The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by komkrich vekchalikanon, 2022-05-04 01:40:25

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

ตำราวิชาส่งกำลังบำรุง เม.ย.65 (ฉบับสมบูรณ์)

94

3.3.2 ตั้งงบประมาณคาเชา และคา ใชจายตาง ๆ
3.3.3 ตง้ั งบประมาณสาํ รวจ และสอบเขตท่ีดิน
3.3.4 ควบคมุ รักษาทะเบยี นประวัติ โดยคัดสาํ เนาหลักฐานทะเบียนประวัติ ที่ดิน
ในปกครองของกองทัพบกทุกประเภท และเก็บรักษาไว 1 ชุด สงใหหนว ยปกครองที่ดินเก็บรักษาไว 2
ชดุ
3.3.5 ดําเนนิ การขึ้นทะเบียนราชพสั ดุ
4. การสอบเขต ทําแผนผัง ขนาด ลกั ษณะ หลกั เขตและการปก หลักเขต
4.1 ใหหนวยปกครองทดี่ นิ จัดการสอบเขตทีด่ นิ ในปกครองของกองทัพบก ทกุ ประเภท
ที่อยูใ นความรับผิดชอบใหแนชัดถูกตอง ทําแผนที่หมายหลักเขตไว และตองปกหลักเขตแสดงเปน เขต
ทหาร โดยแนช ดั หากหนว ยใดไมมเี จาหนาทดี่ ําเนินการใหขอจากหนว ยเหนือ
4.2 หลกั เขตของกองทพั บกมีขนาดและลักษณะดังนี้
4.2.1 ขนาดใหญ กวา งดานละ 20 เซนตเิ มตร ยาว 2.00 เมตร
4.2.2 ขนาดเล็ก กวางดานละ 15 เซนติเมตร ยาว 1.50 เมตร
หลักเขตทั้ง 2 ขนาดนี้ทําดวยคอนกรีตเสริมเหล็ก มีลักษณะเปนรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
ตอนบนมเี ครอ่ื งหมายกองทพั บกทง้ั 4 ดาน ให กรมยุทธโยธาทหารบก เปน ผอู อกแบบหลกั เขตที่ดนิ นี้ไว
เปน มาตราฐาน เม่อื หนวยใดตอ งการใหข อรปู แบบไดโดยตรงจาก กรมยุทธโยธาทหารบก
4.3 การปก หลกั เขต
4.3.1 หลกั เขตขนาดใหญใชป ก ในพนื้ ที่รก เชน เขตตดิ ตอ กับปา หรือ พงหญาสูงให
ปกตรงจุดหกั เปน มมุ ๆ ละ 1 หลกั ปกลึกลงดนิ 1.24 เมตร
4.3.2 หลักเขตขนาดเล็ก ใชปกในพื้นที่ไมรก เชน เขตตดิ ตอทุงนา สนาม ฯลฯ ใหป ก
ระยะหางจากหลักถึงหลักไมเกิน 400 เมตร ปก ลึกลงดนิ 1.00 เมตร
ข. แนวทางปฏิบตั ทิ ่ีดนิ ราชพัสดุที่เกย่ี วเนอื่ งกบั กองทัพบก
1. ทด่ี ินราชพัสดุในความปกครองของกองทัพบก จะตองสํารวจรายการสงขึน้ ทะเบียนราชพัสดุ
ตอ กรมธนารักษ กระทรวงการคลงั การดาํ เนินการเปนหนาทีข่ องกรมยทุ ธโยธาทหารบก
2.การขอใชท ีด่ ินราชพสั ดุเพื่อประโยชนในราชการ
ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518 “ขอ 10
กระทรวง ทบวง กรมใดประสงคจะใชทีร่ าชพัสดุ เพือ่ ประโยชนในทางราชการ ถา ท่ีราชพัสดุน้ัน ตั้งอยู
ในกรุงเทพมหานคร ใหทําความตกลงกับกรมธนารักษ แตถาที่ราชพัสดุนั้นตั้งอยูในจังหวัดอื่นให แจง
การขอใชท ีร่ าชพสั ดุน้นั ตอผวู าราชการจงั หวัด เม่ือไดร ับความยนิ ยอมจากผูวา ราชการจังหวดั ใหทําความ
ตกลงกับกรมธนารักษ
3. การเลกิ ใชท ร่ี าชพสั ดุ
ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญตั ทิ ร่ี าชพสั ดุ พ.ศ.2518 “ขอ 13
เมื่อปรากฏวา กระทรวง ทบวง กรมใดเลิกใชทร่ี าชพัสดเุ พอ่ื ประโยชนในทางราชการอยางอน่ื นอกจากท่ี
ไดตกลงไวกับกรมธนารกั ษให กระทรวง ทบวง กรมนั้นแจงตอกรมธนารักษ เพ่ือสงคนื ทีร่ าชพัสดุ หรือ
ทําความตกลงกับ กรมธนารกั ษใหมแ ลว แตกรณี”
4. การรื้อถอนสง่ิ ปลูกสรางในทรี่ าชพัสดุ

95

ขอตกลงระหวางกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงการคลัง กําหนดสิ่งปลูกสรางในที่ดิน ไมว าจะ
จัดหาดวยเงินงบประมาณแผนดินหรือไมก็ตาม ไมตองสํารวจรายการสิ่งขึ้นทะเบียนราชพัสดุกับ
กระทรวงการคลัง เพราะราชการ กห.เปนราชการพิเศษเกี่ยวกับการปองกันราชอาณาจักรตาม
พระราชบัญญัตริ ะเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 8 ส่ิงปลกู สรา งบางประเภทตอง
สงวน และปกปด เปนความลับในทางราชการทหาร เชน ปอมคาย สนามบิน คลังกระสุนวัตถุระเบิด
ฯลฯ ถา หากสาํ รวจรายการสงขึ้นทะเบียนราชพัสดุ ยอ มเปนทเี่ ปด เผยท่ตี ั้ง และความสาํ คญั ของสถานที่
นั้น

การรื้อถอนสิ่งปลูกสรางของทางราชการนั้นถึงแมวาจะไมตองนําขึ้นทะเบียนราชพัสดุ เมื่อทํา
การปลูกสรางเสร็จเรียบรอยแลวก็ตาม แตหากทําการรื้อถอนจะตองแจงใหกรมธนารักษ เพื่อขอข้ึน
ทะเบียน และขอรือ้ ถอนในคราวเดยี วกนั

วัสดุที่รื้อถอนจะนําออกประมูลขาย นําเงินสงคลัง เปนรายไดของกรม ธนารักษหรือ หาก
จาํ เปนจะนาํ ไปใชป ระโยชนแ กท างราชการอยางอนื่ กใ็ หกระทําไดแ ตตองไดร บั อนุญาตจิ าก กรมธนารักษ

5. การใหเชาท่ีราชพสั ดุ
5.1 ตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญัตทิ ี่ราชพัสดุ พ.ศ.2518

“ขอ 19 ในกรุงเทพมหานคร การดําเนินการจัดใหเชาใหเปนอํานาจหนา ท่ีของกรมธนารักษ ในจังหวัด
อื่นการดําเนินการจัดใหเชาเปนอํานาจหนาทีข่ องผูวาราชการจังหวัด แตก ารใหเชาทีด่ ินผูเ ชาอยูอาศัย
หรือการใหเชาที่ดนิ ผูใชประกอบการเกษตรที่มีกําหนดเวลา เกินสามป การใหเชาอาคารซึ่งเปนที่ราช
พัสดุ การใหเชาที่ดินเพื่อปลูกสรางอาคารโดยยกกรรมสิทธิ์อาคารที่ปลูกสรางอาคาร ใหแก
กระทรวงการคลัง หรืออาจใหเชาที่ดินเพื่อประโยชนอยางอื่นตองไดรับความเห็นชอบ จาก กรมธนา
รกั ษ”

5.2 การดําเนินการ เมื่อมีบุคคลใดขอเชาที่ราชพัสดุในความปกครองของ ทบ. หนวยผูรับ
เรอ่ื งราวจากผูขอเชา ใหด ําเนนิ การดงั นี้

5.2.1 รายงานหนวยเหนอื พรอ มทง้ั เหตุผลเสนอความคดิ เหน็ รายงานข้นึ ไปตามลาํ ดบั
ชั้นจนถึง ทบ.พรอมทั้งแนบแผนที่แสดงเขตที่ดินที่จะใหเชา และแบบรูปรายการสิ่งปลูกสราง เพ่ือ
พจิ ารณาเปน ราย ๆ ไป

5.2.2 ยย.ทบ.ตรวจสอบหลักฐานที่ดิน และแผนงานกอสรางของ ทบ. วามีแผน
กอสรา งในพืน้ ท่ี ๆ ขอเชานี้หรือไมเพยี งใด

5.2.3 เมื่อไดร ับอนุมัติใหเชาไดจาก ทบ.แลวใหหนวยปกครองทีด่ ิน จะตอ งทําสญั ญา
เชา โดยวางเงือ่ นไขในการใหเชา ที่ดินตามระเบียบ ทบ.วาดวยการปกครอง และวิธกี ารจัดการท่ีดิน พ.ศ.
2505 และสญั ญาเชาที่ดนิ ตองใชแ บบของทางราชการทายระเบียบ ทบ. ดงั กลาว แลว ทําสญั ญาเชา ท่ีดิน
สง ให ยย.ทบ.2 ชดุ

6. การขอใหออกพระราชกฤษฎกี ากําหนดเขตปลอดภัยในราชการทหาร
เขตทหารจะตองมีเขตปลอดภยั ตามพระราชบัญญัติวาดวยเขตปลอดภัยในราชการทหาร

พทุ ธศกั ราช 2437 คาํ วา “เขตปลอดภัย”
มาตรา 3 “เขตปลอดภัย” หมายถึงบริเวณโดยรอบทเ่ี ทาที่จําเปนเพื่อประโยชนแ หงความ

ปลอดภยั ในราชการทหาร

96

มาตรา 4 ที่ทหารแหงใดจะควรมีเขตปลอดภัยเพียงใด ใหกําหนดขึ้นไวโดยพระราช
กฤษฎีกาเปน คราวๆ และใหมีแผนท่ีประเมินเขตไวทายพระราชกฤษฎีกานัน้ ดว ย เมื่อไดกําหนดเขตขึน้
แลว ใหกระทรวงกลาโหมจดั ใหมี เครอื่ งหมายแสดงเขตไว โดยชดั เจน
การจดั ทาํ เครื่องหมายแสดงเขตปลอดภยั ในราชการทหาร

ตามอนุมัติ ผบ.ทบ.(ผช.ผบ.ทบ.(2) รับคําสั่ง ทายหนังสือ กบ.ทบ. ที่ กห 0404/828 ลง 12
มี.ค.38 กําหนดใหการจัดทําเครื่องหมายแสดงเขตปลอดภัยในราชการทหารให กบ.ทบ.จัดทํา
ขอ พจิ ารณาถึง กห เพอ่ื ขออนมุ ตั เิ ปลย่ี นแปลงปา ย “เขตทหาร” เปน “เปนเขตปลอดภยั ทหาร” และให
ยย. ทบ.เปน หนว ยดําเนนิ การจัดทาํ ปา ยดงั กลาวสนับสนุนใหกับหนวยตาง ๆ ในโอกาสตอไป
แนวทางการพจิ ารณา

หนวยใดประสงคจะขอใหออกพระราชกําหนดเขตปลอดภัยในทางราชการทหาร จะตอง
พจิ ารณาในเรื่องสําคัญ ๆ ดังตอ ไปน้ี -

ประการที่หนึ่ง จะตองพิจารณาถึงความสําคัญของหนวย ที่จะขอใหมีเขตการกําหนดเขต
ปลอดภัยในทางราชการทหาร

ประการท่สี อง การกาํ หนดบริเวณท่ีจะเปนเขตปลอดภัย ฯ จะตอ งกําหนด แนวบรเิ วณท่ีเห็นได
เดนชัดในพืน้ ที่ เชน แนวลําราง แมน้ำลําคลอง แนวเขา อน่ื ๆ ที่มที หี่ มายแนนอนไมท าํ ให ประชาชนใน
พ้นื ทีส่ งสัยหรือคลุมเครือแนวเขต

ประการที่สาม การกําหนดพื้นที่ที่เปนเขตปลอดภัย ฯ ของหนวยจะตองกําหนดพื้นที่ เทา ท่ี
จําเปนเทานั้นเมื่อหนวยพิจารณาเห็นเปนการเหมาะสมที่จะกําหนดใหมีเขตปลอดภัยฯ ข้ึน
วิธดี าํ เนนิ การ

1.หนวยเสนอเรือ่ งราวทจ่ี ะขอออกพระราชกฤษฎีกากําหนดบริเวณเขตปลอดภัยพรอมท้ัง แผน
ที่ประเมนิ เขตในแผนที่นั้น ใหแสดงเขตทหาร และเขตปลอดภัยโดยรอบที่ทหารมายังกองทัพบก เพื่อ
ขอรบั อนมุ ตั ิหลักการ

2. ยกรางพระราชกฤษฎีกากาํ หนดบริเวณเขตปลอดภัย ๆ
3. เมื่อพระราชกฤษฎีกากําหนดบริเวณเขตปลอดภัยฯ ใชบังคับแลวใหหนวยจัดใหมี
เคร่ืองหมายแสดงเขตไวโ ดยรอบ คอื ปกปาย “เขตทหารหามเขา” และปา ย “เขตปลอดภัยทหาร” (เดิม
“เขตทหาร”) ในทีด่ ิน ตามแผนท่ี
7. การจดั ซอ้ื ท่ดี ิน
เมือ่ หนวยประสงคที่จะซ้ือที่ดนิ จากเอกชน เพื่อนาํ มาใชราชการ ทบ.ซึ่งมคี วามตองการกาํ หนด
ไวในแผนงานการกอสรางโดยแนช ดั แลว และไมมที ี่ดินซ่ึงอยูในความปกครองของ ทบ.ที่จะมาสนับสนุน
ความตอ งการนนั้ ได การดาํ เนนิ การมดี งั นี้

7.1 ใหเจาของท่ีดนิ หรือผูร ับมอบอาํ นาจจากเจาของท่ีดินไปเสนอราคาขาย พรอมทั้งสําเนา
โฉนดทีด่ ิน หรือ น.ส.3 สงหวั หนา หนว ยทป่ี ระสงคจะซื้อทด่ี นิ

7.2 หนวยรับเรื่องราวเสนอขายที่ดิน และรายงานตามลําดบั ชั้นจนถึง ทบ.เพื่อ ขออนุมตั ิ
หลักการจัดซ้อื

7.3 เมื่อ ทบ.อนุมัติหลักการจัดซื้อ แตงตั้งกรรมการ ทบ.เพื่อทําการตอรอง ตกลงราคา
คณะกรรมการ ทบ.ประกอบดวยผูแ ทนหนวยปกครองที่ดิน ผูแ ทน ยย.ทบ.และผูแทน มทบ. หรือ ทภ.
นน้ั ๆ

97

7.4 คณะกรรมการ ทบ.ทําการตอรอง และตกลงราคากันแลว ทําใบเสนอราคา ใหเจาของ
ที่ดินหรือผูรับมอบอํานาจเจา ของทด่ี นิ ลงนามรวมกบั คณะกรรมการ ทบ.

7.5 คณะกรรมการ ทบ.รายงานผล และขออนุมัติจัดซอ้ื ที่ดิน
7.6 เม่ือ ทบ.อนุมัติจดั ซ้ือที่ดนิ แลว ยย.ทบ.ดําเนนิ การตั้งงบประมาณจดั ซื้อที่ดิน
7.7 ยย.ทบ.เสนอช่ือผแู ทน ทบ.ในนามกระทรวงการคลงั ดําเนนิ การจัดซื้อ ทด่ี นิ และรับโอน
กรรมสิทธทิ์ ่ีดินจากผูขาย
7.8 ดาํ เนนิ การเรอื่ งการเบกิ จายงบประมาณคา จดั ซ้อื ท่ดี ินเสนอ กง.ทบ.
7.9 นัดวนั เวลา ใหเ จาของที่ดนิ มาพบผูแทนกระทรวงการคลังเพือ่ จายเงนิ คา ที่ดิน และโอน
กรรมสทิ ธ์ิที่ดนิ ณ สํานักงานที่ดนิ จงั หวัด หรอื อําเภอที่ทีด่ นิ ตง้ั อยู
7.10 ยย.ทบ.รายงานผลการจดั ซอื้ ท่ีดนิ พรอ มทั้งรายการสง ทด่ี ินข้ึนทะเบยี นท่รี าชพสั ดุ
7.11 สําเนาหลกั ฐานทด่ี ินใหห นว ยปกครองทดี่ นิ ดูแลตอไป
8. การออกหนงั สอื สาํ คัญสาํ หรับท่หี ลวง (น.ส.ล.)
ที่ดินในความปกครองของ ทบ. บางแหงที่ยังไมม ีหนังสอื สำคญั สําหรับที่หลวง ใหหนว ยที่
เกยี่ วขอ งดาํ เนนิ การดังนี้.-
8.1 หนวยปกครองที่ดินมีหนังสือถึงเจาพนกั งานที่ดินจังหวัด ขอใหประมาณการคารังวัด
ออกหนังสือสาํ คัญสําหรบั ที่หลวง
8.2 หนวยเสนอเรือ่ งของบประมาณ คา ออกหนงั สอื สาํ คัญ สําหรบั ที่หลวงมายงั ยย.ทบ.
8.3 ยย.ทบ.เสนอเรือ่ งราวขอตั้งงบประมาณ คาออกหนังสือสําคัญสําหรับ ที่หลวง โดยให
หนว ยดําเนินการ หรือ ยย.ทบ.ดาํ เนินการเองแลวแตก รณี
8.4 หนวยดําเนินการ เสนอชื่อนายทหาร ไมต่ำกวาชั้นสัญญาบัตร 1 นาย ให ทบ.แตงตั้ง
เปนผูแทน ทบ. ในนามกระทรวงการคลัง ทําการยื่นขอรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงรวมกับ
ผูแทนจากกรมธนารักษสําหรับที่ดินที่ตั้งอยูในกรุงเทพมหานคร สวนในจังหวัดอื่นทําการยื่นขอรังวัด
รวมกับผแู ทนจากราชพสั ดจุ งั หวัดนั้น ๆ
8.5 เมื่อไดรับหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวงแลว ใหหนวยเสนอเรื่องมายัง ยย.ทบ.พรอม
หนังสอื สาํ คัญสาํ หรบั ท่ีหลวง ขอนาํ ทีด่ ินข้ึนทะเบียนท่รี าชพสั ดกุ ระทรวงการคลงั
9. การรายงานสถานภาพท่ีดิน
หนวยปกครองที่ดินจะตอ งสํารวจสภาพท่ีดินในความปกครองดูแล ทั้งที่มีอยูเดิมและ ที่จัดหา
ใหม แลวรายงานไปยังกองทัพบกโดยผา น ยย.ทบ.ทกุ ป ปล ะ 1 ครั้ง ภายใน 30 สิงหาคม แลว ยย.ทบ.
จะไดรวบรวมรายงาน ทบ.ตอไปตามระเบียบ ทบ.วาดวยการปกครอง และวิธีการจัดการที่ดิน พ.ศ.
2509
10. การช้ีเขตทดี่ ินของ ทบ.
เมอื่ หนวยไดรบั เร่ืองราวจากสํานักงานทีด่ นิ จังหวดั ใหไประวางชแ้ี นวเขต ทบ.ในความปกครอง
ของหนวย ซง่ึ เน่อื งมาจากมผี ูขอรังวัดที่ดนิ ตดิ เขตท่ีดนิ ทบ. ใหหนวยดาํ เนินการ ดงั นี้
10.1 ตรวจสอบหลักฐานที่ดินที่จะไปรังวัดชี้แนวเขต ถาที่ดินเปนโฉนด จะตอง ถาย
เอกสาร หรอื จาํ ลองแผนทน่ี าํ ไปในวันท่ีนดั รงั วดั
10.2 ทาํ หนังสือแตงตงั้ ผูแ ทนชีเ้ ขตโดยให ผบ.หนวยลงนามในฐานะผูรบั มอบอํานาจแลว

98

นาํ หนังสอื แตง ตั้งผแู ทนชี้เขตไปมอบใหพ นักงานท่ีดินผมู าทําการรังวดั
10.3 เมื่อเหน็ วา เขตทด่ี ิน และหลกั เขตที่ดินถูกตองแลว ผแู ทนจึงลงช่อื รับรองเขต ถาเห็น

วาทีด่ นิ และหลักเขตยังไมถูกตอง ใหระงับการลงชือ่ รับรองเขตพรอ มกับใหพ นกั งานท่ีดินที่ทําการรงั วัด
บันทกึ การคัดคานแนวเขตไว แลวรายงานใหผูบงั คบั หนว ยทราบ

*********************************************************

99

บทท่ี 7
การจัดดินแดน

ความหมายและความสำคัญของการจดั ดินแดน

การจัดดินแดน หมายถึงการจัดพื้นที่ทางภูมิศาสตร ณ บริเวณใดบริเวณหนึ่งเพื่อการ
ปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งอาจเปนดินแดนของฝายเรา หรือดินแดนของขาศึกที่เรายึดไดแลวก็ตาม
ซ่งึ จำเปน ตอ งมีการจัดดินแดนข้นึ ทัง้ ในยามสงบและสงคราม

ความมงุ หมายของการจัดดนิ แดน เพอ่ื เหตผุ ล 3 ประการ คือ
1. เพ่ือการควบคมุ และบังคับบัญชา
2. เพือ่ การสง กำลงั บำรงุ และการชวยรบอื่น ๆ
3. เพือ่ การระวงั ปองกัน
ความรับผิดชอบทางดินแดน การจัดดินแดนในระดับหนวยใหญ ผูที่รับผิดชอบในฐานะฝา
อำนวยการไดแก สธ.4 รวมกบั สธ.3
การจัดดินแดนของ ทบ.
กองทพั บกเปน เหลาทัพที่รบั ผิดชอบทางดินแดน ทีอ่ าจเปน ทั้งสนามรบหรือดินแดนที่อยูนอก
เขตการรบ ซึ่งความรับผิดชอบนี้ ทำใหกองทัพบกมีความรับผิดชอบในการจัดดินแดนขึ้นท้ังยามปกติ
และยามสงคราม
กองทพั บกดำเนินการจัดดินแดนโดยพิจารณาวา ประเทศไทยท้ังประเทศเปนยุทธบริเวณ
เนื่องจากพื้นที่ของประเทศมีขนาดเล็ก และสมรรถนะของอาวุธ ตลอดจนรูปแบบของการรบใน
ปจ จุบนั เปน การยากที่จะกำหนดใหแ นน อนลงไปวา พื้นที่ใดยอยใู นหรือนอกเขตการรบ
การจัดดินแดนของกองทัพบก จึงเปนลักษณะปองกันตนเอง หรือปฏิบัติการเชิงรับ สวนการ
ปฏบิ ัติเชงิ รกุ อาจจะกระทำไดบา งอยางจำกัด คือจะไมรกุ ใหลึกเขา ไปในดินแดนของขา ศึกมากนัก
กองทัพบกไดแบงพื้นที่ของประเทศออกเปน 4 สวน คือภาคเหนือ ภาคกลาง ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต โดยการพิจารณาเรื่องสำคัญเกีย่ วกับ การปองกันประเทศ การ
ปกครองบังคับบัญชาหนว ยทหาร การสนับสนุนทางการชว ยรบ และอาศัยการแบงเขตการจัดดนิ แดน
ของระทรวงมหาดไทย ทบ. จงึ แบง ออกเปน 2 กรณี คอื การจดั ดินแดนในยามปกติ และการจัดดินแดน
ในยามสงคราม
การจัดดินแดนยามปกติ เปนการแบงมอบความรับผิดชอบพื้นที่ใหกับหนวยรองตามลำดับ
เพอื่ เปน เครอ่ื งประกันการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพทางธรุ การ และสง กำลงั บำรุงในอันทจี่ ะสนับสนุน
หนวยรบไดอยางเพียงพอ และตอเนื่อง ในยามปกติกระทรวงกลาโหมไดมอบความรับผิดชอบทาง
ดินแดนใหแกกองทัพบก ซึ่งกองทัพบกไดแบงมอบพื้นที่ของประเทศใหอยูในความรับผิดชอบของ
กองทพั ภาค และมณฑลทหารบก
- กองทัพภาค มีหนาที่ปกครองบังคับบัญชา มณฑลทหารบก และหนวยทหารตามท่ี
กระทรวงกลาโหมกำหนด
- มณฑลทหารบก มีหนาที่บังคับบัญชา รับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบรอย
ระเบียบวินัยทหารภายนอกหนวย การระดมสรรพกำลัง การสัสดี การศาลทหารการเรือนจำ การ
เกณฑชวยราชการทหาร การอสังหาริมทรัพย และการสนับสนุนหนวยทหาร กองทัพบกที่อยูพื้นที่

100

มณฑลทหารบกตลอดจนปฏิบตั ิภารกจิ ทัง้ ปวงที่ไดรับมอบ นอกจากนั้นยังมีอำนาจสัง่ ราชการแกทหาร
และหนวยทหารที่อยูในเขตพื้นที่มณฑลทหารบก ในกรณีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย และ
ระเบยี บแบบธรรมเนยี มทหารของกระทรวงกลาโหม

การจัดดินแดนยามปกติ

การจัดมณฑลทหารบก

101

การจัดดินแดนในยามสงคราม เปนการแบง มอบความรบั ผิดชอบระหวางหนวยรบ และหนว ย
สนับสนุนการชวยรบ เพื่อปลดเปลื้องความรับผิดชอบพื้นที่ของหนวยรบใหเหลือนอยที่สุด
ขณะเดียวกันก็ใหมีพื้นที่ดำเนินกลยุทธอยางพอเพียง และเปนการมอบความรับผิดชอบในการระวัง
ปอ งกันเขตหลัง ใหกบั หนวยสนับสนุนการชว ยรบ การจัดดนิ แดนยามสงครามจะประกาศพรอมกับแผน
ปองกนั ประเทศของกองทัพบก ซ่ึงโดยทัว่ ไปแลวจะกำหนดดงั น้ี

เขตสงคราม หมายถึง พื้นที่ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งเกี่ยวของโดยตรงในยาม
สงคราม เขตสงครามจะเล็กใหญขึ้นกับขนาดของกรณีพิพาท เขตสงคราม แบงพื้นที่เปน 2 สว น
ไดแ ก ยุทธบริเวณ และ เขตภายใน

- ยุทธบริเวณ คือ ดินแดนสวนหนึ่งของเขตสงครามที่จำเปนตอการปฏิบัติการรบ การ
สนบั สนุนการรบ และการสนบั สนนุ การชว ยรบ ซ่ึงแบง ออกเปน เขตหนา และเขตหลัง โดยเสน แบงเขต
เมื่อประเทศอยูในภาวะสงคราม รัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมจะกำหนดพื้นท่ียุทธบริเวณขึ้น และ
จะแตงตั้ง ผบ.ยุทธบริเวณเพื่อรับผดิ ชอบในการปฏิบัตกิ ารยุทธ และการชวยรบของหนวยกำลังรบทกุ
เหลาทัพท่ัวยุทธบรเิ วณ

- เขตหนา คือพื้นที่สวนหนึ่งของยุทธบริเวณ นับตั้งแตแนวหนา สุดของกำลังทหารฝายเราที่
เผชิญหนาขาศึกลึกลงมาจนถึงเสนเขตหลังของกองทพั นอย หรอื กองทัพภาค เปน พื้นท่ีสำหรับหนวย
รบใชด ำเนนิ กลยทุ ธ มีหนว ยสนับสนนุ การรบ และหนวยสนับสนุนทางการชว ยรบตามความจำเปน

ในเขตหนา จะมีพื้นที่สนับสนุนทางการชวยรบ 2 พื้นที่ คือ พื้นที่สนับสนุนของกองพล
(division support area) และพืน้ ที่สว นหลังของกองทัพนอ ย (corps rear area)

เสนเขตหลังของกองพล, กองทพั นอย หรือกองทัพภาค จะกำหนดใหไกลไปขางหนาใหมาก
ที่สุดเทาท่ีจะทำได เพื่อเปนการลดความรบั ผิดชอบเรื่องดินแดนของผบู ังคับบัญชาลงใหเหลอื นอยทีส่ ุด
แตใ นขณะเดยี วกนั จะตอ งมพี น้ื ทด่ี ำเนินกลยทุ ธอยางดเพยี งพอ

- เขตหลงั คือ พ้ืนท่ียุทธบริเวณที่เหลือท้ังหมดนับจากเสนเขตหลังของเขตหนาจนถึง เสน
เขตหลังของเขตหลัง หรือของยุทธบริเวณ ประกอบดวยเสนทางคมนาคม, ที่ตั้งทางการสงกำลังบำรุง
กำลังกองหนุน และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อใหการสนับสนุนหนวยในเขตหนา บก.ยธบ. จะถูก
จดั ต้งั ข้นึ เพอ่ื ควบคมุ ทางยทุ ธการ ตอ หนวยทุกหนว ยในยทุ ธบรเิ วณ

- เขตภายใน คือพื้นที่ที่อยูนอกเขตสงครามไมกระทบกระเทือนจากการรบเปนแหลง
ทรัพยากร โรงงาน และแหลงผลิตสำหรับเปนฐานสงกำลังบำรุง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัตใิ นยุทธ
บริเวณอยางตอเนื่อง ประสิทธิภาพของอาวุธสมัยใหมทำใหไมมีพื้นที่ที่เรียกเปนเขตภายในคงมีแต
ลกั ษณะงานของเขตภายในซ่งึ ไดแ กพ น้ื ท่ีเปนแหลงทรัพยากร โรงงานอุตสาหกรรมเปน แหลง ผลิตตาง ๆ

แมวาในบางครั้งจะไมสามารถแยกพื้นที่เขตภายในออกจากพื้นทยี่ ุทธบริเวณไดก็ตามแตงานสง
กำลังบำรุงจำเปนตองแยกออกจากกัน เนื่องจากลักษณะ และขอบเขตแตกตางกันไมวาจะตั้งเขต
ภายในข้นึ หรอื ไมก็ตาม กรมฝายยุทธบริการจะตองมีการเตรียมการใหสามารถเปนฐานสงกำลังบำรุง
ของ ทบ.และสามารถสนับสนุนการปฏิบตั ิภารกิจของ ทบ. ไดอยางตอ เนือ่ ง งานสงกำลังบำรุงของเขต
ภายใน จะมีความสำคัญอยางที่สุดตอการสนับสนุนหนวยในยุทธบริเวณ หรือตอความสำเร็จภารกิจ
ของ ทบ.

102

เสน แบงเขต เปนการแบงพน้ื ท่ื และความรับผิดชอบใหแกหนวยทหารระดับตา ง ๆ ตามความ
จำเปนตอ การปฏิบัตภิ ารกจิ เสนแบงเขตจะกำหนดใหโ ดยอาศัยลักษณะภูมิประเทศที่เดนชัด ครั้นเม่ือ
ถานการณร บคบื หนาไป จะตอ งปรับปรงุ การแบงพน้ื ทโี่ ดยการกำหนด เสน แบงเขตข้นึ ใหม

เสนเขตหลัง เปนเสนแบงเขตความรับผิดชอบพืน้ ที่ระหวางสวนรบกับสวนสนับสนุนการชวย
รบของหนว ยระดับตาง ๆ เม่ือกำหนดยุทธบริเวณข้ึนแลว (ผบ.ยธบ.) จะเปน ผกู ำหนดเสนเขตหลังของ
เขตหนาขึ้น/มทภ. กำหนดเสนเขตหลังของกองพล ผบ.พล.กำหนดเสนเขตหลังของกรม โดยการ
กำหนดเสนเขตหลงั ของเขตหลงั ใหไกลไปขางหนาใหมากที่สุดเทาที่จะทำได เพื่อลดความรับผดิ ชอบ
ทางดินแดนของหนวยสว นกำลังรบใหม ีนอยที่สดุ และในขณะเดียวกันก็ตองใหม ีพนื้ ท่สี ำหรับการดำเนิน
กลยทุ ธอยางพอเพียง

แผนปองกันประเทศ เปนแผนที่ไดวางไวตั้งแตยามปกติ จะประกาศใชเมื่อประเทศถูก
คุกคามถึงชนั้ ท่ีอาจตอ งมีการใชก ำลัง แผนทว่ี างไวแ ลว จะตองมกี ารซกั ซอ มการปฏิบตั ิเพอื่ หาขอบกพรอง
และพัฒนาแผนใหส มบูรณท นั สมัย ส่งิ สำคญั ของการวางแผนประการหนงึ่ คือ ความออ นตวั ของแผน

รูปการจดั ดินแดนในยามสงคราม

103

การปฏิบัติการทางทหาร
การปฏิบัตกิ ารทางทหาร แบง ไดเ ปน ประเภทใหญ ๆ ได 3 ประเภท
การรบ คอื การปฏบิ ัติการทีเ่ ปนการเขา ตอ สูกบั ขา ศกึ โดยตรง ซ่ึงจะดำเนนิ การโดยทหารราบ

ทหารมา และกำลงั รบพิเศษ
การสนับสนุนการรบ คือ การปฏิบตั ิการที่กระทำเพื่อเพ่ิมอำนาจกำลงั รบใหมากยิง่ ขึ้น ซึ่งจะ

ดำเนนิ การโดยทหารปน ใหญ ทหารชาง ทหารสื่อสาร หนว ยบินทหารบก และหนว ยทหารวิทยาศาสตร
การสนับสนุนการชวยรบ คือ การปฏิบัติการที่กระทำเพ่ือใหการรบ และการสนับสนุนการรบ

ดำเนนิ การไดโดยตอเนือ่ ง เปนระยะเวลาอนั ยาวนาน การสนับสนุนการชวยรบมีกิจกรรมหลักอยู 3
กิจกรรม คือ การสงกำลังบำรุง (Iogisties) การกำลังพล (personnei) และการกิจการพลเรือน
(civil affairs) นอกเหนอื จากกจิ กรรมหลักดังกลา วแลว ยังมีกจิ กรรมอนื่ ๆ ท่เี ก่ยี วของกบั การสนับสนุน
ทางการชวยรบอีกหลายกิจกรรมไดแก การจัดดินแดน การจัดหนวยสนับสนุนการชวยรบ การ
พทิ กั ษพ น้ื ที่สว นหลงั การติดตอสอื่ สารสำหรับการชวยรบ การวางแผนสำหรบั การชว ยรบ ฯลฯ
การจัดหนว ยสนับสนุนทางการชวยรบ

เหลาทหารในกองทพั บก อาจแยกเปน พวกได 2 พวก คือ
- เหลารบ หมายถึง เหลาที่ทำการรบโดยตรง ไดแก ทหารราบ ทหารมา ทหารรบพิเศษ

และเหลา สนบั สนนุ การรบ เชน ทหารปน ใหญ ทหารชา ง เปน ตน
- เหลาบริการ หมายถึง เหลาที่มีหนาที่ทางการชวยรบ แบงออกเปน สายยุทธบริการ

(Techmcal Services) และ บรกิ ารอ่ืน ๆ (Other Services)
- สายยุทธบรกิ าร เปนหนว ยหลกั ท่ีรบั ผิดชอบในการปฏบิ ัติงานสง กำลังบำรุง สำหรับ ทบ.

ไทย ตาม พ.ร.บ. การแบงสวนราชการของ ทบ. ป 2513 แบงกรมฝายยุทธบรกิ ารออกเปน 9 สาย
งาน คอื พธ.ทบ.,ขส.ทบ.,สห.ทบ.,ยย.ทบ.,กส.ทบ.,กช.,สส.,พบ. และ วศ.ทบ.

- บริการอื่น ๆ รับผิดชอบในการบริการที่เกี่ยวกับการชวยรบ ไดแก กรมสารบรรณ
ทหารบก, กรมสารวตั รทหารบก, กรมสวัสดิการทหารบก, หนว ยบัญชาการกำลังสำรองทหารบกเปน ตน
การพทิ กั ษพนื้ ที่สวนหลงั

พื้นทีส่ วนหลัง หมายถึง พื้นท่ีทางภูมิศาสตรภายในพื้นที่บังคับบัญชา ซึ่งมีหนาท่ีสนับสนุน
ทางการชวยรบ สวนมากกระทำในพื้นทีน่ ้ี

การพิทักษพื้นที่สวนหลัง หมายถึง มาตรการตาง ๆ ที่ดำเนินการกอน ในระหวาง และ
ภายหลังการถูกโจมตี หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลจากการกระทำของขาศึก
อุบัติเหตุอันรุนแรงหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การพิทักษพื้นที่สวนหลังนับเปนการประกันความ
ปลอดภัยใหกับหนว ยสนับสนุนการรบ และหนวยสนับสนุนทางการชวยรบในยุทธบริเวณ การพิทักษ
พื้นที่สวนหลังนับเปนการประกันความปลอดภัยใหกับหนวยสนับสนุนการรบ และหนวยสนับสนุน
ทางการชวยรบในยทุ ธบริเวณใหพนจากการขดั ขวางของขา ศึก
การพทิ กั ษพ ้นื ที่สว นหลงั ในยทุ ธบรเิ วณทีม่ กี จิ กรรมหลักอยู 2 กจิ กรรม

1. การปฏิบัติการรบในพืน้ ที่สวนหลัง คือ การจัดกำลังเพื่อทำลายการโจมตขี องขา ศกึ เพือ่ เปน
การลดความระส่ำระสายของการปฏบิ ตั ิการสนบั สนุนทางการชว ยรบของฝายเรา

104

2. การควบคมุ ความเสยี หายเปนพื้นที่ ประกอบดวยมาตรการควบคุม ซึ่งกระทำกอนระหวาง
หรือหลังการโจมตีขาศึก ดวยกำลังรบในแบบนิวเคลียร ชีวะ หรือ เคมี ตลอดจนอุบัติเหตุขนาดใหญ
หรอื ภัยพบิ ัตติ ามธรรมชาติ การดำเนินการใชม าตรการควบคมุ ก็เพื่อจำกัดความเสยี หาย และฟนฟูพื้นที่
ปอ งกันชวี ิตบุคคล เก็บกูเคร่อื งมือ และฟน ฟขู ีดความสามารถของหนวยใหกลบั ปฏบิ ัติหนาท่ีไดเ ร็วท่ีสุด
เทา ทจ่ี ะทำได

105

บทที่ 8

คำสัง่ ทีเ่ กย่ี วขอ งกบั การสง กำลังบำรงุ

คำสงั่ กองทพั บก
ที่ 333/2562
เรือ่ ง กำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคดิ และความรบั ผิดชอบในการสง กำลังบำรงุ ของกองทพั บก
----------------------------------
เพื่อใหการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก เปนไปดวยความเรียบรอย
เหมาะสมกับสถานการณ และแนวทางพัฒนาเสรมิ สรา งกำลังกองทพั ของ กองทัพบก ตลอดจนเปน การ
วางหลักนิยมและระบบการสงกำลงั บำรุงของกองทัพบก ไปในแนวทางเดียวกันโดยมีหลักฐานอางอิงที่
แนนอน จึงใหยกเลิกคำสั่งกองทัพบก ที่ 487/2543 เรื่องกำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคิด และ
ความรับผิดชอบในการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก ลง 3 ต.ค.43 และใหยึดถือการกำหนดภารกิจ
นโยบาย แนวความคิดและความรับผิดชอบในการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก ตามคำสั่งฉบับนี้แทน
ดงั น้ี
1. ภารกจิ การสง กำลังบำรุงของกองทพั บก
ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 19
กำหนดให กองทพั บกมีหนา ที่เตรียมกำลงั กองทัพบก และปอ งกันราชอาณาจักร มผี บู ัญชาการทหารบก
เปน ผูบ ังคับบญั ชารบั ผดิ ชอบ จึงกำหนดภารกิจในการสงกำลงั บำรงุ ของกองทัพบก ดังนี้
1.1 สนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงแกหนวยตางๆ ในกองทัพบกใหสามารถทรงชีพ
ยามปกติอยูได และสามารถปฏิบัติภารกิจไดสำเร็จตามแผนปองกันชายแดน และแผนปองกนั ประเทศ
และสามารถรองรับภารกิจและการจดั หนวยเพ่ิมเติมในอนาคตของกองทัพบก
1.2 สนบั สนนุ ทางการสงกำลงั บำรุงใหแกเ หลาทพั อื่นๆ สว นราชการและหนว ยงานอื่น
ของรัฐ เมื่อไดรับการรองขอตามกรอบของกองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงกลาโหม รวมทั้ง
กำลังชาตพิ ันธมิตรตามทมี่ ขี อ ตกลงกันไว
2. นโยบายการสง กำลงั บำรงุ ของกองทัพบก
2.1 ดำเนนิ การสงกำลังบำรงุ ตามหลกั การสง กำลังบำรงุ ดังนี้
2.1.1 การรวมการสนับสนุน
การรวมขีดความสามารถในการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงของหนวย
สนบั สนนุ ท้ังปวง ไปสนับสนนุ หนว ยทางยุทธวธิ ีใหส ามารถปฏิบัติภารกิจตามท่ไี ดร บั มอบ
2.1.2 การสนบั สนุนจากขางหลังไปขางหนา
หนวยสนับสนุนทางการสงกำลังบำรงุ ที่อยูในเขตหลัง หรือใกลกับฐานการสง
กำลังบำรุงจะตองใหการสนับสนุนแกหนวยที่อยูใกลพื้นที่การรบตามลำดับ รวมทั้งหมายถึงการ
สนับสนุนจะกระทำจากหนวยเหนือไปยังหนวยรองดวย เพื่อเปนการปลดเปลื้องภาระงานดานการสง
กำลงั บำรุงของหนว ยรองใหม ากท่สี ุด
2.1.3 ความเชือ่ ถือได
หนวยสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงจะตองมีขีดความสามารถ ซึ่งทำให
หนว ยรบั การสนับสนุนมีความมัน่ ใจไดวา จะไดรบั การสนบั สนุนไดตามเวลา และสถานที่ที่ไดวางแผนไว

106

ในการน้ีจำเปนตองมีแหลงสนบั สนนุ สำรอง และแผนสำรองไว ผบู ังคับบัญชาทกุ ระดบั ชัน้ จะตองปองกัน
แหลงสนับสนนุ ของตนจากการสูญหายจากสาเหตุตาง ๆ ตลอดจนการใชอยางไมประหยัด

2.1.4 ความงาย
ความยุงยากสลับซับซอนเกี่ยวกับระบบการสงกำลังบำรุงจะตองมีนอยที่สุด

ระบบการสงกำลังบำรุงทีด่ ีควรหลีกเลี่ยงแบบพิมพทีต่ องกรอกขอความตาง ๆ โดยที่ไมไดนำขา วสารที่
กรอกนั้นมาใชประโยชน ตองไมผ านสายงานและเจาหนา ท่ีมาก ตลอดจนตอ งไมมีการขออนมุ ัตกิ ันหลาย
ลำดับช้ัน ความงายนี้ยังหมายรวมถึงการใชส่ิงอุปกรณท่ีใชรว มกันไดหลาย ๆ รายการ สามารถใชงาน
ถอดประกอบ และซอมบำรุงไดโดยงายอีกดวย รวมถึงการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเขามาใชใน
การปฏบิ ัตงิ าน

2.1.5 การทนั เวลา
การสง กำลังบำรุงจะตองมี และใชไ ดในปริมาณท่ีตองการ ณ เวลาและสถานที่

ท่กี ำหนด เฉพาะเร่ืองเวลานัน้ ตองใหม คี วามพอดโี ดยไมล าชาแตไ มควรกอนเวลามากนัก
2.1.6 การไดส ว นสมั พนั ธ
การจดั หนว ยสง กำลังบำรุงตอ งใหไดสว นสัมพันธกบั หนวยดำเนินกลยทุ ธเพื่อมิ

ใหส วนดำเนินกลยุทธตองเสียภารกิจทางยุทธการเพราะขาดการสนับสนุนที่เพียงพอ การจัดงานของ
หนว ยสงกำลังบำรุงเองตอ งไดสว นสัมพนั ธกนั ดว ย เชน ตอ งมีเจา หนา ท่ีซอมบำรุงใหสัมพันธก ับเจาหนาท่ี
สง กำลัง หรือตองมีหนวยสงกลบั ทางการแพทยใหส มั พนั ธกับหนวยรักษาพยาบาล เปนตน

2.1.7 อำนาจหนาที่
ถึงแมความรับผิดชอบทางการสงกำลังบำรุงจะเปนความรับผิดชอบของ

ผบู ังคบั บญั ชาแตเ พยี งผูเดยี วกต็ าม แตส มควรมอบอำนาจหนาทีใ่ หกับผูบ งั คบั หนว ยสนับสนุนทางการสง
กำลังบำรุงใหเพียงพอที่จะปฏิบัติหนาที่ใหเปนผลสำเร็จ และมีความออนตัวพอสมควรโดยไมถูก
แทรกแซงจากบุคคลอน่ื ๆ ดวย

2.1.8 ความปลอดภัย
การสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงตองไมถูกขัดขวางอยางรุนแรงดวยการ

กระทำของขา ศกึ และดว ยขอหามจากมาตรการรกั ษาความปลอดภัยของฝายเดยี วกัน
2.1.9 การประหยดั
การใชกำลังพล สิ่งอปุ กรณ การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกในการสง

กำลังบำรุงเทาทจ่ี ำเปน ใหคุมคา มากท่ีสดุ โดยคำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศเปนสำคัญ จะตอง
เพง เล็งในเรื่องการปรนนิบัติบำรงุ และซอมบำรุงสิง่ อุปกรณต าง ๆ ใหสามารถใชส ิ่งอปุ กรณนั้น ๆ ใหคง
สภาพไดนานท่ีสุด ยกเวนมีความจำเปนเรง ดว น โดยใหอยูในดุลยพนิ จิ ของผูบังคบั หนว ย

2.2 ดำเนินการสง กำลังบำรุงโดยใชส่ิงอุปกรณ กำลังพลของกองทัพบก เทาที่มีอยูและ
ที่สามารถจัดหามาไดเปนหลัก สำหรับงบประมาณใหบริหารอยูในวงเงินที่ไดรับการจัดสรรจาก
กองทัพบก

3. แนวความคดิ ในการสง กำลงั บำรงุ ของกองทพั บก
3.1 ใชระบบการสง กำลังบำรงุ ระบบเดียวกันท้ังในยามปกติ และในยามสงครามใหมาก

ที่สดุ เทาทจ่ี ะทำได

107

3.2 ตองเปนไปตามมาตรฐานเดียวกันแตอาจจะมีขอแตกตางกันบาง ทั้งนี้เนื่องจาก
ความแตกตา งของทตี่ ัง้ สภาพภูมิประเทศ ลมฟา อากาศ และเหตุการณท เี่ ผชญิ หนาของหนวย

3.3 มอบความรับผดิ ชอบในการสงกำลังบำรุงใหแกกองทัพภาค เปนหนวยดำเนนิ การ
สนบั สนนุ หนวยใชท ่อี ยูใ นเขตพ้ืนทีร่ ับผดิ ชอบใหมากท่สี ุด โดยการกระจายส่งิ อุปกรณ การบรกิ ารและสิ่ง
อำนวยความสะดวกตา ง ๆ ออกไปยังสถานทีต่ ัง้ การสง กำลังบำรุงในสวนภูมภิ าค

3.4 จัดและเตรยี มการใหม สี ิง่ อปุ กรณอยใู นสภาพพรอมใชงานตลอดเวลาดว ยการจัดหา
ตามปกติ และยึดถือนโยบายการดำเนินการเกี่ยวกับงานอุตสาหกรรมปองกันประเทศในกรอบของ
กระทรวงกลาโหม

3.5 จัดและเตรียมใหมีการสะสมสิ่งอุปกรณสำรองสงครามที่จำเปนไว รวมทั้ง
เตรยี มการระดมสรรพกำลงั ดา นการสงกำลงั บำรุงใหม ีความพรอมตามแผนทกี่ ำหนด

3.6 จัดและเตรียมใหมีการบริการ สิ่งกอสราง การสาธารณูปโภค รวมทั้งสิ่งอำนวย
ความสะดวกทง้ั ปวง ใหสามารถสนองความตองการแกห นว ยตา ง ๆ ไดอยา งครบถวน

3.7 จดั ใหมีหนวยสงกำลังบำรุงอยางเพยี งพอ และใหไดสวนสมั พันธกับหนวยกำลังรบ
โดยการปรับปรุงเพิ่มขีดความสามารถของหนวยสงกำลังบำรุงที่มีอยูแลว และจัดตั้งหนวยสนับสนุน
ทางการสงกำลังบำรุงขึ้นใหมตามความจำเปน ทั้งนี้ใหรวมถึงการจัดกำลังเฉพาะกิจเขาไปในพื้นท่ี
ปฏิบัติการดว ย

3.8 พฒั นาระบบการสง กำลังบำรุงใหเ หมาะสม และทนั สมัยอยูเสมอ
4. ความรบั ผิดชอบในการสงกำลังบำรงุ โดยทว่ั ไป

4.1 ความรับผิดชอบในการสง กำลงั บำรงุ โดยทว่ั ไป
4.1.1 ผบู งั คับบัญชาหนวยทหารทุกระดบั รบั ผิดชอบการสงกำลังบำรุงใหหนวยของ

ตน และหนวยท่ีมาขึน้ สมทบ รวมทงั้ หนว ยอ่ืน ๆ ทผ่ี ูบ งั คบั บญั ชามอบหมาย ดังน้ี
4.1.1.1 ควบคมุ ใหหนว ยซง่ึ ตนรับผดิ ชอบ ปฏิบัตงิ านดานการสง กำลังบำรงุ ตาม

แบบธรรมเนียม และหลักนิยมของทางราชการ โดยเฉพาะอยางยิง่ ใหเปนไปตามหลักการสงกำลังบำรงุ
ตามขอ 2 และขอ 3

4.1.1.2 ใชสิ่งอุปกรณ การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสงกำลัง
บำรงุ ตามความจำเปน โดยประหยดั และเหมาะสม

4.1.2.3 ดำเนินการในเรื่องการสงกำลังบำรุงใหถูกตองตามระเบียบหลักเกณฑ
ท่ีกำหนด

4.1.3 หนวยสนับสนุนทางการสง กำลังบำรุง รบั ผิดชอบการสนับสนุนทางการสง
กำลังบำรุงใหแกหนวยตาง ๆ ทไ่ี ดรับมอบตามภารกิจ และขีดความสามารถของตน ความรับผิดชอบน้ี
หมายรวมถงึ การกำกับดูแล รวมทั้งการเยี่ยมหนวยเพื่อทราบขาวสารของหนวยใช สำหรับนำมาใช
ประโยชนประกอบการพิจารณาใหการสนับสนนุ และการควบคมุ การสนบั สนนุ ใหเปนไปตามหลกั การสง
กำลงั บำรงุ

4.2 ความรบั ผิดชอบในการสงกำลังบำรุงของหนว ยระดับตาง ๆ
4.2.1 กองทัพบกรับผิดชอบการกำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคิด ความ

รบั ผิดชอบ และระบบการสงกำลังบำรุง แกหนวยตาง ๆ ในกองทัพบก โดยแบงมอบความารับผิดชอบ
ดังนี้

108

4.2.1.1 กรมสง กำลังบำรุงทหารบก รบั ผิดชอบทางฝา ยเสนาธิการเรื่อ การสง
กำลังบำรุงของกองทพั บก โดยมหี นา ท่ดี งั ตอไปน้ี

4.2.1.1.1 วางแผน อำนวยการ กำหนดนโยบาย โครงการ และ
งบประมาณทเี่ กย่ี วขอ งกบั การสง กำลงั บำรุง

4.2.1.1.2 กำหนดนโยบาย ประสานงานและกำกบั การเกี่ยวกับการ
กำหนดความตอ งการการจดั หาสงิ่ อุปกรณ และยุทโธปกรณ

4.2.1.1.3 ควบคุม กำกับดูแลเกี่ยวกับการเก็บรักษา การแจกจาย
การจำหนาย การรกั ษาพยาบาล การสง กลับ การขนสงและการบรกิ ารทางการสงกำลังบำรงุ

4.2.1.1.4 การจัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพยในความครอบครอง
ดแู ล และใชประโยชนของกองทพั บก

4.2.1.1.5 ประสานงาน ควบคุม และกำกับดแู ลกรมฝายยุทธบริการ
ในการกำหนดภารกจิ การสนับสนุนดานการสงกำลังบำรุง การจัดระเบียบปฏิบตั ิ การฝกและศึกษาวิ่ชา
การสงกำลังบำรุง การงบประมาณ การวิจัยและพัฒนาระบบการสงกำลังบำรุง รวมทั้งการกำหนด
นโยบายเกีย่ วกบั อตุ สาหกรรมปองกันประเทศที่เกี่ยวของ

4.2.1.2 กรมขาวทหารบก รับผิดชอบทางฝายเสนาธิการในการการกำหนด
ความตองการ และควบคุมเกี่ยวกับการแจกจายแผนที่ทหาร และภายถายทางอากาศสนับสนุนหนวย
ตา ง ๆ ในกองทพั บก

4.2.1.3 กรมฝา ยกิจการพิเศษ ไดแก กรมสารบรรณทหารบก, กรมสวัสดกิ าร
ทหารบก และกรมยุทธศึกษาทหารบก รบั ผิดชอบในฐานะเปนฝายกิจการพิเศษของกองทัพบกในสาย
งานที่รับผิดชอบ และมีหนาที่เกี่ยวกับการสงกำลัง และซอมบำรุงสิ่งอุปกรณ ในความรับผิดชอบตาม
ผนวก ก

4.2.1.4 กรมฝายยุทธบริการ ไดแก กรมการทหารชา ง, กรมการทหารสื่อสาร,
กรมสรรพาวุธทหารบก, กรมการขนสงทหารบก, กรมพลาธิการทหารบก, กรมแพทยทหารบก, กรม
ยุทธโยธาทหารบก, กรมการสัตวทหารบก และกรมวิทยาศาสตรทหารบก รบั ผิดชอบในฐานะเปนฝาย
ยทุ ธบรกิ ารของกองทพั บก ในสายงานท่ีรับผดิ ชอบ และมหี นาทเ่ี กีย่ วกับการสงกำลงั บำรงุ ดงั นี้

4.2.1.4.1 วางแผน อำนวยการ ประสานงาน แนะนำ กำกับการ
ดำเนยินการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ การผลิต จัดหา สงกำลงั ซอมบำรุง และบริการ เกี่ยวกับกิจการ
และสงิ่ อปุ กรณใ นความรบั ผิดชอบ

4.2.1.4.2 ดำเนินการผลิต สงกำลัง และซอมบำรุงสิ่งอุปกรณใน
รายการทกี่ องทพั บกมอบหมายใหรบั ผิดชอบ

4.2.1.4.3 กำหนดหลักนิยม และจัดทำตำรา ตลอดจนการฝกและ
ศกึ ษาเกย่ี วกับกิจการ และสง่ิ อุปกรณใ นความรับผิดชอบ

4.2.1.4.4 สนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงแกหนวยตาง ๆ ใน
กองทัพบก ตามผนวก ก

4.2.2 กองทพั ภาค รับผดิ ชอบในการสนับสนนุ ทางการสง กำลงั บำรงุ ใหแ กหนว ยใน
อัตรา และหนวยอื่น ๆ ทีก่ องทัพบกมอบหมายใหมที ี่ตั้ง หรอื เขาปฏบิ ตั ิการอยูใ นพื้นทีข่ องกองทพั ภาค

109

หรือพื้นที่ท่ีกองทพั บกกำหนด โดยมีกองบัญชาการชว ยรบ และมณฑลทหารบก เปนหนวยปฏิบัติในข้ัน
การสนบั สนนุ

4.2.2.1 กองบัญชาการชวยรบ สนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงแก
หนว ยตา ง ๆ ในอตั ราของกองทพั ภาค และหนวยของกองทัพบก ตามผนวก ข

4.2.2.2 มณฑลทหารบก สนบั สนนุ ทางการสง กำลังบำรงุ ใหแกหนวย
ทหารในพ้นื ทร่ี บั ผดิ ชอบ ดังน้ี

4.2.2.2.1 สนับสนุนโดยตรง และสนับสนุนทั่วไป สิ่งอุปกรณ
ประเภท 1 เวนกรณที ก่ี องทัพบกไดกำหนดระเบียบ หรอื อนมุ ตั หิ ลกั การเปนอยางอน่ื ไวโดยเฉพาะ ใหถือ
ปฏบิ ัตติ ามระเบยี บหรืออนมุ ตั ิหลักการทเ่ี กี่ยวของกบั เรือ่ งนน้ั

4.2.2.2.4 สนับสนุนโดยตรง สิ่งอุปกรณประเภท 5 (กระสุน
ฝก - ศึกษา และกระสุนมูลฐาน) และสะสมสิ่งอุปกรณประเภท 5 สำรองสงคราม ตามระดับที่กองทัพ
ภาคมอบหมายให

4.2.2.2.5 การซอมบำรุงขัน้ สนับสนุนโดยตรง สิ่งอปุ กรณสาย
ยุทธโยธา

4.2.2.2.6 การเคล่ือนยาย และการขนสง กำลังพล สิ่งอุปกรณ
และสตั วท างทหารตามภารกิจท่กี ำหนด

4.2.2.2.7 การรักษาพยาบาล และการสง กลบั ตามภารกจิ
4.2.2.2.8 เปน ตำบลสง กำลงั ของกองบญั ชาการชว ยรบ ตามท่ี
กองทัพภาคกำหนดเพือ่ การเกบ็ รักษา การแจกจา ย และการจำหนว ยส่ิงอุปกรณ
4.2.2.2.9 การดำเนินการเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย การ
กอสราง ซอมแซม ปรับปรุงอาคารสิ่งปลกู สราง และสาธารณูปโภค การตดิ ตั้งและซอมแซมสิ่งอำนวย
ความสะดวก ตามนโยบายการแบงมอบงานที่กองทำบกกำหนด
4.2.2.3 การมอบความรบั ผิดชอบในการสงกำลังบำรุงใหแกหนวยใน
บังคับบัญชาของกองทัพภาค ใหอยูในอำนาจของแมทัพภาคที่จะสั่งการโดยไมขัดแยงกับนโยบาย
หลกั การ และแนวความคิดดานการสงกำลังบำรุงท่ีกองทัพบกกำหนด และจะตองแจงใหกรมสงกำลัง
บำรุงทหารบก, กรมฝายยุทธบรกิ าร และหนวยที่เกยี่ วของทราบดวย
4.2.3 หนวยทหารซึ่งมีหนวยสงกำลังบำรุงในอัตรา หรือไดรับหนวย
สนับสนนุ ทางการสงกำลังบำรุงมาขึ้นสมทบ ดำเนนิ การสนับสนนุ ทางการสง กำลังบำรงุ ใหแกหนวยรอง
ของตน และหนวยอื่น ๆ ตามทไ่ี ดร บั มอบ
4.2.4 หนวยขึ้นตรงกองทัพบก และหนวยของ ทบ.(หนวยนอกกองทัพ
ภาค) ที่มีที่ตั้งปกติถาวรอยูในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ใหรับการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงในเร่ือง
ตาง ๆ จากกรมฝายยุทธบรกิ าร มณฑลทหารบก ท่ีหนวยนั้น ๆ ตง้ั อยใู นพ้ืนที่ ตามผนวก ค
4.2.5 หนวยขึ้นตรงกองทัพบก และหนวยของ ทบ.(หนวยนอกกองทัพ
ภาค) และหนวยตางกองทัพภาค หากหนวยจัดกำลังเขาปฏิบัติการในพืน้ ทีข่ องกองทัพภาคใด ใหขอรับ
การสนับสนุนจากกองบัญชาการชว ยรบในอัตราของกองทัพภาคน้ัน เวน แตจะมีการสัง่ การเปนอยางอื่น
รวมถึงการจัดหนวยเฉพาะกิจเขาพื้นที่ปฏิบัติการ ใหจัดหนวยสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงเพิ่มเติม
เพ่ือใหสามารถปฏิบัติภารกจิ ได

110

4.2.6 มณฑลทหารบกที่ 11, มณฑลทหารบกที่ 21, มณฑลทหารบกที่ 39
และมณฑลทหารบกที่ 43 ไมตองดำเนินการสนับสนุนทางการสงกำลังบำรุงใหแกหนวยทหารในพื้นท่ี
รับผดิ ชอบในเร่ืองที่กรมฝา ยยุทธบริการ หรอื กองบัญชาการชวยรบ ใหก ารสนับสนุนแกหนวยน้ัน ๆ อยู
แลว

5. ใหกรมฝายยุทธบริการ กรมฝายกิจการพิเศษ และกองทัพภาค กำหนดรายละเอียด
และวิธปี ฏิบัตเิ พ่ิมเติมไดตามความเหมาะสม โดยพิจารณารวมกับ กรมสง กำลังบำรุงทหารบก แลวเสนอ
ใหกองทพั บกอนมุ ัตเิ ปน หลักการเพื่อยดึ ถือปฏิบตั ิตอไป

6. ใหกรมสง กำลังบำรุงทหารบก เปนหนวยรบั ผิดชอบประสานการปฏิบัติในภาพรวมของ
ทุกหนวยในกองทัพบก เพื่อใหการสงกำลังบำรุงของกองทัพบก เปนไปดวยความเหมาะสมและ
สอดคลอ งตามขอกำหนดทีเ่ ก่ียวยขอ งตามคำสง่ั ฯ น้ี

ท้ังนี้ ตั้งแตบ ดั นี้เปนตนไป

ส่ัง ณ วันท่ี 29 สงิ หาคม พ.ศ. 2562

พล.อ. อภิรัชต คงสมพงษ

( อภิรชั ต คงสมพงษ )
ผบ.ทบ.

111

บทท่ี 9

ระเบียบกองทัพบก

วาดวยการซอมบำรงุ ยทุ โธปกรณ พ.ศ.2524

--------------

เพื่อใหหนวยตาง ๆ ของกองทัพบก มีการปฏิบัติการซอมบำรุงยุทโธปกรณอยา งถูกตอง
และเปนไปตามหลักการซอมบำรุง โดยใชระบบการซอมบำรุงระบบเดียวกัน ทั้งยามปกติและยาม
สงคราม จงึ วางระเบยี บนไ้ี วสำหรบั ถอื เปน หลกั ปฏิบตั ิ ดังตอไปนี้.-

ตอนที่ 1

บทท่ัวไป

ขอ 1 ระเบียบนี้เรียกวา“ระเบียบกองทัพบกวาดว ยการซอมบำรุงยุทโธปกรณพ .ศ.2524”
ขอ 2 ใหยกเลิกคำส่งั กองทัพบก ที่ 337/24721 ลงวันท่ี 22 พฤศจิกายน 2498 เรื่อง การ
ซอมบำรุงส่งิ อุปกรณและยทุ โธปกรณ
ขอความในระเบียบ คำส่งั คำช้ีแจง และคำแนะอนื่ ใดของ ทบ.ทข่ี ัดแยงกับระเบียบนี้ หรอื
ทกี่ ำหนดไวในระเบยี บนีแ้ ลว ใหใ ชขอ ความในระเบียบน้ีแทน
ขอ 3 คำจำกดั ความในระเบียบน้ี

3.1 ยุทโธปกรณ (Equiment) หมายถึงสิ่งอุปกรณ (สป.) ที่จัดประจำบุคคลหรือ
ประจำหนวยตามที่กำหนดไวในอัตราการจัดและยุทโธปกรณ(อจย.) ตามอัตราสิ่งอุปกรณ (อสอ.) หรือ
ตามอตั ราอืน่ ใด และหมายรวมถึงสิง่ อปุ กรณประเภท 4 ส่งิ อปุ กรณใ นการพัฒนา และสง่ิ อปุ กรณใ นความ
รบั ผิดชอบของคลังสายยทุ ธบรกิ ารดว ย เวนเคร่อื งบิน

3.2 การซอมบำรุง (Maintenance) หมายถึงการกระทำใดๆที่มุงหมายจะรักษา
ยุทโธปกรณตา ง ๆ ใหอยใู นสถาพท่ใี ชก ารได หรอื มุงหมายที่จะทำให ยุทโธปกรณทีช่ ำรดุ กลบั คนื มาอยูใน
สภาพท่ีใชก ารได และใหหมายรวมถึงการตรวจสภาพ การทดสอบ การบรกิ าร การซอมแก การซอ ม
ใหญ การซอมสราง การดดั แปลง และการซอ มคนื สภาพ

3.3 การตรวจสภาพ (Irspection) หมายถงึ การพิจารณาถึงสภาพการใชการไดของ
ยุทโธปกรณ โดยการเปรียบเทียบคุณลักษณะทางฟสิคส ทางเคมี ทางจักรกล และทางไฟฟา ตาม
มาตรฐานท่ไี ดกำหนดไว

3.4 การทดสอบ (Test) หมายถึงการพิสูจนทราบสภาพการใชการไดของ
ยุทโธปกรณ และการคนหาขอบกพรองทางไฟฟา ทางเคมี และทางจักรกล โดยการใช เครื่องมอื หรือ
วิธกี ารทดสอบตา ง ๆ

3.5 การบริการ (Service) หมายถึงการทำความสะอาด การดูแลรักษา การประจุ
ไฟฟา การเติมนำ้ มันเชื้อเพลิง น้ำมันหลอลื่น การเติมสารระบบความเย็น และการเติมลม การเติมกาซ
นอกจากน้นั ยังหมายรวมถงึ ความตอ งการบรกิ ารพิเศษตาง ๆ ท่ีอาจกำหนดข้ึนตามความจำเปน เชน การ
พน สี การหลอ ลน่ื ฯลฯ เปน ตน

112

3.6 การซอมแก (Repair) หมายถึงการซอมยุทโธปกรณชำรุดใหใชการได และยัง
หมายรวมถงึ การปรับ การถอดเปลย่ี น การเชอื่ ม การยำ้ และการทำใหแ ข็งแรง

3.7 การซอมใหญ (Overhaul) หมายถึงการซอมยุทโธปกรณที่ชำรุดใหใชการได
อยางสมบูรณ โดยกำหนดมาตรฐานการซอมบำรุงไวเปนเอกสารโดยเฉพาะ การซอมใหญอาจกระทำได
สำเร็จไดโดยการแยกสวนประกอบ การตรวจสภาพสวนประกอบ การประกอบสวนประกอบยอย และ
ชนิ้ สว นตาง ๆ ทงั้ นี้ จะตองมกี ารตรวจสภาพและการทดสอบการปฏิบัตกิ ารประกอบดวย

3.8 การซอมสรา ง (Rebuild) หมายถึงการซอมยุทโธปกรณที่ชำรุด ใหกลับคืนสู
สภาพมาตรฐานอันใกลเคียงกับสภาพเดิม หรือเหมือนของใหม ทั้งในรูปราง คุณสมบัติในการทำงาน
และอายุของการใชงาน การซอมสรางอาจกระทำใหสำเร็จไดโดย การถอดชิ้นสว นของยุทโธปกรณน้ัน
ออกเพื่อนำไปตรวจสภาพช้ินสวนประกอบ และทำการซอมแก หรือเปลี่ยนชิ้นสว น และสวนประกอบท่ี
ชำรุด หรือใชก ารไมไ ดแ ลวนำมาประกอบเปนยทุ โธปกรณข ้นึ ตอไป

3.9 การดดั แปลงแกไข (Modifieation) หมายถึงการเปลี่ยนแปลงยุทโธปกรณตาม
คำสั่งการดัดแปลง การดัดแปลงนี้ตองไมเปลยี่ นลักษณะมูลฐานเดิมของยุทโธปกรณเพียงแตเพื่อเปลี่ยน
ภารกจิ หรือความสามารถในการทำงาน และเพิม่ ความปลอดภัยแกผูใ ช และเพ่อื ผลท่ตี อ งการตามแบบที่
กำหนดใหเปลีย่ นแปลงน้ัน

3.10 การซอมคืนสภาพ (Reclamation) หมายถึงการดำเนินกรรมวิธีซอม
ยุทโธปกรณที่ใชการไมได เลิกใช ละทิ้ง หรือเสียหายแลวใหใชประโยชนได หรือซอมชิ้นสวน
สวนประกอบ หรือองคป ระกอบของยุทโธปกรณเ หลานั้นใหใชประโยชนไ ด และนำกลับคืนสายสงกำลงั
ตอ ไป

3.11 การปรนนิบัติบำรุง (Preventive Maintenances) หมายถึงการดูแล และ
การใหบ ริการโดยเจา หนาที่ เพ่ือมุง ประสงคทจี่ ะรกั ษายุทโธปกรณและเครื่องมือ เครอื่ งใชใหอยูในสภาพ
ที่ใชการไดดี โดยจัดใหมีระบบการตรวจสภาพ การตรวจคน และการแกไขขอบกพรองกอ นที่จะเกิดขึ้น
หรอื ที่จะชำรดุ มากข้ึน

3.12 ถอดปรน (Cannibalization) หมายถึงการถอดชิ้นสวน และสวนประกอบ
ตามที่ไดรับอนมุ ัติจากยุทโธปกรณครบชุด หรอื องคประกอบที่เกี่ยวของ ซึ่งสามารถซอมไดแตไมคุมคา
หรือทจ่ี ำหนา ยแลว เพ่ือนำไปใชป ระโยชนใ หแกยทุ โธปกรณอืน่

3.13 ยุบรวม (Cannibalize) หมายถึงการถอดชิ้นสวนใชการได จากยุทโธปกรณ
หน่งึ ไปประกอบกบั อีกยุทโธปกรณห นง่ึ

ขอ 4 หลักการซอ มบำรุง
4.1 การซอมบำรุงตองปฏิบัติตาม คูมือที่กรมฝา ยยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการ

พิเศษ ที่รับผิดชอบไดจัดพิมพขึ้น หรือจัดหามาแจกจาย โดยใหทำการซอมบำรุงไดไมเกินที่กำหนดไว
และใหสอดคลอ งกบั สถานการณทางการยุทธ

4.2 การซอมแก ตองพยายามกระทำ ณ ที่ซึ่งยุทโธปกรณนั้นตั้งอยู เพื่อให
ยุทโธปกรณน ัน้ กลับใชงานไดโดยเรว็

4.3 ยทุ โธปกรณท่ีชำรดุ เกินขีดความสามารถของหนวยทีจ่ ะทำการซอ มบำรุงใหสง
ซอ มท่ีหนว ยซอมบำรุงประเภทสงู กวา หรือขอใหหนวยซอมบำรงุ ทีส่ งู กวามาทำการซอมให

4.4 หามทำการซอมแบบยุบรวม เวนแต

113

4.4.1 ไดร ับอนุมตั ิจากผมู อี ำนาจใหกระทำได หรือ
4.4.2 ในกรณีฉกุ เฉิน และสถานการณทางยุทธวิธบี ังคับซ่ึงไมส ามารถจะติดตอ
กับหนว ยทีม่ หี นาทีส่ นับสนุนไดรวดเรว็ ทนั เหตุการณ แตตองรายงานใหผ มู ีอำนาจใหกระทำไดท ราบ โดย
ผา นหนว ยสนบั สนนุ ในโอกาสแรกที่สามารถทำได
ขอ 5 ประเภทของการซอ มบำรุง ใหแ บงการซอมบำรงุ ออกเปน 4 ประเภท ดังน้ี.-
5.1 การซอ มบำรงุ ระดับหนว ย
5.2 การซอ มบำรุงสนับสนุนโดยตรง
5.3 การซอมบำรงุ สนับสนุนท่วั ไป
5.4 การซอ มบำรุงระดบั คลัง (Depot Maintenance)
ขอ 6 การซอมบำรุงระดับหนวย คือ การซอมบำรุงยุทโธปกรณที่อยูในความครอบครอง
ของหนวยทใ่ี ชย ุทโธปกรณนนั้ โดยผใู ช หรอื พลประจำยุทโธปกรณ และชา งซอ มของหนวยการซอมบำรุง
ประเภทนป้ี ระกอบดวยการตรวจสภาพ การทำความสะอาด การบริการ การรักษา การหลอลน่ื การปรับ
ตามความจำเปน การเปลี่ยนช้ินสวนซอมเล็กๆ นอยๆ การซอ มบำรุงระดับหนวยจะกระทำอยางจำกัด
ตามคูมือหรือคำสัง่ หรือผังการซอมบำรุง(Maintenance Allocation Chart) ที่อนุญาตใหก ระทำไดใน
ระดับน้ี
ขอ 7 การซอมบำรงุ สนบั สนุนโดยตรง คอื การซอ มบำรุงที่อนุมตั ิใหกระทำตอยุทโธปกรณท่ี
อยูใ นความรับผดิ ชอบการซอ มบำรุงของหนว ยสนับสนุนโดยตรง ซ่ึงเปน หนวยทกี่ ำหนดข้ึนตามอัตราการ
จดั และยุทโธปกรณ (อจย.) หรอื อัตราเฉพาะกิจ (อฉก.) และบง ถึง ภารกจิ การซอมบำรงุ ดงั กลาวไว
การซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง เปนการซอมแกอยางจำกัดตอยุทโธปกรณครบชุด หรือ
ซอมแกสวนประกอบที่ใชงานไมได เพื่อสนับสนุนหนวยใช ประกอบดวยการซอม และการเปล่ียนสว นท่ี
ใชงานไมได รวมทั้งการซอม และการเปลี่ยนสวนประกอบยอย (Sub-assemblies) และสวนประกอบ
ธรรมดา (Assemblies)
ขอ 8 การซอมบำรุงสนับสนุนท่ัวไป คือ การซอมแกยุทโธปกรณที่ใชงานไมไดที่เกินขีด
ความสามารถของ การซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรง เพื่อสงกลับเขาสายการสงกำลัง หรือเพือ่ สนับสนุน
การแลกเปลี่ยนโดยตรง (Direct Exchange) รวมทั้งทำการซอมสวนประกอบใหญ และสวนประกอบ
ยอ ยเพอื่ สงเขาสายการสงกำลงั
ขอ 9 การซอ มบำรุงระดับคลัง คอื การซอมบำรุงโดยหนวยซอมขั้นคลังของกรมฝายยุทธ
บริการ ซึง่ จะทำการซอมใหญยุทโธปกรณที่ใชงานไมไดใหกลบั คืนอยูในสภาพทีใ่ ชงานไดอยางสมบูรณ
ตามคมู อื ทางเทคนิค หรอื ทำการซอมสรา งยทุ โธปกรณใ หอ ยใู นสภาพเหมือนของใหม

ตอนท่ี 2

หนาทแี่ ละความรบั ผิดชอบ

ขอ 10 การซอมบำรุงระดับหนว ย เปน ความรับผิดชอบของผูบงั คบั หนว ยใชยทุ โธปกรณนั้น
จะตอ งจดั ใหม กี ารดำเนนิ การดงั น้ี.-

10.1 ทำการปรนนบิ ัติบำรงุ ยุทโธปกรณตามคูมือการปรนนิบัติบำรุง หรือคำสั่งการ
หลอ ล่ืนสำหรับยทุ โธปกรณชนิดน้นั โดยเครง ครดั

114

10.2 ทำการซอมบำรุงระดับหนวยตามที่กำหนดไวในคูมือทางเทคนิค หรือตามท่ี
สายยุทธบริการกำหนดใหกระทำ

10.3 ถายุทโธปกรณชำรุด หรือจำเปน ตองปรนนิบัติบำรุงเกินกวาที่กำหนดไว ให
สง ไปรับการซอม หรอื รบั การปรนนบิ ตั บิ ำรุง ท่ีหนวยสนับสนุนโดยตรง

10.4 กอนสงยุทโธปกรณไปดำเนินการตามขอ 10.3 ใหหนวยใชแจงใหหนวย
สนับสนนุ โดยตรงทราบกอ น เม่ือไดร บั แจงใหสง ยุทโธปกรณไปทำการซอมแลวจึงจดั สง ไป

ในกรณที ่ีหนวยสนับสนุนโดยตรงสามารถสงชุดซอมมาซอ มยังหนวยใชได ก็อาจจะ
สงชุดซอมมาทำการซอมให ทั้งนี้หนวยสนับสนุนโดยตรง จะตองพิจารณาถึงการประหยัด และ
สถานการณดว ย

10.5 กอนสงยุทโธปกรณไปซอมที่หนวยสนับสนุนโดยตรง หนวยใชจะตองทำการ
ปรนนบิ ตั ิบำรงุ และทำการซอ มบำรงุ ในชน้ั ของตนใหเรยี บรอยกอน

10.6 ชน้ิ สวนซอ มตามอตั ราพิกดั เมอื่ ใชไปแลว ใหทำการเบิกทดแทนไปยงั หนวยสนบั สนนุ
โดยตรงทันที การเบิกใหป ฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก วาดว ยการสงกำลงั สิ่งอุปกรณป ระเภท 2 และ 4

10.7 การสงยุทโธปกรณไปซอม ใหปฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก วาดวยการสง
และรบั ส่งิ อปุ กรณ พ.ศ.2500

10.8 ในการซอมบำรุงหรือการปรนนบิ ตั ิบำรุงชั้นหนวยนั้นพลประจำยุทโธปกรณมี
หนา ที่ชว ยเหลอื ชา งซอ มของหนวย

10.9 ขอบเขตของการซอมบำรุง ใหป ฏิบัติตามคูมือ คำสั่ง หรอื ระเบียบที่กำหนดไว
เปน รายยุทโธปกรณ

ขอ 11 การซอมบำรุงสนับสนนุ โดยตรง ผูบังคับหนวยซอมบำรงุ สนับสนุนโดยตรงมหี นา ที่
รบั ผดิ ชอบการซอมบำรุงยุทโธปกรณท่ีสงมาซอ มยังหนว ยของตน และมีหนาทีร่ บั ผิดชอบในการสงกำลงั
ชิ้นสวนซอม หนวยซอมบำรุงสนับสนุนโดยตรงตองใหการสนับสนุนโดยใกลชิด ตอหนวยใชดังนี้.-

11.1 ทำการซอมยุทโธปกรณท ีห่ นวยใชใ นความรับผิดชอบสง มาซอ ม
11.2 พจิ ารณาจัดชุดซอมเคลื่อนที่ไปทำการซอม ณ ที่ต้ังหนว ยใช ถาสามารถ
ทำได และประหยัดกวา การใหห นวยใชส งยุทโธปกรณมาซอมทห่ี นวยสนับสนนุ โดยตรง หรอื ทำการซอม
โดยการแลกเปลี่ยนโดยตรง
11.3 ใหความชวยเหลือทางเทคนิคแกหนวยใช เพื่อลดขอขัดของ และทำให
เครือ่ งมือปฏิบัตงิ านไดดขี น้ึ
11.4 ชวยเหลือหนว ยใชใ นการหาสาเหตขุ อ ขดั ของของยทุ โธปกรณ
11.5 ทำการกูซอมยุทโธปกรณข องหนวยใช เมื่อไดร ับการรอ งขอ
11.6 ทำการซอ มแบบยบุ รวมเมอื่ จำเปน และไดรบั อนุมตั ิแลว
11.7 สนบั สนนุ ช้ินสว นซอ มตามอัตราพิกัดและชิน้ สวนซอมตามความตองการใหแก
หนวยใช
11.8 ยุทโธปกรณทซี่ อมเสร็จแลว ใหสงกลับคืนหนวยใช การสงคืนใหปฏิบัติตาม
ระเบยี บกองทัพบก วา ดว ยการสง และรับสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2500 หรอื สง ไปเปนสง่ิ อปุ กรณสำรองการซอ ม
(Maintainance Float) ในกรณที ีไ่ ดทำการซอ มโดยการแลกเปลีย่ นกับหนวยใช
11.9 รกั ษาระดับการสะสมชนิ้ สวนซอมตามทไ่ี ดร บั อนุมัติ (ASL)

115

11.10 ขอบเขตการซอมบำรุง ใหปฏบิ ัติตามคูมือ ระเบียบ หรือคำสั่ง ทีก่ ำหนดไว

เปน รายยุทโธปกรณ

ขอ 12 การซอมบำรุงสนับสนุนทั่วไป ผูบังคับหนวยซอมบำรุงสนับสนุนทั่วไป มีหนาที่

รบั ผิดชอบในการสนับสนุนหนวยซอมบำรงุ สนับสนนุ โดยตรงในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ ขอบเขตหนาทีข่ อง

หนว ยซอ มบำรุงสนบั สนนุ ท่วั ไปมีดังนี้.-

12.1 รับยุทโธปกรณเพื่อทำการซอมหรือทำการซอมใหญจากหนวยซอมบำรุง

สนับสนุนโดยตรงจากตำบลรวบรวม หนวยสงกำลัง และหนวยอื่น ๆ ที่มีความรับผิดชอบ ในการซอม

บำรงุ

12.2 ทำการซอมใหญ

12.3 สง ยทุ โธปกรณทีซ่ อมเสร็จแลว เขาสายการสงกำลัง

ขอ 13 การซอมบำรุงระดับคลัง ดำเนินการซอ มโดยหนวยที่มีหนาที่ตามอัตราการจัด ให

ทำการซอมบำรุงระดับคลัง โดยกรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษนั้นเปนผูรับผิดชอบการ

ซอ มบำรงุ ระดบั คลงั ใหด ำเนินการดังน้ี.-

13.1 กรมฝา ยยทุ ธบริการ เปน ผูพิจารณาวายุทโธปกรณใดท่ีอยูในความรับผิดชอบ

ของตน จะมกี ารซอ มระดับคลัง

13.2 ทำการซอมบำรงุ ยุทโธปกรณใหไดมาตรฐาน ตามท่ีกำหนดไวในคูมือประจำ

ยุทโธปกรณน ัน้ หรอื ตามคมู อื ของบรษิ ทั ผูผ ลติ

13.3 กรมฝายยุทธบริการ รับผิดชอบ พิจารณากำหนดแนวความคิดในการ ซอม

บำรุงระดบั คลัง เมื่อไดแจกจายยุทโธปกรณใหแกหนวยใช โดยกำหนดวาจะตองทำการซอมบำรงุ ระดับ

คลังเมื่อใด

13.4 ยุทโธปกรณที่จะนำมาซอมประเภทนี้ คาซอมไมควรเกิน 65 % ของราคา

จดั หาใหม 13.5 กรมฝายยุทธบริการ รบั ผิดชอบการวางแผนในรายละเอียดไดแ ก จำนว

ยุทโธปกรณท ี่จะเขารับการซอม ความตอ งการชน้ิ สว นซอม ตลอดจนแผนการซอม โดยตองจัดทำใหแลว

เสร็จกอ นถึงกำหนดการซอมไมนอยกวา 3 ป และใหเสนอความตองการ ในการซอมเขารับการจัดสรร

งบประมาณลวงหนา 3 ป

13.6 เมือ่ ซอ มเสรจ็ แลว ใหส งขน้ึ บญั ชีคมุ ของกรมฝายยุทธบริการ เพ่อื การแจกจาย
ใหม

ขอ 14 กรมฝายยุทธบริการ และกรมฝายกิจการพิเศษ ที่รับผิดชอบสิ่งอุปกรณตาม
ระเบียบกองทัพบก วาดว ยความรับผดิ ชอบในส่ิงอปุ กรณ พ.ศ.2510 มหี นาทีแ่ ละความรับผิดชอบในการ
ซอ มบำรุง ดงั นี้.-

14.1 กำหนดหลกั การและคำสัง่ หรอื คำแนะนำทางเทคนคิ ไดแ ก.-
14.1.1 แผนผังการแบงมอบการซอมบำรุงระดับตางๆ ( Maintenance

Allocation Chart)
14.1.2 คูม อื การใชย ทุ โธปกรณ
14.1.3 คูม อื ทางเทคนคิ
14.1.4 คำส่งั การหลอ ล่ืน
14.1.5 คำส่งั การดดั แปลงยุทโธปกรณ

116

14.1.6 คำแนะนำทางเทคนิคเกย่ี วกับคณุ ลักษณะ และการใชเ คร่ืองมือเครื่อง
ทดสอบและเครือ่ งอปุ กรณ

14.1.7 คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคของการซอมบำรุง วิธีดำเนินการ และการ
วางผังโรงงานซอ ม

14.1.8 บัญชีรายชอ่ื ช้ินสว นซอมทใ่ี ชใ นการซอ มบำรงุ ทกุ ประเภท
14.2 ตรวจสอบทางเทคนคิ เก่ียวกบั การซอ มบำรุงยุทโธปกรณของหนวยตาง ๆ
14.3 ใหความชวยเหลือ และคำแนะนำแกผูบังคับหนวยทหารในเรื่องท่ี
เกีย่ วกับการซอ มบำรุงระดับหนวย การซอ มบำรุงสนับสนนุ โดยตรง และการซอ มบำรุงสนับสนนุ ท่วั ไป
14.4 ทำการตรวจการซอ มบำรงุ ใหเปนไปตามท่ีระเบียบการซอ มบำรุงกำหนดไว
ขอ 15 ผูบัญชาการกองพล รับผิดชอบการซอมบำรุงยุทโธปกรณของหนวยซอมบำรุงใน
กองพล
ขอ 16 ผูบัญชาการกองบัญชาการชวยรบ รับผิดชอบการซอมบำรุงของหนวยซอมบำรุง
สนับสนนุ ทวั่ ไป
ขอ 17 แมท ัพภาค รบั ผดิ ชอบการซอมบำรงุ เปน สว นรวมในกองทัพภาคของตน
ขอ 18 กรมฝา ยยุทธบริการ รับผิดชอบทางเทคนคิ ท้ังปวง และการซอ มบำรงุ ระดบั คลงั
ขอ 19 ใหกรมสง กำลงั บำรุงทหารบก รกั ษาการใหเปนไปตามระเบยี บนี้
ขอ 20 ใหใชร ะเบยี บนี้ ต้ังแตบ ัดนเี้ ปนตนไป

ประกาศ ณ วนั ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2524

รบั คำส่ังผบู ัญชาการทหารบก

(ลงชอ่ื ) พลเอก ปน ธรรมศรี
(ปน ธรรมศรี)

ผชู ว ยผบู ญั ชาการทหารบก

กรมสงกำลังบำรงุ ทหารบก

117

ระเบียบกองทพั บก

วาดวย การจําหนายส่งิ อุปกรณ

พ.ศ. 2557

ตอนที่ 1

กลาวทว่ั ไป

เนื่องจากระเบียบกองทัพบกวาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ.2534 และที่แกไข
เพิ่มเติมใชปฏิบัติ มานานไมเหมาะสมกับสถานการณปจจุบัน สมควรปรับปรุงระเบียบดังกลาวให
ทันสมัยเหมาะสมยิ่งขึ้น และเพื่อใหการปฏบิ ัติเก่ียวกบั การจําหนายสิ่งอุปกรณในกองทัพบกเปนไปใน
แนวทางเดียวกัน และสอดคลองกับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่
แกไขเพิม่ เติม รวมท้ังหลกั กฎหมายท่ีเกี่ยวของ จึงใหออกระเบียบ วาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณของ
กองทัพบกไวสําหรบั ยึดถอื เปน หลักปฏิบตั ดิ งั น้ี
. ขอ 1 ระเบยี บน้เี รยี กวา ระเบยี บกองทัพบกวา ดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ. 2557

ขอ 2 ระเบียบน้ีใหใชบงั คับเมอื่ พนกาํ หนด 30 วนั นบั แตว ันประกาศ
ขอ 3 ใหยกเลกิ

3.1 ระเบยี บกองทพั บก วา ดวย การจาํ หนายสงิ่ อุปกรณ พ.ศ. 2539
3.2 ระเบยี บกองทัพบก วาดว ย การจําหนายสง่ิ อปุ กรณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543
บรรดาความในระเบียบ คําสั่ง และคาํ ชี้แจงอื่นใดของกองทัพบกที่เกี่ยวกบั การ
จําหนา ย ท่ขี ัดหรือแยง กับระเบยี บน้ี ใหใชค วามในระเบียบน้แี ทน
ขอ 4 ใหเจากรมสงกําลงั บาํ รงุ ทหารบก เปนผรู ักษาการตามระเบยี บน้ี
ขอ 5 คําจํากดั ความในระเบียบน้ี
5.1 การจําหนาย หมายถงึ การดาํ เนินกรรมวิธีเพือ่ ตัดยอดส่ิงอุปกรณอ อกจาก
ความรับผิดชอบของกองทพั บก เนื่องจากสญู ไป, สูญหาย, ชํารดุ เสยี หายจนไมสามารถซอมคนื สภาพได
อยางคมุ คา เสอ่ื มสภาพจนใชก ารไมได, ตาย, ลา สมยั หรือหมดความจาํ เปน หรือหากใชร าชการตอไปจะ
ส้นิ เปลอื งคา ใชจา ยมาก

5.2 การจําหนายเปนสญู หมายถึง การจําหนายในกรณีที่สิ่งอุปกรณสูญไป
โดยไม ปรากฏตวั ผูรบั ผิด หรอื มีตัวผูร ับผดิ แตไมสามารถชดใชคาเสียหายในทางแพงและความรับผิดทาง
ละเมดิ ได หรอื มี สิ่งอปุ กรณอยแู ตไ มสามารถขาย แลกเปลยี่ น โอน แปรสภาพ หรอื ทาํ ลายได

5.3 การสูญไปเฉพาะในการปฏิบัติราชการสนามนั้น ในกรณที ี่ไมสามารถนํา
ซาก สิ่งอุปกรณกลับมาได เนื่องจากความจํากัดของภูมิประเทศ หรือเนื่องจากการกระทําของขาศึก
หรอื จากการกระทํา ของบคุ คลภายนอก ใหถ อื วาสิ่งอุปกรณน นั้ สูญไป ไมมซี ากเหลอื อยใู หเห็น

5.4 สง่ิ อปุ กรณ หมายถงึ สิง่ ของท่จี าํ เปน ท้ังมวล ท่ีจัดใหหนว ยทหาร รวมท้ังท่ี
มีไว เพื่อการดํารงอยูและการปฏิบัติของหนวยทหารดวย เชน อาหาร เครื่องแตงกาย เชื้อเพลิง สัตว
ยานพาหนะ อาวธุ กระสนุ วัตถุระเบิด เครอ่ื งจกั รกล และเคร่ืองมือเครื่องใชตางๆ เปนตน

5.5 สง่ิ อุปกรณล าสมยั หมายถึง ส่ิงอปุ กรณท ใ่ี ชราชการมาเปนเวลานาน หรอื
มี อายกุ ารใชงานมาเปนเวลานาน หรือไมมีสายการผลิต หรอื ปจจุบันมีกลไกการทํางานหรอื เทคโนโลยี

118

อืน่ ที่มีประสทิ ธภิ าพย่ิงกวา หรือกรณีอื่นๆ ซงึ่ ทาํ ใหสง่ิ อุปกรณด งั กลา วหมดความจําเปน ในการใชร าชการ
ตอไป หรือหากใช ราชการตอไปจะสิ้นเปลืองคาใชจายมาก และกองทัพบกไดกําหนดใหสิ่งอุปกรณ
ดังกลา วเปนสิง่ อุปกรณลาสมยั

5.6 สิ่งอุปกรณในโครงการ หมายถึง สิ่งอปุ กรณท่ีไดรับความชวยเหลือ ตาม
โครงการ ชวยเหลอื จากตา งประเทศ

5.7 สิ่งอุปกรณใชสิ้นเปลือง หมายถึง สิง่ อุปกรณที่ใชแลวยอมหมดสิ้นไป ไม
คงรปู ไมคงสภาพ และ/หรอื ไมม คี ณุ คา ของการใชงานเหมือนเดิม

5.8 สิ่งอุปกรณถาวร หมายถึง สิ่งอุปกรณส ําเร็จรูป ซึ่งมีสภาพและลักษณะ
มั่นคง ตอการใชง าน แตยอมเส่อื มสภาพ เสอ่ื มราคาไปตามวาระ และระยะเวลาแหง การใชงาน

5.9 สิ่งอุปกรณท่ีมีชีวิต หมายถึง สัตวประเภทตางๆ ที่อยูในความรับผดิ ชอบ
ของ กรมการสัตวทหารบก อันไดแก สัตวพาหนะ สัตวพอพันธุแมพันธุ สุนัขใชงานทางทหาร โคเนอื้
และโคนม เปนตน

5.10 สิ่งอุปกรณหลัก หมายถึง สิ่งอุปกรณที่ใชเวลาในการจัดหานาน และ
ราคาแพง แตมิไดระบุไวเปนสิ่งอุปกรณสําคัญ ซึ่งกรมฝายยุทธบริการที่รับผิดชอบไดทําบัญชี และ
ประกาศเปนสง่ิ อปุ กรณห ลกั

5.11 สงิ่ อปุ กรณส าํ คญั หมายถึง สงิ่ อุปกรณท ม่ี ีความจาํ เปน ตอการฝก การรบ
ราคาแพง ยากตอการจดั หา หรอื การผลิต มีความตองการไมแนนอน อาจจะขาด หรือเกินอยูเสมอ ใน
ระบบการสง กําลงั และ/หรือ เปนรายการทีอ่ าจเกดิ วกิ ฤตในวัสดุขัน้ มูลฐาน ซง่ึ กรมฝา ยยุทธบริการเสนอ
บัญชีรายการใหก องทพั บกประกาศเปน ส่ิงอปุ กรณส ําคญั

5.12 ชิ้นสวนซอม หมายถงึ องคประกอบ สวนประกอบ และชิ้นสวนที่ใชใน
การซอม บํารงุ สิ่งอุปกรณ ตามทีก่ ําหนดไวในคูมือสงกําลัง และ/หรือ คูมือเทคนิคที่มีบัญชีชิ้นสวนซอม
เชน ลาํ กลอ งปน คาบูเรเตอร หลอดวิทยุ เปน ตน

5.13 การตัดยอด หมายถงึ การตัดสิ่งอุปกรณออกจากบัญชีหรือทะเบียนคุม
ทั้งนี้ การตัดยอดสิ่งอุปกรณอาจเกิดขึ้นจากกรณีตา งๆ เชน การใชสิ้นเปลืองไป, การโอนสิ่งอุปกรณ
ใหกับสวนราชการอื่น, การแลกเปลี่ยนสิง่ อุปกรณ และการจําหนายสิ่งอุปกรณ เปนตน สาํ หรับการตดั
ยอดส่งิ อุปกรณที่ใชสิ้นเปลืองไป ตามปกติ หรือการโอน หรือกรณีอื่นใดนอกเหนือจากการจําหนาย ใช
หลกั ฐานการดําเนินการแตละกรณีเปนหลกั ฐาน การตัดยอด เชน ใชหลกั ฐานการเบิกจา ยเปนหลกั ฐาน
การตดั ยอดส่งิ อุปกรณทใ่ี ชสิ้นเปลอื งไปตามปกติ เปน ตน

5.14 การโอน หมายถงึ การมอบสทิ ธิครอบครองส่ิงอุปกรณของกองทัพบกไป
ยงั สว นราชการภายนอกกองทัพบก หนวยงานตามกฎหมาย วาดว ยระเบียบบรหิ ารราชการสว นทองถ่ิน
หนวยงานอน่ื ทมี่ ี กฎหมายบัญญัตใิ หม ฐี านะเปนราชการบรหิ ารสวนทองถิน่ รฐั วิสาหกจิ หรอื องคการสา
ธารณกุศล ตามมาตรา 47 (2) แหงประมวลรัษฎากร ทง้ั นี้จะตองมีหลักฐานการสง มอบไวต อ กันดว ย

5.15 การแลกเปลี่ยน หมายถึง การโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งอุปกรณของ
กองทัพบก ใหกับสวนราชการ รัฐวิสาหกิจ เอกชน โดยมีการแลกเปลี่ยนกบั สิ่งอุปกรณประเภทเดียวกนั
หรือตางประเภทกัน ตามหลักเกณฑที่กําหนดไวในระเบยี บสํานักนายกรฐั มนตรี วา ดวยการพัสดุฉบบั ท่ี
ใชใ นปจ จุบนั

119

5.16 การนําไปใชประโยชนอยางอื่น หมายถึง การนําเอาสิ่งอุปกรณไปใช
ประโยชน ซึง่ ไมต รงกบั ความมุงหมายเดิม

5.17 การทําลาย หมายถึง การดําเนินการตอสิ่งอุปกรณที่ไดรับอนุมัติให
จําหนาย และตัดยอดออกจากบัญชคี ุมเรียบรอยแลว โดยการกระทาํ ใหส ิ้นสภาพ หรือกระทําใหเปนส่ิง
อปุ กรณใชการไมได ดว ยการทําลายใหส้ินสภาพ หรือใหสญู ส้นิ ไป

5.18 ราคาซื้อหรือไดมา หมายถึง ราคาที่ซื้อสิ่งอุปกรณน ั้นมา หรือราคา สง่ิ
อุปกรณ ที่ไดมา สําหรับสิ่งอุปกรณในโครงการใหถือราคาตามใบแจงราคาและใหรวมคาใชจายท่ี
เกยี่ วของกับการจัดหาสิง่ อุปกรณ นน้ั ดว ย สว นสงิ่ อุปกรณที่กองทพั บกจัดหา หรือไดมาโดยวิธีอื่น ใหถือ
ราคาตามใบเบิก หรือราคาตามที่กรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ ที่รับผิดชอบในส่ิง
อุปกรณน ้ันกําหนด

5.19 ราคาซากสิ่งอุปกรณ หมายถึง ราคาสิ่งอุปกรณที่ชํารุด เสียหาย
เสอ่ื มสภาพ จนใชร าชการไมได ตามสภาพทีเ่ ปนจริงในขณะนนั้

5.20 ตาํ บลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ ําหนาย หมายถึง ท่ีตั้งทางการสง กําลังบํารุงที่
มี หนาที่ รับ คัดแยก เก็บรักษา และปฏิบัตติ อสิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณท ี่อนุมัติใหจําหนา ยออก
จากบัญชคี ุมแลว

5.21 การปฏบิ ัติหนาที่ราชการสนาม หมายถึง การปฏิบัติอยางใดอยางหน่ึง
ดังตอ ไปนี้

5.21.1 การปฏิบัติตามคําสังยุทธการ ซึ่งสงั การตามแบบธรรมเนียม
ของทางราชการ

5.21.2 การทําการรบ ตามคําส่งั ท่ีชอบดวยกฎหมาย
5.21.3 การปราบปรามผูกอการรายทุกชนิด ตลอดจนการปราบปราม
การบอ นทําลาย ลม ลาง การปราบกบฏ และการปราบจลาจล ตามคําส่ังของผมู อี ํานาจส่งั การ
5.22 การสอบสวน หมายถึง การดําเนินการเพื่อแสวงหาขอเท็จจริง และ
หลกั ฐาน ตลอดจนการรวบรวมพยานหลักฐาน อนั ไดแก บุคคลทีเ่ ก่ียวของ หรอื บุคคลท่ีรูเห็นเหตุการณ
เอกสาร สถานที่ ภาพถาย หรือส่ิงอุปกรณ เปนตน และการดําเนนิ การใด ๆ เพื่อท่ีจะทราบขอเท็จจริง
หรือพิสจู นท ราบเหตนุ ัน้ ๆ
5.23 สํานวนการสอบสวน หมายถึง เอกสาร หรือหนังสือที่ผูสอบสวน หรือ
คณะกรรมการสอบสวนทําขึ้นจากการสอบสวน ไดแก คําใหการ สําเนารายงาน ภาพถาย แผนที่ เปน
ตน เอกสาร หรือหนังสือเหลานีเ้ ปนประโยชนแกผมู ีอํานาจอนมุ ัติในการพิจารณาส่ังการ อนึ่งในสํานวน
การสอบสวน ใหล งสถานที่ และวันเดอื นปในการสอบสวน

ตอนที่ 2
หนา ท่แี ละความรบั ผดิ ชอบ
ขอ 6 เจากรมสงกาํ ลังบํารงุ ทหารบก
6.1 ควบคุม กํากับดูแล ใหค ําแนะนํา ตลอดจนประสานการปฏิบตั เิ กี่ยวกับ การจาํ หนาย
แก กรมฝา ยยุทธบรกิ าร กรมฝา ยกิจการพิเศษท่ีรบั ผดิ ชอบในสิง่ อปุ กรณ และหนวยตาง ๆ ท่ีเกย่ี วขอ ง

120

6.2 ตรวจสอบและพิจารณาใหความเห็นชอบรายการสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณ ท่ี
หนวยในกองทัพบกจะตองสงคืน หรือไมตองสงคืน หรือใหสง หรือหามมิใหสงใหแกตําบลรวบรวมส่ิง
อุปกรณ จาํ หนา ยทีก่ รมฝา ยยุทธบรกิ ารและกรมฝา ยกิจการพเิ ศษที่รบั ผิดชอบในสงิ่ อุปกรณเ สนอ

6.3 มีอํานาจอนุมัติใหตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายขยายระยะเวลาในการ
ดาํ เนนิ การตอส่ิงอปุ กรณห รือซากสงิ่ อุปกรณท ่ไี ดรับอนุมตั จิ ําหนาย

6.4 กําหนดระเบียบปลีกยอย เกี่ยวกับการจําหนายสิ่งอุปกรณที่หนวยในสายการ สง
กําลัง กรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษทีร่ ับผิดชอบในสิ่งอุปกรณ จะตองปฏิบัติรวมกัน
ภายใต ระเบยี บน้ี

6.5 ใหขอเสนอแนะเกี่ยวกับการจําหนายส่งิ อปุ กรณแกผูบงั คบั บญั ชา
ขอ 7 เจา กรมฝายยุทธบรกิ าร หรือเจา กรมฝา ยกจิ การพิเศษ

7.1 ควบคมุ กาํ กบั ดูแล ใหคาํ แนะนํา ตลอดจนประสานการปฏิบัติเก่ียวกบั การจาํ หนา ย
สงิ่ อุปกรณแ กหนวยตาง ๆ

7.2 ใหขอ เสนอแนะเกย่ี วกบั การจําหนายสิ่งอปุ กรณแ กผ บู งั คบั บัญชา
7.3 กาํ หนดระเบียบปลีกยอย เกีย่ วกับการจําหนายสิ่งอุปกรณภายในกรอบ หนาท่ีและ
ความรบั ผดิ ชอบของตนข้นึ โดยอนโุ ลม ตามระเบยี บน้ี
7.4 กําหนดอายุของสง่ิ อปุ กรณแ ตล ะรายการทร่ี ับผิดชอบ
7.5 กาํ หนดราคาซอื้ หรอื ไดม า
7.6 ออกคําสั่งกําหนดรายการสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณที่หนวยใน กองทัพบก
จะตองสงคืน หรือไมตองสงคืน หรอื ใหสง หรือหามมิใหสง ใหแกตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายใด
ท้งั นี้เมอ่ื ไดร บั ความเห็นชอบตามขอ 6.2 แลว และพิจารณาปรับปรุงรายการดังกลาวใหทันสมยั
7.7 ตรวจสอบใหคาํ แนะนําทักทว ง ควบคุมการดําเนินกรรมวิธีทางเอกสารเกีย่ วกับ การ
จาํ หนา ยสง่ิ อปุ กรณ
7.8 ตรวจสอบหลกั ฐาน ซ่ึงขออนมุ ัติตัดยอดออกจากบัญชีคุม
7.9 เรงรัดการดําเนินการในเรื่องการจําหนายสิ่งอุปกรณแกคลังหรือที่ตั้งทางการ สง
กาํ ลังบาํ รงุ ทร่ี ับผดิ ชอบ
7.10 ตัดยอดสิ่งอปุ กรณออกไปจากความรับผิดชอบของกองทพั บกเมื่อสิ่งอุปกรณ นั้น
ไดร บั อนุมตั ิใหจ ําหนายและไดด ําเนนิ การตอสงิ่ อปุ กรณหรือซากสงิ่ อปุ กรณเ รยี บรอยแลว
7.11 มอี ํานาจในการส่งั การใหถอดชน้ิ สวน สวนประกอบ หรอื องคป ระกอบทใ่ี ช ราชการ
ไดออกจากสิ่งอุปกรณที่รออนุมัติจําหนาย เพื่อนําไปใชราชการตอไปไดทันที เวนสิ่งอุปกรณที่เปน
พยานหลกั ฐาน อันสําคัญในคดี ตลอดระยะเวลาทคี่ ดยี ังไมถ งึ ทส่ี ดุ
7.12 มีอํานาจในการดําเนินการสงส่ิงอุปกรณไปยังตําบลรวบรวมส่ิงอุปกรณจําหนา ย
ทนั ที ยกเวน สง่ิ อปุ กรณทีเ่ ปนพยานหลกั ฐานอันสําคัญในคดี ตลอดระยะเวลาทคี่ ดยี ังไมส ้ินสุด
7.13 ดาํ เนินการในเร่อื งการทําลายสง่ิ อุปกรณ ท่ไี ดรบั อนมุ ตั ิใหต ดั ยอดออกจาก บญั ชีคมุ
ใหส ิ้นสภาพทางทหารกอ นขายหรอื แลกเปลย่ี น
ขอ 8 แมท ัพภาคหรือผบู งั คับหนวยท่ีเทยี บเทา

8.1 กําหนดระเบียบปลีกยอยและคําสั่งเกี่ยวกับการจําหนายสิ่งอุปกรณ ภายใน
กรอบและหนา ทท่ี ีร่ ับผดิ ชอบ

121

8.2 กาํ หนดและแตงตง้ั กรรมการหรือเจาหนา ท่ี เพอ่ื ปฏิบตั ใิ นเร่ืองการจําหนาย สิ่ง
อุปกรณ

8.3 ประสานการปฏิบตั กิ ับกรมฝายยุทธบรกิ าร และกรมฝายกจิ การพิเศษ เก่ียวกับ
การดาํ เนินการจําหนายสง่ิ อปุ กรณ

8.4 ตรวจตราและเรงรัดหนวยใตบังคับบัญชา เพื่อใหการจําหนายสิ่งอุปกรณ
เปน ไปตามระเบยี บ คาํ สั่ง และวธิ ปี ฏบิ ตั ิของหนวยเหนือ โดยถกู ตองและรวดเรว็

ขอ 9 ผูบัญชาการกองบัญชาการชวยรบ หรือผูบัญชาการมณฑลทหารบกที่มีหนาที่
สนับสนนุ ทางการสง กําลัง หรือผบู ังคบั การจงั หวัดทหารบกทม่ี ีหนาท่ีสนับสนนุ ทางการสง กาํ ลัง

9.1 กําหนดระเบียบปลีกยอย เกี่ยวกับการจําหนายสิ่งอุปกรณภายในกรอบและ
หนาทท่ี ีร่ ับผิดชอบ

9.2 กําหนดและแตงตั้งกรรมการหรือเจาหนาที่ เพื่อปฏิบัติในการจําหนาย สิ่ง
อุปกรณ

9.3 ดําเนนิ การในเร่อื งการทาํ ลายสงิ่ อุปกรณทไ่ี ดร บั อนุมตั ิใหตดั ยอดออกจาก บัญชี
คมุ ใหส ิน้ สภาพทางทหารกอนขายหรือแลกเปลยี่ น

9.4 กํากับดูแล ใหคาํ แนะนํา ประสานการปฏิบตั ิ และเรงรัดเก่ยี วกับ การจาํ หนาย
สิ่งอุปกรณแกหนวยสงกําลัง และที่ตั้งทางการสงกาํ ลังบํารุงท่ีรบั ผดิ ชอบ ตลอดจนหนวยทหารที่รับการ
สนับสนนุ ทางการสง กําลงั บํารุง เพอ่ื ใหก ารจําหนายสง่ิ อปุ กรณเ ปน ไปโดยถกู ตองรวดเรว็

ขอ 10 ผบู ังคบั หนว ยทหาร ขนาดกองพันหรือเทยี บเทาข้ึนไป
10.1 ตรวจสอบ ใหคําแนะนํา ทักทวง ควบคุม การดําเนินกรรมวิธีทางเอกสาร

เกย่ี วกับการจาํ หนา ยส่งิ อุปกรณ
10.2 กําหนดและแตงตั้งกรรมการ หรือเจาหนาที่ เพื่อปฏิบัติการในเรื่องการ

จําหนายสิ่งอปุ กรณ
10.3 ตรวจตราและเรงรัดหนวยใตบังคับบัญชา เพื่อใหการจําหนายสิ่งอุปกรณ

เปนไปตามระเบียบ คาํ ส่งั และวิธีปฏบิ ตั ขิ องหนวยเหนอื โดยถกู ตอ ง และรวดเรว็
10.4 ในกรณีเปนหนวยข้ึนตรงของกองทพั บก ประสานการปฏบิ ัติกับกรมฝายยุทธ

บริการ และกรมฝา ยกจิ การพเิ ศษ เกี่ยวกบั การดาํ เนนิ การในเรอ่ื งการจาํ หนา ยส่ิงอปุ กรณ

ตอนที่ 3
อาํ นาจอนุมตั จิ าํ หนายส่งิ อปุ กรณ

ขอ 11 ผูบังคับบัญชาชัน้ ผูบัญชาการกองพลหรือเทยี บเทา มีอํานาจอนุมัติใหจําหนา ย สิ่ง
อปุ กรณอ อกจากบัญชีคุมของหนวยในอตั ราของตน

เฉพาะผูบัญชาการกองบัญชาการชวยรบ ใหม ีอํานาจอนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณออกจาก
บญั ชคี มุ ของหนว ยอื่นๆ ซึง่ รับการสนับสนนุ ส่งิ อปุ กรณจากกองบัญชาการชว ยรบ

ผูบังคับบัญชาตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง มอี ํานาจอนุมัติโดยถือจํานวนเงินตามราคาซื้อ
หรือไดมาของสิ่งอุปกรณทรี่ ายงานขออนุมตั จิ ําหนา ยในคราวหน่งึ ดงั นี้

122

11.1 สงิ่ อุปกรณใชส ้นิ เปลือง สง่ิ อุปกรณถาวร สิ่งอปุ กรณท ี่มีชวี ิต และช้นิ สว นซอ ม
รวมทงั้ ส้นิ ไมเกนิ 150,000 บาท

11.2 สิ่งอุปกรณ ตามขอ 11.1 กรณีจําหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 40,000
บาท เวนสิ่งอุปกรณที่ไดรับการชวยเหลือทางการทหารในระหวางภาวะไมปกติ วงเงินตองไมเกิน
50,000 บาท

ขอ 12 ผูบังคับบัญชาชั้น แมทัพหรือเทียบเทา ซึ่งมีหนวยสนับสนุนทางการสงกําลังใน
อัตรา มีอํานาจอนุมัติใหจําหนายสิ่งอุปกรณออกจากบัญชีคุมของหนวยในอัตราของตนและหนวยใน
พนื้ ทซี่ ่ึงรบั การ สนับสนนุ จากท่ตี ้งั ทางการสง กาํ ลังของตน

สําหรับผูบังคับบัญชาชั้น แมทัพหรือเทียบเทาที่ไมมีหนวยสนับสนุนในอัตรา มีอํานาจ
อนมุ ตั ิ จําหนายสิ่งอุปกรณอ อกจากบญั ชคี ุมเฉพาะหนวยในอัตราของตน

ผูบังคบั บญั ชาตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง มอี าํ นาจอนุมัติโดยใหถือจํานวนเงินตามราคา
ซื้อ หรือไดม าของสง่ิ อปุ กรณท่ขี ออนุมัติจําหนา ยในคราวหน่ึงดังน้ี

12.1 สิ่งอุปกรณใชสิ้นเปลือง สิ่งอุปกรณถาวร สิ่งอุปกรณที่มีชีวติ และชิ้นสว น
ซอ ม รวมทงั้ ส้ินไมเ กิน 300,000 บาท

12.2 สิ่งอุปกรณตามขอ 12.1 กรณีจําหนายเปนสูญ วงเงินตองไมเกิน 40,000
บาท เวนสิ่งอุปกรณที่ไดรับการชวยเหลือทางการทหารในระหวางภาวะไมปกติ วงเงินตองไมเกิน
900,000 บาท

ขอ 13 เจา กรมฝายยุทธบรกิ าร หรือเจากรมฝา ยกิจการพิเศษ มีอํานาจอนุมัติใหจําหนาย
ส่งิ อุปกรณ ซง่ึ อยูใ นความรับผิดชอบของสายงานออกจากบญั ชคี ุม ดงั น้ี

13.1 สิ่งอุปกรณใชสิ้นเปลือง สิ่งอุปกรณถาวร สิ่งอุปกรณที่มีชีวติ และชิ้นสวน
ซอม ใหถือจํานวนเงนิ ตามราคาซ้ือหรือไดมาของสิ่งอุปกรณท ี่ขออนุมัติจําหนายในคราวหนึ่ง รวมท้ังสิน้
ไมเ กิน 500,000 บาท สําหรับส่ิงอปุ กรณท ่มี ชี วี ติ หากวงเงนิ เกินทีก่ ําหนดใหล งนามอนมุ ตั ิ โดยรับคําสั่งผู
บญั ชาการทหารบกและรายงานให กองทัพบกทราบดวย

13.2 ส่งิ อปุ กรณต ามขอ 13.1 กรณีจําหนายเปน สูญ วงเงนิ ตามราคาซอ้ื หรือไดมา
ของสิ่งอุปกรณประเภททีจ่ าํ หนา ยเปน สูญ ใหเปน ไปตามขอ 11.2 หรอื ขอ 12.2 แลวแตกรณี

ขอ 14 ผูบ ญั ชาการทหารบก มีอํานาจอนุมัตใิ หจําหนายสิ่งอุปกรณทุกประเภท ออกจาก
บัญชีคุมไดทุกกรณโี ดยไมจาํ กัดวงเงนิ เวนแตการจําหนายเปนสูญ มีอาํ นาจอนมุ ัตใิ นวงเงินตามราคาซือ้
หรอื ไดมา ของสงิ่ อปุ กรณท้งั สน้ิ ไมเกิน 500,000 บาท

ตอนท่ี 4
การดําเนนิ กรรมวธิ ีขออนมุ ัตจิ ําหนายสิง่ อุปกรณ

ขอ 15 การดําเนินกรรมวธิ ีขออนมุ ัตจิ ําหนายสงิ่ อุปกรณป ระเภท 5 ใหปฏิบัตติ ามระเบียบ
กองทพั บกวาดวยการสงกําลงั ส่ิงอปุ กรณประเภท 5 ทมี่ ีผลบังคับใชใ นปจ จุบัน

ขอ 16 ใหหนวยดําเนินกรรมวิธีขออนุมัติจําหนายสิง่ อุปกรณท นั ที เมื่อสิง่ อุปกรณท ีอ่ ยูใน
ความครอบครองของหนวย มสี ภาพสมควรจําหนา ยตามขอ 5.1

ขอ 17 การรายงานขออนุมตั จิ ําหนา ยส่ิงอุปกรณของหนว ย

123

17.1 หนวยขนาดกองรอยหรือเทียบเทา เปนหนวยเริ่มรายงาน โดยรายงาน ไป
ตามสายการบังคับบัญชา

17.2 รายงานทันทเี มื่อทราบวาสิ่งอุปกรณนั้น อยูในสภาพที่ตองจําหนายเพื่อตัด
ยอด ออกจากบัญชีคุม เวนแตการรายงานขออนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณ เนื่องจากการปฏิบัติราชการ
สนาม ถาจําเปนใหรายงานเปนคราวๆ ไป การรายงานแตล ะคราวนน้ั ใหร ายงานเม่ือจบการปฏิบัติเรื่อง
หนึง่ ๆ ภายในระยะเวลาท่เี หมาะสม แตไ มเกิน 3 เดอื น

ขอ 18 หนวยบังคับบัญชาขนาดกองพัน หรือเทียบเทาขึ้นไป เปนหนวยรายงาน ทั้งนี้เมอ่ื
ไดรับ รายงานตามขอ 17 แลว ใหปฏิบตั ิตามลาํ ดบั ดังตอ ไปน้ี

18.1 แตงตัง้ คณะกรรมการสอบสวนขอ เท็จจรงิ
18.2 รายงานขออนุมตั จิ าํ หนาย
ขอ 19 การแตง ตัง้ คณะกรรมการสอบสวนขอ เท็จจริง
19.1 ใหแตงตัง้ คณะกรรมการสอบสวนขอเทจ็ จรงิ ทนั ทีที่ไดร บั รายงาน
19.2 คณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงประกอบดว ย ขาราชการชั้นสญั ญาบตั ร
อยางนอย 3 นาย เวนแตหนวยในตางประเทศ ถามีขาราชการสัญญาบัตรไมเพียงพอใหแตงตั้ง
ขา ราชการตาํ กวา สญั ญาบัตรหรือขาราชการจากหนวยราชการอืน่ รว มเปน กรรมการได 1 นาย
19.3 ใหคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริงเพื่อหารายละเอียดและสาเหตุของ
การจําหนาย โดยใหพิจารณาใหไดความวาการดูแลรักษาสิ่งอุปกรณของเจาหนาที่หรือพลประจําได
ปฏบิ ตั อิ ยางถกู ตอ ง ตามคาํ แนะนาํ หรอื คูม ือหรอื ไม
การสอบสวนนั้น ใหคณะกรรมการดาํ เนนิ การสอบสวนตามความสาํ คัญของเรือ่ ง
ในกรณีเปนสิ่งอุปกรณที่มีราคาตํา หรือเปนเรื่องที่เกี่ยวเนื่องจากการปฏิบัติราชการสนาม ให
คณะกรรมการรายงาน ผลการสอบสวนโดยสรุป และเสนอความเห็นในเรื่องที่สอบสวนใหผ ูสั่งแตง ตั้ง
กรรมการใชแนบไปกบั รายงานขออนุมตั ิ จาํ หนาย เพ่ือประกอบการพิจารณาสั่งการของผมู อี ํานาจอนุมตั ิ
ก็เปนการเพียงพอ ขอสําคัญตองสอบสวนใหได ความจริงวา สาเหตุเกิดจากเหตุใด อาทิเชน จากการ
ทจุ รติ หรอื การจงใจทาํ ใหเ สียหาย หรือเปน การปฏบิ ัติหนาท่ี บกพรองอันเปนการประมาทเลนิ เลอ หรอื
เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ เหตุสุดวิสัย หรือเกิดขึ้นตามสภาพการใชงานปกติ หรอื จากการกระทําของขาศึก
เปนตน รวมท้ังตอ งใหปรากฎหลักฐานเกี่ยวกับ ประเภท ชนิด ราคา จาํ นวนความ เสียหาย ปท ไี่ ดร บั การ
แจกจาย และประเภทงบประมาณทีจ่ ัดหาสงิ่ อุปกรณท ่ีไดรบั ความเสียหายวาจัดหามาจาก งบประมาณ
ประเภทใด และตองระบุใหชัดเจนวาจะตองมีผูรบั ผิดชอบชดใชหรือไม ถาหากผลการสอบสวนสอไป
ในทางเปนความผิดในทางอาญาดวยใหคณะกรรมการสอบสวนขอเท็จจริง แยกสํานวนการสอบสวน
ดําเนินคดอี าญาตอไป
เม่อื สอบสวนเสร็จส้นิ แลว ใหร ายงานผลการสอบสวนพรอมทงั้ แนบสํานวน การ
สอบสวนของพนักงานสอบสวน (ถามี) สงถึงผูสั่งแตงตั้งคณะกรรมการใหเสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
นับต้ังแตวันที่ ประธานกรรมการไดรบั ทราบคาํ สั่งแตงตัง้ กรรมการ แตถาการสอบสวนยงั ไมเสรจ็ จะขอ
อนุญาตผูสั่งแตงตั้ง กรรมการเพื่อขยายเวลาสอบสวนตอไปไดอีกคราวละไมเกิน 15 วัน แตรวม
ระยะเวลาในการดาํ เนินการทงั้ สิ้นแลว ไมเ กิน 90 วนั
19.4 ในกรณีสญู หาย เสียหาย ตาย หรือขาดบญั ชี ซ่งึ ตองพจิ ารณาหาผรู ับผิดทาง
ละเมิด ใหหนวยปฏิบัติตามขอบังคับกระทรวงกลาโหมวา ดวยการปฏิบัติเมื่อเกิดความเสียหายแกเงิน

124

ราชการหรือ ทรัพยสินของทางราชการอันเนื่องมาจากการกระทาํ ละเมิดของเจา หนาท่ีทม่ี ผี ลบงั คับใชใน
ปจจุบัน โดยใหรายงาน ตามสายการบังคับบัญชาไปยังกองทัพบก (ผานสํานักงานพระธรรมนูญ
ทหารบก)

ขอ 20 แบบพิมพและสายการรายงานขออนุมัตจิ าํ หนาย
20.1 ใชแบบรายงานตามแบบ ทบ.400 - 065 (ผนวก ก แบบรายงานขออนุมัติ

จําหนาย) และแนบหลักฐานตา ง ๆ ไปพรอ มกบั รายงานดวย
20.2 สงรายงานไปตามสายการสง กําลัง (ผนวก ข ทางเดนิ เอกสาร)
20.3 สําเนารายงานใหห นวยบงั คับบญั ชาโดยตรงทราบ
20.4 หนวยปฏิบัติราชการสนาม รายงานไปยังกองบังคับการควบคุมเพ่ือ

ตรวจสอบ ความถกู ตอ ง และบนั ทกึ ความเหน็ กอ น จึงสง รายงานไปตามขอ 20.2
ขอ 21 หลกั ฐานตาง ๆ ที่ตอ งแนบไปพรอ มกบั รายงานขออนมุ ตั ิจําหนา ย
21.1 คาํ สงั่ หรอื สําเนาคาํ ส่งั แตงต้งั คณะกรรมการสอบสวนขอเทจ็ จรงิ
21.2 รายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนขอ เท็จจริง
21.3 คําใหการของบุคคลที่เปนตนเหตุ และบุคคลที่เกี่ยวของ หรือผูรูเห็น

เหตกุ ารณ
21.4 สาํ นวนการสอบสวน เวน กรณที ่ีคณะกรรมการสอบสวนขอเทจ็ จริงโดยสรุป

ตามขอ 19.3 วรรค 2
21.5 รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง

ละเมดิ ในกรณที ่ไี ดข ออนุมัตกิ องทัพบกและกองทัพบกไดอนุมัติใหแ ตงตัง้ คณะกรรมการสอบขอเท็จจริง
ความรับผดิ ทางละเมดิ

21.6 เอกสารแสดงการยินยอมชดใชส่ิงอุปกรณของผูร ับผิดชอบชดใช ในกรณี ท่ี
ตองมีผรู ับผดิ ชอบชดใช หรือในกรณที ี่ผูรบั ผิดชอบชดใชไ มย ินยอมชดใช ใหหนว ยรายงานระบใุ นรายงาน
ขออนุมัติ จําหนายของหนวยดว ย

21.7 หลักฐานและ/หรอื เอกสารอ่นื ๆ ท่ีจาํ เปน
ขอ 22 กรณีหนวยครอบครองสิ่งอุปกรณที่อยูในสภาพที่ตองจําหนายเปนสิ่งอุปกรณท่ี
หนวย ครอบครองไดย ืมหรอื รบั ส่งิ อปุ กรณดังกลา วมาจากหนว ยงานอน่ื ภายในกองทพั บกเพื่อดาํ เนนิ การ
ตามหนาที่ความ รับผิดชอบของหนวย เชน ทําการรบ ซอมบาํ รุง หรือขนสง เปนตน ใหหนวยทีย่ ืมหรือ
รับสิ่งอุปกรณดังกลาวแจง ให หนวยเจา ของสิ่งอุปกรณทราบ จากนั้นใหหนวยที่ยืมหรือรับสิ่งอุปกรณ
ดาํ เนินการตามขอ 17 - 19 กอ นจากนั้นให พจิ ารณาดําเนนิ การตอ ไป ดงั น้ี

22.1 กรณีขอเท็จจริงเชื่อไดวามีการสูญหาย เสียหาย ตาย หรือ ขาดบัญชี
เนื่องจากการละเมิดของเจาหนาทีห่ รือบุคคลอื่น ใหหนวยระดบั กองพันหรอื เทยี บเทา ข้ึนไปที่เปนหนวย
ยืมหรือรับ สิ่งอุปกรณมาดําเนินการ รายงานตามสายการบังคับบัญชาไปยังกองทัพบก (ผานสํานักงาน
พระธรรมนูญทหารบก) เพื่อแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรบั ผิดทางละเมิด และแจงให
หนวยเจา ของสิง่ อปุ กรณทราบดว ย

22.2 กรณีไมปรากฏวามีการละเมิดของเจาหนาที่หรอื บุคคลอน่ื หรือดําเนินการ
สอบสวนหาผูรับผิดทางละเมดิ จนไดขอยุติแลว ใหหนวยระดับกองพันหรือเทียบเทาขึ้นไป ทีเ่ ปนหนวย

125

ยืมหรือรับ สิ่งอุปกรณมาดําเนินการ รายงานผลการสอบสวนพรอมสงหลักฐานทั้งปวงไปใหกับหนวย
เจา ของสิ่งอปุ กรณท ่ตี นไดยืม หรือรับส่ิงอุปกรณมาดําเนนิ การดังกลา ว

22.3 เมื่อหนวยเจาของสิ่งอปุ กรณไดรับรายงานผลการสอบสวนพรอมหลักฐาน
ตางๆ ทีเ่ กี่ยวของแลว ใหตรวจสอบรายงานและหลักฐานที่แนบ ซึ่งอาจสงกลับคืน เพื่อปรับปรุงแกไข
หรือสอบสวนเพิ่มเติมได เมื่อเห็นวาไมชัดเจน หรือไมสมบูรณพอ ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบรายงานและ
หลักฐานเรียบรอยแลวใหดาํ เนินการ รายงานขออนุมัติจําหนายตามสายสงกําลังของหนวยเจาของส่ิง
อปุ กรณตอ ไป

ขอ 23 การปฏิบัติของหนวยท่ีไดร บั รายงาน
23.1 ตรวจสอบรายงานและหลักฐานท่แี นบ ซึ่งอาจสงกลับคืนเพ่ือปรับปรุงแกไข

หรือสอบสวนเพ่มิ เติมได เมอ่ื เหน็ วา ไมชัดเจน หรือไมสมบูรณพอ
23.2 ในกรณีท่ีมีอาํ นาจอนมุ ัติ ใหต รวจสอบหากส่ิงอุปกรณท่ีขออนมุ ัติจําหนายได

ดําเนินการตามหลักเกณฑร ะเบียบขอบังคับหรือกฎหมายที่เกี่ยวของ รวมทั้งการสอบสวนความรบั ผิด
ทางละเมิดจน เสร็จสิ้นแลว ก็สั่งการอนุมัติใหจําหนายออกจากบัญชีคุมตามอํานาจอนุมัติจําหนายใน
ตอนท่ี 3

กรณีที่มีการละเมิดซึ่งกองทัพบกไดอนุมัติใหมีผูรับผิดชอบชดใช ก็แจงใหผูท่ี
รับผดิ ชอบชดใชดําเนนิ การชดใชตามท่ีกองทัพบกอนมุ ตั ิ และในกรณีสง่ิ อปุ กรณน้นั มีซากอยู ก็ใหสั่งการ
ปฏบิ ตั ิตอ ซาก นัน้ ไปพรอ มกันดว ย

จากนั้นใหหนวยที่ไดรับรายงานซึ่งมีอํานาจอนุมัติจําหนาย สงรายงานที่อนุมัติ
แลว กลับไปตามสายการสงกําลังจนถึงหนวยรายงานภายใน 30 วัน พรอมทั้งเสนอสําเนารายงานขอ
อนุมัติจําหนาย (ทบ.400 - 065) ที่ไดรับการอนุมัติแลว ไปตามสายการสงกําลังจนถึงกรมฝายยุทธ
บริการ หรอื กรมฝายกจิ การ พเิ ศษท่รี บั ผิดชอบในสิ่งอุปกรณน ั้น ๆ ภายใน 30 วัน

23.3 ในกรณีที่เกินอํานาจอนุมัติ ใหบันทึกความเห็นลงไปในรายงานนั้น แลว
เสนอ รายงานนนั้ พรอมทั้งหลกั ฐานทีแ่ นบตอไปตามสายการสง กําลงั ตามลาํ ดับจนถึงผูมอี าํ นาจอนุมตั ิ

23.4 เฉพาะส่งิ อุปกรณใ นโครงการ
23.4.1 ใหรายงานขออนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณในโครงการที่อยูใน

ครอบครองของหนว ยตามปกตจิ นถงึ ผมู ีอํานาจอนุมตั ิใหจ ําหนา ยสง่ิ อปุ กรณออกจากบัญชคี มุ
23.4.2 สําเนารายงานขออนุมัติจําหนาย ตามขอ 23.4.1 เสนอกรมฝาย

ยุทธบรกิ าร หรือกรมฝา ยกิจการพิเศษทร่ี ับผิดชอบในสง่ิ อุปกรณน ้ัน เพือ่ พจิ ารณาดําเนินการตอไป
23.4.3 กรมฝายยทุ ธบริการ หรือกรมฝา ยกิจการพิเศษเมื่อไดรับรายงาน

แลว ใหร ายงานถึงกองทัพบก เพื่อแจง ใหประเทศผูมอบ/บริจาคสิ่งอุปกรณทราบ และทําขอตกลงหรอื
กาํ หนดแนวทาง ปฏิบตั ิตอ สิง่ อปุ กรณด ังกลา วตอไป

23.4.4 หามดําเนินการใดๆ หรือปฏิบัติตอส่ิงอุปกรณในโครงการที่ไดรับ
อนุมตั ิใหจําหนาย กอ นทีจ่ ะไดขอยุติจากผลการดําเนนิ การตามขอ 23.4.3 เรียบรอยแลว

ขอ 24 เมื่อหนวยรายงานทราบผลการอนุมัติจําหนายสิ่งอุปกรณแลว ใหตัดยอดส่ิง
อุปกรณ น้ันออกจากบัญชีคุมของหนวย และแจง ผลการอนุมัตินั้นใหหนวยบังคบั บัญชาโดยตรงทราบ
แตถาในระหวาง การดําเนินกรรมวิธีขออนุมัตจิ ําหนาย หนวยรายงานมีความจาํ เปนตองใชสิ่งอุปกรณ
ประเภทนัน้ ใหห นว ยรายงาน ทําเบกิ ทดแทนไปได เวนสง่ิ อปุ กรณประเภท 4 โดยในการเบิกทดแทน ให

126

แนบหลักฐานที่แสดงวาสิ่งอุปกรณดังกลาว อยูระหวางการดําเนินกรรมวิธีขออนุมัติจําหนาย เชน
เอกสารจากหนว ยซอมบาํ รงุ หรอื รายงานการสญู หาย เปน ตน

ขอ 25 เม่อื กรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกจิ การพิเศษท่ีรบั ผิดชอบในส่ิงอุปกรณ และ
หนวยสนบั สนุนทางการสงกําลังทีเ่ ก่ียวของ ไดรับหลักฐานอนมุ ัติจําหนายแลว ใหบนั ทกึ หลักฐานอนมุ ัติ
จาํ หนาย ในบัญชีคุมของหนวยและหนว ยใชใหถูกตองตรงกัน กรณเี ปนการจําหนายโดยไมมีสิ่งอุปกรณ
หรอื ซากสงิ่ อปุ กรณ เหลอื อยู ใหกรมฝา ยยุทธบรกิ ารหรือกรมฝา ยกิจการพิเศษท่รี ับผดิ ชอบในสิ่งอุปกรณ
ตัดยอดสิง่ อุปกรณออกจากบัญชีคุม เพื่อปลดเปลื้องความรับผิดชอบของกองทัพบก สําหรับกรณที ี่มีส่ิง
อุปกรณหรอื ซากสิ่งอุปกรณเหลืออยู เม่ือสิง่ อุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณนั้นไดถูกขาย แลกเปลี่ยน โอน
แปรสภาพ หรอื ทําลาย เรยี บรอยแลว ใหก รมฝา ย ยทุ ธบรกิ ารหรือกรมฝายกิจการพเิ ศษท่ีรับผิดชอบใน
สิ่งอุปกรณตัดยอดสิ่งอุปกรณออกจากบญั ชีคุม เพ่ือปลดเปลื้อง ความรับผดิ ชอบของกองทัพบก เวนสงิ่
อุปกรณในโครงการใหด ําเนนิ การตามขอ 23.4

ตอนที่ 5
การชดใชสงิ่ อุปกรณ

ขอ 26 การชดใชส ่ิงอุปกรณ กระทําในเมื่อสิง่ อุปกรณไดชํารุดเสยี หาย เสื่อมสภาพ จนใช
ราชการไมได สูญหาย ตาย ซึง่ เกิดข้ึนจากการจงใจ หรือประมาทเลินเลออยางรา ยแรง หรือทุจริต หรอื
ปฏิบัติหนาที่ บกพรอง ซึ่งจะดําเนินการไดหลังจากที่คณะกรรมการสอบขอเท็จจริงความรับผิดทาง
ละเมิดที่กองทัพบกแตงตั้ง ไดรายงานผลการสอบสวน และกองทัพบกไดสั่งการใหมีการชดใชอยางใด
อยางหน่งึ แลว

ขอ 27 การชดใชสิ่งอุปกรณ กระทําได 3 วิธี คือ การแกไขใหค งสภาพเดิม การชดใชดวย
ส่ิงอุปกรณ และการชดใชด ว ยเงนิ

27.1 การแกไขใหคงสภาพเดมิ ในกรณที ี่สามารถแกไขใหคงสภาพเดิมได ใหแกไข
โดยผูรบั ผิดชดใชเ สยี คา ใชจ า ยเอง ภายในกาํ หนดเวลาอนั เหมาะสม /

27.2 การชดใชดวยสิ่งอุปกรณ ในกรณีที่สูญหาย หรือไมสามารถแกไข ใหคง
สภาพเดิมได

27.2.1 สิ่งอุปกรณที่นํามาชดใช ตองมีชนิด ลักษณะ และขนาดอยาง
เดียวกนั หรอื คลา ยคลึงกนั โดยมีสภาพไมด อยไปกวาสิ่งอุปกรณท ่ีขออนุมัตจิ าํ หนายออกจากบญั ชีคมุ นน้ั

27.2.2 ส่ิงอุปกรณซ่ึงไมใ หชดใชดวยส่งิ อุปกรณ มดี ังตอ ไปนี้
27.2.2.1 สง่ิ อปุ กรณหลกั
27.2.2.2 สิง่ อุปกรณสําคญั

27.2.3 ผชู ดใชต อ งออกคาใชจา ยทั้งสน้ิ ในการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์สิง่ อุปกรณ
และตองนําสิ่งอุปกรณที่นํามาชดใชสงมอบหรือติดตั้งใหแกทางราชการ ตามตําบลที่ผูสั่งการชดใช
กําหนด ภายใน เวลา 30 วัน นบั แตว นั ไดร บั แจง

27.3 การชดใชดวยเงิน ใหชดใชเปนเงินตามหลักเกณฑที่กระทรวงการคลัง
กําหนด รวมทงั้ ปฏิบตั ติ ามระเบียบแบบแผนของทางราชการทเี่ ก่ียวขอ ง

127

ขอ 28 การแกไขใหคงสภาพเดิม หรือการชดใชดวยสิ่งอุปกรณนั้น เมื่อผูบังคับหนวยท่ี
ไดรับ รายงานซึ่งเปนผูที่มีอํานาจอนุมัติจําหนายตามขอ 23.2 รับทราบการสั่งการของกองทัพบกให
แกไขใหคงสภาพเดิม หรือใหชดใชเปนส่ิงอปุ กรณแลว ใหผ ูบังคับหนว ยดังกลาวแตง ตั้งคณะกรรมการ
ตรวจรบั สิง่ อุปกรณที่แกไขหรอื ท่ี นํามาชดใช ประกอบดว ยขาราชการสัญญาบัตรอยา งนอ ย 3 นาย โดย
ใหแตงตั้งเจาหนาที่ที่มีความรูความชํานาญ ในสิ่งอุปกรณนั้นรวมดวย และเมื่อตรวจรับสิ่งอุปกรณ
เรียบรอยแลว ใหหนวยที่ไดรับรายงานซึง่ เปนผูแตงตั้ง คณะกรรมการตรวจรับสิ่งอุปกรณ รายงานขอ
อนมุ ัติข้นึ บญั ชีคมุ ตอกองทพั บก โดยปฏิบัตติ ามหลักเกณฑในการ ขออนมุ ตั ขิ ้ึนบญั ชคี ุมสิ่งอุปกรณท่ีมีผล
บงั คับใชในปจจบุ ัน

การปฏบิ ตั ิตอส่ิงอปุ กรณห รือซากสง่ิ อุปกรณท ี่ไดร บั อนุมัติใหจาํ หนา ยออกจากบญั ชีคมุ แลว
ขอ 29 การปฏบิ ัติตอสิ่งอุปกรณห รอื ซากสิ่งอปุ กรณ หมายถงึ การดําเนินการอยางใดอยาง

หนง่ึ ตอไปนี้
29.1 กรณีเปนสิ่งอุปกรณในโครงการ ใหปฏิบัติตามขอตกลงกับองคการที่ให

ความชวยเหลือ
29.2 การขาย
29.3 การแลกเปล่ยี น
29.4 การโอน
29.5 การทําลาย
29.6 การทาํ ใหสนิ้ สภาพทางทหารกอนขาย หรอื แลกเปลีย่ น
29.7 การนําไปใชประโยชนอ ยางอนื่

ขอ 30 ผูบังคบั บัญชาชั้น ผูบัญชาการกองพล หรือเทียบเทา ผูบังคับบัญชาชัน้ แมท ัพหรือ
เทียบเทาเจากรมฝา ยยุทธบริการ หรือเจากรมฝายกิจการพิเศษ หากไมมีขอกําหนดไวเปนอยา งอ่ืนแลว
ในการอนมุ ัติ จําหนา ยและสงั่ การปฏิบตั ิตอ สิ่งอปุ กรณหรือซากสิ่งอปุ กรณตามขอ 23.2 นั้น ใหพิจารณา
สง่ั การปฏิบตั ิอยา งใด อยางหนงึ่ ดังตอ ไปน้ี

30.1 มอบใหแกผูชดใช ในกรณที ่ีมใิ ชส ่ิงอุปกรณหลัก หรือสิ่งอปุ กรณส ําคญั
30.2 สงใหตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย หรือปฏิบัติตามที่กรมฝายยทุ ธ
บรกิ าร หรือกรมฝายกจิ การพิเศษท่ีรับผดิ ชอบในสิ่งอปุ กรณน น้ั กาํ หนด
30.3 ใหห นวยนาํ ไปใชประโยชนอ ยางอ่ืน
30.4 ทําลาย
ขอ 31 ผูบ ัญชาการทหารบก สง่ั การปฏิบัติตอสงิ่ อุปกรณ หรอื ซากสงิ่ อุปกรณ ดงั ตอ ไปน้ี
31.1 ตามขอ 30 รวมทง้ั เปล่ียนแปลงแกไขการปฏิบัติท่ีผมู อี าํ นาจไดสั่งการไวแลว
31.2 ขาย
31.3 แลกเปลยี่ น
31.4 โอน
31.5 การดําเนินการตามขอ 31.2 ถึง ขอ 31.4 ใหปฏิบัติตามระเบียบสํานัก
นายกรฐั มนตรีวา ดวยการพสั ดุ ฉบบั ทีม่ ผี ลใชบังคบั อยูใ นปจจุบัน และทแี่ กไขเพ่ิมเติม สําหรับส่ิงอุปกรณ
หรือซาก สิ่งอุปกรณที่มีชีวิตที่ไดรับอนุมัติใหจําหนายแลว มอบอํานาจใหเจากรมการสัตวทหารบกส่ัง

128

การปฏิบัติตอสิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณโดยลงนาม รับคําสั่งผูบ ัญชาการทหารบก พรอมสําเนา
เรื่องท้งั หมดใหกองทัพบกทราบภายใน 30 วนั

ขอ 32 สิ่งอุปกรณ และซากสิง่ อุปกรณในโครงการ ใหถือปฏิบตั ติ ามแนวทางในขอ 23.4
ของระเบยี บน้ี

ขอ 33 สงิ่ อปุ กรณหรือซากสิ่งอุปกรณต อไปนี้ หามมอบใหแ กผ ูชดใช
33.1 ส่ิงอปุ กรณหลัก
33.2 สงิ่ อุปกรณสาํ คญั

ขอ 34 การสง ใหต าํ บลรวบรวมส่งิ อปุ กรณจ ําหนา ย
34.1 สงใหแ กตาํ บลรวบรวมสิ่งอปุ กรณจําหนายที่สะดวกในการขนสง และ เสีย

คาใชจายนอยที่สดุ โดยถือปฏิบัติตามระเบียบกองทัพบก วาดว ยการสงและรับสิ่งอปุ กรณ ทีม่ ีผลบังคับ
ใช ในปจ จุบนั

34.2 หลกั ฐานประกอบการสง คืนส่งิ อุปกรณ
34.2.1 สําเนารายงานขออนุมัติจาํ หนา ย (ทบ.400 - 065) ท่อี นมุ ตั แิ ลว
34.2.2 หลักฐานการสงคืน ใชใบสงคืน (ทบ.400 - 013) หรือใบสงคืน

และสงสิ่งอุปกรณ (ทบ.400 - 014) หรือใบเบกิ หรือใบสงคืนสิ่งอุปกรณ (ทบ.400 - 007 - 1) แลวแต
กรณี

34.3 สิง่ อุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณที่จะตองสงคืน หรือไมตองสงคืน หรือใหสง
หรือหามมิใหสงใหแกตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายใดเปนการเฉพาะ ใหกรมฝายยุทธบริการและ
กรมฝาย กิจการพิเศษที่รับผิดชอบในสิ่งอุปกรณ จัดทํารายการเสนอใหกรมสง กําลังบํารุงทหารบก
พิจารณาใหความเห็นชอบ จากนั้นใหกรมฝายยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผดิ ชอบในส่ิง
อุปกรณออกคําสั่งกําหนดหลักเกณฑ การปฏิบัติสาํ หรบั สิง่ อุปกรณในความรับผิดชอบดังกลาว ทั้งนี้ ให
ดําเนินการปรับปรงุ ทุก 3 ป พรอ มท้งั สําเนาคําสัง่ ดงั กลา วใหกรมสงกาํ ลังบาํ รงุ ทหารบกทราบดวย

ขอ 35 การจําหนายสิ่งอปุ กรณจะเสรจ็ สมบูรณเม่ือสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณที่ไดรับ
อนมุ ตั ิจําหนายไดถกู ดําเนินการ มอบใหแกผูชดใช ทําลาย ขาย แลกเปล่ียน โอน หรือปลดเปลอ้ื งความ
รบั ผิดชอบ ของกองทพั บกโดยวิธกี ารใดวธิ กี ารหนึง่ เรยี บรอยแลว
ตอนท่ี 7 ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจาํ หนาย

ขอ 36 การจัดตัง้
36.1 ใหห นว ยตาง ๆ ตอไปน้ี จัดตงั้ ตาํ บลรวบรวมส่งิ อุปกรณจาํ หนาย
36.1.1 มณฑลทหารบก และจังหวัดทหารบกทีม่ ีหนา ทีส่ นับสนุนทาง การ

สงกาํ ลงั
36.1.2 กองบญั ชาการชวยรบ
36.1.3 กรมฝายยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษท่ีรับผิดชอบ ในส่งิ

อุปกรณ
36.2 ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย ประกอบดวยเจาหนาที่ สถานที่ และ

เครือ่ งมือเคร่อื งใชต ามความจําเปน
36.2.1 เจาหนาที่ของตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายจัดจากกําลังพล

ซึง่ บรรจุไวตามอตั ราบรรจุของหนว ยจดั ตงั้ ประกอบดวย

129

36.2.1.1 นายทหารสัญญาบตั ร 1 - 3 นาย แลวแตขนาด หนวย
จัดตั้ง ทําหนาที่เปนหัวหนาตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย และผูชวยหัวหนาตําบลรวบรวมส่ิง
อปุ กรณ จาํ หนาย ตามความเหมาะสม

36.2.1.2 เจาหนาท่ชี วยเหลือตามความจําเปน
36.2.2 สถานที่ซึ่งจัดตั้งเปนตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย คงใช
สถานที่ ที่มอี ยูเดิมของหนวยจัดต้ัง ทั้งนี้ควรเปน สถานที่ที่มีความปลอดภัย และสามารถอํานวยความ
สะดวกแกผมู าตดิ ตอ ได
36.2.3 เคร่ืองมือเคร่อื งใชของตาํ บลรวบรวมสิง่ อปุ กรณจ ําหนา ยใหใ ช รวม
กับหนวยจัดตงั้
ขอ 37 หนาทแ่ี ละความรับผดิ ชอบ
37.1 ผูบังคับหนวยจดั ตั้งตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย เปนผูบังคับบัญชา
โดยตรงของตาํ บลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ ําหนาย
37.2 หัวหนาตําบลรวบรวมสง่ิ อุปกรณจาํ หนา ย มีหนาที่ บังคับบัญชา รบั ผิดชอบ
การดาํ เนินการของตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ าํ หนา ย
ขอ 38 การดาํ เนินการของตําบลรวบรวมสิง่ อุปกรณจ ําหนาย ไดแ กก ารดําเนนิ การ รบั คดั
แยก ทาํ หลักฐานเอกสารทางบญั ชีคมุ เกบ็ รักษา และปฏิบตั ิตอสิง่ อุปกรณ หรอื ซากส่ิงอุปกรณ ซ่ึงไดรับ
อนมุ ตั ิใหจําหนาย ออกจากบญั ชีคมุ แลว
ขอ 39 การรับ
39.1 รับสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณ ซึ่งผูมีอํานาจอนุมัติไดสั่งการใหนําสง
ใหแ ก ตําบลรวบรวมส่ิงอุปกรณจําหนา ยนนั้ ๆ
39.2 รับซากสิ่งอุปกรณสิ้นเปลือง หรือชิน้ สวนซอมซึง่ ใชส้ินเปลืองไป หรือชํารดุ
เสื่อมสภาพตามการใชงานปกติ ซึ่งกรมฝายยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบในสิ่ง
อปุ กรณ กาํ หนดใหหนวยตองสงซากส่ิงอุปกรณดังกลา วคนื ใหกับตําบลรวบรวมสิ่งอปุ กรณจําหนา ย
39.3 ตาํ บลรวบรวมสิ่งอุปกรณจาํ หนา ย รบั ส่ิงอุปกรณหรือซากสิง่ อุปกรณทุกสาย
งาน เวน ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจ ําหนา ยที่จัดต้ัง โดยกรมฝา ยยุทธบริการและกรมฝายกิจการพิเศษท่ี
รับผดิ ชอบ ในสงิ่ อปุ กรณ ใหรบั เฉพาะสิง่ อปุ กรณห รือซากสง่ิ อุปกรณใ นความรบั ผดิ ชอบ
39.4 ใหต าํ บลรวบรวมสิง่ อุปกรณจ ําหนาย รบั ส่งิ อปุ กรณ หรอื ซากสิ่งอุปกรณต าม
ขอ 39.1 และ 34.2 โดยดําเนินการตามระเบียบกองทัพบก วาดวยการสงและรับสิ่งอุปกรณ ที่มีผล
บังคบั ใชใ นปจจุบัน
ขอ 40 การคดั แยก
40.1 ส่ิงอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณ แยกตามรายการ
40.2 ซากสิ่งอุปกรณ ซึ่งชํารดุ แยกเปน สวน ๆ และประกอบกันเปนรูปเดิมไมได
(เศษซากส่ิงอปุ กรณ) แยกตามชนิดของวัตถุ
ขอ 41 การทําหลักฐานเอกสารทางบัญชคี มุ
41.1 สิ่งอุปกรณในโครงการ ดําเนินการตามขอตกลงกับองคการที่ใหความ
ชวยเหลือ

130

41.2 สิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณ ดําเนินการเชนเดียวกับการทําหลักฐาน
เอกสารทางบัญชีคมุ สิง่ อุปกรณ ที่ยังใชร าชการอยู โดยใชบัตรบัญชีคุมแบบ ทบ.400 - 003 - 2 สําหรบั
หนวยนับนนั้ สิง่ อปุ กรณห รอื ซากสง่ิ อุปกรณใหใชหนว ยนบั ตามลักษณะนาม สวนเศษซากส่ิงอุปกรณให
ใชห นวยนบั เปน นาํ หนกั หรอื ปริมาตรตามมาตราเมตริก

ขอ 42 การเกบ็ รักษา ใหดาํ เนินการเก็บรักษาใหปลอดภยั
ขอ 43 การปฏิบัตติ อ สิง่ อุปกรณห รอื ซากสง่ิ อุปกรณ

43.1 ใหต ําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย ดําเนนิ การปฏิบัติตอสิ่งอุปกรณหรือ
ซากสิ่งอุปกรณที่หนวยไดรับไวเพื่อดําเนินการตามอํานาจหนาที่ โดยวิธกี ารใดวิธีการหนึ่งตามขอ 29
ภายใน ระยะเวลา 5 เดอื น นบั ต้งั แตวนั ที่ตําบลรวบรวมส่ิงอุปกรณจาํ หนา ยไดร ับสิ่งอุปกรณหรือซากสิ่ง
อุปกรณ ทั้งนี้ หากไมสามารถดําเนินการแลวเสร็จภายในระยะเวลาที่กําหนด ใหผูบังคับหนวยจัดตั้ง
ตําบลรวบรวมสิง่ อปุ กรณ จําหนายมีอํานาจอนุมตั ิขยายระยะเวลาในการดําเนินการออกไปอีกไมเกิน 6
เดือน หากยังไมสามารถดาํ เนินการ แลวเสร็จ ใหผูบังคับหนวยจดั ต้ังตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจาํ หนา ย
รายงานขอขยายระยะเวลาดําเนินการตอสิ่งอุปกรณ หรือซากสิ่งอุปกรณดังกลาวตามสายการบังคับ
บัญชาจนถึงกรมสงกําลังบํารุงทหารบก เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้การ รายงานใหชี้แจงเหตุผลความ
จําเปน และระยะเวลาทจ่ี ะสามารถดําเนนิ การใหแลวเสร็จดวย

43.2 การปฏิบัติตอสงิ่ อุปกรณหรือซากสิ่งอุปกรณตามขอ 29.1 ถึงขอ 29.4 ใหผู
บังคับหนวยจัดตั้งตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย รายงานขออนุมัติจนถึงกองทัพบก (ผานกรมสง
กําลังบํารุง ทหารบก) สําหรับการปฏิบัติตามขอ 29.5 ถึงขอ 29.7 ใหปฏิบัติตามระเบียบวา ดวยการ
ดาํ เนินงานของตาํ บล รวบรวมสิ่งอุปกรณจ าํ หนา ยของหนวย

43.3 เมื่อตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนาย หรือหนวยที่ไดรับอนุมัติให
ดําเนินการ ตอซากสิ่งอปุ กรณที่ไดรับอนุมัติจําหนาย ไดดําเนินการตอสิ่งอุปกรณหรอื ซากสิ่งอุปกรณ
เพื่อปลดเปล้ืองความรบั ผดิ ชอบของกองทพั บกเรียบรอยแลว ใหผบู ังคบั หนวยทจี่ ัดต้ังตําบลรวบรวมสง่ิ
อปุ กรณจําหนาย หรอื ผูบังคับหนว ยที่ ไดรับอนุมตั ใิ หดาํ เนินการตอซากสงิ่ อุปกรณท ่ีไดรบั อนุมัติจําหนาย
แลวแตกรณี แจงผลการดําเนินการ ใหกรมฝายยุทธบริการหรือกรมฝายกิจการพิเศษที่รับผิดชอบส่ิง
อุปกรณท ราบโดยตรง ภายใน 30 วัน
ตอนท่ี 8 ขอ กําหนดอืน่ ๆ

ขอ 44 อํานาจในการกาํ หนดระเบียบปลกี ยอย
44.1 ใหกรมสงกําลังบํารุงทหารบก กรมฝายยุทธบริการ และกรมฝายกิจการ

พิเศษ ทร่ี บั ผดิ ชอบในส่งิ อุปกรณ กําหนดระเบียบปลกี ยอยท่ีเก่ียวกับการจาํ หนา ยโดยไมข ัดกบั ระเบยี บน้ี
44.2 ใหกรมพลาธิการทหารบก กําหนด ระเบียบเกี่ยวกับการดําเนินงานของ

ตําบล รวบรวมสิ่งอุปกรณจําหนายของตน และใหจังหวัดทหารบก มณฑลทหารบก กองบัญชา
การชวยรบ และกรมฝาย ยุทธบรกิ าร ทจ่ี ัดตงั้ ตาํ บลรวบรวมสิง่ อุปกรณจําหนา ยข้ึน กําหนดระเบียบการ
ปฏิบัติ ณ ตําบลรวบรวมสิ่งอุปกรณ จําหนายโดยยึดถือแนวทางปฏิบัติตามระเบียบที่กรมพลาธิการ
ทหารบกกําหนดโดยอนโุ ลม

131

ขอ 45 บทเฉพาะกาล
45.1 การดาํ เนนิ กรรมวธิ จี ําหนา ยสงิ่ อุปกรณใดๆ ทห่ี นว ยรายงานไดเ สนอรายงาน

ขออนุมัติจําหนายมายังผูมีอํานาจอนุมัติจําหนาย ตามระเบียบกองทัพบก วาดวยการจําหนายส่ิง
อุปกรณ พ.ศ. 2539 และที่แกไขเพิ่มเติมที่คางพิจารณาอยูกอนวันที่ระเบียบนี้ใชบงั คับ ใหหนวยท่ี
เกี่ยวของดําเนนิ การ ตามระเบียบ กองทัพบกวาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ. 2534 และที่แกไข
เพิม่ เติม จนกวา จะแลว เสรจ็

45.2 ใหกรมฝายยทุ ธบริการและกรมฝา ยกิจการพิเศษทีร่ บั ผิดชอบในสิ่งอุปกรณ
ประกาศรายการสิง่ อุปกรณตามขอ 34.3 ซงึ่ ตอ งไมเกนิ หนง่ึ ปนบั ตง้ั แตวนั ท่รี ะเบียบนใี้ ชบังคับ
ในระหวางที่ยังไมไดประกาศรายการส่ิงอุปกรณตามขอ 34.3 ใหคําสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 1188/53
ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง การกําหนดรายการส่ิงอุปกรณที่หนวยจะตอง สงซากคืนและไม
ตองสงซากคืน ยังคงมีผลใชบังคับตอไปจนกวาจะมีประกาศรายการส่ิงอุปกรณตามวรรคหนึ่งและ ให
หนวยถอื ปฏิบตั ติ ามคาํ สัง่ ดังกลาวไปพลางกอน

ประกาศ ณ วนั ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557

พลเอก ประยทุ ธ จันทรโอชา
( ประยุทธ จันทรโอชา )
ผูบญั ชาการทหารบก

กรมสง กําลงั บาํ รุงทหารบก

132

133

คาํ อธิบายวธิ ีเขียน ผนวก ก แบบรายงานขออนุมตั จิ าํ หนาย
1. จากหนวยรายงาน ใหลงนามหนวย ตามขอ 14 ของระเบยี บกองทัพบก วา ดวยการ
จําหนา ย สิ่งอุปกรณ พ.ศ. 2557
2. ถงึ หนวยสนับสนนุ ใหลงนามหนวยสนับสนุนทางการสงกําลังทีร่ ับผดิ ชอบสนบั สนุน
โดยตรง สิง่ อุปกรณท จี่ ะจาํ หนายใหแกห นวยครอบครอง เชน

134

2.1 กรณีหนวยครอบครอง เชน พัน.ร. หรือ รอ ย.นขต.พล. รับการสนบั สนุนโดยตรง
ชิ้นสว นซอม สป.สาย สพ. จาก กอง สพบ.พล. ดังนัน้ กอง สพบ.พล. จงึ เปนหนวยสนับสนุนโดยตรงใน
สวนของ ชิ้นสวนซอมดงั กลา ว

2.2 กรณีหนวยครอบครอง รับการสนับสนุนโดยตรง สป.บางประเภท จาก มทบ.
ดงั น้นั มทบ. จึงเปน หนว ยสนบั สนุนโดยตรง สป. ประเภทดงั กลาว

2.3 กรณีหนวยครอบครอง รับการสนับสนุนโดยตรง สป.บางประเภท จาก บชร.
ดงั นัน้ บชร. จงึ เปน หนว ยสนับสนนุ โดยตรง สป.ประเภทดงั กลา ว

2.4 กรณีหนวยครอบครอง รับการสนับสนุนโดยตรง สป.จากกรมฝายยุทธบริการ
ดงั นน้ั กรมฝายยุทธบริการ จึงเปนหนว ยสนับสนนุ โดยตรง

2.5 กรณีที่เปนการจายสิ่งอุปกรณอัตโนมัติจากกรมฝายยุทธบริการหรือหนวย
สนับสนุน ทางการสงกาํ ลังใหกับหนวยครอบครองตามความจําเปนเรงดวน หรอื ตามที่ ทบ.สั่งการเปน
กรณีพิเศษ ซ่ึงตามปกติแลว กรมฝายยุทธบริการหรือหนวยสนับสนุนทางการสงกําลังดังกลาวมิไดทํา
หนาที่สนับสนุนโดยตรงใหกับหนวย ครอบครอง กรณีดังกลาวขางตนจึงไมถือวากรมฝายยุทธบริการ
หรือหนวยสนบั สนุนทางการสงกําลังดังกลา วเปน หนวยสนับสุนนโดยตรงใหกับหนวยครอบครอง โดย
ยังคงใหหนว ยรายงาน ขออนุมัติจําหนายผานหนวยสนับสนนุ ท่ใี หการสนบั สนุนตามปกติ

3. หนว ยครอบครอง หมายถงึ หนว ยระดบั กองพันหรือเทยี บเทา หรอื กองรอยอิสระข้ึนไป
ซ่งึ เปนหนว ยใช ท่ีรับการสนับสนนุ สงิ่ อปุ กรณจากหนว ยสนับสนุนโดยตรง เชน พนั .ร. หรอื รอย.สห.พล.
เปนตน โดยใหล งนามหนวยตามขอ 16 ของระเบียบกองทัพบกวาดวยการจําหนายสิ่งอุปกรณ พ.ศ.
2557

4. สายงานที่ควบคมุ ใหลงสายยุทธบริการท่ีรับผิดชอบสิ่งอุปกรณ โดยใชคํายอ เชน กส.,
พธ. ฯลฯ ในรายงานคร้ังหนง่ึ ๆ ใหใ ชเ ฉพาะสายงานทคี่ วบคมุ สายเดยี ว

5. ที่ ใหลงท่ีหนงั สอื ออกตามระเบยี บงานสารบรรณ
6. วันท่ี เดอื น พ.ศ. ใหล งวนั ท่ี เดอื น พ.ศ. ท่ีสงหนังสอื ออกจากหนวยรายงานโดยใชค ํายอ
เชน วนั ที่ 10 เดอื น ม.ค. พ.ศ. 57
7. เอกสารที่แนบรวมแผน ใหลงจาํ นวนแผนของเอกสารทัง้ หมดทีแ่ นบเวนแบบ ทบ.400 -
065 ผนวก ก แบบรายงานขออนมุ ัติจาํ หนาย ท่ีใชรายงาน
8. ลําดับ ใหลงลําดบั ท่ีของส่งิ อปุ กรณท ่ีขออนมุ ตั จิ ําหนา ย
9. หมายเลขส่ิงอุปกรณ ใหลงหมายเลขสง่ิ อุปกรณท่ใี ชอ ยใู นปจจุบนั
10. รายการ ใหล งรายการสง่ิ อปุ กรณแ ตล ะรายการ ซงึ่ มรี าคาซ้อื หรือไดมาหนว ยละเทากัน
11. จาํ นวน ใหลงจาํ นวนสิง่ อปุ กรณแตละรายการ
12. หนวยนับ ใหลงหนวยนับเปนมาตราของสิ่งอุปกรณแตละรายการ เชน ลิตร เมตร
กิโลกรัม หรือตามลกั ษณะนาม เชน คนั นัด ตวั สาย ฯลฯ
13. หลักฐานการรับ ใหลงหลักฐานการไดมาของสิ่งอุปกรณ เชน ทะเบียนจา ยของหนว ย
จา ยเวน ชนิ้ สว นซอ มไมตอ งลงในชอ งน้ี
14. ราคาซื้อหรือไดมาหนวยละ ใหใชตามขอ 5.18 ของระเบียบกองทัพบก วาดวยการ
จําหนาย พ.ศ.2557 แตละรายการเปนบาท
15. ราคาซอื้ หรอื ไดมา ใหลงผลคณู ของจํานวนกับหนว ยละ (ชอ ง 90 x ชอง 14)

135

16. หมายเหตุ ใหล ง
- ซากมีหรอื ไม ถามีอยูที่ใด - ขอความอื่นๆ ที่เปนประโยชนในการพิจารณาของผูมี

อํานาจอนุมตั ิ
- รบั รองตรวจถกู ตอ ง โดยนายทหารสัญญาบัตร

17. ราคาท้งั สน้ิ ใหลงผลบวกของชองรวม ตง้ั แต รายการแรกถึงรายการสุดทาย พรอมทั้ง
ให วงเลบ็ วงเงินเปนตัวหนังสอื กํากับดว ยทกุ คร้ัง

18. ขอเสนอของหนวยรายงาน ใหลงขอเสนอของผูบังคับหนวยรายงานในเรื่องตอไปนี้
ยอ ๆ

- เรียน (ผบ.หนวยสนับสนุน) - หนว ย (หนวยครอบครอง) - ขออนุมัติจาํ หนาย ......
สป.สาย.... รวมรายการ วงเงนิ ....บาท

- สรปุ ความเหน็ ของกรรมการสอบสวน (เห็นควรใหจ ําหนา ยโดยไมค วรตองมีผูรับผดิ
เพราะเหตุใด เชน เพราะเปนเหตสุ ดุ วิสัย หรอื ไมไดเกดิ จากความประมาท เลินเลอ หรอื เกดิ ข้ึนตามปกติ
วสิ ยั เปนตน หรอื ควร ตองมีผรู บั ผดิ เพราะเหตใุ ด เชน ความจงใจประมาทเลนิ เลอ)

- วงเงนิ ในการจําหนายครั้งน้ีอยใู นอาํ นาจอนมุ ตั ิ (ผบ.พล, มทภ., จก.ฝา ยยุทธบริการ,
ผบ.ทบ.ฯลฯ)

- สิ่งอปุ กรณ/ซากสิ่งอุปกรณใหดําเนินการ (ตามขอ 30, 31 หรือ 32 ของระเบียบ
กองทพั บก วาดวยการจําหนา ย พ.ศ. 25537)

- หนวย (หนวยรายงาน) - ตรวจสอบแลวเห็นควร (อนุมัติใหจําหนาย และเบิก
ทดแทนได)

- ลงช่อื ผบ.หนว ยรายงาน หรอื ผทู ําการแทน
19. ความเห็นของหนวยสนับสนุน (โดยตรง) ถาวงเงินอยูในอํานาจอนุมัติของ ผบ.พล.
หรือ เทียบเทาหนวยสนับสนุนโดยตรงเรียน (ผบ.หนวยที่มีอํานาจอนุมัติ) เสนอแนะ (เห็นควรอนุมัติให
จาํ หนายและ เบิกทดแทนไดต ามที่หนวย (ชื่อหนวยรายงาน) เสนอ อยูในอํานาจของ... อนุมัติ) ลงชื่อ
ผบ.หนวยสนับสนุน โดยตรงหรือผูทําการแทน ถาวงเงินเกินอํานาจอนุมัติของ ผบ.พล.หรือเทียบเทา
หนวยสนับสนุนโดยตรงเรียน (ผบ.หนวยสนับสนุนทั่วไป) เสนอแนะเชนเดียวกับขอเสนอขา งตน กรณี
หนวยสนับสนนุ โดยตรง ไดแก มทบ./จทบ. บชร. หรอื กรมฝา ยยทุ ธบรกิ าร กใ็ หบนั ทกึ ความเหน็ ในชองน้ี
ดว ย
20. การส่งั การของผูมอี ํานาจอนุมัติ (ระดบั ผบ.พล.หรือเทียบเทา )

- สาํ หรบั ผมู ีอํานาจอนุมตั ิสงั่ การ (ระดับ ผบ.พล.หรือเทียบเทา)
21. ความเหน็ ของหนว ยสนบั สนนุ (ท่วั ไป)

- ถาวงเงินอยูในอํานาจอนุมัติของ มทภ. หรือเทียบเทา หนวยสนับสนุนทั่วไป เรียน
(ผบ.หนวย ที่มีอํานาจอนุมัติ) เสนอแนะเชนเดียวกับขอ 19 กรณีหนวยสนับสนุนทั่วไป และหนวย
สนบั สนุนโดยตรงเปนหนว ย เดียวกนั ไมต องบนั ทึกความเห็นในชอ งน้ี

- ถาวงเงินเกินอาํ นาจของ มทภ.หรือเทียบเทา หนว ยสนบั สนุนทั่วไป เรียน (จก.ฝาย
ยทุ ธบรกิ าร) เสนอแนะเชน เดียวกบั ขอ 19

22. การส่ังการของผมู อี าํ นาจอนุมตั ิ (ระดับ มทภ. หรอื เทยี บเทา)
- สําหรบั ผมู ีอาํ นาจอนมุ ัติส่งั การ (ระดบั มทภ.หรอื เทยี บเทา)

136

23. บันทึกความเห็นของหนวยสนับสนุน (กรมฝายยุทธบริการ หรือ กรมฝายกิจการ
พเิ ศษ)

- กรมฝายยุทธบริการ หรือ กรมฝายกิจการพิเศษ บันทึกความเห็นเพื่อเสนอผูมี
อํานาจอนุมัติ ระดับ ทบ. กรณีที่กรมฝา ยยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ เปนหนวยสนบั สนุน
โดยตรงให กรมฝา ยยุทธบรกิ าร หรือกรมฝา ยกจิ การพเิ ศษบนั ทึกความเห็นในชองน้ีดว ย

24. การสงั่ การของผูมีอาํ นาจอนมุ ตั ิ (ระดับ ทบ.)
- สําหรบั ผูมีอํานาจ ระดับเจากรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ หรอื ผู

บญั ชาการทหารบก

-----------------------------------------------

ตรวจถูกตอง
พ.อ. สุเอช อมาตยกุล
(สเุ อซ อมาตยกุล )
นายทหารปฏบิ ัติการประจํา กบ.ทบ.
26 ธ.ค. 56

137

138

คําอธบิ าย ผนวก ข ทางเดินเอกสาร

1. หนว ยเริม่ รายงาน คอื หนวยระดบั กองรอ ย หรอื เทยี บเทา เชน กองรอ ย นขต.กรมกอง
กองรอ ย นขต.พล. แผนก นขต.บก.ทภ. นขต.บก.มทบ. นขต.บก.จทบ. ฯลฯ

2. หนวยรายงาน คือหนวยบงั คบั บัญชา ขนาดกองพัน หรอื เทียบเทา ข้ึนไป ซึ่งเปนหนวย
บังคบั บัญชาของหนวยตามขอ 1 (หนวยเรม่ิ รายงาน) เชน กองพนั กรม กองพล ฯลฯ

3. หนว ยสนับสนนุ โดยตรง ท่ีใหการสนับสนุนทางการสง กําลังโดยตรงแกห นวยตามขอ 2
เชน บชร. สนับสนุนโดยตรงใหกับหนวยที่มีที่ตั้งในจังหวัดเดียวกันกับ บชร., มทบ./จทบ. สนับสนุน
โดยตรง (เฉพาะ สป. บางสายยุทธบริการ) ใหกับหนวยที่มีที่ตั้งในพื้นท่ี, กรม สน./กอง สพบ.พล.
สนับสนุนช้ินสว นซอ มใหก ับ นขต.พล.ฯลฯ

4. ผูอนุมัติระดับ ผบ.พล. หรือเทียบเทา มีอํานาจอนุมัติตามขอ 11 ของระเบียบ
กองทพั บกวาดว ย การจําหนา ยส่งิ อุปกรณ พ.ศ. 2557

5. หนวยสนบั สนนุ ทว่ั ไป ทใี่ หการสนับสนุนการสง กําลังเปน สวนรวมใหแกหนว ย ตามขอ 3
เชน บชร. สนบั สนุนสว นรวมใหก ับ มทบ./จทบ., กรม สน./กอง สพบ.พล.

6. ผูอนุมัติระดับ มทภ. หรือเทียบเทา มีอํานาจอนุมัตติ ามขอ 12 ของระเบียบกองทัพบก
วา ดวย การจําหนา ยส่งิ อุปกรณ พ.ศ. 2557

7. หนว ยสนับสนุนระดับกรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝายกิจการพิเศษ ไดแก กรมฝาย
ยุทธบรกิ าร หรือกรมฝา ยกจิ การพเิ ศษทรี่ บั ผดิ ชอบในสงิ่ อปุ กรณ เชน พธ.ทบ., สพ.ทบ., สบ.ทบ.ฯลฯ

8. ผูอนุมัติระดบั กรมฝายยุทธบริการ หรือกรมฝา ยกิจการพเิ ศษ มีอํานาจอนุมัติ ตามขอ
13 ของระเบยี บกองทัพบก วาดว ยการจาํ หนา ยสงิ่ อปุ กรณ พ.ศ. 2557

9. ผูมีอํานาจอนุมัติระดับ ผบ.ทบ. มีอํานาจอนุมัติ ตามขอ 14 ของระเบียบกองทัพบกวา
ดวย การจาํ หนายส่งิ อปุ กรณ พ.ศ. 2557

-------------------------------------------------------

ตรวจถกู ตอง
พ.อ. สุเอช อมาตยกุล
( สเุ อซ อมาตยกุล )
นายทหารปฏิบตั ิการประจํา กบ.ทบ.
26 ธ.ค. 56

เชงิ อรรถ

- ระเบียบ ทบ.ว่าดว้ ยการซอ่ มบำรงุ ยทุ โธปกรณ์ พ.ศ.2524
- ระเบยี บ ทบ.ว่าดว้ ยการส่งกำลัง สป.3 สายพลาธิการ พ.ศ.2524
- ระเบยี บ ทบ.ว่าดว้ ยการส่งกำลัง สป.3 สายพลาธกิ าร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2531
- ระเบีบบ ทบ.วา่ ด้วยการสง่ กำลัง สป.2 และ 4 พ.ศ.2534
- ระเบยี บ ทบ.วา่ ดว้ ยการสง่ กำลงั สป.5 พ.ศ.2542
- ระเบียบ ทบ.ว่าดว้ ยการส่ง และรบั สิง่ อุปกรณ์ พ.ศ.2500
- ระเบยี บ ทบ.ว่าด้วยการจดั การเคลือ่ นยา้ ย พ.ศ.2537
- พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการ กองทัพบก กองทัพไทย
กระทรวงกลาโหม พ.ศ.2552
- ระเบยี บกองทพั บกว่าด้วยความรับผดิ ชอบ สป. พ.ศ.2555
- ระเบยี บกองทพั บก วา่ ดว้ ยการจำหนา่ ยส่งิ อุปกรณ์ พ.ศ.2557
- ระเบียบกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยการจัดซ้อื จดั จ้าง และการบริหารพัสดภุ าครฐั พ.ศ.2560
- หลักนิยมการส่งกำลังบำรงุ ของ ทบ. พ.ศ.2562
- คำส่งั กองทพั บก 333/2562 เรอื่ ง กำหนดภารกิจ นโยบาย แนวความคดิ และความรบั ผิดชอบในการ
ส่งกำลงั บำรุงของกองทพั บก


Click to View FlipBook Version