การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร กรณีศึกษาชุมชนกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์อำเภอบางปลาม้าจังหวัดสุพรรณบุรี Studying the feasibility of setting up a warehouse to store agricultural products, a case study of Krathum Thong Community, Ongkharak Subdistrict, Bang Pla Ma District Suphanburi Province ปอรรัชต์ ผิวอ่อนดี วรรณิสา สระสีสม ณัฐภูมิ ขัดชมภู รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ มีนาคม พ.ศ. 2567 ลิขสิทธ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ก การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร กรณีศึกษาชุมชนกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์อำเภอบางปลาม้าจังหวัดสุพรรณบุรี Studying the feasibility of setting up a warehouse to store agricultural products, a case study of Krathum Thong Community, Ongkharak Subdistrict, Bang Pla Ma District Suphanburi Province ปอรรัชต์ ผิวอ่อนดี วรรณิสา สระสีสม ณัฐภูมิ ขัดชมภู รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน คณะบริหารธุรกิจ มีนาคม พ.ศ. 2567 ลิขสิทธ์เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ข ชื่องานวิจัย การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บ สินค้าการเกษตรกรณีศึกษาชุมชนกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อนักศึกษาและรหัสนักศึกษา นางสาวปอรรัชต์ ผิวอ่อนดี รหัสนักศึกษา 116310509439-0 นางสาววรรณิสา สระสีสม รหัสนักศึกษา 116310509440-8 นายณัฐภูมิ ขัดชมภู รหัสนักศึกษา 116310509476-2 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ปริญ วีระพงษ์ รายงานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต โดยผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการสอบวิจัย ดังมีรายชื่อต่อไปนี้ อาจารย์ที่ปรึกษา ………………………………………………. (ดร.ปริญ วีระพงษ์) ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ค ชื่องานวิจัย การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้า การเกษตรกรณีศึกษาชุมชนกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ชื่อนักศึกษาและรหัสนักศึกษา นางสาวปอรรัชต์ ผิวอ่อนดี รหัสนักศึกษา 116310509439-0 นางสาววรรณิสา สระสีสม รหัสนักศึกษา 116310509440-8 นายณัฐภูมิ ขัดชมภู รหัสนักศึกษา 116310509476-2 ปริญญา บริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ปีการศึกษา 2566 อาจารย์ที่ปรึกษา ดร.ปริญ วีระพงษ์ บทคัดย่อ การศึกษาเรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร กรณีศึกษาชุมชนกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรีจัดทำขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์คือ เพื่อศึกษาถึงสภาพปัญหาในการจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนและเพื่อศึกษา ความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตรรวมไปถึงเพื่อเสนอแนวทางการ สร้างคลังสินค้าในพื้นที่เขตชุมชนเพื่อเก็บผลผลิตของชุมชน โดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลปัญหาในการ จัดเก็บและจำนวนผลผลิตทางการเกษตรย้อนหลัง 3 ปี นำมาทำการวิเคราะห์ปัญหาในการจัดเก็บผลผลิต ด้วยแผนผังก้างปลาและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนผลผลิตทางการเกษตรด้วยแผนภูมิพาเรโต จากนั้นจึงทำการ วิเคราะห์Business Model Canvasและ SWOT Analysis เมื่อได้กลยุทธ์ของธุรกิจแล้วจึงวิเคราะห์ขนาด พื้นที่และรูปแบบของคลังสินค้า โดยจำลองคลังสินค้าด้วยโปรแกรม Flex Sim Simulation Softwareและ จัดทำแผนธุรกิจและใช้ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์มาเปรียบเทียบ ผลการศึกษาพบว่า เกิดปัญหาในแต่ละด้านโดยที่ควรแก่การพัฒนาสร้างคลังสินค้าภายในชุมชน และจำนวนการจัดเก็บผลผลิตของชุมชชนที่มีเปอร์เซ็นรวมสะสมสูงสุดคือ 40 กระสอบต่อครัวเรือน โดยใน การจำลองคลังสินค้าผู้วิจัยได้จำลองขึ้นมา 2 รูปแบบด้วยกัน โดยพบว่า คลังรูปแบบที่ 1 มีพื้นที่ในการ จัดเก็บ 560 ลูกบาศก์เมตร โดยมีระยะทางของสินค้าที่มีการเข้ามาในคลัง อยู่ที่ 6,956 เมตรและคลังรูปแบบ ที่ 2 พื้นที่ในการจัดเก็บ 1,716 ลูกบาศก์เมตร ระยะทางของสินค้าที่มีการเข้ามาในคลังอยู่ที่ 7,926เมตร ผล จากการเปรียบเทียบตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์มิติด้านต้นทุนพบว่าคลังรูปแบบที่2 มีระยะเวลาคืน ทุนที่รวดเร็วกว่าคลังรูปแบบที่ 1 คิดเป็นผลต่างร้อยละ50และมิติด้านเวลาแสดงให้เห็นว่าคลังรูปแบบที่ 1 ใช้ เวลาในการนำสินค้าเข้าคลังน้อยกว่าคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 คิดเป็นผลต่างอยู่ที่ร้อยละ 3.13 จากผลการวิจัย ทั้งหมดนั้นทางชุมชนกรณีศึกษาสามารถนำผลการวิจัย เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่จัดเก็บโดยสร้าง คลังสินค้าเพื่อผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนได้ คำสำคัญ : ชุมชน / ผลผลิตทางการเกษตร / ชาวบ้าน / การจัดเก็บ
ง Title Studying the feasibility of setting up a warehouse to store agricultural products, a case study of Krathum Thong Community, Ongkharak Subdistrict, Bang Pla Ma District Suphanburi Province Student Name Miss. Porarat Phiwondee Miss. Wannisa Sraseesom Mr. Natthaphoom Khadchomphu Degree Bachelor of Business Administration (Logistics Management) Program Logistics and Supply Chain Management Academic Year 2023 Advisor Dr. Prin Weerapong Abstract The study examined the feasibility of establishing a warehouse for agricultural produce storage within the community of Khlong Khwai, Amphoe Bang Pla Ma, Suphan Buri Province. The objectives were to investigate storage issues faced by the community and assess the feasibility of establishing such a warehouse. The study collected data on storage problems and agricultural produce quantities for the past three years and analyzed them using fishbone diagrams and Pareto charts. Subsequently, Business Model Canvas and SWOT Analysis were conducted to develop a business strategy. The study also analyzed warehouse size and layout, simulated using Flexsim Simulation Software, and developed a business plan. Performance indicators were utilized to compare logistics efficiency. The findings revealed several issues, highlighting the necessity for developing community warehouses and the maximum cumulative storage capacity of 40 sacks per household. Two warehouse models were simulated: Model 1 with a storage area of 560 cubic meters and Model 2 with 1,716 cubic meters. Model 1 had a shorter product access distance (6,956 meters) compared to Model 2 (7,926 meters). Cost-effectiveness analysis showed that Model 2 had a faster payback period, with a 50% difference compared to Model 1. Additionally, Model 1 had a shorter product access time, with a 3.13% difference compared to Model 2. These findings suggest that the community can utilize the research results to develop storage spaces and establish warehouses for agricultural produce. Keywords: Community, Agricultural Products, Villagers, Storage Solutions
จ กิตติกรรมประกาศ รายงานวิจัยนี้ดําเนินการสําเร็จลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดีโดยได้รับความกรุณาและความ ช่วยเหลือเป็นอย่างดีจากอาจารย์ปริญ วีระพงษ์ ซึ่งกรุณาเสียสละเวลาให้คำปรึกษาและคำแนะนำ รวมถึงการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการดำเนินการศึกษา ทางผู้วิจัยจึงขอกราบ ขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณคณาจารย์หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิขาการจัดการโลจิสติกส์และซัพ พลายเชนทุกท่าน ที่ได้เสียสละเวลาในการเป็นคณะกรรมการในการสอบและตรวจสอบความถูกต้อง พร้อมทั้งให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อให้รายงานวิจัยนี้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ตลอดจนขอขอบพระคุณ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลองครักษ์ที่กรุณาให้ความร่วมมือให้การเก็บรวบรวมข้อมูลสำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดี พร้อมทั้งการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อการจัดทำ รายงานวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้วิจัย มีนาคม พ.ศ.2567
ฉ สารบัญ หน้า หน้าปกใน ก ใบอนุมัติเพื่อศึกษางานวิจัย ข บทคัดย่อภาษาไทย ค บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ง กิตติกรรมประกาศ จ สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ซ สารบัญภาพ ฌ บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญ 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4 ขอบเขตการศึกษาวิจัย 1.5 สถานที่ทำการศึกษา 1.6 ระยะเวลาในการศึกษา 1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ 1 2 2 2 2 3 3 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยว 2.1 ทฤษฎีคลังสินค้า 2.2 ทฤษฎีการจัดการคลังสินค้า 2.3 ทฤษฎีแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) 2.4 ทฤษฎีพาเรโต (Pareto) หรือทฤษฎี 80/20 2.5 Business Model Canvas หรือ โมเดลธุรกิจ 2.6 SWOT Analysis 2.7 โปรแกรม Flexsim Simulation Software 2.8 แผนธุรกิจ 2.9 ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ 2.10 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 6 9 11 13 16 18 20 21 22
ช สารบัญ (ต่อ) บทที่ 3 วิธีการดำเนินการศึกษา หน้า 3.1 พื้นที่กรณีศึกษา 3.2 ขอบเขตเนื้อหา 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเครื่องมือในการหารากของปัญหา 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 38 38 39 39 39 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 วิเคราะห์สาเหตุปัญหาโดยใช้แผนผังก้างปลา 4.2 วิเคราะห์ด้วยแผนภูมิพาเรโต (Pareto diagram) 4.3 การBusiness Model Canvas หรือ โมเดลธุรกิจ 4.4 การวิเคราะห์SWOT (SWOT Analysis) 4.5 การจำลอง Flexsim Simulation Software 4.6 แผนธุรกิจ 4.7 การเปรียบเทียบคลังทั้ง 2 แบบด้วยตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ 40 42 43 45 47 68 78 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการวิจัย 5.2 ตารางสรุปผลวิจัย 5.3 ข้อเสนอแนะ 79 81 82 บรรณานุกรม 83 ภาคผนวก 85 ภาคผนวก ก ประวัติผู้ศึกษา 86 ภาคผนวก ข ตารางการเก็บรวมรวมข้อมูลจำนวนข้าวของชาวบ้านจำนวน 285 ครัวเรือน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2564-2566 90 ภาคผนวก ค ภาพประกอบการสังเกตปัญหาในการจัดเก็บผลผลิต 109 ภาคผนวก ง หนังสือรับรองการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและแบบฟอร์ม สอบถามความพึงพอใจที่มีต่องานวิจัย 111 ภาคผนวก จ ผลการตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรมทางวิชาการ โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 114
ซ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 2.1 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 28 2.2 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 29 2.3 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 30 2.4 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 31 2.5 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 32 2.6 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 33 2.7 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 34 2.8 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 35 2.9 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 36 2.10 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) 37 4.1 การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis) 45 4.2 ผลลัพธ์การจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 56 4.3 ผลลัพธ์การจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 66 4.4 ทำการเปรียบเทียบระยะทางของรายการสินค้าที่มีการเข้ามายังคลังสินค้ามี ส่วนต่างอยู่ที่ 970 เมตร คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นอยู่ที่ 13.94% 67 4.5 ทำการเปรียบเทียบระยะเวลาของรายการสินค้าที่มีการเข้ามายังคลังสินค้ามี ส่วนต่างอยู่ที่ 1.14 นาที คิดเป็นส่วนต่างเปอร์เซ็นอยู่ที่ 3.13 % 67 4.6 ตารางแสดงโครงสร้างการใช้เงินลงทุน 70 4.7 ตารางแสดงราคาสินค้าและบริการ 70 4.8 ตารางแสดงการประมาณการรายได้ 70 4.9 ตารางแสดงค่าแรงงาน 71 4.10 ตารางแสดงค่าโสหุ้ยและค่าใช้จ่ายต่างๆ 71 4.11 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 71 4.12 ตารางแสดงงบกำไรขาดทุน 72 4.13 ตารางแสดงกระแสเงินสดสุทธิ 72 4.14 ตารางแสดงโครงสร้างการใช้เงินลงทุน 75 4.15 ตารางแสดงราคาสินค้าและบริการ 75 4.16 ตารางแสดงประมาณการรายได้ 75 4.17 ตารางแสดงค่าแรงงาน 75
ฌ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 4.18 ตารางแสดงค่าโสหุ้ยและค่าใช้จ่ายต่างๆ 76 4.19 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 76 4.20 ตารางแสดงงบกำไรขาดทุน 76 4.21 ตารางแสดงกระแสเงินสดสุทธิ 77 4.22 การเปรียบเทียบคลังทั้ง 2 แบบด้วยตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ 78 5.1 ตารางสรุปผลการวิจัย 81 ภาคผนวก ข ตารางการเก็บรวมรวมข้อมูลจำนวนข้าวของชาวบ้านจำนวน 285 ครัวเรือน ตั้งแต่ปีพ.ศ.2564-2566 90
ญ สารบัญรูปภาพ ภาพที่ หน้า 1 แผนผังก้างปลา 9 2 ภาพแสดงตัวอย่างแผนภูมิพาเรโต 12 3 ภาพแสดงตัวอย่าง Business Model Canvas 15 3 ภาพแสดงตัวอย่าง SWOT Analysis 17 4 ตัวอย่างแบบจำลอง Flexsim Simulation Softwareที่มา 18 5 การใช้ Flexsim ในอุตสาหกรรมต่างๆ 19 6 แผนผังก้างปลา 40 7 แผนภูมิพาเรโตแสดงจำนวนข้าวที่ชาวบ้านจัดเก็บในปี พ.ศ 2564- พ.2565 42 8 ออกแบบพื้นที่ของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 โดยทำการใส่กำแพง 47 9 นำ Source มาวางซึ่งเป็นตัวนำวัตถุเข้าสู่แบบจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 48 10 ทำการตั้งค่า Source คลังสินค้ารูปแบบที่ 1 49 11 ทำการตั้งค่า Source คลังสินค้ารูปแบบที่ 1 (ต่อ) 49 12 นำ Queue มาวางซึ่งเป็นพักวัตถุของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 50 13 นำ Queue มาวางซึ่งเป็นพักวัตถุของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 (ต่อ) 50 14 จัดวางชั้นวางสินค้าประเภท Selective Rack 51 15 จัดวางชั้นวางสินค้าประเภท Selective Rack (ต่อ) 51 16 ทำการตั้งค่าชั้นวางสินค้า 52 17 ทำการตั้งค่าชั้นวางสินค้า (ต่อ) 52 18 ทำการนำรถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) มาวางในคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 53 19 ทำการนำรถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) มาวางในคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 (ต่อ) 53 20 ทำการตั้งค่ารถโฟล์คลิฟท์ (Forklift)ของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 (ต่อ) 54 21 ทำการเชื่อมแต่ละ Model ของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 55 22 ทำการเชื่อมแต่ละ Model ของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 (ต่อ) 55 23 ทำการตั้งค่า Rackและ Queue 55 24 ทำการตั้งค่าRun Timeของคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 56 25 การจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 56 26 ออกแบบพื้นที่ของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 โดยทำการใส่กำแพง 57
ฎ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า 27 นำ Source มาวางซึ่งเป็นตัวนำวัตถุเข้าสู่แบบจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 58 28 นำ Source มาวางซึ่งเป็นตัวนำวัตถุเข้าสู่แบบจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 58 29 ทำการตั้งค่า Source 59 30 ทำการตั้งค่า Source ของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 59 31 นำ Queue มาวางซึ่งเป็นพักวัตถุของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 60 32 นำ Queue มาวางซึ่งเป็นพักวัตถุของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 60 33 จัดวางพื้นของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 61 34 จัดวางพื้นของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 61 35 ทำการตั้งค่าพื้นคลังสินค้าจัดวางพื้นของคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 62 36 ทำการนำรถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) มาวางในคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 63 37 ทำการนำรถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) มาวางในคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 63 38 การตั้งค่ารถโฟล์คลิฟท์ (Forklift) ในคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 64 39 ทำการเชื่อมแต่ละ Model ในคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 64 40 ทำการเชื่อมแต่ละ Model ในคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 65 41 ทำการตั้งค่าFloor StorageและQueue 65 42 ทำการตั้งค่าRun Timeในคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 (ต่อ) 65 43 การจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 66 44 ภาพจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 1 69 45 ภาพจำลองคลังสินค้ารูปแบบที่ 2 74 ภาคผนวก ค ภาพประกอบการสังเกตปัญหาในการจัดเก็บผลผลิต 112 ภาคผนวก ง หนังสือรับรองการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและแบบฟอร์ม สอบถามความพึงพอใจที่มีต่องานวิจัย 113 ภาคผนวก ฉ ผลการตรวจสอบการลอกเลียนวรรณกรรมทางวิชาการ โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 115
1 บทที่ 1 บทน ำ 1.1 ควำมเป็ นมำและควำมส ำคัญของปัญหำ ข้าวมีบทบาทสำคัญหลายอย่างต่อสังคมไทยตั้งแต่เป็นอาหารไปจนถึงอาชีพ พื้นที่ปลูกข้าวคิดเป็น มากกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่เพาะปลูกทั้งประเทศและใช้แรงงานมากกว่าครึ่งของแรงงานทั้งประเทศ ข้าว เป็นหนึ่งในอาหารหลักและเป็นแหล่งโภชนาการสำหรับพลเมืองไทยส่วนใหญ่ ข้าวยังเป็นส่วนสำคัญใน การส่งออกของไทย ปัจจุบันข้าวนาปรังมีเนื้อที่เพาะปลูกรวมทั้งประเทศ 9,547,390 ไร่และในปี 2565 มี ผลผลิตถึง 6,171,197 ตันต่อปีโดยต้นทุนของชาวนาในการเพาะปลูกสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะ เป็นเครื่องมือและอุปกรณ์,แรงงานและต้นทุนแฝงอื่นๆ รวมไปถึงต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น ต้นทุนขนส่งข้าว จากนาไปยังโรงสี,ต้นทุนการจัดเก็บ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรักษาความสดให้แก่ข้าว ค่าใช้จ่ายในการ ควบคุมความอุณหภูมิและความชื้น,ต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบใช้ในการปลูกข้าว เช่น เมล็ดพันธุ์, ปุ๋ย, สาร ป้องกันกำจัดศัตรูพืช, และวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ในกระบวนการการเกษตร ซึ่งชาวนาโดยส่วนใหญ่มักไม่จด บันทึกค่าใช้จ่ายหรือคำนวณต้นทุน ทำให้เกิดการขาดทุน อีกทั้งยังประสบปัญหาภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ภัยแล้งหรืออุทกภัย ชาวนาในประเทศไทยซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในโซนภาคกลางนั่น ในทุกปีจะประสบปัญหาเกี่ยวกับภัย ธรรมชาติซึ่งก็คืออุทกภัยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม โดย จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งมีเกษตรชาวนาจำนวน 36,400 คน พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง 820,804 ไร่ ซึ่งเป็น จังหวัดที่เพาะปลูกข้าวมากที่สุดในภาคกลาง ได้ประสบปัญหาน้ำท่วมในทุกปี ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสองพี่ น้องและอำเภอบางปลาม้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทางภาครัฐจัดให้เป็นพื้นที่แก้มลิงหรือพื้นที่รับน้ำนั่นเอง ทำให้ผล ผลิตเกิดความเสียหายรวมไปถึงต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วยจากเหตุการณ์อุทกภัย ทำให้เกิดปัญหาในการจัดเก็บ ของชาวนา ซึ่งเป็นต้นทุนโลจิสติกส์ประเภทนึง การแก้ปัญหาในการจัดเก็บของชาวนามีความสำคัญสูง เนื่องจากการจัดเก็บของให้มี ประสิทธิภาพสามารถมีผลต่อผลผลิตและรายได้ของชาวนาได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีผลในลดการสูญเสีย และเสื่อมสภาพของข้าว และเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้ซึ่งการมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดเก็บและการใช้ เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดเก็บของช่วยให้ข้าวมีคุณภาพและสามารถขายในตลาดได้มูลค่าสูงขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการทำลายของศัตรูพืชหรือการเสื่อมสภาพของข้าว อีกทั้ง การมีระบบจัดเก็บของที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและการ
2 ขนส่งข้าว ทำให้เกิดประสิทธิภาพส่งผลต่อระดับชีวิตของชาวนาและชุมชนท้องถิ่น สามารถสร้างรายได้ และโอกาสในการพัฒนาท้องถิ่น รวมไปถึงโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้น คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาพบว่า ชาวบ้านกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัด สุพรรณบุรี ประสบปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากปัญหาอุทกภัยและแต่ละ ครัวเรือนไม่มีพื้นที่จัดเก็บผลผลิตทางการเกษตรและพื้นที่ที่ใช้ในการจัดเก็บไม่เหมาะสมรวมถึงในหมู่บ้าน ปกติจะมีพื้นที่สาธารณะที่สามารถให้ชาวบ้านนำผลผลิตทางการเกษตรมาจัดเก็บได้แต่ก็ยังเป็นพื้นที่ที่ไม่ เหมาะสมแก่การจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร ทำให้เมล็ดพันธุ์เกิดความเสียหายและเกิดการสูญหายอีก ด้วย จากปัญหาข้างต้นผู้วิจัยมีความประสงค์ศึกษาถึงสภาพปัญหาในการจัดเก็บและดูแลรักษาผลผลิต ทางการเกษตรของชุมชนและปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาที่แท้จริงและศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง คลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร อีกทั้งเสนอแนวทางการสร้างคลังสินค้าในพื้นที่เขตชุมชนเพื่อ เก็บผลผลิตของชุมชน 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1.2.1) เพื่อศึกษาถึงสภาพปัญหาในการจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน 1.2.2) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร 1.2.3) เพื่อเสนอแนวทางการสร้างคลังสินค้าในพื้นที่เขตชุมชนเพื่อเก็บผลผลิตของชุมชน 1.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.3.1) ทราบถึงสภาพปัญหาในการจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน 1.3.2) สามารถทราบความเป็นไปได้ในการจัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร 1.3.3) สามารถเสนอแนวทางการสร้างคลังสินค้าในพื้นที่เขตชุมชนเพื่อเก็บผลผลิตของชุมชน 1.4 ขอบเขตการศึกษา ศึกษาข้อมูลสภาพปัญหาในการจัดเก็บและศึกษาเสนอแนวทางการสร้างคลังสินค้าในพื้นที่เขต ชุมชนเพื่อเก็บผลผลิตของชุมชนบ้านกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี 1.5 สถานที่ทำการศึกษา หมู่บ้านกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี 72150 1.6 ระยะเวลาในการศึกษา ระยะเวลาในการทำการศึกษานี้ มีระยะเวลาทำการวิจัยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ถึง 29 มีนาคม 2567 รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 120 วัน
3 1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.7.1.ชุมชน คือ บ้านกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี 1.7.2.ผลผลิตทางการเกษตร คือ ข้าว 1.7.3.ชาวบ้าน คือ ชาวบ้านชุมชนกระทุ่มทอง ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า จังหวัด สุพรรณบุรี 1.7.4.การจัดเก็บ คือ การเก็บรักษาข้าวของ
4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้ศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาถึงสภาพปัญหาในการจัดเก็บและดูแลรักษา ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนและปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาที่แท้จริงและเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการ จัดตั้งคลังสินค้าในการจัดเก็บสินค้าการเกษตร โดยทำการวิเคราะห์ในด้านต่างๆ เนื้อหาในบทนี้จะ ประกอบด้วยทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 ทฤษฎีคลังสินค้า 2.2 ทฤษฎีการจัดการคลังสินค้า 2.3 ทฤษฎีแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) 2.4 ทฤษฎีพาเรโต (Pareto) 2.5 Business Model Canvas หรือ โมเดลธุรกิจ 2.6 SWOT Analysis 2.7 โปรแกรม Flexsim Simulation Software 2.8 แผนธุรกิจ 2.9 ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ 2.10 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎีคลังสินค้า คลังสินค้า หมายถึง พื้นที่หรือในสมัยอดีตเรียกว่า โกดัง โดยมักจะมีขนาดที่ใหญ่และกว้าง โดย เป็นสถานที่หรือพื้นที่ที่เอาไว้ใช้เก็บสินค้ารักษาให้อยู่ในสถานะหรือสภาพที่ดี โดยปกติแล้วจะเก็บใน จำนวนที่เยอะ ซึ่งเป็นส่วนที่จำเป็นและสำคัญต่อธุรกิจโลจิสติกส์รวมไปถึงธุรกิจทั่วไป ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึง ปลายน้ำ โดยเกี่ยวข้องกับการเก็บวัตถุดิบจนไปถึงสินค้าสำเร็จรูป ทั้งธุรกิจที่มีการจัดจำหน่ายหรือเก็บเพื่อ ใช้ในกิจกรรมในธุรกิจ อาทิเช่น อะไหล่สำหรับซ่อมบำรุงหรือใช้สำหรับการผลิตสินค้าในธุรกิจ คลังสินค้ามี หน้าที่ที่สำคัญอย่างมากในส่วนของการช่วยทำให้สินค้าที่ต้องเก็บเป็นเวลานาน ซึ่งในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ไม่ได้ ถูกนำใช้หรือขายในทันทีโดยจะทำหน้าที่ช่วยเก็บและดูแลรักษาสินค้าให้คงสภาพที่ดีสดใหม่อยู่เสมอและ สามารถหยิบมาใช้ตลอดเวลา ในส่วนของคลังสินค้าที่ทำหน้าที่เก็บรักษาสินค้าที่สำเร็จรูปแล้วพร้อมที่จะ นำมาขายและไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมหรือชิ้นส่วนของสินค้า อาจเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า วัสดุที่สิ้นเปลืองจำพวก เครื่องใช้สำนักงานเมื่ออยู่รวมกันในจำนวนมากก็จะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ ในส่วนของสินค้าที่สำเร็จรูป
5 ที่จะต้องจัดเก็บเข้าสู่คลังก่อนจะได้ทำการจัดส่งให้กับลูกค้า หรือสินค้าที่ยังไม่ถูกจำหน่ายและรอจำหน่าย ตามคำสั่งซื้อให้กับกลุ่มลูกค้ามาสั่งซื้อ คลังสินค้ามักถูกออกแบบให้มีทำเลที่ตั้ง โครงสร้างโดยรวมให้เหมาะ แก่กระบวนการปฏิบัติงานและระบบการจัดเก็บที่สะดวกและเป็นระเบียบและส่วนที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง คือ ความปลอดภัย รวมถึงการง่ายต่อขั้นตอนที่ใช้ในจัดเก็บสินค้าตามตำแหน่งของสินค้าและรายการใน ระบบคลังสินค้า จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะการใช้พื้นที่ภายในคลังน้อย และยังเป็นส่วนในการช่วยความสิ้นเปลืองในการบริหารคลังสินค้าอีกด้วย 2.1.1.ความสำคัญของคลังสินค้า คลังสินค้าไม่ได้ทำหน้าที่แค่เก็บรักษาสินค้าหรือวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังเป็นที่สำคัญในภาคธุรกิจ หลายๆด้าน ไม่ได้เกี่ยวโยงเฉพาะโลจิสติกส์ ซึ่งโดยรวมรวมไปถึงขั้นตอนขนส่ง การจัดจำหน่ายสินค้า โดย คลังสินค้าที่มีความถูกต้อง สามารถสร้างความเป็นประโยชน์ในการจัดเก็บภายในคลัง ซึ่งจะมีผลต่อทุก ด้านขององค์กร รวมไปถึงลดจำนวนเงินในการขนส่ง เนื่องจากสามารถส่งสินค้าที่มีปริมาณมากในคราว เดียว การเลือกตำแหน่งในการวางสินค้าก็มีประโยชน์อย่างมาก ทำให้เกิดผลประโยชน์ในการใช้พื้นที่ และ ช่วยทำการลดในส่วนของต้นทุนที่ใช้ในการบริหารคลังสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ในปัจจุบัน เทคโนโลยีและโปนแกรมสารสนเทศมีบทบาทในการช่วยให้จัดการคลังสินค้าเป็นไปอย่างดีที่สุด มีระบบที่ ช่วยในการควบคุมจัดการคลังสินค้าที่ทำงานโดยอัตโนมัติ การตรวจสอบรายการสินค้า เพื่อทำให้สามารถ เช็คสถานที่จัดเก็บและความถูกต้องของข้อมูลในคลังสินค้าได้เป็นอย่างดี และในส่วนของการจัดซื้อมีส่วน ช่วยการจัดการความต้องการของสินค้าและวัตถุดิบ โดยการระบุจำนวนสินค้าที่ต้องการและเป็นฐาน ให้กับการสั่งซื้อสินค้าในอนาคต 2.1.2.ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อจัดการคลังสินค้าบกพร่อง 1.คลังสินค้าที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดีจะไม่มีขั้นตอนที่ชัดเจนและการเคลื่อนที่ของสินค้ามีระบบที่ไม่ดี พอ ผลกระทบคือ สินค้ามีตำหนิหรือเกิดการเสียหายในกระบวนการจัดเก็บ ซึ่งทำให้สินค้าไม่สามารถ นำไปขายหรือใช้งานได้ ทำให้เสียประโยชน์หลายด้านไม่ว่าจะเป็นเวลาและตุ้นทุนในส่วนของการแก้ไข และการทำการส่งคืนควบคู่ไปกับสินค้าใหม่ที่ส่งไปทดแทน 2.คลังสินค้าที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดีจะไม่มีในส่วนของระบบที่ใช้การตรวจสอบและไม่มีระบบันทึกทำ การนับสินค้า มีผลต่อกระบวนการในการนับสินค้ามีความพลาดและผิดได้ทำให้เกิดความสูญเปล่า ไม่ว่า จะเป็นในกระบวนการด้านการซื้อขายและยังทำให้เกิดความสูญเปล่าคือ การจัดส่งสินค้าไปโดยที่ไม่ตรง กับจำนวนจริงที่ลูกค้าสั่งซื้อ
6 3.คลังสินค้าที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดี จะไม่มีระบบที่ใช้ในตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสินค้าและรวม ไปถึงความเคลื่อนไหวในคลัง ส่งผลให้ทำให้เกิดปัญหาได้คือสินค้าหายไปโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ยัง ทำให้อาจเกิดปัญหาเรื่องการขโมยสินค้าหรือเกิดการทำลายสินค้าที่จัดเก็บอยู่ในคลังด้วย 4.คลังสินค้าที่อยู่ในเกณฑ์ไม่ดีทำให้การจัดส่งสินค้าเกิดปัญหา ไม่สามารถไหลได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลเป็นอย่างมากทำให้ลูกค้าไม่พอใจในสินค้าที่มาถึงช้าจนเกินไปหรือมีการผิดพลาดในส่วนใดส่วน (คำนาย อภิปรัชญาสกุล,2557) 2.2 ทฤษฎีกำรจดักำรคลงัสินค้ำ 2.2.1 ความหมายของคลังสินค้า ปิยะนุช สถาพงศ์ภักดี (2565) ได้กล่าวไว้ว่า จัดการคลังสินค้าครอบคลุมหลักการและ กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในแต่ละวันของคลังสินค้า ในระดับสูง ซึ่งรวมถึงการรับและจัด ระเบียบพื้นที่คลังสินค้า การกำหนดเวลาแรงงาน การจัดการสินค้าคงคลัง และการทำตามคำสั่งซื้อ เมื่อ ขยายเข้าไปใกล้ๆ แล้วคุณจะเห็นว่าการจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพเกี่ยวข้องกับการปรับให้ เหมาะสมและบูรณาการ การทำงานแต่ละอย่างการดำเนินงานคลังสินค้าทุกด้านจะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่ม กำลังในการผลิตและรักษาต้นทุนให้ต่ำ 2.2.2 ประเภทคลังสินค้า แบ่งตามลักษณะของธุรกิจเป็น 2 ประเภทดังนี้ 1.คลังสินค้าแบบศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center : DC) คลังสินค้าหรืออาคารเฉพาะทางที่มีการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่จะถูกแจกจ่ายต่อให้กับผู้ค้าแต่ละรูปแบบ หรือ ส่งไปยังผู้บริโภคโดยตรง มีบทบาทสำคัญในกระบวนการ ปฏิบัติตามคำสั่งซื้อซึ่งจะเริ่มทันทีที่มีผู้สั่งซื้อ 2.คลังสินค้าแบบศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า (Cross Dock) การส่งสินค้าผ่านศูนย์เปลี่ยน ถ่ายสินค้าจะถูกขนออกจากรถบรรทุกหรือรถราง คัดแยก และบรรจุใหม่โดยตรงบนรถบรรทุกหรือรถราง ขาออกเพื่อเดินทางต่อ ผลิตภัณฑ์ที่ไปยังจุดหมายปลายทางเดียวกันสามารถรวมเป็นพาหนะขนส่งน้อยลง การจัดส่งขนาดใหญ่จะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้จัดส่งได้ง่ายขึ้น
7 แบ่งออกเป็น 4 ประเภทดังนี้ 1) คลังสินค้าทั่วไป ทำหน้าที่เก็บสินค้าทั่วไป เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ของใน ชีวิตประจำวัน หรือสิ่งของสำหรับการอุปโภคบริโภค เป็นต้น 2) คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ เพื่อจัดเก็บสิ่งของที่ต้องเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเน่าเสียง่ายตามชื่อคลังสินค้าที่มีการควบคุมอุณหภูมิมีตั้งแต่สภาพแวดล้อมที่มีการ ควบคุมความชื้นซึ่งสามารถเก็บผลไม้ ดอกไม้สด ฯลฯ ไปจนถึงตู้แช่แข็งที่ใช้เก็บอาหารแช่แข็ง 3) คลังสินค้าอันตราย จัดเก็บสิ่งของ หรือวัตถุที่มีคุณสมบัติทางเคมีหรือทางกายภาพ โดยตัวของมันเอง หรือเมื่อสัมผัสกับสารอื่น (อากาศ หรือ น้ำ ฯลฯ) ทำให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ ทรัพย์สิน หรือต่อสภาพแวดล้อม 4) คลังสินค้าพิเศษ เป็นคลังสินค้าเก็บสิ่งของที่มีมูลค่า เช่น บรรดาเครื่องสำอาง ยา หรือเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น คลังสินค้านั้นมีหลายประเภท จะต้องเลือกเหมาะสมกับประเภทของสินค้า เช่น วัตถุดิบ เนื้อสัตว์ เหมาะกับคลังประเภทห้องเย็นที่มีการควบคุณอุณหภูมินั้นเพื่อรักษาสภาพความสดได้เป็นอย่างดี การเลือกคลังให้เหมาะสมกับการจัดเก็บสินค้าวัตถุดิบนั้นจะทำให้รักษาสภาพของสินค้าได้ยาวนนานขึ้น และลดต้นทุนได้อีกด้วย 2.2.3. บทบาทของการจัดการคลังสินค้า โดยบทบาทของคลังสินค้ามีหน้าที่สำคัญ 3 อย่าง ดังนี้ 1.การรับสินค้า (Receiving) การตรวจสอบสินค้าที่จัดส่งให้กับธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเข้าส ต๊อกใหม่หรือสินค้าคงเหลือ รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพ สภาพ และปริมาณของสินค้าที่เข้ามา และ จัดสรรพื้นที่ในคลังสินค้า 2.การคัดแยกสินค้า ตามตำแหน่งของที่ถูกจัดตั้งไว้ได้ถูกประเภทเพื่อป้องกันความผิดพลาด จากการหยิบผิดของเจ้าหน้าที่ในคลัง 3.การควบคุมทางด้านเอกสารเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว การรับ และการเบิก-จ่าย ทั้งหมดที่ เกิดขึ้นในคลังให้เป็นปัจจุบันและตรงกับหน้างานที่สุด 2.2.4.การเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้าเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการและ ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานในแต่ละวัน โดยเกี่ยวข้องกับการปรับกระบวนการให้เหมาะสม การเพิ่ม ประสิทธิภาพคลังสินจะต้องมีการวางแผน และกระบวนการ จัดการสินค้าคงคลัง อย่างเหมาะสม เช่น การติดตาม การขนส่ง การบรรจุหีบห่อ และการขนส่ง ด้วยการดำเนินการหลายอย่างที่ต้องจัดการ ต้อง เรียบเรียงความสำคัญของแต่ละงาน ด้วยกระบวนการที่ต้องปรับปรุงดูแล
8 2.2.5.แนวทางสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในคลัง มีดังนี้ 1.ความถูกต้องของสินค้าคงคลัง คลังต่างๆ มักจะไม่ทราบว่าตนมีสินค้าอะไรบ้างในสต็อก และมองเห็นคลังสินค้าได้น้อยเกินไปเมื่อขาดระบบอัตโนมัติ 2.ที่ตั้งสินค้าคงคลัง หากไม่มีข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำเกี่ยวกับที่ตั้งสินค้าคงคลัง ผู้หยิบจะไม่ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กระบวนการโหลดและการสำรองข้อมูลในการจัด กำหนดการส่งช้าลง 3.การใช้พื้นที่และเค้าโครงคลังสินค้า หากระบบจัดเก็บและชั้นวาคลังสินค้าไม่ได้รับการปรับ ให้เหมาะสม พื้นที่ที่จำเป็นในการจัดเก็บสินค้าคงคลังและแรงงานที่จำเป็นภายในคลังสินค้าจะเพิ่มขึ้น 4.กระบวนการที่ซ้ำซ้อน กระบวนการที่ซ้ำซ้อนและการสัมผัสหลายครั้งส่งผลเสียต่อผลกำไร ของบริษัทและไม่มีประสิทธิภาพ 5.การเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกสินค้า – คลังสินค้าจำนวนมากเกินไปขาดเส้นทางทั่วไป สำหรับการเบิกสินค้าสำหรับการจัดส่ง เนื่องจากกระบวนการด้วยตนเองไม่มีประสิทธิภาพ
9 2.3 ทฤษฎีแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) แผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) หรืออีกชื่อคือ Diagram กระดูกปลาหรือ Ishikawa Diagram เป็นสิ่งที่ใช้ในการวิเคราะห์และแสดงสาเหตุของปัญหาหรือประเด็นที่ต้องการแก้ไข โดยการ นำเสนอในรูปแบบของกระดูกปลาที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้สามารถระบุสาเหตุหลักๆ และสาเหตุรองๆ ที่ อาจเป็นเหตุให้เกิดปัญหานั้นๆ ได้ง่ายขึ้น โครงสร้างของแผนผังก้างปลามีลักษณะเป็นแกนกลางที่เป็น ปัญหาหรือประเด็นที่ต้องการแก้ไข แล้วมี "กระดูก" ที่เป็นสาเหตุหลัก ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากการใช้คือการ ช่วยในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาโดยการระบุสาเหตุหลักและสาเหตุรอง ซึ่งจะช่วยให้ทีมงานหรือผู้ที่ เกี่ยวข้องเข้าใจได้แบบถ่องแท้และมีมุมมองที่เป็นระบบเมื่อต้องการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงกระบวนการ ต่างๆ ภาพที่2.1 แผนผังก้างปลา ที่มา : http://www.prachasan.com/mindmapknowledge/fishbonemm.htm 2.3.1.วิธีการสร้างแผนผังก้างปลา มี 4 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. กำหนดหัวข้อที่ต้องการแก้ไข: ระบุปัญหาหรือประเด็นที่ต้องการให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย สร้างแกนกลาง (กระดูก): วาดเส้นเป็นแกนกลางที่แทนปัญหาหรือประเด็น. 2. แยกสาเหตุหลัก (กระดูกย่อย): วาดเส้นแขวนไปยังทิศทางที่แทนสาเหตุหลักของปัญหา สาเหตุหลักจะแบ่งเป็นหลายประเภท เช่น บุคคล, กระบวนการ, วัสดุและเมื่อลง รายละเอียดมากขึ้น อาจจะแยกเป็นสาเหตุรองๆ ได้อีก
10 3. ระบุสาเหตุรอง (กระดูกย่อย): หลังจากแยกสาเหตุหลักแล้ว ก็สามารถทำการแยกสาเหตุ รองๆ ที่ส่งผลต่อสาเหตุหลักได้. 4. วิเคราะห์และแก้ไขสาเหตุ: ให้ทำการวิเคราะห์และหาวิธีการแก้ไขสาเหตุที่พบ โดยใช้ ข้อมูลที่ได้จากแผนผังก้างปลาเพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหา. 2.3.2.ข้อดีของแผนผังก้างปลา 1. ช่วยให้ทราบสาเหตุหลักและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาหรือสถานการณ์ที่ต้องการการ แก้ไขหรือปรับปรุง 2. ช่วยสร้างโอกาสในการรวมทีมงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุของ ปัญหา 3. ช่วยในการนำเสนอกระบวนการหรือขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในลักษณะที่ชัดเจน 4. ช่วยในการวิเคราะห์สาเหตุต้นเหตุแบบลึกซึ้ง (root cause analysis) เพื่อแก้ไขปัญหาที่ แท้จริง 5. ช่วยในการจัดโครงสร้างข้อมูลให้มีระเบียบและรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง 6. ช่วยในการวางแผนการแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงโดยให้มุมมองทั้งหมดและโอกาสต่างๆ 2.3.3.ข้อเสียของแผนผังก้างปลา 1. การวาดแผนผังก้างปลาที่มีปัญหาซับซ้อนอาจทำให้กระบวนการวิเคราะห์มีความ ซับซ้อนและยากขึ้น 2. ข้อมูลที่ไม่แน่นอนหรือขาดหายจากสมาชิกทีมงานสามารถทำให้การวิเคราะห์ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครอบคลุม 3. การนำเสนอผลลัพธ์ของแผนผังก้างปลาในรูปแบบที่ซับซ้อน (ดร.วัชรี ไตรเจริญกุลภักดิ์ จงแจ่ม,2558)
11 2.4 ทฤษฎีพาเรโต (Pareto) หลักการพาเรโตหรือ Pareto Principle หลักการ 80% ของผลผลิต หรือผลลัพธ์ที่ได้นั้นมาจาก 20% ของปัจจัยหรือสาเหตุ ที่สำคัญที่สุด การใช้เวลาและทรัพยากรในการจัดการ หรือแก้ไขปัญหาควรใช้ ให้เหมาะสมกับสาเหตุหลัก 20% นั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและสูงสุด ความสำคัญของ หลักการในการวิเคราะห์และจัดการปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพยากรในองค์กร เช่น การจัด แผนการใช้งบประมาณ การจัดการเวลา หรือการจัดการผลิตภัณฑ์และบริการ ช่วยให้ตัดสินใจและจัดการ ในทิศทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แผนภูมิพาเรโต้ (Pareto Chart) แผนภูมิพาเรโต้ (Pareto Chart) คือ แผนภูมิผสมระหว่างกราฟแท่งและกราฟเส้น โดยกราฟแท่ง จะใช้บอกปริมาณของข้อมูล เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย และกราฟเส้นจะบอกปริมาณของข้อมูลนั้นว่า นับเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลทั้งหมด ซึ่งกราฟเหล่านี้จะเป็นตัวบอกเพื่อนๆว่า ปัญหาอะไรในเครื่องจักรที่ ต้องได้รับการแก้ไขเป็นลำดับแรกๆ แล้วจะส่งผลให้อัตราการเสียเวลาทั้งหมดลดลง การใช้กฎ 80/20 การบริหารคลังสินค้า เช่น ยอดสินค้าที่เบิกที่มีมูลค่ารวมจำนวน 80 % ของ คลัง มีสินค้าใดบ้าง เลือกสินค้ามาเพียง 20 % เพื่อมาจัดลำดับให้ความสำคัญในการเตรียมเพื่อให้บริการ ลูกค้า และส่วนของสินค้าอีก 80 % ในคลังที่ไม่ได้สร้างรายได้หรือมีคุณค่ามากนักกับคลัง คลังที่ได้ผลผลิต ในกลุ่มนี้เพียงแค่ 20 % เท่านั้น หรือไม่สร้างรายได้ สร้างปัญหามากกว่าสร้างรายได้ ให้คงสภาพไว้แต่ ดูแลน้อยลง ควรทุ่มเทให้กับ 20 % ที่จะทำให้มีมูลค่ากลับคืน 80 % ดีกว่าเสียเวลากับ 80 % ที่สร้าง รายได้กลับคืนเพียง 20 %
12 ภาพที่ 2.2 ภาพแสดงตัวอย่างแผนภูมิพาเรโต ที่มา:https://www.moresteam.com/toolbox/pareto-chart-manufacturing
13 2.5 Business Model Canvas หรือ โมเดลธุรกิจ โมเดลธุรกิจ คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยในการวางแผนธุรกิจ เป็นทฤษฎีการวางแผนธุรกิจที่ ได้รับความนิยมและใช้ในการออกแบบ เพื่อปรับปรุงแนวทางธุรกิจขนาดเล็กและใหญ่ทั่วประเทศโยมี องค์ประกอบดังนี้ 1. พาร์ทเนอร์หรือพันธมิตร (Key Partners) Key partners คือ การร่วมมือกับบุคคลที่สาม การสร้างความสัมพันธ์กับพาร์ทเนอร์ เป็นส่วน สำคัญในการทำธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้การจัดหาทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทรัพยากรเทคโนโลยี ช่อง ทางการจัดจำหน่าย หรือเงินทุน มีความง่ายมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง ตลาด และลูกค้าใหม่ๆ ได้ เช่น ธุรกิจขายของออนไลน์ ควรมีพาร์ทเนอร์การขนส่ง ระบบการชำระเงินที่ ทันสมัยและปลอดภัย ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี 2. กิจกรรมหลัก (Key Activities) Key Activities หรือ กิจกรรมหลักของการดำเนินธุรกิจ ในการส่งมอบสินค้าและบริการถึงมือ ผู้บริโภค ซึ่งมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่า และมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค สำหรับ รายละเอียดกิจกรรมหลัก จะเกี่ยวข้องในเรื่องของการผลิต การออกแบบ และวิธีการส่งมอบผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการคิดค้นหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคมีการอาจใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีเข้า มาช่วย 3. ทรัพยากรหลัก (Key Resources) Key Resources คือ ทรัพยากรหลัก เป็นทรัพย์สินสำคัญที่ธุรกิจจำเป็นต้องมี เพื่อสนับสนุนการ ดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ทรัพยากรเหล่านี้สามารถเป็นได้ทั้งทรัพยากรทางกายภาพ ทรัพย์สิน ทางปัญญา และทรัพยากรมนุษย์ 4. จุดเด่นของสินค้าหรือบริการ (Value Proposition) Value Proposition หรือจุดเด่นของสินค้าและบริการ ในเครื่องมือ Business Model Canvas มีความหมายคือ การวิเคราะห์หาจุดเด่นให้กับสินค้าและบริการของธุรกิจ โดยธุรกิจต้องกลับมามองว่า สินค้าและบริการของตนเองนั้น มีจุดเด่นอย่างไร ช่วยแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคได้หรือไม่ ที่สำคัญยังต้อง วิเคราะห์ต่อไปอีกว่าแล้วธุรกิจของตนต่างจากคู่แข่งขันอย่างไร เพื่อให้ได้จุดเด่นของธุรกิจได้ที่แม่นยำ และ นำไปพัฒนาต่อยอดได้ในอนาคต
14 5. ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship) ความสัมพันธ์กับลูกค้าใน Business Model Canvas สื่อถึง ประเภทของความสัมพันธ์ เช่น การ ให้ลูกค้าสมัครสมาชิก การให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูล ผลิตภัณฑ์ หรือกระทั่งบริการหลังกาขาย การ ให้บริการแบบเชื่อมต่อถึงกันเป็นชุมชน อย่างเพจบนเฟสบุ๊ก การบริการด้วยระบบอัตโนมัติ ในลักษณะ ของการบริการตนเอง ผ่านระบบต่าง ๆ ทั้งหมดนี้คือช่วงเวลาที่ธุรกิจมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า 6. กลุ่มลูกค้า (Customer Segments) ในการดำเนินธุรกิจหากไม่รู้จักลูกค้าดีพอ อาจทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายได้ ดังนั้นการแบ่งกลุ่มลูกค้า และรู้จักลูกค้าของตนเอง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารของธุรกิจ ได้มากขึ้น ซึ่งสามารถทำการแบ่งกลุ่มลูกค้าตามพฤติกรรม เพศ อายุ อาชีพ รายได้ เป็นต้น 7. ช่องทางการสื่อสารและการจำหน่าย (Channels) วิธีการที่บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการ และวิธีการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า รวมทั้งการ จำหน่ายสินค้าและบริการทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ และอื่นๆ ซึ่งการเลือกช่องทางการสื่อสาร และ จำหน่ายสินค้าขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประเภทของผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่บริษัทนำเสนอ และ ทรัพยากรที่มีในบริษัท 8. กลยุทธ์การเงิน (Revenue Streams) Revenue Streams ใน Business Model Canvas คือ ช่องทางที่ธุรกิจสร้างรายได้จากการขาย ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ เช่น รายได้จากการสมัครสมาชิกราย เดือน รายได้จากการเช่าสัญญาณ รายได้จากการโฆษณา ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจต้องกลับไปตรวจสอบว่า รายได้หลักของธุรกิจมาจากทางไหนบ้าง 9. โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure) อีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญในวิเคราะห์ Business Model Canvas คือ การวิเคราะห์โครงสร้างต้นทุน ในธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ดำเนินธุรกิจเห็นค่าใช้จ่าย และโครงสร้างต้นทุนขององค์กรได้อย่าง ชัดเจน โดยโครงสร้างต้นทุนประกอบไปด้วย 1.ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs): เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิตหรือการ ให้บริการ เช่น เช่าพื้นที่สำนักงาน ค่าเช่าอาคาร ค่าเช่าอุปกรณ์ เป็นต้น
15 2.ต้นทุนผันแปร (Variable Costs): เป็นค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงตามปริมาณการผลิตหรือการ ให้บริการ เช่น วัตถุดิบ ค่าแรงงานต่อชิ้นงาน ค่าพลังงานที่ใช้ในกระบวนการผลิต เป็นต้น 3.ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Expenses): เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมนอกเหนือจากต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปร เช่น ค่าโฆษณาและการตลาด ค่าบริการที่จ้างเพิ่มเติม เป็นต้นโดยการวิเคราะห์ โครงสร้างต้นทุนจะช่วยให้ผู้ดำเนินธุรกิจเข้าใจว่าแต่ละส่วนประกอบของธุรกิจมีความสำคัญและมีผลต่อ ค่าใช้จ่ายอย่างไร โดยสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนธุรกิจ ปรับปรุงกระบวนการผลิต หรือเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงาน ภาพที่ 2.3 ภาพแสดงตัวอย่าง Business Model Canvas ที่มา https://www.timeconsulting.co.th/what-is-business-model-canvas
16 2.6 SWOT Analysis SWOT Analysis คือ กลยุทธ์วิเคราะห์ทางการตลาดว่าด้วยการประเมินค่าธุรกิจจาก องค์ประกอบหลัก 4 อย่าง ได้แก่ Strength (จุดแข็ง), Weakness (จุดอ่อน), Opportunity (โอกาส) และ Threat (อุปสรรค) 1. Strengths คือ จุดแข็งที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าเหนือกว่าคู่แข่ง มักเป็นสิ่งที่ธุรกิจของเรามี ทำได้ ดี และเสริมให้ธุรกิจโดดเด่นในเชิงบวก เช่น ฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น ชื่อเสียงแบรนด์ที่มียาวนาน สินค้า หรือบริการที่มีเอกลักษณ์ ทีมงานมากประสบการณ์ และช่องทางของแบรนด์ที่มีคุณภาพสูง โดยเริ่มจาก การตั้งคำถาม ดังนี้กระบวนการทางธุรกิจกระบวนการใดที่ประสบความสำเร็จทีมงานขององค์กรมีจุดเด่น ด้านคุณสมบัติด้านใดบ้าง (เช่น ความรู้ การศึกษา เครือข่ายในแวดวงเดียวกัน ทักษะ และชื่อเสียง)องค์กร มีสินทรัพย์อะไรที่น่าสนใจ (เช่น กลุ่มลูกค้า เครื่องมือต่าง ๆ นวัตกรรมเฉพาะทาง แหล่งเงินทุนชั้นดี หรือ สิทธิบัตรอื่น ๆ )ข้อดีที่มีเหนือกว่าคู่แข่งคืออะไร 2. Weaknesses คือ จุดอ่อนของธุรกิจ จัดเป็นลักษณะด้อนที่ทำให้ธุรกิจเติบโตและเดินหน้าได้ จำกัด เช่น ขาดทรัพยากรทางการเงิน อัตราการลาออกของพนักงานสูง การนำเสนอตัวตนแบรนด์ใน ช่องทางออนไลน์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ระดับความพึงพอใจของลูกค้าต่ำ รวมทั้งสินค้าและบริการด้อย คุณภาพ ผู้ประกอบการและนักการตลาดอาจเริ่มจากการตั้งคำถามว่า อะไรที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้นบ้าง กระบวนการทางธุรกิจจำเป็นต้องปรับปรุงด้านใดองค์กรจำเป็นต้องการสินทรัพย์ที่จับต้องได้เพิ่มเติมไหม (เช่น เงินลงทุน เครื่องมือเครื่องจักรต่าง ๆ เป็นต้น)เกิดช่องว่างในการทำงานของทีมงานภายในหรือไม่ ทำเลที่ตั้งของธุรกิจเข้าถึงยากหรือเปล่า 3. Opportunities คือ โอกาสทางธุรกิจ จัดเป็นเหตุการณ์หรือเงื่อนไขเชิงบวกที่ผู้ประกอบการ และนักการตลาดสามารถยกระดับเป้าหมายของธุรกิจได้ เรียกง่าย ๆ ก็คือ เป็นช่วงเวลาตักตวง ผลประโยชน์เข้าองค์กร เช่น ความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น ส่วนแบ่งการตลาดที่ค่อนข้าง เฉพาะกลุ่มมากขึ้น นวัตกรรมใหม่ที่เข้ามาช่วยแบ่งภาระการทำงาน การร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์อื่น เป็นต้น การค้นหาโอกาสทางธุรกิจควรพิจารณาด้วยคำถาม ดังนี้ ภาพรวมตลาดของธุรกิจกำลังเติบโตและ อยู่ในกระแส จนกระตุ้นให้คนหันมาซื้อมากขึ้นไหม มีอีเวนต์หรือกิจกรรมใดที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ที่จะ ช่วยสร้างโอกาสการเติบโตให้องค์กรได้บ้างไหม กลุ่มลูกค้านึกถึงแบรนด์เราเป็นอันดับต้น ๆ หรือไม่
17 4. Threats คือ อุปสรรคทางธุรกิจ จัดเป็นเหตุการณ์หรือเงื่อนไขเชิงลบที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร โดยผู้ประกอบการและนักการตลาดจำเป็นต้องพึงระวัง เช่น ความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการของแบ รนด์ลดลง เกิดคู่แข่งทางธุรกิจหน้าใหม่เพิ่มขึ้น นวัตกรรมใหม่ที่ทำการดำเนินธุรกิจติดขัด กิจกรรมทาง การตลาดที่ส่งผลเชิงลบ ความเปลี่ยนแปลงของชื่อเสียงและนโยบายขององค์กร เป็นค้น หากต้องการรู้ว่า ธุรกิจเผชิญอุปสรรคแบบไหนอยู่ ลองเริ่มจากการค้นหาด้วยคำถามเหล่านี้ คู่แข่งของแบรนด์คือใครบ้าง ซัพพลายขององค์กรมีวัตถุดิบที่ตอบโจทย์ราคาตามต้องการหรือไม่ การพัฒนานวัตกรรมในอนาคตจะ เปลี่ยนแปลงหรือส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลบจะ ส่งผลต่อธุรกิจอย่างไรกระแสการตลาดไหนที่จะกลายเป็นอุปสรรคทางธุรกิจขององค์กร เมื่อเข้าใจ ภาพรวมขององค์ประกอบของ SWOT Analysis แต่ละตัวแล้ว ลองมาดูตัวอย่างการวิเคราะห์ องค์ประกอบแต่ละอย่างตามกรอบคิดดังกล่าวกัน เพื่อให้เข้าใจหลักการวิเคราะห์มากยิ่งขึ้น ภาพที่ 2.4 ภาพแสดงตัวอย่าง SWOT Analysis ที่มา: https://www.popticles.com/business/swot-analysis/
18 2.7 โปรแกรม Flexsim Simulation Software ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้างแบบจำลองสถานการณ์ (Simulation) โดยการเลียนแบบสถานการณ์ การ ปฏิบัติของระบบการทำงานต่าง ๆ เช่น ระบบการผลิตในอุตสาหกรรม การบริการ ระบบขนส่ง รวมไปถึง การสร้างแบบจำลองสายห่วงโซ่อุปทานขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถทำให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ทราบถึง ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของกระบวนการการปฏิบัติงานเพื่อหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข ภาพที่ 2.5 ตัวอย่างแบบจำลอง Flexsim Simulation Softwareที่มา https://www.salika.co/2022/09/22/enloc-logistic-human-development-center-eec-nets/ 2.5.1.ประโยชน์ของ Flexsim Simulation Software 1.สามารถสร้างแบบจำลองเสมือนจริงของกระบวนการทำงานได้ทุกขั้นตอน 2.สามารถวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการได้หลากหลาย 3.สามารถแสดงผลลัพธ์ของข้อมูลระบบ ได้ในรูปแบบ 3 มิติและมีกราฟแสดงข้อมูลที่หลากหลาย เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อได้ 4.มีเครื่องมือที่ช่วยทดลองในการคำนวณหาจำนวนทรัพยากรที่ใช้ในระบบ 5.สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอก เช่น PLC เพื่อใช้แสดงผลการทำงานของระบบแบบ Realtime ทำให้แบบจำลองแสดงผลลัพธ์ที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น
19 2.5.2.การใช้ Flexsim Simulation Software FlexSim เป็นซอฟต์แวร์จำลอง 3 มิติที่สร้างแบบจำลอง จำลอง คาดการณ์และแสดงภาพระบ ธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การผลิต การขนถ่ายวัสดุการดูแลสุขภาพ คลังสินค้า การขุด โลจิสติกส์ และอื่นๆ มันทั้งทรงพลังและใช้งานง่าย ภาพที่ 2.6 การใช้ Flexsim ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มา https://www.blockdit.com/posts/602a0fb9a0a8fb0bb02b6d4a FlexSim สามารถช่วยให้มีข้อมูลในการตัดสินใจได้มากขึ้น สามารถใช้FlexSim เพื่อแสดงภาพ ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เสนอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของผลิตภัณฑ์การจัดพนักงาน การใช้ ทรัพยากร การออกแบบแผนผังชั้น และเกือบทุกด้านของระบบเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ก่อนที่จะ ดำเนินการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและเงินของบริษัทศึกษาแนวคิดการลงทุน ทางเลือกและแผนการลดต้นทุน บริษัทหลายแห่งใช้FlexSim เพื่อวิธีทดสอบการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดเวลาการรอคอยและขนาดคิว ลดผลกระทบด้านลบจากการพังให้เหลือน้อยที่สุด กำหนดขนาดแบทช์ที่ เหมาะสมและการจัดลำดับชิ้นส่วน ศึกษาผลกระทบของเวลาการตั้งค่าและการเปลี่ยนเครื่องมือ ปรับการ จัดลำดับความสำคัญและลอจิกการจัดส่งให้เหมาะสมสำหรับสินค้าและบริการปรับปรุงการสื่อสาร
20 2.8 แผนธุรกิจ แผนธุรกิจ (Business Plan) คือ เอกสารที่ระบุรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับธุรกิจว่าธุรกิจจะทำ อะไร เพื่อจุดประสงค์อะไร และจะต้องทำอย่างไรเพื่อที่จะได้บรรลุเป้าหมายได้ โดยแผนธุรกิจก็จะถูกใช้ เป็นเหมือนแผนที่ (Roadmap) ในการดำเนินธุรกิจซึ่งเป็นกรอบสำหรับการวางแผนการตลาด วางแผน การเงิน และการบริหารงาน ถือได้ว่า แผนธุรกิจ เป็นก้าวแรกของการทำธุรกิจและความสำเร็จ 2.6.1.จุดประสงค์ของการเขียนแผนธุรกิจ เราเขียนแผนธุรกิจก็เพื่อใช้เป็นแผนที่ในการดำเนินธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ วางไว้ แต่นอกจากนี้ จุดประสงค์ของการเขียนแผนธุรกิจอีกประการ คือ ใช้เพื่อนำเสนอความเป็นไปได้ ของความสำเร็จสำหรับการลงทุน การระดมทุน หรือการขอกู้สินเชื่อเพื่อประกอบธุรกิจ หากเรามีแผนที่ ละเอียด รอบคอบ ผู้ให้ความสนับสนุนก็จะมองเห็นถึงความคุ้มค่าในการลงทุน 2.6.2.ประโยชน์และความสำคัญของการเขียนแผนธุรกิจที่ดี 1.ช่วยให้มองเห็นภาพรวมธุรกิจ 2. ช่วยให้ในกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ 3. ช่วยในการวัดผลลัพธ์ 4. ใช้สำหรับการจัดหาแหล่งทุน จากจุดประสงค์และประโยชน์ข้างต้น เราจึงต้องมาทำความเข้าใจวิธีการเขียนแผนธุรกิจที่ถูกต้อง เข้าใจองค์ประกอบต่างๆ เพื่อที่จะได้สร้างแผนธุรกิจที่ใช้งานได้จริง 2.6.3.ขั้นตอนในการเขียนแผนธุรกิจมีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: สร้างแนวคิดทางธุรกิจที่พิเศษ ขั้นตอนที่ 2: ตั้งเป้าหมาย ขั้นตอนที่ 3: วิจัยและวิเคราะห์ตลาด ขั้นตอนที่ 4: สร้างแผนภูมิ SWOT – จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค ขั้นตอนที่ 5: สร้างโมเดลองค์กรธุรกิจ
21 ขั้นตอนที่ 6: สร้างแผนการตลาด ขั้นตอนที่ 7: สร้างแผนการจัดการทรัพยากรบุคคล ขั้นตอนที่ 8: สร้างแผนการจัดการทางการเงิน ขั้นตอนที่ 9: ดำเนินการตามแผน 2.9 ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์คือการประเมิน ในกิจกรรมโลจิสติกส์ทั้ง 9 กิจกรรม ถูก พิจารณาใน 3 มิติ 1. มิติด้านต้นทุน (Cost Dimension) แสดงถึงสัดส่วนต้นทุนของกิจกรรมโลจิสติกส์ เปรียบเทียบกับยอดขายประจำปีของกิจการสามารถใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงหรือควบคุมต้นทุน ส่วนเกินที่ไม่จำเป็นได้โดยไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพสินค้าหรือการบริการ 2. มิติด้านเวลา (Time Dimension) ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ใช้ข้อมูลระยะเวลาของการ เคลื่อนย้ายสินค้าที่อยู่นอกเหนือจากช่วงของกระบวนการผลิต และระยะเวลาการเคลื่อนย้ายของข้อมูลที่ เริ่มตั้งแต่การรับข้อมูลและสิ้นสุดที่การส่งมอบข้อมูลให้แก่ลูกค้าหรือผู้ใช้สินค้าหรือบริการลำดับถัดไป 3. มิติด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability Dimension) ประกอบด้วยตัวชี้วัดที่ใช้วัดความน่าเชื่อถือ เกี่ยวกับการส่งมอบสินค้าและข้อมูล โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ตัวชี้วัดด้านการส่งมอบตรง เวลา (On-time) และตัวชี้วัดด้านการส่งมอบครบจำนวน (In-full)
22 2.10 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พงศกร พสุนนท์ และ อรรคพร ขำดี. (2562). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การศึกษากระบวนการจัดเก็บ ข้าวในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท วุฒิชัยโปรดิวส์จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการจัดเก็บ ข้าวในคลังสินค้า เพื่อศึกษาปัญหาในการจัดเก็บข้าวในคลังสินค้า เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนา ประสิทธิภาพในการ จัดเก็บข้าวในคลังสินค้า เพื่อนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความพอประมาณมา ประยุกต์ใช้ในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการและเพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ใน การศึกษา และประกอบอาชีพ โดยใช้วิธีการสังเกตการณ์และสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ ปัญหา จากผลการศึกษาได้พบปัญหาในการจัดเก็บข้าว โดยการจัดเก็บ ข้าวนั้นต้องมีความเข้าใจต่อ ประเภทและชนิดของข้าว เพื่อไม่ให้คุณภาพของข้าวนั้นลดลงจึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาถึงประเภท และชนิดของข้าว ปัญหาและอุปสรรคในการจัดเก็บข้าวพบว่าคลัง เก็บข้าวแบบอบยามีขนาดเล็กไม่ เพียงพอในการเก็บข้าวทั้งหมด คือ 1. การจัดเก็บแบบในคลังสินค้าธรรมดาลักษณะเป็นห้องโถ่งมีขนาด กว้างแต่ไม่มีการอบยาและไม่มิดชิดต่อพวกแมลง สามารถเข้าได้ทำให้ข้าวสารเสียหายได้2. การจัดเก็บใน คลังสินค้าแบบอบยาแต่มีขนาดเล็กไม่เพียงพอในการจัดวาง สิริเพ็ญ ศรีสุข และคณะ (2558). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การพัฒนากระบวนการเพาะปลูกผักกาด หัว ชุมชนบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาโรคพืชในการปลูกผักกาดหัวและหา แนวทางในการแก้ไข โดยการใช้สารชีวภาพในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมีเพื่อ ศึกษาแนวทางในการลดต้นทุนในกระบวนการเพาะปลูก ตลอดจนเพื่อศึกษาพืชทดแทนที่สามารถ เจริญเติบโตได้ดีในชุมชนบ้านแฮด โดยใช้เครื่องทางการจัดการเพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหา ได้แก่ การ สัมภาษณ์(Interview) สังเกตการณ์(Observation) ใบรายการตรวจสอบ (Check Sheet) แผนภูมิพา เรโต (Pareto Diagram) และแผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) พบว่าสาเหตุปัญหาหลัก คือ โรคพืช ในการศึกษานี้คณะผู้ศึกษาได้มีวิธีการแก้ไขปัญหา คือ การศึกษาวัฏจักรของด้วงหมัดผัก ศึกษาสารชีวภาพ ที่จะนำมาใช้ในการป้องกัน กำจัดด้วงหมัดผัก คณะผู้ศึกษาได้ทำแปลงทดลองในระหว่างเดือน มีนาคมถึง เดือนพฤษภาคม ซึ่งปลูกพืช 3 ชนิด ได้แก่ ผักกาดหัว แตงโม และแตงกวา มีการเตรียมแปลง แบ่งแปลง ตามปัจจัยต่างๆ และมีการคำนวณต้นทุนของแต่ละแปลง ผลการศึกษา พบว่า หนึ่งในแปลงทดลองมีร้อย ละหัวลายลดลง 68.75 ในด้านต้นทุน พบว่า ต้นทุน แปลงปูนขาวลดลงร้อยละ 26.22 และ แปลงปูนขาว ผสมฟูราดานลดลงร้อยละ 24.88 จากต้นทุนวิธีดั้งเดิมต่อ ไร
23 พุทธางกูร เขียวทอง และ คมกฤช ปิติฤกษ์ (2565). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การออกแบบแผนผัง เพื่อกำหนดตำแหน่งจัดเก็บในคลังสินค้าการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบแผนผังและกำหนด ตำแหน่งจัดวางสินค้าของคลังสินค้าบริษัทกรณีศึกษา จากการศึกษาสภาพปัจจุบันของคลังสินค้า พบ ปัญหาในการบริหารจัดการพื้นที่และขาดการระบุตำแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม ส่งผลให้มีพื้นที่จัดเก็บไม่ เพียงพอและเกิดความล่าช้าในการทำงาน จากปัญหาทางการออกแบบแผนผังตามทิศทางของคลังสินค้า และได้มีการนำแบบจำาลองทางคณิตศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสม โดย พิจารณาผลการออกแบบจากระยะทางการเคลื่อนย้ายสินค้า ผลการศึกษาพบว่า ออกแบบที่ได้จาก แบบจำลอง พบว่าทั้งสองแบบแผนผังมีความสามารถในการจัดเก็บเพียงพอต่อความต้องการจัดเก็บของ รูปแบบการจัดเก็บแบบชั้นวาง ในส่วนของการกำหนดตำาแหน่งจัดเก็บที่เหมาะสม พบว่าแบบแผนผังตาม แนวขวางมีระยะทางในการเคลื่อนย้ายสินค้าต่ำกว่าแบบแผนผังตามแนวยาว โดยสามารถลดระยะทาง รวมคิดเป็น ร้อยละ 18.5 จากคลังสินค้าเดิม ศิริรัตน์ ตรงวัฒนาวุฒิ (2561). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานของโรงสีข้าว อินทรีย์ขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่โดยใช้แบบจำลองการอ้างอิงการปฏิบัติงานด้านซัพพลายเชน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคกระบวนการและกิจกรรมห่วงไข่ อุปทานของโรงสี ข้าวอินทรีย์โดยการประยุกต์ใช้แบบจำลองอ้างอิงโซ่อุปทาน เพื่อทราบถึง ลักษณะการดำเนินงานใน ปัจจุบันรวมถึงแนวทางการปรับปรุงกิจกรรมการดำเนินงานห่วงโซ่ อุปทานของโรงสีข้าวอินทรีย์ผู้วิจัย ดำเนินการข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานข้าวอินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำถึง ปลายน้ำ ได้แก่ 1) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์จำนวน 5 คน 2) ผู้ประกอบการโรงสีข้าวอินทรีย์ขนาดเล็ก ในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 3 คน และ 3) ผู้บริโภคข้าวอินทรีย์ที่ซื้อข้าวสารจากโรงสีจำนวน 3 คน สำหรับสร้างกระบวนการจัดการโซ่อุทาน โรงสีข้าวอินทรีย์แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 คน ตรวจสอบความถูก ต้องและทรรมน่าเชื่อถือของ กระบวนการ ซึ่งจากการวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทาน โรงสีข้าวอินทรีย์ขนาดเล็ก ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการ หลักที่ควรปรับปรุง ได้แก่การวางแผนใช่อุปทาน (SPL) การจัดหาตาม คำสั่งซื้อ (352) การจัดส่ง ข้าวเปลือกเพื่อเก็บ (SDI) และการผลิตเพื่อรอจำหน่าย (SMI) ส่วนกระบวนการ สนับสนุนที่ควร ปรับปรุง ได้แก่ การวางแผนประสิทธิภาพคลังสินค้า (EP.2) การประเมินประสิทธิภาพใน การจัดหา ข้าวเปลือก (ES.2) การจัดการขนส่งข้าวเปลือก (LES.6) และการประเมินประสิทธิภาพในการ ผลิต (EM.2) ในการศึกษานี้ได้แสดงปัญหาอุปสรรคกระบวนการและกิจกรรมห่วงโซ่อุปทานของโรงสีข้าว อินทรีย์สำหรับแนะนำโรงสีข้าวขนาดเล็กและเกษตรกรปรับปรุงการดำเนินการห่วงโซ่อุปทาน ให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนและเพิ่มรายได้
24 หารพล มิตรวงษ์ (2559). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การศึกษาแนวทางการควบคุมคุณภาพเห็ดนางรม โดยใช้เครื่องมือควบคุมคุณภาพ 7 เครื่อง กรณีศึกษา : หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจังหวัดภูเก็ต มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางในการควบคุมคุณภาพดอกเห็ดนางฟ้า โดยใช้เทคนิค 7 QC tools และ ค้นหาแนวทางในการลดความสูญเสียจากการผลิตเห็ดนางฟ้า เริ่มจากวิเคราะห์หา สาเหตุของข้อบกพร่อง และปริมาณข้อบกพร่องโดยแผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) หลังจากได้ข้อบกพร่องหลักที่ทำ ให้เกิด ปัญหาคุณภาพแล้วยังใช้แผนภาพสาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) หรือแผนผังก้างปลา เพื่อ วิเคราะห์หาปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาคุณภาพ รวมถึงเทคนิคการตั้งคำถาม 5 คำถาม (5Whys) เพื่อค้นหา สาเหตุที่ แท้จริง ผลการศึกษาพบว่ามีสาเหตุของปัญหา 2 สาเหตุหลัก คือ ดอกเห็ดติดเชื้อรา มี ข้อบกพร่องมากที่สุดถึง 194 ครั้ง คิดเป็น 43.02 เปอร์เซ็นต์และรองลงมาคือ ดอกเห็ดมีสีคล้ำ 126 ครั้ง คิดเป็น 27.94 เปอร์เซ็นต์ผู้วิจัย เลือกปัญหาที่มีจำนวนข้อบกพร่องเกิดขึ้นบ่อยที่สุด คือ ดอกเห็ดติดเชื้อ รานำมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้ดอกเห็ด ติดเชื้อรา โดยใช้เครื่องมือแผนภาพสาเหตุและผล หรือผังกาง ปลา โดยแบ่งปัจจัยออกเป็น 4M1E แต่ยังไม่สามารถ หาสาเหตุที่แท้จริงได้ผู้วิจัยจึงใช้การตั้งคำถาม 5 คำถาม เพื่อช่วยค้นหาสาเหตุที่แท้จริง พบว่าปัญหาตอกเห็ดติดเชื้อ รา เพราะคนขาดความรู้และทักษะใน การคัดเลือกวัตถุดิบ รวมถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ เป็นแนวทางในการควบคุมคุณภาพผลผลิตของกลุ่มและเพื่อวางแผนเพื่อลดความสูญเสีย จากการ ดำเนินงาน ซึ่งในการวิจัยครั้งต่อไป สามารถประยุกต์เทคนิคหรือเครื่องมืออื่นๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพของกลุ่ม ได้ กิติยา กิตควรดี และคณะ (2563). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวในสภาพปิด ภายใต้ผ้าพลาสติกทาร์พอลิน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวในเวลาที่มี ภาวะฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติเกิดขึ้นเป็น ปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไข เช่น เมื่อเกิดน้ำท่วม ฝนแล้ง นาข้าว ได้รับความเสียหาย เกษตรกร ต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อไปปลูกทดแทนใหม่ แต่หน่วยงานของรัฐที่ เกี่ยวข้องไม่สามารถจัดหาให้ได้เนื่องจากไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวเก็บสำรองไว้หรือว่ามีแต่ความงอกต่ำหรือไม่ งอก เนื่องจากตามปกติเมล็ดพันธุ์ข้าวจะเก็บรักษาในโรงเก็บธรรมดาโดยมีความงอกสูงกว่า 80% ตาม มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ได้นานเพียง 8 เดือนนับจากเก็บเกี่ยวเท่านั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงทดลอง ศึกษาหาวิธีการ เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ในโรงเก็บสภาพธรรมดาให้สามารถเก็บรักษาได้นานมากกว่า 8 เดือน และปราศจากการทำลายของแมลงศัตรูในโรงเก็บ โดยปลูกข้าวสุพรรณบุรี60 และเก็บเกี่ยว ด้วย รถเกี่ยวนวดที่ระยะสุกแก่เหมาะสมประมาณ 28-30 วันหลังข้าวออกดอก ลดความชื้น เหลือ 9-10% โดย วิธีตากลาน ทำความสะอาด บรรจุเมล็ดพันธุ์ใส่กระสอบป่าน กระสอบละ 80 กก. รวม เมล็ดพันธุ์ข้าว
25 ทั้งหมด 10 ตัน แบ่งข้าว 10 ตัน ออกเป็น 2 ชุดๆ ละ 5 ตัน นำไปจัดวางเรียงบนแคร่ ไม้ในโรงเก็บธรรมดา เป็นกองสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 กอง ขนาดกองละ 2.7 x 2.5 เมตร กองที่ 1 (control) ใช้ผ้าพลาสติกทาร์พอลิน หนา 0.2 มม. ปิดคลุมกองข้าวรมด้วยก๊าซฟอสฟัน อัตรา 2 กรัม อ.แม่ เป็นเวลา 7 วัน แล้วเปิดผ้าทาร์พอ ลินออกปล่อยทิ้งไว้ตลอดการทดลอง กองที่ 2 ก่อนเริ่มจัดวาง เรียงกระสอบบนแคร่ไม้ใช้ผ้าทาร์พอลินป รองพื้นห้องก่อน เมื่อจัดวางเรียงกระสอบเสร็จแล้ว ใช้ผ้า ทาร์พอลินอีกผืนปิดคลุมกองข้าวแล้วรมก๊าซ ฟอสฟื้นอัตราเดียวกับกองที่ 1 ปิดผ้าทาร์พอลินคลุม กองเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ตลอดการทดลองและใช้สารเคมี ฆ่าแมลง Pirimiphos methyl 50% E.C ผลการศึกษาพบว่า การลดความชื้นของเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เหลือ 9 - 10% นำไปเก็บรักษาในโรงเก็บสภาพ ธรรมดา โดยก่อนเก็บใช้ผ้าทาร์พอลีนปูรองพื้นและใช้ผ้าทาร์ พอลีนอีกผืนปิดคลุมกองเมล็ดพันธุ์ให้สนิท อย่าให้ความชื้นจากอากาศภายนอกซ่านเข้าไปได้รมสารรม ฟอสฟีนเพื่อกำจัดแมลงศัตรูที่ติด มากับเมล็ดพันธุ์1 ครั้งก่อนเก็บ และฉีดพ่นสารเคมีฆ่าแมลงพิริมิพอส เมทิลบริเวณภายนอกโดย รอบผ้าทาร์พอลิน ก่อนเก็บและทุกๆ 4 เดือนตลอดการเก็บรักษา เพื่อป้องกัน แมลงศัตรูโรงเก็บภาย นอกเจาะทำลายผ้ารม จะทำให้เมล็ดพันธุ์ข้าวเสื่อมคุณภาพช้าลง สามารถเก็บ รักษาได้นานเพิ่ม ขึ้นจากปกติ8-9 เดือน เป็น 28 เดือน และช่วยป้องกันมิให้มีแมลงศัตรูโรงเก็บเข้า ทำลาย ทำให้เมล็ดพันธุ์สะอาดและน้ำหนักไม่สูญหาย สราวฒิพานิช (2558). ได้ทำการศึกษาเรื่อง แผนธุรกิจ คลังรับฝากเอกสาร ซีเคียวไฟล์ มี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจ คลังรับฝากเอกสาร เนื่องจากในชวงสองถึงสามปีที่ผานมานั้น ธุรกิจ ประเภทนี้มีแนวโน้มที่จะเติมโตขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากพื้นที่ในการทำสำนักงานนั้นมีค่อนข้างจำกัด และราคา ต่อตารางเมตรสูงขึ้น จึงทำให้ต้องมีการใช้บริการธุรกิจคลังรับฝากเอกสาร โดยให้บริการด้านงานบริการ รับฝากเอกสาร และงานด้านการขนส่ง รวมไปถึงการรับฝากอีเล็กโทรนิกส์ไฟล์ด้วย เพื่อเป็นการตอบรับ กบความเปลี่ยนแปลงใน ด้านรูปแบบการจัดเก็บเอกสาร จากกระดาษ ไปสู่รูปแบบอื่นที่ทันสมัยมากขึ้น และประหยัดพื้นที่ใน การจัดเก็บให้มีประโยชน์มากที่สุด ซึ่งในการศึกษาครังนี้ได้ใช้กลยุทธ์การบริหาร การจัดการด้านคลังสินค้า โดยใช้พื้นที่ให้ได้ประโยชน์สูงสุด และลดระยะเวลาในการจัดเกบกลองสินค้า ด้วยระบบ RFID ผลการศึกษาพบว่าสามารถตอบสนองกับปัญหาของลูกค้าในปัจจุบันที่ไม่สามารถรับ กล่องเอกสารคืนได้ทันตามกำหนดเวลา เนื่องจากทางคลังสินค้าหากล่องของลูกค้าไม่เจอ และรวมถึงช่วย ลดปัญหาด้านการขนส่งกล่องเอกสารด้วย วิชัย สิงห์ทอง (2553). ได้ทำการศึกษาเรื่อง การพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน กรณีศึกษา วิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวชุมชนบ้านช่องน้ำไหล หมู่ 4 ตำบลหัวสำโรง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี โดยมี วัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการเตรียมการของเจ้าหน้าที่ในการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน และศึกษา
26 กระบวนการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) และการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิและปฐมภูมิโดยใช้การสอบถาม การ สังเกตการณ์และการจัดเวทีเรียนรู้ผลการวิจัยพบว่า การเตรียมการของเจ้าหน้าที่ในการพัฒนาเครือข่าย วิสาหกิจชุมชน มีดังนี้1) เจ้าหน้าที่คณะวิจัยเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ในเรื่อง การพัฒนา เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน และวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) 2) การเขียนเค้าโครงการวิจัย 3) การเตรียมการและวางแผนเพื่อทำการวิจัยในพื้นที่ 4) การจัดเวที เรียนรู้5) การสรุปบทเรียน และ 6) การจัดทำรายงานการวิจัย ส่วนกระบวนการพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจ ชุมชน มีดังนี้1) การสร้างความคุ้นเคย และชี้แจงวัตถุประสงค์ในการจัดเวทีเรียนรู้แก่สมาชิกวิสาหกิจ ชุมชน 2) การศึกษาข้อมูลบริบทของชุมชน วิสาหกิจชุมชน และเครือข่ายของวิสาหกิจชุมชน 3) การหา แนวคิดร่วมระหว่างสมาชิกวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย 4) การวิเคราะห์ ข้อมูลเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย ในเบื้องต้น 5) การศึกษาดูงาน 6) การ กำหนดแผนการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย โดยจำแนกแผนพัฒนาดังกล่าวออกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้1) ด้านการบริหารและจัดการองค์กร 2) ด้านการผลิต 3) ด้านการตลาดและการบริการ 4) ด้าน เครือข่ายของวิสาหกิจชุมชน และ 5) ด้านการประชาสัมพันธ์ พนมศักดิ์ งามสม (2557). ได้ทำการศึกษาเรื่อง ระบบสารสนเทศเพื่อโลจิสติกส์สับปะรด กรณีศึกษา บ้านห้วยหลวง ตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยศึกษาปัญหาเรื่องสับปะรดของ จังหวัดลำปาง ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายปีและยัง ไม่สามารถแก้ได้อย่างถาวร มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลล้านนาลำปาง ได้มีบทบาทเข้ามา ช่วยแก้ไขปัญหาของชุมชนโดยการทำการวิจัยโดยมี "โครงการวิจัยเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของ เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด" เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ เกษตรกรอย่างยั่งยืน และในโครงการวิจัย หลักนี้ก็มีโครงการวิจัยย่อยๆ อีกหลายโครงการ หนึ่งใน โครงการย่อยก็คือโครงการวิจัยเรื่อง "ระบบ สารสนเทศเพื่อโลจิสติกส์สับปะรด กรณีศึกษาหมู่บ้านห้วย หลวง ตำบลเสด็จ อำเภอเมือง จังหวัด ลำปาง" โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อ โลจิ สติกส์สับปะรด เป็นการ แก้ไข ปัญหาสับปะรดขาดตลาดและล้นตลาดจากระบบการขนส่ง ในบางช่วงฤดู ปัญหาการถูกเอารัด เอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง และลดต้นทุนในการผลิต โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาช่วย ผลการศึกษาพบว่าการใช้เทคโนโลยีแก้ไขปัญหาดังกล่าว ระบบฯ เป็นระบบออนไลน์พัฒนา ด้วยภาษา PHP ใช้MS SQL Server เป็นฐานข้อมูล โดยมีการทำงานทั้งด้านการจัดเตรียมจัดหาวัตถุดิบ การกำหนดแผนการเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยว การจำหน่ายทั้งผลสดและผลิตภัณฑ์การควบคุมสินค้าคงคลัง การขนส่ง เป็นผลดีต่อปัญหาเกษตรกรที่เรื้อรังมานาน
27 ชัช ชพล (2559) . ได้ทำการศึกษาเรื่อง การปรับปรุงระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับคลังกล่อง บรรจุ ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรงานวิจัยการปรับปรุงระบบการจัดการคลังสินค้าสำหรับคลัง กล่องบรรจุ ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบการจัดการ คลังสินค้ากล่องบรรจุ ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานใน คลังสินค้าได้สูงขึ้นโดยสถาน ประกอบการตัวอย่างเป็น โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรซึ่งประสบ ปัญหาการใช้ระยะเวลาในการเบิก จ่ายกล่องบรรจุภัณฑ์นานกว่าเวลามาตรฐานของ ทางสถาน ประกอบการกำหนดโดยมีวิธีการดำเนินงานวิจัยมีคือ สำรวจชนิดของกล่องบรรจุภัณฑ์และปริมาณที่ จัดเก็บศึกษาการทำงานขั้นตอนการเบิกจ่ายกล่องกล่องบรรจุภัณฑ์ และระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละงานย่อย โดยการวิเคราะห์ด้วยแผนภาพการไหลของกิจกรรมและการแบ่งประเภท กล่องบรรจุภัณฑ์โดยใช้หลักการ วิเคราะห์ ABC ผลการศึกษาพบว่าปรับปรุงระบบการจัดการคลังสินค้ากล่องบรรจุ ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์แปร รูปทางการเกษตรและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานในคลังสินค้าได้สูงขึ้นโดยใช้หลักการ วิเคราะห์ ABC
ตารางที่ 2.1 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือพงศกร พสุนนท์และ อรรค พร ขำดี. การศึกษากระบวนการ จัดเก็บข้าวในคลังสินค้า กรณีศึกษา บริษัท วุฒิ ชัยโปรดิวส์จำกัด สังเกตการณ์แลเชิงลึกเพื่อเก็บข้วิเคราะห์ปัญหา
28 อที่ใช้ การดำเนินการ ผลลัพธ์ที่ได้ ะสัมภาษณ์ ข้อมูลและ เก็บข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหา จากผลการศึกษาได้พบปัญหา ในการจัดเก็บข้าว โดยการ จัดเก็บ ข้าวนั้นต้องมีความ เข้าใจต่อประเภทและชนิด ของข้าว เพื่อไม่ให้คุณภาพ ของข้าวนั้นลดลงจึงจำเป็นที่ จะต้องมีการศึกษาถึงประเภท และชนิดของข้าว ปัญหาและ อุปสรรคในการจัดเก็บข้าว ปัญหาและอุปสรรคในการจัดเก็บ ข้าวพบว่าคลัง เก็บข้าวแบบอบยามี ขนาดเล็กไม่เพียงพอในการเก็บข้าว ทั้งหมด คือ 1. การจัดเก็บแบบใน คลังสินค้าธรรมดาลักษณะเป็นห้อง โถ่งมีขนาดกว้างแต่ไม่มีการอบยา และไม่มิดชิดต่อพวกแมลง สามารถเข้าได้ทำให้ข้าวสาร เสียหายได้2. การจัดเก็บใน คลังสินค้าแบบอบยาแต่มีขนาดเล็ก ไม่เพียงพอในการจัดวาง
ตารางที่ 2.2 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือสิริเพ็ญ ศรีสุข และคณะ การพัฒนากระบวนการ เพาะปลูกผักกาดหัว ชุมชนบ้านแฮด จังหวัด ขอนแก่น การสัมภาษณ์(Iสังเกตการณ์ (Observation) ตรวจสอบ (Cheแผนภูมิพาเรโต Diagram) และแก้างปลา (FishbDiagram)
29 อที่ใช้ การดำเนินการ ผลลัพธ์ที่ได้ Interview) ใบรายการ eck Sheet) (Pareto แผนผัง bone ใช้เครื่องทางการจัดการเพื่อ ค้นหาสาเหตุของปัญหา ได้แก่ การสัมภาษณ์(Interview) สังเกตการณ์(Observation) ใบรายการตรวจสอบ (Check Sheet) แผนภูมิพาเรโต (Pareto Diagram) และ แผนผังก้างปลา (Fishbone Diagram) พบว่าสาเหตุปัญหา หลัก คือ โรคพืชและทำการ แก้ไขปัญหา ผลการศึกษา พบว่า หนึ่งในแปลง ทดลองมีร้อยละหัวลายลดลง 68.75 ในด้านต้นทุน พบว่า ต้นทุน แปลงปูนขาวลดลงร้อยละ 26.22 และ แปลงปูนขาวผสมฟูรา ดานลดลงร้อยละ 24.88 จาก ต้นทุนวิธีดั้งเดิมต่อ ไร่
ตารางที่ 2.3 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือพุทธางกูร เขียวทอง และ คมกฤช ปิติฤกษ์ การออกแบบแผนผังเพื่อ กำหนดตำแหน่งจัดเก็บ ในคลังสินค้าการเกษตร การสัมภาษณ์(Iสังเกตการณ์ (Observation)
30 อที่ใช้ การดำเนินการ ผลลัพธ์ที่ได้ Interview) ออกแบบแผนผังและกำหนด ตำแหน่งจัดวางสินค้าของ คลังสินค้าบริษัทกรณีศึกษา จากการศึกษาสภาพปัจจุบัน ของคลังสินค้า พบปัญหาใน การบริหารจัดการพื้นที่และ ขาดการระบุตำแหน่งจัดเก็บที่ เหมาะสม ส่งผลให้มีพื้นที่ จัดเก็บไม่เพียงพอและเกิด ความล่าช้าในการทำงาน จาก ปัญหาทางการออกแบบ แผนผังตามทิศทางของ คลังสินค้าและได้มีการนำ แบบจำาลองทางคณิตศาสตร์ มาประยุกต์ใช้ในการกำหนด ตำแหน่งที่เหมาะสม พบว่าทั้งสองแบบแผนผังมี ความสามารถในการจัดเก็บ เพียงพอต่อความต้องการจัดเก็บ ของรูปแบบการจัดเก็บแบบชั้นวาง ในส่วนของการกำหนดตำาแหน่ง จัดเก็บที่เหมาะสม พบว่าแบบ แผนผังตามแนวขวางมีระยะทางใน การเคลื่อนย้ายสินค้าต่ำกว่าแบบ แผนผังตามแนวยาว โดยสามารถ ลดระยะทางรวมคิดเป็น ร้อยละ 18.5 จากคลังสินค้าเดิม
ตารางที่ 2.4 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือศิริรัตน์ตรงวัฒนาวุฒิ การวิเคราะห์ห่วงโซ่ อุปทานของโรงสีข้าว อินทรีย์ขนาดเล็กใน จังหวัดเชียงใหม่โดยใช้ แบบจำลองการอ้างอิง การปฏิบัติงานด้านซัพ พลายเชน การสัมภาษณ์(Iสังเกตการณ์ (Observation)
31 อที่ใช้ การดำเนินการ ผลลัพธ์ที่ได้ Interview) วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค กระบวนการและกิจกรรมห่วง ไข่อุปทานของโรงสีข้าว อินทรีย์โดยการประยุกต์ใช้ แบบจำลองอ้างอิงโซ่อุปทาน เพื่อทราบถึง ลักษณะการ ดำเนินงานในปัจจุบันรวมถึง แนวทางการปรับปรุงกิจกรรม การดำเนินงานห่วงโซ่อุปทาน ของโรงสีข้าวอินทรีย์ผู้วิจัย ดำเนินการข้อมูลด้วยการ สัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานข้าว อินทรีย์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลาย น้ำ ในการศึกษานี้ได้แสดงปัญหา อุปสรรคกระบวนการและกิจกรรม ห่วงโซ่อุปทานของโรงสีข้าว อินทรีย์สำหรับแนะนำโรงสีข้าว ขนาดเล็กและเกษตรกรปรับปรุง การดำเนินการห่วงโซ่อุปทาน ให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้
ตารางที่ 2.5 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือหารพล มิตรวงษ์ การศึกษาแนวทางการ ควบคุมคุณภาพเห็ด นางรมโดยใช้เครื่องมือ ควบคุมคุณภาพ 7 เครื่อง กรณีศึกษา : หมู่บ้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีจังหวัดภูเก็ต -7 QC tools -แผนภูมิพาเรโตChart) -ใช้แผนภาพสาเ(Cause and EfDiagram) หรือแก้างปลา -รวมถึงเทคนิคกคำถาม 5 คำถา
32 อที่ใช้ การดำเนินการ ผลลัพธ์ที่ได้ ต (Pareto เหตุและผล ffect แผนผัง การตั้ง ม (5Whys) โดยใช้เทคนิค 7 QC tools และค้นหาแนวทางในการลด ความสูญเสียจากการผลิตเห็ด นางฟ้า เริ่มจากวิเคราะห์หา สาเหตุของข้อบกพร่องและ ปริมาณข้อบกพร่องโดย แผนภูมิพาเรโต (Pareto Chart) หลังจากได้ข้อบกพร่อง หลักที่ทำ ให้เกิดปัญหา คุณภาพแล้วยังใช้แผนภาพ สาเหตุและผล (Cause and Effect Diagram) หรือแผนผัง ก้างปลา เพื่อวิเคราะห์หา ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา คุณภาพ รวมถึงเทคนิคการตั้ง คำถาม 5 คำถาม (5Whys) หาสาเหตุที่แท้จริงได้ผู้วิจัยจึงใช้ การตั้งคำถาม 5 คำถาม เพื่อช่วย ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง พบว่าปัญหา ตอกเห็ดติดเชื้อ รา เพราะคนขาด ความรู้และทักษะในการคัดเลือก วัตถุดิบ รวมถึงแหล่งที่มาของ วัตถุดิบที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ สามารถนำผลการวิจัยไปใช้เป็น แนวทางในการควบคุมคุณภาพ ผลผลิตของกลุ่มและเพื่อวางแผน เพื่อลดความสูญเสีย จากการ ดำเนินงานซึ่งในการวิจัยครั้งต่อไป สามารถประยุกต์เทคนิคหรือ เครื่องมืออื่นๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ของกลุ่มได้
ตารางที่ 2.6 การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ชื่อผู้วิจัย ชื่อเรื่อง เครื่องมือกิติยา กิตควรดีและคณะ การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ข้าวในสภาพปิดภายใต้ ผ้าพลาสติกทาร์พอลิน การสัมภาษณ์(Iสังเกตการณ์ (Observation)