94
3.3.2 ตั้งงบประมาณคาเชา และคา ใชจายตาง ๆ
3.3.3 ตง้ั งบประมาณสาํ รวจ และสอบเขตท่ีดิน
3.3.4 ควบคมุ รักษาทะเบยี นประวัติ โดยคัดสาํ เนาหลักฐานทะเบียนประวัติ ที่ดิน
ในปกครองของกองทัพบกทุกประเภท และเก็บรักษาไว 1 ชุด สงใหหนว ยปกครองที่ดินเก็บรักษาไว 2
ชดุ
3.3.5 ดําเนนิ การขึ้นทะเบียนราชพสั ดุ
4. การสอบเขต ทําแผนผัง ขนาด ลกั ษณะ หลกั เขตและการปก หลักเขต
4.1 ใหหนวยปกครองทดี่ นิ จัดการสอบเขตทีด่ นิ ในปกครองของกองทัพบก ทกุ ประเภท
ที่อยูใ นความรับผิดชอบใหแนชัดถูกตอง ทําแผนที่หมายหลักเขตไว และตองปกหลักเขตแสดงเปน เขต
ทหาร โดยแนช ดั หากหนว ยใดไมมเี จาหนาทดี่ ําเนินการใหขอจากหนว ยเหนือ
4.2 หลกั เขตของกองทพั บกมีขนาดและลักษณะดังนี้
4.2.1 ขนาดใหญ กวา งดานละ 20 เซนตเิ มตร ยาว 2.00 เมตร
4.2.2 ขนาดเล็ก กวางดานละ 15 เซนติเมตร ยาว 1.50 เมตร
หลักเขตทั้ง 2 ขนาดนี้ทําดวยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีลักษณะเปนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
ตอนบนมเี ครอ่ื งหมายกองทพั บกทง้ั 4 ดาน ให กรมยุทธโยธาทหารบก เปน ผอู อกแบบหลกั เขตที่ดนิ นี้ไว
เปน มาตราฐาน เม่อื หนวยใดตอ งการใหข อรปู แบบไดโดยตรงจาก กรมยุทธโยธาทหารบก
4.3 การปก หลกั เขต
4.3.1 หลกั เขตขนาดใหญใชป ก ในพนื้ ที่รก เชน เขตตดิ ตอ กับปา หรือ พงหญาสูงให
ปกตรงจุดหกั เปน มมุ ๆ ละ 1 หลกั ปกลึกลงดนิ 1.24 เมตร
4.3.2 หลักเขตขนาดเล็ก ใชปกในพื้นที่ไมรก เชน เขตตดิ ตอทุงนา สนาม ฯลฯ ใหป ก
ระยะหางจากหลักถึงหลักไมเกิน 400 เมตร ปก ลึกลงดนิ 1.00 เมตร
ข. แนวทางปฏิบตั ทิ ่ีดนิ ราชพัสดุที่เกย่ี วเนอื่ งกบั กองทัพบก
1. ทด่ี ินราชพัสดุในความปกครองของกองทัพบก จะตองสํารวจรายการสงขึน้ ทะเบียนราชพัสดุ
ตอ กรมธนารักษ กระทรวงการคลงั การดาํ เนินการเปนหนาทีข่ องกรมยทุ ธโยธาทหารบก
2.การขอใชท ีด่ ินราชพสั ดุเพื่อประโยชนในราชการ
ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 “ขอ 10
กระทรวง ทบวง กรมใดประสงคจะใชทีร่ าชพัสดุ เพือ่ ประโยชนในทางราชการ ถา ท่ีราชพัสดุน้ัน ตั้งอยู
ในกรุงเทพมหานคร ใหทําความตกลงกับกรมธนารักษ แตถาที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยูในจังหวัดอื่นให แจง
การขอใชท ีร่ าชพสั ดุน้นั ตอผวู าราชการจงั หวัด เม่ือไดร ับความยนิ ยอมจากผูวา ราชการจังหวดั ใหทําความ
ตกลงกับกรมธนารักษ
3. การเลกิ ใชท ร่ี าชพสั ดุ
ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญตั ทิ ร่ี าชพสั ดุ พ.ศ.2518 “ขอ 13
เมื่อปรากฏวา กระทรวง ทบวง กรมใดเลิกใชทร่ี าชพัสดเุ พอ่ื ประโยชนในทางราชการอยางอน่ื นอกจากท่ี
ไดตกลงไวกับกรมธนารกั ษให กระทรวง ทบวง กรมนั้นแจงตอกรมธนารักษ เพ่ือสงคนื ทีร่ าชพัสดุ หรือ
ทําความตกลงกับ กรมธนารกั ษใหมแ ลว แตกรณี”
4. การรื้อถอนสง่ิ ปลูกสรางในทรี่ าชพัสดุ
95
ขอตกลงระหวางกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงการคลัง กําหนดสิ่งปลูกสรางในที่ดิน ไมว าจะ
จัดหาดวยเงินงบประมาณแผนดินหรือไมก็ตาม ไมตองสํารวจรายการสิ่งขึ้นทะเบียนราชพัสดุกับ
กระทรวงการคลัง เพราะราชการ กห.เปนราชการพิเศษเกี่ยวกับการปองกันราชอาณาจักรตาม
พระราชบัญญัตริ ะเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 8 ส่ิงปลกู สรา งบางประเภทตอง
สงวน และปกปด เปนความลับในทางราชการทหาร เชน ปอมคาย สนามบิน คลังกระสุนวัตถุระเบิด
ฯลฯ ถา หากสาํ รวจรายการสงขึ้นทะเบียนราชพัสดุ ยอ มเปนทเี่ ปด เผยท่ตี ั้ง และความสาํ คญั ของสถานที่
นั้น
การรื้อถอนสิ่งปลูกสรางของทางราชการนั้นถึงแมวาจะไมตองนําขึ้นทะเบียนราชพัสดุ เมื่อทํา
การปลูกสรางเสร็จเรียบรอยแลวก็ตาม แตหากทําการรื้อถอนจะตองแจงใหกรมธนารักษ เพื่อขอข้ึน
ทะเบียน และขอรือ้ ถอนในคราวเดยี วกนั
วัสดุที่รื้อถอนจะนําออกประมูลขาย นําเงินสงคลัง เปนรายไดของกรม ธนารักษหรือ หาก
จาํ เปนจะนาํ ไปใชป ระโยชนแ กท างราชการอยางอนื่ กใ็ หกระทําไดแ ตตองไดร บั อนุญาตจิ าก กรมธนารักษ
5. การใหเชาท่ีราชพสั ดุ
5.1 ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญัตทิ ี่ราชพัสดุ พ.ศ.2518
“ขอ 19 ในกรุงเทพมหานคร การดําเนินการจัดใหเชาใหเปนอํานาจหนา ท่ีของกรมธนารักษ ในจังหวัด
อื่นการดําเนินการจัดใหเชาเปนอํานาจหนาทีข่ องผูวาราชการจังหวัด แตก ารใหเชาทีด่ ินผูเ ชาอยูอาศัย
หรือการใหเชาที่ดนิ ผูใชประกอบการเกษตรที่มีกําหนดเวลา เกินสามป การใหเชาอาคารซึ่งเปนที่ราช
พัสดุ การใหเชาที่ดินเพื่อปลูกสรางอาคารโดยยกกรรมสิทธิ์อาคารที่ปลูกสรางอาคาร ใหแก
กระทรวงการคลัง หรืออาจใหเชาที่ดินเพื่อประโยชนอยางอื่นตองไดรับความเห็นชอบ จาก กรมธนา
รกั ษ”
5.2 การดําเนินการ เมื่อมีบุคคลใดขอเชาที่ราชพัสดุในความปกครองของ ทบ. หนวยผูรับ
เรอ่ื งราวจากผูขอเชา ใหด ําเนนิ การดงั นี้
5.2.1 รายงานหนวยเหนอื พรอ มทง้ั เหตุผลเสนอความคดิ เหน็ รายงานข้นึ ไปตามลาํ ดบั
ชั้นจนถึง ทบ.พรอมทั้งแนบแผนที่แสดงเขตที่ดินที่จะใหเชา และแบบรูปรายการสิ่งปลูกสราง เพ่ือ
พจิ ารณาเปน ราย ๆ ไป
5.2.2 ยย.ทบ.ตรวจสอบหลักฐานที่ดิน และแผนงานกอสรางของ ทบ. วามีแผน
กอสรา งในพืน้ ท่ี ๆ ขอเชานี้หรือไมเพยี งใด
5.2.3 เมื่อไดร ับอนุมัติใหเชาไดจาก ทบ.แลวใหหนวยปกครองทีด่ ิน จะตอ งทําสญั ญา
เชา โดยวางเงือ่ นไขในการใหเชา ที่ดินตามระเบียบ ทบ.วาดวยการปกครอง และวิธกี ารจัดการท่ีดิน พ.ศ.
2505 และสญั ญาเชาที่ดนิ ตองใชแ บบของทางราชการทายระเบียบ ทบ. ดงั กลาว แลว ทําสญั ญาเชา ท่ีดิน
สง ให ยย.ทบ.2 ชดุ
6. การขอใหออกพระราชกฤษฎกี ากําหนดเขตปลอดภัยในราชการทหาร
เขตทหารจะตองมีเขตปลอดภยั ตามพระราชบัญญัติวาดวยเขตปลอดภัยในราชการทหาร
พทุ ธศกั ราช 2437 คาํ วา “เขตปลอดภัย”
มาตรา 3 “เขตปลอดภัย” หมายถึงบริเวณโดยรอบทเ่ี ทาที่จําเปนเพื่อประโยชนแ หงความ
ปลอดภยั ในราชการทหาร
96
มาตรา 4 ที่ทหารแหงใดจะควรมีเขตปลอดภัยเพียงใด ใหกําหนดขึ้นไวโดยพระราช
กฤษฎีกาเปน คราวๆ และใหมีแผนท่ีประเมินเขตไวทายพระราชกฤษฎีกานัน้ ดว ย เมื่อไดกําหนดเขตขึน้
แลว ใหกระทรวงกลาโหมจดั ใหมี เครอื่ งหมายแสดงเขตไว โดยชดั เจน
การจดั ทาํ เครื่องหมายแสดงเขตปลอดภยั ในราชการทหาร
ตามอนุมัติ ผบ.ทบ.(ผช.ผบ.ทบ.(2) รับคําสั่ง ทายหนังสือ กบ.ทบ. ที่ กห 0404/828 ลง 12
มี.ค.38 กําหนดใหการจัดทําเครื่องหมายแสดงเขตปลอดภัยในราชการทหารให กบ.ทบ.จัดทํา
ขอ พจิ ารณาถึง กห เพอ่ื ขออนมุ ตั เิ ปลย่ี นแปลงปา ย “เขตทหาร” เปน “เปนเขตปลอดภยั ทหาร” และให
ยย. ทบ.เปน หนว ยดําเนนิ การจัดทาํ ปา ยดงั กลาวสนับสนุนใหกับหนวยตาง ๆ ในโอกาสตอไป
แนวทางการพจิ ารณา
หนวยใดประสงคจะขอใหออกพระราชกําหนดเขตปลอดภัยในทางราชการทหาร จะตอง
พจิ ารณาในเรื่องสําคัญ ๆ ดังตอ ไปน้ี -
ประการที่หนึ่ง จะตองพิจารณาถึงความสําคัญของหนวย ที่จะขอใหมีเขตการกําหนดเขต
ปลอดภัยในทางราชการทหาร
ประการท่สี อง การกาํ หนดบริเวณท่ีจะเปนเขตปลอดภัย ฯ จะตอ งกําหนด แนวบรเิ วณท่ีเห็นได
เดนชัดในพืน้ ที่ เชน แนวลําราง แมน้ำลําคลอง แนวเขา อน่ื ๆ ที่มที หี่ มายแนนอนไมท าํ ให ประชาชนใน
พ้นื ทีส่ งสัยหรือคลุมเครือแนวเขต
ประการที่สาม การกําหนดพื้นที่ที่เปนเขตปลอดภัย ฯ ของหนวยจะตองกําหนดพื้นที่ เทา ท่ี
จําเปนเทานั้นเมื่อหนวยพิจารณาเห็นเปนการเหมาะสมที่จะกําหนดใหมีเขตปลอดภัยฯ ข้ึน
วิธดี าํ เนนิ การ
1.หนวยเสนอเรือ่ งราวทจ่ี ะขอออกพระราชกฤษฎีกากําหนดบริเวณเขตปลอดภัยพรอมท้ัง แผน
ที่ประเมนิ เขตในแผนที่นั้น ใหแสดงเขตทหาร และเขตปลอดภัยโดยรอบที่ทหารมายังกองทัพบก เพื่อ
ขอรบั อนมุ ตั ิหลักการ
2. ยกรางพระราชกฤษฎีกากาํ หนดบริเวณเขตปลอดภัย ๆ
3. เมื่อพระราชกฤษฎีกากําหนดบริเวณเขตปลอดภัยฯ ใชบังคับแลวใหหนวยจัดใหมี
เคร่ืองหมายแสดงเขตไวโ ดยรอบ คอื ปกปาย “เขตทหารหามเขา” และปา ย “เขตปลอดภัยทหาร” (เดิม
“เขตทหาร”) ในทีด่ ิน ตามแผนท่ี
7. การจดั ซอ้ื ท่ดี ิน
เมือ่ หนวยประสงคที่จะซ้ือที่ดนิ จากเอกชน เพื่อนาํ มาใชราชการ ทบ.ซึ่งมคี วามตองการกาํ หนด
ไวในแผนงานการกอสรางโดยแนช ดั แลว และไมมที ี่ดินซ่ึงอยูในความปกครองของ ทบ.ที่จะมาสนับสนุน
ความตอ งการนนั้ ได การดาํ เนนิ การมดี งั นี้
7.1 ใหเจาของท่ีดนิ หรือผูร ับมอบอาํ นาจจากเจาของท่ีดินไปเสนอราคาขาย พรอมทั้งสําเนา
โฉนดทีด่ ิน หรือ น.ส.3 สงหวั หนา หนว ยทป่ี ระสงคจะซื้อทด่ี นิ
7.2 หนวยรับเรื่องราวเสนอขายที่ดิน และรายงานตามลําดบั ชั้นจนถึง ทบ.เพื่อ ขออนุมตั ิ
หลักการจัดซ้อื
7.3 เมื่อ ทบ.อนุมัติหลักการจัดซื้อ แตงตั้งกรรมการ ทบ.เพื่อทําการตอรอง ตกลงราคา
คณะกรรมการ ทบ.ประกอบดวยผูแ ทนหนวยปกครองที่ดิน ผูแ ทน ยย.ทบ.และผูแทน มทบ. หรือ ทภ.
นน้ั ๆ
97
7.4 คณะกรรมการ ทบ.ทําการตอรอง และตกลงราคากันแลว ทําใบเสนอราคา ใหเจาของ
ที่ดินหรือผูรับมอบอํานาจเจา ของทด่ี นิ ลงนามรวมกบั คณะกรรมการ ทบ.
7.5 คณะกรรมการ ทบ.รายงานผล และขออนุมัติจัดซอ้ื ที่ดิน
7.6 เม่ือ ทบ.อนุมัติจดั ซ้ือที่ดนิ แลว ยย.ทบ.ดําเนนิ การตั้งงบประมาณจดั ซื้อที่ดิน
7.7 ยย.ทบ.เสนอช่ือผแู ทน ทบ.ในนามกระทรวงการคลงั ดําเนนิ การจัดซื้อ ทด่ี นิ และรับโอน
กรรมสิทธทิ์ ่ีดินจากผูขาย
7.8 ดาํ เนนิ การเรอื่ งการเบกิ จายงบประมาณคา จดั ซ้อื ท่ดี ินเสนอ กง.ทบ.
7.9 นัดวนั เวลา ใหเ จาของที่ดนิ มาพบผูแทนกระทรวงการคลังเพือ่ จายเงนิ คา ที่ดิน และโอน
กรรมสทิ ธ์ิที่ดนิ ณ สํานักงานที่ดนิ จงั หวัด หรอื อําเภอที่ทีด่ นิ ตง้ั อยู
7.10 ยย.ทบ.รายงานผลการจดั ซอื้ ท่ีดนิ พรอ มทั้งรายการสง ทด่ี ินข้ึนทะเบยี นท่รี าชพสั ดุ
7.11 สําเนาหลกั ฐานทด่ี ินใหห นว ยปกครองทดี่ นิ ดูแลตอไป
8. การออกหนงั สอื สาํ คัญสาํ หรับท่หี ลวง (น.ส.ล.)
ที่ดินในความปกครองของ ทบ. บางแหงที่ยังไมม ีหนังสอื สำคญั สําหรับที่หลวง ใหหนว ยที่
เกยี่ วขอ งดาํ เนนิ การดังนี้.-
8.1 หนวยปกครองที่ดินมีหนังสือถึงเจาพนกั งานที่ดินจังหวัด ขอใหประมาณการคารังวัด
ออกหนังสือสาํ คัญสําหรบั ที่หลวง
8.2 หนวยเสนอเรือ่ งของบประมาณ คา ออกหนงั สอื สาํ คัญ สําหรบั ที่หลวงมายงั ยย.ทบ.
8.3 ยย.ทบ.เสนอเรือ่ งราวขอตั้งงบประมาณ คาออกหนังสือสําคัญสําหรับ ที่หลวง โดยให
หนว ยดําเนินการ หรือ ยย.ทบ.ดาํ เนินการเองแลวแตก รณี
8.4 หนวยดําเนินการ เสนอชื่อนายทหาร ไมต่ำกวาชั้นสัญญาบัตร 1 นาย ให ทบ.แตงตั้ง
เปนผูแทน ทบ. ในนามกระทรวงการคลัง ทําการยื่นขอรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงรวมกับ
ผูแทนจากกรมธนารักษสําหรับที่ดินที่ตั้งอยูในกรุงเทพมหานคร สวนในจังหวัดอื่นทําการยื่นขอรังวัด
รวมกับผแู ทนจากราชพสั ดจุ งั หวัดนั้น ๆ
8.5 เมื่อไดรับหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแลว ใหหนวยเสนอเรื่องมายัง ยย.ทบ.พรอม
หนังสอื สาํ คัญสาํ หรบั ท่ีหลวง ขอนาํ ทีด่ ินข้ึนทะเบียนท่รี าชพสั ดกุ ระทรวงการคลงั
9. การรายงานสถานภาพท่ีดิน
หนวยปกครองที่ดินจะตอ งสํารวจสภาพท่ีดินในความปกครองดูแล ทั้งที่มีอยูเดิมและ ที่จัดหา
ใหม แลวรายงานไปยังกองทัพบกโดยผา น ยย.ทบ.ทกุ ป ปล ะ 1 ครั้ง ภายใน 30 สิงหาคม แลว ยย.ทบ.
จะไดรวบรวมรายงาน ทบ.ตอไปตามระเบียบ ทบ.วาดวยการปกครอง และวิธีการจัดการที่ดิน พ.ศ.
2509
10. การช้ีเขตทดี่ ินของ ทบ.
เมอื่ หนวยไดรบั เร่ืองราวจากสํานักงานทีด่ นิ จังหวดั ใหไประวางชแ้ี นวเขต ทบ.ในความปกครอง
ของหนวย ซง่ึ เน่อื งมาจากมผี ูขอรังวัดที่ดนิ ตดิ เขตท่ีดนิ ทบ. ใหหนวยดาํ เนินการ ดงั นี้
10.1 ตรวจสอบหลักฐานที่ดินที่จะไปรังวัดชี้แนวเขต ถาที่ดินเปนโฉนด จะตอง ถาย
เอกสาร หรอื จาํ ลองแผนทน่ี าํ ไปในวันท่ีนดั รงั วดั
10.2 ทาํ หนังสือแตงตงั้ ผูแ ทนชีเ้ ขตโดยให ผบ.หนวยลงนามในฐานะผูรบั มอบอํานาจแลว
98
นาํ หนังสอื แตง ตั้งผแู ทนชี้เขตไปมอบใหพ นักงานท่ีดินผมู าทําการรังวดั
10.3 เมื่อเหน็ วา เขตทด่ี ิน และหลกั เขตที่ดินถูกตองแลว ผแู ทนจึงลงช่อื รับรองเขต ถาเห็น
วาทีด่ นิ และหลักเขตยังไมถูกตอง ใหระงับการลงชือ่ รับรองเขตพรอ มกับใหพ นกั งานท่ีดินที่ทําการรงั วัด
บันทกึ การคัดคานแนวเขตไว แลวรายงานใหผูบงั คบั หนว ยทราบ
*********************************************************
99
บทท่ี 7
การจัดดินแดน
ความหมายและความสำคัญของการจดั ดินแดน
การจัดดินแดน หมายถึงการจัดพื้นที่ทางภูมิศาสตร ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งเพื่อการ
ปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งอาจเปนดินแดนของฝายเรา หรือดินแดนของขาศึกที่เรายึดไดแลวก็ตาม
ซ่งึ จำเปน ตอ งมีการจัดดินแดนข้นึ ทัง้ ในยามสงบและสงคราม
ความมงุ หมายของการจัดดนิ แดน เพอ่ื เหตผุ ล 3 ประการ คือ
1. เพ่ือการควบคมุ และบังคับบัญชา
2. เพือ่ การสง กำลงั บำรงุ และการชวยรบอื่น ๆ
3. เพือ่ การระวงั ปองกัน
ความรับผิดชอบทางดินแดน การจัดดินแดนในระดับหนวยใหญ ผูที่รับผิดชอบในฐานะฝา
อำนวยการไดแก สธ.4 รวมกบั สธ.3
การจัดดินแดนของ ทบ.
กองทพั บกเปน เหลาทัพที่รบั ผิดชอบทางดินแดน ทีอ่ าจเปน ทั้งสนามรบหรือดินแดนที่อยูนอก
เขตการรบ ซึ่งความรับผิดชอบนี้ ทำใหกองทัพบกมีความรับผิดชอบในการจัดดินแดนขึ้นท้ังยามปกติ
และยามสงคราม
กองทพั บกดำเนินการจัดดินแดนโดยพิจารณาวา ประเทศไทยท้ังประเทศเปนยุทธบริเวณ
เนื่องจากพื้นที่ของประเทศมีขนาดเล็ก และสมรรถนะของอาวุธ ตลอดจนรูปแบบของการรบใน
ปจ จุบนั เปน การยากที่จะกำหนดใหแ นน อนลงไปวา พื้นที่ใดยอยใู นหรือนอกเขตการรบ
การจัดดินแดนของกองทัพบก จึงเปนลักษณะปองกันตนเอง หรือปฏิบัติการเชิงรับ สวนการ
ปฏบิ ัติเชงิ รกุ อาจจะกระทำไดบา งอยางจำกัด คือจะไมรกุ ใหลึกเขา ไปในดินแดนของขา ศึกมากนัก
กองทัพบกไดแบงพื้นที่ของประเทศออกเปน 4 สวน คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต โดยการพิจารณาเรื่องสำคัญเกีย่ วกับ การปองกันประเทศ การ
ปกครองบังคับบัญชาหนว ยทหาร การสนับสนุนทางการชว ยรบ และอาศัยการแบงเขตการจัดดนิ แดน
ของระทรวงมหาดไทย ทบ. จงึ แบง ออกเปน 2 กรณี คอื การจดั ดินแดนในยามปกติ และการจัดดินแดน
ในยามสงคราม
การจัดดินแดนยามปกติ เปนการแบงมอบความรับผิดชอบพื้นที่ใหกับหนวยรองตามลำดับ
เพอื่ เปน เครอ่ื งประกันการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพทางธรุ การ และสง กำลงั บำรุงในอันทจี่ ะสนับสนุน
หนวยรบไดอยางเพียงพอ และตอเนื่อง ในยามปกติกระทรวงกลาโหมไดมอบความรับผิดชอบทาง
ดินแดนใหแกกองทัพบก ซึ่งกองทัพบกไดแบงมอบพื้นที่ของประเทศใหอยูในความรับผิดชอบของ
กองทพั ภาค และมณฑลทหารบก
- กองทัพภาค มีหนาที่ปกครองบังคับบัญชา มณฑลทหารบก และหนวยทหารตามท่ี
กระทรวงกลาโหมกำหนด
- มณฑลทหารบก มีหนาที่บังคับบัญชา รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบรอย
ระเบียบวินัยทหารภายนอกหนวย การระดมสรรพกำลัง การสัสดี การศาลทหารการเรือนจำ การ
เกณฑชวยราชการทหาร การอสังหาริมทรัพย และการสนับสนุนหนวยทหาร กองทัพบกที่อยูพื้นที่
100
มณฑลทหารบกตลอดจนปฏิบตั ิภารกจิ ทัง้ ปวงที่ไดรับมอบ นอกจากนั้นยังมีอำนาจสัง่ ราชการแกทหาร
และหนวยทหารที่อยูในเขตพื้นที่มณฑลทหารบก ในกรณีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และ
ระเบยี บแบบธรรมเนยี มทหารของกระทรวงกลาโหม
การจัดดินแดนยามปกติ
การจัดมณฑลทหารบก
101
การจัดดินแดนในยามสงคราม เปนการแบง มอบความรบั ผิดชอบระหวางหนวยรบ และหนว ย
สนับสนุนการชวยรบ เพื่อปลดเปลื้องความรับผิดชอบพื้นที่ของหนวยรบใหเหลือนอยที่สุด
ขณะเดียวกันก็ใหมีพื้นที่ดำเนินกลยุทธอยางพอเพียง และเปนการมอบความรับผิดชอบในการระวัง
ปอ งกันเขตหลัง ใหกบั หนวยสนับสนุนการชว ยรบ การจัดดนิ แดนยามสงครามจะประกาศพรอมกับแผน
ปองกนั ประเทศของกองทัพบก ซ่ึงโดยทัว่ ไปแลวจะกำหนดดงั น้ี
เขตสงคราม หมายถึง พื้นที่ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งเกี่ยวของโดยตรงในยาม
สงคราม เขตสงครามจะเล็กใหญขึ้นกับขนาดของกรณีพิพาท เขตสงคราม แบงพื้นที่เปน 2 สว น
ไดแ ก ยุทธบริเวณ และ เขตภายใน
- ยุทธบริเวณ คือ ดินแดนสวนหนึ่งของเขตสงครามที่จำเปนตอการปฏิบัติการรบ การ
สนบั สนุนการรบ และการสนบั สนนุ การชว ยรบ ซ่ึงแบง ออกเปน เขตหนา และเขตหลัง โดยเสน แบงเขต
เมื่อประเทศอยูในภาวะสงคราม รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมจะกำหนดพื้นท่ียุทธบริเวณขึ้น และ
จะแตงตั้ง ผบ.ยุทธบริเวณเพื่อรับผดิ ชอบในการปฏิบัตกิ ารยุทธ และการชวยรบของหนวยกำลังรบทกุ
เหลาทัพท่ัวยุทธบรเิ วณ
- เขตหนา คือพื้นที่สวนหนึ่งของยุทธบริเวณ นับตั้งแตแนวหนา สุดของกำลังทหารฝายเราที่
เผชิญหนาขาศึกลึกลงมาจนถึงเสนเขตหลังของกองทพั นอย หรอื กองทัพภาค เปน พื้นท่ีสำหรับหนวย
รบใชด ำเนนิ กลยทุ ธ มีหนว ยสนับสนนุ การรบ และหนวยสนับสนุนทางการชว ยรบตามความจำเปน
ในเขตหนา จะมีพื้นที่สนับสนุนทางการชวยรบ 2 พื้นที่ คือ พื้นที่สนับสนุนของกองพล
(division support area) และพืน้ ที่สว นหลังของกองทัพนอ ย (corps rear area)
เสนเขตหลังของกองพล, กองทพั นอย หรือกองทัพภาค จะกำหนดใหไกลไปขางหนาใหมาก
ที่สุดเทาท่ีจะทำได เพื่อเปนการลดความรบั ผิดชอบเรื่องดินแดนของผบู ังคับบัญชาลงใหเหลอื นอยทีส่ ุด
แตใ นขณะเดยี วกนั จะตอ งมพี น้ื ทด่ี ำเนินกลยทุ ธอยางดเพยี งพอ
- เขตหลงั คือ พ้ืนท่ียุทธบริเวณที่เหลือท้ังหมดนับจากเสนเขตหลังของเขตหนาจนถึง เสน
เขตหลังของเขตหลัง หรือของยุทธบริเวณ ประกอบดวยเสนทางคมนาคม, ที่ตั้งทางการสงกำลังบำรุง
กำลังกองหนุน และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อใหการสนับสนุนหนวยในเขตหนา บก.ยธบ. จะถูก
จดั ต้งั ข้นึ เพอ่ื ควบคมุ ทางยทุ ธการ ตอ หนวยทุกหนว ยในยทุ ธบรเิ วณ
- เขตภายใน คือพื้นที่ที่อยูนอกเขตสงครามไมกระทบกระเทือนจากการรบเปนแหลง
ทรัพยากร โรงงาน และแหลงผลิตสำหรับเปนฐานสงกำลังบำรุง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัตใิ นยุทธ
บริเวณอยางตอเนื่อง ประสิทธิภาพของอาวุธสมัยใหมทำใหไมมีพื้นที่ที่เรียกเปนเขตภายในคงมีแต
ลกั ษณะงานของเขตภายในซ่งึ ไดแ กพ น้ื ท่ีเปนแหลงทรัพยากร โรงงานอุตสาหกรรมเปน แหลง ผลิตตาง ๆ
แมวาในบางครั้งจะไมสามารถแยกพื้นที่เขตภายในออกจากพื้นทยี่ ุทธบริเวณไดก็ตามแตงานสง
กำลังบำรุงจำเปนตองแยกออกจากกัน เนื่องจากลักษณะ และขอบเขตแตกตางกันไมวาจะตั้งเขต
ภายในข้นึ หรอื ไมก็ตาม กรมฝายยุทธบริการจะตองมีการเตรียมการใหสามารถเปนฐานสงกำลังบำรุง
ของ ทบ.และสามารถสนับสนุนการปฏิบตั ิภารกิจของ ทบ. ไดอยางตอ เนือ่ ง งานสงกำลังบำรุงของเขต
ภายใน จะมีความสำคัญอยางที่สุดตอการสนับสนุนหนวยในยุทธบริเวณ หรือตอความสำเร็จภารกิจ
ของ ทบ.
102
เสน แบงเขต เปนการแบงพน้ื ท่ื และความรับผิดชอบใหแกหนวยทหารระดับตา ง ๆ ตามความ
จำเปนตอ การปฏิบัตภิ ารกจิ เสนแบงเขตจะกำหนดใหโ ดยอาศัยลักษณะภูมิประเทศที่เดนชัด ครั้นเม่ือ
ถานการณร บคบื หนาไป จะตอ งปรับปรงุ การแบงพน้ื ทโี่ ดยการกำหนด เสน แบงเขตข้นึ ใหม
เสนเขตหลัง เปนเสนแบงเขตความรับผิดชอบพืน้ ที่ระหวางสวนรบกับสวนสนับสนุนการชวย
รบของหนว ยระดับตาง ๆ เม่ือกำหนดยุทธบริเวณข้ึนแลว (ผบ.ยธบ.) จะเปน ผกู ำหนดเสนเขตหลังของ
เขตหนาขึ้น/มทภ. กำหนดเสนเขตหลังของกองพล ผบ.พล.กำหนดเสนเขตหลังของกรม โดยการ
กำหนดเสนเขตหลงั ของเขตหลงั ใหไกลไปขางหนาใหมากที่สุดเทาที่จะทำได เพื่อลดความรับผดิ ชอบ
ทางดินแดนของหนวยสว นกำลังรบใหม ีนอยที่สดุ และในขณะเดียวกันก็ตองใหม ีพนื้ ท่สี ำหรับการดำเนิน
กลยทุ ธอยางพอเพียง
แผนปองกันประเทศ เปนแผนที่ไดวางไวตั้งแตยามปกติ จะประกาศใชเมื่อประเทศถูก
คุกคามถึงชนั้ ท่ีอาจตอ งมีการใชก ำลัง แผนทว่ี างไวแ ลว จะตองมกี ารซกั ซอ มการปฏิบตั ิเพอื่ หาขอบกพรอง
และพัฒนาแผนใหส มบูรณท นั สมัย ส่งิ สำคญั ของการวางแผนประการหนงึ่ คือ ความออ นตวั ของแผน
รูปการจดั ดินแดนในยามสงคราม
103
การปฏิบัติการทางทหาร
การปฏิบัตกิ ารทางทหาร แบง ไดเ ปน ประเภทใหญ ๆ ได 3 ประเภท
การรบ คอื การปฏบิ ัติการทีเ่ ปนการเขา ตอ สูกบั ขา ศกึ โดยตรง ซ่ึงจะดำเนนิ การโดยทหารราบ
ทหารมา และกำลงั รบพิเศษ
การสนับสนุนการรบ คือ การปฏิบตั ิการที่กระทำเพื่อเพ่ิมอำนาจกำลงั รบใหมากยิง่ ขึ้น ซึ่งจะ
ดำเนนิ การโดยทหารปน ใหญ ทหารชาง ทหารสื่อสาร หนว ยบินทหารบก และหนว ยทหารวิทยาศาสตร
การสนับสนุนการชวยรบ คือ การปฏิบัติการที่กระทำเพ่ือใหการรบ และการสนับสนุนการรบ
ดำเนนิ การไดโดยตอเนือ่ ง เปนระยะเวลาอนั ยาวนาน การสนับสนุนการชวยรบมีกิจกรรมหลักอยู 3
กิจกรรม คือ การสงกำลังบำรุง (Iogisties) การกำลังพล (personnei) และการกิจการพลเรือน
(civil affairs) นอกเหนอื จากกจิ กรรมหลักดังกลา วแลว ยังมีกจิ กรรมอนื่ ๆ ท่เี ก่ยี วของกบั การสนับสนุน
ทางการชวยรบอีกหลายกิจกรรมไดแก การจัดดินแดน การจัดหนวยสนับสนุนการชวยรบ การ
พทิ กั ษพ น้ื ที่สว นหลงั การติดตอสอื่ สารสำหรับการชวยรบ การวางแผนสำหรบั การชว ยรบ ฯลฯ
การจัดหนว ยสนับสนุนทางการชวยรบ
เหลาทหารในกองทพั บก อาจแยกเปน พวกได 2 พวก คือ
- เหลารบ หมายถึง เหลาที่ทำการรบโดยตรง ไดแก ทหารราบ ทหารมา ทหารรบพิเศษ
และเหลา สนบั สนนุ การรบ เชน ทหารปน ใหญ ทหารชา ง เปน ตน
- เหลาบริการ หมายถึง เหลาที่มีหนาที่ทางการชวยรบ แบงออกเปน สายยุทธบริการ
(Techmcal Services) และ บรกิ ารอ่ืน ๆ (Other Services)
- สายยุทธบรกิ าร เปนหนว ยหลกั ท่ีรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติงานสง กำลังบำรุง สำหรับ ทบ.
ไทย ตาม พ.ร.บ. การแบงสวนราชการของ ทบ. ป 2513 แบงกรมฝายยุทธบรกิ ารออกเปน 9 สาย
งาน คอื พธ.ทบ.,ขส.ทบ.,สห.ทบ.,ยย.ทบ.,กส.ทบ.,กช.,สส.,พบ. และ วศ.ทบ.
- บริการอื่น ๆ รับผิดชอบในการบริการที่เกี่ยวกับการชวยรบ ไดแก กรมสารบรรณ
ทหารบก, กรมสารวตั รทหารบก, กรมสวัสดิการทหารบก, หนว ยบัญชาการกำลังสำรองทหารบกเปน ตน
การพทิ กั ษพนื้ ที่สวนหลงั
พื้นทีส่ วนหลัง หมายถึง พื้นท่ีทางภูมิศาสตรภายในพื้นที่บังคับบัญชา ซึ่งมีหนาท่ีสนับสนุน
ทางการชวยรบ สวนมากกระทำในพื้นทีน่ ้ี
การพิทักษพื้นที่สวนหลัง หมายถึง มาตรการตาง ๆ ที่ดำเนินการกอน ในระหวาง และ
ภายหลังการถูกโจมตี หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลจากการกระทำของขาศึก
อุบัติเหตุอันรุนแรงหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การพิทักษพื้นที่สวนหลังนับเปนการประกันความ
ปลอดภัยใหกับหนว ยสนับสนุนการรบ และหนวยสนับสนุนทางการชวยรบในยุทธบริเวณ การพิทักษ
พื้นที่สวนหลังนับเปนการประกันความปลอดภัยใหกับหนวยสนับสนุนการรบ และหนวยสนับสนุน
ทางการชวยรบในยทุ ธบริเวณใหพนจากการขดั ขวางของขา ศึก
การพทิ กั ษพ ้นื ที่สว นหลงั ในยทุ ธบรเิ วณทีม่ กี จิ กรรมหลักอยู 2 กจิ กรรม
1. การปฏิบัติการรบในพืน้ ที่สวนหลัง คือ การจัดกำลังเพื่อทำลายการโจมตขี องขา ศกึ เพือ่ เปน
การลดความระส่ำระสายของการปฏบิ ตั ิการสนบั สนุนทางการชว ยรบของฝายเรา
104
2. การควบคมุ ความเสยี หายเปนพื้นที่ ประกอบดวยมาตรการควบคุม ซึ่งกระทำกอนระหวาง
หรือหลังการโจมตีขาศึก ดวยกำลังรบในแบบนิวเคลียร ชีวะ หรือ เคมี ตลอดจนอุบัติเหตุขนาดใหญ
หรอื ภัยพบิ ัตติ ามธรรมชาติ การดำเนินการใชม าตรการควบคมุ ก็เพื่อจำกัดความเสยี หาย และฟนฟูพื้นที่
ปอ งกันชวี ิตบุคคล เก็บกูเคร่อื งมือ และฟน ฟขู ีดความสามารถของหนวยใหกลบั ปฏบิ ัติหนาท่ีไดเ ร็วท่ีสุด
เทา ทจ่ี ะทำได
105
บทที่ 8
คำสัง่ ทีเ่ กย่ี วขอ งกบั การสง กำลังบำรงุ
คำสงั่ กองทพั บก
ที่ 333/2562
เรือ่ ง กำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคดิ และความรบั ผิดชอบในการสง กำลังบำรงุ ของกองทพั บก
----------------------------------
เพื่อใหการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก เปนไปดวยความเรียบรอย
เหมาะสมกับสถานการณ และแนวทางพัฒนาเสรมิ สรา งกำลังกองทพั ของ กองทัพบก ตลอดจนเปน การ
วางหลักนิยมและระบบการสงกำลงั บำรุงของกองทัพบก ไปในแนวทางเดียวกันโดยมีหลักฐานอางอิงที่
แนนอน จึงใหยกเลิกคำสั่งกองทัพบก ที่ 487/2543 เรื่องกำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคิด และ
ความรับผิดชอบในการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก ลง 3 ต.ค.43 และใหยึดถือการกำหนดภารกิจ
นโยบาย แนวความคิดและความรับผิดชอบในการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก ตามคำสั่งฉบับนี้แทน
ดงั น้ี
1. ภารกจิ การสง กำลังบำรุงของกองทพั บก
ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 19
กำหนดให กองทพั บกมีหนา ที่เตรียมกำลงั กองทัพบก และปอ งกันราชอาณาจักร มผี บู ัญชาการทหารบก
เปน ผูบ ังคับบญั ชารบั ผดิ ชอบ จึงกำหนดภารกิจในการสงกำลงั บำรงุ ของกองทัพบก ดังนี้
1.1 สนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงแกหนวยตางๆ ในกองทัพบกใหสามารถทรงชีพ
ยามปกติอยูได และสามารถปฏิบัติภารกิจไดสำเร็จตามแผนปองกันชายแดน และแผนปองกนั ประเทศ
และสามารถรองรับภารกิจและการจดั หนวยเพ่ิมเติมในอนาคตของกองทัพบก
1.2 สนบั สนนุ ทางการสงกำลงั บำรุงใหแกเ หลาทพั อื่นๆ สว นราชการและหนว ยงานอื่น
ของรัฐ เมื่อไดรับการรองขอตามกรอบของกองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงกลาโหม รวมทั้ง
กำลังชาตพิ ันธมิตรตามทมี่ ขี อ ตกลงกันไว
2. นโยบายการสง กำลงั บำรงุ ของกองทัพบก
2.1 ดำเนนิ การสงกำลังบำรงุ ตามหลกั การสง กำลังบำรงุ ดังนี้
2.1.1 การรวมการสนับสนุน
การรวมขีดความสามารถในการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงของหนวย
สนบั สนนุ ท้ังปวง ไปสนับสนนุ หนว ยทางยุทธวธิ ีใหส ามารถปฏิบัติภารกิจตามท่ไี ดร บั มอบ
2.1.2 การสนบั สนุนจากขางหลังไปขางหนา
หนวยสนับสนุนทางการสงกำลังบำรงุ ที่อยูในเขตหลัง หรือใกลกับฐานการสง
กำลังบำรุงจะตองใหการสนับสนุนแกหนวยที่อยูใกลพื้นที่การรบตามลำดับ รวมทั้งหมายถึงการ
สนับสนุนจะกระทำจากหนวยเหนือไปยังหนวยรองดวย เพื่อเปนการปลดเปลื้องภาระงานดานการสง
กำลงั บำรุงของหนว ยรองใหม ากท่สี ุด
2.1.3 ความเชือ่ ถือได
หนวยสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงจะตองมีขีดความสามารถ ซึ่งทำให
หนว ยรบั การสนับสนุนมีความมัน่ ใจไดวา จะไดรบั การสนบั สนุนไดตามเวลา และสถานที่ที่ไดวางแผนไว
106
ในการน้ีจำเปนตองมีแหลงสนบั สนนุ สำรอง และแผนสำรองไว ผบู ังคับบัญชาทกุ ระดบั ชัน้ จะตองปองกัน
แหลงสนับสนนุ ของตนจากการสูญหายจากสาเหตุตาง ๆ ตลอดจนการใชอยางไมประหยัด
2.1.4 ความงาย
ความยุงยากสลับซับซอนเกี่ยวกับระบบการสงกำลังบำรุงจะตองมีนอยที่สุด
ระบบการสงกำลังบำรุงทีด่ ีควรหลีกเลี่ยงแบบพิมพทีต่ องกรอกขอความตาง ๆ โดยที่ไมไดนำขา วสารที่
กรอกนั้นมาใชประโยชน ตองไมผ านสายงานและเจาหนา ท่ีมาก ตลอดจนตอ งไมมีการขออนมุ ัตกิ ันหลาย
ลำดับช้ัน ความงายนี้ยังหมายรวมถึงการใชส่ิงอุปกรณท่ีใชรว มกันไดหลาย ๆ รายการ สามารถใชงาน
ถอดประกอบ และซอมบำรุงไดโดยงายอีกดวย รวมถึงการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเขามาใชใน
การปฏบิ ัตงิ าน
2.1.5 การทนั เวลา
การสง กำลังบำรุงจะตองมี และใชไ ดในปริมาณท่ีตองการ ณ เวลาและสถานที่
ท่กี ำหนด เฉพาะเร่ืองเวลานัน้ ตองใหม คี วามพอดโี ดยไมล าชาแตไ มควรกอนเวลามากนัก
2.1.6 การไดส ว นสมั พนั ธ
การจดั หนว ยสง กำลังบำรุงตอ งใหไดสว นสัมพันธกบั หนวยดำเนินกลยทุ ธเพื่อมิ
ใหส วนดำเนินกลยุทธตองเสียภารกิจทางยุทธการเพราะขาดการสนับสนุนที่เพียงพอ การจัดงานของ
หนว ยสงกำลังบำรุงเองตอ งไดสว นสัมพนั ธกนั ดว ย เชน ตอ งมีเจา หนา ท่ีซอมบำรุงใหสัมพันธก ับเจาหนาท่ี
สง กำลัง หรือตองมีหนวยสงกลบั ทางการแพทยใหส มั พนั ธกับหนวยรักษาพยาบาล เปนตน
2.1.7 อำนาจหนาที่
ถึงแมความรับผิดชอบทางการสงกำลังบำรุงจะเปนความรับผิดชอบของ
ผบู ังคบั บญั ชาแตเ พยี งผูเดยี วกต็ าม แตส มควรมอบอำนาจหนาทีใ่ หกับผูบ งั คบั หนว ยสนับสนุนทางการสง
กำลังบำรุงใหเพียงพอที่จะปฏิบัติหนาที่ใหเปนผลสำเร็จ และมีความออนตัวพอสมควรโดยไมถูก
แทรกแซงจากบุคคลอน่ื ๆ ดวย
2.1.8 ความปลอดภัย
การสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงตองไมถูกขัดขวางอยางรุนแรงดวยการ
กระทำของขา ศกึ และดว ยขอหามจากมาตรการรกั ษาความปลอดภัยของฝายเดยี วกัน
2.1.9 การประหยดั
การใชกำลังพล สิ่งอปุ กรณ การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกในการสง
กำลังบำรุงเทาทจ่ี ำเปน ใหคุมคา มากท่ีสดุ โดยคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศเปนสำคัญ จะตอง
เพง เล็งในเรื่องการปรนนิบัติบำรงุ และซอมบำรุงสิง่ อุปกรณต าง ๆ ใหสามารถใชส ิ่งอปุ กรณนั้น ๆ ใหคง
สภาพไดนานท่ีสุด ยกเวนมีความจำเปนเรง ดว น โดยใหอยูในดุลยพนิ จิ ของผูบังคบั หนว ย
2.2 ดำเนินการสง กำลังบำรุงโดยใชส่ิงอุปกรณ กำลังพลของกองทัพบก เทาที่มีอยูและ
ที่สามารถจัดหามาไดเปนหลัก สำหรับงบประมาณใหบริหารอยูในวงเงินที่ไดรับการจัดสรรจาก
กองทัพบก
3. แนวความคดิ ในการสง กำลงั บำรงุ ของกองทพั บก
3.1 ใชระบบการสง กำลังบำรงุ ระบบเดียวกันท้ังในยามปกติ และในยามสงครามใหมาก
ที่สดุ เทาทจ่ี ะทำได
107
3.2 ตองเปนไปตามมาตรฐานเดียวกันแตอาจจะมีขอแตกตางกันบาง ทั้งนี้เนื่องจาก
ความแตกตา งของทตี่ ัง้ สภาพภูมิประเทศ ลมฟา อากาศ และเหตุการณท เี่ ผชญิ หนาของหนวย
3.3 มอบความรับผดิ ชอบในการสงกำลังบำรุงใหแกกองทัพภาค เปนหนวยดำเนนิ การ
สนบั สนนุ หนวยใชท ่อี ยูใ นเขตพ้ืนทีร่ ับผดิ ชอบใหมากท่สี ุด โดยการกระจายส่งิ อุปกรณ การบรกิ ารและสิ่ง
อำนวยความสะดวกตา ง ๆ ออกไปยังสถานทีต่ ัง้ การสง กำลังบำรุงในสวนภูมภิ าค
3.4 จัดและเตรยี มการใหม สี ิง่ อปุ กรณอยใู นสภาพพรอมใชงานตลอดเวลาดว ยการจัดหา
ตามปกติ และยึดถือนโยบายการดำเนินการเกี่ยวกับงานอุตสาหกรรมปองกันประเทศในกรอบของ
กระทรวงกลาโหม
3.5 จัดและเตรียมใหมีการสะสมสิ่งอุปกรณสำรองสงครามที่จำเปนไว รวมทั้ง
เตรยี มการระดมสรรพกำลงั ดา นการสงกำลงั บำรุงใหม ีความพรอมตามแผนทกี่ ำหนด
3.6 จัดและเตรียมใหมีการบริการ สิ่งกอสราง การสาธารณูปโภค รวมทั้งสิ่งอำนวย
ความสะดวกทง้ั ปวง ใหสามารถสนองความตองการแกห นว ยตา ง ๆ ไดอยา งครบถวน
3.7 จดั ใหมีหนวยสงกำลังบำรุงอยางเพยี งพอ และใหไดสวนสมั พันธกับหนวยกำลังรบ
โดยการปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถของหนวยสงกำลังบำรุงที่มีอยูแลว และจัดตั้งหนวยสนับสนุน
ทางการสงกำลังบำรุงขึ้นใหมตามความจำเปน ทั้งนี้ใหรวมถึงการจัดกำลังเฉพาะกิจเขาไปในพื้นท่ี
ปฏิบัติการดว ย
3.8 พฒั นาระบบการสง กำลังบำรุงใหเ หมาะสม และทนั สมัยอยูเสมอ
4. ความรบั ผิดชอบในการสงกำลังบำรงุ โดยทว่ั ไป
4.1 ความรับผิดชอบในการสง กำลงั บำรงุ โดยทว่ั ไป
4.1.1 ผบู งั คับบัญชาหนวยทหารทุกระดบั รบั ผิดชอบการสงกำลังบำรุงใหหนวยของ
ตน และหนวยท่ีมาขึน้ สมทบ รวมทงั้ หนว ยอ่ืน ๆ ทผ่ี ูบ งั คบั บญั ชามอบหมาย ดังน้ี
4.1.1.1 ควบคมุ ใหหนว ยซง่ึ ตนรับผดิ ชอบ ปฏิบัตงิ านดานการสง กำลังบำรงุ ตาม
แบบธรรมเนียม และหลักนิยมของทางราชการ โดยเฉพาะอยางยิง่ ใหเปนไปตามหลักการสงกำลังบำรงุ
ตามขอ 2 และขอ 3
4.1.1.2 ใชสิ่งอุปกรณ การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสงกำลัง
บำรงุ ตามความจำเปน โดยประหยดั และเหมาะสม
4.1.2.3 ดำเนินการในเรื่องการสงกำลังบำรุงใหถูกตองตามระเบียบหลักเกณฑ
ท่ีกำหนด
4.1.3 หนวยสนับสนุนทางการสง กำลังบำรุง รบั ผิดชอบการสนับสนุนทางการสง
กำลังบำรุงใหแกหนวยตาง ๆ ทไ่ี ดรับมอบตามภารกิจ และขีดความสามารถของตน ความรับผิดชอบน้ี
หมายรวมถงึ การกำกับดูแล รวมทั้งการเยี่ยมหนวยเพื่อทราบขาวสารของหนวยใช สำหรับนำมาใช
ประโยชนประกอบการพิจารณาใหการสนับสนนุ และการควบคมุ การสนบั สนนุ ใหเปนไปตามหลกั การสง
กำลงั บำรงุ
4.2 ความรบั ผิดชอบในการสงกำลังบำรุงของหนว ยระดับตาง ๆ
4.2.1 กองทัพบกรับผิดชอบการกำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคิด ความ
รบั ผิดชอบ และระบบการสงกำลังบำรุง แกหนวยตาง ๆ ในกองทัพบก โดยแบงมอบความารับผิดชอบ
ดังนี้
108
4.2.1.1 กรมสง กำลังบำรุงทหารบก รบั ผิดชอบทางฝา ยเสนาธิการเรื่อ การสง
กำลังบำรุงของกองทพั บก โดยมหี นา ท่ดี งั ตอไปน้ี
4.2.1.1.1 วางแผน อำนวยการ กำหนดนโยบาย โครงการ และ
งบประมาณทเี่ กย่ี วขอ งกบั การสง กำลงั บำรุง
4.2.1.1.2 กำหนดนโยบาย ประสานงานและกำกบั การเกี่ยวกับการ
กำหนดความตอ งการการจดั หาสงิ่ อุปกรณ และยุทโธปกรณ
4.2.1.1.3 ควบคุม กำกับดูแลเกี่ยวกับการเก็บรักษา การแจกจาย
การจำหนาย การรกั ษาพยาบาล การสง กลับ การขนสงและการบรกิ ารทางการสงกำลังบำรงุ
4.2.1.1.4 การจัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพยในความครอบครอง
ดแู ล และใชประโยชนของกองทพั บก
4.2.1.1.5 ประสานงาน ควบคุม และกำกับดแู ลกรมฝายยุทธบริการ
ในการกำหนดภารกจิ การสนับสนุนดานการสงกำลังบำรุง การจัดระเบียบปฏิบตั ิ การฝกและศึกษาวิ่ชา
การสงกำลังบำรุง การงบประมาณ การวิจัยและพัฒนาระบบการสงกำลังบำรุง รวมทั้งการกำหนด
นโยบายเกีย่ วกบั อตุ สาหกรรมปองกันประเทศที่เกี่ยวของ
4.2.1.2 กรมขาวทหารบก รับผิดชอบทางฝายเสนาธิการในการการกำหนด
ความตองการ และควบคุมเกี่ยวกับการแจกจายแผนที่ทหาร และภายถายทางอากาศสนับสนุนหนวย
ตา ง ๆ ในกองทพั บก
4.2.1.3 กรมฝา ยกิจการพิเศษ ไดแก กรมสารบรรณทหารบก, กรมสวัสดกิ าร
ทหารบก และกรมยุทธศึกษาทหารบก รบั ผิดชอบในฐานะเปนฝายกิจการพิเศษของกองทัพบกในสาย
งานที่รับผิดชอบ และมีหนาที่เกี่ยวกับการสงกำลัง และซอมบำรุงสิ่งอุปกรณ ในความรับผิดชอบตาม
ผนวก ก
4.2.1.4 กรมฝายยุทธบริการ ไดแก กรมการทหารชา ง, กรมการทหารสื่อสาร,
กรมสรรพาวุธทหารบก, กรมการขนสงทหารบก, กรมพลาธิการทหารบก, กรมแพทยทหารบก, กรม
ยุทธโยธาทหารบก, กรมการสัตวทหารบก และกรมวิทยาศาสตรทหารบก รบั ผิดชอบในฐานะเปนฝาย
ยทุ ธบรกิ ารของกองทพั บก ในสายงานท่ีรับผดิ ชอบ และมหี นาทเ่ี กีย่ วกับการสงกำลงั บำรงุ ดงั นี้
4.2.1.4.1 วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ
ดำเนยินการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ การผลิต จัดหา สงกำลงั ซอมบำรุง และบริการ เกี่ยวกับกิจการ
และสงิ่ อปุ กรณใ นความรบั ผิดชอบ
4.2.1.4.2 ดำเนินการผลิต สงกำลัง และซอมบำรุงสิ่งอุปกรณใน
รายการทกี่ องทพั บกมอบหมายใหรบั ผิดชอบ
4.2.1.4.3 กำหนดหลักนิยม และจัดทำตำรา ตลอดจนการฝกและ
ศกึ ษาเกย่ี วกับกิจการ และสง่ิ อุปกรณใ นความรับผิดชอบ
4.2.1.4.4 สนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงแกหนวยตาง ๆ ใน
กองทัพบก ตามผนวก ก
4.2.2 กองทพั ภาค รับผดิ ชอบในการสนับสนนุ ทางการสง กำลงั บำรงุ ใหแ กหนว ยใน
อัตรา และหนวยอื่น ๆ ทีก่ องทัพบกมอบหมายใหมที ี่ตั้ง หรอื เขาปฏบิ ตั ิการอยูใ นพื้นทีข่ องกองทพั ภาค
109
หรือพื้นที่ท่ีกองทพั บกกำหนด โดยมีกองบัญชาการชว ยรบ และมณฑลทหารบก เปนหนวยปฏิบัติในข้ัน
การสนบั สนนุ
4.2.2.1 กองบัญชาการชวยรบ สนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงแก
หนว ยตา ง ๆ ในอตั ราของกองทพั ภาค และหนวยของกองทัพบก ตามผนวก ข
4.2.2.2 มณฑลทหารบก สนบั สนนุ ทางการสง กำลังบำรงุ ใหแกหนวย
ทหารในพ้นื ทร่ี บั ผดิ ชอบ ดังน้ี
4.2.2.2.1 สนับสนุนโดยตรง และสนับสนุนทั่วไป สิ่งอุปกรณ
ประเภท 1 เวนกรณที ก่ี องทัพบกไดกำหนดระเบียบ หรอื อนมุ ตั หิ ลกั การเปนอยางอน่ื ไวโดยเฉพาะ ใหถือ
ปฏบิ ัตติ ามระเบยี บหรืออนมุ ตั ิหลักการทเ่ี กี่ยวของกบั เรือ่ งนน้ั
4.2.2.2.4 สนับสนุนโดยตรง สิ่งอุปกรณประเภท 5 (กระสุน
ฝก - ศึกษา และกระสุนมูลฐาน) และสะสมสิ่งอุปกรณประเภท 5 สำรองสงคราม ตามระดับที่กองทัพ
ภาคมอบหมายให
4.2.2.2.5 การซอมบำรุงขัน้ สนับสนุนโดยตรง สิ่งอปุ กรณสาย
ยุทธโยธา
4.2.2.2.6 การเคล่ือนยาย และการขนสง กำลังพล สิ่งอุปกรณ
และสตั วท างทหารตามภารกิจท่กี ำหนด
4.2.2.2.7 การรักษาพยาบาล และการสง กลบั ตามภารกจิ
4.2.2.2.8 เปน ตำบลสง กำลงั ของกองบญั ชาการชว ยรบ ตามท่ี
กองทัพภาคกำหนดเพือ่ การเกบ็ รักษา การแจกจา ย และการจำหนว ยส่ิงอุปกรณ
4.2.2.2.9 การดำเนินการเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย การ
กอสราง ซอมแซม ปรับปรุงอาคารสิ่งปลกู สราง และสาธารณูปโภค การตดิ ตั้งและซอมแซมสิ่งอำนวย
ความสะดวก ตามนโยบายการแบงมอบงานที่กองทำบกกำหนด
4.2.2.3 การมอบความรบั ผิดชอบในการสงกำลังบำรุงใหแกหนวยใน
บังคับบัญชาของกองทัพภาค ใหอยูในอำนาจของแมทัพภาคที่จะสั่งการโดยไมขัดแยงกับนโยบาย
หลกั การ และแนวความคิดดานการสงกำลังบำรุงท่ีกองทัพบกกำหนด และจะตองแจงใหกรมสงกำลัง
บำรุงทหารบก, กรมฝายยุทธบรกิ าร และหนวยที่เกยี่ วของทราบดวย
4.2.3 หนวยทหารซึ่งมีหนวยสงกำลังบำรุงในอัตรา หรือไดรับหนวย
สนับสนนุ ทางการสงกำลังบำรุงมาขึ้นสมทบ ดำเนนิ การสนับสนนุ ทางการสง กำลังบำรงุ ใหแกหนวยรอง
ของตน และหนวยอื่น ๆ ตามทไ่ี ดร บั มอบ
4.2.4 หนวยขึ้นตรงกองทัพบก และหนวยของ ทบ.(หนวยนอกกองทัพ
ภาค) ที่มีที่ตั้งปกติถาวรอยูในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ใหรับการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงในเร่ือง
ตาง ๆ จากกรมฝายยุทธบรกิ าร มณฑลทหารบก ท่ีหนวยนั้น ๆ ตง้ั อยใู นพ้ืนที่ ตามผนวก ค
4.2.5 หนวยขึ้นตรงกองทัพบก และหนวยของ ทบ.(หนวยนอกกองทัพ
ภาค) และหนวยตางกองทัพภาค หากหนวยจัดกำลังเขาปฏิบัติการในพืน้ ทีข่ องกองทัพภาคใด ใหขอรับ
การสนับสนุนจากกองบัญชาการชว ยรบในอัตราของกองทัพภาคน้ัน เวน แตจะมีการสัง่ การเปนอยางอื่น
รวมถึงการจัดหนวยเฉพาะกิจเขาพื้นที่ปฏิบัติการ ใหจัดหนวยสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงเพิ่มเติม
เพ่ือใหสามารถปฏิบัติภารกจิ ได
110
4.2.6 มณฑลทหารบกที่ 11, มณฑลทหารบกที่ 21, มณฑลทหารบกที่ 39
และมณฑลทหารบกที่ 43 ไมตองดำเนินการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงใหแกหนวยทหารในพื้นท่ี
รับผดิ ชอบในเร่ืองที่กรมฝา ยยุทธบริการ หรอื กองบัญชาการชวยรบ ใหก ารสนับสนุนแกหนวยน้ัน ๆ อยู
แลว
5. ใหกรมฝายยุทธบริการ กรมฝายกิจการพิเศษ และกองทัพภาค กำหนดรายละเอียด
และวิธปี ฏิบัตเิ พ่ิมเติมไดตามความเหมาะสม โดยพิจารณารวมกับ กรมสง กำลังบำรุงทหารบก แลวเสนอ
ใหกองทพั บกอนมุ ัตเิ ปน หลักการเพื่อยดึ ถือปฏิบตั ิตอไป
6. ใหกรมสง กำลังบำรุงทหารบก เปนหนวยรบั ผิดชอบประสานการปฏิบัติในภาพรวมของ
ทุกหนวยในกองทัพบก เพื่อใหการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก เปนไปดวยความเหมาะสมและ
สอดคลอ งตามขอกำหนดทีเ่ ก่ียวยขอ งตามคำสง่ั ฯ น้ี
ท้ังนี้ ตั้งแตบ ดั นี้เปนตนไป
ส่ัง ณ วันท่ี 29 สงิ หาคม พ.ศ. 2562
พล.อ. อภิรัชต คงสมพงษ
( อภิรชั ต คงสมพงษ )
ผบ.ทบ.
111
บทท่ี 9
ระเบียบกองทัพบก
วาดวยการซอมบำรงุ ยทุ โธปกรณ พ.ศ.2524
--------------
เพื่อใหหนวยตาง ๆ ของกองทัพบก มีการปฏิบัติการซอมบำรุงยุทโธปกรณอยา งถูกตอง
และเปนไปตามหลักการซอมบำรุง โดยใชระบบการซอมบำรุงระบบเดียวกัน ทั้งยามปกติและยาม
สงคราม จงึ วางระเบยี บนไ้ี วสำหรบั ถอื เปน หลกั ปฏิบตั ิ ดังตอไปนี้.-
ตอนที่ 1
บทท่ัวไป
ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา“ระเบียบกองทัพบกวาดว ยการซอมบำรุงยุทโธปกรณพ .ศ.2524”
ขอ 2 ใหยกเลิกคำส่งั กองทัพบก ที่ 337/24721 ลงวันท่ี 22 พฤศจิกายน 2498 เรื่อง การ
ซอมบำรุงส่งิ อุปกรณและยทุ โธปกรณ
ขอความในระเบียบ คำส่งั คำช้ีแจง และคำแนะอนื่ ใดของ ทบ.ทข่ี ัดแยงกับระเบียบนี้ หรอื
ทกี่ ำหนดไวในระเบยี บนีแ้ ลว ใหใ ชขอ ความในระเบียบน้ีแทน
ขอ 3 คำจำกดั ความในระเบียบน้ี
3.1 ยุทโธปกรณ (Equiment) หมายถึงสิ่งอุปกรณ (สป.) ที่จัดประจำบุคคลหรือ
ประจำหนวยตามที่กำหนดไวในอัตราการจัดและยุทโธปกรณ(อจย.) ตามอัตราสิ่งอุปกรณ (อสอ.) หรือ
ตามอตั ราอืน่ ใด และหมายรวมถึงสิง่ อปุ กรณประเภท 4 ส่งิ อปุ กรณใ นการพัฒนา และสง่ิ อปุ กรณใ นความ
รบั ผิดชอบของคลังสายยทุ ธบรกิ ารดว ย เวนเคร่อื งบิน
3.2 การซอมบำรุง (Maintenance) หมายถึงการกระทำใดๆที่มุงหมายจะรักษา
ยุทโธปกรณตา ง ๆ ใหอยใู นสถาพท่ใี ชก ารได หรอื มุงหมายที่จะทำให ยุทโธปกรณทีช่ ำรดุ กลบั คนื มาอยูใน
สภาพท่ีใชก ารได และใหหมายรวมถึงการตรวจสภาพ การทดสอบ การบรกิ าร การซอมแก การซอ ม
ใหญ การซอมสราง การดดั แปลง และการซอ มคนื สภาพ
3.3 การตรวจสภาพ (Irspection) หมายถงึ การพิจารณาถึงสภาพการใชการไดของ
ยุทโธปกรณ โดยการเปรียบเทียบคุณลักษณะทางฟสิคส ทางเคมี ทางจักรกล และทางไฟฟา ตาม
มาตรฐานท่ไี ดกำหนดไว
3.4 การทดสอบ (Test) หมายถึงการพิสูจนทราบสภาพการใชการไดของ
ยุทโธปกรณ และการคนหาขอบกพรองทางไฟฟา ทางเคมี และทางจักรกล โดยการใช เครื่องมอื หรือ
วิธกี ารทดสอบตา ง ๆ
3.5 การบริการ (Service) หมายถึงการทำความสะอาด การดูแลรักษา การประจุ
ไฟฟา การเติมนำ้ มันเชื้อเพลิง น้ำมันหลอลื่น การเติมสารระบบความเย็น และการเติมลม การเติมกาซ
นอกจากน้นั ยังหมายรวมถงึ ความตอ งการบรกิ ารพิเศษตาง ๆ ท่ีอาจกำหนดข้ึนตามความจำเปน เชน การ
พน สี การหลอ ลน่ื ฯลฯ เปน ตน
112
3.6 การซอมแก (Repair) หมายถึงการซอมยุทโธปกรณชำรุดใหใชการได และยัง
หมายรวมถงึ การปรับ การถอดเปลย่ี น การเชอื่ ม การยำ้ และการทำใหแ ข็งแรง
3.7 การซอมใหญ (Overhaul) หมายถึงการซอมยุทโธปกรณที่ชำรุดใหใชการได
อยางสมบูรณ โดยกำหนดมาตรฐานการซอมบำรุงไวเปนเอกสารโดยเฉพาะ การซอมใหญอาจกระทำได
สำเร็จไดโดยการแยกสวนประกอบ การตรวจสภาพสวนประกอบ การประกอบสวนประกอบยอย และ
ชนิ้ สว นตาง ๆ ทงั้ นี้ จะตองมกี ารตรวจสภาพและการทดสอบการปฏิบัตกิ ารประกอบดวย
3.8 การซอมสรา ง (Rebuild) หมายถึงการซอมยุทโธปกรณที่ชำรุด ใหกลับคืนสู
สภาพมาตรฐานอันใกลเคียงกับสภาพเดิม หรือเหมือนของใหม ทั้งในรูปราง คุณสมบัติในการทำงาน
และอายุของการใชงาน การซอมสรางอาจกระทำใหสำเร็จไดโดย การถอดชิ้นสว นของยุทโธปกรณน้ัน
ออกเพื่อนำไปตรวจสภาพช้ินสวนประกอบ และทำการซอมแก หรือเปลี่ยนชิ้นสว น และสวนประกอบท่ี
ชำรุด หรือใชก ารไมไ ดแ ลวนำมาประกอบเปนยทุ โธปกรณข ้นึ ตอไป
3.9 การดดั แปลงแกไข (Modifieation) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงยุทโธปกรณตาม
คำสั่งการดัดแปลง การดัดแปลงนี้ตองไมเปลยี่ นลักษณะมูลฐานเดิมของยุทโธปกรณเพียงแตเพื่อเปลี่ยน
ภารกจิ หรือความสามารถในการทำงาน และเพิม่ ความปลอดภัยแกผูใ ช และเพ่อื ผลท่ตี อ งการตามแบบที่
กำหนดใหเปลีย่ นแปลงน้ัน
3.10 การซอมคืนสภาพ (Reclamation) หมายถึงการดำเนินกรรมวิธีซอม
ยุทโธปกรณที่ใชการไมได เลิกใช ละทิ้ง หรือเสียหายแลวใหใชประโยชนได หรือซอมชิ้นสวน
สวนประกอบ หรือองคป ระกอบของยุทโธปกรณเ หลานั้นใหใชประโยชนไ ด และนำกลับคืนสายสงกำลงั
ตอ ไป
3.11 การปรนนิบัติบำรุง (Preventive Maintenances) หมายถึงการดูแล และ
การใหบ ริการโดยเจา หนาที่ เพ่ือมุง ประสงคทจี่ ะรกั ษายุทโธปกรณและเครื่องมือ เครอื่ งใชใหอยูในสภาพ
ที่ใชการไดดี โดยจัดใหมีระบบการตรวจสภาพ การตรวจคน และการแกไขขอบกพรองกอ นที่จะเกิดขึ้น
หรอื ที่จะชำรดุ มากข้ึน
3.12 ถอดปรน (Cannibalization) หมายถึงการถอดชิ้นสวน และสวนประกอบ
ตามที่ไดรับอนมุ ัติจากยุทโธปกรณครบชุด หรอื องคประกอบที่เกี่ยวของ ซึ่งสามารถซอมไดแตไมคุมคา
หรือทจ่ี ำหนา ยแลว เพ่ือนำไปใชป ระโยชนใ หแกยทุ โธปกรณอืน่
3.13 ยุบรวม (Cannibalize) หมายถึงการถอดชิ้นสวนใชการได จากยุทโธปกรณ
หน่งึ ไปประกอบกบั อีกยุทโธปกรณห นง่ึ
ขอ 4 หลักการซอ มบำรุง
4.1 การซอมบำรุงตองปฏิบัติตาม คูมือที่กรมฝา ยยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการ
พิเศษ ที่รับผิดชอบไดจัดพิมพขึ้น หรือจัดหามาแจกจาย โดยใหทำการซอมบำรุงไดไมเกินที่กำหนดไว
และใหสอดคลอ งกบั สถานการณทางการยุทธ
4.2 การซอมแก ตองพยายามกระทำ ณ ที่ซึ่งยุทโธปกรณนั้นตั้งอยู เพื่อให
ยุทโธปกรณน ัน้ กลับใชงานไดโดยเรว็
4.3 ยทุ โธปกรณท่ีชำรดุ เกินขีดความสามารถของหนวยทีจ่ ะทำการซอ มบำรุงใหสง
ซอ มท่ีหนว ยซอมบำรุงประเภทสงู กวา หรือขอใหหนวยซอมบำรงุ ทีส่ งู กวามาทำการซอมให
4.4 หามทำการซอมแบบยุบรวม เวนแต
113
4.4.1 ไดร ับอนุมตั ิจากผมู อี ำนาจใหกระทำได หรือ
4.4.2 ในกรณีฉกุ เฉิน และสถานการณทางยุทธวิธบี ังคับซ่ึงไมส ามารถจะติดตอ
กับหนว ยทีม่ หี นาทีส่ นับสนุนไดรวดเรว็ ทนั เหตุการณ แตตองรายงานใหผ มู ีอำนาจใหกระทำไดท ราบ โดย
ผา นหนว ยสนบั สนนุ ในโอกาสแรกที่สามารถทำได
ขอ 5 ประเภทของการซอ มบำรุง ใหแ บงการซอมบำรงุ ออกเปน 4 ประเภท ดังน้ี.-
5.1 การซอ มบำรงุ ระดับหนว ย
5.2 การซอ มบำรุงสนับสนุนโดยตรง
5.3 การซอมบำรงุ สนับสนุนท่วั ไป
5.4 การซอ มบำรุงระดบั คลัง (Depot Maintenance)
ขอ 6 การซอมบำรุงระดับหนวย คือ การซอมบำรุงยุทโธปกรณที่อยูในความครอบครอง
ของหนวยทใ่ี ชย ุทโธปกรณนนั้ โดยผใู ช หรอื พลประจำยุทโธปกรณ และชา งซอ มของหนวยการซอมบำรุง
ประเภทนป้ี ระกอบดวยการตรวจสภาพ การทำความสะอาด การบริการ การรักษา การหลอลน่ื การปรับ
ตามความจำเปน การเปลี่ยนช้ินสวนซอมเล็กๆ นอยๆ การซอ มบำรุงระดับหนวยจะกระทำอยางจำกัด
ตามคูมือหรือคำสัง่ หรือผังการซอมบำรุง(Maintenance Allocation Chart) ที่อนุญาตใหก ระทำไดใน
ระดับน้ี
ขอ 7 การซอมบำรงุ สนบั สนุนโดยตรง คอื การซอ มบำรุงที่อนุมตั ิใหกระทำตอยุทโธปกรณท่ี
อยูใ นความรับผดิ ชอบการซอ มบำรุงของหนว ยสนับสนุนโดยตรง ซ่ึงเปน หนวยทกี่ ำหนดข้ึนตามอัตราการ
จดั และยุทโธปกรณ (อจย.) หรอื อัตราเฉพาะกิจ (อฉก.) และบง ถึง ภารกจิ การซอมบำรงุ ดงั กลาวไว
การซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง เปนการซอมแกอยางจำกัดตอยุทโธปกรณครบชุด หรือ
ซอมแกสวนประกอบที่ใชงานไมได เพื่อสนับสนุนหนวยใช ประกอบดวยการซอม และการเปล่ียนสว นท่ี
ใชงานไมได รวมทั้งการซอม และการเปลี่ยนสวนประกอบยอย (Sub-assemblies) และสวนประกอบ
ธรรมดา (Assemblies)
ขอ 8 การซอมบำรุงสนับสนุนท่ัวไป คือ การซอมแกยุทโธปกรณที่ใชงานไมไดที่เกินขีด
ความสามารถของ การซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง เพื่อสงกลับเขาสายการสงกำลัง หรือเพือ่ สนับสนุน
การแลกเปลี่ยนโดยตรง (Direct Exchange) รวมทั้งทำการซอมสวนประกอบใหญ และสวนประกอบ
ยอ ยเพอื่ สงเขาสายการสงกำลงั
ขอ 9 การซอ มบำรุงระดับคลัง คอื การซอมบำรุงโดยหนวยซอมขั้นคลังของกรมฝายยุทธ
บริการ ซึง่ จะทำการซอมใหญยุทโธปกรณที่ใชงานไมไดใหกลบั คืนอยูในสภาพทีใ่ ชงานไดอยางสมบูรณ
ตามคมู อื ทางเทคนิค หรอื ทำการซอมสรา งยทุ โธปกรณใ หอ ยใู นสภาพเหมือนของใหม
ตอนท่ี 2
หนาทแี่ ละความรบั ผิดชอบ
ขอ 10 การซอมบำรุงระดับหนว ย เปน ความรับผิดชอบของผูบงั คบั หนว ยใชยทุ โธปกรณนั้น
จะตอ งจดั ใหม กี ารดำเนนิ การดงั น้ี.-
10.1 ทำการปรนนบิ ัติบำรงุ ยุทโธปกรณตามคูมือการปรนนิบัติบำรุง หรือคำสั่งการ
หลอ ล่ืนสำหรับยทุ โธปกรณชนิดน้นั โดยเครง ครดั
114
10.2 ทำการซอมบำรุงระดับหนวยตามที่กำหนดไวในคูมือทางเทคนิค หรือตามท่ี
สายยุทธบริการกำหนดใหกระทำ
10.3 ถายุทโธปกรณชำรุด หรือจำเปน ตองปรนนิบัติบำรุงเกินกวาที่กำหนดไว ให
สง ไปรับการซอม หรอื รบั การปรนนบิ ตั บิ ำรุง ท่ีหนวยสนับสนุนโดยตรง
10.4 กอนสงยุทโธปกรณไปดำเนินการตามขอ 10.3 ใหหนวยใชแจงใหหนวย
สนับสนนุ โดยตรงทราบกอ น เม่ือไดร บั แจงใหสง ยุทโธปกรณไปทำการซอมแลวจึงจดั สง ไป
ในกรณที ่ีหนวยสนับสนุนโดยตรงสามารถสงชุดซอมมาซอ มยังหนวยใชได ก็อาจจะ
สงชุดซอมมาทำการซอมให ทั้งนี้หนวยสนับสนุนโดยตรง จะตองพิจารณาถึงการประหยัด และ
สถานการณดว ย
10.5 กอนสงยุทโธปกรณไปซอมที่หนวยสนับสนุนโดยตรง หนวยใชจะตองทำการ
ปรนนบิ ตั ิบำรงุ และทำการซอ มบำรงุ ในชน้ั ของตนใหเรยี บรอยกอน
10.6 ชน้ิ สวนซอ มตามอตั ราพิกดั เมอื่ ใชไปแลว ใหทำการเบิกทดแทนไปยงั หนวยสนบั สนนุ
โดยตรงทันที การเบิกใหป ฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก วาดว ยการสงกำลงั สิ่งอุปกรณป ระเภท 2 และ 4
10.7 การสงยุทโธปกรณไปซอม ใหปฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก วาดวยการสง
และรบั ส่งิ อปุ กรณ พ.ศ.2500
10.8 ในการซอมบำรุงหรือการปรนนบิ ตั ิบำรุงชั้นหนวยนั้นพลประจำยุทโธปกรณมี
หนา ที่ชว ยเหลอื ชา งซอ มของหนวย
10.9 ขอบเขตของการซอมบำรุง ใหป ฏิบัติตามคูมือ คำสั่ง หรอื ระเบียบที่กำหนดไว
เปน รายยุทโธปกรณ
ขอ 11 การซอมบำรุงสนับสนนุ โดยตรง ผูบังคับหนวยซอมบำรงุ สนับสนุนโดยตรงมหี นา ที่
รบั ผดิ ชอบการซอมบำรุงยุทโธปกรณท่ีสงมาซอ มยังหนว ยของตน และมีหนาทีร่ บั ผิดชอบในการสงกำลงั
ชิ้นสวนซอม หนวยซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรงตองใหการสนับสนุนโดยใกลชิด ตอหนวยใชดังนี้.-
11.1 ทำการซอมยุทโธปกรณท ีห่ นวยใชใ นความรับผิดชอบสง มาซอ ม
11.2 พจิ ารณาจัดชุดซอมเคลื่อนที่ไปทำการซอม ณ ที่ต้ังหนว ยใช ถาสามารถ
ทำได และประหยัดกวา การใหห นวยใชส งยุทโธปกรณมาซอมทห่ี นวยสนับสนนุ โดยตรง หรอื ทำการซอม
โดยการแลกเปลี่ยนโดยตรง
11.3 ใหความชวยเหลือทางเทคนิคแกหนวยใช เพื่อลดขอขัดของ และทำให
เครือ่ งมือปฏิบัตงิ านไดดขี น้ึ
11.4 ชวยเหลือหนว ยใชใ นการหาสาเหตขุ อ ขดั ของของยทุ โธปกรณ
11.5 ทำการกูซอมยุทโธปกรณข องหนวยใช เมื่อไดร ับการรอ งขอ
11.6 ทำการซอ มแบบยบุ รวมเมอื่ จำเปน และไดรบั อนุมตั ิแลว
11.7 สนบั สนนุ ช้ินสว นซอ มตามอัตราพิกัดและชิน้ สวนซอมตามความตองการใหแก
หนวยใช
11.8 ยุทโธปกรณทซี่ อมเสร็จแลว ใหสงกลับคืนหนวยใช การสงคืนใหปฏิบัติตาม
ระเบยี บกองทัพบก วา ดว ยการสง และรับสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2500 หรอื สง ไปเปนสง่ิ อปุ กรณสำรองการซอ ม
(Maintainance Float) ในกรณที ีไ่ ดทำการซอ มโดยการแลกเปลีย่ นกับหนวยใช
11.9 รกั ษาระดับการสะสมชนิ้ สวนซอมตามทไ่ี ดร บั อนุมัติ (ASL)
115
11.10 ขอบเขตการซอมบำรุง ใหปฏบิ ัติตามคูมือ ระเบียบ หรือคำสั่ง ทีก่ ำหนดไว
เปน รายยุทโธปกรณ
ขอ 12 การซอมบำรุงสนับสนุนทั่วไป ผูบังคับหนวยซอมบำรุงสนับสนุนทั่วไป มีหนาที่
รบั ผิดชอบในการสนับสนุนหนวยซอมบำรงุ สนับสนนุ โดยตรงในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ ขอบเขตหนาทีข่ อง
หนว ยซอ มบำรุงสนบั สนนุ ท่วั ไปมีดังนี้.-
12.1 รับยุทโธปกรณเพื่อทำการซอมหรือทำการซอมใหญจากหนวยซอมบำรุง
สนับสนุนโดยตรงจากตำบลรวบรวม หนวยสงกำลัง และหนวยอื่น ๆ ที่มีความรับผิดชอบ ในการซอม
บำรงุ
12.2 ทำการซอมใหญ
12.3 สง ยทุ โธปกรณทีซ่ อมเสร็จแลว เขาสายการสงกำลัง
ขอ 13 การซอมบำรุงระดับคลัง ดำเนินการซอ มโดยหนวยที่มีหนาที่ตามอัตราการจัด ให
ทำการซอมบำรุงระดับคลัง โดยกรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษนั้นเปนผูรับผิดชอบการ
ซอ มบำรงุ ระดบั คลงั ใหด ำเนินการดังน้ี.-
13.1 กรมฝา ยยทุ ธบริการ เปน ผูพิจารณาวายุทโธปกรณใดท่ีอยูในความรับผิดชอบ
ของตน จะมกี ารซอ มระดับคลัง
13.2 ทำการซอมบำรงุ ยุทโธปกรณใหไดมาตรฐาน ตามท่ีกำหนดไวในคูมือประจำ
ยุทโธปกรณน ัน้ หรอื ตามคมู อื ของบรษิ ทั ผูผ ลติ
13.3 กรมฝายยุทธบริการ รับผิดชอบ พิจารณากำหนดแนวความคิดในการ ซอม
บำรุงระดบั คลัง เมื่อไดแจกจายยุทโธปกรณใหแกหนวยใช โดยกำหนดวาจะตองทำการซอมบำรงุ ระดับ
คลังเมื่อใด
13.4 ยุทโธปกรณที่จะนำมาซอมประเภทนี้ คาซอมไมควรเกิน 65 % ของราคา
จดั หาใหม 13.5 กรมฝายยุทธบริการ รบั ผิดชอบการวางแผนในรายละเอียดไดแ ก จำนว
ยุทโธปกรณท ี่จะเขารับการซอม ความตอ งการชน้ิ สว นซอม ตลอดจนแผนการซอม โดยตองจัดทำใหแลว
เสร็จกอ นถึงกำหนดการซอมไมนอยกวา 3 ป และใหเสนอความตองการ ในการซอมเขารับการจัดสรร
งบประมาณลวงหนา 3 ป
13.6 เมือ่ ซอ มเสรจ็ แลว ใหส งขน้ึ บญั ชีคมุ ของกรมฝายยุทธบริการ เพ่อื การแจกจาย
ใหม
ขอ 14 กรมฝายยุทธบริการ และกรมฝายกิจการพิเศษ ที่รับผิดชอบสิ่งอุปกรณตาม
ระเบียบกองทัพบก วาดว ยความรับผดิ ชอบในส่ิงอปุ กรณ พ.ศ.2510 มหี นาทีแ่ ละความรับผิดชอบในการ
ซอ มบำรุง ดงั นี้.-
14.1 กำหนดหลกั การและคำสัง่ หรอื คำแนะนำทางเทคนคิ ไดแ ก.-
14.1.1 แผนผังการแบงมอบการซอมบำรุงระดับตางๆ ( Maintenance
Allocation Chart)
14.1.2 คูม อื การใชย ทุ โธปกรณ
14.1.3 คูม อื ทางเทคนคิ
14.1.4 คำส่งั การหลอ ล่ืน
14.1.5 คำส่งั การดดั แปลงยุทโธปกรณ
116
14.1.6 คำแนะนำทางเทคนิคเกย่ี วกับคณุ ลักษณะ และการใชเ คร่ืองมือเครื่อง
ทดสอบและเครือ่ งอปุ กรณ
14.1.7 คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคของการซอมบำรุง วิธีดำเนินการ และการ
วางผังโรงงานซอ ม
14.1.8 บัญชีรายชอ่ื ช้ินสว นซอมทใ่ี ชใ นการซอ มบำรงุ ทกุ ประเภท
14.2 ตรวจสอบทางเทคนคิ เก่ียวกบั การซอ มบำรุงยุทโธปกรณของหนวยตาง ๆ
14.3 ใหความชวยเหลือ และคำแนะนำแกผูบังคับหนวยทหารในเรื่องท่ี
เกีย่ วกับการซอ มบำรุงระดับหนวย การซอ มบำรุงสนับสนนุ โดยตรง และการซอ มบำรุงสนับสนนุ ท่วั ไป
14.4 ทำการตรวจการซอ มบำรงุ ใหเปนไปตามท่ีระเบียบการซอ มบำรุงกำหนดไว
ขอ 15 ผูบัญชาการกองพล รับผิดชอบการซอมบำรุงยุทโธปกรณของหนวยซอมบำรุงใน
กองพล
ขอ 16 ผูบัญชาการกองบัญชาการชวยรบ รับผิดชอบการซอมบำรุงของหนวยซอมบำรุง
สนับสนนุ ทวั่ ไป
ขอ 17 แมท ัพภาค รบั ผดิ ชอบการซอมบำรงุ เปน สว นรวมในกองทัพภาคของตน
ขอ 18 กรมฝา ยยุทธบริการ รับผิดชอบทางเทคนคิ ท้ังปวง และการซอ มบำรงุ ระดบั คลงั
ขอ 19 ใหกรมสง กำลงั บำรุงทหารบก รกั ษาการใหเปนไปตามระเบยี บนี้
ขอ 20 ใหใชร ะเบยี บนี้ ต้ังแตบ ัดนเี้ ปนตนไป
ประกาศ ณ วนั ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2524
รบั คำส่ังผบู ัญชาการทหารบก
(ลงชอ่ื ) พลเอก ปน ธรรมศรี
(ปน ธรรมศรี)
ผชู ว ยผบู ญั ชาการทหารบก
กรมสงกำลังบำรงุ ทหารบก
117
ระเบียบกองทพั บก
วาดวย การจําหนายส่งิ อุปกรณ
พ.ศ. 2557
ตอนที่ 1
กลาวทว่ั ไป
เนื่องจากระเบียบกองทัพบกวาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2534 และที่แกไข
เพิ่มเติมใชปฏิบัติ มานานไมเหมาะสมกับสถานการณปจจุบัน สมควรปรับปรุงระเบียบดังกลาวให
ทันสมัยเหมาะสมยิ่งขึ้น และเพื่อใหการปฏบิ ัติเก่ียวกบั การจําหนายสิ่งอุปกรณในกองทัพบกเปนไปใน
แนวทางเดียวกัน และสอดคลองกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่
แกไขเพิม่ เติม รวมท้ังหลกั กฎหมายท่ีเกี่ยวของ จึงใหออกระเบียบ วาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณของ
กองทัพบกไวสําหรบั ยึดถอื เปน หลักปฏิบตั ดิ งั น้ี
. ขอ 1 ระเบยี บน้เี รยี กวา ระเบยี บกองทัพบกวา ดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ. 2557
ขอ 2 ระเบียบน้ีใหใชบงั คับเมอื่ พนกาํ หนด 30 วนั นบั แตว ันประกาศ
ขอ 3 ใหยกเลกิ
3.1 ระเบยี บกองทพั บก วา ดวย การจาํ หนายสงิ่ อุปกรณ พ.ศ. 2539
3.2 ระเบยี บกองทัพบก วาดว ย การจําหนายสง่ิ อปุ กรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543
บรรดาความในระเบียบ คําสั่ง และคาํ ชี้แจงอื่นใดของกองทัพบกที่เกี่ยวกบั การ
จําหนา ย ท่ขี ัดหรือแยง กับระเบยี บน้ี ใหใชค วามในระเบียบน้แี ทน
ขอ 4 ใหเจากรมสงกําลงั บาํ รงุ ทหารบก เปนผรู ักษาการตามระเบยี บน้ี
ขอ 5 คําจํากดั ความในระเบียบน้ี
5.1 การจําหนาย หมายถงึ การดาํ เนินกรรมวิธีเพือ่ ตัดยอดส่ิงอุปกรณอ อกจาก
ความรับผิดชอบของกองทพั บก เนื่องจากสญู ไป, สูญหาย, ชํารดุ เสยี หายจนไมสามารถซอมคนื สภาพได
อยางคมุ คา เสอ่ื มสภาพจนใชก ารไมได, ตาย, ลา สมยั หรือหมดความจาํ เปน หรือหากใชร าชการตอไปจะ
ส้นิ เปลอื งคา ใชจา ยมาก
5.2 การจําหนายเปนสญู หมายถึง การจําหนายในกรณีที่สิ่งอุปกรณสูญไป
โดยไม ปรากฏตวั ผูรบั ผิด หรอื มีตัวผูร ับผดิ แตไมสามารถชดใชคาเสียหายในทางแพงและความรับผิดทาง
ละเมดิ ได หรอื มี สิ่งอปุ กรณอยแู ตไ มสามารถขาย แลกเปลยี่ น โอน แปรสภาพ หรอื ทาํ ลายได
5.3 การสูญไปเฉพาะในการปฏิบัติราชการสนามนั้น ในกรณที ี่ไมสามารถนํา
ซาก สิ่งอุปกรณกลับมาได เนื่องจากความจํากัดของภูมิประเทศ หรือเนื่องจากการกระทําของขาศึก
หรอื จากการกระทํา ของบคุ คลภายนอก ใหถ อื วาสิ่งอุปกรณน นั้ สูญไป ไมมซี ากเหลอื อยใู หเห็น
5.4 สง่ิ อปุ กรณ หมายถงึ สิง่ ของท่จี าํ เปน ท้ังมวล ท่ีจัดใหหนว ยทหาร รวมท้ังท่ี
มีไว เพื่อการดํารงอยูและการปฏิบัติของหนวยทหารดวย เชน อาหาร เครื่องแตงกาย เชื้อเพลิง สัตว
ยานพาหนะ อาวธุ กระสนุ วัตถุระเบิด เครอ่ื งจกั รกล และเคร่ืองมือเครื่องใชตางๆ เปนตน
5.5 สง่ิ อุปกรณล าสมยั หมายถึง ส่ิงอปุ กรณท ใ่ี ชราชการมาเปนเวลานาน หรอื
มี อายกุ ารใชงานมาเปนเวลานาน หรือไมมีสายการผลิต หรอื ปจจุบันมีกลไกการทํางานหรอื เทคโนโลยี
118
อืน่ ที่มีประสทิ ธภิ าพย่ิงกวา หรือกรณีอื่นๆ ซงึ่ ทาํ ใหสง่ิ อุปกรณด งั กลา วหมดความจําเปน ในการใชร าชการ
ตอไป หรือหากใช ราชการตอไปจะสิ้นเปลืองคาใชจายมาก และกองทัพบกไดกําหนดใหสิ่งอุปกรณ
ดังกลา วเปนสิง่ อุปกรณลาสมยั
5.6 สิ่งอุปกรณในโครงการ หมายถึง สิ่งอปุ กรณท่ีไดรับความชวยเหลือ ตาม
โครงการ ชวยเหลอื จากตา งประเทศ
5.7 สิ่งอุปกรณใชสิ้นเปลือง หมายถึง สิง่ อุปกรณที่ใชแลวยอมหมดสิ้นไป ไม
คงรปู ไมคงสภาพ และ/หรอื ไมม คี ณุ คา ของการใชงานเหมือนเดิม
5.8 สิ่งอุปกรณถาวร หมายถึง สิ่งอุปกรณส ําเร็จรูป ซึ่งมีสภาพและลักษณะ
มั่นคง ตอการใชง าน แตยอมเส่อื มสภาพ เสอ่ื มราคาไปตามวาระ และระยะเวลาแหง การใชงาน
5.9 สิ่งอุปกรณท่ีมีชีวิต หมายถึง สัตวประเภทตางๆ ที่อยูในความรับผดิ ชอบ
ของ กรมการสัตวทหารบก อันไดแก สัตวพาหนะ สัตวพอพันธุแมพันธุ สุนัขใชงานทางทหาร โคเนอื้
และโคนม เปนตน
5.10 สิ่งอุปกรณหลัก หมายถึง สิ่งอุปกรณที่ใชเวลาในการจัดหานาน และ
ราคาแพง แตมิไดระบุไวเปนสิ่งอุปกรณสําคัญ ซึ่งกรมฝายยุทธบริการที่รับผิดชอบไดทําบัญชี และ
ประกาศเปนสง่ิ อปุ กรณห ลกั
5.11 สงิ่ อปุ กรณส าํ คญั หมายถึง สงิ่ อุปกรณท ม่ี ีความจาํ เปน ตอการฝก การรบ
ราคาแพง ยากตอการจดั หา หรอื การผลิต มีความตองการไมแนนอน อาจจะขาด หรือเกินอยูเสมอ ใน
ระบบการสง กําลงั และ/หรือ เปนรายการทีอ่ าจเกดิ วกิ ฤตในวัสดุขัน้ มูลฐาน ซง่ึ กรมฝา ยยุทธบริการเสนอ
บัญชีรายการใหก องทพั บกประกาศเปน ส่ิงอปุ กรณส ําคญั
5.12 ชิ้นสวนซอม หมายถงึ องคประกอบ สวนประกอบ และชิ้นสวนที่ใชใน
การซอม บํารงุ สิ่งอุปกรณ ตามทีก่ ําหนดไวในคูมือสงกําลัง และ/หรือ คูมือเทคนิคที่มีบัญชีชิ้นสวนซอม
เชน ลาํ กลอ งปน คาบูเรเตอร หลอดวิทยุ เปน ตน
5.13 การตัดยอด หมายถงึ การตัดสิ่งอุปกรณออกจากบัญชีหรือทะเบียนคุม
ทั้งนี้ การตัดยอดสิ่งอุปกรณอาจเกิดขึ้นจากกรณีตา งๆ เชน การใชสิ้นเปลืองไป, การโอนสิ่งอุปกรณ
ใหกับสวนราชการอื่น, การแลกเปลี่ยนสิง่ อุปกรณ และการจําหนายสิ่งอุปกรณ เปนตน สาํ หรับการตดั
ยอดส่งิ อุปกรณที่ใชสิ้นเปลืองไป ตามปกติ หรือการโอน หรือกรณีอื่นใดนอกเหนือจากการจําหนาย ใช
หลกั ฐานการดําเนินการแตละกรณีเปนหลกั ฐาน การตัดยอด เชน ใชหลกั ฐานการเบิกจา ยเปนหลกั ฐาน
การตดั ยอดส่งิ อุปกรณทใ่ี ชสิ้นเปลอื งไปตามปกติ เปน ตน
5.14 การโอน หมายถงึ การมอบสทิ ธิครอบครองส่ิงอุปกรณของกองทัพบกไป
ยงั สว นราชการภายนอกกองทัพบก หนวยงานตามกฎหมาย วาดว ยระเบียบบรหิ ารราชการสว นทองถ่ิน
หนวยงานอน่ื ทมี่ ี กฎหมายบัญญัตใิ หม ฐี านะเปนราชการบรหิ ารสวนทองถิน่ รฐั วิสาหกจิ หรอื องคการสา
ธารณกุศล ตามมาตรา 47 (2) แหงประมวลรัษฎากร ทง้ั นี้จะตองมีหลักฐานการสง มอบไวต อ กันดว ย
5.15 การแลกเปลี่ยน หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งอุปกรณของ
กองทัพบก ใหกับสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน โดยมีการแลกเปลี่ยนกบั สิ่งอุปกรณประเภทเดียวกนั
หรือตางประเภทกัน ตามหลักเกณฑที่กําหนดไวในระเบยี บสํานักนายกรฐั มนตรี วา ดวยการพัสดุฉบบั ท่ี
ใชใ นปจ จุบนั
119
5.16 การนําไปใชประโยชนอยางอื่น หมายถึง การนําเอาสิ่งอุปกรณไปใช
ประโยชน ซึง่ ไมต รงกบั ความมุงหมายเดิม
5.17 การทําลาย หมายถึง การดําเนินการตอสิ่งอุปกรณที่ไดรับอนุมัติให
จําหนาย และตัดยอดออกจากบัญชคี ุมเรียบรอยแลว โดยการกระทาํ ใหส ิ้นสภาพ หรือกระทําใหเปนส่ิง
อปุ กรณใชการไมได ดว ยการทําลายใหส้ินสภาพ หรือใหสญู ส้นิ ไป
5.18 ราคาซื้อหรือไดมา หมายถึง ราคาที่ซื้อสิ่งอุปกรณน ั้นมา หรือราคา สง่ิ
อุปกรณ ที่ไดมา สําหรับสิ่งอุปกรณในโครงการใหถือราคาตามใบแจงราคาและใหรวมคาใชจายท่ี
เกยี่ วของกับการจัดหาสิง่ อุปกรณ นน้ั ดว ย สว นสงิ่ อุปกรณที่กองทพั บกจัดหา หรือไดมาโดยวิธีอื่น ใหถือ
ราคาตามใบเบิก หรือราคาตามที่กรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ ที่รับผิดชอบในส่ิง
อุปกรณน ้ันกําหนด
5.19 ราคาซากสิ่งอุปกรณ หมายถึง ราคาสิ่งอุปกรณที่ชํารุด เสียหาย
เสอ่ื มสภาพ จนใชร าชการไมได ตามสภาพทีเ่ ปนจริงในขณะนนั้
5.20 ตาํ บลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ ําหนาย หมายถึง ท่ีตั้งทางการสง กําลังบํารุงที่
มี หนาที่ รับ คัดแยก เก็บรักษา และปฏิบัตติ อสิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณท ี่อนุมัติใหจําหนา ยออก
จากบัญชคี ุมแลว
5.21 การปฏบิ ัติหนาที่ราชการสนาม หมายถึง การปฏิบัติอยางใดอยางหน่ึง
ดังตอ ไปนี้
5.21.1 การปฏิบัติตามคําสังยุทธการ ซึ่งสงั การตามแบบธรรมเนียม
ของทางราชการ
5.21.2 การทําการรบ ตามคําส่งั ท่ีชอบดวยกฎหมาย
5.21.3 การปราบปรามผูกอการรายทุกชนิด ตลอดจนการปราบปราม
การบอ นทําลาย ลม ลาง การปราบกบฏ และการปราบจลาจล ตามคําส่ังของผมู อี ํานาจส่งั การ
5.22 การสอบสวน หมายถึง การดําเนินการเพื่อแสวงหาขอเท็จจริง และ
หลกั ฐาน ตลอดจนการรวบรวมพยานหลักฐาน อนั ไดแก บุคคลทีเ่ ก่ียวของ หรอื บุคคลท่ีรูเห็นเหตุการณ
เอกสาร สถานที่ ภาพถาย หรือส่ิงอุปกรณ เปนตน และการดําเนนิ การใด ๆ เพื่อท่ีจะทราบขอเท็จจริง
หรือพิสจู นท ราบเหตนุ ัน้ ๆ
5.23 สํานวนการสอบสวน หมายถึง เอกสาร หรือหนังสือที่ผูสอบสวน หรือ
คณะกรรมการสอบสวนทําขึ้นจากการสอบสวน ไดแก คําใหการ สําเนารายงาน ภาพถาย แผนที่ เปน
ตน เอกสาร หรือหนังสือเหลานีเ้ ปนประโยชนแกผมู ีอํานาจอนมุ ัติในการพิจารณาส่ังการ อนึ่งในสํานวน
การสอบสวน ใหล งสถานที่ และวันเดอื นปในการสอบสวน
ตอนที่ 2
หนา ท่แี ละความรบั ผดิ ชอบ
ขอ 6 เจากรมสงกาํ ลังบํารงุ ทหารบก
6.1 ควบคุม กํากับดูแล ใหค ําแนะนํา ตลอดจนประสานการปฏิบตั เิ กี่ยวกับ การจาํ หนาย
แก กรมฝา ยยุทธบรกิ าร กรมฝา ยกิจการพิเศษท่ีรบั ผดิ ชอบในสิง่ อปุ กรณ และหนวยตาง ๆ ท่ีเกย่ี วขอ ง
120
6.2 ตรวจสอบและพิจารณาใหความเห็นชอบรายการสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณ ท่ี
หนวยในกองทัพบกจะตองสงคืน หรือไมตองสงคืน หรือใหสง หรือหามมิใหสงใหแกตําบลรวบรวมส่ิง
อุปกรณ จาํ หนา ยทีก่ รมฝา ยยุทธบรกิ ารและกรมฝา ยกิจการพเิ ศษที่รบั ผิดชอบในสงิ่ อุปกรณเ สนอ
6.3 มีอํานาจอนุมัติใหตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายขยายระยะเวลาในการ
ดาํ เนนิ การตอส่ิงอปุ กรณห รือซากสงิ่ อุปกรณท ่ไี ดรับอนุมตั จิ ําหนาย
6.4 กําหนดระเบียบปลีกยอย เกี่ยวกับการจําหนายสิ่งอุปกรณที่หนวยในสายการ สง
กําลัง กรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษทีร่ ับผิดชอบในสิ่งอุปกรณ จะตองปฏิบัติรวมกัน
ภายใต ระเบยี บน้ี
6.5 ใหขอเสนอแนะเกี่ยวกับการจําหนายส่งิ อปุ กรณแกผูบงั คบั บญั ชา
ขอ 7 เจา กรมฝายยุทธบรกิ าร หรือเจา กรมฝา ยกจิ การพิเศษ
7.1 ควบคมุ กาํ กบั ดูแล ใหคาํ แนะนํา ตลอดจนประสานการปฏิบัติเก่ียวกบั การจาํ หนา ย
สงิ่ อุปกรณแ กหนวยตาง ๆ
7.2 ใหขอ เสนอแนะเกย่ี วกบั การจําหนายสิ่งอปุ กรณแ กผ บู งั คบั บัญชา
7.3 กาํ หนดระเบียบปลีกยอย เกีย่ วกับการจําหนายสิ่งอุปกรณภายในกรอบ หนาท่ีและ
ความรบั ผดิ ชอบของตนข้นึ โดยอนโุ ลม ตามระเบยี บน้ี
7.4 กําหนดอายุของสง่ิ อปุ กรณแ ตล ะรายการทร่ี ับผิดชอบ
7.5 กาํ หนดราคาซอื้ หรอื ไดม า
7.6 ออกคําสั่งกําหนดรายการสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณที่หนวยใน กองทัพบก
จะตองสงคืน หรือไมตองสงคืน หรอื ใหสง หรือหามมิใหสง ใหแกตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายใด
ท้งั นี้เมอ่ื ไดร บั ความเห็นชอบตามขอ 6.2 แลว และพิจารณาปรับปรุงรายการดังกลาวใหทันสมยั
7.7 ตรวจสอบใหคาํ แนะนําทักทว ง ควบคุมการดําเนินกรรมวิธีทางเอกสารเกีย่ วกับ การ
จาํ หนา ยสง่ิ อปุ กรณ
7.8 ตรวจสอบหลกั ฐาน ซ่ึงขออนมุ ัติตัดยอดออกจากบัญชีคุม
7.9 เรงรัดการดําเนินการในเรื่องการจําหนายสิ่งอุปกรณแกคลังหรือที่ตั้งทางการ สง
กาํ ลังบาํ รงุ ทร่ี ับผดิ ชอบ
7.10 ตัดยอดสิ่งอปุ กรณออกไปจากความรับผิดชอบของกองทพั บกเมื่อสิ่งอุปกรณ นั้น
ไดร บั อนุมตั ิใหจ ําหนายและไดด ําเนนิ การตอสงิ่ อปุ กรณหรือซากสงิ่ อปุ กรณเ รยี บรอยแลว
7.11 มอี ํานาจในการส่งั การใหถอดชน้ิ สวน สวนประกอบ หรอื องคป ระกอบทใ่ี ช ราชการ
ไดออกจากสิ่งอุปกรณที่รออนุมัติจําหนาย เพื่อนําไปใชราชการตอไปไดทันที เวนสิ่งอุปกรณที่เปน
พยานหลกั ฐาน อันสําคัญในคดี ตลอดระยะเวลาทคี่ ดยี ังไมถ งึ ทส่ี ดุ
7.12 มีอํานาจในการดําเนินการสงส่ิงอุปกรณไปยังตําบลรวบรวมส่ิงอุปกรณจําหนา ย
ทนั ที ยกเวน สง่ิ อปุ กรณทีเ่ ปนพยานหลกั ฐานอันสําคัญในคดี ตลอดระยะเวลาทคี่ ดยี ังไมส ้ินสุด
7.13 ดาํ เนินการในเร่อื งการทําลายสง่ิ อุปกรณ ท่ไี ดรบั อนมุ ตั ิใหต ดั ยอดออกจาก บญั ชีคมุ
ใหส ิ้นสภาพทางทหารกอ นขายหรอื แลกเปลย่ี น
ขอ 8 แมท ัพภาคหรือผบู งั คับหนวยท่ีเทยี บเทา
8.1 กําหนดระเบียบปลีกยอยและคําสั่งเกี่ยวกับการจําหนายสิ่งอุปกรณ ภายใน
กรอบและหนา ทท่ี ีร่ ับผดิ ชอบ
121
8.2 กาํ หนดและแตงตง้ั กรรมการหรือเจาหนา ท่ี เพอ่ื ปฏิบตั ใิ นเร่ืองการจําหนาย สิ่ง
อุปกรณ
8.3 ประสานการปฏิบตั กิ ับกรมฝายยุทธบรกิ าร และกรมฝายกจิ การพิเศษ เก่ียวกับ
การดาํ เนินการจําหนายสง่ิ อปุ กรณ
8.4 ตรวจตราและเรงรัดหนวยใตบังคับบัญชา เพื่อใหการจําหนายสิ่งอุปกรณ
เปน ไปตามระเบยี บ คาํ สั่ง และวธิ ปี ฏบิ ตั ิของหนวยเหนือ โดยถกู ตองและรวดเรว็
ขอ 9 ผูบัญชาการกองบัญชาการชวยรบ หรือผูบัญชาการมณฑลทหารบกที่มีหนาที่
สนับสนนุ ทางการสง กําลัง หรือผบู ังคบั การจงั หวัดทหารบกทม่ี ีหนาท่ีสนับสนนุ ทางการสง กาํ ลัง
9.1 กําหนดระเบียบปลีกยอย เกี่ยวกับการจําหนายสิ่งอุปกรณภายในกรอบและ
หนาทท่ี ีร่ ับผิดชอบ
9.2 กําหนดและแตงตั้งกรรมการหรือเจาหนาที่ เพื่อปฏิบัติในการจําหนาย สิ่ง
อุปกรณ
9.3 ดําเนนิ การในเร่อื งการทาํ ลายสงิ่ อุปกรณทไ่ี ดร บั อนุมตั ิใหตดั ยอดออกจาก บัญชี
คมุ ใหส ิน้ สภาพทางทหารกอนขายหรือแลกเปลยี่ น
9.4 กํากับดูแล ใหคาํ แนะนํา ประสานการปฏิบตั ิ และเรงรัดเก่ยี วกับ การจาํ หนาย
สิ่งอุปกรณแกหนวยสงกําลัง และที่ตั้งทางการสงกาํ ลังบํารุงท่ีรบั ผดิ ชอบ ตลอดจนหนวยทหารที่รับการ
สนับสนนุ ทางการสง กําลงั บํารุง เพอ่ื ใหก ารจําหนายสง่ิ อปุ กรณเ ปน ไปโดยถกู ตองรวดเรว็
ขอ 10 ผบู ังคบั หนว ยทหาร ขนาดกองพันหรือเทยี บเทาข้ึนไป
10.1 ตรวจสอบ ใหคําแนะนํา ทักทวง ควบคุม การดําเนินกรรมวิธีทางเอกสาร
เกย่ี วกับการจาํ หนา ยส่งิ อุปกรณ
10.2 กําหนดและแตงตั้งกรรมการ หรือเจาหนาที่ เพื่อปฏิบัติการในเรื่องการ
จําหนายสิ่งอปุ กรณ
10.3 ตรวจตราและเรงรัดหนวยใตบังคับบัญชา เพื่อใหการจําหนายสิ่งอุปกรณ
เปนไปตามระเบียบ คาํ ส่งั และวิธีปฏบิ ตั ขิ องหนวยเหนอื โดยถกู ตอ ง และรวดเรว็
10.4 ในกรณีเปนหนวยข้ึนตรงของกองทพั บก ประสานการปฏบิ ัติกับกรมฝายยุทธ
บริการ และกรมฝา ยกจิ การพเิ ศษ เกี่ยวกบั การดาํ เนนิ การในเรอ่ื งการจาํ หนา ยส่ิงอปุ กรณ
ตอนที่ 3
อาํ นาจอนุมตั จิ าํ หนายส่งิ อปุ กรณ
ขอ 11 ผูบังคับบัญชาชัน้ ผูบัญชาการกองพลหรือเทยี บเทา มีอํานาจอนุมัติใหจําหนา ย สิ่ง
อปุ กรณอ อกจากบัญชีคุมของหนวยในอตั ราของตน
เฉพาะผูบัญชาการกองบัญชาการชวยรบ ใหม ีอํานาจอนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณออกจาก
บญั ชคี มุ ของหนว ยอื่นๆ ซึง่ รับการสนับสนนุ ส่งิ อปุ กรณจากกองบัญชาการชว ยรบ
ผูบังคับบัญชาตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง มอี ํานาจอนุมัติโดยถือจํานวนเงินตามราคาซื้อ
หรือไดมาของสิ่งอุปกรณทรี่ ายงานขออนุมตั จิ ําหนา ยในคราวหน่งึ ดงั นี้
122
11.1 สงิ่ อุปกรณใชส ้นิ เปลือง สง่ิ อุปกรณถาวร สิ่งอปุ กรณท ี่มีชวี ิต และช้นิ สว นซอ ม
รวมทงั้ ส้นิ ไมเกนิ 150,000 บาท
11.2 สิ่งอุปกรณ ตามขอ 11.1 กรณีจําหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 40,000
บาท เวนสิ่งอุปกรณที่ไดรับการชวยเหลือทางการทหารในระหวางภาวะไมปกติ วงเงินตองไมเกิน
50,000 บาท
ขอ 12 ผูบังคับบัญชาชั้น แมทัพหรือเทียบเทา ซึ่งมีหนวยสนับสนุนทางการสงกําลังใน
อัตรา มีอํานาจอนุมัติใหจําหนายสิ่งอุปกรณออกจากบัญชีคุมของหนวยในอัตราของตนและหนวยใน
พนื้ ทซี่ ่ึงรบั การ สนับสนนุ จากท่ตี ้งั ทางการสง กาํ ลังของตน
สําหรับผูบังคับบัญชาชั้น แมทัพหรือเทียบเทาที่ไมมีหนวยสนับสนุนในอัตรา มีอํานาจ
อนมุ ตั ิ จําหนายสิ่งอุปกรณอ อกจากบญั ชคี ุมเฉพาะหนวยในอัตราของตน
ผูบังคบั บญั ชาตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มอี าํ นาจอนุมัติโดยใหถือจํานวนเงินตามราคา
ซื้อ หรือไดม าของสง่ิ อปุ กรณท่ขี ออนุมัติจําหนา ยในคราวหน่ึงดังน้ี
12.1 สิ่งอุปกรณใชสิ้นเปลือง สิ่งอุปกรณถาวร สิ่งอุปกรณที่มีชีวติ และชิ้นสว น
ซอ ม รวมทงั้ ส้ินไมเ กิน 300,000 บาท
12.2 สิ่งอุปกรณตามขอ 12.1 กรณีจําหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 40,000
บาท เวนสิ่งอุปกรณที่ไดรับการชวยเหลือทางการทหารในระหวางภาวะไมปกติ วงเงินตองไมเกิน
900,000 บาท
ขอ 13 เจา กรมฝายยุทธบรกิ าร หรือเจากรมฝา ยกิจการพิเศษ มีอํานาจอนุมัติใหจําหนาย
ส่งิ อุปกรณ ซง่ึ อยูใ นความรับผิดชอบของสายงานออกจากบญั ชคี ุม ดงั น้ี
13.1 สิ่งอุปกรณใชสิ้นเปลือง สิ่งอุปกรณถาวร สิ่งอุปกรณที่มีชีวติ และชิ้นสวน
ซอม ใหถือจํานวนเงนิ ตามราคาซ้ือหรือไดมาของสิ่งอุปกรณท ี่ขออนุมัติจําหนายในคราวหนึ่ง รวมท้ังสิน้
ไมเ กิน 500,000 บาท สําหรับส่ิงอปุ กรณท ่มี ชี วี ติ หากวงเงนิ เกินทีก่ ําหนดใหล งนามอนมุ ตั ิ โดยรับคําสั่งผู
บญั ชาการทหารบกและรายงานให กองทัพบกทราบดวย
13.2 ส่งิ อปุ กรณต ามขอ 13.1 กรณีจําหนายเปน สูญ วงเงนิ ตามราคาซอ้ื หรือไดมา
ของสิ่งอุปกรณประเภททีจ่ าํ หนา ยเปน สูญ ใหเปน ไปตามขอ 11.2 หรอื ขอ 12.2 แลวแตกรณี
ขอ 14 ผูบ ญั ชาการทหารบก มีอํานาจอนุมัตใิ หจําหนายสิ่งอุปกรณทุกประเภท ออกจาก
บัญชีคุมไดทุกกรณโี ดยไมจาํ กัดวงเงนิ เวนแตการจําหนายเปนสูญ มีอาํ นาจอนมุ ัตใิ นวงเงินตามราคาซือ้
หรอื ไดมา ของสงิ่ อปุ กรณท้งั สน้ิ ไมเกิน 500,000 บาท
ตอนท่ี 4
การดําเนนิ กรรมวธิ ีขออนมุ ัตจิ ําหนายสิง่ อุปกรณ
ขอ 15 การดําเนินกรรมวธิ ีขออนมุ ัตจิ ําหนายสงิ่ อุปกรณป ระเภท 5 ใหปฏิบัตติ ามระเบียบ
กองทพั บกวาดวยการสงกําลงั ส่ิงอปุ กรณประเภท 5 ทมี่ ีผลบังคับใชใ นปจ จุบัน
ขอ 16 ใหหนวยดําเนินกรรมวิธีขออนุมัติจําหนายสิง่ อุปกรณท นั ที เมื่อสิง่ อุปกรณท ีอ่ ยูใน
ความครอบครองของหนวย มสี ภาพสมควรจําหนา ยตามขอ 5.1
ขอ 17 การรายงานขออนุมตั จิ ําหนา ยส่ิงอุปกรณของหนว ย
123
17.1 หนวยขนาดกองรอยหรือเทียบเทา เปนหนวยเริ่มรายงาน โดยรายงาน ไป
ตามสายการบังคับบัญชา
17.2 รายงานทันทเี มื่อทราบวาสิ่งอุปกรณนั้น อยูในสภาพที่ตองจําหนายเพื่อตัด
ยอด ออกจากบัญชีคุม เวนแตการรายงานขออนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณ เนื่องจากการปฏิบัติราชการ
สนาม ถาจําเปนใหรายงานเปนคราวๆ ไป การรายงานแตล ะคราวนน้ั ใหร ายงานเม่ือจบการปฏิบัติเรื่อง
หนึง่ ๆ ภายในระยะเวลาท่เี หมาะสม แตไ มเกิน 3 เดอื น
ขอ 18 หนวยบังคับบัญชาขนาดกองพัน หรือเทียบเทาขึ้นไป เปนหนวยรายงาน ทั้งนี้เมอ่ื
ไดรับ รายงานตามขอ 17 แลว ใหปฏิบตั ิตามลาํ ดบั ดังตอ ไปน้ี
18.1 แตงตัง้ คณะกรรมการสอบสวนขอ เท็จจรงิ
18.2 รายงานขออนุมตั จิ าํ หนาย
ขอ 19 การแตง ตัง้ คณะกรรมการสอบสวนขอ เท็จจริง
19.1 ใหแตงตัง้ คณะกรรมการสอบสวนขอเทจ็ จรงิ ทนั ทีที่ไดร บั รายงาน
19.2 คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงประกอบดว ย ขาราชการชั้นสญั ญาบตั ร
อยางนอย 3 นาย เวนแตหนวยในตางประเทศ ถามีขาราชการสัญญาบัตรไมเพียงพอใหแตงตั้ง
ขา ราชการตาํ กวา สญั ญาบัตรหรือขาราชการจากหนวยราชการอืน่ รว มเปน กรรมการได 1 นาย
19.3 ใหคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงเพื่อหารายละเอียดและสาเหตุของ
การจําหนาย โดยใหพิจารณาใหไดความวาการดูแลรักษาสิ่งอุปกรณของเจาหนาที่หรือพลประจําได
ปฏบิ ตั อิ ยางถกู ตอ ง ตามคาํ แนะนาํ หรอื คูม ือหรอื ไม
การสอบสวนนั้น ใหคณะกรรมการดาํ เนนิ การสอบสวนตามความสาํ คัญของเรือ่ ง
ในกรณีเปนสิ่งอุปกรณที่มีราคาตํา หรือเปนเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากการปฏิบัติราชการสนาม ให
คณะกรรมการรายงาน ผลการสอบสวนโดยสรุป และเสนอความเห็นในเรื่องที่สอบสวนใหผ ูสั่งแตง ตั้ง
กรรมการใชแนบไปกบั รายงานขออนุมตั ิ จาํ หนาย เพ่ือประกอบการพิจารณาสั่งการของผมู อี ํานาจอนุมตั ิ
ก็เปนการเพียงพอ ขอสําคัญตองสอบสวนใหได ความจริงวา สาเหตุเกิดจากเหตุใด อาทิเชน จากการ
ทจุ รติ หรอื การจงใจทาํ ใหเ สียหาย หรือเปน การปฏบิ ัติหนาท่ี บกพรองอันเปนการประมาทเลนิ เลอ หรอื
เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ เหตุสุดวิสัย หรือเกิดขึ้นตามสภาพการใชงานปกติ หรอื จากการกระทําของขาศึก
เปนตน รวมท้ังตอ งใหปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับ ประเภท ชนิด ราคา จาํ นวนความ เสียหาย ปท ไี่ ดร บั การ
แจกจาย และประเภทงบประมาณทีจ่ ัดหาสงิ่ อุปกรณท ่ีไดรบั ความเสียหายวาจัดหามาจาก งบประมาณ
ประเภทใด และตองระบุใหชัดเจนวาจะตองมีผูรบั ผิดชอบชดใชหรือไม ถาหากผลการสอบสวนสอไป
ในทางเปนความผิดในทางอาญาดวยใหคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง แยกสํานวนการสอบสวน
ดําเนินคดอี าญาตอไป
เม่อื สอบสวนเสร็จส้นิ แลว ใหร ายงานผลการสอบสวนพรอมทงั้ แนบสํานวน การ
สอบสวนของพนักงานสอบสวน (ถามี) สงถึงผูสั่งแตงตั้งคณะกรรมการใหเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
นับต้ังแตวันที่ ประธานกรรมการไดรบั ทราบคาํ สั่งแตงตัง้ กรรมการ แตถาการสอบสวนยงั ไมเสรจ็ จะขอ
อนุญาตผูสั่งแตงตั้ง กรรมการเพื่อขยายเวลาสอบสวนตอไปไดอีกคราวละไมเกิน 15 วัน แตรวม
ระยะเวลาในการดาํ เนินการทงั้ สิ้นแลว ไมเ กิน 90 วนั
19.4 ในกรณีสญู หาย เสียหาย ตาย หรือขาดบญั ชี ซ่งึ ตองพจิ ารณาหาผรู ับผิดทาง
ละเมิด ใหหนวยปฏิบัติตามขอบังคับกระทรวงกลาโหมวา ดวยการปฏิบัติเมื่อเกิดความเสียหายแกเงิน
124
ราชการหรือ ทรัพยสินของทางราชการอันเนื่องมาจากการกระทาํ ละเมิดของเจา หนาท่ีทม่ี ผี ลบงั คับใชใน
ปจจุบัน โดยใหรายงาน ตามสายการบังคับบัญชาไปยังกองทัพบก (ผานสํานักงานพระธรรมนูญ
ทหารบก)
ขอ 20 แบบพิมพและสายการรายงานขออนุมัตจิ าํ หนาย
20.1 ใชแบบรายงานตามแบบ ทบ.400 - 065 (ผนวก ก แบบรายงานขออนุมัติ
จําหนาย) และแนบหลักฐานตา ง ๆ ไปพรอ มกบั รายงานดวย
20.2 สงรายงานไปตามสายการสง กําลัง (ผนวก ข ทางเดนิ เอกสาร)
20.3 สําเนารายงานใหห นวยบงั คับบญั ชาโดยตรงทราบ
20.4 หนวยปฏิบัติราชการสนาม รายงานไปยังกองบังคับการควบคุมเพ่ือ
ตรวจสอบ ความถกู ตอ ง และบนั ทกึ ความเหน็ กอ น จึงสง รายงานไปตามขอ 20.2
ขอ 21 หลกั ฐานตาง ๆ ที่ตอ งแนบไปพรอ มกบั รายงานขออนมุ ตั ิจําหนา ย
21.1 คาํ สงั่ หรอื สําเนาคาํ ส่งั แตงต้งั คณะกรรมการสอบสวนขอเทจ็ จรงิ
21.2 รายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนขอ เท็จจริง
21.3 คําใหการของบุคคลที่เปนตนเหตุ และบุคคลที่เกี่ยวของ หรือผูรูเห็น
เหตกุ ารณ
21.4 สาํ นวนการสอบสวน เวน กรณที ่ีคณะกรรมการสอบสวนขอเทจ็ จริงโดยสรุป
ตามขอ 19.3 วรรค 2
21.5 รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมดิ ในกรณที ่ไี ดข ออนุมัตกิ องทัพบกและกองทัพบกไดอนุมัติใหแ ตงตัง้ คณะกรรมการสอบขอเท็จจริง
ความรับผดิ ทางละเมดิ
21.6 เอกสารแสดงการยินยอมชดใชส่ิงอุปกรณของผูร ับผิดชอบชดใช ในกรณี ท่ี
ตองมีผรู ับผดิ ชอบชดใช หรือในกรณที ี่ผูรบั ผิดชอบชดใชไ มย ินยอมชดใช ใหหนว ยรายงานระบใุ นรายงาน
ขออนุมัติ จําหนายของหนวยดว ย
21.7 หลักฐานและ/หรอื เอกสารอ่นื ๆ ท่ีจาํ เปน
ขอ 22 กรณีหนวยครอบครองสิ่งอุปกรณที่อยูในสภาพที่ตองจําหนายเปนสิ่งอุปกรณท่ี
หนวย ครอบครองไดย ืมหรอื รบั ส่งิ อปุ กรณดังกลา วมาจากหนว ยงานอน่ื ภายในกองทพั บกเพื่อดาํ เนนิ การ
ตามหนาที่ความ รับผิดชอบของหนวย เชน ทําการรบ ซอมบาํ รุง หรือขนสง เปนตน ใหหนวยทีย่ ืมหรือ
รับสิ่งอุปกรณดังกลาวแจง ให หนวยเจา ของสิ่งอุปกรณทราบ จากนั้นใหหนวยที่ยืมหรือรับสิ่งอุปกรณ
ดาํ เนินการตามขอ 17 - 19 กอ นจากนั้นให พจิ ารณาดําเนนิ การตอ ไป ดงั น้ี
22.1 กรณีขอเท็จจริงเชื่อไดวามีการสูญหาย เสียหาย ตาย หรือ ขาดบัญชี
เนื่องจากการละเมิดของเจาหนาทีห่ รือบุคคลอื่น ใหหนวยระดบั กองพันหรอื เทยี บเทา ข้ึนไปที่เปนหนวย
ยืมหรือรับ สิ่งอุปกรณมาดําเนินการ รายงานตามสายการบังคับบัญชาไปยังกองทัพบก (ผานสํานักงาน
พระธรรมนูญทหารบก) เพื่อแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรบั ผิดทางละเมิด และแจงให
หนวยเจา ของสิง่ อปุ กรณทราบดว ย
22.2 กรณีไมปรากฏวามีการละเมิดของเจาหนาที่หรอื บุคคลอน่ื หรือดําเนินการ
สอบสวนหาผูรับผิดทางละเมดิ จนไดขอยุติแลว ใหหนวยระดับกองพันหรือเทียบเทาขึ้นไป ทีเ่ ปนหนวย
125
ยืมหรือรับ สิ่งอุปกรณมาดําเนินการ รายงานผลการสอบสวนพรอมสงหลักฐานทั้งปวงไปใหกับหนวย
เจา ของสิ่งอปุ กรณท ่ตี นไดยืม หรือรับส่ิงอุปกรณมาดําเนนิ การดังกลา ว
22.3 เมื่อหนวยเจาของสิ่งอปุ กรณไดรับรายงานผลการสอบสวนพรอมหลักฐาน
ตางๆ ทีเ่ กี่ยวของแลว ใหตรวจสอบรายงานและหลักฐานที่แนบ ซึ่งอาจสงกลับคืน เพื่อปรับปรุงแกไข
หรือสอบสวนเพิ่มเติมได เมื่อเห็นวาไมชัดเจน หรือไมสมบูรณพอ ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบรายงานและ
หลักฐานเรียบรอยแลวใหดาํ เนินการ รายงานขออนุมัติจําหนายตามสายสงกําลังของหนวยเจาของส่ิง
อปุ กรณตอ ไป
ขอ 23 การปฏิบัติของหนวยท่ีไดร บั รายงาน
23.1 ตรวจสอบรายงานและหลักฐานท่แี นบ ซึ่งอาจสงกลับคืนเพ่ือปรับปรุงแกไข
หรือสอบสวนเพ่มิ เติมได เมอ่ื เหน็ วา ไมชัดเจน หรือไมสมบูรณพอ
23.2 ในกรณีท่ีมีอาํ นาจอนมุ ัติ ใหต รวจสอบหากส่ิงอุปกรณท่ีขออนมุ ัติจําหนายได
ดําเนินการตามหลักเกณฑร ะเบียบขอบังคับหรือกฎหมายที่เกี่ยวของ รวมทั้งการสอบสวนความรบั ผิด
ทางละเมิดจน เสร็จสิ้นแลว ก็สั่งการอนุมัติใหจําหนายออกจากบัญชีคุมตามอํานาจอนุมัติจําหนายใน
ตอนท่ี 3
กรณีที่มีการละเมิดซึ่งกองทัพบกไดอนุมัติใหมีผูรับผิดชอบชดใช ก็แจงใหผูท่ี
รับผดิ ชอบชดใชดําเนนิ การชดใชตามท่ีกองทัพบกอนมุ ตั ิ และในกรณีสง่ิ อปุ กรณน้นั มีซากอยู ก็ใหสั่งการ
ปฏบิ ตั ิตอ ซาก นัน้ ไปพรอ มกันดว ย
จากนั้นใหหนวยที่ไดรับรายงานซึ่งมีอํานาจอนุมัติจําหนาย สงรายงานที่อนุมัติ
แลว กลับไปตามสายการสงกําลังจนถึงหนวยรายงานภายใน 30 วัน พรอมทั้งเสนอสําเนารายงานขอ
อนุมัติจําหนาย (ทบ.400 - 065) ที่ไดรับการอนุมัติแลว ไปตามสายการสงกําลังจนถึงกรมฝายยุทธ
บริการ หรอื กรมฝายกจิ การ พเิ ศษท่รี บั ผิดชอบในสิ่งอุปกรณน ั้น ๆ ภายใน 30 วัน
23.3 ในกรณีที่เกินอํานาจอนุมัติ ใหบันทึกความเห็นลงไปในรายงานนั้น แลว
เสนอ รายงานนนั้ พรอมทั้งหลกั ฐานทีแ่ นบตอไปตามสายการสง กําลงั ตามลาํ ดับจนถึงผูมอี าํ นาจอนุมตั ิ
23.4 เฉพาะส่งิ อุปกรณใ นโครงการ
23.4.1 ใหรายงานขออนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณในโครงการที่อยูใน
ครอบครองของหนว ยตามปกตจิ นถงึ ผมู ีอํานาจอนุมตั ิใหจ ําหนา ยสง่ิ อปุ กรณออกจากบัญชคี มุ
23.4.2 สําเนารายงานขออนุมัติจําหนาย ตามขอ 23.4.1 เสนอกรมฝาย
ยุทธบรกิ าร หรือกรมฝา ยกิจการพิเศษทร่ี ับผิดชอบในสง่ิ อุปกรณน ้ัน เพือ่ พจิ ารณาดําเนินการตอไป
23.4.3 กรมฝายยทุ ธบริการ หรือกรมฝา ยกิจการพิเศษเมื่อไดรับรายงาน
แลว ใหร ายงานถึงกองทัพบก เพื่อแจง ใหประเทศผูมอบ/บริจาคสิ่งอุปกรณทราบ และทําขอตกลงหรอื
กาํ หนดแนวทาง ปฏิบตั ิตอ สิง่ อปุ กรณด ังกลา วตอไป
23.4.4 หามดําเนินการใดๆ หรือปฏิบัติตอส่ิงอุปกรณในโครงการที่ไดรับ
อนุมตั ิใหจําหนาย กอ นทีจ่ ะไดขอยุติจากผลการดําเนนิ การตามขอ 23.4.3 เรียบรอยแลว
ขอ 24 เมื่อหนวยรายงานทราบผลการอนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณแลว ใหตัดยอดส่ิง
อุปกรณ น้ันออกจากบัญชีคุมของหนวย และแจง ผลการอนุมัตินั้นใหหนวยบังคบั บัญชาโดยตรงทราบ
แตถาในระหวาง การดําเนินกรรมวิธีขออนุมัตจิ ําหนาย หนวยรายงานมีความจาํ เปนตองใชสิ่งอุปกรณ
ประเภทนัน้ ใหห นว ยรายงาน ทําเบกิ ทดแทนไปได เวนสง่ิ อปุ กรณประเภท 4 โดยในการเบิกทดแทน ให
126
แนบหลักฐานที่แสดงวาสิ่งอุปกรณดังกลาว อยูระหวางการดําเนินกรรมวิธีขออนุมัติจําหนาย เชน
เอกสารจากหนว ยซอมบาํ รงุ หรอื รายงานการสญู หาย เปน ตน
ขอ 25 เม่อื กรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกจิ การพิเศษท่ีรบั ผิดชอบในส่ิงอุปกรณ และ
หนวยสนบั สนุนทางการสงกําลังทีเ่ ก่ียวของ ไดรับหลักฐานอนมุ ัติจําหนายแลว ใหบนั ทกึ หลักฐานอนมุ ัติ
จาํ หนาย ในบัญชีคุมของหนวยและหนว ยใชใหถูกตองตรงกัน กรณเี ปนการจําหนายโดยไมมีสิ่งอุปกรณ
หรอื ซากสงิ่ อปุ กรณ เหลอื อยู ใหกรมฝา ยยุทธบรกิ ารหรือกรมฝา ยกิจการพิเศษท่รี ับผดิ ชอบในสิ่งอุปกรณ
ตัดยอดสิง่ อุปกรณออกจากบัญชีคุม เพื่อปลดเปลื้องความรับผิดชอบของกองทัพบก สําหรับกรณที ี่มีส่ิง
อุปกรณหรอื ซากสิ่งอุปกรณเหลืออยู เม่ือสิง่ อุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณนั้นไดถูกขาย แลกเปลี่ยน โอน
แปรสภาพ หรอื ทําลาย เรยี บรอยแลว ใหก รมฝา ย ยทุ ธบรกิ ารหรือกรมฝายกิจการพเิ ศษท่ีรับผิดชอบใน
สิ่งอุปกรณตัดยอดสิ่งอุปกรณออกจากบญั ชีคุม เพ่ือปลดเปลื้อง ความรับผดิ ชอบของกองทัพบก เวนสงิ่
อุปกรณในโครงการใหด ําเนนิ การตามขอ 23.4
ตอนที่ 5
การชดใชสงิ่ อุปกรณ
ขอ 26 การชดใชส ่ิงอุปกรณ กระทําในเมื่อสิง่ อุปกรณไดชํารุดเสยี หาย เสื่อมสภาพ จนใช
ราชการไมได สูญหาย ตาย ซึง่ เกิดข้ึนจากการจงใจ หรือประมาทเลินเลออยางรา ยแรง หรือทุจริต หรอื
ปฏิบัติหนาที่ บกพรอง ซึ่งจะดําเนินการไดหลังจากที่คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดที่กองทัพบกแตงตั้ง ไดรายงานผลการสอบสวน และกองทัพบกไดสั่งการใหมีการชดใชอยางใด
อยางหน่งึ แลว
ขอ 27 การชดใชสิ่งอุปกรณ กระทําได 3 วิธี คือ การแกไขใหค งสภาพเดิม การชดใชดวย
ส่ิงอุปกรณ และการชดใชด ว ยเงนิ
27.1 การแกไขใหคงสภาพเดมิ ในกรณที ี่สามารถแกไขใหคงสภาพเดิมได ใหแกไข
โดยผูรบั ผิดชดใชเ สยี คา ใชจ า ยเอง ภายในกาํ หนดเวลาอนั เหมาะสม /
27.2 การชดใชดวยสิ่งอุปกรณ ในกรณีที่สูญหาย หรือไมสามารถแกไข ใหคง
สภาพเดิมได
27.2.1 สิ่งอุปกรณที่นํามาชดใช ตองมีชนิด ลักษณะ และขนาดอยาง
เดียวกนั หรอื คลา ยคลึงกนั โดยมีสภาพไมด อยไปกวาสิ่งอุปกรณท ่ีขออนุมัตจิ าํ หนายออกจากบญั ชีคมุ นน้ั
27.2.2 ส่ิงอุปกรณซ่ึงไมใ หชดใชดวยส่งิ อุปกรณ มดี ังตอ ไปนี้
27.2.2.1 สง่ิ อปุ กรณหลกั
27.2.2.2 สิง่ อุปกรณสําคญั
27.2.3 ผชู ดใชต อ งออกคาใชจา ยทั้งสน้ิ ในการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์สิง่ อุปกรณ
และตองนําสิ่งอุปกรณที่นํามาชดใชสงมอบหรือติดตั้งใหแกทางราชการ ตามตําบลที่ผูสั่งการชดใช
กําหนด ภายใน เวลา 30 วัน นบั แตว นั ไดร บั แจง
27.3 การชดใชดวยเงิน ใหชดใชเปนเงินตามหลักเกณฑที่กระทรวงการคลัง
กําหนด รวมทงั้ ปฏิบตั ติ ามระเบียบแบบแผนของทางราชการทเี่ ก่ียวขอ ง
127
ขอ 28 การแกไขใหคงสภาพเดิม หรือการชดใชดวยสิ่งอุปกรณนั้น เมื่อผูบังคับหนวยท่ี
ไดรับ รายงานซึ่งเปนผูที่มีอํานาจอนุมัติจําหนายตามขอ 23.2 รับทราบการสั่งการของกองทัพบกให
แกไขใหคงสภาพเดิม หรือใหชดใชเปนส่ิงอปุ กรณแลว ใหผ ูบังคับหนว ยดังกลาวแตง ตั้งคณะกรรมการ
ตรวจรบั สิง่ อุปกรณที่แกไขหรอื ท่ี นํามาชดใช ประกอบดว ยขาราชการสัญญาบัตรอยา งนอ ย 3 นาย โดย
ใหแตงตั้งเจาหนาที่ที่มีความรูความชํานาญ ในสิ่งอุปกรณนั้นรวมดวย และเมื่อตรวจรับสิ่งอุปกรณ
เรียบรอยแลว ใหหนวยที่ไดรับรายงานซึง่ เปนผูแตงตั้ง คณะกรรมการตรวจรับสิ่งอุปกรณ รายงานขอ
อนมุ ัติข้นึ บญั ชีคมุ ตอกองทพั บก โดยปฏิบัตติ ามหลักเกณฑในการ ขออนมุ ตั ขิ ้ึนบญั ชคี ุมสิ่งอุปกรณท่ีมีผล
บงั คับใชในปจจบุ ัน
การปฏบิ ตั ิตอส่ิงอปุ กรณห รือซากสง่ิ อุปกรณท ี่ไดร บั อนุมัติใหจาํ หนา ยออกจากบญั ชีคมุ แลว
ขอ 29 การปฏบิ ัติตอสิ่งอุปกรณห รอื ซากสิ่งอปุ กรณ หมายถงึ การดําเนินการอยางใดอยาง
หนง่ึ ตอไปนี้
29.1 กรณีเปนสิ่งอุปกรณในโครงการ ใหปฏิบัติตามขอตกลงกับองคการที่ให
ความชวยเหลือ
29.2 การขาย
29.3 การแลกเปล่ยี น
29.4 การโอน
29.5 การทําลาย
29.6 การทาํ ใหสนิ้ สภาพทางทหารกอนขาย หรอื แลกเปลีย่ น
29.7 การนําไปใชประโยชนอ ยางอนื่
ขอ 30 ผูบังคบั บัญชาชั้น ผูบัญชาการกองพล หรือเทียบเทา ผูบังคับบัญชาชัน้ แมท ัพหรือ
เทียบเทาเจากรมฝา ยยุทธบริการ หรือเจากรมฝายกิจการพิเศษ หากไมมีขอกําหนดไวเปนอยา งอ่ืนแลว
ในการอนมุ ัติ จําหนา ยและสงั่ การปฏิบตั ิตอ สิ่งอปุ กรณหรือซากสิ่งอปุ กรณตามขอ 23.2 นั้น ใหพิจารณา
สง่ั การปฏิบตั ิอยา งใด อยางหนงึ่ ดังตอ ไปน้ี
30.1 มอบใหแกผูชดใช ในกรณที ่ีมใิ ชส ่ิงอุปกรณหลัก หรือสิ่งอปุ กรณส ําคญั
30.2 สงใหตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย หรือปฏิบัติตามที่กรมฝายยทุ ธ
บรกิ าร หรือกรมฝายกจิ การพิเศษท่ีรับผดิ ชอบในสิ่งอปุ กรณน น้ั กาํ หนด
30.3 ใหห นวยนาํ ไปใชประโยชนอ ยางอ่ืน
30.4 ทําลาย
ขอ 31 ผูบ ัญชาการทหารบก สง่ั การปฏิบัติตอสงิ่ อุปกรณ หรอื ซากสงิ่ อุปกรณ ดงั ตอ ไปน้ี
31.1 ตามขอ 30 รวมทง้ั เปล่ียนแปลงแกไขการปฏิบัติท่ีผมู อี าํ นาจไดสั่งการไวแลว
31.2 ขาย
31.3 แลกเปลยี่ น
31.4 โอน
31.5 การดําเนินการตามขอ 31.2 ถึง ขอ 31.4 ใหปฏิบัติตามระเบียบสํานัก
นายกรฐั มนตรีวา ดวยการพสั ดุ ฉบบั ทีม่ ผี ลใชบังคบั อยูใ นปจจุบัน และทแี่ กไขเพ่ิมเติม สําหรับส่ิงอุปกรณ
หรือซาก สิ่งอุปกรณที่มีชีวิตที่ไดรับอนุมัติใหจําหนายแลว มอบอํานาจใหเจากรมการสัตวทหารบกส่ัง
128
การปฏิบัติตอสิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณโดยลงนาม รับคําสั่งผูบ ัญชาการทหารบก พรอมสําเนา
เรื่องท้งั หมดใหกองทัพบกทราบภายใน 30 วนั
ขอ 32 สิ่งอุปกรณ และซากสิง่ อุปกรณในโครงการ ใหถือปฏิบตั ติ ามแนวทางในขอ 23.4
ของระเบยี บน้ี
ขอ 33 สงิ่ อปุ กรณหรือซากสิ่งอุปกรณต อไปนี้ หามมอบใหแ กผ ูชดใช
33.1 ส่ิงอปุ กรณหลัก
33.2 สงิ่ อุปกรณสาํ คญั
ขอ 34 การสง ใหต าํ บลรวบรวมส่งิ อปุ กรณจ ําหนา ย
34.1 สงใหแ กตาํ บลรวบรวมสิ่งอปุ กรณจําหนายที่สะดวกในการขนสง และ เสีย
คาใชจายนอยที่สดุ โดยถือปฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก วาดว ยการสงและรับสิ่งอปุ กรณ ทีม่ ีผลบังคับ
ใช ในปจ จุบนั
34.2 หลกั ฐานประกอบการสง คืนส่งิ อุปกรณ
34.2.1 สําเนารายงานขออนุมัติจาํ หนา ย (ทบ.400 - 065) ท่อี นมุ ตั แิ ลว
34.2.2 หลักฐานการสงคืน ใชใบสงคืน (ทบ.400 - 013) หรือใบสงคืน
และสงสิ่งอุปกรณ (ทบ.400 - 014) หรือใบเบกิ หรือใบสงคืนสิ่งอุปกรณ (ทบ.400 - 007 - 1) แลวแต
กรณี
34.3 สิง่ อุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณที่จะตองสงคืน หรือไมตองสงคืน หรือใหสง
หรือหามมิใหสงใหแกตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายใดเปนการเฉพาะ ใหกรมฝายยุทธบริการและ
กรมฝาย กิจการพิเศษที่รับผิดชอบในสิ่งอุปกรณ จัดทํารายการเสนอใหกรมสง กําลังบํารุงทหารบก
พิจารณาใหความเห็นชอบ จากนั้นใหกรมฝายยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผดิ ชอบในส่ิง
อุปกรณออกคําสั่งกําหนดหลักเกณฑ การปฏิบัติสาํ หรบั สิง่ อุปกรณในความรับผิดชอบดังกลาว ทั้งนี้ ให
ดําเนินการปรับปรงุ ทุก 3 ป พรอ มท้งั สําเนาคําสัง่ ดงั กลา วใหกรมสงกาํ ลังบาํ รงุ ทหารบกทราบดวย
ขอ 35 การจําหนายสิ่งอปุ กรณจะเสรจ็ สมบูรณเม่ือสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณที่ไดรับ
อนมุ ตั ิจําหนายไดถกู ดําเนินการ มอบใหแกผูชดใช ทําลาย ขาย แลกเปล่ียน โอน หรือปลดเปลอ้ื งความ
รบั ผิดชอบ ของกองทพั บกโดยวิธกี ารใดวธิ กี ารหนึง่ เรยี บรอยแลว
ตอนท่ี 7 ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจาํ หนาย
ขอ 36 การจัดตัง้
36.1 ใหห นว ยตาง ๆ ตอไปน้ี จัดตงั้ ตาํ บลรวบรวมส่งิ อุปกรณจาํ หนาย
36.1.1 มณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบกทีม่ ีหนา ทีส่ นับสนุนทาง การ
สงกาํ ลงั
36.1.2 กองบญั ชาการชวยรบ
36.1.3 กรมฝายยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษท่ีรับผิดชอบ ในส่งิ
อุปกรณ
36.2 ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย ประกอบดวยเจาหนาที่ สถานที่ และ
เครือ่ งมือเคร่อื งใชต ามความจําเปน
36.2.1 เจาหนาที่ของตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายจัดจากกําลังพล
ซึง่ บรรจุไวตามอตั ราบรรจุของหนว ยจดั ตงั้ ประกอบดวย
129
36.2.1.1 นายทหารสัญญาบตั ร 1 - 3 นาย แลวแตขนาด หนวย
จัดตั้ง ทําหนาที่เปนหัวหนาตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย และผูชวยหัวหนาตําบลรวบรวมส่ิง
อปุ กรณ จาํ หนาย ตามความเหมาะสม
36.2.1.2 เจาหนาท่ชี วยเหลือตามความจําเปน
36.2.2 สถานที่ซึ่งจัดตั้งเปนตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย คงใช
สถานที่ ที่มอี ยูเดิมของหนวยจัดต้ัง ทั้งนี้ควรเปน สถานที่ที่มีความปลอดภัย และสามารถอํานวยความ
สะดวกแกผมู าตดิ ตอ ได
36.2.3 เคร่ืองมือเคร่อื งใชของตาํ บลรวบรวมสิง่ อปุ กรณจ ําหนา ยใหใ ช รวม
กับหนวยจัดตงั้
ขอ 37 หนาทแ่ี ละความรับผดิ ชอบ
37.1 ผูบังคับหนวยจดั ตั้งตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย เปนผูบังคับบัญชา
โดยตรงของตาํ บลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ ําหนาย
37.2 หัวหนาตําบลรวบรวมสง่ิ อุปกรณจาํ หนา ย มีหนาที่ บังคับบัญชา รบั ผิดชอบ
การดาํ เนินการของตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ าํ หนา ย
ขอ 38 การดาํ เนินการของตําบลรวบรวมสิง่ อุปกรณจ ําหนาย ไดแ กก ารดําเนนิ การ รบั คดั
แยก ทาํ หลักฐานเอกสารทางบญั ชีคมุ เกบ็ รักษา และปฏิบตั ิตอสิง่ อุปกรณ หรอื ซากส่ิงอุปกรณ ซ่ึงไดรับ
อนมุ ตั ิใหจําหนาย ออกจากบญั ชีคมุ แลว
ขอ 39 การรับ
39.1 รับสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณ ซึ่งผูมีอํานาจอนุมัติไดสั่งการใหนําสง
ใหแ ก ตําบลรวบรวมส่ิงอุปกรณจําหนา ยนนั้ ๆ
39.2 รับซากสิ่งอุปกรณสิ้นเปลือง หรือชิน้ สวนซอมซึง่ ใชส้ินเปลืองไป หรือชํารดุ
เสื่อมสภาพตามการใชงานปกติ ซึ่งกรมฝายยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบในสิ่ง
อปุ กรณ กาํ หนดใหหนวยตองสงซากส่ิงอุปกรณดังกลา วคนื ใหกับตําบลรวบรวมสิ่งอปุ กรณจําหนา ย
39.3 ตาํ บลรวบรวมสิ่งอุปกรณจาํ หนา ย รบั ส่ิงอุปกรณหรือซากสิง่ อุปกรณทุกสาย
งาน เวน ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ ําหนา ยที่จัดต้ัง โดยกรมฝา ยยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษท่ี
รับผดิ ชอบ ในสงิ่ อปุ กรณ ใหรบั เฉพาะสิง่ อปุ กรณห รือซากสง่ิ อุปกรณใ นความรบั ผดิ ชอบ
39.4 ใหต าํ บลรวบรวมสิง่ อุปกรณจ ําหนาย รบั ส่งิ อปุ กรณ หรอื ซากสิ่งอุปกรณต าม
ขอ 39.1 และ 34.2 โดยดําเนินการตามระเบียบกองทัพบก วาดวยการสงและรับสิ่งอุปกรณ ที่มีผล
บังคบั ใชใ นปจจุบัน
ขอ 40 การคดั แยก
40.1 ส่ิงอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณ แยกตามรายการ
40.2 ซากสิ่งอุปกรณ ซึ่งชํารดุ แยกเปน สวน ๆ และประกอบกันเปนรูปเดิมไมได
(เศษซากส่ิงอปุ กรณ) แยกตามชนิดของวัตถุ
ขอ 41 การทําหลักฐานเอกสารทางบัญชคี มุ
41.1 สิ่งอุปกรณในโครงการ ดําเนินการตามขอตกลงกับองคการที่ใหความ
ชวยเหลือ
130
41.2 สิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณ ดําเนินการเชนเดียวกับการทําหลักฐาน
เอกสารทางบัญชีคมุ สิง่ อุปกรณ ที่ยังใชร าชการอยู โดยใชบัตรบัญชีคุมแบบ ทบ.400 - 003 - 2 สําหรบั
หนวยนับนนั้ สิง่ อปุ กรณห รอื ซากสง่ิ อุปกรณใหใชหนว ยนบั ตามลักษณะนาม สวนเศษซากส่ิงอุปกรณให
ใชห นวยนบั เปน นาํ หนกั หรอื ปริมาตรตามมาตราเมตริก
ขอ 42 การเกบ็ รักษา ใหดาํ เนินการเก็บรักษาใหปลอดภยั
ขอ 43 การปฏิบัตติ อ สิง่ อุปกรณห รอื ซากสง่ิ อุปกรณ
43.1 ใหต ําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย ดําเนนิ การปฏิบัติตอสิ่งอุปกรณหรือ
ซากสิ่งอุปกรณที่หนวยไดรับไวเพื่อดําเนินการตามอํานาจหนาที่ โดยวิธกี ารใดวิธีการหนึ่งตามขอ 29
ภายใน ระยะเวลา 5 เดอื น นบั ต้งั แตวนั ที่ตําบลรวบรวมส่ิงอุปกรณจาํ หนา ยไดร ับสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่ง
อุปกรณ ทั้งนี้ หากไมสามารถดําเนินการแลวเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ใหผูบังคับหนวยจัดตั้ง
ตําบลรวบรวมสิง่ อปุ กรณ จําหนายมีอํานาจอนุมตั ิขยายระยะเวลาในการดําเนินการออกไปอีกไมเกิน 6
เดือน หากยังไมสามารถดาํ เนินการ แลวเสร็จ ใหผูบังคับหนวยจดั ต้ังตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจาํ หนา ย
รายงานขอขยายระยะเวลาดําเนินการตอสิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณดังกลาวตามสายการบังคับ
บัญชาจนถึงกรมสงกําลังบํารุงทหารบก เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้การ รายงานใหชี้แจงเหตุผลความ
จําเปน และระยะเวลาทจ่ี ะสามารถดําเนนิ การใหแลวเสร็จดวย
43.2 การปฏิบัติตอสงิ่ อุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณตามขอ 29.1 ถึงขอ 29.4 ใหผู
บังคับหนวยจัดตั้งตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย รายงานขออนุมัติจนถึงกองทัพบก (ผานกรมสง
กําลังบํารุง ทหารบก) สําหรับการปฏิบัติตามขอ 29.5 ถึงขอ 29.7 ใหปฏิบัติตามระเบียบวา ดวยการ
ดาํ เนินงานของตาํ บล รวบรวมสิ่งอุปกรณจ าํ หนา ยของหนวย
43.3 เมื่อตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย หรือหนวยที่ไดรับอนุมัติให
ดําเนินการ ตอซากสิ่งอปุ กรณที่ไดรับอนุมัติจําหนาย ไดดําเนินการตอสิ่งอุปกรณหรอื ซากสิ่งอุปกรณ
เพื่อปลดเปล้ืองความรบั ผดิ ชอบของกองทพั บกเรียบรอยแลว ใหผบู ังคบั หนวยทจี่ ัดต้ังตําบลรวบรวมสง่ิ
อปุ กรณจําหนาย หรอื ผูบังคับหนว ยที่ ไดรับอนุมตั ใิ หดาํ เนินการตอซากสงิ่ อุปกรณท ่ีไดรบั อนุมัติจําหนาย
แลวแตกรณี แจงผลการดําเนินการ ใหกรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบส่ิง
อุปกรณท ราบโดยตรง ภายใน 30 วัน
ตอนท่ี 8 ขอ กําหนดอืน่ ๆ
ขอ 44 อํานาจในการกาํ หนดระเบียบปลกี ยอย
44.1 ใหกรมสงกําลังบํารุงทหารบก กรมฝายยุทธบริการ และกรมฝายกิจการ
พิเศษ ทร่ี บั ผดิ ชอบในส่งิ อุปกรณ กําหนดระเบียบปลกี ยอยท่ีเก่ียวกับการจาํ หนา ยโดยไมข ัดกบั ระเบยี บน้ี
44.2 ใหกรมพลาธิการทหารบก กําหนด ระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานของ
ตําบล รวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายของตน และใหจังหวัดทหารบก มณฑลทหารบก กองบัญชา
การชวยรบ และกรมฝาย ยุทธบรกิ าร ทจ่ี ัดตงั้ ตาํ บลรวบรวมสิง่ อุปกรณจําหนา ยข้ึน กําหนดระเบียบการ
ปฏิบัติ ณ ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณ จําหนายโดยยึดถือแนวทางปฏิบัติตามระเบียบที่กรมพลาธิการ
ทหารบกกําหนดโดยอนโุ ลม
131
ขอ 45 บทเฉพาะกาล
45.1 การดาํ เนนิ กรรมวธิ จี ําหนา ยสงิ่ อุปกรณใดๆ ทห่ี นว ยรายงานไดเ สนอรายงาน
ขออนุมัติจําหนายมายังผูมีอํานาจอนุมัติจําหนาย ตามระเบียบกองทัพบก วาดวยการจําหนายส่ิง
อุปกรณ พ.ศ. 2539 และที่แกไขเพิ่มเติมที่คางพิจารณาอยูกอนวันที่ระเบียบนี้ใชบงั คับ ใหหนวยท่ี
เกี่ยวของดําเนนิ การ ตามระเบียบ กองทัพบกวาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ. 2534 และที่แกไข
เพิม่ เติม จนกวา จะแลว เสรจ็
45.2 ใหกรมฝายยทุ ธบริการและกรมฝา ยกิจการพิเศษทีร่ บั ผิดชอบในสิ่งอุปกรณ
ประกาศรายการสิง่ อุปกรณตามขอ 34.3 ซงึ่ ตอ งไมเกนิ หนง่ึ ปนบั ตง้ั แตวนั ท่รี ะเบียบนใี้ ชบังคับ
ในระหวางที่ยังไมไดประกาศรายการส่ิงอุปกรณตามขอ 34.3 ใหคําสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 1188/53
ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง การกําหนดรายการส่ิงอุปกรณที่หนวยจะตอง สงซากคืนและไม
ตองสงซากคืน ยังคงมีผลใชบังคับตอไปจนกวาจะมีประกาศรายการส่ิงอุปกรณตามวรรคหนึ่งและ ให
หนวยถอื ปฏิบตั ติ ามคาํ สัง่ ดังกลาวไปพลางกอน
ประกาศ ณ วนั ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557
พลเอก ประยทุ ธ จันทรโอชา
( ประยุทธ จันทรโอชา )
ผูบญั ชาการทหารบก
กรมสง กําลงั บาํ รุงทหารบก
132
133
คาํ อธิบายวธิ ีเขียน ผนวก ก แบบรายงานขออนุมตั จิ าํ หนาย
1. จากหนวยรายงาน ใหลงนามหนวย ตามขอ 14 ของระเบยี บกองทัพบก วา ดวยการ
จําหนา ย สิ่งอุปกรณ พ.ศ. 2557
2. ถงึ หนวยสนับสนนุ ใหลงนามหนวยสนับสนุนทางการสงกําลังทีร่ ับผดิ ชอบสนบั สนุน
โดยตรง สิง่ อุปกรณท จี่ ะจาํ หนายใหแกห นวยครอบครอง เชน
134
2.1 กรณีหนวยครอบครอง เชน พัน.ร. หรือ รอ ย.นขต.พล. รับการสนบั สนุนโดยตรง
ชิ้นสว นซอม สป.สาย สพ. จาก กอง สพบ.พล. ดังนัน้ กอง สพบ.พล. จงึ เปนหนวยสนับสนุนโดยตรงใน
สวนของ ชิ้นสวนซอมดงั กลา ว
2.2 กรณีหนวยครอบครอง รับการสนับสนุนโดยตรง สป.บางประเภท จาก มทบ.
ดงั น้นั มทบ. จึงเปน หนว ยสนบั สนุนโดยตรง สป. ประเภทดงั กลาว
2.3 กรณีหนวยครอบครอง รับการสนับสนุนโดยตรง สป.บางประเภท จาก บชร.
ดงั นัน้ บชร. จงึ เปน หนว ยสนับสนนุ โดยตรง สป.ประเภทดงั กลา ว
2.4 กรณีหนวยครอบครอง รับการสนับสนุนโดยตรง สป.จากกรมฝายยุทธบริการ
ดงั นน้ั กรมฝายยุทธบริการ จึงเปนหนว ยสนับสนนุ โดยตรง
2.5 กรณีที่เปนการจายสิ่งอุปกรณอัตโนมัติจากกรมฝายยุทธบริการหรือหนวย
สนับสนุน ทางการสงกาํ ลังใหกับหนวยครอบครองตามความจําเปนเรงดวน หรอื ตามที่ ทบ.สั่งการเปน
กรณีพิเศษ ซ่ึงตามปกติแลว กรมฝายยุทธบริการหรือหนวยสนับสนุนทางการสงกําลังดังกลาวมิไดทํา
หนาที่สนับสนุนโดยตรงใหกับหนวย ครอบครอง กรณีดังกลาวขางตนจึงไมถือวากรมฝายยุทธบริการ
หรือหนวยสนบั สนุนทางการสงกําลังดังกลา วเปน หนวยสนับสุนนโดยตรงใหกับหนวยครอบครอง โดย
ยังคงใหหนว ยรายงาน ขออนุมัติจําหนายผานหนวยสนับสนนุ ท่ใี หการสนบั สนุนตามปกติ
3. หนว ยครอบครอง หมายถงึ หนว ยระดบั กองพันหรือเทยี บเทา หรอื กองรอยอิสระข้ึนไป
ซ่งึ เปนหนว ยใช ท่ีรับการสนับสนนุ สงิ่ อปุ กรณจากหนว ยสนับสนุนโดยตรง เชน พนั .ร. หรอื รอย.สห.พล.
เปนตน โดยใหล งนามหนวยตามขอ 16 ของระเบียบกองทัพบกวาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ.
2557
4. สายงานที่ควบคมุ ใหลงสายยุทธบริการท่ีรับผิดชอบสิ่งอุปกรณ โดยใชคํายอ เชน กส.,
พธ. ฯลฯ ในรายงานคร้ังหนง่ึ ๆ ใหใ ชเ ฉพาะสายงานทคี่ วบคมุ สายเดยี ว
5. ที่ ใหลงท่ีหนงั สอื ออกตามระเบยี บงานสารบรรณ
6. วันท่ี เดอื น พ.ศ. ใหล งวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. ท่ีสงหนังสอื ออกจากหนวยรายงานโดยใชค ํายอ
เชน วนั ที่ 10 เดอื น ม.ค. พ.ศ. 57
7. เอกสารที่แนบรวมแผน ใหลงจาํ นวนแผนของเอกสารทัง้ หมดทีแ่ นบเวนแบบ ทบ.400 -
065 ผนวก ก แบบรายงานขออนมุ ัติจาํ หนาย ท่ีใชรายงาน
8. ลําดับ ใหลงลําดบั ท่ีของส่งิ อปุ กรณท ่ีขออนมุ ตั จิ ําหนา ย
9. หมายเลขส่ิงอุปกรณ ใหลงหมายเลขสง่ิ อุปกรณท่ใี ชอ ยใู นปจจุบนั
10. รายการ ใหล งรายการสง่ิ อปุ กรณแ ตล ะรายการ ซงึ่ มรี าคาซ้อื หรือไดมาหนว ยละเทากัน
11. จาํ นวน ใหลงจาํ นวนสิง่ อปุ กรณแตละรายการ
12. หนวยนับ ใหลงหนวยนับเปนมาตราของสิ่งอุปกรณแตละรายการ เชน ลิตร เมตร
กิโลกรัม หรือตามลกั ษณะนาม เชน คนั นัด ตวั สาย ฯลฯ
13. หลักฐานการรับ ใหลงหลักฐานการไดมาของสิ่งอุปกรณ เชน ทะเบียนจา ยของหนว ย
จา ยเวน ชนิ้ สว นซอ มไมตอ งลงในชอ งน้ี
14. ราคาซื้อหรือไดมาหนวยละ ใหใชตามขอ 5.18 ของระเบียบกองทัพบก วาดวยการ
จําหนาย พ.ศ.2557 แตละรายการเปนบาท
15. ราคาซอื้ หรอื ไดมา ใหลงผลคณู ของจํานวนกับหนว ยละ (ชอ ง 90 x ชอง 14)
135
16. หมายเหตุ ใหล ง
- ซากมีหรอื ไม ถามีอยูที่ใด - ขอความอื่นๆ ที่เปนประโยชนในการพิจารณาของผูมี
อํานาจอนุมตั ิ
- รบั รองตรวจถกู ตอ ง โดยนายทหารสัญญาบัตร
17. ราคาท้งั สน้ิ ใหลงผลบวกของชองรวม ตง้ั แต รายการแรกถึงรายการสุดทาย พรอมทั้ง
ให วงเลบ็ วงเงินเปนตัวหนังสอื กํากับดว ยทกุ คร้ัง
18. ขอเสนอของหนวยรายงาน ใหลงขอเสนอของผูบังคับหนวยรายงานในเรื่องตอไปนี้
ยอ ๆ
- เรียน (ผบ.หนวยสนับสนุน) - หนว ย (หนวยครอบครอง) - ขออนุมัติจาํ หนาย ......
สป.สาย.... รวมรายการ วงเงนิ ....บาท
- สรปุ ความเหน็ ของกรรมการสอบสวน (เห็นควรใหจ ําหนา ยโดยไมค วรตองมีผูรับผดิ
เพราะเหตุใด เชน เพราะเปนเหตสุ ดุ วิสัย หรอื ไมไดเกดิ จากความประมาท เลินเลอ หรอื เกดิ ข้ึนตามปกติ
วสิ ยั เปนตน หรอื ควร ตองมีผรู บั ผดิ เพราะเหตใุ ด เชน ความจงใจประมาทเลนิ เลอ)
- วงเงนิ ในการจําหนายครั้งน้ีอยใู นอาํ นาจอนมุ ตั ิ (ผบ.พล, มทภ., จก.ฝา ยยุทธบริการ,
ผบ.ทบ.ฯลฯ)
- สิ่งอปุ กรณ/ซากสิ่งอุปกรณใหดําเนินการ (ตามขอ 30, 31 หรือ 32 ของระเบียบ
กองทพั บก วาดวยการจําหนา ย พ.ศ. 25537)
- หนวย (หนวยรายงาน) - ตรวจสอบแลวเห็นควร (อนุมัติใหจําหนาย และเบิก
ทดแทนได)
- ลงช่อื ผบ.หนว ยรายงาน หรอื ผทู ําการแทน
19. ความเห็นของหนวยสนับสนุน (โดยตรง) ถาวงเงินอยูในอํานาจอนุมัติของ ผบ.พล.
หรือ เทียบเทาหนวยสนับสนุนโดยตรงเรียน (ผบ.หนวยที่มีอํานาจอนุมัติ) เสนอแนะ (เห็นควรอนุมัติให
จาํ หนายและ เบิกทดแทนไดต ามที่หนวย (ชื่อหนวยรายงาน) เสนอ อยูในอํานาจของ... อนุมัติ) ลงชื่อ
ผบ.หนวยสนับสนุน โดยตรงหรือผูทําการแทน ถาวงเงินเกินอํานาจอนุมัติของ ผบ.พล.หรือเทียบเทา
หนวยสนับสนุนโดยตรงเรียน (ผบ.หนวยสนับสนุนทั่วไป) เสนอแนะเชนเดียวกับขอเสนอขา งตน กรณี
หนวยสนับสนนุ โดยตรง ไดแก มทบ./จทบ. บชร. หรอื กรมฝา ยยทุ ธบรกิ าร กใ็ หบนั ทกึ ความเหน็ ในชองน้ี
ดว ย
20. การส่งั การของผูมอี ํานาจอนุมัติ (ระดบั ผบ.พล.หรือเทียบเทา )
- สาํ หรบั ผมู ีอํานาจอนุมตั ิสงั่ การ (ระดับ ผบ.พล.หรือเทียบเทา)
21. ความเหน็ ของหนว ยสนบั สนนุ (ท่วั ไป)
- ถาวงเงินอยูในอํานาจอนุมัติของ มทภ. หรือเทียบเทา หนวยสนับสนุนทั่วไป เรียน
(ผบ.หนวย ที่มีอํานาจอนุมัติ) เสนอแนะเชนเดียวกับขอ 19 กรณีหนวยสนับสนุนทั่วไป และหนวย
สนบั สนุนโดยตรงเปนหนว ย เดียวกนั ไมต องบนั ทึกความเห็นในชอ งน้ี
- ถาวงเงินเกินอาํ นาจของ มทภ.หรือเทียบเทา หนว ยสนบั สนุนทั่วไป เรียน (จก.ฝาย
ยทุ ธบรกิ าร) เสนอแนะเชน เดียวกบั ขอ 19
22. การส่ังการของผมู อี าํ นาจอนุมตั ิ (ระดับ มทภ. หรอื เทยี บเทา)
- สําหรบั ผมู ีอาํ นาจอนมุ ัติส่งั การ (ระดบั มทภ.หรอื เทยี บเทา)
136
23. บันทึกความเห็นของหนวยสนับสนุน (กรมฝายยุทธบริการ หรือ กรมฝายกิจการ
พเิ ศษ)
- กรมฝายยุทธบริการ หรือ กรมฝายกิจการพิเศษ บันทึกความเห็นเพื่อเสนอผูมี
อํานาจอนุมัติ ระดับ ทบ. กรณีที่กรมฝา ยยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ เปนหนวยสนบั สนุน
โดยตรงให กรมฝา ยยุทธบรกิ าร หรือกรมฝา ยกจิ การพเิ ศษบนั ทึกความเห็นในชองน้ีดว ย
24. การสงั่ การของผูมีอาํ นาจอนมุ ตั ิ (ระดับ ทบ.)
- สําหรบั ผูมีอํานาจ ระดับเจากรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ หรอื ผู
บญั ชาการทหารบก
-----------------------------------------------
ตรวจถูกตอง
พ.อ. สุเอช อมาตยกุล
(สเุ อซ อมาตยกุล )
นายทหารปฏบิ ัติการประจํา กบ.ทบ.
26 ธ.ค. 56
137
138
คําอธบิ าย ผนวก ข ทางเดินเอกสาร
1. หนว ยเริม่ รายงาน คอื หนวยระดบั กองรอ ย หรอื เทยี บเทา เชน กองรอ ย นขต.กรมกอง
กองรอ ย นขต.พล. แผนก นขต.บก.ทภ. นขต.บก.มทบ. นขต.บก.จทบ. ฯลฯ
2. หนวยรายงาน คือหนวยบงั คบั บัญชา ขนาดกองพัน หรอื เทียบเทา ข้ึนไป ซึ่งเปนหนวย
บังคบั บัญชาของหนวยตามขอ 1 (หนวยเรม่ิ รายงาน) เชน กองพนั กรม กองพล ฯลฯ
3. หนว ยสนับสนนุ โดยตรง ท่ีใหการสนับสนุนทางการสง กําลังโดยตรงแกห นวยตามขอ 2
เชน บชร. สนับสนุนโดยตรงใหกับหนวยที่มีที่ตั้งในจังหวัดเดียวกันกับ บชร., มทบ./จทบ. สนับสนุน
โดยตรง (เฉพาะ สป. บางสายยุทธบริการ) ใหกับหนวยที่มีที่ตั้งในพื้นท่ี, กรม สน./กอง สพบ.พล.
สนับสนุนช้ินสว นซอ มใหก ับ นขต.พล.ฯลฯ
4. ผูอนุมัติระดับ ผบ.พล. หรือเทียบเทา มีอํานาจอนุมัติตามขอ 11 ของระเบียบ
กองทพั บกวาดว ย การจําหนา ยส่งิ อุปกรณ พ.ศ. 2557
5. หนวยสนบั สนนุ ทว่ั ไป ทใี่ หการสนับสนุนการสง กําลังเปน สวนรวมใหแกหนว ย ตามขอ 3
เชน บชร. สนบั สนุนสว นรวมใหก ับ มทบ./จทบ., กรม สน./กอง สพบ.พล.
6. ผูอนุมัติระดับ มทภ. หรือเทียบเทา มีอํานาจอนุมัตติ ามขอ 12 ของระเบียบกองทัพบก
วา ดวย การจําหนา ยส่งิ อุปกรณ พ.ศ. 2557
7. หนว ยสนับสนุนระดับกรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ ไดแก กรมฝาย
ยุทธบรกิ าร หรือกรมฝา ยกจิ การพเิ ศษทรี่ บั ผดิ ชอบในสงิ่ อปุ กรณ เชน พธ.ทบ., สพ.ทบ., สบ.ทบ.ฯลฯ
8. ผูอนุมัติระดบั กรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝา ยกิจการพเิ ศษ มีอํานาจอนุมัติ ตามขอ
13 ของระเบยี บกองทัพบก วาดว ยการจาํ หนา ยสงิ่ อปุ กรณ พ.ศ. 2557
9. ผูมีอํานาจอนุมัติระดับ ผบ.ทบ. มีอํานาจอนุมัติ ตามขอ 14 ของระเบียบกองทัพบกวา
ดวย การจาํ หนายส่งิ อปุ กรณ พ.ศ. 2557
-------------------------------------------------------
ตรวจถกู ตอง
พ.อ. สุเอช อมาตยกุล
( สเุ อซ อมาตยกุล )
นายทหารปฏิบตั ิการประจํา กบ.ทบ.
26 ธ.ค. 56
เชงิ อรรถ
- ระเบียบ ทบ.ว่าดว้ ยการซอ่ มบำรงุ ยทุ โธปกรณ์ พ.ศ.2524
- ระเบยี บ ทบ.ว่าดว้ ยการส่งกำลัง สป.3 สายพลาธิการ พ.ศ.2524
- ระเบยี บ ทบ.ว่าดว้ ยการส่งกำลัง สป.3 สายพลาธกิ าร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2531
- ระเบีบบ ทบ.วา่ ด้วยการสง่ กำลัง สป.2 และ 4 พ.ศ.2534
- ระเบยี บ ทบ.วา่ ดว้ ยการสง่ กำลงั สป.5 พ.ศ.2542
- ระเบียบ ทบ.ว่าดว้ ยการส่ง และรบั สิง่ อุปกรณ์ พ.ศ.2500
- ระเบยี บ ทบ.ว่าด้วยการจดั การเคลือ่ นยา้ ย พ.ศ.2537
- พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองทัพบก กองทัพไทย
กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2552
- ระเบยี บกองทพั บกว่าด้วยความรับผดิ ชอบ สป. พ.ศ.2555
- ระเบยี บกองทพั บก วา่ ดว้ ยการจำหนา่ ยส่งิ อุปกรณ์ พ.ศ.2557
- ระเบียบกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยการจัดซ้อื จดั จ้าง และการบริหารพัสดภุ าครฐั พ.ศ.2560
- หลักนิยมการส่งกำลังบำรงุ ของ ทบ. พ.ศ.2562
- คำส่งั กองทพั บก 333/2562 เรอื่ ง กำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคดิ และความรบั ผิดชอบในการ
ส่งกำลงั บำรุงของกองทพั บก