The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by komkrich vekchalikanon, 2022-05-04 01:40:25

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

44

สวนประกอบ การตรวจสภาพสวนประกอบ การประกอบสวนประกอบยอยและชิ้นสวนตาง ๆ ทั้งน้ี
จะตองมีการตรวจสภาพ และทดสอบการปฏิบตั กิ ารประกอบดวย

ฉ. การซอ มสราง (REDBILT) หมายถงึ การซอมบำรุงยุทโธปกรณท่ีชำรดุ ใหกลับคนื สภาพ
มาตรฐานอนั ใกลเคียงกับสภาพเดิม หรือเหมอื นของใหม ทัง้ ในรปู รางคุณสมบัตใิ นการทำงานและ
อายกุ ารใชงาน การซอมสรา งอาจกระทำใหสำเรจ็ ไดโดยการถอดชิ้นสวน และสว นประกอบทชี่ ำรุดหรือ
ใชการไมไ ด แลว นำมาประกอบเปน ยทุ โธปกรณช นิ้ ตอ ไป

ช. การดัดแปลงแกไ ข (MODIFICATION) หมายถงึ การเปล่ยี นแปลงยุทโธปกรณต ามคำสั่งการ
การดัดแปลงนี้ตองไมเปลี่ยนลักษณะมูลฐานเดิมของยุทโธปกรณ เพียงแตเพื่อเปลี่ยนภารกิจ หรือ
ความสามารถในการทำงาน เพิ่มความปลอดภัยแกผูใช และเพื่อผลที่ตองการตามแบบที่กำหนดให
ดดั แปลงน้นั

ซ. การซอมคืนสภาพ (KECLAMATION) หมายถึง การดำเนินกรรมวิธีซอ มยุทโธปกรณที่
ใชไมไดเ ลกิ ใช ละท้งิ หรือเสยี หายแลว ใหใชป ระโยชนไ ด หรอื ชิ้นสวน สว นประกอบ หรอื องคป ระกอบ
ยุทโธปกรณเ หลานนั้ ใหใ ชประโยชนไ ด และนำกลบั คนื สายสงกำลงั ตอไป

ฌ. การปรนนิบตั บิ ำรงุ (PERVENTUIV MAINTENANCE) หมายถงึ การดแู ล และการใหบริการ
โดยเจา หนาท่ี เพ่ือมุง ประสงคท ีจ่ ะรักษายุทโธปกรณ และเครอื่ งมอื เครอื่ งใชใหอยใู นสภาพใชการไดด ี
โดยจัดใหมีการตรวจสภาพ การตรวจคน และการแกไขขอบกพรองทีจ่ ะเกิดขึน้ หรือทีจ่ ะชำรุดมาก
ขึ้น

ญ. การถอดปรน (CANNIFALION) หมายถึง การถอด ชิ้นสวน สวนประกอบตามที่ไดรับ
อนุมัตอิ นุมัตจิ ากยุทโธปกรณครบชุดหรืองคประกอบที่เกี่ยวของ ซึง่ สามารถซอมไดแตไมคุมคาหรือท่ี
จำหนา ยแลว เพือ่ นำไปใชประโยชนใหแกย ุทโธปกรณอ ่นื

ฎ. ยุบรวม (CANNIBALICE) หมายถึง การถอดชิ้นสวน สวนประกอบที่ใชการไดจาก
ยุทโธปกรณหนึ่งไปประกอบอีกยุทโธปกรณห น่งึ

ฎ. ยุทโธปกรณสำรองการซองบำรุง (MAINTENANCE FLOATS) หมายถึง ยุทโธปกรณท่ี
หนวยซอมมไี วเพื่อจายทดแทนใหกับหนวยใชในกรณีเห็นวา จะซอมไมคุมคา หรือ ซอมใหไมท ันตาม
ความตองการ หากไมจายทดแทนใหทนั ท่ี หนวยจะขาดความพรอมรบ และไมสามารถบรรลุภารกิจ
สำคัญและเรงดว นได

45

บทท่ี 4

การขนสง

กลา วทวั่ ไป
ก. การขนสง คือ การใชเครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกอันจำเปนมาสนับสนุนการ

เคลอ่ื นยายโดยมงุ ที่จะใหการเคลอ่ื นยา ยสามารถบรรลภุ ารกิจไดอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ
การขนสง เปนงานกิ่งหนึ่งของการสงกำลังบำรุง พันธกิจของการขนสงคือการจัดใหมีการ

เคลอ่ื นยา ยกำลังพลและยุทโธปกรณ จากท่ีหน่ึงไปยังอีกท่ีหนึง่ ท้ัง ทางบก ทางนำ้ ทางอากาศ และทาง
ทอ

จากคำจำกัดความดังกลาว พอจะสรุปไดวา ขอบเขตของการขนสงหมายรวมถึงการ
เคลื่อนยายกำลังพล ยุทโธปกรณ อปุ กรณ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนสงตา ง ๆ การวางแผน
ทางฝายอำนวยการ และการจัดการอันจำเปน เพื่อใหก ารเคลื่อนยา ยดังกลาวสำเรจ็ ผล

ข. การเคล่ือนยาย คือ การนำกำลังพล ยุทโธปกรณ หรือส่ิงอุปกรณจากตำบลหนึง่ ไปยังอีก
ตำบลหนงึ่ ตามท่ีกำหนดความมงุ หมายเอาได

การเคล่ือนยา ยแบงตามความมุงหมายได 2 ประเภท คือ
1) การเคล่ือนยายทางยุทธวธิ ี คอื การเคลอื่ นยายหนวยทหาร และยทุ ธภัณฑที่มีภารกิจทาง

ยุทธวิธี ภายใตสภาพการรบในเมื่อยงั ไมมกี ารปะทะทางพื้นดินกับกำลังขาศึก นายทหารฝายยุทธการ
เปน ผรู บั ผิดชอบ (ยกเวนทางอากาศ)

2) การเคลือ่ นยายทางธรุ การ คือ การเคลอ่ื นยายหนวยทหาร ยุทโธปกรณ และสิง่ อุปกรณที่
อยูหางจากความกดดันของขาศึก ขบวนเคลื่อนยายมีความสะดวกสบาย เพราะไมมีการรบกวนจาก
ขาศึกนายทหาร
ฝายสง กำลังบำรุงรบั ผิดชอบ

หลักการขนสง
ก. ใชเคร่ืองมือขนสงใหเกดิ ประโยชนมากท่สี ดุ
ข. เลือกใชเ คร่อื งมือใหเ หมาะสมกบั สถานการณใหม ากทส่ี ดุ
ค. ลดการขนถา ยใหเหลอื นอ ยคร้งั ทีส่ ุด
ง. หลกี เลย่ี งการขนยา ยยอนกลบั มาขา งหลัง

ประเภทหรือวิธีการขนสง

วิธีการขนสง แบงออกเปน 6 วิธี คือ ทางทอ ทางน้ำ ทางรถไฟ ทางถนน ทางอากาศ และ
เบ็ดเตล็ด

ก. การขนสง ทางทอ
โดยธรรมดาใชขนสงเช้อื เพลิงเหลวในปริมาณมาก ๆ เปนการขนสงทีป่ ระหยัดทั้งเจาหนาที่ ท้ัง
ยานพาหนะ และคาใชจ าย

1) ขอดขี องการขนสง ทางทอ คือ
ก) เปน วิธีการที่ประหยัดท่ีสุด

46

ข) ลดความตอ งการเคร่อื งมอื ขนสง ชนิดอ่นื
ค) เสียหายจากขาศกึ นอ ยกวา
ง) ใชไดในพื้นทท่ี ไ่ี มอำนวยใหแ กการขนสง ชนิดอ่นื
จ) ขนสง ของเหลวจากเรอื สูฝง ไดส ะดวกทสี่ ดุ
2) การเลือกเสนทางทอเปนปจจัยที่สำคัญที่สุดในการวางแผนขนสงทางทอ มีขอที่ตอง
พจิ ารณาคอื
ก) เลอื กทางทมี่ มี มุ หกั ทางด่งิ นอ ยทีส่ ุด
ข) กำบังตามธรรมชาติ
ค) ขนานกับทางรถไฟหรอื ถนน
ง) สนับสนุนแผนการยุทธตอ ไปได
จ) ปลายทางทอควรมีที่เก็บ และมีเสนทางเขาออกสะดวก และใชเครื่องมือขนสงได
หลายชนิด
ข. การขนสง ทางน้ำ
การขนสง ทางน้ำ หมายรวมถึง การขนสงโดยการเดินเรือทะเล การขนสงโดยเรือชายฝง และ
การขนสงโดยการเดินเรือทางน้ำในแผนดิน การขนสงทางน้ำ สามารถขนสงไดปริมาณมาก แต
ความเร็วคอนขางตำ่ และมีขอ จำกดั คือ
1) ตอ งมีส่งิ อำนวยความสะดวกในการบรรทกุ และการขนถาย
2) ลอ แหลมตอ การปฏบิ ตั กิ ารของขา ศึก
3) ข้ึนอยูกับสภาพทางน้ำและสิ่งกอ สรา งเกย่ี วกับทางนำ้
4) ลอ แหลมตอ สภาพอากาศ
ค. การขนสงทางรถไฟ
1) สามารถขนยายสัมภาระ และกำลังพล ไดปริมาณมากในระยะทางไกล ดวยความเร็ว
คอ นขา งสงู
2) เมื่อเทียบกับการขนสงแบบอื่นแลว การขนสงทางรถไฟไดรับความกระทบกระเทือน
จากลมฟา อากาศนอยทีส่ ุด
3) มีความออ นตวั นอยกวาการขนสงแบบอ่ืน เพราะเปน ยานพาหนะทีใชปฏิบัติงานบนรางท่ี
ตายตัว
ง. การขนสงทางถนน
1) การขนสงทางถนน เปนการขนสงที่ออนตัวมากที่สุด และมีขีดความสามารถในการสง
กำลังพลและสัมภาระจากตำบลตนทาง ไปยังตำบลปลายทางได โดยไมตองทำการขนถายไปสูการ
ขนสง แบบอ่ืน ในระหวา งทาง นอกจากนยี้ ังมคี วามเรว็ คอ นขา งสูง และเชอื่ มโยงกับวิธีการขนสงชนิดอ่ืน
ไดเปน อยางดี การขนสงทางถนนดวยรถยนต เปนแบบที่เหมาะสมสำหรับการขนสงสัมภาระที่บรรจุหบี
หอสงไปยังพื้นที่สวนหนาและชวยใหบรรลุวตั ถุประสงคไ ดม าก
2) ชนิดของการขนสง
ก) การขนสงระยะใกล (LOCAL HAUL) คือ การขนที่ไดจำนวนเที่ยวมาก เพราะใช
เวลาในการเดินทางนอ ย

47

ข) การขนสง ระยะไกล (LINE HAUL) คือ การขนทไ่ี ดจ ำนวนเทยี่ วนอ ย เพราะใชเ วลา
ในการเดนิ ทางมาก

ค) การเทียวขน (SHUTTLE) คือ การกลับมาขนอีกดวยยานพาหนะคันเดิม ระหวา งจุด
สองจดุ ท่ีกำหนด

ง) การผลัดเปลี่ยน (REAY) คือ การขนยายสิ่งอุปกรณหรือทหารไปขางหนาตลอดเวลา
โดยไมเ ปล่ยี นการบรรทกุ นน้ั แตจะเปล่ยี นพลขับหรือรถลากจูง

จ. การขนสงทางอากาศ
1) การขนสงทางอากาศ เปนการขนสงที่มีความเร็วสูง ออนตัวมาก เลือกเสนทางไดไม

จำกัดใชในพื้นที่เขตหนาไดตั้งแตเริ่มตนการยุทธ แตการขนสงทางอากาศมีขอจำกัดมากมายหลาย
ประการ เชนตองมีการคุมครองทางอากาศโดยฝายเดียวกัน ขึ้นอยูกับสภาพลมฟาอากาศ ออนแอตอ
การยิง มีความจนุ อ ย ระยะทำการจำกัด ความสน้ิ เปลืองสูงมาก และตองอาศยั ส่งิ อำนวยความสะดวก
ในการบนิ ขึ้นลง

2) วธิ ีสงสิง่ อุปกรณทางอากาศ ทำได 2 วิธี
ก) ดว ยการบินลง ใชม ากทีส่ ดุ มีประสทิ ธิภาพสูงสดุ
ข) ดว ยการสงทางอากาศ
1) ทิ้งลงดวยความเร็วต่ำ ใชรมชูชีพหนึ่งรม หรือมากกวา และมีวัสดุกันสะเทือน

เชน การทง้ิ ปน ใหญ รถยนต เปนตน
2) ทิ้งดวยความเร็วสูง ใชรมชชู พี ขนาดเล็ก เชน การท้ิงอาหาร กระสนุ

3) การสงกำลังทางอากาศยามฉุกเฉิน หนวยที่ตองการใหสงกำลังทางอากาศยามฉุกเฉิน
เสนอคำขอมาตามสายงานมายัง สธ.4 กองพล โดยเครื่องสื่อสารที่เร็วท่ีสุด สธ.4 จะเสนอตรงไปยัง
กองทพั เพื่อดำเนินการตอไป หนวยท่ีเสนอคำขอเปนผูเสนอประเภทเครื่องบินและวิธกี ารสงลงหนวย
รับผดิ ชอบในการ เกบ็ กอู ปุ กรณ และเคร่อื งบรรจทุ ่ที ้งิ ลงทางอากาศ

ฉ. การขนสง เบ็ดเตล็ด
การขนสง เบ็ดเตลด็ คือ การขนสงที่มิใชการขนสงทั้ง 5 วิธีดงั กลาวแลว เชน ใชหาบหาม สัตว
ตา งลอเลือ่ น สายเคเบิลขา มเหวลกึ และอ่ืน ๆ นอกจากทกี่ ลา วมาแลว
การขนสง ในกองพนั กรม และกองพล
การขนสงตามอัตราการจัดและที่สมทบใหกบั หนวยปฏิบัติการสงกำลังบำรุงนั้น อาจนำมาใช
สำหรับการเคลื่อนยายหนวยทหารในทางยุทธวิธีได เมื่อเปนเชนนี้จะตอ งมีการประสานงานกับฝา ย
ยุทธการ ถงึ ขอ พจิ ารณาเก่ียวกับ การวางกำลงั และท่ีต้งั ทางยุทธวิธี ระเบียบการจราจร การควบคุม
การจราจร รวมถงึ การกำหนดชน้ั ของเสน ทาง และการกำหนดมาตรการท่จี ะนำเอาถนน และสะพาน
ที่มอี ยูมาใชใหเปนประโยชนมากทีส่ ุด ก็จะรวมอยูใ นเรื่องของการขนสงดวย และยงั หมายรวมถึงการ
สงกลับผูปว ยเจ็บจำนวนมาก ตาม นโยบายสง กลับของกองพลอีกดว ย
ก. การขนสงระดับกองพนั และกรม

1) กองพัน เปนหนวยทางยทุ ธวิธี และหนวยชวยรบ การขนสงในกองพันจะปรากฏอยู
ในหมวดยานยนต และซอมบำรุง และหมวดบริการ กองรอยสนับสนุนการชวยรบ ยานพาหนะทใี่ ช
เพอื่ บรกิ ารขนสง ใน พนั .ร. เปนสวนรวม มี รยบ.2 ½ ตัน จำนวน 8 คนั

48

2) กรมทหารราบ เปนหนว ยทางยทุ ธวธิ ีไมอยูในสายการสงกำลังระหวาง กองพันกับกอง
พล แตกรม ร. มหี มวดยานยนตอยูใน รอย.บก.กรม 1 หมวด เพอ่ื ใชบริการขนสงใหกับกองรอยตา ง ๆ ใน
กรม ร.

3) การควบคมุ การจราจร ในระดับกรม และกองพนั จดั ใหม กี ารจดั ตั้งระบบเคร่อื งหมาย
ชี้ทาง และขอแนะนำไว เมื่อหนวยเคลื่อนที่เปนขบวนยานยนต กรม ร. จะไดรับการสนับสนุนในเรือ่ ง
การควบคุมจาก รอ ย.สห.พล โดยธรรมดาแลว หมวดสารวัตรทหารหนึ่งหมวดจะมาข้ึนสมทบตอกรมท
หารราบหนึ่งกรม เพื่อจัดการชวยเหลือในเรื่อง การจราจร และควบคุมเชลยศกึ อยู ณ ตำบลรวบรวม
เชลยศึกสว นหนาของกองพล ผูชวยเหลือในเรื่องการควบคุมการจราจรของ กรม และกองพัน ก็คือ
นายทหารยานยนตของหนว ย

ข. การขนสง ในระดบั กองพล
1) หนวยขนสงกองพลทหารราบ แบบ 1 คือ กอง พธ.พล หนวยขนสงของกองพล

ทหารราบแบบ 2 (พล.ร.9 ) คือ พนั .ขส. กรม สน. มภี ารกจิ ในการขนสงส่ิงอุปกรณท ุกประเภท เวน
สป.5

2) การใชยานพาหนะ ตามธรรมดาแลวมักใชการควบคมุ แบบรวมการ ถาสามารถทำได
การจายยานพาหนะทกุ ๆ ระดับออกใชงานตอ งใหบรรลุวตั ถุประสงค 2 ประการ คือเมื่อลำเลียง สป.
ข้นึ ไปขา งหนา ในพ้ืนท่ีของ กรม ร. ในเท่ยี วกลบั ใหลำเลียงสิ่งอุปกรณเก็บซอม เชลยศกึ และศพลงมา
ดวยเพือ่ การประหยัด

3) การแบงมอบการควบคุม โดยปกติกระทำภายใตการควบคุมของ กอง พธ.พล
สำหรบั สถานการณที่ตองเคล่ือนที่อยางรวดเร็ว หรอื ในเม่อื หนว ยปฏิบัติการอิสระอาจจัดหมวด รยบ.
ไปขึน้ สมทบใหการใชเครื่องมือขนสง เพื่อสนับสนุนการสงกำลังอยูในความควบคุมของ กอง พธ.พล
ผา นผูชว ยหัวหนา สธ.4 ฝายการขนสง และประสานกับ สธ.3 กองพล

4) การวางแผนควบคมุ จราจร เปนความรบั ผดิ ชอบของ สธ.4 กองพล โดย สธ.4 กองพล
จะจัดตั้ง บก.ควบคุมการจราจรของกองพลขึ้น และใหอยูภายใตการกำกับดูแลของนายทหารฝายสง
กำลังบำรุง ฝายการขนสงของกองพล ณ บก.ควบคมุ การจราจรนี้ จะประกอบดวยผูแทนขนสง หนวย
ทหารชางสห. และนายทหารฝายการสื่อสารกองพล (จัดใหมีการติดตอสื่อสารสำหรับ บก.ควบคุม
การจราจร)

49

บทที่ 5

การบริการทางการแพทย

กลาวทั่วไป
การบริการทางการแพทย มีความมุงหมายเพื่อถนอมกำลังพล ดวยการดำรงไวคุณภาพ

และพลานามัยที่เหมาะสมตอการปฏิบัตกิ ารทางทหาร โดยจัดบริการปอ งกันทางแพทย เพื่อมิใหกำลัง
พลเกิดความเจ็บปวย จัดใหมีการรักษาพยาบาลอยางมีประสิทธิภาพ และจัดการบริการอื่น ๆ เพ่ือ
เพิม่ พนู ประสทิ ธิภาพของการบรกิ ารทางการแพทย

ก. การบริการสายแพทย ประกอบดวย
1) การสงกลบั และการรกั ษาพยาบาล
2) บรกิ ารเวชกรรมปองกนั
3) บรกิ ารชณั สตู รโรค
4) การบรกิ ารโลหติ
5) บรกิ ารทันตกรรม
6) บริการที่ตรวจโรคและปฐมพยาบาล
7) บรกิ ารโรคจติ ประสาท
8) บรกิ ารตรวจสุขภาพทหาร

การบริการทางการแพทยสนับสนนุ หนวยสวนกลาง หนวยสวนภูมิภาค และหนวยสว นการศึกษา
(หนวยใช อฉก.)

ก. โรงพยาบาล ปจจุบันมี 37 แหง แบงออกไดดงั น้ี
1) โรงพยาบาลสังกัด ทบ. หรอื หนวยสวนกลาง
ก) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกลา เปน โรงพยาบาล ทบ.
ข) โรงพยาบาลอานันทมหิดล เปน นขต.พบ.
ค) โรงพยาบาลคา ยสรุ นารี เปน นขต.พบ. ฝากการบงั คบั บญั ชาไวก ับ ทภ.2
2) โรงพยาบาลสงั กัดหนว ยสวนการศกึ ษา
ก) โรงพยาบาลคา ยธนะรชั ต เปน นขต.ศร.
ข) โรงพยาบาล รร.จปร. เปน นขต.รร.จปร.
3) โรงพยาบาลกองทัพภาค
ก) โรงพยาบาลคา ยสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช เปน นขต.ทภ.3
ข) โรงพยาบาลคา ยวชริ าวธุ เปน นขต.ทภ.4
ค) โรงพยาบาลมณฑลทหารบก จำนวน 10 แหง
4) โรงพยาบาลจังหวัดทหารบก จำนวน 20 แหง
5) หนวยพยาบาลอื่น ๆ ท่จี ัดจาก รพ. ของ ทบ. ไปบรกิ ารหนว ยตาง ๆ
ก) กองพยาบาล
ข) แผนกพยาบาล
ค) หมวดพยาบาล
ง) หนว ยตรวจโรค

50

การบริการทางการแพทยส นบั สนุนการรบตามแบบ (หนวย อจย.)
การบริการทางการแพทยสนับสนุนการรบตามแบบ แบงออกไดเปน 5 ระดับ (ในยุทธบริเวณ

4 ระดบั และในเขตภายใน 1 ระดบั )
ก. การบริการทางการแพทยระดับหนว ย
1) มว.สร.ของ กรม ร., พัน.ร., พัน.ม., พนั .ช., พนั .สัตวตา ง
2) ตอน สร.รอ ย.ปจว.
3) หมู สร.ของ กรม ป., พัน.ป., พัน.ปตอ.
ข. การบริการทางการแพทยร ะดับกรม
จะดำเนินการโดย พนั .สร.พล หรอื พัน.สร.กรม สน.
ค. การบริการทางการแพทยระดับกองทพั ภาค
จะดำเนนิ การโดย พนั .สร.บชร.
ง. การบริการทางการแพทยในระดบั ทบ. (เขตหลัง)
1) โรงพยาบาลทั่วไป
2) โรงพยาบาลประจำถน่ิ
3) โรงพยาบาลสนาม
4) ศนู ยพกั ฟน และพักผอ น
5) กองรอยรถยนตพยาบาล
6) กองรอย ฮ.พยาบาล
7) หนวยเวชกรรมปองกัน
จ. การบริการทางการแพทยในเขตภายใน
การบริการทางการแพทยในเขตภายใน ใชบริการทางการแพทยทีม่ ีอยตู ามปกติ แตมีการ

ควบคุมอยา งรัดกุม เปนที่รักษาพยาบาลขั้นสุดทาย มีเตียงสำรองไวสำหรับผูปวยที่ถูกสงตัวมาจาก
สนามอยางพอเพียง มีโรงพยาบาลท่วั ไป (GENERAL HOSPITAL) ทใ่ี ชช อ่ื เดมิ และโรงพยาบาลเฉพาะ
โรค
หลักมูลฐานของการสงกลับและการรักษาพยาบาล

การสงกลับและการรักษาพยาบาล จะตองกระทำใหส อดคลองกัน โดยมงุ ท่จี ะปลดเปลีย่ น
ภาระเกี่ยวกับกำลังพลที่เจ็บปวยใหกับหนวยตาง ๆ รวมทั้งการพยายามสงทหารนั้นกลับไปปฏิบัติ
หนาทใี่ หเ ร็วทสี่ ดุ โดยมหี ลกั มูลฐานดงั น้ี

ก. จัดตง้ั ที่รกั ษาพยาบาลใหอยใู กลกับหนวยรับการสนบั สนุนมากท่สี ดุ
ข. สงกำลงั พลกลบั เขามาปฏบิ ตั ิหนาที่ในยทุ ธบรเิ วณใหมากท่ีสดุ
ค. ไมสงผูเจ็บปวยไปขางหลังเกินความจำเปนตอสภาพการเจ็บปวย และสถานการณทาง
ยุทธวิธี
ง. หนว ยรักษาพยาบาลที่อยูขางหลัง รบั ผิดชอบในการปลดเปลอ้ื งภาระเกย่ี วกับผูเจ็บปว ย สิ่ง
อำนวยความสะดวกท่ีมอี ยู และวธิ ีการขนสงที่ใชได

51

จ. ณ ทีต่ ัง้ การแพทยทุกแหง ผเู จบ็ ปว ยตอ งไดร ับการตรวจสอบ และแยกประเภทเพ่ือใหการ
รักษาพยาบาล ณ ทน่ี ้นั หรือเพื่อสงกลบั ตอ ไป หรือเพอื่ สงไปปฏบิ ัตงิ านตามเดมิ

นโยบายการสงกลบั
นโยบายการสงกลบั เปน เครอื่ งมอื ในการควบคมุ มิใหสงกลบั ผูปว ยเจ็บไปขางหลังไกลเกินความ

จำเปน ตอสภาพการเจ็บปวย ทงั้ นี้ก็เพื่อหลีกเล่ียงการสญู เสียกำลงั พลโดยไมจำเปน ทำใหสามารถรักษา
ผูปวยที่เลือกไวบางประเภทไดดขี ึ้น โดยธรรมดานโยบายการสงกลับจะกำหนดตามพื้นที่ประเภทของ
สถานพยาบาล และประเภทของผปู วย
การสง กลบั และการกั ษาพยาบาลในยามปกติ

หนว ยรกั ษาพยาบาล
1) หนวยรักษาพยาบาล ที่รักษาทั้งคนไขนอกและคนไขใ น ไดแก โรงพยาบาล และหนวย

พยาบาล
2) หนว ยรักษาพยาบาลที่รับรักษาพยาบาลเฉพาะคนไขนอก ไดแ กหนวยตรวจโรค ที่ปฐม

พยาบาลและหมูพยาบาล
กรมแพทยทหารบก เปน ผกู ำหนดประเภทหนว ยรักษาพยาบาล จำนวนเตยี ง และนโยบสง กลบั

ของหนวยรกั ษาพยาบาล
กรรมวธิ ใี นการปฏิบัติกอน ระหวางและภายหลังการรักษาพยาบาล การเคลื่อนยาย การเงิน

และเรื่องอน่ื ๆ ปฏิบัติตามระเบียบ ทบ. วาดว ยการรกั ษาพยาบาล และการสง กลบั ในเวลาปกติ
การสง กลบั และการักษาพยาบาลในยามสงคราม หรอื ในสถานการณฉ ุกเฉนิ

ก. การสง กลับ
1) หนวยเสนารักษ ที่อยูขางหลังจะตองรับผิดชอบในการสงกลับคนใชของหนวย

เสนารักษที่อยูขางหนาตามลำดับ โดยใหหนวยรักษาพยาบาลซึ่งอยูขางหนาแจงความประสงคหรอื
เสนอคำขอไปใหทราบ

2) หนวยเหนือ มีหนาที่กำหนดนโยบายสง กลับใหแกหนว ยรอง โดยใหถ ือเกณฑนโยบาย
สง กลบั ทวั่ ไป ดังน้ี

ก) ทพี่ ยาบาลกรม ไมเ กนิ 10 วนั
ข) ทพ่ี ยาบาลกองพล ไมเกิน 20 วัน
ค) หนว ยรกั ษาพยาบาลทีส่ นับสนุนระดับกองทพั ไมเ กิน 30 วัน
3) แนวทางการปฏบิ ัติและการสง กลบั ใหปฏบิ ัติตามระเบียบ ทบ. วา ดว ยการรกั ษาพยาบาล
และการสง กลับในสนาม
ข. การรักษาพยาบาล
1) ผบ.หนวย เปน ผรู ับผดิ ชอบการรักษาพยาบาลในหนว ย หรอื สายงานของตน
2) นายสิบพยาบาลกองรอย รับผิดชอบในการปฐมพยาบาล เชน หา มเลือดปากแผล หรือ
แตงบาดแผล เขาเฝอก ปองกันอาการคัน ฉีดมอรฟน ทำปายการรกั ษาพยาบาลขั้นตนใหแกคนไขทุก
คน
3) ท่พี ยาบาลกองพัน รบั ผิดชอบในการรักษาพยาบาลตอจากนายสิบพยาบาลกองรอยเพ่ือ
สง กลับตอไป

52

4) ที่พยาบาลกรม รับผิดชอบในการรักษาพยาบาล เก็บรวบรวม และทำการคัดแยกคนไข
เพอ่ื การสงกลบั หรอื คนื หนว ยตน สังกดั โดยตรง

5) ท่ีพยาบาลกองพล รับผดิ ชอบในการรกั ษาพยาบาล เพื่อสงกลับหรอื คืนหนวยตนสังกัด
โดยตรง

6) หนว ยพยาบาลทส่ี นบั สนุนกองทพั ภาค รับผิดชอบในการรักษาพยาบาล เพ่ือการสงกลับ
หรอื สงทหารทหี่ ายจากการบาดเจ็บปวยผา นหนว ยกำลังทดแทน

7) หนวยรกั ษาพยาบาลของ ทบ. รบั ผิดชอบในการรักษาพยาบาล, สงคืนทหารที่หายจาก
การเจ็บปวยผา นหนวยทดแทน หรือทหารที่หายดีแลวไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหสงคนื หนวยตน
สังกดั ปกติเพ่อื ดำเนนิ การตอ ไป

8) รายละเอยี ดในการรักษาพยาบาลปฏิบัติตามระเบยี บ ทบ.วา ดวยการรักษาพยาบาลและ
สง กลบั ในสนาม

บรกิ ารเวชกรรมปอ งกนั
ก. ผบ.หนวยทหารทุกระดับช้ัน มีหนาที่รับผดิ ชอบเกี่ยวกับการผดุงและสงเสริมสุขภาพของ

ทหารท้ังรางกายและจิตใจ การปองกันโรคและอุบัติเหตุ ตลอดจนการกวดขันดูแลใหทหารปฏิบัติตาม
คำส่ัง และระเบยี บกองทพั บก วา ดว ยการสุขาภิบาลภายในเขตรบั ผดิ ชอบของหนว ย

ข. ผบ.หนวยเสนารักษ และ ผบ.หนวยรักษาพยาบาลทุกระดับชั้น มีหนาที่รับผิดชอบให
ขอเสนอแนะ กำกับดูแลเกี่ยวกบั กิจกรรมทางเวชกรรมปองกันของหนวย วางแผนอบรม การสุขศึกษา
และสุขศาสตรสวนบุคคลแกทหาร กำกับดูแลการปฏิบตั งิ านของเจาหนาที่สายแพทย ในดา นเวชกรรม
ปอ งกัน ตลอดจนรวบรวมรายงานการสขุ าภิบาลของหนว ย

ค. เจาหนาที่เวชกรรมปองกัน มีหนาที่เปนผูชวย ผบ.หนวยเสนารักษ และ ผบ.หนวย
รกั ษาพยาบาลในการปฏบิ ัตหิ นา ที่ทางดา นเวชกรรมปอ งกันแกหนวย ตรวจและรายงานการสุขาภบิ าล
รวมทั้งใหขอเสนอแนะการแกไขปญหาขอบกพรองตาง ๆ ตอ ผบ.หนวยเสนารักษ และ ผบ.หนวย
รกั ษาพยาบาลดว ย

ง. หนวยเวชกรรมปองกันกองทัพบก มีหนาที่ใหการสนับสนุนการปฏิบัติทางเวชกรรม
ปองกันแกหนว ยในสนาม ในกรณีเกนิ ขีดความสามารถของหนว ยทหารน้ัน ๆ

จ. โรงพยาบาลทหารในพนื้ ที่ปฏิบัติการ มหี นา ท่ใี หก ารสนับสนุนทางดานเวชกรรมปองกันแก
หนวยทหารทีอ่ อกปฏิบัติราชการสนามในพืน้ ทร่ี บั ผิดชอบดว ย
บรกิ ารทันตกรรม

ผบ.หนวยทุกระดับชั้น เปนผูรับผิดชอบในการจัดใหมีการรักษาดแู ลทางดานทนั ตกรรมใหแก
กำลังพลของหนวย ทันตกรรมและเจาหนาที่ทันตกรรมที่อยูประจำหนวย รับผิดชอบในการ
รักษาพยาบาลทันตกรรมเทาที่สามารถกระทำได ถามีคนไขมากเกินขีดความสามารถ ใหขอความ
ชว ยเหลอื จากหนว ยทันตกรรมเคลือ่ นท่ี

ในยามสงคราม จะจัดหนว ยทันตกรรมเคลอื่ นที่ และกระจายกำลังใหเหมาะสมเพอื่ ใหกำลังพล
ทีไ่ ปรับการรักษาพยาบาลทางทันตกรรมเคลื่อนที่ไปขางหลังระยะส้ันทีส่ ุด บริการทนั ตกรรมจะจดั ใหม ี
ขึน้ ในพื้นที่ที่มกี ำลังทหารอาศยั อยูห นาแนน จัดใหม ที ง้ั ทนั ตกรรมคลนิ ิก และทนั ตกรรมประดษิ ฐ

53

บริการชัณสูตรโรค
สถาบันพยาธิวิทยา มีเจาหนา ท่ีตรวจคน วิจัย และชัณสตู ร เพ่อื หาสมหุ ฐานของโรค จากความ

ผิดปกติของอวยั วะชน้ิ สวนของอวัยวะ โลหิต ของเหลว และสิ่งขับถายท้ังปวงของรางกายสามารถจัด
เจาหนาที่ชำนาญงานไปชวยเหลือสนบั สนนุ หนวยรักษาพยาบาลได ตามความจำเปน
การบริการโลหิต

กองวิทยาศาสตรการแพทย สถาบันพยาธิวิทยามีหนาที่จัดหา เก็บรักษาและแจกจายเลือด
เพ่ือรักษาพยาบาลแกหนวยรักษาพยาบาลของกองทัพบก โรงพยาบาลตาง ๆ ของกองทัพบก จะสะสม
เลอื ดเลอื ดไวตามระดับการสะสมท่กี องทพั บกกำหนด
บรกิ ารโรคจติ ประสาท

ก. ผบ.มว.เสนารกั ษ รบั ผิดชอบในการแยกผทู ี่มีสภาพจติ ผดิ ปกติ เพอ่ื ทำการสงกลับ
ข. ผบ.รอย.เสนารักษ รับผิดชอบในการคัดแยก ใหมีการรักษาคนไขทางโรคจิตประสาท
ณ ท่ีน้นั หรอื สงกลบั ตามความจำเปน
ค. ผบ.พัน.เสนารักษ รับผิดชอบจัดตั้งที่คัดเลือกคนไขโรคจิตประสาท และใหการ
รกั ษาพยาบาลหรอื สงกลบั ตามความจำเปน
ง. ผอู ำนวยการโรงพยาบาล รับผดิ ชอบในการรักษาพยาบาลตามขีดความสามารถ โดยจดั ให
มีเจาหนาที่ ซึ่งเคยผานการฝกอบรมเปนพิเศษในการดูแลคนไขทางโรคจิตประสาทมาแลว และจัดใหม ี
สิ่งอปุ กรณใ นการรกั ษาพยาบาลอยา งเพียงพอ
จ. หลกั ในการปฏิบัติ ตองใหการรักษาพยาบาลใหใกลหนวยตนสังกัดของคนไขใหมากที่สุด
เทาที่จะทำได ในกรณีจำเปนตองใชจิตแพทย ใหค ำดำเนินการขอจิตแพทยไปทำการรักษา ใหการ
พจิ ารณาสงคนื คนไขท่หี ายแลว ใหพ จิ ารณาวา สงคนื ไปทำหนาทเี่ ดิม หรอื ไปทำหนาท่ีอื่น
บรกิ ารตรวจโรค และที่ปฐมพยาบาล
เปนบริการแพทยประจำหนวยในคา ยพัก หรือในพื้นท่ีพกั แรมในสนาม เปดดำเนินการที่ตรวจ
โรค เพอ่ื ทำการรักษาพยาบาลในขนั้ ตนตามความจำเปน
บริการตรวจสขุ ภาพทหาร
เมอื่ หนวยทหารอยูในระยะพักปฏิบัติการ ใหมตี รวจรา งกายทั่วไป รวมทั้งสุขภาพจิต สขุ ภาพ
ทันตอนามัย และสุขศาสตรสวนบุคคลดว ย การตรวจรางกายทหารในยามปกติใหดำเนินการ ตามหวง
ระยะเวลาทก่ี องทพั บกกำหนด

54

บทที่ 6

การบรกิ ารอ่ืน ๆ

กลา วทัว่ ไป
การบริการอื่นๆ เปนงานกิ่งหนึ่งของการสงกำลังบำรุง ซึ่งเปนการบริการแกหนวย และหรือ

กำลังพลนอกเหนอื จากการบรทิ างการแพทย การบริการอื่น ๆ จะประกอบไปดวย การกอสรางและ
ซอมแซมทั้งในที่ตั้งปกติ และในสนาม การอสังหาริมทรัพย การสาธารณูปโภค การดับเพลิง การที่พัก
การประปา การปองกนั คชรน. การทำลายลา งวัตถรุ ะเบดิ การพราง เปนตน
การกอสรางและการซอมแซมในสนาม

เปนความรับผิดชอบของหนวยทหารชางในสนาม และหนวยทหารชางกอสราง ทำการ
กอสรางและซอมแซมสิ่งอุปกรณตาง ๆ ตลอดจนเสนทางคมนาคม เฉพาะงานกอสรางเพื่อสนับสนุน
หนวยทีอ่ อกปฏิบัติการในสนามเทานั้น การกอสราง และซอ มแซมสิ่งกอสราง เพื่อการชวยเหลือใน
การพัฒนาชนบท จะกระทำตามนโยบายของหนวยเหนือเทานั้น หนวยทหารชางกอสรางอาจกอสราง
สิ่งปลูกสรางตางๆ ในยามปกติไดก็ตอเมื่อกองทัพบกสั่ง และเปนไปตามนโยบายของรัฐบาลในยาม
สงคราม การกอสรางของหนวยทหารชางสนาม และหนวยทหารชางกอสราง มักจะกระทำเพื่อ
ประโยชนในการสนบั สนนุ การรบ และกจิ กรรมการชว ยรบ
การกอ สรา งและซอมแซมในยามปกติ

เปนความรับผิดชอบของกรมยุทธโยธาทหารบก การดำเนินการสวนใหญแลวเปนการจาง
โดยมีเจาหนาที่ของกรมยุทธโยธาทหารบกเปนผูควบคุมงาน อยา งไรก็ดีหากหนวยตาง ๆ ของ ทบ. มี
ความประสงคที่จะรบั งานกอสรางในหนวยไปดำเนินการเองก็ยอมทำได โดยปฏิบัติตามคำสั่ง และ
นโยบายการดำเนินการจางเหมากอสรางของ ทบ. การกอสราง และการซอมแซมในยามสงครามคง
ดำเนินงานเชนเดียวกับการกอสรางใด ๆ ที่จะมอบให ยย.ทบ. หรือ กช.ดำเนินการคงเปนไปตาม
นโยบายของ บช.กบ.ทบ.
การอสงั หาริมทรัพย

เปนความรับผิดชอบของ ยย.ทบ.ซึ่งรับผิดชอบในการสำรวจ, ตรวจสอบ, ควบคุมทะเบียน
ประวัติที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสราง และทางที่เปนกรรมสิทธิ์ของ ทบ. และยังรับผิดชอบในการจัดหา
อสังหาริมทรพั ย เพือ่ ใชประโยชนใ นกิจการทหาร โดยมีกองที่ดิน เปนหนวยงานรับผิดชอบ การจัดหา
อสังหาริมทรพั ยเ พื่อใชใ นกจิ การทหารยามสงคราม เปนไปตามนโยบายของหนว ยเหนอื โดยมีนายทหาร
ฝายยุทธโยธา ประจำ ปช.กบ.ทบ. เปน ฝายอำนวยการรบั ผดิ ชอบ
การสาธารณปู โภค

เปนความรับผิดชอบของ ยย.ทบ.ไดแก การไฟฟา การประปา การทำความเย็น การระบายสิง่
โสโครกและการสุขาภิบาล เปน ตน งานทีด่ ำเนินการ ไดแก การติดตง้ั การใชงาน และการซอมแซมสิ่ง
สาธารณูปโภคดังกลาวในยามปกติ ในยามสงครามคงดำเนินการติดตั้ง ใชงานและซอมแซม สิ่ง
สาธารณูปโภคเฉพาะทีเ่ ปนที่ตั้งประจำ ในพื้นที่เขตหลัง เชน โรงพยาบาลทั่วไป บก.ทบ. สนาม กอง
สาธารณูปโภค ยย.ทบ. อาจจัดเจาหนาที่เปนชุดปฏิบัติงานประจำ ณ สถานที่ตั้งตาง ๆ ตามความ
จำเปนการติดตั้งและการซอมแซมขนาดใหญ มักจะเปนการจางเหมาโดยอยูในความควบคุมของ
เจาหนา ท่ี ยย.ทบ.

55

การดับเพลิง
เปนความรับผิดชอบ วศ.ทบ. ซึ่งจะดำเนินการในเรื่องการสงกำลังสิ่งอุปกรณดับเพลิงเวน

รถดับเพลิง และอุปกรณประจำรถดับเพลิงการดับเพลิงและการปอ งกันอัคคีภัย อยูในความรับผิดชอบ
ของ ผบ.หนวยทหารทหารทุกระดับ
การที่พกั

เปนความรับผดิ ชอบ ยย.ทบ. ในการจัดหาที่พักสำหรับหนวยทหาร ตลอดจนการกอสรางท่ีพัก
ชั่วคราวสำหรับหนว ยทหารท้ังในยามปกติ และยามที่หนวยออกปฏิบัติการในสนามการจัดหาที่พกั โดย
การเกณฑในยามสงคราม หรือในสถานการณฉุกเฉิน ตองแจงให จทบ. หรือ มทบ. เจาของพื้นที่
ดำเนินการใหต ามกฎหมาย
การประปา

เปนความรับผิดชอบของ ยย.ทบ. ในการดำเนินการจัดหา และแจกจายน้ำประปาใหแกท่ีต้ัง
ปกติของหนวยทหาร ในยามสงคราม ยย.ทบ.อาจไดรับมอบใหด ำเนินงานประปาในสถานที่ตั้งประจำ
เชน บก.ทบ.สนาม ในพน้ื ทส่ี ว นหลัง ตามนโยบายของ บช.กบ.ทบ.
การปอ งกัน นชค.

เปนความรับผิดชอบของ วศ.ทบ. ในการดำเนนิ การสำรวจพื้นที่เปนพิษ การทำลายลางพื้นที่
เปนพิษการตั้งสถานีทำลายลางกำลังพลเปนบุคคล วศ.ทบ. จะจัดตั้งเจาหนาที่ชุดพิเศษ ชุด
วิทยาศาสตรข้ึนปฏิบตั ิงานสนับสนนุ โดยตรง ชุด วศ. หรือ รอย.วศ. นี้ จะขึ้นอยูกับหนวยทหารระดับ
กองพลขนึ้ ไป แต วศ.ทบ. เปนผูค วบคมุ ทางเทคนคิ อยา งใกลชดิ ตลอดมา
การทำลายลางวตั ถุระเบิด

เปนความรับผิดชอบของ สพ.ทบ. ในยามปกติชุดทำลางวัตถุระเบิดในกองทัพภาค หรือที่
ประจำอยูสว นกลาง เปน หนว ยปฏิบัตงิ านตามคำสงั่ ในยามสงครามขุดทำลายลางวัตถรุ ะเบดิ จะประจำ
อยูกับ กช.กบ.ทบ. มีหนาที่ปฏิบัติงานในพื้นทีส่ วนหลัง ในบางกรณีกองโรงงานวตั ถุระเบิด อาจจัด
เจาหนา ท่ีทีส่ ันทัดงานไปปฏิบัติงานเฉพาะกไ็ ด
การพราง

เปนความรับผิดชอบของ กช. ในการสงกำลังวัสดุพราง และชวยเหลือแนะนำหนวยตาง ๆ
เก่ียวกบั เทคนคิ การพราง ผูบงั คับหนว ยทหารทุกระดับ รบั ผิดชอบในการพรางหนว ยของตน การพราง
โดยอาศยั ลกั ษณะภูมปิ ระเทศใหเปนประโยชนในการพรางมากทส่ี ดุ ยอ มดกี วา การพรางดวยวัสดพุ ราง
การบริการในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.

1. พนั ธกจิ หรอื การในหนาทข่ี องเหลาสรรพาวุธทหารบก
2. การสงกาํ ลงั สายสรรพาวธุ
3. การทําลายลางวัตถรุ ะเบดิ
4. การปรับเทียบสภาพทางขีปนะวธิ ี

การบรกิ ารในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.

1. ภารกจิ ของกรมสรรพาวุธทหารบก

- ดํารงไวซ่งึ อํานาจการยงิ และความคลองแคลวในการเคลอื่ นท่ขี องหนวยทหาร

2. ส่งิ อุปกรณในความรับผิดชอบของ สพ.ทบ.

56

ตามระเบียบ ทบ.วาดวยความรับผิดชอบในสิ่งอุปกรณพ.ศ.2535 ลง 13 ม.ค.35
กาํ หนดให สพ.ทบ. รับผดิ ชอบสิง่ อปุ กรณ 5 จําพวกคือ

2.1 อาวธุ กระสุน และวัตถรุ ะเบดิ
2.2 รถยนตสงคราม
2.3 เครอ่ื งควบคมุ การยิงท่ไี มใชอีเลคโทรนิคส

(ยกเวนเครื่องควบคมุ การยิงท่ใี ชอีเลคโทรนิคสของ ถ. ทุกแบบ)

2.4 วัสดุทาํ ความสะอาดอาวธุ และเคร่อื งควบคมุ การยิง
2.5 เครอ่ื งมือเคร่อื งใชและอปุ กรณใ นการผลิตและซอมบาํ รุงรายการขางตน

3. พันธกจิ หรอื การในหนาท่ขี องเหลาทหารสรรพาวธุ

เนื่องจาก ทบ.ไดมอบภารกิจ “ ดาํ รงไวซึ่งอํานาจการยิงและความคลองแคลวในการเคลื่อนที่
ของหนวย ทหาร” ใหกับทหารเหลา สพ. ดงั นั้น หนวยทหารสรรพาวุธจึงมีพันธกิจหรือการในหนาที่ที่
ตอง สนับสนุนหนวยทหารตาง ๆ ใหสามารถดํารงไวซึ่งอํานาจการยิงและความคลองแคลวในการ
เคลื่อนที่ โดยเรียกการใหการสนับสนุนแกหนวยทหารตาง ๆ นี้วา “บริการสรรพาวุธ” ซึ่งประกอบ
ดวยการ ใหบรกิ าร 6 อยาง ดงั น้ี

- การสงกาํ ลงั
- การซอมบาํ รุง

- การใหความชวยเหลอื ทางเทคนคิ
- การทาํ ลายลางวัตถรุ ะเบิด
- การบริการขา วกรองทางเทคนคิ
- การปรับเทยี บสภาพทางขีปนวิธี

3.1 การสงกําลัง คือการสนับสนุนหนวยทหารตาง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับ การใหไดมา การเก็บ
รกั ษา การจา ยทดแทนยุทโธปกรณสายสรรพาวุธ ตามความตองการของหนว ยทหาร

3.2 การซอ มบํารุง คือการสนับสนุนหนวยทหารตาง ๆ ใหมียุทโธปกรณสาย สพ.ที่ใชการไดอยู
ตลอดเวลา (การปรนนบิ ตั ิบาํ รงุ ) และการซอมยุทโธปกรณส าย สพ.ทใี่ ชการไมไดใ หกลับมาใชการได

3.3 การใหความชวยเหลือทางเทคนิค คือ การจัดใหมีการสอน และการแนะนําทางเทคนิค
เกี่ยวกับการใชย ุทโธปกรณสาย สพ. ใหกับหนวยทหารตาง ๆ เพื่อใหสามารถใชยทุ โธปกรณ เหลานีไ้ ดอย
างถูกตอ ง และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการแนะนาํ ใหป ฏิบัติตามระเบียบการสงกําลัง และซอมบํารุงอยาง
ถกู ตอ งอีกดว ย

3.4 การทําลายลางวัตถุระเบิด คือการสนับสนุนเกี่ยวกับการตรวจคน การเก็บกูการทําให
ปลอดภัย และการทําลายวัตถรุ ะเบิดที่ยงั ไมระเบิด ทงั้ ของฝายเราและฝา ยตรงขาม

3.5 การบริการขาวกรองทางเทคนิค คือการรวบรวม สอบทาน ประเมินคา และกระจายขาวก
รองท่ีเกี่ยวของกับลักษณะทางเทคนิคขีดความสามารถในการทํางานและขีดจํากัดของยุทโธปกรณ
สรรพาวุธตางชาติทงั้ น้ีเพอ่ื ใหไดแ นวความคิดในการปฏิบัตทิ ีจ่ ะทําใหเกิดผลดีแกฝายเรา

57

3.6 การปรับเทียบสภาพทางขีปนวิธี คือการหาความเร็วที่ถูกตอ งของกระสุนที่ยิงออกไปจากป
นใหญแตละกระบอก ทั้งนี้เพราะกระสุนที่ยิงออกไปจากปนใหญแตละกระบอกมีความเร็วไมเทากัน
เน่อื งจาก

3.6.1 ความสึกหรอของลาํ กลองไมเ ทากัน

3.6.2 นำ้ หนักของลูกกระสุนปนใหญแตละเลขงานไมเทากัน

การปรบั เทียบสภาพทางขีปนวิธจี ึงเปนการตรวจวัดความเร็วตนของกระสุนที่ใชยิงจากปนใหญแต
ละกระบอกเพื่อใหหนวยใชทราบความเร็วตนของปนใหญกระบอกนั้น ๆ สําหรับ นําไปปรับแกมมุมยิง
ตามทก่ี าํ หนดไวในสมดุ ตารางยงิ
4. การจัดหนวยเพ่ือใหบริการสรรพาวธุ

การบริการสรรพาวธุ จะมปี ระสทิ ธิภาพสูงสดุ ก็ตอเมื่อสามารถจัดหนวยทหารสรรพาวุธให ปฏิบัติ
การอยูใกลชิดหนวยรบั การสนบั สนนุ มากท่ีสุด และหนวยทหารสรรพาวุธน้ัน จะตองมคี น เครื่องมือและอปุ
กรณท กุ ประเภทเพียงพอและพรอมท่จี ะตอบสนองความตองการในดานการสงกําลัง และซอมบํารงุ ท้ังมวลท่ี
จะเกดิ ขนึ้ ไดโดยทนั ที

แตในทางปฏิบัตินั้น จะตองคํานึงถึงความคลองแคลวของหนวยทหารสรรพาวุธ และหลักการ
กระจายกําลังในสนามรบดวยเพราะหากหนวยทหารสรรพาวุธตองมีสิ่งอุปกรณทุกอยางพรอมใหการ
สนบั สนนุ ในทกุ เรื่องแลว หนวยทหารสรรพาวธุ นัน้ จะตองมีขนาดใหญมาก ทําใหเกิดความไมคลอ งแคลว ใน
การเคลอ่ื นท่ีติดตามหนวยกําลังรบ และอาจขัดขวางการปฏิบัติการทางยุทธวิธีอีกดวย นอกจากน้ันแลวการ
เปนหนวยขนาดใหญยังเปนเปาหมายที่คุมคาตอการโจมตีอีกดวย ซึ่งหากหนวย ทหารสรรพาวุธถูกทําลาย
แลวจะมีผลทําใหหนวยกําลังรบขาดการสนับสนุน อนั จะดํารงไวซ่ึงอาํ นาจ การยิงและความคลองแคลวใน
การเคลอ่ื นท่ีไปดว ย ดว ยเหตุผลดังกลาวจงึ ตองพจิ ารณาแบงการ สนบั สนนุ สาย สพ.ออกเปน 3 ระดับ คือ

- ระดับสนับสนนุ โดยตรง

- ระดับสนบั สนนุ ท่วั ไป

- ระดบั สนบั สนนุ ประจาํ ท่ี

4.1 ระดับสนับสนุนโดยตรง เปนการปฏิบัติโดยทหารสรรพาวุธที่มีความคลองแคลวในการ
เคลือ่ นทีส่ งู สามารถเคลอ่ื นที่ติดตามใหการสนบั สนนุ แกหนว ยกําลงั รบไดโดยใกลชดิ ในทุก สถานการณมี
ชนิ้ สวนซอ ม ซ่งึ มีสถติ กิ ารใชจายสูง บรรทุกไปโดยยานพาหนะในอตั ราของหนวย หนวยทหารสรรพาวุธ
ประเภทนี้จะใหบริการทั้งการสงกําลัง และซอมบํารุงโดยติดตอโดยตรงกับหนวยรับการสนับสนุน
แบงออกเปน 2 ประเภท คอื หนวยสนับสนุนโดยตรง ในอัตราของกองพล และหนวยสนับสนนุ โดยตรง
นอกอตรากองพล

4.1.1 หนวยสนบั สนุนโดยตรงในอตั รากองพล ปจจุบันมที ้งั สิ้น 10 หนวย คือ

- กองสรรพาวธุ เบากองพลท่ี 1 รกั ษาพระองค (กรุงเทพ ฯ)

- กองพันซอมบาํ รุงกรมสนบั สนุน กองพลทหารราบที่ 2 รกั ษาพระองค (ปราจนี บุรี)

- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบท่ี 3 (นครราชสมี า)

- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบท่ี 4 (พษิ ณโุ ลก)

- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบท่ี 5 (นครศรีธรรมราช)

58

- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารราบที่ 6 (รอยเอ็ด)
- กองสรรพาวธเบา ุ กองพลทหารมาท่ี 1 (เพชรบูรณ)
- กองพันซอมบาํ รุงกรมสนบั สนนุ กองพลทหารมาท่ี 2 (สระบรุ ี)
- กองสรรพาวุธเบากองพลทหารปนใหญตอสอู ากาศยาน(กรงุ เทพ ฯ)
- กองพนั ซอ มบาํ รงุ กรมสนบั สนนุ กองพลทหารราบท่ี 9 (กาญจนบรุ )ี
4.1.2 หนวยสนบั สนุนโดยตรง นอกอัตรากองพลและกองทัพภาค ปจ จุบนั มีอยู 1 หนวย
คอื กองพนั สรรพาวธุ ซอมบาํ รุงเขตหลงั ประกอบดวย
- กองรอยสรรพาวธุ สนบั สนุนโดยตรง พัน.สพ.ซบร.เขตหลัง (ลพบุร)ี
- กองรอยสรรพาวธุ สนบั สนนุ ท่ัวไป พนั .สพ.ซบร.เขตหลัง (กรุงเทพ ฯ)
- กองรอยสงกาํ ลังสรรพาวธุ พัน.สพ.ซบร.เขตหลงั (กรงุ เทพฯ)
4.2 ระดับสนับสนุนทั่วไป เปนการปฏิบัติโดยหนวยทหารสรรพาวุธ ซึ่งมีความคลอง แคลว
นอยกวา หนวยสนับสนุนโดยตรง แตมีขีดความสามารถในการสงกําลัง และซอมบํารุงสูงกวาหนวย
สนับสนนุ โดยตรง ปกติจะใหบริการเฉพาะพันธกิจใดพันธกจิ หนึง่ เพียงอยางเดยี ว การซอมบาํ รุง สป.
2 และ 4, การสงกําลัง สป.2 และ 4, การสงกําลัง สป.5 หนวยสนับสนุนทั่วไป มีทั้งในอตั รา ทภ.
และนอกอัตรา ทภ.
4.2.1 หนวยสนบั สนุนทั่วไปในอัตรา ทภ.มีดงั น้ี
4.2.1.1 หนวยสง กําลงั สป.2 และ 4 สาย สพ.จัดอยูในกองพันสงกําลัง และบริการ
กองบัญชาการชว ยรบ เชนเดียวกบั สาย ช.,สส., ขส.,วศ.และ พธ. ดังน้ี

- พนั .สบร.21 บชร.1 (ชลบุร)ี
- พัน.สบร.22 บชร.2 (นครราชสีมา)
- พัน.สบร.23 บชร.3 (พษิ ณุโลก)
- พนั .สบร.24 บชร.4 (นครศรีธรรมราช)
4.2.1.2 หนวยซอมบํารุง สป.2 และ 4 สาย สพ. จัดอยูในกองพันซอมบํารุง
กองบญั ชาการชว ยรบ เชนเดียวกบั สาย ช., สส., ขส.และวศ. ดังนี้
- พนั .ซบร.21 บชร.1 (ชลบุร)ี
- พนั .ซบร.22 บชร.2 (นครราชสีมา )
- พัน.ซบร.23 บชร.3 (พิษณุโลก)
- พนั .ซบร.24 บชร.4 (นครศรีธรรมราช)
4.2.1.3 หนวยสง กาํ ลงั และซอมบาํ รุง สป.5 สาย สพ.
- พนั .สพ.กระสุนที่ 21 บชร.1 (ชลบรุ ี)
- พนั .สพ.กระสุนท่ี 22 บชร.2 (นครราชสีมา)
- พนั .สพ.กระสุนที่ 23 บชร.3 (พิษณุโลก)
- พัน.สพ.กระสนุ ท่ี 24 บชร.4 (นครศรธี รรมราช)

59

4.2.2 หนวยสนับสนุนทั่วไปนอกอัตรา ทภ.ปจจุบันมีอยู 1 หนว ยคือกองพัน
สรรพาวุธ ซอ มบาํ รุงเขตหลัง

4.3 ระดับสนับสนุนประจําท่ี ปฏิบตั ิโดยหนวยทหารสรรพาวุธท่ีต้ังอยูในเขตหลังหรือเขต
ภายใน เปนหนว ยต้ังประจําท่ใี นลักษณะของคลัง หรอื ฐานปฏิบตั ิการใหญเพื่อดําเนินงานสง กําลังและ ซ
อมบํารงุ ยุทโธปกรณท ง้ั ปวงในยุทธบริเวณ ทเ่ี กนิ ขีดความสามารถของหนวยสนับสนนุ ทั่วไป ตามปกติยุท
โธปกรณที่สง กลบั มารบั การซอมบาํ รงุ ประจําที่ เมอ่ื ซอมแลว เสร็จจะขึน้ บญั ชีไว เปน ยทุ ธภณั ฑคงคลังเพอ่ื
แจกจายใหมหนวยสนบั สนนุ ประจําทม่ี ดี งั นี้

- กองสรรพาวธุ ซอมยาง (อยธุ ยา)

- กองควบคุมส่ิงอุปกรณ (กรุงเทพ ฯ)
- กองคลังยทุ โธปกรณ (กรุงเทพ ฯ)

- กองคลงั แสง (นนทบรุ ี)
- โรงงานซอมสรา งรถยนตทหาร(ปทมุ ธานี)
- ศนู ยอตุ สาหการสรรพาวุธ
- กองโรงงานชางแสง (กรุงเทพ ฯ)

- กองโรงงานซอมสรา งยทุ โธปกรณสายสรรพาวธุ (นครราชสีมา)
- กองโรงงานวัตถุระเบดิ (อยธุ ยา)
5. หนวยทหารที่เหลา ทหารสรรพาวุธตองใหการสนบั สนุน

หนวยทหารท่ีเหลาทหารสรรพาวุธตองใหการสนบั สนนุ นัน้ แบงไดเ ปน 4 ประเภท ดงั นี้

5.1 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทบ. (กองพลนอก ทภ.) เชน พล.ปตอ., พล.ม.2,
พล.รพศ.

5.2 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทภ. เชน พล.ร.9 (ทภ.1), พล.ร.6 (ทภ.2), พล.ร.4 (ทภ.
3), พล.ร.5 (ทภ.4)

5.3 หนวยในอัตราการจัดของ ทภ.นอกอตั ราการจัดของกองพลเชน บชร. และ มทบ.
5.4 หนวยนอกอัตราการจัดของกองพลและกองทัพภาคเชน กรมฝายยุทธบรกิ ารและกรมฝายกิจการ
พเิ ศษ
6. สายการสงกาํ ลัง
(สป.สําคญั ,สป.หลกั ,วสั ดทุ าํ ความสะอาด)
6.1 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทบ. (กองพลนอก ทภ.) คลังสายงาน คลังสวนภูมิภาค
หนวยใช (สพ.ทบ.) (มทบ.)

6.2 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทภ. คลังสายงาน คลัง บชร.ทภ. คลังสวนภูมภิ าค
หนวยใช (สพ.ทบ.) (บชร.) (มทบ.)

6.3 หนวยในอัตราการจัดของ ทภ.นอกอัตราการจัดของกองพล คลังสายงาน คลัง บชร.ทภ.
หนวยใช (สพ.ทบ.) (บชร.) (มทบ. และหนวยใชอื่น ๆ )

60

6.4 หนว ยนอกอัตราการจดั ของกองพลและกองทัพภาค คลังสายงาน คลังสวนภูมิภาค หนวย
ใช (สพ.ทบ.) (มทบ.) เฉพาะ สป.5 คลังสายงาน หนวยใช (สพ.ทบ.) (กรุงเทพ ฯ,นครปฐม,สมุทรสาคร
,นนทบรุ ี, สมุทรปราการ,ปทมุ ธานี,อยุธยา,นครนายก)
7. สายการซอมบํารงุ และการเบิกชิ้นสวนซอ ม

7.1 หนว ยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทบ.(กองพลนอก ทภ.) หนวยใช กอง สพบ.พล.หรอื
พัน.สพ.ซบร.เขตหลัง คลังสายงาน พัน.ซบร.กรม สน.พล.หรือ (หนวสนับสนุนทั่วไป) รอย สพ./สต.
พัน.สพ.ซบร.เขตหลงั (หนวยสนับสนุนโดยตรง)

7.2 หนวยในอัตราการจัดของกองพล นขต.ทภ. หนวยใช สพบ.พล.หรือ พัน.ซบร. กรม สน.พล
พัน.ซบร.บชร. คลงั สายงาน (สนบั สนุนโดยตรง) (หนวยสนับสนนุ ทัว่ ไป)

7.3 หนวยในอตั ราการจัดของ ทภ.นอกอัตราการจดั ของกองพล หนวยใช พนั .ซบร.บชร. คลงั สาย
งาน

7.4 หนวยนอกอตั ราการจดั ของกองพลและกองทัพภาค หนวยใช พนั .สพ.ซบร.เขตหลงั คลังสาย
งาน
การสงกําลังสายสรรพาวุธ

1. สง กาํ ลงั ใหกบั ผูใชตาม รายการจํานวน สถานทีแ่ ละเวลาที่หนวยตองการ
2. ใหกระจายการสะสมสงิ่ อุปกรณและควบคุมแบบแยกการ
3. งา ยตอ การปฏิบัติ
4. ใหม ีความออนตัว สามารถปรบั ใหเหมาะสมกับสถานการณไดท ้งั ในยามปกติ และสงคราม
5. จัดระเบียบและควบคมุ การไหลของสิ่งอุปกรณเพ่ือประกันวาทกุ ตาํ บลในระบบสงกําลังจะมี
สิง่ อปุ กรณเ พยี งพอแตตองไมเกนิ ความตองการ
6. ใหผูใชไดรับส่ิงอุปกรณรายการที่ตามปกติมิไดมีไว ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อมีความตองการ
เกิดขึน้
7. ใชการซอ มจากระดับสนบั สนนุ ท่ัวไปและระดับสนบั สนุนประจําทเ่ี ปนหลักแหงการไดมาของ
ชิ้นสวนท่มี กี ารสนิ้ เปลอื งชา

หลักการซอ มบํารุงสายสรรพาวธุ

1. การซอมบํารุงจะตองกระทําโดยขั้นการซอมบํารุงต่ำสุด ซึ่งมีขีดความสามารถที่จะ
กระทํางานซอ มนนั้ ได

2. ขีดขั้นของการซอมบํารุงที่จะกระทํายอมขึ้นอยูกับเวลา เครื่องมือความชํานาญการของ
เจาหนาที่สิ่งอํานวย ความสะดวก ตลอดจนสิ่งอุปกรณท่ีมีอยูโดยพิจารณาใหเหมาะสมกับสถานการณ
ทางยุทธวิธี

3. ยทุ ธภัณฑท ีไ่ มส ามารถทําการซอมไดโดยเรว็ จะตองไดรบั การจายทดแทน
4. การซอมบํารงุ พึงกระทําในเวลา และตําบลซี่งอำนวยใหหนวยทหารสามารถจะมียุทธภณั ฑ
ใชการไดอ ยูใน ครอบครองไดด ีที่สุด

61

5. การซอมบํารุงขั้นใดๆพึงกระทําโดยจํากัดเทาที่จําเปนเพื่อใหยุทโธปกรณกลับสูสภาพ
พรอ มใชก ารไดเทานัน้ ถึงแมวาการถอดประกอบโดยไมจําเปน การดดั แปลง หรอื การซอมแกที่ไมส ําคัญ
จะทําใหไดผลดีขึ้นก็ตาม พึงงดเวนการดําเนินการดังกลาวเสีย หลักการขอน้ีสหรัฐฯเรยี กวา “I-RON”
คอื INSPECT REPAIR ONLY AS NECESSARY

การทาํ ลายลางวตั ถุระเบดิ (ทลร.)

1. ความเปนมา

กระสุน - วตั ถรุ ะเบิด เปนสิ่งประดิษฐที่มนุษยสรางขึ้นเพื่อใชเปนเครื่องประหัตประหารชนิด
หน่ึง สัมฤทธิผลในประดิษฐกรรมชิ้นน้ีไดนําความสูญเสยี มาสูชีวิต และทรัพยสินของมนุษยมาแลวมาก
มายแตเรา ก็ยังคงจะตองใชมันตอไป ตราบใดที่การสงครามยังเปนสิ่งที่หลีกเลี่ยงไมได เชนเดียวกัน
กระสุน - วัตถุระเบิด ก็คงจะตองมีการพัฒนาตอไปเหมือนดังที่เปนมาแลวแตอดีต ดังจะเห็นไดวา ใน
สมยั สงครามโลก ครง้ั ท่ี 1 (2457-2462)นนั้ บรรดาสรรพาวธุ ระเบดิ (EXPLOSIVE ORDNANCE) ท้งั
ปวง ยังใชชนวนแบบ งา ย ๆ การทํางานไมยุง ยากซับซอนเทาใดนัก ถึงแมจะมีปรมิ าณการดานสูง แตก็
สามารถเก็บกูและทําลายไดโดยไมมีอุปสรรคมากนัก ตอมาในระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 นานา
ประเทศตางก็แขงขันกันพัฒนาระบบชนวนของตนใหทรงประสิทธภิ าพยิ่งขนึ้ เปนผลใหมกี ารนําชนวนถ
วงเวลายาวนาน และชนวนปองกันการถอดมา ใชใ นสมยั สงครามโลกคร้ังท่ี 2 ซึ่งยังความสูญเสียในดาน
กําลังพลนักทําลายใหแกกองทัพอังกฤษมิใชนอย ในป พ.ศ.2483 องั กฤษไดจัดตั้งหนวยทําลายระเบิด
ขึ้น เรียกวา BOMB DISPOSAL SQUAD ประกอบดวยกําลังพลที่รับจากอาสาสมัครจํานวน 46 นาย
หนวยทําลายหนวยนี้ไดปฏิบัติหนาที่ อยาง เขมแข็งในการเก็บกู และทําลายสรรพาวุธระเบิดใน
สงครามโลกคร้ังท่ี 2ปรากฎวาเมื่อถงึ ชว งตนป พ.ศ.2585 กําลังพลของหนวยมีชีวิตเหลอื รอดอยูเพียง 8
หรือ 9 นาย เทาน้ัน สาเหตุการสูญเสียมีอัตราสูงมากเชนนี้สรุปไดวาเปนเพราะมิไดมีการเตรียมการ
ศึกษาเรื่องการทําลายสรรพาวธุ ระเบิดมาเปนอยางดี ประกอบกับฝายเยอรมัน ไดพัฒนาระบบชนวน
แบบใหมๆ ออกมาใชอยางไดผ ล

ลวงมาถึงป พ.ศ.2484 กองทัพเรือสหรัฐฯ ไดมองเห็นความจําเปนของงานทำลายสรรพาวุธ
ระเบิด โดย อาศัยประสบการณของกองทัพอังกฤษเปนพื้นฐาน จึงไดจัดตั้งโรงเรียนการทําลาย
สรรพาวุธระเบิดขึ้น เรียกวา BOMB DISPOSAL SCHOOL มุงศึกษาเฉพาะการเก็บกู และการทําลาย
ลูกระเบิดอากาศเปนสําคัญ ตอมาในปพ.ศ.2491 แนวนโยบายไดเปลี่ยนแปลงไป จึงไดเปลี่ยนช่ือ
สถาบนั การศกึ ษาแหงนี้ เปน EXPLOSIVE ORDNANCE DISPOSAL SCHOOL และเปดใหการศึกษา
แกกําลังพลทกเหลาทัพในเรื่อง การเก็บกู การประเมินคา และการทําลายสรรพาวุธระเบิด ทั้งทาง
ภาคพื้นดิน และใตน้ำ ทั้งน้ีเปน ผลิตภัณฑ สรรพาวุธระเบิดของฝายสหรัฐฯ เอง และของตางชาติที่
นาํ มาใช

กองทัพไทยของเราไดจัดสงนายทหาร และนายสิบไปเขารับการศึกษาในโรงเรียนการทาํ ลาย
ของสหรัฐฯ สําเร็จการศึกษามาแลวเปนจาํ นวนมาก และโดยที่ไดเล็งเหน็ ความสําคัญของหนวยงานน้ี
กองทัพบกจึงได เริ่มกอตั้งหนวยทําลายวัตถุระเบิดขึ้นเปนครั้งแรกในปพ.ศ.2509 ใชช ื่อยอวา หนวย
ทลร. มีหนวยโครงการ กอกําเนดิ ขึน้ ในแผนกวิชาสงกําลัง และยทุ โธปกรณกระสุนฯ โดยใชกาํ ลังพลจาก
แผนกวิชานี้เปนหลัก ตอมาไดแยกตวั ออกไปเปน ทลร.1 กอนที่จะไดม ีการจัดตั้งหนวย ทลร.2, ทลร.3
และ ทลร.4 ข้ึน เพื่อ สนบั สนุนหนวยทหารในพื้นท่ีกองทัพภาคที่ 1, 2, 3 และ 4 ตามลําดับ ในขณะท่ี

62

หนวยงานสวนทใี่ หการฝกสอนในหลกั สูตรการทําลายยังคงอยูกับ รร.สพ.สพ.ทบ.และทาํ หนาทเ่ี ปน กําลัง
ทลร.สว นเสรมิ เพอื่ สนบั สนุนงาน ทลร.เมอ่ื ไดรับคําสงั่ จากหนวยเหนืออีกประการหนึง่ ดวย
2. เจาหนาท่ีและหนวยงาน

ผูบังคบั บัญชา นายทหารฝายอํานวยการ และเจาหนาที่ทหารโดยทั่วไป ควรมีความรูเกี่ยวกับ
การปฏิบัติงาน ทลร.ควรมีความเขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับโครงสรางของการจัดบริการ ทลร.ของกองทัพ
ตลอดจน ความสัมพันธของหนวยงาน ทลร.กับหนวยงานอื่น ๆ ทั้งนี้ในขอบเขตอันสมควรแกการใน
หนาทขี่ องแตล ะบคุ คลตามหลักการนั้น เจาหนา ท่ที ่ใี หบรกิ าร ทลร.ไดแกนายทหารฝายอํานวยการ ทลร.
,ศูนยควบคุม ทลร., หนวย ทลร.และเจาหนา ที่ตรวจคน แตล ะสวนมีหนา ทดี่ งั น้ี.-

ก. นายทหารฝายอํานวยการ ทลร.เปนนายทหารเหลาสรรพาวุธ ซึ่งจัดไวประจําหนวย
บัญชาการ ตาง ๆ (COMMAND) ในกรณีทหี่ นวยบัญชาการนั้น ๆ มศี นู ยควบคมุ ทลร. EODC CENTER)
ก็อาจแตงตั้ง ให ผบ.ศูนยควบคุม ทลร.เปนนายทหารฝายอํานวยการพิเศษ ทลร.ดวยก็ไดสําหรับ
ทบ.ไทยใน ปจจุบันยังไมมกี ารจัดต้งั นายทหารดงั กลาว

นายทหารฝายอํานวยการ ทลร.ตองเปนผูที่ผานการฝก และมีคุณวุฒิในการปฏิบัติงานการ
กํากบั ดูแลทางเทคนิค และการดําเนนิ งานทางธุรการของหนวย ทลร.มาแลวเปนอยางดเี พราะจะตองทํา
หนาที่

- กํากับดูแลการปฏิบัตขิ องหนวย ทลร.
- วางแผนการใชหนว ย ทลร.ตามสถานการณตาง ๆ

- ประสานการฝก ของหนว ย ทลร.

- ประสานการปฏบิ ัติและความตองการดานการสอ่ื สาร

- ออกคาํ สั่งและนโยบายเกี่ยวกบั งาน ทลร.

- ตรวจสอบระบบการรายงานเหตุการณ และกระจายขาวสารท่ีสาํ คญั ไปยงั หนวยทเ่ี กย่ี วของ

- จัดวางระบบการรายงานขาวกรองทางเทคนคิ
- เสนอแนะตอผบู งั คบั บญั ชาในเรือ่ งการใชหนว ย ทลร.และประสานกับหนวยงาน ทลร. อ่ืน ๆ
ข. ศูนยควบคุม ทลร. (EODC CENTER) เปนหนวยงานที่จัดไวใหแกหนวยบัญชาการระดับ
ตาง ๆ เปน ศนู ยบังคับบัญชา และควบคมุ การปฏิบัตงิ านของหนวย ทลร.ทง้ั ปวงทีไ่ ดรับมอบทาํ หนาที่รับ
รายงานเหตุการณ กําหนดลําดับความเรงดวนของเหตุการณที่ไดรับรายงานติดตามแผนกําหนดการ
ตรวจ คน สรรพาวุธระเบดิ และจดั หนวย ทลร. ออกปฏิบตั ิงานตามเหตุการณทไ่ี ดรบั มอบ นอกจากนี้ยัง
สามารถ ปฏิบตั กิ าร ทลร. ไดดวยตนเองภายในขีดจาํ กดั อันหน่ึง
สําหรับ ทบ.ไทยในปจจุบัน เรายังมิไดจัดตั้งหนวยงานนี้ขึ้น ศูนยควบคุม ทลร.แตละศูนย
สามารถทําการควบคุมตอหนวย ทลร. ไดตั้งแต 3 ถึง 9 หนวย ตามความจำเปน การปฏิบัติงานอาจ
เปนแบบรวมการหรือแบบแยกการกไ็ ดตามความเหมาะสม การปฏิบตั แิ บบรวมการเหมาะสําหรับพ้ืนท่ีท่ี
มีการสื่อสารดีในกรณีเชนนี้เหตุการณตาง ๆ ตองรายงานเขาสูศูนยควบคุม ทลร. กอนผานไปยังหนวย
ทลร.ซึ่งเปนหนวยปฏิบตั ิสําหรับการปฏิบัติแบบแยกการนั้นเหมาะสมสําหรับกรณีที่หนวย ทลร.แยก
กระจายอยูหางไกลกัน การติดตอสื่อสารไมสะดวก เหตุการณตาง ๆ จะรายงาน เขาสูหนวย ทลร.
โดยตรง เมื่อปฏิบัตภิ ารกิจเสร็จสิน้ แลว หนวย ทลร.นั้น ๆ จึงรายงานผลการปฏิบัติไปยังศูนยควบคุม
ทลร.ในภายหลงั

63

ค. หนวยตรวจคน สรรพาวุธระเบิด (EXPLOSIVE ORDNANCE RECONNAISSANCEEOR)
หนวยงานทง้ั ทหาร และพลเรือน ควรไดจัดใหมีเจาหนาท่ีรับผิดชอบในการตรวจคน สรรพาวุธระเบดิ ไว
ประจํา คายหรอื ที่ตง้ั หนวยราชการน้ัน ๆ เพอื่ ชวยเหลือในการปฏบิ ัติงาน ทลร.เจาหนาทต่ี รวจคนจึงได
รับการฝก ใหมีความคุนเคยกบั สรรพาวุธระเบิดนานาชนดิ เพื่อใหสามารถทําการพิสูจนทราบไดโดยไม
ผิดพลาด และมีความรูถึงอันตราย และการปองกันอันตราย มีความ เขาใจในระบบการรายงาน และ
สามารถดําเนินการทําลายขั้นตนไดโดยจํากัดเจาหนาท่ตี รวจคนทาํ หนาที่

- สอบสวนหาแหลงขาวสรรพาวุธระเบิดที่ยังไมระเบิด ( UNEXPLORED EXPLOSIVE
ORDNANCE - UXO ) และยนื ยันเหตกุ ารณ

- วิเคราะหรอ งรอยทีพ่ บเห็นในเหตุการณ

- คนหาตาํ แหนงทีอ่ ยูของ UXO ใหทราบโดยแนช ัด โดยพิจารณาจากรองรอยตา ง ๆ

- ทําเคร่อื งหมายบอกอนั ตรายของพื้นท่ีเหตกุ ารณ
- จดั ทาํ มาตรการการปองกันเพื่อลดอันตราย

- ใหความชวยเหลือแกเจา หนา ท่ี ทลร.ตามทตี่ องการ

- ในกรณฉี กุ เฉินอาจไดรบั มอบใหปฏิบัตกิ ารทาํ ลายขนั้ ตนไดโดยจํากดั

ง. หนวยงาน ทลร. (EXPLOSIVE ORDNANCE DISPOSAL-EOD) มีภารกิจในการดําเนินการ
ตรวจคน ขั้นสุดทายดว ย ทําการพสิ ูจนทราบ ทาํ การนริ ภัย ทาํ การเก็บกูทําการประเมนิ คาในสนาม และ
ปฏิบัติการทําลายขั้นสุดทายดวยตอสรรพาวุธที่ยังไมระเบิดทั้งปวงอันไดแกกระสุนปนใหญลูกระเบิด
อากาศลูก ระเบิดขวาง ดินระเบิดในการทําลายซึ่งไดยิงออกไป ทิ้งลงมา ขวางออกไป วางไว หรือต้ัง
ชนวนไว และมีสภาพอันกอใหเกิดอันตรายหรือความเสียหายตอบุคคล ทรัพยสิน และ
ยทุ โธปกรณ ภารกิจหลกั ของ ทลร. ดังกลาว คือการทาํ ใหชนวนของยทุ โธปกรณก ระสุนพรอมทาํ งานแล
วหยุดการทํางาน หรือยอมใหทํางาน ตอไปได แตจะตองไมกอใหเกิดอันตรายแกบุคคล ทรัพยสิน
หรอื ยุทโธปกรณ ทงั้ น้ีโดยใชเคร่อื งมอื และกรรมวิธพี เิ ศษในงาน ทลร.นอกจากนี้ก็ยงั มภี ารกจิ ทเี่ กยี่ วเนื่อง
อันเปนภารกิจรองซึ่งไดแก การฝกเจาหนาที่ตรวจคน การสนับสนุน ทลร. ในงาน รปภ.บุคคลสําคัญ
การตรวจพสิ จู นทราบ และการรายงานขาวกรองทางเทคนิคเกี่ยวกับสรรพาวุธระเบิดแบบใหมและ/หรือ
แบบที่ผิดปกติการให ความชวยเหลือในการทําลายกระสุนเสื่อมสภาพ รวมทั้งการใหคําแนะนํา และ
ความชวยเหลอื แกเจาหนาที่ ฝายบานเมืองเมื่อไดรับอนุมัติ นอกจากภารกจิ หลัก และภารกจิ รองดงั ได
กลาวมาแลวยังอาจไดรับการรองขอใหช วยทําหนา ทีซ่ ึง่ เกี่ยวขอ งกับการใชความรูความชํานาญในทาง
ทลร.อีกดวยแตก็ตอ งถือเปนความเรง ดวนในอันดบั รอง ซ่งึ ไดแก.-

- การกวาดลางสนามยิงปน
- การชว ยเหลอื หนวยตาง ๆ ในการทาํ ลาย กระสุน

- การชว ยฝก สอนการทำลายกระสนุ กรณีฉกุ เฉนิ

- การใหความชวยเหลอื ในงานทําลายซง่ึ มิใชภารกจิ ทางทหารเม่ือไดรับอนมุ ัติ

- การใหความชวยเหลือหนวยงานพลเรือนในการเก็บกูระเบิดแสวงเครือ่ งและอุปกรณการ
กอวินาศกรรม

- การใหความชวยเหลอื ในงานฝกและสาธิตเกยี่ วกบั กระสนุ และการจดุ ระเบิด
- การตรวจสภาพกระสนุ ทีจ่ ะเก็บเปนอาวุธพพิ ธิ ภัณฑ

64

- การตรวจวัตถุระเบดิ จากเศษซากวสั ดุท้ังทางทหารและพลเรือน

- การนํากระสุนทีต่ ิดคางอยูใ นลํากลอ งออกจากอาวุธปน

ในเหตุการณเก่ยี วเนอื่ งกบั ทุนระเบดิ และสนามทุนระเบิดนั้น หนวยทหารทุกหนวยไมวาจะเปน
ทหาร เหลาใดก็ตาม ตองสามารถใชทุนระเบิด และกวาดลางทุนนระเบิด เพื่อหนวยของตนเคลื่อนที่
และปฏิบัติการตอไป รวมทั้งกวาดลางทุนระเบิด กับระเบดิ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบของตนไดในขณะท่ี
ทหารชางมีหนาที่ให คาํ แนะนาํ ทางเทคนิค และใหความชวยเหลือในเรื่องการสงครามทุนระเบิด และ
เปนผูดาํ เนินการวางสนามทุนระเบิดเปนฉากขัดขวางตลอดจนดําเนินการตรวจคน เก็บกู และกวาดลาง
สนามทุนระเบิด ในกรณที พ่ี บทุนระเบิดท่ีไมเ คยตรวจพบมากอน หนวย ทลร.กจ็ ะตองดาํ เนนิ การในดาน
การขาวกรองทาง เทคนิคตามความตองการของหนวยเหนือ และในกรณีที่เปนทุนระเบิดที่วางไวท่ี
สะพานหรอื สถานท่ีทเี่ รา จำเปนตอ งเขาไปใช และจําเปนตอ งเกบ็ กูด วยมอื แลว หนวยทหารท่ตี รวจพบก็
อาจรองขอใหหนวย ทลร. สนบั สนนุ ได

มูลฐานในการจัดหนวย ทลร.คอื 1 หนวยตอ กาํ ลงั พล 30,000 คน หรืออาจพิจารณาตามสภาพ
ภูมศิ าสตร ในเกณฑ 1 หนวยตอประชากร 3-5 ลานคน หรอื 1 หนวยตอพื้นที่ ตั้งแต 75-85,000 ตาราง
ไมล ทั้งนแี้ ลวแต ความหนาแนนของประชากร สําหรับในเขตหนาของยทุ ธบรเิ วณน้ันถือเกณฑการจดั 2
หนวย ตอ 1 กองพล อิสระ 5 หนวยตอ 1 กองทัพนอยอิสระและ 8 หนวยในพืน้ ที่เขตหลังโดยอาจ
เพิม่ เตมิ ไดตามความจําเปน ทงั้ นีข้ ึน้ อยูกับประมาณงาน และภัยคุกคาม จากฝายตรงขาม

3. การปฏบิ ัติ

เมื่อมีการตรวจพบหรือคนพบสรรพาวุธที่ยังไมระเบิด การรายงานนั้นใครจะเปนผูรายงานก็ได
แต หนทางท่ีดีควรเปนเจาหนา ที่ตรวจคน เพราะรายงานจะไดมีความถูกตองสมบูรณเ นื่องจากมีความ
รอบรูและ คุนเคยกับสรรพาวุธระเบิดดีกวาผูอื่น โดยรายงานผานหนวยในสายงานไปยังศูนยควบคุม
ทลร. หรือรายงาน ตรงไปยังหนวย ทลร. ที่กําหนดไวระหวางที่รอการปฏิบัติอยูนั้น เจาหนาที่ตรวจ
คนจะตองดําเนิน มาตรการปองกันหาง ๆ เชน การอพยพ การสรางสิ่งกําบัง ฯลฯ และเตรียมการชวย
เหลือแกหนว ยทลร.ซ่งึ จะ เขามายงั พ้ืนท่ี

เมื่อศูนยควบคุมไดรับรายงานเหตุการณ ทลร. จะตองพิจารณากําหนดความเรงดวนตาม
ความสําคัญของเหตุการณน้ัน ๆ แลวจัดชุด ทลร.ออกไปปฏิบัติการเมื่อเสร็จภารกิจแลว หนวย ทลร.
ผูปฏิบัติจะรายงานผลใหศูนยควบคุม ทลร. ทราบ ในกรณีที่เปนการปฏิบัติแบบแยกการเจาหนาท่ี
ตรวจคน อาจรายงานเหตุการณตรง ไปยังหนวย ทลร.เม่ือหนวย ทลร. ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ แลวจึงแจงใหศนู ย
ควบคมุ ทราบในภายหลัง

ลําดับความเรงดวนกําหนดขึ้นตามความสําคัญ ของเหตุการณ ปกตินั้นเหตุการณท่ีมีความเรง
ดวน อันดับแรกเปนเหตุการณท่ีถือวาเปนภัยคุกคามตอการปฏิบัติทางทหาร หรือทางพลเรือนที่จําเปน
ตอการ ดําเนินการสงครามหรือการปองกันประเทศ และอาจกอใหเกิดภัยอยางใหญหลวงจะตองรีบ
ดําเนินการ ทลร. ในทันทีโดยไมคํานึงถึงการเสี่ยงตออันตรายเหตุการณที่มีความเรงดวนในลําดับ
รองลงมาเปน เหตุการณท่ีไมมีผลกระทบโดยตรงตอการปฏิบัตกิ ารทางทหารหรือทางพลเรือน ใน
การสงครามหรือการปองกัน ประเทศในเหตุการณเชนนี้ความปลอดภัยของเจาหนาทีท่ ลร.ที่จะทําการ
นิรภัยเปนส่ิงท่ตี องคํานึงถึง เหตกุ ารณทมี่ คี วามเรง ดว นนอยท่สี ุดเปน เหตุการณท่ีมผี ลนอยตอเจาหนาที่
ทางทหารหรือพลเรือน หรือไมมี ผลเลย และไมม ีผลกระทบตอการรบหรือการปองกันประเทศ ปกติจะ

65

ดําเนินการเมื่อโอกาสอํานวยให แ ละไมมีเหตกุ ารณลําดบั ความเรงดวนสงู กวารออยูสวนมากจะทําการ
ทาํ ลาย ณ ที่พบ หรือขนยายไปยงั สนาม ทําลายเพอื่ ดําเนินการตอไป

ในบางครั้งหนวย ทลร.อาจไดรับคําสั่งจากหนวยเหนือใหทําการถอดแยกยุทโธปกรณกระสนุ
โดยเฉพาะ กระสุนตางชาติท่ีเปนของใหมเ ปนกระสุนที่มีลักษณะผิดปกตหิ รือกระสุนทีไ่ มเ คยพบเห็นมา
กอน เจาหนาท่ี ทลร. จะทําการถอดแยกดวยวิธีที่ปลอดภัยโดยทําการถอดจากระยะไกล ทําการศึกษา
วิเคราะหและ ประเมนิ คา ของกระสนุ น้ัน ๆ และจัดทํารายงานขา วกรองทางเทคนิคเพือ่ ใชประโยชนใน
ราชการตอไป
4. ความรับผิดชอบ

กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบในการดําเนินการทําลายสรรพาวุธระเบิด ทําการฝกและใหความ
ชวยเหลือแกหนวยงานพลเรือนในดานการสนับสนุนทางทหารโดยผานหนวยงานทางทหารในสังกัด
กองทพั บก กองทัพเรือ และกองทพั อากาศ กองทพั บกรบั ผิดชอบเกี่ยวกับ

- การทาํ ลายสรรพาวุธระเบิดท่ียงั ไมระเบิดทั้งปวง เวนสวนทีอ่ ยูในความครอบครองของ ทร.,
นย. และทอ.

- การทําลายสรรพาวุธระเบดิ ทั้งปวงที่ฝายขา ศกึ นําเขามาใชห รือฝายพนั ธมิตรนําเขามาตอสูกับ
ขา ศกึ เวน เหตุการณ (INCIDENT) ที่ไดแบงมอบความรบั ผิดชอบใหแก ทร., นย. และ ทอ.

การจัดตงั้ และปฏบิ ตั ิการลาดตระเวณตรวจคนสรรพาวุธระเบดิ และระบบการรายงานเหตุการณ
(INCIDENT REPORTING SYSTEM) โดยปฏิบัติงานรวมกันระหวางหนวยทหารกับหนวยงานปองกัน
ฝายพลเรือน

- การฝกการลาดตระเวณตรวจคนและชว ยเหลือในการวางแผนใหแกหนว ยราชการพลเรือน
- การติดตอประสานกับหนวยงานพลเรือนในฐานะที่ ทบ. เปนหนวยงานหลักของ
กระทรวงกลาโหม เพอ่ื หยดุ ยัง้ การทํางานของอาวุธนวิ เคลียรที่ถกู ลักลอบนาํ เขาประเทศ
- การทําลายสรรพาวุธระเบิดในทุกพื้นที่ที่อยูในการควบคุมของรฐและองค ั การพลเรือน
สําหรับการ ทําลายวัตถุระเบิดทางพาณิชยที่มไิ ดใชในการทหารหรือวัตถุอันตรายในครอบครองหรือใน
พื้นที่ควบคุมของ หนวยงานพลเรือน เปนความรับผิดชอบของหนวยนั้น ๆ แตทบ.ก็อาจใหความชวย
เหลือในการทําลายไดเมือ่ ไดรบั การรองขอ และผูบังคับบัญชาที่รับผิดชอบพิจารณาแลวเห็นวาตองชวย
เหลือเพื่อความปลอดภัย ของสาธารณชนหรอื เพื่อผลทางการประชาสัมพันธ
- การทําหนาที่เปน หนวยหลักในการติดตอกับ หนวยอารักขาบุคคลสําคญั ของชาติ (SECRET
SERVICE) ในการบรกิ ารดาน ทลร.
- การดํารงกิจกรรมการฝกการวิจัยและการพัฒนา เพื่อสนับสนุนการบริการ ทลร. ไวโดย
ตอเนอ่ื ง

สำนักงานตํารวจแหงชาติ รับผิดชอบเกีย่ วกับ
- การตรวจคนสรรพาวุธระเบดิ ทยี่ ังไมระเบดิ ท้งั ปวงในพนื้ ทีร่ บั ผิดชอบทางพลเรอื นแลวรายงาน

เหตุการณไ ปยังหนว ย ทลร.เพื่อปฏิบัติการทาํ ลายตอไป
- การตรวจคนอาวุธนิวเคลยี รที่ถกลู ักลอบนําเขาประเทศเพื่อขอความชว ยเหลือจากหนว ยท่ี

เกีย่ ว ของใหดาํ เนินการตอไป

66

- การตรวจคน การนิรภัยและการทําลายระเบิดแสวงเครื่อง หรือระเบิดที่มีผูประดิษฐขึ้นเอง
พัสดุท่ถี กู ทิง้ ไวสญู หาย หรือวัตถรุ ะเบดิ ทางพาณชิ ยท่ีชํารุดระหวางการขนสง รวมท้งั วัสดุและวัตถุระเบิด
ที่มิไดใ ชใ นทาง ทหารแตมอี นั ตรายคลายคลงึ กัน
5. บทสงทาย

หนวย ทลร.ใน ทบ.ไทยของเรานั้น ไดจัดตั้งขึ้นตามหลักนิยมของ ทบ.สหรัฐฯ ก็จริงอยูแต
ทวาเราได จัดตั้งขึ้นเฉพาะหนวยปฏิบัติการ ทลร.เทานั้น หนวยงานหรือองคการอื่นที่เกี่ยวของใน
กระบวนการแบบ ครบวงจร เชน นายทหารฝายอํานวยการ ทลร.,ศูนยควบคุม และหนวยตรวจคน
เปนตน เราหาไดจัดตั้งขึ้นดังนี้แล การปฏิบัติงานของหนวย ทลร.เราจึงยังไมสมบูรณแบบ โดยเฉพาะ
ขนาดของหนวยมีขนาดเล็ก มาก ประกอบดวยกําลังพลเพียง 15 นาย แตตองรับผิดชอบในการ
ปฏิบัติงานทัง้ ปวง ทั้งงานธุรการ งานสงกําลงั และงานปฏบิ ัตกิ ารทําลายตามภารกิจ จึงเปนธรรมดาอยู
เองที่ประสิทธิภาพจะตองลดลง และจะหวงั ใหมีประสิทธิภาพสมบูรณดังหนวย ทลร.ของสหรัฐฯ หาได
ไม

ปญ หาที่หนวย ทลร. ของเรามักประสบอยูเนือง ๆ กค็ ือไมสามารถสนองตอบตอเหตุการณได
ทันที เพราะการออกปฏิบตั ิการของหนวย ทลร.ทุกคร้งั จะตองมคี าํ สงั่ หากเปนการปฏิบตั กิ ารในพื้นท่ีตาง
จังหวัด ก็จําเปนตองมีคําสั่งการเดินทางเปนลายลักษณอักษรจาํ เปนตองเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางโดย
หลักฐานและ กรรมวิธีที่กินเวลามิใชนอย หากตองรอผลการดําเนินการดานธุรการดังกลาวมาแลวก็
สุดวสิ ัยท่จี ะออกไป ทาํ งานไดทันการ เพราะฉะนั้นผูบังคับบัญชาจึงตองเขาใจในปญหาน้ี และแกปญหา
โดยสั่งการดวยวาจากอน แลวออกคําส่ังลายลกั ษณอักษรใหภายหลังโดยใหหนวย ทลร. ออกปฏิบัตกิ าร
ไดท นั ทีทไี่ ดร ับรายงาน เหตกุ ารณ (INCIDENT REPORT) และอํานวยความสะดวกใหตามความจาํ เปน

ในดานคุณวุฒิแมเ จาหนา ท่ี ทลร.ทุกนายจะสําเร็จการศึกษาหลกั สูตร ทลร.และไดรับการฝกให
ปฏิบัติการทําลายไดอยางมีประสิทธิภาพมาแลวก็จริง แตเนื่องจากระยะเวลาการศึกษาในหลักสูตรมี
จาํ กัด จึงไมสามารถจะฝกจนมีความชํานาญได เมอื่ สําเร็จการศึกษาไปแลวจงึ จําเปนตอ งหมั่นฝกทบทวน
สิ่งท่ีได เรียนมาแลวและเอาใจใสศึกษาวิทยาการใหมๆ อยูเสมอ แมผูท ีป่ ระจําอยูในหนวย ทลร.เองก็
เถอะ ก็จําเปนจะตองหมั่นฝกศึกษาเชนเดียวกันจึงจะสั่งสม ความชํานาญไดมากพอที่จะเผชิญ
สถานการณไดโดยไมพรั่นพรึงโดยเฉพาะอยางยิ่งงาน ทลร.จําเปนตองใช เจาหนาที่ที่มีความรูมี
ประสบการณ มีการตกลงใจปฏิบัติการไดอยางถูกตองงาน ทลร.จึงจะมีประสิทธิภาพ ประการสําคัญ
ตองระลึกไวเสมอวา " แมการทาํ งานของคนเราโดยทั่วไป ยอมมีการผดิ พลาดไดบาง แตงาน ทลร.นั้น
เรามีโอกาสผิดพลาดไดเพียงครง้ั เดยี ว และจกั ไมมวี ันแกตวั ไดอีกเปน อนั ขาด "

67

การปรับเทยี บสภาพทางขปี นะวธิ ี

เปนการบริการสรรพาวุธสาขาหนึง่ ซึ่งเปนการพจิ ารณาความเร็วตนของลูกกระสนุ ที่ยิงออกไป
จาก อาวุธปนใหญโดยใชเครื่องมือวัดความเร็วตน เมื่อทราบคาความเร็วตนจากปนแตละกระบอก
แลวจะ สามารถคํานวณวถิ ีกระสนุ ทย่ี ิงออกไปจากปนกระบอกนนั้ ๆ ได การปรับเทยี บสภาพขีปนะวิธีมี
2 วิธคี อื แบบสมั บรู ณ (absolute) และแบบ เปรียบเทียบ (Comparative)
การปรบั เทียบสภาพทางขีปนะวิธีแบบสมั บรู ณ

เปนการพิจารณาความเรว็ ตนของปนกระบอกใหม หรือปน ที่ซอมเปลยี่ นลำกลองใหมที่จะนํามา
จายใหกับหนวยใชโดยทําการยิงเปรียบเทียบหาความเร็วตนกับปนกระบอกที่เปนมาตรฐาน และยิง
ดวยกระสนุ ที่ไดม าตรฐานตามปกตจิ ะไมกระทาํ ในสนาม จะทําการปรับเทยี บสภาพมาจากโรงงาน หรอื
สนามทดสอบสรรพาวุธ เพื่อทราบคามาตรฐานของปนกระบอกนั้น ๆ เชน ป.90 มม.เมื่อทําการ
ปรับเทียบสภาพแลว ปรากฎวาปนกระบอกนั้นมีความเร็วตน 1,625 ฟุตตอวินาที ปนกระบอกนั้นก็จะ
นาํ มาจายเปน ปน กลุมทีม่ ี ความเร็วตน 1,625 ฟุตตอวินาที ซง่ึ ไมใชเปนปน มาตรฐานท่ีมีความเร็วตน
1,700 ฟุตตอวินาที
การปรับเทยี บสภาพแบบเปรยี บเทียบ

เปนการพิจารณาความแตกตางในความเร็วตนของปนแตล ะกระบอกที่อยูในกองรอยหรือกอง
พัน ป.โดยใชกระสุนเลขงานเดียวกันมียานน้ำหนักเดียวกัน ทําการยิงวัด ความเร็วตนของปนแตละ
กระบอกไวแบงออกเปนเกรดตาง ๆ แลวจึงนํามาจัดเปนกลุมใหมใหปนในกลุมเดียวกันมีความเร็ว
ตนใกลเคียงกัน วธิ ีนี้จะทําใหปนทีอ่ ยูใ นกลุมเดยี วกัน มีความแมนยําในการยงิ เปนกลุมกอนสะดวกแก
การแกไขใหปนแตล ะกระบอกมตี ําบลกระสุนตกตามที่ตองการได การวัดความเร็วตน เปน การวดั กําลัง
ที่ใชยิงของอาวุธ-กระสุน-ดินสงกระสุนรวมกัน ความเร็วตนของอาวุธจะแตกตางกันไปตามสว นบรรจุ
ตามปกติ การปรบั เทยี บสภาพจะกระทาํ เฉพาะสวนบรรจสุ วนใดสว หนึง่ จงึ จาํ เปนตอ งเลือกสว นบรรจุที่
ใชยงิ บอยมากท่ีสุด การจัด กลุมอาวุธตอ งอาศยั การปรบั เทียบสภาพดวยสว นบรรจุเดยี วกัน

ในการยิงปรับเทยี บสภาพ เพื่อทีจ่ ะใหไดข อมูลท่ีถูกตอ งและเพยี งพอและใหไดคา การปรับเทียบ
สภาพที่ใกลเคียงมากที่สุด หนวยจะตองมีกระสุนทีม่ ียา นน้ำหนักเดียวกัน และเลขงานเดียวกันจํานวน
เพยี งพอ ปนแตละกระบอกควรใชกระสุนในการยิงปรับเทียบสภาพจํานวน 8 นัด ในจํานวนนี้จะใชสอง
นัดยงิ ปรับสภาพ อาวุธ (อุนเครื่อง) ผลที่ไดรับอาจตัดออกทิ้งได ถาไดคาท่ีมีความผิดพลาดตาง ๆ กัน
มาก ชนิดและขนาดของอาวุธรวมทั้งความถ่ีในการยิง เปนสิ่งกําหนดความจําเปนในการปรับเทียบ
สภาพ ปน ลาํ กลองใหมทุกกระบอกควรไดรบั การปรับเทียบสภาพหลังจากไดรับอาวุธมาแลวใหเร็วท่ีสุด
เทาท่จี ะทาํ ได หลังจากน้ันปนทุกกระบอกที่ประจาํ การอยูควรไดรบั การปรับเทียบสภาพใหมอยางนอยป
ละครั้งถามีการใชยิง เปนจํานวนมากอาจจําเปนตองทําการปรับเทียบสภาพใหมใหบอยครั้งขึ้น
เครื่องมือที่เรียกวา PULLOVER GAGE ใชสําหรับวัดระยะระหวางสันเกลียวในลํากลองที่อยูใกลจุดเรมิ่
ตนของเกลียวไดอยางละเอยี ด การ สึกหรอของลาํ กลองไมค วรถือเปนการปรบั เทยี บสภาพ แตใชสาํ หรับ
ตรวจกลุม อาวธุ ที่มีความเรว็ ตนผิดพลาดมาก อยางไรกต็ าม การวัดการสึกหรอของลาํ กลองนี้มีความ
เชื่อถือในการ พิจารณาความผิดพลาดของความเร็วตนไดเพียงเล็กนอยคาที่อานไดจาก PULLOVER
GAGE วดั น้อี าจ นํามาใชแบงกลมุ อาวธุ ในข้นั ตน แลว ใหทาํ การปรบั เทยี บสภาพทนั ทที ี่มีโอกาส

การสึกหรอของอาวุธ เปนไปตามจํานวน และชนิดของกระสุนที่ไดใชยิงไปแลวตามสวนบรรจุ
ตาง ๆ คาการสึกหรอของลํากลองสําหรับกระสุนแตละนัดขึ้นอยูกับกระสุนแตละชนิดและแตละสวน

68

บรรจุมีการ กําหนดคาสมบูรณสวนบรรจุเต็ม (EQUIVALENT FULL CHARGE) ไวสําหรับใชเปน
แนวทางในการ ประมาณอายขุ องลํากลองปน ในการยิงกระสุนแตละชนดิ อยางคราว ๆ เรยี กวาคา EFC
โดยกําหนดคาการสึกหรอของการยิงกระสุนหลัก หนึ่งนัดสําหรับปนแตละชนิด มึคา EFC 1.00 กระสุน
ชนิดอื่นกจะก ็ ําหนดคา EFC เปรียบเ* ียบไวเพื่อใชสําหรับประมาณอายุการใชงานของอาวุธที่ใชยิง
กระสุนแตละนัด คาเหลานีม้ ีไว เพื่อชวยเจาหนาที่ในการประมาณความตงอการลํากลองปนแตละชนดิ
ตัวอยา ง เชน ปบค.105 มม. ใชย ิง กระสุนหลักคือ HE M1 ดวยสวนบรรจุเต็ม (7) ลํากลองปนมีอายุใช
ยิงได 20,000 นัด มีคา EFC = 1.00 เมื่อ ใชยิงสวนบรรจุ 6 ยิงได 62,000 นัด คา EFC = 0.32 ยิงสวน
บรรจุ 5 ยงิ ได 167,000 นัด คา EFC = 0.12 ยิงสวนบรรจุ 4 ยงิ ได 488,000 นัด คา EFC = 0.041 แต
เมื่อใชยิงกระสนุ HEP-T M327 ซ่ึงมึคา EFC = 2.96 ลาํ กลองปนจะมอี าวุธในการใชยิงไดเพียง 6,800
นัดเทานั้น อายุการใชการไดของลํากลอง ไมไดยึดถือตามจํานวนกระสุนที่ใชยิงจริง หรือคา EFC
คาเหลานี้ใชส าํ หรับการประมาณการเทา น้ัน การใชการไดของลํากลองใหยึดถือตามผลการวดั ขนาดลํา
กลองจริงดวย PULLOVER GAGE และการตรวจสภาพลํา กลองดวยสายตาโดยใช BORE SCOPE
อยางไรก็ตาม การใชอาวุธยิงกระสุนอะไรออกไปเปนจํานวนเทาใดก็ยังจําเปนตองบันทึกไวในสมุด
ประวตั ปิ น เพอ่ื ใชสําหรับประมาณคาอายลุ าํ กลอง

ความเร็วตน (MUZZLE VELOCITY) ตามความหมายที่แทจริง หมายถึงความเร็วตนของลูก
กระสุนที่ปากลํากลองปน แตในทางปฏิบัติจะวัดตรงจุดที่อยูหางจากปากลํากลองออกไประยะหน่ึง
ประมาณ 70 ฟตุ ทัง้ นเ้ี พ่ือปองกนั เครอ่ื งวดั ชํารุดเสียหายจากแรงดันทปี่ ากลํากลองปน และเนือ่ งจากลูก
กระสุนจะมีอัตรา เรงเพิ่มขึ้นอีกเลก็ นอย หลังจากพนปากลํากลองออกไปแลว เพราะความเร็ว และ
แรงดันจากแกสของดินสง กระสุนยังมีเหลือคางอยูจึงทําใหความเรว็ ตนสูงสุด เมื่อลูกกระสุนพนปาก
ลํากลองออกไปเล็กนอย CRONOGRAPH เปนเครื่องมือท่ใี ชในการจับเวลาการเคลื่อนท่ขี องลูกกระสนุ
ระยะหนึ่งความเร็วเฉลี่ย ที่จุดกึ่งกลางระยะทางนั้น สามารถหาไดโดยการหาระยะทางดวยเวลาการ
เคลื่อนที่ของลูกกระสุนซึง่ กําหนดใหเ ปนคาความเร็วตน ในการแจกจายอาวุธใหกับ พัน.ป. เชน จาย
ปกค.155 มม.เอ็ม 109 จํานวน 18 กระบอกถาไมมีขอมูลการปรับเทียบสภาพแบบสัมบูรณ เจา
หนาที่ สพ.จะตองใช PULLOVER GAGE วดั ขนาดลํากลอง และใชเปนขอมูลในการแจกจายขั้นตน
เปนการช่ัวคราวสาํ หรบั แตละกองรอยและใหใชไป จนกวาจะไดร บั การปรบั เทียบสภาพในสนาม จะตอง
จัดชดุ ปรบั เทยี บสภาพของ สพ.ไปทําการ ปรับเทียบสภาพใหโดยตองมกี ระสนุ และดินสง กระสนุ เลขงาน
เดียวกันใหเพียงพอ ฝอ.3 ของกองพัน เปนผูพิจารณาใหใชสวนบรรจุที่ครอบคลุมระยะยิงที่ตองการ
ตามภารกิจของกองพันทั้งในปจจุบันและในอนาคต เชน กำหนดใหใชดินสงกระสนุ เอ็ม 3 สวนบรรจุ
4 GB ทําการยิงปรับเทยี บสภาพอาวธุ ทุกกระบอกโดยใชกระสุนกระบอกละ 8 นัด นําคาความเรว็ ตนท่ี
ใกลเคียงกัน จำนวน 6 นัด มาหาคาเฉลี่ยเพื่อกําหนดใหเปน คาความเร็วตนของอาวุธกระบอกน้ัน
สวนคา ที่ ผิดพลาด ตางกนั มากจํานวน 2 นดั ใหตดั ออก

การบรกิ ารในความรบั ผดิ ชอบของ กช.
การเลอื กท่ีต้งั สิง่ กอสรา งและสาธารณูปโภคทางทหาร

1. กลาวนํา (Jntrotuction)

การพจิ ารณาในเบื้องตนของส่ิงปลกู สรา งในเขตยุทธบริเวณนั้น จะตองพจิ ารณาถึงกําลังพล
ที่มี, วัสดุกอสราง, อุปกรณและเวลา เปนประการแรก ซึ่งสิ่งตาง ๆ นี้จะตองสอดคลองกับที่ตั้งท่ี

69

เหมาะสม เพื่อให การกอสรางไดรับความสะดวก ปญหาการเลือกทีต่ ั้งนี้ผูที่ทําหนาที่ในฝา ยอํานวยการ
ทกุ ระดับ หนวยกอสรา ง ตัง้ แต กองพนั ช. กอสรา งขนึ้ ไป จะตองมคี วามสามารถเลอื ก และเสนอแนะ
ผูบงั คบั บัญชาของตนไดอยางถกู ตอง
2. หลกั การโดยทัว่ ไปสําหรับการกอสรา งในเขตยุทธบรเิ วณ (Construction policy in T/O)

2.1 การพิจารณาเบ้ืองตน
2.1.1 ความรวดเรว็ ในการกอสรา ง (Speed of construction)
ตองกําหนดโครงการกอสรางใหสามารถสรางไดโดยรวดเร็ว เมื่อตองประสพกับสภาพของการ

ปฏบิ ัตขิ องขาศกึ
2.1.2 ใหมีการออนตวั ได

การวางแผนตองระมัดระวังอยา งรอบคอบ ใหเปลี่ยนแปลงไดงายเมื่อประสพจากการ กระทํา
ของขา ศึก ดังน้ันท้ังแผน และโครงการจะตองเตรยี มไดทุกแงทุกมุมในเหตุการณท จี่ ะประสพและแกไ ขไว
แตตนเหตุ

2.1.3 ใหใชไ ดเปนข้ัน ๆ ไป (Satisfaction of immediate needs)

อาคารหรือสิ่งกอสรางใด ๆ ก็ตามจะตองวางตารางกําหนดใหใชตามขั้นตอนที่สรางเสร็จ
บางสวนไดทนั ที และย่ิงใชไ ดด ยี ่งิ ข้นึ เมอ่ื งานดาํ เนนิ ในข้ันตอ ๆ ไป

2.1.4 การประหยัด

ความตอ งการในเร่ืองการประหยัดนับวาเปนสิง่ สําคัญทนี่ ายทหารจะตองคาํ นึงถึงดวย ไมใชเพราะเรื่อง
เงินเทาน้ัน ตองคิดถึงแรงคน วัสดุ การขนสง และอุปกรณท ี่จะใชป ระกอบดว ยการใชสิ่งที่ หาไดในทอง
ถ่ิน และการปฏิบัตทิ ่เี หมาะสม ตลอดจนการบาํ รงุ รกั ษาอุปกรณอยางถกู ตอง

2.2 นโยบายและมาตรฐาน
จะตอ งคาํ นงึ ถึงความมมี าตรฐานในการกอสราง, ความงา ยและขจัดสิ่งทีไ่ มจาํ เปน ออกไปใหหมด

ส้นิ วิธีการกอสรา งเกณฑปลอดภยั , ลําดบั การกอสรา ง, การเผ่ือในการเตรยี มสราง ตอเตมิ และใชสิ่งที่
มีอยูใหเปนประโยชนมากที่สุด

2.3 การทาํ มาตรฐานไว
2.3.1 การออกแบบจะตองเปนไปตามมาตรฐานที่วางไว โดยไดจัดทําและเตรียมทําเปนแบบ

เดียวกันออกแจกจายใหยึดถือไดยามปกติโดยกองทัพบก และแกไขใหทนั สมยั อยูเ สมอ
2.3.2 การแกไขจะตองไดทาํ โดยผเู ชีย่ วชาญโดยเฉพาะ
ในข้นั แรก โดยไดจากสงิ่ ทีม่ อี ยู
ขั้นสอง ใหเหมาะกับการสงกาํ ลงั บํารงุ ทหี่ นวยกําลังตา ง ๆ จะพงึ สามารถทาํ ได
ขัน้ สามกใ็ หหนว ยตาง ๆ สามารถพลิกแพงโดยอาศยั หลกั ทางเทคนคิ ท่วี างไวกอนได
2.3.3 มาตรฐานท่ีกองทัพบกไดกำหนดไวใหสามารถจะปรับปรุงไดในยุทธบริเวณโดยใหผันแปร

ไปตามสภาพดินฟาอากาศ, วัสดทุ ี่จะพึงหาได, ความชํานาญของกรรมกรพื้นเมืองท่ีจะหาได ผบ.ยทุ ธ
บรเิ วณจะตองคอยสอดสองและเตรยี มออกแบบผันแปรไปใหห นว ยสรางไดท นั ทอี ยเู สมอ

2.3.4 มาตรฐานที่มีอยูจะตองไมจํากัดทีน่ ายทหารชางจะแกไขได และดัดแปลงไดตามความ คิด
เห็นใหมๆ ท่เี หมาะสม แบบแผนมาตรฐานจะตองเขียนไวใหสามารถจะใชวัสดแุ ทนกนั ได

70

2.4 ความงาย
คอื ถา แมว าแรงงานท่ไี มมีความชาํ นาญก็สามารถกระทาํ ได

2.5 ขอจาํ กัดตอสิ่งจําเปน ทไี่ มสําคญั

ควรมีสิ่งที่ไมจำเปนนอยสุด เชน น้ำรอน, น้ำเย็น, การมบี ริการภายในบานก็ควรละเวนได
เม่อื ไมส ามารถจะทาํ ได

2.6 ส่งิ กอสรา งช่วั คราว

การกอสรางในยุทธบริเวณ ไมจําเปนจะตองกอสรา งอยางถาวร เชน อาจใชไ มแทนเหล็ก
ใชไมสดแทนไมที่ตากแหง ใชคอนกรีตชั้นเลวแทนคอนกรีตชั้นดี และเกณฑปลอดภัยก็ไมตองถือ
เทากบั สรางในยามปกติ

2.7 การจดั ลําดบั กอ สราง

การกอสรางควรจะไดแบงพวกใหทํากอนหลังใหส อดคลองกนั และจัดเปนชุดทีใ่ หทําตาม
ความชํานาญในสิ่งนั้น ๆ เชน การเทคอนกรีตฐานราก, การตั้งโครง, การใสหลังคา, การติดต้ังสายไฟ
ฯลฯ และ งานอื่น ๆ ที่จะทําควบคูกนั ไปก็ใหน ายทหารผูอํานวยการไดจัดอันดับใหสอดคลองกันหรือ
หมุนเวียนงานใหเหมาะสมกับงานนั้น ๆ ก็จะเกิดประสิทธิภาพดี และเสร็จโดย รวดเร็ว ระบบการ
ประสานงานนี้นับวาเปน หลักที่สําคัญมาก, การรวมมือระหวางหนวยกําลัง และความเขาใจอันดี
ระหวางกันจะทําใหงานลา ชา และ ขาดประสิทธิภาพ

2.8 การขยายและตอเตมิ

อาคารตาง ๆ จะตองคิดถึงการขยายตัวเมื่อมีความตองการเพิ่มขึ้น เชน โรงพยาบาล
จะตอ งใหตอเตมิ ออกไปใหรบั ผเู จบ็ ปวยไดมากขึน้ โรงเล้ยี งใหบรรจกุ ำลงั เพิม่ เติมได

2.9 ใหใชส่ิงท่มี เี ดิมได

ส่งิ ทม่ี ีอยูเดมิ อาจดดั แปลงใหใชได จะเปนการทนุ แรงงาน และวสั ดุ
3. ขอพึงประสงคทางการทหาร (Requirements)

3.1 กลาวโดยทวั่ ไป

ตามธรรมดาโครงการกอสรา งจะตองวางแผนข้ึนตนไวใหใชไดท นั ที ข้ันตอไปใหขยายไดต ามตองการ
3.2 ลําดับความเรง ดวน

จะตองใหมลี าํ ดับความเรงดว น ขนั้ ตอนของการกอสราง เพือ่ ใหสิ่งปลูกสรางน้ันไดบรรลุถึงจุด
น้ีท่ี จะใหไดใชรวดเรว็ ทีส่ ดุ

ความเรงดวนอนั ดับแรก

มที ี่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิง (POL) ลูกระเบิดและกระสุน มถี นนสําหรับขนสง ตามความจําเปน ,
มกี ารสุขาภบิ าลเทาทค่ี วร มบี ริการไฟฟา และนำ้ ใช

ความเรงดวนอนั ดบั สอง

มีทท่ี าํ การตามความจําเปน, มีโรงซอ มบํารงุ , มีโรงอาหารและปรับปรงุ ส่ิงปลูกสรางอันดับแรก
ใหด ีย่งิ ข้นึ

71

ความเรงดวนอนั ดบั สาม

มีอาคารอํานวยความสะดวกในทางธุรการ, มีอาคารสําหรับนายทหารชั้นนายพล และทหาร
หญงิ , ปรบั ปรงุ อาคารทางธรุ การใหดขี ึ้น

ความเรงดวนอนั ดบั ส่ี

บา นพกั ทัว่ ไป และพนื้ ท่ีพักผอ นหยอนใจ

4. หลกั ในการเลือกทีต่ ั้ง (Griteria for site selcotion)

4.1 การสาํ รวจท่ตี ั้ง

ตองมีทางขนสงลําเลียงสิ่งอํานวยความสะดวกเพียงพอและกวางขวางพอขยายได ที่ตั้งของ
สวนบริการสงกําลัง (Supply service) ควรอยูห างกนั ตั้งแต 1 - 5 ไมล

4.2 ภมู ิประเทศ

พื้นภูมปิ ระเทศท่เี หมาะควรมลี าด คือ มีลาดระหวาง 1% - 5% ถามากจะทาํ ใหเปลอื งแรงงาน
และ เวลาในการตัดลาด ซึง่ การตัดลาดก็ยอมทําใหเปนการถากถางพืช และตนไมทําการปกปด จากการ
พรางลดนอ ยเกนิ ไป

4.3 ลักษณะดิน

พื้นดินแข็งระบายน้ำงายเปนสิ่งพึงประสงคของที่ตัง้ คลังและโรงทหาร แตบางครั้งก็มีความ
จําเปนตอ งเลอื กพน้ื ดินท่ไี มเก้ือกลู ตอการสรางเพ่ือลดการ สนิ้ เปลอื งเวลาและวัสดุ

4.4 การระวังปองกัน และปกปด

ควรเลือกที่ตั้งที่แยกยายกันนั้นงายแกการพราง การเลือกที่ตั้งควรจะระลึกถึงสิ่งตางๆ
คือ หลีกเลี่ยงท่ตี ั้งที่ตั้งตอนโคงของลาํ น้ำ และตามจุดตา ง ๆ บนพื้นดินที่ใกลชุมทางถนน และรถไฟให
เลอื กที่ต้ังซึ่งมขี อบเขตไมเปนระเบียบ ซง่ึ แบงเปนเขตยอย ๆ ลงไปโดยร้วั พุมไม ถนน และลาํ ธาร

4.5 น้ำ

มีที่เหมาะในการไดน้ำมาแจกจายแกหนวยทหาร และโรงพยาบาลมากพอตองการและ
แหลง นำ้ นี้ จะตองมคี ณุ สมบตั ิเดมิ ท่สี ามารถทาํ ลายเช้ือและกรองไดงาย ซง่ึ หมายถงึ ลำธารทมี่ ีน้ำไหลอยู
ตลอดเวลา

4.6 การระบายส่งิ โสโครก
ควรลาดตระเวนหาที่ ๆ สามารถระบายสิ่งโสโครกโดยทางน้ำไดโดยไมตองทํากรรมวิธีใหหมด

สิ่งปฎิกลู สาํ หรับท่ีถายอุจจาระ และปสสาวะ พืน้ ดนิ ก็ตองดูดซมึ ไดง า ย
4.7 ไฟฟา

พยายามใหใช ไฟฟาจากกิจกรรมที่มีอยูแลว เชน ไฟฟาสวนภูมิภาค และไฟฟาจากเครื่อง
กาํ เนดิ ท่มี ไี ปกบั หนวยทหาร

4.8 ความใกลเคียงระหวางหนว ยตางๆ

การกระจายกันของหนวยตาง ๆ จะตองไมเลอื กใหป ระสิทธิภาพของทตี่ ั้งนั้น ๆ ลดลงไปดวย
เชน คลังที่เก็บของโดยทั่วๆ ไปก็ควรจะอยูใกลเสน ทางสงกําลัง สวนที่ตั้งของคลังกระสุน ดินดาํ และ
คลังนำ้ มนั จะตองอยูหา งไกลจากคลังอื่นๆ เพอ่ื จะไดไ มเปนอนั ตรายรวมกันเมื่อถูกทงิ้ ระเบิด

72

4.9 การขยายตัว

พื้นท่ๆี เลอื กตองคิดการลวงหนา ใหขยายตวั ออกไดตามความตองการของหนว ยน้นั ๆ
4.10 สิ่งอํานวยความสะดวกที่มีอยู ควรมีการเลือกสิ่งอํานวยความสะดวกที่มีอยูแลวก็จะ
เปนการประหยัดทงั้ วสั ดุ, แรงงาน, การขนสง
5. ขอพึงประสงคของสง่ิ อาํ นวยความสะดวก (Facitities requirements)

5.1 โครงสรางอาคารมีใน TM 5 - 302 ซึ่งเปนมาตรฐานในการกอสรางสําหรับโรงทหารบรรจุ
250 คน, 1,000 คน, 3,000 คน และ 5,000 คน

5.2 นำ้

เลือกแหลงน้ำทม่ี ีอยู
5.3 การระบายสิ่งโสโครก
ขอพิจารณาที่ควรคำนึงในการเลือกที่ตั้ง คือ ระดับดินตองสูงกวาระดับน้ำทวมที่จะเกิดขึ้น
และมีลาดที่จะใหสิ่งโสโครกไหลไปเองไดสะดวกโดยไมตองใชการงับดิน (PUMP) และควรอยูไกล
ออกไปอยางนอย 1,000 ฟุต
5.4 ไฟฟา
ตองคํานวณวาจะใชไฟฟาเทาใดจะได คํานวณหาเครื่องไฟฟาไดถูกตอง เชน จะใชเครื่อง
ไฟฟา ก่เี ครอื่ งและสํารองก่เี ครอ่ื งเปนตน
กำลังไฟฟาที่ตองใชจริง (Demand Load) ไดจากผลคูณของกำลังไฟฟาทีใ่ ช (Conneceted
Load) กบั เกณฑความตองการ (Demand Factor) DL = CL x DF
ขอพิจารณาในการเลือกเครอื่ งกาํ เนิดไฟฟา
1. ขนาดของกำลังไฟฟาทต่ี องการ
2. การสง กาํ ลงั และซอมบํารุง
3. ความเช่อื ถอื ได
4. ประสทิ ธภิ าพของระบบ

หมายเหตุ ควรใชเครื่องยนตดีเซลมากกวาเครื่องยนตเบนซิน เพราะเครื่องยนตดีเซลทํางาน
ตอเนื่องไดน านกวาและตองการการปรนนิบัตบิ ํารุงนอยกวา

อาคารในยทุ ธบริเวณ

ความมุงหมายของบทเรียนนี้ เพื่อที่จะใหนักเรียนไดทราบถึงชนิดและการแบงประเภทของ
อาคาร ทางทหาร และใหทราบชอ่ื ชิ้นสวนตาง ๆ ของอาคารไมโดยท่ัวไป สําหรับอาคารในยทุ ธบรเิ วณ
(US) ศึกษา คนควาเพิ่มเติมไดจากหนังสอื TM 5 - 302

1. ชนิดและการแบง ประเภทอาคาร การแบงชนิดของอาคารทางทหาร แบง ออกไดเปน 2
ประเภท คือ

1.1 อาคารถาวร (PERMANENT BUILDING)
เปนอาคารทส่ี รางขนึ้ ในเขตหลัง หรือเขตภายใน ซ่ึงจะตองไดร บั อนุมัติเปนพิเศษจาก สวน
ราชการท่เี ก่ยี วของ และสงู สดุ ของหนวยนัน้ เชน ผบ.พล. และใหม คี วามมุง หมายออกแบบใชงาน ดงั น้ี

73

1.1.1 จะตองออกแบบใหใชไดอยางนอ ย 25 ป
1.1.2 สรา งโดยผรู ับเหมา
1.1.3 มสี ถาปนกิ ออกแบบ มวี ิศวกรคาํ นวณความแขง็ แรงของอาคาร

1.1.4 วัสดุที่ใชในการกอสราง เปนวัสดุทีใ่ ชมีความคงทนถาวรมาก เชน คอนกรีต,
คอนกรตี เสริมเหล็ก, คอนกรตี อดั แรง, โครงเหลก็ , กออิฐ, ฉาบปนู ฯลฯ เปนตน

1.1.5 สรา งโดยฝม ือปราณตี มีการตกแตงทาสอี ยางเรยี บรอ ย

1.2 อาคารกึ่งถาวรหรือชัว่ คราว (SEMI PERMANENT BUILDING) แบงเปนชนิด ตาง ๆ
ดงั น้ี.-

1.2.1 อาคารระดมพล (MOBILIZATION BUILDING)
เปนอาคารที่สรางขึ้นในขณะที่ประเทศมีภาวะฉุกเฉิน หรือ ทบ. จะขยาย โครงการ
อยางรวดเร็ว เชน ทีพ่ ักโรงทหาร, ที่รับประทานอาหาร, หองประชุม และคลังอุปกรณ เปนตน อาคาร
นั้นอาจเคลื่อน ยายไดโดยการออกแบบมีจุดตอ (JOINT) มกี ารยึดตรึงดวยสลักเกลียวหลังคาอาจเปน
TENT ใหมีความมุง หมายดังนี้.-

1.2.1.1 อายุการออกแบบใหใชไดอ ยางนอ ย 15 ป
1.2.1.2 ฐานรากทําดวยคอนกรีต เสาเปนไมอาบน้ำยา หลังคามุง

กระเบ้อื ง สังกะสีหรอื TAR PAPER
1.2.1.3 ภายในอาคารตกแตงเรียบรอ ย

1.2.2 อาคารในยุทธบริเวณ (THEATER OF OPERATION BUILDING) เปนอาคาร
ท่ีมโี ครงสรางอยางงาย ๆ และเบา ซึ่งสามารถใชงานไดทกุ แหงในยุทธบรเิ วณ ใหมคี วามมุง หมายในการ
ออกแบบ ดังน้ี

1.2.2.1 ตอ งออกแบบใหใชไดอยางนอย 5 ป
1.2.2.2 วัสดุกอสรางแสวงหาไดในภูมิประเทศ หรือวัสดุที่มีอยูนํามาประกอบ
สรางขนึ้ อยางงาย ๆ เพื่อตองการความรวดเร็วในการสราง
1.2.2.3 ฐานรากหรือพื้นของอาคารใชดินหรือไมมีฝาผนังและหลังคาใชโครง
สรางทีเ่ บา ๆ อาจมงุ ดวยวัสดทุ ี่หาไดใ นภมู ปิ ระเทศ
1.2.3 อาคารสําเร็จรูป (PREFABRICATED BUILDING) เปนอาคารเคร่ืองประกอบ
สําเร็จ สรางจากโรงงาน เปนชิ้นสวนสําหรับทำไปประกอบไดเปนอาคารตามตองการ ตองทําให
ประกอบไดรวดเร็ว, งาย, ไมเปลอื ก แรงงาน, ไมเปลอื งเวลา ประกอบ, ใชเ คร่อื งมอื นอ ยที่สุด, และใหมี
ความมุง หมายในการออกแบบ ดงั น้ี
1.2.3.1 อายใุ นการออกแบบใชง านกาํ หนดไดไมแนนอน
1.2.3.2 ขึ้นอยูกบั การประกอบร้ือถอน และเคลื่อนยาย
พื้นทสี่ าํ หรบั ตงั้ คายทหาร (TROOPCAMP)
1. ทหาร 250 คน ขนาด = 500 ฟุต X 670 ฟตุ
2. ทหาร 500 คน ขนาด = 890 ฟุต X 965 ฟตุ

74

3. ทหาร 1,000 คน ขนาด = 1,220 ฟตุ X 1,450 ฟุต
4. ทหาร 1,500 คน ขนาด = 1,400 ฟตุ X 1,600 ฟตุ
5. ทหาร 3,000 คน ขนาด = 1,900 ฟุต X 2,400 ฟตุ

มาตรฐานการนาํ แบบไปใชกอสรา งและซอ มแซม

US. ไดกําหนดมาตรฐานไว (หลกั ฐานจาก TM 5 - 302)
STANDARD OF CONSTRUCTION INITIAL INTERMEDIATE TEMPORARY

STANDARD OF CONSTRUCTION 1 - 2 3-4 5-6

EXPECTED DURATION OF LESSTHAN 6 TO 24 MONTHS 24 TO 60
CONTINGENCY
6 MONTHS MONTHS

การพราง
วิชาการพรางเปนวิชาที่สําคัญมากวิชาหนึ่ง เพราะในการปฏิบัติการรบโดยทั่วไปจะตอง

ปฏิบัติการ ในภูมิประเทศซ่ึงตองปกปดซอนพรางใหสามารถพนจากการตรวจการณของขาศึก โดยมี
หลักการและ วิธกี ารทเี่ หมาะสมท่ีจะทาํ ใหเกดิ ประโยชนสงู สุด

การพรางจัดไดวาเปนเสมือนอาวธุ ชนดิ หนึ่งในการทาํ สงคราม ถาใชอ ยางถูกตองแลวยังสามารถ
ที่ จะแยกออกไดถึงความแตกตางระหวางความสําเร็จ และความพายแพสําหรบั บุคคล ยังสามารถทีจ่ ะ
หมายถึง ความแตกตางระหวางการมีชีวิตรอดกับความตายไมวาจะเปนสงครามในรูปแบบใด ดังน้ัน
ทหารทุกคนและผูบังคับบัญชาหนวยทุกระดับชั้น จะตองไดรับการศึกษาในเรื่องการพราง เพื่อจะได
ทราบ และสามารถนําไปใชใหเกิดประโยชนตอตนเอง และขณะปฏิบัติการในสนามรบ และยงั สามารถ
ใหคําแนะนํากาํ กบั ดแู ลผูใตบังคบั บัญชาอีกดวย

การคน หาท่ีหมาย

กอนทจี่ ะปฏิบัตใิ นเร่ืองการพรางอยางมปี ระสิทธภิ าพ จาํ เปนจะตองเรียนรบู างประการเกี่ยวกับ
เรื่องการตรวจการณการตรวจการณแบงออกไดเปน 2 ประการคือการตรวจการณทางตรง และทาง
ออม

การตรวจการณทางตรง หมายถึง ขบวนการที่ผูตรวจการณสามารถที่จะ เห็นรูปรางของวัตถุซึง่ มี
ประโยชนมากคอื .-

- เปนการไดรับขา วสารทนั ทที นั ใด
- ภาพท่ีเห็นเปน ภาพจรงิ 3 มิตงิ าย ตอ การประเมนิ ดว ยสมอง และยงั ทาํ การสังเกตการเคล่ือนท่ี
ไดแ ตมขี อ เสยี คอื .-

- ไมมีการบนั ทึกทีถ่ าวร

75

- สภาพอากาศเปนขอจํากัด

- ประสบการณและความไมละเอียด เปน ผลในเรื่องความไมสมบูรณและความไมถูกตอง ของ
ขา วสาร
การตรวจการทางออม ผูตรวจการณดูจากภาพหรือรูปจําลองของวัตถุประโยชนของการตรวจการณ
ทางออ ม คอื .-

- ภาพถายซำ้ ในพนื้ ทที่ ่เี ดยี วกัน อาจพบความเคล่อื นไหวได
- มผี ลการบนั ทกึ ไวไ ดอยางถาวร

- ชวยเพ่ิมการสังเกตุตอรงั สีอนิ ฟาเรด และรังสอี ่ืน ๆ ทม่ี องไมเหน็ ดว ยสายตา ดจู ากภาพ
- สามารถแจกจายใหหนวยไดท กุ ระดบั

- ภาพถายสามารถใชเพือ่ การศกึ ษาไดเ ปนเวลานาน
- เรดารโดยปกตจิ ะใชต รวจวตั ถุทเี่ ปนโลหะเบื้องหลังฉากทเ่ี ปนอโลหะ เชน ตาขาย พราง
การตรวจการณทางออ ม ยังมขี อเสียคือ.-

- ตองการเวลาในการลางอดั ภาพ และการแจกจายขาวสาร
- ภาวะอากาศอาจเปนอุปสรรคในการถายภาพ

- ความชาํ นาญของผูต ีความภาพถาย
- ไมมคี วามสมบรู ณของมิตทิ ่ี3

วัสดพุ ราง

ในพื้นที่มีการรบ วัสดุหรือเครื่องใชทีน่ า นำมาทำการสรางเปนเคร่ืองพราง สวนมากแลวจะได
มา จากธรรมชาติในทองถน่ิ หรอื บริเวณใกลเคียง เทา ทว่ี ัสดเุ หลา นัน้ จะอํานวย และพรอ มทจ่ี ะนํามาใช
ได แต อยางไรก็ตามการดัดแปลงหรือใชธรรมชาติเปนเครื่องพรางใหไดประโยชนใหมากที่สุด จะ
เปนการลด ปริมาณเครื่องพรางที่จะตองลําเลยี งจากสวนหลังไดมาก วสั ดุพรางในสนามแบงออกได
เปน 2 ประเภท ใหญ ๆ คอื .-

1. วัสดุพรางธรรมชาติ สวนมากจะใชประกอบกับวัสดุพรางที่สรางขึ้นเพื่อใหเขากับภูมิ
ประเทศ ในบรเิ วณนนั้ และยังแบงชนิดออกไดเ ปน 3 ชนิด คอื .-

1.1 พชื ไดแ กพชื ลม ลุก และพืชยืนตน หรอื จากการนําพชื มาปลูกเพอื่ เปนเครอ่ื งพราง
1.2 สิ่งไมมีชีวิตปกคลุมดินอยู ไดแก ดินโคลน, ทราย, กอนหิน, กรวด เปนตน สิ่งตาง ๆ
เหลา นีใ้ ชสาํ หรับเปลย่ี นหรือเพ่มิ สที าํ ใหเกิดผิวหยาบ

1.3 สิ่งชํารุดหักพัง ไดแก กําแพงพัง, อาคารบา นเรือนพัง, รถพัง หรือยุทโธปกรณที่พัง
แลวจนไมสามารถนาํ มาซอมใหค ืนสภาพได

2. วสั ดุพรางทีส่ รางขน้ึ มี 2 ประเภท คือ.-

2.1 วัสดุพรางท่ีสรางขึ้นสําเร็จรูป ประกอบดวยตาขายพราง , พืชพันธุไมเทียม, แถบผา
และสพี ราง

2.2 วัสดุพรางที่สรางขึ้นในสนาม เพื่อหนวยขาดแคลนวสั ดุพรางสาํ เร็จรูปที่ใชเปนเครื่อง
พราง หนวยสามารถสรา งเครื่องพรางขนึ้ ใชในสนามไดในลักษณะใกลเคียงกับตาขายพราง โดยใชวัสดุ
กอสรา งท่มี ที ั่วไปในทองถิ่น

76

การเกบ็ รกั ษาและระวังรักษาตาขายพราง

ตาขายพรางเมื่อนำออกมาใชแลวตองเก็บใหถ ูกตองและเรียบรอย การพับตาขายพรางจะตอง
พบั ใหส ามารถคล่อี อกมาใชงานไดโ ดยงา ย
การพรางบคุ คล

1. การพรางบุคคล กระทาํ เพื่อปกปดตัวทหารในขณะปฏบิ ัตกิ ารรบ เพือ่ การจูโจม และยังเปน
การลวงใหขา ศึกหลงผดิ ทหารทุกคนควรไดมการเรยี นรูแ ละฝกใหเกดิ ความเคยชิน

2. การปฏบิ ัติการพรางบุคคลเพื่อลวงขาศกึ ซง่ึ มีการตรวจการณทางพนื้ ดิน และทางอากาศ
3. การพรางที่มีประสิทธิภาพของแตละบุคคลขึ้นอยูกับภูมิประเทศ ฉากหลังสําคัญมากตอง
พยายามเลือกลกั ษณะภูมิประเทศท่ีมกี ารปกปดกาํ บงั เชน ตนไม พุมไม, กอนหินใหญ เปนตน
การพรางหมวกเหล็ก หมวกเหล็กนับวาเปนสิ่งสําคัญชิ้นแรกท่ีจะตองทําการพรางกอนสิ่งใดใน การ
ปฏบิ ตั ิการรบนัน้ ตองมกี ารตรวจการณอ ยูตลอดเวลา ถึงแมจะอยูในที่กําบังก็ตาม ทหารจะตองยน่ื ศรี ษะ
ออกมาตรวจการณเพือ่ คน หาขาศึก ฉะนน้ั ขาศกึ จะมองเหน็ หมวกเหล็กเปน สิ่งแรกกอนสว นอนื่
การลดความเดนของผิวหนัง ใบหนา, ลําคอ และมือ เมื่อเปนเหงื่อจะเปนเงาเกิดการสะทอนแสง
จะตอ งลดการเดนชดั น้นั ดวยการทาสีเถาถาน, ดินหมอ หรอื โคลน ถามีถุงมอื , ถุงคลมุ หนาก็ใชค ลมุ ได
ลดความเดนชดั ของอาวุธประจํากาย และวัสดุสะทอนแสงอ่นื ๆ อาวธุ ประจํากายตองเอาใจใสในการ
พรางใหมาก เพราะรูปรา งของอาวุธสังเกตงุ าย เน่อื งจากความเคยชินตองทาํ การพรางโดยใชผาพัน, ใชสี
ทาให เปนลวดลาย หรือใชโคลนทาก็ไดสวนดาบปลายปนนั้นก็ตองทําการพรางดวย วัสดุสะทอน
แสงอื่น ๆ เชน นากิ า, ปากกา, แหวน, หัวเข็มขัด, หมอสนาม ใหใชสีหรือโคลนทา ถาไมจําเปนก็เก็บ
เสียใหมิดชดิ
การพรางเครื่องแตงกาย การพรางเสื้อผา ในสนาม จะตองพรางใหเหมาะสมกลมกลืนกับภูมปิ ระเทศ
ดวยการยอมสี, ระบายสหี รือจะใชวัสดุอื่นที่ทำใหเกิดสีได เชน ยอมสีหรือทาดวยน้ำมันเครื่องท่ใี ช แลว
ขอ สาํ คัญทาํ ใหเหมอื นเครอื่ งแบบนอยที่สุด

การพรางยานพาหนะ

หลักการพรางพื้นฐานท่ไี ดกลา วไวแลว น้นั ยังคงมีความสาํ คญั ตอการปกปดกาํ บงั ซอนพราง ยานพาหนะ
การลดการสะทอนแสง แสงสะทอนอาจเกิดจากสว นใดสวนหนึ่งของยานพาหนะ โดยอาจจะเลด็ ลอด
ผานชองวางของการปกปดซอ นพรางได
เงา เปนปจจัยเบือ้ งตนในการปกปด กําบังยานพาหนะ การใชเงาของโครงสรางอาคาร ตนไมใหญ หรือ
กอนหิน ชวยในการซอนพรางที่เปนประโยชนแกฝายเรา เงาที่เกิดจากยานพาหนะเองตองถูกจํากัด
เนื่องจากเงาท่ีเกดิ ขนึ้ เปนส่งิ ชีบ้ อกถงึ ชนดิ ของยานพาหนะ หรือประเภทของยานพาหนะ
การเลอื กท่ีตงั้ การเลือกทีต่ ง้ั จะตองทําการดดั แปลงใหน อยท่สี ุด ยอมเปน ลักษณะอนั พึงประสงคของการ
พราง ในพื้นที่ที่ขาดการปกปดอาจชวยไดโดยการใชตาขายพรางใหสอดคลองกับภูมิประเทศ การ
พิจารณาเลือกทีต่ ั้งและใชประโยชนจากภูมิประเทศเปนสิ่งจำเปน ภูมปิ ระเทศในปาเอื้ออํานวยตอการ
ปกปด กําบงั ยานพาหนะ และรองรอยลอ ยานพาหนะตองมีการกระจายระยะหางไมแนนอน อาจใชสี
พรางหรือคลุมดวยผา ใบ ตลอดจนการซอนพรางใตพ ุมไมห รือรม เงา

77

การบริการประปาในสนาม
1. การบรรจชุ ดุ ประปาสนาม
1.1 ใน พัน.ช.สนาม จะมีชุดประปาสนามอยูกองพันละ 4 ชุด ปกติจะบรรจุอยูกับหมู

สงกําลงั ของ รอ ย.บก.และบรกิ าร
1.2 หากตองปฏบิ ตั ิงานสนามเพือ่ ความงายตอ การจัด จงึ มีการแบงมอบดงั นี้
1.2.1 ชุดท่ี 1, 2 และ 3 จดั ไปสนบั สนนุ โดยตรงใหก ับ กรม ร. 1, 2 และ 3
1.2.2 ชุดท่ี4 สนบั สนนุ ทวั่ ไปใหกบั พนื้ ท่ขี อง บก.พัน.ช. และ บก.พล.ร.

2. ความสามารถ
2.1 1 พัน.ช.สนาม สามารถจดั ต้งั ตําบลจา ยน้ำใหพรอมกนั 4 ตําบลจา ย
2.2 การจัดต้ังตำบลจายนำ้ จดั ตง้ั ได 2 ลักษณะ คือ.-
2.2.1 ตามปกตจิ ะจดั ต้ังตาํ บลจายน้ำธรรมดา (เปยก)
2.2.2 แตถา มีอุปสรรคตอ การผลติ และแจกจายนำ้ จะจัดตงั้ ตาํ บลจายน้ำแหง
2.3 1 ชดุ ประปาสนาม สามารถผลิตและแจกจายน้ำสะอาดไดดังน้ี
2.3.1 กําลังพลของ กรม ร. อัตราการจาย นอยที่สดุ ½ แกลลอน/คน/วัน ถาใชอาบ

ดวย 15 แกลลอน/คน/วนั
2.3.2 โรงพยาบาล อัตราจาย 10 - 50 แกลลอน/เตยี ง/วนั
2.3.3 ยานพาหนะ อตั ราจาย 1/8 - 1 แกลลอน/คนั /วัน
2.3.4 สตั วตาง ๆ อัตราจาย 3 - 5 แกลลอน/ตวั /วัน
2.3.5 รถไฟ อัตราจายแลว แตขนาด แกลลอน/ขบวน/วัน
2.3.6 โรงเลีย้ ง อตั ราจายแลว แตขนาด แกลลอน/โรง/วนั
2.3.7 อืน่ ๆ (โรงซักรีด) อตั ราจายแลวแตขนาด แกลลอน/แหง/วนั

3. การจดั ตง้ั ตำบลจายนำ้
3.1 การลาดตะเวนหาแหลงน้ำดิบ เมอ่ื ตกลงใจแลวแหลงน้ำน้นั ตอ ง
3.1.1 ตองมีปริมาณน้ำดิบเพียงพอตอการผลิตนำ้ สะอาด และเพียงพอตอการแจกจาย

ตาม ขอ 2.3
3.1.2 ทดสอบเพ่ือหามาตรฐานนำ้ เดมิ (ดบิ )
3.1.3 แกไข และผลติ น้ำสะอาด
3.1.4 ทดสอบมาตรฐานนำ้ ด่ืมกอนทาํ การแจกจาย

4. การเบกิ เพือ่ ทดแทนหรือเพม่ิ เติม
4.1 ตําบลจายนำ้ ธรรมดา (เปยก) การเบกิ ทดแทนสารเคมแี ละอปุ กรณเบิกตามลําดับชั้น
4.2 ถา จาํ เปนตองต้งั ตาํ บลจายน้ำแหง มขี อ ปกฏิบัตนิ ้ี.-
4.2.1 กอนเขาที่ตั้งจะตองขอเบิกสิ่งอุปกรณดังตอไปนี้จากกองคลังทหารชางตามที่

ตองใช ไดแก

78

- ถังไนลอนอาบยาง

- เครอ่ื งสบู น้ำที่มกี าํ ลงั สูง

- ทอแข็งสงนำ้

4.3 ถา ตอ งการจายนำ้ มาก มขี อปฏิบัติดงั นี.้ -

4.3.1 เบกิ ชดุ ประปาสนามจาก กคช.กช อกี 1 ชดุ

- แรงงานจากหนวยท่ีข้ึนสมทบ

- แบงเจาหนา ที่ประจําชุดออกเปน 2 ชุด (ชุดละ 2 นาย)

4.3.2 ขอชุดประปาเพิม่ เติมจากตอนทหารชางประปาสนาม (ตอน ช.93 หรอื กองรอย
ทหารชา งประปาสนาม)

5. ขอปฏิบัติเมื่อตองการสับเปลี่ยนชุดประปาสนาม ใหชุดที่ 4 ตามขอ 1.2.2 ขึ้นไป
สบั เปลยี่ น

- สับเปล่ียนทัง้ เจาหนาท่แี ละชุดประปาสนาม หรือ

- สับเปลีย่ นเฉพาะเจาหนาที่
ตําบลจายน้ำ องคป ระกอบของตาํ บลจายน้ำ

- แหลงนำ้
- จดั ทาํ นำ้ สะอาด (ชดุ ประปาสนาม)
- จนท. ประปาสนามเขาดาํ เนนิ การ
การเลอื กแหลงน้ำเพ่ือจดั ตั้งเปนตําบลจายนำ้
- การประปาประจําท่ี
- แหลงนำ้ ในดนิ
- แหลงนำ้ บนดิน
- แหลงน้ำที่จัดทำใหม
- แหลงนำ้ ทะเล
ขอ พจิ ารณาในการเลือกพืน้ ทต่ี ัง้
- การปดบงั ซอ นพราง
- ไมเ ปนเปาของ ป.
- ระบายน้ำไดสะดวกและปกปด
- ทางเขาออกของยานพาหนะและพน้ื ที่จอดทัง้ รถมารับนำ้ และชดุ ประปาสนาม
- พ้นื ท่ตี ้งั ชดุ ประปาสนาม
- พน้ื ท่สี รางทพ่ี กั ของเจาหนา ท่ี
- สภาพตลิ่ง
ชนดิ ของตําบลจายน้ำ
ขอพิจารณาในการเลือกชนิดของตําบลจายน้ำขึ้นอยูกับสถานการณ และพื้นที่ปฏิบัติการ
โดยทวั่ ไปมี 2 ชนดิ
- ตาํ บลจายน้ำธรรมดา เปนตาํ บลจายนำ้ ที่มีการผลติ และแจกจายในพ้นื ที่เดียวกัน
- ตาํ บลจายน้ำแหง เปนตำบลจายนำ้ ท่ีไมม ีแหลงนำ้ หรอื ปริมาณมไี มเพยี งพอสําหรบั การผลติ

79

- ตั้งถังไนลอนอาบยกขึ้น ณ จุดที่กำหนดแลวใชรถบรรทุกน้ำเติมใหเต็ม ตําบลจา ยน้ำแหงไม
นิยมใชสําหรบั หนวยทหารขนาดใหญ คงใชกับหนวยทหารขนาดยอม โรงเล้ียงหรือ โรงพยาบาล ที่ต้ัง
แบงได 2 ประเภท

- ตําบลจายนำ้ ในพื้นที่เขตหนา
- ตําบลจายน้ำในพ้ืนทเี่ ขตหลัง
การฟน ฟตู ำบลจายน้ำ
- ปรบั ปรุงตําบลจายน้ำใหดขี ี้นึ
- เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการแกไขนำ้ ใหสะอาด
- เพิ่มปริมาณใหเพียงพอ
แตโดยสรุปแลว ใหเลอื กที่ต้งั ตําบลจายน้ำท่มี ีการฟน ฟใู หน อยที่สดุ

การบรกิ ารในความรับผดิ ชอบของ ยย.ทบ.

ภารกิจและการจัดหนว ย ยย.ทบ.
ภารกจิ

ยย.ทบ. มีหนาที่วางแผน อํานวยการ ประสานงาน แนะนํา กํากับการ วิจัยและพัฒนากําหนด
หลักนิยม และทําตำราในเรอื่ ง

1. การกอสราง และซอมแซมอาคาร สิง่ อาํ นวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ใหห นวยตา ง ๆ
ใน ทบ. ในทีต่ ง้ั ปกติ

2. การสง กาํ ลงั บํารงุ สงิ่ อปุ กรณส ายยุทธโยธา
3. การจัดการอสังหาริมทรัพย ไดแก อาคาร และที่ดนิ ในความปกครองดแู ล ใชป ระโยชนของ
ทบ.
ขอบเขตความรบั ผิดชอบและหนา ที่ที่สําคญั
1. เสนอนโยบาย วางแผน อํานวยการ ประสานงาน กาํ กับการ และดาํ เนนิ การ เกย่ี วกับการ สง
กําลัง และการซอ มบํารงุ สง่ิ อปุ กรณส ายยุทธโยธาใหกบั หนวยตา ง ๆ ของกองทัพบก
2. เสนอแนะ และใหคาํ แนะนํา เก่ียวกับกิจการสายยุทธโยธา
3. ดําเนินการจัดสราง ซอมบํารุง และควบคุม เกี่ยวกับอาคาร สถานที่สาธารณูปโภคและ
อสังหาริมทรพั ยของกองทพั บก
4. วิจัย พัฒนา กําหนดหลักนิยม จัดทําตํารา และคูมือเกี่ยวกบั วิทยาการ และสิ่งอุปกรณ สาย
ยทุ ธโยธา
5. วางแผน อํานวยการ จัดทําหลักสูตร แนวสอน และดําเนินการฝกศึกษากําลังพลสายยุทธ
โยธา และเหลา ทพั อ่ืน ตามที่ไดร บั มอบหมาย
กลา วโดยสรปุ
กรมยทุ ธโยธาทหารบก มีภารกจิ ในการออกแบบการกอสรางและซอมแซมอาคาร ส่งิ ปลูกสราง
สิ่งอํานวยความสะดวกและสาธารณูปโภค ตลอดจนการดําเนินการงานที่ดินใหแกหนวยตางๆ ของ

80

กองทพั บกจงึ มคี วามจําเปน ตองพัฒนาการดําเนินงานดานตา ง ๆ ในความรบั ผิดชอบ ใหมีความสมบูรณ
ทันสมัย และประโยชนใชสอยตรงตามความตอ งการของกําลัง พลและหนวยอยูเ สมอ โดยมีเปาหมายที่
จะดาํ เนนิ การพฒั นาดา นการกอสรา ง ดานสาธารณปู โภค และดานส่ิงแวดลอ ม ของหนวยทหาร ทัง้ นี้

• เพื่อพัฒนารูปแบบการกอสรางใหทันสมัยยิ่งข้ึน สามารถประหยัดงบประมาณการกอสราง
ประหยัดพลังงานในการใชสิ่งกอสราง และสอดคลองกับความตอ งการของหนวยใชอ าคาร และสิ่งปลูก
สรางมากยิง่ ขึน้

• เพอ่ื สงเสริมคณุ ภาพชวี ติ ของกําลังพลในหนวยทหาร ใหม คี วามเปน อยทู ี่ดขี ้ึน มีสภาพแวดลอ ม
ในการปฏบิ ตั งิ านที่ดี เปนการใหการสวสั ดิการแกก าํ ลังพลของหนวย

• เพื่อเปนการพัฒนาสภาพแวดลอมของหนวยทหาร ใหมีสภาพทัว่ ไป ทัดเทียมกับหนวยทหาร
ในประเทศทพ่ี ฒั นาแลว
การจดั
ยย.ทบ. แบง สว นราชการออกเปน 7 กอง 3 แผนก ดงั น้ี

1. กองแผนและโครงการ มีหนาที่ วางแผน อํานวยการ กํากับการ และดําเนินการในดาน
กําลัพล การขาว การฝกศึกษา การสถิติ การสงกําลังบํารุง การ โครงการ และงบประมาณ แบงสวน
ราชการออกเปน 6 แผนก คือ แผนกกําลังพล, แผนกการฝกและศึกษา, แผนกแผน และโครงการ,
แผนกสง กาํ ลังบํารุง, แผนกงบประมาณ และแผนกสถติ ิ

2. กองแบบแผน มีหนา ที่ วางแผน ประสานงาน สาํ รวจ ออกแบบ แนะนาํ เกี่ยวกบั การกอสราง
วิเคราะห วจิ ยั และทดสอบ เพ่ือใหเกดิ ผลในทางประหยดั และมีประสทิ ธภิ าพ ประมาณราคางากอสราง
ใหอ ยูใ นเกณฑทเ่ี หมาะสม แบง สว นราชการออกเปน 5 แผนกคือ แผนกสถาปต ยกรรม,แผนกวิศวกรรม,
แผนกประมาณการ, แผนกวิเคราะหและทดสอบ และแผนกสํารวจ

3. กองกอสราง และสาธารณูปโภค มีหนาที่วางแผน ประสานงาน แนะนํา กํากับการ
ตรวจสอบ ความตองการ ควบคุมความสิ้นเปลอื ง และดําเนินการเกี่ยวกับการกอสราง และซอมอาคาร
สิ่งปลูกสราง สิง่ อํานวยความสะดวก สาธารณูปโภค และบํารงุ รักษาพื้นที่ แบงสว นราชการออกเปน 5
แผนก คือ แผนกสรางซอมสิ่งปลูกสราง, แผนกติดตั้งซอมไฟฟา, แผนกติดตั้งซอมประปา, แผนก
สขุ าภบิ าล และบาํ รงุ รักษาพื้นท่ี และแผนกตรวจประมาณการ

81

4. กองบริการ มีหนาที่ สนับสนุนหนวยตาง ๆ ของ ยย.ทบ. เกี่ยวกับสวัสดกิ าร พลาธกิ าร การ
ขนสง การรักษาพยาบาล และสนับสนุนกําลังพลเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย รวมท้ังการบริการ
แรงงาน และการบริการอื่น ๆ ตามที่ไดรับมอบหมาย แบงสวนราชการออกเปน 5 แผนก คือ แผนก
สวสั ดกิ าร, แผนกขนสง, แผนกพลาธิการ, แผนกพยาบาล และกองรอ ยบรกิ าร

5. กองคลังยุทธโยธา มหี นาที่ ดําเนินการ และกํากับการ การบริหารงานคลังยุทธโยธา การสง
กาํ ลงั การซอ มบํารงุ และการจาํ หนา ย สป.สาย ยย. แบง สว นราชการออกเปน 3 แผนก คอื แผนกบัญชี
คุม, แผนกเกบ็ รักษา และแผนกซอมบํารุง

6. กองที่ดิน มีหนาที่ เสนอแนะ ตรวจสอบความตองการ งบประมาณที่เกี่ยวของกับงานทีด่ ิน
การปกครองดูแลรักษา และการใหไดมาซึ่งสิทธิ์การเขาใชประโยชน ควบคุมหลักฐานทะเบยี นประวัติ
ที่ดิน อาคาร และสิง่ ปลูกสรางของ ทบ. ทําการรังวัด ตรวจสอบขอบเขต และการปกหลักเขตท่ดี นิ ของ
ทบ. แบงสว นราชการออกเปน 3 แผนก คอื แผนกทะเบยี นประวตั ิ, แผนกทด่ี นิ และ แผนกรังวดั

7. กองจัดหา มีหนาที่ ดําเนินการจัดหาพสั ดสุ ายยุทธโยธา ประสานงานในเรื่องการจัดหากับ
หนว ยทเ่ี กี่ยวขอ ง ดาํ เนนิ การเกีย่ วกับสัญญาระหวา งผูขายหรือผูรับจางกับทางราชการ แบงสว นราชการ
ออกเปน 2 แผนก คอื แผนกจัดหา และแผนกทาํ สัญญา

8. แผนกกํากับการชา ง มีหนาที่ เสนอแนะ ควบคุมกํากับดูแลใหงานกอสรางและซอมบํารุง
อาคารสิ่งปลูกสราง และสาธารณูปโภคของ ทบ. เปนไปโดยถูกตองตามแบบรูปรายการสัญญา และ
ปฏบิ ัติ ใหเปน ไปตามระเบยี บขอ บังคับของทางราชการที่กําหนด

9. แผนกการเงิน มีหนาที่ ดําเนินการเบิก รับ - จาย เก็บรักษา และบัญชีเงินของหนวย ให
เปนไป ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เสนอแนะ การใหคําปรึกษาทางดานการเงินและการ
บัญชีแกผ ูบ งั คับบัญชา

10. แผนกธุรการ มหี นา ท่ี ใหค ําปรึกษา และขอ เสนอแนะแกผูบ ังคบั บัญชา และฝา ยอํานวยการ
ในเรื่องงานสารบรรณ และงานธุรการทว่ั ไป เก็บรกั ษาแบบธรรมเนยี มระเบียบขอ บังคับคาํ สัง่ ตาง ๆ ของ
ทางราชการ ดาํ เนินงานธุรการกาํ ลงั พลภายใน ยย.ทบ.ปจจุบัน ทบ. ไดม คี าํ ส่ังให ยย.ทบ.ทดลองปฏิบัติ
ราชการตามการปรบั ปรุงโครงสรา ง และการปฏบิ ัติงานของหนว ยตาม อฉก.3700 ใหม ท้งั น้ีเปนไปตาม
คําสั่ง ทบ.(เฉพาะ) ลบั ที่ 4/48 ลง 21 ม.ค. 45 ซึ่ง ยย.ทบ.เริ่มทดลองปฏิบัติราชการตามคาํ สั่งดังกลาว
ตงั้ แต 21 ก.พ.45 เปน ตน มา โดยมผี งั การจดั หนว ยใหมด ังน้ี

82

การบริการการกอ สราง และซอมแซมในที่ตั้งปกติ
1. ขัน้ ตอนการกอสรา ง

กรมยุทธโยธาทหารบก ดําเนินการกอสรางอาคาร และสิ่งปลูกสรางของกองทัพบก ตาม
ข้นั ตอน ทสี่ าํ คัญ ดังนี้

1. การสํารวจลักษณะพื้นที่ กําหนดคาระดับของพื้นที่ กําหนดจุดกอสราง และหาขอมูล
เก่ียวกับงานกอสรา งสาธารณปู โภค และสิ่งอาํ นวยความสะดวก

2. การวางผัง ออกแบบ กาํ หนดรายละเอียดในการกอสรางอาคาร และปลูกสราง ตลอดจนการ
ควบคุมมาตรฐานการออกแบบ

3. การปรบั ราคาวสั ดุใหทันกบั ราคาปจจบุ ัน การกําหนดราคากลางงานกอสรางความเหมาะสม
และแรงงาน รวมทั้งการจดั ทาํ รายละเอยี ดเกี่ยวกับงบประมาณวัสดุของการกอ สรา งสาธารณูปโภคและ
สงิ่ อํานวยความสะดวก

4. การวิเคราะหแ ละทดสอบวสั ดุกอสราง อุปกรณเ กีย่ วกบั งานดา นสาธารณปู โภค คุณสมบัติขอ
ดนิ คุณลักษณะเฉพาะของส่งิ อุปกรณ และเสนอแนะการใชว ัสดุเกยี่ วกับการกอ สรา ง

5. การกอ สรา ง และการควบคุมใหเ ปนไปตามแบบรปู และขอกําหนดเก่ยี วกบั การกอ สรา ง
2. งบประมาณเกยี่ วกบั การกอ สรา ง

ตามวิธีการงบประมาณของกองทัพบก ไดแบงงบประมาณออกเปน 2 แผนงานหลัก คือ
แผนงานบริหารทัว่ ไป และแผนงานปอ งกันราชอาณาจกั ร โดยทง้ั 2 แผนงาน สามารถแยกเปน กลุมงาน
ยอย ๆ หลายกลุมงบงานโดยกลุมงบงานที่สามารถใชในการกอสราง ซอมแซมอาคารสิ่งปลูกสราง
สาธารณูปโภค และที่ดินเปนหลัก ไดแกกลุมงบงานซอมแซมอาคารสิ่งปลูกสราง และการที่ดิน ใน
แผนงานบริหารทั่วไป และกลุมงบงานโครงการเสริมสรางกําลังกองทัพ กลุมงบงานโครงการกอสราง
ปรับปรงุ อาคาร และส่ิงปลกู สรา งในแผนงานปองกันราชอาณาจกั ร

1. กลมุ งบงานซอ มแซมอาคารส่งิ ปลกู สรา งและการท่ีดนิ (งบปกติประจําป)
1.1 งบงานซอมแซมอาคาร และสิ่งปลูกสราง เปนงบประมาณที่ใชในการซอม ดัดแปลง

หรือติดตั้งใหการใชประโยชนตามสภาพเดิม การซอม ดัดแปลง ตอเติมหรือติดตั้งใหการใชประโยชน
เปลี่ยนหรอื เพิม่ เตมิ จากเดิมไมม ากนัก ท้งั น้ี โดยมีวัตถปุ ระสงคหลกั เพอื่ การทรงชพี ของหนว ยเปนสาํ คญั

1.2 งบงานที่ดิน เปนงบประมาณสําหรับการใชกรรมสิทธิ์หรือใหไดมาซ่ึงกรรมสิทธิ์ หรือ
สิทธิครอบครอง แบงออกเปน การสํารวจ รังวัดกําหนดแนวเขตและทําทะเบียนประวัติการ ไดมาและ
รกั ษากรรมสิทธิ์ และการพฒั นาและทาํ ประโยชนต อ ท่ีดิน

1.3 งบงานสาธารณูปโภค เปนงบประมาณที่ใชในการซอม ดัดแปลงหรือติดตั้ง
สาธารณูปโภคใหการใชประโยชนเปนไปตามสภาพเดิม เปลี่ยนหรือเพิ่มเติมจากเดิม แบงออกเปนการ
ดําเนนิ การทเ่ี ก่ยี วกบั การซอ มปรบั ปรุงระบบไฟฟา ประปา การบริการ และสาธารณปู โภค
3. ลกั ษณะของงานกอ สรา ง

โดยท่ัวไป ยย.ทบ. ไดแ บง ลกั ษณะของงานท่ีจะดําเนนิ การกอสรา งออกเปน 4 ประเภท คอื
1. งานสรา ง เปนงานทีเ่ ริ่มใหมตามแผน และความตองการตามโครงการ เปน งานทีส่ รางขึน้ เพื่อ
ใชส อยตามความจําเปน อาจสรางขึ้นตามแผนท่ีกาํ หนดหรอื เพื่อทดแทนของเดิม

83

2. งานดัดแปลงหรือปรับปรุง เปนงานที่เกิดขึ้นโดยของเดมิ ไมเ หมาะสม หรือมคี วามตองการ
เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เปนงานแกไขของเดิมที่มีอยูแลวปรับปรุงใหดีขึ้น เพื่อใหเหมาะสมกับการใช
สอย อาจเพิ่มเติมหรือลดลงกวาเดมิ ก็ได

3. งานซอ มแซม คอื งานท่มี ีอยูแลว อาคารสิ่งปลกู สรา งหรือสาธารณูปโภค ยอมชํารุดไปตาม
กาลเวลา หรือประสบภัยพิบัติ เปนการซอมแซมใหคงสภาพเดิม ทั้งนี้เพือ่ ใหสิ่งชํารดุ เหลานัน้ คงสภาพ
และ สามารถใชง านไดด ังเดิม ถาหากปลอ ยไวจะเปนอันตรายได

4. งานบํารุงรกั ษา คือ งานที่ทําใหอาคาร สิง่ ปลูกสราง และสาธารณูปโภคตาง ๆ มีอายุตามที่
ควรเปน งานบํารงุ เพือ่ ใหคงอยไู มเกิดการชาํ รุดเสียหายกอนกาํ หนด
4. การเสนอความตองการงานกอสรา งและซอ มแซม

1. งานกอ สราง
1.1 รายงานของหนวยพรอมเหตผุ ลและความจาํ เปน
1.2 ประเภท อาคาร สง่ิ ปลกู สรา งและสาธารณูปโภคทีต่ อ งการ
1.3 ผงั บริเวณ หมายจดุ กอสรา งที่ ผบ.หนวย ระดบั ผบ.พล หรอื ผบ.หนวยอิสระ ลงนามรบั รอง

ถกู ตอ ง
1.4 ออค.และสถานภาพอาคาร
1.5 ขอพิจารณาของ ทภ. กรณที เ่ี ปนหนวยของ ทภ.

2. งานซอมแซม
2.1 รายงานของหนว ยพรอ มเหตผุ ลและความจําเปน
2.2 ผงั แสดงจุดซอม
2.3 ประวตั ิอาคาร/สป.
2.4 รายการซอ มและประมาณราคาข้ันตน
2.5 ภาพถายอาคาร และระบบสาธารณปู โภคทีต่ องการซอ ม ยกเวน งาน
2.6 ขอพิจารณาของ ทภ. กรณที ่เี ปน หนวยของ ทภ.

การบริการงานสาธารณูปโภค
1. งบประมาณเกยี่ วกบั งานสาธารณปู โภค

งบงานสาธารณปู โภค หมายถึง การปฏิบัติทีต่ องใชง บประมาณในเรือ่ ง
- การซอ มหรอื ดดั แปลงหรอื ติดตง้ั ให การใชประโยชนต ามสภาพเดมิ
- การซอ มหรอื ดดั แปลงหรือติดตั้งให การใชป ระโยชนเ พม่ิ เตมิ จากเดมิ
- การสรา งใหมท ดแทนของเดิม ซง่ึ มีคาใชจ ายในการดาํ เนนิ การไมสงู มาก

1. งบงานสาธารณูปโภค แบงออกเปน 3 งาน คือ
1.1 งานไฟฟา หมายถึง งบประมาณที่ใชจายในการสรางและซอมบํารุงเกีย่ วกับการ ไฟฟา

รวมทั้งการซอม ดดั แปลง, ติดตั้งหรือสรางไฟฟา เครือ่ งกําเนิดไฟฟาประจําที่ ทั้งนี้ไมรวมถึงการ ไฟฟา
พลังงานและการไฟฟา ซงึ่ ถือเปนมูลคาหรือทนุ ของงานเก็บรกั ษา, งานซอมบาํ รงุ งานผลิตหรืองาน อ่ืน ๆ

1.2 งานประปา หมายถึง งบประมาณท่ีใชจายในการสรา ง และซอ มบํารุงเก่ียวกับประปา
รวมทัง้ การซอม, คดั แปลง, ติดตั้งหรือสรางโรงสูบน้ำประจํา แหลงเก็บน้ำหรือถังเก็บน้ำ ทั้งนี้ไมรวมถึง
การประปาท่ีถือเปน มูลคาหรือทุนของงานเก็บรกั ษา, งานผลิตหรอื งานอ่ืน ๆ และไมใชมุงหมายเพ่ือการ

84

ดับเพลิงเปนหลักการใชน้ำประปาใหประหยัดตองหมั่นตรวจสอบระบบเสนทอ กอกน้ำ เครื่องสุขภัณฑ
อยาใหมีการแตกรัว่ ถาหากพบจุดแตกรั่วใหซอมจุดแตกรั่วโดยดวน เพื่อการประหยัดนำ้ และเงนิ ของ
ทบ.

1.3 งานสาธารณปู โภคและการบรกิ ารอนื่ ๆ หมายถึง งบประมาณทต่ี องใชจายในการ สราง
และซอมบํารุงเกี่ยวกับงานสาธารณูปโภคและการบริการอื่น ๆ รวมทั้งสุขภัณฑที่ใชไฟฟา เชน การ
ระบายอากาศ พดั ลม เครื่องปรับอากาศ เปน ตน นอกจากนีย้ งั มีคา ใชจ ายเก่ียวกบั

- การกาํ จัดส่ิงปฏิกลู รวมท้ังการจัดหาเคร่ืองมอื , เครือ่ งใช, สงิ่ อุปกรณตา ง ๆ ตลอดจน
คา แรงงานในการกําจดั สิ่งปฏิกูลหรือเพอื่ การสุขาภิบาล แตมใิ ชกิจการเวชกรรมปอ งกนั สาธารณปู โภค

- การใชจายทีไ่ มอาจรวมมูลคาของการกอสรา ง, การซอมหรือดัดแปลงหรือ ติดตั้ง ใน
ราชการใดราชการหนึง่ เชน การสาํ รวจกอนดําเนินการ หรอื การเตรยี มงานเพือ่ ออกแบบ เปนตน

2. การดําเนินการในงบงานสาธารณูปโภค หนวยตองรายงานแยกเรื่องออกตามงานและ
ปฏิบัติ เชน การเสนอความตองการเปลี่ยนอุปกรณประปาใหมทั้งอาคารแทนของเดิมที่เกาชํารุดมาก
ซอมไมคุมคา เปนตน และถาในอาคารเดียวกันตองการซอมอุปกรณไฟฟาที่ชํารุด กท็ ํารายงานรวมเปน
เรื่อง เดียวกันไดเพราะอยูในงบงานสาธารณูปโภคเชนเดียวกัน แตถาหากมีความตองการซอมอาคาร
ดวย ควรแยกเรื่องรายงาน ถาการซอมอาคารเปนงานหลักใชงบประมาณมาก อาจรวมความตองการ
ปรับปรุงประปา และงานซอมอุปกรณไ ฟฟาประจําอาคารนั้น รายงานรวมเรื่องเดยี วกันได แตตองเปน
การเสนอความตองการในงบงานซอ มแซมอาคาร และสง่ิ ปลูกสรางมใิ ชงบงานสาธารณปู โภค

สําหรับหลักฐานขอมูลรายละเอียด และผังบริเวณสังเขปที่เกี่ยวของจําเปน เพื่อใช
ประกอบการพิจารณาความตองการนั้น หนวยควรพิจารณาแนบรายงานไปดว ยเชน เดียวกับการเสนอ
ความตองการ งบงานอาคารและส่งิ ปลูกสราง

การปรับปรุงระบบประปา ระบบไฟฟาภายในหนวยหรือภายในคาย ซึ่งจะตองมีการ
ตรวจสอบ พิจารณาทางเทคนิค และจะตองใหการไฟฟานครหลวงหรือสวนภูมิภาค และการประปา
นครหลวงหรือ สวนภูมิภาครวมพิจารณาในสวนที่เกี่ยวของดวยนน้ั หนวยตองรายงานแยกเปนเรื่องแต
ละระบบเพื่อ สะดวกในการพจิ ารณา และประสานงานกับหนว ยที่ตองเกี่ยวของคอื การไฟฟาฯ หรือการ
ประปาได รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งปจจุบัน ทบ. มีนโยบายในการโอนระบบไฟฟา และประปาที่รับจาก
รัฐวิสาหกิจไปให รัฐวิสาหกิจดําเนินการ เพื่อเปนการลดภาระของ ทบ. โดยจัดทําเปนโครงการขึ้นมา
รองรบั

85

3. ขั้นตอนการดําเนินการ

เอกสารในการเสนอความตองการ
งานกอสรา ง
1. รายงานของหนว ยพรอมเหตผุ ล และความจาํ เปน
2. ประเภทอาคาร สิง่ ปลกู สรา ง และสาธารณปู โภคทต่ี องการ
3. ผังบริเวณ หมายจุดกอสรางที่ ผบ.หนวยระดับ ผบ.พลหรือ ผบ.หนว ยอิสระลงนามรับรอง
4. ออค.และสถานภาพอาคาร
งานซอมแซม
1. รายงานของหนว ยพรอมเหตุผล และความจาํ เปน
2. ผงั แสดงจุดซอม
3. ประวัติอาคาร / สป.
4. รายการซอ ม และประมาณราคาขั้นตน
5. ภาพถายอาคาร และระบบสาธารณูปโภคท่ตี องการซอ ม (ยกเวนงานซอม สป.)

2. การจัดการสาธารณปู โภคในคา ยทหาร
กรมยุทธโยธาทหารบก ไดปรับปรุงการสาธารณูปโภคของหนวยตาง ๆ ใหเปนระบบ มีการ

จดั การบริหารที่ดดี งั น้ี
2.1 โครงการระบบน้ำประปาในหนวยทหารของกองทัพบกโครงการที่ 2
ความเปนมาของโครงการ

86

- จากการท่หี นว ยตาง ๆ ของ ทบ. หลายหนวย มที ่ีต้งั อยนู อกพ้ืนท่ีการบริการของการ

ประปาบานเมือง บางหนวยมรี ะบบผลิตอยูแลว และใชง านมานาน มกี ารชาํ รดุ ตามสภาพการใชง าน ทํา

ใหผ ลิตน้ำประปาไดไ มเพียงพอกับความตอ งการ

- ระบบประปาของหนวยสวนใหญจ ะแจกจายน้ำเปนเวลา เนื่องจากความจาํ กัด ดาน

งบประมาณ การขาดแคลนน้ำดบิ การใชน ้ำที่ไมป ระหยัด ซง่ึ การจา ยน้ำเปนเวลาของหนวย ทาํ ใหระบบ

การผลติ และแจกจา ยเกดิ การชาํ รดุ หนว ยไมส ามารถควบคมุ การใชน้ำได ทาํ ใหตอ งสญู เสีย งบประมาณ

ในการซอมบาํ รุง และการผลติ สงู มากในทุกป

- กองทัพบกไดทําการทดลองผลิต และแจกจายน้ำแบบตลอด 24 ชม. เปน การ

ทดลองแหงแรกที่ มทบ.31 จว.นครสวรรค ผลการทดลองหนว ยสามารถใหบริการกาํ ลังพลไดต ลอด 24

ชม. เก็บคาน้ำประปาเกินสิทธิ์ได และมคี าใชจายในการผลิตตอหนวยต่ำกวาการใชน้ำจากการประปา

บานเมืองมาก อีกทั้งงบประมาณที่ใชไปในการปรนนิบัติบํารุง และซอมบํารุงลดลง กองทัพบกจึงให

ขยายผลการดําเนนิ การผลิต และแจกจายน้ำประปาแบบ 24 ชม. ใหกับทกุ หนว ยใน ทบ.

• วัตถุประสงคของโครงการ

เพื่อปรับปรุงระบบผลิตประปาของหนวยตาง ๆ ของ ทบ. ที่มีอยูแลวใหสามารถ

ผลติ และแจกจา ยไดอ ยา งเพียงพอ มีประสทิ ธิภาพ โดยใหสามารถบริการน้ำประปาใหแกกาํ ลงั พล และ

ครอบครวั ไดเ ชน เดยี วกับน้ำประปาบา นเมอื ง

- เพื่อใหหนวยสามารถควบคุมการใชน้ำของกําลังพลได และสามารถเรียกเก็บเงิน

จากผูใชน้ำเกินสิทธิ์ เพื่อนํามาใชในการบํารุงรักษาระบบผลิต และแจกจายน้ำประปา อีกทง้ั ยังชวยลด

การสญู เสียน้ำโดยเปลาประโยชน

- เพื่อลดการชํารุดสึกหรอ ของสวนประกอบในระบบ ทําใหลดงบประมาณใน การ

ซอมบาํ รุง

• ระยะเวลาดาํ เนินการของโครงการ

- ไดรับอนุมัติใหดําเนินการ และขยายระยะเวลา รวมทั้งสิ้น 15 ป ตั้งแตป

งบประมาณ 2536 ถึงปง บประมาณ 2550

• งบประมาณที่ใชด ําเนนิ การ

- จาํ นวนทงั้ สิน้ 1,100 ลานบาท โดยตัง้ แตเ ริ่มโครงการ ถงึ ปง บประมาณ 2545 ไดร บั

การสั่งจายงบประมาณแลว 573.7 ลานบาท และในปงบประมาณ 2549 ไดรับการจัดสรรในวงเงิน 50

ลา นบาท คงเหลอื งบประมาณตามโครงการอกี 76.3 ลา นบาท

• สถานภาพหนวยผลิตประปาใน ทบ. มที ั้งหมด 80 หนว ย

- ทภ.1 จาํ นวน 28 หนวย

- ทภ.2 จำนวน 21 หนว ย

- ทภ.3 จำนวน 18 หนว ย

- ทภ.4 จำนวน 13 หนว ย

• ผลการดาํ เนนิ การตามโครงการที่ ทบ. ไดรับ

- จากการรายงานสถิติผลการใชน้ำประปาของหนวยตางๆ จํานวน 5 หนวย ไดแก

มทบ.24 , จทบ.ส.น. ศสท.กส.ทบ. , มทบ.11 , จทบ.น.พ. พบวามีตนทุนการผลิตน้ำประปา ลบ.ม.ละ

1.36 บาท ถึง 1.75 บาท โดยคิดตน ทนุ เฉพาะคาสารเคมี และคากระแสไฟฟา

87

- ปจจุบันหนว ยผลิตน้ำประปาใน ทบ.สามารถดาํ เนินการเก็บคา น้ำประปาใน
สวนที่เกินสิทธิ์ และนําสง เขา บัญชีเงนิ ฝากเพื่อบูรณะทรัพยสินสมทบเปนคาใชจายในการทํานำ้ ประปา
(รหัส 926) ตามที่ กง.ทบ.รายงานสถานภาพให ยย.ทบ.ทราบ ณ สิ้นเดือน ก.ย.48 มีหนวยนําสงเงิน
ดังกลาวจํานวน 31 หนวย รวมเปนเงิน 3 ลานบาทเศษ ซึ่งเงินจํานวนนี้หนวยเจาของงบประมาณ
สามารถรายงานขอเบิกจายเพื่อใชในการบริหารระบบผลิตประปาของหนวย ไดแก การซอมบํารุง
อุปกรณ จัดหาวัสดหุ รือสารเคมีเพอ่ื ใชใ นการผลติ น้ำประปาได

- หากหนว ยผลติ ทุกหนวยผลติ และแจกจายตลอด 24 ชม. จะทาํ ใหป ระหยัด
งบประมาณคาน้ำประปาของ ทบ. ไดปละ 682.5 ลานบาท (รายละเอียดตามเอกสารรายงานการใช
น้ำประปาของหนวยตา ง ๆ ของ ทบ. )

• ขอมลู อน่ื ๆ
- โครงการปรับปรุงระบบประปาภายในหนว ยทหารของ ทบ. โครงการที่ 1 ดําเนินการ
ในป 2527 - 2534 ใชงบประมาณ 508 ลานบาท แตร ะบบยงั ไมส มบรู ณ จึงไดจ ัดทาํ โครงการท่ี 2
• ขอเสีย เมื่อแจกจายน้ำประปาเปนเวลา กําลงั พลผูใชน้ำจะมีอุปนิสัย และมีความ
จําเปน จะตองเปดกอ กน้ำของตนไวท้ังหมดทีม่ ีอยูพรอมกนั ทั้งหมดตลอดเวลา เพื่อรอน้ำประปาของคาย
ทจ่ี ะเปด ตามเวลาทก่ี ําหนด ทาํ ใหเ กิดผลเสียหายดงั นี้
- ระบบทอ ในขณะที่หยดุ การสงน้ำ น้ำจะไมเลี้ยงอยูใ นทอ เมือ่ ไดรับความรอน ความ
เย็น จะทาํ ใหทอเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อายุการใชงานนอ ยลง ประกอบกับเมื่อเริ่มเปด ระบบผลิต ความดัน
น้ำและลมในทอจะมีสูงมาก จึงทําใหทอสงนำ้ ซึ่งไมคอยสมบรู ณอยูแลวเสียหาย โดยเฉพาะ บริเวณจดุ
เชอ่ื มตอของทอ
- บานพกั หรืออาคารที่ใชน้ำทีอ่ ยูบริเวณปลายทอ น้ำไมคอยไหล เนื่องจากตนทางมี
การเปดกอกน้ำพรอมกันทั้งหมด ความดันยอมออนกําลังลง และยังมีการรั่วไหล โดยใชเหตุอีกเปน
จาํ นวนมาก ทําใหตอ งเตรียมน้ำในระบบผลิตมากกวาเกณฑท่ีกาํ หนด
- เครื่องสูบน้ำ ตองทํางานมากกวาปกติในการที่ตองเตรียมน้ำดิบ และสงน้ำเพ่ือ
แจกจายใหมากกวาเดิม
- ระบบอัตโนมัติ ที่ใชในระบบผลติ ใชท าํ งานไมไดเปน สาเหตหุ นงึ่ ทท่ี ําใหตูควบคุมชํารุด
เสยี หาย
- สิ้นเปลืองการใชกระแสไฟฟา และสารเคมีในระบบผลิต เพราะตองผลิตประปา
มากกวาเกณฑ
• ขอดี หากหนว ยผลติ สามารถดําเนนิ การไดตามโครงการผลติ และแจกจา ยน้ำประปา
ไดตลอด 24 ชวั่ โมง กลา วคอื
- กาํ ลังพลและครอบครัว ไดรับความสะดวกสบายในการใชน้ำประปาอุปโภค บรโิ ภค
เทา เทียมกบั ประชาชนคนไทยท่ัวไปทีม่ นี ้ำประปาใชตลอดเวลา
- สามารถกําหนดมาตรการประหยัดการใชน ้ำได ทําใหเกณฑการใชนำ้ ลดลง ลด การ
ใชพลังงาน ไดแกคากระแสไฟฟาที่ใชกับเคร่ืองสูบน้ำ เครือ่ งกวนสารเคมี และเคร่ืองจายสารเคมี ฯลฯ
รวมทั้งสารเคมที ่ใี ชเปนสว นผสมท่ีใชลดลงดวย
- สําหรับผูท่ีใชน้ำปริเวณปลายทอจะหมดปญหาเพราะมีการใชน้ำไมพรอมกัน และมี
น้ำอยเู ตม็ ทอ อยเู สมอ

88

- เจาหนาที่ที่ใชทํางานไมตองใชจํานวนมาก เพราะนําระบบอัตโนมัติมาใชได คง

เพยี งแตเขาปฏิบตั ิงานบางสว นรวมทั้งควบคมุ ดูแล และคอยปด -เปดวาลวตา ง ๆ

• กองทพั บกไดอ นุมตั ิหลกั การเม่ือวันที่ 19 พ.ค.37) ตามบนั ทึกขอ ความ กบ.ทบ.ที่ ตอ

กห 0404/574/37 ลง 12 พ.ค.37) เรื่อง ขออนุมัติหลักการใหหนวยผลิตน้ำประปา 24 ชั่วโมง

ดาํ เนินการสรปุ ไดด งั นี้ -

1. ติดตั้งมาตรวัดน้ำทุกอาคาร ติดตั้งกอกน้ำทกุ จุดจายน้ำและซอมแซมทอน้ำที่ชํารุด

ให ใชก ารได ตลอดจนกาํ หนดมาตรการควบคมุ การใชน้ำของกําลังพล และสํานกั งาน

2. ใหหมุนเวียนสลับเครือ่ งสูบน้ำในการผลิตและการจา ยน้ำ เพื่อไมใ หเกิดการสึกหรอ

มาก

3. ใหถือปฏิบัติตามระเบียบ ทบ.วาดวยการใชไฟฟา และประปาที่เบิกจายจาก

งบประมาณ งบงานบริหารหนว ย พ.ศ.2532 โดยเก็บคาน้ำประปาเกินสิทธ์ิ ลูกบาศกเมตรละ 4 บาท

เพอ่ื นาํ เขา เปน เงินบรู ณะทรัพยสนิ และผบู ังคับหนวยทีม่ ีระบบผลิตสามารถรายงานขออนุมัตเิ งนิ นี้ไป ใช

ในกจิ กรรมของระบบผลิตนำ้ ประปาได

4. คา กระแสไฟฟา ในการผลิตนำ้ ประปา ใหหนวยประสานการไฟฟา เพื่อแยกมาตรใน

การออกใบแจงหนี้ และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากสํานักงานปลัดบัญชี กองทัพบก สาํ หรับ

สารเคมีหากไดรับไมเพยี งพอใหขอรับการสนับสนนุ เพ่ิมเตมิ

5. ใหหนวยรายงานผลการปฏิบัติตามแบบพิมพที่กรมยุทธโยธาทหารบกกําหนด ทุก

เดือน เพื่อเปนสถิติในการปรับปรุงระบบผลิตน้ำประปาใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจัดระบบสง

กําลังตอไป

2.2 การอนุรักษพลังงาน หนวยที่มีเครื่องวัดไฟฟาหลายชุดรวมกันมากกวา 1,000 กิโลวัตต

(KW) หรอื มีหมอแปลงไฟฟา หลายชุดรวมกันมากกวา 1,175 กิโลโวลทแอมแปร (KVA) ตาม

พ.ร.บ.การสงเสริมและอนุรักษพลังงาน พ.ศ. 2535 และ พ.ร.ฎ.กําหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538

กําหนดใหเปนอาคารควบคุมการใชพลังงาน การปรับปรงุ อาคารของราชการเพื่อลดการใชพลังงานจะ

ไดรับการชวยเหลือคาใชจ ายแบบใหเปลาทั้งหมดในการทําการศึกษา ตรวจวิเคราะหการใชพลังงาน

จดั ทํา แผนกอนุรักษพ ลงั งาน และลงทุนในการอนุรกั ษพลังงาน

2.2.1 อาคารของ ทบ.ทค่ี วบคุมตามกฎหมาย ยย.ทบ. ไดต รวจสอบแลว มีอาคารที่ เปน ไป

ตามกฎเกณฑอ าคารควบคุม จาํ นวน 59 หนวย ประกอบดว ย

- หนว ยใน ทภ.1 จาํ นวน 8 หนวย

- หนว ยใน ทภ.2 จาํ นวน 9 หนวย

- หนว ยใน ทภ.3 จํานวน 9 หนว ย

- หนว ยใน ทภ.4 จํานวน 7 หนวย

- หนว ยสวนกลาง จาํ นวน 26 หนวย

2.2.2 ขนั้ ตอนการดาํ เนินการ

- หนวยที่มีอาการควบคุม แตงตั้งผูรับผิดชอบดา นพลังงานอยางนอย 1 นาย มี

หนาที่จัดทําขอ มูลการใชพ ลังงานสงใหกรมพัฒนาและสง เสริมอนุรักษพลังงานทุกวงรอบ 6 เดือน และ

บนั ทึการใชพ ลังงานเน่ืองจากการตดิ ตง้ั เคร่ืองจักรหรืออุปกรณอาคารเพม่ิ เตมิ ท่มี ผี ลตอการใชพ ลงั งาน

89

- ยย.ทบ.พิจารณาแตงตั้งบริษัทที่ปรึกษาดานการอนุรักษพลังงานท่ีข้ึนทะเบียน
ไวก ับกรมพฒั นา และสง เสริม ฯ เขาทําการตรวจสอบ และวเิ คราะหการใชพ ลงั งานเบอ้ื งตน

- หนวยตรวจสอบ และใหค วามเห็นชอบผลการวิเคราะหการใช พลังงานเบื้องตน
และลงนามในแบบ บพท.1 เพื่อขอรับการสนับสนุนคาใชจายในการจางบริษัทที่ปรึกษา ๆ ตอกองทุน
เพือ่ สง เสริมการอนรุ กั ษพลังงาน

- บรษิ ทั ที่ปรกึ ษาทําการตรวจสอบ และวเิ คราะหการใชพลังงานโดยละเอียด และ
จัดทําเปาหมาย และแผนอนุรักษพ ลังงานเสนอใหหนวยตรวจสอบ และเห็นชอบ พรอมทั้งลงนามใน
แบบ บพท.2 เพ่ือขอรับการสนับสนุนคา ใชจายจากกองทุน ฯ

- หนวยลงนามในแบบ บพท.3 ขอรับการสนับสนุนคาใชจายในการลงทุนตาม
เปา หมาย และแผนอนรุ กั ษพ ลงั งานจากกองทุน

2.2.3 ผลการดาํ เนินการ
- ยย.ทบ. ไดรวบรวมผูรบั ผิดชอบดานพลังงานที่หนว ยแตงตั้งทั้ง 59 หนวย

เสนอกรมพัฒนา และสงเสริมอนุรักษพลังงาน ไดรับความเห็นชอบเพียง 3 หนวย ไดแก ยย.ทบ.,
รร.จปร. และ รพ.คา ยประจักษศ ลิ ปาคม สว นทเ่ี หลอื ขาดคณุ สมบัติ

- ยย.ทบ. ไดพิจารณาแตงตัง้ บริษัททีป่ รึกษาดา นการอนุรกั ษพลังงานใหกับ
หนว ย ตาง ๆ ครบทง้ั 59 หนวยแลว

2.2.4 ปญ หาขอ ขดั ของและแนวทางแกไ ข
- เพื่อแกไขปญหาการแตงตัง้ ผูมีคุณสมบัติเปนผูรับผิดชอบดานพลังงานของ

หนว ย ยย.ทบ. ไดจัดโครงการจัดอบรมผูแ ทนหนว ยขน้ึ 5 ครัง้ ๆ ละ 40 นาย รวม 200 นาย โดยจัดการ
อบรมในแตละ ทภ. และ กทม.ทั้งนี้ กองทุนฯ ไดเห็นชอบ และสนับสนุนคาใชจายใหเปนเงิน
1,950,000 บาท และจะเรมิ่ ดาํ เนนิ การประมาณ มี.ค.42

- หนวยตา ง ๆ ที่มอี าคารควบคุม ไมยินยอมใหบริษัทที่ปรึกษาฯ เขา สํารวจ
และ วเิ คราะหการใชพ ลังงานโดยอางเปนความลบั ของทางราชการ การแกไ ขไดเชิญหนวยมาช้ีแจงแนว
ทางการ ปฏบิ ัติแลว

- ผบ.หนวยที่มีอาคารควบคุมไมเห็นชอบในการลงนามในแบบ บพท.1 - 3
เน่อื งจากเกรงวา จะผูกพันการเปน หน้ีคา ใชจ ายตา ง ๆ การแกไ ข ยย.ทบ. ไดรายงาน ทบ. (ผา น กบ.ทบ.)
เมื่อ 30 ต.ค.40 เพื่อพิจารณากําหนดหลักเกณฑ และมอบอํานาจให ผบ.หนวยลงนามในเอกสาร
ดังกลา วได ปจจุบันอยูระหวางการพิจารณาของ กบ.ทบ.

2.3 ระบบไฟฟา ประปาภายนอก
ทบ.มีนโยบายใหโ อนระบบไฟฟา-ประปาภายนอกของหนวยตา ง ๆ ใหการไฟฟาฯ

และ การประปาฯ รบั ผดิ ชอบโดยมวี ตั ถุประสงค
- เมื่อโอนระบบไฟฟา-ประปาภายนอกแลว การไฟฟา ฯ และการประปาฯ จะ

เปน ผรู ับภาระคาใชจ ายในการดแู ลรกั ษา และซอ มบาํ รงุ
- ใหมีการติดตั้งมาตรวัดแยกอาคารสํานักงาน และบานพักอาศัย เพื่อเปนการ

ควบคมุ การใชก ระแสไฟฟา น้ำประปาของหนวย และเปน การลดคา ใชกระแสไฟฟา และคาน้ำประปาที่
คิด อตั รากา วหนา

2.3.1 การโอนระบบ ไดดาํ เนนิ การมาโดยตอเนอ่ื ง โดยมหี ลกั เกณฑด ังนี้

90

- การติดตั้งหมอแปลงไฟฟาแรงสูงปกเสา ขนาดสาย (แรงต่ำ) การ
ติดตั้งมิเตอร (ยอย) มาตรวัดน้ำ สําหรับการกอสรางอาคารสํานักงาน บานพักอาศัยที่จะสรางข้ึนใหม
รวมทั้งการซอม ใหการไฟฟาฯ การประปาฯ เปนผูดําเนินการทั้งสิ้น โดยใหอยูในความรับผิดชอบของ
ยย.ทบ. ภายใตการกํากบั ดูแลของ กบ.ทบ. ตามขอ ตกลงของ ทบ. กับรัฐวิสาหกิจทั้งสอง

- รายละเอียดทางดานเทคนิคการดําเนินการ, การกําหนดสิทธิ
อาคารสํานักงาน และอาคารบานพัก การจัดลําดบั หนวยในการเขาดาํ เนินการของรัฐวิสาหกิจทั้งสอง
รวมทั้งหนวยทหาร ให ยย.ทบ.มีอํานาจประสานไดโดยตรง ภายใตการกํากับดูแลของ กบ.ทบ.และ
สปช.ทบ. (หนงั สือ สปช.ทบ.ที่ กห 0406/1964 ลง - ส.ค.33)

- กอนทําการโอน การไฟฟาฯ และการประปาฯ จะปรับปรุงใหได
มาตรฐานกอ น การปรับปรงุ แตละแหงใชงบประมาณคอ นขางสงู และไมไ ดร บั การสนับสนุนงบประมาณ
มา ต้งั แตป 40

- การไฟฟาภมู ิภาค ไมย อมรับโอน
- ไมไดรับความรวมมือจากการไฟฟาฯ การประปาฯ เนื่องจากเปน
การเพม่ิ ภาระ ในการทต่ี อ งจดมาตรยอยเพ่มิ ขน้ึ ตองเพมิ่ เจาหนา ที่ และคาใชจา ยในการซอ มบํารุง
2.3.2 การติดตง้ั ไฟฟา -ประปาภายนอกของอาคารสรา งใหม ไดปรบั เปลย่ี นวธิ ีการ
เพอื่ แกไ ขปญ หาความลาชา โดยรวมงานการเชอื่ มโยงไฟฟา -ประปาภายนอกใหอยูในสัญญางานกอสราง
และมีเงื่อนไขใหผ ูรบั จางเปนผูจางการไฟฟาฯ และการประปาฯ ซ่ึงจะทําใหการกอสรางอาคารและการ
เชอ่ื มโยงไฟฟา-ประปาแลวเสร็จพรอมกัน หนวยสามารถใชป ระโยชนอ าคารไดท นั ที
2.3.3 การแยกมาตรวัดไฟฟา เพื่อลดคากระแสไฟฟาในอัตรากาวหนา ตั้งแต 1
ต.ค. 40 เปนตนมา การไฟฟา ฯ ไดคดิ คา กระแสไฟฟา ในอัตรากาวหนาตามมาตร TOU (TIME OF USE)
ของหนวยที่ใชกระแสไฟฟาแตล ะเดือนมากกวา 250,000 ยูนิต ซึ่งคากระแสไฟฟา จะสูงขึ้นกวาอัตรา
ปกตปิ ระมาณรอยละ 40 หนวยใน ทบ.ทเ่ี ขา หลักเกณฑดงั กลาวมี 21 แหง สาเหตทุ ก่ี ารใชกระแสไฟฟา
มากกวา 250,000 ยูนิตตอเดือน เนื่องจากคายทหารมีบานเลขท่ีเดียวกันทัง้ คาย การไฟฟาฯ จะติดต้ัง
มาตรประธานแหงเดียว
วิธีแกไข จะแยกมาตรวัดยอยใหแตละหนวยที่อยูในคายเดียวกัน ทั้งนี้หนวย นั้น ๆ
จะตอ งเปนหนวยท่ีไดร ับการสัง่ จายงบประมาณคา กระแสไฟฟา และเบิกจา ยๆ ไดเอง ดว ยวิธีน้ีจะทําให
การใชกระแสไฟฟา แตละมาตรวัดยอย และมาตรประธานนอ ยกวา 250,000 ยูนิตตอเดือน ซึ่งจะทําให
เสียคาไฟฟาในอัตราปกติ ไดเริ่มดําเนินการใหการไฟฟาฯ เขาสํารวจเพื่อแยกมาตรวัดยอยที่ คาย
จริ ประวัติ คายสุรสหี  และ ศป. เปนตน
ประโยชนทีจ่ ะไดร บั จากการแยกมาตรวัดแตละหนว ย นอกจากจะลดคา ไฟฟา แลว ยัง
ทําใหแตละหนวยสามารถควบคุม และมีมาตรการในการประหยัดการใชไฟฟาของตนเองไดอีก ดวย
สมควรทีจ่ ะขยายการดาํ เนนิ การไปยังคายอื่นๆ ทไี่ มเขา ขายการตดิ ต้งั มาตร TOU ดว ย
2.4 การพฒั นา และปรบั ปรงุ สิง่ แวดลอ มในคายทหาร
การพัฒนา และปรบั ปรุงสิ่งแวดลอมในคา ยทหารเปนภารกิจหลักอีกประการหน่ึง
ของ ยย. ทบ.มีวัตถุประสงคเ พอ่ื ปรับปรงุ สภาพแวดลอ ม ลดมลภาวะในคายทหารเพื่อใหกําลังพลมีความ
เปนอยู และคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งดําเนินการใหเปนไปตาม พ.ร.บ.สงเสริม และรักษาคุณภาพ
ส่งิ แวดลอ มแหงชาติ พ.ศ.2535 โครงการท่จี ะดาํ เนินการ ไดแก

91

2.4.1 โครงการกาํ จดั ขยะตดิ เชือ้ ของ รพ. ใน ทบ.
ความจาํ เปน และเรงดว นแรก คอื การกาํ จดั ขยะติดเชือ้ ของ รพ.ใน ทบ ซ่งึ

มีอยู จํานวน 36 แหง โดยการกอสรางเตาเผาขยะติดเชื้อขึ้น โครงการนี้ไดรับอนุมัติจาก รมว.กห.
ปจจุบันได ดําเนินการติดตั้งเตาเผาขยะติดเชื้อใหกับรพ. ของ ทบ. แลวทุกแหง สําหรับการเก็บขยะ
ภายในคายทหารทั่วไป จะใชบริการของสวนราชการพลเรือนทดี่ ําเนนิ การอยูแลว เปน หลกั

2.4.2 โครงการสรา งอาคารทดแทนอาคารท่ีหมดอายุการใชงาน
อาคารที่กอสรางมานานซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรม หมดอายุการใช

งาน ดงั ปรากฏใหเ ห็นในหนวยทหารตาง ๆ ทั่วไป ซึ่งควรท่ีจะไดจําหนาย รือ้ ถอนออกไป และกอสรา ง
ใหม ทดแทน โครงการนี้ไดรับอนุมัตจิ าก รมว.กห.แลวเชน กัน โดยจะดาํ เนินการตามงบประมาณท่ีไดร ับ
การจัดสรร

2.4.3 โครงการบําบัดน้ำเสยี ในพื้นที่ต้งั หนว ยทหาร วัตถปุ ระสงคของโครงการเพ่ือ
กําหนดคุณภาพน้ำท้ิงจากที่พักอาศัย และอาคารสํานักงานกอนที่จะปลอยสูแหลงน้ำ ธรรมชาติซึ่ง ยย.
ทบ. พิจารณาแลวเห็นวามีความจําเปนเรงดวนอันดับแรกที่จะตองดําเนินการเพื่อลด มลภาวะภายใน
คายทหาร ใหสอดคลอ งกบั ชุมชนโดยรอบและเปน ไปตาม พ.ร.บ.ท่กี ําหนดไว

2.4.3.1 กาํ หนดความเรง ดว นในการดําเนินการดงั นี้
- การบาํ บดั น้ำเสียของ รพ.ใน ทบ. จาํ นวน 32 แหง
- การบําบัดน้ำเสียของหนว ยทหารท่ีอยูใกลกับแหลงน้ำ แหลงชุมชน

หรอื บรเิ วณทเ่ี ปนโรงงานทหาร จาํ นวน 60 แหง
- การบําบัดน้ำเสียของหนวยทหารที่ไกลจากแหลงน้ำ จํานวน 21

แหง
- การบําบัดน้ำเสียของหนวยทหารที่ตองการบําบัดน้ำเสียเพ่ือ

ปรบั ปรงุ สภาพแวดลอม จํานวน 17 แหง
2.4.3.2 การบําบัดน้ำเสียเปนวิทยาการที่คอนขางใหม ซึ่งสวนราชการตา ง ๆ

รวมทั้ง ยย.ทบ.เองขาดบุคลากรที่มีความรู ความชํานาญในเทคโนโลยีดานนี้โดยเฉพาะ จึงมีความ
จําเปนตองจาง ผูเชี่ยวชาญในการสาํ รวจ ออกแบบ และดําเนินการกอสรางในลักษณะ LUMP SUM
TURNKEY ปจจุบันไดดําเนินการกอสรางระบบบําบัดน้ำเสยี ใหกับ รพ. ของ ทบ. แลว จํานวน 4 แหง
สว นทีเ่ หลอื รพ. บางแหงดําเนนิ การโดยใชเ งนิ รายรบั ของสถานพยาบาลดําเนินการ

2.4.3.3 ผลที่จะไดรบั นอกจากจะเปนการลดมลภาวะแลวยังสามารถนําน้ำที่
ผานการ บําบัดมาหมุนเวียนใชประโยชนไดอีกสวนหนึ่ง เชน น้ำรดสนาม น้ำใชเพื่อการเกษตรกรรม
ฯลฯ ซึง่ จะ เปน การประหยดั ทรพั ยากรน้ำ และประหยัดงบประมาณคา นำ้ ประปาของ ทบ.อกี ดวย

2.5 งานภมู สิ ถาปตย และปรบั ปรงุ พ้นื ทสี่ เี ขียวในคายทหาร
แนวความคิดในการที่จะพัฒนา และปรับปรุงสิ่งแวดลอมในคาย

ทหารที่อยูระหวางการศึกษาความเปนไปได และความคุมคา ไดแก การปรับปรุงพื้นทีว่ า งภายในคาย
ทหารใหเปนพ้ืนที่สีเขียว จัดระเบียบตามหลักทางวิชาการภูมิสถาปตย (LAND SCAPING) เพื่อใหเปน
ระเบียบสวยงาม รม ร่นื หาก มีความเปน ไปไดจะไดรายงานขออนุมัตเิ ปน โครงการตอไป

92

นอกจากที่กลาวแลว ยงั มีโครงการในการปรับปรุงสิง่ แวดลอมที่ กช.
เปนผูดําเนินการอยู แลว ไดแก โครงการปรับปรุงถนน และโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำในหนวย
ทหาร
งานที่ดิน

งานที่ดินถือวาเปนภารกิจหลักอีกอยางหนึ่งในสายงาน กรมยุทธโยธาทหารบก
“ท่ีดิน” จะมีผูกลาวถึงอยเู สมอมิไดขาด ทีด่ ินเปน แหลง เกดิ รพั ยากรธรรมชาติ และบง บอกถึงความเจริญ
ในทางเศรษฐกิจของบานเมือง การไดเปนเจาของที่ดิน และทําประโยชนที่ดินในแนวทางที่ถูกตอง
ยอ มจะเปน ผลดตี อประเทศท่ีกาํ ลังพัฒนาไมว าจะเปนท้ังทางเศรษฐกิจ หรอื สังคมความเปนอยู กอนจะ
ทราบถึง การ ไดม าทด่ี นิ ของกองทพั บกควรจะทราบความเปน มาของกองทัพในโอกาสนี้กอน

ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พุทธศักราช 2560
หมวด 5 หนาที่ของรฐั มาตรา 52 ไดบัญญัติไววา “รัฐ” ตองพิทักษรักษาไวซึ่งสถาบันพระมหากษตั ริย
เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแหงอาณาเขต และเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิ และ
ผลประโยชนของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบรอ ยของประชาชน เพื่อประโยชนแหงการ
นี้ รัฐตองจัดใหมีการทหาร การทูต และการขาวกรองที่มีประสิทธิภาพ กำลังทหารใหใชเ พื่อประโยชน
ในการพฒั นาประเทศดว ย

นอกจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแลว พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ
กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ไดบ ญั ญัติไวว า

“มาตรา 8 กระทรวงกลาโหม มีอํานาจหนาท่ีในการพิทักษรักษาเอกราช และความ
มั่นคงแหงราชอาณาจักร และใชกำลังทหารตามที่รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย หรือตามท่ี
กฎหมายกำหนด

“มาตรา 19 กองทพั บกมีหนา ทเี่ ตรียมกาํ ลงั กองทัพบก การปองกันราชอาณาจักร และ
ดำเนินการเกี่ยวกับการใชกำลังกองทัพบกตามอำนาจหนาที่ของกระทรวงกลาโหม มีผูบัญชาการ
ทหารบกเปน ผบู งั คับบัญชารับผดิ ชอบ

เนื่องจากกองทัพบก เปนหนวยงานของรฐั ซึ่งมีหนาที่เตรียมกําลังไวปองกัน เอกราช
และอธิปไตยของชาติ ดังนัน้ จึงจาํ เปนจะตองมี และจัดเตรียมที่ดินไวเพื่อใชเปนที่ตั้งหนวยทหาร เปน
พื้นที่ สําหรับการฝก เปนพ้ืนทีส่ ําหรับใชเปนที่ตั้งทางการสง กาํ ลังบํารงุ เชน โรงพยาบาล โรงงานผลิตสิ่ง
อปุ กรณตาง ๆ และคลัง ตลอดจนพ้ืนท่ที ี่ไดจ ัดเตรียมไวใชประโยชนในราชการทหาร ในยามสงคราม
ก. การปกครอง และวิธีจัดการทีด่ ินของกองทัพบก มีระเบียบกองทัพบกใหหนวยตาง ๆ ยดึ ถือปฏิบัติ
ที่เปนหลัก คือ ระเบียบกองทัพบกวา ดวยการปกครองและวิธีการจัดการที่ดิน พ.ศ.2505 และระเบียบ
กองทพั บกวาดวยการปกครอง และวิธกี ารจัดการทีด่ นิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 ซึง่ มสี าระสําคัญดงั น้ี

1. ประเภททดี่ ินในความปกครองของ ทบ. แบงได 4 ประเภท คอื
1.1 ที่ดินกรรมสิทธ์ขิ องกองทพั บก หรือของทางราชการ ซึ่งใชในราชการกองทพั บก
1.2 ทด่ี ินสงวน และทีด่ ินหวงหา ม ในความครอบครองของกองทพั บก
1.3 ที่ดนิ ยืมจากหนว ยราชการอนื่ หรือเอกชน
1.4 ทดี่ ินเชา จากหนวยราชการอนื่ หรอื เอกชน

2. หนว ยรบั ผิดอบ

93

2.1 หนวยปกครองที่ดิน หมายถึง มณฑลทหารบก ซึ่งปกครอง ดูแลระวังรักษาท่ดี ินใน
เขตพื้นท่ที ่ีรบั ผดิ ชอบ

2.2 หนว ยใชประโยชนในที่ดิน หมายถึง หนวยที่กองทัพบกไดสั่งใหเขาใชประโยชน ใน
ท่ดี ิน และใหหมายรวมถึงหนว ยท่มี หี นา ที่ดแู ลรักษา และคุม ครองปอ งกันทด่ี นิ หวงหามเพื่อประโยชน ใน
ราชการทหาร ตามพระราชกฤษฎีกา กําหนดเขตหวงหา มตามคําส่ังที่ 445/2507 เรื่อง การดูแล รักษา
และคุม ครองปอ งกนั ทด่ี ินหวงหา มเพื่อประโยชนในราชการทหาร ลงวันท่ี 11 ธันวาคม 2502 ดว ย

2.3 กรมยุทธโยธาทหารบก เปนกรมฝายยุทธบริการที่รับผิดชอบ กํากับดูแลการที่ดิน
ของกองทพั บก

3. หนาที่และความรบั ผดิ ชอบ
3.1 หนว ยปกครองท่ดี นิ
3.1.1 มิใหมีการรุกล้ำแนวเขต หรือมิใหผูอื่นใดเขามาหา ผลประโยชน จากที่ดิน

โดยพลการ ตองหมั่นตรวจสอบหลักเขตมิใหถ ูกรื้อถอน ทําลาย หรือเคลื่อนยาย ถาหากมีพฤติการณ
ดงั กลา วเกดิ ขึน้ ใหรีบรายงานใหกองทัพบกทราบทันที

3.1.2 จัดทําที่ดินใหม ีสภาพดีขึ้นดวยการ ปราบ, ถาง, ถม หรือจัดการปลูกตนไม
เหมาะสมแกพ น้ื ที่ หรอื อยางนอยตองรกั ษาทีด่ ินใหคงสภาพเดิม

3.1.3ที่ดินในปกครองรับผิดชอบของหนวยใดยังไมมีโฉนดหรือหนังสือสําคัญ
สําหรับทห่ี ลวง ซึ่งจะยึดถือเปนกรรมสิทธิ์ได กใ็ หรบี ดาํ เนนิ การจัดทําใหมีขน้ึ ใหเรียบรอยเม่ือดําเนินการ
เรียบรอยแลว สงโฉนดหรือหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงไปยังกองทพั บก พรอมดวย แผนผงั แสดงเขต
ที่ดินจาํ นวน 2 ชุด เพื่อเก็บเปนหลักฐาน

3.1.4 สํารวจสภาพที่ดินในความปกครองทั้งที่มีอยูแลว และที่จัดหาใหม แลว
รายงานไปยังกองทัพบก โดยผานกรมยุทธโยธาทหารบก ปละ 1 ครั้ง ภายใน 30 สิงหาคม ของทุกป
แลว ใหกรมยุทธโยธาทหารบก รวบรวมรายงานใหกองทัพบกทราบภายใน 25 กนั ยายน ของทกุ ป

3.1.5 ใหทําการสงมอบ และรับมอบที่ดินดวยทุกคราวที่มีการรับสงหนาที่ของผู
บังคบั หนวย

3.1.6 หากหนวยใดละเลยขาดความเอาใจใสไมกวดขันการปฏิบัติใหเปนไปตาม
ระเบยี บน้จี ะถือวาผูบงั คับบัญชาของหนวยนนั้ ตลอดจนเจา หนา ทีท่ ่เี กีย่ วของ บกพรอ งตอ หนา ทร่ี าชการ

3.2 หนว ยใชประโยชนใ นทีด่ ิน
3.2.1 ดูแลรักษา และปองกันมิใหผูใดรุกล้ำแนวเขต หรือเขามาหาผลประโยชน

จากที่ดินโดยพลการ ตองหมั่นตรวจสอบหลักฐานเขตในพื้นที่ที่หนวยของตนเขาใชประโยชนมิใหถูก
รื้อถอน ทําลาย หรือเคลื่อนยาย ถาปรากฏวามีพฤติการณดังกลาวเกิดขึ้น ใหรีบรายงาน ตอหนวย
ปกครองทด่ี ินทันที แลวสําเนาใหห นว ยตน สังกัดทราบดว ย

3.2.2 จดั ทําที่ดินใหม ีสภาพดีขึ้นดวยการ ปราบ ถาง ถม หรือจัดการปลูกตนไม
ใหเหมาะสมกับพืน้ ที่ หรอื อยางนอ ยตอ งรักษาทด่ี ินใหคงสภาพเดิม

3.2.3 ใหทําการสง มอบ และรับมอบที่ดินดวยทุกคราวที่มีการรับสงหนาที่ของ ผู
บังคับหนว ยใชป ระโยชนท่ดี ิน

3.3 กรมยุทธโยธาทหารบก มีหนาทีด่ าํ เนินการเก่ียวกบั เร่ืองทด่ี นิ ของกองทัพบก ดงั นี้ -
3.3.1 จัดหาโดยการ ซ้อื ยืม หรอื เชา เมอ่ื ไดร บั อนุมตั ิ


Click to View FlipBook Version