็ ความสําคัญของหนวยงานน้ี
กองทัพบกจึงได เริ่มกอตั้งหนวยทําลายวัตถุระเบิดขึ้นเปนครั้งแรกในปพ.ศ.2509 ใชช ื่อยอวา หนวย
ทลร. มีหนวยโครงการ กอกําเนดิ ขึน้ ในแผนกวิชาสงกําลัง และยทุ โธปกรณกระสุนฯ โดยใชกาํ ลังพลจาก
แผนกวิชานี้เปนหลัก ตอมาไดแยกตวั ออกไปเปน ทลร.1 กอนที่จะไดม ีการจัดตั้งหนวย ทลร.2, ทลร.3
และ ทลร.4 ข้ึน เพื่อ สนบั สนุนหนวยทหารในพื้นท่ีกองทัพภาคที่ 1, 2, 3 และ 4 ตามลําดับ ในขณะท่ี
62
หนวยงานสวนทใี่ หการฝกสอนในหลกั สูตรการทําลายยังคงอยูกับ รร.สพ.สพ.ทบ.และทาํ หนาทเ่ี ปน กําลัง
ทลร.สว นเสรมิ เพอื่ สนบั สนุนงาน ทลร.เมอ่ื ไดรับคําสงั่ จากหนวยเหนืออีกประการหนึง่ ดวย
2. เจาหนาท่ีและหนวยงาน
ผูบังคบั บัญชา นายทหารฝายอํานวยการ และเจาหนาที่ทหารโดยทั่วไป ควรมีความรูเกี่ยวกับ
การปฏิบัติงาน ทลร.ควรมีความเขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับโครงสรางของการจัดบริการ ทลร.ของกองทัพ
ตลอดจน ความสัมพันธของหนวยงาน ทลร.กับหนวยงานอื่น ๆ ทั้งนี้ในขอบเขตอันสมควรแกการใน
หนาทขี่ องแตล ะบคุ คลตามหลักการนั้น เจาหนา ท่ที ่ใี หบรกิ าร ทลร.ไดแกนายทหารฝายอํานวยการ ทลร.
,ศูนยควบคุม ทลร., หนวย ทลร.และเจาหนา ที่ตรวจคน แตล ะสวนมีหนา ทดี่ งั น้ี.-
ก. นายทหารฝายอํานวยการ ทลร.เปนนายทหารเหลาสรรพาวุธ ซึ่งจัดไวประจําหนวย
บัญชาการ ตาง ๆ (COMMAND) ในกรณีทหี่ นวยบัญชาการนั้น ๆ มศี นู ยควบคมุ ทลร. EODC CENTER)
ก็อาจแตงตั้ง ให ผบ.ศูนยควบคุม ทลร.เปนนายทหารฝายอํานวยการพิเศษ ทลร.ดวยก็ไดสําหรับ
ทบ.ไทยใน ปจจุบันยังไมมกี ารจัดต้งั นายทหารดงั กลาว
นายทหารฝายอํานวยการ ทลร.ตองเปนผูที่ผานการฝก และมีคุณวุฒิในการปฏิบัติงานการ
กํากบั ดูแลทางเทคนิค และการดําเนนิ งานทางธุรการของหนวย ทลร.มาแลวเปนอยางดเี พราะจะตองทํา
หนาที่
- กํากับดูแลการปฏิบัตขิ องหนวย ทลร.
- วางแผนการใชหนว ย ทลร.ตามสถานการณตาง ๆ
- ประสานการฝก ของหนว ย ทลร.
- ประสานการปฏบิ ัติและความตองการดานการสอ่ื สาร
- ออกคาํ สั่งและนโยบายเกี่ยวกบั งาน ทลร.
- ตรวจสอบระบบการรายงานเหตุการณ และกระจายขาวสารท่ีสาํ คญั ไปยงั หนวยทเ่ี กย่ี วของ
- จัดวางระบบการรายงานขาวกรองทางเทคนคิ
- เสนอแนะตอผบู งั คบั บญั ชาในเรือ่ งการใชหนว ย ทลร.และประสานกับหนวยงาน ทลร. อ่ืน ๆ
ข. ศูนยควบคุม ทลร. (EODC CENTER) เปนหนวยงานที่จัดไวใหแกหนวยบัญชาการระดับ
ตาง ๆ เปน ศนู ยบังคับบัญชา และควบคมุ การปฏิบัตงิ านของหนวย ทลร.ทง้ั ปวงทีไ่ ดรับมอบทาํ หนาที่รับ
รายงานเหตุการณ กําหนดลําดับความเรงดวนของเหตุการณที่ไดรับรายงานติดตามแผนกําหนดการ
ตรวจ คน สรรพาวุธระเบดิ และจดั หนวย ทลร. ออกปฏิบตั ิงานตามเหตุการณทไ่ี ดรบั มอบ นอกจากนี้ยัง
สามารถ ปฏิบตั กิ าร ทลร. ไดดวยตนเองภายในขีดจาํ กดั อันหน่ึง
สําหรับ ทบ.ไทยในปจจุบัน เรายังมิไดจัดตั้งหนวยงานนี้ขึ้น ศูนยควบคุม ทลร.แตละศูนย
สามารถทําการควบคุมตอหนวย ทลร. ไดตั้งแต 3 ถึง 9 หนวย ตามความจำเปน การปฏิบัติงานอาจ
เปนแบบรวมการหรือแบบแยกการกไ็ ดตามความเหมาะสม การปฏิบตั แิ บบรวมการเหมาะสําหรับพ้ืนท่ีท่ี
มีการสื่อสารดีในกรณีเชนนี้เหตุการณตาง ๆ ตองรายงานเขาสูศูนยควบคุม ทลร. กอนผานไปยังหนวย
ทลร.ซึ่งเปนหนวยปฏิบตั ิสําหรับการปฏิบัติแบบแยกการนั้นเหมาะสมสําหรับกรณีที่หนวย ทลร.แยก
กระจายอยูหางไกลกัน การติดตอสื่อสารไมสะดวก เหตุการณตาง ๆ จะรายงาน เขาสูหนวย ทลร.
โดยตรง เมื่อปฏิบัตภิ ารกิจเสร็จสิน้ แลว หนวย ทลร.นั้น ๆ จึงรายงานผลการปฏิบัติไปยังศูนยควบคุม
ทลร.ในภายหลงั
63
ค. หนวยตรวจคน สรรพาวุธระเบิด (EXPLOSIVE ORDNANCE RECONNAISSANCEEOR)
หนวยงานทง้ั ทหาร และพลเรือน ควรไดจัดใหมีเจาหนาท่ีรับผิดชอบในการตรวจคน สรรพาวุธระเบดิ ไว
ประจํา คายหรอื ที่ตง้ั หนวยราชการน้ัน ๆ เพอื่ ชวยเหลือในการปฏบิ ัติงาน ทลร.เจาหนาทต่ี รวจคนจึงได
รับการฝก ใหมีความคุนเคยกบั สรรพาวุธระเบิดนานาชนดิ เพื่อใหสามารถทําการพิสูจนทราบไดโดยไม
ผิดพลาด และมีความรูถึงอันตราย และการปองกันอันตราย มีความ เขาใจในระบบการรายงาน และ
สามารถดําเนินการทําลายขั้นตนไดโดยจํากัดเจาหนาท่ตี รวจคนทาํ หนาที่
- สอบสวนหาแหลงขาวสรรพาวุธระเบิดที่ยังไมระเบิด ( UNEXPLORED EXPLOSIVE
ORDNANCE - UXO ) และยนื ยันเหตกุ ารณ
- วิเคราะหรอ งรอยทีพ่ บเห็นในเหตุการณ
- คนหาตาํ แหนงทีอ่ ยูของ UXO ใหทราบโดยแนช ัด โดยพิจารณาจากรองรอยตา ง ๆ
- ทําเคร่อื งหมายบอกอนั ตรายของพื้นท่ีเหตกุ ารณ
- จดั ทาํ มาตรการการปองกันเพื่อลดอันตราย
- ใหความชวยเหลือแกเจา หนา ท่ี ทลร.ตามทตี่ องการ
- ในกรณฉี กุ เฉินอาจไดรบั มอบใหปฏิบัตกิ ารทาํ ลายขนั้ ตนไดโดยจํากดั
ง. หนวยงาน ทลร. (EXPLOSIVE ORDNANCE DISPOSAL-EOD) มีภารกิจในการดําเนินการ
ตรวจคน ขั้นสุดทายดว ย ทําการพสิ ูจนทราบ ทาํ การนริ ภัย ทาํ การเก็บกูทําการประเมนิ คาในสนาม และ
ปฏิบัติการทําลายขั้นสุดทายดวยตอสรรพาวุธที่ยังไมระเบิดทั้งปวงอันไดแกกระสุนปนใหญลูกระเบิด
อากาศลูก ระเบิดขวาง ดินระเบิดในการทําลายซึ่งไดยิงออกไป ทิ้งลงมา ขวางออกไป วางไว หรือต้ัง
ชนวนไว และมีสภาพอันกอใหเกิดอันตรายหรือความเสียหายตอบุคคล ทรัพยสิน และ
ยทุ โธปกรณ ภารกิจหลกั ของ ทลร. ดังกลาว คือการทาํ ใหชนวนของยทุ โธปกรณก ระสุนพรอมทาํ งานแล
วหยุดการทํางาน หรือยอมใหทํางาน ตอไปได แตจะตองไมกอใหเกิดอันตรายแกบุคคล ทรัพยสิน
หรอื ยุทโธปกรณ ทงั้ น้ีโดยใชเคร่อื งมอื และกรรมวิธพี เิ ศษในงาน ทลร.นอกจากนี้ก็ยงั มภี ารกจิ ทเี่ กยี่ วเนื่อง
อันเปนภารกิจรองซึ่งไดแก การฝกเจาหนาที่ตรวจคน การสนับสนุน ทลร. ในงาน รปภ.บุคคลสําคัญ
การตรวจพสิ จู นทราบ และการรายงานขาวกรองทางเทคนิคเกี่ยวกับสรรพาวุธระเบิดแบบใหมและ/หรือ
แบบที่ผิดปกติการให ความชวยเหลือในการทําลายกระสุนเสื่อมสภาพ รวมทั้งการใหคําแนะนํา และ
ความชวยเหลอื แกเจาหนาที่ ฝายบานเมืองเมื่อไดรับอนุมัติ นอกจากภารกจิ หลัก และภารกจิ รองดงั ได
กลาวมาแลวยังอาจไดรับการรองขอใหช วยทําหนา ทีซ่ ึง่ เกี่ยวขอ งกับการใชความรูความชํานาญในทาง
ทลร.อีกดวยแตก็ตอ งถือเปนความเรง ดวนในอันดบั รอง ซ่งึ ไดแก.-
- การกวาดลางสนามยิงปน
- การชว ยเหลอื หนวยตาง ๆ ในการทาํ ลาย กระสุน
- การชว ยฝก สอนการทำลายกระสนุ กรณีฉกุ เฉนิ
- การใหความชวยเหลอื ในงานทําลายซง่ึ มิใชภารกจิ ทางทหารเม่ือไดรับอนมุ ัติ
- การใหความชวยเหลือหนวยงานพลเรือนในการเก็บกูระเบิดแสวงเครือ่ งและอุปกรณการ
กอวินาศกรรม
- การใหความชวยเหลอื ในงานฝกและสาธิตเกยี่ วกบั กระสนุ และการจดุ ระเบิด
- การตรวจสภาพกระสนุ ทีจ่ ะเก็บเปนอาวุธพพิ ธิ ภัณฑ
64
- การตรวจวัตถุระเบดิ จากเศษซากวสั ดุท้ังทางทหารและพลเรือน
- การนํากระสุนทีต่ ิดคางอยูใ นลํากลอ งออกจากอาวุธปน
ในเหตุการณเก่ยี วเนอื่ งกบั ทุนระเบดิ และสนามทุนระเบิดนั้น หนวยทหารทุกหนวยไมวาจะเปน
ทหาร เหลาใดก็ตาม ตองสามารถใชทุนระเบิด และกวาดลางทุนนระเบิด เพื่อหนวยของตนเคลื่อนที่
และปฏิบัติการตอไป รวมทั้งกวาดลางทุนระเบิด กับระเบดิ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตนไดในขณะท่ี
ทหารชางมีหนาที่ให คาํ แนะนาํ ทางเทคนิค และใหความชวยเหลือในเรื่องการสงครามทุนระเบิด และ
เปนผูดาํ เนินการวางสนามทุนระเบิดเปนฉากขัดขวางตลอดจนดําเนินการตรวจคน เก็บกู และกวาดลาง
สนามทุนระเบิด ในกรณที พ่ี บทุนระเบิดท่ีไมเ คยตรวจพบมากอน หนวย ทลร.กจ็ ะตองดาํ เนนิ การในดาน
การขาวกรองทาง เทคนิคตามความตองการของหนวยเหนือ และในกรณีที่เปนทุนระเบิดที่วางไวท่ี
สะพานหรอื สถานท่ีทเี่ รา จำเปนตอ งเขาไปใช และจําเปนตอ งเกบ็ กูด วยมอื แลว หนวยทหารท่ตี รวจพบก็
อาจรองขอใหหนวย ทลร. สนบั สนนุ ได
มูลฐานในการจัดหนวย ทลร.คอื 1 หนวยตอ กาํ ลงั พล 30,000 คน หรืออาจพิจารณาตามสภาพ
ภูมศิ าสตร ในเกณฑ 1 หนวยตอประชากร 3-5 ลานคน หรอื 1 หนวยตอพื้นที่ ตั้งแต 75-85,000 ตาราง
ไมล ทั้งนแี้ ลวแต ความหนาแนนของประชากร สําหรับในเขตหนาของยทุ ธบรเิ วณน้ันถือเกณฑการจดั 2
หนวย ตอ 1 กองพล อิสระ 5 หนวยตอ 1 กองทัพนอยอิสระและ 8 หนวยในพืน้ ที่เขตหลังโดยอาจ
เพิม่ เตมิ ไดตามความจําเปน ทงั้ นีข้ ึน้ อยูกับประมาณงาน และภัยคุกคาม จากฝายตรงขาม
3. การปฏบิ ัติ
เมื่อมีการตรวจพบหรือคนพบสรรพาวุธที่ยังไมระเบิด การรายงานนั้นใครจะเปนผูรายงานก็ได
แต หนทางท่ีดีควรเปนเจาหนา ที่ตรวจคน เพราะรายงานจะไดมีความถูกตองสมบูรณเ นื่องจากมีความ
รอบรูและ คุนเคยกับสรรพาวุธระเบิดดีกวาผูอื่น โดยรายงานผานหนวยในสายงานไปยังศูนยควบคุม
ทลร. หรือรายงาน ตรงไปยังหนวย ทลร. ที่กําหนดไวระหวางที่รอการปฏิบัติอยูนั้น เจาหนาที่ตรวจ
คนจะตองดําเนิน มาตรการปองกันหาง ๆ เชน การอพยพ การสรางสิ่งกําบัง ฯลฯ และเตรียมการชวย
เหลือแกหนว ยทลร.ซ่งึ จะ เขามายงั พ้ืนท่ี
เมื่อศูนยควบคุมไดรับรายงานเหตุการณ ทลร. จะตองพิจารณากําหนดความเรงดวนตาม
ความสําคัญของเหตุการณน้ัน ๆ แลวจัดชุด ทลร.ออกไปปฏิบัติการเมื่อเสร็จภารกิจแลว หนวย ทลร.
ผูปฏิบัติจะรายงานผลใหศูนยควบคุม ทลร. ทราบ ในกรณีที่เปนการปฏิบัติแบบแยกการเจาหนาท่ี
ตรวจคน อาจรายงานเหตุการณตรง ไปยังหนวย ทลร.เม่ือหนวย ทลร. ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ แลวจึงแจงใหศนู ย
ควบคมุ ทราบในภายหลัง
ลําดับความเรงดวนกําหนดขึ้นตามความสําคัญ ของเหตุการณ ปกตินั้นเหตุการณท่ีมีความเรง
ดวน อันดับแรกเปนเหตุการณท่ีถือวาเปนภัยคุกคามตอการปฏิบัติทางทหาร หรือทางพลเรือนที่จําเปน
ตอการ ดําเนินการสงครามหรือการปองกันประเทศ และอาจกอใหเกิดภัยอยางใหญหลวงจะตองรีบ
ดําเนินการ ทลร. ในทันทีโดยไมคํานึงถึงการเสี่ยงตออันตรายเหตุการณที่มีความเรงดวนในลําดับ
รองลงมาเปน เหตุการณท่ีไมมีผลกระทบโดยตรงตอการปฏิบัตกิ ารทางทหารหรือทางพลเรือน ใน
การสงครามหรือการปองกัน ประเทศในเหตุการณเชนนี้ความปลอดภัยของเจาหนาทีท่ ลร.ที่จะทําการ
นิรภัยเปนส่ิงท่ตี องคํานึงถึง เหตกุ ารณทมี่ คี วามเรง ดว นนอยท่สี ุดเปน เหตุการณท่ีมผี ลนอยตอเจาหนาที่
ทางทหารหรือพลเรือน หรือไมมี ผลเลย และไมม ีผลกระทบตอการรบหรือการปองกันประเทศ ปกติจะ
65
ดําเนินการเมื่อโอกาสอํานวยให แ ละไมมีเหตกุ ารณลําดบั ความเรงดวนสงู กวารออยูสวนมากจะทําการ
ทาํ ลาย ณ ที่พบ หรือขนยายไปยงั สนาม ทําลายเพอื่ ดําเนินการตอไป
ในบางครั้งหนวย ทลร.อาจไดรับคําสั่งจากหนวยเหนือใหทําการถอดแยกยุทโธปกรณกระสนุ
โดยเฉพาะ กระสุนตางชาติท่ีเปนของใหมเ ปนกระสุนที่มีลักษณะผิดปกตหิ รือกระสุนทีไ่ มเ คยพบเห็นมา
กอน เจาหนาท่ี ทลร. จะทําการถอดแยกดวยวิธีที่ปลอดภัยโดยทําการถอดจากระยะไกล ทําการศึกษา
วิเคราะหและ ประเมนิ คา ของกระสนุ น้ัน ๆ และจัดทํารายงานขา วกรองทางเทคนิคเพือ่ ใชประโยชนใน
ราชการตอไป
4. ความรับผิดชอบ
กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบในการดําเนินการทําลายสรรพาวุธระเบิด ทําการฝกและใหความ
ชวยเหลือแกหนวยงานพลเรือนในดานการสนับสนุนทางทหารโดยผานหนวยงานทางทหารในสังกัด
กองทพั บก กองทัพเรือ และกองทพั อากาศ กองทพั บกรบั ผิดชอบเกี่ยวกับ
- การทาํ ลายสรรพาวุธระเบิดท่ียงั ไมระเบิดทั้งปวง เวนสวนทีอ่ ยูในความครอบครองของ ทร.,
นย. และทอ.
- การทําลายสรรพาวุธระเบดิ ทั้งปวงที่ฝายขา ศกึ นําเขามาใชห รือฝายพนั ธมิตรนําเขามาตอสูกับ
ขา ศกึ เวน เหตุการณ (INCIDENT) ที่ไดแบงมอบความรบั ผิดชอบใหแก ทร., นย. และ ทอ.
การจัดตงั้ และปฏบิ ตั ิการลาดตระเวณตรวจคนสรรพาวุธระเบดิ และระบบการรายงานเหตุการณ
(INCIDENT REPORTING SYSTEM) โดยปฏิบัติงานรวมกันระหวางหนวยทหารกับหนวยงานปองกัน
ฝายพลเรือน
- การฝกการลาดตระเวณตรวจคนและชว ยเหลือในการวางแผนใหแกหนว ยราชการพลเรือน
- การติดตอประสานกับหนวยงานพลเรือนในฐานะที่ ทบ. เปนหนวยงานหลักของ
กระทรวงกลาโหม เพอ่ื หยดุ ยัง้ การทํางานของอาวุธนวิ เคลียรที่ถกู ลักลอบนาํ เขาประเทศ
- การทําลายสรรพาวุธระเบิดในทุกพื้นที่ที่อยูในการควบคุมของรฐและองค ั การพลเรือน
สําหรับการ ทําลายวัตถุระเบิดทางพาณิชยที่มไิ ดใชในการทหารหรือวัตถุอันตรายในครอบครองหรือใน
พื้นที่ควบคุมของ หนวยงานพลเรือน เปนความรับผิดชอบของหนวยนั้น ๆ แตทบ.ก็อาจใหความชวย
เหลือในการทําลายไดเมือ่ ไดรบั การรองขอ และผูบังคับบัญชาที่รับผิดชอบพิจารณาแลวเห็นวาตองชวย
เหลือเพื่อความปลอดภัย ของสาธารณชนหรอื เพื่อผลทางการประชาสัมพันธ
- การทําหนาที่เปน หนวยหลักในการติดตอกับ หนวยอารักขาบุคคลสําคญั ของชาติ (SECRET
SERVICE) ในการบรกิ ารดาน ทลร.
- การดํารงกิจกรรมการฝกการวิจัยและการพัฒนา เพื่อสนับสนุนการบริการ ทลร. ไวโดย
ตอเนอ่ื ง
สำนักงานตํารวจแหงชาติ รับผิดชอบเกีย่ วกับ
- การตรวจคนสรรพาวุธระเบดิ ทยี่ ังไมระเบดิ ท้งั ปวงในพนื้ ทีร่ บั ผิดชอบทางพลเรอื นแลวรายงาน
เหตุการณไ ปยังหนว ย ทลร.เพื่อปฏิบัติการทาํ ลายตอไป
- การตรวจคนอาวุธนิวเคลยี รที่ถกลู ักลอบนําเขาประเทศเพื่อขอความชว ยเหลือจากหนว ยท่ี
เกีย่ ว ของใหดาํ เนินการตอไป
66
- การตรวจคน การนิรภัยและการทําลายระเบิดแสวงเครื่อง หรือระเบิดที่มีผูประดิษฐขึ้นเอง
พัสดุท่ถี กู ทิง้ ไวสญู หาย หรือวัตถรุ ะเบดิ ทางพาณชิ ยท่ีชํารุดระหวางการขนสง รวมท้งั วัสดุและวัตถุระเบิด
ที่มิไดใ ชใ นทาง ทหารแตมอี นั ตรายคลายคลงึ กัน
5. บทสงทาย
หนวย ทลร.ใน ทบ.ไทยของเรานั้น ไดจัดตั้งขึ้นตามหลักนิยมของ ทบ.สหรัฐฯ ก็จริงอยูแต
ทวาเราได จัดตั้งขึ้นเฉพาะหนวยปฏิบัติการ ทลร.เทานั้น หนวยงานหรือองคการอื่นที่เกี่ยวของใน
กระบวนการแบบ ครบวงจร เชน นายทหารฝายอํานวยการ ทลร.,ศูนยควบคุม และหนวยตรวจคน
เปนตน เราหาไดจัดตั้งขึ้นดังนี้แล การปฏิบัติงานของหนวย ทลร.เราจึงยังไมสมบูรณแบบ โดยเฉพาะ
ขนาดของหนวยมีขนาดเล็ก มาก ประกอบดวยกําลังพลเพียง 15 นาย แตตองรับผิดชอบในการ
ปฏิบัติงานทัง้ ปวง ทั้งงานธุรการ งานสงกําลงั และงานปฏบิ ัตกิ ารทําลายตามภารกิจ จึงเปนธรรมดาอยู
เองที่ประสิทธิภาพจะตองลดลง และจะหวงั ใหมีประสิทธิภาพสมบูรณดังหนวย ทลร.ของสหรัฐฯ หาได
ไม
ปญ หาที่หนวย ทลร. ของเรามักประสบอยูเนือง ๆ กค็ ือไมสามารถสนองตอบตอเหตุการณได
ทันที เพราะการออกปฏิบตั ิการของหนวย ทลร.ทุกคร้งั จะตองมคี าํ สงั่ หากเปนการปฏิบตั กิ ารในพื้นท่ีตาง
จังหวัด ก็จําเปนตองมีคําสั่งการเดินทางเปนลายลักษณอักษรจาํ เปนตองเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางโดย
หลักฐานและ กรรมวิธีที่กินเวลามิใชนอย หากตองรอผลการดําเนินการดานธุรการดังกลาวมาแลวก็
สุดวสิ ัยท่จี ะออกไป ทาํ งานไดทันการ เพราะฉะนั้นผูบังคับบัญชาจึงตองเขาใจในปญหาน้ี และแกปญหา
โดยสั่งการดวยวาจากอน แลวออกคําส่ังลายลกั ษณอักษรใหภายหลังโดยใหหนวย ทลร. ออกปฏิบัตกิ าร
ไดท นั ทีทไี่ ดร ับรายงาน เหตกุ ารณ (INCIDENT REPORT) และอํานวยความสะดวกใหตามความจาํ เปน
ในดานคุณวุฒิแมเ จาหนา ท่ี ทลร.ทุกนายจะสําเร็จการศึกษาหลกั สูตร ทลร.และไดรับการฝกให
ปฏิบัติการทําลายไดอยางมีประสิทธิภาพมาแลวก็จริง แตเนื่องจากระยะเวลาการศึกษาในหลักสูตรมี
จาํ กัด จึงไมสามารถจะฝกจนมีความชํานาญได เมอื่ สําเร็จการศึกษาไปแลวจงึ จําเปนตอ งหมั่นฝกทบทวน
สิ่งท่ีได เรียนมาแลวและเอาใจใสศึกษาวิทยาการใหมๆ อยูเสมอ แมผูท ีป่ ระจําอยูในหนวย ทลร.เองก็
เถอะ ก็จําเปนจะตองหมั่นฝกศึกษาเชนเดียวกันจึงจะสั่งสม ความชํานาญไดมากพอที่จะเผชิญ
สถานการณไดโดยไมพรั่นพรึงโดยเฉพาะอยางยิ่งงาน ทลร.จําเปนตองใช เจาหนาที่ที่มีความรูมี
ประสบการณ มีการตกลงใจปฏิบัติการไดอยางถูกตองงาน ทลร.จึงจะมีประสิทธิภาพ ประการสําคัญ
ตองระลึกไวเสมอวา " แมการทาํ งานของคนเราโดยทั่วไป ยอมมีการผดิ พลาดไดบาง แตงาน ทลร.นั้น
เรามีโอกาสผิดพลาดไดเพียงครง้ั เดยี ว และจกั ไมมวี ันแกตวั ไดอีกเปน อนั ขาด "
67
การปรับเทยี บสภาพทางขปี นะวธิ ี
เปนการบริการสรรพาวุธสาขาหนึง่ ซึ่งเปนการพจิ ารณาความเร็วตนของลูกกระสนุ ที่ยิงออกไป
จาก อาวุธปนใหญโดยใชเครื่องมือวัดความเร็วตน เมื่อทราบคาความเร็วตนจากปนแตละกระบอก
แลวจะ สามารถคํานวณวถิ ีกระสนุ ทย่ี ิงออกไปจากปนกระบอกนนั้ ๆ ได การปรับเทยี บสภาพขีปนะวิธีมี
2 วิธคี อื แบบสมั บรู ณ (absolute) และแบบ เปรียบเทียบ (Comparative)
การปรบั เทียบสภาพทางขีปนะวิธีแบบสมั บรู ณ
เปนการพิจารณาความเรว็ ตนของปนกระบอกใหม หรือปน ที่ซอมเปลยี่ นลำกลองใหมที่จะนํามา
จายใหกับหนวยใชโดยทําการยิงเปรียบเทียบหาความเร็วตนกับปนกระบอกที่เปนมาตรฐาน และยิง
ดวยกระสนุ ที่ไดม าตรฐานตามปกตจิ ะไมกระทาํ ในสนาม จะทําการปรับเทยี บสภาพมาจากโรงงาน หรอื
สนามทดสอบสรรพาวุธ เพื่อทราบคามาตรฐานของปนกระบอกนั้น ๆ เชน ป.90 มม.เมื่อทําการ
ปรับเทียบสภาพแลว ปรากฎวาปนกระบอกนั้นมีความเร็วตน 1,625 ฟุตตอวินาที ปนกระบอกนั้นก็จะ
นาํ มาจายเปน ปน กลุมทีม่ ี ความเร็วตน 1,625 ฟุตตอวินาที ซง่ึ ไมใชเปนปน มาตรฐานท่ีมีความเร็วตน
1,700 ฟุตตอวินาที
การปรับเทยี บสภาพแบบเปรยี บเทียบ
เปนการพิจารณาความแตกตางในความเร็วตนของปนแตล ะกระบอกที่อยูในกองรอยหรือกอง
พัน ป.โดยใชกระสุนเลขงานเดียวกันมียานน้ำหนักเดียวกัน ทําการยิงวัด ความเร็วตนของปนแตละ
กระบอกไวแบงออกเปนเกรดตาง ๆ แลวจึงนํามาจัดเปนกลุมใหมใหปนในกลุมเดียวกันมีความเร็ว
ตนใกลเคียงกัน วธิ ีนี้จะทําใหปนทีอ่ ยูใ นกลุมเดยี วกัน มีความแมนยําในการยงิ เปนกลุมกอนสะดวกแก
การแกไขใหปนแตล ะกระบอกมตี ําบลกระสุนตกตามที่ตองการได การวัดความเร็วตน เปน การวดั กําลัง
ที่ใชยิงของอาวุธ-กระสุน-ดินสงกระสุนรวมกัน ความเร็วตนของอาวุธจะแตกตางกันไปตามสว นบรรจุ
ตามปกติ การปรบั เทยี บสภาพจะกระทาํ เฉพาะสวนบรรจสุ วนใดสว หนึง่ จงึ จาํ เปนตอ งเลือกสว นบรรจุที่
ใชยงิ บอยมากท่ีสุด การจัด กลุมอาวุธตอ งอาศยั การปรบั เทียบสภาพดวยสว นบรรจุเดยี วกัน
ในการยิงปรับเทยี บสภาพ เพื่อทีจ่ ะใหไดข อมูลท่ีถูกตอ งและเพยี งพอและใหไดคา การปรับเทียบ
สภาพที่ใกลเคียงมากที่สุด หนวยจะตองมีกระสุนทีม่ ียา นน้ำหนักเดียวกัน และเลขงานเดียวกันจํานวน
เพยี งพอ ปนแตละกระบอกควรใชกระสุนในการยิงปรับเทียบสภาพจํานวน 8 นัด ในจํานวนนี้จะใชสอง
นัดยงิ ปรับสภาพ อาวุธ (อุนเครื่อง) ผลที่ไดรับอาจตัดออกทิ้งได ถาไดคาท่ีมีความผิดพลาดตาง ๆ กัน
มาก ชนิดและขนาดของอาวุธรวมทั้งความถ่ีในการยิง เปนสิ่งกําหนดความจําเปนในการปรับเทียบ
สภาพ ปน ลาํ กลองใหมทุกกระบอกควรไดรบั การปรับเทียบสภาพหลังจากไดรับอาวุธมาแลวใหเร็วท่ีสุด
เทาท่จี ะทาํ ได หลังจากน้ันปนทุกกระบอกที่ประจาํ การอยูควรไดรบั การปรับเทียบสภาพใหมอยางนอยป
ละครั้งถามีการใชยิง เปนจํานวนมากอาจจําเปนตองทําการปรับเทียบสภาพใหมใหบอยครั้งขึ้น
เครื่องมือที่เรียกวา PULLOVER GAGE ใชสําหรับวัดระยะระหวางสันเกลียวในลํากลองที่อยูใกลจุดเรมิ่
ตนของเกลียวไดอยางละเอยี ด การ สึกหรอของลาํ กลองไมค วรถือเปนการปรบั เทยี บสภาพ แตใชสาํ หรับ
ตรวจกลุม อาวธุ ที่มีความเรว็ ตนผิดพลาดมาก อยางไรกต็ าม การวัดการสึกหรอของลาํ กลองนี้มีความ
เชื่อถือในการ พิจารณาความผิดพลาดของความเร็วตนไดเพียงเล็กนอยคาที่อานไดจาก PULLOVER
GAGE วดั น้อี าจ นํามาใชแบงกลมุ อาวธุ ในข้นั ตน แลว ใหทาํ การปรบั เทยี บสภาพทนั ทที ี่มีโอกาส
การสึกหรอของอาวุธ เปนไปตามจํานวน และชนิดของกระสุนที่ไดใชยิงไปแลวตามสวนบรรจุ
ตาง ๆ คาการสึกหรอของลํากลองสําหรับกระสุนแตละนัดขึ้นอยูกับกระสุนแตละชนิดและแตละสวน
68
บรรจุมีการ กําหนดคาสมบูรณสวนบรรจุเต็ม (EQUIVALENT FULL CHARGE) ไวสําหรับใชเปน
แนวทางในการ ประมาณอายขุ องลํากลองปน ในการยิงกระสุนแตละชนดิ อยางคราว ๆ เรยี กวาคา EFC
โดยกําหนดคาการสึกหรอของการยิงกระสุนหลัก หนึ่งนัดสําหรับปนแตละชนิด มึคา EFC 1.00 กระสุน
ชนิดอื่นกจะก ็ ําหนดคา EFC เปรียบเ* ียบไวเพื่อใชสําหรับประมาณอายุการใชงานของอาวุธที่ใชยิง
กระสุนแตละนัด คาเหลานีม้ ีไว เพื่อชวยเจาหนาที่ในการประมาณความตงอการลํากลองปนแตละชนดิ
ตัวอยา ง เชน ปบค.105 มม. ใชย ิง กระสุนหลักคือ HE M1 ดวยสวนบรรจุเต็ม (7) ลํากลองปนมีอายุใช
ยิงได 20,000 นัด มีคา EFC = 1.00 เมื่อ ใชยิงสวนบรรจุ 6 ยิงได 62,000 นัด คา EFC = 0.32 ยิงสวน
บรรจุ 5 ยงิ ได 167,000 นัด คา EFC = 0.12 ยิงสวนบรรจุ 4 ยงิ ได 488,000 นัด คา EFC = 0.041 แต
เมื่อใชยิงกระสนุ HEP-T M327 ซ่ึงมึคา EFC = 2.96 ลาํ กลองปนจะมอี าวุธในการใชยิงไดเพียง 6,800
นัดเทานั้น อายุการใชการไดของลํากลอง ไมไดยึดถือตามจํานวนกระสุนที่ใชยิงจริง หรือคา EFC
คาเหลานี้ใชส าํ หรับการประมาณการเทา น้ัน การใชการไดของลํากลองใหยึดถือตามผลการวดั ขนาดลํา
กลองจริงดวย PULLOVER GAGE และการตรวจสภาพลํา กลองดวยสายตาโดยใช BORE SCOPE
อยางไรก็ตาม การใชอาวุธยิงกระสุนอะไรออกไปเปนจํานวนเทาใดก็ยังจําเปนตองบันทึกไวในสมุด
ประวตั ปิ น เพอ่ื ใชสําหรับประมาณคาอายลุ าํ กลอง
ความเร็วตน (MUZZLE VELOCITY) ตามความหมายที่แทจริง หมายถึงความเร็วตนของลูก
กระสุนที่ปากลํากลองปน แตในทางปฏิบัติจะวัดตรงจุดที่อยูหางจากปากลํากลองออกไประยะหน่ึง
ประมาณ 70 ฟตุ ทัง้ นเ้ี พ่ือปองกนั เครอ่ื งวดั ชํารุดเสียหายจากแรงดันทปี่ ากลํากลองปน และเนือ่ งจากลูก
กระสุนจะมีอัตรา เรงเพิ่มขึ้นอีกเลก็ นอย หลังจากพนปากลํากลองออกไปแลว เพราะความเร็ว และ
แรงดันจากแกสของดินสง กระสุนยังมีเหลือคางอยูจึงทําใหความเรว็ ตนสูงสุด เมื่อลูกกระสุนพนปาก
ลํากลองออกไปเล็กนอย CRONOGRAPH เปนเครื่องมือท่ใี ชในการจับเวลาการเคลื่อนท่ขี องลูกกระสนุ
ระยะหนึ่งความเร็วเฉลี่ย ที่จุดกึ่งกลางระยะทางนั้น สามารถหาไดโดยการหาระยะทางดวยเวลาการ
เคลื่อนที่ของลูกกระสุนซึง่ กําหนดใหเ ปนคาความเร็วตน ในการแจกจายอาวุธใหกับ พัน.ป. เชน จาย
ปกค.155 มม.เอ็ม 109 จํานวน 18 กระบอกถาไมมีขอมูลการปรับเทียบสภาพแบบสัมบูรณ เจา
หนาที่ สพ.จะตองใช PULLOVER GAGE วดั ขนาดลํากลอง และใชเปนขอมูลในการแจกจายขั้นตน
เปนการช่ัวคราวสาํ หรบั แตละกองรอยและใหใชไป จนกวาจะไดร บั การปรบั เทียบสภาพในสนาม จะตอง
จัดชดุ ปรบั เทยี บสภาพของ สพ.ไปทําการ ปรับเทียบสภาพใหโดยตองมกี ระสนุ และดินสง กระสนุ เลขงาน
เดียวกันใหเพียงพอ ฝอ.3 ของกองพัน เปนผูพิจารณาใหใชสวนบรรจุที่ครอบคลุมระยะยิงที่ตองการ
ตามภารกิจของกองพันทั้งในปจจุบันและในอนาคต เชน กำหนดใหใชดินสงกระสนุ เอ็ม 3 สวนบรรจุ
4 GB ทําการยิงปรับเทยี บสภาพอาวธุ ทุกกระบอกโดยใชกระสุนกระบอกละ 8 นัด นําคาความเรว็ ตนท่ี
ใกลเคียงกัน จำนวน 6 นัด มาหาคาเฉลี่ยเพื่อกําหนดใหเปน คาความเร็วตนของอาวุธกระบอกน้ัน
สวนคา ที่ ผิดพลาด ตางกนั มากจํานวน 2 นดั ใหตดั ออก
การบรกิ ารในความรบั ผดิ ชอบของ กช.
การเลอื กท่ีต้งั สิง่ กอสรา งและสาธารณูปโภคทางทหาร
1. กลาวนํา (Jntrotuction)
การพจิ ารณาในเบื้องตนของส่ิงปลกู สรา งในเขตยุทธบริเวณนั้น จะตองพจิ ารณาถึงกําลังพล
ที่มี, วัสดุกอสราง, อุปกรณและเวลา เปนประการแรก ซึ่งสิ่งตาง ๆ นี้จะตองสอดคลองกับที่ตั้งท่ี
69
เหมาะสม เพื่อให การกอสรางไดรับความสะดวก ปญหาการเลือกทีต่ ั้งนี้ผูที่ทําหนาที่ในฝา ยอํานวยการ
ทกุ ระดับ หนวยกอสรา ง ตัง้ แต กองพนั ช. กอสรา งขนึ้ ไป จะตองมคี วามสามารถเลอื ก และเสนอแนะ
ผูบงั คบั บัญชาของตนไดอยางถกู ตอง
2. หลกั การโดยทัว่ ไปสําหรับการกอสรา งในเขตยุทธบรเิ วณ (Construction policy in T/O)
2.1 การพิจารณาเบ้ืองตน
2.1.1 ความรวดเรว็ ในการกอสรา ง (Speed of construction)
ตองกําหนดโครงการกอสรางใหสามารถสรางไดโดยรวดเร็ว เมื่อตองประสพกับสภาพของการ
ปฏบิ ัตขิ องขาศกึ
2.1.2 ใหมีการออนตวั ได
การวางแผนตองระมัดระวังอยา งรอบคอบ ใหเปลี่ยนแปลงไดงายเมื่อประสพจากการ กระทํา
ของขา ศึก ดังน้ันท้ังแผน และโครงการจะตองเตรยี มไดทุกแงทุกมุมในเหตุการณท จี่ ะประสพและแกไ ขไว
แตตนเหตุ
2.1.3 ใหใชไ ดเปนข้ัน ๆ ไป (Satisfaction of immediate needs)
อาคารหรือสิ่งกอสรางใด ๆ ก็ตามจะตองวางตารางกําหนดใหใชตามขั้นตอนที่สรางเสร็จ
บางสวนไดทนั ที และย่ิงใชไ ดด ยี ่งิ ข้นึ เมอ่ื งานดาํ เนนิ ในข้ันตอ ๆ ไป
2.1.4 การประหยัด
ความตอ งการในเร่ืองการประหยัดนับวาเปนสิง่ สําคัญทนี่ ายทหารจะตองคาํ นึงถึงดวย ไมใชเพราะเรื่อง
เงินเทาน้ัน ตองคิดถึงแรงคน วัสดุ การขนสง และอุปกรณท ี่จะใชป ระกอบดว ยการใชสิ่งที่ หาไดในทอง
ถ่ิน และการปฏิบัตทิ ่เี หมาะสม ตลอดจนการบาํ รงุ รกั ษาอุปกรณอยางถกู ตอง
2.2 นโยบายและมาตรฐาน
จะตอ งคาํ นงึ ถึงความมมี าตรฐานในการกอสราง, ความงา ยและขจัดสิ่งทีไ่ มจาํ เปน ออกไปใหหมด
ส้นิ วิธีการกอสรา งเกณฑปลอดภยั , ลําดบั การกอสรา ง, การเผ่ือในการเตรยี มสราง ตอเตมิ และใชสิ่งที่
มีอยูใหเปนประโยชนมากที่สุด
2.3 การทาํ มาตรฐานไว
2.3.1 การออกแบบจะตองเปนไปตามมาตรฐานที่วางไว โดยไดจัดทําและเตรียมทําเปนแบบ
เดียวกันออกแจกจายใหยึดถือไดยามปกติโดยกองทัพบก และแกไขใหทนั สมยั อยูเ สมอ
2.3.2 การแกไขจะตองไดทาํ โดยผเู ชีย่ วชาญโดยเฉพาะ
ในข้นั แรก โดยไดจากสงิ่ ทีม่ อี ยู
ขั้นสอง ใหเหมาะกับการสงกาํ ลงั บํารงุ ทหี่ นวยกําลังตา ง ๆ จะพงึ สามารถทาํ ได
ขัน้ สามกใ็ หหนว ยตาง ๆ สามารถพลิกแพงโดยอาศยั หลกั ทางเทคนคิ ท่วี างไวกอนได
2.3.3 มาตรฐานท่ีกองทัพบกไดกำหนดไวใหสามารถจะปรับปรุงไดในยุทธบริเวณโดยใหผันแปร
ไปตามสภาพดินฟาอากาศ, วัสดทุ ี่จะพึงหาได, ความชํานาญของกรรมกรพื้นเมืองท่ีจะหาได ผบ.ยทุ ธ
บรเิ วณจะตองคอยสอดสองและเตรยี มออกแบบผันแปรไปใหห นว ยสรางไดท นั ทอี ยเู สมอ
2.3.4 มาตรฐานที่มีอยูจะตองไมจํากัดทีน่ ายทหารชางจะแกไขได และดัดแปลงไดตามความ คิด
เห็นใหมๆ ท่เี หมาะสม แบบแผนมาตรฐานจะตองเขียนไวใหสามารถจะใชวัสดแุ ทนกนั ได
70
2.4 ความงาย
คอื ถา แมว าแรงงานท่ไี มมีความชาํ นาญก็สามารถกระทาํ ได
2.5 ขอจาํ กัดตอสิ่งจําเปน ทไี่ มสําคญั
ควรมีสิ่งที่ไมจำเปนนอยสุด เชน น้ำรอน, น้ำเย็น, การมบี ริการภายในบานก็ควรละเวนได
เม่อื ไมส ามารถจะทาํ ได
2.6 ส่งิ กอสรา งช่วั คราว
การกอสรางในยุทธบริเวณ ไมจําเปนจะตองกอสรา งอยางถาวร เชน อาจใชไ มแทนเหล็ก
ใชไมสดแทนไมที่ตากแหง ใชคอนกรีตชั้นเลวแทนคอนกรีตชั้นดี และเกณฑปลอดภัยก็ไมตองถือ
เทากบั สรางในยามปกติ
2.7 การจดั ลําดบั กอ สราง
การกอสรางควรจะไดแบงพวกใหทํากอนหลังใหส อดคลองกนั และจัดเปนชุดทีใ่ หทําตาม
ความชํานาญในสิ่งนั้น ๆ เชน การเทคอนกรีตฐานราก, การตั้งโครง, การใสหลังคา, การติดต้ังสายไฟ
ฯลฯ และ งานอื่น ๆ ที่จะทําควบคูกนั ไปก็ใหน ายทหารผูอํานวยการไดจัดอันดับใหสอดคลองกันหรือ
หมุนเวียนงานใหเหมาะสมกับงานนั้น ๆ ก็จะเกิดประสิทธิภาพดี และเสร็จโดย รวดเร็ว ระบบการ
ประสานงานนี้นับวาเปน หลักที่สําคัญมาก, การรวมมือระหวางหนวยกําลัง และความเขาใจอันดี
ระหวางกันจะทําใหงานลา ชา และ ขาดประสิทธิภาพ
2.8 การขยายและตอเตมิ
อาคารตาง ๆ จะตองคิดถึงการขยายตัวเมื่อมีความตองการเพิ่มขึ้น เชน โรงพยาบาล
จะตอ งใหตอเตมิ ออกไปใหรบั ผเู จบ็ ปวยไดมากขึน้ โรงเล้ยี งใหบรรจกุ ำลงั เพิม่ เติมได
2.9 ใหใชส่ิงท่มี เี ดิมได
ส่งิ ทม่ี ีอยูเดมิ อาจดดั แปลงใหใชได จะเปนการทนุ แรงงาน และวสั ดุ
3. ขอพึงประสงคทางการทหาร (Requirements)
3.1 กลาวโดยทวั่ ไป
ตามธรรมดาโครงการกอสรา งจะตองวางแผนข้ึนตนไวใหใชไดท นั ที ข้ันตอไปใหขยายไดต ามตองการ
3.2 ลําดับความเรง ดวน
จะตองใหมลี าํ ดับความเรงดว น ขนั้ ตอนของการกอสราง เพือ่ ใหสิ่งปลูกสรางน้ันไดบรรลุถึงจุด
น้ีท่ี จะใหไดใชรวดเรว็ ทีส่ ดุ
ความเรงดวนอนั ดับแรก
มที ี่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิง (POL) ลูกระเบิดและกระสุน มถี นนสําหรับขนสง ตามความจําเปน ,
มกี ารสุขาภบิ าลเทาทค่ี วร มบี ริการไฟฟา และนำ้ ใช
ความเรงดวนอนั ดบั สอง
มีทท่ี าํ การตามความจําเปน, มีโรงซอ มบํารงุ , มีโรงอาหารและปรับปรงุ ส่ิงปลูกสรางอันดับแรก
ใหด ีย่งิ ข้นึ
71
ความเรงดวนอนั ดบั สาม
มีอาคารอํานวยความสะดวกในทางธุรการ, มีอาคารสําหรับนายทหารชั้นนายพล และทหาร
หญงิ , ปรบั ปรงุ อาคารทางธรุ การใหดขี ึ้น
ความเรงดวนอนั ดบั ส่ี
บา นพกั ทัว่ ไป และพนื้ ท่ีพักผอ นหยอนใจ
4. หลกั ในการเลือกทีต่ ั้ง (Griteria for site selcotion)
4.1 การสาํ รวจท่ตี ั้ง
ตองมีทางขนสงลําเลียงสิ่งอํานวยความสะดวกเพียงพอและกวางขวางพอขยายได ที่ตั้งของ
สวนบริการสงกําลัง (Supply service) ควรอยูห างกนั ตั้งแต 1 - 5 ไมล
4.2 ภมู ิประเทศ
พื้นภูมปิ ระเทศท่เี หมาะควรมลี าด คือ มีลาดระหวาง 1% - 5% ถามากจะทาํ ใหเปลอื งแรงงาน
และ เวลาในการตัดลาด ซึง่ การตัดลาดก็ยอมทําใหเปนการถากถางพืช และตนไมทําการปกปด จากการ
พรางลดนอ ยเกนิ ไป
4.3 ลักษณะดิน
พื้นดินแข็งระบายน้ำงายเปนสิ่งพึงประสงคของที่ตัง้ คลังและโรงทหาร แตบางครั้งก็มีความ
จําเปนตอ งเลอื กพน้ื ดินท่ไี มเก้ือกลู ตอการสรางเพ่ือลดการ สนิ้ เปลอื งเวลาและวัสดุ
4.4 การระวังปองกัน และปกปด
ควรเลือกที่ตั้งที่แยกยายกันนั้นงายแกการพราง การเลือกที่ตั้งควรจะระลึกถึงสิ่งตางๆ
คือ หลีกเลี่ยงท่ตี ั้งที่ตั้งตอนโคงของลาํ น้ำ และตามจุดตา ง ๆ บนพื้นดินที่ใกลชุมทางถนน และรถไฟให
เลอื กที่ต้ังซึ่งมขี อบเขตไมเปนระเบียบ ซง่ึ แบงเปนเขตยอย ๆ ลงไปโดยร้วั พุมไม ถนน และลาํ ธาร
4.5 น้ำ
มีที่เหมาะในการไดน้ำมาแจกจายแกหนวยทหาร และโรงพยาบาลมากพอตองการและ
แหลง นำ้ นี้ จะตองมคี ณุ สมบตั ิเดมิ ท่สี ามารถทาํ ลายเช้ือและกรองไดงาย ซง่ึ หมายถงึ ลำธารทมี่ ีน้ำไหลอยู
ตลอดเวลา
4.6 การระบายส่งิ โสโครก
ควรลาดตระเวนหาที่ ๆ สามารถระบายสิ่งโสโครกโดยทางน้ำไดโดยไมตองทํากรรมวิธีใหหมด
สิ่งปฎิกลู สาํ หรับท่ีถายอุจจาระ และปสสาวะ พืน้ ดนิ ก็ตองดูดซมึ ไดง า ย
4.7 ไฟฟา
พยายามใหใช ไฟฟาจากกิจกรรมที่มีอยูแลว เชน ไฟฟาสวนภูมิภาค และไฟฟาจากเครื่อง
กาํ เนดิ ท่มี ไี ปกบั หนวยทหาร
4.8 ความใกลเคียงระหวางหนว ยตางๆ
การกระจายกันของหนวยตาง ๆ จะตองไมเลอื กใหป ระสิทธิภาพของทตี่ ั้งนั้น ๆ ลดลงไปดวย
เชน คลังที่เก็บของโดยทั่วๆ ไปก็ควรจะอยูใกลเสน ทางสงกําลัง สวนที่ตั้งของคลังกระสุน ดินดาํ และ
คลังนำ้ มนั จะตองอยูหา งไกลจากคลังอื่นๆ เพอ่ื จะไดไ มเปนอนั ตรายรวมกันเมื่อถูกทงิ้ ระเบิด
72
4.9 การขยายตัว
พื้นท่ๆี เลอื กตองคิดการลวงหนา ใหขยายตวั ออกไดตามความตองการของหนว ยน้นั ๆ
4.10 สิ่งอํานวยความสะดวกที่มีอยู ควรมีการเลือกสิ่งอํานวยความสะดวกที่มีอยูแลวก็จะ
เปนการประหยัดทงั้ วสั ดุ, แรงงาน, การขนสง
5. ขอพึงประสงคของสง่ิ อาํ นวยความสะดวก (Facitities requirements)
5.1 โครงสรางอาคารมีใน TM 5 - 302 ซึ่งเปนมาตรฐานในการกอสรางสําหรับโรงทหารบรรจุ
250 คน, 1,000 คน, 3,000 คน และ 5,000 คน
5.2 นำ้
เลือกแหลงน้ำทม่ี ีอยู
5.3 การระบายสิ่งโสโครก
ขอพิจารณาที่ควรคำนึงในการเลือกที่ตั้ง คือ ระดับดินตองสูงกวาระดับน้ำทวมที่จะเกิดขึ้น
และมีลาดที่จะใหสิ่งโสโครกไหลไปเองไดสะดวกโดยไมตองใชการงับดิน (PUMP) และควรอยูไกล
ออกไปอยางนอย 1,000 ฟุต
5.4 ไฟฟา
ตองคํานวณวาจะใชไฟฟาเทาใดจะได คํานวณหาเครื่องไฟฟาไดถูกตอง เชน จะใชเครื่อง
ไฟฟา ก่เี ครอื่ งและสํารองก่เี ครอ่ื งเปนตน
กำลังไฟฟาที่ตองใชจริง (Demand Load) ไดจากผลคูณของกำลังไฟฟาทีใ่ ช (Conneceted
Load) กบั เกณฑความตองการ (Demand Factor) DL = CL x DF
ขอพิจารณาในการเลือกเครอื่ งกาํ เนิดไฟฟา
1. ขนาดของกำลังไฟฟาทต่ี องการ
2. การสง กาํ ลงั และซอมบํารุง
3. ความเช่อื ถอื ได
4. ประสทิ ธภิ าพของระบบ
หมายเหตุ ควรใชเครื่องยนตดีเซลมากกวาเครื่องยนตเบนซิน เพราะเครื่องยนตดีเซลทํางาน
ตอเนื่องไดน านกวาและตองการการปรนนิบัตบิ ํารุงนอยกวา
อาคารในยทุ ธบริเวณ
ความมุงหมายของบทเรียนนี้ เพื่อที่จะใหนักเรียนไดทราบถึงชนิดและการแบงประเภทของ
อาคาร ทางทหาร และใหทราบชอ่ื ชิ้นสวนตาง ๆ ของอาคารไมโดยท่ัวไป สําหรับอาคารในยทุ ธบรเิ วณ
(US) ศึกษา คนควาเพิ่มเติมไดจากหนังสอื TM 5 - 302
1. ชนิดและการแบง ประเภทอาคาร การแบงชนิดของอาคารทางทหาร แบง ออกไดเปน 2
ประเภท คือ
1.1 อาคารถาวร (PERMANENT BUILDING)
เปนอาคารทส่ี รางขนึ้ ในเขตหลัง หรือเขตภายใน ซ่ึงจะตองไดร บั อนุมัติเปนพิเศษจาก สวน
ราชการท่เี ก่ยี วของ และสงู สดุ ของหนวยนัน้ เชน ผบ.พล. และใหม คี วามมุง หมายออกแบบใชงาน ดงั น้ี
73
1.1.1 จะตองออกแบบใหใชไดอยางนอ ย 25 ป
1.1.2 สรา งโดยผรู ับเหมา
1.1.3 มสี ถาปนกิ ออกแบบ มวี ิศวกรคาํ นวณความแขง็ แรงของอาคาร
1.1.4 วัสดุที่ใชในการกอสราง เปนวัสดุทีใ่ ชมีความคงทนถาวรมาก เชน คอนกรีต,
คอนกรตี เสริมเหล็ก, คอนกรตี อดั แรง, โครงเหลก็ , กออิฐ, ฉาบปนู ฯลฯ เปนตน
1.1.5 สรา งโดยฝม ือปราณตี มีการตกแตงทาสอี ยางเรยี บรอ ย
1.2 อาคารกึ่งถาวรหรือชัว่ คราว (SEMI PERMANENT BUILDING) แบงเปนชนิด ตาง ๆ
ดงั น้ี.-
1.2.1 อาคารระดมพล (MOBILIZATION BUILDING)
เปนอาคารที่สรางขึ้นในขณะที่ประเทศมีภาวะฉุกเฉิน หรือ ทบ. จะขยาย โครงการ
อยางรวดเร็ว เชน ทีพ่ ักโรงทหาร, ที่รับประทานอาหาร, หองประชุม และคลังอุปกรณ เปนตน อาคาร
นั้นอาจเคลื่อน ยายไดโดยการออกแบบมีจุดตอ (JOINT) มกี ารยึดตรึงดวยสลักเกลียวหลังคาอาจเปน
TENT ใหมีความมุง หมายดังนี้.-
1.2.1.1 อายุการออกแบบใหใชไดอ ยางนอ ย 15 ป
1.2.1.2 ฐานรากทําดวยคอนกรีต เสาเปนไมอาบน้ำยา หลังคามุง
กระเบ้อื ง สังกะสีหรอื TAR PAPER
1.2.1.3 ภายในอาคารตกแตงเรียบรอ ย
1.2.2 อาคารในยุทธบริเวณ (THEATER OF OPERATION BUILDING) เปนอาคาร
ท่ีมโี ครงสรางอยางงาย ๆ และเบา ซึ่งสามารถใชงานไดทกุ แหงในยุทธบรเิ วณ ใหมคี วามมุง หมายในการ
ออกแบบ ดังน้ี
1.2.2.1 ตอ งออกแบบใหใชไดอยางนอย 5 ป
1.2.2.2 วัสดุกอสรางแสวงหาไดในภูมิประเทศ หรือวัสดุที่มีอยูนํามาประกอบ
สรางขนึ้ อยางงาย ๆ เพื่อตองการความรวดเร็วในการสราง
1.2.2.3 ฐานรากหรือพื้นของอาคารใชดินหรือไมมีฝาผนังและหลังคาใชโครง
สรางทีเ่ บา ๆ อาจมงุ ดวยวัสดทุ ี่หาไดใ นภมู ปิ ระเทศ
1.2.3 อาคารสําเร็จรูป (PREFABRICATED BUILDING) เปนอาคารเคร่ืองประกอบ
สําเร็จ สรางจากโรงงาน เปนชิ้นสวนสําหรับทำไปประกอบไดเปนอาคารตามตองการ ตองทําให
ประกอบไดรวดเร็ว, งาย, ไมเปลอื ก แรงงาน, ไมเปลอื งเวลา ประกอบ, ใชเ คร่อื งมอื นอ ยที่สุด, และใหมี
ความมุง หมายในการออกแบบ ดงั น้ี
1.2.3.1 อายใุ นการออกแบบใชง านกาํ หนดไดไมแนนอน
1.2.3.2 ขึ้นอยูกบั การประกอบร้ือถอน และเคลื่อนยาย
พื้นทสี่ าํ หรบั ตงั้ คายทหาร (TROOPCAMP)
1. ทหาร 250 คน ขนาด = 500 ฟุต X 670 ฟตุ
2. ทหาร 500 คน ขนาด = 890 ฟุต X 965 ฟตุ
74
3. ทหาร 1,000 คน ขนาด = 1,220 ฟตุ X 1,450 ฟุต
4. ทหาร 1,500 คน ขนาด = 1,400 ฟตุ X 1,600 ฟตุ
5. ทหาร 3,000 คน ขนาด = 1,900 ฟุต X 2,400 ฟตุ
มาตรฐานการนาํ แบบไปใชกอสรา งและซอ มแซม
US. ไดกําหนดมาตรฐานไว (หลกั ฐานจาก TM 5 - 302)
STANDARD OF CONSTRUCTION INITIAL INTERMEDIATE TEMPORARY
STANDARD OF CONSTRUCTION 1 - 2 3-4 5-6
EXPECTED DURATION OF LESSTHAN 6 TO 24 MONTHS 24 TO 60
CONTINGENCY
6 MONTHS MONTHS
การพราง
วิชาการพรางเปนวิชาที่สําคัญมากวิชาหนึ่ง เพราะในการปฏิบัติการรบโดยทั่วไปจะตอง
ปฏิบัติการ ในภูมิประเทศซ่ึงตองปกปดซอนพรางใหสามารถพนจากการตรวจการณของขาศึก โดยมี
หลักการและ วิธกี ารทเี่ หมาะสมท่ีจะทาํ ใหเกดิ ประโยชนสงู สุด
การพรางจัดไดวาเปนเสมือนอาวธุ ชนดิ หนึ่งในการทาํ สงคราม ถาใชอ ยางถูกตองแลวยังสามารถ
ที่ จะแยกออกไดถึงความแตกตางระหวางความสําเร็จ และความพายแพสําหรบั บุคคล ยังสามารถทีจ่ ะ
หมายถึง ความแตกตางระหวางการมีชีวิตรอดกับความตายไมวาจะเปนสงครามในรูปแบบใด ดังน้ัน
ทหารทุกคนและผูบังคับบัญชาหนวยทุกระดับชั้น จะตองไดรับการศึกษาในเรื่องการพราง เพื่อจะได
ทราบ และสามารถนําไปใชใหเกิดประโยชนตอตนเอง และขณะปฏิบัติการในสนามรบ และยงั สามารถ
ใหคําแนะนํากาํ กบั ดแู ลผูใตบังคบั บัญชาอีกดวย
การคน หาท่ีหมาย
กอนทจี่ ะปฏิบัตใิ นเร่ืองการพรางอยางมปี ระสิทธภิ าพ จาํ เปนจะตองเรียนรบู างประการเกี่ยวกับ
เรื่องการตรวจการณการตรวจการณแบงออกไดเปน 2 ประการคือการตรวจการณทางตรง และทาง
ออม
การตรวจการณทางตรง หมายถึง ขบวนการที่ผูตรวจการณสามารถที่จะ เห็นรูปรางของวัตถุซึง่ มี
ประโยชนมากคอื .-
- เปนการไดรับขา วสารทนั ทที นั ใด
- ภาพท่ีเห็นเปน ภาพจรงิ 3 มิตงิ าย ตอ การประเมนิ ดว ยสมอง และยงั ทาํ การสังเกตการเคล่ือนท่ี
ไดแ ตมขี อ เสยี คอื .-
- ไมมีการบนั ทึกทีถ่ าวร
75
- สภาพอากาศเปนขอจํากัด
- ประสบการณและความไมละเอียด เปน ผลในเรื่องความไมสมบูรณและความไมถูกตอง ของ
ขา วสาร
การตรวจการทางออม ผูตรวจการณดูจากภาพหรือรูปจําลองของวัตถุประโยชนของการตรวจการณ
ทางออ ม คอื .-
- ภาพถายซำ้ ในพนื้ ทที่ ่เี ดยี วกัน อาจพบความเคล่อื นไหวได
- มผี ลการบนั ทกึ ไวไ ดอยางถาวร
- ชวยเพ่ิมการสังเกตุตอรงั สีอนิ ฟาเรด และรังสอี ่ืน ๆ ทม่ี องไมเหน็ ดว ยสายตา ดจู ากภาพ
- สามารถแจกจายใหหนวยไดท กุ ระดบั
- ภาพถายสามารถใชเพือ่ การศกึ ษาไดเ ปนเวลานาน
- เรดารโดยปกตจิ ะใชต รวจวตั ถุทเี่ ปนโลหะเบื้องหลังฉากทเ่ี ปนอโลหะ เชน ตาขาย พราง
การตรวจการณทางออ ม ยังมขี อเสียคือ.-
- ตองการเวลาในการลางอดั ภาพ และการแจกจายขาวสาร
- ภาวะอากาศอาจเปนอุปสรรคในการถายภาพ
- ความชาํ นาญของผูต ีความภาพถาย
- ไมมคี วามสมบรู ณของมิตทิ ่ี3
วัสดพุ ราง
ในพื้นที่มีการรบ วัสดุหรือเครื่องใชทีน่ า นำมาทำการสรางเปนเคร่ืองพราง สวนมากแลวจะได
มา จากธรรมชาติในทองถน่ิ หรอื บริเวณใกลเคียง เทา ทว่ี ัสดเุ หลา นัน้ จะอํานวย และพรอ มทจ่ี ะนํามาใช
ได แต อยางไรก็ตามการดัดแปลงหรือใชธรรมชาติเปนเครื่องพรางใหไดประโยชนใหมากที่สุด จะ
เปนการลด ปริมาณเครื่องพรางที่จะตองลําเลยี งจากสวนหลังไดมาก วสั ดุพรางในสนามแบงออกได
เปน 2 ประเภท ใหญ ๆ คอื .-
1. วัสดุพรางธรรมชาติ สวนมากจะใชประกอบกับวัสดุพรางที่สรางขึ้นเพื่อใหเขากับภูมิ
ประเทศ ในบรเิ วณนนั้ และยังแบงชนิดออกไดเ ปน 3 ชนิด คอื .-
1.1 พชื ไดแ กพชื ลม ลุก และพืชยืนตน หรอื จากการนําพชื มาปลูกเพอื่ เปนเครอ่ื งพราง
1.2 สิ่งไมมีชีวิตปกคลุมดินอยู ไดแก ดินโคลน, ทราย, กอนหิน, กรวด เปนตน สิ่งตาง ๆ
เหลา นีใ้ ชสาํ หรับเปลย่ี นหรือเพ่มิ สที าํ ใหเกิดผิวหยาบ
1.3 สิ่งชํารุดหักพัง ไดแก กําแพงพัง, อาคารบา นเรือนพัง, รถพัง หรือยุทโธปกรณที่พัง
แลวจนไมสามารถนาํ มาซอมใหค ืนสภาพได
2. วสั ดุพรางทีส่ รางขน้ึ มี 2 ประเภท คือ.-
2.1 วัสดุพรางท่ีสรางขึ้นสําเร็จรูป ประกอบดวยตาขายพราง , พืชพันธุไมเทียม, แถบผา
และสพี ราง
2.2 วัสดุพรางที่สรางขึ้นในสนาม เพื่อหนวยขาดแคลนวสั ดุพรางสาํ เร็จรูปที่ใชเปนเครื่อง
พราง หนวยสามารถสรา งเครื่องพรางขนึ้ ใชในสนามไดในลักษณะใกลเคียงกับตาขายพราง โดยใชวัสดุ
กอสรา งท่มี ที ั่วไปในทองถิ่น
76
การเกบ็ รกั ษาและระวังรักษาตาขายพราง
ตาขายพรางเมื่อนำออกมาใชแลวตองเก็บใหถ ูกตองและเรียบรอย การพับตาขายพรางจะตอง
พบั ใหส ามารถคล่อี อกมาใชงานไดโ ดยงา ย
การพรางบคุ คล
1. การพรางบุคคล กระทาํ เพื่อปกปดตัวทหารในขณะปฏบิ ัตกิ ารรบ เพือ่ การจูโจม และยังเปน
การลวงใหขา ศึกหลงผดิ ทหารทุกคนควรไดมการเรยี นรูแ ละฝกใหเกดิ ความเคยชิน
2. การปฏบิ ัติการพรางบุคคลเพื่อลวงขาศกึ ซง่ึ มีการตรวจการณทางพนื้ ดิน และทางอากาศ
3. การพรางที่มีประสิทธิภาพของแตละบุคคลขึ้นอยูกับภูมิประเทศ ฉากหลังสําคัญมากตอง
พยายามเลือกลกั ษณะภูมิประเทศท่ีมกี ารปกปดกาํ บงั เชน ตนไม พุมไม, กอนหินใหญ เปนตน
การพรางหมวกเหล็ก หมวกเหล็กนับวาเปนสิ่งสําคัญชิ้นแรกท่ีจะตองทําการพรางกอนสิ่งใดใน การ
ปฏบิ ตั ิการรบนัน้ ตองมกี ารตรวจการณอ ยูตลอดเวลา ถึงแมจะอยูในที่กําบังก็ตาม ทหารจะตองยน่ื ศรี ษะ
ออกมาตรวจการณเพือ่ คน หาขาศึก ฉะนน้ั ขาศกึ จะมองเหน็ หมวกเหล็กเปน สิ่งแรกกอนสว นอนื่
การลดความเดนของผิวหนัง ใบหนา, ลําคอ และมือ เมื่อเปนเหงื่อจะเปนเงาเกิดการสะทอนแสง
จะตอ งลดการเดนชดั น้นั ดวยการทาสีเถาถาน, ดินหมอ หรอื โคลน ถามีถุงมอื , ถุงคลมุ หนาก็ใชค ลมุ ได
ลดความเดนชดั ของอาวุธประจํากาย และวัสดุสะทอนแสงอ่นื ๆ อาวธุ ประจํากายตองเอาใจใสในการ
พรางใหมาก เพราะรูปรา งของอาวุธสังเกตงุ าย เน่อื งจากความเคยชินตองทาํ การพรางโดยใชผาพัน, ใชสี
ทาให เปนลวดลาย หรือใชโคลนทาก็ไดสวนดาบปลายปนนั้นก็ตองทําการพรางดวย วัสดุสะทอน
แสงอื่น ๆ เชน นากิ า, ปากกา, แหวน, หัวเข็มขัด, หมอสนาม ใหใชสีหรือโคลนทา ถาไมจําเปนก็เก็บ
เสียใหมิดชดิ
การพรางเครื่องแตงกาย การพรางเสื้อผา ในสนาม จะตองพรางใหเหมาะสมกลมกลืนกับภูมปิ ระเทศ
ดวยการยอมสี, ระบายสหี รือจะใชวัสดุอื่นที่ทำใหเกิดสีได เชน ยอมสีหรือทาดวยน้ำมันเครื่องท่ใี ช แลว
ขอ สาํ คัญทาํ ใหเหมอื นเครอื่ งแบบนอยที่สุด
การพรางยานพาหนะ
หลักการพรางพื้นฐานท่ไี ดกลา วไวแลว น้นั ยังคงมีความสาํ คญั ตอการปกปดกาํ บงั ซอนพราง ยานพาหนะ
การลดการสะทอนแสง แสงสะทอนอาจเกิดจากสว นใดสวนหนึ่งของยานพาหนะ โดยอาจจะเลด็ ลอด
ผานชองวางของการปกปดซอ นพรางได
เงา เปนปจจัยเบือ้ งตนในการปกปด กําบังยานพาหนะ การใชเงาของโครงสรางอาคาร ตนไมใหญ หรือ
กอนหิน ชวยในการซอนพรางที่เปนประโยชนแกฝายเรา เงาที่เกิดจากยานพาหนะเองตองถูกจํากัด
เนื่องจากเงาท่ีเกดิ ขนึ้ เปนส่งิ ชีบ้ อกถงึ ชนดิ ของยานพาหนะ หรือประเภทของยานพาหนะ
การเลอื กท่ีตงั้ การเลือกทีต่ ง้ั จะตองทําการดดั แปลงใหน อยท่สี ุด ยอมเปน ลักษณะอนั พึงประสงคของการ
พราง ในพื้นที่ที่ขาดการปกปดอาจชวยไดโดยการใชตาขายพรางใหสอดคลองกับภูมิประเทศ การ
พิจารณาเลือกทีต่ ั้งและใชประโยชนจากภูมิประเทศเปนสิ่งจำเปน ภูมปิ ระเทศในปาเอื้ออํานวยตอการ
ปกปด กําบงั ยานพาหนะ และรองรอยลอ ยานพาหนะตองมีการกระจายระยะหางไมแนนอน อาจใชสี
พรางหรือคลุมดวยผา ใบ ตลอดจนการซอนพรางใตพ ุมไมห รือรม เงา
77
การบริการประปาในสนาม
1. การบรรจชุ ดุ ประปาสนาม
1.1 ใน พัน.ช.สนาม จะมีชุดประปาสนามอยูกองพันละ 4 ชุด ปกติจะบรรจุอยูกับหมู
สงกําลงั ของ รอ ย.บก.และบรกิ าร
1.2 หากตองปฏบิ ตั ิงานสนามเพือ่ ความงายตอ การจัด จงึ มีการแบงมอบดงั นี้
1.2.1 ชุดท่ี 1, 2 และ 3 จดั ไปสนบั สนนุ โดยตรงใหก ับ กรม ร. 1, 2 และ 3
1.2.2 ชุดท่ี4 สนบั สนนุ ทวั่ ไปใหกบั พนื้ ท่ขี อง บก.พัน.ช. และ บก.พล.ร.
2. ความสามารถ
2.1 1 พัน.ช.สนาม สามารถจดั ต้งั ตําบลจา ยน้ำใหพรอมกนั 4 ตําบลจา ย
2.2 การจัดต้ังตำบลจายนำ้ จดั ตง้ั ได 2 ลักษณะ คือ.-
2.2.1 ตามปกตจิ ะจดั ต้ังตาํ บลจายน้ำธรรมดา (เปยก)
2.2.2 แตถา มีอุปสรรคตอ การผลติ และแจกจายนำ้ จะจัดตงั้ ตาํ บลจายน้ำแหง
2.3 1 ชดุ ประปาสนาม สามารถผลิตและแจกจายน้ำสะอาดไดดังน้ี
2.3.1 กําลังพลของ กรม ร. อัตราการจาย นอยที่สดุ ½ แกลลอน/คน/วัน ถาใชอาบ
ดวย 15 แกลลอน/คน/วนั
2.3.2 โรงพยาบาล อัตราจาย 10 - 50 แกลลอน/เตยี ง/วนั
2.3.3 ยานพาหนะ อตั ราจาย 1/8 - 1 แกลลอน/คนั /วัน
2.3.4 สตั วตาง ๆ อัตราจาย 3 - 5 แกลลอน/ตวั /วัน
2.3.5 รถไฟ อัตราจายแลว แตขนาด แกลลอน/ขบวน/วัน
2.3.6 โรงเลีย้ ง อตั ราจายแลว แตขนาด แกลลอน/โรง/วนั
2.3.7 อืน่ ๆ (โรงซักรีด) อตั ราจายแลวแตขนาด แกลลอน/แหง/วนั
3. การจดั ตง้ั ตำบลจายนำ้
3.1 การลาดตะเวนหาแหลงน้ำดิบ เมอ่ื ตกลงใจแลวแหลงน้ำน้นั ตอ ง
3.1.1 ตองมีปริมาณน้ำดิบเพียงพอตอการผลิตนำ้ สะอาด และเพียงพอตอการแจกจาย
ตาม ขอ 2.3
3.1.2 ทดสอบเพ่ือหามาตรฐานนำ้ เดมิ (ดบิ )
3.1.3 แกไข และผลติ น้ำสะอาด
3.1.4 ทดสอบมาตรฐานนำ้ ด่ืมกอนทาํ การแจกจาย
4. การเบกิ เพือ่ ทดแทนหรือเพม่ิ เติม
4.1 ตําบลจายนำ้ ธรรมดา (เปยก) การเบกิ ทดแทนสารเคมแี ละอปุ กรณเบิกตามลําดับชั้น
4.2 ถา จาํ เปนตองต้งั ตาํ บลจายน้ำแหง มขี อ ปกฏิบัตนิ ้ี.-
4.2.1 กอนเขาที่ตั้งจะตองขอเบิกสิ่งอุปกรณดังตอไปนี้จากกองคลังทหารชางตามที่
ตองใช ไดแก
78
- ถังไนลอนอาบยาง
- เครอ่ื งสบู น้ำที่มกี าํ ลงั สูง
- ทอแข็งสงนำ้
4.3 ถา ตอ งการจายนำ้ มาก มขี อปฏิบัติดงั นี.้ -
4.3.1 เบกิ ชดุ ประปาสนามจาก กคช.กช อกี 1 ชดุ
- แรงงานจากหนวยท่ีข้ึนสมทบ
- แบงเจาหนา ที่ประจําชุดออกเปน 2 ชุด (ชุดละ 2 นาย)
4.3.2 ขอชุดประปาเพิม่ เติมจากตอนทหารชางประปาสนาม (ตอน ช.93 หรอื กองรอย
ทหารชา งประปาสนาม)
5. ขอปฏิบัติเมื่อตองการสับเปลี่ยนชุดประปาสนาม ใหชุดที่ 4 ตามขอ 1.2.2 ขึ้นไป
สบั เปลยี่ น
- สับเปล่ียนทัง้ เจาหนาท่แี ละชุดประปาสนาม หรือ
- สับเปลีย่ นเฉพาะเจาหนาที่
ตําบลจายน้ำ องคป ระกอบของตาํ บลจายน้ำ
- แหลงนำ้
- จดั ทาํ นำ้ สะอาด (ชดุ ประปาสนาม)
- จนท. ประปาสนามเขาดาํ เนนิ การ
การเลอื กแหลงน้ำเพ่ือจดั ตั้งเปนตําบลจายนำ้
- การประปาประจําท่ี
- แหลงนำ้ ในดนิ
- แหลงนำ้ บนดิน
- แหลงน้ำที่จัดทำใหม
- แหลงนำ้ ทะเล
ขอ พจิ ารณาในการเลือกพืน้ ทต่ี ัง้
- การปดบงั ซอ นพราง
- ไมเ ปนเปาของ ป.
- ระบายน้ำไดสะดวกและปกปด
- ทางเขาออกของยานพาหนะและพน้ื ที่จอดทัง้ รถมารับนำ้ และชดุ ประปาสนาม
- พ้นื ท่ตี ้งั ชดุ ประปาสนาม
- พน้ื ท่สี รางทพ่ี กั ของเจาหนา ท่ี
- สภาพตลิ่ง
ชนดิ ของตําบลจายน้ำ
ขอพิจารณาในการเลือกชนิดของตําบลจายน้ำขึ้นอยูกับสถานการณ และพื้นที่ปฏิบัติการ
โดยทวั่ ไปมี 2 ชนดิ
- ตาํ บลจายน้ำธรรมดา เปนตาํ บลจายนำ้ ที่มีการผลติ และแจกจายในพ้นื ที่เดียวกัน
- ตาํ บลจายน้ำแหง เปนตำบลจายนำ้ ท่ีไมม ีแหลงนำ้ หรอื ปริมาณมไี มเพยี งพอสําหรบั การผลติ
79
- ตั้งถังไนลอนอาบยกขึ้น ณ จุดที่กำหนดแลวใชรถบรรทุกน้ำเติมใหเต็ม ตําบลจา ยน้ำแหงไม
นิยมใชสําหรบั หนวยทหารขนาดใหญ คงใชกับหนวยทหารขนาดยอม โรงเล้ียงหรือ โรงพยาบาล ที่ต้ัง
แบงได 2 ประเภท
- ตําบลจายนำ้ ในพื้นที่เขตหนา
- ตําบลจายน้ำในพ้ืนทเี่ ขตหลัง
การฟน ฟตู ำบลจายน้ำ
- ปรบั ปรุงตําบลจายน้ำใหดขี ี้นึ
- เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการแกไขนำ้ ใหสะอาด
- เพิ่มปริมาณใหเพียงพอ
แตโดยสรุปแลว ใหเลอื กที่ต้งั ตําบลจายน้ำท่มี ีการฟน ฟใู หน อยที่สดุ
การบรกิ ารในความรับผดิ ชอบของ ยย.ทบ.
ภารกิจและการจัดหนว ย ยย.ทบ.
ภารกจิ
ยย.ทบ. มีหนาที่วางแผน อํานวยการ ประสานงาน แนะนํา กํากับการ วิจัยและพัฒนากําหนด
หลักนิยม และทําตำราในเรอื่ ง
1. การกอสราง และซอมแซมอาคาร สิง่ อาํ นวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ใหห นวยตา ง ๆ
ใน ทบ. ในทีต่ ง้ั ปกติ
2. การสง กาํ ลงั บํารงุ สงิ่ อปุ กรณส ายยุทธโยธา
3. การจัดการอสังหาริมทรัพย ไดแก อาคาร และที่ดนิ ในความปกครองดแู ล ใชป ระโยชนของ
ทบ.
ขอบเขตความรบั ผิดชอบและหนา ที่ที่สําคญั
1. เสนอนโยบาย วางแผน อํานวยการ ประสานงาน กาํ กับการ และดาํ เนนิ การ เกย่ี วกับการ สง
กําลัง และการซอ มบํารงุ สง่ิ อปุ กรณส ายยุทธโยธาใหกบั หนวยตา ง ๆ ของกองทัพบก
2. เสนอแนะ และใหคาํ แนะนํา เก่ียวกับกิจการสายยุทธโยธา
3. ดําเนินการจัดสราง ซอมบํารุง และควบคุม เกี่ยวกับอาคาร สถานที่สาธารณูปโภคและ
อสังหาริมทรพั ยของกองทพั บก
4. วิจัย พัฒนา กําหนดหลักนิยม จัดทําตํารา และคูมือเกี่ยวกบั วิทยาการ และสิ่งอุปกรณ สาย
ยทุ ธโยธา
5. วางแผน อํานวยการ จัดทําหลักสูตร แนวสอน และดําเนินการฝกศึกษากําลังพลสายยุทธ
โยธา และเหลา ทพั อ่ืน ตามที่ไดร บั มอบหมาย
กลา วโดยสรปุ
กรมยทุ ธโยธาทหารบก มีภารกจิ ในการออกแบบการกอสรางและซอมแซมอาคาร ส่งิ ปลูกสราง
สิ่งอํานวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ตลอดจนการดําเนินการงานที่ดินใหแกหนวยตางๆ ของ
80
กองทพั บกจงึ มคี วามจําเปน ตองพัฒนาการดําเนินงานดานตา ง ๆ ในความรบั ผิดชอบ ใหมีความสมบูรณ
ทันสมัย และประโยชนใชสอยตรงตามความตอ งการของกําลัง พลและหนวยอยูเ สมอ โดยมีเปาหมายที่
จะดาํ เนนิ การพฒั นาดา นการกอสรา ง ดานสาธารณปู โภค และดานส่ิงแวดลอ ม ของหนวยทหาร ทัง้ นี้
• เพื่อพัฒนารูปแบบการกอสรางใหทันสมัยยิ่งข้ึน สามารถประหยัดงบประมาณการกอสราง
ประหยัดพลังงานในการใชสิ่งกอสราง และสอดคลองกับความตอ งการของหนวยใชอ าคาร และสิ่งปลูก
สรางมากยิง่ ขึน้
• เพอ่ื สงเสริมคณุ ภาพชวี ติ ของกําลังพลในหนวยทหาร ใหม คี วามเปน อยทู ี่ดขี ้ึน มีสภาพแวดลอ ม
ในการปฏบิ ตั งิ านที่ดี เปนการใหการสวสั ดิการแกก าํ ลังพลของหนวย
• เพื่อเปนการพัฒนาสภาพแวดลอมของหนวยทหาร ใหมีสภาพทัว่ ไป ทัดเทียมกับหนวยทหาร
ในประเทศทพ่ี ฒั นาแลว
การจดั
ยย.ทบ. แบง สว นราชการออกเปน 7 กอง 3 แผนก ดงั น้ี
1. กองแผนและโครงการ มีหนาที่ วางแผน อํานวยการ กํากับการ และดําเนินการในดาน
กําลัพล การขาว การฝกศึกษา การสถิติ การสงกําลังบํารุง การ โครงการ และงบประมาณ แบงสวน
ราชการออกเปน 6 แผนก คือ แผนกกําลังพล, แผนกการฝกและศึกษา, แผนกแผน และโครงการ,
แผนกสง กาํ ลังบํารุง, แผนกงบประมาณ และแผนกสถติ ิ
2. กองแบบแผน มีหนา ที่ วางแผน ประสานงาน สาํ รวจ ออกแบบ แนะนาํ เกี่ยวกบั การกอสราง
วิเคราะห วจิ ยั และทดสอบ เพ่ือใหเกดิ ผลในทางประหยดั และมีประสทิ ธภิ าพ ประมาณราคางากอสราง
ใหอ ยูใ นเกณฑทเ่ี หมาะสม แบง สว นราชการออกเปน 5 แผนกคือ แผนกสถาปต ยกรรม,แผนกวิศวกรรม,
แผนกประมาณการ, แผนกวิเคราะหและทดสอบ และแผนกสํารวจ
3. กองกอสราง และสาธารณูปโภค มีหนาที่วางแผน ประสานงาน แนะนํา กํากับการ
ตรวจสอบ ความตองการ ควบคุมความสิ้นเปลอื ง และดําเนินการเกี่ยวกับการกอสราง และซอมอาคาร
สิ่งปลูกสราง สิง่ อํานวยความสะดวก สาธารณูปโภค และบํารงุ รักษาพื้นที่ แบงสว นราชการออกเปน 5
แผนก คือ แผนกสรางซอมสิ่งปลูกสราง, แผนกติดตั้งซอมไฟฟา, แผนกติดตั้งซอมประปา, แผนก
สขุ าภบิ าล และบาํ รงุ รักษาพื้นท่ี และแผนกตรวจประมาณการ
81
4. กองบริการ มีหนาที่ สนับสนุนหนวยตาง ๆ ของ ยย.ทบ. เกี่ยวกับสวัสดกิ าร พลาธกิ าร การ
ขนสง การรักษาพยาบาล และสนับสนุนกําลังพลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย รวมท้ังการบริการ
แรงงาน และการบริการอื่น ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย แบงสวนราชการออกเปน 5 แผนก คือ แผนก
สวสั ดกิ าร, แผนกขนสง, แผนกพลาธิการ, แผนกพยาบาล และกองรอ ยบรกิ าร
5. กองคลังยุทธโยธา มหี นาที่ ดําเนินการ และกํากับการ การบริหารงานคลังยุทธโยธา การสง
กาํ ลงั การซอ มบํารงุ และการจาํ หนา ย สป.สาย ยย. แบง สว นราชการออกเปน 3 แผนก คอื แผนกบัญชี
คุม, แผนกเกบ็ รักษา และแผนกซอมบํารุง
6. กองที่ดิน มีหนาที่ เสนอแนะ ตรวจสอบความตองการ งบประมาณที่เกี่ยวของกับงานทีด่ ิน
การปกครองดูแลรักษา และการใหไดมาซึ่งสิทธิ์การเขาใชประโยชน ควบคุมหลักฐานทะเบยี นประวัติ
ที่ดิน อาคาร และสิง่ ปลูกสรางของ ทบ. ทําการรังวัด ตรวจสอบขอบเขต และการปกหลักเขตท่ดี นิ ของ
ทบ. แบงสว นราชการออกเปน 3 แผนก คอื แผนกทะเบยี นประวตั ิ, แผนกทด่ี นิ และ แผนกรังวดั
7. กองจัดหา มีหนาที่ ดําเนินการจัดหาพสั ดสุ ายยุทธโยธา ประสานงานในเรื่องการจัดหากับ
หนว ยทเ่ี กี่ยวขอ ง ดาํ เนนิ การเกีย่ วกับสัญญาระหวา งผูขายหรือผูรับจางกับทางราชการ แบงสว นราชการ
ออกเปน 2 แผนก คอื แผนกจัดหา และแผนกทาํ สัญญา
8. แผนกกํากับการชา ง มีหนาที่ เสนอแนะ ควบคุมกํากับดูแลใหงานกอสรางและซอมบํารุง
อาคารสิ่งปลูกสราง และสาธารณูปโภคของ ทบ. เปนไปโดยถูกตองตามแบบรูปรายการสัญญา และ
ปฏบิ ัติ ใหเปน ไปตามระเบยี บขอ บังคับของทางราชการที่กําหนด
9. แผนกการเงิน มีหนาที่ ดําเนินการเบิก รับ - จาย เก็บรักษา และบัญชีเงินของหนวย ให
เปนไป ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เสนอแนะ การใหคําปรึกษาทางดานการเงินและการ
บัญชีแกผ ูบ งั คับบัญชา
10. แผนกธุรการ มหี นา ท่ี ใหค ําปรึกษา และขอ เสนอแนะแกผูบ ังคบั บัญชา และฝา ยอํานวยการ
ในเรื่องงานสารบรรณ และงานธุรการทว่ั ไป เก็บรกั ษาแบบธรรมเนยี มระเบียบขอ บังคับคาํ สัง่ ตาง ๆ ของ
ทางราชการ ดาํ เนินงานธุรการกาํ ลงั พลภายใน ยย.ทบ.ปจจุบัน ทบ. ไดม คี าํ ส่ังให ยย.ทบ.ทดลองปฏิบัติ
ราชการตามการปรบั ปรุงโครงสรา ง และการปฏบิ ัติงานของหนว ยตาม อฉก.3700 ใหม ท้งั น้ีเปนไปตาม
คําสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ลบั ที่ 4/48 ลง 21 ม.ค. 45 ซึ่ง ยย.ทบ.เริ่มทดลองปฏิบัติราชการตามคาํ สั่งดังกลาว
ตงั้ แต 21 ก.พ.45 เปน ตน มา โดยมผี งั การจดั หนว ยใหมด ังน้ี
82
การบริการการกอ สราง และซอมแซมในที่ตั้งปกติ
1. ขัน้ ตอนการกอสรา ง
กรมยุทธโยธาทหารบก ดําเนินการกอสรางอาคาร และสิ่งปลูกสรางของกองทัพบก ตาม
ข้นั ตอน ทสี่ าํ คัญ ดังนี้
1. การสํารวจลักษณะพื้นที่ กําหนดคาระดับของพื้นที่ กําหนดจุดกอสราง และหาขอมูล
เก่ียวกับงานกอสรา งสาธารณปู โภค และสิ่งอาํ นวยความสะดวก
2. การวางผัง ออกแบบ กาํ หนดรายละเอียดในการกอสรางอาคาร และปลูกสราง ตลอดจนการ
ควบคุมมาตรฐานการออกแบบ
3. การปรบั ราคาวสั ดุใหทันกบั ราคาปจจบุ ัน การกําหนดราคากลางงานกอสรางความเหมาะสม
และแรงงาน รวมทั้งการจดั ทาํ รายละเอยี ดเกี่ยวกับงบประมาณวัสดุของการกอ สรา งสาธารณูปโภคและ
สงิ่ อํานวยความสะดวก
4. การวิเคราะหแ ละทดสอบวสั ดุกอสราง อุปกรณเ กีย่ วกบั งานดา นสาธารณปู โภค คุณสมบัติขอ
ดนิ คุณลักษณะเฉพาะของส่งิ อุปกรณ และเสนอแนะการใชว ัสดุเกยี่ วกับการกอ สรา ง
5. การกอ สรา ง และการควบคุมใหเ ปนไปตามแบบรปู และขอกําหนดเก่ยี วกบั การกอ สรา ง
2. งบประมาณเกยี่ วกบั การกอ สรา ง
ตามวิธีการงบประมาณของกองทัพบก ไดแบงงบประมาณออกเปน 2 แผนงานหลัก คือ
แผนงานบริหารทัว่ ไป และแผนงานปอ งกันราชอาณาจกั ร โดยทง้ั 2 แผนงาน สามารถแยกเปน กลุมงาน
ยอย ๆ หลายกลุมงบงานโดยกลุมงบงานที่สามารถใชในการกอสราง ซอมแซมอาคารสิ่งปลูกสราง
สาธารณูปโภค และที่ดินเปนหลัก ไดแกกลุมงบงานซอมแซมอาคารสิ่งปลูกสราง และการที่ดิน ใน
แผนงานบริหารทั่วไป และกลุมงบงานโครงการเสริมสรางกําลังกองทัพ กลุมงบงานโครงการกอสราง
ปรับปรงุ อาคาร และส่ิงปลกู สรา งในแผนงานปองกันราชอาณาจกั ร
1. กลมุ งบงานซอ มแซมอาคารส่งิ ปลกู สรา งและการท่ีดนิ (งบปกติประจําป)
1.1 งบงานซอมแซมอาคาร และสิ่งปลูกสราง เปนงบประมาณที่ใชในการซอม ดัดแปลง
หรือติดตั้งใหการใชประโยชนตามสภาพเดิม การซอม ดัดแปลง ตอเติมหรือติดตั้งใหการใชประโยชน
เปลี่ยนหรอื เพิม่ เตมิ จากเดิมไมม ากนัก ท้งั น้ี โดยมีวัตถปุ ระสงคหลกั เพอื่ การทรงชพี ของหนว ยเปนสาํ คญั
1.2 งบงานที่ดิน เปนงบประมาณสําหรับการใชกรรมสิทธิ์หรือใหไดมาซ่ึงกรรมสิทธิ์ หรือ
สิทธิครอบครอง แบงออกเปน การสํารวจ รังวัดกําหนดแนวเขตและทําทะเบียนประวัติการ ไดมาและ
รกั ษากรรมสิทธิ์ และการพฒั นาและทาํ ประโยชนต อ ท่ีดิน
1.3 งบงานสาธารณูปโภค เปนงบประมาณที่ใชในการซอม ดัดแปลงหรือติดตั้ง
สาธารณูปโภคใหการใชประโยชนเปนไปตามสภาพเดิม เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมจากเดิม แบงออกเปนการ
ดําเนนิ การทเ่ี ก่ยี วกบั การซอ มปรบั ปรุงระบบไฟฟา ประปา การบริการ และสาธารณปู โภค
3. ลกั ษณะของงานกอ สรา ง
โดยท่ัวไป ยย.ทบ. ไดแ บง ลกั ษณะของงานท่ีจะดําเนนิ การกอสรา งออกเปน 4 ประเภท คอื
1. งานสรา ง เปนงานทีเ่ ริ่มใหมตามแผน และความตองการตามโครงการ เปน งานทีส่ รางขึน้ เพื่อ
ใชส อยตามความจําเปน อาจสรางขึ้นตามแผนท่ีกาํ หนดหรอื เพื่อทดแทนของเดิม
83
2. งานดัดแปลงหรือปรับปรุง เปนงานที่เกิดขึ้นโดยของเดมิ ไมเ หมาะสม หรือมคี วามตองการ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เปนงานแกไขของเดิมที่มีอยูแลวปรับปรุงใหดีขึ้น เพื่อใหเหมาะสมกับการใช
สอย อาจเพิ่มเติมหรือลดลงกวาเดมิ ก็ได
3. งานซอ มแซม คอื งานท่มี ีอยูแลว อาคารสิ่งปลกู สรา งหรือสาธารณูปโภค ยอมชํารุดไปตาม
กาลเวลา หรือประสบภัยพิบัติ เปนการซอมแซมใหคงสภาพเดิม ทั้งนี้เพือ่ ใหสิ่งชํารดุ เหลานัน้ คงสภาพ
และ สามารถใชง านไดด ังเดิม ถาหากปลอ ยไวจะเปนอันตรายได
4. งานบํารุงรกั ษา คือ งานที่ทําใหอาคาร สิง่ ปลูกสราง และสาธารณูปโภคตาง ๆ มีอายุตามที่
ควรเปน งานบํารงุ เพือ่ ใหคงอยไู มเกิดการชาํ รุดเสียหายกอนกาํ หนด
4. การเสนอความตองการงานกอสรา งและซอ มแซม
1. งานกอ สราง
1.1 รายงานของหนวยพรอมเหตผุ ลและความจาํ เปน
1.2 ประเภท อาคาร สง่ิ ปลกู สรา งและสาธารณูปโภคทีต่ อ งการ
1.3 ผงั บริเวณ หมายจดุ กอสรา งที่ ผบ.หนวย ระดบั ผบ.พล หรอื ผบ.หนวยอิสระ ลงนามรบั รอง
ถกู ตอ ง
1.4 ออค.และสถานภาพอาคาร
1.5 ขอพิจารณาของ ทภ. กรณที เ่ี ปนหนวยของ ทภ.
2. งานซอมแซม
2.1 รายงานของหนว ยพรอ มเหตผุ ลและความจําเปน
2.2 ผงั แสดงจุดซอม
2.3 ประวตั ิอาคาร/สป.
2.4 รายการซอ มและประมาณราคาข้ันตน
2.5 ภาพถายอาคาร และระบบสาธารณปู โภคทีต่ องการซอ ม ยกเวน งาน
2.6 ขอพิจารณาของ ทภ. กรณที ่เี ปน หนวยของ ทภ.
การบริการงานสาธารณูปโภค
1. งบประมาณเกยี่ วกบั งานสาธารณปู โภค
งบงานสาธารณปู โภค หมายถึง การปฏิบัติทีต่ องใชง บประมาณในเรือ่ ง
- การซอ มหรอื ดดั แปลงหรอื ติดตง้ั ให การใชประโยชนต ามสภาพเดมิ
- การซอ มหรอื ดดั แปลงหรือติดตั้งให การใชป ระโยชนเ พม่ิ เตมิ จากเดมิ
- การสรา งใหมท ดแทนของเดิม ซง่ึ มีคาใชจ ายในการดาํ เนนิ การไมสงู มาก
1. งบงานสาธารณูปโภค แบงออกเปน 3 งาน คือ
1.1 งานไฟฟา หมายถึง งบประมาณที่ใชจายในการสรางและซอมบํารุงเกีย่ วกับการ ไฟฟา
รวมทั้งการซอม ดดั แปลง, ติดตั้งหรือสรางไฟฟา เครือ่ งกําเนิดไฟฟาประจําที่ ทั้งนี้ไมรวมถึงการ ไฟฟา
พลังงานและการไฟฟา ซงึ่ ถือเปนมูลคาหรือทนุ ของงานเก็บรกั ษา, งานซอมบาํ รงุ งานผลิตหรืองาน อ่ืน ๆ
1.2 งานประปา หมายถึง งบประมาณท่ีใชจายในการสรา ง และซอ มบํารุงเก่ียวกับประปา
รวมทัง้ การซอม, คดั แปลง, ติดตั้งหรือสรางโรงสูบน้ำประจํา แหลงเก็บน้ำหรือถังเก็บน้ำ ทั้งนี้ไมรวมถึง
การประปาท่ีถือเปน มูลคาหรือทุนของงานเก็บรกั ษา, งานผลิตหรอื งานอ่ืน ๆ และไมใชมุงหมายเพ่ือการ
84
ดับเพลิงเปนหลักการใชน้ำประปาใหประหยัดตองหมั่นตรวจสอบระบบเสนทอ กอกน้ำ เครื่องสุขภัณฑ
อยาใหมีการแตกรัว่ ถาหากพบจุดแตกรั่วใหซอมจุดแตกรั่วโดยดวน เพื่อการประหยัดนำ้ และเงนิ ของ
ทบ.
1.3 งานสาธารณปู โภคและการบรกิ ารอนื่ ๆ หมายถึง งบประมาณทต่ี องใชจายในการ สราง
และซอมบํารุงเกี่ยวกับงานสาธารณูปโภคและการบริการอื่น ๆ รวมทั้งสุขภัณฑที่ใชไฟฟา เชน การ
ระบายอากาศ พดั ลม เครื่องปรับอากาศ เปน ตน นอกจากนีย้ งั มีคา ใชจ ายเก่ียวกบั
- การกาํ จัดส่ิงปฏิกลู รวมท้ังการจัดหาเคร่ืองมอื , เครือ่ งใช, สงิ่ อุปกรณตา ง ๆ ตลอดจน
คา แรงงานในการกําจดั สิ่งปฏิกูลหรือเพอื่ การสุขาภิบาล แตมใิ ชกิจการเวชกรรมปอ งกนั สาธารณปู โภค
- การใชจายทีไ่ มอาจรวมมูลคาของการกอสรา ง, การซอมหรือดัดแปลงหรือ ติดตั้ง ใน
ราชการใดราชการหนึง่ เชน การสาํ รวจกอนดําเนินการ หรอื การเตรยี มงานเพือ่ ออกแบบ เปนตน
2. การดําเนินการในงบงานสาธารณูปโภค หนวยตองรายงานแยกเรื่องออกตามงานและ
ปฏิบัติ เชน การเสนอความตองการเปลี่ยนอุปกรณประปาใหมทั้งอาคารแทนของเดิมที่เกาชํารุดมาก
ซอมไมคุมคา เปนตน และถาในอาคารเดียวกันตองการซอมอุปกรณไฟฟาที่ชํารุด กท็ ํารายงานรวมเปน
เรื่อง เดียวกันไดเพราะอยูในงบงานสาธารณูปโภคเชนเดียวกัน แตถาหากมีความตองการซอมอาคาร
ดวย ควรแยกเรื่องรายงาน ถาการซอมอาคารเปนงานหลักใชงบประมาณมาก อาจรวมความตองการ
ปรับปรุงประปา และงานซอมอุปกรณไ ฟฟาประจําอาคารนั้น รายงานรวมเรื่องเดยี วกันได แตตองเปน
การเสนอความตองการในงบงานซอ มแซมอาคาร และสง่ิ ปลูกสรางมใิ ชงบงานสาธารณปู โภค
สําหรับหลักฐานขอมูลรายละเอียด และผังบริเวณสังเขปที่เกี่ยวของจําเปน เพื่อใช
ประกอบการพิจารณาความตองการนั้น หนวยควรพิจารณาแนบรายงานไปดว ยเชน เดียวกับการเสนอ
ความตองการ งบงานอาคารและส่งิ ปลูกสราง
การปรับปรุงระบบประปา ระบบไฟฟาภายในหนวยหรือภายในคาย ซึ่งจะตองมีการ
ตรวจสอบ พิจารณาทางเทคนิค และจะตองใหการไฟฟานครหลวงหรือสวนภูมิภาค และการประปา
นครหลวงหรือ สวนภูมิภาครวมพิจารณาในสวนที่เกี่ยวของดวยนน้ั หนวยตองรายงานแยกเปนเรื่องแต
ละระบบเพื่อ สะดวกในการพจิ ารณา และประสานงานกับหนว ยที่ตองเกี่ยวของคอื การไฟฟาฯ หรือการ
ประปาได รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งปจจุบัน ทบ. มีนโยบายในการโอนระบบไฟฟา และประปาที่รับจาก
รัฐวิสาหกิจไปให รัฐวิสาหกิจดําเนินการ เพื่อเปนการลดภาระของ ทบ. โดยจัดทําเปนโครงการขึ้นมา
รองรบั
85
3. ขั้นตอนการดําเนินการ
เอกสารในการเสนอความตองการ
งานกอสรา ง
1. รายงานของหนว ยพรอมเหตผุ ล และความจาํ เปน
2. ประเภทอาคาร สิง่ ปลกู สรา ง และสาธารณปู โภคทต่ี องการ
3. ผังบริเวณ หมายจุดกอสรางที่ ผบ.หนวยระดับ ผบ.พลหรือ ผบ.หนว ยอิสระลงนามรับรอง
4. ออค.และสถานภาพอาคาร
งานซอมแซม
1. รายงานของหนว ยพรอมเหตุผล และความจาํ เปน
2. ผงั แสดงจุดซอม
3. ประวัติอาคาร / สป.
4. รายการซอ ม และประมาณราคาขั้นตน
5. ภาพถายอาคาร และระบบสาธารณูปโภคท่ตี องการซอ ม (ยกเวนงานซอม สป.)
2. การจัดการสาธารณปู โภคในคา ยทหาร
กรมยุทธโยธาทหารบก ไดปรับปรุงการสาธารณูปโภคของหนวยตาง ๆ ใหเปนระบบ มีการ
จดั การบริหารที่ดดี งั น้ี
2.1 โครงการระบบน้ำประปาในหนวยทหารของกองทัพบกโครงการที่ 2
ความเปนมาของโครงการ
86
- จากการท่หี นว ยตาง ๆ ของ ทบ. หลายหนวย มที ่ีต้งั อยนู อกพ้ืนท่ีการบริการของการ
ประปาบานเมือง บางหนวยมรี ะบบผลิตอยูแลว และใชง านมานาน มกี ารชาํ รดุ ตามสภาพการใชง าน ทํา
ใหผ ลิตน้ำประปาไดไ มเพียงพอกับความตอ งการ
- ระบบประปาของหนวยสวนใหญจ ะแจกจายน้ำเปนเวลา เนื่องจากความจาํ กัด ดาน
งบประมาณ การขาดแคลนน้ำดบิ การใชน ้ำที่ไมป ระหยัด ซง่ึ การจา ยน้ำเปนเวลาของหนวย ทาํ ใหระบบ
การผลติ และแจกจา ยเกดิ การชาํ รดุ หนว ยไมส ามารถควบคมุ การใชน้ำได ทาํ ใหตอ งสญู เสีย งบประมาณ
ในการซอมบาํ รุง และการผลติ สงู มากในทุกป
- กองทัพบกไดทําการทดลองผลิต และแจกจายน้ำแบบตลอด 24 ชม. เปน การ
ทดลองแหงแรกที่ มทบ.31 จว.นครสวรรค ผลการทดลองหนว ยสามารถใหบริการกาํ ลังพลไดต ลอด 24
ชม. เก็บคาน้ำประปาเกินสิทธิ์ได และมคี าใชจายในการผลิตตอหนวยต่ำกวาการใชน้ำจากการประปา
บานเมืองมาก อีกทั้งงบประมาณที่ใชไปในการปรนนิบัติบํารุง และซอมบํารุงลดลง กองทัพบกจึงให
ขยายผลการดําเนนิ การผลิต และแจกจายน้ำประปาแบบ 24 ชม. ใหกับทกุ หนว ยใน ทบ.
• วัตถุประสงคของโครงการ
เพื่อปรับปรุงระบบผลิตประปาของหนวยตาง ๆ ของ ทบ. ที่มีอยูแลวใหสามารถ
ผลติ และแจกจา ยไดอ ยา งเพียงพอ มีประสทิ ธิภาพ โดยใหสามารถบริการน้ำประปาใหแกกาํ ลงั พล และ
ครอบครวั ไดเ ชน เดยี วกับน้ำประปาบา นเมอื ง
- เพื่อใหหนวยสามารถควบคุมการใชน้ำของกําลังพลได และสามารถเรียกเก็บเงิน
จากผูใชน้ำเกินสิทธิ์ เพื่อนํามาใชในการบํารุงรักษาระบบผลิต และแจกจายน้ำประปา อีกทง้ั ยังชวยลด
การสญู เสียน้ำโดยเปลาประโยชน
- เพื่อลดการชํารุดสึกหรอ ของสวนประกอบในระบบ ทําใหลดงบประมาณใน การ
ซอมบาํ รุง
• ระยะเวลาดาํ เนินการของโครงการ
- ไดรับอนุมัติใหดําเนินการ และขยายระยะเวลา รวมทั้งสิ้น 15 ป ตั้งแตป
งบประมาณ 2536 ถึงปง บประมาณ 2550
• งบประมาณที่ใชด ําเนนิ การ
- จาํ นวนทงั้ สิน้ 1,100 ลานบาท โดยตัง้ แตเ ริ่มโครงการ ถงึ ปง บประมาณ 2545 ไดร บั
การสั่งจายงบประมาณแลว 573.7 ลานบาท และในปงบประมาณ 2549 ไดรับการจัดสรรในวงเงิน 50
ลา นบาท คงเหลอื งบประมาณตามโครงการอกี 76.3 ลา นบาท
• สถานภาพหนวยผลิตประปาใน ทบ. มที ั้งหมด 80 หนว ย
- ทภ.1 จาํ นวน 28 หนวย
- ทภ.2 จำนวน 21 หนว ย
- ทภ.3 จำนวน 18 หนว ย
- ทภ.4 จำนวน 13 หนว ย
• ผลการดาํ เนนิ การตามโครงการที่ ทบ. ไดรับ
- จากการรายงานสถิติผลการใชน้ำประปาของหนวยตางๆ จํานวน 5 หนวย ไดแก
มทบ.24 , จทบ.ส.น. ศสท.กส.ทบ. , มทบ.11 , จทบ.น.พ. พบวามีตนทุนการผลิตน้ำประปา ลบ.ม.ละ
1.36 บาท ถึง 1.75 บาท โดยคิดตน ทนุ เฉพาะคาสารเคมี และคากระแสไฟฟา
87
- ปจจุบันหนว ยผลิตน้ำประปาใน ทบ.สามารถดาํ เนินการเก็บคา น้ำประปาใน
สวนที่เกินสิทธิ์ และนําสง เขา บัญชีเงนิ ฝากเพื่อบูรณะทรัพยสินสมทบเปนคาใชจายในการทํานำ้ ประปา
(รหัส 926) ตามที่ กง.ทบ.รายงานสถานภาพให ยย.ทบ.ทราบ ณ สิ้นเดือน ก.ย.48 มีหนวยนําสงเงิน
ดังกลาวจํานวน 31 หนวย รวมเปนเงิน 3 ลานบาทเศษ ซึ่งเงินจํานวนนี้หนวยเจาของงบประมาณ
สามารถรายงานขอเบิกจายเพื่อใชในการบริหารระบบผลิตประปาของหนวย ไดแก การซอมบํารุง
อุปกรณ จัดหาวัสดหุ รือสารเคมีเพอ่ื ใชใ นการผลติ น้ำประปาได
- หากหนว ยผลติ ทุกหนวยผลติ และแจกจายตลอด 24 ชม. จะทาํ ใหป ระหยัด
งบประมาณคาน้ำประปาของ ทบ. ไดปละ 682.5 ลานบาท (รายละเอียดตามเอกสารรายงานการใช
น้ำประปาของหนวยตา ง ๆ ของ ทบ. )
• ขอมลู อน่ื ๆ
- โครงการปรับปรุงระบบประปาภายในหนว ยทหารของ ทบ. โครงการที่ 1 ดําเนินการ
ในป 2527 - 2534 ใชงบประมาณ 508 ลานบาท แตร ะบบยงั ไมส มบรู ณ จึงไดจ ัดทาํ โครงการท่ี 2
• ขอเสีย เมื่อแจกจายน้ำประปาเปนเวลา กําลงั พลผูใชน้ำจะมีอุปนิสัย และมีความ
จําเปน จะตองเปดกอ กน้ำของตนไวท้ังหมดทีม่ ีอยูพรอมกนั ทั้งหมดตลอดเวลา เพื่อรอน้ำประปาของคาย
ทจ่ี ะเปด ตามเวลาทก่ี ําหนด ทาํ ใหเ กิดผลเสียหายดงั นี้
- ระบบทอ ในขณะที่หยดุ การสงน้ำ น้ำจะไมเลี้ยงอยูใ นทอ เมือ่ ไดรับความรอน ความ
เย็น จะทาํ ใหทอเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อายุการใชงานนอ ยลง ประกอบกับเมื่อเริ่มเปด ระบบผลิต ความดัน
น้ำและลมในทอจะมีสูงมาก จึงทําใหทอสงนำ้ ซึ่งไมคอยสมบรู ณอยูแลวเสียหาย โดยเฉพาะ บริเวณจดุ
เชอ่ื มตอของทอ
- บานพกั หรืออาคารที่ใชน้ำทีอ่ ยูบริเวณปลายทอ น้ำไมคอยไหล เนื่องจากตนทางมี
การเปดกอกน้ำพรอมกันทั้งหมด ความดันยอมออนกําลังลง และยังมีการรั่วไหล โดยใชเหตุอีกเปน
จาํ นวนมาก ทําใหตอ งเตรียมน้ำในระบบผลิตมากกวาเกณฑท่ีกาํ หนด
- เครื่องสูบน้ำ ตองทํางานมากกวาปกติในการที่ตองเตรียมน้ำดิบ และสงน้ำเพ่ือ
แจกจายใหมากกวาเดิม
- ระบบอัตโนมัติ ที่ใชในระบบผลติ ใชท าํ งานไมไดเปน สาเหตหุ นงึ่ ทท่ี ําใหตูควบคุมชํารุด
เสยี หาย
- สิ้นเปลืองการใชกระแสไฟฟา และสารเคมีในระบบผลิต เพราะตองผลิตประปา
มากกวาเกณฑ
• ขอดี หากหนว ยผลติ สามารถดําเนนิ การไดตามโครงการผลติ และแจกจา ยน้ำประปา
ไดตลอด 24 ชวั่ โมง กลา วคอื
- กาํ ลังพลและครอบครัว ไดรับความสะดวกสบายในการใชน้ำประปาอุปโภค บรโิ ภค
เทา เทียมกบั ประชาชนคนไทยท่ัวไปทีม่ นี ้ำประปาใชตลอดเวลา
- สามารถกําหนดมาตรการประหยัดการใชน ้ำได ทําใหเกณฑการใชนำ้ ลดลง ลด การ
ใชพลังงาน ไดแกคากระแสไฟฟาที่ใชกับเคร่ืองสูบน้ำ เครือ่ งกวนสารเคมี และเคร่ืองจายสารเคมี ฯลฯ
รวมทั้งสารเคมที ่ใี ชเปนสว นผสมท่ีใชลดลงดวย
- สําหรับผูท่ีใชน้ำปริเวณปลายทอจะหมดปญหาเพราะมีการใชน้ำไมพรอมกัน และมี
น้ำอยเู ตม็ ทอ อยเู สมอ
88
- เจาหนาที่ที่ใชทํางานไมตองใชจํานวนมาก เพราะนําระบบอัตโนมัติมาใชได คง
เพยี งแตเขาปฏิบตั ิงานบางสว นรวมทั้งควบคมุ ดูแล และคอยปด -เปดวาลวตา ง ๆ
• กองทพั บกไดอ นุมตั ิหลกั การเม่ือวันที่ 19 พ.ค.37) ตามบนั ทึกขอ ความ กบ.ทบ.ที่ ตอ
กห 0404/574/37 ลง 12 พ.ค.37) เรื่อง ขออนุมัติหลักการใหหนวยผลิตน้ำประปา 24 ชั่วโมง
ดาํ เนินการสรปุ ไดด งั นี้ -
1. ติดตั้งมาตรวัดน้ำทุกอาคาร ติดตั้งกอกน้ำทกุ จุดจายน้ำและซอมแซมทอน้ำที่ชํารุด
ให ใชก ารได ตลอดจนกาํ หนดมาตรการควบคมุ การใชน้ำของกําลังพล และสํานกั งาน
2. ใหหมุนเวียนสลับเครือ่ งสูบน้ำในการผลิตและการจา ยน้ำ เพื่อไมใ หเกิดการสึกหรอ
มาก
3. ใหถือปฏิบัติตามระเบียบ ทบ.วาดวยการใชไฟฟา และประปาที่เบิกจายจาก
งบประมาณ งบงานบริหารหนว ย พ.ศ.2532 โดยเก็บคาน้ำประปาเกินสิทธ์ิ ลูกบาศกเมตรละ 4 บาท
เพอ่ื นาํ เขา เปน เงินบรู ณะทรัพยสนิ และผบู ังคับหนวยทีม่ ีระบบผลิตสามารถรายงานขออนุมัตเิ งนิ นี้ไป ใช
ในกจิ กรรมของระบบผลิตนำ้ ประปาได
4. คา กระแสไฟฟา ในการผลิตนำ้ ประปา ใหหนวยประสานการไฟฟา เพื่อแยกมาตรใน
การออกใบแจงหนี้ และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสํานักงานปลัดบัญชี กองทัพบก สาํ หรับ
สารเคมีหากไดรับไมเพยี งพอใหขอรับการสนับสนนุ เพ่ิมเตมิ
5. ใหหนวยรายงานผลการปฏิบัติตามแบบพิมพที่กรมยุทธโยธาทหารบกกําหนด ทุก
เดือน เพื่อเปนสถิติในการปรับปรุงระบบผลิตน้ำประปาใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจัดระบบสง
กําลังตอไป
2.2 การอนุรักษพลังงาน หนวยที่มีเครื่องวัดไฟฟาหลายชุดรวมกันมากกวา 1,000 กิโลวัตต
(KW) หรอื มีหมอแปลงไฟฟา หลายชุดรวมกันมากกวา 1,175 กิโลโวลทแอมแปร (KVA) ตาม
พ.ร.บ.การสงเสริมและอนุรักษพลังงาน พ.ศ. 2535 และ พ.ร.ฎ.กําหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538
กําหนดใหเปนอาคารควบคุมการใชพลังงาน การปรับปรงุ อาคารของราชการเพื่อลดการใชพลังงานจะ
ไดรับการชวยเหลือคาใชจ ายแบบใหเปลาทั้งหมดในการทําการศึกษา ตรวจวิเคราะหการใชพลังงาน
จดั ทํา แผนกอนุรักษพ ลงั งาน และลงทุนในการอนุรกั ษพลังงาน
2.2.1 อาคารของ ทบ.ทค่ี วบคุมตามกฎหมาย ยย.ทบ. ไดต รวจสอบแลว มีอาคารที่ เปน ไป
ตามกฎเกณฑอ าคารควบคุม จาํ นวน 59 หนวย ประกอบดว ย
- หนว ยใน ทภ.1 จาํ นวน 8 หนวย
- หนว ยใน ทภ.2 จาํ นวน 9 หนวย
- หนว ยใน ทภ.3 จํานวน 9 หนว ย
- หนว ยใน ทภ.4 จํานวน 7 หนวย
- หนว ยสวนกลาง จาํ นวน 26 หนวย
2.2.2 ขนั้ ตอนการดาํ เนินการ
- หนวยที่มีอาการควบคุม แตงตั้งผูรับผิดชอบดา นพลังงานอยางนอย 1 นาย มี
หนาที่จัดทําขอ มูลการใชพ ลังงานสงใหกรมพัฒนาและสง เสริมอนุรักษพลังงานทุกวงรอบ 6 เดือน และ
บนั ทึการใชพ ลังงานเน่ืองจากการตดิ ตง้ั เคร่ืองจักรหรืออุปกรณอาคารเพม่ิ เตมิ ท่มี ผี ลตอการใชพ ลงั งาน
89
- ยย.ทบ.พิจารณาแตงตั้งบริษัทที่ปรึกษาดานการอนุรักษพลังงานท่ีข้ึนทะเบียน
ไวก ับกรมพฒั นา และสง เสริม ฯ เขาทําการตรวจสอบ และวเิ คราะหการใชพ ลงั งานเบอ้ื งตน
- หนวยตรวจสอบ และใหค วามเห็นชอบผลการวิเคราะหการใช พลังงานเบื้องตน
และลงนามในแบบ บพท.1 เพื่อขอรับการสนับสนุนคาใชจายในการจางบริษัทที่ปรึกษา ๆ ตอกองทุน
เพือ่ สง เสริมการอนรุ กั ษพลังงาน
- บรษิ ทั ที่ปรกึ ษาทําการตรวจสอบ และวเิ คราะหการใชพลังงานโดยละเอียด และ
จัดทําเปาหมาย และแผนอนุรักษพ ลังงานเสนอใหหนวยตรวจสอบ และเห็นชอบ พรอมทั้งลงนามใน
แบบ บพท.2 เพ่ือขอรับการสนับสนุนคา ใชจายจากกองทุน ฯ
- หนวยลงนามในแบบ บพท.3 ขอรับการสนับสนุนคาใชจายในการลงทุนตาม
เปา หมาย และแผนอนรุ กั ษพ ลงั งานจากกองทุน
2.2.3 ผลการดาํ เนินการ
- ยย.ทบ. ไดรวบรวมผูรบั ผิดชอบดานพลังงานที่หนว ยแตงตั้งทั้ง 59 หนวย
เสนอกรมพัฒนา และสงเสริมอนุรักษพลังงาน ไดรับความเห็นชอบเพียง 3 หนวย ไดแก ยย.ทบ.,
รร.จปร. และ รพ.คา ยประจักษศ ลิ ปาคม สว นทเ่ี หลอื ขาดคณุ สมบัติ
- ยย.ทบ. ไดพิจารณาแตงตัง้ บริษัททีป่ รึกษาดา นการอนุรกั ษพลังงานใหกับ
หนว ย ตาง ๆ ครบทง้ั 59 หนวยแลว
2.2.4 ปญ หาขอ ขดั ของและแนวทางแกไ ข
- เพื่อแกไขปญหาการแตงตัง้ ผูมีคุณสมบัติเปนผูรับผิดชอบดานพลังงานของ
หนว ย ยย.ทบ. ไดจัดโครงการจัดอบรมผูแ ทนหนว ยขน้ึ 5 ครัง้ ๆ ละ 40 นาย รวม 200 นาย โดยจัดการ
อบรมในแตละ ทภ. และ กทม.ทั้งนี้ กองทุนฯ ไดเห็นชอบ และสนับสนุนคาใชจายใหเปนเงิน
1,950,000 บาท และจะเรมิ่ ดาํ เนนิ การประมาณ มี.ค.42
- หนวยตา ง ๆ ที่มอี าคารควบคุม ไมยินยอมใหบริษัทที่ปรึกษาฯ เขา สํารวจ
และ วเิ คราะหการใชพ ลังงานโดยอางเปนความลบั ของทางราชการ การแกไ ขไดเชิญหนวยมาช้ีแจงแนว
ทางการ ปฏบิ ัติแลว
- ผบ.หนวยที่มีอาคารควบคุมไมเห็นชอบในการลงนามในแบบ บพท.1 - 3
เน่อื งจากเกรงวา จะผูกพันการเปน หน้ีคา ใชจ ายตา ง ๆ การแกไ ข ยย.ทบ. ไดรายงาน ทบ. (ผา น กบ.ทบ.)
เมื่อ 30 ต.ค.40 เพื่อพิจารณากําหนดหลักเกณฑ และมอบอํานาจให ผบ.หนวยลงนามในเอกสาร
ดังกลา วได ปจจุบันอยูระหวางการพิจารณาของ กบ.ทบ.
2.3 ระบบไฟฟา ประปาภายนอก
ทบ.มีนโยบายใหโ อนระบบไฟฟา-ประปาภายนอกของหนวยตา ง ๆ ใหการไฟฟาฯ
และ การประปาฯ รบั ผดิ ชอบโดยมวี ตั ถุประสงค
- เมื่อโอนระบบไฟฟา-ประปาภายนอกแลว การไฟฟา ฯ และการประปาฯ จะ
เปน ผรู ับภาระคาใชจ ายในการดแู ลรกั ษา และซอ มบาํ รงุ
- ใหมีการติดตั้งมาตรวัดแยกอาคารสํานักงาน และบานพักอาศัย เพื่อเปนการ
ควบคมุ การใชก ระแสไฟฟา น้ำประปาของหนวย และเปน การลดคา ใชกระแสไฟฟา และคาน้ำประปาที่
คิด อตั รากา วหนา
2.3.1 การโอนระบบ ไดดาํ เนนิ การมาโดยตอเนอ่ื ง โดยมหี ลกั เกณฑด ังนี้
90
- การติดตั้งหมอแปลงไฟฟาแรงสูงปกเสา ขนาดสาย (แรงต่ำ) การ
ติดตั้งมิเตอร (ยอย) มาตรวัดน้ำ สําหรับการกอสรางอาคารสํานักงาน บานพักอาศัยที่จะสรางข้ึนใหม
รวมทั้งการซอม ใหการไฟฟาฯ การประปาฯ เปนผูดําเนินการทั้งสิ้น โดยใหอยูในความรับผิดชอบของ
ยย.ทบ. ภายใตการกํากบั ดูแลของ กบ.ทบ. ตามขอ ตกลงของ ทบ. กับรัฐวิสาหกิจทั้งสอง
- รายละเอียดทางดานเทคนิคการดําเนินการ, การกําหนดสิทธิ
อาคารสํานักงาน และอาคารบานพัก การจัดลําดบั หนวยในการเขาดาํ เนินการของรัฐวิสาหกิจทั้งสอง
รวมทั้งหนวยทหาร ให ยย.ทบ.มีอํานาจประสานไดโดยตรง ภายใตการกํากับดูแลของ กบ.ทบ.และ
สปช.ทบ. (หนงั สือ สปช.ทบ.ที่ กห 0406/1964 ลง - ส.ค.33)
- กอนทําการโอน การไฟฟาฯ และการประปาฯ จะปรับปรุงใหได
มาตรฐานกอ น การปรับปรงุ แตละแหงใชงบประมาณคอ นขางสงู และไมไ ดร บั การสนับสนุนงบประมาณ
มา ต้งั แตป 40
- การไฟฟาภมู ิภาค ไมย อมรับโอน
- ไมไดรับความรวมมือจากการไฟฟาฯ การประปาฯ เนื่องจากเปน
การเพม่ิ ภาระ ในการทต่ี อ งจดมาตรยอยเพ่มิ ขน้ึ ตองเพมิ่ เจาหนา ที่ และคาใชจา ยในการซอ มบํารุง
2.3.2 การติดตง้ั ไฟฟา -ประปาภายนอกของอาคารสรา งใหม ไดปรบั เปลย่ี นวธิ ีการ
เพอื่ แกไ ขปญ หาความลาชา โดยรวมงานการเชอื่ มโยงไฟฟา -ประปาภายนอกใหอยูในสัญญางานกอสราง
และมีเงื่อนไขใหผ ูรบั จางเปนผูจางการไฟฟาฯ และการประปาฯ ซ่ึงจะทําใหการกอสรางอาคารและการ
เชอ่ื มโยงไฟฟา-ประปาแลวเสร็จพรอมกัน หนวยสามารถใชป ระโยชนอ าคารไดท นั ที
2.3.3 การแยกมาตรวัดไฟฟา เพื่อลดคากระแสไฟฟาในอัตรากาวหนา ตั้งแต 1
ต.ค. 40 เปนตนมา การไฟฟา ฯ ไดคดิ คา กระแสไฟฟา ในอัตรากาวหนาตามมาตร TOU (TIME OF USE)
ของหนวยที่ใชกระแสไฟฟาแตล ะเดือนมากกวา 250,000 ยูนิต ซึ่งคากระแสไฟฟา จะสูงขึ้นกวาอัตรา
ปกตปิ ระมาณรอยละ 40 หนวยใน ทบ.ทเ่ี ขา หลักเกณฑดงั กลาวมี 21 แหง สาเหตทุ ก่ี ารใชกระแสไฟฟา
มากกวา 250,000 ยูนิตตอเดือน เนื่องจากคายทหารมีบานเลขท่ีเดียวกันทัง้ คาย การไฟฟาฯ จะติดต้ัง
มาตรประธานแหงเดียว
วิธีแกไข จะแยกมาตรวัดยอยใหแตละหนวยที่อยูในคายเดียวกัน ทั้งนี้หนวย นั้น ๆ
จะตอ งเปนหนวยท่ีไดร ับการสัง่ จายงบประมาณคา กระแสไฟฟา และเบิกจา ยๆ ไดเอง ดว ยวิธีน้ีจะทําให
การใชกระแสไฟฟา แตละมาตรวัดยอย และมาตรประธานนอ ยกวา 250,000 ยูนิตตอเดือน ซึ่งจะทําให
เสียคาไฟฟาในอัตราปกติ ไดเริ่มดําเนินการใหการไฟฟาฯ เขาสํารวจเพื่อแยกมาตรวัดยอยที่ คาย
จริ ประวัติ คายสุรสหี และ ศป. เปนตน
ประโยชนทีจ่ ะไดร บั จากการแยกมาตรวัดแตละหนว ย นอกจากจะลดคา ไฟฟา แลว ยัง
ทําใหแตละหนวยสามารถควบคุม และมีมาตรการในการประหยัดการใชไฟฟาของตนเองไดอีก ดวย
สมควรทีจ่ ะขยายการดาํ เนนิ การไปยังคายอื่นๆ ทไี่ มเขา ขายการตดิ ต้งั มาตร TOU ดว ย
2.4 การพฒั นา และปรบั ปรงุ สิง่ แวดลอ มในคายทหาร
การพัฒนา และปรบั ปรุงสิ่งแวดลอมในคา ยทหารเปนภารกิจหลักอีกประการหน่ึง
ของ ยย. ทบ.มีวัตถุประสงคเ พอ่ื ปรับปรงุ สภาพแวดลอ ม ลดมลภาวะในคายทหารเพื่อใหกําลังพลมีความ
เปนอยู และคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งดําเนินการใหเปนไปตาม พ.ร.บ.สงเสริม และรักษาคุณภาพ
ส่งิ แวดลอ มแหงชาติ พ.ศ.2535 โครงการท่จี ะดาํ เนินการ ไดแก
91
2.4.1 โครงการกาํ จดั ขยะตดิ เชือ้ ของ รพ. ใน ทบ.
ความจาํ เปน และเรงดว นแรก คอื การกาํ จดั ขยะติดเชือ้ ของ รพ.ใน ทบ ซ่งึ
มีอยู จํานวน 36 แหง โดยการกอสรางเตาเผาขยะติดเชื้อขึ้น โครงการนี้ไดรับอนุมัติจาก รมว.กห.
ปจจุบันได ดําเนินการติดตั้งเตาเผาขยะติดเชื้อใหกับรพ. ของ ทบ. แลวทุกแหง สําหรับการเก็บขยะ
ภายในคายทหารทั่วไป จะใชบริการของสวนราชการพลเรือนทดี่ ําเนนิ การอยูแลว เปน หลกั
2.4.2 โครงการสรา งอาคารทดแทนอาคารท่ีหมดอายุการใชงาน
อาคารที่กอสรางมานานซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรม หมดอายุการใช
งาน ดงั ปรากฏใหเ ห็นในหนวยทหารตาง ๆ ทั่วไป ซึ่งควรท่ีจะไดจําหนาย รือ้ ถอนออกไป และกอสรา ง
ใหม ทดแทน โครงการนี้ไดรับอนุมัตจิ าก รมว.กห.แลวเชน กัน โดยจะดาํ เนินการตามงบประมาณท่ีไดร ับ
การจัดสรร
2.4.3 โครงการบําบัดน้ำเสยี ในพื้นที่ต้งั หนว ยทหาร วัตถปุ ระสงคของโครงการเพ่ือ
กําหนดคุณภาพน้ำท้ิงจากที่พักอาศัย และอาคารสํานักงานกอนที่จะปลอยสูแหลงน้ำ ธรรมชาติซึ่ง ยย.
ทบ. พิจารณาแลวเห็นวามีความจําเปนเรงดวนอันดับแรกที่จะตองดําเนินการเพื่อลด มลภาวะภายใน
คายทหาร ใหสอดคลอ งกบั ชุมชนโดยรอบและเปน ไปตาม พ.ร.บ.ท่กี ําหนดไว
2.4.3.1 กาํ หนดความเรง ดว นในการดําเนินการดงั นี้
- การบาํ บดั น้ำเสียของ รพ.ใน ทบ. จาํ นวน 32 แหง
- การบําบัดน้ำเสียของหนว ยทหารท่ีอยูใกลกับแหลงน้ำ แหลงชุมชน
หรอื บรเิ วณทเ่ี ปนโรงงานทหาร จาํ นวน 60 แหง
- การบําบัดน้ำเสียของหนวยทหารที่ไกลจากแหลงน้ำ จํานวน 21
แหง
- การบําบัดน้ำเสียของหนวยทหารที่ตองการบําบัดน้ำเสียเพ่ือ
ปรบั ปรงุ สภาพแวดลอม จํานวน 17 แหง
2.4.3.2 การบําบัดน้ำเสียเปนวิทยาการที่คอนขางใหม ซึ่งสวนราชการตา ง ๆ
รวมทั้ง ยย.ทบ.เองขาดบุคลากรที่มีความรู ความชํานาญในเทคโนโลยีดานนี้โดยเฉพาะ จึงมีความ
จําเปนตองจาง ผูเชี่ยวชาญในการสาํ รวจ ออกแบบ และดําเนินการกอสรางในลักษณะ LUMP SUM
TURNKEY ปจจุบันไดดําเนินการกอสรางระบบบําบัดน้ำเสยี ใหกับ รพ. ของ ทบ. แลว จํานวน 4 แหง
สว นทีเ่ หลอื รพ. บางแหงดําเนนิ การโดยใชเ งนิ รายรบั ของสถานพยาบาลดําเนินการ
2.4.3.3 ผลที่จะไดรบั นอกจากจะเปนการลดมลภาวะแลวยังสามารถนําน้ำที่
ผานการ บําบัดมาหมุนเวียนใชประโยชนไดอีกสวนหนึ่ง เชน น้ำรดสนาม น้ำใชเพื่อการเกษตรกรรม
ฯลฯ ซึง่ จะ เปน การประหยดั ทรพั ยากรน้ำ และประหยัดงบประมาณคา นำ้ ประปาของ ทบ.อกี ดวย
2.5 งานภมู สิ ถาปตย และปรบั ปรงุ พ้นื ทสี่ เี ขียวในคายทหาร
แนวความคิดในการที่จะพัฒนา และปรับปรุงสิ่งแวดลอมในคาย
ทหารที่อยูระหวางการศึกษาความเปนไปได และความคุมคา ไดแก การปรับปรุงพื้นทีว่ า งภายในคาย
ทหารใหเปนพ้ืนที่สีเขียว จัดระเบียบตามหลักทางวิชาการภูมิสถาปตย (LAND SCAPING) เพื่อใหเปน
ระเบียบสวยงาม รม ร่นื หาก มีความเปน ไปไดจะไดรายงานขออนุมัตเิ ปน โครงการตอไป
92
นอกจากที่กลาวแลว ยงั มีโครงการในการปรับปรุงสิง่ แวดลอมที่ กช.
เปนผูดําเนินการอยู แลว ไดแก โครงการปรับปรุงถนน และโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำในหนวย
ทหาร
งานที่ดิน
งานที่ดินถือวาเปนภารกิจหลักอีกอยางหนึ่งในสายงาน กรมยุทธโยธาทหารบก
“ท่ีดิน” จะมีผูกลาวถึงอยเู สมอมิไดขาด ทีด่ ินเปน แหลง เกดิ รพั ยากรธรรมชาติ และบง บอกถึงความเจริญ
ในทางเศรษฐกิจของบานเมือง การไดเปนเจาของที่ดิน และทําประโยชนที่ดินในแนวทางที่ถูกตอง
ยอ มจะเปน ผลดตี อประเทศท่ีกาํ ลังพัฒนาไมว าจะเปนท้ังทางเศรษฐกิจ หรอื สังคมความเปนอยู กอนจะ
ทราบถึง การ ไดม าทด่ี นิ ของกองทพั บกควรจะทราบความเปน มาของกองทัพในโอกาสนี้กอน
ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560
หมวด 5 หนาที่ของรฐั มาตรา 52 ไดบัญญัติไววา “รัฐ” ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษตั ริย
เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ และ
ผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบรอ ยของประชาชน เพื่อประโยชนแหงการ
นี้ รัฐตองจัดใหมีการทหาร การทูต และการขาวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำลังทหารใหใชเ พื่อประโยชน
ในการพฒั นาประเทศดว ย
นอกจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแลว พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ
กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ไดบ ญั ญัติไวว า
“มาตรา 8 กระทรวงกลาโหม มีอํานาจหนาท่ีในการพิทักษรักษาเอกราช และความ
มั่นคงแหงราชอาณาจักร และใชกำลังทหารตามที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หรือตามท่ี
กฎหมายกำหนด
“มาตรา 19 กองทพั บกมีหนา ทเี่ ตรียมกาํ ลงั กองทัพบก การปองกันราชอาณาจักร และ
ดำเนินการเกี่ยวกับการใชกำลังกองทัพบกตามอำนาจหนาที่ของกระทรวงกลาโหม มีผูบัญชาการ
ทหารบกเปน ผบู งั คับบัญชารับผดิ ชอบ
เนื่องจากกองทัพบก เปนหนวยงานของรฐั ซึ่งมีหนาที่เตรียมกําลังไวปองกัน เอกราช
และอธิปไตยของชาติ ดังนัน้ จึงจาํ เปนจะตองมี และจัดเตรียมที่ดินไวเพื่อใชเปนที่ตั้งหนวยทหาร เปน
พื้นที่ สําหรับการฝก เปนพ้ืนทีส่ ําหรับใชเปนที่ตั้งทางการสง กาํ ลังบํารงุ เชน โรงพยาบาล โรงงานผลิตสิ่ง
อปุ กรณตาง ๆ และคลัง ตลอดจนพ้ืนท่ที ี่ไดจ ัดเตรียมไวใชประโยชนในราชการทหาร ในยามสงคราม
ก. การปกครอง และวิธีจัดการทีด่ ินของกองทัพบก มีระเบียบกองทัพบกใหหนวยตาง ๆ ยดึ ถือปฏิบัติ
ที่เปนหลัก คือ ระเบียบกองทัพบกวา ดวยการปกครองและวิธีการจัดการที่ดิน พ.ศ.2505 และระเบียบ
กองทพั บกวาดวยการปกครอง และวิธกี ารจัดการทีด่ นิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 ซึง่ มสี าระสําคัญดงั น้ี
1. ประเภททดี่ ินในความปกครองของ ทบ. แบงได 4 ประเภท คอื
1.1 ที่ดินกรรมสิทธ์ขิ องกองทพั บก หรือของทางราชการ ซึ่งใชในราชการกองทพั บก
1.2 ทด่ี ินสงวน และทีด่ ินหวงหา ม ในความครอบครองของกองทพั บก
1.3 ที่ดนิ ยืมจากหนว ยราชการอนื่ หรือเอกชน
1.4 ทดี่ ินเชา จากหนวยราชการอนื่ หรอื เอกชน
2. หนว ยรบั ผิดอบ
93
2.1 หนวยปกครองที่ดิน หมายถึง มณฑลทหารบก ซึ่งปกครอง ดูแลระวังรักษาท่ดี ินใน
เขตพื้นท่ที ่ีรบั ผดิ ชอบ
2.2 หนว ยใชประโยชนในที่ดิน หมายถึง หนวยที่กองทัพบกไดสั่งใหเขาใชประโยชน ใน
ท่ดี ิน และใหหมายรวมถึงหนว ยท่มี หี นา ที่ดแู ลรักษา และคุม ครองปอ งกันทด่ี นิ หวงหามเพื่อประโยชน ใน
ราชการทหาร ตามพระราชกฤษฎีกา กําหนดเขตหวงหา มตามคําส่ังที่ 445/2507 เรื่อง การดูแล รักษา
และคุม ครองปอ งกนั ทด่ี ินหวงหา มเพื่อประโยชนในราชการทหาร ลงวันท่ี 11 ธันวาคม 2502 ดว ย
2.3 กรมยุทธโยธาทหารบก เปนกรมฝายยุทธบริการที่รับผิดชอบ กํากับดูแลการที่ดิน
ของกองทพั บก
3. หนาที่และความรบั ผดิ ชอบ
3.1 หนว ยปกครองท่ดี นิ
3.1.1 มิใหมีการรุกล้ำแนวเขต หรือมิใหผูอื่นใดเขามาหา ผลประโยชน จากที่ดิน
โดยพลการ ตองหมั่นตรวจสอบหลักเขตมิใหถ ูกรื้อถอน ทําลาย หรือเคลื่อนยาย ถาหากมีพฤติการณ
ดงั กลา วเกดิ ขึน้ ใหรีบรายงานใหกองทัพบกทราบทันที
3.1.2 จัดทําที่ดินใหม ีสภาพดีขึ้นดวยการ ปราบ, ถาง, ถม หรือจัดการปลูกตนไม
เหมาะสมแกพ น้ื ที่ หรอื อยางนอยตองรกั ษาทีด่ ินใหคงสภาพเดิม
3.1.3ที่ดินในปกครองรับผิดชอบของหนวยใดยังไมมีโฉนดหรือหนังสือสําคัญ
สําหรับทห่ี ลวง ซึ่งจะยึดถือเปนกรรมสิทธิ์ได กใ็ หรบี ดาํ เนนิ การจัดทําใหมีขน้ึ ใหเรียบรอยเม่ือดําเนินการ
เรียบรอยแลว สงโฉนดหรือหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงไปยังกองทพั บก พรอมดวย แผนผงั แสดงเขต
ที่ดินจาํ นวน 2 ชุด เพื่อเก็บเปนหลักฐาน
3.1.4 สํารวจสภาพที่ดินในความปกครองทั้งที่มีอยูแลว และที่จัดหาใหม แลว
รายงานไปยังกองทัพบก โดยผานกรมยุทธโยธาทหารบก ปละ 1 ครั้ง ภายใน 30 สิงหาคม ของทุกป
แลว ใหกรมยุทธโยธาทหารบก รวบรวมรายงานใหกองทัพบกทราบภายใน 25 กนั ยายน ของทกุ ป
3.1.5 ใหทําการสงมอบ และรับมอบที่ดินดวยทุกคราวที่มีการรับสงหนาที่ของผู
บังคบั หนวย
3.1.6 หากหนวยใดละเลยขาดความเอาใจใสไมกวดขันการปฏิบัติใหเปนไปตาม
ระเบยี บน้จี ะถือวาผูบงั คับบัญชาของหนวยนนั้ ตลอดจนเจา หนา ทีท่ ่เี กีย่ วของ บกพรอ งตอ หนา ทร่ี าชการ
3.2 หนว ยใชประโยชนใ นทีด่ ิน
3.2.1 ดูแลรักษา และปองกันมิใหผูใดรุกล้ำแนวเขต หรือเขามาหาผลประโยชน
จากที่ดินโดยพลการ ตองหมั่นตรวจสอบหลักฐานเขตในพื้นที่ที่หนวยของตนเขาใชประโยชนมิใหถูก
รื้อถอน ทําลาย หรือเคลื่อนยาย ถาปรากฏวามีพฤติการณดังกลาวเกิดขึ้น ใหรีบรายงาน ตอหนวย
ปกครองทด่ี ินทันที แลวสําเนาใหห นว ยตน สังกัดทราบดว ย
3.2.2 จดั ทําที่ดินใหม ีสภาพดีขึ้นดวยการ ปราบ ถาง ถม หรือจัดการปลูกตนไม
ใหเหมาะสมกับพืน้ ที่ หรอื อยางนอ ยตอ งรักษาทด่ี ินใหคงสภาพเดิม
3.2.3 ใหทําการสง มอบ และรับมอบที่ดินดวยทุกคราวที่มีการรับสงหนาที่ของ ผู
บังคับหนว ยใชป ระโยชนท่ดี ิน
3.3 กรมยุทธโยธาทหารบก มีหนาทีด่ าํ เนินการเก่ียวกบั เร่ืองทด่ี นิ ของกองทัพบก ดงั นี้ -
3.3.1 จัดหาโดยการ ซ้อื ยืม หรอื เชา เมอ่ื ไดร บั อนุมตั ิ